เทศกาลการ์ตูนกรุงเทพ

สนุกสุดเหวี่ยงในเทศกาลดนตรี Wonderfruit
Wonderfruit /  เทศกาลดนตรี / 

“ สนุกสุดเหวี่ยงในเทศกาลดนตรี Wonderfruit พร้อมพักผ่อนเต็มอิ่มที่โอโซ่ พัทยา - ห้องพักสำหรับ 3 คืน พร้อมอาหารเช้า ในราคาเพียง 7,800 บาท++” สนุกสุดเหวี่ยงในเทศกาลดนตรี Wonderfruit ธันวาคม 57 นี้ จังหวัดชลบุรีจะเป็นสถานที่จัดงาน Wonderfruit เทศกาลที่รวบรวมดนตรีและศิลปะรูปแบบใหม่แกะกล่องครั้งแรกในเมืองไทย สำหรับแฟนดนตรีและศิลปะอยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของเทศกาลนี้ โดยที่ไม่อยากกังวลกับการนอนเต้นท์ โอโซ่ พัทยา นำเสนอแพ็คเกจห้องพักราคาพิเศษสำหรับการเข้าพัก 3 คืน พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ในราคาเริ่มต้นเพียง 7,800 บาท++ พร้อมรถรับส่งจากโรงแรมสู่บริเวณงาน เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สนุกกับเทศกาลอย่างเต็มอิ่ม Wonderfruit จะจัดขึ้น 3 วันระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2557 คับคั่งด้วยการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังระดับนานาชาติ อาทิ Little Dragon, Fat Freddy's Drop Chet Faker รวมถึงศิลปินไทย อาทิ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ อพาร์ตเม้นต์คุณป้า และ ฮิวโก้ ที่จะมาร่วมให้ความบันเทิง พร้อมพบกับผลงานศิลปะที่ตระการตา และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ภายในงานยังมีการฉายภาพยนตร์ การแสดงแฟชั่นเสื้อผ้าจากทุกมุมโลก สินค้าเพื่อสุขภาพ แนวความคิดเชิงนิเวศการเกษตร รวมทั้งตลาดเกษตรกร และงานเลี้ยงจากเชฟที่ได้รับรางวัล โอโซ่ พัทยา เป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่ เหมาะกับผู้เข้าพักที่ชอบการออกไปค้นหาความตื่นเต้น และแรงบันดาลใจ ผู้ที่มาร่วมงานเทศกาลนี้ จะได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวแนวใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของโอโซ่ ไม่ว่าจะเป็นห้องพักแสนสบายพร้อมหมอนสุดนุ่ม ผ้าม่านที่ป้องกันแสงสว่างได้อย่างมิดชิดเพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม ก่อนออกไปเที่ยวอย่างสนุกสนานภายในงานเทศกาลยามค่ำคืน อภินันทนาการอินเตอร์เน็ตไวไฟเพื่ออัพเดทบรรยากาศภายในงานเทศกาลฯ ได้ทันที พร้อมบริการเพื่อความสะดวกสบาย อาทิ EAT2Go บริการที่ให้ผู้เข้าพักสามารถเลือกซื้ออาหารเมนูง่ายๆ แบบเร่งด่วน พร้อมออกไปทานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวกสบาย สนุกสุดเหวี่ยงในเทศกาลดนตรี Wonderfruit รายละเอียดของแพ็คเกจ Wonderfruit* · เข้าพัก 3 คืน ในห้องพักแบบสลีป พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน · บริการรถรับส่งระหว่างโรงแรมและบริเวณงาน ระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2557 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที) · บริการรถรับส่งออกจากโรงแรมสู่บริเวณงาน เวลา 09.00 น., 11.00 น., 13.00 น. และ 16.00 น. · บริการรถรับส่งออกจากบริเวณงานกลับสู่โรงแรม เวลา 14.30 น., 17.30 น และ 22.00 น. · แพ็คเกจนี้ใช้สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 15-25 พฤศจิกายน 2557 ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าภาษี ค่าบริการ และค่าบัตรเข้าชมงาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โอโซ่ พัทยา โทร. +66 (0) 3810 3777 หรือ www.ozohotels.com/pattaya

ฉันเลือกนาย! Game of Thrones ฉบับมุ้งมิ้ง กับเพลง Pokemon
Game of Thrones /  Pokemon / 

คุณผู้ชมคอซีรีย์ คงไม่มีใครไม่รู้จักซีรีย์มหาศึกสุดเข้มข้น เทคนิคพิเศษตระการตา อย่าง Game of Thrones แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเนื้อเรื่องสุดลุ้นระทึก หรือแม้แต่มังกรผู้น่าเกรงขาม สัญลักษณ์สำคัญของเรื่อง ดันกลายเป็นแนวอารมณ์ดี สนุกสนานย้อนวัย สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆแล้ว เมื่อ Ray Straight ได้นำฟุตเทจสุดอลังจาก Game of Thrones มาผสมกับเพลงจากการ์ตูน Pokemon แล้วมันดันเข้ากันเฉย! งานนี้ ทำเอา เดเนอริส ทาร์แกเรียน และมังกรของเธอ พลิกคาแร็คเตอร์มาออกแนว ซาโตชิ กับ มังกรลิซาด้อน ไปซะอย่างงั้น   ----------------------------------------

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

7 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนไป ARCADIA THE BANGKOK LANDING
ARCADIA SPIDER STAGE /  Gravity Thailand ARCADIA THE BANGKOK LANDING / 

