เทศกาลการ์ตูนกรุงเทพ

ไลค์เลย! หนุ่มต่างชาติเก็บขยะ หลังเทศกาลวันไหลพัทยา
ขยะ /  พัทยา / 

กดไลค์-แชร์กระจาย ภาพหนุ่มชาวต่างชาติเก็บขยะ หลังจบเทศกาลวันไหลที่พัทยาส่งผลให้ขยะเกลื่อน สร้างความประทับในโลกออนไลน์ วันนี้ (21 เม.ย.58) เกิดกระแสไลค์และแชร์อย่างล้นหลาม จากภาพในเพจเฟซบุ๊กเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง “เรารักด่านพัทยา” ที่โพสต์ภาพนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติ กำลังเก็บขยะบริเวณชายหาดพัทยาเพื่อทิ้งลงถังขยะ หลังจากหมดเทศกาลวันไหลพัทยา ซึ่งทำให้มีขยะจำนวนมาก โดยโพสต์ว่า “พัทยา ขอ 1 Like ให้ฝรั่งคนนี้หน่อย” หลังจาก โพสต์ภาพส่งผลให้ชาวโลกออนไลน์ต่างประทับใจเป็นอย่างมาก ต่างเข้าไปกดไลค์กดแชร์และแสดงความคิดเห็นชื่นชมการกระทำของหนุ่มต่างชาติดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ขอบคุณข้อมูล  เรารักด่านพัทยา MThai News

LINE GAME FEST นิทรรศการ รวมแก๊งตัวละครเกมส์ LINE ในไทย
LINE /  LINE GAME FEST / 

เกมส์มือถือในเครือ LINE ล้วนได้รับความนิยมจากผู้เล่นชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ LINE TRIO, LINE POP 2, LINE Ranger หรือ LINE Stage ปัจจัยที่เกมส์ดังกล่าวได้รับความนิยม ไม่เพียงแค่การเข้าถึงการเล่นเกมส์ผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่ด้วยตัวละครการ์ตูนที่เข้ามามีบทบาทภายในเกมส์ต่างๆอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผู้เล่นเกมส์ต่างรู้สึกหลงใหลและสนุกสนานไปพร้อมๆกับเหล่าแก๊งอย่าง เจ้าหมี Brown, น้องกระต่าย Cony, เป็ดน้อย Sally, เจ้าหนอน Edward หรือ เจ้ากบ Leonard ล่าสุด BEC Tero ได้ริเริ่มสรรค์สร้างจัดงานนิทรรศการ LINE GAME FEST ณ​ ชั้น 2-3 ศูนย์การค้า Central World Plaza รวบรวมเกมส์มือถือที่ยอดนิยมจาก LINE มาจัดแสดง ส่งตัวละครขนาดเท่าของจริง และแต่งเติมบรรยากาศให้เข้ากันกับธีมเกมส์เพื่อให้ได้สัมผัสกลิ่นอายกันอย่างเต็มอิ่มและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเกมส์เข้ามาถ่ายรูปเก็บที่เป็นระลึกด้วย เมื่อเข้างาน LINE GAME FEST แล้ว จะพบกับทางเข้างานและประตูทางเข้า สามารถซื้อบัตรได้ราคา 250 บาท (วันธรรมดา) และ 300 บาท (วันหยุด) ก่อนเข้างาน ไปถ่ายรูปกับตัวละคร Cony และ Brown กับธีมชุดไทยกัน สำหรับชั้นนี้ได้จัดวางตกแต่งเกมส์ LINE Ranger โดยเฉพาะ เมื่อเข้ามา จะพบกับภาพวอลเปเปอร์จากเกมส์นี้จัดวางอย่างเท่ บริเวณนี้จะเป็นการแนะนำเรื่องราวของเกมส์ LINE Ranger เมื่อเจ้าหญิง Sally ถูกขังจากวายร้าย ทำให้ผองเพื่อนจาก LINE ร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือครั้งนี้ให้ได้ ชมเสร็จแล้ว เราจะได้สแตมป์สมุดภาพตามจุดต่างๆที่บูธสีเขียวติดตั้งเอาไว้ ห้องทางเดินยาว เมื่อเดินเข้าไปแล้ว จะได้ยินเสียงต่อสู้ที่มาจากเอฟเฟคเกมส์ LINE Ranger ราวกับกำลังสัมผัสกับบรรยากาศการต่อสู้ พบกับยานฉุกเฉินของเจ้าหญิง Sally สามารถเข้าไปนั่งและถ่ายรูปได้ด้วย ถ้ดมา จะเป็นบริเวณสำหรับรวบรวมโมเดลเหล่าแก๊ง LINE Ranger ขนาดเท่าคนจริงมาให้ถ่ายรูป มาเดากันว่าเจ้าหมี Thunder Brown ที่อยู่ในตู้กระจกนี้มีทั้งหมดกี่ตัว !! กร๊าซ !!!! พบกับฉากจำลองการต่อสู้ของ LINE Ranger ในรูปแบบ Hologram ไฮเทคสุดๆ ! โปรดติดตามในชั้นต่อไป ! เริ่มจากพื้นที่เกมส์ LINE Bubble และให้มีให้ลองเล่นด้วยหน้าจอขนาดยักษ์ที่ต้องอาศัยการควบคุมเคลื่อนไหวด้วยตัวเรา ตามด้วยบริเวณเกมส์ LINE POP 2 แต่งเติมด้วยธีมช็อคโกแลต ที่สำคัญ มีพื้นที่ให้ถ่ายรูปหลายมุมด้วย บริเวณเกมส์ LINE Stage จำลองบรรยากาศงานคอนเสิร์ตอย่างยิ่งใหญ่ และแอบดูเบื้องหลังของพื้นที่ซุป'ตาร์ ไปถ่ายรูปกันได้ด้วย มีพื้นที่สำหรับเต้นกับตัวละครเกมส์กันได้ด้วยนะ ส่องห้องแต่งตัวของเหล่าซุป'ตาร์กัน      ถัดมา จะเป็นบริเวณเกมส์ LINE Trio จำลองบรรยากาศพิพิธภัณฑ์สุดอลังการ และให้ผู้เล่นเกมส์ทำการค้นหาวัตถุลึกลับตามภาพศิลปะกรอบต่างๆด้วยการสแกนค้นหาจากโปรแกรม MAYAR บนสมาร์ทโฟน ถ่ายรูปกับเจ้าหมีนักสืบ Brown กันๆๆ ต่อมาจะเป็นบริเวณเกมส์ LINE Play ร่วมกิจกรรมเล็กน้อยๆรับของรางวัลที่ระลึก รวมถึงทัศนะกับของที่ระลึกหายากที่มีลายเซ็นจากวง GOT7 ด้วย    เขาบอกว่า นี่คือเบอร์เกอร์ Brown Teriyaki ซึ่งเป็นเมนูพิเศษของทางร้าน และมีเมนูพิเศษตัวอื่นๆให้ทานทุกๆเดือน ชมนิรรรศการเสร็จแล้ว ทานของว่างกับ LINE GAME CAFE กันชิวๆ หรือถ้ายังไม่หิว ก็ไปช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึกจาก LINE ที่ส่งตรงกับเกาหลี ก่อนกลับบ้านกันนะครับ ผู้เล่นเกมส์หรือผู้อ่านที่สนใจชมนิทรรศการ LINE GAME FEST สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 มิถุนายน 2558 ณ ชั้น 2-3 ศูนย์การค้า Central World Plaza บัตรเข้าชมวันธรรมราคา 250 บาท วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ราคา 300 บาท ดูเพิ่มเติมที่ thaiticketmajor.com, bectero.com หรือ facebook.com/bectero

