เดอะปริ้นออฟเทนนิส

เริ่มต้นจากศูนย์!! ย้อนอดีต 5 ปีที่แล้วของนักเตะ เลสเตอร์ ก่อนมาเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก
จิ้งจอกสยาม /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

ถือเป็นสโมสรที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปอีกทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว! สำหรับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของฟุตบอล อังกฤษ ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร โดยถือว่า "จิ้งจอกสยาม" ได้สร้างความประทับใจให้กับแฟนฟุตบอลทีมต่างๆอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถิติของซีซั่นก่อนแล้ว ที่เพิ่งรอดตายจากการหนีตกชั้น แต่กลับมาเพียงฤดูกาลเดียวพวกเขาสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ภายใต้การทำทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว บรรดานักเตะชุด 11 ตัวจริงเขามีเส้นทางการค้าแข้งเป็นอย่างไร ก่อนจะมาประสบความสำเร็จได้ในวันนี้.. ย้อนอดีต 5 ปีที่แล้วของนักเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก แคสเปอร์ ชไมเคิลส์ - ยังคงเฝ้าเสาให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อนจะถูก "จิ้งจอกสยาม" ดึงตัวมาร่วมทัพเมื่อปี 2011 แดนนี่ ซิมป์สัน - อยู่สโมสร นิวคาสเซิล พร้อมกับโดนใบสั่งห้ามขับรถเพราะใช้ความเร็วเกินกำหนดหลังเหยียบไป 48 ไมล์/ชม. ในโซนพื้นที่ห้ามขับเกิน 30 ไมล์/ชม. โรเบิร์ต ฮูธ - ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบ่อน้ำมันของ สโต๊ค ซิตี้ ในยุคการทำทีมของ โทนี่ พูลิส เวส มอร์แกน - หนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลไม่ค่อยเห็นด้วยกับการย้ายมาร่วมทัพ เนื่องจาก มอร์แกน เดินทางมาจากสโมสร ฟอเรสต์ คู่แข่งร่วมย่านมิดแลนด์ของ เลสเตอร์ แต่ปัจจุบันกลายเป็นกองหลังกัปตันทีมที่ "จิ้งจอกสยาม" จะขาดไปไม่ได้ คริสเตียน ฟุคส์ - ถูก โบคุ่ม มองว่าเป็นส่วนเกินโดนปล่อยไปอยู่กับ ไมนซ์ ด้วยสัญญายืมตัว ริย้าด มาห์เรซ - เพิ่งเลื่อนชั้นจากทีมชุดสำรองของ เลอ อาฟร์ สโมสรใน ลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส และได้ลงเล่นเพียง 9 นัดใน ฤดูกาลแรกที่ก้าวขึ้นมา แดเนี่ยล ดริงค์วอเตอร์ - ถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อยไปให้ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ยืมตัว - ซึ่งก็โดนปล่อยเช่าให้กับทีมระดับลีกล่างๆยืมตัวมาโดยตลอด ก่อนที่ เลสเตอร์ จะเซ็นสัญญามาร่วมทัพ(แบบถาวร)เมื่อปี 2012 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ - เป็นนักเตะเยาวชนให้กับสโมสร บูโลญจน์ ทีมที่ปัจจุบันอยู่ในระดับดิวิชั่น 3 ของลีกฟุตบอล ประเทศ ฝรั่งเศส มาร์ค อัลไบรท์ตัน - อยู่กับสโมสร แอสตัน วิลล่า ซึ่งต้องนั่งเป็นตัวสำรองของ โรแบร์ ปิแรส และรอโอกาสก้าวขึ้นมาอยู่ชุดใหญ่แบบเต็มตัว ก่อนจะหมดอนาคตด้วยการโดนปล่อยฟรีหลังหมดสัญญามาอยู่กับ เลสเตอร์ เมื่อฤดูกาล 2014–15 ชินจิ โอกาซากิ - เพิ่งมีโอกาสย้ายจาก ชิมิสุ เอส-พัลส์ สโมสรใน เจลีก มาอยู่กับ สตุ๊ตการ์ต ช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ เดือน มกราคม เจมี่ วาร์ดี้ - เล่นให้กับ ฮาลิแฟกซ์ ทีมนอกลีก 41 นัด ซัดไป 29 ประตู ในฐานะนักเตะกึ่งอาชีพ เนื่องจากต้องทำงานพาร์ทไทม์ในโรงงานมีหน้าที่เป็นช่างเทคนิคเกี่ยวกับ เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ และประกอบอุปกรณ์ช่วยเดินสำหรับผู้พิการ ต่อมาได้ย้ายไปเป็นนักเตะเต็มเวลากับ ฟลีทวู้ด ทาวน์ 1ฤดูกาล ก่อนที่จะโดน เลสเตอร์ ดึงตัวมาร่วมทัพในที่สุด

