เดือด

รอยฝันตะวันเดือด วันที่ 24 กันยายน 2557 part 6/9
รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง

รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง ตอนที่ 10 วันที่ 24 กันยายน 2557 part 6/9

รอยฝันตะวันเดือด วันที่ 17 กันยายน 2557 part 8/9
รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง

รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง ตอนที่ 8 วันที่ 17 กันยายน 2557 part 8/9

นับวันรอ! ลอฟเรน ห้าวเป้งอยากบุกขยี้ผีแดงเต็มแก่
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

จัดว่าห้าวเป้งอีกคนสำหรับ เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังตัวแกร่งของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ออกตัวแรงวอนท์อยากเจอ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกแดงเดือดพร้อมกับมั่นอกมั่นใจว่าจะสามารถบุกไปย้ำแค้นได้ถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกด้วย ถึงแม้ว่าโปรแกรม "แดงเดือด" ยกแรกจะมีขึ้นในวันที่ 13 ธันวาคม ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ปราการหลังชาวโครแอตตัวใหม่ของทีม ลิเวอร์พูล กับคึกเกิดเหตุออกมาข่มขวัญ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าพร้อมจะบุกไปขยี้แค้นอีกครั้ง "ผมได้ยินและรู้ถึงความมันส์ของเกมแดงเดือดมานาน มันเป็นดาร์บี้แมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาะอังกฤษเลยก็ว่าได้" "ผมอดใจไม่หวแล้วกับแดงเดือดครั้งแรกในชีวิตของผม ผมมั่นใจว่า ลิเวอร์พูล จะกลับไปขยี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แน่" ลอฟเรน กล่าว

รอยฝันตะวันเดือด วันที่ 22 กันยายน 2557 part 2/9
รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง

รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง ตอนที่ 8 วันที่ 22 กันยายน 2557 part 2/9

ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ
ประวัติศาสตร์ /  ประเทศอียิปต์ / 

