เด็กหญิง

รู้จักกับ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children
Cameron King /  Ella Purnell / 

เช็คชื่อ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children สิ่งที่น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่อง Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children บ้านเพริกริน เด็กสุดมหัศจรรย์ ก็คงหนีไม่พ้นเด็กที่มาอยู่รวมตัวกันในบ้านหลังนี้ แต่ละคนก็มีความพิเศษในตัวเอง มาทำความรู้จักกับพวกเขาก่อนจะเข้าไปดูภาพยนตร์กันดีกว่า หมายเหตุ เจนโน ท็อปปิง (Jenno Topping) เป็นโปรดิวเซอร์ และ ดีเรก เฟรย์ (Derek Frey) เป็น เอกเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ บรอมวิน รับบทโดย พิกซี เดวีส์ (Pixie Davies) เป็นเด็กตัวเล็กแต่เข้มแข็ง อายุน้อยที่สุดและที่ผ่านมาถือเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เด็กประหลาด ตัวละครร่างจิ๋วผู้กล้าหาญและมีพลังรายนี้เป็นตัวละครที่เบอร์ตันชอบเป็นพิเศษ "เธอเป็นตัวแทนของคนตัวเล็กซึ่งสามารถทำสิ่งที่ไม่ธรรมดา" ท็อปปิงกล่าว "เช่นเคย แนวคิดนี้ตรงกับผลงานและความสนใจของทิมในแง่ที่ว่าผู้คนอาจสร้างความประหลาดใจให้คุณได้" แคลร์ รับบทโดย แรฟฟิเอลลา แชปแมน (Raffiella Chapman) เป็นเด็กประหลาดซึ่งเมื่อมองจากภายนอกก็ดูปกติดี เพียงแต่ว่าเธอมีฟันแหลมคมอยู่ที่หลังศีรษะเท่านั้นเอง “เราเรียกตัวละครตัวนี้ว่า ‘เด็กหญิงปากหลัง’” เฟรย์กล่าวติดตลก “เป็นความประหลาดที่ประหลาดยิ่งกว่าแบบอื่นๆ ทิมต้องการคนที่คุณจะนึกไม่ถึงเลยว่ามีคุณสมบัติพิเศษแบบนั้น แรฟฟิเอลลามีความไร้เดียงสาในแบบเดียวกับเชอร์ลีย์ เทมเพิล” เอ็มมา รับบทโดย เอลลา เพอร์เนลล์ (Ella Purnell) เธอมีความสามารถในการควบคุมอากาศได้ และต้องใส่รองเท้าที่ทำด้วยตะกั่วเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเธอลอยขึ้นไป เมื่อการผจญภัยดำเนินไป “มันน่าสนใจมากเวลาที่ฉันเล่นฉากหนึ่งอยู่แล้วทิมบอกว่า ‘เอาล่ะ กลัวให้สุด ๆ วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยนะ’ แล้วฉันก็คิดว่า ‘เห็นรองเท้าที่ฉันใส่อยู่ไหมล่ะ’” อีน็อค รับบทโดย ฟินเลย์ แม็คมิลลัน (Finlay MacMillan) เป็นเด็กหนุ่มที่โตที่สุดในบ้านเด็กประหลาด อีน็อคสามารถทำให้วัตถุต่าง ๆ มีชีวิตขึ้นมาได้ชั่วคราว ซึ่งเป็นทักษะที่เขาใช้ในการต่อสู้ครั้งสำคัญกับพลังด้านมืด บางครั้งเขาก็ใช้ความสามารถนี้เพื่อความสนุกสนานของตนเอง อย่างตอนที่เขาทำให้ตุ๊กตาออกมาต่อสู้กัน โดยในภาพยนตร์นั้นนำเสนอผ่านแอนิเมชันแบบสต็อปโมชัน อันเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเบอร์ตันที่เคยสร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยมมาแล้วใน Corpse Bride และ The Night Before Christmas ฟิกกิสก่าวว่า นักแสดงฟินเลย์ แม็คมิลลัน นั้น “เซ็กซี่และดาร์กนิด ๆ แต่ไม่หดหู่” ฮอเรซ รับบทโดย เฮย์เดน คีลเลอร์-สโตน (Hayden Keeler-Stone) มีความฝันที่พยากรณ์อนาคตได้ ทุก ๆ คืน เหล่าเด็กประหลาดจะมารวมตัวกันเพื่อดูภาพความฝันอันแจ่มชัดของฮอเรซที่ฉายขึ้นบนจอ ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นในชุดสูทอังกฤษเรียบหรู “ฮอเรซดูราวกับมาจากอีกยุคหนึ่ง” ท็อปปิงกล่าว ฮิวจ์ รับบทโดย ไมโล พาร์คเกอร์ (Milo Parker) เป็น “เจ้าแห่งผึ้ง” เขาต้องใส่หน้ากากของคนเลี้ยงผึ้งเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงผึ้งที่อยู่ในตัวเขาออกมาทำอันตรายเพื่อน ๆ “มีเสน่ห์บางอย่างอยู่ในตัวเด็กชายหน้าตาน่ารักอ่อนโยนที่มีอะไรเพี้ยน ๆ อาศัยอยู่ภายในตัวเขา” ท็อปปิงกล่าว มิลลาร์ด รับบทโดย คาเมรอน คิง (Cameron King) มีคุณสมบัติประหลาดในแง่การหายตัวได้  ทำให้เขาเป็นเด็กประหลาดที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันและสร้างความปั่นป่วนมากที่สุด เนื่องจากเรามองไม่เห็นตัวละครและนักแสดงที่มารับบทนี้ การหา “เสียง” ที่เหมาะสมสำหรับมิลลาร์ดจึงสำคัญเป็นพิเศษ “เราต้องหาเด็กที่มีเสียงแตกต่างจากคนอื่น และทำให้คุณสงสัยว่าหนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร” เฟรย์กล่าว โอลีฟ รับบทโดย ลอเรน แม็คครอสที (Lauren McCrostie) เด็กสาวผู้รักอิสระซึ่งใช้ปลายนิ้วจุดไฟได้ เธอต้องใส่ถุงมือยาวสีดำไว้ตลอดเวลาเพราะไม่อย่างนั้นทุกสิ่งที่เธอสัมผัสจะติดไฟ ลอเรน แม็คครอสที สาวผมแดงผู้งดงาม ได้รับบทนี้ไปเพราะเฟรย์บอกว่าเธอ “มีความอ่อนโยนซึ่งจำเป็นต้องมาถ่วงดุลกับความแปลกประหลาดอย่างหนักของเธอ” คู่แฝด รับบทโดย โธมัสและโจเซฟ อ็อดเวลล์ (Joseph Odwell, Thomas Odwell) เป็นเด็กประหลาดที่ลึกลับที่สุด พวกเขาใส่หน้ากากอำพรางใบหน้าเอาไว้และไม่พูดอะไรเลย นอกจากนี้ยังมีความประหลาดที่ซ่อนไว้ซึ่งจะเปิดเผยก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายร้ายแรงเท่านั้น นักแสดงที่มารับบทเป็นคู่แฝดจะต้องเป็นเหมือนเงาสะท้อนของกันและกัน รวมถึงแสดงสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันด้วย คู่แฝดอ็อดเวลล์มีความประสานสอดคล้องกันซึ่งจำเป็นต่อการรับบทนี้

ละครนาคี , เรื่องย่อนาคี
เรื่องย่อละครนาคี /  ละครนาคี / 

นาคี บทประพันธ์โดย : ตรี อภิรุมบทโทรทัศน์โดย : สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์กำกับการแสดงโดย : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2559 เรื่องย่อละครนาคี โขงเจียม อุบลราชธานี พ.ศ. 2480 นายเคนสามีของคำปองจับได้งูลักษณะประหลาดเป็นสีขาวตลอดตัวขนาดใหญ่กว่าแขนยาวประมาณวาเศษบนหัวมีหงอนเหมือนหงอนพญานาค ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นงูเจ้าแม่ที่เรียกกันว่า นาคี เขานำไปขายให้กับฝรั่งนักค้างู จอห์น วินสัน ด้วยราคาสูงลิ่ว คำปองซึ่งท้องแปดเดือนมีความเชื่อเช่นเดียวกับชายบ้านอีกหลายคนว่างูเจ้าแม่นี้หากไปหลบหลู่ดูหมิ่นจะต้องประสบกับความพินาศฉิบหาย นางพยายามห้ามปรามสามีแต่สายไปเสียแล้วกลุ่มของจอห์น วินสัน ประกอบด้วยผู้ช่วยชาวไทยอีกสองคนคือ นายกอ และ นายบุญส่ง นายบุญส่งนั้นร้องด่าหลบหลู่งูขาวที่จับมาได้และท้าทายว่าหากเป็นงูเจ้าแม่ จริงก็ให้สำแดงฤทธิ์เดช ฉับพลันนั้นเองขณะที่เปิดกรงเพื่อนำงูที่จับได้บรรทุกขึ้นเกวียน ปรากฏอาเพศบนท้องฟ้าเกิดสุริยคราสพายุอื้ออึงฟ้ามืดครึ้มเกิดลมพายุรุนแรงจน หมู่บ้านถล่ม นายเคนถูกกระท่อมทับตายคาที่ บุญส่งถูกไม้ทับขาข้างหนึ่งจนแหลกเหลว นายกอนั้นหนีไปได้ แต่จอห์น วินสัน ถูกงูเผือกฉกตาย ส่วนคำปองนั้นเกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหันเด็กทารกหญิงที่คลอดออกมาสิ้นชีวิต แต่ก่อนที่คำปองจะหมดสติไปนางบังเกิดเห็นภาพงูใหญ่เลื้อยแทรกกลืนหายเข้าตัว เด็ก และลูกของนางก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คำปองตั้งชื่อบุตรสาวว่าคำแก้วย้ายจากโขงเจียมไปอยู่ดอนไม้ป่าครองตัวเป็นแม่ม่าย เด็กหญิงคำแก้วในวัยเรียนชั้นประถมศึกษามีลักษณะต่างจากเด็กทั่วไป บางครั้งขอบเดินเที่ยวในป่าคนเดียวหรือมักนั่งเงียบครุ่นคิดที่น่าประหลาดคือมักปรากฏอสรพิษอยู่ใกล้เด็กหญิงเสมอแต่ไม่เคยทำร้าย คำปองซึ่งยังเป็นสาวงามแม้จะตกพุ่มม่ายมีนายหวานพ่อม่ายลูกติดมาชอบพอแต่นางปฏิเสธไปด้วยใจยังไม่ลืมสามีและด้วยความรักที่มีต่อบุตรสาว คำแก้วมักหายตัวไปบริเวณปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้าน เด็กหญิงยังบอกอีกว่าสามารถพูดคุยกับงูได้และพวกมันเชื่อฟังเธอ คำปองเชื่อว่าเด็กหญิงคิดเอาเองตามประสาเด็ก คำแก้วเล่าให้แม่ฟังอีกว่าเธอชอบปราสาทหินร้างแห่งนั้นรู้จักคุ้นเคยราวกับเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน ละครนาคี 20 ปีผ่านไป... พ.