เด็กหญิง

ฉาววงการสงฆ์!พระสอนธรรมะข่มขืนศิษย์วัย14
ข่าวพระสอนธรรมะข่มขืนเด็ก14 /  พระข่มขืนลูกศิษย์ / 

ตำรวจอยุธยารวบพระสอนธรรมศึกษา ล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์วัย 14 ปี หลังพ่อแม่สุดทนเข้าแจ้งความดำเนินคดี  โดนจับสึก ขณะเจ้าตัวยังปฏิเสธแต่ขอรับเลี้ยงดู วานนี้ (25 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าช้าง อ.นครหลวงจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยชุดสืบสวนได้ทำการจับกุมพระรพี อายุ 30 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งใน ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง พร้อมนำไปให้เจ้าอาวาสวัดทำการสึก หลังจากสืบทราบว่ามีพฤติกรรมทำอนาจารและล่วงละเมิดเด็กหญิง ที่มาเรียนธรรมะวันเสาร์อาทิตย์ จากนั้นควบคุมตัวไปยัง สภ.ท่าช้าง ทำการสอบสวน พระสอนธรรมะข่มขืนม.2 ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นมีผู้ปกครองของเด็กหญิงแอน (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ต.สถาพร รักษาดี ร้อยเวร สภ.ท่าช้าง ว่าได้ถูกพระรพี ล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากที่ใช้โอกาสในการมาสอนธรรมศึกษาที่โรงเรียน จากนั้นพระรพี จะตีสนิทกับเด็กๆ และจะใช้วิธีโทรศัพท์ไปจีบนักเรียนหญิงที่มาเรียน และพูดคุยในลักษณะชู้สาว จนกระทั่งล่าสุดได้ล่วงละเมิดทางเพศ โดยจะใช้วิธีซื้อโทรศัพท์ ซื้อของให้กับเด็กหญิงแอน จนพ่อแม่ทราบและไปต่อว่าพระรูปดังกล่าว แต่ก็ยังไม่เลิกพฤติกรรม พยายามโทรศัพท์มาติดต่อตลอดเวลา และหากไม่ไปก็ถูกข่มขู่ว่าจะแฉภาพอนาจาร จนพ่อแม่ทนไม่ไหว จึงได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพระสงฆ์รูปนี้ โดยเบื้องต้นนายรพี ให้การปฏิเสธ แต่ยอมที่จะเลี้ยงดูเด็กหญิงแอน ขณะที่ บิดาของเด็กหญิงแอน กล่าวว่า ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นมาหลายเดือนถึงพฤติกรรมของพระรพีที่ใช้วิธีโทรศัพท์มาล่อลวงลูกสาว โดยตนเข้าต่อว่ามาหลายครั้งแต่พระรพีไม่ยอมเลิก และนอกจากนี้ยังมีชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าพระรพี ยังเคยมีพฤติกรรมกับเด็กหญิงหลายคน แต่ไม่มีใครกล้ามาเปิดเผย พล.ต.ต.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พฤติกรรมของพระที่ประพฤติตนเช่นนี้ ถือว่าเป็นภัยต่อสังคมและศาสนา ที่สลดใจเนื่องจากเป็นพระที่มาสอนพุทธศาสนาให้กับเด็ก จึงมีโอกาสใกล้ชิดกับเด็กที่มาเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงอย่างมาก จึงต้องฝากทางเจ้าอาวาสวัดและผู้ปกครองคอยระวังและตรวจสอบพฤติกรรมของพระที่มาสอนด้วย ส่วนเรื่องของพระรพี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ตามกฎหมายต่อไป MThai News

นร.ไทยเจ๋ง!คว้า19ทอง5เงินแข่งคณิตศาสตร์ฯ
การแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ /  ประเทศอินเดีย / 

นักเรียนไทยสุดเจ๋ง คว้า 19 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน จากการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ ระดับประถมศึกษาประเทศอินเดีย นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยจากการที่ สพฐ. ได้คัดเลือกและส่งผู้แทนนักเรียนไทยระดับชั้นประถมศึกษาจำนวน 16 คน เข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติระดับประถมศึกษา Wizard at Mathematics International Competition 2014 (WIZMIC) Mathematics ระหว่างวันที่ 14-22 ตุลาคม 2557 ณ สาธารณรัฐอินเดีย ผลปรากฏว่านักเรียน 16 คน สามารถคว้ารางวัลรวม 24 รางวัล 48 เหรียญ ประกอบด้วยประเภทบุคคล เหรียญทอง 13 เหรียญ และเหรียญเงิน 3 เหรียญ ได้เหรียญทอง 3 รางวัล เหรียญเงิน 1 รางวัล ประเภทกลุ่มบุคคลได้เหรียญทอง 3 รางวัล ได้แก่ เด็กชายกีรติ สุธีรยงประเสริฐ โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เด็กชายรวัชญ์ ผดุงเกียรติวงษ์ โรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย จังหวัดเพชรบุรี เด็กชายภากร นันทอารี โรงเรียนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร เด็กชายสุวลักษณ์ ตันชัยเอกกุล โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม เด็กหญิงชาลิสา วิรุณราช โรงเรียนอนุบาลปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เด็กชายธีร์ อิทธิพานิชพงศ์ โรงเรียนอนุบาลยุวพัฒน์นครวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เด็กชายชยพล เชาว์วีระประสิทธิ์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ กรุงเทพมหานคร เด็กชายวศิน สิทธิเดชากุล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม กรุงเทพมหานคร เด็กชายปรมัตถ์ สมุทรสินธุ์ โรงเรียนสยามสามไตร กรุงเทพมหานคร เด็กชายพัชรพล เกษมธรรมแสวง โรงเรียนอนุบาลระยอง จังหวัดระยอง เด็กชายเวทิต กัลย์จรัส โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เด็กหญิงอริสรา จิชกิตติ โรงเรียนอำนวยศิลป์ กรุงเทพมหานคร เด็กชายจิรสิน จานะพร โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และเหรียญเงิน 3 เหรียญ ได้แก่ เด็กชายไมตรี หิรัญติยะกุล โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เด็กชายปรานต์กฤษฎิ์ สิริพิชิตศุภผล โรงเรียนวัดดอนทอง จังหวัดฉะเชิงเทรา เด็กชายมาตภูมิ สุนทรานนท์ โรงเรียนวัดพลับพลาชัย กรุงเทพมหานคร ประเภททีม ได้เหรียญทอง 3 รางวัล ได้แก่ ทีม เอ ประกอบด้วย เด็กชายกีรติ สุธีรยงประเสริฐ โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เด็กชายรวัชญ์ ผดุงเกียรติวงษ์ โรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย จังหวัดเพชรบุรี เด็กชายภากร นันทอารี โรงเรียนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร เด็กชายสุวลักษณ์ ตันชัยเอกกุล โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม ทีม บี ประกอบด้วย เด็กชายไมตรี หิรัญติยะกุล โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เด็กหญิงชาลิสา วิรุณราช โรงเรียนอนุบาลปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เด็กชายธีร์ อิทธิพานิชพงศ์ โรงเรียนอนุบาลยุวพัฒน์นครวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เด็กชายชยพล เชาว์วีระประสิทธิ์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ กรุงเทพมหานคร และ ทีม ดี ประกอบด้วย เด็กชายพัชรพล เกษมธรรมแสวง โรงเรียนอนุบาลระยอง จังหวัดระยอง เด็กชายเวทิต กัลย์จรัส โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เด็กหญิงอริสรา จิชกิตติ โรงเรียนอำนวยศิลป์ กรุงเทพมหานคร เด็กชายจิรสิน จานะพร โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และเหรียญเงิน 1 รางวัล ได้แก่ ทีม ซี เด็กชายปรานต์กฤษฎิ์ สิริพิชิตศุภผล โรงเรียนวัดดอนทอง จังหวัดฉะเชิงเทรา เด็กชายมาตภูมิ สุนทรานนท์ โรงเรียนวัดพลับพลาชัย กรุงเทพมหานคร เด็กชายวศิน สิทธิเดชากุล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม กรุงเทพมหานคร เด็กชายปรมัตถ์ สมุทรสินธุ์ โรงเรียนสยามสามไตร กรุงเทพมหานคร ประเภทกลุ่มบุคคลได้เหรียญทอง 3 รางวัล ได้แก่ ทีมเอ ทีมบี ทีมดี และทีมซี คว้าเหรียญเงินไปครอง นอกจากนี้ ทีมนักเรียนไทยที่คว้าเหรียญทองประเภททีมยังสามารถทำคะแนนได้มากเป็นอันดับ หนึ่งของทุกสายการแข่งขัน และเหรียญเงินประเภททีมก็สามารถทำคะแนนได้มากเป็นอันดับที่สองของสายการแข่ง ขันด้วย ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้มีนักเรียนจาก 9 ประเทศ จำนวน 172 คนเข้าร่วม ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ เนปาล อินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ อินเดีย ศรีลังกา และประเทศไทย

สยอง! แมลงปริศนา ไต่ยั้วเยี้ยเต็มในหูเด็กหญิงที่จ.แพร่
ข่าวจังหวัดแพร่ /  ข่าววันนี้ / 

พบสัตว์ปริศนา มีลักษณะคล้ายผงแป้งเดินยั้วเยี้ยเต็มรูหูเด็กนักเรียนหญิง ที่จ.แพร่ ด้านแพทย์ไม่สามารถระบุชนิดได้ ก่อนให้ยาหยอดหู และยาแก้อักเสบทำการรักษาก่อนจะนัดตรวจอีกครั้ง รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.แพร่ ได้เกิดเรื่องราวสุดสยองขึ้นเมื่อแพทย์ได้ตรวจพบว่าเด็กหญิงคนหนึ่ง มีสัตว์ตัวเล็ก ๆ สีขาว คล้ายผงแป้ง เดินยั้วเยี้ยอยู่เต็มรูหู โดยรายงานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กหญิงคนดังกล่าวมีอาการหูตึง และคันที่บริเวณข้างในหู จึงได้เดินทางไปรักษาที่คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางหู คอ จมูก ซึ่งเมื่อแพทย์นำกล้องเอ็นโดสโคปมาตรวจดู ก็พบว่าแมงประหลาดคล้ายแป้งขาว กระจายเต็มในหูนักเรียนหญิง ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่า คือแมงประเภทใด เพราะทางแพทย์เองก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เบื้องต้นทางทีมแพทย์ที่ทำการรักษา ได้ให้ยาหยอดหูและยาแก้อักเสบแก่นักเรียนหญิงคนดังกล่าวนำกลับไปรักษา ก่อนจะนัดมาดูอาการอีกครั้ง MThai news