กฟผ. เผย หยุดจ่ายก๊าซวันที่ 11 ไม่กระทบไทย
กฟผ. /  ระบบไฟฟ้าในไทย / 

กฟผ. เผย หยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติแหล่งยาดานาและซอติก้าของสหภาพเมียนมา วันที่ 11 ไม่กระทบระบบไฟฟ้าในไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รายงานสถานการณ์การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานาและซอติก้าของสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 10 - 27 เมษายน 2558 ซึ่งเมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมานับเป็นวันที่ 10 ของการซ่อมบำรุง พบว่า สถานการณ์การใช้ไฟฟ้าเป็นปกติ โดยการผลิตและส่งไฟฟ้าของภาคตะวันตก สามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าอย่างเพียงพอ มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดทั้งประเทศเท่ากับ 26,567.7 เมกะวัตต์ เมื่อเวลา 14.47 น. (สถิติการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่ 27,056.8 เมกะวัตต์ เมื่อเวลา 14.28 น. วันที่ 7 เมษายน 2558) ซึ่งโรงไฟฟ้าทุกโรงสามารถเดินเครื่องได้โดยไม่มีเหตุขัดข้อง ทั้งนี้ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจะลดลงในช่วงหยุดเทศกาลสงกรานต์ และจะกลับมาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของปี กฟผ. จึงขอความร่วมมือประชาชน ร่วมกันประหยัดไฟในช่วงเวลา 13.00-15.00 น. และ 18.30-20.30 น. เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และตอบสนองการใช้ไฟฟ้าของประชาชนได้อย่างเพียงพอ

กรุงเทพฯเมืองเทพสร้าง พร้อมหรือยัง พายุมาอีกแล้ว
น้ำท่วมกรุงเทพ /  น้ำท่วมขัง / 

กรุงเทพฯเมืองเทพสร้าง พร้อมหรือยัง พายุมาอีกแล้ว บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความให้ชาวกรุงเทพฯ ระมัดระวังและเตรียมพร้อมกับพายุฤดูร้อนอีกหนึ่งช่วงที่กำลังจะพัดผ่านประเทศไทย โดยแนะนำให้เตรียมรองเท้าสำหรับลุยน้ำ อุปกรณ์กันฝน รวมถึงทำใจหากการจราจรติดขัดมากกว่าปกติเนื่องจากถนนบางเส้นอาจมีน้ำท่วมขัง โดยมีข้อมูลระบุว่า วันที่ 23 -24 เม.ย.จะเกิดมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยทางกทม.ได้เตรียมการรองรับสถานการณ์ฝนที่จะเกิดขึ้นด้วยการขุดลอกท่อระบายน้ำกำจัดขยะต่าง ๆ ที่ รวมถึงเฝ้าระวังตลอด24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้ซ้ำรอยอีก จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ทั้งนี้จากการพยากรณ์อากาศของกูเกิ้ลซึ่งมีความแม่นยำเชื่อถือได้ระบุว่า ในพื้นที่กรุงเทพจะมีฝนตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ ถึง วันอาทิตย์ มีความชื้นมากกว่า 70 % จึงอยากเตือนให้ทุกคนพร้อมรับมือกันด้วย MThai News

ออกท่องโลกแดนแห่งความฝัน ในตัวอย่างฉบับเต็มจาก The Little Prince เจ้าชายน้อย
animation /  Le Petit Prince / 

ปล่อยกันออกมาเรื่อยๆเลยทีเดียว สำหรับหนังอนิเมชั่นว่าที่เข้าชิงออสการ์ปีนี้ สำหรับ The Little Prince เจ้าชายน้อย ที่สร้างมาจากหนังสือในชื่อเดียวกัน ที่ล่าสุดได้มีโอกาสไปเข้าฉายในเทศกาลหนังเมือง คานส์ กันอีกด้วย โดยงานนี้ตัวอย่างเต็มของหนังก็ได้เผยออกมาแล้ว พร้อมกับรายชื่อนักพากย์ภาษาอังกฤษที่จะมาร่วมผจญภัยในครั้งนี้มีทั้ง เจฟฟ์ บริดเจส, เรเชล แม็คอดัมส์, เจมส์ ฟรังโก้ และ พอล จิอาแมตติ กันเลยทีเดียว โดยภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้ เป็นหนังที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิคที่­ขายดีติดอันดับโลก ถูกแปลมาแล้วกว่า 190 ภาษา ยอดจำหน่าย 80 ล้านเล่มทั่วโลก จากผลงาน มาร์ค ออสบอร์น ผู้กำกับจากอนิเมชั่น Kung Fu Panda ที่รับรองเลยว่า เจ้าชายน้อย ของเขาในฉบับนี้จะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ตัวหนังมีกำหนดฉายไทยเดือนตุลาคมนี้ครับ

10 วัดไทยในต่างแดน กับภาพที่คุณอาจไม่เคยเห็น
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  ท่องเที่ยวเชิงศาสนา / 

เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยนั้น ถือเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก ด้วยวัดและศาสนสถานที่มีอยู่มากมาย และยังแผ่ขยายไปในต่างแดน ไกลข้ามทวีปไปอีกซีกโลก ในดินแดนที่คุณอาจไม่เคยรู้ นี่แหละครับ ที่ travel.mthai.com ต้องการนำเสนอ กับ 10 วัดไทยในต่างแดน ที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน เชิญมาดูกันว่าจะมีที่ไหนบ้าง และวัดไทยในต่างแดน จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ? ไปดู 10 วัดไทยในต่างแดน กับภาพที่คุณอาจไม่เคยเห็น วัดไทยในต่างแดน มีอยู่มากมายหลายแห่งทั่วโลก เป็นเหมือนจุดศูนย์รวม พบปะ ของเหล่าคนไทย ที่เมื่อมีเทศกาลหรือวันสำคัญทางศาสนา คนไทยก็จะมารวมตัวทำกิจกรรมกันพร้อมหน้า อีกทั้งยังเป็นการเผยแผ่พุทธศาสนาให้กับคนในประเทศนั้น ๆ อีกด้วย และนี่คือ 10 วัด ที่เราเลือกมาเป็นตัวอย่างให้คุณได้ชม 1. วัดมงคลรัตนาราม , แทมป้า, ฟลอริดา, สหรัฐอเมริกา ด้วยความที่ฟลอริดา เป็นเมืองชายฝั่ง มีอากาศอบอุ่น ทำให้วัดแห่งนี้มีบรรยกาศคล้ายกับเมืองไทยเลย ว่ามั้ย ? 2. วัดป่า ชิคาโก , อิลลินอยส์ , สหรัฐอเมริกา เป็นวัดที่แอดมินชอบชื่อมาก อะไรมันจะเก๋ขนาดนั้น มีลักษณะเป็นเหมือนบ้านเลย ดูอบอุ่นไปอีกแบบ 3. วัดป่าจิตตวิเวก, แฮมเชียร์, ประเทศอังกฤษ วัดไทย ที่ภายนอกดูเหมือนบ้านฝรั่งหลังใหญ่ มีบรรยากาศอันเงียบสงบสมชื่อจริง ๆ แอดมินยังแอบขนลุกเลย 4. วัดพุทธาราม, วาร์มโด, ประเทศสวีเดน วัดพุทธารามแห่งนี้ ถือเป็นวัดไทยแห่งแรกในแถบสแกนดิเนเวียน ในฤดูหนาวจะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน 5. วัดพุทธรังสี อันนันเดล, ซิดนีย์, ออสเตรเลีย วัดแห่งนี้มีลักษณะเป็นบ้าน มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป็นจุดศูนย์รวมของคนไทยในมหานครซิดนีย์ 6. วัดศรีนครินทรวราราม, สวิตเซอร์แลนด์ วัดที่ตั้งชื่อตามพระนามของสมเด็จย่า เพราะครั้งหนึ่ง สวิตเซอร์แลนด์ เคยเป็นถิ่นพำนักที่พระองค์ทรงโปรด 7. วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย วัดไทยที่อยู่ในดินแดนต้นกำเนิดของหลายศาสนา มีความสวยงามไม่เหมือนใคร ด้วยองค์พระเจดีย์สีทองอร่าม 8. วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในลุมพินีวันสถาน ใกล้กับสถานที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีสีขาวทั้งหลัง 9. วัดปากน้ำ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น อ่านไม่ผิดหรอกครับ ชื่อวัดปากน้ำ ญี่ปุ่นจริง ๆ เป็นวัดไทยในต่างแดน ที่มีลักษณะคล้ายวัดในบ้านเราที่สุดแล้ว 10. วัดอลาสก้าญาณวราราม, แองคอเรจ, อลาสก้า ชื่อวัดนี้ เจ๋งมาก เอาคำไทยมารวมกับชื่อรัฐ มีลักษณะเป็นอาคารไม้สุดเก๋ ถือเป็นวัดไทยที่ตั้งอยู่ไกลที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะอลาสก้า ถือเป็นเขตแดนใกล้ขั้วโลกเหนือ แถมอากาศในหน้าหนาวก็โหดร้ายทารุณมากทีเดียว ขอบคุณข้อมูลจาก : www.bevariety.com , www.dhammajak.net , www.siamfishing.com เรื่องและเรียบเรียงโดย : MuzTong - Travel MThai

