เด็กหญิง

แห่บูชาทารกเพศหญิง เชื่อเป็น'พระพิฆเนศ'อวตารมาจุติ
ทารก /  พระพิฆเนศ / 

ฮือฮา ทารกเพศหญิงชาวอินเดีย เกิดมาพร้อมกับเนื้อส่วนเกินบนใบหน้า จนชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าเด็กอาจเป็นพระพิฆเนศ อวตารมาจุติ วานนี้ (30 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ เผยแพร่เรื่องราวสุดฮือฮา หลังจากหญิงสาว ให้กำเนิดเด็กทารกเพศหญิงแรกเกิด ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย โดยเด็กทารกคนดังกล่าว เกิดมาพร้อมความพิเศษอย่างหนึ่ง คือมีเนื้อส่วนเกิดบนใบหน้างอก ยื่นออกมา คล้ายกับงวงของช้าง ทั้งนี้หลังจากข่าวการถือกำเนิดในครั้งนี้ แพร่สะพัดออกไปในหมู่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ต่างพร้อมใจกันแห่มาบูชา เนื่องจากตามความเชื่อ ของผู้นับถือถือว่าเด็กที่มีลักษณะเช่นนี้อาจเป็น พระพิฆเนศวร เทพเจ้าของศาสนาฮินดู อย่างไรก็ตามครอบครัวของเด็กหญิงผู้เกิดมาพร้อมกับลักษณะพิเศษรายนี้ มีฐานะค่อนข้างยากจน และปรารถนาให้การถือกำเนิดครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยน ทำให้ฐานะทางครอบครัว และโชคชะตาของคนในบ้านเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น MThai News ที่มา Metro

รวบพระลูกวัดชื่อดังฝั่งธนเสพกัญชา-ล่วงละเมิดดญ.
กัญชา /  พระ / 

ตำรวจ-ทหาร รวบพระลูกวัดชื่อดังฝั่งธน หลังพบพฤติกรรมเสพกัญชาและล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี นายสุจิน ศรีม่วง อายุ 56 ปี หรือ พระสุจิน ธัมมทีโป อดีตพระลูกวัดบางปะกอก ย่านราษฎร์บูรณะ ถูกตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมตัวได้คากุฏิ พร้อมของกลางเป็นกัญชา 15 กรัม มีดโบราณ 3 เล่ม มีดปลายปืนอีก 1 เล่ม ปืนบีบีกัน 3 กระบอก โดยการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่าพระลูกวัดบางปะกอกมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดและประพฤติตนไม่เหมาะสม มีความสัมพันธ์กับเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ตำรวจพร้อมทหารจึงเข้าตรวจค้น โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก ตรวจค้นภายในกุฏิพบพระสุจินนั่งอยู่ด้านในและของกลางดังกล่าว  สอบสวนรับสารภาพว่ากัญชาที่มีเป็นของตนเองมีไว้เพื่อเสพ ส่วนกรณีการล่วงละเมิดเด็กยอมรับว่าทำมาแล้ว 3 ครั้ง โดยเด็กดังกล่าวเป็นหลานของตน อ้างว่าแต่ละครั้งเด็กสมยอม ไม่มีการบังคับแต่อย่างใด ตำรวจจึงคุมตัวไปจับสึกก่อนมาสอบปากคำที่ สน. พร้อมแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พรากผู้เยาว์ และกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี

อึ้ง !! หนูน้อยป่วยประหลาด เสพติดการกิน สิ่งของเหล่านี้..?
Pica /  กินของแปลก / 

หนูน้อยชาวอังกฤษ ป่วยประหลาด เสพติดการรับประทานสิ่งแปลกปลอม วานนี้ (6 เม.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เมโทร' เผยแพร่เรื่องราวของ 'เจสสิก้า' เด็กหญิง วัย 4 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในมณฑลเคมบริดจ์เชอร์ อังกฤษ ซึ่งตกอยู่ในภาวะที่มีชื่อเรียกว่า 'พิก้า' (Pica) ซึ่งเป็นภาวะของพัฒนาการความอยากอาหารอันผิดปกติ จากอาหารที่แท้จริง เป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับประทานได้ เนื่องจากเธอเสพติดการรับประทานพรมและเฟอร์นิเจอร์ที่ตั้งอยู่ในบ้านของเธอ แต่แพทย์กลับวินิจฉันว่า เธอมีไอคิวสูงมากกว่าเด็กทั่วๆไป เคลลี่ มารดาของเจสสิก้า พบว่าเธอมีอาการผิดปกติครั้งแรก เมื่อเธอเมื่อเธอเริ่มรับประทานเก้าอี้หนังสำหรับเด็ก ซีเมนต์บริเวณฟุตปาธ ทราย วันหนึ่งครอบครัวของเธอต้องตกใจสุดขีด เมื่อเธอแอบรับประทานฟองน้ำของพรมในห้องนอนของเธอเอง จนแหว่งหายไปกว่าครึ่งผืน ทั้งนี้ครอบครัวของเธอตกอยู่ท่ามกลางความหวั่นวิตกถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ เนื่องจากแพทย์ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ จนกว่าเจสสิกาจะมีอายุครบ 6 ขวบ จึงจะสามารถเข้ารับการรักษาได้ อย่างไรก็ตาม 'พิก้า' (Pica) คือโรคชอบรับประทานของแปลก ซึ่งไม่ใช่อาหาร และหมายรวมไปถึงการรับประทานสิ่งสกปรก หรือสิ่งที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และอาจส่งผลกระทบให้เกิดภาวะลำไส้อุดตัน รวมไปถึงการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร โดยความผิดปกติในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นกับเด็กที่มีความพิการ หรือบกพร่องทางด้านสมอง และเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะเห็นได้ว่า ผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้กว่า ร้อยละ 4-26 จะมีอาการพิก้าร่วมด้วยเช่นกัน MThai News ที่มา METRO

When Marnie Was There : ยินดีที่ได้พบเธอ
When Marnie Was There /  การ์ตูน / 

คงไม่ได้กล่าวเกินจริงนัก หากมองผลิตผลของสตูดิโอจิบลิ เป็นมากกว่าความบันเทิงอันจับต้องเนื้อหาสาระไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้มักจะสอดแทรกแนวคิด รวมถึงเสียดสีสังคมบางประเด็นอยู่เสมอ จะหนักจะเบาก็ตามแต่เรื่องไป และในโอกาสที่ When Marnie Was There เป็นผ้าใบผืนสุดท้าย ที่จิบลิได้สร้างสรรค์ภาพฝันขึ้นมา ก่อนจะพักงานอย่างไม่มีกำหนด การ์ตูนเรื่องนี้จึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง When Marnie Was There ถ่ายทอดเรื่องราวของ อันนา เด็กหญิงชาวเมืองผู้เปลี่ยวเหงา เข้ากับเพื่อนไม่ได้ แถมยังเป็นโรคหอบหืด (โถ...) จึงต้องย้ายมาอยู่กับญาติที่จังหวัดเล็กๆ อากาศบริสุทธ์ ซึ่งทำให้เธอรู้จักกับ มาร์นี เด็กหญิงปริศนา ที่อาศัยอยู่ที่บ้านใหญ่ริมน้ำ จนความสัมพันธ์ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และนำไปสู่การค้นพบความจริงของชีวิตทั้งสอง (และเพื่ออรรธรสของผู้ชม เราจะไม่เปิดเผยสถานะของมาร์นี ในบทวิจารณ์นี้) ผลงานเรื่องนี้ค่อยข้างแตกต่างจากแนวทางของจิบลิเรื่องก่อนๆ กล่าวคือ มันแฝงความลึกลับ ขมุกขมัวชวนหาคำตอบ และใช้ความคลุมเครือในการปกปิดตัวตนของเด็กหญิงปริศนา มาร์นี ที่หนังสามารถถ่ายทอดได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่เธอปรากฏตัวขึ้นบนจอเป็นครั้งแรก โดยการค่อยๆเผยข้อมูลทีละนิด ทั้งจากฝั่ง มาร์นี เอง และฝั่ง อันนา ที่เหมือนจะมีบางสิ่งเกี่ยวพันกับหญิงปริศนาคนนี้โดยตรง และผู้ชมสามารถค่อยๆ รวบรวมข้อมูล ประมวลผล คิดเป็นตุเป็นตะล่วงหน้าไปหลายตลบ ในภาวะจริงก็ไม่ใช่ ฝันก็ไม่เชิง ในท่วงทำนองคล้ายหนังสืบสวนและทริลเลอร์ชั้นดี เพียงแต่มันถูกเล่าอย่างท่าทีเบาๆ ละมุนละไม และเป็นมิตรกับเด็กมากกว่า หมอกบางๆ ที่คลุมตัวตนของมาร์นีอยู่เกือบตลอดเรื่องนี้ ยังคลุมไปถึงระยะความสัมพันธ์ระหว่างเด็กหญิงทั้งสองอีกด้วย หากมอง อันนา ในฐานะวัยเด็กก่อนฮอร์โมนว้าวุ่น ที่ชีวิตช่างแสนจะเดียวดาย มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใคร การมีเพื่อนที่คุยถูกคอสักคน ย่อมเกิดความสนิทสนมอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความสัมพันธ์เจ้ากรรมที่เธอมีต่อมาร์นี ดูจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการตอบสนองจากฝั่งมาร์นีเอง ส่งผลให้หลายๆ ฉากชวนคิด ชวนจิ้น เตลิดเปิดเปิงไปไกลอยู่มิใช่เล่นๆ และทำให้เราเองก็ไม่แน่ใจนักว่า ตัวละครกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ จนอดจะหวาดเสียวไม่ได้ถึงตอนจบของหนังเรื่องนี้ ว่าจะเอนเอียงมาทางดาร์คไซด์หนักหน่วงรึเปล่า แต่ก็อย่างว่าครับ นอกจากผู้ใหญ่อย่างเราๆ แล้ว จิบลิต้องการให้เด็กดูได้อย่างไม่มีพิษแสลงคอด้วย เพราะฉะนั้นความคลุมเครือทั้งหมด จึงนำไปสู่บทสรุปที่เข้าใจได้ง่ายๆ ไม่ต้องการตีความให้หนักสมองมากมายนัก และเน้นย้ำให้ทุกวัยเข้าใจตรงกันในเชิงบวกอย่างไม่ต้องสงสัย นัยหนึ่งเราอาจมองว่ามันง่ายไปสักนิด แบบเสียดายการปูเชิงลึกลับชั้นดีมาทั้งเรื่อง แต่ถ้าคิดถึงความเข้าใจของคุณผู้ชมรุ่นเยาว์ทั้งหลาย ที่ไม่ได้เห็นโลกมามากมายเท่าเราแล้ว ก็พอจะให้อภัยกันได้นะครับ แถมยังแอบทิ้งเชื้อบางอย่างเหลือไว้ ให้เราเอาไปตีความเชื่อมโยงกันต่อตามสบายอีกด้วย . อันนา และ มาร์นี คือจิ๊กซอว์ มันจะถูกต่อสมบูรณ์ได้ เมื่อมีชิ้นสุดท้ายที่มอบให้จากอีกฝ่าย . นอกจากความเพลิดเพลินแล้ว สองตัวละครหลักของ When Marnie Was There ยังเป็นส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน หากชีวิตของ อันนา และ มาร์นี คือจิ๊กซอว์ มันก็ถูกต่อสมบูรณ์ได้เมื่อมีชิ้นสุดท้ายที่มอบให้จากอีกฝ่าย สิ่งที่คนหนึ่งขาด อีกคนหนึ่งจะมีเสมอ ดังประโยคสั้นๆ ที่สรุปความหมายของบทสนนายาวยืด ในฉากความลับส่วนตั๊วส่วนตัว ทำนองว่า "ฉันอยากเป็นเธอจัง" ในเจตนาที่แตกต่างกัน และทั้งสองฝั่งก็ทำให้มันเป็นจริงได้ในที่สุด อีกทั้งยังสะท้อนภาพครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ วิถีชีวิต และสำรวจสภาพจิตใจของ คนเว้าแหว่งที่ต้องการส่วนเติมเต็มได้เป็นอย่างดี เท่าที่การ์ตูนเรื่องหนึ่งจะพอทำได้ ว่ากันตามตรง หนังเรื่องนี้อาจยังไม่ได้สมบูรณ์พร้อม และยังมีรอยโหว่ ไปจนถึงรกรุงรังอยู่มิใช่น้อยๆ อีกทั้งยังไม่ได้มุ่งเน้นวิพากย์สังคมชัดเจนเท่าใดนัก (ดังที่ Spirited Away เคยทำไว้) แต่ก็ดังที่ อันนา ตะโกนกู่ร้อง และพยายามทุกวิถีทางจะได้พบหน้าเด็กลึกลับ มาร์นี นั่นแหละครับ ถึงจะเป็นห้วงสั้นๆ ชั่วระยะบำบัดหอบหืด เหมือนการดูหนังแค่ชั่วโมงกว่าๆ แม้สุดท้ายจะต้องจากลาแล้วกลับสู่ความเป็นจริง แต่เราก็อยากบอกความรู้สึกที่มีต่อหนังเรื่องนี้ พอๆกับที่ อันนา อยากบอก มาร์นี ว่า... ยินดีที่ได้พบเธอนะ When Marnie Was There เรื่องนี้ให้ 8.5 / 10 ครับ Lecter. ----------------------------------------

