เทศกาลการ์ตูนกรุงเทพ

หวั่นอันตราย! จับ
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย "อาตูร์" ฆ่าหั่นศพ นอนคุกวันแรก ไม่เครียด นอนหลับ กินได้ จับแยกขังเดี่ยวหวั่นอันตราย วันนี้ (11 ก.พ.) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังผัดแรก นายอาตูร์ เซการ์รา ปรินเซป หรือ นายอาร์เทอร์ อายุ 37 ปี ชาวสเปน ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ทรมาน ฆ่าคนตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ และรีดเอาทรัพย์สิน จากการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวสเปน และนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น โดยตลอดทั้งคืน นายอาตูร์ ถูกจับแยกขังเดี่ยวในแดนแรกรับของเรือนจำ เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องอาจเกิดอันตรายได้ โดย นายอาตูร์ รับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่เครียดอะไร อีกทั้ง ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรือนจำได้ปฏิบัติกับผู้ต้องหา ตามระเบียบของเรือนจำเหมือนคนอื่น สำหรับความคืบหน้าทางคดีในวันนี้ (11 ก.พ.) คาดว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะทำการสรุปผลการตรวจพยานหลักฐานที่เก็บมาได้จำนวนหลายชิ้น และทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด  เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

ปาฏิหาริย์มีจริง ! มะเร็งรักษาหายได้ เผยขั้นตอน ค่ารักษา ตั้งแต่ต้นจนจบ
9LOVEDESTINATIONS /  ค่ารักษา / 

บทความดี ๆ เป็นกำลังใจแด่ผู้ป่วยมะเร็ง โรคที่ปัจจุบันสามารถรักษาได้หากรู้ตัวก่อน พร้อมเผยทุกขั้นตอนการรักษา ค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ต้นจนจบ ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์แล้ว เว็บไซต์ MThai ได้ร่วมกับนิตยสารชื่อดัง ดิฉัน จัดกิจกรรมส่งภาพเข้าประกวดในคอนเซ็ป 9 LOVED DESTINATION เพื่อสื่อให้เห็นถึงความรักในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ได้มีสมาชิกเว็บไซต์ชื่อว่า มนทยา พะหูชนม์ หรือ คุณเมย์ ส่งภาพมาร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งบรรยายข้อความว่า '2 ปีที่แล้วชีวิตสะดุดเพราะมะเร็งเข้ามาทักทาย โชคดีที่พบเร็ว รักษาได้แต่ต้องผจญกับคีโมหลายรอบ ปรับเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่เพื่อให้ไม่กลับไปเป็นอีก บอกกับตัวเองว่าทำงานหนัก เครียด แบกรับหลายๆ อย่างไปเพื่ออะไร โลกนี้กว้างรอให้เราออกไปค้นหา ใช้ชีวิตให้เป็นแล้วรักตัวเองให้มากกว่าเดิม' เรื่องราวของเธอได้รับความสนใจและมีการติดต่อไปยัง คุณเมย์ เจ้าของภาพ โดยเธอยินดีที่จะถ่ายทอดเรื่องราว การก้าวข้าม 'โรคมะเร็งมดลูกและรังไข่' เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณะชน รวมถึงเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถป้องกัน ไม่ให้โรคเกิดการบานปลายได้ คุณเมย์ ผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง และปัจจุบันเธอได้เข้าสู่ 'ภาวะโรคสงบ' มุ่งหวังให้เกิดความเข้าใจ และนำไปปรับใช้ในการดูแลตัวเอง เธอเล่าว่า การตรวจคัดกรอง เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากเรารู้ตัวตั้งแต่ต้น สามารถทำการรักษาได้ และมีทิศทางในการพยากรณ์โรคที่ดี รู้ก่อนดีกว่า เริ่มรักษาที่ Stage 1 สิ่งสำคัญคือการ 'ตรวจคัดกรอง' เรื่องราวเริ่มต้นขณะที่คุณเมย์เป็นผู้ที่ใส่ใจ และตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี จนปลายปี 2555 ผลจากตรวจ thin pep พบเซลผิดปกติแต่ไม่ใช่มะเร็ง แต่มี polyp ที่เยื่อบุโพรงมดลูกซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดประจำเดือนมาก อาจารย์หมอเลยแนะให้ตรวจติดตามผลทุก 6 เดือน จนเวลาผ่านไปประมาณเดือนเมษาปี 2557 การมาตามนัดปกติ พบเนื้องอกขนาด 7 ซ.ม. ที่รังไข่ขวา จากการประเมินร่วมกับหมอที่รักษาเลยตัดสินจึงทำการผ่าออกทั้งมดลูกและรังไข่ขวา หลังจากตรวจเจอในสัปดาห์นั้น นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะผลแล็บพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็น 2 อวัยวะพร้อมกัน ซึ่งไม่พบได้ อาจารย์หมอบอกว่า โชคดีมากที่มาตรวจทุก 6 เดือน น่าตกใจที่ก้อนมะเร็งโตเร็วในเวลาสั้น และการพบเร็วโดยยังไม่มีอาการผิดปกติทางร่างกาย ทำให้เป็นขั้นต้นๆ การพยากรณ์โรคนับว่าดี เพราะมะเร็งรังไข่ส่วนใหญ่จะพบตอนที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางร่างกาย นั่นหมายถึงเป็นระยะลุกลาม นอกจากนี้ อาจารย์หมอเคยฝากมาถึงผู้หญิืงหลายคน ที่ยังคงอายไม่กล้าไปตรวจภายใน ไม่ส่องกล้อง ไม่อัลตร้าซาวด์ ทำให้บางครั้งมาเจอโรคร้าย ตอนที่กระจายลุกลามมากรักษายาก ซึ่งน่าเสียดาย คุณเมย์กล่าวต่อไปว่า 'อยากให้ผู้หญิงไม่กลัวไม่อายที่จะตรวจ' เข้าขั้นตอนการรักษา จากนั้นได้เริ่มรักษาที่ รพ. รัฐแห่งหนึ่ง ซึ่ง อ.หมอ แนะนำให้ผ่าตัดรังไข่อีกข้างทิ้ง และต้องรับคีโม 4-6 cycle ส่วนขั้นตอนการรักษา คุณเมย์ก็มีการแย้งการรักษาในขั้นตอนการฉายแสง เนื่องจากอาการยังไม่ร้ายแรง และอยู่ในขึ้นที่ 1 จึงอาจจะเกินความจำเป็นที่จะต้องให้คีโมคู่กับการฉายแสง ซึ่งแพทย์ได้ทิ้งท้ายให้คนไข้ตัดสินใจเอง เธอจึงเลือกฉายแสงหลังการทำคีโม ได้ข้อสรุปคือให้ทำ CT scan และหลังจากนั้น 2 เดือน ค่อยสรุปผล ระหว่าง 2 เดือนนั้น คนไข้ต้องปรับตัวกับการทำคีโม และรับฤทธิ์ยาผลคือ ผลปกติ ไม่ต้องฉายแสง แต่หากผลไม่ปกติ ต้องฉายแสง คือแต่ละครั้งใช้เวลาราว 5-10 นาที แต่ต้องมาทุกวันติดๆ กัน 25 ครั้ง และต้องมีญาติมาด้วยทุกครั้ง อาการของคุณเมย์ ในขั้นแรกถูกประเมินให้รับคีโม 4-6 cycle (ขึ้นอยู่กับ stage ของอาการที่พบ) ซึ่งมีหน้าตาเหมือนการให้น้ำเกลือ มีกระบวนการทำให้ยา เข้าไปทำลายเซลล์ในร่างกาย ซึ่งหมายถึงเซลล์ดีและร้ายโดนหมด  ในกรณีของคุณเมย์มีการตอบสนองการรักษาดี อาจารย์หมอเลยสรุปว่าให้คีโมเพียง 4 cycle เท่านั้น ซึ่งคุณเมย์ จำเป็นต้องค้างคืนที่โรงพยาบาลในครั้งแรก เพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนครั้งต่อ ๆ ไปสามารถกลับบ้านได้เลย โดยในวันแรก ๆ ผลกระทบจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่อาการจะเริ่มแปลกไปในวันที่ 3 ผู้ป่วยจะรู้สึก 'เหมือนถูกบอมบ์ภายใน' มีอะไรทิ่มแทงในช่องท้อง ไม่สบายตัว จากนั้นหลังจาก 3-5 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มคุ้นชินกับอาการ ส่วนอาการที่ชัดเจนที่สุด สำหรับผู้ป่วยบางคนคือ อาการชาตามมือและเท้า หลังจากนั้น คนไข้ต้องทานวิตะมินบี กับเหล็กเพื่อบำรุงเลือดทุกวัน ในขั้นแรกอาจมีอาการปวดตัว ต้องอาศัยเวลาในการฟื้นตัวระยะหนึ่ง พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 จะเป็นช่วงที่ต้องระวัง เพราะเม็ดเลือดขาวจะต่ำลง หมายถึงภูมิคุ้มกันจะน้อยลง เสี่ยงกับการติดเชื้อได้ง่าย โดยทั่วไปคนไข้ที่ให้คีโมจะได้รับคำแนะนำ ให้ลดความเสี่ยงกับการเป็นหวัด หรือท้องเสีย เพราะหากติดเชื้ออาการจะรุนแรงกว่าคนปกติ จะต้องไปพบแพทย์ นั่นหมายถึง งดไปอยู่ในที่สาธารณะที่มีคนเยอะๆ ควรกินอาหารปรุงสุก ผักสด ผลไม้ที่เปลือกบาง ควรจะงด เหตุผลคืออาจจะมียาฆ่าแมลงตกค้าง ล้างไม่สะอาด จะต้องเช็คเม็ดเลือดเมื่อครบ 2 สัปดาห์ ใน cycle แรก พอครบ 4 สัปดาห์ จะให้ยารอบถัดไป ซึ่งต้องดูแลตัวเองให้สุขภาพแข็งแรง ทานไข่ขาวเยอะๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างโปรตีนกลับมาเร็วๆ สำหรับคนไข้มีเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าเกณฑ์ หรือระดับเกลือแร่ต่ำ หลังจากให้คีโมครบ ทุก 3 เดือน ต้องติดตามอาการเป็นระยะ ซึ่งการตรวจล่าสุดของคุณเมย์ คือ ค่าเลือดปกติ อยู่ในภาวะโรคสงบ ผล CT scan ปกติดี แต่โรคนี้ไม่มีคำว่า 'หายขาด' ฉะนั้นคุณหมอจะไม่ตอบว่าหายหรือยัง แต่ให้ติดตามอาการ ไปเรื่อยๆ อย่างน้อย 5 ปี แต่หมอสั่งไว้ว่าเราจะเจอกันไปอีก 10 ปี เลยต้องรักษาสัญญา ดูแลตัวเองตามที่อาจารย์หมอสั่งอย่างเคร่งครัด เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยระหว่างการรับการรักษา คุณเมย์แนะนำว่า เราควรเก็บรายละเอียด เอกสารเกี่ยวกับการรักษาไว้ทั้งหมด เพราะให้ง่ายต่อการรักษาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการหาข้อมูลเพิ่มเติมจากต่างประเทศ เพราะหากเราทราบข้อมูลทางการแพทย์ ก็จะทำให้สามารถคุยกับหมอรู้เรื่อง หากมีศัพท์ที่ยากจะเข้าใจ โดยการพบหมอแต่ละครั้ง ควรนำญาติ เช่นลูกหรือหลาน ที่สามารถทำหน้าที่ดูแลได้ เข้าพบด้วย นอกจากนี้ คุณเมย์แนะนำว่า สำหรับโรงพยาบาลรัฐ มีค่าใช้จ่ายที่ถูกมาก ทั้งค่าหมอ ค่ายา และมีมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าคุณจะใช้สิทธิ30 บาท ประกันสังคม จ่ายเอง เบิกราชการ ไม่มีเก็บค่าพยาบาล ค่าจิปาถะ แต่ในขั้นตอนการรักษากับโรงพยาบาลรัฐ จะต้องใช้ความใจเย็น เพราะจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนมาก การเข้ารับรักษาแต่ละครั้ง จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ในขั้นตอนต่าง ๆ ถ่ายภาพเก็บไว้ดูได้จะดีมาก เพราะทำให้เราสามารถสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ดี ค่ารักษาพยาบาล ระหว่าง โรงพยาบาลรัฐ และเอกชน ? *ในครั้งแรกที่คุณเมย์เข้ารับการผ่าตัด มีค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชน (เฉพาะค่าผ่าตัด) อยู่ที่ 400, 000 บาท  ซึ่งข้อดีคือผ่าตัดรพ.เอกชนจะเร็วไม่ต้องรอคิว *ส่วน โรงพยาบาลรัฐ ที่คุณเมย์ย้ายมาทำคีโม ค่าใช้จ่ายรวมแล้วเกือบ ๆ  100,000 บาท ซึ่งการให้คีโมที่ รพ.ที่มีโรงเรียนแพทย์จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าเอกชนมาก บันทึกเบ็ดเตล็ด ตอน คนเป็นมะเร็งไปเที่ยวได้?? แต่กระนั้น ผู้ป่วยมะเร็ง ไม่จำเป็นจะต้องเก็บตัว หรือจมอยู่กับความเศร้า สิ้นหวัง คุณเมย์ เป็นตัวอย่างของการรับการรักษา ควบคู่กับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เธอเล่าว่า แม้เธอจะป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่เธอสามารถออกท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ได้ เพียงแต่ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือระหว่างนั้น ผู้ป่วยควรประเมินตนเอง พักเป็นระยะ ดื่มน้ำเยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ แม้ว่าคุณเมย์ ที่ผ่านการทำคีโม ทำให้ผมร่วง เธอกลับไม่หวั่นไหว เธอแก้ไขด้วยการหาหมวกคลุม และวิกผม มาใส่ รวมถึงขนคิ้วที่ร่วงไป เธอแก้ไขด้วยการเขียนคิ้วทุกวัน พร้อมทั้งกล่าวติดตลกทิ้งท้ายด้วยว่า 'จะว่าไปแล้วทำให้เที่ยวสนุกกว่าเดิมอีก ไม่ต้องมาสระ มาเซตให้เสียเวลา' คุณเมย์เผยถึงมุมดี ๆ หลายข้อที่ได้จากการป่วยเป็นมะเร็ง 'การฝึกตัวเองมาตลอดให้คิดบวก มันทำให้ลดความทุกข์ได้เยอะ การฝึกบ่อยๆ มันกลายเป็นธรรมชาติ คิดได้อัตโนมัติ ชีวิตหรรษาขึ้นเยอะ' 'อย่าทำตัวป่วยๆ เพราะถ้านอนเบื่อๆ ป่วย ไม่ฝืน ไม่บังคับตัวเองไปทำงานไปมีกิจกรรมปกติเหมือนที่เคยทำ มันจะกลายเป็นป่วยมากกว่าที่เป็นจริงๆ ซะอีก' ' ถ้าก้าวข้ามผ่านความกังวลเรื่องรูปลักษณ์ เช่น ผมร่วงหมดหัว ไม่ต้องหลอกตัวเองโดยการใส่วิก การหาที่คลุมผมสวยๆ มันเบา สบายหัวกว่าเยอะ แล้วก็ไม่มีใครเค้าสนใจเราหรอก ท่ีกังวลๆ น่ะ คิดไปเองทั้งนั้น ถ้าจะสวมวิกก็เพราะอยากใส่ อย่าสวมเพราะหลอกตัวเอง' ' เมื่อหมอห้ามออกไปอยู่ที่สาธารณะ เพราะเสี่ยงติดเชื้อ แปลความหมายดีๆ เค้าไม่ได้ห้ามไป อยากไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง ก็ไปตอนเปิดห้างเซนทรัลดิ คนยังน้อย เดินดมๆ ชมเพลินๆ พอหายเซ็งก็กลับบ้าน 1 ชั่วโมงคนยังไม่เยอะหรอก ' ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญในการรักษา นอกจากทางการแพทย์คือทางจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณเมย์ ได้รับจากคนรอบข้าง ทั้งคุณแม่ ครอบครัว นาย เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง เธอกล่าวว่า ช่วงไม่สบายหลายคนต่างพากันให้กำลังใจ ตอนไม่แข็งแรง แล้วมีคนเอาของขวัญมาให้ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ มันมีมูลค่ามหาศาลเมื่อนึกถึงน้ำใจกับกำลังใจที่เค้ามอบให้เรา คุณเมย์กล่าว ขอบคุณกิจกรรม  LOVE IS ALL AROUND 9 LOVED DESTINATION  MThai News ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

