เดือด

พินาศ ! ไอเอส ทำลายวัดคริสต์ เก่าแก่ที่สุดในอิรัก อายุ 1,400 ปี
กลุ่มไอเอส /  กองทัพเปอร์เซีย / 

'กลุ่มไอเอส' ทำลายวัดคริสต์โบราณอายุกว่า 1,400 ปี ในประเทศอิรัก ชาวคริสต์เดือด เป็นการขับไล่ออกจากประเทศทางอ้อม สำนักข่าว 'เอพี' เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณ 'อารามของเซนต์ เอลิยาห์' วัดคริสต์เก่าแก่ที่สุดในประเทศอิรักอายุกว่า 1,400 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาและแม่น้ำในเมืองโมซูล ซึ่งได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่และนักประวัติศาสตร์ในอิรัก ว่าถูกกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ 'กลุ่มไอเอส' ทำลายจนสูญสิ้น ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2014 หรือหลังจากที่กลุ่มไอเอส ยึดครองเมืองดังกล่าวไปได้เพียงไม่นาน ผู้นำทางศาสนาคริสต์ ระบุว่า นี่เป็นการขับไล่ชาวคริสต์ออกไปจากอิรักในทางอ้อม เพราะอารามของเซนต์ เอลิยาห์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีความสำคัญมากที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง และไม่มีอะไรสามารถทดแทนความสูญเสียของมรดกทางวัฒนธรรมดังกล่าวได้ ทั้งนี้ 'กลุ่มไอเอส' มุ่งเป้าโจมตีไปที่ การทำลายสถาปัตยกรรม มรดกทางวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในอิรักและซีเรียไปหลายแหล่ง และหนึ่งในนั้น คือเมือง แพลไมร่า ในซีเรีย ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลก อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า อารามของเซนต์ เอลิยาห์ หรือ 'เดียร์ มาร์ เอลิยา' อาจจะถูกสร้างขึ้นโดยนักบวชชาวอัสซีเรียในช่วงปี ค.ศ.595 ก่อนจะถูกอ้างความเป็นเจ้าของโดยคริสตจักรคาทอลิกของชาวคาลเดียน ต่อมาจึงกลายเป็นศูนย์กลางของชาวคริสต์ในท้องถิ่น ในช่วงวันพุธสุดท้ายของเดือน พ.ย. จะมีชาวคริสต์เป็นจำนวนมากเดินทางมาร่วมงานวัน มาร์ เอลิยา ต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายศตวรรษ จนกระทั่ง กองทัพเปอร์เซียยื่นคำขาดให้นักบวชของอารามเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม แต่นักบวชไม่ยินยอมทำให้นักบวชถูกสังหารกว่า 150 ชีวิต นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า กลุ่มไอเอส ในซีเรีย ได้ทำการปล่อยตัวนักโทษจำนวน 270 คน จากจำนวนกว่า 400 คน ที่พวกเขาลักพาตัวมาจากจังหวัด เดียร์ อัล-ซอร์ ทางตะวันออกของประเทศซีเรีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้พวกเขาจำต้องปล่อยตัวนักโทษครั้งนี้ ทางรายงานไม่ได้ระบุแต่อย่างใด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา nytimes

ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก , เรื่องย่อคู่วุ่นลุ้นแผนรัก
ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก /  เรื่องย่อ ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก / 

ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก บทประพันธ์โดย : เล่าเต็งกำกับการแสดงโดย : ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์ผลิตโดย : บริษัท ปรากฎการณ์ดี จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ คู่วุ่นลุ้นแผนรัก เมื่อรักแรกในวัยเด็กของเธอ คือฝันร้ายเวลาผ่านไปจากเด็กหญิงขี้เหร่กลายเป็นสาวงามที่ทุกคนใฝ่ปอง เธอจะเลือกใครระหว่างชายในฝันผู้เป็นรักแรกของเธอ หรือเขา ผู้ที่จะเป็นรักสุดท้ายมิอาจลืม ขอจันทร์...เด็กหญิงวัยสิบสามปีที่มักจะถูกเพื่อน ๆ เรียกว่า ยายดอกหน้าวัว เป็นเพราะปานดำที่กินพื้นที่เกือบครึ่งใบหน้าของเธอนั่น เอง ขอจันทร์ถูกล้อและถูกแกล้งมาตั้งแต่เด็กจึงทำให้เธอเป็นคนเก็บตัว พูดน้อยแต่ก็ใช่ว่าหัวใจเธอจะไม่มีรัก เมื่อเธอไปหลงรัก เด็กชาย นที ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตร ที่มีเค้าความหล่อและความเจ้าชู้ตั้งแต่เด็ก ขอจันทร์รวบรวมความกล้าที่สุดในชีวิตตัดสินใจสารภาพความในใจให้กับนทีรู้ ก่อนที่เธอจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาในฐานะนักเรียนทุน นทีถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าขอจันทร์ชอบเขา แต่ยังไม่ทันที่นทีจะตอบอะไร กลุ่มเพื่อนนทีก็เข้ามาพร้อมกับล้อนทีว่ามีแฟนเป็นดอกหน้าวัว ด้วยความอายทำให้นทีผลักขอจันทร์ล้มลง นทีบอกกับขอจันทร์ว่ายายดอกหน้าวัวอย่างเธออย่าคิดแม้แต่จะสบตามองเทพบุตรอย่างเขา ขอจันทร์โกรธและบอกกับตัวเองไว้ว่าเธอจะกลับมาแก้แค้นและทำให้นทีรักเธอให้ได้!!! ขอจันทร์แอบมาร้องไห้อยู่บนดาดฟ้าซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมักจะมาที่นี่อยู่บ่อย ๆ เพื่อแอบมองนที จังหวะที่ขอจันทร์ร้องไห้จนหน้ามืดจนเกือบพลัดตกลงไป ทันใดนั้นมือของชายคนหนึ่งได้เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ก่อนที่ร่างของเธอจะตกลงไปเบื้องล่าง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะรู้ว่าใครเป็นคนที่ช่วยเธอไว้ สติของเธอก็ดับวูบไปพร้อมกับความจำอันเลือนลางที่เหลือไว้เพียงความอบอุ่นจากมือคู่นั้นเท่าที่เธอจำได้ และเจ้าของมือคู่นั้นที่ช่วยเธอเอาไว้ก็คือ ศิลา พี่ชายคนโตของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง สิบปีผ่านไป ทุกคนลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นกับขอจันทร์อย่างสิ้นเชิง ยกเว้น ศิลา บุตรชายคนโตและเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแลธุรกิจด้านอาหาร อันเป็นธุรกิจหลักของตระกูลเชตวัตร ด้วยความที่เป็นความหวังของครอบครัวและเป็นบุตรชายคนโตทำให้ศิลาเป็นคนพูดน้อย และคิดทุกอย่างเป็นเม็ดเงินและผล ตอบแทนทุกลมหายใจ หรือจะเรียกว่าเป็นพวกบูชาเงินและความสำเร็จก็ย่อมได้ แตกต่างกับนที น้องชายคนรองของตระกูล ผู้มีความกะล่อนและลีลาแพรวพราวในการจีบสาวที่ลื่นไหลเหมือนชื่อของเขา คนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนทีก็คือ เดือนวารี น้องสาวคนสุดท้องที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ความน่ารักของเธอทำให้หนุ่ม ๆ ทั้งหลายต่างรุมตอม แต่เดือนวารีก็ไม่เคยมีใจให้กับใครเพราะเธอคิดว่าผู้ชายเหล่านั้นก็เหมือนกับนทีพี่ชายของเธอ ที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่คนที่ซวยที่สุดเห็นจะเป็น ตะวันฉาย น้องชายของขอจันทร์ ผู้อาศัยอยู่ในตระกูลของเชตวัตร นั่นก็เพราะพ่อของเขา นายสาโรจน์ เป็นคนสวนเก่าแก่รุ่นบุกเบิกมาตั้งแต่ตอนที่ตระกูลเชตวัตรเริ่มตั้งตัวใหม่ ๆ จนกระทั่งมาถึงรุ่นลูก ตะวันฉายจึงได้รับช่วงต่อให้เป็นคนสวนไปโดยปริยาย เดือนวารีมักจะคอยกลั่นแกล้งตะวันฉายเพื่อระบายกับสิ่งที่เธอมีอคติกับผู้ชาย เพราะตะวันฉายเป็นคนเงียบ ๆ ไม่เคยมีปากมีเสียงกับเดือนวารีสักครั้ง ทำให้เดือนวารีได้ใจและคอยแกล้งตะวันฉายอยู่ตลอดเวลา ตะวันฉายจึงกลายเป็นคนเก็บกดและคิดจะแก้แค้นเดือนวารีกลับบ้าง ศิลาตั้งใจให้ตะวันฉายคอยดูแลเดือนวารีแทนเขา จึงออกทุนให้ตะวันฉายได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเดือนวารี โดยทั้งคู่ก็มีกลุ่มของตัวเองและกลุ่มของทั้งสองคนก็ไม่ถูกกันอย่างแรง ทำให้ทั้งเดือนวารีกับตะวันฉายนอกจากเปิดศึกที่บ้านยังไม่พอยังลามมาถึงในมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก แล้วก็เกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อธุรกิจของตระกูลเชตวัตรประสบกับปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งหมดเกิดจากแผนการของ ครรชิต คู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลเชตวัตร ครรชิตแอบติดต่อกับผู้ลงทุนในเชตวัตรฟู้ดเพื่อกล่อมให้ผู้ลงทุนเหล่านั้นเปลี่ยนมาอยู่ฝ่ายตน ท่ามกลางความคัดค้านของ ณิชรันย์ น้องสาวผู้เพียบพร้อมและแตก ต่างกับครรชิต ณิชรันย์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ครรชิตทำ แต่ครรชิตกลับคิดว่าเป็นเพราะณิชรันย์รักศิลาจึงไม่เห็นด้วยกับเขา เมื่อผู้ถือหุ้นถอนหุ้นออกจากเชตวัตรฟู้ด ทำให้ศิลาผู้รับผิดชอบทุกอย่างในตระกูลจะต้องหาทางพลิกฟื้นและประคองให้ทุกอย่างผ่านไปให้ได้ ศิลาปรึกษากับ น้าทิพย์ ผู้เป็นแม่ซึ่งก็เป็นจังหวะที่นํ้าทิพย์ได้เจอกับ รสริน ผู้เป็นทั้งศัตรูและมหามิตร แล้วยังเป็นภรรยาของ พล.อ.ประภพ...ผู้มีศักดิ์เป็นพี่เขยของรัฐมนตรี ผู้มีอิทธิพลเป็นที่กว้างขวางทั้งในวงทหารด้วยกันและรวมถึงในรัฐบาลตอนนี้ สมองของศิลาก็ปริ้นท์แผนงานในการทำให้บริษัทของเขาอยู่รอดออกมาทันที นั่นคือการวางแผนที่จะให้นทีแต่งงานกับ ลีนา ลูกสาวของรสรินและ พล.อ.ประภพ โดยหวังเอาหน้าตาและเส้นสายของ พล.อ.ประภพ เป็นใบเบิกทางเพื่อให้ตระกูลเชตวัตรผ่านพ้นมรสุมชีวิตนี้ไปได้ นทีกำลังเริงร่าและดื่มดํ่ากับบรรยากาศแห่งท้องทะเลกับสาวคู่ควงคนใหม่ แต่แล้วโลกของเขาได้เปลี่ยนไปทันทีเมื่อนทีได้พบกับ ขอจันทร์ ยายดอกหน้าวัวที่เขาเคยรังเกียจ แต่บัดนี้ขอจันทร์กลาย เป็นสาวงามที่ชายหนุ่มทุกคนใฝ่ปอง แต่ทั้งสองกลับจำกันไม่ได้และปิ๊งกันทันทีตั้งแต่แรกเห็น ขอจันทร์กลับมาถึงกรุงเทพฯ เร่งเปิดธุรกิจการนวดเพื่อบำบัดตามความสามารถที่เธอได้เรียนมา ด้วยความช่วยเหลือของ เอริค ช่างแต่งหน้าเอฟเฟคที่รู้จักกันที่อเมริกา เอริคแนะนำดาราและเซเลบหลายคนมารับการบำบัดด้วย Therapeutic Massage กับขอจันทร์ จนกระทั่งวันนึงขอจันทร์ได้พบกับศิลาจากการพามาของณิชรันย์ เพียงแค่แวบแรกที่ขอจันทร์เห็นศิลาเธอก็จำเขาได้ทันที แต่ศิลากลับจำขอจันทร์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ขณะที่ทางด้านตะวันฉายได้พบกับ เชน...เสือผู้หญิงในคราบหนุ่มหล่อที่เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน เชนต้องการให้ตะวันฉายเป็นพ่อสื่อระหว่างเขากับเดือนวารี แล้วทันใดนั้นแผนการเอาคืนเดือนวารีก็ผุดขึ้นในหัวของตะวันฉายทันที นั่นคือเขาต้องการให้เชนเอาชนะใจเดือนวารี เพื่อให้ทั้งสองเป็นแฟนกัน เพราะตะวันฉายรู้ว่าคนอย่างไอ้เชนนั่นจะไม่ยอมเป็นแฟนกับใครได้เกินสามเดือน และนี่ก็คือแผนการแก้แค้นที่จะทำให้คนอย่างเดือนวารีได้เจ็บบ้าง เมื่อนทีกลับมาที่กรุงเทพฯ ก็ได้รู้เรื่องข่าวการจัดงานหมั้นระหว่างเขากับลีนา คู่หมั้นที่ศิลาและนํ้าทิพย์เลือกให้ ขอจันทร์ได้ปรากฏตัวขึ้นในงานหมั้น นทีหัวใจพองโต เมื่อคิด(ไปเอง) ว่าขอจันทร์ตามหาเขาจนรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ขณะที่ขอจันทร์เองก็ตกใจเช่นกันเมื่อได้รู้ว่า ชายหนุ่มรูปงามคนนั้นคือ เด็กชายนที...ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง และทันใดนั้นแผนการแก้แค้นของเธอก็เริ่มต้นขึ้น คือการให้นทียกเลิกงานหมั้นระหว่างเขากับลีน่านั่นเอง นั่นทำให้จากงานหมั้นเลยกลายเป็นงานหมันไปในทันที ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างเมื่อนทีประกาศยกเลิกงานหมั้น ขอจันทร์ตั้งสติได้ก่อนจะโกหกทุกคนว่าเธอชื่อ แองจี้ ลีนากลับไปด้วยความโกรธเพราะเสียหน้า ใครก็รู้ว่าลูกทหารอย่างเธอเรื่องศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด รสรินและประภพพ่อของลีนาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนลูกสาวถึงกับประกาศจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดใดกับครอบครัวของศิลาอีก ถ้าชาตินี้ไม่เจอกันได้ก็ดี เดือดร้อนถึงศิลาผู้วางแผนทั้งหมดจำเป็นจะต้องไปขอโทษและให้คำมั่นกับครอบครัวของลีนาว่าจะให้นทีกลับมาแต่งงานกับลีนาให้ได้ แผนการแก้แค้นของขอจันทร์ดำเนินไปอย่างแนบเนียนโดยที่นทีไม่รู้เลยว่าเขากำลังจะถูกขอจันทร์หักอกในไม่ช้า แต่แล้วขอจันทร์ก็ได้เปลี่ยนใจเมื่อรู้ว่าศิลาได้ให้ครอบครัวเธอทั้งหมดย้ายไปอยู่ที่อื่นพร้อมกับให้ทุนส่วนหนึ่งไปในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำให้ขอจันทร์เปลี่ยนความคิด เป็นความแค้นและคิดจะแต่งงานกับนทีจริงเพื่อต้องการให้ครอบครัวของศิลาและคุณหญิงเจ็บใจแต่ความลับไม่มีในโลก ศิลาจับได้ว่าที่แท้ขอจันทร์กับแองจี้ก็คือคนคนเดียวกัน ทุกคนตกใจและไม่เชื่อว่าจากยายดอกหน้าวัวจะกลายเป็นนางฟ้าได้ถึงเพียงนี้ ศิลาได้รู้ความต้องการของขอจันทร์ผ่านทางตะวันฉายผู้ที่เปรียบเสมือนน้องชายของเขาเช่นกัน ว่าขอจันทร์ต้องการจะแก้แค้นนทีในสิ่งที่เขาทำไว้กับเธอในตอนเด็ก ศิลาคิดหาทางที่จะต้องยับยั้งแผนการของขอจันทร์และต้องทำให้นทีแต่งงานกับลีน่าได้เร็วที่สุด ขอจันทร์ตกใจเมื่อจู่ ๆ ได้รู้ว่าสาโรจน์เป็นมะเร็งปอด ซึ่งจะต้องใช้เงินรักษา ศิลายื่นข้อเสนอที่ขอจันทร์ไม่อาจปฏิเสธได้นั่น ก็คือ ศิลาจะเป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับสาโรจน์ทั้งหมด รวมถึงการส่งเสียให้ตะวันฉายเรียนจนจบการ ศึกษา ขอจันทร์รู้ว่าที่ศิลาต้องการแต่งงานกับเธอนั่นก็เพราะศิลาหวังว่าจะให้ขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของนที นทีถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าถูกพี่ชายแท้ ๆ ของเขาแทงข้างหลัง เรื่องนี้ถึงกับที่นทีจะตัดพี่ตัดน้องกับศิลาแต่ยังดีที่ณิชรันย์พยายามพูดจาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย นทีและณิชรันย์ต่างรู้สึกแปลก ๆ กับคู่แต่งงานใหม่อย่างศิลากับขอจันทร์ที่ดูยังไงก็เหมือนคู่แค้นมากกว่าคู่รัก จนกระทั่งนทีได้รู้ความจริงที่ว่าที่ศิลาแต่งงานกับขอจันทร์ก็เพื่อต้องการแยกเธอออกจากเขา และต้องการให้นทีแต่งงานกับลีน่านั่นเอง นทีกับณิชรันย์ต่างดีใจที่ทั้งคู่ไม่ได้รักกันจริง ๆ ทั้งหมดเป็นเพียงการเล่นละครเท่านั้น นทีสารภาพรักกับขอจันทร์ก่อนจะขอโทษในสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอไว้ในอดีต นทีประกาศก้องต่อหน้าทุกคนว่าจะแย่งขอจันทร์จากศิลาให้มารักกับเขาให้ได้ ศิลาพูดอะไรไม่ออกเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทำให้ต้องคิดหาทางที่จะเอาขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของเขาโดยเร็วที่สุด แล้วเวลาแห่งการแก้แค้นก็มาถึงเมื่อขอจันทร์สั่งให้มีการพักผ่อนโดยจะนำพนักงานทุกคนไปเที่ยวทะเล ศิลาจึงเริ่มต้นวางแผนและคิดจะใช้โอกาสนี้ทำให้ขอจันทร์ต้องเป็นฝ่ายเสียใจบ้าง แล้วทริปแห่งความปั่นป่วนก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อขอจันทร์กับศิลาต้องมีอันไปติดเกาะด้วยกัน พายุเข้า เรือไม่มีจะกลับฝั่ง ด้วยความยากลำบากทำให้ศิลาและขอจันทร์เริ่มจะพูดจาดี ๆ ต่อกัน จนขอจันทร์ได้รู้ว่าศิลาเป็นเจ้าของมืออันอบอุ่นที่ได้ช่วยเธอเอาไว้เมื่อสมัยเด็กตอนที่เธอเกือบจะพลัดตกจากดาดฟ้า ขอจันทร์ถึงกับอึ้งไปอีกเมื่อรู้ว่าศิลาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยล้อเธอเรื่องดอกหน้าวัวและพยายามห้ามนทีและเดือนวารีทุกครั้งที่รังแกเธอกับตะวันฉายสองพี่น้อง และศิลายังจำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอได้ ทำไมเธอไม่รู้มาก่อนและการที่เธอเป็นที่จดจำของใครบางคนนั่นก็ทำให้ขอจันทร์ได้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นกับศิลา เช่นเดียวกับศิลาเมื่อได้อยู่กับขอจันทร์เพียงลำพังเขาจึงได้เห็นบางมุมของขอจันทร์ที่เธอไม่ใช่ยายตัวร้ายจอมวางแผนอย่างที่เขาเห็นมาก่อน สถานการณ์ยากลำบากต่าง ๆ ยิ่งทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความอบอุ่นในใจขึ้นอย่างประหลาด ณิชรันย์กับนทีร่วมมือกันออกตามหาทั้งสอง โดยไม่รู้เลยว่าระหว่างวันและเวลาที่นทีและณิชรันย์ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองต่างก็รู้สึกดีและแปลกใจที่ต่างเข้าใจกันและกัน จนทำให้ทั้งสองเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น ฝ่ายเดือนวารีก็ได้เป็นแฟนกับเชนตามแผนของตะวันฉาย และแล้วก็ถึงเวลาเดือนวารีจะได้รับความเจ็บปวดกลับบ้าง แต่ระหว่างนั้นสาโรจน์ผู้เป็นพ่อได้เข้ามาพูดเตือนสติกับตะวันฉาย และยังบอกถึงคำพูดของศิลาที่ต้องการให้ตะวันฉายดูแลเดือนวารี ตะวันฉายจึงต้องถามใจตัวเองอีกครั้ง ในที่สุดตะวันฉายก็ไปขอร้องให้เชนเลิกคบกับเดือนวารี แต่เชนกลับปฏิเสธเพราะว่าคืนนี้เขากำลังจะจัดการยัดเยียดความเป็นภรรยาให้กับเดือนวารี เมื่อตะวันฉายรู้จึงได้ออกตามหาทั้งคู่จนมาพบ ตะวันฉายก็ได้เข้ามาช่วยเดือนวารีให้รอดพ้นเงื้อมมือของเชนไปได้ และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความรู้สึกบางอย่างต่อกัน ศิลาและขอจันทร์ได้กลับมาถึงกรุงเทพโดยฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานา และมันยิ่งเพิ่มความรู้สึกอันอบอุ่นของทั้งคู่ นทีเมื่อเห็นขอจันทร์ก็ดีใจและตัดสินใจจะจัดงานแต่งงานขึ้นกับขอจันทร์ให้เร็วที่สุด แต่ขอจันทร์ปฏิเสธ ก่อนที่ขอจันทร์จะบอกกับนทีว่าตอนแรกที่เธอแต่งงานกับศิลาก็เพราะถูกบังคับ แต่ตอนนี้หัวใจของเธอได้รักศิลาจริง ๆ ซะแล้ว ทุกอย่างเหมือนทำท่าจะลงเอยด้วยดี ขอจันทร์กำลังดีใจที่จะได้สมหวังความรักกับศิลาแต่แล้วศิลากลับบอกว่าทั้งหมดเป็นเพียงแผนของศิลา ก็เพื่อจะทำให้ขอจันทร์หลงรักเขา เพื่อจะได้ให้เธอออกจากชีวิตของน้องชายเขาเสียที ไม่ว่าจะเป็นแผนการตั้งแต่เริ่มเดินทาง หรือการอยู่บนเกาะที่ขอจันทร์คิดว่าเป็นเกาะร้าง แต่ที่ไหนได้มันเป็นเพียงเกาะส่วนตัวเพียงเกาะหนึ่งที่มหาเศรษฐีอย่างศิลาซื้อเอาไว้ รวมถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ศิลาได้จ้างมืออาชีพมาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ขอจันทร์หลงรักเขา หัวใจของขอจันทร์แตกสลายอีกครั้ง ขอจันทร์ไม่สามารถจะอยู่ที่บ้านเชตวัตรได้อีกต่อไป เธอและครอบครัวจึงได้หายไปจากบ้านเชตวัตรและศิลาก็กลับมาดูแลธุรกิจเหมือนเดิมอีกครั้ง เพียงแต่ว่าหัวใจของเขานั้นก็เจ็บปวดไม่แพ้ขอจันทร์ นทีเมื่อรู้เหตุการณ์ทั้งหมดก็ถึงกับฟิวส์ขาดจนชกศิลาด้วยความโกรธที่ศิลาทำทุกอย่างเพื่อธุรกิจ โดยไม่คิดเลยว่าขอจันทร์เป็นผู้หญิงที่ตัวเองรัก ถึงแม้เขาจะเป็นเพลย์บอยไม่เอาการเอางานนั่นก็เพราะเขาชอบความรัก และเขาเกลียดที่สุดก็คือคนที่มีรักแล้วไม่รู้จักรักษามันไว้ เช่นเดียวกับเดือนวารีเมื่อรู้เรื่องว่าตะวันฉายย้ายออกจากบ้านไปก็โกรธศิลาที่ทำอย่างนั้น ศิลาคิดหนักว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นถูกต้องแล้วเหรอ รวมถึงพนักงานในบริษัทที่พอรู้ข่าวว่าขอจันทร์ลาออกก็ได้รวมตัวกันประท้วงเพื่อต้องการให้ขอจันทร์กลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิม ศิลาถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่ามีคนที่รักขอจันทร์มากถึงขนาดนี้ แล้วตัวเขาละ เขารักเธอหรือเปล่า นทีบอกให้ศิลาทำตามหัวใจตัวเองเพราะเขาจะรับผิดชอบทุกอย่างจากที่ไม่เคยเหลียวแลหรือแม้แต่มาบริษัทด้วยซํ้า ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อจู่ ๆ ศิลารู้ว่าตอนนี้มีคนไล่ทยอยซื้อหุ้นของเชตวัตรฟู้ด ก่อนที่ศิลาจะรู้ความจริงว่าคนนั้นก็คือครรชิตที่หวังจะฮุบเชตวัตรกรุ๊ปของศิลา ทางเดียวที่ศิลาจะรักษาบริษัทนี้เอาไว้ได้ก็คือ ต้องได้หุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือจากมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่มีปาฏิหาริย์ เมื่อถึงวันที่ผู้ถือหุ้นต้องเลือกระหว่างศิลาหรือครรชิต ใครจะเป็นผู้บริหารเชตวัตรฟู้ดคนต่อไป ระหว่างที่ศิลากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับครรชิต จู่ ๆ ขอจันทร์ก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับบอกว่าเธอจะขายหุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือให้กับศิลา ศิลาถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วขอจันทร์คือลูกสาวเพียงคนเดียวของมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศคนนั้น ขอจันทร์เล่าความจริงให้ศิลาฟังว่า พ่อแท้ ๆ ของเธอคือ ยองแทฮี พันธมิตรและผู้ร่วมก่อตั้งเชตวัตรฟู้ดขึ้นมาพร้อมกับบิดาของศิลา ระหว่างที่แทฮีเข้ามาคุยเรื่องธุรกิจที่เมืองไทย บ่อย ๆ ก็ได้พบรักกับ จันทร์ดี แม่ของขอจันทร์นั่นเอง แต่โชคร้ายที่ทั้งคู่ได้ประสบอุบัติเหตุขณะที่กำลังจะเดินทางไปเกาหลี และสาโรจน์เองก็คือชายผู้หลงรักจันทร์ดีได้เก็บขอจันทร์มาเลี้ยง เพื่อยืนยันในรักแท้ของเขาที่มีให้ต่อจันทร์ดี ศิลาถึงกับอึ้งไปและไม่เข้าใจว่าทำไมขอจันทร์ต้องกลับมาช่วยคนที่ทำให้เธอเสียใจมากขนาดนี้ จนนทีกับณิชรันย์ได้บอกว่านั่นก็เพราะขอจันทร์ยังรักศิลานั่นเอง ศิลาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างและออกตามหาขอจันทร์เพื่อบอกความรู้สึกของเขาให้เธอได้รับรู้ จนกระทั่งศิลาได้พบกับขอจันทร์ในที่สุด แต่ว่าหัวใจของขอจันทร์ได้บอบชํ้าจนยากเกินจะกลับไป แล้วศิลาจะทำยังไงในเมื่อตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาได้ทำร้ายหัวใจตัวเอง ศิลาและขอจันทร์จะกลับมารักกันได้อีกหรือไม่ ทั้งสองคนจะได้รู้หัวใจตัวเองหรือเปล่า ความรู้สึกห่วงใยที่แอบก่อตัวขึ้นระหว่างนทีและณิชรันย์จะพัฒนาต่อไปได้แค่ไหนแล้วเรื่องราวรุ่นเล็กระหว่างเดือนวารีกับตะวันฉายจะลงเอยกันเช่นไร โปรดลุ้นและเอาใจช่วยไปกับคู่กัดคู่ใหม่ได้ใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ธาวิน เยาวพลกุล รับบท ศิลา อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ขอจันทร์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท นที ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท ณิชรันย์ ชยพล บุนนาค รับบท ตะวันฉาย อังคณา วรรัตนาชัย รับบท เดือนวารี ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ครรชิต คีตภัทร อันติมานนท์ รับบท ลีน่า พชรพล ศุขอร่าม รับบท รุจน์พงษธัช รัตนเศรณี รับบท เชนชนัญญา พงษ์นาค รับบท น้ำหนึ่งแจ๊ค ไรเดอร์ รับบท เอริค

