เด็กหญิง

น่าขนลุก! นี่คือ 23 สถานที่สุดสะพรึงและน่ากลัวที่สุดทั่วโลก
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

ในโลกเรานั้นมีธรรมชาติและสิ่งแปลกใหม่ให้ค้นหาและท่องเที่ยวมากมาย แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังมีอีกหลายสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายที่เกิดจากธรรมชาติ หรือการสร้างและทำลายโดยฝีมือมุนษย์ วันนี้เรามี 30 สถานที่สุดสะพรึงและน่ากลัวที่สุดที่เกิดรอบโลกมาฝากกัน ไปดูซิว่า แต่ละที่นั้นน่าขนลุกขนาดไหน .. น่าขนลุก! นี่คือ 23 สถานที่สุดสะพรึงและน่ากลัวที่สุดทั่วโลก 1. ประตูสู่นรก (Door to Hell) เมือง Derweze ประเทศเติร์กเมนิสถาน (Turkmenistan) ประตูสู่นรก นี้ตั้งอยู่กลางทะเลทรายคาราคุม เป็นหลุมที่ยุบตัวเกิดจากโพรงหินปูนใต้ดิน เกิดขึ้นโดยบังเอิญขณะที่มีการเจาะสำรวจก๊าซธรรมชาติ เมื่อปีพ.ศ. 2514 โดยใต้พื้นดินแถบนี้เต็มไปด้วยหินปูนที่มีรอยแยกรอยแตกและโพรงใต้ดิน รวมกันแล้วถือว่าเป็นแหล่งสะสมตัวของก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก การพังทลายของหลุมขนาด 70 เมตรนี้ ได้เป็นช่องทางให้ก๊าซแทรกขึ้นมายังผิวโลก อันตรายจากก๊าซจึงต้องจุดไฟเพื่อทำการสลายก๊าซเหล่านี้ โดยคาดว่าคงจะดับได้ในไม่นาน แต่จนถึงปัจจุบันหลุมยักษ์นี้ก็ยังคงปล่อยก๊าซออกมาอย่างต่อเนื่องกว่า 41 ปีแล้ว 2. เกาะตุ๊กตา (The Island of the Dolls) ประเทศเม็กซิโก (Mexico) สถานที่เที่ยวด้านมืดอันเป็นที่จดจำของโลก La Isla de la Munecas เป็นชื่อภาษาสเปน หมายถึง เกาะตุ๊กตา ที่ประเทศเม็กซิโก สร้างสรรค์โดย Don Julian Santana ผู้สันโดษและแยกตัวออกจากโลกภายนอกเป็นเวลา 55 ปี เพื่อทุ่มเทแรงกายในการสร้างดินแดนชวนจิตตกแห่งนี้ เชื่อกันว่าแรงบันดาลใจในการสร้าง เกาะตุ๊กตาผี ของ Don Julian Santana นั้นเพื่อบูชาวิญญาณเด็กหญิงซึ่งจมน้ำตายในคลอง แต่เหตุผลมาจากอะไรคงไม่สำคัญเท่า เขาได้เปลี่ยนเกาะธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเกาะเขย่าขวัญ ซึ่งผู้ที่ได้มาเยือนเหมือนจะถูกจับจ้องจากทุกสายตาของบรรดาตุ๊กตาผีที่สิงอยู่บนเกาะ ชวนขนลุก! อ่านเพิ่มเติม เกาะตุ๊กตาผี เม็กซิโก 3. เมืองพรีเพียต (Pripyat) ประเทศยูเครน (Ukraine) ได้ชื่อว่าเป็น เมืองผีของเชอร์โนบิล เนื่องจากมันถูกทิ้งร้างไว้เกือบ 3 ทศวรรษ นับตั้งแต่เหตุการณ์แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเกิดการระเบิด ทำให้เกิดเถ้าถ่านและฝุ่นละอองของกัมมันตภาพรังสีปลิวฟุ้งกระจายไปทั่ว มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 600,000 คน มีผู้เสียชีวิตทันทีหลังการเกิดระเบิด 56 คน และเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจากการสัมผัสกัมมันตรังสีสูงถึง 4,000 คนเลยทีเดียว เมื่อเวลาผ่านไป การท่องเที่ยวยูเครนก็ได้ออกประกาศให้เป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่ชอบเรื่องตื่นเต้นระทึกใจ สามารถเข้ายี่ยมชมบรรยากาศภายในเขตพื้นที่เชอร์โนบิได้ แต่ต้องทำตามกฏอย่างเคร่งครัด อ่านเพิ่มเติม ตะลุยเที่ยวเมืองผี แห่งเชอร์โนบิล Chernobyl 4. วิหารของกระดูก (Capela dos Ossos) ประเทศโปรตุเกส (Portugal) สร้างในศตวรรษที่ 15 โดยพระนิกายฟรานซิสกัน ผนังภายในวิหารสร้างขึ้นจากกระดูกของมนุษย์กว่า 5,000 คน อีกทั้งมีซากศพ 2 ร่าง ห้อยแขวนติดผนังด้านเอาไว้ด้วย โดยดำนานเล่าว่า มีสตรีนางหนึ่งซึ่งยึดมั่นในคาทอลิก แต่ถูกสามีและลูกชายโบยตีจนตาย ก่อนสิ้นชีวิตเธอสาปแช่งให้วิญญาณทั้ง 2 ลงนรก แม้แต่พื้นพสุธาก็ไม่ยินดีรับร่างไว้ เมื่อสามีและลูกเสียชีวิตก็ไม่สามารุฝังศพได้ ชาวบ้านจึงช่วยกันนําศพทั้งสองขึ้นไปห้อยแขวนไว้กับผนังวิหารแทน 5. สุสานใต้ดิน (Catacombs of Paris) ปารีส ประเทศฝรั่งเศส สุสานใต้ดินปารีสมีกองกระดูกอยู่มากมายจนน่าสะพรึง ในช่วงปลายศตวรรษที่ 1700 สุสานนี้มีทางเดินยาวกว่าหนึ่งไมล์ (1.6 กิโลเมตร) มีซากโครงกระดูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเต็มพื้นที่ผนัง พร้อมกับแผ่นป้ายจารึก โครงกระดูกเหล่านี้จัดเรียงชิ้นส่วนประเภทต่างๆ ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกระโหลกศีรษะ กระดูกขาหรือหน้าแข้ง กระดูกบางชิ้นมีอายุมากกว่าหนึ่งศตวรรษ บางส่วนเก่าแก่ถึงสมัยการปฏิวัติฝรั่งเศส ปัจจุบันเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1874 ในนี้มีซากศพของชาวปารีสกว่า 6 ล้านคน 6. ป่าอาถรรพ์ อาโอกิกาฮาระ (Aokigahara Forest) ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ป่าไม้แห่งนี้งอกงามขึ้นมาภายหลังการระเบิดครั้งสุดท้ายของภูเขาไฟฟูจิตั้งแต่ศตวรรษที่ 8  พื้นป่าส่วนใหญ่เป็นหินภูเขาไฟและมีความแข็ง อะโอะกิงะฮะระเป็นสถานที่ยอดนิยมที่จะมีผู้มาฆ่าตัวตาย โดยมีรายงานว่าเป็นสถานที่ฆ่าตัวตายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเป็นอันดับสองรองจากสะพานโกลเดนเกตในซานฟรานซิสโก นับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1950 มีผู้เสียชีวิตในป่ามากกว่า 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่ฆ่าตัวตาย ผูกคอตัวเองไว้บนต้นไม้ 7. Hanging Coffins ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) ในแถบท้องถิ่นของประเทศฟิลิปปินส์ พวกเขาเชื่อว่าเมื่อเวลาคนเสียชีวิตไปจะต้องเอาศศพใส่โรงแล้วเอามาแขวนไว้ที่หน้าผา เผื่อให้คนที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นได้ใกล้ชิดกับพระเจ้าหรือสวรรค์ โดยโรงนั้นจะมีการสลักหรือเขียนชื่อไว้ด้วย นอกจากจะมีในฟิลิปปินส์แล้ว ก็ยังพบเห็นประเพณีแบบนี้ได้ในประเทศจีน , อินโดนีเซีย ด้วยเช่นกัน 8. สุสานยิว (Old Jewish Cemetary) ปราก สาธารณรัฐเช็ก สุสานของชาวยิวที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และมีสถานที่สำคัญคืออนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของชาวยิว ช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 15 จนถึง 1786 เมื่อบุคลิกที่มีชื่อเสียงเสียชีวิต ร่างก็จะถูกนำมาฝัง ณ ที่นี้ 9. โรงแรม Roosevelt (Roosevelt Hotel) ฮอลลีวูด, แอลเอ สหรัฐอเมริกา (Hollywood, Los Angeles, USA) โรงแรมฮอลลีวู้ด รูสเวลท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยได้รับรางวัล Academy Awards ในปี 1929 หลายห้องพักของโรงแรมมีรอยประทับฝ่ามือของซูเปอร์สตาร์ระดับฮอลีวู้ดจารึกไว้มากมาย และความดังขั้นเซเลบไม่จบแค่นั้น ยังหลอนกันระดับฮอลลีวู้ด เมื่อ ผีมาริลีน มอนโรว แขก(เคย)ประจำที่นี่ ปรากฏตัวในกระจก ณ ห้องที่เธอเคยพัก แบบใครเห็นต้องเลียวหลัง! และสยองต่อด้วย ผีมอนท์โกเมอรี่ คลิฟท์ นักแสดงที่เคยพัก ห้อง 928 ขณะถ่ายทำหนัง From Here to Eternity วันดีคืนดี He ก็เดินไปเดินมาพร้อมท่องบท! ขยัน(หลอน)จริงคุณพี่! 10. เกาะงูคลั่ง ประเทศบราซิล (Brazil) อิลยาดาเกย์มาดากรังจี (โปรตุเกส: Ilha da Queimada Grande) หรือที่เรียกกันว่า เกาะงูคลั่ง เป็นเกาะแห่งหนึ่งซึ่งอยู่นอกชายฝั่งรัฐเซาเปาลูในบราซิล เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยงูพิษจำนวนมากอาศัยอยู่ ดังนั้นจึงกลายเป็นสถานที่อันตรายมากทำให้ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่หรือเข้าไปรุกราน เกาะแห่งนี้มีงูพิษชนิดหนึ่งชื่อ โกลเดนแลนซ์เฮด (golden lancehead) เป็นงูพิษที่มีความรุนแรงมากกว่างูพิษบนแผ่นดินใหญ่ถึงห้าเท่า และจัดว่าเป็นงูถิ่นเดียวที่มีถิ่นอาศัยอยู่บนเกาะเท่านั้น โดยอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมาก ประมาณกันไว้ว่ามีงูชนิดนี้มากกว่า 5,000 ตัวบนเกาะ ดังนั้นกองทัพเรือประจำประเทศบราซิลประกาศให้เกาะนี้เป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าไป เพื่อป้องกันอันตราย แต่บางครั้งก็มีการยกเว้นให้กับนักวิทยาศาสตร์ให้เข้าไปทำการศึกษาได้อยู่บ้างเป็นบางครั้ง 11. House of the Bulgarian Communist Party บ้านของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของบัลแกเรียบนภูเขา บูซลูดจา(Buzludzha) ถูกทิ้งร้างเนื่องจากเสียอำนาจในประเทศ 12. โรงแรม แสตนลีย์ รัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา (Stanley Hotel, Colorado, USA) เปิดให้บริการในปี 1909 เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์สยองขวัญ เดอะ ไชน์นิ่ง (The Shining) ดินแดนผีสิงทั้งในและนอกแผ่นฟิล์ม สั่นประสาทด้วยนานาผี ตั้งแต่ผีเด็กวิ่งเล่นยามค่ำคืน ผีผู้หญิงแข็งตายในห้องโถง จนถึงที่หลอนสุด ผี เอฟ.โอ.แสตนลีย์ และ ฟลอร่า สามี-ภรรยาซึ่งเป็นเจ้าของแรกของ โรงแรมผีสิง แห่งนี้ เล่ากันว่ามีคนเห็น วิญญาณแสตนลีย์เดินวนเวียนอยู่ที่ล็อบบี้ บาร์ และห้องบิลเลียด ขณะเดียวกันก็มีคนพบ ผีฟลอร่า นั่งบรรเลงเปียโนอยู่ที่ห้องดนตรี ทุกครั้งที่ได้ยินเสียง มีแขกใจกล้าตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปหวังคลายความสงสัย แต่ถึงกลับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเปียโนยังคงบรรเลงโดยปราศจากผู้ใด! 13. สวนพิษ Alnwick Poison Garden ประเทศอังกฤษ (England) สวนพิษนี้ตั้งอยู๋ที่ ปราสาท Alnwick Castle ในประเทศอังกฤษ สวนนี้สร้างขึ้นโดย Jane Percy ดัสเชสแห่ง Northumberland เนื่องจากเธออยากให้สวนดอกไม้ของเธอแตกต่างจากที่อื่นเธอจึงเปลี่ยนจากสวนดอกไม้ธรรมดาให้กลายเป็น สวนดอกไม้มีพิษ โดยเธอเลือกพันธุ์ดอกไม้ ต้นไม้ที่มาปลูก ล้วนแต่มีพิษโดยทั้งสิ้น ซึ่งที่นี่ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนเยอะมากๆ และเปิดให้เข้าชมได้ แต่! ต้องทำตามกฏอย่างเคร่งครัด โดยทุกๆ ที่จะมีป้ายคำเตือนไว้ และมีเจ้าหน้าท่คอยให้คำแนะนำ เช่น ห้ามสูดดม เข้าใกล้ หรือสัมผัส เป็นต้น 14. โรงพยาบาลทหารเคมบริดจ์ (Cambridge Military Hospital) ประเทศอังกฤษ (England) โรงพยาบาลทหารเคมบริดจ์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในระดับแนวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นฐานในการรักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บที่รอดชีวิตจากการรบ 15. โบสถ์ผี (St. George’s Church) Lukova สาธารณเช็ก คริสตจักรเซนต์จอร์จนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อ Lukova ซึ่งดบสถ์แห่งนี้ได้ถูกทิ้งร้างไปตั้งแต่คริสตจักรในยุคกลาง ค.ศ. 1968 เหตุเพราะส่วนหนึ่งของหลังคาทรุดตัวลงในระหว่างพิธีศพ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ถูกทิ้งให้เสื่อมมานานกว่า 30 ปี จนต่อมาศิลปินท้องถิ่นเกิดไอเดียจำลองร่างคนขึ้นมาคล้ายกับนั่งอยู่ในโบสถ์ ซึ่งทำเอาหลายคนหลอนและสะพรึงอยู่ไม่น้อย แต่หลัสจากนั้นที่นี่ก็ได้กลายเป็นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก 16. ปราสาทลีป (leap castle) ประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) ได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งปราสาทผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในโลก สร้างขึ้นเมื่อราวปี ค.ศ.1250 ตำนานเล่าว่า ในปี ค.ศ.1557 ลูกหลานของตระกูลโอ คารอล ผู้ครอบครองปราสาทแห่งนี้ ทะเลาะแย่งชิงสิทธิในการครองปราสาทกัน และเกิดการฆ่ากันตายในที่สุด จากการสารภาพผู้ที่ได้เข้าครอบครองปราสาท “ไทต์ โอ คารอล” เขาเล่าว่าได้สังหารพี่ชายของตัวเองซึ่งเป็นบาทหลวงจนเสียชีวิตคาโบสถ์ อีกทั้งวางแผนเชิญญาติพี่น้องทุกคนมาร่วมงานเลี้ยงเพื่อฆ่าทุกคนทิ้ง และเกิดอีกหลายเรื่องราวจนเป็นต้นเหตุของความเฮี้ยนติดอันดับโลก ผู้คนที่มาพักอาศัยต่างถูกหลอกหลอนจากวิญญาณแห่งนี้จนร่ำลือไปทั่วโลก 17. อาถรรพ์เกาะร้าง เกาะฮาชิมะ ประเทศญี่ปุ่น (Hashima Island, Japan) อยู่นอกชายฝั่งห่างจากเมืองนางาซากิ ประมาณ 15 กิโลเมตร ในอดีตเคยรุ่งเรื่องมาก่อน และได้รับชื่อว่า Battleship Island หรือ เกาะเรือรบ มีความโดดเด่นเรื่องทรัพยากรถ่านหิน บริษัทมิตซูบิชิ ได้นำกำลังพลพนักงานเข้าไปทำอุตสาหกรรมถ่านหินบนเกาะนี้ ทางบริษัทสร้างที่พักอย่างมีมาตรฐานให้กับพนักงาน เรียกว่า เกาะนี้เจริญมากๆ ในช่วงปี ค.ศ. 1887-1974 แต่ว่าเมื่อถึงเวลาถ่านหินหมดความนิยมไป ทำไปทำมา มีทีท่าว่าไม่มีกำไร มิตซูบิชิก็จำต้องเลิกกิจการ เมื่อบนเกาะไม่มีงาน ประชาชนก็ต่างเริ่มทยอยออกไปทีละกลุ่มจนหมดเกาะ ทิ้งไว้เพียงอาคาร รกร้าง ว่างเปล่า นานวันผ่านไปต้นไม้ ต้นหญ้าก็รกครึ้ม เสียงที่ทำให้เกาะนี้ไม่เงียบจนเกินไปก็มีเพียงเสียงคลื่นซัดฝั่ง เสียงลมหวีดหวิว เสียงนกกาและสัตว์เล็กๆ น้อยๆ บนเกาะ ความเงียบวังเวงเปลี่ยนชื่อเกาะนี้ให้กลายเป็น “เกาะผี” 18. รีสอร์ท San Zhi ประเทศไต้หวัน (Taiwn) รีสอร์ทแห่งนี้เคยเป็นสถานที่พักผ่อนที่หรูหรา โด่งดังมากๆ แต่ด้วยเหตุการณ์คนเสียชีวิตปริศนาหลายคน ทำให้ผู้คนต่างก็หวากผวา ไม่กล้าเข้ามาพักอีกเลย จนทำให้รีสอร์ทแห่งนี้ต้องปิดตัวลง การก่อสร้างหยุดชะงัก และถูกทิ้งร้างไป 19. ป้อมปราการร้างของกองทัพอังกฤษ (Maunsell Sea Forts) สร้างขึ้นในปี 1942 ประกอบไปด้วยป้อมปราการ 7 หลัง สร้างโดยกองทัพอังกฤษ ถูกออกแบบโดยวิศวกรโยธาที่ชื่อ Guy Maunsell ป้อมตั้งอยู่นอกชายฝั่งออกไปราว 6 ไมล์ บริเวณปากแม่น้ำเทมส์ (Thames Estuary) เพื่อใช้สู้รบกับฝูงเครื่องบินของกองทัพเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งถูกปลดประจำการปล่อยให้ทิ้งร้างเมื่อปี 1958 และสองปีต่อมาที่นี่ก็ได้กลายเป็น Pirate Radio Station สถานวิทยุเถื่อนที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก  20. โรงพยาบาล Beelitz-Heilstätten ประเทศเยอรมัน (Germany) ก่อตั้งในปี 1898 สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่พักพิงและรักษาตัวของ Adolf Hitler เมื่อปี 1916 เป็นโรงพยาบาลทหาร ที่คอยรักษาทหารที่บาดเจ็บจากการออกรบ และรักษาผู้ป่วยธรรมดาด้วย แต่ด้วยความหลอนของวิญญาณในสถานที่แห่งนี้ ทั้งเสียงร้องโหยหวน เสียงลากโซ่ตรวน ต่างๆ นานา จึงทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้ตกถูกทิ้งร้างไป และที่นี่ยังติดเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลเฮี้ยนที่สุดของโลกด้วย 21. โพเวเกลีย นรกแห่งอิตาลี (Poveglia) ประเทศอิตาลี (Italy) เกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ในทะเลสาบเวเนเชียน ระหว่างเมืองเวนิสและเกาะลีโด โดยในปี ค.ศ. 421 มีผู้อพยพจำนวนหนึ่งเข้ามาอาศัย จนกระทั้งถูกโจมตีอีกครั้งจึงหนีออกไป ผ่านเวลามาได้ช่วงหนึ่งก็เกิดโรคระบาด ผู้คนที่ติดเชื้อกาฬโรคก็ได้ถูกส่งมายังเกาะนี้ กลายเป็นเกาะที่กักขังผู้ป่วยจำนวนมาก เมื่อตายร่างก็ถูกไปเผา แต่เมื่อมีจำนวนมากขึ้นกลับโยนทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ บนเกาะกว่า 160,000 คน นอกจากนี้ ในปี 1922 บนเกาะยังเคยเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลประสาท รักษาผู้ป่วยทางจิตด้วยวิธีที่สุดแสนทรมาน และโหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นการเจาะกะโหลกทางเบ้าตา กดน้ำ เป็นต้น 22. วิหารโทเฟท (Sanctuary of Tophet) ประเทศตูนีเซีย (Tunisia) ที่นี่ถูกค้นพบในปี 1921 โดยนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส และพบว่าที่นี่เป็นที่ดินฝังศพเด็กเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยสี่ขวบ(ประมาณ) ที่คนยุคก่อนจะนำเด็กมาทำพิธีบูชาเทพเจ้า โดยการเผา ซึ่งมีแท่นบูชาภายในวิหารนั้นด้วย 23. Marche des Feticheurs ตลาดมืด ขายเครื่องรางของขลัง ใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศโตโก ตั้งอยู่ในเมื่องโลเม เมืองหลวงของประเทศโตโก ตลาดมืดเครื่องรางของขลังที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้มีสินค้าหลากหลายชนิด และแต่ละชิ้นนั้นเรียกได้ว่าทั้งแปลกและน่าขนลุกทีเดียว แต่ก็คงไม่ใช่กับคนที่ชอบพวกเครื่องรางของขลังแน่นอน เพราะที่นี่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักไสยศาสตร์และผู้มีความเชื่อเกี่ยวกับเวทมนต์คาถาต่างๆ อย่างแท้จริง! ขอบคุณข้อมูล http://www.geeksvip.com/ เรียบเรียง Travel.Mthai

ทำบุญวันเกิด!! น้องปีใหม่ อายุครบ 2 ขวบแล้วจ้า
แอฟ ทักษอร /  น้องปีใหม่ / 

  น่ารักมากๆ สำหรับ น้องปีใหม่ ลูกสาวตัวน้อยของ แอฟ ทักษอร และ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ที่ล่าสุดอายุครบ 2 ขวบเต็มแล้วเมื่อวันที่ 1 ม.ค.60 ที่ผ่านมา งานนี้ แม่แอฟ และ พ่อสงกรานต์ เลยถือโอกาสพา น้องปีใหม่ ไปทำบุญครบรอบวันเกิดและฉลองปีใหม่ไปในตัว ณ วัดสระเกศวรวิหาร (ภูเขาทอง) โดย น้องปีใหม่ แต่งชุดสวยฟูฟ่องราวกับเจ้าหญิงตัวน้อย ค่อยๆ บรรจงไหว้พระและตั้งใจถวายสังฆทานเองเป็นครั้งแรกด้วยความตั้งใจ ดูแล้วช่างน่ารักน่าชังเอามากๆ นี่ขนาดแค่ 2 ขวบยังเก่งขนาดนี้ น่ารักที่ซู้ด!! ขอบคุณภาพจาก IG aff_taksaorn, songkarn_tae ทำบุญเลี้ยงพระวันเกิดเด็กหญิงปีใหม่ครบสองขวบ   ถวายสังฆทานเองครั้งแรกค่ะ   หนูถวายทุกองค์ด้วยความตั้งใจนะคะ   ปี vs เปิ้ล ศึกนี้ใครจะชนะ   ขอขอบคุณทุกคนในครอบครัวที่สละเวลาเช้าวันปีใหม่   My Family   เรียบร้อยก็ได้(10นาที)นะเคอะ   ช่วงโดนแม่อบรม   ช่วงแม่บ่น   ช่วงแม่ภูมิใจ   ช่วงแม่ภูมิใจ   ปีขอรับน้ำมนต์ประมาณสิบแปดรอบ เกรงใจท่านมากค่ะ   รับนำมนต์มาก็ต้องมาให้คุณปู่   หลานปู่   อ๊ะ อ๊ะ ใครไม่ตั้งใจฟังพระสวดเนี่ย อุ่ย !!! ปีเองค่าา   ลูกชุบเป็ดน้อยของโปรดปีใหม่   พี่ปีพาปะป๋ามาไหว้พระฉลองวันเกิด 2 ขวบ   Birthday baby  

ละครนาคี , เรื่องย่อนาคี
เรื่องย่อละครนาคี /  ละครนาคี / 

นาคี บทประพันธ์โดย : ตรี อภิรุมบทโทรทัศน์โดย : สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์กำกับการแสดงโดย : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2559 เรื่องย่อละครนาคี โขงเจียม อุบลราชธานี พ.ศ. 2480 นายเคนสามีของคำปองจับได้งูลักษณะประหลาดเป็นสีขาวตลอดตัวขนาดใหญ่กว่าแขนยาวประมาณวาเศษบนหัวมีหงอนเหมือนหงอนพญานาค ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นงูเจ้าแม่ที่เรียกกันว่า นาคี เขานำไปขายให้กับฝรั่งนักค้างู จอห์น วินสัน ด้วยราคาสูงลิ่ว คำปองซึ่งท้องแปดเดือนมีความเชื่อเช่นเดียวกับชายบ้านอีกหลายคนว่างูเจ้าแม่นี้หากไปหลบหลู่ดูหมิ่นจะต้องประสบกับความพินาศฉิบหาย นางพยายามห้ามปรามสามีแต่สายไปเสียแล้วกลุ่มของจอห์น วินสัน ประกอบด้วยผู้ช่วยชาวไทยอีกสองคนคือ นายกอ และ นายบุญส่ง นายบุญส่งนั้นร้องด่าหลบหลู่งูขาวที่จับมาได้และท้าทายว่าหากเป็นงูเจ้าแม่ จริงก็ให้สำแดงฤทธิ์เดช ฉับพลันนั้นเองขณะที่เปิดกรงเพื่อนำงูที่จับได้บรรทุกขึ้นเกวียน ปรากฏอาเพศบนท้องฟ้าเกิดสุริยคราสพายุอื้ออึงฟ้ามืดครึ้มเกิดลมพายุรุนแรงจน หมู่บ้านถล่ม นายเคนถูกกระท่อมทับตายคาที่ บุญส่งถูกไม้ทับขาข้างหนึ่งจนแหลกเหลว นายกอนั้นหนีไปได้ แต่จอห์น วินสัน ถูกงูเผือกฉกตาย ส่วนคำปองนั้นเกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหันเด็กทารกหญิงที่คลอดออกมาสิ้นชีวิต แต่ก่อนที่คำปองจะหมดสติไปนางบังเกิดเห็นภาพงูใหญ่เลื้อยแทรกกลืนหายเข้าตัว เด็ก และลูกของนางก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คำปองตั้งชื่อบุตรสาวว่าคำแก้วย้ายจากโขงเจียมไปอยู่ดอนไม้ป่าครองตัวเป็นแม่ม่าย เด็กหญิงคำแก้วในวัยเรียนชั้นประถมศึกษามีลักษณะต่างจากเด็กทั่วไป บางครั้งขอบเดินเที่ยวในป่าคนเดียวหรือมักนั่งเงียบครุ่นคิดที่น่าประหลาดคือมักปรากฏอสรพิษอยู่ใกล้เด็กหญิงเสมอแต่ไม่เคยทำร้าย คำปองซึ่งยังเป็นสาวงามแม้จะตกพุ่มม่ายมีนายหวานพ่อม่ายลูกติดมาชอบพอแต่นางปฏิเสธไปด้วยใจยังไม่ลืมสามีและด้วยความรักที่มีต่อบุตรสาว คำแก้วมักหายตัวไปบริเวณปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้าน เด็กหญิงยังบอกอีกว่าสามารถพูดคุยกับงูได้และพวกมันเชื่อฟังเธอ คำปองเชื่อว่าเด็กหญิงคิดเอาเองตามประสาเด็ก คำแก้วเล่าให้แม่ฟังอีกว่าเธอชอบปราสาทหินร้างแห่งนั้นรู้จักคุ้นเคยราวกับเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน ละครนาคี 20 ปีผ่านไป... พ.ศ. 2500 คณะอาจารย์และนักศึกษาโดยการนำของอาจารย์ทัศนัยได้ลงพื้นที่ขุดค้นโบราณวัตถุ ในจำนวนนี้มี ทศพล นักศึกษาปีสุดท้ายของคณะโบราณคดีรวมอยู่ด้วย เขาเป็นคนรูปงามและหลงใหลในวัตถุโบราณเป็นอย่างมาก ทศพลขุดพบรูปปั้นประหลาดเป็นหินสลักสีขาวอมชมพูรูปหญิงสาวเปลือยท่านอนบิดตัว ช่วงล่างตั้งแต่สะโพกลงไปเป็นหางงูส่วนบนของหน้าผากที่จรดกับศีรษะมีหงอน ซึ่งอาจารย์ทัศนัยอธิบายว่านั่นคือสัญลักษณ์ของนาคีหรือพญานาค ทศพลหลงใหลในความงามของรูปปั้นจนเก็บไปเพ้อถึงทำให้พิมพ์พรที่แอบชอบเขาอยู่ไม่พอใจ ตั้งแต่ขุดพบรูปปั้นประหลาดมีเรื่องราวแปลก ๆ เกิดขึ้นกับคณะทำงาน เริ่มตั้งแต่ทศพลพบเด็กสาวสวยสวมชุดแพรเยื่อไม้สีกลีบบัว แต่เมื่อเขาติดตามไปหล่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในเวลาเดียวกันคำแก้วซึ่งเติบโตเป็นสาวสวยของบ้านดอนไม้ป่าเกิดฝันประหลาดว่าได้พบชายหนุ่มรูปงามเขาและพวกกำลังขุดหาวัตถุโบราณอยู่ ทศพลและเพื่อน ๆ คือ วันชนะ ประกิต เชษฐ์ สมมาตร รวมถึง พิมพ์พร รัตนาวดี ไม่ได้การต้อนรับจากกำนันแย้ม เพราะกำนันแย้ม ไม่ต้องการให้คนต่างถิ่นเข้ามายุ่มย่ามในหมู่บ้าน รวมถึงการขุดค้นที่เทวาลัย จึงขับไล่ทุกคน ไม่ให้นอนค้างที่หมู่บ้าน สุดท้ายทัศนัย จึงพาเด็ก ๆ ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคำปอง และที่นั่นเอง ทศพลก็ได้พบกับคำแก้ว และเริ่มชอบคำแก้วในที่สุด พิมพ์พรเดินตลาดของบ้านดอนไม้ป่าได้พบกับคำแก้วที่เก็บดอกไม้ป่าหลากชนิดมาขาย เธอไม่ชอบหน้าคำแก้วแต่แรกเห็นเพราะสวยจัดทั้งยังฉลาดรู้จักยอกย้อนต่อปากต่อคำต่างกับหญิงชาวบ้านทั่วไป พิมพ์พรเห็นรูปปั้นนาคี พิมพ์พรถึงกับประหลาดใจเมื่อพบว่าใบหน้าของรูปปั้นนั้นเหมือนเด็กสาวชาวป่าที่เธอเพิ่งได้พบแทบไม่ผิดเพี้ยนหมออ่วมทำนายกับกำนันแย้มว่าอีกเจ็ดวันจะเกิดสุริยคราสทำความวิตกให้กับเขามากเนื่องจากทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์นี้จะต้องมีคนถูกฝูงงูกัดกินจนตายทุกครั้ง หมออ่วมบอกว่านี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคี เขาทำนายพิมพ์พรว่ากำลังมีเคราะห์หนักจนอาจถึงสิ้นชีวิตภายในเจ็ดวัน พิมพ์พรและรัตนาวดีได้พบกับคำแก้วที่ตลาดอีกครั้ง รัตนาวดีเริ่มเอะใจเธอจำได้ว่าคำแก้วมีใบหน้าคล้ายกับรูปปั้นนาคีทีทศพลขุดได้พิมพ์พรขอให้เธอเก็บไว้เป็นความลับ หมออ่วม ฉุกใจคิดว่าเจ้าแม่นาทีที่แสดงอิทธิฤทธิ์ฆ่าคนจะเกี่ยวข้องกับคำแก้วเด็กสาวที่เกิดในวันสุริยคราสที่อำเภอโขงเจียมและเป็นวันเดียวกับที่เจ้าแม่อาละวาดเมื่อหลายปีก่อน นายอ่วมต้องการกำจัดเจ้าแม่นาคีแต่กำลังสืบหาที่อยู่และหาของขลังมาปราบ ส่วนลำเจียก ลูกสาวนายกอ ก็ตกหลุมรักทศพล ด้วยรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลา ยิ่งเมื่อเห็นทศพลชอบอยู่ใกล้ชิดกับคำแก้ว ก็ยิ่งไม่พอใจ ลำเจียกหาทางกลั่นแกล้งคำแก้วอยู่เสมอ โดยมีซ่อนกลิ่นกับชบาคอยเป็นมือขวาให้ลำเจียก ทศพลพบภาพประหลาดเป็นปราสาทราชวังตะการตาและหญิงสาวสวมมงกุฏงูคนเดิมเช่นเดียวกับคำแก้วที่ฝันถึงทศพล พิมพ์พรเห็นภาพประหลาดเป็นงูเผือกยักษ์กำลังโอบรัดทศพลอยู่เธอกังวลและหวาดกลัวจนต้องเล่าให้ทศพลฟังว่างูใหญ่บางตัวมีฤทธิ์แปลงเป็นคนได้จากคำบอกเล่าของบิดา นั่นก็คือนายบุญส่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์อาเพศเจ้าแม่นาคีเหมือนหลายปีก่อนนั่นเอง แต้ว ละครนาคี หมออ่วมลอบนำว่านพญาลิ้นงูที่ได้จากสัปเหร่อคงไปฝังไว้ที่ใต้ถุนเรือนคำปอง เพื่อทดสอบว่าคำแก้วคือร่างแปลงของนาคี จนคำแก้วร้อนรนจนอยู่บนเรือนไม่ได้ต้องเสาะหาขุดว่านนั้นทำลายเสีย หมออ่วมเริ่มแน่ใจมากขึ้น ทางด้านอาจารย์ทัศนัยขุดพบซากเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์งูเต็มไปหมดนอกจากนี้เขายังสันนิษฐานว่ารูปปั้นนาคีนั้นแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่หินสลักหรือวัตถุทั่วไปแต่เป็นศพอาบน้ำยาเช่นเดียวกับมัมมี่ ของอียิปต์ที่ถูกฝังไว้เป็นเวลานานจนแปรสภาพเป็นเนื้อหินกำนันแย้มและหมออ่วมแจ้งเตือนชาวบ้านถึงวันสุริยคราสที่จะมาถึงในพรุ่งนี้ ยังบอกอีกว่าเจ้าแม่นาคีจะต้องอาละวาดฆ่าคนอีกเพราะที่ปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้านนั้นมีถ้ำติดต่อไปยังอำเภอโขงเจียมที่เจ้าแม่เคยปรากฏอิทธิฤทธิ์ หมออ่วมเสริมว่าเจ้าแม่นาคีนั้นมีร่างเป็นคนอาศัยปะปนอยู่กับชาวบ้านแต่เมื่อคำแก้วคาดคั้นให้บอกออกมาว่าเป็นใครเขาก็กลับอึกอักบอกว่ายังไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ คนขับรถที่พาคณะของอ.ทัศนัย และเด็ก ๆ ถูกงูกัดตาย ทัศนัยจะเอาศพคนขับกลับไปทำพิธี แต่กำนันไม่ยอม บอกว่าถูกงูกัดตาย หากเคลื่อนย้ายศพ จะเกิดอาเพศใหญ่ ลำเจียกไปหาทศพลถึงที่บ้านคำแก้ว ขากลับ เจองูเผือกจะทำร้าย ดีที่ใส่แหวนที่พ่อให้ไว้ จึงรอดมาได้ ทศพลกับพวก มาที่บ้านสัปเหร่อคง ถามเรื่องที่ฝังศพคนรถ ทศพลจ้างให้สัปเหร่อไปขุดโลง เปิดออกมา เห็นงูกำลังกัดกินศพอย่างหน้าสะอิดสะเอียน ทุกคนแทบช็อค ส่วนรัตนาวดีก็กลัวตาย วิ่งหนีไปจากหมู่บ้าน เจอเข้ากับผี โดนทำร้ายจนสลบไป ทุกคนตกใจ รัตนาวดีหายไป ไปแจ้งกำนันแย้ม ก็ไม่รับแจ้ง บอกถ้าภายใน 3 วันไม่กลับมาคือไม่รอด ทัศนัย แบ่งเด็ก ๆ เป็น 2 กลุ่ม ออกไปตามหา คำแก้ว ช่วยเหลือรัตนาวดีมาได้ โดยพิมพ์พร และเจิดนภา พากลับมาที่บ้านพัก แต่รัตนาวดี อยู่ในอาการหวาดกลัว ยังคงไม่พูดจากับใคร สุดท้ายคำปอง จึงไปหาหมออ่วมให้มารักษา หมออ่วมเห็นแววตาคำแก้ว พร้อมกับกลิ่นสาบงู เริ่มมั่นใจ ว่าคำแก้ว จะต้องเป็นบริวารของเจ้าแม่นาคี ส่วนทศพล วันชนะ และประกิต ต้องค้างที่เทวาลัย เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ทศพล ค้นพบ ถ้ำใต้เทวาลัย และได้พบกับร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคี ที่มีหน้าตาเหมือนกับคำแก้วอย่างไม่มีผิดเพื้ยน หลังจากออกจากถ้ำ ทศพล จึงบอกกับทัศนัย และจะพาทีมนักศึกษา เข้าไปสำรวจถ้ำต่อไป และได้พบกับวัตถุโบราณจำนวนมาก ลำเจียก ขะมักเขม้น ซ้อมรำถวายเจ้าแม่ ตอนแรก คำแก้ว จะไม่ยอมรำถวาย ทำให้กำนันไม่พอใจ แต่สุดท้ายคำปองเกลี้ยกล่อม ให้ทำเพื่อเจ้าแม่นาคี เพราะเคยสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนท้องคำแก้ว ว่าหากคำแก้วปลอดภัยดี จะยกคำแก้วให้กับเจ้าแม่นาคี สุดท้ายคำแก้วจึงยอมรำถวายให้ ชาวบ้านดอนไม้ป่าเชื่อว่า เมื่อเกิดสุริยุปราคา มนุษย์ต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้พญานาคคายดวงอาทิตย์ออกมา และเมื่อถึงวันบวงสรวง ชาวบ้านต่างมากันพร้อมหน้าที่หน้าเทวาลัย คำแก้วก็มารำถวายด้วย คำแก้วเริ่มรำไปได้ไม่นาน เธอก็เริ่มเลื้อยเหมือนงู ผิวหนังเริ่มเป็นเกล็ด ลำเจียกหันมาเห็น ร้องตกใจใหญ่ ทำให้พิธีต้องหยุดกะทันหัน คำแก้ววิ่งไปที่เทวาลัย ในขณะที่ทศพล และอาจารย์ รวมทั้งเพื่อน ๆ ต้องรีบหนีออกมาจากเทวาลัย ทศพลหยิบโบราณวัตถุออกมา ทำให้วัชระปราการ ฉัตรสุดา เลื่อมประภัส ซึ่งเป็นบริวารเจ้าแม่นาคี หลุดออกจากคำสาป กลายร่างเป็นคน เคนภูภูมิ ละครนาคี ทศพลสงสารคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านใส่ร้ายว่าเป็นเจ้าแม่นาคี จึงชวนไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน ลำเจียกมาพบพอดีไม่พอใจ เธอไม่กลัวคำแก้ว เพราะใส่แหวนพิรอดของกอมาด้วย ลำเจียกวางแผนร่วมมือกับเลื่อง จะเอาคำแก้ว มาเป็นเมียเลื่องให้ได้ ทศพล เริ่มอ่านเรื่องราวจากศิลา พบชื่อ เมืองมรุกขนครและกษัตริย์ที่ปกครองเมืองนี้ก็คือพระเจ้านิรุทธราช คำแก้วถูกลำเจียกหลอกมาที่กระท่อม ให้เลื่องปล้ำ คำแก้วตกใจ กลายร่างเป็นงูเผือก เลื่องเห็นแทบช็อค คำแก้วหมดสติไป แล้วเลื่องก็ถูกงูฉกตาย เดี่ยวกับทัพเข้ามาเจอ ถูกฉกตายไปด้วยทั้งคู่ ลำเจียกรีบวิ่งหนีไป กำนันแย้มแค้นใจมาก ลำเจียกบอกคำแก้วเป็นคนฆ่า ชาวบ้านแห่กันมาจะเอาเรื่องคำแก้ว แต่ลำเจียกไม่กล้าพูดมากนัก เพราะกลัวเรื่องจะแดงขึ้นมา ว่าตนเอง เป็นคนวางแผนให้เลื่องฉุดคำแก้วไป กำนันแย้ม ร่วมมือกับหมออ่วม ทำพิธี กำจัดเจ้าแม่นาคี ใช้แหวนพิรอด พันกับสายสิญจน์ ผูกไว้ และเผาหุ่นเจ้าแม่นาคี คำแก้ว ซึ่งกำลังขายดอกไม้ เริ่มร้อน ทุรุนทุราย ทนไม่ไหว ทศพลเห็นหมออ่วมทำพิธี รีบวิ่งไปหาคำแก้ว ถึงแม้จะถูกลูกน้องกำนันแย้มทำร้ายก็ตาม ส่วนลำเจียกเองก็กลัว ที่ต้องถอดแหวนพิรอดออกจากนิ้ว ที่กอให้ไว้ เพราะกลัวจะถูกเจ้าแม่นาคีทำร้าย ร่างทิพย์เจ้าแม่นาคีพุ่งวูบออกมาจากร่างคำแก้ว เจ้าแม่นาคีทำพิธีเรียกฝน กางแขนออก ปากขมุบขมิบสาธยายร่ายคาถาเรียกฝนมาสู้กับพิธีของหมออ่วม พายุฝนตกอย่างแรง ฟ้าฝ่าจนสายสิญจน์ขาด ไฟที่หุ่นฟางดับลง พิธีหยุดลงกะทันหัน ทุกคนวิ่งหลบฝน คำแก้วสลบอยู่ในอ้อมกอดทศพล แล้วทศพล ก็อุ้มเข้าเทวาลัยไป จนคำแก้วฟื้น ทศพลจึงให้คำแก้วขี่หลังกลับไปที่บ้าน ลำเจียกแต่งตัวเลียนแบบเจ้าแม่นาคี มาปล้ำทศพลถึงที่พัก แถมร้องโวยวายว่าถูกปล้ำ ทั้ง ทัศนัย พร้อมด้วยลูกศิษย์ ต่างตกใจ แต่คำแก้วบอก ว่าลำเจียกต่างหากที่มาปล้ำทศพลถึงที่พัก ทำให้ทศพล รอดพ้นจากลำเจียกไปได้ ลำเจียกแค้นใจคำแก้วมาก รุ่งเช้า ทศพล สารภาพรักกับคำแก้ว คำแก้วอดดีใจไม่ได้ แต่ทำทีปฎิเสธ จนทศพลเสียใจ หมออ่วม กำนันแย้ม ลำเจียก มาที่กระท่อมทศพล ใช้แหวนพิรอด ส่องทาง ไม่ให้เจ้าแม่นาคีบังตา จนพบกับ เทวรูปเจ้าแม่นาคี กำนันแย้มและพวก จึงไปจับตัว ทศพลและเพื่อน ๆ เอาไว้ คำแก้วรีบตามไปดู ถูกชาวบ้านเอาหินปาใส่ หาว่าคำแก้วเป็นงู ทศพลเข้าช่วย บอกกับกำนันแย้มและทุกคน ว่าจะไปพิสูจน์เรื่องเจ้าแม่นาคีที่เทวาลัย เพราะไม่ว่าใครจะไปที่นั่น ก็ไม่รอดกลับมา แต่หากเขารอดกลับมาได้ ต้องยอมปล่อยตัวทุกคน และไม่ต่อว่าคำแก้วอีก คำแก้วเป็นห่วงทศพล อยากตามไปช่วยทัศนัย เข้าไปที่เทวาลัยพบศิลาจารึก พร้อมลวดลายอักขระ บนศิลา คือ มนต์อาลัมพายน์! เป็นวิชาสะกดจิตอย่างหนึ่งที่ใช้สะกดจิตพวกนาค ทัศนัยมัวแต่สนใจ อ่านอักขระ ไม่ทันมองว่าเงางูใหญ่ทาบทับลงไปบนแผ่นศิลา ทำให้ทัศนัยรู้สึกตัว พอหันหลังกลับไปมองก็เห็นดวงตาเรือง ๆ ของงูใหญ่วัชระปราการมองมาอย่างมุ่งร้าย สุดท้ายทัศนัยก็หมดสติไป ละครนาคี ทศพลเริ่มหนาวเพราะอากาศในถ้ำ เขาเห็นเงาทัศนัย เดินตามไป ส่วนงูเขียว พาคำแก้ว เข้ามาที่ถ้ำจนได้ เจ้ามานาคีเข้าสิงห์ร่างคำแก้ว แล้วก็มาพบกับทศพล ทศพลดีใจมากที่ได้เจอคำแก้ว โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าแม่นาคี เจ้าแม่พาทศพล มายังสระน้ำสีมรกต น้ำใส เป็นประกายระยิบระยับ สระแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมไปได้หลายแห่ง เป็นรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับวังบาดาลเมืองของพวกพญานาค เจ้าแม่เล่าเรื่องอดีตให้ทศพลฟัง และบอกว่าตนเองรออยู่ จนไชยสิงห์ มาเกิดเป็นทศพล คำแก้ว ก็คือเจ้าแม่นาคีนั่นเอง รุ่งเช้า ทศพลหลับอยู่กับคำแก้ว คำแก้วตื่นมาตกใจ จำอะไรไม่ได้ คำแก้วกลับบ้านไปแบบงุนงง ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นของทศพลหรือเปล่า กำนันแย้ม หมออ่วม กอ สั่งลูกน้อง ทั้งทุบ ทั้งเผา รูปเจ้าแม่นาคี แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเอาล่องแพ ไปเผาที่วัด คำแก้ว ทศพล และเพื่อน ๆ ช่วยกันออกตามหาเทวรูป แพของกำนันแตก ลูกสมุน ถูกน้ำวน ดูดจมหายไป เทวรูปก็จมไปด้วย ทศพลเสียดายมาก แต่คำแก้วบอกว่ามันอยู่ในที่เหมาะสมแล้ว คือในน้ำนั่นเอง ลำเจียกบอกกับทุกคนว่าคำแก้ว กับทศพล ผิดผีกันแล้ว คำปองเสียใจ แต่ทศพล กลับบอกว่า เป็นผัวเมียกันแล้ว ทศพลขอรับผิดชอบ สุดท้ายคำแก้วกับทศพลจึงได้แต่งงานกันในที่สุด ซึ่งลึก ๆ แล้วคำปองก็ดีใจที่คำแก้วจะมีทศพลมาคอยปกป้อง หมออ่วม จะปราบนาคี โดยใช้ครุฑ คำปองมาได้ยิน แต่ถูกคนของกำนันจับตัวไว้ เลื่อมประพัตร ฉัตรสุดา ไปบอกคำแก้ว คำแก้วรีบไปช่วยแม่ แต่ถูกจับตัวเอาไว้ ฉัตรสุดาจึงกลายร่างเป็นคน ไปบอกให้ทศพลมาช่วยคำแก้ว ทศพลถุกซ้อมจนสลบไป คำแก้ว กลายร่างเป็นงู ฉกสมุนกำนันแย้ม ฉกจนสมุนตายเรียบ บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม กอวิ่งหนีงูเจ้าแม่นาคี นาคีจะฆ่าบุญส่ง แต่คำปองห้ามไว้ วัชระปราการมาช่วยนาคี สกัดพวก กำนันแย้ม หมออ่วมไว้ คำแก้วกลายร่างกลับเป็นคนร้องไห้เสียใจ ไม่อยากเป็นงู คำปองกอดลูกไว้ บอกว่าต้องมีวิธีแก้อาถรรพ์ให้ได้ ดร.สุภัทรมาที่หมู่บ้าน และได้รู้ว่าทศพลแต่งงานกับคำแก้วแล้ว ทศพลทำสัญลักษณ์ของนาคีบนหน้าผากรูปปั้นหลุดออกมาเขาจึงเก็บไว้กับตัวตั้งใจว่าจะเก็บไว้ติดให้เหมือนเดิม นายบุญส่งตามมาที่หมู่บ้าน และดีใจมากที่พิมพ์พร ลูกสาวของเขาปลอดภัย เขาได้พบกับคำแก้วทำให้คำแก้วจำได้ว่าเคยเป็นงูเผือกถูกจับมาขาย และนายบุญส่งได้ร้องท้าทายจนเธอโกรธจัดและอาละวาดฆ่าคน คำแก้วเกินนิมิตหยั่งรู้ว่าหากเมื่อใดที่เธอมีความโกรธหรือระลึกชาติได้ครบถ้วนเธอจะกลายร่างเป็นงูมีเพียงสถานที่เดียวคือต้องขึ้นไปบนปราสาทหินเพื่อระลึกชาติจึงจะไม่กลายร่าง คำแก้วเห็นอดีตชาติของตนเอง ตำบลหนองไทรในอดีตคือมรุกขนครปกครองโดยพระเจ้านิรุทธราชซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกับบุญส่ง ทิศเหนือของนครมีสระน้ำกว้างใหญ่ใสสะอาดให้ชาวเมืองได้อาบกินทำการประมงที่ก้นสระนั้นเป็นที่อาศัยของนางพญานาค ขณะนั้นเจ้าชายแสนเมืองหรือทศพลในชาตินี้ได้เป็นเชลยที่ถูกจับมาจากประเทศราช นางนาคีแปลงร่างเป็นสาวสวยพบรักและสมสู่อยู่กินกับเจ้าชาย แต่ในยามหลับนางกลับคืนร่างเป็นงูเผือกยักษ์หงอนสีแดงทำให้เจ้าชายรังเกียจนางจึงหนีกลับลงบาดาลไป เมื่อเจ้าชายแสนเมืองระลึกได้ถึงความรักที่มีต่อกันจึงไปเรียกหาที่สระ แต่นางนาคีซึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ก้นสระไม่ยอมใจอ่อนอีก ละครนาคี ต่อมาพระเจ้านิรุทธราชจับปลาไหลเผือกได้นำมาเชือดเนื้อกินกันในหมู่บริวารซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่คิดปองร้ายนางในชาตินี้ได้แก่หมออ่วม นายกอ กำนันแย้ม เชษฐ์ เคน รวมถึงผู้คนที่ถูกนางพญานาคีกัดตายในวันสุริยคราสนั่นเอง สนมสองนางของพระเจ้านิรุทธราชก็คือพิมพ์พรและลำเจียกทุกคนล้วนกินเนื้อของนาง ยกเว้นไว้แต่นางกำนัลคำปองที่สงสารปลาไหลไม่ยอมกิน เนื้อของปลาไหลประหลาดนั้นยิ่งหั่นแจกก็กลับยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นจนต้องนำไปแจกชาวประชาให้ได้กินกันทั้งเมือง ตกค่ำคืนนั้นลมพัดแรงนางกำนัลคำปองได้ยินเสียงกระซิบให้หนีออกจากเมืองเสียก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่นางทำตามคำบอก คืนนั้นเองเจ้าแม่สำแดงอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกกระหน่ำแผ่นดินไหวน้ำท่วมมรุกขนครถล่มทลาย ด้วยกรรมหนักที่ได้ก่อนางจึงถูกฟ้าดินสาปให้กลายเป็นหินครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงามครึ่งหนึ่งเป็นงูหมายถึงความชั่วร้าย ส่วนจิตวิญญาณเร่ร่อนเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด เป็นงูบ้างคนบ้างจนกระทั่งสิ้นเวร หลังจากนั้นนับศตวรรษนางพญาเกิดเป็นงูเผือกที่โขงเจียมบำเพ็ญเพียรแต่กลับถูกจับมาขายฝรั่ง คำปองคลอดลูกตาย เจ้าแม่นาคีจึงกลั้นใจตายแทรกวิญญาณทับร่างด็กเติบโตเป็นคำแก้วนั่นเอง ทุกครั้งที่มีการตายโดยงูกัดในวัน สุริยคราสหรือวันอื่น ๆ คำแก้วจะไม่รู้สึกตัวรับรู้แต่เพียงฝันร้ายว่าฆ่าคนตายเท่านั้น บุญส่ง นายกอ กำนันแย้ม และหมออ่วมเดินทางไปตำบลหนองไทรเพื่อหาของขลังมาปราบเจ้าแม่นาคี ต่อมานำรูปปั้นพญาครุฑเพื่อกำจัดคำแก้วอีกครั้งโดยจับตัวคำปองมาเป็นเหยื่อล่อ ด้านลำเจียกให้หมออ่วมทำเสน่ห์จนทศพลหลงใหลทิ้งคำแก้วไปยังตำบลนาคหนีซึ่งเจ้าแม่นาคีไม่สามารถไปได้ เนื่องจากที่ตำบลนี้มีตำนานเล่าว่านางนาคตนหนึ่งแปลงกายมายั่วพระธุดงค์ให้ตบะแตกท่านจึงสาปให้นาคใดๆไม่สามารถเข้าเขตได้คำแก้วตามหาทศพลไปถึงตำบลนาคหนีแต่ทศพลถูกเสน่ห์ของลำเจียก ไม่ยอมกลับ แถมยังสู้ลำเจียกไม่ได้เพราะไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆเกือบถูกฆ่าตายด้วยการผลักให้จมน้ำ กลับกลายเป็นว่าเมื่อลงน้ำคำแก้วมีกำลังมากขึ้นหนีจากลำเจียกที่มุ่งร้ายมาได้ เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอพบว่าคำปองถูกคนจับไปเสียอีก คำปองนั้นอันที่จริงรอดพ้นจากน้ำมือของพวกนายกอมาได้ ด้วยบริวารของเจ้าแม่คอยคุ้มกัน ไล่ต้อนคำปองขึ้นไปกักขังไว้ในปราสาทหินจนพวกของนายกอหาไม่เจอ ลำเจียกอยู่ที่ตำบลนาคหนีได้พบเมืองอินทร์หมอผีอายุสามสิบเศษที่มีวิชาแก่กล้า หล่อนทอดตัวเป็นเมียเพื่อให้เขาช่วยกำจัดนางพญานาคี เมืองอินทร์จึงเดินทางมาพร้อมกับลำเจียกที่บ้านดอนไม้ป่า ทศพลจึงเริ่มคืนสติและกลับมาหาคำแก้ว และแหวนหลวงปู่มั่นนั้นจะไม่คุ้มครองลำเจียกอีกเนื่องจากหล่อนทำเสน่ห์เล่ห์กลซึ่งเป็นของต่ำ ทั้งยังคิดร้ายฆ่าเมียหลวงชิงผัวเขามา คำแก้วระลึกชาติได้อีกเมืองอินทร์ในอดีตชาติคือเจ้าอินทร์ผู้ซึ่งร่ายคาถาจับปลาไหลเผือกนำมาถวายพระเจ้าอนิรุทธราช คำอ้ายหรือลำเจียกในชาตินี้แอบมองเจ้าอินทร์จากหลังม่านทำตาเจ้าชู้ เจ้าอินทร์เป็นคนหนึ่งที่กินเนื้อปลาไหลเผือกจึงต้องโทษสิ้นชีพไปเช่นกัน ลำเจียกเกิดโมโหเอามีดไล่ฟันคำแก้วในวันหนึ่งจึงถูกเจ้าแม่นาคีกลายร่างขึ้นฆ่าเธอตาย พวกของบุญส่งหลอกทศพลว่าหากต้องการให้คำแก้วพ้นข้อกล่าวหาขอให้ทศพลนำชิ้นส่วนที่เป็นหงอนของรูปปั้นนำไปติดที่หน้าผากของคำแก้ว หากมีนางพญานาคีสิงอยู่นางจะปรากฏร่างออกมาและคำแก้วจะปลอดภัยเป็นคนธรรมดาไม่มีวิญญาณร้ายสิงสู่อีก ทศพลทำตามแท้ที่จริงแล้วการทำเช่นนั้นจะทำให้คำแก้วกลายร่างเป็นงูตลอดชีวิต คำแก้วเสียใจหนีไปยังปราสาทร้างกราบไว้พระอ้อนวอนขออยู่ในร่างคน เสียงจากพระพุทธรูปบอกเธอว่าให้ถือศีลอยู่แต่ในถ้ำนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนครบร้อยวันคำแก้วจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ไม่มีวันกลายเป็นงูอีก ละครนาคี ทศพลพาคำปองหลบหนีพวกของนายบุญส่งที่ต้องการจับตัวไปล่อให้นางพญานาคีออกมา แต่ท้ายที่สุดจึงถูกพวกของเมืองอินทร์และนายบุญส่งจับตัวได้ พวกของเมืองอินทร์จับคำปองและทศพลเผาทั้งเป็นเพื่อล่อคำแก้วออกมา คำแก้วอดทนจนถึงที่สุดแต่ก็ไม่อาจยับยั้งคนใจทรามได้ คำปองไม่อาจทนเห็นสภาพคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านทำร้ายได้ จึงยอมปลิดชีวิตตนเอง เพื่อช่วยเหลือลูก ทศพลรอดชีวิต คำแก้วในร่างนางพญางูออกอาละวาดฆ่าคนทั้งหมดตายไป และกลายร่างเป็นงูตลอดอายุขัย ทศพลเสียใจร้องขอให้คำแก้วอยู่กับเขาไม่ว่าจะในสภาพใดก็ตาม แต่คำแก้วไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาได้ หนีกลับขึ้นไปยังเทวาลัย ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันอีกครั้ง และจากกันด้วยน้ำตา พระธุดงค์ได้ชี้ทางสว่างให้แก่ทศพลโดยให้เขาบวชเป็นพระจนสิ้นอายุขัย... นักแสดงนำใน ละครนาคีภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท ทศพล/ไชยสิงห์ ณฐพร เตมีรักษ์ รับบท คำแก้ว/เจ้าแม่นาคี ลักขณา วัธนวงส์ศิริ รับบท ลำเจียก/พระสนมกรรเจียกฉัตรฑริกา สิทธิพรม รับบท พิมพ์พร/พระธิดาพิมพาวดีธนากร โปษยานนท์ รับบท ทัศนัยอริศรา วงษ์ชาลี รับบท คำปองสุภชา อัดรทองสกุล เจิดนภา/เพ็งสิรินรัตน์ วิทยพูม รับบท รัตนาวดี/แพน โกสินทร์ ราชกรม รับบท เลื่องดนัย จารุจินดา รับบท วัชระปราการเกรียงไกร อุณหะนันท์ รับบท ดร.สุภัทรการันต์ อร่านศรี รับบท วันชนะ/นารุตอรรดพล เทศะวงศ์ รับบท ประกิต/อัคนีชาคริฐ จตุพรวัฒนพนธ์ รับบท เชษฐ์/สินธุณัฐพล วริยะชัย รับบท สมมาตร/กษิติศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท บุญส่ง/พระเจ้านิรุทธราชมนตรี เจนอักษร รับบท กำนันแย้ม/มหาอำนาตย์หยอง ลูกหยี รับบท นายกอ/ขุนวังประสาท ทองอร่าม รับบท หมออ่วม/พระโหราธิบดี พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ท้าวศรีสุทโธนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี

รู้จักกับ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children
Cameron King /  Ella Purnell / 

เช็คชื่อ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children สิ่งที่น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่อง Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children บ้านเพริกริน เด็กสุดมหัศจรรย์ ก็คงหนีไม่พ้นเด็กที่มาอยู่รวมตัวกันในบ้านหลังนี้ แต่ละคนก็มีความพิเศษในตัวเอง มาทำความรู้จักกับพวกเขาก่อนจะเข้าไปดูภาพยนตร์กันดีกว่า หมายเหตุ เจนโน ท็อปปิง (Jenno Topping) เป็นโปรดิวเซอร์ และ ดีเรก เฟรย์ (Derek Frey) เป็น เอกเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ บรอมวิน รับบทโดย พิกซี เดวีส์ (Pixie Davies) เป็นเด็กตัวเล็กแต่เข้มแข็ง อายุน้อยที่สุดและที่ผ่านมาถือเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เด็กประหลาด ตัวละครร่างจิ๋วผู้กล้าหาญและมีพลังรายนี้เป็นตัวละครที่เบอร์ตันชอบเป็นพิเศษ "เธอเป็นตัวแทนของคนตัวเล็กซึ่งสามารถทำสิ่งที่ไม่ธรรมดา" ท็อปปิงกล่าว "เช่นเคย แนวคิดนี้ตรงกับผลงานและความสนใจของทิมในแง่ที่ว่าผู้คนอาจสร้างความประหลาดใจให้คุณได้" แคลร์ รับบทโดย แรฟฟิเอลลา แชปแมน (Raffiella Chapman) เป็นเด็กประหลาดซึ่งเมื่อมองจากภายนอกก็ดูปกติดี เพียงแต่ว่าเธอมีฟันแหลมคมอยู่ที่หลังศีรษะเท่านั้นเอง “เราเรียกตัวละครตัวนี้ว่า ‘เด็กหญิงปากหลัง’” เฟรย์กล่าวติดตลก “เป็นความประหลาดที่ประหลาดยิ่งกว่าแบบอื่นๆ ทิมต้องการคนที่คุณจะนึกไม่ถึงเลยว่ามีคุณสมบัติพิเศษแบบนั้น แรฟฟิเอลลามีความไร้เดียงสาในแบบเดียวกับเชอร์ลีย์ เทมเพิล” เอ็มมา รับบทโดย เอลลา เพอร์เนลล์ (Ella Purnell) เธอมีความสามารถในการควบคุมอากาศได้ และต้องใส่รองเท้าที่ทำด้วยตะกั่วเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเธอลอยขึ้นไป เมื่อการผจญภัยดำเนินไป “มันน่าสนใจมากเวลาที่ฉันเล่นฉากหนึ่งอยู่แล้วทิมบอกว่า ‘เอาล่ะ กลัวให้สุด ๆ วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยนะ’ แล้วฉันก็คิดว่า ‘เห็นรองเท้าที่ฉันใส่อยู่ไหมล่ะ’” อีน็อค รับบทโดย ฟินเลย์ แม็คมิลลัน (Finlay MacMillan) เป็นเด็กหนุ่มที่โตที่สุดในบ้านเด็กประหลาด อีน็อคสามารถทำให้วัตถุต่าง ๆ มีชีวิตขึ้นมาได้ชั่วคราว ซึ่งเป็นทักษะที่เขาใช้ในการต่อสู้ครั้งสำคัญกับพลังด้านมืด บางครั้งเขาก็ใช้ความสามารถนี้เพื่อความสนุกสนานของตนเอง อย่างตอนที่เขาทำให้ตุ๊กตาออกมาต่อสู้กัน โดยในภาพยนตร์นั้นนำเสนอผ่านแอนิเมชันแบบสต็อปโมชัน อันเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเบอร์ตันที่เคยสร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยมมาแล้วใน Corpse Bride และ The Night Before Christmas ฟิกกิสก่าวว่า นักแสดงฟินเลย์ แม็คมิลลัน นั้น “เซ็กซี่และดาร์กนิด ๆ แต่ไม่หดหู่” ฮอเรซ รับบทโดย เฮย์เดน คีลเลอร์-สโตน (Hayden Keeler-Stone) มีความฝันที่พยากรณ์อนาคตได้ ทุก ๆ คืน เหล่าเด็กประหลาดจะมารวมตัวกันเพื่อดูภาพความฝันอันแจ่มชัดของฮอเรซที่ฉายขึ้นบนจอ ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นในชุดสูทอังกฤษเรียบหรู “ฮอเรซดูราวกับมาจากอีกยุคหนึ่ง” ท็อปปิงกล่าว ฮิวจ์ รับบทโดย ไมโล พาร์คเกอร์ (Milo Parker) เป็น “เจ้าแห่งผึ้ง” เขาต้องใส่หน้ากากของคนเลี้ยงผึ้งเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงผึ้งที่อยู่ในตัวเขาออกมาทำอันตรายเพื่อน ๆ “มีเสน่ห์บางอย่างอยู่ในตัวเด็กชายหน้าตาน่ารักอ่อนโยนที่มีอะไรเพี้ยน ๆ อาศัยอยู่ภายในตัวเขา” ท็อปปิงกล่าว มิลลาร์ด รับบทโดย คาเมรอน คิง (Cameron King) มีคุณสมบัติประหลาดในแง่การหายตัวได้  ทำให้เขาเป็นเด็กประหลาดที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันและสร้างความปั่นป่วนมากที่สุด เนื่องจากเรามองไม่เห็นตัวละครและนักแสดงที่มารับบทนี้ การหา “เสียง” ที่เหมาะสมสำหรับมิลลาร์ดจึงสำคัญเป็นพิเศษ “เราต้องหาเด็กที่มีเสียงแตกต่างจากคนอื่น และทำให้คุณสงสัยว่าหนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร” เฟรย์กล่าว โอลีฟ รับบทโดย ลอเรน แม็คครอสที (Lauren McCrostie) เด็กสาวผู้รักอิสระซึ่งใช้ปลายนิ้วจุดไฟได้ เธอต้องใส่ถุงมือยาวสีดำไว้ตลอดเวลาเพราะไม่อย่างนั้นทุกสิ่งที่เธอสัมผัสจะติดไฟ ลอเรน แม็คครอสที สาวผมแดงผู้งดงาม ได้รับบทนี้ไปเพราะเฟรย์บอกว่าเธอ “มีความอ่อนโยนซึ่งจำเป็นต้องมาถ่วงดุลกับความแปลกประหลาดอย่างหนักของเธอ” คู่แฝด รับบทโดย โธมัสและโจเซฟ อ็อดเวลล์ (Joseph Odwell, Thomas Odwell) เป็นเด็กประหลาดที่ลึกลับที่สุด พวกเขาใส่หน้ากากอำพรางใบหน้าเอาไว้และไม่พูดอะไรเลย นอกจากนี้ยังมีความประหลาดที่ซ่อนไว้ซึ่งจะเปิดเผยก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายร้ายแรงเท่านั้น นักแสดงที่มารับบทเป็นคู่แฝดจะต้องเป็นเหมือนเงาสะท้อนของกันและกัน รวมถึงแสดงสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันด้วย คู่แฝดอ็อดเวลล์มีความประสานสอดคล้องกันซึ่งจำเป็นต่อการรับบทนี้

ละครชื่นชีวา  , เรื่องย่อชื่นชีวา
ละครชื่นชีวา /  ละครชื่นชีวา ช่อง7 / 

ชื่นชีวา บทประพันธ์โดย : บุษยมาสบทโทรทัศน์โดย : ภาวิตกำกับการแสดงโดย : ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์ผลิตโดย : บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัดออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครชื่นชีวา หลวงพิทยไพบูลย์ พาลูกสาว ชีวา ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อพยพหนีออกมาจากเมืองชัยนาทอย่างคับแค้นใจ ย้อนไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ชีวาลูกสาวคนสวยรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล ข้าราชการหนุ่มหล่อที่เพิ่งมาประจำที่ชัยนาท เขารักเธอมากจนไม่อาจห้ามใจทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน ม.ล.นิวัฒน์ลำบากใจเมื่อบิดาและมารดาให้คนมาตามกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวแต่งงานกับ กานดา สาวสวย ไฮโซ ที่เขาเคยคบด้วยก่อนที่จะมาชัยนาท นิวัฒน์รู้ดีว่าบิดาและมารดาพอใจที่จะได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ เขาไม่อยากหลอกชีวาจึงบอกเธอเรื่องกานดา และความจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับเธอ ชีวาเสียใจแต่ก็ยอมให้เขาไปแต่งงานกับกานดาเพื่อไม่ให้บิดาและมารดา ของสามีโกรธ เพราะเธอรักเขามาก ชีวาเป็นคนอ่อนหวานใจอ่อนมองโลกในแง่ดี เธอหวังว่านิวัฒน์ คงจะอธิบายให้บิดามารดาและกานดายอมรับเธอได้ในวันหนึ่ง ม.ล.นิวัฒน์แต่งงานกับกานดาแต่ก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องชีวา เมื่อกลับชัยนาทเขาจะไปอยู่กับชีวา เวลาผ่านไปจนกระทั่งกานดาคลอดลูกสาว ไม่นานนักชีวาก็ตั้งครรภ์บ้างยังไม่ทันที่นิวัฒน์จะจัดการเรื่องต่างๆให้เรียบร้อยกานดาก็รู้เรื่องชีวา เธอโกรธมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นรูปชีวาในกระเป๋าสตางค์ของนิวัฒน์ กานดายอมรับว่าเธอสวยมากจนกานดากลัวว่าสามีจะทิ้งเธอไปอยู่กับชีวา ซึ่งเธอยอมไม่ได้ กานดาวางแผนใส่ร้ายป้ายสีชีวาอย่างแนบเนียน จนทำให้นิวัฒน์เข้าใจผิดว่าชีวาคบชู้ และลูกในท้องของเธอก็เป็นลูกของชายอื่น นิวัฒน์หึงหวงจนขาดสติเขาทะเลาะกับชีวาอย่างรุนแรงคำกล่าวหาที่ว่าเธอคบชู้ทำให้ชีวาเสียใจมาก กานดาปล่อยข่าวลือจนชีวาเสื่อมเสียชื่อเสียง หลวงพิทยไพบูลย์ พยายามอธิบายให้ลูกเขยเข้าใจ แต่ ม.ล.นิวัฒน์ไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรทั้งสิ้น หลวงพิทยไพบูลย์จึงพาลูกสาวหนีออกจากชัยนาทมาใช้ชีวิตใหม่อย่างเรียบง่ายอยู่ที่รังสิต โดยเปลี่ยนชื่อเป็นนายชม ลูกสาวชื่อช้อย เมื่อครบกำหนดคลอดชีวาหรือช้อยคลอดลูกสาวหน้าตาน่าเอ็นดู ชมตั้งชื่อให้ว่า ชื่น ละครชื่นชีวา เวลาผ่านไป แม้ชื่นจะเป็นเด็กหญิงแต่ก็รู้กันเฉพาะในครอบครัว แต่กับเพื่อนบ้านและคนละแวกนั้นรับรู้ว่าลูกของช้อยเป็นผู้ชายชื่อชื่น ชมเลี้ยงหลานสาวเหมือนเลี้ยงหลานชายสอนวิชาป้องกันตัวให้จนเก่ง แกต้องการให้หลานสาวเข้มแข็งเหมือนผู้ชายจะได้ป้องกันตัวเองได้ หลังคลอด ไม่นานช้อยกลับเดินไม่ได้โดยที่ไม่รู้สาเหตุ ชมสานกระบุงตะกร้าออกเร่ขายที่สถานีรถไฟเพื่อเลี้ยงลูกและหลาน ชื่นเก่งสมใจตา เรื่องชก ต่อย ไม่กลัวใครแม้จะตัวเล็กแต่ก็ล้มเด็กผู้ชายตัวใหญ่ๆมาแล้วหลายคน ชื่นมีเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันเป็นลูกน้อง ชื่อ เบิ้ม หลอ และ เปี๊ยกทั้งสามมีเรื่องมาให้ชื่นตามไปจัดการโดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกพี่คนเก่งนั้นเป็นผู้หญิง วันหนึ่งในหน้าร้อนเบิ้มมาตามชื่นให้ไปช่วย เปี๊ยกที่ถูกเด็กต่างถิ่นรังแก เมื่อถึงที่เกิดเหตุชื่นเห็นเด็กผู้ชายโตๆ สองคนยืนข่มขู่เปี๊ยกอยู่ ชื่นโกรธมากเมื่อเห็นว่าเปี๊ยกได้รับบาดเจ็บด้วย เด็กทั้งสองกลุ่มทะเลาะกันและท้าทายกันไปมาก่อนที่ชื่นจะตัดสินใจชกกับเด็กต่างถิ่นนั้นเพื่อยุติเรื่องยุ่ง ชื่นมั่นใจว่าต้องชนะแน่ๆ ก่อนที่การชกต่อยจะเริ่มขึ้นก็มีคนมาห้ามเสียก่อน คนที่มาห้ามนั้นเป็นเด็กรุ่นหนุ่มสองคน ชื่อ คุณต้น หรือ ศรันย์ และ คุณต่อ หรือ สาโรจน์ ซึ่งชื่นได้รู้จักภายหลังว่าเป็นลูกชายของ พระยาพิชัยศรายุทธ เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆนั่นเอง คุณต้นเป็นพี่สวมแว่นสายตาดูเคร่งขรึม ต่างจากคุณต่อน้องชายที่ร่าเริง อารมณ์ดี มากกว่า ทั้งสองคนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยยุติเรื่องชกต่อย เพราะคนที่เริ่มเรื่องก่อนเป็นคนในบ้านพิชัยศรายุทธชื่อ เจิมกับลอย ระหว่างที่โต้เถียงกันไปมา ชื่นพูดแย้งอย่างฉลาด ฉาดฉาน จนทำให้สองพี่น้องเอ็นดู จึงขอเป็นเพื่อนกับชื่น และพวก ซึ่งชื่นยอมตกลง หลังจากวันนั้น ชื่น กับลูกน้องจะไปบ้าน พิชัยศรายุทธทุกวัน ชื่นสนิทกับคุณต่อมากกว่าคุณต้น เพราะท่าทางเคร่งขรึมของเขา แต่ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชื่น เมื่อใกล้เปิดเทอมคุณต้นกับคุณต่อก็กลับพระนครเพื่อเรียนหนังสือ ส่วนชื่นนั้นแม้ไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนคนอื่นๆแต่ตาชมกับแม่ช้อย ก็สอนหนังสือให้ชื่นได้เช่นกัน วันเวลาผ่านไปอีก ชื่นไม่ได้พบคุณต้นและคุณต่อ สองสามปีเพราะทั้งคู่ไปพักร้อนที่จังหวัดอื่น แต่คุณต่อมักจะมีจดหมายมาถึงชื่นเสมอโดยที่คุณต้นจะฝากความคิดถึงมาด้วยทุกครั้ง มีอยู่ฉบับหนึ่งคุณต่อเล่าว่าท่านเจ้าคุณพ่อจะแต่งงานใหม่กับ ม.ล.วีณา ชวาล น้องสาวของม.ล.นิวัฒน์ ชวาล เจ้าเมืองชัยนาท ชื่นตกใจเมื่ออ่านจดหมายให้ตากับแม่ฟังเหมือนทุกครั้ง ทว่าคราวนี้ ตาชมหน้าบึ้ง แววตาโกรธจัดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อได้ยินชื่อ ม.ล.นิวัฒน์ แม่ช้อยเองก็หน้าซีดเมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนน้ำตา วันนั้นตาชมบอกชื่นว่าให้จำชื่อนี้ไว้แล้ววันหนึ่งตาจะเล่าให้ฟังเมื่อชื่นโตกว่านี้ ชื่นใจแป้วทุกครั้งที่รู้ว่าคุณต้นและคุณต่อจะไม่มารังสิต แต่หน้าร้อนปีนี้ชื่นดีใจเมื่อรู้ว่าจะได้พบกันอีก เธอเตรียมหาของชอบเอาไว้ให้ทั้งคู่แม้ตาจะเตือนว่าให้เผื่อใจไว้บ้างถ้าหากว่าคุณต้นและคุณต่อเปลี่ยนไป ไม่รับชื่นเป็นเพื่อนอีกต่อไป ละครชื่นชีวา เย็นวันหนึ่ง ชื่นทั้งตกใจและดีใจเมื่อเห็นคุณต้นกับคุณต่อมาถึงบ้าน ทั้งสองหนุ่มไหว้ตาชมอย่างนอบน้อมแสดงถึงการเป็นคนที่ได้รับการอบรมมาดี ตาชมดีใจที่ชื่นมีเพื่อนดีๆอย่างนี้ สองพี่น้องชวนชื่นกับเพื่อนไปเที่ยวอยุธยาโดยให้ไปขึ้นรถที่บ้าน ชื่นดีใจที่ตาอนุญาตให้ไป เช้าวันรุ่งขึ้นชื่นกับเปี๊ยกรีบไปที่บ้านพิชัยศรายุทธ ขณะที่ชะเง้อรอคนมาเปิดประตูบ้านให้บังเอิญว่า เกศินี ชวาล ลูกสาวของกานดากับม.ล. นิวัฒน์ นั่งเล่นอยู่แถวนั้น กานดาฝากเกศินีให้อยู่กับคุณหญิงวีณา เพราะเรียนหนังสือในพระนคร เกศินีเริ่มจะเป็นสาวเธอติดใจ “คุณต้น” นักหนาถึงกับอ้อนขอตามมารังสิตด้วยทั้งที่ไม่ชอบท้องนาท้องไร่เลย เกศินีได้ยินคุณต้นและคุณต่อพูดถึงชื่นอย่างเอ็นดูจนหมั่นไส้ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า การพบกันเช้าวันนี้จึงไม่น่าประทับใจ เกศินีจิกเรียกชื่นกับเปี๊ยกว่า บ้านนอก ไพร่ จนชื่นทนไม่ไหวย้อนให้บ้างจนเกศินีกรีดร้องอย่างโกรธจัด ส่วนชื่นตาวาวกำมือแน่นพยายามข่มใจไม่ให้ชกผู้หญิงปากร้ายคนนี้ ก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นคุณต้นและคุณต่อก็ลงมาพอดี เกศินีฉอเลาะกับคุณต้นว่าร้ายชื่นอย่างน่าหมั่นไส้ ชื่นนึกเคืองคุณต้นเมื่อเขาหันมามองทำหน้าเคร่งเหมือนตำหนิ ชื่นเลยหาเหตุกล่าวลาไม่ยอมไปอยุธยาด้วย หน้าสวยหวานเกินเด็กผู้ชายงอง้ำทำให้คุณต่ออดอมยิ้มไม่ได้ วันนั้นแผนการไปเที่ยวต้องยกเลิกไปโดยปริยาย ตาชมแปลกใจเมื่อเห็นหลานสาวกลับมาเร็วกว่าปกติ เมื่อชื่นเล่าให้ฟังตาชมก็ยิ่งผูกใจเจ็บ กานดา และ ม.ล. นิวัฒน์ มากขึ้น แกจะสอนให้ชื่นล้างแค้นครอบครัวชวาลให้ได้ ส่วนคุณต่อเมื่ออยู่ตามลำพังกับพี่ชายคุยกันหลายเรื่องแล้วก็วกมาพูดเรื่องชื่น คุณต่อพูดขำๆว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิงคงสวยมากเขาคงไม่ลังเลเลยที่จะแต่งงานด้วย คุณต้นซึ่งเป็นคนจริงจังปรามน้องชายว่าเหลวไหล คุณต่อเลยยิ่งแกล้งพี่ชายโดยบอกว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิง เขาจะจองตัวให้เป็นเจ้าสาวและห้ามคุณต้นแย่งเป็นอันขาด เย็นวันนั้นสองหนุ่มชวนกันไปหาชื่นที่บ้านอีกทำให้ชื่นดีใจที่คุณต้นและคุณต่อยังเมตตาตนอยู่ เวลาผ่านไปเกศินีหงุดหงิดและเกลียดชื่นมากขึ้นทุกทีเพราะทั้งคุณต้นและคุณต่อขยันออกไปให้ชื่นพาเที่ยวในละแวกนั้นได้ทุกวัน ไม่กี่วันต่อมา พระยาพิชัยศรายุทธ และคุณหญิงวีณา ก็ตามมาพักที่รังสิตด้วยเกศินีฟ้องคุณอาหญิงเรื่องชื่นว่าปากร้าย นักเลง ไม่น่าที่จะให้คุณต้นและคุณต่อคบหาด้วย เด็กสาวต้องการให้เรื่องนี้รู้ถึงหูพระยาพิชัยศรายุทธท่านจะได้ห้ามปรามลูกชาย แต่คุณหญิงวีณาไม่สนใจวันหนึ่งคุณหญิงออกมาจ่ายตลาดจึงได้พบกับชื่น ส่วนชื่นรู้ได้ทันทีว่าเป็นคุณหญิงเพราะมากับคนเฝ้าบ้านพิชัย ศรายุทธที่คุ้นเคย เมื่อคุณหญิงขาดชะลอมใส่ของ ชื่นกุลีกุจอไปหอบผลงานของตาชมมาให้เธอทันที แถมไม่คิดเงินอีก ชื่นบอกคุณหญิงว่าเพราะเธอเป็นญาติกับคุณต้นและคุณต่อผู้เป็นทั้งเพื่อนและผู้มีพระคุณ ชื่นไม่สามารถจะรับเงินของท่านได้ คุณหญิงวีณานึกรักชื่นที่มีน้ำใจ พูดจาฉลาดเฉลียว เรียบร้อยรู้กาลเทศะ ต่างจากที่เกศินีเล่าให้ฟังเป็นคนละเรื่อง อะไรบางอย่างในตัวชื่นทำให้เธอนึกรัก เอ็นดูถึงขนาดจะไปขอตัวชื่นจากตาและแม่ไปอุปการะส่งให้เรียนหนังสืออย่างที่ควรจะเป็น คุณหญิงวีณาสั่งให้ชื่นไปบอกตาและถ้าตายินยอมเธอจะไปพบตาชมที่บ้านในเร็วๆนี้ ชื่นรีบกลับไปเล่าให้ตาฟังเด็กสาวดีใจที่ตาอนุญาต สองสามวันต่อมาคุณหญิงวีณาก็มาบ้านตาชมพร้อมกับคุณต้นและคุณต่อ เธอไหว้ตาชมอย่างไม่นึกรังเกียจหรือแบ่งชนชั้นทำให้ตาชมใจอ่อนลงบ้างเมื่อพบญาติของศัตรู ตกลงรายละเอียดการรับตัวชื่นกลับพระนครคุณหญิงวีณาบอกว่าเธอจะเลี้ยงชื่นอย่างลูกหลาน ยิ่งไปกว่านั้นเธอตกลงใจว่าจะให้ชื่นเปลี่ยนนามสกุลจากชาวนามาใช้ชวาล ซึ่งพระยาพิชัยศรายุทธก็เห็นด้วย ตาชมซ่อนความรู้สึกสะใจไว้ภายใต้รอยยิ้มและคำพูดนอบน้อมให้คุณหญิงเมตตาชื่นให้มากๆ ละครชื่นชีวา ก่อนถึงกำหนดเดินทางไปอยู่กับคุณหญิงวีณาที่บ้านพิชัยศรายุทธ ตาชมเล่าให้ชื่นฟังว่าพ่อของเธอชื่อ วิทยา วรงค์ เป็นเพื่อนรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล แต่ผ่านไปไม่นาน ม.ล.นิวัฒน์ เป็นเพื่อนทรยศหาเรื่องใส่ร้ายว่าพ่อของเธอเป็นโจรจนเขาต้องหนีเข้าป่าไม่มีที่ซุกหัวนอน ภัยนั้นยังลามมาถึงตาชมและแม่ช้อยซึ่งกำลังตั้งท้องจนอยู่บ้านไม่ได้ตาจึงพาแม่และชื่นมารังสิต ส่วนพ่อวิทยาถูกตำรวจจับตายที่ในป่า ต้นเหตุก็เพราะ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล และภรรยา ดังนั้นถ้ามีโอกาสให้ชื่นหาทางแก้แค้นให้ได้ การเข้าไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธอยู่ร่วมบ้านกับเกศินีชื่นต้องอดทนในขณะเดียวกันก็ต้องทำทุกอย่างให้เหนือกว่า เก่งกว่า เกศินีให้ได้ พวกชวาลจะได้รู้สึกถึงความเป็นผู้แพ้เสียบ้าง ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ส่วนเรื่องที่ชื่นเป็นผู้หญิงให้หาโอกาสเรียนให้คุณหญิงวีณาทราบเอง ในวันที่ต้องจากตาและแม่ชื่นต้องฝืนใจให้เข้มแข็งไม่ร้องไห้ต่อหน้าคุณต้นและคุณต่อ ที่บ้านพิชัยศรายุทธ คุณหญิงวีณาให้ชื่นอยู่เรือนเล็กข้างห้องของนมอ่อน โดยเธอขอให้นมอ่อนช่วยอบรมสั่งสอนชื่นโดยมีสะอาดเป็นผู้ช่วยอีกคน ชื่นต้องปรับตัวใหม่แต่ก็ไม่ยากนักเพราะทั้งตาและแม่อบรมสั่งสอนมาดี คุณหญิงวีณาขอให้คุณต้นช่วยสอนหนังสือให้ชื่นเพื่อเตรียมตัวเข้าโรงเรียน ชื่นตัวเกร็งเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าคุณต้นมาดเคร่งขรึมของเขาทำให้เธอเกรงใจ ไม่กล้าดื้อ คุณต้นทดสอบความรู้ชื่น ทั้งคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ชื่นเก่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก แต่คุณต้นก็ไม่แปลกใจมากนักเพราะเขาเคยเห็นว่าตาชมมีหนังสือดีๆทั้งไทยและภาษาอังกฤษมากมาย เขาค่อนข้างแน่ใจว่าตาชมต้องได้รับการศึกษาและมาจากครอบครัวที่ดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน ชื่นมาอยู่พิชัยศรายุทธไม่นาน คุณต่อก็ต้องไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อย คุณต้นไปปีนังกับเพื่อนๆ เขาอนุญาตให้ชื่นเล่นกับสโนไวท์สุนัขตัวโปรดของเขาได้ ส่วนเกศินีได้แต่เก็บความไม่พอใจชื่นไว้เธอรอว่าเมื่อใดที่ครอบครัวเธอมาพักที่พิชัยศรายุทธ เธอจะฟ้องคุณกานดาเรื่องที่คุณหญิงวีณาโอ๋เด็กบ้านนอกอย่างชื่นเหลือเกิน ระหว่างที่คุณต้นและคุณต่อไม่อยู่ ยังไม่ทันที่ชื่นจะเรียนคุณหญิงวีณาเรื่องเพศที่แท้จริง ความลับของชื่นเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงก็ไม่เป็นความลับอีก เมื่อธรรมชาติของผู้หญิงประกาศตัวออกมาเองนมอ่อนและสะอาดได้รู้เป็นคนแรก นมอ่อนจึงพาเธอไปกราบคุณหญิงวีณาให้รู้ความจริง ชื่นกลัวคุณหญิงโกรธ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอกลับรักและเมตตาชื่นมากขึ้นไปอีก คุณหญิงวีณาสั่งให้จัดเสื้อผ้าให้ชื่นใหม่ทั้งหมดทำให้เกศินียิ่งเกลียดชื่นมากขึ้นไปอีก สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือชื่นสวยน่ารักมาก เมื่อถึงวันหยุดคุณต่อกลับมาบ้านเขาเตรียมเสื้อผ้าของใช้สำหรับผู้ชายมาให้ชื่น แต่เมื่อได้พบเธอที่ห้องนมอ่อนคุณต่อจำไม่ได้งงไปเป็นครู่ ตาใสๆและรอยยิ้มอายๆของชื่นทำให้เขาจำได้ ชายหนุ่มบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรที่เพื่อนหนุ่มห้าวกลายเป็นเพื่อนสาวและสวยเสียด้วย เขาอยากรู้จริงๆว่าคุณต้นจะทำหน้าอย่างไรเมื่อรู้ว่าชื่นเป็นผู้หญิง เมื่อพี่ชายกลับจากปีนังคุณต่อรีบเข้าไปนั่งคุยที่ห้องพัก เขาเกรงว่าของฝากจากคุณต้นจะไม่เหมาะสมกับชื่นเมื่อได้โอกาสเขาจึงบอกพี่ชายเรื่องชื่นเป็นผู้หญิง คุณต้นจึงเปลี่ยนของฝากที่สวยน่ารักให้แทนและสวยกว่าของคนอื่นเสียอีก ละครชื่นชีวา ชื่นทำอะไรไม่ถูกเมื่อต้องพบคุณต้นโดยบังเอิญที่สวนหลังบ้าน ขณะที่เธอวิ่งเล่นกับสโนไวท์ ชายหนุ่มเองก็ต้องนิ่งไปเป็นครู่ แม้เจ้าชื่นจะเป็นหนุ่มหน้าสวยแต่เมื่อเป็นผู้หญิงแล้วเขาต้องยอมรับว่าชื่นสวยและน่ารักมากกว่าเดิมเสียอีก มาดขรึมๆของเขาทำให้การสนทนาไม่ประดักประเดิดมากไปนัก ครู่เดียวทั้งสองคนก็คุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเดิม แล้ววันที่ครอบครัวชวาลมาพิชัยศรายุทธก็มาถึง ม.ล. นิวัฒน์ ได้พบกับชื่นโดยบังเอิญ ท่านนิ่งไปเมื่อชื่นหน้าตาเหมือนชีวาเหลือเกิน ม.ล. นิวัฒน์ อดใจไม่ได้ต้องเดินตามเพื่อถามชื่นว่ารู้จัก ชีวา วิชชลักษณ์ หรือไม่ ชื่นปฏิเสธวันรุ่งขึ้นเธอได้พบ ม.ล. นิวัฒน์ อีกคราวนี้ ท่านหยิบรูปจากกระเป๋าเสื้อออกมาให้เธอดูว่ารู้จักผู้หญิงในรูปหรือไม่ แม้ชื่นจะแปลกใจที่รูปนั้นคือรูปแม่ช้อย เธอเคยเห็นรูปนี้ในกล่องเก็บของในห้องนอนแม่ แต่ชื่นก็ปฏิเสธและเดินจากไปอย่างหมางเมิน เด็กสาวได้แต่เขียนจดหมายเล่าให้ตาฟัง ซึ่งตาชมตอบกลับมาว่าเธอทำถูกแล้วเมื่อโรงเรียนเปิดเทอม ชื่นได้เข้าเรียนที่กุลธิดาวิทยาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน โดยมีชื่อเต็มว่า น.ส. ชื่นชีวา ชวาล เธอเรียนเก่งเป็นที่รักของเพื่อนๆ และในวันหยุดทุกสัปดาห์คุณต้นและคุณต่อจะมารับเธอกลับบ้าน มาคนเดียวบ้างสลับกันมาบ้าง ความเป็นหนุ่มหน้าตาดีสมาร์ทของสองพี่น้องทำให้เพื่อนๆคอยเดาคนมารับชื่นอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปคุณต้นเรียนสำเร็จปริญญาตรีและเตรียมตัวจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ชื่นแอบถักเสื้อสเว็ตเตอร์ไหมพรมสีเทาสวยไว้ให้เขาใช้ที่นั่นด้วย หนุ่มสาวทั้งสองเริ่มมีความรู้สึกดีๆต่อกันโดยที่ไม่รู้ตัว คนที่เฝ้าจับตาอย่างริษยาคือเกศินี ก่อนที่คุณต้นจะไปต่างประเทศ ชื่นได้มีโอกาสมอบเสื้อถักตัวสวยให้เขา คุณต้นบอกเธอว่าเขาจะสวมมันแน่นอน ชายหนุ่มเดินทางไปแล้วและมีจดหมายมาถึงพระยาพิชัยศรายุทธ คุณต่อ นมอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเกศินีเขาตอบจดหมายเธอก็ต่อเมื่อเธอเขียนถึงเขาแต่น้อยกว่าจดหมายถึงนมอ่อนซึ่งรวมของชื่นไว้ด้วย ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งระหว่างเขาและชื่นเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันหนึ่งตาชมให้เปี๊ยกมาตามเธอกลับบ้านบอกว่าแม่ป่วยหนัก ชื่นรีบกลับบ้านโดยคุณหญิงวีณากับ ม.ล. นิวัฒน์ พาหมอธนา หมอประจำตระกูลไปด้วย เมื่อถึงบ้านชื่นที่รังสิตม.ล. นิวัฒน์ตกใจเมื่อพบ ตาชม เขาก้มลงกราบทันทีและเรียกว่า อาหลวง ขณะที่ตาชมคว้าปืนขึ้นมาไล่ให้เขาไปจากบ้าน คุณหญิงวีณารีบขอให้หมอเข้าไปรักษาช้อยโดยมีชื่นเข้าไปด้วย หมอธนาสีหน้าไม่สู้ดีนักช้อยอาการหนักมากต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดจึงต้องค้างที่รังสิต วันนั้นคุณหญิงวีณาจึงได้รู้ว่าตาชมคือหลวงพิทยไพบูลย์พ่อของชีวาภรรยาอีกคนของพี่ชาย ดังนั้นชื่นก็คือลูกสาวของม.ล.นิวัฒน์ ซึ่งก็คือหลานแท้ๆของเธอเอง ชื่นชีวามีสายเลือดชวาลจริงๆ ม.ล.นิวัฒน์พยายามขอร้องอาหลวงเข้าไปพบชีวาแต่ก็ยากเหลือเกิน จนกระทั่งช้อยหรือชีวาขอร้องบิดาขอพบม.ล.นิวัฒน์เป็นครั้งสุดท้าย ม.ล. นิวัฒน์ใจหายเมื่อเข้าไปเห็นชีวาเธอยังสวย แต่ซูบผอม อิดโรย อย่างน่าสงสาร ช้อยหรือ ชีวาได้มีโอกาสพูดในสิ่งที่อัดอั้นใจมานาน คำตัดพ้อต่อว่าของเธอทำให้ม.ล. นิวัฒน์สงสารแทบขาดใจ เขาเองก็ยอมรับว่าพลาดที่หูเบาเชื่อกานดาง่ายเกินไป ความรักทำให้หวาดระแวง หึงหวงแต่เมื่อเขาถามเธอว่าชื่นคือลูกของเขาใช่หรือไม่ ช้อยกลับปฏิเสธอย่างหมางเมิน ทว่าม.ล.นิวัฒน์ กลับมั่นใจว่าชื่นชีวาคือลูกสาวของเขากับชีวา คืนนั้นทุกคนอยู่ดูอาการชีวาที่รังสิตภาวนาให้เธอหายป่วย ทว่า ชีวาสิ้นใจตอนใกล้รุ่ง เธอจากไปอย่างสงบทิ้งให้คนที่อยู่คิดถึงเธอ นอกจากพ่อกับลูกสาวแล้วยังมี ม.ล. นิวัฒน์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิต คุณหญิงวีณารับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ชีวาหรือช้อยอย่างสมเกียรติ หลวงพิทยไพบูลย์ไม่ยอมไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธตามคำอ้อนวอนของม.ล.นิวัฒน์ และคุณหญิงวีณา แต่แกแอบเข้าพระนครมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆชื่นชีวาโดยมีเปี๊ยกตามมาอยู่ด้วย ละครชื่นชีวา เมื่อชาติกำเนิดที่แท้จริงของชื่นถูกเปิดเผย เธออยู่ในพิชัยศรายุทธในฐานะหลานสาวคนโปรดของคุณหญิงวีณา ม.ล. นิวัฒน์ เรียกชื่นชีวาว่าลูกทุกคำ แม้เธอจะเมินเฉยไม่แยแสแต่ท่านก็ทำใจเพราะความผิดของท่านที่ทำไว้กับแม่ของเธอนั้นมากมายนัก กนก น้องชายของเกศินีเองก็ยอมรับชื่นชีวา เรียกเธอว่าพี่ชื่นอย่างเต็มใจ มีเพียงกานดาและเกศินีที่ยังเคียดแค้นชิงชังชื่นชีวา ความเคียดแค้นของกานดามากขึ้นอีกเมื่อเธอต่อว่าสามีว่าเห่อลูกสาวคนใหม่ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้ม.ล. นิวัฒน์กลับพูดชัดเจนว่าเขาเชื่อว่าชื่นชีวาเป็นลูกสาวของเขา และเขาจะแบ่งทรัพย์สินให้เท่ากับเกศินี และกนกในฐานะลูกคนหนึ่ง กานดายอมไม่ได้เพราะนางรู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องที่ชีวามีชู้นั้นเป็นแผนการของนางเองและไม่เป็นความจริงสักนิดเดียว ชื่นชีวาเป็นลูกสาวของม.ล. นิวัฒน์ จริงๆ เป็นมารความสุขของนางและเกศินี กานดาจึงให้ นางจันทร์ บ่าวคนสนิทไปตามหลานชายชื่อ จาบ มาวางแผนหลอกชื่นไปข่มขืน ทำให้เสียหาย กนกผ่านมาได้ยินพอดีพยายามหาโอกาสช่วยพี่สาวโดยทีไม่ให้ใครรู้ เย็นวันหนึ่งไม่มีใครอยู่บ้านนอกจาก ชื่น เกศินี และกานดา เป็นโอกาสให้จาบในมาดของนายจำรักษ์คนสนิทของหลวงพิทยไพบูลย์เข้ามาสร้างเรื่องหลอกให้ชื่นชีวาไปกับเขาจนได้ กนกร้อนใจแต่ไม่สามารถตามไปได้ ได้แต่กระวนกระวายใจจนกระทั่งคุณต่อกลับมา เขาจึงบอกให้ตามไปช่วยตามที่อยู่ที่ได้ยินมา ส่วนชื่นใจหายเมื่อจำรักษ์พาเธอไปขังไว้ในห้องนอนที่บ้านริมทางเปลี่ยว จำรักษ์พยายามปล้ำเธอแต่ชื่นตั้งสติ ชื่นชีวากลับมาอยู่ในมาดของเจ้าชื่นไอ้หนุ่มหมัดหนักอีกครั้ง เธอหาจังหวะใช้ขวดเหล้าฟาดจำรักษ์จนสลบเหมือดคุณต่อเองก็ตามมาช่วยเธอทันเวลา จำรักษ์และลูกน้องจึงโดนจัดการอย่างสาสม คุณต่อกับชื่นตกลงว่าจะไม่บอกใครเพื่อหาตัวการให้ได้ เมื่อครบสองปีคุณต้นเรียนจบจึงกลับเมืองไทย เกศินีตื่นเต้นจนออกนอกหน้า ตรงข้ามกับชื่นที่เก็บอาการทั้งที่ใจจดจ่อรอวันกลับของเขาเช่นกัน เกศินีไม่รู้ว่าจะจัดการกับชื่นอย่างไรดีในเมื่อทุกคนดูจะเป็นใจให้ชื่นได้ดูแลคุณต้นเหลือเกินแม้กระทั่งการจัดห้องพัก นมอ่อนก็ต้องตามให้คุณชื่นไปช่วยทั้งที่เธออยากจะทำหน้าที่นี้เอง ในวันที่คุณต้นเดินทางกลับทุกคนไปรับที่สนามบิน คุณต้น กราบบิดาไหว้คุณหญิงวีณาทักนมอ่อนแล้วจึงทักชื่นด้วย สายตาของคุณต้นที่มองชื่นทำให้เธอแก้มแดงเขินอาย น่ารักจนชายหนุ่มอยากจะหันไปมองอีกครั้งแต่ต้องรักษากิริยา ทักคนอื่นๆต่อไป เกศินีหน้าบึ้งงอนเมื่อเห็นว่าคุณต้นทักชื่นก่อนเธอ ที่จริงแล้วเป็นเพราะชื่นยืนอยู่ใกล้นมอ่อนนั่นเอง งานเลี้ยงต้อนรับคุณต้นจัดที่บ้านเป็นงานใหญ่ เกศินีวุ่นวายเตรียมเสื้อผ้าให้สวยที่สุดเธอหวังว่าจะได้เปิดฟลอร์กับเขา ชื่นชีวาคอยช่วยคุณหญิงวีณาจัดบ้าน จัดดอกไม้ โดยมีคุณต้นคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เขาสนทนากับมารดาเลี้ยงอย่างสนิทสนมจนทำให้ท่านเจ้าคุณพ่อพอใจและมีความสุข ละครชื่นชีวา เมื่อถึงวันงาน ชื่นชีวาแต่งตัวเสร็จแล้วแต่ไม่กล้าเดินออกไป นั่งอยู่กับนมอ่อนจนนางต้องคิดหาทางช่วยแต่แล้วคุณต้นก็เป็นคนเดินมารับชื่นชีวาเอง เขาจองให้เธอเต้นรำเปิดฟลอร์กับเขา เมื่อดนตรีบรรเลงชายหนุ่มเดินตรงมารับชื่นชีวาไปเต้นรำโดยเดินผ่านเกศินีอย่างไม่ได้มองด้วยซ้ำ หนุ่มสาวทั้งคู่มีความสุขมาก คุณต้นขอจองเต้นกับชื่นอีกครั้งในเพลงสุดท้ายเธอรับปาก เพลงจบเขาพาเธอมาส่งที่โต๊ะแล้วจึงหันไปเต้นรำกับคนอื่นๆบ้าง คุณต่อนั่งดื่มสนุกกับเพื่อนๆที่กรมฯจนหลับอยู่ที่โต๊ะ เวลาผ่านไปจนดึกมากชื่นแอบหลบไปอยู่กับนมชื่นเธอเกรงว่าคุณต้นอาจจะลืมสัญญาแล้วเธออาจจะเก้อ แต่เขาเดินกลับมาเพื่อรับเธอไปเต้นรำในเพลงสุดท้ายจริงๆ ชื่นชีวามีความสุขที่สุดตรงข้ามกับเกศินีที่แค้นใจมากเช่นกัน เกศินีทนเห็นชื่นมีความสุขไม่ได้ เธอแกล้งทำดีกับชื่นและพูดเรื่องที่เธอรักกับคุณต้นและจะแต่งงานกันหลังจากเรียนจบ แม้ชื่นจะไม่เชื่อนักแต่ก็เจ็บปวดใจเหลือเกิน เกศินีไปพูดให้คุณต่อเข้าใจผิดเรื่องชื่นชอบหว่านเสน่ห์กับหนุ่มๆโดยเฉพาะคุณต้นทำให้เขาทนไม่ไหว คุณต่อไปทวงสัญญาจากพี่ชายที่บอกว่าจะไม่แต่งงานกับชื่นถ้าเธอเป็นผู้หญิงและเขาพร้อมจะแต่งงานกับชื่นแล้ว คุณต้นข่มใจบอกน้องชายว่าเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้ทุกอย่างจะเป็นไปตามความต้องการของคุณต่อและชื่น น้องชายออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มนั่งนิ่งที่โต๊ะทำงานความเจ็บปวดที่ต้องเสียของรักมันมากมายท่วมท้นจนแทบทนไม่ไหวเขาจำเป็นต้องตัดใจจากชื่นให้ได้ทั้งที่รักเธอมากเหลือเกิน คุณต้นลุกไปเปิดลิ้นชักหยิบแหวนหมั้นที่บิดาหมั้นคุณหญิงสลิลมารดาของเขาออกมา ชายหนุ่มพลิกแหวนดูอย่างพิจารณา เขาจะให้คุณต่อใช้แหวนวงนี้เป็นแหวนหมั้นชื่นชีวาของที่คุณต้นรักจะได้เป็นของคนที่เขารักคือชื่นชีวา พระยาพิชัยศรายุทธ ถามลูกชายคนโตอย่างไม่แน่ใจเมื่อเขานำแหวนของมารดามาให้เพื่อให้คุณต่อใช้เป็นแหวนหมั้น เพราะเป็นที่รู้กันว่าคุณต้นรักและหวงแหวนวงนี้มาก ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจว่าแหวนวงนี้เหมาะสมกับสะใภ้คนแรกของศรายุทธ ลูกชายออกไปจากห้องแล้วแม้ท่าทางสงบนิ่ง แต่พระยาพิชัยศรายุทธก็รู้ว่าคุณต้นรักชื่นชีวาและรักน้องชายมากด้วย เขาจึงยอมสละสิ่งที่เขารักให้น้องได้ทั้งหมดทั้งคนรักและของรัก งานหมั้นถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะคุณต่อต้องการหมั้นก่อนไปราชการที่เกาหลี ระหว่างนั้นทั้งชื่นชีวาและคุณต้นต่างก็หมางเมินต่อกันเพราะความเข้าใจผิดที่เกศินียุแยงไว้ นมอ่อนแปลกใจที่คุณชื่นไม่ค่อยสนใจไยดีเรื่องเสื้อผ้าหรือทำผมนัก เธอปล่อยตามสบายทำเหมือนโดนบังคับแต่ปากบอกเต็มใจ ละครชื่นชีวา งานหมั้นผ่านไปอย่างเรียบง่ายโดยที่คุณต้นไม่อยู่ร่วมพิธีด้วยเขาอ้างว่าติดราชการทั้งที่จริงคือทำใจไม่ได้ เขากลับมาเมื่อพิธีหมั้นเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มพบน้องชายและชื่นอยู่ด้วยกันที่เฉลียงหน้าบ้าน คุณต่อจึงบอกให้ชื่นขอบคุณที่คุณต้นยอมให้แหวนหมั้นของมารดามาหมั้นเธอทั้งๆที่ควรจะเป็นของผู้หญิงที่คุณต้นรัก ชื่นพูดไม่ออกเธอไหว้เขาเรียบร้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าคุณต้นมองเธออยู่แล้ว แววตาเขาเศร้าและปวดร้าวทั้งที่ปากบอกว่ายินดี เมื่ออยู่คนเดียวชื่นชีวามองแหวนหมั้นที่นิ้วมืออย่างไม่เข้าใจ ทำไมคุณต้นจึงยอมมอบของรักของหวงมาให้เธอไม่นานนักคุณต่อเดินทางไปราชการที่เกาหลี วันเวลาผ่านไปชื่นชีวาตั้งใจเรียนให้ได้ปริญญาอีกใบ เธอหลบหน้าคุณต้นแม้จะมีชั่วโมงเรียนกับเขาจนเขาต้องให้นมอ่อนมาเตือน หญิงสาวทำใจไม่ได้ถ้าจะต้องอยู่ใกล้กับคุณต้น เธอรักเขาแต่เขาไม่รักเธอเลยสักนิดผลักไสจนเธอต้องยอมหมั้นกับคุณต่อ สถานการณ์สงครามที่เกาหลีไม่ดีนักทุกคนเป็นห่วงคุณต่อ แต่แล้วข่าวร้ายมาถึงพิชัยศรายุทธในวันหนึ่งคุณต่อโดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตเขาเขียนจดหมายถึง บิดา พี่ชาย และชื่นชีวา คำขอร้องครั้งสุดท้ายคือขอให้คุณต้นแต่งงานกับชื่นชีวาแทนเขา เป็นการไถ่โทษที่เขาแย่งชื่นชีวามาจากพี่ชาย ถ้าเขารู้เร็วกว่านี้สักนิดว่าทั้งสองคนรักกันเขาจะไม่หมั้นกับเธอ พระยาพิชัยศรายุทธถามความสมัครใจจากลูกชาย คุณต้นตอบตกลงส่วนชื่นชีวาไม่ปฏิเสธเช่นกันเมื่อคุณหญิงวีณาถาม เกศินียังไม่หยุดบั่นทอนความรักของทั้งคู่เธอพูดจนชื่นชีวาเข้าใจว่า คุณต้นยอมแต่งงานกับเธอก็เพราะคำขอร้องของน้องชาย แต่ชื่นชีวาไม่ปฏิเสธการแต่งงานเพราะเธอต้องการให้เกศินีและกานดาต้องเสียใจเหมือนตากับแม่ของเธอบ้าง งานแต่งงานจัดอย่างเรียบง่าย แต่ชื่นชีวายังคงงอนคุณต้นอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่เข้าใจ แต่เขาตั้งใจว่าจะปรับความเข้าใจกับเธอเมื่อไปฮันนีมูนที่หัวหินในช่วงเวลาเดียวกันความผิดหวังทำให้เกศินียอมออกไปกินข้าวกับ ทรงวุฒิ เพื่อนนักบัญชีรุ่นพี่โดยไม่รู้ว่าเขาได้ ยุพา ญาติห่างๆของเธอเป็นเมียแล้วและกำลังตั้งท้อง ทรงวุฒินั้นยากจนแต่ทะเยอทะยานเขาหวังในตัวเกศินีเพื่อใช้เธอตามเข้าสังคมชั้นสูง เกศินีพลาดตกเป็นของทรงวุฒิจนได้ กานดาแทบคลั่งรีบส่งนายจาบหรือจำรักษ์ไปหัวหินเพื่อทำลายครอบครัวของคุณต้นและชื่นชีวา นางต้องทำให้คุณต้นเกลียดชื่นชีวาหย่ากันแล้วจากนั้นจึงจะเป็นโอกาสของเกศินี แต่ทรงวุฒิกลับเป็นมาร เขานำรูปของเขากับเกศินีที่แอบถ่ายไว้มาแบล็กเมล์จนกานดาตั้งใจว่าต้องให้จาบฆ่าทรงวุฒิหลังจากจบงานที่หัวหิน ละครชื่นชีวา ที่บ้าน ชื่นสวาท จำรักษ์ทำงานได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ความรักทำให้คุณต้นหูเบาเชื่อว่าจำรักษ์คือสามีของชื่นชีวาจริงๆ เขาเอ่ยปากให้เธอกลับไปอยู่กับจำรักษ์เสียเขายินดีเปิดทางให้ ชายหนุ่มออกจากบ้านอย่างปวดร้าว ขณะที่ชื่นชีวาอาละวาดไล่จำรักษ์ออกไปเช่นกันหญิงสาวเก็บเสื้อผ้าหนีกลับมาอยู่กับตาชมเสียใจและเจ็บปวดอย่างที่สุด นมอ่อนรีบติดต่อคุณหญิงวีณาให้ตามมาแก้สถานการณ์ กนกซึ่งตามดูมารดาและเกศินีผ่านมาได้ยินเรื่องนี้เขารีบไปบอกม.ล. นิวัฒน์ ทั้งหมดจึงตามไปที่ชื่นสวาท กนกเล่าความจริงให้คุณต้นรู้ว่าชื่นชีวาโดนกลั่นแกล้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วครั้งแรกคุณต่อตามไปช่วยไว้ทันก่อนที่จะพลาดให้กับจำรักษ์ ชายหนุ่มโกรธตัวเองที่หูเบาอย่างไม่น่าอภัยสงสารชื่นชีวาจับใจเมื่อกลับถึงพิชัยศรายุทธ พระยาพิชัยศรายุทธคุณหญิงวีณา คุณต้นม.ล. นิวัฒน์ และกนก ตามไปที่บ้านของหลวงพิทยไพบูลย์ หรือตาชม คุณหลวงฯต้อนรับอย่างดีท่านยอมให้อภัย ม.ล. นิวัฒน์ เมื่อรู้ว่าเขาได้สละโลหิตช่วยชีวิตท่านเมื่อครั้งที่ได้รับอุบัติเหตุรถชนไม่นานมานี้ ตาชมพยักหน้าให้คุณต้นตามไปปรับความเข้าใจกับชื่นชีวาในห้อง เธอยอมตามสามีออกมาแต่ตั้งใจว่าจะยังไม่คืนดีง่ายๆ ส่วนคุณต้นวางแผนไว้ในใจว่าเขาจะพาเธอกลับไปปรับความเข้าใจที่ชื่นสวาทอีกครั้งเมื่อถึงที่พักคุณต้น ง้อ และลงโทษคนแสนงอนด้วยความรักที่มีมากมายจนชื่นชีวาหายโกรธ ที่บ้านพิชัยศรายุทธ ม.ล.นิวัฒน์วางแผนจับจำรักษ์หรือนายจาบ รวมทั้งนางจันทร์ จนสารภาพหมดว่าทั้งหมดเป็นแผนของกานดาจนกา ติดตามชมกันต่อได้ใน ละคร ชื่นชีวา ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี ละคร ชื่นชีวา เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2559 รายชื่อนักแสดงนำในละคร ชื่นชีวา ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท คุณต้น/ศรันย์คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท ชื่นชีวาแก้วใส คริสตัล รับบท ม.ร.ว.ฉัตร์สุดาขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์ รับบท ยุพาณทรรศชัย จรัสมาส รับบท คุณต่อ/สาโรจน์พูลภัทร อัตถปัญญาพล รับบท นัททีพิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท ทรงวุฒิกชกร ส่งแสงเติม รับบท เกศินีสรพงศ์ ชาตรี รับบท หลวงพิทยไพบูลย์/ตาชมเกรียงไกร อุณหนันท์ รับบท พระยาพิชัยศรายุทธวสุ แสงสิงแก้ว รับบท ม.ล.นิวัฒน์ ชวาลนคินธร ภาษยวรรณ์ รับบท กนกจักรกฤษณ์ คชรัตน์ รับบท จาบ/จำรักษ์ ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา ละครชื่นชีวา

ละครแสงเทียน (ละครเย็น) , เรื่องย่อแสงเทียน (ละครเย็น)
ละคร แสงเทียน /  ละคร แสงเทียน ช่อง3 / 

แสงเทียน บทประพันธ์โดย : แพรณัฐบทโทรทัศน์โดย : ภูมิภักดิ์, จิรวัฒน์ ชาญเชี่ยวกำกับการแสดงโดย : นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละคร แสงเทียน แสงเทียน เป็นเรื่องราวของ สิบทิศ หนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน รับบทเป็น ทศกัณฐ์ และ เพลงพิณ หญิงสาวซึ่งรับบทเป็น นางสีดา ใคร ๆ ก็รู้ว่าทศกัณฐ์หลงรักนางสีดาฝ่ายเดียว และนางมีใจรักมั่นต่อพระราม สิบทิศผู้มีหน้าตาโหดร้าย ดุดัน และเป็นฝันร้ายของเพลงพิณมาตั้งแต่เด็ก จะเอาชนะคู่แข่งรูปหล่อ และเพอร์เฟคท์ได้หรือไม่ เขาควรทำอย่างไรจึงจะคว้าหัวใจของผู้หญิงที่เป็นรักแรก และรักเดียวของตนตลอดมา เพลงพิณผ่านการคัดเลือกให้ร่วมแสดงโขนพระราชทานในบทนางสีดาอย่างเกินความคาดหมายด้วยความดีใจ เหตุเพราะคนที่ได้รับการคัดเลือกก่อนหน้าประสบอุบัติเหตุ แต่เพียงวันแรกที่เพลงพิณต้องซ้อมโขนร่วมกับสิบทิศ ซึ่งรับบทเป็นทศกัณฐ์หล่อนก็รำสะดุดจนต้องหยุดพักการซ้อมชั่วคราว หล่อนหลบไปยืนเครียดจนครูรัตนาเข้ามาพูดคุยจนหล่อนสามารถกลับมาซ้อมจนผ่านไปได้ด้วยดี แม้สิบทิศจะรู้ดีว่าเพลงพิณไม่สามารถสบตาเขาได้เลย แต่สัมพันธภาพระหว่างคนทั้งสองเริ่มดีขึ้น เมื่อคืนนั้นสิบทิศแอบติดตามมาส่งเพลงพิณถึงบ้าน และในระหว่างทางได้ช่วยเหลือเพลงพิณจากพวกนักเลงขี้ยาจนปลอดภัย ทำให้เพลงพิณหายกลัวเขาไปบ้าง สิบทิศกลับมาบ้านที่อยู่ในสลัมเดียวกับเพลงพิณ เขามีความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวเสมอ แม้จะมีพ่อและพี่ชายอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เพราะสุทินผู้เป็นพ่อไม่เคยเห็นชอบด้วยที่เขาจะมาเอาดีทางด้านการเรียนด้านนาฎศิลป์ ส่วนศิวาผู้เป็นพี่ชายนั้นไปเรียนด้านการบริหารจึงเป็นที่รักของพ่อมากกว่าเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศออกจากบ้านเพื่อไปเรียนเขาพบเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ ละคร แสงเทียน หล่อนยืนรอเขาเพื่อนำขนมมาให้เป็นการขอบคุณที่เขาได้ช่วยเหลือ สิบทิศแสดงความไม่ใส่ใจอะไร แต่เพลงพิณกลับรู้สึกดีกับชายคนที่เป็นฝันร้ายในยามเป็นเด็กมากขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีน้ำใจดีมากคนหนึ่ง ทำให้เพื่อนสนิทอย่างมิ่งขวัญไม่พอใจเพราะหล่อนกำลังเป็นแม่สื่อให้กับ ราเมศร์ หนุ่มหล่อร่ำรวยที่มาติดพันเพลงพิณ เพราะคิดแทนเพื่อนว่าสาวสวยอย่างเพลงพิณน่าจะเลือกผู้ชายที่ดูดีมีพร้อมทุกอย่างเพื่อจะได้ถีบตัวเองให้พ้นจากบ้านสลัมที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้มากกว่าจะเลือกผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย แถมอยู่ในสลัมเดียวกันอีกด้วย แต่เพลงพิณกลับไม่ได้สนใจในตัวราเมศร์สักนิดหล่อนมีความหวาดระแวงในตัวผู้ชายเพราะมีพ่อที่เจ้าชู้ทำให้แม่ต้องร้องไห้ทุกวัน และในที่สุดก็ต้องเลิกกัน แม่ไปมีครอบครัวใหม่ทิ้งให้หล่อนอยู่กับน้องชายเพียงลำพัง โดยมีตากับยายคอยดูแล เมื่อราเมศร์นำดอกไม้มาให้และชวนหล่อนไปทานอาหาร เพลงพิณปฏิเสธเสมอท่ามกลางความไม่พอใจของมิ่งขวัญ ในขณะที่เพลงพิณก็มีความสงสัยอยู่ในใจว่าผู้ชายอย่างสิบทิศที่มักจะทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่เสมอนั้นจะมีความรักบ้างหรือไม่ แล้วผู้หญิงของเขาจะเป็นอย่างไร แล้ววันหนึ่งเพลงพิณก็ได้เจอกับบัวคลี่ที่แสดงความสนิทสนมกับสิบทิศจนเพลงพิณเข้าใจไปตลอดว่าบัวคลี่คือผู้หญิงของสิบทิศ โดยไม่รู้ ว่าจริง ๆ แล้วบัวคลี่คือเพื่อนสนิทในวัยเด็กของสิบทิศที่มีผนังบ้านอยู่ติดกัน เพราะทั้งสองต่างเห็นอกเห็นใจกันในชีวิตความเป็นอยู่ที่คล้ายคลึงกัน คือบัวคลี่ มีแม่เพียงคนเดียวที่ไม่เคยแสดงความรักให้กับลูก เหมือนสิบทิศที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อเลย ละคร แสงเทียน ความสนิทสนมของสิบทิศกับบัวคลี่ไม่ได้สร้างความเข้าใจผิดเพียงแค่ เพลงพิณเท่านั้น ยังรวมไปถึงสุทิน พ่อของสิบทิศด้วย ทำให้สุทินมักจะด่าทอสิบทิศเสมอ โดยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบัวคลี่คือ ศิวา ลูกชายคนโปรดของตัวเอง เมื่อศิวามาคุยว่าได้เลื่อนตำแหน่งได้ขึ้นเงินเดือน ยิ่งทำให้สุทินหันมากดดันสิบทิศหนักขึ้นจนเขาต้องเดินหนีออกจากบ้านมานั่งกินลูกชุบที่เพลงพิณนำมาให้ตั้งแต่เช้า พลางคิดคำนึงถึงหล่อนด้วยจิตใจอันลึกซึ้งและไม่สามารถจะบอกกับใครได้ ราเมศร์พยายามมาตามตื๊อเพลงพิณถึงสถานที่ซ้อมโขน มิ่งขวัญแสดงความตื่นเต้นอย่างมากมายในขณะที่เพลงพิณไม่รู้สึกอะไรนอกจากความอึดอัดเท่านั้น เพลงพิณยกดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้กับมิ่งขวัญ หล่อนยืนอึ้งจนทิม นักเรียนหนุ่มรุ่นน้องเข้ามาแซว มิ่งขวัญสะบัดผมอย่างไม่พอใจนัก ที่เขาเข้ามายุ่งเรื่องของหล่อน คืนนั้นเพลงพิณเลิกซ้อมดึก เมื่อนั่งรถเมล์มาถึงบ้าน ก็พบว่าปี่พาทย์ น้องชายคนเดียวถูกพวกนักเลงไล่ตีมา หล่อนพยายามจะเข้าไปช่วยน้อง แต่สิบทิศกลับห้าม และเข้าไปช่วยเองจนพวกนักเลงหนีไป แต่ตัวเองก็โดนตอบโต้จนหน้าตามีรอยฟกช้ำ เพลงพิณจึงพาเขาไปทำแผลที่บ้าน และเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสเหยียบย่างเข้ามาในบ้านนี้ แม้จะเคยเฝ้าแอบมองมานาน นั่นทำให้เพลงพิณเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับสิบทิศมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งปี่พาทย์ก็อยากสนิทสนมกับสิบทิศเพื่อขอให้เขาช่วยสอนมวยให้ใน ขณะที่ยายของเพลงพิณก็สอบถาม และพูดคุยกับเขาเป็นอย่างดี เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านก็โดนสุทินดุด่าโดยไม่สอบถาม เมื่อเห็นหน้าตาที่มีรอยฟกช้ำของเขา ทำให้สิบทิศต้องออกจากบ้านอีกครั้ง เขารู้ว่าพ่อฝังใจกับพฤติกรรมในวัยเด็กที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาให้พ่อ เพราะอยากให้พ่อรักเขาบ้าง เมื่อรู้สึกว่าพ่อชอบเงิน เขาจึงหาวิธีหาเงินให้ได้ มาก ๆ โดยไม่รู้ว่าวิธีการจะถูกหรือผิด เขาไปเป็นเด็กเดินยาเสพติด จนกระทั่งหันมาเสพด้วยแล้วก็งัดแงะบ้านคนอื่นเพื่อขโมยของมาขาย แล้วก็ถูกจับได้ วันที่เขาเข้าไปนอนในคุกโดยไม่มีใครมาประกันตัว อยู่ ๆ ก็มี ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขาไม่รู้จักมาประกันตัว และรับเขากลับบ้าน ระหว่างทางเธอคนนั้นพูดจาโน้มน้าวให้เขากลับใจ และส่งเขาไปบำบัดจนหาย และได้กลับมาเข้าเรียนในโรงเรียนนาฏศิลป์ ส่งเสริมให้เขาได้ฝึกโขน ท่ามกลางความไม่พอใจของพ่อตลอดมา ละคร แสงเทียน สิบทิศไปหยุดตัวเองอยู่หน้าบ้านครูรัตนา หญิงที่ช่วยดึงเขาขึ้นมาจาก จุดตกต่ำในชีวิต จนวันนี้เขาได้รับโอกาสที่ดีที่สุดเมื่อมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน ครูรัตนาพูดคุยปลอบใจจนเขายอมกลับมาบ้าน แล้วพบว่ามียาทาแผลขวดหนึ่งวางไว้ใกล้ ๆ ที่นอนของเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศเจอกับเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ และไปสถานที่ซ้อมโขนด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันด้วยดีจนทำให้เพลงพิณลดความหวาดกลัวในตัวสิบทิศลงเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงสิบทิศพบศิวามายืนรอเพลงพิณพร้อมช่อดอกไม้ของราเมศร์ สิบทิศจึงได้รู้ว่าศิวาทำงานเป็นลูกน้องของราเมศร์ แต่เขาทั้งสองคนไม่ได้แสดงตัวให้คนอื่นได้รู้ว่าเขาเป็นพี่น้องกัน เมื่อเพลงพิณกับ มิ่งขวัญเดินจากไป ศิวาจึงทักทายและพูดขู่ไม่ให้สิบทิศเลิกยุ่งเกี่ยวกับเพลงพิณ โดยที่สิบทิศเองไม่ได้โต้ตอบ เพราะเขาเองก็รู้ตัวว่าเพลงพิณนั้นอยู่สูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเงียบ ๆ ทิมก็เข้ามาพูดจาทักทาย พร้อมกับบอกเล่าให้ฟังจนสิบทิศรู้ว่าดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้เพลงพิณนั้น หล่อนยกให้มิ่งขวัญทุกครั้ง แล้วทิมก็แสดงความชื่นชมสิบทิศจนเขาเขินยิ่งเมื่อได้รู้ว่าทิมผู้เป็นหนุ่มลูกครึ่งนั้นได้ร่วมแสดงโขนพระราชทานเป็นตัวลิง เขานึกทึ่งว่าแม้แต่คนที่เป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวฝรั่งอย่างทิมก็มีความสนใจในศิลปะการแสดงของไทยด้วย ทั้งสองพูดคุยกันจนสิบทิศรู้สึกหึกเหิมในใจมากยิ่งขึ้นยิ่งเมื่อมาเห็นว่าเพลงพิณไม่มีช่อดอกไม้อยู่ในมือ หัวใจของสิบทิศก็รู้สึกชุ่มชื่น และมีพลังมากกว่าเดิม คืนนั้นทั้งสองคนกลับบ้านพร้อมกันเหมือนเคย เพลงพิณเล่าถึงชีวิตครอบครัวของตัวเองที่พ่อแม่เลิกกัน ความสนิทสนมเพิ่มพูดขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วก็มาสะดุดลงอีกเมื่อมาเจอบัวคลี่กำลังทะเลาะกับสามีคนหนึ่ง ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน สิบทิศจึงเข้าไปห้ามและลากบัวคลี่กลับบ้านท่ามกลางความสับสนคลางแคลงใจของเพลงพิณ เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านเขาก็โดนสุทินดุด่าอีกเมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งออกมาจากบ้านบัวคลี่ พร้อมทั้งประกาศว่าถ้าวันหนึ่งทั้งสองลงเอยกัน เขาจะตัดพ่อตัดลูกทันที ซึ่งเสียงทะเลาะกันสองพ่อลูกก็ดังไปถึงหูของบัวคลี่ด้วย คืนนั้นศิวาเมากลับมา บัวคลี่จึงออกมาลากศิวาเข้าบ้านของตนเอง โดยไม่มีใครรู้เห็น ละคร แสงเทียน ด้านเพลงพิณกลับมาถึงบ้านพบว่าน้องชายแอบไปสมัครเรียนอาชีวะ โดยจะทิ้งการเรียนนาฎศิลป์ ทำให้สองพี่น้องถกเถียงกันแล้ว ปี่พาทย์จึงออกจากบ้าน แต่กลับมาพบสิบทิศยืนอยู่หน้ารั้ว เขาพยายามจะพูดคุยกับปี่พาทย์ แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อปีพาทย์เดินหนีไป เพลงพิณจึงชวนเขาเข้าบ้าน เพื่อเอาขนมที่ยายฝากไว้ให้ เพลงพิณพูดคุยให้ฟังเรื่องปัญหาของน้องชาย ที่ไม่อยากเรียนนาฎศิลป์แล้ว ทำให้สิบทิศต้องมานึกย้อนถึงตัวเองที่เขาเอง ก็เคยลังเลในเรื่องนี้ ครั้งที่ครูรัตนาพยายามจะสนับสนุนเขาให้เอาดีทางด้านนี้ เพื่อจะได้มีคนสืบทอดวัฒนธรรมอันดี และสมเจตนารมย์ของพระราชินีที่พยายามฟื้นฟูและดำรงรักษาศิลปะของชาติเอาไว้ นั่นทำให้เขาเข้าใจจิตใจของปี่พาทย์และพูดปลอบใจเพลงพิณจนหล่อนรู้สึกดีขึ้น วันรุ่งขึ้นไม่มีการซ้อมโขนทำให้สิบทิศไม่เจอเพลงพิณ แล้วเขาก็อดคิดถึงหล่อนไม่ได้ จึงแวะซื้อโรตีมะตะบะเพื่อเป็นข้ออ้างไปหาเพลงพิณที่บ้าน พบว่าเพลงพิณกำลังจะออกไปซื้อของพอดีแต่ก็พาเขาเข้าบ้านก่อน ครั้งนี้สิบทิศได้พบกับสมพงษ์ ตาของเพลงพิณด้วย เขาจึงโดนตาสมพงษ์มองอย่างหวาดระแวง และสอบถามถึงเรื่องราวเก่า ๆ ของเขาด้วย แต่ยายก็ช่วยแก้สถานการณ์ให้พร้อมทั้งไล่ให้เขาไปเป็นเพื่อนซื้อของกับเพลงพิณ ระหว่างออกมาด้วยกัน ทำให้ได้พูดคุยถึงสาเหตุที่เขาเป็นฝันร้ายในวัยเด็กของเพลงพิณ ทำให้รู้ว่าในวันนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายหล่อนเลย มันเกิดจากการกระทำของเด็กที่รู้สึกเก้อเขินเมื่อถูกจับได้ว่ามาแอบดู จึงเผลอผลักเด็กหญิงจนหัวไปกระแทกกับขอบกระถางจนหัวแตก และความกลัวทำให้เขาขู่ว่าไม่ให้บอกใคร ไม่งั้นจะกลับมาฆ่าให้ตาย ทำให้เพลงพิณเกิดความกลัวในตัวเขามาจนกระทั่งบัดนี้ ในขณะที่ความรู้สึกดี ๆ และความสนิทสนมเริ่มมีมากขึ้น มีเหตุต้องสะดุด อีกครั้งเมื่อมาเจอบัวคลี่ที่ร้านขายของ ครั้งนี้บัวคลี่ถึงขนาดมากระซิบกับ เพลงพิณโดยที่สิบทิศไม่ได้ยินว่าสิบทิศเป็นของตน ใครจะมาแย่งไปไม่ได้ ทำให้ระหว่างทางกลับบ้านจึงมีความผิดปกติของเพลงพิณ จากที่พูดคุยก็ เงียบไปโดยที่สิบทิศก็ไม่เข้าใจ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าศิวาพาราเมศร์ และมิ่งขวัญมานั่งรออยู่ ท่ามกลางความไม่พอใจของตายาย และปี่พาทย์ เมื่อราเมศร์แสดงท่าทีชอบพอเพลงพิณอย่างเปิดเผย และนำน้ำหอมที่ซื้อจากฮ่องกงมาให้ แทนที่ตาจะตอบรับด้วยความยินดี กลับเมินเฉยและหันไปใส่ใจกับสิบทิศแทน ราเมศร์จึงกลับไปอย่างโกรธแค้น รวมทั้งศิวาเองก็โกรธสิบทิศมากที่ทำให้เจ้านายของตนเสียหน้า ระหว่างทางที่ทั้งสามคนนั่งรถกลับออกมาแล้วจะไปส่งมิ่งขวัญ ราเมศร์ ทำปากหวานกับมิ่งขวัญที่เข้าข้างตนเรื่องเพลงพิณ เขาให้น้ำหอมขวดเล็ก ๆ ที่ร้านน้ำหอมแถมมา แต่บอกกับมิ่งขวัญว่าเขาซื้อมาฝาก ทำให้มิ่งขวัญยินดีมาก และเริ่มเปิดเผยตัวเองออกมาว่าจริง ๆ แล้วหล่อนแอบรักราเมศร์ แม้ฉากหน้าจะทำเป็นสนับสนุนเพลงพิณ แต่เป็นการทำด้วยจิตใจที่แอบอิจฉาเพื่อน เมื่อราเมศร์ให้ของฝากหล่อนจึงคิดไปว่าราเมศร์จะหันมาสนใจหล่อนแทน เพราะราเมศร์เอาชนะใจเพลงพิณไม่ได้ ละคร แสงเทียน พอส่งมิ่งขวัญลงไปแล้ว ราเมศร์จึงมาไล่เบี้ยกับศิวาอย่างอารมณ์เสีย และศิวาก็ไม่กล้าบอกว่าสิบทิศคือน้องชายของตัวเอง เขาจึงกลับมาโวยวายกับสิบทิศที่บ้าน เมื่อสุทินได้ยินเสียงสองพี่น้องทะเลาะกัน เขาก็เข้าข้างศิวาอีกตามเคย สิบทิศจึงเดินหนีออกจากบ้านไปเจอกับบัวคลี่ที่กลับมาจากทำงาน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างคนที่เข้าใจกันดี แล้วเมื่อบัวคลี่ถามถึงเพลงพิณ สิบทิศก็ยอมรับออกมาว่าตนเองนั้นมีความรู้สึกดี ๆ กับเพลงพิณ ในขณะที่ใจก็ครุ่นคิดว่าเพลงพิณหรือจะยอมรับเขาที่มีชีวิตแบบขาด ๆ วิ่น ๆ แบบนี้ได้ มิ่งขวัญเริ่มมาเรียบเคียงถามเพลงพิณถึงความรู้สึกที่มีต่อราเมศร์ เมื่อเพลงพิณยืนยันว่าไม่ได้สนใจราเมศร์ แต่กลับมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับสิบทิศ มิ่งขวัญจึงโทรไปบอกราเมศร์ ซึ่งทำให้เขาโกรธแค้นสิบทิศมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ยังมารับเพลงพิณไปทานอาหาร เมื่อถูกปฎิเสธเหมือนเคย เขาจึงพามิ่งขวัญไปแทนด้วยความจำใจ ที่ร้านอาหารในห้าง มิ่งขวัญกระหยิ่มยิ้มย่องดีใจ แต่ก็เหมือนทุกอย่างถล่มทับเมื่อได้ยินราเมศร์นินทาตนในโทรศัพท์ หล่อนฝืนใจลงนั่งกินต่อด้วยหัวใจแทบสลาย แต่แทนที่หล่อนจะโกรธราเมศร์ หล่อนกลับเทความโกรธ และคลั่งแค้นไปที่เพื่อนรักอย่างเพลงพิณ ด้านศิวาเมื่อไม่สามารถห้ามน้องชายให้เลิกยุ่งกับเพลงพิณได้ เขาจึงมาบอกกับสุทินว่าตอนนี้สิบทิศกำลังไปมั่วกับเพลงพิณ ซึ่งเป็นผู้หญิงไม่ดี ทำให้สุทินโกรธ และดุด่าสิบทิศเหมือนเคย ทุกครั้งเขาจะเมินเฉยแต่ครั้งนี้พ่อด่าลามไปถึงเพลงพิณทำให้เขาทนไม่ได้จึงถกเถียงทะเลาะกันอย่างหนัก ศิวาก็พยายามจะทั้งขู่ทั้งปลอบให้สิบทิศเลิกข้องเกี่ยวกับเพลงพิณ แต่สิบทิศยังยืนยันความตั้งใจของตัวเอง ทำให้ศิวาทำท่าเหมือนจะตัดพี่ตัดน้อง แสดงความเย็นชาใส่ หลังจากวันนั้นบ้านทั้งบ้านก็ยิ่งเหมือนนรกสำหรับสิบทิศเข้าไปทุกที เมื่อพี่ชายก็เมินเฉย และพ่อก็เหมือนไฟที่จะแผดเผาเขาได้ทุกเวลา และเขาก็ร้อนรุ่มเพราะไม่รู้ว่าราเมศร์มีแผนจะทำอะไรเพลงพิณและตัวเขา แต่สิบทิศก็พยายามจะทำใจเพราะการแสดงโขนพระราชทานใกล้เข้ามาแล้ว เขาไปซ้อมรำเพิ่มเติมให้เพลงพิณที่บ้านทุกวันจนสนิทกับครอบครัวของหล่อน และทำให้เขามีความสบายใจบ้าง จนวันหนึ่งหลังการซ้อมเสร็จสิ้น พวกครูที่สอนการแสดง และครูรัตนาต่างก็ชื่นชมเพลงพิณที่สามารถรำได้อย่างสวยงาม ทั้งที่เข้ามาเริ่มซ้อมทีหลังคนอื่น เพลงพิณยิ้มรับและมองไปยังทุกคน ก่อนจะหยุดที่สิบทิศ หล่อนมองด้วย สายตาที่แสดงความขอบคุณให้เขาก่อนที่หล่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านไปทางมิ่งขวัญ สิบทิศมั่นใจว่าเห็นสายตาริษยาของมิ่งขวัญขณะที่มองเพลงพิณ และเห็นด้วยว่ามิ่งขวัญยื่นขามาขัดจนเพลงพิณสะดุดจะล้ม ดีว่ามีเพื่อนนักแสดงช่วยพยุงไว้ ทุกคนตกใจ และเข้ามาถามไถ่ด้วยความห่วงใย มิ่งขวัญถือโอกาสลุกหนีไป เพลงพิณไปตามหาจนเจอแล้วก็ต้องตกใจมากเมื่อเพื่อนรักแสดงความเกลียดชังใส่โดยที่หล่อนก็ไม่รู้สาเหตุเลย ด้านมิ่งขวัญเองก็ไม่สบายใจในสิ่งที่ตัวเองกระทำลง หล่อนมายืนครุ่น คิดจนกระทั่งทิมเข้ามาพูดคุย และต่อว่าตักเตือนในสิ่งที่หล่อนทำเพื่อนเพราะเห็นแก่ผู้ชาย มิ่งขวัญโกรธมากและเดินหนีไป ราเมศร์โทรเข้ามาบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดเขา อยากจะให้มิ่งขวัญช่วยพาเพลงพิณมางานวันเกิด โดยให้หล่อนไปร่วมงานด้วย ละคร แสงเทียน มิ่งขวัญหลงกลราเมศร์หลอกพาเพลงพิณไปที่ร้านนั้นจนได้ โดยศิวาแยกสิบทิศออกจากเพลงพิณด้วยการโทรมาโกหกว่าพ่อป่วยให้สิบทิศรีบกลับบ้าน เมื่อทุกอย่างเป็นตามแผนที่เขาวางไว้คือ แอบวางยาเพลงพิณจนหลับ และพูดยกมิ่งขวัญให้ศิวาจัดการได้ตามสบาย หล่อนตกใจมากและพยายามจะหาคนช่วย แต่ก็ยากจะแก้ไขแล้วเพราะร้านนั้นเป็นร้านของเพื่อนราเมศร์ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทิมพาสิบทิศเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้ราเมศร์โกรธมาก ผสมกับโกรธศิวาด้วยเมื่อรู้ความจริงว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกัน จึงให้ลูกน้องทำร้ายศิวาจนยับเยิน สิบทิศพาเพลงพิณไปโรงพยาบาลทันที หมอตรวจพบว่ายาที่เพลงพิณกินเข้าไปนั้นคือยานอนหลับอย่างแรง หรือที่เรียกกันว่า ยาเสียสาว เมื่อครูรัตนามาถึงจึงตัดสินใจ พาเพลงพิณกลับไปที่บ้านของครูก่อน แล้วโทรแจ้งตายายให้รับทราบ ส่วนสิบทิศก็โทรบอกพ่อสั้น ๆ ว่าจะไม่กลับบ้าน และมิ่งขวัญนั้นตามไปนั่งมองแล้วก็ร้องไห้ตลอดเวลาด้วยความสำนึกผิด เมื่อเพลงพิณฟื้นขึ้นมาถามหามิ่งขวัญด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้มิ่งขวัญรู้สึกแย่มากกว่าเดิมจนต้องลุกวิ่งหนีออกไป ทิมตามไปปลอบโยนจนหล่อนดีขึ้นแต่ก็ยังไม่กล้าจะสู้หน้าเพลงพิณได้อีก ทั้ง ๆ ทีเพลงพิณพร้อมจะให้อภัยเพื่อนเพราะเข้าใจในสถานการณ์ที่เพื่อนได้ทำลงไป สิบทิศกลับบ้านมาพบว่าพ่ออาละวาด ด่าทอ เขามากมาย เพราะสภาพของศิวาที่โดนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ศิวาบอกกับสุทินว่าโดนสิบทิศทำร้าย เพราะจะปกป้องเพลงพิณทำให้สุทินโกรธจัด จึงด่าลามปามไปถึงว่าเพราะสิบทิศมาเกิดจึงทำให้แม่ตาย เขาเป็นคนฆ่าแม่ของตัวเอง ความเจ็บปวดเกิดขึ้นมากมายจนทำให้สิบทิศเตลิดออกจากบ้าน จนมาเจอกับพวกของราเมศร์ ที่มาดักรอทำร้าย เขาโดนรุมจนลงไปกองกับพื้นโดนปืนจ่อหัวในวินาทีความเป็นความตายนั้นบัวคลี่ใช้เล่ห์เหลี่ยมช่วยเหลือเขาไว้ได้ทันและพาเขาไปส่งที่บ้านครูรัตนา เมื่อชิดชัยกับครูรัตนาเห็นสภาพของสิบทิศ และรับทราบเรื่องราวทั้งหมดจึงพาเขาไปโรงพยาบาลและพาไปแจ้งความด้วย บัวคลี่จากตรงนั้นมาด้วยความรู้สึกสะท้อนใจว่าสิบทิศยังมีคนสนใจไยดีในขณะที่ตัวเองเหมือนอยู่คนเดียวในโลก แถมยังกลับมาเจอแม่กำลังเมาอาละวาดที่แปะขายของในสลัม แม่เมาพูดเพ้อเจ้อพาให้บัวคลี่เข้าใจผิดว่าแปะเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด พ่อที่แม่ปิดบังมานานไม่เคยยอมบอกพ่อของหล่อนเป็นใคร ทำให้หล่อนแทบช็อกกับความจริงที่เปิดเผยในตอนนี้ ด้านสิบทิศเมื่อตื่นขึ้นมาที่บ้านครูรัตนาพร้อมกับความระบมไปทั้งร่างกาย เพลงพิณมาเยี่ยมพร้อมกับโทษตัวเองว่าเป็นเพราะหล่อนทำให้สิบทิศต้องมาเจ็บตัวแถมยังโดนพ่อไล่ออกบ้าน สิบทิศพยายามจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับหล่อนเพราะปกติครอบครัวเขาก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ทั้งสองคนพูดจาปลอบโยนซึ่งกันและกัน และเหมือนจะเปิดใจกันมากขึ้น ละคร แสงเทียน เมื่อสิบทิศหลับเพลงพิณจึงกลับบ้านมาพบว่าน้องชายกำลังจะออกจากบ้านอีกแล้ว แม้จะพยายามห้ามปรามน้องยังไงก็ไม่สามารถห้ามได้ปี่พาทย์ออกไปแว้นมอเตอร์ไซค์กับเพื่อนที่เขาคบหาอยู่ และไปตัดหน้ารถปิกอัพคันหนึ่งจนรถคันนั้นเสียหลักจนรถเกือบจะคว่ำ แต่เวลานั้นปี่พาทย์กลับรู้สึกสนุกสนานจนไม่สนใจกับความเดือดร้อนของคนอื่น และเมื่อพวกเขาเข้ามาอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปี่พาทย์พบเจอกับเด็กสาวตาโตคนหนึ่งซึ่งมากับคันนั้นหล่อนจำปี่พาทย์ได้จึงต่อว่าเขาหลายคำจนเขายืนอึ้ง เมื่อบัวคลี่พยายามชะเง้อชะแง้เข้าไปในบ้านของสุทิน จึงโดนตอกหน้ากลับมา หล่อนถามอาการของศิวาก่อนจะบอกเรื่องที่สิบทิศโดนรุมทำร้าย ปางตาย แถมยังกุเรื่องว่าสิบทิศนอนใกล้ตายอยู่บ้านครูรัตนา ทำให้สุทินตกใจแล้วรีบไปดูสิบทิศที่บ้านครูรัตนาทันที ระหว่างทางสุทินได้เจอกับเพลงพิณ เขารู้สึกประทับใจกับเด็กสาวหน้า ตาสะสวย กิริยาเรียบร้อย หล่อนช่วยเก็บหมวกมาส่งให้เขาอย่างไม่รังเกียจ สภาพของคนซ่อมซ่อขี่รถซาเล้งเก็บของเก่าเลยสักนิด เมื่อมาเจอกันที่บ้านครูรัตนาอีกครั้ง เพลงพิณมากับตาและยาย แล้วเมื่อยายรู้ว่าสุทินเป็นพ่อของสิบทิศจึงเอ่ยชื่นชมว่าสุทินเลี้ยงลูกชายอย่างสิบทิศได้ดีมาก และก็ด่าศิวาว่าเลวร้าย ทำให้สุทินโกรธเป็นอันมาก แต่ไม่กล้าจะอาละวาดอะไร ได้แต่อัดอั้นเพราะอยากจะรู้ว่าสิบทิศเป็นอย่างไร จึงได้แต่เก็บอาการนิ่งงันไว้ เมื่อชิดชัย และครูรัตนาเปิดโอกาสให้พ่อลูกได้คุยกันเอง สิบทิศถามถึงศิวา สุทินโต้ตอบอย่างฉุนเฉียวแล้วก็ออกมาพบกับครูรัตนา ที่พยายามจะอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ อย่างใจเย็น สุทินกลับไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่เคยเชื่อว่าศิวาจะทำเรื่องเลวร้ายได้อย่างที่ครูรัตนาบอกกับเขาเลย แถมเมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็พบว่าศิวากำลังด่าบัวคลี่ ด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ยิ่งทำให้เขาสับสนยิ่งขึ้นไปอีก เวลาผ่านไปจนใกล้จะถึงวันแสดงโขนพระราชทานแล้ว เพลงพิณก็ยังปรับความเข้าใจกับมิ่งขวัญไม่ได้ ทำให้หล่อนไม่มีสมาธิในการซ้อมเท่าที่ควร ครูรัตนาจึงเข้ามาช่วยให้สองสาวปรับความเข้าใจกัน มิ่งขวัญสารภาพว่าอิจฉาเพลงพิณมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เพลงพิณมีแต่คนรัก ทั้งเรื่องการแสดงที่เพลงพิณได้รับบทเด่นกว่าตนเอง ครูรัตนาจึงอธิบายความสำคัญของตัวละครทุกตัว การที่ได้รับเลือกให้เข้ามาร่วมแสดงโขนพระราชทานนั้นคือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต จนมิ่งขวัญเริ่มรู้สึกตัวและเข้าใจ ปล่อยวางความอิจฉาริษยาลงได้ หล่อนสบายใจขึ้น และทิมก็เข้ามาแสดงความยินดีแล้วชวนกันไปเลี้ยงฉลองที่ร้านส้มตำ ทิมยอมกินส้มตำเผ็ดจัดทั้งที่ตัวเองกินเผ็ดไม่ได้เลย เพื่ออยากจะใกล้ชิดกับมิ่งขวัญ ระหว่างนั้นมีเด็กซิ่งแว้นมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเสียงดังมาก ทิมวิพากษ์วิจารณ์เด็กพวกนั้นโดยไม่รู้ว่าในกลุ่มนั้นมีปี่พาทย์ร่วมอยู่ด้วย ละคร แสงเทียน ปี่พาทย์อยากแสดงตัวให้เพื่อนยอมรับ และอยากมีมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง เขาจึงไปขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง แต่โชคร้ายเขาโดนจับได้ในขณะที่เพื่อนร่วมแก๊งหนีไปได้หมด แล้วที่โชคร้ายไปกว่านั้น เจ้าของรถคือลูกน้องของราเมศร์ เมื่อศิวามาเห็นจึงพาตัวเขาไปให้ราเมศร์ จึงถูกบังคับโดนการเอาปืนจ่อหัว ให้เลือกว่าจะตาย หรือจะเลือกพาตัวเพลงพิณมาส่งให้ราเมศร์ ปี่พาทย์เลือกที่จะไม่ตาย เขาจึงถูกพาตัวมาส่งที่บ้าน เพลงพิณเห็นร่องรอยการถูกทำร้าย แต่เขาโกหกว่าเดินชนเสา เพลงพิณดูแลถามไถ่น้องด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้ปี่พาทย์กระวนกระวายมากขึ้น สิบทิศเป็นคนสังเกตเห็นอาการ ทำให้เขาเก็บความสงสัยไว้ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน เพราะตอนนี้เขากับเพลงพิณเริ่มแสดงความรู้สึกถึงความรักที่มีให้กันและกันมากขึ้น สิบทิศจึงทำเป็นว่ากลับบ้านแล้ว แต่เขามาดักรอปี่พาทย์และสอบถามพูดคุยจนปี่พาทย์ยอมบอกความจริง เมื่อความจริงเปิดเผย ตากับยายคิดจะส่งปี่พาทย์ไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัด แต่ครูรัตนาเสนอว่าควรจะส่งปี่พาทย์ไปเรียนรู้ชีวิตที่บ้านพี่สาวของครูรัตนาจะดีกว่า ปี่พาทย์ถูกส่งไปอยู่ที่บ้านเนินธัมมัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงที่นั่น ปี่พาทย์ก็แทบช็อก เพราะเขาไปเจอกับสาวน้อยตาโต คนที่เขาเจอในปั๊มน้ำมัน วันที่ไปซิ่งรถ พ่อของเด็กสาวหน้าดุ ๆ นั้นก็คงจำเขาได้เช่นกัน แต่ไม่มีใครพูดสิ่งใด ยิ่งทำให้เขากระอักกระอ่วนใจอย่างมาก ชีวิตของปี่พาทย์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเข้าไปช่วยในสวนปาล์ม แถมบางเวลาสาวน้อยตาโตแก้วใจก็มักจะพูดค่อนแคะเขาเสมอ ทำให้เขาคิดว่าตอนนี้เขากำลังอยู่โรงเรียนดัดสันดาน จนวันหนึ่งสิงห์มาชวนเขาไปลานขายปาล์ม ทำให้เขาตื่นเต้นที่จะได้ออกไปดูโลกภายนอก ทำให้สิงห์แปลกใจ และเมื่อรู้ความคิดของปี่พาทย์ เขาจึงอธิบายจนปี่พาทย์เริ่มมีความรู้สึกที่ดีขึ้นบ้าง แล้วยิ่งวันหนึ่งเขาพบว่าแม่ของแก้วใจกำลังทอผ้ายกทองโบราณ เพื่อเป็นเครื่องแต่งกายให้กับนักแสดงโขนพระราชทาน ทำให้ปี่พาทย์เริ่มยอมรับและเข้าใจในศิลปะวัฒนธรรมของชาติมากยิ่งขึ้น และคิดได้ว่าเขาจะกลับไปเรียนนาฎศิลป์อีก ไม่คิดจะไปเรียนอาชีวะอีกแล้ว ทางด้านศิวา เมื่อปี่พาทย์หายตัวไป เขาก็โดนราเมศร์เล่นงานอีก และไม่ยอมเขาทำงานด้วยอีก รามพ่อของราเมศร์จึงให้งานใหม่ซึ่งเป็นงานผิดกฎหมายศิวายอมทำโดยไม่สนใจว่าจะถูกหรือผิด เพราะเขาไม่อยากตกงาน เวลาของการแสดงโขนเหลืออีกเพียงหนึ่งเดือน ความรักของสิบทิศและเพลงพิณก็ดำเนินไปด้วยดี เพลงพิณเปิดใจจนสิบทิศกล้าที่จะแสดงความรักมากขึ้น ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี โลกของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างสดใส แล้วบัวคลี่มาบอกว่าท้องกับศิวา แถมเขายังได้ข่าวว่าศิวากำลังทำเรื่องผิดกฎหมาย โลกของสิบทิศก็แทบมัวหม่นลงอีก เขาพยายามจะเตือนศิวา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ศิวาไม่ฟังเขาเลย แถมยังไม่ยอมรับเป็นพ่อของเด็กในท้องของบัวคลี่ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องของครอบครัวและเรื่องของเพื่อน เขาประกาศจะช่วยเป็นพ่อให้กับหลานของเขา โดยที่เขาลืมนึกถึงเพลงพิณไปเสียสนิท เขาไม่รู้เลยว่าเพลงพิณเข้าใจผิดกับบัวคลี่จนแทบจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ที่สุดแล้วเขาก็ตามไปปรับความเข้าใจกับหล่อนได้ และใจยิ่งอิ่มเอิบมากขึ้นเมื่อค่อนข้างจะมั่นใจว่าเพลงพิณหึง ก็แสดงว่าหล่อนรับรักของเขาแล้ว ละคร แสงเทียน แต่เรื่องราวความวุ่นวายในชีวิตของสิบทิศก็ไม่ได้จบลงง่าย ๆ เมื่อบัวคลี่โทรมาตอนที่เขาอยู่กับเพลงพิณ คิดจะไปทำแท้งเพราะศิวาไม่ยอมรับ เขารีบออกจากเพลงพิณไปดูแลบัวคลี่ โดยไม่รู้ตัวว่าได้สร้างความแคลงคลางใจไว้กับเพลงพิณ ช่วงเวลานี้เรื่องศิวาก็มีข่าวว่าจะขนอาวุธผิดกฎหมาย เขาได้รับเบาะแสมาจากเพื่อนเก่าที่ทำงานอยู่กับราเมศร์ สิบทิศจึงประสานกับชิดชัยเพื่อวางแผนจับกุมได้สำเร็จ ศิวาถูกจับ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องครอบครัวแต่ไม่ได้บอกเพลงพิณได้รับรู้ ปล่อยให้หล่อนจมอยู่กับความหวาดระแวงสงสัย เพราะปมในใจที่มีพ่อเจ้าชู้ ทำให้หล่อนไม่สามารถจะไว้ใจใครได้เลย สิบทิศพาสุทินไปดูศิวาที่โรงพัก ศิวาโวยวายใส่อย่างไม่ยอมรับฟังอะไรเลย สุทินเสียใจมากที่ลูกชายที่ตนรักที่สุดจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้ เขาทิ้งศิวาไว้ที่โรงพักโดยไม่สนใจจะช่วยเหลือเลย แล้วกลับมาเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง สิบทิศตามมาเฝ้าดูด้วยความเป็นห่วง สาเหตุนี้ทำให้สิบทิศต้องลาซ้อมหนึ่งวัน ครูรัตนามาแจ้งแก่นักแสดงทุกคน เพลงพิณนั่งซึมจนมิ่งขวัญเข้ามาพูดคุย หล่อนเลยยอมจะพูดถึงสิ่งที่คาใจตัวเองว่าเคยได้ยินสิบทิศบอกรักผู้หญิงคนอื่น และจะยอมรับเป็นพ่อให้เด็กในท้องของบัวคลี่อีกด้วย มิ่งขวัญโวยวายจนทิมวิ่งเข้าข่าวมาให้ดูว่าศิวาโดนจับ ทั้งหมดจึงชวนกันไปหาสิบทิศที่บ้าน แล้วเพลงพิณก็พบภาพบาดใจเมื่อเห็นสิบทิศยืนกอดกับบัวคลี่อยู่ที่หน้าบ้าน เพลงพิณกลับบ้านด้วยหัวใจที่เจ็บปวดแสนสาหัส หล่อนเก็บตัวร้องไห้อยู่ในห้อง แม้สิบทิศจะโทรมาหาหลายครั้งหล่อนก็ไม่ยอมรับสาย สิบทิศอยากจะรีบหาเพื่อถามไถ่ว่าหล่อนเป็นอะไร แต่ตอนนี้เขายังไม่กล้าทิ้งพ่อให้อยู่คนเดียว เช้าวันรุ่งขึ้นเขารีบไปรับเพลงพิณแต่เช้าก็ปรากฏว่าหล่อนออกไปแล้ว และวันทั้งวันที่เจอกัน เพลงพิณก็มีอาการผิดปกติกับเขาตลอดเวลา เขาจึงไปเค้นคอถามกับทิมจนรู้ความจริง แต่จะตามไปอธิบายไม่ได้ เพราะเพลงพิณหนีไปนอนบ้านมิ่งขวัญ สิบทิศได้รับข่าวว่าศิวาถูกทำร้ายในคุก เขาจึงต้องทิ้งเรื่องของเพลงพิณไว้ก่อน กว่าจะกลับมาทำความเข้าใจกับเพลงพิณได้ก็ดูเหมือนจะสายเกินไป หล่อนทำเหมือนไม่ยอมรับฟังเขาเลย ทำให้สิบทิศน้อยใจจนไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว ฝ่ายเพลงพิณก็ไปปรึกษากับยาย จนรู้ตัวว่าหล่อนจะเอาเรื่องพ่อมาวัดกับผู้ชายแบบสิบทิศไม่ได้ หลังจากวันนั้น สิบทิศก็หายไปจากชีวิตของเพลงพิณ เขาไม่ได้ตามรับส่งหล่อนอย่างที่เคยเป็นมานาน เขาพยายามรักษาความห่าง ต้องแข็งใจอย่างมากที่จะไม่ง้องอน แล้วในที่สุดเพลงพิณก็เป็นฝ่ายมาง้อเขาเอง และปรับความเข้าใจกันจนได้ท่ามกลางความดีใจของมิ่งขวัญและทิม ชีวิตของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างเพิ่มมากขึ้น เมื่อความรักก็สมหวังแล้วเขายังได้รับหลักฐานสำคัญมาเพื่อมัดตัว ราม และราเมศร์ จากเพื่อนรักคนเดิมที่ยอมสละชีวิตเพื่อความถูกต้อง เขาเอาตัวเองไปเสี่ยงขโมยหลักฐานจนถูกยิง และตอบโต้ด้วยการยิงราเมศร์ตาย เมื่ออุดมส่งหลักฐานทั้งหมดให้สิบทิศ เขาก็หนีไปนอนตายอย่างเดียวดาย แต่เขาก็ได้รับการชื่นชมและไว้อาลัยว่าเป็นคนดีของสังคมคนหนึ่ง แต่สิบทิศก็เสียใจมากเช่นกัน เพลงพิณกับบัวคลี่ปรับความเข้าใจกันได้ในงานศพของอุดมนี่เอง เมื่อใกล้วันแสดงโขนพระราชทานเข้ามาทุกทีแล้ว สิบทิศต้องไปเก็บตัว ฝึกซ้อม ก่อนออกจากบ้านเขาสอดบัตรชมการแสดงเข้าไปในประตูห้องสุทิน โดยไม่คาดหวังว่าพ่อจะไปดูเขาแสดง แล้ววันหนึ่งที่สิบทิศต้องไปอัดรายการโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดไปทั่วประเทศ เขาต้องแต่งตัวเต็มที่ รวมทั้งเพลงพิณด้วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสองจึงพูดคุยกัน และสิบทิศก็หยิบภาพของแม่ออกมาให้เพลงพิณดู ความเข้าใจไว้ใจ เกิดกับสองหนุ่มสาวแบบไม่มีอะไรเคลือบแฝงอีกต่อไป ละคร แสงเทียน ทางด้านปี่พาทย์ เขากำลังจะได้กลับบ้าน และเวลานี้เขาก็เข้าใจชีวิตมากขึ้น เขาสัญญากับแก้วใจว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน เพื่อจะได้สวมผ้ายกทองที่แก้วใจเป็นคนทอให้ได้ วันนั้นเป็นวันที่สุทินเกิดอยากกินเหล้า ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยกินมานานแล้ว เขาจึงไปนั่งหลบมุมที่ร้านแปะขายของอยู่ในสลัม ทำให้เขาได้เห็นสิบทิศออกทีวี ได้ยินเสียงสรรเสริญสิบทิศ และเสียงนินทาว่าเขารักลูกไม่เท่ากันจากปากตายายของเพลงพิณ เขาลุกขึ้นเดินกลับบ้านมาครุ่นคิดเรื่องของสิบทิศและศิวา เพียงเพราะเขามีโกรธที่พอสิบทิศเกิดมาก็ทำให้เขาต้องเสียภรรยาสุดที่รักไป แต่ถึงยังไงสิบทิศก็เป็นลูก ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักลูก แต่สิบทิศยังตอกย้ำในการสูญเสียอีก เพราะเด็กชายหน้าตาเหมือนแม่ไม่มีผิด เขาจึงทนมองหน้าลูกไม่ได้ เมื่อศิวาทำเรื่องผิดกฎหมาย สุทินก็ไม่กล้าสู้หน้าสิบทิศอีก แต่วันนี้เขาตัดสินได้แล้วจึงเปิดหน้าต่างบ้านไปชวนบัวคลี่ไปดูการแสดงโขนพระราชทาน ในที่สุดการแสดงโขน ชุด นางลอย ก็เริ่มต้นขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมรวมทั้งนักแสดงที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกมาพบกับญาติพี่น้องที่มาแสดงความยินดี สิบทิศยืนเคียงคู่กับเพลงพิณ ทุกคนทยอยกันเข้ามาหาแล้ว คนที่สิบทิศไม่เคยคิดจะได้เห็นเลย ก็เดินเคียงคู่มากับบัวคลี่ สุทินนำรูปแม่มาให้เขา สิบทิศดีใจจนพูดไม่ออกสุทินเองก็ยังมีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ในการจะแสดงความรักต่อลูกชาย การแสดงโขนแต่ละรอบผ่านไปด้วยดี ทำให้ครูรัตนาปลื้มใจเป็นที่สุด สิบทิศกลับมาอยู่บ้านในห้องที่เคยเป็นของศิวา เขากับพ่อมีความเข้าใจกัน แค่นี้สิบทิศก็มีความสุขที่สุดแล้ว ความรักที่มีกับเพลงพิณก็เบ่งบานในหัวใจ สุทินเอาสมุดเงินฝากธนาคารที่เก็บสะสมมาให้เขาด้วยตัวเลขสูงลิ่ว นี่คือเรื่องที่พ่อทำให้ลูกที่เขาเหมือนไม่เคยใส่ใจมาก่อนเลย วันที่ 12 สิงหาคม ที่วิทยาลัยนาฎศิลป์ สิบทิศและเพลงพิณเตรียมพวงมาลัยมากราบครูรัตนา และรับคำอวยพรอย่างอิ่มเอมในหัวใจ แล้วก็พากันไปจุดเทียนชัยถวายพระพรพร้อมกับครูบาอาจารย์ในวิทยาลัย ครูรัตนาเปรียบเทียบให้หนุ่มสาวทั้งสองเห็นว่าแสงเทียนที่ถูกจุดนี้จะถูกส่งต่อไปรุ่นสู่รุ่นเพื่อมิให้นาฏศิลป์จะลับหายไปจากสังคมไทย ดังเช่นนาฏศิลป์โขนซึ่งเปรียบประดุจแสงเทียนที่ใกล้ริบหรี่ ได้รับการจุดต่อขึ้นมา และส่งต่อไปยังเทียนอีกนับร้อยนับพันเล่ม ศิลปะล้ำค่าของชาติจึงสว่างไสวเรืองรองอยู่บนผืนแผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน ติดตามชมละคร แสงเทียน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครแสงเทียน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำในละคร แสงเทียน ธารา ทิพา รับบท สิบทิศนิศาชล ต้วมสูงเนิน รับบท เพลงพิณนภสร เอกพันธ์กุล รับบท มิ่งขวัญธรรมวิทย์ รัฒนาภรณ์ รับบท ทิมพิสิฐพงศ์ ช่างหล่อ รับบท ปี่พาทย์ชลธิชา ชัยชิต รับบท แก้วใจรัชนีกร พันธุ์มณี รับบท ครูรัตนาศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท สุทินวีระกิตต์ วรัตน์ชยุต รับบท ราเมศร์ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท บัวคลี่สุรินทร คารวุตน์ รับบท ศิวาพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยายสายหยุดวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท รามบุญสร้าง เรืองนนท์ รับบท ตาสมพงษ์ ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน

ละครเงาอโศก , เรื่องย่อเงาอโศก
ละครเงาอโศก /  เรื่องย่อละครละครเงาอโศก / 

เงาอโศก ดัดแปลงจากบทประพันธ์ เงาอโศก ของ ชูวงศ์ ฉายะจินดา บทโทรทัศน์ : รัชนี โกลด์ริค และ ทีมแอ็กแซ็กท์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัส เวลา 20.30 น. ทางช่อง one 31 เรื่องย่อ ละครเงาอโศก มนไท(ฌอห์ณ จินดาโชติ) ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปทุกอย่าง เป็นบุตรชายคนเดียวของ เจ้าคุณมหัทธ์ฯ(จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) และ คุณหญิงทับทิม(สาวิตรี สามิภักดิ์) มนไทคบหาอยู่กับ วิยะดา(กรณ์ภัสสร ด้วยเศียรเกล้า) บุตรสาวของ เวทย์(ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) และ วิมล(ณหทัย พิจิตรา) ซึ่งคุณหญิงทับทิมอยากให้ทั้งสองหมั้นหมายกันก่อนที่มนไทจะไปเรียนต่อต่างประเทศ วันหนึ่ง ปี่(ด.ญ. ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ) เด็กหญิงวัย 8 ขวบ แอบโดดรั้วเข้ามาในสวนหลังบ้าน มหัทธเวศม์พอดี ปี่เห็นวิยะดากำลังออดอ้อนมนไท ทำให้ปี่อดขำไม่ได้ ด้วยความอายวิยะดาไล่ตีปี่ แต่มนไทห้ามไว้และถามปี่อย่างปรานี จนรู้ว่าปี่เป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่กับ ยายเทียม(ศันสนีย์ วัฒนานุกูล) และแอบเข้ามาเด็ดยอดต้นอโศกไปเป็นอาหาร มนไทสงสารจึงให้เงินค่าขนมปี่ไปเล็กน้อย แต่สำหรับปี่แล้วเงินจำนวนนั้นมีค่ามหาศาล และความมีน้ำใจของมนไทก็ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเธอว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณของเธอ ละครเงาอโศก เจ้าคุณมหัทธ์ฯ เป็นชายเจ้าชู้มีอนุภริยาหลายคน หนึ่งในนั้นคือนวล(ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของ นุชา(กรกฎ ตุ่นแก้ว) ส่วนอีกคนคือ ละม่อม(นุศรา ประวันณา) มีลูกติดคือ ลักขณา(รัตนาภรณ์ กลิ่นกุหลาบหิรัญ) ด้วยความกลัวลักขณาจะจับมนไท คุณหญิงจึงคอยจับผิดลักขณาจน คุณเจียร(ปรารถนา สัชฌุกร) ซึ่งเป็นทั้งแม่บ้านใหญ่และเพื่อนสนิทของคุณหญิงทับทิม ต้องเตือนมนไทให้อยู่ห่างๆ ลักขณา แต่มนไทไม่ได้สนใจ เพราะเขาคิดกับลักขณาแค่พี่น้องวันหนึ่งวิยะดาขับรถชนยายเทียมถึงแก่ความตาย ทำให้ครอบครัวเวทย์และวิมลรับปี่ไปอุปการะ และตั้งชื่อให้ใหม่ว่าปิยะฉัตร แต่ปี่ก็ยังเป็นเพียงเด็กรับใช้ในบ้านมีเพียง วิภาวรรณ(แอริน ยุกตะทัต) น้องสาวของวิยะดาคนเดียวที่สงสารปี่ วันที่มนไทจะเดินทางไปเรียนต่อ ปี่วิ่งตามไปมอบผ้าเช็ดหน้าปักชื่อมนไทให้เป็นของขวัญ มนไทจึงหยิบเอาดอกอโศกที่ร่วงกับพื้นส่งให้ปี่เป็นของตอบแทน หลังจากนั้นเวทย์ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการที่เชียงใหม่ ทำให้ปี่ต้องย้ายตามไปด้วย ส่วนบ้านมหัทธเวศน์ก็เงียบเหงา เพราะความสัมพันธ์ของแม่ลูกเกิดแตกหัก คุณหญิงทับทิมเอาแต่นั่งร้องไห้เสียใจผสมกับความอาลัยคิดถึงที่ลูกชายไปเรียนต่อเมืองนอก ละครเงาอโศก หลายปีต่อมา ปี่(เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) ซึ่งเติบโตเป็นสาวสวย และมนไทก็เรียนจบ จึงส่งข่าวมาบอก เกื้อ(จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม) ลูกพี่ลูกน้องและเป็นหมอประจำตัวคุณหญิงว่ายังไม่กลับเมืองไทย จนกว่าจะมีพร้อมทุกอย่างแล้วกลับไปแต่งงานกับวิยะดาเท่านั้น ทางด้านวิยะดากลายเป็นสาวเปรี้ยวที่สุดในเชียงใหม่ เธอลืมมนไทไปหมดแล้ว และมีเป้าหมายจะจับพ่อเลี้ยง พงศ์อินทร์(ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ในขณะที่มนไทยังเขียนจดหมายรักมาหาวิยะดาอยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่าปี่เป็นคนคอยตอบจดหมายแทนในนามของวิยะดา แล้วยังมีผ้าพันคอเสื้อไหมพรมที่เกิดจากฝีมือของปี่ส่งไปให้มนไท วิยะดาคอยตามตื้อพงศ์อินทร์ไม่ลดละ แต่พงศ์อินทร์ไม่สนใจเพราะในใจของเขามีแต่ แม้นวาด(รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์) คนรักเก่า พงศ์อินทร์สนิทสนมกับปี่ เพราะรู้เรื่องของเขากับแม้นวาดดี วิยะดาหมั่นไส้ที่พงษ์อินทร์สนใจปี่มากกว่าเธอจึงคิดหาทางกำจัดปี่ พอดีกับที่คุณเจียรเขียนมาขอตัววิยะดาให้ไปดูแลคุณหญิงทับทิมที่อาการทรุดหนัก วิภาวรรณเลยเสนอให้คุณวิมลส่งปี่ไปแทนวิยะดา ละครเงาอโศก คุณวิมลเห็นดีเห็นงาม เพราะไม่อยากให้ลูกสาวต้องไปลำบาก ปี่จึงได้เดินทางกลับไปบ้านมหัทธเวศน์อีกครั้งคุณหญิงจำปี่ไม่ได้และเรียกปี่เป็นวิยะดาทุกคำ คุณเจียรจึงให้ปี่รับว่าเป็นวิยะดาไป เพื่อสุขภาพของคุณหญิง ปี่ยอมทำตามด้วยความสงสาร และเฝ้าดูแลคุณหญิงอย่างเอาใจใส่ เกื้อจึงพลอยเข้าใจผิดไปด้วยว่าปี่คือวิยะดา จึงรีบไปบอกมนไทว่าวิยะดามาคอยดูแลคุณหญิงที่ป่วยหนักจนอาการดีขึ้น ทำให้มนไทยิ่งซาบซึ้งในความดีของวิยะดา เขาตัดสินใจกลับเมืองไทยทันที เพื่อไปหาผู้หญิงแสนดีของเขา แต่แล้วเขากลับได้เจอหน้าปี่ มนไทโกรธมากที่ปี่แอบอ้างเป็นวิยะดา แม้คุณเจียรจะบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดของคุณหญิงเอง และสาเหตุที่ปี่ต้องมาดูแลคุณหญิง ก็เพราะวิยะดาไม่ยอมมา แต่มนไทก็ยังไม่เชื่อ คุณหญิงดีใจมากที่มนไทกลับมา จึงอยากให้มนไทกับวิยะดาแต่งงานกัน ยิ่งทำให้มนไทเข้าใจผิดคิดว่าปี่ฉวยโอกาสที่จะได้แต่งงานกับเขา เรื่องราวความรักของปี่กับมนไทจะลงเอยอย่างไร? ติดตามชมได้ใน ละคร เงาอโศก เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 7 กันยายนนี้ ทางช่องวัน31 ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก

ละครตะวันยอแสง  , เรื่องย่อตะวันยอแสง
ละครตะวันยอแสง /  ละครตะวันยอแสง ช่อง3 / 

ตะวันยอแสง บทประพันธ์โดย : เสนีย์ บุษปะเกศบทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศกำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์ผลิตโดย : บริษัท มหานิยมชมชอบ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพาณิชออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครตะวันยอแสง ตะวัน อาศัยอยู่ในเรือกระแชงกับนางสาย ผู้เป็นแม่ และ คร้าว พ่อเลี้ยงขี้เมา ยังชีพด้วยการรับจ้างบรรทุกรำข้าว หรือสินค้าที่ต้องล่องตามต่างจังหวัด โดยมีเพื่อนบ้านสนิทสนมกันอย่าง เด็กชายเอี้ยง อาศัยอยู่ในเรือกระแชงอีกลำกับแม่ สาย กลับมาเล่าให้ ตะวัน ฟังว่าต้องบรรทุกรำไปส่งที่เรือนแพ คลองบางหลวง ท่าทางทุกข์และกังวลใจของสายทำให้ตะวันผิดสังเกต สายอ้างว่าไม่อยากไปที่คลองบางหลวง เพราะ อินตา พ่อของตะวันเคยก่อเรื่องไว้ ความจริงที่อินตาต้องติดคุกโทษฐานฆ่าคนตาย เพราะถูกผันลูกกำนันโกง อินตาขอให้สายปิดบังตะวัน ไม่ให้รู้เรื่องเขาติดคุก ทำให้สายต้องพรากจากอินตา และตัดสินใจผิดมาอยู่กับคร้าว สามีขี้เหล้าและนักพนันตัวยง เรือของตะวัน กับ เอี้ยง จอดรอส่งรำอยู่ตรงท่าน้ำใกล้ ๆ กับเรือนแพ และคฤหาสน์หลังหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ห้ามจอดเรือ ทำให้ตะวันมีเรื่องกับ นเรนทร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านต้น เจ้าของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน พริ้มเพรา ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของนเรนทร์ นเรนทร์ไม่พอใจ จะเอาเรื่องตะวัน แต่ศักดิ์รพีหรือคุณเล็ก เข้ามาห้าม เพราะรู้ว่านเรนทร์ทำร้ายตะวันก่อน ศักดิ์ระพี นึกชื่นชมในคำพูดฉะฉานของตะวัน และแปลกใจที่ตะวัน ดูไม่เหมือนชาวเรือทั่วไป สายเข้ามาขอโทษศักดิ์ระพีกับพริ้มเพรา แล้วรีบพาตะวันลงเรือกลับ คุณใหญ่ ภรรยาหลวงของท่านต้น ผู้เป็นพี่สาวของศักดิ์รพี ตามมาถึงท่าน้ำ ต้องตกใจ เมื่อได้เจอตะวัน และเผลอทักตะวันว่าดวงพร คุณใหญ่เล่าให้ท่านต้นฟัง ว่าได้เจอกับตะวัน เด็กหญิงผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายดวงพร ท่านต้นค้านว่าดวงพรตายไป 12 ปีแล้ว ไม่มีทางที่ตะวันจะเหมือนดวงพรได้เลย ท่านต้น และ คุณใหญ่ นึกย้อนไปสิบสองปีก่อน วันที่คุณใหญ่รับอุปการะ พริ้มเพรากับดวงพร ลูกสาวของสอิ้งเพื่อนคุณใหญ่ ความน่ารัก และจิตใจดีของดวงพร ทำให้ท่านต้นและคุณใหญ่ รักและเอ็นดู ผิดกับพริ้มเพรา พี่สาวผู้มีนิสัยเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ขี้อิจฉาริษยาน้องสาว มักสร้างความรำคาญและเบื่อหน่ายให้กับท่านต้นและคุณใหญ่เสมอ ละครตะวันยอแสง ดวงพร สร้างความถูกใจให้กับท่านต้นมากขึ้น จนท่านต้นถึงกับออกปาก ขอดวงพรเป็นภรรยาน้อยคนที่สามกับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจยกดวงพรให้ท่านต้น เพียงขอให้ท่านต้น ยกย่องดวงพรและดูแลมากกว่าภรรยาน้อยคนอื่น เมื่อดวงพรกลายเป็นภรรยาของท่านต้น คุณใหญ่จึงยกเรือนแพริมน้ำให้ดวงพร ในฐานะคุณน้อยของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ พริ้มเพราอิจฉาดวงพร จึงหาทางทอดสะพานให้ท่านต้นบ้าง แต่ท่านต้นไม่สนใจ เพราะไม่เคยนึกชอบพริ้มเพราเลยสักครั้ง เมื่อดวงพรเริ่มตั้งท้อง พริ้มเพราคอยเฝ้าภาวนาให้ดวงพรได้ลูกชาย เพราะหวังจะได้เป็นป้าแท้ ๆ ของทายาทเพียงคนเดียวในคฤหาสน์เดชาบดินทร์ เนื่องจากท่านต้นมีแต่ลูกสาว ไม่เคยมีลูกชายไว้สืบสกุลเลยสักคน คืนที่ดวงพรเจ็บท้องคลอด ท่านต้นออกไปธุระต่างจังหวัด คุณใหญ่ไปค้างบ้านสวน มีเพียงพริ้มเพราคอยจัดแจงเรียกคนไปตามละม่อม หมอตำแย มาทำคลอดให้ดวงพร ขณะเดียวกันนั้น อินตาก็พาเรือกระแชงมาจอดท่าเรือนแพ เพื่อขอร้องพริ้มเพราให้ละม่อมช่วยทำคลอดให้สายเมียของเขาเช่นกัน ดวงพรคลอดลูกยาก ละม่อมจึงต้องไปทำคลอดให้สายก่อน สายคลอดลูกชายระหว่างที่ละม่อมกำลังจะอาบน้ำให้เด็กชาย พริ้มเพราผลุนผลันเข้ามาตามละม่อม ให้ไปทำคลอดดวงพรอีกคน ดวงพรได้ลูกผู้หญิง สร้างความผิดหวังให้กับพริ้มเพรามาก เพราะเท่ากับว่ามรดกทุกอย่างของท่านต้นกำลังหลุดลอยไป เมื่อพริ้มเพราเห็นว่าดวงพรเพลีย และเลือดออกมากหลังจากคลอด มีสิทธิ์ที่จะไม่รอด จึงรีบเอาเด็กหญิงมาให้ดวงพรดูผ่าน ๆ แล้วหลอกใช้ซ้อน ซึ่งหลงรักเธอมานาน เป็นเครื่องมือช่วยเอาเงินปิดปากละม่อม ให้บอกทุกคนว่าดวงพรคลอดลูกชาย ขอสลับตัวลูกสาวของดวงพรกับลูกชายของสาย ทั้งอินตาและสายยินยอม เพราะอยากให้ลูกตนเองได้อยู่อย่างสุขสบาย ตามที่พริ้มเพราเกลี้ยกล่อม เมื่อคุณใหญ่ทราบข่าวการคลอดลูกของดวงพร จึงรีบกลับมาด้วยความเป็นห่วง ดวงพรทรุดหนักเพราะตกเลือดมาก ขอดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย พริ้มเพราพาเด็กชายมาให้ดู แต่ดวงพรกลับตกใจ เมื่อพริ้มเพราพาเด็กชายออกไป ดวงพรคอยย้ำกับคุณใหญ่ว่าลูกของเธอ มีปานแดงรูปหัวใจเหนือหน้าอกด้านซ้าย จากนั้นจึงสิ้นลม คุณใหญ่ และ ท่านต้น เศร้าเสียใจกับการจากไปของดวงพร จนลืมเรื่องที่ดวงพรสั่งเสีย เด็กชายถูกมอบให้อยู่ในความดูแลของพริ้มเพรา และเมื่อทุกคนในเดชาบดินทร์ เข้าใจว่าเด็กชายนเรนทร์ คือทายาทที่แท้จริงของท่านต้น คุณใหญ่จึงตัดสินใจ ทำพินัยกรรม มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับลูกชายของดวงพร ละครตะวันยอแสง ซ้อนไปตามหาสายที่เรือ แต่สายหลบหน้า ทำให้ตะวันสงสัย สายอ้างว่าซ้อนอาจมาเอาเรื่องที่ตะวันทำร้ายนเรนทร์ นเรนทร์มาขอเงินพริ้มเพรา ออกไปเที่ยวงานวัดประยูรกับ กลุ่มเพื่อนจอมเกเร ตะวันต้องอยู่เฝ้าเรือกับเอี้ยงที่ท่าน้ำวัดกัลยา เจอนเรนทร์พาท่านต้นขับเรือยนต์เล่นบริเวณนั้น นเรนทร์ประมาทจนเรือพลิกคว่ำ ท่านต้นตกน้ำใกล้จมเพราะไม่มีแรง ตะวันกับเอี้ยงจึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาบนเรือ ส่วนนเรนทร์ไม่เป็นอะไร เกาะแพเรือลอยน้ำไปอย่างปลอดภัยฟังน้ำเสียงช่างเจรจา กล้าพูดของตะวัน ทำให้ท่านต้น นึกถูกใจเด็กหญิงตะวันอย่างแปลกประหลาด พาลให้นึกถึงดวงพรอีกครั้ง ท่านต้นขอให้ตะวันไปหาที่คฤหาสน์อีกวัน แต่ตะวันไม่กล้าไป เพราะสายกำชับไม่ให้เข้าไปคลองบางหลวงอีกท่านต้นจึงบอกว่าจะกลับมาหาตะวันด้วยตัวเอง ท่านต้นกลับมา สั่งรื้อป้ายห้ามจอดเรือทุกอันออก เพราะซาบซึ้งน้ำใจจากชาวเรือของเด็กหญิงตะวัน ทำให้เขาตาสว่าง เลิกแบ่งชั้นกับคนอื่นอีกต่อไป คร้าวบังคับเอาเงินและทำร้ายตะวัน สายเข้ามาช่วย จึงแทงคร้าวตาย จากนั้นจึงเอาจดหมายกับเงินก้อนหนึ่ง ให้ตะวันหนีไปหาพริ้มกับซ้อนที่เรือนแพ ในคลองบางหลวง เอี้ยงขอติดตามตะวันไปด้วย เพราะไม่อยากอยู่กับพ่อเลี้ยงใจร้าย ส่วนสายรอมอบตัวกับตำรวจอยู่ที่เรือท่านต้นป่วยหนัก ตรอมใจที่ตามหาตะวันไม่เจอ ระหว่างเดินทางมาคลองหลวง ตะวัน กับ เอี้ยง ถูกล้วงกระเป๋าจนไม่มีเงินติดตัว จดหมายของสายก็หายไป ทั้งสองต้องระหกระเหินเร่ร่อนมาถึงท่าน้ำเรือนแพ แต่เห็นผู้คนวุ่นวายกับงานศพของท่านต้น จึงไม่กล้าเข้าไป นเรนทร์ขับเรือยนต์เล่นกับเชิด เพื่อนสนิท เห็นตะวัน จึงตั้งใจขับเรือชน แต่เอี้ยงเอาหนังสติ๊กยิงใส่เบ้าตานเรนทร์ ทำให้เรือนเรนทร์ชนเข้ากับเรือโยง ตะวันกับเอี้ยงกลัวความผิด จึงรีบหนีไป คุณใหญ่ต่อว่านเรนทร์เรื่องขับเรือไปชน แต่พอรู้เรื่องจากเชิดว่าคนที่มีเรื่องด้วยคือตะวัน ก็ตกใจมาก รีบให้ซ้อนไปตามหาตัวมา โชคชะตาทำให้ตะวันกับเอี้ยง มาขออาศัยอยู่ในตึกของศักดิ์ระพี ตะวันแอบได้ยินคุณใหญ่และศักดิ์ระพีคุยกัน ว่าต้องการตัวเด็กตะวัน ทำให้ตะวันกลัวความผิด คิดว่าคุณใหญ่จะเอาเรื่องที่ทำร้ายนเรนทร์ จึงพาเอี้ยงหนีไปตะวัน คลาดกันกับศักดิ์ระพีและคุณใหญ่ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนหนีมาอยู่วัด เจอศาลาตั้งศพของท่านต้น เหมือนมีบางอย่างดลใจ ให้ตะวันเข้าไปเคารพศพท่านต้น และรู้สึกหดหู่ เมื่อท่านต้นจากไปแล้ว พริ้มเพราถามเรื่องพินัยกรรมจากคุณใหญ่ ทำให้รู้ว่า พินัยกรรมถูกเขียนขึ้นใหม่อีกหนึ่งฉบับ และจะถูกเปิดเผยเมื่อนเรนทร์ อายุ 21 ปี ละม่อมเดือดร้อนหนัก มาขอเงินพริ้มเพราเพิ่ม พริ้มเพรารับปากว่าจะหาให้ เพราะกลัวละม่อมเปิดโปงความจริง ตะวันตัดสินใจตัดผมสั้น ปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชาย เพื่อไม่ให้คนจำได้ ส่วนเอี้ยงก็ปลอมตัวเช่นกัน ละครตะวันยอแสง โชคชะตาเล่นตลกอีกครั้ง เมื่อศักดิ์รพีเกือบขับรถชนตะวัน ตะวันตกใจจนเป็นลม ศักดิ์ระพีจำเด็กทั้งสองไม่ได้ แต่รู้ว่าตะวันเป็นเด็กผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย เขาพาตะวันกับเอี้ยง ไปอยู่บ้านร่มรื่น หลังจากฟื้น ตะวันหลอกศักดิ์รพีว่าชื่อ ยอแสง เป็นพี่น้องกับเอี้ยง หนีออกจากบ้านเพราะถูกพ่อเลี้ยงทารุณ ศักดิ์ระพีสงสาร จึงรับอุปการะทั้งสอง และหวังส่งเสียให้เรียนสูง ๆ ต่อไป พร้อมมิตร ลูกสาวภรรยาน้อยอีกคนของท่านต้น ซึ่งแอบหลงรักศักดิ์ระพีมานานมาหาชายหนุ่มที่บ้าน จนมีเรื่องกับตะวันและเอี้ยง จนศักดิ์ระพีต้องเข้ามาห้าม ศักดิ์ระพีพาตะวัน หรือ ยอแสง กับเอี้ยง ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น นพดล ไปเข้าโรงเรียนประจำเดียวกับนเรนทร์ เอี้ยงและยอแสงจึงรู้จักกับ ธาดา นักเรียนรุ่นพี่ที่เป็นทั้งนักกีฬา และนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน หลายครั้งที่มีเรื่องกับนเรนทร์ ธาดาจะคอยเข้ามาช่วยและรับผิดแทนทุกครั้ง ทำให้ยอแสงกับเอี้ยง ซาบซึ้งน้ำใจจนสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว และยังมีบารมี เพื่อนบ้านของศักดิ์ระพี ที่พาใจบุญมาหาเล็กถึงที่บ้าน หวังจะให้ใจบุญผูกสัมพันธ์กับเล็ก แต่ใจบุญกลับไปเล่นสนุกกับตะวันและเอี้ยง จนทำให้บารมีหัวเสีย ที่ใจบุญไปเกลือกกลั้ว กับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ซ้อน สืบเรื่องราวจนรู้ว่าสายติดคุก และเป็นบ้า สายถูกส่งตัวไปอยู่โรงพยาบาลโรคจิต เหลือไว้แต่เรือกระแชง ผูกทิ้งไว้ท้ายสถานีตำรวจพร้อมมิตรมาขอยืมรถศักดิ์ระพีไปเที่ยวกับเพื่อน แกล้งใช้ให้ยอแสงขัดรองเท้าให้ ยอแสงกับเอี้ยง จึงเอาคืนด้วยการใช้แปรงลวดขัดรองเท้าพัง พร้อมมิตรโกรธมาก ตบหน้าตะวัน ละม่อมมาหาพริ้มเพราอีกครั้ง เพื่อขอเงิน พริ้มเพราขู่ละม่อมว่าหากบอกความจริงกับใคร ละม่อมจะต้องติดคุกตะวัน หรือ ยอแสง เอารูปที่ไปขอแม่ค้ามาถ่ายด้วย ให้ศักดิ์ระพีดู ทำให้ศักดิ์ระพีเชื่อว่ายอแสง กับ เอี้ยงเป็นพี่น้องกัน และเป็นลูกของคนในรูป จนไม่ติดใจเรื่องยอแสง เหมือนกับเด็กตะวัน ศักดิ์ระพีกับยอแสงมีเรื่องผิดใจกัน ยอแสงเสียใจที่ทำให้ศักดิ์ระพีโกรธ จึงชวนเอี้ยงหนีออกจากบ้าน เร่ร่อนไปถึงอยุธยาอย่างไร้จุดหมาย ศักดิ์รพีตามหายอแสงจนเจอ แล้วพาตัวกลับ ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน ทำให้ยอแสงรู้ว่าศักดิ์ระพีเป็นห่วงตัวเองมากแค่ไหน จึงออกปากเรียกศักดิ์รพีอย่างสนิทสนมว่า อาเล็ก เหมือนเช่นหลานคนอื่น ๆ เรียกกัน ศักดิ์ระพีออกไปเที่ยวกับพร้อมมิตร ใช้ให้ยอแสงกับเอี้ยงอยู่เฝ้าบ้าน อินตากับไอ้โหด แหกคุกหนีมาหลบอยู่บ้านศักดิ์ระพี หวังจับตัวยอแสงเป็นตัวประกัน ยอแสงเห็นอินตาไม่ถนัดนัก เพราะถูกจับในความมืด อินตารู้ว่ายอแสงคือตะวัน จึงคัดค้านไม่ให้ไอ้โหดเอาตัวตะวันไป ไอ้โหดไม่ยอม อินตาจำต้องฆ่าไอ้โหดเพื่อปกป้องยอแสง หรือ ตะวันลูกสาวของเขาศักดิ์ระพีขอบคุณอินตาที่ช่วยยอแสง อินตาหลอกว่าชื่ออิน แต่ไม่ยอมบอกความจริงอะไร เพราะอยากให้ยอแสงได้อยู่อย่างสบาย ศักดิ์ระพีสัญญาว่า หากอินตาพ้นโทษกลับมาอีกครั้ง เขายินดีช่วยเหลืออินตาทุกอย่างยอแสงเคยดูแลคุณใหญ่ เมื่อครั้งมาหาศักดิ์ระพี พอยอแสงไม่สบาย คุณใหญ่จึงมาอยู่ดูแลยอแสงบ้าง ทำให้ยอแสงซาบซึ้งในความกรุณาและความอบอุ่นที่คุณใหญ่มีให้ ละครตะวันยอแสง ศักดิ์ระพีจะไปเรียนต่อเมืองนอก จึงฝากฝังยอแสง กับ เอี้ยง ไว้กับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจรับฝาก เพราะอยากได้ยอแสงมาอยู่ด้วย คุณใหญ่เกลี้ยกล่อมจนยอแสงยอมมาอยู่ด้วยในที่สุด วันเดินทางของศักดิ์ระพีมาถึง พร้อมมิตรร้องไห้ และสารภาพความในใจกับศักดิ์ระพีวันนั้น ว่าเธอรักเขามานานแล้ว แต่ศักดิ์ระพี ไม่ได้ตอบรับความรู้สึกพร้อมมิตร เพราะในใจเขามียอแสงอยู่แล้ว ศักดิ์รพีกับยอแสง จึงจากกันด้วยความเศร้า เมื่อเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์เรือนแพ ยอแสงกับนพดล ถูกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใส กลั่นแกล้งสารพัด โดยมีพริ้มเพราเป็นคนให้ท้าย แต่ทั้งคู่ก็พยายามอดทน เพราะเห็นแก่ความดีของคุณใหญ่ จิตรใสและนเรนทร์ ยังคงเรียนซ้ำชั้นอยู่ระดับมัธยม เอี้ยงหรือนพดล สอบเข้านายร้อยตำรวจได้ ส่วนตะวันเรียนอักษรศาสตร์ หวังสอบเข้าคุรุศาสตร์ จบมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ศักดิ์ระพีส่งชุดนอนสีชมพูกับจดหมาย เป็นของขวัญให้ยอแสง จนพร้อมมิตรแอบเอามีดกรีดชุดนอนของยอแสงทิ้ง และขโมยจดหมายของศักดิ์ระพีไปทำลาย ทำให้ยอแสงน้อยใจคิดว่าศักดิ์รพีไม่เคยคิดถึงตนเอง ยอแสง กับเพื่อนรักชื่อ ใจบุญ ไปเดินซื้อของด้วยกัน เจอกับนพดล และธาดาโดยบังเอิญ ทั้งสี่นั่งพูดคุยกัน จนรู้ว่าธาดาใกล้จะเรียนจบแพทย์แล้ว เขาพูดความรู้สึกในใจเป็นนัยกับยอแสง แต่ยอแสงไม่ได้สนใจ อินตาตามเฝ้าดูพริ้มและซ้อน จึงรู้ว่าพริ้มจับตัวสายไป แล้วอินตาก็ไปช่วยสายออกมาจนได้ นเรนทร์พูดจาดูถูกคนเรือจน ๆ อย่างอินตา โดยที่ไม่รู้ว่าอินตาคือพ่อของตน จนอินตาต้องรีบหนีไป เพราะกลัวพริ้มจำหน้าเขาได้ นเรนทร์ พร้อมมิต จิตรใส รวมหัวกันแกลังตะวัน พอตะวันไปเอาคืน ทุกคนก็โกรธตะวัน ตะวันเอาไม้เรียว มาให้คุณใหญ่เฆี่ยน เพราะรู้ตัวว่าผิด พริ้มได้ที เป็นคนเฆี่ยนเสียเองจนไม้หัก ใหญ่สงสารตะวันแต่พูดไม่ออก ตะวันบอกจะอดทนเพื่อรอเล็กกลับมา ใหญ่มาเยี่ยมตะวันที่เรือนแพ ด้วยความสงสาร พร้อมมิตรเขียนจดหมายหาเล็ก ใส่ความว่าตะวันมีหนุ่ม มารุมจีบ จนทำให้เล็กเริ่มเครียด ส่วนเอี้ยงก็เห็นใจบุญเขียนจดหมายหาเล็ก รู้ว่าใจบุญแอบรักเล็ก ซึ่งตนเองไม่อาจเทียบกับอาเล็กได้ นึกน้อยใจ บอกจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวใจบุญอีก นเรนทร์ขโมยเงินใหญ่ และพยายามใส่ร้ายตะวันอีก เอี้ยงมาเจอ จึงชกต่อยกัน อินตาเข้าช่วยเอี้ยง สู้กับนเรนทร์ พอเติมเรียกชื่อนเรนทร์เลยทำให้อินตารู้ว่านเรนทร์คือลูกชายตนเอง ตะวันเอายามาทาให้อินตา อินตาถามเรื่องนเรนทร์กับตะวัน จึงรู้ว่าลูกของตนเองเป็นคนไม่ดี รู้สึกถึงเวรกรรมที่ตนเองทำไว้ นึกเศร้าใจเล็กเขียนจดหมายบอกใหญ่ ว่าจะกลับมาวันเสาร์นี้ พร้อมมิตรดีใจ จัดเลี้ยงใหญ่โต บอกว่าตรงกับวันเกิดตนเองพอดี เติมไปรับเล็ก เล็กสั่งให้เติมไปที่บ้านเดชาบดินทร์ เพราะในใจคิดถึงยอแสงมาก ละครตะวันยอแสง เอี้ยงใส่ชุดนักเรียนนายร้อยมารับใจบุญไปงานเลี้ยงต้อนรับเล็กอย่างเต็มยศ แต่บารมีก็ยังพูดจาดูถูกเอี้ยงเช่นเคย เล็กมาถึงงาน พร้อมมิตร จิตรใส รีบออกมารับหน้า คุณใหญ่ดีใจมากที่เล็กกลับมา แต่ตะวันไม่กล้าสู้หน้าเล็ก เพราะคิดว่าเล็กไม่เขียนจดหมายหาเธอเลย จนธาดา ต้องบังคับให้ตะวันออกไปเล็กซื้อของมาฝากทุกคน แต่ไม่มีของตะวัน ตะวันเสียใจ วิ่งร้องไห้ ไปที่เรือนแพ อินตา เอาเศษจดหมายที่เล็กเขียนถึงแต่ถูกพร้อมฉีกเสียก่อน ตะวันจึงรู้ว่าเข้าใจเล็กผิด ตะวันรีบให้อินตาพายเรือไปส่งที่บ้านเล็ก เล็กดีใจที่ได้พบตะวันที่โตเป็นสาว และสวยมาก ตอนแรกเล็กยังโกรธที่ตะวันไม่ยอมไปพบตน แต่พอตะวันสารภาพว่าเข้าใจผิดเรื่องจดหมาย พร้อมทั้งนำจดหมายที่ถูกฉีกขาดมาให้เล็กดู ทำให้ทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งคู่พูดคุย อ่านจดหมายให้กันและกันฟังอย่างมีความสุขพริ้มวางยาคุณใหญ่ แล้วใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือตะวัน พอดีเล็กมาส่งตะวันที่บ้าน จึงพาคุณใหญ่ไปโรงพยาบาล ส่วนตะวันกับเอี้ยงถูกพวกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใสทำร้าย ตะวันต้องออกจากบ้านไปในทันที ตะวันสั่งให้เอี้ยงอยู่ดูแลคุณใหญ่ แล้วตะวันก็จากไป เอี้ยงเสียใจมาก นเรนทร์เห็นพริ้มกำลังจะวางยา จึงตัดสินใจ เอายาพิษไปใส่ในหม้อยาสมุนไพร ที่ตะวันต้มอยู่ โดยตะวันไม่ทันสังเกต นเรนทร์บอกเขาแค้นที่คุณใหญ่ คิดจะยกสมบัติให้ยอแสง จึงต้องลงมือเอง ตะวันถูกพร้อมมิตรไล่ออกจากบ้าน พอเล็กรู้ก็รีบไปตามหา แต่ธาดาพบยอแสงก่อน จึงพาไปอยู่ที่บ้าน นเรนทร์ทำตัวเป็นเจ้าของบ้าน ขึ้นไปอยู่ห้องคุณใหญ่ และตบตี พร้อมมิตรกับจิตรใส จนซ้อนต้องเข้ามาช่วย คุณใหญ่ยังไม่ฟื้น เล็กอยากให้เธอตื่นขึ้นมายืนยันความบริสุทธิ์กับตะวันโดยเร็ว ตะวันไปเยี่ยมคุณใหญ่ที่รพ. เจอพริ้ม พริ้มไม่ยอมให้เยี่ยม ซ้ำยังทำร้ายตะวันอีก ธาดามาช่วยไว้ทัน เล็กมาเห็นพอดี รู้ว่าธาดาช่วยตะวันไว้ นึกหวงและน้อยใจตะวัน ตะวันร้องไห้เสียใจ ได้ยินอินตาเป่าขลุ่ยเพลงสาลิกาชมเดือน นึกถึงพ่อและแม่ ตะวันจึงร้องไห้ออกมา นเรนทร์เมายา เพื่อนจะเอาเงินกับทองไป อินตามาเห็นช่วยเอาไว้ แล้วพานนเรนทร์ที่ยังไม่ได้สติ ไปหาสาย สายดีใจมาก ร้องเพลงกล่อมให้นเรนทร์ฟัง แต่พอนเรนทร์ฟื้นก็โวยวาย ด่าทออินตาและสาย อินตาเสียใจมาก นเรนทร์กลับมาบ้าน ได้ยิน ละม่อมมาขอเงินพริ้ม แล้วพูดเรื่องที่สลับเด็กกัน นเรนทร์คาดคั้นเอาความจริงกับพริ้ม จนพริ้มต้องบอกกว่า นเรนทร์เป็นลูกชาวเรือ ส่วนลูกสาวตัวจริงหายสาบสูญไป คนที่รู้ความลับคือละม่อม กับซ้อนเท่านั้น นเรนทร์รับไม่ได้ คลั่งแทบเสียสติ นเรนทร์กลัวความลับเปิดเผยจึงฆ่าละม่อมตาย นเรนทร์กับพริ้ม ขายข้าวของในบ้าน หวังเอาเงินมาใช้จ่าย เพราะยังเปิดพินัยกรรมไม่ได้ คุณใหญ่ฟื้นขึ้นมา และกลับบ้านพอดี พริ้มกับนเรนทร์ตกใจ พร้อมมิตรกับจิตรใสดีใจมากที่มีคุณใหญ่กลับมาปกป้องพวกเธอจากนเรนทร์ คุณใหญ่สั่งให้ขนข้าวของนเรนทร์ออกจากห้องเธอ แล้วให้เล็กพาไปหาตะวัน แล้วพาตะวันกับเอี้ยงกลับไปเดชาบดินทร์บอกต่อหน้าทุกคน ว่ารับตะวันเป็นลูกบุญธรรม พร้อมทั้งยกทรัพย์สมบัติในส่วนของตนให้กับตะวัน นเรนทร์เข้าไปปลุกปล้ำตะวัน แต่เล็กมาช่วยไว้ทัน ซ้ำร้ายนเรนทร์ยังผลักคุณใหญ่ตกน้ำ ดีที่อินตามาช่วยทัน คุณใหญ่เลยรอดมาได้ ละครตะวันยอแสง คุณใหญ่ไม่ยอมให้ตะวันลงไปอยู่ที่เรือนแพ เกรงจะมีอันตราย นเรนทร์เอามีดแทง เพื่อฆ่าปิดปากซ้อนอีกคน แล้วซ้อนก็ตกน้ำหายไป อินตามาเจอเข้าพอดี บอกจะรับผิดแทนนเรนทร์ สารภาพว่านเรนทร์คือลูกชายตน นเรนทร์คลั่ง ไม่อยากเชื่อ แล้วอินตาก็แย่งมีดไป แล้ววิ่งลงเรือ พาแม่สายหนีไป เล็กเริ่มสงสัย ความไม่ปรกติภายในเดชาบดินทร์สามปีผ่านไป เอี้ยงกำลังจะได้ติดยศนายร้อย ส่วนตะวันก็กำลังจะรับปริญญา คุณใหญ่ บอกจะจัดงานให้เด็กทั้งสองคน ในวันรับปริญญาของตะวัน บรรยากาศ เต็มไปด้วยความสุข บารมีพยายามยัดเยียดใจบุญให้กับเล็ก เล็กจึงไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปกับตะวัน เอี้ยงก็น้อยใจที่ใจบุญอยู่กับเล็ก อินตารู้ข่าว พาสายมายินดีกับตะวันด้วย แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวตะวันจะอาย ตะวันเข้าไปกราบพระคิดถึงพ่อกับแม่ อินตากับสายร้องไห้ด้วยความดีใจ ที่งานเลี้ยง นเรนทร์หมั่นไส้ ที่เอี้ยงกับตะวัน ได้ดิบได้ดี จึงหาทางแกล้ง เล็กให้แหวนเป็นของขวัญตะวัน ตะวันเข้าใจผิดคิดว่าจะให้แหวนไปหมั้นกับธาดา จึงโยนแหวนทิ้ง คุณใหญ่เดินมาเก็บได้พอดี จำได้ว่าเป็นแหวนประจำตระกูล จึงรู้ว่าเล็กมีใจให้กับตะวัน ตะวันเองก็อึ้งไป รู้สึกผิดที่เข้าใจผิดเล็ก บารมีต่อว่าเอี้ยงที่มายุ่งเกี่ยวกับใจบุญ คุณใหญ่เห็นสงสารเอี้ยง เข้าไปช่วยให้เอี้ยงคุกเข่าสัญญาว่าจะรักใจบุญตลอดไป แต่บารมีก็ยังไม่พอใจ เอาตัวลูกสาวกลับไปทันทีตะวันไปหาเล็กที่บ้านร่มรื่น ทั้งสองคืนดีกัน เล็กสวมแหวนหมั้นให้ บอกว่าจะรอจนกว่าตะวันอายุครบยี่สิบเอ็ดปี แล้วจะมาคุยกันอีกที พร้อมมิตรทนไม่ได้ที่ต้องเสียเล็กไป วางแผนวางยานอนหลับให้เล็กกิน แล้วพาเข้าโรงแรม แล้วบอกกับคุณใหญ่ ตะวัน และทุกคน ว่ามีความสัมพันธ์กับเล็กแล้ว แต่บังเอิญจิตรใสเห็นเข้าเสียก่อน จึงเป็นพยานให้เล็กว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณใหญ่ไล่พร้อมมิตร และจิตรใสออกจากบ้าน ส่งทั้งสองไปอยู่บ้านท้ายสวนแทน และให้ช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง เพื่อเป็นการดัดนิสัย ธาดา ไปดูพร้อมมิตรและจิตรใสที่บ้านท้ายสวน บอกว่ารับคำสั่งมาจากเล็ก ธาดาให้ทั้งสอง ถูบ้าน ขุดดิน ปลูกผัก เขาอดสงสารหญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร ธาดาเรียนจบหมอ จึงมาหาคุณใหญ่กับเล็ก ขออนุญาตมาสู่ขอตะวัน เล็กต้องปล่อยเลยตามเลย ให้เป็นไปตามการตัดสินใจของตะวัน แต่ตะวันปฎิเสธธาดาเล็กกลับมาเยี่ยมบ้านร่มรื่น ใจบุญ จึงขอติดรถไปหาตะวันที่บ้านเดชาบดินทร์ ระหว่างทางฝนตกหนัก แถมรถของเล็กเกิดมาเสียกะทันหัน เล็กกับใจบุญต้องไปหลบอยู่ในกระท่อมกลางทาง บารมีตามมาพบ บอกให้เล็กรับผิดชอบต่อใจบุญ เพราะเกรงจะเกิดเรื่องเสื่อมเสีย ถึงแม้เล็กกับใจบุญ จะบอกว่าไม่มีอะไรเกินเลยก็ตาม แต่บารมีไม่ยอมฟัง เพราะตั้งใจจับคู่เล็กกับใจบุญอยู่แล้ว เอี้ยงและตะวัน แอบเสียใจด้วยกันทั้งคู่ ตะวันให้กำลังใจเล็ก และเธอบอกว่าเชื่อใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเล็ก ทำให้เล็กรู้สึกดีขึ้นมาก ละครตะวันยอแสง อินตาเห็นนเรนทร์ติดยางอมแงม เขาจึงพานเรนทร์กลับไปอยู่ที่เรือ พร้อมกับสาย แรก ๆ นเรนทร์ไม่ยินยอม ต่อว่าสายและอินตาอยู่บ่อย ๆ แต่พอได้รับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองมีให้ เริ่มลังเล และยอมรับอินตากับสาย เป็นพ่อและแม่มากยิ่งขึ้น นเรนทร์ใช้ชีวิตอยู่กับอินตาและแม่สาย จนซึมซับสิ่งดี ๆ ได้ อินตาขอให้นเรนทร์สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีก แล้วนเรนทร์จะได้เป็นทายาทเดชาบดินทร์ต่อไป ตะวันได้ยินเสียงแม่สายร้องเพลงกล่อมเด็ก จึงจำได้ว่าเป็นเสียงแม่ ตะวันไปหาสาย ทั้งสองกอดกันด้วยความคิดถึง สายบอกว่าอินตาคือพ่อที่จากไปตั้งแต่เธอยังเล็ก ตะวันซึ้งใจที่ลุงอินที่คอยช่วยเหลือเธอ คือพ่ออินตา ตะวันกราบเท้าอินตาด้วยความคิดถึง แล้วพ่อ แม่ ลูก ก็ได้อยู่พร้อมหน้ากันเสียที นเรนทร์กลับมาที่เดชาบดินทร์ เขาเงียบไป สั่งให้แม่ครับทำน้ำพริกมะขามเหมือนที่สายเคยทำให้กิน ใหญ่รู้สึกผิดสังเกตที่นเรนทร์เงียบขรึมไป นเรนทร์เห็นเรือจอดอยู่ เดินไปดู ดีใจที่เป็นเรือของสายและอินตา แต่พอไปใกล้ เห็นทั้งสองอยู่กับตะวัน จึงรู้ว่าตะวันเป็นลูกที่แท้จริงของท่านต้น นเรนทร์เสียใจ คิดว่าพ่อกับแม่หลอกตนเอง ไม่รักตนเอง เหมือนเป็นส่วนเกิน กลับมาแค้นใจตะวันอีก เขาร้องไห้ด้วยความคับแค้น และคิดกลับไปเอาสมบัติของบ้านเดชาบดินทร์อีกครั้ง พริ้มเพราคุ้มคลั่ง เพราะนเรนทร์จะฆ่าตัวเองปิดปาก จึงจะไปแจ้งความกับตำรวจ แต่นเรนทร์มาเจอเสียก่อน จึงจับตัวพริ้มไปขังไว้ในโลง แล้วเอาไปเก็บที่โกดัง พริ้มร้องด้วยความหวาดกลัว จนสลบไป พริ้มเพราเริ่มเห็นภาพหลอนของซ้อนจนทนไม่ไหว หนีกลับไปที่เดชาบดินทร์ ไปขุดหลุมศพของซ้อน จนพบศพละม่อมเข้าอีกด้วย คุณใหญ่กับเล็กได้ยินเสียงเดินไปดู พริ้มเพราคุ้มคลั่ง สารภาพว่านเรนทร์ฆ่าซ้อนกับละม่อมตาย ส่วนตนเองเป็นคนวางยาพิษท่านต้น แล้วเธอก็หมดสติไป ความโลภในสมบัติ ทำให้นเรนทร์ตัดสินใจไปจับตัวตะวันมา หวังจะฆ่าให้ตาย สาย อินตา คุณใหญ่ เล็กตามสะกดรอยนเรนทร์ไป เล็กเข้าช่วยตะวันจนบาดเจ็บ แล้วนเรนทร์ก็จะแทงเล็กซ้ำอีก ตะวันเข้าช่วยเล็ก จึงถูกแทงที่หน้าอก คุณใหญ่กับเล็กจึงรีบพาตัวตะวันไปโรงพยาบาล คุณใหญ่เห็นปานรูปหัวใจที่หน้าอกของตะวัน จึงเริ่มมั่นใจว่าตะวันเป็นลูกของดวงพร สายกับอินตา ก็พานเรนทร์ไปส่งโรงพยาบาล แล้วพยายามจะแอบเข้าไปเยี่ยมตะวัน คุณใหญ่พบเข้าพอดี จึงชวนทั้งสองเข้าไปเยี่ยมตะวันด้วยกัน อินตาจึงสารภาพความจริงทั้งหมดต่อหน้าตะวัน เรื่องที่สลับลูกกันตั้งแต่เกิด ตะวันเป็นลูกดวงพร ส่วนนเรนทร์เป็นลูกของตนเอง สายและอินตารู้สึกเสียใจที่ทำให้ตะวันต้องลำบาก แต่ตะวันกลับบอกถึงความสุข ในช่วงที่ได้อยู่บนเรือกับสายและอินตา ทั้งสองปลื้มใจมาก คุณใหญ่จึงชวนสายกับอินตาไปอยู่ที่เดชาบดินทร์ด้วยกัน ละครตะวันยอแสง เล็กรู้ความจริง ก็รู้สึกสับสน น้อยใจที่ตะวันไม่ยอมบอกความจริงกับตนว่าตะวันกับยอแสงคือคนเดียวกัน จึงขอเวลาทำใจเรื่องตะวันก่อน ส่วนบารมีก็บอกความจริงเรื่องที่ตนเองแกล้งป่วย เพื่อให้ใจบุญแต่งงานกับเล็ก พอดีใจบุญมาได้ยิน จึงเสียใจมาก เธอไปขอโทษเล็กที่เกิดเรื่องวุ่นวายเพราะตน และบอกให้เล็กเปิดใจ ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตนเองที่มีต่อตะวัน แผลของตะวันเริ่มหายดี แต่พริ้มเพรายังมีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย ตะวันเข้าไปหาพริ้ม พริ้มคิดว่าเป็นดวงพร ยิ่งรู้สึกผิด ตะวันขอเรียกพริ้มว่าป้า เพราะพริ้มคือญาติคนเดียวที่ตะวันเหลืออยู่ แล้วขอให้พริ้มเล่าเรื่องราวของแม่ดวงพรให้เธอฟัง จึงทำให้พริ้มเริ่มมีความรู้สึกที่ดีขึ้น บรรยากาศการเตรียมงานสำหรับวันเปิดพินัยกรรม อินตา สายช่วยกันเช็ดถ้วย จาน ช้อนอย่างขะมักเขม้นในครัว พริ้มเพรานั่งเหม่อเศร้า อยู่มุมหนึ่งเงียบ ๆ น้ำตาไหลเพราะความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ เอี้ยงกับใจบุญก็มาด้วย พร้อมมิตร จิตรใส ธาดา ก็มาช่วยเตรียมงานเช่นกัน ตะวันสวยจนเล็กตะลึง คุณใหญ่แนะนำกับหลวงดิเรก ว่าตะวันคือทายาทที่แท้จริง ตะวันได้ทรัพย์สินทุกอย่างที่ท่านต้น ระบุไว้ในพินัยกรรม ทุกคนดีใจไปกับตะวันด้วย ทันใดนั้นนเรนทร์ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับปืนที่เขาตั้งใจจะฆ่าตะวัน พร้อมทั้งทวงสมบัติคืน เอี้ยงเข้าช่วยตะวันจนถูกยิง เล็กก็ถูกยิงที่แขนเช่นกัน อินตาคุกเข่าขอร้องไม่อยากให้นเรนทร์ทำชั่วอีกต่อไป สายใช้อ้อมกอดของความเป็นแม่ เกลี้ยกล่อมให้นเรนทร์กลับตัว นเรนทร์รู้สึกผิดต่อทุกคน ต่อท่านต้น นเรนทร์ตัดสินใจฆ่าตัวตาย สายกับอินตา ร้องไห้แทบขาดใจ อินตาตัดสินใจบวชที่งานศพของนเรนทร์ในที่สุด พร้อมมิตร ทำมูลนิธิเดชาบดินทร์เพื่อช่วยเหลือผู้คน โดยให้ธาดา มาเป็นผู้ช่วย ส่วนบารมีก็แพ้ความดี สุดท้ายยอมยกใจบุญให้กับเอี้ยง ตะวันตามเล็กไปที่บ้านร่มรื่น ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน และสารภาพรักซึ่งกันและกันในที่สุด ติดตามชมความเข้มข้นของละคร ตะวันยอแสง ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ตะวันยอแสง เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 15 มีนาคม 2560 รายชื่อนักแสดงนำในละคร ตะวันยอแสง ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบท ศักดิ์ระพี (คุณเล็ก)พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ รับบท ตะวัน (ยอแสง)/ดวงพรอรรณพ ทองบริสุทธิ์ รับบท นเรนทร์วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ รับบท เอี้ยง (นพดล)รินรดา แก้วบัวสาย รับบท ใจบุญฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ท่านต้นอาภาศิริ นิติพน รับบท คุณใหญ่อรรถพร ธีมากร รับบท อินตาปัทมวรณ เค้ามูลคดี รับบท สายรฐา โพธิ์งาม รับบท พริ้มเพราอริสรา ทองบริสุทธิ์ รับบท พร้อมมิตรปารีณา บุศยศิริ รับบท จิตรใสคณิน สแตนลีย์ รับบท ธาดา ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง

Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก
Aaron Paul /  Eye in the Sky / 

Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก Eye in the Sky แผนพิฆาตล่าข้ามโลก ว่าด้วยเรื่องราวของผู้พัน แคทเธอรีน พาวเวลล์ รับบทโดย เฮเลน มิร์เรน (Helen Mirren) เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหารที่ประจำการที่ลอนดอน กำลังปฏิบัติการโดรนลับสุดยอดเพื่อจับกุมกลุ่มผู้ก่อการร้ายสุดอันตรายจากเซฟเฮาส์ของพวกเขาในเคนยา จู่ ๆ ภารกิจก็ยกระดับจากการ “จับกุม” เป็น “การสังหาร” สตีฟ วัตส์ รับบทโดย อารอน พอล (Aaron Paul) นักบินโดรนชาวอเมริกัน กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำลายเซฟเฮาส์ ในตอนที่เด็กหญิงวัยเก้าขวบก้าวเข้าสู่โซนสังหารนอกรั้วบ้าน เมื่ออาจเกิดผลกระทบการทำลายล้างอย่างไม่คาดคิด การตัดสินใจจะลงมือโจมตีก็ถูกส่งต่อไปตาม “ลำดับสั่งการสังหาร”

ละครเรือนพะยอม , เรื่องย่อเรือนพะยอม
เริอนพะยอม

ผลิตโดยบริษัท : ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัดบทประพันธ์โดย: รอมแพงบทโทรทัศน์โดย : เริงใจนำแสดงโดย :ธาวิน เยาวพลกุล, คามิลล่า กิตติวัฒน์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เรื่องย่อ เรือนพะยอม ช่อง 7 เรื่องราวของสองหนุ่มสาวที่มีเหตุให้ต้องผิดหวังในรักจากอดีตชาติ เขาและเธอได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ณ สถานที่แห่งรักเพื่อเริ่มต้นสานสัมพันธ์ครั้งใหม่ แต่กลับต้องเผชิญกับวิญญาณลึกลับที่มีปมในใจและความอาฆาตจากหญิงสาวที่หมายปองในตัวชายหนุ่มอยู่ ทั้งคู่จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษารักครั้งนี้ไว้ไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม แฝงแง่คิดที่ว่าการเสียสละและความเชื่อใจคือบทพิสูจน์รักแท้ เรือนพะยอม ช่อง7 แม้ไม่อยากเชื่อ แต่ทุกอย่างก็ทำให้วฤกษ์เชื่อว่า หัวใจของเขาและเธอเป็นของกันและกันมาตั้งแต่อดีตชาต คำสัญญาและสัตย์สาบานที่หัวใจของเขาจะมั่นคงต่อรักเธอ เป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้เขาและเธอได้กลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง หากคราวนี้เขาจะไม่มีวันพรากจากเธออีกต่อไป ความเจ็บปวดครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว เมื่อเธอคือหัวใจของเขา เขาจะปกป้องและรักเธอด้วยหัวใจรักของเขาทั้งหมด เรือนพะยอม เริ่มตอนแรก 5 มิถุนายน 2560 ทีมละคร เรือนพะยอม คุณพฤษ์กับแม่พะยอม ละคร เรือนพะยอม ละคร เรือนพะยอม ละคร เรือนพะยอม ช่อง7 ผืแม่จิต เรือนพะยอม ช่อง7 รายชื่อนักแสดงเรือนพะยอม ธาวิน เยาวพลกุล รับบท วฤกษ์ พนาเวท (ปัจจุบัน) / คุณพฤกษ์ พนาเวท (อดีต)คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท ครูรสิกา (ปัจจุบัน) / คุณพะยอม (อดีต)กรรณาภรณ์ พวงทอง รับบท คุณจิตณัฐชา นวลแจ่ม รับบท กมลรัตน์ โชติรส (ก้อย) (ปัจจุบัน) / คุณจันทร์ ราชโชติรส (อดีต)วาทิต โสภา รับบท ดรลอรลีฬห์ โสตถิวันวงศ์ รับบท จารุวรรณธีร์ วณิชนันทธาดา รับบท นเรนทร์ธัญวิสิฎฐ์ เสียงหวาน รับบท ภานุวัต โชติรสเบญจณัฏฐ์ อักษรนันทน์ รับบท กานดาปัทฐิมาภรณ์ ภาระกุล รับบท วิยะดาดวงตา ตุงคะมณี รับบท ปาริชาตภัสสร บุณยเกียรติ รับบท กรรณิการ์ โชติรสอนุสรณ์ เดชะปัญญา รับบท พ่อเลี้ยงของรสิกาคนางค์ ดำรงหัด รับบท รสลินเด็กหญิงอรวรรยา โตสมบัติ รับบท ภคมล (หนูมิว)