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับงาน Gravity Thailand 2014 presents ARCADIA THE BANGKOK LANDING นาฎยจักรกลแห่งอนาคต ที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ว่ากันว่า งานนี้ เป็นโชว์แรกที่จัดขึ้นนอกประเทศอังกฤษ และประเทศไทย คือที่แรกในเอเชีย ที่เวที ARCADIA SPIDER เดินทางมาลงจอดและแสดง ARCADIA LANDING SHOW ที่สำคัญ การันตีด้วยรางวัล TPI Awards 2014 Best Live Production of The Year อีกต่างหาก เกริ่นเท่านี้ อาจจะยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจน เราเลยมี 7 ข้อมูลเด็ด ที่คุณรู้แล้ว ต้องไม่พลาด ที่จะไปดูด้วยตาตัวเองก่อนตายสักครั้ง Gravity Thailand 2014 Presents Arcadia The Bangkok Landing 1. ARCADIA คือคณะ นาฎยจักรกลแห่งอนาคต (Futuristic Mechanical Carbaret) ผู้สร้างและรับผิดชอบเวทีดนตรีเต้นรำขนาดใหญ่ที่สุดใน Glastonbury Festival งานเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศอังกฤษ ประเทศไทยคือประเทศแรกของโลกที่เวที ARCADIA SPIDER STAGE เดินทางมาเยือน และลงจอดเพื่อทำการแสดง THE BANGKOK LANDING แมงมุมยักษ์ Arcadia เดินทางมาถึงไทยแล้ว (ภาพจาก เฟซบุ๊ก แฟนเพจ Gravity Thailand) 2. เวที ARCADIA SPIDER STAGE คือเวทีหุ่นยนต์แมงมุมยักษ์ สูงเท่าตึก 5 ชั้น ตัวเดียวกันกับที่อังกฤษ ไม่ใช่ แมงมุมเสิ่นเจิ้น แน่นอน มีความสูง 15 เมตร กว้าง 20 เมตร น้ำหนัก 45,000 กิโลกรัม หรือ 45 ตัน (ไม่รวมน้ำหนักอุปกรณ์ แสงสี สเปเชี่ยลเอฟเฟกต์) 3. เจ้าของรางวัล TPI Awards 2014 – Best Live Production of The Year โดย Total Production International (www.tpiawards.com) Lords of Lightning ที่งาน Arcadia 4. Lords of Lightning คือ การแสดงยอดมนุษย์เทพสายฟ้าพลังไฟ 4 ล้านโวลต์ อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดของงานนี้ ซึ่งใช้พลังไฟฟ้า 4 ล้านโวลต์ในการสร้างและควบคุมสายฟ้าในการแสดง ที่ไหลผ่านร่างกายของแต่เทพทั้งสองไปมาอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จนกลายเป็นสายฟ้าแห่งความบันเทิงที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า รวมไปถึงการต่อสู้ ด้วยอาวุธที่ซัดออกมาเป็นสายฟ้าฟาดใส่กันอย่างเมามันส์เร้าใจ ที่จริงแล้วพลังไฟฟ้า 2 ล้านโวลต์ก็เพียงพอแล้วในการสร้างสายฟ้าที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ที่พวกเขาเพิ่มพลังไฟฟ้าขึ้นอีก 2 เท่าก็เพื่อให้ได้สายฟ้าที่ขนาดใหญ่ขึ้นเพราะพวกเขาชอบ!!! 5. ด้านบนมีเครื่องพ่นไฟความแรงสูง สามารถพ่นไฟได้ทั้งแบบเป็นลูกบอลไฟ และเปลวไฟขนาดใหญ่สูงจากพื้น 30 เมตร สายเคเบิ้ลที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ มีความยาวรวมทั้งหมด 7.2 กโลเมตร 6. ระบบเสียงที่ใช้ในการแสดง คือระบบ K1 L-Acoustic ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นระบบเสียงที่ดีที่สุด และทรงพลังที่สุดที่มีในประเทศไทย (http://www.l-acoustics.com/) โดยมีการออกแบบให้มีความสมบูรณ์แบบรอบทิศทางแบบเซอร์ราวน์ 360 องศา 7. การแสดงที่เวที ARCADIA SPIDER STAGE เคยมีผู้ชมสูงสุดคือมากกว่า 70,000 คน ในงานเทศกาล Glastonbury Festival 2014 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2557 โดยมี Headline DJ คือ Disclosure และ Seth Troxler รู้แบบนี้แล้ว ซื้อบัตรด่วน บัตรเหลืออีกไม่มากแล้ว ครั้งหนึ่งในชีวิต กับสุดยอดโชว์ระดับโลก ที่ควรดูก่อนตาย Gravity Thailand 2014 presents ARCADIA THE BANGKOK LANDING เสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน ณ Gravity Landing Base ลานกว้างด้านหน้าสวนสยาม วันเดียว รอบเดียว พลาดแล้ว คือ พลาดเลย ------------------------------------------------------------------------- เพราะอะไร คุณถึงต้องไปงาน Gravity Thailand 2014 Presents Arcadia The Bangkok Landing ให้ได้สักครั้ง ในชีวิต ติดตามการสัมภาษณ์ของ ขันเงิน-คีซี่ Bang Bang Bang และ ดีเจ.ซี๊ด ในรายการ Entertainment Now ทางช่อง MONO 29 Full Line Up มาแล้วนะ คลิกไปดูได้เลย Arcadia The Bangkok Landing สุดยอดอลังการปาร์ตี้เต้นรำ 29 พ.ย. นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท มีโมชั่น จํากัด เอาใจขาแดนซ์ จัดใหญ่ "กราวิตี้ไทยแลนด์ 2014 พรีเซ้นท์อาร์เคเดียเดอะแบงค็อกแลนดิ้ง" สัมภาษณ์ 3 ผู้จัดงาน ARCADIA THE BANGKOK LANDING 20 นาทีกับการเจาะลึกถึงงาน Gravity Thailand 2014 presents ARCADIA THE BANGKOK LANDING

