เด็กหญิง

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วงละครเหยี่ยวรัตติกาล และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตนละครเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง ละครเหยี่ยวรัตติกาล แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น ละครเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

รันทดกว่านิยาย!เงินแค่1,400 ปู่พิการ-หลาน4 ใช้ยังไงทั้งเดือน
คนตกยาก /  ช่วยเหลือ / 

วอนช่วย! ปู่พิการแขนขาด เลี้ยงหลานเรียนดี-กตัญญู 4 คน ด้วยเงินแค่ 1,400 บาท/เดือน เคราห์ซ้ำ จ่อหยุดส่งหลานเรียน เหตุไร้เงิน-ยากจนหนัก ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ 3/16 ม.10 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง พบ นายมานพ ศรีจันทร์ดี อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของบ้าน พิการแขนขาด 1 ข้าง และต้องเลี้ยงหลานอีก 4 คน หลังที่พ่อของเด็กเสียชีวิต และแม่เด็กได้ไปมีครอบครัวใหม่ โดยคุณปู่มานพ ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองนั้นไม่มีรายได้อะไรจากการทำงาน แต่ต้องเลี้ยงหลาน ๆ ทั้ง 4 คน คือ เด็กหญิงชุติมา ศรีจันทร์ดี อายุ 14 ปี เด็กชายจารุพัจน์ ศรีจันทร์ดี อายุ 12 ปี เด็กหญิงฉัตรฟ้า ศรีจันทร์ดี อายุ 6 ปี และเด็กหญิงจันจิรา ศรีจันทร์ดี อายุ 3 ปี ซึ่งเป็นคนสุดท้อง เนื่องจาก พ่อของเด็กๆ ได้เสียชีวิตลงเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และแม่ของเด็กก็ไปมีครอบครัวใหม่ ทุกวันนี้ตนเองมีแค่เพียงเบี้ยคนพิการและเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งรวมกันแล้วจะมีเงินเพียง 1,400 บาทต่อเดือน ซึ่งแค่ค่ากับข้าวก็ยังไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงหลานได้ถึงเดือน แต่ยังดีมีหลานชายที่ตอนเช้ามืดของทุกวัน จะออกไปเดินตามพระ ขณะที่ออกบิณฑบาต จึงพอที่จะได้มีกับข้าวที่ให้ทุกคนได้กินกันบ้าง นอกจากนั้นยังมีค่าเล่าเรียน ของหลานทั้งสองคนที่จะต้องจ่าย อีกทั้งเด็กหญิง ชุติมา ยังเป็นเด็กที่เรียนเก่งได้เงินทุนการศึกษา ปีละ 3,000 บาท มาโดยตลอด ส่วนเรื่องผลการเรียนนั้น ในเทอมที่ผ่านมา หลานสาวได้เกรดเฉลี่ยสูงถึง 3.91 เนื่องจากเป็นเด็กที่รักการเรียนเป็นชีวิตจิตใจ แต่คงจะต้องหยุดเรียนแค่เพียงในระดับชั้น ม.2 เนื่องจากตนเองไม่รู้จะหาเงินจากตรงไหนมาให้หลาน ขณะที่ตนเอง เคยไปสมัครงานหลายที่ แต่ก็ไม่เคยมีใครรับเข้าทำงาน อาจจะเนื่องด้วยความพิการของเรา และอายุที่ชราลงอีกด้วย ตอนนี้ตัวเองก็อายุมากขึ้น ห่วงแต่หลาน ๆ ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเท่านั้น จึงอยากวอนขอความเมตตาจากท่านผู้ใจบุญช่วยสงเคราะห์ให้ความเมตตา ให้หลาน ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือสูง ๆ ตามที่เค้าตั้งใจ เพื่อที่จะได้มีความรู้ มีวิชาชีพได้เลี้ยงได้เลี้ยงตัวเอง และน้อง ๆ กันได้ เพราะตัวเองก็ไม่ได้มีสมบัติอะไร มีเพียงบ้านและที่ดินที่อาศัยอยู่เพียงเท่านี้ คงเก็บไว้ให้พวกเขาทั้ง 4 คนได้อยู่อาศัยต่อไป ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ 3/16 ม.10 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง พบ นายมานพ ศรีจันทร์ดี อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของบ้าน พิการแขนขาด 1 ข้าง และต้องเลี้ยงหลานอีก 4 คน หลังที่พ่อของเด็กเสียชีวิต และแม่เด็กได้ไปมีครอบครัวใหม่ โดยคุณปู่มานพ ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองนั้นไม่มีรายได้อะไรจากการทำงาน แต่ต้องเลี้ยงหลาน ๆ ทั้ง 4 คน คือ เด็กหญิงชุติมา ศรีจันทร์ดี อายุ 14 ปี เด็กชายจารุพัจน์ ศรีจันทร์ดี อายุ 12 ปี เด็กหญิงฉัตรฟ้า ศรีจันทร์ดี อายุ 6 ปี และเด็กหญิงจันจิรา ศรีจันทร์ดี อายุ 3 ปี ซึ่งเป็นคนสุดท้อง เนื่องจาก พ่อของเด็กๆ ได้เสียชีวิตลงเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และแม่ของเด็กก็ไปมีครอบครัวใหม่ ทุกวันนี้ตนเองมีแค่เพียงเบี้ยคนพิการและเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งรวมกันแล้วจะมีเงินเพียง 1,400 บาทต่อเดือน ซึ่งแค่ค่ากับข้าวก็ยังไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงหลานได้ถึงเดือน แต่ยังดีมีหลานชายที่ตอนเช้ามืดของทุกวัน จะออกไปเดินตามพระ ขณะที่ออกบิณฑบาต จึงพอที่จะได้มีกับข้าวที่ให้ทุกคนได้กินกันบ้าง นอกจากนั้นยังมีค่าเล่าเรียน ของหลานทั้งสองคนที่จะต้องจ่าย อีกทั้งเด็กหญิง ชุติมา ยังเป็นเด็กที่เรียนเก่งได้เงินทุนการศึกษา ปีละ 3,000 บาท มาโดยตลอด ส่วนเรื่องผลการเรียนนั้น ในเทอมที่ผ่านมา หลานสาวได้เกรดเฉลี่ยสูงถึง 3.91 เนื่องจากเป็นเด็กที่รักการเรียนเป็นชีวิตจิตใจ แต่คงจะต้องหยุดเรียนแค่เพียงในระดับชั้น ม.2 เนื่องจากตนเองไม่รู้จะหาเงินจากตรงไหนมาให้หลาน ขณะที่ตนเอง เคยไปสมัครงานหลายที่ แต่ก็ไม่เคยมีใครรับเข้าทำงาน อาจจะเนื่องด้วยความพิการของเรา และอายุที่ชราลงอีกด้วย ตอนนี้ตัวเองก็อายุมากขึ้น ห่วงแต่หลาน ๆ ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเท่านั้น จึงอยากวอนขอความเมตตาจากท่านผู้ใจบุญช่วยสงเคราะห์ให้ความเมตตา ให้หลาน ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือสูง ๆ ตามที่เค้าตั้งใจ เพื่อที่จะได้มีความรู้ มีวิชาชีพได้เลี้ยงได้เลี้ยงตัวเอง และน้อง ๆ กันได้ เพราะตัวเองก็ไม่ได้มีสมบัติอะไร มีเพียงบ้านและที่ดินที่อาศัยอยู่เพียงเท่านี้ คงเก็บไว้ให้พวกเขาทั้ง 4 คนได้อยู่อาศัยต่อไป ขณะเดียวกัน ทางด้านพันตำรวจโท ศราณุ โสมทัต และ พันตำรวจโท ชวลิต ศาสตร์เวช รองผู้กำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปรามชุดคอมมานโด ได้ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือ ครอบครัวคุณปู่มานพ ด้วยการมอบทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายภายในบ้านบางส่วน เพื่อไปชำระค่าเล่าเรียนของปีที่ผ่านมาที่ค้างชำระไว้ เพื่อน้องจะได้มีโอกาสศึกษาต่อ เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการเปิดสมุดบัญชีเงินฝาก หากมีผู้ที่มีความเมตตาสงสารจะร่วมสมทบทุน ก็สามารถบริจาค ผ่านชื่อบัญชี นายมานพ เพ็งเหล่า(จนท.กองปราบฯผู้ประสานงานเคทนี้) และ นายมานพ ศรีจันทร์ดี (คุณปู่มานพ) เลขที่บัญชี 118-0-49750-3 ธนาคาร กรุงไทย สาขา อ่างทอง หรือ เบอร์โทรสอบถามได้ที่เบอร์ 094-4252706 (คุณปู่มานพ) ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com MThai News