ถ้าพูดถึงความสวยความงามของสตรีที่อยู่คู่กับอารยธรรมอียิปต์โบราณ เชื่อว่าหลายๆ คนคงต้องนึกถึงพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นอันดับแรกถูกต้องไหมคะ แต่ยังมีอีกหนึ่งสตรีที่มีชื่อเสียงและเลอโฉมไม่แพ้กัน นั่นก็คือ พระนางเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) ผู้ที่โด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน และรูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ ซึ่งสร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose สำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องอียิปต์ ฟาโรห์ คงต้องรู้จักพระนางเนเฟอร์ติติ แน่นอน แต่ถ้าใครไม่รู้จักวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาติดตามเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ กันค่ะ   ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ ราชินี “เนเฟอร์ติติ” แปลว่า "ผู้งดงามหมดจด" แห่งอียิปต์โบราณได้รับการยกย่องมานานหลายพันปีว่าเป็นเจ้าของใบหน้าที่งดงามสมบูรณ์แบบ และรูปปั้นท่อนบนนี้เองที่เป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้าในตำนานได้กล่าวไว้ว่า อียิปต์ไม่เคยสร้างหญิงใดงามได้เท่าพระนางเนเฟอร์ติติซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์แบบด้วยพระสิริโฉมอันงดงาม สวมมงกุฎสูง และโกนพระเกศาเพื่อป้องกันเหาโรคร้าย และความร้อนของอียิปต์ นอกจากนี้เรื่องราวชีวิตต้นตระกูลของเนเฟอร์ติติก็ไม่มีใครทราบว่าบิดามารดาของเนเฟอร์ติติเป็นใคร แต่มีผู้เห็นพ้องต้องกันว่าเธออาจเป็นธิดาของเอย์ ผู้ที่ได้เป็นฟาโรห์ในเวลาต่อมา กับมเหสีที่มีชื่อว่าเทย์ อีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่าเนเฟอร์ติติแท้จริงคือเจ้าหญิงทาดูคีปา ธิดาของกษัตริย์ทัชรัตตาแห่งมีทานนี ในม้วนคัมภีร์โบราณมีการกล่าวถึงชื่อนีเมรีธิน เป็นอีกชื่อหนึ่งของพระนาง แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ยังมีผู้เสนอแนวคิดว่าพระนางเป็นธิดา หรือพระญาติกับฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่สาม หรือไม่ก็เป็นชนชั้นสูงของชาวเธบ อีกทฤษฎีหนึ่งยกให้เนเฟอร์ติติเป็นธิดาของซีตามุน น้องสาวต่างมารดาของอาเมนโฮเทปที่สาม โดยมีพระราชินีเอียเรเป็นพระมารดาของนาง เอียเรเคยมีตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาท แต่ตำแหน่งดังกล่าวต้องสิ้นสุดลงเมื่ออาเมนโฮเทปที่สามขึ้นครองบัลลังก์ ซีตามุนถูกเลี้ยงดูให้เป็นมเหสีของทีเย แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าพระนางมีโอรสธิดากับผู้ใดหรือไม่ มีหลักฐานอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าทั้งซีตามุนและเนเฟอร์ติติต่างก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน นั่นคือชื่อของทั้งคู่ต่างก็หมายความว่า "ผู้เลอโฉม" เนเฟอร์ติตินับถือเทพเพียงองค์เดียว นั่นก็คืออาตอน ทั้งนี้ อาเคนาเตน สวามีของพระนางอาจเป็นพระบิดา หรือไม่ก็พี่ชายต่างมารดาของฟาโรห์ตุตันคามุน ขึ้นอยู่กับว่าจะนับญาติแบบไหน วันที่เนเฟอร์ติติอภิเษกสมรสกับอาเมนโฮเทปที่สี่ และต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระชายาของพระองค์นั้นไม่อาจระบุได้แน่นอน