'มาลาลา' เด็กสาว17ปี คว้าโนเบลสันติภาพ
ปากีสถาน /  มาลาลา / 

'มาลาลา ยูซัฟไซ' เด็กสาว17ปี คว้าโนเบลสันติภาพ วันนี้(11 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการประกาศรางวัลโนเบล ได้ประกาศมอบรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปี 2014 ให้แก่ "มาลาลา ยูซัฟไซ" เด็กสาววัย17ปี ชาวปากีสถาน ซึ่งเป็นนักกิจกรรมเพื่อการศึกษา ร่วมกับ นายไกลาศ ชาวอินเดียวัย 60ปี ผู้เคลื่อนไหวต่อต้านการกดขี่ขูดรีดเยาวชนในอินเดียได้รับรางวัลนี้ด้วย  ซึ่งในปี2556 มาลาลา ยูซัฟไซ เคยติดโผโนเบล2013มาแล้ว ท่ามกลางความทึ่งของคนทั่วโลก ก่อนหน้านี้เธอได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธ ที่2 แห่งอังกฤษ มาลาลา ยูซัฟไซ อายุ 17ปี เป็นนักเคลื่อนไหวสิทธิสตรีและการศึกษาชาวปากีสถานผ่านการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเธอถูกกลุ่มตาลิบาน บุกจ่อยิงในขณะนั่งรถโรงเรียน โดยคนร้ายต้องการที่จะเอาชีวิตเด็กหญิงซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเรื่องการศึกษาให้กับเด็ก  หลังจากการรอดชีวิตของเธอกลายเป็นข่าวใหญ่เผยแพร่ไปทั่วโลกและยังเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ของเด็กหญิงที่ถูกขัดขวางไม่ให้ผู้หญิงและเด็กได้รับการศึกษา MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง มาลาลา ยูซาฟไซ สาวน้อยนักสู้หัวใจเพชร

ขอความเป็นธรรม ! เด็ก8ขวบโดนรถชนเสียชีวิต คนขับรถไม่รับผิดชอบ
คนขับรถไม่รับผิดชอบ /  บุรีรัมย์ / 

ขอความเป็นธรรม ! เด็ก8ขวบโดนรถชน เสียชีวิต คนขับรถไม่รับผิดชอบ วันนี้(17ต.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์ภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต โดยมีข้อความระบุว่า  ด.ญ. ฐิติยา พงศิริวิลัย อายุ 8 ขวบ ขี่จักรยานไปโรงเรียนตามปกติ ที่โรงเรียน บ้านนากลาง ต. หนองตาด อ. เมือง จ. บุรีรัมย์ แต่เคราะห์ร้าย โดนรถยนต์ชนที่หน้าประตูทางเข้าโรงเรียน รถลากไปไกลอีกหลายเมตรทำให้เสียชีวิตคาที่ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนระหว่างหมู่บ้านห่างกัน1กิโลเมตร มีรถคันก่อเหตุวิ่งอยู่คนเดียว ซึ่งคนขับรถที่ชนอยู่บ้านสว่างงิ้วงาม ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่มารวมงานศพใดๆทั้งสิ้น โดยคนขับหาว่าเด็กหญิงผิดเอง ซึ่งน้องฐิติยาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เหตุการณ์ผ่านไปเป็นสัปดาห์แต่คนชนยังปฏิเสธไม่รับผิดชอบใดๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เอารถไปเป็นหลักฐาน ไม่โดนจับ ไม่มีการประกันตัว จึงอยากให้ช่วยแชร์เรื่องราวดังกล่าวเพื่อขอความเป็นธรรม MThai News

จุดกำเนิดสาวตาโต ในตัวอย่างแรก Big Eyes จาก ทิม เบอร์ตั้น
Big Eyes /  Tim Burton / 

ปล่อยตัวอย่างแรกกันออกมาแล้ว สำหรับหนังเรื่องใหม่ของผกก.สุดเซอร์อย่าง ทิม เบอร์ตั้น ที่คราวนี้แกขอกลับมาทำหนังแนวย้อนยุค โดยที่ไม่ต้องมีแฟนตาซี แต่ยังขอจัดเต็มด้านของงานศิลป์เช่นเคย ใน Big Eyes หนังที่หลายคนเก็งกันไว้ว่า เอมี่ อดัมส์ อาจจะได้ชิงออสการ์อีกครั้งจากบทนี้ โดยตัวอย่างแรกที่เผยออกมาก็ถือว่าเข้าท่ามากทีเดียว เรายังได้เห็นตัวละครของ คริสตอฟ วอลซ์ ที่ดูแล้วทรงพลัง จนรู้สึกว่าทั้งคู่เหมาะกับบทสามี ภรรยา ในเรื่องจริงๆ เรื่องราวชีวประวัติของ มาร์กาเร็ต คีน (เอมี อดัมส์) ศิลปินที่โด่งดังเป็นอย่างมากใน ยุค’50 จากผลงานภาพวาดคาแร็กเตอร์ เด็กหญิงตาโต อันเป็นเอกลักษณ์ จนวันหนึ่งก็บังเกิดเรื่อง เมื่อ วอลเตอร์ (คริสตอฟ วอลซ์ ) อดีตคนรักของเธอ ได้ยื่นฟ้องศาลว่าตนเองต่างหากคือเจ้าสิทธิ์อันชอบธรรม และเป็นคนวาดภาพเด็กหญิงตาโตเหล่านี้ จนเกิดเป็นการต่อสู้ในชั้นศาลเป็นเวลานาน ก็จะนำไปสู่การตัดสินที่ฮาร์ดคอร์แบบให่ต่างคนต่างวาดภาพขึ้นมาใหม่ ใครวาดเหมือนของเก่ากว่า ก็ชนะคดีไปนั่นเอง ตอนนี้หนังยังไม่มีกำหนดฉายในไทย ต้องรอดูกันไปยาวๆจ้า

นิทานพื้นบ้านสุดโหด ฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์
นิทานพื้นบ้าน /  นิยายต่างประเทศ / 