เด็กสาววัย 9 ขวบที่ชอบโดนรังแกกลายเป็นผู้ชนะภารกิจสุดโหดในหน่วย SEAL
มิลลา บิซซอตโต /  หน่วยSEAL / 

เมื่อโดนเพื่อนที่เกเรและตัวหใญ่กว่ารังแก สาวน้อยที่วัยเพียง 9 ขวบโดนเพื่อนแกล้งเธอทำได้แต่เพียงไปฟ้องพ่อ แต่ความคิดของพ่อได้เปลี่ยนแปลงให้ลูกสาวแข็งแกร่งขึ้น สอนให้เธอเข้มแข็งฝึกการป้องกันตัวเพื่อให้เธอดูแลตัวเองได้ และได้แสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอไม่ได้อ่อนแอ เด็กสาววัย 9 ขวบที่ชอบโดนรังแกกลายเป็นผู้ชนะภารกิจสุดโหดในหน่วย SEAL หนูน้อยน่ารักคนนี้เธอชื่อ มิลลา บิซซอตโต เด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ที่มีน้ำหนักตัว 24 กิโลกรัม เพิ่งผ่านภารกิจแสนโหดใน Battlefrog BFX24  ที่ออกแบบการแข่งขันโดยกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เป็นการวิ่งวิบากติดต่อกันถึง 24 ชั่วโมง ใช้เวลาฝึกฝนเพียง 9 เดือนเท่านั้น โดยฝึกสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 3 ชั่วโมง มิลล่าเริ่มฝึกฝนง่ายๆ จากวิ่งออกกำลังกาย และสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมันเล็กๆ ของเธอ เพิ่มความสามารถให้หนักขึ้นมาเรื่อยๆ ตามลำดับโดยมีพ่อที่เป็นเจ้าของฟิสเนสเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวเฝ้าอย่างใกล้ชิด ในการแข่งขัวเธอทำทุกอย่างสำเร็จโดยวิ่งระยะทางไกลทั้งหมดกว่า 58 กิโลเมตร เเบ่งเป็นว่ายน้ำระยะทาง 8 กิโลเมตร และฝ่าด่านอุปสรรคอีก 25 ด่าน เช่น ปีนเชือก คลานลอดรั้วหนามไปกับโคลน และปีนข้ามกำแพงสูง เมตร เป็นผู้เข้าแข่งขันที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี และได้เข้าเส้นชัย ด่านต่างๆ ที่ผ่านมาไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย ที่มาจาก dailymail

สลด! หนุ่มบุกยิงสาว กลางเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ก่อนยิงตัวตายตาม
ทะเลาะวิวาท /  ยิงกันตาย / 

หนุ่มบุกหญิงสาว เสียชีวิตกลางห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ก่อนยิงตัวตายตาม ด้านเด็กหญิงเดินห้างโดนลูกหลง วันนี้ (14 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.57 น. เกิดเหตุยิงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน และเสียชีวิต 1 ราย ภายในห้างดังย่านรัตนาธิเบศร์ บริเวณชั้นที่ 2 หน้าร้านไอ สตูดิโอ พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งทีมข่าว MThai News จะได้รายงานให้ทราบต่อไป คืบหน้าล่าสุด เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ชาย 1 หญิง 1 โดยฝ่ายชายก่อเหตุยิงฝ่ายหญิงเสียชีวิต แล้วยิงตัวเองตาม ส่วนเด็กหญิงที่เดินห้างวัย 9 ขวบ โดนลูกหลงบาดเจ็บที่ คอ อาการปลอดภัย ที่มา : @js100radio / @fm91trafficpro MThai News

กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา พัก 1 ปีปั๊มเพิ่มอีกคน!!
กระแต ศุภักษร /  กระแต คลอดลูก / 

