เดือด

Bleed for This คนระห่ำหมัดหยุดโลก
Ben Younger /  Bleed for This / 

Bleed for This คนระห่ำหมัดหยุดโลก Bleed for This คนระห่ำ หมัดหยุดโลก สร้างจากเรื่องจริงช็อคโลกสู่ภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณไม่ยอมแพ้ เรื่องราวของแชมป์มวยโลก ที่เกือบเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ หมอได้วินิจฉัยว่าเขาอาจจะไม่สามารถเดินได้อีกเลย แต่เขาเลือกที่จะต่อสู้กับโชคชะตาแล้วทุ่มแรงกาย หวนกลับมาซ้อมเพื่อเข้าสู่สังเวียนเดือดอีกครั้ง...โลกต้องจารึกเขาไว้ในประวัติศาสตร์ถึงความไม่ยอมแพ้เพราะเขาสามารถกลับขึ้นสู่สังเวียนท้าชิงบัลลังก์แชมป์ได้อีกครั้ง

ดอนนี เยน บู๊ระห่ำในคลิปล่าสุด xXx: Return of Xander Cage
Donnie Yen /  Tony Jaa / 

ดอนนี เยน บู๊ระห่ำในคลิปล่าสุด xXx: Return of Xander Cage พาราเมาท์ พิกเจอร์ส ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาแล้ว สำหรับภาพยนตร์บู๊ระห่ำของ วิน ดีเซล (Vin Diesel) ที่ห่างหายไปนานหลายปี xXx: Return of Xander Cage ในตัวอย่างใหม่นี้เผยให้เห็นฉากระห่ำ ๆ มากมายที่น่าจะถูกใจคอแอคชั่น โดยคลิปนี้เห็นหน้านักแสดงบู๊เลือดเดือดสัญชาติไทยอย่าง โทนี จา (Tony Jaa) ในช่วงต้นคลิป แต่ดูเหมือนว่าคลิปนี้เหมือนเป็นการปล่อยของให้กับนักแสดงบู๊อีกคนหนึ่งอย่าง ดอนนี เยน (Donnie Yen) มากกว่า ลืมความเรียบร้อยจากภาพยนตร์เรื่องยิปมันไปได้เลย แม้จะมีบางจังหวะที่ออกท่าเหมือนยิปมันให้เห็นก็ตาม ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉาย 17 มกราคม 2017 ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ comingsoon.net

5 สิ่งที่เห็นหลังชมตัวอย่างแรกของ T2: Trainspotting
T2: Trainspotting /  Trainspotting

