เด็กหญิง

อันดับที่ 1 ในวีคที่ 3 กับ Finding Dory! Tarzan โหนเถาวัลย์สู้ และดู The Purge ปิดเมืองฆ่าคน
Finding Dory /  The BFG / 

อันดับที่ 1 ในวีคที่ 3 กับ Finding Dory! Tarzan โหนเถาวัลย์สู้ และดู The Purge ปิดเมืองฆ่าคน เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ต้นปีกรกฎาคมกับความร้อนแรงของบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาที่มีภาพยนตร์ใหม่เข้าฉายมากมาย แต่ยังไม่สามารถทำอันตรายกับปลาบลูแทงค์สีฟ้าที่ตามหาครอบครัวได้เลย และ Finding Dory ดอรี่ขี้ลืม ยังอยู่ในอันดับที่ 1 ของบ็อกซ์ออฟฟิศต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ที่เข้าฉาย ในขณะที่ภาพยนตร์เข้าใหม่อีก 3 เรื่องอย่าง The Legend of Tarzan, The Purge: Election Year, The BFG สามารถเกาะกลุ่มอยู่ใน 5 อันดับแรกได้ การตามหาครอบครัวของปลาดอรี่ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น Finding Dory ดอรี่ขี้ลืม ยังคงสร้างความสนุกสนานและความบันเทิงพร้อมสาระแง่คิดที่น่าประทับใจให้กับคนสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง มาถึงสัปดาห์ที่ 3 แล้วที่ยังเกาะตำแหน่งอันดับ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิศได้อย่างเหนียวแน่น และสัปดาห์นี้กวาดเงินไปได้อีก 41.9 ล้านเหรียญ รวมรายได้จากทั่วโลกแล้วกว่า 538 ล้านเหรียญ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากดิสนีย์ที่เข้ามาถล่มยึดอาณานิคมในช่วงกลางปีได้ดีทีเดียว รีวิว Finding Dory : บางครั้งสิ่งดี ๆ ก็เกิดได้เพราะความบังเอิญ การกลับมาโหนเถาวัลย์อีกครั้งของจอห์น เคลย์ตันที่ 3 ในภาพยนตร์เรื่อง The Legend of Tarzan ตำนานแห่งทาร์ซาน เพื่อปกป้องดินแดนที่ตัวเองอาสัยอยู่และประกาศศักดาให้ศัตรูได้รู้ว่าความยิ่งใหญ่ของผืนพนาไพรไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถครอบครองได้ การปรากฏตัวของทาร์ซานในครั้งนี้สามารถดึงความรู้สึกของชาวเมืองสหรัฐฯ จากพื้นคอนกรีตหน้าโรงภาพยนตร์ให้กลายเป็นป่าเขาลำเนาไพรของธรรมชาติด้วยการเปิดตัวในอันดับที่ 2 และกวาดรายได้ไป 38.1 ล้านเหรียญ ซึ่งห่างจาก Finding Dory ไม่กี่ล้านเหรียญเท่านั้น รีวิว The Legend of Tarzan : ทุกตำนานย่อมมีการสานต่อ ดูเหมือนว่าคืนแห่งการพิพากษาจะยังคงสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวเมืองอย่างต่อเนื่องกับภาคต่อล่าสุดจากภาพยนตร์ระทึกขวัญอย่าง The Purge: Election Year เมื่อกฎหมายไม่มีผลใด ๆ 12 ชั่วโมงแห่งฝันร้ายกำลังจะเกิดขึ้นกับ ส.ว.สาวที่เปรี้ยวกลางสภาต้องการจะยกเลิกกฎหมายประหลาดนี้ แน่นอนว่ากลุ่มคนที่บ้าเลือดไม่เห็นด้วยและต้องการจะทำให้ ส.ว. คนนี้ไร้ตัวตนก่อนรุ่งสาง เปิดตัวสัปดาห์แรกในอันดับที่ 3 ของตาราง กวาดรายได้ 30.8 ล้านเหรียญ ทิ้งให้เด็กหญิงโซฟี โดนยักษ์ใหญ่ The BFG จับตัวไปต้องอยู่ในอันดับที่ 4 ในสัปดาห์แรกของการเปิดตัวด้วยรายได้ 19.5 ล้านเหรียญ ผลงานกำกับเรื่องล่าสุดจากพ่อมดแห่งฮอลลิวูด สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) ที่ไม่ร้อนแรงอย่างที่คิด น่าสนใจว่าในสัปดาห์ต่อไปภาพยนตร์ที่เข้าใหม่ทั้ง 3 เรื่องนี้จะสั่นบังลังก์ความยิ่งใหญ่ของปลาบลูแทงค์ดอรี่ได้หรือไม่ และติดตามกันต่อว่าสัปดาห์หน้าภาพยนตร์เรื่องใดจะขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิศของสหรัฐฯ

ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

"อาไท" นำทีมเด็กแสบเล่าเรื่องผีจนเจอดีในภาพยนตร์ "โรงเรียนผี" นอกจากจะมีเรื่องเล่าผีในโรงเรียนที่สุดหลอนน่าติดตามแล้ว จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของภาพยนตร์หลอนสะพรึงเรื่อง โรงเรียนผี ก็คือการรวมทีมนักแสดงรุ่นเล็กมากฝีมืออย่าง อาไท กลมกิ๊ก นักแสดงตลกรุ่นเยาว์ที่ทุกคนรู้จักกันดี สุชาติ จันทร์แก้ว หรือ สุชาติ แคปเจอร์ เน็ตไอดอลชื่อดังที่มาแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ออสการ์ ชยณัฐ แจ่มใส นักแสดงเด็กสุดยอดฝีมือที่เคยสร้างความโดดเด่นไว้กับละครเวทีเรื่อง โหมโรง เดอะมิวสิคัล ชนิดตรึงคนดูไว้อยู่หมัด นีโม ปุณณดา วอสเบียน นักแสดงเด็กหญิงคนเดียวในกลุ่มที่มีผลงานการแสดงมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบจากภาพยนตร์เรื่อง อนุบาลเด็กโข่ง จากนั้นก็รับแสดงภาพยนตร์, ละคร, เดินแบบ และถ่ายโฆษณามาจนปัจจุบัน และ ริว อิงครัต ดำรงค์ศักดิ์กุล นักแสดงเด็กมากฝีมือในสายดราม่าที่เพิ่งคว้ารางวัลสุพรรณหงส์จากภาพยนตร์เรื่อง พี่ชาย My Hero ในปีที่แล้ว มาเป็นแก๊งเด็กแสบที่เกิดนึกพิเรนทร์แอบมาเล่าเรื่องผีจนต้องเจอดีกันยกทีม อาไท หัวโจกของแก๊งได้เล่าถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “คือหนังเรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องของเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่หนีการปฐมนิเทศมาหาอะไรสนุก ๆ ทำ โดยมีผมเป็นหัวโจกแล้วก็มีลูกน้อง 4 คนมาร่วมด้วย ก็นึกสนุกลองดีเล่าเรื่องผีกันตามประสบการณ์ของตัวเองเพื่อข่มขวัญอีกฝ่าย ก็ขุดเรื่องผีมาเล่ากันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นจนไม่อาจลืมได้เลย อยากรู้ต้องไปดูกันเองครับ ตอนถ่ายทำก็มีเรื่องลึกลับเกิดขึ้นกับตัวผมเหมือนกันนะครับ คือวันนั้นผมต้องถ่ายฉากที่เล่าเรื่องผีอยู่ตลอดทั้งวัน แล้วรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ก็ปวดไหล่สองข้าง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้สะพายกระเป๋าอะไรเลยนะ ผมก็เอาแล้ว...ถ้าเป็นคนที่มีเซ้นส์เค้าคงเห็นอะไรอยู่บนบ่าผมแน่ ๆ ก็นั่งปวดซักพักหนึ่ง สุดท้ายก็ไปไหว้ขอขมาเจ้าที่ที่โรงเรียนที่ถ่าย พอไหว้เสร็จอาการก็ดีขึ้นเลย อาจจะเป็นเพราะเรามาถ่ายทำ และอาจจะเผลอพูดอะไรที่ไม่ให้เกียรติสถานที่อะไรอย่างนี้ก็ได้มั้งครับ ก็ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ดีกว่าครับ  ผมว่าโรงเรียนทุกคนต้องมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมาแน่นอน เรื่องนี้ก็จะถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนเคยผ่านมา ก็มาดูว่าเรื่องผีของ ‘โรงเรียนผี’ เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี สตรีดูแล้วสวย คนป่วยดูแล้วหายแน่นอนครับ” อย่ารู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ อย่าท้าในสิ่งที่มองไม่เห็น อย่าอยู่คนเดียวตามลำพัง จะเรียนที่นี่ เคยได้ยินเรื่องผีแล้วหรือยัง โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง วันนี้ในโรงภาพยนตร์

ละครเงาอโศก , เรื่องย่อเงาอโศก
ละครเงาอโศก /  เรื่องย่อละครละครเงาอโศก / 

เงาอโศก ดัดแปลงจากบทประพันธ์ เงาอโศก ของ ชูวงศ์ ฉายะจินดา บทโทรทัศน์ : รัชนี โกลด์ริค และ ทีมแอ็กแซ็กท์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัส เวลา 20.30 น. ทางช่อง one 31 เรื่องย่อ ละครเงาอโศก มนไท(ฌอห์ณ จินดาโชติ) ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปทุกอย่าง เป็นบุตรชายคนเดียวของ เจ้าคุณมหัทธ์ฯ(จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) และ คุณหญิงทับทิม(สาวิตรี สามิภักดิ์) มนไทคบหาอยู่กับ วิยะดา(กรณ์ภัสสร ด้วยเศียรเกล้า) บุตรสาวของ เวทย์(ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) และ วิมล(ณหทัย พิจิตรา) ซึ่งคุณหญิงทับทิมอยากให้ทั้งสองหมั้นหมายกันก่อนที่มนไทจะไปเรียนต่อต่างประเทศ วันหนึ่ง ปี่(ด.ญ. ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ) เด็กหญิงวัย 8 ขวบ แอบโดดรั้วเข้ามาในสวนหลังบ้าน มหัทธเวศม์พอดี ปี่เห็นวิยะดากำลังออดอ้อนมนไท ทำให้ปี่อดขำไม่ได้ ด้วยความอายวิยะดาไล่ตีปี่ แต่มนไทห้ามไว้และถามปี่อย่างปรานี จนรู้ว่าปี่เป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่กับ ยายเทียม(ศันสนีย์ วัฒนานุกูล) และแอบเข้ามาเด็ดยอดต้นอโศกไปเป็นอาหาร มนไทสงสารจึงให้เงินค่าขนมปี่ไปเล็กน้อย แต่สำหรับปี่แล้วเงินจำนวนนั้นมีค่ามหาศาล และความมีน้ำใจของมนไทก็ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเธอว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณของเธอ ละครเงาอโศก เจ้าคุณมหัทธ์ฯ เป็นชายเจ้าชู้มีอนุภริยาหลายคน หนึ่งในนั้นคือนวล(ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของ นุชา(กรกฎ ตุ่นแก้ว) ส่วนอีกคนคือ ละม่อม(นุศรา ประวันณา) มีลูกติดคือ ลักขณา(รัตนาภรณ์ กลิ่นกุหลาบหิรัญ) ด้วยความกลัวลักขณาจะจับมนไท คุณหญิงจึงคอยจับผิดลักขณาจน คุณเจียร(ปรารถนา สัชฌุกร) ซึ่งเป็นทั้งแม่บ้านใหญ่และเพื่อนสนิทของคุณหญิงทับทิม ต้องเตือนมนไทให้อยู่ห่างๆ ลักขณา แต่มนไทไม่ได้สนใจ เพราะเขาคิดกับลักขณาแค่พี่น้องวันหนึ่งวิยะดาขับรถชนยายเทียมถึงแก่ความตาย ทำให้ครอบครัวเวทย์และวิมลรับปี่ไปอุปการะ และตั้งชื่อให้ใหม่ว่าปิยะฉัตร แต่ปี่ก็ยังเป็นเพียงเด็กรับใช้ในบ้านมีเพียง วิภาวรรณ(แอริน ยุกตะทัต) น้องสาวของวิยะดาคนเดียวที่สงสารปี่ วันที่มนไทจะเดินทางไปเรียนต่อ ปี่วิ่งตามไปมอบผ้าเช็ดหน้าปักชื่อมนไทให้เป็นของขวัญ มนไทจึงหยิบเอาดอกอโศกที่ร่วงกับพื้นส่งให้ปี่เป็นของตอบแทน