เทศกาลการ์ตูนกรุงเทพ

ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่ BLD BISTRO @Mode Sathorn Hotel
ร้านอาหารฟิวชั่น

ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่ BLD BISTRO @Mode Sathorn Hotel          เพิ่งผ่านวันหยุดยาวๆ พักร้อนหัวใจสบายๆ กันไปเมื่อไม่นาน เชื่อว่าหลายคนยังนึกถึงความสนุกสนาน และบรรยากาศสวยๆ ของที่พักอาศัย และแน่นอน หนึ่งในนั้นต้องมีโรงแรมสุดหรูที่ไหนสักแห่ง แต่ในวันนี้ เราไม่อยากพาไปไหนไกล นอกจากขอแนะนำโรงแรมในย่านใจกลางกรุงเทพนี่แหละ อย่าง Mode Sathorn Hotel ที่ภายในมีร้านอาหารกึ่งฟิวชั่นสุดหรูที่ชื่อ BLD BISTRO ที่มีบรรยากาศกว้างขวาง ประดับประดาด้วยต้นไม้ร่มรื่น รายรอบด้วยกระจกสวยงาม ให้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ในสวนกลางกรุงก็ไม่ปานทีเดียว (ร้านอาหาร BLD BISTRO อยู่ด้านหน้าของโรงแรม)            (บรรยากาศชั้นล่างของร้านอาหาร) (บรรยากาศชั้นสองของร้านอาหาร กระจกล้อมรอบกว้างขวาง) เมนูอาหารของที่นี่ มีทั้งมื้อหนักและมื้อเบาให้เลือกสรร             (ประเภท Snack อย่าง "แกงเขียวหวานเนื้อชีสเบอร์เกอร์" ที่แน่นเนื้ออยู่ในขนมปังโฮมเมดชิ้นใหญ่สูตรพิเศษผสมใบโหระพา พร้อมสลัดผักและมันฝรั่ง ราคา 280 บาท) ("แฟลมคุซหน้าทะเลอบครีมชีส" เนื้อแป้ง Tart กรอบบาง หน้าทะเล รสเผ็ดจัดจ้าน ราคา 280 บาท) (มาถึงเมนู Lunch & Dinner "Spicy Scallop Salad" ยำหอยเชลล์ชิ้นยักษ์กับผักร็อกเกต ราคา 240 บาท) (เมนูเครื่องดื่ม "Banana Split" สตรอเบอร์รี่เปรี้ยวจี๊ดบวกกล้วยและช็อกโกแลตหวาน ราคา 160 บาท) (ของหวานอย่าง "Shibuya Toast" ที่พิเศษ คือ ด้านในของขนมปังถูกตัดออกมาคลุกเคล้าแล้วเอาไปอบให้หอมกรอบมันส์ ราคา 160 บาท)            ที่นี่ถือเป็นร้านอาหารในสไตล์คาเฟ่ เหมาะสำหรับการมานั่งชิลล์ๆ สบายๆ เพราะมีบริการอินเตอร์เน็ตไวไฟความเร็วสูงให้เล่นอย่างเพลิดเพลินด้วย วันหยุดคราวหน้า หากยังไม่มีเป้าหมายที่ไหน ที่นี่เปิดตั้งแต่ 6.00-24.00 น. เรียกว่ามานั่งได้ทั้งวันเลยทีเดียว

ค้าปลีกไทยเผย สงกรานต์ '57 การจับจ่ายชะลอลง
ค้าปลีกไทย /  ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ / 

สมาคมค้าปลีกไทย เผย ช่วงสงกรานต์ การจับจ่ายของประชาชนชะลอตัวลง การเมืองกระทบ นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น พบว่า การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา เป็นไปอย่างซบเซา ส่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเมษายน พบว่า การจับจ่ายใช้สอยเริ่มฟื้นตัวขึ้น แต่ไม่คึกคักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ในหมวดสินค้าที่ไม่คงทน หรือประเภทของกินของใช้ มีการชะลอจับจ่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะประชาชนที่มีรายได้ต่ำ มีกำลังซื้อที่น้อยลง ส่วนสินค้าประเภทกึ่งคงทนและคงทน พบว่าประชาชนที่มีรายได้ระดับกลางขึ้นไป ยังคงมีกำลังซื้ออยู่ แต่จากสถานการณ์ทางการเมืองส่งผลต่ออารมณ์ของการจับจ่ายสินค้าของประชาชนที่ยังไม่กลับคืนมา อย่างไรก็ตาม นายฉัตรชัย กล่าวว่า ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจะยังคงชะลอตัว ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2556 แล้ว ทั้งนี้ ด้านผู้ประกอบการได้ทยอยปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ Mthai News

วอนขอความเป็นธรรม น้องต๊อบ ม.2 ถูกแทงตายวันสงกรานต์ แต่ข่าวเงียบ
ถนนข้าวสาร /  น้องต๊อบ / 

ชาวสังคมออนไลน์และแฟนเพจดังแห่แชร์ภาพจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Parissakorn'Punk Kuenkong ชื่อภาพขอความเป็นธรรม กรณีที่อ้างว่าเด็กชายคนหนึ่งถูกแก๊งวัยรุ่นใช้มีดแทงทำร้ายที่บริเวณถนนข้าวสาร ในช่วงเทศกาลสงกรานตร์ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ข่าวเงียบรวมไปถึงยังไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามารับผิดชอบและช่วยเหลือ โดยภาพดังกล่าวมีเนื้อหาระบุดังนี้ ด.ช.รังสิฤทธิ์ พิมพ์พา หรือน้องต๊อบ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จ.นนทบุรี ถูกคนร้ายแทงจนเสียชีวิตระหว่างเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ของวันจันทร์ที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มวัยรุ่นชาย 3 คน เดินถือมีดเข้ามาแทงเข้าไปที่คอของน้องต๊อบ ทั้งๆที่น้องต๊อบไม่ได้ไปมีปัญหาอะไรกับใครแต่อย่างใด โดยเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ให้การว่า มีวัยรุ่นชาย 1 ใน 3 คน ที่ทำร้ายน้องต๊อบ ใส่ชุดนักเรียนหน้าอกปักอักษรย่อ ร.ว. ในขณะที่กล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นก็ไม่สามารถใช้การได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ฆาตกรรมอุกอาจโหดเหี้ยมเช่นนี้ กลับยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลรับผิดชอบ แม้แต่ข่าวยังไม่มีช่องไหน หนังสือพิมพ์ฉบับไหน เว็บไซต์ข่าวเว็บไหน ที่จะเสนอข่าวให้สาธาณชนได้รับรู้ หรือว่าต้องปล่อยให้น้องต๊อบตายฟรี ทางครอบครัวจึงอยากวอนขอความเห็นใจจากผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ช่วยกันแชร์เพื่อตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้ เผื่อคดีความจะเห็นเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ส่วนศพของน้องต๊อบ ขณะนี้ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ศาลา 2 วัดบางศรีเมือง จ.นนทบุรี โดยจะสวดพระอภิธรรมศพไปจนถึงวันเสาร์ที่ 19 เมษายนนี้ และทางครอบครัวจะยังคงเก็บร่างของน้องต๊อบไว้ จนกว่าจะหาคนทำผิดมาลงโทษให้ได้ ติดต่อกลับได้ที่ น.ส.รังสิยา พิมพ์พา (พี่สาวแท้ๆของน้องต๊อบ) เบอร์โทรศัพท์ 0942492632 MThai News