Horns : เทวดาตกสวรรค์
Horns /  คนมีเขาเงา มัจจุราช / 

ทันทีที่เห็นหน้าของ แดเนียล เรดคลิฟฟ์ ที่มีเขางอกออกมาจากกบาล บนโปสเตอร์ ก็คงเป็นเรื่องยืนยันแล้วว่า ใน Horns พ่อคุณคงมาแนวบทพิลึกพิลั่น ที่ขยันรับเอาๆ อีกแล้วสินะ (อันนี้ชม) ซึ่งพอได้ดูจนจบเรื่องแล้ว ก็พบว่า อืม...พิลึกจริงๆ ด้วย Horns บอกเล่าเรื่องราว ของ อิ๊ก เพอร์ริซ ที่เมาแอ๋ตื่นขึ้นมาพบว่า เมอร์ริน แฟนสาวสุดรักของตัวเอง ถูกฆ่าข่มขืนไปซะแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ อิ๊ก กลายเป็นผู้ต้องหาไปเต็มๆ ทั้งที่ตัวเองก็จำอะไรไม่ได้สักอย่าง ในขณะที่ชาวเมืองต่างโจษจันว่าเขาเป็นปีศาจอำมหิต วันดีคืนดี ก็มีเขาปีศาจงอกออกมาจากหัวของอิ๊กเข้าจริงๆ แต่เขาโง้งคู่นั้นไม่ได้มาเปล่าๆ เพราะมันทำให้อิ๊ก มีพลังพิเศษ สามารถเปิดโปงความชั่วในใจมนุษย์ แบบสารภาพหมดเปลือก อิ๊ก จึงต้องใช้พลังนี้ ในการไล่เค้นความจริงชาวเมือง หาคนร้าย และพิสูจน์ให้ได้ว่า ที่แฟนสาวตายไปน่ะ ไม่ใช่ฝีมือผมนะโว้ย!! ถึงแม้ Horns จะมีทีท่าตอนแรกว่าทั้งเขย่าขวัญและเกี่ยวกันกับภูติผีปีศาจ แต่หนังกลับลำมาทางคอมเมดี้เจือปนสืบสวนซะมากกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสไตล์ของผู้กำกับ อเล็กซานเดร อาจา ที่เคยละเลงเลือดใน Piranha 3D นั้น ได้ลงมาอยู่ใน Horns แบบเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นส่งผลในสองทิศทาง ประการแรก หนังเกิดความไม่สมเหตุสมผล และชวนกระอักกระอ่วนมากมาย จนคล้ายจะเซอร์เรียลอยู่รอมร่อ ปฏิกิริยาของชาวเมืองที่เดี๋ยวก็เย็นชาต่อสิ่งตรงหน้า เดี๋ยวก็กระเหี้ยนกระหือตอบสนองแบบสุดจะเกินจริงจนคล้ายตัวการ์ตูน ซึ่งถ้าเราในฐานะคนดู ไม่ได้ใส่ใจความสมจริงของความเป็นมนุษย์มากนัก ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร และประการสอง เนื่องจากหนัง หนักมาทางโอเวอร์ซะขนาดนั้น ถึงแม้มันจะไม่ได้ทำให้เรามีส่วนร่วมกับตัวละครมากนัก แต่มันมอบความ "สะใจ" ตอบสนองความรั่ว วายป่วง โฉ่งฉ่าง และอึกทึกครึกโครม  ได้อย่างเต็มเหนี่ยว ซึ่งนั่นทำให้อย่าไปคาดหวังบรรยากาศมืดทึมลึกลับ ปีศาจอาฆาต อะไรทำนองนั้น เพราะมัน...แทบไม่มีครับ (อ้าว!) แต่ถึงจะโอเวอร์ขนาดนั้น Horns ก็ยังมีจุดให้ชวนติดตามอยู่ไม่น้อย ทั้งกับการที่หังค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลความจริงออกมาทีละน้อย และให้คนดูได้เดากันสนุกๆ ว่าชาวเมืองจิตป่วย หรือนายหน้าใสซื่อ คนไหนกันแน่ที่เป็นฆาตกร (แต่ก็ไม่ได้ทำให้เอาใจช่วยพ่อแดเนียลให้จับได้หรอกนะ บางทีเป็นปีศาจไปเริ่อยๆ แบบนี้ก็เข้าท่าดี) กับความย้อนแยงที่เลือกเอาสิ่งน่าเกลียดน่ากลัว ที่เป็นสัญลักษณ์ความชั่วช้าอย่าง "ปีศาจ" มาเป็นพระเอก แต่ถึงกระนั้น ทุกๆ การกระทำไม่ว่าจะของชาวเมือง หรือพ่อหนุ่มเขางอก ก็ล้วนกระทำทุกสิ่งเพื่อความอยู่รอด รักตัวกลัวตาย และปรารถนาสิ่งที่ดีกว่าเพื่อตัวเองทั้งสิ้น เมื่อ อิ๊ก ใช้พลังเปิดเผยความจริงทุกสิ่งอันในใจของคนรอบข้างได้ เมืองทั้งเมืองจึงตกอยู่ในสภาพไม่ต่างอะไรกับแดนเถื่อน ที่ทุกคนคิดไม่ดีไม่งามตลอดเวลา โดยมี หนุ่มเขางอก เป็นผู้ป่าวประกาศความเลวทรามในใจมนุษย์นั่นเอง "ไม่มีความชั่วที่ไหน ไม่เคยมีความดีมาก่อน ซาตาน ก็ยังเป็นเทวดาตกสวรรค์เลย" คำกล่าวหนึ่งใน Horns ที่ทำการสรุปรวบยอดความเป็น อิ๊ก เพอร์ริส ในร่างปีศาจได้เป็นอย่างดี บางคนดีๆ ก็จำยอมต้องลุกขึ้นมาใช้วิธีโหดเหี้ยม หรือผิดวิสัย เพื่อทวงถามหาความถูกต้องของตน แต่กับ Horns แล้วดูเหมือนว่า เทวดาตกสวรรค์คนนี้ ไม่ได้มาในแนวอำมหิต น่าสะพรึง ประดุจซาตาน แต่ให้อารมณ์เหมือนฉากนรกฉากหนึ่งของ ทอมแอนด์เจอร์รี่ ที่ปรากฏบนโทรทัศน์ในหนังซะมากกว่า เรื่องนี้ให้ 7/10 ครับ โดย Lecter ป.ล. แฟนๆ ผู้กำกับ อเล็กซานเดร อาจา ห้ามลุกไปเข้าห้องน้ำในช่วงท้ายเรื่องเด็ดขาด พลาดของมันส์ๆ แล้วจะหาว่าไม่เตือนนะเอ้อ! ---------------------------

