เทศกาลการ์ตูนกรุงเทพ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs
หมู่บ้าน smurfs /  ฮ่องกง / 

ฮ่องกงชวนท่องหมู่บ้าน Smurfs เพลิดเพลินกับโลกตัวการ์ตูนสีฟ้าสุดน่ารัก ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 สิงหาคม! เหล่าคนรักสเมิร์ฟเตรียมเฮ! พร้อมแพ็คกระเป๋ามาตะลุยทริปแสนสนุกที่ฮ่องกงไปด้วยกัน เพราะช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ห้างสรรพสินค้าฮาร์เบอร์ซิตี้ เตรียมเนรมิตลานหน้าอาคารโอเชียนเทอร์มินัล (Ocean Terminal Forecourt) ให้กลายเป็นหมู่บ้านขนาดมหึมา “We’re All Smurfs!” ของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าตัวน้อยขวัญใจคนทั่วโลก พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟนคลับสเมิร์ฟทุกเพศทุกวัย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับเจ้าสเมิร์ฟไซส์ยักษ์สูงกว่า 4 เมตร ลอยทักทายต้อนรับทุกคนอยู่กลางอากาศ พร้อมด้วยฉากจำลองเรื่องราว 8 ฉากสุดคลาสสิคในการ์ตูนสเมิร์ฟที่รอให้ทุกคนแวะถ่ายรูปได้อย่างเพลิดเพลินกันที่ซุ้มประตูทางเข้า เมื่อเดินเข้ามาภายในหมู่บ้าน We’re All Smurfs ก็จะเจอกับบรรดาเอลฟ์สีฟ้าตัวจิ๋วแสนน่ารักที่สูงแค่เพียง 1 เมตร กว่า 35 ตัว อาศัยอยู่ในบ้านเห็ดสูงกว่า 6 เมตร ซึ่งภายในบ้านเห็ดยักษ์หลังนี้ เราจะได้เรียนรู้เวทมนตร์คาถาวิเศษจากปาป้าสเมิร์ฟ และร่วมเล่นเกมส์สนุก ๆ แบบอินเทอร์แอคทีฟกับสเมิร์ฟเฟ็ท เลซี่ สเมิร์ฟ คลัมซี่ เสมิร์ฟ และเสมิร์ฟตัวอื่น ๆ ในหมู่บ้านเสมิร์ฟที่ทุกคนชื่นชอบและคุ้นเคย แล้วอย่าลืมแวะไปที่ the Smurfs House of Stories ในอาคาร Gallery ของห้างฮาร์เบอร์ซิตี้ เพื่อรู้จักประวัติความเป็นมาของการ์ตูนชื่อดังและนักประพันธ์อัจฉริยะชาวเบลเยี่ยม Peyo ผู้สร้างสรรค์โลกแห่งเสมิร์ฟที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลกมานานกว่า 58 ปี พร้อมเนรมิตสตูดิโอของเขาขึ้นใหม่เพื่อจัดแสดงผลงานอันทรงคุณค่ากว่า 36 ชิ้นของเขาให้คนทั่วโลกได้ชื่นชมกันเป็นครั้งแรก และยังมีสารคดีและวิดีโอที่จะมาเผยเรื่องราวชีวิตอันน่าอัศจรรย์และพรสวรรค์ของนักประพันธ์ท่านนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานนิทรรศการ The Smurfs Creative Model Exhibition จัดโดยศิลปินเจ้าของผลงานศิลปะขนาดจิ๋วที่มีชื่อเสียง 2 ท่าน และโซนโรงเรียนแสนสนุก The Smurfs Summer School ที่เด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้เรื่องการทำไร่ทำสวน วาดรูป หรือแม้กระทั่งโชว์เวทมนตร์สุดตื่นเต้น ซึ่งเมื่อเรียนจบก็จะได้รับเข็มรับรองและเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาเพื่อกลายเป็นสมาชิกของชุมชนเสมิร์ฟตัวน้อยด้วย! แฟนคลับตัวยงของเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าห้ามพลาดชิมของว่างและขนมธีมการ์ตูนสเมิร์ฟสุดน่ารัก และอย่าลืมแวะเข้าไปจับจองและเลือกซื้อหุ่นตัวการ์ตูนสเมิร์ฟรุ่น Hong Kong Special Edition และของพรีเมี่ยมสุดพิเศษอีกมากมายไว้ในคอลเล็กชันส่วนตัวที่ร้าน the Smurf Pop-up Store พร้อมปิดท้ายด้วยอีเว้นท์เก๋ ๆ อย่าง The Smurfs Asian Art Tour ที่เปิดตัวครั้งแรกในฮ่องกง จัดแสดงงานศิลปะขนาดจิ๋วจำลองโลกอันแสนวิเศษของเหล่าสเมิร์ฟมาให้ทุกคนได้สัมผัสร่วมกัน!