อย่างไรก็ดี ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกันหกคน ตามรายชื่อและปีเกิดต่อไปนี้: เมรีตาเตน - เกิดในปีที่ 2 หลังจากที่อาเมนโฮเทปที่สี่ขึ้นครองราชย์ (1348 ปีก่อนคริสตกาล) เมเคตาเตน - เกิดในปีที่ 3 (1347 ปีก่อนคริสตกาล) อานเคเซนปาเตน, ผู้ที่ต่อมาเป็นชายาของ ฟาโรห์ตุตันคามุน - เกิดในปีที่ 4 (1346 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอรัวเตน ตาเชริต - เกิดในปีที่ 6 (1344 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอร์รูเรNeferneferure - เกิดในปีที่ 9 (1341 ปีก่อนคริสตกาล) เซเตเปนเร - เกิดในปีที่ 11 (1339 ปีก่อนคริสตกาล) ในปีที่สี่ของการครองราชย์ (1346 ปีก่อนคริสตกาล)อาเมนโฮเทปที่สี่ได้เริ่มสร้างศาสนสถานเพื่อบูชาเทพอาเตน และยังเชื่ออีกว่าปีเดียวกันนี้พระองค์ได้เริ่มก่อสร้างอาเคตาเตน เมืองหลวงแห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเมืองอามาร์นา ในปีที่ห้าของการครองราชย์ (1345 ปีก่อนคริสตกาล) อาเมนโฮเทปที่สี่ ได้เปลี่ยนพระนามของพระองค์อย่างเป็นทางการเป็นอาเคนาเตน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของศาสนสถานแห่งใหม่ คาดกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 2 มกราคมของปีนั้น ในปีที่เจ็ดของการครองราชย์ (1343 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการย้ายเมืองหลวงจากกรุงธีบ ไปยังอามาร์นา แม้ว่าจะยังมีการก่อสร้างต่อไปอีกถึงสองปี (จนกระทั่ง 1341 ปีก่อนคริสตกาล เมืองใหม่ถูกอุทิศให้กับศาสนาใหม่ของทั้งคู่ เชื่อกันว่ารูปปั้นครึ่งตัวอันโด่งดังของเนเฟอร์ติติถูกสร้างขึ้นในปีนี้เอง อักษรจารึกชิ้นหนึ่งระบุว่าราววันที่ 21 พฤศจิกายน ในปีที่ 12 ของการครองราชย์ (1338 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการกล่าวถึงเมเคตาเตน พระธิดาเป็นครั้งสุดท้าย จึงเชื่อกันว่านางอาจจะสิ้นพระชนม์ไม่นานหลังจากนั้น รูปสลักนูนต่ำในสุสานของอาเคนาเตนในสุสานกษัตริย์แห่งอามาร์นามีรูปงานศพของนาง ในช่วง ศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์ผู้ปกครองอาณาจักรไอยคุปต์ทรงพระนามว่า อาเคนาเตน (Akhenaten) ระยะเวลา 17 ปี ที่ครองราชย์นั้น พระองค์ได้ปฏิรูปศาสนา และศิลปกรรมของอียิปต์อย่างมากมาย ก่อความระส่ำระสายให้แก่นักบวชดั้งเดิมจนกลายเป็นความโกรธแค้นอาฆาต ซึ่งบุคคลที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังฟาโรห์และมีอิทธิพลต่อราชวงศ์ไอยคุปต์ก็คือ พระมเหสีเอกของพระองค์ผู้มีพระนามว่า เนเฟอร์ติตี (Nefertiti) ดังจะเห็นได้จากจิตรกรรมและประติมากรรมต่างๆในยุคนั้น ที่มีรูปพระนางเนเฟอร์ติตีปรากฏอยู่ร่วมกับพระรูปของอาเคนาเตนเสมอๆ จนบางครั้งแทบดูไม่ออกว่าองค์ใดคือกษัตริย์ องค์ใดคือราชินี รูปโฉมของเนเฟอร์ติตี มีลักษณะเป็นสตรีเอวบาง แต่บั้นท้ายและสะโพกหนา ชุดที่พระนางสวมใส่ มักจะบางเบาโปร่งแสง ทำให้แลดูมีเสน่ห์ยั่วยวน จนได้รับสมญาว่า "พระพักตร์งาม ทรงความเบิกบาน เป็นผู้ให้ความสำราญหาใครเทียม" และแต่เดิมนั้น บรรดาประชากรอียิปต์ มีศาสนาที่นับถือพระเจ้าหลายองค์ (พหุเทวนิยม) โดยมีเหล่านักบวช เป็นผู้ดูแลทำพิธีในวิหารต่างๆ แต่อาเคนาเตน ได้นำเอาศาสนาพระเจ้าองค์เดียว (เอกเทวนิยม) คือ สุริยเทพอาเตน มายัดเยียด และได้ปฏิรูปศาสนา อย่างถอนรากถอนโคน อาทิ หลังจากขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ฟาโรห์ก็ ทรงมีบัญชาให้สร้างเมืองหลวงขึ้นใหม่ กลางดินแดนอียิปต์ระหว่างเมืองธีบิสกับเมมฟิส สำหรับการสักการบูชาเทพอาเตน โดยเฉพาะชื่อของนครนี้ คือ อาเคตาเตน (Akhetaten) แปลว่า "ขอบฟ้าแห่งเทพอาเตน" ทรงย้ายสมาชิกในราชวงศ์ ตลอดจนขุนนาง และบริพารใกล้ชิดไปอยู่ที่เมืองหลวงใหม่นี้ ใจกลางนครมีมหาวิหารสถิตเทพอาเตนกับมีพระราชวังหลวง โดยมีอาคารพักอาศัยของข้าราชบริพารอยู่รอบนอก มีสุสานของพระราชวงศ์อยู่ที่หน้าผานอกเมือง แม้แต่พระนามเดิมของฟาโรห์คือ เอเมนโฮเทปที่ 4 ก็ยังทรงเปลี่ยนมาเป็น อาเคนาเตน ซึ่งแปลว่า "วิญญาณอันรุ่งโรจน์ของอาเตน" เทพอาเตน มีสัญลักษณ์เป็นแผ่นกลมที่มีรัศมีแผ่ออกมาเป็นรูปมือเล็กๆ ซึ่งหมายถึงกำเนิดชีวิต หรือจะหมายถึงพลังแห่งสุริยเทพก็ได้มหาวิหารทีฟาโรห์และมเหสีสร้างถวาย เทพอาเตนนั้น เป็นแบบวิหารสุริยโบราณที่ไม่มีหลังคา ปล่อยให้แสงแดดส่องลงมาได้เต็มที่ นอกจากจะคลั่งไคล้บูชาอาเตนเต็มที่แล้ว ฟาโรห์ยังกระทำยํ่ายีศาสนาเดิม โดยมีบัญชาให้ปิดวิหารเทพเจ้าอื่นๆ จนสิ้น ลบรูปสัญลักษณ์ต่างๆในวิหาร ริบข้าวของสมบัติต่างๆ ภายในวิหารแล้วนำเอารูปเทพอาเตน เข้าไปตั้งแทน เพื่อให้ราษฎรอียิปต์สักการบูชา สร้างความโกรธเป็นเดือดเป็นแค้นแก่ นักบวชที่เคยมีอิทธิพลต่อจิตใจ ของชนอียิปต์อย่างมากมาย ในปีที่ 1336 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์อาเคนาเตน สิ้นพระชนม์ แผ่นดินตกอยู่ในการปกครองของผู้สำเร็จราชการนาม เนเฟอร์เนเฟอรู อาเตน ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเป็นใครมาจากไหน บางคน กล่าวว่า เป็นลูกพี่ลูกน้องกับอาเคนาเตน ผู้มีนามว่า เสม็นคาเร แต่หลายคนกล่าวว่า เขามิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นมเหสีเอกเนเฟอร์ติตีนั่นเอง เนเฟอร์ติตินั้นไม่ปรากฏพระองค์ หรือมีบทบาทใดๆ ให้เห็นในช่วงท้ายๆ รัชกาลอาเคนาเตน จะเป็นด้วยเหตุผลใดไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าทรงรู้ดีว่าพระองค์นั้นมีส่วนร่วมกับฟาโรห์ทำลายล้างศาสนาเดิม และได้สร้างศัตรูไว้มากมาย จึงต้องทรงซ่อนเร้นและปกครองอียิปต์ต่อมาอย่างไม่เปิดเผยพระองค์ ในช่วงระยะเวลาอันสั้นราว 3 ปี ในฐานะผู้สำเร็จราชการนี้ ได้มีความพยายามที่จะประนีประนอมรื้อฟื้นการบูชาเทพเจ้าดั้งเดิมขึ้นใหม่ เพื่อบรรเทาความอาฆาตแค้นของศัตรู หากแต่ไม่เป็นผล การสิ้นพระชนม์ของเนเฟอร์ติตีเป็นเรื่องลึกลับ บางคนถึงกับอ้างว่า พระนางสิ้นพระชนม์ก่อนหน้า พระสวามีด้วยซํ้า อย่างไรก็ตาม โดยที่มีผู้เกลียดชังมาก ทำให้ภาพของเนเฟอร์ติติตามวัง และวิหารต่างๆ ถูกลบพระพักตร์ ออก อันเป็นการกระทำ ที่เกิดจากความเคียดแค้นอาฆาต ที่สะสมมานาน และโดยเหตุที่พระนาง มีใบหน้าที่สวยงามกว่านางใดในแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้เองที่ใบหน้า ของพระนางในรูปเขียนต่างๆ จึงถูกทำลายอย่างเฉพาะเจาะจง! และแม้แต่มัมมี่ของพระนาง ก็ยังไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าอยู่หนใด! จวบจนกระทั่งนักอียิปต์ วิทยาได้สันนิษฐานว่ามัมมี่ 1 ใน 3 ร่าง ที่พบในสุสานหมายเลข KV 35 แห่งหุบเขากษัตริย์ ใกล้เคียงกับสุสานของตุตันคาเมน นั่นน่าจะเป็นมัมมี่ของเนเฟอร์ติติดังที่กล่าว ในเบื้องต้นนั่น เหตุผลของการสันนิษฐานประมวลได้ว่า มัมมี่ร่างนั้นมีคอเรียวยาวดุจหงส์ ซึ่งละม้ายกับรูปลักษณ์ของเนเฟอร์ติติผู้งดงาม และอายุของมัมมี่นี้ก็อยู่ในยุคเดียวกับพระนาง นอกจากนี้ ตลอดร่างของมัมมี่ก็ถูกทำลายเสียหาย เช่น ใบหูถูกเจาะ ศีรษะถูกโกน คิ้วถูกกดเป็นรอย ลำตัวมีริ้วรอย ซึ่งล้วนตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ต่อภาพเขียนทั้งหลายของพระนาง และที่สำคัญคือ ได้พบวิกผมสไตล์นูเบียน ตกอยู่ใกล้ๆ กับมัมมี่ทั้ง 3 เป็นแบบวิกผมที่ เนเฟอร์ติติ และสมาชิกราชวงศ์ของเธอสวมใส่ อยู่เป็นประจำ! ทำให้น่าเชื่อได้ว่า มัมมี่นี้ก็คือพระศพ ของพระนางเนเฟอร์ติติ ราชินีผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะเมียและแม่นั่นเอง สำหรับรูปแกะสลักของเนเฟอร์ติติกับ อาเคนาเตน และธิดาสามองค์ จากเมืองอามาร์นา ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์ แห่งกรุงเบอร์ลิน เนเฟอร์ติติ (1370 - 1330 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นราชินีของฟาโรห์อาเมนโฮเทป ที่ 4 แห่งอียิปต์ (ภายหลังได้เปลี่ยนพระนามมาเป็นอาเคนาเตน) และพระมารดาสะใภ้ของฟาโรห์ตุตันคามุน กล่าวกันว่าเนเฟอร์ติติอาจเคยขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์เป็นช่วงเวลาสั้นๆหลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์ และก่อนที่ฟาโรห์ตุตันคามุนจะเถลิงศิริราชสมบัติ แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการ ชื่อของพระนางอาจแปลได้โดยสังเขปว่า โฉมงามผู้มาสู่ และยังพ้องกับคำเรียกเครื่องประดับชนิดหนึ่งที่เป็นลูกปัดทองคำรูปยาวรี ดังที่เราเห็นรูปปั้นของเธอสวมใส่อยู่เสมอ ลูกปัดชนิดนี้เรียกว่า ลูกปัด"เนเฟอร์" เนเฟอร์ติติโด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน รูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ สร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose และถูกค้นพบในห้องทำงานศิลปะของเขา รูปปั้นท่อนบนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเนื่องจากเป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้า พระนางถูกเรียกขานมากมายหลายชื่อ ที่วิหารคาร์นัก มีศิลาจารึกที่ขานพระนางว่าเป็น 'ผู้สืบทอด' 'ที่สุดของผู้เป็นที่โปรดปราน' 'ผู้มีสเน่ห์' 'ผู้แผ่ความสุข' 'ชายาผู้อ่อนหวาน' 'ผู้เป็นที่รัก' 'ผู้ปลอบประโลมหัวใจขององค์ราชาในวัง' 'ผู้มีถ้อยคำอ่อนโยน' 'ชายาแห่งอียิปต์ตอนบนและอียิปต์ตอนล่าง' 'ชายาของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่' 'ผู้ที่กษัตริย์ทรงรัก' 'สตรีแห่งดินแดนทั้งสอง' 'เนเฟอร์ติติ' พระเศียรจำลองของ “เนเฟอร์ติติ” ถูกค้นพบในอียิปต์เมื่อปี 1912 บริเวณ เตล เอล อมาร์นา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงในรัชสมัยของฟาโรห์อเคนาเตน พระราชสวามีของพระองค์ เรียบเรียงโดย : teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ : วิกิพีเดีย, trueplookpanya, sites.google.com