Pizza D.I.Y ทำเองได้ง่ายๆ เพียง 5 นาที ที่ร้าน Cheers Bar & Seafood
อาหาร พิซซ่า

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพามาร้านเล็กๆ ย่านลาดพร้าววังหิน โดยเมนูเด็ดของร้านนี้ ไม่ใช่แค่ Seafood แต่ยังมีพิซซ่าทำเองได้ ง่ายๆ เพียง 5 นาทีเท่านั้นนน ตามไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ พิซซ่าทำเองของร้าน Cheers Bar & Seafood นี้นะคะ ทานได้แบบบุฟเฟ่ต์ ในเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที ในราคาเพียง 219 บาท สามารถเลือก topping ได้มากกว่า 20 อย่าง และยังมีไก่ทอด เฟรนฟราย เสริฟ์ไม่อั้น นอกจากนี้ ยังมีน้ำชาเขียวไม่อั้นอีกด้วย มาดูวิธีการทำกันเลยค่ะ.. เริ่มแรกสั่ง topping ที่ต้องการตามใจชอบ จากนั้นตกแต่งหน้าด้วย topping ที่ต้องการ จะใส่อะไร จะแน่นๆๆ จัดเต็มแค่ไหน ได้หมด ที่สำคัญชีสไม่อั้น ทางร้านจัดเต็มกับชีสมากๆ ตกแต่งหน้าเรียบร้อยแล้ว นำเข้า dom เพื่ออบค่ะ จะชอบกรอบๆ หรือนุ่มๆ แล้วแต่ได้เลยค่ะ กรอบๆ ก็อบสัก 5-6 นาที นุ่มๆ ก็ 2-4 นาทีค่ะ เมื่ออบเสร็จแล้วได้หน้าตาตามต้องการ ทาแด๊นนนน ลงมือทานได้เลยค่ะ พิซซ่าทำเองได้ ง่ายๆ แค่นี้เองค่ะ.. นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนู Seafood อื่นให้เลือกด้วยนะคะ ซึ่งเมนูเหล่านี้จะไม่รวมอยู่ในราคาบุฟเฟ่ต์นะคะไม่ว่าจะเป็น หอยแมงภู่อบชีส เมนูนี้เด็ดมากๆๆ หรือจะเป็นกุ้งอบชีส เมนูนี้ก็พลาดไม่ได้เช่นกันนน หรือจะเป็นซี่โครงหมูนิวออลีน ที่ต้องบอกเลยว่า เด็ดอีกเช่นกัน แนะนำอาหารแล้ว แนะนำทางมาร้านกันสักนิด ร้านจะอยู่ในโครงการพลาซ่าลากูน ลาดพร้าววังหิน ระหว่างซอย 48 - 50 ค่ะ เข้ามาในพลาซ่าลากูนแล้วตรงเข้ามา ร้านอยู่หัวมุมเลยค่า ถ้ามาไม่ถูก หรือ ว่าอยากจองโต๊ะ ติดต่อทางร้านได้เลยค่ะ..ที่ Line id : @Cheerbar (มี @ข้างหน้านะคะ) หรือว่าที่เฟสบุ๊คของร้าน https://www.facebook.com/cheersbarest2016 ได้เลยค่ะ ตามอัพเดทกันได้เลย ที่ร้านมีเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์นำเข้าด้วย ตามไปชมกันได้นะคะ

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

ไม่ถูกฉีกคอก็บุญแล้ว! PETA ฉะ! จัสติน บีเบอร์ โพสต์รูปคู่เสือ
Jeremy Bieber /  Justin Bieber / 

นักร้องโจ๋หน้าหล่อ จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) งานเข้าอีกแล้ว หลังจากสัปดาห์ก่อนโดนวิจารณ์เรื่องผม พอสัปดาห์นี้ตัดผมสั้นเกรียนก็ไปถ่ายรูปคู่กับเสือก็โดนองค์กรพิทักษ์สัตว์ PETA จวกให้อีก A photo posted by Justin Bieber (@justinbieber) on Apr 30, 2016 at 4:05pm PDT เรื่องนี้อยู่ว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บีเบอร์ไปร่วมงานหมั้นของคุณพ่อ เจเรมี่ บีเบอร์ (Jeremy Bieber) กับแฟนสาวคนใหม่ Chelsey Rebelo ที่บ้านในเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา เขาได้ถ่ายรูปคู่กับเสือตัวหนึ่งที่ถูกล่ามไว้ และมีท่าทีเคร่งเครียด ก่อนจะโพสต์ลงอินสตาแกรมในวันอาทิตย์ แต่พอทาง PETA มาเห็นเข้าก็รีบลงจดหมายเปิดผนึกถึงนักร้องขาโจ๋ทันที โดยเนื้อความในจดหมายเปิดผยนึกนั้นมีข้อความคร่าวๆ ว่า "จัสติน บีเบอร์ และแขกในงานคนอื่นๆ ช่างโชคดีนะที่ไม่โดนเจ้าเสือตัวนี่ขย้ำคอเอา เพราะเสือตัวนี้เป็นเสือที่ถูกเลี้ยงไว้ในสวนสัตว์ Bowmanville Zoo มันถูกพรากจากแม่ตั้งแต่ยังอายุน้อยมาก และถูกนำมาฝึกอย่างหนัก โดนเฆี่ยนตีและกักบริเวณ โดยคนเลี้ยงที่ชื่อ Michael Hackenberger ซึ่งเพิ่งถูกจับกุมข้อหาทารุณสัตว์ไปก่อนหน้านี้ ทางเรา (PETA) ขอให้จัสตินสาบานด้วยว่าจะถ่ายในแนวนี้เป็นครั้งสุดท้ายด้วย"  แต่หลังจากหนุ่มบีเบอร์ทราบเรื่องดังกล่าว ก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจคำขอจากทาง PETA แต่อย่างใด. จัสติน บีเบอร์ โพสต์รูปคู่เสือ จัสติน บีเบอร์ โพสต์รูปคู่เสือ จัสติน บีเบอร์ โพสต์รูปคู่เสือ ในงานหมั้นพ่อ เจเรมี่ บีเบอร์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จะเหนียวไปไหน! ซาบี้บอกดูตราหมีเล่นแล้วไม่สนุก
ซาบี้ เฮอร์นันเดช /  ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ / 

