เด็กหญิง

แม่ช็อก! ลูกสาววัย 8 เดือนถูกลักขึ้นเก๋งหนีลอยนวล(คลิป)
ขโมยเด็ก /  ลักพาตัว / 

เผยคลิปมัดตัวสาวฉกเด็กหญิงทารกวัย 8 เดือน ขณะหลับข้างถนนกับน้าชาย ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถเผ่นหนีไร้ร่องรอย วันที่ 21 พ.ค. 58 เกิดเหตุลักพาตัวเด็กหญิงอายุ 8 เดือน บริเวณแยกซอยเพลินจิต ตรงข้ามธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาแม่สอด โดยเหตุเกิดเมื่อ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุเนื่องมาจากเด็กชายอายุ 12 ปี ที่มีศักดิ์เป็นน้าของเด็กหญิงทารกได้อุ้มเด็กมาเที่ยวที่ร้านเกม จากนั้นเด็กชายเล่นเกม จนกระทั่งออกจากร้านเกมเดินเล่นจนเหนื่อย จึงนั่งพักตรงฟุตปาธริมถนนจุดเกิดเหตุแล้วผลอยหลับทั้งคู่ จนทารกหญิงถูกลักไป ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดหน้าร้านเกม พบว่าระหว่างที่เด็กชายหลับอยู่มีผู้หญิงชาวพม่า อายุประมาณ 35 ปี เดินลงจากรถเก๋งสีขาว ก่อนเข้าอุ้มเด็กทารกขึ้นรถแล้วขับออกไป โดยผู้เป็นมารดา คือ นางฮากีมาะห์ อายุ 18 ปี แรงงานชาวพม่า ได้นำหลักฐานเพื่อไว้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นคาดว่า หญิงที่ขับรถเก๋งและขโมยเด็กไปนั้นเป็นชาวพม่า ซึ่งน่าจะเป็นแก๊งลักเด็กข้ามแดน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชน MThai News

หยุดแชร์ ภาพเด็กสี่ขวบถูกพ่อข่มขืนจนท้องโต เป็นข่าวมั่ว!!
ข่มขืนจนท้องโต /  ข่าวมั่ว / 

หยุดแชร์ ภาพเด็กสี่ขวบถูกพ่อข่มขืนจนท้องโต เป็นข่าวมั่ว!! จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพเด็กหญิงรายหนึ่งที่บริเวณท้องบวมโต พร้อมกับอธิบายว่าเด็กหญิงถูกพ่อข่มขืนจนตั้งครรภ์ ล่าสุดดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ นักวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องไม่จริงและเป็นการเต้าข่าวกันได้มั่วมากๆ ซึ่งภาพนี้เป็นข่าวเก่าเมื่อปี 2014 เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงชาวจีนคนนี้ที่ชื่อ Hu Yunxing เป็นโรคประหลาดที่หายากแค่ 1 ในล้านคน เรียกว่า Budd-Chiari syndrome เกิดอาการอุดตันของเส้นเลือด จึงทำให้เลือดและของเหลวเกิดสะสมมากขึ้นจนท้องบวมเป่งคล้ายกับคนท้อง9เดือน โดยทางพ่อแม่ของเด็กหญิงหวังว่าจะมีหมอมารักษาลูกให้หายจากสภาพที่เป็นอยู่ ทั้งนี้ภาพดังกล่าวถูกแชร์เป็นจำนวนมากบนโลกออนไลน์ ซึ่งมีผู้หลงเชื่อหลายคน โดยเรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับชาวเน็ตทุกคนอย่าเพียงแต่สงสาร แต่ควรหาข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารมั่วๆ ด้วย ที่มาเฟซบุ๊ค ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ MThai News

วรรณกรรมสำหรับเยาวชนที่มีเนื้อหาของ ครอบครัวเกย์
ครอบครัวเกย์ /  วรรณกรรมเยาวชน / 

วรรณกรรมเด็กสอนเรื่องเกย์ หนังสือดีๆ ที่ให้ความรู้เรื่อง ครอบครัวเกย์ ในต่างประเทศมีหนังสือสำหรับเด็กที่มีเรื่องราวของรักร่วมเพศอยู่ไม่น้อย  เพื่อเป็นการสอนให้เด็กๆได้รู้ว่าในสังคมของเรานั้นมีกลุ่มคนที่มีความรักกับเพศเดียวกัน Jenny Lives with Eric and Martin หนึ่งในหนังสือที่มีเรื่องราวของรักร่วมเพศที่ปรากฎให้เห็นในช่วงแรก คือ Jenny Lives with Eric and Martin ออกตีพิมพ์ในปี 1981 เป็นภาษาเดนมาร์ก (Danish) ก่อนที่จะตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษในปี 1983  ซึ่งเป็นหนังสือภาพภ่ายขาวดำนำเสนอเรื่องราวของ Jenny เด็กหญิงวัย 5 ขวบที่อาศัยอยู่กับ Eric พ่อของเธอและ Martin คู่รักของพ่อ แต่น่าจะเป็นที่น่าสนใจสำหรับเด็กมากกว่าในการถ่ายทอดเนื้อหาด้วยหนังสือการ์ตูนอย่าง Healther Has Two Mommies และ Daddy’s Roommate ซึ่งทั้งสองเล่มเป็นหนังสือที่ติดอันดับ Most Challenged Books ของ American Library Association Heather Has Two Mommies Heather Has Two Mommies เรื่องราวของสาวน้อย Heather ที่เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของ Jane แม่ผู้ให้กำเนิดและ Kate คู่รักของแม่  ซึ่งผู้ปกครองของเธอก็ไม่ได้ทำให้ครอบครัวมีสภาวะแตกต่างจากครอบครัวอื่น Daddy’s Roommate Daddy’s Roommate นำเสนอเรื่องราวของชายที่แยกทางกับภรรยาและได้พาลูกชายย้ายไปอยู่กับชายคนรัก ซึ่งเนื้อหานำเสนอไปทางเชิงสร้างสรรค์และชี้ให้เห็นว่าการอยู่ร่วมกันและกิจกรรมต่างๆของพวกเขาก็เหมือนครอบครัวปกติทั่วไปและมีความสุขได้เช่นกัน King & King King & King  เป็นนิทานที่มีเรื่องราวว่าพระราชินีอยากให้บุตรชาย (เจ้าชายเบอร์ตี้)ได้แต่งงาน  จึงได้เชิญให้เจ้าหญิงจากเมืองต่างๆมาดูตัว  แต่เจ้าชายก็ปฏิเสธเจ้าหญิงเหล่านั้นด้วยเหตุผลต่างๆ  จนกระทั่งเจ้าหญิงเมเดอลีนได้เดินทางมาถึงพร้อมด้วยพี่ชาย (เจ้าชายลี) ทันทีที่เจ้าชายทั้งสองได้พบกันก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกันจากนั้นก็ตามมาด้วยงานแต่งงานของเจ้าชายทั้งสอง The Rainbow Cubby House The Rainbow Cubby House  หนังสือการ์ตูนจากประเทศออสเตรเลียที่เป็นเรื่องราวเด็กหญิงและแม่ทั้งสองคนของเธอที่ช่วยกันสร้างบ้านเด็กเล่นในสวนหลังบ้านของพวกเธอกับเด็กชายและพ่อทั้งสองคนของเขา นอกจากผลงานทั้ง 5 เรื่องที่นำมาเสนอให้ได้รู้จัก ครอบครัวเกย์ แล้ว  ยังมีวรรณกรรมสำหรับเยาวชนที่เหมาะสมและน่าสนใจอีกหลายเรื่อง  ในอเมริกาหนังสือบางเรื่องได้ถูกนำไปอยู่ในห้องสมุดโรงเรียนอีกด้วย Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาต้นฉบับจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Gay_literature

วอนช่วย! เด็กหญิงยอดกตัญญู ดูแลยายป่วย-ตาอัมพาต
ตายาย /  ยากจน / 

วอนช่วยเหลือหนูน้อยยอดกตัญญูวัย 8 ขวบ ยากจน ดูแลปรนนิบัติตาที่เป็นอัมพาต และยายป่วยโรคประจำตัว  วานนี้ (2 ส.ค. 58)  นายนิคม ปากครอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางตรวจสอบบ้านเลขที่ 107 หมู่ 8 หมู่บ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน หลังทราบข่าวว่า มีเด็กหญิงกตัญญูวัย 8 ปี ดูแลคุณตาที่ป่วยพิการเป็นอัมพาต และยายป่วยด้วยโรคประจำตัว จนไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าว เป็นกระต๊อบ สภาพผุพัง หลังคามุงด้วยพลาสติก พบนายทองจันทร์ บุญเติม อายุ 63 ปี ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อาศัยอยู่กับนางหนูเวียง บุญเติม อายุ 60 ปี ภรรยา และด.ญ.กมลวรรณ รูปต่ำ หรือน้องใบฝ้าย อายุ 8 ขวบ นักเรียนโรงเรียนบ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน คอยปรนนิบัติ ป้อนข้าว และดูแลผู้เป็นตาและยายไม่ห่าง โดยนายทองจันทร์ เผยว่า หลานสาวถูกพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่แรกเกิด ตนและภรรยา จึงช่วยกันเลี้ยงหลาน จากนั้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตนมีอาการเนื้อตัวชาเดินไม่ได้ ขณะออกไปรับจ้างเลี้ยงวัวควาย และกลายเป็นอัมพาต หลังจากป่วยก็ไม่มีรายได้จุนเจือครอบครัวเลย นอกจากนี้ นางหนูเวียง ยังมีโรคประจำตัว ไม่สามารถทำงานได้ จึงต้องไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนบ้านมาก่อน จนเป็นหนี้กว่า 2 แสนบาท ซึ่งได้ใช้ที่ดินผืนนี้ค้ำประกันไว้ ขณะนี้ เพื่อนบ้านเจ้าหนี้ได้เข้ามายึดที่ดิน และไล่ให้ออกไปภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ ทุกวันนี้ครอบครัวมีรายได้เพียงแค่เบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการ จึงไม่พอที่จะไปใช้หนี้ดังกล่าวได้ โชคดีที่มีเพื่อนบ้านบางส่วนแบ่งปันอาหารให้เพื่อประทังชีวิต ทั้งนี้ อยากได้บ้านคืน เพื่อไว้ให้หลานได้อยู่อาศัย  จึงอยากวอนให้ผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ด้าน คุณครูสุพิชญา เลิศสงคราม ครูประจำชั้นของน้องใบฝ้าย กล่าวว่า น้องเป็นเด็กน่ารัก เรียนเก่ง ได้เกรด 4 ทุกวิชา ซึ่งตนได้ติดตาม และให้ความช่วยเหลือมาตั้งแต่น้องเรียนอยู่ชั้นอนุบาล อยากให้ผู้ที่ใจบุญช่วยสงเคราะห์น้องใบฝ้ายอีกทางหนึ่ง โดยสามารถบริจาคเงินได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารออมสิน สาขาวัฒนานคร ชื่อบัญชี เด็กหญิงกมลวรรณ รูปต่ำ เลขที่บัญชี 020–14677562–0 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มอบรถเข็นคนพิการให้กับนายทองจันทร์ และข้าวสารอาหารแห้งจำนวนหนึ่ง เพื่อบรรเทาทุกข์เบื้องต้น อีกทั้งนายทรงยศ เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว ยังได้ช่วยเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อไม่ให้ขับไล่ครอบครัวนายทองจันทร์ ออกจากที่ดินผืนดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหนี้ยินดีที่จะยกดอกเบี้ยให้ และยอมให้ครอบครัวของนายทองจันทร์ ได้อาศัยอยู่ต่อไป เพื่อรอเงินจากการช่วยเหลือของภาคส่วนต่างๆ มาใช้ไถ่ถอนที่ดิน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ dailynews ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ร้องรัฐช่วย 3ดญ. หลังใช้ชีวิตลำพัง ไร้ผู้ปกครองดูแลนานนับปี
ข่าวจังหวัดศรีสะเกษ /  น้องเบียร์ วิภา มะณีรัตน์ / 

จนท.สงเคราะห์เด็กฯ ศรีสะเกษ รุดช่วยเด็กหญิง 3 พี่น้อง หลังใช้ชีวิตลำพังนานนับปี เหตุแม่ถูกจับติดคุก เผยสุดสลดต้องขอข้าววัด-เพื่อนบ้านเพื่อประทังชีวิต แถมน้องป่วยโลหิตจางไม่ได้รับการรักษานานหลายเดือน รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่สงเคราะห์เด็กและเยาวชนจังหวัด นำโดยดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ รองประธานกรรมการฯ ได้เดินทางเข้าช่วยเหลือเด็กหญิง 3 พี่น้องในพื้นที่บ้านนาตราว ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ หลังสืบทราบว่าทั้ง 3 คนใช้ชีวิตเพียงลำพังไร้ผู้ปกครองดูแลมาเป็นปีแล้ว ภายหลังผู้เป็นแม่ถูกจับติดคุกในข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ โดยการใช้ชีวิตในช่วงที่ผ่านมาผู้เป็นพี่คือ ด.ญ.วิภา มะณีรัตน์ หรือ น้องเบียร์ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ร.ร.บ้านนาตราว เป็นคนหาเลี้ยงน้องทั้ง 2 คนด้วยการรับจ้างทั่วไป แต่หากวันไหนรายรับไม่เพียงพอก็จะไปขอข้าววัด รวมถึงเพื่อนบ้านมาไว้กินเพื่อประทังชีวิต หนำซ้ำน้องคนเล็กป่วยเป็นโรคโลหิตจาง และไม่ได้ทำการรักษามาหลายเดือนแล้ว ด้านดร.กัลยาณี ได้เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมเด็กทั้ง 3 คนว่า จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 มีสภาพความเป็นอยู่เวทนายิ่งนัก จึงได้ทำการช่วยเหลือด้วยการมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินสดให้จำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งฝากวิงวอนไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเด็กหญิงทั้ง 3คนนี้ด้วย เนื่องจากหวั่นเกรงจะได้รับอันตรายได้ หรือถ้าหากประชาชนท่านใดมีจิตศรัทธาอยากช่วยเหลือเพื่อเป็นการทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมนี้ ก็สามารถช่วยเหลือได้ ด้วยการบริจาคเงิน หรือสิ่งของอื่นๆ ตามแต่ศรัทธาทางไปรษณีย์ โดยส่งถึง ด.ญ.วิภา มะณีรัตน์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร.ร.บ้านนาตราว ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อจะได้เป็นการช่วยยืดชีวิตของเด็กทั้ง 3 คนให้อยู่รอดไปได้ จนกว่าแม่ของเด็กทั้ง 3 คนจะพ้นโทษมาดูแลลูกสาวทั้ง 3 ภาพจาก ข่าวสด MThai News