Grisaia no Rakuen ตอนที่ 1 [ซับไทย] miku-cc.blogspot.com
Grisaia /  no / 

www.facebook.com/Neko.Miku.Club http://miku-cc.blogspot.com/ เว็บไซต์ ดูการ์ตูน/อนิเมะออนไลน์ และอัพเดทข่าวสารต่างๆ

รื้อหิ้งหนังเก่า : The Brown Bunny (2003)
2003 /  BIOSCOPE / 

The Brown Bunny (2003) - กระต่ายสีน้ำตาล กับ โอษฐกามเลื่องชื่อ! ...บั๊ด เคลย์ อยู่ในห้องกับ เดซี่ เพียงสองต่อสอง ทั้งคู่พูดคุยด้วยภาษาที่เป็นปริศนาแบบที่คนเคยมีอดีตร่วมกันถึงจะเข้าใจ คนดูรู้อยู่แก่ใจว่าเขาต้องการเธอมากขนาดไหน ไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต จะไม่มีผู้หญิงคนไหนมาแทนที่เธอได้ แล้วเคลย์ก็โอบกอดเธอ ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงเล้าโลมจนได้ที่ กล้องจับภาพที่เป้ากางเกงของเคลย์ซึ่งตุงจนเสียทรงกางเกง เดซี่กึ่งนั่งกึ่งยืน ใบหน้าของเธออยู่ในระดับเดียวกับกางเกงจนคนดูใจสั่นถึงสิ่งที่เธอจะทำต่อไป สิ่งที่กางเกงในห่อหุ้มไว้ขยายตัวเหมือนบอกเป็นนัยว่า เจ้าของกางเกงมีอารมณ์ร่วมขนาดไหน ว่าแล้วเดซี่ก็ทำหน้าที่ของเธออย่างจริงจัง สายตาเธอเหลือบมองคนรักเป็นระยะ เขาพยายามดึงชุดชั้นในของเธอจนเปลือยบางส่วนของหน้าอกเธอ... ฉากนี้คือต้นตอที่ทำให้หลายคนกล่าวหาว่า The Brown Bunny  ไม่ต่างอะไรจาก 'หนังโป๊' เรื่องหนึ่งเท่านั้น ต่างออกไปก็ตรงที่ หนังเรื่องนี้ใช้ดาราดังอย่าง วินเซนต์ กัลโล (Vincent Gallo) และ โคลเอ เซวิญญี (Chloë Sevigny) ที่คอหนังอินดี้คุ้นหน้ากันดี ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2003 ขนานนามที่ The Brown Bunny ได้รับจากสื่อมวลชนคือ "หนังที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่สายประกวดเคยมีมา" ไปจนถึง "นี่คือความหลงตัวเองขั้นสูงสุดของกัลโล" เท่าที่รู้กันว่ากัลโล "ไม่เคยเห็นใครดีกว่าตัวเอง" จะเป็นเรื่องของพรสวรรค์หรือทัศนคติก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ในเมื่อตัวเขา เล่นเหมาหมดทุกตำแหน่งในกองถ่าย ตั้งแต่กำกับ เขียนบท โปรดิวซ์ แสดงนำ กำกับภาพ ตัดต่อ โปรดักชั่นดีไซน์ ออกแบบเครื่องแต่งกาย คัดเลือกนักแสดง จนถึงแต่งหน้าทำผม! แม้หนังจะเล่าเรื่องอย่างราบเรียบ เหมือนหนังอาร์ตชวนเหงาทั่วๆ ไป แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนตาลุกวาว คงเป็นความสมจริงสมจังของกัลโล ที่กล้าโชว์ 'ของดี' ของตัวเองแบบชัดๆ ไม่มีปิดบัง ในขณะที่หนังเรื่องอื่นๆ มักจะเถียงว่า "ในฉากเลิฟซีนเรามีคนดูอยู่เต็มกองถ่ายนั่นแหละ" แต่ใน The Brown Bunny มีคนอยู่ในกองถ่ายเพียงสองคน คือกัลโลและเซวิญญี โดยกัลโลเป็นคนควบคุมกล้องด้วยรีโมตคอนโทรล The Brown Bunny เป็นเรื่องสุดเหงาของ บั๊ด นักแข่งมอเตอร์ไซค์ระดับโลก ผู้กำลังเดินทางข้ามรัฐด้วยรถตู้คันเก่า ระหว่างทางพบปะหญิงสาวมากหน้า เพียงเพื่อบำบัดคลายเหงาและความคิดถึงที่มีต่อ เดซี่ คนรักเก่าไปได้ หนังจึงฉายให้เห็นความเวิ้งว้างของภูมิทัศน์เพื่อสะท้อนจิตใจอันหลงทางของบั๊ด ดังนั้น  'ฉากโอษฐกาม' อันอื้อฉาว จึงกลายเป็นจุดสุดยอดของความถวิลหาหญิงสาวที่วนเวียนอยู่ในความทรงจำ ดั่งกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขความลับในใจของเขา บั๊ด ผู้แทบจะไม่พูดอะไรเลยมาตลอดทั้งเรื่อง มันช่างเป็นกระบวนการที่แปลกประหลาดหลังจาก 'หลั่งความสุข' ออกจากร่างกาย ...เขาก็หลั่งความทุกข์ ด้วยการระบายทุกสิ่งทุกอย่างในหัวใจที่ดำมืดของเขาออกมาได้สำเร็จ https://www.youtube.com/watch?v=n1zFGneJ7G8 **เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 41 (เมษายน 2548)

