เชื้อรา

คันน้องหนูไม่รู้เป็นอะไร? ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา
คันจุดซ้อนเร้น /  ช่องคลอดอักเสบ / 

คันบริเวณจุดซ่อนเร้น อาการเริ่มต้นที่แสดงว่า ช่องคลอดอักเสบ จาก เชื้อรา แม้มีอาการแค่เล็กน้อย ก็ต้องรักษาให้ถูกวิธี 1.การติดเชื้อในช่องคลอดเกิดขึ้นได้อย่างไร ช่องคลอดอักเสบ มักเกิดจากช่องคลอดเสียสมดุลย์ทำให้เชื้อแลคโตแบซิลลัสในช่องคลอดที่เป็นเชื้อดีช่วยในป้องกันโรคมีจำนวนลดลง  เชื้อราในกลุ่มแคนดิดาซึ่งเป็นเชื้อที่อยู่ในช่องคลอดตามธรรมชาติ ก็จะเจริญเติบโตเพิ่มมากขึ้นก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ง่ายขึ้น พบได้บ่อยในผู้หญิงที่ใส่กางเกงที่คับหรืออับชื้นเป็นเวลานาน ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ชอบทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ผู้ที่ทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน หรือ ทานยาสเตียรอยด์เพราะยานี้จะไปลดภูมิคุ้มกันโรค และยังอาจพบบ่อยในหญิงตั้งครรภ์ 2.ความเชื่อผิดๆเรื่องคันตกขาวบริเวณจุดซ่อนเร้น คันตกขาวจากเชื้อราเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ในทุกช่วงอายุ และ75 % ของผู้หญิงมักเคยเป็นอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่าอาการคัน ตกขาว เกิดจากการไม่รักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้น หรือ เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้รักษาอย่างไม่ถูกวิธี โรคจึงกลับมาเป็นซ้ำได้อีกบ่อยๆ ซึ่งจริงๆแล้วเกิดจากการอักเสบของช่องคลอดจากเชื้อรา ซึ่งสามารถรักษาได้และไม่ยุ่งยากอีกด้วย 3. คัน อาการที่แสดงว่าเกิดการติดเชื้อราในช่องคลอด อาการคันบริเวณจุดซ่อนเร้นเป็นอาการเริ่มต้นที่บ่งบอกว่าเกิดการอักเสบภายในช่องคลอดจากเชื้อรา แต่สาวๆมักจะใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะที่เพราะเข้าใจผิดคิดว่า เกิดจากการไม่รักษาตวามสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้น ความจริงคือ 90% ของอาการคันบริเวณจุดซ่อนเร้น มีสาเหตุจากการติดเชื้อราภายในช่องคลอด ซึ่งอาจมีตกขาวร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้ ตกขาวจากเชื้อราจะมีลักษณะสีขาวหรือสีเหลืองจับตัวเป็นก้อน ไม่มีกลิ่น คันบริเวณอวัยวะเพศอาจเกิดได้ทั้งภายนอกและภายใน บางครั้งมีอาการบวมแดง หรือ เจ็บปากช่องคลอดเวลามีเพศสัมพันธ์ หากตกขาวมีกลิ่นแรงหรือกลิ่นคาว ควรปรึกษาแพทย์ทันที 4.วิธีการรักษาที่ถูกต้อง เมื่อมีอาการคันบริเวณจุดซ่อนเร้นแม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรรักษาตั้งแต่เริ่มเป็น การรักษาที่ถูกต้อง คือการรักษาที่ต้นเหตุซึ่งเกิดจากเชื้อราภายในช่องคลอด ถ้าไม่รักษาให้ถูกวิธี เชื้ออาจลุกลาม เกิดตกขาวมากขึ้น หรือติดเชื้ออื่นๆตามมาได้ และอาจทำให้อาการกลับมาเป็นอีกได้บ่อยขึ้น ดังนั้น จึงควรเริ่มรักษาอาการคันด้วย ยาฆ่าเชื้อราชนิดเม็ดสอดช่องคลอด ยาฆ่าเชื้อราชนิดเม็ดสอดช่องคลอดที่ดีควรมีคุณสมบัติสำคัญ 2 ประการ คือ 1. ฆ่าเชื้อราในช่องคลอดที่เป็นต้นเหตุของอาการคัน 2. ช่วยปรับสมดุลย์ภายในช่องคลอดที่เสียไปให้เป็นปกติ ด้วยการช่วยการเจริญเติบโตของเชื้อแลคโตแบซิลลัสที่เป็นเชื้อดีในช่องคลอดซึ่งจะช่วยป้องกับการติดเชื้ออื่นได้   ผู้หญิงหลายคนยังกลัวที่จะใช้ยาชนิดเม็ดสอดช่องคลอด ทั้งที่เป็นการรักษาที่ถูกต้องเพราะรักษาเฉพาะที่ตรงจุดที่เป็น อาการข้างเคียงต่ำ ยาชนิดเม็ดสอดฯที่ดี จะใช้ง่าย สะดวก เพียงแค่ครั้งเดียวก่อนนอน นอกจากนี้เพื่อความมั่นใจและบรรเทาอาการคันบริเวณจุดซ่อนเร้นควรใช้ยาฆ่าเชื้อราชนิดครีมทาภายนอกควบคู่กับยาฆ่าเชื้อราชนิดเม็ดสอดช่องคลอด เพื่อช่วยลดอาการคันได้เร็วขึ้น และช่วยป้องกันเชื้อรากลับเข้าไปในช่องคลอดอีก 5.วิธีง่ายๆในการดูแลจุดซ่อนเร้น •   ไม่สวมใส่กางเกงที่รัดรูปหรือคับแน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้อับชื้นระบายอากาศได้ไม่ดี •   เลือกซื้อกางเกงในที่ทำจากผ้าฝ้าย ซึ่งจะช่วยระบายอากาศได้ดี ไม่ควรเลือกกางเกงในที่ผลิตจากไนลอน •  ไม่ควรใช้แผ่นอนามัยทุกวันและช่วงมีระดู ผ้าอนามัยควรเปลี่ยนบ่อยๆ ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแผ่นเดียวเป็นเวลานาน •   ควรตากกางเกงใน บริเวณที่มีแดดอ่อนๆ เพราะกางเกงในจำเป็นต้องตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อรา •   ห้ามสวนล้างทำความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะทำให้ช่องคลอดเสียสมดุลย์ ทำให้เชื้อราเติบโตได้    

กรมวิทยาศาสตร์ฯ ตรวจข้าวถุง ไม่พบสารตกค้าง
ข้าวเน่า /  ตรวจข้าว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจข้าวถุง ไม่พบสารตกค้างตามข่าวลือในโลกออนไลน์ ค่ายีสต์เชื้อราน้อยกว่ามาตรฐานมาก น.พ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงผลตรวจข้าวสารบรรจุถุงที่จำหน่ายในท้องตลาด หลังในสังคมออนไลน์ มีข่าวลือพบสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ว่า จากการตรวจสอบข้าวบรรจุถุงชนิดต่างๆ 54 ตัวอย่าง ได้แก่ ข้าวตราฉัตร, ตราฉัตรทอง, ตราฉัตรอรุณ, ตราฉัตรทิพย์, ตราฉัตรอุบล, ตราเบญจรงค์ ตรามาบุญครอง ข้าวหอมปทุมตราบิ๊กซี ฯลฯ ผลการตรวจจากแล็บ ยืนยันว่าข้าวตัวอย่างทุกชนิด มีความปลอดภัยต่อการบริโภค ไม่พบสารเคมีที่ใช้รมข้าว ไม่พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง และสารพิษจากเชื้อรา ส่วนผลการตรวจจำนวนยีสต์และเชื้อราในข้าวสารถุง พบว่าน้อยกว่า 10 CFU ต่อกรัม ส่วนข้าวบรรจุกระสอบแบ่งขาย พบ 50 CFU ต่อกรัม น้อยกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 1,000 CFU ต่อกรัม ส่วนสิ่งแปลกปลอม พวกมด มอด แมลง มีบ้าง แต่น้อยมาก

8 วิธีง่ายๆ ดูแล สุขภาพเท้า ในช่วงหน้าฝน
สุขภาพเท้า /  หน้าฝน / 

   เท้าเหม็น (Pitted Karatolysis)  เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่น อาการสำคัญของโรคนี้ที่พบบ่อยสุดถึงร้อยละ 90 คือ เท้ามีกลิ่นเหม็น ส่วนอาการรองลงมาที่พบร้อยละ 70 คือ เวลาถอดถุงเท้าจะรู้สึกว่าถุงเท้าติดกับฝ่าเท้า ส่วนอาการคันนั้นพบได้น้อยคือ ร้อยละ 8    เชื้อราที่เท้า (Tinea Pedis) คำว่า Tinea Pedis หรือชาวบ้านรู้จักกันดีในชื่อ โรคน้ำกัดเท้าหรือฮ่องกงฟุต เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถก่อโรคที่ผิวหนังได้ โดยเฉพาะที่เท้า ซอกนิ้วเท้า และเล็บเท้า แม้บางครั้งโรคผิวหนังที่ว่าอาจไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเชื้อราอย่างเดียว แต่เพราะมีเชื้อแบคทีเรียมาร่วมด้วย 8 วิธีง่ายๆ ดูแล สุขภาพเท้า ด้วยตัวเอง        คุณหมอสุมนัสให้คำแนะนำง่ายๆ ในการดูแล สุขภาพเท้า ด้วยตัวเอง และย้ำว่าควรเริ่มปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่วันนี้ ดังนี้ 1. ล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ ประมาณ 10 นาที เวลาอาบน้ำ ทุกๆ วัน ซึ่งจะทำให้ผิวหนังนุ่ม แต่อย่าขัดหรือถู หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ผิวหนังแห้ง 2. เช็ดเท้าให้แห้งสนิททุกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้าต้องให้แห้งจริงๆ 3. สำหรับผู้มีกลิ่นเท้า หลังจากล้างเท้าสะอาดและเช็ดให้แห้งแล้ว ควรจะโรยแป้งทาตัวให้ทั่วเท้าและซอกเท้า รวมถึงอย่าใส่รองเท้าคับเกินไป ควรเลือกรองเท้าที่ใส่สบายและระบายอากาศได้ ถุงเท้าควรเป็นถุงเท้าผ้าฝ้ายจะดีกว่าถุงเท้าไนลอน 4. ถ้าผิวแห้ง ทาครีมที่ไม่มีน้ำหอมฉุน เพื่อให้ความชุ่มชื้น โดยทาบางๆ ให้ทั่วทั้งหลังเท้าและฝ่าเท้า ห้ามทาครีมบริเวณซอกนิ้วเท้า เพราะอาจเกิดการหมักหมมของเชื้อราได้ 5.ถ้าเล็บยาวต้องตัดเล็บเท้าอย่างถูกวิธี โดยตัดตรงตามแนวขอบเล็บเท่านั้น ไม่ตัดเล็บเซาะเข้าไปด้านข้างหรือจมูกเล็บ และไม่ควรตัดเล็บให้สั้นเกินไป 6. ใส่รองเท้าให้เหมาะกับโรค ควรใส่รองเท้าที่เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ เช่น ผู้ป่วยเบาหวานควรใส่รองเท้าที่ทำจากวัสดุที่มีลักษณะนิ่มและมีแผ่นรองรับแรงกระแทกที่ฝ่าเท้า ไม่ควรใส่รองเท้าแตะชนิดที่มีสายรัดง่ามนิ้วเท้า 7. หมั่นตรวจเท้าด้วยตนเองเป็นประจำ สังเกตสีผิว กลิ่นเท้า อุณหภูมิของเท้า และอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น ปวดเท้า มีอาการชา บวม มีเม็ดพอง หรือคัน เป็นต้น โดยตรวจให้ทั่วทั้งฝ่าเท้า ส้นเท้า ซอกนิ้วเท้า และบริเวณเล็บเท้า หากพบความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ 8. ออกกำลังกายเท้า เพื่อบริหารข้อเท้าและกล้ามเนื้อเท้าอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและ ที่มาจาก ชีวจิต  