หนังเข้าใหม่ พฤหัสที่ 27 พ.ย. จัดหนัก 8 เรื่อง!
1448 รักเรา..ของใคร /  Horns / 

สัปดาห์นี้ รับรองคอหนังได้เฮ! เพราะในวันพฤหัสที่ 27 พ.ย. นี้ มี หนังเข้าใหม่ เอาใจคุณผู้ชมจัดหนักถึง 8 เรื่อง จะมีเรื่องไหนโดนใจบ้างมาดูกัน Saint Laurent แซงต์ โลรองต์ แซงต์ โลรองต์ (กัสปาร์ อุลลิแอล) อัจฉริยะผู้เป็นดั่งศาสดาของวงการแฟชั่น เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ถูกห้อมล้อมด้วยความรักจากแม่และพี่สาวของเขามาตั้งแต่เด็ก พออายุได้ 17 ปี ก็ชนะรางวัลในการแข่งขันการดีไซน์ระดับโลก อายุ 20 ก็เริ่มต้นทำงานกับ DIOR  อายุ 22 เขาสร้างคอลเลคชั่นใหม่ให้ดิออร์กลับมาเป็นแบรนด์ระดับโลกอีกครั้ง จนกระทั่งกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกตอนอายุ 25 เมื่อเขาสร้างแบรนด์ อีฟ แซงต์ โรลองต์ ของตัวเอง หนังจะ จับช่วงชีวิตที่รุ่งเรืองที่สุด ดราม่าที่สุด โดยเฉพาะเรื่องความรัก  หนังตั้งใจจะตีแผ่เข้าไปถึงแก่นของความอ่อนไหวในใจ ของดีไซเนอร์อัจฉริยะ ผู้นี้ จนถึงขนาดกล้าท้าว่า คนดูจะได้เห็น แซงต์ โลรองต์ ในมุมที่เราคาดไม่ถึง คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Saint Laurent ได้ที่นี่เลย --------------------------- Horns คนมีเขา เงามัจจุราช ชายหนุ่มที่ชื่อ อิ๊ก เพอริช (แดเนียล แรดคลิฟฟ์) ที่ขึ้นมาพบว่าตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยใน­คดีฆ่าแฟนสาวของตัวเอง (จูโน่ เทมเปิ้ล) และไม่เพียงแค่นั้นเขายังมีเขาซาตานงอกอยู­่บนหัวอีกด้วยแต่สิ่งที่เป็น เหมือนกับคำสาปก็ก่อให้เกิด­พรสวรรค์ใหม่ เมื่อ อิ๊ก พบว่าตัวเองมีพลังพิเศษในการโน้มน้าวให้ทุ­กคนทำสิ่งที่เขาต้องการ และทำให้คนๆนั้นสารภาพบาปที่เคยทำออกมาได้­ เขาจึงใช้พลังที่ได้มาใหม่นี้ในการตามล่าห­าตัวคนที่ฆ่าแฟนให้จงได้ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Horn ได้ที่นี่เลย ----------------------------- Jessabelle บ้านวิญญาณแตก เจสซาเบล (ซาร่าห์ สนุ๊ก) คือสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องสูญเสียสามีไปในอุบัติเหตุทางรถยนตร์ อย่างกระทันหัน เธอต้องหอบร่างและจิตใจที่บอบช้ำกลับไปอยู่อาศัยและพักรักษาตัวที่แมนชั่น หลังเก่าร่วมกับพ่อ แต่แทนที่จะได้ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายและสงบสุข เจสซาเบลกลับต้องเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างลี้ลับ สิ่งนั้นคือของขวัญที่แม่ผู้ที่ตายจากไปทิ้งไว้ให้ ของขวัญแห่งความปรารถนาร้ายที่เตรียมพร้อมอาฆาตและรอคอยที่จะหลอกหลอนเธอ อย่างสะพรึง! คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Jessabelle ได้ที่นี่เลย -------------------------   The Return ผีทวงคืน - กรุงเทพ/ไทย คอนโดแห่งนี้มีข่าวลือว่าแม่บ้านชาวลาวกับยามหายตัวไปลึกลับ แต่หนุ่มวัยรุ่นติดหนี้พนัน (ศิรชัช เจียรถาวร) ก็จำต้องแฝงตัวเข้ามาทำงานเพื่อหวังขโมยของ ทว่าเสียงเล่าลือนั้นท่าจะเป็นจริง เมื่อเขาเจอวิญญานตามหลอกหลอน - เสียมเรียบ/กัมพูชา ตำรวจไทย (อรรคพันธ์ นะมาตร์) พลั้งมือฆ่าแรงงานพม่าอย่างไม่ตั้งใจ จึงหนีไปซ่อนตัวในโรงแรมเล็กๆ เขาเจอเรื่องหลอนๆ เหมือนมีใครตามอยู่ตลอด อาจจะมีอะไรผิดปกติในที่แห่งนี้ หรืออาจมาจากความรู้สึกผิดที่ตามมากดดันจนเขาเริ่มจะคุ้มคลั่ง - เวียงจันทน์ /ลาว พี่สาวของแรงงานชาวลาว (คำลี่ พิลาวง) มารับศพน้องที่เสียชีวิตในเมืองไทย เมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่าแม่ช็อคหมดสติ และเริ่มมีอาการเหมือนโดนผีสิง ที่ท่าขี้เหล็ก/เมียนม่าร์ เมียที่อยู่บ้าน ติดต่อสามีที่มาทำงานในไทยไม่ได้ แล้วกลับพบว่ามีสิ่งลึกลับกำลังสื่อสารกับเธอ ต่างคน ต่างเมือง จุดเริ่มต้นจากคดีฆาตกรรมอำพราง ไปสู่จุดจบด้วยวิญญาณอาฆาตแค้น คลิกชมตัวอย่างาพยนตร์ The Return ผีทวงคืน ได้ที่นี่เลย --------------------------- 1448 รักเรา..ของใคร ณ ถนนคนเดิน ที่ปาย แหล่งฮิปของวัยรุ่นยุคใหม่ แพท (บัว อิสซาเบล่า เลเต้) กำลังถ่ายภาพผู้คนที่เดินไปมาบนถนน จู่ๆ ในเฟรมกล้องของเธอก็ปรากฏภาพของ พิม (สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข) ผู้หญิงที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น แพทเริ่มทำความรู้จักพิมในชมรมของมหาวิทยาลัย และสนิทสนมใกล้ชิดกันมากขึ้นในทุกๆ วัน หากแต่แพทกลับต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ เพราะพิมกำลังคบกับ น้ำ (บุ๊ค ภูดิท ขุนชนะสงคราม) รุ่นพี่หนุ่มหล่อในมหาวิทยาลัย ขณะที่ความรู้สึกลึกๆ ของพิม กำลังร้องบอกว่าน้ำไม่ใช่สำหรับเธอ พิมจึงตัดสินใจเลิกกับน้ำ ก่อนที่เธอจะค้นพบคำตอบของหัวใจว่า ไม่มีใครทำให้เธอมีความสุขได้เท่ากับแพทอีกแล้ว เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปหาแพทที่ปายและเริ่มคบหากันในแบบคนรัก ไปพร้อมๆ กับช่วยกันดูแลร้านกาแฟที่แพทเป็นเจ้าของ โดยมี เฟียตเฟ่ (เฟียต พัทธดนย์ จันทร์เงิน) ลูกจ้างหนุ่มสุดขยันที่เข้าใจความรักของพวกเธอเป็นอย่างดีมาช่วยดูแลร้าน จนในที่สุด ทั้งสองตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน ทว่าความรักอันงดงามในความรู้สึกของพวกเธอ กลับไม่สวยงามในโลกความจริง โดยเฉพาะพ่อของแพทที่ต่อต้านและรับไม่ได้กับความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงเช่นนี้ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย ---------------------------- สัญญาแห่งคิมหันต์ เรื่องราวความรักและความผูกพัน ระหว่าง"ตั้ม" กับ "คิมหันต์" ที่ก่อตัวขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่ง ท่ามกลางความเหงาอันโดดเดี่ยวริมผืนน้ำทะเลที่ใครหลายคนพากันมาทิ้งความ ทุกข์เอาไว้เเล้วเดินจากไปในวันที่ความทุกข์จากรักนั้นเจือจางลง…”ตั้ม”เด็ก หนุ่มผู้ปิดตัวเองจากครอบครัวที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อมไปทุกด้านแต่ในความ เป็นจริงบ้านสำหรับเขาคือกรงเเคบๆที่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่ตั้มพร้อมจะ เดินจากไปทันทีเมื่อมีโอกาส จนกระทั่งมาพบกับเด็กหนุ่ม เจ้าของรอยยิ้มสดใสเเววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่าง คิมหันต์ โลกใบเเคบๆของตั้มค่อยๆเปิดกว้างออกทีละนิด จนเขามองเห็นความสุขเล็กๆที่เรียกว่ามิตรภาพ จากเด็กหนุ่มแปลกหน้า ที่เขาเปิดรับให้เป็นเพื่อนรักคนเเรกในชีวิตเเละนับจากวันนั้นโลกของตั้มกับ คิมหันต์จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเเละความสุข จนกระทั่งการจากลามาถึง การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของเขาทั้งสองคน จะลงเอยอย่างไร จริงหรือที่คำสัญญาผูกเราเอาไว้เเล้วทำให้เราพบกันอีกครั้ง คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ที่นี่เลย -------------------------------- The Master ภาพยนตร์สารคดี ที่จะทำให้คุณไปรู้ถึงที่มาที่ไปของ แว่นวีดีโอ และเรื่องราวของพี่แว่นที่ส่งผลต่อการทำหนัง และ การเขียนวิจารณ์ของเหล่าคนในวงการภาพยนตร์ไทยอย่างไรบ้าง โดยผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ (ฉายเฉพาะที่โรงภาพยนตร์ House RCA เท่านั้น) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The Master ได้ที่นี่เลย ------------------------------   Sur-Real เกมส์พลิก/โชคชะตาเล่นตลก/รักตาลปัตร Sur-Real ประกอบไปด้วยหนังสั้น 3 เรื่อง อันได้แก่ เหยื่อ หนังแอ็คชั่นสไตล์ฟิล์มนัวร์ ว่าด้วยตำรวจ ที่อยากรวยจากการค้ายา และจับกุมคนร้าย จึงคิดแผนชวนอดีตโจรมาเอี่ยวด้วย แต่เรื่องมันไม่ง่ายเช่นนั้น / ความรักทำให้ฝรั่งตาบอด ว่าด้วย หนุ่มไทยสุดมึน กับเพื่อนกะเทยสวยสด ที่ต้องปิดบังแฟนฝรั่ง ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงแท้ๆ / ใต้ดิน ว่าด้วยมนุษย์เงินเดือน สุดซวย ที่ต้องเจอมรสุมรุมเร้า ทั้งแฟนมีชู้ เจอโรคจิต โดนตามยิง ฯลฯ ซึ่งตัวละครต้องแร็พเป็นมิวสิคัลทั้งเรื่อง??!! (ฉายเฉพาะที่เมเจอร์รัช โยธิน, เอสพลานาดรัชดา, เซ็นทรัล เวิลด์ และลิโด้ สำหรับผู้ชมชาวเชียงใหม่ เตรียมเจอกันได้ที่เมญ่า และเมเจอร์เซนทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Sur-Real ได้ที่นี่เลย ------------------------------

ลุ้นบัตร Wonderfruit โหลด Coke LINE Sticker และร่วมกิจกรรม LINE on air
Coca-Cola Polar Bear /  Coke LINE Sticker / 