สุดวิปริต หลักสูตรตัดหัวเชลยไอเอส ใช้ตุ๊กตาเป็นหนูทดลอง
กลุ่มไอเอส /  ฆ่าตัดคอ / 

กลุ่มรัฐอิสลาม ทางตอนเหนือของอิรัก จับเด็กชายจากชนกลุ่มน้อยยาซิดี มาฝึกหัดเป็นนักฆ่า พร้อมทั้งสอนวิชา "การสังหารสุดเหี้ยมโหด" วานนี้ (21 ก.ค.) สำนักข่าว 'เดลิ เมล์' รายงานข่าวกรณีที่กลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก และซีเรีย หรือ 'กลุ่มไอเอส' ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธ ที่ขยายพื้นที่ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ยาซิดี ชนกลุ่มน้อยชาวคริสเตียน จะเป็นเหยื่อที่ตกอยู่ในสงคราม โดยเด็กชายจากกลุ่มยาซิดี ซึ่งอาศัยอยู่ทางภาคเหนือของอิรัก ถูกจับมาเปลี่ยนศาสนา รวมถึงมอบชื่อใหม่ในภาษาอาหรับ พร้อมทั้งฝึกอบรมให้เป็นนักสู้ในกลุ่มสุดโต่ง โดยได้รับฉายาว่า นักสู้ 'ญิฮาด' ในขณะที่ชาวยาซิดี ในวัยกลางคน และเด็กผู้หญิงทั้งหมด จะถูกสังหารจนสิ้น นอกจากนี้ สตรี และเด็กหญิงบางส่วน จะถูกส่งไปขายตามชายแดนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มอีกทางหนึ่ง เนื่องจากกลุ่มไอเอส มีความเชื่อว่า ชาวยาซิดี เป็นกลุ่มคนนอกรีต ซึ่งพยานในฐานะนักรบฝึกหัดรายหนึ่ง ที่หลบหนีออกมาจากค่ายนรกดังกล่าว เปิดเผยว่า สมาชิกในกลุ่มไอเอส บีบบังคับให้นักรบวัยเยาว์เหล่านี้ ฝึกฝนให้กลายเป็นนักฆ่าต่อไป พร้อมทั้งล้างสมอง และวางตัวให้เป็นมือระเบิดฆ่าตัวตาย ซึ่งเด็กแต่ละคน จะถูกฝึกฝนให้เป็นตัวดำเนินการทำสงคราม และความรุนแรง รวมไปถึงการก่อการร้ายที่แตกต่างกันไป โดยเด็ก ๆ เหล่านี้ จะต้องใช้เวลา 10 ชั่วโมงต่อวัน ในการออกกำลังกาย ฝึกซ้อมอาวุธ และศึกษาคัมภีร์ รวมทั้งวิธีการสังหารเหยื่อด้วยการตัดคอ ทั้งการจับมีด และใช้ตุ๊กตาแทนเหยื่อ เพื่อฝึกซ้อมการสังหารให้ใกล้เคียงความสมจริงมากที่สุด MThai News ที่มา dailymail

หนังโลกที่เราอยากดู : White God (2014) - มะหมากบฏ...คน
2014 /  BIOSCOPE / 

White God (2014) - มะหมากบฏ...คน ...นี่คือหนังสงคราม ที่เหล่าฝูงสุนัข ลุกขึ้นมาก่อกบฏกับมนุษย์ !! ภาพยนตร์ฮังการี เจ้าของรางวัลหนังยอดเยี่ยมในสาย Un Certain Regard (เอิง แซเตง เรอการ์ - สายประกวดรอง ซึ่งหนังที่ถูกคัดเลือก มักเป็นงานของผู้กำกับหน้าใหม่ ไปจนถึงหนังที่มีความแปลกใหม่ในการเล่าเรื่อง เช่นหนังไทยที่เคยได้รับเลือกไปฉายอย่าง 'ฟ้าทะลายโจร' ในปี 2000 หรือ 'สุดเสน่หา' ในปี 2002 ซึ่งเรื่องหลังได้รับรางวัลสูงสุดในสายนี้เช่นเดียวกับ White God) ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ฝรั่งเศส เมื่อปี 2014 กระนั้น ชื่อของ กอร์เนล มุนดรักโซ (Kornél Mundruczó) อาจไม่คุ้นหูคอหนังมากนัก แต่เมื่อย้อนไปดูเครดิตของตัวมุนดรักโซแล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะ Pleasant Days หนังเรื่องที่สองของเขาเคยได้รางวัลจากเทศกาลหนังเมืองโลการ์โน ในปี 2002 อีกทั้งมาเยี่ยมเยือนเทศกาลหนังเมืองคานส์อยู่เป็นประจำ ทั้งเรื่อง Johanna ในสายเอิง แซเตง เรอการ์ เมื่อปี 2005 และติดสายประกวดหลักมาแล้วถึงสองครั้ง คือในปี 2008 กับ Delta และ Tender Son: The Frankenstein Project ในปี 2010 ก่อนที่มุนดรักโซจะมาโด่งดังจากหนังเรื่องนี้ โดยหนังยาวทั้ง 5 เรื่องก่อนหน้านี้ของมุนดรักโซ มักเน้นเล่าแง่มุมดราม่ากับตัวละครมนุษย์ที่ผิดแปลกจากสังคม เช่น แก๊งโจรที่สองหนุ่มสมาชิกเป็นไบเซ็กชวลกับเกย์ หรือเด็กหนุ่มที่กลับออกมาจากสถานสงเคราะห์เพื่อพบว่าตนเองไม่ได้รับการต้อนรับจากครอบครัวจึงแก้ปัญหาด้วยการฆาตกรรม รวมไปถึงโจนออฟอาร์ค “Tender Son คือ จุดฟูลสต็อปของประโยคแรกในชีวิตการทำหนังของผม ตอนนี้ผมเติบโตขึ้นมามาก หมดเวลาสำหรับการทำหนังแบบวัยรุ่นแล้วล่ะ” ปัจจุบันเขาอายุ 39 “ผมกำลังสนใจในความคิดซึ่งเรียกร้องฟอร์มที่แตกต่างในการนำเสนอ ในสภาวะที่ศิลปวัฒนธรรมอยู่ในช่วงขาลง ผมต้องการฟอร์มใหม่ๆ ภาษาใหม่ๆ เพื่อจะเข้าถึงคนวงกว้างมากขึ้น” มุนดรักโซเล่าไอเดียความสนใจ ตั้งแต่ได้ฟังบิ๊กไอเดียสั้นๆ ว่ามันคือหนัง ‘สงครามของสุนัขที่ลุกขึ้นก่อกบฏกับมนุษย์’ ที่สำคัญ มันถูกเล่าผ่านจากมุมมองของหมาอีกด้วย...หืม? เข้าถึงวงกว้างมากขึ้นด้วยการเล่าเรื่องจากมุมมองของหมาเนี่ยนะ? “ผมกำลังริเริ่มทดลองเล่นกับ genre ต่างๆ โดยเลือก White God เป็นผลงานชิ้นแรกในชีวิตทางภาพยนตร์ของผมหลังจากนี้” ชื่อหนังที่แสดงนัยยะอย่างแจ่มแจ้งทำให้นักวิจารณ์จำนวนมากหยิบไปเทียบเคียงกับ White Dog (แซมวล ฟูลเลอร์, 1982) ซึ่งเล่าเรื่องสุนัขที่ถูกฝึกพิเศษให้ฆ่าคนผิวดำ “ปัจจุบันระบบชนชั้นวรรณะต้องนิยามกันให้แหลมคมขึ้นกว่าเดิม” มุนดรักโซอธิบายแนวคิดเพิ่มเติมโดยไม่ปฏิเสธการเชื่อมโยงนี้ “ความเหนือกว่าดีกว่ากลายเป็นอภิสิทธิ์ของคนผิวขาวที่เติบโตมาภายใต้ความศิวิไลซ์แบบตะวันตก และแทบเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่ยอมใช้ความได้เปรียบนี้เลยสักครั้งหนึ่งในชีวิต ...ใช่แล้ว เรานี่แหละ เราคือสมาชิกของมวลชนเปี่ยมอภิสิทธิ์ ผมเลยอยากทำหนังที่กล่าวถึงความเคียดแค้น ความโกรธเกรี้ยวอันทรงพลังของคนอีกฝั่งหนึ่งพร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ความมั่นอกมั่นใจในตนเองอย่างน่ารังเกียจของพวกคนขาวทั้งหลายอันเต็มไปด้วยคำลวง ความจริงแบบปิดตาข้างเดียวที่สร้างขึ้นด้วยการกักกรอบผู้ที่ถูกจำกัดให้เป็นคนกลุ่มน้อย เพียงเพื่อหวังว่าสักวันเราจะกำจัดเขาได้อย่างสมบูรณ์ ปฏิเสธความเท่าเทียมอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยทฤษฎีรองรับ และไม่เคยเชื่อในการอยู่ด้วยกันอย่างสันติ” อย่างไรก็ดี หนังก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยอารมณ์ธริลเลอร์สยองขวัญสั่นประสาทเพียงนั้น ออกจะเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย (จนถูกนำไปเทียบเคียงกับหนังฟีลกู๊ดอมตะอย่าง Lassie) เพราะมันเล่าถึงความผูกพันระหว่าง ลิลี เด็กหญิงวัยสิบสามกับ ฮาเกน สุนัขพันธุ์ผสมที่ถูกพ่อสั่งให้เอาไปปล่อย (เพราะรัฐบาลฮังการีในหนังออกกฎหมายเก็บภาษีระดับป่าเถื่อนสำหรับเจ้าของที่เลี้ยงสุนัขซึ่งไม่ใช่สายพันธุ์แท้) เมื่อเธอไม่ยอมปล่อยก็ใช้วิธีหลอกล่อกระทั่งเจ้าหมาหายตัวไป เด็กสาวจึงออกตามหาทั้งด้วยความเป็นห่วงและโกรธแค้นพ่อ – ขนานไปกับความพยายามดิ้นรนหาทางกลับบ้านของฮาเกนที่ไม่ได้ลงเอยอย่างสวยงามและชวนซึ้งใจในความอุตสาหะซื่อสัตย์ของ ‘เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์’ อย่างที่เรามักเห็นในหนังญี่ปุ่น แต่กลับต้องพบความโหดร้ายนานา ทั้งเจ้าหน้าที่ที่คอยไล่จับสุนัขจรจัด ขอทานที่ใช้ประโยชน์จากความน่ารักของหมาเพื่อเรียกเงิน และเจ้าของแคมป์ฝึกหมาไว้กัดกันให้คนดูพนันขันต่อ และเมื่อมันถูกจับไปรวมไว้กับสุนัขจรจัดอื่นๆ ในที่คุมขัง ฟางเส้นสุดท้ายจึงขาดสะบั้นและหมดเวลาสำหรับความเชื่อที่ว่า ‘มนุษย์คือเพื่อนที่ดีที่สุดของสุนัข’ แล้วหากมองด้วยมุมแบบไทยๆ ที่ ‘หมา’ เป็นคำด่าติดปากในชีวิตประจำวัน อาจรู้สึกว่านี่ไม่ใช่การเหยียดอีกชั้นหนึ่งของ ‘ผู้กำกับคนขาว’ ต่อ ‘ชนกลุ่มน้อย’ หรอกหรือ? (หรือถ้ามองด้วยมุมมองที่กว้างกว่านั้นก็ยังอาจเกิดคำถามว่า ทำไมเขาจึงเลือกแทนภาพคนเหล่านั้นด้วยสัตว์) ลองฟังมุนดรักโซเล่าต่อในประเด็นนี้ “ผมเลือกใช้สัตว์เป็นภาพแทนการเล่าถึงคนที่ถูกทำให้เป็นกลุ่มน้อยโดยตรง เพราะผมต้องการพูดถึงซับเจ็คต์ที่อ่อนไหวมากๆ นี้ได้อย่างเสรี หลีกเลี่ยงการแสดงภาพที่มีลักษณะต้องห้าม (taboo) ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมจึงเล่าเรื่องของสัตว์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมิตรที่ดีที่สุดของมนุษย์ซึ่งลุกฮือขึ้นต่อต้านนายเก่าและเครือข่ายด้วยความโกรธแค้นหลังถูกทรยศ เพื่อที่การดำรงอยู่ของพวกเขาจะได้ ‘มีคุณค่า’ มากกว่าที่เป็นอยู่ “มุมมองในหนังเรื่องนี้สุนัขเป็นตัวแทนของผู้ที่ตกอยู่ในสถานะ ‘คนชายขอบตลอดกาล’ และนายคือพระเจ้า ...คาแร็กเตอร์ของ ‘พระเจ้า’ นี่แหละที่ผมสนใจ พระเจ้าผิวขาวจริงหรือ? หรือแต่ละคนมีพระเจ้าเป็นของตนเองกันแน่? เพราะเอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่คนขาวทำเป็นและทำได้ดีก็คือการออกคำสั่งกับการล่าอาณานิคมในบริบทต่างๆเท่านั้น” ก่อนจะเผยแรงบันดาลใจหนึ่งที่มีส่วนสำคัญสำหรับทิศทางนี้ว่า “สำหรับงานศิลปะ การอธิบายความจริงอันไร้กาลเวลาด้วยวิถีใหม่ๆ นั้นเป็นเรื่องยาก กระทั่งผมได้พบกับงานเขียนของ (J. M. Coetzee) ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ปลดปล่อยตัวเองอย่างแรง หนังสือของเขาแสดงให้เห็นมิติที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างอีกชั้นหนึ่งเสมอ แม้กระทั่งในบริบทหรือพื้นที่ซึ่งถูกจัดให้เป็นชายขอบของชายขอบแล้วก็ตามที ผมจึงเริ่มคิดถึงสัตว์ในฐานะสิ่งมีชีวิตซึ่งมีปัญญา มีเหตุผล และถูกกดทับใช้ประโยชน์จากมนุษย์ตลอดมา ก่อนจะคิดหาวิธีถ่ายหนังโดยใช้สุนัขจำนวนมากให้ได้และให้ทั้งตัวละครเด็กสาวกับสุนัขเป็นภาพสะท้อนซึ่งกันและกัน ในภาวะที่ทั้งคู่ต้องสูญเสียความเยาว์วัยและความบริสุทธิ์ทางจิตใจไปพร้อมๆ กัน” (สุนัขที่เขาใช้ถ่ายทำล้วนเคยอยู่ในสถานอภิบาลสัตว์จรจัด และทั้งหมดได้บ้านใหม่หลังจากถ่ายหนังเรื่องนี้จบ “ประสบการณ์ในการถ่ายทำบอกผมว่า หนังเรื่องนี้ถือเป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยมที่แสดงให้เห็นความร่วมมือระหว่างสองเผ่าพันธุ์”) เช่นเดียวกับในบริบทสังคมภาพกว้างที่อ้างอิงถึงเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ที่ยังคงทำงานอยู่ White God ก็ทำงานกับสังคมฮังการีในปัจจุบันด้วย “ผมมองว่านี่คือการวิพากษ์ฮังการีในอนาคต เมื่อกฎอันคับแคบทำงานเหนือมวลชนกลุ่มใหญ่ ซึ่งสภาวการณ์เช่นนี้กำลังกัดกินไปทั่วทวีปยุโรป นักการเมืองถูกลดรูปเป็นเหมือนแค่เรียลิตีโชว์ที่เรากดโหวตคนนี้ขึ้น เอาคนนั้นออก ผมมองว่าความตึงเครียดลักษณะนี้เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง หากเรามองมันอย่างผิวเผิน ในอนาคตก็จะถึงเวลาที่ประชาชนลุกฮืออย่างไม่อาจต้านทาน ทั้งหมดนี้ผมทำภายใต้การนำเสนอภาพกรุงบูดาเปสต์ในแบบที่ร่วมสมัยที่สุด ให้หลุดจากภาพจำในหนังยุโรปตะวันออกที่มักผูกติดกับภาพแบบยุคหลังโซเวียต ผมโฟกัสที่สภาพความเป็นจริงที่ว่า เราดำรงอยู่ภายใต้ผลลัพธ์จากความโกลาหลครั้งใหญ่ ความไม่แน่นอนที่ฝังรากลึก และความไม่มั่นคงที่ทำให้เราไม่อาจวางแผนหรือคาดการณ์อนาคตระยะยาวได้เลย” White God จึงประกอบไปด้วยโครงสร้างที่หยิบจับลักษณะเด่นของหนังแต่ละประเภทมารวมกัน มีทั้งความเป็นเมโลดรามา หนังผจญภัย และหนังล้างแค้น “ทั้งหมดที่ว่ามานี้มีอยู่จริงในสังคมยุโรปตะวันออกนะครับ บางคนมีชีวิตแบบละครน้ำเน่าในขณะที่คนอื่นๆ อยู่กันแบบหนังธริลเลอร์ เราเห็นมันเปลี่ยนไปมาง่ายพอๆ กับกดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวี การคว้าจับ genre ต่างๆ ขึ้นมารับใช้ไอเดียสำคัญเพียงประเด็นเดียวถือเป็นเรื่องตื่นเต้นสำหรับตัวผมเอง ผมอยากรู้ว่าเราใช้ภาพจำซ้ำซากควบคู่ไปกับความจริงแท้ได้ไหม ตอนนี้ผมมองว่ามันอยู่ใกล้กันมากจนเริ่มรุกล้ำซึ่งกันและกัน” และท่าทีแบบหนึ่งที่เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ใช้ในหนังเรื่องนี้แน่นอนก็คือการล้อเลียนแบบ parody “เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องตลก และผมทำหนังเรื่องนี้เพื่อตั้งคำถามทางจริยธรรมที่สำคัญมาก ผู้ชมต้องเดินทางมาถึงจุดที่ผมแถลงสาร พร้อมหัวใจที่เต้นระรัว” ตัวอย่างภาพยนตร์ https://www.youtube.com/watch?v=kIGz2kyo26U เบื้องหลังการถ่ายทำ https://www.youtube.com/watch?v=5xU4sw0Brg4