อย่างที่ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอไปเกี่ยวกับ เทพนิยายสุดโหด ต้นฉบับเจ้าหญิงดิสนีย์ ไม่ว่าจะเป็น สโนว์ไวท์, ซินเดอเรลล่า และ เจ้าหญิงนิทรา ในแบบของ 2 พี่น้องตระกูลกริมม์ (The Brothers Grim) ให้เพื่อนๆ อ่านกันไปแล้ว มาคราวนี้ทีนเอ็มไทยก็ยังมี นิทานพื้นบ้านแบบฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์ฉบับโหด มาให้อ่านเพิ่มเติมกันต่อคะ จะมัวรอช้าทำไม ไปดูกันเลย ^^ นิทานพื้นบ้านสุดโหด ฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์ นิทานพื้นบ้านสุดโหด ฉบับพี่น้องตระกูลกริมม์ ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งนิทานกริมม์ถูกพิมพ์ออกมาเป็นครั้งแรกนั้น เยอรมันอยู่ในยุคของ Sturm und Drang ซึ่งเป็นการปฏิวัติด้านวรรณกรรมครั้งใหญ่ ก่อให้เกิดการต่อต้านแนวคิดในแง่ปรัชญามาเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ซึ่งอยู่เหนือกว่าสติ และส่งผลให้มีการหยิบยกงานเขียนในอดีตขึ้นมากล่าวถึงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้สังคมหันมาจับตามองยังนิทานและตำนานอีกครั้ง มีหนังสือรวบรวมเกี่ยวกับนิทานเหล่านี้ถูกพิมพ์ออกมามากมาย หากส่วนมากก็ถูกบรรณาธิการดัดแปลงเรื่องเสียจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ด้วยเหตุนี้เอง พี่น้องกริมม์จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนิทานเหล่านี้ และเริ่มตีพิมพ์ออกจำหน่ายฉบับพิมพ์ครั้งแรกนี้ยังมีข้อด้อยทางภาษาและมีเนื้อหาไม่เหมาะสมอยู่มาก นิทานกริมม์จึงถูกปรับปรุงและพิมพ์ใหม่ หลังจากนั้นได้มีการปรับปรุงเนื้อหาและตัดนิทานที่มีใจความไม่เหมาะสมออกไปอีกหลายครั้ง และตีพิมพท์ออกมาทำให้เรารู้จักจนถึงทุกวันนี้ หนูน้อยหมวกแดง (Little Red Riding Hood: Inter-Species Sex Play, Cannibalism) เรื่องราวของหนู้น้อยหมวดแดงที่เพื่อนๆ นึกถึงนั้นตอนท้ายก็คงจบแบบแฮปปี้ หมาป่าตาย คุณย่าและหนูน้อยหมวกแดงรอดตาย แต่ถ้าดูจากต้นฉบับที่พี่น้องตระกูลกริมม์ นั้นได้เขียนขึ้นเพื่อนๆจะลืมเรื่องราวแบบเดิมๆ หมดแน่ๆ เพราะ ต้นฉบับหนูน้อยหมวกแดง นั้นเล่นเซ็กส์ระหว่างสัตว์ และกินเนื้อคน เวอร์ชั่นแบบ Happy Ending ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เรื่องนี้ในฉบับภาษาเยอรมัน ถูกบอกเล่าให้แก่ พี่น้องตระกูลกริมม์ โดยคนพี่ เจค็อบ กริมม์ ฟังมาจาก Jeanette Hassenpflug (ค.ศ. 1791-1860), ส่วนคนน้อง วิลเฮล์ม กริมม์ ฟังมาจาก Marie Hassenpflug (ค. ศ. 1788-1856) พี่น้องทั้งสองได้รวมเนื้อเรื่องจากทั้งสองฉบับนั้นเป็นเรื่องเดียว จนเป็นฉบับปี ค.ศ. 1857 ที่เป็นเนื้อเรื่องที่แพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งเนื้อเรื่องค่อนข้างจะจินตนาการมากกว่าฉบับอื่น ๆ ที่ผ่านมา โดยหนูน้อยและคุณยายถูกหมาป่าจับกิน คนตัดไม้ได้มาช่วยผ่าท้องหมาป่า ช่วยหนูน้อยและคุณยายออกมาได้โดยปลอดภัยแต่อย่างใด ต้นฉบับหนูน้อยหมวกแดง โดยพี่น้องตระกูลกริมม์ ที่มาของเรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องที่เล่าปากต่อปาก แพร่หลายอยู่ในหลายประเทศในยุโรป ซึ่งคาดว่า เป็นก่อนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 แต่เท่าที่ทราบโดยทั่วไป Le Petit Chaperon Rouge เป็นฉบับแรกสุด ที่ได้รับการตีพิมพ์จากเนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านของฝรั่งเศส โดยเนื้อเรื่องนั้น ได้ถูกพิมพ์ในหนังสือ ในปี ค.ศ. 1697 ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวม นิทานและเรื่องเล่าต่าง ๆ พร้อมคติสอนใจ โดย ชาร์ลส แปร์โรลต์ เนื้อเรื่องของฉบับนี้จะค่อนข้างรุนแรง เพราะมีการร่วมเพศระหว่างคนกับสัตว์ โดยหนูน้อยหมวกแดงจะระบำเปลื้องผ้าให้หมาป่าที่ปลอมตัวเป็นคุณยายดู ก่อนที่หนูน้อยและคุณยายถูกหมาป่าจับกิน และตาย Rumpelstiltskin (รัมเปลสติลล์สกิน) (Dismemberment, Dead Toddlers) เรื่องนี้บางคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตาเท่าไหร่ แค่ทีนเอ็มไทยว่าก็คงจะเคยได้ยินกันมาบ้าง เวอร์ชั่นแบบ Happy Ending กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เจ้าของโรงสีมีลูกสาวสวยที่สามารถม้วนฟางให้เป็นทอง จนเรื่องนี้เข้าหูพระราชาโลภมากเข้า เลยจับขังหอคอยและบอกให้เธอปั่นทองให้ได้เท่านี้ถ้าทำไม่ได้เอ็งตายอย่างเขียด แต่ใครเอยจะบ้าทำได้ ในขณะที่หญิงสาวกำลังกลุ้มอยู่นั้น ก็ปรากฏร่างของคนแคระ มันเสนอแลกเปลี่ยนกับการแลกบุตรที่เธอคลอดคนแรกให้กับมัน และจะช่วยให้เด็กสาวสมปรารถนา จนกระทั่งเด็กสาวทำสำเร็จ ได้แต่งงานกับพระราชาโลภมาก(ดีไหมนั่น) มีบุตรคนแรก และคนแคระก็มารับเด็กตามข้อตกลง แต่เด็กสาวกลับคำ คนแคระเลยเพิ่มข้อแลกเปลี่ยนเพิ่ม โดยทายชื่อเขาให้ถูก โดยมีเวลา 3 วัน (บางเล่มบอกว่าให้ทายแค่ 3 ชื่อในเวลา 3 วัน) เจ้าหญิงเดาชื่อคนแคระไปเรื่อยๆ ทั้ง 2 วันก็ไม่ถูกสักทีจนกระทั่งมีคนผ่านไปแอบได้ยินมนุษย์แคระที่ร้องเพลงบอกชื่อของตนว่าเขาชื่อ “รัมเปลสติลล์สกิน” คนผ่านมาเลยไปบอกเจ้าหญิง และสุดท้ายคนแคระเลยอดได้เด็ก ต้นฉบับสรัมเปลสติลล์สกิน โดยพี่น้องตระกูลกริมม์ ที่มาของเรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องที่เล่าปากต่อปากจนกระทั่งพี่น้องตระกูลกริมม์นำมาแต่งใหม่ ซึ่งเวอรชั่นเดิมนั้นหญิงสาวไม่สามารถหาชื่อจริงของคนแคระคนนี้ได้เลยจนสุดท้ายเธอแก้ปัญหานี้ โดยต้องเอาลูกคนอื่นสวมรอย พอคนแคระจับได้มันเลยวิ่งจับลูกคนแรกของเด็กสาว (รวมถึงเด็กสาวด้วย) กระทืบเท้าจนขาคนแคระจมพื้นดิน จากนั้นคนแคระกระชากขาและแขนเธอและลูกจนฉีกขาด ซึ่งทหารผู้พิทักษ์ทั้งหมดต้องมาเอาคนแคระออก แต่สายไปเสียแล้วเพราะสิ่งที่เหลือจากนั้นคือซากของเด็กสาวและลูกที่ตายคาที่เหมือนก้อนเนื้อ จนมีคำถามตามมาว่าคนแคระนั้นคือซอมบี้สัตว์ประหลาดปลอมตัวหรือเปล่า เด็กหญิงผมทอง กับหมีสามตัว จุดจบของคนไม่มีมารยาท เวอร์ชั่นที่คุณรู้ จากนั้นฉากก็ปรากฏเจ้าของบ้านมา เป็นหมีสามตัว ซึ่งเป็น พ่อ แม่ และลูก ทั้งสามเห็นสิ่งที่ผิดปกติในบ้าน ชามข้าวต้มถูกคนกิน เก้าอี้มีคนนั่งแถมบางตัวยังหัก และเมื่อพ่อ แม่ ลูกหมี เดินไปถึงห้องนอน พ่อหมีเห็นเตียงที่นอน มีรอยยับ จึงพูดว่า "ดูซิมีใครมาแอบนอนเตียงฉันก็ไม่รู้" ลูกหมีเดินไปเตียงของตนเอง แล้วพูดว่า "ดูซิมีใครมาแอบนอนบนเตียงหนูก็ไม่รู้" ฝ่ายสาวน้อยผมทองกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง สะดุ้งตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงหมี 3 ตัวพูดกันอยู่ใกล้เตียง ก็ตกใจกลัว รีบกระโดดจากเตียง วิ่งหนีออกไปจากบ้านหมีทั้งสามโดยเร็วและนับตั้งแต่นั้นมา หนูน้อยผมทองก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในเขตบ้าน ของหมีสามตัวนั้นอีกเลย เวอร์ชั่นพี่น้องตระกูลกริมม์ เวอร์ชั่นเดิมหมีสามตัวไม่ได้ใจดีกับสาวน้อยผมทองหรอก ในนิทานต้นฉบับเดิมเมื่อสามหมีพบสาวน้อยผมทองบนเตียง หมีสามตัวฉีกขย่ำเธอ จนร่างเละแยกเป็นชิ้นส่วน จากนั้นก็กินเธอเป็นอาหารเย็น ส่วนฉบับเดิมที่สองเมื่อสาวน้อยผมทองลืมตาตื่นขึ้นมาและพบหมีสามตัวก็ตกใจมากเลยเลยกระโดดลงมาจากหน้าต่าง แต่รู้สึกเธอจะกระโดดผิดท่า เธอลงพื้นพลาดเลยเกิดอุบัติเหตุคอหักตายคาที่ นี่คงเป็นจุดจบที่เหมาะสมสำหรับคนแปลกที่เข้าบ้านโดยไม่รับอนุญาตแล้วมั้ง ฮันเทลกับเกรเทล โศกนาฎกรรมที่บ้านขนม เวอร์ชั่นพี่น้องตระกูลกริมม์  เล่ากันว่าเป็นคดีหนึ่งในสมัยก่อน ซึ่งตอนนั้นยุโรปสูตรทำขนมนั้นถือว่ามีค่ามาก และเจ้าของสูตรขนมจะไม่เปิดเผยสูตรขนมให้แก่คนภายนอกรับรู้นอกเสียจากคนในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาที่อยากรู้สูตรขนมปังจึงส่งสองเด็กเพื่อจารชนล้วงความลับเจ้าของสูตรขนม  ซึ่งส่วนมากเป็นหญิงแก่ใจดี และเมื่อเด็กสองคนถูกจับได้ หญิงแก่เลยจับเด็กมาขังและเลี้ยงดูอย่างดีโดยไม่ฆ่า  อย่างไรก็ตามคนในหมู่บ้านได้ไปช่วยเหลือและฆ่าและเผาคนทำขนมปังนี้ และใช้นิทานเรื่องเล่านี้เพื่อปกปิดอาชญากรรมที่ก่อไว้ แต่กระนั้นแม้ทำเป็นนิทาน เนื้อหาต่างๆ ยังคงแฝงไปด้วยความโหดร้ายเสมอ ในเวอร์ชั่นฝรั่งเศส ในขณะที่แม่มดเผลอ เด็กสองคนได้จับแม่มดเชือดคอหอยเธออย่างรุนแรงและหลบหนีไป  จบ!! คนเป่าปี่ นี่คือบทเรียน (The Pied Piper of Hamelin) เวอร์ชั่นที่คุณรู้ The Pied Piper of Hamelin  หรือคนเป่าปี่ ปรากฏในนิทานพื้นบ้านของเยอรมันที่เล่าโดยสองพี่น้องกริมม์ เรื่องมีอยู่ว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่เมืองฮาเอลินในภาคกลางของเยอรมัน ปีคศ.1248 ได้ถูกกองทัพหนูเข้าก่อกวนโดยเดือดร้อนไปทุกบ้าน พวกมันแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมาก แล้วกัดแทะเสบียงอาหาร อีกทั้งพวกมันยังเป็นพาหะนำโรคร้ายมาอีกด้วย แม้แต่แมวก็ยังต้องหนีเพราะหนูมีจำนวนมากมายมหาศาล ถึงขนาดจะเข้ามารุมทำร้ายแมวเสียด้วยซ้ำไป  บรรดาชาวเมืองรับไม่ได้กับเหตุการณ์เหล่านี้ ต่างหาทางกันกำจัดพวกหนู โดยพากันออกเงินจนได้ก้อนหนึ่งเพื่อให้เป็นรางวัลแก่ผู้ที่จะมาปราบหนูเหล่านี้ได้ จากนั้นก็มีคนต่างเมืองเดินทางมาที่นี่และรับอาสากำจัดหนูให้  แต่จนบัดนี้ก็ไม่มีใครอาสามาปราบฝูงหนูเหล่านี้เลย ในยามนี้เองก็มีชายลึกลับผู้หนึ่งพร้อมกับปี่ที่เครื่องดนตรีคู่กายของเขาปรากฏตัว เขาอาสาจะปราบหนูให้ชาวเมืองแห่งนี้ และ ชาวเมืองก็ให้คำสัญญาว่าจะให้สิ่งตอบแทนใดๆก็ได้ตามที่เขาต้องการ  เมื่อ ตกลงกับชาวเมืองเรียบร้อย ชายประหลาดก็หยิบปี่ถุงออกมาและเป่าเพลงที่แปลกประหลาด พร้อมกับออกเดินไป ท่ามกลางสายตาสงสัยของชาวเมืองนั้นเอง กองทัพหนูทั้งหลายก็ออกมาจากที่ซ่อนจากบ้าน จากโบสถ์ ทุกหนทุกแห่งจนกลายเป็นขบวนแถวยาวเมื่อได้ฟังเพลงจากปี่ของเขาอย่างหลงใหล แล้วคนประหลาดคนนั้นก็เริ่มเดินตรงออกจากหมู่บ้านพร้อมกับกองทัพหนูที่วิ่งตามหลังเขา จนไปถึงแม่น้ำเวเซอร์ที่ไหลผ่านหมู่บ้านแห่งนี้  ชายนักเป่าปี่ก็หยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำ ในขณะที่ฝูงหนูพากันกระโจนลงน้ำไปเรื่อยๆ จนในไม่ช้าก็ไม่มีหนูเหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว และทั้งหมดก็จมน้ำตายในแม่น้ำนั้นเอง ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ปลอดจากการรบกวนของหนูเป็นที่เรียบร้อย   หลังจากนั้นชายประหลาดก็มาทวงรางวัลจากชาวบ้าน แต่ชาวบ้านทั้งหลายเกิดความเสียดายเงินขึ้นมา จึงไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทนให้ พร้อมกล่าวว่า"นายไม่ได้ ทำอะไรเสียหน่อย พวกหนูกระโดดลงน้ำไปเองต่างหาก"และยังขู่จะจับขังนักเป่าปี่อีกด้วยถ้าเขา ยังมามัวตื๊ออยู่ ชายประหลาดโกรธมากเขากล่าวทิ้งท้ายว่า"พวกคุณต้องรักษาสัญญา ฉันจะเอาสิ่งสำคัญที่สุดของพวกคุณไป" แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ยังกลับหัวเราะเยาะเขาเสียอีก เขาหายตัวไปจากหมู่บ้านแห่งนั้น  และวันต่อมา ชายประหลาดพร้อมปี่กลับมายังเมืองฮาเมลินอีกครั้ง เขาเริ่มเป่าปี่บทเพลงแปลกประหลาดบทใหม่บนถนน ซึ่งคราวนี้ผู้ติดตามเสียงปี่ของเขาที่ออกจากบ้านทุกหลัง กลับกลายเป็นเด็ก เด็กๆที่มีอายุมากกว่า 4 ปีต่างก็มารวมกันและเดินตามเขาไปจนในไม่ช้าเด็กชายหญิงจำนวนกว่า 130 คนต่างก็เต้นรำร้องเพลงตามทำนองของเสียงปี่ออกไปนอกเมือง และจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครพบเห็นชายประหลาดและเหล่าเด็กๆ อีกเลย เวอร์ชั่นพี่น้องตระกูลกริมม์  มันมีบทสรุปเรื่องราวต่อจากนั้น เล่าถึงซะตากรรมของเด็กที่ชายเป่าปี่พาไป คือเวอรชั่นเดิมชายเป่าปี่พาเด็กออกนอกเมืองไปจนถึงถ้ำแห่งหนึ่ง เมื่อเด็กทุกคนเข้าไปในถ้ำหมดแล้ว ชายประหลาดก็ปิดปากถ้ำขังเด็กทั้งหมดไว้ข้างในจนขาดใจตายอยู่ในถ้ำ(บางแห่งกล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีเด็กรอดตายเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น) ส่วนอีกเวอรชั่นหนึ่งบอกว่าชายเป่าปี่ได้พาเหล่าเด็กๆ ไปที่แม่น้ำสายหรนึ่งแล้วเอาพวกเด็กนั้นไปถ่วงน้ำให้ขาดใจตาย(ยกเว้นเด็กชายคนหนึ่งที่รอดชีวิต) ซึ่งเด็กสมัยใหม่ยอมรับไม่ได้กับจุดจบของเหล่าเด็กๆ ในเทพนิยายเรื่องนี้ ขอบคุณขอ้มูล tonnam-colin.blogspot.com,ohx3.exteen.comsurlalunefairytales.com

