เด็กหญิง

แห่บูชาทารกเพศหญิง เชื่อเป็น'พระพิฆเนศ'อวตารมาจุติ
ทารก /  พระพิฆเนศ / 

ฮือฮา ทารกเพศหญิงชาวอินเดีย เกิดมาพร้อมกับเนื้อส่วนเกินบนใบหน้า จนชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าเด็กอาจเป็นพระพิฆเนศ อวตารมาจุติ วานนี้ (30 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่เรื่องราวสุดฮือฮา หลังจากหญิงสาว ให้กำเนิดเด็กทารกเพศหญิงแรกเกิด ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย โดยเด็กทารกคนดังกล่าว เกิดมาพร้อมความพิเศษอย่างหนึ่ง คือมีเนื้อส่วนเกิดบนใบหน้างอก ยื่นออกมา คล้ายกับงวงของช้าง ทั้งนี้หลังจากข่าวการถือกำเนิดในครั้งนี้ แพร่สะพัดออกไปในหมู่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ต่างพร้อมใจกันแห่มาบูชา เนื่องจากตามความเชื่อ ของผู้นับถือถือว่าเด็กที่มีลักษณะเช่นนี้อาจเป็น พระพิฆเนศวร เทพเจ้าของศาสนาฮินดู อย่างไรก็ตามครอบครัวของเด็กหญิงผู้เกิดมาพร้อมกับลักษณะพิเศษรายนี้ มีฐานะค่อนข้างยากจน และปรารถนาให้การถือกำเนิดครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยน ทำให้ฐานะทางครอบครัว และโชคชะตาของคนในบ้านเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น MThai News ที่มา Metro

'จิตวิญญาณไม่ได้มีไว้ขาย' ซัด นสพ.พาดหัว ไร้จรรยาบรรณ
พาดหัวข่าว /  สะเทือนใจ / 

'จิตวิญญาณไม่ได้มีไว้ขาย' ซัด นสพ.อุบาทว์ พาดหัว ไร้จรรยาบรรณ วันนี้(20 ก.พ.) แฟนเพจ จริยธรรมวารสารศาสตร์ ได้เผยแพร่บทความของนายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประธานกรรมการวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เขียนถึงกรณีที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัด ลำปาง มีการ พาดหัวข่าวแบบไร้จรรยาบรรณ โดยระบุว่า เป็นพาดหัวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่ง ซึ่งยังไม่เห็น ‘โปรยข่าว’ (lead) และ ‘เนื้อข่าว’ (body) ว่าเสนออย่างไร แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากจาก ‘พาดหัว’ เพราะเป็นส่วนย่อที่สุดของข่าว มองการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนที่อาจอ้างได้ว่า 1) เป็นเรื่องที่ต้องถ่ายทอดให้สังคมได้รับรู้ จะได้ระมัดระวังดูแลลูกหลาน และ 2) พาดหัวด้วยผลจากการกระทำของผู้ต้องหา ก็เพื่อสื่อสารความผิดปกติที่ต่างไปจากคนทั่วไป อันเป็นภัยร้ายของสังคมปัจจุบันเป็นเหตุผลสองข้อที่ผู้รับผิดชอบสื่อชื่อฉบับนี้ อาจนำมาใช้ตอบสังคม อย่างไรก็ตามทุก ‘หน้าที่’ย่อมมี‘ความรับผิดชอบ’ควบคู่ไปด้วยเสมอไม่เว้น ‘สื่อมวลชน’ซึ่งเมื่อมองความรับผิดชอบแล้ว มีข้อพิจารณา ดังนี้ 1.) ‘ไอ้บ้ากาม’ที่สื่อความหมายถึงภาวะทางจิตของผู้ต้องหานั้น เมื่อเป็นข่าว ยังคงต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง แม้จะมีข้อถกเถียงกันบ่อยครั้งในหมู่นักวิชาการและนักวิชาชีพถึงการใช้ถ้อยคำบนพาดหัว ซึ่งฝ่ายวิชาชีพเห็นว่าควรยกไว้บ้าง เพราะเป็นส่วนที่เรียกความสนใจผู้อ่านเป้าหมายบนแผงหนังสือ ด้วยเหตุนี้ จึงมักพบพาดหัวเชิงตัดสินในสื่อกระแสหลัก เช่น ‘ไอ้หื่น’ ซึ่งหนังสือพิมพ์กระแสหลักฉบับหนึ่งเคยพาดหัวเรียกคนขับรถสามล้อเครื่อง (ตุ๊กตุ๊ก) ที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงด้วยคำว่า ‘ไอ้หื่น’ ซึ่งต่อมา พิสูจน์ได้ว่า ผู้ขับรถตุ๊กตุ๊กซึ่งถูกหนังสือพิมพ์พิพากษาไปแล้วนั้น ‘บริสุทธิ์’ แต่หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว มิได้มีคำขอโทษคนขับรถตุ๊กตุ๊กผู้นั้นแต่ประการใด ส่วนกรณีเด็กผู้เคราะห์ร้ายนี้ แม้ต่อไป กระบวนการยุติธรรมอาจพิพากษาผู้ต้องหาว่าผิดจริง กระนั้น การชิงตัดสินก่อนศาลก็เป็นปัญหาทั้งเชิงกฎหมายและเชิงจริยธรรม 2) ‘เด็กหญิง 3 ขวบ’ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ของสหประชาชาติ ที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันไว้เมื่อปี ๒๕๓๕ และออกกฎหมายรองรับ ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ด้วยเหตุนี้ การพาดหัวที่อธิบายรายละเอียดของเด็กที่ถูกกระทำ นอกจากหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายแล้ว ยังอ่อนไหวต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพในการเสนอข่าวหรือภาพใด ๆ หนังสือพิมพ์ต้องคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส และต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่เด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาสนั้น ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง (ข้อ 15ข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2541) 3. การพาดหัวด้วยถ้อยคำแสดงการกระทำต่อเด็กผู้เคราะห์ร้าย ยังขัดแย้งต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพที่ระบุว่า พาดหัวข่าว โปรยข่าว หรือการนำเสนอรายละเอียดของเนื้อหาข่าวผู้หญิงและเด็กที่ถูกละเมิดทางเพศ จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง ทั้งในเรื่องการใช้ภาษาและการคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และไม่ตอกย้ำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับทัศนคติเรื่องเพศอันเนื่องมาจากการละเมิดทางเพศนั้น (แนวปฏิบัติสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เรื่องการเสนอข่าวและภาพข่าวผู้หญิงและเด็กถูกละเมิดทางเพศ พ.ศ.2549) . 4. แม้อาจไม่ลงภาพเด็ก หรือลงแบบปิดหน้า แต่การลงภาพและชื่อนามสกุลตาของเด็กผู้เคราะห์ร้าย ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทราบว่า เด็กผู้เคราะห์ร้ายนั้นเป็นใคร ข้อนี้ก็เป็นเรื่องอ่อนไหวเชิงจริยธรรมเช่นกัน สรุปได้ว่า เป็นเจตนาขายข่าวที่หวังผลทางการตลาด โดยไม่คำนึงถึงวันหนึ่งข้างหน้าว่าข่าวนั้น จะกลับไปทำร้ายเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ในวิชาชีพหนังสือพิมพ์ เราขายข่าวก็จริง แต่เราจักไม่ยอมขาย ‘จิตวิญญาณ’ เป็นอันขาด บรรยงค์ สุวรรณผ่อง กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประธานกรรมการวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ที่มา  แฟนเพจ จริยธรรมวารสารศาสตร์ MThai News

ขนหัวลุก !! ภาพติดวิญญาณ เนียนเล่นน้ำกับเด็กในออสเตรเลีย
จมน้ำ /  ผี / 

ฮือฮา !! ภาพถ่ายติดวิญญาณในออสเตรเลีย เชื่อเป็นเด็กหญิงที่จมน้ำตายในบริเวณดังกล่าวเมื่อ 100 ปีที่แล้ว  วานนี้ (10 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ กระหน่ำเผยแพร่รูปภาพชวนขนหัวลุก เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟสบุ๊ค 'Toowoomba Ghost Chasers' แชร์รูปภาพที่เชื่อว่าถ่ายติดร่างปริศนา บริเวณ แม่น้ำลอคเยอร์ ในรัฐควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนาง 'คิม ดาวิสัน' เจ้าของภาพ ยืนยันว่าเหตุการณ์ในขณะนั้นมีเพียงเธอ เจสซี ลู และลูกๆของเธอทั้งสามคนรวมเป็น 5 คนเท่านั้น ที่น่าตกใจคือภาพปรากฏให้เห็นว่า ร่างขาวโพลนดังกล่าวเอื้อมมือ มาวางไว้บนไหล่ของดาวิสัน ส่วนอีกมือหนึ่งได้จับที่แขนของลูกสาวคนหนึ่งของเธอ พร้อมกันนี้นางดาวิสันยังเปิดเผยด้วยว่า ในวันเกิดเหตุ ลูกสาวของเธอรู้สึกเหมือนมีใครบางคนที่อยู่ใต้น้ำใช้มือคว้าที่ขาถึงสองครั้ง แต่พวกเขาไม่เอะใจจนกระทั่งเห็นภาพดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รายงานเผยว่า ร่างปริศนาสีขาวโพลนที่ปรากฏอยู่ในภาพดังกล่าว เชื่อว่าคือร่างของหญิงสาวที่เสียชีวิตจากการจมน้ำในแม่น้ำแห่งนี้เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว โดยอ้างอิงจากรายงานของหนังสือพิมพ์บริสเบน เมื่อปี 1913 ที่ระบุว่า 'ดอรีน ซัลลิแวน'เด็กหญิงวัย 13 ปี ได้จมน้ำเสียชีวิตที่จุดดังกล่าว ทั้งนี้เดวิสันเชื่อว่าร่างปริศนาที่ปรากฏนั้น ไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน MThai News