ซาบี้ เฮอร์นันเดซ อดีตจอมทัพ บาร์เซโลน่า ออกมาวิจารณ์ แอตเลติโก้ มาดริด ว่ามีสไตล์การเล่นที่ดูแล้วไม่สนุกแม้ทีมตราหมีจะทำผลงานใน ลาลีก้า และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อย่างยอดเยี่ยมก็ตาม แอตฯ มาดริดภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวอาร์เจนติน่า ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ มีสไตล์การเล่นที่รัดกุมในเกมรับ ขณะที่นักเตะทุกคนในสนามช่วยกันไล่บอลบีบคู่แข่งและยังมีเกมโต้กลับที่ยอดเยี่ยม พวกเขามักเก็บชัยชนะเหนือคู่แข่งด้วยสกอร์ 1-0 อยู่บ่อยๆ โดยทีมตราหมียังมีลุ้นคว้าแชมป์ลาลีก้าในฤดูกาลนี้ ส่วนในแชมเปี้ยนส์ลีกก็มีโอกาสสูงที่จะได้ทะลุเข้าสู่รอบชิงฯ อย่างไรก็ตามซาบี้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสไตล์การเล่นของทีมตราหมีว่า "ผมไม่สนุกกับการดูทีมที่ไล่บี้ประชิดคู่แข่ง ในเกมฟุตบอลโลกทีมชาติสเปนอาจจะชนะ 1-0, 1-0, 1-0 แต่พวกเราเล่นฟุตบอลที่สวยงาม ความเก่งของซิเมโอเน่คือการลดประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งของคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม"

เก่ง ธชย ตัวแทนประกวดดนตรีเวทีระดับโลก!!! ชิงชัยกว่า 120 ประเทศ
World Championships of Performing Arts /  เก่ง ธชย

เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าการประกวดดนตรีเวทีระดับโลก กับงาน World Championships of Performing Arts ครั้งที่ 20 โดยงานนี้หนุ่มผู้เสพติดการประกวดดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ อย่าง “เก่ง ธชย ประทุมวัน” ที่เคยแจ้งเกิดมาแล้วในรายการยอดฮิตอย่างรายการ The Voice Thailand ซีซั่น 1 และถึงแม้จะพลาดตำแหน่งแชมป์ไปอย่างหวุดหวิดแต่ไม่มีใครกล้าปฎิเสธความสามารถใน การร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นไทย ของผู้ชายคนนี้ ล่าสุด! ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปประกวดดนตรีที่เวทีระดับโลกอย่าง World Championships of Performing Arts ครั้งที่ 20 หรือ “Olympics of the Performing Arts” ในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งรายการนี้มีผู้เข้าชิงชัยกว่า 120 ประเทศทั่วโลก งานนี้ทำเอาเจ้าตัวดีใจจนเนื้อเต้น เอ้าพวกเราชาวไทย เอาใจช่วยเต็มที่จ้า

เอก บอดี้การ์ดหล่อสุดซึ้งใจ แม่โบว์-น้องมะลิ ส่งพวงหรีดอาลัย อาม่า!!
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