หลังจากนั้นเวทย์ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการที่เชียงใหม่ ทำให้ปี่ต้องย้ายตามไปด้วย ส่วนบ้านมหัทธเวศน์ก็เงียบเหงา เพราะความสัมพันธ์ของแม่ลูกเกิดแตกหัก คุณหญิงทับทิมเอาแต่นั่งร้องไห้เสียใจผสมกับความอาลัยคิดถึงที่ลูกชายไปเรียนต่อเมืองนอก ละครเงาอโศก หลายปีต่อมา ปี่(เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) ซึ่งเติบโตเป็นสาวสวย และมนไทก็เรียนจบ จึงส่งข่าวมาบอก เกื้อ(จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม) ลูกพี่ลูกน้องและเป็นหมอประจำตัวคุณหญิงว่ายังไม่กลับเมืองไทย จนกว่าจะมีพร้อมทุกอย่างแล้วกลับไปแต่งงานกับวิยะดาเท่านั้น ทางด้านวิยะดากลายเป็นสาวเปรี้ยวที่สุดในเชียงใหม่ เธอลืมมนไทไปหมดแล้ว และมีเป้าหมายจะจับพ่อเลี้ยง พงศ์อินทร์(ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ในขณะที่มนไทยังเขียนจดหมายรักมาหาวิยะดาอยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่าปี่เป็นคนคอยตอบจดหมายแทนในนามของวิยะดา แล้วยังมีผ้าพันคอเสื้อไหมพรมที่เกิดจากฝีมือของปี่ส่งไปให้มนไท วิยะดาคอยตามตื้อพงศ์อินทร์ไม่ลดละ แต่พงศ์อินทร์ไม่สนใจเพราะในใจของเขามีแต่ แม้นวาด(รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์) คนรักเก่า พงศ์อินทร์สนิทสนมกับปี่ เพราะรู้เรื่องของเขากับแม้นวาดดี วิยะดาหมั่นไส้ที่พงษ์อินทร์สนใจปี่มากกว่าเธอจึงคิดหาทางกำจัดปี่ พอดีกับที่คุณเจียรเขียนมาขอตัววิยะดาให้ไปดูแลคุณหญิงทับทิมที่อาการทรุดหนัก วิภาวรรณเลยเสนอให้คุณวิมลส่งปี่ไปแทนวิยะดา ละครเงาอโศก คุณวิมลเห็นดีเห็นงาม เพราะไม่อยากให้ลูกสาวต้องไปลำบาก ปี่จึงได้เดินทางกลับไปบ้านมหัทธเวศน์อีกครั้งคุณหญิงจำปี่ไม่ได้และเรียกปี่เป็นวิยะดาทุกคำ คุณเจียรจึงให้ปี่รับว่าเป็นวิยะดาไป เพื่อสุขภาพของคุณหญิง ปี่ยอมทำตามด้วยความสงสาร และเฝ้าดูแลคุณหญิงอย่างเอาใจใส่ เกื้อจึงพลอยเข้าใจผิดไปด้วยว่าปี่คือวิยะดา จึงรีบไปบอกมนไทว่าวิยะดามาคอยดูแลคุณหญิงที่ป่วยหนักจนอาการดีขึ้น ทำให้มนไทยิ่งซาบซึ้งในความดีของวิยะดา เขาตัดสินใจกลับเมืองไทยทันที เพื่อไปหาผู้หญิงแสนดีของเขา แต่แล้วเขากลับได้เจอหน้าปี่ มนไทโกรธมากที่ปี่แอบอ้างเป็นวิยะดา แม้คุณเจียรจะบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดของคุณหญิงเอง และสาเหตุที่ปี่ต้องมาดูแลคุณหญิง ก็เพราะวิยะดาไม่ยอมมา แต่มนไทก็ยังไม่เชื่อ คุณหญิงดีใจมากที่มนไทกลับมา จึงอยากให้มนไทกับวิยะดาแต่งงานกัน ยิ่งทำให้มนไทเข้าใจผิดคิดว่าปี่ฉวยโอกาสที่จะได้แต่งงานกับเขา เรื่องราวความรักของปี่กับมนไทจะลงเอยอย่างไร? ติดตามชมได้ใน ละคร เงาอโศก เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 7 กันยายนนี้ ทางช่องวัน31 ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก

รู้จักกับ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children
Cameron King /  Ella Purnell / 

เช็คชื่อ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children สิ่งที่น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่อง Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children บ้านเพริกริน เด็กสุดมหัศจรรย์ ก็คงหนีไม่พ้นเด็กที่มาอยู่รวมตัวกันในบ้านหลังนี้ แต่ละคนก็มีความพิเศษในตัวเอง มาทำความรู้จักกับพวกเขาก่อนจะเข้าไปดูภาพยนตร์กันดีกว่า หมายเหตุ เจนโน ท็อปปิง (Jenno Topping) เป็นโปรดิวเซอร์ และ ดีเรก เฟรย์ (Derek Frey) เป็น เอกเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ บรอมวิน รับบทโดย พิกซี เดวีส์ (Pixie Davies) เป็นเด็กตัวเล็กแต่เข้มแข็ง อายุน้อยที่สุดและที่ผ่านมาถือเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เด็กประหลาด ตัวละครร่างจิ๋วผู้กล้าหาญและมีพลังรายนี้เป็นตัวละครที่เบอร์ตันชอบเป็นพิเศษ "เธอเป็นตัวแทนของคนตัวเล็กซึ่งสามารถทำสิ่งที่ไม่ธรรมดา" ท็อปปิงกล่าว "เช่นเคย แนวคิดนี้ตรงกับผลงานและความสนใจของทิมในแง่ที่ว่าผู้คนอาจสร้างความประหลาดใจให้คุณได้" แคลร์ รับบทโดย แรฟฟิเอลลา แชปแมน (Raffiella Chapman) เป็นเด็กประหลาดซึ่งเมื่อมองจากภายนอกก็ดูปกติดี เพียงแต่ว่าเธอมีฟันแหลมคมอยู่ที่หลังศีรษะเท่านั้นเอง “เราเรียกตัวละครตัวนี้ว่า ‘เด็กหญิงปากหลัง’” เฟรย์กล่าวติดตลก “เป็นความประหลาดที่ประหลาดยิ่งกว่าแบบอื่นๆ ทิมต้องการคนที่คุณจะนึกไม่ถึงเลยว่ามีคุณสมบัติพิเศษแบบนั้น แรฟฟิเอลลามีความไร้เดียงสาในแบบเดียวกับเชอร์ลีย์ เทมเพิล” เอ็มมา รับบทโดย เอลลา เพอร์เนลล์ (Ella Purnell) เธอมีความสามารถในการควบคุมอากาศได้ และต้องใส่รองเท้าที่ทำด้วยตะกั่วเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเธอลอยขึ้นไป เมื่อการผจญภัยดำเนินไป “มันน่าสนใจมากเวลาที่ฉันเล่นฉากหนึ่งอยู่แล้วทิมบอกว่า ‘เอาล่ะ กลัวให้สุด ๆ วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยนะ’ แล้วฉันก็คิดว่า ‘เห็นรองเท้าที่ฉันใส่อยู่ไหมล่ะ’” อีน็อค รับบทโดย ฟินเลย์ แม็คมิลลัน (Finlay MacMillan) เป็นเด็กหนุ่มที่โตที่สุดในบ้านเด็กประหลาด อีน็อคสามารถทำให้วัตถุต่าง ๆ มีชีวิตขึ้นมาได้ชั่วคราว ซึ่งเป็นทักษะที่เขาใช้ในการต่อสู้ครั้งสำคัญกับพลังด้านมืด บางครั้งเขาก็ใช้ความสามารถนี้เพื่อความสนุกสนานของตนเอง อย่างตอนที่เขาทำให้ตุ๊กตาออกมาต่อสู้กัน โดยในภาพยนตร์นั้นนำเสนอผ่านแอนิเมชันแบบสต็อปโมชัน อันเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเบอร์ตันที่เคยสร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยมมาแล้วใน Corpse Bride และ The Night Before Christmas ฟิกกิสก่าวว่า นักแสดงฟินเลย์ แม็คมิลลัน นั้น “เซ็กซี่และดาร์กนิด ๆ แต่ไม่หดหู่” ฮอเรซ รับบทโดย เฮย์เดน คีลเลอร์-สโตน (Hayden Keeler-Stone) มีความฝันที่พยากรณ์อนาคตได้ ทุก ๆ คืน เหล่าเด็กประหลาดจะมารวมตัวกันเพื่อดูภาพความฝันอันแจ่มชัดของฮอเรซที่ฉายขึ้นบนจอ ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นในชุดสูทอังกฤษเรียบหรู “ฮอเรซดูราวกับมาจากอีกยุคหนึ่ง” ท็อปปิงกล่าว ฮิวจ์ รับบทโดย ไมโล พาร์คเกอร์ (Milo Parker) เป็น “เจ้าแห่งผึ้ง” เขาต้องใส่หน้ากากของคนเลี้ยงผึ้งเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงผึ้งที่อยู่ในตัวเขาออกมาทำอันตรายเพื่อน ๆ “มีเสน่ห์บางอย่างอยู่ในตัวเด็กชายหน้าตาน่ารักอ่อนโยนที่มีอะไรเพี้ยน ๆ อาศัยอยู่ภายในตัวเขา” ท็อปปิงกล่าว มิลลาร์ด รับบทโดย คาเมรอน คิง (Cameron King) มีคุณสมบัติประหลาดในแง่การหายตัวได้  ทำให้เขาเป็นเด็กประหลาดที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันและสร้างความปั่นป่วนมากที่สุด เนื่องจากเรามองไม่เห็นตัวละครและนักแสดงที่มารับบทนี้ การหา “เสียง” ที่เหมาะสมสำหรับมิลลาร์ดจึงสำคัญเป็นพิเศษ “เราต้องหาเด็กที่มีเสียงแตกต่างจากคนอื่น และทำให้คุณสงสัยว่าหนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร” เฟรย์กล่าว โอลีฟ รับบทโดย ลอเรน แม็คครอสที (Lauren McCrostie) เด็กสาวผู้รักอิสระซึ่งใช้ปลายนิ้วจุดไฟได้ เธอต้องใส่ถุงมือยาวสีดำไว้ตลอดเวลาเพราะไม่อย่างนั้นทุกสิ่งที่เธอสัมผัสจะติดไฟ ลอเรน แม็คครอสที สาวผมแดงผู้งดงาม ได้รับบทนี้ไปเพราะเฟรย์บอกว่าเธอ “มีความอ่อนโยนซึ่งจำเป็นต้องมาถ่วงดุลกับความแปลกประหลาดอย่างหนักของเธอ” คู่แฝด รับบทโดย โธมัสและโจเซฟ อ็อดเวลล์ (Joseph Odwell, Thomas Odwell) เป็นเด็กประหลาดที่ลึกลับที่สุด พวกเขาใส่หน้ากากอำพรางใบหน้าเอาไว้และไม่พูดอะไรเลย นอกจากนี้ยังมีความประหลาดที่ซ่อนไว้ซึ่งจะเปิดเผยก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายร้ายแรงเท่านั้น นักแสดงที่มารับบทเป็นคู่แฝดจะต้องเป็นเหมือนเงาสะท้อนของกันและกัน รวมถึงแสดงสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันด้วย คู่แฝดอ็อดเวลล์มีความประสานสอดคล้องกันซึ่งจำเป็นต่อการรับบทนี้

ละครแสงเทียน (ละครเย็น) , เรื่องย่อแสงเทียน (ละครเย็น)
ละคร แสงเทียน /  ละคร แสงเทียน ช่อง3 / 