M Pictures จัดหนัก ! สั่งตรงหนังเทศกาลหนังเมืองคานส์เอาใจคอหนังชาวไทย
Café Society /  Hell or High Water / 

M Pictures จัดหนัก ! สั่งตรงหนังเทศกาลหนังเมืองคานส์เอาใจคอหนังชาวไทย เทศกาลภาพยนตร์คานส์ (Cannes Film Festival) ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์โลก มีความเก่าแก่ รวมทั้งมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกเทศกาลหนึ่ง และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีดาราชั้นนำของเมืองไทยไปร่วมเดินพรมแดงในงานเทศกาลนี้ ทำให้เป็นกลายเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่คนไทยให้ความสนใจกันมากขึ้น และเพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้สัมผัสความเป็นคานส์ M Pictures หนึ่งในบริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์ชั้นนำของไทย ได้จัดทัพนำเอาภาพยนตร์ที่เคยฉายและผ่านการประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 69 (ปี 2016) มาให้แฟนภาพยนตร์ชาวไทยได้รับชมกันถึง 4 เรื่อง 4 สไตล์ ในช่วงเดือนกรกฎาถึงสิงหาคมนี้ เริ่มต้นเรื่องแรกใน วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 กับ Café Society : ณ ที่นั่นเรารักกัน ภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ผลงานภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ โดย วู้ดดี้ อัลเลน (Woody Allen) เล่าเรื่องราวในยุค 1930 อันเป็นยุคทองของฮอลลีวู้ด บ๊อบบี้ (เจสซี ไอเซนเบิร์ก : Jesse Eisenberg) ชายหนุ่มผู้อยากจะเป็นผู้จัดการดาราฮอลลีวู้ด แต่ดันไปตกหลุมรักกับ วอนนี่  (คริสเตน สจ๊วต : Kristen Stewart) เลขาสาวของ ฟีล (สตีฟ คาเรล : Steve Carell) คุณอาผู้เป็นเจ้านายของเขา ร่วมด้วยดาราดังอีกคับคั่ง อาทิ เบลค ไลฟ์ลี (Blake Lively), พาร์คเกอร์ โพซีย์ (Parker Posey), คอรีย์ สโตลล์ (Corey Stoll), เคน สต็อตต์ (Ken Stott), จีนนี่ เบอร์ลิน (Jeannie Berlin) ตามมาติด ๆ กับ The Handmaiden : ล้วง เล่ห์ ลวง รัก ผลงานที่ถูกกล่าวขวัญกันอย่างอื้ออึงในสายประกวดรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) จนถึงเรื่องราวชีวิตจริงอันอื้อฉาวของนางเอกสาว คิม มินฮี  (Kim Min Hee) ผลงานการกำกับ ปาร์ค ชานวุค (Park Chan-wook) ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานฮือฮาอย่าง Oldboy : เปิดบัญชีแค้น มาแล้ว โดยหยิบเอานิยายเรื่อง Fingersmith ของซาราห์ วอเตอร์ส (Sarah Waters) หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ เล่ห์รักนักล้วง มาเล่าเรื่องใหม่โดยเปลี่ยนฉากหลังจากอังกฤษยุควิคตอเรียน มาเป็นเกาหลียุคที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นในปี 1930 หญิงสาวนามว่า ซุกฮี (คิม เตรี : Kim Tae-ri) เข้ามาทำงานเป็นสาวใช้ให้คุณหญิง ฮิเดโกะ (คิม มินฮี : Kim Min Hee) ผู้เก็บเนื้อเก็บตัว โดยมีลุงโคซุกิ (โช จินวุง : Jo Jin-Woong) คอยบงการชีวิตคุณหญิงตลอดเวลา ภายใต้ความไร้เดียงสาของซุกฮี แท้จริงแล้วเธอคือโจรล้วงกระเป๋าที่เจ้านาย ฟูจิวะระ (ฮา จองอู : Ha Jung-woo) ส่งมาเป็นนางนกต่อ เพื่อให้เขาได้แต่งงานกับฮิเดโกะแล้วเอาสมบัติ ทว่าความรู้สึกผูกพันระหว่างซุกฮีกับคุณหญิงนั้นลึกซึ้งจนนำไปสู่การหลอกลวง และหักหลังครั้งใหญ่ เปิดรอบพิเศษ 4 สิงหาคม เข้าฉายจริง 11 สิงหาคม 2559 และเรื่องต่อมาเข้าประกวดในสาย Un Certain Regard กับเรื่อง Hell or High Water : ปล้นเดือด ล่าดุ จากทีมเขียนบทภาพยนตร์ Sicario : ทีมพิฆาต ทะลุแดนเดือด ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย เดวิด แมคเคนซี่ (David Mackenzie) เรื่องราวของพ่อม่ายลูกหนึ่งและน้องชายที่เคยติดคุก (คริส ไพน์ : Chris Pine และเบน ฟอสเตอร์ : Ben Foster) ที่ร่วมกันวางแผนปล้นครั้งใหญ่ เพื่อที่พวกเขาจะได้รักษาฟาร์มของครอบครัวในรัฐเท็กซัสเอาไว้ ทำให้นายอำเภอมาร์คัส (เจฟฟ์ บริดเจส : Jeff Bridges) ประกาศตามล่าสองพี่น้องคู่นี้อย่างไม่ลดละ เข้าฉาย 18 สิงหาคม 2559 และเรื่องสุดท้าย วันที่ 25 สิงหาคม 2559 กับ ผลงานเข้าประกวดชิงรางวัล ปาล์มทองคำ (Palme d'Or) ที่ทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ตกตะลึง The Neon Demon : สวย อันตราย ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย นิโคลัส วินดิง เรฟฟิน (Nicolas Winding Refn) ภาพยนตนตร์ที่เปิดโปงเบื้องหลังวงการแฟชั่น ที่ทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ตกตะลึงมาแล้ว เมื่อเจสซี่ (แอล แฟนนิ่ง : Elle Fanning) เด็กสาวผู้ฝันจะเป็นนางแบบได้เดินทางมาถึงลอสแองเจลิสเพื่อตามความฝัน  เมื่อเธอได้เป็นนางแบบก็รู้ว่าภายใต้ฉากหน้าของวงการแฟชั่น ความสาวและความสดใสของเธอกำลังถูกกลืนกินโดยเพื่อนร่วมงานที่คลั่งไคล้ในความงามและหวังอยากได้ทุกอย่างที่เธอมี คอยติดตามชมความสนุกสนานทั้ง 4 เรื่อง 4 รส ที่สั่งตรงมาจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาถึงเมืองไทยได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์

ล่าสุดเราสามารถใช้งาน Bitmoji ในแอพ Snapchat ได้แล้ว
Apps Software /  Bitmoji / 

 การประกาศล่าสุดของทาง Snapchat ล่าสุดได้เผยว่า ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน  Bitmoji ในแอพ Snapchat ได้แล้ว หลังจากที่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทาง Snapchat ได้ซื้อ Bitstrips — ผู้สร้าง Bitmoji — เป็นเม็ดเงินมูลค่ากว่า $100 ล้าน เหรียญสหรัฐนั่นเอง จนเวลาผ่านไปในที่สุดทางสองแอพนี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างพร้อมเพียงกันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่ง Bitmoji นั้นเป็นแอพที่สร้างตัวการ์ตูนของเราเองเป็น Avatar ที่โด่งดังใน Facebook เมื่อหลายปีก่อน หลังจากนั้นก็ปล่อยตัวคีย์บอร์ดของแอพดังกล่าวที่ทำให้ผู้ใช้งานเอาการ์ตูนตัวเองที่สร้างไปปรับแต่งและส่งให้กับเพื่อนๆ ในแอพได้นั่นเอง โดยทาง Snapchat ได้เล็งเห็นว่าทางแอพของตนนั้นก็เน้นการใส่ Emoji เข้าไปใน Chat อยู่แล้ว ดังนั้นจึงทำการซื้อกิจการของ Bitmoji เอามารวมเป็นเครือของตัวเองเพื่อเสริมความแกร่งให้กับแอพ Snapchat นั่นเอง วิธีการใช้งาน ถ้าเราอยากจะ ใช้งาน Bitmoji ในแอพ Snapchat นั้นเราต้องโหลดแอพ Bitmoji เอาไว้ในเครื่องด้วย (มีให้โหลดทั้ง iOS และ Android)และอัพเดต Snapchat ให้เป็น Version ล่าสุด หลังจากเข้าแอพแล้วให้ไปที่ Settings > Bitmoji > Link Bitmoji หลังจากนั้น แอพ Bitmoji จะให้เราทำการ logging in with Snapchat หลังจากนั้นมันก็จะเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน และทำให้เราใช้งาน Bitmoji ในตัวแอพ Snapchat ได้นั่นเอง ดูบทความต้นฉบับ : You can now use Bitmoji inside Snapchat

