เด็กหญิง

15 เรื่องราวเผด็จการลับๆ จากทั่วโลกที่คุณยังไม่รู้
ต่างประเทศ /  เรื่องน่ารู้ / 

มาติดตามเรื่องราวแปลกๆ ชวนฮา จากทั่วโลก กับ 15 เรื่องราวเผด็จการลับๆ จากทั่วโลกที่คุณยังไม่รู้ ที่เราจะนำมาเปิดเผยกันในวันนี้ จะมีใครบ้างและเขาทำเรื่องน่าอายอะไร ไปติดตามกันเลยค่ะ 15 เรื่องราวเผด็จการลับๆ จากทั่วโลกที่คุณยังไม่รู้ 1. รู้หรือไม่ว่า ซัดดัม ฮุสเซนใช้ "เพลง I Will Always Love You" ของ วิทนีย์ฮูสตัน เป็นเพลงหาเสียงของเขา 2. ชื่ออย่างเป็นทางการของ อีดี้ อามิน ดาด้า เผด็จการของประเทศยูกันดาคือ "ฯพณฯ ประธานาธิบดีตลอดชีพ จอมพล อัล หัจญี ด็อกเตอร์ อีดี้ อามิน ดาด้า, วีซี., ดีเอสโอ., เอ็มซี., ซีบีอี., ผู้พิชิตจักรวรรดิอังกฤษในทวีปแอฟริกาทั้งหมดและผู้พิชิตยูกันดาโดยเฉพาะ" 3. ลองคิดดูเล่นๆ ว่า ทำไม Adolf Hitler, Ayatollah Khomeni และ Joseph Stalin จึงได้รับรางวัลบุคคลแห่งปีและทรงคุณค่าของประเทศ ตลอดระยะเวลาที่พวกเขารับตำแหน่ง 4. คิมจองนัม เป็นบุตรชายคนโตของ คิมจองอิล และทายาทผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเขากลับถูกจับได้ว่า เขาใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อเขาไปดิสนีย์แลนด์ ประเทศญี่ปุ่น 5. ในขณะที่ Ayatollah Khomeini เป็นที่รู้จักในนามผู้นำเผด็จการอิหร่าน แต่ในสมัยเด็ก เขาเคยเป็นแชมป์กระโดดกบมาก่อน 6. Charles Taylor ก่อนที่จะเปิดสงครามกลางเมืองและกลายเป็นผู้นำเผด็จการ เคยแหกคุกที่ Massachusettes ประเทศสหรัฐอเมริกามาก่อน 7. ในปี 1988 Sarah York เด็กหญิงอายุ 10 ปี จาก Michigan กลายเป็นเพื่อนทางจดหมายของ Manuel Noriega ผู้นำเผด็จการปานา จนสาวน้อยได้รับเชิญทั้งครอบครัวไปคฤหาสน์เขาก่อนที่จะบุกสหรัฐ 8. นักโทษในสหภาพโซเวียตจะได้รับรอยสัก Stalin หรือ Lenin สองผู้นำโซเวียตเอาไว้ เพราะเหล่าผู้คุมไม่มีสิทธิ์ยิงหรือทำร้าย 9. ลูกชายของ Stalin พยายามที่จะฆ่าตัวตาย แต่กลับรอดชีวิตมาได้ จึงทำให้ Stalin พูดกับลูกชายว่า "ยิงปืนยังยิงไม่ตรงเลย" 10. ในขณะที่สงครามโลกครั้งที่สองยังไม่จบ จอมพล Fransisco Franco ผู้ปกครองสเปนจนถึงปี 1975 เคยยืนอยู่ข้างเยอรมนีและอิตาลีในลักษณะผู้ไม่เข้าร่วมประกาศสงครามมากว่าการเป็นประเทศไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใด แต่อย่างไรก็ดี Francoได้ปรับเปลี่ยนนโยบาย นำเอาสเปนออกจากการเกี่ยวข้องกับกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางการทหารได้อย่างชาญฉลาด การต่อต้านคอมมิวนิสต์ของ Franco นั้น ทำให้สเปนสามารถเชื่อมสัมพันธไมตรีได้เป็นอย่างดีกับฝ่ายอำนาจตะวันตก 11. ในปี 1989 Nicolae Ceauşescu ผู้นำเผด็จการของโรมาเนีย อ้างว่า ห้ามเล่น Scrabble เพราะมันซับซ้อนและฉลาดเกินไป 12. ภายใต้ผู้นำเผด็จการ Enver Hoxha ประเทศแอลเบเนีย ได้สร้างบังเกอร์ขึ้นเกือบ 1 ล้านบังเกอร์ จนวันนี้ได้ใช้เป็นที่พักอาศัยสำหรับคนไร้บ้าน 13. ในปี 2003 กองกำลังสหรัฐค้นพบ $ 650 ล้านในผนังพระราชวังของซัดดัม 14. Stalin ส่งนักฆ่าฝีมือดีหลายคนไปลอบสังหาร Josip Broz Tito ผู้นำเผด็จการของยูโกสลาเวีย แต่ไม่เคยสำเร็จ จน Tito รำคาญ และส่งจดหมายตอบกลับมาว่า ‘หยุดส่งคนมาฆ่าชั้นเสียที ไม่งั้นชั้นจะส่งคนไปฆ่าแกบ้าง และบอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องส่งคนที่สองตามไปหรอก!!!’ 15. เชื่อหรือไม่ว่า คุณหมอต้องพยายามอย่างหนักเพื่อยื้อให้ลูกของ Kim Jong Un เกิดในปี 2012 เพราะจะครบ 100 ปี วันเกิดของ Kim Il Sung ผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ข้อมูลและภาพจาก ebaumsworld