แสงเทียน บทประพันธ์โดย : แพรณัฐบทโทรทัศน์โดย : ภูมิภักดิ์, จิรวัฒน์ ชาญเชี่ยวกำกับการแสดงโดย : นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละคร แสงเทียน แสงเทียน เป็นเรื่องราวของ สิบทิศ หนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน รับบทเป็น ทศกัณฐ์ และ เพลงพิณ หญิงสาวซึ่งรับบทเป็น นางสีดา ใคร ๆ ก็รู้ว่าทศกัณฐ์หลงรักนางสีดาฝ่ายเดียว และนางมีใจรักมั่นต่อพระราม สิบทิศผู้มีหน้าตาโหดร้าย ดุดัน และเป็นฝันร้ายของเพลงพิณมาตั้งแต่เด็ก จะเอาชนะคู่แข่งรูปหล่อ และเพอร์เฟคท์ได้หรือไม่ เขาควรทำอย่างไรจึงจะคว้าหัวใจของผู้หญิงที่เป็นรักแรก และรักเดียวของตนตลอดมา เพลงพิณผ่านการคัดเลือกให้ร่วมแสดงโขนพระราชทานในบทนางสีดาอย่างเกินความคาดหมายด้วยความดีใจ เหตุเพราะคนที่ได้รับการคัดเลือกก่อนหน้าประสบอุบัติเหตุ แต่เพียงวันแรกที่เพลงพิณต้องซ้อมโขนร่วมกับสิบทิศ ซึ่งรับบทเป็นทศกัณฐ์หล่อนก็รำสะดุดจนต้องหยุดพักการซ้อมชั่วคราว หล่อนหลบไปยืนเครียดจนครูรัตนาเข้ามาพูดคุยจนหล่อนสามารถกลับมาซ้อมจนผ่านไปได้ด้วยดี แม้สิบทิศจะรู้ดีว่าเพลงพิณไม่สามารถสบตาเขาได้เลย แต่สัมพันธภาพระหว่างคนทั้งสองเริ่มดีขึ้น เมื่อคืนนั้นสิบทิศแอบติดตามมาส่งเพลงพิณถึงบ้าน และในระหว่างทางได้ช่วยเหลือเพลงพิณจากพวกนักเลงขี้ยาจนปลอดภัย ทำให้เพลงพิณหายกลัวเขาไปบ้าง สิบทิศกลับมาบ้านที่อยู่ในสลัมเดียวกับเพลงพิณ เขามีความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวเสมอ แม้จะมีพ่อและพี่ชายอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เพราะสุทินผู้เป็นพ่อไม่เคยเห็นชอบด้วยที่เขาจะมาเอาดีทางด้านการเรียนด้านนาฎศิลป์ ส่วนศิวาผู้เป็นพี่ชายนั้นไปเรียนด้านการบริหารจึงเป็นที่รักของพ่อมากกว่าเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศออกจากบ้านเพื่อไปเรียนเขาพบเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ ละคร แสงเทียน หล่อนยืนรอเขาเพื่อนำขนมมาให้เป็นการขอบคุณที่เขาได้ช่วยเหลือ สิบทิศแสดงความไม่ใส่ใจอะไร แต่เพลงพิณกลับรู้สึกดีกับชายคนที่เป็นฝันร้ายในยามเป็นเด็กมากขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีน้ำใจดีมากคนหนึ่ง ทำให้เพื่อนสนิทอย่างมิ่งขวัญไม่พอใจเพราะหล่อนกำลังเป็นแม่สื่อให้กับ ราเมศร์ หนุ่มหล่อร่ำรวยที่มาติดพันเพลงพิณ เพราะคิดแทนเพื่อนว่าสาวสวยอย่างเพลงพิณน่าจะเลือกผู้ชายที่ดูดีมีพร้อมทุกอย่างเพื่อจะได้ถีบตัวเองให้พ้นจากบ้านสลัมที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้มากกว่าจะเลือกผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย แถมอยู่ในสลัมเดียวกันอีกด้วย แต่เพลงพิณกลับไม่ได้สนใจในตัวราเมศร์สักนิดหล่อนมีความหวาดระแวงในตัวผู้ชายเพราะมีพ่อที่เจ้าชู้ทำให้แม่ต้องร้องไห้ทุกวัน และในที่สุดก็ต้องเลิกกัน แม่ไปมีครอบครัวใหม่ทิ้งให้หล่อนอยู่กับน้องชายเพียงลำพัง โดยมีตากับยายคอยดูแล เมื่อราเมศร์นำดอกไม้มาให้และชวนหล่อนไปทานอาหาร เพลงพิณปฏิเสธเสมอท่ามกลางความไม่พอใจของมิ่งขวัญ ในขณะที่เพลงพิณก็มีความสงสัยอยู่ในใจว่าผู้ชายอย่างสิบทิศที่มักจะทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่เสมอนั้นจะมีความรักบ้างหรือไม่ แล้วผู้หญิงของเขาจะเป็นอย่างไร แล้ววันหนึ่งเพลงพิณก็ได้เจอกับบัวคลี่ที่แสดงความสนิทสนมกับสิบทิศจนเพลงพิณเข้าใจไปตลอดว่าบัวคลี่คือผู้หญิงของสิบทิศ โดยไม่รู้ ว่าจริง ๆ แล้วบัวคลี่คือเพื่อนสนิทในวัยเด็กของสิบทิศที่มีผนังบ้านอยู่ติดกัน เพราะทั้งสองต่างเห็นอกเห็นใจกันในชีวิตความเป็นอยู่ที่คล้ายคลึงกัน คือบัวคลี่ มีแม่เพียงคนเดียวที่ไม่เคยแสดงความรักให้กับลูก เหมือนสิบทิศที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อเลย ละคร แสงเทียน ความสนิทสนมของสิบทิศกับบัวคลี่ไม่ได้สร้างความเข้าใจผิดเพียงแค่ เพลงพิณเท่านั้น ยังรวมไปถึงสุทิน พ่อของสิบทิศด้วย ทำให้สุทินมักจะด่าทอสิบทิศเสมอ โดยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบัวคลี่คือ ศิวา ลูกชายคนโปรดของตัวเอง เมื่อศิวามาคุยว่าได้เลื่อนตำแหน่งได้ขึ้นเงินเดือน ยิ่งทำให้สุทินหันมากดดันสิบทิศหนักขึ้นจนเขาต้องเดินหนีออกจากบ้านมานั่งกินลูกชุบที่เพลงพิณนำมาให้ตั้งแต่เช้า พลางคิดคำนึงถึงหล่อนด้วยจิตใจอันลึกซึ้งและไม่สามารถจะบอกกับใครได้ ราเมศร์พยายามมาตามตื๊อเพลงพิณถึงสถานที่ซ้อมโขน มิ่งขวัญแสดงความตื่นเต้นอย่างมากมายในขณะที่เพลงพิณไม่รู้สึกอะไรนอกจากความอึดอัดเท่านั้น เพลงพิณยกดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้กับมิ่งขวัญ หล่อนยืนอึ้งจนทิม นักเรียนหนุ่มรุ่นน้องเข้ามาแซว มิ่งขวัญสะบัดผมอย่างไม่พอใจนัก ที่เขาเข้ามายุ่งเรื่องของหล่อน คืนนั้นเพลงพิณเลิกซ้อมดึก เมื่อนั่งรถเมล์มาถึงบ้าน ก็พบว่าปี่พาทย์ น้องชายคนเดียวถูกพวกนักเลงไล่ตีมา หล่อนพยายามจะเข้าไปช่วยน้อง แต่สิบทิศกลับห้าม และเข้าไปช่วยเองจนพวกนักเลงหนีไป แต่ตัวเองก็โดนตอบโต้จนหน้าตามีรอยฟกช้ำ เพลงพิณจึงพาเขาไปทำแผลที่บ้าน และเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสเหยียบย่างเข้ามาในบ้านนี้ แม้จะเคยเฝ้าแอบมองมานาน นั่นทำให้เพลงพิณเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับสิบทิศมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งปี่พาทย์ก็อยากสนิทสนมกับสิบทิศเพื่อขอให้เขาช่วยสอนมวยให้ใน ขณะที่ยายของเพลงพิณก็สอบถาม และพูดคุยกับเขาเป็นอย่างดี เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านก็โดนสุทินดุด่าโดยไม่สอบถาม เมื่อเห็นหน้าตาที่มีรอยฟกช้ำของเขา ทำให้สิบทิศต้องออกจากบ้านอีกครั้ง เขารู้ว่าพ่อฝังใจกับพฤติกรรมในวัยเด็กที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาให้พ่อ เพราะอยากให้พ่อรักเขาบ้าง เมื่อรู้สึกว่าพ่อชอบเงิน เขาจึงหาวิธีหาเงินให้ได้ มาก ๆ โดยไม่รู้ว่าวิธีการจะถูกหรือผิด เขาไปเป็นเด็กเดินยาเสพติด จนกระทั่งหันมาเสพด้วยแล้วก็งัดแงะบ้านคนอื่นเพื่อขโมยของมาขาย แล้วก็ถูกจับได้ วันที่เขาเข้าไปนอนในคุกโดยไม่มีใครมาประกันตัว อยู่ ๆ ก็มี ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขาไม่รู้จักมาประกันตัว และรับเขากลับบ้าน ระหว่างทางเธอคนนั้นพูดจาโน้มน้าวให้เขากลับใจ และส่งเขาไปบำบัดจนหาย และได้กลับมาเข้าเรียนในโรงเรียนนาฏศิลป์ ส่งเสริมให้เขาได้ฝึกโขน ท่ามกลางความไม่พอใจของพ่อตลอดมา ละคร แสงเทียน สิบทิศไปหยุดตัวเองอยู่หน้าบ้านครูรัตนา หญิงที่ช่วยดึงเขาขึ้นมาจาก จุดตกต่ำในชีวิต จนวันนี้เขาได้รับโอกาสที่ดีที่สุดเมื่อมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน ครูรัตนาพูดคุยปลอบใจจนเขายอมกลับมาบ้าน แล้วพบว่ามียาทาแผลขวดหนึ่งวางไว้ใกล้ ๆ ที่นอนของเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศเจอกับเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ และไปสถานที่ซ้อมโขนด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันด้วยดีจนทำให้เพลงพิณลดความหวาดกลัวในตัวสิบทิศลงเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงสิบทิศพบศิวามายืนรอเพลงพิณพร้อมช่อดอกไม้ของราเมศร์ สิบทิศจึงได้รู้ว่าศิวาทำงานเป็นลูกน้องของราเมศร์ แต่เขาทั้งสองคนไม่ได้แสดงตัวให้คนอื่นได้รู้ว่าเขาเป็นพี่น้องกัน เมื่อเพลงพิณกับ มิ่งขวัญเดินจากไป ศิวาจึงทักทายและพูดขู่ไม่ให้สิบทิศเลิกยุ่งเกี่ยวกับเพลงพิณ โดยที่สิบทิศเองไม่ได้โต้ตอบ เพราะเขาเองก็รู้ตัวว่าเพลงพิณนั้นอยู่สูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเงียบ ๆ ทิมก็เข้ามาพูดจาทักทาย พร้อมกับบอกเล่าให้ฟังจนสิบทิศรู้ว่าดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้เพลงพิณนั้น หล่อนยกให้มิ่งขวัญทุกครั้ง แล้วทิมก็แสดงความชื่นชมสิบทิศจนเขาเขินยิ่งเมื่อได้รู้ว่าทิมผู้เป็นหนุ่มลูกครึ่งนั้นได้ร่วมแสดงโขนพระราชทานเป็นตัวลิง เขานึกทึ่งว่าแม้แต่คนที่เป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวฝรั่งอย่างทิมก็มีความสนใจในศิลปะการแสดงของไทยด้วย ทั้งสองพูดคุยกันจนสิบทิศรู้สึกหึกเหิมในใจมากยิ่งขึ้นยิ่งเมื่อมาเห็นว่าเพลงพิณไม่มีช่อดอกไม้อยู่ในมือ หัวใจของสิบทิศก็รู้สึกชุ่มชื่น และมีพลังมากกว่าเดิม คืนนั้นทั้งสองคนกลับบ้านพร้อมกันเหมือนเคย เพลงพิณเล่าถึงชีวิตครอบครัวของตัวเองที่พ่อแม่เลิกกัน ความสนิทสนมเพิ่มพูดขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วก็มาสะดุดลงอีกเมื่อมาเจอบัวคลี่กำลังทะเลาะกับสามีคนหนึ่ง ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน สิบทิศจึงเข้าไปห้ามและลากบัวคลี่กลับบ้านท่ามกลางความสับสนคลางแคลงใจของเพลงพิณ เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านเขาก็โดนสุทินดุด่าอีกเมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งออกมาจากบ้านบัวคลี่ พร้อมทั้งประกาศว่าถ้าวันหนึ่งทั้งสองลงเอยกัน เขาจะตัดพ่อตัดลูกทันที ซึ่งเสียงทะเลาะกันสองพ่อลูกก็ดังไปถึงหูของบัวคลี่ด้วย คืนนั้นศิวาเมากลับมา บัวคลี่จึงออกมาลากศิวาเข้าบ้านของตนเอง โดยไม่มีใครรู้เห็น ละคร แสงเทียน ด้านเพลงพิณกลับมาถึงบ้านพบว่าน้องชายแอบไปสมัครเรียนอาชีวะ โดยจะทิ้งการเรียนนาฎศิลป์ ทำให้สองพี่น้องถกเถียงกันแล้ว ปี่พาทย์จึงออกจากบ้าน แต่กลับมาพบสิบทิศยืนอยู่หน้ารั้ว เขาพยายามจะพูดคุยกับปี่พาทย์ แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อปีพาทย์เดินหนีไป เพลงพิณจึงชวนเขาเข้าบ้าน เพื่อเอาขนมที่ยายฝากไว้ให้ เพลงพิณพูดคุยให้ฟังเรื่องปัญหาของน้องชาย ที่ไม่อยากเรียนนาฎศิลป์แล้ว ทำให้สิบทิศต้องมานึกย้อนถึงตัวเองที่เขาเอง ก็เคยลังเลในเรื่องนี้ ครั้งที่ครูรัตนาพยายามจะสนับสนุนเขาให้เอาดีทางด้านนี้ เพื่อจะได้มีคนสืบทอดวัฒนธรรมอันดี และสมเจตนารมย์ของพระราชินีที่พยายามฟื้นฟูและดำรงรักษาศิลปะของชาติเอาไว้ นั่นทำให้เขาเข้าใจจิตใจของปี่พาทย์และพูดปลอบใจเพลงพิณจนหล่อนรู้สึกดีขึ้น วันรุ่งขึ้นไม่มีการซ้อมโขนทำให้สิบทิศไม่เจอเพลงพิณ แล้วเขาก็อดคิดถึงหล่อนไม่ได้ จึงแวะซื้อโรตีมะตะบะเพื่อเป็นข้ออ้างไปหาเพลงพิณที่บ้าน พบว่าเพลงพิณกำลังจะออกไปซื้อของพอดีแต่ก็พาเขาเข้าบ้านก่อน ครั้งนี้สิบทิศได้พบกับสมพงษ์ ตาของเพลงพิณด้วย เขาจึงโดนตาสมพงษ์มองอย่างหวาดระแวง และสอบถามถึงเรื่องราวเก่า ๆ ของเขาด้วย แต่ยายก็ช่วยแก้สถานการณ์ให้พร้อมทั้งไล่ให้เขาไปเป็นเพื่อนซื้อของกับเพลงพิณ ระหว่างออกมาด้วยกัน ทำให้ได้พูดคุยถึงสาเหตุที่เขาเป็นฝันร้ายในวัยเด็กของเพลงพิณ ทำให้รู้ว่าในวันนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายหล่อนเลย มันเกิดจากการกระทำของเด็กที่รู้สึกเก้อเขินเมื่อถูกจับได้ว่ามาแอบดู จึงเผลอผลักเด็กหญิงจนหัวไปกระแทกกับขอบกระถางจนหัวแตก และความกลัวทำให้เขาขู่ว่าไม่ให้บอกใคร ไม่งั้นจะกลับมาฆ่าให้ตาย ทำให้เพลงพิณเกิดความกลัวในตัวเขามาจนกระทั่งบัดนี้ ในขณะที่ความรู้สึกดี ๆ และความสนิทสนมเริ่มมีมากขึ้น มีเหตุต้องสะดุด อีกครั้งเมื่อมาเจอบัวคลี่ที่ร้านขายของ ครั้งนี้บัวคลี่ถึงขนาดมากระซิบกับ เพลงพิณโดยที่สิบทิศไม่ได้ยินว่าสิบทิศเป็นของตน ใครจะมาแย่งไปไม่ได้ ทำให้ระหว่างทางกลับบ้านจึงมีความผิดปกติของเพลงพิณ จากที่พูดคุยก็ เงียบไปโดยที่สิบทิศก็ไม่เข้าใจ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าศิวาพาราเมศร์ และมิ่งขวัญมานั่งรออยู่ ท่ามกลางความไม่พอใจของตายาย และปี่พาทย์ เมื่อราเมศร์แสดงท่าทีชอบพอเพลงพิณอย่างเปิดเผย และนำน้ำหอมที่ซื้อจากฮ่องกงมาให้ แทนที่ตาจะตอบรับด้วยความยินดี กลับเมินเฉยและหันไปใส่ใจกับสิบทิศแทน ราเมศร์จึงกลับไปอย่างโกรธแค้น รวมทั้งศิวาเองก็โกรธสิบทิศมากที่ทำให้เจ้านายของตนเสียหน้า ระหว่างทางที่ทั้งสามคนนั่งรถกลับออกมาแล้วจะไปส่งมิ่งขวัญ ราเมศร์ ทำปากหวานกับมิ่งขวัญที่เข้าข้างตนเรื่องเพลงพิณ เขาให้น้ำหอมขวดเล็ก ๆ ที่ร้านน้ำหอมแถมมา แต่บอกกับมิ่งขวัญว่าเขาซื้อมาฝาก ทำให้มิ่งขวัญยินดีมาก และเริ่มเปิดเผยตัวเองออกมาว่าจริง ๆ แล้วหล่อนแอบรักราเมศร์ แม้ฉากหน้าจะทำเป็นสนับสนุนเพลงพิณ แต่เป็นการทำด้วยจิตใจที่แอบอิจฉาเพื่อน เมื่อราเมศร์ให้ของฝากหล่อนจึงคิดไปว่าราเมศร์จะหันมาสนใจหล่อนแทน เพราะราเมศร์เอาชนะใจเพลงพิณไม่ได้ ละคร แสงเทียน พอส่งมิ่งขวัญลงไปแล้ว ราเมศร์จึงมาไล่เบี้ยกับศิวาอย่างอารมณ์เสีย และศิวาก็ไม่กล้าบอกว่าสิบทิศคือน้องชายของตัวเอง เขาจึงกลับมาโวยวายกับสิบทิศที่บ้าน เมื่อสุทินได้ยินเสียงสองพี่น้องทะเลาะกัน เขาก็เข้าข้างศิวาอีกตามเคย สิบทิศจึงเดินหนีออกจากบ้านไปเจอกับบัวคลี่ที่กลับมาจากทำงาน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างคนที่เข้าใจกันดี แล้วเมื่อบัวคลี่ถามถึงเพลงพิณ สิบทิศก็ยอมรับออกมาว่าตนเองนั้นมีความรู้สึกดี ๆ กับเพลงพิณ ในขณะที่ใจก็ครุ่นคิดว่าเพลงพิณหรือจะยอมรับเขาที่มีชีวิตแบบขาด ๆ วิ่น ๆ แบบนี้ได้ มิ่งขวัญเริ่มมาเรียบเคียงถามเพลงพิณถึงความรู้สึกที่มีต่อราเมศร์ เมื่อเพลงพิณยืนยันว่าไม่ได้สนใจราเมศร์ แต่กลับมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับสิบทิศ มิ่งขวัญจึงโทรไปบอกราเมศร์ ซึ่งทำให้เขาโกรธแค้นสิบทิศมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ยังมารับเพลงพิณไปทานอาหาร เมื่อถูกปฎิเสธเหมือนเคย เขาจึงพามิ่งขวัญไปแทนด้วยความจำใจ ที่ร้านอาหารในห้าง มิ่งขวัญกระหยิ่มยิ้มย่องดีใจ แต่ก็เหมือนทุกอย่างถล่มทับเมื่อได้ยินราเมศร์นินทาตนในโทรศัพท์ หล่อนฝืนใจลงนั่งกินต่อด้วยหัวใจแทบสลาย แต่แทนที่หล่อนจะโกรธราเมศร์ หล่อนกลับเทความโกรธ และคลั่งแค้นไปที่เพื่อนรักอย่างเพลงพิณ ด้านศิวาเมื่อไม่สามารถห้ามน้องชายให้เลิกยุ่งกับเพลงพิณได้ เขาจึงมาบอกกับสุทินว่าตอนนี้สิบทิศกำลังไปมั่วกับเพลงพิณ ซึ่งเป็นผู้หญิงไม่ดี ทำให้สุทินโกรธ และดุด่าสิบทิศเหมือนเคย ทุกครั้งเขาจะเมินเฉยแต่ครั้งนี้พ่อด่าลามไปถึงเพลงพิณทำให้เขาทนไม่ได้จึงถกเถียงทะเลาะกันอย่างหนัก ศิวาก็พยายามจะทั้งขู่ทั้งปลอบให้สิบทิศเลิกข้องเกี่ยวกับเพลงพิณ แต่สิบทิศยังยืนยันความตั้งใจของตัวเอง ทำให้ศิวาทำท่าเหมือนจะตัดพี่ตัดน้อง แสดงความเย็นชาใส่ หลังจากวันนั้นบ้านทั้งบ้านก็ยิ่งเหมือนนรกสำหรับสิบทิศเข้าไปทุกที เมื่อพี่ชายก็เมินเฉย และพ่อก็เหมือนไฟที่จะแผดเผาเขาได้ทุกเวลา และเขาก็ร้อนรุ่มเพราะไม่รู้ว่าราเมศร์มีแผนจะทำอะไรเพลงพิณและตัวเขา แต่สิบทิศก็พยายามจะทำใจเพราะการแสดงโขนพระราชทานใกล้เข้ามาแล้ว เขาไปซ้อมรำเพิ่มเติมให้เพลงพิณที่บ้านทุกวันจนสนิทกับครอบครัวของหล่อน และทำให้เขามีความสบายใจบ้าง จนวันหนึ่งหลังการซ้อมเสร็จสิ้น พวกครูที่สอนการแสดง และครูรัตนาต่างก็ชื่นชมเพลงพิณที่สามารถรำได้อย่างสวยงาม ทั้งที่เข้ามาเริ่มซ้อมทีหลังคนอื่น เพลงพิณยิ้มรับและมองไปยังทุกคน ก่อนจะหยุดที่สิบทิศ หล่อนมองด้วย สายตาที่แสดงความขอบคุณให้เขาก่อนที่หล่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านไปทางมิ่งขวัญ สิบทิศมั่นใจว่าเห็นสายตาริษยาของมิ่งขวัญขณะที่มองเพลงพิณ และเห็นด้วยว่ามิ่งขวัญยื่นขามาขัดจนเพลงพิณสะดุดจะล้ม ดีว่ามีเพื่อนนักแสดงช่วยพยุงไว้ ทุกคนตกใจ และเข้ามาถามไถ่ด้วยความห่วงใย มิ่งขวัญถือโอกาสลุกหนีไป เพลงพิณไปตามหาจนเจอแล้วก็ต้องตกใจมากเมื่อเพื่อนรักแสดงความเกลียดชังใส่โดยที่หล่อนก็ไม่รู้สาเหตุเลย ด้านมิ่งขวัญเองก็ไม่สบายใจในสิ่งที่ตัวเองกระทำลง หล่อนมายืนครุ่น คิดจนกระทั่งทิมเข้ามาพูดคุย และต่อว่าตักเตือนในสิ่งที่หล่อนทำเพื่อนเพราะเห็นแก่ผู้ชาย มิ่งขวัญโกรธมากและเดินหนีไป ราเมศร์โทรเข้ามาบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดเขา อยากจะให้มิ่งขวัญช่วยพาเพลงพิณมางานวันเกิด โดยให้หล่อนไปร่วมงานด้วย ละคร แสงเทียน มิ่งขวัญหลงกลราเมศร์หลอกพาเพลงพิณไปที่ร้านนั้นจนได้ โดยศิวาแยกสิบทิศออกจากเพลงพิณด้วยการโทรมาโกหกว่าพ่อป่วยให้สิบทิศรีบกลับบ้าน เมื่อทุกอย่างเป็นตามแผนที่เขาวางไว้คือ แอบวางยาเพลงพิณจนหลับ และพูดยกมิ่งขวัญให้ศิวาจัดการได้ตามสบาย หล่อนตกใจมากและพยายามจะหาคนช่วย แต่ก็ยากจะแก้ไขแล้วเพราะร้านนั้นเป็นร้านของเพื่อนราเมศร์ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทิมพาสิบทิศเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้ราเมศร์โกรธมาก ผสมกับโกรธศิวาด้วยเมื่อรู้ความจริงว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกัน จึงให้ลูกน้องทำร้ายศิวาจนยับเยิน สิบทิศพาเพลงพิณไปโรงพยาบาลทันที หมอตรวจพบว่ายาที่เพลงพิณกินเข้าไปนั้นคือยานอนหลับอย่างแรง หรือที่เรียกกันว่า ยาเสียสาว เมื่อครูรัตนามาถึงจึงตัดสินใจ พาเพลงพิณกลับไปที่บ้านของครูก่อน แล้วโทรแจ้งตายายให้รับทราบ ส่วนสิบทิศก็โทรบอกพ่อสั้น ๆ ว่าจะไม่กลับบ้าน และมิ่งขวัญนั้นตามไปนั่งมองแล้วก็ร้องไห้ตลอดเวลาด้วยความสำนึกผิด เมื่อเพลงพิณฟื้นขึ้นมาถามหามิ่งขวัญด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้มิ่งขวัญรู้สึกแย่มากกว่าเดิมจนต้องลุกวิ่งหนีออกไป ทิมตามไปปลอบโยนจนหล่อนดีขึ้นแต่ก็ยังไม่กล้าจะสู้หน้าเพลงพิณได้อีก ทั้ง ๆ ทีเพลงพิณพร้อมจะให้อภัยเพื่อนเพราะเข้าใจในสถานการณ์ที่เพื่อนได้ทำลงไป สิบทิศกลับบ้านมาพบว่าพ่ออาละวาด ด่าทอ เขามากมาย เพราะสภาพของศิวาที่โดนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ศิวาบอกกับสุทินว่าโดนสิบทิศทำร้าย เพราะจะปกป้องเพลงพิณทำให้สุทินโกรธจัด จึงด่าลามปามไปถึงว่าเพราะสิบทิศมาเกิดจึงทำให้แม่ตาย เขาเป็นคนฆ่าแม่ของตัวเอง ความเจ็บปวดเกิดขึ้นมากมายจนทำให้สิบทิศเตลิดออกจากบ้าน จนมาเจอกับพวกของราเมศร์ ที่มาดักรอทำร้าย เขาโดนรุมจนลงไปกองกับพื้นโดนปืนจ่อหัวในวินาทีความเป็นความตายนั้นบัวคลี่ใช้เล่ห์เหลี่ยมช่วยเหลือเขาไว้ได้ทันและพาเขาไปส่งที่บ้านครูรัตนา เมื่อชิดชัยกับครูรัตนาเห็นสภาพของสิบทิศ และรับทราบเรื่องราวทั้งหมดจึงพาเขาไปโรงพยาบาลและพาไปแจ้งความด้วย บัวคลี่จากตรงนั้นมาด้วยความรู้สึกสะท้อนใจว่าสิบทิศยังมีคนสนใจไยดีในขณะที่ตัวเองเหมือนอยู่คนเดียวในโลก แถมยังกลับมาเจอแม่กำลังเมาอาละวาดที่แปะขายของในสลัม แม่เมาพูดเพ้อเจ้อพาให้บัวคลี่เข้าใจผิดว่าแปะเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด พ่อที่แม่ปิดบังมานานไม่เคยยอมบอกพ่อของหล่อนเป็นใคร ทำให้หล่อนแทบช็อกกับความจริงที่เปิดเผยในตอนนี้ ด้านสิบทิศเมื่อตื่นขึ้นมาที่บ้านครูรัตนาพร้อมกับความระบมไปทั้งร่างกาย เพลงพิณมาเยี่ยมพร้อมกับโทษตัวเองว่าเป็นเพราะหล่อนทำให้สิบทิศต้องมาเจ็บตัวแถมยังโดนพ่อไล่ออกบ้าน สิบทิศพยายามจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับหล่อนเพราะปกติครอบครัวเขาก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ทั้งสองคนพูดจาปลอบโยนซึ่งกันและกัน และเหมือนจะเปิดใจกันมากขึ้น ละคร แสงเทียน เมื่อสิบทิศหลับเพลงพิณจึงกลับบ้านมาพบว่าน้องชายกำลังจะออกจากบ้านอีกแล้ว แม้จะพยายามห้ามปรามน้องยังไงก็ไม่สามารถห้ามได้ปี่พาทย์ออกไปแว้นมอเตอร์ไซค์กับเพื่อนที่เขาคบหาอยู่ และไปตัดหน้ารถปิกอัพคันหนึ่งจนรถคันนั้นเสียหลักจนรถเกือบจะคว่ำ แต่เวลานั้นปี่พาทย์กลับรู้สึกสนุกสนานจนไม่สนใจกับความเดือดร้อนของคนอื่น และเมื่อพวกเขาเข้ามาอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปี่พาทย์พบเจอกับเด็กสาวตาโตคนหนึ่งซึ่งมากับคันนั้นหล่อนจำปี่พาทย์ได้จึงต่อว่าเขาหลายคำจนเขายืนอึ้ง เมื่อบัวคลี่พยายามชะเง้อชะแง้เข้าไปในบ้านของสุทิน จึงโดนตอกหน้ากลับมา หล่อนถามอาการของศิวาก่อนจะบอกเรื่องที่สิบทิศโดนรุมทำร้าย