กลายเป็นที่ฮือฮาของสาวๆ ทั้งประเทศกันมาแล้ว สำหรับบอดี้การ์ดหนุ่มสุดหล่อที่คอยตามติดเทคแคร์ดูแลสองแม่-ลูกสุดฮอต น้องมะลิ พาขวัญ กับ แม่โบว์ แวนดา เป็นอย่างดี ซึ่ง โบว์ แวนดา เคยบอกให้สาวๆ ค่อนประเทศรู้แล้วว่าบอดี้การ์ดหนุ่มทั้งสองนาย เบอร์ดี้ และ เอก เป็นเด็กในสังกัดของ อาน้ำอ้อย ที่คอยดูแลสองแม่ลูกเป็นอย่างดี เสมือนกับดูแลพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ไม่มีผิด ล่าสุด หนุ่มเอก พี่บอดี้การ์ดสุดหล่อของ น้องมะลิ ได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวด้วยความซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล หลังจากที่ได้รับเกียรติอย่างสูงในความมีน้ำใจของ แม่โบว์-น้องมะลิ ส่งพวงหรีดร่วมไว้อาลัยในงานศพของอาม่าผู้ที่ หนุ่มเอก รักและเคารพเสมือนพ่อแม่บังเกิดเกล้ากันเลยทีเดียวว่า “ขอขอบคุณและเป็นเกียรติอย่างสูงขอบคุณแทนอาม่าผมด้วยคับพึ่งเห็นน้ำตาจะไหล ขอบคุณพี่โบว์กะน้องและอาน้ำอ้อย มากเลยคับที่มีน้ำใจกะผมมาก ครอบครัวผมทราบซึ้งมากเลยคับ” ซึ่งศพของอาม่าได้บำเพ็ญกุศล ณ วัดเสมียนารี ตั้งแต่วันที่ 28เม.ย.-1พ.ค. และได้มีการเคลื่อนย้ายศพสู่สุสานที่ จ.กาญจนบุรี จัดทำพิธีจีน เรียบร้อยแล้วเมื่อเช้าวันนี้ (2พ.ค.) ซึ่งบรรดาเพื่อนพ้อง และแฟนคลับของ แม่โบว์-น้องมะลิ และ หนุ่มเอก ได้เข้าไปแสดงความเสียใจอย่างล้นหลาม ขอบคุณภาพจาก IG pok8_maieak โบว์ แวนดา-น้องมะลิ น้องมะลิ กับพี่เอก บอร์ดี้การ์ดหล่อ น้องมะลิ กับพี่เอก บอร์ดี้การ์ดหล่อ พี่เอก-พี่เบอร์ดี้ บอร์ดี้การ์ดหล่อ อาน้ำอ้อย-พี่เอก-พี่เบอร์ดี้ บอร์ดี้การ์ดหล่อ น้องมะลิ กับพี่เอก-พี่เบอร์ดี้ บอร์ดี้การ์ดหล่อ น้องมะลิ กับพี่เอก บอร์ดี้การ์ดหล่อ น้องมะลิ กับพี่เอก บอร์ดี้การ์ดหล่อ น้องมะลิ กับพี่เอก บอร์ดี้การ์ดหล่อ น้องมะลิ กับพี่เอก บอร์ดี้การ์ดหล่อ น้องมะลิ กับพี่เอก บอร์ดี้การ์ดหล่อ พี่เอก บอร์ดี้การ์ดหล่อ-อาม่า พี่เอก บอร์ดี้การ์ดหล่อ-อาม่า

เด็กมันโหด! “เมสซี่น้อย แห่งสุราษฎร์” โชว์สกิลเตะบอลลอดขา JP7 (มีคลิป)
จักรพันธ์ พรใส /  ด.ช.จรณินทร์ พรหมชัยศรี / 

กลายเป็น “มาร์วิน ฟีเวอร์” ไปซะเเล้วสำหรับ “เมสซี่น้อย แห่งสุราษฎร์” หรือ ด.ช.จรณินทร์ พรหมชัยศรี วัย 9 ขวบที่จรดปากกาเซ็นสัญากับ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทองฯ จนเป็นข่าวฮือฮาไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดมีคลิปน่ารักๆ เมื่อซุปเปอร์สตาร์ตัวน้อยได้กระทบไหล่ “เจ้าบอล” จักรพันธ์ พรใส ปีกตัวเก่งสุพรรณบุรี เอฟซี เเละดีกรีนักเตะทีมชาติ ในการมาเยี่ยมชมการเรียนการสอนของ “Ikkie AV Academy” ซึ่งทั้งคู่ได้ดวลกันอย่างสนุกก่อนที่เจ้าของฉายา “เมสซี่น้อย แห่งสุราษฎร์” จัดการเตะลอดขา JP7 ไปถึง 2 ครั้งด้วยกัน นับเป็นเยาวชนที่มีอนาคตไกลอย่างมากทีเดียว... เครดิตคลิป : AV Academy

จะโหดไปไหน!! ชมคลิป เมสซี่ โชว์เหนือ ยิง 3 มุมเน้นๆผ่านเซฟมือโกลตุ๊กตายักษ์
บาร์เซโลน่า /  ลิโอเนล เมสซี่ / 

จัดว่าเป็นมนุษย์เท้าชั่งทองในชั่วโมงนี้เลยก็ว่าได้!! สำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ ปีกระดับพระกาฬของ บาร์เซโลน่า ที่ไปออกรายการเกมโชว์ของ ญี่ปุ่น ด้วยการโชว์ความเป็นมือสังหาร ยิงผ่านตัวตุ๊กตายักษ์ที่ยืนโบกมือไปมาหน้าปากประตู โดยยิงไป 3 มุมได้แก่ ฝั่งซ้าย,ขวา และใต้ขว่างขา ซึ่ง เมสซี่ สามารถส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่ายได้ทั้งหมด メッシぱねぇえええ pic.twitter.com/fgpf0sp2xs — 聖羅 (@SoCcErseira) April 30, 2016

เอาจริง!หงส์แดงส่งแมวมองส่องฟอร์ม ฮาเวียร์ ปาสตอเร่
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ปารีส แซงต์ แชร์กแมง / 