การ์ตูน Oregairu ประกาศทำอนิเมะซีซั่น 2 แล้ว!!!
Oregairu /  การ์ตูน

หลังจากที่การ์ตูนอนิเมะ Oregairu ซีซั่น 1 ได้จบลงไปสักพัก ก็มีการเตรียมการสำการ์อนิเมะ Oregairu ซีซั่น 2 แต่ก็ยังไม่ทันประกาศก็ได้มีภาพหลุดออกมาก่อนประกาศ หลายวันของทางรายการ Gagaga ทาง Niconico ซึ่งเจ้าของผลงานอย่าง  อ.Wataru Watari ผู้เขียนการ์ตูน Yahari Ore no Seishun Love Come wa Machigatteiru (Oregairu) จะมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษพร้อมกับข่าวของการ์ตูนอนิเมะ Oregairu ซีซั่น 2 แต่ทว่าได้มีภาพหลุดพร้อมการขาย Light Novel เล่มที่ 9 มาก่อนเลยว่า Oregairu กำลังจะมีซีซั่น 2 ออกมาให้แฟนๆ ได้ดูกัน แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรเลยก็ต้องรอดูกันต่อไป ส่วนผู้ใดที่ชื่นชอบการ์ตูนเรื่องนี้ก็ไม่ควรพลาด

10 วิธี ทำตัวกลมกลืนกับคนไทย จาก CNN
ทำตัวกลมกลืนกับคนไทย /  เกร็ดข้อมูล / 

เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น เผย 10 วิธี ที่ต่างชาติจะทำได้เพื่อให้กลมกลืนเหมือนเป็นคนไทย โดยในเว็บไซต์ระบุไว้ว่า ชาวต่างชาติมักมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับคนไทย แต่ความจริงแล้ว คนไทยไม่ได้ทำงานตามแหล่งบันเทิงทุกคน และไม่ได้เป็นชาวพุทธที่เคร่งศาสนา และคนไทยไม่ได้ยิ้มตลอดเวลา 10 วิธี ต่อไปจะช่วยให้ชาวต่างชาติที่มาเยือนไทยเข้าใจวิถีคนกรุงเทพฯ มากขึ้น 10 วิธี ทำตัวกลมกลืนกับคนไทย จาก CNN วิธีที่ 10 การแต่งตัว วัยรุ่นชาย ไม่ว่าจะไปเดินชายหาด หรือโรงแรมหรู ต้องใส่เสื้อโปโลแบรนด์ดัง ตั้งปกคอเสื้อขึ้นคู่กับกางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะ ส่วนวัยรุ่นหญิง ถอดแบบจากสาวเคป๊อปออกมาทุกระเบียดนิ้ว ทั้งเสื้อผ้าหนาผม แต่ถ้าทำยังไงก็ไม่เหมือนก็หันไปพึ่งศัลยกรรมเอา ส่วนเครื่องประดับประจำกายที่ขาดไม่ได้เลย คือ กระเป๋าถือแบรนด์ดังราคาเท่ากับค่าเช่าคอนโด 6 เดือน และถือไอแพดสีชมพูสด วิธีที่ 9 การเลือกร้านอาหาร ร้านอาหารริมทาง เป็นร้านอาหารทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนกรุงเทพเฉพาะ 3 กลุ่มนี้ กลุ่มเด็กนักเรียน ,กลุ่มพนักงานบริษัทที่มีเวลาพักแค่ 1ชม. และพวกที่เมาตอนตี 2 ซึ่งหากไม่ใช่คน 3 กลุ่มนี้ ก็ต้องเฟ้นหาร้านราคาแพง หรูหรา ตกแต่งดีเหมือนส่งตรงมาจากประเทศต้นกำเนิด ร้านเหล่านี้มีอยู่ตามย่านธุรกิจชื่อดัง เช่น ทองหล่อ เป็นต้น วิธีที่ 8 การใช้รถไฟฟ้าบีทีเอส BTS ควรเข้าแถวหลังเส้นเหลืองอย่างเป็นระเบียบ แต่เมื่อรถไฟฟ้าจอดเทียบชานชาลา ต้องแทรกเข้าไปในรถไฟฟ้าให้ได้เร็วที่สุดซึ่งเป็นวีธีที่ใช้กับลิฟท์ด้วย เมื่อเข้ามาในรถไฟฟ้าแล้วไม่มีที่นั่งให้หาที่โล่งๆ แล้วเอนตัวทั้งตัวพิงไป โดยไม่ต้องแคร์ว่าตรงนั้นจะเป็นเสาที่มีคนจับหรือไม่ แต่อย่าแกล้งหลับต้อง ลุกให้เด็ก สตรีตั้งครรภ์ คนชรา และรวมถึงสาวหุ่นดีสวมรองเท้าส้นเข็มนั่งด้วย เพราะคนกรุงเทพไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ วิธีที่ 7 วิธีเป็นคนขาดวิตามินดี ในประเทศไทย การมีผิวขาวสว่างจะเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นควรพกร่มเพื่อบังแดด หรือหากไม่มีให้ใช้กระเป๋าสตางค์และหนังสือปิดหน้าแทน ที่สำคัญลงทุนกับครีมกันแดดและครีมปรับผิวขาว และสวมปลอกแขนเพื่อป้องกันแสงแดดตอนขบรถด้วย นอกจากนี้อย่าลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำของโรงแรม จนกว่าพระอาทิตย์จะตกดินอีกด้วย วิธีที่ 6 การดื่ม แม้ว่าคนกรุงเทพจะไม่มีความรู้เรื่องไวน์แต่ขอแค่สั่งไวน์ชื่อแปลก เมื่อถือแก้วให้แกว่งแก้วเบาๆ และจิบ แล้วก็สั่งให้เอาไวน์ไปแช่ในตู้แช่เย็น แต่หากดื่มเบียร์ก็ให้ใส่น้ำแข็งด้วย ที่ขาดไม่ได้ให้ถ่ายรูปร้านอาหาาร และอาหารทุกจานที่สั่ง แล้วอัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อประกาศให้โลกรู้ด้วย วิธีที่ 5 การจัดการกับสถานการณ์ยุ่งยาก หากคุณทำผิดในที่ทำงาน อย่ายอมรับผิดโดยเด็ดขาด เพราะนั่นเป็นการกระทำที่สื่อให้เห็นถึงความอ่อนแอ แต่ให้ส่งยิ้มที่ไม่จริงใจกลับไป วิธีที่ 4 การสื่อสาร สำหรับคนไทย ทุกๆคนในสังคมคือคนในครอบครัวเดียวกัน ดังนั้น ควรเรียกคนแปลกหน้าตามท้องถนน เช่น คนขายกับข้าว เด็กเสิร์ฟให้เรียกเขาหล่านั้นด้วยสรรพนามต่างๆ เช่น พี่ น้อง ป้า ลุง และลงท้ายประโยคสนทนาด้วยคำขานรับ ครับ/ค่ะ เพื่อแสดงความสุภาพ แม้ว่าประโยคเหล่านั้นจะเสียดสีหรือฟังดูแย่แค่ไหน มันจะดุน่าฟังขึ้นมาทันที เช่น คุณกลิ่นตัวแรงมากเลยนะคะ นอกจากนี้การ พิมพ์ตัวเลข 5 หลายๆ ตัวต่อกัน เป็นการแสดงอาการขบขันเมื่อสนทนาในโลกออนไลน์ วิธีที่ 3 การตั้งชื่อตัวเอง คนไทยมักเรียกคนอื่นด้วยชื่อเล่น ให้ลองหาชื่อเล่นแปลกหูแทน โดยชื่อเล่นยอดฮิต อาจตั้งเลียนแบบชื่อรถยนต์ ผลไม้ หรืออะไรก็ได้ เช่น เบนซ์  แอปเปิล เพราะเด็กไทยสมัยนี้ก็มีชื่อแปลกๆ เช่น “เบิร์ดเดย์” หรือ “แตงกิ้ว” วิธีที่ 2 การเดินทาง คนไทยเน้นใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะหลักในการเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อน แม้ว่าจะต้องเผชิญรถติดนานกว่า 2 ชม.ก็ตาม และหากเรียกแท็กซี่แล้วไม่ยอมไป ไม่ต้องแปลกใจโดยเฉพาะในย่านธุรกิจ เพราะแท็กซี่เหล่านี้ต้องส่งรถคืน จึงไม่สามารถขับไปส่งไกลๆ ได้ และหากไม่ต้องแบกผักถุงยักษ์ก็ไม่จำเป็นต้องใช้รถสามล้อ หรือตุ๊กตุ๊ก อาจใช้รถไฟฟ้าบีทีเอส แม้ว่าสถานีจะอยู่ไกลมาก วิธีที่ 1 การใช้บันไดเลื่อน ลืมกฏการใช้บันไดเลื่อนแบบสากล ที่ผู้คนจะยืนอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของบันไดเลื่อนเพื่อหลีกทางให้กลุ่มคนที่ กำลังเร่งรีบเดินผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะที่นี่ประเทศไทย ไม่มีใครรีบ สามารถยืนตรงกลางของบันไดเลื่อนได้เลย และถ้าหากมีใครร้องขอให้หลีกทาง อย่าลืมกรอกตาแสดงความไม่พอใจกลับไปด้วย อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น ได้เขียนชี้แจ้งบนหน้าเว็บไซต์แล้วว่า บทความชิ้นนี้ เขียนขึ้นเพื่อความสนุกสนานและตลกขบขันเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะสื่อไว้เป็นคำแนะนำสำหรับชาวต่างชาติที่แท้จริงแต่อย่างไร View Larger Map ข้อมูลและภาพ : travel.cnn.com / pantip.com/topic/30144031/ captainkimo.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