ฝึกศัพท์ภาษาเกาหลีง่ายๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ฝึกภาษา /  ภาษาเกาหลี / 

เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังฝึกภาษาเกาหลีอยู่ หรือคนที่ชอบดชมซีรีส์เกาหลี ต้องห้ามพลาด ฝึกศัพท์ภาษาเกาหลีง่ายๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เหล่านี้ จะมีคำไหนบ้างเราไปดูพร้อมๆ กันเลย ฝึกศัพท์ภาษาเกาหลีง่ายๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การทักทาย 안 녕 (อันยอง) สวัสดี 처 음 (ชออึม) ครั้งแรก 븹 다 (เบบดา) พบกัน 감 사 하 나 (กำซาฮาดา) ขอบคุณ 당 신 (ดังซิน) คุณ 평 안 하 다 (พยองอันฮาดา) สบายดี 반 갑 다 (บันกับดา) ยินดี 여 보 세 요 (ยอโบเซโย้) ฮัลโหล 성 함 / 이 름 (ซองฮำ/อีรืม) ชื่อ 무 엇 (มูออด) อะไร การขอโทษ 미 안 하 다 (มีอันฮาดา) ขอโทษ 유 감 스 럽 다 (ยูกำซือหรอบดา) เสียใจ 용 서 하 다 (ยงซอฮาดา) ขออภัย 잘 못 하 다 (จัลมดฮาดา) ทำผิด 괜 잖 다 (แกวนซันทา) ไม่เป็นไร การถาม 누구 (นูกู) ใคร 왜 (แว) ทำไม 어 떻 게 (ออคอเค) อย่างไร 어 디 서 (ออดีซอ) ที่ไหน บุคคลและครอบครัว 남 자 (นัมจา) ผู้ชาย 여 자 (ยอจา) ผู้หญิง 게 이 (เกอี) กระเทย 어 른 (ออ รึน) ผู้ใหญ่ 님 자 아 이 (นัมจาอาอี) เด็กชาย 여 자 아 이 (ยอจาอาอี) เด็กหญิง 아 버 지 (อาบอจี) พ่อ 어 머 니 (ออมอนี) แม่ 아 들 (อาดึล) ลูกชาย 딸 (ตัล) ลูกสาว 형 (ฮย็อง) พี่ชาย(น้องชายเรียกพี่ชาย) 오 빠 (โอปา) พี่ชาย(น้องสาวเรียกพี่ชาย) 누 나 (นูนา) พี่สาว(น้องชายเรียกพี่สาว) 언 니 (อ็อนนี) พี่สาว(น้องสาวเรียกพี่สาว) 남 동 생 (นัมดงแซ็ง) น้องชาย 여 동 생 (ยอดงแซ็ง) น้องสาว 사 촌 (ซาชน) ลูกพี่ลูกน้อง 남 편 (นัมพย็อน) สามี 아 내 (อาแน) ภรรยา 친 구 (ชินกู) เพื่อน 애 인 /연 인 (แออิน/ยออิน) แฟน/คู่รัก ข้อมูลจาก: muslimthaipost, wegointer

ทหารหึงโหด! จุดไฟเผาแฟนสาวสาหัส ลูกร้องปวีณาจี้คดี
จุดไฟเผา /  ทหารหึงโหด / 

พลทหารค่ายธนะรัชต์หึงโหด ราดน้ำมันจุดไฟเผาแฟนสาวทั้งเป็นเจ็บสาหัสปางตาย ลูกสาวโร่ร้องปวีณาขอความเป็นธรรม พร้อมเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุลงโทษ วันที่ 14 พ.ค ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี นายสราวุธ เจียงชัย อายุ 31 ปี พร้อมด้วยเด็กหญิง 2 คน เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณีนางสาวสินิทรา คุ้มไม้ อายุ 34 ปี พี่สาว และเป็นแม่ของเด็กหญิงทั้ง 2 คน ถูกพลทหารสุนัย อายุ 22 ปี สังกัดกองพันบริการ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผาทั้งเป็น ขณะนอนหลับที่บ้านพัก ย่านหนองแขม กทม.บาดเจ็บสาหัส ก่อนจะหลบหนีไป เหตุเพราะหึงหวงเกรงว่าฝ่ายหญิงจะไปมีชายอื่น โดยเหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ขอให้ทางมูลนิธิปวีณาฯให้ความเป็นธรรมด้านคดี และขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว นายสราวุธ กล่าวว่า นางสาวสินิทรา พี่สาวเลิกกับสามีเก่าและมีลูกสาว 2 คน ต่อมาได้คบหาเป็นแฟนกับพลทหารสุนัยตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ไม่นาน พลทหารสุนัยก็ถูกจับกุมในคดียาเสพติดติดคุกอยู่หลายเดือน ก่อนจะออกมาเข้ารับการเกณฑ์ทหารและเป็นทหารเกณฑ์อยู่ที่ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อมีวันหยุดก็จะมาหาพี่สาวเป็นประจำ ระยะหลังฝ่ายชายมักจะหึงหวง และหาเรื่องทะเลาะ มีปากเสียงกันแทบทุกครั้งที่พบหน้า ล่าสุดพลทหารสุนัย มาหาพี่สาวที่บ้าน เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อปรับความเข้าใจ ก็ยังพูดจากันดี ไม่มีทีท่าจะทะเลาะกันแต่อย่างใด ทั้งพลทหารสุนัยยังขอนอนค้างที่ห้องรับแขก ส่วนพี่สาวตนก็นอนกับลูกสาวทั้งสองคนในห้องนอนชั้นล่าง จนกระทั่งเวลาประมาณ ตี 5 ของวันที่ 8 พ.ค. ขณะที่พี่สาวกับหลานๆ นอนหลับอยู่ พลทหารสุนัยได้เข้ามาในห้องนอนพร้อมกับเอาน้ำมันเบนซินราดบนตัวพี่สาวก่อนจุดไฟเผาทั้งเป็น ท่ามกลางความตกใจของเด็กทั้งสองคน ส่วนน้องสาวตนอีกคนที่นอนอยู่ชั้นบนได้ยินเสียงจึงรีบลงมาช่วยเหลือดับไฟและพาส่งโรงพยาบาล ซึ่งพลทหารสุนัยได้อาศัยช่วงชุลมุนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป หลังเกิดเหตุหลานสาวคนโต เล่าว่า เห็นพลทหารสุนัย สูบน้ำมันออกจากรถจักรยานยนต์ใส่ขวดไว้ตั้งแต่เย็นวันที่ 7 พ.ค.แต่ก็ไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร จนกระทั่งมาเกิดเรื่องดังกล่าวกับแม่ นายสราวุธ กล่าวอีกว่า จากการสอบถามแพทย์ทราบว่า ผิวหนังบริเวณใบหน้า หน้าอก แขนขา ของผู้ได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ แผลลึกระดับ 3 อยู่ในขั้นวิกฤต ต้องรักษาอยู่ในห้องไอซียู และต้องดูอาการวันต่อวัน จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับพี่สาวและครอบครัวด้วย ตั้งแต่เกิดเรื่องหลานสาว 2 คน ไม่กล้าที่จะนอนที่บ้าน มีอาการหวาดผวาตลอด เพราะเสียขวัญที่เห็นสภาพแม่ถูกเผาทั้งเป็น ด้านนางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องได้ประสานไปยังพ.ต.อ.ณรงค์ ถัดทะพงษ์ผกก.สน.หนองค้างพลู และพ.ต.ท.อดิศร แก้วโหมดตาด พงส.ผนพ.เพื่อติดตามทางด้านคดี และขอให้เร่งจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว พร้อมกันนี้จะทำหนังสือไปยังพล.ต.นพดล ยิ้มถนอม ผู้บัญชาการศูนย์ทหารราบค่ายธนะรัชต์ ต้นสังกัด เพื่อขอให้ส่งตัวพลทหารสุนัยมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป. MThai News

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เรื่องใกล้ตัว อ่านก่อนได้เปรียบ
ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ /  เพศสัมพันธ์ / 

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เดิมที่เดียวเรารู้จักโรคกลุ่มนี้ในนามของ กามโรค หรือในภาษาอังกฤษว่า venereal diseases หรือ VDแต่ในปัจจุบันนี้ ได้มีการศึกษาค้นคว้าและวิจัยกันอย่างกว้างขวาง ทำให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้นว่า ยังมีโรคอื่นที่ติดต่อกันได้โดยการร่วมเพศ และโดยเพศสัมพันธ์ในลักษณะอื่นๆ ดังนั้นเพื่อให้ครอบคลุมโรคต่างๆ ให้กว้างขวางออกไปอีก ชื่อที่ใช้เรียกกามโรคในภาษาอังกฤษจึงได้เปลี่ยนไปจาก "venereal diseases หรือ VD" เป็น "sexually transmitted diseases" หรือเรียกย่อๆ ว่า STD ฉะนั้น จึงขอเรียกชื่อโรคกลุ่มนี้ในภาษาไทยว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ต่อไปนี้จะได้กล่าวถึง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่สำคัญๆบางโรค ซึ่งได้แก่ โรคซิฟิลิส โรคหนองใน โรคหนองในเทียม และกลุ่มอาการภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อม (โรคเอดส์) ที่มาภาพ ลำยอง จากช่อง3 โรคซิฟิลิส เป็น โรคติดต่อที่มีความรุนแรงมากและอันตรายสูงโรคหนึ่ง โรคซิฟิลิส เป็นได้ทุกแห่งของร่างกาย ไม่เฉพาะแต่ที่อวัยวะสืบพันธุ์เท่านั้น แม้แต่ตามลิ้น มือ แขน ขา รวมทั้งระบบประสาท หัวใจ เส้นเลือด ตา กระดูก ฯลฯ ในบางรายอาจไม่รู้สึกว่ามีอาการอย่างใดตั้งแต่แรก และกว่าจะรู้ว่ามีอาการ โรคนั้นได้กำเริบมากแล้วก็ได้ เชื้อต้นเหตุ โรคซิฟิลิสเกิดจากบัคเตรีที่มีขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายกับเกลียวสว่าน ชอบเคลื่อนไหวไปมา สามารถไชเนื้อส่วนที่อ่อนๆได้ โดยเฉพาะจะเข้าสู่ร่างกายตรงที่เป็นแผลถลอก แม้แต่เป็นแผลถลอกเพียงเล็กน้อย เชื้อนี้มีชื่อว่า ทรีโพนีมา พัลลิดุม (treponema pallidum) ระยะฟักตัว ประมาณ ๑๐-๒๐ วัน หรืออาจนานถึง ๓ เดือน ลักษณะอาการ ในขั้นแรกตรงบริเวณที่ได้รับเชื้อ ซึ่งอาจจะเป็นที่อวัยวะสืบพันธุ์ หรือที่อื่นๆ เช่น ในปาก จะมีตุ่มเล็กๆ ขนาดเท่าหัวเข็มหมุดหรือโตกว่า นั้นเล็กน้อย ซึ่งต่อไปจะแตกกลายเป็นแผลกว้างออกขอบแผลเรียบและแข็ง ในระยะนี้เรียกว่า "ซิฟิลิสระยะ ที่ ๑" แผลจะไม่มีอาการคันหรือเจ็บแต่อย่างใด แม้ปล่อย ทิ้งไว้โดยไม่รักษา แผลก็จะหายเองได้ แต่เชื้อซิฟิลิสนั้นยังคงอยู่ในร่างกาย ตั้งแต่เมื่อเริ่มเป็นแผล เชื้อจะเข้าไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบ แล้วต่อไปจะเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกายในบางรายจะปรากฏอาการผื่นขึ้นตามตัวที่เรียกกันว่า "ออกดอก" ซึ่งเป็น "ระยะที่ ๒ ของซิฟิลิส" ผื่นนี้มีลักษณะต่างกับผื่นลมพิษหรือการแพ้สารต่างๆ ก็คือ ไม่มีอาการคัน และผื่นจะปรากฏที่ฝ่ามือด้วย แต่บางครั้งอาจจะไม่มีผื่นเลยก็ได้ แต่จะเกิดอาการอย่างอื่น เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามข้อ ผมร่วง ฯลฯ เมื่อโรคเข้าสู่ระยะที่ ๒ การตรวจเลือดจะพบการเปลี่ยนแปลงที่แสดงปฏิกิริยาให้ผลบวกของน้ำเหลืองอย่าง สูงมาก ถ้ายังปล่อยปละละเลยทิ้งไว้ ไม่ไปพบแพทย์รับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง โรคจะสงบอยู่ระยะหนึ่ง ระยะนี้เชื้อโรคจะหลบอยู่ตามอวัยวะต่างๆ แต่ก็ยังไม่ปรากฏอาการ จะทราบผลได้จากการตรวจเลือดเท่านั้น อาจกินเวลาหลายปีโรคจึงจะเข้า สู่ "ระยะที่ ๓" อันเป็นระยะสุดท้ายของโรค บางครั้งเรียกว่า "ซิฟิลิสระยะหลัง" ในระยะนี้ผู้ป่วยก็อาจจะต้องทุกข์ทรมานด้วยอาการของหลายระบบของร่างกาย เป็นต้นว่าบนผิวหนังจะมีก้อนนูน แตกเป็นแผลเหวอะหวะ ซึ่งจะกลายเป็นแผลเป็นทำให้เสียโฉม จมูกโหว่ กระดูกผุ อาจตาบอด หูหนวก สติปัญญาเสื่อม สมองพิการจนถึงเป็นอัมพาต หรืออาจถึงกับเป็นบ้าก็ได้ ยิ่งกว่านั้นอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ถ้าเกิดไปเป็นที่หัวใจ ทำให้ลิ้นหัวใจรั่ว หัวใจวาย เส้นเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจโป่งพอง และตายในที่สุด นอกจากนี้ในสตรีที่ตั้งครรภ์ ถ้าเป็นซิฟิลิส เชื้อซิฟิลิสจะถ่ายทอด ผ่านทางรก ทำให้ทารกป่วยด้วยโรคนี้ถึงตายในครรภ์ หรือถ้าคลอดออกมาแล้วอาจจะพิการตลอดชีวิตก็ได้ เรียกว่า ซิฟิลิสแต่กำเนิด การติดต่อ โรคนี้สามารถติดต่อได้โดยทางใดทางหนึ่ง คือ ๑. โดยการร่วมประเวณีกับผู้ที่กำลังเป็นซิฟิลิสระยะแพร่เชื้อ คือ ระยะที่ ๑ สำหรับระยะที่ ๒ ถ้าถูกกับน้ำเหลืองที่ผื่นผิวหนัง (ออกดอก) ก็จะติดโรคได้เช่นกัน ๒. เป็นมาแต่กำเนิด นั่นคือ เมื่อหญิงที่กำลังตั้งครรภ์เป็นซิฟิลิส ก็สามารถแพร่เชื้อมาให้ทารกในครรภ์โดยผ่านทางรก ๓. โดยเหตุบังเอิญ เช่น สัมผัสกับแผลซิฟิลิส การป้องกันและควบคุมโรค โรคนี้เกิดขึ้นจากการสำส่อนทางเพศ ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่จะใช้ป้องกันโรค วิธีป้องกันที่ให้ผลก็คือ ละเว้นพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ นอกจากนี้จะต้องมีระบบติดตามนำผู้ป่วยทั้งที่เป็นหญิงโสเภณีและหญิงบริการ รูปอื่นๆ หรือแม้แต่สามัญชน ซึ่งผู้ป่วยเป็นโรคนำมารักษาให้หายขาด ในกลุ่มชนที่มีความสำส่อนทางเพศ ควรจะต้องให้มีการป้องกันโดยใช้ถุงยางอนามัยเป็นเครื่องป้องกัน โรคหนองใน บางที่เรียกกันว่า โกโนร์เรีย หรือโรคหนองใน เชื้อต้นเหตุ เป็นบัคเตรี มีชื่อว่า ไนซ์ซีเรีย โกโนร์เรีย (Neisseria gonorrhoea) ระยะฟักตัว ใช้เวลาประมาณ ๒-๓ วัน หรืออาจยาวนานถึง ๑-๒ สัปดาห์ก็ได้ ลักษณะอาการ โรคนี้เป็นกับบุคคลทั้งสองเพศ แต่ลักษณะจะแตกต่างกันดังนี้ อาการในผู้ชาย จะมีอาการที่รุนแรงคือ เริ่มด้วยอาการขัดเบา เจ็บแสบท่อปัสสาวะทุกครั้งที่ถ่ายปัสสาวะ ที่ปลายอวัยวะเพศตรงปากท่อปัสสาวะจะอักเสบแดง และจะมีหนองไหลเยิ้ม บางครั้งจะมีหนองข้นจนคล้ายเส้นขนมจีน รายที่เป็นมากๆ กางเกงในจะเปรอะเปื้อนไปด้วยหนอง หนองจะไหลอยู่ประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ ถ้าไม่ได้รับการรักษา หนองก็จะเริ่มลดน้อยลง แต่อาการอักเสบเวลาถ่ายปัสสาวะก็ยังคงอยู่จะมีอาการคันภายในท่อปัสสาวะ ถ้าปล่อยให้โรคดำเนินอยู่เช่นนี้จะกลายเป็นหนองในเรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองจะบวมเจ็บ อาจมีอาการปวดตามข้อ บางรายจะมีผื่นคันตามตัวด้วย โรคอาจลุกลามต่อไป ทำให้เกิดต่อมลูกหมากอักเสบ ท่ออสุจิตีบตันและทำให้เป็นหมันได้ อาการในผู้หญิง อาจจะไม่มีอาการอะไรเลย หรือมีแต่เพียงอาการแสบเวลาปัสสาวะ บางรายอาจจะมีหนองไหล ซึ่งผู้ป่วยมักจะให้ประวัติว่าตกขาว บางราย จะไม่มีหนองปรากฏให้เห็นเลย บางรายอาการตกขาวมีมากจนต้องใช้ผ้าอนามัยก็มี ส่วนใหญ่อาการในผู้หญิงจะน้อยกว่าในผู้ชายมาก จนทำให้บางคนสำคัญผิดว่า ไม่ได้เป็นโรค ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายในการแพร่เชื้อต่อไป โดยเฉพาะในหญิงบริการ เนื่องจากมีอาการน้อยจึงมักไม่ใคร่รักษา โรคจึงเรื้อรังลุกลามต่อไป ทำให้เกิดอาการอักเสบในอุ้งเชิงกราน ทำให้ปีกมดลูกอักเสบมดลูกอักเสบ ปวดมดลูก ช่องท้องอักเสบ รังไข่อักเสบ ปวดเมื่อยหลัง ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีไข้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไปอีก คือ ท่อรังไข่ตีบตันเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือเป็นหมันในที่สุด ถ้าเกิดมีการอักเสบในอุ้งเชิงกราน จะมีการตกขาว ซึ่งมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย มีเลือดปน มีไข้ และมักจะมีอาการใกล้ๆ กับระยะมีประจำเดือน ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า ไข้ทับระดู โรคหนองใน อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายประการ ได้แก่ ๑. โรคแพร่กระจายโดยตรงจากแหล่งที่เป็นโรคดังได้กล่าวไว้แล้ว คือ จากอวัยวะเพศไปทำให้อุ้งเชิงกรานอักเสบ ปีกมดลูกอักเสบ ต่อมบาร์โทลินในช่องคลอดอักเสบ และท่อนำอสุจิอักเสบ ๒. โรคแพร่ออกไปโดยทางอ้อม เช่น เอามือเปื้อนหนองไปเช็ดตา หรือใช้ผ้าขาวม้าไปเช็ดตาตนเอง ทำให้ตาอักเสบเป็นหนองได้ ๓. โรคแพร่กระจายไปตามกระแสเลือดทำให้เกิดข้ออักเสบ มีผื่นตามผิวหนัง ลิ้นหัวใจอักเสบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และตับอักเสบ ๔. โรคติดไปยังทารกในครรภ์ ติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทำให้คลอดก่อนกำหนด บางครั้งจะติดโรคขณะคลอดผ่านช่องคลอดที่มีเชื้อโรค ทำให้ตาอักเสบเป็นหนอง โรคหนองในในเด็กหญิง มักจะเกิดแก่เด็กหญิงวัยอนุบาล วัยเรียนชั้นประถม อายุประมาณ ๓-๕ ขวบ จะมีอาการหนองไหลออกมาจากช่องคลอด มีอาการคัน พ่อแม่จะสังเกตว่าเด็กคันอวัยวะเพศเสมอๆ ที่กางเกงในจะมีหนองติด เด็กพวกนี้มักติดเชื้อหนองจากผ้าขาวม้า ผ้าปูที่นอน โถส้วม หรือใช้มือที่เปื้อนเชื้อไปเกาอวัยวะเพศ ในต่างประเทศ โดยเฉพาะ พวกผิวขาว มักจะเกิดจากการร่วมเพศก่อนถึงวัยอันควร นอกจากโรคจะเกิดแก่อวัยวะเพศแล้ว ปัจจุบันพบว่ามีอาการคออักเสบอันเกิดจากเชื้อหนองในบ่อยขึ้น เพราะมีเพศสัมพันธ์แบบใช้ปาก และบางรายมีอาการอักเสบของทวารหนัก ซึ่งเป็นผลจากเพศสัมพันธุ์ทางทวารหนัก การติดต่อ ที่สำคัญคือ การร่วมเพศโดยตรงและการกระทำเพศสัมพันธ์โดยวิธีอื่นๆ การสัมผัสกับเชื้อโรคโดยทางอ้อม ได้แก่ มือเปื้อนเชื้อ ใช้เสื้อผ้า ร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกางเกงใน นั่งโถส้วมตามหลังผู้ที่เป็นโรคเพิ่งใช้ส้วมไปใหม่ๆ เหล่านี้เป็นต้น การป้องกันและควบคุมโรค รักษาอนามัยส่วนบุคคล ละเว้นการสำส่อนทางเพศ ใช้ถุงยางอนามัยในการร่วมเพศกับหญิงบริการ ไม่กระทำเพศสัมพันธ์ที่ผิดปกติ หากมีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดที่สงสัย แม้แต่เพียงเล็กน้อย ให้รีบไปรับการตรวจวินิจฉัยโรคโดยด่วน โรคหนองในเทียม เชื้อต้นเหตุ เชื้อที่เป็นสาเหตุสำคัญบ่อยที่สุด คือ คลามีเดีย ทราโคมาทิส (Chlamydia trachomatis) นอกจากนี้ ยังมีเชื้อยูเรียพลาสมายูเรียไลทิคุม (Ureaplasma urealyticum) ระยะฟักตัว นานประมาณ ๗-๑๔ วัน ลักษณะอาการ ผู้ป่วยมักจะมีอาการแสบหรือรู้สึกขัดเวลาถ่ายปัสสาวะและมีหนองใสๆ บางรายมีอาการคันในท่อปัสสาวะ หรือมีรอยแดงๆ บริเวณปากท่อปัสสาวะ มักมีหนองไหลในตอนเช้าๆ ในบางรายอาจมีเชื้ออยู่โดยไม่มีอาการก็ได้ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อคลามีเดีย บางคนอาจมีอาการแทรกซ้อน เช่น เกิดการอักเสบลุกลามไปยังต่อมลูกหมาก ถุงอัณฑะ ทำให้เกิดเป็นหมันตามมา ในหญิงที่ติดเชื้อนี้มักไม่แสดงอาการชัดเจน บางรายจะมีตกขาวมาก ตรวจพบปากมดลูกอักเสบ เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่อวัยวะภายใน เกิดการอักเสบของอวัยวะสืบพันธุ์ในช่องเชิงกราน ทำให้เกิดอาการไข้ ปวดท้องน้อย ท่อรังไข่อักเสบตีบตัน เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือเป็นหมัน นอกจากนี้ถ้ามารดามีเชื้อที่บริเวณปากมดลูก ทารกที่คลอดผ่านออกมาจะได้รับเชื้อเข้าตา ทำให้เกิดตาอักเสบในระยะแรกคลอด และถ้าทารกที่ตาอักเสบนี้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะเกิดโรคกับอวัยวะระบบอื่นได้ ที่สำคัญคือปวดบวม การติดต่อ ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนั้น ทารกแรกเกิดอาจได้รับการติดเชื้อจากมารดาก็ได้ การป้องกันและควบคุมโรค เมื่อพบผู้ป่วยจำเป็นต้องให้ยารักษาจนครบกำหนด และแนะนำให้นำคู่สมรสมาตรวจรักษาด้วย ในระยะที่มีอาการควรงดการร่วมเพศ ไม่ควรประพฤติสำส่อนทางเพศ และการใช้ถุงยางอนามัยจะช่วยป้องกันโรคได้ กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อมหรือโรคเอดส์ โรค เอดส์ (AIDS) เป็นคำในภาษาอังกฤษซึ่งย่อมาจาก acquired immunity deficiency syndrome หมายถึง กลุ่มอาการที่มีการเสื่อมลงของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่มิได้เป็นโดย กำเนิด แต่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง อันเป็นเหตุให้ร่างกายติดเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นเชื้อจำพวกฉวยโอกาสได้ง่าย เป็นโรคติดเชื้อชนิดใหม่ ซึ่งเพิ่งมีรายงานเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ เชื้อต้นเหตุ คือ เชื้อไวรัสที่เดิมเรียกว่า เอชที-แอลวี ๓ (HTLV III) มีชื่อเต็มว่า ฮิวแมน ที ลิมโฟทรอพิก ไวรัส ๓ (human T lymphotropic virus III) เชื้อไวรัสนี้มีชื่อพ้องว่า ลิมฟาดีโนพาที แอสโซซิเอเทด ไวรัส (lymphadenopathy associated virus หรือ LAV) เชื้อนี้จะไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า ทีลิมโฟไซต์ (T lymphocyte) และผลจากการที่ทีลิมโฟโซต์ของผู้ป่วยถูกทำลาย ทำให้ภาวะภูมิคุ้มกันโรคชนิดหนึ่งที่อาศัยเซลล์ของร่างกายเสื่อมไป ปัจจุบันนี้ คณะกรรมการระหว่างชาติ ได้ตกลงเรียกชื่อไวรัสนี้ว่า เอชไอวี ซึ่งมีชื่อเต็มว่า ฮิวแมน อิมมูโนเดฟิเชียนซี ไวรัส (HIV; human immunodeficiency virus) ระยะฟักตัว ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละรายซึ่งยังไม่ทราบแน่นอน แต่อาจนานตั้งแต่ ๖ เดือน ถึง ๕ ปีแล้วจึงเกิดอาการของโรค ลักษณะอาการ เป็นอาการที่เกิดเนื่องจากมีเชื้อโรคอื่นๆ ฉวยโอกาสในเมื่อร่างกายของผู้นั้นมีภาวะภูมิคุ้มกันโรคลดต่ำลง อาการแสดงมีหลายรูปแบบด้วยกันคือ อาการทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบ อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วงแบบเป็นๆ หายๆ ติดต่อกัน อาการทางระบบ ประสาทส่วนกลาง มีไข้ไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้ผู้ป่วยจะมีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ซูบผอม อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และอาจมีต่อมน้ำเหลืองโต หรือในบางรายอาจพบว่ามีมะเร็งบางชนิดเกิดขึ้นก็ได้ การติดต่อ ตามปกติเชื้อไวรัสของโรคนี้ จะอาศัยอยู่ในเลือด น้ำอสุจิ และน้ำลายของผู้ป่วย การติดต่อส่วนใหญ่ติดต่อกันโดยการร่วมเพศกับผู้ป่วย และพบมากในกลุ่มรักร่วมเพศ (homosexual) นอกจากนี้อาจติดโรคได้จากการรับเลือดจากผู้ป่วย การใช้เข็มฉีดยาที่สกปรกร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ติดยาเสพติดที่ฉีดสารเสพติดเข้าเส้นเลือด เชื้ออาจเข้าทางแผลในปาก โดยการจูบกับผู้ป่วย และถ้ามารดาป่วยก็สามารถถ่ายทอดเชื้อนี้ไปสู่ทารกในครรภ์ได้ การป้องกันและควบคุมโรค สำหรับประชาชนทั่วไป ควรถือปฏิบัติดังต่อไปนี้ ๑. หลีกเลี่ยงการร่วมเพศกับผู้ป่วยหรือสงสัยว่าป่วย หรือที่อยู่ในแวดวงใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชายที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ ๒. หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาเข้าเส้นร่วมกันในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด ๓. หลีกเลี่ยงการจูบปากกับผู้ที่สงสัยว่าป่วยเป็นโรคเอดส์ ๔. ผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคเอดส์ ห้ามบริจาคหรือให้เลือดกับผู้อื่น ที่มาจาก http://www.phyathai.com

รวบ 2ผัวเมีย ลักพาตัวเด็ก บังคับให้ขายลูกโป่ง
น้องลูกจันทร์ /  ลักพาตัว / 

รวบแล้ว 2 สามีภรรยา ลักพาตัว น้องลูกจันทร์ วัย 3 ขวบ จาก จ.สระบุรี กว่า 1 สัปดาห์ จนมุมตำรวจที่ฉะเชิงเทรา อ้างเด็กเต็มใจมาเอง และไม่ได้บังคับให้ขายลูกโป่ง พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ฉะเชิงเทรา ได้นำตัว นางธิดา ปะระมะ อายุ 44 ปี จ.สระแก้ว และนายสุวัฒน์ เสือเจริญ อายุ 36 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ สองสามีภรรยาผู้ต้องหาลักพาตัว เด็กหญิงภาพตะวัน ศรีเรืองอายุ 3 ปี (น้องลูกจันทร์) ไปจากวัดพระลาน ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2558 เวลาประมาณ 19.00 น. มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ภายในห้องประชุมตำรวจภูธร จ.ฉะเชิงเทรา หลังได้รับการประสานงานจากทางมูลนิธิกระจกเงา ว่า มีพลเมืองดีแจ้งมาว่า พบเบาะแสของเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่หายตัวไป มาอยู่กับพ่อค้าแม่ค้าสองสามีภรรยาที่กำลังขับรถ จยย.พ่วงข้าง (ซาเล้ง) เร่ขายลูกโป่งสวรรค์รูปสัตว์ อยู่ภายในบริเวณตลาดนัด สถานีขนส่งผู้โดยสาร ริมถนนฉะเชิงเทรา-บางปะกง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 และพาเด็กหญิงภาพตะวัน มายังกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.ฉะเชิงเทรา จากการสอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้นำพาเด็กหญิงวัย 3 ขวบ มาจากงานศพที่วัดหน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี แต่ไม่ใช่เป็นการลักพาตัว โดยอ้างว่าเด็กหญิงรายดังกล่าวขอติดตามบุตรสาววัย 11 ขวบ ของตนเองมาด้วย เพราะเป็นเพื่อนเล่นกัน จากนั้นได้เดินทางไปยังที่ จ.นครราชสีมา/ จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และอาศัยหลับนอนรอนแรมมาตามวัดที่ตั้งอยู่รายทางต่างๆ พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกาย และบังคับขู่เข็ญให้เด็กทำงาน อีกทั้ง ยังได้ให้การดูแลเป็นอย่างดีตามสภาพ ทั้งซื้อนมชงให้ดื่ม อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มาโดยตลอด

เสียงทวงถามจากสังคม
ข่มขืน /  คดีข่มขืน / 

ยังจำไม่ลืม ผ่านไป 1 ปี คดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับ น้องแก้ม เด็กหญิง วัย 13 ปี ที่หายตัวไประหว่างการเดินทางบนรถไฟขบวนที่ 174 นครศรีธรรมราช – กรุงเทพฯ กระทั่งพบศพ ถูกฆ่าข่มขืน คนร้ายสารภาพได้เฝ้ามองน้องแก้มมาตลอด ตั้งแต่ขึ้นรถไฟมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี กระทั่งสบโอกาสที่น้องแก้มตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก จึงลงมือก่อเหตุชกท้อง ก่อนลากตัวไปข่มขืนที่ห้องพักพนักงานบนรถไฟ 2 ครั้ง จากนั้นได้ลงมือฆ่าปิดปาก โดยมีการผลักน้องแก้มตกจากรถไฟ เกม วันชัย แสงขาว ถูกรุมสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น ฝันร้ายที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่กับญาติพี่น้อง แต่สังคมต่างสะเทือนใจกับเหตุร้าย ที่ไม่มีใครรับประกันได้ว่า คดีฆ่าข่มขืน จะไม่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนใกล้ตัว แม้กระทั่งนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังระบุว่า ตั้งแต่ก่อตั้งรถไฟมา 117 ปี เป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงสะเทือนขวัญที่สุด  เหตุนี้ ชาวบ้านและประชาชนต่างเรียกร้องให้มีบทลงโทษอย่างสาสมที่สุด นั่นก็คือ "ประหารชีวิต" สถานเดียว ผลการตัดสิน ศาลจังหวัดหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ได้อ่านคำพิพากษา นายวันชัย จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ถูกฟ้องรวม 5 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย ลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะเวลากลางคืน และเสพยาบ้า พิพากษาให้ประหารชีวิต ส่วน นายณัฐกรณ์ ชำนาญ จำเลยที่ 2 ถูกฟ้องในข้อหาสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำชำเราเด็ก อายุไม่เกิน 15 ปี โดยรับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธในชั้นศาล ศาลได้พิพากษาให้จำคุก 4 ปี เสียงทวงถามจากสังคม วันนี้ เกม วันชัย ถูกประหารชีวิตไปแล้วหรือยัง หากยังมีลมหายใจ เมื่อไหร่จะถึงคิวประหารเสียที ? นับตั้งแต่ก่อเหตุ ดูเหมือนว่าคนร้ายก็ยังไม่รู้สำนึก ช่วงที่ควบคุมตัวผู้ต้องขัง ยังยิ้มหน้าระรื่นไร้วิตก ไม่มีวี่แววว่าจะสะทกสะท้าน และหลังมีคำพิพากษาก็ได้ส่งตัวไปเข้าแดนประหารคุกบางขวาง ถึงวันนี้ เกม วันชัย ยังอยู่ครบปี รอให้ผ่านกระบวนการทั้งหมด จึงจะถึงขั้นตอนประหารจริง และต้องอย่าลืมว่า คำตัดสินประหารชีวิตนั้น ยังเป็นคำตัดสินของ ศาลชั้นต้น แม้ว่าจะไม่มีการอุทรณ์ แต่ศาลชั้นต้น ต้องส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อ หากมีการพิพากษายืน ก็จะถือว่าคดีถึงที่สุด เตรียมสั่งตายประหาร นอกจากนี้ การประหารชีวิต ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนอีกว่า มีการยื่นขออภัยโทษด้วยหรือไม่ แล้วแต่กรณีไป กว่าจะประหารนักโทษแต่ละราย ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ยังคงมีเวลาให้เตรียมตัวเตรียมใจ ผิดกับผู้ที่จากไป อย่างน้องแก้ม ที่ไม่มีแม้กระทั่งโอกาสร้องขอต่อลมหายใจ ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต คร่าชีวิตไปอย่างง่ายดายเพียงไม่กี่นาที บทลงโทษจะสาสม หรือออกมาเป็นเช่นไร ต้องรอว่าสุดท้ายแล้ว เกม วันชัย เมื่อไหร่จะถึงคิวประหาร เพราะนี่จะเป็นคดีตัวอย่างกับผู้ที่กระทำความผิด อย่างน้อยชีวิต ต้องแลกด้วย... ชีวิต เพชร พิริยะ ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ชื่นชม! ด.ญ.วัย 13 เก็บไอโฟน 6 ก่อนประสานส่งคืนเจ้าของ
ข่าวพัทยา /  สุกัญญา ครองเกียรติ / 

เด็กหญิงวัย 13 ปี เจอไอโฟน6 ก่อนประสานตำรวจติดตามหาเจ้าของเพื่อส่งคืน วันนี้ (5 ก.ค. 58) เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ข่าวสด ได้รายงานว่า ที่จ.ชลบุรี ได้เกิดเรื่องดีๆ และถือเอาไว้เป็นแบบอย่างขึ้น เมื่อมีด.ญ.วัย 13 ปีคนหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองพัทยาเก็บโทรศัพท์ไอโฟน 6 ได้ แล้วรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งต่อคืนเจ้าของ ทราบชื่อต่อมาคือด.ญ.สุกัญญา ครองเกียรติ อายุ 13 ปี ทั้งนี้จากการสอบสวนน้องสุกัญญา เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ตนได้เห็นพบโทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 ตกอยู่ที่บริเวณชายหาดพัทยาใต้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงเดินทางมาพร้อมกับพ่อนำมาส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยาเพื่อตามหาเจ้าของดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อข่าวของน้องได้เผยแพร่ไปก็ทำให้มีคนชื่นชมในการทำความดีในครั้งนี้ พร้อมทั้งขอให้เหตุการณ์นี้เป็นแบบอย่างในการทำความดีอย่างง่ายๆ ให้เกิดขึ้นในสังคม ข้อมูลจากข่าว/ภาพ จากข่าวสด MThai News

ทึ่ง! เด็กหญิง 9 ขวบ สร้างบ้านให้เพื่อนยากไร้
กิจกรรมวัยรุ่น /  ต่างประเทศ

ในวัย 9 ขวบนั้นเวลาว่างเพือนๆ กำลังทำอะไรกันอยู่? วิ่งเล่น เรียนหนังสือ เล่นเกม ใช้ชีวิตตามวัยของตัวเองกันใช่ไหมหล่ะ แต่ถ้าลองได้ดู เด็กหญิง 9 ขวบ คนนี้ เพื่อนๆ จะทึ่ง! ในความคิดและจิตใจของเธอกันแน่ๆ แต่เพราะอะไรนั้นตามทีนเอ็มไทยไปดูกันเลยค่ะ ^^ ทึ่ง! เด็กหญิง 9 ขวบ สร้างบ้านให้เพื่อนยากไร้ ทึ่ง! เด็กหญิง 9 ขวบ สร้างบ้านให้เพื่อนยากไร้ Hailey Fort เด็กหญิงวัย 9 ขวบคนนี้ เธอได้ช่วยเหลือคนไร้บ้าน ที่ถูกทอดทิ้ง ขาดแคลนอาหาร มากว่า 4 ปี Hailey มักจะใช้เวลาว่างของเธอสร้างที่พักอาศัยขนาดย่อมสำหรับพวกเขา รวมถึงบริจาคอาหารและอุปกรณ์อาบน้ำให้พวกเขาอีกด้วย เริ่มต้นเมื่อ Hailey Fort วัย 5 ขวบ ในขณะที่เธอเดินอยู่กับคุณแม่มิแรนด้า ในย่านเบรเมอร์ตัน รัฐวอชิงตัน ที่เธออาศัยอยู่ เธอเห็นคนจรจัดนอนนั่งอยู่ตามมุมตึก เธอจึงถามแม่ของเธอว่า เราสามารถช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้ยังไงบ้างไหม? แม่ของเธอก็ตอบอย่างไม่ลังเลใจว่า ได้แน่นอน! ในครั้งแรกนั้นเธอซื้อแซนวิชไปให้พวกเขา นับตั้งแต่นั้นมา Hailey และคุณแม่ก็ช่วยกันทำงานช่วยเหลือคนไร้บ้านจนปัจจุบัน ในการช่วยเหลือผู้ไร้บ้าน หนูหน้อย Hailey Fort ได้รับความช่วยเหลือและคำแนะนำจากพ่อแม่ของเธอบ้าง แต่ในเรื่องการสร้างบ้านพักนั้นเธอลงมือทำด้วยตัวเอง เธอใช้ไม้พาเลทในการสร้างบ้านพัก มีหลังคาและหน้าต่าง 2.4 × 1.2 เมตร ใช้ผ้ายีนส์รีไซเคิลเป็นฉนวนกันความร้อน แล้วก็มีล้อติดไว้ด้วยเพื่อให้พวกเขาสามารถเคลื่อนย้ายบ้านได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านนั้นตกอยู่หลังละประมาณ $300 (ประมาณ 10,121 บาท) การช่วยเหลือของหนูน้อย Hailey นอกจากจะได้ทำความดีแล้วยังได้เพื่อนเพิ่มขึ้นอีกด้วย เอ็ดเวิร์ด ชายที่หนูหน้อย Hailey Fort ได้ช่วยเหลือ สร้างที่พักให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ^^ หนูหน้อย Hailey Fort ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสื่อ King 5 News เกี่ยวกับการที่เธอสร้างบ้านให้ผู้คนไร้บ้าน ซึ่งเธอบอกว่า รู้สึกไม่สมเหตุผลเอาซะเลยที่ต้องมีคนจรจัด เธอคิดว่าทุกคนควรจะมีบ้านเพื่ออยู่อาศัย มันก็คงจะดีกว่าถ้าคุณไม่ต้องเปียกฝน ได้อยู่ในที่ที่รู้สึกว่าปลอดภัย ในปีนี้ หนูหน้อย Hailey Fort ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ต้องเพิ่มอาหาร(เธอปลูกผักในสวนเล็กๆ), สร้างที่พักเพิ่มอีก 12 หลัง และส่งมอบอุปกรณ์ ของใช้ที่จำเป็นนับพันรายการ ที่เกี่ยวกับห้องน้ำและสุขอนามัย ซึ่งเพื่อนๆ สามารถช่วยเหลือเธอได้อีกทาง จากการซื้อสินค้าใน ‘wedding registry’ บนเว็บ Amazon หรือจะร่วมด้วยช่วยกันในแคมเปญ GoFundMe ของหนูน้อยก็ได้นะ ^^ โดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ) source www.boredpanda.com