หนังโลกที่เราอยากดู : Hardcore Henry (2015)
First-person shooter /  FPS / 

Hardcore Henry (2015) พร้อมจะลุยกันมานานแล้ว...โย่ววว!!** มุมมองแบบ ‘บุคคลที่หนึ่ง’ (first person) เป็นที่คุ้นเคยดีในโลกของเกมส์คอมพิวเตอร์ - นับตั้งแต่เกมส์ยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS : First-person shooter) รุ่นบุกเบิกอย่าง Wolfenstein 3D (1992) ไปจนถึงซีรีส์เกมส์คลาสสิกที่จุดกระแสความนิยมไปทั่วโลกอย่าง DOOM (1993–ปัจจุบัน) ก่อนที่เวลาต่อมาจะถูกพัฒนามาใช้ในอุปกรณ์แนวสิมูเลเตอร์เสมือนจริงอย่าง Virtual Reality (VR) ซึ่งในโลกของภาพยนตร์นั้น เราอาจจะคุ้นเคยกับหนังที่ถ่ายทอดด้วยมุมมองแบบบุคคลที่หนึ่งมาบ้าง ทั้งในแบบหนังปลอมสารคดี (Mockumentary) เช่น 84 Charlie MoPic (1989, แพ็ตทริค ชีน ดันแคน), The Blair Witch Project (1999 , เดเนียล มายริค และ เอดูอาร์โด ซานเซส), หนังไซ-ไฟสัตว์ประหลาดฟาวนด์ฟุตเตจอย่าง Cloverfield (2008 , แม็ต รีฟส์), หนังถ่ายซ็อตเดียวจนจบเรื่องอย่าง Russian Ark (2002 , อเล็กซ์ซานเดอร์ โซคูรอฟ) หรือหนังทั่วๆ ไปที่มีบางช่วงเล่าเรื่องผ่านมุมมองแรกตามบทภาพยนตร์ เช่นใช้แทนภาพที่ตัวละครอื่นเข้าไปควบคุมในหัวของ จอห์น มาโควิช ใน Being John Malkovich (1999 , สไปค์ จอนซ์) หรือมุมผ่านหมวกนักบินอวกาศใน Gravity (2013 , อัลฟองโซ กัวร็อง) ไปจนถึงหนังที่ดัดแปลงมาจากเกมแนวนี้เองอย่าง Doom (2005, อันเดรียส บาร์ตโคเวียค) ที่ก็ไม่ลืมทำฉากแอ็กชั่นในหนังด้วยมุมมองแบบนี้เช่นกัน สำหรับหนังแอ็กชั่นสัญชาติ รัสเซีย/สหรัฐอเมริกา อย่าง Hardcore Henry (2015) โดดเด่นด้วยการผสมผสานการเล่าเรื่องแบบมุมมองที่หนึ่งของโลกภาพยนตร์เข้ากับโลกของเกมคอมพิวเตอร์ จนได้หนังบู๊ล้างผลาญแบบ nonstop ที่ว่าด้วย "เฮนรี" มนุษย์ลูกครึ่งไซบอร์กซึ่งถูกไล่ล่าโดยผู้ใช้พลังจิตสันดานชั่วที่จับภรรยาสุดสวยของเขาไป ก่อนที่ผู้กำกับ อีเลีย ไนชูล์เลอร์ จะเสมือนพาผู้ชมขึ้นรถไฟเหาะ ด้วยมุมกล้องสุดโลดโผนเกินจินตนาการจะคาดเดาเสียยิ่งกว่าเกมคอมพิวเตอร์เสียอีก เพราะผู้ชมจะเห็นทุกอย่างผ่านสายตาของตัวละครเอกร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอด 90 นาทีของเรื่อง - จนสร้างความฮือฮามาแล้วในเทศกาลหนังนานาชาติโตรอนโต ปีที่ผ่านมา ในสาย Midnight Madness หรือสายหนังดึกที่รวมเอาหนังสยองขวัญและแอ็กชั่นสุดคัลต์มารวมไว้ด้วยกัน ทิเมอร์ เบ็กแมมบีตอฟ (ผู้กำกับ Abraham Lincoln: Vampire Hunter และ Wanted) ไปต้องตาเอ็มวีไวรัลของวงร็อครัสเซีย Biting Elbows ที่กำกับโดยไนชูล์เลอร์ซึ่งเป็นสมาชิกของวง ที่นำมุมมองแบบบุคคลที่หนึ่งมาใช้ได้อย่างน่าตื่นตา (เพลง  The Stampede และ Bad Motherfucker ที่โด่งดังจนกลายเป็นไวรัล) จึงได้ชักชวนมากำกับหนังยาวที่เบ็กแมมบีตอฟนั่งแท่นโปรดิวซ์ด้วยตัวเอง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า หนังใช้เพียงอุปกรณ์สวมหัวติด GoPro เพียงสองตัวในการถ่ายทำเท่านั้น นอกจากความน่าตื่นเต้นในฉากผจญภัยต่างๆ แล้ว หนังยังได้ ชาร์ลโต โคเพลย์ พระเอก distrinct 9) ซึ่งโผล่มาและหายไปพร้อมกางเกงในตัวเดียวและร่วมบู๊กับเฮนรีอย่างไม่กลัวตาย  ...ข้อแนะนำเดียวสำหรับการดูหนังเรื่องนี้คือเมื่อไรที่มีโอกาสได้พักหายใจควรรีบสูดลมให้เต็มปอด เพราะมันอาจไม่ได้ผ่านมาบ่อยๆ สำหรับผู้ชม **เป็นวลีจากหนัง The Thin Red Line (เทอร์เรนซ์ มาลิค, 1998) ฉบับเสียงไทย ที่ถูกนำไปใช้เป็นตัวโมดิไฟล์ (หรือที่เรียกว่า Mod) ในเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS : First-person shooter) ชื่อดังปลายยุค 2000 ในบ้านเราอย่าง Counter-Strike (1999) โดยเจ้าของเสียงพากย์คือ เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง ตัวอย่าง 1  https://www.youtube.com/watch?v=wv33e0TyL6M ตัวอย่าง 2 https://www.youtube.com/watch?v=WS3dp1Tz444 เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 165