เพิ่งจะได้กำหนดผ่าคลอดลูกสาวสุดน่ารักน่าชังไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท โดย นพ.เทวินทร์ เดชเทวพร พร้อมกับตั้งชื่อให้ลูกสาวสุดที่รักว่า น้องเจ้าขา ล่าสุดวันนี้ (8พ.ค.59) กระแต ศุภักษร ควงคู่สามีสุดที่รัก หลุยส์ อาทิตย์ ออกมาแถลงข่าวพร้อมกับอุ้ม น้องเจ้าขา มาเผยโฉมหน้าให้สื่อมวลชนได้เห็นกันชัดๆ เผยลูกสาวแข็งแรงสมบูรณ์ ให้ชื่อเล่นว่าน้องเจ้าขา ชื่อจริงว่า เด็กหญิงปุณณชา เรืองสมบูรณ์ แปลว่า ผู้ที่เกิดมาบริบูรณ์เพียบพร้อม โดยมีน้ำหนักแรกคลอด 3,340 กรัม เปิดใจก่อนคลอดตื่นเต้นมาก ปลื้มสมบูรณ์แล้วสำหรับคำว่าครอบครัว แต่อยากมีเพิ่มอีกคน เพื่อนๆ แวะเวียนมาหาทุกวันแนะเคล็ดให้สามีดื่มนมแม่จะได้อยู่ในโอวาท สำหรับงานในวงการบันเทิงยังรับต้องขึ้นอยู่กับงาน ความรู้สึกคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง? กระแต: ค่อนข้างที่จะตื่นเต้นก่อนคลอดอยู่แล้ว ได้รู้สึกถึงทุกเสียงของน้องตั้งแต่ออกมา ตอนนั้นมีสติ จะถามตลอดว่าหมอทำอะไรอยู่ เขาจะคอยบรรยาย เราก็บอกไม่ให้ถ่ายเรา ถ่ายน้อง น้องตัวยาว ไม่ได้อ้วนนะคะ ผ่าตามฤกษ์เลยประมาณ 9 โมงกว่าๆ หลุยส์: ได้เห็นหน้าน้องก็ปลื้มปิติครับ ที่มาของชื่อ น้องเจ้าขา มาจากอะไร? กระแต: ไม่รู้อ่ะ คือกระแตอยากได้ภาษาไทย ออกแนวเหนือๆ หน่อย แต่มีคนใช้เยอะแยะ เราชอบคำว่าเจ้า เลยมาลงที่ชื่อนี้ เป็นคำพูดน่ารักๆ ด้วย ได้ชื่อก่อนคลอดไม่เท่าไหร่เอง ตอนแรกมีหลายชื่อมาก แต่หลุยส์เขาเฉยๆ พอบอกเจ้าขาเขาก็บอกน่ารักดีนะ เลยสรุปเอาชื่อนี้ หลุยส์: คิดว่าเข้ากับเขาที่สุดแล้ว มีแต่คนบอกหน้าตาเหมือนพ่อมาก? กระแต: ลูกสาวเหมือนพ่อแฮปปี้นะ เตรียมตัวยังไงตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา? กระแต: เตรียมร่างกายอย่างเดียวค่ะ แต่ของไม่ได้เตรียมเลย ก่อนหน้าใครจะให้ของมาก็ขอเอาให้คนอื่นไปก่อน ตอนนี้วันแรกเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนเอามาให้จนครบเลย ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มแล้ว ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ เป็นคุณแม่แล้ว เป็นยังไงบ้าง? กระแต: ตอนแรกก็เป็นห่วงว่าเราจะเลี้ยงเขาเป็นอย่างไรบ้าง น้องเลี้ยงง่าย กระแตจะเลี้ยงน้องเองตลอดที่อยู่ในห้อง มีพยาบาลมาหาที่ห้อง ตอนนี้เลี้ยงง่ายนะคะ(หัวเราะ) แต่คนอื่นบอกเตรียมนอนไว้เยอะๆ เลยนะเดี๋ยวจะไม่ได้นอน แต่เราก็ได้นอนพร้อมเขาตื่นพร้อมเขา ตั้งใจจะเลี้ยงเองเลยใช่ไหม? กระแต: ตั้งใจจะเลี้ยงเองค่ะ จากนี้งานในวงการยังรับอยู่หรือเปล่า? กระแต: ขึ้นอยู่กับงานค่ะ แต่ซีรีส์ยาวๆ อาจไม่รับ ด้านหลุยส์จะเบรกการแข่งรถเลยไหม? กระแต: เดี๋ยวอีกเดือนกว่าๆ เขาก็ไปแข่งแล้ว หลุยส์: คงคิดถึงครับ เดี๋ยวต้องไปแข่งอีก รีบไปรีบกลับ เห่อมาก จะหวงไหมยังไม่รู้เลย วันนี้เย็นๆ ก็กลับบ้านแล้ว จากนี้น่าจะพร้อมเลี้ยงตลอด พาน้องกลับบ้าน กังวลอะไรเป็นพิเศษไหม? กระแต: ไม่ค่ะ เพราะเขาไม่งอแง ได้ปรึกษาเพื่อนๆ บ้างหรือยัง? กระแต: แต่ละคนมาเกือบทุกวัน มาอุ้ม มาช่วยแนะนำตลอด หลุยส์: เขาบอกให้สามีกินนมแม่(หัวเราะ) กระแต: เขาบอกให้สามีกินแล้วจะอยู่ในโอวาท(หัวเราะ) เราก็แตะๆ ให้เขาชิม ครอบครัวสมบูรณ์แบบแล้ว? หลุยส์: มันก็สมบูรณ์สำหรับคำว่าครอบครัวแล้วครับ ก็อยากมีอีกสักคน กระแต: ตอน 8-9 เดือน เราท้อนะ เพราะทำอะไรไม่ได้ ก็บอกไม่เอาแล้ว แต่พอได้เห็นหน้าเขา เราถามหมอเลยว่ามีได้อีกเมื่อไหร่ หมอบอก 6 เดือน แต่เราคงเว้นสักปี จะเพศไหนก็ได้ค่ะ ปล่อยตามธรรมชาติ ไปจดทะเบียนสมรสมาแล้ว? หลุยส์: จดแล้วครับ แต่กระแตยังไม่ได้เปลี่ยนนามสกุลเลย ไม่มีเวลา เดี๋ยวคงไปเปลี่ยน รอผอมถ่ายรูปสวยๆ ถ่ายบัตรประชาชนใหม่ เปลี่ยนเป็นนางด้วย ตั้งใจเลี้ยงลูกยังไงบ้าง? หลุยส์: อยากให้มีวินัยแบบฝรั่งครับ คุณพ่อจะดุไหม? หลุยส์: ยังไม่รู้เลยครับ จะให้น้องลุยๆ เหมือนกันไหม? กระแต: ถ้าเขาชอบกระแตก็ส่งเลยค่ะ เพราะเราก็ชอบอยู่แล้ว กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา กระแต-หลุยส์ แถลงคลอดน้องเจ้าขา

อะเดล ใช้ภาพวัยเด็ก โปรโมทเพลงใหม่ When We Were Young
Adele /  Entertainment / 

ทำเอาแฟนๆ หลงใหลรูปเด็กหญิงผมยาว ฟันหลอ ยิ้มแฉ่งที่นักร้องสาว อะเดล (Adele) ปล่อยออกมาก็เพื่อโปรโมทซิงเกิ้ลล่าสุด When We Were Young ที่ตอนนี้ภาพดังกล่าวถูกแชร์และแปะไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงลอนดอนแล้ว สำหรับเพลง When We Were Young เป็นเพลงที่ 2 จากอัลบั้ม 25 ที่ถูกปล่อยออกมาต่อจากเพลง Hello ที่ทำยอดวิววันแรกถล่มทลายมาแล้ว โดยมียอดผู้ชมบน VEVO มากถึง 23 ล้านวิวในเวลาไม่ถึง 24 ช.ม. Image: XL Recordings ดูบทความต้นฉบับ : Adele's 'When We Were Young' throwback single cover is unbearably cute

ตอนจบของ มานะ มานี ปิติ ชูใจ และผองเพื่อน ที่ทุกคนไม่เคยรู้
มานะ มานี /  หนังสือเรียน / 