แซ่บแน่! จุ๋ย-คริส ประชันเดือด เมียหลวง2016
ละครเมียหลวง 2016 /  จุ๋ย เมียหลวง2016 / 

ได้ฤกษ์บรวงสรวงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ ละครเมียหลวง 2016 ของ ผู้จัดน้อง พรสุดา แห่งค่ายดีวันทีวี ที่ได้นางเอกหน้าหวานจุ๋ย วรัทยา มารับท ดร.วิกันดา ประชันเมียน้อยสุดแซ่บอย่าง คริส หอวัง รับบทอรอินทร์ ส่วนผู้ที่มารับบท ดร.อนิรุทธ์ ได้พระเอกมาดเข้มอย่าง สมาร์ท กฤษฎา พร้อมนักแสดงมากฝีมือ อาทิ กวางThe face,เฟิร์ส เอกพงศ์,เกล เวธกา,จ๊ะจ๋า พริมระตา ขอบคุณภาพจากIG:#เมียหลวง2016 จุ๋ย วรัทยา รับท ดร.วิกันดา คริส หอวัง รับบทอรอินทร์ กวางThe face รับบท นุดี ละคร เมียหลวง2016 ละคร เมียหลวง2016 ละคร เมียหลวง2016 ละคร เมียหลวง2016 ละคร เมียหลวง2016 ละคร เมียหลวง2016

'กั้ง โซฮอต' อัดคลิปเปิดหมดเปลือก พร้อมขอโทษ ชาวเน็ตลั่น 'ไม่ให้อภัย'
Airrin Angiie DZ /  กระเทย / 

58 สุดอัดอั้น ชาวออนไลน์ลั่น ไม่ให้อภัย กั้ง โซฮอต หรือนาย ยลดา จำปาศรี จำเลยดัง หลังโยน น้องเดหลี สุนัขพันธุ์ชิวาวา ของเพื่อนที่มาอาศัยอยู่ร่วมห้อง ลงมาจากตึกชั้น 5 เล่าเหตุการณ์ชนวนเหตุสลดใจ ว่า ตนได้รับสายโทรศัพท์จากเพื่อน ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัข เนื่องจากเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ จะมาขออยู่อาศัย เนื่องจากมีปัญหาส่วนตัว เผยหอพักที่ตนอาศัยอยู่ ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ แต่เพื่อนขอร้องจนตนยินยอม แต่หลังจากที่เพื่อนเข้ามาขออาศัย ได้ทำในสื่งที่ตนไม่พอใจหลายอย่าง เช่น นำสุนัขเข้ามานอนบนเตียง ทำห้องรก สกปรก มีเศษขยะเต็มห้อง เผย ตนเคยเหลือเงินเพียง 100 เดียว แต่ต้องสละให้เพื่อนซื้อบุหรี่ โดยที่ตน ต้องทนอดข้าว กล่าวโดยสรุปคือ ตนให้ใจเพื่อนคนนี้เป็นอย่างมาก ทั้งเพื่อนสาวคนนี้ยังไม่เคยช่วยทำความสะอาดห้อง เพียงแต่เช็ดกองมูลสุนัขเฉพาะจุด ตนรู้สึกอึดอัดใจ แต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับเพื่อน จนถึงวันที่เกิดเหตุ กลุ่มเพื่อนนัดกันไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ จนเมื่อตนมาถึงห้อง พบสภาพห้องทั้งเสื้อผ้า ข้าวของ ที่กองอยู่เต็มห้องและที่นอน ซึ่งในใจคิดโมโห แต่ไม่กล้าพูดกับเพื่อนตรง ๆ จนกระทั่งออกไปร้องไห้ และมีหญิงชายคู่หนึ่ง ขับรถมาส่งที่ห้อง เมื่อถึงมาในห้องอีกครั้ง พบสภาพห้อง จึงขาดสติ โมโหจนฟิวส์ขาว จึงเข้ามาเก็บกวาดห้อง และใช้ผ้ารวบสุนัข พร้อมทั้งเหวี่ยงลงไปที่หน้าต่าง ยอมรับว่าตนขาดสติ ทั้งความง่วงนอน และนอนน้อยมาหลายวัน พักผ่อนไม่เพียงพอ ประกอบกับความลำบากใจ และความกดดันต่าง ๆ จึงเก็บข้าวของโยนออกนอกห้อง จนกระทั่งเพื่อนคนนี้มาเคาะห้อง และถามไถ่ถึงเรื่องสุนัข ยอมรับเบะปากใส่เจ้าของหมาจริง และตัดสินใจมาขอโทษเจ้าของหมาที่ สน. ทีเดียว อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับ และรับผิดว่าตนทำลงไปจริง ๆ และรู้สึกสำนึกผิดจริง ๆ วอนทุกคนให้อภัย และให้สังคมให้โอกาสตนอีกครั้งในการเปลี่ยนตัวเอง เผยในช่วงที่ตนได้รับประกันออกมา จะไปทำบัญให้สุนัขเคราะห์ร้าย พร้อมทั้งขอบคุณสำหรับกำลังใจสำหรับคนที่เข้าใจ พร้อมชี้แจงเรื่องเพจปลอม ว่าอย่าทำ เพราะตนรู้สึกเหนื่อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น // ความในใจความจริงที่อยากพูดให้ทุกคนได้รุ้ขอโทษทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้น## Posted by กั้ง โซฮอท on 30 มกราคม 2016 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แขวงพระนครเหนือ ปล่อยตัวชั่วคราว สาวประเภทสองโยนชิวาวาจากตึกชั้น 5 เสียชีวิต ตีวงเงินประกัน 18,000 บาท ความคืบหน้ากรณีที่ กั้ง โซฮอต หรือ นายยลดา จำปาศรี วัย 22 ปี สาวประเภทสอง มายื่นฟ้อง เป็นจำเลย ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควร ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ฯ หลังจากเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา จำเลยก่อเหตุโยนสุนัขพันธุ์ชิวาวา ของ น.ส.เมยานี สิทธิสุข ลงจากห้องพักชั้น 5 อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ย่านวังทองหลาง หลังจากนั้น ศาลได้ตัดสินให้ จำเลย กระทำความผิดจริง ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ฯ และสวัสดิภาพสัตว์ และสั่งจำคุก 2 เดือน ไม่รอลงอาญา จากบทลงโทษจำคุก 4 เดือน เนื่องจากคำให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น ในทางคดี จำเลย สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย เมื่อเวลา 16.00 ที่ผ่านมา ศาลจึงอนุญาตให้ปล่อย นายยลดา ชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์คดีตีวงเงินประกัน 18,000 บาท ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ความคืบหน้า กรณี กั้ง โซฮอต หรือ นายยลดา จำปาศรีสาวประเภทสอง ที่ก่อเหตุฆ่าสุนัขพันธุ์ชิวาวาด้วยการโยนลงจากตึกชั้น 5 ของแมนชั่นย่านวังทองหลาง ล่าสุดศาลแขวงพระนครเหนือสั่งจำคุก 4 เดือน เหตุจากจำเลยรับสารภาพ จึงพิจารณาลดโทษเหลือ จำคุก 2 เดือน ไม่รอลงอาญา เผยให้เป็นบรรทัดฐานทางสังคมในคดีทารุณกรรมสัตว์ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อย่าหลงเชื่อ เพจปลอม ใช้ภาพกั้ง โซฮอต สาวประเภทสองผู้ก่อเหตุจับสุนัขโยนจากตึกจนตาย โพสต์ข้อความสร้างความเกลียดชัง หลังจากที่เกิดกรณี กั้ง โซฮอต หรือ นายยลดา จำปาศรีสาวประเภทสอง ที่ก่อเหตุฆ่าสุนัขพันธุ์ชิวาวาด้วยการโยนลงจากตึก ได้สร้างความโกรธแค้นให้กลุ่มคนรักหมาเป็นจำนวนมาก กระนั้น ทาง น.ส.เมยานี สิทธิสุข เจ้าของหมา ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อย ในข้อหา  ทำให้เสียทรัพย์ และ ทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยทาง  กั้ง โซฮอต ได้โพสต์ข้อความขอโทษ พร้อมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่กระนั้น ได้มีการตั้งเพจที่มีชื่อว่า Airrin Angiie DZ พร้อมโพสต์ข้อความ และรูปภาพ ในเชิงหมิ่นศาสนา และ เหยียดหยามประชาชนทางภาคอีสาน รวมทั้งมีการโยงเรื่องประเด็นทางการเมือง ในข้อความที่รุนแรง รวมถึงโยงประเด็นตุ๊กตาลูกเทพเข้ามาเกี่ยวข้อง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- กลายเป็นคดีดัง ที่สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวสังคมออนไลน์ผู้รักสัตว์อย่างกว้างขวาง หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เรื่องราว กรณีที่สุนัขของตัวเอง ถูกสังหารอย่างทารุณ ที่ล่าสุด ได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง เป็นที่เรียบร้อย เรื่องดังกล่าวมีอยู่ว่า สุนัขพันธุ์ชิวาวา เคราะห์ร้าย มีชื่อว่า 'เดหลี' ซึ่ง น.ส.เมยานี สิทธิสุข อายุ 23 ปี เจ้าของสุนัข นำมาพักอาศัยกับเพื่อน นายยลดา จำปาศรี ผู้เป็นเจ้าของห้องพักแมนชั่นแห่งหนึ่ง โดยเหตุสลดใจ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังเพื่อนร่วมห้องพักทั้งหมดพากันกลับจากรับประทานอาหารค่ำ แต่คนละเวลา เมื่อเจ้าของ เดหลีมาถึง กลับพบว่า หมาของตัวเองนอนแน่นิ่งอยู่บนหลังคาแมนชั่นที่อยู่ในระดับต่ำกว่า (ห้องตั้งอยู่บนชั้น 5) พร้อมกันนี้ ข้าวของน.ส.เมยานี ถูกนำมากองไว้หน้าห้อง แต่ก่อนหน้านั้น ไม่มีเหตุทะเลาะวิวาท หรือบอกล่วงหน้าแต่อย่างใด จากนั้น เจ้าของที่กำลังรู้สึกเสียใจอย่างหนัก จึงเข้าแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง กับ ร.ต.อ. ไพสาร ใจซื่อ เจ้าหน้าที่ร้อยเวรเจ้าของคดีพร้อมขอหมายศาลเพื่อนำตัวผู้กระทำผิด ทั้งนี้ การสอบสวนเกิดขึ้นในวันนี้ (27 ม.ค.) เวลา 13.30 น. โดยจากการสอบสวนพบว่า เพื่อนผู้เป็นเจ้าของห้องพัก อาจเสพสิ่งเสพติดจนทำให้มึนเมาและบันดาลโทสะ กระทำการอันทารุณโหดร้ายต่อชิวาว่าตัวน้อย พร้อมทั้งโยนเดหลีลงมาจากชั้น 5 ของอาคารแมนชั่น ตกกระแทกหลังคา ขาหัก เลือดออกหู ปาก จมูก และเสียชีวิตในที่สุด ส่วนทางด้าน นายยลดา จำปาศรี หรือ กั้ง ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ว่า 'เดหลี' ชอบกัดข้าวของและขับถ่ายไม่เป็นที่ จนกระทั่งคืนที่เกิดเหตุเข้ามาในห้องพักของตน พบว่าข้าวของกระจัดกระจาย จึงบันดาลโทสะ ก่อเหตุสลดใจดังกล่าว ทั้งนี้ทั้งนั้น ในบันทึกประจำวันเดิม ลงข้อกล่าวหาไว้เพียง ทำให้เสียทรัพย์ ทาง WATCHDOG THAILAND องค์กรเพื่อสุนัข ได้ประสานเจ้าของ และร้อยเวร ชี้แจง การดำเนินคดีอาญาแผ่นดิน เพื่อประกอบข้อหาเพิ่มเติม คือ ทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามมาตรา 20 แห่ง พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ พร้อมทั้ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบตร.ให้ความสนใจ โทรศัพท์สายตรง กำชับ สน.วังทองหลางดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ. ไพสาร ใจซื่อ ร้อยเวรเจ้าของคดียืนยันประกอบ 2 ข้อหาดังกล่าวแน่นอนพร้อมเตรียมจัดทำสำนวนสอบสวนเพื่อส่งฟ้องอย่างเร่งด่วน ขอบคุณข้อมูลจาก WATCHDOG THAILAND ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาวประเภทสอง ฆ่าสุนัขโยนตึก โพสต์ข้อโทษ พร้อมรับผิด สาวประเภทสอง ที่ก่อเหตุดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ขอโทษและสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปและพร้อมรับผิดชอบกับที่เกิดขึ้นทั้งหมด หนูผิดคนเดียวผิดจริงๆ คงทำได้เพียงขอโทดและสำนึกผิดและรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปค่ะ เพราะหนูไม่สามารถย้อนเวลากับไปแก้ไขจุดนั้นได้แล้ว..ขอโทษพี่สาวประเภทสองทุกๆ คนที่หนูทำให้มีข่าวเสียหายพาดพิงไปแต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้นผิดที่หนูคนเดียว..ขอโทษทุกสิ่งอย่างจากความรู้สึกจริงๆ และพร้อมรับความผิดตามกฎหมายต่อไป" 14.36 ชาวคนรักหมาออนไลน์ จ่อนัดรวมตัวกันที่ ส.น.วังทองหลาง หลังผู้ต้องหาสาวประเภทสอง เดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หวั่นอาจเกิดความไม่สงบได้ หลังจากที่คดีดังกล่าว สร้างความเดือนดานให้กับคนรักสัตว์เป็นจำนวนมาก ภาพจากเฟซบุ๊คชื่อ Merika' Maken Lanes ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 13.45 หมวย โซฮอท สาวประเภทสอง เน็ตไอดอล ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา จับสุนัขโยนลงจากตึก หลังจากมีใบหน้าตัวเอง ปรากฏอยู่ในโพสต์ที่แชร์ประจานผู้ต้องหา และทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยระบุข้อความดังนี้ "ตื่นเช้ามาFcส่งข่าวนี้มาให้ดูเยอะมาก!คือตกใจเพราะมีรูปตัวเองอยู่ในข่าว ด้วย ขอเคลียร์ ณ ตรงนี้น่ะค่ะ!!. คนที่โยนน้องหมาลงชั้น5 ไม่ใช่หมวยน่ะค่ะ!! แต่เป็นอิกะเทยใจนรกชื่อกั้งหรือชื่อจริงชื่อแอร์เป็นคนฆ่าน้องหมาค่ะ ยอมรับน่ะค่ะว่ารู้จักกระเทยคนนี้ซึ่งเขาเป็นแค่FCแล้วมาขอถ่ายรูปด้วยซึ่ง ไม่สนิทหรือเป็นเพื่อนอะไรเลย หมวยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นะค่ะคนที่เม้นด่าก็กรุณาเชคด้วยน่ะค่ะ ไม่ใช่สักแต่เม้นว่าหมวยเป็นคนทำ แล้วก็อย่าเหมารวมกระเทยค่ะ!! ณ ตอนนี้ ขอประนามกระเทยกั้งที่เอานามสกุลโซฮอทไปใช้และขอให้เอาภาพหน้าปกที่มีรูป หมวยกับเพื่อนออกด้วยค่ะ!! เพราะตอนนี้คนเข้าใจผิดเยอะมากว่ากูฆ่าหมา อิสารเลว มึงทำไปได้ไง ใจมึงทำด้วยอะไรกูถามสิ? แล้วคนจะมองกระเทยยังไง?! กูจะช่วยเจ้าของหมาเต็มที่ค่ะ มึงเตรียมตัวรับกับกฏหมายได้เลย!!!! อีกั้ง" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ หมวย โซฮอท ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 13.40 น.หลังจากที่เจ้าของสุนัขเคราะห์ร้าย ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ที่ ส.น. วังทองหลาง กับ ผู้ต้องหาสาวประเภทสอง โดยผู้ต้องหาได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ขณะที่เข้ามาในห้อง เห็นห้องรก และน่าจะเป็นเพราะความซุกซนของสุนัข จึงจับโยนลงมาจากชั้น 5 และทำให้สุนัขเสียชีวิตในที่สุด ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- กลุ่มคนรักหมาเดือด ร้องเอาผิด สาวสวยจับสุนัขโยนจากตึกชั้น 5 ตายอนาถ วันนี้ (27 ม.ค.) สมาชิกกลุ่ม 'รักหมา' กลุ่มขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกราว 160,000 บัญชี ในสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก แชร์เรื่องราวสุดสลดใจ กรณีที่มีการอ้างว่าผู้ต้องหาหญิงสาว รูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่ง ก่อเหตุจับสุนัขพันธุ์ชิวาวา โยนลงมาจากตึกชั้น 5 ตกลงมานอนอยู่ที่หลังคาบ้านหลังหนึ่ง สภาพขาหัก เลือดออกบริเวณกกหู และตายตาไม่หลับ ซึ่งเจ้าของระบุไว้ว่า ขณะพบครั้งแรกไม่สามารถช่วยเหลือใด ๆ ได้ ทั้งนี้เจ้าของสุนัข ได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจติดตามเรื่องราวดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เพราะหากเป็นเรื่องจริง ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ และเป็นเรื่องที่กลุ่มคนรักสุนัขไม่อาจให้อภัยได้ ทั้งนี้ทราบต่อมาว่า ผู้ต้องหา ที่จับสุนัขเคราะห์ร้าย โยนลงมาจากชั้น 5 นั้น เป็นสาวประเภทสอง เพราะมีการแชร์ภาพบัตรประชาชน และมีคำนำหน้าว่า 'นาย' ซึ่งมีการกล่าวอ้างเรื่องราวด้วยว่า เคยมีประวัติว่าเคยฆ่าแมวมาก่อน ด้วยการใช้มีดฟัน หรือ เอาหินทุบหัว อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวขณะนี้คือได้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งระบุว่าเป็น ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ พร้อมทั้งมีหน่วยกู้ภัยลงพื้นที่มาเก็บศพสุนัขเคราะห์ร้ายแล้ว แต่ชาวออนไลน์ พยายามเรียกร้องให้เจ้าของ แจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์อีกกระทง โดยขณะนี้ ชาวออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความเห็นที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็กล่าวประณามผู้ก่อเหตุ บ้างก็เรียกร้องให้มีการออกมาชี้แจงว่าเพราะเหตุใด สุนัขจึงไปอยู่กับผู้ก่อเหตุจนถูกจับโยนลงมาได้ บ้างตั้งคำถามว่า ทำไมเจ้าของถึงไม่พยายามช่วยสุนัขตั้งแต่ถูกจับโยนลงมาตั้งแต่แรก ส่วนเจ้าของหมา จะมีการชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง ริษยาแรง!หนุ่มอิจฉาหมา เอาน้ำร้อนลวก ก่อนฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม ไขข้อสงสัย ‘ยาแมว’ คืออะไร ทำไมวัยรุ่นฮิตใช้เป็นยาเสพติด ? ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา เฟซบุ๊คชื่อ Merika' Maken Lanes