27-11-56ใครผิดใครถูกลองดู
27-11-56ใครผิดใครถูกลองดู

ข้อความ @จิ๊กโก๋กิโลเดียว แม่เรียกต้องกลับบ้าน เรื่องมีอยู่ว่า เมียหมอคนนี้ (เสื้อน้ำเงิน) เค้าหาว่าผมล้างรถแล้วขี้ดินจากรถผมกระเด็นไปใส่ผนังบ้านเขาจนผนังบ้านเขาขึ้นราเต็มไปหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว(สิ่งที่เค้ากล่าวหาว่ากระเด็นใส่บ้านเค้านั่น มันคือ "ขี้ปูน" นั่นเอง) ขี้ปูนที่พูดถึงนั้นเกิดจากที่หลวงเค้ามาเทพื้นทำร่องระบายน้ำให้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เศษปูนมันกระเด็นใส่ผนังบ้านเค้าทั้งแถบและประตูบ้านเค้าทั้งนี้บริเวณที่พูดถึงในคลิปนั้นมีการเกิดเชื้อราขึ้นตามผนังบ้านเป็นเพราะเค้าได้ทำหลังบ้านใหม่แล้วไม่ได้ทาสีบ้านใหม่แถมบริเวณนั้นยังมีท่อระบายน้ำจากดาดฟ้าและชั้นลอย ในคลิปผมพยายามจะถามว่าไอ้ที่กระเด็นติดประตูและผนังบ้านมันคืออะไร? แต่เค้าไม่ตอบแต่กลับพูดมาว่า"มันไม่

สารพัดเคล็ดลับ ด้วย ผงฟู เทคนิคสำหรับคุณแม่บ้านยุคใหม่
ดูแลบ้าน /  ทำความสะอาด / 

       เนื่องจากผงฟูมีอนุภาคเล็กเป็นรูปทรงผลึกที่อ่อนนุ่ม จึงช่วยในการขัดถู ยังมีสรรพคุณในการดูดกลิ่นเหม็น ดูดความชื่น ปรับค่าความเป็นกรดด่าง ฆ่าเชื้อโรค จึงสามาถนำมาใช้ประโยชน์ในบ้านเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามตำรับและสูตรต่างๆ ดังต่อไปนี้   1. ขจัดคราบสกปรกบนขอบและบานหน้าต่าง ด้วยฟองน้ำเปียกๆ ที่โรยด้วยผงฟูเล็กน้อยใช้ล้างด้วยฟองน้ำและเช็ดแห้ง 2. ล้างหน้าต่างบานเกล็ดด้วยน้ำอุ่นที่ผสมผงฟู3/4 ถ้วยตวงราดน้ำให้เปียกทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมง ก่อนใช้แปลงขัดออก 3. ล้างหน้าต่างอลูมิเนียมและ Door Sereens โดยใช้แปลงเปียกๆ จิ้มผงฟูขัดออกใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มๆ ล้างให้สะอาดทำความสะอาดงานไม้ 4. ทำความสะอาดงานจากไม้ฝาผนังหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ โดยการผสม น้ำส้มสายชู ? ถ้วยตวง ผงฟู ? ถ้วยตวง น้ำอุ่น 4.5 ลิตร 5. ถ้าพื้นผิวผนังสกปรกมีคราบเหนียวเหนะหนะให้ใช้แอมโมเนีย 1 ถ้วยตวง นำไปเช็ดให้ทั่วฝาผนังด้วยฟองน้ำหมาดๆ อย่าใช้ผ้าขนหนูเปียก ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที ก่อนที่จะเช็ดคราบสกปรกออก (ควรจำไว้เสมอว่าเครื่องเรือนไม้มีลักษณะแตกต่างกันดังนั้นถ้าไม่แน่ใจให้ทดลองเฉพาะพื้นที่เล้กๆ ก่อน) 6. รอยด่างเป็นวงหรือรอยจุดบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ หากเกิดความร้อนบางครั้งก็อาจขัดออกได้ด้วยการผสมยาสีฟัน และผงฟูในสัดส่วนเท่าๆ กันใช้ผ้านุ่มเช็ดออกเบาๆ ใช้ผลิตภัณฑ์ขัดเงาด้วยก็ได้หากจำเป็น 7. ขจัดคราบหยดน้ำบนพื้นไม้โดยการใช้ผงฟูกับกับผ้าขี้ริ้วหมาดๆ เช็ดออกจำไว้ว่าเครื่องเรือนที่ทำจากไม้ไม่ควรทำให้เปียก    ***** 1. ใช้ฟองน้ำเปียกๆ เช็ดผงฟูเพื่อเช้ดคราบสีเทียนที่ติดบนผนังชนิดล้างๆด้ เช็ดถูเบาๆ วิธีนี้จะช่วยทำความสะอาดคราบสกปรกส่วนใหญ่อื่นๆ รวมทั้ง คราบน้ำมัน ดินสอ และปากกา มาร์คเกอร์ได้ด้วย 2. ใช้ผงฟูผสมน้ำเปียกๆ ข้นๆ เพื่อเช็ดถูคราบสกปรกที่เกิดจากการรอยลากไปมาบนพื้นเสื่อน้ำมัน 3. ขจัดคราบหรือหยดน้ำหมึกออกจากพื้น เสื่อน้ำมันโดยการใช้ผงฟูข้นๆ ป้ายบริเวณสกปรกทิ้งไว้จนแห้งสักครู่ก่อนจะเช้ดออกและใช้ผงฟูใหม่ๆ ขัดออกอีกครั้ง   1. ซักพรมโดยใช้เครื่องโดยการเติมผงฟู ? ถ้วยตวงผสมกับน้ำอุ่น 1 แกลลอน หรือจะซักในถุงน้ำก็ได้ ถ้าคุณจะทำความสะอาดเฉพาะบริเวณที่มีคราบสกปรกโดยการแปลงด้วยมือ ให้โรยผงฟูเล็กน้อยลงบนรอยสกปรก ทิ้งไว้สักครู่ก่อนที่จะเช็ดออกด้วยฟองน้ำหรือผ้าโดยเฉพาะนั้นด้วยฟองน้ำหรือผ้าขนหนู่ (ทดลองทำก่อนเพราะระวังเรื่องสีตก) 2. ขจัดคราบไวน์หรือคราบสกปรกมันบนพรมโดยการโรยผงฟูบางๆ ทันทีที่มีรอยเปื้อนทำซ้ำหรือค่อยๆ เติมผงฟูใหม่อีกครั้งหากจำเป็น ควรทิ้งไว้สักครู่จนกว่าผงฟูจะดูดซับคราบสกปรก จากนั้นให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกให้หมด ทำความสะอาดคราบที่เกิดจากกรด (คราบสกปรกที่เป็นกรด โถชักโครกเปิดท่อระบายน้ำ (drain openers) กรดจากแบเตอรี่รวมทั้งอาจจะเกิดจากคราบอาเจียน หรือปัสสาวะ) ให้ทำความสะอาดโดยใช้น้ำเย็นซะออกแรงๆ จนท่วมโดยทันทีถ้าเป็นไปได้ จากนั้นทำให้เกิดสภาพเป็นกลางโดยใช้ผงฟู คุณอาจจะต้องยุ่งยากบ้างในการขจัดคราบของผงฟูออกจากพรมภายหลังเมื่อมันแห้งแล้ว หลังจากที่คุณได้ดูแลรักษาเบื้องต้นโดยทันทีไปเรียบร้อยแล้ว โรยผงฟูพรมเป็นประจำทุกเดือน หรือเท่าที่จำเป็นโรยทิ้งไว้ก่อนคุณเข้านอน จากนั้นทิ้งไว้ข้ามคืนคุณอาจจะใช้ไม้กวาดหรือแปลงแข็งๆ ช่วยปัดให้ผงฟูเข้าไปติดทั่วพรม ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกในวันรุ่งขึ้น ลองทำอุปกรณ์ดูดกลิ่นพรม ผงฟู    1ส่วน2  ถ้วยตวง แป้งข้าวโพด (Cornstarch) 1ส่วน2 ถ้วยตวง กลิ่นสกัดตามที่ชอบ  15 หยด ***** 1. ทำกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับครอบครัวด้วยตัวคุณเอง โดยใช้ผงฟูประมาณ 1 กล่อง ผสมกับน้ำมันกลิ่นบุหงาที่คุณชื่นชอบ หรือกลิ่นน้ำมันอบเชยสักเล็กน้อย จากนั้นโรยไปทั่วพรมแล้วดูดออกให้เกลี้ยง    ***** 1. โปรยผงฟูลงบนพรมหน้าบ้าน ซึ่งจะช่วยได้ทั้งการทำความสะอาดและดูดซับกลิ่นเหม็นอับ จากนั้นจึงค่อยดูดออก เพราะปรกติแล้วคุณใช้พรมเช็ดเท้าเพื่อดักจับฝุ่นดักความสกปรก ก็จะตกอยู่บนพรม แต่คุณมักจะไม่ค่อยได้สะบัดมันทิ้งไป 2. ขัดถูผงฟูลงบนพรมเช้ดเท้าด้านนอกด้วยไม่กวาดแข็ง จากนั้นใช้สายยางฉีดน้ำฉีดออก หรือคุณจะรอจนกระทั่งฝนตกแล้วชะมันออกไปเองก็ได้   ***** 1. ล้างผงฟูสัก 1 ถ้วยตวงลงในโถส้วมหรือท่อน้ำทิ้งเป็นประจำสัปดาห์ละครั้งจะช่วยคงสภาพความเป็นกรด-ด่าง ระบบของถังบำบัดของเสีย สภาพความเป็นกรดด่างในระดับทที่เหมาะสมจะช่วยให้แบ็คทีเรียแตกตัวทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการอุดตันและตกค้างในแทงค์และท่อน้ำทิ้ง การใช้ผงฟูสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้แทงค์คอนกรีตหรือแทงค์ที่ทำจากโลหะผุกร่อนง่าย โดยเฉพาะบริเวณฝาแทงคีที่ต้องสัมผัสกับไอระเหยที่ทำให้ผุกร่อนง่าย 2. ผสมผงฟูกับน้ำเล็กน้อยให้เปียกๆ ข้นๆ เพื่ออุดรูตามผนังที่มีรอยปูนแตกร้าว เพื่อซ่อมแซมเป็นการชั่วคราว เมื่อมันแห้งแล้วจะดูกลมกลืนเข้ากับฝาผนังปูนพลาสเตอร์ขาว เมื่อต้องการซ่อมแซมอย่างถาวรให้ผสมมผลฟูกับกาว (ลาเท็กซ์) ซ่อมแซมสีขาวที่ใช้ตามบ้านเรือน 3. ทำความสะอาดผนังที่มีคราบดำขงอเขม่าควัน ด้วยการใช้เศษผ้าชื่นๆ และผงฟูละลายเข้มข้น 4. ทำความสะอาดอุปกรณ์ตกแต่งเครื่องเรือนโดยการโรยผงฟูให้ทั่วเครื่องตกแต่ง ทิ้งไว้สักครู่จากนั้นจึงดูดออก กลิ่นเขม่าควันจะถูกกำจัดออกจนหมอจด 5. ใช้ผงฟูทำความสะอาดเครื่องประดับลวดลายลูกไม้ประเภทต่างๆ 6. ทำความสะอาดแป้นพิมพ์ดีด ด้วยแปลงสีฟันขนอ่อนๆ ขัดโดยใช้ผงฟู 4 ชอนโต๊ะละลายกับน้ำ 1 ถ้วยตวง จากนั้นใช้กระดาษชำระเช็ดออก 7. แช่ไม้ถูพื้นหรือไม้กวาดในน้ำ 1 ถัง ละลายผงฟู 4 ช้อนชา แต่ให้แช่หลังจากที่ชำระสิ่งสกปรกออกไปแล้ว วิธีนี้จะเป็นการกำจัดกลิ่นเหม็นอับตกค้างบนไม้ถูพื้นหลังแช่ตากให้แห้ง  ***** 1. ป้องกันไม่ให้ภาชนะกระเป๋าเดินทางขิงคุณมีกลิ่นเหม็นอับเหม็นชื้นจากเชื้อรา โยดการโรยผงฟูลงบนภาชนะข้าวของเครื่องใช้ก่อนที่จะเก็บเข้าที่เข้าทางอย่างมิดชิด 2. โรยผงฟูในโถส้วม อ่างน้ำทิ้ง ใน อ่างล้างหน้า อ่างล้างจานชาม อ่างอาบน้ำ หรือโรยลงบนฟักบัวทิ้งไว้ ก่อนที่คุณจะหยุดใช้ชั่วคราว เพื่อไปพักร้อน วิธีนี้จะช่วยป้องกันกลิ่นเหม็นอับ กลิ่นเก่าเก็บตกค้าง 3. ขจัดกลิ่นเหม็นอับอกจากผ้านวม ฟ้าห่มหลังจากทที่คุณเก็บไว้นานๆ โรยผงฟูลงบนผ้านั้น ม้วนเก็บไว้สัก 2 ชั่วโมง จากนั้นสะบัดออกและตบให้ฟูหรือใช้ไดร์เป่าลมให้ฟูโดยไม่ใช้ความร้อนเป่า 4. นำผงปิดฝากล่องตั้งทิ้งไว้ในห้องที่โรงงาน เพื่อขจัดกลิ่นสี หรือกลิ่นสารระเหย หรือกลิ่นน้ำยาขัดเคลือบวัสดุต่างๆ 5. ช่วยลดกลิ่นตกค้างกันของบุหรี่ โดยการโรยผงฟูสักเล็กน้อยลงบนถาดเขี่ยบรี่ 6. ขจัดกลิ่นตกค้างบนผ้าปูโต๊ะโดยการแช่ผ้าในน้ำสารละลายผงฟู   ***** 1. วางถุงหรือซองผงฟู ไว้ในรองเท้าผ้าใบหุ้มซ้น เพื่อไม่ให้รองเท้ามีกลิ่นอับเหม็นหลังการใส่และมีกลิ่นเหม็นตกค้างอยู่ในตู้รองเท้า วิธีนี้คุณอาจจะใช้ผงฟูผสมกับแป้งหอมกลิ่นที่คุณชอบผสมรวมกันไว้ในซองตามที่ต้องการ 2. โรยผงฟูในรองเท้าผงฟูจะช่วยดูดซับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกไป ทิ้งไว้ข้ามคืน รุ่งขึ้นคุณแค่เคาะผงฟูออก   ขอบคุณที่มาจาก  variety.mcot.net