ปางตาย แถมยังกุเรื่องว่าสิบทิศนอนใกล้ตายอยู่บ้านครูรัตนา ทำให้สุทินตกใจแล้วรีบไปดูสิบทิศที่บ้านครูรัตนาทันที ระหว่างทางสุทินได้เจอกับเพลงพิณ เขารู้สึกประทับใจกับเด็กสาวหน้า ตาสะสวย กิริยาเรียบร้อย หล่อนช่วยเก็บหมวกมาส่งให้เขาอย่างไม่รังเกียจ สภาพของคนซ่อมซ่อขี่รถซาเล้งเก็บของเก่าเลยสักนิด เมื่อมาเจอกันที่บ้านครูรัตนาอีกครั้ง เพลงพิณมากับตาและยาย แล้วเมื่อยายรู้ว่าสุทินเป็นพ่อของสิบทิศจึงเอ่ยชื่นชมว่าสุทินเลี้ยงลูกชายอย่างสิบทิศได้ดีมาก และก็ด่าศิวาว่าเลวร้าย ทำให้สุทินโกรธเป็นอันมาก แต่ไม่กล้าจะอาละวาดอะไร ได้แต่อัดอั้นเพราะอยากจะรู้ว่าสิบทิศเป็นอย่างไร จึงได้แต่เก็บอาการนิ่งงันไว้ เมื่อชิดชัย และครูรัตนาเปิดโอกาสให้พ่อลูกได้คุยกันเอง สิบทิศถามถึงศิวา สุทินโต้ตอบอย่างฉุนเฉียวแล้วก็ออกมาพบกับครูรัตนา ที่พยายามจะอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ อย่างใจเย็น สุทินกลับไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่เคยเชื่อว่าศิวาจะทำเรื่องเลวร้ายได้อย่างที่ครูรัตนาบอกกับเขาเลย แถมเมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็พบว่าศิวากำลังด่าบัวคลี่ ด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ยิ่งทำให้เขาสับสนยิ่งขึ้นไปอีก เวลาผ่านไปจนใกล้จะถึงวันแสดงโขนพระราชทานแล้ว เพลงพิณก็ยังปรับความเข้าใจกับมิ่งขวัญไม่ได้ ทำให้หล่อนไม่มีสมาธิในการซ้อมเท่าที่ควร ครูรัตนาจึงเข้ามาช่วยให้สองสาวปรับความเข้าใจกัน มิ่งขวัญสารภาพว่าอิจฉาเพลงพิณมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เพลงพิณมีแต่คนรัก ทั้งเรื่องการแสดงที่เพลงพิณได้รับบทเด่นกว่าตนเอง ครูรัตนาจึงอธิบายความสำคัญของตัวละครทุกตัว การที่ได้รับเลือกให้เข้ามาร่วมแสดงโขนพระราชทานนั้นคือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต จนมิ่งขวัญเริ่มรู้สึกตัวและเข้าใจ ปล่อยวางความอิจฉาริษยาลงได้ หล่อนสบายใจขึ้น และทิมก็เข้ามาแสดงความยินดีแล้วชวนกันไปเลี้ยงฉลองที่ร้านส้มตำ ทิมยอมกินส้มตำเผ็ดจัดทั้งที่ตัวเองกินเผ็ดไม่ได้เลย เพื่ออยากจะใกล้ชิดกับมิ่งขวัญ ระหว่างนั้นมีเด็กซิ่งแว้นมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเสียงดังมาก ทิมวิพากษ์วิจารณ์เด็กพวกนั้นโดยไม่รู้ว่าในกลุ่มนั้นมีปี่พาทย์ร่วมอยู่ด้วย ละคร แสงเทียน ปี่พาทย์อยากแสดงตัวให้เพื่อนยอมรับ และอยากมีมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง เขาจึงไปขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง แต่โชคร้ายเขาโดนจับได้ในขณะที่เพื่อนร่วมแก๊งหนีไปได้หมด แล้วที่โชคร้ายไปกว่านั้น เจ้าของรถคือลูกน้องของราเมศร์ เมื่อศิวามาเห็นจึงพาตัวเขาไปให้ราเมศร์ จึงถูกบังคับโดนการเอาปืนจ่อหัว ให้เลือกว่าจะตาย หรือจะเลือกพาตัวเพลงพิณมาส่งให้ราเมศร์ ปี่พาทย์เลือกที่จะไม่ตาย เขาจึงถูกพาตัวมาส่งที่บ้าน เพลงพิณเห็นร่องรอยการถูกทำร้าย แต่เขาโกหกว่าเดินชนเสา เพลงพิณดูแลถามไถ่น้องด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้ปี่พาทย์กระวนกระวายมากขึ้น สิบทิศเป็นคนสังเกตเห็นอาการ ทำให้เขาเก็บความสงสัยไว้ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน เพราะตอนนี้เขากับเพลงพิณเริ่มแสดงความรู้สึกถึงความรักที่มีให้กันและกันมากขึ้น สิบทิศจึงทำเป็นว่ากลับบ้านแล้ว แต่เขามาดักรอปี่พาทย์และสอบถามพูดคุยจนปี่พาทย์ยอมบอกความจริง เมื่อความจริงเปิดเผย ตากับยายคิดจะส่งปี่พาทย์ไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัด แต่ครูรัตนาเสนอว่าควรจะส่งปี่พาทย์ไปเรียนรู้ชีวิตที่บ้านพี่สาวของครูรัตนาจะดีกว่า ปี่พาทย์ถูกส่งไปอยู่ที่บ้านเนินธัมมัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงที่นั่น ปี่พาทย์ก็แทบช็อก เพราะเขาไปเจอกับสาวน้อยตาโต คนที่เขาเจอในปั๊มน้ำมัน วันที่ไปซิ่งรถ พ่อของเด็กสาวหน้าดุ ๆ นั้นก็คงจำเขาได้เช่นกัน แต่ไม่มีใครพูดสิ่งใด ยิ่งทำให้เขากระอักกระอ่วนใจอย่างมาก ชีวิตของปี่พาทย์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเข้าไปช่วยในสวนปาล์ม แถมบางเวลาสาวน้อยตาโตแก้วใจก็มักจะพูดค่อนแคะเขาเสมอ ทำให้เขาคิดว่าตอนนี้เขากำลังอยู่โรงเรียนดัดสันดาน จนวันหนึ่งสิงห์มาชวนเขาไปลานขายปาล์ม ทำให้เขาตื่นเต้นที่จะได้ออกไปดูโลกภายนอก ทำให้สิงห์แปลกใจ และเมื่อรู้ความคิดของปี่พาทย์ เขาจึงอธิบายจนปี่พาทย์เริ่มมีความรู้สึกที่ดีขึ้นบ้าง แล้วยิ่งวันหนึ่งเขาพบว่าแม่ของแก้วใจกำลังทอผ้ายกทองโบราณ เพื่อเป็นเครื่องแต่งกายให้กับนักแสดงโขนพระราชทาน ทำให้ปี่พาทย์เริ่มยอมรับและเข้าใจในศิลปะวัฒนธรรมของชาติมากยิ่งขึ้น และคิดได้ว่าเขาจะกลับไปเรียนนาฎศิลป์อีก ไม่คิดจะไปเรียนอาชีวะอีกแล้ว ทางด้านศิวา เมื่อปี่พาทย์หายตัวไป เขาก็โดนราเมศร์เล่นงานอีก และไม่ยอมเขาทำงานด้วยอีก รามพ่อของราเมศร์จึงให้งานใหม่ซึ่งเป็นงานผิดกฎหมายศิวายอมทำโดยไม่สนใจว่าจะถูกหรือผิด เพราะเขาไม่อยากตกงาน เวลาของการแสดงโขนเหลืออีกเพียงหนึ่งเดือน ความรักของสิบทิศและเพลงพิณก็ดำเนินไปด้วยดี เพลงพิณเปิดใจจนสิบทิศกล้าที่จะแสดงความรักมากขึ้น ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี โลกของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างสดใส แล้วบัวคลี่มาบอกว่าท้องกับศิวา แถมเขายังได้ข่าวว่าศิวากำลังทำเรื่องผิดกฎหมาย โลกของสิบทิศก็แทบมัวหม่นลงอีก เขาพยายามจะเตือนศิวา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ศิวาไม่ฟังเขาเลย แถมยังไม่ยอมรับเป็นพ่อของเด็กในท้องของบัวคลี่ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องของครอบครัวและเรื่องของเพื่อน เขาประกาศจะช่วยเป็นพ่อให้กับหลานของเขา โดยที่เขาลืมนึกถึงเพลงพิณไปเสียสนิท เขาไม่รู้เลยว่าเพลงพิณเข้าใจผิดกับบัวคลี่จนแทบจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ที่สุดแล้วเขาก็ตามไปปรับความเข้าใจกับหล่อนได้ และใจยิ่งอิ่มเอิบมากขึ้นเมื่อค่อนข้างจะมั่นใจว่าเพลงพิณหึง ก็แสดงว่าหล่อนรับรักของเขาแล้ว ละคร แสงเทียน แต่เรื่องราวความวุ่นวายในชีวิตของสิบทิศก็ไม่ได้จบลงง่าย ๆ เมื่อบัวคลี่โทรมาตอนที่เขาอยู่กับเพลงพิณ คิดจะไปทำแท้งเพราะศิวาไม่ยอมรับ เขารีบออกจากเพลงพิณไปดูแลบัวคลี่ โดยไม่รู้ตัวว่าได้สร้างความแคลงคลางใจไว้กับเพลงพิณ ช่วงเวลานี้เรื่องศิวาก็มีข่าวว่าจะขนอาวุธผิดกฎหมาย เขาได้รับเบาะแสมาจากเพื่อนเก่าที่ทำงานอยู่กับราเมศร์ สิบทิศจึงประสานกับชิดชัยเพื่อวางแผนจับกุมได้สำเร็จ ศิวาถูกจับ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องครอบครัวแต่ไม่ได้บอกเพลงพิณได้รับรู้ ปล่อยให้หล่อนจมอยู่กับความหวาดระแวงสงสัย เพราะปมในใจที่มีพ่อเจ้าชู้ ทำให้หล่อนไม่สามารถจะไว้ใจใครได้เลย สิบทิศพาสุทินไปดูศิวาที่โรงพัก ศิวาโวยวายใส่อย่างไม่ยอมรับฟังอะไรเลย สุทินเสียใจมากที่ลูกชายที่ตนรักที่สุดจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้ เขาทิ้งศิวาไว้ที่โรงพักโดยไม่สนใจจะช่วยเหลือเลย แล้วกลับมาเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง สิบทิศตามมาเฝ้าดูด้วยความเป็นห่วง สาเหตุนี้ทำให้สิบทิศต้องลาซ้อมหนึ่งวัน ครูรัตนามาแจ้งแก่นักแสดงทุกคน เพลงพิณนั่งซึมจนมิ่งขวัญเข้ามาพูดคุย หล่อนเลยยอมจะพูดถึงสิ่งที่คาใจตัวเองว่าเคยได้ยินสิบทิศบอกรักผู้หญิงคนอื่น และจะยอมรับเป็นพ่อให้เด็กในท้องของบัวคลี่อีกด้วย มิ่งขวัญโวยวายจนทิมวิ่งเข้าข่าวมาให้ดูว่าศิวาโดนจับ ทั้งหมดจึงชวนกันไปหาสิบทิศที่บ้าน แล้วเพลงพิณก็พบภาพบาดใจเมื่อเห็นสิบทิศยืนกอดกับบัวคลี่อยู่ที่หน้าบ้าน เพลงพิณกลับบ้านด้วยหัวใจที่เจ็บปวดแสนสาหัส หล่อนเก็บตัวร้องไห้อยู่ในห้อง แม้สิบทิศจะโทรมาหาหลายครั้งหล่อนก็ไม่ยอมรับสาย สิบทิศอยากจะรีบหาเพื่อถามไถ่ว่าหล่อนเป็นอะไร แต่ตอนนี้เขายังไม่กล้าทิ้งพ่อให้อยู่คนเดียว เช้าวันรุ่งขึ้นเขารีบไปรับเพลงพิณแต่เช้าก็ปรากฏว่าหล่อนออกไปแล้ว และวันทั้งวันที่เจอกัน เพลงพิณก็มีอาการผิดปกติกับเขาตลอดเวลา เขาจึงไปเค้นคอถามกับทิมจนรู้ความจริง แต่จะตามไปอธิบายไม่ได้ เพราะเพลงพิณหนีไปนอนบ้านมิ่งขวัญ สิบทิศได้รับข่าวว่าศิวาถูกทำร้ายในคุก เขาจึงต้องทิ้งเรื่องของเพลงพิณไว้ก่อน กว่าจะกลับมาทำความเข้าใจกับเพลงพิณได้ก็ดูเหมือนจะสายเกินไป หล่อนทำเหมือนไม่ยอมรับฟังเขาเลย ทำให้สิบทิศน้อยใจจนไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว ฝ่ายเพลงพิณก็ไปปรึกษากับยาย จนรู้ตัวว่าหล่อนจะเอาเรื่องพ่อมาวัดกับผู้ชายแบบสิบทิศไม่ได้ หลังจากวันนั้น สิบทิศก็หายไปจากชีวิตของเพลงพิณ เขาไม่ได้ตามรับส่งหล่อนอย่างที่เคยเป็นมานาน เขาพยายามรักษาความห่าง ต้องแข็งใจอย่างมากที่จะไม่ง้องอน แล้วในที่สุดเพลงพิณก็เป็นฝ่ายมาง้อเขาเอง และปรับความเข้าใจกันจนได้ท่ามกลางความดีใจของมิ่งขวัญและทิม ชีวิตของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างเพิ่มมากขึ้น เมื่อความรักก็สมหวังแล้วเขายังได้รับหลักฐานสำคัญมาเพื่อมัดตัว ราม และราเมศร์ จากเพื่อนรักคนเดิมที่ยอมสละชีวิตเพื่อความถูกต้อง เขาเอาตัวเองไปเสี่ยงขโมยหลักฐานจนถูกยิง และตอบโต้ด้วยการยิงราเมศร์ตาย