Star Trek Beyond /  การบินไทย / 

"เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีนฯ" ร่วมกับ "การบินไทย" เปิดตัวพันธมิตรธุรกิจภาพยนตร์ คุณนรุตม์ เจียรสนอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส ได้ต้อนรับ คุณจิตติมา อุทัยเฉลิม ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ รอยัลออร์คิดพลัส บริษัท การบินไทย (จำกัด) มหาชน และแขกผู้มีเกียรติ ในงาน EXCLUSIVE ROUTE TO WORLD CLASS CINEMA : เส้นทางการบินเอ็กคลูซีฟ สู่โรงภาพยนตร์ระดับเวิล์ดคลาส และได้ร่วมชมภาพยนตร์เรื่อง Star Trek Beyond ที่โรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 6 ร่วมกัน เมื่อวันพุธที่ 20 กรกฎาคม 2559 โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพลินจิต ชั้น 6 โรงภาพยนตร์รดับ 6 ดาว ได้ร่วมมือกับการบินไทย จัดงาน Exclusive route to world class cinema : เส้นทางการบินเอ็กคลูซีฟ สู่โรงภาพยนตร์ระดับเวิล์ดคลาส งานการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจากการที่การบินไทยได้เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจภาพยนตร์ใหม่ล่าสุดกับทางโรงภาพยนตร์ ในงานค่ำคืนดังกล่าวรับหน้าที่พิธีกรโดย จูน สาวิตรี โรจนพฤกษ์ ที่ได้นำพาแขกผู้มีเกียรติทุกท่านบินทะยานสู่ท้องฟ้าอย่างเหนือระดับไปกับการบินไทย และ โรงภาพยนตร์ เอมบาสซี ดิโพลแมทสกรีน เพื่อมอบประสบการณ์อันสุดแสนพิเศษให้แขกผู้มีเกียรติระดับพรีเมี่ยมได้สัมผัสความสุขกับการรับชมภาพยนตร์ รูปแบบใหม่ สุดเอ็กคลูซีฟในระดับ 6 ดาว ซึ่งพิธีกรสาวได้เล่าถึงการให้บริการของโรงภาพยนตร์ฯ ที่เหมือนและไม่แตกต่างกับมาตรฐานงานการให้บริการโดย แอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตบนเครื่องบินของการบินไทยในเรื่องของการบริการลูกค้าที่ถือว่าเป็นอันดับหนึ่ง ​ ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ทางสมาชิกการบินไทยจะได้รับก็คือส่วนลดสูงสุดถึง 50% โดยผู้ถือบัตรรอยัล ออร์คิด พลัส แพลทินัม รับส่วนลดทันทีทุกเรื่อง ทุกรอบตลอดทั้งปี ​และผู้ถือบัตรรอยัล ออคิด พลัส โกลด์ ได้รับส่วนลด 20% ตลอดทั้งปีเช่นกัน พร้อมทั้งยังได้รับเกียรติเป็นแขกคนพิเศษในการได้เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการชมภาพยนตร์ตลอดทั้งปี สำหรับงานนี้เป็นโอกาสอันดีที่โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน ได้ต้อนรับพาร์ทเนอร์ใหม่ที่อยู่เคียงคู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน และจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษ เพื่อมอบให้กับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านในโอกาสนี้และต่อ ๆ ไป โดยภายในงานแขกผุ้ใีเกียรติจะได้ร่วมรับชมภาพยนตร์ STAR TREK BEYOND เรื่องราวอันน่าตื่นเต้นและมีแอ็คชั่นไซไฟสุดยิ่งใหญ่กับการผจญภัยครั้งใหม่ พร้อมกับสัมภาษณ์แขกคนพิเศษ กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล และ คิตตี้ ชิชา อมาตยกุล จากนั้นพิธีกรกล่าวเขิญ ผู้บริหารจากบริษัท การบินไทย (จำกัด) มหาชน คุณจิตติมา อุทัยเฉลิม ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ รอยัล ออร์คิด พลัส ขึ้นกล่าวต้อนรับ และขอบคุณสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ พร้อมจับรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-เพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย จำนวน 2 รางวัล 4 ที่นั่ง จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาสำคัญในการนำพาทุกท่านเข้าสู่ช่วง Opening Ceremony การเปิดตัวอย่างเป็นทางการและถือเป็นสัญญาณที่ท่านผู้บริหารจะพาแขกทุก ๆ ท่านขึ้นยานเอนเตอร์ไพร์ส เพื่อพาไปสัมผัสจักรวาลอันกว้างไกลในการชมภาพยนตร์ Star Trek Beyond ณ จักรวาลแห่งความสุข ความบันเทิง ที่โรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีนฯ

ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต 45th THE LEGEND OF THE GUITAR
Big Ass /  Blackhead / 

ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการเพลงไทยจะต้องถูกจารึกไว้อีกครั้ง กับเทศกาลดนตรีระดับชาติ ในงาน 45th THE LEGEND OF THE GUITAR เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของตำนานหนังสือเพลง เดอะกีตาร์ พบกับศิลปินชั้นนำระดับประเทศถึง 3 ยุค กว่า 20 วง ตั้งแต่ยุค 1970 – ปัจจุบัน ในรูปแบบโชว์ ON GOING SHOW CASE บนเวทีเดียว อลังการงานสร้างด้วยฉาก และระบบแสง-สี-เสียงเต็มรูปแบบ! ชวนแฟนคลับเวบไซต์ music.mthai.com ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต 45th THE LEGEND OF THE GUITAR ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559 นี้ ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮ้าส์ ชั้น8 เซ็นทรัลเวิลด์ เพียงตอบคำถามดังนี้... Loading... คลิกหาคำตอบได้ที่นี่ ผู้โชคดีที่ตอบคำถามได้ถูกต้องและถูกใจทีมงาน จะได้รับบัตรคอนเสิร์ต 45th THE LEGEND OF THE GUITAR จำนวน 5 รางวัล (มูลค่าใบละ 1,600 บาท / รางวัลละ 2 ใบ) ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม เวลาเที่ยงตรง โดยทางทีมงานจะประกาศผลผู้โชคดีทางเว็บไซต์ music.mthai.com ภายในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้

เที่ยวจันทบุรี ย่านเมืองเก่า 'จันทบูร' ตะลุยกินอาหารพื้นเมือง!