10 ของใช้อาถรรพ์ผีสิง ต้องคำสาป
วันฮาโลวีน /  เรื่องแปลก

ลองมองดูในบ้านของเพื่อนๆ ดูสิว่า มีของใช้เก่าๆ อายุนับสิบ นับร้อยปีอยู่บ้างรึเปล่า teen.mthai มี 10 ของใช้อาถรรพ์ผีสิง ต้องคำสาป มาฝากเพื่อนๆ กันคะ ซึ่งของใช้เหล่านี้ล้วนมีเรื่องเล่าขานต่อกันมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น คำสาป ผีสิง .. ตามไปดูกัน ^^ 10 ของใช้อาถรรพ์ผีสิง ต้องคำสาป กระจกผีสิง Myrtles Plantation เป็นสถานที่ๆ อยู่ในรัฐหลุยเซียน่า พื้นที่กว้าง 10 เอเคอร์และมีอายุกว่า 200 ปีนี้เคยเป็นที่อยู่ของบ้านหลายหลัง แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ชอบเรื่องเหนือธรรมชาติ ว่ากันว่า ทุกๆ คืนตอนตี 3 จะมีวิญญาณ 15 ตนออกมา วิญญาณ 4 ตนในนี้มาจากเรื่องเล่าโศกนาฏกรรมของครอบครัว?Woodruff และทาสสาวที่ชื่อว่า Chloe ในปี ค.ศ.1817 Sara Mathilda ได้รับสืบทอดพื้นที่นี้มาจากพ่อของเธอ เธอย้ายเข้ามาอยู่กับสามีของเธอที่ชื่อว่า Clark Woodruff กับลูกอีก 3 คน และทาสที่ชื่อ Chloe คืนหนึ่ง Clark จับได้ว่า Chloe แอบฟังบทสนทนาลับของ เขาจึงตัดหูของเธอออกเสีย หลังจากนั้น Chloe ก็สวมผ้าโพกหัวสีเขียวอยู่เสมอเพื่อปกปิดร่องรอย เพื่อให้ได้รับความไว้ใจของเจ้านายคืนมา Chloe วางแผนขึ้นมา เธอทำเค้กวันเกิดให้กับลูกสาวคนโตของบ้าน แต่แอบใส่ใบ oleander ซึ่งเป็นพืชมีพิษที่พบได้ในแถวนั้น แผนของเธอก็คือ เมื่อทั้งครอบครัวป่วย เธอจะเป็นคนเดียวที่รู้ทางแก้ และเมื่อเธอช่วยรักษาพวกเขานายจ้างก็จะกลับมาชอบเธออีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นว่าเรื่องราวผิดแผนไปหมด เมื่อ Chloe ใส่ยาพิษมากไป ทำให้ Sara และลูกสาวสองคนของครอบครัวเสียชีวิต ด้วยความตื่นตระหนก Chloe สารภาพเรื่องนี้กับทาสคนอื่นๆ ซึ่งตื่นตระหนกเช่นกันแล้วกลัวว่าจะถูกกล่าวหาว่าซ่อนตัวคนร้ายไว้ ทั้งหมดจึงพากันแขวนคอ Chloe และทิ้งร่างของเธอลงในแม่น้ำมิสซิสซิปปีเสีย ตามประเพณีของทางนั้น เมื่อมีสมาชิกในบ้านเสียชีวิตลงกระจกทุกบานในบ้านจะต้องถูกคลุมไว้เพื่อที่วิญญาณคนตายจะได้เดินทางไปยังอีกโลกได้และไม่ถูกผูกติดไว้ในเงาของกระจกในโลกนี้ และตามประเพณีนี้ ในคืนที่ครอบครัว Woodruff ถูกวางยาพิษ กระจกทุกบานก็ถูกคลุมไว้ ยกเว้นบานหนึ่ง ซึ่งมีคนเห็นวิญญาณหญิงสาวผิวดำใส่ผ้าโผกหัวสีเขียวปรากฏขึ้น นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ยังจะได้ดูกระจกอีกบานหนึ่งในบ้าน ซึ่งว่ากันว่าวิญญาณของแม่และลูกๆ ถูกขังเอาไว้ บางคนอ้างว่าเห็นรอยมือและหน้าของเด็กๆ บนกระจก ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตาม คุณคงไม่อยากไปนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกนี้แน่นอน Annabelle ตุ๊กตาผีสิง Ed Warren และ?Lorraine Warren นักสืบสวนชื่อดัง ได้รับสืบสวนเรื่องราวของ Annabelle ตุ๊กตาผีสิง ในช่วงต้นปี 1970 ตุ๊กตาโบราณนี้ถูกซื้อเป็นของขวัญจากแม่ให้กับลูกสาวที่ชื่อ Donna ซึ่งในช่วงนั้นเป็นนักเรียนที่ฝึกเป็นพยาบาลอยู่ เธออาศัยอยู่ในหอพักเล็กๆ กับเพื่อนของเธอที่ชื่อ Angie ตุ๊กตาตัวนี้ถูกวางเอาไว้บนเตียงของเธอ และหลังจากนั้น ก็มีเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้น ตุ๊กตานี้ดูเหมือนจะมีพลังที่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง บางครั้ง สาวๆ จะกลับมาเจอว่าตุ๊กตาย้ายจากห้องหนึ่งไปอยู่อีกห้องหนึ่ง เคยแม้กระทั่งเจอมันนั่งไขว้ขารออยู่บนโซฟา หลังจากนั้น บางครั้งสาวๆ จะกลับมาเจอแผ่นกระดาษที่เขียนด้วยลายมือเด็ก ซึ่งเขียนไว้ว่า??ช่วยเราด้วย??ทั้งสองไม่สามารถหาได้ว่าใครเป็นคนเขียนโน๊ตนี้หรือกระดาษเก่าๆ ที่ใช้เขียนมาจากไหนกันแน่ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีเรื่องแปลกยิ่งกว่าเกิดขึ้น นั่นคือ มีรอยเลือดปรากฏขึ้นบนตัวตุ๊กตา ถึงตอนนี้ทั้งสองก็ติดต่อกับหมอผี ซึ่งทำให้ได้พบว่าทั้งสองอาศัยอยู่กับวิญญาณของเด็กหญิงที่ชื่อ Annabelle Higgins เด็กหญิงอายุ 7 ปี ที่ถูกฆ่าบนที่ดินที่หอพักของพวกเธอตั้งอยู่ วิญญาณของ Annabelle ย้ายไปอยู่ในตุ๊กตาเพื่อจะได้มีเพื่อน และเมื่อหญิงสาวทั้งสองได้ยินเรื่องราวของ Annabelle ทั้งคู่ก็ตัดสินใจให้วิญญาณอาศัยอยู่ในตุ๊กตาและอยู่ในหอพักของพวกเธอต่อไปได้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการตัดสินใจที่แย่มาก อย่างน้อยก็กับเพื่อนสนิทของทั้งคู่ที่ชื่อ Lou ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของทั้งคู่และอยากให้ทิ้งตุ๊กตาไปเสีย เย็นวันหนึ่ง Lou เข้าไปในห้องนอนของ Angie และถูกทำร้ายโดยพลังที่มองไม่เห็น ซึ่งทิ้งรอยเล็บไว้บนหน้าอกของเธอ ตอนนี้เอง ที่นักสืบสวน Ed และ Lorraine เข้ามามีบทบาท หลังจากตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น Ed และ Lorraine?Warren สรุปว่า ตุ๊กตานี้ไม่ได้ถูกสิ่งโดยวิญญาณของเด็กหญิง แต่ถูกสิ่งโดยวิญญาณชั่วร้ายที่หวังจะเข้าสิงร่างมนุษย์อีกที ตามที่พวก Warren กล่าวไว้คือ วิญญาณชั่วร้ายนี้ใช้ความเห็นใจของเด็กสาวเพื่อให้เป็นเหยื่อ เมื่อพวกเธอเผลอจะได้เข้าสิงพวกเธอแทน พวก Warrens ย้ายตุ๊กตา Annabelle ออกจากหอพักแล้วเอาไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในรัฐคอนเนตทิคัตแทน ที่ซึ่ง Annabelle ยังคงขยับตัวเองได้บางครั้ง และว่ากันว่า บางครั้งมันยังส่งเสียงขู่ใส่คนที่มาเยี่ยมชมอีกด้วย ชุดแต่งงานผีสิง Anna Baker เป็นลูกสาวของ?Elias Baker ชายคนสำคัญผู้ร่ำรวยในวงการเหล็กของ?Blair County ในช่วงยุด 1800? Anna ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเงินและอัญมณี แต่ก็เหมือนกับวัยรุ่นทั่วๆ ไป สิ่งที่เธอต้องการจริงๆ ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน นั่นคือรักแท้ ซึ่งพ่อของเธอก็คงไม่ขัดหากเธอได้พบกับชายที่เหมาะสมกับเธอ อย่างไรก็ตามเหมือนกับเรื่องราวความรักหลายๆ เรื่อง Anna กลับตกหลุมรักกับคนงานสุดหล่อที่ทำงานให้พ่อเธอแทน แน่นอนว่าพ่อเธอต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ว่ากันว่าเสียงร้องตะโกนด้วยความโมโหของเขาดังไปไกลหลายไมล์ เขาไม่ต้องการให้เธอแต่งงานกับคนที่ไม่เหมาะสม และแน่นอนว่าด้วยความที่เขาเป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน การตัดสินใจของเขาต้องเป็นเด็ดขาด แต่ด้วยความหัวดื้อของ Anna เธอตัดสินใจว่า ถ้าเธอไม่ได้แต่งงานกับชายที่เธอต้องการ เธอจะไม่ยอมแต่งงานกับใครเลย เธออยู่เป็นโสดจนกระทั่งเสียชีวิตไป เหลือทิ้งไว้แต่ชุดแต่งงานตัวงามที่เธอเลือกไว้กับแม่ของเธอ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ใส่ จนกระทั่งไม่นานมานี้ ชุดแต่งงานที่ว่านี้ถูกตั้งแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของ Blair County ในคฤหาสน์เดิมของครอบครัว Baker ชุดแต่งงานนี้ถูกตั้งไว้ที่ห้องนอนเก่าของ Anna และแน่นอนว่าต้องตั้งไว้หน้ากระจกด้วย มันถูกเก็บเอาไว้ในตู้กระจก ที่ว่ากันว่ามักจะสั่นไปมาโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนเชื่อกันว่าเป็นเพราะพื้นไม้ที่เก่าแล้วไม่มั่นคง แต่คนบางคนก็เชื่อว่า เรื่องราวเหนือธรรมชาติคือคำตอบของเหตุการณ์นี้ เชื่อกันว่า Anna กำลังสวมชุดแต่งงานนี้ไว้แล้วชื่นชมตัวเองอยู่ในกระจก เก้าอี้แห่งความตาย คฤหาสน์ Baleroy สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1911 ที่รัฐเพนซิลเวเนีย และด้วยความที่ตึกนี้ประกอบไปด้วยงานฝีมือมากมาย มันจึงมีค่าทั้งทางมูลค่าและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ข้าวของในคฤหาสน์นี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นของประธานาธิปดีแห่งสหรัฐอเมริกา Thomas Jefferson แต่นอกจากความมีคุณค่าของมันแล้ว คฤหาสน์ Baleroy ยังมาพร้อมกับชื่อเสียงด้านเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอีกด้วย George Meade Easby ผู้สืบทอดคฤหาสน์คนสุดท้าย เสียชีวิตลงในปี ค.ศ.2005 แต่ก่อนตายเขาได้อ้างว่า เขาเคยเห็นวิญญาณหลายตนวนเวียนอยู่ในบ้าน แต่เรื่องที่สยองที่สุดคือเรื่องของ??เก้าอี้แห่งความตาย??ในห้องสีฟ้า เก้าอี้นี้มีอายุกว่า 200 ปีและว่ากันว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นของแม่ทัพนโปเลียน แน่นอนว่าถึงจะมีชื่อเสียงและเก่าแก่ เก้าอี้นี้ก็คงไม่ใช่เก้าอี้ที่คุณอยากเอามาโชว์ใคร และแน่นอนว่าคุณคงไม่อยากนั่งแน่ๆ นักสืบสวนเหตุการณ์เหนือธรรมชาติหลายคนเชื่อว่า มีวิญญาณหญิงสาวสิงอยู่ในเก้าอี้ตัวนี้ที่ได้ชื่อเล่นว่า Amelia ว่ากันว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่วิญญาณ Amelia ปรากฏตัวขึ้นที่เกิดหมอกสีฟ้าขึ้นภาพในห้อง และใครที่ไปนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นจะตายทันที จนถึงวันนี้ มีคน 4 คนที่กล้านั่งลงบนเก้าอี้นั้น และแน่นอนว่าคนเหล่านั้นก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว กะโหลกกรีดร้องแห่งหอประชุม Burton Agnes เรื่องลึกลับของกะโหลกกรีดร้องเป็นเรื่องราวที่มาจากแถบสหราชอาณาจักร มีการบันทึกไว้ว่า หัวกะโหลกหลายชิ้นที่ถูกย้ายออกมาจากที่อยู่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ลึกลับที่เกี่ยวกับวิญญาณและเสียงกรีดร้องที่ไม่สามารถอธิบายได้ หนึ่งในหัวกะโหลกกรีดร้องที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ของที่หอประชุม Burton Agnesใน East Yorkshire หอประชุมนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงของราชินีอลิซาเบ็ธที่ 1 โดยท่านเซอร์ Henry Griffiths และเหล่าน้องสาวของเขา ระหว่างการก่อสร้างนั้น น้องสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่า Anne ถูกแทงเสียชีวิตโดยบุคคลนิรนาม ก่อนที่เธอจะสิ้นใจ เธอให้พี่น้องของเธอสัญญาว่า จะตัดศีรษะของเธอออกแล้วให้เก็บไว้ในหอประชุมนี้ (อาจจะเป็นหนึ่งในคำขอก่อนตายแปลกสุดๆ เท่าที่เคยมีมา) แต่พี่น้องของเธอก็ไม่ได้ทำตามคำขอนั้น พวกเขาฝังร่างเธอทั้งหมดเอาไว้แทน หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงครางเหมือนคนที่ถูกฝังดังไปทั่วทั้งหอประชุม พี่น้องที่แตกตื่นของ Anne รีบไปที่หลุมฝังศพของเธอและพบว่า ร่างกายที่เหลือแต่กระดูกนั้นส่วนศีรษะได้ถูกตัดแยกออกจากร่างกาย ทั้งหมดนำเอาหัวกะโหลกไปวางไว้ในหอประชุม แล้วเสียงครางต่างๆ ก็หายไป หลังจากนั้น ลูกหลานของท่านเซอร์ Henry ที่รับสืบทอดหอประชุมต่อก็ย้ายหัวกะโหลกออก แต่ทุกครั้งที่หัวกะโหลกถูกย้ายออกไป ตึกก็จะเกิดการสั่นและเหล่ารูปภาพที่แขวนไว้ก็จะตกลงมา ในที่สุด ลูกหลานของเซอร์ Henry ก็ตกลงกันว่าจะเก็บกะโหลกเอาไว้ในตึกโดยซ่อนเอาไว้ในกำแพง ที่ซึ่งมันก็ยังคงอยู่มาจนถึงวันนี้ เตียงสองชั้นผีสิง เรื่องราวของเตียงสองชั้นผีสิงนี่โด่งดังมากเสียจนกลายเป็นเรื่องสุดฮิตในโทรทัศน์ที่ฉายเกี่ยวกับปริศนาที่ยังไม่มีใครไขได้ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1987 ใน Horicon รัฐวิสคอนซิน Alan Tallman และ Debby Tallman ซื้อเตียงสองชั้นมาจากร้านของมือสอง และเอาเก็บไว้ในห้องใต้ดิน หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม ทั้งคู่ก็ย้ายเตียงขึ้นมาไว้บนบ้าน และ 9 เดือนหลังจากนั้นตั้งแต่คืนแรกที่เตียงถูกย้ายขึ้นไป เรื่องสยองก็เกิดขึ้น เริ่มจากเด็กๆ ในบ้านเกิดป่วยขึ้นมา วิทยุในบ้านก็จะเปลี่ยนคลื่นไปมาเองทั้งๆ ที่ไม่มีใครไปแตะต้อง เด็กสองคนแรกที่นอนบนเตียงบอกว่าเห็นแม่มด ครอบครัว Tallmans เชิญพระมาไล่ผี แล้วทุกอย่างก็ปกติสุขอยู่สักพัก หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากวันคริสมาตในปี ค.ศ.1988 Alan Tallman หลังมาบ้านและได้ยินเสียงเรียกเขาว่า??มานี่??เขาตามเสียงนั่นไปยังโรงรถและพบว่าไฟกำลังไหม้ เขารีบวิ่งไปหยิบถังดับเพลิง แต่เมื่อกลับมายังโรงรถอีกครั้งก็พบว่าไฟได้หายไปแล้ว หลังจากเรื่องราวสยองขวัญที่หลายครั้งต่อมา ครอบครัว Tallmans ก็คิดได้ว่า ?พอกันที? แล้วจัดการเผาเตียงนั่นเสีย แล้วไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลังจากนั้นก็ไม่เกิดเหตุการณ์แปลกๆ ขึ้นอีกเลย ภาพวาดต้องคำสาป ภาพวาด??เด็กชายร้องไห้? (Crying Boy)?ของ Bruno Amadio เป็นภาพวาดยอดนิยมที่ถูกตีพิมพ์ขึ้นมาเป็นจำนวนมากในช่วงปี ค.ศ.1950 โดนเฉพาะในแถบสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงปี ค.ศ.1980 ภาพวาดนี้ก็ดึงดูดความสนใจของหนังสือพิมพ์ประเทศอังกฤษ หนังสือพิมพ์ The Sun เขียนเรื่องเกี่ยวกับนักดับเพลิงที่อ้างว่า เคยอยู่ในเหตุการณ์ที่บ้านหลายหลังถูกไฟไหม้ เหลือเพียงแต่รูปภาพนี้ที่ไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลย เขาถึงกับพูดด้วยว่า ไม่มีนักดับเพลิงคนไหนกล้าแขวนถาพนี้ไว้ในบ้านของตัวเอง เพราะกลัวบ้านจะถูกไฟไหม้ หนังสือพิมพ์นี้ยังจริงจังถึงขนาดไปสัมภาษณ์สมาชิกในบ้านที่ถูกไฟไหม้และมีภาพวาดนี้อยู่ในบ้านด้วย และภายในระยะเวลา 6 เดือน The Sun ก็เป็นผู้เริ่มโครงการภาพเขียนต้องคำสาปที่แนะนำให้ผู้อ่านที่มีภาพนี้อยู่ยกภาพวาดเจ้าปัญหานี้ให้คนอื่นเสีย หรือสามารถลบคำสาปได้ด้วยการแขวนภาพเด็กผู้ชายนี้ไว้ใกล้ๆ ภาพวาดเด็กผู้หญิง หรือส่งภาพมายังสำนักพิมพ์เพื่อให้เผาทำลายเสีย อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น BBC ก็ทำการตรวจสอบภาพวาดเหล่านี้และพบว่า มันถูกเคลือบเอาไว้ด้วยสารที่กันไฟต่างหาก นี่อาจจะเป็นเหตุที่ทำให้ภาพเขียนไม่ได้รับความเสียหายเมื่อเกิดไฟไหม้ หรือจะเป็นเพราะคำสาปมีอยู่จริงกันแน่? แหวนของวาเลนติโน Rudolph Valentino (1895-1926) ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักแสดงหนังเงียบของฮอลลิวูดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เขาเสียชีวิตจากโรคแผลในกระเพาะอาหารเมื่ออายุได้เพียง 31 ปีเท่านั้น แต่บางคนโทษว่าต้นเหตุของการเสียชีวิตของเขามาจากแหวนที่ซื้อมาจากร้านเครื่องประดับในปี ค.ศ.1920 แหวนวงนี้ประดับด้วยอัญมณีที่เรียกว่า?ตาเสือ (Tiger?s eye)?มีตำนานเล่าไว้ว่า หลังจากวาเลนติโนซื้อแหวนมา เขาก็อวดมันให้กับเพื่อนสนิทดูทันที แต่เพื่อนของเขากลับบอกว่า เขาเห็นภาพนิมิตของวาเลนติโนที่ซีดเผือดและดูคล้ายคนตาย ไม่ว่าเพื่อนของเขาจะเห็นภาพที่ว่าจริงหรือไม่ ภาพยนต์หลังจากนั้นของวาเลนติโนก็ล้มเหลวทางด้านรายได้ แล้วเขาก็เสียชีวืตหลังจากนั้น 6 ปี แต่วาเลนติโนไม่ใช่เหยื่อคนเดียวของแหวนวงนี้ คนรักของเขา Pola Negri ป่วยหนักหลังจากสวมแหวน ซึ่งอาการป่วยที่ว่านี้หนักมากจนทำให้อาชีพการงานของเธอถอยหลังลงคลองและไม่เคยฟื้นกลับมาได้เต็มตัวอีกเลย อีกคนคือ Russ Colombo นักแสดงที่ถูกจ้างมาเล่นเป็นวาเลนติโนในภาพยนต์ชีวประวัติของเขาและได้สวมแหวนเช่นเดียวกัน ถูกยิงโดยอุบัติเหตุไม่กี่วันหลังจากนั้น ต่อมา นักเลงที่ชื่อ Joe Casino ก็ได้เป็นเจ้าของแหวน แต่เขาปฎิเสธไม่ยอมใส่มันจนกว่าคำสาปจะหายไป หลายปีหลังจากนั้น เขาตัดสินใจลองใส่แหวนและไม่กี่สัปดาห์ต่อมาเขาก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ รายชื่อเหยื่อของแหวนวงนี้ยังมีอีก แต่จนถึงช่วงปี ค.ศ.1960 แหวนก็หายสาบสูญไปและหาไม่เจอว่าอยู่ที่ไหน หีบเวทมนต์ เมื่อ 150 ปีก่อน Jacob Cooley สั่งให้ทาสผิวดำชาวแอฟริกัน-อเมริกันชื่อ Hosea สร้างหีบใบหนึ่งเพื่อเป็นของขวัญให้ลูกคนแรกของเขา Hosea ได้สร้างหีบไม้ขึ้นมาอันหนึ่ง แต่ด้วยเหตุใดไม่อาจทราบได้ เจ้านายของเขากลับไม่พอใจในผลงาน เขาทุบตี Hosea อย่างรุนแรงแล้วฆ่าเขาเสีย ทาสคนอื่นสาบานว่าจะล้างแค้นให้กับการตายของเพื่อน พวกเขาใช้เลือดของนกฮูกสาดลงบนหีบ แล้วให้นักเวทมนต์สาปหีบใบนั้นเสีย และไม่รู้ว่าเป็นเพราะเวทมนต์หรืออย่างไร ลูกคนแรกของ Jacob Cooley ตายตั้งแต่ยังเป็นทารก และหลังจากนั้นอีก 4 ปี ก็เกิดการตายที่เกี่ยวข้องกับหีบนี้ขึ้น 17 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คำสาปได้ถูกถอนไปแล้วโดยนักเวทมนต์หญิงคนหนึ่ง และปัจจุบันนี้หีบนี้ก็ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Kentucky History Museum ใน Frankfort ไม้เท้าผีสิง เป็นคุณจะยอมจ่ายเงิน 65,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐเพื่อไม้เท้าเหล็กสักอันไหม? แต่อันนี้พิเศษกว่าอันอื่นนะ เพราะมันคือ??ไม้เท้าผีสิง? (Ghost Cane)?ซึ่งวางขายอยู่บน eBay โดย Mary Anderson หญิงที่อาศัยอยู่ในรัฐอินเดียน่า ผู้ซึ่งหวังไว้ว่าการขายไม้เท้าอันนี้ออกไปจะช่วยให้ลูกชายวัย 6 ปีของเธอหายกลัว เนื่องจากเขาเชื่อว่าวิญญาณของปู่เขายังคงวนเวียนอยู่ในบ้าน ไม้เท้านี้ถูกประมูลถึง 132 ครั้ง และได้รับการรับรองการประมูลซึ่งโดยมากจะไม่ยอมรับสินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องผีหรือวิญญาณ เนื่องมาจากคุณ Anderson คนนี้ยืนยันว่า เธอขายไม้เท้านี้เพื่อให้ลูกชายหายกลัวเท่านั้น นอกจากนั้น เธอยังขอร้องให้ผู้ที่ชนะการประมูลเขียนจดหมายมาบอกลูกชายของเธอว่า ทั้งไม้เท้าและวิญญาณยังอยู่ดีมีสุขอยู่ ปัจจุบันที่อยู่ใหม่ของไม้เท้าผีสิงนี้คือที่คาสิโน Golden Palace บนเกาะ Antigua ที่ๆ มันได้ตั้งโชว์อยู่คู่กับแซสวิสชีสย่างที่ปรากฏเป็นรูปหน้าพระแม่มารี ซึ่งถูกซื้อมาจาก eBay เช่นเดียวกันในราคา 28,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ เรียบเรียง teen.mthai ที่มาข้อมูล?Listverse