สื่อในฝรั่งเศสรายงานว่า “หงส์แดง”​ ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจอยากได้ตัว  ฮาเวียร์ ปาสตอเร่  ตัวรุกชาวอาร์เจนติน่าของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถึงขนาดแอบส่งแมวมองไปซุ่มดูฟอร์ม โดยรายงานจากสื่อในเมืองน้ำหอมเผยว่าลิเวอร์พูลส่ง เควิน ฮันท์ หัวหน้าแมวมองไปดูการเล่นของ  ฮาเวียร์ ปาสตอเร่    เมื่อคืนวันศุกร์ที่ ที่แปแอสเช เปิดบ้านชนะ แรนส์ 4-0 เพื่อส่งรายงานไปยัง เจเก้น คล็อปป์ กุนซือของทีมเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อนักเตะวัย 27 ปีรายนี้มาร่วมทีม ในช่วงซัมเมอร์หน้า

เที่ยวเมืองมะละกาแบบ 1 Day Trip วันเดียวก็เฟี้ยวได้
จัตุรัสแดง /  มะละกา / 

เที่ยวเมืองมะละกาแบบ 1 Day Trip วันเดียวก็เฟี้ยวได้ ไม่นานมานี้ผมมีโอกาสได้ไปซิตี้ทัวร์ 1 วัน ที่ เมืองมะละกา (Malacca) ประเทศมาเลเซียมา ก็เลยอยากนำมาแชร์ให้เพื่อนๆ ที่สนใจจะไปเที่ยวต่างประเทศแบบใกล้ๆ ได้ลองดูกันครับ แล้วจะรู้เลยว่าเมืองยอดฮิตของมาเลเซียไม่ได้มีเพียงแค่ กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง หรือเกาะลังกาวี เท่านั้น แพ็คเกจ 3 วัน 2 คืนของเรือสำราญ SuperStar Gemini ในเครือของ Star Cruises ที่ผมไปมานั้น เค้านำเสนอทริป 1 วันที่เมืองมะละกาเผื่อเป็นทางเลือกให้กับแขกของเรือที่อยากแวะเที่ยวชมเมืองในระหว่างการล่องเรือด้วย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ที่คนละ 89 SGD หรือประมาณ 2,300 บาทครับ เราจะไปทัวร์เมืองมะละกาในวันที่ 2 กันครับ หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว เราก็มาทานข้าวเช้าที่ห้องอาหาร Dynasty กัน อาหารเช้ามื้อนี้ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้ทานมื้อเช้าไปพร้อมๆ กับชมวิวทะเลบนเรือสำราญที่กำลังแล่นไปในมหาสมุทร บรรยากาศดีงามพระราม 8 จริงๆ ครับ ทานเสร็จแล้ว ยังพอมีเวลา ขอเก็บบรรยากาศนอกห้องอาหารกันซักหน่อย หลังจากนั้น ก็ได้เวลาเตรียมตัวออกเดินทาง โดยทาง Star Cruises ได้จัดเตรียมเรือเล็กให้เรานั่งจากกลางทะเลไปยังท่าเรือที่มะละกา เมื่อมาถึงท่าเรือ ทีมไกด์ท้องถิ่นก็พร้อมรอเราอยู่แล้ว คุณลุงไกด์ใจดีพร้อมคนขับรถก็พาคณะเรานั่งรถตู้จากท่าเรือมาที่ Malacca Straits Mosque (Masjid Selat Melaka) เป็นที่แรก ได้รับฉายาว่า มัสยิดลอยน้ำ (The Floating Mosque) จุดเด่นของ Malacca Straits Mosque คือ หลังคารูปโดมสีทองที่สวยสดงดงาม ด้านในอาคารมีลักษณะหลังคาสูง ทำให้อากาศถ่ายเท เย็นสบาย นอกจากนี้ มัสยิดแห่งนี้ยังมีระเบียงกว้างขวางที่เพียงแค่เราเปิดประตูออกไป ก็สามารถลงไปยืนชมวิวทะเลที่กว้างไกลสุดสายตาได้อย่างสบายใจ หมายเหตุ : สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย โดยเฉพาะสุภาพสตรี ต้องสวมใส่ชุดที่ปกคลุมมิดชิดก่อนเดินเข้ามัสยิดครับ คุณลุงไกด์อยากให้เราได้รู้จักคนท้องถิ่นมากขึ้น ที่ต่อไปคือ พิพิธภัณฑ์บ้านเก่าสไตล์มาเลย์  (Malacca Traditional Malay House) ซึ่งเป็นบ้านแบบดั้งเดิมของชาวมะละกาสมัยก่อนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ครับ ดูๆ ไปก็คล้ายๆ กับบ้านของคนไทยในสมัยก่อนเลย คงเป็นเพราะมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นเหมือนกัน จึงสร้างให้มีหน้าต่างเยอะ เพื่อให้อากาศถ่ายเทดี เมื่อเข้าไปภายในบ้าน เราก็จะได้สัมผัสวิถีชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นผ่านการตกแต่งบ้าน งานอดิเรก รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ เครื่องเรือนต่างๆ ที่ยังได้รับการการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี มื้อเที่ยง เราแวะพักทานอาหารนอนย่า อาหารขึ้นชื่อของเมืองมะละกากันที่ ร้าน SeRoNi Nyonya Cuisine Restaurant ร้านอาหารพื้นเมืองที่ดังในเรื่องของอาหารเมนูสไตล์จีนผสมท้องถิ่น จากนั้น ไปต่อกันที่ Melaka’s Historic City Centre จุดไฮไลท์ของเมืองมะละกากันครับ เรียกง่ายๆ ว่า "จัตุรัสแดง" (Red Square) หรือ “จัตุรัสดัตช์” (Dutch Square) ศูนย์กลางชุมชนดัตช์ในอดีต เป็นแหล่งรวมอาคารที่ได้รับการอนุรักษ์จากทางรัฐบาลมาเลเซีย