ของดีเมืองจันท์ /  ที่เที่ยวจันทบุรี / 

ถึงแม้จะเป็นช่วงหน้าฝนแต่เราก็ไม่ยอมแพ้ เก็บกระเป๋าไปเที่ยว จ.จันทบุรี กัน หลายคนอาจจะรู้กันดีว่าจังหวัดในแถบนี้ ทั้ง จันทบุรี ระยอง ตราด จะเป็นแหล่งสวนผลไม้ แต่การไปเที่ยวเมืองจันทน์ 2 วัน 1 คืน ของเรานั้น จะพาเพื่อนๆ ไปเยี่ยมชมย่านเมืองเก่า แหล่งท่องเที่ยวในประวัติศาสตร์ พร้อมกินของท้องถิ่นแสนอร่อยกันค่ะ บอกเลยว่าเมืองนี้เสน่ห์มากล้นทีเดียว ^^ เที่ยวจันทบุรี ย่านเมืองเก่า 'จันทบูร' ตะลุยกินอาหารพื้นเมือง! ครั้งนี้ Travel.MThai ได้มีโอกาสตะลุยถิ่น เมืองจันทน์ ที่ไม่ได้มีดีแค่ผลไม้ แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้เราได้ชมและค้นหาอีกมากมาย หลายคนคงอาจจะเคยเที่ยวที่ธรรมชาติกันมาบ้างแล้ว คราวนี้ Travel.MThai ขอไปแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ดูบ้าง แต่จะไปที่ไหนบ้าง ตามกันมาเลย! วันแรก เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตอน 7 โมงเช้า มุ่งหน้าไปยัง จ.จันทบุรี กันค่ะ แต่เพราะเป็นช่วงหน้าฝน ฝนตกตลอดการเดินทาง บวกกับรถติด ทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าที่เราคิดไว้พอสมควร เรามาถึงจันทบุรีก็เกือบเที่ยงแล้ว ท้องร้องจ๊อกๆ ก็เลยแวะกินข้าวเที่ยงกันที่ จันทรโภชนา (สาขามหาราช) เป็นสาขาที่ 2 ตกแต่งเน้นโทนสีขาว สะอาดตา ร้านนี้มีชื่อเสียงมากในเมืองจันทน์ เปิดมานานกว่า 50 ปีแล้ว และเป็นร้านอาหารร้านแรกในจันทบุรี ที่ได้ “เชลล์ชวนชิม” ใครมาต้องแวะมาทานที่นี่นะ >,< ร้านจันทรโภชนา มีเมนูเด็ดหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง แกงหมูชะมวง, เส้นจันท์ผัดปู, ถั่วฝักยาวผัดกุ้งแห้งใส่กะปิ, กระวานผัดฉ่าไก่, สละลอยแก้ว และที่เด็ดๆ ก็คือนี่นำผลไม้ในแต่ฤดูมาทำเป็นเมนูอาหารด้วย อย่างที่เรากินกันวันนี้ก็คือ ส้มตำทุเรียน และ มัสมั่นไก่ใส่ทุเรียน อันนี้เริ่ดมาก เพราะเนื้อทุเรียนที่นำมาทำนั้นไม่เละ เนื้อเหมือนมัน และไม่มีกลิ่นทุเรียน ปลื้มปริ่ม! นอกจากของคาวแล้ว ที่ร้านจันทรโภชนา ก็มีอาหารแปรรูป ผลไม้แปรรูป ของหวาน ให้เลือกซื้อกลับบ้าน หรือเป็นของฝากก็ได้ด้วยค่ะ หลังจากอิ่มท้อง ก็เดินทางกันต่อ จุดหมายต่อไปของเราคือ "ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับ" ที่เมืองจันทน์นั้นถือเป็นอันดับต้นที่มีการค้าขาย ส่งออกอัญมณีใหญ่ที่สุดของโลก! ที่นี่จะมีจัดนิทรรศการให้เราได้รู้ถึงความเป็นมาของอัญมนี ตั้งแต่การขุด ขั้นตอนการผลิต จนถึงการแปรรูปเลย เดินเข้ามาก็จะเจอกับอัญมณีชนิดต่างๆ โดยที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป มีข้อมูลความเป็นมาให้ได้ศึกษากันค่ะ จันทบุรีได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลากมิติ ที่มีทั้งการทำการเกษตร ปลูกผลไม้ ทำไร่ ประมง ท่องเที่ยว และจันทบุรียังมีอุตสาหกรรมที่สำคัญมากก็คือ อุตสาหกรรมพลอย มีชื่อเสียงเรื่องการทำพลอยมาตั้งแต่สมัยโบราณ รัชกาลที่ 2 มีพลอยที่โด่งดังไปทั่วโลก คือ 'ทับทิมสยาม' เราเพิ่งจะรู้เหมือนกันว่า ที่จันทบุรีนั้นจะมีการซื้อขายพลอยกันคึกคักมากๆ มีมูลค่าการซื้อนับสิบล้านบาทต่อวันเลย ถ้าคิดเป็นปีก็กว่าหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว OMG!!! หลังจากนั้นเขาก็จะนำไปเจียระไน ทำเป็นเครื่องประดับ และเราได้ฉายา 'พลอยเมืองจัทน์' มีชื่อเสียงรู้จักไปทั่วโลก อีกด้วย บนลูกโลกนั้น จะแสดงให้เราเห็นถึงอัญมณีในที่ต่างๆ ทั่วโลก ห้องจัดแสดงประวัติความเป็นมาของอัญมณี ตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น ยุคอารยธรรมอียิปต์, ยุคอารยธรรมจีน, ยุคอารยธรรมเมโสโปเตเมีย, ยุคอารยธรรมกรีกโบราณ เป็นต้น การจำลองมงกุฏของราชวงศ์ต่างๆ โดยใช่อัญมณี ประดับ สวยเล่อค่าค่ะ บอกเลย!! เมื่อเดินชมจนถึงทางออกก็จะมีร้านเครื่องประดับหลายร้านตั้งอยู่ ให้เราได้เลือกซื้อกัน