ศ. 2500 คณะอาจารย์และนักศึกษาโดยการนำของอาจารย์ทัศนัยได้ลงพื้นที่ขุดค้นโบราณวัตถุ ในจำนวนนี้มี ทศพล นักศึกษาปีสุดท้ายของคณะโบราณคดีรวมอยู่ด้วย เขาเป็นคนรูปงามและหลงใหลในวัตถุโบราณเป็นอย่างมาก ทศพลขุดพบรูปปั้นประหลาดเป็นหินสลักสีขาวอมชมพูรูปหญิงสาวเปลือยท่านอนบิดตัว ช่วงล่างตั้งแต่สะโพกลงไปเป็นหางงูส่วนบนของหน้าผากที่จรดกับศีรษะมีหงอน ซึ่งอาจารย์ทัศนัยอธิบายว่านั่นคือสัญลักษณ์ของนาคีหรือพญานาค ทศพลหลงใหลในความงามของรูปปั้นจนเก็บไปเพ้อถึงทำให้พิมพ์พรที่แอบชอบเขาอยู่ไม่พอใจ ตั้งแต่ขุดพบรูปปั้นประหลาดมีเรื่องราวแปลก ๆ เกิดขึ้นกับคณะทำงาน เริ่มตั้งแต่ทศพลพบเด็กสาวสวยสวมชุดแพรเยื่อไม้สีกลีบบัว แต่เมื่อเขาติดตามไปหล่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในเวลาเดียวกันคำแก้วซึ่งเติบโตเป็นสาวสวยของบ้านดอนไม้ป่าเกิดฝันประหลาดว่าได้พบชายหนุ่มรูปงามเขาและพวกกำลังขุดหาวัตถุโบราณอยู่ ทศพลและเพื่อน ๆ คือ วันชนะ ประกิต เชษฐ์ สมมาตร รวมถึง พิมพ์พร รัตนาวดี ไม่ได้การต้อนรับจากกำนันแย้ม เพราะกำนันแย้ม ไม่ต้องการให้คนต่างถิ่นเข้ามายุ่มย่ามในหมู่บ้าน รวมถึงการขุดค้นที่เทวาลัย จึงขับไล่ทุกคน ไม่ให้นอนค้างที่หมู่บ้าน สุดท้ายทัศนัย จึงพาเด็ก ๆ ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคำปอง และที่นั่นเอง ทศพลก็ได้พบกับคำแก้ว และเริ่มชอบคำแก้วในที่สุด พิมพ์พรเดินตลาดของบ้านดอนไม้ป่าได้พบกับคำแก้วที่เก็บดอกไม้ป่าหลากชนิดมาขาย เธอไม่ชอบหน้าคำแก้วแต่แรกเห็นเพราะสวยจัดทั้งยังฉลาดรู้จักยอกย้อนต่อปากต่อคำต่างกับหญิงชาวบ้านทั่วไป พิมพ์พรเห็นรูปปั้นนาคี พิมพ์พรถึงกับประหลาดใจเมื่อพบว่าใบหน้าของรูปปั้นนั้นเหมือนเด็กสาวชาวป่าที่เธอเพิ่งได้พบแทบไม่ผิดเพี้ยนหมออ่วมทำนายกับกำนันแย้มว่าอีกเจ็ดวันจะเกิดสุริยคราสทำความวิตกให้กับเขามากเนื่องจากทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์นี้จะต้องมีคนถูกฝูงงูกัดกินจนตายทุกครั้ง หมออ่วมบอกว่านี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคี เขาทำนายพิมพ์พรว่ากำลังมีเคราะห์หนักจนอาจถึงสิ้นชีวิตภายในเจ็ดวัน พิมพ์พรและรัตนาวดีได้พบกับคำแก้วที่ตลาดอีกครั้ง รัตนาวดีเริ่มเอะใจเธอจำได้ว่าคำแก้วมีใบหน้าคล้ายกับรูปปั้นนาคีทีทศพลขุดได้พิมพ์พรขอให้เธอเก็บไว้เป็นความลับ หมออ่วม ฉุกใจคิดว่าเจ้าแม่นาทีที่แสดงอิทธิฤทธิ์ฆ่าคนจะเกี่ยวข้องกับคำแก้วเด็กสาวที่เกิดในวันสุริยคราสที่อำเภอโขงเจียมและเป็นวันเดียวกับที่เจ้าแม่อาละวาดเมื่อหลายปีก่อน นายอ่วมต้องการกำจัดเจ้าแม่นาคีแต่กำลังสืบหาที่อยู่และหาของขลังมาปราบ ส่วนลำเจียก ลูกสาวนายกอ ก็ตกหลุมรักทศพล ด้วยรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลา ยิ่งเมื่อเห็นทศพลชอบอยู่ใกล้ชิดกับคำแก้ว ก็ยิ่งไม่พอใจ ลำเจียกหาทางกลั่นแกล้งคำแก้วอยู่เสมอ โดยมีซ่อนกลิ่นกับชบาคอยเป็นมือขวาให้ลำเจียก ทศพลพบภาพประหลาดเป็นปราสาทราชวังตะการตาและหญิงสาวสวมมงกุฏงูคนเดิมเช่นเดียวกับคำแก้วที่ฝันถึงทศพล พิมพ์พรเห็นภาพประหลาดเป็นงูเผือกยักษ์กำลังโอบรัดทศพลอยู่เธอกังวลและหวาดกลัวจนต้องเล่าให้ทศพลฟังว่างูใหญ่บางตัวมีฤทธิ์แปลงเป็นคนได้จากคำบอกเล่าของบิดา นั่นก็คือนายบุญส่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์อาเพศเจ้าแม่นาคีเหมือนหลายปีก่อนนั่นเอง แต้ว ละครนาคี หมออ่วมลอบนำว่านพญาลิ้นงูที่ได้จากสัปเหร่อคงไปฝังไว้ที่ใต้ถุนเรือนคำปอง เพื่อทดสอบว่าคำแก้วคือร่างแปลงของนาคี จนคำแก้วร้อนรนจนอยู่บนเรือนไม่ได้ต้องเสาะหาขุดว่านนั้นทำลายเสีย หมออ่วมเริ่มแน่ใจมากขึ้น ทางด้านอาจารย์ทัศนัยขุดพบซากเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์งูเต็มไปหมดนอกจากนี้เขายังสันนิษฐานว่ารูปปั้นนาคีนั้นแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่หินสลักหรือวัตถุทั่วไปแต่เป็นศพอาบน้ำยาเช่นเดียวกับมัมมี่ ของอียิปต์ที่ถูกฝังไว้เป็นเวลานานจนแปรสภาพเป็นเนื้อหินกำนันแย้มและหมออ่วมแจ้งเตือนชาวบ้านถึงวันสุริยคราสที่จะมาถึงในพรุ่งนี้ ยังบอกอีกว่าเจ้าแม่นาคีจะต้องอาละวาดฆ่าคนอีกเพราะที่ปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้านนั้นมีถ้ำติดต่อไปยังอำเภอโขงเจียมที่เจ้าแม่เคยปรากฏอิทธิฤทธิ์ หมออ่วมเสริมว่าเจ้าแม่นาคีนั้นมีร่างเป็นคนอาศัยปะปนอยู่กับชาวบ้านแต่เมื่อคำแก้วคาดคั้นให้บอกออกมาว่าเป็นใครเขาก็กลับอึกอักบอกว่ายังไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ คนขับรถที่พาคณะของอ.ทัศนัย และเด็ก ๆ ถูกงูกัดตาย ทัศนัยจะเอาศพคนขับกลับไปทำพิธี แต่กำนันไม่ยอม บอกว่าถูกงูกัดตาย หากเคลื่อนย้ายศพ จะเกิดอาเพศใหญ่ ลำเจียกไปหาทศพลถึงที่บ้านคำแก้ว ขากลับ เจองูเผือกจะทำร้าย ดีที่ใส่แหวนที่พ่อให้ไว้ จึงรอดมาได้ ทศพลกับพวก มาที่บ้านสัปเหร่อคง ถามเรื่องที่ฝังศพคนรถ ทศพลจ้างให้สัปเหร่อไปขุดโลง เปิดออกมา เห็นงูกำลังกัดกินศพอย่างหน้าสะอิดสะเอียน ทุกคนแทบช็อค ส่วนรัตนาวดีก็กลัวตาย วิ่งหนีไปจากหมู่บ้าน เจอเข้ากับผี โดนทำร้ายจนสลบไป ทุกคนตกใจ รัตนาวดีหายไป ไปแจ้งกำนันแย้ม ก็ไม่รับแจ้ง บอกถ้าภายใน 3 วันไม่กลับมาคือไม่รอด ทัศนัย แบ่งเด็ก ๆ เป็น 2 กลุ่ม ออกไปตามหา คำแก้ว ช่วยเหลือรัตนาวดีมาได้ โดยพิมพ์พร และเจิดนภา พากลับมาที่บ้านพัก แต่รัตนาวดี อยู่ในอาการหวาดกลัว ยังคงไม่พูดจากับใคร สุดท้ายคำปอง จึงไปหาหมออ่วมให้มารักษา หมออ่วมเห็นแววตาคำแก้ว พร้อมกับกลิ่นสาบงู เริ่มมั่นใจ ว่าคำแก้ว จะต้องเป็นบริวารของเจ้าแม่นาคี ส่วนทศพล วันชนะ และประกิต ต้องค้างที่เทวาลัย เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ทศพล ค้นพบ ถ้ำใต้เทวาลัย และได้พบกับร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคี ที่มีหน้าตาเหมือนกับคำแก้วอย่างไม่มีผิดเพื้ยน หลังจากออกจากถ้ำ ทศพล จึงบอกกับทัศนัย และจะพาทีมนักศึกษา เข้าไปสำรวจถ้ำต่อไป และได้พบกับวัตถุโบราณจำนวนมาก ลำเจียก ขะมักเขม้น ซ้อมรำถวายเจ้าแม่ ตอนแรก คำแก้ว จะไม่ยอมรำถวาย ทำให้กำนันไม่พอใจ แต่สุดท้ายคำปองเกลี้ยกล่อม ให้ทำเพื่อเจ้าแม่นาคี เพราะเคยสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนท้องคำแก้ว ว่าหากคำแก้วปลอดภัยดี จะยกคำแก้วให้กับเจ้าแม่นาคี สุดท้ายคำแก้วจึงยอมรำถวายให้ ชาวบ้านดอนไม้ป่าเชื่อว่า เมื่อเกิดสุริยุปราคา มนุษย์ต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้พญานาคคายดวงอาทิตย์ออกมา และเมื่อถึงวันบวงสรวง ชาวบ้านต่างมากันพร้อมหน้าที่หน้าเทวาลัย คำแก้วก็มารำถวายด้วย คำแก้วเริ่มรำไปได้ไม่นาน เธอก็เริ่มเลื้อยเหมือนงู ผิวหนังเริ่มเป็นเกล็ด ลำเจียกหันมาเห็น ร้องตกใจใหญ่ ทำให้พิธีต้องหยุดกะทันหัน คำแก้ววิ่งไปที่เทวาลัย ในขณะที่ทศพล และอาจารย์ รวมทั้งเพื่อน ๆ ต้องรีบหนีออกมาจากเทวาลัย ทศพลหยิบโบราณวัตถุออกมา ทำให้วัชระปราการ ฉัตรสุดา เลื่อมประภัส ซึ่งเป็นบริวารเจ้าแม่นาคี หลุดออกจากคำสาป กลายร่างเป็นคน เคนภูภูมิ ละครนาคี ทศพลสงสารคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านใส่ร้ายว่าเป็นเจ้าแม่นาคี จึงชวนไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน ลำเจียกมาพบพอดีไม่พอใจ เธอไม่กลัวคำแก้ว เพราะใส่แหวนพิรอดของกอมาด้วย ลำเจียกวางแผนร่วมมือกับเลื่อง จะเอาคำแก้ว มาเป็นเมียเลื่องให้ได้ ทศพล เริ่มอ่านเรื่องราวจากศิลา พบชื่อ เมืองมรุกขนครและกษัตริย์ที่ปกครองเมืองนี้ก็คือพระเจ้านิรุทธราช คำแก้วถูกลำเจียกหลอกมาที่กระท่อม ให้เลื่องปล้ำ คำแก้วตกใจ กลายร่างเป็นงูเผือก เลื่องเห็นแทบช็อค คำแก้วหมดสติไป แล้วเลื่องก็ถูกงูฉกตาย เดี่ยวกับทัพเข้ามาเจอ ถูกฉกตายไปด้วยทั้งคู่ ลำเจียกรีบวิ่งหนีไป กำนันแย้มแค้นใจมาก ลำเจียกบอกคำแก้วเป็นคนฆ่า ชาวบ้านแห่กันมาจะเอาเรื่องคำแก้ว แต่ลำเจียกไม่กล้าพูดมากนัก เพราะกลัวเรื่องจะแดงขึ้นมา ว่าตนเอง เป็นคนวางแผนให้เลื่องฉุดคำแก้วไป กำนันแย้ม ร่วมมือกับหมออ่วม ทำพิธี กำจัดเจ้าแม่นาคี ใช้แหวนพิรอด พันกับสายสิญจน์ ผูกไว้ และเผาหุ่นเจ้าแม่นาคี คำแก้ว ซึ่งกำลังขายดอกไม้ เริ่มร้อน ทุรุนทุราย ทนไม่ไหว ทศพลเห็นหมออ่วมทำพิธี รีบวิ่งไปหาคำแก้ว ถึงแม้จะถูกลูกน้องกำนันแย้มทำร้ายก็ตาม ส่วนลำเจียกเองก็กลัว ที่ต้องถอดแหวนพิรอดออกจากนิ้ว ที่กอให้ไว้ เพราะกลัวจะถูกเจ้าแม่นาคีทำร้าย ร่างทิพย์เจ้าแม่นาคีพุ่งวูบออกมาจากร่างคำแก้ว เจ้าแม่นาคีทำพิธีเรียกฝน กางแขนออก ปากขมุบขมิบสาธยายร่ายคาถาเรียกฝนมาสู้กับพิธีของหมออ่วม พายุฝนตกอย่างแรง ฟ้าฝ่าจนสายสิญจน์ขาด ไฟที่หุ่นฟางดับลง พิธีหยุดลงกะทันหัน ทุกคนวิ่งหลบฝน คำแก้วสลบอยู่ในอ้อมกอดทศพล แล้วทศพล ก็อุ้มเข้าเทวาลัยไป จนคำแก้วฟื้น ทศพลจึงให้คำแก้วขี่หลังกลับไปที่บ้าน ลำเจียกแต่งตัวเลียนแบบเจ้าแม่นาคี มาปล้ำทศพลถึงที่พัก แถมร้องโวยวายว่าถูกปล้ำ ทั้ง ทัศนัย พร้อมด้วยลูกศิษย์ ต่างตกใจ แต่คำแก้วบอก ว่าลำเจียกต่างหากที่มาปล้ำทศพลถึงที่พัก ทำให้ทศพล รอดพ้นจากลำเจียกไปได้ ลำเจียกแค้นใจคำแก้วมาก รุ่งเช้า ทศพล สารภาพรักกับคำแก้ว คำแก้วอดดีใจไม่ได้ แต่ทำทีปฎิเสธ จนทศพลเสียใจ หมออ่วม กำนันแย้ม ลำเจียก มาที่กระท่อมทศพล ใช้แหวนพิรอด ส่องทาง ไม่ให้เจ้าแม่นาคีบังตา จนพบกับ เทวรูปเจ้าแม่นาคี กำนันแย้มและพวก จึงไปจับตัว ทศพลและเพื่อน ๆ เอาไว้ คำแก้วรีบตามไปดู ถูกชาวบ้านเอาหินปาใส่ หาว่าคำแก้วเป็นงู ทศพลเข้าช่วย บอกกับกำนันแย้มและทุกคน ว่าจะไปพิสูจน์เรื่องเจ้าแม่นาคีที่เทวาลัย เพราะไม่ว่าใครจะไปที่นั่น ก็ไม่รอดกลับมา แต่หากเขารอดกลับมาได้ ต้องยอมปล่อยตัวทุกคน และไม่ต่อว่าคำแก้วอีก คำแก้วเป็นห่วงทศพล อยากตามไปช่วยทัศนัย เข้าไปที่เทวาลัยพบศิลาจารึก พร้อมลวดลายอักขระ บนศิลา คือ มนต์อาลัมพายน์! เป็นวิชาสะกดจิตอย่างหนึ่งที่ใช้สะกดจิตพวกนาค ทัศนัยมัวแต่สนใจ อ่านอักขระ ไม่ทันมองว่าเงางูใหญ่ทาบทับลงไปบนแผ่นศิลา ทำให้ทัศนัยรู้สึกตัว พอหันหลังกลับไปมองก็เห็นดวงตาเรือง ๆ ของงูใหญ่วัชระปราการมองมาอย่างมุ่งร้าย สุดท้ายทัศนัยก็หมดสติไป ละครนาคี ทศพลเริ่มหนาวเพราะอากาศในถ้ำ เขาเห็นเงาทัศนัย เดินตามไป ส่วนงูเขียว พาคำแก้ว เข้ามาที่ถ้ำจนได้ เจ้ามานาคีเข้าสิงห์ร่างคำแก้ว แล้วก็มาพบกับทศพล ทศพลดีใจมากที่ได้เจอคำแก้ว โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าแม่นาคี เจ้าแม่พาทศพล มายังสระน้ำสีมรกต น้ำใส เป็นประกายระยิบระยับ สระแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมไปได้หลายแห่ง เป็นรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับวังบาดาลเมืองของพวกพญานาค เจ้าแม่เล่าเรื่องอดีตให้ทศพลฟัง และบอกว่าตนเองรออยู่ จนไชยสิงห์ มาเกิดเป็นทศพล คำแก้ว ก็คือเจ้าแม่นาคีนั่นเอง รุ่งเช้า ทศพลหลับอยู่กับคำแก้ว คำแก้วตื่นมาตกใจ จำอะไรไม่ได้ คำแก้วกลับบ้านไปแบบงุนงง ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นของทศพลหรือเปล่า กำนันแย้ม หมออ่วม กอ สั่งลูกน้อง ทั้งทุบ ทั้งเผา รูปเจ้าแม่นาคี แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเอาล่องแพ ไปเผาที่วัด คำแก้ว ทศพล และเพื่อน ๆ ช่วยกันออกตามหาเทวรูป แพของกำนันแตก ลูกสมุน ถูกน้ำวน ดูดจมหายไป เทวรูปก็จมไปด้วย ทศพลเสียดายมาก แต่คำแก้วบอกว่ามันอยู่ในที่เหมาะสมแล้ว คือในน้ำนั่นเอง ลำเจียกบอกกับทุกคนว่าคำแก้ว กับทศพล ผิดผีกันแล้ว คำปองเสียใจ แต่ทศพล กลับบอกว่า เป็นผัวเมียกันแล้ว ทศพลขอรับผิดชอบ สุดท้ายคำแก้วกับทศพลจึงได้แต่งงานกันในที่สุด ซึ่งลึก ๆ แล้วคำปองก็ดีใจที่คำแก้วจะมีทศพลมาคอยปกป้อง หมออ่วม จะปราบนาคี โดยใช้ครุฑ คำปองมาได้ยิน แต่ถูกคนของกำนันจับตัวไว้ เลื่อมประพัตร ฉัตรสุดา ไปบอกคำแก้ว คำแก้วรีบไปช่วยแม่ แต่ถูกจับตัวเอาไว้ ฉัตรสุดาจึงกลายร่างเป็นคน ไปบอกให้ทศพลมาช่วยคำแก้ว ทศพลถุกซ้อมจนสลบไป คำแก้ว กลายร่างเป็นงู ฉกสมุนกำนันแย้ม ฉกจนสมุนตายเรียบ บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม กอวิ่งหนีงูเจ้าแม่นาคี นาคีจะฆ่าบุญส่ง แต่คำปองห้ามไว้ วัชระปราการมาช่วยนาคี สกัดพวก กำนันแย้ม หมออ่วมไว้ คำแก้วกลายร่างกลับเป็นคนร้องไห้เสียใจ ไม่อยากเป็นงู คำปองกอดลูกไว้ บอกว่าต้องมีวิธีแก้อาถรรพ์ให้ได้ ดร.