สงสัยไหม ทำไมเกลือถึงใช้ไล่ปีศาจได้
ผี /  เกร็ดความรู้ / 

สงสัยไหม ทำไมเกลือถึงใช้ไล่ปีศาจได้ เวลานั่งดูหนังหรือซีรีย์ฝรั่ง ที่เกี่ยวกับปีศาจ ทำไมต้องใช้เกลือไล่ปีศาจทุกครั้งไป ธรรมดาถ้าเป็นหนังไทยก็คงเป็นข้าวสารเสกถูกม่ะ วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ มาหาคำตอบกันว่าเกลือมีดีอย่างไร ไล่ปีศาจได้จริงหรือไม่...  สงสัยไหม ทำไมเกลือถึงใช้ไล่ปีศาจได้ เกลือ จัดเป็นเครื่องปรุงอาหารที่ให้รสเค็มที่มีมาตั้งแต่โบราณ สามารถใช้ถนอมอาหาร ซึ่งในประวัติศาสตร์เกลือเคยถูกใช้เป็นค่าตอบแทนในกองทัพโรมัน และในหลายศาสนาก็มีการกล่าวถึงเกลือไว้ด้วย อีกทั้งเกลือยังมีประโยชน์อีกหลากหลายประโยชน์จนน่าทึ่ง อย่าง ป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ ให้เก็บกล่องที่ใส่เกลือไว้ใกล้ ๆ กับอุปกรณ์เครื่องครัวและตู้อบต่าง ๆ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เกลือสามารถที่จะดับไฟได้ ลดการละลายของเทียน ถ้าหากคุณนำเทียนแท่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่ได้ใช้มาแช่ในน้ำที่ผสมเกลือ จากนั้นเมื่อเทียนแห้ง เทียนจะละลายได้น้อยลงเมื่อคุณจุดเทียนใช้ ถ้าไม่เชื่อลองดูได้เลย ทำให้อาหารสุกเร็วขึ้น เพราะเกลือช่วยให้อุณหภูมิของน้ำเดือดเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น ถ้าคุณจะลวกไข่สักฟอง ให้ใส่เกลือลงไปด้วย จะทำให้ไข่สุกเร็วขึ้น และทำให้อาหารอื่น ๆ สุกเร็วขึ้นเช่นกัน ซ่อมกำแพง กำแพงมีรอย หรือมีรู เกลือก็เป็นตัวช่วยที่ดีของคุณ ผสมเกลือ 2 ช้อนโต๊ะเข้ากับแป้งข้าวโพดอีก 2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ คนให้เข้ากัน เท่านี้ก็สามารถนำไปปิดรูหรือลบรอยบนกำแพงได้เลย เห็นไหมคะว่า ประโยชน์มีมากมายจริงๆ และในทางเรื่องลี้ลับก็ยังใช้ประโยน์ได้เช่นกัน โดยความเชื่อเกี่ยวกับเกลือนี้ มีว่า เกลือสามารถขจัดสิ่งอัปมงคลและสิ่งชั่วร้ายได้ อย่างเช่นในสมัยโบราณหากมีการไปงานศพ เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก่อนที่จะเข้าบ้านจะมีการโรยเกลือที่ทางเข้าบ้านเสียก่อนจึงค่อยก้าวเท้าเข้าบ้าน เนื่องจากชาวญี่ปุ่น(โบราณ)เชื่อกันว่า เกลือเป็นสิ่งบริสุทธิ์เมื่อก้าวข้ามทางเกลือไปแล้ว เกลือจะชำระล้างสิ่งไม่ดีที่ติดตัวมากับงานศพ แล้วยังเชื่ออีกว่า เกลือสามารถจะไล่ผีได้ ยังมีการใช้เกลืออีกทางหนึ่งซึ่งอยากเล่าคือ การใช้เกลือโรยที่รอบสนามซูโม่ก่อนการแข่ง เพราะมีเหตุผล 2 ประการที่ทำคือ 1. ก่อนทำการแข่งขันทุกครั้ง นักกีฬาจะต้องทำพิธีโรยเกลือ เพราะมีความเชื่อว่าจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป และทำให้เวทีบริสุทธิ์ เพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจของผู้เข้าแข่งขัน แล้วยังทำให้การแข่งขันบริสุทธิ์ยุติธรรมอีกด้วย 2. การแข่งขันซูโม่ เมื่อผู้แข่งคนใดดันคู่ต่อสู้ออกนอกเส้นสนามได้คือผู้ชนะ เพราะฉะนั้นผู้ที่ถูกดันออกนอกสนามจะมีเกลือติดที่ฝ่าเท้า เป็นการง่ายต่อการตัดสิน เกี่ยวกับการไล่ผีนั้น เชื่อว่าองเมียว(นักพลังจิตในสมัยเฮอัน)ใช้เกลือในการทำพิธีไล่วิญญานที่ ชั่วร้าย เมื่อมีการทำพิธีที่ศาลเจ้าก็จะมีเกลือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เหตุที่เชื่อว่าเกลือสามารถทำที่กล่าวมาได้เนื่องจาก สีขาวบริสุทธิ์ของเกลือนั่นเอง และนี่คือความเชื่อเกี่ยวกับเกลือของคนญี่ปุ่น สำหรับ การโรยเกลือ spilling salt ของชาวตะวันตกเชื่อว่า เกลือ เป็นวัตถุหรือสสารที่บริสุทธิ์ การโรยเกลือไว้โดยรอบจะป้องกันการบุกรุกของพวกปีศาจ แต่หากใครทำเกลือหก หรือตั้งใจทำตกระหว่างปรุงอาหารจะเป็นลางร้าย ที่อาจหมายถึงการสูญเสียญาติพี่น้องในครอบครัว โดยความเชื่อเรื่องนี้ก็คือเกลืออยู่ในฐานะของสิ่งศักดิ์สิทธิ ชาวตะวันตกเชื่อว่าทุกย่างก้าวของเราล้วนแต่ถูกจับจ้องด้วยดวงตาปีศาจ และเกลือนี่เองจะเป็นสิ่งที่ช่วยปราบปีศาจอีกวิธีนึง โดยการโรยเกลือไปทางด้านหลังของไหล่ซ้ายคือทำโดยจู่ๆ สาดเกลือไปที่ไหล่ซ้ายเลยโดยไม่ให้ทันตั้งตัว ซึ่งจะเหมือนการสาดเกลือเข้าใส่ตาปีศาจ ทำให้ปีศาจได้รับความเจ็บปวด และหนีไป และการกระทำนี้ยังจะช่วยนำเอาโชคร้ายออกไปด้วยค่ะ ปัจจุบันนี้บางคนได้เอาเกลือไส่ในกระเป๋าบ้าง ใส่บรรจุสร้อยคล้องคอบ้าง คือไม่ว่าจะเอาไปด้วยวิธีใดก็ถือว่าปลอดภัยจากแน่นอนจากปีศาจและสิ่งร้ายๆ ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นและตะวันตกคะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ---หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตด้วย--- ข้อมูลแลพภาพ: wikipedia, krupansake.blogspot.com, halsey.cofc.edu, trendytarot.com, Forward mail, filmax.in.th, google