กลุ่ม IS จับเด็กๆ ขังกรง พร้อมขู่สังหารด้วยการเผาทั้งเป็น
กลุ่ม IS /  ไอเอส / 

เป็นเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มรัฐอิสลามใน อิรักและซีเรีย หรือ ‘กลุ่มไอเอส‘ ปรากฏให้เห็นกลุ่มเด็กหญิงชาย ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในกรงเหล็ก ทั้งยังมีการแพร่ข้อความขู่สังหารเด็กๆเหล่านี้ ด้วยการเผาทั้งเป็น ดังเช่น ตัวประกัน นักบินชาวจอร์แดน ที่ถูกสังหารโหดด้วยวิธีเดียวกันนี้ จนกลายเป็นเรื่องฮือฮาไปทั่วโลก โดยภาพดังกล่าว มีการถ่ายให้ติดฉากคบเพลิงอยู่เบื้องหน้า ทั้งนี้เด็กที่ถูกจับขังกรง อยู่ชุดนักโทษสีส้มตามแบบฉบับของตัวประกัน ในเงื้อมมือกลุ่มไอเอส โดยภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ครั้งแรก ผ่านเว็บไซต์ข่าวในประเทศอิรัก ซึ่งมีการรายงานว่า ภาพเหล่านี้เป็นเพียงการจัดฉาก เพื่อประท้วง ต่อต้านกองกำลังที่จงรักภัคดีต่อนาย บาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดี แห่งซีเรีย โดยการดึงเอาสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพื่อดึงดูดความสนใจจากประชาชนเท่านั้น credit https://www.facebook.com/video.php?v=351576145036428&set=vb.342908775903165&type=2&theater

สาวจีน คลอดลูก กะทันหัน กลาง สถานีรถไฟใต้ดิน (ชมคลิป)
คลอดลูก /  ดีซ่าน / 

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ... คำนี้ใช้ทุกยุคทุกสมัย และจริงยิ่งกว่าจริง หรือใครจะเถียง? อย่างสาวจีนคนนี้  เกิดปวดท้อง คลอดลูก กะทันหัน ขณะกำลังเดินทาง รอรถไฟอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดิน ณ เมืองเหอหนาน ในขณะที่เจ้าหน้าที่เรียกรถพยาบาลมารับ แต่สถานการณ์บังคับ จำต้องคลอดลูก เดี๋ยวนั้น นี่คือคลิปภาพเหตุการณ์จริงจากกล้อง CCTV นายหลิวฉี เจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟ เหอปี้ตะวันออก จึงต้องกลายเป็นหมอตำแยจำเป็น ทำคลอดให้คุณแม่บนเปลหาม ริมชานชลา เนื่องจาก เด็กน้อยได้โผล่ศีรษะออกมาแล้ว นายหลิวกล่าวถึงสถานการณ์ขณะนั้นว่า คุณแม่เริ่มเดินไม่ไหว แต่ระหว่างที่กำลังรอรถพยาบาลมารับ เด็กหญิงทารกได้คลอดก่อนกำหนดเนื่องจากป่วยด้วยโรคดีซ่าน ทั้งเขาและเพื่อนๆ พนักงานประจำสถานีจึงต้องเร่งเข้าช่วยเหลิอเธอทำคลอดในทันทีและทำความสะอาดทั้งแม่และเด็กทารก ก่อนที่รถพยาบาลจะมารับทั้งแม่และเด็กไปรักษาตัวต่อ งานนี้คุณพ่อของเด็ก นายซู่ชัวเจ้า กล่าวขอบคุณนายหลิวฉียกใหญ่ที่ช่วยทำคลอดจนเด็กปลอดภัย ทีมงาน Women MThai ก็ขอให้สุขภาพดีทั้งแม่และลูกนะคะ ที่มาจาก dailymail เรียบเรียงโดย Women MThai Team

Chris Brown — Surprise, เป็นพ่อเด็กหญิง 9 เดือนแล้ว
Chris /  Brown

Chris Brown — Surprise, เป็นพ่อเด็กหญิง 9 เดือนแล้ว

รวบพระลูกวัดชื่อดังฝั่งธนเสพกัญชา-ล่วงละเมิดดญ.
กัญชา /  พระ / 

ตำรวจ-ทหาร รวบพระลูกวัดชื่อดังฝั่งธน หลังพบพฤติกรรมเสพกัญชาและล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี นายสุจิน ศรีม่วง อายุ 56 ปี หรือ พระสุจิน ธัมมทีโป อดีตพระลูกวัดบางปะกอก ย่านราษฎร์บูรณะ ถูกตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมตัวได้คากุฏิ พร้อมของกลางเป็นกัญชา 15 กรัม มีดโบราณ 3 เล่ม มีดปลายปืนอีก 1 เล่ม ปืนบีบีกัน 3 กระบอก โดยการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่าพระลูกวัดบางปะกอกมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดและประพฤติตนไม่เหมาะสม มีความสัมพันธ์กับเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ตำรวจพร้อมทหารจึงเข้าตรวจค้น โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก ตรวจค้นภายในกุฏิพบพระสุจินนั่งอยู่ด้านในและของกลางดังกล่าว  สอบสวนรับสารภาพว่ากัญชาที่มีเป็นของตนเองมีไว้เพื่อเสพ ส่วนกรณีการล่วงละเมิดเด็กยอมรับว่าทำมาแล้ว 3 ครั้ง โดยเด็กดังกล่าวเป็นหลานของตน อ้างว่าแต่ละครั้งเด็กสมยอม ไม่มีการบังคับแต่อย่างใด ตำรวจจึงคุมตัวไปจับสึกก่อนมาสอบปากคำที่ สน. พร้อมแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พรากผู้เยาว์ และกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี

รวบแล้ว!ไอ้โม่งฉุดเด็กหญิงกวาดถนนช่วยแม่หวังข่มขืน
กวาดถนน /  ข่มขืน / 

ตำรวจนครพนม จับแล้วคนร้ายฉุดเด็กหญิงขณะกวาดถนนช่วยแม่หวังข่มขืน สารภาพทำจริงอ้างเมาแล้วเกิดอารมณ์ รายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนครพนม ได้จับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจฉุดเด็กหญิงวัย 14ปี หวังลากไปข่มขืนระหว่างที่เธอช่วยแม่กวาดถนนอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครพนมได้แล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และส่งกำลังติดตามหาตัวคนร้าย ทราบชื่อต่อมาคือ นายไพศาล ธนพจน์ อายุ 30 ปี ซึ่งจากการสอบสวนนายไพศาล ได้ให้การรับสารภาพว่า รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ปัจจุบันทำงานเป็นคนขับรถส่งน้ำแข็ง คืนเกิดเหตุยืมรถจักรยานยนต์เพื่อนไปนั่งดื่มเหล้าจนเช้า ระหว่างขี่รถกลับ เห็นเด็กกวาดถนนในที่มืดเพียงลำพังจึงเกิดอารมณ์ ตรงเข้าฉุดหมายจะข่มขืน แต่เด็กฮึดสู้จึงปล่อยตัวแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้ พร้อมทั้งแจ้งข้อหาเพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป MThai News

แฟนบอยตัวพ่อ! ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ปลื้ม ลูกสาวเกิดวันเดียวกับ CL
2NE1 /  CL / 

