เด็กหญิง

ย้อนวัยเหล่าซุปตาร์ โตมาหล่อ สวยเป๊ะเว่อร์!!
ย้อนอดีต /  ซุปตาร์ / 

   เมื่อตอนเด็กๆ เราเคยคิดกันบ้างมั้ยว่าโตขึ้นมาแล้วเราจะหน้าตาเป็นอย่างไงกันบ้าง จนสมัยนี้มีแอพขึ้นมาเพื่อดูอนาคตข้างหน้าว่าตอนเด็กๆ หน้าตาเป็นอย่างแล้วโตมาจะเป็นยังไงกันแล้ว แต่วันนี้เรามาย้อนอดีตเหล่าซุปตาร์เด็กกันบ้าง เพราะเมื่อทุกคนโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้วยังเป๊ะเว่อร์เหมือนกันอดีตกันหรือเปล่า แหม..เป็นเครื่องการันตีได้เลยว่ากรุ๊ปนี้ไม่มีศัลยกรรมแน่นอนเนอะ!!! พิงกี้ สาวิกา     หลายคนคงติดตาตรึงใจกับอดีตของสาวน้อยดาวพระศุกร์ อย่างพิ้งกี้ สาวิกา ไม่มากก็น้อยเพราะถือว่าเป็นการแจ้งเกิด ของด.ญ. สาวิกา หลังจากนั้นพิ้งกี้ ก็มีผลงานอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นละครรวมไปถึงเป็นนักร้องวงบั๊กบันจี้ พอโตเป็นสาวก็สวย มีหนุ่มๆ แวะเวียนมาขายขนมจีบมากมาย เรียกว่าทั้งหนุ่มทั้งงาน เยอะจริงๆ เรียกว่าดังไกลไปถึงบอลลีวูด เลยทีเดียว แต่สุดท้ายสาวพิ้งกี้ก็ตัดสินใจแต่งงานกับไฮโซหนุ่มเพชร อิทธิ นักธุรกิจหมื่นล้าน และมีทีท่าว่าสาวพิ้งกี้จะทิ้งวงการบันเทิงไป แต่ก็มีคนบ่นคิดถึงอยากเห็นผลงานด้านการแสดงของเธออีก และคาดว่าเร็วๆ นี้คงจะได้เห็นกันอย่างแน่นอน ขวัญ อุษามณี     โอ๊ย.. เรียกว่าสวยปังมาตั้งแต่เด็ก จริงๆ คนอะไรยิ่งโตยิ่งสวย แถมยังฮอตสุดๆ อีกต่างหากสำหรับสาวขวัญ อุษามณี เรียกว่าเป็นนางเอกคุณภาพอีกคนหนึ่งของวงการ จริงๆ แถมนางยังเป็นลูกกตัญญูที่ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวมาตั้งแต่เด็กอีกด้วยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณแม่ปราณีของสาวขวัญถึงได้ทั้งห่วงและห่วง อยากให้สาวขวัญเจอผู้ชายดีๆ แต่ตอนนี้ สาวขวัญก็กลับไปหวานกับอดีตคนเคยรักอย่างหนุ่มกอล์ฟ พิชญะ ซึ่งบรรดาFC ของขวัญและกอล์ฟ ต่างเป็นปลื้มที่ทั้งคู่รีเทิร์นกลับมารักกันอีกรอบ แต่ที่แน่ๆ รักนี้หนุ่มกอล์ฟ ต้องฝ่าด่านคุณแม่ปราณีให้ได้ซะก่อนนะจ๊ะ หยาด หยาดทิพย์     ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้นั่งแท่นเป็นนางเอกแล้ว แต่สาวหยาด หยาดทิพย์ ก็เป็นนักสดงสาวที่คุณภาพคับจอไม่แพ้ใครเลยจริงๆ เล่นร้ายให้คนดูได้อินเกลียดไปตามๆ กัน แหม..ก็นางเข้าวงการเล่นละครมาตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก แน่นอน ฝีมือด้านการแดงจะต้องขั้นเทพอย่างแน่นอน แถมความสวยของสาวหยาดเองก็ไม่ได้น้ยหน้าใคร เพราะนางเองก็เป๊ะมาตั้งแต่เด็กเช่นกัน โดม ปกรณ์ ลัม     ต๊าย.... หล่อใสมีแววมาตั้งแต่เด็กจริงๆ สำหรับหนุ่มโดม ปกรณ์ ลัม ถึงแม้ตอนเด็กๆ จะไม่ได้มีผลงานอะไรมากนัก เพราะตอนนั้น ด.ช ปกรณ์ ลัม จะมีแค่งานถ่ายแบบกับงานโฆษณาเพียงเท่านั้น แต่โตมาก็มาเป็นนักร้องในสังกัด RS จนปัจุบันมีค่ายเป็นของตัวเองแถมยังได้ฉายาหล่อขั้นเทพ เป้นที่หมายปองของบรรดาสาวๆ แต่ต้องขอบอกว่าตอนนี้หมดสิทธิ์ เพราะสาวเมทัล สุขขาว ได้ตีตราจองไว้เรียบร้อยแล้วจ้า หลุยส์ สก๊อต     อดีตนักร้องหนุ่มคู่ดูโอ้อย่างจอนห์นี่-หลุยส์ ในนามแร๊พเตอร์ ซึ่งหนุ่มหลุยส์ สก๊อต เมื่อโตมา ก็เป็นหนุ่มหล่อหน้าใสอีกคนที่สาวเห็นแล้วจะต้องกรี๊ด แต่งานนี้บอกเลยว่าหมดสิทธิ์ เพราะนางร้ายอย่างนุ่น รมิดา เขาเตรียมให้หนุ่มหลุยส์ยกขันหมากมาขออีก 1-2 ข้างหน้าแล้วล่ะ อเล็กซ์ เรนเดล     เรียกว่าหน้าเดิมเด๊ะๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยจริงๆ สำหรับหนุ่มอเล็กซ์ เรนเดลล์ แต่ที่เพิ่มเติมเห็นจะเป็นความสามารถทางด้านการแสดง แหม..ก็หนุ่มอเล็กซ์ นั้นทำงานคลุกวงในมาตั้งแต่ตัวเท่าฝาหอย จนปัจจุบัน ก็รับทั้งงานแสดงเบี้องหน้า และบางครั้งก็ผันตัวไปทำงานเบื้องหลังบ้าง แน็ค ชาลี     เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มีผลงานด้านการแสดงตั้งแต่ยังเด็กจริงๆ สำหรับแน็ค ชาลี แต่ผลงานที่สร้างชื่อให้กับแน็กจริงๆ คือเจี๊ยบ จากหนังไทยย้อนยุคอย่างเรื่องแฟนฉัน หลังจากนั้น ด.ช แน็ค ก็มีผลงานทั้งหนังและละครอย่างต่อเนื่องแต่พอเริ่มโตเป็นหนุ่มเกิดติสท์แตกขึ้นมา ไม่อยากที่จะทำงานตามสไตล์เด็กติทส์ แต่เพราะผู้ใหญ่ในวงการเล็งเห็นความสามารถด้านการแสดงและหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการเลยป้อนงานให้ไม่ขาดเช่นกัน โฟกัส จิระกุล     หลายคนยังติดตราตรึงใจกับบทน้อยหน่า เด็กหญิงผมเปียตัวน้อยที่ไว้ไปวิ่งมาในหนังไทยสุดฮอตในอดีตอย่างเรื่องแฟนฉัน อย่างสาว โฟกัส จิระกุล ทำงานในวงการได้ไม่เท่าไหร่ก็หายเงียบจากวงการและกลับมาใหม่ในลุคส์ สาวสวยที่หนุ่มๆ ในวงการต้องอึ้ง เพราะนางออกมาแฉ ถึงความสัมพันธ์กับพระเอกดาวรุ่งของวิก3 อย่างหนุ่ม บอม ธนิน ถึงแม้ปัจจุบันคู่นี้จะไม่ได้ลงเอยกันเพราะตอนนี้สาวโฟกัสตอนนี้กำลังสวีทอินเลิฟกับหนุ่มเจมส์ อดีตสมาชิกวงB.O.Y เก้า จิรายุ     เรียกว่าความสามารถล้นเหลือจริงๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นการแสดง รวมถึงงานดนตรี หนุ่มเก้า จิรายุ ก็ทำได้เป็นอย่างดีไม่แพ้กัน แป๊บๆ หนุ่มเก้าก็อายุ21 แล้วเรียนใกล้จบเต็มทีแล้ว เรียกว่าเป็นหนุ่มหล่อเต็มตัว และหน้าตอนเด็กๆ กับปัจจุบันของหนุ่มเก้าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม พูดได้เต็มปาก เป๊ะ!! อ่ะ ตั๊ก บริบรูณ์     แจ้งเกิดจากหนังไทย รองต๊ะแล่บแปล๊บจริงๆ สำหรับ ด.ช.ตั๊ก บริบูรณ์ เพราะหน้าตาที่น่ารักและเป็นหนุ่มน้อยอารมณ์ดีจึงมีงานอย่างต่อเนื่องจนโตเป็นหนุ่มใหญ่ ปัจจุบันตั๊ก แต่งงานแล้วกับ อดีตแอร์โฮสเตส สาวมาเลเซียเอลซี ตัน ไอเชีย จนมีลูกสาวตัวน้อยอย่างน้องบีลิฟ ออกมาเป็นพยานรัก ด้วยความที่เป็นคนตลก อารมณ์ดี ผู้ใหญ่ในวงการรัก ป้อนงานให้หนุ่มตั๊กตลอดเช่นกัน

ชยณัฐ แจ่มใส /  ปุณณดา วอสเบียน / 

"อาไท" นำทีมเด็กแสบเล่าเรื่องผีจนเจอดีในภาพยนตร์ "โรงเรียนผี" นอกจากจะมีเรื่องเล่าผีในโรงเรียนที่สุดหลอนน่าติดตามแล้ว จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของภาพยนตร์หลอนสะพรึงเรื่อง โรงเรียนผี ก็คือการรวมทีมนักแสดงรุ่นเล็กมากฝีมืออย่าง อาไท กลมกิ๊ก นักแสดงตลกรุ่นเยาว์ที่ทุกคนรู้จักกันดี สุชาติ จันทร์แก้ว หรือ สุชาติ แคปเจอร์ เน็ตไอดอลชื่อดังที่มาแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ออสการ์ ชยณัฐ แจ่มใส นักแสดงเด็กสุดยอดฝีมือที่เคยสร้างความโดดเด่นไว้กับละครเวทีเรื่อง โหมโรง เดอะมิวสิคัล ชนิดตรึงคนดูไว้อยู่หมัด นีโม ปุณณดา วอสเบียน นักแสดงเด็กหญิงคนเดียวในกลุ่มที่มีผลงานการแสดงมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบจากภาพยนตร์เรื่อง อนุบาลเด็กโข่ง จากนั้นก็รับแสดงภาพยนตร์, ละคร, เดินแบบ และถ่ายโฆษณามาจนปัจจุบัน และ ริว อิงครัต ดำรงค์ศักดิ์กุล นักแสดงเด็กมากฝีมือในสายดราม่าที่เพิ่งคว้ารางวัลสุพรรณหงส์จากภาพยนตร์เรื่อง พี่ชาย My Hero ในปีที่แล้ว มาเป็นแก๊งเด็กแสบที่เกิดนึกพิเรนทร์แอบมาเล่าเรื่องผีจนต้องเจอดีกันยกทีม อาไท หัวโจกของแก๊งได้เล่าถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “คือหนังเรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องของเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่หนีการปฐมนิเทศมาหาอะไรสนุก ๆ ทำ โดยมีผมเป็นหัวโจกแล้วก็มีลูกน้อง 4 คนมาร่วมด้วย ก็นึกสนุกลองดีเล่าเรื่องผีกันตามประสบการณ์ของตัวเองเพื่อข่มขวัญอีกฝ่าย ก็ขุดเรื่องผีมาเล่ากันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นจนไม่อาจลืมได้เลย อยากรู้ต้องไปดูกันเองครับ ตอนถ่ายทำก็มีเรื่องลึกลับเกิดขึ้นกับตัวผมเหมือนกันนะครับ คือวันนั้นผมต้องถ่ายฉากที่เล่าเรื่องผีอยู่ตลอดทั้งวัน แล้วรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ก็ปวดไหล่สองข้าง ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้สะพายกระเป๋าอะไรเลยนะ ผมก็เอาแล้ว...ถ้าเป็นคนที่มีเซ้นส์เค้าคงเห็นอะไรอยู่บนบ่าผมแน่ ๆ ก็นั่งปวดซักพักหนึ่ง สุดท้ายก็ไปไหว้ขอขมาเจ้าที่ที่โรงเรียนที่ถ่าย พอไหว้เสร็จอาการก็ดีขึ้นเลย อาจจะเป็นเพราะเรามาถ่ายทำ และอาจจะเผลอพูดอะไรที่ไม่ให้เกียรติสถานที่อะไรอย่างนี้ก็ได้มั้งครับ ก็ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ดีกว่าครับ  ผมว่าโรงเรียนทุกคนต้องมีเรื่องผีที่เล่าต่อกันมาแน่นอน เรื่องนี้ก็จะถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนเคยผ่านมา ก็มาดูว่าเรื่องผีของ ‘โรงเรียนผี’ เรื่องนี้จะน่ากลัวขนาดไหน เป็นหนังที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี สตรีดูแล้วสวย คนป่วยดูแล้วหายแน่นอนครับ” อย่ารู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ อย่าท้าในสิ่งที่มองไม่เห็น อย่าอยู่คนเดียวตามลำพัง จะเรียนที่นี่ เคยได้ยินเรื่องผีแล้วหรือยัง โรงเรียนผี หลอนทุกคาบ หลอกทุกโรง วันนี้ในโรงภาพยนตร์

ละครแสงเทียน (ละครเย็น) , เรื่องย่อแสงเทียน (ละครเย็น)
ละคร แสงเทียน /  ละคร แสงเทียน ช่อง3 / 