เกณฑ์ทหาร มาทางนี้ บนบานอย่างไรให้ได้ใบดำ ?
วัดมหาบุศย์ /  วัดหลวงพ่อโสธร / 

เกณฑ์ทหาร กับความเชื่อที่ต้องวัดดวง ช่วงนี้กระแส เกณฑ์ทหาร มาแรง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหนุ่มขวัญใขสาวไทย อย่างมาริโอ้ เมาเร่อ ที่ถอดเสื้อโชว์กล้ามและผิวขาวๆให้สาวๆได้กรี๊ดกันไปหลายวัน หรือว่าจะเป็นสาวประเภทสองที่ดูยังไงก็สวยหวานกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก ถือเป็นสีสันของเทศกาล เกณฑ์ทหาร กันเลยทีเดียวค่ะ และสำหรับอีกหนึ่งความสนุกสนานประจำงานนี้ ต้องไม่พลาดวินาทีการจับใบดำ ใบแดง เพื่อที่จะมาคัดเลือกทหารเข้ามาประจำการ บางคนถึงกับขนกองเชียร์กันมาทั้งหมู่บ้าน งานนี้บอกได้คำเดียวเลยค่ะ ต้องแล้วแต่ดวงจริงๆ วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com จะมาแนะนำสถานที่บนบานสำหรับผู้ที่ไม่อยากเป็นทหารมาฝากจ้า สำหรับบางคนที่ไม่อยากเกณฑ์ทหาร ต่างก็สรรหาวิธีบนบานศาลกล่าวกันสุดฤกษ์ เพื่อที่ตัวเองจะได้รอดพ้นจากการจับได้ใบแดง ซึ่งสถานที่ยอดฮิตติดลมบน ขึ้นชื่อเรื่องนี้ต้องยกให้ การขอพรจากแม่นาคพระโขนง ที่วัดมหาบุศย์ ซึ่งนอกจากการขอพรเรื่องความรักแล้ว การมาบนให้ไม่ติดทหารถือเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในแต่ละวันจะมีชายไทยเดินทางมาบนเรื่องนี้กันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะสมหวัง ล้วงไหจับได้ใบดำกันซะทุกราย ยกตัวอย่างชายหนุ่มท่านหนึ่งที่ได้ขอพรกับย่านาคเอาไว้ว่าให้รอดจากการจับใบดำใบแดง เมื่อวันจริงมาถึงสัสดีได้เรียกชื่อ พร้อมกับหมายเลขประจำตัวได้อย่างถูกต้อง แต่อ่านนามสกุลผิด เป็นของใครก็ไม่ทราบ หลังจากนั้นล้วงจับได้ใบดำ รอดพ้นไม่ต้อง เกณฑ์ทหาร และเมื่อมาเซ็นต์ชื่อรับทราบอีกครั้งก็ต้องแปลกใจว่านามสกุลสะกดผิดไปเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น เมื่อกลับมาเล่าเรื่องให้ญาติผู้ใหญ่ที่บ้านฟัง ต่างก็ขนลุกและเชื่อว่าเป็นเพราะย่านาคช่วยเหลือไว้แล้วเมื่อสมหวังอย่าลืมกลับมาแก้บนกันค่ะ  ซึ่งของแก้บนสำหรับย่านาค ไม่ใช่หัวหมูหรือไข่ต้มร้อยฟอง แต่เป็นชุดไทยและของเล่นเด็กจ้า ในทางกลับกัน หากเราไปบนผิดที่ผิดทาง ก็อาจจะไม่รอดใบแดงได้นะคะ อย่างเช่นวัดหลวงพ่อโสธร หรือวัดวัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากว่าขอพรได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องรอดเกณฑ์ทหาร กับเรื่องขอบุตร เหตุผลเพราะหลวงพ่อท่านชอบให้คนเป็นทหารเพื่อจะได้ปกปักรักษาบ้านเมือง และคนที่เป็นทหารก็เป็นเสมือนลูกหลานของท่านด้วยค่ะ ดังนั้นใครที่มาขอไม่ให้โดนเกณฑ์ทหาร เป็นต้องถูกเกณฑ์ทุกราย ! และคนที่มาขอบุตร ก็มักจะได้บุตรที่มีอาการไม่ครบ 32 เนื่องจากว่าท่านได้ส่งลูกหลานซึ่งเป็นทหารที่บาดเจ็บล้มตายมาให้นั่นเองค่ะ สำหรับชายหนุ่มคนไหนที่ตั้งใจสมัครทหารเพื่อตั้งใจจะรับใช้ชาติด้วยใจจริง แม่หมอขอชื่นชม และเชื่อว่าบารมีจากหลวงพ่อโสธร จะช่วยป้องกันอันตรายและคุ้มครองให้คุณรอดปลอดภัยอย่างแน่นอนค่ะ  :) เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เป็นพี่ก้องมันดียังงี้!!
BBL /  Banking

บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง บริการทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน และไอแพด จากธนาคารกรุงเทพ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.bangkokbank.com/mbanking

หนังโลกที่เราอยากดู : Force Majeure (2014) - มนุษย์ 'เพศชาย' ?
2014 /  BIOSCOPE / 

