เดือด

ปะทะเดือด! ทหารปัตตานีวิสามัญ 1คนร้าย จับ2
ข่าวล่าสุด /  ความไม่สงบปัตตานี / 

ทหารปะทะกลุ่มคนร้ายขณะแฝงตัวช่วยชาวบ้านสร้างอาคาร ก่อนยิงสวน จนท. จึงวิสามัญดับ 1 รวบตัวได้2  วันที่ 2 พ.ค.58 เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารปะทะกับกลุ่มคนร้ายในระหว่างทำการปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายบริเวณหมู่ 1 บ้านสุไหงปาแน ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี เบื้องต้นถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญ 1 ราย และจับกุมตัวได้ 2 ราย โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ยังคงมีการปิดล้อมพื้นที่ และได้มีการเชิญผู้นำในพื้นที่พูดเจรจากับกลุ่มคนร้ายที่ยังหลบซ่อนอยู่ภายในศูนย์เด็กกำพร้าบ้านสุไหงปาแน ซึ่งมีอีก 3 คน เพื่อให้มอบตัวต่อเจ้าหน้าที่โดยดี ซึ่งก่อนเกิดเหตุ เจ้าของศูนย์เด็กกำพร้าฯ ได้มีการระดมกำลังชาวบ้าน เพื่อให้มาช่วยกันก่อสร้างอาคารโรงอาหาร เพื่อให้เสร็จก่อนที่จะเปิดเทอมนี้ โดยไม่ทราบว่ากลุ่มคนที่มาช่วยบางคน เป็นบุคคลที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัว ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้มีการสืบทราบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้มาช่วยก่อสร้างอาคารโรงอาหาร ในพื้นที่เกิดเหตุจนถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อมให้มอบตัว แต่ปรากฏว่า 1 ในคนร้ายที่ถูกวิสามัญได้ใช้อาวุธปืนยิงสวนใส่เจ้าหน้าที่ ในระหว่างหลบหนีวิ่งข้ามรั้ว เป็นเหตุให้ถูกวิสามัญเสียชีวิต ซึ่งศพยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

เดือด! ศิษย์ 'ครูบาน้อย' ไล่นายอำเภอ ขอค้นถ้ำเชตวัน
ขับไล่ /  ครูบาน้อย / 

ลูกศิษย์ 'ครูบาน้อย' กว่า 1,000 คน รวมตัวขับไล่ นายอำเภอและปลัดอำเภอนาน้อย หลังขอเข้าตรวจค้นถ้ำเชตวัน ขณะที่ 'ครูบาน้อย' อยู่ระหว่างการปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม ภายในถ้ำ เป็นระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 วัน ห้ามมีใครเข้าออกเด็ดขาด วันนี้ (12 พ.ค.) ชาวบ้านอำเภอนาน้อยที่ศรัทธา 'ครูบาน้อย' กว่า 1,000 คน รวมตัวหน้าที่ว่าการอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เพื่อขับไล่ นายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอนาน้อย และ นายกฤชทิพ ชะนิดไทย  ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายงานปกครอง กรณีที่นำเจ้าหน้าที่ ขอเข้าตรวจคัน ถ้ำเชตวัน ต.สันทะ อ.นาน้อย ซึ่งมี ครูบาน้อย ญาณวิชโย  อยู่ระหว่างการปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม ภายในถ้ำ เป็นระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 วัน มีการปิดประตูกรงแน่นหนา ห้ามเข้าออกถ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้คณะกรรมการวัดเชตะวันและชาวบ้านคณะศรัทธาครูบาน้อยไม่พอใจอย่างมาก ถือเป็นการเหยียบย่ำศรัทธาอย่างรุนแรง เนื่องจากครูบาน้อยเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้าน ด้าน นายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอนาน้อย ชี้แจงว่า ได้รับมอบนโยบายจากกระทรวงมหาดไทย และได้รับแจ้งเบาะแส จากทางการข่าว เรื่องปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าว และยาเสพติด จึงได้สนธิกำลังหลายฝ่าย เข้าตรวจค้นพื้นที่ ต.สันทะ และ ต.เชียงของ จำนวน 4 เป้าหมาย ซึ่งบริเวณหน้าถ้ำเชตวัน มีแคมป์คนงานก่อสร้างที่กำลังก่อสร้างศาลาวัด จึงเป็นหนึ่งเป้าหมายในการเข้าตรวจสอบเรื่องแรงงานต่างด้าว และได้ขอให้ทางคณะกรรมการวัดเปิดประตูถ้ำ เพื่อจะเข้าไปนมัสการและเยี่ยมเยือนครูบาน้อย แต่ได้รับการปฏิเสธ และไม่ได้มีการบุกจู่โจมหรือบุกตัดโซ่ประตูถ้ำอย่างที่ชาวบ้านเข้าใจ อย่างไรก็ตามบรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด ชาวบ้านยังแสดงความไม่พอใจและต้องการให้ย้ายนายอำเภอและปลัดอาวุโสออกจากพื้นที่ ใช้เวลาเจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง โดยนายอำเภอและปลัดอาวุโส รับปากจะทำเรื่องตามระเบียบราชการเพื่อขอย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งระหว่างการรอคำสั่งจะขอพักร้อนเพื่อความสบายใจและลดความขัดแย้งแต่ทั้งนี้ชาวบ้านยังคงยืนยันรอคำสั่งโยกย้ายอย่างเป็นทางการก่อน โดยขณะนี้มีลูกศิษย์จากทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดอีกจำนวนมากเตรียมเดินทางมาสมทบ สำหรับ พระมหาณัฐวุฒิ ญาณวิชชโย หรือ 'ครูบาน้อย' เป็นที่นับถือของชาว อ.นาน้อยและหลายจังหวัด แม้แต่ชาวพุทธในกรุงเทพฯ เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ตั้งแต่เป็นเณรอายุ 12 ปี จนบวชเป็นพระภิกษุหนุ่ม ปัจจุบันอายุ 26 ปี ผู้นำและศรัทธาชาวบ้านร่วมกันก่อสร้างพระธาตุ , พระวิหารและศาลาการเปรียญ วัดพระธาตุศรีสังฆรัตนคีรี ต.สันทะ อ.นาน้อย จ.น่านแล้วเสร็จภายในเวลาเพียงแค่ 4 ปี ขณะนี้อยู่ในระหว่างจำศีลเป็นเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 วัน เริ่มตั้งแต่เข้าพรรษาปี 2557 โดยครูบาน้อย จะไม่พบหน้ากับผู้ใด ไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวันจะฉันแต่ผลไม้และน้ำดื่มซึ่งลูกศิษย์จะหย่อนลงไปให้ ปล่องถ้ำซึ่งอยู่บนเขาเหนือปากถ้ำ MThai News ขอบคุณข้อมูล/ภาพ...ข่าวสด

สาวเผยคลิปแฉห้างดัง หลังถูกหาว่าซื้อแล้วไม่จ่าย
ซื้อของ /  ทะเลาะ / 

สาวเดือดจัด อัดคลิปแฉพนักงานห้างดัง หลังถูกหาว่าซื้อของแล้วไม่จ่าย  ทั้งที่มีใบเสร็จชำระสินค้ายืนยัน ทั้งถูกปัดกล้องไม่ให้ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน เกิดกระแสฮือฮา เมื่อมีการแชร์คลิปชื่อว่า 'เดือดจัด โดนหาว่าเป็นขโมยกลางห้างดัง' โดยภาพเผยถึงเหตุการณ์ของหญิงรายหนึ่ง ขณะที่เธอไปซื้อของในห้างดัง ทั้งอ้างว่าได้มีการจ่ายเงินและรับใบเสร็จชำระเงินแล้ว แต่จู่ๆมีเจ้าหน้าที่ รปภ. เดินมาเรียกและเชิญไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 ทำให้หญิงคนนี้โกรธอย่างมากที่ถูกกล่าวหาว่ายังไม่ชำระค่าสินค้า จึงอัดคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐาน โดยหญิงคนนี้ ระบุข้อความว่า 'มาหาว่าขโมยของ รับผิดชอบอะไรก็ไม่มี เรียกดูใบเสร็จตรงคนน้อยๆก็ไม่ เรียกตนไปคุย มาเรียกตรงทางออกที่มีคนเยอะๆ พอขึ้นไปข้างบน ปัดโทรศัพท์ไม่ให้ถ่าย บอกไม่มีสิทธิ์ ก็ตนไม่ผิดก็ถ่ายไว้เป็นหลักฐานไง ตกลงคือลูกค้าไม่มีสิทธิ์อะไรเลย?' หลังจากที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ทำให้มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องของห้างนี้ ตอบขอหลักฐานชี้แจงและจะส่งเรื่องให้ทางสำนักงานใหญ่พิจารณา ทางด้านชาวเน็ตก็แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งบางคนวิจารณ์ว่า หากลูกค้ามั่นใจว่าไม่มีความผิดจริงก็น่าจะสงบสติอารมณ์และชี้แจงไปตามความจริง เพราะเจ้าหน้าที่รปภ.ก็มาเชิญตัวอย่างสุภาพ แต่บางส่วนมีความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ไม่ควรใช้กำลังปัดกล้อง ถ้าปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องจริงก็น่าจะให้เขาถ่ายได้ ทั้งยังใช้กำลังต่อหน้าเด็กๆอีก ทั้งนี้ คลิปได้ตัดจบ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปถึงเหตุการณ์ที่แท้จริงว่า เรื่องราวดังกล่าวใครเป็นคนถูกผิดแต่อย่างใด ล่าสุดวันนี้ (18พ.ค.58) ผู้ใช้ยูทูปชื่อ 'pom keitniyom' โพสต์ข้อความว่า ช่วยแชร์หน่อยนะคะ เพราะตอนนี้ทางห้างยังไม่มีการออกมาแสดงความรับผิดชอบเลยค่ะ หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานทราบต่อไป คลิป 1 คลิป 2 (ต่อ) MThai News

หอบิ๊กเบนถล่มยับ ในใบปิดใหม่สุดเดือดระห่ำจาก London Has Fallen
Brooklyn Finest /  London Has Fallen / 