ครั้งแรกในประเทศไทย กับเทศกาลระดับโลก Wonderfruit Festival 2014 โหลดและส่งสติกเกอร์ Coca-Cola Polar Bear ที่อยากพาไปด้วย กับเหตุผลโดนๆ... ช่วง Coca-Cola LINE On Air วันที่ 1 ธันวาคม นี้ ใครยังไม่ add friend เป็นเพื่อนใน LINE กับ Coca-Cola Polar Bear Share Smile ต้องรีบๆ ซะแล้ว ร่วมกิจกรรมง่ายๆ แล้วลุ้นคว้าบัตรเข้างาน Wonderfruit Festival 2014 ใบละ 5,000 บาทฟรี! (สำหรับร่วมงาน 3 วัน 2 คืน) รวมมูลค่า 25,000 บาท ไปร่วมแชร์ความสุขซ่ากับเทศกาลดนตรีสุดฮิพครั้งแรกในประเทศไทย งานรวมทั้งดนตรีและศิลปะระดับโลกเข้าไว้ในงานเดียว สนุกสุขซ่ากับสีสันบนเวที การแสดงดนตรีจากศิลปินนับร้อย งานศิลปะอินสตอลเลชั่น ละคร หนัง กับอีกสารพัดประสบการณ์สุดอาร์ต วันที่ 19 – 21 ธันวาคมนี้ ที่จังหวัดชลบุรี ADD Cocacola_Th LINE เลยวันนี้ เพื่อลุ้นรับบัตรไปแชร์ความสุขซ่ากันให้สุดๆในงานWonderfruit และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย #Ad

สิงห์บุรี ถิ่นคนกล้า ย่านการค้า พระพุทธรูปงามตา
คำขวัญประจำจังหวัด /  พระพุทธรูป / 

สิงห์บุรี จังหวัดในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบน ริมฝั่งด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หนึ่งในจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดดเด่นยิ่งใหญ่ด้วยความกล้าหาญของวีรชน และเป็นผืนดินที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ล้อมรอบไปด้วยวัด วิหาร และปูชนียสถานที่สร้างขึ้นตามแรงศรัทธา รวมทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งเกษตรกรรม ทั้งบนดิน และผืนน้ำ ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาแม่ลา ย่านการค้าภาคกลาง สิงห์บุรี ถิ่นคนกล้า ย่านการค้า พระพุทธรูปงามตา เหตุที่จังหวัดสิงห์บุรีได้ชื่อว่าเป็นถิ่นวีรชนนั้น เนื่องด้วยความกล้าหาญของชาวบ้านบางระจัน เมื่อครั้งที่พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 ในครั้งนั้นชาวบ้านบางระจันสามารถยืนหยัดต่อสู้กับกองทัพพม่าได้นานถึง 5 เดือน โดยที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกรุงศรีอยุธยาเลย ถึงแม้ว่าการรบครั้งนั้น ชาวบ้านบางระจันจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่วีรกรรมอันสุดแสนกล้าหาญของชาวบ้านบางระจันในครั้งนั้น ยังคงเป็นที่จดจำ และประทับใจลูกหลานชาวสิงห์บุรีตลอดมา จนเกิดเป็นอำเภอบางระจัน ขึ้นในจังหวัดสิงห์บุรี รวมถึงยังมีการตั้งชื่อถนนต่างๆ ในจังหวัดตามชื่อของวีรชนบ้านบางระจันเพื่อเชิดชูความกล้าหาญอีก เช่น ถนนนายแท่น ถนนนายดอก ถนนนายอิน เป็นต้น นอกจากเรื่องราวความกล้าหาญของวีรชนคนรุ่นก่อนแล้ว จังหวัดสิงห์บุรียังนับเป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางพุทธศานา วิถีชีวิตท้องถิ่นล้วนถูกเชื่อมโยง และล้อมรอบไปด้วยวิหาร ปูชนียสถาน และวัดวาอารามที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ที่ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์แบบสุโขทัยขนาดใหญ่ ที่มีความงดงามมาก วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ ที่โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปทองคำ พุทธศิลป์สมัยสุโขทัยปางมารวิชัย ที่งดงามความอ่อนช้อยอิ่มเอิบ บ่งบอกถึงความสมบูรณ์พูนสุขแห่งยุคสมัย วัดประโชติการราม ศักดิ์สิทธิ์ด้วยหลวงพ่อทรัพย์-หลวงพ่อสิน พระยืนศักดิ์สิทธิ์ ที่มีตำนานเล่าขานว่าหากเมืองใดมีพระยืนประดิษฐานอยู่ เมืองนั้นจะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนมีความสุข และวัดพิกุลทองวัดของหลวงพ่อแพร พระนักสร้างแห่งจังหวัดสิงห์บุรีที่ชาวเมืองให้ความเคารพ เพื่อสักการะพระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือพระพุทธรูปนั่ง ปางพระทานพรองค์ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ขอบคุณภาพจาก thailovetrip.com หลวงพ่อแพร วัดพิกุลทอง ขอบคุณภาพจาก pirun.kps.ku.ac.th ทางด้านเกษตรกรรม สิงห์บุรีก็นับเป็นจังหวัดที่ไม่น้อยหน้าใคร จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ด้วยว่าตั้งอยู่ในเขตที่ราบลุ่มภาคกลาง ภาพของผืนนาสีทองยามออกรวงสุกปลั่ง และวิถีชีวิตริมน้ำจึงเป็นภาพอันคุ้นตาหาชมได้ไม่ยาก โดยเฉพาะกับเรื่องปลาน้ำจืด ที่ต้องนับว่าสิงห์บุรีโดดเด่นในเรื่องนี้ จนมีการนำมาดัดแปลงเป็นอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เค้กปลาช่อนที่โด่งดังไปทั่วประเทศ กวนเชียงปลาจากปลาจันทร์ และปลากราย และปลาช่อนแดดเดียว ที่ใครมาสิงห์บุรีเป็นต้องซื้อติดมือกลับบ้านและสำหรับใครที่เป็นนักกินปลาตัวยง ก็ไม่ควรพลาดเทศกาลกินปลา งานใหญ่ประจำจังหวัด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ถึง 4 มกราคม 2558 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสิงห์บุรี โดยงานมักจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ไปจนถึงมกราคม แต่หากใครมาไม่ตรงช่วงเวลางาน การแวะเที่ยวตลาดก็นับเป็นอีกความคิดที่ดีในการชมวิถีชีวิตชาวเมือง และเลือกซื้อของฝากกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ตลาดเทศบาล ตลาดบ้านแป้ง ตลาดปากบาง หรือตลาดพรหมบุรี ขอบคุณภาพจาก ddteedin.com   ขอบคุณภาพจาก  fishcake2u.blogspot.com และ guidetourtothailand.blogspot.com อ่านกันมายาวขนาดนี้ จะบอกว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสน่ห์แห่งสิงห์บุรีที่อยากให้ทุกคนลองไปสัมผัส หากมีเวลา และได้ลองเข้าไปทำความรู้จัก คุณจะรู้ว่าถิ่นวีรชนคนกล้าแห่งนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายรอต้อนรับ เรียบเรียงโดย : Travel MThai

สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้
ตลาดคลองสวน /  ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง / 