หนังโลกที่เราอยากดู : Force Majeure (2014) - มนุษย์ 'เพศชาย' ? รูเบน ออสต์ลุนด์ (Ruben Östlund) ผู้กำกับ-เขียนบทชาวสวีเดนคนนี้อายุครบ 40 พอดีในช่วงเสร็จสิ้นจากงานสเปเชียลเอฟเฟ็คต์ของ Force Majeure ซึ่งกลายมาเป็นผู้คว้ารางวัล Jury Prize จากสาย Un Certain Regard ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2014 ...นี่เป็นผลงานลำดับ 4 ของเขา ถัดจาก Guitar Mongoloid (2005) หนังสารคดีเทียมเล่าชีวิตของเหล่า ‘คนนอก’ แห่งเมืองโกเธนเบิร์กที่มีตัวละครเอกเป็นเด็กน้อยดาวน์ซินโดรมผู้นิยมเล่นเครื่องดนตรีในชื่อหนัง, Involuntary (2008) หนังสุดเจ็บว่าด้วยผู้คนที่ยึดมั่นถือมั่นในหลักการส่วนตัวชนิดหัวชนฝาจนชีวิตหายนะลงทุกทีๆ และ Play (2011) หนังดราม่าจิตวิทยาที่หยิบปัญหาการข่มเหงรังแกในหมู่วัยรุ่นมาตีแผ่ได้รุนแรงหม่นมืดราวกับเป็นหนังของ มิคาเอล ฮาเนเคอ ก็ไม่ปาน โดยทั้งสามเรื่องนี้ล้วนโดดเด่นด้วยงานภาพมุมกว้างเนิบนานแช่นิ่ง Force Majeure เป็นส่วนผสมที่น่าสนใจสุดๆ ของหนังตลกร้ายกับหนังดราม่าสไตล์ฮาเนเคอ เล่าถึงครอบครัวชนชั้นกลางค่อนบนซึ่งประกอบด้วย เอ็บบา กับ โทมัส คู่สามีภรรยา, เวรา ลูกสาววัย 12 และ แฮร์รี ลูกชายวัย 8 ขวบ ที่ความสัมพันธ์มีอันต้องล่มสลายเมื่อโทมัสไม่อาจทำตัวตอบสนองความคาดหวังของสังคมได้ เรื่องเกิดขึ้นในวันหนึ่งระหว่างการท่องเที่ยวเล่นสกีที่ครอบครัวแสนสุขีนี้กำลังนั่งกินมื้อกลางวันกันบนระเบียงร้านหรูพลางทอดสายตาชื่นชมความตระการตาของเทือกเขาแอลป์ ฉับพลันนั้นปรากฏก้อนหิมะไหลหล่นลงมาตามแนวเขา สร้างความตื่นเต้นกระตู้วู้แก่บรรดานักท่องเที่ยวที่รีบคว้ากล้องมือถือขึ้นหวังเก็บภาพน่าตื่นเต้นเป็นการใหญ่ ทว่า ช่างโชคร้าย...หิมะเพิ่มความเร็วและปริมาณในการถล่มหนักขึ้นทุกที ยิ่งกว่านั้นคือมันมุ่งหน้าเข้าหาร้านอาหารแห่งนี้โดยตรง! แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาอย่างไม่อาจเลี่ยงจึงคือความโกลาหลครั้งใหญ่ แฮร์รีระเบิดเสียงร้องหาพ่อ แต่สิ่งที่โทมัสทำกลับคือการคว้าถุงมือกับโทรศัพท์แล้ววิ่งหนีเอาตัวรอดตามลำพังโดยทิ้งลูกเมียไว้เบื้องหลัง ...ความวิบัตินี้จบลงด้วยการที่ทุกคนรอดตายมาได้ ทว่ามันก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งบาดแผลในจิตใจอันยากเยียวยาที่นำพาทุกคนในครอบครัวนี้ไปสู่ความดำมืด วันรุ่งขึ้นหลังรอบปฐมทัศน์ที่คานส์ของ Force Majeure ผ่านพ้นไปอย่างงดงามด้วยการสแตนดิงโอเวชันของคนดู เรามานั่งคุยกับ รูเบน ออสต์ลุนด์ บนระเบียงเงียบๆ ของ Palais อันเป็นสถานที่จัดเทศกาล พลางทอดสายตาชื่นชมเรือยอชต์กว่าสิบลำที่เทียบท่าอยู่อย่างนิ่งสงบเบื้องล่าง.... BIOSCOPE : เรามาคุยถึงหนังเรื่องนี้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นกันเลยนะครับ ออสต์ลุนด์ : ได้ครับ ...สำหรับผมขั้นตอนที่น่าสนใจที่สุดขั้นหนึ่งในการทำหนังก็คือการหาข้อมูล พอดีช่วงนี้ผมกำลังสนใจเรื่องศาสตร์เกี่ยวกับพฤติกรรมนิยม (Behaviorism – ทฤษฎีที่ให้ความสำคัญในการศึกษาพฤติกรรม โดยเชื่อว่าพฤติกรรมของมนุษย์เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้า) ก็เลยได้อ่านงานวิจัยทางสังคมวิทยาสองชิ้นว่าด้วยผลกระทบหลังหายนะภัย ชิ้นนึงเกี่ยวกับเหตุการณ์จี้เครื่องบิน อีกชิ้นเกี่ยวกับเรือล่มซึ่งข้อมูลที่สังเกตเห็นได้ชัดจุดหนึ่งก็คือ คู่ผัวเมียที่รอดตายมาจากเครื่องบินจะมีสถิติหย่าร้างสูงมาก เหตุผลง่ายๆ ข้อแรกคือมันอาจเป็นผลจากการที่จิตใจของทั้งคู่บอบช้าจากสถานการณ์ จนทำให้เกิดคำถามเรื่องการดำรงอยู่ของตัวเองขึ้นมา เช่น “ทำไมฉันถึงรอด?” “ฉันมีชีวิตเพื่ออะไร?” “ทำไมฉันจึงทำอะไรๆ แบบที่ฉันทำ?” และ “แล้วฉันควรจะใช้ชีวิตแบบเดิมต่อไปรึเปล่า?” แต่นอกจากนั้นการหย่าร้างยังอาจเป็นเพราะเราเริ่มมองเห็นด้านที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของคนรัก และ ตัดสินใจว่าไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกับคนคนนี้อีกต่อไปแล้วก็ได้ ในหนังสือที่พูดถึงเหตุการณ์เรือล่มตั้งแต่ Titanic (1912) มาจน Estonia (1994) ยังบอกตัวเลขสถิติที่น่าสนใจมากๆ ด้วยครับ เช่น คนที่รอดตายมักจะเป็นผู้ชายวัย 25-50 ปี ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งอย่างจังเลยกับตำนานเรือไททานิกที่เล่ากันมานานว่าผู้ชายบนนั้นเสียสละให้ผู้หญิงกับเด็กหนีก่อน กติกามารยาทของสังคมมักสอนเราว่าผู้ชายต้องปกป้องครอบครัวด้วยการเป็นฝ่ายต้อนลูกเมียให้ขึ้นเรือชูชีพก่อนตัวเอง แต่ในความเป็นจริง ผู้ชายกลับมักเห็นแก่ตัวทันทีเมื่อถึงเวลาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย อีกข้อมูลนึงในหนังสือที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ กัปตันและลูกเรือมีสถิติรอดชีวิตมากกว่าผู้โดยสาร อย่างกรณีเรือกอสตากอนกอร์เดียล่มเมื่อสองปีก่อนและเรือล่มที่เกาหลีใต้เมื่อเร็วๆ นี้ก็เหมือนกัน ...คนตะวันตกเรามีวาทะสรุปความคาดหวังที่สังคมมักมีต่อเหตุการณ์จำพวกนี้ว่า “กัปตันจมกับเรือ” (“The captain goes down with the ship”) แต่ก็อีกแหละครับ ความคาดหวังขัดแย้งกับความเป็นจริงเสมอ จุดที่ผมสนใจระหว่างการหาข้อมูลก็คือเรื่องความคาดหวังอะไรทำนองนี้นี่แหละ หนังหรือวรรณกรรมเยอะแยะที่เราเคยดูกันมักจะมีตัวละครเอกเป็น ‘วีรบุรุษ’ ขณะที่ในชีวิตจริงเวลาพูดถึงเหตุการณ์น่ากลัวๆ เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ไททานิกล่ม หรือ 9/11 เราก็มักจะให้ความสำคัญกับการยกย่องพฤติกรรมแสดงความกล้าหาญของปัจเจก ซึ่งมันไม่ได้ใกล้เคียงกับความจริงเลย อันที่จริงผู้ชายส่วนใหญ่ที่รอดตายจากสถานการณ์เหล่านี้มาได้จะรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลาเพราะเขามักทำอะไรขัดแย้งกับที่สังคมคาดหวัง โดยเฉพาะการที่เขาวิ่งหนีเอาตัวรอดมาคนเดียว ฉะนั้น ก็เลยน่าตั้งคำถามว่า เพราะอะไร‘การวิ่งหนีเอาตัวรอด’ ถึงได้ถูกประทับตราเป็นอาชญากรรมที่ชั่วร้ายที่สุดสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะสำหรับคนที่เป็นพ่อ? ประเด็นที่ผมอยากสำรวจใน Force Majeure ก็คือ ผู้ชายถูกสังคมคาดหวังให้ต้องเล่นบทบาทพ่อยังไง โดยแทนที่จะใช้ฉากหลังเป็นเหตุการณ์จี้เครื่องบินหรือเรือล่มทั่วๆ ไป ผมก็เลือกใช้เหตุการณ์ระหว่างการเล่นสกีซึ่งผมเคยถ่ายวิดีโอสั้นๆ ไว้เพียบสมัยเด็กมาเป็นฉากหลังแทน โดยกำหนดให้เรื่องราวเกิดขึ้นที่รีสอร์ตหน้าหนาวครับ BIOSCOPE : หนังไม่ได้ตั้งคำถามกับแค่ความคาดหวังที่สังคมมีต่อผู้ชาย แต่ยังมีตัวละครเพื่อนผู้หญิงของเอ็บบาซึ่งพูดเรื่องการแต่งงานกับครอบครัวด้วยทัศนคติแบบเสรีนิยมซะจนเอ็บบาช็อคไปเลย ออสต์ลุนด์ : ใช่ครับ ครอบครัวเดี่ยวสมัยนี้ที่ประกอบด้วยแม่ พ่อ กับลูกสองคนเป็นตัวสำคัญเลยล่ะ ในการสร้างทัศนคติที่เรามีต่อตัวเอง ผมเชื่อว่าเหตุที่ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่อนุรักษ์นิยมที่สุดก็เป็นผลมาจากทัศนคติของการอยู่กันแบบครอบครัวเดี่ยวนี่แหละ ลักษณะแบบนี้ไม่ค่อยมีในช่วงปลายยุค 1800 ซึ่งคนอยู่กันแบบครอบครัวขยาย มีปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา ลูกสะใภ้หลานสะใภ้อยู่รวมในบ้านเดียวกันหมด แต่สภาพเศรษฐกิจ ระบบการผลิต ระบบธุรกิจบีบให้เราต้องโยกย้ายเข้าเมือง ต้องมีพื้นที่อยู่อาศัยเล็กลง ต้องตัดตัวเองออกจากคนรุ่นเก่านำมาสู่การต้องสร้างกฎกติกาใหม่ ต้องสร้างความเชื่อใหม่เกี่ยวกับครอบครัวเดี่ยวเพื่อจะได้ผลักดันให้เกิดวิถีชีวิตแบบใหม่ แต่แน่นอนว่าครอบครัวเดี่ยวเป็นอะไรที่เปราะบางมาก