โอละพ่อ!! แพทย์ยันด.ญ.วัย13 เสียชีวิตไม่มีขนสุนัขในปอด
ขนหมาทำเป็นวัณโรค /  ข่าววันนี้ / 

แพทย์ยันด.ญ.วัย13  เสียชีวิตด้วยอาการปอดติดเชื้ออย่างรุนเเรง ไม่มีขนสุนัขในปอด ผู้ปกครองเผยไม่แน่ใจเชื้อราในปอดเป็นเชื้อราชนิดเดียวกันกับที่สุนัขเป็นหรือไม่  จากกรณีที่ น้องโบว์ ด.ญ.วัย 13 ปี ได้เสียชวิตด้วยอาการปอดติดเชื้ออย่างรุงแรง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเกิดมาจากขนสุนัขที่เข้าไปปะปนอยู่เต็มช่องปอด เนื่องจากที่บ้านของน้องโบว์ มีการเลี้ยงสุนัขถึง 10 ตัว และเจ้าตัวได้คลุกคลีมาตั้งแต่อายุ 3 ปี ทำให้เริ่มมีความผิดปกติ มีผดผื่นขึ้นตามแขนและขา นับตั้งแต่เมื่อปี 2555 จนทางบ้านต้องตัดสินใจเอาสุนัขไปปล่อยทิ้ง 8 ตัว เหลือเอาไว้เพียง 2 ตัว เฉพาะตัวที่น้องโบว์รักเป็นพิเศษ ก่อนที่จะเริ่มมีอาการทรุดหนักเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว และเสียชีวิตลงในที่สุด ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 ก.ค.) นพ.เลิศรัตน์ เอกสถาพรสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาโยง ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของ เด็กคนดังกล่าว พบว่า ได้มาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาโยง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ด้วยอาการหายใจหอบหืด ก่อนจะมีการส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ตรัง ในเวลาต่อมา กระทั่งได้เสียชีวิตลง ซึ่งหัวหน้าแผนกกุมารเวช โรงพยาบาลตรัง ยืนยันว่า จากการตรวจสอบไม่พบขนสุนัขปะปนอยู่ในช่องปอดแม้แต่เส้นเดียว ขณะที่การเสียชีวิตนั้นก็เกิดมาจากอาการปอดติดเชื้ออย่างรุนแรง ดังนั้น กรณีของข่าวที่เกิดขึ้น จึงอาจจะเกิดมาจากความเข้าใจผิด ด้านมารดาของเด็ก เผยว่า บุตรสาว เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลได้ประมาณ 20 วัน ก็เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ซึ่งแพทย์ระบุสาเหตุของการเสียชีวิตว่า ติดเชื้อที่บริเวณปอด แต่ไม่มีการยืนยันว่าพบขนสุนัขหรือขนแมวในปอดของลูกสาวแต่อย่างใด ทำให้ตนก็รู้สึกงงว่าที่ข่าวออกไปได้อย่างไร และในแต่ละวันจะมีคนมาสอบถามเรื่องนี้กันเป็นจำนวนมาก  สำหรับที่บ้านของตนมีสุนัขจำนวนกว่า 10 ตัว แต่เลี้ยงกันตามธรรมชาติ โดยไม่ได้มีการดูแล และไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งบุตรสาวป็นเด็กที่รักสัตว์ และจะอยู่เล่นคลุกคลีกับสุนัขทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา ส่วนเชื้อราที่พบในปอดของลูกสาวนั้น ตนไม่แน่ใจว่า เป็นเชื้อราชนิดเดียวกันกับที่สุนัขเป็นหรือไม่ ซึ่งต้องรอให้ทางแพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องออกมายืนยันอีกครั้ง MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง จริงหรือไม่? ขนสุนัข และเห็บสุนัขเข้าไปในร่างกายคนได้

วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำวันสงกรานต์
วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ /  วิธีป้องกันมือถือเปียกน้ำวันสงกรานต์ / 

วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำวันสงกรานต์ ภาพจดจำของประเพณี "สงกรานต์" ในทุกปี คงหนีไม่พ้นภาพประทับใจอันชุ่มไปด้วยสายน้ำจากกระบอกปืน ขัน สายยาง นานากลเม็ดแห่งการสาด ที่ผู้คนงัดออกมาสู้กันเพื่อสร้างรอยยิ้ม แต่หลายคนอาจจะยิ้มไม่ออก ถ้าแชะภาพอยู่ดีๆ พี่น้ำกระหน่ำมาใส่กล้อง ดับอนาถเครื่องมือทำมาหากินคามือ บางตัวราคาแพงกว่ามือถือหลายเท่า อยากรู้หนทางกันเศร้า เห็นทีต้องจัดไป "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำวันสงกรานต์" สำหรับกล้องตัวเล็กๆ กะทัดรัด "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ" ไม่ต่างจาก "วิธีป้องกันมือถือเปียกน้ำวันสงกรานต์" เพราะสามารถใช้ "ถุงพลาสติกผูกหนังสติ๊ก" หรือ "ซองใส" "ซองพลาสติก" แบบเดียวกันได้ หาง่าย เพราะกระแสเค้ามา เค้าฮิต!! หรือจะกันกล้องเปียกน้ำด้วยวิถีเฉพาะ ด้วย "เคสกล้องกันน้ำ" ที่ได้มาตรฐานสามารถกันน้ำเข้าได้เป็นอย่างดี "เคสกล้องกันน้ำ" หากสัมภาระเยอะ ควรกันพลาดเสริมไว้อีกหนึ่งชั้น ด้วย "ถุงกันน้ำ" เป็น "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ" และอุปกรณ์ต่างๆ ขณะกำลังสาดกันอย่างเพลิดเพลิน ก่อนซื้อควรดูให้ละเอียด เลือกกระเป๋าที่ประกอบด้วยซิปกันน้ำ และมีถุงกันน้ำสำหรับสวมทับอีกที "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ" แบบอุตริคิด แต่อาจได้ผลสะกิดใจใครต่อใคร "ถุงยางอนามัย" นั่นไง ใครช่างสร้างสรรค์?? (โปรดใช้วิจารณญาณในการพก!!) หลังจากผ่านศึกสายน้ำมาหมาดๆ ปลอดภัยด้วย "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ" แล้ว ควรทำความสะอาดหลังใช้งานกล้องทุกครั้ง ทั้งตัวกล้องและเลนส์ อย่าให้มีหยดน้ำ ละอองน้ำ หรือแม้แต่ฝุ่นเกาะ นำกล้องไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ย้ำว่าอย่าเพิ่งเก็บกล้องลงกระเป๋า!! เพราะเจ้ากระเป๋ากล้องนี่แหละเป็นแหล่งอับชื้น ที่คอยยื่นมือพาเชื้อราเข้าบ้าน!! ............................................................................... วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำวันสงกรานต์ สงกรานต์เที่ยวไหนดี? เรามีคำตอบ! ประเพณีสงกรานต์ สืบสานตำนานไทย