เมื่อผลงานของ อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ "มานะ มานี ปิติ ชูใจ และผองเพื่อน" เรื่องราวของเขาทั้งหลายไม่ได้สิ้นสุดแค่ชั้นประถมที่เราเรียนกันตอนเด็ก ยังมีเรื่องราวที่ลึกซึ้งของตัวละครในหนังสือเรียนภาษาไทย มีเรื่องราวในวัยเด็กก็ต้องมีเรื่องราวตอนที่ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ เมื่อพวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่ชีวิตแต่ละตัวละครจะเป็นยังไงบ้างนะ ตอนจบเรื่องราวของ มานะ มานี ปิติ ชูใจ และผองเพื่อนที่ทุกคนไม่เคยรู้  ตอนจบเรื่องราวของ มานะ มานี ปิติ ชูใจ และผองเพื่อนที่ทุกคนไม่เคยรู้ มานี รักเผ่าไทย เป็นบุตรของ มารุต และ นลินี รักเผ่าไทย มีพี่ชายชื่อ มานะ มีสุนัขแสนรู้ชื่อ "เจ้าโต" มานีเป็นเด็กเรียนดี และได้เรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่กรุงเทพฯ ขณะที่เรียนอยู่ชั้น ป.6 มานีเป็นรองประธานนักเรียน ต่อมาได้ศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีและได้เป็น "แพทย์หญิงมานี รักเผ่าไทย" รับราชการเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอใกล้บ้าน (มานีได้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลควบคู่ไปด้วย) ชูใจ เลิศล้ำ เป็นบุตรของนายเชิด เลิศล้ำ และดวงหทัย (ลูกสาวเจ้าของธุรกิจส่งออกเครื่องหนังในกรุงเทพฯ) นายเชิดและดวงหทัยคบหากันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ พอเรียนจบแฟนสาวก็ได้ตั้งครรภ์และคลอดชูใจ ณ บ้านเกิดของนายเชิด ต่อมพ่อแม่ฝ่ายหญิงได้ส่งดวงหทัยไปอยูออสเตรเลีย ทิ้งชูใจให้นายเชิดเลี้ยงดูตามลำพัง นายเชิดได้หายสาบสูญระหว่างออกตามหาปู่ของชูใจและตาของปิติที่หายไปในป่าก่อนหน้านี้ ซึ่งต่อมา มานีเป็นผู้พบว่าทั้งสามคนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว เหลทอเพียงซากโครงกระดูกภายในถ้ำลึก (และที่กระเป๋าเสื้อโครงกระดูกนายเชิดได้พกภายถ่ายชูใจไว้ตลอด) ชื่อของ ชูใจ ดวงหทัยผู้เป็นแม่เป็นคนตั้งให้ ย่าไม่เคยบอกความจริงกับชูใจว่าแม่ยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งแม่มารับให้ไปอยู่ด้วยที่ต่างประเทศแต่ชูใจเลือกที่จะอยู่กับย่า ชูใจเป้นเพื่อนรักมานีตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ชูใจเลี้่ยงแมวไทยชื่อว่า "สีเทา" เมื่อจบชั้น ป.6 ได้ไม่นานย่าก็เสียชีวิต ชูใจจึงบินไปอยู่กับแม่ที่เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเรียนต่อด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องหนังและได้ทำงานที่บริษัทเครื่องหนังของพ่อเลี้ยงของเธอ ต่อมาชูใจก็ได้แต่งงานกับปีเตอร์ลูกชายของรองประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่ เรื่องเศร้าที่สุดคือ ชูใจไม่สามารถพาสีเทาไปอยู่ที่ออสเตรเลียด้วยได้ (ไม่ต่างจากที่แม่ของเธอเคยทิ้งไป) เพราะกฎหมายออสเตรเลียเข้มงวด จำเป็นต้องทิ้งไว้กับอาชัยให้ช่วยเลี้ยงดู สีเทาได้หายออกจากบ้านหลายครั้ง ครั้งละหลายๆ เดือนเมื่อไม่มีชูใจ ปิติ พิทักษ์ถิ่น อายุและวัยเดียวกันกับมานีและชูใจ มีม้าคู่ใจชื่อว่า "เจ้าแก่" ืต่อมาเจ้าแก่ป่วยและเสียชีวิต ปิติเคยถูกสลากออมสินรางวัลที่ 3 ได้เงินมา 1 หมื่อบาท เขาได้ใช้เงินบางส่วนจากการถูกรางวัลออมสินไปซื้อม้าตัวใหม่มาเลี้ยงแทนเจ้าแก่ โดยตั้งชื่อให้ว่า "เจ้านิล" ปิติตอนเด็กเป็นคนเกียจคร้านมาก ชอลเถียงผู้ใหญ่ แต่ได้มานี ชูใจและเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างช่วยเตือนสติผลักดันให้ปิติปรับปรุงตัว กลายเป็นคนขยันและเป็นคนดีได้ในที่สุด ปิติได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และได้พบรักกับเพื่อนสาวที่นั่น หลังเรียนจบทั้งคู่ได้แต่งงานกันและย้ายไปอยู่ที่จังหวัดลำปางบ้านของภรรยา (ภรรยาปิติเป็นลูกสาวของผู้มั่งคั้งในจังหวัดลำปาง) มานะ รักเผ่าไทย เป็นบุตรของ มารุต และ นลินี รักเผ่าไทย มีน้องสาวชื่อ มานี มานะเป็นคนเรียนเก่ง รุ่นเดียวกันกับวีระ ในวัยเด็กเคยเข้าไปในสวนของลุงวีระและจับนกแก้วได้ และนำมาให้มานีเลี้ยง (โดยตั้งชื่อว่า "เจ้าแก้ว") หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มานะและมานีได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยมาพักอยู่ที่บ้านลุงกับป้าย่านกรุงเทพ-นนทบุรี เขตบางซื่อ หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มานะได้สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร และสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยฯ บรรจุรับราชการทหารตั้งแต่นั้น และได้ประดับยศพันตรีในเวลาต่อมา วีระ ประสงค์สุข อาศัยอยู่กับลงชม (ลุงทรัพย์) และป้านวลตั้งแต่เด็ก พ่อเป็นทหารและถูกโจรเขมรยิงเสียชีวิตตั้งแต่คลอดวีระได้เพียง 15 วัน ต่อมาแม่ก็ตรอมใจตายตามไปอีกคน วีระเป็นคนที่ชอบเรื่องการสืบสวน เคยช่วยตำรสจทลายโรงงานและขบวนการผลิตธนบัตรปลอมมาแล้วไม่วัยเด็ก วีระเลี้ยงลิงแสมให้ชื่อว่า "เจ้าจ๋อ" อาศัยอยู่กับลุงและป้ามาตลอด วีระเป็นคนอาภัพ ถูกภรรยาทิ้งทำให้กลายเป็นคนติดเหล้า เป็นภาระของลุงกับป้าที่ต้องคอยดูแล เพชร เกิดในครอบครัวยากจน มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เคยพุ่งฉมวกปักงูในอุโมงค์ช่วยเหลือเพื่อน แม่ของเพชรถูกงูกัดตายขณะเก็บหน่อไม้ในป่า เพชรและครอบครัวอาศัยอยู่ที่สวนหลังบ้านของลุงวีระ เพชรเป็นคนขยัน ชอบเรียนรู้ และมีฝีมือในการปั้นดินเหนียวและของประดิษฐ์ วีระคือคนที่คอยสอนหนังสือให้เพชรระหว่างที่เพชรอาศัยอยู่ในสวนหลังบ้านและยังไม่ได้เรียนหนังสือ เพชรเคยโดนคนร้ายจับตัวไปและได้ส่งรหัสลับลงบนธนบัตร โดยมานีสามารถถอดรหัสและแจ้งตำรวจไปช่วยเหลือออกมาได้ เพชรได้แต่งงานกันจันทรและมีลูกด้วยกัน ทั้งคู่เปิดร้านขายของชำอยู่ในตัวอำเภอ มีชีวิตที่ดี จันทร เป็นเด็กหญิง ชาลีบพิการเพราะตกต้นไม้ ต่อมาได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลง "ความฝันอันสูงสุด" และยังได้อ่านทำนองเสนาะต่อหน้าพระพักตร์พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังได้รับการผ่าตัดขาที่กรุงเทพฯ จนขาหายเป็นปกติ จันทรได้แต่งงานกับเพชรและมีลูกที่น่ารักด้วยกัน ทั้งคู่ได้เปิดร้านขายของชำที่ตัวอำเภอที่เคยอาศัยอยู่มาตั้งแต่เด็ก ครอบครัวของจันทรและเพชรมีชีวิตที่ดีและสุขสบาย ดวงแก้ว ใจหวัง บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี สมคิด มีปู่อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้วได้ย้ายกลับไปเรียนต่อและอาศัยที่ภูเก็ตตั้งแต่นั้นเรื่อยมา ครูไพลิน และ อาทวีป เกษตรอำเภอ ครูไพลิน ครูประจำชั้น ป.1-3 ได้พบรักกับอาทวีป เมื่อตอนไฟไหม้ตลาด ทั้งคู่ได้แต่งงาน มีลูกด้วยกัน และย้ายไปที่อื่นในเวลาต่อมา [บทสรุป/เรียบเรียง] : มานะ มานี ปิติ ชูใจ (facebook.com/manamaneepitichuejai) [บทประพันธ์] : รัชนี ศรีไพรวรรณ [ลิขสิทธิ์] : 1.แบบเรียนวิชาภาษาไทยหลักสูตร พ.ศ.2521 - รัชนี ศรีไพรวรรณ / กระทรวงศึกษาธิการ 2.ทางช้างเผือก - รัชนี ศรีไพรวรรณ / สำนักพิมพ์ A Book [ภาพประกอบ] : 1.แบบเรียนวิชาภาษาไทยหลักสูตร พ.ศ.2521 - เตรียม ชาชุมพร / พินิจ มนรัตน์ / ปฐม พัวพิมล 2.ทางช้างเผือก - โอม รัชเวทย์ / จุง ซากุระ

