เชื้อรา

ภัยร้ายแฝงมากับความอร่อย 7 อย่าง ห่างไกล มะเร็ง
ก่อมะเร็ง

อาหารที่กินกันอย่างอร่อยนั่น ใครจะรู้ว่ามันแฝงภัยร้ายมากับความอร่อย การกินอาหารที่ซ่ำๆติดต่อกัน เป็นเวลานานๆ มันอาจจะไม่ดีกับร่างกายได้ อาจมีผลก่อให้เกิดมะเร็ง เหมือนภัยเงียบที่สังคมสมัยนี้ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก อาจอันตรายต่อสุขภาพและชวิตของคุณ       1. อาหารที่ปรุงด้วยความร้อนสูง สารก่อมะเร็งที่พบในอาหารประเภทปิ้ง ย่าง และรมควันนั้น มีชื่อว่าสารพีเอเอช (Polycyclic Aromatic Hydrocarbon - PAH) ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของไขมันในเนื้อสัตว์ ที่หยดลงไปโดนถ่านไฟ จนทำให้เกิดเป็นควันที่มีพิษเป็นสารก่อมะเร็งและลอยกลับขึ้นมาจับที่เนื้อสัตว์บนเตา หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมากก็จะเกิดการสะสมในร่างกาย จนเป็น สาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารได้ - ทั้งนี้ ควรนำเนื้อสัตว์มาหั่นส่วนที่เป็นไขมันออกเสียก่อน - จากนั้น จึงนำไปต้มหรืออบให้สุกพอประมาณ แล้วจึงนำไปปิ้งหรือย่าง - โดยนำกระดาษฟอยล์มารองหรือห่อหุ้มเนื้อเอาไว้ เพื่อช่วยลดปริมาณไขมันที่อาจหยดลงไปในเตา พร้อมกับใช้ไฟเพียงอ่อน ๆ หรือเลือกใช้เตาไฟฟ้าไร้ควันซึ่งจะควบคุมระดับความร้อนได้ดีกว่าการใช้เตาถ่าน - จากนั้นก็ควรตัดส่วนที่ไหม้เกรียมออกก่อนนำมารับประทาน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ นอกจากนี้ สำนักงานอาหารแห่งประเทศสวีเดนยังทำการวิจัยพบว่า อาหารที่ถูกทอดหรืออบด้วยความร้อนสูง เช่น มันฝรั่งทอด ขนมปังกรอบและบิสกิตนั้นมีสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ทอดในน้ำมันที่ถูกใช้ปรุงอาหารเกินสองครั้งนั้นพบว่า มีสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการแตกตัวของน้ำมันที่เสื่อมสภาพ ซึ่งหากบริโภคติดต่อกันก็อาจเข้าไปสะสมในร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ขณะที่ผู้ปรุงอาหารซึ่งสูดดมไอของน้ำมันเข้าไปก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นเช่นกัน 2. อาหารไขมันสูง ไขมันที่พบมากในสัตว์เนื้อสีแดง เช่น เนื้อวัว หรือเนื้อหมูนั้นเป็นไขมันอิ่มตัว ที่ยังพบมากในไข่แดง นม และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย ชีส และโยเกิร์ต เป็นต้น รวมถึงน้ำมันที่ได้จากพืชบางชนิด เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันแปรรูป เช่น มาการีน เนยขาว ซึ่งนอกจากจะทำให้ร่างกายผลิตคลอเรสเตอรอลมากขึ้น จนเป็นสาเหตุของภาวะหลอดเลือดตีบแล้ว ไขมันประเภทนี้ยังมีส่วนเชื่อมโยงต่อการก่อตัวของมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่ออาหารประเภทนี้ถูกนำไปปรุงในอุณหภูมิที่ร้อนจัดก็จะก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งที่มีชื่อว่าเอชซีเอ (Heterocyclic Amine - HCA) 3. อาหารแปรรูป และอาหารปรุงแต่ง โดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อเค็ม กุนเชียง ไส้กรอก เบคอน มักจะมี "ดินประสิว" ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า "โปตัสเซียมไนเตรต" เป็นส่วนประกอบในอาหาร เพราะสารดังกล่าวนี้จะช่วยคงสภาพให้เนื้อสัตว์มีสีแดงดูน่ารับประทานได้นานกว่าปกติ และมีคุณสมบัติเป็นสารกันบูดเช่นเดียวกับสารกันบูดประเภทไนไตรต์ และโซเดียมไนเตรต ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่มักเกิดในอาหารที่ได้รับการบรรจุอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิท เช่น อาหารกระป๋อง แม้จะมีประโยชน์ในการช่วยถนอมอาหาร แต่สารเหล่านี้ก็จัดเป็นสารก่อ มะเร็ง ซึ่งหากร่างกายได้รับอาหารที่มีสารกันบูดเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในกรณีอาหารที่ได้รับการใส่สารกันบูดในปริมาณเกินกำหนดด้วยนั้น ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากขึ้นตามไปด้วย 4. อาหารปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นอันตราย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ได้รับการแต่งสี กลิ่น รส ที่อาจเป็นอันตราย เช่น การใช้สีที่ไม่ใช่สีผสมอาหาร อย่างสีย้อมผ้า หรือแม้กระทั่งการใช้สีผสมอาหารในปริมาณที่มากเกินไป รวมถึงอาหารที่อาจปนเปื้อนสารฆ่าแมลงและสารเคมีแปลกปลอมอื่น ๆ ซึ่งจะสังเกตได้จากลักษณะของอาหารที่ผิดจากธรรมชาติไปมาก เช่น มีสีฉูดฉาดจัดจ้านผิดปกติ หรือพืชผักผลไม้ที่ไม่มีร่องรอยการกัดกินจากแมลงเลย เป็นต้น 5. อาหารที่มีเกลือโซเดียมสูง แม้ว่าสารโซเดียมคลอไรด์ หรือที่เรารู้จักกันดีในรูปแบบของเกลือที่นิยมนำมาประกอบอาหารนั้นจะให้ไอโอดีน ซึ่งช่วยป้องกันโรคคอพอก ได้ก็ตาม แต่การบริโภคอาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบในปริมาณสูงเกินไป ซึ่งรวมถึงอาหารหมักดองด้วยเกลือ และอาหารที่ใส่ผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตาเมต) ก็อาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร และหลอดอาหารได้ เพราะเมื่อร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ก็จะส่งผลให้ปริมาณเกลือโพแทสเซียมลดลง ซึ่งจะทำให้ ภูมิต้านทานในร่างกายลดลงตามไปด้วย 6. อาหารที่มีเชื้อรา เชื้อราที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารชนิดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากที่สุดคือ เชื้อราที่ผลิตสารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในอาหารที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร เช่น เมล็ดธัญพืช อย่างถั่ว หรือข้าวโพด รวมถึงพริกแห้ง หอม กระเทียม และอาหารจำพวกนมและขนมปัง ที่ถูกเก็บไว้นานจนเกินไป โดยเฉพาะในที่ที่อากาศร้อนและมีความชื้นสูง หากรับประทานเข้าไปจะก่อให้เกิดการสะสมของสารอะฟลาท็อกซินที่ตับ และอาจพัฒนาเป็นมะเร็งตับในที่สุด 7.เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ สารเอทานอล ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เมื่อถูกย่อยสลายในร่างกายแล้ว จะกลายเป็นสารที่มีชื่อว่า อะเซทแอลดีไฮด์ ซึ่งมีผลทำให้เซลล์ในร่างกายอ่อนแอลง สำหรับผู้สูบบุหรี่เป็นประจำก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็ง เช่น มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ และมะเร็งกระเพาะอาหารมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งแล้ว ก็ควรที่จะดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้เกิดความสมดุลในแบบองค์รวม ควบคู่กันไปด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินอีสูง หมั่นออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดเพื่อป้องกันมะเร็งผิวหนัง และให้ความสำคัญกับตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้คำว่า "มะเร็ง" ก็จะห่างไกลจากชีวิตคุณแน่นอน ที่มา : thaiza.com

ฉลาดเลือกนวัตกรรม เพื่อชีวิตในบ้านที่ดีกว่า
Hom-Bot Square /  LG ARTCOOL Inverter V Voice Mate / 

ในยุคที่ชีวิตการทำงานเต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแข่งขัน หลายคนอาจมุ่งความสนใจไปที่เทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตนอกบ้านสะดวกสบายมากขึ้น จนอาจมองข้ามความสำคัญของชีวิตในบ้านที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญไป วันนี้แอลจี มีเคล็ดลับในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับชีวิตในบ้านได้อย่างเต็มที่ เครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานที่ไม่สามารถขาดได้ในหลายๆ บ้านคงหนีไม่พ้นทีวีเพราะช่วยให้ความบันเทิง พร้อมทั้งติดตามข่าวสารต่างๆ ในเวลาเดียวกัน สิ่งแรกที่ควรมองหาในทีวี คือความคมชัดของภาพ และสีสันที่สมจริง เช่น LG CURVED OLED TV ที่มีเทคโนโลยีโอเลต (OLED) และ WRGB ที่มีแม่สีถึงสี่สีพิกเซล ช่วยเพิ่มซับพิกเซลสีขาวให้ทำงานร่วมกับพิกเซลมาตรฐานอีกสามสี (แดง เขียว น้ำเงิน) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงให้ค่าของเฉดสีที่สวยและแม่นยำที่สุด องศาการรับชมก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่ได้องศาการรับชมที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดเงาสะท้อน ภาพไม่คมชัด หรือได้สีที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริง ซึ่งสามารถแก้ปัญหาข้อนี้ได้ด้วยการเลือกซื้อโทรทัศน์จอโค้งที่สอดรับกับหลักสรีรศาสตร์ของมนุษย์ จากการศึกษาของแอลจีพบว่า รูปทรงที่สอดคล้องกับธรรมชาติการรับชมของมนุษย์มากที่สุดคือรูปทรงโค้ง ที่ช่วยให้สายตามองไปยังทุกจุดบนหน้าจอในระยะที่เท่ากัน นอกจากนี้ ลำโพงคุณภาพสูง ที่ให้เสียงที่คมชัดในทุกช่วงเสียง ก็สามารถช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมภาพยนตร์ในบ้านโดยไม่ต้องออกไปสู้อากาศร้อนๆ หรือรถติดนอกบ้านให้หงุดหงิดใจ อีกหนึ่งเครื่องไฟฟ้าในบ้านที่ทุกคนมีติดบ้านคือตู้เย็น โดยปัญหาที่หลายคนพบคือค่าไฟที่เพิ่มขึ้นเมื่อต้องเปิดตู้เย็นบ่อยๆ เพื่อหยิบของเล็กๆ น้อยๆ เช่น น้ำดื่ม หรือผลไม้ ลองหันมามองหาตู้เย็นที่มีบานประตูพิเศษ เช่น รุ่น “เมจิค ดอร์” (Magic Door) ของแอลจี ที่ออกแบบให้มีบานประตูพิเศษขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบนประตูตู้เย็นภายนอก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดหยิบสิ่งของต่างๆ จากตู้เย็นได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งชั้นวางขนม ชั้นวางขวดน้ำดื่มขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน ที่สำคัญ ช่วยรักษาความเย็นไม่ให้รั่วไหลและช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าตู้เย็นไซด์บายไซด์แบบทั่วไป และเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ลองมองหาตู้เย็นที่มีเทคโนโลยี ลิเนียร์ คอมเพรสเซอร์ (Linear Compressor) ซึ่งมีแกนคอมเพรสเซอร์เคลื่อนที่เป็นแนวนอน ช่วยลดการเคลื่อนที่และการเสียดสีภายในคอมเพรสเซอร์ให้เหลือเพียงแค่จุดเดียว ทำงานเงียบและประหยัดพลังงานสูงถึง 41% ยิ่งหากมีระบบกำจัดเชื้อโรคด้วยแผ่นกรองที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ ก็จะช่วยลดเชื้อรา แบคทีเรีย รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ และกลิ่นอับจากตู้เย็นของคุณได้และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย ในส่วนของการรักษาความสะอาดภายในบ้านที่อาจเป็นปัญหาหนักใจของคนทำงานที่หาเวลาว่างได้ยาก ลองมองหาเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะที่สามารถตั้งเวลาทำความสะอาดได้ และมีโปรแกรมทำความสะอาดที่หลากหลาย เช่น Hom-Bot Square ของแอลจี ซึ่งมีรูปทรงสี่เหลี่ยม สามารถเข้าถึงและทำความสะอาดซอกมุมต่างๆ ได้ดีกว่าเครื่องดูดฝุ่นทรงกลมทั่วไป และหากบ้านของคุณมีพื้นที่ต่างระดับหรือลักษณะพื้นที่แตกต่างกัน เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่มากับรุ่นนี้ยังช่วยจับพื้นต่างระดับ สิ่งกีดขวาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้อย่างมาก เท่านี้ คุณก็สามารถออกไปทำงานได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการทำความสะอาดอีกต่อไป ปิดท้ายด้วยสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับอากาศร้อนๆ ของประเทศไทย นั่นก็คือเครื่องปรับอากาศ ยิ่งหากเป็นคนขี้ร้อนด้วยแล้ว ควรมองหาเครื่องปรับอากาศที่มีระบบอินเวอร์เตอร์ที่สามารถทำความเย็นได้เร็วขึ้น 1.5 เท่า ปรับเปลี่ยนรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ตามการใช้งานจริง ช่วยประหยัดไฟกว่าเครื่องปรับอากาศทั่วไปถึง 60% นอกจากนี้ หากมีเทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียงอย่างเครื่องปรับอากาศ แอลจี อาร์ต คูล อินเวอร์เตอร์ วี วอยซ์ เมท (LG ARTCOOL Inverter V Voice Mate) แล้ว ก็จะทำให้การพักผ่อนในบ้านสะดวกสบายขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกับการตามหารีโมทอีกต่อไป นอกจากมองหาเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในบ้านแล้ว อย่าลืมดูดีไซน์ให้เข้ากับการตกแต่งของบ้าน ยิ่งถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามีดีไซน์ที่เรียบ เก๋ แล้ว ก็จะทำหน้าที่เหมือนเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้บ้านของคุณดูดี สบายตายิ่งขึ้นไปด้วย เท่านี้ คุณก็สามารถเอนจอยกับชีวิตในบ้าน ที่พร้อมให้คุณเติมพลังออกไปสู้กับโลกภายนอกได้อย่างเต็มที่แล้ว