สุภัทรมาที่หมู่บ้าน และได้รู้ว่าทศพลแต่งงานกับคำแก้วแล้ว ทศพลทำสัญลักษณ์ของนาคีบนหน้าผากรูปปั้นหลุดออกมาเขาจึงเก็บไว้กับตัวตั้งใจว่าจะเก็บไว้ติดให้เหมือนเดิม นายบุญส่งตามมาที่หมู่บ้าน และดีใจมากที่พิมพ์พร ลูกสาวของเขาปลอดภัย เขาได้พบกับคำแก้วทำให้คำแก้วจำได้ว่าเคยเป็นงูเผือกถูกจับมาขาย และนายบุญส่งได้ร้องท้าทายจนเธอโกรธจัดและอาละวาดฆ่าคน คำแก้วเกินนิมิตหยั่งรู้ว่าหากเมื่อใดที่เธอมีความโกรธหรือระลึกชาติได้ครบถ้วนเธอจะกลายร่างเป็นงูมีเพียงสถานที่เดียวคือต้องขึ้นไปบนปราสาทหินเพื่อระลึกชาติจึงจะไม่กลายร่าง คำแก้วเห็นอดีตชาติของตนเอง ตำบลหนองไทรในอดีตคือมรุกขนครปกครองโดยพระเจ้านิรุทธราชซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกับบุญส่ง ทิศเหนือของนครมีสระน้ำกว้างใหญ่ใสสะอาดให้ชาวเมืองได้อาบกินทำการประมงที่ก้นสระนั้นเป็นที่อาศัยของนางพญานาค ขณะนั้นเจ้าชายแสนเมืองหรือทศพลในชาตินี้ได้เป็นเชลยที่ถูกจับมาจากประเทศราช นางนาคีแปลงร่างเป็นสาวสวยพบรักและสมสู่อยู่กินกับเจ้าชาย แต่ในยามหลับนางกลับคืนร่างเป็นงูเผือกยักษ์หงอนสีแดงทำให้เจ้าชายรังเกียจนางจึงหนีกลับลงบาดาลไป เมื่อเจ้าชายแสนเมืองระลึกได้ถึงความรักที่มีต่อกันจึงไปเรียกหาที่สระ แต่นางนาคีซึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ก้นสระไม่ยอมใจอ่อนอีก ละครนาคี ต่อมาพระเจ้านิรุทธราชจับปลาไหลเผือกได้นำมาเชือดเนื้อกินกันในหมู่บริวารซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่คิดปองร้ายนางในชาตินี้ได้แก่หมออ่วม นายกอ กำนันแย้ม เชษฐ์ เคน รวมถึงผู้คนที่ถูกนางพญานาคีกัดตายในวันสุริยคราสนั่นเอง สนมสองนางของพระเจ้านิรุทธราชก็คือพิมพ์พรและลำเจียกทุกคนล้วนกินเนื้อของนาง ยกเว้นไว้แต่นางกำนัลคำปองที่สงสารปลาไหลไม่ยอมกิน เนื้อของปลาไหลประหลาดนั้นยิ่งหั่นแจกก็กลับยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นจนต้องนำไปแจกชาวประชาให้ได้กินกันทั้งเมือง ตกค่ำคืนนั้นลมพัดแรงนางกำนัลคำปองได้ยินเสียงกระซิบให้หนีออกจากเมืองเสียก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่นางทำตามคำบอก คืนนั้นเองเจ้าแม่สำแดงอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกกระหน่ำแผ่นดินไหวน้ำท่วมมรุกขนครถล่มทลาย ด้วยกรรมหนักที่ได้ก่อนางจึงถูกฟ้าดินสาปให้กลายเป็นหินครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงามครึ่งหนึ่งเป็นงูหมายถึงความชั่วร้าย ส่วนจิตวิญญาณเร่ร่อนเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด เป็นงูบ้างคนบ้างจนกระทั่งสิ้นเวร หลังจากนั้นนับศตวรรษนางพญาเกิดเป็นงูเผือกที่โขงเจียมบำเพ็ญเพียรแต่กลับถูกจับมาขายฝรั่ง คำปองคลอดลูกตาย เจ้าแม่นาคีจึงกลั้นใจตายแทรกวิญญาณทับร่างด็กเติบโตเป็นคำแก้วนั่นเอง ทุกครั้งที่มีการตายโดยงูกัดในวัน สุริยคราสหรือวันอื่น ๆ คำแก้วจะไม่รู้สึกตัวรับรู้แต่เพียงฝันร้ายว่าฆ่าคนตายเท่านั้น บุญส่ง นายกอ กำนันแย้ม และหมออ่วมเดินทางไปตำบลหนองไทรเพื่อหาของขลังมาปราบเจ้าแม่นาคี ต่อมานำรูปปั้นพญาครุฑเพื่อกำจัดคำแก้วอีกครั้งโดยจับตัวคำปองมาเป็นเหยื่อล่อ ด้านลำเจียกให้หมออ่วมทำเสน่ห์จนทศพลหลงใหลทิ้งคำแก้วไปยังตำบลนาคหนีซึ่งเจ้าแม่นาคีไม่สามารถไปได้ เนื่องจากที่ตำบลนี้มีตำนานเล่าว่านางนาคตนหนึ่งแปลงกายมายั่วพระธุดงค์ให้ตบะแตกท่านจึงสาปให้นาคใดๆไม่สามารถเข้าเขตได้คำแก้วตามหาทศพลไปถึงตำบลนาคหนีแต่ทศพลถูกเสน่ห์ของลำเจียก ไม่ยอมกลับ แถมยังสู้ลำเจียกไม่ได้เพราะไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆเกือบถูกฆ่าตายด้วยการผลักให้จมน้ำ กลับกลายเป็นว่าเมื่อลงน้ำคำแก้วมีกำลังมากขึ้นหนีจากลำเจียกที่มุ่งร้ายมาได้ เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอพบว่าคำปองถูกคนจับไปเสียอีก คำปองนั้นอันที่จริงรอดพ้นจากน้ำมือของพวกนายกอมาได้ ด้วยบริวารของเจ้าแม่คอยคุ้มกัน ไล่ต้อนคำปองขึ้นไปกักขังไว้ในปราสาทหินจนพวกของนายกอหาไม่เจอ ลำเจียกอยู่ที่ตำบลนาคหนีได้พบเมืองอินทร์หมอผีอายุสามสิบเศษที่มีวิชาแก่กล้า หล่อนทอดตัวเป็นเมียเพื่อให้เขาช่วยกำจัดนางพญานาคี เมืองอินทร์จึงเดินทางมาพร้อมกับลำเจียกที่บ้านดอนไม้ป่า ทศพลจึงเริ่มคืนสติและกลับมาหาคำแก้ว และแหวนหลวงปู่มั่นนั้นจะไม่คุ้มครองลำเจียกอีกเนื่องจากหล่อนทำเสน่ห์เล่ห์กลซึ่งเป็นของต่ำ ทั้งยังคิดร้ายฆ่าเมียหลวงชิงผัวเขามา คำแก้วระลึกชาติได้อีกเมืองอินทร์ในอดีตชาติคือเจ้าอินทร์ผู้ซึ่งร่ายคาถาจับปลาไหลเผือกนำมาถวายพระเจ้าอนิรุทธราช คำอ้ายหรือลำเจียกในชาตินี้แอบมองเจ้าอินทร์จากหลังม่านทำตาเจ้าชู้ เจ้าอินทร์เป็นคนหนึ่งที่กินเนื้อปลาไหลเผือกจึงต้องโทษสิ้นชีพไปเช่นกัน ลำเจียกเกิดโมโหเอามีดไล่ฟันคำแก้วในวันหนึ่งจึงถูกเจ้าแม่นาคีกลายร่างขึ้นฆ่าเธอตาย พวกของบุญส่งหลอกทศพลว่าหากต้องการให้คำแก้วพ้นข้อกล่าวหาขอให้ทศพลนำชิ้นส่วนที่เป็นหงอนของรูปปั้นนำไปติดที่หน้าผากของคำแก้ว หากมีนางพญานาคีสิงอยู่นางจะปรากฏร่างออกมาและคำแก้วจะปลอดภัยเป็นคนธรรมดาไม่มีวิญญาณร้ายสิงสู่อีก ทศพลทำตามแท้ที่จริงแล้วการทำเช่นนั้นจะทำให้คำแก้วกลายร่างเป็นงูตลอดชีวิต คำแก้วเสียใจหนีไปยังปราสาทร้างกราบไว้พระอ้อนวอนขออยู่ในร่างคน เสียงจากพระพุทธรูปบอกเธอว่าให้ถือศีลอยู่แต่ในถ้ำนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนครบร้อยวันคำแก้วจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ไม่มีวันกลายเป็นงูอีก ละครนาคี ทศพลพาคำปองหลบหนีพวกของนายบุญส่งที่ต้องการจับตัวไปล่อให้นางพญานาคีออกมา แต่ท้ายที่สุดจึงถูกพวกของเมืองอินทร์และนายบุญส่งจับตัวได้ พวกของเมืองอินทร์จับคำปองและทศพลเผาทั้งเป็นเพื่อล่อคำแก้วออกมา คำแก้วอดทนจนถึงที่สุดแต่ก็ไม่อาจยับยั้งคนใจทรามได้ คำปองไม่อาจทนเห็นสภาพคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านทำร้ายได้ จึงยอมปลิดชีวิตตนเอง เพื่อช่วยเหลือลูก ทศพลรอดชีวิต คำแก้วในร่างนางพญางูออกอาละวาดฆ่าคนทั้งหมดตายไป และกลายร่างเป็นงูตลอดอายุขัย ทศพลเสียใจร้องขอให้คำแก้วอยู่กับเขาไม่ว่าจะในสภาพใดก็ตาม แต่คำแก้วไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาได้ หนีกลับขึ้นไปยังเทวาลัย ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันอีกครั้ง และจากกันด้วยน้ำตา พระธุดงค์ได้ชี้ทางสว่างให้แก่ทศพลโดยให้เขาบวชเป็นพระจนสิ้นอายุขัย... นักแสดงนำใน ละครนาคีภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท ทศพล/ไชยสิงห์ ณฐพร เตมีรักษ์ รับบท คำแก้ว/เจ้าแม่นาคี ลักขณา วัธนวงส์ศิริ รับบท ลำเจียก/พระสนมกรรเจียกฉัตรฑริกา สิทธิพรม รับบท พิมพ์พร/พระธิดาพิมพาวดีธนากร โปษยานนท์ รับบท ทัศนัยอริศรา วงษ์ชาลี รับบท คำปองสุภชา อัดรทองสกุล เจิดนภา/เพ็งสิรินรัตน์ วิทยพูม รับบท รัตนาวดี/แพน โกสินทร์ ราชกรม รับบท เลื่องดนัย จารุจินดา รับบท วัชระปราการเกรียงไกร อุณหะนันท์ รับบท ดร.สุภัทรการันต์ อร่านศรี รับบท วันชนะ/นารุตอรรดพล เทศะวงศ์ รับบท ประกิต/อัคนีชาคริฐ จตุพรวัฒนพนธ์ รับบท เชษฐ์/สินธุณัฐพล วริยะชัย รับบท สมมาตร/กษิติศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท บุญส่ง/พระเจ้านิรุทธราชมนตรี เจนอักษร รับบท กำนันแย้ม/มหาอำนาตย์หยอง ลูกหยี รับบท นายกอ/ขุนวังประสาท ทองอร่าม รับบท หมออ่วม/พระโหราธิบดี พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ท้าวศรีสุทโธนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี

อลัน ริกแมน ปรากฏตัวเป็นครั้่งสุดท้ายใน Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก
Aaron Paul /  Alan Rickman / 

อลัน ริกแมน ปรากฏตัวเป็นครั้่งสุดท้ายใน Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก น่าจะเป็นอีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มที่หลายคนทั่วโลกรู้จักเขา อลัน ริกแมน (Alan Rickman) กับบทบาทที่ทำให้เขาโด่งดังจนถึงที่สุดอย่างศาสตราจารย์สเนป ในภาพยนตร์แฟรนไชส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ และบทบาทสุดท้ายที่เขาได้รับในช่วงชีวิตที่โด่งดังถึงขีดสุดกับบทบาท พลโทชาวอังกฤษ แฟรงค์ เบนสัน ในภาพยนตร์ Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก สำหรับใครที่ชื่นชอบผลงานการแสดงของเขาไม่ควรพลาดที่จะได้เห็นเขาในโรงภาพยนตร์เป็นครั้งสุดท้าย Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก ว่าด้วยเรื่องราวของผู้พัน แคทเธอรีน พาวเวลล์ รับบทโดย เฮเลน มิร์เรน (Helen Mirren) เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหารที่ประจำการที่ลอนดอน กำลังปฏิบัติการโดรนลับสุดยอดเพื่อจับกุมกลุ่มผู้ก่อการร้ายสุดอันตรายจากเซฟเฮาส์ของพวกเขาในเคนยา จู่ ๆ ภารกิจก็ยกระดับจากการ “จับกุม” เป็น “การสังหาร” สตีฟ วัตส์ รับบทโดย อารอน พอล (Aaron Paul) นักบินโดรนชาวอเมริกัน กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำลายเซฟเฮาส์ ในตอนที่เด็กหญิงวัยเก้าขวบก้าวเข้าสู่โซนสังหารนอกรั้วบ้าน เมื่ออาจเกิดผลกระทบการทำลายล้างอย่างไม่คาดคิด การตัดสินใจจะลงมือโจมตีก็ถูกส่งต่อไปตาม “ลำดับสั่งการสังหาร”

เพอร์เฟกต์สมฉายา!! แอน ทองประสม เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง
แอน /  ข่าว แอน ทองประสม

เป็นคนบันเทิงใครๆ ก็เป็นได้ แต่จะเป็นอย่างไรให้อยู่ยงคงกระพันและเป็นขวัญใจของประชาชีต้องถามเธอคนนี้ แอน ทองประสม เรียกว่ายืนหยัดอยู่ในวงการได้อย่างสวยหรูมาตั้งแต่วัยกระเตาะ จนเวลานี้ใกล้จะได้เป็นเจ้าสาวเข้าไปเต็มทีแล้ว จากนางเอกเจ้าบทบาทกลายมาเป็นผู้จัดมือทอง เส้นทางในแวดวงบันเทิงของสาวแอนเป็นมายังไง วันนี้เราไปทำความรู้จักเธอให้มากกว่าที่เคยรู้กันดีกว่า แอน ทองประสม 2519 นางเอกลูกครึ่ง 1 พฤศจิกายน 2519 วันลืมตาดูโลกของ 'เด็กหญิงแอน ทองประสม' สาวน้อยหน้าสวยลูกครึ่งไทย-สวีเดน ไม่มีใครรู้เลยว่าในอีกสิบกว่าปีต่อมาเด็กตัวน้อยๆ ที่เห็นในวันวานจะเข้ามาโลดแล่นแจ้งเกิดในวงการมายาเป็นซุปตาร์ค้างฟ้ามาจนถึงทุกวันนี้ โดยแอนนั้นเป็นลูกสาวคนกลางในบรรดามีพี่น้อง 3 คน เติบโตและศึกษาในเมืองไทยแม้จะมีคุณพ่อเป็นชาวสวีเดนก็ตาม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม 2534 ชิมลางวงการมายา การแจ้งเกิดของซุปตาร์แต่ละคนมักมีโมเม้นต์ให้เราได้ทึ่งกันได้เสมอ แอนก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ประวัติเข้าวงการน่าสนใจไม่น้อย สาวเจ้าสมัครเป็นสมาชิกค่ายหนังโดยการส่งรูปถ่ายและเงินไม่กี่สิบบาท เพียงเพราะอยากได้ส่วนลดในการดูภาพยนตร์ แต่รูปร่างหน้าตาของเธอกลับโดดเด่นจนถูกเรียกมาเทสต์หน้ากล้อง และในปี 2534 เจ้าหญิงแอนก็ได้มีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง 'โก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะ' มาให้ได้ชื่นชมกัน แม้ก่อนหน้านั้นจะเคยชิมลางแสดงมิวสิควิดีโอมาแล้วก็ตาม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม 2536 หมูแดงแจ้งเกิด แม้จะชิมลางมิวสิควิดีโอกับภาพยนตร์จอเงินมาบ้าง แต่ผลงานละครจอแก้วในปี 2536 อย่าง 'หมูแดง' ก็ทำให้สาวแอนกลายเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จะเรียกว่าแจ้งเกิดก็คงได้อยู่ เพราะเจ้าตัวสวมบทบาทเป็น 'มริสสา' หรือ 'หมูแดง' ได้เตะตาคอละครเหลือเกิน และหลังจากนั้นคุณเธอก็มีผลงานเรื่องอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย แอน ทองประสม แอน ทองประสม 2544 แรงเงา สุดปัง หมูแดงว่าแจ้งเกิดแล้ว แต่คาแรคเตอร์ฝาแฝด 2 คน 2 บุคลิกในละครเรื่อง 'แรงเงา' เมื่อปี 2544 กลับทำให้สาวแอนปังสุดๆ ยิ่งกว่า เพราะถึงแม้คาแรคเตอร์จะแซบจนส่งให้ใครก็ตามที่มีโอกาสเล่นบทนี้สามารถโด่งดังได้ง่ายๆ แต่ด้วยฝีมือการแสดงที่พัฒนาขึ้นทุกวันๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอนทำให้บทบาทของ 'มุนินทร์-มุตตา' เพอร์เฟกต์ยิ่งๆ ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม 2549 เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง เพราะผลงานด้านการแสดงที่มีคุณภาพ บวกกับการวางตัวที่เหมาะสมมาตลอดตั้งแต่เข้ามาเหยียบเส้นทางสายบันเทิง ก็ไม่แปลกใจนักหากแอนจะได้รับฉายา 'เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง' มาตั้งแต่ปี 2549 แม้จะเป็นการเสียบตำแหน่งต่อจาก 'แหม่ม คัทลียา' ที่เจอพิษเบนโลจนทำให้หลุดตำแหน่งนี้ไปก็เถอะ แต่เชื่อว่าใครๆ ต่างก็เห็นด้วยแน่นอนว่าสาวแอนนั้นเหมาะสมกับตำแหน่งนี้จริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่ส้มหล่นเท่านั้น แอน ทองประสม แอน ทองประสม 2551 พระนางคู่ขวัญ ปี 2551 ละครเรื่อง 'สวรรค์เบี่ยง' เป็นละครที่แอนโคจรมาร่วมงานกับพระเอกคู่ขวัญอย่าง 'เคน ธีรเดช' เป็นเรื่องที่ 3 ตอกย้ำคำว่า 'พระ-นางคู่ขวัญ' ไปอีก เพราะการร่วมงานกันก่อนหน้านั้นทั้งคู่เรียกเรทติ้งได้อย่างล้นหลาม ยิ่งสวรรค์เบี่ยงเป็นละครแนวตบจูบด้วยแล้ว ยิ่งทำเอาคอละครฟินเข้าไปใหญ่ ซึ่งหลังจากนั้นทั้งคู่ก็มีผลงานร่วมงานอีก และทุกวันนี้ประชาชนคนรัก 'เคน-แอน' ก็ยังรอให้ทั้งคู่กลับมามีผลงานร่วมกันอีกครั้ง แอน ทองประสม - เคน ธีรเดช แอน ทองประสม - เคน ธีรเดช แอน ทองประสม - เคน ธีรเดช 2555 ผู้จัดมือทอง โลดแล่นทำงานอยู่เบื้องหน้ามาหลายปี สะสมประสบการณ์มาจนแน่น ในที่สุดแอนก็หันมาลองงานใหม่ๆ ดูบ้าง ซึ่งยังคงวนเวียนอยู่ในเส้นทางสายบันเทิงเหมือนเคย เพียงแต่เบนไปเป็นผู้จัดทำงานเบื้องหลังมากกว่าเบื้องหน้า โดยในปี 2555 ละครเรื่อง 'ปัญญาชนก้นครัว' เป็นละครเรื่องแรกในฐานะผู้จัดที่แอนเสิร์ฟลงจอช่อง 3 ให้แฟนคลับได้ยลกัน ซึ่งไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพราะกระแสและเรทติ้งหรูหราเป็นที่น่าพอใจ จากนั้นเจ้าตัวก็ทยอยส่งผลงานในฐานะผู้จัดออกมาให้ได้ชื่นชมเป็นระยะๆ คุณภาพแน่นจนนักแสดงหลายๆ คนอยากร่วมงานด้วย และแม้ผลงานในฐานะผู้จัดเบื้องหลังจะไปได้สวยขนาดไหน แต่บทบาทนางเอกเบื้องหน้า เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมทิ้งง่ายๆ แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม 2534-2559 ซุปตาร์ล่ารางวัล ทำงานในแวดวงมายามาตั้งแต่วัยทีน ล่วงเลยมาจนเวลานี้มีทั้งผลงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังมากมาย เป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงอย่างแอนจะไม่มีรางวัลติดไม้ติดมือไปประดับบ้านให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ ตลอดเวลาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในวงการคุณเธอกวาดรางวัลมาเพียบ และทุกรางวัลแสดงถึงคุณภาพล้วนๆ ไม่มีข้อกังขาใดๆ ให้ตะขิดตะขวงใจ เรียกว่าสมเป็นนักแสดงและผู้จัดคุณภาพจริงๆ แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม 2560 ว่าที่เจ้าสาว เป็นเวิร์คกิ้งวูแมนทำงานเก่งจนน่าทึ่งแล้ว เรื่องราวความรักก็เป็นสิ่งที่ผู้หญิงเก่งอย่างแอนจะขาดไม่ได้ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเจ้าตัวนั้นคบหากับหนุ่มนอกวงการอย่าง 'เอ ทินพันธ์' มาเนิ่นนาน แฟนคลับลุ้นมาตลอดว่าทั้งคู่จะมีข่าวดีให้ได้ดี๊ด๊ากันเมื่อไหร่ และล่าสุดแอนก็จูงมือแฟนหนุ่มประกาศข่าวดีว่าได้ฤกษ์แต่งแน่แล้วไปเมื่อปลายปีก่อน โดยฤกษ์ดีจะอยู่ในปลายปี 2560 ซึ่งจุดนี้เราทั้งหลายคงมีโอกาสได้เห็นเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงสวมชุดเจ้าสาวในปลายปีอย่างแน่นอน แอน ทองประสม - เอ ทินพันธ์ แอน ทองประสม - เอ ทินพันธ์ ขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG : @annethong

อันดับที่ 1 ในวีคที่ 3 กับ Finding Dory! Tarzan โหนเถาวัลย์สู้ และดู The Purge ปิดเมืองฆ่าคน
Finding Dory /  The BFG / 

อันดับที่ 1 ในวีคที่ 3 กับ Finding Dory! Tarzan โหนเถาวัลย์สู้ และดู The Purge ปิดเมืองฆ่าคน เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ต้นปีกรกฎาคมกับความร้อนแรงของบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาที่มีภาพยนตร์ใหม่เข้าฉายมากมาย แต่ยังไม่สามารถทำอันตรายกับปลาบลูแทงค์สีฟ้าที่ตามหาครอบครัวได้เลย และ Finding Dory ดอรี่ขี้ลืม ยังอยู่ในอันดับที่ 1 ของบ็อกซ์ออฟฟิศต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ที่เข้าฉาย ในขณะที่ภาพยนตร์เข้าใหม่อีก 3 เรื่องอย่าง The Legend of Tarzan, The Purge: Election Year, The BFG สามารถเกาะกลุ่มอยู่ใน 5 อันดับแรกได้ การตามหาครอบครัวของปลาดอรี่ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น Finding Dory ดอรี่ขี้ลืม ยังคงสร้างความสนุกสนานและความบันเทิงพร้อมสาระแง่คิดที่น่าประทับใจให้กับคนสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง มาถึงสัปดาห์ที่ 3 แล้วที่ยังเกาะตำแหน่งอันดับ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิศได้อย่างเหนียวแน่น และสัปดาห์นี้กวาดเงินไปได้อีก 41.9 ล้านเหรียญ รวมรายได้จากทั่วโลกแล้วกว่า 538 ล้านเหรียญ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากดิสนีย์ที่เข้ามาถล่มยึดอาณานิคมในช่วงกลางปีได้ดีทีเดียว รีวิว Finding Dory : บางครั้งสิ่งดี ๆ ก็เกิดได้เพราะความบังเอิญ การกลับมาโหนเถาวัลย์อีกครั้งของจอห์น เคลย์ตันที่ 3 ในภาพยนตร์เรื่อง The Legend of Tarzan ตำนานแห่งทาร์ซาน เพื่อปกป้องดินแดนที่ตัวเองอาสัยอยู่และประกาศศักดาให้ศัตรูได้รู้ว่าความยิ่งใหญ่ของผืนพนาไพรไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถครอบครองได้ การปรากฏตัวของทาร์ซานในครั้งนี้สามารถดึงความรู้สึกของชาวเมืองสหรัฐฯ จากพื้นคอนกรีตหน้าโรงภาพยนตร์ให้กลายเป็นป่าเขาลำเนาไพรของธรรมชาติด้วยการเปิดตัวในอันดับที่ 2 และกวาดรายได้ไป 38.1 ล้านเหรียญ ซึ่งห่างจาก Finding Dory ไม่กี่ล้านเหรียญเท่านั้น รีวิว The Legend of Tarzan : ทุกตำนานย่อมมีการสานต่อ ดูเหมือนว่าคืนแห่งการพิพากษาจะยังคงสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวเมืองอย่างต่อเนื่องกับภาคต่อล่าสุดจากภาพยนตร์ระทึกขวัญอย่าง The Purge: Election Year เมื่อกฎหมายไม่มีผลใด ๆ 12 ชั่วโมงแห่งฝันร้ายกำลังจะเกิดขึ้นกับ ส.ว.สาวที่เปรี้ยวกลางสภาต้องการจะยกเลิกกฎหมายประหลาดนี้ แน่นอนว่ากลุ่มคนที่บ้าเลือดไม่เห็นด้วยและต้องการจะทำให้ ส.ว. คนนี้ไร้ตัวตนก่อนรุ่งสาง เปิดตัวสัปดาห์แรกในอันดับที่ 3 ของตาราง กวาดรายได้ 30.8 ล้านเหรียญ ทิ้งให้เด็กหญิงโซฟี โดนยักษ์ใหญ่ The BFG จับตัวไปต้องอยู่ในอันดับที่ 4 ในสัปดาห์แรกของการเปิดตัวด้วยรายได้ 19.5 ล้านเหรียญ ผลงานกำกับเรื่องล่าสุดจากพ่อมดแห่งฮอลลิวูด สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) ที่ไม่ร้อนแรงอย่างที่คิด น่าสนใจว่าในสัปดาห์ต่อไปภาพยนตร์ที่เข้าใหม่ทั้ง 3 เรื่องนี้จะสั่นบังลังก์ความยิ่งใหญ่ของปลาบลูแทงค์ดอรี่ได้หรือไม่ และติดตามกันต่อว่าสัปดาห์หน้าภาพยนตร์เรื่องใดจะขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิศของสหรัฐฯ

น่าขนลุก! นี่คือ 23 สถานที่สุดสะพรึงและน่ากลัวที่สุดทั่วโลก
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

ในโลกเรานั้นมีธรรมชาติและสิ่งแปลกใหม่ให้ค้นหาและท่องเที่ยวมากมาย แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังมีอีกหลายสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายที่เกิดจากธรรมชาติ หรือการสร้างและทำลายโดยฝีมือมุนษย์ วันนี้เรามี 30 สถานที่สุดสะพรึงและน่ากลัวที่สุดที่เกิดรอบโลกมาฝากกัน ไปดูซิว่า แต่ละที่นั้นน่าขนลุกขนาดไหน .. น่าขนลุก! นี่คือ 23 สถานที่สุดสะพรึงและน่ากลัวที่สุดทั่วโลก 1. ประตูสู่นรก (Door to Hell) เมือง Derweze ประเทศเติร์กเมนิสถาน (Turkmenistan) ประตูสู่นรก นี้ตั้งอยู่กลางทะเลทรายคาราคุม เป็นหลุมที่ยุบตัวเกิดจากโพรงหินปูนใต้ดิน เกิดขึ้นโดยบังเอิญขณะที่มีการเจาะสำรวจก๊าซธรรมชาติ เมื่อปีพ.ศ. 2514 โดยใต้พื้นดินแถบนี้เต็มไปด้วยหินปูนที่มีรอยแยกรอยแตกและโพรงใต้ดิน รวมกันแล้วถือว่าเป็นแหล่งสะสมตัวของก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก การพังทลายของหลุมขนาด 70 เมตรนี้ ได้เป็นช่องทางให้ก๊าซแทรกขึ้นมายังผิวโลก อันตรายจากก๊าซจึงต้องจุดไฟเพื่อทำการสลายก๊าซเหล่านี้ โดยคาดว่าคงจะดับได้ในไม่นาน แต่จนถึงปัจจุบันหลุมยักษ์นี้ก็ยังคงปล่อยก๊าซออกมาอย่างต่อเนื่องกว่า 41 ปีแล้ว 2. เกาะตุ๊กตา (The Island of the Dolls) ประเทศเม็กซิโก (Mexico) สถานที่เที่ยวด้านมืดอันเป็นที่จดจำของโลก La Isla de la Munecas เป็นชื่อภาษาสเปน หมายถึง เกาะตุ๊กตา ที่ประเทศเม็กซิโก สร้างสรรค์โดย Don Julian Santana ผู้สันโดษและแยกตัวออกจากโลกภายนอกเป็นเวลา 55 ปี เพื่อทุ่มเทแรงกายในการสร้างดินแดนชวนจิตตกแห่งนี้ เชื่อกันว่าแรงบันดาลใจในการสร้าง เกาะตุ๊กตาผี ของ Don Julian Santana นั้นเพื่อบูชาวิญญาณเด็กหญิงซึ่งจมน้ำตายในคลอง แต่เหตุผลมาจากอะไรคงไม่สำคัญเท่า เขาได้เปลี่ยนเกาะธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเกาะเขย่าขวัญ ซึ่งผู้ที่ได้มาเยือนเหมือนจะถูกจับจ้องจากทุกสายตาของบรรดาตุ๊กตาผีที่สิงอยู่บนเกาะ ชวนขนลุก! อ่านเพิ่มเติม เกาะตุ๊กตาผี เม็กซิโก 3. เมืองพรีเพียต (Pripyat) ประเทศยูเครน (Ukraine) ได้ชื่อว่าเป็น เมืองผีของเชอร์โนบิล เนื่องจากมันถูกทิ้งร้างไว้เกือบ 3 ทศวรรษ นับตั้งแต่เหตุการณ์แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเกิดการระเบิด ทำให้เกิดเถ้าถ่านและฝุ่นละอองของกัมมันตภาพรังสีปลิวฟุ้งกระจายไปทั่ว มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 600,000 คน มีผู้เสียชีวิตทันทีหลังการเกิดระเบิด 56 คน และเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจากการสัมผัสกัมมันตรังสีสูงถึง 4,000 คนเลยทีเดียว เมื่อเวลาผ่านไป การท่องเที่ยวยูเครนก็ได้ออกประกาศให้เป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่ชอบเรื่องตื่นเต้นระทึกใจ สามารถเข้ายี่ยมชมบรรยากาศภายในเขตพื้นที่เชอร์โนบิได้ แต่ต้องทำตามกฏอย่างเคร่งครัด อ่านเพิ่มเติม ตะลุยเที่ยวเมืองผี แห่งเชอร์โนบิล Chernobyl 4. วิหารของกระดูก (Capela dos Ossos) ประเทศโปรตุเกส (Portugal) สร้างในศตวรรษที่ 15 โดยพระนิกายฟรานซิสกัน ผนังภายในวิหารสร้างขึ้นจากกระดูกของมนุษย์กว่า 5,000 คน อีกทั้งมีซากศพ 2 ร่าง ห้อยแขวนติดผนังด้านเอาไว้ด้วย โดยดำนานเล่าว่า มีสตรีนางหนึ่งซึ่งยึดมั่นในคาทอลิก แต่ถูกสามีและลูกชายโบยตีจนตาย ก่อนสิ้นชีวิตเธอสาปแช่งให้วิญญาณทั้ง 2 ลงนรก แม้แต่พื้นพสุธาก็ไม่ยินดีรับร่างไว้ เมื่อสามีและลูกเสียชีวิตก็ไม่สามารุฝังศพได้ ชาวบ้านจึงช่วยกันนําศพทั้งสองขึ้นไปห้อยแขวนไว้กับผนังวิหารแทน 5. สุสานใต้ดิน (Catacombs of Paris) ปารีส ประเทศฝรั่งเศส สุสานใต้ดินปารีสมีกองกระดูกอยู่มากมายจนน่าสะพรึง ในช่วงปลายศตวรรษที่ 1700 สุสานนี้มีทางเดินยาวกว่าหนึ่งไมล์ (1.6 กิโลเมตร) มีซากโครงกระดูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเต็มพื้นที่ผนัง พร้อมกับแผ่นป้ายจารึก โครงกระดูกเหล่านี้จัดเรียงชิ้นส่วนประเภทต่างๆ ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกระโหลกศีรษะ กระดูกขาหรือหน้าแข้ง กระดูกบางชิ้นมีอายุมากกว่าหนึ่งศตวรรษ บางส่วนเก่าแก่ถึงสมัยการปฏิวัติฝรั่งเศส ปัจจุบันเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1874 ในนี้มีซากศพของชาวปารีสกว่า 6 ล้านคน 6. ป่าอาถรรพ์ อาโอกิกาฮาระ (Aokigahara Forest) ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ป่าไม้แห่งนี้งอกงามขึ้นมาภายหลังการระเบิดครั้งสุดท้ายของภูเขาไฟฟูจิตั้งแต่ศตวรรษที่ 8  พื้นป่าส่วนใหญ่เป็นหินภูเขาไฟและมีความแข็ง อะโอะกิงะฮะระเป็นสถานที่ยอดนิยมที่จะมีผู้มาฆ่าตัวตาย โดยมีรายงานว่าเป็นสถานที่ฆ่าตัวตายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเป็นอันดับสองรองจากสะพานโกลเดนเกตในซานฟรานซิสโก นับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1950 มีผู้เสียชีวิตในป่ามากกว่า 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่ฆ่าตัวตาย ผูกคอตัวเองไว้บนต้นไม้ 7. Hanging Coffins ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) ในแถบท้องถิ่นของประเทศฟิลิปปินส์ พวกเขาเชื่อว่าเมื่อเวลาคนเสียชีวิตไปจะต้องเอาศศพใส่โรงแล้วเอามาแขวนไว้ที่หน้าผา เผื่อให้คนที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นได้ใกล้ชิดกับพระเจ้าหรือสวรรค์ โดยโรงนั้นจะมีการสลักหรือเขียนชื่อไว้ด้วย นอกจากจะมีในฟิลิปปินส์แล้ว ก็ยังพบเห็นประเพณีแบบนี้ได้ในประเทศจีน , อินโดนีเซีย ด้วยเช่นกัน 8. สุสานยิว (Old Jewish Cemetary) ปราก สาธารณรัฐเช็ก สุสานของชาวยิวที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และมีสถานที่สำคัญคืออนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของชาวยิว ช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 15 จนถึง 1786 เมื่อบุคลิกที่มีชื่อเสียงเสียชีวิต ร่างก็จะถูกนำมาฝัง ณ ที่นี้ 9. โรงแรม Roosevelt (Roosevelt Hotel) ฮอลลีวูด, แอลเอ สหรัฐอเมริกา (Hollywood, Los Angeles, USA) โรงแรมฮอลลีวู้ด รูสเวลท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยได้รับรางวัล Academy Awards ในปี 1929 หลายห้องพักของโรงแรมมีรอยประทับฝ่ามือของซูเปอร์สตาร์ระดับฮอลีวู้ดจารึกไว้มากมาย และความดังขั้นเซเลบไม่จบแค่นั้น ยังหลอนกันระดับฮอลลีวู้ด เมื่อ ผีมาริลีน มอนโรว แขก(เคย)ประจำที่นี่ ปรากฏตัวในกระจก ณ ห้องที่เธอเคยพัก แบบใครเห็นต้องเลียวหลัง! และสยองต่อด้วย ผีมอนท์โกเมอรี่ คลิฟท์ นักแสดงที่เคยพัก ห้อง 928 ขณะถ่ายทำหนัง From Here to Eternity วันดีคืนดี He ก็เดินไปเดินมาพร้อมท่องบท! ขยัน(หลอน)จริงคุณพี่! 10. เกาะงูคลั่ง ประเทศบราซิล (Brazil) อิลยาดาเกย์มาดากรังจี (โปรตุเกส: Ilha da Queimada Grande) หรือที่เรียกกันว่า เกาะงูคลั่ง เป็นเกาะแห่งหนึ่งซึ่งอยู่นอกชายฝั่งรัฐเซาเปาลูในบราซิล เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยงูพิษจำนวนมากอาศัยอยู่ ดังนั้นจึงกลายเป็นสถานที่อันตรายมากทำให้ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่หรือเข้าไปรุกราน เกาะแห่งนี้มีงูพิษชนิดหนึ่งชื่อ โกลเดนแลนซ์เฮด (golden lancehead) เป็นงูพิษที่มีความรุนแรงมากกว่างูพิษบนแผ่นดินใหญ่ถึงห้าเท่า และจัดว่าเป็นงูถิ่นเดียวที่มีถิ่นอาศัยอยู่บนเกาะเท่านั้น โดยอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมาก ประมาณกันไว้ว่ามีงูชนิดนี้มากกว่า 5,000 ตัวบนเกาะ ดังนั้นกองทัพเรือประจำประเทศบราซิลประกาศให้เกาะนี้เป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าไป เพื่อป้องกันอันตราย แต่บางครั้งก็มีการยกเว้นให้กับนักวิทยาศาสตร์ให้เข้าไปทำการศึกษาได้อยู่บ้างเป็นบางครั้ง 11. House of the Bulgarian Communist Party บ้านของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของบัลแกเรียบนภูเขา บูซลูดจา(Buzludzha) ถูกทิ้งร้างเนื่องจากเสียอำนาจในประเทศ 12. โรงแรม แสตนลีย์ รัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา (Stanley Hotel, Colorado, USA) เปิดให้บริการในปี 1909 เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์สยองขวัญ เดอะ ไชน์นิ่ง (The Shining) ดินแดนผีสิงทั้งในและนอกแผ่นฟิล์ม สั่นประสาทด้วยนานาผี ตั้งแต่ผีเด็กวิ่งเล่นยามค่ำคืน ผีผู้หญิงแข็งตายในห้องโถง จนถึงที่หลอนสุด ผี เอฟ.โอ.แสตนลีย์ และ ฟลอร่า สามี-ภรรยาซึ่งเป็นเจ้าของแรกของ โรงแรมผีสิง แห่งนี้ เล่ากันว่ามีคนเห็น วิญญาณแสตนลีย์เดินวนเวียนอยู่ที่ล็อบบี้ บาร์ และห้องบิลเลียด ขณะเดียวกันก็มีคนพบ ผีฟลอร่า นั่งบรรเลงเปียโนอยู่ที่ห้องดนตรี ทุกครั้งที่ได้ยินเสียง มีแขกใจกล้าตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปหวังคลายความสงสัย แต่ถึงกลับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเปียโนยังคงบรรเลงโดยปราศจากผู้ใด! 13. สวนพิษ Alnwick Poison Garden ประเทศอังกฤษ (England) สวนพิษนี้ตั้งอยู๋ที่ ปราสาท Alnwick Castle ในประเทศอังกฤษ สวนนี้สร้างขึ้นโดย Jane Percy ดัสเชสแห่ง Northumberland เนื่องจากเธออยากให้สวนดอกไม้ของเธอแตกต่างจากที่อื่นเธอจึงเปลี่ยนจากสวนดอกไม้ธรรมดาให้กลายเป็น สวนดอกไม้มีพิษ โดยเธอเลือกพันธุ์ดอกไม้ ต้นไม้ที่มาปลูก ล้วนแต่มีพิษโดยทั้งสิ้น ซึ่งที่นี่ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนเยอะมากๆ และเปิดให้เข้าชมได้ แต่! ต้องทำตามกฏอย่างเคร่งครัด โดยทุกๆ ที่จะมีป้ายคำเตือนไว้ และมีเจ้าหน้าท่คอยให้คำแนะนำ เช่น ห้ามสูดดม เข้าใกล้ หรือสัมผัส เป็นต้น 14. โรงพยาบาลทหารเคมบริดจ์ (Cambridge Military Hospital) ประเทศอังกฤษ (England) โรงพยาบาลทหารเคมบริดจ์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในระดับแนวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นฐานในการรักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บที่รอดชีวิตจากการรบ 15. โบสถ์ผี (St. George’s Church) Lukova สาธารณเช็ก คริสตจักรเซนต์จอร์จนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อ Lukova ซึ่งดบสถ์แห่งนี้ได้ถูกทิ้งร้างไปตั้งแต่คริสตจักรในยุคกลาง ค.ศ. 1968 เหตุเพราะส่วนหนึ่งของหลังคาทรุดตัวลงในระหว่างพิธีศพ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ถูกทิ้งให้เสื่อมมานานกว่า 30 ปี จนต่อมาศิลปินท้องถิ่นเกิดไอเดียจำลองร่างคนขึ้นมาคล้ายกับนั่งอยู่ในโบสถ์ ซึ่งทำเอาหลายคนหลอนและสะพรึงอยู่ไม่น้อย แต่หลัสจากนั้นที่นี่ก็ได้กลายเป็นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก 16. ปราสาทลีป (leap castle) ประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) ได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งปราสาทผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในโลก สร้างขึ้นเมื่อราวปี ค.ศ.1250 ตำนานเล่าว่า ในปี ค.ศ.1557 ลูกหลานของตระกูลโอ คารอล ผู้ครอบครองปราสาทแห่งนี้ ทะเลาะแย่งชิงสิทธิในการครองปราสาทกัน และเกิดการฆ่ากันตายในที่สุด จากการสารภาพผู้ที่ได้เข้าครอบครองปราสาท “ไทต์ โอ คารอล” เขาเล่าว่าได้สังหารพี่ชายของตัวเองซึ่งเป็นบาทหลวงจนเสียชีวิตคาโบสถ์ อีกทั้งวางแผนเชิญญาติพี่น้องทุกคนมาร่วมงานเลี้ยงเพื่อฆ่าทุกคนทิ้ง และเกิดอีกหลายเรื่องราวจนเป็นต้นเหตุของความเฮี้ยนติดอันดับโลก ผู้คนที่มาพักอาศัยต่างถูกหลอกหลอนจากวิญญาณแห่งนี้จนร่ำลือไปทั่วโลก 17. อาถรรพ์เกาะร้าง เกาะฮาชิมะ ประเทศญี่ปุ่น (Hashima Island, Japan) อยู่นอกชายฝั่งห่างจากเมืองนางาซากิ ประมาณ 15 กิโลเมตร ในอดีตเคยรุ่งเรื่องมาก่อน และได้รับชื่อว่า Battleship Island หรือ เกาะเรือรบ มีความโดดเด่นเรื่องทรัพยากรถ่านหิน บริษัทมิตซูบิชิ ได้นำกำลังพลพนักงานเข้าไปทำอุตสาหกรรมถ่านหินบนเกาะนี้ ทางบริษัทสร้างที่พักอย่างมีมาตรฐานให้กับพนักงาน เรียกว่า เกาะนี้เจริญมากๆ ในช่วงปี ค.ศ. 1887-1974 แต่ว่าเมื่อถึงเวลาถ่านหินหมดความนิยมไป ทำไปทำมา มีทีท่าว่าไม่มีกำไร มิตซูบิชิก็จำต้องเลิกกิจการ เมื่อบนเกาะไม่มีงาน ประชาชนก็ต่างเริ่มทยอยออกไปทีละกลุ่มจนหมดเกาะ ทิ้งไว้เพียงอาคาร รกร้าง ว่างเปล่า นานวันผ่านไปต้นไม้ ต้นหญ้าก็รกครึ้ม เสียงที่ทำให้เกาะนี้ไม่เงียบจนเกินไปก็มีเพียงเสียงคลื่นซัดฝั่ง เสียงลมหวีดหวิว เสียงนกกาและสัตว์เล็กๆ น้อยๆ บนเกาะ ความเงียบวังเวงเปลี่ยนชื่อเกาะนี้ให้กลายเป็น “เกาะผี” 18. รีสอร์ท San Zhi ประเทศไต้หวัน (Taiwn) รีสอร์ทแห่งนี้เคยเป็นสถานที่พักผ่อนที่หรูหรา โด่งดังมากๆ แต่ด้วยเหตุการณ์คนเสียชีวิตปริศนาหลายคน ทำให้ผู้คนต่างก็หวากผวา ไม่กล้าเข้ามาพักอีกเลย จนทำให้รีสอร์ทแห่งนี้ต้องปิดตัวลง การก่อสร้างหยุดชะงัก และถูกทิ้งร้างไป 19. ป้อมปราการร้างของกองทัพอังกฤษ (Maunsell Sea Forts) สร้างขึ้นในปี 1942 ประกอบไปด้วยป้อมปราการ 7 หลัง สร้างโดยกองทัพอังกฤษ ถูกออกแบบโดยวิศวกรโยธาที่ชื่อ Guy Maunsell ป้อมตั้งอยู่นอกชายฝั่งออกไปราว 6 ไมล์ บริเวณปากแม่น้ำเทมส์ (Thames Estuary) เพื่อใช้สู้รบกับฝูงเครื่องบินของกองทัพเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งถูกปลดประจำการปล่อยให้ทิ้งร้างเมื่อปี 1958 และสองปีต่อมาที่นี่ก็ได้กลายเป็น Pirate Radio Station สถานวิทยุเถื่อนที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก  20. โรงพยาบาล Beelitz-Heilstätten ประเทศเยอรมัน (Germany) ก่อตั้งในปี 1898 สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่พักพิงและรักษาตัวของ Adolf Hitler เมื่อปี 1916 เป็นโรงพยาบาลทหาร ที่คอยรักษาทหารที่บาดเจ็บจากการออกรบ และรักษาผู้ป่วยธรรมดาด้วย แต่ด้วยความหลอนของวิญญาณในสถานที่แห่งนี้ ทั้งเสียงร้องโหยหวน เสียงลากโซ่ตรวน ต่างๆ นานา จึงทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้ตกถูกทิ้งร้างไป และที่นี่ยังติดเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลเฮี้ยนที่สุดของโลกด้วย 21. โพเวเกลีย นรกแห่งอิตาลี (Poveglia) ประเทศอิตาลี (Italy) เกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ในทะเลสาบเวเนเชียน ระหว่างเมืองเวนิสและเกาะลีโด โดยในปี ค.ศ. 421 มีผู้อพยพจำนวนหนึ่งเข้ามาอาศัย จนกระทั้งถูกโจมตีอีกครั้งจึงหนีออกไป ผ่านเวลามาได้ช่วงหนึ่งก็เกิดโรคระบาด ผู้คนที่ติดเชื้อกาฬโรคก็ได้ถูกส่งมายังเกาะนี้ กลายเป็นเกาะที่กักขังผู้ป่วยจำนวนมาก เมื่อตายร่างก็ถูกไปเผา แต่เมื่อมีจำนวนมากขึ้นกลับโยนทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ บนเกาะกว่า 160,000 คน นอกจากนี้ ในปี 1922 บนเกาะยังเคยเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลประสาท รักษาผู้ป่วยทางจิตด้วยวิธีที่สุดแสนทรมาน และโหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นการเจาะกะโหลกทางเบ้าตา กดน้ำ เป็นต้น 22. วิหารโทเฟท (Sanctuary of Tophet) ประเทศตูนีเซีย (Tunisia) ที่นี่ถูกค้นพบในปี 1921 โดยนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส และพบว่าที่นี่เป็นที่ดินฝังศพเด็กเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยสี่ขวบ(ประมาณ) ที่คนยุคก่อนจะนำเด็กมาทำพิธีบูชาเทพเจ้า โดยการเผา ซึ่งมีแท่นบูชาภายในวิหารนั้นด้วย 23. Marche des Feticheurs ตลาดมืด ขายเครื่องรางของขลัง ใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศโตโก ตั้งอยู่ในเมื่องโลเม เมืองหลวงของประเทศโตโก ตลาดมืดเครื่องรางของขลังที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้มีสินค้าหลากหลายชนิด และแต่ละชิ้นนั้นเรียกได้ว่าทั้งแปลกและน่าขนลุกทีเดียว แต่ก็คงไม่ใช่กับคนที่ชอบพวกเครื่องรางของขลังแน่นอน เพราะที่นี่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักไสยศาสตร์และผู้มีความเชื่อเกี่ยวกับเวทมนต์คาถาต่างๆ อย่างแท้จริง! ขอบคุณข้อมูล http://www.geeksvip.com/ เรียบเรียง Travel.Mthai