เคยห้าวมาก่อน! ปรัชญา รับเห็น คล็อปป์ เหมือนได้ส่องกระจกดูตัวเองตอนหนุ่ม
ปีศาจแดง /  ลิเวอร์พูล / 

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือสายนั่งชิลล์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้ความเห็นก่อนศึก "แดงเดือด" ที่จะพาลูกทีมบุกไปเยือนถิ่น แอนฟิลด์ ของ ลิเวอร์พูล ในยุคการทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ โดยก่อนเกม ฟานกัล เผยว่ารู้จัก คล็อปป์ เป็นอย่างดี และเทรนเนอร์เมืองเบียร์ ยังมีลักษณะที่เหมือนกับตัวเขาในช่วงเริ่มต้นการเป็น ผู้จัดการทีม ซึ่งปัจจุบันได้ทิ้งมาดจอมบู๊ไปหมดแล้ว หลังจากอายุย่างเข้าหลักเลข6 กุนซือชาว ฮอลแลนด์ วัย 64 ปี ให้สัมภาษณ์ถึงคู่แข่งก่อนเกมว่า "ตอนที่ผมยังหนุ่มยังแน่น ผมก็เป็นแบบเดียวกันกับ คล็อปป์ นี่แหละ แต่ตอนนี้อายุผมปาไป 64 แล้ว ซึ่งก็สามารถควบคุมตัวเองได้มากขึ้น" "ผมไม่คิดว่าผู้ตัดสินในอังกฤษจะบ้าจี้ไปตามเสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นและผู้จัดการทีมที่คอยกดดันหรอกนะ. กุณซือทุกคนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมไปถึงบุคลิกภาพ และปรัชญาการทำทีม. ตอนผมเริ่มเป็นกุนซือช่วงแรกๆ ผมเป็นเหมือน เจอร์เกน ทุกอย่าง นอกซะจากผมไม่คิดว่าการยืนข้างสนามมันจะมีอิทธิพลต่อผู้ตัดสิน" หลุยส์ ฟาน กัล ตบท้าย

ดูย้อนหลัง เคพีเอ็น #25 ไฟลุก! ศิษย์เปิดศึกกับครู ในสาย B
KPN Award /  KPN AWARD 25th / 

เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 เดอะ แบทเทิล รีเทิร์น ลุกเป็นไฟ! เมื่อ 'ลูกศิษย์' เปิดศึก 'ครูสอนร้องเพลง' ใน สาย B สัปดาห์นี้บอกเลยว่าเดือด! เมื่อรายชื่อผู้เข้าแข่งขันสาย B จับพลัดจับผลูให้บรรดา 'ลูกศิษย์' ต้องมาเปิดศึกกับ 'ครูสอนร้องเพลง' กลางเวที รายการ เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 เดอะ แบทเทิล รีเทิร์น (KPN AWARD 25th The Battle Returns) ทำเอาเหล่าคอมเมนเตเตอร์และกรรมการเครียด!! สัปดาห์ที่สองพบกับผู้เข้าแข่งขันสาย B หนุ่ย นันทกานต์ ฤทธิวงศ์ เพลง เก็บใจใส่กุญแจ, ครูกานต์ จั่นทอง เพลง บัลลังก์เมฆ, โอ๊ต ธนปกรณ์ อุปลกะลิน เพลง คุณและคุณเท่านั้น, จอย สุภาพรรณ เสาวดี เพลง Treasure, ทิพย์ พรทิพย์ สนมะเริง เพลง Queen of the night และ อาร์ต อัครินทร์ ฉายแก้วสกุลชัย กับเมดเลย์เพลง จม, ที่เดิมของคนแพ้, อย่ากลับมาอีกเลย... KPN Award 25th : The Battle Returns : หนุ่ย - เก็บใจใส่กุญแจ EP.1/6 (30 Jan 2016) KPN Award 25th : The Battle Returns : ทิพย์ - Queen of the night EP.5/6 (30 Jan 2016) KPN Award 25th : The Battle Returns : ครูกานต์ - บัลลังก์เมฆ EP.6/6 (30 Jan 2016) งานนี้แต่ละคนไม่ได้มาเล่นๆ! เพราะงัดเทคนิคการร้องเพลงขั้นเทพมาฟาดฟันบนเวที... ทำเอาเหล่าคณะกรรมการถึงกับต้องยกให้มี Best Show ประจำสัปดาห์นี้ถึง 2 คน คือ จอย สุภาพรรณ เสาวดี และ อาร์ต อัครินทร์ KPN Award 25th : The Battle Returns : จอย - Treasure EP.2/6 (30 Jan 2016) KPN Award 25th : The Battle Returns : อาร์ต - จม+ที่เดิมของคนแพ้+อย่ากลับมาอีกเลย ด้าน โอ๊ต ธนปกรณ์ กลายเป็นผู้ที่ไม่สามารถคว้าโอกาสครั้งที่ 2 ไว้ได้ KPN Award 25th : The Battle Returns : โอ๊ต - คุณและคุณเท่านั้น EP.4/6 (30 Jan 2016) ติดตามชมและร่วมลุ้นว่าใครจะคว้าโอกาสครั้งที่ 2 ได้เป็นนักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2559 เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25... ห้ามพลาดรายการ เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 25 เดอะ แบทเทิล รีเทิร์น (KPN AWARD 25th The Battle Returns) ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 17.25 น. ทางช่อง 3 และช่อง 33 HD คลิปวิดีโอจาก youtube channel : kpnaward Official ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เดือด! นักเรียนอ่างทองไล่ตีกันชุลมุน หลังสอบโอเน็ต
ตีกัน /  นักเรียนตีกัน / 

เดือด! นักเรียนอ่างทองไล่ตีกันชุลมุน หลังสอบโอเน็ต  บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ อรรณพ อัฐมาลา ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความเหตุการณ์นักเรียนในจังหวัดอ่างทอง ไล่ตีกันชุลมุนพร้อมทั้งมีการขี่รถจักรยานยนต์ไล่กวดกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันสอบโอเน็ต ซึ่งเจ้าของคลิประบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งมีเหตุนนักเรียนตีกัน บริเวณหน้าร้านครัวปักษ์ใต้ ริมถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ที่ 2 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่ากลุ่มเด็กนักเรียนนั้นกำลังชุลมุนกันอยู่เป็นกลุ่มจำนวนหลายคนและรถจักรยานยนต์หลายคัน ก่อนที่ทั้งหมดจะขี่จักรยานยนต์ไล่กวดกันไป มุ่งหน้าไปสี่แยกเรือนจำ ก่อนที่กลุ่มของนายภูมิ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นนักเรียนคู่อริจะขี่จักรยานยนต์ตามไปและใช้ไม้ฟาดนายเคน (นามสมมุติ) นักเรียนอีกฝ่าย จนรถจักรยานยนต์ล้มที่บริเวณหน้าเรือนจำจังหวัดอ่างทอง ก่อนที่กลุ่มของนายภูมิจะได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป ตรวจสอบในที่เกิดเหตุมีไม้หน้าสามยาวประมาณ 50 เซนติเมตร ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการยึดไปเป็นหลักฐาน จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่านายภูมิ คนที่ใช้ไม้ตีนายเคนนั้น แต่เดิมนั้นเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตอำเภอเมือง แต่ตอนหลังมีปัญหาจึงได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนในอำเภอวิเศษชัยชาญ ไปเรียนได้เพียงพักเดียว ก็ได้มีเรื่องกับนายเคน ก่อนที่ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสอบโอเน็ต นักเรียน ม.6 ทุกโรงเรียนต้องมารวมตัวกันสอบ ณ ที่เดียวกัน ซึ่งเมื่อนายภูมิได้เจอเพื่อนเก่า ๆ ที่เรียนอยู่ในอำเภอเมือง จึงได้รวมตัวกันและก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นได้ให้นายเคนพร้อมเพื่อนๆ ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอ่างทอง ก่อนที่จะทำการเรียกตัวนายภูมิมาสอบสวนต่อไป ที่มา อรรณพ อัฐมาลา ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

