เทศกาลการ์ตูนกรุงเทพ

ส่องชีวิตซุปตาร์เบ้าหน้าอินเตอร์!! ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต
ชมพู่ อารยา

               ฮอตและปังไม่แพ้ซุป’ตาร์ตัวแม่คนไหนๆ เลย สำหรับนางเอกหน้าฝรั่งอย่าง ชมพู่ อารยา เรียกว่าโลดแล่นในวงการบันเทิงมานานนม สะสมสกิลความฮอตมาเรื่อยๆ จนในเวลานี้สวยปังดังเวอร์สมกับระยะเวลาอันยาวนาน แม้ปัจจุบันจะสละโสดและกำลังจะกลายเป็นคุณแม่ในอีกไม่ช้า แต่ความฮอตและความเซ็กซี่นั้นไม่สร่างซาเลยจริงๆซุป’ตาร์หน้าอินเตอร์               เป็นนางเอกชาวไทยที่หน้าตาอินเตอร์สุดๆ สำหรับ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต หรือ อารยา อัลเบอร์ตา ฮาร์เก็ต ที่หลายคนรู้จักกันดี เห็นสวยหน้าอินเตอร์แบบนี้นั้นก็เพราะสาวเจ้าเป็นลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ นั่นเอง ชมพู่เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2524 ที่ประเทศไทย เรียนและเติบโตที่ประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ต้องแปลกใจหากสาวสวยหน้าลูกครึ่งคนนี้จะพูดไทยได้อย่างชัดเจนมิสมอเตอร์โชว์                หน้าสวยหุ่นดี ด้วยเหตุนี้ความเป็นซุป’ตาร์เลยเป็นสิ่งที่ ชมพู่ อารยา คู่ควร เริ่มต้นชีวิตในแวดวงบันเทิงด้วยวัยเพียง 17 ปีกับการประกวด มิสมอเตอร์โชว์ ปี 2541 จากนั้นความเป็นนักแสดงก็พุ่งเข้าใส่เธอเต็มๆ ละครเรื่อง เพลงพราย ปี 2542 เป็นละครเรื่องแรกที่ชมพู่ได้ชิมลางบทบาทนางเอก แต่รู้หรือไม่ว่า ตัวประกอบ คือบทบาทแรกที่ชมพู่ได้ลิ้มลองก่อนจะขึ้นแท่นเป็นนางเอกด้วยซ้ำ โดยเธอโชว์คาแรกเตอร์นางแบบเพียงไม่กี่นาทีไว้ในละครเรื่อง มารยาริษยา ทางช่อง 5 เมื่อปี 2541 ปีแรกของการเริ่มต้นเข้าวงการนั่นเองหมอชิต...บ้านหลังแรก               ละครเรื่องแรกกับบทบาทนางเอกคือ เพลงพราย ที่ออกอากาศทางช่อง 7 สี คนที่ให้โอกาส ชมพู่ อารยา ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในวงการมายาก็คือ รัมภา ภิรมย์ภักดี ผู้เขียนบทประจำบริษัทดาราวิดีโอแห่งช่อง 7 สี จึงไม่ผิดถ้าจะบอกว่า วิกหมอชิต หรือ ช่อง 7 สี คือบ้านหลังแรกของนางเอกหน้าอินเตอร์ที่ชื่อชมพู่คนนี้อารยาย้ายรัง               บ้านหลังแรกก็คือบ้านหลังแรก ชีวิตคนเรามีบ้านได้หลายหลัง เหมือนกับนางเอกสาว ชมพู่ อารยา ที่แม้จะแจ้งเกิดและเป็นนางเอกแถวหน้าของวิก 7 สีมาตั้งแต่ปี 2542 แต่เมื่อเวลาผ่านไปอะไรใหม่ๆ ก็ย่อมผ่านมา ปี 2551 ชมพู่โบกมือลาวิกหมอชิตพร้อมเซ็นสัญญากับช่องคู่แข่งอย่าง วิกพระราม 4 หรือ ช่อง 3 โดยทิ้งผลงานเรื่องสุดท้ายอย่าง ดาวเปื้อนดิน ไว้ให้คอละครช่อง 7 ได้ชื่นชมกันเรยาพาปัง               มีหลายเสียงหลายกระแสแอนตี้และไม่ปลื้มกับการตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับช่อง 7 สีของ ชมพู่ อารยา หมอดูบางรายก็ทำนายทายทักว่าหากชมพู่ย้ายช่องกระแสจะดับ ไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร แต่สิ่งที่เห็นก็ได้พิสูจน์แล้วว่าความปังไม่เข้าใครออกใคร แม้ผลงานเรื่องแรกกับช่อง 3 อย่าง เพลิงพราย จะไม่เปรี้ยงอย่างที่หลายๆ คนลุ้นและจับตามอง แต่บทแซบๆ อย่าง เรยา ในละครเรื่อง ดอกส้มสีทอง ก็เหมือนจะเป็นบทที่สวรรค์ส่งมาให้เธอคนนี้ได้ฮอตปรอทแตก กลายเป็นซุป’ตาร์ตัวแม่อย่างที่เราเห็นกัน เรียกว่ากระแสความแรง ความแซบ ความฮอต ทุกอย่างถาโถมใส่ชมพู่แบบเต็มๆ ชนิดถูกที่และถูกเวลาเซ็กซี่สตาร์ตัวแม่               ดูเหมือนอะไรๆ ก็เป็นใจให้ ชมพู่ อารยา กลายซุป’ตาร์ที่ฮอตปังดังเวอร์ตั้งแต่ย้ายช่อง เรื่องผลงานละครยกนิ้วให้ไปเลย เรื่องความเซ็กซี่ก็เช่นกัน เบียดบี้เพื่อนร่วมวงการที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่า เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ อย่าง อั้ม พัชราภา ได้แบบสูสี ฟาดรางวัลเวทีเซ็กซี่มาก็มากมาย จุดนี้คงต้องยอมใจยกให้ชมพู่เป็นตัวแม่อีกหนึ่งคนของเซ็กซี่สตาร์เมืองไทยไปเลยเจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า               หลายๆ คนยกให้ ชมพู่ อารยา เป็นดาราสาวที่จัดว่าเป็นผู้นำเรื่องแฟชั่นการแต่งตัวมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเจ้าหล่อนมักจะล้ำนำเทรนด์ก่อนใครๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม แอคเซสเซอรี่ ที่เมื่อชมพู่หยิบมาเสริมจับมาเติมเมื่อไหร่ เหล่าแฟนคลับและหลายๆ คนก็มักจะตามเทรนด์กันถ้วนหน้าพรมแดงเมืองคานส์               เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของดาราสาวที่ชื่อ ชมพู่ อารยา และเป็นหน้าเป็นตาให้กับวงการบันเทิงไทยไม่น้อย สำหรับการร่วมเดินพรมแดงใน เทศกาลหนังเมืองคานส์ ของเธอคนนี้ เรียกว่าเป็นซุป’ตาร์คนไทยส่วนน้อยที่มีโอกาสได้ไปสัมผัส ซึ่งชมพู่นั้นเหยียบพรมแดงงานนี้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 4 ปี แล้วเกาเหลาฉาวโฉ่               ประเด็นเกาเหลาเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนบันเทิงและไม่เว้นนางเอกที่ชื่อ ชมพู่ อารยา ด้วย แม้จะไม่ใช่นางเอกสายเหวี่ยงสายวีนดูคลีนไปซะทุกด้าน แต่ประเด็นเกาเหลาก็ยังมีมาประดับชีวิตในเส้นทางสายบันเทิง ชัดเจนหน่อยคงเป็นเมื่อหลายปีก่อนกับนักแสดงสาว ออย ศรุตา ที่โต้กันผ่านสื่อไปมาอย่างแซบถึงใจพร้อมประโยคเด็ดที่ว่า 'ต้นทุนสูงกว่า' กับรุ่นน้องที่ฮอตมากมายอย่าง ใหม่ ดาวิกา ก็ด้วย แล้วไหนจะ อั้ม พัชราภา ที่หลายคนมองว่ารัศมีความปังเบียดบี้กันจนเหมือนไม่อยากร่วมงานและป๊ะหน้ากันไม่ว่าจะกรณีใดๆ อีกต่างหากวิวาห์ 108 ล้าน                แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันไม่ได้จริงๆ เรื่องความสามารถด้านการแสดงอาจจะเป็นพรสวรรค์ควบคู่ไปกับดวงที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่ในเรื่องของเนื้อคู่ต้องพึ่งบุพเพสันนิวาสอย่างจริงจัง และ ชมพู่ อารยา ก็เป็นผู้หญิงที่วาสนาดีมากคนหนึ่ง พบเจอความรักที่สวยงาม สละโสดไปกับ ไฮโซน็อต วิศรุต