ฮวงจุ้ยช่วยแก้ โรคภูมิแพ้
ดูดวง /  ฮวงจุ้ย / 

หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่า ฮวงจุ้ย ก็สามารถแก้ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บหรือ โรคภูมิแพ้ ได้ โดยหลักการสำคัญสำหรับการแก้ไขคือต้องแก้ที่เหตุของปัญหา และสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งตามปรัชญาวิชา ฮวงจุ้ย นั้นบอกว่าพลังชี่หนัก นิ่งเฉยหรือติดหนับ หรือมีความเป็น หยิน สูง เพราะพลังที่อุดตันไม่เคลื่อนตัวล้วนกระตุ้นให้เกิดความเจ็บป่วยได้ง่าย ฮวงจุ้ยแก้ โรคภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้ หรืออาการหอบหืดนั้นเกิดขึ้นกับบริเวณอวัยวะที่เกี่ยวกับกระบวนการหายใจ ดังนั้นบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับบ้านคือสถานที่ที่มีอากาศสะอาดสดชื่นและไร้ฝุ่น ไม่มีความชื้นหรือเชื้อรา ดังนั้นจึงให้คำแนะนำดังนี้ สร้างสภาวะการถ่ายเทอากาศให้ไหลเวียนดี โดยต้องรับอากาศบริสุทธิ์ให้ไหลเวียนมาแทนที่อากาศเดิมที่เคยหายใจกันอยู่ในบ้าน ก็จะได้ปราณชี่ใหม่ๆ ที่มีพลังงานชีวิตให้กับคนในบ้าน จากนั้นก็ต้องจัดการกับฝุ่นต่างๆ ที่สะสมตัวอยู่ตามบ้านเพื่อให้อากาศสะอาดสดชื่น ทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีพลังของธาตุทอง ซึ่งเกี่ยวพันกับปอดของคนในบ้าน ดังนั้นพยายามดูให้แน่ใจว่าทิศเหล่านี้ในบ้านของคุณสะอาดเป็นระเบียบ และไร้ฝุ่นที่จะเกิดปัญหาต่ออวัยวะในระบบหายใจ ควรป้องกันพลังปราณชี่บริเวณนี้ไม่ให้เกิดสภาพเป็นหยินหยุดนิ่งอยู่ในบริเวณนี้ ด้วยการเลี่ยงขยะ อาหารบูดเสียหรือดอกไม้เหี่ยวในบริเวณนี้ หากเลี่ยงไม่ได้ก็ขอให้มีฝาปิด และถ้ามีโอกาสซื้อบ้านใหม่ให้เลี่ยงบ้านซึ่งมีครัวหนัก ห้องน้ำและห้องเก็บของอยู่ทิศตะวันตก หรือตะวันตกเฉียงเหนือ เพื่อการรักษาสุขภาพ โดยควรเลี่ยงอาหารที่ทำให้เลือดหนืดข้นมากขึ้น เช่น นม เนย ไข่และเนื้อ เมล็ดข้าวที่ผ่านกระบวนการทางเคมีต่างๆ เช่น ขนมปัง พาสต้า และเส้นบะหมี่ ซึ่งอาจกระตุ้นอาการหอบหืดได้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม www.home.co.th

10 โรคป่วยหน้าหนาว วัยรุ่นระวังให้ดีนะ!!
10 อันดับ /  นักศึกษา / 

เข้าสู่ช่วงหน้าหนาว กันแล้วนะคะ ตอนเช้าก็ร้อนซะจนผิวแสบไหม้ พอตกดึกอากาศก็เย็นๆหนาวๆน่านอนซะจริงเชียว เแต่ก็อย่าเพลินจนลืมดูแลสุขภาพของตัวเองนะคะ เพราะช่วงหน้าหนาวนี้เนี่ยกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาบอกว่า?เพื่อนๆก็สามารถเป็นโรคต่างๆได้ง่าย โดยเชื้อโรคต่างๆจะแฝงมากับลมหนาว และในปีที่ผ่านๆมาก็มีคนป่วยเยอะมากๆเลยหล่ะ!!teen.mthai นำมาให้เพื่อนๆได้รู้กันไว้ก่อน จะได้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงกันมากขึ้น ^^ 10 โรคป่วยหน้าหนาว วัยรุ่นระวังให้ดีนะ!! 10 โรคป่วยหน้าหนาว วัยรุ่นระวังให้ดีนะ!! 10 โรค ป่วยหน้าหนาว :?1. โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย สามารถติดต่อกันได้ทางการหายใจ ไอหรือ จามรดกัน เชื้อมักแพร่กระจายในสถานที่แออัดไม่มีอากาศถ่ายเท เช่น โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า ตลาดสด โดยอาการจะเริ่มต้นจากการมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บหรือแสบคอ บางคนอาจหนาวสั่น แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ก็มักจะมีอาการรุนแรงกว่าการติดหวัดธรรมดา คือ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะมาก ปวดตามกล้ามเนื้อ ตามกระดูก คลื่นไส้ กินได้น้อยลง ร่วมกับอาจมีภาวะขาดน้ำหากมีอาการอาเจียนร่วมด้วย และควรระวังโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ คออักเสบ ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงมากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ 10 โรค ป่วยหน้าหนาว : ?2. โรคหลอดลมอักเสบ เป็นโรคที่อาจเกิดตามหลังไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส จะมีอาการไอและไอมากตอนกลางคืน โดยระยะแรกจะไอแห้ง ๆ มีเสียงแหบและเจ็บหน้าอกมาก เสมหะมีสีเหลืองหรือเขียว มีไข้ อ่อนเพลีย ในเด็กอาจไอมากจนอาเจียน บางรายมีอาการคล้ายหอบหืดจากภาวะหลอดลมหดเกร็งตัว โดยปกติโรคนี้สามารถหายได้เองภายใน 1-3 สัปดาห์ แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ก็อาจลุกลามถึงขั้นปอดอักเสบได้ การรักษาเบื้องต้น คือการพักผ่อนให้มาก ควรดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ เพื่อช่วยให้เสมหะระบายออกได้ง่ายขึ้น หลีกเลี่ยงดื่มน้ำเย็น งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอยู่ในที่ ที่มีอากาศเสียหรือฝุ่นละอองมาก ๆ 10 โรค ป่วยหน้าหนาว : ?3. โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ เป็นโรคที่อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดหรือติดจากเชื้อโดยตรงได้ ปอดบวมมักพบในเด็ก สามารถติดต่อได้ทางการหายใจ น้ำมูก น้ำลาย และใช้ของร่วมกัน มีระยะฟักตัวของโรค 1-3 วัน และอาจนานถึง 1 สัปดาห์ในบางราย โรคปอดบวมเป็นโรคที่ควรระวังเป็นอย่างมาก เพราะในปีที่ผ่านมาพบว่าโรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของกลุ่มโรคติดเชื้อในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กแรกเกิดถึงขวบปีแรก อาการจะเกิดตามหลังโรคหวัดประมาณ 2-3 วัน ดังนั้นหากพบว่าสงสัยหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับอาการโดยเฉพาะในเด็กเล็กให้ควรนำมาปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ?10 โรค ป่วยหน้าหนาว :?? 4. โรคหัด พบมากในเด็กอายุตั้งแต่ 1-6 ขวบ ติดต่อได้จากการไอ จามรดกัน หรือได้รับละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เข้าไป โรคหัดมักเกิดในช่วงฤดูหนาวยาวต่อช่วงฤดูร้อน ปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับฉีดป้องกัน อาการของโรคหัดจะเริ่มจากมีไข้ น้ำมูก ไหล ไอ ตาแดง อาการจะรุนแรงมากขึ้น จนมีอาการปวดเมื่อยตัว ถ่ายเหลว ผื่นของไวรัสหัดจะขึ้นราววันที่ 4 หลังรับเชื้อ หลังจากนั้นไข้จะค่อย ๆ ลด เมื่อผื่นกระจายทั่วตัว ระหว่างนั้นต้องระวังการเสียชีวิตจากภาวะโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ อุจจาระร่วง สมองอักเสบ และภาวะทุพ โภชนาการ 10 โรค ป่วยหน้าหนาว : 5. โรคหัดเยอรมัน เชื้อไวรัสหัดเยอรมัน ทำให้มีไข้ต่ำจนถึงไข้สูง มีผื่นแดงคล้ายหัด แต่ลักษณะผื่นจะใหญ่และเป็นกลุ่ม ๆ กระจายตัวห่างกว่า ในเด็กเล็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ โดยเฉลี่ยจะมีอาการประมาณ 1-5 วัน มีไข้ ผื่นแดงตามตัว อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร สิ่งสำคัญคือ ต้องระมัดระวังไม่ให้ติดเชื้อในระหว่างการตั้งครรภ์ 10 โรค ป่วยหน้าหนาว :?6. โรคอีสุกอีใส พบว่ามักเกิดในเด็ก แต่พบได้น้อยในผู้ใหญ่ อาการแรกเริ่มจะมีไข้ต่ำ ๆ เหมือนไข้หวัด หลังจากนั้นจะมีผื่นแดง ตุ่มนูนขึ้น และจะเปลี่ยนเป็นตุ่มพองใสประมาณ 2-3 วันนับตั้งแต่เริ่มมีไข้ หลังจากนั้นตุ่มพองใสก็จะกลายเป็นตุ่มหนอง แล้วค่อย ๆ เริ่มแห้งตกสะเก็ด ทั้งนี้ ผื่นอาจขึ้นได้ในคอ ตา และปาก ทำให้กินอาหารได้น้อย เกิดอาการขาดน้ำ โดยทั่วไปหากได้รับการดูแลที่เหมาะสม โรคจะสามารถหายได้โดยตัวเองโดยไม่เกิดโรคแทรกซ้อน 10 โรค ป่วยหน้าหนาว :?7. โรคอุจจาระร่วง สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด และมักพบผู้ป่วยได้มากในหน้าหนาว สามารถติดต่อได้จากการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป นอกจากนี้ยังติดต่อทางน้ำลาย น้ำมูกได้เช่นกัน ลักษณะอาการจะถ่ายเป็นน้ำหรือถ่ายเหลวบ่อยครั้ง แม้อาการไม่รุนแรง แต่อาจมีอาการขาดน้ำรุนแรงได้ในบางราย ภาวการณ์การติดเชื้อมักพบได้ในชุมชน ศูนย์ฝากเลี้ยงเด็ก หรือสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากๆ ดังนั้น การออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาด ก็จะเป็นการป้องกันโรคอุจจาระร่วงได้ 10 โรค ป่วยหน้าหนาว :?8. โรคตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในหน้าหนาวเช่นกัน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสคนละชนิดกับโรคตาแดงที่เกิดขึ้นในหน้าร้อน การสัมผัสกับเชื้อมักเกิดจากมือที่สกปรก ไปหยิบจับ หรือสัมผัสกับขี้ตา น้ำตาของผู้ที่เป็นโรคแล้วมาป้ายตา ตัวเอง โรคตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบสามารถระบาดได้ง่ายโดยเฉพาะในเด็กนักเรียน ส่วนการป้องกันให้หมั่นล้างมือให้สะอาด ไม่เอามือขยี้ตา ไม่คลุกคลีกับคนเป็นโรค เมื่อเป็นโรคควรหยุดงานหรือหยุดเรียน เพื่อไม่ไห้ติดต่อไปยังผู้อื่น 10 โรค ป่วยหน้าหนาว :?9. โรคผิวหนังแห้งอักเสบ เมื่อผิวกระทบอากาศเย็น ทำให้มีความชื้นสัมพัทธ์น้อยและแห้ง การสูญเสียน้ำออกจากผิวหนังก็จะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผิวหนังเกิดปัญหาแห้งหยาบ เป็นขุย แตก ปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหาที่ก่อความรำคาญ เพราะเมื่อผิวแห้งมากจะรู้สึกคัน ยิ่งอากาศหนาวมาก ๆ จะยิ่งแสบร้อนและคัน หากดูแลไม่ดีอาจเกิดแผลอักเสบจากการเกาจนเลือดออก และมีสิ่งสกปรกเข้าแผลจนเกิดการติดเชื้ออักเสบขึ้นได้ การป้องกัน คือการรักษาความชุ่มชื้นจากภายในและภายนอกร่วมกัน โดยการดื่มน้ำและผลไม้ให้มากขึ้น เปลี่ยนรูปแบบและวิธีการอาบน้ำ โดยลดอุณหภูมิของน้ำลงไม่ควรอาบน้ำร้อนเกิน 34 องศาเซลเซียส ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หลังอาบน้ำ หากมีผิวแห้งมาก ๆ แนะนำให้ใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้นาน และหากผิวหนังแห้งอักเสบรุนแรงหรือคันมาก ๆ ให้รีบไปพบแพทย์ 10 โรค ป่วยหน้าหนาว :?10. โรคผิวหนัง เช่น เชื้อรา กลาก เกลื้อน การแพ้ทางผิวหนัง จากเสื้อกันหนาวหรือเครื่องนุ่งห่มมือสอง ผู้ที่นิยมชมชอบเสื้อผ้ามือสองต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะแม้ว่าราคาของเสื้อมือสองจะค่อนข้างถูกกว่า แต่ไม่ทราบแน่ชัดถึงที่มา จึงมั่นใจไม่ได้ว่ามีความสะอาดหรือไม่ ทั้งยังอาจนำพาโรคมาสู่ผิวหนังได้อีกด้วย ดังนั้น จะต้องสืบหาที่มาของเสื้อผ้าเหล่านั้นเสียก่อน หรือต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธี เช่น การซักล้าง การต้มฆ่าเชื้อ การตรวจสอบรอยด่างดำ รอยคราบสารคัดหลั่ง รวมไปถึงกลิ่นอับชื้นที่ติดอยู่ เพราะนอกจากเชื้อราแล้ว โรคตับอักเสบหรือไวรัส บางชนิด อาจส่งผลร้ายต่อผิวหนังได้ ดังนั้น ควรมีการต้มให้เดือด ซักล้างให้สะอาด ฆ่าเชื้อก่อนและนำไปตากแดดให้แห้งสนิท ก็จะช่วยสร้างความแน่ใจให้กับผิวหนัง เห็น 10 โรคที่อาจแฝงมากับหน้าหนาวแล้ว เพื่อนๆก็อย่าลืมป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพกัยด้วยนะคะ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่สุกและสะอาด ในสัดส่วนที่เหมาะสม ครบทั้ง 5 หมู่ หลีกเลี่ยงสัมผัสกับผู้ป่วย ที่ไม่สบาย แค่นี้คงไม่ยากเกินไปใช่ป่าว ^^ อ๊ะๆ!! แล้วอย่าลืมหมั่นพบคุณหมอ ตรวจสุขภาพด้วยนะคะ ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันก็ดีเหมือนกัน .. โรคอีสุกอีใส โรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม และไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น เกร็ดความรู้ :?10 โรค ป่วยหน้าหนาว วัยรุ่นระวังให้ดีนะ!! เกริ่นนำและเรียบเรียงโดย teen.mthai ที่มา?seal2thai.org