ทั้งสร้อยคอ แหวน ตุ้มหู ส่วนเราชอบอันนี้ เป็นพลอยหินสีในขวดโหล เห็นแบบนี้แต่ละสีมีความหมาย ช่วยในเรื่องต่างๆ ด้วยนะ เหมือนกำไลหินที่ฮิตๆ กันนั่นแหละ >,< นำซื้อเป็นของฝากน่ารักๆ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี" คือจุดหมายต่อไปของเรา ตั้งอยู่บริเวณโบราณสถานค่ายเนินวง ซึ่งเป็นป้อมค่ายคูเมืองคันดินโบราณ ที่สร้างขึ้นเพื่อรับศึกญวนในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่นี่เราจะได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาตร์ เมืองจันทน์เยอะแยะเลยค่ะ ลงรถปุ๊บก็เจอป้อมค่ายคูเมือง แบบนี้เลย เข้าไปข้างในก็จะมี พี่ๆ คอยต้อนรับ พี่วิทยากรพูดแนะนำ และพาชมสถานที่ต่างๆ ด้วยค่ะ โดยภายในพิพิธภัณฑ์ แบ่งออกเป็น 6 ห้องด้วยกัน คือ 1. ห้องจัดแสดงสินค้า และวิถีชาวเรือในสมัยโบราณ เส้นทางการเดินเรือ เมืองท่าโบราณ และสินค้าที่นำไปแลกเปลี่ยนค้าขาย โดยมีเรือสำเภาจำลองขนาดเท่าของจริง ซึ่งบนเรือได้มีการจัดแสดงให้เราได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของลูกเรือระหว่างเดินทาง ตลอดจนสินค้าต่างๆ ด้วยค่ะ เรือสำเภาจำลองขนาดเท่าของจริง ของมีค่าที่พบจากแหล่งเรือจม บริเวณอ่าวไทย ก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนเรือสำเภาจำลอง บริเวณชั้นล่างของเรือก็จัดแสดงให้เห็นเกี่ยวกับสิ่งของ เครื่องปั้นดำเผา ถ้วย ชาม ไม้ฝาง ทองแดงง เป็นต้น ที่จะนำไปแลกเปลี่ยนค้าขาย พอขึ้นมาด้านบนของเรือ เราก็จะเห็นหุ่นปั้นจำลอง ที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง ที่เพือนๆ เห็นอยู่นี่ คือ ใบสาคู ในสมัยก่อนใช้ทำเป็นใบเรือ มีความเหนียวและทนทานมากๆ (ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย) ความสวยงามของ เรือสำเภา ด้านหลัง หลังจากเดินชมห้องแรกกันไปแล้ว มาต่อกันห้องที่ 2 ห้องจำลอง จัดแสดงขั้นตอนการปฏิบัติงานโบราณคดีใต้น้ำ การเก็บกู้ชิ้นส่วนของโบราณต่างๆ  3. ห้องคลังวัตถุโบราณ อันนี้ถูกจัดเก็บไว้ในห้อง เพื่อนรักษาสภาพของชิ้นส่วนต่างๆ ค่ะ 4. ห้องเรือและวิถีชาวเรือ จำลองเรือประเภทต่างๆ ที่ล้วนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างตามการใช้สอยในแต่ละพื้นที่ 5. ห้องของดีเมืองจันทน์ จัดแสดงประวัติความเป็นมาของ จ.จันทบุรี ตั้งแต่สมัยก่อนประสัติศาสตร์ สมัยประวัติศาสตร์ การก่อตั้งเมือง ตลอดจนเรื่องราวของ 'ชาวชอง' ชนพื้นเมืองของจันทบุรี นอกจากนี้ยังมีให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ธรรมชาติ และของดีเมืองจันทน์ให้เราได้รับรู้กันอีกด้วย 6. ห้องบุคคลสำคัญ ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ พระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เหตุการณ์สำคัญการทำสงครามก่อนและหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เส้นทางเดินทัพเมื่อครั้งมารวมพลที่จันทบุรี มาถึงจันทบุรีทั้งที จะลืมสโลแกน แดนผลไม้ ได้ยังไง ตามไปกินผลไม้อร่อยๆ กันที่ "สวนผลไม้ป้าแกลบ" กัน! ที่นี่ไม่ได้มีแค่เพียงสวนผลไม้ให้เราได้เลือกหยิบ จับ กิน กันอย่างเดียว แต่มีผลไม้แปรรูปหลากหลายชนิด ไปถึงก็มีผลไม้วางให้ทานกันละลานตาเลยจ้า ... เมืองจันทน์ มหัศจรรย์แดนผลไม้ จะขาดราชินีไปได้ยังไง "ทุเรียน" มีให้เลือกทั้งแบบ 2 แบบ หวานปกติ กับหวานน้อย ที่นี่มีสโลแกนด้วยนะ หวานน้อย แต่อร่อยมาก สำหรับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ อร่อยตามสโลแกน คอนเฟิร์มค่ะ ^^ นอกจากผลไม้สด ที่นี่ก็มีผลไม้แปรรูปหลากหลายเลยค่ะ แต่ที่อยากแนะนำเลยก็คือ ทุเรียนทอด และทุเรียนแบบสแนค เป็นแท่งกรอบชิ้นเล็กๆ ทานเล่นเพลินดีแท้! ดูสิ หน้าตามันยั่วยวน น้ำลายไหล ขนาดไหน!!! โบกมือลา บ้ายบาย สวนป้าแกลบ .. เดินทางไปที่พักของเราคืนนี้กันดีกว่า คืนนี้เราเข้าพักที่ โรงแรม มณีจันท์ รีสอร์ท แอนด์ สปอร์ตคลับ (Maneechan Resort) ค่ะ เป็นโรงแรมที่ขึ้นชื่อในจังหวัดจันทบุรี โดยด้านหน้าทางเข้าก็จะทำสถาปัตยกรรมเป็นเหมือนป้อมปืน ซึ่งเขาตั้งใจออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์ของเมืองจันทน์ บนเพดานจะทำเป็นเหมือนรูปเจียระไน เหลี่ยมพลอยเมืองจันทน์ 81 เหลี่ยม Welcome Drink ของที่นี่ค่ะ "น้ำส้มมะปี๊ด" หรือส้มจี๊ด นั่นเอง รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ไม่แสบคอ สดชื่น >,< ห้องพักค่ะ  เปิดม่านออกมาก็เจอวิวสวน สบายๆ บรรยากาศดีมากๆ ^^ หลังจากนอนเต็มอิ่ม ตื่นมาฝนก็ยังคงตกปรอยๆ และสม่ำเสมอ ทั้งคืนยันเช้า (ฮืออ ~) ป่ะ .. ทานข้าวเช้ากันดีกว่า เราก็มาทานข้าวเช้ากัน ที่นี่มีของให้เลือกทานเยอะแยะไปหมด ทั้งก๋วยเตี๋ยว , เมนูเบรคฟาสต์, ขนมปัง, ชา กาแฟ, ซุป, สลัดผัก, ผลไม้, น้ำผลไม้คั้นสด, ไอศกรีม ถามว่ามื่อเช้านี้อิ่มไหม .. บอกเลยว่า มาก!!!!! กินไปอย่างละนิด อย่างละหน่อย .. แล้วมาจบลงที่ 'ไข่กระทะ' >,< อิ่มมื้อเช้าแล้วเราจะออกเดินทางกันไปที่ ย่านเมืองเก่า 'ชุมชนริมน้ำจันทบูร' กันค่ะ แต่ก่อนจะถึงนั้นขอแวะไปกราบนมัสการ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และศาลหลักเมืองประจำจังหวัด ให้เป็นศิริมงคลกันซะหน่อย ทั้ง 2 ที่ตั้งอยู่ติดกันเลยค่ะ แต่! ฝนฟ้าไม่เป็นใจสักเท่าไหร่ ฝนตกหนักกระหน่ำสุดๆ แต่เราก็สู้ไม่ถอย ใส่คอนเวิร์ส (ไม่ใช่ไรพกไปคู่เดียว >,<) พร้อมชุดกันฝน ลุยฝนไปไหว้กันซะเลย ถึงแล้ว 'ชุมชนริมน้ำจันทบูร' เป็นที่ที่มีเสน่ห์และน่ารักมากๆ เลยค่ะ ทั้งผู้คนและร้านขายของระแวกนี้ มีร้านอาหาร ร้านขนมเก๋ๆ ให้เลือกนั่งหลายร้านเลย ย่านเก่าจันทบูร นั้นเป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรี แต่เดิมจะเรียกกันว่า "บ้านลุ่ม" เป็นชุมชนเก่าแก่ของคนจีนและญวนอพยพ ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าของจันทบุรี ในสมัยรัชกาลที่ 5 เราแวะมาที่ ร้าน 'ท่ามาจัน' ร้านนี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร คือเขาจะใช้ ปิ่นโต ใส่อาหารพร้อมเสิร์ฟให้เราทานกัน ได้บรรยากาศย้อนวัยเด็กแบบสมัยก่อนเลย ดีงามอ่ะ ปิ่นโตน่ารักมาก! แต่วันนี้เราไม่ได้มาชิมของอร่อยร้านนี้ เพราะมีงานของ ททท. โครงการอาหารถิ่นตะลุยกินทั่วไทย ค่ะ และมีสาธิตการทำข้าวคลุกพริกเกลือ อาหารถิ่นประจำจังหวัดจันทบุรีด้วย บรรยากาศภายในร้าน ชวนให้นึกถึงวัยเด็ก ตกแต่งด้วยไม้ และมีของสะสมสมัยก่อนเยอะเลย ในแถบย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร นั้นมีร้านขายของ ขายอาหาร และของหวานเต็มไปหมด รวมถึงร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนี้ด้วย 'ร้านบางเวลา Cafe'&Gallery' ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านท่ามาจันเลย พี่เจ้าของร้านชื่อพี่ น้อยหน่า เป็นนักวาดการ์ตูนขายหัวเราะเก่า ตอนนี้กลับบ้านมาเปิดร้านกาแฟค่ะ (เฮ้ย! เราอ่านกันตั้งแต่เด็กๆ เลยนะ) ร้านน่ารัก อบอุ่น ส่วนรูปภาพที่เห็นก็เป็นตัวการ์ตูนประจำตัวพี่น้อยหน่าค่ะ ร้านมี 2 ชั้น เปิดประตูไม้แล้วเดินขึ้นไปนั่งเล่น กินของอร่อยๆ ของทางร้านได้ชิลๆ เลย นอกจากที่นี่จะมี เบเกอรี่และเครื่องดื่ม ขายแล้ว ยังมีของน่ารักขายอีกด้วย ทั้งโปสการ์ด เสื้อยืด หนังสือ ของทำมือ ล้วนเป็นตัวการ์ตูนที่พี่น้อยหน่าวาดค่ะ น่ารักมากๆ ซื้อ โปสการ์ด กลับไปฝากเพื่อนๆ ดีกว่า ^^ แต่ที่เราชอบที่สุดก็คือ ถ้าซื้อของทานในร้านพี่เขาจะวาดรูป portrait ตัวเราให้ด้วย ตอนนั้น ตรงนั้นเลย คือดี! ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 9.00 - 21.00 น. ยกเว้นวันจันทร์นะจ๊ะ (FB : บางเวลา กาแฟและแกลเลอรี่ ) นี่ไง! พี่น้อยหน่า กำลังวาดรูปให้เราอยู่เลย ^^ ออกจาก คาเฟ่ น่ารักๆ แล้วไปหาของกินกันต่อ! ถ้าพูดถึงอาหารถิ่นประจำจังหวัดจันทบุรีแล้ว ก็ต่อเป็น "ข้าวคลุกพริกเกลือ" ฮั่นแน่! คิดเหมือนเราล่ะสิ เราฟังครั้งแรกก็งงๆ อยู่ว่า เอาพริกเกลือที่จิ้มกับผลไม้มาทำหรอ แต่เปล่าค่ะ! ข้าวคลุกพริกเกลือของที่นี่คือ น้ำจิ้มซีฟู้ด นำมาคลุกกับข้าว เสิร์ฟพร้อมเนื้อหมูนุ๊มนุ่ม หรือกุ้ง ปลาหมึก ตะหาก เรามาทาน ข้าวคลุกพริกเกลือ กันที่ร้าน "ก๋วยเตี๋ยวขลุกขลิกต้มยำมะนาว" ค่ะ เดินเลาะริมน้ำจันทบูร ข้ามสะพานมาอีกฝั่ง ร้านจะตั้งอยู่ในซอยแรกเลย อยู่ตรงข้ามกับวัดจันทนาราม ที่นี่เป็นเจ้าแรกที่ขายข้าวคลุกพริกเกลือ นอกจากนี้ก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวขลุกขลิกต้มยำมะนาว รสเด็ด ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 - 15.30 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ค่ะ หน้าตาเป็นแบบนี้ .. รสชาติกลมกล่อม อร่อย เราชอบนะ ยิ่งกินกับไข่มะตูมเยิ้มๆ แล้ว ฟิน! กินอิ่มแล้ว! ออกเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญกันต่อดีกว่า ที่  "อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล" เขาว่ากันว่า ที่นี่เป็นโบสถ์คาทอลิกที่มีความเก่าแก่ และเป็นโบสถ์หรือวัดที่งดงามที่สุดในประเทศไทยด้วย พอได้เห็นเท่านั้นแหละ โอ้โห! สวยกว่าที่คิดเยอะมากๆ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล หรือ วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีสแตนกลาส(สวยที่สุดในอาเซียน) โบสถ์แห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก โบสถ์แห่งนี้ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งใช้เวลา 2 ปี ในการบูรณะ ข้างนอกได้ต่อเติมยอดแหลม ส่วนด้านในที่เพื่อนๆ เห็นเป็นสีโอรสนั้นถูกทาใหม่ทั้งหมด รวมถึงผนัง เพดาน ลวดลายต่างๆ ได้ถูกเพ้นท์ใหม่ทั้งหมดโดยช่างศิลป์จากกรมศิลปากร เข้าไปข้างในโบสถ์กัน! ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้คือ จำลองแม่พระ จากองค์พระประธาน จำลองมาเป็น แม่พระประดับพลอย หล่อองค์ด้วยเงินบริสุทธิ์ หนัก 76 กิโล. หลังจากนั้นก็ใช้สว่านเจาะเป็นรูเล็ก นำพลอยหลายชนิดต่อเข้าไป ซึ่งทุกเม็ดมีหนามเตยใช้ล็อคเพชรไว้หมด เป็นงานที่ละเอียดและสวยงามมากค่ะ มีหนึ่งเดียวในโลกด้วย สร้างขึ้นเนื่องการโอกาสฉลองโบสถ์มีอายุครบ 100 ปี ชุมชนอายุครบ 300 ปี ขับรถไปอีกหน่อย ทาง อ.แหลมสิงห์ อยู่ติดทะเล ก็จะพบกับ "ตึกแดง" ลงไปถ่ายรูปได้แป๊บเดียว พี่ฝนก็เทกระหน่ะลงมาอีกครั้ง! >,< น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เปิดให้เราเข้าชมข้างในอาคาร แต่ไม่เป็นไรเราเอาข้อมูลมาฝากๆ "ตึกแดง" เป็นอาคารที่สร้างขึ้นโดยทหารฝรั่งเศส ตอนที่ยึดเมืองได้ และพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมปัจจามิตร ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 .. เป็นอาคารชั้นเดียวก่อด้วยอิฐถือปูน ตัวอาคารทาสีแดง ข้างในมีด้วยกัน 5 ห้อง มีประตูกลางเชื่อมถึงกันหมด ที่นี่ใช้เป็นกองบัญชาการและเป็นที่พักสำหรับทหารฝรั่งเศสที่ประจำการอยู่บริเวณปากน้ำแหลมสิงห์ ถัดไปอีกหน่อย เราก็จะพบแลนด์มาร์กอีกที่ "คุกขี้ไก่" ที่เราได้ยินกันตั้งแต่เด็กๆ ที่นี่ถูกสร้างขึ้นตอนที่ถูกฝรั่งเศสยึดครองเหมืองจันทบุรีเช่นเดียวกันกับตอนสร้างตึกแดง เมื่อเหตุการณ์ ร.ศ.112 โดยที่นี่เล่ากันว่าใช้เป็นที่กักขังนักโทษ ตัวคุกสร้างด้วยอิฐถือปูน กว้างยาวด้านละ 4 เมตร สูง 10 เมตร หลังคาเป็นรูปปิรามิด มีประตูออก 1 บาน มีช่องระบายลมทุกด้าน เดิมฝรั่งเศสสร้างเป็นป้อม เรียกว่า "ป้อมฝรั่งเศส" ต่อมาได้จับนักโทษมาขัง แล้วเลี้ยงไก่ไว้ข้างบนให้ถ่ายมูลใส่หัวนักโทษ นี่แหละคือที่มาของคุกขี้ไก่ >,< แต่ปัจจุบันก็ทรุดโทรมไปมาก เพราะไม่ได้รับการดูแล จบทริป 2 วัน 1 คืน ที่จันทบุรีกันแล้ว หวังว่าเพื่อนๆ คงจะชอบกันนะคะ ชวนกันเที่ยวในเมืองไทยกันดีกว่า เพราะบ้านเรามีแหล่งท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ที่พร้อมให้เราค้นหาอีกมากมาย อย่างเช่นวันนี้ที่ Travel.MThai ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่จันทบุรี เมืองที่มากไปด้วยประวัติศาสตร์ อาหารอร่อย ^^ ครั้งหน้าเราไปไหน อย่าลืมติดตามกันนะคะ บ้าบาย ... ขอขอบคุณ ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน (Matichon Academy), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

บิ๊กแอส-แสตมป์ เผยความพิเศษ! เตรียมขึ้นเวที THE LEGEND OF THE GUITAR
Big Ass /  Blackhead / 

บิ๊กแอส - แสตมป์ แท็กทีมกว่า 20 ศิลปิน ฉลองครบรอบ 45 ปี นิตยสารเดอะกีต้าร์ ชวนดูคอนเสิร์ตจาก 3 ยุค ในคอนเสิร์ต THE LEGEND OF THE GUITAR เสาร์ที่ 30 กรกฎาคมนี้ ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลดนตรีระดับชาติ ในงาน THE LEGEND OF THE GUITAR ที่ขนศิลปินจาก 3 ยุค แบบไม่แบ่งค่าย ไม่แบ่งยุค จัดเทศกาลดนตรีระดับชาติ ครบรอบ 45 ปี เพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่! Teaser2 The Legend of the guitar 45th youtube channel : THE GUITAR MAG CHANNEL แฟนเพลงเตรียมพบกับศิลปินชั้นนำระดับประเทศอีกกว่า 20 วง ตั้งแต่ยุค 1970 จนถึงปัจจุบัน อาทิ อ๊อด คีรีบูน, จี๊ด Royal Sprites, บิลลี่ โอแกน, ปั่น ไพบูลย์เกียรติ, ดิโอฬารโปรเจค Feat.โป่ง ปฐมพงศ์, เสก โลโซ, แหวน ฐิติมา, Mr.Team, Big Ass, Paradox, แสตมป์ อภิวัชร์, Getsunova, Jetset’er, Mild และ Polycat ในรูปแบบโชว์ ON GOING SHOW CASE บนเวทีเดียว! อลังการงานสร้าง ด้วยฉาก ระบบแสง-สี-เสียงเต็มรูปแบบ ศิลปินชื่อดังมากมายพร้อมใจมารวมตัวเพื่องานนี้ โดยแต่ละวง แต่ละศิลปินได้คัดเลือกเพลงสุดฮิตมามอบให้กับแฟนเพลงภายในงาน ที่สามารถ 'ร้องตามกันได้ทุกเพลง' แถมด้วยเวอร์ชั่นพิเศษที่มาเล่นในงานนี้โดยเฉพาะ พร้อมศิลปินรับเชิญและมีการแจมกันแบบ Unseen กับศิลปินต่างค่าย! ต่างยุค!! วง บิ๊กแอส เผยความรู้สึกว่า "รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ ครับ คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นอีกเวทีหนึ่งที่ทำให้พวกเรารู้สึกได้ว่ายิ่งใหญ่มากเพราะมีเพื่อน พี่น้องศิลปินทั้งรุ่นเล็กและใหญ่มารวมกันบนเวทีเดียว ถือเป็นความพิเศษมากๆ ซึ่งพวกเราก็ได้คัดเพลงที่ดังจริงๆ ฮิตๆ จริงๆ มาเพื่อให้ทุกคนสนุกกันภายในงานครั้งนี้ ภายใต้สโลแกนคือ 'ร้องตามได้ทุกเพลง' งานนี้มาเจอกับพวกเราและศิลปินกว่า 20 วงได้กันในงานนี้นะครับ" ฟาก แสตมป์ อภิวัชร์ กล่าวว่า "ต้องขอขอบคุณหนังสือเพลง 'เดอะกีตาร์' หนังสือเพลงใส่คอร์ดกีต้าร์เล่มแรกของเมืองไทย ที่ให้เกียรติผมได้มาร่วมเล่นบนเวทีนี้ ถือได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ใหญ่มากอีกเวทีหนึ่งที่สามารถรวมศิลปินมากว่า 20 วงรวมตัวกันบนเวทีเดียวกัน ทุกยุค ทุกค่ายเพลง และต้องขอบอกเลยว่านี่จะเป็นเวทีแรกที่จะเห็นศิลปินแต่ละยุคแต่ละค่ายมาแจมกันสดๆ พลาดไม่ได้จริงๆ เจอกันนะครับ" สำหรับเทศกาลดนตรีระดับชาติ ในงาน THE LEGEND OF THE GUITAR จะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากคอนเสิร์ตไปจัดกิจกรรมในโครงการ คืนความสุขด้วยเสียงดนตรีจากพี่สู่น้อง เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ดนตรีมอบให้แด่ 45 โรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยคอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559 นี้ ณ เมืองไทย GMM Live House ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน (ประตูเปิด 12.00น. การแสดงเริ่มเวลา 14.00 น. - 24.00 น.) บัตรราคา 1,600 บาท ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา www.thaiticketmajor.com และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.guitarmag.com หรือ facebook/Theguitarmag.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com