แฉแหลก! อบต.หนองหงส์อ้างดูงาน จัดทริปแอ่วเหนือรับลมหนาว
ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน /  ศึกษาดูงานอบต. / 

โลกออนไลน์วิจารณ์สนั่น! หลังเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน แฉ! อบต.หนองหงส์ อ้างดูงาน แต่จัดทริปแอ่วเหนือรับลมหนาว   วันนี้ (9ก.พ.) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้โพสต์ภาพและข้อความเผยเกี่ยวกับปมส่อทุจริตของ อบต.หนองหงส์ อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช ที่มีการจัดทริปเที่ยวภาคเหนือรับลมหนาว ไป จ.พิษณุโลก จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย พากันเที่ยวชมเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม และดนตรีในสวน ดอยตุง-แม่ฟ้าหลวง สามเหลี่ยมทองคำ ดอยอ่างขาง ไร่ชา 2000 ขากลับแวะตลาดร้อยปีสามชุก สุพรรณบุรี  โดยอ้างศึกษาดูงาน ทางเพจระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดโครงการฝึกอบรมสัมมนาศึกษาดูงานเพิ่มศักยภาพ สำหรับผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง ประจำปี 2559ระหว่างวันที่ 19-25 มกราคม 2559 ที่จังหวัดพิษณุโลก เชียงใหม่และเชียงราย การศึกษาดูงานดังกล่าวเป็นการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวรสำคัญในภาคเหนือเป็นหลัก มีกิจกรรมเข้าพบรับฟังบรรยายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประปรายรายทาง โดยพบว่าคณะออกเดินทางช่วงเย็นวันที่ 19 มกราคม 2559 ถึงจังหวัดพิษณุโลกช่วงเช้าของวันที่ 20 มกราคม 2559 เข้าสักการะวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดชื่อดังของจังหวัดพิษณุโลกเป็นที่แรก ช่วงสายเข้ารับฟังบรรยายที่เทศบาลนครพิษณุโลก จากนั้นเดินทางไปยังวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่ และมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย เที่ยวชมงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งามและดนตรีในสวน ครั้งที่ 12 ต่อมา วันที่ 21 มกราคม 2559 ได้เดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวง เที่ยวชมดอยตุง-แม่ฟ้าหลวง ก่อนเดินทางต่อไปยังสามเหลี่ยมทอง ช่วงค่ำเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในแม่สาย รุ่งเช้ามุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่และใช้เวลาช่วงบ่ายที่สวนส้มธนาธร อ.ฝาง เชียงใหม่ จากนั้นจึงเดินทางไปพักที่ดอยอ่างขาง ช่วงเช้าวันถัดมา 23 มกราคม ใช้เวลาชมความสวยงามบนดอยอ่าง ตกสายไปยังไร่ชา 2,000 บ้านขอบด้ง อ.อ่างขาง ช่วงค่ำเดินทางไปพักที่จังหวัดกำแพงเพชร จากนั้น วันที่ 24 มกราคม เดินทางกลับ โดยระหว่างทางได้แวะที่ตลาดร้อยปีสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนมุ่งหน้ากลับจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มา ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ศาลอุทธรณ์ สั่ง 'รพ.กรุงเทพ' ชดใช้เงิน 10 ล. แม่ญี่ปุ่น
ทำคลอด /  ผู้ป่วย / 

ศาลอุทธรณ์ ยืน สั่ง "รพ.กรุงเทพ - ทีมแพทย์ผ่าตัด" ชดใช้เงินแม่ชาวญี่ปุ่น กว่า 10 ล้านบาท เหตุเครื่องห้ามเลือดช็อตลำตัว เป็นแผลฉกรรจ์ ขณะทำคลอด เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ศาลแพ่งรัชดา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีผู้บริโภค ที่ น.ส.มิคาโยะ อิโตะ อายุ 44 ปี ชาวญี่ปุ่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลกรุงเทพ และแพทย์ ที่ทำคลอดบุตร เป็นจำเลยที่ 1 - 3 เรื่องละเมิดจากการบริการ เรียกค่าเสียหาย กว่า 82 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีเมื่อวันที่ 25 ก.พ.2555 โจทก์ได้ไปทำคลอดบุตร ที่ รพ.กรุงเทพ ของจำเลยที่ 1 โดยมี นพ.ธีระ วัชรปรีชานนท์ แพทย์สูตินารีเวช จำเลยที่ 2 เป็นผู้ผ่าตัด ขณะนั้นเครื่องห้ามเลือดไฟฟ้าเกิดช็อต ทำให้มีไฟไหม้ที่บริเวณลำตัวลักษณะเป็นแผลไฟไหม้ระดับ 3 รอยไหม้กว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร ตั้งแต่ราวนมด้านขวาลงไปถึงต้นขาขวา ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.ค.2556 ให้ จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้ น.ส.มิคาโยะ โจทก์ จำนวนกว่า 10 ล้านบาท ต่อมา จำเลยที่ 1-2 ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าที่จำเลยที่ 1 - 2 อ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ สุดวิสัย โดยจำเลยที่ 2 ใช้ความระมัดระวังดีแล้ว แต่ได้ความจากพยานโจทก์ว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ตัวโจทก์ เกิดจากน้ำยาทำความสะอาดที่หน้าท้องเพื่อผ่าตัด อาจไหลมาที่ข้างลำตัวขณะที่เครื่องกำลังทำงาน ซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ได้ ศาลจึงพิพากษายืนให้จำเลยร่วมชดใช้เงินแก่โจทก์กว่า 10 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ขอบคุณ INN ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

แทยัง ขอโทษ หลังชาวเน็ตไม่ขำ ประเด็นล้อเลียน Kanye West
Big Bang /  Bigbang / 

แทยัง สมาชิกวง BIGBANG (บิ๊กแบง) นึกสนุก ตัดต่อวิดีโอหน้าของตัวเองผสมกับหน้าของ Kanye West แต่ชาวเน็ตไม่ขำ จนเจ้าตัวต้องลบคลิปและออกมาขอโทษ ในบรรยากาศน่ายินดีของเทศกาลตรุษจีนที่เพิ่งผ่านมา ดูเหมือน แทยัง หนึ่งในสมาชิกของวง BIGBANG คงไม่มีความสุขเท่าใดนัก เมื่อคลิปวิดีโอที่เขาอัพโหลดผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว กลายเป็นสาเหตุของความขัดแย้งและกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง คลิปวิดีโอต้นตอของปัญหา เป็นคลิปที่ แทยัง ใช้แอพพลิเคชั่นตัดต่อภาพใบหน้าของเขาผสมเข้ากับหน้าของแร๊พเปอร์ชื่อดัง Kanye West แล้วพูดว่า “Happy Monkey New Year” พร้อมทั้งทำเสียงร้องเลียนแบบลิง แต่ดูเหมือนชาวเน็ตจะไม่สนุกไปกับเขา กลับวิจารณ์ว่า แทยัง กำลังแสดงท่าทางล้อเลียนและเหยียดสีผิว Kanye West ด้วยการนำแร๊พเปอร์ชื่อก้องไปเปรียบเทียบกับลิง หลังจากถูกวิจารณ์อย่างร้อนแรง แทยัง ก็ได้ลบคลิปดังกล่าวทิ้ง ก่อนจะเขียนคอมเม้นต์ขอโทษต่อเรื่องที่เกิดขึ้น "ผมได้อ่านทุกคอมเม้นต์แล้วนะครับ และรู้สึกขอโทษอย่างมากที่ทำให้หลายๆ คนรู้สึกแย่เพราะคลิปที่ผมโพสไป ดังนั้นผมจึงลบมันออกไปแล้วครับ ผมเองก็ไม่คาดคิดว่าจะมีคนคิดไปในด้านนั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความผิดของผมซึ่งผมต้องรับผิดชอบ ผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นเลยครับ ผมหวังว่าทุกคนจะเข้าใจผมด้วยนะครับ ผมต้องขอโทษอีกครั้งและจะไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก ผมหวังว่าทุกคนจะให้อภัยผมนะครับ" ข้อมูลจาก koreaboo ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เป็น โรคหัวใจ ไม่ต้องกลัว
ตายคาอก /  มีเซ็กซ์ / 

ใกล้เทศกาลแห่งความรักเข้ามาทุกที หลายๆ ท่านคงมีการเตรียมของขวัญ หรือหาวิธีแสดงความรักให้กับหวานใจของคุณในหลายรูปแบบ “การมีเซ็กส์” ก็นับเป็นการแสดงความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่หลาย ๆ ครั้งที่เราเคยได้ยินข่าวการเสียชีวิตในขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือที่ได้ยินคำว่า “ตายคาอก” ด้วยหลาย ๆ สาเหตุ และหนึ่งในนั้นบางคนเชื่อว่า เกิดจาก โรคหัวใจ และหลอดเลือด เป็นสาเหตุสำคัญ โดยหลายคนอาจเคยสงสัยว่าแล้วผู้ที่เป็นโรคหัวใจจะยังสามารถมีกิจกรรมบนเตียงได้หรือไม่ วันนี้มีคำตอบมาฝาก นพ.ระพินทร์ กุกเรยา หัวหน้าอายุรแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ไขข้อข้องใจในสิ่งที่ได้ยินกันมานาน เรื่องที่ผู้ป่วยโรคหัวใจไม่สามารถมีเซ็กส์ได้นั้น กล่าวว่า ‘ตราบใดที่ คุณยังสามารถเดินขึ้นสะพานลอย 3 ชั้นได้อย่างสบาย ไม่เหนื่อยหอบ คุณก็สามารถมีปฏิบัติภารกิจรักของคุณได้เช่นกัน’ จริงอยู่ที่เมื่อเวลามีเพศสัมพันธ์นั้น อัตราการเต้นของหัวใจจะเต้นถี่และแรงมากถึง 120 ครั้ง/นาที แค่เพียง 1 นาที เท่านั้น ในตอนใกล้จะเสร็จกิจ ก็สามารถทำได้โดยปลอดภัย ปฏิบัติตัวให้ถูกวิธีและระมัดระวัง หากไม่มั่นใจปรึกษาแพทย์ถึงระดับการออกกำลังกายของคุณ เพื่อป้องกันอาการผิดปกติที่อาจก่อให้เกิดอันตราย สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังมีอาการ เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ที่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ เช่น, ใจสั่น, หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก จนเหนื่อยหอบ, มีอาการเจ็บแน่นกลางอกรุนแรง, อ่อนเพลียมาก, เวียนหัวจะเป็นลม และเหงื่อออกมาก อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการผิดปกติขณะร่วมเพศขึ้นมา คุณหมอแนะนำว่าผู้ป่วยควรนอนพักอยู่กับเตียงนิ่ง ๆ อย่าเพิ่งรีบลุกเดิน หากจำเป็นต้องเคลื่อนไหวให้ทำอย่างช้า ๆ และขอความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยงการใช้สารกระตุ้นทุกชนิด รวมถึงยาบางประเภท เช่น ไวอากร้า, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, หลีกเลี่ยงท่วงท่าร่วมเพศที่พิสดาร และหากเป็นผู้ป่วยที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดหัวใจ ควรขอปรึกษาแพทย์ถึงระดับการออกกำลังอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปลอดภัยทั้งกายและสุขภาพหัวใจ เพิ่มเติมความฟิตให้ร่างกาย เคล็ดลับมาแบ่งปัน เพิ่มกำลังใจ ด้วย 4 วิธีใส่ใจเพื่อบำรุงหัวใจให้กระชุมกระชวยทำได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. ใส่ใจการกิน: เลือกและลดอาหารที่มีปริมาณโซเดียมมาก หรือกล่าวง่ายๆ คือ ลดเกลือในอาหาร “ให้ลดการรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม ลดการเติมเกลือในอาหารจานโปรด” ร่างกายจะต่อต้านโซเดียมหรือความเค็ม ด้วยการดูดซึมน้ำเข้ากระแสเลือดมากขึ้น เมื่อปริมาณเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้น หัวใจก็ต้องทำงานหนักไปด้วย 2.ใส่ใจร่างกาย: ขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อหัวใจจะทำงานหนักกว่ากล้ามเนื้อแขนขาถึง 2 เท่า การออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น การเดิน หรือขี่จักรยาน ก็ถือว่าเหมาะสมและสามารถทำได้ 3. ใส่ใจการนอน: พักผ่อนให้เพียงพอ ปัจจุบันพบว่ามีหนุ่มสาวในช่วงอายุ 24-32 ปี เกือบ 20% เป็นโรคความดันโลหิตสูง แม้อาการกำเริบไม่บ่อย แต่ก็มีโอกาสทำให้หัวใจล้มเหลวได้ทุกเมื่อ ดังนั้น ควรแบ่งเวลานอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมง เพราะการอดนอนบ่อยๆ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อหัวใจ 4. ใส่ใจจิตใจ: ทำจิตใจให้สงบ ช่วยลดความเครียดได้ เพราะหากเครียดบ่อยๆ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมามาก หัวใจจะเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น ฮอร์โมนตัวนี้จะเป็นศัตรูตัวฉกาจของหลอดเลือดแดง ทำให้เลือดจึงลำเลียงสารอาหารไปยังอวัยวะในร่างกายยากขึ้น ฝึกนั่งสมาธิทุกวัน หรือเล่นโยคะทุกสัปดาห์เป็นเวลา 3 เดือน จะช่วยให้ฮอร์โมนความเครียดลดลงและช่วยการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยโรคหัวใจ คู่รักของผู้ป่วยโรคหัวใจก็สามารถร่วมดูแล พูดคุยตลอดจนช่วยสังเกตอาการให้แก่กันและกันอีกด้วย เพียงแค่ระมัดระวังในการใช้กำลัง และรู้วิธีดูแลตนเอง ก็สามารถปฏิบัติภารกิจรักของคุณและคนรักได้อย่างเป็นปกติและมีความสุข เป็นการช่วยเติมความรักให้แก่กันในวันแห่งความรักได้แล้วครับ คุณหมอกล่าวทิ้งท้าย

คืบหน้า 'แผ่นดินไหวไต้หวัน' ทางการรวบ ผู้ก่อสร้างอาคารถล่ม
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ไต้หวัน ที่พังถล่มจากแผ่นดินไหว... สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานความคืบหน้าเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.4 แมกนิจูด ทางภาคใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้าตรู่ประมาณ 04.00 น. ของวันเสาร์ที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ล สร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ศพ วานนี้มีรายงานว่า อัยการจับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ที่พังถล่ม มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในจุดดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีเอาผิดฐานฆ่าคนตายโดยประมาท เหว่ย-กวน โกลเดน ดรากอน อาคารอพาร์ตเมนต์ที่พักสูง 17 ชั้น ในเมืองไถหนาน เป็นอาคารสูงแห่งเดียวของเมืองที่พังทลายราบ และเป็นจุดที่พบผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด ราว 40 ศพ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวทางใต้ของไต้หวัน ล่าสุดสังเวย 32 ศพแล้ว ยังสูญหายใต้ซากอีกนับร้อย วันนี้ (8 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย บาดเจ็บมากกว่า 500 ราย -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 14 ศพ บาดเจ็ฐกว่า 500 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 150 ราย ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้กว่า 400 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 800 นาย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 156 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในซากอาคารหลายหลังที่พังถล่ม โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยความสูง 17 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง และยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่พักอาศัยในอาคารได้อีกประมาณ 30 ราย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกจากซากปรักหักพังได้แล้วกว่า 250 ราย ส่วนเรื่องการดูแล รัฐบาลได้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว โดยกองทัพได้จัดเตรียมที่นอน 1,200 ชุด ในสถานที่ทั้งหมด 4 แห่งแล้ว ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

เตรียมสละโสด! ไหว้พระขอพรความรัก 5 อันดับที่คนเมืองไปมากที่สุด!!
ขอพรความรัก /  ความรัก / 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มาถึง เทศกาลหวานช่ำสำหรับคนมีคู่อย่างก็ "วาเลนไทน์" ก็ตามมาติดๆ เช่นกัน และเพราะว่าเป็นเดือนแห่งความรัก วันนี้ Travel.Mthai จะไม่ยอมให้คนโสดต้องเหงาอีกต่อไป!! มาทำใจให้ชุ่มช่ำ ต้อนรับเนื้อคู่ที่กำลังจะมาถึงกันดีกว่า 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรความรัก เมื่อบรรยายกันขนาดนี้ หนุ่มโสด สาวโสด ทั้งหลายคงอยากรู้กันแล้วสินะว่าเคล็ดลับการทำให้ดวงความรักของคุณพุ่งสูงปรี๊ดดด แบบทะลุเพดาน ต้องทำอย่างไร งั้นมาดู 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับ ไหว้พระขอพรความรัก กันเถอะ  ต้องแอบกระซิบว่า Mthai คัดสรรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ว่าใครที่มาขอพรเรื่องความรัก ก็จะสมหวังกันเกือบทุกคน ถ้าอยากรู้ว่าจะมีสถานที่อะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ 1. สถานที่ไหว้พระขอความรัก ศาลพระตรีมูรติ (ลาน Central World) สถานที่ไหว้ขอพรด้านความรัก อันดับหนึ่งเห็นจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก “ศาลพระตรีมูรติ” แห่งแยกราชประสงค์บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า Isetan Central World  ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการขอความรักกับพระตรีมูรติ มหาเทพ โดยสามารถขอพรได้ทุกวัน หากแต่ฤกษ์ที่ดีที่สุดในการขอพรคือ วันพฤหัสบัดี เวลา 9.30 น. และ  21.30 น.  โดยใช้เครื่องสักการะเน้นสีแดง ได้แก่ ธูปแดง, กุหลาบแดงอย่างละ 9 ดอก รวมถึงเทียนคู่สีแดง มีเทคนิคคือจะต้องวางติดกันเพื่อถือเคล็ดให้ได้เจอคู่ครองสมใจ    หากใครมีคนรักอยู่แล้วเมื่อมาขอพรพระตรีมูรติ                ก็จะทำให้รักกันมากขึ้น  หากอธิษฐานแล้วสมหวังจะต้องหานำของมาถวาย เช่น มะพร้าว, น้ำอ้อย, นมสด หรือของหวานอื่นๆ แล้วแต่ศรัธา (ห้ามถวายของคาวทุกชนิด) สถานที่ตั้ง ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สี่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 2. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระแม่อุมาเทวี  (วัดแขก สีลม) หากอยากมีความรักที่สมหวังและจริงจัง มั่นคงขึ้นมาอีกระดับ เราแนะนำให้มาที่ “วัดแขก” หรือ “วัดพระศรีมหาอุมาเทวี” ย่านสีลม เพื่อสัการะบูชาพระแม่อุมาเทวี  เนื่องด้วยพระแม่อุมาเทวีนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องศรัทธาและรักมั่นคงต่อองค์พระศิวะ ดังนั้นหากใครที่กำลังต้องการขอพรเรื่องความรัก หรืออยากมีคู่ครองแบบมั่นคง ต้องเชิญแนะนำมาสักการะพระแม่อุมาเทวี ณ วัดแขกแห่งนี้อย่างแน่นอน   ภายในวัดนั้น มีบริการเครื่องสักการะทั้งหมดอยู่บริด้านหน้าวิหารชุดละ 60 บาท แต่สามารถหามาเพิ่มได้ เช่น ดอกไม้ , มะพร้าว, นมเปรี้ยว,กล้วย เป็นต้น ซึ่งเงินดังกล่าว ทางวัดจะนำไปบำรุงวัดและสร้างสิ่งต่างๆเวลามีงานประจำปีวัดแขก  ดังนั้นหากใครต้องการทำบุญก็สามารถอุดหนุนกับทางวัดได้นะคะ  หรือหากใครไม่สะดวกสักเท่าไหร่  ทีมงาน MThai แนะนำให้เตรียมของไปเอง โดยเฉพาะถาด (พราหมณ์จะคืนให้กับเรา) หรือสามารถซื้อของสักการะได้บริเวณทางด้านวัดก็ไม่ขัดศรัทธาคะ เพียงแต่ราคาอาจจะสูงกว่าสักเล็กน้อย สถานที่ตั้ง : วัดพระศรีมหาอุมาเทวี  2 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 3. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระแม่ลักษมี (เกษรพลาซ่า แยกราชประสงค์) มีความเชื่อว่า พระแม่ลักษมี เป็นเทวีแห่งความรักที่บริบูรณ์  ด้วยพระแม่มีชายาที่ซื่อสัตย์ของพระนารายณ์และทรงเป็นที่รักยิ่งของพระสวามี ทำให้ผู้คนต่างศรัทธาและหลั่งไหลกันมาสักการะขอพรในเรื่องความรัก มีความเชื่อว่า  ไม่เพียงขอให้ได้สมหวังในเรื่องของความรักกับคนที่เรารักแล้วนั้น ยังได้ในเรื่องของรักแท้และซื่อสัตย์กับเราเพียงคนเดียวอีกทางหนึ่ง สถานที่ตั้ง : ห้างเกษรพลาซ่า Gaysorn Plaza 999 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 4. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระนอน- วัดโพธิ์ สาวที่ผิดหวังในเรื่องของความรักมามาก หรือยังไม่สมหวังในความรักสักทีจนอายุเริ่มเข้าเลขสามเข้าให้แล้ว  ซึ่งเลข 3  ก็มีความหมายคือพระนอน  หรือศาสตร์ความเชื่อที่เชื่อว่าเลขสามเปรียบเสหมือนของความรักของหญิงสาวเช่นกัน สถานที่ตั้ง : วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร 2  ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง. เขตพระนคร กรุงเทพฯ 5. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระกฤษณะ วัดเทพมณเฑียร (เสาชิงช้า) เป็นเทพอีกองค์หนึ่งที่สาวโสดหรือผู้อยากสมหวังในเรื่องของความรัก ต้องอย่าพลาดเป็นเด็ดขาด เพราะท่านขึ้นชื่อมากในเรื่องของการให้พรความรัก มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าสมหวังด้านความรักมาหลายรายแล้ว มีความเชื่อว่าเมื่อท่านยามใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ ท่านมีสนมมากถึง 10,000 คน แต่ถึงอย่างไรท่านก็มีจิตใจรักมั่นต่อนางราดานะคะ หญิงเลี้ยงวัว เป็นรักแรกแห่งกฤษณะ ทำให้ความรักครั้งนั้นประทับใจและฝังอยู่ในใจของพระกฤษณะตลอดจนชั่วอายุขัย   ใครที่อยากไปสักการะองค์พระกฤษณะ สามารถไปได้ที่วัดเทพมณเฑียร บริเวลาข้างโรงเรียนเบญจมราชาลัย ชั้น 3 จะเป็นเทวาลัย สามารถสักการะได้ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงประมาณเที่ยงวัน และช่วงบ่ายสามถึงหนึ่งทุ่ม ซึ่งการบูชาจะต้องเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไปให้เรียบร้อย เนื่องจากที่วัดไม่มีจำหน่าย สถานที่ตั้ง :  โบสถ์เทพมณเฑียร  จะอยู่ใกล้กับเสาชิงช้า ฝั่งตรงข้ามกับวัดสุทัศน์เทพวราราม  สุดท้ายนี้ นอกจากการพึ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรความรัก อีกสิ่งที่จะทำให้ความรักของเราสองคนมั่นคง ก็คือ ความเข้าใจและการให้อภัย ไม่ว่าจะเป็นความรักของคุณจะเป็นรูปแบบไหน Travel.Mthai ขออวยพรให้กับความรักของทุกคู่ และสำหรับความรักของคนที่กำลังจะมีคู่นะคะ  สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ <3

หนีทั่วเยาวราช! เมษาฯนี้ เตรียมตามหาลุงหนีคดีใน Detective Chinatown
Chinatown /  Detective Chinatown / 

หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายในประเทศจีน จนเกิดกระแสคนจีนแห่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา มาในครั้งนี้ “ฮอลลีวู้ด ไทยแลนด์” ร่วมกับ “แฮนด์เมด ดิสทริบัวชั่น” เตรียมภาพยนตร์สุดฮาจากแผ่นดินใหญ่มาสร้างความคึกครื้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์กับภาพยนตร์เรื่อง Detective Chinatown ที่ได้ทีมงานภาพยนตร์ Lost in Thailand มาสานต่อความป่วนในประเทศไทยอีกครั้ง และได้นักแสดงชื่อดังอย่าง หวัง เป่าเฉียง และ หลิว ฮ่าวหยาน มาร่วมแสดงอีกด้วย 15 วันแรกจองการเข้าฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้กวาดรายได้อย่างถล่มทลายกว่า 700 ล้านหยวน หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้สร้างกระแสให้คนจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยอย่างล้นหลามอีกครั้ง Detective Chinatown ว่าด้วยเรื่องราวของ “ฉินฟง” หนุ่มชาวจีนที่พูดติดอ่าง เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อตามหาลุงชื่อ “ถังเหริน” ที่อยู่อาศัยในเยาวราช เมื่อมาถึงก็พบว่าลุงเป็นผู้ต้องสงสัยคดีอาชญากรรม ซึ่งกำลังหนีการจับกุมจากตำรวจอยู่ แถมยังต้องหนี “เฟิงโกว่” และพรรคพรวกเจ้าพ่อไฮโซที่เป็นนักสืบคอยตามคดีอีก งานนี้ทั้งฉินฟงและลุงถังเหรินต้องวิ่งหนีกันป่าราบอลหม่านทั่วเยาวราชอย่างแน่นอน ติดตามภาพยนตร์สุดฮา Detective Chinatown ในเดือนเมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

ไมค์ พิรัชต์ ประชันซุปตาร์จีน-เกาหลี ออกรายการทีวีแดนมังกร!
Mike D.Angelo /  พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล / 