เริ่มปล่อยของกันออกมาทีละนิด ซึ่งเชื่อเลยว่าทีเซอร์แรกน่าจะมาเร็วๆนี้แน่นอน สำหรับหนังภาคต่อสุดระห่ำอย่าง London Has Fallen ภาคต่อจาก Olympus Has Fallen ที่งานนี้นักแสดงทั้ง 3 อย่าง เจอราร์ด บัทเลอร์, แอรอน เอ็คฮาร์ท และ มอร์แกน ฟรีแมน กลับมารับบทเดิมของพวกเขา ซึ่งตอนนี้ตัวหนังได้มีใบปิดใหม่ออกมาให้เราชมกันแล้ว กับภาพที่เป็นหอนาฬิกาบิกเบน โดนถล่มยับ ซึ่งดูแล้วงานนี้พวกเขาน่าจะเจอศึกหนักยิ่งกว่าทำเนียบขาวในภาคแรกเสียอีกครับ เรื่องราวในภาคนี้ คุณบอดี้การ์ด เจอร์ราร์ด บัตเลอร์, คุณประธานาธิบดีแอรอน เอ็กการ์ตและผู้ดูแลสถานการณ์มอร์แกน ฟรีแมน พร้อมบินลัดฟ้าสู่ลอนดอนเพื่อร่วมงานศพของนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์ลึกลับ ซึ่งได้นำพาพวกเขาไปสู่แผนการยับยั้งการก่อความไม่สงบครั้งใหม่ที่มีเป้าหมายเป็นบรรดาผู้นำจากทั่วทุกสารทิศที่เดินทางมาร่วมงานศพในครั้งนี้ หนังมีคิวฉายในไทย 1 ตุลาคมนี้ครับ

ซิ่งทะลุขีดคลั่ง ระห่ำก่อนฉายจริง กับตัวอย่างสุดท้าย Mad Max: Fury Road
Mad Max: Fury Road /  จอร์จ มิลเลอร์ / 

เร่งเครื่องแรงฝ่าดินแดนเดนตายเข้ามาใกล้แล้ว สำหรับภาคต่อที่ 4 ของถนนคนเดือด กับภาพยนตร์ Mad Max: Fury Road แมด แม็กซ์ ถนนโลกันตร์ ผลงานจากผู้กำกับเจ้าตำรับ จอร์จ มิลเลอร์ ที่จะพาคุณไปเหยียบคันเร่งหนีตาย แบบระห่ำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ และวันนี้ ขอเชิญอุ่นเครื่องระลอกสุดท้าย กับตัวอย่างเต็มๆ เตรียมตัวก่อนของจริงของ แม็กซ์ (ทอม ฮาร์ดี้) ผู้บ้าคลั่งพร้อมเผยฉากใหม่มันส์ๆ อีกเพียบ ถนนสายนี้ ไม่บ้าจริง มีตายแน่นอน! ซิ่งให้ระห่ำไปกับ Mad Max: Fury Road แมด แม็กซ์ ถนนโลกันตร์ ในวันที่ 14 พ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างซับไทยและเรื่องย่อภาพยนตร์ Mad Max: Fury Road ได้ที่นี่เลย --------------------------------

11 ปี กรือเซะ ย้อนรอยเหตุสังหารหมู่ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์
กรือเซะ /  ข่าวจังหวัดปัตตานี / 