สังคมเละเทะ ! สวยยับ เด็กเต้นท่าไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่ยืนยิ้มร่า ไม่ห้ามปราม
ท่าเต้นสงกรานต์ /  สงกรานต์ / 

แฟนเพจ สตั้น 10 วิ ได้โพสภาพเด็กหญิงสองคนกำลังเต้นในลักษณะยั่วยวนทางเพศ โดยคนหนึ่งนอนลงที่พื้นข้างล่างพร้อมกับแอ่นสะโพกขึ้น และเด็กอีกคนยืนคร่อมอยู่ด้านบนทำท่าคล้ายส่ายเอว ด้านหลังเป็นผู้ใหญ่หลายคนกำลังฉีดน้ำ ยืนยิ้มร่ากับบรรยากาศความสุขในเทศกาลสงกรานต์ ภาพดังกล่าวเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่เลียนแบบผู้ใหญ่ การซึมซับในขณะที่ไร้วุฒิภาวะ ทำให้เด็กแสดงออกแบบนั้น ซึ่งผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ควรจะให้คำแนะนำรวมถึงห้ามปรามเพื่อไม่ให้เด็กทำพฤติกรรมและรู้ว่าไม่เหมาะสม ไม่ใช่พึงพอใจซึ่งเท่ากับว่าเป็นการสนับสนุนให้แสดงออกอย่างผิดๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสื่อเพลงที่เน้นขายท่าเต้นเซ็กซี่ ทำให้เด็กเลียนแบบได้ง่าย ซึ่งเพลงแบบนั้นนอกจากจะเรตติ้งดีแล้ว ยังสามารถทำเงินได้มาก ทำให้กลายเป็นธุรกิจที่ก่อให้เกิดการส่งเสริมการเต้นแบบไม่เหมาะสมมากขึ้นไปอีก ยิ่งเต้นยั่ว ยิ่งโป๊ ยิ่งสองแง่สองง่าม ยิ่งขายดี แต่สังคมทรามลง Mthai News แบบทดสอบคุณอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์แค่ไหน...

หนุ่มมักง่าย ยืนฉี่บนประตูท่าแพ ชาวเน็ต รุมสาปแช่งให้จู๋บวม
ฉี่ /  ประตูท่าแพ / 

วันนี้(16 เม.ย.)แฟนเพจ CM108.com ได้โพสภาพพร้อมข้อความว่า นายทำอะไรบนกำแพงเมือง ประตูท่าแพ ซึ่งในภาพปรากฎผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังมือทั้งสองข้างอยู่แนบข้างลำตัว โดยผู้เห็นภาพสันนิษฐานว่า ชายคนดังกล่าวกำลังปัสสาวะใส่กำแพงเมือง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับชาวเชียงใหม่และชาวสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก เพราะหลายคนเชื่อว่ากำแพงเมืองโบราณเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากมีเจ้าที่ สถิตย์อยู่และประตูท่าแพเป็นโบราณสถานที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์บำรุงรักษา ไม่ใช่สถานที่ในการใช้ปัสสาวะ ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นพร้อมสาปแช่งให้อวัยวะเพศของชายในภาพบวมเน่า รวมไปถึงเรียกร้องให้ทางเทศบาลจัดทำห้องน้ำสะอาดสำหรับนักท่องเที่ยวและห้ามคนขึ้นไปบริเวณกำแพงเมืองเด็ดขาด ทั้งนี้ประตูท่าแพ หรือชื่อเดิม ประตูเชียงเรือก เป็นประตูทางทิศตะวันออก และเป็น 1 ใน 5 ประตูเมืองชั้นในของเวียงเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นประตูเมืองเพียงแห่งเดียวที่มีบานประตู ตามความเชื่อของตำนานเมืองเชียงใหม่ ประตูท่าแพมีองค์เทพที่รักษาประตูทั้งหมด 5 องค์ พร้อมทั้งบริวารอีก 5000 โดยมีเจ้าต๋นเก๊าชื่อว่าเจ้าพ่อแสนสะหลี เป็นเจ้าอารักษ์ประตูท่าแพ MThai News

เทศกาลชมผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง แก่งกระจาน เพชรบุรี
ผีเสื้อ /  สถานที่ท่องเที่ยว / 

เทศกาลชมผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง แก่งกระจาน เพชรบุรี เทศกาลดูผีเสื้อ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จะเริ่มตั้งแต่ กลางเดือนเม.ย.- มิ.ย. ของทุกปี  เมื่ออากาศร้อนจัด และแหล่งน้ำเริ่มแห้งเหือด บรรดาเหล่าผีเสื้อนานาชนิด จะพากันมาหากินเกลือตามดินโป่ง หรือแหล่งน้ำแฉะๆ มากมาย จนบางครั้งก็อาจพบการอพยพของฝูงผีเสื้อ นับแสนตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งจุดชมผีเสื้อของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่สามารถพบเห็นฝูงผีเสื้อที่บินไป มานับพันตัวได้ คือ แคมป์บ้านกร่าง ซึ่งที่นี่เป็นจุดศูนย์รวมของผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ กว่า 200 ชนิด ที่พบได้มากมาย ในช่วงฤดูร้อน ตามโป่งต่างๆ นกหลายชนิด และพืชพันธุ์สัตว์ป่านานาชนิด เส้นทางผีเสื้อ จะเริ่มจากที่ กิโลเมตรศูนย์ คือ บริเวณด่านตรวจเขา สามยอดถึงกิโลเมตรที่ 17 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางตามโป่งดิน บริเวณแอ่งน้ำมีผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อวาวสีต่างฤดู ตามพุ่มไม้มีผีเสื้อกะลาสีธรรมดา ผีเสื้อสีตาลจุดตาห้า ผีเสื้อช่างร่อน ตามกองมูลสัตว์มีผีเสื้อเหลืองหนามธรรมดา ผีเสื้อตาลหนามใหญ่ และที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ. 4 (บ้านกร่าง) บริเวณด้านหลัง แคมป์บ้านกร่าง เป็น ลำธารที่มีผีเสื้อให้ชมนานาชนิด อาจพบผีเสื้อหางติ่งสะพายเขียว ซึ่งเป็นผีเสื้อหายากชนิดหนึ่ง โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดูผีเสื้อ คือ ตั้งแต่เวลา 8.00 - 14.00 น. การดูผีเสื้อที่ แคมป์บ้านกร่าง แก่งกระจาน สามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือค้างคืนก็ได้ การดูผีเสื้อที่ แคมป์บ้านกร่าง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สามารถดูได้ตลอดทั้งวัน เพราะผีเสื้อแต่ละชนิดมีช่วงเวลาการออกหากินแตกต่างกัน แต่ที่เหมาะสมที่สุดคือ ช่วงเช้าถึงสาย  เพราะเป็นเวลาที่ผีเสื้อจะเกาะนิ่งตามใบไม้ เพื่อผึ่งแดดให้ร่างกายและปีกอบอุ่น แข็งแรงก่อน ที่จะออกหากิน นักดูผีเสื้อจึงสามารถสังเกตผีเสื้อได้อย่างใกล้ชิด นอกจากจะพบผีเสื้อที่กำลังเกาะกินอาหารอยู่นิ่งๆ โดยเฉพาะตามพุ่มดอกไม้ริมทาง พื้นดินแฉะ หรือดินทรายริมลำธารรวมทั้งบริเวณแหล่งอาหารใหญ่ ก็จะพบผีเสื้อรวมกันอยู่เป็น ฝูงใหญ่นับ ร้อยตัว นับเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับการดูผีเสื้อ แต่ทั้งนี้ก่อนเดินทางไปดูผีเสื้อให้โทรมาสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานอีกครั้ง เพราะในแต่ละช่วงก็จะพบเห็นผีเสื้อในแต่ละสายพันธุ์ ที่แตกต่างกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 ดูผีเสื้อที่แคมป์บ้านกร่าง  อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ช่วงที่ดีที่สุด ตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. ถึง เดือน มิ.ย. ของทุกปี ดูผีเสื้อ บริเวณ กม.ที่ 10 - บ้านกร่าง - กม. ที่ 17 เวลา 08.00 – 14.00 น. ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ช่วงเช้าแสงแดดอ่อนราว 08.00 - 10.00 น. การเดินทางไปดูผีเสื้อแคมป์บ้านกร่าง รถส่วนตัว จากกรุงเทพฯ เดินทางโดยใช้ทางหลวง หมายเลข 35 ต่อด้วยหมายเลข 4 ถึง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี แยกเข้าทางหลวง หมายเลข 3499 สู่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต่อด้วยเส้นทางภายในอุทยานฯ View Larger Map ขอขอบคุณข้อมูลและภาพ : paiduaykan.com / wiki / http://7greens.tourismthailand.org/ เรียบเรียงโดย Travel MThai

Sword Art Online ทำการปรับปรุงตัวละครพร้อมเปลี่ยนทีมงานใหม่
Sword Art Online

การ์ตูนอนิเมะ Sword Art Online กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงตัวละคร  เว็บไซต์และ Tweets โดยที่ทางผู้ที่เขียนนวนิยายอย่าง Reki Kawahara (@ kunori) ได้จัดทำแผนการของการ์ตูน Sword Ar Online  ออกมาเป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งแผนการนี้กำหนดลงในเดือน กรกฏาคม นี้ ซาโตริ โมริ ถูกย้ายเปลี่ยนตำแหน่งโดยที่ เท็ตสึยะ ทาเคอุจิ เข้ามาแทนในฐานะผู้อำนวยการเคลื่อนไหว และ  Kengo Matsumoto ได้รับหน้าที่ให้ทำงานภาพคลื่อนไหว เค้าอธิบายว่า "gun maniac"  และโรงภาพยนตร์การเดินทางของผู้เขียน Keiichi Sigsawa และจะได้รับการดูแลภาพของอาวุธปืนที่มี ยูอาโอกิและซาโตชิโมริ ในทีมที่เน้นการเคลื่อนไหวอาวุธปืนใน SWORD ART ONLINE จะออกมาเป็นเช่นไรก็ต้องติดตามชมกันต่อไป (ผิดพลาดรงไหนข้ออภัยนะครับ)

ชิลไปอีก! เหล่าเซเลบแห่ร่วมงานเทศกาลดนตรี Coachella 2014
บรรยากาศ /  สุดชิล / 

ชิลไปอีก! เหล่าเซเลบแห่ร่วมงานเทศกาลดนตรี Coachella 2014

Foster The People โชว์สดๆ ที่เทศกาลดนตรี Coachella
coachella /  Foster The People / 

Foster The People หยิบเพลงจากอัลบั้มใหม่ Supermodel โชว์สดๆ ที่เทศกาลดนตรี Coachella เพิ่งวางแผงอัลบั้มล่าสุดไปหมาดๆ สำหรับอัลบั้ม Supermodel ของสามหนุ่มอินดี้ร็อค Foster The People ที่ล่าสุด เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บ้านเราเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างเย็นชุ่มฉ่ำ แต่ที่แคลิฟอร์เนีย เขามีเทศกาลดนตรี Coachella Valley Music and Arts Festival 2014 เมื่อวันที่ 11-13 เมษายน ที่ผ่านมา Foster The People หนึ่งในศิลปินที่ร่วมโชว์ที่เทศกาลดนตรี Coachella ก็ไม่พลาดที่จะนำเพลงใหม่ๆ จากอัลบั้มที่สอง Supermodel ของพวกเขา มาให้ได้ฟังกันสดๆ เรียกได้ว่า เป็นที่แนกๆ เลยก็ว่าได้ กับการเล่นเพลงใหม่แบบสดๆ สำหรับใครที่พลาดดูย้อนหลัง เรามี 2 คลิป โชว์ของ Foster The People มาให้ได้ชมกัน Coachella 2014 -- Helena Beat - Foster The People Coachella 2014 -- Best Friend - Foster The People ลองมาดู Setlist กันสักหน่อย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ปชช. เดินทางกลับ กทม.หมอชิต-หัวลำโพงแน่น
สงกรานต์ 2557 /  หมอชิต-บ.ข.ส.

หัวลำโพงคึกคัก! ประชาชนทยอยเดินทางเข้า กรุงเทพ ต่อเนื่อง หลังเทศกาลสงกรานต์ ขณะ  ผู้ว่า ร.ฟ.ท.ลงพื้นที่ดูความเรียบร้อย ขณะที่ หมอชิต ประชาชนทยอยเข้ากรุง รถสาธารณะมีบริการเพียงพอ บรรยากาศ การเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครของประชาชนที่โดยสารรถไฟขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ หัวลำโพง ล่าสุด เช้าวันนี้ประชาชนได้ทยอยเดินทางกลับเข้ามาในพื้นที่อย่างคึกคัก พร้อมนำสัมภาระข้าวของเครื่องใช้ โดยเฉพาะของกินของใช้กลับจากภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพค่าใช้จ่าย ท่ามกลางเจ้าหน้าที่การรถไฟคอยดูอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยเช้าวันนี้นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เดินทางลงตรวจเยี่ยมการเดินทางกลับของประชาชน  ขณะที่บริเวณนอกชานชาลา รถแท็กซี่ รถรับจ้าง จำนวนมากได้จอดรถทยอยต่อแถวเพื่อรอรับประชาชนไปส่งยังจุดหมาย