เมื่ออุดมส่งหลักฐานทั้งหมดให้สิบทิศ เขาก็หนีไปนอนตายอย่างเดียวดาย แต่เขาก็ได้รับการชื่นชมและไว้อาลัยว่าเป็นคนดีของสังคมคนหนึ่ง แต่สิบทิศก็เสียใจมากเช่นกัน เพลงพิณกับบัวคลี่ปรับความเข้าใจกันได้ในงานศพของอุดมนี่เอง เมื่อใกล้วันแสดงโขนพระราชทานเข้ามาทุกทีแล้ว สิบทิศต้องไปเก็บตัว ฝึกซ้อม ก่อนออกจากบ้านเขาสอดบัตรชมการแสดงเข้าไปในประตูห้องสุทิน โดยไม่คาดหวังว่าพ่อจะไปดูเขาแสดง แล้ววันหนึ่งที่สิบทิศต้องไปอัดรายการโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดไปทั่วประเทศ เขาต้องแต่งตัวเต็มที่ รวมทั้งเพลงพิณด้วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสองจึงพูดคุยกัน และสิบทิศก็หยิบภาพของแม่ออกมาให้เพลงพิณดู ความเข้าใจไว้ใจ เกิดกับสองหนุ่มสาวแบบไม่มีอะไรเคลือบแฝงอีกต่อไป ละคร แสงเทียน ทางด้านปี่พาทย์ เขากำลังจะได้กลับบ้าน และเวลานี้เขาก็เข้าใจชีวิตมากขึ้น เขาสัญญากับแก้วใจว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน เพื่อจะได้สวมผ้ายกทองที่แก้วใจเป็นคนทอให้ได้ วันนั้นเป็นวันที่สุทินเกิดอยากกินเหล้า ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยกินมานานแล้ว เขาจึงไปนั่งหลบมุมที่ร้านแปะขายของอยู่ในสลัม ทำให้เขาได้เห็นสิบทิศออกทีวี ได้ยินเสียงสรรเสริญสิบทิศ และเสียงนินทาว่าเขารักลูกไม่เท่ากันจากปากตายายของเพลงพิณ เขาลุกขึ้นเดินกลับบ้านมาครุ่นคิดเรื่องของสิบทิศและศิวา เพียงเพราะเขามีโกรธที่พอสิบทิศเกิดมาก็ทำให้เขาต้องเสียภรรยาสุดที่รักไป แต่ถึงยังไงสิบทิศก็เป็นลูก ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักลูก แต่สิบทิศยังตอกย้ำในการสูญเสียอีก เพราะเด็กชายหน้าตาเหมือนแม่ไม่มีผิด เขาจึงทนมองหน้าลูกไม่ได้ เมื่อศิวาทำเรื่องผิดกฎหมาย สุทินก็ไม่กล้าสู้หน้าสิบทิศอีก แต่วันนี้เขาตัดสินได้แล้วจึงเปิดหน้าต่างบ้านไปชวนบัวคลี่ไปดูการแสดงโขนพระราชทาน ในที่สุดการแสดงโขน ชุด นางลอย ก็เริ่มต้นขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมรวมทั้งนักแสดงที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกมาพบกับญาติพี่น้องที่มาแสดงความยินดี สิบทิศยืนเคียงคู่กับเพลงพิณ ทุกคนทยอยกันเข้ามาหาแล้ว คนที่สิบทิศไม่เคยคิดจะได้เห็นเลย ก็เดินเคียงคู่มากับบัวคลี่ สุทินนำรูปแม่มาให้เขา สิบทิศดีใจจนพูดไม่ออกสุทินเองก็ยังมีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ในการจะแสดงความรักต่อลูกชาย การแสดงโขนแต่ละรอบผ่านไปด้วยดี ทำให้ครูรัตนาปลื้มใจเป็นที่สุด สิบทิศกลับมาอยู่บ้านในห้องที่เคยเป็นของศิวา เขากับพ่อมีความเข้าใจกัน แค่นี้สิบทิศก็มีความสุขที่สุดแล้ว ความรักที่มีกับเพลงพิณก็เบ่งบานในหัวใจ สุทินเอาสมุดเงินฝากธนาคารที่เก็บสะสมมาให้เขาด้วยตัวเลขสูงลิ่ว นี่คือเรื่องที่พ่อทำให้ลูกที่เขาเหมือนไม่เคยใส่ใจมาก่อนเลย วันที่ 12 สิงหาคม ที่วิทยาลัยนาฎศิลป์ สิบทิศและเพลงพิณเตรียมพวงมาลัยมากราบครูรัตนา และรับคำอวยพรอย่างอิ่มเอมในหัวใจ แล้วก็พากันไปจุดเทียนชัยถวายพระพรพร้อมกับครูบาอาจารย์ในวิทยาลัย ครูรัตนาเปรียบเทียบให้หนุ่มสาวทั้งสองเห็นว่าแสงเทียนที่ถูกจุดนี้จะถูกส่งต่อไปรุ่นสู่รุ่นเพื่อมิให้นาฏศิลป์จะลับหายไปจากสังคมไทย ดังเช่นนาฏศิลป์โขนซึ่งเปรียบประดุจแสงเทียนที่ใกล้ริบหรี่ ได้รับการจุดต่อขึ้นมา และส่งต่อไปยังเทียนอีกนับร้อยนับพันเล่ม ศิลปะล้ำค่าของชาติจึงสว่างไสวเรืองรองอยู่บนผืนแผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน ติดตามชมละคร แสงเทียน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครแสงเทียน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำในละคร แสงเทียน ธารา ทิพา รับบท สิบทิศนิศาชล ต้วมสูงเนิน รับบท เพลงพิณนภสร เอกพันธ์กุล รับบท มิ่งขวัญธรรมวิทย์ รัฒนาภรณ์ รับบท ทิมพิสิฐพงศ์ ช่างหล่อ รับบท ปี่พาทย์ชลธิชา ชัยชิต รับบท แก้วใจรัชนีกร พันธุ์มณี รับบท ครูรัตนาศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท สุทินวีระกิตต์ วรัตน์ชยุต รับบท ราเมศร์ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท บัวคลี่สุรินทร คารวุตน์ รับบท ศิวาพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยายสายหยุดวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท รามบุญสร้าง เรืองนนท์ รับบท ตาสมพงษ์ ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน

Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก
Aaron Paul /  Eye in the Sky / 

Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก ว่าด้วยเรื่องราวของผู้พัน แคทเธอรีน พาวเวลล์ รับบทโดย เฮเลน มิร์เรน (Helen Mirren) เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหารที่ประจำการที่ลอนดอน กำลังปฏิบัติการโดรนลับสุดยอดเพื่อจับกุมกลุ่มผู้ก่อการร้ายสุดอันตรายจากเซฟเฮาส์ของพวกเขาในเคนยา จู่ ๆ ภารกิจก็ยกระดับจากการ “จับกุม” เป็น “การสังหาร” สตีฟ วัตส์ รับบทโดย อารอน พอล (Aaron Paul) นักบินโดรนชาวอเมริกัน กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำลายเซฟเฮาส์ ในตอนที่เด็กหญิงวัยเก้าขวบก้าวเข้าสู่โซนสังหารนอกรั้วบ้าน เมื่ออาจเกิดผลกระทบการทำลายล้างอย่างไม่คาดคิด การตัดสินใจจะลงมือโจมตีก็ถูกส่งต่อไปตาม “ลำดับสั่งการสังหาร”

ละครนาคี , เรื่องย่อนาคี
เรื่องย่อละครนาคี /  ละครนาคี / 

นาคี บทประพันธ์โดย : ตรี อภิรุมบทโทรทัศน์โดย : สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์กำกับการแสดงโดย : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2559 เรื่องย่อละครนาคี โขงเจียม อุบลราชธานี พ.ศ. 2480 นายเคนสามีของคำปองจับได้งูลักษณะประหลาดเป็นสีขาวตลอดตัวขนาดใหญ่กว่าแขนยาวประมาณวาเศษบนหัวมีหงอนเหมือนหงอนพญานาค ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นงูเจ้าแม่ที่เรียกกันว่า นาคี เขานำไปขายให้กับฝรั่งนักค้างู จอห์น วินสัน ด้วยราคาสูงลิ่ว คำปองซึ่งท้องแปดเดือนมีความเชื่อเช่นเดียวกับชายบ้านอีกหลายคนว่างูเจ้าแม่นี้หากไปหลบหลู่ดูหมิ่นจะต้องประสบกับความพินาศฉิบหาย นางพยายามห้ามปรามสามีแต่สายไปเสียแล้วกลุ่มของจอห์น วินสัน ประกอบด้วยผู้ช่วยชาวไทยอีกสองคนคือ นายกอ และ นายบุญส่ง นายบุญส่งนั้นร้องด่าหลบหลู่งูขาวที่จับมาได้และท้าทายว่าหากเป็นงูเจ้าแม่ จริงก็ให้สำแดงฤทธิ์เดช ฉับพลันนั้นเองขณะที่เปิดกรงเพื่อนำงูที่จับได้บรรทุกขึ้นเกวียน ปรากฏอาเพศบนท้องฟ้าเกิดสุริยคราสพายุอื้ออึงฟ้ามืดครึ้มเกิดลมพายุรุนแรงจน หมู่บ้านถล่ม นายเคนถูกกระท่อมทับตายคาที่ บุญส่งถูกไม้ทับขาข้างหนึ่งจนแหลกเหลว นายกอนั้นหนีไปได้ แต่จอห์น วินสัน ถูกงูเผือกฉกตาย ส่วนคำปองนั้นเกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหันเด็กทารกหญิงที่คลอดออกมาสิ้นชีวิต แต่ก่อนที่คำปองจะหมดสติไปนางบังเกิดเห็นภาพงูใหญ่เลื้อยแทรกกลืนหายเข้าตัว เด็ก และลูกของนางก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คำปองตั้งชื่อบุตรสาวว่าคำแก้วย้ายจากโขงเจียมไปอยู่ดอนไม้ป่าครองตัวเป็นแม่ม่าย เด็กหญิงคำแก้วในวัยเรียนชั้นประถมศึกษามีลักษณะต่างจากเด็กทั่วไป บางครั้งขอบเดินเที่ยวในป่าคนเดียวหรือมักนั่งเงียบครุ่นคิดที่น่าประหลาดคือมักปรากฏอสรพิษอยู่ใกล้เด็กหญิงเสมอแต่ไม่เคยทำร้าย คำปองซึ่งยังเป็นสาวงามแม้จะตกพุ่มม่ายมีนายหวานพ่อม่ายลูกติดมาชอบพอแต่นางปฏิเสธไปด้วยใจยังไม่ลืมสามีและด้วยความรักที่มีต่อบุตรสาว คำแก้วมักหายตัวไปบริเวณปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้าน เด็กหญิงยังบอกอีกว่าสามารถพูดคุยกับงูได้และพวกมันเชื่อฟังเธอ คำปองเชื่อว่าเด็กหญิงคิดเอาเองตามประสาเด็ก คำแก้วเล่าให้แม่ฟังอีกว่าเธอชอบปราสาทหินร้างแห่งนั้นรู้จักคุ้นเคยราวกับเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน ละครนาคี 20 ปีผ่านไป... พ.