ทั้งโบสถ์คริสต์ หอนาฬิกา อาคารสตัดธิวท์ และลานน้ำพุ จนได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ในปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา อาคารโดยรอบลานน้ำพุ ล้วนถูกทาด้วยสีแดงเข้ม จนเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแดง เราลองนั่งรถสามล้อถีบ (Trishaw Ride) คล้ายกับบ้านเราอยู่ครับ ต่างกันที่การตกแต่งของสามล้อแต่ละคัน มีทั้งช่อดอกไม้ และตัวการ์ตูนขวัญใจเด็กๆ อย่าง คิตตี้ โดราเอมอน หรือเอลซ่า สีสันสดใสสวยงาม พี่ๆ คนถีบสามล้อพาเราไปส่งที่ โบสถ์เซนต์ปอล (St. Paul’s Church) โบสถ์ที่สร้างขึ้นโดยชาวโปรตุเกสช่วงเวลาใกล้เคียงกับโบสถ์ที่มีชื่อเสียงของมาเก๊า หลังจากนั่งรถสามล้อชมเมืองจนครบรอบแล้ว พี่ๆ คนถีบสามล้อก็พาเรามาส่งที่โบสถ์คริสต์ตามเดิม จากนั้น เราก็ไปเที่ยวกันต่อย่านถนนคนเดิน ที่ พิพิธภัณฑ์ Straits Chinese Jewellery Museum ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมเครื่องประดับและการแต่งกายรวมทั้งจำลองวิถีชีวิตของ Baba และ Nyonya เอาไว้ คำว่า Baba & Nyonya มาจากครอบครัวชาวจีนที่อพยพมาและได้แต่งงานกับชาวท้องถิ่น ลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษชาวจีนและคนท้องถิ่น เรียกว่า "บาบ๋า" หมายถึงผู้ชาย และ “นอนย่า” หมายถึงผู้หญิงนั่นเอง เราได้เข้าชมห้อง Gallery ต่างๆ มีทั้งห้องเก็บสะสมเครื่องประดับสวยงามจำนวนมาก ห้องจำลองการทำเครื่องประดับและทำทองคำ ซึ่งจะมีการแสดงประวัติโดยย่อของชุมชน การจำลองวิถีชีวิตชาวจีนอพยพในมะละกา ภาพถ่ายโบราณ เพื่อให้เราเข้าใจวิถีชีวิตของคนจีนในช่วงย้ายมาลงหลักปักฐานที่นี่กันให้มากขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่หัดเที่ยวเมืองมะละกา ผมขอแนะนำพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลยครับ แล้วเพื่อนๆ จะเข้าใจประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนจีนในมะละกามากขึ้น เที่ยวสนุกขึ้นเยอะเลย ต่อด้วยการพาเดินย่าน Jonker Walking Street หรือ ถนนคนเดินยองเกอร์ น่าเสียดายในวันที่เราไปไม่ใช่วันสุดสัปดาห์ที่เค้าจะปิดถนนให้คนเดิน ซึ่งจะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านน้ำแข็งใส ร้านนั่งดื่ม ร้านขายของที่ระลึกมากมาย ถ้าใครได้มาเที่ยวเมืองมะละกาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีการปิดถนนต้องไม่พลาดจริงๆ คุณลุงไกด์เห็นเราเริ่มเหนื่อยและร้อนแดด ซึ่งขอบอกเลยว่าแดดเมืองมะละการ้อนไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ก็เลยพาเราไปพักขาตากแอร์กันที่ร้านขนมหวานท้องถิ่นกันครับ ร้าน San Shu Gong เป็นร้านขายขนมพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมะละกา ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก Jonker Walking Street ด้านล่างมีทั้งโซนจำหน่ายเครื่องดื่มคลายร้อน และขนมมากมายเหมาะที่จะช้อปกลับไปเป็นของฝากครับ ด้านบนเป็นที่นั่งสำหรับสั่งขนมหวานขึ้นมาทานกัน เราลองสั่ง "Cendol" (เซนดอล) หรือ "ลอดช่องน้ำแข็งใสสไตล์มะละกา"  มาเติมความสดชื่นกันก่อนกลับครับ รสชาติหอมหวาน เย็นชื่นใจ อร่อยไม่แพ้ลอดช่องที่บ้านเราเลย หลังจากชาร์จความสดชื่นกันเรียบร้อยแล้ว ลุงไกด์ถามว่ายังอยากขึ้นไปโบสถ์เซนต์ปอลอยู่ไหม มาถึงมะละกาแล้ว มีหรือจะพลาด จัดไปสิครับ แต่งานนี้ลุงไกด์จะพาเราออกสตาร์ทจากอาคาร Stadthuys เดินไต่เนินเขาไปเรื่อยๆ ไม่ไกลครับ พอให้ได้เหงื่อ สุดท้ายคุณลุงไกด์กับคนขับรถก็พาพวกเรากลับมาส่งที่ท่าเรือมะละกา เพื่อกลับขึ้นเรือสำราญ SuperStar Gemini ทันกับภารกิจมื้อเย็นบนเรือที่รอเราอยู่ครับ จบแล้วครับ สำหรับทริป 1 วันแบบซิตี้ทัวร์ที่เมืองมะละกา แม้อากาศจะร้อนกว่าบ้านเรา แต่ด้วยทั้งผังเมือง อาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะบ้านทรงอนุรักษ์ทั้งแบบมาเลย์หรือแบบจีน และสามล้อถีบที่น่าจะมีสีสันมากที่สุดในโลก ทำให้ทริปนี้ประทับใจกันทุกคนครับ ชมรีวิว : หนึ่งประสบการณ์ ล่องเรือสำราญ Star Cruises ถ่ายภาพ: <avril1980> เรียบเรียง  :  KittenNat