แชแม้ ให้โอกาส ขวัญไทย ชิงแชมป์โลกอีก
PABA /  wba / 

"แชแม้" นายนิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ โปรโมเตอร์ และบิ๊กบอสใหญ่ บริษัท แกแล็คซี่ บ๊อกซิ่ง โปรโมชั่น จำกัด เปิดเผยว่า วันแรงงานแห่งชาติปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พ.ค.ของทุกๆ ปี ทางบริษัทฯ ได้ร่วมกับจังหวัดพะเยา ระเบิดศึกยอดมวยโลกกระทิงแดง+วันหมอเส็ง วันแรงงานแห่งชาติ จังหวัดพะเยา ณ เวทีมวยชั่วคราวสนามกลางเวียงพะเยา อำเภอเมือง ถ่ายทอดสดทางไทยทีวีสีช่อง 3 ตั้งแต่เวลา 13.55-15.55 น. โดยได้รับเกียรติจาก นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานอำนวยการฯ และนายหัสนัย แก้วกุล ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา เป็นประธานจัดการแข่งขัน ทั้งนี้ในคู่เอก เป็นการชกป้องกันตำแหน่งแชมป์มวยโลก รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท 122 ปอนด์ PABA ระหว่าง "เจ้ารถถังจูเนียร์" ณพ กระทิงแดงยิม นักมวยดาวรุ่งของค่ายในฐานะเจ้าของเข็มขัด จะเจอ บาย ดันดี พูมาร์ รองแชมป์ชาวฟิลิปปินส์ สำหรับจัดในไฟต์นี้ ตนจะให้ ขวัญไทย ศิษย์หมอเส็ง อดีตแชมป์โลกมินิมั่มเวต 105 ปอนด์ ทำผลงานไต่ทำอันดับโลกขึ้นไปอีก หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีเมื่อไฟต์ที่แล้ว ด้วยการน็อคยกแรก เด็มซี่ มานูโฟเอ้ (อินโดนีเซีย) โดยขณะนี้ ขวัญไทย อยู่อันดับ 7 สมาคมมวยโลก WBA มองดูแล้วโอกาสที่จะได้ชิงก็ยังมีอยู่ อย่างไรก็ตามในศึกครั้งนี้อยากให้จับตา แสตมป์ กระทิงแดงยิม นักมวยดาวรุ่งอีกคนวัยเพียง 16 ปี ซึ่งเป็นหลานของ พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม ที่จะเป็นสายเลือดพันธุ์ใหม่ในพิกัดนี้เช่นกัน อนึ่ง ขวัญไทย เคยเป็นแชมป์โลกรุ่น 105 ปอนด์ ของสมาคมมวยโลก WBA ด้วยการเปิดศึกสายเลือด ครั้งที่ 13 กับนักชกไทยรุ่นพี่ ปิ๊กมี่ ก่อเกียรติยิม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เมื่อวันที่ 5 พ.ย.53 ซึ่ง ขวัญไทย ขึ้นชิงแชมป์ในฐานะเป็นรองแชมป์โลกอันดับที่ 1 ก่อนจะมาเสียแชมป์หลังจากครองมากว่า 5 เดือน ในการป้องกันครั้งแรกให้กับ โมฮัมหมัด รัชมานห์ อดีตแชมป์โลกในรุ่นเดียวกันนี้ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) 2 สมัย ชาวอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 19 เม.ย.54 ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยขวัญไทยเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 9 จนในกลางปี พ.ศ.56 ขวัญไทย ได้รับเชิญจาก อิโอกะ โปรโมชั่น ต้นสังกัดของ คาซูโตะ อิโอกะ แชมป์โลกรุ่นไลต์ฟลายเวท WBA ให้เดินทางไปชกชิงแชมป์โลกที่ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะที่เป็นนักมวยขึ้นชกแทนแชมป์โลกเฉพาะกาลชาวเปรู อัลเบอร์โต้ รอสเซล ที่ถอนตัวไป ปรากฏว่า ขวัญไทย แพ้น็อกไปในยกที่ 7 ด้วยเวลา 2.17 นาที