เป็นงง! มดปริศนา ไต่ออกจากหู ดญ.ชาวอยุธยา นับ 10ตัว
ข่าวจังหวัดอยุธยา /  ข่าววันนี้ / 

มดปริศนาไต่ออกจากหูดญ. ชาวอยุธยา นับ 10 ตัว  ด้านตาเชื่อเป็น ปลวกเจ้าที่ ขณะที่แพทยสภาแนะไปพบแพทย์ตรวจละเอียดอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยไปรักษาแล้วแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เกิดเรื่องสุดแปลกขึ้นเมื่อดญ.วัย 9 ขวบคนหนึ่งเกิดอาการมีมดไต่ออกมาจากรูหูนับสิบตัว โดยนายอนันต์ พันธเสน อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นตาของเด็กหญิงได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้หลานสาวร้องปวดหู จึงวิ่งมาให้ตากับยายเอามดออกจากหูให้ ซึ่งเวลามดออกมาหลานก็จะร้องเจ็บปวดเพราะมดจะกัดหูของหลาน ด้วยความห่วงใยกลัวได้รับอันตรายไปมากกว่านี้ จึงพาไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา แต่ก็ไม่สามารถตรวจพบสิ่งผิดปกติ ตนจึงพาไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ทำลายรังปลวกที่ขึ้นอยู่ในบ้าน ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นปลวกเจ้าที่ก็ได้ สุดท้ายเลยต้องมาพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดีรายงานไม่ได้ระบุต่ออีกว่า มดหรือปลวกดังกล่าวได้ไต่ออกมาอีกหรือไม่ หลังทำพิธีไป ด้านนพ.สัมพันธ์ คงฤทธิ์ รองเลขาธิการแพทยสภา ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องมดปลวกไปทำรังในหูของเด็กสาวว่า เป็นไปได้ที่จะมีมดแมลงเข้าไปทำรังในหูได้ เพราะมีขนาดจำกัด ไร้อาหาร หากมีมดและแมลงไปทำรังจริง อาจจะทำให้เกิดอาการปวดหูอย่างรุนแรงไม่สามารถอยู่ได้ ฉะนั้นในกรณีดังกล่าว ควรให้เด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจะดีที่สุด MThai news

ประกาศรางวัลผู้โชคดี รับ Gift voucher ซาบีน่า เด็กหญิงมะม่วง
กิจกรรมวัยรุ่น /  ซาบีน่า

ดยทีนเอ็มไทยร่วมกับ ชุดชั้นในซาบีน่า ทำกิจรรม ร่วมกิจกรรมสนุก! ร่วมสนุกลุ้นรับ Gift voucher ซาบีน่า คอลเลคชั่นใหม่ “เด็กหญิงมะม่วง” เพียงตอบคำถามนิดเดียวก็ลุ้นรับ Gift Vouchers มูลค่า 500 บาท ของทางซาบีน่าไปเลย  ..  ประกาศรางวัลผู้โชคดี รับ Gift voucher ซาบีน่า เด็กหญิงมะม่วง ประกาศรางวัลผู้โชคดี รับ Gift voucher ซาบีน่า เด็กหญิงมะม่วง ประกาศรางวัลผู้โชคดี รับ Gift voucher ซาบีน่า เด็กหญิงมะม่วง จำนวน 3 รางวัล 1. manabas 2. Me_Moo 3. seafood_pt ส่งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อกลับมาที่ teen@mthai.com  ภายใน วันที่ 17 ก.ค. 2557 เพื่อรับของรางวัลนะคะ!! โดย เพื่อนๆ ที่ได้รับรางวัล สามารถนำ Gift Vouchers แทนเงินสด ชุดชั้นใน Sabina มูลค่า 500 บาท นี้ใช้แทนเงินสดสำหรับซื้อสินค้า Sabina รุ่น Pretty Perfect ในราคาปกติ และใช้ได้ที่  Sabina’ Shop ทุกสาขา ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ตุลาคม 2557 นี้เท่านั้นนะคะ  ติดตาม Sabina เพิ่มเติมได้ที่ http://www.sabina.co.th/th/ , https://www.facebook.com/sabina.click2

เทรนด์โบ๊ะแป้งขาว ที่แท้เป็นแคมเปญการตลาด+การกุศล
talcumchallenge /  ทาหน้าขาว / 

เทรนด์โบ๊ะแป้งหน้าขาว ที่แท้เป็นแคมเปญการตลาด+การกุศลของแป้งยี่ห้อหนึ่ง จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์บางคนเริ่มเห็นว่าในหน้าฟีดเฟซบุ๊คเต็มไปด้วยรูปเพื่อนโบ๊ะแป้งหน้าขาวเรียกเสียงฮาบนโลกออนไลน์ พร้อมกับท้าคนอื่นต่อคล้ายกระแส Ice Bucket จนหลายคนเริ่มสงสัยว่ากระแสนี้มันมาได้ยังไง โดยหลายคนสงสัยว่าอาจจะเป็นกระแสล้อเลียนเด็กชายทาแป้งหน้าขาวที่ถูกแชร์อยู่บนเฟซบุ๊คก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดมีผู้เผยว่ากระแสโบ๊ะแป้งหน้าขาว หรือ ทาแป้งหน้าขาว เป็นแคมเปญทางการตลาดของแป้งยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีกติกาคือให้ถ่ายรูป/ถ่ายคลิป ทาแป้งในสไตล์ใดก็ได้จากนั้นโพสต์ลงใน Facebook หรือ Instagram พร้อม แฮชแท็ก #talcumchallenge ลุ้นรับของรางวัล แต่จะต้องร่วมกดไลค์ที่แฟนเพจด้วย ซึ่งหากมียอดคนกดไลค์ครบ2,000 ไลค์ ทางบริษัทจะมอบสิ่งของบริจาคให้กับ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีและสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี (เด็กโต) MThai News

10 ที่สุดของตุ๊กตาพาสยอง!!! แห่งโลกภาพยนตร์
10 ที่สุดของตุ๊กตาพาสยอง!!! แห่งโลกภาพยนตร์ /  10 อันดับ / 

เชื่อว่าวัยเด็กคุณผู้ชมทุกท่าน คงผูกพันกับของเล่นอย่างน้อยสักชิ้นสองชิ้น และหนึ่งในสิ่งที่นึกถึงเป็นอย่างแรกคงจะเป็น ตุ๊กตาข้างกายสักตัว ใช่แล้วครับ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ย่อมต้องมีตุ๊กตาตัวโปรด น่ารักน่าชัง เป็นของตัวเอง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในโลกแห่งภาพยนตร์ "ตุ๊กตา" มันก็หาได้นั่งเฉยๆ ให้คุณเอ็นดู แต่จู่ๆ มันอาจขยับ ลุกขึ้นมาจับมีด กรีดต้นขา หรือสบถวาจา ที่จะทำให้คุณช็อก!!! และในวันนี้ Movie.Mthai จะพาคุณผู้ชมไปรู้จัก 10 ที่สุดของตุ๊กตาพาสยอง!!! แห่งโลกภาพยนตร์ ที่มือเล็กๆ ของเหล่าของเล่นตัวน้อยนี้ จะทำให้คุณหวาดผวา จนกลัวว่าตุ๊กตาที่อยู่ในห้องนอนของคุณตอนนี้ อาจไม่ได้น่ารักอย่างที่คิด และลุกขึ้นมาสะกิดหลังคุณโดยไม่รู้ตัว... 10 ที่สุดของตุ๊กตาพาสยอง!!! แห่งโลกภาพยนตร์ จิ๊กซอว์ (Saw) ตัวแทนแห่งฆาตกรต่อเนื่องผู้ชื่นชอบการทรมานจิตใจ ที่เมื่อใดคุณเห็น จิ๊กซอว์ ปรากฏตัวออกมา ไม่ว่าจะหน้าจอทีวี หรือพร้อมจักรยานสามล้อ นั่นหมายความว่า ชีวิตคุณกำลังแขวนอยู่เกมแห่งความตาย เตรียมตัวเตรียมใจที่จะค่อยๆ ตายอย่างทรมาน หรือรอดด้วยการยอมประหารร่างกายจนแทบกลายเป็นชิ้นเนื้อ...ได้เวลาเล่นเกมแล้ว อยากอยู่หรือตาย คุณเลือกเอาละกัน... ---------------------------------- ตัวตลก (Poltergeist) สำหรับเด็กบางคน ตัวตลก อาจมอบความบันเทิง แต่ตุ๊กตาตัวตลก แห่ง Poltergeist นอกจากจะขำไม่ออกแล้ว อาจทำให้คุณหยุดหายใจ และสร้างภาวะหวาดกลัวตัวตลกให้ฝังใจเด็กี่ได้เห็นมัน และเข็ดขยาดไปจนโต ระวังตัวคุณไว้ให้ดี ตัวตลกตัวนี้ ไม่ได้ตลก อย่างที่คุณคิด และนอกจากเจ้าตัวตลกนี้แล้ว Poltergeist จะทำให้คุณอยากกลับบ้าน ไปยกทีวีเอาไปทิ้งอย่างเร็วที่สุดด้วย...   ------------------------------- หุ่นพากย์เสียง (Magic) ผลงานในอดีต ของ แอนโธนี ฮอปกิ้นส์ อนาคตจิตแพย์อัจฉริยะจอมโหด ฮันนิบาล เล็คเตอร์ ที่เคยอุ้มตุ๊กตาพากย์เสียงสุดสยอง ใน Magic มาบอกเล่าเรื่องราวในโรงเรียมัธยม แต่ด้วยสีหน้าแววตาของตุ๊กตาตัวนี้ ไม่ว่าเรื่องที่มันจะเล่าคืออะไร มันก็สามารถทำให้คุณสั่นไปถึงจิตใจ เพียงแค่มันกะพริบตา -------------------------------- ซูนิ (Trilogy of Terror) ตุ๊กตาอาถรรพ์ ซูนิ แห่ง Trilogy of Terror จะฉีกทุกกฎตุ๊กตาที่คุณมักจะหลงใหลใคร่ปลื้ม เพราะมันทั้งน่าเกลียด น่ากลัวเหมือนเกิดมาเผื่องับหัวคุณโดยเฉพาะ! ด้วยรูปร่างหน้าตาบิดเบี้ยว แถมยังมีท่าทางกราดเกรี้ยว ป่าเถื่อนแบบชนพื้นเมืองในป่าลึก ควงหอกด้ามยาว และฟันคมกริบ ที่จะมาวิ่งไล่ล่าชนิดไม่ลดละ และทำให้คุณหวาดเสียว เหมือนจะโดนมันงับน่องเข้าจริงๆ ---------------------------------- ชัคกี้ (Child's Play) ชัคกี้ นามใหม่สุดไฉไลของตุ๊กตากู้ดกายส์ ที่ถูกวิญญาณสิง และคุณผู้ชมที่ได้เคยได้สัมผัสความเสียสติ โรคจิต และบ้าคลั่งในการฆ่าไม่บันยะบันยังของมัน ก็รับประกันเป็นเสียงเดียวกันว่า คงหวาดกลัวตุ๊กตาไปอีกนาน และทำให้ของเล่นที่น่าจะทำให้เด็กโตมาเป็นคนดีตามชื่อเดิมนี้ สร้างความสยองขวัญเลือดสาดแบบไม่ได้มีโอกาสเติบโตซะฉิบ! ------------------------------ ซูซี่ (May) เมย์ คือ ผู้หญิงที่ปรารถนาเพื่อนที่สมบูรณ์แบบอย่างแรงกล้า และจะมีอะไรสมบูรณ์ไปเท่าตุ๊กตา ซูซี่ ที่เพียงนั่งจ้องกลับมาผ่านกระจก ก็ทำให้คุณหนาวเยือกขนลุก และเข็ดขยาดหญิงสาวที่มาพร้อมกับของมีคม ที่กำลังจะตามมาจ่อถึงคอหอยของคุณ เพียงคุณจ้องเจ้าตุ๊กตาไร้พิษสงตัวนี้เพียบสักแว่บ คุณอาจจะสติแตกได้โดยไม่รู้ตัว ------------------------------ เบลด (Puppet Master) เบลด มือมีดจอมโหด แห่งกล่องของเล่นสยองขวัญใน Puppet Master ที่เพียงแค่คุณเห็นมันเดินมาหา ก็จะพานพบกับฝันร้ายชนิดไม่รู้ลืม ด้วยใบหน้าขาวโพลนราวโครงกระดูก ดวงตาลึกโบ๋ และมีดคมกริบ ที่พร้อมกรีดเนื้อคุณให้หลุดเป็นแว่นๆ พร้อมรอยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวบนใบหน้า..และโปรดรู้ไว้เลยว่านอกจาก เบลด แล้ว Puppet Master พร้อมจะเสิร์ฟความสยองจากของเล่นตัวอื่นให้คุณได้กรีดร้องอีกเยอะ ระวังอย่างตายไปซะก่อนละกัน ------------------------------- ดอลลี่ (Dolly Dearest) ยังจำตุ๊กตาที่มีขนาดเท่ากับตัวเรา เมื่อตอนยังเด็กได้ไหมครับ นัยหนึ่งมันอาจดูเป็นเพื่อน แต่อีกนัยหนึ่งมันก็ดูน่าเกลียดน่ากลัวอย่างสมจริง เหมือนอย่าง ดอลลี่ แห่ง Dolly Dearest ที่ตุ๊กตาเด็กหญิงหน้าตาธรรมดา ก่อนจะค่อยๆกลายสภาพจนน่าขวัญผวา ชวนคลื่นไส้ มิหนำซ้ำมันจะพ่นเสียงแหบพร่า เดินเข้าหาพร้อมกรรไกรในมืออีกต่างหาก! รับรองได้ว่า ดอลลี่ จะำให้คุณมองตุ๊กตาเด็กหญิงน้อยๆ ทั่วไปนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป --------------------------------- บิลลี่ (Dead Silence) ก่อนที่ทุกคนจะรู้จัก เจมส์ วาน ที่สร้างความสยองสุดขั้วใน The Conjuring เจ้าตุ๊กตาผูกหูกระต่าย บิลลี่ แห่ง Dead Silence คือผลผลิตความกลัวขั้นสุดอีกหนึ่งตัว ตุ๊กตาพากย์เสียงท่าทางผู้ดีตัวนี้ เพียงแค่ขยับปาก และกรอกตาคู่นั้นมาหาคุณเบาๆ รับรองว่ามันจะทำให้คุณขนลุกขนพอง และกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง... -------------------------------- แอนนาเบลล์ (Annabelle) หลังขโมยซีนเพียงน้อยนิด แต่ชวนหวีดแบบถล่มทลายใน The Conjuring มาแล้ว ตุ๊กตาสุดเฮี้ยน แอนนาเบลล์ ก็ได้ออกอาละวาดในภาคแยกของตัวเอง แต่สิ่งที่ชวนให้คุณขวัญผวามากกว่าตุ๊กตาตัวใดๆ คือ เจ้าตุ๊กตาเด็กสาว แอนนาเบลล์ ตัวนี้ มันมีอยู่จริง! เฮี้ยนจริง! และหวุดหวิดจะดับลมหายใจของคนที่พบกับมันมาแล้วมากมาย!! จนต้องถูกนำไปขังใส่ตู้กระจกปิดผนึก ที่พิพิธภัณฑ์ของครอบครัววอร์เรน นักปราบปีศาจ แถมยังต้องติดป้ายไว้ว่าห้ามแตะต้องเด็ดขาด!! เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง แอนนาเบลล์ จะเฮี้ยน หลอนสะพรึงขนาดไหน เชิญไปพิสูจน์กันได้ในโรงภาพยนตร์นะคุณผู้ชม ได้เห็น 10 ที่สุดของตุ๊กตาพาสยอง!!! แห่งโลกภาพยนตร์ กันไปแล้ว กลับบ้านไปก็อย่าลืมมองดูตุ๊กตาในห้องคุณให้ดีๆ ไม่แน่ว่าบางทีมันอาจเปลี่ยนท่า ย้ายที่ หรือแม้แต่พยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับคุณอยู่ ถ้าไม่เชื่อ ลุกไปดูพวกเขาใกล้ๆ สิ....  ----------------------------------