ฟาดฟันกันด้วยเสียง นิว จิ๋ว ออฟ โชว์ความเผ็ด ตั้งแต่วันแถลงข่าว
THE BATTLE OF BFF CONCERT /  คอนเสิร์ต นิว จิ๋ว อ็อฟ / 

แถลงข่าวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับคอนเสิร์ต “นิว-จิ๋ว-อ๊อฟ” ที่ทั้ง 3 ได้ออกมาโชว์ความเผ็ด ชนิดที่เรียกว่าเปิดฉากมาฟาดฟันเสียง แบบฝุ่นตลบคาโต๊ะดินเนอร์ ออกสตาร์ทยกแรกในงานแถลงข่าวเปิดตัวคอนเสิร์ต ช้าง มิวสิค คอนเน็คชั่น พริเซ้นท์ส “THE BATTLE OF BFF CONCERT”(ดิ แบทเทิ่ล ออฟ บีเอฟเอฟ คอนเสิร์ต) ที่จะจัดขึ้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 25-26 มิ.ย. นี้ เวลา 19.00-23.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ก็ดุเด็ดเผ็ดมันส์ แซ่บสมใจสื่อมวลชนและแฟนคลับไปแล้ว สำหรับการประชันกันระหว่าง 2 ดีว่า 1 ดีโว่ “นิว-จิ๋ว-อ๊อฟ” 3 ศิลปินค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ทำเอาคนในงานตะลึงตาค้างกับโชว์เปิดตัวสุดอลังการที่จัดไปเมื่อบ่ายวันก่อน ณ จีเอ็มเอ็ม สตูดิโอ แกรมมี่ วันนั้นเรียกเสียงกรี๊ดตั้งแต่เปิดตัวด้วยฉากงานเลี้ยงที่ “นิว-จิ๋ว-อ๊อฟ” นั่งดินเนอร์บนโต๊ะสุดหรู พอเพื่อนบอกให้ร้องเพลงให้ฟังเท่านั้น ทั้งสามเปิดฉากฟาดฟันกันด้วยเสียงในเพลง “ปลิว” เล่นเอาขนลุกซู่ ก่อนที่นิวจะขึ้นเวทีท้าเพื่อนด้วยเพลง “คำถามที่ต้องตอบ” ระเบิดพลังเสียงท้าจิ๋วที่ต้องโดดตามขึ้นมาใช้ร่างเล็กงัดเพลง “ของที่เธอไม่รัก” ปะทะเพื่อนกลับไป แล้วถึงท้าให้อ๊อฟโดดขึ้นงัดไม้เด็ดแผดเสียงร้อง “คิดถึงให้ตายก็ตายเปล่า” สะกดหูแฟนคลับบ้าง จากนั้นทั้งสามโดดขึ้นฟาดฟันพลังกันด้วยเพลง “แบดเฟรนด์ส” ทั้งร้องทั้งเต้นปะทะกันบนโต๊ะดินเนอร์จนข้าวของกระจุยกระจายฝุ่นตลบ เล่นเอาคนดูปรบมือลั่นหลังจบโชว์ ก่อนที่จะให้พิธีกร เป้ วิศวะ กับดีเจ ดาด้า ขึ้นมาพูดคุยถึงคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างมันส์จนคนดูหัวเราะทั้งสตู และปิดงานด้วยการเชิญ ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม กรรมการผู้จัดการสายงานโชว์บิซ บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ พร้อม มิสเตอร์ เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ คุณภาสวรรณ จันทร์คู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขึ้นมามอบช่อดอกไม้ถ่ายภาพพร้อมหน้ากันเป็นอันจบความแซ่บแบบ แบบครบอรรถรสกันในบ่ายวันนั้น เตรียมตัวพบกับคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ ช้าง มิวสิค คอนเน็คชั่น พริเซ้นท์ส “THE BATTLE OF BFF CONCERT”(ดิ แบทเทิ่ล ออฟ บีเอฟเอฟ คอนเสิร์ต) เปิดจำหน่ายบัตรแล้ว บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1500 บาท ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

รู้หรือไม่ เงาะ ก็มีพิษ
ข้าวกล้องงอก /  น้ำข้าวกล้องงอก / 

เข้าสู่หน้าฝนโปรยปรายเช่นนี้ มีพืชผล ออกมามากมายให้เราได้รับประทานกันอิ่มหนำสำราญ เท่าที่สำรวจตลาดตอนนี้ ผลไม้มีมากมายหลายหลากให้เรารับประทาน อย่างถ้าเป็นช่วงเดือนที่ผ่านมา ทุเรียนก็กำลังมาแรง และดูเหมือนว่ากำลังจะถูกแซง ด้วยเจ้าผลไม้เปลือกขน สีแดง ที่ข้างในหวานฉ่ำ อย่างเงาะ นั่นไงล่ะ เงาะ เป็นผลไม้รสหวานและอมเปรี้ยว และถือว่าเป็นผลไม้ดับร้อนก็ว่าได้ เพราะเนื้อข้างใน เมื่อทานแล้วจะสร้างความเย็นฉ่ำให้กับร่างกายได้ สำหรับเงาะที่นิยมทานกันมีสองพันธุ์ คือ เงาะโรงเรียนผลรูปไข่ เปลือกสีแดงสดมีขนยาวสีเขียว เนื้อแห้ง แน่นหนา และอีกพันธุ์หนึ่งคือเงาะสีชมพู ผลค่อนข้างกลม เปลือกสีแดงอมชมพู ขนปลายแหลม เปลือกแกะออกได้ง่าย เมล็ดเล็กรูปรี โดยเงาะทั้ง2 พันธุ์นี้ คุณค่าทางโภชนาการ และคุณประโยชน์ต่อร่างกาย นั้นมากมายเลยทีเดียว เงาะ ผลไม้ลูกเล็กๆ แต่สารอาหารเพียบ เงาะอุดมด้วยวิตามินC B1 B2 คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และไนอาซีน ช่วยทำให้ผิวพรรณสวยงาน แกะเมล็ดออกแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น จะได้รสชาติที่แตกต่างไปอีกแบบหนึ่ง ส่วนเงาะกระป๋องชนิดที่สอดไส้ด้วยสับปะรดหั่นพอคำนิยมเสริฟพร้อมน้ำแข็ง รสหวาน เย็น ชื่นใจ ว่ากันว่า ทานเงาะ 6 ลูก ให้พลังงานได้ถึง 50 หน่วยพลังงานแคลอรี่ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดังที่ USDA Nutrient database ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า คาร์โบไฮเดรต 20.87 กรัม เส้นใย 0.21 กรัม ไขมัน 0.65 กรัม โปรตีน 2.5 กรัม วิตามินบี1 0.013 มิลลิกรัม 1% วิตามินบี2 0.022 มิลลิกรัม 2% วิตามินบี3 1.352 มิลลิกรัม 9% วิตามินบี6 0.02 มิลลิกรัม 2% วิตามินบี9 8 ไมโครกรัม 2% วิตามินซี 4.9 มิลลิกรัม 6% ธาตุแคลเซียม 22 มิลลิกรัม 2% ธาตุเหล็ก 0.35 มิลลิกรัม 3% ธาตุแมกนีเซียม 7 มิลลิกรัม 2% ธาตุแมงกานีส 0.343 มิลลิกรัม 16% ธาตุฟอสฟอรัส 9 มิลลิกรัม 1% ธาตุโพแทสเซียม 42 มิลลิกรัม 1% ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม 1% โดยค่า % ที่เห็นอยู่นั้น คือร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ ประโยชน์ของ เงาะ การรับประทานเงาะสดนั้น นอกจากจะได้คุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังมีประโยชน์ ทั้งยังเป็นยารักษาโรคได้ โดย มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส สรรพคุณช่วยรักษาอาการอักเสบในช่องปาก ช่วยแก้อาการท้องร่วงรุนแรงได้อย่างได้ผล สรรพคุณของเงาะ ช่วยรักษาโรคบิดท้องร่วง ใช้เป็นยาแก้อักเสบ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ประโยชน์ของเงาะ สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างได้มากมาย เช่น การทำเงาะกระป๋อง เงาะกวนเปลือก เป็นต้น เงาะมีสารแทนนิน ซึ่งนำมาใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ย้อมสีผ้า บำบัดน้ำเสีย ทำปุ๋ย และกาว เป็นต้น สารแทนนิน (tannin)ช่วยป้องกันแมลง ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ใช้ทำเป็นยารักษาโรค ข้อควรระวังในการทาน เงาะ อย่างที่รู้กันว่า อะไรที่มากเกินไป มันไม่ใช่สิ่งที่ดี และมันจะมีโทษ อย่างการทานเงาะก็เช่นกัน เงาะมีสารแทนนิน (Tannin) ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่การรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจจะทำให้ท้องอืดหรือท้องผูกได้ และอีกสิ่งที่ควรระวังคือเมล็ดเงาะ เพราะเมล็ดเงาะมีพิษ ห้ามรับประทานเพราะอาจจะมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้ได้ ถึงแม้จะนำไปคั่วจนสุกแล้วก็ตามก็ยังเป็นอันตรายอยู่ดี เพราะฉะนั้นควรรับประทานอย่างพอประมาณ และทานเฉพาะในส่วนที่ทานได้ เพื่อที่ร่างกายจะได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ขอบคุณที่มาจาก : emaginfo.com