เรื่องจริงจากคดีสุดหลอน ช็อกคนทั้งโลก! ของครอบครัว ฮอดจ์สัน (Hodgson)
Enfield Poltergeist /  Hodgson / 

หลังจากทีทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอเรื่องราวของสองสามีภรรยา เอ็ด และลอเรน วอเรน จากคดีของ ครอบครัว เพอร์รอน (Perron) ที่อาศัยอยู่ในบ้านผีสิง! เรื่องจริงที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Conjuring ล่าสุดความสยองขวัญกลับมาอีกครั้ง The Conjuring 2 เรื่องจริงจากคดีสุดหลอน Enfield Poltergeist หรือปรากฏการณ์ที่สิ่งของต่าง ๆ เคลื่อนที่เองได้อย่างปริศนา ของครอบครัว ฮอดจ์สัน เรื่องนี้ช็อกคนทั้งโลกเพราะมีทั้งคลิป ภาพถ่ายและเทปเสียงบันทึกเหตุการณ์ประหลาดทั้งหมด เรื่องจริงจากคดีสุดหลอน ช็อกคนทั้งโลก! ของครอบครัว ฮอดจ์สัน (Hodgson) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงในปี 1977 ณ เมืองที่ชื่อว่า เอนฟิล์ด ในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เกียวกับบ้านหลังนึงและเรื่องราวถึงเด็กหญิงอายุ 11 ขวบที่มีพฤติกรรมผิดแปลกจากปกติ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่อครอบครัวของ ฮอดจ์สัน Hodgson ได้เข้ามาอาศัยในบ้านเลขที่ 284 Green Street, Brimsdown เมือง เอนฟิล์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งครอบครัวประกอบไปด้วย คุณแม่เพ็กกี้ ฮอดจ์สัน ที่ต้องเลี้ยงดูลูกๆ ทั้งสี่เพียงคนเดียว ได้แก่ มาร์กาเร็ต อายุ 13 ปี, เจเน็ตอายุ 11 ขวบ จอห์นนี่ อายุ 10 ขวบ และบิลลี่ อายุ 7 ขวบ กำลังถูกหลอกหลอนอย่างหนัก เมื่อลูกสาวของเธอสองคนเจเน็ตและมาร์กาเร็ตเริ่มเล่น Ouija board ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้เกิดขึ้น เริ่มต้นด้วยเจเน็ต และจอห์นนี่ ถูกเขย่าเตียง ตามมาด้วย มีเสียงเคาะลึกลับ และลิ้นชักที่ถูกเลื่อนออกได้เองในห้องของลูกสาว จนในที่สุดแม่เพ็กกี้ตัดสินใจเรียกตำรวจ เพ็กกี้ฮอดจ์สันยังได้เล่าอีกว่า ในคืนต่อมา เธอได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงดังปังมาจากห้องนอนของลูกสาวอีกครั้ง ก่อนที่เธอและลูกสาวสองคนจะเข้าไปนอนเสียอีก เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไป และพบว่าตู้ลิ้นชักถูกเคลื่อนย้ายโดยบางสิ่งเพื่อไปกั้นประตูไว้ไม่ให้พวกเธอออกไปไหน เหตุการณ์นั้นทำให้เธอและลูกสาวหวาดกลัวมาก เธอพยายามผลักตู้ที่ขวางออก แต่มันก็กลับไปเช่นเดิม เธอเริ่มเหนื่อย แต่ก็ไม่สามารถหยุดทำได้ ในตอนนั้นเธอเริ่มสงสัยว่าลูกชายของเธออีกสองคนจะเล่นพิเรนทร์ หรืออะไรแผลงๆ หรือเปล่า เพราะว่าพวกเขานอนหลับอยู่ชั้นบน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่ง Carolyn Heeps ร่วมเป็นพยานได้ว่า เก้าอี้ในบ้านนี้สามารถเคลื่อนย้ายได้เอง แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าอะไรทำให้มันเคลื่อนที่ คุณแม่เพ็กกี้ฮอดจ์สันเล่าต่อว่า พยายามตรวจสอบสิ่งต่างๆ ในบ้านว่า มีอะไรที่ทำให้สิ่งของเคลื่อนที่ได้หรือเปล่า แต่ก็ไม่พบ หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุการณ์สิ่งของต่างๆ ลอยขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นน จานชาม มีด ของเล่น และหนังสือ ต่อมาเพ็กกี้ ได้ติดต่อกับ the Daily Mirror และช่างภาพ Graham Morris มาที่บ้าน หลังจากนั้นก็เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง เมื่อสิ่งต่างๆ เริ่มลอยไปรอบๆ จนทุกคนเริ่มขนลุก เมื่อเพ็กกี้เริ่มหมดหวัง เธอจึงได้เรียก สมาคมเพื่อการวิจัยเรื่องจิตวิญญา เหนือธรรมชาติ และก็ทำให้สมาชิกทั้งสองจากสมาคมได้เห็นปรากฎการณที่เรียกว่า  Poltergeist การเคลื่อนย้ายสิ่งของเป็นครั้งแรก และการตรวจสอตลอดระยะเวลา 14 เดือน ทีมวิจัยเรื่องจิตวิญญา เหนือธรรมชาติ ได้เดินทางมาบ้านหลังนี้ 120 ครั้ง เชื่อว่าบ้านหลังนี้มีผีสิง นอกจากนี้ สาวน้อยเจเน็ตอายุ 11 ขวบ เริ่มมีอาการแปลกๆ ขึ้นกับตัวเธอ เมื่อเธอเชื่อว่าเธอถูกหลอกใช้และถูกรังแกจากผี โดยมีการบันทึกภาพไว้ว่า เธอเคยถูกเหวี่ยงจนตัวลอยขึ้นไปบนอากาศทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย ปรากฎการณ์ความสยองเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อวิญญาณเริ่มใช้เธอเป็นสื่อทำให้เสียงของเด็กสาวกลายเป็นเสียงของชายแก่แหบพร่า เรื่องราวโด่งดังจนเข้าไปถึงหูรายการทีวีและได้มีการมาท้าพิสูจน์ถึงบ้าน ซึ่งระหว่างการสัมภาษณ์เจเน็ต อยู่ๆดี เสียงของเธอก็กลายเป็นเสียงของชายแก่ พร้อมกับไล่พวกที่มาถ่ายรายการให้ออกไปจากบ้านและอ้างว่า บ้านหลังนั้นเป็นบ้านของเขา หลังจากนั้นเริ่มมีการแนะนำตัวว่า เขาชื่อ "บิล" เขาตาบอด ตกเลือดแล้วก็ผล็อยหลับไปจนเสียชีวิตบนเก้าอี้โซฟา ใครอาจจะคิดไปว่า เจเน็ต แกล้งทำเสียงคนแก่ แกล้งสร้างเรื่องหรือไม่? แต่เรื่องราวนี้กลับมีพยานทั้งผู้สังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่น่าเชื่อถือผู้เข้ามาตรวจสอบภายในบ้านก็พบเรื่องราวประหลาดนี้เช่นเดียวกัน จนในที่สุดสองสามีภรรยาเอ็ด และลอเรน วอเรน เข้ามาสืบ นอกจากนี้ตามที่ครอบครัวนี้ให้สัมภาษณ์ เจเน็ต ได้อ้างว่าในช่วง คศ. 1978 มีนักบวชได้เดินทางเข้ามาที่บ้านหลังนี้ ซึ่งทำให้เหตุการณ์ได้เงียบสงบลงไป  แต่กระนั้นเพ็กกี้ แม่ของเธอยังคงได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นเป็นระยะและน้องชายของเธอกล่าวว่ารู้สึกตลอดว่าโดนจ้องมอง และครอบครัวนี้ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อ และสื่อก็เริ่มไม่จับตามองต่อไป จอห์นนี่ น้องชายคนกลางเสียชีวิตจากมะเร็งตอนอายุ 14 ส่วนเจเน็ตได้แยกย้ายไปมีครอบครัว และ (ตามที่ขึ้นเครดิตในหนังตอนท้าย) เพ็กกี้ ได้เสียชีวิตบนเก้าอี้ตัวเดียวกับที่ตาแก่บิลเสียชีวิตในบ้านหลังนั้นจริงๆ คลิปภาพและเสียงจากเหตุการณ์จริง (The Enfield Poltergeist RARE BBC FOOTAGE) ข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก The Conjuring 2 / La Conjuration 2, เฟซบุ๊ก Warner Bros., pantip, 21ghosts, moviepilot, major, majorcineplex.com/news, pantip