กลับมาอย่างสมการรอคอยกว่า 20 ปีของแฟนๆ หนังสุดเหวอ เรื่องของแก๊งเด็กติดยาแห่งสก็อตแลนด์อย่าง Trainspotting ซึ่งสร้างจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของ เออร์วิน เวลช์ ออกฉายไปเมื่อปี 1996 ในฐานะหนังอินดี้ทุนต่ำที่เจ๋งทั้งแง่เทคนิคการถ่ายทำและการเล่าเรื่องภายใต้การกำกับของผู้กำกับชาวอังกฤษอย่าง แดนนี บอยล์ สำหรับ Trainspotting ซึ่งกำลังจ่อคิวฉายในเดือนมกราคมปี 2017 นี้ ยังคงเล่าเรื่องของอดีตแก๊งเด็กหนุ่มขี้ยาในอีกหลายปีต่อมาที่ต่างเติบโตไปคนละทิศคนละทาง พร้อมแท็กทีมนักแสดงชุดเดิม ทั้ง ยวน แม็คเกรเกอร์, อีเวน เบรมเนอร์, จอนนี ลี มิลเลอร์ และ โรเบิร์ต คาร์ไลล์ ในบทเดิมที่ทำให้ผู้ชมทั้งรักทั้งชังมาแล้วค่อนโลกเมื่อสองทศวรรษก่อน และถัดไปจากนี้ คือ 5 สิ่งที่ เว็บไซต์ The Guardian พบได้จากตัวอย่างภาพยนตร์ความยาวเพียง 1.55 นาทีที่เพิ่งถูกปล่อยออกมา และชวนให้คาดการณ์ต่อไปว่า T2: Trainspotting ที่กำลังเข้าฉายในไทย 2 กุมภาพันธ์ปีหน้านั้น จะเป็นเรื่องราวแบบใดและจะเวียร์ดได้สุดขีดแค่ไหน https://www.youtube.com/watch?v=EsozpEE543w 1. ปัญหานักแสดงหน้าเด็ก แดนนี บอยล์ ผู้กำกับเคยกล่าวไว้เมื่อปี 2008 ว่า T2: Trainspotting นั้นจะเริ่มถ่ายทำขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนักแสดงนำหลักๆ อย่างแม็กเกรเกอร์และมิลเลอร์ ดูมีอายุมากขึ้นอีกสักหน่อย แต่ปัญหาคือ สองนักแสดงดังกล่าวกลับดูไม่ต่างไปจากเมื่อตอนปี 1996 เท่าไหร่นัก ก็อันเนื่องมาจากหน้าที่การงานที่ทำให้พวกเขาต้องดูแลตัวเองดีกว่าคนจากสาขาอาชีพอื่นในวัยเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ หรือดูแลสุขภาพเป็นประจำ "สุดท้ายเราก็ได้แต่รอให้กาลเวลาทำงานของมันไปนั่นแหละ การถ่ายทำถึงจะเริ่มได้" บอยล์กล่าวติดตลก แต่อย่างไรก็ดี ในบรรดาแก๊งนักแสดงชุดเดิมนั้น โรเบิร์ต คาร์ไลล์ ดูจะเป็นคนที่หน้าตาสมกับอายุมากที่สุดจนดูสูงวัยกว่าเพื่อนนักแสดงร่วมฉากไปโขทีเดียว 2. นอสตัลเจียแสนหวานของแดนนี บอยล์ จากตัวอย่างหนังที่เพิ่งปล่อยออกมา เห็นได้อย่างชัดเจนว่าทำขึ้นเพื่อเอาใจคนดูให้หวนระลึกถึงเวอร์ชั่นปี 1996 ไม่ว่าจะเป็นการพร่ำบ่นถึงชีวิตและทางเลือกที่ไม่ได้มีให้เลือกมากนักของเรนตัน (รับบทโดยแม็กเกรเกอร์) ซึ่งในเวอร์ชั่นก่อนนั้นกลายเป็นประโยคเปิดที่เท่และเฉียดที่สุดประโยคหนึ่งของโลกภาพยนตร์ เพียงแต่ในเวอร์ชั่นของปี 2017 นี้นั้น คำพร่ำเพ้อของเรนตันระบุถึงการเข้ามาของโลกโซเชียลมีเดียและหนังโป๊ซึ่งต่อเติมเข้ามาจากเวอร์ชั่นเก่า ซึ่งพูดถึงคุณภาพชีวิตเป็นหลักแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งจากที่ดูแล้ว มั่นใจได้ว่า T2: Trainspotting จะยังคงความเพี้ยน ความเหวอขั้นสุดและความเพ้อคลั่งของเนื้อเรื่อง ของตัวละคร และของบรรยากาศแบบเดียวกับที่ปี 1996 มีแน่นอน 3. บทบาทที่อาจจะมากขึ้นของยาเสพติด ในเวอร์ชั่น 1996 นั้น ความบ้าระห่ำของตัวละครและเนื้อเรื่องเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสภาพแวดล้อมภายใต้รัฐบาลหญิงเหล็กอย่าง มาร์กาเรต แทตเชอร์ ซึ่งเต็มไปด้วยคนว่างงาน, การเปลี่ยนผ่านและกระแสคลื่นลูกใหม่ทางวัฒนธรรม ทั้งหมดนี้ แน่นอนว่ารวมถึงการเข้ามามีบทบาทอย่างมากของสารเสพติดซึ่งเป็นตัวชูโรงภายในเรื่องอย่างเฮโรอีนด้วย ในฐานะที่เป็นเครื่องมือผลาญวันเวลาอันน่าเบื่อหน่ายของวัยรุ่นให้หมดไปวันต่อวัน ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า ในเวอร์ชั่นใหม่นี้-วัดจากสภาพแวดล้อมทางสังคมในเรื่องและบรรยากาศการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคมิลเลเนียมเต็มตัวแล้ว-ตัวละครในวัยกลางคนเหล่านี้ ไม่น่าจะปฏิสัมพันธ์กับเฮโรอินหรือสารเสพติดอื่นใดเพียงเพื่อจะใช้มันเป็นบัตรผ่านความเบื่้อหน่ายอีกต่อไปแล้ว คำถามคือว่า-แล้วยาพวกนี้จะมีบทบาทอะไรกับเขาในวัย 40 กลางๆ เช่นนี้ได้บ้าง 4. ปี 2002 และการเติบใหญ่ของอุตสาหกรรมหนังโป๊ เออร์วิน เวลช์ ผู้เขียนวรรณกรรม ออกหนังสืออย่าง Porno ตามหลังเรื่อง Trainspotting ในปี 2002-เล่าผ่านมุมมองของเรนตันที่หวนกลับเอดินเบิร์กในรอบสิบปี สำหรับเรื่องนี้ บอยล์บอกว่าเขาปรับแต่งบท T2: Trainspotting จากหนังสือไว้เพียงหลวมๆ เท่านั้น และตั้งใจทำให้คนเห็นบรรยากาศภายในปี 2002 ได้เป็นอย่างดี นั่นคือการเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้คนเป็นอย่างมากของอุตสาหกรรมหนังโป๊ เพราะในช่วงปีนั้น อุตสาหกรรมนี้ยังไม่ถูกอินเตอร์เน็ตและฟรีเว็บไซต์ทำลายลง จากตัวอย่างหนัง เราจึงได้เห็นหญิงสาวส่งยิ้มให้เรนตัน-ซึ่งอาจเดาได้ว่า หล่อนอาจจะเป็นเด็กนักเรียนซึ่งรับจ้างเป็นนักแสดงหนังโป๊มือฉมังได้ด้วยเหมือนกันตามบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของผู้คนในยุคนั้น 5.เบ็กบี้ผู้ (ยังคง) กราดเกรี้ยว ในเวอร์ชั่น 20 ปีก่อน คนดูประทับใจกับ เบ็กบี -ตัวละครสุดเดือดและดิบห่าม รับบทโดย โรเบิร์ต คาร์ไลล์- ซึ่งบทลงเอยของเขาในปี 1996 นั้นไม่สวยนักเพราะถูกเพื่อนในกลุ่มหักหลังทั้งยังต้องเจ็บตัวนับไม่ถ้วน นำมาสู่ความบาดหมางอย่างรุนแรงต่อตัวละครอื่นๆ ในเรื่อง โดยเฉพาะเรนตันที่ทำกับเขาไว้เจ็บแสบสุดขีด แน่ชัดว่าบอยล์ยังคงเก็บรักษาเส้นเรื่องตามเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งนั่นก็รวมทั้งการพร้อมจะล้างแค้นมนุษย์ทุกหน้าของเบ็กบีหลังกลับออกมาจากคุก ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่า เรนตันคือหนึ่งในรายชื่อต้นๆ ของบัญชีแก้แค้นของเบ็กบีด้วยเช่นกัน ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