กรมวิทย์ฯ แจง กมธ.สธ.วุฒิสภายันข้าวถุงไร้เคมี
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สธ.แจง กมธ.วุฒิสภา ยัน สุ่มตรวจข้าวถุง ไร้สารเคมีปนเปื้อน แต่พบ ยีสต์ เชื้อรา ขนสัตว์แปลกปลอมบ้าง แต่ในปริมาณน้อย... -----------------------ขอบคุณข่าวจาก

คาด! เกมส์ The Last of Us อาจทำหนังจอเงิน
The Last of Us

มีรายงานข่าวว่า Sony Pictures ได้จดโดเมนเว็บไซต์ thelastofusmovie.net ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับเกมส์ The Last of Us ผจญภัยชื่อดังบนเครื่อง PlayStation 3 จึงอาจมีความเป็นไปได้สูงว่าทาง ผู้ผลิตภาพยนตร์ชั้นนำ จะนำเนื้อหาเกมส์มาดัดแปลงและต่อยอดสู่ภาพยนตร์ คาด! เกมส์ The Last of Us อาจทำหนังจอเงิน สำหรับข่าวเรื่องการผลิตภาพยนตร์ The Last of Us แทบไม่มีข่าวหลุดจากสังกัดผู้พัฒนาเกมส์หรือผู้ผลิตภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ มีเพียงแค่แนวคิดและความคิดจะทำเพียงเท่านั้น แต่ยังไม่ประกาศออกมา อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า ทาง Sony Pictures อาจเพียงจดโดเมนเว็บไซต์เพียงป้องกันไม่ให้บุคคลทั่วไปมาจดโดเมนเพื่อสร้างความเข้าใจผิด เกมส์ The Last of Us เป็นเกมส์ผจญภัย จากผู้สร้างเกมส์ Uncharted เกมส์ผจญภัยชื่อดัง นำ เสนอหลังเมืองล่มสลาย เมื่อเชื้อรากลายเป็นชีววัตถุอันตรายที่สามารถคร่าชีวิตผู้คนนับล้าน ทำให้สิ่งมีชีวิตต้องกลายสภาพเป็นเมืองร้าง โดยผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ในเมืองที่หลบหนีไม่ทัน ต้องถูกตีตราเป็นเหล่าผู้ติดเชื้อและต้องอยู่ในพื้นที่กักกัน ผู้คนกลับกลายไม่เป็นมิตร หาวิถีทางยังชีพ เปรียบดั่ง”ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” และต้องกลายสภาพเป็นผู้ติดเชื้อหรือพวกวิกลจริตที่ต้องเอาตัวชีวิตรอดและหา ทางออกจากเมืองแห่งนี้ และพื้นที่กักกังแห่งนี้ ได้ถูกควบคุมโดยกองทัพทหารอเมริกาที่ออกคำสั่งกฏอัยการศึกเพื่อตรวจสอบเหล่า ผู้ติดเชื้อที่พยายามแข็งกร้าวและพร้อมกำจัดทุกเมื่อ ผู้ เล่นรับบทเป็น Joel พ่อค้าตลาดเมืองที่ติดอยู่ในพื้นที่กักกัน ได้รับมอบหมายช่วยเหลือเด็กสาว Ellie หาทางรอดออกจากเมืองอันโหดร้ายแห่งนี้ให้ได้

องุ่น หลากสีต้านโรค
องุ่น

           เมื่อคิดถึงผลไม้สีสันสดใส หลายคนคิดถึงเบอร์รี่สีสวย แต่ครั้นจะหากินสดๆ กลับไม่ง่ายนัก แท้จริงแล้วบ้านเรามีของดีอยู่ใกล้แค่เอื้อมที่ไม่ควรมองข้าม เพราะให้ประโยชน์ไม่น้อยหน้ากันเลย นั่นคือ องุ่น เพื่อนเก่าที่กินกันมาแต่เด็กซึ่ง องุ่น 3 สีหลักๆ มีประโยชน์โดดเด่นแตกต่างกันไป องุ่นเขียว : องุ่นเขียวอุดมไปด้วยสารพฤกษเคมีซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น คาเตชิน (Catechin) และเทอร์ซอทิลบีน (Ptersotilbene) องุ่นเขียวจึงช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคของระบบประสาท โรคอัลไซเมอร์ และลูคีเมีย ตลอดจนป้องกันการติดเชื้อราและเชื้อไวรัสต่างๆ ด้วยค่ะ องุ่นแดง : องุ่นแดงนั้นจัดเป็นราชินีแห่งผลไม้ทุกชนิด และมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย เพราะสีแดงเข้มของผลองุ่นประกอบด้วย สารฟลาวโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสารอาหารสำคัญ คือ เรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และช่วยชะลอวัย นอกจากนี้ยังมีสารซาโปนิน (Saponin) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านแบคทีเรีย ไวรัส ป้องกันเนื้องอก ลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ซึ่งส่งผลต่อการป้องกันโรคหัวใจอีกด้วยค่ะ องุ่นดำ : สถาบันการแพทย์ Mayo Clinic แนะนำว่า ถ้าต้องการลดน้ำหนัก ให้กินองุ่นดำวันละ 1 ครั้ง อาจกินเป็นของกินเล่น หรือใส่ในสลัดก็ได้ เพราะจากการศึกษาพบว่าองุ่นดำอุดมด้วยไฟเบอร์ ทำให้รู้สึกอิ่ม และให้แคลอรี่ต่ำ ทำให้การทำงานของลำไส้เป็นไปตามปกติ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ในองุ่นดำยังช่วยในการขับท็อกซินออกจากร่างกาย ซึ่งช่วยในกระบวนการลดน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วยค่ะ  ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร ชีวจิต

50 อันดับ การ์ตูนที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น
50 อันดับ