ซึ้งกินใจ! เด็ก 3 ขวบ บริจาคอวัยวะช่วย 2 ชีวิต หลังมะเร็งพรากชีวิตให้ลาโลก
บริจาคร่างกาย /  บริจาคอวัยวะ

เด็กหญิงวัย 3 ขวบของสหรัฐ ช่วยต่อชีวิต 2 เด็กชาย ราวปาฏิหาริย์ แม้เธอจะลาจากโลกไปแล้ว หลังได้ทำเรื่องบริจาคอวัยวะให้ สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่สหรัฐอเมริกาได้เกิดเรื่องราวดี ๆ สุดซึ้งกินใจ เมื่อเด็กหญิงวัย 3 ขวบคนหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งก้านสมองและได้เสียชีวิตไปแล้ว ได้ช่วยต่อชีวิตให้กับคนอีก 2 คน หลังจากที่ครอบครัวเธอได้ทำเรื่องขอบริจาคอวัยวะเอาไว้ ทราบชื่อต่อมาคือหนูน้อยโอลิเวีย สเวดเบิร์ก โดยแม่ของหนูน้อยโอลิเวีย เผยว่า ลูกสาวของเธอป่วยเป็นมะเร็งที่ก้านสมองตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา และทราบว่าโรคชนิดนี้ไม่มีทาง รักษาหาย เธอจึงจะใช้เวลาทั้งหมดที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งระหว่างที่พวกเธอกำลังเดินทางพาโอลิเวียไปยังสถานที่ต่าง ๆ นั้น เธอได้รับอีเมล์จากเพื่อนว่า มีเด็กชายคนหนึ่งที่ป่วยเกี่ยวกับตับ และต้องการความช่วยเหลือด่วน เธอและครอบครัวรวมถึงโอลิเวียจึงได้ทำเรื่องขอบริจาคอวัยวะให้เด็กชายคนดังกล่าวโดยตรง ซึ่งหลังจากที่โอลิเวียเสียชีวิต ตับของเธอถูกส่งต่อไปยังเด็กชายคนดังกล่าวเพื่อปลูกถ่าย และไม่น่าเชื่อว่าตับโอลิเวียจะช่วยชีวิตเด็กชายได้ราวปาฏิหาริย์ ทั้งๆ ที่เขาจะมีชีวิตเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น ขณะที่แม่ของเด็กชาย กล่าวด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มว่า ครอบครัวของเธอรู้สึกซาบซึ้งใจมาก และเมื่อใดที่ได้มองรูปถ่ายของโอลิเวีย จะเห็นจิตวิญญาณอันเข้มแข็งผ่านแววตา และช่วยเป็นแรงผลักให้มีกำลังสู้ต่อไป ทั้งนี้นอกจากเด็กชายคนดังกล่าวแล้ว โอลิเวีย ยังได้บริจาคอวัยวะช่วยเด็กชายอีกคนที่ป่วยมีลำไส้อยู่ภายนอกร่างกายด้วย โดยแม่ของโอลิเวียเผยว่า พวกตนรู้สึกดีใจที่โอลิเวียช่วยต่อชีวิตให้กับคนอีก 2 คน และเชื่อว่าเรื่องราวของโอลิเวียจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนที่คิดบริจาคอวัยวะเพื่อต่อชีวิตคนอื่น ๆ ต่อไป MThai News

สิ พิชญ์สินี ผู้ยกระดับ นางแบบไทย ในสายตาโลก
นางแบบ /  พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ / 

สิ พิชญ์สินี ตันวิบูลย์, นางแบบ ท่วงท่าการเดินที่มั่นใจสะกดทุกสายตาและรูปร่างสูงโปร่งคือ 2 องค์ประกอบหลักสู่การเป็นนางแบบมืออาชีพ หากแต่ความงามตามแบบฉบับเอเชียโมเดิร์นลุคกลายเป็นจุดเด่นเป็นคาแรคเตอร์อันแตกต่างบนรันเวย์โลกที่ทำให้สิ พิชญ์สินี ตันวิบูลย์ เจ้าของตำแหน่งไทยซูเปอร์โมเดลปี 2006 ขยับจากนางแบบชั้นนำของไทยสู่การใช้คำนำหน้าว่า ‘ซูเปอร์โมเดล’ ที่ได้รับการยอมรับจากแฟชั่นแบรนด์ระดับโลกอย่าง Louis Vuitton, Jean Paul Gautier และ Vivienne Westwood ก้าวย่างระดับสากลของสิเป็นดั่งบรรทัดฐานใหม่ที่สร้างอิทธิพลและแรงบันดาลใจให้กับนางแบบรุ่นเดียวกันและรุ่นน้องจนเกิดเป็นกระแสให้นางแบบไทยกล้าผลักดันตัวเองให้ก้าวออกไปสู่วงการแฟชั่นโลกกันมากขึ้น จากเด็กเนิร์ดสู่นางแบบ สิเป็นคนขาดความมั่นใจ “รู้สึกว่าตัวเองสูงจนแปลกแยกจากเพื่อนๆ” จากชีวิตธรรมดาของเด็กหญิงมัธยมปลายที่ฉาบด้วยความไม่มั่นใจ ฝังใจในเรื่องความสูงมาโดยตลอด ทำให้เธอใส่แว่นตาหนาเตอะปิดบังใบหน้าสวย และไม่เคยสนุกกับแต่งตัว ผู้ครองแคตวอล์ก ทุกท่วงท่า ทุกแอตติจูดที่ถ่ายทอดของสิ พิชญ์สินี ในแอลแฟชั่นวีกล้วนน่าจดจำ หลังจากกลับมาจากการเดินแบบให้เมเจอร์โชว์อย่าง Louis Vuitton ทำให้เธอน่าจับตามองมากยิ่งขึ้นไปอีก และติดโผนางแบบที่ไม่เคยห่างหายไปจากเวทีแอลแฟชั่นวีกนับตั้งแต่นั้น “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ทรงเป็นผู้มอบทุกๆ โอกาสให้สิ” หนทางสู่การเป็นนางแบบมืออาชีพเริ่มชัดเจนขึ้นอีกครั้งในงาน Bangkok Fashion Week ที่เธอเดินแบบให้กับแฟชั่นโชว์ทรงออกแบบในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ซึ่งนับเป็นการเดินแบบและเปิดตัว ‘สิ-พิชญ์สินี’ ครั้งสำคัญในฐานะนางแบบครั้งแรก และวันสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจมุ่งไปในเส้นทางนี้อย่างเต็มตัวคือวันที่พระเจ้าหลานเธอฯทรงพาเธอและนางแบบไทยอีก 4 คนไปเดินแฟชั่นโชว์แบรนด์สิริวัณณวรีคอลเล็กชั่น Presence of the Past ที่เมืองหลวงแฟชั่นอย่างปารีส สิถือโอกาสหิ้วพอร์ตผลงานถ่ายภาพแฟชั่นไปด้วยเพื่อไปสมัครตามโมเดลเอเจนซี่จนกระทั่งได้เซ็นสัญญากับเอเจนซี่ระดับเวิลด์คลาสอย่าง Elite Model Paris 24 ชั่วโมงกับโอกาสบนรันเวย์ “วันนั้นได้เจอทุกอย่างที่เราเห็นผ่านรายการแฟชั่นทีวี ทุกอย่างสนุกไปหมด ทั้งการลองชุดไฟนอล ลองซ้อมเดิน จนถึงวินาทีที่ได้เดินออกไป หัวหน้างานวันนั้นคือเมกอัพอาร์ทิสต์ผู้ทรงอิทธิพล Pat McGrath ที่สำคัญ Marc Jacobs มาคุมงานเองด้วย” สิเดินทางไปอยู่ปารีส 1 เดือน กระทั่ง 2 คืนสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทยเธอได้มีโอกาสแคสติ้งเพื่อเดินแบบโชว์ของ Louis Vuitton สำหรับ Paris Fashion Week หลังแคสติ้งร่วม 1 สัปดาห์ จู่ๆ เอเจนซี่ก็โทร.เรียกกลางดึกก่อนวันโชว์ให้ออกไปฟิตติ้งสำหรับโชว์ สิถูกเรียกตัวและให้รอตามคิวเพื่อลองชุดแบบ fit to confirm แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ เป็นครั้งที่ 2 ที่กลับบ้านไปตอนตี 3 แบบไม่มีการคอนเฟิร์ม เช้าต่อมาทาง Louis Vuitton โทร.มาเพื่อคอนเฟิร์มตอน 6 โมงเช้า สิในลุคสุดแฟนตาซีคิ้วกลืนไปกับสีผิว อายแชโดว์ม่วงกร่ำบนรันเวย์ในค่ำคืนนั้น Rock the Runway ที่สุดแล้ว ติดตาม เรื่องราวของ fashion influencers ทั้ง 30 ท่าน ทั้งที่อยู่ในวงการแฟชั่น วงการบันเทิงและใกล้เคียง อาทิ กบ-เมนาท นันทขว้าง, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, ชำนิ ทิพย์มณี, เซียน-นภดล โชตะสิริ, ภาณุ อิงคะวัต, อิศร์ อุปอินทร์, ศิริชัย ทหรานนท์, มีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, เอเลี่ยน-กัญญานัท บำรุงพงศ์ ฯลฯ รวมถึง fashion influencers ระดับตำนานที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ชื่อและผลงานยังเป็นที่จดจำอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่, ลำยงค์ บุญยรัตพันธ์, สุวรรณี สุคนธา, อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ และทินกร อัศวรักษ์  ซึ่งต่างมีจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่เปลี่ยนเขาเหล่านั้นจากคนธรรมดาให้กลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้ ในงาน ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey นิทรรศการรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน โดยการใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน ทั้งการมองเห็น การรับรู้ รวมถึงสมาร์ทดีไวซ์ของคุณในการรับชม ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฏาคม – 2 สิงหาคม 2558 และนิทรรศการ ELLE 70 Years of Style ณ โซน THAITHAI เซ็นทรัลชิดลม ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2558

ปรัชญา ปิ่นแก้ว ร่วมกำกับ หนังสั้นสะท้อนสังคม ตีแผ่การล่วงละเมิดสิทธิเด็ก
กันตนา /  คนเร่ร่อน / 

ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้กำกับแถวหน้าของเมืองไทย ที่ฝากฝีไม้ลายมือการกำกับภาพยนตร์ชื่อดังมากมายหลายเรื่อง อาทิ องค์บาก ต้มยำกุ้ง ฯลฯ มาวันนี้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ขอมีส่วนร่วมกับโปรเจ็กต์น้ำดีเพื่อสังคมไทย ที่มีชื่อว่า เด็ก ร่วมกำกับ 1ใน 5 หนังสั้น ตีแผ่สะท้อนเรื่องราวปัญหา การถูกล่วงละเมิดสิทธิของเด็กขั้นพื้นฐานที่เด็กควรจะได้รับ! ผ่านหนังสั้นเรื่อง น้องอ้อย หวังกระตุ้นจิตสำนึกของผู้ใหญ่ในสังคม ให้เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น ปรัชญา ปิ่นแก้ว ภายใต้การดูแลและสนับสนุนของ บริษัท สาระดี จำกัด บริษัทฯ ในเครือ บมจ. กันตนา กรุ๊ป หนังสั้นเรื่อง น้องอ้อย เป็นเรื่องราวที่เกินขึ้นในชีวิตจริงของ "น้องส้ม" เด็กหญิงวัย 11 ปี ที่ใช้ชีวิตเร่ร่อนกับแม่อยู่ตามใต้สะพานลอย น้องส้มไม่ได้เรียนหนังสือต้องใช้ชีวิตอย่างปากกัดตีนถีบ แถมยังถูกแม่แท้ๆ พาไปขายตัว ชะตากรรมของน้องส้มสร้างความเวทนาแก่ผู้ที่พบเห็น จนชาวบ้านแจ้งเบาะแสต่างๆ จนเป็นที่มาของหนังสั้นเรื่อง น้องอ้อย ปรัชญา ปิ่นแก้ว เล่าถึงแรงบันดาลใจ ในการหยิบยกเรื่องราวของน้องส้ม มาถ่ายทอดในรูปแบบของหนังสั้นให้ฟังว่า "ที่มาของหนังสั้นเรื่อง น้องอ้อย มาจากการชักชวนของทีมงานบริษัท สาระดี จำกัด ที่อยากหยิบเอาเรื่องราวปัญหาของเด็กมาถ่ายทอด ผมชอบโครงการนี้นะ เพราะมันช่วยสะท้อนให้เห็นถึงการกระทำทารุณต่างๆ ต่อเด็ก ซึ่งมันเป็นปัญหาสำคัญที่สุดที่พวกเราทุกคนในสังคมต้องใส่ใจเป็นพิเศษครับ" "ผมเลือกเคสของน้องส้มมาถ่ายทอด เพราะเรื่องราวของน้องส้มเป็นเคสที่น่าสนใจมาก และเป็นที่มาของเรื่องราวที่น่าตกใจ ทำให้ผมฉุกคิดว่า เดี๋ยวนี้สังคมเราใช้ชีวิตกันขนาดนี้แล้วหรอ ในขณะที่หลายคนใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีบ้านอยู่ มีรถขับ มีอาหารดีๆ กิน แต่ก็ยังมีอีกหลายชีวิตต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ตามใต้ต่อม่อสะพานลอยกลางถนน มันสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของสองแม่ลูกที่ต้องดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ผมอยากถ่ายทอดความรู้สึกของพวกเขา อยากให้คนในสังคมได้รับรู้ว่าพวกเขาคิดอะไร? และรู้สึกอย่างไร?" "ผมเป็นห่วงว่ายังมีคนที่ขาดโอกาสในสังคมแบบน้องส้มและแม่อีกค่อนข้างเยอะ ผมอยากให้แฟนๆ ทุกคนได้ดูหนังเรื่องนี้นะ เพราะผมใส่หมัดเด็ดไว้อยู่หลายหมัด ที่อยากกระตุ้นต่อมผู้ใหญ่ในสังคม ให้หันมาใส่ใจกับการแก้ไขปัญหาของเด็กอย่างจริงจัง และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลปัญหาเหล่านี้ที่นับวันมันยิ่งจะขยายวงกว้างขึ้นจนน่าเป็นห่วง อยากให้ทุกคนลองติดตามกันครับ ผมเชื่อว่าหนังสั้นที่ผมได้กำกับฯ น่าจะโดนใจใครอีกหลายๆ คน ฝากติดตามภาพยนตร์สั้นของโครงการเด็กนี้ได้ ในเดือนกรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์นะครับ" เตรียมติดตามเรื่องราวหนังสั้น น้องอ้อย จากผลงานการกำกับของผู้กำกับชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ภายใต้โปรเจ็กต์ เด็ก หนังสั้น 5 เรื่อง 5 ผู้กำกับ ที่ร่วมกันตีแผ่เรื่องราวปัญหาการล่วงละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก เปิดฉายหนังรอบการกุศลเดือน ก.ค. นี้ ในโรงภาพยนตร์ รายได้จากการจำหน่ายตั๋วนำไปมอบให้กับ 5 องกรค์การกุศลที่ช่วยเหลือเด็ก -----------------------------------