11 ปี กรือเซะ ย้อนรอยเหตุสังหารหมู่ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 28 เม.ย. ของทุกปีหลายคนคงเห็นเป็นเพียงแค่วันหนึ่ง ที่อากาศร้อนมากสุดในช่วงเดือนเมษายน แต่คงไม่ใช่ กับพี่น้องมุสลิมในจ.ปัตตานี เพราะช่วงวันและเวลาดังกล่าวในปี 2547 ได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมทำเลือดพี่น้องคนไทยด้วยกันทาลงพื้นแผ่นดิน เมื่อเจ้าหน้าที่และกลุ่มคนที่คาดว่าเป็นกองกำลังก่อความไม่สงบได้ปะทะกันที่มัสยิดแห่งหนึ่ง ที่ชื่อว่า "กรือเซะ" มัสยิดโบราณอายุหลายร้อยปี สถานที่สำคัญของจังหวัดปัตตานี พอๆ กับมัสยิดกลาง และศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เค้าลางเหตุสลด เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2547 เมื่อปรากฎมีกลุ่มคนที่เชื่อว่าเป็นบุคคลระดับแกนนำในการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 30 คน ได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เพื่อประชุมวางแผนอะไรบางอย่าง ก่อนจะทราบต่อมาก็เป็นเวลา 04.50 น.ของเช้าตรู่วันที่ 28 เม.ย. 2547 แล้ว เพราะกลุุ่มก่อความไม่สงบได้เริ่มปฏิบัติการตามแผน ด้วยการขนอาวุธสงครามออกมายิงถล่มป้อมจุดตรวจกรือเซะ ที่ตั้งอยู่บริเวณ ถ.สายปัตตานี-นราธิวาส ม.3 ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองปัตตานี จนทำให้เจ้าหน้าตำรวจคอมมานโด กองปราบปราม จำนวน 4นายเข้าเวรประจำการทั้งหมดถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แต่กระนั้นระหว่างที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ก่อเหตุ ปรากฏมีกำลังตำรวจปัตตานี และหน่วยคอมมานโดผ่านมาพอดี จึงทำให้มีการเปิดฉากยิงกันขึ้น ทำเอาบริเวณดังกล่าวเปรียบดุจสนามรบในไฟสงคราม เพราะมีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว รวมทั้งลูกไฟจากกระสุนปืนปลิวว่อน ก่อนที่กลุ่มก่อความไม่สงบ จะต้านทานกำลังของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว จึงได้ล่าถอยเข้าไปหลบซ่อนตัวในมัสยิดกรือเซะ ที่ตั้งห่างจากจุดปะทะเพียง 200 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกกำลังเสริมเร่งระดมปิดล้อม ก่อนจะตัดสินใจใช้อาวุธหนักยิงถล่มเข้าไปในมัสยิด ปิดฉากการปะทะที่ใช้เวลาไปนานกว่า 9 ชั่วโมงท่ามกลางประชาชนประมาณ 2,000-3,000 คน ที่รวมตัวกันอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งหลังสิ้นเสียงปืนเจ้าหน้าที่พบศพกลุ่มคนร้ายทั้งในและนอกอาคารมัสยิด 32 ศพ ทั้งนี้นอกจากการปะทะเดือดที่มัสยิดกรือเซะ อ.เมืองปัตตานีแล้ว ในวันและเวลาเดียวกัน กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังบุกโจมตีฐานที่มั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมยอดสูงถึง 107 ศพ บาดเจ็บ 6 คน ถูกจับกุม 17 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยผ่านมาแล้ว 11ปี แต่ยังคงเป็นแผลในใจไม่เคยจางหายของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะญาติผู้สูญเสีย อีกทั้งยังเป็นปริศนาดำมืดว่าเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมวัยรุ่น และชายฉกรรจ์มุสลิมนับร้อยคน จึงกล้าบุกเข้าโจมตีป้อมจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ซึ่งมีอาวุธครบมือ และเหตุใดจึงมีการ "ตายหมู่" ที่มัสยิดกรือเซะ มัสยิดเก่าแก่ซึ่งเป็นดั่งสัญลักษณ์ และใครกันทำให้เหตุการณ์กรือเซะกลายเป็นประวัติศาสตร์บาดแผล และเป็น 1 ในเชื้อเพลิงให้ไฟใต้คุโชนจวบจนทุกวันนี้? จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยากที่จะได้คำตอบ MThai News

สวนยางเดือด! บุกร้องผู้ว่าฯเมืองคอน ถูกตัดราคายาง2.1แสนตัน
ชาวสวนยาง /  ทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์ / 

ส.ค.ย. รวมตัวบุกศาลากลางจ.นครศรีธรรมราช ร้องผู้ว่าฯ ระงับและตรวจสอบการขายยางจากโกดังทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์ หลังจับได้อ.ส.ย.แอบขายยางสต็อกตัดราคา 2.1 แสนตัน เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่บริเวณหน้าศาลากลางจ.นครศรีธรรมราช นายมนัส บุญพัฒน์ ว่าที่นายกสมาคมกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อยแห่งประเทศเทศไทย(ส.ค.ย.) พร้อมด้วยนายประเสริฐ เกาะกลาง และดาบตำรวจสถิต จิตรามาศ รวมถึงสมาชิกสมาคมกว่า 20 คน เดินทางเข้ามายื่นหนังสือต่อนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขอให้พิจารณาระงับและตรวจสอบการขายยางจากโกดังทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยในหนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า ทางสมาคมฯ ได้ประจักษ์ด้วยหลักฐานและสืบทราบว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องนำยางในสต็อกที่โรงงานทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์ ส่งมอบเพื่อขายให้กับบริษัทต่างประเทศในราคายางแผ่นรมควันกิโลกรัมละ 43 บาท ซึ่งสวนทางกับราคาในตลาดภายในประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในขณะนี้ โดยมีข้อสังเกต ดังนี้ 1) มีความพยายามส่งมอบขายยางชนิดดังกล่าวเป็นการปฎิบัติตามนโยบายของรัฐหรือไม่ 2) ผลกระทบต่อราคายางในตลาดภายในประเทศจะต้องเกิดขึ้นอีกในไม่ช้า ซึ่งเป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติมแก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง 3) ทำไมต้องเร่งขายในราคาต่ำกว่าต้นทุนมาก ในขณะที่ราคายางกำลังมีแนวโน้มสูงขึ้น 4) หากราคายางพาราตกต่ำจากสาเหตุดังกล่าว ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบและจะเกิดความเสียหายรุนแรงที่พี่น้องชาวสวนยางต้องออกมาขอความเป็นธรรมจากเหตุดังกล่าวต่อภาครัฐอีก และ5)ขอให้มีการพิจารณาทบทวน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสอบหาผู้รับผิดชอบในกรณีที่ส่อการทุจริต โดยนายมนัสกล่าว เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีรถเทรลเลอร์มาบรรทุกยางในโกดังของโรงงานทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์  ซึ่งเป็นยางแผ่นรมควันในสต็อก จำนวน 2.1 แสนตัน โดยได้ทำการขนออกไปประมาณ 600-700 ตัน ติดๆ กัน เพื่อนำส่งให้กับบริษัทไห่หนาน ที่เคยทำสัญญากันไว้ก่อนหน้านี้ โดยนำขายส่งในราคา กก. ละ 43 บาท พวกตนรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว จึงต้องเดินทางมายื่นหนังสือในครั้งนี้ เพื่อขอให้ทางจังหวัดได้พิจารณาให้มีคำสั่งให้สมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อยแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมในการสอบหาข้อเท็จจริงและตรวจสอบโกดังที่โรงงานทุ่งสงเฟอร์นิเจอร์ โดยเร่งด่วน เพื่อให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระงับการนำยางออกจากโกดัง “ในเมื่อข้าราชการบางคนจาก องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) สมคบคิดกับอดีตข้าราชการตลาดกลางบางคน ดื้อตาใส เห็นแก่ได้นำยางพาราแผ่นรมควันส่งออกขายให้กับบริษัทต่างชาติ "ไห่หนาน" โดยส่อเจตนาทุจริต ต่ำกว่าราคายางก้อนถ้วยที่วันนี้มีราคาเพียง 44 บาท ทุบราคายางที่กำลังขึ้น ตามกลไกตลาดเพื่อกอบโกยเงินทอนส่วนต่าง ทุบราคายางตามแผนผู้ค้าส่งออกให้ตกต่ำลง หรือ เพื่อดิสเครดิต ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรฯ เคยประกาศว่ายางทุกสต็อกจะต้องขายไม่ต่ำกว่า กก.ละ 60 บาท หากยางราคาต่ำกว่า 60 บาท ไม่ควรขาย เมื่อวานนี้พวกเราไปยืนอยู่หน้า อสย.นาบอน เพื่อไปกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ เราต้องการให้รัฐบาลออกชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เท็จจริงเป็นอย่างไร เงียบเฉย” ขอบคุณภาพ/ข้อมุลจาก มติชน MThai News