ไมค์ พิรัชต์ พร้อมซุปตาร์แดนกิมจิและแดนมังกร อันแจฮยอน, จุงอิลวู, จางฮั่น ร้องเพลงฉลองเทศกาลตรุษจีน ในงาน Spring Festival Gala 2016 ประเทศจีน หลังจากโด่งดังจากผลงานละครที่ประเทศจีน จนขโมยหัวใจบรรดาสาวหมวยกันไปแล้ว ล่าสุดหนุ่ม ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ก็ร่วมเสริมทัพกับไอดอลเกาหลีชื่อดัง อันแจฮยอน และ จุงอิลวู พร้อมด้วยนักแสดงชาวจีน จางฮั่น ในฐานะที่ทั้งสี่เป็นนักแสดงวัยรุ่นดาวรุ่งกระแสแรงในวงการบันเทิงแดนมังกร โดยสี่หนุ่มมาร่วมร้องเพลงในงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน บนเวที Spring Festival Gala 2016 (สปริงเฟสติวัลกาล่า 2016) ซึ่งจัดโดยสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของประเทศจีน Hunan TV งานนี้ ไมค์ พิรัชต์ อวดความสามารถสุดเป๊ะปัง ด้วยการครวญภาษาจีน ในเพลง I only care for you และ Being with you always makes me happy ซะด้วย Jung IL Woo & Mike D. Angelo & Zhang Han & Ahn Jae Hyun @ Spring Festival Gala 2016 - Part [1/2] youtube channel : kungkojung Jung IL Woo & Mike D. Angelo & Zhang Han & Ahn Jae Hyun @ Spring Festival Gala 2016 - Part [2/2] youtube channel : kungkojung หนุ่ม ไมค์  เผยความรู้สึกว่า "ตื่นเต้นและดีใจมากครับที่ได้มาร่วมงานนี้เพราะเป็นงานฉลองปีใหม่ของจีน ซึ่งผมก็เคยทำงานกับอันแจฮยอนอยู่แล้ว พอรู้ว่าจะได้มาเจอกันก็ดีใจ อีกอย่างเพลงที่ผมร้อง ผมต้องร้องเป็นภาษาจีนทั้งหมด ยากเหมือนกันครับ ก่อนขึ้นเวทีไมค์ซ้อมร้องเพลงนี้ทุกวัน ขนาดว่าตอนนี้งานผ่านไปแล้ว เนื้อเพลงยังวนเวียนอยู่ในหัวไมค์ตลอดเลยครับ(หัวเราะ)" ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ตะลุย 8 ร้าน 8 สไตล์ หลากหลายสัญชาติสำหรับวันวาเลนไทน์นี้ ที่ Eight Thonglor
Eight Thonglor /  KTC / 

ทีมงาน MThai มีโอกาสได้รับเชิญจากทางบัตรเครดิต KTC เนื่องจากเราแอบได้ยินมาว่าทาง KTC จัดแคมเปญใหญ่ร่วมกับ Eight Thonglor ฉลองครบรอบ 8 ปี ภายใต้ชื่อว่า “Happy8 Dining กับบัตร KTC” ต้อนรับวันแห่งความรักในเทศกาลวันวาเลนไทน์ 2016 เหมาะสำหรับทีมกินเที่ยวอย่างพวกเรา เรียกได้ว่างานนี้มีตัวเลือกให้ถึง “8 ร้าน 8 สไตล์ยิ่งใหญ่สมกับเป็น Eight Thonglor” “Welcome drink เป็นชามะนาวในขวดแสนเก๋จาก One Two Tea” 1.Sushi CYU & Carnival Yakiniku เริ่มต้นกันที่ร้านแรก “ซูชิจู แอนด์ บาร์บีคิว คาร์นิวัล ยากินิคุ” เป็นร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสุดแสนพรีเมียม ที่มีตั้งแต่ซูชิและปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น โดยวันนี้ได้รับเกียรติจากเชฟของทางร้านมาอธิบายถึงเมนูอาหารของร้าน ซึ่งโดยปกติแล้วจะหาเวลาเจอตัวได้ยากทีเดียวค่ะ ระหว่างรอไฮไลท์เด็ดของทางร้านซึ่งก็คือยากินิคุ ที่ใช้เนื้อวัวไทยเฟรนส์ A4,A5 ทางร้านก็นำซูชิมาเสิร์ฟบอกว่าเป็นของทางเล่นระหว่างรอ แต่พอทีมงานได้ชิมแล้วบอกเลยว่าปลาสดมากกกก เกินกว่าจะเป็นของทางเล่นอีกนะจ๊ะ ใครมาก็อย่าลืมสั่งเซ็ทนี้ดูนะ เนื้อวากิวระดับตำนาน บอกเลยว่าที่ร้านติดหนึ่งในห้าอันดับเนื้อวากิวที่ดีที่สุดสำหรับคนรักเนื้อจะต้องมาลิ้มลองทาน ด้วยประสบการณ์กว่า 24 ปีจากประเทศญี่ปุ่น การันตีเรื่องคุณภาพดีงามแน่นอน (แค่เห็นลายก็สวยงามน้ำลายไหลกันแล้วใช่ไหมละ) “วิธีการทานโกเบแบบออริจินอลและสันคอ” จากภาพแยกกันออกไหมจ๊ะ ว่าแบบไหนโกเบปกติหรือแบบไหนเป็นสันคอ มาเริ่มกันจากเนื้อตัวลายสวยงามจะเป็นโกเบออริจินอล สามารถปิ้งลงไปบนเตาได้เลย พอสุกก็กลับอีกด้าน เวลารับประทานจะทานกับเกลือญี่ปุ่น และส้มโชยุรสชาติจะหอม หวาน ละลายในปากจริงๆ ส่วนอีกแบบนึงจะเป็นสันคอค่ะ เนื้อจะนุ่นแต่ไม่ละลายเท่าลายสวยเวลาทานก็จิ้มกับน้ำจิ้ม ก็อร่อยมันไปอีกแบบนึงค่ะ สำหรับคนไม่ทานเนื้อทางร้านก็มีเซ็ทหมูไว้ให้ทานนะคะ เปิด – ปิด : วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11.30 – 14.00 น. และ 18.00 – 22.00 น. (เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.30 – 22.00 น.) ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่น,อะลาคาร์ท,ซูชิ,ปิ้งย่าง เบอร์ติดต่อ : 02-713-8321, 085-145-1722 2.MASALA ART “บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเรียบหรูมีกลิ่นอายความเป็นอินเดีย” มาต่อสำหรับร้านที่สองกับแคมเปญนี้กันค่ะ ร้านนี้จะเป็น “อาหารอินเดีย” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “มาซาลา อาร์ท” มีความหมายมาจากเครื่องแกงมาซาลาผสมกับคำว่าอาร์ทค่ะ เป็นกลิ่นอายของอาหารอินเดียที่มีการปรุงด้วยศิลปะและใจ ทำให้ผู้ท่านสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้ทำอาหารจานนั้นๆ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากมิสเตอร์ซีเจ เจ้าของร้านมาบรรยายที่มาของอาหารอินเดียให้พวกเราทราบกันค่ะ โดยร้านนี้จะเป็นอาหารอินเดียสไตล์ทางเหนือ “Appetizer และข้าวอินเดีย” เริ่มด้วยของทานเล่นอย่างขนมปังโยเกิตลูกชิ้นผัก สอดไส้โยเกิตเดฮีเคคาบับ รสชาติจะเหมือนขนมปังที่รสและกลิ่นของผัก แล้วมีทอปปิ้งเป็นโยเกิตอินเดียค่ะ เข้ากันได้อย่างดีเรียกอร่อยมาก เนื้อโยเกิตของเค้าจะรสชาติคล้ายครีมชีสนุ่มเข้ากับขนมปังรสผักเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ตามมาด้วยอาหารหนักอย่างแกงกุ้งอินเดีย ที่มีเครื่องแกงเข้มข้นเผ็ดร้อน สามารถเลือกทานได้ระหว่างแป้งนาน (กระเทียมหรือธรรมดา) หรือทานคู่กับข้าวอินเดียที่คลุกเคล้าเครื่องเทศสีเหลืองนวลหอมอร่อยเข้ากันได้อย่างดีกับแกงค่ะ ส่วนไก่สีแดงที่เราเห็นนั้นเป็นคล้ายไก่ย่างอบเครื่องเทศเรียกว่า “ชิคเก้นทิการ์” เมนูยอดฮิตสำหรับใครที่ทานอาหารอินเดียต้องไม่พลาด แอบกระซิบอีกนิดว่าทางร้านจะไม่มีเนื้อหมูหรือเนื้อวัวนะคะ จะทำอาหารเฉพาะเนื้อไก่, กุ้งและเนื้อแพะ สำหรับคนที่ทานมังสวิรัติสามารถไปทานที่ร้านนี้ได้ค่ะ เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-13.00 น. และ 18.00-22.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารอินเดียทางตอนเหนือ,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-713-8357 3.Crepes&Co “เครปแอนส์โค” หากใครอยู่ย่านสุขุมวิทจะต้องเคยได้ยินชื่อนี้แน่นอน กับตำนานเครปฝรั่งเศสรสอร่อยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ใครจะบ้างว่าเครป แอนส์ โค มีสาขา Eight Thonglor และที่สำคัญไม่ได้อร่อยแต่เครปนะจ๊ะ เพราะที่ร้านมีอาหารคาวให้ทานกันแบบอยู่ท้องกันไปเลยหละ “เครป แอนส์ โค” ที่นี่มากกว่าเมนูของหวาน “Tajine Zitoun” ประเดิมกันด้วยเมนูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แลดูภาคพื้นผิวมหาสมุทรสุขภาพดี๊ดีได้ใจทีมงานกันไปเลยทีเดียวกับอาหารจานนี้ “Tajine Zitoun” เมื่อเปิดผะอบออกมาจะเจอกับไก่ตุ๋นมะกอกดำและมะนาวเครื่องเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โมรอคโคกันสุดสุด ทานคู่กับข้าวคูสคุสและฮารีซาซอส อาจจะดูแปลกตาแต่สำหรับคนที่ชอบเครื่องเทศจานนี้ก็เข้มข้นเข้ากันดีค่ะ “Moroccan Briouattes & Supreme” ตามมาด้วยของทานเล่นอย่าง Moroccan Briouattes ที่เป็นเนื้อผัดกับข้าวและผงอบเชย แล้วนำมาทอด จานนี้ถูกใจเป็นพิเศษเหมือนคล้ายเปาะเปี๊ยะทอดอร่อยดีค่ะ และเมนู Supreme เป็นเครปคาวซิกเนเจอร์ของทางร้านที่จะต้องมาลองทานกันให้ได้ “Crepe Framboise” มาถึงเมนูปิดท้าย เมนูฟินเป็นพิเศษเป็นเครปหวานที่อร่อยมากกกกกกก ทีมงานการันตีว่าหากได้ลองทานแล้วนั้น จะต้องหลงรักและกลับมาทานซ้ำอย่างแน่นอน ตัวแป้งเครปกรอบอร่อยค่ะ ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ หอมหวานอมเปรี้ยว แต่งจานด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่ง ความเปรี้ยวของซอสตัดกันได้อย่างไอศครีมวนิลารสละมุนที่สอดไส้อยู่ภายใต้แป้งเครป ใครละจะอดใจไหวกับเมนูนี้ ต้องไปลองกันให้ได้นะคะสำหรับร้าน “Crepes & Co” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งเวลา 9.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร :สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน, ฝรั่งเศส, กรีก, โมรอกโค, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-726-9398-9 4.FLANN O’BRIEN’S IRIS PUB “บรรยากาศ Indoor&Outdoor ชิลสบายสุดสุด” “ฟลาน โอ ไบรอันส์” เป็นร้านอาหารสไตล์โฮมเมดไอริสกึ่งผับ ภายในร้านจะเน้นการตกแต่งโดนเน้นสีเขียวและมีกลิ่นอายของโทนสีของไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นสไตล์ไอริช โดยสโลแกนของที่ร้านแห่งนี้คือ No strangers at Flann O'Brien's, Only friends you haven’t met yet นั่นก็คือ ไม่มี “คนแปลกหน้า” ที่ฟลาน โอเบรียนส์.. มีแค่ “เพื่อน” ที่เรายังไม่รู้จัก เท่านั้นค่ะ ทางร้านจะเน้นความเป็นกันเอง มีความบันเทิงและสนุกสนานแต่จะคงไว้ซึ่งบริการและอาหารที่ได้มาตรฐาน “คลังเบียร์สุดยอดความอร่อยของชาวไอริสต้องที่นี่เลย” นอกจากอาหารโฮมเมดสไตล์ไอริสแล้ว ที่พลาดไม่ได้เลยเห็นจะเป็นเบียร์หลากหลายประเภทค่ะ มีตั้งแต่อ่อนไปจนถึงหนัก นอกจากหลายชนิดแล้วยังหลายสีอีก มีชนิดที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ทานได้ด้วยนะคะ วันนี้ทีมงานของลองชิมจิบๆเบียร์ดำแทนละกัน หอมเข้มฟินกันสุดๆ “Chef’s house Salad& Homemade Irish Lamb Stew” เริ่มกันด้วยสองเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างสลัด Chef’s house Salad และเมนู Homeade Iris Lamb Stew หรือเมนูสตูเนื้อแกะตุ๋นพร้อมเครื่องเทศสดสไตล์ไอริส พอลองชิมแล้วต้องบอกว่าเนื้อแกะไม่มีกลิ่นสาปเลยค่ะ หากทานร้อนๆรสชาติจะดีและเข้มข้นมากทีเดียว “Beef and Guinness pie & Banger and Mash” ปิดท้ายด้วยสองเมนูเด็ด คือ สตูว์เนื้อตุ๋นกับเบียร์ดำกินเนสส์ พร้อมผักต่างๆ และเครื่องเทศสดสไตล์ไอริช ใช้เนื้อนำเข้าเกรดเอตุ๋นให้เปื่อยกับเบียร์ดำกินเนสส์ ดิปคู่กับมันฝรั่งทอดชิ้นโต หากได้เบียร์เย็นๆสักแก้วรับรองคืนนี้สนุกแน่นอน สุดท้ายกับเมนู Banger and Mash หรือ ไส้กรอกหมูรสาติต้นตำหรับ ด้วยเนื้อไส้กรอกแน่น ชิ้นใหญ่หนา หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟทานพร้อมกับมันฝรั่งบด และราดด้วยซอสเกรวี่ เข้มข้นจนต้องทานให้หมด เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อเมริกันบาร์, โฮมเมดไอริส,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-392-2898 5.HOLA Barcelona Tapas&Wine Restaurant “โอลา สแปนิช” ร้านอาหารสเปนในกรุงเทพฯ ว่าหาทานได้ยากแล้วยังหาที่เด็ดยากกว่า แต่สำหรับร้านนี้ทีมงานเราการันตีอยากให้ไปลอง เพราะมันอร่อยมากจริงๆ “ Pealla Seafood” Pealla Seafood หรือข้าวผัดสเปน เป็นเมนูแนะนำของที่ร้านโอลา สแปนิช ที่ยอมรับว่าตอนแรกเฉยๆ แต่พอได้ลองชิมเท่านั้นมันอร่อยมาก มากจริงๆ ตัวข้าวญี่ปุ่นร่วนเข้ากับซอสหอมมันกุ้งและเครื่องซีฟู้ดครบรส หอมเคล้าน้ำมันมะกอก อร่อยขนาดต้องทานให้หมด หากทานไม่หมดเจ้าของร้านมีงอนกันน่าดู อยากให้มาลองเมนูนี้กัน “Red wine Sangria ที่ร้าน Ohla Spanish Food” เห็นแก้วแบบนี้อย่าเผลอคิดว่าเป็นน้ำแดงนะจ๊ะ เพราะ Red Wine Sangria คือน้ำผลไม้ผสมกับไวน์แดง จิบดับร้อนยิ่งอากาศเมืองไทยแล้วละก็ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เป็นเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยให้มื้ออาหารนั้นสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ ทีมงานเราก็กินเพลินไปหลายแก้วอยู่ ><” “กุ้งกระเทียมและสลัดปลาแซลมอน” ระหว่างรอเมนูต่างๆ สลัดปลาแซลมอนก็เด็ดไม่แพ้กัน จะมีส่วนผสมของผลไม้และอะโวคาโด้ ส่วนน้ำสลัดที่ร้านก็คิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่เอง แถมผักก็กรอบสดเข้ากับปลาแซลมอนสุดๆ จานนี้แอบแย่งกันทานใหญ่เลยละ ตามมาด้วยกุ้งกระเทียมที่เจ้าของไม่ห่วงสูตรเลยสักนิด แต่กลับไปบ้านก็ไม่มีลูกค้าท่านไหนทำได้เท่ากับที่ร้านนี้อีกแล้ว ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันอร่อยมากจนกระทั่งน้ำมันถึงกับต้องซด ทีมงานละอยากได้ข้าวสวยเสียจริงๆ แถมที่ร้านยังเป็นน้ำมันมะกอกบอกเลยทานแล้วยังได้สุขภาพดีอีก สมกับเป็นร้านอาหารแนะนำสุดๆ “ข้าวผัดสเปนหมึกดำและมีทบอล” ปิดท้ายกันด้วยเมนูข้าวผัดสเปนในสไตล์แบบมีซอสหมึกดำ ก็อร่อยเข้มข้นไปอีกแบบค่ะ จะเค็มๆมันๆเข้ากับปลาหมึกและข้าวได้อย่างดี รวมถึงมีทบอลก็เป็นอาหารทานเล่นกินเพลินๆเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารสเปน เบอร์ติดต่อ : 02-713-8387 6.TADAIMA “ทาไดมะ” ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมของดาราหนุ่มสุดหล่อ “กันต์ กันตถาวร” ที่มีหลากหลายสาขาเริ่มต้นด้วยคอนเซปต์สุดชิคอาหารทุกจานราคาเดียว 88 บาท จากนั้นค่อยมาปรับมีความหลากหลายของอะลาคาร์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปลาดิบ เราไม่คิดว่าร้านทาไดมะจะสดได้มากขนาดนี้ และวันนี้เชฟก็ได้มาโชว์การแล่ปลาตัวใหญ่ให้เราชมกันด้วยค่ะ . “เชฟที่ร้านทาไดมะ โชว์แล่ปลาแซลมอน” ใครจะเชื่อว่าพี่ปลาแซนมอนตัวนี้หนักถึง 4-6 กิโลกรัมกันเลยเชียว พี่เชฟรีบหันอย่างคล่องแคล่ว แข็งแรงชนิดที่ว่าคนทั่วไปหากไม่ชำนาญอาจได้โดนมีดบาดมือกันก็เป็นได้ และแล้วก็ออกมาเป็นชิ้นเนื้อปลาแซลมอนสวยงาม (ทีมงานแอบกลัวหัวปลาแซลมอน) ซาซิมิสดมากกกกกกกกกกกกก ไม่คิดว่าร้านไม่ได้เน้นปลาพรีเมียมระดับห้าดาวเทียบเท่าร้านระดับชื่อดังทั่วไป จะมีซาซิมิสดและอร่อยขนาดนี้ รับรองว่าต้องไปซ้ำแน่นอนไม่พลาดค่ะ ทั้งราคาและคุณภาพขนาดนี้ กุ้งสด, แซลมอนชิ้นใหญ่ ปลาโอโตโร่สดฟินละลาย เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : ญี่ปุ่น, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9883 7.HOUSE* 10 HOUSE* 10 ร้านเก๋ไก๋สไตล์ปราสาทเก่า ดูภายนอกนอกจากจะดูเก่าผสานกลิ่นอายแบบชิคๆ เหมือนโรงงานเก่าแล้ว ภายในยังตกแต่งได้แบบสวยงามลงตัว ใครจะเชื่อว่าร้านแห่งนี้เป็นร้านอาหารไทยแสนอร่อย และกลางคืนจะเป็นสถานที่แฮงคเอาท์ชั้นดีด้วยดนตรีสด และรสของเครื่องดื่มต่างๆ “ต้มยำไข่เจียวรสจัดจ้าน VS ข้าวผัดหมูฝอย” ใครว่าอาหารไทยจำเจต้องมาเจอคู่นี้ ต้มยำไข่เจียวรสแซ้บบบ บอกเลยว่าแซ้บลืมมมม ทานคู่กับข้าวผัดหมูฝอย หอมพริกบีบมะนาวสด หูยยย ฟินนน เรียกว่าเป็นคู่สร้างคู่สม คู่แซบที่เข้ากันที่สุด เหมาะกับคู่รักแซบแซบบบ ห้ามพลาดกับร้านนี้และเมนูนี้ค่ะ “ยำเส้นแก้ว VS หมูกรอบบู้ลิ้ม” ยังแซบกันไม่พอต้องต่อด้วยของทานเล่น เมนูนี้คุณสาวๆไม่ต้องกลัวอ้วน กับเมนูเส้นแก้วยำสารพัดพริกและเครื่องผักสด กุ้ง หมูมากันแน่นอร่อยอย่าบอกใคร ตามมาด้วยหมูกรอบบู้ลิ้ม ชื่อก็น่ารักจอมยุทธ์ซะขนาดนี้รสชาติก็ต้องอร่อยอย่างแน่นอน มีมะนาวและเกลือมาให้ แซบลืมมมมกันไหมล่ะคะทุกทาน ปิดท้ายด้วยเมนูสำหรับวาเลนไทน์นี้เท่านั้น (เราลองแล้วเด็ด) อยากให้ไปลองกันอีกแล้วชื่อให้ถามเจ้าของร้านเองนะจ๊ะ เพิ่งคิดได้ตอนนั้นเลย แต่อร่อย “เมนูเครื่องดื่มหอมหวาน ใส่สตอเบอร์รี่สดอย่าทานเยอะละมันจะเมา” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารไทยฟิวชั่น, ผับแอนเรสเตอรองท์ เบอร์ติดต่อ : 081-837-1133 8.BAR STORIA De Caffe “บาร์ สตอเรีย เดล คัฟเฟ่” ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโครงการ Eight Thonglor เป็นคาเฟ่เล็กๆที่ผสมผสานกลิ่นอายน่ารักของความเป็นตะวันตก นอกจากมีไฮไลท์เป็นกาแฟดริปแล้ว ยังมี All Day Breakfast บริการทุกวันอีกด้วยคะ เรียกน้ำย่อยได้ดีด้วยซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสัมผัสถึงรสเห็ดไม่ใช่แก่กลิ่นเหมือนบางทีคะ อันนี้ขอชมเลย “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสุดๆ” “หอยแมลงภู่ฝรั่งเศสอบซอสครีมและซอสมะเขือเทศ” จากนี้เป็นจานเด็ดที่หากมาทานที่ร้านนี้ บอกเลยว่าต้องรักพี่เสียดายน้อง เพราะรสชาติเค้าอร่อยทั้งคู่แถมมีรสสัมผัสที่แตกต่างกัน ตัวครีมจะละมุนหอมถึงขนาดต้องซดพร้อมเนิ้อหอยมันเข้ากันได้ดี ส่วนอีกจานนึเป็นซอสมะเขือเทศที่ละมุนเข้มข้นมากกว่าซอสคะ เพราะส่วนผสมที่หลากหลาย เราอยากให้ไปลองทานลิ้มรสความเป็นอาหารอิตาเลียนกัน จริงๆแล้วมีอีกหลายเมนูที่ทางร้านได้ลองนำมาให้เราได้ลิ้มรสและทานกัน อร่อยเกือบทุกเมนูจริงๆจนไม่สามารถสรรหาคำบรรยายได้เทียบเท่ากับอยากให้เพื่อนๆสมาชิกเอ็มไทยได้ไปลองเลือกสรรเมนูทานกันคะ อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าที่คาเฟ่แห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งกาแฟดริปนำเข้าชั้นดี ยังเป็นร้านที่ขาย All Day Breakfast น่าลองทุกเมนูไว้ไปลองทานกันดู เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 – 22.30 น. ประเภทอาหาร :ออลเดย์เบรคฟาสท์, กาแฟ, อิตาเลียน, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9301 สำหรับวันนี้ทางทีมงาน MThai ต้องขอขอบคุณบัตรเครดิต KTC ที่ให้เราได้ไปลองทานอาหารอร่อยๆและนำมาแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนสมาชิกกันคะ และสำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิต KTC อย่าพลาดกับแคมเปญ “Happy Eight Dining with KTC” เพราะว่ามอบส่วนให้ถึง 50% ร้านไหนส่วนลดเป็นอย่างไรบ้าง อย่าลืมติดตามได้ที่แฟนเพจของทาง KTC นะคะ