แสงเทียน บทประพันธ์โดย : แพรณัฐบทโทรทัศน์โดย : ภูมิภักดิ์, จิรวัฒน์ ชาญเชี่ยวกำกับการแสดงโดย : นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละคร แสงเทียน แสงเทียน เป็นเรื่องราวของ สิบทิศ หนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน รับบทเป็น ทศกัณฐ์ และ เพลงพิณ หญิงสาวซึ่งรับบทเป็น นางสีดา ใคร ๆ ก็รู้ว่าทศกัณฐ์หลงรักนางสีดาฝ่ายเดียว และนางมีใจรักมั่นต่อพระราม สิบทิศผู้มีหน้าตาโหดร้าย ดุดัน และเป็นฝันร้ายของเพลงพิณมาตั้งแต่เด็ก จะเอาชนะคู่แข่งรูปหล่อ และเพอร์เฟคท์ได้หรือไม่ เขาควรทำอย่างไรจึงจะคว้าหัวใจของผู้หญิงที่เป็นรักแรก และรักเดียวของตนตลอดมา เพลงพิณผ่านการคัดเลือกให้ร่วมแสดงโขนพระราชทานในบทนางสีดาอย่างเกินความคาดหมายด้วยความดีใจ เหตุเพราะคนที่ได้รับการคัดเลือกก่อนหน้าประสบอุบัติเหตุ แต่เพียงวันแรกที่เพลงพิณต้องซ้อมโขนร่วมกับสิบทิศ ซึ่งรับบทเป็นทศกัณฐ์หล่อนก็รำสะดุดจนต้องหยุดพักการซ้อมชั่วคราว หล่อนหลบไปยืนเครียดจนครูรัตนาเข้ามาพูดคุยจนหล่อนสามารถกลับมาซ้อมจนผ่านไปได้ด้วยดี แม้สิบทิศจะรู้ดีว่าเพลงพิณไม่สามารถสบตาเขาได้เลย แต่สัมพันธภาพระหว่างคนทั้งสองเริ่มดีขึ้น เมื่อคืนนั้นสิบทิศแอบติดตามมาส่งเพลงพิณถึงบ้าน และในระหว่างทางได้ช่วยเหลือเพลงพิณจากพวกนักเลงขี้ยาจนปลอดภัย ทำให้เพลงพิณหายกลัวเขาไปบ้าง สิบทิศกลับมาบ้านที่อยู่ในสลัมเดียวกับเพลงพิณ เขามีความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวเสมอ แม้จะมีพ่อและพี่ชายอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เพราะสุทินผู้เป็นพ่อไม่เคยเห็นชอบด้วยที่เขาจะมาเอาดีทางด้านการเรียนด้านนาฎศิลป์ ส่วนศิวาผู้เป็นพี่ชายนั้นไปเรียนด้านการบริหารจึงเป็นที่รักของพ่อมากกว่าเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศออกจากบ้านเพื่อไปเรียนเขาพบเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ ละคร แสงเทียน หล่อนยืนรอเขาเพื่อนำขนมมาให้เป็นการขอบคุณที่เขาได้ช่วยเหลือ สิบทิศแสดงความไม่ใส่ใจอะไร แต่เพลงพิณกลับรู้สึกดีกับชายคนที่เป็นฝันร้ายในยามเป็นเด็กมากขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีน้ำใจดีมากคนหนึ่ง ทำให้เพื่อนสนิทอย่างมิ่งขวัญไม่พอใจเพราะหล่อนกำลังเป็นแม่สื่อให้กับ ราเมศร์ หนุ่มหล่อร่ำรวยที่มาติดพันเพลงพิณ เพราะคิดแทนเพื่อนว่าสาวสวยอย่างเพลงพิณน่าจะเลือกผู้ชายที่ดูดีมีพร้อมทุกอย่างเพื่อจะได้ถีบตัวเองให้พ้นจากบ้านสลัมที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้มากกว่าจะเลือกผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย แถมอยู่ในสลัมเดียวกันอีกด้วย แต่เพลงพิณกลับไม่ได้สนใจในตัวราเมศร์สักนิดหล่อนมีความหวาดระแวงในตัวผู้ชายเพราะมีพ่อที่เจ้าชู้ทำให้แม่ต้องร้องไห้ทุกวัน และในที่สุดก็ต้องเลิกกัน แม่ไปมีครอบครัวใหม่ทิ้งให้หล่อนอยู่กับน้องชายเพียงลำพัง โดยมีตากับยายคอยดูแล เมื่อราเมศร์นำดอกไม้มาให้และชวนหล่อนไปทานอาหาร เพลงพิณปฏิเสธเสมอท่ามกลางความไม่พอใจของมิ่งขวัญ ในขณะที่เพลงพิณก็มีความสงสัยอยู่ในใจว่าผู้ชายอย่างสิบทิศที่มักจะทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่เสมอนั้นจะมีความรักบ้างหรือไม่ แล้วผู้หญิงของเขาจะเป็นอย่างไร แล้ววันหนึ่งเพลงพิณก็ได้เจอกับบัวคลี่ที่แสดงความสนิทสนมกับสิบทิศจนเพลงพิณเข้าใจไปตลอดว่าบัวคลี่คือผู้หญิงของสิบทิศ โดยไม่รู้ ว่าจริง ๆ แล้วบัวคลี่คือเพื่อนสนิทในวัยเด็กของสิบทิศที่มีผนังบ้านอยู่ติดกัน เพราะทั้งสองต่างเห็นอกเห็นใจกันในชีวิตความเป็นอยู่ที่คล้ายคลึงกัน คือบัวคลี่ มีแม่เพียงคนเดียวที่ไม่เคยแสดงความรักให้กับลูก เหมือนสิบทิศที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อเลย ละคร แสงเทียน ความสนิทสนมของสิบทิศกับบัวคลี่ไม่ได้สร้างความเข้าใจผิดเพียงแค่ เพลงพิณเท่านั้น ยังรวมไปถึงสุทิน พ่อของสิบทิศด้วย ทำให้สุทินมักจะด่าทอสิบทิศเสมอ โดยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบัวคลี่คือ ศิวา ลูกชายคนโปรดของตัวเอง เมื่อศิวามาคุยว่าได้เลื่อนตำแหน่งได้ขึ้นเงินเดือน ยิ่งทำให้สุทินหันมากดดันสิบทิศหนักขึ้นจนเขาต้องเดินหนีออกจากบ้านมานั่งกินลูกชุบที่เพลงพิณนำมาให้ตั้งแต่เช้า พลางคิดคำนึงถึงหล่อนด้วยจิตใจอันลึกซึ้งและไม่สามารถจะบอกกับใครได้ ราเมศร์พยายามมาตามตื๊อเพลงพิณถึงสถานที่ซ้อมโขน มิ่งขวัญแสดงความตื่นเต้นอย่างมากมายในขณะที่เพลงพิณไม่รู้สึกอะไรนอกจากความอึดอัดเท่านั้น เพลงพิณยกดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้กับมิ่งขวัญ หล่อนยืนอึ้งจนทิม นักเรียนหนุ่มรุ่นน้องเข้ามาแซว มิ่งขวัญสะบัดผมอย่างไม่พอใจนัก ที่เขาเข้ามายุ่งเรื่องของหล่อน คืนนั้นเพลงพิณเลิกซ้อมดึก เมื่อนั่งรถเมล์มาถึงบ้าน ก็พบว่าปี่พาทย์ น้องชายคนเดียวถูกพวกนักเลงไล่ตีมา หล่อนพยายามจะเข้าไปช่วยน้อง แต่สิบทิศกลับห้าม และเข้าไปช่วยเองจนพวกนักเลงหนีไป แต่ตัวเองก็โดนตอบโต้จนหน้าตามีรอยฟกช้ำ เพลงพิณจึงพาเขาไปทำแผลที่บ้าน และเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสเหยียบย่างเข้ามาในบ้านนี้ แม้จะเคยเฝ้าแอบมองมานาน นั่นทำให้เพลงพิณเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับสิบทิศมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งปี่พาทย์ก็อยากสนิทสนมกับสิบทิศเพื่อขอให้เขาช่วยสอนมวยให้ใน ขณะที่ยายของเพลงพิณก็สอบถาม และพูดคุยกับเขาเป็นอย่างดี เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านก็โดนสุทินดุด่าโดยไม่สอบถาม เมื่อเห็นหน้าตาที่มีรอยฟกช้ำของเขา ทำให้สิบทิศต้องออกจากบ้านอีกครั้ง เขารู้ว่าพ่อฝังใจกับพฤติกรรมในวัยเด็กที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาให้พ่อ เพราะอยากให้พ่อรักเขาบ้าง เมื่อรู้สึกว่าพ่อชอบเงิน เขาจึงหาวิธีหาเงินให้ได้ มาก ๆ โดยไม่รู้ว่าวิธีการจะถูกหรือผิด เขาไปเป็นเด็กเดินยาเสพติด จนกระทั่งหันมาเสพด้วยแล้วก็งัดแงะบ้านคนอื่นเพื่อขโมยของมาขาย แล้วก็ถูกจับได้ วันที่เขาเข้าไปนอนในคุกโดยไม่มีใครมาประกันตัว อยู่ ๆ ก็มี ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขาไม่รู้จักมาประกันตัว และรับเขากลับบ้าน ระหว่างทางเธอคนนั้นพูดจาโน้มน้าวให้เขากลับใจ และส่งเขาไปบำบัดจนหาย และได้กลับมาเข้าเรียนในโรงเรียนนาฏศิลป์ ส่งเสริมให้เขาได้ฝึกโขน ท่ามกลางความไม่พอใจของพ่อตลอดมา ละคร แสงเทียน สิบทิศไปหยุดตัวเองอยู่หน้าบ้านครูรัตนา หญิงที่ช่วยดึงเขาขึ้นมาจาก จุดตกต่ำในชีวิต จนวันนี้เขาได้รับโอกาสที่ดีที่สุดเมื่อมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน ครูรัตนาพูดคุยปลอบใจจนเขายอมกลับมาบ้าน แล้วพบว่ามียาทาแผลขวดหนึ่งวางไว้ใกล้ ๆ ที่นอนของเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศเจอกับเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ และไปสถานที่ซ้อมโขนด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันด้วยดีจนทำให้เพลงพิณลดความหวาดกลัวในตัวสิบทิศลงเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงสิบทิศพบศิวามายืนรอเพลงพิณพร้อมช่อดอกไม้ของราเมศร์ สิบทิศจึงได้รู้ว่าศิวาทำงานเป็นลูกน้องของราเมศร์ แต่เขาทั้งสองคนไม่ได้แสดงตัวให้คนอื่นได้รู้ว่าเขาเป็นพี่น้องกัน เมื่อเพลงพิณกับ มิ่งขวัญเดินจากไป ศิวาจึงทักทายและพูดขู่ไม่ให้สิบทิศเลิกยุ่งเกี่ยวกับเพลงพิณ โดยที่สิบทิศเองไม่ได้โต้ตอบ เพราะเขาเองก็รู้ตัวว่าเพลงพิณนั้นอยู่สูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเงียบ ๆ ทิมก็เข้ามาพูดจาทักทาย พร้อมกับบอกเล่าให้ฟังจนสิบทิศรู้ว่าดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้เพลงพิณนั้น หล่อนยกให้มิ่งขวัญทุกครั้ง แล้วทิมก็แสดงความชื่นชมสิบทิศจนเขาเขินยิ่งเมื่อได้รู้ว่าทิมผู้เป็นหนุ่มลูกครึ่งนั้นได้ร่วมแสดงโขนพระราชทานเป็นตัวลิง เขานึกทึ่งว่าแม้แต่คนที่เป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวฝรั่งอย่างทิมก็มีความสนใจในศิลปะการแสดงของไทยด้วย ทั้งสองพูดคุยกันจนสิบทิศรู้สึกหึกเหิมในใจมากยิ่งขึ้นยิ่งเมื่อมาเห็นว่าเพลงพิณไม่มีช่อดอกไม้อยู่ในมือ หัวใจของสิบทิศก็รู้สึกชุ่มชื่น และมีพลังมากกว่าเดิม คืนนั้นทั้งสองคนกลับบ้านพร้อมกันเหมือนเคย เพลงพิณเล่าถึงชีวิตครอบครัวของตัวเองที่พ่อแม่เลิกกัน ความสนิทสนมเพิ่มพูดขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วก็มาสะดุดลงอีกเมื่อมาเจอบัวคลี่กำลังทะเลาะกับสามีคนหนึ่ง ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน สิบทิศจึงเข้าไปห้ามและลากบัวคลี่กลับบ้านท่ามกลางความสับสนคลางแคลงใจของเพลงพิณ เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านเขาก็โดนสุทินดุด่าอีกเมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งออกมาจากบ้านบัวคลี่ พร้อมทั้งประกาศว่าถ้าวันหนึ่งทั้งสองลงเอยกัน เขาจะตัดพ่อตัดลูกทันที ซึ่งเสียงทะเลาะกันสองพ่อลูกก็ดังไปถึงหูของบัวคลี่ด้วย คืนนั้นศิวาเมากลับมา บัวคลี่จึงออกมาลากศิวาเข้าบ้านของตนเอง โดยไม่มีใครรู้เห็น ละคร แสงเทียน ด้านเพลงพิณกลับมาถึงบ้านพบว่าน้องชายแอบไปสมัครเรียนอาชีวะ โดยจะทิ้งการเรียนนาฎศิลป์ ทำให้สองพี่น้องถกเถียงกันแล้ว ปี่พาทย์จึงออกจากบ้าน แต่กลับมาพบสิบทิศยืนอยู่หน้ารั้ว เขาพยายามจะพูดคุยกับปี่พาทย์ แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อปีพาทย์เดินหนีไป เพลงพิณจึงชวนเขาเข้าบ้าน เพื่อเอาขนมที่ยายฝากไว้ให้ เพลงพิณพูดคุยให้ฟังเรื่องปัญหาของน้องชาย ที่ไม่อยากเรียนนาฎศิลป์แล้ว ทำให้สิบทิศต้องมานึกย้อนถึงตัวเองที่เขาเอง ก็เคยลังเลในเรื่องนี้ ครั้งที่ครูรัตนาพยายามจะสนับสนุนเขาให้เอาดีทางด้านนี้ เพื่อจะได้มีคนสืบทอดวัฒนธรรมอันดี และสมเจตนารมย์ของพระราชินีที่พยายามฟื้นฟูและดำรงรักษาศิลปะของชาติเอาไว้ นั่นทำให้เขาเข้าใจจิตใจของปี่พาทย์และพูดปลอบใจเพลงพิณจนหล่อนรู้สึกดีขึ้น วันรุ่งขึ้นไม่มีการซ้อมโขนทำให้สิบทิศไม่เจอเพลงพิณ แล้วเขาก็อดคิดถึงหล่อนไม่ได้ จึงแวะซื้อโรตีมะตะบะเพื่อเป็นข้ออ้างไปหาเพลงพิณที่บ้าน พบว่าเพลงพิณกำลังจะออกไปซื้อของพอดีแต่ก็พาเขาเข้าบ้านก่อน ครั้งนี้สิบทิศได้พบกับสมพงษ์ ตาของเพลงพิณด้วย เขาจึงโดนตาสมพงษ์มองอย่างหวาดระแวง และสอบถามถึงเรื่องราวเก่า ๆ ของเขาด้วย แต่ยายก็ช่วยแก้สถานการณ์ให้พร้อมทั้งไล่ให้เขาไปเป็นเพื่อนซื้อของกับเพลงพิณ ระหว่างออกมาด้วยกัน ทำให้ได้พูดคุยถึงสาเหตุที่เขาเป็นฝันร้ายในวัยเด็กของเพลงพิณ ทำให้รู้ว่าในวันนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายหล่อนเลย มันเกิดจากการกระทำของเด็กที่รู้สึกเก้อเขินเมื่อถูกจับได้ว่ามาแอบดู จึงเผลอผลักเด็กหญิงจนหัวไปกระแทกกับขอบกระถางจนหัวแตก และความกลัวทำให้เขาขู่ว่าไม่ให้บอกใคร ไม่งั้นจะกลับมาฆ่าให้ตาย ทำให้เพลงพิณเกิดความกลัวในตัวเขามาจนกระทั่งบัดนี้ ในขณะที่ความรู้สึกดี ๆ และความสนิทสนมเริ่มมีมากขึ้น มีเหตุต้องสะดุด อีกครั้งเมื่อมาเจอบัวคลี่ที่ร้านขายของ ครั้งนี้บัวคลี่ถึงขนาดมากระซิบกับ เพลงพิณโดยที่สิบทิศไม่ได้ยินว่าสิบทิศเป็นของตน ใครจะมาแย่งไปไม่ได้ ทำให้ระหว่างทางกลับบ้านจึงมีความผิดปกติของเพลงพิณ จากที่พูดคุยก็ เงียบไปโดยที่สิบทิศก็ไม่เข้าใจ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าศิวาพาราเมศร์ และมิ่งขวัญมานั่งรออยู่ ท่ามกลางความไม่พอใจของตายาย และปี่พาทย์ เมื่อราเมศร์แสดงท่าทีชอบพอเพลงพิณอย่างเปิดเผย และนำน้ำหอมที่ซื้อจากฮ่องกงมาให้ แทนที่ตาจะตอบรับด้วยความยินดี กลับเมินเฉยและหันไปใส่ใจกับสิบทิศแทน ราเมศร์จึงกลับไปอย่างโกรธแค้น รวมทั้งศิวาเองก็โกรธสิบทิศมากที่ทำให้เจ้านายของตนเสียหน้า ระหว่างทางที่ทั้งสามคนนั่งรถกลับออกมาแล้วจะไปส่งมิ่งขวัญ ราเมศร์ ทำปากหวานกับมิ่งขวัญที่เข้าข้างตนเรื่องเพลงพิณ เขาให้น้ำหอมขวดเล็ก ๆ ที่ร้านน้ำหอมแถมมา แต่บอกกับมิ่งขวัญว่าเขาซื้อมาฝาก ทำให้มิ่งขวัญยินดีมาก และเริ่มเปิดเผยตัวเองออกมาว่าจริง ๆ แล้วหล่อนแอบรักราเมศร์ แม้ฉากหน้าจะทำเป็นสนับสนุนเพลงพิณ แต่เป็นการทำด้วยจิตใจที่แอบอิจฉาเพื่อน เมื่อราเมศร์ให้ของฝากหล่อนจึงคิดไปว่าราเมศร์จะหันมาสนใจหล่อนแทน เพราะราเมศร์เอาชนะใจเพลงพิณไม่ได้ ละคร แสงเทียน พอส่งมิ่งขวัญลงไปแล้ว ราเมศร์จึงมาไล่เบี้ยกับศิวาอย่างอารมณ์เสีย และศิวาก็ไม่กล้าบอกว่าสิบทิศคือน้องชายของตัวเอง เขาจึงกลับมาโวยวายกับสิบทิศที่บ้าน เมื่อสุทินได้ยินเสียงสองพี่น้องทะเลาะกัน เขาก็เข้าข้างศิวาอีกตามเคย สิบทิศจึงเดินหนีออกจากบ้านไปเจอกับบัวคลี่ที่กลับมาจากทำงาน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างคนที่เข้าใจกันดี แล้วเมื่อบัวคลี่ถามถึงเพลงพิณ สิบทิศก็ยอมรับออกมาว่าตนเองนั้นมีความรู้สึกดี ๆ กับเพลงพิณ ในขณะที่ใจก็ครุ่นคิดว่าเพลงพิณหรือจะยอมรับเขาที่มีชีวิตแบบขาด ๆ วิ่น ๆ แบบนี้ได้ มิ่งขวัญเริ่มมาเรียบเคียงถามเพลงพิณถึงความรู้สึกที่มีต่อราเมศร์ เมื่อเพลงพิณยืนยันว่าไม่ได้สนใจราเมศร์ แต่กลับมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับสิบทิศ มิ่งขวัญจึงโทรไปบอกราเมศร์ ซึ่งทำให้เขาโกรธแค้นสิบทิศมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ยังมารับเพลงพิณไปทานอาหาร เมื่อถูกปฎิเสธเหมือนเคย เขาจึงพามิ่งขวัญไปแทนด้วยความจำใจ ที่ร้านอาหารในห้าง มิ่งขวัญกระหยิ่มยิ้มย่องดีใจ แต่ก็เหมือนทุกอย่างถล่มทับเมื่อได้ยินราเมศร์นินทาตนในโทรศัพท์ หล่อนฝืนใจลงนั่งกินต่อด้วยหัวใจแทบสลาย แต่แทนที่หล่อนจะโกรธราเมศร์ หล่อนกลับเทความโกรธ และคลั่งแค้นไปที่เพื่อนรักอย่างเพลงพิณ ด้านศิวาเมื่อไม่สามารถห้ามน้องชายให้เลิกยุ่งกับเพลงพิณได้ เขาจึงมาบอกกับสุทินว่าตอนนี้สิบทิศกำลังไปมั่วกับเพลงพิณ ซึ่งเป็นผู้หญิงไม่ดี ทำให้สุทินโกรธ และดุด่าสิบทิศเหมือนเคย ทุกครั้งเขาจะเมินเฉยแต่ครั้งนี้พ่อด่าลามไปถึงเพลงพิณทำให้เขาทนไม่ได้จึงถกเถียงทะเลาะกันอย่างหนัก ศิวาก็พยายามจะทั้งขู่ทั้งปลอบให้สิบทิศเลิกข้องเกี่ยวกับเพลงพิณ แต่สิบทิศยังยืนยันความตั้งใจของตัวเอง ทำให้ศิวาทำท่าเหมือนจะตัดพี่ตัดน้อง แสดงความเย็นชาใส่ หลังจากวันนั้นบ้านทั้งบ้านก็ยิ่งเหมือนนรกสำหรับสิบทิศเข้าไปทุกที เมื่อพี่ชายก็เมินเฉย และพ่อก็เหมือนไฟที่จะแผดเผาเขาได้ทุกเวลา และเขาก็ร้อนรุ่มเพราะไม่รู้ว่าราเมศร์มีแผนจะทำอะไรเพลงพิณและตัวเขา แต่สิบทิศก็พยายามจะทำใจเพราะการแสดงโขนพระราชทานใกล้เข้ามาแล้ว เขาไปซ้อมรำเพิ่มเติมให้เพลงพิณที่บ้านทุกวันจนสนิทกับครอบครัวของหล่อน และทำให้เขามีความสบายใจบ้าง จนวันหนึ่งหลังการซ้อมเสร็จสิ้น พวกครูที่สอนการแสดง และครูรัตนาต่างก็ชื่นชมเพลงพิณที่สามารถรำได้อย่างสวยงาม ทั้งที่เข้ามาเริ่มซ้อมทีหลังคนอื่น เพลงพิณยิ้มรับและมองไปยังทุกคน ก่อนจะหยุดที่สิบทิศ หล่อนมองด้วย สายตาที่แสดงความขอบคุณให้เขาก่อนที่หล่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านไปทางมิ่งขวัญ สิบทิศมั่นใจว่าเห็นสายตาริษยาของมิ่งขวัญขณะที่มองเพลงพิณ และเห็นด้วยว่ามิ่งขวัญยื่นขามาขัดจนเพลงพิณสะดุดจะล้ม ดีว่ามีเพื่อนนักแสดงช่วยพยุงไว้ ทุกคนตกใจ และเข้ามาถามไถ่ด้วยความห่วงใย มิ่งขวัญถือโอกาสลุกหนีไป เพลงพิณไปตามหาจนเจอแล้วก็ต้องตกใจมากเมื่อเพื่อนรักแสดงความเกลียดชังใส่โดยที่หล่อนก็ไม่รู้สาเหตุเลย ด้านมิ่งขวัญเองก็ไม่สบายใจในสิ่งที่ตัวเองกระทำลง หล่อนมายืนครุ่น คิดจนกระทั่งทิมเข้ามาพูดคุย และต่อว่าตักเตือนในสิ่งที่หล่อนทำเพื่อนเพราะเห็นแก่ผู้ชาย มิ่งขวัญโกรธมากและเดินหนีไป ราเมศร์โทรเข้ามาบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดเขา อยากจะให้มิ่งขวัญช่วยพาเพลงพิณมางานวันเกิด โดยให้หล่อนไปร่วมงานด้วย ละคร แสงเทียน มิ่งขวัญหลงกลราเมศร์หลอกพาเพลงพิณไปที่ร้านนั้นจนได้ โดยศิวาแยกสิบทิศออกจากเพลงพิณด้วยการโทรมาโกหกว่าพ่อป่วยให้สิบทิศรีบกลับบ้าน เมื่อทุกอย่างเป็นตามแผนที่เขาวางไว้คือ แอบวางยาเพลงพิณจนหลับ และพูดยกมิ่งขวัญให้ศิวาจัดการได้ตามสบาย หล่อนตกใจมากและพยายามจะหาคนช่วย แต่ก็ยากจะแก้ไขแล้วเพราะร้านนั้นเป็นร้านของเพื่อนราเมศร์ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทิมพาสิบทิศเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้ราเมศร์โกรธมาก ผสมกับโกรธศิวาด้วยเมื่อรู้ความจริงว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกัน จึงให้ลูกน้องทำร้ายศิวาจนยับเยิน สิบทิศพาเพลงพิณไปโรงพยาบาลทันที หมอตรวจพบว่ายาที่เพลงพิณกินเข้าไปนั้นคือยานอนหลับอย่างแรง หรือที่เรียกกันว่า ยาเสียสาว