ศ. 2500 คณะอาจารย์และนักศึกษาโดยการนำของอาจารย์ทัศนัยได้ลงพื้นที่ขุดค้นโบราณวัตถุ ในจำนวนนี้มี ทศพล นักศึกษาปีสุดท้ายของคณะโบราณคดีรวมอยู่ด้วย เขาเป็นคนรูปงามและหลงใหลในวัตถุโบราณเป็นอย่างมาก ทศพลขุดพบรูปปั้นประหลาดเป็นหินสลักสีขาวอมชมพูรูปหญิงสาวเปลือยท่านอนบิดตัว ช่วงล่างตั้งแต่สะโพกลงไปเป็นหางงูส่วนบนของหน้าผากที่จรดกับศีรษะมีหงอน ซึ่งอาจารย์ทัศนัยอธิบายว่านั่นคือสัญลักษณ์ของนาคีหรือพญานาค ทศพลหลงใหลในความงามของรูปปั้นจนเก็บไปเพ้อถึงทำให้พิมพ์พรที่แอบชอบเขาอยู่ไม่พอใจ ตั้งแต่ขุดพบรูปปั้นประหลาดมีเรื่องราวแปลก ๆ เกิดขึ้นกับคณะทำงาน เริ่มตั้งแต่ทศพลพบเด็กสาวสวยสวมชุดแพรเยื่อไม้สีกลีบบัว แต่เมื่อเขาติดตามไปหล่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในเวลาเดียวกันคำแก้วซึ่งเติบโตเป็นสาวสวยของบ้านดอนไม้ป่าเกิดฝันประหลาดว่าได้พบชายหนุ่มรูปงามเขาและพวกกำลังขุดหาวัตถุโบราณอยู่ ทศพลและเพื่อน ๆ คือ วันชนะ ประกิต เชษฐ์ สมมาตร รวมถึง พิมพ์พร รัตนาวดี ไม่ได้การต้อนรับจากกำนันแย้ม เพราะกำนันแย้ม ไม่ต้องการให้คนต่างถิ่นเข้ามายุ่มย่ามในหมู่บ้าน รวมถึงการขุดค้นที่เทวาลัย จึงขับไล่ทุกคน ไม่ให้นอนค้างที่หมู่บ้าน สุดท้ายทัศนัย จึงพาเด็ก ๆ ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคำปอง และที่นั่นเอง ทศพลก็ได้พบกับคำแก้ว และเริ่มชอบคำแก้วในที่สุด พิมพ์พรเดินตลาดของบ้านดอนไม้ป่าได้พบกับคำแก้วที่เก็บดอกไม้ป่าหลากชนิดมาขาย เธอไม่ชอบหน้าคำแก้วแต่แรกเห็นเพราะสวยจัดทั้งยังฉลาดรู้จักยอกย้อนต่อปากต่อคำต่างกับหญิงชาวบ้านทั่วไป พิมพ์พรเห็นรูปปั้นนาคี พิมพ์พรถึงกับประหลาดใจเมื่อพบว่าใบหน้าของรูปปั้นนั้นเหมือนเด็กสาวชาวป่าที่เธอเพิ่งได้พบแทบไม่ผิดเพี้ยนหมออ่วมทำนายกับกำนันแย้มว่าอีกเจ็ดวันจะเกิดสุริยคราสทำความวิตกให้กับเขามากเนื่องจากทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์นี้จะต้องมีคนถูกฝูงงูกัดกินจนตายทุกครั้ง หมออ่วมบอกว่านี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคี เขาทำนายพิมพ์พรว่ากำลังมีเคราะห์หนักจนอาจถึงสิ้นชีวิตภายในเจ็ดวัน พิมพ์พรและรัตนาวดีได้พบกับคำแก้วที่ตลาดอีกครั้ง รัตนาวดีเริ่มเอะใจเธอจำได้ว่าคำแก้วมีใบหน้าคล้ายกับรูปปั้นนาคีทีทศพลขุดได้พิมพ์พรขอให้เธอเก็บไว้เป็นความลับ หมออ่วม ฉุกใจคิดว่าเจ้าแม่นาทีที่แสดงอิทธิฤทธิ์ฆ่าคนจะเกี่ยวข้องกับคำแก้วเด็กสาวที่เกิดในวันสุริยคราสที่อำเภอโขงเจียมและเป็นวันเดียวกับที่เจ้าแม่อาละวาดเมื่อหลายปีก่อน นายอ่วมต้องการกำจัดเจ้าแม่นาคีแต่กำลังสืบหาที่อยู่และหาของขลังมาปราบ ส่วนลำเจียก ลูกสาวนายกอ ก็ตกหลุมรักทศพล ด้วยรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลา ยิ่งเมื่อเห็นทศพลชอบอยู่ใกล้ชิดกับคำแก้ว ก็ยิ่งไม่พอใจ ลำเจียกหาทางกลั่นแกล้งคำแก้วอยู่เสมอ โดยมีซ่อนกลิ่นกับชบาคอยเป็นมือขวาให้ลำเจียก ทศพลพบภาพประหลาดเป็นปราสาทราชวังตะการตาและหญิงสาวสวมมงกุฏงูคนเดิมเช่นเดียวกับคำแก้วที่ฝันถึงทศพล พิมพ์พรเห็นภาพประหลาดเป็นงูเผือกยักษ์กำลังโอบรัดทศพลอยู่เธอกังวลและหวาดกลัวจนต้องเล่าให้ทศพลฟังว่างูใหญ่บางตัวมีฤทธิ์แปลงเป็นคนได้จากคำบอกเล่าของบิดา นั่นก็คือนายบุญส่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์อาเพศเจ้าแม่นาคีเหมือนหลายปีก่อนนั่นเอง แต้ว ละครนาคี หมออ่วมลอบนำว่านพญาลิ้นงูที่ได้จากสัปเหร่อคงไปฝังไว้ที่ใต้ถุนเรือนคำปอง เพื่อทดสอบว่าคำแก้วคือร่างแปลงของนาคี จนคำแก้วร้อนรนจนอยู่บนเรือนไม่ได้ต้องเสาะหาขุดว่านนั้นทำลายเสีย หมออ่วมเริ่มแน่ใจมากขึ้น ทางด้านอาจารย์ทัศนัยขุดพบซากเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์งูเต็มไปหมดนอกจากนี้เขายังสันนิษฐานว่ารูปปั้นนาคีนั้นแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่หินสลักหรือวัตถุทั่วไปแต่เป็นศพอาบน้ำยาเช่นเดียวกับมัมมี่ ของอียิปต์ที่ถูกฝังไว้เป็นเวลานานจนแปรสภาพเป็นเนื้อหินกำนันแย้มและหมออ่วมแจ้งเตือนชาวบ้านถึงวันสุริยคราสที่จะมาถึงในพรุ่งนี้ ยังบอกอีกว่าเจ้าแม่นาคีจะต้องอาละวาดฆ่าคนอีกเพราะที่ปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้านนั้นมีถ้ำติดต่อไปยังอำเภอโขงเจียมที่เจ้าแม่เคยปรากฏอิทธิฤทธิ์ หมออ่วมเสริมว่าเจ้าแม่นาคีนั้นมีร่างเป็นคนอาศัยปะปนอยู่กับชาวบ้านแต่เมื่อคำแก้วคาดคั้นให้บอกออกมาว่าเป็นใครเขาก็กลับอึกอักบอกว่ายังไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ คนขับรถที่พาคณะของอ.ทัศนัย และเด็ก ๆ ถูกงูกัดตาย ทัศนัยจะเอาศพคนขับกลับไปทำพิธี แต่กำนันไม่ยอม บอกว่าถูกงูกัดตาย หากเคลื่อนย้ายศพ จะเกิดอาเพศใหญ่ ลำเจียกไปหาทศพลถึงที่บ้านคำแก้ว ขากลับ เจองูเผือกจะทำร้าย ดีที่ใส่แหวนที่พ่อให้ไว้ จึงรอดมาได้ ทศพลกับพวก มาที่บ้านสัปเหร่อคง ถามเรื่องที่ฝังศพคนรถ ทศพลจ้างให้สัปเหร่อไปขุดโลง เปิดออกมา เห็นงูกำลังกัดกินศพอย่างหน้าสะอิดสะเอียน ทุกคนแทบช็อค ส่วนรัตนาวดีก็กลัวตาย วิ่งหนีไปจากหมู่บ้าน เจอเข้ากับผี โดนทำร้ายจนสลบไป ทุกคนตกใจ รัตนาวดีหายไป ไปแจ้งกำนันแย้ม ก็ไม่รับแจ้ง บอกถ้าภายใน 3 วันไม่กลับมาคือไม่รอด ทัศนัย แบ่งเด็ก ๆ เป็น 2 กลุ่ม ออกไปตามหา คำแก้ว ช่วยเหลือรัตนาวดีมาได้ โดยพิมพ์พร และเจิดนภา พากลับมาที่บ้านพัก แต่รัตนาวดี อยู่ในอาการหวาดกลัว ยังคงไม่พูดจากับใคร สุดท้ายคำปอง จึงไปหาหมออ่วมให้มารักษา หมออ่วมเห็นแววตาคำแก้ว พร้อมกับกลิ่นสาบงู เริ่มมั่นใจ ว่าคำแก้ว จะต้องเป็นบริวารของเจ้าแม่นาคี ส่วนทศพล วันชนะ และประกิต ต้องค้างที่เทวาลัย เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ทศพล ค้นพบ ถ้ำใต้เทวาลัย และได้พบกับร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคี ที่มีหน้าตาเหมือนกับคำแก้วอย่างไม่มีผิดเพื้ยน หลังจากออกจากถ้ำ ทศพล จึงบอกกับทัศนัย และจะพาทีมนักศึกษา เข้าไปสำรวจถ้ำต่อไป และได้พบกับวัตถุโบราณจำนวนมาก ลำเจียก ขะมักเขม้น ซ้อมรำถวายเจ้าแม่ ตอนแรก คำแก้ว จะไม่ยอมรำถวาย ทำให้กำนันไม่พอใจ แต่สุดท้ายคำปองเกลี้ยกล่อม ให้ทำเพื่อเจ้าแม่นาคี เพราะเคยสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนท้องคำแก้ว ว่าหากคำแก้วปลอดภัยดี จะยกคำแก้วให้กับเจ้าแม่นาคี สุดท้ายคำแก้วจึงยอมรำถวายให้ ชาวบ้านดอนไม้ป่าเชื่อว่า เมื่อเกิดสุริยุปราคา มนุษย์ต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้พญานาคคายดวงอาทิตย์ออกมา และเมื่อถึงวันบวงสรวง ชาวบ้านต่างมากันพร้อมหน้าที่หน้าเทวาลัย คำแก้วก็มารำถวายด้วย คำแก้วเริ่มรำไปได้ไม่นาน เธอก็เริ่มเลื้อยเหมือนงู ผิวหนังเริ่มเป็นเกล็ด ลำเจียกหันมาเห็น ร้องตกใจใหญ่ ทำให้พิธีต้องหยุดกะทันหัน คำแก้ววิ่งไปที่เทวาลัย ในขณะที่ทศพล และอาจารย์ รวมทั้งเพื่อน ๆ ต้องรีบหนีออกมาจากเทวาลัย ทศพลหยิบโบราณวัตถุออกมา ทำให้วัชระปราการ ฉัตรสุดา เลื่อมประภัส ซึ่งเป็นบริวารเจ้าแม่นาคี หลุดออกจากคำสาป กลายร่างเป็นคน เคนภูภูมิ ละครนาคี ทศพลสงสารคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านใส่ร้ายว่าเป็นเจ้าแม่นาคี จึงชวนไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน ลำเจียกมาพบพอดีไม่พอใจ เธอไม่กลัวคำแก้ว เพราะใส่แหวนพิรอดของกอมาด้วย ลำเจียกวางแผนร่วมมือกับเลื่อง จะเอาคำแก้ว มาเป็นเมียเลื่องให้ได้ ทศพล เริ่มอ่านเรื่องราวจากศิลา พบชื่อ เมืองมรุกขนครและกษัตริย์ที่ปกครองเมืองนี้ก็คือพระเจ้านิรุทธราช คำแก้วถูกลำเจียกหลอกมาที่กระท่อม ให้เลื่องปล้ำ คำแก้วตกใจ กลายร่างเป็นงูเผือก เลื่องเห็นแทบช็อค คำแก้วหมดสติไป แล้วเลื่องก็ถูกงูฉกตาย เดี่ยวกับทัพเข้ามาเจอ ถูกฉกตายไปด้วยทั้งคู่ ลำเจียกรีบวิ่งหนีไป กำนันแย้มแค้นใจมาก ลำเจียกบอกคำแก้วเป็นคนฆ่า ชาวบ้านแห่กันมาจะเอาเรื่องคำแก้ว แต่ลำเจียกไม่กล้าพูดมากนัก เพราะกลัวเรื่องจะแดงขึ้นมา ว่าตนเอง เป็นคนวางแผนให้เลื่องฉุดคำแก้วไป กำนันแย้ม ร่วมมือกับหมออ่วม ทำพิธี กำจัดเจ้าแม่นาคี ใช้แหวนพิรอด พันกับสายสิญจน์ ผูกไว้ และเผาหุ่นเจ้าแม่นาคี คำแก้ว ซึ่งกำลังขายดอกไม้ เริ่มร้อน ทุรุนทุราย ทนไม่ไหว ทศพลเห็นหมออ่วมทำพิธี รีบวิ่งไปหาคำแก้ว ถึงแม้จะถูกลูกน้องกำนันแย้มทำร้ายก็ตาม ส่วนลำเจียกเองก็กลัว ที่ต้องถอดแหวนพิรอดออกจากนิ้ว ที่กอให้ไว้ เพราะกลัวจะถูกเจ้าแม่นาคีทำร้าย ร่างทิพย์เจ้าแม่นาคีพุ่งวูบออกมาจากร่างคำแก้ว เจ้าแม่นาคีทำพิธีเรียกฝน กางแขนออก ปากขมุบขมิบสาธยายร่ายคาถาเรียกฝนมาสู้กับพิธีของหมออ่วม พายุฝนตกอย่างแรง ฟ้าฝ่าจนสายสิญจน์ขาด ไฟที่หุ่นฟางดับลง พิธีหยุดลงกะทันหัน ทุกคนวิ่งหลบฝน คำแก้วสลบอยู่ในอ้อมกอดทศพล แล้วทศพล ก็อุ้มเข้าเทวาลัยไป จนคำแก้วฟื้น ทศพลจึงให้คำแก้วขี่หลังกลับไปที่บ้าน ลำเจียกแต่งตัวเลียนแบบเจ้าแม่นาคี มาปล้ำทศพลถึงที่พัก แถมร้องโวยวายว่าถูกปล้ำ ทั้ง ทัศนัย พร้อมด้วยลูกศิษย์ ต่างตกใจ แต่คำแก้วบอก ว่าลำเจียกต่างหากที่มาปล้ำทศพลถึงที่พัก ทำให้ทศพล รอดพ้นจากลำเจียกไปได้ ลำเจียกแค้นใจคำแก้วมาก รุ่งเช้า ทศพล สารภาพรักกับคำแก้ว คำแก้วอดดีใจไม่ได้ แต่ทำทีปฎิเสธ จนทศพลเสียใจ หมออ่วม กำนันแย้ม ลำเจียก มาที่กระท่อมทศพล ใช้แหวนพิรอด ส่องทาง ไม่ให้เจ้าแม่นาคีบังตา จนพบกับ เทวรูปเจ้าแม่นาคี กำนันแย้มและพวก จึงไปจับตัว ทศพลและเพื่อน ๆ เอาไว้ คำแก้วรีบตามไปดู ถูกชาวบ้านเอาหินปาใส่ หาว่าคำแก้วเป็นงู ทศพลเข้าช่วย บอกกับกำนันแย้มและทุกคน ว่าจะไปพิสูจน์เรื่องเจ้าแม่นาคีที่เทวาลัย เพราะไม่ว่าใครจะไปที่นั่น ก็ไม่รอดกลับมา แต่หากเขารอดกลับมาได้ ต้องยอมปล่อยตัวทุกคน และไม่ต่อว่าคำแก้วอีก คำแก้วเป็นห่วงทศพล อยากตามไปช่วยทัศนัย เข้าไปที่เทวาลัยพบศิลาจารึก พร้อมลวดลายอักขระ บนศิลา คือ มนต์อาลัมพายน์! เป็นวิชาสะกดจิตอย่างหนึ่งที่ใช้สะกดจิตพวกนาค ทัศนัยมัวแต่สนใจ อ่านอักขระ ไม่ทันมองว่าเงางูใหญ่ทาบทับลงไปบนแผ่นศิลา ทำให้ทัศนัยรู้สึกตัว พอหันหลังกลับไปมองก็เห็นดวงตาเรือง ๆ ของงูใหญ่วัชระปราการมองมาอย่างมุ่งร้าย สุดท้ายทัศนัยก็หมดสติไป ละครนาคี ทศพลเริ่มหนาวเพราะอากาศในถ้ำ เขาเห็นเงาทัศนัย เดินตามไป ส่วนงูเขียว พาคำแก้ว เข้ามาที่ถ้ำจนได้ เจ้ามานาคีเข้าสิงห์ร่างคำแก้ว แล้วก็มาพบกับทศพล ทศพลดีใจมากที่ได้เจอคำแก้ว โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าแม่นาคี เจ้าแม่พาทศพล มายังสระน้ำสีมรกต น้ำใส เป็นประกายระยิบระยับ สระแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมไปได้หลายแห่ง