'ชูวิทย์'ซัด'มาร์ค'ทำชาติพัง ไม่เคยโทษตัวเอง อ้างแต่'ทักษิณ'
ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ /  ชูวิทย์ อภิสิทธิ์ / 

เดือด! 'ชูวิทย์' โพสต์เฟซ ตอกกลับ 'มาร์ค' ทำชาติพัง ไม่เคยโทษตัวเอง ดีแต่ โทษระบอบทักษิณ วันที่ 18 พ.ค.58 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I′m No.5 กล่าวเตือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยกล่าวในทำนองว่า "ระบอบทักษิณ" ทำให้ประเทศเกิดความขัดแย้ง เพียงแค่ต้องการเอาชนะกฎหมาย และที่สำคัญ หากรัฐธรรมนูญเสร็จ พร้อมจะลงเลือกตั้งครั้งหน้า แต่หากแพ้ ขอลาขาดจากการเมือง โดยข้อความระบุว่า ......... "อภิสิทธิ์" บอก ระบอบทักษิณทำให้ชาติขัดแย้ง (อีกแล้ว) พอมีม็อบก็หลบหลังสุเทพ อ้างเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ พอรัฐประหาร ก็หลบหลังทหาร อ้างบ้านเมืองต้องปรองดอง พอใกล้เลือกตั้งก็หลบหลังทักษิณ อ้างต้องกำจัดคนโกง ไม่เคยยืดอกรับความจริงสักครั้งว่าเป็นความผิดของตัวเอง MThai News 

วิธีทำ ต้มซุปเปอร์ตีนไก่  รสแซ่บถึงพริกถึงขิง
ต้มซุปเปอร์ /  ต้มยำ

อาหารรสแซบที่ครบรสทั้ง เปรี้ยว เผ็ด เข้ม หวาน กลมกล่อม แบบนี้ อาหารประเทศไหนจะสู้ได้นอกจากอาหารประเทศไทย และเมนูที่ครองใจคนชอบทานทั้งหลาย ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ ต้มซุปเปอร์ตีนไก่ รสชาติซุปเปอร์สมชื่อ บางเจ้าก็เคี่ยวตีนไก่ได้เปื่อยยุ่ย และวิธีทำก็ไม่ยากอีกเช่นกัน เรามาดูวิธีทำ ต้มซุปเปอร์ตีนไก่ กันเลยค่ะ ส่วนผสม ตีนไก่ ล้างสะอาด ตัดเล็กออก 1 กิโลกรัม รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียด รวมกันประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ข่าแก่หั่นแว่น  5  แว่น ขิงแก่ หั่นแว่น 5 แว่น ใบมะกรูด เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ เตรียม น้ำปลา มะนาว ผักชี พริกหนูทุบ ไว้ปรุงตอนตักเสริฟ วิธีทำ ต้มซุปเปอร์ตีนไก่ นำตีนไก่ที่ทำความสะอาดเสร็จแล้ว นำไปใส่หม้อ เติมน้ำเปล่าสะอาดให้ท่วมตีนไก่พอประมาณ หรือกลัวไม่เปื่อยให้ต้มน้ำแรกทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วเทน้ำทิ้ง แล้วนำมาต้มกับน้ำซุปโครงไก่ ใสรากผักชี กระเทียม พริกไทย ที่โขลกระเอียด ตามด้วย ใบมะกรูด ข่า และ ขิง ตั้งไฟกลางจนเดือด เคี่ยวไปเรื่อยๆ และคอยช้อนฟอง ต้มไปเรื่อยๆ 1 - 2 ชั่วโมง และคอยเช็ดว่าตีนไก่เปื่อยดีหรือยัง ถ้ายังไม่เปื่อยก็เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเปื่อย เตรียม น้ำปลา มะนาว พริกขี้หนูทุบ  ใส่ถ้วยที่จะเสริฟ ปริมาณตามความต้องการ อยากเผ็ด เปรี้ยว แค่ไหนก็ใส่ตามความชอบ โรยด้วยผักชี พร้อมเสริฟ