ฟักกลิ้ง ฮีโร่ (Fucking Hero) เป็นปลื้ม! ลูกเกิดวันเดียวกับ CL (ซีแอล) แห่งเกิร์ลกรุ๊ป 2NE1 (ทูเอนี่วัน) ขอตั้งชื่อลูกสาวคล้องจองศิลปินในดวงใจว่า CJ (ซีเจ) เพราะออกตัวว่าเป็นแฟนบอยของแร๊พเปอร์สาวชาวเกาหลี CL แห่ง 2NE1 มาแต่ไหนแต่ไร ล่าสุดแร๊พเปอร์ตัวโต ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ก็เป็นปลื้มทวีคูณมากขึ้นอีกหลายเท่า เมื่อลูกสาวคนแรกของเขาเกิดในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับสาว CL อย่างประจวบเหมาะเลยทีเดียว งานนี้แฟนบอยตัวพ่อเลยไม่รอช้าขอตั้งชื่อลูกสาวที่แสนน่ารักน่าชังของเขาว่า CJ ซึ่งย่อมาจาก Choojai(ชูใจ) เพื่อเล่นคำกับชื่อของ CL 2NE1 ซะเลย! "ผมดกจนถึงหน้าผาก หูยาว ขนตางอน กินนมจุ แรงเยอะ ตัวเล็ก ร้องดัง เกิดวันเดียวกับ CL อยากให้เป็นแรปเปอร์ แต่อยากให้เป็นเด็กดีที่สุด ‪#‎LilCJ‬"   "สรุปว่าลูกสาวชื่อเล่นชื่อชูใจ ชื่อจริงพี่อิน บูโดกัน ผู้เป็นคุณแม่ทูนหัวของน้องเป็นคนตั้งให้ ชื่อ ด.ญ. ณอร ศรีหมอก (นะ-ออน แปลว่าปราชญ์)"   "ส่วนฉายาในวงการแรป(AKA)ของลูกสาวผม โปรโตซัวตั้งให้ว่า Lil'CJ มาจากตัวย่อชื่อเล่นของลูก และเพราะลูกผมเกิดวันเดียวกับ CL วง 2NE1 ด้วยครับ"   "#มีAKAเรียบร้อย #เด็กหญิงชูใจผู้มีแมวชื่อสีเทา #LilCJ" โตขึ้นหนู CJ อาจจะกลายเป็นแร๊พเปอร์ที่สวย เซ็กซี่ และโด่งดังไม่แพ้ CL ก็เป็นได้~ ข้อความและภาพจาก twitter.com/fucking_hero และ IG @ftodah ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

วีรบุรุษชาวอิหร่าน และการอุทิศตนอันยิ่งใหญ่เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ช่วยชีวิตผู้อื่น /  ตายในหน้าที่ / 

น่ายกย่อง วีรบุรุษหัวใจพระ ที่สละชีวิตตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นในการปฏิบัติหน้าที่ 'นักผจญเพลิง' จนเสียชีวิต พร้อมทั้งบริจาคร่างกายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป เรื่องราวของยอดวีรบุรุษที่น่ายกย่องคนหนึ่งของโลก เมื่อ 'จาร์ลาล์ มาลีกิ' โฆษกองค์กรการดับเพลิง ชาวอิหร่าน อาชีพนักผจญเพลิง ผู้อุทิศชีวิตทั้งในขณะที่ยังคงมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่หลังจากนั้น มหาบุรุษผู้นี้ ยังไม่หยุดคิดทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น กล่าวคือ ร่างกายของเขา ถูกอุทิศให้เป็นต่อชีวิตผู้อื่นต่อไป เรื่องราวสุดสะเทือนใจ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. 2013 หน่วยงานของจาร์ลาล์สังกัดอยู่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ในอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเด็กหญิง วัย 9 ขวบ ติดอยู่บริเวณหน้าต่าง จากนั้นเขาไม่ลังเลใจที่จะเข้าไปช่วยชีวิตเธอไว้ สิ่งสำคัญคือเหตุการณ์ในครั้งนั้น เปรียบเหมือนกับเกมส์ชีวิตแลกชีวิตเนื่องจากเขาเสียสละหน้ากากออกซิเจนให้กับหนูน้อยเพื่อไม่ให้เธอได้รับอันตราย ส่งผลให้หลังจากนั้นเกิดเรื่องเศร้าใจตามมาภายหลัง นั่นก็คือหลังจากการปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี แต่สมองของเขาได้ตายลงจากการได้รับควันไฟขณะผจญเพลิงจนกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา เรื่องราวอันน่ายกย่องของเขา ยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เนื่องจากครอบครัวของเขา ตัดสินใจ บริจาคอวัยวะของเขา เพื่อปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเป็นการชุบชีวิตใหม่ ให้กับผู้ที่ได้ความเดือดร้อน เพื่อช่วยชีวิตพวกเขาต่ออีกทอดหนึ่ง แม้เรื่องราวดังกล่าวจะผ่านมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะได้รับรู้ถึงคุณงามความดีที่เขาเคยทำไว้ กระนั้นผู้ใดที่ทราบเรื่องราวของเขานั้น มักจะกล่าวยกย่องให้เขาเป็นวีรบุรุษที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตใจที่ดีงาม แม้ว่าเขาจะล่วงลับไปแล้ว แต่ก็ยังคงฝากเรื่องราวอันน่าประทับใจไว้จนกระทั่งวันนี้.. MThai News ที่มา payvand

ซนเป็นเหตุ! เด็กจีนจุดประทัดยัดท่อระบายน้ำ ทำถนนพังยับ
ข่าวจีน /  ท่อระบายน้ำ / 

ถนนในเมืองจีนพัง หลังเด็กมือบอนน้ำประทัดไปหย่อนลงในท่อ เกิดเหตุระทึกขึ้นอีกแล้ว เมื่อเด็กจีนจุดประทัด แล้วใส่ไปในท่อระบายน้ำ แล้วเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ภาพจากกล้องวงจรปิดบนถนนแห่งหนึ่ง จับภาพเด็กจีน 4 คน ได้หย่อนประทัดลงไปในท่อระบายน้ำ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความคึกคะนอง จากนั้น ทั้งหมดได้เข้าไปมุงดูที่บริเวณฝาท่อว่าจะเกิดระเบิดขึ้นหรือไม่ จนกระทั่งเกิดระเบิดขึ้นสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้เด็กๆกลุ่มนี้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหน้านี้ ยังมีกรณีเช่นเดียวกันที่เด็กจีนจุดประทัด แล้วใส่ไปในท่อระบายน้ำ เป็นเหตุให้เด็กหญิงคนหนึ่งเสียชีวิต นับเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ปกครอง ที่ไม่ควรปล่อยปะละเลยให้เด็กแอบมาเล่นแบบนี้ เพราะอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ MThai News

เปิดรอบปฐมทัศน์
การ์ตูนไทย /  พารากอน ซีนีเพล็กซ์ / 

เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภา 2558 ที่ผ่านมา ศ.ดร.อภินันท์  โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นประธานรอบปฐมทัศน์ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง "อนันตา ศิลาพิชิตมาร" ร่วมด้วย ดร. วัลลภา พิมพ์ทอง ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง, รศ.ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์  ร่วมดูแลการผลิต, นายถิระวัฒน์ สุขพงษ์ นักวาดการ์ตูน, นายไกวัล กุลวัฒโนทัย ผู้แต่งเพลงประกอบแอนิเมชัน ณ พารากอน ซินีเพล็กซ์ ชั้น 6 พร้อมเปิดให้ชมภาพยนตร์แอนิเมชัน อนันตา ศิลาพิชิตมาร เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังได้แจกทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เข้าร่วมจัดกิจกรรม ประกวดการวาดภาพและจัดบอร์ดนิทรรศการในหัวข้อ “ฮีโร่ในใจเรา” โดยผู้ชนะเลิศระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ได้แก่ เด็กชาย คงวุฒิ สงวนไทร  และ เด็กหญิงณัฐชา เจริศสุข ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนสวนบัว รับทุนการศึกษา 8,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ ในภาพที่ชื่อว่า “พ่อผู้เสียสละ” และผู้ชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา ปีที่ 1-6 ได้แก่ ภาพที่ชื่อ “วีรบุรุษของข้าพเจ้าคือ อนันตา” จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนไชยฉิมพลีวิทยาลัย ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ อนันตา ศิลาพิชิตมาร อนิเมชั่นฝีมือคนไทย เข้าฉายแล้วทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 19 กุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไป ------------------------