แอน มิตรชัย เปิดตัวอัลบั้ม Life My Life My Way กระหึ่มไทย!
Ann Mitchai /  Live My Life My Way / 

แอน มิตรชัย เปิดตัวอัลบั้ม Life My Life My Way กระหึ่มไทย! เพิ่มเพลงเวอร์ชั่นไทย-เรียบเรียงใหม่ด้วยตัวเอง เพื่อเอาใจแฟนเพลงตัวจริง!! แอน มิตรชัย เด็กหญิงที่เติบโตมาจากโรงลิเก เธอเริ่มเรียนรู้และซึมซับศิลปะการแสดงตั้งแต่เยาว์วัย และเริ่มแสดงลิเกอย่างจริงจังด้วยวัยเพียงห้าขวบ จากวันนั้นถึงวันนี้เธอคือเจ้าของฉายา 'Queen of Likay' (ควีน ออฟ ลิเก) และยังได้แสดงภาพยนตร์บอลลีวู้ด (Bollywood) ในประเทศอินเดีย ในฐานะนางเอกภาพยนตร์เรื่อง ISHQ actually (อิค แอ๊คชัวลี่) ประกบพระเอกซุปเปอร์สตาร์ระดับแนวหน้า อย่าง ราจีฟ คัลเดเวล ซึ่งถือว่า แอน มิตรชัย แจ้งเกิดในอุตสาหกรรมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ที่ใหญ่อันดับต้นของโลกได้อย่างสวยงาม นอกจากนั้น แอน มิตรชัย ยังเป็นเจ้าของผลงานอัลบั้มเพลงระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีชื่อว่า Life My Life My Way (ลิฟ มาย ไลฟ์ มาย เวย์) ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก ณ ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ประเทศอินเดีย ไปเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมาอีกด้วย ล่าสุด แอน มิตรชัย 'Queen of Likay' หนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทย ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้ม Life My Life My Way เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ท่ามกลางแขกพิเศษมาร่วมงานมากมาย อาทิ คุณ รณพงศ์ คำนวณทิพย์ ผู้บริหาร Universal Music Thailand, Mr. Ashley Rodrigues (แอชเลย์ ร็อดริเกวซ) ผู้บริหารจากบริษัทซาวด์กู๊ดโปรดักชั่น, คุณ สุภี พงษ์พานิช ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขาย ธนาคารไทยพาณิชย์, คุณ รัฏ อักษรานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 168k จำกัด, คุณ สุชีรา ธนภูวนัย Producer บริษัท Kantana Motion Pictures, คุณ สุชิน ชุติสิริวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น จำกัด, คุณ เลิศพันธ์ ม่วงเล็ก ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด เครื่องเสียง ไพโอเนียร์, คุณ ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ จิตรกรเลือดใหม่ที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ รวมถึง คีรีรัก มิตรชัย น้องชายแท้ๆ ของ แอน มิตรชัย และครอบครัวมิตรชัย ซึ่งมาร่วมแสดงความยินดีเช่นกัน แอน มิตรชัย เผยว่า "ผลงานเพลงอัลบั้มนี้เป็นงานเพลงฉบับอินเตอร์ แต่แอนก็ไม่ลืมเตรียมความพิเศษมาฝากแฟนเพลงชาวไทยด้วยค่ะ สำหรับอัลบั้ม Life My Life My Way นั้น หลังจากปล่อยมาระยะหนึ่งแล้วกระแสการตอบรับยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย เพราะในอัลบั้มมีเพลงที่เป็นภาษาฮินดีถึง 2 เพลง และสำหรับในประเทศไทย เพื่อเป็นของขวัญพิเศษรวมถึงเอาใจแฟนเพลงชาวไทย แอนเลยนำแพลง NaachTuNaach มาแปลเป็นภาษาไทยพร้อมทั้งเรียบเรียงใหม่ด้วยตัวเองมาลงในอัลบั้มที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยด้วยค่ะ แอนหวังว่าทุกๆ ท่านจะชอบ ในวันนี้แอนมีโอกาสที่ตลาดสากลเปิดรับตัวแอน นั่นก็คือโอกาสที่แอนสามารถนำศิลปะการแสดงลิเกไทยเดินทางไปกับแอนสู่ตลาดสากลด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามสนับสนุนและให้กำลังใจแอนต่อไปนะคะ" แฟนๆ สามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ได้ที่ Facebook : annmitchai, Youtube:annmitchaivevo, Line Group:แอน มิตรชัย และ Website:www.annmitchai.com ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สภาพนี้ไม่รอดแน่ๆ...กับใบปิดชุดใหม่ ชวนสะดุ้งเฮือก จาก Insidious: Chapter 3
Insidious: Chapter 3 /  poster / 

ทยอยปล่อยของให้แฟนๆ ที่สยองพองเกล้ากันทีละนิด กับการหวนคืนสู่จุดเริ่มต้นสุดสะพรึง กับภาพยนตร์ Insidious Chapter 3 วิญญาณยังตามติด 3 ผลงานของผู้กำกับ ลีห์ วานเนลล์ เพื่อนซี้ของ เจมส์ วาน เจ้าตำนานขนลุกซู่ ที่จะพาคุณย้อนกลับไปพบคนทรง เอลิส เรนเนอร์และ ซู เด็กหญิงที่นอนซมอยู่บนเตียง แต่เธอกลับพบว่าไม่นอนอยู่คนเดียว แต่มีอะไรบางอย่างกำลังคุกคามเธอ...โดยล่าสุดนี้ ขอเชิญขนลุกกันอีกสักรอบ กับ 3 ใบปิดใหม่ ที่ชวนสะดุ้งและชวนสงสัยเสียจริงว่าในสภาพแบบนี้ เด็กน้อยจะรอดจริงๆนะเหรอ... เตรียมผวาให้สุด หวีดกันให้คลั่ง กับจุดเริ่มต้นความสยองในตำนาน กับ Insidious: Chapter 3 วิญญาณยังตามติด 3 ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Insidious: Chapter 3 ได้ที่นี่เลย --------------------------------

นาทีชีวิต! กู้ภัยช่วยดญ.12 ติดซอกกำแพงเหตุปีนหลังคาหนีเที่ยว
กู้ภัย /  ช่วยชีวิต / 

กู้ภัย เร่งช่วยเด็กหญิง 12 ปีนหลังคาบ้านหนีเที่ยว กลับติดซอกกำแพงนานเกือบชั่วโมง สภาพอิดโรย โชคดีเพื่อนบ้านเห็น แจ้งเหตุช่วยชีวิตได้ทัน วันที่ 3 เม.ย.58 เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี(ท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่) เข้าช่วยเหลือเด็กหญิงอายุ 12 ปี สภาพสะโพกติดอยู่กับกำแพงระหว่างบ้าน 2 หลัง ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น โดยช่องกำแพงมีความกว้างประมาณ 20 ซม. ไม่สามารถขยับตัวได้ และเด็กอยู่ในสภาพเริ่มอิดโรย เนื่องจากต้องติดอยู่ในซอกกำแพงประมาณ 45 นาที ตากแดดและอากาศที่ร้อนจัดซึ่งติดอยู่ในซอกกำแพงหลังบ้านหลังหนึ่ง ในซอย 4 หมู่ 4 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่พยายามนำตัวออกมา เพื่อไม่ให้เด็กเป็นลม โดยใช้น้ำฉีดหล่อเลี้ยงและใช้แม่แรงถ่างระหว่างตัวบ้านกับรั้วคอนกรีตและค่อยๆ ดึงร่างของเด็กออก มาจนสำเร็จ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากเด็กอยู่ในสภาพที่อ่อนแรงเดินไม่ได้ โดยสาเหตุ เกิดจากเด็กหญิงอยู่บ้านเพียงลำพังกับยาย แต่ยายได้ล็อกประตูบ้านเอาไว้ เพื่อไม่ให้ออกไปเที่ยวนอกบ้าน แต่เด็กได้แอบปีนออกมาทางช่องหลังคาหลังบ้าน ลงมาในซอกกำแพง ปรากฎว่าซอกกำแพงแคบมากทำให้สะโพกติดกับกำแพงไม่สามารถขยับตัวออกมาได้ จนเพื่อนบ้านมาพบ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทัน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

ซนเป็นเหตุ! เด็กจีนจุดประทัดยัดท่อระบายน้ำ ทำถนนพังยับ
ข่าวจีน /  ท่อระบายน้ำ / 

ถนนในเมืองจีนพัง หลังเด็กมือบอนน้ำประทัดไปหย่อนลงในท่อ เกิดเหตุระทึกขึ้นอีกแล้ว เมื่อเด็กจีนจุดประทัด แล้วใส่ไปในท่อระบายน้ำ แล้วเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ภาพจากกล้องวงจรปิดบนถนนแห่งหนึ่ง จับภาพเด็กจีน 4 คน ได้หย่อนประทัดลงไปในท่อระบายน้ำ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความคึกคะนอง จากนั้น ทั้งหมดได้เข้าไปมุงดูที่บริเวณฝาท่อว่าจะเกิดระเบิดขึ้นหรือไม่ จนกระทั่งเกิดระเบิดขึ้นสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้เด็กๆกลุ่มนี้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหน้านี้ ยังมีกรณีเช่นเดียวกันที่เด็กจีนจุดประทัด แล้วใส่ไปในท่อระบายน้ำ เป็นเหตุให้เด็กหญิงคนหนึ่งเสียชีวิต นับเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ปกครอง ที่ไม่ควรปล่อยปะละเลยให้เด็กแอบมาเล่นแบบนี้ เพราะอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ MThai News