รอยฝันตะวันเดือด วันที่ 25 กันยายน 2557 part 9/9
รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง

รอยฝันตะวันเดือด ย้อนหลัง ตอนที่ 11 วันที่ 25 กันยายน 2557 part 9/9

เดือด!! คลิปเสียงหลุดคล้าย โดม ฉะ กัสจัง
โดม ปกรณ์ ลัม /  กัสจัง จิรันธนิน / 

อึ้ง! คลิปเสียงสนทนาชายกับหญิงคู่หนึ่งความยาว 7.33 นาที หลุด! ว่อนเน็ต คล้ายกับเสียงของนักร้องชื่อดัง ด. โทรไปต่อว่าอดีตแฟนสาว ก. หลังฝ่ายชายมีหลักฐานรู้ตัวคนทำอินสตาแกรมปลอมที่ใช้ชื่อว่า Harlem Dome ขึ้นมาดิสเครติด คาดเป็นเพื่อนสนิทฝ่ายหญิง โดยหลังจากที่ถกเถียงกันไปพักใหญ่ทางสาว ก. ก็ยอมรับว่าเป็นคนสั่งให้เพื่อนทำเพราะความแค้น!! และเหมือนจะไม่จบลงเพียงเท่านั้น เพราะทางนักร้อง ด. พูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่าการกระทำของสาว ก. ถือเป็นความผิดทางกฏหมาย คราวไลน์หลุดก็ไม่ได้เอาเรื่อง ก่อนจะเป็นฝ่ายวางสายไป.... ญ "สวัสดีค่ะ" ช "ฮัลโหล จัง คุยได้เปล่า" ญ "ฮัลโหลค่ะ" ช " กัสจัง คุย...." ญ "นี่ใครคะ" ช "คุยได้หรือเปล่า อยูไหน" ญ "นี่ใครคะ" ช "พี่โดม พี่โดมครับ" ญ "อ๋อ อยู่บ้านค่ะ ว่าไงคะ" ช "แค่ถามว่าทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยอ่ะ ทำไมต้องให้เฟย์ไปเปิด account มาด่าพี่ด้วยอ่ะ มาทำให้มันเป็นข่าวทำไม" ญ "เขาไม่ได้ให้เฟย์ทำอะไรเลยนะ" ช "ไม่เกี่ยวเลย ไม่ใช่เลย กัสจังพูดตรงๆ กันเถอะ ขอเถอะพูดตรงๆ มันไม่ได้มีอะไรที่จะต้องแบบโกหกกันอีกแล้วเลยน่ะ เรื่องมันชัดเจนอยู่แล้วพี่มีหลักฐานทุกอย่างเลยอ่ะ" ญ "กัสจังไม่ได้อยากไปยุ่ง" ช "ไม่ อันดับแรกเลยพี่เสียใจว่ะ พี่หวังดีกับจังตลอดเลยอ่ะ ถึงแม้เราเลิกกันก็ไม่ได้รู้สึกแย่ ทำไมคือ... จังกะจะ... คือเรื่องไอครั้งล่าสุดเนี้ยะ ไออันฮาเร็มโดมเนี่ยคือกะ จุดประสงค์คือยังไงหรอ จะตั้งใจทำลายหน้าที่การงานดิสเครดิตพี่ ปั่นเรื่องขึ้นมา เขียนภาษาอังกฤษคอมเม้นท์มาด้วย ไอตัวอีก account นึงเพื่อให้แฟนคลับชาวจีนได้เข้าใจ ยูคิดแผนใหญ่ถึงขนาดนั้นเลยหรอจัง" ญ "เขาไม่ได้ทำ เขาไม่เคยสั่งใครให้ทำ" ช "แล้วทำไมต้องให้เฟย์ทำล่ะครับ" ญ "เขาบอกทุกคนแล้วๆ ว่าให้เลิกยุ่ง เขาบอกทุกคนแล้ว" ช "ไม่ พี่เชื่อว่าเพื่อนยูน่ะถ้าไม่มีการคุยกัน ไม่มีการตกลงกัน เพื่อนยูก็ไม่ทำแบบนี้หรอกจัง มันก็ต้องมีการคุยกันตกลงกัน เฟย์ก็คือเพื่อนรักของยู เขาคิดการณ์ใหญ่จะทำแบบนี้กับพี่เลยหรอ ตัวจังด้วยอ่ะ จังจะพูดจะว่าอะไรกับพี่กันต่อหน้า ว่ากันส่วนตัวได้" ญ "ขอโทษแล้วกัน" ช "มันไม่ใช่ขอโทษอย่างเดียวน่ะสิ แต่มันหมายถึงว่าอยากรู้เหตุผลว่าทำไมทำกันแบบนี้ เพราะอะไรอ่ะ บอกพี่หน่อยดิ" ญ "มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยน่ะ" ช "โกรธพี่หรอ หรือว่าอะไร" ญ "เลิกกันดีๆ เถอะ" ช "จะยังไง เออก็แล้วแต่เหอะ จังก็พยายามทำทุกอย่างให้จังดูแบบสวยงามสุดอ่ะ แต่ทำไมลับหลังจังมาเล่นบทเป็นโอ้โหแบบ ตัวร้ายที่แบบซ่อนตัวในมุมมืดแล้วมาทำลายคนอื่นแบบนี้ละครับ ทำไมต้องทำแบบนี้ ให้พี่ได้เขาใจได้ไหม" ญ "ตอนแรกที่เขา ที่ยูพูดว่าเพื่อนเขาเอาไปลงอินสตาแกรม ที่เพื่อนเขามาคอมเม้นท์แบบเสียดสีเพราะว่าโอเคทุกคนคุยกันว่าทุกคนโอเคโกรธ" ช "ไม่ใช่ จัง account ฮาเร็มโดม เฟย์เป็นคนทำ แล้วไม่ใช่ account แรกที่เฟย์ทำ เฟย์มีชื่ออื่น ชื่อเจ หรือแจน อะไรอีกด้วย เมื่อวานพอพี่โทรไปเม้งกับยู 1 นาที ฮาเร็มโดมถูกปิดทันที ความหมายว่าอะไร ถ้าเขาไม่ได้ทำแล้วเขาไม่ได้รับสารจากยู แล้วทำไมเจนต้องปิดด้วยเพราะมันเป็นคนเดียวกันที่ทำ แล้ว account เฟย์เปลี่ยนเป็นไพรเวททันที จังอธิบาย 3 เรื่องนี้ยังไง อันนี้ยังไม่รวมกับหลักฐานที่พี่โดมมีอีกเป็นกระตักเลย พี่ขอแค่ความรู้สึกแบบจริงใจที่เคยให้กันว่าทำแบบนี้ทำไม ขอตรงๆ ไม่ต้องถอนหายใจยื้อเวลาอะไร จริงใจแล้วตอบมาตรงๆ เลยว่าทำแบบนี้ทำไม" ช "คราวที่แฮ็กไลน์พี่ โดยให้เฟย์มาแฮ็กไลน์พี่ก็ทีนึงแล้ว พี่ปล่อยไปแล้วนะ แล้วทำไมเฟย์ยังทำ" ญ "อันนี้จังเคลียร์กับเพื่อน เมื่อวานจังเคลียร์กับเพื่อนถามทุกคน ตอนที่ยูบอกว่าเฟย์ทำ เขาโทรไปคุยโอเคก็เข้าใจแล้วเขาก็บอกว่าโอเคให้ลบไป" ช "บอกไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวมันก็จบไป ค่อยว่ากัน น้ำหกไปแล้วขอโทษด้วยแล้วกัน มันไม่ใช่นะ เป็นน้ำโอเคนะครับ แต่นี่มันคือสิ่งที่พี่โดมทำมาทั้งชีวิต มันคือหน้าที่การงาน แล้วมันไม่ใช่เรื่องจริง ทำไมต้องบิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีกันด้วยอย่างงั้นอ่ะ แล้วหลบตัวอยู่ในมุมมืด ถ้าอย่างนั้นน่ะพูดกันตรงๆ แบบเจอหน้ากันไม่ดีหรอ มีอะไรเปิดพูดกันดิตรงๆ เลย เนี่ยอย่างนี้ฉันไม่พอใจ ฉันคิดกับเธออย่างนี้ จังคิดกับพี่แบบนี้ เฟย์คิดกับพี่แบบนี้ ดีกว่าไปใช้วิธีแบบลอบกัดกันแบบนี้มันไม่ใช่อ่ะ" ช "แล้วการที่เขียนภาษาอังกฤษไปแบบนั้น จุดประสงค์มันชัดเจนว่ายูต้องการให้ชาติอื่นเข้าใจ แล้วทำไมเฟย์เป็นคนลบ account ของเขาได้ล่ะครับ" ญ "ไม่ได้ตั้งใจ" ช "นั่นแหล่ะไม่ได้ตั้งใจแต่เขาทำไปแล้ว เฟย์ทำไปแล้ว และทำให้พี่เสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้วๆ มันไม่ใช่เรื่องจริงด้วย การดิสเครดิตคนคดีมันเป็นคดีอาญานะจัง มันไม่ใช่คดีแพ่งนะครับ เรื่องที่มันเกี่ยวกับเรื่องยูเต็มๆ แบบนี้ เรื่องมันเกี่ยวกับเรื่องของเราแบบนี้ โดยที่มีเพื่อนยูเป็นตัวการ ยูไม่รู้ได้ยังไง ถ้ายูเป็นคนรู้ผิดชอบชั่วดียูต้องรู้จักห้าม ไม่ใช่ปล่อยให้มันเลยตามเลยแล้วมาพูดแบบง่ายๆ ว่าแบบไม่ได้เป็นคน command" ญ "โอเค ก็เนี่ยเดี๋ยวจะพูดแล้ว เขาเป็นคน command ทุกคนโอเคป่ะ เวลามีเรื่องอะไรก็แล้วแต่เขาเป็นคน command ทุกคนเพราะว่าโอเค อย่างที่บอกเขาก็คงแค้นน่ะเลยสั่งทุกคน" ช "ถ้าจะตอบแบบส่งเดชแบบนี้ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่ไม่ใชเด็กอมมือจัง ไม่ใช่แหมใครก็รู้จัง ขอแค่คำตอบสุดท้ายก็ยังไม่บอกกัน ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรครับ ถ้าจังแบบว่าพูดส่งเดชว่าจัง command เองไม่เป็นไร ยู command เพราะอะไร เหตุผลอะไร ยูบังคับเพื่อน command เพื่อนเป็นคนบงการให้เพื่อนทำเพราะอะไร ความรู้สึกยูตอนนั้นยูคิดยังไง ยูคิดในใจดิลักษณะที่ยูทำเนี่ยมันเหมือนยูจะบี้ให้คนๆ นึงตายไปเลยอ่ะ" ญ "อืม เพราะว่าเขาอยากทำลายชีวิตยู" ช "โอเค ขอบคุณที่พูดความจริงครับ หึ ทุกคนไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรแบบนี้ทั้งนั้นครับ มันมีความผิดครับ ทางกฏหมายครับ ผมไม่เอาเรื่องตั้งแต่ตอนแฮ็กไลน์ผม ก็บุญแล้ว ยังมาทำกับผมอย่างงี้อีก ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ"