เด็กหญิง

สลด! ลิฟท์แมนชั่นค้างหนีบเด็ก 7 ขวบ ดับอนาถ
ติดอยู่ในลิฟท์ /  ลิฟท์ค้าง / 

เกิดเหตุลิฟท์แมนชั่นย่าน อ.คลองหลวง ปทุมธานี หนีบเด็กหญิง 7 ขวบ ติดภายในกว่า 1 ชั่วโมง เสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุมีเด็กติดอยู่ในลิฟท์ภายในหอพัก แห่งหนึ่งใน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ส่งตัวมารักษาตัวและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลการุณเวช นวนคร เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิง อายุ 7 ขวบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 5 ชั้น บริเวณที่ไฟดับและที่ชั้น 5 พบประตูลิฟต์ถูกงัดได้รับความเสียหาย ประตูเปิด แต่ปิดไม่ได้ ส่วนตัวลิฟต์ค้างอยู่ระหว่างกลางชั้น 4 และชั้น 5 จากการสอบถาม นายสำราญ อายุ 40 ปี พ่อของเด็กหญิงที่เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองและลูกสาวออกไปทำธุระและกลับเข้าหอพัก ขณะที่ตนนำรถจักรยานยนต์ไปจอด และปล่อยให้ลูกสาวเดินไปห้องพักก่อน แต่เมื่อมาห้องพักก็ไม่พบลูกสาว จึงคาดว่าลูกสาวน่าจะกดขึ้นลิฟท์เล่นไปแล้ว จึงเดินตามหาตั้งแต่ชั้นล่างถึงชั้น 5 บนสุด ก็ไม่พบ แต่ได้ยินเสียงลูกร้องขอความช่วยเหลือบริเวณชั้น 4 และชั้น 5 เมื่อกดลิฟต์ก็เปิดออกไม่ได้ จึงสอบถามผู้ดูแลหอพัก เพื่อทำการเปิดลิฟต์แต่ติดต่อเจ้าของหอพักไม่ได้ ตนจึงตัดสินใจ งัดประตูลิฟต์ ที่ชั้น 5 เห็นลิฟต์ค้างอยู่ระหว่างชั้น 4 กับชั้น 5 ตนกระโดดลงไปช่วยลูกสาว แต่ปรากฏว่าลูกสาวได้หมดสติ จึงได้นำตัวออกจากลิฟต์นำส่งโรงบาลการุณเวช นวนคร และเจ้าหน้าที่โรงบาลก็ได้ช่วยกันปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่ฟื้นและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวคนดูแลหอพักไปสอบสวนเพิ่มเติม ขอบคุณ INN ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เด็กสาววัย 9 ขวบที่ชอบโดนรังแกกลายเป็นผู้ชนะภารกิจสุดโหดในหน่วย SEAL
มิลลา บิซซอตโต /  หน่วยSEAL / 

เมื่อโดนเพื่อนที่เกเรและตัวหใญ่กว่ารังแก สาวน้อยที่วัยเพียง 9 ขวบโดนเพื่อนแกล้งเธอทำได้แต่เพียงไปฟ้องพ่อ แต่ความคิดของพ่อได้เปลี่ยนแปลงให้ลูกสาวแข็งแกร่งขึ้น สอนให้เธอเข้มแข็งฝึกการป้องกันตัวเพื่อให้เธอดูแลตัวเองได้ และได้แสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอไม่ได้อ่อนแอ เด็กสาววัย 9 ขวบที่ชอบโดนรังแกกลายเป็นผู้ชนะภารกิจสุดโหดในหน่วย SEAL หนูน้อยน่ารักคนนี้เธอชื่อ มิลลา บิซซอตโต เด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ที่มีน้ำหนักตัว 24 กิโลกรัม เพิ่งผ่านภารกิจแสนโหดใน Battlefrog BFX24  ที่ออกแบบการแข่งขันโดยกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เป็นการวิ่งวิบากติดต่อกันถึง 24 ชั่วโมง ใช้เวลาฝึกฝนเพียง 9 เดือนเท่านั้น โดยฝึกสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 3 ชั่วโมง มิลล่าเริ่มฝึกฝนง่ายๆ จากวิ่งออกกำลังกาย และสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมันเล็กๆ ของเธอ เพิ่มความสามารถให้หนักขึ้นมาเรื่อยๆ ตามลำดับโดยมีพ่อที่เป็นเจ้าของฟิสเนสเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวเฝ้าอย่างใกล้ชิด ในการแข่งขัวเธอทำทุกอย่างสำเร็จโดยวิ่งระยะทางไกลทั้งหมดกว่า 58 กิโลเมตร เเบ่งเป็นว่ายน้ำระยะทาง 8 กิโลเมตร และฝ่าด่านอุปสรรคอีก 25 ด่าน เช่น ปีนเชือก คลานลอดรั้วหนามไปกับโคลน และปีนข้ามกำแพงสูง เมตร เป็นผู้เข้าแข่งขันที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี และได้เข้าเส้นชัย ด่านต่างๆ ที่ผ่านมาไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย ที่มาจาก dailymail

10 อันดับเหตุการณ์ดราม่าโอละพ่อ ปี 2558
10 อันดับ /  ปี 2558 / 

MThai News จะพาย้อนไปดูเรื่องเงิบ 10 เหตุการณ์ดราม่าโอละพ่อ เรียกกระแสฮือฮาที่สุดแห่งปี 2558  เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกจริงๆ ตั้งตัวได้อีกทีสิ้นปีซะแล้ว  ปีเก่าผ่านไป เทศกาลแห่งความสุขกำลังเข้ามา เรื่องราวใหม่ๆ กำลังจะเกิดขึ้น วันนี้จะพาย้อนไปดูเหตุการณ์ฮือฮาดราม่าโอละพ่อ รวมข่าวลือชวนเงิบ ประจำปี 2558 ไม่ว่าจะหน้าแตกกันกี่ที MThai News ยังมีข่าวคุณภาพดีๆ พร้อมเสิร์ฟเสมอ สวัสดีปีใหม่ค่ะ 1. หิมะตกในจังหวัดหนองคาย ที่แท้เป็นแค่ลูกเห็บ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 58 ได้มีการแชร์ภาพอ้างว่าเป็นเหตุการณ์หิมะตกที่จังหวัดหนองคาย ชาวบ้านต่างเข้าไปมุงดู ซึ่งบนพื้นเต็มไปด้วยกลุ่มก้อนน้ำแข็งสีขาว กระทั่งต่อมาได้มีรายงานว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่หิมะ แต่เป็นลูกเห็บที่เกิดจากพายุฝนที่ตกกระหน่ำ สาเหตุการนำไปแชร์แบบผิดๆ นั้นเกิดจากการล้อเล่นเพียงเท่านั้น อ้างอิง : หยุดแชร์ ภาพหิมะตกที่หนองคาย เป็นแค่ลูกเห็บ! http://news.mthai.com/hot-news/423232.html 2. ด.ญ.ไลน์บอกถูกลักพาตัว ที่แท้หนีเที่ยวกับแฟน เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 58 ด.ญ.บี (นามสมมติ) วัย 13 ปี ได้ส่งข้อความทางไลน์มาว่า ถูกลักพาตัวขึ้นรถตู้ไป แต่เเท้จริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นการแต่งขึ้น เนื่องจากเด็กสาวได้ออกมาเที่ยวกับแฟนหนุ่มจนดึก แล้วไม่กล้ากลับเข้าบ้าน จึงให้แฟนหนุ่มมารับกลับ แล้วไลน์หลอกมารดาว่าถูกลักพาตัวไป อ้างอิง : โอละพ่อ ด.ญ.ไลน์บอกถูกลักพาตัว ที่แท้หนีเที่ยวกับแฟน http://news.mthai.com/hot-news/general-news/460209.html 3. โจทย์เด็กอนุบาล 1 สาธิตจุฬาฯ “วันนี้เป็นวันอะไร” แท้จริงแล้วไม่ใช่ข้อสอบ    เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 58 ได้มีการแชร์โจทย์คำถามสุดหิน อ้างว่าเป็นข้อสอบเด็กอนุบาลของโรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โจทย์ระบุว่า “คำถามสอบเข้าสาธิตจุฬา เด็กเล็ก อนุบาล 1 อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวานจัง วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์” ถามว่าวันนี้คือวันอะไร? แต่แท้จริงแล้วโจทย์ดังกล่าวไม่ใช่ข้อสอบเข้าอนุบาล ของสาธิตจุฬาฯ แต่อย่างใด อ้างอิง : แชร์มั่ว! สาธิตจุฬาฯ โต้ ไม่เคยมีข้อสอบ “วันนี้เป็นวันอะไร” http://news.mthai.com/hot-news/425273.html 4. ชายชราถูกลูกอุ้มทิ้งวัด ที่แท้เป็นผู้ป่วยจิตเวช เผลอเดินออกมาจำทางกลับไม่ได้ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 58 มีชายสูงอายุป่วยหนักถูกทอดทิ้ง บริเวณศาลาข้างเมรุหลังวัดมูลจินดาราม อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยมีพยานบอกว่า เห็นชายหนุ่มรายหนึ่งอุ้มชายชราคนนี้มา ก่อนจะปล่อยไว้ พร้อมก้มลงกราบ จากนั้นได้รีบหนีออกไป แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ออกมาเผยว่า ชายชรานั้นเป็นผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในสถานสงเคราะห์คนไข้โรคจิตทุเลาบ้านกึ่งวิถีชาย ซึ่งคาดว่าผู้ป่วยอาจเดินออกไปแล้วกลับมาไม่ถูก ทำให้พลเมืองดีที่เห็นว่าน่าจะเป็นอันตรายเข้าอุ้มร่างนำผู้ป่วยมาส่งที่วัด อ้างอิง : โอละพ่อ! เฉลยแล้วชายชราถูกลูกอุ้มทิ้งวัด ที่แท้คือ… http://news.mthai.com/hot-news/general-news/445999.html 5. กระทู้ฮอตได้กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายศพ หอพักย่านบางแสน ที่แท้ไม่ใช่ศพ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 58 ชาวเน็ตแชร์กระทู้ฮอตเว็บไซต์พันทิป ระบุว่าได้กลิ่นเหม็นเหมือนกลิ่นศพ ในหอพักแห่งหนึ่งย่านบางแสน จากนั้นได้ติดต่อทางสำนักงานหอให้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก แต่ก็ได้รับความคืบหน้าแค่เพียงว่าไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าแต่อย่างใด หลังได้มีการตรวจสอบทุกตึกแล้ว อ้างอิง : เกาะติดกระทู้ฮอต ได้กลิ่นเน่าคล้ายศพ หอพักย่านบางแสน ที่แท้…? http://news.mthai.com/hot-news/social-news/454349.html 6. เด็กหญิงโวยแม่พิการ เนื่องจากไม่ยอมซื้อมือถือราคาแพงให้ วันที่ 6 ต.ค. 58 ได้มีการแชร์เรื่องราวสุดดราม่า ภาพแม่คุกเข่าง้อลูกสาวกลางห้าง หลังลูกอยากได้โทรศัพท์มือถือราคาแพง แต่ไม่มีเงินซื้อให้ แต่กลับมีคนมาแสดงความคิดเห็นแย้งกลับว่าภาพดังกล่าวนั้น แม่ไม่ได้ขอร้องลูก ผู้เป็นแม่ขาพิการเลยเดินเข่าแบบนั้นปกติ ในภาพเป็นการพาลูกมาเดินห้างธรรมดา ซึ่งผู้โพสต์ภาพดังกล่าวได้ออกมาขอโทษที่พูดถึงเด็กหญิงในทางที่ไม่ดีอีกด้วย อ้างอิง : มือโพสต์ขอโทษ ปมเด็กโวยแม่พิการไม่ยอมซื้อมือถือราคาแพงให้ http://news.mthai.com/hot-news/social-news/464136.html 7. ที่มาอันน่าสะพรึงของศาลต้นโพธิ์ โค้ง 100 ศพ รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 58 เกิดกรณีการลบหลู่ รื้อศาล บริเวณโค้ง 100 ศพ หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ทำให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้เผยที่มาของศาลดังกล่าวว่า แต่ก่อนมีคนงานก่อสร้างชอบแวะยืนปัสสาวะบริเวณนั้น ทำให้ส่งกลิ่นเหม็น เพื่อนของตนจึงเอาผ้าแพรเจ็ดสีไปพันรอบต้นโพธิ์ และจัดฉากเอาธูปมาปัก หลังจากนั้นต้นโพธิ์กลับกลายเป็นสถานที่เฮี้ยนฮิตติดชาร์ท อ้างอิง : ดร.เจษฎา เผยที่มาที่ไปของศาลต้นโพธิ์ โค้ง100ศพ สยองอย่าบอกใคร http://news.mthai.com/hot-news/410936.html 8. ภาพถ่ายติดวิญญาณ ในงานศพนักบิน F16   เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 58 ได้มีการแชร์ภาพอ้างว่าถ่ายติดวิญญาณ ในงานศพของนาวาอากาศเอกนพนนท์ นิวาศานนท์ นักบิน F16 ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องตก โดยภาพดังกล่าวเผยให้เห็นเงาผู้ชายสีดำยืนอยู่ด้านหลังที่ตั้งโลงศพ แต่แท้จริงแล้วเงาชายในภาพนั้นคือเจ้าหน้าที่ดูแลภายในงานเพียงเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งลี้ลับแต่อย่างใด อ้างอิง : หยุดแชร์มั่ว! ภาพงานศพนักบินF16 ไม่ได้ถ่ายติดวิญญาณ http://news.mthai.com/hot-news/424796.html 9. ข่าวพบหงอนพญานาค ที่แท้แค่ฟันกรามช้าง วันที่ 23 ก.พ. 58 พบวัตถุประหลาด ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นซากของหงอนพญานาค มีทั้งหมด 3 หัว ซึ่งลูกศิษย์ได้นำมามอบให้พระครูวิสุทธิปัญญาสาร เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมบอกว่าได้มาจากพ่อค้าลาวในเวียงจันทน์ จากนั้น ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ชี้แจงว่าไม่ใช่หงอนพญานาค แต่วัตถุดังกล่าวคือซากกระดูกฟันกรามช้าง อ้างอิง : เงิบกันใหญ่! ข่าวพบหงอนพญานาค ที่แท้แค่ฟันกรามช้าง http://news.mthai.com/hot-news/424028.html 10. ชายมะกันกระทำชำเราจระเข้ เพราะแค้นที่จระเข้พยายามลากเขาไปกิน เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 58 มีการแชร์เรื่องราวของชายชาวสหรัฐฯ รายหนึ่งโมโหจระเข้ที่พยายามลากเขาไปกิน เขาจึงวางแผนทำการจับจระเข้ตัวนั้น ก่อนจะกระทำชำเราจระเข้ เพื่อเป็นการแก้แค้น แต่เรื่องราวกลับโอละพ่อ เพราะไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด พร้อมเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือดังกล่าว อ้างอิง : โอละพ่อ!! ข่าวชายมะกันชำเราจระเข้ เป็นเรื่องเท็จ http://news.mthai.com/hot-news/world-news/453719.html MThai News

อบอุ่นกว่าทุกครั้ง! 5 ภาพยนตร์รักที่จะเปลี่ยนวาเลนไทน์ให้มีความหมาย
Yes or No...อยากรัก ก็รักเลย /  ความรัก / 

9 เดือนที่เราได้รับความรักจากแม่อย่างอบอุ่น เรากำเนิดขึ้นมา เติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ และมีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น ได้รู้จักกับผู้คนมากมาย เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ดี และพัฒนาความรู้สึกนี้เป็นความรักที่สวยงาม ความรักของแต่ละคนมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป วาเลนไทน์นี้มาทำความรู้จักกับความรักในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านภาพยนตร์ 5 เรื่องต่อไปนี้ที่จะทำให้มุมมองความรักกว้างขึ้น และเข้าใจความรักของคนอื่นมากขึ้น แสงแดดที่สาดลงมากระทบพื้นในยามเย็น ขณะที่เรากำลังวิ่งเล่นกับเพื่อน ทุกวินาทีเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไม่มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจอยู่ในหัว เหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ว่าด้วยเรื่องราวของผู้หญิงที่ชื่อ “น้อยหน่า” เธอส่งการ์ดแต่งงานมาหา “เจี๊ยบ” เพื่อนผู้ชายในวัยเด็กของเธอ เมื่อเขาเห็นการ์ดแต่งงานใบนี้ ใบหน้าอันเลือนลางของเด็กหญิงน้อยหน่าก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และภาพเหตุการณ์แห่งความสุขในวัยเยาว์ก็พร้อมจะเล่นย้อนให้เขาได้ดูอีกครั้ง ความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเขาและเธอได้ใกล้ชิดกันและมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ความรักครั้งแรกของใครหลายคนในวัยเด็ก อาจไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเป็นความรักที่แท้จริงหรือไม่ รู้แค่ว่าได้อยู่ใกล้กับเธอ ได้เห็นเธอ และได้ยินเสียงของเธอในทุก ๆ วัน ก็เพียงพอแล้ว เมื่อชีวิตเริ่มเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น บ่อยครั้งที่เราจะรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว แม้จะมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ มากมาย เป็นไปได้ไหมที่จะมีใครสักคนที่เข้าใจเราและดูแลหัวใจของเราที่แสนอ่อนล้า ใครสักคนที่เป็นได้มากกว่าเพื่อน แต่ด้วยข้อจำกัดจากการทำงาน อาจทำให้ใครสักคนที่ว่านั้นยังไม่เดินมาหาเราสักที และวันหนึ่งเมื่อฟ้าเป็นใจ สายใยพันผูก ด้ายแดงกระตุกเข้าหากัน ก็ถึงเวลาที่จะได้พบกันคนนั้น เหมือนในภาพยนตร์เรื่อง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ว่าด้วยเรื่องราวของ “เหมยลี่” สาวโสดวัย 30 ปี ที่มีชีวิตการทำงานไม่ต่างจากคนทั่วไป กระทั่งวันหนึ่งประสบอุบัติเหตุขับรถไปชนร้านขายโจ้ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้รู้จักกับผู้ชายที่ชื่อ “ลุง” หนุ่มวิศวกรรถไฟฟ้าที่ใช้ชีวิตแตกต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาขึ้นอย่างช้า ๆ กระทั่งหัวใจของเธอตัดสินใจแล้วว่าเขาคนนี้คือผู้ชายที่เธอจะต้องคว้าไว้ให้อยู่มือ บางทีความรักก็อาจจะเป็นใครสักคนที่เข้ามาในชีวิตโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวก็ได้นะ ความรักบนโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงความรักระหว่างหญิงและชายอีกต่อไป แต่ยังมีความรักของคนที่มีเพศสภาพเดียวกันอีกด้วย ผู้ชายก็สามารถรักและชื่นชอบผู้ชายด้วยกันเอง เคยมีคำกล่าวที่ว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิด และความใกล้ชิดนี้เองที่ทำให้ความรักทำหน้าที่ของมันไปโดยธรรมชาติ การได้อยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนรักกัน สู่การผันแปรเป็นความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน เหมือนในภาพยนตร์ รักแห่งสยาม ว่าด้วยเรื่องราวของ “โต้ง” และ “มิว” เพื่อนสนิทที่บ้านอยู่ตรงข้ามกัน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ครอบครัวของโต้งต้องย้ายบ้านไป เวลาเลยผ่าน ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่สยาม เกิดเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่ทั้งสองได้กลับมาเติมเต็มให้กันอีกครั้ง กระทั่งพัฒนากลายเป็นความสัมพันธ์ที่เกินคำจำกัดความคำว่า “เพื่อน” ไป แม้ทั้งสองคนจะมีผู้หญิงที่เข้ามาเกี่ยวพันก็ตาม นำพาไปสู่การค้นหาตัวเอง และเลือกที่จะทำตามที่เสียงหัวใจเรียกร้อง ท้ายที่สุดหัวใจของเด็กผู้ชายทั้งสองคนก็ไม่ปฏิเสธที่จะเชื่อมถึงกัน ผู้หญิงเองก็สามารถรักและชื่นชอบผู้หญิงด้วยกันเองได้ เหมือนภาพยนตร์เรื่อง Yes or No อยากรัก ก็รักเลย ว่าด้วยเรื่องราวของ “พาย” หญิงสาวที่ต้องมาอยู่หอพักห้องเดียวกันกับ “คิม” หญิงสาวที่ดูภายนอกเหมือนทอม แต่คิมปฏิเสธว่าไม่ได้เป็น แต่ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกทำให้พายไม่สนิทใจ และไม่รู้สึกถูกชะตาด้วย สก็อตเทปสีแดงจึงเป็นเส้นแบ่งเขตไม่ให้ต่างฝ่ายต่างก้าวล้ำกัน คิมเริ่มเข้าหาด้วยความเป็นมิตรและจริงใจจึงทำให้พายยอมใจอ่อน เส้นแบ่งเขตจึงไม่มีความหมายอีกต่อไป และเป็นเพื่อนกันได้ในที่สุด เมื่อใกล้ชิดกันมากขึ้น ความรู้สึกของทั้งสองก็พัฒนาจนมากกว่าคำว่า “เพื่อน” ผีเสื้อเริ่มบินวนในท้อง เกิดเป็นความรักครั้งใหม่ในห้องเล็ก ๆ ห้องนั้น อีกหนึ่งตัวแทนความในใจของใครหลายคนที่อยากให้ทุกคนได้รู้จักกับรักอันบริสุทธิ์ที่เพศสภาพเดียวกันมีให้กัน และความรักที่สวยงามไม่ได้มีเฉพาะความรักของชายและหญิงอีกต่อไป เมื่อถึงเวลาที่มนุษย์ต้องละจากร่างกายไป กลายเป็นเพียงจิตวิญญาณที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า กระนั้นความรักก็ยังคงอยู่ เหมือนภาพยนตร์เรื่อง พี่มากพระโขนง ว่าด้วยเรื่องราวของ “มาก” ชายหนุ่มที่ถูกเกณฑ์ไปรบในช่วงสงครามยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ทิ้งให้ ”นาก” ภรรยาตนที่ตั้งท้องอยู่บ้านเพียงลำพังรอคอยวันที่สามีตนกลับมา เมื่อมากมาถึงก็เกิดข่าวลือว่านากตายพร้อมลูกในท้อง ความที่รักภรรยามากจึงไม่เชื่อ เพราะนากยังคงใช้ชีวิตอยู่กับตนและลูกอยู่ตลอดเวลา เพื่อนของมากและชาวบ้านพยายามบอกความจริงเรื่องนี้ให้ฟัง หลังจากที่มากได้ฟังแล้วมากจึงได้บอกความในใจของตนออกมาให้ทุกคนได้ฟังบ้าง กลายเป็นหนึ่งความรักที่สุดแสนประทับใจ เรียกน้ำตาให้เอ่อล้นพร้อมทั้งรอยยิ้มได้อย่างซาบซึ้ง สุดท้ายแล้วไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในสถานะใดความรักยังคงอยู่ ยังคงรัก และคิดถึงกันตลอดไป จากภาพยนตร์ทั้ง 5 เรื่อง ที่มีเรื่องราวความรักแตกต่างกันออกไป รักในวัยเด็กที่ซื่อตรงและจริงใจ รักวัยผู้ใหญ่ที่เข้าใจกันมากขึ้น รักที่ก้าวข้ามคำจำกัดความของเพศชายและหญิง และรักระหว่างมนุษย์และจิตวิญญาณ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม “รัก” ทำให้เรามีความรู้สึกที่ดี และเติมเต็มให้เราพร้อมก้าวเดินต่อไปในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต หนึ่งภาพสามารถแทนคำพูดได้เป็นล้านคำ หนึ่งคลิปวีดิโอสามารถแทนเรื่องราวได้เป็นล้านเรื่อง คลิปวีดิโอนี้จะเปลี่ยนทัศนคติของความรักเก่า ๆ ทิ้งไป ความรักมีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ความรักไม่มีนิยาม อย่าให้เพศ อายุ เชื้อชาติ ความบกพร่องทางร่างกาย และศาสนามามีอิทธิพลเหนือความรักอันบริสุทธิ์ที่เรามี สุดท้ายนี้ขอให้วาเลนไทน์มีความหมายกับทุกคนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