ของขวัญ 7 อย่าง! ที่ผู้หญิงอยากได้ใน วันวาเลนไทน์ มากที่สุด
ของขวัญ /  ของขวัญวันวาเลนไทน์ / 

         วันวาเลนไทน์ วนมาอีกปีแล้วสินะ คุณผู้หญิงเตรียมตัวไปสวีทกับแฟนกันบ้างหรือยังเอ่ย ? แล้วปีนี้คิดเอาไว้หรือยังว่าอยากได้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษไหม ? หรือคุณผู้ชายที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรให้แฟนคุณดี ลองเลือกตามที่แนะนำดูนะคะ รับรองว่าถูกใจแฟนคุณแน่นอน :) 1. ดอกไม้สวยๆ แทนความหมายดีๆ ของขวัญยอดฮิต อมตะตลอดกาลของผู้หญิง คงหนีไม่พ้นช่อดอกไม้สวยๆ ดูเข้ากั๊นเข้ากันกับเทศกาลแห่งความรัก ถึงแม้ว่าแฟนสาวของคุณจะบอกว่าไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าลึกๆ แล้ว ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากได้แน่นอน แต่อาจจะจะไม่ต้องช่อใหญ่ราคาแพงก็ได้นะคะ ช่อเล็กๆ ห่อกระดาษเรียบง่าย หรือดอกกุหลาบ 1 ดอก ก็ดูเป็นแฟนที่น่ารักแล้วค่ะ :) 2. ลูกโป่งมุ้งมิ้ง สุดเซอร์ไพรส์ อีกหนึ่งของขวัญสุดโรแมนติก ที่รับรองว่าแฟนสาวขแองคุณจะต้องกรี้ดหนักมากแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นถือไปให้ด้วยตัวเอง หรือจัดไว้ในห้องสุดเซอร์ไพรส์ ก็ตามสะดวกได้เลยนะคะ หรือถ้าอยากจะเพิ่มเรื่องราวความรักของคู่ตัวเองลงไป ก็อาจจะหารูปหรือข้อความหวานๆ มาห้อยไว้กับลูกโป่ง ก็ดูเข้าท่าดีนะคะ 3. แหวนแทนใจ ของขวัญสุดพิเศษที่ผู้หญิงหลายคนเฝ้ารอมานาน อันนี้บบอกก่อนว่าไม่จำเป็นต้องเป็นแหวนหมั้นเพื่อขอแต่งงานอย่างเดียวนะคะ บางคู่ที่เพิ่งคบกัน แต่ยังไม่พร้อมแต่ง ก็ใช้แหวนนี้แทนใจ แทนความรักที่คุณทั้งคู่มีให้กันก็หวานจนมดขึ้นแล้วค่ะ ^^ 4. เครื่องสำอางในดวงใจ ยุคสมัยเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปตาม ไม่เว้นแม้แต่ของขวัญวันวาเลนไทน์ บางทีการให้ดอกไม้ก็อาจจะไม่ตื่นเต้นดีใจ เท่ากับเปิดกล่องมาเจอคลังเครื่องสำอางที่อยากได้หรอกนะคะ คุณผู้ชายลองสังเกตเวลาไปเดินห้างด้วยกันว่าคุณแฟนคนสวยแวะดูเคาท์เตอร์แบรนด์ไหนบ้าง แล้วก็จำไว้ไปซื้อ หรือจะให้พนักงานช่วยเลือกก็ได้นะคะ เชื่อสิ! ทำแบบนี้แฟนคุณรักตายเลย แอร๊ยยยย :) 5. ดินเนอร์ร้านโปรด กับอาหารสุดอร่อย สำหรับคู่ไหนที่ไม่ค่อยสนของขวัญ แต่อยากจะสวีทกันด้วยดินเนอร์สุดหรู หรืออาจจะเป็นร้านโปรดที่แฟนคุณชอบไปก็ดีงามไม่น้อยเลยนะคะ ได้รับประทานอาหารรสชาติอร่อยๆ ด้วยกัน พูดจาหวานๆ ตักอาหารให้กัน รับรองได้เลยว่าจะเป็นมื้อสุดพิเศษที่จะตราตรึงใจคุณทั้งคู่ไปอีกนานเลยล่ะค่ะ 6. ตั๋วเครื่องบิน หรือ แพลนท่องเที่ยว ลองคิดดูสิคะ ว่าแฟนคุณจะดีใจขนาดไหน ถ้าของขวัญวันวาเลนไทน์ปีนี้ คือทริปสุดหวานที่ต่างหวัด อาจจะได้รับลมหนาวที่ภาคเหนือ หรือจะไปชิลล์ที่ชายทะเลก็เริ่ดไม่แพ้กัน หรือถ้าบางคู่ที่มีเงินมากหน่อย ก็เก็บกระเป๋าจูงมือกันไปเที่ยวต่างประเทศเลย ก็โรแมนติกไม่เบาเลยนะคะ 7. เวลาว่างที่อยู่ด้วยกัน ข้อนี้สำคัญสุด สำหรับคู่รักที่คบกันมานาน บางทีอาจจะไม่ได้รู้สึกหวือหวากับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มากนัก แต่จะให้ความสำคัญกับเวลาที่อยู่ด้วยกันมากกว่า ไม่จำเป็นต้องไปแย่งที่นั่งร้านอาหารในช่วงเทศกาล ขอแค่เข้าครัวทำอาหารด้วยกัน เปิดหนังดูด้วยกันสักเรื่อง แค่นี้ก็เป็นวาเลนไทน์ที่มีความสุขมากแล้วค่ะ :) รูปประกอบจาก : www.pinterest.com เรียบเรียงโดย : Women Mthai Team