Big Eyes
Big Eyes /  Tim Burton / 

Big Eyes เรื่องราวชีวประวัติของ มาร์กาเร็ต คีน (เอมี อดัมส์) ศิลปินที่โด่งดังเป็นอย่างมากใน ยุค’50 จากผลงานภาพวาดคาแร็กเตอร์ เด็กหญิงตาโต อันเป็นเอกลักษณ์ จนวันหนึ่งก็บังเกิดเรื่อง เมื่อ วอลเตอร์ (คริสตอฟ วอลซ์) อดีตคนรักของเธอ ได้ยื่นฟ้องศาลว่าตนเองต่างหากคือเจ้าสิทธิ์อันชอบธรรม และเป็นคนวาดภาพเด็กหญิงตาโตเหล่านี้ จนเกิดเป็นการต่อสู้ในชั้นศาลเป็นเวลานาน ก็จะนำไปสู่การตัดสินที่ฮาร์ดคอร์แบบให่ต่างคนต่างวาดภาพขึ้นมาใหม่ ใครวาดเหมือนของเก่ากว่า ก็ชนะคดีไป! --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สุดช็อคเด็กญี่ปุน 6 ขวบถูกฆ่าหั่นศพยัดถุงพลาสติก
ฆ่าหั่นศพ /  ฆ่าหั่นศพเด็กญี่ปุ่น / 

สุดสะเทือนขวัญ เด็กญี่ปุน 6 ขวบถูกฆ่าหั่นศพยัดถุงพลาสติก ในเมืองโกเบประเทศญี่ปุ่น วันนี้(24 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พบศพเด็กหญิงวัย 6 ขวบถูกฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วนใส่ในถุงพลาสติกหลายใบ เหตุสะเทือนขวัญเกิดในเมืองโกเบประเทศญี่ปุ่น เจ้าหน้าตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยว่าพบชิ้นส่วนศพของเด็กหญิงถูกชำแหละใส่ถุงพลาสติกและถูกทิ้งไว้ใกล้กับบ้านของผู้ตายเอง ด้านเจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยผลการตรวจดีเอ็นเอและยืนยันว่าชิ้นส่วนศพที่พบคือ ด.ญ.มิเรอิ อิคูตะ เด็กที่หายตัวไปในเมืองโกเบทางตะวันตกของญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่11 กันยายนที่ผ่านมา ภาพประกอบข่าว ทั้งนี้ สื่อรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชายวัย 47 ปีที่อาศัยอยู่ใกล้บ้านของเด็กหญิง คาดว่าอาจรู้เห็นกับเหตุดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีสะเทือนขวัญของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เนื่องญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถิติคดีอาชญากรรมต่ำที่สุดในโลกและแทบไม่มีคดีความรุนแรง จึงถือว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดกับเด็กวัยเพียง 6 ขวบที่เดินจากโรงเรียนกลับบ้านเพียงลำพัง MThai News ขอบคุณ ข้อมูลจากสำนักข่าวไทย

ที่สุด 9 สาวแปลก กินเนสบุ็คเวิลด์เรคคอร์ด
กินเนสบุ็ค /  ที่สุดในโลก / 

เรื่องแปลกบนโลกนี้ก็มีมากมายหลายหลากจริงๆ นะ ยิ่งเดี๋ยวนี้เรื่องแปลกเยอะจนแทบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่วันนี้ เรามีสาวๆที่แปลกได้ใจ กินเนสบุ๊คเวิลล์เรคคอร์ด มาฝากกัน 9 คน ต้องบอกเลยว่าแปลกจริงนะจ๊ะ เพราะเขาการันตีว่าเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ใครได้ลงกินเนสบุ๊คนี่บอกเลยว่า เจ๋งจริงเหอะ มาดูดีกว่า มีสาวคนไหนแปลกแบบเจ๋งๆกันบ้าง 1. ผู้หญิงที่เอวเล็กที่สุดในโลก ไม่โฟโตชอป ไม่ตัดต่อรูปอะไรทั้งนั้นนะจ๊ะ เคที่ จัง คุณป้าสุดแซ่บเจ้าของเอว 15 นิ้ว! หรือประมาณ 38 เซนติเมตร จนร่างของเธอเหมือนนาฬิกาทรายของจริง โดยเธอสถาปนาตัวเองเป็นราชินีของวงการชุด Corset โดยเธอสวม corset (ชุดในภาพ) ที่ทั้งแน่น คับ  เป็นเวลาราวๆ 1 ปี และได้ลงกินเนสบุ๊ค เวิลเรคคอร์ด ในปี 2007 ว่าเป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่ที่เอวเล็กที่สุดในโลก  แต่ถ้านับรวมหญิงเสียชีวิตด้วยก็จะตกไปอยู่ที่ Ethel Granger  ที่มีเอวเพียง 13 นิ้วเท่านั้น  2. ผู้หญิงที่ขายาวที่สุดในโลก Svetlana Pankratova  สาวรัสเซียเจ้าของสถิติกินเนสบุ็ค  ผู้หญิงที่ขายาวที่สุดในโลก โดยมีขายาวอยู่ที่ 132 เซนติเมตร  และมีความสูงอยู่ที่ 196 เซนติเมตร ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังมีเท้าไซส์บิ๊กเบิ้มอยู่ที่เบอร์ 13 US  หรือ 46 EU โดยในอดีตเธอเป็นทีมชาติบาสเกตบอลของสหรัฐอเมริกา โดยในภาพคือ ภาพถ่ายกับผู้ชายจีนที่ตัวเล็กที่สุดในโลก He Pingping ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว 3.ผู้หญิงที่มีหนวดยาวที่สุดในโลก Vivian Wheeler  คุณป้ารัฐอิลลินอยส์ ร่างกำเนิดมีสองเพศ แต่คุณหมอได้ทำการแปลงให้วิเวียนเป็นสาวเต็มตัว เธอจึงกลายเป็นเจ้าของสถิติผู้หญิงที่มีหนวดยาวที่สุดในโลก โดยคุณพ่อของเธอยืนยันว่า เธอเริ่มโกนหนวดตั้งแต่อายุ 7 ขวบเลยทีเดียว 4.ผู้หญิงที่ลิ้นยาวที่สุดในโลก สาวนักเรียนเยอรมัน  Annika Irmler สาวน้อยลิ้นยาวที่สุดในโลกของ กินเนส บุ๊ค เวิลเรคคอร์ด เจ้าของลิ้น 7 เซนติเมตร เธอเลียไอติมได้ถึงโคนเลยทีเดียว  5. ผู้หญิงที่มีเล็บยาวที่สุดในโลก Lee Redmond สาวจากยูท่าห์ ที่ไม่เคยตัดเล็บตั้งแต่ปี 1979 และดูแลเล็บอย่างดีจนมีความยาวถึง 8.65 เมตร และได้สถิติผู้หญิงที่มีเล็บยาวที่สุดในโลก แต่น่าเสียดายค่ะ เพราะเธอเพิ่งจะเสียเล็บยาวเฟื้อยนี้ไปเมื่อปี 2009 เพราะอุบัติเหตุรถชน 6. ผู้หญิงที่ผมยาวที่สุดในโลก สาวไหนไว้ผม ยาวละก็ เจอป้า Xie Qiuping  มีหนาวละก๊าา เจ้าของสถิติผู้หญิงที่ผมยาวที่สุดในโลก ก็คุณป้าผมยาวถึง 5.627 เมตร เลยนะ โดยเธอยืนยันว่าไม่เคยตัดผมเลยตั้งแต่อายุ 13 ในปี 1973 ถ้านับถึงวันนี้ป้าแกก็ไว้ผมยาวมา 41 ปีเลยนะเธอ !! 7. ผู้หญิงวัยรุ่นที่เตี้ยที่สุดในโลก Jyoti Amge  เจ้าของสถิติผู้หญิงวัยรุ่นที่เตี้ยที่สุดในโลก เธอคือสาวอินเดียอายุ 21 ปี เจ้าของความสูง 62.8 cm  โดยยอมรับว่าแรกๆ เธอไม่อยากจะไปไหน ไม่อยากออกจากบ้าน กลัวสายตาผู้คน แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่า การที่เธอตัวเล็กจิ๋วนี้ ทำให้เธอมีชื่อเสียง ได้ไปลอนดอน ญี่ปุ่นและอีกมากมาย มีความสุขจะตาย 8. ผู้หญิงที่มีหน้าอกธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก Annie Hawkins-Turner สาวอเมริกัน เจ้าของสถิติหน้าอกธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยไซส์ 48V (ซึ่งเป็นไซส์ที่ไม่มีผลิต) โดยเธอบอกว่า เธอเริ่มใส่เสื้อในแบบผู้ใหญ่ตั้งแต่อนุบาล 3 เลยล่ะจ้า 9. วัยรุ่นหญิงที่มีขนเยอะที่สุดในโลก ด.ญ.สุพัตรา สะสุพันธุ์ หรือ น้องแนท วัย 14 ปี สาวน้อยจากเมืองไทย ได้รับการบันทึกสถิติจาก กินเนสส์ เวิร์ล เรคคอร์ด ในฐานะ "เด็กหญิงผู้ที่มีขนยาวดกที่สุดในโลก" น้องแนทบอกว่า เธอไม่เคยเสียใจเลย ที่ตัวเองมีขนบนหน้า แถมยังบอกอีกว่า เธอมีความสุขดี และมีเพื่อนมากมายที่โรงเรียน  แถมยังได้เดินทางไปถ่ายทำรายการ Lo Show dei Record ที่อิตาลีมาแล้วด้วย เรียบเรียงโดย  Women Mthai Team ที่มาจาก oddee.com , guinnessworldrecords.com