ตำรวจรวบชายวัย61ปี หลอกสาวพิการทางสมองข่มขืน
ข่มขืน /  หลอกสาวข่มขืน

ตำรวจ สภ.คลองวาฬ ตามรวบชายวัย61ปีช่างตัดผมหื่น ตระเวนขายยาสมุนไพร ก่อนหลอกสาวพิการทางสมอง ไปข่มขืน พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน ผกก.สภ.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังจับกุมนายสมชายหรือชาย ทองแดง อายุ 61 ปี อาชีพช่างตัดผม พร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง 8-314 สภ.ปราณบุรี 1 คัน ในข้อหาพรากผู้เยาว์ กระทำการอนาจารและข่มขืนเด็กหญิงอายุไม่เกิน 18 ปี ภายหลังผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ขายยาสมุนไพรในหมู่บ้าน อ้างรักษาโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตได้ จากนั้นได้ล่อลวง น.ส.แนน(นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เป็นผู้ป่วยพิการทางสมอง ไปข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ ก่อนหลบหนีได้ให้เงินไว้ 200 บาท ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าหลอก น.ส.แนน ไปทำอนาจารจริง แต่ไม่ได้ข่มขืน โดยอ้างว่าเด็กสมยอมเอง และยังรับอีกว่าได้ลงมือกระทำอนาจารหญิงสาวอายุ 16 ปี อีกหนึ่งคน เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 13 มิ.ย.58ที่ผ่านมา ก่อนหน้าเพียงวันเดียว อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่านายสมชาย ผู้ต้องหาจะก่อเหตุมาแค่เพียง 2 ราย จึงประชาสัมพันธ์หากใครเคยถูกนายสมชายก่อเหตุกระทำอนาจารให้มาดูตัวผู้ต้องหาได้ที่ สภ.คลองวาฬ

เงิบ! รวมข่าวลวงออนไลน์ อ.เจษฎา ไขปริศนา อย่าเชื่อก่อนแชร์
ข่าวมั่ว /  ข่าวลวงออนไลน์ / 

ต้องยอมรับว่า แหล่งความรู้ ข่าวสารในโลกโซเชียลกำลังมาแรง พร้อมๆกับเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ที่สามารถรับรู้ข่าวสารได้ผ่านสื่ออนไลน์ แบบฟรีๆ ขึ้นอยู่กับว่า จะเลือกรับข่าวสารในเรื่องใด ให้ความสนใจสิ่งไหนมากเป็นพิเศษ แต่เรื่องราวมากมายที่ผ่านหูผ่านตา ต้องใช้วิจารณญาณในการคิดว่า แท้จริงแล้ว ข้อมูลที่ส่งต่อ เผยแพร่กันมานั้นเป็นข้อเท็จจริง เป็นเพียงแค่ความเชื่อ หรือการสร้างเรื่องลวงให้เป็นกระแสเท่านั้น บางครั้งเว็บไซต์ต่างๆ ก็นำภาพ คลิปข่าวเหตุการณ์มาปั้นเรื่องใหม่ ปั๊มยอดกดไลค์ สร้างเรตติ้งให้กับเว็บนั้น เกิดเป็นความเข้าใจผิดๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้น บางเรื่องยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ไม่มีการยืนยันข้อมูลชัดเจน ตามเนื้อข่าวต่างๆ เราจึงเห็นชื่อของ อาจาย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาไขข้อเท็จจริง โดยอ้างอิงตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ที่เห็นได้ชัดคือ การออกมาพูดเรื่องของ บั้งไฟพญานาค ที่ตนเองเคยพูดเอาไว้เมื่อปี 2557 ว่า บั้งไฟพญานาค ขึ้นจากฝั่งไม่ได้ขึ้นจากน้ำโขง กลายเป็นจุดประเด็นให้ ชาวอีสานส่วนใหญ่ไม่พอใจเกี่ยวกับการค้นหาความจริงในครั้งนี้ โดยหลายคนมองว่า เป็นการลบหลู่ความเชื่อและความศรัทธาของคนภาคอีสานที่มีความเคารพในพญานาค และมองว่า สาเหตุของปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคจะเกิดขึ้นอย่างไรไม่สำคัญและไม่จำเป็นที่จะต้องหาข้อพิสูจน์ใดๆ สุดท้าย เจ้าตัวต้องมาขอโทษ ย้ำไม่เคยพูดว่า บั้งไฟทุกลูกเป็นกระสุน และไม่ได้ลบหลู่ เพียงแค่หาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ในเมื่อเรื่องไหนต้องการคำตอบ การคิดหาเหตุผล ตามหลักวิทยาศาสตร์ จะได้คำตอบที่แน่นอนกว่า การพึ่งไสยศาสตร์ และความเชื่อที่ผิดๆ การอธิบายเรื่องราวที่ผ่านมา จะให้คำตอบว่า เราควรจะเลือกรับข้อมูลแบบไหน มาดูกันว่า ในช่วง 1-2เดือนที่ผ่านมา เรื่องราวที่ถูกเชื่อ และแชร์กันมานั้น เราได้คำตอบที่ชัดเจนแค่ไหน -พยาธิแฝงอยู่ในร่างแมลง ที่ส่งต่อเตือนภัยถึงคนชอบกินแมลง แท้จริงแล้ว เป็นพยาธิขนม้า (Horesehair worm) จัดอยู่ในไฟลั่ม มีนาโตมอร์ฟ่า Nematomorpha (ไม่ใช่พยาธิทั่วไปในไฟลั่ม Nematoda)เป็นพยาธิธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายกับคนและสัตว์มีกระดูกสันหลัง -ภาพเห็บมีหนอนเต็มท้องที่ถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์ ที่แท้เป็นตัวอ่อนของด้วงกินใบธัญพืชที่ถูกพวกแตนเบียนมาเจาะวางไข่ไว้ พอหนอนของแตนเบียนฟักออกจากไข่ มันจะโตขึ้นด้วยการดูดกินสารอาหารจากของตัวอ่อนด้วง และความเชื่อที่บอกว่า อย่าบี้เห็บ เพราะจะทำให้ลูกเห็บในท้องจะแพร่กระจายมหาศาลนั้นไม่เป็นความจริง และถึงจะบี้เห็บที่เก็บจากสุนัขและมีไข่เต็มท้อง แต่ไข่พวกนี้ยังไม่ถูกเคลือบสาร ดังนั้น เมื่อถูกบี้ไข่พวกนี้ก็จะฝ่อแห้งไปเอง ไม่สามารถฟักเป็นตัวอ่อนได้ -มีคลิปพิสูจน์น้ำดื่มยี่ห้อดังของไทย แล้วระบุว่าอันตรายไม่ควรดื่ม เครื่องมือที่นำมาวัดค่าน้ำนั้น ใช้วัดค่า "ของแข็งที่ละลายอยู่ในน้ำ" หรือ Total Dissolved Solid (TDS) ซึ่งหมายถึงปริมาณของแร่ธาตุต่างๆ ที่ละลายอยู่ในนั้น ไม่ได้หมายถึงปริมาณของตะกอนสิ่งสกปรกในน้ำ อย่างที่คนในคลิปนั้นเข้าใจว่า เป็นการวัดค่าความสะอาดของน้ำ -ตุ๊กแกยักษ์ จากประเทศอินโดนีเซีย ที่แชร์กันไปทั่ว ที่แท้สุดมั่วเป็น ตัวเงินตัวทอง โดยอ้างแหล่งข้อมูลจากบล็อก นักสัตววิทยา Darren Naish เขียนลงในเว็บวิทยาศาสตร์ฟันธงว่ามันไม่ใช่ตุ๊กแก แต่เป็นพวก monitor lizard หรือพวกตัวเงินตัวทอง ถูกจับทาสี -เด็กหญิงวัย 4 ขวบ ถูกพ่อข่มขืนจนตั้งครรภ์ มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ เป้นการเต้าข่าว จริงๆแล้วเด็กหญิงชาวจีนคนนี้ที่ชื่อ Hu Yunxing เป็นโรคประหลาดที่หายากแค่ 1 ในล้านคน เรียกว่า Budd-Chiari syndrome เกิดอาการอุดตันของเส้นเลือด จึงทำให้เลือดและของเหลวเกิดสะสมมากขึ้นจนท้องบวมเป่ง - ภาพปลามีขาทำเอาชาวเน็ตหลายคนถึงกับฉงนว่านี่มันตัวอะไรกันแน่ อธิบายได้ว่า ภาพที่เห็นรั้นไม่ใช่ปลา แต่เป็น "ซาลามานเดอร์เสือ" ตอนยังอยู่ในน้ำจะมีลักษณะคล้ายปลาที่มี4ขา พร้อมกับเหงือกหายใจที่เป็นเส้นยาวๆ พอโตเต็มวัย เหงือกนี้จะหดหายไป เพียงแต่ว่าตัวนี้ เหงือกมันยังไม่หดหายไปตามปกติ พบได้ในแหล่งน้ำในโคโลราโด -ตามที่แชร์กันไปว่า การใช้หน้ากากอนามัย มีให้เลือก 2 กรณี หากป่วย ไม่สบายให้เอาสีขาวออก ส่วนด้านสีเข้ม หรือสีเขียวออกด้านนอกแสดงว่า ใส่ไว้ป้องกันโรค ซึ่งอ.เจษฎา แจงว่า เวลาป่วยหรือไม่ป่วยก็ตาม เวลาใส่หน้ากากอนามัย ให้เอาด้านสีเข้ม หรือสีเขียวออกด้านนอก ไม่ใช่มีให้เลือกสองด้าน - แฟชั่นกำไล หินสี ระบาด ขายกันเป็นล่ำเป็นสันตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน เป็นเพียงแค่การอุปทานไปเอง คนที่ศรัทธาในหินอยู่แล้ว ก็ยังจะรายงานว่ารู้สึกได้พลังจากหินมากกว่าคนที่ไม่ศรัทธาถึง 2 เท่า แม้ว่าจะถือหินปลอมด้วยซ้ำเรื่องนี้จึงสรุปทางวิทยาศาสตร์ได้ว่า เป็นอุปาทานยาเทียม หรือ อุปาทานพลาเซโบ้ placebo effect แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล ห้ามใครไม่ได้ เห็นหรือไม่ว่า ข้อมูลเหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่างข่าวสารที่ถูกส่งต่อกันไป เพียง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ยิ่งเรารับรู้ข้อมูลข่าวสารมากเท่าไหร่ การคิดหาคำตอบด้วยตนเอง ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป ตราบใดที่เราใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็น ในการค้นคว้าข้อมูล เพราะมิเช่นนั้น เห็นทีว่า อ.เจษฎา คงต้องทำงานหนักขึ้นไปอีก ในการหาคำตอบมาออธิบาย พิสูจน์ให้เห็นกันชัดๆ กับเรื่องราวลวงๆ ที่เกิดขึ้นให้เห็นทุกวัน MThai News

ละครนางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1 , เรื่องย่อนางสาวทองสร้อย คุณแจ๋วหมายเลข 1
นางสาวทองสร้อย /  เรื่องย่อละคร นางสาวทองสร้อย / 

นางสาวทองสร้อย บทประพันธ์โดย รพีพรบทโทรทัศน์โดย ต้นรักผลิตโดยค่ายมาสเตอร์ วัน ใครๆมักจะบอกว่า อะไรๆบนโลกก็มักจะเกิดขึ้นได้ ไม่ต่างจากในละครน้ำเน่า…เฉกเช่นชีวิตของผู้หญิงคนนี้ ที่เป็นตัวแทนของสังคม และจะสะท้อนให้เห็นว่าการสวมใส่ เสื้อผ้าดีๆ การมีอาชีพดีๆ บางครั้งก็ไม่ได้บ่งบอกว่าคนๆนั้นจะเป็นคนดี…การมีความคิดที่ดีต่างหากที่เป็นตัวบ่งบอก…เธอ…คือลูกสาวคนเล็ก ทายาทเศรษฐี 1,000 ล้านเจ้าของกิจการด้านสุขภาพชั้นนำของประเทศ เธอ…คือคอลัมนิสต์ชื่อดังพ่วงด้วยดีกรีปริญญาด้านฟู้ดสไตล์ลิสจาก แพรรรีสสสสส แต่เธอ…กลับต้องการต้องตกกระไดพลอยกลายมาเป็น นางแจ๋วก้นครัว ทองสร้อย พงษ์เดชา ลูกสาวคนเล็กของ นายทองก้อน พงษ์เดชา เสี่ยใหญ่เจ้าของกิจการทางด้านสุขภาพครบวงจรในเครือบริษัททองบริสุทธิ์ ทั้งศูนย์สุขภาพ ฟิตเนสที่มีสาขาทั่วประเทศ สปา บริษัทนำเข้าวิตามิน รวยระดับพันล้าน นายทองก้อนอยากให้ทองสร้อยแต่งงาน ในขณะที่ทองสร้อยยังสนุกกับการทำงานด้านโภชนาการที่ปารีส เป็นคอลัมนิสต์ เป็นกูรูด้านอาหารที่ได้รับการยอมรับนับถือ ทองก้อนกลัวว่าทองสร้อยจะสร้างประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เหมือนลูกชายและลูกสาวคนโตที่ส่งไปเรียนเมืองนอก แล้วก็ไปแต่งงานกับฝรั่งไม่กลับเมืองไทยอีก ทองก้อนจึงบังคับให้ ทองโปรย ชายหนุ่มหัวใจรักสิ่งแวดล้อมพี่ชายอีกคนของทองสร้อยวางแผนหลอกทองสร้อยกลับมาเมืองโดยอ้างว่าพ่อกำลังป่วยหนักให้รีบกลับมาดูใจ แต่เมื่อทองสร้อยกลับมาถึงบ้าน กลับได้พบเซอร์ไพร้ส์งานแต่งงานของเธอกับ กุลชาติ หนุ่มเนิร์ดบ้าเกาหลี ลูกชายของเพื่อนสนิทของพ่อที่เคยมีสัญญาใจกันเอาไว้ในอดีตทองสร้อยอาละวาดขับไล่กุลชาติและแขกทั้งหมด และประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คลุมถุงชนเด็ดขาด แล้วทองสร้อยก็ได้หนีออกจากบ้าน ทองก้อนไม่ยอมเสียชื่อมาเฟียสุขภาพของประเทศ ประกาศกร้าวเช่นกันว่าจะเอาตัวทองสร้อยกลับมาแต่งงานให้ได้ ทองสร้อยหนีเอาตัวรอดจากลูกสมุนของพ่อด้วยการไปสมัครเป็นแม่บ้านประจำบ้านเวียงคีรี ที่กำลังประกาศรับสมัครแม่บ้านอยู่ เธอปลอมตัวเข้าไปโดยใช้ชื่อว่า ทองสร้อย นาไกล หน้าที่หลักของทองสร้อยคือการทำอาหารให้คุณๆทานทั้งสามมื้อ เวลานอกเหนือจากนั้นก็ต้องช่วยทำงานอื่นๆในบ้านด้วยครอบครัวเวียงคีรี ประกอบธุรกิจห้างค้าส่งสินค้าตกแต่งบ้านทุกชนิด ตั้งแต่ปูนยันเฟอร์นิเจอร์หรู เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยที่คุณใหญ่หรือคุณพิกุลแก้วนั่งแท่นประธานบริหาร และยังเป็นผู้กุมอำนาจภายในบ้านอย่างเบ็ดเสร็จ คุณกลางหรือคุณพฤกษ์น้องชายร่วมมารดาของคุณใหญ่ที่มีสิทธ์และศักดิ์ภายในบ้านเท่าเทียมกัน เป็นผู้จัดการด้านอินทีเรียดีไซน์ คุณแหว๋วภรรยาของคุณกลางเป็นแม่บ้าน ส่วนคุณเล็กหรือนารียังเรียนมหาวิทยาลัยและมีฝันอยากทำงานสายการบิน นางสาวทองสร้อย ทองสร้อยพอรู้สาเหตุแล้วว่าทำไมคนใช้คนก่อนๆต้องลาออกกันเป็นประจำ เพราะเธอทำงานหนักมากแถมยังถูกคุณใหญ่คอยกลั่นแกล้งสร้างแผนการต่างๆนานาให้เธอกลายเป็นคนผิดในทุกๆเรื่อง แต่ในทุกๆครั้งทองสร้อยก็รอดจากแผนการของคุณใหญ่มาได้เสมอ คุณแหว๋วกับทองสร้อยค่อนข้างจะสนิทกัน เพราะทองสร้อยอยากช่วยให้ความฝันของคุณแหว๋วเป็นจริงนั่นก็คือความฝันที่อยากมีร้านอาหาร เป็นของตัวเอง คุณแหว๋วไม่อยากเป็นคนไร้ค่าขี้โรคไปวันๆ ทองสร้อยจึงรับปากว่าจะช่วยให้ความฝันของคุณแหว๋วเป็นจริง คุณใหญ่หาทางกำจัดทองสร้อยออกจากไปให้พ้นบ้าน ยุให้คุณแหว๋วระแวงทองสร้อย คุณแหว๋วเริ่มระแวงทองสร้อยหนักขึ้น คุณกลางเริ่มมีความรู้สึกดีๆกับทองสร้อย และติดใจในรสชาติอาหารของทองสร้อย แต่ก็มีความลับอึดอัดที่บอกใครไม่ได้ นั่นคือคุณแหววเป็นเพียงแต่ภรรยาในนามที่ครอบครัวต้องการให้แต่งงานด้วย แต่คุณกลางไม่เคยรักและนอนร่วมห้อง มีเพียงคุณแหววที่รักคุณกลางแต่เพียงข้างเดียว และถึงแม้คุณใหญ่จะไม่ชอบขี้หน้าทองสร้อยแต่ทองสร้อยก็ไม่เคยคิดร้ายตอบ พยายามค้นหาความจริงมาเปิดโปงบรรทัด ที่ตั้งใจมาปลอกลอกคุณใหญ่ คุณกลางจับตาดูทองสร้อยมากขึ้น พบความผิดปกติหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องความรอบรู้เกินสาวใช้ของทองสร้อย เรื่องภาษาอังกฤษที่ทองสร้อยรู้จักคำศัพท์ยากๆ คุณกลางพยายามจะเซิร์จกูเกิ้ลหาใบหน้าที่แท้จริงของมาดามฟองดู แต่ก็ไม่พบข้อมูลใดๆ คุณกลางรู้สึกสับสนมาก หลังจากที่ทองสร้อยหนีงานแต่งไป กรรมจึงมาตกอยู่ที่ทองโปรย เพราะทองก้อนยื่นคำขาดให้ทองโปรยไปตามทองสร้อยกลับมาแต่งงานให้ได้ภายใน 3 เดือน ไม่อย่างนั้นทองโปรยจะต้องรับผิดชอบคำสัญญาของพ่อ โดยการแต่งงานกับ กุลธิดา น้องสาวของกุลชาติ ผู้มีบุคลิกตรงกับคำว่า “หน้าเสีย แต่ใจสวย” และยังต้องรับสืบทอดบริหารกิจการในเครือทั้งหมดของบริษัทต่อจากพ่ออีก ทั้งๆที่ความใฝ่ฝันของทองโปรยคือการมีไร่เล็กๆทำสวนอย่างพอเพียง และที่สำคัญทองโปรยมีผู้หญิงที่เขาปักใจรักอยู่แล้ว คือนักศึกษาสาวสวยที่เขาเจอในสปอร์ตคลับของครอบครัว ซึ่งคนนั้นก็คือ คุณเล็กนั่นเอง ทองโปรยไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากตามล่าทองสร้อยมาแต่งงานกับกุลชาติให้ได้วันหนึ่งทองสร้อยได้รับอีเมล์จากบรรณาธิการนิตยสารจากปารีสที่ทองสร้อยเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับอาหารตีพิมพ์อยู่ในฉายาของ “มาดามฟองดู” บรรณาธิการจากปารีสจะมาร่วมงานเปิดตัวแมกกาซีนฉบับประเทศไทยและอยากพบทองสร้อยให้ได้ ทองสร้อยจึงต้องหาข้ออ้างเพื่อขอลางานกับคุณใหญ่ นางสาวทองสร้อย ภายในงานเปิดตัวนิตยสาร ทองสร้อยมาในฐานะมาดามฟองดู ทุกคนต่างอยากเห็นตัวจริงของมาดามฟองดูว่าเป็นใคร แต่ทองสร้อยสวมหน้ากาปิดบังใบหน้าไว้ ตามคอนเซ็ปต์ของคอลัมน์ที่ไม่เปิดตัวตนของคอลัมนิสต์ และแขกคนหนึ่งที่ทำให้มาดามฟองดูถึงกับตกใจนั่นก็คือคุณกลางที่เป็นแฟนคลับมาดามฟองดูด้วย คุณกลางมาแนะนำตัวว่าคือ “เมอร์ซิเออร์นิโคลัส” แฟนคลับที่เขียนอีเมล์หามาดามฟองดูบ่อยๆ ทองสร้อยถึงกับช็อคไม่คิดว่าจะเป็นคุณกลางทองสร้อยขอปลีกตัวออกมาจากงาน คุณกลางตามออกมา จนเกิดอุบัติเหตุได้เห็นใบหน้าใต้หน้ากากของมาดามฟองดู แล้วก็ต้องประหลาดใจเพราะคล้ายกับทองสร้อยมาก แม้จะคุ้นหน้าว่าเหมือนกับทองสร้อย แต่ก็ไม่แน่ใจนักว่าคือคนเดียวกัน เพราะมาดามฟองดูอยู่ในลุ๊คคุณหนูสวยรวยร้าย ต่างกับทองสร้อยโดยสิ้นเชิง..ทั้งสีผม ทรงผม การแต่งหน้า การแต่งตัว และวิธีพูดจา ทองสร้อยรีบชิ่งออกจากงานก่อนที่คุณกลางจะจับได้คุณกลางเริ่มสงสัยในตัวทองสร้อยมากขึ้น พบความผิดปกติหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องความรอบรู้เกินสาวใช้ของทองสร้อย เรื่องภาษาอังกฤษที่ทองสร้อยรู้จักคำศัพท์ยากๆ เรื่องที่มาดามฟองดูหน้าตาละม้ายคล้ายกับทองสร้อยอีก คุณกลางเริ่มจับตาดูทองสร้อยมากขึ้น ทองสร้อยมาแอบถามคุณเล็กเรื่องที่คุณกลางเป็นแฟนคลับมาดามฟองดู คุณเล็กรู้แค่ว่าคุณกลางเก็บคอลัมน์นี้ทุกฉบับใส่กล่องใบหนึ่งเอาไว้ ทองสร้อยจึงขอตัวไปทำความสะอาดห้องคุณกลางทันที เพื่อค้นหากล่องใบนั้น แล้วก็ได้พบว่าคุณกลางเก็บเอาไว้จริงๆ แต่ทองสร้อยยังไม่ทันเปิดอ่านอะไร คุณกลางก็เข้ามาเสียก่อน จึงพยายามหลบซ่อนไม่ให้ถูกจับได้ ทองสร้อยหลบออกไปได้หวุดหวิด ได้แต่สงสัยว่าคุณกลางมีความหลังอะไรกับ มาดามฟองดูในอดีต สมัยที่คุณกลางอายุ10ขวบ ต้องติดตามบิดาไปเจรจาการค้าที่เวียงจันทร์คุณกลางได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่เข้ามาตีสนิทด้วย และช่วยทำให้ชีวิตของเด็กหนุ่มวัยกระเตาะอย่างเขามีชีวิตชีวามากขึ้น คุณกลางได้ขี่จักรยาน เก็บผักผลไม้กินกันสดๆ และที่สนุกที่สุดคือ เด็กผู้หญิงคนนั้นสอนให้เขารู้จักวิธีทำอาหาร เปิดร้านขายอาหาร และสอนวิธีทำขนมแสนอร่อยที่ชื่อ ช๊อคโกแลตฟองดู…ช่วงเวลาสั้นๆเหล่านั้นเป็นความประทับใจของคุณกลางมาจนถึงทุกวันนี้ คุณกลางยังจำคำพูดทีเล่นทีจริงของเด็กหญิงคนนั้นได้ว่า “โตขึ้นเราเป็นแฟนกันมั้ย”คุณกลางยังไม่ทันได้ตอบคำถามนั้น บิดาต้องกลับกรุงเทพเสียก่อนเพราะมารดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต… แล้วหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย นางสาวทองสร้อย และแล้ววันที่ทองสร้อยต้องออกจากบ้านเวียงคีรีก็มาถึง ทองสร้อยถูกพากลับมาที่บ้านเพื่อเตรียมเข้าพิธีแต่งงานกับกุลชาติในวันรุ่งขึ้น ทองโปรยสงสารทองสร้อยคิดจะแต่งงานกับกุลธิดาแทน แต่ทองสร้อยไม่ยอมเพราะรู้ดีว่าทองโปรยรักคุณเล็ก ทองก้อนบอกว่าต้องมีใครคนในคนหนึ่งเข้าพิธีแต่งงาน สองพี่น้องต่างเกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา จนในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจหนีจากงานแต่งด้วยกันอีกครั้ง ทองก้อนโมโหอย่างที่สุด สั่งตัดขาดท่อน้ำเลี้ยงทุกอย่าง อายัดเงิน อายัดทรัพย์สินทุกชนิดคุณกลางอยากเจอทองสร้อย แต่ไม่สามารถติดต่อได้เลย คุณกลางตามไปหาที่บ้านพงษ์เดชา พบทองก้อนที่อยากเจอทองสร้อยเช่นกัน ทองก้อนจึงคิดใช้คุณกลางเป็นตัวล่อให้ทองสร้อยปรากฏตัวออกมา ทองก้อนหลอกใช้คุณกลาง จัดฉากว่าคุณกลางเกิดอุบัติเหตุ อาการสาหัส นอนอยู่โรงพยาบาล และคืนนั้น…ทองสร้อยก็มาหาคุณกลางจริงๆ สารภาพว่าคุณกลางคือเด็กในความทรงจำของเธอเช่นกัน เธอจำได้แต่ไม่สามารถแสดงอะไรออกไปได้เพราะคุณกลางมีคุณแหว๋วอยู่แล้ว ซึ่งคุณแหว๋วก็แสนดีและรักคุณกลางมาก คุณกลางลืมตาขึ้นมาเรียกทองสร้อยว่ามาดามฟองดู คือคนๆเดียวกัน ในที่สุดก็ตามหาจนเจอ คุณกลางดีใจที่ได้พบรักครั้งแรกอีกครั้งกับทองสร้อย คุณกลางขอทองสร้อยแต่งงาน ทั้งสองได้ครองรักกันอย่างมีความสุข นางสาวทองสร้อย รายชื่อนักแสดง นางสาวทองสร้อย1.จิตตาภา แจ่มปฐม รับบท ทองสร้อย 2.ทฤษฎี สหวงษ์ รับบท คุณกลาง3.สุริยนต์ อรุณวัฒนกุล รับบท ทองโปรย (พี่ชายทองสร้อย)4.รังสิกานต์ โรจน์ชีวิน รับบท คุณเล็ก (น้องสาวคุณกลาง)5.สมิทธิ ลิขิตมาศกุล รับบท กุลชาติ6.อภิษฐา คล้ายอุดม รับบท เนรัญ7. มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท คุณใหญ่ (พี่สาวคุณกลาง)8. เมทนี บูรณศิริ รับบท ทองก้อน(พ่อทองสร้อย)9. สุรินทร คารวุตม์รับบท บบรรทัด