50 อันดับ การ์ตูนที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น
50 อันดับ

50 อันดับ การ์ตูน ที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทาง cartoon.mthai ได้นำมาให้เพื่อนๆได้รับชมกัน เลยนำข้อมูลดีๆ มาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันว่าการ์ตูนของประเทศญี่ปุ่นทั้ง 50 อันดับ นี้จะมีเรื่องอะไรบ้างแล้วจะเป็นแนวไหน และยังเป็นผลโหวตจากทางเว็บไซต์ Japan Probe ได้การสนับสนุนจาก กระทรวง วัฒนธรรมญี่ปุ่น จึงได้เกิดเป็นผลโหวต การ์ตูนที่ดีที่สุด ทั้ง 50 อันดับ นี้เองมาดูกันเลยครับ 50.  Nana 49.  Dragonquest  48. Mobile Suit Gundam  47.  Devil Man  46.  Detective Conan  45. Emma 44. Romance of the Three Kingdoms  43.  Astroboy 42.  Pluto 41.  Hi Izuru Tokorono Tenshi 40.  Kochira Katsushika-ku Kameari Ko-en Mae Hashutsujo 39.  Warau Dai Tenshi 38.  Lupin The Third 37. Fruits Basket 36.  20th Century Boys 35.  Ashita no Joe 34.  Sazae-san 33.Touch 32.The Tale of Genji 31.  Urusei Yatsura 30.  Glass Mask 29.  Master Keaton 28.  The Rose of Versailles 27. Vagabond 26. Banana Fish 25.  Berserk 24. Ookiku Furikabutte 23. Fist of the North Star 22. Hellsing 21.  Hunter X Hunter 20.  Ushio and Tora 19.  Monster 18.  YuYu Hakusho 17.  Doubutsu no Oisha-san (Animal Doctor) 16.  Azumanga Daioh 15.  Akira 14. Nodame Cantabile  13.Yotsuba&! 12.Parasyte 11.One Piece 10.Death Note  ยางามิ ไลท์ ได้เก็บสมุดโน้ตเล่มหนึ่ง ซึ่ง ลุค ยมทูตตนหนึ่งได้ทำตกเอาไว้ จากการที่ลุคปรากฏตัวต่อหน้าไลท์ ทำให้ไลท์รู้ว่า สมุดโน้ตที่ตนเก็บได้นั้นเป็น “เดธโน้ต” สมุดโน้ตที่สามารถฆ่าคนได้ เพียงเราเขียนชื่อจริงและเคยเห็นหน้าบุคคลนั้นลงในสมุดเล่มนั้นแล้ว 9. Mushishi  เป็นเรื่องราวของสิ่งมีชัวิตที่แฝงกายในป่าลึก และเป็นต้นเหตุของเรื่องเหนือธรรมชาติหลายๆ "มุชิ"เป็นมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่มีรูปแบบอยู่เหนือกว่าสิ่งมีที่เราเห็นโดยทั่วไป จนยากจะสามารถอธิบาย ได้  และไม่ใช่ใครๆจะสามารถเห็นมันได้ง่ายๆ และมันเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สามารถสัมผัสถึง"มุชิ"ได้ 8. Nausicaa เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วง 1,000 ปีหลังจากเหตุการณ์ Seven Days of Fire เหตุการณ์ที่ทำลายอารยธรรมมนุษย์และระบบนิเวศน์ของโลก กลุ่มผู้คนที่กระจัดกระจายถูกแบ่งแยกจากกลุ่มอื่นด้วย ทะเลเน่า   เกิดป่าของเชื้อรามีพิษ ที่เป็นศูนย์ของเหล่าแมลงขนาดยักษ์มากมาย 7. Black Jack  ด๊อคเตอร์ แบล๊คแจ๊ค เป็นหมอที่มีพรสวรรค์ในการรักษาอย่างน่าอัศจรรย์แต่เขาก็เรียกค่ารักษาเป็น เงินมูลค่ามหาศาล ถึงแม้กระนั้น เขาก็ไม่มีใบอนุญาตแพทย์ 6. Phoenix (ไม่มีภาพ) 5.  Doraemon  เรื่อง ของเรื่องมันก็เริ่มจากเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่แสนจะขี้เกียจ เรียนก็ไม่เก่ง และไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ก็คือเด็กชาย โนบิ โนบิตะไงล่ะ แต่ละวัน โดนเพื่อนแกล้ง ครูตี แม่ดุ ไม่เว้นวัน ช่างน่าสงสาร แล้วต่อไปจะเป็น ผู้ใหญ่ที่ดีได้อย่างไร ดังนั้น เชวาชิ เหลนของเหลนของ โนบิตะจึงส่งหุ่นยนต์จากโลกอนาคต รูปร่าง เหมือนแมวตัวอ้วนกลม ตัวหนึ่ง และ เขาก็คือโดเรม่อน โดเรม่อน มาจากศตวรรษที่ 22 ถูกส่งมาเพื่อคอยช่วยเหลือโนบิตะ 4.  Full Metal Alchemist  ในโลกที่มีการเล่นแร่แปรธาตุเอ็ดเวิร์ด (Edward)และ อัลฟอนส์ (Alphonse) สองพี่น้องตระกูล เอลริค (Elric) เศร้า โศกเสียใจที่ต้องสูญเสียแม่ไป ทั้งคู่จึง ตัดสินใจใช้วิชา ?สร้างร่างมนุษย์? ซึ่งถือเป็นวิชาต้องห้ามสูงสุดของวิชา?เล่นแร่แปรธาตุ? เพื่อปลุกให้แม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง แต่เอ็ดเวิร์ดต้องสูญเสียเสียแขนขวา ส่วนอัลฟองเซ่ต้องสูญเสียร่างกายทั้งหมดเอ็ดเวิร์ดจึงได้สละแขนขวาและขาซ้าย ของตนเองเพื่อ แลกกับวิญญาณของอัลฟองเซ่มาใส่ไว้ในชุดเกราะ 3.  Dragon Ball  กาลครั้งหนึ่ง มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อซุนโกคู อาศัยอยู่ในป่าลึก โกคูมีความพิเศษตรงที่มีหางเหมือนลิง และมีพละกำลังที่มากกว่าคนปกติ อีกทั้งยังมีฝีมือในด้านการต่อสู้ที่ซุนโกฮัง ผู้เป็นปู่บุญธรรมได้ฝึกไว้ให้ วันหนึ่งซุนโกคูได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งชื่อ บูลม่า เธอได้เล่าเรื่องต่างๆของลูกแก้วที่ตนตามหา และโกคูเองก็มีอยู่ลูกหนึ่งซึ่งเป็นของดูต่างหน้าของปู่โกฮังที่เสียไป ซึ่งก็คือดราก้อนบอล ลูกแก้วที่มีดาวอยู่ภายใน ถ้ารวบรวมดราก้อนบอลได้ครบ 7 ลูกจะมีเทพมังกรปรากฏตัว และจะบันดาลพรให้เป็นจริงหนึ่งประการ ซึ่งการพบกันของเด็กทั้ง 2 คนนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานดราก้อนบอลเลยทีเดียว 2. JoJo’s Bizarre Adventure  เรื่องราวเกิดขึ้นราวปลายศตวรรษที่ 19”โจนาธาน โจสตาร์” เด็กหนุ่มผู้ถือกำเนิดในสกุลขุนนางอังกฤษที่มั่งคั่ง มีชีวิตที่หลายๆคนอิจฉา แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อ”จอร์จ โจสตาร์”ผู้เป็นพ่อของ “โจนาธาน” ได้พา”ดิโอ บรันโด้” เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านในฐานะบุตรบุญธรรมของตระกูลโจสตาร์ ซึ่ง”ดิโอ บรันโด้”ผู้นี้แหละ คือผู้ที่จะมาทำให้ชีวิตอันแสนสงบสุขของเขาก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอด กาลและนี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ และการผจญภัยของสุภาพบุรุษตระกูลโจสตาร์ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกชื่อพวก เขาไว้ 1. Slam Dunk  ซากุรางิ ฮานามิจิ หนุ่มผู้ช้ำรักในสมัยม.ต้น เมื่อถูกสาวๆหักอกนับ 50 ครั้ง เขาก็ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนโชโฮคุ และใช้ชีวิตไปวันๆร่วมกับพรรคพวกทั้ง 4 อย่าง มิโตะ โยเฮย์,ทาคามิยะ โนโซมิ,โนมะ จูอิจิโร่ และ โอคุสึ ยูจิ วันหนึ่งซากุรางิก็ได้รับการชักชวนจาก อาคางิ ฮารุโกะ ให้เขาร่วมชมรมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนโชโฮคุ และ การมาของเธอ ทำให้ชีวิตรักของซากุรางิกลับมาอีกครั้ง และ ยอมตกลงเข้าชมรมบาส

วิจารณ์แซด!! ซากปริศนาในกล่องน้ำผลไม้ดัง
ซากปริศนาในกล่องน้ำผลไม้ดัง /  น้ำผลไม่กล่อง / 

ชาวเน็ตวิจารณ์แซด!! หลังมีผู้โพสต์ภาพ ซากปริศนาในกล่องน้ำผลไม้ชื่อดัง  ล่าสุดเจ้าของผลิตภัณฑ์ออกมาชี้แจงแล้ว เมื่อวันที่ 27  ก.ค. สมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึงได้โพสต์ภาพและข้อมูลในกระทู้ชื่อ "เตือนภัยน้ำผลไม้ยี่ห้อดัง" เกี่ยวกับสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ภายในกล่องน้ำผลไม้ที่ซื้อมาบริโภค ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก "เมื่อเช้านี้ หยิบน้ำมะเขือเทศ ยี่ห้อ...... มาเท คือกินมาจะหมดกล่องแล้ว ก็เทออกมา แล้วมันก็เทไม่ออก เลยตัดสินใจบีบกล่อง ผลที่ออกมากับน้ำในกล่อง คือช๊อคข่า กินจะหมดกล่องแล้ว เค้าโดนทำร้าย ตอนแรกคิดแง่บวก นึกว่าเป็นเปลือกผลไม้ เลยหยิบออกจากแก้วขึ้นมาดู สรุปคือมันไม่ใช่ค่ะ มันเหมือนกระดาษลื่นๆ เลยเอากล่องมาตัดออกดู ช็อคเลย ในกล่องก็มีติดอยู่" ล่าสุดกระทู้ดังกล่าวได้ลบภาพออกไป แต่มีการโพสต์ข้อความระบุว่า ทางตัวแทนได้ออกมาชี้แจงให้ฟังว่าสิ่งที่เกิดขึ้น อาจเป็นปัญหาจากการขนส่ง หรือการเก็บสต็อกของร้านค้าทำให้เกิดการบุบหรือมีช่องว่างทำให้อากาศเข้าไป อาจเกิดเป็นเชื้อราได้ ส่วนที่เป็นแผ่นอาจเป็นเพราะการเจริญเติบโตของเชื้อราที่จะมีรูปร่างแตกต่างกันไป ตามชนิดของเชื้อราทางเครื่องดื่มบอกว่ามั่นใจในกระบวนการผลิตว่าจะไม่มีสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อน และยินดีให้เข้าชมกระบวนการผลิตที่โรงงาน และเพื่อความสบายใจของลูกค้า หากกลัวจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทางบริษัทยินดี จะพาไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล MThai News ขอบคุณ เว็บบอร์ดพันทิป 

อาหารเสริม ตังถั่งซาร์น ตังถั่งซาน Tangtangsarn
ตังถั่งซาร์น /  ตังถั่งซาน / 

ตัวอย่างประสบการณ์จริง จากผู้ที่ได้ทดลองทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม "ตังถั่งซาร์น","ตังถั่งซาน" อีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาพที่ดีทั้งภายใน และภายนอก ด้วยสุดยอดสารสกัดจากธรรมชาติทั้ง 12 ชนิด ดูดซึมได้เร็ว เห็นผลไว เพราะผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้รับมาตรฐาน อย. และ GMP รับประกันความปลอดภัย ได้ผลจริงจากคำยืนยันของผู้ใช้มากมาย คุ้มค่าคุ้มราคาขนาดนี้..ต้องลอง สมุนไพรแห่งความหวัง...ตังถั่งซาร์น... ตังถั่งซาร์น 1 เม็ด ประกอบด้วย : โสมเกาหลี และโสมไซบีเรีย (Korea ginseng & Siberian ginseng) เห็ดหลินจือ (Reishi) ตังถั่งเช่า (Cordyceps) ซองปักคี้ (Astragalus) เจียวกู่หลาน ( Jiaogulan) ชิซานดร้า (Schisandra) เบต้ากลูแคน จากรำข้าวโอ๊ต (Oats bran) สารสกัดจากเม็ดองุ่น (Grape seed) เปลือกสนฝรั่งเศส (Pine bark) แอลซิสเทอีน (L Cysteine) วิตมินซี (Ascorbic acid) สรรพคุณ : ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มเม็ดเลือดขาว ช่วยลดการเสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ช่วยสร้างเซลล์ใหม่และซอมแซมเซลล์ที่สึกหรอ ลดระดับไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเส้นเลือด และไตรกลีเซอไรด์ บำรุงคับ ไต หัวใจ ม้าม ปอด ให้ทำงานอย่างเป็นระบบ ควบคุมความดันโลหิต ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระปรี่กระเปร่าดูอ่อนกว่าวัย ป้องกันโรคหัวใจ ภูมิแพ้ หืดหอบ โรคผิวหนัง ป้องกันโรคเส้อนเลือดในสมองแตก ตีบ ตัน เป็นสารสร้างต้านอนุมูลอิสระยับยั้งเซลล์มะเร็ง ป้องกันเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ลดสาเหตุของการเป็นโลหิตจาง ต่อต้านความเครียด นอนไม่หลับ ไมเกรน ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น เป็นสารตั้งต้นในการสร้างกลูต้าไธโอน เสริมสร้างการทำงานของคอลลาเจน ป้องกันเส้นเลือดขอด ช่วยขจัดสารพิษออกจากตับได้ดีขึ้น ช่วยฟอกเลือดให้สะอาด ลดการสร้างเมลานีนที่เป็นสาเหตุ ของฝ้า กระ ควบคุมน้ำหนัก ช่วยในการเผาผลาญ ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส เรียบเนียน แก้ปัญหาหย่อนสมรรถาพทางเพศ ลดการเกิดโรคเสื่อมต่างๆ วิธีรับประทาน ทานวันละ 1 เม็ด ก่อนนอน (มี 30 เม็ด) เลขที่ อย.11-1-06353-1-0321 ผลิตโดย : Complete-pharma Co.,ltd สนใจติดต่อ : Call center โทร 088-0799202 www.888shop.lnwshop.com/product/9 www.facebook.com/tangtangsarn ตัวแทนจำหน่ายตรงจากบริษัท (By ทีมงานหน้าตาดี)

มา ดูแลผิวลูกน้อย ช่วงหน้าฝนกันเถอะ
ดูแลผิวลูกน้อย /  ผดผื่น

ภัยผื่นผิวลูก ที่แฝงมาช่วงหน้าฝน      ในช่วงหน้าฝนจะมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูงกว่าปกติ ทำให้ผิวของลูกขับเหงื่อออกมามากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นความชื้นที่เกิดขึ้นจะเป็นแหล่งเพาะความสกปรก เชื้อราและเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี เป็นช่องทางที่เชื้อโรคเหล่านี้จะแฝงตัวเข้ามาสู่ผิวอันบอบบางของลูกน้อยได้ง่ายกว่าปกติ โดยจะมีอาการให้เห็นเป็นผื่นแดง ซึ่งบางชนิดนั้นก็มีอันตรายที่แฝงอยู่ด้วยค่ะ ดังน้ันวันนี้เรามีวิธี ดูแลผิวลูกน้อย จากผื่นช่วงหน้าฝนมาฝากคุณแม่กันค่ะ 1. ผื่นผ้าอ้อมที่ผิวลูก ผื่นชนิดนี้จะเกิดขึ้นมากกับผิวเด็กในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะกับเด็กวัยที่ยังใส่ผ้าอ้อมอยู่ เพราะสาเหตุหลักเกิดจาก “ความอับชื้น” ที่เกิดจากเหงื่อ หรือความชื้นที่มีมากในอากาศช่วงหน้าฝนก็เป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้ผิวหนังเกิดความหนืดจนเกิดการเสียดสีกับผ้าอ้อมได้ง่าย จนเกิดเป็นแผลที่ผิวหนังของลูก เปิดโอกาสให้แบคทีเรียและความสกปรกที่อยู่ในอุจจาระและปัสาวะแทรกซึมเข้าไปทางแผล ทำให้เกิดการระคายเคือง เกิดเป็นผื่นแดงบริเวณก้นและขาหนีบ 2. โรค มือ เท้า ปาก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่มีชื่อว่าเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) พบได้บ่อยในกลุ่มเด็กทารก และเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นกันมากในช่วงหน้าฝน เพราะอากาศเย็นและชื้นทำให้เชื้อไวรัสมีการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้เกิดผื่นแดง ตุ่มใสๆ หรือตุ่มแดงเล็กๆ ขึ้นกระจัดกระจายในบริเวณมือ เท้า ทั้งหน้ามือ และหลังมือ และสร้างความรำคาญใจให้กับลูกน้อยได้เช่นกัน 3. โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบในเด็ก เหงื่อหรือน้ำฝนที่สะสมตามจุดอับของลูกน้อย เช่น รักแร้ ขาหนีบ แล้วไม่ล้างทำความสะอาดให้แห้ง อาจเกิดผื่นแดงขึ้นตามบริเวณจุดอับดังกล่าว ร่วมกับมีอาการคันมากๆ และอาจลามไปยังบริเวณมือ เท้า แขน ขา ลำตัว หนังศีรษะ หน้า ใบหู โดยอาจมี “สารระคายเคือง” เป็นตัวการให้ผื่นลุกลามใหญ่โต ได้แก่ ผ้าขนสัตว์ ผ้าเนื้อหยาบ ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม สิ่งต่างๆ ที่มีกลิ่นหอม สี สารคลอรีนในน้ำ หรือสระว่ายน้ำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว อาหารบางชนิด ควันบุหรี่ เป็นต้น ปกป้องผิวลูกจากผื่นช่วงหน้าฝน วิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยปกป้องผิวลูกในช่วงหน้าฝนก็คือการรักษาความสะอาดและทำให้ผิวลูกแห้งอยู่เสมอค่ะ 1. รักษาความสะอาดของลูกน้อย หลังกลับมาบ้านให้อาบน้ำ สระผม ทำความสะอาดร่างกายลูกทุกครั้งที่โดนฝน โดยเฉพาะจุดอับและตามซอกนิ้ว ทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ให้ทำความสะอาดก้นลูกอย่างเบามือ และเช็ดด้วยน้ำอุ่นที่หยดเบบี้ออยล์ลงไปด้วยเล็กน้อย แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดออกเบาๆ เพื่อป้องกันการเสียดสีจากผ้าอ้อม ถ้ากลัวว่าการเช็ดจะทำให้ลูกเจ็บเกินไป ให้ล้างก้นลูกในอ่างน้ำอุ่นหรือสบู่อาบน้ำเด็กที่อ่อนละมุน ไม่มีน้ำหอมฉุน ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็ก เหมาะสำหรับทำความสะอาดผิวของลูกน้อย . 2. ให้ผิวลูกแห้งอยู่เสมอ ใช้วิธีซับผิวลูกให้แห้งหลังการอาบน้ำด้วยผ้าขนหนู ถ้าผิวของลูกแสบมากจนไม่สามารถใช้ผ้าขนหนูซับได้ ให้ใช้พัดลมเป่าโดยปรับให้ห่างจากผิวของลูก จนแห้ง หมั่นโรยแป้งที่มีที่มีฮาย-ขมิ้น ซึ่งจะช่วยปกป้องและลดผดผื่นจากความเปียกชื้นได้อย่างเหนือชั้น . 3. ระวังเครื่องใช้ของลูก หลีกเลี่ยงอุปกรณ์สำหรับเด็กที่มีสารเคมีและน้ำหอมฉุน ซึ่งเป็นตัวการการเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบในเด็ก ควรเลือกใช้ผ้าอ้อมที่ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าอ้อมที่ทำจากผ้าฝ้าย และเมื่อลูกปัสสาวะก็ควรรีบเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที ถ้าใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ควรเลือกซื้อชนิดที่ซึมซับได้มากเป็นพิเศษ และหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ อย่าใส่ผ้าอ้อมให้รัดแน่นเกินไป เพราะจะทำให้อากาศไม่ถ่ายเทและกดทับผิวลูกจนเกิดการระคายเคือง แป้งเด็กบางชนิดมีส่วนผสมที่ทำให้เกิดผื่นได้ ควรเลือกแป้งที่มีฮาย-ขมิ้น ช่วยปกป้องและลดผดผื่นจากความเปียกชื้นได้อย่างเหนือชั้น ช่วยให้ลูกสบายตัวและมีความสุขได้ตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นฉุน ควรเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อทำความสะอาดและบำรุงผิวสูตรอ่อนโยนที่ผ่านการทดสอบ ไฮโป-อัลเลอร์เจนิคจากสหรัฐอเมริกา ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่ระคายเคืองจึงปลอดภัยต่อผิวของคุณและลูกน้อย ข้อสำคัญในช่วงหน้าฝน ต้องอย่าลืมตรวจดูว่าผิวลูกติดเชื้อราหรือไม่ เพราะผ้าอ้อมแฉะๆ เป็นแหล่งเพาะเชื้อราอย่างดี ถ้าผื่นมีสีแดงเข้มและมีจุดกลมแดงอยู่ภายใน นั่นอาจเกิดการติดเชื้อรา ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาในทันทีค่ะ ที่มา..www.care.co.th

วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำวันสงกรานต์
วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ /  วิธีป้องกันมือถือเปียกน้ำวันสงกรานต์ / 

วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำวันสงกรานต์ ภาพจดจำของประเพณี "สงกรานต์" ในทุกปี คงหนีไม่พ้นภาพประทับใจอันชุ่มไปด้วยสายน้ำจากกระบอกปืน ขัน สายยาง นานากลเม็ดแห่งการสาด ที่ผู้คนงัดออกมาสู้กันเพื่อสร้างรอยยิ้ม แต่หลายคนอาจจะยิ้มไม่ออก ถ้าแชะภาพอยู่ดีๆ พี่น้ำกระหน่ำมาใส่กล้อง ดับอนาถเครื่องมือทำมาหากินคามือ บางตัวราคาแพงกว่ามือถือหลายเท่า อยากรู้หนทางกันเศร้า เห็นทีต้องจัดไป "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำวันสงกรานต์" สำหรับกล้องตัวเล็กๆ กะทัดรัด "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ" ไม่ต่างจาก "วิธีป้องกันมือถือเปียกน้ำวันสงกรานต์" เพราะสามารถใช้ "ถุงพลาสติกผูกหนังสติ๊ก" หรือ "ซองใส" "ซองพลาสติก" แบบเดียวกันได้ หาง่าย เพราะกระแสเค้ามา เค้าฮิต!! หรือจะกันกล้องเปียกน้ำด้วยวิถีเฉพาะ ด้วย "เคสกล้องกันน้ำ" ที่ได้มาตรฐานสามารถกันน้ำเข้าได้เป็นอย่างดี "เคสกล้องกันน้ำ" หากสัมภาระเยอะ ควรกันพลาดเสริมไว้อีกหนึ่งชั้น ด้วย "ถุงกันน้ำ" เป็น "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ" และอุปกรณ์ต่างๆ ขณะกำลังสาดกันอย่างเพลิดเพลิน ก่อนซื้อควรดูให้ละเอียด เลือกกระเป๋าที่ประกอบด้วยซิปกันน้ำ และมีถุงกันน้ำสำหรับสวมทับอีกที "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ" แบบอุตริคิด แต่อาจได้ผลสะกิดใจใครต่อใคร "ถุงยางอนามัย" นั่นไง ใครช่างสร้างสรรค์?? (โปรดใช้วิจารณญาณในการพก!!) หลังจากผ่านศึกสายน้ำมาหมาดๆ ปลอดภัยด้วย "วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ" แล้ว ควรทำความสะอาดหลังใช้งานกล้องทุกครั้ง ทั้งตัวกล้องและเลนส์ อย่าให้มีหยดน้ำ ละอองน้ำ หรือแม้แต่ฝุ่นเกาะ นำกล้องไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ย้ำว่าอย่าเพิ่งเก็บกล้องลงกระเป๋า!! เพราะเจ้ากระเป๋ากล้องนี่แหละเป็นแหล่งอับชื้น ที่คอยยื่นมือพาเชื้อราเข้าบ้าน!! ............................................................................... วิธีป้องกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำวันสงกรานต์ สงกรานต์เที่ยวไหนดี? เรามีคำตอบ! ประเพณีสงกรานต์ สืบสานตำนานไทย

วิธีแก้ปัญหากลิ่นอับ หนังโฆษณา
รับทำหนังโฆษณา /  ทำวีดีโอ / 

ผลิตถ่ายทำหนังโฆษณา ทำวีดีโอโฆษณา สำหรับออนไลน์ video online ไวรอลคลิป เพื่อพรีเซ็นต์สินค้า แนะนำองค์กร นำไปแชร์ในสื่อออนไลน์ ไว้บนเว็บไซต์ อัพขึ้นยูทูป โพสลงเฟสบุค Page สร้างสรรค์ผลงานและการผลิตถ่ายทำระดับเอเจนซี่ ภายในงบโฆษณาที่เป็นสำหรับธุรกิจ SME หรือธุรกิจขนาดเล็กของคุณ สนใจทำหนังโฆษณาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณเกรียงไกร 081 697 7076 หรือ taewcinema@hotmail.com ชมผลงานเพิ่มเติมที่ www.youtube.com/taew18 หรือ www.everythingwillflow.com สินค้า : GW Geen&White เครื่องดูดความชื้น แก้ปัญหากลิ่นอับ แบคทีเรีย เชื้อโรค เชื้อราที่แพร่กระจายทำลายข้าวของ หรือแม้แต่กลิ่นเหม็นอับชื้นติดเสื้อผ้า รองเท้า ในรถยนต์ สาเหตุของปัญหาเหล่านี้คือ "ความชื้น" วิธีแก้ปัญหากลิ่นอับเหล่านี้ได้ด้วย "GW Green & White" เครื่องดูดซับความชื้นที่เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก สะดวกและกระทัดรัดในการกำจัดความชื้น และสามารถป้องกันความชื้นในอากาศ สนใจสั่งซื้อสินค้าติดต่อ คุณเกรียงไกร 081 697 7076 หรือ taewcinema@hotmail.com