หนังสือแนะนำ วัยแสบสาแหรกขาด เรื่องราวสะท้อนปัญหาวัยรุ่น
ปัญหาวัยรุ่น /  วัยแสบสาแหรกขาด / 

หลังจากที่ได้รับกระแสจากผู้ชมทางช่อง 3 เป็นอย่างดีกับละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เรื่องราวสะท้อนปัญหาวัยรุ่นของเด็กมีปัญหา 5 คน ตอนนี้ออกเป็นหนังสือ ผลงานของผู้แต่ง : ณัฐิยา ศิรกรวิไล  ให้คนรักและชื่นชอบละครเรื่องได้หาซื้ออ่านกันแล้ว โดยเฉพาะวัยรุ่นวัยทีนอย่างเราไม่ควรพลาด! หนังสือแนะนำ วัยแสบสาแหรกขาด เรื่องราวสะท้อนปัญหาวัยรุ่น ทรายทิพย์ นักศึกษาระดับปริญญาโทสาขาจิตวิทยาต้องการเข้าไปหาข้อมูลเด็กในวัยเรียนที่พ่อแม่หย่าร้างเพื่อทำปริญญานิพนธ์ ประจวบเหมาะกับ ชวนากร รองผู้อำนวยการ (และลูกชายเจ้าของ) โรงเรียนเปี่ยมคุณ ต้องการนักจิตวิทยาเด็กมาร่วมโครงการผูกสาแหรก เพื่อแก้ไขปัญหาให้เด็กที่มีครอบครัวแตกแยกและก่อปัญหาในโรงเรียน ไม่ให้ถูกไล่ออก ทั้งสองจึงได้ร่วมมือกันโดยการแนะนำของเพื่อนทรายทิพย์ซึ่งเป็นครูแนะแนวในโรงเรียน โดยต้องบำบัดเด็กตัวปัญหา 5 คน คือ ถวายชัย (หวาย) นักเรียนมัธยมปลายผู้มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์และชอบใช้ความรุนแรง มงกุฎแก้ว (มินนี่) เน็ตไอดอลสาวผู้ติดโซเชียลเน็ตเวิร์กและมีอาการหลงตัวเอง เมษา (ตังเม) เด็กหญิงที่เครียดจากปัญหาทางบ้านจนเริ่มกรีดข้อมือทำร้ายตนเอง ดังใจ (โชกุน) เด็กชายที่โกหกจนเป็นนิสัย และ ญาทิป (ปิ๊กปิ๊ก) เด็กหญิงที่ชอบลักขโมยโดยไม่ได้อยากได้ของจริงๆ ทรายทิพย์ พยายามช่วยเหลือเด็กๆ และร่วมมือกับชวนากรแก้ไขปัญหาต่างๆ ในโรงเรียน ซึ่งเกิดจากทั้งตัวเด็กเอง ผู้ปกครองที่ส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญของปัญหา และยังถูกขัดขวางอย่างหนักจาก อำนาจ ครูใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ และพยายามดิสเครดิตชวนากรเพื่อที่เขาจะได้เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปเสียเอง ทำเอาเธอต้องลุ้นอยู่ทุกวันว่าโครงการผูกสาแหรกจะล่มหรือจะรอด เพราะทั้งบุคลาการในโรงเรียน เด็ก และบรรดาผู้ปกครอง ต่างไม่ให้ความร่วมมือกับโครงการเอาเสียเลย