วิธีทำ ข้าวมันไก่ สูตรเด็ดทำกินได้ทั้งครอบครัว
ข้าวมันไก่ /  น้ำจิ้มไก่ / 

ข้าวมันไก่ เป็นเมนูที่นึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อตอนหิว แต่พอไปกินตามร้านข้าวมันไก่ บางเจ้าทำให้น้อย แถมสั่งพิเศษแล้ว ก็ยังไม่อยู่ท้อง เรามาหัดทำข้าวมันไก่ที่บ้านกันดีกว่า สูตรข้าวมันไก่ ใครทำก็อร่อย วิธีทำ ข้าวมันไก่ สูตรเด็ดทำกินได้ทั้งครอบครัว ส่วนผสม ข้าวสาร  350 กรัม สะโพกหรืออกไก่  700  กรัม ขิงแก่ฝานเป็นแว่น  6 แว่น กระเทียมสับหยาบ  2  ช้อนโต๊ะ รากผักชีบุบ  2  ราก เกลือป่น  1/2 ช้อนชา น้ำเปล่า  6  ถ้วย น้ำมันเจียวจากหนังไก่หรือนำมันพืช  14  ถ้วย ใบผักชีและแตงกวาหั่นตามขวางปริมาณตามชอบ น้ำจิ้มข้าวมันไก่และน้ำซุปตามชอบ เช่น แกงจืด สำหรับทานคู่กัน วิธีทำ ต้มไก่ในน้ำเดือดจนสุก ตักขึ้นพักไว้ กรองน้ำต้มไก่ผ่านกระชอนเตรียมไว้สำหรับหุงข้าว ซาวข้าวสารผ่านน้ำ 1 ครั้ง แล้วใส่หม้อหุงข้าวเตรียมไว้ เมน้ำมันเจียวจากหนังไก่ใส่กระทะประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟให้ร้อนเจียวกระเทียมจนได้กลิ่นหอมแล้วใส่ลงในหม้อหุงข้าว ใส่ขิงและรากผักชีลงไป ตามด้วยน้ำต้ม เกลือป่น และน้ำมันที่เหลือคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝา หุงข้าวจนสุกดี ระหว่างนั้นเลาะกระดูกออกจากเนื้อไก่แล้วหั่นเป้นชิ้นตามยาว เตรียมไว้ ตักข้าวมันใส่จานเสิร์ฟ วางไก่ต้มลงไปตกแต่งด้วยผักชี รับประทานคู่กับแตงกวา น้ำจิ้ม และน้ำซุปตามชอบ ส่วนผสมน้ำจิ้มข้าวมันไก่ ของแก่สับละเอียด  2  ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับละเอียด  1  ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสับหยาบ  1-2 ช้อนโต๊ะ เม็ดเต้าเจี้ยวดำบดละเอียด  3  ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย  2  ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว  1  ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำ  1/4  ช้อนชา น้ำส้มสายชู 1 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ชิมรสตามชอบ แล้วตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ สูตร ข้าวมันไก่ จากหนังสือ จานอร่อย เป็ด ไก่ หนังสืออมรินทร์

ท้าลอง! เมนูยำก้านคะน้ากุ้งสด สุดซี๊ด
คะน้า /  ยำ / 

เอาใจคนชอบความกรอบ ซี๊ด และไม่หนักท้องจนเกินไป กับเมนูยำก้านคะน้ากุ้งสด ที่เมื่อทานเข้าปากจะเพิ่มความแซ่บ และสดชื่นได้ฉับพลัน แถมไม่ต้องกลัวเหม็นเขียวด้วยนะคะ เพราะก้านคะน้าผ่านการลวกและช็อกน้ำเย็นเรียบร้อย แถมยังคงไว้ซึ่งสีเขียวสดของผักคะน้าที่สวยชวนทานอีกด้วย เป็นเมนูง่ายๆ ที่สามารถทำทานที่บ้านได้ โดยเฉพาะหนุ่มๆ สาวๆ ที่อยากโชว์ฝีมือให้กับคนรู้ใจได้ลิ้มลอง ต้องห้ามพลาดค่ะ ส่วนผสม กุ้งขาว 3-4 ตัว หมูสับ 50-100 กรัม ก้านคะน้าซอยเป็นชิ้นเล็กๆ 100-150 กรัม แครอทหั่นเต๋า 1/3 หัว พริกขี้หนูแดงสับละเอียด 1-2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเชื่อม 3-3 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2-2 1/2 ช้อนโต๊ะ หอมเล็กซอย 1-2 หัว วิธีทำ 1. ต้มน้ำให้เดือด นำก้านคะน้าและแครอทลงไปลวก จากนั้นรีบยกขึ้นแล้วแช่น้ำเย็นจัดเพื่อให้คงสีสวย 2. ลวกกุ้งและหมูสับ (ทีละอย่าง) จนสุก พักไว้ 3. เตรียมน้ำยำ โดยผสมน้ำมะนาว น้ำเชื่อม น้ำปลา คนให้เข้ากัน เติมพริก กระเทียม หอมเล็ก คะน้า แครอท กุ้งลวกสุก และหมูสับลวกสุก คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน สูตร ยำก้านคะน้ากุ้งสด จากหนังสือ อาหารอร่อยใครๆ ก็ทำได้ – หนังสืออมรินทร์

นาทีนายกฯเดือด!อารมณ์เสียใส่สื่อทั้งวัน ปมวิพากษ์รธน.(คลิป)
ทหาร /  นายกฯ / 

เผยคลิป! นายกฯ เดือดใส่สื่อฯ อารมณ์เสียตลอดวัน ปมวิพาษษ์รัฐธรรมนูญ - แต่งตั้งทหาร  เกิดกระแสหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังวานนี้ 2 ก.พ.59 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. แสดงอาการอารมณ์ฉุนเฉียวหลายครั้ง ต่อข้อซักถามของสื่อฯกรณีเรื่องร่างรัฐธรรมนูญและการแต่งตั้งทหาร โดยได้ตำหนิสื่อฯที่นำเสนอข่าวบิดเบือน และนำเสนอแต่เรื่องการเมือง ร่างรัฐธรรมนูญ และกำหนดการเลือกตั้ง โดยไม่เสนอผลงานของรัฐบาล และให้ความรู้แก่ประชาชน หากในอนาคตได้นักการเมืองไม่ดีเข้ามาบริหารประเทศ ตนจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวแล้ว เป็นเรื่องของผู้ใช้สิทธิ์ที่ต้องรับผิดชอบกันเอง ขณะที่ เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวีดีโอ ระบุตอนหนึ่ง ที่นายกรัฐมนตรีได้เกิดอารมณ์หงุดหงิดตลอดเวลาหลังตอบข้อซักถามสื่อฯ ในขณะเยี่ยมชมการแสดงผลงานประดิษฐ์และนวัตกรรม เนื่องในวันนักประดิษฐ์ และรณรงค์ป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องในวันมะเร็งโลก ข้อความระบุว่า... พลเอกประยุทธ์ กล่าวใส่สื่อ ว่า ต้องทำงานและพัฒนาฝีมือตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพราะมีพวกยุแยงตะแคงรั่วอยู่เรื่อยๆ รำคาญ "เอาสิ ด่าผมมาเลย ไม่กลัวอยู่แล้ว ด่ามา ว่ามา แล้ววันข้างหน้า ก็คอยดูแล้วกัน ถ้าประเทศบาติมันย่อยยับไปละก็อย่ามาโทษฉัน ผมพูดทุกอย่างรู้เรื่อง เพราะอ่าน สื่ออ่านกันบ้างไหมแล้วเจอบ้างหรือไม่สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำดีๆ ไว้ อ่านกันหรือเปล่า ตอบมาสิ" เมื่อมาถึงตรงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกหาโทรศัพท์เพื่อเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกล่าวว่า "ขอสู้กันสักตั้ง ไม่รู้จะส่งกันมาทำไม ส่งมาเพื่ออะไร จะให้ฉันทำอะไร ถ้าคิดกันแค่นี้อย่ามาเป็นสื่อ ไปเป็นอะไรก็ได้ จะส่งมาทำไมวะ" เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าเป็นเรื่องอะไร จึงทำให้นายกฯ โมโหได้ขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบโต้ทันทีว่า " โง่ ก็ไปหาเอาเอง คำตอบน่ะ พวกเธอฉลาดกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ฉันจะส่งให้คนที่มันไม่ฉลาดอ่าน เธอฉลาดแล้วไม่ต้องอ่าน "ไม่ต้องเสนอรูป เสนอภาพฉันก็ได้ มันไม่เกิดประโยชน์ การทำเพื่อชาติบ้านเมือง มันลำบากนักก็ไม่ต้องทำหรอกวะ ล้วง แคะ แกะ เกามันทุกเรื่อง ไม่ต้องมาตั้งกันอีกแล้วเรื่องของทหาร เป็นผบ.กับเขาหรือยังไง เป็นแก๊งนี้แก๊งนั้น มันบ้าหรือเปล่า" ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวีดีโอ ระบุอีกตอนหนึ่งถึงกรณีนายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อฯเกี่ยวกับเรื่องร่างรัฐธรรมนูญในเวลาถัดมาว่า "ร่างรธน.ไม่ได้ซ่อนอะไร มีแต่ให้อำนาจปชช. ไม่ซ่อน อย่ากลัวนายก คนนอก ไม่ต้องกลัวผม ผม่ให้เลือกผมแน่ บอกเลย เผย ครม.จะเสนอแนวคิด ไปยังกรธ.เรื้องร่างรธน.ภายใน1สัปดาห์ หลังถกในครม.วันนี้ ตั้งข้อสังเกตุ10 ข้อ ยันอยากให้ผ่านประชามติ ยันอย่าคิดว่า จะสืบต่ออำนาจ ไม่เคยคิด ตัดพ้อสื่อ ไว้ใจคนอื่น แต่ ไม่ไว้ใจผม ....ไร้ค่า" ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News เครียด......วันนี้ นายกฯ บิ๊กตู่ เลย ปริ๊ดดดด...อ่ะนะ นะก่อนประชุม ครม. ตอนเช้า นายกฯ ร่วมอีเว้นท์ กิจกรรมโปรโมทืหน้าตึกบัญชาการฯในตอนหนึ่ง พลเอกประยุทธ์ กล่าวใส่สื่อ ว่า ต้องทำงานและพัฒนาฝีมือตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพราะมีพวกยุแยงตะแคงรั่วอยู่เรื่อยๆ รำคาญ"เอาสิ ด่าผมมาเลย ไม่กลัวอยู่แล้ว ด่ามา ว่ามา แล้ววันข้างหน้า ก็คอยดูแล้วกัน ถ้าประเทศบาติมันย่อยยับไปละก็อย่ามาโทษฉัน ผมพูดทุกอย่างรู้เรื่อง เพราะอ่าน สื่ออ่านกันบ้างไหมแล้วเจอบ้างหรือไม่สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำดีๆ ไว้ อ่านกันหรือเปล่า ตอบมาสิ"เมื่อมาถึงตรงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกหาโทรศัพท์เพื่อเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกล่าวว่า "ขอสู้กันสักตั้ง ไม่รู้จะส่งกันมาทำไม ส่งมาเพื่ออะไร จะให้ฉันทำอะไร ถ้าคิดกันแค่นี้อย่ามาเป็นสื่อ ไปเป็นอะไรก็ได้ จะส่งมาทำไมวะ" เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าเป็นเรื่องอะไร จึงทำให้นายกฯ โมโหได้ขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบโต้ทันทีว่า " โง่ ก็ไปหาเอาเอง คำตอบน่ะ พวกเธอฉลาดกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ฉันจะส่งให้คนที่มันไม่ฉลาดอ่าน เธอฉลาดแล้วไม่ต้องอ่าน "ไม่ต้องเสนอรูป เสนอภาพฉันก็ได้ มันไม่เกิดประโยชน์ การทำเพื่อชาติบ้านเมือง มันลำบากนักก็ไม่ต้องทำหรอกวะ ล้วง แคะ แกะ เกามันทุกเรื่อง ไม่ต้องมาตั้งกันอีกแล้วเรื่องของทหาร เป็นผบ.กับเขาหรือยังไง เป็นแก๊งนี้แก๊งนั้น มันบ้าหรือเปล่า" Posted by Wassana Nanuam on 2 กุมภาพันธ์ 2016 อย่ากลัวผม มาเป็นนายกฯคนนอก....บอกเลย...บิ๊กตู่ ตัดพ้อสื่อ ไว้ใจคนอื่น แต่ ไม่ไว้ใจผม ไร้ค่านายกฯ บิ๊กตู่ ยันร่างรธน.ไม่ได้ซ่อนอะไร มีแต่ให้อำนาจปชช. ไม่ซ่อน อย่ากลัวนายก คนนอก ไม่ต้องกลัวผม ผม่ให้เลือกผมแน่ บอกเลย เผย ครม.จะเสนอแนวคิด ไปยังกรธ.เรื้องร่างรธน.ภายใน1สัปดาห์ หลังถกในครม.วันนี้ ตั้งข้อสังเกตุ10 ข้อ ยันอยากให้ผ่านประชามติ ยันอย่าคิดว่า จะสืบต่ออำนาจ ไม่เคยคิด ตัดพ้อสื่อ ไว้ใจคนอื่น แต่ ไม่ไว้ใจผม ....ไร้ค่า Posted by Wassana Nanuam on 2 กุมภาพันธ์ 2016 ฉุนจัด! 'บิ๊กตู่' ด่า 'พวกขยะ' เหยียบย่ำศักดิ์ศรี 'ทหาร' นายกฯ ชู "ทหาร" ทำประโยชน์เพื่อแผ่นดิน ตาย-เจ็บฟรี แต่ต้องโดนคนเหยียบย้ำ จวก เพราะบ้านเรา "พวกขยะ" มันเยอะ! วันที่ 2 ก.พ.59 คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เข้ามอบดอกป๊อปปี้ สัญลักษณ์แสดงความระลึกถึงและเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก เนื่องใน “วันทหารผ่านศึก”แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดย พล.อ.ประยุทธ์ เผย ทหารไม่ว่าอยู่ในสถานะไหน ส่วนใหญ่เป็นลูกคนจน ก็ต้องปฏิบัติตนให้มีศักดิ์ศรี ในฐานะผู้ปกป้องรักษาแผ่นดิน ที่ต้องเสียสละเลือดเนื้อ ตนจึงอยากให้ดูแลทหารให้มีเกียรติและศักดิ์ศรี เพื่อให้สังคมยอมรับ ในฐานะคนรู้หน้าที่ อยู่ในกรอบกฎหมายและกติกาบ้านเมือง ทำตัวให้มีประโยชน์ เพราะบ้านเรา "ขยะ" มันเยอะ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เกินกว่าคำว่า 'แม่'! มาดอนน่า เสิร์ฟเวิลด์ทัวร์ สุดเวิลด์คลาส!!
Madonna /  Madonna Rebel Heart Tour Bangkok / 

กว่าแฟนคลับขององค์แม่ มาดอนน่า จะได้สุขสมหวังกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยของราชินีเพลงป๊อบ ก็ปาไปเวิลด์ทัวร์ครั้งที่ 10 แล้ว แต่ Madonna Rebel Heart Tour Bangkok Presented by Singha Drinking Water ซึ่งจัดขึ้นที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 9 และ 10 กุมภาพันธ์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยโปรดักชั่นสุดอลังการระดับเวิลด์คลาส พร้อมพรั่งไปด้วยแสง สี เสียง ทีมนักดนตรีและแดนเซอร์ และแน่นอนกับการแสดงอย่างเป็นมืออาชีพ 'เกินกว่าคำว่าแม่' ของ มาดอนน่า ทำเอาแฟนๆ ที่รอคอยกันมาเป็นระยะเวลานานถึงกับปลื้มปริ่มน้ำตาคลอกันเลยทีเดียว บรรยากาศหน้าฮอลล์ก่อนเริ่มคอนเสิร์ตสุดจะคึกคัก ด้วยเหล่าสาวก มาดอนน่า ที่จัดเต็มแต่งตัวถอดแบบองค์แม่ เดินอวดโฉมแบบเริ่ดๆ เชิดๆ อย่างไม่มีใครยอมใคร(และมาพร้อมแฟชั่นทุกยุคทุกสมัย!) รวมทั้งเซเลบริตี้ทั่วฟ้าเมืองไทยก็มากันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ใหม่ ดาวิกา, ตูน บอดี้สแลม และ ก้อย รัชวิน, ตู่ภพธร, ดัง พันกร, คริสติน่า อากีล่าร์, เมญ่า นนธวรรณ, เต้ กันตะ และสาวๆ จาก The Face Thailand seoson2 ฯลฯ คับคั่งครึกครื้นเป็นที่สุด! แม้องค์แม่จะปล่อยลูกๆ รอนานถึงสี่ทุ่ม (จากกำหนดการแสดงที่ระบุไว้สองทุ่มในหลังบัตรคอนเสิร์ต) แต่พอ มาดอนน่า พร้อมทัพแดนเซอร์ เริ่มต้นเปิดโชว์เท่านั้นแหละ ทุกความขุ่นมัวคือจางหาย! เพราะแม่เสิร์ฟความมันสุดพลังกันตั้งแต่เพลงแรก จนลืมไปเลยว่านางคือนักร้องที่วัยล่วงเลยเกือบเกษียณแล้ว ไม่ใช่แค่ร้องหรือเต้น เพราะองค์แม่โชว์เล่นดนตรี ทั้งลีดกีต้าร์ไฟฟ้าสุดเท่ หรือจะให้เล่นอูคูเลเล่ฟรุ้งฟริ้งแม่ก็ทำได้ หนักไปกว่านั้นคือ มาดอนน่า ยังวิ่งขึ้นลงบันได ห้อยโหนโจนทะยาน และโชว์โพล์แดนซ์ได้อย่างแข็งแรง... จนอดถามตัวเองไม่ได้ว่าถ้าตัวเองอายุปูนนั้นจะทำได้อย่างที่แม่ทำไหม!? สำหรับเพลงที่นำแสดงใน Madonna Rebel Heart Tour Bangkok แน่นอนว่าต้องชูโรงด้วยเพลงจากอัลบั้มล่าสุด ทั้ง Rebel Heart, Living for Love และ Bitch I’m Madonna แต่เพลงฮิตคุ้นหู ไม่ว่าจะเป็น เพลง Like A Virgin, Material Girl หรือ Music ก็ได้ฟังในคอนเสิร์ตครั้งนี้เช่นกัน ยิ่งบวกกับโชว์จากแดนเซอร์ที่ยกกันมาทีมใหญ่ เสริมให้ทุกอย่างดูเป๊ะ ปัง ตระการตา ขอเลยว่าบัตรนั่งไม่ได้นั่ง เพราะอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาแดนซ์ไปพร้อมๆ กับนาง ก็ในเมื่อแม่จัดเต็มขนาดนั้นยังไม่เหนื่อย(หรือเหนื่อยคะแม่?) ลูกๆ จะยอมได้เยี่ยงไรเล่า ความปลื้มปริ่มของสาวกชาวไทยของ มาดอนน่า ทะลักล้นขั้นสุดไปอีก เพราะองค์แม่พูด "สวัสดีค่ะ" ทักทายอยู่หลายรอบ รวมทั้งยังพูดจาหยอกเอินตัวลูกอีกหลายคน ทั้งชุดสวย ชฎาสวย รอยสักสวย ช่วงหนึ่งในคอนเสิร์ต มาดอนน่า ก็หยอดว่า ทำไมนางถึงเพิ่งถึงมา Bangkok เอาซะป่านนี้ ในเมื่อชื่อเมืองก็ออกจะดึงดูด(นางเล่นมุข Bang Cock ด้วยค่ะ ...โอววว!) และพอถึงช่วงเพลง Unapologetic B**** องค์แม่ก็ออกสเต็ปแดนซ์ไปพร้อมๆ กับ 'โต' แฟนคลับผู้โชคดีที่ได้รับเลือกให้ร่วมเวทีด้วยกันอย่างสนุกสนาน ขนาดน้องโตแดนซ์มันจนวิกหลุด ขุ่นแม่ก็มาช่วยเก็บให้แบบเป็นกันเองมาก... มาดอนน่า คือ Legend! คือ Superster! คือ Queen! คือ Mom! คือทุกอย่างที่ทำให้ทุกคนพร้อมที่จะรักนาง อ่อ แน่นอนว่าความแซ่บของ มาดอนน่า ก็ยังทะลุดีกรีเดือดเช่นเคย ทั้งท่าเต้นที่มีนัยยะ หรือมุขตลกสัปดนทะลึงตึงตัง องค์แม่ก็หยิบมาเล่นตลอดคอนเสิร์ต (#มาดอนน่าเป็นคนตลก)... เพราะฉะนั้น อย่างที่นางบอกในคอนเสิร์ตนั่นแหละว่า 'ถ้าใครพูดฟักไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาดูคอนเสิร์ตนี้นะจ๊ะ' ต้องกราบขอบองค์แม่ที่ทำให้ค่ำคืนธรรมดากลายเป็นวันที่ไม่ธรรมดา เพราะหรรษาม้ากมาก และขอบคุณโปรดักชั่นคุณภาพจาก ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง (เกี่ยวก้อยสัญญาถึงทัวร์คอนเสิร์ตครั้งหน้าของ มาดอนน่า เลยได้ไหมอะคะ!) ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ซู้ดเพลงมา...! ฟานกัล เชื่อชัยชนะเหนือหงส์จุดประกายให้ผีกลับมาลุ้นแชมป์
ลิเวอร์พูล /  หลุยส์ ฟานกัล / 

หลุยส์ ฟานกัล กุนซือ “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า การบุกไปเอาชนะลิเวอร์พูล ในศึกแดงเดือด คือการจุดประกายฟอร์มของทีมในฤดูกาลนี้ให้กลับมามีลุ้นแชมป์อีกครั้งโดยผีแดงได้ประตูชัยจาก เวนย์ รูนี่ย์ ที่ทำประตูที่ 176 สร้างสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดที่ยิงประตูให้ สโมสรเดียวแซงหน้า เธียร์รี่ อองรี อดีตดาวยิงอาร์เซน่อล ที่เคยทำไว้ 175 ประตู และในปีใหม่นี้ ลูกทีมของ หลุยส์ ฟานกัล ยังไม่แพ้ใครและชนะได้ 3 จาก 4 นัดในทุกรายการ ซึ่งกุนซือชาวดัตช์ชี้ว่าชัยชนะนัดนี้คือเกมส์สำคัญที่จะช่วยเรียกฟอร์มลูกทีมกลับมา “ชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลเป็นสิ่งสำคัญเสมอ เราเริ่มต้นปี 2016 ได้ดีเราชนะหลายเกมส์” “เกมส์นี้เหมือนเป็นการจุดประกายให้ผู้เล่น และแฟนๆ นี่คือวันที่ดีที่สุดในซีซั่นนี้เหรอ ผมไม่คิดอย่างนั้นหรอก มันยังเหลือหนทางอีกไกล แต่ชัยชนะนัดนี้เหมือนการจุดประกายให้เรา” LVG ที่พาหงส์ชนะรวด 4 นัดติดกล่าว

10 โรคป่วยหน้าหนาว วัยรุ่นระวังให้ดีนะ!
10 อันดับ /  นักศึกษา / 

อากาศเย็นๆ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพื่อนๆ ก็อย่าเลืมดูแลสุขภาพของตัวเองนะคะ เพราะช่วงหน้าหนาวนี้เนี่ยกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาบอกว่า เพื่อนๆก็สามารถเป็นโรคต่างๆได้ง่าย โดยเชื้อโรคต่างๆจะแฝงมากับลมหนาว ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆได้รู้กันไว้ก่อน จะได้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงกันมากขึ้น ^^ 10 โรคป่วยหน้าหนาว วัยรุ่นระวังให้ดีนะ! 10 โรคป่วยหน้าหนาว วัยรุ่นระวังให้ดีนะ! 1. โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย สามารถติดต่อกันได้ทางการหายใจ ไอหรือ จามรดกัน เชื้อมักแพร่กระจายในสถานที่แออัดไม่มีอากาศถ่ายเท เช่น โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า ตลาดสด โดยอาการจะเริ่มต้นจากการมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บหรือแสบคอ บางคนอาจหนาวสั่น แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ก็มักจะมีอาการรุนแรงกว่าการติดหวัดธรรมดา คือ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะมาก ปวดตามกล้ามเนื้อ ตามกระดูก คลื่นไส้ กินได้น้อยลง ร่วมกับอาจมีภาวะขาดน้ำหากมีอาการอาเจียนร่วมด้วย และควรระวังโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ คออักเสบ ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงมากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ 2. โรคหลอดลมอักเสบ เป็นโรคที่อาจเกิดตามหลังไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส จะมีอาการไอและไอมากตอนกลางคืน โดยระยะแรกจะไอแห้ง ๆ มีเสียงแหบและเจ็บหน้าอกมาก เสมหะมีสีเหลืองหรือเขียว มีไข้ อ่อนเพลีย ในเด็กอาจไอมากจนอาเจียน บางรายมีอาการคล้ายหอบหืดจากภาวะหลอดลมหดเกร็งตัว โดยปกติโรคนี้สามารถหายได้เองภายใน 1-3 สัปดาห์ แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ก็อาจลุกลามถึงขั้นปอดอักเสบได้ การรักษาเบื้องต้น คือการพักผ่อนให้มาก ควรดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ เพื่อช่วยให้เสมหะระบายออกได้ง่ายขึ้น หลีกเลี่ยงดื่มน้ำเย็น งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอยู่ในที่ ที่มีอากาศเสียหรือฝุ่นละอองมาก ๆ 3. โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ เป็นโรคที่อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดหรือติดจากเชื้อโดยตรงได้ ปอดบวมมักพบในเด็ก สามารถติดต่อได้ทางการหายใจ น้ำมูก น้ำลาย และใช้ของร่วมกัน มีระยะฟักตัวของโรค 1-3 วัน และอาจนานถึง 1 สัปดาห์ในบางราย โรคปอดบวมเป็นโรคที่ควรระวังเป็นอย่างมาก เพราะในปีที่ผ่านมาพบว่าโรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของกลุ่มโรคติดเชื้อในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กแรกเกิดถึงขวบปีแรก อาการจะเกิดตามหลังโรคหวัดประมาณ 2-3 วัน ดังนั้นหากพบว่าสงสัยหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับอาการโดยเฉพาะในเด็กเล็กให้ควรนำมาปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ 4. โรคหัด พบมากในเด็กอายุตั้งแต่ 1-6 ขวบ ติดต่อได้จากการไอ จามรดกัน หรือได้รับละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เข้าไป โรคหัดมักเกิดในช่วงฤดูหนาวยาวต่อช่วงฤดูร้อน ปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับฉีดป้องกัน อาการของโรคหัดจะเริ่มจากมีไข้ น้ำมูก ไหล ไอ ตาแดง อาการจะรุนแรงมากขึ้น จนมีอาการปวดเมื่อยตัว ถ่ายเหลว ผื่นของไวรัสหัดจะขึ้นราววันที่ 4 หลังรับเชื้อ หลังจากนั้นไข้จะค่อย ๆ ลด เมื่อผื่นกระจายทั่วตัว ระหว่างนั้นต้องระวังการเสียชีวิตจากภาวะโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ อุจจาระร่วง สมองอักเสบ และภาวะทุพ โภชนาการ 5. โรคหัดเยอรมัน เชื้อไวรัสหัดเยอรมัน ทำให้มีไข้ต่ำจนถึงไข้สูง มีผื่นแดงคล้ายหัด แต่ลักษณะผื่นจะใหญ่และเป็นกลุ่ม ๆ กระจายตัวห่างกว่า ในเด็กเล็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ โดยเฉลี่ยจะมีอาการประมาณ 1-5 วัน มีไข้ ผื่นแดงตามตัว อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร สิ่งสำคัญคือ ต้องระมัดระวังไม่ให้ติดเชื้อในระหว่างการตั้งครรภ์ 6. โรคอีสุกอีใส พบว่ามักเกิดในเด็ก แต่พบได้น้อยในผู้ใหญ่ อาการแรกเริ่มจะมีไข้ต่ำ ๆ เหมือนไข้หวัด หลังจากนั้นจะมีผื่นแดง ตุ่มนูนขึ้น และจะเปลี่ยนเป็นตุ่มพองใสประมาณ 2-3 วันนับตั้งแต่เริ่มมีไข้ หลังจากนั้นตุ่มพองใสก็จะกลายเป็นตุ่มหนอง แล้วค่อย ๆ เริ่มแห้งตกสะเก็ด ทั้งนี้ ผื่นอาจขึ้นได้ในคอ ตา และปาก ทำให้กินอาหารได้น้อย เกิดอาการขาดน้ำ โดยทั่วไปหากได้รับการดูแลที่เหมาะสม โรคจะสามารถหายได้โดยตัวเองโดยไม่เกิดโรคแทรกซ้อน 7. โรคอุจจาระร่วง สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด และมักพบผู้ป่วยได้มากในหน้าหนาว สามารถติดต่อได้จากการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป นอกจากนี้ยังติดต่อทางน้ำลาย น้ำมูกได้เช่นกัน ลักษณะอาการจะถ่ายเป็นน้ำหรือถ่ายเหลวบ่อยครั้ง แม้อาการไม่รุนแรง แต่อาจมีอาการขาดน้ำรุนแรงได้ในบางราย ภาวการณ์การติดเชื้อมักพบได้ในชุมชน ศูนย์ฝากเลี้ยงเด็ก หรือสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากๆ ดังนั้น การออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาด ก็จะเป็นการป้องกันโรคอุจจาระร่วงได้ 8. โรคตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในหน้าหนาวเช่นกัน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสคนละชนิดกับโรคตาแดงที่เกิดขึ้นในหน้าร้อน การสัมผัสกับเชื้อมักเกิดจากมือที่สกปรก ไปหยิบจับ หรือสัมผัสกับขี้ตา น้ำตาของผู้ที่เป็นโรคแล้วมาป้ายตา ตัวเอง โรคตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบสามารถระบาดได้ง่ายโดยเฉพาะในเด็กนักเรียน ส่วนการป้องกันให้หมั่นล้างมือให้สะอาด ไม่เอามือขยี้ตา ไม่คลุกคลีกับคนเป็นโรค เมื่อเป็นโรคควรหยุดงานหรือหยุดเรียน เพื่อไม่ไห้ติดต่อไปยังผู้อื่น 9. โรคผิวหนังแห้งอักเสบ เมื่อผิวกระทบอากาศเย็น ทำให้มีความชื้นสัมพัทธ์น้อยและแห้ง การสูญเสียน้ำออกจากผิวหนังก็จะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผิวหนังเกิดปัญหาแห้งหยาบ เป็นขุย แตก ปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหาที่ก่อความรำคาญ เพราะเมื่อผิวแห้งมากจะรู้สึกคัน ยิ่งอากาศหนาวมาก ๆ จะยิ่งแสบร้อนและคัน หากดูแลไม่ดีอาจเกิดแผลอักเสบจากการเกาจนเลือดออก และมีสิ่งสกปรกเข้าแผลจนเกิดการติดเชื้ออักเสบขึ้นได้ การป้องกัน คือการรักษาความชุ่มชื้นจากภายในและภายนอกร่วมกัน โดยการดื่มน้ำและผลไม้ให้มากขึ้น เปลี่ยนรูปแบบและวิธีการอาบน้ำ โดยลดอุณหภูมิของน้ำลงไม่ควรอาบน้ำร้อนเกิน 34 องศาเซลเซียส ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หลังอาบน้ำ หากมีผิวแห้งมาก ๆ แนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้นาน และหากผิวหนังแห้งอักเสบรุนแรงหรือคันมาก ๆ ให้รีบไปพบแพทย์ 10. โรคผิวหนัง เช่น เชื้อรา กลาก เกลื้อน การแพ้ทางผิวหนัง จากเสื้อกันหนาวหรือเครื่องนุ่งห่มมือสอง ผู้ที่นิยมชมชอบเสื้อผ้ามือสองต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะแม้ว่าราคาของเสื้อมือสองจะค่อนข้างถูกกว่า แต่ไม่ทราบแน่ชัดถึงที่มา จึงมั่นใจไม่ได้ว่ามีความสะอาดหรือไม่ ทั้งยังอาจนำพาโรคมาสู่ผิวหนังได้อีกด้วย ดังนั้น จะต้องสืบหาที่มาของเสื้อผ้าเหล่านั้นเสียก่อน หรือต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธี เช่น การซักล้าง การต้มฆ่าเชื้อ การตรวจสอบรอยด่างดำ รอยคราบสารคัดหลั่ง รวมไปถึงกลิ่นอับชื้นที่ติดอยู่ เพราะนอกจากเชื้อราแล้ว โรคตับอักเสบหรือไวรัส บางชนิด อาจส่งผลร้ายต่อผิวหนังได้ ดังนั้น ควรมีการต้มให้เดือด ซักล้างให้สะอาด ฆ่าเชื้อก่อนและนำไปตากแดดให้แห้งสนิท ก็จะช่วยสร้างความแน่ใจให้กับผิวหนัง เห็น 10 โรคที่อาจแฝงมากับหน้าหนาวแล้ว เพื่อนๆก็อย่าลืมป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพกัยด้วยนะคะ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่สุกและสะอาด ในสัดส่วนที่เหมาะสม ครบทั้ง 5 หมู่ หลีกเลี่ยงสัมผัสกับผู้ป่วย ที่ไม่สบาย แค่นี้คงไม่ยากเกินไปใช่ป่าว ^^ อ๊ะๆ!! แล้วอย่าลืมหมั่นพบคุณหมอ ตรวจสุขภาพด้วยนะคะ ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันก็ดีเหมือนกัน .. โรคอีสุกอีใส โรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม และไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น เกริ่นนำและเรียบเรียงโดย  teen.mthai ที่มา?seal2thai.org

คนนี้นี่เอง! ฟานกัล เผยรายชื่อแข้งผีที่ตะโกนด่าเพื่อนตอนพักครึ่งแดงเดือด
ลิเวอร์พูล /  หลุยส์ ฟานกัล / 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีประเด็น เรื่องนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตะโกนด่ากันเองในช่วงพักครึ่งในเกมส์แดงเดือด ที่บุกไปเอาชนะ ลิเวอร์พูล 0-1 มี เวนย์ รูนี่ย์ เป็นคนเริ่มต้นโดย หลุยส์ ฟานกัล ผู้จัดการทีมได้ออกมาเปิดเผยว่า กัปตันทีม แบบเวนย์ รูนี่ย์ คือตัวตั้งตัวตีในการตะโกนด่าเพื่อนร่วมทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่ในครึ่งแรกจนเพื่อนกลับมาตั้งใจเล่นและ เป็นรูนี่ย์ ที่สามารถพังประตูชัยช่วยให้ทีมบุกไปชนะ หงส์แดง ได้ “จริงๆไม่ใช่แค่ เวนย์ รูนี่ย์ เท่านั้นที่ทำแบบนั้น แต่เรามีนักเตะคนอื่นๆอีก 2-3 คนทำแบบนั้นด้วย และนี่คือสิ่งที่ผมต้องการ” “นักเตะตอบสนองกันเองไม่ใช่แต่จากผู้จัดการทีมเท่านั้น นี่คือสิ่งที่ผมพยายามสร้าง การรับผิดชอบต่อผลการแข่งขันคือเรื่องสำคัญ และทีมของคุณแสดงให้เห็น” “ความจริงคือ รูนี่ย์ ยิงประตูได้ และเราชนะ แม้ว่าเราจะเสมอกับ นิวคาลเซิล ในเกมที่เขายิงประตูได้ แต่เขาคือนักเตะคนสำคัญของเราในฐานะกัปตันทีมไม่ใช่แค่นักเตะ ผมมีความสุขกับเขามากๆในตอนนี้"

Deadpool แท็คทีม เนก้าโซนิค และ โคลอสซัส ใน 2 คลิปใหม่ฉากบู๊สุดมันส์
20th Century Fox /  Deadpool / 

เตรียมเข้าฉายรับวาเลนไทน์นี้กันแล้ว สำหรับหนังฮีโร่สุดเกรียน สุดเดือด ใน Deadpool ที่ล่าสุดตัวหนังก็ได้ปล่อย 2 คลิปใหม่ออกมาเพื่อยั่วน้ำลายการโปรโมทแก่แฟนๆ ซึ่ง 1 ในคลิปดังกล่าว ก็คือคลิปฉากต่อสู้กันระหว่าง เนก้าโซนิค และสาวแกร่งอีกคนอย่าง แองเจิล ดัสต์ ซึ่งแน่นอนว่างานนี้น่าจะถูกใจแฟนๆฮีโร่ที่ชื่นชอบ 2 ตัวละครนี้เป็นทุนเดิม รวมไปถึงอีกคลิปนึงซึ่งเป็นคลิปกวนๆ เกี่ยวกับการโปรโมท วิธีสำรวจ มะเร็งเต้านม ของผู้หญิงเพื่อให้เข้ากระแสกับวันสำคัญนั่นเอง ภาพยนตร์สร้างขึ้นจากแอนตี้-ฮีโร่แนวใหม่ข­อง Marvel Comics เรื่อง Deadpool ถ่ายทอดเรื่องราวที่มาที่ไปของอดีตเจ้าหน้­าที่หน่วยเฉพาะกิจที่ผันตัวเอง เป็นทหารรับ­จ้าง เวด วิลสัน เขาต้องผ่านการทดลองลับทำให้เขามีพลังสมาน­แผลได้อย่างรวดเร็ว และได้แปลงร่างเป็นเดดพูล ถูกหล่อหลอมด้วยคุณสมบัติใหม่และดูลึกลับ เปลี่ยนไปจากคนที่เคยอารมณ์ดี เดดพูลจึงออกล่าตามคนที่เกือบจะทำลายชีว­ิตของเขาไปให้สิ้นซาก! หนังกำกับการแสดงโดย ทิม มิลเลอร์ มีคิวเข้าฉายในไทย 11 กุมภาพันธ์นี้ครับ

โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา
ที่สุดในประเทศไทย /  ประวัติศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอนำเกร็ดความรู้ ประวัติศาสตร์ไทย มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ซึ่งในวันนี้นี้จะเกี่ยวกับ โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  โหดไม่แพ้ของต่างประเทศที่ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคราวก่อนเลย >,< เนื้อหาอาจรุนแรง เหมาะกับ 18+ นะค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน โหดแท้! 21 วิธีประหารสมัยกรุงศรีอยุธยา  ในสมัยกรุงศรีอยุธยา อาณาจักรที่รุ่งเรืองที่สุดอีกยุคสมัยหนึ่งของไทยเรา พบว่า มีการตราบทลงโทษขั้นรุนแรงที่สุดคือ โทษประหารชีวิตเอาไว้ในพระไอยการกระบถศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก่อนจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกครั้งในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ แต่กฎหมายฉบับนี้มิได้มีการแก้ไขในบทลงโทษความผิดขั้นประหารชีวิตและวิธีการประหารชีวิตเลยแม้แต่น้อย คือยังคงลักษณะเดิมไว้แต่ครั้งการตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ทุกประการ โดยวิธีการประหารชีวิตตามพระไอยการกระบถศึก บันทึกและอธิบายเอาไว้อย่างละเอียดถึงวิธีการลงโทษประหาร 21 วิธีหรือ 21 สถาน ดังนี้ สถาน 1 คือ ให้ต่อยกระบานศีศะ (กบาลศีรษะ) เลิกออก (เปิดออก) เสียแล้ว เอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใหญ่ใส่ลงไปในมันสะหมอง (มันสมอง) ศีศะพลุ่งฟู่ขึ้นดั่งม่อ (หม้อ) เคี่ยวน้ำส้มพะอูม สถาน 2 คือ ให้ตัดแต่หนังจำระ (จาก) เบื้องหน้าถึงไพรปากเบื้องบนทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้างเป็นกำหนด ถึงเกลียวคอชายผมเบื้องหลังเป็นกำหนด (หนังบริเวณคอถึงท้ายทอย) แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้าทั้งสิ้น (ม้วนเข้าหากัน) เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกคลอนสั่นเพิกหนังทั้งผมนั้นออกเสียแล้วเอากรวดทรายหยาบขัดกระบานศีศะชำระให้ขาวเหมือนพรรณศรีสังข์ สถาน 3 คือ ให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้ให้ตามประทีบ (ดวงไฟ) ไว้ในปาก ไนยหนึ่ง (นัยหนึ่ง) เอาปากสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้าง แล้วเอาขอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเต็มปาก สถาน 4 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่างกายแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 5 คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอาเพลิงจุด สถาน 6 คือ เชือดเนื้อให้เป็นแรงเป็นริ้วอย่าให้ขาดจากกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้าแล้วเอาเชือกผูกจำ ให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่าตีจำให้เดินไปกว่าจะตาย สถาน 7 คือ เชือดเนื้อให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร่งเป็นริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมาถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอวให้เนื่องด้วยหนังเป็นแร้งเป็นริ้วลงมาถึงข้อเท้ากระทำหนังเบื้องบนให้คลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้า สถาน 8 คือ ให้เอาห่วงเหล็กสวมข้อศอกทั้งสองข้าง ข้อเข่าทั้งสองข้างให้มั่นแล้วเอาหลักสอดในวงเหล็กแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงรน (ลน) ให้รอบตัวจนกว่าจะตาย สถาน 9 คือ ให้เอาเบ็ดใหญ่ที่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วร่างเพิก (เปิด) หนังเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ให้หลุดขาดออกมาจนกว่าจะตาย สถาน 10 คือ ให้เอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจากกายแต่ทีละตำลึง(นำเนื้อมาชั่งให้ได้น้ำหนักหนึ่่งตำลึง:มาตราวัดสมัยโบราณ) จนกว่าจะสิ้นมังสา (เนื้อ) สถาน 11 คือ ให้แล่สับทั่วร่างแล้ว เอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขูดเสาะหนังและเนื้อแลเอ็นน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่างกระดูก สถาน 12 คือ ให้นอนลงโดยข้างๆ หนึ่งแล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขาทั้งสองข้างหมุนเวียนไปดังบุคคลทำบังเวียน (เวียนเทียน) สถาน 13 คือ ทำมิให้หนังพังหนังขาด แล้วเอาลูกสีลา (ลูกหิน) บดทุกกระดูกให้แหลกย่อย แล้วรวบผมเข้าทั้งสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเป็นกองเป็นลอมแล้วพับห่อเนื้อหนังกับทั้งกระดูกนั้นทอดวางไว้ดั่งตั่งอันทำด้วยฟางซึ่งเอาไว้เช็ดเท้า สถาน 14 คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่าน แล้วลาด**censor**ลงมาแต่ศีศะ (ศีรษะ) จนกว่าจะตาย สถาน 15 คือ ให้กักขังสุนัขร้ายทั้งหลายไว้ อดอาหารหลายวันให้เต็มอยากแล้วปล่อยให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า สถาน 16 คือ ให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็นแหกออกดั่งโครงเนื้อ สถาน 17 คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อยๆ จนกว่าจะตาย สถาน 18 คือ ให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอาฟางปกลงคลุมร่างก่อนคลอกด้วยเพลิงพอหนังไหม้แล้วไถด้วยไถเหล็ก ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่เป็นริ้วน้อยริ้วใหญ่ สถาน 19 คือ ให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนมให้กินเนื้อตัวเองจนกว่าจะตาย สถาน 20 คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยาวจนกว่าจะตาย สถาน 21 คือ ตีด้วยหวายที่มีหนามจนกว่าจะตาย เกร็ดความรู้  เรื่องเล่าจากลานประหาร การประหารชีวิต ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดในทุก ๆ ประเทศ ที่มีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งถ้าหากใครได้อ่านหรือศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ซักครั้ง คงจะรู้สึกไม่ต่างกันหรอกค่ะว่า แม้ว่าในแต่ละประเทศจะมีเครื่องมือประหารชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แต่ความรุนแรง หรือความซาดิสม์นั้นไม่ได้ต่างกันเลย เพราะไม่ว่าจะใช้เครื่องมือไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือทรมานคนผิดอย่างเลือดเย็นแล้วปล่อยให้เจ็บปวดตายไปในที่สุด ในประเทศไทยก็เช่นกัน โทษประหารที่เคยทำกันมาตั้งแต่อดีตนั้นขึ้นชื่อว่าโหดใช่ย่อย เริ่มตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ วิธีการประหารชีวิตจะเน้นความทรมานชนิดที่ได้ยินแล้วยังขนลุก ไม่ว่าจะเป็นการเอาน้ำมันเดือดราดหัวจนตาย เอามีดและขวานผ่าอกแหวกตับไตไส้พุงทั้งเป็นจนตาย  เอาเบ็ดใหญ่เกี่ยวเนื้อให้หลุดทีละส่วนจนตาย เอามีดคม ๆ แล่เนื้อลอกหนังออกทีละนิดจนตาย เอาหอกค่อย ๆ ทิ่มแทงจนตาย หรือฝังดินครึ่งตัวแล้วเผาส่วนบนจนทรมานตาย ซึ่งโทษแสนทรมานในสมัยนั้น ก็จะตัดสินจากความผิดที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นถ้าใครเผาบ้านเมือง ก็จะถูกประหารด้วยการเอาผ้าชุบน้ำมันพันรอบตัวแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น อย่างงี้เป็นต้น และที่สำคัญการประหารชีวิตทุกรูปแบบก็จะต้องทำกันแบบโจ่งแจ้งต่อหน้าชาวบ้านมากมาย เพื่อให้คนเกรงกลัว และมันก็ได้ผลดีเลยล่ะค่ะ เพราะเวลาที่มีการประหารนักโทษซักคน บ้านเมืองก็สงบสุขไปพักใหญ่ทีเดียว เพราะไม่มีใครกล้าทำความผิด ไม่มีใครอยากถูกลงโทษอย่างทรมานอย่างที่ตัวเองไปเห็นมา สมัยอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์ การประหารด้วยวิธีทรมานสารพัดก็เริ่มค่อย ๆ หายไป เหลืออยู่แค่วิธีเดียวง่าย ๆ นั่นคือ การตัดคอหรือกุดหัวเท่านั้น เป็นวิธีฉับเดียวดับ ไม่ทันได้ทรมานก็ตายแล้ว แถมก่อนหน้าวันประหารก็ยังมีการเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำอย่างดีอีก และพอถึงวันประหารนักโทษก็ถูกปิดตา ไม่ต้องเห็นบาดแผล ไม่ต้องรู้ว่าใครกำลังจะทำอะไรเรา ไปแบบสบาย ๆ เลยทีเดียว ในการประหารนักโทษ 1 คน เค้าจะใช้เพชฌฆาตถึง 3 คน ซึ่งโดยปกติแล้ว ถ้าเพชฌฆาตดาบ 1 จะพลาด ก็พลาดมากที่สุดแค่ตัดคอแล้วตายแต่คอดันไม่ขาด ซึ่งแบบนี้เพชฌฆาตดาบ 2 ก็จะรีบเข้ามาฟันให้ขาดทันที ถ้ายังไม่ขาดอีกก็มีดาบ 3 สำรองไว้อีก ต้องเอาให้ขาดอย่างแท้จริงเพื่อที่จะเอาหัวไปเสียบประจานนั่นเอง ส่วนร่างกายก็มอบให้ญาตินำไปทำพิธีต่อไป ในกรณีที่นักโทษเป็นเชื้อพระวงศ์หรือกษัตริย์ ก็จะมีวิธีเฉพาะคือการทุบด้วยท่อนจันทน์ ที่ถือเป็นไม้หอม เป็นการให้เกียรตินักโทษ โดยการประหารด้วยท่อนจันทน์นี้ จะใช้วัดปทุมคงคาเป็นลานประหาร ส่วนวิธีการ ก็คือ จะนำร่างของผู้ถูกประหารสวมด้วยถุงแดงแล้วรัดถุงให้แน่น เพื่อไม่ให้ใครแตะต้องพระวรกาย และไม่ให้ใครเห็นพระศพด้วย จากนั้นเพชฌฆาตที่ได้รับนามเฉพาะว่า "หมื่นทะลวงฟัน"  ก็จะใช้ไม้จันทน์ขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสากตำข้าวทุบลงไปสุดแรงบริเวณพระเศียรหรือพระนาภี เสร็จแล้วก็นำไปฝังในหลุม 7 คืนเพื่อให้มั่นใจว่าสิ้นพระชนม์แล้วจริง ๆ ก่อนขุดขึ้นมาประกอบพิธีต่อไป และหากใครสงสัยว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปิดผ้าดูว่าสิ้นแล้วหรือไม่ ก็อย่างที่บอกไปค่ะว่าไม่ว่าจะอย่างไร หลังจากนำนักโทษใส่ถุงแดงแล้วก็ห้ามเปิดให้ใครเห็นหรือแตะต้องพระวรกายโดยตรงได้เป็นอันขาด แต่!วิธีการประหารชีวิตด้วยท่อนจันทน์ เลิกล้มไปในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากมีการประกาศใช้กฎหมาย ร.ศ. 127 ว่า ให้ประหารชีวิตเชื้อพระวงศ์ด้วยวิธีเดียวกันกับสามัญชน ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นนักโทษ และในที่สุด ในปี 2477 ก็ได้ล้มเลิกการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวไป เปลี่ยนเป็นการใช้ปืนยิงแทน โดยวิธีการยิงปืนประหารนี้ ก็จะมีขั้นตอนคล้ายกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัว ต่างที่การยิงปืนประหาร จะทำในห้องประหารมิดชิด ไม่มีการเรียกประชาชนมามุงดูเหมือนกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวอีกต่อไป การประหารชีวิตด้วยปืนทำกันมาได้ไม่นานนัก เพราะเมื่อปี 2545 ได้เปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตด้วยปืน มาเป็นการฉีดยาแทน ซึ่งการฉีดยาจะมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกจะฉีดยาให้นักโทษสลบก่อน จากนั้นค่อยฉีดยาหยุดการทำงานของปอดและกระบังลม และสุดท้ายก็จะฉีดยาที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น เป็นอันเสร็จพิธี เรียกว่าสบายกว่าวิธีไหน ๆ ไม่ต้องตื่นเต้นว่าจะถูกสับหัวหรือยิงปืนเมื่อไหร่ และวิธีนี้ก็ยังเป็นวิธีที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมดนี้คือวิวัฒนาการของการประหารชีวิตในสยาม ที่ดูเหมือนจะลดความทรมานลงทุกวัน ๆ ขณะเดียวกันที่สถิติการประหารชีวิตก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก  ซึ่งที่เป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะว่าคนเรามีคุณธรรมกันมากขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะบทลงโทษในสังคมทุกวันนี้มันเบาลงเรื่อย ๆ ต่างหาก.. ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคที่บทลงโทษในสังคมเบาลงทุกวัน ขณะที่โจรผู้ร้ายมีมากขึ้นแบบนี้ ก็ยังมีคนในหลายประเทศออกโรงต่อต้านการประหารชีวิตกันอย่างมากมาย เพราะเห็นว่ามันโหดร้าย ก็ไม่แน่ว่า.. บางที โทษประหารอาจถูกล้มเลิกไปในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ และถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ สังคมก็คงวุ่นวายขึ้นน่าดู ที่มา : http://xchange.teenee.com/lofiversion/index.php/t46653.html, http://nongza.exteen.com/20101028/entry อ่านเพิ่มเติม >> 15 เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture << >> เครื่องมือทรมานโหดในอดีต Torture ภาค 2 <<

สั่งยึดใบขับขี่หนุ่มคลั่ง จอดรถขวางถนน หน้าบิ๊กซีรัชดา 60 วัน
หนุ่มฮอนด้าซิตี้ /  หนุ่มเมากร่าง / 

"พล.ต.ท.ศานิตย์" สั่งยึดใบขับขี่หนุ่มคลั่ง จอดรถขวางถนนหน้าบิ๊กซีรัชดา 60 วัน ล่าสุดได้รับการประกันตัวไปแล้ว พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีคลิปชายคลั่งจอดรถขวางการจราจร หน้าบิ๊กซี รัชดา ว่า ทราบชื่อคือ นายศักดิ์สุริยา นามเวียง อายุ 33 ปี ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้เพื่อทำการสอบสวนสืบสวนและจะนำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป โดยจากการตรวจสอบวัดปริมาณแอลกอฮอล์ วัดได้ 133 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่ผู้ขับขี่เมาสุราต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ ในเลือดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามกฎหมาย ทั้งนี้จากการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้ง 3 ข้อหา คือ ทำให้เสียทรัพย์เนื่องจากถีบรถยนต์คันอื่นได้รับความเสียหาย, ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน และเมาแล้วขับ และจะยึดใบขับขับขี่ไว้เป็นเวลา 60 วัน ยืนยันการดำเนินการต้องยุติธรรมกับทุกฝ่ายทั้งผู้ได้รับความเสียหายและผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าได้ให้การประกันตัวไปเรียบร้อยแล้วโดยใช้วงเงินประมาณ 50,000 บาท ......................................................... แห่แชร์คลิป "หนุ่มเมากร่าง" หาเรื่องคนบนถนน ก่อนซ่าต่อยตำรวจ สุดท้ายถูกปชช.รุมประชาทัณฑ์อ่วม! วันที่ 22 ม.ค.58 โลกออนไลน์แห่แชร์คลิปเหตุการณ์ชายหนุ่มขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ ในลักษณะขับรถกีดขวางจราจร บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขารัชดาภิเษก ก่อนเดินลงมาจากรถพร้อมแสดงพฤติกรรมหาเรื่องรถคนอื่นๆ และกระโดดใช้เท้าถีบรถอีกคัน ท่ามกลางความไม่พอใจของผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าตำรวจนายหนึ่งได้เข้ามาพูดคุยและระงับสถาณการณ์ แต่กลับถูกชายดังกล่าวชกต่อย ทำให้กลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่ละแวกดังกล่าว ได้เข้าไปล็อกตัว จนเกิดเหตุการณ์ชุลมุน โดยมีประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนบางส่วนเข้ารุมประชาทัณฑ์ชายคนดังกล่าวจนสะบักสะบอม ก่อนที่จะพยายามกระเสือกกระสนนำร่างกายตนเองกลับเข้าไปในรถที่ขับมา แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะได้ถูกกลุ่มพลเมืองเข้ามารุมประชาทัณฑ์อีกรอบจนสลบนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เผยว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายศักดิ์สุริยา นามเวียง อายุ 33 ปี ซึ่งหลังเกิดเหตุ ได้ถูกตำรวจคุมตัวมายังโรงพัก พร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ขณะนี้ยังไม่ให้การใด ๆ ซึ่งจากการสอบประวัติเบื้องต้น พบว่าเคยมีประวัติเสพสารเสพติดมาก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะแล้ว อยู่ระหว่างรอผลว่ามีสารเสพติดใดหรือไม่ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าระงับเหตุและถูกทำร้าย คือ ร.ต.ต.พิรุณ พรหมบุตร รองสว.จร.สน.ห้วยขวาง ขอบคุณภาพ khaosod / MaShare MThai News #จุดเริ่ม เหตุ จอดขวางถนน..แล้วลงมาซัดตำรวจ!! สุดท้ายโดนยำทีน!!— @ หน้าบิ๊กซีรัชดาฯ (22/1/59)(ภาคต่อ) :: https://goo.gl/H0tt3p (ขับขวางถนน)(ภาคจบ) :: https://goo.gl/RI0MU1 (โดนรุมยำทีน)*******************ขอบคุณคลิปจาก Facebook @ ไอ่ น้ำ (https://goo.gl/V0To1J) Posted by The Clip by ห้องพักรายวันซอยอุดมสุข 51 on 22 มกราคม 2016 #เก๋งเมาเดือด ..จอดขวางถนน แล้วลงมาซัดตำรวจ!! สุดท้ายโดนยำทีน!!— @ หน้าบิ๊กซีรัชดาฯ (22/1/59)คลิปเหตุการณ์ก่อนหน้า :: https://goo.gl/H0tt3p*******************ขอบคุณคลิปจาก Facebook @ Tommy Pk Posted by The Clip by ห้องพักรายวันซอยอุดมสุข 51 on 22 มกราคม 2016