เมื่อครูรัตนามาถึงจึงตัดสินใจ พาเพลงพิณกลับไปที่บ้านของครูก่อน แล้วโทรแจ้งตายายให้รับทราบ ส่วนสิบทิศก็โทรบอกพ่อสั้น ๆ ว่าจะไม่กลับบ้าน และมิ่งขวัญนั้นตามไปนั่งมองแล้วก็ร้องไห้ตลอดเวลาด้วยความสำนึกผิด เมื่อเพลงพิณฟื้นขึ้นมาถามหามิ่งขวัญด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้มิ่งขวัญรู้สึกแย่มากกว่าเดิมจนต้องลุกวิ่งหนีออกไป ทิมตามไปปลอบโยนจนหล่อนดีขึ้นแต่ก็ยังไม่กล้าจะสู้หน้าเพลงพิณได้อีก ทั้ง ๆ ทีเพลงพิณพร้อมจะให้อภัยเพื่อนเพราะเข้าใจในสถานการณ์ที่เพื่อนได้ทำลงไป สิบทิศกลับบ้านมาพบว่าพ่ออาละวาด ด่าทอ เขามากมาย เพราะสภาพของศิวาที่โดนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ศิวาบอกกับสุทินว่าโดนสิบทิศทำร้าย เพราะจะปกป้องเพลงพิณทำให้สุทินโกรธจัด จึงด่าลามปามไปถึงว่าเพราะสิบทิศมาเกิดจึงทำให้แม่ตาย เขาเป็นคนฆ่าแม่ของตัวเอง ความเจ็บปวดเกิดขึ้นมากมายจนทำให้สิบทิศเตลิดออกจากบ้าน จนมาเจอกับพวกของราเมศร์ ที่มาดักรอทำร้าย เขาโดนรุมจนลงไปกองกับพื้นโดนปืนจ่อหัวในวินาทีความเป็นความตายนั้นบัวคลี่ใช้เล่ห์เหลี่ยมช่วยเหลือเขาไว้ได้ทันและพาเขาไปส่งที่บ้านครูรัตนา เมื่อชิดชัยกับครูรัตนาเห็นสภาพของสิบทิศ และรับทราบเรื่องราวทั้งหมดจึงพาเขาไปโรงพยาบาลและพาไปแจ้งความด้วย บัวคลี่จากตรงนั้นมาด้วยความรู้สึกสะท้อนใจว่าสิบทิศยังมีคนสนใจไยดีในขณะที่ตัวเองเหมือนอยู่คนเดียวในโลก แถมยังกลับมาเจอแม่กำลังเมาอาละวาดที่แปะขายของในสลัม แม่เมาพูดเพ้อเจ้อพาให้บัวคลี่เข้าใจผิดว่าแปะเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด พ่อที่แม่ปิดบังมานานไม่เคยยอมบอกพ่อของหล่อนเป็นใคร ทำให้หล่อนแทบช็อกกับความจริงที่เปิดเผยในตอนนี้ ด้านสิบทิศเมื่อตื่นขึ้นมาที่บ้านครูรัตนาพร้อมกับความระบมไปทั้งร่างกาย เพลงพิณมาเยี่ยมพร้อมกับโทษตัวเองว่าเป็นเพราะหล่อนทำให้สิบทิศต้องมาเจ็บตัวแถมยังโดนพ่อไล่ออกบ้าน สิบทิศพยายามจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับหล่อนเพราะปกติครอบครัวเขาก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ทั้งสองคนพูดจาปลอบโยนซึ่งกันและกัน และเหมือนจะเปิดใจกันมากขึ้น ละคร แสงเทียน เมื่อสิบทิศหลับเพลงพิณจึงกลับบ้านมาพบว่าน้องชายกำลังจะออกจากบ้านอีกแล้ว แม้จะพยายามห้ามปรามน้องยังไงก็ไม่สามารถห้ามได้ปี่พาทย์ออกไปแว้นมอเตอร์ไซค์กับเพื่อนที่เขาคบหาอยู่ และไปตัดหน้ารถปิกอัพคันหนึ่งจนรถคันนั้นเสียหลักจนรถเกือบจะคว่ำ แต่เวลานั้นปี่พาทย์กลับรู้สึกสนุกสนานจนไม่สนใจกับความเดือดร้อนของคนอื่น และเมื่อพวกเขาเข้ามาอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปี่พาทย์พบเจอกับเด็กสาวตาโตคนหนึ่งซึ่งมากับคันนั้นหล่อนจำปี่พาทย์ได้จึงต่อว่าเขาหลายคำจนเขายืนอึ้ง เมื่อบัวคลี่พยายามชะเง้อชะแง้เข้าไปในบ้านของสุทิน จึงโดนตอกหน้ากลับมา หล่อนถามอาการของศิวาก่อนจะบอกเรื่องที่สิบทิศโดนรุมทำร้าย ปางตาย แถมยังกุเรื่องว่าสิบทิศนอนใกล้ตายอยู่บ้านครูรัตนา ทำให้สุทินตกใจแล้วรีบไปดูสิบทิศที่บ้านครูรัตนาทันที ระหว่างทางสุทินได้เจอกับเพลงพิณ เขารู้สึกประทับใจกับเด็กสาวหน้า ตาสะสวย กิริยาเรียบร้อย หล่อนช่วยเก็บหมวกมาส่งให้เขาอย่างไม่รังเกียจ สภาพของคนซ่อมซ่อขี่รถซาเล้งเก็บของเก่าเลยสักนิด เมื่อมาเจอกันที่บ้านครูรัตนาอีกครั้ง เพลงพิณมากับตาและยาย แล้วเมื่อยายรู้ว่าสุทินเป็นพ่อของสิบทิศจึงเอ่ยชื่นชมว่าสุทินเลี้ยงลูกชายอย่างสิบทิศได้ดีมาก และก็ด่าศิวาว่าเลวร้าย ทำให้สุทินโกรธเป็นอันมาก แต่ไม่กล้าจะอาละวาดอะไร ได้แต่อัดอั้นเพราะอยากจะรู้ว่าสิบทิศเป็นอย่างไร จึงได้แต่เก็บอาการนิ่งงันไว้ เมื่อชิดชัย และครูรัตนาเปิดโอกาสให้พ่อลูกได้คุยกันเอง สิบทิศถามถึงศิวา สุทินโต้ตอบอย่างฉุนเฉียวแล้วก็ออกมาพบกับครูรัตนา ที่พยายามจะอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ อย่างใจเย็น สุทินกลับไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่เคยเชื่อว่าศิวาจะทำเรื่องเลวร้ายได้อย่างที่ครูรัตนาบอกกับเขาเลย แถมเมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็พบว่าศิวากำลังด่าบัวคลี่ ด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ยิ่งทำให้เขาสับสนยิ่งขึ้นไปอีก เวลาผ่านไปจนใกล้จะถึงวันแสดงโขนพระราชทานแล้ว เพลงพิณก็ยังปรับความเข้าใจกับมิ่งขวัญไม่ได้ ทำให้หล่อนไม่มีสมาธิในการซ้อมเท่าที่ควร ครูรัตนาจึงเข้ามาช่วยให้สองสาวปรับความเข้าใจกัน มิ่งขวัญสารภาพว่าอิจฉาเพลงพิณมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เพลงพิณมีแต่คนรัก ทั้งเรื่องการแสดงที่เพลงพิณได้รับบทเด่นกว่าตนเอง ครูรัตนาจึงอธิบายความสำคัญของตัวละครทุกตัว การที่ได้รับเลือกให้เข้ามาร่วมแสดงโขนพระราชทานนั้นคือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต จนมิ่งขวัญเริ่มรู้สึกตัวและเข้าใจ ปล่อยวางความอิจฉาริษยาลงได้ หล่อนสบายใจขึ้น และทิมก็เข้ามาแสดงความยินดีแล้วชวนกันไปเลี้ยงฉลองที่ร้านส้มตำ ทิมยอมกินส้มตำเผ็ดจัดทั้งที่ตัวเองกินเผ็ดไม่ได้เลย เพื่ออยากจะใกล้ชิดกับมิ่งขวัญ ระหว่างนั้นมีเด็กซิ่งแว้นมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเสียงดังมาก ทิมวิพากษ์วิจารณ์เด็กพวกนั้นโดยไม่รู้ว่าในกลุ่มนั้นมีปี่พาทย์ร่วมอยู่ด้วย ละคร แสงเทียน ปี่พาทย์อยากแสดงตัวให้เพื่อนยอมรับ และอยากมีมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง เขาจึงไปขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง แต่โชคร้ายเขาโดนจับได้ในขณะที่เพื่อนร่วมแก๊งหนีไปได้หมด แล้วที่โชคร้ายไปกว่านั้น เจ้าของรถคือลูกน้องของราเมศร์ เมื่อศิวามาเห็นจึงพาตัวเขาไปให้ราเมศร์ จึงถูกบังคับโดนการเอาปืนจ่อหัว ให้เลือกว่าจะตาย หรือจะเลือกพาตัวเพลงพิณมาส่งให้ราเมศร์ ปี่พาทย์เลือกที่จะไม่ตาย เขาจึงถูกพาตัวมาส่งที่บ้าน เพลงพิณเห็นร่องรอยการถูกทำร้าย แต่เขาโกหกว่าเดินชนเสา เพลงพิณดูแลถามไถ่น้องด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้ปี่พาทย์กระวนกระวายมากขึ้น สิบทิศเป็นคนสังเกตเห็นอาการ ทำให้เขาเก็บความสงสัยไว้ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน เพราะตอนนี้เขากับเพลงพิณเริ่มแสดงความรู้สึกถึงความรักที่มีให้กันและกันมากขึ้น สิบทิศจึงทำเป็นว่ากลับบ้านแล้ว แต่เขามาดักรอปี่พาทย์และสอบถามพูดคุยจนปี่พาทย์ยอมบอกความจริง เมื่อความจริงเปิดเผย ตากับยายคิดจะส่งปี่พาทย์ไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัด แต่ครูรัตนาเสนอว่าควรจะส่งปี่พาทย์ไปเรียนรู้ชีวิตที่บ้านพี่สาวของครูรัตนาจะดีกว่า ปี่พาทย์ถูกส่งไปอยู่ที่บ้านเนินธัมมัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงที่นั่น ปี่พาทย์ก็แทบช็อก เพราะเขาไปเจอกับสาวน้อยตาโต คนที่เขาเจอในปั๊มน้ำมัน วันที่ไปซิ่งรถ พ่อของเด็กสาวหน้าดุ ๆ นั้นก็คงจำเขาได้เช่นกัน แต่ไม่มีใครพูดสิ่งใด ยิ่งทำให้เขากระอักกระอ่วนใจอย่างมาก ชีวิตของปี่พาทย์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเข้าไปช่วยในสวนปาล์ม แถมบางเวลาสาวน้อยตาโตแก้วใจก็มักจะพูดค่อนแคะเขาเสมอ ทำให้เขาคิดว่าตอนนี้เขากำลังอยู่โรงเรียนดัดสันดาน จนวันหนึ่งสิงห์มาชวนเขาไปลานขายปาล์ม ทำให้เขาตื่นเต้นที่จะได้ออกไปดูโลกภายนอก ทำให้สิงห์แปลกใจ และเมื่อรู้ความคิดของปี่พาทย์ เขาจึงอธิบายจนปี่พาทย์เริ่มมีความรู้สึกที่ดีขึ้นบ้าง แล้วยิ่งวันหนึ่งเขาพบว่าแม่ของแก้วใจกำลังทอผ้ายกทองโบราณ เพื่อเป็นเครื่องแต่งกายให้กับนักแสดงโขนพระราชทาน ทำให้ปี่พาทย์เริ่มยอมรับและเข้าใจในศิลปะวัฒนธรรมของชาติมากยิ่งขึ้น และคิดได้ว่าเขาจะกลับไปเรียนนาฎศิลป์อีก ไม่คิดจะไปเรียนอาชีวะอีกแล้ว ทางด้านศิวา เมื่อปี่พาทย์หายตัวไป เขาก็โดนราเมศร์เล่นงานอีก และไม่ยอมเขาทำงานด้วยอีก รามพ่อของราเมศร์จึงให้งานใหม่ซึ่งเป็นงานผิดกฎหมายศิวายอมทำโดยไม่สนใจว่าจะถูกหรือผิด เพราะเขาไม่อยากตกงาน เวลาของการแสดงโขนเหลืออีกเพียงหนึ่งเดือน ความรักของสิบทิศและเพลงพิณก็ดำเนินไปด้วยดี เพลงพิณเปิดใจจนสิบทิศกล้าที่จะแสดงความรักมากขึ้น ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี โลกของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างสดใส แล้วบัวคลี่มาบอกว่าท้องกับศิวา แถมเขายังได้ข่าวว่าศิวากำลังทำเรื่องผิดกฎหมาย โลกของสิบทิศก็แทบมัวหม่นลงอีก เขาพยายามจะเตือนศิวา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ศิวาไม่ฟังเขาเลย แถมยังไม่ยอมรับเป็นพ่อของเด็กในท้องของบัวคลี่ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องของครอบครัวและเรื่องของเพื่อน เขาประกาศจะช่วยเป็นพ่อให้กับหลานของเขา โดยที่เขาลืมนึกถึงเพลงพิณไปเสียสนิท เขาไม่รู้เลยว่าเพลงพิณเข้าใจผิดกับบัวคลี่จนแทบจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ที่สุดแล้วเขาก็ตามไปปรับความเข้าใจกับหล่อนได้ และใจยิ่งอิ่มเอิบมากขึ้นเมื่อค่อนข้างจะมั่นใจว่าเพลงพิณหึง ก็แสดงว่าหล่อนรับรักของเขาแล้ว ละคร แสงเทียน แต่เรื่องราวความวุ่นวายในชีวิตของสิบทิศก็ไม่ได้จบลงง่าย ๆ เมื่อบัวคลี่โทรมาตอนที่เขาอยู่กับเพลงพิณ คิดจะไปทำแท้งเพราะศิวาไม่ยอมรับ เขารีบออกจากเพลงพิณไปดูแลบัวคลี่ โดยไม่รู้ตัวว่าได้สร้างความแคลงคลางใจไว้กับเพลงพิณ ช่วงเวลานี้เรื่องศิวาก็มีข่าวว่าจะขนอาวุธผิดกฎหมาย เขาได้รับเบาะแสมาจากเพื่อนเก่าที่ทำงานอยู่กับราเมศร์ สิบทิศจึงประสานกับชิดชัยเพื่อวางแผนจับกุมได้สำเร็จ ศิวาถูกจับ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องครอบครัวแต่ไม่ได้บอกเพลงพิณได้รับรู้ ปล่อยให้หล่อนจมอยู่กับความหวาดระแวงสงสัย เพราะปมในใจที่มีพ่อเจ้าชู้ ทำให้หล่อนไม่สามารถจะไว้ใจใครได้เลย สิบทิศพาสุทินไปดูศิวาที่โรงพัก ศิวาโวยวายใส่อย่างไม่ยอมรับฟังอะไรเลย สุทินเสียใจมากที่ลูกชายที่ตนรักที่สุดจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้ เขาทิ้งศิวาไว้ที่โรงพักโดยไม่สนใจจะช่วยเหลือเลย แล้วกลับมาเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง สิบทิศตามมาเฝ้าดูด้วยความเป็นห่วง สาเหตุนี้ทำให้สิบทิศต้องลาซ้อมหนึ่งวัน ครูรัตนามาแจ้งแก่นักแสดงทุกคน เพลงพิณนั่งซึมจนมิ่งขวัญเข้ามาพูดคุย หล่อนเลยยอมจะพูดถึงสิ่งที่คาใจตัวเองว่าเคยได้ยินสิบทิศบอกรักผู้หญิงคนอื่น และจะยอมรับเป็นพ่อให้เด็กในท้องของบัวคลี่อีกด้วย มิ่งขวัญโวยวายจนทิมวิ่งเข้าข่าวมาให้ดูว่าศิวาโดนจับ ทั้งหมดจึงชวนกันไปหาสิบทิศที่บ้าน แล้วเพลงพิณก็พบภาพบาดใจเมื่อเห็นสิบทิศยืนกอดกับบัวคลี่อยู่ที่หน้าบ้าน เพลงพิณกลับบ้านด้วยหัวใจที่เจ็บปวดแสนสาหัส หล่อนเก็บตัวร้องไห้อยู่ในห้อง แม้สิบทิศจะโทรมาหาหลายครั้งหล่อนก็ไม่ยอมรับสาย สิบทิศอยากจะรีบหาเพื่อถามไถ่ว่าหล่อนเป็นอะไร แต่ตอนนี้เขายังไม่กล้าทิ้งพ่อให้อยู่คนเดียว เช้าวันรุ่งขึ้นเขารีบไปรับเพลงพิณแต่เช้าก็ปรากฏว่าหล่อนออกไปแล้ว และวันทั้งวันที่เจอกัน เพลงพิณก็มีอาการผิดปกติกับเขาตลอดเวลา เขาจึงไปเค้นคอถามกับทิมจนรู้ความจริง แต่จะตามไปอธิบายไม่ได้ เพราะเพลงพิณหนีไปนอนบ้านมิ่งขวัญ สิบทิศได้รับข่าวว่าศิวาถูกทำร้ายในคุก เขาจึงต้องทิ้งเรื่องของเพลงพิณไว้ก่อน กว่าจะกลับมาทำความเข้าใจกับเพลงพิณได้ก็ดูเหมือนจะสายเกินไป หล่อนทำเหมือนไม่ยอมรับฟังเขาเลย ทำให้สิบทิศน้อยใจจนไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว ฝ่ายเพลงพิณก็ไปปรึกษากับยาย จนรู้ตัวว่าหล่อนจะเอาเรื่องพ่อมาวัดกับผู้ชายแบบสิบทิศไม่ได้ หลังจากวันนั้น สิบทิศก็หายไปจากชีวิตของเพลงพิณ เขาไม่ได้ตามรับส่งหล่อนอย่างที่เคยเป็นมานาน เขาพยายามรักษาความห่าง ต้องแข็งใจอย่างมากที่จะไม่ง้องอน แล้วในที่สุดเพลงพิณก็เป็นฝ่ายมาง้อเขาเอง และปรับความเข้าใจกันจนได้ท่ามกลางความดีใจของมิ่งขวัญและทิม ชีวิตของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างเพิ่มมากขึ้น เมื่อความรักก็สมหวังแล้วเขายังได้รับหลักฐานสำคัญมาเพื่อมัดตัว ราม และราเมศร์ จากเพื่อนรักคนเดิมที่ยอมสละชีวิตเพื่อความถูกต้อง เขาเอาตัวเองไปเสี่ยงขโมยหลักฐานจนถูกยิง และตอบโต้ด้วยการยิงราเมศร์ตาย เมื่ออุดมส่งหลักฐานทั้งหมดให้สิบทิศ เขาก็หนีไปนอนตายอย่างเดียวดาย แต่เขาก็ได้รับการชื่นชมและไว้อาลัยว่าเป็นคนดีของสังคมคนหนึ่ง แต่สิบทิศก็เสียใจมากเช่นกัน เพลงพิณกับบัวคลี่ปรับความเข้าใจกันได้ในงานศพของอุดมนี่เอง เมื่อใกล้วันแสดงโขนพระราชทานเข้ามาทุกทีแล้ว สิบทิศต้องไปเก็บตัว ฝึกซ้อม ก่อนออกจากบ้านเขาสอดบัตรชมการแสดงเข้าไปในประตูห้องสุทิน โดยไม่คาดหวังว่าพ่อจะไปดูเขาแสดง แล้ววันหนึ่งที่สิบทิศต้องไปอัดรายการโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดไปทั่วประเทศ เขาต้องแต่งตัวเต็มที่ รวมทั้งเพลงพิณด้วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสองจึงพูดคุยกัน และสิบทิศก็หยิบภาพของแม่ออกมาให้เพลงพิณดู ความเข้าใจไว้ใจ เกิดกับสองหนุ่มสาวแบบไม่มีอะไรเคลือบแฝงอีกต่อไป ละคร แสงเทียน ทางด้านปี่พาทย์ เขากำลังจะได้กลับบ้าน และเวลานี้เขาก็เข้าใจชีวิตมากขึ้น เขาสัญญากับแก้วใจว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน เพื่อจะได้สวมผ้ายกทองที่แก้วใจเป็นคนทอให้ได้ วันนั้นเป็นวันที่สุทินเกิดอยากกินเหล้า ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยกินมานานแล้ว เขาจึงไปนั่งหลบมุมที่ร้านแปะขายของอยู่ในสลัม ทำให้เขาได้เห็นสิบทิศออกทีวี ได้ยินเสียงสรรเสริญสิบทิศ และเสียงนินทาว่าเขารักลูกไม่เท่ากันจากปากตายายของเพลงพิณ เขาลุกขึ้นเดินกลับบ้านมาครุ่นคิดเรื่องของสิบทิศและศิวา เพียงเพราะเขามีโกรธที่พอสิบทิศเกิดมาก็ทำให้เขาต้องเสียภรรยาสุดที่รักไป แต่ถึงยังไงสิบทิศก็เป็นลูก ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักลูก แต่สิบทิศยังตอกย้ำในการสูญเสียอีก เพราะเด็กชายหน้าตาเหมือนแม่ไม่มีผิด เขาจึงทนมองหน้าลูกไม่ได้ เมื่อศิวาทำเรื่องผิดกฎหมาย สุทินก็ไม่กล้าสู้หน้าสิบทิศอีก แต่วันนี้เขาตัดสินได้แล้วจึงเปิดหน้าต่างบ้านไปชวนบัวคลี่ไปดูการแสดงโขนพระราชทาน ในที่สุดการแสดงโขน ชุด นางลอย ก็เริ่มต้นขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมรวมทั้งนักแสดงที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกมาพบกับญาติพี่น้องที่มาแสดงความยินดี สิบทิศยืนเคียงคู่กับเพลงพิณ ทุกคนทยอยกันเข้ามาหาแล้ว คนที่สิบทิศไม่เคยคิดจะได้เห็นเลย ก็เดินเคียงคู่มากับบัวคลี่ สุทินนำรูปแม่มาให้เขา สิบทิศดีใจจนพูดไม่ออกสุทินเองก็ยังมีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ในการจะแสดงความรักต่อลูกชาย การแสดงโขนแต่ละรอบผ่านไปด้วยดี ทำให้ครูรัตนาปลื้มใจเป็นที่สุด สิบทิศกลับมาอยู่บ้านในห้องที่เคยเป็นของศิวา เขากับพ่อมีความเข้าใจกัน แค่นี้สิบทิศก็มีความสุขที่สุดแล้ว ความรักที่มีกับเพลงพิณก็เบ่งบานในหัวใจ สุทินเอาสมุดเงินฝากธนาคารที่เก็บสะสมมาให้เขาด้วยตัวเลขสูงลิ่ว นี่คือเรื่องที่พ่อทำให้ลูกที่เขาเหมือนไม่เคยใส่ใจมาก่อนเลย วันที่ 12 สิงหาคม ที่วิทยาลัยนาฎศิลป์ สิบทิศและเพลงพิณเตรียมพวงมาลัยมากราบครูรัตนา และรับคำอวยพรอย่างอิ่มเอมในหัวใจ แล้วก็พากันไปจุดเทียนชัยถวายพระพรพร้อมกับครูบาอาจารย์ในวิทยาลัย ครูรัตนาเปรียบเทียบให้หนุ่มสาวทั้งสองเห็นว่าแสงเทียนที่ถูกจุดนี้จะถูกส่งต่อไปรุ่นสู่รุ่นเพื่อมิให้นาฏศิลป์จะลับหายไปจากสังคมไทย ดังเช่นนาฏศิลป์โขนซึ่งเปรียบประดุจแสงเทียนที่ใกล้ริบหรี่ ได้รับการจุดต่อขึ้นมา และส่งต่อไปยังเทียนอีกนับร้อยนับพันเล่ม ศิลปะล้ำค่าของชาติจึงสว่างไสวเรืองรองอยู่บนผืนแผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน ติดตามชมละคร แสงเทียน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครแสงเทียน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำในละคร แสงเทียน ธารา ทิพา รับบท สิบทิศนิศาชล ต้วมสูงเนิน รับบท เพลงพิณนภสร เอกพันธ์กุล รับบท มิ่งขวัญธรรมวิทย์ รัฒนาภรณ์ รับบท ทิมพิสิฐพงศ์ ช่างหล่อ รับบท ปี่พาทย์ชลธิชา ชัยชิต รับบท แก้วใจรัชนีกร พันธุ์มณี รับบท ครูรัตนาศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท สุทินวีระกิตต์ วรัตน์ชยุต รับบท ราเมศร์ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท บัวคลี่สุรินทร คารวุตน์ รับบท ศิวาพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยายสายหยุดวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท รามบุญสร้าง เรืองนนท์ รับบท ตาสมพงษ์ ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน

รู้จักกับ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children
Cameron King /  Ella Purnell / 

เช็คชื่อ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children สิ่งที่น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่อง Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children บ้านเพริกริน เด็กสุดมหัศจรรย์ ก็คงหนีไม่พ้นเด็กที่มาอยู่รวมตัวกันในบ้านหลังนี้ แต่ละคนก็มีความพิเศษในตัวเอง มาทำความรู้จักกับพวกเขาก่อนจะเข้าไปดูภาพยนตร์กันดีกว่า หมายเหตุ เจนโน ท็อปปิง (Jenno Topping) เป็นโปรดิวเซอร์ และ ดีเรก เฟรย์ (Derek Frey) เป็น เอกเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ บรอมวิน รับบทโดย พิกซี เดวีส์ (Pixie Davies) เป็นเด็กตัวเล็กแต่เข้มแข็ง อายุน้อยที่สุดและที่ผ่านมาถือเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เด็กประหลาด ตัวละครร่างจิ๋วผู้กล้าหาญและมีพลังรายนี้เป็นตัวละครที่เบอร์ตันชอบเป็นพิเศษ "เธอเป็นตัวแทนของคนตัวเล็กซึ่งสามารถทำสิ่งที่ไม่ธรรมดา" ท็อปปิงกล่าว "เช่นเคย แนวคิดนี้ตรงกับผลงานและความสนใจของทิมในแง่ที่ว่าผู้คนอาจสร้างความประหลาดใจให้คุณได้" แคลร์ รับบทโดย แรฟฟิเอลลา แชปแมน (Raffiella Chapman) เป็นเด็กประหลาดซึ่งเมื่อมองจากภายนอกก็ดูปกติดี เพียงแต่ว่าเธอมีฟันแหลมคมอยู่ที่หลังศีรษะเท่านั้นเอง “เราเรียกตัวละครตัวนี้ว่า ‘เด็กหญิงปากหลัง’” เฟรย์กล่าวติดตลก “เป็นความประหลาดที่ประหลาดยิ่งกว่าแบบอื่นๆ ทิมต้องการคนที่คุณจะนึกไม่ถึงเลยว่ามีคุณสมบัติพิเศษแบบนั้น แรฟฟิเอลลามีความไร้เดียงสาในแบบเดียวกับเชอร์ลีย์ เทมเพิล” เอ็มมา รับบทโดย เอลลา เพอร์เนลล์ (Ella Purnell) เธอมีความสามารถในการควบคุมอากาศได้ และต้องใส่รองเท้าที่ทำด้วยตะกั่วเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเธอลอยขึ้นไป เมื่อการผจญภัยดำเนินไป “มันน่าสนใจมากเวลาที่ฉันเล่นฉากหนึ่งอยู่แล้วทิมบอกว่า ‘เอาล่ะ กลัวให้สุด ๆ วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยนะ’ แล้วฉันก็คิดว่า ‘เห็นรองเท้าที่ฉันใส่อยู่ไหมล่ะ’” อีน็อค รับบทโดย ฟินเลย์ แม็คมิลลัน (Finlay MacMillan) เป็นเด็กหนุ่มที่โตที่สุดในบ้านเด็กประหลาด อีน็อคสามารถทำให้วัตถุต่าง ๆ มีชีวิตขึ้นมาได้ชั่วคราว ซึ่งเป็นทักษะที่เขาใช้ในการต่อสู้ครั้งสำคัญกับพลังด้านมืด บางครั้งเขาก็ใช้ความสามารถนี้เพื่อความสนุกสนานของตนเอง อย่างตอนที่เขาทำให้ตุ๊กตาออกมาต่อสู้กัน โดยในภาพยนตร์นั้นนำเสนอผ่านแอนิเมชันแบบสต็อปโมชัน อันเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเบอร์ตันที่เคยสร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยมมาแล้วใน Corpse Bride และ The Night Before Christmas ฟิกกิสก่าวว่า นักแสดงฟินเลย์ แม็คมิลลัน นั้น “เซ็กซี่และดาร์กนิด ๆ แต่ไม่หดหู่” ฮอเรซ รับบทโดย เฮย์เดน คีลเลอร์-สโตน (Hayden Keeler-Stone) มีความฝันที่พยากรณ์อนาคตได้ ทุก ๆ คืน เหล่าเด็กประหลาดจะมารวมตัวกันเพื่อดูภาพความฝันอันแจ่มชัดของฮอเรซที่ฉายขึ้นบนจอ ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นในชุดสูทอังกฤษเรียบหรู “ฮอเรซดูราวกับมาจากอีกยุคหนึ่ง” ท็อปปิงกล่าว ฮิวจ์ รับบทโดย ไมโล พาร์คเกอร์ (Milo Parker) เป็น “เจ้าแห่งผึ้ง” เขาต้องใส่หน้ากากของคนเลี้ยงผึ้งเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงผึ้งที่อยู่ในตัวเขาออกมาทำอันตรายเพื่อน ๆ “มีเสน่ห์บางอย่างอยู่ในตัวเด็กชายหน้าตาน่ารักอ่อนโยนที่มีอะไรเพี้ยน ๆ อาศัยอยู่ภายในตัวเขา” ท็อปปิงกล่าว มิลลาร์ด รับบทโดย คาเมรอน คิง (Cameron King) มีคุณสมบัติประหลาดในแง่การหายตัวได้  ทำให้เขาเป็นเด็กประหลาดที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันและสร้างความปั่นป่วนมากที่สุด เนื่องจากเรามองไม่เห็นตัวละครและนักแสดงที่มารับบทนี้ การหา “เสียง” ที่เหมาะสมสำหรับมิลลาร์ดจึงสำคัญเป็นพิเศษ “เราต้องหาเด็กที่มีเสียงแตกต่างจากคนอื่น และทำให้คุณสงสัยว่าหนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร” เฟรย์กล่าว โอลีฟ รับบทโดย ลอเรน แม็คครอสที (Lauren McCrostie) เด็กสาวผู้รักอิสระซึ่งใช้ปลายนิ้วจุดไฟได้ เธอต้องใส่ถุงมือยาวสีดำไว้ตลอดเวลาเพราะไม่อย่างนั้นทุกสิ่งที่เธอสัมผัสจะติดไฟ ลอเรน แม็คครอสที สาวผมแดงผู้งดงาม ได้รับบทนี้ไปเพราะเฟรย์บอกว่าเธอ “มีความอ่อนโยนซึ่งจำเป็นต้องมาถ่วงดุลกับความแปลกประหลาดอย่างหนักของเธอ” คู่แฝด รับบทโดย โธมัสและโจเซฟ อ็อดเวลล์ (Joseph Odwell, Thomas Odwell) เป็นเด็กประหลาดที่ลึกลับที่สุด พวกเขาใส่หน้ากากอำพรางใบหน้าเอาไว้และไม่พูดอะไรเลย นอกจากนี้ยังมีความประหลาดที่ซ่อนไว้ซึ่งจะเปิดเผยก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายร้ายแรงเท่านั้น นักแสดงที่มารับบทเป็นคู่แฝดจะต้องเป็นเหมือนเงาสะท้อนของกันและกัน รวมถึงแสดงสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันด้วย คู่แฝดอ็อดเวลล์มีความประสานสอดคล้องกันซึ่งจำเป็นต่อการรับบทนี้