เปิดใจ น้องไอซ์
ข่าวจังหวัดปราจีนบุรี /  หมอกฤษดา วงศ์ดีเลิศ / 

เปิดใจ น้องไอซ์ "อารดา วงศ์ดีเลิศ" เรียงความสุดเศร้า พ่อหนูจากไปเพราะห่วงคนไข้ บอกอยากจะได้บ้านสักหลังเพื่อจะได้อยู่กับย่า ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือแล้ว  จากกรณีที่โลกออนไลน์ มีการแชร์จดหมายทางราชการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อ 'ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัว นพ.กฤษฎา วงศ์ดีเลิศ' หลังจากปรากฏมีเรียงความวันแม่สุดเศร้าจาก ด.ญ.อารดา วงค์ดีเลิศ ที่ระบุว่า พ่อหนูเสียชีวิตเพราะห่วงคนไข้ จนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากกับย่าเพียง 2 คน จนขณะนี้ไม่ได้ไปโรงเรียนตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น ล่าสุด น.ส.อารดา วงค์ดีเลิศ อายุ 15 ปี หรือ น้องไอซ์ บุตรสาว นพ.กฤษฎา วงศ์ดีเลิศ ได้เปิดใจผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ว่า ปัจจุบันได้อาศัยกับคุณย่าในวัยชรา ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง มีเพียงงานรับจ้างทั่วไป ที่เพื่อนบ้านนำมาให้ทำ เช่น ห่อริบบิ้นโปรยทานงานบวช รวมทั้งงานถักที่รองจานและแก้ว นอกเหลือจากนั้นบางครั้งก็มีคนมาจ้างให้ไปเฝ้าคนไข้ที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรีตลอดทั้งวันทั้งคืน และต้องปล่อยให้ย่าอยู่เฝ้าบ้านคนเดียวตามลำพัง ส่วนเรื่องการเรียนตอนนี้ไม่ได้เรียนแล้วต้องลาออกกลางคัน สาเหตุเพราะไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อชั้น ม.4 ของโรงเรียนกบินทร์วิทยา เพราะสู้ไม่ไหว ทั้งค่ารถในการเดินทาง และค่ากิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน แต่ตอนนี้อยากจะหาเงินก่อน และจะเรียนต่อที่ กศน. ส่วนตัวเองก็มีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก ส่วนที่ทำเรื่องขอความช่วยเหลือนั้น มาจากครูน๊อต ที่เคยเป็นครูสอนมาก่อน ซึ่งเห็นความลำบากอยากจะให้มีคนมาช่วยเหลือครอบครัวของตน ส่วนตัวตนเองอยากจะเรียนให้สูงๆ และอยากเป็นครูสอนหนังสือ ไม่อยากเป็นหมอเหมือนกับคุณพ่อ เพราะกลัวจะติดเชื้อและเสียชีวิตแบบพ่อ ตอนนี้อยากจะได้บ้านสักหลังเพื่อจะได้อยู่กับย่า ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ได้มีหน่วยงานร่วมจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือน้องไอซ์ อารดา และคุณย่าแล้ว ขอบคุณภาพจากช่อง 3  แชร์ว่อน! จดหมายเวียนสำนักงานสาธารณสุข ขอความช่วยเหลือเด็กกำพร้าลูกหมอที่เสียชีวิตจากการช่วยคนไข้ เด็กหญิงอารดา วงศ์ดีเลิศ ผู้ชนะเลิศเขียนเรียงความวันแม่ปี 2555 หลังลำบากขาดแคลนหนัก จนต้องออกจากโรงเรียน วันนี้ (18 ก.พ. 59) เพจเฟซบุ๊ก @Ittaporn Kanacharoen ได้มีการเผยแพร่จดหมายเวียนถึงสำนักงานสาธารณสุขจ.ปราจีนบุรี เพื่อขอความร่วมมือจากเหล่าข้าราชการและพนักงาน เข้าช่วยเหลือลูกหมอกำพร้ารายหนึ่งที่ได้เขียนเรียงความสุดเศร้า จนชนะเลิศการประกวดเรียงความวันแม่เมื่อปี 2555 โดยผู้โพสต์ได้เผยว่า "จดหมายเวียนที่ผมอ่านแล้วสะเทือนใจที่สุดในรอบปีจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีครับ เหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวของ คุณหมอกฤษดา วงศ์ดีเลิศ อดีตแพทย์ รพ.กบินทร์บุรี จบแพทย์จากจุฬารุ่นที่ 42 จนต้องไปค้นเรียงความของลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ (เป็นโรคลมชัก และไม่ได้เรียนหนังสือแล้วตอนนี้เพราะไม่มีเงิน) ซึ่งชนะการประกวดเรียงความในวันแม่..ปี 2555 (4ปีก่อน) มาอ่าน จากเพจ "คุณครูน๊อต" ผมได้ตรวจสอบเอกสารนี้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีที่ โทรศัพท์ 037 211 626 ต่อ 108 แล้วครับ จะนำเรื่องนี้ปรึกษากรรมการแพทยสภาต่อไป ขอส่งให้ผู้บังคับบัญชา เพื่อนๆ พี่น้องใน กระทรวงสาธารณสุข และ สถาบันที่จบมา พิจารณาช่วยลูกหมอ กำพร้า ท่านนี้ด้วยตามสมควรด้วยนะครับ และอาจต้องมีมาตรการต่อไปในอนาคตสำหรับกรณีเหตุการณ์เช่นนี้..ขอบคุณครับ" สำหรับเรียงความเรื่องดังกล่าวมีชื่อว่า 'ชีวิตลูกกำพร้า' พ่อหนูจากไปเพราะห่วงคนไข้ ด.ญ.อารดา วงศ์ดีเลิศ ม.1/1 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สวัสดีท่านผู้ปกครอง และคุณครูที่เคารพรักทุกท่าน หนูชื่อ เด็กหญิงอารดา วงศ์ดีเลิศ ขณะนี้หนูกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 หนูอยากเล่าชีวิตของหนูให้ทุกท่าน และเพื่อนทุกคนได้รับรู้ว่าชีวิตที่ขาดทั้งพ่อและแม่เป็นอย่างไร แต่ยังโชคดีที่หนูมีคุณย่าเลี้ยงหนูมาแทนคุณพ่อและคุณแม่ได้อย่างดีที่สุด คุณพ่อของหนูชื่อ นายแพทย์กฤษดา วงษ์ดีเลิศ เรียนจบจากคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้ารับราชการทำงานมาหลายจังหวัด ครั้งล่าสุดย้ายมาเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ จังหวัดปราจีนบุรี ในปี พ.ศ. 2544 ส่วนแม่ของหนูชื่อ คุณแม่อารมณ์ วงษ์ดีเลิศ มีกิจการเปิดร้านเสริมสวยอยู่ที่กรุงเทพฯ หนูเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว คุณพ่อและคุณแม่ของหนูก็เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เมื่อทุกท่านฟังแล้วชีวิตของหนูน่าจะสมบูรณ์พร้อม แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน คุณย่าเล่าให้หนูฟังว่าหนูกับญาติของแม่เดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด รถเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนในรถเสียชีวิตพร้อมกันหมด เหลือเพียงหนูซึ่งมีอายุได้เพียง 5 เดือน รอดชีวิต หนูยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ที่คุณพ่อไม่ได้เดินทางไปด้วย คุณพ่อของหนูเป็นแพทย์ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เคารพในจรรยาบรรณแพทย์อย่างเคร่งครัด มีจิตใจดี หลายครั้งที่รักษาคนไข้ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย คุณพ่อกับคุณย่าเลี้ยงหนูมาด้วยความรักและความเมตตา ไม่ทำให้หนูรู้สึกว่าขาดแม่ แต่ชะตาฟ้าลิขิตเล่นตลกกับครอบครัวหนู เมื่อหนูอายุได้ประมาณ 2 ขวบ คุณย่าเล่าว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวของหนูอีก วันหนึ่งคุณพ่อรักษาคนไข้ที่มีอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต ด้วยความเป็นห่วงคนไข้ ขณะที่พ่อกำลังปั๊มหัวใจให้คนไข้ คุณพ่อไม่ได้ใส่ผ้าปิดปาก ปรากฏว่าคนไข้ได้อาเจียนใส่คุณพ่อทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ทางปาก คุณพ่อไม่ได้คำนึงความปลอดภัยของตนเอง จึงไม่ได้ทานยาเพื่อป้องกัน ต่อมาไม่นานคุณพ่อก็เริ่มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายแล้วลามไปที่สมองอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดก็เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 30 กว่าปี เท่านั้น ซึ่งขณะนั้นหนูเองก็ยังจำหน้าพ่อไม่ได้ เพราะหนูก็มีอายุเพียง 2 ขวบ เท่านั้น หนูไม่เข้าใจว่าครอบครัวของหนูทำเวรกรรมอะไรไว้ ถึงต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ ปัจจุบันนี้หนูมีเพียงคุณย่าที่มีอายุถึง 75 ปี ส่งเสียเลี้ยงดูให้หนูได้เรียนหนังสือ โดยมีอาชีพขายขนมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประทังให้สองชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ หนูสงสารคุณย่ามาก สิ่งที่หนูทำได้ดีที่สุดในเวลานี้คือ ตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นเด็กดี ช่วยเหลือคุณย่าทุกอย่างเท่าที่เด็กอายุขนาดหนูพึงจะทำได้ ขณะนี้หนูอาศัยอยู่ที่บ้านของคนอื่นที่เขาให้ความ เมตตา โดยที่ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันเลย ทุกเย็นหนูกับย่าจะมาช่วยกันขายขนมบนทางเท้า ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ทุกวัน ต้องพยายามขายให้หมดไม่หมดก็ขาดทุน เพราะครอบครัวของหนูมีเงินน้อยมากแค่หมุนขายของไปวัน ๆ เท่านั้น หลายครั้งมีผู้ใจบุญมาช่วยซื้อขนมจนหมด ทุกวันนี้หนูได้รับความเมตตาจากโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) แห่งนี้เป็นอย่างมาก ครูทุกคนให้ความเอ็นดู หนูได้รับทุนการศึกษา ได้รับประทานอาหารกลางวันฟรี รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ โรงเรียนจ่ายให้หนูหมด แต่หนูไม่รู้ว่าเมื่อหนูจบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้แล้วชีวิตหนูจะเป็นอย่างไรต่อไป หนูคิดแต่เพียงว่าการศึกษาและความรู้เท่านั้นที่หนูจะสามารถนำไปแลกกับการทำงานในอนาคตได้ ท่านทั้งหลาย และเพื่อนๆ ที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ หลายคนมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความพร้อมในการเรียน หนูอยากจะบอกทุกคนว่า เมื่อมีโอกาสแล้ว ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ และรักคุณพ่อ คุณแม่ให้มาก ๆ อย่าให้เหมือนกับหนูที่ไม่มีคุณพ่อคุณแม่ให้รัก แต่หนูมีคุณย่าที่ประเสริฐที่สุด ที่ไม่เคยทอดทิ้งหนูเลย เราสองคน ทุกข์สุขมาด้วยกัน หนูสัญญาว่าหนูจะดูแลคุณย่าแทนคุณพ่อหนูอย่างดีที่สุดที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างหนูจะทำได้ ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่อดทนฟังประวัติชีวิตของหนู สวัสดีค่ะ เด็กหญิงอารดา วงษ์ดีเลิศ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เมียเด็กคือนิพพาน ? ชายเฒ่าวัย65โชว์แต่งเมียวัย12 กลางไทม์สแควร์
เจ้าสาววัยเด็ก /  เด็ก / 