สมุทรปราการ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเมืองปากน้ำ หรือเมืองพระประแดง นั้น นับเป็นจังหวัดปริมณฑลที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง29 กิโลเมตร เป็นเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเหมาะกับทั้งเป็นเมืองท่า และเมืองเกษตรกรรม สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้ จนมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “ป้อมยุทธนาวีพระเจดีย์กลางน้ำฟาร์มจระเข้ใหญ่งามวิไลเมืองโบราณสงกรานต์พระประแดงปลาสลิดแห้งรสดีประเพณีรับบัวครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม” เมื่อได้ชื่อว่าสมุทรปราการ อันหมายถึงเมืองท่าเมืองหน้าด่าน การแวะเที่ยวชมป้อมพระจุลจอมเกล้า ปราการเก่าทรงคุณค่าจึงนับเป็นสิ่งต้องทำอันดับแรกๆ หากได้มาเยือนสมุทรปราการ โดยป้อมแห่งนี้เป็นที่จอดเรือรบหลวงแม่กลอง เรือรบที่เก่าแก่เป็นอันดับ2 ของโลก พร้อมด้วยพื้นที่โดยรอบ ที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติศาสตร์ทหารเรือ  รวมทั้งร้านอาหารรสชาติดีที่มีให้บริการอยู่ในบริเวณเดียวกัน อีกหนึ่งความภูมิใจของชาวสมุทรปราการที่หาจังหวัดอื่นมาเทียบเคียงได้ยาก คือ ประเพณีพื้นเมืองต่างๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น งานพระสมุทรเจดีย์ หรือการนมัสการมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง โดยการล่องเรือแห่ผ้าห่มแดงไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงอำเภอพระประแดง และทำการแห่ขึ้นห่มพระเจดีย์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์ของสมุทรปราการ จนปรากฏเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด งานประเพณีนี้จะจัดขึ้นทุกปี ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี (ประมาณปลายเดือนตุลาคม- พฤศจิกายน) อีกหนึ่งประเพณีสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการคือ ประเพณีโยนบัว ของวัดบางพลี ซึ่งนับเป็นแห่งเดียวในโลกที่จะได้เห็นการโยนบัวลงในเรือขวบนแห่พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโต ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยงานจะมีขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองปากแม่น้ำ สมุทรปราการเองจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น สถานตากอากาศบางปู ที่สามารถไปทำกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กินปู ดูนก เต้นรำ หรือท่องป่าชายเลน ก็สามารถทำได้ อีกหนึ่งสถานที่แนะนำคือ บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้ ส่วนเรื่องการช้อปปิ้งนั้น สมุทรปราการก็นับว่าไม่น้อยหน้าที่ใดในประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างอิเกียและเมกาบางนาแล้ว ที่สมุทรปราการยังมีตลาดน้ำอย่างตลาดน้ำบางน้ำผึ้งไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยตลาดน้ำแห่งนี้ถึงแม้จะเป็นตลาดน้ำน้องใหม่ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ที่ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมอญซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือ สัมผัสกับความงดงามของวิถีชีวิตและสวนผลไม้ของชาวบ้านได้ ส่วนสินค้าขึ้นชื่อของตลาดที่ควรซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ปลาสลิดและขนมจาก เป็นต้น ตลาดคลองสวนก็นับเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการที่มีอายุมากถึง 100 ปี โดดเด่นด้วยบรรยากาศย้อนอดีตที่ยังคงมนต์เสน่ห์แห่งการซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมไปถึงอาหารรสชาติดี และของซื้อของขายมากมาย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำไปแล้วนั้น จังหวัดสมุทรปราการยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกมากมายให้เลือกไปแวะเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็น เมืองโบราณ มรดกแห่งภูมิปัญญาไทยที่จัดแสดงอาคารทางสถาปัตยกรรมไทยรูปแบบต่างๆ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทย ฟาร์มจระเข้ ก็นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวคู่จังหวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติต่างให้ความนิยมมาแวะดูการแสดงมากมาย ถึงแม้ว่าสมุทรปราการจะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามแต่หากได้ลองมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมธรรมชาติอาหารการกินแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เราจะพบว่าสมุทรปราการนั้นเพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์เป็นจังหวัดที่มีเวลาแค่วันเดียวก็เที่ยวได้ แถมยังไม่ต้องเดินทางไกลและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เอาเป็นว่าหากสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีโปรแกรมไปไหนอย่าลืมมาลองทำความรู้จักกับสมุทรปราการดู สมุทรปราการ เที่ยวได้ทั้งปี ภายในบริเวณ วัดมงคลโคธาวาส สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้

พร้อมรับนักท่องเที่ยว-ชิมสตรอว์เบอร์รี ที่อุทัยธานี
ทุ่งดอกบัวตอง /  สตรอเบอร์รี่ / 

จังหวัดอุทัยธานี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ชวนสัมผัสอากาศหนาว ชิมสตรอว์เบอร์รี พร้อมชมทุ่งดอกบัวตอง พร้อมรับนักท่องเที่ยว-ชิมสตรอว์เบอร์รี ที่อุทัยธานี ที่จังหวัดอุทัยธานี นายเผด็จ นุ๊ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า จากการที่โครงการปิดทองหลังพระ โครงการพระราชดำริ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี ในการบูรณาการพื้นที่แก่นมะกรูดในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกและทำลายป่า จากที่เคยปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด จากพื้นที่ในตำบลแก่นมะกรูด อุณหภูมิจะต่างกับพื้นที่ราบประมาณ 14 - 15 องศา และบางช่วงจะอุณหภูมิลดต่ำถึง 8 องศา จึงมีแนวคิดที่จะสร้างรายได้โดยการปลูกสตรอว์เบอร์รี ในช่วงนี้สตรอว์เบอร์รีเริ่มออกผลแล้ว และจะออกชุกเหมือนกับสตรอว์เบอร์รีในภาคเหนือของประเทศไทย พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องเดินทางไปถึงจังหวัดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพมหานคร ไปสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณสภาตำบลแก่นมะกรูด บนพื้นที่สูงแห่งนี้ ยังมีจุดกางเต็นท์พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวให้กางเต็นท์นอน และบริเวณใกล้เคียงยังมีแปลงสตรอว์เบอร์รีให้ชมและชิม ซื้อกลับบ้านไปอีกด้วย นอกจากสตรอว์เบอร์รีแล้ว ในบริเวณสองข้างทางก่อนถึงแปลงสตรอว์เบอร์รี ยังมีต้นดอกบัวตองสีเหลืองทองอร่ามบานรับนักท่องเที่ยวได้มองให้เห็นเป็นทิวยาว และให้นักท่องเที่ยวไว้แวะชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไปถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ภาพและที่มาจาก http://www.innnews.co.th/ พร้อมรับนักท่องเที่ยว-ชิมสตรอว์เบอร์รี ที่อุทัยธานี

มาหาเหตุผลเพราะทำไมคุณถึงเมาเหล้า ในตย.จาก รักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก
LOTR /  Love on The Rock / 

คราวนี้อาจจะแปลกกว่าทุกปีตรงที่มันไม่ใช่หนังของพี่ยอร์ช ฤกษ์ชัย แต่กระนั้นแล้วทางค่าย M39 ก็ยังไม่ลืมที่จะส่งหนังมาให้เราได้สนุกกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดย รักหมดแก้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องล่าสุดของค่ายนี้ ที่จัดได้ว่าเป็นหนังรวมดารา และ นักร้อง อย่างแท้จริง เพราะขนมาทั้ง มาช่า วัฒนพานิช, อ๊อฟ ปองศักดิ์, ป๊อบ ปองกูล, สงกรานต์ (The Voice), เอ็ม บุดด้าเบลส, แอน โพลิติก (ความลับนางมารร้าย) พร้อม 2 พระ-นางน้องใหม่ น้ำหวาน พิไลพร และ ปอนด์ ณปรัชญ์ ซึ่งตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมาแล้วก็ดูจะได้กลิ่นไอของหนังโรแมนติค และ ความทรงจำยุคก่อนๆมากมายทีเดียว ซึ่งตัวหนังนั่นจะพาไปรู้จักกับเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงต้อง เมาเหล้า และ เมารัก ผ่านหลากเหตุการณ์ตัวละครในวงเหล้าของเพื่อนในบาร์แห่งนึง หนังกำกับโดย ษรัณยู จิราลักษม์ มีคิวฉาย 25 ธันวาคมนี้ครับ

พบความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ฉบับแอนิเมชั่นอลังการ ชมฟรี!
mahajanaka /  การ์ตูน / 

เมื่อครั้งวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในปี พ.ศ. 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์บทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ในรูปแบบของการ์ตูน โดยมี ชัย ราชวัตร ศิลปินผู้ชำนาญการเป็นผู้วาดภาพการ์ตูนประกอบ และครั้งนี้บทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก จะกลับมาในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่น โดยมีบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชั่นเข้าร่วมกว่า 15 ราย และได้ศิลปิน นักวาด นักพัฒนาภาพเคลื่อนไหว ผู้ชำนาญการด้านแสงและเงา ผู้ชำนาญการด้านแอนิเมชั่น กว่า 250 คน มาช่วยกันสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยแบ่งมีเรื่องราวแบ่งออกเป็น 3 องก์ ได้แก่ องก์ ๑ กำเนิด พระเจ้ามหาชนกฯ ผู้ครองกรุงมิถิลาแห่งแคว้นวิเทหะที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ทรงมีพระโอรส 2 พระองค์ พระองค์แรกทรงมีพระนามว่า พระอริฏฐชนกผู้ทรงมีความเข็มแข็งเฉียบขาด ส่วนองค์ที่สองทรงพระนามว่าพระโปลชนก ผู้ทรงมีพระทัยเมตตาโอบอ้อมอารีครั้นพระเจ้ามหาชนกฯ ทรงสวรรคต พระอริฏฐชนก ทรงขึ้นครองราชย์ โดยมีพระโปลชนกเป็นอุปราช ทั้ง 2 พระองค์มีความคิดเห็นในการปกครองที่แตกต่างกัน พระอริฏฐชนกทรงเห็นว่าอาณาจักรมิถิลาจะต้องยิ่งใหญ่ภายใต้กองทัพที่เข้มแข็ง ส่วนพระโปลชนกทรงเห็นว่าต้องไม่ลืมจิตใจที่เปี่ยมสุขของประชาชนด้วย ในเวลาต่อมามีอำมาตย์ผู้ใกล้ชิดที่ทุตจริตได้ออกอุบายใส่ความว่าพระโปลชนกกำลังซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อการกบฎ พระองค์จึงถูกจับไปขังไว้ แต่พระองค์ทรงตั้งจิตอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนสามารถหลบหนีออกมาพร้อมผู้จงรักภักดีและได้ไปพำนักอยู่ ณ เมืองชายแดน จนกระทั่งวันหนึ่ง พระโปลชนกได้นำทัพกลับมามิถิลาเพื่อหวังจะขอปรับความเข้าใจกับพระอริฏฐชนก จึงส่งสาส์นเพื่อแสดงเจตนาขอปรับความเข้าใจกัน แต่ถูกขัดขวางจากอำมาตย์ผู้นั้นด้วยการปลอมแปลงข้อความในสาส์นให้เป็นสาส์นท้ารบ ขณะเดียวกันพระอริฏฐชนทรงเป็นห่วงพระเทวี มเหสีของพระองค์ที่กำลังทรงครรภ์อยู่ จึงได้ให้หลบหนีออกไปจากวังเสีย ในสนามรบพระอริฏฐชนกทรงสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากฝีมือของอำมาตย์ผู้นั้น หลังจากนั้นพระโปลชนกจึงทรงขึ้นครองราชย์สืบต่อแทน พระเทวีทรงหนีออกจากเมืองมิถิลาอย่างยากลำบาก แต่ด้วยบุญญาธิการของพระโอรสในครรภ์จึงทำให้ทรงได้รับความช่วยเหลือจากท้าวสักกเทวราชที่ช่วยให้พระองค์สามารถหลบหนีไปถึงเมืองจัมปากะได้ ณ ที่นี้พระเทวีได้ทรงรับความช่วยเหลือจากอุทิจจพราหมณ์ โดยอุปการะรับพระเทวีเป็นน้องสาว ต่อมาพระโอรสในครรภ์ทรงประสูติกาล โดยมีพระนามตามพระอัยยิกาว่า พระมหาชนกกุมาร องก์ ๒ ความเพียร เมื่อพระโอรสทรงเจริญวัยได้ถูกเพื่อนๆ ล้อว่าเป็นลูกหญิงหม้ายพระมารดา จึงเล่าความจริงให้ทราบว่าพระองค์เป็นใคร พระองค์จึงตั้งพระทัยว่าเมื่อเติบใหญ่แล้ว จะไปเอาราชสมบัติและนครมิถิลาคืนมาให้ได้ ครั้นเมื่อพระมหาชนกกุมารทรงเจริญวัยเติบใหญ่เปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงตรัสกับพระมารดาว่าจะไปล่องเรือทำการค้าขายที่ดินแดนสุวรรณภูมิ เพื่อสะสมทุนรอนและกำลังพลเพื่อหวังที่จะชิงราชสมบัติคืนมาให้ได้ ระหว่างทางในมหาสมุทรพระมหาชนกได้มองเห็นว่าจะเกิดพายุขึ้น แต่ไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งพายุกระหนำเรืออย่างรุนแรง บรรดาลูกเรือทั้งหลายหวาดกลัวครำครวญหนีตายกันอย่างโกลาหล ตรงกันข้ามกับพระมหาชนกที่ทรงตระหนักว่าเรือใกล้จะแตกเต็มที จึงเตรียมพระองค์โดยทรงเสวยให้อิ่ม และนำผ้าชุบน้ำมันมาพันกายให้แน่นหนา เมื่อเรือล่มเหล่าบรรดาลูกเรือที่ขาดสติและเดิมไม่เชื่อในสิ่งที่พระมหาชนกได้เตือนเกี่ยวกับพายุ ได้ตกน้ำกลายเป็นอาหารของฝูงปลาและสัตว์ทะเลทั้งหลาย ส่วนพระมหาชนกก็ทรงแหวกว่ายด้วยความเพียรอยู่ในมหาสมุทรนี้เป็นเวลาถึง 7 วัน 7 คืน นางมณีเมขลาเทพธิดาผู้รักษาท้องมหาสมุทรเห็นพระมหาชนกว่ายน้ำอยู่จึงลงมาช่วยพระมหาชนก และได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็น จนทำให้นางมณีเมขลาเข้าใจถึงหลักปรัชญาของการบำเพ็ญวิริยบารมีของพระมหาชนก จากนั้นนางมณีเมขลาจึงช่วยอุ้มพระมหาชนกจนมาถึงฝั่งเมืองมิถิลา   องก์ ๓ ปัญญา ที่เมืองมิถิลานี้พระโปลชนกกำลังทรงพระประชวรอย่างหนัก พระองค์ต้องการให้พระธิดาคือพระนางสิวลีเทวีได้ทรงมีคู่ครอง โดยได้ทรงตรัสทิ้งไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ว่า ผู้ใดไขปริศนาของพระองค์ได้ จะทรงยกพระราชสมบัติทั้งหมดให้พร้อมด้วยพระราชธิดา เมื่อพระโปลชนกสิ้นพระชนม์ลงเหล่าอำมาตย์ได้จัดพิธีเสี่ยงราชรถเพื่อหาผู้มีบุญญาบารมีมาไขปริศนานั้น ราชรถได้มาหยุดที่พระมหาชนกผู้ซึ่งทรงบรรทมอยู่ในสวนพระองค์ทรงไขปริศนาได้หมดทุกข้อ ทุกคนในเมืองมิถิลาต่างพากันสรรเสริญ ในพระปรีชาสามารถของพระองค์ จึงได้อัญเชิญพระองค์ให้ทรงอภิเษกกับพระนางสิวลีเทวี เมื่อขึ้นครองราชย์ได้ทรงปกครองด้วยหลักทศพิธราชธรรม และนำพาความผาสุกมาสู่ปวงประชาชน วันหนึ่งพระมหาชนกเสด็จประพาสอุทยานและทรงทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงต้นหนึ่งมีผลงามและอีกต้นหนึ่งไม่มีผลเลย พระองค์ทรงเสวยมะม่วง และตรัสว่ามะม่วงรสชาติดีดุจรสทิพย์ หลังจากพระองค์เสด็จกลับบรรดาประชาชนทั้งหลายก็เข้ามาโค่นต้นมะม่วงต้นนั้นเพื่อหวังจะเอาผลของมันมาบริโภค จนเป็นเหตุทำให้ต้นมะม่วงต้นนั้นถูกถอนรากโค่นลงมา เมื่อพระมหาชนกทรงทราบความ ทรงเศร้าพระทัยอย่างยิ่ง พร้อมกันนั้นทรงได้เปรียบเปรยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แก่ต้นมะม่วงกับพระราชสมบัติดังนี้ ต้นมะม่วงที่มีผลอาจจะถูกทำลายหรือถ้าไม่ถูกทำลายก็ต้องคอยเป็นกังวลจักต้องดูแลระแวดระวังรักษาไว้ ในทางกลับกันพระองค์ทรงคิดว่าถ้าจะเข้าถึงความสุขได้นั้นจักต้องทำตัวให้เป็นเสมือนเช่นต้นมะม่วงที่ไม่มีผล ที่ไม่ต้องกังวลว่าผู้คนในสังคมที่ไม่รู้จักคิดการณ์ไกล ในการทำนุบำรุงต้นไม้เพื่อเก็บผลไว้กิ ในวันหน้า จะมาโค่นต้นมะม่วงนี้ได้ หลังจากนั้นจึงมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญนำหลักการของพระองค์ไปทดลองเพื่อฟื้นฟูต้นมะม่วงที่ถูกโค่นลง และหาวิธีการที่ทำให้ต้นมะม่วงที่ไร้ผลกลับมาเกิดผล พร้อมกันนั้นพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาขึ้นชื่อว่าปูทะเลย์วิชชาลัย เพื่ออบรมวิชาการด้านต่างๆ แก่บรรดาเหล่าอำมาตย์ข้าราชการและประชาชนในเมืองมิถิลา เพื่อที่ทุกคนจะได้มีวิชาความรู้ทั่วไปและมีสามัญสำนึกไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวแฉกเช่นเหล่าคนที่ชอบกินผลมะม่วงแต่กลับทำลายต้นมะม่วงทิ้งไป และเพื่อสังคมจะได้เจริญรุ่งเรืองและอยู่กันอย่างผาสุกสืบต่อไปกาลนานเทอญ ตัวอย่างภาพยนตร์ พระมหาชนก เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดตระการตา หนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช ณ โรงภาพยนตร์ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ใกล้บ้านท่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!! ในวันที่ 29 พ.ย. และ 6 ธ.ค. นี้ รอบเวลา 10.00 น. และ 15.00 น. และฉายทาง โทรทัศน์ ระหว่างวันที่ 6 - 8 ธ.ค. นี้ ในช่วงเวลาตามความเหมาะสมของแต่ละสถานี เพื่อให้ประชาชน และเยาวชน ได้รับชม และเรียนรู้สาระจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ ที่ทรงมุ่งเน้นทั้งในเรื่องความเพียร การใช้สติปัญญา และการศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตต่อไป ------------------------

พรุ่งนี้(29มิ.ย.) รถติดชัวร์ 3งานยักษ์จัดพร้อมกัน ใจกลางกรุง
งานยักษ์กลางเมือง /  น.ส.ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ / 

สำหรับวันหยุดในช่วงสิ้นเดือน หลายคนคงวางแพลนจะไปช๊อปปิ้งในห้างดังใจกลางเมือง หรืออยากจะออกไปเดินเล่นชิลล์ข้างนอกแต่ล่าสุดมีการส่งข้อความแจ้งเตือนคนกรุงเทพฯที่เตรียมจะออกมาลั้ลลาต้อนรับเงินเดือนออก คงต้องวางแผนและเตรียมตัวในการเดินทางให้ดีเพราะในวันพรุ่งนี้(29 พ.ย.) มีการจัดงานอีเวนท์ 4 งานอภิมหายักษ์ใหญ่ จัดพร้อมกันในพื้นที่ใจกลางเมือง3งาน และเมืองทองธานี 1 งาน 1) งานฉลองมงคลสมรส น.ส.ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ (บี) ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งซีพี แต่งงานกับดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์  เจ้าของตัวการ์ตูนอนิเมชั่น Shelldon โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในพิธี จัดขึ้นช่วงเวลา 18.00น. สถานที่ Convention Centre Hall ชั้น 22 โรงแรม Centara Grand , เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ห้องจัดเลี้ยงสามารถจุผู้ร่วมงานประมาณ3,000-4,000คน 2) คอนเสิร์ตครบรอบ25ปีของ มอส ปฏิภาณ ในชื่องาน Patiparn Party 25 ปี Mr.Mos จัดขึ้นช่วงเวลา 19.00น. ประตูเปิดก่อนการแสดงเริ่มประมาณ 30 นาที สยามพารากอน 3) งานวิ่งมาราธอน Nike We Run BKK 2014 เริ่มตั้งแต่ 21.00น. เป็นต้นไป เหล่านักวิ่งนัดหมายรวมตัวกันตั้งแต่ 21:00 ณ อาคารจันทนยิ่งยง สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย 23.00 - 01:00 ปิดถนนเพื่อปล่อยตัวนักวิ่ง 4)งานมหกรรมยานยนต์แห่งปี Thailand International Motor Expo 2014 จัดขึ้นที่เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ใครที่แพลนจะออกไปห้างพรุ่งนี้แนะนำใช้ รถไฟฟ้าBTS หรือขนส่งสาธารณะ เพื่อสะดวกในการเดินทางและการหาที่จอดรถแต่ถ้าใครไม่อยากอารมณ์เสียเพราะการจราจร การพักผ่อนอยู่บ้านเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างหนึ่งค่ะ MThai News