ละครกลกิโมโน , เรื่องย่อกลกิโมโน
เรื่องย่อละคร กลกิโมโน /  ละคร กลกิโมโน / 

เรื่องย่อละคร กลกิโมโน บทประพันธ์โดย : พงศกรผลิตโดย : บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่นควคุมการผลิตโดย : หน่อง อรุโณชาออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ณ เมืองสึกิ เกิดพายุหิมะถล่มครั้งยิ่งใหญ่ นี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติธรรมดา แต่เป็นฝีมือของ นางปีศาจหิมะ ที่โกรธแค้น โฮชิ เทพเจ้านกกระเรียนที่ไม่ยอมรับรักเธอ นางปีศาจหิมะต้องการให้โฮชิเห็นประชาชนที่โฮชิรักต้องมีอันเป็นไปต่อหน้าต่อตา โฮชิต่อสู้กับนางปีศาจหิมะจนสามารถช่วยประชาชนได้สำเร็จ แต่การต่อสู้ทำให้กิโมโนของโฮชิขาดวิ่น โฮชิกลับสวรรค์ไปไม่ได้ต้องติดค้างอยู่บนโลกมนุษย์ เขาจึงต้องพรากจาก เมียวโจ คนรักที่อยู่บนสวรรค์ โฮชิเฝ้าคิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ แต่เชื่อว่าเธอเองก็คิดถึงเขาอยู่เช่นกัน โฮชิมั่นใจว่าสักวันจะได้พบกับสาวคนรักอีกครั้ง ไม่ว่านานแค่ไหนเขาก็จะรอ 400 ปีผ่านไป รินดารา สาวไทยแสนสวยที่ได้รับทุนมาเรียนต่อปริญญาโทสาขากายภาพบำบัดที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะทางมหาวิทยาลัยตัดสินใจไม่ให้ทุนเรียนต่อ เหตุเพราะรินดาราลักลอบขโมยสัตว์ทดลองออกไป รินดาราได้แต่ก้มหน้ายอมรับผลการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย เพราะรินดาราไม่สามารถพูดออกไปได้ว่า สาเหตุของการขโมยสัตว์ทดลองเป็นเพราะความสามารถพิเศษของเธอที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้เธอได้ยินเสียงพวกมันร่ำร้องขอให้ช่วยรักษาบาดแผลบนลำตัว รินดาราพยายามทำเฉยเมยต่อเสียงสัตว์เหล่านั้นเหมือนอย่างที่ สุรินทร์ และ ดวงดาวพ่อแม่เคยเตือนเอาไว้ตั้งแต่เด็ก แต่รินดารารู้อยู่คนเดียวว่ายิ่งเธอไม่สนใจเท่าไหร่ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของเธอก็จะยิ่งเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนมากขึ้นเท่านั้นเหมือนอะไรบางอย่าง จะเตือนว่ารินดาราไม่มีสิทธิ์เพิกเฉยต่อความสามารถพิเศษเพราะทุกอย่างถูกลิขิตมาไว้แล้ว รินดารามั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสามารถพิเศษและปานรูปดาวบนแผ่นหลังจะต้องเป็นที่มาของอะไรบางอย่างที่รอให้เธอหาคำตอบ แล้วผลของการไม่เพิกเฉยต้องทำให้รินดาราต้องดิ้นรนทำงานหาเงินเพื่อเป็นค่าเทอมในปีต่อไป ขอให้เป็นงานที่ไม่เบียดเบียนใครรินดาราทำได้หมด แล้วงานล่าสุดของเธอที่มีค่าตอบแทนอย่างงดงามก็คือ การแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงอยู่ในสวนสนุก ในขณะที่รินดารากำลังทำงานด้วยความเพลิดเพลินอยู่กับลูกค้า เธอก็ได้ยินเสียงนกบนต้นไม้พูดขึ้นมาว่า มีเด็กผู้หญิงพิการนั่งอยู่บนรถเข็นล้อเลื่อนกำลังพลัดหลงกับคุณอาชายสุดหล่อกับคู่ควงสาวที่มัวแต่จีบกัน และดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะมุ่งหน้าไปที่สระน้ำ รินดาราวิ่งไปช่วยเด็กน้อยได้ทันก่อนที่รถจะไถลลงสระน้ำได้อย่างเฉียดฉิว รินดารากอดปลอบเด็กน้อยชื่อว่า อายูมิ มิยาคาวะ ที่เอาแต่ร้องไห้สะอื้นด้วยความตกใจ ก่อนที่ อาคิระ มิยาคาวะ และ ริเอะ ชินเอบะ ผู้ปกครองของเด็กน้อยจะมาพบเข้า ทั้งสองยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไร ริเอะก็กล่าวหาว่ารินดาราอาจจะเป็นพวกตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูล มิยาคาวะ ส่งมาลักพาตัวอายูมิ รินดาราทนไม่ได้จึงเถียงกลับจนริเอะพูดไม่ออก แต่คนที่ไม่เคยยอมแพ้ใครอย่างริเอะก็จัดการรินดาราด้วยการทำให้รินดาราถูกไล่ออกจากงาน รินดาราประกาศไว้กับตัวเองว่าจะไม่ขอเจอยัยริเอะกับอาคิระอีกเลย รินดาราอยู่ในสภาพลำบากอีกครั้ง แล้วเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอเมื่อมีคนติดต่อผ่านอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยว่าจะให้เธอไปเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กหญิงพิการที่เมืองสึกิ เมื่อในนิทานแสนสวยงามที่รินดาราฝันอยากไปตั้งแต่เด็ก และเมืองสึกินี้เองที่เป็รแรงบันดาลใจทำให้รินดาราขอทุนเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ที่ผ่านมารินดาราต้องเรียนหนักและต้องประหยัดเงินทุกบาทจึงยังไม่เคยไปเมืองสึกิสักครั้ง รินดาราตื่นเต้นดีใจดีมากก่อนที่จะพบว่าผู้ที่มาติดต่อเธอคืออาคิระ ผู้ชายมาดขรึมเก๊กหล่อแฟนของยัยผู้หญิงนิสัยไม่ดี รินดารากำลังจะปฏิเสธโดยไม่เสียเวลาลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่อาคิระที่เหมือนจะอ่านใจรินดาราออกรีบบอกว่า ไม่ใช่เขาที่เป็นคนอยากให้รินดาราไปดูแลหลานสาว แต่เป็นคนอื่น รินดาราสังเกตเห็นได้ว่าอาคิระดูไม่ค่อยเต็มใจอยากจะมาทำหน้าที่นี้สักเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่รินดาราคิด การที่อาคิระยอมมาเชิญรินดาราด้วยตัวเองเป็นเพราะ คุณย่ามิกิ คุณย่าที่เขารักและเคารพมากขอร้องมาว่าให้ทำเพื่อบุคคลผู้มีพระคุณต่อมิยาคาวะ อาคิระขอร้องให้รินดาราไปพบกับเขาคนนั้นด้วยตัวเองแล้วค่อยตัดสิ้นใจว่าจะรับหรือไม่รับงานนี้ รินดารายอมไปกับอาคิระเพราะอยากรู้ว่าเขาคนนั้นคือใคร พอถึงที่หมายซึ่งเป็นหน้าอุโมงค์คอกวีสทีเรีย อาคิระบอกให้รินดาราเข้าไปข้างในคนเดียว แล้วภาพของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าอุโมงค์คอกวิสทีเรียอันสวยสดงดงามราวกับดวงดาวพร่างพรายแม้เวลากลางวัน เขาคนนั้นคือ ท่านชายโฮชิ ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอันเปี่ยมสุข แต่แววตากลับแฝงความเศร้าหมอง เพียงแค่คำพูดของเขาไม่กี่คำก็ทำให้รินดาราเหมือนตกอยู่ในมนต์ ตอบรับทำงานที่คฤหาสน์มิยาคาวะทันที โดยที่ไม่รู้เลยว่าการเดินทางไปเมืองสึกิครั้งนี้จะทำให้ได้พบคำตอบที่เธอรอคอยมาตลอดชีวิต ณ ขณะเดียวกันที่ตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูลมิยาคาวะกำลังร้อนเป็นไฟ เมื่อ ไดซุเกะ ชายชราวัย 70 ปี อ่านพบคำทำนายในตำราโบราณของบรรพบุรุษว่ากำลังมีผู้หญิงเดินทางมาที่มิยาคาวะ และผู้หญิงผู้นี้จะนำพาหายนะมาสู้โคสึกะตระกูลโคสึกะเป็นตระกูลใหญ่ในหุบเขาสึกิ พวกเขาเป็นเจ้าพ่อธุรกิจการเกษตรและเป็นตระกูลผู้ดูแลศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นเทพเจ้าทางด้านพืชผลทางการเกษตร ขณะที่เทพเจ้านกกระเรียนทองคำคือเทพเจ้าแห่งสุขภาพและชีวิตที่ยืนยาว โดยมีตระกูลมิยาคาวะทำหน้าที่ดูแลศาลให้ สองตระกูลนี้ไม่ถูกกันมาตลอดเพราะความเชื่อและศรัทธาในเทพเจ้าของตัวเอง ตระกูลโคสึกะเข้าใจผิดไปว่าเทพเจ้านกกระเรียนเป็นต้นเหตุทำให้เทพเจ้าจิ้งจอกของพวกเขาสูญสลาย และเชื่อว่าเทพเจ้านกกระเรียนยังกลับขึ้นสวรรค์ไม่ได้ ทว่าไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่แห่งใดบนโลกนี้ ทุกคนในตระกูลโคสึกะจึงถูกปลูกฝังให้ขัดขวางไม้ให้เทพเจ้านกกระเรียนกลับขึ้นสวรรค์ เพราะไม่เช่นนั้นตระกูลโคสึกะจะต้องมีอันเป็นไป ฮิเดโนริ โคสึกะ หลานชายวัย 25 ปีลูกของไดซุเกะทำหน้าที่สืบว่าผู้หญิงที่มาคฤหาสน์มิยาคาวะเป็นใครด้วยการส่งฮิโตชิ ผีเด็กตัดผมหน้าม้าสวมชุดยูกาตะสีน้ำเงินที่เขาเลี้ยงไว้ใช้งานให้ไปที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ทำให้รินดาราเกือบจะโดนผีหลอกตั้งแต่คืนแรกที่มาอยู่ที่คฤหาสน์มิยาคาวะ แต่รินดารารอดปลอดภัยมาเพราะท่านชายโฮชิมาช่วยไว้ และเขายังมอบเหรียญเซโมริลายนกกระเรียนซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังของญี่ปุ่นให้รินดาราเอาไว้เป็นเครื่องคุ้มกันภัยจากอันตรายทั้งปวง ทำให้ฮิโตชิเข้าใกล้รินดาราไม่ได้ ทางด้านรินดาราเริ่มงานดูแลหนูน้อยอายูมิด้วยการบริหารให้กล้ามเนื้อคลาย เด็กหญิงร้องไห้ลั่นด้วยความเจ็บปวด อาคิระมาเห็นเข้าก็ไม่พอใจเข้าไปห้ามทันที รินดาราเข้าใจแล้วว่าที่อายูมิอาการไม่ดีขึ้นเป็นเพราะเด็กน้อยถูกประคบประหงมมากเกินไป กล้ามเนื้อไม่ได้ออกแรงอย่างที่ควรจะเป็น รินดาราใช้สิทธิของการเป็นผู้ดูแลอายูมิจัดโปรแกรมชีวิตเด็กน้อยให้หมด อาคิระจำใจต้องยอมรับรินดาราเพราะคำสั่งของคุณย่ามิกิ อาคิระแปลกใจว่าทำไมย่ามิกิต้องทำเหมือนรินดาราเป็นคนพิเศษมาก ไหนจะยังสายตาที่ท่านชายโฮชิมองรินดาราช่างหวานซึ้งและคุ้นเคย อาคิระจ้างนักสืบสืบประวัติของทั้งสอง นักสืบไม่พบข้อมูลใดๆ น่าสงสัย แต่ที่แปลกคือ นักสืบไม่พบข้อมูลของท่านชายโฮชิเลยแม้แต่นิดเดียวว่าเขาเป็นใครมาจากไหน วันหนึ่งรินดาราพาอายูมิเข้าไปในเมืองเพื่อเปิดหูเปิดตา สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กน้อยอยากกลับมาเดินได้อีกครั้ง สองสาวต่างวัยได้พบกับ แป้งร่ำ และ เกียว เจ้าของร้านนวดแผนไทย รินดาราดีใจที่มีคนไทยอยู่ใกล้ๆ ให้อบอุ่นใจ แต่ขากลับรินดาราเกือบถูกสุนัขจิ้งจอกทำร้าย เสื้อผ้าของเธอฉีกขาดเล็กน้อย โชคดีที่อาคิระและโฮชิช่วยเอาไว้ทัน แต่สิ่งที่ทำให้โฮชิตกตะลึงก็คือ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดารา โฮชิแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาคิดถูกต้อง รินดาราคืออวตารส่วนหนึ่งของเมียวโจ เมียวโจส่งรินดารามาช่วยทำให้กิโมโนโฮชิปักเสร็จแล้วพาเขากลับสวรรค์ แต่ตอนนี้รินดารายังจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร โฮชิกับมิกิจะช่วยฟื้นความจำให้รินดารา มิกิจึงวางแผนให้รินดาราขึ้นไปบนหอคอยอันเป็นเขตห่วงห้ามของคุณย่ามิกิ เผื่อว่ากิโมโนโฮชิจำทำให้รินดาราจำได้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ แต่เมื่อกิโมโนโฮชิปรากฎต่อสายตา ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดาราเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงจนเธอเป็นลมสลบไป โฮชิรู้แล้วว่าตอนนี้ร่ายหยาบของมนุษย์อย่างรินดารายังไม่สามารถรับพลังงานบริสุทธิ์ของเทพได้ ต้องรอให้ร่างของรินดาราพร้อมด้วยตัวเองเท่านั้น ตอนนี้โฮชิจึงได้แต่เฝ้ารอให้รินดาราจำได้ว่าเธอเป็นใคร มิกิหวังว่าจะถึงวันนั้นเร็วๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทางด้านฮิเดโนริตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเลือดเต็มตัว เนื้อตัวเปรอะเปื้อนดินโคลน ฮิเดโนริจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งไดซุเกะเข้ามารับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลานชาย จึงรู้ว่าเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริเริ่มออกฤทธิ์ สุนัขจิ้งจอกตัวที่ทำร้ายรินดาราก็คือฮิเดโนรินั่นเอง แท้จริงแล้วฮิเดโนริเป็นลูกครึ่งมนุษย์และปีศาจจิ้งจอก พ่อของฮิเดโนริรักกับนางปีศาจจิ้งจอกที่ปลอมตัวเป็นหญิงสาวสวย เมื่อฮิเดโนริกำเนิด ทั้งสองก็ทิ้งเด็กชายไว้กับไดซุเกะก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะตามคนรักเข้าป่าไปอยู่กับฝูงสุนัขจิ้งจอก ไดซุเกะไม่เคยคิดว่าจะบอกเรื่องนี้ให้กับหลานรู้เพราะอยากให้มันเป็นความลับตลอดกาล แต่เมื่อเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริกำลังมีพลังอำนาจเหนือเลือดมนุษย์ ไดซุเกะจึงทำพิธีสักยันต์บนแผ่นหลังของฮิเดโนริ และสอนให้ฮิเดโนริรู้จักควบคุมปีศาจจิ้งจอกให้อยู่ภายใต้การควบคุมของฮิเดโนริ กว่าฮิเดโนริจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองเป็นได้ เขาก็อาละวาดใส่ฮิโตชิหลายครั้ง ฮิโตชิตกใจกลัวจึงเข้าไปหลบในห้องของไดซุเกะ แล้วเขาก็เผลอทำตุ๊กตาฮินะรูปผู้หญิงผมยาวผิวขาวซีด ปากเป็นสีแดงตกแตก ทำให้วิญญาณของนางปีศาจหิมะที่ตระกูลโคสึกะกังขังอยู่ในตุ๊กตาฮินะตัวนั้นมานานหลายร้อยปีถูกปลดปล่อยโดยไม่มีใครรู้ นางปีศาจหิมะเป็นเพียงมวลสารไร้รูปกายมันจึงเข้าไปสิงอยู่ในร่างของ ยูกิ เกอิชา สาวแสนสวยที่เป็นทาสความรักของ มาโกะโตะ ชินเอบะ พ่อของริเอะที่ผ่านมามาโกะโตะให้ความหวังกับยูกิจนเธอรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ยูกิเรียกร้องอยากแต่งงานกับเขา มาโกะโตะรำคาญสุดขีดจึงสั่งเก็บยูกิ ยูกิต้องจบชีวิตด้วยความรักความแค้นไม่ต่างจากที่นางปีศาจหิมะที่เคยรู้สึกมาก่อน นี่เป็นช่องโหว่ที่ทำให้นางปีศาขหิมะสามารถสิงร่างของยูกิได้ แล้วนางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็กลับมาหามาโกะโตะ พร้อมกับซากศพของลูกน้องของเขาที่เธอสูบกินกิเลสตัวพวกมันจนแห้งกรัง ด้วยความกลัวสุดขีดทำให้มาโกะโตะยอมเป็นทาสรับใช้ ช่วยยูกิตามหาเทพเจ้านกกระเรียนชายที่เธอยังรักหมดหัวใจที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วยูกิก็ได้พบกับโฮชิอยู่ในงานทานาตะ ยูกิอยากจะเข้าไปหาเขาแต่พลังของเธอยังน้อยเกินไป ทว่า ยูกิยังรู้สึกที่อย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังอยู่ในเมืองสึกิและอยู่กับครอบครัวมิยาคาวะ ยูกิคิดไปเองว่าสาเหตุที่เมื่อก่อนโฮชิไม่รับรักเธอ เป็นเพราะเธอเป็นนางปีศาจหิมะน่าเกลียดน่ากลัว แต่ตอนนี้เธออยู่ในร่างของหญิงสาวแสนสวยแล้วโฮชิน่าจะรักเธอได้ ดังนั้นยูกิจึงสั่งให้ริเอะพาคุณย่ามิกิและอาคิระมาที่บ้าน โดยอ้างว่ายูกิอยากจะสั่งคุณย่ามิกิทอกิโมโน เมื่อพบโอกาสยูกิก็จัดการสะกดจิตคุณย่ามิกิคนใกล้ชิดที่สุดของโฮชิให้ทำตามความต้องการของยูกิ ทำให้หลังจากนั้นเป็นต้นมาคุณย่ามิกิก็เอาแต่พูดถึงยูกิให้โฮชิฟัง และยังขอให้โฮชิไปพบกับยูกิอีกด้วย โฮชิมาพบยูกิตามนัดที่ซุ้มอุโมงค์วิสทีเรียเพราะยูกิจงใจให้ตัวเองเหมือนเมียวโจคนรักของโฮชิ แต่โฮชิกลับไม่มีท่าทีอ่อนไหวกับยูกิเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขายังเกิดความสงสัยว่ายูกิไม่ใช่คน โฮชิจึงล่อพายูกิไปที่ศาลเจ้าอันเป็นสถานที่ที่ปีศาจเข้าไม่ได้ ยูกิเกือบจะแสดงท่าแท้ของตัวเองออกมาให้โฮชิเห็น แต่เธอก็เอาตัวรอดมาได้ ในงานทานาบาตซึ่งตรงกับวันเกิดของรินดารา รินดาราแปลกใจมากว่าทำไมเธอถึงไม่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ปานรูปดาวเหมือนวันเกิดที่ผ่านมา รินดารายอมเล่าเรื่องปานรูปดาวให้โฮชิฟังเพราะเธอไว้ใจเขาอย่างประหลาด โฮชิพูดเป็นในให้รินดาราได้คิดว่าปานรูปดาวอาจจะพอใจที่เธออยู่ในเมืองสึกินี้แล้วก็ได้ รินดารายังไม่เข้าใจที่โฮชิพูดแต่แน่ใจว่าต้องมีอะไร รินดาราพยายามหาคำตอบให้กลับตัวเอง แต่ยิ่งหาเท่าไหร่เธอยิ่งรู้เรื่องประหลาดเกี่ยวกับโฮชิทางด้านฮิเดโนริพยายามทำร้ายรินดาราด้วยการส่งผีไปฆ่าแต่ไม่สำเร็จ เพราะรินดารามีเหรียญเซโมริปกป้อง ฮิเดโนริจึงใช้วิธีเข้าไปทำความรู้จักกับรินดาราเพื่อหาทางทำร้ายเธอ แต่ยิ่งฮิเดโนริอยู่ใกล้รินดารามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงรักในความน่ารักสดใสของเธอมากขึ้นเท่านั้น จนฮิเดโนริเกิดความรู้สึกลำบากใจที่จะฆ่ารินดารา ฮิเดโนริเกิดเกิดความคิดว่าแค่หาทางไล่รินดาราไปให้พ้นจากเมืองสึกิก็น่าจะพอแล้ว รินดาราได้เห็นรูปถ่ายเมื่อสมัยห้าสิบปีของพ่อสามีของแป้งร่ำ ผู้ที่ปรากฎอยู่ในรูปหน้าตาละม้ายคล้ายท่านชายโฮชิ รินดาราจึกวางแผนให้ท่านขายไปพบกับพ่อสามีของแป้งร่ำ จนรินดารารู้ว่าท่านชายโฮชิคือผู้ชายในรูปจริง ๆ แต่หน้าตาของท่านชายไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย รินดาราจึงแน่ใจแล้วว่าเรื่องล่ำลือเกี่ยวกับชายหนุ่มที่อยู่บนหอคอยของคฤหาสน์มิยาคาวะก็คือท่านชายโฮชิด้านทางฮิเดโนริรู้เรื่องว่าฮิโตชิแอบหนีไปเล่นกับอายูมิที่คฤหาสน์มิยาคาวะอยู่บ่อยๆ ฮิเดโนริเรียกฮิโตชิมาลงโทษและกักขังเอาไว้ในตุ๊กตาฮิะ แต่ ไอ บังเอิญไปพบเข้าแล้วทำตุ๊กตาฮินะแตก ฮิโตชิหลุดออกมาหาอายูมิ และได้รับการปกป้องจากท่านชายโฮชิ ทำให้ฮิเดโนริได้เจอกับท่านชายโฮชิแล้วรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ซึ่งขณะเดียวกันนั้นไดซุเกะรับรู้แล้วว่านางปีศาจหิมะหลุดออกไปจากตุ๊กตาฮินะ ไดซุเกะรีบทำพิธีเรียกมันกลับมา แต่มันกลับมาในสภาพของมนุษย์สาวสวยชื่อยูมิ ไดซุเกะจะจัดการกักขังปีศาจหิมะเอาไว้เหมือนเดิม แต่นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิโพล่งออกมาว่า เธอรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่ที่ไหนและเธอจะขอให้แก้แค้นเทพเจ้านกระเรียน เพื่อแก้แค้นให้เธอและให้เทพเจ้าจิ้งจอกที่ต้องสลายไป เพราะฝีมือของเทพเจ้านกกระเรียน เมื่อฮิเดโนริรู้เรื่องเข้าจึงกระจ่างแล้วว่าท่านชายโฮชิเป็นเทพเจ้าจริง ๆ ไดซุเกะจึงยอมปล่อยนางปีศาจหิมะโดยไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนการณ์ของนางปีศาจหิมะ นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูจิหลอกใช้พลังของไฮซุเกะแล้วถ้าทุกอย่างสมหวัง เธอจะจัดการกับไดซุเกะเป็นคนแรก เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากไดซุเกะจนมีพลังกลับคืนมา นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็ กลับไปพบกับโฮชิที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ยูกิอ้างไปว่าที่หายหน้าไปหลายวันเพราะมีธุระส่วนตัว โฮชิจึงไม่สงสัยอีกแล้วว่าโฮชิมีอาการเป็นห่วงผู้หญิงที่ชื่อรินดารามากเป็นพิเศษ จึงอยู่รอพบหน้ารินดารา เมื่อพบหน้ายูกิยังไม่รู้ว่ารินดาราเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ ยูกิรู้แต่ว่ารินดาราสวยเหลือเกิน ประกอบกับสายตาของโฮชิยามมองรินดาราช่างอ่อนหวานอ่อนโยนจนเธอนึกอิจฉาอยู่ในใจ ยูกิจึงตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างกับรินดารา นางปีศาจหิมะในร่างยูกิหลอกล่อรินดาราเพื่อฆ่า แล้วนางปีศาจหิมะจะสิงเข้าไปอยู่ในร่างของรินดาราเสียเอง แต่นางปีศาจหิมะทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะจิตของรินดาราไม่ได้บอบช้ำเพราะความรักเหมือนอย่างยูกิ แล้วอาคิระกับโฮชิก็มาช่วยรินดารา รินดาราตกอยู่ในสภาพแย่มากจากพลังอำนาจประหลาด โฮชิจึงตัดสินใจคืนร่างเป็นเทพเจ้านกกระเรียนเพื่อช่วยรินดารา ทำให้รินดารากระจ่างแล้วว่าโฮชิไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเทพเจ้านกกระเรียนตามตำนานในนิทาน เท่านั้นยังไม่พอมิกิยังพารินดาราขึ้นไปดูกิโมโนโฮชิบนหอคอยเพียงแค่รินดารายื่นมือไปแตะลายปักรูปนกกระเรียนบนกิโมโน ภาพความจำว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจก็ปรากฎขึ้นในหัว รินดาราได้คำตอบแล้วว่า เธอเกิดมาเพื่อช่วยส่งท่านชายโฮชิกลับสวรรค์ โดยต้องตามหาขนนกกระเรียนทองคำแล้วนำมาปักบนกิโมโนให้สำเร็จ แต่ทั้งหมดนี้อาคิระยังไม่รู้เรื่อง รินดาราเริ่มหน้าที่ของตัวเองด้วยการหาข้อมูลของขนนกกระเรียนทองคำ รวมทั้งถามกับ แฮโรลด์ เจ้าของสถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียผู้โด่งดังที่มาขอกิโมโนของตระกูลมิยาคาวะไปจัดแสดงในงาน แต่แฮโรลด์ไม่เคยได้ยินว่าขนนกกระเรียนทองคำมีจริง ๆ แต่การสนทนาครั้งนั้นทำให้ริเอะได้ยินแล้วนำไปบอกกับยูกิ ยูกิรวบรวมสิ่งที่รู้มาจนแน่ใจว่ารินดาราคือส่วนหนึ่งของเมียวโจที่ลงมาช่วยพาโฮชิกลับสวรรค์ ยูกิสั่งให้ไดซุเกะและฮิเดโนริคอยหาทางขัดขวางไม่ให้รินดาราหาขนนกกระเรียนทองคำเจอ ช่วงนั้นรินดาราไปหาเพื่อนชื่อ เคนจิ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย นักศึกษาปริญญาโทคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลับเดียวกันกับรินดารา เคนจิกำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องสัตว์พิเศษในตำนานของเทพนิยายต่างๆ เช่น ล็อคเนสแห่งทะเลสาปล็อคเนส เยติมนุษย์หิมะแห่งฮิมาลัย ฯลฯ รินดาราถามเคนจิเรื่องนกกนกระเรียนทองคำ แต่เคนจิบอกว่ามันเป็นสิ่งที่หายากมาก ร้อยปีถึงวจะมีกำเนิดสักครั้ง ความหวังที่จะช่วยโฮชิของรินดาราดูจะริบหรี่เหลือเกิน แต่แล้วก็เหมือนฟ้าดลใจ เมื่อเคนจิเดินทางมาหารินดาราที่คฤหาสน์มิยาคาวะว่าได้คุยกับ ป้าอัง ญาติของเคนจิที่อยู่เมืองไทยมีขนนกกระเรียนทองคำ และป้าอังก็ยินดีจะมอบขนนกกระเรียนทองคำให้รินดารา และที่ผ่านมาป้าอังฝันว่ามีผู้หญิงมาบอกว่าให้เก็บขนนกกระเรียนนี้ไว้ สักวันพวกเขาจะมารับ ป้าอังเชื่อว่าต้องเป็นรินดารา เพราะผู้หญิงในฝันหน้าเหมือนรินดาราไม่มีผิด รินดารานำเรื่องนี้ไปเล่าให้ย่ามิกิและท่านชายโฮชิฟังโดยไม่รู้ตัวว่าอาคิระกำลังแอบฟังเรื่องทั้งหมดอยู่ อาคิระก็เลยรู้ความจริงทั้งหมด และเขาก็ยินยอมที่จะร่วมมือช่วยปลดปล่อยท่านชายโฮชิกลับคืนสู่สวรรค์ ในระหว่างนั้นเองทางเมืองไทยก็ส่งข่าวมาว่าพ่อของรินดารามีอาการป่วย รินดาราและอาคิระจึงตัดสินใจเดินทางไปหาป้าอังพร้อมกับเคนจิที่เมืองไทย เพื่อตามหาขนนกกระเรียนและเพื่อรักษาอาการของพ่อ แต่ถึงกระนั้นไอก็ยังขอติดตามไปดูเส้นไหมที่เมืองไทยด้วย หากความจริงแล้วไอไปตามคำสั่งของฮิเดโนริ ไอรักฮิเดโนริมากแล้วความรักนี้ทำให้ไอมองไม่ออกว่าฮิเดโนริกำลังหรอกใช้เธอรินดารากับอาคิระเดินทางไปเมืองไทยด้วยกัน อาคิระได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของรินดารา ได้เห็นถึงการสู้ชีวิตของหญิงสาวทำให้อาคิระเข้าใจรินดารามากขึ้น ขณะเดียวกันรินดาราก็ได้เห็นมุมอ่อนโยน ความมีน้ำใจของอาคิระที่ปฏิบัติต่อทุกคนในครอบครัวของเธอ ทำให้ความรักก่อเกิดขึ้นในใจของทั้งสองแบบเงียบๆ แต่ทั้งสองยังไม่สามารถคิดสิ่งใดได้ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการตามหาขนนกกระเรียนทองคำจากญาติของเคนจิ ขณะเดียวกัยรู้ว่ายูกิไม่ใช่คนอย่างที่เขาเคยคิดจริงๆ แต่โฮชิไม่แสดงออกมาให้ยูกิรู้ว่าเขารู้ความจริง เพราะโฮชิอยากจะช่วยพูดและทำให้นางปีศาจหิมะในร่างยูกิยอมลดกิเลสในใจตัวเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะในของนางปีศาจหิมะลุ่มหลงอยู่ในกิเลศมากเหลือเกินทันทีที่รินดารากับอาคิระไปถึงบ้านป้าอัง กลับพบว่าป้าอังเกิดอาการมึนเบลอ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตนเองมีขนนกกระเรียนทองคำ เพราะความจริงแล้วที่ป้าอังต้องเป็นเช่นนี้เป็นฝีมือของฮิเดโนริที่แอบสะกดรอยตามมา โดยมีไอเป็นนางนกต่อคอยสือความลับอยู่ ดังนั้นไม่ว่ารินดารากับอาคิระจะทำอะไร ฮิเดโนริจะรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด แต่มีเรื่องที่ไอกับฮิเดโนริไม่รู้คือ ความสามารถพิเศษได้ยินสัตว์พูดรองรินดารา รินดารารู้เรื่องจากแมวป้าอังว่ามีคนปริศนามาทำร้ายป้าอังให้เป็นแบบนี้ และที่สำคัญแมวรู้ด้วยว่าป้าอังเก็บขนนกกระเรียนไว้ที่ไหน แต่รินดาราไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับใครแม้กระทั่งอาคิระเพราะรินดาราไม่รู้แน่ชัดว่าใครคือคนปริศนาพวกนั้น รินดารารอจนกลับมาถึงคฤหาสน์มิยาคาวะถึงนำขนนกกระเรียนทองคำของป้าอังออกมา สร้างความดีใจกับย่ามิกิและท่านชายโฮชิเป็นอย่างมาก แต่อาคิระกลับน้ายใจที่รินดาราไม่ไว้ใจเขา ไม่ยอมบอกว่าหาขนนกกระเรียนได้แล้ว รินดาราอธิบายเหตุผลให้อาคิระเข้าใจว่า เธอสงสัยว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ไกล้พวกเรา แล้วยังไม่ทันขาดคำขนนกกระเรียนทองคำที่ได้มาจากป้าอังก็ถูกมือดีขโมยไปเผาทำลายจนไม่เหลือซาก อาคิระก็เลยวางแผนกับรินดาราสร้างเรื่องขึ้นมาว่ายังมีขนนกกระเรียนทองคำเพื่อล่อมือดีให้ปรากฎตัว จนกระทั่งแผนสำเร็จ ทุกคนมิยาคาวะรู้ว่าไอเป็นสายลับให้โคสึกะมาตลอด ไอกับอาคิระทะเลาะกันอย่างรุนแรงแล้วไอก็หนีออกจากคฤหาสน์มิยาคาวะไปอยู่ที่คฤหาสน์โคสึกะกับฮิเดโนริ อาริคะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น รินดาราคอยปลอบใจ แล้วความใกล้ชิดก็ทำให้ทั้งสองรู้ใจตัวเองว่ารักอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และอาคิระก็รู้อยู่แก่ใจว่ารินดาราเกิดมาเพื่อช่วยท่านชายโฮชิไม่ใช่เขา แล้วช่วนนั้นเองรินดาราก็ได้พบกับ ฮิเมะ ลูกนกที่พลัดหลงจากแม่และกำลังถูกแมวไล่จับกิน รินดาราช่วยฮิเมะและเลี้ยงดูมันอย่างดี ทางด้านยูกิสั่งให้มาโกะโตะหาเหยื่อมาให้เธอสูบกินกิเลสอีก แต่มาโก๊ะทำไม่ได้เพราะตอนนี้ตำรวจเริ่มตามสืบคดีคนหายไปหลายคน ยูกิโกรธมากจึงสูบกิเลสของมาโกะโตะซะเลย ริเอะเข้ามาเห็นภาพเข้าก็พยายามจะช่วยพ่อแต่ก็ช่วยไม่สำเร็จ มาโกะโตะตายในสภาพที่ไม่ต่างจากเหยือที่เขาหามาให้ยูกิภาพพ่อถูกกินทำให้ริเอะถึงกับเสียสติต้องอยู่โรงพบาบาลด้วยความหวาดกลัว ตอนแรกยูกิจะกินริเอะด้วยแต่ยูกิสัมผัสได้ว่าการที่ริเอะยังมีชีวิตอยู่ในสภาพป่วยเช่นนี้ ความห่วงใยที่อาคิระมีให้ริเอะสร้างความปวดร้าวหัวใจให้รินดารา และเมื่อไหร่ที่รินดาราเจ็บปวดเพราะความรักจนถึงขีดสุด เมื่อนั้นนางปีศาจหิมะจะสามารถสิงร่างของรินดาราได้ ยูกิจึงปล่อยริเอะเอาไว้ก่อน แต่ท่านชายโฮชิรู้ทันแผนของยูกิ เขาจึงพยายามทำให้รินดารากับอาคิระเข้าใจกัน แม้ว่าหัวใจของเขาจะเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องทนเห็นรินดารารักกันกับอาคิระ ยูกิอยากให้อาคิระกับรินดาราเข้าใจผิดกัน จึงวางแผนกันฮิเดโนริให้จับตัวอายูมิไปลักซ่อน ฮิเดโนริใช้ให้ผีเด็กฮิโตชิที่เขาเพิ่มจับมาใหม่ได้อีกครั้งให้ทำงานนี้ ฮิโตชิยอมทำเพราะเด็กชายโกรธที่อายูมิกลับเขา ฮิโตชิล่ออายูมิมาได้สำเร็จ แล้วยูกิก็สร้างเรื่องว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะความประมาทของรินดารา อายูมิจึงหายตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโอชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโฮชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังมาจากนางปีศาจหิมะ อาคิระกับรินดาราจึงไม่เข้าใจผิดกันแต่ช่วยกันตามหาอายูมิ แต่ก็ยังหาไม่พบ ทางด้านโฮชิออกไปพบกับยูมิเพื่อเจรจาให้ปล่อยอายูมิ แต่ยูกิกลับใช้อายูมิเป็นเครื่องมือต่อรองให้โฮชิยอมให้โอกาสเธอ เธอจะทำให้โฮชิรักเธอให้ได้ แต่โฮชิปฏิเสธเพราะยูกิยังไม่รู้จักความรักที่แท้จริงแล้วจะรักใครได้อย่างไร สร้างความโกระแค้นให้ยูกิ ยูกิจึงขู่เอาไว้ว่าจะถล่มเมืองสึกิอีกครั้ง โฮชิได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจตามลำพัง เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังเป็นห่วงอายูมิที่หายตัวไป จนกระทั่งรินดาราตามกาอายูมิพบจากความช่วยเหลือของฮิโตชิที่กลับใจมาช่วยเพื่อนรัก หลังจากที่รู้ว่าแท้จริงแล้วอายูมิไม่เคยรังเกียดเขาเลย เธอแค่ตกใจในครั้งแรกที่รู้เรื่องว่าฮิโตชิไม่ใช่คนเท่านั้นเอง แล้วเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้อายูมิกลับมาเดินได้อีกครั้ง โฮชิจึงตอบแทนน้ำใจของฮิโตชิด้วยการปลดปล่อยเด็กน้อยให้ไปผุดไปเกิด ทางด้านยูกิก็กลับไปสั่งให้ไดซุเกะร่วมมือกับเธอถล่มเมื่อสึกิ แต่ไดซุเกะยังไม่ทำเพราะป่วยหนัก ยูกิโกรธก็เลยทำร้ายไดซุเกะพร้อมกับพูดให้เขารู้ความจริงว่า พวกโคสึกะเข้าใจผิดมาโดยตลอด แล้วยูกิก็สูบกิเสลในตัวไดซุเกะ วิญญาณของไดซุเกะที่มีความรู้สึกผิดต่อเทพเจ้านกกระเรียนจึงไปหาฮิเดโนริแล้วเล่าความจริงให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ฮิเดโนริเข้าใจทุกอย่างและมีความโกรธแค้นนางปีศาจหิมะมาก เขายอมไปปรับความเข้าใจกับพวกมิยาคาวะและขอให้ทุกคนยกโทษให้ไอ อาคิระและย่ามิกิก็เลยยอมให้อภัยไอต่อมายูกิถล่มเมืองสึกิเหมื่อนเมื่อสี่ร้อนปีที่แล้วเพื่อหวังให้ผู้คนในเมืองล้มตายและจะฆ่ารินดารา อาคิระ โฮชิ และฮิเดโนริร่วมมือกับช่วยรินดาราและทำร้ายนางปีศาจหิมะกันอย่างยากลำบาก เพราะพลังของนางปีศาจหิมะมากเหลือเกิน แต่สุดท้ายความสามัคคีและหัวใจที่รักรินดาราก็ทำให้ทั้งสามชายช่วยกับปราบปีศาจหิมะได้สำเร็จ เมื่อจัดงานศพของไดซุเกะเสร็จเรียบร้อย ฮิเดโนริก็กลับไปปอยู่ในป่ากับฝูงสุนัขจิ้งจอก เพราะการต่อสู้กับนางปีศาจหิมะครั้งนั้นทำให้เขาไม่สามารถควบคุมพลังของปีศาจสุนัขจิ้งจอกในตัวเองได้อีก และเกรงว่าตัวเองจะทำร้ายมนุษย์ด้วยพลังของปีศาจในตัว ฮิเดโนริจึงยอมทั้งทุกอย่างทั้งตระกูลโคสึกะและไอผู้หญิงที่รักเขาสุดหัวใจ แม้ไอจะพยายามดึงตัวเขาไว้โดยบอกเรื่องที่เธอกำลังท้องกับเขา แต่ฮิเดโนริก็ต้องจากไปพร้อมกับคำสัญญาว่าสักวันจะกลับมาหาเธอกับลูกการต่อสู้ครั้งนั้นก็ทำให้ท่านชายโฮชิบาดเจ็บสาหัส เขาต้องรีบกลับสวรรค์เร็วที่สุด แต่ยังกลับไม่ได้เพราะไม่มีขนนกกระเรียนทองคำ แม้ว่ารินดาราจะเพิ่มค้นพบว่าฮิเมะเป็นลูกนกกระเรียนทองคำ แต่ฮิเมะก็เด็กจนกว่าจะทำขนมาปักชุดได้ ทุกคนมองไม่เห็นทางออกว่าจะเอาขนนกกระเรียนที่ไหนมาปักกิโมโนโฮชิจนกระทั่งแม่ของฮิเมะบินตามหาฮิเมะจนพบแล้วรับรู้ถึงความมีน้ำใจของรินดารา แม่ของฮิเมะก็เลยตอบแทนด้วยการผลัดขนสีทองของตัวเองให้รินดารานำไปปักชุดกิโมโนโฮชิจนสำเร็จ แต่ก่อนที่โฮชิจะสวมใส่กิโมโนโฮชิเพื่อกลับสู่สวรรค์ โฮชิรู้ว่ารินดารามีบางอย่างที่ยังติดค้างอยู่ในใจระหว่างความรู้สึกของเธอที่มีต่อโฮชิและมีแต่อาคิระ โฮชิจึงนัดให้ทั้งสองนัดพบปรับความเข้าใจกันที่สวนวีสทีเรีย จนรินดารากับอาคิระเข้าใจกันและยอมสารภาพความรักต่อกัน ริเอะถึงแน่ใจแล้วว่าตัวเองหมดสิทธิ์ในตัวอาคิระอีกต่อไป เธอจึงบินกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสไม่มายุ่งกับความรักของอาคิระและรินดาราอีกเลย โฮชิจึงกลับสู่สวรรค์ได้อย่างสุขใจเวลาผ่านไป อาคิระพารินดารามาฝากท้องที่โรงพยาบาลในเมือง แล้วรินดาราก็เพิ่งหันไปเห็นผู้ชายที่เดินสวนกัน ชายคนนั้นมีใบหน้าที่ดูอบอุ่นเป็นมิตร เขาก้มหัวแล้วยิ้มทักทายให้กับอาคิระและรินดาราอย่างยินดีปรีดาที่ได้เห็นทั้งคู่มีความสุข ก่อนที่เขาจะเดินหายไปในฝูงชน ใบหน้าของเขาและดวงตาสีเขียวช่างละม้ายคล้ายกับท่ายชายโฮชิเหลือเกิน ติดตามชม ละครกลกิโมโน ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครกลกิโมโน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2558 รายชื่อนักแสดงนำ ธงไชย แมคอินไตย์ รับบท ท่านชายโฮชิ อารยา เอ ฮาร์เก็ต รับบท รินดารา (ฮิคาริ) ภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท อาคิระ มิยาคาวะ นัฐฐพนท์ ลียะวณิช รับบท ฮิเดโนริ โคสึกะ ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ รับบท ยูกิ/นางปีศาจหิมะ จินตรา สุขพัฒน์ รับบท มิกิ มิยาคาวะ ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไดซุเกะ โคสึกะ ด.ญ.กุลฑีรา ยอดช่าง รับบท อายูมิ มิยาคาวะ มิณฑิตา วัฒนกุล รับบท ไอ มิยาคาวะ อริสา ทองบริสุทธิ์ รับบท ริเอะ ชินเอบะ อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท มาโกะโตะ ชินเอบะ ด.ช.ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท ฮิโตชิ หนูอิมอิม ก้าวมหัศจรรย์ รับบท แป้งร่ำ ธงธง มกจ๊ก รับบท เกียว อณูวรรณ ปรีญานนท์ รับบท เคโกะ ธัญญา รัตนมาลากุล รับบท นานะ อัศนัย เทศทะวงศ์ รับบท นารุตะ กรกฎ ธนภัทร รับบท อัตสุโอะ ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท สุรินทร์ สุปราณี เจริญผล รับบท ดวงดาว วิศรุต หิมรัตน์ รับบท เริงตะวัน นารา เทพนุภา รับบท เรืองนภา

สลด! ดญ.ชาวจีน โดนด่าไม่ทำการบ้าน กระโดดตึกฆ่าตัวตาย
ข่าวจีน /  ฆ่าตัวตาย / 

ด.ญ.วัย 11 ขวบของจีนกระโดดตึกฆ่าตัวตาย หลังถูกด่าเรื่องไม่ทำการบ้าน ท่ามกลางการแข่งขันทางการศึกษาของนักเรียนในเมืองจีนนั้น ผู้ปกครองต่างคาดหวังให้ลูกหลานตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตที่ดี แต่หากเด็กมีความเครียด ความกดดันสะสมอาจจะเกิดปัญหาอย่างเช่นกรณีนี้ โดยสื่อของจีนรายงานว่า เด็กหญิงชั้นประถมวัยเพียง 11 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองหางโจว ถูกครูตำหนิจากการที่ไม่ได้ทำการบ้านตามที่ครูมอบหมายให้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งยังพูดโกหกครูผู้สอน จึงถูกเรียกให้ผู้ปกครองมาพบ และตกลงให้ผู้ปกครองพาเด็กไปทำการบ้านให้เสร็จ ก่อนจะให้เด็กมาโรงเรียนในวันถัดไป หารู้ไม่ว่า วันนี้ กลายเป็นวันสุดท้ายเด็กนักเรียนคนนี้ จะเจอหน้าเพื่อนๆในโรงเรียน เมื่อกลับไปถึงบ้าน เด็กหญิงตัดสินใจกระโดดจากอพาร์ทเมนท์ ชั้น 7 ฆ่าตัวตาย จบปัญหาชีวิตที่สุมเข้ามา โดยที่ผู้ปกครองไม่ได้เอะใจเลยว่าจะเกิดเหตุสลดขึ้น เพราะเด็กหญิงไม่มีท่าทีที่จะฆ่าตัวตายให้เห็น นับเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ปกครองต้องคอยสังเกต และระมัดระวังถึงอารมณ์ของเด็กที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากการแสดงออกทางอารมณ์ในเด็กอาจไม่สามารถเห็นได้ชัดเจน MThai News

'ไอเอส' ขืนใจดญ.9ขวบจนท้อง หลังเป็นเหยื่อถูกลักพาตัว
ขืนใจ /  ข่มขืน / 

สลด! กลุ่มไอเอสขืนใจเด็กหญิงชนเผ่าอิรักวัย 9 ขวบจนตั้งท้อง หลังเป็นเหยื่อถูกลักพาตัว หวั่นเสียชีวิตหากคลอดลูกทั้งที่อายุน้อย วันนี้ (12 เม.ย.) "เดลี่ เมล์" รายงานว่า เกิดเหตุสลด เมื่อมีการเปิดเผยว่า สมาชิกกลุ่มไอเอสได้ขืนใจเด็กหญิงชนเผ่าอิรักรายหนึ่ง วัยเพียง 9 ขวบ จนตั้งท้อง ภายหลังเด็กหญิงรายนี้ประสบชะตากรรมถูกลักพาตัวไปเมื่อปีที่แล้ว โดยจากการเปิดเผยของนายยูซิฟ เดาอัด เจ้าหน้าที่หน่วยงานช่วยเหลือของแคนาดา ระบุว่า เด็กหญิงดังกล่าว เป็นหนึ่งในเหยื่อจำนวน 216 คน ซึ่งเป็นชาวเผ่ายาซิดิส ที่ถูกกลุ่มไอเอสจับลักพาตัวเมื่อเดือนส.ค.ปีที่แล้ว ก่อนจะถูกสมาชิกกลุ่มขืนใจ และได้ตั้งครรภ์ และน่าเป็นห่วงว่า เด็กหญิงรายนี้อาจจะเสียชีวิต หากต้องคลอดลูก เนื่องจากเธอยังมีอายุน้อย และสุขภาพอ่อนแอเกินกว่าที่จะให้กำเนิดลูกได้ แม้แต่การผ่าท้องเอาเด็กออกก็ตาม และตอนนี้เธอต้องมีอาการขวัญผวา และเจ็บปวดทางจิตใจไปแล้ว นอกจากนี้รายงานระบุว่า ที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสได้ย่ำยีเด็กสาวและผู้หญิงหลายพันคนในอิรัก โดยได้ขืนใจ ทรมาน และบังคับแต่งงาน ขณะที่เหยื่อที่มีอาการขวัญผวาและบาดเจ็บทางจิตได้ถูกกลุ่มทิ้ง และได้ถูกพากลับบ้านพบกับครอบครัว ในสภาพถูกทำร้าย แขนขาหัก และหลายรายอยู่ในสภาพตั้งท้อง อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสได้ปล่อยเหยื่อชาวเผ่ายาซิดิสและคนแก่กว่า 200 คน โดยไม่รู้สาเหตุ โดยกลุ่มได้มอบคนเหล่านี้ให้แก่กองกำลังเคิร์ดในเมืองเคอร์คุก โดยเหยื่อจำนวนมากอยู่ในสภาพอ่อนอ่อนแรงเกินกว่าจะพูดได้ ขณะที่หญิงชรายาซิดิสรายหนึ่งบอกว่า เธอถูกลักพาตัวตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว เมื่อกลุ่มไอเอสบุกเข้าเมืองซินจาร์ และสังหารผู้คนหลายร้อยคน ก่อนกวาดต้อนผู้คนหลายพันเป็นเหยื่อลักพาตัว ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

วุ่น! ด.ญ.12อ้างหื่นชกท้องหวังข่มขืน ที่แท้กุเรื่อง?
ข่มขืน /  ชกท้อง / 

ด.ญ.12 สารภาพถูกคนร้ายดักชกท้อง อุ้มขึ้นจยย.หวังข่มขืน แค่กุเรื่องแอบหนีแม่ไปเล่นเฟซบุ๊คกับเพื่อน จากกรณีเมื่อเวลา 00.30 น. วานนี้ (18 มี.ค.) สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูคต ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีคนร้ายฉุดเด็กหญิงชั้นป.6 วัย 12 ปี หวังจะข่มขืน แต่เด็กร้องขอความช่วยเหลือ คนร้ายจึงปล่อยตัวไว้ที่กลางลานดิน บริเวณถนนพระองค์เจ้าสาย ม.6 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จากนั้นคนร้ายวิ่งหลบหนีไป จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งไล่ล่าคนร้าย ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น.วันเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคตได้เชิญแม่และ ด.ญ.ผู้เสียหาย มาทำการสอบปากคำ หลังจากก่อนหน้านี้ เด็กให้การว่า ถูกสองคนร้ายชกท้องแล้วอุ้มขึ้นรถจยย.ไป เพื่อหวังจะข่มขืน จนกระทั่งร้องขอให้คนช่วยเหลือ ทำให้คนร้ายเห็นท่าไม่ดีได้ปล่อยตัวแล้วหลบหนีไป แต่จากการสอบสวนอย่างละเอียดนานกว่า 4 ชั่วโมง ในที่สุดเด็กยอมรับสารภาพว่า แค่ต้องการแอบไปเล่นเฟซบุ๊คและไลน์กับเพื่อนๆ เท่านั้น จึงแต่งเรื่องขึ้นมา เพราะกลัวจะถูกแม่ดุด่า ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงให้แม่ดูแลเด็กอย่างใกลชิด เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และบุคคลที่ห่วงใยต้องเดือดร้อนหลายฝ่าย ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

Chris Brown — Surprise, เป็นพ่อเด็กหญิง 9 เดือนแล้ว
Chris /  Brown

Chris Brown — Surprise, เป็นพ่อเด็กหญิง 9 เดือนแล้ว

ค้นสนง.ใหญ่ 'ยูฟัน' พบเอกสารอ้างทนายชื่อดัง นั่งที่ปรึกษา
ค้นสำนักงานใหญ่ /  ธุรกิจขายตรง / 

ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ บริษัท ยูฟัน สโตร์ พบเอกสารขอเคลียร์ปัญหาของสมาชิก รวมถึงเอกสารจากทนายชื่อดัง ร้องให้เลิกแอบอ้างเป็นที่ปรึกษา วันนี้(13 เม.ย.) พลตำรวจโทสุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพันตำรวจเอกอังกูร คล้ายคลึง รองผู้บังคับการการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค นำเจ้าหน้าที่จาก ปปง. ปอท. ผู้เชี่ยวชาญด้านของเก่า เข้าตรวจค้น สำนักงานใหญ่ บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ซึ่งเป็นอาคาร 8 ชั้น และ 7 ชั้น ในโครงการบางนาคอมเพล็ค รวมมูลค่าราคากว่า 60 ล้านบาท ภายในอาคารถูกแบ่งเป็นห้องๆ ซึ่งจากลักษณะส่วนใหญ่เป็นห้องสัมมนา และที่สังเกตได้ภายในอาคารจะมีปฏิมากรรมทองคำ 24 เค จำนวนมากประดับอยู่ จากการตรวจชั้น 6 ของอาคาร พบเอกสารจำนวนมากที่เป็นประโยชน์ ต่อรูปคดี ทั้งเอกสารมอบอำนาจ รายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทยูฟัน ชาร์ตแสดงความเกี่ยวโยงกับบริษัท รวมถึงเอกสารขอเคลียร์ปัญหาของบริษัทกับผู้เสียหายที่ตกลงเคลียร์ปัญหาให้จบหลายรายการ โดยเฉพาะเอกสารฟ้องร้องของผู้เสียหายรายหนึ่งที่เป็นเพียงเด็กหญิง และขอออกจากระบบสมาชิกของยูฟัน โดยให้เหตุผลว่า ไม่เข้าใจระบบของยูฟัน นอกจากนี้ยังมีเอกสารที่นายประมาณ เลืองวัฒนวณิช ทนายความชื่อดัง ยื่นขอให้บริษัทยูฟัน เลิกแอบอ้างใช้ชื่อตนเองเป็นที่ปรึกษาของบริษัท ภายใต้ชื่อ บริษัท อาณาจักรกฎหมาย ซึ่งเอกสารส่งมาเป็นครั้งที่ 2 โดยส่งมาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ปี2557 อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่ตรวจพบในวันนี้ เพื่อส่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตรวจสอบต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน MThai News

สาวจีน คลอดลูก กะทันหัน กลาง สถานีรถไฟใต้ดิน (ชมคลิป)
คลอดลูก /  ดีซ่าน / 

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ... คำนี้ใช้ทุกยุคทุกสมัย และจริงยิ่งกว่าจริง หรือใครจะเถียง? อย่างสาวจีนคนนี้  เกิดปวดท้อง คลอดลูก กะทันหัน ขณะกำลังเดินทาง รอรถไฟอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดิน ณ เมืองเหอหนาน ในขณะที่เจ้าหน้าที่เรียกรถพยาบาลมารับ แต่สถานการณ์บังคับ จำต้องคลอดลูก เดี๋ยวนั้น นี่คือคลิปภาพเหตุการณ์จริงจากกล้อง CCTV นายหลิวฉี เจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟ เหอปี้ตะวันออก จึงต้องกลายเป็นหมอตำแยจำเป็น ทำคลอดให้คุณแม่บนเปลหาม ริมชานชลา เนื่องจาก เด็กน้อยได้โผล่ศีรษะออกมาแล้ว นายหลิวกล่าวถึงสถานการณ์ขณะนั้นว่า คุณแม่เริ่มเดินไม่ไหว แต่ระหว่างที่กำลังรอรถพยาบาลมารับ เด็กหญิงทารกได้คลอดก่อนกำหนดเนื่องจากป่วยด้วยโรคดีซ่าน ทั้งเขาและเพื่อนๆ พนักงานประจำสถานีจึงต้องเร่งเข้าช่วยเหลิอเธอทำคลอดในทันทีและทำความสะอาดทั้งแม่และเด็กทารก ก่อนที่รถพยาบาลจะมารับทั้งแม่และเด็กไปรักษาตัวต่อ งานนี้คุณพ่อของเด็ก นายซู่ชัวเจ้า กล่าวขอบคุณนายหลิวฉียกใหญ่ที่ช่วยทำคลอดจนเด็กปลอดภัย ทีมงาน Women MThai ก็ขอให้สุขภาพดีทั้งแม่และลูกนะคะ ที่มาจาก dailymail เรียบเรียงโดย Women MThai Team

อาริมุระ คาซึมิ เธอคนนี้ พากย์เสียงสาวปริศนา มาร์นี ใน When Marnie Was There
When Marnie Was There /  การ์ตูน / 

ถึงเวลาร่วมส่งท้ายตำนาน สตูดิโอจิบลิ กับภาพยนตร์แอนิเมชั่น When Marnie Was There ฝันของฉันต้องมีเธอ ผลงานของผู้กำกับ ฮิโรมาซะ โยเนบายาชิ กับเรื่องราวมิตรภาพแสนอบอุ่นหัวใจระหว่าง อันนา เด็กหญิงผู้เปลี่ยวเหงา และ มาร์นี เด็กหญิงปริศนา ที่ชีวิตผูกพันกับอันนาด้วยอะไรบางอย่าง ซึ่งสาวลึกลับ มาร์นี คนนี้ ได้รับการพากย์เสียงโดยสาวน้อยหน้าใสอย่าง อาริมุระ คาซึมิ และวันนี้เราจะคุณไปรู้จักเธอกัน อาริมุระ คาซึมิ เกิดเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ปี 1993 เข้าวงการครั้งแรกในปี 2010 กับการรับบทในละคร Hagane no Onna ก่อนจะโด่งดังจากละคร Amachan  ในปัจจุบัน เธอเป็นนักแสดงสาวดาวรุ่งชาวญี่ปุ่น จากผลงานทั้งละคร และโฆษณามากมาย ชนิดที่ชาวแดนปลาดิบเปลี่ยนไปช่องไหน ก็มีได้เจอหน้าเธอทุกที ผลงานของ อาริมุระ คาซึมิ ยังคงมีให้แฟนๆ ได้ชมอย่างต่อเนื่อง โดยเธอรับบทในละครทีวีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Mozu, Star Man: kono hoshi no koi, Chicken Race, Shitsuren Chocolatier และล่าสุด กับการพากย์เสียงครั้งแรกของ ให้กับตัวละครเด็กหญิงปริศนา มาร์นี ในภาพยนตร์ When Marnie Was There ฝันของฉันต้องมีเธอ ได้อย่างมีบุคลิกโดดเด่น โดนใจผู้ชม น่าหลงใหลและน่าค้นหาไปพร้อมๆ กันอีกด้วย ก่อนที่จะมีบทบาทในภาพยนตร์ Strobe Edge,I Am a Hero และ Biri gal ที่จะตามมาในปีต่อไป คอหนังเอเชียทุก่าน รอติดตามกันได้เลย ร่วมดื่มด่ำไปกับมิตรภาพอบอุ่นหัวใจ กับผลงานสุดท้ายของสตูดิโอจิบลิ ไปกับ When Marnie Was There ฝันของฉันต้องมีเธอ ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ When Marnie Was There ได้ที่นี่เลย ------------------------------ ชมภาพความสดใสของ อาริมุระ คาซึมิ เจ้าของเสียงพากย์ มาร์นี อีกเพียบ ได้ที่ด้านล่างนี้เลย ภาพจาก: giaitri9 ------------------------------------