สุดสลด! ลูกน้อยกอดศพแม่ หลังถูกคนร้ายจ่อยิงดับอนาถ
ฆาตกรรม /  ชู้สาว / 

สลด! ลูกน้อยกอดศพแม่ หลังถูกคนร้ายบุกจ่อยิงดับสยองภายในกระท่อม อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ตำรวจพุ่งเป้าแฟนหนุ่มขณะนี้กำลังเร่งไล่ล่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่กระท่อมในสวนผลไม้บนภูเขา ม.6 ต.เขาแก้ว อ.ลานสกา ห่างจากน้ำตกกะโรมประมาณ 1.5 กม. เมื่อถึงที่เกิดเหตุต้องพบภาพสลด มีเด็กหญิงวัย 1 ขวบ กำลังกอดศพร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.นันทิพร อายุ 20 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้ากกหูซ้าย 1 นัด จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า เมื่อช่วงเย็นของวันเดียวกัน มีเพื่อนของผู้ตายได้ไปส่งบนกระท่อมดังกล่าว พร้อมกับลูกสาววัย 1 ขวบ หลังจากตกค่ำ ก็ไม่กลับบ้าน พ่อของผู้ตายได้ตามไปที่กระท่อม เมื่อไปถึงได้เรียกชื่อลูกสาว ปรากฏว่าเด็กหญิงที่กอดศพแม่อยู่ได้ยินเสียงตาเรียก จึงร้องไห้ออกมาเสียงดัง ก่อนพบร่าง น.ส.นันทิพร นอนตายจมกองเลือด โดยมีลูกสาววัย 1 ขวบกอดศพอยู่นาน 4-6 ชม. จากข้อมูลทราบว่าผู้ตายเป็นแม่หม้ายลูกติด สามีเก่าได้เสียชีวิตเมื่อ 5-6 เดือน ที่ผ่านมา หลังสามีเสียชีวิตไปแล้วได้คบหากับหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเป็นแฟนเก่าอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากชู้สาว โดยเบื้องต้นตำรวจคาดว่าผู้ตายอาจจะนัดหมายกับแฟนหนุ่มให้ไปเจอกันที่กระท่อมบนภูเขา แล้วอาจจะมีปัญหาบางอย่างกัน จึงมีการใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิตต่อหน้าลูกสาววัย 1 ขวบ ก่อนแฟนหนุ่มจะหลบหนีไป อย่างไรก็ตามทางตำรวจได้สอบสวนในเชิงลึกพบว่าแฟนหนุ่มผู้ต้องสงสัยรายนี้พัวพันเรื่องยาเสพติด อาจจะก่อเหตุด้วยความไม่ตั้งใจ ซึ่งหากติดตามตัวแฟนหนุ่มของผู้ตายมาสอบปากคำได้ จะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้แน่นอน แต่ก็จะทำการสอบสวนถึงประเด็นอื่นๆ ด้วย และจะเร่งทำการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนร้ายโหดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

รวบชาย อ้างเป็นโมเดลลิ่ง หลอกเด็กข่มขืน
ข่มขืน /  หลอกเด็กข่มขืน / 

ตำรวจสืบสวนปทุมธานี ตามรวบพ่อค้าขายเครื่องประดับหื่น อ้างเป็นโมเดลลิ่งหลอกเด็กข่มขืน พ.ต.ท.เมธาพงษ์ บุญศรี รอง ผกก.สส.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พ.ต.ท.ประยูร ประกอบจันทร์ สว.สส.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วยตำรวจสืบสวนจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันจับกุม นายสุรัตน์ อายุ 57 ปี หลังมีชาวบ้าน ได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ว่า ด.ญ.ศยามล อายุ 14 ปี ได้ถูก นายสุรัตน์ อ้างตัวว่าเป็นโมเดลลิ่งให้ไปเทสหน้ากล้องเพื่อถ่ายละคร โฆษณา ขณะที่เดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เด็กหญิงคนดังกล่าวจึงหลงเชื่อ และขึ้นรถไป ต่อจากนั้นจึงถูกข่มขืนก่อนนำตัวไปปล่อยไว้บริเวณข้างทาง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จึงออกหาข่าวและเฝ้าติดตาม จนเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้มีรถต้องสงสัยซึ่งตรงกับภาพกล้องวงจรปิดที่ตำรวจได้มาจากลานจอดรถ และมีผู้ชายสวมหมวกซึ่งตรงกับลักษณะของผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเข้าจับกุม เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ทำมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีผู้เสียหายรายอื่นเข้ามาแจ้งความ ทั้งนี้ นายสุรัตน์ เปิดเผยว่า เดิมทีตนเองมีอาชีพขายเครื่องประดับ เมื่อเห็นเด็กผู้หญิงที่เดินอยู่คนเดียว ก็มักจะเข้าไปพูดคุยโดยอ้างว่าเป็นโมเดลลิ่ง เมื่อเด็กหลงเชื่อจึงชักชวนให้ไปเทสหน้ากล้องถ่ายละคร โฆษณา และพาไปขึ้นรถ หลังจากนั้นก็ใช้กำลังข่มขืน ที่ผ่านมาทำไปแล้ว 3 - 4 ครั้ง ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวน โดยแจ้งข้อกล่าวหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน และพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร MThai News

ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก , เรื่องย่อคู่วุ่นลุ้นแผนรัก
ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก /  เรื่องย่อ ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก / 

ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก บทประพันธ์โดย : เล่าเต็งกำกับการแสดงโดย : ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์ผลิตโดย : บริษัท ปรากฎการณ์ดี จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ คู่วุ่นลุ้นแผนรัก เมื่อรักแรกในวัยเด็กของเธอ คือฝันร้ายเวลาผ่านไปจากเด็กหญิงขี้เหร่กลายเป็นสาวงามที่ทุกคนใฝ่ปอง เธอจะเลือกใครระหว่างชายในฝันผู้เป็นรักแรกของเธอ หรือเขา ผู้ที่จะเป็นรักสุดท้ายมิอาจลืม ขอจันทร์...เด็กหญิงวัยสิบสามปีที่มักจะถูกเพื่อน ๆ เรียกว่า ยายดอกหน้าวัว เป็นเพราะปานดำที่กินพื้นที่เกือบครึ่งใบหน้าของเธอนั่น เอง ขอจันทร์ถูกล้อและถูกแกล้งมาตั้งแต่เด็กจึงทำให้เธอเป็นคนเก็บตัว พูดน้อยแต่ก็ใช่ว่าหัวใจเธอจะไม่มีรัก เมื่อเธอไปหลงรัก เด็กชาย นที ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตร ที่มีเค้าความหล่อและความเจ้าชู้ตั้งแต่เด็ก ขอจันทร์รวบรวมความกล้าที่สุดในชีวิตตัดสินใจสารภาพความในใจให้กับนทีรู้ ก่อนที่เธอจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาในฐานะนักเรียนทุน นทีถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าขอจันทร์ชอบเขา แต่ยังไม่ทันที่นทีจะตอบอะไร กลุ่มเพื่อนนทีก็เข้ามาพร้อมกับล้อนทีว่ามีแฟนเป็นดอกหน้าวัว ด้วยความอายทำให้นทีผลักขอจันทร์ล้มลง นทีบอกกับขอจันทร์ว่ายายดอกหน้าวัวอย่างเธออย่าคิดแม้แต่จะสบตามองเทพบุตรอย่างเขา ขอจันทร์โกรธและบอกกับตัวเองไว้ว่าเธอจะกลับมาแก้แค้นและทำให้นทีรักเธอให้ได้!!! ขอจันทร์แอบมาร้องไห้อยู่บนดาดฟ้าซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมักจะมาที่นี่อยู่บ่อย ๆ เพื่อแอบมองนที จังหวะที่ขอจันทร์ร้องไห้จนหน้ามืดจนเกือบพลัดตกลงไป ทันใดนั้นมือของชายคนหนึ่งได้เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ก่อนที่ร่างของเธอจะตกลงไปเบื้องล่าง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะรู้ว่าใครเป็นคนที่ช่วยเธอไว้ สติของเธอก็ดับวูบไปพร้อมกับความจำอันเลือนลางที่เหลือไว้เพียงความอบอุ่นจากมือคู่นั้นเท่าที่เธอจำได้ และเจ้าของมือคู่นั้นที่ช่วยเธอเอาไว้ก็คือ ศิลา พี่ชายคนโตของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง สิบปีผ่านไป ทุกคนลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นกับขอจันทร์อย่างสิ้นเชิง ยกเว้น ศิลา บุตรชายคนโตและเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแลธุรกิจด้านอาหาร อันเป็นธุรกิจหลักของตระกูลเชตวัตร ด้วยความที่เป็นความหวังของครอบครัวและเป็นบุตรชายคนโตทำให้ศิลาเป็นคนพูดน้อย และคิดทุกอย่างเป็นเม็ดเงินและผล ตอบแทนทุกลมหายใจ หรือจะเรียกว่าเป็นพวกบูชาเงินและความสำเร็จก็ย่อมได้ แตกต่างกับนที น้องชายคนรองของตระกูล ผู้มีความกะล่อนและลีลาแพรวพราวในการจีบสาวที่ลื่นไหลเหมือนชื่อของเขา คนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนทีก็คือ เดือนวารี น้องสาวคนสุดท้องที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ความน่ารักของเธอทำให้หนุ่ม ๆ ทั้งหลายต่างรุมตอม แต่เดือนวารีก็ไม่เคยมีใจให้กับใครเพราะเธอคิดว่าผู้ชายเหล่านั้นก็เหมือนกับนทีพี่ชายของเธอ ที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่คนที่ซวยที่สุดเห็นจะเป็น ตะวันฉาย น้องชายของขอจันทร์ ผู้อาศัยอยู่ในตระกูลของเชตวัตร นั่นก็เพราะพ่อของเขา นายสาโรจน์ เป็นคนสวนเก่าแก่รุ่นบุกเบิกมาตั้งแต่ตอนที่ตระกูลเชตวัตรเริ่มตั้งตัวใหม่ ๆ จนกระทั่งมาถึงรุ่นลูก ตะวันฉายจึงได้รับช่วงต่อให้เป็นคนสวนไปโดยปริยาย เดือนวารีมักจะคอยกลั่นแกล้งตะวันฉายเพื่อระบายกับสิ่งที่เธอมีอคติกับผู้ชาย เพราะตะวันฉายเป็นคนเงียบ ๆ ไม่เคยมีปากมีเสียงกับเดือนวารีสักครั้ง ทำให้เดือนวารีได้ใจและคอยแกล้งตะวันฉายอยู่ตลอดเวลา ตะวันฉายจึงกลายเป็นคนเก็บกดและคิดจะแก้แค้นเดือนวารีกลับบ้าง ศิลาตั้งใจให้ตะวันฉายคอยดูแลเดือนวารีแทนเขา จึงออกทุนให้ตะวันฉายได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเดือนวารี โดยทั้งคู่ก็มีกลุ่มของตัวเองและกลุ่มของทั้งสองคนก็ไม่ถูกกันอย่างแรง ทำให้ทั้งเดือนวารีกับตะวันฉายนอกจากเปิดศึกที่บ้านยังไม่พอยังลามมาถึงในมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก แล้วก็เกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อธุรกิจของตระกูลเชตวัตรประสบกับปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งหมดเกิดจากแผนการของ ครรชิต คู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลเชตวัตร ครรชิตแอบติดต่อกับผู้ลงทุนในเชตวัตรฟู้ดเพื่อกล่อมให้ผู้ลงทุนเหล่านั้นเปลี่ยนมาอยู่ฝ่ายตน ท่ามกลางความคัดค้านของ ณิชรันย์ น้องสาวผู้เพียบพร้อมและแตก ต่างกับครรชิต ณิชรันย์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ครรชิตทำ แต่ครรชิตกลับคิดว่าเป็นเพราะณิชรันย์รักศิลาจึงไม่เห็นด้วยกับเขา เมื่อผู้ถือหุ้นถอนหุ้นออกจากเชตวัตรฟู้ด ทำให้ศิลาผู้รับผิดชอบทุกอย่างในตระกูลจะต้องหาทางพลิกฟื้นและประคองให้ทุกอย่างผ่านไปให้ได้ ศิลาปรึกษากับ น้าทิพย์ ผู้เป็นแม่ซึ่งก็เป็นจังหวะที่นํ้าทิพย์ได้เจอกับ รสริน ผู้เป็นทั้งศัตรูและมหามิตร แล้วยังเป็นภรรยาของ พล.อ.ประภพ...ผู้มีศักดิ์เป็นพี่เขยของรัฐมนตรี ผู้มีอิทธิพลเป็นที่กว้างขวางทั้งในวงทหารด้วยกันและรวมถึงในรัฐบาลตอนนี้ สมองของศิลาก็ปริ้นท์แผนงานในการทำให้บริษัทของเขาอยู่รอดออกมาทันที นั่นคือการวางแผนที่จะให้นทีแต่งงานกับ ลีนา ลูกสาวของรสรินและ พล.อ.ประภพ โดยหวังเอาหน้าตาและเส้นสายของ พล.อ.ประภพ เป็นใบเบิกทางเพื่อให้ตระกูลเชตวัตรผ่านพ้นมรสุมชีวิตนี้ไปได้ นทีกำลังเริงร่าและดื่มดํ่ากับบรรยากาศแห่งท้องทะเลกับสาวคู่ควงคนใหม่ แต่แล้วโลกของเขาได้เปลี่ยนไปทันทีเมื่อนทีได้พบกับ ขอจันทร์ ยายดอกหน้าวัวที่เขาเคยรังเกียจ แต่บัดนี้ขอจันทร์กลาย เป็นสาวงามที่ชายหนุ่มทุกคนใฝ่ปอง แต่ทั้งสองกลับจำกันไม่ได้และปิ๊งกันทันทีตั้งแต่แรกเห็น ขอจันทร์กลับมาถึงกรุงเทพฯ เร่งเปิดธุรกิจการนวดเพื่อบำบัดตามความสามารถที่เธอได้เรียนมา ด้วยความช่วยเหลือของ เอริค ช่างแต่งหน้าเอฟเฟคที่รู้จักกันที่อเมริกา เอริคแนะนำดาราและเซเลบหลายคนมารับการบำบัดด้วย Therapeutic Massage กับขอจันทร์ จนกระทั่งวันนึงขอจันทร์ได้พบกับศิลาจากการพามาของณิชรันย์ เพียงแค่แวบแรกที่ขอจันทร์เห็นศิลาเธอก็จำเขาได้ทันที แต่ศิลากลับจำขอจันทร์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ขณะที่ทางด้านตะวันฉายได้พบกับ เชน...เสือผู้หญิงในคราบหนุ่มหล่อที่เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน เชนต้องการให้ตะวันฉายเป็นพ่อสื่อระหว่างเขากับเดือนวารี แล้วทันใดนั้นแผนการเอาคืนเดือนวารีก็ผุดขึ้นในหัวของตะวันฉายทันที นั่นคือเขาต้องการให้เชนเอาชนะใจเดือนวารี เพื่อให้ทั้งสองเป็นแฟนกัน เพราะตะวันฉายรู้ว่าคนอย่างไอ้เชนนั่นจะไม่ยอมเป็นแฟนกับใครได้เกินสามเดือน และนี่ก็คือแผนการแก้แค้นที่จะทำให้คนอย่างเดือนวารีได้เจ็บบ้าง เมื่อนทีกลับมาที่กรุงเทพฯ ก็ได้รู้เรื่องข่าวการจัดงานหมั้นระหว่างเขากับลีนา คู่หมั้นที่ศิลาและนํ้าทิพย์เลือกให้ ขอจันทร์ได้ปรากฏตัวขึ้นในงานหมั้น นทีหัวใจพองโต เมื่อคิด(ไปเอง) ว่าขอจันทร์ตามหาเขาจนรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ขณะที่ขอจันทร์เองก็ตกใจเช่นกันเมื่อได้รู้ว่า ชายหนุ่มรูปงามคนนั้นคือ เด็กชายนที...ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง และทันใดนั้นแผนการแก้แค้นของเธอก็เริ่มต้นขึ้น คือการให้นทียกเลิกงานหมั้นระหว่างเขากับลีน่านั่นเอง นั่นทำให้จากงานหมั้นเลยกลายเป็นงานหมันไปในทันที ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างเมื่อนทีประกาศยกเลิกงานหมั้น ขอจันทร์ตั้งสติได้ก่อนจะโกหกทุกคนว่าเธอชื่อ แองจี้ ลีนากลับไปด้วยความโกรธเพราะเสียหน้า ใครก็รู้ว่าลูกทหารอย่างเธอเรื่องศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด รสรินและประภพพ่อของลีนาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนลูกสาวถึงกับประกาศจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดใดกับครอบครัวของศิลาอีก ถ้าชาตินี้ไม่เจอกันได้ก็ดี เดือดร้อนถึงศิลาผู้วางแผนทั้งหมดจำเป็นจะต้องไปขอโทษและให้คำมั่นกับครอบครัวของลีนาว่าจะให้นทีกลับมาแต่งงานกับลีนาให้ได้ แผนการแก้แค้นของขอจันทร์ดำเนินไปอย่างแนบเนียนโดยที่นทีไม่รู้เลยว่าเขากำลังจะถูกขอจันทร์หักอกในไม่ช้า แต่แล้วขอจันทร์ก็ได้เปลี่ยนใจเมื่อรู้ว่าศิลาได้ให้ครอบครัวเธอทั้งหมดย้ายไปอยู่ที่อื่นพร้อมกับให้ทุนส่วนหนึ่งไปในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำให้ขอจันทร์เปลี่ยนความคิด เป็นความแค้นและคิดจะแต่งงานกับนทีจริงเพื่อต้องการให้ครอบครัวของศิลาและคุณหญิงเจ็บใจแต่ความลับไม่มีในโลก ศิลาจับได้ว่าที่แท้ขอจันทร์กับแองจี้ก็คือคนคนเดียวกัน ทุกคนตกใจและไม่เชื่อว่าจากยายดอกหน้าวัวจะกลายเป็นนางฟ้าได้ถึงเพียงนี้ ศิลาได้รู้ความต้องการของขอจันทร์ผ่านทางตะวันฉายผู้ที่เปรียบเสมือนน้องชายของเขาเช่นกัน ว่าขอจันทร์ต้องการจะแก้แค้นนทีในสิ่งที่เขาทำไว้กับเธอในตอนเด็ก ศิลาคิดหาทางที่จะต้องยับยั้งแผนการของขอจันทร์และต้องทำให้นทีแต่งงานกับลีน่าได้เร็วที่สุด ขอจันทร์ตกใจเมื่อจู่ ๆ ได้รู้ว่าสาโรจน์เป็นมะเร็งปอด ซึ่งจะต้องใช้เงินรักษา ศิลายื่นข้อเสนอที่ขอจันทร์ไม่อาจปฏิเสธได้นั่น ก็คือ ศิลาจะเป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับสาโรจน์ทั้งหมด รวมถึงการส่งเสียให้ตะวันฉายเรียนจนจบการ ศึกษา ขอจันทร์รู้ว่าที่ศิลาต้องการแต่งงานกับเธอนั่นก็เพราะศิลาหวังว่าจะให้ขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของนที นทีถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าถูกพี่ชายแท้ ๆ ของเขาแทงข้างหลัง เรื่องนี้ถึงกับที่นทีจะตัดพี่ตัดน้องกับศิลาแต่ยังดีที่ณิชรันย์พยายามพูดจาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย นทีและณิชรันย์ต่างรู้สึกแปลก ๆ กับคู่แต่งงานใหม่อย่างศิลากับขอจันทร์ที่ดูยังไงก็เหมือนคู่แค้นมากกว่าคู่รัก จนกระทั่งนทีได้รู้ความจริงที่ว่าที่ศิลาแต่งงานกับขอจันทร์ก็เพื่อต้องการแยกเธอออกจากเขา และต้องการให้นทีแต่งงานกับลีน่านั่นเอง นทีกับณิชรันย์ต่างดีใจที่ทั้งคู่ไม่ได้รักกันจริง ๆ ทั้งหมดเป็นเพียงการเล่นละครเท่านั้น นทีสารภาพรักกับขอจันทร์ก่อนจะขอโทษในสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอไว้ในอดีต นทีประกาศก้องต่อหน้าทุกคนว่าจะแย่งขอจันทร์จากศิลาให้มารักกับเขาให้ได้ ศิลาพูดอะไรไม่ออกเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทำให้ต้องคิดหาทางที่จะเอาขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของเขาโดยเร็วที่สุด แล้วเวลาแห่งการแก้แค้นก็มาถึงเมื่อขอจันทร์สั่งให้มีการพักผ่อนโดยจะนำพนักงานทุกคนไปเที่ยวทะเล ศิลาจึงเริ่มต้นวางแผนและคิดจะใช้โอกาสนี้ทำให้ขอจันทร์ต้องเป็นฝ่ายเสียใจบ้าง แล้วทริปแห่งความปั่นป่วนก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อขอจันทร์กับศิลาต้องมีอันไปติดเกาะด้วยกัน พายุเข้า เรือไม่มีจะกลับฝั่ง ด้วยความยากลำบากทำให้ศิลาและขอจันทร์เริ่มจะพูดจาดี ๆ ต่อกัน จนขอจันทร์ได้รู้ว่าศิลาเป็นเจ้าของมืออันอบอุ่นที่ได้ช่วยเธอเอาไว้เมื่อสมัยเด็กตอนที่เธอเกือบจะพลัดตกจากดาดฟ้า ขอจันทร์ถึงกับอึ้งไปอีกเมื่อรู้ว่าศิลาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยล้อเธอเรื่องดอกหน้าวัวและพยายามห้ามนทีและเดือนวารีทุกครั้งที่รังแกเธอกับตะวันฉายสองพี่น้อง และศิลายังจำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอได้ ทำไมเธอไม่รู้มาก่อนและการที่เธอเป็นที่จดจำของใครบางคนนั่นก็ทำให้ขอจันทร์ได้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นกับศิลา เช่นเดียวกับศิลาเมื่อได้อยู่กับขอจันทร์เพียงลำพังเขาจึงได้เห็นบางมุมของขอจันทร์ที่เธอไม่ใช่ยายตัวร้ายจอมวางแผนอย่างที่เขาเห็นมาก่อน สถานการณ์ยากลำบากต่าง ๆ ยิ่งทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความอบอุ่นในใจขึ้นอย่างประหลาด ณิชรันย์กับนทีร่วมมือกันออกตามหาทั้งสอง โดยไม่รู้เลยว่าระหว่างวันและเวลาที่นทีและณิชรันย์ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองต่างก็รู้สึกดีและแปลกใจที่ต่างเข้าใจกันและกัน จนทำให้ทั้งสองเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น ฝ่ายเดือนวารีก็ได้เป็นแฟนกับเชนตามแผนของตะวันฉาย และแล้วก็ถึงเวลาเดือนวารีจะได้รับความเจ็บปวดกลับบ้าง แต่ระหว่างนั้นสาโรจน์ผู้เป็นพ่อได้เข้ามาพูดเตือนสติกับตะวันฉาย และยังบอกถึงคำพูดของศิลาที่ต้องการให้ตะวันฉายดูแลเดือนวารี ตะวันฉายจึงต้องถามใจตัวเองอีกครั้ง ในที่สุดตะวันฉายก็ไปขอร้องให้เชนเลิกคบกับเดือนวารี แต่เชนกลับปฏิเสธเพราะว่าคืนนี้เขากำลังจะจัดการยัดเยียดความเป็นภรรยาให้กับเดือนวารี เมื่อตะวันฉายรู้จึงได้ออกตามหาทั้งคู่จนมาพบ ตะวันฉายก็ได้เข้ามาช่วยเดือนวารีให้รอดพ้นเงื้อมมือของเชนไปได้ และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความรู้สึกบางอย่างต่อกัน ศิลาและขอจันทร์ได้กลับมาถึงกรุงเทพโดยฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานา และมันยิ่งเพิ่มความรู้สึกอันอบอุ่นของทั้งคู่ นทีเมื่อเห็นขอจันทร์ก็ดีใจและตัดสินใจจะจัดงานแต่งงานขึ้นกับขอจันทร์ให้เร็วที่สุด แต่ขอจันทร์ปฏิเสธ ก่อนที่ขอจันทร์จะบอกกับนทีว่าตอนแรกที่เธอแต่งงานกับศิลาก็เพราะถูกบังคับ แต่ตอนนี้หัวใจของเธอได้รักศิลาจริง ๆ ซะแล้ว ทุกอย่างเหมือนทำท่าจะลงเอยด้วยดี ขอจันทร์กำลังดีใจที่จะได้สมหวังความรักกับศิลาแต่แล้วศิลากลับบอกว่าทั้งหมดเป็นเพียงแผนของศิลา ก็เพื่อจะทำให้ขอจันทร์หลงรักเขา เพื่อจะได้ให้เธอออกจากชีวิตของน้องชายเขาเสียที ไม่ว่าจะเป็นแผนการตั้งแต่เริ่มเดินทาง หรือการอยู่บนเกาะที่ขอจันทร์คิดว่าเป็นเกาะร้าง แต่ที่ไหนได้มันเป็นเพียงเกาะส่วนตัวเพียงเกาะหนึ่งที่มหาเศรษฐีอย่างศิลาซื้อเอาไว้ รวมถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ศิลาได้จ้างมืออาชีพมาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ขอจันทร์หลงรักเขา หัวใจของขอจันทร์แตกสลายอีกครั้ง ขอจันทร์ไม่สามารถจะอยู่ที่บ้านเชตวัตรได้อีกต่อไป เธอและครอบครัวจึงได้หายไปจากบ้านเชตวัตรและศิลาก็กลับมาดูแลธุรกิจเหมือนเดิมอีกครั้ง เพียงแต่ว่าหัวใจของเขานั้นก็เจ็บปวดไม่แพ้ขอจันทร์ นทีเมื่อรู้เหตุการณ์ทั้งหมดก็ถึงกับฟิวส์ขาดจนชกศิลาด้วยความโกรธที่ศิลาทำทุกอย่างเพื่อธุรกิจ โดยไม่คิดเลยว่าขอจันทร์เป็นผู้หญิงที่ตัวเองรัก ถึงแม้เขาจะเป็นเพลย์บอยไม่เอาการเอางานนั่นก็เพราะเขาชอบความรัก และเขาเกลียดที่สุดก็คือคนที่มีรักแล้วไม่รู้จักรักษามันไว้ เช่นเดียวกับเดือนวารีเมื่อรู้เรื่องว่าตะวันฉายย้ายออกจากบ้านไปก็โกรธศิลาที่ทำอย่างนั้น ศิลาคิดหนักว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นถูกต้องแล้วเหรอ รวมถึงพนักงานในบริษัทที่พอรู้ข่าวว่าขอจันทร์ลาออกก็ได้รวมตัวกันประท้วงเพื่อต้องการให้ขอจันทร์กลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิม ศิลาถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่ามีคนที่รักขอจันทร์มากถึงขนาดนี้ แล้วตัวเขาละ เขารักเธอหรือเปล่า นทีบอกให้ศิลาทำตามหัวใจตัวเองเพราะเขาจะรับผิดชอบทุกอย่างจากที่ไม่เคยเหลียวแลหรือแม้แต่มาบริษัทด้วยซํ้า ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อจู่ ๆ ศิลารู้ว่าตอนนี้มีคนไล่ทยอยซื้อหุ้นของเชตวัตรฟู้ด ก่อนที่ศิลาจะรู้ความจริงว่าคนนั้นก็คือครรชิตที่หวังจะฮุบเชตวัตรกรุ๊ปของศิลา ทางเดียวที่ศิลาจะรักษาบริษัทนี้เอาไว้ได้ก็คือ ต้องได้หุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือจากมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่มีปาฏิหาริย์ เมื่อถึงวันที่ผู้ถือหุ้นต้องเลือกระหว่างศิลาหรือครรชิต ใครจะเป็นผู้บริหารเชตวัตรฟู้ดคนต่อไป ระหว่างที่ศิลากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับครรชิต จู่ ๆ ขอจันทร์ก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับบอกว่าเธอจะขายหุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือให้กับศิลา ศิลาถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วขอจันทร์คือลูกสาวเพียงคนเดียวของมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศคนนั้น ขอจันทร์เล่าความจริงให้ศิลาฟังว่า พ่อแท้ ๆ ของเธอคือ ยองแทฮี พันธมิตรและผู้ร่วมก่อตั้งเชตวัตรฟู้ดขึ้นมาพร้อมกับบิดาของศิลา ระหว่างที่แทฮีเข้ามาคุยเรื่องธุรกิจที่เมืองไทย บ่อย ๆ ก็ได้พบรักกับ จันทร์ดี แม่ของขอจันทร์นั่นเอง แต่โชคร้ายที่ทั้งคู่ได้ประสบอุบัติเหตุขณะที่กำลังจะเดินทางไปเกาหลี และสาโรจน์เองก็คือชายผู้หลงรักจันทร์ดีได้เก็บขอจันทร์มาเลี้ยง เพื่อยืนยันในรักแท้ของเขาที่มีให้ต่อจันทร์ดี ศิลาถึงกับอึ้งไปและไม่เข้าใจว่าทำไมขอจันทร์ต้องกลับมาช่วยคนที่ทำให้เธอเสียใจมากขนาดนี้ จนนทีกับณิชรันย์ได้บอกว่านั่นก็เพราะขอจันทร์ยังรักศิลานั่นเอง ศิลาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างและออกตามหาขอจันทร์เพื่อบอกความรู้สึกของเขาให้เธอได้รับรู้ จนกระทั่งศิลาได้พบกับขอจันทร์ในที่สุด แต่ว่าหัวใจของขอจันทร์ได้บอบชํ้าจนยากเกินจะกลับไป แล้วศิลาจะทำยังไงในเมื่อตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาได้ทำร้ายหัวใจตัวเอง ศิลาและขอจันทร์จะกลับมารักกันได้อีกหรือไม่ ทั้งสองคนจะได้รู้หัวใจตัวเองหรือเปล่า ความรู้สึกห่วงใยที่แอบก่อตัวขึ้นระหว่างนทีและณิชรันย์จะพัฒนาต่อไปได้แค่ไหนแล้วเรื่องราวรุ่นเล็กระหว่างเดือนวารีกับตะวันฉายจะลงเอยกันเช่นไร โปรดลุ้นและเอาใจช่วยไปกับคู่กัดคู่ใหม่ได้ใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ธาวิน เยาวพลกุล รับบท ศิลา อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ขอจันทร์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท นที ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท ณิชรันย์ ชยพล บุนนาค รับบท ตะวันฉาย อังคณา วรรัตนาชัย รับบท เดือนวารี ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ครรชิต คีตภัทร อันติมานนท์ รับบท ลีน่า พชรพล ศุขอร่าม รับบท รุจน์พงษธัช รัตนเศรณี รับบท เชนชนัญญา พงษ์นาค รับบท น้ำหนึ่งแจ๊ค ไรเดอร์ รับบท เอริค

'เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์' เดินชนทุกฝัน พร้อมท้าทายความสามารถในภาพยนตร์ Joy
Deliver Us From Evil /  Jennifer Lawrence / 

ในภาพยนตร์เรื่อง Joy ถือเป็นการเดินทางแบบใหม่ของนางเอกสาวมากฝีมืออย่าง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ “นี่เป็นครั้งแรกที่เจนนิเฟอร์เป็นศูนย์กลางซึ่งแบกอารมณ์ของหนังดราม่าเอาไว้ทั้งเรื่อง” เดวิด โอ รัสเซลล์ ผู้กำกับ ระบุ “เป็นการแสดงที่ถ่ายทอดมิติภายในจิตใจของคนคนหนึ่งซึ่งต้องอาศัยการทำงานและแรงใจอย่างมหาศาลเพื่อหาทางที่จะเป็นศูนย์กลางของสถานที่ทุกแห่งที่เธอไป ไม่ใช่ในแบบที่โฉ่งฉ่างหรือยิ่งใหญ่แต่ก็มีพลังล้นเหลือ เธอให้เราได้สัมผัสจอยในช่วงเวลาที่อ่อนแอและอ่อนโยน ช่วงที่เธอดุดันและมีความเป็นแม่ โดยอยู่ในฐานะคนที่รู้จักให้อภัยและอดทนอดกลั้น แต่ก็เป็นผู้ปกป้องครอบครัวและธุรกิจของตนได้อย่างน่าเกรงขาม เธอต้องย้อนกลับไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ จากนั้นก็นำตัวตนนั้นกลับไปยังหญิงสาวที่ยังคงมีไฟแต่ต้องมาติดอยู่กับชีวิตที่น่าผิดหวัง แล้วจึงนำตัวตนนั้นมายังผู้หญิงที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวและพร้อมที่จะเดิมพันชีวิตทั้งชีวิตกับบางสิ่ง” การได้รู้จัก จอย แมงกาโน เป็นการส่วนตัวยิ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจ “ความคิดของจอยน่าหลงใหลมากค่ะ เธอมีไอเดียเป็นร้อยๆ ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ” ลอว์เรนซ์ กล่าว ในทางกลับกันแมงกาโนตกตะลึงที่ได้เห็นลอว์เรนซ์ประสานตัวเองเข้ากับบุคลิกของเธอ “ถ้าฉันเคยนึกฝันว่าจะได้มีโอกาสเลือกคนมารับบทเป็นฉัน ก็ต้องเป็นเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์นี่ล่ะค่ะ” แมงกาโน หัวเราะ “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ ที่เจนนิเฟอร์มารับบทนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้รู้จักเธอ เพราะเธอมีความสามารถมากและฉลาดมากด้วย ทันทีที่เริ่มคุยกัน ฉันรู้สึกได้เลยว่าเธอคอยสำรวจฉันอยู่ แน่ล่ะค่ะ เธอสำรวจฉันเพราะนั่นเป็นงานที่เธอต้องทำ” ความท้าทายใหม่สำหรับลอว์เรนซ์คือการถ่ายทอดจอยในวัยกลางคนซึ่งเป็นอนาคตที่ห่างไกลสำหรับตัวเธอ “การรับบทเป็นตัวละครสี่วัยน่าตื่นเต้นมากค่ะ ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน แต่มันก็ดูเข้ากันกับการเขียนบทของเดวิดมากๆ ฉันสังเกตเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อคุณแก่ตัวลงก็คือคุณจะสงบนิ่งมากขึ้น ฉันก็เลยเปลี่ยนรายละเอียดในน้ำเสียงและท่าทางของจอยให้ดูมั่นใจขึ้น นุ่มนวลขึ้น และช้าลง” ลอว์เรนซ์ อธิบาย เหนือสิ่งอื่นใดลอว์เรนซ์รู้สึกได้รับแรงกระตุ้นให้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของจอยและตัวเธอเองก็กล้ามากขึ้นด้วยจากความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับรัสเซลล์ “เป็นความผูกพันที่ทรงพลังและน่าประหลาดที่สุดเลยค่ะ” เธอกล่าว “แต่ฉันรู้สึกว่าเดวิดรู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากส่วนหนึ่งในใจฉันได้อย่างไร และฉันขอบคุณมากๆ ที่เขาต้องการให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งในผลงานและมรดกตกทอดของเขา” Joy  - เธอสู้เพื่อฝัน เข้าฉาย 18 กุมภาพันธ์  2016 นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ , โรเบิร์ต เดอ นีโร, แบรดลีย์ คูเปอร์, เอ็ดการ์ รามิเรซ, อิซาเบล รอสเซลลินี่, ไดแอน แลดด์ และ เวอร์จิเนีย แมดเซน กำกับการแสดงโดย : เดวิด โอ รัสเซล ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/JoytheMovieThailand

ศาลสั่งคุกตลอดชีวิต
ข่าวน้องการ์ตูน /  น้องการ์ตูน / 

ศาลอุทธรณ์สั่งคุกตลอดชีวิต "หนุ่ย ติ๊งต่าง" คนร้ายฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน วันนี้ (26 ม.ค. 59) ศาลอุทธรณ์ ได้มีการอ่านคำพิพากษาตัดสินในคดีที่นายติ่งต่าง หรือ หนุ่ย ไม่มีนามสกุล อายุ 33 ปี ก่อเหตุข่มขืนฆ่าด.ญ.วัย 4 ขวบที่ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย และคดีฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 5 ขวบ ย่านบางนา ปี 56 ภายหลังศาลชั้นต้น ได้ส่งสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ภายหลังได้มีการพิจารณาตัดสินไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพยานและหลักฐานแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาไดกระทำผิดจริง แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นการกระทำของจำเลยกระทำผิดมาเบิกความเป็นพยาน แต่โจทก์มีบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนที่ให้การรับสารภาพว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุ จึงมีคำสั่งตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิต นายติ่งต่าง หรือ หนุ่ย วันที่ 28 มีนาคม 2558 ศาลสั่งประหาร ติ๊งต่าง คนร้ายฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน แต่สารภาพลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพระโขนง ได้มีการอ่านคำพิพากษาในคดีที่คนร้ายฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ในพื้นที่รกร้างใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการพิเคราะห์พยานและหลักฐานประกอบคำสารภาพของจำเลย คือ นายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง ไม่มีนามสกุล ว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง ศาลจึงมีคำสั่งตัดสินให้ประหารชีวิต แต่ทั้งนี้จำเลยให้การรับสารภาพ จึงให้ลดโทษลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต MThai News

รวบไอ้หื่น! ข่มขืน 2 ขวบ ชาวบ้านเห็นรุมประชาทัณฑ์ยับ
ข่มขืนเด็ก /  คนงานก่อสร้าง / 

รวบ! หนุ่มใบ้วัย 23 ปี คนงานก่อสร้าง ข่มขืนเด็ก 2 ขวบ เพื่อนคนงานมาเห็นรุมประชาทัณฑ์ ก่อนนำส่งตำรวจ วันนี้ 12 ก.พ. ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ควบคุมตัวนายวาที ไรสูงเนิน อายุ 23 ปี ซึ่งพิการเป็นใบ้ ภายในแคมป์คนงานก่อสร้างในวัดสนามไชย หมู่ 3 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี หลังนายแมน (นามสมมติ) อายุ 47 ปี หัวหน้าคนงานก่อสร้าง และภรรยาพา ด.ญ.ยุ้ย (นามสมมติ) ลูกสาววัย 2 ขวบ 3 เดือน เข้าแจ้งความ จากการสอบถาม นายแมน กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำพวกคนงานนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่แคมป์ ซึ่งนายวาทีก็รวมอยู่ด้วย สักพักลูกสาวของตนที่วิ่งเล่นอยู่ได้หายตัวไป มีคนงานผ่านไปเห็นนายวาทีกำลังนอนค่อมตัวน้องยุ้ย ถอดกางเกงลงมาถึงหัวเข่า จึงได้กระโดดเตะและช่วยด.ญ.ยุ้ยออกมาได้ ก่อนแจ้งตำรวจมาควบคุมตัว ทั้งนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา สังเกตเห็นอวัยวะเพศของน้องยุ้ยบวมแดง แต่ไม่คิดว่าเป็นอะไรมากจึงไม่ได้พาไปพบแพทย์ สำหรับนายวาที ตนช่วยเหลือให้มาทำงานด้วย 8 เดือนแล้ว เพราะสงสารเห็นเป็นใบ้เดินอยู่ริมถนน ซึ่งนายวาทีก็มาช่วยงานทั่วไปและชอบมาเล่นกับลูกสาว เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา นายวาทีไปยืนสำเร็จความใคร่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งจนถูกชาวบ้านและพนักงานรุมทำร้ายบาดเจ็บมา แต่ตนก็ไม่ได้เอะใจจนกระทั่งมาเกิดเรื่องขึ้น ด้านเจ้าหน้าที่พยายามสื่อสารเพื่อสอบถามผู้ต้องหาแต่ก็ไม่รู้เรื่อง เนื่องจากยังอยู่ในอาการเมาและโวยวายตลอดเวลา ต้องควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์และประสานผู้เชี่ยวชาญภาษามือมาสอบสวนดำเนินคดี พร้อมจะส่งตัว ด.ญ.ยุ้ย ตรวจร่างกายและสอบ ป.วิอาญาต่อไป ขอบคุณ เดลินิวส์ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ลงดาบ ! มารดาชั่ว ขายลูกสาว 6 ขวบ ชวนผู้ชายมาข่มขืนถึงบ้าน
ข่มขืน /  ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก / 

มารดาชั่ว โฆษณาขายตัวลูกสาววัยเพียง 6 ขวบ ทางโลกโซเชียล.... เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'มิรเรอร์' รายงานข่าวชวนสะเทือนใจ กรณีที่ผู้เป็นแม่วัย 35 ปี จากรัฐวอชิงตัน สหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุก 26 ปี หลังก่อคดีสุดช็อก โพตส์ขายลูกสาวกิน ผ่านโลกออนไลน์โจ๋งครึ่ม โฆษณาดังกล่าว ถูกเผยแพร่ไปทางออนไลน์อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ด้วยถ้อยคำเชิญชวนให้ผู้ที่มีรสนิยมทางเพศชื่อชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ให้มาข่มขืนลูกสาววัย 6 ขวบของเธอถึงที่บ้าน โดยเรื่องเลวร้าย เกิดขึ้นหลายครั้งก่อนหน้าที่จะมีการดำเนินคดี เธอและสามีถูกจับกุมตัวเมื่อปี 2557 หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเรื่องและนำกำลังไปตรวจสอบที่บ้านของเธอ พบว่าภายในบ้านมีคลิปวีดีโออนาจาร แสดงให้เห็นชายรายหนึ่งกำลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง ขณะที่ผู้เป็นแม่นั่งดูอยู่หน้าตาเฉย ความคืบหน้าล่าสุด ศาลได้ตัดสินความผิดให้แม่ใจทรามหลายกระทง ส่วนสามีของเธอถูกดำเนินคดีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ถูกพิพากษาจำคุก 27 ปี ส่วนเด็กหญิงเคราะห์ร้ายและน้องชายของเธอ ถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของศูนย์ปกป้องเด็ก แปลและเรียบเรียงโดย MThai News ที่มา  mirror

สุดรันทด!  2 พี่น้องรับจ้างเก็บยางประทังชีวิต หลังพ่อตายแม่ติดคุก
บริจาค /  พ่อตายแม่ติดคุก / 

วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ 2 พี่น้องรับจ้างเก็บน้ำยางพาราประทังชีวิต หลังพ่อตายแม่ติดคุก  วันนี้ (23ก.พ.) เป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊ก ปีโป้ ออดี้ โพสต์ภาพและเรื่องราวของ 2 เด็กหญิง ชาวจังหวัดตรัง ที่ต้องใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากมานานกว่า 5 ปี หลังพ่อเสียชีวิต ส่วนผู้เป็นแม่ก็ต้องโทษจำคุก เด็กทั้ง 2 ต้องรับจ้างเก็บน้ำยางพาราประทังชีวิต ผู้โพสต์เรื่องระบุรายละเอียดไว้ว่า "...เด็กหญิง 2 พี่น้อง วัย 9 ขวบ และ 14 ปี อยู่กันเพียงลำพังเกือบ 5 ปี พ่อตาย แม่ติดคุก รับจ้างเก็บยางฯมีรายได้วันละ 40-50 บาท ประทังชีวิต มองไมเห็นอนาคต วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ..." หลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ชาวเน็ตต่างวิงวอนให้หน่วยงานภาครัฐเข้าช่วยเหลือเด็กทั้ง 2 โดยด่วน ทั้งนี้หากใครต้องการช่วยเหลือ สามารถร่วมบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี ด.ญ.เจนจิรา ไกรเทพ ธนาคารออมสิน สาขาโรบินสันตรัง หมายเลขบัญชี 020-13513-6453 MThai News ขอบคุณภาพและข้อความจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก ปีโป้ ออดี้

เปิดใจ น้องไอซ์
ข่าวจังหวัดปราจีนบุรี /  หมอกฤษดา วงศ์ดีเลิศ / 

เปิดใจ น้องไอซ์ "อารดา วงศ์ดีเลิศ" เรียงความสุดเศร้า พ่อหนูจากไปเพราะห่วงคนไข้ บอกอยากจะได้บ้านสักหลังเพื่อจะได้อยู่กับย่า ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือแล้ว  จากกรณีที่โลกออนไลน์ มีการแชร์จดหมายทางราชการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อ 'ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัว นพ.กฤษฎา วงศ์ดีเลิศ' หลังจากปรากฏมีเรียงความวันแม่สุดเศร้าจาก ด.ญ.อารดา วงค์ดีเลิศ ที่ระบุว่า พ่อหนูเสียชีวิตเพราะห่วงคนไข้ จนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากกับย่าเพียง 2 คน จนขณะนี้ไม่ได้ไปโรงเรียนตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น ล่าสุด น.ส.อารดา วงค์ดีเลิศ อายุ 15 ปี หรือ น้องไอซ์ บุตรสาว นพ.กฤษฎา วงศ์ดีเลิศ ได้เปิดใจผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ว่า ปัจจุบันได้อาศัยกับคุณย่าในวัยชรา ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง มีเพียงงานรับจ้างทั่วไป ที่เพื่อนบ้านนำมาให้ทำ เช่น ห่อริบบิ้นโปรยทานงานบวช รวมทั้งงานถักที่รองจานและแก้ว นอกเหลือจากนั้นบางครั้งก็มีคนมาจ้างให้ไปเฝ้าคนไข้ที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรีตลอดทั้งวันทั้งคืน และต้องปล่อยให้ย่าอยู่เฝ้าบ้านคนเดียวตามลำพัง ส่วนเรื่องการเรียนตอนนี้ไม่ได้เรียนแล้วต้องลาออกกลางคัน สาเหตุเพราะไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อชั้น ม.4 ของโรงเรียนกบินทร์วิทยา เพราะสู้ไม่ไหว ทั้งค่ารถในการเดินทาง และค่ากิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน แต่ตอนนี้อยากจะหาเงินก่อน และจะเรียนต่อที่ กศน. ส่วนตัวเองก็มีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก ส่วนที่ทำเรื่องขอความช่วยเหลือนั้น มาจากครูน๊อต ที่เคยเป็นครูสอนมาก่อน ซึ่งเห็นความลำบากอยากจะให้มีคนมาช่วยเหลือครอบครัวของตน ส่วนตัวตนเองอยากจะเรียนให้สูงๆ และอยากเป็นครูสอนหนังสือ ไม่อยากเป็นหมอเหมือนกับคุณพ่อ เพราะกลัวจะติดเชื้อและเสียชีวิตแบบพ่อ ตอนนี้อยากจะได้บ้านสักหลังเพื่อจะได้อยู่กับย่า ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ได้มีหน่วยงานร่วมจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือน้องไอซ์ อารดา และคุณย่าแล้ว ขอบคุณภาพจากช่อง 3  แชร์ว่อน! จดหมายเวียนสำนักงานสาธารณสุข ขอความช่วยเหลือเด็กกำพร้าลูกหมอที่เสียชีวิตจากการช่วยคนไข้ เด็กหญิงอารดา วงศ์ดีเลิศ ผู้ชนะเลิศเขียนเรียงความวันแม่ปี 2555 หลังลำบากขาดแคลนหนัก จนต้องออกจากโรงเรียน วันนี้ (18 ก.พ. 59) เพจเฟซบุ๊ก @Ittaporn Kanacharoen ได้มีการเผยแพร่จดหมายเวียนถึงสำนักงานสาธารณสุขจ.ปราจีนบุรี เพื่อขอความร่วมมือจากเหล่าข้าราชการและพนักงาน เข้าช่วยเหลือลูกหมอกำพร้ารายหนึ่งที่ได้เขียนเรียงความสุดเศร้า จนชนะเลิศการประกวดเรียงความวันแม่เมื่อปี 2555 โดยผู้โพสต์ได้เผยว่า "จดหมายเวียนที่ผมอ่านแล้วสะเทือนใจที่สุดในรอบปีจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีครับ เหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวของ คุณหมอกฤษดา วงศ์ดีเลิศ อดีตแพทย์ รพ.กบินทร์บุรี จบแพทย์จากจุฬารุ่นที่ 42 จนต้องไปค้นเรียงความของลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ (เป็นโรคลมชัก และไม่ได้เรียนหนังสือแล้วตอนนี้เพราะไม่มีเงิน) ซึ่งชนะการประกวดเรียงความในวันแม่..ปี 2555 (4ปีก่อน) มาอ่าน จากเพจ "คุณครูน๊อต" ผมได้ตรวจสอบเอกสารนี้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีที่ โทรศัพท์ 037 211 626 ต่อ 108 แล้วครับ จะนำเรื่องนี้ปรึกษากรรมการแพทยสภาต่อไป ขอส่งให้ผู้บังคับบัญชา เพื่อนๆ พี่น้องใน กระทรวงสาธารณสุข และ สถาบันที่จบมา พิจารณาช่วยลูกหมอ กำพร้า ท่านนี้ด้วยตามสมควรด้วยนะครับ และอาจต้องมีมาตรการต่อไปในอนาคตสำหรับกรณีเหตุการณ์เช่นนี้..ขอบคุณครับ" สำหรับเรียงความเรื่องดังกล่าวมีชื่อว่า 'ชีวิตลูกกำพร้า' พ่อหนูจากไปเพราะห่วงคนไข้ ด.ญ.อารดา วงศ์ดีเลิศ ม.1/1 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สวัสดีท่านผู้ปกครอง และคุณครูที่เคารพรักทุกท่าน หนูชื่อ เด็กหญิงอารดา วงศ์ดีเลิศ ขณะนี้หนูกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 หนูอยากเล่าชีวิตของหนูให้ทุกท่าน และเพื่อนทุกคนได้รับรู้ว่าชีวิตที่ขาดทั้งพ่อและแม่เป็นอย่างไร แต่ยังโชคดีที่หนูมีคุณย่าเลี้ยงหนูมาแทนคุณพ่อและคุณแม่ได้อย่างดีที่สุด คุณพ่อของหนูชื่อ นายแพทย์กฤษดา วงษ์ดีเลิศ เรียนจบจากคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้ารับราชการทำงานมาหลายจังหวัด ครั้งล่าสุดย้ายมาเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ จังหวัดปราจีนบุรี ในปี พ.ศ. 2544 ส่วนแม่ของหนูชื่อ คุณแม่อารมณ์ วงษ์ดีเลิศ มีกิจการเปิดร้านเสริมสวยอยู่ที่กรุงเทพฯ หนูเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว คุณพ่อและคุณแม่ของหนูก็เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เมื่อทุกท่านฟังแล้วชีวิตของหนูน่าจะสมบูรณ์พร้อม แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน คุณย่าเล่าให้หนูฟังว่าหนูกับญาติของแม่เดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด รถเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนในรถเสียชีวิตพร้อมกันหมด เหลือเพียงหนูซึ่งมีอายุได้เพียง 5 เดือน รอดชีวิต หนูยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ที่คุณพ่อไม่ได้เดินทางไปด้วย คุณพ่อของหนูเป็นแพทย์ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เคารพในจรรยาบรรณแพทย์อย่างเคร่งครัด มีจิตใจดี หลายครั้งที่รักษาคนไข้ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย คุณพ่อกับคุณย่าเลี้ยงหนูมาด้วยความรักและความเมตตา ไม่ทำให้หนูรู้สึกว่าขาดแม่ แต่ชะตาฟ้าลิขิตเล่นตลกกับครอบครัวหนู เมื่อหนูอายุได้ประมาณ 2 ขวบ คุณย่าเล่าว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวของหนูอีก วันหนึ่งคุณพ่อรักษาคนไข้ที่มีอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต ด้วยความเป็นห่วงคนไข้ ขณะที่พ่อกำลังปั๊มหัวใจให้คนไข้ คุณพ่อไม่ได้ใส่ผ้าปิดปาก ปรากฏว่าคนไข้ได้อาเจียนใส่คุณพ่อทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ทางปาก คุณพ่อไม่ได้คำนึงความปลอดภัยของตนเอง จึงไม่ได้ทานยาเพื่อป้องกัน ต่อมาไม่นานคุณพ่อก็เริ่มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายแล้วลามไปที่สมองอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดก็เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 30 กว่าปี เท่านั้น ซึ่งขณะนั้นหนูเองก็ยังจำหน้าพ่อไม่ได้ เพราะหนูก็มีอายุเพียง 2 ขวบ เท่านั้น หนูไม่เข้าใจว่าครอบครัวของหนูทำเวรกรรมอะไรไว้ ถึงต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ ปัจจุบันนี้หนูมีเพียงคุณย่าที่มีอายุถึง 75 ปี ส่งเสียเลี้ยงดูให้หนูได้เรียนหนังสือ โดยมีอาชีพขายขนมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประทังให้สองชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ หนูสงสารคุณย่ามาก สิ่งที่หนูทำได้ดีที่สุดในเวลานี้คือ ตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นเด็กดี ช่วยเหลือคุณย่าทุกอย่างเท่าที่เด็กอายุขนาดหนูพึงจะทำได้ ขณะนี้หนูอาศัยอยู่ที่บ้านของคนอื่นที่เขาให้ความ เมตตา โดยที่ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันเลย ทุกเย็นหนูกับย่าจะมาช่วยกันขายขนมบนทางเท้า ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ทุกวัน ต้องพยายามขายให้หมดไม่หมดก็ขาดทุน เพราะครอบครัวของหนูมีเงินน้อยมากแค่หมุนขายของไปวัน ๆ เท่านั้น หลายครั้งมีผู้ใจบุญมาช่วยซื้อขนมจนหมด ทุกวันนี้หนูได้รับความเมตตาจากโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) แห่งนี้เป็นอย่างมาก ครูทุกคนให้ความเอ็นดู หนูได้รับทุนการศึกษา ได้รับประทานอาหารกลางวันฟรี รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ โรงเรียนจ่ายให้หนูหมด แต่หนูไม่รู้ว่าเมื่อหนูจบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้แล้วชีวิตหนูจะเป็นอย่างไรต่อไป หนูคิดแต่เพียงว่าการศึกษาและความรู้เท่านั้นที่หนูจะสามารถนำไปแลกกับการทำงานในอนาคตได้ ท่านทั้งหลาย และเพื่อนๆ ที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ หลายคนมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความพร้อมในการเรียน หนูอยากจะบอกทุกคนว่า เมื่อมีโอกาสแล้ว ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ และรักคุณพ่อ คุณแม่ให้มาก ๆ อย่าให้เหมือนกับหนูที่ไม่มีคุณพ่อคุณแม่ให้รัก แต่หนูมีคุณย่าที่ประเสริฐที่สุด ที่ไม่เคยทอดทิ้งหนูเลย เราสองคน ทุกข์สุขมาด้วยกัน หนูสัญญาว่าหนูจะดูแลคุณย่าแทนคุณพ่อหนูอย่างดีที่สุดที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างหนูจะทำได้ ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่อดทนฟังประวัติชีวิตของหนู สวัสดีค่ะ เด็กหญิงอารดา วงษ์ดีเลิศ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

สยอง! หญิงสวมฮิญาบ ตัดคอ-หิ้วหัวคน ประกาศตัวเป็น 'ผู้ก่อการร้าย'
ก่อการร้าย /  ฆ่าตัดคอ / 

หญิงในชุดฮิญาบ ก่อเหตุตัดศีรษะ พร้อมทั้งหิ้วแกว่นไปมา ประกาศตัวเป็น 'ผู้ก่อการร้าย' วันนี้ (29 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'มิรเรอร์' เผยแพร่คลิปวีดีโอ แสดงให้เห็นเหตุการณ์ ขณะที่หญิงวัย 39 ปีในชุดฮิญาบ ก่อเหตุตัดศีรษะบุคคลปริศนา ที่ในขั้นแรกหลายคนเข้าในว่าเป็นของเด็กหญิง และถือแกว่นไปมา บริเวณ ด้านนอกสถานีรถไฟ ในกรุงมอสโกเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย พร้อมตะโกนประกาศตัวเป็นผู้ก่อการร้าย และกล่าวสรรเสริญพระเจ้าไปพร้อมกัน ทั้งนี้พยานในที่เกิดเหตุเผยว่า หญิงรายนี้ขู่จะใช้ระเบิดพลีชีพ ซึ่งขณะนั้นผู้คนต่างแตกตื่น ไม่กล้าเข้าใกล้ผู้ก่อเหตุ เพราะเกรงจะเกิดอันตราย ซึ่งหลังจากนั้นราว 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมสถานการณ์ พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า หญิงรายนี้ ไม่มีวัตถุระเบิดซุกซ่อนมาด้วย และได้ทำการตรวจค้นวัตถุระเบิดอย่างละเอียด แต่ไม่พบความผิดปกติใด ๆ อย่างไรก็ตาม มีการเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุอยู่ในระหว่างการทดสอบทางจิตเวช ส่วนร่างของเหยื่อที่ถูกตัดศีรษะ เป็นหญิงสาว ซึ่งร่างถูกเผาไหม้อยู่ในแฟลตไม่ห่างจากสถานีรถไฟที่เกิดเหตุ แม้ในเรื่องนี้จะมีการกล่าวโยงไปถึงศาสนา แต่การก่อการร้าย ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาในความเป็นจริง อ่านบทความพิเศษเรื่อง มองมุมใหม่ การเมืองโลกในโลกมุสลิม-ก่อการร้ายโยงใย’สงครามโลกครั้งที่ 3′ https://youtu.be/2Szoib8sGPQ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา mirror

สลด! หนุ่มบุกยิงสาว กลางเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ก่อนยิงตัวตายตาม
ทะเลาะวิวาท /  ยิงกันตาย / 

หนุ่มบุกหญิงสาว เสียชีวิตกลางห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ก่อนยิงตัวตายตาม ด้านเด็กหญิงเดินห้างโดนลูกหลง วันนี้ (14 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.57 น. เกิดเหตุยิงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน และเสียชีวิต 1 ราย ภายในห้างดังย่านรัตนาธิเบศร์ บริเวณชั้นที่ 2 หน้าร้านไอ สตูดิโอ พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งทีมข่าว MThai News จะได้รายงานให้ทราบต่อไป คืบหน้าล่าสุด เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ชาย 1 หญิง 1 โดยฝ่ายชายก่อเหตุยิงฝ่ายหญิงเสียชีวิต แล้วยิงตัวเองตาม ส่วนเด็กหญิงที่เดินห้างวัย 9 ขวบ โดนลูกหลงบาดเจ็บที่ คอ อาการปลอดภัย ที่มา : @js100radio / @fm91trafficpro MThai News

ละครปดิวรัดา , เรื่องย่อปดิวรัดา
เรื่องย่อปดิวรัดา /  ละครปดิวรัดา / 

ปดิวรัดาบทประพันธ์โดย สราญจิตต์บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิตออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัส เวลา20.30 น. เรื่องย่อ ละครปดิวรัดา ปดิวรัดา บางที…ที่พระพรหมลิขิตให้คนแปลกหน้าสองคนต้องมาร่วมใช้ชีวิตร่วมเรือน ก็เพียงเพื่อให้เขาและเธอได้ทำความรู้จัก…และรักกันชีวิตของริน ระพี เด็กสาวกำพร้าที่มารดา นำมาฝากเลี้ยงไว้กับ คุณหญิงเพ็ญแข และเจ้าคุณบำรุงประชากิจมาตั้งแต่ยังแบเบาะ แม้ว่าคุณหญิงจะเอ็นดูความอ่อนน้อมถ่อมตนและกิริยามารยาทน่ารักสมเป็นกุลสตรี แต่คุณหญิงเองก็ยังมีธิดาอีกสองคน เป็นแก้วตาดวงใจที่เธอรักยิ่งกว่านั่นก็คือ บราลี และบุรณี บำรุงประชากิจ บราลี พี่สาวคนโต เป็นคนฟุ้งเฟ้อ รักสบายและไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น ในขณะที่บุรณี น้องสาว มีนิสัยตรงกันข้ามและสงสารริน คอยให้ความช่วยเหลือดูแลเด็กสาวกำพร้าผู้น่าสงสารร่วมชายคาบ้านของเธออยู่เสมอ บราลีมีโอกาสไปเที่ยวปีนัง และพบกับ นายพณิช ชวาลา นักธุรกิจชาวปักษ์ใต้ที่เข้ามาจีบ หญิงสาวมองเห็นฐานะร่ำรวยที่จะเอื้อความสุขให้เธอได้ จึงคบหาดูใจกับเขาโดยไม่รู้รายละเอียดอื่นๆเลยแม้แต่น้อย และคุณหญิงเพ็ญแขเองก็เห็นด้วยกับความคิดของบุตรสาวจดหมายจาก คุณหญิงแก้ว ศิวะเวทย์ ภรรยาของเจ้าคุณนิติศาสตร์ธำรงผู้ล่วงลับ มีมาถึงเจ้าคุณบำรุง ทวงสัญญาที่ สามีของเธอกับเจ้าคุณเคยตกลงกันไว้ นั่นก็คือการหมั้นหมายระหว่างบุตรชายของคุณหญิงแก้ว กับลูกสาวคนโตของท่าน คุณหญิงเพ็ญแขตั้งแง่ในเรื่องนี้ เพราะเธอรู้มาว่าตั้งแต่เจ้าคุณนิติศาสตร์ธำรงเสียชีวิตไป ชะตาคุณหญิงแก้วก็ตกอับ ยากจน จนต้องย้ายไปทำมาหากินอยู่ทางเมืองสงขลา ปักษ์ใต้มานานหลายปี เธอคิดว่า ลูกชายคุณหญิงแก้ว ก็คงจะยากจนไม่ต่างกัน เมื่อเทียบกับนายพณิชที่ร่ำรวยแผนการเปลี่ยนตัวคู่หมั้น เพื่อไม่ให้เสียสัจจะจึงเริ่มต้นขึ้น คุณหญิงทวงบุญคุณกับริน ให้รับสมอ้างเป็นบราลี บำรุงประชากิจ และสวมรอยไปแต่งงานกับปลัดศรัณย์ ศิวะเวทย์ ลูกชายคนเดียวของคุณหญิงแก้ว ตามคำสัญญานั้น ริน จำต้องตกลง ในขณะที่ บราลี ก็เปลี่ยนชื่อเป็นบารนี แทน เพื่อไม่ให้คนอื่นเกิดความสงสัยบราลี หรือริน เดินทางไปสงขลา และแต่งงานกับปลัดศรัณย์ ชายหนุ่มรูปงามเกินกว่าที่เธอจะคาดคิด แต่น่าแปลกที่เขากลับดูเหมือนจะยินยอมรับเงื่อนไขการแต่งงานคลุมถุงชนครั้งนี้โดยไม่โต้แย้งใดๆทั้งสิ้น ซ้ำร้าย เมื่อได้อยู่ด้วยกัน ท่าทางของปลัดศรัณย์ กลับดูเหมือนล่วงรู้เท่าทันเธอและคุณหญิงเพ็ญแขทุกอย่างรินเก็บความลับเรื่องนี้ไว้ด้วยความไม่สบายใจเลยสักนิดเดียว หากเพื่อตอบแทนพระคุณผู้อุปการะ หญิงสาวจึงก้มหน้ารับสมอ้างนั้น และเป็นลูกสะใภ้คุณหญิงแก้ว คอยช่วยเหลืองานบ้านและทุกอย่างจนทำให้คุณหญิงแก้วเองก็พอใจสะใภ้คนนี้เป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่รินคิดไม่ถึงก็คือ คนรักเก่าของศรัณย์ ที่ชื่อ ดวงสวาท นั่นต่างหาก หญิงสาวก๋ากั่นผู้นั้น พาตัวเองเข้ามาพัวพันกับศรัณย์ สามีของเธออย่างไม่สนใจว่าเธอคือภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของเขาเลยด้วยซ้ำ ดวงสวาทอ้างว่าหล่อนเคยรักกับศรัณย์มาก่อน และไม่แคร์ถ้าหากเขาจะมีภรรยาที่ถูกบังคับให้แต่งงานกันอย่างเธออยู่ด้วย!ดูเหมือนปลัดศรัณย์เองก็ไม่สนใจความรู้สึกเจ็บปวดของรินเลยแม้แต่น้อย เขายิ่งพยายามเอาอกเอาใจดวงสวาท ต่อหน้าเธอเหมือนจะเย้ยหยัน ว่าเธอเองก็หลอกปลอมตัวมาเช่นกัน…ครอบครัวของบารนีและบุรณี มีญาติคนสนิทอีกคนหนึ่งคืออรุณฤกษ์ ชายหนุ่มผู้นี้ มีสหายร่วมก๊วนหลายคน รวมถึง ชรัตน์ รพิพันธ์ พ่อเลี้ยงหนุ่มจากเมืองเหนือที่เพิ่งลงมาเที่ยวพระนคร ชรัตน์เป็นบุตรชายคุณพระพิจารณ์ ซึ่งในอดีต คุณพระมีภรรยาน้อยอีกท่านหนึ่งและเกิดความเข้าใจผิดจนหอบลูกหนีมาโดยไม่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกัน ผ่านไปเกือบยี่สิบปี เมื่อจู่ๆ ท่านก็ได้รับจดหมายจากอดีตภรรยา แจ้งมาแต่เพียงว่า บุตรีที่เธอพาหนีมาด้วยนั้น ได้นำไปมอบไว้ให้ผู้มีอุปการะท่านหนึ่งเลี้ยงดู และบอกแต่เพียงว่า เด็กหญิงคนนั้น มีชื่อว่า ริน ระพี!! ชรัตน์พยายามตามหา ริน ระพี แต่ก็ไม่มีโอกาสพบสักครั้ง เขาเองได้รู้จักกับบุรณี จนเกิดความชอบพอกัน จึงไถ่ถามเรื่องนี้ บุรณี นำไปบอกกับคุณหญิงเพ็ญแข ด้วยความดีใจที่รินจะได้พบกับพ่อที่แท้จริงของเธอเสียที แต่คุณหญิงเพ็ญแข มีความโลภมากกว่านั้น เธอกลัวว่ารินจะมาแย่งสมบัติของชรัตน์ บุตรชายคนโตไป เพราะเห็นว่าชรัตน์ กำลังติดพันกับบุรณี ซึ่งอาจจะเป็นภรรยาร่วมกองมรดกกับเขาในอนาคต จึงพยายามบ่ายเบี่ยงไม่เปิดเผยความจริงให้ชรัตน์ได้รับรู้บารนี พี่สาวบุรณี ที่เปลี่ยนชื่อ ได้แต่งงานกับนายพณิชสมใจคุณหญิง และย้ายลงไปอยู่ที่ปักษ์ใต้ ที่นั่นเองเธอจึงล่วงรู้ว่า นายพณิชร่ำรวยขึ้นมาจากอาชีพค้าของเถื่อนข้ามแดน ซึ่งผิดกฎหมาย และถูกปลัดศรัณย์และตำรวจกำลังตามตัวจับอยู่ ชีวิตที่วาดหวังว่าจะสวยหรู แท้จริงมันไม่ใช่เสียแล้ว บารนีผิดหวังจนต้องกลับมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง ส่วนพณิชก็หนีตำรวจไปกบดานอยู่ที่อื่น เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ดวงสวาท พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อชิงปลัดศรัณย์กลับมาเป็นของเธอ ในช่วงที่ปลัดหนุ่มเดินทางมากรุงเทพฯ เธอสืบรู้ความจริงว่าริน ไม่ใช่บราลี แต่เป็นเพียงเด็กรับใช้ในบ้านปลอมตัวมา จึงเอาเรื่องนี้มาขู่หญิงสาว รวมถึงหลอกว่าเธอกับศรัณย์รักกันมาก แต่เขามีความจำเป็นขัดมารดาไม่ได้ จึงต้องแต่งงานกับเธอ และขอร้องให้ริน เป็นฝ่ายถอยไป เพื่อเธอจะได้แต่งงานกับศรัณย์รินเสียใจ และเพิ่งรู้ว่าเธอเองก็หลงรักศรัณย์ แต่ไม่ต้องการให้เขาผิดหวังในตัวเธอที่หลอกลวงเขา หญิงสาวจึงตัดสินใจหนีกลับพระนคร…รถเร่งฝีจักรเร็วขึ้น ลากกระบวนยาวผ่านสถานีสงขลาไปสู่จุดหมายปลายทางคือกรุงเทพฯ รินทรุดกายลงนั่งพิงพนักอย่างละเหี่ยใจ ใจวาบหวิวราวจะหลุดลอย หลับตาลงเพื่อกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลพรากลงมาแต่มันก็ได้ไหลซึมเปียกขนตางอนระยับชุ่ม ลาก่อนสงขลา ลาก่อนชีวิตที่ผ่านไป…ละครที่หล่อนได้แสดงเป็นตัวมายาสำคัญได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่นี้ไปหล่อนจะตื่นขึ้นพบความจริง ความจริงของชีวิต ที่ไม่มีอะไรเลย ตัวคนเดียวไร้ญาติ ไร้บ้าน ชีวิตจะระเหเร่ร่อนไป นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำแล้วจะนอนไหนเลย… ในขณะที่ปลัดศรัณย์เองนั้นเล่า ระหว่างที่เขาเดินทางกลับมาสงขลา เขาก็ได้คำตอบจากหัวใจตัวเองแล้วเช่นกัน…รถไฟเปิดหวูดยาว ฝีจักรชะลอลง แสดงว่ากำลังจะถึงสถานีในอีกสองสามนาทีต่อมา เขาปิดหนังสือพิมพ์รายวัน ซึ่งกางไว้โดยมิได้อ่านลง ความคิดที่กำลังล่องลอยไป ถูกเรียกกลับคืนมา อีกสองสามนาที เขาก็จะได้กลับไปถึงบ้าน บ้านที่มีแต่ความสงบสุข และมีชีวิต ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในกรุงเทพฯ เขาคิดถึงบ้าน และคิดถึงทวีขึ้นทุกวัน ครั้นแรกเขาหลอกตัวเองว่าคิดถึงบ้าน เป็นห่วงมารดาผู้ชรา แต่นานวันเข้า เขาก็ไม่อาจปิดความจริงไว้ได้ว่า เขาคิดถึงผู้หญิงสาวร่างแบบบางผู้มีอาการเคลื่อนไหวแช่มช้อย หน้าของหล่อนสวยซึ้ง ภาพของหล่อนทุกอิริยาบถพิมพ์อยู่ในใจของเขาโดยไม่รู้สึกตัว กระทั่งเมื่อเขาจะนึกถึงหล่อนครั้งใด เขาย่อมแลเห็นได้กระจ่างชัด เหมือนผู้หญิงคนนั้นมาปรากฏตัวต่อหน้า! เมื่อมาห่างไกลนานวันเช่นนี้ เขาจึงเข้าใจความรู้สึกของตนเองที่มีต่อหญิงผู้นั้น ว่าเขาต้องการหล่อนยิ่งนัก เพียงห่างตาเขาไปชั่วเวลาสัปดาห์เดียว เขายังระลึกถึงอย่างกระวนกระวายใจเพียงนี้แล้ว ถ้ามีเหตุบังเอิญให้เขาสูญเสียหล่อนตลอดไป เขาจะมีชีวิตอยู่ด้วยความสุขได้อย่างไร! บุรณี เป็นคนสัตย์ซื่อและทนเห็นรินถูกเอาเปรียบไม่ได้ หญิงสาวตัดสินใจบอกความจริงกับชรัตน์ ในช่วงที่ได้รับจดหมายจากริน ว่าจะเดินทางกลับมากรุงเทพฯพอดี ชรัตน์ และบุรณี ไปรอรับเธอที่สถานีรถไฟและเมื่อนั้นความจริงทุกอย่างก็เปิดเผย ริน ไม่ใช่เด็กกำพร้าอีกต่อไป แต่เป็นธิดาคนเดียวของมหาเศรษฐีแห่งเมืองเหนือ คุณพระพิจารณ์…ส่วนศรัณย์ เมื่อกลับมาถึง เขาพบว่ารินจากไปแล้ว…และดวงสวาท ก็เข้ามาหา เพื่อขอคืนดี แต่ศรัณย์ ก็ไม่สนใจ เขาบอกเธอว่าเขาเคย “หลง”เธอ แต่ไม่เคยรัก ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและหวังจะร่วมชีวิตด้วยก็คือริน! เขารู้ความจริงเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อบุรณี และบราลี สองพี่น้องไปเที่ยวปีนัง ที่นั่น ศรัณย์ได้รู้จักว่าบราลี ตัวจริงเป็นอย่างไร ดังนั้นเมื่อรินปลอมตัวมาเป็นภรรยา เขาจึงต้องการทดสอบนิสัยหญิงสาว จนเกิดความประทับใจและหลงรักในที่สุด บัดนี้ หญิงสาวในดวงใจ ผู้เป็นดั่งปดิวรัดา (บดี = สามี + วรดา = นางผู้เป็นที่รัก) หรือภรรยาสุดที่รักของสามีเช่นเขา ก็คือ ริน ระพี แต่เพียงคนเดียวเท่านั้น!ศรัณย์ เดินทางกลับมาที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง คราวนี้ เพื่อตามหาหญิงสาวในดวงใจของเขาให้กลับคืนมา และเขาจะไม่มีวันพรากจากเธอไปอีกตลอดกาล… รายชื่อนักแสดงปดิวรัดาจิรายุ ตั้งศรีสุข รับบท ศรัณย์ ศิวเวทย์ราณี แคมเปน รับบท ริน ระพีณัฐวรา วงศ์วาสนา รับบท ดวงสวาทพิมพ์ทอง วชิราคม รับบท บราลี บำรุงประชากิจอารดา อารยวุฒิ รับบท บุรณี บำรุงประชากิจกฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์ รับบท ชรัตน์สาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท คุณหญิงเพ็ญแข บำรุงประชากิจจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท คุณหญิงแก้ว นิติศาสตร์ธำรงค์อัศนัย เทียนทอง รับบท อรุณฤกษ์พศิน เรืองวุฒิ รับบท พณิช ชวาลาวิทวัส สิงห์ลำพอง รับบท นริศชัยวัฒน์ ทองแสง รับบท เสือชินวิชยุตม์ ลิ่มรัตนะมงคล รับบท นายเสริม

ลาก่อน! อดัม จอห์นสัน ส่อติดคุกหัวโต10ปีหลังศาลตัดสินผิดจริงคดีแอ้มเด็ก
ซันเดอร์แลนด์ /  พรีเมียร์ลีก / 

อดัม จอห์นสัน อดีตปีก ซันเดอร์แลนด์ มีโอกาสที่จะติดคุกหัวโตถึง 19 ปีหลังจากคณะลูกขุนได้ลงความเห็นว่ามีความผิดข้อหามีกิจกรรมทางเพศกับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีอดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษ ถูกจับในคดีมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กหญิงอายุ 15 ปีก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล คณะลูกขุนที่ประกอบด้วยผู้หญิง 8 คนและผู้ชาย 4 คนใช้เวลาตัดสินคดีนี้ถึง 9 ชั่วโมง 42 นาที ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาลงความเห็นว่าจอห์นสันมีความผิดดังกล่าวด้วยเสียงที่ 10 ต่อ 2 ผู้พิพากษาเปิดเผยว่า อดีตแข้งซันเดอร์แลนด์หลีกเลี่ยงการติดคุกไม่ได้อย่างแน่นอนและมีโอกาสที่จะโดนโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปีด้วยกัน

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

ย้อนวัยเด็กสุดน่ารัก ของ 8 สาวหล่อสุดฮอต
ซี ภูวรินทร์ คีแนน /  ติ๊นา ศุภนาฎ จิตติลีลา / 

ย้อนวัยเด็กหญิงชายมาเยอะแล้ว วันนี้เราขอข้ามมาดูฝั่งสาวหล่อในวัยเด็กกันบ้าง เอาใจแฟนคลับที่ชื่นชอบและติดตามพวกเขากัน ซึ่งสาวหล่อที่ทีนเอ็มไทยยกมาฝากนี้ ภาพตอนเด็กๆ ของบ้างคนก็ดูเป็นสาวน้อยน่ารัก และบางคนก็ฉายแววสาวหล่อมาตั้งแต่ตอนนั้นกันเลย เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ต้องลองไปชมภาพว่าใครเป็นใครกันบ้าง...ย้อนวัยเด็กสุดน่ารัก ของ 8 สาวหล่อสุดฮอต ติ๊นา ศุภนาฎ จิตติลีลา @tinasuppanad ซี ภูวรินทร์ คีแนน @zeezeez เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ @jeab_lalana ไดญา โทณะวณิก @xxdiyar เกรซ นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ @9nava เบบี้มายด์ ศรุดา เกียรติวราวุธ @babysaruda นัน สุนันทา ยูรนิยม @theconando แบมแบม นีวิรินทน์ ลิ่มกังวาฬมงคล @doublesbam เรียบเรียงโดย teen.mthai.com