50 อันดับ การ์ตูน ที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทาง cartoon.mthai ได้นำมาให้เพื่อนๆได้รับชมกัน เลยนำข้อมูลดีๆ มาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันว่าการ์ตูนของประเทศญี่ปุ่นทั้ง 50 อันดับ นี้จะมีเรื่องอะไรบ้างแล้วจะเป็นแนวไหน และยังเป็นผลโหวตจากทางเว็บไซต์ Japan Probe ได้การสนับสนุนจาก กระทรวง วัฒนธรรมญี่ปุ่น จึงได้เกิดเป็นผลโหวต การ์ตูนที่ดีที่สุด ทั้ง 50 อันดับ นี้เองมาดูกันเลยครับ 50.  Nana 49.  Dragonquest  48. Mobile Suit Gundam  47.  Devil Man  46.  Detective Conan  45. Emma 44. Romance of the Three Kingdoms  43.  Astroboy 42.  Pluto 41.  Hi Izuru Tokorono Tenshi 40.  Kochira Katsushika-ku Kameari Ko-en Mae Hashutsujo 39.  Warau Dai Tenshi 38.  Lupin The Third 37. Fruits Basket 36.  20th Century Boys 35.  Ashita no Joe 34.  Sazae-san 33.Touch 32.The Tale of Genji 31.  Urusei Yatsura 30.  Glass Mask 29.  Master Keaton 28.  The Rose of Versailles 27. Vagabond 26. Banana Fish 25.  Berserk 24. Ookiku Furikabutte 23. Fist of the North Star 22. Hellsing 21.  Hunter X Hunter 20.  Ushio and Tora 19.  Monster 18.  YuYu Hakusho 17.  Doubutsu no Oisha-san (Animal Doctor) 16.  Azumanga Daioh 15.  Akira 14. Nodame Cantabile  13.Yotsuba&! 12.Parasyte 11.One Piece 10.Death Note  ยางามิ ไลท์ ได้เก็บสมุดโน้ตเล่มหนึ่ง ซึ่ง ลุค ยมทูตตนหนึ่งได้ทำตกเอาไว้ จากการที่ลุคปรากฏตัวต่อหน้าไลท์ ทำให้ไลท์รู้ว่า สมุดโน้ตที่ตนเก็บได้นั้นเป็น “เดธโน้ต” สมุดโน้ตที่สามารถฆ่าคนได้ เพียงเราเขียนชื่อจริงและเคยเห็นหน้าบุคคลนั้นลงในสมุดเล่มนั้นแล้ว 9. Mushishi  เป็นเรื่องราวของสิ่งมีชัวิตที่แฝงกายในป่าลึก และเป็นต้นเหตุของเรื่องเหนือธรรมชาติหลายๆ "มุชิ"เป็นมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่มีรูปแบบอยู่เหนือกว่าสิ่งมีที่เราเห็นโดยทั่วไป จนยากจะสามารถอธิบาย ได้  และไม่ใช่ใครๆจะสามารถเห็นมันได้ง่ายๆ และมันเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สามารถสัมผัสถึง"มุชิ"ได้ 8. Nausicaa เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วง 1,000 ปีหลังจากเหตุการณ์ Seven Days of Fire เหตุการณ์ที่ทำลายอารยธรรมมนุษย์และระบบนิเวศน์ของโลก กลุ่มผู้คนที่กระจัดกระจายถูกแบ่งแยกจากกลุ่มอื่นด้วย ทะเลเน่า   เกิดป่าของเชื้อรามีพิษ ที่เป็นศูนย์ของเหล่าแมลงขนาดยักษ์มากมาย 7. Black Jack  ด๊อคเตอร์ แบล๊คแจ๊ค เป็นหมอที่มีพรสวรรค์ในการรักษาอย่างน่าอัศจรรย์แต่เขาก็เรียกค่ารักษาเป็น เงินมูลค่ามหาศาล ถึงแม้กระนั้น เขาก็ไม่มีใบอนุญาตแพทย์ 6. Phoenix (ไม่มีภาพ) 5.  Doraemon  เรื่อง ของเรื่องมันก็เริ่มจากเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่แสนจะขี้เกียจ เรียนก็ไม่เก่ง และไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ก็คือเด็กชาย โนบิ โนบิตะไงล่ะ แต่ละวัน โดนเพื่อนแกล้ง ครูตี แม่ดุ ไม่เว้นวัน ช่างน่าสงสาร แล้วต่อไปจะเป็น ผู้ใหญ่ที่ดีได้อย่างไร ดังนั้น เชวาชิ เหลนของเหลนของ โนบิตะจึงส่งหุ่นยนต์จากโลกอนาคต รูปร่าง เหมือนแมวตัวอ้วนกลม ตัวหนึ่ง และ เขาก็คือโดเรม่อน โดเรม่อน มาจากศตวรรษที่ 22 ถูกส่งมาเพื่อคอยช่วยเหลือโนบิตะ 4.  Full Metal Alchemist  ในโลกที่มีการเล่นแร่แปรธาตุเอ็ดเวิร์ด (Edward)และ อัลฟอนส์ (Alphonse) สองพี่น้องตระกูล เอลริค (Elric) เศร้า โศกเสียใจที่ต้องสูญเสียแม่ไป ทั้งคู่จึง ตัดสินใจใช้วิชา ?สร้างร่างมนุษย์? ซึ่งถือเป็นวิชาต้องห้ามสูงสุดของวิชา?เล่นแร่แปรธาตุ? เพื่อปลุกให้แม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง แต่เอ็ดเวิร์ดต้องสูญเสียเสียแขนขวา ส่วนอัลฟองเซ่ต้องสูญเสียร่างกายทั้งหมดเอ็ดเวิร์ดจึงได้สละแขนขวาและขาซ้าย ของตนเองเพื่อ แลกกับวิญญาณของอัลฟองเซ่มาใส่ไว้ในชุดเกราะ 3.  Dragon Ball  กาลครั้งหนึ่ง มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อซุนโกคู อาศัยอยู่ในป่าลึก โกคูมีความพิเศษตรงที่มีหางเหมือนลิง และมีพละกำลังที่มากกว่าคนปกติ อีกทั้งยังมีฝีมือในด้านการต่อสู้ที่ซุนโกฮัง ผู้เป็นปู่บุญธรรมได้ฝึกไว้ให้ วันหนึ่งซุนโกคูได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งชื่อ บูลม่า เธอได้เล่าเรื่องต่างๆของลูกแก้วที่ตนตามหา และโกคูเองก็มีอยู่ลูกหนึ่งซึ่งเป็นของดูต่างหน้าของปู่โกฮังที่เสียไป ซึ่งก็คือดราก้อนบอล ลูกแก้วที่มีดาวอยู่ภายใน ถ้ารวบรวมดราก้อนบอลได้ครบ 7 ลูกจะมีเทพมังกรปรากฏตัว และจะบันดาลพรให้เป็นจริงหนึ่งประการ ซึ่งการพบกันของเด็กทั้ง 2 คนนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานดราก้อนบอลเลยทีเดียว 2. JoJo’s Bizarre Adventure  เรื่องราวเกิดขึ้นราวปลายศตวรรษที่ 19”โจนาธาน โจสตาร์” เด็กหนุ่มผู้ถือกำเนิดในสกุลขุนนางอังกฤษที่มั่งคั่ง มีชีวิตที่หลายๆคนอิจฉา แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อ”จอร์จ โจสตาร์”ผู้เป็นพ่อของ “โจนาธาน” ได้พา”ดิโอ บรันโด้” เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านในฐานะบุตรบุญธรรมของตระกูลโจสตาร์ ซึ่ง”ดิโอ บรันโด้”ผู้นี้แหละ คือผู้ที่จะมาทำให้ชีวิตอันแสนสงบสุขของเขาก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอด กาลและนี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ และการผจญภัยของสุภาพบุรุษตระกูลโจสตาร์ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกชื่อพวก เขาไว้ 1. Slam Dunk  ซากุรางิ ฮานามิจิ หนุ่มผู้ช้ำรักในสมัยม.ต้น เมื่อถูกสาวๆหักอกนับ 50 ครั้ง เขาก็ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนโชโฮคุ และใช้ชีวิตไปวันๆร่วมกับพรรคพวกทั้ง 4 อย่าง มิโตะ โยเฮย์,ทาคามิยะ โนโซมิ,โนมะ จูอิจิโร่ และ โอคุสึ ยูจิ วันหนึ่งซากุรางิก็ได้รับการชักชวนจาก อาคางิ ฮารุโกะ ให้เขาร่วมชมรมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนโชโฮคุ และ การมาของเธอ ทำให้ชีวิตรักของซากุรางิกลับมาอีกครั้ง และ ยอมตกลงเข้าชมรมบาส

27-11-56ใครผิดใครถูกลองดู
27-11-56ใครผิดใครถูกลองดู

ข้อความ @จิ๊กโก๋กิโลเดียว แม่เรียกต้องกลับบ้าน เรื่องมีอยู่ว่า เมียหมอคนนี้ (เสื้อน้ำเงิน) เค้าหาว่าผมล้างรถแล้วขี้ดินจากรถผมกระเด็นไปใส่ผนังบ้านเขาจนผนังบ้านเขาขึ้นราเต็มไปหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว(สิ่งที่เค้ากล่าวหาว่ากระเด็นใส่บ้านเค้านั่น มันคือ "ขี้ปูน" นั่นเอง) ขี้ปูนที่พูดถึงนั้นเกิดจากที่หลวงเค้ามาเทพื้นทำร่องระบายน้ำให้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เศษปูนมันกระเด็นใส่ผนังบ้านเค้าทั้งแถบและประตูบ้านเค้าทั้งนี้บริเวณที่พูดถึงในคลิปนั้นมีการเกิดเชื้อราขึ้นตามผนังบ้านเป็นเพราะเค้าได้ทำหลังบ้านใหม่แล้วไม่ได้ทาสีบ้านใหม่แถมบริเวณนั้นยังมีท่อระบายน้ำจากดาดฟ้าและชั้นลอย ในคลิปผมพยายามจะถามว่าไอ้ที่กระเด็นติดประตูและผนังบ้านมันคืออะไร? แต่เค้าไม่ตอบแต่กลับพูดมาว่า"มันไม่เกี่ยวแต่มันมีส่วน"!!!!!!!!ล