ถ้าพ่อแม่ต้องออกจากบ้านไปทำงาน ก็แปลว่า จะไม่มีใครอยู่บ้านดูแลลูกๆ ขณะที่ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ ต่อให้พ่อแม่ออกไปทำงานก็ยังมีญาติๆ ช่วยดูแลเด็กให้อีกเยอะแยะ แม้แต่รีสอร์ตสกีที่เป็นฉากหลังของ Force Majeure เอง ในทางประวัติศาสตร์ก็ยังเป็นสถานที่ที่ถูกออกแบบโครงสร้างให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของมนุษย์เงินเดือน (ซึ่งโดยมากก็คือผู้ชาย) อีกเหมือนกันครับ เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พนักงานกินเงินเดือนเริ่มมีเงินเก็บมากพอจะพาครอบครัวไปเที่ยวหรูๆ ได้ รัฐบาลฝรั่งเศสเลยลงทุนสร้างรีสอร์ตสกี 3 แสนเตียงในซาวอยเพื่อรองรับคนเหล่านี้ ซึ่งผมว่ามันน่าสนใจดีถ้าเราจะลองมองเรื่องพวกนี้ในมิติของโครงสร้างทางสังคม มันเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อเกี่ยวกับครอบครัวเดี่ยวทั้งหมดเลย และก็อย่างที่คุณบอกน่ะครับ ตัวละครเพื่อนของเอ็บบายิ่งเป็นตัวดันประเด็นความล่มสลายของโครงสร้างครอบครัวตามขนบให้ไปสุดขั้ว เพราะเธอปฏิเสธแนวคิดความสัมพันธ์ผัวเดียวเมียเดียว เธอเชื่อว่าตราบใดที่ลูกๆ มีคนดูแลได้โอเค ก็ไม่สำคัญว่าใครจะเป็นคนทำหน้าที่นั้น ยิ่งถ้ามีเงินจ้างคนมาเลี้ยงลูกแทนได้ก็ยิ่งดี! สิ่งสำคัญสำหรับเธอไม่ใช่ครอบครัวขยายหรือกระทั่งครอบครัวเดี่ยวด้วยซ้ำ แต่คือตัวเธอเอง BIOSCOPE : ประเด็นสามารถเล่าได้หลายแบบ เช่นว่าเป็นหนังแบบเบิร์กแมนหรือฮาเนเคอก็ได้ ...แล้วทำไมคุณถึงเลือกเล่าเป็นหนังตลก ออสต์ลุนด์ : ผมพยายามผสมคอมิดีกับดรามาในหนังผมทุกเรื่อง แม้แต่ Play ผมว่าก็ตลกนะ ต่อให้เล่นกับประเด็นแรงๆ อย่างเด็กรังแกกันหรือความสัมพันธ์ของสีผิวซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่เคยรู้เลยว่าสามารถขำได้รึเปล่า ผมรู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จนะถ้าสามารถทำฉากที่เริ่มมาแบบน่ากลัวแล้วจู่ๆ ก็น่าขำขึ้นมาซะงั้น ผมชอบเวลาที่คนดูไม่แน่ใจว่าควรจะมีปฏิกิริยายังไงดีกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า การปะทะกันระหว่างดรามากับคอมิดีแบบนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะตัวละครหลักจริงๆ ในหนังของผมคือตัวสถานการณ์ ไม่ใช่ตัวคนอย่างในเรื่องนี้ตัวละครหลักไม่ใช่เอ็บบาหรือโทมัส แต่คือสถานการณ์ที่โทมัสไม่สามารถปกป้องครอบครัวได้ ประเด็นที่เราเล่นค่อนข้างจะเป็นเชิงทฤษฎีหน่อยน่ะครับ แกนของหนังไม่ได้เกี่ยวกับปูมหลัง ชนชั้นทางเศรษฐกิจสังคมหรือประวัติความสัมพันธ์ใดๆ ของตัวละครเลย แต่อยู่บนพื้นข้อเท็จจริงง่ายๆ ที่ว่า คนพวกนี้เป็นมนุษย์และเขาก็ถูกจับโยนเข้าไปใส่ในสถานการณ์ที่ว่านั่น BIOSCOPE : โทมัสถึงได้พูดใช่มั้ยว่าเขาเป็น ‘เหยื่อของสัญชาตญาณตัวเอง’ ออสต์ลุนด์ : ที่สวีเดน ผมมีเพื่อนเป็นเฟมินิสต์ฮาร์ดคอร์หลายคนซึ่งบอกว่านั่นเป็นประโยคที่ฮาที่สุดในหนังเลยล่ะ ถ้าโทมัสมีตัวจริงก็คงโดนพวกนี้ด่าว่า “แกคิดว่าแกเป็นเหยื่อเรอะ? แกไม่ใช่เหยื่อซะหน่อย แกเป็นผู้ชายผิวขาวต่างหาก!” เพราะข้อแก้ตัวของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาโง่เง่าและล้าหลังทางการเมืองขนาดไหน แต่ในเวลาเดียวกัน อย่าลืมว่ากัปตันเรือกอสตากอนกอร์เดียก็พูดประโยคนี้ออกมาจริงๆ นะครับ เขาบอกว่า “ผมเป็นเหยื่อของสัญชาตญาณตัวเอง” ซึ่งเขาก็พูดถูก เขามีบทบาทเป็น ‘กัปตัน’ และในฐานะกัปตัน เขาย่อมถูกคาดหวังว่าต้องทำอะไรบางอย่างหากเรือประสบภัย แต่เมื่อสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงาน เขาก็ลืมทุกสิ่งที่ต้องทำและเลือกทำสิ่งที่สังคมรับไม่ได้แทน แล้วหลังจากนั้นก็ต้องมาเผชิญหน้ากับสังคมเพื่อรับผลของสิ่งที่ทำลงไปจุดที่ผมคิดว่ากัปตันคนนี้ทำผิด หรือพูดอีกอย่างว่าเป็นสิ่งที่ผู้ชายทุกคนซึ่งตกอยู่ใต้แรงกดดันของสังคมมักทำผิด ก็คือการที่เขาเริ่มโกหกน่ะครับ เริ่มหาข้อแก้ตัวโง่ๆ เช่นว่า เขารอดตายมาได้ก็เพราะ “บังเอิญหล่นลงไปในเรือชูชีพ” ซึ่งใครจะเชื่อวะนี่?! โทมัสก็พยายามอ้างเหมือนกันว่าเขาไม่ได้ ‘วิ่งหนี’ครอบครัวไปแบบที่เอ็บบาด่าซะหน่อย เพราะ“ตอนนั้นผมใส่รองเท้าสกีอยู่นะ จะวิ่งได้ยังไงเล่า!” ซึ่งคำแก้ตัวบ้าๆ แบบนี้ยิ่งทำให้ดู ‘ไม่แมน’ ไปกันใหญ่ แต่กระนั้น ต่อให้เรายอมรับความเป็นจริงหรือยอมรับ ‘ความล้มเหลว’ มันก็ยังไม่มากพอจะทำให้ทุกๆ คนพอใจได้อยู่ดี ผมมีเพื่อนที่เคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้ มีคนนึงไปเดินห้างในฟิลิปปินส์แล้วเจอมือปืนไล่ยิงคน ตอนนั้นแฟนเขากำลังลองเสื้อผ้าอยู่ แต่พอตัวเขาได้ยินเสียงปืนปุ๊บก็โดดไปหลบหลังเคาน์เตอร์คิดเงินปั๊บ หลังจากนั้นแฟนบ่นว่า“ทำไมไม่วิ่งมาหาฉันล่ะ” เขาตอบว่า “จะบ้าเหรอ? คิดว่าผมเป็นพระเอกหนังแอ็กชันรึไง?”แล้วไม่กี่อาทิตย์ต่อมาสองคนนี้ก็เกือบเลิกกัน เห็นมั้ยว่าต่อให้เขาสารภาพอย่างซื่อสัตย์ว่าตัวเอง ‘ทำผิด’ แต่เหตุการณ์นี้ก็เปลี่ยนกฎความสัมพันธ์ของพวกเขาไปถึงระดับรากอยู่ดี BIOSCOPE : ถ้าคุณเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างล่ะ คุณจะทำยังไง ออสต์ลุนด์ : (หัวเราะ) ถ้าดูจากสถิติ ผมว่าผมคงวิ่งหนีนะ แต่จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้เราคิดล่วงหน้าไม่ได้หรอก ผมว่ารายละเอียดของสถานการณ์จะเป็นตัวกำหนดเองว่าแต่ละคนจะมีปฏิกิริยายังไง เช่น ถ้าตอนนั้นผมอยู่ใกล้ประตูทางออกพอดี ผมก็คงวิ่งหนีไปเลย หรือถ้าข้างหน้ามีคนบังทางอยู่ ผมก็คงหาวิธีอื่น รายละเอียดของสถานการณ์นี่แหละที่สำคัญต่อการตัดสินใจของคนเราในชั่ววินาทีนั่น แต่เมียเก่าผมเค้าเชื่อจริงๆ เลยนะว่าผมจะไม่วิ่งหนีแน่ๆ! BIOSCOPE : เมียเก่า!? ออสต์ลุนด์ : ช่าย...ตลกดีเนอะ อันที่จริงผมค่อนข้างจะเหมือนตัวละคร แม็ตส์ เพื่อนของโทมัสนะ เพราะผมชอบมองสิ่งต่างๆ ด้วยเหตุผลจัดๆ แต่ในเวลาเดียวกันผมก็เฮิร์ตง่ายถ้าโดนใครมองว่านิสัยบางอย่างของเราเป็นข้อด้อย อย่างความที่ผมเป็นผู้ชายก็มักจะถูกจับโยนเข้ากลุ่ม ‘พวกผู้ชาย’ และถูกตัดสินแบบเหมารวมอยู่เรื่อย ถ้าผู้หญิงพูดขึ้นมาว่า “พวกผู้ชายอย่างคุณน่ะ....” ผมจะรู้ทันทีเลยว่าเดือดร้อนแน่ ไม่ว่าจะเพราะ ‘พวกผู้ชาย’ มักมีปัญหาอะไรสักแง่ หรือเพราะตัวผมเองทำตัวไม่ได้มาตรฐานตามที่ ‘ผู้ชาย’ ควรเป็นก็เถอะ ถึงที่สุดแล้ว เราทั้งหลายไม่ว่าชายหรือหญิงก็เป็นมนุษย์ด้วยกันทั้งนั้น มนุษย์ย่อมมีความกลัว มีสัญชาตญาณ มีสติสัมปชัญญะ มีจิตใจ มีร่างกาย ฯลฯ เคล็ดลับอยู่ตรงที่เราต้องสร้างสมดุลให้ได้ ช่วงท้ายๆ ของหนัง Force Majeure ตัวละครจะรู้สึกละอายใจขึ้นมาเป็นครั้งแรกที่ละทิ้งกันไปเพราะความกลัว พวกเขาสงสัยว่าตัวเองกลัวเว่อร์ไปรึเปล่า แต่หลังจากนั้นเมื่อขึ้นไปเดินบนภูเขาด้วยกันอีกครั้ง แต่ละคนก็เริ่มรู้สึกว่านี่แหละคือความเป็นมนุษย์ และไม่ว่าความกลัวที่เกิดกับพวกเขาจะมีเหตุผลหรือไม่ มันก็เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ทั้งสิ้น เมื่อถึงจุดนั้นพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนหลบหนีไปไหนอีกแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ยอมรับได้เสียทีในสิ่งที่ตัวเองเป็น https://www.youtube.com/watch?v=fjjzVbTBF8o ***ส่วนหนึ่งจาก Scoop - Cannes 2014 Exclusive Interview โดย โรเบิร์ต ดับเบิลยู เดวิส (Robert W. Davis) ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำเทศกาลหนังเมืองคานส์ของ BIOSCOPE นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 150 (ก.ค. 57)