รวบภารโรงหื่น ข่มขืนนร.วัย 15 มาราธอนข้ามปี
ข่มขืน /  ข่มขืนนักเรียน / 

ตำรวจเพชรบูรณ์ รวบภารโรงหื่น ข่มขืนมาราธอนเด็กนักเรียนหญิงวัย 15 ข้ามปี อาศัยจังหวะเด็กเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี สารภาพก่อเหตุกว่า 10 ครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (17 ก.พ.) แม่ของเด็กหญิงอายุ 15 ปี พร้อมตาของเด็ก เข้าร้องทุกข์เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ว่า นักการภารโรงของโรงเรียนแห่งหนึ่ง อายุ 56 ปีข่มขืนเด็ก ขณะไปเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี ที่สนามกีฬาของโรงเรียน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาผู้เสียหายเข้าพบนายอำเภอชนแดน และนักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ จากการสอบสวนพบว่า เด็กอายุ 15 ปี เป็นประธานนักเรียน อาศัยอยู่กับยาย ส่วนพ่อแม่แยกทางกัน ตั้งแต่เด็ก 2 ขวบ ต่อมาพ่อเสียชีวิต แม่ไปทำงานที่กทม. เด็กจึงอยู่กับยาย โดยยายของเด็ก เปิดเผยว่า สาเหตุที่เพิ่งทราบเรื่อง เพราะทางโรงเรียนทำหนังสือขออนุญาตนำเด็กไปเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี ที่สนามกีฬาโรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 11-13 ก.พ. คืนแรกหลังกิจกรรมเลิก ตอน 23.00 น. ก็ถูกภารโรง เดินมาหลังเต็นท์ อ้างว่าจะมาซ่อมไฟ พอเห็นปลอดคนก็แอบมุดเข้าไปในเต็นท์ และลงมือล่วงละเมิดเด็ก จากการสอบปากคำภารโรงคนดังกล่าว ยอมรับสารภาพว่าข่มขืนเด็กมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่เดือน ม.ค. 57 ต่อเนื่องถึงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา มากกว่า 10 ครั้ง โดยข่มขู่เด็กไม่ให้บอกใคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวภารโรงหื่นรายนี้ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปตามกฎหมาย ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

จูวอน เสิร์ฟแฟนมีตติ้ง หวานละมุนต้อนรับเดือนแห่งความรัก
2015 จูวอน แฟน มีตติ้ง ทัวร์ อิน ไทยแลนด์ ‘สวีท เมโลดี้’ /  A CHI Presents 2015 Joo Won Fan Meeting Tour in Thailand ‘Sweet Melody’ / 