ให้ผู้หญิงค่อนประเทศได้อิจฉาด้วยสินสอดที่แพงลิ่ว จนใครๆ ต่างก็เรียกขานงานแต่งของเธอกับเขาว่า วิวาห์ 108 ล้านว่าที่คุณแม่                แต่งงานออกเรือนไปแล้วแต่ยังคงมีผลงานให้ได้เห็นกันอยู่ทั้งงานแสดงและงานพิธีกร แต่พอถึงจุดที่ชีวิตคู่จำเป็นจะต้องสมบูรณ์แบบด้วยการเพิ่มเติมทายาท ชมพู่ อารยา ก็ขอเบรกงานเพื่อทำหน้าที่สำคัญบ้าง ซึ่งชมพู่เคยตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เป็นแม่คนอยู่ช่วงหนึ่ง แต่แล้วก็พบกับความผิดหวังเมื่อเจ้าตัวแท้งลูกคนแรกไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะเสียหลักไปบ้างแต่ ณ วันนี้ชมพู่และสามีอย่างน็อตยิ้มได้เต็มที่ และคงยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อกำลังจะได้เป็นพ่อคนแม่คนเต็มตัว เพราะเธอคนนี้ตั้งครรภ์อีกครั้งสมความตั้งใจแล้วนั่นเองขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG @chomismaterialgirl, ลูกกวาดมอมแมม, polyplus, ch7.com, broadcastthai.com ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา เวทีมิสมอเตอร์โชว์ (คนที่ 3 จากซ้าย)   ชมพู่ อารยา บทบาทตัวประกอบ   ชมพู่ อารยา ในละครเรื่องแรก เพลงพราย   ชมพู่ อารยา ในละคร ดาวเปื้อนดิน   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา - น็อต วิศรุต   ชมพู่ อารยา

ฌอห์ณ ยันร่วมงาน เอสเธอร์-เคน ได้ ย้ำชัด
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

  กลายเป็นมหากาพย์ไปซะแล้ว สำหรับกระแสดราม่าความขัดแย้งระหว่างพระเอกหนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ กับนางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ล่าสุด หนุ่มฌอห์ณ ได้มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดในงาน "สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี10" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "คนหล่อพอเพียง" เจ้าตัวได้บอกว่าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าไม่อยากมีปัญหากับใคร คนวงการเดียวกับน่าจะเข้าไปไม่ช้าก็เร็วต้องเจอเหมือนกันประเด็นดราม่า ในมุมของฌอห์ณ เป็นยังไงบ้าง   "ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดเพราะว่าทางผู้จัดการและทางผู้ใหญ่ของผมได้พูดไปหมดแล้ว ปัญหาทั้งหมด มันเป็นการคุยติดต่องานที่ไม่ตรงกัน ตั้งแต่แรก แล้วตอนท้ายก็ต้องถามผู้ว่าจ้างว่าอยากได้งานแบบไหนอยากได้งานคู่ งานเดี่ยวก็ต้องถามลูกค้าว่า เขาจะเลือกคนไหน ส่วนตัวผมไม่เคยมีปัญหา ในการทำงานอีเว้นท์ เรื่องที่มีปัญหาอาจจะมีการบอกต่อที่ไม่ตรงกันในเรื่องของเวลา และตัวเราเองก็ได้คุยกับทางลูกค้าแล้ว ว่าปัญหามันคืออะไร เข้าใจตรงกันไหม พอเรื่องมันเล่าปากต่อปาก มีทางอารมณ์ คำพูด เข้ามา ปัญหามันก็ เลยบานปลาย ส่วนหน้าที่ผมตอนนี้ก็คือชี้แจง ในส่วนของการทำงานที่มีปัญหา"เราไม่ได้ออกปากว่าไม่อยากร่วมงาน   "ไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นอยู่แล้วเพราะว่า ก็อย่างที่บอกไป ทั้งคู่ก็ต้องคุยกันใหม่ คุยเรื่องของ นักแสดงต้องทราบอยู่แล้ว ว่ามีเงื่อนไข หรือ อะไร ที่ไม่เหมือนกัน"ส่วนตัวตอนนั้นเรารู้ไหมว่ามาจากเอสเธอร์   "เรารู้เองครับก็รับงานปกติอย่างที่ ผู้จัดการเป็นคนแจ้ง และหลังจากนั้น 3 วันเราก็รู้จักการโพสต์ ig ของคนอื่น และผมรู้สึกว่ามันไม่ได้มีปัญหาเรื่องบุคคล มันมีปัญหาเรื่องของการคุยงาน ที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ บอกตรงๆก็ได้ ยังไงก็ได้ เพียงแค่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแค่นั้นเอง รู้สึกโกรธมั้ยที่เค้าออกมาแฉเราขนาดนั้น   "ไม่ครับที่บ้านผมไม่มีใครโกรธเลย"และอย่างที่เขาให้รายละเอียดว่าเราไม่สามารถร่วมงานกับเอสเธอร์ได้   "ก็อย่างที่บอกครับความจริงก็คือความจริง คือผมไม่ได้มาดูโพยตีพายโชคดีที่มีผู้ใหญ่หลายท่านที่ อยู่ในเหตุการณ์ เข้ามาช่วย ก็ขอบคุณ พี่เอกกี้ด้วย ถ้าไม่ได้ท่านก็คงแย่ ได้ไปเคลียร์กันบ้างไหมไม่ได้เคลียครับ ไม่มีใครติดต่อมาก็เลยไม่ได้ติดต่อกัน เพราะเรารู้ว่า ทุกคนได้บอกเหตุผลของตัวเอง ที่เข้าใจไปกันหมดแล้ว ต่อไปคือถ้าจะทำงานกันใหม่ก็ดีงานกัน แค่นั้น"ในเรื่องของวินัยที่บอกว่าเรามาสาย เขาบอกณอห์ณว่าอย่างไร   "ประมาณบ่าย 2 นะครับ และผมก็มาบ่าย 2 งานเริ่มบ่าย 3 14.15น. ผมยังขอเขาไปเข้าห้องน้ำอยู่เลย พี่เอกกี้มา 14:15 ผมก็ยังยืนคุยกับแกอยู่เลย เข้าจริงๆนะครับ ในฐานะนักแสดงผมว่า เรียงวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญ มาก และยิ่งทำงานชั่วโมงนึงคุณมาเลทมันก็แย่ แล้วครับ และผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าผิดพลาดและตัวผมก็รู้ ว่าเรามากี่โมงถ้าสมมุติ ผมมาสาย จริง ผมเดินเข้าไปคุยกับเจ้าของงานตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนั้นพี่นักข่าวก็อยู่ ตัวผมรู้ว่าเป็นยังไงและทางผู้ใหญ่เองก็เห็นเขาก็เลยไม่โกรธ"งงไหมว่าทำไมมาถึงจุดนี้   "ไม่งง หรอกครับคนเราก็มีหลายแบบมี เหตุผล หลายประเภท"ถือว่ายังร่วมงานกันได้อยู่ไหม   "จ้างมาคุยให้ตรง และผมจะไป"และอย่างที่มีกระแสดราม่ามีการแบ่ง แยก คิดว่ายังไง   "คือผมไม่เห็นด้วยนะที่มีการแบ่งแยก คือเราเป็นพี่น้องในวงการเดียวกัน นะครับ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องเจอ ยังไงก็แล้วแต่ผมก็ยังอยากมองหน้าได้ปกติ และก็รู้สึกว่า มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับการไปแจกผลไม้ มันไม่ใช่เทศกาลนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่ารัก คือการแสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่าไปทำร้ายกัน"ทางนู้น ก็ออก มาบอกว่า เรา ไม่สามารถร่วมงานกับทางนู้นได้ เราจะมีการไปเคลียร์บ้างไหม   "สักวันหนึ่งเขาก็คงเข้าใจเพราะผมก็บอกไปแล้วว่า ไม่มีปัญหา" มีการคุยนอกรอบเลยเหรอคะ   "ไม่มีครับ ไม่มีใครติดต่อมาเท่าที่พวกพี่บอกผมรู้จักการดูรูปก็รู้สึกว่า ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ผิดก็ว่าไปตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก" ไม่อยากอธิบายบ้างหรอ เพราะฝ่ายนู้นก็เข้าใจไปอีกแบบหนึ่ง   "ยิ่งพูดเรื่องมันยิ่งไม่จบผมเป็นห่วงครอบครัวและแคร์คนรอบข้างและงานที่ ผม ต้องทำ ก็มีเยอะ จะมาทะเลาะกัน แค่ event งานเดียว มันก็ไม่ใช่ตัวเราผิดแล้วก็ออกมาชี้แจงว่าผิดเรื่องอะไรแต่เรื่องที่เราพูด มันคือ process ของการทำงาน ก็จบแล้ว"ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเรากับ เอสเธอร์ แตกหักกันไปเลย เพราะว่าเลือกแบ่ง ฝ่ายกันไปแล้ว   "คือผมไม่ได้แบ่ง ทีม ละครสร้างมาก็ตาย event สร้างมาถูกต้องตาม process บอกให้ทราบล่วงหน้าว่าคุณต้องการอะไร ผมว่าในฐานะนักแสดงในอาชีพวงการนี้มันแคบ แค่พูดมาบางทีเราทำให้มากกว่าที่ขอด้วย ซ้ำ ครับ"ระหว่างเรากับเอสเธอร์ ในความรู้สึกเรายังเหมือนเดิมไหม   "ผมก็เรื่อยๆ นะอาจมีจุกๆบ้างแต่ก็รู้สึกว่าเขาแค่เข้าใจผิดแต่วันหนึ่งเขาจะเข้าใจถูก คนมองต่างมุม เขาก็มองอีกมุมหนึ่งเราก็มองในมุมเขา ก็เข้าใจแหละ ว่าเขาอาจจะไม่ได้ฟังทั้งหมด ก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยววันนึงก็ทุกอย่างมันก็จะคลี่คลาย"กลัวเรื่องมันจะบานปลายไหม   "ไม่เลยครับจบแค่วันนี้ครับ และผมจะไม่พูดแล้ว ผมไปทำงานจนจะเป็นเดือนแล้ว เรื่องจะไม่จบถ้าอีกคนคิดจะพูด ถ้าเรื่องมันจะจบคือคนที่คิดจะเงียบ ทางผู้ใหญ่ก็เรียกผมไปคุยแล้ว เรื่องละครว่าจะมีแพลน อะไรอยากให้ร่วมงานกับใครบ้าง"จะมีละครร่วมกันหรือเปล่าคะ   "ผู้ใหญ่ เขามีแพลนกันไว้แล้ว น้องเค้าอาจยังไม่ทราบ แต่ผู้ใหญ่ก็บอกว่าณอน ยังอยากให้ร่วมงานกับน้องเค้าเพราะ มันมีเคมีที่ดีตรงกัน และเหมาะสม เดี๋ยวไฟนอล เมื่อไหร่ผู้ใหญ่เขาจะเป็นคนโทรไป บอกอีกที"อยากเล่นคู่กันได้ไหมเพราะว่ามีเหตุการณ์แบบนี้แล้ว   "ผมไม่มีปัญหาครับ พูดมาให้ตรงผมยังต้องทำงานหาเงินจะมาใช้ทัศนคติว่าไม่รับงานกับคนนู้นคนนี้ ไม่ได้ครับ บ้านผมลำบาก"เราถือว่ายังสนิทใจอยู่ไหม   "สนิทใจครับเพราะว่า เรื่องมันไม่ได้เป็นปัญหาของน้องมันเป็นปัญหาที่คนกลางแล้วอย่างเคนคิดว่ายังไงคะ   "ผมไม่พูดดีกว่าครับเพราะว่าพี่เขาคงมีเหตุผลของเขา แต่ตัวผมเองได้รับสารมาแค่นี้ครับ"แล้วอย่างที่เคนเขาโพสต์ คนอาจมองว่าเขาสนับสนุนกัน   "เขาตอบแล้วนี่ว่าไม่ได้โพสต์หมายถึงใครมันเป็นคำสอนดีๆ ผมก็ ok เป็นคำสอนดีๆ ผู้ชายเค้าคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาคุยกับผมตรงๆมากกว่า"แล้วเราร่วมงานกับเคนได้ไหม   "ได้ผมอยากร่วมงานกับช่อง 3 อยู่แล้ว ผมไม่เคยทะเลาะกับใคร และก็ไม่ชอบทะเลาะกับใครสุดท้ายวงการบันเทิง ปีหน้าเราอาจจะเจอกันก็ได้ทำงานด้วยกันอีกดีกว่า   ผมบอกตรงๆ เวลาแบ่งฝ่ายมันไม่มีผลดีกับใครสักคนเพราะมันจะสร้างบาดแผลให้แก่กันสุดท้ายอยากจะบอกว่าคุณชอบใครก็สนับสนุนเขา ไม่ชอบใครอย่าไปติดเขาเพราะว่าคนที่คุณชอบกับคนที่คุณไม่ชอบอาจจะเป็น เพื่อนสนิทกันก็ได้" เห็นว่ามีการจัดสร้างโบสถ์เกิดขึ้น คือทางครอบครัวจินดาโชติ กำลังจะสร้างอุโบสถ ที่อำเภอนางรอง วัดหัวตะพาน   "ตอนนี้ก็เรี่ยไรเงินมาได้ส่วนหนึ่งแล้วแต่ยังขาดอีกเยอะ คือทางผมก็เปิดบัญชีอยากให้ทุกคนมาช่วยร่วมอนุโมทนา บุญ ก็จะละลายไปถึงเดือน 5 เดือน 6 ในไอจีผมเข้าไปดูได้นะครับ ก็อยากให้เข้ามาร่วมบุญกันเยอะๆ แล้วจะมีโครงการมูลนิธิต่างๆอยากให้ช่วยสนับสนุนกันครับ" ฌอห์ณ กล่าว ซึ่งด้าน เคน ภูภูมิ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับกรณีที่ต้องร่วมงานกับ หนุ่มฌอห์ณ ว่ายินดีร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตามคลิปด้านล่างนี้!! ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ เอสเธอร์ เอสเธอร์

ส่องชีวิตม่ายสาวพราวเสน่ห์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์

เป็นม่ายสาวที่ยังคงสวยแซบไม่แพ้สาวโสดคนไหนๆ สำหรับนางเอกตาแป๋ว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เวลานี้แม้จะเป็นผู้หญิงหย่าสามี แต่ดีกรีความเป็นซุป’ตาร์นั้นยังเฉิดฉาย ที่สำคัญหัวใจไม่เคยว่าง เรื่องของผลงานนั้นก็ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย เพราะถึงแม้ข่าวฉาวจะมะรุมมะตุ้มอยู่เสมอๆ แต่เรื่องของฝีมือในศาสตร์การแสดงนั้น เจนี่คนสวยไม่เป็นรองใครแน่นอน 1. เกิดที่อเมริกา เป็นนางเอกหน้าไทยที่น้อยคนนักจะรู้ว่าเธอเกิดและเติบโตที่เมืองนอก สำหรับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เธอคนนี้เกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2524 ณ เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เจนี่ ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจวบจนอายุย่างเข้า 11 ปี จึงได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยจนถึงทุกวันนี้ เธอจบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และจบปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 2. แมวมอง เพราะเป็นผู้หญิงที่เกิดมารูปร่างหน้าตาดี เจนี่ จึงมีแมวมองมาค่อยส่องและชักชวนให้เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ในระดับมัธยม และเธอก็ก้าวเข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการตั้งแต่บัดนั้น โดยผลงานชิ้นแรกเป็นมิวสิควิดีโอเพลง Only you ของศิลปิน เจอาร์-วอย และอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย จากนั้นไม่นาน เจนี่ ก็ถูกชักชวนให้มาเล่นละครจอแก้ว โดยเธอชิมลางละครเรื่อง สายรุ้ง ในปี 2540 เป็นผลงานเรื่องแรก 3. ทางผ่านกามเทพแจ้งเกิด ชิมลางงานละครเรื่องสายรุ้ง ไปไม่นาน เจนี่ ก็มีผลงานละครตามมาอีกมากมาย แต่ละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ในปี 2544 คงเป็นละครที่ทำให้ใครหลายคนได้รู้จักกับนางเอกมากฝีมือที่ชื่อ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ มากขึ้น ด้วยพล็อตเรื่องเป็นละครแนวตบจูบ คาแรกเตอร์สาวหวานน่าสงสารเรียกเรตติ้งจากคนดูได้ไม่ยาก บวกกับการได้ประกบคู่พระเอกหนุ่มหล่ออย่าง แอนดริว เกร็กสัน ในเวลานั้น ก็ยิ่งทำให้เจนี่แจ้งเกิดและฮอตปังในชั่วพริบตา 4. มุตตา vs มุนินทร์ ด้วยกระแสความปังจากละครเรื่อง ทางผ่านกามเทพ ทำให้นางเอกหน้าแบ๊วตาแป๋วอย่าง เจนี่ กลายเป็นนางเอกแถวหน้าของเมืองไทยในเวลาต่อมาอย่างง่ายดาย ด้วยฝีมือการแสดงที่เพอร์เฟกต์ บวกกับผลงานที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ทิ้งช่วงให้แฟนๆ ต้องรอนาน นั่นทำให้เธอกลายเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการที่มีทั้งงานละคร งานอีเว้นต์ งานโฆษณา และชื่อเสียงตามมาอย่างมากมาย รวมไปถึงละครที่ปังสุดอะไรสุดอย่าง แรงเงา ในปี 2555 ก็ทำเอากระแสของ เจนี่ฟีเวอร์ ไปทั่วบ้านทั่วเมืองอีกครั้งด้วยบทบาทฝาแฝดที่แซบถูกใจคอละครสุดๆ 5. ของเล่นไฮโซ - คาสโนวี่สายแบ๊ว มีชื่อเสียงภายในเวลาไม่กี่ปีแน่นอนว่าสาวสวยอย่าง เจนี่ ก็ต้องมีเสน่ห์ควบคู่กันไปด้วย ตลอดระยะเวลาในเส้นทางสายบันเทิงเธอคนนี้มีข่าวคราวเรื่องความรักกับหนุ่มๆ มากหน้าหลายตา ทั้งหนุ่มในวงการบันเทิงและแวดวงไฮโซ เรียกว่าเป็นนางเอกที่ถูกเม้าท์ว่าเป็น ของเล่นไฮโซ คนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะแต่ละคนที่สาวเจ้ามีข่าวด้วยนั้นมีอันจะกินเข้าขั้นรวยเริ่ดไปซะแทบหมด คบหากันยาวนานที่สุดก็เห็นจะเป็น บั๊ด ลวรรณ แสงสนิท ที่ดูใจกันยาวนานถึง 7 ปี ตั้งแต่ เจนี่ เริ่มเข้าวงการใหม่ๆ และหลังจากเลิกรากันไป เจนี่ ก็ตกเป็นข่าวกับหนุ่มมากมายจนใครๆ ก็ขนานนามว่าเธอคนนี้นี่แหละคือ คาสโนวี่สายแบ๊ว ของวงการบันเทิงไทย 6. ม่ายสาวพราวเสน่ห์ ถึงจะโดนเม้าท์ว่าเป็นคาสโนวี่ประจำวงการ แต่ผู้หญิงเราก็คงอยากแต่งงานมีครอบครัวที่สมบูรณ์ และในปี 2556 ก็เป็นปีที่ เจนี่ ได้สิ่งนั้น เมื่อคุณเธอและสามีหมาดๆ อย่าง เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนว่าได้จดทะเบียนสมรสกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังคบหาดูใจมา 5 เดือน ทำเอาสะเทือนวงการและงงเป็นไก่ตาแตกไปตามๆ กัน เพราะรู้อยู่ว่าฝ่ายชายนั้นมีภรรยาและลูกสาวอย่าง ตู่ นันทิดา และ เพลง ชนม์ทิดา อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เจนี่ กับหนุ่มเอ๋ทำบุญมาด้วยกันแค่นั้นหรือเปล่า ถึงทำให้ในเวลาต่อมามีข่าวคราวเตียงหักและทำร้ายร่างกายออกมาให้เห็น ซึ่งในที่สุดทั้งคู่ก็เลิกราหย่าขาดหลังจากใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ไม่ถึงหนึ่งปี เจนี่ กลายเป็นม่ายสาวที่ยังสวยสดงดงาม ทั้งหนุ่มหล่อสาวหล่อตามขายขนมจีบเพียบ และไฮโซบ้านรวยอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย ก็คือหนุ่มคนล่าสุดที่กุมหัวใจของเธอไว้ในตอนนี้นั่นเอง 7. ฉายา 5 ปีซ้อน เรื่องราวความรักกับหนุ่มๆ ทั้งหลายดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนจดจำ เจนี่ ได้ติดตาไม่แพ้งานแสดงที่คุณเธอร่อนออกมาให้เห็น จุดนี้ เจนี่ จึงเป็นนักแสดงสาวอีกหนึ่งคนที่ได้รับฉายาจากสมาคมนักข่าวบันเทิงบ่อยที่สุด โดยเธอนั้นได้รับฉายาติดกันถึง 5 ปีซ้อน แต่ละปี แต่ละฉายา ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องราวความรักและหนุ่มๆ ที่สาวเจ้าพัวพันด้วยแทบจะทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่นในปี 2556 กับฉายา แบ๊วฉกทะเบียน ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากที่สาวเจ้าประกาศจดทะเบียนกับอดีตนักการเมืองท้องถิ่นอย่าง เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ แบบสายฟ้าแลบนั่นเอง หรือแม้แต่ในปี 2558 สื่อบันเทิงก็ได้มอบฉายา มือฉกดกกาแฟ ให้คุณเธออีกเช่นกัน เนื่องมาจากปีนั้น เจนี่ ครองตัวเป็นแม่ม่ายอยู่และเริ่มสานสัมพันธ์กับหนุ่ม กึ้ง เฉลิมชัย ที่ใครๆ ก็รู้ว่าก่อนหน้านั้นหนุ่มเจ้ายังคบหาดูใจอยู่กับสาว จ๋า ณัฐฐาวีรนุช 8. เกาเหลาชามโต เชื่อว่ามีติดตัวทุกคนไม่เว้นแม้แต่นางเอกตัวแม่อย่าง เจนี่ สำหรับกรณีเกาหลา เรียกว่าตกเป็นหัวข้อเม้าท์ว่าไม่ถูกกับคนโน้นคนนี่เยอะพอสมควร ทั้งเพื่อนพ้องอย่าง อั้ม พัชราภา กับกรณีสนิทสนมหนุ่ม โน้ต วิเศษ อดีตแฟนหนุ่มของสาวอั้มชนิดเกินพอดี กับรุ่นพี่อย่าง บุ๋ม ปนัดดา ก็เป็นประเด็นกันในเรื่องของธุรกิจส่วนตัว ล่าสุดรุ่นน้องที่กำลังมาแรงมากๆ ในแวดวงนางงามอย่าง น้ำตาล ชลิตา ก็กลายเป็นประเด็นเกาเหลากับเจนี่ ด้วย เหตุก็เพราะมีหลายคนเห็นคลิปในงานอีเว้นต์งานหนึ่งซึ่งสาวน้ำตาลยกมือไหว้รุ่นพี่อย่าง เจนี่ แต่รุ่นพี่ทำเมินไม่รับไหว้ซะอย่างนั้น ซึ่งจุดนี้ตัดสินกันง่ายๆ ไม่ได้เพราะบางทีอาจจะเป็นจังหวะที่ เจนี่ มองไม่เห็นก็เป็นได้ แต่ยังไงซะก็กลายเป็นประเด็นให้หลายๆ คนได้เม้าท์มอยและจับผิดกันไปซะแล้ว 9. วันนี้ของเจนี่ แม้จะฉาวและมีเรื่องให้เม้าท์จนเป็นประเด็นอยู่ตลอดๆ แต่ซุป’ตาร์ยังไงก็คือซุป’ตาร์ ในทุกวันนี้ เจนี่ ยังคงเป็นนักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิงไทย งานแสดง งานอีเว้นต์ และงานอื่นๆ ของ เจนี่ ดูเหมือนจะเป็นที่จับตามองของบรรดาแฟนคลับและประชาชีเสมอ แม้ทุกวันนี้จะพ่วงท้ายด้วยคำว่า แม่ม่าย แต่เชื่อเถอะว่า เจนี่คนนี้เป็นแม่ม่ายที่แซบเวอร์และเต็มไปด้วยเสน่ห์อีกคนหนึ่งของวงการบันเทิงเลยทีเดียวขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG : @janienineeleven, ลูกกวาดมอมแมม, broadcastthai.co http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/60528 http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/59793 http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/60523 เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ แอนดริว - เจนี่ เจนี่ - บั๊ด เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ แรงเงา เอ๋ - เจนี่ ตู่ - เพลง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เจนี่ - กึ้ง บุ๋ม - เจนี่ น้ำตาล - เจนี่ น้ำตาล ชลิตา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์