รายการล่าท้าผีออสซี่ เจอดี ผุดร่างผีเด็กติดกล้อง
นักล่าผี /  ผีเด็ก / 

นักล่าผีของรายการโทรทัศน์ในประเทศออสเตรเลีย ถ่ายภาพติดวิญญาณเด็กหญิงได้ในโรงพยาบาลบ้า ขณะปฏิบัติการตามล่าวิญญาณ เรย์ลีน และเคลลี่ นักล่าผีชาวออสเตรเลียของรายการล่าผีที่เผยแพร่ผ่านช่อง 4METV หอผู้ป่วยของโรงพยาบาล เดอะ กรีวิลเลียร์ วิงค์ ออฟบรีชเวิร์ธ โรงพยาบาลที่ทำการรักษาผู้ป่วยทางจิตเวช ซึ่งตั้งอยู่ทางรัฐวิคตอเรียตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อปฏิบัติภารกิจพิสูจน์สิ่งลับลับเหนือธรรมชาติ และสามารถจับสุดสะเทือนขวัญ แสดงให้เห็นร่างปริศนา คล้ายเด็กผู้หญิงสวมชุดสีขาว กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ทั้งนี้รายงานระบุว่าสถานที่ดังกล่าว มีประวัติความเป็นมา ในการใช้วิธีการรักษาผู้ป่วยตามแบบฉบับยุคก่อน ช่วงปี 1867 ถึงปี 1995 ที่ใช้วิธีการอันโหดร้ายมารุณในการรักษาผู้ป่วย เช่น การช็อตไฟฟ้า การขังไว้ในที่แคป นอกจากนี้นักล่าวิญญาณยังเชื่อว่า พวกเขาพบเห็นร่างของแพทย์ แม่บ้าน และผู้ป่วยชายหญิงที่ยังคงวนเวียนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ MThai News ที่มา  Dailymail

5 ตุ๊กตาอาถรรพ์ ที่น่ากลัวที่สุดในโลก
ตุ๊กตา /  ที่สุดในโลก / 

5 ตุ๊กตาอาถรรพ์ ที่น่ากลัวที่สุดในโลก เรื่องเล่าขานของตุ๊กตาที่สืบต่อกันมา หรือตำนานอันยาวนานไม่ว่าชนชาติใดก็มีให้เห็นมากมาย และมักพูดถึงสิ่งลี้ลับที่ซ่อนอยู่ในตุ๊กตาเหล่านี้ แต่ก็ยังคงหาคำตอบหรือข้อพิสูจน์ใดๆ ไม่ได้ หากคุณไม่ได้เจอกับตัว กับพฤติกรรมอันน่าขนลุกของมัน... 5 ตุ๊กตาอาถรรพ์ ที่น่ากลัวที่สุดในโลก 1. คัทจา (Katja) - ตุ๊กตารัสเซียจากเถ้ากระดูก ตุ๊กตารัสเซียคัทจา ได้มาจากตำนานของนางสนมแห่งพระเจ้าซาร์ เมื่อปี 1730  เรื่องเล่าว่า สนนนางนั้นตั้งครรภ์ และเธอคาดหวังให้ลูกน้อยคลอดออกมาเป็นเด็กผู้ชาย แต่โชคร้ายเมื่อความจริงปรากฎว่าเด็กน้อยที่เพิ่งคลอดเป็นหญิงและมีรูปร่างไม่สมบูรณ์ เด็กจึงถูกเผาทั้งเป็น ด้วยความโศกเศร้า แม่เด็กนำเอาเถ้ากระดูกมาผสมกับดินและทำเป็นตุ๊กตา เล่ากันต่อว่า ตุ๊กตาถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี นั่นเพราะมันนำมาซึ่งคำสาปจากเด็กน้อยที่ทุกข์ทรมานจากเปวเพลิง มีเรื่องน่าขนลุกที่เล่ากันว่า ถ้าคุณจ้องมองที่ตาของคัทจา ประมาณ 20 วินาที คัทจาจะกระพริบตานั่นเป็นสัญญาณว่าคุณจะเจอเรื่องโชคร้าย มีคนพยายามประกาศขายคัทจาทาง ebay  แต่ภายหลัง ebay สั่งระงับการขายนั้น เนื่องจากมีเหตุกราณ์ประหลาดๆ เกิดขึ้นมากมายจากการประกาศดังกล่าว 2. คริสติน่า (Christina) - ตุ๊กตาผู้รักสงบ ก่อนหน้านี้มีแม่คนหนึ่งซื้อตุ๊กตาตัวนี้จากร้านขายของเก่า Red Barn รัฐเทกซัส และมอบมันให้แก่ลูกสาววัย 6 ขวบ เด็กหญิงตั้งชื่อให้มันว่า คริสติน่า เธอรักมันมากและพามันไปโรงเรียนด้วย แต่จากนั้นตุ๊กตาคริสติน่าก็บอกเธอว่า เบื่อที่จะไปโรงเรียนทุกวัน เมื่อเพื่อนของเธอทำขาตุ๊กตาหัก เธอยืนยันจะจัดงานศพฝังเท้าที่หักตามความต้องการของตุ๊กตา คืนหนึ่งเธอร้องไห้กลางดึกและบอกว่า คริสติน่าโดนมดรุมกัดเท้า เมื่อขุดเท้าที่ฝังขึ้นมาจึงพบว่า มีมดรุมอยู่ที่เท้าหักของตุ๊กตาอยู่จริง ในที่สุดแม่ของเธอก็แอบนำตุ๊กตาเก็บใส่หีบว่อนไว้ จนกระทั่งผ่านไปนาน คริสติน่าจึงถูกนำมาขายทาง ebay และชาน่า เจอร์แมน นักพิสูจน์เรื่องลี้ลับก็ได้ซื้อมันมา ซึ่งซาน่าก็สังเกตได้ว่า ตุ๊กตาตัวนี้มีอะไรแปลกๆ อยู่จริง 3. เอมิเลีย (Emilia) - ตุ๊กตาพูดได้ เป็นตุ๊กตาที่กษัตริย์อัมเบอร์โต แห่งอิตาลี ได้มอบให้กับอัลวาโด นายทหารคนสนิท ก่อนที่ทั้งสองจะจบชีวิตลงด้วยการถูกสังหารเพื่อล้มล้างบัลลังก์ ตุ๊กตาตัวนี้จึงตกเป้นของมารี ลูกสาวของอัลวาโด โดยตั้งชื่อให้มันว่า เอมิเลีย มารีและตุ๊กตาใช้ชีวิตระหกระเหินหนีภัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ด้วยกันตลอด เธอบอกว่าเอมิเลียกระพริบตาและขยับแขนเองได้ ทว่าตุ๊กตาก็สูญเสียแขนทั้งสองข้าง หนังศีรษะและเส้นผมบางส่วน รวมทั้งกล่องส่งเสียงพูด ก็ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดช่วงสงคราม แต่มารีก็ยังกลับได้ยินเสียงเอมิเลียพูดเตือนสติเธอหลายครั้ง หลัง จากมารีเสียชีวิตลง ตุ๊กตาตัวโปรดของเธอก็ตกอยู่ในการดูแลของลูกสาว ทุกวันนี้ลูกสาวเธอก็ยังคงได้ยินเสียงตุ๊กตาพูดอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน 4. ปูป้า (Pupa) - ตุ๊กตาที่ทำมาจากเส้นผมของคนจริง "ปูป้า" ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงที่ทำมาจากผ้าสักหลาด มีผมสีบลอนด์เข้ม ซึ่งเป้นผมของคนจริงๆ เจ้าของเดิมของปูป้า เป็นเด็กหญิงชาวอิตาเลียนที่ได้ครอบครองตอนอายุราว 5-6 ขวบ เมื่อราวปี 1920 และอยู่ผูกพันกับมันยาวนาน จนกระทั่งเธอเสียชีวิตลงในปี 2005 หญิงชราได้เล่าให้หลานๆ ของตัวเองฟังว่า ปูป้า เป็นเพื่อนที่ดีของเธอในทุกสถานการณ์ เป้นทั้งเพื่อนเล่น เพื่อนแท้ และเคยช่วยชีวิตเธอเอาไว้ มันเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตจริงๆ หลังจากหญิงชราเสียชีวิตแล้ว ปูป้าถูกเก็บไว้ในกล่องกระจกใส คนในครอบครัวเริ่มรู้สึกได้ว่ามีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นเหมือนมันจะมีชีวิต และอยากจะหลุดพ้นออกมาจากที่ที่มันถูกเก็บไว้ หลายครั้งที่คนในบ้านรู้สึกได้ยินเสียงเคาะกระจกเบาๆ เมื่อเดินผ่านตู้กระจกของปูป้า เมื่อสังเกตจะเห็นสีหน้าของมันที่ดูเปลี่ยนแปลงไป หรือแม้กระทั่งท่าทางก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่ถูกเก็บเอาไว้ในกล่องโชว์ ไม่มีใครไปจับเลย จนทุกวันนี้ก็ยังคงสังเกตเห็นสีหน้า และท่าทางของปูป้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้อยู่เรื่อยๆ 5. โรเบิร์ต (Robert) - ตุ๊กตาผีสิง ในปี 1906 พี่เลี้ยงของเด็กชายโรเบิร์ตให้ตุ๊กตาตัวนี้กับเขา เด็กชายชอบมันมากจึงให้ใช้ชื่อเดียวกับเขาและอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ต่อมาตุ๊กตาเริ่มมีเสียงพูดคุยตอบกลับ และเริ่มเฮี้ยนหนักขึ้นโดยทำข้าวของเสียหาย บางคืนเด็กชายตื่นขึ้นมาหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว เพื่อนบ้านเห็นตุ๊กตาพยักหน้า กระพริบตา และลอยได้เอง หลังจากเด็กชายเสียชีวิตในอีกไม่กี่ปีต่อมา ตุ๊กตาโรเบิร์ตจึงถูกเก็บไว้ในห้องใต้หลังคา วันหนึ่งลูกสาวของคนที่มาซื้อบ้านต่อก็กรีดร้องกลางดึก พร้อมข้าวของกระจายและบอกว่าโรเบิร์ตพยายามจะฆ่าเธอ ปัจจุบันโรเบิร์ตถูกเก็บในตู้แก้วที่พิพิธภัณฑ์ฟอร์ท อีสต์ มาร์เทลโล ถ้ามันพอใจเวลาถูกถ่ายรูปก็มักจะเอียงคอไปด้านหนึ่ง แต่ถ้าไม่พอใจละก็... เรียบเรียงและภาพโดย teen.mthai.com โดยข้อมูลเรื่องราวเหล่านี้มาจากพิพิธภัณฑ์ริบลีส์ บีลีฟ อิท ออร์ นอท พัทยา ที่ได้จัดแสดงไว้ และยังมีข้อมูลตุ๊กตาอีกมากมาย

ภาพสะเทือนใจ! เด็ก 4ขวบยกมือยอมแพ้
ภาพสลด /  สงคราม

ภาพสะเทือนใจ! เด็ก 4ขวบยกมือยอมแพ้ หลังมีคนยกบางอย่างเล็งมาที่เธอ ความหวาดผวาของผู้ที่ตกอยู่ท่ามกลางสงครามนั้น คนที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น จึงจะรู้สึกถึงความโหดร้าย และการสูญเสีย ทิ้งเอาไว้เพียงความทรงจำอันเลวร้ายที่เป็นปมไปตลอดชีวิต โดยสำนักข่าวบีบีซีรายงาน กรณีภาพของเด็กหญิงชาวซีเรียที่ชื่อ ฮิวเด วัยเพียง 4 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพอัทเมฮ์ในซีเรีย ห่างจากพรมแดนตุรกีราว 10 กิโลเมตร แสดงท่าทางชูมือยอมแพ้ต่อช่างภาพ เพราะคิดไปว่าในมือของช่างภาพคือกระบอกปืน เนื่องจากกล้องที่ซากีร์ลี่ถืออยู่นั้นมีเลนส์ทางยาวคล้ายกับปืนนั่นเอง เห็นเช่นนั้นแล้ว ภาพนี้สะท้อนได้เป็นอย่างดี ถึงความรู้สึกของเด็กน้อย ที่หวาดผวา สายตาโศกเศร้า ชาวเน็ตต่างสะเทือนใจ และเรียกร้องให้มนุษย์หลีกหนีจากการสู้รบโดยเร็ว ไม่ว่ากรณีใดๆ MThai News