พักร้อนให้หายเหนื่อยกับ
ที่เที่ยวเชียงใหม่ /  น้ำพุร้อนสันกำแพง

น้ำพุร้อนสันกำแพง, เชียงใหม่ เวลาทำงานมาเหนื่อยๆ เคยอยากกลับบ้านไปนอนแช่น้ำอุ่นบ้างหรือเปล่า? ถ้าเคยรู้สึกเช่นนี้แล้ว คุณยังเคยมีความรู้สึกแบบได้แช่น้ำแล้ว แต่เผลอแป๊ปเดียวน้ำที่เคยอุ่นก็เย็นจืด นอนหมุนท่าไหนก็ไม่สบายบ้างรึเปล่า? สำหรับผู้ที่มีอาการข้างต้น เตรียมเฮกันได้แล้ว เพราะวันนี้เราจะพาคุณไปท่องเที่ยวแบบเพลินๆ อุ่นๆ ไม่ต้องกลัวเย็น ให้ธรรมชาติและสายลมได้โอบกอดร่างคุณไว้ที่ น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เรามาแนะนำให้คุณได้ลองไปกันซักครั้ง คือ น้ำพุร้อนสันกำแพง ของดีของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 34 กิโลเมตร โดยแหล่งน้ำพุร้อนแห่งนี้ได้มีชื่อเสียงมาเนิ่นนาน เพราะบรรยากาศอันร่มรื่น สวยงาม และยังเต็มไปด้วยไม้ดอกนานาพรรณ ที่บานสะพรั้งกลางภูเขาธรรมชาติ สัมผัสแรกที่เมื่อพวกเราได้ไปถึงทางเข้าของ น้ำพุร้อนสันกำแพง ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจก็เกิดขึ้นทันที เพราะละอองน้ำเล็กๆ ได้ปลิวตามลมมาเกาะที่ใบหน้าของนักเดินทาง ด้านหน้าทางเข้าเป็นลานจอดรถกว้างขวางมีซุ้มบริการอาหารเครื่องดื่มมากมาย หลายร้าน โดยเฉพาะไข่ชนิดต่างๆ แบบเรียกได้ว่า ต้มกันให้ตายไปข้างนึงเลยทีเดียว บริเวณทางเข้าไปยังน้ำพุร้อนถูกจัดเป็นห้องแถวยาว เพื่อเปิดเป็นร้านขายสินค้าของที่ระลึกของจังหวัดเชียงใหม่ และของดีเมืองสันกำแพง ผ้าทอล้านนา, ร่มบ่อสร้าง, ของตกแต่งบ้าน, เครื่องปั้นดินเผา, ไม้แกะสลัก, สมุนไพร, ผลไม้นานาชนิดและผลิตภัณฑ์อีกหลายชนิดมากวาดเงินจากกระเป๋าผู้มาเยี่ยมเยือน หลังจากเดินดูของอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเราก็ได้พบกับความมหัศจรรย์ธรรมของชาติ ที่มาจากความเปลี่ยนแปลงจาก ใต้พื้นโลกที่ก่อให้เกิดน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิถึง 100 องศาเซลเซียส น้ำร้อนๆ เดือดพล่านพุ่งขึ้นจากใต้พื้นพิภพสู่ท้องฟ้าสูงถึง 15 เมตร ช่างเป็นภาพธรรมชาติที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก น้ำพุร้อน 2 บ่อ ที่พุ่งขึ้นมาจากใต้พิภพพุ่งสูงเป็นสาย ส่งเสียงดังไปทั่วบริเวณ สายน้ำจากธรรมชาติสรรค์สร้างค่อยๆ แตกกระจายแพร่งพรายออกเป็นละอองน้ำในอากาศสูงกว่า 20- 30 เมตร สายน้ำที่ร้อนๆ จากด้านล่าง เมื่อพุ่งไปสู่ด้านบนอุณหภูมิจะลดลงกลายเป็นละอองน้ำเย็นๆ สบายๆ พอลมพัดผ่านมาสัมผัสกับผิวกายก็จะยิ่งสดชื่นมากขึ้น ตลอดทางเดินมีธารน้ำแร่ร้อนๆ ที่ไหลคดเคี้ยวมาจากตัวน้ำพุร้อนจากทางด้านบน ธารน้ำร้อนขนาดกว้างราวๆ 2 เมตร ที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ร้อนมาก จนถึงแบบอุ่นๆ ของ 2 ฝั่งธารน้ำ ถูกจัดเป็นที่นั่งสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ห้อย ขาแช่เท้าในน้ำแร่ เพื่อเป็นการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อ และที่สำคัญน้ำร้อนที่นี่ยังสามารถรักษาโรคเชื้อราในเท้าได้อีกด้วย การนั่งแช่น้ำร้อนไป มองความสวยงามที่ธรรมชาติ และมนุษย์ได้ร่วมมือสร้างสรรค์ไป ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ชีวิตที่คุณไม่จำเป็นต้องบินไปไกลถึงเมืองปลาดิบ ดอกไม้สวยงามบานเต็มทั้งสนามหญ้า มีถนนเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินลัดเลาะเที่ยวชมความงาม โดยเราสามารถใช้เส้นทางนี้ศึกษาธรรมชาติได้เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สนุกสนาน ด้านหน้าของบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ มีพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวให้เข้าไปทำกิจกรรมต้มไข่ โดยเขาเจ้าหน้าที่มีทริคเกี่ยวกับระยะเวลาในการต้มมาบอกพวกเราด้วยว่า ถ้าอยากได้แบบไข่ลวกให้ต้มประมาณ 3 นาที แต่ถ้าชอบแบบยางมะตูม ก็ใช้เวลาประมาณ 5-6 นาที ส่วนพวกที่ชอบสุกๆ ก็ต้องต้มประมาณ 10-15 นาที ซึ่งนี่แหละที่เป็นกิจกรรมเด็ดสะระตี่ที่ต้องมาพิสูจน์ หากต้องการพบกับความอัศจรรย์จากธรรมชาติ คุณสามารถเดินทางมาได้ โดยใช้เส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง- สถานีเพาะพันธุ์กล้าไม้สัก-น้ำพุร้อน ซึ่งเส้นทางนี้จะผ่านถ้ำเมืองคอน ที่อยู่ห่างจากน้ำพุร้อน 4 กิโลเมตร แต่ถ้าจะสัญจรด้วยรถประจำทางก็เชิญขึ้นรถจากสถานีขนส่งช้างเผือก ไปยังสันกำแพง และเช่าเหมารถสองแถวจากสันกำแพงไปน้ำพุร้อนราคาประมาณ 200 บาทต่อคัน นอกจากนี้ยังมีรถบริการของน้ำพุร้อนซึ่ง ออกจาก ททท. เชียงใหม่ เวลา 10.00 น. และกลับจากน้ำพุร้อนเวลา 13.00 น. ทุกวัน ในราคา 80 บาทต่อคน ส่วนค่าเข้าเยี่ยมชมน้ำพุร้อนสันกำแพงก็มีราคาย่อมเยาว์เพียง 30 บาท แต่ให้ความตื่นตาแบบประเมินค่าไม่ได้ เพื่อนร่วมทางหลายๆ คนของเรา ที่ได้ร่วมไปสัมผัสน้ำ พุร้อนสันกำแพง ในครั้งนี้ แอบหลงเสน่ห์ละอองน้ำตามกันเป็นแถว แต่สุดท้ายแล้วเราทุกคนก็ยังคงต้องเดินทางกลับสู่เมืองหลวงเพื่อตั้งหน้า ตั้งตาทำงาน โดยเหลือไว้เพียงความทรงจำที่ดีๆ ท่องเที่ยว น้ำพุร้อนสันกำแพง แห่งนี้ และเป็นของกินยอดนิยมประจำน้ำพุร้อนสันกำแพง ทั้งดูน้ำพุร้อนที่พุ่งสูงทั้ง ต้มไข่ ทั้งกินไข่ต้ม สนุกสนานเพลิดเพลินและอิ่มกันถ้วนหน้า ภาพโดย : wikalenda.com / travel.edtguide.com / pixpros.net บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com View Larger Map

แพทย์เตือนภัยเสื้อผ้ามือสองพาหะนำโรค
มือสอง /  เสื้อผ้ามือสอง / 

แพทย์หนองคาย เตือน ภัยเสื้อผ้ามือสองพาหะนำโรค ควรผ่านกระบวนการทำความสะอาดก่อนนำมาใช้ น.พ.วัฒนา พารีศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชน นิยมซื้อเสื้อและผ้าห่มกันหนาวมือสองสภาพดี มาสวมใส่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเสื้อผ้ามือสองที่กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า นำมาจำหน่ายนั้น ส่วนใหญ่มักรับซื้อมาจากชายแดน หรือนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมีสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคต่างๆ ที่ติดมากับผ้า ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ปัญหาโรคผิวหนัง โรคติดเชื้อ ความชื้น เชื้อราและโรคอันตรายต่างๆ ที่คาดไม่ถึง ฉะนั้น ควรนำมาผ่านกระบวนการทำความสะอาดก่อนนำมาใช้สำหรับขั้นตอนการทำความสะอาดเสื้อผ้ามือสองนั้น ควรนำมาต้มในน้ำเดือด แล้วซักด้วยผงซักฟอก แล้วนำไปตากแดดจัดๆ เพื่อให้แสง อุลตร้าไวโอเล็ต ช่วยฆ่าเชื้ออีกครั้ง จะช่วยทำความสะอาดเชื้อที่มากับผ้าได้ในระดับหนึ่ง เพื่อความมั่นใจก่อนนำมาสวมใส่

ปลานับหมื่นตายยกสระวัด เหตุก๊าซเน่าจากอาหาร-มูลปลา
ประจวบคีรีขันธ์ /  ปลาตาย / 

แฟนเพจ ทีวีชุมชน ข่าวสารออนไลน์ จ. เพชรบุรี และ ประจวบฯ รายงานข่าวว่า ได้เกิดเหตุปลานับหมื่นตายยกสระวัดดังจากน้ำเสีย คาดว่าอากาศร้อนทำให้มูลปลาและเศษอาหารที่ทับถมอยู่ใต้สระเกิดความร้อนทำปฎิกิริยากันจนกลายเป็นก๊าซทำให้ปลาขาดอ๊อกซิเจนน๊อคทั้งสระ ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า ที่วัดสิทธิสังฆาราม หรือวัดหนองคราม หมู่ 2 ตำบลปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปลาที่ทางวัดเลี้ยงไว้ในสระเกิดตายเป็นจำนวนมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบพบปลานานาชนิดขนาดใหญ่ทั้งปลาตะเพียน ปลานิลภายในสระน้ำรอบวิหารหลวงพ่อโสธรตายลอยแพส่งกลิ่นเหม็นทั่วนับหมื่นตัว ขณะที่พระลูกวัดก็ช่วยกันใช้สวิงช้อนปลาตายใส่ตะกร้าน้ำหนักรวม 3-4 ตันเพื่อนำไปกลบฝังยังหลุมที่ใช้รถแบ๊คโฮว์ขุดเตรียมไว้ จากการสอบถามพระสุชาติ สุชาโต อายุ 53 ปี พระลูกวัดที่ดูแลวิหารเล่าว่าพบเห็นปลาเริ่มทยอยตายตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาและเริ่มลอยแพขึ้นอืดเป็นจำนวนมากจึงแจ้งให้ทางพระครูสุนทรกิตติวัฒน์ เจ้าคณะตำบลหนองตาแต้ม เจ้าอาวาสวัดสิทธิสังฆาราม ทราบและสั่งการให้นำปลาที่ตายไปฝังกลบ ด้านนายบุญมี สำมณีปศุสัตว์อำเภอปราณบุรี กล่าวว่าหลังจากได้เข้ามาตรวจสอบพบว่ามีปลาตายจำนวนมากส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากที่มีประชาชนนำอาหารประเภทขนมปังบูดมีเชื้อรา อาหารปลา มาโยนเลี้ยงให้ปลากิน และสะสมกับมูลปลาจนเกิดก๊าซเน่าเสียเพราะอากาศร้อน ปลาขาดอ๊อกซิเจนหายใจเกิดอาการน๊อกน้ำตายเป็นจำนวนมาก หลังจากแนะนำคงต้องสูบน้ำออกจากบ่อ ดูดเลนออกและโรยปูนขาวฆ่าเชื้อก่อนจะนำปลาชุดใหม่มาปล่อยเลี้ยงต่อไป ขณะเดียวกันประชาชนที่ทราบข่าวต่างบ่นเสียดายปลาไปตามๆกัน สำหรับวัดสิทธิสังฆาราม ได้รับคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ.2539 และเป็นวัดพัฒนาดีเด่นในปี พ.ศ.2542 ปัจจุบันมีประชาชนชอบพาลูกหลานไปให้อาหารปลาภายในสระวัดเป็นจำนวนมาก ภาพ/ข่าว/สมบัติ ลิมปจีระวงษ์