10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ประวัติศาสตร์ / 

สิ่งของ มนุษย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ล้วนก็มีที่มา จุดกำเนิดด้วยกันทั้งสิ้น .. นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา หรือคนหลายกลุ่มต่างก็ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันมากมาย ไม่ว่าจะผ่านไปนานเป็นสิบ ร้อย พัน หรือหมื่นปี ผู้คนก็ยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์กันเรื่อยมา แต่! เรื่องราวในประวัติศาสตร์บางเรื่องที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆอ่านกันนี้ เป็น 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้างตามมาเลยคะ ^^ 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ 10.โทมัส อัลวา เอดิสัน ไม่ใช่คนประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก ในความเป็นจริงแล้ว โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตามที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน เช่น จูเซ็ปป์ สวอน (Juseph Swan) หรือ ไฮน์ริช เกอเบิล (Heinrich Goebel) อย่างไรก็ตามเอดิสันได้คำนึงถึงการนำหลอดไฟฟ้าไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง โดยเอดิสันได้ทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ายาวนานพอที่จะนำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายในบ้านเรือนหรือร้านค้า นอกจากนั้นเอดิสันยังได้สร้างระบบผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับเอดิสันอีกว่า  สิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาและจดสิทธิบัตรเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง แต่เป็นการพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์ดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้นโดยลูกจ้างของเขา เพราะเหตุนี้ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ในเรื่องการอ้างผลงานเป็นของตัวแต่ผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้กับผู้คิดค้นดั้งเดิม 9. เธอคือโป๊บ ? เพื่อนๆเคยดูภาพยนตร์เรื่อง เธอคือโป๊บ (Pope Joan) ที่สร้างจากเค้าโครงในตำนาน (โดยเนื้อเรื่องเอามาจากนิยาย) กันบ้างรึเปล่าคะ เป็นเรื่องราวในตำนานของหญิงสาวที่แต่งตัวเป็นพระชายและไปกรุงโรมเพื่อศึกษา ในที่สุดเธอก็ได้เป็นพระสันตะปาปา แต่เธอคลอดบุตรในขณะกำลังขึ้นม้า ภาพยนตร์เรื่องนี้โดนแบนหลายประเทศมาก (ยกเว้นไทย) เพราะว่าเนื้อหาค่องข้างหมิ่นศาสนามา หนังพยายามบอกว่าเรื่องพระสันตะปาปาเป็นเรื่องจริง หากแต่ปัจจุบันเรื่องราวของพระสันตะปาปาหญิงโจน (Pope Joan หรือ Popess Joan) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า มีตัวตนจริงๆหรือไม่  โดยตำนานกล่าวว่าพระสันตะปาปาหญิงโจนมี ชื่อเดิมคือโจฮานนา แองลิกัส (Johanna Anglicus) โดยใช้ชื่อผู้ชายว่าจอห์น (John) เกิดที่ไมนส์ (Mainz) เป็นผู้เชียวชาญศิลปวิทยาหลากหลายแขนง จนไม่มีผู้ทัดเทียม และภายหลังเธอเดินทางไปโรม ก็เปิดสอนวิชาศิลปศาสตร์จนที่เคารพรักแก่บรรดาศิษย์  จากนั้นก็เล่นการเมืองและถูกเลือกโดยพระสันตะปาปา ในขณะที่เธอเป็นพระสันตะปาปา เธอตั้งครรภ์โดยคนรักของเธอ โดยไม่รู้ว่า เมื่อไรจะถึงกำหนดคลอด เธอให้กำเนิดทารกเพศชาย และโดนการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมของกรุงโรม เธอต้องโดนลงโทษ โดยการผูกติดกับขาม้าแล้วก็ถูกลากไป และโดนโยนก้อนหินโดยประชาชนครึ่งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานว่าที่ที่ฝังเธอเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเนื่องมากจากเหตุผลที่ว่า เธอเป็นผู้หญิง หรือมาจากความโง่ของหลักฐานก็ตาม และเรื่องราวของเธอถูกเขียนโดย(Martin of Opava) ใน Chronicon Pontificum et Imperatum แต่กระนั้นนักประวัติศาสตร์ และผู้เคร่งศาสนา ต่างไม่เชื่อว่า มีพระสันตะปาปาหญิงโจนมีตัวตนจริงๆ เป็นเพียงเรื่องโกหกและเป็นตำนานลอย ๆ เท่านั้น สาเหตุเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ถูกพบในเอกสารที่เชื่อถือได้ 8.รูปร่างที่แท้จริงของเทวรูปโคโลสซูสเป็นอย่างไรกันแน่ ? นี้คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ขาดหายไปในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ  เทวรูปโคโลสซูสเป็นที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีก หล่อด้วยทองบรอนซ์ ในท่ายืน สูง 100 ฟุตโดยเฉพาะฐานที่รองรับรูปหล่อนั้นสูงกว่าตึก 5 ชั้น พระหัตถ์ขวาถือดวงประทีป ตั้งอยู่หน้าเมืองโรดส์ประเทศกรีก สร้างโดยกษัตริย์แชรัสแห่งลินดัส เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นที่คอยกั้นอ่าวของเกาะแห่งนี้ของกรีกในทะเลเอเจียน สร้างเสร็จหลังจากใช้เวลา 12 ปี แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล และต้องพังทลายลง เพราะแผ่นดินไหว ถูกทอดทิ้งเป็นเวลา 900 ปี จนถูกขายเป็นเศษเหล็ก ให้แก่ชาวเมืองซาราเซน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสงคราม จนเราไม่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เลยแม้แต่ซาก ส่วนภาพที่เห็นเป็นเพียงจินตนการของคนวาดเท่านั้น แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือเอกสารหลายชิ้นพรรณารูปปั้นนี้ไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่ารูปปั้นอ้าขาจนเรือรอดได้ บ้างก็บอกว่ารูปปั้นไม่ได้อ้าขา 7. แรงงานสร้างพีระมิดไม่ใช้ทาส ? จากที่เราอ่านประวัติศาสตร์เรามักเห็นฉากแรงงานสร้างพีระมิด โดยหนังสือบอกว่าพวกเขาเป็นทาสและมีคนโบยแส้ที่ด้านหลังใช่รึเปล่า หากแต่ปัจจุบันความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อนักโบราณคดีค้นพบสุสานในอียิปต์ ซึ่งช่วยพิสูจน์ว่าแรงงานที่ช่วยกันสร้างพีระมิดนั้นไม่ใช่ทาสอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นคนที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการจ่ายค่าแรงรวมถึงมีการจัดอาหารให้รับประทาน 3 มื้อต่อวันเป็นอย่างดี อีกทั้งการสร้างสุสานใกล้กับที่ฝังศพของกษัตริย์  แสงให้เห็นว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ใช่ทาสแต่อย่างใด โดยคาดว่าแรงงานเหล่านั้นน่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น มีส่วนช่วยให้องค์ฟาโรห์ได้ไปจุติบนสวรรค์ และเมื่อถึงเวลาที่ตนจะจากโลกนี้ไปบ้าง เทพฟาโรห์ก็จะได้พิทักษ์ปกป้องตนต่อไป 6. ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไวกิ้ง ไวกิ้งที่เราได้เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องนั้น ส่วนใหญ่มักตัวใหญ่น่ากลัวสวมหมวกขนสัตว์ โหดร้ายป่าเถื่อนชอบปล้นทรัพย์ฆ่าและข่มขื่นหญิงชาวบ้าน อีกทั้งตัวสกปรก ไร้สมอง เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของยุโรปอย่างแท้จริง แหละนี่คือความรู้ที่ผิด! จากการศึกษาประวัติศาสตร์พบว่าไวกิ้งไม่โหดร้ายอย่างที่คุณคิด ไวกิ้งไม่ใช่นักรบอย่างเดียว หากแต่เป็นพ่อค้าและนักตั้งถิ่นฐานที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนายุโรปกลาง พวกเขาอาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง ในวันเสาร์เท่านั้น(อย่าลืมว่าอากาศยุโรปมันหนาว) ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่พวกเขาสูงแค่ 170 ซม. ซึ่งไม่สูงอย่างที่เราเข้าใจกัน ผมและหนวดสีทองที่เราเห็นในภาพยนตร์เป็นเพียงอุดมคติความเชื่อในวัฒนธรรมไวกิ้งที่ใช้สบู่พิเศษในการแต่งไม่ใช้เป็นมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งพวกเขาไม่ได้อาศัยเฉพาะสแกนดิเนเวีย พวกเขาอพยพไปหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย, แอฟริกา หรือแม้แต่อเมริกาเหนือ ส่วนพฤติกรรมที่ฆ่าและข่มขืนปล้มทรัพย์นั้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น แต่สิ่งที่เชื่อถือได้คือพวกนักบวชในยุโรปไม่ชอบพวกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกไวกิ้งเคยทำลายวัดและฆ่าพวกพระบาทหลวงหลายคน(ภายหลังไวกิ้งก็เข้ารีตเป็นคริสต์ศาสนิกชน) 5. ครีโอพัตราไม่ใช่คนอียิปต์ คลีโอพัตรา ที่ 7 ฟิโลปา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คลีโอพัตรา) เป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาเซโดเนีย แต่จนบัดนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนอียิปต์(อย่างน้อยก็การ์ตูนญี่ปุ่นล่ะ) เพราะว่าเธอเป็นชาวกรีกแท้ๆ บิดาของพระนางคือปโตเลมีที่ 12 โอเลเตส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอ พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ภาษาฮิบรู ภาษาละติน ภาษามาซิโดเนีย ภาษาเอธิโอเปียน ภาษาซีเรีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ก็น้อยคนนักที่จะแตกฉานในภาษานี้ และเธอเป็นผู้ปกครองอียิปต์คนสุดท้ายที่มีเชื้อสายกรีก 4. คิงอาเธอร์มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงเหรอ กษัตริย์อาเธอร์ (King Arthur) เป็นกษัตริย์อังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนานเล่าขานในฐานะวีรบุรุษในยุคกลาง ซึ่งได้ปกป้องเกาะบริเตนจากการรุกรานของชาวแซ็กซอนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 รายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าขาน ตำนานพื้นบ้าน และวรรณกรรมที่แต่งขึ้นโดยส่วนมากมักเกินจริงไปหน่อย เช่น มีพ่อมดเมอร์ลินเป็นผู้ช่วยทำสงคราม, อาเธอร์สามารถต่อสู้ตามลำพังด้วยมือเปล่า และสังหารศัตรูไปถึง 960 คน และแน่นอนเรื่องราวภูมิหลังที่แท้จริงทางประวัติศาสตร์ของตำนานกษัตริย์อาเธอร์เป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว หลายคนเชื่อว่าอาเธอร์เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6  แต่กระนั้นก็ยังขาดหลักฐานสนับสนุนที่หนักแน่นเพียงพอ(ปละหลักฐานส่วนใหญ่เป็นของปลอม) นักประวัติศาสตร์ในยุคหลังโดยมากจึงไม่นับว่าอาเธอร์เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่มีตัวตนจริง นักประวัติศาสตร์ จนมีนักประวัติศาสตร์ออกมาบอกว่า "ไม่มีบุคคลใดในกรอบประวัติศาสตร์และตำนานที่จะทำให้นักประวัติศาสตร์เสียเวลามากเท่านี้” 3. เลดี้โกไดวา มีตัวตนอยู่จริงเหรอ เลดี้โกไดวา (Lady Godiva) เป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโคเวนทรี (ประเทศอังกฤษมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 997-1067 เธอเป็นภรรยาของลีโอฟริก เอิร์ลแห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี ผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอังกฤษ เป็นคนละโมบและกดขี่ชอบเก็บภาษีประชาชนอย่างบ้าเลือด แม้เลดี้โกไดวาเฝ้าขอร้องสามีให้ลดภาษี แต่เขาไม่เคยยอม จนกระทั้งวันหนึ่ง ลีโอฟริกได้คิดสนุกเลยบอกเลี้โกไดวาว่าถ้าเธอกล้าเปลือยกายขี่ม้ารอบเมือง เขาจะยอมลดภาษีให้ตามที่ขอ ซึ่งการการกระทำดังกล่าวสำหรับผู้หญิงอังกฤษสมัยกลางย่อมถือเป็นเรื่องต่ำช้าอย่างยิ่ง แต่เลดี้โกไดวาก็ตัดสินที่จะยอมทำตามดังกล่าว โดยเธอได้กระจายข่าวบอกชาวเมืองให้พวกเขาร่วมมือด้วยการปิด ประตูหน้าต่างหลบอยู่ในที่พักอาศัยขณะเธอขี่ม้าผ่านเปลือยกาย ซึ่งชาวบ้านก็ร่วมมือเป็นอย่างดี(ความจริงมีชายคนหนึ่งแอบดูนาง หากแต่เขาถูกสวรรค์ลงโทษด้วยการทำให้ตาบอดในเวลาต่อมา และชายคนนั้นชื่อทอม จนเกิดสำนวนว่า “ทอมนักถ้ำมอง” Peeping Tom ในเวลาต่อมา)  จนนางสามารถทำสิ่งที่สามีบอกได้สำเร็จ และส่งผลให้สามีของเธอยกเลิกภาษาตามสัญญาที่ว่าไว้ อีกทั้งเธอก็ไม่ถูกประณามซ้ำยังชกลายเป็นวีรสตรีของชาวเมืองไปในทันที ทุกวันนี้ที่จัตุรัสกลางเมืองโคเวนทรีมีอนุสาวรีย์เลดี้โกไดวาตั้งอยู่อย่าง โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1678 สภาเมืองโคเวนทรีได้เริ่มจัดให้มีขบวนแห่ "เลดี้โกไดวา" บันทึกไว้เป็นครั้งแรก โดยจัดหาผู้หญิงมาสวมผ้าสีเนื้อรัดกายให้ดูคล้ายเปลือยเปล่า นั่งบนหลังม้าแห่ไปรอบเมืองเพื่อรำลึกการกระทำอันงดงามของโกไดวา ในขณะเดียวกัน นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหลายคนไม่คิดว่าเรื่องของโกไดวาได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหลักฐานระบุไว้เพียงว่าเธอเป็นภรรยาของเอิร์ลลีโอฟริก และข้อมูลยังบ่งชี้ว่าทั้งคู่ต่างก็มีน้ำใจงามและเคร่งศาสนา เช่นในปี 1043 ท่านเอิร์ลและเลดี้ได้บริจาคเงินพร้อมที่ดินเพื่อสร้างวัดในนิกายเบเนดิกทีนที่โคเวนทรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์โคเวนทรีที่ถูกระเบิดทำลายไปบางส่วนในสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ประดับด้วยพลอยล้ำค่างดงามอย่างที่ไม่มีวัดใดในอังกฤษยุคนั้นเทียบได้ และในช่วงทศวรรษ1050 ทั้งสองยังบริจาคที่ดินและเงินมหาศาลเพื่อสร้างวัดและโบสถ์อีกหลายแห่ง เช่นที่ลินคอล์นเชียร์ ลีโอมินสเตอร์ และอีฟแชม นักประวัติศาสตร์หลายคนจึงไม่คิดว่าท่านเอิร์ลจะโหดหินจนโกไดวาต้องเปลือยร่างขี่ม้าขอความเป็นธรรมให้ประชาชน ส่วนผู้ที่เชื่อว่าตำนานนี้เป็นเรื่องจริงก็จะอิงบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์อังกฤษฉบับภาษาละตินที่ชื่อ Flores Historiarum (Flowers of History) ของโรเจอร์แห่งเวนโดเวอร์ (Roger of Wendover) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ระบุเรื่องราวของเลดี้โกไดวาไว้ตามที่ระบุข้างต้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนแย้งว่าเวนโดเวอร์เป็นเพียงผู้บันทึกตำนานและเกร็ดประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเขียนบันทึกนี้ขึ้นเมื่อ 2 ศตวรรษหลังการตายของโกไดวา ข้อความดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอให้เชื่อถือ แม้จะมีบันทึกระบุว่าครั้งหนึ่งลีโอฟริกได้ยกเลิกภาษีให้ประชาชนจริง และประทับตราด้วยตราประจำตัวของเขาเองเลยก็ตาม ส่วนคนอื่นก็เสริมว่าบางทีเลดี้โกไดวาอาจไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า หากแต่ปลดเชิงสัญลักษณ์ คือปลดทั้งเครื่องประดับกายและผม เพราะเมื่อสตรีสูงศักดิ์ปราศจากเครื่องประดับก็เท่ากับลดเกียรติของตนลงเทียบเท่าสตรีสามัญ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของโกไดวาจะเป็นเพียงตำนานหรือความจริงย่อมยากที่จะพิสูจน์ไม่ต่างจากทุกตำนานในโลก หากเหนือข้อเท็จจริงย่อมเป็นคุณค่าของตำนานที่ถูกส่งผ่านมากับกาลเวลา เฉกเช่นเรื่องของเลดี้โกไดวาที่เนื้อหาแท้จริงได้แทรกตัวอยู่ทั้งในบทกวี รูปปั้น ภาพเขียนของจิตรกรหลายยุคสมัย หรือกระทั่งในกระดาษห่อช็อกโกแลตยี่ห้อโกไดวา 2.สวนอีเดนอยู่ที่ไหนกันแน่ สวนอีเด็น หรือ สวนเอเดน (Garden of Eden) เป็นสถานที่บรรยายไว้ในพระธรรมปฐมกาลว่าเป็นสถานที่มนุษย์สองคนแรกที่พระเจ้าสร้างอาดัม และ อีฟ  โดยสวนนั้นบรรยายไว้ว่าสวยงามราวกับสวรรค์ มีพืชพรรณอาหารอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่า แม่น้ำใสสะอาด แต่ปัญหาคือถ้าสถานที่นี้มีจริง มันจะอยู่จุดไหนของโลกกันแน่ โดยหลายคนเชื่อว่าสวนอีเดนนี้อยู่ในโมโสโปเตเนีย ทางภาคกลาง เนื่องจากบันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงที่ตั้งของสวนอีเด็นว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย : แม่น้ำพิชอน แม่น้ำกิฮอน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรติสซึ่งอยู่ในบริเวณอาร์เมเนีย, ยอดเขาอาระรัต, เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์เมเนีย)  (พระธรรมปฐมกาล บทที่ 2 ข้อที่ 10-14) ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์เมเนีย แต่ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในพระธรรมปฐมกาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิตทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งตรงกับการพรรณนาการสร้างโลกดังกล่าว 1. Prester John  เพรสเตอร์ จอห์น เป็นชื่อของกษัตริย์ในตำนานยุคกลางของยุโรป โดยเชื่อว่ากษัตริย์องค์นี้อยู่ในดินแดนหนึ่งในเอเชีย หรืออาจเป็นแอฟริกา โดยดินแดนแห่งนั้นเป็นเดินแดนแห่งความเพียบพร้อม ไม่มีคนจน ไม่มีโจร ไม่มีคนพูดโกหกหรือมุ่งร้ายต่อกัน นอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้วเพรสเตอร์ จอห์นยังเป็นประมุขศาสนาอีกด้วย ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีคนนับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัด กล่าวกันว่าเขาสืบเชื้อสายจากมากี 3 ท่านที่เดินไปให้พรแก่พระเยซูเมื่อครั้งประสูติบนโลกอีกด้วย เรื่องราวของเพรสเตอร์ จอห์นและอาณาจักรอันสมบูรณ์นั้นได้ถูกกล่าวถึงในบันทึกของบาทหลวงชาวเยอรมันท่านหนึ่ง ในสมัยเกิดสงครามครูเสดหลังชาวคริสต์ยึดดินแดนศักดิ์สิทธิจากชาวมุสลิม พวกเขาพยายามค้นหาอาณาจักรแห่งนี้ หากแต่ไม่พบ แต่เชื่อกันว่าดินแดนแห่งที่ว่าน่าจะเป็น อินเดีย หรือไม่ก็เอธิโอเปีย หรือจะอยู่ในอบิสซิเนีย ข้อมูลโดย Cammy,.unigang.com/Article/11833

Daa Daa Daa ตอนที่26 ซับไทย
UFO Baby /  daa daa daa / 

ทำเอง ไม่เก่ง UFO Baby เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชโจะเขียนโดย มิกะ คาวามูระ อะนิเมะออกอากาศ 78 ตอน สื่อรักจากต่างดาว เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กนักเรียนมัธยมต้นสอนคน นั้นคือ มิยู และ คานาตะ ที่พบเด็กทารกจากต่างดาว และต้องมาดูแลเด็กทารกคนนี้ร่วมกัน

ลูกสาวหาย!! หลังเล่นสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว
ลูกสาวหาย /  สงกรานต์ถนนข้าวเหนียว

แม่โร่แจ้งความ ลูกสาววัย 14 ปีหายตัวไป 2 วัน 2 คืนแล้ว หลังไปเที่ยวสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น ตำรวจตั้งจุดสกัดแต่ยังไม่พบตัว รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(16 เม.ย.) ร.ต.ท.สุรศักดิ์ กล้าจอหอ ร้อยเวร.สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งความจาก นางจันทิมา วาปีโส อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 9 ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ว่า ด.ญ.ศิริญาภรณ์ วาปีโส บุตรสาววัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2 ได้ไปเที่ยวงานสุดยอดสงกรานต์อีสานเทศกาลดอกคูณเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว ปี 2557 แล้วหายตัวไป 2 วัน 2 คืนแล้ว โดยที่ไม่มีใครสามารถติดต่อได้ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้ตำรวจช่วยตามหาตัวลูกสาวกลับบ้านให้ด้วย นางจันทิมา เล่าว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ลูกสาวได้มาขออนุญาตไปเที่ยวสงกรานต์ถนนข้าวเหนียวใน จ.ขอนแก่น กับเพื่อนผู้หญิงวัยไล่เลี่ยกัน โดยบอกตนว่าจะกลับมานอนบ้านตามปกติไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ตนจึงให้ไป กระทั่งข้ามคืนลูกสาวตนได้หายตัวไปไม่ได้กลับบ้าน สร้างความตกใจแก่คนในครอบครัวมาก จึงมาตามหาที่ จ.ขอนแก่น ก็ไม่พบ จนกระทั่งไปตามหาที่บ้านเพื่อนที่บ้านคำไฮต.พระลับ กับที่บ้านโนนทัน แถวริมบึงแก่นนครเพื่อนลูกยืนยันว่า แยกย้ายกันกลับตั้งแต่เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 14 เม.ย.แล้ว จึงกลัวว่าลูกจะได้รับอันตราย หรือเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามกับลูกตน จึงเข้าแจ้งความไว้กับตำรวจ ทั้งนี้ ลูกสาวตนมีรูปร่างผอม สูงประมาณ 150 เซนติเมตร ผิวสีน้ำผึ้งหรือผิวสีแทน ไว้ผมสั้นทรงนักเรียนหญิงทั่วไป หายตัวไปในชุดสวมใส่เสื้อยืดสีครีมลายการ์ตูนมิกกี้เมาส์สีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้นเข้าชุดกัน ด้าน ร.ต.ท.สุรศักดิ์ กล่าวว่า หลังได้รับการแจ้งความได้วิทยุออกสกัดหาตัวตามจุดตรวจทั่วบริเวณงานแต่ยังไม่พบตัว จึงได้ประสานไปยังตำรวจฝ่ายสืบสวน เพื่อร่วมกันติดตามหาตัวเด็กหญิงหายตัวไปรายนี้กลับสู่ครอบครัวต่อไป MThai News

สวีทไม่เปลี่ยน!! บี ควง กร ตะลุยแดนซากุระ
บี มาติกา /  กร กรกฤช / 

เป็นอีกคู่รักหนึ่งที่มักจะปล่อยให้มดเรียกพี่ได้ตลอดเว! สำหรับคู่รักของสาว บี มาติกา และแฟนหนุ่มนอกวงการ กร กรกฤช ที่หมั่นเติมดีกรีความหวานให้กันและกันไม่เว้นแต่ละวัน หลังช่วยกันปลูกต้นรักมานานกว่า 3 ปี และล่าสุดทั้งคู่ก็ควงแขนกันไปเที่ยวพักผ่อนไกลถึงประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์นี้ และเช่นเคยเธอไม่ลืมแชะรูปอวดบรรยากาศอันงามสวยของดอกซากุระและวิวทิวทัศน์ที่มีหิมะปกคลุมอยู่ไปทั่วเมือง รวมไปถึงภาพสวี้ทสวีท..ของทั้งคู่ด้วยอ่ะ!!! บี มาติกา-กร กรกฤช บี มาติกา บี มาติกา บี มาติกา กร กรกฤช กร กรกฤช

วสันต์ ปลุกเร้าบีจีบุกกูปรีคว้า3แต้ม
กูปรีอันตราย /  บางกอกกล๊าส เอฟซี / 

“เจ้าปิง” วสันต์ ฮมแสน แบ็คขวาหน้าหล่อของทีม “เดอะแรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี ปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีมให้ช่วยกันสู้เต็มที่ เพื่อบุกไปเก็บ 3 แต้มจาก “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี วันที่ 20 เม.ย.นี้ เตรียมกลับมาหวดแข้งกันอีกครั้งสำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 หลังหยุดพักการแข่งขันไป 1 สัปดาห์ เพื่อหลีกทางให้กับเทศกาลมหาสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขของคนไทยทั้งประเทศ โดยสัปดาห์นี้ทีม “เดอะแรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี จะมีคิวยกพลออกไปเยือน “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี ซึ่งเกมนี้จะแข่งขันกันที่สนามศรีนครลำดวน รังเหย้าของทีม กูปรี โดย “เจ้าปิง” วสันต์ ฮมแสน แบ็คขวาหน้าหล่อของทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี ได้ออกมากล่าวถึงเกมในนัดนี้ว่า หลังจากที่ บีจี แพ้ติดต่อกันมา 2 เกม พวกเราได้กลับมานั่งทบทวน เพื่อหาจุดบกพร่องของตัวเอง ว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน และนำสิ่งที่ผิดพลาดมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น เพื่อให้พร้อมที่สุดในการบุกไปเยือน ศรีสะเกษ ซึ่งถือว่าเป็นเกมที่ยากสำหรับเรามาก เพราะเราทราบดีว่าศรีสะเกษ เล่นในบ้านได้ดี และเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่เป้าหมายของเรามีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือการคว้า 3 แต้มจากเกมนี้มาให้ได้ อีกทั้งพวกเราทุกคนต้องพยายามเล่นอย่างเต็มที่เพื่อเกมในนัดนี้ นอกจากนี้ "เจ้าปิง" ยังกล่าวเพิ่มอีกว่า ผมและเพื่อนๆ ร่วมทีมทุกคนจะพยายามทำหน้าที่ในสนามอย่างเต็มที่ ที่จะคว้าชัยชนะในเกมที่เราจะต้องบุกไปเยือน ศรีสะเกษ รวมถึงนัดอื่นๆ ด้วย ขอกำลังใจจากแฟนบอล บีจี ด้วยนะครับ สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดต่อไปของทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี จะยกพลบุกไปเยือน ศรีสะเกษ เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2557 ที่สนามศรีนครลำดวน เริ่มแข่งขันในเวลา 18.00 น.