กลายเป็นที่วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากชายเฒ่าวัย 65 ปี และเด็กหญิงวัย 12 ขวบ ถ่ายภาพแต่งงานกันกลางไทม์สแควร์ เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานเรื่องราว กรณีที่มีการจัดฉากการถ่ายภาพงานแต่งงาน ระหว่างชาวสูงวัยวัย 65 ปี และเด็กหญิงวัยเพียง 12 ขวบ กลางไทม์สแควร์ ซึ่งเป็นจุดตัดสำคัญของถนนใน แมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสสังคม สร้างความไม่พอใจให้กับผู้พบเห็นอย่างมาก เนื่องจากการแต่งงานข้ามวัยเช่นนี้ ทั้งเจ้าสาวยังมีอายุที่น้อยเกินไป ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นจากการจัดฉากเพื่อสังเกตปฏิกริยาจากคนรอบข้าง ว่าหากมีการสมรสระหว่างชายชราและเด็กหญิง ผู้คนจะตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าวอย่างไร และด้วยความที่สีหน้าของตัวละครของเจ้าสาวในเรื่องดูไม่มีความสุข ประชาชนบางคนถึงขั้นเข้ามาต่อว่า ด่าทอ ประณาม และขู่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิด พร้อมกันนี้ ได้มีการพูดถึงประเด็นเรื่อง เจ้าสาววัยเยาว์ ซึ่งในแต่ละประเทศ มีกฎหมาย ข้อบังคับในการกำหนดอายุของผู้ที่จะสามารถแต่งงานได้ แตกต่างกันระหว่างรัฐที่แตกต่างหรือขึ้นอยู่กับภูมิภาคในแต่ละประเทศ บางศาสนาได้รับอนุญาตให้สามารถแต่งงานกับระหว่างผู้ที่มีอายุน้อย หรือไม่กำหนดอายุผู้ที่จะสามารถแต่งงานได้ https://youtu.be/KldFGgUTqKA ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา metro

'เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์' เดินชนทุกฝัน พร้อมท้าทายความสามารถในภาพยนตร์ Joy
Deliver Us From Evil /  Jennifer Lawrence / 

ในภาพยนตร์เรื่อง Joy ถือเป็นการเดินทางแบบใหม่ของนางเอกสาวมากฝีมืออย่าง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ “นี่เป็นครั้งแรกที่เจนนิเฟอร์เป็นศูนย์กลางซึ่งแบกอารมณ์ของหนังดราม่าเอาไว้ทั้งเรื่อง” เดวิด โอ รัสเซลล์ ผู้กำกับ ระบุ “เป็นการแสดงที่ถ่ายทอดมิติภายในจิตใจของคนคนหนึ่งซึ่งต้องอาศัยการทำงานและแรงใจอย่างมหาศาลเพื่อหาทางที่จะเป็นศูนย์กลางของสถานที่ทุกแห่งที่เธอไป ไม่ใช่ในแบบที่โฉ่งฉ่างหรือยิ่งใหญ่แต่ก็มีพลังล้นเหลือ เธอให้เราได้สัมผัสจอยในช่วงเวลาที่อ่อนแอและอ่อนโยน ช่วงที่เธอดุดันและมีความเป็นแม่ โดยอยู่ในฐานะคนที่รู้จักให้อภัยและอดทนอดกลั้น แต่ก็เป็นผู้ปกป้องครอบครัวและธุรกิจของตนได้อย่างน่าเกรงขาม เธอต้องย้อนกลับไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ จากนั้นก็นำตัวตนนั้นกลับไปยังหญิงสาวที่ยังคงมีไฟแต่ต้องมาติดอยู่กับชีวิตที่น่าผิดหวัง แล้วจึงนำตัวตนนั้นมายังผู้หญิงที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวและพร้อมที่จะเดิมพันชีวิตทั้งชีวิตกับบางสิ่ง” การได้รู้จัก จอย แมงกาโน เป็นการส่วนตัวยิ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจ “ความคิดของจอยน่าหลงใหลมากค่ะ เธอมีไอเดียเป็นร้อยๆ ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ” ลอว์เรนซ์ กล่าว ในทางกลับกันแมงกาโนตกตะลึงที่ได้เห็นลอว์เรนซ์ประสานตัวเองเข้ากับบุคลิกของเธอ “ถ้าฉันเคยนึกฝันว่าจะได้มีโอกาสเลือกคนมารับบทเป็นฉัน ก็ต้องเป็นเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์นี่ล่ะค่ะ” แมงกาโน หัวเราะ “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ ที่เจนนิเฟอร์มารับบทนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้รู้จักเธอ เพราะเธอมีความสามารถมากและฉลาดมากด้วย ทันทีที่เริ่มคุยกัน ฉันรู้สึกได้เลยว่าเธอคอยสำรวจฉันอยู่ แน่ล่ะค่ะ เธอสำรวจฉันเพราะนั่นเป็นงานที่เธอต้องทำ” ความท้าทายใหม่สำหรับลอว์เรนซ์คือการถ่ายทอดจอยในวัยกลางคนซึ่งเป็นอนาคตที่ห่างไกลสำหรับตัวเธอ “การรับบทเป็นตัวละครสี่วัยน่าตื่นเต้นมากค่ะ ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน แต่มันก็ดูเข้ากันกับการเขียนบทของเดวิดมากๆ ฉันสังเกตเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อคุณแก่ตัวลงก็คือคุณจะสงบนิ่งมากขึ้น ฉันก็เลยเปลี่ยนรายละเอียดในน้ำเสียงและท่าทางของจอยให้ดูมั่นใจขึ้น นุ่มนวลขึ้น และช้าลง” ลอว์เรนซ์ อธิบาย เหนือสิ่งอื่นใดลอว์เรนซ์รู้สึกได้รับแรงกระตุ้นให้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของจอยและตัวเธอเองก็กล้ามากขึ้นด้วยจากความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับรัสเซลล์ “เป็นความผูกพันที่ทรงพลังและน่าประหลาดที่สุดเลยค่ะ” เธอกล่าว “แต่ฉันรู้สึกว่าเดวิดรู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากส่วนหนึ่งในใจฉันได้อย่างไร และฉันขอบคุณมากๆ ที่เขาต้องการให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งในผลงานและมรดกตกทอดของเขา” Joy  - เธอสู้เพื่อฝัน เข้าฉาย 18 กุมภาพันธ์  2016 นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ , โรเบิร์ต เดอ นีโร, แบรดลีย์ คูเปอร์, เอ็ดการ์ รามิเรซ, อิซาเบล รอสเซลลินี่, ไดแอน แลดด์ และ เวอร์จิเนีย แมดเซน กำกับการแสดงโดย : เดวิด โอ รัสเซล ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/JoytheMovieThailand