ภัยร้ายแฝงมากับความอร่อย 7 อย่าง ห่างไกล มะเร็ง
ก่อมะเร็ง

อาหารที่กินกันอย่างอร่อยนั่น ใครจะรู้ว่ามันแฝงภัยร้ายมากับความอร่อย การกินอาหารที่ซ่ำๆติดต่อกัน เป็นเวลานานๆ มันอาจจะไม่ดีกับร่างกายได้ อาจมีผลก่อให้เกิดมะเร็ง เหมือนภัยเงียบที่สังคมสมัยนี้ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก อาจอันตรายต่อสุขภาพและชวิตของคุณ       1. อาหารที่ปรุงด้วยความร้อนสูง สารก่อมะเร็งที่พบในอาหารประเภทปิ้ง ย่าง และรมควันนั้น มีชื่อว่าสารพีเอเอช (Polycyclic Aromatic Hydrocarbon - PAH) ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของไขมันในเนื้อสัตว์ ที่หยดลงไปโดนถ่านไฟ จนทำให้เกิดเป็นควันที่มีพิษเป็นสารก่อมะเร็งและลอยกลับขึ้นมาจับที่เนื้อสัตว์บนเตา หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมากก็จะเกิดการสะสมในร่างกาย จนเป็น สาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารได้ - ทั้งนี้ ควรนำเนื้อสัตว์มาหั่นส่วนที่เป็นไขมันออกเสียก่อน - จากนั้น จึงนำไปต้มหรืออบให้สุกพอประมาณ แล้วจึงนำไปปิ้งหรือย่าง - โดยนำกระดาษฟอยล์มารองหรือห่อหุ้มเนื้อเอาไว้ เพื่อช่วยลดปริมาณไขมันที่อาจหยดลงไปในเตา พร้อมกับใช้ไฟเพียงอ่อน ๆ หรือเลือกใช้เตาไฟฟ้าไร้ควันซึ่งจะควบคุมระดับความร้อนได้ดีกว่าการใช้เตาถ่าน - จากนั้นก็ควรตัดส่วนที่ไหม้เกรียมออกก่อนนำมารับประทาน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ นอกจากนี้ สำนักงานอาหารแห่งประเทศสวีเดนยังทำการวิจัยพบว่า อาหารที่ถูกทอดหรืออบด้วยความร้อนสูง เช่น มันฝรั่งทอด ขนมปังกรอบและบิสกิตนั้นมีสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ทอดในน้ำมันที่ถูกใช้ปรุงอาหารเกินสองครั้งนั้นพบว่า มีสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการแตกตัวของน้ำมันที่เสื่อมสภาพ ซึ่งหากบริโภคติดต่อกันก็อาจเข้าไปสะสมในร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ขณะที่ผู้ปรุงอาหารซึ่งสูดดมไอของน้ำมันเข้าไปก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นเช่นกัน 2. อาหารไขมันสูง ไขมันที่พบมากในสัตว์เนื้อสีแดง เช่น เนื้อวัว หรือเนื้อหมูนั้นเป็นไขมันอิ่มตัว ที่ยังพบมากในไข่แดง นม และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย ชีส และโยเกิร์ต เป็นต้น รวมถึงน้ำมันที่ได้จากพืชบางชนิด เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันแปรรูป เช่น มาการีน เนยขาว ซึ่งนอกจากจะทำให้ร่างกายผลิตคลอเรสเตอรอลมากขึ้น จนเป็นสาเหตุของภาวะหลอดเลือดตีบแล้ว ไขมันประเภทนี้ยังมีส่วนเชื่อมโยงต่อการก่อตัวของมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่ออาหารประเภทนี้ถูกนำไปปรุงในอุณหภูมิที่ร้อนจัดก็จะก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งที่มีชื่อว่าเอชซีเอ (Heterocyclic Amine - HCA) 3. อาหารแปรรูป และอาหารปรุงแต่ง โดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อเค็ม กุนเชียง ไส้กรอก เบคอน มักจะมี "ดินประสิว" ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า "โปตัสเซียมไนเตรต" เป็นส่วนประกอบในอาหาร เพราะสารดังกล่าวนี้จะช่วยคงสภาพให้เนื้อสัตว์มีสีแดงดูน่ารับประทานได้นานกว่าปกติ และมีคุณสมบัติเป็นสารกันบูดเช่นเดียวกับสารกันบูดประเภทไนไตรต์ และโซเดียมไนเตรต ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่มักเกิดในอาหารที่ได้รับการบรรจุอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิท เช่น อาหารกระป๋อง แม้จะมีประโยชน์ในการช่วยถนอมอาหาร แต่สารเหล่านี้ก็จัดเป็นสารก่อ มะเร็ง ซึ่งหากร่างกายได้รับอาหารที่มีสารกันบูดเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในกรณีอาหารที่ได้รับการใส่สารกันบูดในปริมาณเกินกำหนดด้วยนั้น ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากขึ้นตามไปด้วย 4. อาหารปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นอันตราย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ได้รับการแต่งสี กลิ่น รส ที่อาจเป็นอันตราย เช่น การใช้สีที่ไม่ใช่สีผสมอาหาร อย่างสีย้อมผ้า หรือแม้กระทั่งการใช้สีผสมอาหารในปริมาณที่มากเกินไป รวมถึงอาหารที่อาจปนเปื้อนสารฆ่าแมลงและสารเคมีแปลกปลอมอื่น ๆ ซึ่งจะสังเกตได้จากลักษณะของอาหารที่ผิดจากธรรมชาติไปมาก เช่น มีสีฉูดฉาดจัดจ้านผิดปกติ หรือพืชผักผลไม้ที่ไม่มีร่องรอยการกัดกินจากแมลงเลย เป็นต้น 5. อาหารที่มีเกลือโซเดียมสูง แม้ว่าสารโซเดียมคลอไรด์ หรือที่เรารู้จักกันดีในรูปแบบของเกลือที่นิยมนำมาประกอบอาหารนั้นจะให้ไอโอดีน ซึ่งช่วยป้องกันโรคคอพอก ได้ก็ตาม แต่การบริโภคอาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบในปริมาณสูงเกินไป ซึ่งรวมถึงอาหารหมักดองด้วยเกลือ และอาหารที่ใส่ผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตาเมต) ก็อาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร และหลอดอาหารได้ เพราะเมื่อร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ก็จะส่งผลให้ปริมาณเกลือโพแทสเซียมลดลง ซึ่งจะทำให้ ภูมิต้านทานในร่างกายลดลงตามไปด้วย 6. อาหารที่มีเชื้อรา เชื้อราที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารชนิดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากที่สุดคือ เชื้อราที่ผลิตสารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในอาหารที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร เช่น เมล็ดธัญพืช อย่างถั่ว หรือข้าวโพด รวมถึงพริกแห้ง หอม กระเทียม และอาหารจำพวกนมและขนมปัง ที่ถูกเก็บไว้นานจนเกินไป โดยเฉพาะในที่ที่อากาศร้อนและมีความชื้นสูง หากรับประทานเข้าไปจะก่อให้เกิดการสะสมของสารอะฟลาท็อกซินที่ตับ และอาจพัฒนาเป็นมะเร็งตับในที่สุด 7.เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ สารเอทานอล ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เมื่อถูกย่อยสลายในร่างกายแล้ว จะกลายเป็นสารที่มีชื่อว่า อะเซทแอลดีไฮด์ ซึ่งมีผลทำให้เซลล์ในร่างกายอ่อนแอลง สำหรับผู้สูบบุหรี่เป็นประจำก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็ง เช่น มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ และมะเร็งกระเพาะอาหารมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งแล้ว ก็ควรที่จะดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้เกิดความสมดุลในแบบองค์รวม ควบคู่กันไปด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินอีสูง หมั่นออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดเพื่อป้องกันมะเร็งผิวหนัง และให้ความสำคัญกับตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้คำว่า "มะเร็ง" ก็จะห่างไกลจากชีวิตคุณแน่นอน ที่มา : thaiza.com

วิธีแก้ปัญหากลิ่นอับ หนังโฆษณา
รับทำหนังโฆษณา /  ทำวีดีโอ / 

ผลิตถ่ายทำหนังโฆษณา ทำวีดีโอโฆษณา สำหรับออนไลน์ video online ไวรอลคลิป เพื่อพรีเซ็นต์สินค้า แนะนำองค์กร นำไปแชร์ในสื่อออนไลน์ ไว้บนเว็บไซต์ อัพขึ้นยูทูป โพสลงเฟสบุค Page สร้างสรรค์ผลงานและการผลิตถ่ายทำระดับเอเจนซี่ ภายในงบโฆษณาที่เป็นสำหรับธุรกิจ SME หรือธุรกิจขนาดเล็กของคุณ สนใจทำหนังโฆษณาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณเกรียงไกร 081 697 7076 หรือ taewcinema@hotmail.com ชมผลงานเพิ่มเติมที่ www.youtube.com/taew18 หรือ www.everythingwillflow.com สินค้า : GW Geen&White เครื่องดูดความชื้น แก้ปัญหากลิ่นอับ แบคทีเรีย เชื้อโรค เชื้อราที่แพร่กระจายทำลายข้าวของ หรือแม้แต่กลิ่นเหม็นอับชื้นติดเสื้อผ้า รองเท้า ในรถยนต์ สาเหตุของปัญหาเหล่านี้คือ "ความชื้น" วิธีแก้ปัญหากลิ่นอับเหล่านี้ได้ด้วย "GW Green & White" เครื่องดูดซับความชื้นที่เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก สะดวกและกระทัดรัดในการกำจัดความชื้น และสามารถป้องกันความชื้นในอากาศ สนใจสั่งซื้อสินค้าติดต่อ คุณเกรียงไกร 081 697 7076 หรือ taewcinema@hotmail.com