สำรวจพบ ผู้ชาย'ขี้เกียจ'เปลี่ยนผ้าปูที่นอน
สุขภาพ /  เรื่องตลก / 

สำรวจพบ ผู้ชาย"ขี้เกียจ"เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ต้องบอกว่าเป็นอีกเรื่องชวนหัวเราะลั่นกับความจริงข้อนี้ที่ผู้ชายหลายคนเป็นกันอย่างมิได้นัดหมาย เมื่อ Ergoflex บริษัทผลิตที่นอนของอังกฤษสำรวจพบว่า"หนุ่มโสด" นั้นไม่แยแสเรื่องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเอาซะเลย ชนิดที่ 3 เดือนเปลี่ยนครั้งนึง หรืออาจจะมากกว่า 3 เดือนก็มี นอกจากนี้ผลสำรวจก็เป็นไปตามที่คาดว่าผู้หญิงก็น่าจะใส่ใจเรื่องนี้มากกว่า โดยสาวโสดจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอน2 สัปดาห์ครึ่งต่อ 1 ครั้ง ส่วนผู้ที่มีครอบครัวแล้วจะเปลี่ยนทุกๆ 2 สัปดาห์ และยังพบอีกว่าผู้หญิงนั้นจะซักผ้าปูที่นอน ในขณะที่ผู้ชายนั้นแทบจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ เรียกได้ว่านอนอย่างเดียวจนกว่าจะเลอะแบบสาหัสจริงๆจึงจะเปลี่ยน และผู้ชายก็มีผ้าปูที่นอนไว้เพียงชุดเดียว ขณะที่ผู้หญิงจะมีสำรองไว้ 2 -3 ชุด อายุก็เป็นเรื่องที่มีผลเช่นกัน จากการสำรวจพบว่าผู้ชายที่ยังอยู่อายุน้อย(18-25ปี) นั้นเป็นกลุ่มที่ไม่ใส่เรื่องนี้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น (35-50ปี) ก็หันมาใส่ใจเปลี่ยนผ้าปูที่นอนถี่ขึ้นกว่ากลุ่มแรก แม้ว่าอ่านแล้วจะหัวเราะตลกกับความจริงที่เราๆท่านๆเป็นกัน แต่หนุ่มๆนั้นไม่ควรมองข้ามเรื่องความสะอาดพื้นฐานข้อนี้ไปได้เลยง เพราะผ้าปูที่นอนนั้นเต็มไปด้วยเชื้อรา แบคทีเรีย ฝุ่นผง และเห็บไรที่กระจายตัวอยู่บนผ้าปูและฟูกสกปรกจะคอยกัดกินเซลล์ผิวชั้นนอกของผู้นอนโดยไม่รู้ตัว ซ้ำร้ายกลิ่นของชุดที่นอนที่สกปรกจะทำให้คู่รักหมดอารมณ์เอาง่ายๆด้วยล่ะ ขอบคุณ Time ผลวิจัยชี้ มือถือ ตัวการฆ่าผึ้งทั่วโลก ? ไม่น่าเชื่อว่า อยู่ดีๆ มือถือก็ตกเป็นผู้ต้องหาทีทำให้เกิดปรากฎการณ์ประชากรผึ้งทั่วโลกลดจำนวนลง อย่างน่าประหลาด ซึ่งผลการศึกษาการล่มสลายข … ผลวิจัยชี้ สาวชอบหนุ่มยิ้มยาก หนุ่มชอบสาวยิ้มง่าย ผลวิจัยชี้ สาวชอบหนุ่มยิ้มยาก หนุ่มชอบสาวยิ้มง่าย ภาพลักษณ์ผู้ชายแบบไหนที่ดึงดูดผู้หญิงให้ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น? เป็นมิตร ยิ้มง่าย ไม่สนใ … ผลวิจัยชี้ความต่างของชายแท้กับเกย์ ในทัศนคติเรื่อง'หุ่น' ผลวิจัยชี้ความต่างของชายแท้กับเกย์ ในทัศนคติเรื่อง'หุ่น' จากการวิจัยล่าสุดของเซ็นทรัลวายเอ็มซีเอ โดยศึกษาจากชายรักร่วมเพศ 394 คน พบข้อมูลที่ … ผลวิจัย ใส่เสื้อผ้ามีโลโก้แบรนด์ดังทำให้คุณได้รับการยอมรับนับถือมากกว่า จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยทิลเบอร์กที่ประ เทศเนเธอร์แลนด์ โดยการให้ผู้เข้าทดสอบดูภาพของผู้ชายที่สวมเสื้อมีโลโก้ของลาคอสท์หรือทอม มี่ย์ ฮิ …

10 ของใช้ใกล้ตัว น่ากลัวติดโรค
ของใช้ /  สุขภาพ / 

10 ของใช้ใกล้ตัว น่ากลัวติดโรค ........สุขภาพที่เจ็บป่วยอย่างไม่รู้สาเหตุ แท้ที่จริงไม่ต้องคิดหาคำตอบให้ยาก เพราะต้นตอกลับอยู่ที่ของใช้ใกล้ตัว ที่ผู้ใช้ขาดการรักษาความสะอาด ........ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ ผู้อ่านรักษ์สุขภาพต้องลองอ่าน 10 ของใช้ติดตัว น่ากลัวติดโรค โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า เกิดเป็นคนแม้ไม่พ้นเชื้อแต่ก็พยายามช่วยลดมันลงได้แค่เพียงไม่มองข้าม “ของติดตัว” และ “ ของใช้ ใกล้ตัว” ที่น่ากลัวได้ตั้งแต่หัวจรดเท้าดังต่อไปนี้ครับ คอนแทคเลนส์ ติดตัวติดที่ตา ขออย่าใส่นอนข้ามคืนหรือแม้เป็นชนิดที่ใส่นอนได้ก็ไม่ควรอยู่ดีเพราะกระจกลูกตามีอาหารกินอยู่ทางเดียวคืออากาศ ด้วยมันปราศจากเส้นเลือดเลี้ยงจึงเป็นของที่ควรเปิดโล่งให้รับลมจะดีกว่าครับ หมวกกันน็อค กับที่คาดผม ของติดศีรษะที่นำสิวมาให้ได้ โดยเฉพาะในหมวกกันน็อค ส่วนที่คาดผมหรือที่รัดผมนั้นจะทำให้ผมร่วงง่ายกลายเป็นคนผมบางไปโดยไม่รู้ตัว ขอให้ใช้หมวกกันน็อคตากแดดบ้าง ส่วนที่รัดผมขอพักไว้เวลาวันหยุดบ้างก็ได้ครับ เหล็กดัดฟัน-ฟันปลอม ของที่ติดอยู่ในช่องปากเช่นนี้ดึงเข้าดึงออกแต่ละทีก็เหมือนเติมเชื้อใส่เข้าไป เป็นของที่มีซอกมุม ทำความสะอาดยาก หากไม่แน่ใจเสียแล้วก็จะทำให้เชื้อสะสมอยู่ที่เหงือกกลายเป็นโรคคลาสสิกอย่างรำมะนาดหรือปริทนต์ได้ สร้อยคอ สร้อยแขน ของที่แสนใกล้ตัวและราคาแพงเช่นนี้ไม่ได้การันตีความไม่ป่วย ด้วยสร้อยที่เป็นโลหะจำพวก “นิเกิล” และ “โรเดียม” มีโอกาสกระตุ้นภูมิได้ในผู้ที่ไวต่อมันกลายเป็นผื่นแดงมีอาการคัน ส่วนในท่านที่ใส่สร้อยที่เป็นเชือกหรือวัสดุธรรมชาติก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อได้ดีตามเส้นใยที่ว่านั้นต้องระวังเชื้อรากันด้วย กระเป๋าถือ ไม่ว่าจะสะพายไขว้หน้าราคาเรือนแสนหรือกระเป๋าสตางค์ใบจ้อยกะร่อยกะหริบก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อได้พอกัน อย่าลืมว่ามันเป็นส่วนที่ต้องออกไปท่องโลกกว้างพร้อมกับตัวท่านทุกวัน แต่กลับไม่ค่อยได้อาบน้ำท่าทำความสะอาดเหมือนคน เพราะไม่อย่างนั้นหนังอาจเสื่อมเร็ว ดังนั้นควรระวังเรื่องความชื้นและกระเป๋าที่มีซอกหลืบเยอะให้ดี มืออนามัย แม้จะใส่เพื่อความสะอาดแต่ก็อาจป่วยได้โดยเฉพาะถุงมือยางที่เรียกว่า “ลาเท็กซ์” ทั้งในบุคคลากรแพทย์หรืออาชีพที่ต้องใส่ถุงมือทำงาน จะมีอาการ “แพ้” ได้กลายเป็นตุ่มใสบ้างแดงบ้างแถมคันคะเยอ หรือเผลอๆเหงื่อออกก็ได้เชื้อราแถมตามง่ามนิ้ว พอถึงเวลาถอดถุงมือออกมาดูพุพองน่าสยองไป นาฬิกาข้อมือ ถือเป็นของติดตัวใส่กันตลอดทั้งในยามทำงาน,ออกกำลังกายหรือแม้ในเวลาอาบน้ำ ทำให้ซอกนาฬิกาเป็นบ้านอันผาสุกของเชื้อโรคได้ จึงอยากขอให้พักข้อมือบ้าง โดยการถอดนาฬิกาในเวลานอนและอาบน้ำเพราะนั่นคือช่วงที่เชื้อจะสะสมได้มากที่สุด รวมถึงแหวน,สร้อยและเครื่องประดับติดตัวอื่นด้วยนะครับ จะได้ทำให้เวลานอนคือเวลาพักผ่อนปลอดพันธนาการที่แท้จริง ชั้นในและกางเกงเข้ารูป รัดจนหน้าตูบแถมยังทำให้เจ็บป่วยจากโรคอย่างกรดไหลย้อนในกรณีใส่เสื้อรัด หรือกดเส้นประสาทจนหน้าขาชาอย่างกรณีใส่กางเกงขาเดฟรัดติ้วแล้วยังมีกระเป๋าสตางค์กดอีก ส่วนในกรณีที่ร้อนจัดมีเหงื่อออก เครื่องรัดกายที่แน่นตัวเช่นนี้จะเรียกทั้งเชื้อราผิวหนังแล้วยังตกขาวในสาวๆได้อีกด้วย รองเท้า เป็นแหล่งรวมดาวเชื้อโรคอย่างแท้จริงเพราะไปวิ่งไปเดินมาร้อยเอ็ดย่านน้ำแล้วพอถึงเวลากลับมาบ้านเหนื่อยก็ถอดทิ้งไว้เฉยๆรวมกันอยู่บนชั้นวาง หรืออย่างชีวิตชาวคอนโดฯที่ต้องใช้ที่ร่วมกันอย่างประหยัดก็ทำให้ชั้นวางเกือกแออัดราวกับมหกรรมย่อมๆซึ่งทำให้ชั้นวางรองเท้ากลายเป็นสวนสัตว์รวมเชื้อไปอย่างน่าตกใจ อะไหล่กายเทียม เช่น ข้อเข่าเทียม,ข้อสะโพกเทียม หรือหลอดลวดที่ไปถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจ ล้วนแต่เป็นของที่มีอายุ แม้จะดูแลดีแค่ไหนก็ต้องมีวันเสื่อม ซึ่งอนัตตาแห่งอะไหล่มนุษย์เหล่านี้สั้นกว่าอวัยวะที่เป็นของออริจินัลดั้งเดิมอยู่มาก ด้วยว่าร่างกายจะสร้าง “ธาตุต้านของเทียม(Antibody)” ขึ้นมาทำให้เกิดปฏิกิริยาเสื่อมและเจ็บป่วยได้มากกว่าอวัยวะแท้ๆ .........นอกจากนั้นยังมีของใกล้ตัวที่ใช้เฉพาะกิจอีกเช่น แว่นตา,ยาดมและผ้าเช็ดหน้า ที่พาเชื้อโรคเช่นตาเจ็บ,ตาแดงและโรคหวัดมาได้ จะเห็นว่าของติดตัวและใกล้ตัวที่ว่ามานี้ถ้าใช้ดีมันก็จะเป็นส่วนส่งเสริมเราแต่ถ้าเผลอไปเมื่อไรมันก็อาจกลายเป็นพันธนาการแห่งชีวิตและเป็นพิษต่อตัวเราได้ ไม่เกี่ยวว่าเป็นของแพงของถูกแต่อย่างใดเลย ขอบคุณที่มาจาก สสส.