Metallica เตรียมกลับมาในรอบแปดปี เดือดทะลุปรอทเช่นเคย!
Atlas Rise! /  Hardwired... To Self-Destruct / 

วงเฮฟวีเมทัล Metallica เตรียมกลับมาด้วยอัลบั้มใหม่ในรอบแปดปี Hardwired... To Self-Destruct เดือดทะลุปรอทเช่นเคย! แฟนเพลงสายเฮฟวีเมทัลกำลังตั้งตารอคอย Hardwired... To Self-Destruct อัลบั้มชุดที่ 10 ของวง Metallica ซึ่งมีกำหนดจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ พูดได้ว่าทิ้งห่าง Death Magnetic อัลบั้มชุดที่แล้วซึ่งออกมาเมื่อปี 2008 เว้นช่วงไปนานถึง 8 ปีเลยทีเดียว! แต่ก่อนจะวางจำหน่ายอัลบั้ม Hardwired... To Self-Destruct วง Metallica ก็ทยอยปล่อยซิงเกิ้ลออกมาให้ฟังล่วงหน้า เริ่มจาก Hardwired และ Moth Into Flame และมาถึงซิงเกิ้ลที่สาม Atlas, Rise! เพลงมันขั้นสุดที่สมาชิกของ Metallica ต่างสาดอาวุธทางดนตรีกันอย่างหนักหน่วง อย่างท่อนโซโล่กีตาร์บาดใจของ Kirk Hammett เสียงกลองระรัวจาก Lars Ulrich ร่วมด้วยไลน์เบสของ Robert Trujillo และเพิ่มความสมบูรณ์แบบจากเสียงร้องของ James Hetfield Metallica: Atlas, Rise! youtube channel : MetallicaTV อัลบั้ม Hardwired... To Self-Destruct นี้โปรดิวซ์โดยผู้คร่ำหวอดวงการ อย่าง Greg Fidelman กับ James Hetfield และมือกลอง Lars Ulrich อีกทั้งอัลบั้มที่กำลังจะวางจำหน่ายก็มีหลากหลายรูปแบบ ทั้ง ซีดี 2 แผ่น (12 แทร็ค) และ ซีดี 3 แผ่น (เพิ่มซีดีแผ่นที่ 3 ที่มีแทร็คพิเศษและแทร็คแสดงสดเกือบทั้งหมด!) รวมทั้งยังมีแผ่นเสียงไวนิลอีกด้วย บอกเลยว่าแฟน Metallica พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ลูกเกด เคลียร์ข่าวลือ! ทะเลาะเดือดจน มาช่า ถอนตัวเมนเทอร์เดอะเฟซ 3
ลูกเกด เมทินี /  มาช่า วัฒนพานิช / 

        แซ่บจริงอะไรจริงตั้งแต่ยังไม่ออนแอร์เลยทีเดียว สำหรับรายการ เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ที่ซีซั่นนี้ได้เมนเทอร์คนใหม่อย่าง มาช่า วัฒนพานิช มาร่วมเพิ่มความสนุกให้กับรายการ แต่ก็ตามมาพร้อมกระแสข่าวลือมากมาย ทั้งข่าวเมนเทอร์หวิดตบกลางรายการ ทะเลาะกันจนกระทั่งมีข่าวลือว่า สาวมาช่า ขอถอนตัวออกไปแล้ว ล่าสุดเจอ เมนเทอร์ลูกเกด มาร่วมงาน "Numero Thailand Seminar on Best Beauty Brand Products 2016-17" จึงได้สอบถามถึงข่าวลือดังกล่าว งานนี้ เมนเทอร์ลูกเกด ออกตัวว่าอยากเล่าแต่พูดไม่ได้ ให้รอติดตามชมในรายการและฟังจากปาก มาช่า เอง ด้าน คุณเต้ กันตนา เจ้าของรายการประกาศชัด ใครสปอยล์ก่อนโดนฟ้องแน่!!              "ที่คนสงสัยเดอะเฟซไทยแลนด์ซีซั่น 3 พี่มาช่าหายไปไหนก็ต้องรอดูค่ะ อันนี้ก็ไม่รู้พี่ช่าจะตอบยังไงนะคะ ก็ต้องรอดูว่ารายการปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง ข่าวว่าพี่ช่าถอนตัวเพราะหายไป 2 เทป อันนี้ก็บอกอะไรไม่ได้ เพราะเดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์ว่าอะไรมันเกิดขึ้น แต่รู้สึกว่าตอนนี้มีกระแสมากมาย แต่ขอบอกเลยว่าปีนี้มีดาราชื่อดังมาเยี่ยมมาร่วมในรายการเดอะเฟซฯ เยอะมาก มีเยอะแทบจะทุกสัปดาห์ทุกเทปเลย เพราะฉะนั้นรอดูค่ะ ก็เหมือนกับทุกปีที่เราจะมีกรุ๊ปไลน์ไว้ส่งข่าวตอบกันอะไรอย่างนี้ ส่วนกระแสที่บอกว่าจะตบกันกลางรายการ อันนั้นเราสัมภาษณ์แบบสนุกสนานขำๆ ก็ดุเดือด ซีซั่นที่แล้วก็ดุเดือด ก็มีทะเลาะกัน ปีนี้ก็ไม่น้อยค่ะ ก็สนุกเหมือนกัน"              "ข่าวที่ว่าสร้างกระแสทะเลาะกันจนพี่ช่าออกหรืออะไร เกดต้องบอกว่าแฟนคลับของรายการนี้เค้าเก่งมากเลย เค้าดูทุกจุด ทุกเม็ด ทุกหยด คอยสังเกตทุกอย่างเลย ชุดนี้ใครใส่ ชุดนั้นใครไม่ใส่ ทำไมคนนั้นดูเด่นกว่า คือเค้าต้องการจะดูแล้ว ทุกอย่างเค้าเอามาเป็นกระแสหมด เท่าที่ทราบทางรายการก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไร เพราะฉะนั้นเกดก็คงไม่สามารถจะบอกอะไรได้มากมาย แต่บอกได้แค่ว่าสนุกมากๆ"               "ส่วนที่คนจับผิดจากวันเกิดบีว่าไม่มีพี่ช่า จริงๆ วันนั้นก็จะไม่มีเกดนะคะ เพราะวันนั้นเราถ่ายเสร็จแล้วต้องรีบไปสนามบิน กำลังจะก้าวขึ้นรถอยู่ก็โดนคว้ามา ตอนนั้นคือกำลังจะกลับบ้านที่ภูเก็ตค่ะ พอเสร็จแล้วก็รีบไปสนามบินเลย แต่ยังไงก็ต้องรอดูนะคะ มันก็มีบ่อยครั้งที่เมนเทอร์ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 3 คน มันก็มีถ่ายเดียว ถ่ายแก๊งใครแก๊งมัน เราก็เครียดอยู่เหมือนกัน เพราะมีรูปเยอะมากที่อยากจะลง ที่ถ่ายกับลูกสาว แต่ไม่สามารถลงเพราะเดี๋ยวความแตก แต่จะบอกให้ว่าแฟนคลับเค้าละเอียดแค่ไหน มีอยู่วันนึงเกดพาน้องๆ ทีมซีซั่น 3 ไปยิงเลเซอร์แล้วเกดหันหน้าใส่กล้อง ให้สาวๆ หันหลังเพื่อให้มันสนุกสนาน ให้คนเค้าดูกันไป แฟนคลับก็สังเกตไปวงกลมสร้อยว่าคนนี้เคยใส่ ต้องอยู่ทีมลูกเกดแน่เลย คนนี้เคยใส่เสื้อตัวนี้เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เห็นมั้ยมีความอยากดูรายการนี้มากค่ะ"               "ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าคุณเต้ขู่จะฟ้องคนสปอยล์ คันมากเลยอยากเล่ามาก อันนี้อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาเคยมีบุคคลที่เคยลงสปอยล์ ซึ่งถ้าคุณทำแบบนั้นมันก็น่าเสียดาย เพราะคนเค้ารอดู คนมาสปอยล์มันก็ไม่สนุก เกดก็เลยคิดว่าคุณเต้ไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ก็อาจจะต้องใช้เรื่องกฎหมายเข้ามาช่วย เพราะมันก็ไม่ควรสปอยล์ เวลามีคนสปอยล์ไม่เสียเซลฟ์ค่ะ เพราะว่าไม่ได้เป็นเจ้าของรายการ (หัวเราะ) มันก็เสียดายอรรถรส บางทีก็อึ้งว่าเค้ารู้กันได้ไง ใครสปอยล์ เหมือนอยู่ที่กองถ่ายเลย หรือหลุดจากกองถ่ายจริงๆ บางทีทีมงานเค้าก็คุมไม่ทั่วถึง ก็พยายามเก็บเป็นความลับให้มากที่สุด เพราะเป็นรายการที่คนสนใจมาก เราก็อยากทำให้ดีและสนุกที่สุด"               "คุณเต้ก็บอกถ้าใครสปอยล์จับได้จะฟ้อง โดยเฉพาะคนในกองเลยค่ะ บางทีช่างแต่งหน้าประจำของเกดมาไม่ได้แล้วเป็นช่างคนอื่นมา เราต้องคอยเตือนเค้าว่า อย่าถ่ายรูปเล่น จะโพสต์อะไรต้องระวังหน่อย บางทีเราโพสต์แป๊บเดียวแล้วลบ แต่มันไปไกลแล้วก็ต้องระวังหน่อย ตอนนี้ถ่ายไปประมาณ 9-10 เทปแล้วค่ะ เวลาคนถามมากๆ ก็ไม่รู้สึกกดดันหรือเครียด เรารู้สึกดีที่มีคนสนใจ รักและอยากรู้อยากเห็นอยากดูรายการนี้ แต่ถ้าคนไม่ถามนั่นสิ จะรู้สึกว่าไม่มีใครอยากดูรายการไม่มีใครสนใจเหรออะไรแบบนี้" ลูกเกด กล่าว      ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด-มาช่า   เมนเทอร์เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3   เมนเทอร์เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3   เมนเทอร์เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3  

ตุ๊กกี้ เดือด!! ซัด เบส อรพิมพ์ นักพูดดังพาดพิงชาวอีสานไม่รักในหลวง!!
ตุ๊กกี้ ชิงร้อย /  ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ / 

  กำลังตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับสิ่งที่นักพูดชื่อดัง เบส อรพิมพ์ ได้เคยพูดบรรยายเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อน โดยมีการพูดพาดพิงถึงคนอีสานในเชิงที่ว่า ไม่รักในหลวง รัชกาลที่ 9 งานนี้นอกจากจะทำให้หลายคนไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักโดยเฉพาะลูกอีสานแล้ว ด้านตลกชื่อดังเลือดอีสาน ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ หรือ ตุ๊กกี้ ชิงร้อย ถึงกับเดือดจัด โพสต์ข้อความตอกกลับ เบส อรพิมพ์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก Tukky Sudarat โดยระบุว่า   “บารมียังไม่พอ อย่าไปกล่าวถึงใคร เอาเรื่องตัวเอง เท่านั้น จะดี โลกไปไกล คำพูด ถ้าพาดพิง มันจะกลับมาทำลายเรา ! เอาเรื่องในหลวงมาพูด จนมีงานการทำ นี่ก็ควรจะพอแล้ว ไปพูดถึงคนอีสานทำไม เอาเรื่องเดียว พอแล้ว จำไว้ ใครๆก็รักในหลวงทั้งนั้น”   พร้อมทั้งมีการแชร์คลิปของนักพูดคนดังด้วย ซึ่งทำให้หลายคนที่ได้เห็นคลิปดังกล่าวเข้าไปแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสมในการพูดบรรยายของเธอเป็นจำนวนมาก ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Tukky Sudarat, IG tukky6, best_orapim   ตุ๊กกี้ สุดารัตน์   ตุ๊กกี้ สุดารัตน์   ตุ๊กกี้ สุดารัตน์   ตุ๊กกี้ สุดารัตน์   ตุ๊กกี้ สุดารัตน์   เบส อรพิมพ์ นักพูดชื่อดัง   เบส อรพิมพ์ นักพูดชื่อดัง  

รีวิว Deepwater Horizon : น้ำมันเดือดปุด ผุดทะลุฟ้า
Deepwater Horizon /  Gina Rodriguez / 

รีวิว Deepwater Horizon : น้ำมันเดือดปุด ผุดทะลุฟ้า ขึ้นชื่อว่า มหันตภัย คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทว่าเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมนุษย์เราก็มีทางเลือกอยู่เพียงไม่กี่อย่าง คือ จะหาทางเอาชีวิตรอด หรือจะหาวิธีหยุดยั้งมัน ซึ่งสำหรับมหันตภัยที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon ณ อ่าวเม็กซิโก เมื่อปี พ.ศ. 2553 ถือเป็นมหันตภัยทางน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดที่โลกต้องจารึก เพราะไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตเจ้าพนักงานถึง 11 ราย แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแวดล้อมในวงกว้าง Deepwater Horizon ฉบับภาพยนตร์ ผลงานการกำกับโดย Peter Berg เป็นการนำเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตกลับมาบอกเล่าแก่สายตาชาวโลกอีกครั้ง โดยเนื้อเรื่องของภาพยนตร์พยายามคงไว้ซึ่งข้อเท็จจริงว่าด้วยวีรบุรุษคนสำคัญ Mike Williams (รับบทโดย Mark Wahlberg) เจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon ที่ได้เสี่ยงตายช่วยชีวิตเพื่อนร่วมงาน อาทิ Jimmy (รับบทโดย Kurt Russell) และ Andrea (รับบทโดย Gina Rodriguez) ให้รอดพ้นจากภาวะการพลุ่งของโคลนและน้ำมันดิบจากใต้ทะเลลึก และการระเบิดหลังจากไอของน้ำมันถูกดูดเข้าไปในเครื่องทำความร้อน ตัวภาพยนตร์มีวิธีการดำเนินเรื่องตามแบบฉบับภาพยนตร์มหันตภัยที่พบได้ทั่วไป คือ เปิดตัวด้วยเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของตัวละคร Mike Williams แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักความผูกพัน แต่ด้วยภาระงานทำให้เขาต้องเดินทางมุ่งหน้าสู่สถานที่เกิดเหตุร้ายแรงโดยไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ในช่วงแรกที่เป็นพาร์ทของการปูเรื่องจะเห็นว่าเหตุการณ์เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ผู้กำกับพยายามทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าตัวละครแต่ละคนมีมุมมองหรือทัศนคติต่อกันอย่างไร ทำให้ภาพที่ออกมามีลักษณะเนือย ๆ ไปบ้าง แต่ทันทีที่ภาพยนตร์ตัดเข้าสู่เหตุการณ์ช่วงน้ำมันและโคลนพลุ่งพลั่ก ๆ ขึ้นมาจากท่อ...ยาวไปจนถึงฉากระเบิด บูม ! จนเละยิ่งกว่าโกโก้ครั้นช์แช่นมค้างคืน เรียกได้ว่าเป็นช่วงปลุกผู้ชมให้ตื่นจากภวังค์ และลุ้นระทึกกระทั่งถึงตอนจบของเรื่องได้เป็นอย่างดี ฉากหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นความเอาใจใส่ในรายละเอียดของทีมเขียนบท ก็คือ การไล่เช็กชื่อผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิด จนถึงชื่อที่ไม่มีใครขานรับเป็นอันรู้กันว่าคน ๆ นั้นไม่สามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้ ซึ่งชื่อเหล่านี้ได้กลับมาปรากฏอีกครั้งในช่วง End Credit ว่าเป็นรายชื่อของผู้ที่จากไปในเหตุการณ์จริง ๆ เรื่องราวใน Deepwater Horizon สะท้อนให้ผู้ชมเกิดความคิดเรื่อง ความไม่ประมาท เพราะหากมัวแต่คิดว่าเรื่องบางเรื่องเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ปล่อยปละละเลยได้ วันหนึ่งสิ่งนั้นอาจจะย้อนกลับมาเป็นภัยอย่างใหญ่หลวงแก่ตัวเราเองและบุคคลอื่น ๆ ในอนาคต สุดท้าย...ขอให้คะแนน การระเบิดอ่าว...เผาแท่นเจาะน้ำมัน ไว้ที่ 4/5 ครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

รีวิว Bleed for This คนระห่ำหมัดหยุดโลก
Ben Younger /  Bleed for This / 

วินนี ปาเซียนซา (Vinny Pazienza) ชื่อของนักมวยคนดังที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ได้ยินหนาหูในช่วงที่ภาพยนตร์เรื่อง Bleed For This คนระห่ำหมัดหยุดโลก กำลังฉายในบ้านเรา ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตหนึ่งของนักมวยคนดังที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางอาชีพที่เขารัก แต่ดันโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิต แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะกลับขึ้นสังเวียนอีกครั้ง แต่อะไรทำให้เขาฝืนชะตาลิขิตจากสวรรค์ อะไรที่ทำให้เขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า ทันทีที่ผมดูตัวอย่างภาพยนตร์จบลง ผมไม่รอช้าที่จะตีตั๋วเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ Bleed For This คนระห่ำ หมัดหยุดโลก ว่าด้วยเรื่องราวที่สร้างจากเรื่องจริงสุดช็อคของแชมป์มวยโลก วินนี ปาเซียนซา รับบทโดย ไมลส์ เทลเลอร์ (Miles Teller) ที่เกือบเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ หมอได้วินิจฉัยว่าเขาอาจจะไม่สามารถเดินได้อีก แต่เขาเลือกที่จะต่อสู้กับโชคชะตาแล้วทุ่มแรงกาย หวนกลับมาซ้อมเพื่อเข้าสู่สังเวียนเดือดอีกครั้ง ภาพยนตร์ได้เล่าเรื่องในช่วงจังหวะชีวิตหนึ่งของนักมวยคนดัง วินนี ปาเซียนซา การดำเนินเรื่องนั้นไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป ไม่มีแฟลชแบ็กย้อนกลับไปกลับมาถึงอดีตให้สับสน ภาพยนตร์เผยให้เห็นแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตนักมวยคนนี้ในไฟท์ที่เขาจะได้รู้จักกับความพ่ายแพ้ กระทั่งฟิตซ้อมร่างกายจนขึ้นเวทีออกหมัดได้อย่างไม่อายใคร ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องนั้น สำหรับตัวละครหลัก ๆ แล้วมีไม่มากนัก และแต่ละคนก็มีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน สร้างการจดจำได้ง่าย แม้จะมีตัวละครอื่น ๆ บ้าง แต่ถ้าดูแล้วนึกไม่ออกว่าเป็นใครก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อเนื้อเรื่องแต่อย่างใด ซึ่งนักแสดงที่รับบทนำอย่าง ไมลส์ เทลเลอร์ ก็ถ่ายทอดความรู้สึกและสร้างคาแรกเตอร์ให้เชื่อได้ว่าเขาเป็นนักมวยจริง ๆ และเขาเป็นเสาหลักของเรื่องเพียงคนเดียวที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูแล้วไม่น่าเบื่อ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงช่วงชีวิตหนึ่งของนักมวยคนดัง ซึ่งผู้กำกับ เบ็น ยังเกอร์ (Ben Younger) ก็ไม่ได้ยัดเยียดฉากชกมวยให้ดูจนต้องเบือนหน้าหนีอย่างแน่นอน ซึ่งฉากที่ ไมลส์ เทลเลอร์ ได้ขึ้นสังเวียนนั้นมีน้อยมาก นอกจากนี้กติกาหรือเรื่องราวยาก ๆ ที่เกี่ยวกับการชกมวยก็ไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับคนดูต้องมานั่งทำความเข้าใจอะไรเลย หน้าที่ของคนดูคือรู้แค่ว่าเขากำลังขึ้นเวทีและชกกับใครแค่นั้นก็พอแล้ว ฉากที่พีคที่สุดคงต้องยกให้ฉากเอาที่ครอบศีรษะออกหลังจากใส่มาแล้ว 6 เดือนเต็ม ซึ่งการเอาออกนี้โดยปกติแล้วผู้ป่วยจะต้องเข้าห้องผ่าตัดดมยาสลบ แต่เจ้าตัวกลับบอกหมอว่า ขันน็อตเอาออกสด ๆ ได้เลย ไม่ต้องฉีดยาชาหรือดมยาสลบใด ๆ ฉากนี้นอกจากจะลุ้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะซีดปากตาม ประหนึ่งว่าโดนหมอเอาออกเอง แค่เห็นความใจสู้ของผู้ชายคนนี้ในการใช้ชีวิตร่วมกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็นับว่าน่ายกย่องแล้ว แต่การเอาออกแบบสด ๆ ก็ต้องบอกเลยว่านับถือใจนักมวยคนนี้จริง ๆ ที่สุดแล้ว ชีวิตคนเรามันไม่มีอะไรแน่นอน คนบางคนกำลังมาถึงจุดที่ช่วงชีวิตกำลังออกตัวพุ่งทะยานไปสู่จุดที่สูงขึ้น แต่โชคชะตาอาจไม่เป็นใจ และพระเจ้าอาจไม่เห็นด้วย ชีวิตอาจถึงขั้นพลิกผันจนต้องเลือกเส้นทางเดินให้กับชีวิตใหม่ แต่สำหรับ วินนี ปาเซียนซา จิตวิญญาณของเขายังอยู่กับนวมและสังเวียน เขาพยายามฝืนสังขารตัวเองเพื่อกลับมายืนบนผืนผ้าใบอีกครั้ง จิตใจของเขาสร้างปาฏิหาริย์จากคนที่หมอวินิจฉัยว่าแค่เดินยังลำบาก แต่ไม่ถึงปีผู้ป่วยรายนี้กลับได้ไปยืนแลกหมัดกับคู่ต่อสู้ได้อย่างถึงใจถึงอารมณ์ เมื่อใจเป็นประธานและกายเป็นบ่าวแล้ว ขอเพียงใจสู้เท่านั้น มนุษย์ก็สร้างปาฏิหาริย์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลานุภาพที่มองไม่เห็น ป.ล. ตอนท้ายของภาพยนตร์มีภาพของ วินนี ปาเซียนซา ตัวจริง พร้อมประโยคเด็ด ๆ ที่เจ้าตัวเคยพูดไว้ในภาพยนตร์ และบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา ซึ่งตัวละครแต่ละตัวในเรื่องถอดแบบมาค่อนข้างเหมือนทีเดียว

มิสเพริกรินยิ้ม! Miss Peregrine's Home for Peculiar Children เปิดตัวอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐฯ
7 สิงห์แดนเสือ /  Deepwater Horizon / 

มิสเพริกรินยิ้ม! Miss Peregrine's Home for Peculiar Children เปิดตัวอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐฯ เริ่มต้นเดือนตุลาคมกับบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐฯ ที่ยังมีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และตำแหน่งอันดับที่หนึ่งสัปดาห์นี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว หลังจากสัปดาห์ที่แล้วภาพยนตร์เข้าใหม่ถึงสองเรื่องสามารถขึ้นมายึดตำแหน่งอันดับที่หนึ่งและสองได้ สัปดาห์นี้ก็เช่นกันภาพยนตร์เข้าใหม่ถึงสองเรื่องที่เข้ามายึดอันดับที่หนึ่งและสองได้ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ติดตามกันได้เลย คงจะเป็นภาพยนตร์เรื่องใดไปไม่ได้ สำหรับภาพยนตร์ที่มีกระแสพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children บ้านเพริกริน เด็กสุดมหัศจรรย์ ผลงานการกำกับของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ว่าด้วยเรื่องราวของเจคที่เดินทางไปยังเกาะแห่งหนึ่งตามคำสั่งของปู่ จนได้พบกับบ้านเด็กประหลาด และการอันตรายจากเหล่าฮอลโลว์ส เจคที่คิดว่าตัวเองเป็นเด็กปกตินั้นหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเขาก็มีความสามารถเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เช่นกัน เปิดตัวอย่างสวยงามในอันดับที่หนึ่ง ทำรายได้ออกสตาร์ตอยู่ที่ 28.5 ล้านเหรียญ รีวิว Miss Peregrines’s Home for Peculiar Children : ช่วงเวลาอันอบอุ่นของมิสเพริกริน ต่อด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในเหตุการณ์วิกฤตที่สุดในชีวิตของเหล่าผู้คนที่ทำงานในแท่นขุดเจาะน้ำมันอย่าง Deepwater Horizon ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวการเกิดเหตุการณ์ผิดปกติที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ เมื่อเกิดการระเบิดในแท่นขุดเจาะ คนที่ทำงานอยู่ที่นั้นจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์สุดเลวร้ายได้อย่างไร ภาพยนตร์ที่พูดถึงครอบครัว และเพื่อนร่วมงานที่ดึงความรู้สึกร่วมได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากที่สหรัฐฯ แล้ว ในไทยเองก็มีกระแสที่ดีและมีคนเข้าไปชมกันอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวสัปดาห์แรกในอันดับที่สอง ออกสตาร์ตอยู่ที่ 20.6 ล้านเหรียญ รีวิว Deepwater Horizon : น้ำมันเดือดปุด ผุดทะลุฟ้า และอันดับที่สามลงมาจากอันดับที่หนึ่งในสัปดาห์ที่แล้ว ภาพยนตร์คาวบอยบู๊ระห่ำกลางเมือง The Magnificent Seven 7 สิงห์แดนเสือ การรวมดาวนักแสดงฮอลลิวูดหลากหลายคนมาร่วมประชันฝีมือการต่อสู้ เมื่อมือปืนและนักฆ่ารวมเจ็ดคนจะต้องทำหน้าที่ปกป้องหมู่บ้านจากโจรชั่วร้ายที่จะมาปล้นเงิน การต่อสู้ระหว่างเจ็ดต่อร้อย แม้ดูจะเป็นเรื่องยาก แต่ไม่เกิดความสามารถของพวกเขาแน่นอน การดวลปืนสนั่นทุ่งสัปดาห์นี้เก็บเงินเพิ่มได้อีก 15.7 ล้านเหรียญ และมีกำหนดเข้าฉายในบ้านเรา 12 ตุลาคมนี้ ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ boxofficemojo.com

มันใช่หรอ?? หนุ่มขอ อั้ม ถ่ายรูปแล้วเอาไปวิจารณ์ หัวล้าน-เสียงดัง!
อั้ม พัชราภา /  แฟนคลับ อั้ม

    แบบนี้ก็ได้หรอ... เล่นเอาแฟนคลับของนางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา เดือดหนักมาก! เมื่อพบว่ามีหนุ่มรายหนึ่งไปขอขุ่นแม่อั้มถ่ายภาพพร้อมด้วยเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ จากนั้นเอามาโพสต์ลงโซเชียลแล้วคอมเม้นท์เสียๆ หายๆ คุยกันสนุกในแก๊ง ว่าหัวล้านบ้าง เมาเสียงดังบ้าง จนมีคนแคปมาตั้งกระทู้ในเว็บพันทิปและทำให้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมอยู่ในขณะนี้ ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @aum_patchrapa หนุ่มขอ อั้ม ถ่ายรูป ก่อนโพสต์วิจารณ์เสียหาย   หนุ่มขอ อั้ม ถ่ายรูป ก่อนโพสต์วิจารณ์เสียหาย   หนุ่มขอ อั้ม ถ่ายรูป ก่อนโพสต์วิจารณ์เสียหาย   หนุ่มขอ อั้ม ถ่ายรูป ก่อนโพสต์วิจารณ์เสียหาย   หนุ่มขอ อั้ม ถ่ายรูป ก่อนโพสต์วิจารณ์เสียหาย   อั้ม พัชราภา