เรื่องจริงจากคดีสุดหลอน ช็อกคนทั้งโลก! ของครอบครัว ฮอดจ์สัน (Hodgson)
Enfield Poltergeist /  Hodgson / 

หลังจากทีทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอเรื่องราวของสองสามีภรรยา เอ็ด และลอเรน วอเรน จากคดีของ ครอบครัว เพอร์รอน (Perron) ที่อาศัยอยู่ในบ้านผีสิง! เรื่องจริงที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Conjuring ล่าสุดความสยองขวัญกลับมาอีกครั้ง The Conjuring 2 เรื่องจริงจากคดีสุดหลอน Enfield Poltergeist หรือปรากฏการณ์ที่สิ่งของต่าง ๆ เคลื่อนที่เองได้อย่างปริศนา ของครอบครัว ฮอดจ์สัน เรื่องนี้ช็อกคนทั้งโลกเพราะมีทั้งคลิป ภาพถ่ายและเทปเสียงบันทึกเหตุการณ์ประหลาดทั้งหมด เรื่องจริงจากคดีสุดหลอน ช็อกคนทั้งโลก! ของครอบครัว ฮอดจ์สัน (Hodgson) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงในปี 1977 ณ เมืองที่ชื่อว่า เอนฟิล์ด ในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เกียวกับบ้านหลังนึงและเรื่องราวถึงเด็กหญิงอายุ 11 ขวบที่มีพฤติกรรมผิดแปลกจากปกติ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่อครอบครัวของ ฮอดจ์สัน Hodgson ได้เข้ามาอาศัยในบ้านเลขที่ 284 Green Street, Brimsdown เมือง เอนฟิล์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งครอบครัวประกอบไปด้วย คุณแม่เพ็กกี้ ฮอดจ์สัน ที่ต้องเลี้ยงดูลูกๆ ทั้งสี่เพียงคนเดียว ได้แก่ มาร์กาเร็ต อายุ 13 ปี, เจเน็ตอายุ 11 ขวบ จอห์นนี่ อายุ 10 ขวบ และบิลลี่ อายุ 7 ขวบ กำลังถูกหลอกหลอนอย่างหนัก เมื่อลูกสาวของเธอสองคนเจเน็ตและมาร์กาเร็ตเริ่มเล่น Ouija board ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้เกิดขึ้น เริ่มต้นด้วยเจเน็ต และจอห์นนี่ ถูกเขย่าเตียง ตามมาด้วย มีเสียงเคาะลึกลับ และลิ้นชักที่ถูกเลื่อนออกได้เองในห้องของลูกสาว จนในที่สุดแม่เพ็กกี้ตัดสินใจเรียกตำรวจ เพ็กกี้ฮอดจ์สันยังได้เล่าอีกว่า ในคืนต่อมา เธอได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงดังปังมาจากห้องนอนของลูกสาวอีกครั้ง ก่อนที่เธอและลูกสาวสองคนจะเข้าไปนอนเสียอีก เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไป และพบว่าตู้ลิ้นชักถูกเคลื่อนย้ายโดยบางสิ่งเพื่อไปกั้นประตูไว้ไม่ให้พวกเธอออกไปไหน เหตุการณ์นั้นทำให้เธอและลูกสาวหวาดกลัวมาก เธอพยายามผลักตู้ที่ขวางออก แต่มันก็กลับไปเช่นเดิม เธอเริ่มเหนื่อย แต่ก็ไม่สามารถหยุดทำได้ ในตอนนั้นเธอเริ่มสงสัยว่าลูกชายของเธออีกสองคนจะเล่นพิเรนทร์ หรืออะไรแผลงๆ หรือเปล่า เพราะว่าพวกเขานอนหลับอยู่ชั้นบน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่ง Carolyn Heeps ร่วมเป็นพยานได้ว่า เก้าอี้ในบ้านนี้สามารถเคลื่อนย้ายได้เอง แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าอะไรทำให้มันเคลื่อนที่ คุณแม่เพ็กกี้ฮอดจ์สันเล่าต่อว่า พยายามตรวจสอบสิ่งต่างๆ ในบ้านว่า มีอะไรที่ทำให้สิ่งของเคลื่อนที่ได้หรือเปล่า แต่ก็ไม่พบ หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุการณ์สิ่งของต่างๆ ลอยขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นน จานชาม มีด ของเล่น และหนังสือ ต่อมาเพ็กกี้ ได้ติดต่อกับ the Daily Mirror และช่างภาพ Graham Morris มาที่บ้าน หลังจากนั้นก็เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง เมื่อสิ่งต่างๆ เริ่มลอยไปรอบๆ จนทุกคนเริ่มขนลุก เมื่อเพ็กกี้เริ่มหมดหวัง เธอจึงได้เรียก สมาคมเพื่อการวิจัยเรื่องจิตวิญญา เหนือธรรมชาติ และก็ทำให้สมาชิกทั้งสองจากสมาคมได้เห็นปรากฎการณที่เรียกว่า  Poltergeist การเคลื่อนย้ายสิ่งของเป็นครั้งแรก และการตรวจสอตลอดระยะเวลา 14 เดือน ทีมวิจัยเรื่องจิตวิญญา เหนือธรรมชาติ ได้เดินทางมาบ้านหลังนี้ 120 ครั้ง เชื่อว่าบ้านหลังนี้มีผีสิง นอกจากนี้ สาวน้อยเจเน็ตอายุ 11 ขวบ เริ่มมีอาการแปลกๆ ขึ้นกับตัวเธอ เมื่อเธอเชื่อว่าเธอถูกหลอกใช้และถูกรังแกจากผี โดยมีการบันทึกภาพไว้ว่า เธอเคยถูกเหวี่ยงจนตัวลอยขึ้นไปบนอากาศทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย ปรากฎการณ์ความสยองเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อวิญญาณเริ่มใช้เธอเป็นสื่อทำให้เสียงของเด็กสาวกลายเป็นเสียงของชายแก่แหบพร่า เรื่องราวโด่งดังจนเข้าไปถึงหูรายการทีวีและได้มีการมาท้าพิสูจน์ถึงบ้าน ซึ่งระหว่างการสัมภาษณ์เจเน็ต อยู่ๆดี เสียงของเธอก็กลายเป็นเสียงของชายแก่ พร้อมกับไล่พวกที่มาถ่ายรายการให้ออกไปจากบ้านและอ้างว่า บ้านหลังนั้นเป็นบ้านของเขา หลังจากนั้นเริ่มมีการแนะนำตัวว่า เขาชื่อ "บิล" เขาตาบอด ตกเลือดแล้วก็ผล็อยหลับไปจนเสียชีวิตบนเก้าอี้โซฟา ใครอาจจะคิดไปว่า เจเน็ต แกล้งทำเสียงคนแก่ แกล้งสร้างเรื่องหรือไม่? แต่เรื่องราวนี้กลับมีพยานทั้งผู้สังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่น่าเชื่อถือผู้เข้ามาตรวจสอบภายในบ้านก็พบเรื่องราวประหลาดนี้เช่นเดียวกัน จนในที่สุดสองสามีภรรยาเอ็ด และลอเรน วอเรน เข้ามาสืบ นอกจากนี้ตามที่ครอบครัวนี้ให้สัมภาษณ์ เจเน็ต ได้อ้างว่าในช่วง คศ. 1978 มีนักบวชได้เดินทางเข้ามาที่บ้านหลังนี้ ซึ่งทำให้เหตุการณ์ได้เงียบสงบลงไป  แต่กระนั้นเพ็กกี้ แม่ของเธอยังคงได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นเป็นระยะและน้องชายของเธอกล่าวว่ารู้สึกตลอดว่าโดนจ้องมอง และครอบครัวนี้ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อ และสื่อก็เริ่มไม่จับตามองต่อไป จอห์นนี่ น้องชายคนกลางเสียชีวิตจากมะเร็งตอนอายุ 14 ส่วนเจเน็ตได้แยกย้ายไปมีครอบครัว และ (ตามที่ขึ้นเครดิตในหนังตอนท้าย) เพ็กกี้ ได้เสียชีวิตบนเก้าอี้ตัวเดียวกับที่ตาแก่บิลเสียชีวิตในบ้านหลังนั้นจริงๆ คลิปภาพและเสียงจากเหตุการณ์จริง (The Enfield Poltergeist RARE BBC FOOTAGE) ข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก The Conjuring 2 / La Conjuration 2, เฟซบุ๊ก Warner Bros., pantip, 21ghosts, moviepilot, major, majorcineplex.com/news, pantip

ละครชื่นชีวา  , เรื่องย่อชื่นชีวา
ละครชื่นชีวา /  ละครชื่นชีวา ช่อง7 / 

ชื่นชีวา บทประพันธ์โดย : บุษยมาสบทโทรทัศน์โดย : ภาวิตกำกับการแสดงโดย : ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์ผลิตโดย : บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัดออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครชื่นชีวา หลวงพิทยไพบูลย์ พาลูกสาว ชีวา ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อพยพหนีออกมาจากเมืองชัยนาทอย่างคับแค้นใจ ย้อนไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ชีวาลูกสาวคนสวยรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล ข้าราชการหนุ่มหล่อที่เพิ่งมาประจำที่ชัยนาท เขารักเธอมากจนไม่อาจห้ามใจทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน ม.ล.นิวัฒน์ลำบากใจเมื่อบิดาและมารดาให้คนมาตามกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวแต่งงานกับ กานดา สาวสวย ไฮโซ ที่เขาเคยคบด้วยก่อนที่จะมาชัยนาท นิวัฒน์รู้ดีว่าบิดาและมารดาพอใจที่จะได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ เขาไม่อยากหลอกชีวาจึงบอกเธอเรื่องกานดา และความจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับเธอ ชีวาเสียใจแต่ก็ยอมให้เขาไปแต่งงานกับกานดาเพื่อไม่ให้บิดาและมารดา ของสามีโกรธ เพราะเธอรักเขามาก ชีวาเป็นคนอ่อนหวานใจอ่อนมองโลกในแง่ดี เธอหวังว่านิวัฒน์ คงจะอธิบายให้บิดามารดาและกานดายอมรับเธอได้ในวันหนึ่ง ม.ล.นิวัฒน์แต่งงานกับกานดาแต่ก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องชีวา เมื่อกลับชัยนาทเขาจะไปอยู่กับชีวา เวลาผ่านไปจนกระทั่งกานดาคลอดลูกสาว ไม่นานนักชีวาก็ตั้งครรภ์บ้างยังไม่ทันที่นิวัฒน์จะจัดการเรื่องต่างๆให้เรียบร้อยกานดาก็รู้เรื่องชีวา เธอโกรธมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นรูปชีวาในกระเป๋าสตางค์ของนิวัฒน์ กานดายอมรับว่าเธอสวยมากจนกานดากลัวว่าสามีจะทิ้งเธอไปอยู่กับชีวา ซึ่งเธอยอมไม่ได้ กานดาวางแผนใส่ร้ายป้ายสีชีวาอย่างแนบเนียน จนทำให้นิวัฒน์เข้าใจผิดว่าชีวาคบชู้ และลูกในท้องของเธอก็เป็นลูกของชายอื่น นิวัฒน์หึงหวงจนขาดสติเขาทะเลาะกับชีวาอย่างรุนแรงคำกล่าวหาที่ว่าเธอคบชู้ทำให้ชีวาเสียใจมาก กานดาปล่อยข่าวลือจนชีวาเสื่อมเสียชื่อเสียง หลวงพิทยไพบูลย์ พยายามอธิบายให้ลูกเขยเข้าใจ แต่ ม.ล.นิวัฒน์ไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรทั้งสิ้น หลวงพิทยไพบูลย์จึงพาลูกสาวหนีออกจากชัยนาทมาใช้ชีวิตใหม่อย่างเรียบง่ายอยู่ที่รังสิต โดยเปลี่ยนชื่อเป็นนายชม ลูกสาวชื่อช้อย เมื่อครบกำหนดคลอดชีวาหรือช้อยคลอดลูกสาวหน้าตาน่าเอ็นดู ชมตั้งชื่อให้ว่า ชื่น ละครชื่นชีวา เวลาผ่านไป แม้ชื่นจะเป็นเด็กหญิงแต่ก็รู้กันเฉพาะในครอบครัว แต่กับเพื่อนบ้านและคนละแวกนั้นรับรู้ว่าลูกของช้อยเป็นผู้ชายชื่อชื่น ชมเลี้ยงหลานสาวเหมือนเลี้ยงหลานชายสอนวิชาป้องกันตัวให้จนเก่ง แกต้องการให้หลานสาวเข้มแข็งเหมือนผู้ชายจะได้ป้องกันตัวเองได้ หลังคลอด ไม่นานช้อยกลับเดินไม่ได้โดยที่ไม่รู้สาเหตุ ชมสานกระบุงตะกร้าออกเร่ขายที่สถานีรถไฟเพื่อเลี้ยงลูกและหลาน ชื่นเก่งสมใจตา เรื่องชก ต่อย ไม่กลัวใครแม้จะตัวเล็กแต่ก็ล้มเด็กผู้ชายตัวใหญ่ๆมาแล้วหลายคน ชื่นมีเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันเป็นลูกน้อง ชื่อ เบิ้ม หลอ และ เปี๊ยกทั้งสามมีเรื่องมาให้ชื่นตามไปจัดการโดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกพี่คนเก่งนั้นเป็นผู้หญิง วันหนึ่งในหน้าร้อนเบิ้มมาตามชื่นให้ไปช่วย เปี๊ยกที่ถูกเด็กต่างถิ่นรังแก เมื่อถึงที่เกิดเหตุชื่นเห็นเด็กผู้ชายโตๆ สองคนยืนข่มขู่เปี๊ยกอยู่ ชื่นโกรธมากเมื่อเห็นว่าเปี๊ยกได้รับบาดเจ็บด้วย เด็กทั้งสองกลุ่มทะเลาะกันและท้าทายกันไปมาก่อนที่ชื่นจะตัดสินใจชกกับเด็กต่างถิ่นนั้นเพื่อยุติเรื่องยุ่ง ชื่นมั่นใจว่าต้องชนะแน่ๆ ก่อนที่การชกต่อยจะเริ่มขึ้นก็มีคนมาห้ามเสียก่อน คนที่มาห้ามนั้นเป็นเด็กรุ่นหนุ่มสองคน ชื่อ คุณต้น หรือ ศรันย์ และ คุณต่อ หรือ สาโรจน์ ซึ่งชื่นได้รู้จักภายหลังว่าเป็นลูกชายของ พระยาพิชัยศรายุทธ เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆนั่นเอง คุณต้นเป็นพี่สวมแว่นสายตาดูเคร่งขรึม ต่างจากคุณต่อน้องชายที่ร่าเริง อารมณ์ดี มากกว่า ทั้งสองคนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยยุติเรื่องชกต่อย เพราะคนที่เริ่มเรื่องก่อนเป็นคนในบ้านพิชัยศรายุทธชื่อ เจิมกับลอย ระหว่างที่โต้เถียงกันไปมา ชื่นพูดแย้งอย่างฉลาด ฉาดฉาน จนทำให้สองพี่น้องเอ็นดู จึงขอเป็นเพื่อนกับชื่น และพวก ซึ่งชื่นยอมตกลง หลังจากวันนั้น ชื่น กับลูกน้องจะไปบ้าน พิชัยศรายุทธทุกวัน ชื่นสนิทกับคุณต่อมากกว่าคุณต้น เพราะท่าทางเคร่งขรึมของเขา แต่ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชื่น เมื่อใกล้เปิดเทอมคุณต้นกับคุณต่อก็กลับพระนครเพื่อเรียนหนังสือ ส่วนชื่นนั้นแม้ไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนคนอื่นๆแต่ตาชมกับแม่ช้อย ก็สอนหนังสือให้ชื่นได้เช่นกัน วันเวลาผ่านไปอีก ชื่นไม่ได้พบคุณต้นและคุณต่อ สองสามปีเพราะทั้งคู่ไปพักร้อนที่จังหวัดอื่น แต่คุณต่อมักจะมีจดหมายมาถึงชื่นเสมอโดยที่คุณต้นจะฝากความคิดถึงมาด้วยทุกครั้ง มีอยู่ฉบับหนึ่งคุณต่อเล่าว่าท่านเจ้าคุณพ่อจะแต่งงานใหม่กับ ม.ล.วีณา ชวาล น้องสาวของม.ล.นิวัฒน์ ชวาล เจ้าเมืองชัยนาท ชื่นตกใจเมื่ออ่านจดหมายให้ตากับแม่ฟังเหมือนทุกครั้ง ทว่าคราวนี้ ตาชมหน้าบึ้ง แววตาโกรธจัดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อได้ยินชื่อ ม.ล.นิวัฒน์ แม่ช้อยเองก็หน้าซีดเมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนน้ำตา วันนั้นตาชมบอกชื่นว่าให้จำชื่อนี้ไว้แล้ววันหนึ่งตาจะเล่าให้ฟังเมื่อชื่นโตกว่านี้ ชื่นใจแป้วทุกครั้งที่รู้ว่าคุณต้นและคุณต่อจะไม่มารังสิต แต่หน้าร้อนปีนี้ชื่นดีใจเมื่อรู้ว่าจะได้พบกันอีก เธอเตรียมหาของชอบเอาไว้ให้ทั้งคู่แม้ตาจะเตือนว่าให้เผื่อใจไว้บ้างถ้าหากว่าคุณต้นและคุณต่อเปลี่ยนไป ไม่รับชื่นเป็นเพื่อนอีกต่อไป ละครชื่นชีวา เย็นวันหนึ่ง ชื่นทั้งตกใจและดีใจเมื่อเห็นคุณต้นกับคุณต่อมาถึงบ้าน ทั้งสองหนุ่มไหว้ตาชมอย่างนอบน้อมแสดงถึงการเป็นคนที่ได้รับการอบรมมาดี ตาชมดีใจที่ชื่นมีเพื่อนดีๆอย่างนี้ สองพี่น้องชวนชื่นกับเพื่อนไปเที่ยวอยุธยาโดยให้ไปขึ้นรถที่บ้าน ชื่นดีใจที่ตาอนุญาตให้ไป เช้าวันรุ่งขึ้นชื่นกับเปี๊ยกรีบไปที่บ้านพิชัยศรายุทธ ขณะที่ชะเง้อรอคนมาเปิดประตูบ้านให้บังเอิญว่า เกศินี ชวาล ลูกสาวของกานดากับม.ล. นิวัฒน์ นั่งเล่นอยู่แถวนั้น กานดาฝากเกศินีให้อยู่กับคุณหญิงวีณา เพราะเรียนหนังสือในพระนคร เกศินีเริ่มจะเป็นสาวเธอติดใจ “คุณต้น” นักหนาถึงกับอ้อนขอตามมารังสิตด้วยทั้งที่ไม่ชอบท้องนาท้องไร่เลย เกศินีได้ยินคุณต้นและคุณต่อพูดถึงชื่นอย่างเอ็นดูจนหมั่นไส้ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า การพบกันเช้าวันนี้จึงไม่น่าประทับใจ เกศินีจิกเรียกชื่นกับเปี๊ยกว่า บ้านนอก ไพร่ จนชื่นทนไม่ไหวย้อนให้บ้างจนเกศินีกรีดร้องอย่างโกรธจัด ส่วนชื่นตาวาวกำมือแน่นพยายามข่มใจไม่ให้ชกผู้หญิงปากร้ายคนนี้ ก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นคุณต้นและคุณต่อก็ลงมาพอดี เกศินีฉอเลาะกับคุณต้นว่าร้ายชื่นอย่างน่าหมั่นไส้ ชื่นนึกเคืองคุณต้นเมื่อเขาหันมามองทำหน้าเคร่งเหมือนตำหนิ ชื่นเลยหาเหตุกล่าวลาไม่ยอมไปอยุธยาด้วย หน้าสวยหวานเกินเด็กผู้ชายงอง้ำทำให้คุณต่ออดอมยิ้มไม่ได้ วันนั้นแผนการไปเที่ยวต้องยกเลิกไปโดยปริยาย ตาชมแปลกใจเมื่อเห็นหลานสาวกลับมาเร็วกว่าปกติ เมื่อชื่นเล่าให้ฟังตาชมก็ยิ่งผูกใจเจ็บ กานดา และ ม.ล. นิวัฒน์ มากขึ้น แกจะสอนให้ชื่นล้างแค้นครอบครัวชวาลให้ได้ ส่วนคุณต่อเมื่ออยู่ตามลำพังกับพี่ชายคุยกันหลายเรื่องแล้วก็วกมาพูดเรื่องชื่น คุณต่อพูดขำๆว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิงคงสวยมากเขาคงไม่ลังเลเลยที่จะแต่งงานด้วย คุณต้นซึ่งเป็นคนจริงจังปรามน้องชายว่าเหลวไหล คุณต่อเลยยิ่งแกล้งพี่ชายโดยบอกว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิง เขาจะจองตัวให้เป็นเจ้าสาวและห้ามคุณต้นแย่งเป็นอันขาด เย็นวันนั้นสองหนุ่มชวนกันไปหาชื่นที่บ้านอีกทำให้ชื่นดีใจที่คุณต้นและคุณต่อยังเมตตาตนอยู่ เวลาผ่านไปเกศินีหงุดหงิดและเกลียดชื่นมากขึ้นทุกทีเพราะทั้งคุณต้นและคุณต่อขยันออกไปให้ชื่นพาเที่ยวในละแวกนั้นได้ทุกวัน ไม่กี่วันต่อมา พระยาพิชัยศรายุทธ และคุณหญิงวีณา ก็ตามมาพักที่รังสิตด้วยเกศินีฟ้องคุณอาหญิงเรื่องชื่นว่าปากร้าย นักเลง ไม่น่าที่จะให้คุณต้นและคุณต่อคบหาด้วย เด็กสาวต้องการให้เรื่องนี้รู้ถึงหูพระยาพิชัยศรายุทธท่านจะได้ห้ามปรามลูกชาย แต่คุณหญิงวีณาไม่สนใจวันหนึ่งคุณหญิงออกมาจ่ายตลาดจึงได้พบกับชื่น ส่วนชื่นรู้ได้ทันทีว่าเป็นคุณหญิงเพราะมากับคนเฝ้าบ้านพิชัย ศรายุทธที่คุ้นเคย เมื่อคุณหญิงขาดชะลอมใส่ของ ชื่นกุลีกุจอไปหอบผลงานของตาชมมาให้เธอทันที แถมไม่คิดเงินอีก ชื่นบอกคุณหญิงว่าเพราะเธอเป็นญาติกับคุณต้นและคุณต่อผู้เป็นทั้งเพื่อนและผู้มีพระคุณ ชื่นไม่สามารถจะรับเงินของท่านได้ คุณหญิงวีณานึกรักชื่นที่มีน้ำใจ พูดจาฉลาดเฉลียว เรียบร้อยรู้กาลเทศะ ต่างจากที่เกศินีเล่าให้ฟังเป็นคนละเรื่อง อะไรบางอย่างในตัวชื่นทำให้เธอนึกรัก เอ็นดูถึงขนาดจะไปขอตัวชื่นจากตาและแม่ไปอุปการะส่งให้เรียนหนังสืออย่างที่ควรจะเป็น คุณหญิงวีณาสั่งให้ชื่นไปบอกตาและถ้าตายินยอมเธอจะไปพบตาชมที่บ้านในเร็วๆนี้ ชื่นรีบกลับไปเล่าให้ตาฟังเด็กสาวดีใจที่ตาอนุญาต สองสามวันต่อมาคุณหญิงวีณาก็มาบ้านตาชมพร้อมกับคุณต้นและคุณต่อ เธอไหว้ตาชมอย่างไม่นึกรังเกียจหรือแบ่งชนชั้นทำให้ตาชมใจอ่อนลงบ้างเมื่อพบญาติของศัตรู ตกลงรายละเอียดการรับตัวชื่นกลับพระนครคุณหญิงวีณาบอกว่าเธอจะเลี้ยงชื่นอย่างลูกหลาน ยิ่งไปกว่านั้นเธอตกลงใจว่าจะให้ชื่นเปลี่ยนนามสกุลจากชาวนามาใช้ชวาล ซึ่งพระยาพิชัยศรายุทธก็เห็นด้วย ตาชมซ่อนความรู้สึกสะใจไว้ภายใต้รอยยิ้มและคำพูดนอบน้อมให้คุณหญิงเมตตาชื่นให้มากๆ ละครชื่นชีวา ก่อนถึงกำหนดเดินทางไปอยู่กับคุณหญิงวีณาที่บ้านพิชัยศรายุทธ ตาชมเล่าให้ชื่นฟังว่าพ่อของเธอชื่อ วิทยา วรงค์ เป็นเพื่อนรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล แต่ผ่านไปไม่นาน ม.ล.นิวัฒน์ เป็นเพื่อนทรยศหาเรื่องใส่ร้ายว่าพ่อของเธอเป็นโจรจนเขาต้องหนีเข้าป่าไม่มีที่ซุกหัวนอน ภัยนั้นยังลามมาถึงตาชมและแม่ช้อยซึ่งกำลังตั้งท้องจนอยู่บ้านไม่ได้ตาจึงพาแม่และชื่นมารังสิต ส่วนพ่อวิทยาถูกตำรวจจับตายที่ในป่า ต้นเหตุก็เพราะ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล และภรรยา ดังนั้นถ้ามีโอกาสให้ชื่นหาทางแก้แค้นให้ได้ การเข้าไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธอยู่ร่วมบ้านกับเกศินีชื่นต้องอดทนในขณะเดียวกันก็ต้องทำทุกอย่างให้เหนือกว่า เก่งกว่า เกศินีให้ได้ พวกชวาลจะได้รู้สึกถึงความเป็นผู้แพ้เสียบ้าง ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ส่วนเรื่องที่ชื่นเป็นผู้หญิงให้หาโอกาสเรียนให้คุณหญิงวีณาทราบเอง ในวันที่ต้องจากตาและแม่ชื่นต้องฝืนใจให้เข้มแข็งไม่ร้องไห้ต่อหน้าคุณต้นและคุณต่อ ที่บ้านพิชัยศรายุทธ คุณหญิงวีณาให้ชื่นอยู่เรือนเล็กข้างห้องของนมอ่อน โดยเธอขอให้นมอ่อนช่วยอบรมสั่งสอนชื่นโดยมีสะอาดเป็นผู้ช่วยอีกคน ชื่นต้องปรับตัวใหม่แต่ก็ไม่ยากนักเพราะทั้งตาและแม่อบรมสั่งสอนมาดี คุณหญิงวีณาขอให้คุณต้นช่วยสอนหนังสือให้ชื่นเพื่อเตรียมตัวเข้าโรงเรียน ชื่นตัวเกร็งเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าคุณต้นมาดเคร่งขรึมของเขาทำให้เธอเกรงใจ ไม่กล้าดื้อ คุณต้นทดสอบความรู้ชื่น ทั้งคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ชื่นเก่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก แต่คุณต้นก็ไม่แปลกใจมากนักเพราะเขาเคยเห็นว่าตาชมมีหนังสือดีๆทั้งไทยและภาษาอังกฤษมากมาย เขาค่อนข้างแน่ใจว่าตาชมต้องได้รับการศึกษาและมาจากครอบครัวที่ดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน ชื่นมาอยู่พิชัยศรายุทธไม่นาน คุณต่อก็ต้องไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อย คุณต้นไปปีนังกับเพื่อนๆ เขาอนุญาตให้ชื่นเล่นกับสโนไวท์สุนัขตัวโปรดของเขาได้ ส่วนเกศินีได้แต่เก็บความไม่พอใจชื่นไว้เธอรอว่าเมื่อใดที่ครอบครัวเธอมาพักที่พิชัยศรายุทธ เธอจะฟ้องคุณกานดาเรื่องที่คุณหญิงวีณาโอ๋เด็กบ้านนอกอย่างชื่นเหลือเกิน ระหว่างที่คุณต้นและคุณต่อไม่อยู่ ยังไม่ทันที่ชื่นจะเรียนคุณหญิงวีณาเรื่องเพศที่แท้จริง ความลับของชื่นเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงก็ไม่เป็นความลับอีก เมื่อธรรมชาติของผู้หญิงประกาศตัวออกมาเองนมอ่อนและสะอาดได้รู้เป็นคนแรก นมอ่อนจึงพาเธอไปกราบคุณหญิงวีณาให้รู้ความจริง ชื่นกลัวคุณหญิงโกรธ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอกลับรักและเมตตาชื่นมากขึ้นไปอีก คุณหญิงวีณาสั่งให้จัดเสื้อผ้าให้ชื่นใหม่ทั้งหมดทำให้เกศินียิ่งเกลียดชื่นมากขึ้นไปอีก สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือชื่นสวยน่ารักมาก เมื่อถึงวันหยุดคุณต่อกลับมาบ้านเขาเตรียมเสื้อผ้าของใช้สำหรับผู้ชายมาให้ชื่น แต่เมื่อได้พบเธอที่ห้องนมอ่อนคุณต่อจำไม่ได้งงไปเป็นครู่ ตาใสๆและรอยยิ้มอายๆของชื่นทำให้เขาจำได้ ชายหนุ่มบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรที่เพื่อนหนุ่มห้าวกลายเป็นเพื่อนสาวและสวยเสียด้วย เขาอยากรู้จริงๆว่าคุณต้นจะทำหน้าอย่างไรเมื่อรู้ว่าชื่นเป็นผู้หญิง เมื่อพี่ชายกลับจากปีนังคุณต่อรีบเข้าไปนั่งคุยที่ห้องพัก เขาเกรงว่าของฝากจากคุณต้นจะไม่เหมาะสมกับชื่นเมื่อได้โอกาสเขาจึงบอกพี่ชายเรื่องชื่นเป็นผู้หญิง คุณต้นจึงเปลี่ยนของฝากที่สวยน่ารักให้แทนและสวยกว่าของคนอื่นเสียอีก ละครชื่นชีวา ชื่นทำอะไรไม่ถูกเมื่อต้องพบคุณต้นโดยบังเอิญที่สวนหลังบ้าน ขณะที่เธอวิ่งเล่นกับสโนไวท์ ชายหนุ่มเองก็ต้องนิ่งไปเป็นครู่ แม้เจ้าชื่นจะเป็นหนุ่มหน้าสวยแต่เมื่อเป็นผู้หญิงแล้วเขาต้องยอมรับว่าชื่นสวยและน่ารักมากกว่าเดิมเสียอีก มาดขรึมๆของเขาทำให้การสนทนาไม่ประดักประเดิดมากไปนัก ครู่เดียวทั้งสองคนก็คุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเดิม แล้ววันที่ครอบครัวชวาลมาพิชัยศรายุทธก็มาถึง ม.ล. นิวัฒน์ ได้พบกับชื่นโดยบังเอิญ ท่านนิ่งไปเมื่อชื่นหน้าตาเหมือนชีวาเหลือเกิน ม.ล. นิวัฒน์ อดใจไม่ได้ต้องเดินตามเพื่อถามชื่นว่ารู้จัก ชีวา วิชชลักษณ์ หรือไม่ ชื่นปฏิเสธวันรุ่งขึ้นเธอได้พบ ม.