ยังน่าห่วง!! เหยื่อเครื่องเล่นงานพระธาตุพนม หลังหักตกกระแทกพื้น
สวนสนุก /  อุบัติเหตุ / 

แม่เหยื่อเครื่องเล่น งานพระธาตุพนม หักกระแทกพื้น เผยอาการยังน่าห่วง แม้จะรู้สึกตัว ขอเป็นอุทธาหรณ์เตือนใจก่อนคิดจะเล่น  ความคืบหน้ากรณีเครื่องเล่นกระเช้าในงานนมัสการพระธาตุพนม ร่วงกระแทกพื้น ทำให้ผู้เล่น 2 พี่น้อง คือ นางสาวเพ็ญภิชา ลาดบาศรี อายุ 19 ปี และ เด็กหญิงศิริวรรณ ลาดบาศรี อายุ 11 ขวบ ตกลงมาได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ล่าสุด นางสุวิไล กำริสุ แม่ของ 1 ในผู้บาดเจ็บ ได้เปิดเผยถึงอาการลูกสาวว่า เด็กหญิงศิริวรรณ ยังรักษาตัวที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลนครพนม เนื่องจากศีรษะกระทบกระเทือนอย่างแรง แขนขวาหัก เพิ่งรู้สึกตัว แต่ยังเฝ้ารออาการใกล้ชิด ส่วนหลานสาว คือ นางสาวเพ็ญภิชา อาการสาหัส กะโหลกศีรษะยุบ เลือดคั่งในสมอง มีเลือดคั่งในปอด ยังไม่รู้สึกตัว ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสกลนคร แต่ตนภาวนาขอให้ลูกและหลานปลอดภัย ทั้งนี้ขอฝากไปยังผู้ประกอบการที่ทำกิจการสวนสนุก อยากให้หมั่นตรวจสอบดูแล ไม่ควรมักง่าย เพราะหากผิดพลาดเกิดความสูญเสียไม่คุ้มค่า เพราะเสี่ยงกับชีวิตของคน พร้อมฝากเป็นบทเรียนไปยังพ่อแม่ ผู้ปกครอง บุตรหลาน ที่ชอบเล่นสวนสนุกอุปกรณ์เครื่องเล่นเสี่ยงสูง ไม่ควรไปเล่น เพราะไม่คุ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้น พ่อช็อก! ถ่ายคลิปลูกสาววัย 11 ขวบ ขึ้นเครื่องเล่นในงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ถูกเหวี่ยงกระแทกหล่นพื้นบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ธาตุพนม รับแจ้งเหตุมีอุบัติเหตุอุปกรณ์เครื่องเล่นกระเช้า หักหล่นกระแทกพื้น ในงานนมัสการองค์พระธาตุพนม มีผู้บาดเจ็บและติดอยู่ในกระเช้าจำนวนมาก ที่เกิดเหตุพบเครื่องเล่นกระเช้า 8 ตัว ของบริษัท สตาร์นาซ่า จำกัด ที่มาให้บริการสวนสนุกในงานดังกล่าว พบกระเช้า 7 ตัว มีคนติดค้าง 8 คน เจ้าหน้าที่จึงปีนช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ยังพบกระเช้าสีฟ้า เขียนหน้ากระเช้าเลข 7 หล่นกระแทกเฉี่ยวชนกับสแตนด์เหล็กหักงอ พบร่าง ด.ญ.ศิริวรรณ วัย 11 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์นำตัวเข้าห้องไอซียู พบเลือดคั่งในปอด ต้องเจาะเอาเลือดออก และมีอาการสมองปวม ใกล้กันพบร่างของ น.ส.เพ็ญพิชา ลาดบาศรี อายุ 19 ปี เป็นญาติของเด็ก ซึ่งอยู่ในกระเช้าที่หล่นตัวเดียวกัน อาการสาหัส จากการสอบถามนายมงคล ลาดบาศรี พ่อของ ด.ญ.ศิริวรรณ เล่าว่า "ขณะผมยืนถ่ายคลิปได้แค่ 1-2 นาที พบกระเช้าเครื่องเล่นที่เหวี่ยงหมุนอย่างแรง หล่นกระแทกพื้นสแตนด์เหล็กที่ยืนรอขึ้นกระเช้าสูงจากพื้นดิน 1 เมตร เสียงดังโครม จึงรีบวิ่งไปดู พบบุตรสาวและหลานสาวหล่นตกกระเช้า จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ตกใจและเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสุวิทย์ เสรีพงษ์ ผู้ควบคุมเครื่องเล่นมาสอบสวน เบื้องต้นให้การว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ น่าจะมาจากน๊อตยึดประกบกับแขนกระเช้าขาด 2 ตัว ทำให้กระเช้า 1 ตัว หล่นกระแทก จึงไม่สามารถบังคับให้เครื่องเล่นหยุดได้ พร้อมเรียกตัวเจ้าของบริษัทสตาร์นาซ่า มาสอบปากคำ โดยระบุว่า เครื่องเล่นดังกล่าวได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้กับบริษัท วิริยะประกันภัยจำกัด ในวงเงินคุ้มครองขั้นต้นรายละ 1 แสนบาท เบื้องต้นบริษัทประกันดังกล่าว จะได้รับผิดชอบผู้เสียหายทั้งสองรายแล้ว ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ดูบุรีรัมย์คึ่งนึง!ตร.ออกหมายเรียกอาทิตย์หากไม่มาพร้อมออกหมายจับ
IG /  อาทิตย์ ดาวสว่าง / 

อาทิตย์ ดาวสว่าง นักเตะ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ส่อแววงานเข้าอย่างชัดเจน เมื่อผู้ปกครองของเด็กหญิง โรงเรียนเอกชนดังเข้าแจ้งความ เพื่อเอาผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปอนาจารหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีไลน์แชทหลุดออกมาตามที่เป็นข่าวดังก่อนหน้านี้ ซึ่งล่าสุดผู้ปกครองของผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว และยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องและได้ส่งหมายเรียกไปยังบ้านของนักเตะคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งหากไม่มาตามหมายเรียกจะทำการออกหมายจับแน่นอน