ภาพแรกจาก The Hateful Eight คาวบอยเลือดสาดเป็นลิตร! ของ เควนติน ทารันติโน่
Entertainment Weekly /  The Hateful Eight / 

สาวกผู้กำกับแรงโหดโฉดดิบ คุณป๋า เควินติน ทารันติโน่ ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม เพราะป๋ากำลังจะกลับมาพร้อมภาพยนตร์เรื่องใหม่ ที่มากับแนวทางคาวบอยเลือดสาดเป็นลิตร! ใน The Hateful Eight เมื่อ 8 คนโฉดได้พบกัน ความมันส์ระห่ำก็เริ่มขึ้น โดยล่าสุดได้ปล่อยภาพแรกจากปก Entertainment Weekly ออกมาอุ่นเครื่องคุณผู้ชมกันแล้ว The Hateful Eight จุดชนวนเริ่มความระห่ำในช่วงเวลาหลังสงครามกลางเมือง เมือนักล่าทั้ง 8 ต่างคนต่างพากันหลบพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ เข้ามายังที่หลบภัย อันประกอบด้วย นักล่าค่าหัว ผู้พัน มาควิส วอเรน, เพชฌฆาตจอมแขวนคอ จอห์น รูธ, นักโทษสาวโฉด เดซี่ โดเมิร์ก, นายอำเภอ คริส แมนนิกซ์, ไอ้หนุ่มเม็กซิกัน บ๊อบ, นายเตี้ย ออสวอลด์ โมเบรย์, นักสู้วัว โจ เกจ และนายพล แซนดี้ สมิทเธอร์ แต่ความซวยมันอยู่ตรงที่ ทั้ง 8 คนนี้เหมือนจะมีความสัมพันธ์การทรยศหลอกลวง กลิ่นความตายฉาวโฉ่ร่วมกันอยู่น่ะสิ ภาพยนตร์ The Hateful Eight ได้ทัพแสดงมาร่วมยิงกบาลบั่นคอ ให้ป๋าเควนตินเพียบ ไม่ว่าจะเป็น แชนนิง เททัม, ซามูเอล แอล. แจ็คสัน, วอลตัน ก็อกกินส์, เคิร์ต รัสเซลล์, เจนนิเฟอร์ เจสัน ลีห์, ทิม รอท, โซอี้ เบล, ไมเคิล แมดเซน, บรูซ เดิร์น, เดเมี่ยน บิเชอร์ และ เจมส์ พาร์ก หนึ่งที่ปิดตาย แปดตัวร้ายคนโฉด ใครจะอยู่ใครจะไป?! The Hateful Eight วางกำหนดเดือดไว้ในวันที่ 13 พ.ย. นี้ ที่อิสราเอล ส่วนคอหนังป๋าเควนตินชาวไทย ก็ต้องรอติดตามข่าวกันต่อไป ----------------------------------

ศึกนี้ใครจะแพ้!! พท. & ป.ป.ช. ปมเงินเยียวยา
ป.ป.ช. /  ยงยุทธ วิชัยดิษฐ / 

อากาศเมืองไทยว่าร้อนแล้ว แต่คงไม่ร้อนแรงเท่ากับอุณหภูมิการเมืองไทยในขณะนี้ เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปกลับร้อนระอุ เสมือนรอวันปะทุเดือดก็มิปาน เห็นได้จากข่าวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีที่อนุกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) 34 คน กรณีจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2548-2553 เป็นเงิน 1,921,061,629.46 บาท โดยไม่มีอำนาจและไม่มีกฎหมายรองรับ อีกทั้งมีการกำหนดการชดเชยเยียวยาความสูญเสียทางด้านจิตใจ เป็นจำนวน 3,000,000 บาท โดยไม่มีขั้นตอนพิสูจน์ความเสียหายหรือความสูญเสียแต่อย่างใด ทำให้มีผลกระทบต่องบประมาณในการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศเป็นอย่างมากโดย เป็นการนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงวินัยทางการเงินการคลัง ซึ่งก็เป็นคำพูดของนาย วิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้บอกเหตุผลดังกล่าวนี้ขึ้นมา จาก กรณีดังกล่าว นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 1 ในครม.น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดรนทนไม่ได้ถึงขนาด ‘ฉุนขาด’ ออกมาตอบโต้ ป.ป.ช. ในวันถัดมาว่า จะไม่ขออยู่ร่วมโลกกับทาง ป.ป.ช.และจะไม่สนใจในคำตัดสินดังกล่าว พร้อมทั้งจะทำการอารยะขัดขืน และจะสู้ต่อไป ขณะเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ก็ได้ออกมาย้อนถาม ป.ป.ช.ถึงมติที่ออกมา เสมือน 2 มาตรฐานหรืออย่างไร เพราะเมื่อเทียบกับการกระทำดังกล่าวในสมัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็มีการเยียวยากรณีนี้เช่นเดียวกัน ไฉน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ถึงถูกชี้มูลว่ามีความผิดได้ นี่คือคำถาม นี่คือข้อข้องใจ ที่เกิดขึ้นกับ พรรคเพื่อไทย แม้ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จะขอให้ทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย น้อมรับคำวินิจฉัย และยุติการออกมากล่าวหาว่า ป.ป.ช.ไม่มีความเป็นธรรม แต่นั่นก็มิใช่คำตอบที่ พรรคเพื่อไทย แสวงหา คดีนี้จะแพ้ หรือ ชนะ คงต้องพิสูจน์ คงต่อสู้ในเชิงกฏหมายกันต่อไป...ขออย่าเพิ่มเหนื่อยกันเสียก่อน เพราะยังมีอีกหลายคดีที่กำลังรอจ่อฟัน!! MThai News

เดดไลน์ ล่า (ใคร) ฆ่า-ค้า โรฮีนจา'?!
ค้ามนุษย์ /  ฆ่าโรฮีนจา / 

ต้นเดือนพฤษภา เข้าใกล้หน้าฝน ปะปนดีกรีร้อนผสมพายุ ระอุซัดระหน่ำ สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ เหตุบ้านต้องรับมือภัยธรรมชาติ แต่ เหตุเมือง ยังเผชิญภัย "ปัญหาสารพัด" ถึงกับ "องศาเดือด" เลยทีเดียว และหน้าที่ รับมือนี้ มิใช่ใคร นอกจาก "รัฐบาลชุดบิ๊กตู่" แรกๆ แก้ไปหลายปัญหา หลังๆ น้ำลดตอผุด สะดุดตาคนไทยทั้งประเทศ  ว่า...บ้านเรา สะสมซ่อนขยะหมักหมมไว้เพียบ หน่วยงาน ขุดได้ก็ขุดไป ใช้มาตรการ หรือ กฏหมายเข้าจัดการ ส่วนที่ ผุดขึ้นมาเอง นายกตู่ถึงกับ "งง" จะไล่ตามเช็คบิลไหวไหม ? เรื่องที่ตามไล่ล่า ยังยุติไม่ได้อยู่หลายเรื่อง ไหนจะควานหา "ผู้บงการ" สั่งบึ้มสมุย ไหนจะเอาผิดพวกรุกป่ารุกเขาใหญ่ ไหนจะต้อง ปรับตัวทั้งปัญหาวงการบิน วงการเรือประมง และวงการค้ามนุษย์ ทั้งหมด งัด ม.44 มาขจัดปัญหาให้จบสื้น ล่าสุด...ตอผุดจนได้เรื่อง 'โรฮีนจา' มนุษย์ที่ใครๆฝังคำจำว่า "ทาส" ต้องถูกน้ำมือ "คนไทยบางกลุ่ม" กระทำทารุณ และถูกปลิดชีพ ขุดหลุมฝังหลายสิบศพในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ "จ.สงขลา" สืบกันไปสวนกันมา ฝีมือทั้งกระทำและร่วมกระทำ ไม่ใช่ใคร "วงการ ปกครองท้องถิ่น-สีกากี" ในพื้นที่ทั้งสิ้น แรกๆจับมาจับไป ยังได้ปลาเล็ก พอเรื่อง ถึงหู "บิ๊กตู่" ลั่น 10 วัน ต้องจบ! เท่านั้น ปลาใหญ่กระโดดใส่มือให้จับอย่างทันควัน ทั้ง นายก และรองนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ สงขลา และ ส.จ.สตูล ปลาใหญ่ไซส์กลางๆจับได้กระทบยังตำรวจทั้งบาง เด้งไป  38 นาย แต่เด้งนี้ ไม่เหมือนเด้งบ่อนไพ่ ที่เด้งไปเรื่องเงียบเดี่ยวก็กลับมา แต่เป็น "เด้งหายลับ" ชนิดแทบหมดอนาคต และล่าสุด เมื่อคืนที่่ผ่านมา มีประกาศ เด้ง ตำรวจเพิ่มอีก 14 นาย ! หลายฝ่ายจึงสังสัย เหตุใด เรื่องคาว-ฉาว "วงการสีกากี และ ข้าราชการน้อยใหญ่" ต้องมีเอี่ยวเสมอ เผลอๆ กระทำเสียเอง "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มท.1 ไม่รอช้า สั่งการด่วน "ล้างบางวงการปกครอง" ให้กรมการปกครองสอบสวน "ข้าราชการ"  พื้นที่ จ.ระนอง พังงา สตูล และสงขลา หากพบ มีเอี่ยว "ฟันไม่เลี้ยง" พร้อมแบไพ่ "นายปัจจุบัน อังโชติพันธ์ อดีต นายก อบจ.สตูล" เป็นผู้ต้องหาหมายเลข 1 ของขบวนการค้ามนุษย์ในภาคใต้ !!! ปัญหานี้ ต้องรีบคลี่คลาย เพราะกลายเป็นปัญหาระดับสากล ไม่ใช่ แค่ระดับชาติ เพราะที่ผ่านมา ไทยถูกประชาคมโลกต่างเฝ้าจับตา  พลาดเมื่อใด ถูก เหยียบย่ำได้ทันที ขณะที่ก่อนหน้านี้ "ฐปณีย์ เอียดศรีไชย" นักข่าวดัง ได้ติดตามนำเสนอข่าวช่วยแรงงานไทยบนเกาะอัมบน อินโดนีเซีย กระทบ "นายกตู่" ควันออกหู ชี้ ไทยอาจถูกต่างชาติเล่นงานได้ ซึ่ง..."ปากว่า" ไม่เท่า "ใจดี" จน "ใจถึง" สั่งการ ภาครัฐเร่งช่วย จนแรงงานไทยได้กลับบ้าน ปัญหาช่วยแรงงานกลับบ้าน จบไปแบบสวยๆ แต่...ยังต้องเอาใจช่วย จบปัญหา "ฆ่า - ค้า โรฮีนจา" คำบัญชา "นายก" เดดไลน์ 10 วัน ขีดเส้นตาย เหลืออีก 6 วัน ชนิดที่ "ไฟจี้ก้น" ต้องดั้นด้น จับผู้กระทำผิดมาลงโทษให้สิ้นซาก และเป็นเด็นใหญ่ ... ต้องไม่จับ "แพะ" !! เมื่อนับ "ผลโพล" ล่าสุด ที่ประชาชนส่วนใหญ่ วอนให้ "นายก" ฉุด ม.44 มาจัดการ นอกจากการออก พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ มาบังคับใช้  ก่อนนี้ เพื่อ "สะสาง" ปมนี้ให้จบสิ้น เพราะ เห็นใจมนุษย์ด้วยกัน กระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ และ ต้องจับผู้บงการตัวจริง และ กำจัดเครือข่ายให้ได้ แรงใจขนาดนี้ มีหรือรัฐบาลชุดนี้ จะทำไม่ได้ หากทำได้จริง เท่ากับ เชือดไก่ให้ลิงดู-ตัดวงจรอุบาท ประเทศชาติจะสะอาดขึ้น ที่สำคัญ ยังเพิ่มกระแสยอดความนิยม ให้รัฐบาล "ติดปิดโบยบิน" ได้อีกหลายสมัย แม้ใจ ท่านนายกฯ เคยกล่าว ไม่ต้องการอยู่นาน แต่ถ้าทำได้ ทำดี มีประโยชน์ต่อชาติ  ใครๆ ก็ อยากได้ "ท่าน" ...มานั่งในใจ ... แกล้วนลิน MThai News

มะกันเดือด !! ประกาศเคอร์ฟิวแมริแลนด์ คุมม็อบผิวสี
บัลติมอร์ /  ประท้วง / 

ปะทะเดือด !! แผ่นดินสหรัฐลุกเป็นไฟ หลังเหตุจราจลจากกลุ่มผู้ประท้วงผิวสี ในเมืองมัลติมอร์ วันนี้ (28 เม.ย.) สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานจาก กรณีที่นายแลร์รี โลแกน ผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ ลงนามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมระดมกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ลงพื้นที่ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ จากการปล้นสะดม ทั้งยังมีการเผาทำลายทรัพย์สินเพื่อสร้างสถานการณ์ ซึ่งความวุ่นวายเริ่มขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น และการปะทะกับตำรวจท้องถิ่น จนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 15 นาย ขณะที่มีการจับกุมผู้ประท้วงแล้วร่วม 30 คน นอกจากการปะทะกันอย่างดุเดือดแล้ว ยังมีการปล้นร้านค้า เผาทำลายร้ายขายยา ควันสีดำปกคลุมหาทั่วพื้นที่ถนนในบริเวณที่เกิดเหตุ ส่วนทางด้านนางสเตฟานี รอว์ลิงส์-เบลค นายกเทศมนตรีหญิงเมืองบัลติมอร์ ประกาศใช้เคอร์ฟิวระหว่างเวลา 22.00-05.00 น. โดยคำสั่งมีผลบังคับใช้ทันทีอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ชนวนเหตุของการลุกฮือครั้งใหญ่ในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 19 เม.ย. จากกรณีการเสียชีวิตของ นายเฟรดดี เกรย์ วัย 25 ปี ชายผิวสี ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ฐานพกมีด จากนั้นพยานหลายปาก ได้ออกมายืนยันว่า เกรย์ได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา แม้สาเหตุการตายจะยังไม่ชัดเจน แต่การสูญเสียในครั้งนี้ จุดชนวนความโกรธแค้นให้กับกลุ่มคนผิวสี หลังจากเกิดกระแสความไม่เท่าเทียม จากความแตกต่างทางเชื้อชาติ ซึ่งคนผิวสีมักจะไม่ได้รับการปฏิบัติ อย่างเท่าเทียมกับคนผิวขาว แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากเกรย์เสียชีวิตลง สำนักงานตำรวจบัลติมอร์ ได้สั่งลงดาบพักงานเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจับกุมเหยื่อจนนำไปสู่การเสียชีวิตดังกล่าวแล้ว MThai News ที่มา CNN