ล. นิวัฒน์ อีกคราวนี้ ท่านหยิบรูปจากกระเป๋าเสื้อออกมาให้เธอดูว่ารู้จักผู้หญิงในรูปหรือไม่ แม้ชื่นจะแปลกใจที่รูปนั้นคือรูปแม่ช้อย เธอเคยเห็นรูปนี้ในกล่องเก็บของในห้องนอนแม่ แต่ชื่นก็ปฏิเสธและเดินจากไปอย่างหมางเมิน เด็กสาวได้แต่เขียนจดหมายเล่าให้ตาฟัง ซึ่งตาชมตอบกลับมาว่าเธอทำถูกแล้วเมื่อโรงเรียนเปิดเทอม ชื่นได้เข้าเรียนที่กุลธิดาวิทยาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน โดยมีชื่อเต็มว่า น.ส. ชื่นชีวา ชวาล เธอเรียนเก่งเป็นที่รักของเพื่อนๆ และในวันหยุดทุกสัปดาห์คุณต้นและคุณต่อจะมารับเธอกลับบ้าน มาคนเดียวบ้างสลับกันมาบ้าง ความเป็นหนุ่มหน้าตาดีสมาร์ทของสองพี่น้องทำให้เพื่อนๆคอยเดาคนมารับชื่นอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปคุณต้นเรียนสำเร็จปริญญาตรีและเตรียมตัวจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ชื่นแอบถักเสื้อสเว็ตเตอร์ไหมพรมสีเทาสวยไว้ให้เขาใช้ที่นั่นด้วย หนุ่มสาวทั้งสองเริ่มมีความรู้สึกดีๆต่อกันโดยที่ไม่รู้ตัว คนที่เฝ้าจับตาอย่างริษยาคือเกศินี ก่อนที่คุณต้นจะไปต่างประเทศ ชื่นได้มีโอกาสมอบเสื้อถักตัวสวยให้เขา คุณต้นบอกเธอว่าเขาจะสวมมันแน่นอน ชายหนุ่มเดินทางไปแล้วและมีจดหมายมาถึงพระยาพิชัยศรายุทธ คุณต่อ นมอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเกศินีเขาตอบจดหมายเธอก็ต่อเมื่อเธอเขียนถึงเขาแต่น้อยกว่าจดหมายถึงนมอ่อนซึ่งรวมของชื่นไว้ด้วย ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งระหว่างเขาและชื่นเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันหนึ่งตาชมให้เปี๊ยกมาตามเธอกลับบ้านบอกว่าแม่ป่วยหนัก ชื่นรีบกลับบ้านโดยคุณหญิงวีณากับ ม.ล. นิวัฒน์ พาหมอธนา หมอประจำตระกูลไปด้วย เมื่อถึงบ้านชื่นที่รังสิตม.ล. นิวัฒน์ตกใจเมื่อพบ ตาชม เขาก้มลงกราบทันทีและเรียกว่า อาหลวง ขณะที่ตาชมคว้าปืนขึ้นมาไล่ให้เขาไปจากบ้าน คุณหญิงวีณารีบขอให้หมอเข้าไปรักษาช้อยโดยมีชื่นเข้าไปด้วย หมอธนาสีหน้าไม่สู้ดีนักช้อยอาการหนักมากต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดจึงต้องค้างที่รังสิต วันนั้นคุณหญิงวีณาจึงได้รู้ว่าตาชมคือหลวงพิทยไพบูลย์พ่อของชีวาภรรยาอีกคนของพี่ชาย ดังนั้นชื่นก็คือลูกสาวของม.ล.นิวัฒน์ ซึ่งก็คือหลานแท้ๆของเธอเอง ชื่นชีวามีสายเลือดชวาลจริงๆ ม.ล.นิวัฒน์พยายามขอร้องอาหลวงเข้าไปพบชีวาแต่ก็ยากเหลือเกิน จนกระทั่งช้อยหรือชีวาขอร้องบิดาขอพบม.ล.นิวัฒน์เป็นครั้งสุดท้าย ม.ล. นิวัฒน์ใจหายเมื่อเข้าไปเห็นชีวาเธอยังสวย แต่ซูบผอม อิดโรย อย่างน่าสงสาร ช้อยหรือ ชีวาได้มีโอกาสพูดในสิ่งที่อัดอั้นใจมานาน คำตัดพ้อต่อว่าของเธอทำให้ม.ล. นิวัฒน์สงสารแทบขาดใจ เขาเองก็ยอมรับว่าพลาดที่หูเบาเชื่อกานดาง่ายเกินไป ความรักทำให้หวาดระแวง หึงหวงแต่เมื่อเขาถามเธอว่าชื่นคือลูกของเขาใช่หรือไม่ ช้อยกลับปฏิเสธอย่างหมางเมิน ทว่าม.ล.นิวัฒน์ กลับมั่นใจว่าชื่นชีวาคือลูกสาวของเขากับชีวา คืนนั้นทุกคนอยู่ดูอาการชีวาที่รังสิตภาวนาให้เธอหายป่วย ทว่า ชีวาสิ้นใจตอนใกล้รุ่ง เธอจากไปอย่างสงบทิ้งให้คนที่อยู่คิดถึงเธอ นอกจากพ่อกับลูกสาวแล้วยังมี ม.ล. นิวัฒน์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิต คุณหญิงวีณารับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ชีวาหรือช้อยอย่างสมเกียรติ หลวงพิทยไพบูลย์ไม่ยอมไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธตามคำอ้อนวอนของม.ล.นิวัฒน์ และคุณหญิงวีณา แต่แกแอบเข้าพระนครมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆชื่นชีวาโดยมีเปี๊ยกตามมาอยู่ด้วย ละครชื่นชีวา เมื่อชาติกำเนิดที่แท้จริงของชื่นถูกเปิดเผย เธออยู่ในพิชัยศรายุทธในฐานะหลานสาวคนโปรดของคุณหญิงวีณา ม.ล. นิวัฒน์ เรียกชื่นชีวาว่าลูกทุกคำ แม้เธอจะเมินเฉยไม่แยแสแต่ท่านก็ทำใจเพราะความผิดของท่านที่ทำไว้กับแม่ของเธอนั้นมากมายนัก กนก น้องชายของเกศินีเองก็ยอมรับชื่นชีวา เรียกเธอว่าพี่ชื่นอย่างเต็มใจ มีเพียงกานดาและเกศินีที่ยังเคียดแค้นชิงชังชื่นชีวา ความเคียดแค้นของกานดามากขึ้นอีกเมื่อเธอต่อว่าสามีว่าเห่อลูกสาวคนใหม่ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้ม.ล. นิวัฒน์กลับพูดชัดเจนว่าเขาเชื่อว่าชื่นชีวาเป็นลูกสาวของเขา และเขาจะแบ่งทรัพย์สินให้เท่ากับเกศินี และกนกในฐานะลูกคนหนึ่ง กานดายอมไม่ได้เพราะนางรู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องที่ชีวามีชู้นั้นเป็นแผนการของนางเองและไม่เป็นความจริงสักนิดเดียว ชื่นชีวาเป็นลูกสาวของม.ล. นิวัฒน์ จริงๆ เป็นมารความสุขของนางและเกศินี กานดาจึงให้ นางจันทร์ บ่าวคนสนิทไปตามหลานชายชื่อ จาบ มาวางแผนหลอกชื่นไปข่มขืน ทำให้เสียหาย กนกผ่านมาได้ยินพอดีพยายามหาโอกาสช่วยพี่สาวโดยทีไม่ให้ใครรู้ เย็นวันหนึ่งไม่มีใครอยู่บ้านนอกจาก ชื่น เกศินี และกานดา เป็นโอกาสให้จาบในมาดของนายจำรักษ์คนสนิทของหลวงพิทยไพบูลย์เข้ามาสร้างเรื่องหลอกให้ชื่นชีวาไปกับเขาจนได้ กนกร้อนใจแต่ไม่สามารถตามไปได้ ได้แต่กระวนกระวายใจจนกระทั่งคุณต่อกลับมา เขาจึงบอกให้ตามไปช่วยตามที่อยู่ที่ได้ยินมา ส่วนชื่นใจหายเมื่อจำรักษ์พาเธอไปขังไว้ในห้องนอนที่บ้านริมทางเปลี่ยว จำรักษ์พยายามปล้ำเธอแต่ชื่นตั้งสติ ชื่นชีวากลับมาอยู่ในมาดของเจ้าชื่นไอ้หนุ่มหมัดหนักอีกครั้ง เธอหาจังหวะใช้ขวดเหล้าฟาดจำรักษ์จนสลบเหมือดคุณต่อเองก็ตามมาช่วยเธอทันเวลา จำรักษ์และลูกน้องจึงโดนจัดการอย่างสาสม คุณต่อกับชื่นตกลงว่าจะไม่บอกใครเพื่อหาตัวการให้ได้ เมื่อครบสองปีคุณต้นเรียนจบจึงกลับเมืองไทย เกศินีตื่นเต้นจนออกนอกหน้า ตรงข้ามกับชื่นที่เก็บอาการทั้งที่ใจจดจ่อรอวันกลับของเขาเช่นกัน เกศินีไม่รู้ว่าจะจัดการกับชื่นอย่างไรดีในเมื่อทุกคนดูจะเป็นใจให้ชื่นได้ดูแลคุณต้นเหลือเกินแม้กระทั่งการจัดห้องพัก นมอ่อนก็ต้องตามให้คุณชื่นไปช่วยทั้งที่เธออยากจะทำหน้าที่นี้เอง ในวันที่คุณต้นเดินทางกลับทุกคนไปรับที่สนามบิน คุณต้น กราบบิดาไหว้คุณหญิงวีณาทักนมอ่อนแล้วจึงทักชื่นด้วย สายตาของคุณต้นที่มองชื่นทำให้เธอแก้มแดงเขินอาย น่ารักจนชายหนุ่มอยากจะหันไปมองอีกครั้งแต่ต้องรักษากิริยา ทักคนอื่นๆต่อไป เกศินีหน้าบึ้งงอนเมื่อเห็นว่าคุณต้นทักชื่นก่อนเธอ ที่จริงแล้วเป็นเพราะชื่นยืนอยู่ใกล้นมอ่อนนั่นเอง งานเลี้ยงต้อนรับคุณต้นจัดที่บ้านเป็นงานใหญ่ เกศินีวุ่นวายเตรียมเสื้อผ้าให้สวยที่สุดเธอหวังว่าจะได้เปิดฟลอร์กับเขา ชื่นชีวาคอยช่วยคุณหญิงวีณาจัดบ้าน จัดดอกไม้ โดยมีคุณต้นคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เขาสนทนากับมารดาเลี้ยงอย่างสนิทสนมจนทำให้ท่านเจ้าคุณพ่อพอใจและมีความสุข ละครชื่นชีวา เมื่อถึงวันงาน ชื่นชีวาแต่งตัวเสร็จแล้วแต่ไม่กล้าเดินออกไป นั่งอยู่กับนมอ่อนจนนางต้องคิดหาทางช่วยแต่แล้วคุณต้นก็เป็นคนเดินมารับชื่นชีวาเอง เขาจองให้เธอเต้นรำเปิดฟลอร์กับเขา เมื่อดนตรีบรรเลงชายหนุ่มเดินตรงมารับชื่นชีวาไปเต้นรำโดยเดินผ่านเกศินีอย่างไม่ได้มองด้วยซ้ำ หนุ่มสาวทั้งคู่มีความสุขมาก คุณต้นขอจองเต้นกับชื่นอีกครั้งในเพลงสุดท้ายเธอรับปาก เพลงจบเขาพาเธอมาส่งที่โต๊ะแล้วจึงหันไปเต้นรำกับคนอื่นๆบ้าง คุณต่อนั่งดื่มสนุกกับเพื่อนๆที่กรมฯจนหลับอยู่ที่โต๊ะ เวลาผ่านไปจนดึกมากชื่นแอบหลบไปอยู่กับนมชื่นเธอเกรงว่าคุณต้นอาจจะลืมสัญญาแล้วเธออาจจะเก้อ แต่เขาเดินกลับมาเพื่อรับเธอไปเต้นรำในเพลงสุดท้ายจริงๆ ชื่นชีวามีความสุขที่สุดตรงข้ามกับเกศินีที่แค้นใจมากเช่นกัน เกศินีทนเห็นชื่นมีความสุขไม่ได้ เธอแกล้งทำดีกับชื่นและพูดเรื่องที่เธอรักกับคุณต้นและจะแต่งงานกันหลังจากเรียนจบ แม้ชื่นจะไม่เชื่อนักแต่ก็เจ็บปวดใจเหลือเกิน เกศินีไปพูดให้คุณต่อเข้าใจผิดเรื่องชื่นชอบหว่านเสน่ห์กับหนุ่มๆโดยเฉพาะคุณต้นทำให้เขาทนไม่ไหว คุณต่อไปทวงสัญญาจากพี่ชายที่บอกว่าจะไม่แต่งงานกับชื่นถ้าเธอเป็นผู้หญิงและเขาพร้อมจะแต่งงานกับชื่นแล้ว คุณต้นข่มใจบอกน้องชายว่าเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้ทุกอย่างจะเป็นไปตามความต้องการของคุณต่อและชื่น น้องชายออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มนั่งนิ่งที่โต๊ะทำงานความเจ็บปวดที่ต้องเสียของรักมันมากมายท่วมท้นจนแทบทนไม่ไหวเขาจำเป็นต้องตัดใจจากชื่นให้ได้ทั้งที่รักเธอมากเหลือเกิน คุณต้นลุกไปเปิดลิ้นชักหยิบแหวนหมั้นที่บิดาหมั้นคุณหญิงสลิลมารดาของเขาออกมา ชายหนุ่มพลิกแหวนดูอย่างพิจารณา เขาจะให้คุณต่อใช้แหวนวงนี้เป็นแหวนหมั้นชื่นชีวาของที่คุณต้นรักจะได้เป็นของคนที่เขารักคือชื่นชีวา พระยาพิชัยศรายุทธ ถามลูกชายคนโตอย่างไม่แน่ใจเมื่อเขานำแหวนของมารดามาให้เพื่อให้คุณต่อใช้เป็นแหวนหมั้น เพราะเป็นที่รู้กันว่าคุณต้นรักและหวงแหวนวงนี้มาก ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจว่าแหวนวงนี้เหมาะสมกับสะใภ้คนแรกของศรายุทธ ลูกชายออกไปจากห้องแล้วแม้ท่าทางสงบนิ่ง แต่พระยาพิชัยศรายุทธก็รู้ว่าคุณต้นรักชื่นชีวาและรักน้องชายมากด้วย เขาจึงยอมสละสิ่งที่เขารักให้น้องได้ทั้งหมดทั้งคนรักและของรัก งานหมั้นถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะคุณต่อต้องการหมั้นก่อนไปราชการที่เกาหลี ระหว่างนั้นทั้งชื่นชีวาและคุณต้นต่างก็หมางเมินต่อกันเพราะความเข้าใจผิดที่เกศินียุแยงไว้ นมอ่อนแปลกใจที่คุณชื่นไม่ค่อยสนใจไยดีเรื่องเสื้อผ้าหรือทำผมนัก เธอปล่อยตามสบายทำเหมือนโดนบังคับแต่ปากบอกเต็มใจ ละครชื่นชีวา งานหมั้นผ่านไปอย่างเรียบง่ายโดยที่คุณต้นไม่อยู่ร่วมพิธีด้วยเขาอ้างว่าติดราชการทั้งที่จริงคือทำใจไม่ได้ เขากลับมาเมื่อพิธีหมั้นเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มพบน้องชายและชื่นอยู่ด้วยกันที่เฉลียงหน้าบ้าน คุณต่อจึงบอกให้ชื่นขอบคุณที่คุณต้นยอมให้แหวนหมั้นของมารดามาหมั้นเธอทั้งๆที่ควรจะเป็นของผู้หญิงที่คุณต้นรัก ชื่นพูดไม่ออกเธอไหว้เขาเรียบร้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าคุณต้นมองเธออยู่แล้ว แววตาเขาเศร้าและปวดร้าวทั้งที่ปากบอกว่ายินดี เมื่ออยู่คนเดียวชื่นชีวามองแหวนหมั้นที่นิ้วมืออย่างไม่เข้าใจ ทำไมคุณต้นจึงยอมมอบของรักของหวงมาให้เธอไม่นานนักคุณต่อเดินทางไปราชการที่เกาหลี วันเวลาผ่านไปชื่นชีวาตั้งใจเรียนให้ได้ปริญญาอีกใบ เธอหลบหน้าคุณต้นแม้จะมีชั่วโมงเรียนกับเขาจนเขาต้องให้นมอ่อนมาเตือน หญิงสาวทำใจไม่ได้ถ้าจะต้องอยู่ใกล้กับคุณต้น เธอรักเขาแต่เขาไม่รักเธอเลยสักนิดผลักไสจนเธอต้องยอมหมั้นกับคุณต่อ สถานการณ์สงครามที่เกาหลีไม่ดีนักทุกคนเป็นห่วงคุณต่อ แต่แล้วข่าวร้ายมาถึงพิชัยศรายุทธในวันหนึ่งคุณต่อโดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตเขาเขียนจดหมายถึง บิดา พี่ชาย และชื่นชีวา คำขอร้องครั้งสุดท้ายคือขอให้คุณต้นแต่งงานกับชื่นชีวาแทนเขา เป็นการไถ่โทษที่เขาแย่งชื่นชีวามาจากพี่ชาย ถ้าเขารู้เร็วกว่านี้สักนิดว่าทั้งสองคนรักกันเขาจะไม่หมั้นกับเธอ พระยาพิชัยศรายุทธถามความสมัครใจจากลูกชาย คุณต้นตอบตกลงส่วนชื่นชีวาไม่ปฏิเสธเช่นกันเมื่อคุณหญิงวีณาถาม เกศินียังไม่หยุดบั่นทอนความรักของทั้งคู่เธอพูดจนชื่นชีวาเข้าใจว่า คุณต้นยอมแต่งงานกับเธอก็เพราะคำขอร้องของน้องชาย แต่ชื่นชีวาไม่ปฏิเสธการแต่งงานเพราะเธอต้องการให้เกศินีและกานดาต้องเสียใจเหมือนตากับแม่ของเธอบ้าง งานแต่งงานจัดอย่างเรียบง่าย แต่ชื่นชีวายังคงงอนคุณต้นอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่เข้าใจ แต่เขาตั้งใจว่าจะปรับความเข้าใจกับเธอเมื่อไปฮันนีมูนที่หัวหินในช่วงเวลาเดียวกันความผิดหวังทำให้เกศินียอมออกไปกินข้าวกับ ทรงวุฒิ เพื่อนนักบัญชีรุ่นพี่โดยไม่รู้ว่าเขาได้ ยุพา ญาติห่างๆของเธอเป็นเมียแล้วและกำลังตั้งท้อง ทรงวุฒินั้นยากจนแต่ทะเยอทะยานเขาหวังในตัวเกศินีเพื่อใช้เธอตามเข้าสังคมชั้นสูง เกศินีพลาดตกเป็นของทรงวุฒิจนได้ กานดาแทบคลั่งรีบส่งนายจาบหรือจำรักษ์ไปหัวหินเพื่อทำลายครอบครัวของคุณต้นและชื่นชีวา นางต้องทำให้คุณต้นเกลียดชื่นชีวาหย่ากันแล้วจากนั้นจึงจะเป็นโอกาสของเกศินี แต่ทรงวุฒิกลับเป็นมาร เขานำรูปของเขากับเกศินีที่แอบถ่ายไว้มาแบล็กเมล์จนกานดาตั้งใจว่าต้องให้จาบฆ่าทรงวุฒิหลังจากจบงานที่หัวหิน ละครชื่นชีวา ที่บ้าน ชื่นสวาท จำรักษ์ทำงานได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ความรักทำให้คุณต้นหูเบาเชื่อว่าจำรักษ์คือสามีของชื่นชีวาจริงๆ เขาเอ่ยปากให้เธอกลับไปอยู่กับจำรักษ์เสียเขายินดีเปิดทางให้ ชายหนุ่มออกจากบ้านอย่างปวดร้าว ขณะที่ชื่นชีวาอาละวาดไล่จำรักษ์ออกไปเช่นกันหญิงสาวเก็บเสื้อผ้าหนีกลับมาอยู่กับตาชมเสียใจและเจ็บปวดอย่างที่สุด นมอ่อนรีบติดต่อคุณหญิงวีณาให้ตามมาแก้สถานการณ์ กนกซึ่งตามดูมารดาและเกศินีผ่านมาได้ยินเรื่องนี้เขารีบไปบอกม.ล. นิวัฒน์ ทั้งหมดจึงตามไปที่ชื่นสวาท กนกเล่าความจริงให้คุณต้นรู้ว่าชื่นชีวาโดนกลั่นแกล้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วครั้งแรกคุณต่อตามไปช่วยไว้ทันก่อนที่จะพลาดให้กับจำรักษ์ ชายหนุ่มโกรธตัวเองที่หูเบาอย่างไม่น่าอภัยสงสารชื่นชีวาจับใจเมื่อกลับถึงพิชัยศรายุทธ พระยาพิชัยศรายุทธคุณหญิงวีณา คุณต้นม.ล. นิวัฒน์ และกนก ตามไปที่บ้านของหลวงพิทยไพบูลย์ หรือตาชม คุณหลวงฯต้อนรับอย่างดีท่านยอมให้อภัย ม.ล. นิวัฒน์ เมื่อรู้ว่าเขาได้สละโลหิตช่วยชีวิตท่านเมื่อครั้งที่ได้รับอุบัติเหตุรถชนไม่นานมานี้ ตาชมพยักหน้าให้คุณต้นตามไปปรับความเข้าใจกับชื่นชีวาในห้อง เธอยอมตามสามีออกมาแต่ตั้งใจว่าจะยังไม่คืนดีง่ายๆ ส่วนคุณต้นวางแผนไว้ในใจว่าเขาจะพาเธอกลับไปปรับความเข้าใจที่ชื่นสวาทอีกครั้งเมื่อถึงที่พักคุณต้น ง้อ และลงโทษคนแสนงอนด้วยความรักที่มีมากมายจนชื่นชีวาหายโกรธ ที่บ้านพิชัยศรายุทธ ม.ล.นิวัฒน์วางแผนจับจำรักษ์หรือนายจาบ รวมทั้งนางจันทร์ จนสารภาพหมดว่าทั้งหมดเป็นแผนของกานดาจนกา ติดตามชมกันต่อได้ใน ละคร ชื่นชีวา ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี ละคร ชื่นชีวา เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2559 รายชื่อนักแสดงนำในละคร ชื่นชีวา ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท คุณต้น/ศรันย์คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท ชื่นชีวาแก้วใส คริสตัล รับบท ม.ร.ว.ฉัตร์สุดาขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์ รับบท ยุพาณทรรศชัย จรัสมาส รับบท คุณต่อ/สาโรจน์พูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท นัททีพิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท ทรงวุฒิกชกร ส่งแสงเติม รับบท เกศินีสรพงศ์ ชาตรี รับบท หลวงพิทยไพบูลย์/ตาชมเกรียงไกร อุณหนันท์ รับบท พระยาพิชัยศรายุทธวสุ แสงสิงแก้ว รับบท ม.ล.นิวัฒน์ ชวาลนคินธร ภาษยวรรณ์ รับบท กนกจักรกฤษณ์ คชรัตน์ รับบท จาบ/จำรักษ์ ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา

Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก
Aaron Paul /  Eye in the Sky / 

Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก ว่าด้วยเรื่องราวของผู้พัน แคทเธอรีน พาวเวลล์ รับบทโดย เฮเลน มิร์เรน (Helen Mirren) เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหารที่ประจำการที่ลอนดอน กำลังปฏิบัติการโดรนลับสุดยอดเพื่อจับกุมกลุ่มผู้ก่อการร้ายสุดอันตรายจากเซฟเฮาส์ของพวกเขาในเคนยา จู่ ๆ ภารกิจก็ยกระดับจากการ “จับกุม” เป็น “การสังหาร” สตีฟ วัตส์ รับบทโดย อารอน พอล (Aaron Paul) นักบินโดรนชาวอเมริกัน กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำลายเซฟเฮาส์ ในตอนที่เด็กหญิงวัยเก้าขวบก้าวเข้าสู่โซนสังหารนอกรั้วบ้าน เมื่ออาจเกิดผลกระทบการทำลายล้างอย่างไม่คาดคิด การตัดสินใจจะลงมือโจมตีก็ถูกส่งต่อไปตาม “ลำดับสั่งการสังหาร”

ทำบุญวันเกิด!! น้องปีใหม่ อายุครบ 2 ขวบแล้วจ้า
แอฟ ทักษอร /  น้องปีใหม่ / 

  น่ารักมากๆ สำหรับ น้องปีใหม่ ลูกสาวตัวน้อยของ แอฟ ทักษอร และ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ที่ล่าสุดอายุครบ 2 ขวบเต็มแล้วเมื่อวันที่ 1 ม.ค.60 ที่ผ่านมา งานนี้ แม่แอฟ และ พ่อสงกรานต์ เลยถือโอกาสพา น้องปีใหม่ ไปทำบุญครบรอบวันเกิดและฉลองปีใหม่ไปในตัว ณ วัดสระเกศวรวิหาร (ภูเขาทอง) โดย น้องปีใหม่ แต่งชุดสวยฟูฟ่องราวกับเจ้าหญิงตัวน้อย ค่อยๆ บรรจงไหว้พระและตั้งใจถวายสังฆทานเองเป็นครั้งแรกด้วยความตั้งใจ ดูแล้วช่างน่ารักน่าชังเอามากๆ นี่ขนาดแค่ 2 ขวบยังเก่งขนาดนี้ น่ารักที่ซู้ด!! ขอบคุณภาพจาก IG aff_taksaorn, songkarn_tae ทำบุญเลี้ยงพระวันเกิดเด็กหญิงปีใหม่ครบสองขวบ   ถวายสังฆทานเองครั้งแรกค่ะ   หนูถวายทุกองค์ด้วยความตั้งใจนะคะ   ปี vs เปิ้ล ศึกนี้ใครจะชนะ   ขอขอบคุณทุกคนในครอบครัวที่สละเวลาเช้าวันปีใหม่   My Family   เรียบร้อยก็ได้(10นาที)นะเคอะ   ช่วงโดนแม่อบรม   ช่วงแม่บ่น   ช่วงแม่ภูมิใจ   ช่วงแม่ภูมิใจ   ปีขอรับน้ำมนต์ประมาณสิบแปดรอบ เกรงใจท่านมากค่ะ   รับนำมนต์มาก็ต้องมาให้คุณปู่   หลานปู่   อ๊ะ อ๊ะ ใครไม่ตั้งใจฟังพระสวดเนี่ย อุ่ย !!! ปีเองค่าา   ลูกชุบเป็ดน้อยของโปรดปีใหม่   พี่ปีพาปะป๋ามาไหว้พระฉลองวันเกิด 2 ขวบ   Birthday baby