ดรีม วิรากานต์ พิธีกรแก้มป่อง มหาวิทยาลัยสยองขวัญ
ดรีม วิรากานต์ เฉินบำรุง /  นักศึกษา / 

หากเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบติดตามเรื่องสยองขวัญ ก็คงไม่พลาดรายการมหาวิทยาลัยสยองขวัญ โดยมีนักศึกษาสาวเป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งแต่ละคนนั้นล้วนมีความกล้าและไม่กลัวสิ่งลี้ลับ ขัดกับหน้าตาสวย น่ารัก เอาซะมากๆ 1 ในนั้นก็คือ สาวดรีม วิรากานต์ ที่หลายๆ คนติดตามผลงานเธอทุกคลิป ดูได้จากความน่ารักของเธอค่ะ...ดรีม วิรากานต์ พิธีกรแก้มป่อง มหาวิทยาลัยสยองขวัญ ดรีม วิรากานต์ พิธีกรแก้มป่อง มหาวิทยาลัยสยองขวัญ ประวัติ ชื่อ : วิรากานต์ เฉินบำรุง (Wirakan Chernbamrung) ชื่อเล่น : ดรีม เกิดวันที่ : 15 ธันวาคม การศึกษา : นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผลงาน : - เชียรลีดเดอร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ - พิธีกรสาวแก้มป่อง "มหาวิทยาลัยสยองขวัญ" FB : Wirakan Chernbamrung เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ เฟสบุ๊ค มหาวิทยาลัยสยองขวัญ, Wirakan Chernbamrung

เล่นน้ำสงกรานต์ ดูปลาหว้ากอ
ปลาปั๊กเป้า /  ปลาสวยงาม

รายการ LoveFishClub Thailand ตอนที่15. จะพาเพื่อนๆไปชมภาพบรรยากาศ การเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์ พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวของปลาทะเล ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ครับผม

ตัวอย่าง PV ลูแปงที่สาม 2015 ซับไทย
Anime /  Lupin III

Sub Thai by เพจคนรักการ์ตูนญี่ปุ่นและ All Hero Fanpage : https://www.facebook.com/weloveAnime.and.All.Hero และ Fanpage : https://www.facebook.com/RupanSanseiThailand (แอดมินคนเดียวกัน)

Sankyodai Japanese Cuisine (ซันเคียวได แจแปนีส ควิซีน)
อาหารญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะ มาเฟียฟู้ดและและตามรอยนักชิมพาไปรู้จักกับร้านอาหารดีๆ เจ๋งๆ กันอีกเช่นเคย วันนี้มารีวิวกันที่แหล่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารญี่ปุ่นที่ย่าน สุขุมวิท 24 ร้าน Sankyodai Japanese Cuisine (ซันเคียวได แจแปนีส ควิซีน) ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่อยู่ภายในของโครงการ 24th Avenue ใครอยากสัมผัสความเป็นญี่ปุ่น ต้องมาที่นี่ Sankyodai เป็นร้านเล็กๆ ให้บรรยากาศที่อบอุ่น ทั้งร้านตกแต่งเป็นไม้ ที่นั่งมีทั้งเป็นแบบบาร์ และโต๊ะ ถึงเป็นร้านเล็กแต่นั่งสบายๆ ไม่อึดอัดจนเกินไป มากันที่เรื่องของอาหาร ที่นี่จะเน้นหลักๆ คือซูชิ มีหลากหลายเมนู และซาซิมิก็เด็ดไม่แพ้กัน วัตถุดิบสุดยอดและราคาก็เป็นกันเอง และบ้างเมนูของที่นี่ก็หาได้น้อยในปะเทศไทยเลยทีเดียว ร้านนี่มักจะมีโปรโมชั่นแรง โดนใจลูกค้าเสมอๆ เช่น บุฟเฟต์ซูชิ และโปรโมชั่นลดกระหน่ำช่วงเทศกาล ด้วยวัตถุแบบพรีเมี่ยมแบบนี้ ทำให้คนในโลกโซเชียลบอกกันปากต่อปาก ตามมากินจนแน่นร้าน มาเข้าเรื่องกันที่เมนูที่อยู่ตรงหน้านี่ จะมีอะไรอร่อยๆ บ้าง เริ่มที่จานแรก " Lagacy Salada " Lagacy Salada 260 บาท ใครมาเป็นต้องสั่ง เป็นเมนู Signature ของที่นี่ก็ว่าได้ ในจานนี้จะมีปลาอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน จะมีทั้ง แซลมอน ฮามาจิ และอากามิ และด้วยมีความพิเศาที่แอบซ่อนอยู่ ก็คือ วุ้นๆ เด้งๆ ที่ทำจากพอนซึนนั่นเอง Chirashi A 990 บาท จานนี้จัดเต็ม ด้วยข้าวหน้ารวมซาซิมิ บอกเลยว่าแต่ละอย่างที่อยู่ในจานนี้ คุ้มสุกคุ้มจริงๆ กับวัตถุดิบที่มีทั้ง Otoro,Akami,Shimaaji,Salmon,Madai,Kanpachi และ Uni San Umi Sake Sashimi 480 บาท แซลมอนที่มาจาก 3 น้ำ 3 ประเภท เรียงตามอันดับไป แต่ละประเภทจะมีป้ายบอกไว้ว่าเป็นแซลมอนมาจากที่ไหน 3 ประเภทนี้จะมีทั้ง tasmanian , King salmon และ Norway Salmon Mango Roll 380 บาท แซลมอนโรลอัดแน่นไปด้วยไส้ คำใหญ่ กัดไปก็จะเจอความเปรี้ยวหวานของมะม่วงสุก Foie gras-Matsuzaka-engawa sushi 650 บาท ซูชิคำโต ที่มีทั้ง 3 สุดยอดวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย ตับห่าน , เนื้อวัวมัตสึซากะ และ ปลาตาเดียว Australian Beef Tataki 260 บาท เนื้อสดๆ ที่กริลล์ด้านบนนิดๆ กินคู่กับกระเทียมและหัวไชเท้า Tamogo Sponge 120 บาท ไข่หวานที่มาในรูปแบบเหมือนขนมหวาน ขั้นตอนการทำนั้นก็เหมือนไข่หวาน ม้วนๆ นี่แหละค่ะ แต่จะใช้วิธีอบเหมือนอบขนม รูปร่างหน้าตาจึงออกมาแบบนี้ จุดเด่นของร้านนี้คือวัตถุดิบขั้นเทพ แล้วยังมีโปรโมชั่นมากมาย มาเอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นอยู่ตลอดเวลา ติดตามโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ Sankyodai

เตือน!! ลูกชิ้นมหาภัย หมอชิต ติดป้าย15แต่ขายไม้ละ20บ. !!
ลูกชิ้นมหาภัย /  หมอชิต / 

เตือน!! ลูกชิ้นมหาภัย หมอชิต ติดป้าย15แต่ขายไม้ละ20บ. !! บนแฟนเพจดังได้มีการแชร์เรื่องราวเตือนภัยผู้โดยสารในขนส่งหมอชิต ว่าจะกินอะไร จะซื้ออะไรให้ดูให้ดี เพราะล่าสุดได้มีการแชร์เรื่องราวของสมาชิกเฟซบุ๊ค Kristrin Apamano ที่โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ฝากเตือนภัยผู้โดยสาร หมอชิต ร้านลูกชิ้นมหาภัย อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยที่คนมองข้าม แต่มันเป็นสิทธิ์ของเราที่จะไม่รับของ ร้านลูกชิ้นหน้าศูนย์อาหารชั้น1 ติดป้ายราคา15บาท เมื่อสั่งซื้อแล้วเก็บเงิน20 ลูกชิ้น3ไม้คิดเงิน60บาท โมโหตรงที่ติดป้าย15บาท เหตุผลแม่ค้าป้ายมันติดนานแล้ว ฝากเตือนด้วย เรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้าม โดยหลังจากภาพถูกแชร์ลงไปได้มีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยมองว่าในขนส่งหมอชิต มีวิธีการโกงและเอาเปรียบหลายรูปแบบไม่ใช่เฉพาะร้านอาหาร แต่เป็นเกือบทุกจุดเลย อยากให้มีการเข้ามาแก้ไขปัญหาจริงจังและอยากให้นึกถึงหัวอกของคนที่เข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพด้วย ไม่อยากให้โดนเอาเปรียบกัน รวมถึงบางคนมองว่าวิธีการแก้ไขปัญหาง่ายๆคือก่อนซื้อต้องถามราคาให้แน่ใจก่อนสั่งจะเป็นทางที่ดีกว่า ขอบคุณภาพและเรื่องจาก สมาชิกเฟซบุ๊ค Kristrin Apamano MThai News