2015 Joo Won Fan Meeting Tour in Thailand ‘Sweet Melody’ หวานละมุนต้อนรับเดือนแห่งความรัก พี่จ๋า จูวอน เสิร์ฟบทเพลงรักหวาน จับจองทุกตารางเมตรในฮอลล์และทุกภาคส่วนของหัวใจ! ประกาศว่าเป็นแฟนมีตติ้งเสียงเพลงแห่งความรัก ต้อนรับเดือนแห่งความรักทั้งที ดีกรีความโรแมนติกย่อมไม่ธรรมดา สำหรับ อะชิ พรีเซ้นต์ 2015 จูวอน แฟน มีตติ้ง ทัวร์ อิน ไทยแลนด์ ‘สวีท เมโลดี้’ (A CHI Presents 2015 Joo Won Fan Meeting Tour in Thailand ‘Sweet Melody’) แฟนมีตติ้งในเมืองไทยครั้งที่ 2 ของ จูวอน (JooWon) พระเอกเกาหลีสุดหล่อมากความสามารถจากซีรีส์ดัง อาทิ King of Baking Kim Tak-Goo , Ojakgyo Brothers , Bridal Mask , 7th Grade Civil Servant , Good Doctor และล่าสุดเขาก็เพิ่งจะขโมยหัวใจสาวๆ ด้วยบทบาท ชายูจิน คอนดักเตอร์ผู้เย่อหยิ่งในซีรีส์ Tomorrow Cantabile (Nodame Cantabile เวอร์ชั่นเกาหลี) กลับมาครั้งนี้แฟนคลับชาวไทยจึงพร้อมใจเรียกเขาว่า "พี่จ๋า" (โอราบังนีม) ตามนางเอกในเรื่องไปเรียบร้อย ด้านผู้จัดหน้าใหม่ใจเกินร้อยฝั่งไทย อะชิ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป (A CHI Entertainment Group) และ ซิม เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (Sim Entertainment) ต้นสังกัดของ จูวอน ที่เกาหลี ก็ขอแท็กทีมการันตีว่าวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ จะเปลี่ยนโรงภาพยนตร์สกาล่าสถานที่จัดงานให้กลายเป็นดินแดนแห่งความรักอย่างแน่นอน บรรยากาศ A CHI Presents 2015 Joo Won Fan Meeting Tour in Thailand ‘Sweet Melody’ เนืองแน่นไปด้วยแฟนคลับพี่จ๋ากันตั้งแต่หน้างาน และการเปิดฉากแฟนมีตติ้งด้วย VTR ฉากหวานๆ จากซีรีส์ Tomorrow Cantabile ขณะที่แฟนคลับแถวหน้ากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความรักของ ชายูจิน-ซอนแนอิล ก็มีเสียงกรี๊ดดังขึ้นจากแฟนคลับโซนหลังสุด เพราะพ่อหนุ่ม จูวอน ในชุดขาวปรากฏตัวอย่างสุดเซอร์ไรพร้ส์ พร้อมเดินมอบกุหลาบสีแดงแก่แฟนๆ จากทางด้านหลังฮอลล์ ทำเอาแฟนคลับกรี๊ด! ก็ใครจะไปคิดฝันว่านักแสดงในดวงใจจะโผล่มาให้เห็นในระยะประชิด! และตามสัญญางานนี้ จูวอน เตรียมเพลงรักหวานๆ มาให้ฟังกันจนหัวใจพองโต เริ่มต้นด้วย Innocente เพลงประกอบซีรีส์ Tomorrow Cantabile ที่ จูวอน ภูมิใจนำเสนอสุดๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่แฟนคลับได้ฟังเพลงนี้แบบสดๆ จากนั้นพิธีกรอารมณ์ดี วีเจคิว ธิติพันธ์ และล่ามคนเก่ง แจยอง ก็ก้าวขึ้นเวทีรับหน้าที่ และหลังจาก จูวอน กล่าวทักทายเรียกเสียงกริ๊ด เขาก็เผยความรู้สึกที่ได้จัดงานแฟนมีตติ้งในประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 ว่า "ครั้งนี้อยากเจอแฟนคลับใกล้ๆ ครับ เพราะรู้สึกว่าเราคุ้นเคย และทำตัวสบายๆ มากขึ้น ที่ออกมาจากด้านหลังก็เพราะต้องการเซอร์ไพร้ส์เลยนะครับ" เมื่อถูกถามว่าแฟนคลับไทยต่างจากแฟนคลับประเทศอื่นๆ อย่างไร พระเอกสุดหล่อของเราก็ตอบอย่างอารมณ์ดี "ตอนมาครั้งแรกคิดว่าแฟนไทยเป็นคนเงียบๆ เสียอีกนะครับ แต่พอเจอบ่อยๆ ก็รู้ว่าทุกคนมี passion เป็นคนกล้าหาญมากครับ ดีมากต้องแบบนี้แหละ!" ท่าทาง จูวอน จะติดใจหญิงไทยใจกล้าเสียแล้ว แถมยังฝากบอกแฟนไทยด้วยว่า "ช่วยปกป้องผมด้วยนะครับ" เพราะหลายบทบาทของ จูวอน ยังคงติดตรึงในหัวใจผู้ชม แต่ 2 บทบาทล่าสุดที่เขาแสดงนั้นมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้ง 'หมอพัคชีอน' แห่ง Good Doctor ที่มีบทบาทเป็นหนุ่มออทิสติกอัจฉริยะในวงการกุมารศัลยแพทย์ มีคาแรกเตอร์น่ารักและใสซื่อ ส่วน 'ชายูจิน' หรือ 'พี่จ๋า'(โอราบังนีม) แห่ง Tomorrow Cantabile นั้นเป็นคอนดักเตอร์ผู้แสนเย่อหยิ่ง เย็นชา เมื่อเปิด VTR ซีรีส์ทั้งสองเรื่องนี้เปรียบเทียบกัน จูวอน ก็บอกว่า ตัวตนจริงๆ ของเขาไม่ได้เป็นเหมือนทั้งคู่ พัคชีอน เป็นคนเงียบเกินไป ส่วน ชายูจิน ก็เย็นชา ไม่กล้าเปิดอกเรื่องความรัก แต่มีดีที่คอยปกป้องผู้หญิงอยู่ข้างหลังเสมอ ตัวจริงของเขานั้นขอเอาคาแรกเตอร์ทั้งสองเรื่องมารวมกันดีกว่า จูวอน พูดถึงซีรีส์ Good Doctor ว่าบทบาท พัคชีอน นั้นแสดงยาก แค่ต้องจำศัพท์การแพทย์ก็ลำบากแล้ว นี่ยังต้องแสดงเป็นคนที่มีอาการออทิสติกอีก จึงต้องคิดคอนเซ็ปต์การแสดงออกและการพูดเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกคนชมซีรีส์เรื่องนี้เพราะชาวเกาหลีมองซีรีส์เรื่องนี้ว่าเป็น Healing Drama (ซีรีส์บำบัด) ซึ่งตัวเขาเองได้แสดงเรื่องนี้ก็รู้สึกเหมือนได้บำบัดและรู้สึกอิ่มอุ่นในหัวใจไปด้วย จูวอน เผยว่าฉากที่ พัคชีอน เป็นฝ่ายโผเข้ากอดหมอชายุนซอ(มุนแชวอน) คือฉากโปรดในดวงใจ เพราะธรรมชาติของคนเป็นออทิสติกจะไม่ค่อยรู้สึกถึงความรัก แต่ฉากนี้ พัคชีอน กลับแสดงความกล้าหาญด้วยการเข้าไปกอด ส่วนฉากในจินตนาการที่พระนางไปออกเดทกันแล้วหมอพัคชีอนอาศัยทีเผลอจูบหมอชายุนซอ เบิ้ลไปถึง 2 รอบนั้น จูวอน แก้ตัวว่า "ที่จูบก็เพราะปากเธอเปื้อนไอศกรีมต่างหาก เหมือนในซีรีส์เรื่อง Ojakgyo Brothers น่ะครับ ที่ผมจูบนางเอกตอนเธอดื่มกาแฟ ถ้าใช้มือเช็ดปากเธอเหมือนคนทั่วไปก็คงไม่มีฉากแบบนี้ใช่มั้ยครับ? นั่นแหละผมเลยต้องทำแบบนี้" ส่วนซีรีส์ Tomorrow Cantabile ที่เพิ่งอวสานไป แค่มองตาผู้ชมในฮอลล์ก็รู้แล้วว่ามีแต่คนรอจะเป็น 'ซอนแนอิล' ของ 'พี่จ๋า' ทั้งนั้น บนเวทีก็เลยไม่พูดพร่ำทำเพลง จับฉลาก Lucky Fan 1 คนมารับบทสวมกอด Back Hug ให้คนทั้งฮอลล์อิจฉาเล่นๆ งานนี้พอแฟนคลับเรียก "พี่จ๋า" จูวอนก็ตอบเสียงนุ่มว่า "มาหาพี่มา" แล้วก็สวมกอดจากด้านหลังอย่างอบอุ่น ไม่ใช่แค่โอบธรรมดาๆ แต่พี่จ๋ายังแถมกระซิบคำรักข้างหูอีกด้วย หวานซะจนทั้งฮอลล์แทบหลอมละลาย! แต่ไม่ใช่แฟนคลับคนเดียวที่ได้รับโอกาสลักกี้แบบนี้ เพราะต่อมาทีมงานได้ยกต้นไม้ที่แฟนๆ แปะกระดาษโพสต์อิทเขียนคำขอที่อยากทำกับจูวอนขึ้นมาบนเวทีให้เจ้าตัวสุ่มเลือก 3 คน มีทั้งคำขอว่า 'อยากจ้องตาแล้วให้พี่จ๋าเรียกชื่อ', 'อยากถ่ายรูปเซลฟี่คู่กัน' และ 'อยากให้พี่จ๋าร้องเพลงให้ฟัง'... อย่างที่ จูวอน บอกไปว่าตัวเขาเองไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำเหมือน ชายูจิน ดังนั้นใครขออะไรมา พี่จ๋า จัดให้เกินคำขอทุกราย!! คนแรกได้จ้องตาสมใจและสลบเหมือดตอนถูกเรียกว่า "เมย์!! มาหาพี่มา" คนที่ 2 ที่ขอเซลฟี่ หนุ่ม จูวอน ก็บอกให้เปลี่ยนคำขอใหม่ เพราะยังไงก็ได้ถ่ายรูปโพลารอยด์ด้วยกันอยู่แล้ว หญิงไทยผู้โชคดีเลยรีเควสต์ขอกอดแน่นๆ เพิ่มอีก 1 หมับ ส่วนคนสุดท้ายที่ขอให้ จูวอน ร้องเพลงให้ฟัง เจ้าตัวบอกว่า "ผมมาที่นี่ก็เพื่อร้องเพลงให้คุณฟังอยู่แล้วนะครับ" ว่าแล้วก็เปลี่ยนคำขอเสียดื้อๆ แจก Back Hug ให้ฟินเต็มๆ! เพื่อยืนยันว่า จูวอน มาที่นี่เพื่อร้องเพลงให้ทุกคนฟัง ก็เลยจัดเพลง My Way To You ประกอบซีรีส์ 7th Grade Civil Servant ให้ฟังกันเสียเลย จากเวอร์ชั่นต้นฉบับของสองหนุ่มสมาชิกวง 2PM แต่งานนี้ จูวอน ขอควบสอง โชว์ทั้งเสียงหวานๆ แบบเสียงร้องของ จุนโฮ 2PM และแร็พเท่ๆ สไตล์ แทคยอน 2PM พร้อมด้วยท่าเต้นน่ารักมุ้งมิ้งสุดชีวิตซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัวของ จูวอน แต่เพียงผู้เดียว ต่อด้วยเสียงซึ้งๆ ในเพลง My Love เพลงประกอบซีรีส์ King of Baking , Kim Tak-Goo ผลงานการแสดงเดบิวต์ของ จูวอน ที่โกยเรตติ้งทะลุ 50% สูงเป็นประวัติการณ์ซีรีส์ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เมื่อโชว์ร้องเพลง 7th Grade Civil Servant ไปแล้ว อย่างนี้งานสายลับก็ต้องมา! ว่าแล้ว พระเอก จูวอน เลยได้รับภารกิจ 'สายลับ' ให้ตามหาแฟนคลับที่ใช้รูปของเขาเป็นหน้าจอมือถือ หากจับผิดคนสายลับจูวอนต้องถูกลงโทษ งานนี้พ่อหนุ่ม จูวอน กระโดดลงไปควานหา จูงมือแฟนคลับถึงโซนท้ายฮอลล์ให้ขึ้นมาบนเวทีเลยทีเดียว โดยแฟนคลับสาวใช้รูป จูวอน ที่เพิ่งแอบถ่ายในสนามบินขึ้นเป็นดิสเพลย์มือถือแบบฉุกเฉิน ทำเอา วีเจคิว ตัดสินว่าผิดกติกาและสายลับต้องถูกลงโทษ แต่ จูวอน ในภาคสายลับฮันกิลโรเด็กดื้อกลับไม่ยอมรับบทลงโทษ คว้ามือถือขึ้นมาถ่ายรูปเซลฟี่สวีทหวานคู่กับแฟนคลับ พร้อมบอกว่า "แค่นี้ก็มีรูปผมแล้วนะ เปลี่ยนดิสเพลย์ตอนนี้เลย!" ทุ่มเทขนาดนี้ก็ต้องยอมเค้าสินะ! และที่เกริ่นไปว่า จูวอน ยึดทุกพื้นที่ในฮอลล์นั้นเป็นความจริงแท้แน่นอน การันตีได้จาก VTR เซอร์ไพรส์ ซึ่งโชว์ให้เห็นภาพว่าพระเอกหนุ่มแอบเข้าไปนั่งตามเก้าอี้ต่างๆ ในฮอลล์ก่อนงานจะเริ่ม และแฟนคลับที่นั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับเขาใน VTR ทั้งหมด 6 คน ก็ได้เป็นผู้โชคดีที่ได้สิทธิ์ขึ้นเวทีเพื่อแข่งเต้น! และสาวเพียงคนเดียวที่ออกสเต็ปโดนใจ จูวอน ก็ได้รับสิทธิพิเศษด้วยการเป็นแบบให้ จูวอน วาดภาพ ซึ่งแม้เจ้าตัวจะไม่ถนัดเรื่องศิลปะ แต่ก็จรดปากกาวาดขึ้นด้วยความตั้งใจ โดยพระเอกหนุ่มวาดรูปเด็กผู้ชายใส่หมวกคู่กับเด็กหญิงมัดผมจุก โดยมีหัวใจสีแดงคั่นตรงกลาง ซึ่งเจ้าตัวอธิบายว่านี่คือผลงานศิลปะของเขาสมัยเรียนป.6 และผู้ชายในภาพก็คือตัวเขาตอน ป.6 ที่ยืนเคียงข้างแฟนคลับนั่นเอง หลังจาก จูวอน ทำให้บรรยากาศทั้งงานอบอวลไปด้วยความรัก ฟากแฟนๆ เองก็ต้องการสื่อให้เห็นความรักความห่วงใยที่มีให้เขาเช่นกัน ท้ายงานจึงมี VTR พิเศษจากแฟนคลับซึ่งบอกเล่าถึงความรู้สึก 1 ปีที่ผ่านไปจากงานแฟนมีตติ้งคราวก่อน สื่อความหมายว่าแฟนคลับไทยคิดถึงและห่วงใยเขามากเพียงไหน ก่อนจบด้วยการชูป้ายกระดาษ "Love Joowon เราจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป" ที่ผู้ชมทั้งฮอลล์พร้อมใจกันชูขึ้นเป็นโปรเจ็คที่ซาบซึ้งไปถึงขั้วหัวใจ จน จูวอน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เขากล่าวว่า "ที่ร้องไห้เพราะทุกคนรู้ถึงความรู้สึกของผม จึงส่ง VTR นี้เพื่อเป็นการปลอบใจ ไม่ว่าอย่างไรผมก็เป็นชาวต่างชาติสำหรับทุกคน จึงรู้สึกขอบคุณที่มีคนไทยรักผม การได้รับความรักจากคนต่างชาติต่างภาษาเป็นสิ่งที่ Amazing มากครับ" รวมทั้งเขายังสัญญาว่าจะคอยรายงานความเคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียลเสมอ เพื่อไม่ให้แฟนๆ ต้องเป็นห่วง พร้อมบอกว่าตอนนี้รับงานภาพยนตร์ไว้ 1 เรื่อง และกำลังมองหาบทบาทในซีรีส์เรื่องใหม่โดยจะเลือกบทบาทที่แฟนคลับถูกใจเป็นที่ตั้ง ส่งท้ายงานด้วยเสียงเพลงหวานๆ จากจูวอน อีก 3 เพลงรวด อย่าง Two Person (ต้นฉบับของ ซองชีคยอง) และอีก 2 เพลงจากซีรีส์ Good Doctor คือ Love Medicine และ If I Were ซึ่งก่อนจะลาจากกันไปก็มีกิจกรรมแฮนด์เชค ที่พิเศษสุดๆ เมื่อ จูวอน ลงทุนไปยืนรอให้แฟนคลับจับมือนุ่มๆ ที่ประตูทางออก จากนั้นยังตามด้วยกิจกรรมถ่ายรูปหมู่, เซลฟี่คู่ และแจกลายเซ็นให้กับผู้ที่ซื้อของที่ระลึกตามที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน... ให้แฟนคลับได้ดื่มด่ำความประทับใจจาก จูวอน ตั้งแต่ต้นจนจบนาทีสุดท้ายอย่างแท้จริง. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ใครอกหักมาทางนี้ หินนำโชค ช่วยคุณได้
ความรัก /  ความเชื่อ / 

หินนำโชค ด้านความรัก ยาสมานแผลชั้นเยี่ยม ของ คนอกหัก เพิ่งจะผ่านพ้นเดือนแห่งความรักกันไปไม่นาน คู่รักก็หวานชื่นกันสุดฤทธิ์ มอบดอกไม้ช่อโตให้คนอื่นอิจฉา เหลือไว้แต่เพียงคนโสดที่ต้องซื้อกุหลาบให้ตัวเอง แต่ไม่ต้องเสียใจไปค่ะ วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com มีคำแนะนำดีๆมาฝากเกี่ยวกับ หินนำโชค ด้านความรัก ที่จะช่วยให้คุณสมหวังในรัก จะมีหินชนิดใดบ้างมาดูกันค่ะ หินนำโชค ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นดารา เซเลบ ต่างก็หาซื้อ หินนำโชค ชนิดต่างๆตามที่ตัวเองมีความต้องการในด้านนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงิน สุขภาพ หรือแม้แต่ความรัก ที่เห็นจะได้รับความนิยมสูงที่สุดในตอนนี้สำหรับสาวๆเห็นจะเป็น หินที่ช่วยในด้านความรัก เพราะสีที่สวยหวาน ความหมายก็ดี๊ดี จะพลาดได้ยังไงกันคะ 1.โรสควอตซ์ (Rose Quartz) เป็นหินสีชมพูอ่อนใส มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ควอตซ์กุหลาบ” เกิดจากธาตุไทเทเนียม เหล็ก และแมงกานีส มีความเชื่อกันว่า ในสมัยโบราณ ชาวกรีก-โรมัน นำหินชนิดนี้มาบำบัดให้กับคนที่อกหัก หากผู้หญิงสวมใส่หรือพกไว้ จะทำให้มีอารมณ์ที่อ่อนหวาน หากเป็นผู้ชายก็จะช่วยให้ใจเย็นมากขึ้น นอกจากนี้แล้วยังมีความเชื่อกันอีกว่าสามารถช่วยในเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ให้รักใคร่กลมเกลียวกัน ขจัดความบาดหมางและให้อภัยซึ่งกันและกันได้ 2. มูนสโตน (Moonstone) เป็นหินมงคลที่คนไทยสมัยโบราณต้องมีไว้ในครอบครอง บางคนเรียกว่า หินมุกดาหาร มีเนื้อหินเป็นสีขาวนวลเหมือนกับแสงของดวงจันทร์อยู่ภายใน และมีเหลือบสีฟ้าที่สวยงาม  หินมูนสโตนเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเพศหญิงและธาตุน้ำ ช่วยในเรื่องการพัฒนาอารมณ์ ความรู้สึก และจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องความรัก หินชนิดนี้ สามารถสร้างพลังแห่งความรักให้คู่รัก และที่สำคัญ มูนสโตน มีพลังที่ทำให้ผู้ชายสามารถเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนในจิตใจผู้หญิงได้อีกด้วยค่ะ 3. คันไซต์ (Kunzite) เป็นหินทรงพลังขั้นสูง ช่วยต่อต้านพลังงานด้านลบและกระตุ้นพลังงานด้านดี มีสีชมพูอ่อน ชมพูแกมม่วง มีความเชื่อวา คันไซต์เป็นหินแห่งจิตใจและวัยสาว นำมาซึ่งความอ่อนเยาว์และความสดใสของผิวพรรณ ชาวทิเบตนิยมใช้หินชนิดนี้นำมาขัดถูผิวระหว่างอาบน้ำ ช่วยให้เซลล์เก่าหลุดลอกออกไป กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยลดรอยด่างดำหรือขจัดผิวหยาบกร้าน เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังมีความรักแต่ไม่กล้าบอก พลังของหินจะช่วยสะท้อนความรู้สึกในใจของเรา ให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับรู้โดยไม่ต้องเอ่ยปากค่ะ 4. ลาริมาร์ (Larimar) เป็นหินที่พบได้มากในแถบทะเลแคริบเบียน มีสีฟ้าอมเขียวมีลวดลายงดงามน่ารักมากค่ะ เชื่อกันว่าใครพกหินชนิดนี้ติดตัว หินจะพาคู่แท้หรือเนื้อคู่มาให้เจ้าของสำหรับคนโสด ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้ว หินจะมีพลังช่วยให้ค้นพบซึ่งกันและกันระหว่างตัวเองและคู่รัก ช่วยล้างพลังด้านลบจากตัวเราเองและคู่รัก ทำให้มีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาระหว่างกันและกัน อีกทั้งทำให้มีการพูดและฟังกันอย่างอดทน และประสานความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี ลาริมาร์ยังช่วยขจัดความเศร้าโศกเสียใจ ความแค้นเคือง และรักษาบาดแผลทางใจได้ด้วยค่ะ 5. มอร์แกไนท์ (Morganite) เป็นหินที่หายากและมีราคาแพงอีกชนิดหนึ่ง มีสีชมพูหวานสดใส ประกายแวววาวงดงาม ดูเผินๆ อาจจะคล้ายกับ Rose Quartz ต่างกันที่หินชนิดนี้จะเกิดประกายคล้ายแก้ว  มีความเชื่อว่าจะช่วยให้ผู้ที่เป็นเจ้าของ เป็นที่รักของผู้ที่มีอายุมากกว่า ได้รับความเห็น อกเห็นใจในการทำงาน รวมทั้งยังทำให้ได้สิ่งที่รักกลับคืนมา เหมาะกับสตรีมีครรภ์ เด็กหญิงในวัยเริ่มมีประจำเดือน และหญิงวัยหมดประจำเดือน ให้มีอารมณ์คงที่ ไม่หงุดหงิดง่าย รักษาสมดุลของฮอร์โมน ลดอาการหวาดกลัว วิตกกังวลต่างๆ บำบัดความเจ็บปวดในอดีตที่ฝังใจให้หมดสิ้น และสร้างกำลังใจ ให้รู้จักรักและภูมิใจในตัวเองมากขึ้นค่ะ รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆที่กำลังอกหัก กำลังเศร้าเสียใจ ควรรีบหามาสวมใส่ไว้นะคะ พลังจากหินจะช่วยให้สมหวังในความรัก ต่อไปโลกจะได้มีแต่สีชมพูให้คนอื่นได้อิจฉากันจร้า เรียบเรียงโดย : Horoscope mthai ที่มาจาก : http://www.oknation.net

ชาวบ้านรุมกระทืบหนุ่มเมา บุกเข้าบ้านลักพาตัวเด็กหญิงวัย 1ขวบ
ข่าวจังหวัดลำปาง /  คนเมา / 

ชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ หนุ่มคล้ายคนเมายา บุกเข้าบ้านอุ้มลักพาตัวเด็กหญิงวัย 1 ขวบ เจ้าตัวอ้าง จะพาเด็กไปเล่นด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า ที่จ.ลำปาง ชาวบ้านหมู่บ้านพรประสิทธิ์ ตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมือง จำนวนหลายสิบคนได้พากันเข้าจับกุมตัวนายโชคคง ธนบดีอาภา ภายหลังได้ก่อเหตุอุกอาจพยายามเข้าไปลักพาตัวเด็กหญิงวัยเพียง 1ขวบในบ้านหลังหนึ่ง โดยนายโอ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและพ่อของเด็กหญิงได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงสาเหตุการจับกุมตัวนายโชคคง ว่า ระหว่างที่ตนอยู่ที่ทำงานนั้น แม่ที่อยู่บ้านกับลูกสาวได้โทรศัพท์ไปหาว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้านแล้วอุ้มลูกสาวของตนไป แม่ของตนเห็นดังนั้นจึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้มาช่วยแต่คนร้ายกลับหนีไปได้ ส่วนตนนั้นพอวางสายก็รีบกลับบ้านทันที จากนั้นได้รวมพลชาวบ้านให้ช่วยตามหาตัวคนร้าย จนมาพบว่าแอบอยู่ในบ้านหลังหนึ่งจึงช่วยกันจับกุม แต่ด้วยความโมโหจึงได้เข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาแล้ว แต่เขายังให้การวกวน เนื่องจากมีอาการคล้ายคนเมา โดยเขาอ้างว่าเพียงว่ามาเที่ยวบ้านหลังนี้ และเห็นเด็กเล่นอยู่หน้าบ้านเลยอุ้มเด็กเพื่อจะพาไปเล่นในบ้านเท่านั้นไม่ได้หวังทำร้ายแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงควบคุมตัวไว้สอบสวนเพิ่มเติม และนำตัวไปตรวจหาสารเสพติด ก่อนจะแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป MThai News

พ่อ-แม่โวยลูกเป็นแพะ คดีปล้ำด.ญ.กวาดถนนช่วยแม่
กวาดถนน /  ข่มขืน / 

ญาติ-ชาวบ้าน โวยตำรวจจับแพะ ปมคดีไอ้หื่นไล่ปล้ำเด็กวัย 14 ขณะกวาดถนนช่วยแม่ ที่นครพนม รายงานข่าวแจ้งว่า ที่จ.นครพนม นายหาญ ชนะพจน์ อายุ 63ปี และนางจันทร์เพ็ญ หอมมาลี อายุ 60ปี บิดาและมารดาของนายไพศาล ชนะพจน์ อายุ 30 ปี พร้อมเพื่อนบ้านจำนวนกว่า 20 คน ได้เดินทางไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับนายไพศาล หลังตกเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุบุกปล้ำเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ขณะกำลังช่วยมารดากวาดถนนอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยนายหาญ เผยว่าสาเหตุที่เดินทางเข้ามาร้องเรียนในครั้งนี้ เนื่องจากไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้ เพราะเป็นคนสติไม่ค่อยดี อีกทั้งร่างกายไม่สมประกอบมีบาดแผลที่ขาจนทำให้เดินไม่ถนัด แต่คนร้ายในภาพวงจรปิดกลับวิ่งหนีได้อย่างคล่องแคล่ว ขณะเดียวกันในวันเกิดเหตุมีเพื่อน 4 คน ที่สามารถเป็นพยานยืนยันได้ว่า นายไพศาลอยู่ด้วยตลอดทั้งคืน เพราะทั้งหมดนอนอยู่ด้วยกัน เมื่อเป็นดังนั้นตนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้เดินทางมาพร้อมพยานเพื่อยืนยันในความบริสุทธิ์ของลูกชาย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตำรวจจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เพราะยังลอยนวลอยู่ MThai News

ช็อกโลก !! เด็กชายหญิงถูกจับขังกรงพร้อมขู่ย่างสดในซีเรีย  ?
กลุ่มไอเอส /  ย่างสด / 

รีทวิตว่อน !! กลุ่มเด็กชายหญิงถูกจับขังกรง พร้อมขู่สังหารด้วยการเผาทั้งเป็น ? แท้จริงเป็นแค่ฉากในการประท้วงผู้นำซีเรีย วานนี้ (15 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวช็อกโลกอีกครั้ง เมื่อมีการทวิตรูปภาพ ที่อ้างว่า เป็นเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มรัฐอิสลามใน อิรักและซีเรีย หรือ 'กลุ่มไอเอส' ปรากฏให้เห็นกลุ่มเด็กหญิงชาย ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในกรงเหล็ก ทั้งยังมีการแพร่ข้อความขู่สังหารเด็กๆเหล่านี้ ด้วยการเผาทั้งเป็น ดังเช่น ตัวประกัน นักบินชาวจอร์แดน ที่ถูกสังหารโหดด้วยวิธีเดียวกันนี้ จนกลายเป็นเรื่องฮือฮาไปทั่วโลก โดยรายงานระบุว่า การประท้วงครั้งนี้ เกิดขึ้นที่เมืองดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรีย ซึ่งผู้ประท้วงมีการถ่ายภาพให้ติดฉากคบเพลิงอยู่เบื้องหน้า ทั้งนี้เด็กที่ถูกจับขังกรง อยู่ชุดนักโทษสีส้มตามแบบฉบับของตัวประกัน ในเงื้อมมือของกลุ่มไอเอส โดยภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ครั้งแรก ผ่านเว็บไซต์ข่าวในประเทศอิรัก ซึ่งมีการรายงานว่า ภาพเหล่านี้เป็นเพียงการจัดฉาก เพื่อประท้วง ต่อต้านกองกำลังที่จงรักภัคดีต่อนาย บาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดี แห่งซีเรีย โดยการดึงเอาสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพื่อดึงดูดความสนใจจากประชาชนเท่านั้น พร้อมทั้งมีการชูป้ายเรียกร้องให้หยุดสังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ พร้อมด้วยการพร้อมใจกันออกมารวมพลังต่อต้านผ่านโลกออนไลน์ด้วยการ #‎demisturasupportskillers‬ ร่วมด้วยการแนบภาพเหยื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก ที่ถูกสังหารด้วยวิธีอันโหดร้ายในเดือนสิงหาคม ปี 2556 ทั้งในทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก ทั้งนี้สาเหตุของการประท้วง และออกมาต่อต้านการร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ เพื่อให้นายบาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดี ดำรงตำแหน่งผู้นำทางการเมืองต่ออีกสมัย  สืบเนื่องมาจาก การไม่พอใจที่ในอดีต บาชาร์ มีคำสั่งให้ใช้กำลังความรุนแรง ปราบปรามกลุ่มกบฏทางตอนใต้ของประเทศซีเรีย โดยครั้งนั้นได้มีการใช้อาวุธเคมี และการโจมตีทางอากาศ เพื่อเข่นฆ่าผู้ที่ออกมาต่อต้านขั้วอำนาจทางการเมืองของตน อย่างโหดร้ายทารุณ ไม่เว้นแม้แต่เด็กและสตรี โดยในครั้งนั้นมีผู้สังเวยชีวิตกว่า 1,400 ราย MThai News ที่มา Yahoo

ทึ่ง 7 เด็กอัจฉริยะอายุน้อยที่สุด ที่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย
ข่าวการศึกษา /  มหาวิทยาลัย / 

ทึ่ง 7 เด็กอัจฉริยะอายุน้อยที่สุด ที่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ทำไปได้ยังไง หลายคนต้องสงสัยแน่นอนว่า เด็กๆ กลุ่มนี้ที่มีอายุ 10 ต้นๆ หรือบางคนยังไม่ไถึง 10 ขวบ จะสามารถเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เทียบเท่ากับช่วงอายุวันเรียน 17-18 ปี ได้ยังไง แต่ขอบอกว่าเป็นไปแล้วค่ะ และมีเด็กฉริยะทางการเรียนรู้แบบนี้อีกมากมาย วันนี้ทีนเอ็มไทยขอแนะนำ 7 คนนี้กันก่อน  ทึ่ง 7 เด็กอัจฉริยะอายุน้อยที่สุด ที่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย 1. โช ยาโน (Sho Yano) ผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดที่เรียนจบแพทย์ เด็กอัจฉริยะไอคิว 200 จากชิคาโก้ ที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย Loyola ตอนอายุ 9 ปี และสำเร็จการศึกษา เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เมื่ออายุ 12 ปี และได้รับปริญญาเอกด้านพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลและชีววิทยาของเซลล์ เมื่ออายุ 18 ปี ต่อมาในวัย 21 ปี เขาได้สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกทางการแพทย์ สร้างประวัติศาสตร์ให้กับโรงเรียนแพทย์พริตซเกอร์ แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก กลายเป็นผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดที่เรียนจบแพทย์ แต่ดูเหมือนว่า ไม่ได้มีเพียง ยาโน เท่านั้นที่มีความฉลาดแบบเหลือเชื่อขนาดนี้ เพราะ ซายูริ น้องสาววัย 15 ปี ของเขา ก็กำลังเรียนปริญญาตรีใบที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกิ้น ในบัลติมอร์ ด้านการเล่นไวโอลิน หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยรูสเวลท์ อ่านเพิ่มเติ่มได้ที่ เด็กน้อยที่้เข้าเรียนแพทย์ตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น 2. Gregory Smith ผู้ก่อตั้งองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพ เกิดในปี 1990 อ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบ ความเป็นอัจฉริยะของเขานั้นยังไม่ได้ครึ่งของเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนี้ เมื่อเขาตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิ เด็ก Gregory Smith เป็นผู้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจใน ระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Clinton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง แต่ความสำเร็จครั้งล่าสุดที่เขาเพิ่งได้รับคือ…มีใบขับขี่เป็นของตัวเองได้ 3. ไอนาน โคว์เลย์ อัจฉริยะทางด้านเคมีชาวมาเลเซีย ที่สามารถผ่านการสอบเคมี สำหรับเด็กอายุ 16 เมื่อตอนเขาแค่ 7 ปี และปีต่อมาเขาเข้าศึกษาที่สิงคโปร์โพลีเทคนิค ถือว่าเป็นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่วนเคล็ดลับความสำเร็จของเขานั้น ไม่มีอะไรเลยจริงๆ เพราะพ่อของเขาบอกว่า เขาไม่เคยสอนอะไรให้แก่ลูกชายเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เขาเรียนรู้ ได้ด้วยตัวเอง 4. ทริสตัน ผัง เด็กอัจฉริยะด้านฟิสิกส์ เขาเริ่มอ่านคณิตศาสตร์ระดับมัธยมเมื่อตอนอายุ 2 ขวบ และผ่านการทดสอบคณิตศาสตร์ของเด็กที่โตกว่าเขา โดยได้คะแนนระดับ A มาตลอด จากนั้นได้รับอนุญาติให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยให้ศึกษาด้านฟิสิกส์ควอนตัม เมื่ออายุ 12 ซึ่งเขาได้สร้างเว็บไซต์เพื่อแบ่งปันความรู้ต่างๆ ให้กับคนอื่นอีกด้วย 5. เจค็อบ บาร์เน็ต เด็กอัจฉริยะ ว่าที่ไอน์สไตน์คนต่อไป - เจค็อบ เผยแววอัจฉริยะให้ได้เห็นเมื่ออายุได้ไม่ถึง 1 ขวบซะด้วยซ้ำ เขาเรียนรู้ตัวอักษรได้ก่อนที่เขาจะหัดเดิน ฟังคำสั้นๆ ได้เข้าใจและรู้เรื่อง - เจค็อบ เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ ส่วนน้องชายอีก 2 คน “อีธาน” มีความสนใจในเรื่องชีววิทยา และ “เวสลี่” สนใจเรื่องอุตุนิยมวิทยา - เมื่ออายุ 8 ขวบ เจค็อบเข้าเรียนสาขาดาราศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยอินเดียน่า และเรียนจบมหาวิทยาลัยเปอร์ดู ในวัย 10 ขวบ - เจค็อบ วัย 15 ปี ปัจจุบัน กำลังศึกษาระดับปริญญาโทเ พื่อที่จะต่อปริญญาเอก ในสาขาควอนตั้มฟิสิกส์ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ เจค็อบ บาร์เน็ต เด็กอัจฉริยะ ว่าที่ไอน์สไตน์คนต่อไป 6. อาร์แรน เฟอร์นานเดซ  วัย 14 ปี ชาวอังกฤษ ซึ่งไม่เคยเข้าโรงเรียน แต่เรียนหนังสือด้วยตัวเองโดยมีพ่อเป็นผู้ช่วยสอน จะได้สิทธิเรียนวิชาสาขาด้านคณิตศาสตร์ เขาเคยสอบได้ประกาศนียบัตรขั้นมัธยมด้วยเกรดชั้นเยี่ยม เพียง 5 ขวบ สามารถเอาชนะสถิติของน.ส.รูท ลอวเรนซ์ ซึ่งสอบได้ในวัย 9 ปี ทำให้มหาวิทยาลัยเสนอสถานที่เรียนให้ และถือเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแคมบริจด์ มหาวิทยาลัยชื่อดังก้องโลก อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ปี 1773 7. เอสเธอร์ โอเคด นักศึกษามหาวิทยาลัยที่อายุน้อยที่สุดในอังกฤษ  ข่าวล่าสุดของเดือนกุมภาพันธ์ ปี 58 เอสเธอร์ โอเคด เด็กหญิงวัย 10 ขวบ จากเมืองวอลซอล ประเทศอังกฤษ ที่เธอกลายมาเป็นหนึ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยที่อายุน้อยที่สุดในอังกฤษ หลังจากที่เพิ่งเริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง เอกคณิตศาสตร์ เมื่อ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยวัยเพียง 10 ขวบเท่านั้น ที่ผ่านมา เอสเธอร์ไม่ได้เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วๆ ไป แต่เธอเรียนที่บ้าน โดยมี เอฟ ผู้เป็นแม่คอยสอนให้ ซึ่งเธอกล่าวว่า ลูกของเธอทำได้ดีมาก สอบครั้งที่ผ่านมาก็ได้คะแนนเต็ม ตั้งแต่เอสเธอร์ อายุ 7 ขวบ เธอจะคอยถามฉันว่าเมื่อไหร่เธอจะได้เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยสักที ตอนนั้นฉันก็คิดว่าเธอยังเด็กเกินไป แต่เธอก็จะคอยถามซ้ำไปซ้ำมาว่าเมื่อไหร่ ๆ จนกระทั่งอายุได้ 10 ขวบ เธอก็ยืนยันว่า แม่ หนูว่ามันถึงเวลาที่หนูควรจะเริ่มได้แล้วนะ ในช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เอสเธอร์ก็เลยไปสมัครเข้าเรียน สอบสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ รวมไปถึงสอบวิชาเรียงความและคณิตศาสตร์ด้วย หลังจากนั้น 2 เดือน เธอก็ได้รับเลือกให้เข้าเรียน เอสเธอร์วางแผนว่า เธอจะต้องเรียนจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งให้ได้ภายใน 2 ปี และหลังจากนั้นก็ตั้งใจจะเรียนต่อไปจนถึงปริญญาเอก พร้อมกับใฝ่ฝั่นอยากจะเป็นอภิมหาเศรษฐินี ที่มีธนาคารเป็นของตัวเองด้วย ไม่เฉพาะเอสเธอร์เท่านั้นที่มีพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์ แต่น้องชายวัย 6 ขวบของเธอก็เดินตามรอยเท้าพี่สาวมาติด ๆ ในวิชาแคลคูลัส และคณิตศาสตร์ ต้องยอมรับและทึ่งในความสามารถของพวกเขาจริงๆ ตอนเราอายุเท่านี้ ยังไม่มีความสามารถเชี่ยวชาญเฉพาะด้านขนาดนี้เลย เก่งฝุดๆ เลยอ่ะ เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูลและภาพประกอบ pantip, petmaya, krobkruakao

เพจดัง วอนช่วยเหลือ น้องเกล3ขวบ ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
3ขวบ /  Drama Addict / 

เพจดัง วอนช่วยเหลือ น้องเกล3ขวบ ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว แฟนเพจ Drama-addict และ The Dark Knights ll ซึ่งก่อนหน้านี้เคยช่วยแชร์เรื่องราวของน้องการ์ตูนจนคนบนโลกออนไลน์ได้แชร์และช่วยเหลือจนประสบความสำเร็จ ล่าสุด2แฟนเพจดังได้แชร์เรื่องราวของน้องเกล เด็กหญิงวัย3ขวบ ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเรื้อรัง โดยระบุว่า น้องเกลทุกข์ทรมานกับโรคนี้มานานมาก ที่มาได้มีการรักษามาตลอดด้วยการทำเคมีบำบัดซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอปลูกการปลูกถ่ายไขกระดูก อันเป็นมาตรฐานการรักษาเดียวที่จะทำให้โรคหายขาด โดยการรักษาดังกล่าวต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้มีผู้ใจบุญและมูลนิธิต่างๆเข้ามาช่วยเหลือบ้างแล้ว แต่ที่สำคัญคือไขกระดูกที่จะปลูกถ่ายให้น้อง คือต้องรอความหวังจากการปลูกถ่ายไขกระดูกจากผู้บริจาค เนื่องจากน้องเกลเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องร่วมท้องที่จะสามารถบริจาคไขกระดูกได้ หากมีคนบริจาคไขกระดูกกันเยอะๆ ความหวังของน้องเกลก็จะมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากน้องเกลแล้วยังรวมถึงเด็กไทยทั่วประเทศจำนวนไม่น้อยที่ทุกข์ทรมานเพราะโรคนี้ ซึ่งหากใครสนใจบริจาคไขกระดูกให้สอบถามรายละเอียดจาก สภากาชาด ใครอยากเข้าไปช่วยเหลือหรือให้กำลังใจสามารถติดตามได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/gailandfamily MThai News