รังแค แก้คันอย่างไร ให้หายขาด
คัน /  รังแค / 

          รังแค คือ ขุยหรือสะเก็ดสีขาวบนหนังศีรษะ พบบริเวณโคนผม เส้นผม หรืออาจร่วงลงมาเกาะบนปกเสื้อ บริเวณบ่าและไหล่ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อใส่เสื้อสีเข้ม รังแคนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อย และมีผลต่อบุคลิกภาพทำให้คนจำนวนมากขาดความมั่นใจ           รังแคเกิดจากการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังชั้นบนสุดของหนังศีรษะ  โดยปกติแล้ววงจรชีวิตของเซลล์ผิวหนังจะมีการแบ่งตัวจากเซลล์ผิวหนังชั้นล่าง และค่อย ๆ เคลื่อนไปยังชั้นบนจนถึงชั้นบนสุดแล้วค่อย ๆ ผลัดหลุดไป เราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า วงจรนี้ในคนปกติใช้เวลาประมาณ 28 วัน แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหารังแคนั้นวงจรนี้จะเกิดเร็วขึ้นกว่าปกติ ทำให้มีการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังปริมาณมากจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นแผ่นสะเก็ดสีขาวบนหนังศีรษะ           รังแค อาจไม่มีอาการหรือมีอาการคันหนังศีรษะร่วมด้วย ยิ่งเกาจะทำให้สะเก็ดหลุดลอกมากขึ้น โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นรังแคหนังศีรษะจะดูปกติ แต่หากพบรังแคร่วมกับมีการอักเสบของหนังศีรษะอาจเป็นเป็นอาการแสดงของโรคผิวหนังบางโรค ได้แก่ โรคผิวหนังอักเสบ Seborrheic Dermatitis ซึ่งนอกจากพบมีผื่นแดง และมีสะเก็ดลอกบริเวณหนังศีรษะแล้ว ยังสามารถพบผื่นบริเวณข้างจมูก คิ้ว, หลังหูได้อีกด้วย การแพ้สารเคมีที่สัมผัสหนังศีรษะ เช่น แพ้น้ำยาย้อมผมก็สามารถทำให้เกิดอักเสบของหนังศีรษะได้ โรคผิวหนังอีกโรคหนึ่งที่มีสะเก็ดหลุดลอกบริเวณหนังศีรษะ คือ โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) ซึ่งการหลุดลอกของสะเก็ดบนหนังศีรษะจะมีความรุนแรงมากขึ้น โดยผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะพบมีรอยโรคที่หนังศีรษะ รวมถึงบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ลำตัว, แขนขา, ข้อศอก, หัวเข่า ร่วมกับมีความผิดปกติของเล็บมือเล็บเท้า และอาจมีข้ออักเสบร่วมด้วย            สาเหตุของการเกิดรังแคยังไม่ทราบชัดเจน เชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากเชื้อราซึ่งอาศัยอยู่บริเวณรูขุมขนของหนังศีรษะชื่อ Malassezia โดยผู้ป่วยที่มีปัญหารังแคจะมีเชื้อราชนิดนี้มากกว่าคนปกติ การรักษารังแคส่วนหนึ่งจึงมุ่งเน้นการลดจำนวนของเชื้อราชนิดนี้ วิธีการรักษา และป้องกัน 1. เลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น เนื่องจากน้ำอุ่นจะทำให้หนังศีรษะแห้ง และลอกเป็นขุยได้ 2. เลี่ยงการเกาแรง ๆ หรือใช้หวีซี่คมหวีบริเวณหนังศีรษะ 3. ใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมของตัวยาที่สามารถลดจำนวนเชื้อราบนศีรษะ ซึ่งได้แก่ คีโตโคนาโซล ซิงค์ไพรีไทออน ซิลิเนียม ซัลไฟด์ หากมีสะเก็ดหนา และใช้ยาสระผมข้างต้นไม่ทุเลา ให้เปลี่ยนมาใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมของน้ำมันดิน (Tar) จะช่วยลดสะเก็ดได้ดี แต่มีข้อเสียคือ กลิ่นค่อนข้างแรง และอาจทำให้ผมแห้ง แข็งกระด้าง ซึ่งวิธีแก้ไขคือให้ใช้ครีมนวดตามหลังการสระผม  ผู้ที่เป็นรังแคควรใช้ยาสระผมเหล่านี้เป็นประจำ โดยช่วงแรกควรสระผม 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หลังจากรังแคลดลงแล้วสามารถลดเหลือ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยแต่ละครั้งที่สระผมควรทิ้งเวลาประมาณ 5-10 นาทีก่อนล้างออก 4. หากกรณีมีหนังศีรษะอักเสบร่วมด้วย การใช้ยาทากลุ่มคอติโคสเตอรอยด์ชนิดน้ำ หรือครีมน้ำนมทาบริเวณหนังศีรษะจะลดอาการแดงอักเสบลงได้ โดยหลังจากสระผมให้ใช้หวีแสกผมออก จากนั้นหยอดยาลงบนบริเวณที่มีการแดงอักเสบของหนังศีรษะ ใช้นิ้วเกลี่ยและคลึงเบา ๆ  โดยทายาวันละ 1-2 ครั้ง การอักเสบของหนังศีรษะจะลดลง ขอบคุณที่มาจาก : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ประโยชน์ของเบียร์ ที่ทำได้มากกว่าการเมาแอ๋
เกร็ดความรู้

รู้หรือไม่ ? เบียร์มีสารต่างๆ มากกว่า 1,000 ชนิด มีวิตามิน และเกลือแร่ช่วยให้เส้นประสาท และกล้ามเนื้อแข็งแรง สำหรับคอเบียร์คงหูผึ่งเมื่อมีคนบอกว่า เบียร์มีประโยชน์ ต่อร่างกาย แต่ถึงอย่างไรก็ควรดื่มพอประมาณ แล้วเหตุใด ฝรั่งจึงบอกว่า เบียร์ดีมีประโยชน์ เหตุผลก็คือเบียร์มีสารต่างๆ มากกว่า 1,000 ชนิด รวมทั้งวิตามิน และเกลือแร่ เช่น สังกะสี แมกนีเซียม เหล็ก และแร่ธาตุจำเป็น ซึ่งช่วยให้เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ แข็งแรง เหตุผลดีๆ ยังมีอีกมากมาย เช่น ประโยชน์ของเบียร์ ที่ทำได้มากกว่าการเมาแอ๋ ประโยชน์ของเบียร์ ที่ทำได้มากกว่าการเมาแอ๋ 1.ป้องกันโรคหัวใจ จากการศึกษาของนักวิชาการพบว่า ผู้ที่ดื่มเบียร์มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มเบียร์ 40 - 60% แต่ควรดื่มไม่เกินครึ่งลิตรต่อวัน 2.ช่วยลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต สารที่มีประโยชน์ในเบียร์สามารถช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน จึงช่วยป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต 3.ช่วยลดความดันโลหิต แพทย์ชาวฮอลแลนด์ และจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดค้นพบว่า การดื่มเบียร์ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ 4.ป้องกันเบาหวาน ผู้ที่ดื่มเบียร์มีจำนวนน้อยที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เหตุผลก็คือ เบียร์ทำให้ร่างกายสามารถปรับฮอร์โมนอินซูลิให้ความทรงจำดี นักดื่มเบียร์จึงไม่ค่อยเป็นโรคอัลไซเมอร์ 5.ช่วยให้กระดูกแข็งแรง เบียร์ให้ผลดีต่อกระดูก สามารถช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ แต่ได้ผลเฉพาะกับหนุ่มสาวเท่านั้น 6.ช่วยให้อายุยืน จากการศึกษามากกว่า 50 สำนัก พบว่า ผู้ที่ดื่มเบียร์วันละ 1 - 2 แก้วมักจะมีอายุที่ยืนยาว เนื่องจากเบียร์มีสารปกป้องหัวใจ 7.ป้องกันท้องร่วง โมเลกุลในเบียร์มีส่วนประกอบเหมือนกันกับกรดนม และน้ำส้มสายชู สารที่ว่านี้ขัดขวางเชื้อโรคในลำไส้ ที่เป็นสาเหตุของท้องร่วง ไม่ให้แพร่เชื้อจนท้องเสีย 8.ต้านความเครียด นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย Montreal ค้นพบว่า คนทำงานที่ได้ดื่มเบียร์บ้างเป็นครั้งคราวมีความเครียดน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มเบียร์ 9.ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี และในไต นักวิชาการจากเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ค้นพบว่าการดื่มเบียร์วันละหนึ่งขวดก็จะได้รับแมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไตได้ถึง 40% 10.ป้องกันโรคนอนไม่หลับ สารจากดอก Hops ในเบียร์เปรียบเสมือนยานอนหลับจากธรรมชาติ ช่วยให้ประสาทผ่อนคลาย ดังนั้น การดื่มเบียร์หนึ่งแก้วในตอนเย็นจึงเหมือนกับการกินยานอนหลับ 11.ช่วยต้านมะเร็ง เบียร์มีสารโพลีฟีนอยด์ที่จะช่วยป้องกันมะเร็ง โดยการดักจับอนุมูลอิสระตัวร้ายออกจากร่างกาย สารโพลีฟีนอยด์หลักก็คือ Xanthohumol ซึ่งมีข้อดี คือ ช่วยยับยั้งโปรตีนที่ช่วยในการพัฒนาการของมะเร็ง 12.ช่วยให้ผิวสวย ในเบียร์มีวิตามินสูง เช่น Pantothenic Acid วิตามินบี 3 และไนอาซิน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์ผิวใหม่ ช่วยสร้างคอลลาเจน และเม็ดสี ผิวจึงเรียบเนียน และอ่อนนุม เพิ่มเติม ประโยชน์ของเบียร์  ที่มากกว่า แค่ทำให้เมาแอ๋ไม่ใช่ข้ออ้างแต่นี่คือประโยชน์จริง ๆ ของเบียร์ที่มากกว่าแค่ให้ความดื่มด่ำจากรสชาติกับสุนทรีย์ในการละเลียดฟองเบียร์ใต้แอร์เย็นฉ่ำ... ประโยชน์ของเบียร์ ต่อไปนี้อาจจะช่วยเป็นข้อแก้ตัวของคุณได้ 1. ประคบเอ็นร้อยหวายด้วยเบียร์กระป๋อง เบียร์กระป๋องเย็น ๆ ประคบกล้ามเนื้อ ลดความเจ็บปวดได้ เช่นเดียวกับถุงน้ำแข็ง ด้วยการนำเบียร์แช่เย็นเจี๊ยบประคบบริเวณที่ปวด ไม่ว่าจะเป็นปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต้นคอ หรืออาการปวดศีรษะ หรือใช้ผ้าพันแผลพันกระป๋องโลหะของเบียร์ให้ส่งความเย็นไปสู่ กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว อย่าลืมวางผ้าบาง ๆ กั้นระหว่างกระป๋องเบียร์กับผิวของคุณเพื่อป้องกันความเย็นจัด หายปวดแล้วก็เปิดกระป๋องดื่มแก้เซ็งจากอาการเจ็บปวดได้อีกต่างหาก...555 2. ใช้ดับไฟ ในกรณีที่คุณไม่มีเครื่องดับเพลิงอยู่ใกล้ ๆ...เบียร์สักกระป๋องนำมาใช้แทนได้อย่างดี เพียงแค่เขย่ากระป๋องเบียร์เล็กน้อย และราดลงไปบนไฟ แต่เหมาะเฉพาสำหรับไฟเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น อย่างเช่น ไฟที่ลุกไหม้บนตะแกรงปิ้งอาหารอย่าเผลอเอาเบียร์ไปดับเพลิงขนาดใหญ่เชียว เพราะคุณอาจโดนเพื่อนเตะเอาได้(เสียดายเบียร์) 3. หมักเนื้อ เบียร์มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ เราจึงสามารถนำไปหมักเนื้อได้เบียร์จะทำให้เนื้อที่เหนียว หมักแล้วอ่อนนุ่มลงได้... ข้อดีอีกอย่างของการหมักเนื้อด้วยเบียร์คือมันจะไม่ทำให้รสชาดของเนื้อที่หมักเปลี่ยนไป เหมือนหมักด้วยไวน์ หรือน้ำส้มสายชูวิธีการหมักที่ได้ผลดีก็คือ เจาะเนื้อให้เป็นรูเล็ก ๆ 2-3 รูจากนั้นนำไปใส่ในทัพเพอร์แวร์ แล้วเติมเบียร์เข้าไปนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 2-3 ชั่วโมงหรือถ้าจะให้เบียร์ซึมเข้าไปในเนื้อได้ดีขึ้น ควรแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน 4. ปลดล็อกที่ขึ้นสนิมด้วยเบียร์ ถ้าล็อคประตูของคุณเกิดขึ้นสนิมจนเปิดไม่ออกลองราดเบียร์ลงไป แล้วทิ้งไว้สักครู่ คาร์บอเนตในเบียร์ช่วยละลายสนิมที่ติดอยู่ได้ 5. ปลุกชีพให้กับหญ้าที่ตายแล้ว น้ำตาลหมักในเบียร์มีคุณสมบัติกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช และฆ่าเชื้อราได้ลองพ่นเบียร์ที่ไม่มีสารเคมีเจือปนลงไปบนจุดหญ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในสนามหญ้าที่ตายจะดูดซับพลังงานจากน้ำตาลหมักในเบียร์ ทำให้หญ้าคืนมาเขียวได้อีกครั้ง(น่าลองดูกับชวนชม แต่ว่าเอาเงินไปซื้อปุ๋ยดีกว่า...ถูกกว่าเยอะ...เสียดายเบียร์อ่ะ) 6. หาทิศทางในยามจำเป็น สมมุติว่าคุณหลงทางอยู่ในป่าทึบ แล้วของติดตัวมีเพียงแค่เบียร์กระป๋อง เข็มเย็บผ้า ชามใบเล็ก และชุดชั้นในผ้าใหม (ของแฟนคุณ) เราสามารถหาทิศทางได้โดย ขั้นแรก ให้เทเบียร์ลงไปในชามเล็กปล่อยทิ้งให้หมดฟอง จากนั้นถูเข็มไปมาลงบนชุดชั้นในเพื่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต แล้วนำเข็มไปลอยในชามที่ใส่เบียร์เข็มจะหยุดแล้วชี้ไปทางทิศเหนือ... เท่านี้คุณก็รอดพ้นจากการหลงป่าแล้ว (เอ... ลงทุนพก เข็มด้าย ชาม และที่สำคัญชุดชั้นในแฟน หรือที่ไม่ใช่ของแฟนหรือที่ไปสอยชุดชั้นในเขาตามหอหญิงมาได้ แต่ทำม้าย ทามมายเข็มทิศอันเดียวเอาไปไม่ได้เนาะ) 7. เบียร์แต่ง และบำรุงผม (บนศรีษะ) เบียร์ 2-3 หยด สามารถนำมาใช้ในการแต่งผมได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนียวเหนอะพอ ๆกับเจลแต่งผม และอีกอย่างคือ สามารถช่วยทำให้ผมเราสวยได้ซึ่งผมที่ลีบแบนของเรา ดูพองตัว หนา และมีสุขภาพผมที่ดีขึ้นด้วยซึ่งวิธีการก็ง่ายนิดเดียวโดยหลังจากที่สระผมเสร็จแล้วก็เทเบียร์ลงบนเส้นผมพอหมาด ๆ ขยี้ให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีหลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาดและปล่อยให้ผมแห้งเองโดยธรรมชาติ นอกจากเบียร์จะช่วยให้ผมดูหนา และนุ่มขึ้นแล้วเบียร์ยังขจัดสารตกค้างจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมได้อีกด้วย...เพียงสัปดาห์ละครั้ง ผมของเราก็จะเริ่มมีสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ เคล็ดลับง่ายๆ ลองทำกันดูนะ ข้อมูล dld.go.th

10 อันดับเรือผีสิงในตำนาน
10 อันดับ /  ตำนานลี้ลับ / 

10 อันดับเรือผีสิงในตำนาน นี้เป็นตำนานเก่าแก่ที่ถูกเล่าต่อๆ กันมาถึงความน่ากลัว พิศวง และความลึกลับของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรือ ในท้องทะเล ถ้าเพื่อนๆ ชอบเรื่องเร้นลับ ลี้ลับ แล้วละก็ พลาดไม่ได้กับ 10 อันดับเรือผีสิงในตำนาน นี่ซะแล้ว .. 10 อันดับเรือผีสิงในตำนาน 1. Flying Dutchman คงไม่มีเรือผีที่ไหนแล้วที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า "เรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมน" ที่ออกหลอกหลอนคนในน่านน้ำทั่วโลกและได้เป็นแรงบันดาลใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด นิยายสยองขวัญ ภาพยนตร์ รวมทั้งเป็นชื่อเรือโจรสลัดภาพยนตร์ ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน และแม้กระทั้งโอเปร่าโดยเรือลำนี้ถูกกล่าวถึงครั้งแรกปลายปี 1700 ในหนังสือ "Voyage" และได้รับความนิยมในยุคนั้นและจากนั้นเป็นต้นมาตำนานนี้ก็แพร่หลายไปทั่วโลก โดยตำนานมีอยู่ว่ากัปตันชาวดัตช์คนหนึ่งชื่อ แวน แดร์ เดคเคน (Van Der Decken) ได้นำเรือไปพบสภาพอากาศที่เลวร้ายในแหลมกู๊ด โฮป ประเทศแอฟริกาใต้ เขาพยายามนำเรือผ่าพายุนี้แต่ไม่เป็นผลจนเรือใกล้อัปปาง ซึ่งเขาโกรธมากเขาเลยสาบานแก่ฟ้าว่า "ข้าจะวนเวียนอยู่บริเวณแหลมนี้ ตราบฟ้าดินสลาย" และ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาและเรือได้กลายเป็นปีศาจที่ต้องคำสาปให้เดินทางในมหาสมุทรชั่วกัลปาวสาน ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ ตราบโลกนี้สิ้นสลาย ฟลายอิ้ง ดัตช์แมนได้รับการบันทึกเป็นเอกสารมาตั้งแต่คริสต์สตวรรษที่ 17 และมีรายงานการพบเห็นเป็นครั้งคราวมาจนถึงคริสต์สตวรรษที่ 20 เรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมนมักปรากฏตัวในคืนที่มีหมอกหนาทึบ บางครั้งพบเห็นเป็นแสงประหลาดในเวลากลางคืน ในรูปของเรือสำเภาสามใบเสา และกัปตันผู้ซึ่งยังแต่งกายในแบบศตวรรษเก่าใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว กรีดเสียงหัวเราะบ้าคลั่งชวนขนลุก หลายคนเริ่มมีความเชื่อว่าหายนะมักจะตามมาหากใครที่ได้เห็นเรือลำนี้ เช่น ในปี ค.ศ.1881 คนประจำเรือของพระเจ้าจอร์จที่ 5 ได้เห็นเรือลำใหญ่ลึกลับปรากฏขึ้นทางด้านหัวเรือเมื่อเวลา 4.00น. และหลังจากนั้นไม่กี่วัน คนประจำเรือคนนั้นก็พลัดตกเสากระโดงเรือตายคาที่ ทุกวันนี้ก็ยังมีคนกล่าวอ้างอยู่เสมอว่าเห็นเรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมนยังคงรอนแรมอยู่เดียวดายกลางทะเลด้วยรูปลักษณ์อันเศร้าโศกและสยด สยองอยู่ ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ได้คำอธิบายปรากฏการณ์ฟลายอิงดัตช์แมน ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางแสงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นมิราจหรือฟาตา มอร์กานา ที่เกิดจากการหักเห และการสะท้อน ที่พบเห็นในทะเล 2. Mary Celeste ปริศนาเรือแมรี่ เซเลสต์ ยังเป็นปริศนาที่มีชื่อเสียงจนถึงปัจจุบัน โดยเรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 1872 เมื่อเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติอังกฤษชื่อ เดอี กราเซีย เห็นเรือแมรี่ เซเลสต์ เรือใบสองเสาขนาด 100 ฟุต ลำหนึ่งที่ร้างคนและลอยอย่างไม่มีจุดมุ่งหมายกลางทะเลมหาสมุทรแอตแลนติก ตอนเหนือ ระหว่างประเทศโปตุเกสกับหมู่เกาะอะซอเรส ซึ่งเรือดังกล่าวแล่นจากนิวยอร์คสู่เจนัวในวันที่ 7 พฤศจิกายน โดยสมาชิกเรือประกอบด้วยกัปตันบริกก์ ภรรยาซาราห์ ลูกสาวโซเฟีย และลูกเรือ รวมเป็น 11 คน ในเวลาต่อมาก็มีการสำรวจเรือแมรี่ เซเลเลสต์ ก็พบว่าไม่มีร่องรอยคนอยู่บนเรืออยู่เลย อีกทั้งสภาพในเรือก็น่าพิศวงเพราะทุกอย่างบนเรืออยู่ในสภาพที่ราวกับว่า เพิ่งมีคนอยู่ที่นั่น จนถึงเมื่อครู่ ที่โต๊ะอาหารว่างของกัปตันยังพบร่องรอยไข่ลวกกระเทาะเปลือกทิ้งไว้โดยไม่ตัก รับปะทาน ขนมปังและจานซุปยังวางอยู่บนโต๊ะ ไปป์ถูกวางไว้รอจุดไฟ รองเท้าบู้ธถูกวางทิ้งทั้งๆที่ยังขัดค้างไว้อยู่ สมุดโน้ตภรรยาเปิดคาเหมือนยังเล่นค้างอยู่ รูปการบ่งบอกชัดเจนว่าสละเรือเป็นไปอย่างเร่งรีบโดยไม่มีการเตรียมตัวมาก่อ นอกจากนั้นสภาพห้องของเรือส่วนใหญ่ถูกรื้อกระจุยกระจาย ของหลายชิ้นตกแตกเต็มพื้นเหมือนมีเหตุต่อสู้กันบนเรือ แต่กระนั้นสินค้าที่เป็นสุรายังอยู่ปกติ(ปริมาณกว่า 1,500 บาร์เรล) บันทึกเดินเรือถูกฉีกขาดไปหลายหน้า แต่ก็ไม่มีร่องรอยอย่างอื่นว่าคนทั้ง 10 หายไปไหนและหายไปได้อย่างไรกัน และที่น่าตกใจก็คือวันสุดท้ายที่มีการบันทึกคือวันที่ 25 พฤศจิกายน หรือประมาณ 10 วันมาแล้ว หากตำแหน่งเรือปัจจุบันจะพบว่าเรือแมรี่ เซเลสต์ กางใบแล่นมาโดยปราศจากคนบังคับเกือบ 100 ไมล์ มีหลายทฤษฏีที่อธิบายเรื่องลึกลับที่เกิดขึ้นกับเรือแมรี่ เซเลสต์ คนบนเรือถูกฆ่าโดยโจรสลัด หรือได้รับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อราจนประสาทหลอนและเสียสติ หรือเกิดจากผีและสัตว์จากจากทะเล หรือมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว แต่ทฤษฏีที่หลายคนยอมรับมากที่สุดคือเรือแมรี่ เซเลสต์เผชิญกับพายุหรือคลื่นลมแรง ทุกคนเลยสละเรือและต่อมาก็เสียชีวิตในทะเลทั้งหมด แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็ไม่สามารถไขปริศนาของมันได้จนเรือถูกขายต่อไป และท้ายที่สุด มันก็ถูกจมทิ้งเพื่อหวังเงินประกันใกล้ๆ เกาะเฮติ ในปี 1884 จนกลายเป็นปริศนาที่ไขไม่ออกจนถึงปัจจุบัน 3. The Lady Lovibond ในประเทศอังกฤษ มีตำนานอันยาวนานเกี่ยวกับเรือผี ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เรือเลดี้ โลวี่บันด์ ซึ่งเป็นเรือใบสกูเนอร์ ผีที่มีชื่อเสียงมากที่สุด โดยเรื่องราวของเรือนี้เริ่มขึ้นในเดือน 13 กุมภาพันธ์ 1748 กัปตันเรือเลดี้ โลวี่บันด์ ชื่อไซม่อน พีล (Simon Peel) ได้ตัดสินใจเอาเรือออกมาเฉลิมฉลองงานแต่งงานของเขาที่นอกชายฝั่งอังกฤษ โดยความเชื่อดั้งเดิมนั้นหากเรานำผู้หญิงขึ้นเรือไปด้วยจะนำความหายนะสู่เรือนั้นๆ และปรากฏว่าเป็นเช่นนี้จริง เมื่อต้นหนประจำเรือคนหนึ่งเกิดไปหลงรักภรรยาของกัปตันเรือไซม่อนเข้า ทำให้เขาเกิดความริษยา ความโกรธและความหึงหวง และในวันนั้นเองในขณะที่กัปตันหนุ่มและแขกกำลังฉลองการแต่งงานที่ด่านฟ้า ต้นหนเรือได้บังคับเรือเลดี้ โลวี่บันด์ให้เป็นเรือมฤตยู ผลสุดท้ายเรือก็เกิดอุบัติเหตุที่แหลมกู๊ดวินด์ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียง เหนือของอังกฤษ ทุกคนบนเรือตายเกลี้ยง หลังจากนั้นเป็นต้นมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลาผ่านไปทุกสิบห้าปี เรือเลดี้ โลวี่บันด์จะปรากฏตัวในฐานะเรือผี ครั้งแรกปรากฏในปี 1798 ต่อมา 1848, 1898, 1948 ในลักษณะแตกต่างกันออกไป เช่นเรือในรูปซากปรักหักพังหรือแสงสีเขียวประหลาด อย่างไรก็ตามในมันไม่ได้ปรากฏครั้งล่าสุดในปี 1998 แต่กระนั้นมันก็ยังเป็นตำนานที่มีชื่อเสียงของเรือผียุโรปอยู่ดี 4. Octavius ตำนานออคตาเวียค นั้นไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ หากแต่เรื่องราวของเรือดังกล่าวได้เล่าขานจนมีชื่อเสียงไม่แพ้เรือผีทุก เรื่องในเรื่องโชคชะตากรรมที่น่าสยดสยองของลูกเรือในลำดังกล่าว ที่เต็มไปด้วยเรื่องลี้ลับเป็นอย่างยิ่ง โดยตำนานนี้ได้อ้างว่าในปี 1775 เรือล่าวาฬลำหนึ่งชื่อเฮราลด์ ได้สะดุดพบเรือออคตาเวียสเข้าโดยบังเอิญนอกชายฝั่งกรีนแลนด์ในสภาพจับตัว เป็นน้ำแข็งไม่สามารถไปไหนได้ โดยเรือลำนี้เป็นเรือที่ออกจากประเทศอังกฤษเมื่อปี 1761 และหายสาบสูญไปถึง 13 ปี แต่ตอนนี้มันปรากฏขึ้นมาอีกครั้งต่อหน้าลูกเรือเฮราลด์ ซึ่งกัปตันและลูกเรือเฮราลด์ได้ไปสำรวจเรือดังกล่าวก็พบร่างของลูกเรือนอน ตายอยู่ที่นอนคลุมร่างกายไว้ด้วยผ้าห่มหนา ร่างกายถูกแช่แข็งเหมือนอยู่ในสภาพที่เย็นจัด นอกจากนี้ยังพบเด็กผู้หญิงที่ตายคลุมด้วยผ้าห่มเหมือนลูกเรือเช่นกัน ส่วนกัปตันเรือตายในลักษณะนั่งคว่ำหน้าทับสมุดบันทึกเดินเรืออยู่ ในมือถือปากกาเหมือนจะเขียนอะไรบางอย่าง มีกองไม้ที่ถูกเหลาไว้แสดงให้เห็นถึงความพยายามเป็นครั้งสุดท้ายที่จะจุดไฟ แต่ก็หมดหวัง เมื่อพวกเขาอ่านบันทึกเรือก็ตกใจมากเพราะว่าบันทึกดังกล่าวบอกว่าเรือนั้น เริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งในขณะที่เรืออยู่ตอนเหนือของอลาสก้า เมื่อเดือน พฤศจิกายน ค.ศ.1762 แสดงให้เห็นว่าเรือนี้หายสาปสูญและเดินทางอย่างไม่มีจุดมุ่งหมายมานานถึง 13 ปี มันสามารถแล่นเรือได้อย่างไรในเมื่อลูกเรือทั้งลำตายหมดแล้วนอกเสียจากลูก เรือกับกัปตันเป็นผี ก่อนที่เรือจะหยุดลงเพราะติดน้ำแข็งที่เกาะกรีนแลนด์ดังกล่าว และทุกวันนี้ไม่มีใครรู้เส้นทางเดินเรือที่แท้จริงของเรือที่เผชิญโศก นาฏกรรมดังกล่าวเลย 5. The Joyita เป็นชื่อเรือ ยอชท์ ยาวกว่า 21 เมตร ถูกสร้างในปี 1931 และผ่านมือมาหลายคน จนกระทั้งถูกทำให้กลายเป็นเรือประมง เช่าเหมาลำในที่สุด และเรื่องราวลึกลับก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 ตุลาคม ในปี 1955 เมื่อเรือบรรทุกผู้โดยสารกว่า 25 ชีวิต บนเรือนี้ได้หายไปอย่างลึกลับในแปซิฟิกใต้ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 5.00น. เรือได้ออกเดินทางจากท่าเรือไปยังหมู่เกาะโตเกลา(ระยะห่างกว่า 430 เมตร) บนเรือประกอบด้วยเจ้าของเรือ พร้อมลูกเรือ 16 คนและผู้โดยสาร 9 คน(หนึ่งในนั้นมีศัลยแพทย์ชื่อดังชื่อ อัลเฟรด "แอนดี้" เดนิส พาร์สัน รวมอยู่ด้วย) ต่อมา 6 ตุลาคมเรือก็ถูกระบุว่าค้างหนี้ชำระ แต่กระนั้นมันก็ได้หายไปโดยไม่มีการติดต่ออีกเลย ทำให้มีการค้นหาทางอากาศครั้งใหญ่ครอบคลุมพื้นที่น่าจะเป็นไปได้ถึง 260,000 ตารางกิโลเมตรในมหาสมุทร แต่ไม่พบเรือดังกล่าวเลย จนกระทั้งห้าสัปดาห์ต่อมา(10 พฤศจิกายน) เรือก็ถูกพบแถวเส้นทางเดินเรือจากซูวาไปฟูนะฟูตี ในสภาพจมเป็นบางส่วนและเครื่องยนต์หลายเครื่องเกิดความเสียหาย และไม่มีร่องรอยเกี่ยวกับผู้โดยสารหรือลูกเรือ สินค้าหนักกว่าสี่ตันได้หายไป ส่วนหลักฐานที่น่าสนใจบนเรือก็มีนาฬิกาบอกเวลาที่หยุดเมื่อ 10.25น. แสดงให้เห็นว่าเป็นเวลาที่เกิดเหตุและน่าจะเป็นตอนกลางคืน วิทยุเรือถูกปรับเพื่อขอความช่วยเหลือสากล และมีการพบกระเป๋าแพทย์บนด่านฟ้าข้างในมีผ้าพันแผลและมีดผ่าตัดที่เปื้อน เลือด เรื่องราวของเรือลำนี้ยังคงความลึกลับถึงปัจจุบัน โดยทฤษฏีที่นิยมมากที่สุดคือโจรสลัดฆ่าและร่างกายของพวกลูกเรือถูกโยนลงน้ำ หรือไม่ก็ถูกลักพาตัว หรือโกงเงินประกันภัย 6. The Baychimo หนึ่งในกรณีที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเกี่ยวกับเรือผีของจริง ก็คือกรณีเรือสินค้าเดินสมุทรลำหนึ่งชื่อ "เบย์ชิโม่" ที่ถูกทิ้งจนเป็นเรือร้าง แต่มันสามารถลอยทะเล ท่องมหาสมุทรแถวอลาสก้ากว่า 38 ปีโดยไม่มีกัปตันและลูกเรือขับมันเลยแม้แต่คนเดียว โดยเรือลำดังกล่าวเป็นของบริษัทฮัดสันส์เบย์ สร้างขึ้นใน 1914 เรือขนส่งสินค้าบนเส้นทางระหว่างแคนาดาและอลาสกา ดังนั้นเรือนี้จึงออกแบบแข็งแกร่งเป็นพิเศษเพื่อทนต่อสภาพอากาศและสภาพท้องทะเลแถบขั้วโลกเหนือที่เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็ง จนกระทั้งในปี 1931 เรือเบย์ชิโม่ก็ถูกขังอยู่ในก้อนน้ำแข็งใกล้อลาสก้าและหลังจากพยายามและหา วิธีมากมายในการแก้ปัญหานี้ แต่ปรากฏว่าล้มเหลว กัปตันและลูกเรือจึงต้องออกจากพื้นที่ ที่เรืออยู่เพื่อความปลอดภัยหลังจากเกิดพายุหิมะ จากนั้นเวลาต่อมาเรือก็ถูกทิ้ง และเมื่อคนของบริษัทกลับมาดูอีกทีก็พบว่ามันหายไป คาดว่ามันคงจมสู่ก้นทะเลไปแล้ว หากแต่ว่ามันกลับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องลึกลับในเวลาต่อมา เมื่อมีคนเห็นเรือเบย์ชิโม่ลอยไปมารอบๆ อลาสก้าหลายครั้งและหายไปทุกครั้งอย่างไร้ร่องรอยเมื่อทีมกู้เรือมาถึง และหลายครั้งที่หลายคนเห็นมันติดผืนน้ำแข็งก่อนที่จะหายไปเมื่อละสายตา จนมันถูกเรียกขานว่า "เรือปีศาจแห่งอาร์กติก" และครั้งสุดท้ายที่มันปรากฏคือปี 1969 ในสภาพที่มันกำลังหลุดออกจากผืนน้ำแข็งอลาสก้า และมันหายไปตลอดกาล จวบจนปัจจุบันไม่มีใครรู้ว่าเรือเบย์ชิโม่หายไปไหน หลายฝ่ายเชื่อว่ามันคงจมอยู่ใต้ท้องทะเลเพราะหมดสภาพ หรือมันยังคงล่องลอยอยู่ในทะเลน้ำแข็งแถบขั้วโลกเหนืออยู่ไม่ได้ไปไหน 7. Carroll A.Deering เป็นชื่อเรือของเรือใบซคูเนอร์ ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นเรือพาณิชย์ และถูกพบเกย์ตื้นในแหลม Hatteras ทางทิศเหนือของคาโรไรน่า เมื่อปี 1921หลังจากที่เดินทางขนส่งถ่านหินไปทวีปอเมริกาใต้ที่รีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิลเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 1920 ก่อนที่จะหายไปและปรากฏตัวเมื่อ 31 มกราคม 1921 ที่แหลมดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าลูกเรือบนเรือหายตัวไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอย อุปกรณ์หลายชิ้นบนเรือยังใช้ได้ แต่อุปกรณ์นำทางและสมุดจดรายการต่างๆ หายไป ในห้องครัวของเรือปรากฏว่าอาหารบางอย่างได้ถูกเตรียมไว้สำหรับมื้ออาหารใน วัน ถัดไปแต่ถูกยกเลิกกลางคันเสียก่อน สุดท้ายเรือลำนี้ก็ถูกปลดและถูกทำลายโดยระเบิดเพื่อป้องกันในการนำมันมาใช้ งานอีกครั้ง แต่ปริศนาคนหายในเรือนี้ยังถูกกล่าวขานต่อไปหลายคนเชื่อว่าและลูกเรือลำนี้ เป็นเหยื่อของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เมื่อวันที่ 11 เมษายน 1921 มีคนชื่อเกรย์ได้อ้างว่าพบข้อความในขวดลอยน้ำที่ข้อความที่เชื่อว่าเป็นข้อ ความที่จะไขปริศนาเรือนี้ได้ โดยข้อความนี้เป็นอักษรสีเทาที่เขียนว่า "DEERING CAPTURED BY OIL BURNING BOAT SOMETHING LIKE CHASER. TAKING OFF EVERYTHING HANDCUFFING CREW. CREW HIDING ALL OVER SHIP NO CHANCE TO MAKE ESCAPE. FINDER PLEASE NOTIFY HEADQUARTERS DEERING." 8. Medan Ourang เรื่องราวได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 1948 เมื่อเรืออเมริกันได้รับข้อความแปลกประหลาดจากเรือบรรทุกสินค้าของชาวดัตช์ Ourang Medan ในขณะไปช่องแคบมะละกา นอกชายฝั่งของประเทศมาเลเซีย - ที่อินโดนีเซีย โดยข้อความระบุว่าสมาชิกทั้งหมดบนเรือกำลังจะตาย ก่อนปิดท้ายด้วยคำว่า "ฉันตาย" และเมื่อคนในเรืออเมริกันได้รับข้อความนี้ต่างแล่นเรืออย่างรวดเร็วเพื่อ ช่วยเหลือหากแต่สิ่งที่พวกเขาเจอในเรือดังกล่าวก็ คือ ลูก เรือทั้งหมดและกัปตันเรือดังกล่าวตายหมดแล้วตาของพวกเขาเปิดโพลงใบหน้ามอง แขนยื่นไปยังดวงอาทิตย์(บางคน เอามือชี้ไปยังสิ่งที่มองไม่เห็น)และใบหน้าของเขาแสดงสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด แม้แต่สุนัขบนเรือก็ตายโดยสภาพเหมือนกับว่ามองเห็นศัตรูที่มองไม่เห็นบางอย่าง ระหว่างเรืออเมริกันกำลังลากเรือลำนี้นั้นก็ได้เกิดไฟลึกลับ ทำให้ต้องตัดลวดที่ล่ามกับเรือนี้ออก และเรือเจ้าปัญหาก็เกิดระเบิดขึ้นและจมหายไปในท้องทะเลในที่สุด ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ยังเป็นปริศนาที่หาข้อสรุปไม่ได้ บางคนบอกว่าเรืออาจถูกโจมตีโดยยูเอฟโอหรือพื้นที่สามเหลี่ยมอาถรรพณ์ แต่คนไม่เชื่อก็บอกว่าอาจเกิดพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ หรือเรืออาจบรรทุกสินค้าวัสดุอันตรายต้องห้ามที่ผิดกฎหมายจำพวกพิษที่ทำให้ หายใจไม่ออกและเกิดรั่วขึ้น แต่จนถึงทุกวันนี้เรื่องที่เกิดขึ้นบนเรือ และลูกเรือทั้งหมดของเรือยังคงลึกลับ 9. The SS Valencia SS วาเลนเซีย เป็นเรือกลไฟที่ประสบภัยจนเรือจมอยู่นอกชายฝั่งแวนคูเวอร์, บริติชโคลัมเบียในปี ค.ศ. 1906 เรือได้เผชิญสภาพอากาศที่เลวร้ายใกล้แหลมเมนโดซิโน ทำให้เรือสูญเสียการบังคับแล้วไปชนกับแนวหินปะการังจนน้ำเข้าเรือ จนเรือแตก ลูกเรือและผู้โดยสารได้พยายามสละเรือแล้วหนีโดยใช้แพชูชีพลงน้ำ ซึ่งมีผู้โดยสารในแพชูชีพแตกหายไปในช่วงนั้น ส่งผลให้ผู้โดยสารกว่า 136 คนเสียชีวิตซึ่งส่วนมากเป็นเด็กและผู้หญิง เหลือรอดเพียง 37 คนเท่านั้น ห้าเดือนต่อมาชาวประมงอ้างว่าพวกเขาได้พบโครงกระตูก 8 โครงบนเรือชูชีพอยู่ในบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุเรือจม แต่แล้วเมื่อมีการค้นหาก็ไม่ได้พบอะไร นอกจากนี้ชาวเรือยังพบเรือกลไฟวาเลนเซียล่องลอยอยู่แนวปะการังใน Pachena Point ใกล้เกาะแวนคูเวอร์ไป 12 กิโลเมตร และ 27 ปีต่อมาก็ยังมีการพบเรือและแพผีในบริเวณนั้นอยู่เป็นระยะ 10. The Caleuche เป็นตำนานเรือผีที่หลายคนรู้จักดี เป็นเรือผีที่มักปรากฏตัวที่หมู่เกาะชิโลเอ้ ทางตอนใต้ของประเทศชิลี ตามตำนานของคนท้องถิ่นเล่าว่าเรือผีนี้กำเนิดขึ้นจากดวงวิญญาณของคนจมน้ำในทะเล โดยสาเหตุมาจากสามพี่น้องเงือก ที่หลอกล่อเรือให้อัปปาง จนวิญญาณดังกล่าวไม่ผุดไม่เกิดรวมตัวจนกลายเป็นเรือผีซึ่งมักปรากฏขึ้นทุกคืน (บางตำนานเล่าว่าเป็นเรือผีที่เกิดจากเวทมนต์หมอผีที่มักลักพาตัวชาว ประมงและชาวเรือให้กลายสัตว์เป็นประหลาดเพื่อให้เป็นทาสทำงานเป็นลูกเรือ ชั่วกาล นาน) โดยมันมักปรากฏเป็นเรือใบโบราณขนาดใหญ่อลังการและสวยงาม เต็มไปด้วยดวงไฟพร้อมกับเสียงดนตรีและเสียงคนหัวเราะจำนวนมากมาย และหลังจากมันปรากฏตัวแล้วเรือจะหายไปหรือจมดิ่งไปใต้ทะเล ขอบคุณข้อมูล http://atcloud.com/, http://factstasy.blogspot.com/

แก้ปัญหาผ้ามีกลิ่นอับ อย่างตรงจุด!
กลิ่นอับ /  กลิ่นอับชื้น / 

ระวัง! กลิ่นอับของเสื้อผ้า อาจทำให้คุณเสียหน้ากลางฝูงชน ต้องรีบแก้ไขอย่าได้ช้า เคยไม๊? หยิบผ้าขนหนูออกมาจากลิ้นชัก กลิ่นสาปลอยคุ้ง มึนตึ้บ หยิบเสื้อผ้าออกจากตู้มาใส่ กลิ่นเหม็นอับเตะจมูก ป๊าด…แทบสลบ แล้วจะทนใช้หรือทนใส่อย่างไรกันนี่! ขนาดตัวเองยังเหม็นเกือบตาย แล้วถ้า เดินเข้าไปในหมู่คน มิแตกกระเจิงกันหมดเลยหรือ? เอ…แต่ว่าเราก็ซักผ้าพวกนี้อย่างดีแล้วนี่นา ทำไมเสื้อถึงมีกลิ่นเหม็นอับได้ล่ะ???  ถ้าคุณสงสัยก็ติดตามดูสาเหตุต้นตอของกลิ่นอับ และวิธีการแก้ไขปัญหากลิ่นอับกวนใจกันได้เล้ยยยย แช่ผ้าค้างคืน เพราะเชื่อว่าแช่ผ้ายิ่งนานเสื้อผ้ายิ่งสะอาดหมดจด แต่หารู้ไม่ว่าการแช่ผ้าทิ้งในน้ำแบบค้างคืน กลายเป็นการหมักผ้า ทำให้แบคทีเรียสาเหตุของกลิ่นเหม็นอับเติบโตอย่างรวดเร็ว ทางที่ดีหากต้องการแช่ผ้าก่อนซัก ควรเลือกใช้ผงซักฟอกที่มั่นใจได้ว่าสามารถขจัดแบคทีเรียต้นตอของกลิ่นอับชื้นที่เกิดขึ้นได้ แบบ “ผงซักฟอก เปา ซิลเวอร์ นาโน” ที่มีพลัง “ซิลเวอร์ นาโน” ตรงเข้าขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับได้มากถึง 99.99% ในทุกขั้นตอนซัก ... ตั้งแต่ขั้นตอน แช่ ซัก ตาก ตลอดจนการสวมใส่ ... ไม่ว่าจะซักหรือตากเวลาไหน ทั้งในตอนฝนตก ตอนกลางคืน หรือแม้แต่ต้องตากในที่ร่มใต้ชายคา ไร้แสงแดด ... ก็มั่นใจได้ว่าเสื้อผ้าจะหอมสะอาด ปราศจากกลิ่นอับกวนใจได้ เชื้อราในเครื่องซักผ้า บ่อยครั้งที่เราใช้เครื่องผ้าแบบไม่เคยใส่ใจดูแล ซักผ้าเสร็จก็ปิดฝาเครื่องแล้วเดินหนีไปอย่างไม่เหลียวแล เมื่อความเปียกชื้นยังเกาะติดอยู่ในถังซักและตามขอบยาง อาจนำมาซึ่งปัญหาเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นอับบนผ้าได้ เราควรสอดส่องดูว่ามีเชื้อราหรือคราบสกปรกติดอยู่บริเวณถังหรือตามขอบยางหรือไม่ ถ้ามี ให้ใช้น้ำยาฟอกขาวผสมน้ำสะอาด แล้วใช้ผ้านิ่มๆหรือฟองน้ำชุบและเช็ดให้คราบเชื้อราหลุดออก จากนั้นทำการล้างเครื่องโดยตั้งโปรแกรมซักอย่างเดียว ปล่อยน้ำไหลเข้าถังและเทผสมน้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาในปริมาณเข้มข้นพอควร เมื่อซักเสร็จให้ปล่อยน้ำทิ้ง และทำการซักอีกครั้งด้วยผงซักฟอก แต่ไม่ใส่ผ้าลงในถัง ตั้งโปรแกรมซักและล้าง เมื่อเครื่องเสร็จสิ้นการทำงาน ให้หาผ้าแห้งเช็ดถังและขอบยางต่างๆให้แห้ง เปิดฝาเครื่องทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงจึงปิด ตู้เสื้อผ้ามีเชื้อรา กลิ่นเก่า และกลิ่นอับชื้น เปิดตู้เสื้อผ้า ทั้งดูและทั้งดม ว่ามีคราบฝุ่นขาว ไม้ผุพัง หรือมีกลิ่นแปลกปลอมใดๆหรือไม่ ทำความสะอาดตู้กันดีกว่า... วิธีขจัดกลิ่นให้กับตู้เสื้อผ้า ทำได้โดยการวางแผ่นขนมปังขาวลงในชามเทน้ำส้มสายชูลงไป แล้วนำมาวางไว้ในตู้เสื้อผ้า ทิ้งไว้ 24 ชม. หากยังมีกลิ่นอยู่ ควรทำซ้ำอีกครั้ง นอกจากกำจัดกลิ่นอับๆ ให้หมดไปแล้ว วิธีนี้ยังช่วยกำจัดกลิ่นน้ำมันวานิชหรือแชลแล็กได้อีกด้วย จากนั้นเช็ดทำความสะอาดตู้ แล้วนำการบูรมาใส่ถุงผ้าเล็กๆ ใส่ตู้เสื้อผ้าไว้ หรือจะใช้ก้อนสบู่ที่แกะห่อแล้วมาใส่ไว้ในตู้ก็ได้ เสื้อผ้าจะปลอดกลิ่นอับ และยังช่วยไล่แมลงที่มาก่อกวนในตู้เสื้อผ้าได้อีกด้วย Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/PaoSociety Website : http://www.paosilvernano.com

โอละพ่อ!! แพทย์ยันด.ญ.วัย13 เสียชีวิตไม่มีขนสุนัขในปอด
ขนหมาทำเป็นวัณโรค /  ข่าววันนี้ / 

แพทย์ยันด.ญ.วัย13  เสียชีวิตด้วยอาการปอดติดเชื้ออย่างรุนเเรง ไม่มีขนสุนัขในปอด ผู้ปกครองเผยไม่แน่ใจเชื้อราในปอดเป็นเชื้อราชนิดเดียวกันกับที่สุนัขเป็นหรือไม่  จากกรณีที่ น้องโบว์ ด.ญ.วัย 13 ปี ได้เสียชวิตด้วยอาการปอดติดเชื้ออย่างรุงแรง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเกิดมาจากขนสุนัขที่เข้าไปปะปนอยู่เต็มช่องปอด เนื่องจากที่บ้านของน้องโบว์ มีการเลี้ยงสุนัขถึง 10 ตัว และเจ้าตัวได้คลุกคลีมาตั้งแต่อายุ 3 ปี ทำให้เริ่มมีความผิดปกติ มีผดผื่นขึ้นตามแขนและขา นับตั้งแต่เมื่อปี 2555 จนทางบ้านต้องตัดสินใจเอาสุนัขไปปล่อยทิ้ง 8 ตัว เหลือเอาไว้เพียง 2 ตัว เฉพาะตัวที่น้องโบว์รักเป็นพิเศษ ก่อนที่จะเริ่มมีอาการทรุดหนักเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว และเสียชีวิตลงในที่สุด ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 ก.ค.) นพ.เลิศรัตน์ เอกสถาพรสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาโยง ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของ เด็กคนดังกล่าว พบว่า ได้มาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาโยง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ด้วยอาการหายใจหอบหืด ก่อนจะมีการส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ตรัง ในเวลาต่อมา กระทั่งได้เสียชีวิตลง ซึ่งหัวหน้าแผนกกุมารเวช โรงพยาบาลตรัง ยืนยันว่า จากการตรวจสอบไม่พบขนสุนัขปะปนอยู่ในช่องปอดแม้แต่เส้นเดียว ขณะที่การเสียชีวิตนั้นก็เกิดมาจากอาการปอดติดเชื้ออย่างรุนแรง ดังนั้น กรณีของข่าวที่เกิดขึ้น จึงอาจจะเกิดมาจากความเข้าใจผิด ด้านมารดาของเด็ก เผยว่า บุตรสาว เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลได้ประมาณ 20 วัน ก็เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ซึ่งแพทย์ระบุสาเหตุของการเสียชีวิตว่า ติดเชื้อที่บริเวณปอด แต่ไม่มีการยืนยันว่าพบขนสุนัขหรือขนแมวในปอดของลูกสาวแต่อย่างใด ทำให้ตนก็รู้สึกงงว่าที่ข่าวออกไปได้อย่างไร และในแต่ละวันจะมีคนมาสอบถามเรื่องนี้กันเป็นจำนวนมาก  สำหรับที่บ้านของตนมีสุนัขจำนวนกว่า 10 ตัว แต่เลี้ยงกันตามธรรมชาติ โดยไม่ได้มีการดูแล และไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งบุตรสาวป็นเด็กที่รักสัตว์ และจะอยู่เล่นคลุกคลีกับสุนัขทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา ส่วนเชื้อราที่พบในปอดของลูกสาวนั้น ตนไม่แน่ใจว่า เป็นเชื้อราชนิดเดียวกันกับที่สุนัขเป็นหรือไม่ ซึ่งต้องรอให้ทางแพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องออกมายืนยันอีกครั้ง MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง จริงหรือไม่? ขนสุนัข และเห็บสุนัขเข้าไปในร่างกายคนได้

กรมคุมโรคเผย 6โรคผิวหนังยอดฮิตในหน้าร้อน
กลาก /  เกลื้อน / 

อธิบดีกรมควบคุมโรค เผย 6 โรค ยอดฮิตในช่วงฤดูร้อน ทั้งผด เกลื้อน กลาก ภูมิแพ้ผิวหนัง นาย แพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาโรคต่าง ๆ หนึ่งในโรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม คือโรคผิวหนัง จากข้อมูลของสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ พบว่า ในช่วงฤดูร้อนโรคผิวหนังที่พบบ่อย ได้แก่ 1. ผด เนื่องจากอากาศร้อนจะทำให้เหงื่อออกมาก เป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบของรูขุมขน เกิดผดเม็ดเล็ก ๆ แดง ๆ หรือเป็นเม็ดใส ๆ พบมากในเด็กเล็ก 2. ผิวไหม้แดด โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน มักนิยมไปเที่ยวสงกรานต์ ไปชายทะเลจะตากแดดกันมาก 3. กลาก มักพบในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ มีอาการคัน หากมีเชื้อราเข้ามาร่วมด้วย 4. เกลื้อน พบมากในผู้ที่ใส่เครื่องแบบ ใส่เสื้อผ้ารัดมาก ๆ หรือต้องใส่เสื้อ 2 ชั้น จะเกิดเกลื้อนซึ่งมีลักษณะเป็นวงขาว ๆ วงแดง ๆ หรือวงดำ ๆ ซึ่งมักเกิดกับผู้เล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกมากแล้วไม่ได้อาบน้ำทันที 5. ภูมิแพ้ผิวหนังผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ในหน้าร้อนถ้าเหงื่อออกมากจะมีผื่นคันบริเวณคอ ข้อพับ แขน ขา ควรหลีกเลี่ยงอากาศที่ร้อน อับหรือมีฝุ่นละอองมาก 6. กลิ่นตัว อากาศร้อนทำให้เหงื่อออกมาก เมื่อเหงื่อออกมากกลิ่นตัวยิ่งแรง สำหรับ กลุ่มเสี่ยงที่เป็นโรคผิวหนังในฤดูร้อน คือ เด็กเล็ก ผู้ที่ต้องทำงานตากแดดเป็นเวลานาน ผู้ที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำ ๆ หรือเสื้อผ้าอับชื้น นักกีฬากลางแจ้ง ผู้ที่นิยมกิจกรรมนอกสถานที่ เช่น เที่ยวทะเล อาบแดด ตีกอล์ฟ ฯลฯ และผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง

รังแค /  อัพเดทราคาสินค้า / 

"รังแค" เรื่องน่าคาญใจจากขุยขาวๆ ที่หลุดลอกออกจากหนังศีรษะ และร่วงลงมาเกาะบนเสื้อผ้า จนทำให้ใครที่มีปัญหาเกิดความไม่มั่นใจและเสียบุคลิกภาพ  แต่สมัยนี้ก็มีตัวช่วยสำคัญ คือ "แชมพูขจัดรังแค" หลากหลายยี่ห้อที่ออกมาเพื่อรักษาอาการคัน และรังแคที่ร่วงหล่น จนเรารู้สึกรำคาญ วันนี้ MThai News ขออัพเดทราคาสินค้า และข้อมูลสินค้าประเภท  "แชมพูขจัดรังแค" เพื่อเอาใจผู้มีปัญหาเรื่องหนังศีรษะไว้เป็นข้อมูลนะครับ คลิปจาก MONO TV ช่อง  29 ข้อมูลจาก MONO TV ช่อง  29 แชมพูขจัดรังแค "ยี่ห้อโดฟ" ขนาด 680 มิลลิลิตร ราคาขวดละ 199 บาท แชมพูขจัดรังแค "ยี่ห้อโเฮด แอนด์ โชลเดอร์" ขนาด 165 มิลลิลิตร ราคาขวดละ 165 บาท แชมพูขจัดรังแค "ยี่ห้อรีจอยส์"ขนาด 320 มิลลิลิตร ราคาขวดละ 99 บาท แชมพูขจัดรังแค "ยี่ห้อคิว ลีน"ขนาด 300 มิลลิลิตร ราคาขวดละ 79 บาท แชมพูขจัดรังแค "ยี่ห้อเคลียร์" ขนาด 70 มิลลิลิตร ราคาขวดละ 30 บาท "รังแค" คือ ขุยขาวที่หลุดลอกออกมาจากหนังศีรษะ รังแคเกิดจากความผิดปกติในการแบ่งตัวและหลุดลอกของเซลล์ชั้นหนังกำพร้าของหนังศีรษะซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อราแบบกลากที่หนังศีรษะ การเป็นโรคสะเก็ดเงินหรือที่เรียกว่า โซไรสิส (Psoriasis) การแพ้สารเคมีที่สัมผัสหนังศีรษะ เช่น แพ้น้ำยาย้อมผมน้ำยาดัดผม เป็นต้น แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด คือ การเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือผิวหนังอักเสบที่ศีรษะแบบที่เรียกว่า เซ็บเบอริก เดอมาไตติส แชมพูขจัดรังแคในท้องตลาดมีหลายชนิด ซึ่งมีสรรพคุณแตกต่างกันออกไปบางชนิดมีสารที่ลดการแบ่งตัวของเซลล์หนังศีรษะ เช่น แชมพูน้ำมันดิน(Tar Shampoo) ซึ่งมีกลิ่นออกฉุนๆ แชมพูที่มีสารเซเลเนียมซัลไฟด์ซึ่งมีอยู่หลายยี่ห้อในท้องตลาดชมพูบางอย่างมีสารที่ลดจำนวนยีสต์บนหนังศีรษะ ซึ่งมีวัตถุออกฤทธิ์เป็นสารพวกซิงค์ ไพริไทออน หรือคีโตโคนาโซน (ketoconazole)ซึ่งอาจได้ผลดีในรายที่มีเชื้อราเข้ามามีส่วนทำให้เพิ่มความรุนแรงของโรคผิวหนังอักเสบ วันนี้คุณมีแชมพูขจัดรังแคที่ใช้ได้ผลหรือยังครับ MThai News ธัญพืชอาหารหลักจับใส่กระป๋องขายเพิ่มมูลค่าและรสชาติ วันพุธที่ 25 มิถุนายน 2557  อัลมอนด์ ถั่วลิสงและถั่วต่างๆ อุดมคุณค่าด้วยโปรตีน “โจ๊ก” รอบดึกหรือรอบเช้าก็อิ่มสะดวก ซื้อแบบถ้วยติดบ้านก็อร่อยได้เมื่อหิว วันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2557  จะโจ๊กรอบเช้า หรือโจ๊กรอบดึกก็อร่อยได้ 1 อิ่ม ราคาผักในท้องตลาดเริ่มถูกลง มาอัพเดทข้อมูลกันเถอะ วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน 2557  ช่วงหน้าฝนราคาผักหลายอย่างถูกลง เลือกซื้อครีมทารอบดวงตายี่ห้อไหนดี มาลบรอยดำหมีแพนด้าเพราะนอนดึก วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2557  ใช้ตัวช่วยคุณภาพก็ต้องลงทุนกันหน่อย อาหารเสริมจำเป็นหรือ มาอัพเดทราคาพร้อมข้อเท็จจริงกันเถอะ วันพฤหัสที่ 19 มิถุนายน 2557  สิ่งจำเป็นที่เรายังไม่มีข้อมูลเพียงพอ