เด็กหญิง

ม.3เขียนเรียงความจับใจ ได้รางวัลที่ดินค่าครึ่งล้าน
ข่าววันนี้ /  ครูพิจิตรใจดีแจกที่ดิน 5 แสน / 

พิจิตร นักเรียน ม.3 เขียนเรียงความ หนูอยากเป็นคนดี ได้รับรางวัลเป็นที่ดินมูลค่าครึ่งล้าน สมความตั้งใจ นายนพรัตน์ ตั้งกิตติถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อม นายนริศ สังวารีย์ อดีต ผอ.โรงเรียน ซึ่งปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ ที่เป็นเจ้าของโครงการให้เขียนเรียงความ “หนูอยากเป็นคนดี” เพื่อชิงรางวัลที่ดิน 67 ตารางวา มูลค่าหลายแสนบาท โดยที่ดินดังกล่าวอยู่กลางเมืองสามง่าม ได้ทำพิธีจับสลาก ที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร ท่ามกลางสักขีพยานที่เป็นคณะครูอาจารย์และผู้ปกครองเพื่อมอบที่ดินให้กับเยาวชนที่ส่งเรียงความมามากกว่า 600 ราย และได้คัดเลือกผู้ที่เขียนเรียงความแล้วเข้าหลักเกณฑ์เป็นนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย 4 คน ระดับมัธยม 21 คน ระดับประถม 8 คน รวมแล้ว 33 คน นำรายชื่อมารวมกันแล้วจับรางวัล ปรากฏว่า ผู้โชคดีคือ เด็กหญิงสิรภัทร ไตรยุทธรงค์ หรือ น้องส้มจี๊ด นักเรียนชั้น ม.3/5 โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ที่เขียนเรียงความบรรยาย มีจินตนาการ ที่อยากเป็นคนดีในครอบครัว ในโรงเรียน ในสังคม เป็นที่ถูกใจคณะกรรมการ และโชคดีได้รับรางวัลเป็นที่ดินมูลค่าหลายแสนบาทจากการเขียนเรียงความครั้งนี้ดังกล่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง  ฮือฮา!! ครูพิจิตรใจดีแจกที่ดินมูลค่า 5 แสนให้นักเรียน

ซึ้งมาก! ความรักของแมวน้อย กับ เด็กหญิง ออทิสติก
ออทิสติก /  แมว / 

     เมื่อความรักของคนกับสัตว์ทำให้โลกของทั้งคู่สมบูรณ์ขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างเติมเต็มให้กันและกันเหมือนกับคู่นี้ น้องไอริส (Iris Grace Halmshaw) หนูน้อยชาวอังกฤษ วัยเพียง 4 ขวบ  เป็นเด็ก ออทิสติก เธอมีปัญหาด้านการสือสารและการแสดงอารมณ์ และที่สำคัญหนูน้อยไอริสไม่ชอบการเข้าสังคม หลังจากนั้นพ่อแม่ของเธอ จึงอยากหากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการของเธอให้ดีขึ้น พวกเขาจึงพาไอริสไปทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ที่ชื่อว่า ทูร่า (Thula) และแล้วจุดเริ่มต้นของมิตรภาพอันสวยงามก็เกิดขึ้น ตั้งแต่มีเจ้าทูล่าเข้ามาในชีวิต หนูน้อยไอริสก็เปลี่ยนไป เริ่มพูดจามากขึ้น จากที่ไม่ชอบแต่งตัวเพราะเธอรู้สึกอึดอัด ก็กลับมายอมใส่เสื้อผ้าแต่โดยดี นอนหลับง่ายขึ้น และพูดจาสื่อสารมากขึ้นด้วย เมื่อวันเวลาผ่านไป ทูล่า เป็นมากกว่าแมวธรรมดาตัวนึง แต่กลับกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของหนูน้อยไอริส เมื่อไอริสไปที่ไหน เจ้าแมวเหมียวก็จะแอบเดินตามไปด้วย เหมือนต่างคนต่างเป็นเงาของซึ่งกันและกัน ทั้งคู่ตัวติดกันตลอดเวลา แทบไม่อยากแยกจากกัน เจ้าทูล่าจะอยู่ใกล้ๆน้องไอริสเสมอ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ กิจกรรมสุดโปรดของไอริส ก็คือ การวาดรูป และ ผู้ช่วยคนเก่งของเธอก็คือเจ้าทูล่า ที่จะค่อยนั่งอยู่เคียงข้างให้กำลังใจอยู่เงียบๆ ไอริสมักจะเล่าเรื่องมากมายให้เจ้าทูล่าฟังอยู่เป็นประจำ หรือสอนเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้ท้องทะล ในตอนที่ทั้งคู่อาบน้ำอย่างมีความสุขด้วยกัน แมวจัดว่าว่าสัตว์ขี้เล่นแสนซน แม้เจ้าทูล่าจะซนสักแค่ไหน เธอก็ไม่เคยดุมัน มีครั้งนึงไอริสจับได้ว่าเจ้าแมวเหมียวใช้แปรงระบายสีรูปภาพของเธอจนเละ แต่เธอก็ยอมยกโทษให้เพื่อนที่แสนดีตัวนี้ ทุกครั้งที่เธอมีพฤติกรรมเป็นเด็กดีเรียบร้อยอ่อนหวาน แม่จะให้ดาวสีทองหนึ่งดวง เพื่อเป็นรางวัลของเด็กดี แทนที่เธอจะนำมันไปแปะในสมุด เธอกลับไปแปะไว้ที่หน้าน้องแมว ซึ่งเจ้าทูล่าก็ดูงงๆ! นี่เป็นรูปภาพฝีมือของน้องไอริส เราทุกคนมีพรสรรค์เพียงแต่ว่าเราจะหามันเจอหรือไม่  แม้เธอจะป่วยเป็นโรคออทิสติก แต่ฝีมือการวาดภาพของเธอก็ไม่ธรรมดา! สามารถประมูลขายได้ในราคาหลายร้อยดอลลาร์ มาติดตามความน่ารักของหนูน้อยไอริสและแมวเพื่อนรัก แล้วคุณจะหลงรักเธอทั้งคู่ irisgracepainting.com เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

Miss Ripley เล่ห์รักลวงหลอก [พากย์ไทย] ตอนที่14-1 อัพใหม่
Miss /  Ripley

จางมิรี เด็กหญิงกำพร้า ครอบครัวยากจนชาวญี่ปุ่นรับเธอไปเลี้ยงดู เธอทั้งเรียนเก่ง และฉลาด แต่เธอก็เรียนไม่จบ เพราะเธอถูกขายตัวเพื่อใช้หนี้พนันของพ่อบุญธรรมชาวญี่ปุ่น มิรีจึงหนีกลับไปเกาหลี และเธอก็ใช้ภาษาญี่ปุ่นที่ได้ติดตัวมา มาประกอบอาชีพล่ามที่เกาหลี โดยที่เธอสวมรอยวุฒิการศึกษาของ ฮีจู รุ่นน้องของเธอโดยไม่ตั้งใจ นี่การเริ่มต้นโกหกของมิรี การโกหกของมิรีทำให้เธอประสบความสำเร็จ เธอจึงเชื่อว่าการโกหกหลอกลวง ทำให้เธอมีอำนาจ อีกทั้งยังมีชายหนุ่มทั้ง ยูทากะ หนุ่มลูกครึ่ง เกาหลี ญี่ปุ่น ลูกชายเจ้าของโรงแรม เคยผิดหวังเรื่องความรัก จนได้เจอมิรี เค้ารู้สึกเหมือนมีคนมาแบ่งปันความเหงาในใจได้ กับ จางมยองฮุน ผู้จัดการโรงแรม อดีตหมอศัลยกรรมเป็นคนมุ่งมั่น แข็งแกร่งเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ที่มาตกหลุมรักเธอ หญิงสาวที่เคยจิตใจดี อ่อนแอ จึงกลายเป็นคนเลว และคิดว่าคำโกหกหลอกลวงจะนำพาอำนาจมาให้เธอ เรื่องราวจะเป็นงัย ติดตามซีรีย์ Miss Ripley

ประกาศรางวัลผู้โชคดี รับ Gift voucher ซาบีน่า เด็กหญิงมะม่วง
กิจกรรมวัยรุ่น /  ซาบีน่า

ดยทีนเอ็มไทยร่วมกับ ชุดชั้นในซาบีน่า ทำกิจรรม ร่วมกิจกรรมสนุก! ร่วมสนุกลุ้นรับ Gift voucher ซาบีน่า คอลเลคชั่นใหม่ “เด็กหญิงมะม่วง” เพียงตอบคำถามนิดเดียวก็ลุ้นรับ Gift Vouchers มูลค่า 500 บาท ของทางซาบีน่าไปเลย  ..  ประกาศรางวัลผู้โชคดี รับ Gift voucher ซาบีน่า เด็กหญิงมะม่วง ประกาศรางวัลผู้โชคดี รับ Gift voucher ซาบีน่า เด็กหญิงมะม่วง ประกาศรางวัลผู้โชคดี รับ Gift voucher ซาบีน่า เด็กหญิงมะม่วง จำนวน 3 รางวัล 1. manabas 2. Me_Moo 3. seafood_pt ส่งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อกลับมาที่ teen@mthai.com  ภายใน วันที่ 17 ก.ค. 2557 เพื่อรับของรางวัลนะคะ!! โดย เพื่อนๆ ที่ได้รับรางวัล สามารถนำ Gift Vouchers แทนเงินสด ชุดชั้นใน Sabina มูลค่า 500 บาท นี้ใช้แทนเงินสดสำหรับซื้อสินค้า Sabina รุ่น Pretty Perfect ในราคาปกติ และใช้ได้ที่  Sabina’ Shop ทุกสาขา ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ตุลาคม 2557 นี้เท่านั้นนะคะ  ติดตาม Sabina เพิ่มเติมได้ที่ http://www.sabina.co.th/th/ , https://www.facebook.com/sabina.click2

เศร้า!! เด็ก 2 ขวบ โดนไฟตู้ ATM ดูด กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา
เด็กโดนตู้เอทีเอ็มดูด /  เด็กโดนไฟตู้ ATM ดูด / 

เจ้าหน้าที่กู้ภัย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง โพสต์ภาพเด็กโดนไฟตู้ ATM ดูด ลงเฟซบุ๊ค เผยขณะนี้ยังนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไร้คนรับผิดชอบ วานนี้ (12 ส.ค.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิลนิธิกุศลสถานตรัง ใช้ชื่อว่า "สมาโชค" หรือ นายสมโชค โข้ยนึง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 2 ขวบ โดนไฟดูดที่ตู้ เอทีเอ็ม หน้าธนาคารแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ อ.ย่านตาขาว จ. ตรัง ลงบนเฟซบุ๊ค ซึ่งเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ข้อความยังได้ระบุอีกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ ด.ญ.เอ นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่รู้สึกตัว อยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง และยังไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงข้อความเขียนใส่กระดาษเขียนไปปิดไว้ที่ตู้เอทีเอ็มว่า "ตู้เสีย" ส่วนพ่อแม่น้องเอ เด็กหญิงผู้เคราะห์ร้าย ก็ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมาย จึงร้องขอความเป็นธรรมให้ลูกสาวผ่านทางเฟสบุ๊คของเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยย่านตาขาว อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นนั้น เจ้าของตู้เอทีเอ็ม และเจ้าของสถานที่ สถานีบริการน้ำมัน เอสโซ่ ถ.ตรัง-ปะเหลียน ในเขตเทศบาล ต.ย่านตาขาว จ.ตรัง ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิลนิธิกุศลสถานตรัง,นายสมโชค โข้ยนึง

ตุ๊กแกรักแป้งมาก : ดูแล้วมาคุยกัน จดหมายรัก วงการภาพยนตร์ไทย โดย ต้อม ยุทธเลิศ
ชนม์ทิดา อัศวเหม /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

ก่อนที่จะเข้าไปชมภาพยนตร์ชื่อแปลกอย่าง ตุ๊กแกรักแป้งมาก ดูจากการโปรโมทและตัวอย่าง ต้องขอยอมรับเลยว่าไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก ถึงแม้จะเป็นการย้อนวันวาน และ วัยเด็ก จากผกก.ขวัญใจอย่าง พี่ต้อม ยุทธเลิศ แต่ก็แน่นอนว่าเมื่อพิมพ์มาแบบนี้แล้ว หลังจากดูหนังก็ไม่ต่างอะไรจากฟ้ากับเหว เพราะนี่คือหนังไทยม้ามืด ที่หาดูได้ยาก และรอคอยมาตั้งนานแล้วนั่นเอง “ตุ๊กแกรักแป้งมาก” ภาพยนตร์ที่จะพาทุกคนย้อนอดีตกลับไปในยุคที่ผู้คนไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ใน โลกออนไลน์ แต่มันคือยุคอันสดใสของหนุ่มสาวที่ให้ค่าของความรักมากกว่าความเกลียดชัง เรื่องราวของหนุ่มสาวในยุคดิสโก้เฟื่องฟูเล่าผ่านความทรงจำวัยเยาว์ของเด็ก ชาย “ตุ๊กแก” (แสดงโดย เก้า จิรายุ ละอองมณี) ที่ถูกเลี้ยงเเละเติบโตที่เมืองโบราณริมฝั่งโขงอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ตลอดชีวิตวัยเด็กของตุ๊กแกได้ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่หลังโรงหนังช่วยครูป๋อง วาดคัทเอ้าท์ให้โรงหนัง “เพชรเชียงคาน” เมื่อโตขึ้น ตุ๊กแกเข้าไปเรียนศิลปะที่กรุงเทพฯ จนจบชั้น ปวช ตุ๊กแกก็ตัดสินใจออกมาช่วยเพื่อนรุ่นพี่ในกองถ่ายเพราะความที่ตุ๊กแกอยู่กับ หนังมาจนชอบหนังเป็นชีวิตจิตใจ เเละในเวลานั้นเองตุ๊กแกได้พบกับ “คุณแป้ง” คุณหนูลูกสาวนายอำเภอที่เคย เรียนอยู่ชั้นเดียวกับตุ๊กแกในอดีตเมื่อสิบกว่าปีที่เเล้ว สำหรับตุ๊กแก เขาไม่เคยลืมเด็กหญิงแป้งที่จากเชียงคานไปโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้ร่ำลาคนนี้ ไปจากความทรงจำเลย แต่การได้พบกับแป้งในครั้งนี้กลับไม่เหมือนดังเช่นในอดีต แป้งเปลี่ยนไปทั้งใจเเละกายจนตุ๊กแกเเทบจะจำเด็กหญิงที่แสนดีของเขาไม่ได้ แต่ด้วยความทรงจำอันดีในอดีต ตุ๊กแกตัดสินใจทิ้งทุกอย่างก่อนจะทุ่มสุดตัวเพื่อจะทำให้แป้งกลับมาเป็นแป้ง คนเดิมที่เขาเคยรู้จัก แม้ว่าจะต้องเสี่ยงกับการที่เขาจะสูญเสียเธอไปตลอดชีวิตก็ตาม ซึ่งสำหรับใครที่เคยดูหนังลายเส้นของพี่ต้อม ยุทธเลิศ ไม่ว่าจะเป็นทั้งหนังชุดมือปืน, หนังผีอย่าง บุปผา หรือแม้แต่กระทั่งหนังโรแมนติคอย่าง กุมภาพันธ์ และ รักสามเศร้า ก็จะพบว่าในแต่ละแนวหนังของพี่ต้อมแกนั่น สามารถคงความเป็นตนเองได้อย่างจับต้องได้ และ เข้าถึงคนดูมากๆสำหรับที่จูนติดกับตัวหนัง หรือเข้าใจในสิ่งที่พี่ต้อม มักจะหยิบเอาจากซอกเล็กๆในสังคมมาพูด โดยในผลงานใหม่อย่าง ตุ๊กแกรักแป้งมาก นี้ก็เช่นกัน แต่สิ่งที่ตัวหนังจะพูดถึงนั่นไม่ได้ไปไหนไกล แต่มันคือ วงการภาพยนตร์ไทย นี่เอง ที่ต้องขอบอกเลยว่าเซอร์ไพรส์มากๆกับที่เนื้อแท้ของมันแล้วคือ Cinema Paradiso ของเมืองไทยขนาดย่อมๆเลยก็ว่าได้ มีทั้งความหลงไหลในภาพยนตร์ แต่ก็สามารถกัดจิกถึงวงการนี้ได้อย่างแสบสันต์ ซึ่งถ้าเพียงนับเอาแค่ส่วนนี้ของหนังก็จัดได้ว่ากินขาดโดยที่ไม่ต้องไปมองในส่วนอื่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียนถึงอาชีพผู้กำกับ, การก๊อปปี้ถึงบุคลิกบุคคลที่มีอยู่จริงในวงการหนังไทยมาล้อเลียน หรือแม้แต่กระทั่งการหยิบสถานการณ์ต่างๆที่มักจะเกิดขึ้นในวงการของหนังไทย มากัดจิกได้อย่างมันส์ปาก แต่ทั้งนี่ทั้งนั่นสิ่งที่ทำไปก็ดูเหมือนจะเป็นเพราะด้วยความรักในวงการ และ ความรักในภาพยนตร์ ซึ่งใครที่เป็นคนรักหนังดูแล้วคงจะสะกิดใจได้เป็นระยะแน่นอน โดยมันผสมผสานกับอีกหนึ่งไม้ตายของหนัง นั่นคือการหวนคืนสู่วันวานในวัยเด็ก ทั้งในแง่ของวันวานของเรื่อง ภาพยนตร์ และ การใช้ชีวิต ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องถูกนำไปเปรียบเทียบกับ แฟนฉัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เนื่องด้วยบรรยากาศที่เกิดขึ้นใน เชียงคาน และรวมถึงการพูดถึงเรื่อง ภาพยนตร์ เป็นแกนหลักมากกว่า การหวนคืนครั้งนี้ของ ตุ๊กแก จึงเปรียบเสมือนได้เอาจิตวิญญาณวัยเด็กของตนเข้าไปอยู่ในโรงหนัง โดยมีเพื่อนสนิทนั่งอยู่ข้างๆมากกว่าจะไปลงเล่นในสนามอย่าง เช่น แฟนฉัน ทำ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าใครเป็นคอหนังก็น่าจะชื่นชอบกันทั้งในแง่ของการที่ได้ระลึกถึงเพื่อนในวัยเด็ก และสิ่งที่ตนเองเคยหลงไหลอย่าง ภาพยนตร์ การรับบทนำของ เก้า จิรายุ ในครั้งนี้ก็ต้องขอชื่นชมว่าสามารถแสดงออกมาได้ดีกว่าหนังเรื่องอื่นๆที่ผ่านมา เช่นกันกับด้านของนางเอกสาวอย่าง เพลง ชนม์ทิดา ที่สามารถโดดเข้ามารับงานแสดงได้อย่างไม่น่าขัดตาม รวมถึงน้องแม็ค และ น้องพรีม ชนิกานต์ ตัวเอกในวัยเด็กที่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับหนัง ก็ไม่ได้เพียงแต่มาเพื่อ ฟูมฟาย แต่ทั้งคู่ก็สามารถมอบการแสดงที่ส่งผลประกอบมายังสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย ซึ่ง ตุ๊กแกรักแป้งมาก เนี่ย มันก็น่าขำเหมือนกันนะ ที่ตัวหนังแท้จริงแล้วมันก็ไม่ต่างจากประโยคนึงที่ในหนังได้อธิบายไว้ ว่า บทมันดี มันเป็นหนังที่ไม่เคยมีใครสร้างมานานแล้ว แต่ถ้าหากว่าจะให้สร้างเอง ก็คงไม่ค่อยมีค่ายไหนกล้ายอมเสี่ยง เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า ถ้าหากคุณเป็นคนรักหนัง เป็นคอหนัง ต้องห้ามพลาดทุกประการครับ เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ครับ

นวัตกรรมการตรวจ มะเร็งปากมดลูก จากปัสสาวะ
ตรวจปัสสาวะ /  ติดกาแฟ / 

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม แต่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในผู้หญิงไทยมากเป็นอันดับ 1  พบในผู้หญิงช่วงอายุ 30-60 ปีจากข้อมูลล่าสุดของสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก (GLOBOCAN 2008)  พบว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วย มะเร็งปากมดลูก รายใหม่ประมาณ10,000  คนต่อปี และในแต่ละปีมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตจาก มะเร็งปากมดลูก ประมาณ 5,200 คนหรือเฉลี่ยวันละ 14 คน  ทั้ง ๆ ที่มะเร็งปากมดลูกนั้นเป็นมะเร็งที่ป้องกันได้ สาเหตุของ มะเร็งปากมดลูก จากการศึกษาวิจัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980  พบว่า มะเร็งปากมดลูก นั้นมีสาเหตุจากไวรัสฮิวแมนแปปิโลมา (HPV) ซึ่งสามารถจำแนกสายพันธุ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิด มะเร็งปากมดลูก ได้เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยคือ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 พบรวมกันราวร้อยละ 70 ของทั้งหมด ส่วนใหญ่ของการติดเชื้อ HPV บริเวณอวัยวะเพศจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีเชื้อ HPV ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการทั้งในผู้หญิงและในผู้ชายสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยง (risk factors) อื่น ๆ เช่น ปัจจัยเสี่ยงทางนรีเวช การมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย การตั้งครรภ์หรือมีลูกหลายคน การมีประวัติเป็นกามโรค การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน การไม่มารับการตรวจคัดโรค มะเร็งปากมดลูก ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายชาย สตรีที่มีสามีเป็นมะเร็งขององคชาต สตรีที่แต่งงานกับชายที่เคยมีภรรยาเป็น มะเร็งปากมดลูก ผู้ชายที่เคยเป็นกามโรค ผู้ชายที่มีประสบการณ์ทางเพศตั้งแต่อายุน้อย ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ การสูบบุหรี่ ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ สตรีที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ พันธุกรรม การขาดสารอาหารบางชนิด การป้องกัน มะเร็งปากมดลูก การป้องกันทำได้โดยการตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ในสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปี หรือเริ่มตรวจในสตรีที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปนอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุหรือลดปัจจัยเสี่ยงของ มะเร็งปากมดลูก เช่นการละเว้นการมีเพศสัมพันธ์ การใช้ถุงยางอนามัยคุมกำเนิดการซื่อสัตย์ต่อคู่นอนโดยการมีคู่นอนคนเดียว การฉีด HPV vaccine เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ HPV การตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก คือการตรวจหาความผิดปกติในระยะเริ่มแรกของปากมดลูกที่สูติ นรีแพทย์ใช้อยู่และเป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน คือ การตรวจทางเซลล์วิทยาของปากมดลูก (cervical cytology) หรือ Pap smear ซึ่งเป็นการตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกที่เป็นผลจากการติดเชื้อ HPV เพื่อทำการสืบค้นและรักษาไม่ให้ดำเนินโรคเป็น มะเร็งปากมดลูก การตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธุ์ก่อมะเร็งที่ปากมดลูก หรือ HPV DNA testing เป็นการตรวจหาตัวเชื้อโดยตรงบริเวญปากมดลูกและผนังช่องคลอด การตรวจหาเชื้อไวรัส HPV จากปัสสาวะ ในอดีตได้เริ่มมีการตรวจทางเซลล์วิทยาปากมดลูก ซึ่งพบว่าสามารถลดอุบัติการณ์ของการเกิด มะเร็งปากมดลูก ได้ ถ้ามีความครอบคลุมของการตรวจในกลุ่มประชากรสูง เช่น ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว  ดังนั้นจึงใช้การตรวจทางเซลล์วิทยาเป็นวิธีการตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก ที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก ตัวอย่างส่งตรวจนิยมใช้ liquid-based cytology (LBC) โดยอาศัยนรีแพทย์ในการเก็บตัวอย่างเซลล์ที่บริเวณปากมดลูก แม้จะเป็นที่ยอมรับและมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อจำกัดหลายประการ ที่สำคัญคือ ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ยังไม่กล้าตรวจ ด้วยเหตุผลหลัก คือเขินอายกลัวเจ็บและไม่มีเวลา ไม่สะดวก ดังนั้นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการพัฒนาและนำไปสู่การตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก การตรวจหา HPV DNA ในน้ำปัสสาวะน่าจะมีความเป็นไปได้ ขั้นตอนการตรวจ จะทำการเก็บปัสสาวะโดยเก็บปัสสาวะในบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดเชื้อ ให้มีปริมาตรอย่างน้อย 15-30 มิลลิลิตร (ที่เหมาะสมที่สุดคือปัสสาวะในช่วงแรก) หลังจากส่งตัวอย่างให้เจ้าหน้าที่แล้ว จะใช้ระเวลาในการตรวจทางหห้องปฏิบัติการประมาณ 4 ชั่วโมงและสามารถแจ้งผลการตรวจได้ภายใน 3 วัน ในกรณีที่ผลการตรวจเป็น Positive คือพบเชื้อ HPV จากปัสสาวะ ต้องเข้ารับการตรวจเพื่อยืนยันผล โดยการทำ pap smear โดยสูติ นรีแพทย์ ต่อไป ส่วนในกรณีที่ผลการตรวจเป็น Negative คือตรวจไม่พบเชื้อ HPV ก็สบายใจได้ค่ะแต่ก็ควรทำการตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี ข้อดี - เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้หญิง ในการตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก เบื้องต้น(Pre-screening program) ที่ผู้หญิงที่กลัวและไม่ยอมเข้ารับการตรวจภายในเพื่อเก็บตัวอย่างส่งตรวจ - มีความสะดวกมากในการเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง - ลดจำนวนผู้ป่วย มะเร็งปากมดลูก เนื่องจากมีผู้รับการตรวจคัดกรองมากขึ้น ข้อด้อย - การใช้ตัวอย่างน้ำปัสสาวะนั้น คือการตรวจหา DNA ในปัสสาวะนั้นทำได้ยาก เนื่องจากตัวอย่างที่ได้อาจมีความเจือจาง และมีการปนเปื้อนของ urea และ nitrites และสารอื่นๆที่สามารถยับยั้งปฏิกิริยา polymerase chain reaction ได้ - อาจมีการปนเปื้อนของแบคทีเรียอื่นๆด้วย และอาจทำให้ตรวจไม่พบ HPV DNA หรือให้ผลการทดลองที่คลาดเคลื่อน - ความแม่นยำของผลการตรวจไม่เทียบเท่าการตรวจโดยการเก็บเซลล์ตัวอย่างจากปากมดลูกโดยตรง (Pap smear) กลุ่มที่เหมาะกับการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV จากปัสสาวะ วัยรุ่น หรือเด็กหญิง ที่ต้องการตรวจก่อน หรือหลังรับบริการฉีดวัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก ผู้สูงอายุ ที่ไม่สะดวกในการตรวจ Pap smear คนที่เขินอาย กลัวเจ็บ และปฏิเสธการตรวจ Pap smear อย่าสิ้นเชิง "การตรวจหาเชื้อไวรัส HPV จากปัสสาวะ ไม่ใช่วิธีที่มาทดแทนการตรวจ pap smear แต่จะมีประโยชน์มากสำหรับกลุ่มผู้หญิงที่กลัวหรืออาย และไม่ยอมเข้ารับการตรวจภายใน วิธีนี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้หญิงได้รับการตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก มากขึ้น สามารถลดจำนวนผู้ป่วย มะเร็งปากมดลูก ลงได้แต่สำหรับผู้หญิงที่เคยตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก โดยการตรวจ pap smear เป็นประจำทุกปีโดยสูติ นรีแพทย์อยู่แล้วนั้นวิธีการนี้คงไม่จำเป็น เพราะคุณได้รับการตรวจที่ดีที่สุดและแม่นยำที่สุดอยู่แล้ว" ขอบคุณที่มาจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช

สะเทือนขวัญ ฆ่ายกครัวในสหรัฐฯดับ8ศพ
ฆ่ายกครัว /  ฆ่ายกครัวในสหรัฐ / 

ฆ่ายกครัวในสหรัฐฯดับ8ศพ ผู้ก่อเหตุยิงตัวตายทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเบลล์ รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า นายโรเบิร์ต ชูลซ์ นายอำเภอเขตกิลคริสต์ แถลงเรื่องการเกิดเหตุกราดยิงภายในบ้านหลังหนึ่ง ที่เมืองเบลล์ ทางตอนกลางของรัฐฟลอริดา เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยภายในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 8 ศพ แบ่งเป็นเด็กชาย 2 ศพ และเด็กหญิง 4 ศพซึ่งเป็นพี่น้องกัน อายุระหว่าง 3 เดือน -11 ปี และผู้ใหญ่ 2 ศพ คือน.ส.ซาราห์ สปิริต อายุ 28 ปี และนายดอน สปิริต ซึ่งเป็นบิดาของหญิงผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุร้ายจากนายดิน สปิริต จึงส่งกำลังไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ แล้วพบกับนายดอน สปิริต ซึ่งยิงตัวตายทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการสันนิษฐานทันทีว่า ชายวัย 51 ปีอาจเป็นผู้ก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ เนื่องจากเมื่อตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบเคยรับโทษจำคุกเมื่อปี 2543 และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2549 อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เผยว่า น.ส.ซาราห์ สปิริต เป็นมารดาของเด็กทั้ง 6 คนหรือไม่ MThai News

พ่อแม่ตกงานตามหาลูกถูกหลอก หายตัวลึกลับทาง Facebook
Facebook /  ช่วยเหลือ / 

เด็กหญิงวัย 13 ปี ถูกล่อลวงทางเฟซบุ๊ก หาย 10 วัน ตำรวจเร่งตามหาตัว ส่วนพ่อแม่ ตกงาน หลังต้องลาหยุดตามหาลูก กรณี นายบุญโชค สังข์คร อายุ 40 ปี และ นางนุชจรี สังข์คร อายุ 43 ปี สองสามีภรรยา บ้านเลขที่ ม.4 ต.ทรายขาว เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล ผบก.ภ.จว.กระบี่ ให้ช่วยสืบหาตัวบุตรสาวชื่อ ด.ญ.สิรินาฎ หรือ น้องมิล สังข์คร อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลทรายขาว ที่หายตัวออกจากบ้าน ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ทรายขาว แต่ยังไม่พบตัว พ่อแม่ระบุว่า ลูกสาวถูกหลอกทางเฟซบุ๊ก หลังจากชายคนหนึ่งได้เข้ามาตีสนิท ความคืบหน้าวันที่ 6 ส.ค. 57 ทาง พ.ต.ท.พิษณุ พ่วงพร้อม รอง ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ผบก.ภ.จว.กระบี่ ได้ลงพื้นที่สืบสวนเรื่องดังกล่าวเพื่อหาตัว น้องมิล หลังจากสืบสวนแล้วทราบว่า ชายคนดังกล่าวที่เล่นเฟซบุ๊กกับ น้องมิล ได้ล่อลวงให้ขึ้นรถมาจาก ต.ทรายขาว มาลงที่เขตเทศบาลตำบลเหนือคลอง อยู่ห่างจาก ต.ทรายขาว ประมาณ 70 กม. ก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งได้ร่วมกับทางชุดสืบสวนและชุดปราบปราม สภ.เหนือคลอง ออกติดตามหาตัว แต่เบื้องต้นยังไม่พบตัว นายสิทธิชัย บ่อม่วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.ทรายขาว กล่าวว่า ในส่วนของพ่อแม่น้องมิลนั้น ล่าสุดต้องตกงานแล้ว หลังจากออกตามหาตัวลูกสาวมานานเกือบ 10 วัน โดย นายบุญโชค ทำงานรับจ้างเลี้ยงปลา ส่วน นางนุชจรี ทำงานรับจ้างขายอาหาร ซึ่งทางนายจ้างของทั้ง 2 คนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้หาลูกจ้างใหม่ เพราะไม่มั่นใจว่าทั้ง 2 คน จะกลับไปทำงานเมื่อใด ส่งผลให้ครอบครัวนี้อยู่อย่างลำบากมากขึ้นทางชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อให้ตามหาลูกสาวให้เจอโดยเร็ว

ชาวเน็ตจีนยกย่อง เด็กนักเรียนหญิงแบกเพื่อนไปเรียนกว่า 3 ปี
นักเรียนจีนแบกเพื่อนไปเรียน /  เด็กจีนแบกเพื่อนไปเรียนกว่า 3 ปี / 

ชาวเน็ตจีนยกย่อง เด็กนักเรียนหญิงแบกเพื่อนไปเรียนกว่า 3 ปี ระยะทางร่วม 6ก.ม. วันนี้(11 ส.ค.)He Qin-jiao เด็กหญิงวัย 13 ปี ที่มณฑล Hunan ประเทศจีนได้แสดงออกถึงตัวอย่างเยี่ยมยอดของมิตรภาพและความมีน้ำใจเด็กหญิงผู้มีน้ำใจรายนี้แบกเพื่อนสนิทร่วมห้องเรียนที่เพิ่งจะเป็นโรคโปลิโอขึ้นบนหลังพาไปกลับโรงเรียนทุกวันเป็นเวลากว่าสามปีแล้วระยะทางไปกลับร่วม 4 ไมล์  (6.4 กิโลเมตร)เรื่องราวของเด็กหญิงรายนี้ประทับใจผู้ใช้งานอินเตอร์แนตชาวจีนมากต่างพากันตั้งชื่อเธอว่า นักเรียนชาวจีนที่งดงามที่สุดเ มื่อ He Qin-jiao อายุได้  9 ปี เธอได้รับรู้ว่าเพื่อนสนิทของเธอ He Ying-huiไม่สามารถไปโรงเรียนได้อีกต่อไปแล้ว เพราะเริ่มมีอาการของโรคโปลิโอประกอบกับทางครอบครัวเธอมีงานยุ่งมาก จนไม่สามารถไปรับไปส่งเธอที่โรงเรียนได้ดังนั้น He Qin-jiao จึงตัดสินใจแบกรับภาระหน้าที่ดังกล่าวนี้แทนด้วยการแบกเพื่อนสนิทไปกลับโรงเรียนเป็นเวลากว่า 3 ปีจนกระทั่งรัฐบาลมณฑลท้องถิ่นทราบเรื่องราวจิตอาสาของเธอ จึงได้มอบรถล้อเลื่อนสำหรับคนพิการให้กับ He Ying-hui เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว แต่  He Qin-jiao รู้ดีว่าภาระความรับผิดชอบกับเพื่อนสนิทยังไม่จบสิ้นเธอยังคงตื่นราว 6 โมงเช้า ช่วยงานในบ้านจนเสร็จเรียบร้อยแล้วจะรีบไปที่บ้านของ He Ying-hui เพื่อเข็นรถเธอไปกลับโรงเรียนเหมือนที่ผ่านมาและเมื่อถึงโรงเรียนแล้ว เธอจะแบกเพื่อนเธอขึ้นบนหลังไปเรียนบนชั้น 2 ของโรงเรียนเรื่องราวที่สร้างความประทับใจมีการบอกต่อ ๆ กันในโลกออนไลน์ของจีน ผู้คนนับแสนต่างชื่นชมความเป็นวีรสตรีและจิตใจที่งดงามของเธอแต่ He Qin-jiao กลับถ่อมตนและพูดว่า" แม้จะเป็นเรื่องดีที่บอกเล่ากันแต่หนูไม่ได้ทำเพื่อสิ่งเหล่านี้เ ธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของหนู  และการไปโรงเรียนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถ้าขาดเธอไปเรียนด้วย ดังนั้นการแบกเธอไปโรงเรียนด้วยคือสิ่งที่หนูจะทำหนูไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ พวกเราต่างมีเวลาได้พูดคุยกันทุกวันช่วงเวลาไปและกลับจากโรงเรียน " และในตอนที่โรงเรียนให้เขียนเรียงความหัวข้อเรื่องคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนักเรียน  He Ying-hui ได้เขียนถึง He Qin-jiao " เธอ He Qin-jiao ได้ใช้บ่าของเธอพาหนูขึ้นสู่ท้องฟ้าหนูคงไม่ได้ไปโรงเรียนต่อไปอีกแล้ว ถ้าเธอไม่ได้ช่วยหนู เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของหนู และเป็นเพื่อนที่คนเราควรจะมี " MThai News 

รปภ.หื่นข่มขืนเด็กหญิง 8 ขวบ ที่อ่างทอง
ข่มขืนเด็ก8ขวบ /  รปภ.ข่มขืนเด็กหญิง8ขวบ / 

เด็กหญิงวัย 8 ขวบ เคราะห์ร้าย โดน รภป. มีศักดิ์เป็นพี่เขย ข่มขืนถึง 2 ครั้ง ร.ต.ท. มีศักดิ์ สีทอง ร้อยเวรสอบสวน สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง รับแจ้งมีเหตุเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ ถูกข่มขืนกระทำชำเราโดยผู้เป็นแม่ พาตัวลูกสาวเข้าแจ้งความ ระบุว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2557 ช่วงเย็นหลังจากที่กลับจากทำงาน พบลูกสาวมีเลือดไหลที่อวัยวะเพศ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าโมก โดยเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้ายมีอาการหวาดกลัว และร้องไห้ พร้อมระบุว่า ถูกพี่เขย อายุ 30 ปี รปภ.ของบริษัทแห่งหนึ่ง พาไปทุ่งนาและบังคับให้ถอดกางเกง พร้อมนำนิ้วมือสอดใส่ที่อวัยวะเพศ จากนั้นก็ใช้อวัยวะเพศสอดใส่ มีการพูดข่มขู่ว่าไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกใคร ผลตรวจเบื้องต้นพบว่าอวัยวะเพศฉีกขาด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าควบคุมตัวพี่เขยมาทำการสอบสวน จนรับสารภาพว่า กระทำชำเราโดยการนำนิ้วมือสอดใส่ที่อวัยวะเพศจริง แต่ไม่ได้ใช้อวัยวะเพศสอดใส่ และทำมาแล้ว 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีต่อไป

5 อันดับข่าวฮอต ประจำวันที่ 26 ส.ค. 57
5 อันดับข่าวฮอต /  Mthai News / 

5 อันดับข่าวฮอต ประจำวันที่ 26 ส.ค. 57 อันดับ1 จับล็อบสเตอร์สีน้ำเงินได้ มีแค่1ใน2ล้านตัว งดงามมาก เกิดเรื่องราวสุดฮือฮาขึ้น เมื่อเจ ลาเพลนต์ สามารถจับกุ้งล็อบสเตอร์สีน้ำเงินได้ (อ่านต่อ) อันดับ2 วัดหรือซ่องโจร? ทหารบุกค้นวัดดังพบยาบ้า-อาวุธ อื้อ ทหารจากกองพันทหารราบที่ 21 บุกค้นวัดห้วยปราบ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน พบยาบ้า-อาวุธ อื้อ (อ่านต่อ) อันดับ3 พบแล้ว 6น.ศ.ม.เทคโนโลยีสุรนารี หลงป่าอช.ทับลาน เจ้าหน้าที่พบแล้ว! 6 นักศึกษาหลงป่า อุทยานแห่งชาติทับลาน บาดเจ็บ 1 คนเวลา รับแจ้งมีนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พลัดหลงป่ากับเพื่อนเข้าไปในป่า บริเวณน้ำตกสวนห้อม (อ่านต่อ) อันดับ4 พ่อเลี้ยงโหดใช้บุหรี่จี้ทำร้ายลูกเลี้ยงวัย3ขวบ เกิดเหตุพ่อเลี้ยงวัย 17 ปี ใช้บุหรี่จี้ลูกสาววัย 3 ขวบ เพื่อนบ้านแจ้งตำรวจเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ ถูกพ่อทำร้ายร่างกาย (อ่านต่อ) อันดับ5 เมืองอุดรฯ ฮือฮา หนุ่มใหญ่แจกไข่ไก่ 2 แสนฟอง นักธุรกิจเมืองอุดรฯ ถูกหวยรวยอื้อซ่ากว่า 20 ล้าน ลงทุนซื้อไข่ไก่ 200,000 ฟองแจกชาวบ้าน (อ่านต่อ) MThai News

ไอ้เหี้ยม! ฆ่าน้องเนม เด็ก4ขวบ ซุกท่อบุคคโล
ข่าว /  ฆ่าซุกท่อ / 

ฆ่าน้องเนม เด็ก 4 ขวบ ยัดถุงดำซุกท่อระบายน้ำ ล่าฆาตกรเชื่อเป็นคนละแวกที่เกิดเหตุ กรณี ข่าวน้องเนม เด็กหญิงวัย 4 ขวบ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น  ได้รับรายงานจากตำรวจท้องที่ สน.บุคคโล พบศพเด็กหญิงวัยประมาณ 4 ขวบ  ซึ่งทราบว่าญาติได้แจ้งหายไว้เมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา โดยสภาพศพ เด็กอยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูถูกถลกขึ้นมาถึงหน้าอก ไม่สวมกางเกงใน ไม่สวมรองเท้า มีบาดแผลถูกของแข็งทุบศีรษะจนกะโหลกร้าว และคนร้ายได้นำศพมาซุกซ่อนไว้ในท่อระบายน้ำ  สันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน  หลังจากฝ่ายสืบสวนแกะรอยไล่กล้องวงจรปิด พบฆาตกรเป็นชายเสื้อขาวกางเกงยีนส์เดินจูงมือหนูน้อยหายไปทางอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุ  คาดอาจถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วย ด้านรอง“พล.ต.ต.ฐิติราช ” สั่งล่าฆาตกร เชื่อเป็นคนละแวกที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ด.ญ.วิกานดา หรือ น้องเนม อายุ 4 ปี หายไปจากตรอกศาลเจ้าโกบ๊อ 11 ซอยรัชดา ท่าพระ 5 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. ซึ่งใกล้กับจุดที่พบศพข้างต้น และรูปพรรณสัณฐานเด็กที่หายมีความใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ต้องรอแพทย์นิติเวชชันสูตรศพตามกระบวนการของกฏหมายต่อไป MThai News

ลือกระฉ่อน  ปอบอาละวาด! เปิดตำนานผีปอบ มีจริงหรือ?
ตำนานผีปอบ /  ถูกทิ้งเพราะพ่อแม่เป็นปอบ / 

ผีปอบ ความเชื่อของคนไทยที่ได้ยินมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ ยันถึงทุกวันนี้ยังมีให้เห็นเป็นข่าวดัง เด็กหลายคนได้ยินต่างก็ขวัญผวา โดยเฉพาะในหมู่บ้านชนบทในแถบภาคอีสานเชื่อกันว่า เป็นผีที่กินของดิบๆสดๆกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม หากพบเรื่องราวผิดปกติ คนและสัตว์เลี้ยงในหมู่บ้านล้มตายอย่างประหลาด ก็อาจสันนิษฐานได้ว่า หมู่บ้านแห่งนี้กำลังมีผีปอบอาละวาด หากใครถูกตราหน้าว่าเป็นผีปอบ ก็จะต้องถูกขับออกจากหมู่บ้าน แม้วันนี้จะเป็นยุคแห่งไอที ยังก็มีเหตุการณ์ประหลาดคาดจะเป็นปอบเกิดขึ้นอยู่ โดยไม่กี่วันที่ผ่านมา ชาวบ้านบ้านสำโรง ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ถึงกับตะลึงเมื่อพบว่าเป็ดที่ถูกเลี้ยงไว้ตายอย่างเป็นปริศนาอยู่ใต้ถุนบ้าน ตรวจสอบดูซากเป็ดล้วนแต่มีบาดแผลเหวอะหวะที่ลำคอ ตับไตไส้พุงถูกควักหายไป ลักษณะแบบนี้เป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก "ผีปอบ" กลายเป็นที่ร่ำลือกันไปอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ต่างมีความเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของผีปอบ เพราะหากเป็นสุนัขเข้ามากัดกินเป็ดจนตาย เป็ดเหล่านี้ไม่น่าจะมีสภาพแบบนี้ ถามถึงผีปอบ เป็นอย่างไร มีตัวตนหรือไม่ ตามตำนานเล่าขานบอกว่า มีต้นกำเนิดมาจากผู้ที่มีวิชา ไสยศาสตร์ มนต์ดำจนแก่กล้า ใช้เวทมนตร์คาถาไปกระทำร้ายหรือทำลายชีวิตผู้อื่น เมื่อละเมิดข้อห้าม จะเกิดโทษหนักใน ข้อ"ผิดครู" วิญญาณ บรมครู จะลงโทษ ให้กลายเป็นปอบ โบราณว่าแบบนั้น ทั้งนี้ ผีปอบ เป็นผีที่ไม่มีตัวตน แต่จะเข้าสิงสู่คน เมื่อคนประเภทนี้ตายไป ปอบที่สิงสู่อยู่ก็จะตายตามไปด้วย แต่หากมีเชื้อปอบ ครอบครัวใดพ่อแม่เป็นปอบเมื่อพ่อแม่ตายไปลูก หลานก็จะสืบทอดให้ เป็นปอบต่อไป ผู้ที่ถูกปอบเข้าสิงจะเรียกร้องให้ นำอาหารสุกๆ ดิบๆ หมูตับไก่ต้มมากิน เวลากินก็แสดงความตะกละมูมมามและกินได้จุผิดปกติ เมื่อญาติพี่น้องรู้ว่าคนป่วยถูกปอบเข้าสิง เขาก็จะไปตามหมอ ผีให้มาไล่ปอบตามแนวทางที่หมอผีได้ร่ำเรียนมา และด้วยความที่ผีปอบ ไม่มีตัวตน ชาวบ้านหวั่นว่าจะนำความเดือดร้อนมาให้ หนทางสุดท้าย ใครที่ถูกหาว่าเป็นปอบก็ต้องถูกขับ ไล่ออกจากหมู่บ้าน กรณีตัวอย่างของด.ญ.วัย 12 ปี ที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวกว่า 9 ปี ใน จ.อุบลราชธานี เพราะพ่อแม่ถูกขับไล่ สะท้อนได้เป็นอย่างดีถึงความทุกข์ ความน่ารังเกียจที่ชาวบ้านมอบให้ ต้องอาศัยอยู่ที่บ้านหลังทรุดโทรมเพียงลำพัง อาศัยข้าวจากวัดและโรงเรียนประทังชีวิต กว่าจะเป็นข่าวมีผู้เข้ามาช่วยเหลือ เด็กหญิงรายนี้ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด รับจ้างชาวบ้านดูแลเด็กเล็ก ดูแลคนป่วย ช่วยงานบ้านสารพัด เรียกได้ว่า เป็นความอดทนที่น่าทึ่งสามารถอยู่คนเดียวได้ถึง 9 ปี ชะตากรรมของเธอเลวร้าย กลายเป็นเหยื่อของความเชื่อที่ไม่มีการพิสูจน์ชัด แต่ก็เป็นความเชื่อที่ไม่สามารถห้ามได้ อีกนานไหมที่ความเชื่อเหล่านี้จะหมดไป ไม่มีใครให้คำตอบได้ ในเมื่อยังไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เหตุการณ์ประหลาดๆ ข้างต้นก็จะถูกเชื่อว่าเป็นปอบ อีกทั้งชาวบ้านมีความเชื่อแบบฝังรากลึก ก็คงต้องใช้ระยะเวลากว่าจะหมดไปจากสังคมไทย ปอบอาละวาด! เปิดตำนานผีปอบ มีจริงหรือ? เพชรพิริยะ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ปม ด.ญ.12 ถูกทิ้ง พ่อแม่ต้องหนี เพราะถูกกล่าวหาเป็นปอบ พบแล้วสาเหตุ ‘น้องเขียว‘ วัย 12 ปี ถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวเกือบสิบปี เพราะพ่อแม่ถูกกล่าวหาเป็นปอบต้องหนีออกจากหมูบ้าน. MThai News

รพ.ตราดแจง เหตุญาติโวยทำคลอดทารกเสียชีวิต
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โรงพยาบาลตราด ชี้แจงเหตุญาติโวยทำคลอดทารกเสียชีวิต วานนี้ (8 ก.ย.) จากกรณีที่มีการโพสต์เฟซบุ๊ควิจารณ์การทำงานของทีมแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลตราด ซึ่งในข้อความระบุว่า น.ส.กนกวรรณ อายุ 15 ปี ได้คลอดบุตรที่โรงพยาบาลตราด และบุตรได้เสียชีวิต โดยญาติระบุว่า น.ส.กนกวรรณ น้ำเดินตอนตอน 2 ทุ่ม แต่มาผ่าทำคลอด ตอน 9 โมง จึงสงสัยว่าทำไมไม่ผ่าคลอดออกมาก่อน ทำไมต้องปล่อยให้รอเป็น 10 ชม. ทั้งนี้พี่สาวของ น.ส.กรวรรณ ยังได้แชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์เพื่อขอความเป็นธรรม และเรียกร้องให้โรงพยาบาลตราด รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ทีมแพทย์ รพ.ตราด ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า สำหรับคนไข้คือ น.ส.กรวรรณ ซึ่งมาฝากครรภ์ที่รพ.ตราด กำหนดวันคลอดคือ วันที่ 26 กันยายน 2557 แต่คืนวันที่ 3 กันยายน โรงพยาบาลได้รับตัว น.ส.กรวรรณเข้าพักเพื่อรอคลอด และในช่วง 2-3 ทุ่ม พยาบาลได้ตรวจปากมดลูกซึ่งก็พบว่าเปิด 2 เซนติเมตร และพบว่าเด็กกลับหัวพร้อมคลอด ทางพยาบาลได้ตรวจคลื่นหัวใจ พบว่า มีการเต้นปกติทั้งแม่และลูกแต่พบสิ่งผิดปกติ คือ มีเลือดออกมาพร้อมน้ำเดิน แพทย์จึงทำการผ่าตัดฉุกเฉิน และเมื่อนำเด็กออกมาก็พบว่า เป็นเพศหญิงแต่เด็กหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์ และพยาบาลได้ช่วยกันปั๊มหัวใจจนเริ่มกลับมาเต้น จึงย้ายเด็กไปอยู่ห้องไอซียู แต่สุดท้ายเด็กก็เสียชีวิต และสาเหตุที่ทำให้เด็กเสียชีวิตเนื่องจากเกิดภาวะสายสะดือเข้าสู่เยื่อหุ้มรก แทนที่จะเข้าสู่เนื้อรกตามปกติ (Velamentous insertion) ซึ่งเมื่อถุงน้ำคร่ำแตกจะทำให้มีการฉีกขาดของเส้นเลือด ซึ่งในกรณีของเด็กหญิงรายนี้มีน้ำหนัก 2,500 กรัม หากเสียเลือดเพียง 40 CC ทารกก็จะอยู่ในภาวะช็อกทันที และตลอดเวลาที่รับฝากครรภ์ไม่พบอาการหรือภาวะดังกล่าว เนื่องจากทั้งแม่และลูกมีสุขภาพแข็งแรง ส่วนปัญหาที่ญาติสงสัยว่าเหตุใดไม่ผ่าตัดเพื่อนำตัวเด็กออกมาก่อนนั้น การที่ผู้คลอดเจ็บครรภ์ และมีน้ำเดินถือเป็นภาวะปกติในการเข้าสู่การคลอด ร่วมทั้งการตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงไม่มีข้อบงชี้ในการผ่าตัดคลอด เด็กมีอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ และยังไม่ครบกำหนดคลอด ซึ่งการผ่าตัดนำเด็กออกมาหากยังไม่ครบกำหนด ถือว่าเป็นความผิดของแพทย์ หรือพยาบาล ดังนั้น การดูแลคนไข้ทำได้ขณะนอนรอคลอดคือ การตรวจวัดคลื่นหัวใจ และสังเกตอาการเพื่อรอให้มดลูกเปิด 10 เซนติเมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผอ.รพ.ตราด และทีมสูติแพทย์ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและแสดงความเสียใจ พร้อมชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตของทารกให้แก่บิดา มารดาและญาติ ซึ่งบิดามารดาและญาติได้รับทราบและเข้าใจถึงสาเหตุในการเสียชีวิตดังกล่าวแล้ว โดยทางโรงพยาบาลจะรับผิดชอบดูแลคนไข้รายนี้เป็นกรณีพิเศษ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลตราด

แมงกะพรุนกล่อง มีพิษร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก
ที่สุดในโลก /  สัตวทะล / 

หลังจากที่มีข่าวการเสียชีวิตของเด็กชายแม็กซ์ วัย 5 ขวบ ชาวฝรั่งเศสได้โดนพิษของแมงกะพรุนกล่อง ขณะลงเล่นน้ำที่เกาะพะงัน หลายคนคาดว่าอาจจะเป็นเพราะโดนพิษของแมงกะพรุนกล่องนั่นเอง วันนี้ทีนเอ็มไทยมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเจ้าแมงกะพรุนชนิดนี้มาฝากเพื่อนๆ กันคะ แมงกะพรุนกล่อง มีพิษร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก เห็นเป็นสัตว์อ่อนโยน ขาว สวย นวลๆ แบบนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ชีแซ่บไม่เบานะจ๊ะ ยังไงเวลาเล่นน้ำเพื่อนๆ ก็ระวัง ดูแลตัวเองและคนใหล้ตัวกันด้วยนะ ^^ แมงกะพรุนกล่อง มีพิษร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก เรื่องน่ารู้ แมงกะพรุนกล่อง (Box Jellyfish) เอาหล่ะ! เรามาย้อนกลับไปสมัยมัธยม เรียนวิชาชีววิทยากันหน่อยดีกว่า คูโบซัว (ชั้น Cubozoa) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชั้นหนึ่งของไฟลัมไนดาเรีย มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษเรียกโดยรวมว่า "แมงกะพรุนกล่อง" (Box jellyfish) หรือ "แมงกะพรุนสาหร่าย" ( Sea wasp) หรือ "สาโหร่ง" (Sea wasp) เพราะมีพิษที่ร้ายแรงและมีรูปร่างคล้ายลูกบาศก์อันเป็นที่มาของชื่อ แมงกะพรุนเป็นสัตว์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาแล้วกว่า 505 หรือ 600 ล้านปี มีวงจรชีวิตที่ขยายพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์ยังบอกกันอีกว่า  แมงกะพรุนกล่องเป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาอย่างก้าวไกลกว่าแมงกะพรุนทั่วไป คูโบซัว จัดเป็นแมงกะพรุนที่แบ่งออกได้เป็น 2 อันดับใหญ่ๆ ด้วยกัน คือแบบเมดูซา (Medusa) และแบบโพลิป (Polyp) ดูได้ง่ายๆ จาก พวกที่ไม่เคลื่อนที่จะมีรูปร่างแบบโพลิป - ปากอยู่ทางด้านบน และพวกที่เคลื่อนที่ได้จะว่ายน้ำได้อิสระ - ปากอยู่ทางด้านล่าง ซึ่งแมงกะพรุนกล่องนั้นเป็นแบบเมดูซาคะ ลักษณะแบบเมดูซา (Medusa) หรือแมงกะพรุนทรงระฆังคว่ำ : มีลักษณะคล้ายร่มที่ด้านบนโค้ง (Exumbella) ด้านล่างเว้า (Subumbrella) หนวดและอวัยวะ รับความรู้สึกสัมผัสต่างๆ อยู่บริเวณขอบร่ม ปากอยู่ตรงปากของส่วนยื่น ตรงกลางด้านล่างของร่ม (Manubrium) นำเข้าสู่โพรงอาหารซึ่งอยู่บริเวณตรงกลาง แมงกะพรุนกล่อง เมื่อโตเต็มวัย ส่วนประกอบหลักในลำตัวเป็นน้ำร้อยละ 94-98 แมงกะพรุนเป็นสัตว์ที่มีลำตัวโปร่งใส ร่างกายประกอบด้วยเจลาตินเป็นส่วนใหญ่ สามารถมองเห็นเข้าไปได้ถึงอวัยวะภายใน เป็นสัตว์ที่ไม่มีทั้งสมองหรือหัวใจ ! แมงกะพรุนกล่องมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ตัวต่อทะเล หรือนักพ่นพิษแห่งท้องทะเล มักอาศัยอยู่ในน้ำตามแนวชายฝั่งของออสเตรเลียตอนเหนือและทั่วอินโดแปซิฟิก มีสีฟ้าอ่อน โปร่งใส และได้ชื่อนี้มาจากรูปร่างที่เหมือนลูกบาศก์   มีหนวดมากถึง 15 เส้นที่งอกออกมาจากแต่ละมุมของช่วงตัวและสามารถยืดยาวได้ถึง 10 ฟุต (3 เมตร) ด้วยการพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนที่มากกว่าการล่องลอย โดยการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วถึงสี่น็อตท่ามกลางทะเล แมงกะพรุนกล่องมีดวงตาเกาะกลุ่มกันหกกลุ่มอยู่บนทั้งสี่ด้านของลำตัว แต่ละกลุ่มจะมีดวงตาหนึ่งคู่ซึ่งมีเลนส์ตา เรตินา ตาดำและแก้วตาที่มีประสิทธิภาพสูง แม้ว่าจะไม่มีระบบประสาทส่วนกลาง นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่าแมงกะพรุนพวกนี้มีกระบวนการในการมองเห็นอย่างไร แมงกะพรุนกล่อง ติดอันดับ 1 ในการจัดอันดับชนิดของสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก แมงกะพรุนหลายชนิดมีพิษ โดยบริเวณหนวดและแขนงที่ยื่นรอบปาก เรียกว่า เข็มพิษ ใช้สำหรับฆ่าเหยื่อ หรือทำให้เหยื่อสลบก่อนจับกินเป็นอาหาร ซึ่งโดยมากเป็น ปลา และใช้สำหรับป้องกันตัว ภายในเข็มพิษของมันมีน้ำพิษที่เป็นอันตรายทำให้เกิดอาการคัน เป็นผื่น บวมแดง เป็นรอยไหม้ ปวดแสบปวดร้อน และเป็นแผลเรื้อรังได้ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับแมงกะพรุนแต่ละชนิด ในชนิด Chironex fleckeri ซึ่งเป็นแมงกะพรุนกล่องชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีเซลล์เข็มพิษมากถึง 4-5,000,000,000 ล้านเซลล์ ในหนวดทั้งหมด 60 เส้น ซึ่งมีผลทางระบบโลหิต โดยไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้โลหิตเป็นพิษ และเสียชีวิตลงได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หนวดแต่ละเส้นจะมีเซลล์พิษอยู่ประมาณ 5,000 เซลล์ซึ่งไม่ได้ถูกกระตุ้นโดยการสัมผัสแต่โดยการพบสารเคมีจากชั้นผิวภาพนอกของเหยื่อ วิธีถอนพิษ แมงกะพรุนกล่อง แมงกะพรุนกล่อง (Box jellyfish) พิษของมันนั้นจะไปทำลาย หัวใจ ระบบประสาท ผิวหนัง และที่สำคัญ ถ้าโดนพิษมันจะเจ็บปวดอย่างที่สุด ส่วนใหญ่คนที่โดนพิษมันนั้นจะช็อค และหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่ง แต่ถ้าคุณโดนพิษมันก็ยังมีโอกาสที่จะรอดอยู่นั่นคือ ต้องรีบเอาน้ำส้มสายชู มาล้างอย่างน้อย 30 วินาที เพราะมันจะทำลายพิษของแมงกระพรุนกล่องก่อนที่มันจะเข้าไปสู่กระแสเลือด เวลาโดนที่ผิวหนัง ห้ามใช้นิ้วดึงออกหรือใช้วัตถุใดๆ ขูดออกเด็ดขาด เพราะเป็นการเร่งให้เข็มพิษแทงเข้าไปในเนื้อแล้วปล่อยพิษเข้าสู่กระแสเลือด วิธีการหยุดยั้งไม่ให้พิษซึมเข้าในร่างกายได้ ต้องใช้น้ำส้มสายชูซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ (ร้อยละ 3-5) ราดไปที่แผล ไม่ใช้น้ำร้อนประคบเพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวกระจายพิษง่ายขึ้น ส่วนผักบุ้งทะเลช่วยลดความเจ็บปวดเอาไว้ใส่ทีหลัง แต่ถ้าหัวใจหยุดเต้นก็อย่าเพิ่งไปมัวแต่หาน้ำส้มสายชู ต้องรีบปั๊มหัวใจผายปอดแล้วรีบนำส่งโดยด่วน เหตุการณ์คนที่โดนพิษ แมงกะพรุนกล่อง ในประเทศไทย ในปีที่ผ่านๆ มาได้มีการจัดอันดับชนิดของสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก และแมงกะพรุนกล่องก็ติดเป็นอันดับต้นๆ ซะด้วย! ข่าวหลายต่อหลายสำนักได้รายงานถึงการเสียชีวิตของผู้คนที่เกิดจากพิษของมันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่คนที่โดนพิษมันนั้นจะช็อค และหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่งซะด้วยซ้ำไป ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในน่านน้ำของประเทศออสเตรเลีย สำหรับประเทศไทยม รายงานการเสียชีวิตจากแมงกะพรุนหลายรายในช่วง 10 ปี เช่น ในปี 2542 พบรายแรกที่เกาะสมุย สุราษฏร์ธานี ในปี 2545 พบผู้เสียชีวิตอีก 2 รายที่เกาะพะงัน สุราษฏร์ธานี  ในปี 2551 พบผู้ป่วยเสียชีวิต 1 รายที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากแมงกะพรุนกล่อง เด็กหญิงชาวต่างชาติ อายุ 11 ขวบ ที่เสียชีวิตนั้น มีประวัติสัมผัสแมงกะพรุนพิษ ขณะเล่นน้ำอยู่บริเวณใกล้ชายหาดเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ หมดสะติ หัวใจหยุดเต้น หยุดหายใจ ประมาณ 10 นาทีหลังขึ้นจากน้ำ ได้รับบาดเจ็บ มือขวาและขาทั้งสองข้าง ได้รับการรักษาเบื้องต้นด้วยการปั๊มหัวใจกู้ชีพ ที่สถานีอนามัยและโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนรายที่ชีวิต เกิดเหตุเมื่อ 30 ธันวาคม 2549 เป็นเด็กชายชาวต่างชาติ อายุ 4 ขวบ มีประวัติสัมผัสแมงกะพรุนพิษขณะว่ายน้ำแถวเกาะหมาก จังหวัดตราด พบลักษณะแผลไหม้พอง ที่ขาทั้งสองข้าง หยุดหายใจ ได้รับการรักษาเบื้องต้นด้วยน้ำส้มสายชู แล้วส่งต่อไปรักษาต่อในโรงพยาบาลเป็นเวลา 3 วัน แล้วอาการดีขึ้น แมงกะพรุนอิรุคันจิ (Irukandji jellyfish)  แมงกะพรุนอิรุคันจิ (Irukandji jellyfish) เป็นแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดอีกชนิดหนึ่งของโลกด้วย จัดเป็นแมงกะพรุนจำพวกแมงกะพรุนกล่อง หรือ คูโบซัว เหมือนกันคะ ซึ่งถือว่าเป็นแมงกะพรุนชนิดใหม่ของโลกอีกด้วย แมงกะพรุนอิรุคันจิ  เป็นแมงกะพรุนที่มีขนาดเล็ก มีความยาวเพียงไม่เกิน 1 เซนติเมตร น้ำหนักไม่เกิน 1 ออนซ์ มีลำตัวโปร่งใส เผยกระจายพันธุ์แต่เฉพาะทางตอนเหนือของออสเตรเลีย แต่ปัจจุบันได้มีรายงานพบในหลายพื้นที่มากขึ้น เช่น ฮาวาย, ญี่ปุ่น, ฟลอริดา รวมถึงในประเทศไทย พิษของแมงกะพรุนอิรุคันจิ ทำให้ผู้ที่โดนเข็มพิษของแมงกะพรุนจำพวกนี้แทงถูกมีอาการที่เรียกว่า "อาการอิรุคันจิ" (Irukandji syndrome) มีหนวดที่มีเข็มพิษจำนวนมากมายที่มีพิษต่อระบบโลหิต โดยจะทำให้โลหิตเป็นพิษ และเสียชีวิตได้ในระยะเวลาไม่นาน เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล nationalgeographic,student.chula.ac.th,wikipedia

Miss Ripley เล่ห์รักลวงหลอก [พากย์ไทย] ตอนที่4-4 อัพใหม่
Miss /  Ripley

จางมิรี เด็กหญิงกำพร้า ครอบครัวยากจนชาวญี่ปุ่นรับเธอไปเลี้ยงดู เธอทั้งเรียนเก่ง และฉลาด แต่เธอก็เรียนไม่จบ เพราะเธอถูกขายตัวเพื่อใช้หนี้พนันของพ่อบุญธรรมชาวญี่ปุ่น มิรีจึงหนีกลับไปเกาหลี และเธอก็ใช้ภาษาญี่ปุ่นที่ได้ติดตัวมา มาประกอบอาชีพล่ามที่เกาหลี โดยที่เธอสวมรอยวุฒิการศึกษาของ ฮีจู รุ่นน้องของเธอโดยไม่ตั้งใจ นี่การเริ่มต้นโกหกของมิรี การโกหกของมิรีทำให้เธอประสบความสำเร็จ เธอจึงเชื่อว่าการโกหกหลอกลวง ทำให้เธอมีอำนาจ อีกทั้งยังมีชายหนุ่มทั้ง ยูทากะ หนุ่มลูกครึ่ง เกาหลี ญี่ปุ่น ลูกชายเจ้าของโรงแรม เคยผิดหวังเรื่องความรัก จนได้เจอมิรี เค้ารู้สึกเหมือนมีคนมาแบ่งปันความเหงาในใจได้ กับ จางมยองฮุน ผู้จัดการโรงแรม อดีตหมอศัลยกรรมเป็นคนมุ่งมั่น แข็งแกร่งเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ที่มาตกหลุมรักเธอ หญิงสาวที่เคยจิตใจดี อ่อนแอ จึงกลายเป็นคนเลว และคิดว่าคำโกหกหลอกลวงจะนำพาอำนาจมาให้เธอ เรื่องราวจะเป็นงัย ติดตามซีรีย์ Miss Ripley

สยอง! แมลงปริศนา ไต่ยั้วเยี้ยเต็มในหูเด็กหญิงที่จ.แพร่
ข่าวจังหวัดแพร่ /  ข่าววันนี้ / 

พบสัตว์ปริศนา มีลักษณะคล้ายผงแป้งเดินยั้วเยี้ยเต็มรูหูเด็กนักเรียนหญิง ที่จ.แพร่ ด้านแพทย์ไม่สามารถระบุชนิดได้ ก่อนให้ยาหยอดหู และยาแก้อักเสบทำการรักษาก่อนจะนัดตรวจอีกครั้ง รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.แพร่ ได้เกิดเรื่องราวสุดสยองขึ้นเมื่อแพทย์ได้ตรวจพบว่าเด็กหญิงคนหนึ่ง มีสัตว์ตัวเล็ก ๆ สีขาว คล้ายผงแป้ง เดินยั้วเยี้ยอยู่เต็มรูหู โดยรายงานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กหญิงคนดังกล่าวมีอาการหูตึง และคันที่บริเวณข้างในหู จึงได้เดินทางไปรักษาที่คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางหู คอ จมูก ซึ่งเมื่อแพทย์นำกล้องเอ็นโดสโคปมาตรวจดู ก็พบว่าแมงประหลาดคล้ายแป้งขาว กระจายเต็มในหูนักเรียนหญิง ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่า คือแมงประเภทใด เพราะทางแพทย์เองก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เบื้องต้นทางทีมแพทย์ที่ทำการรักษา ได้ให้ยาหยอดหูและยาแก้อักเสบแก่นักเรียนหญิงคนดังกล่าวนำกลับไปรักษา ก่อนจะนัดมาดูอาการอีกครั้ง MThai news