เป็นรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับวังบาดาลเมืองของพวกพญานาค เจ้าแม่เล่าเรื่องอดีตให้ทศพลฟัง และบอกว่าตนเองรออยู่ จนไชยสิงห์ มาเกิดเป็นทศพล คำแก้ว ก็คือเจ้าแม่นาคีนั่นเอง รุ่งเช้า ทศพลหลับอยู่กับคำแก้ว คำแก้วตื่นมาตกใจ จำอะไรไม่ได้ คำแก้วกลับบ้านไปแบบงุนงง ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นของทศพลหรือเปล่า กำนันแย้ม หมออ่วม กอ สั่งลูกน้อง ทั้งทุบ ทั้งเผา รูปเจ้าแม่นาคี แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเอาล่องแพ ไปเผาที่วัด คำแก้ว ทศพล และเพื่อน ๆ ช่วยกันออกตามหาเทวรูป แพของกำนันแตก ลูกสมุน ถูกน้ำวน ดูดจมหายไป เทวรูปก็จมไปด้วย ทศพลเสียดายมาก แต่คำแก้วบอกว่ามันอยู่ในที่เหมาะสมแล้ว คือในน้ำนั่นเอง ลำเจียกบอกกับทุกคนว่าคำแก้ว กับทศพล ผิดผีกันแล้ว คำปองเสียใจ แต่ทศพล กลับบอกว่า เป็นผัวเมียกันแล้ว ทศพลขอรับผิดชอบ สุดท้ายคำแก้วกับทศพลจึงได้แต่งงานกันในที่สุด ซึ่งลึก ๆ แล้วคำปองก็ดีใจที่คำแก้วจะมีทศพลมาคอยปกป้อง หมออ่วม จะปราบนาคี โดยใช้ครุฑ คำปองมาได้ยิน แต่ถูกคนของกำนันจับตัวไว้ เลื่อมประพัตร ฉัตรสุดา ไปบอกคำแก้ว คำแก้วรีบไปช่วยแม่ แต่ถูกจับตัวเอาไว้ ฉัตรสุดาจึงกลายร่างเป็นคน ไปบอกให้ทศพลมาช่วยคำแก้ว ทศพลถุกซ้อมจนสลบไป คำแก้ว กลายร่างเป็นงู ฉกสมุนกำนันแย้ม ฉกจนสมุนตายเรียบ บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม กอวิ่งหนีงูเจ้าแม่นาคี นาคีจะฆ่าบุญส่ง แต่คำปองห้ามไว้ วัชระปราการมาช่วยนาคี สกัดพวก กำนันแย้ม หมออ่วมไว้ คำแก้วกลายร่างกลับเป็นคนร้องไห้เสียใจ ไม่อยากเป็นงู คำปองกอดลูกไว้ บอกว่าต้องมีวิธีแก้อาถรรพ์ให้ได้ ดร.สุภัทรมาที่หมู่บ้าน และได้รู้ว่าทศพลแต่งงานกับคำแก้วแล้ว ทศพลทำสัญลักษณ์ของนาคีบนหน้าผากรูปปั้นหลุดออกมาเขาจึงเก็บไว้กับตัวตั้งใจว่าจะเก็บไว้ติดให้เหมือนเดิม นายบุญส่งตามมาที่หมู่บ้าน และดีใจมากที่พิมพ์พร ลูกสาวของเขาปลอดภัย เขาได้พบกับคำแก้วทำให้คำแก้วจำได้ว่าเคยเป็นงูเผือกถูกจับมาขาย และนายบุญส่งได้ร้องท้าทายจนเธอโกรธจัดและอาละวาดฆ่าคน คำแก้วเกินนิมิตหยั่งรู้ว่าหากเมื่อใดที่เธอมีความโกรธหรือระลึกชาติได้ครบถ้วนเธอจะกลายร่างเป็นงูมีเพียงสถานที่เดียวคือต้องขึ้นไปบนปราสาทหินเพื่อระลึกชาติจึงจะไม่กลายร่าง คำแก้วเห็นอดีตชาติของตนเอง ตำบลหนองไทรในอดีตคือมรุกขนครปกครองโดยพระเจ้านิรุทธราชซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกับบุญส่ง ทิศเหนือของนครมีสระน้ำกว้างใหญ่ใสสะอาดให้ชาวเมืองได้อาบกินทำการประมงที่ก้นสระนั้นเป็นที่อาศัยของนางพญานาค ขณะนั้นเจ้าชายแสนเมืองหรือทศพลในชาตินี้ได้เป็นเชลยที่ถูกจับมาจากประเทศราช นางนาคีแปลงร่างเป็นสาวสวยพบรักและสมสู่อยู่กินกับเจ้าชาย แต่ในยามหลับนางกลับคืนร่างเป็นงูเผือกยักษ์หงอนสีแดงทำให้เจ้าชายรังเกียจนางจึงหนีกลับลงบาดาลไป เมื่อเจ้าชายแสนเมืองระลึกได้ถึงความรักที่มีต่อกันจึงไปเรียกหาที่สระ แต่นางนาคีซึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ก้นสระไม่ยอมใจอ่อนอีก ละครนาคี ต่อมาพระเจ้านิรุทธราชจับปลาไหลเผือกได้นำมาเชือดเนื้อกินกันในหมู่บริวารซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่คิดปองร้ายนางในชาตินี้ได้แก่หมออ่วม นายกอ กำนันแย้ม เชษฐ์ เคน รวมถึงผู้คนที่ถูกนางพญานาคีกัดตายในวันสุริยคราสนั่นเอง สนมสองนางของพระเจ้านิรุทธราชก็คือพิมพ์พรและลำเจียกทุกคนล้วนกินเนื้อของนาง ยกเว้นไว้แต่นางกำนัลคำปองที่สงสารปลาไหลไม่ยอมกิน เนื้อของปลาไหลประหลาดนั้นยิ่งหั่นแจกก็กลับยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นจนต้องนำไปแจกชาวประชาให้ได้กินกันทั้งเมือง ตกค่ำคืนนั้นลมพัดแรงนางกำนัลคำปองได้ยินเสียงกระซิบให้หนีออกจากเมืองเสียก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่นางทำตามคำบอก คืนนั้นเองเจ้าแม่สำแดงอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกกระหน่ำแผ่นดินไหวน้ำท่วมมรุกขนครถล่มทลาย ด้วยกรรมหนักที่ได้ก่อนางจึงถูกฟ้าดินสาปให้กลายเป็นหินครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงามครึ่งหนึ่งเป็นงูหมายถึงความชั่วร้าย ส่วนจิตวิญญาณเร่ร่อนเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด เป็นงูบ้างคนบ้างจนกระทั่งสิ้นเวร หลังจากนั้นนับศตวรรษนางพญาเกิดเป็นงูเผือกที่โขงเจียมบำเพ็ญเพียรแต่กลับถูกจับมาขายฝรั่ง คำปองคลอดลูกตาย เจ้าแม่นาคีจึงกลั้นใจตายแทรกวิญญาณทับร่างด็กเติบโตเป็นคำแก้วนั่นเอง ทุกครั้งที่มีการตายโดยงูกัดในวัน สุริยคราสหรือวันอื่น ๆ คำแก้วจะไม่รู้สึกตัวรับรู้แต่เพียงฝันร้ายว่าฆ่าคนตายเท่านั้น บุญส่ง นายกอ กำนันแย้ม และหมออ่วมเดินทางไปตำบลหนองไทรเพื่อหาของขลังมาปราบเจ้าแม่นาคี ต่อมานำรูปปั้นพญาครุฑเพื่อกำจัดคำแก้วอีกครั้งโดยจับตัวคำปองมาเป็นเหยื่อล่อ ด้านลำเจียกให้หมออ่วมทำเสน่ห์จนทศพลหลงใหลทิ้งคำแก้วไปยังตำบลนาคหนีซึ่งเจ้าแม่นาคีไม่สามารถไปได้ เนื่องจากที่ตำบลนี้มีตำนานเล่าว่านางนาคตนหนึ่งแปลงกายมายั่วพระธุดงค์ให้ตบะแตกท่านจึงสาปให้นาคใดๆไม่สามารถเข้าเขตได้คำแก้วตามหาทศพลไปถึงตำบลนาคหนีแต่ทศพลถูกเสน่ห์ของลำเจียก ไม่ยอมกลับ แถมยังสู้ลำเจียกไม่ได้เพราะไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆเกือบถูกฆ่าตายด้วยการผลักให้จมน้ำ กลับกลายเป็นว่าเมื่อลงน้ำคำแก้วมีกำลังมากขึ้นหนีจากลำเจียกที่มุ่งร้ายมาได้ เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอพบว่าคำปองถูกคนจับไปเสียอีก คำปองนั้นอันที่จริงรอดพ้นจากน้ำมือของพวกนายกอมาได้ ด้วยบริวารของเจ้าแม่คอยคุ้มกัน ไล่ต้อนคำปองขึ้นไปกักขังไว้ในปราสาทหินจนพวกของนายกอหาไม่เจอ ลำเจียกอยู่ที่ตำบลนาคหนีได้พบเมืองอินทร์หมอผีอายุสามสิบเศษที่มีวิชาแก่กล้า หล่อนทอดตัวเป็นเมียเพื่อให้เขาช่วยกำจัดนางพญานาคี เมืองอินทร์จึงเดินทางมาพร้อมกับลำเจียกที่บ้านดอนไม้ป่า ทศพลจึงเริ่มคืนสติและกลับมาหาคำแก้ว และแหวนหลวงปู่มั่นนั้นจะไม่คุ้มครองลำเจียกอีกเนื่องจากหล่อนทำเสน่ห์เล่ห์กลซึ่งเป็นของต่ำ ทั้งยังคิดร้ายฆ่าเมียหลวงชิงผัวเขามา คำแก้วระลึกชาติได้อีกเมืองอินทร์ในอดีตชาติคือเจ้าอินทร์ผู้ซึ่งร่ายคาถาจับปลาไหลเผือกนำมาถวายพระเจ้าอนิรุทธราช คำอ้ายหรือลำเจียกในชาตินี้แอบมองเจ้าอินทร์จากหลังม่านทำตาเจ้าชู้ เจ้าอินทร์เป็นคนหนึ่งที่กินเนื้อปลาไหลเผือกจึงต้องโทษสิ้นชีพไปเช่นกัน ลำเจียกเกิดโมโหเอามีดไล่ฟันคำแก้วในวันหนึ่งจึงถูกเจ้าแม่นาคีกลายร่างขึ้นฆ่าเธอตาย พวกของบุญส่งหลอกทศพลว่าหากต้องการให้คำแก้วพ้นข้อกล่าวหาขอให้ทศพลนำชิ้นส่วนที่เป็นหงอนของรูปปั้นนำไปติดที่หน้าผากของคำแก้ว หากมีนางพญานาคีสิงอยู่นางจะปรากฏร่างออกมาและคำแก้วจะปลอดภัยเป็นคนธรรมดาไม่มีวิญญาณร้ายสิงสู่อีก ทศพลทำตามแท้ที่จริงแล้วการทำเช่นนั้นจะทำให้คำแก้วกลายร่างเป็นงูตลอดชีวิต คำแก้วเสียใจหนีไปยังปราสาทร้างกราบไว้พระอ้อนวอนขออยู่ในร่างคน เสียงจากพระพุทธรูปบอกเธอว่าให้ถือศีลอยู่แต่ในถ้ำนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนครบร้อยวันคำแก้วจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ไม่มีวันกลายเป็นงูอีก ละครนาคี ทศพลพาคำปองหลบหนีพวกของนายบุญส่งที่ต้องการจับตัวไปล่อให้นางพญานาคีออกมา แต่ท้ายที่สุดจึงถูกพวกของเมืองอินทร์และนายบุญส่งจับตัวได้ พวกของเมืองอินทร์จับคำปองและทศพลเผาทั้งเป็นเพื่อล่อคำแก้วออกมา คำแก้วอดทนจนถึงที่สุดแต่ก็ไม่อาจยับยั้งคนใจทรามได้ คำปองไม่อาจทนเห็นสภาพคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านทำร้ายได้ จึงยอมปลิดชีวิตตนเอง เพื่อช่วยเหลือลูก ทศพลรอดชีวิต คำแก้วในร่างนางพญางูออกอาละวาดฆ่าคนทั้งหมดตายไป และกลายร่างเป็นงูตลอดอายุขัย ทศพลเสียใจร้องขอให้คำแก้วอยู่กับเขาไม่ว่าจะในสภาพใดก็ตาม แต่คำแก้วไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาได้ หนีกลับขึ้นไปยังเทวาลัย ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันอีกครั้ง และจากกันด้วยน้ำตา พระธุดงค์ได้ชี้ทางสว่างให้แก่ทศพลโดยให้เขาบวชเป็นพระจนสิ้นอายุขัย... นักแสดงนำใน ละครนาคีภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท ทศพล/ไชยสิงห์ ณฐพร เตมีรักษ์ รับบท คำแก้ว/เจ้าแม่นาคี ลักขณา วัธนวงส์ศิริ รับบท ลำเจียก/พระสนมกรรเจียกฉัตรฑริกา สิทธิพรม รับบท พิมพ์พร/พระธิดาพิมพาวดีธนากร โปษยานนท์ รับบท ทัศนัยอริศรา วงษ์ชาลี รับบท คำปองสุภชา อัดรทองสกุล เจิดนภา/เพ็งสิรินรัตน์ วิทยพูม รับบท รัตนาวดี/แพน โกสินทร์ ราชกรม รับบท เลื่องดนัย จารุจินดา รับบท วัชระปราการเกรียงไกร อุณหะนันท์ รับบท ดร.สุภัทรการันต์ อร่านศรี รับบท วันชนะ/นารุตอรรดพล เทศะวงศ์ รับบท ประกิต/อัคนีชาคริฐ จตุพรวัฒนพนธ์ รับบท เชษฐ์/สินธุณัฐพล วริยะชัย รับบท สมมาตร/กษิติศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท บุญส่ง/พระเจ้านิรุทธราชมนตรี เจนอักษร รับบท กำนันแย้ม/มหาอำนาตย์หยอง ลูกหยี รับบท นายกอ/ขุนวังประสาท ทองอร่าม รับบท หมออ่วม/พระโหราธิบดี พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ท้าวศรีสุทโธนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี