เชื้อรา

เคล็ดลับ 10 ข้อ สำหรับการขับขี่ผ่านถนนที่มี น้ำท่วมขัง
ขับรถลุยน้ำ /  น้ำท่วม / 

เนื่องจากช่วงนี้ในหลายพื้นที่มีฝนตกหนักและในบางพื้นที่ก็มี น้ำท่วมขัง ซึ่งค่อนข้างน่าเป็นห่วงสำหรับรถอันเป็นที่ของเรามากๆ เราจึงนำเคล็ดลับดีๆจาก เชฟโรเลต ประเทศไทย มาฝาก ในกรณีที่เพื่อนๆจะต้องเจอกับน้ำท่วมขังจริงๆ ลองปฏิบัติตามคำแนะนำทั้ง 10 ข้อนี้ของทาง เชฟโรเลต ประเทศไทย ดูนะครับ 1. หากเจอกับน้ำท่วมจริงๆ สิ่งแรกที่ต้องทำคือควรหลีกเลี่ยงการขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะเมื่อระดับน้ำสูงเกินกว่าขอบทาง 2. หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรปิดแอร์และเปิดหน้าต่าง การขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมขังขณะเปิดแอร์อาจทำให้เครื่องยนต์ดับ เนื่องจากพัดลมจะทำงานและทำให้น้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ ถ้าเครื่องยนต์ไม่ดับ พัดลมก็จะหมุนรับเศษขยะที่ลอยมาตามน้ำซึ่งจะทำให้พัดลมเสียหายได้ นำไปสู่ปัญหาความร้อนของเครื่องยนต์ที่สูงเกินไป 3. ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังสูงกว่ากึ่งกลางของล้อรถ สำหรับรถอเนกประสงค์และรถกระบะขนาดใหญ่อย่างเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์และโคโลราโดสามารถแล่นผ่านถนนที่มีน้ำท่วมสูงได้ ทั้งนี้ควรตรวจสอบว่ารถของคุณสามารถขับขี่ผ่านระดับน้ำได้สูงเท่าใด 4. ขอให้แน่ใจว่าคุณขับอยู่บนถนนและถนนไม่มีความเสียหายใดๆ หรือถนนขาด ขณะเดียวกันควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อขับขี่บนถนนที่ไม่คุ้นเคยเนื่องจากอาจมีหลุมที่ลึกเกินกว่าที่รถจะผ่านไปได้ ผู้ขับขี่อาจจอดรถก่อนถึงบริเวณที่มีน้ำท่วมขังเพื่อสังเกตรถคันอื่นว่าสามารถขับผ่านไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 5. ควรขับรถบนกึ่งกลางหรือใกล้กับกึ่งกลางของถนน เนื่องจากระดับน้ำจะต่ำที่สุด ใช้เกียร์ต่ำและรอบเครื่องยนต์สูง ใช้เกียร์หนึ่งหรือเกียร์ L ขึ้นอยู่กับประเภทของเกียร์ ควรรักษาความเร็วให้คงที่และไม่เร่งอย่างรุนแรงเกินไป เนื่องจากอาจทำให้น้ำทะลักเข้าสู่เครื่องยนต์และชิ้นส่วน อิเลกทรอนิก ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับ ขณะเดียวกัน ไม่ควรถอนคันเร่งและหลีกเลี่ยงการหยุดรถบนถนนที่มีน้ำท่วมขัง 6. ควรขับรถเข้าสู่บริเวณน้ำท่วมด้วยความเร็วไม่เกิน 3 กม./ชม. และเพิ่มความเร็วเป็น 6 กม./ชม. เมื่อต้องขับผ่านน้ำท่วม ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นน้ำด้านหน้าและลดระดับน้ำโดยรอบห้องเครื่องยนต์ลง ช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะไหลเข้าสู่ที่กรองอากาศและสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าและชิ้นส่วนต่างๆ หากใช้ความเร็วมากกว่านี้จะทำให้น้ำไหลผ่านกระจังหน้าเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ได้ 7. ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าพอสมควรหรือขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขังทีละคันเพื่อป้องกันการหยุดรถกลางทาง หากรถคันหน้าชะลอความเร็ว ควรระมัดระวังว่าไม่มีรถที่ขับมาจากเส้นทางอื่นเนื่องจากคลื่นของน้ำอาจท่วมรถได้โดยเฉพาะถ้ารถคันอื่นใช้ความเร็วสูงเกินไป 8. เมื่อขับรถออกจากบริเวณที่มีน้ำท่วม ควรย้ำเบรกอย่างนุ่มนวลเป็นระยะ หากผู้ขับขี่มีทักษะสามารถใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรกได้ เมื่อรู้สึกว่าเบรกจับตัวแล้วให้กลับมาขับตามปกติ 9. หลังจากขับผ่านน้ำท่วมขังมาแล้ว ควรล้างทำความสะอาดรถโดยเฉพาะใต้ท้องรถและล้อ ล้างเศษหญ้า ใบไม้ และสิ่งสกปรกออกให้หมดเนื่องจากอาจติดไฟได้ นอกจากนี้ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเนื่องจากน้ำอาจรั่วซึมเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์ ควรล้างทำความสะอาดพรมปูพื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา ตรวจสอบลูกปืนและทุกระบบของตัวรถ หรือนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ช่างเทคนิคตรวจสอบตัวรถโดยละเอียด 10. ถ้าต้องขับรถผ่านน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง ควรใช้รถกระบะหรือรถอเนกประสงค์ที่มีความสูงมากกว่ารถยนต์ทั่วไป นอกจากนี้ท่อไอดีและท่อไอเสียของรถกระบะและรถเอสยูวียังสามารถปรับเพิ่มความสูงได้ถ้าจำเป็นต้องขับผ่านน้ำท่วมขังที่สูง 1 เมตร ท่อไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซลสามารถทำงานขณะอยู่ใต้น้ำได้ แต่ท่อไอเสียของเครื่องยนต์เบนซินไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากมีแรงดันน้อยกว่า สุดท้ายหลังจากการขับลุยน้ำมานั้น อาจส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์และชิ้นส่วนไฟฟ้าต่างๆ เพราะฉะนั้นหลังจากขับลุยน้ำท่วมควรนำรถเข้าตรวจสอบและซ่อมแซม ให้รถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ขอบคุณเนื้อหาดีๆ จาก เชฟโรเลต ประเทศไทย

นักสืบพันทิป กดดันจนแฟนบอลสาวสุพรรณรับโกหกลูกป่วยตุ๋นเงิน
ชาริล ชัปปุยส์ /  ตูน บอดี้แสลม / 

ความลับไม่มีในโลก นักสืบพันทิป ตั้งข้อสงสัย พร้อมแฉแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี โกหกว่าลูกสาวป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดแดง หลอกตุ๋นเงินบริจาค ชาริล ชัปปุยส์ และตูน บอดี้สแลม ก็ตกเป็นเหยื่อ กลายเป็นเรื่องให้พูดถึงในเว็บบอร์ดดัง pantip.com หลังแฟนเว็บบอร์ดได้ตั้งข้อสงสัยกรณีที่มีแฟนบอลสาว สุพรรณบุรี เอฟซี ท่านหนึ่ง อ้างว่าป่วยเป็นโรคเชื้อราที่ไขกระดูก แถมลูกสาว น้องกอหญ้า วัย 7 ขวบ ก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดแดง ซึ่งต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก ทำให้แฟนบอล สุพรรณบุรี เอฟซี รวมถึงแฟนบอลสโมสรอื่นๆ ร่วมบริจาคเงินให้จำนวนมาก รวมแล้วกว่า 3 แสนบาท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี ชาริล ชัปปุยส์ ดาวเตะล้านเมีย และตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ที่ก็ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือด้วย เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.58 ได้มีบุคคลท่านหนึ่ง ได้ไปตั้งกระทู้สงสัยในพฤติกรรมการของแฟนบอลสาวรายนี้ในพันทิป (http://pantip.com/topic/33955262) เพราะที่ผ่านมาปีกว่า ยังไม่เคยเห็นหลักฐานการรักษาพยาบาลสำหรับลูกสาว น้องกอหญ้า เลย โดยสงสัยว่าน่าจะเป็นการหลอกลวง เพื่อต้มตุ๋นเอาเงินบริจาคเสียมากกว่า ทำให้ล่าสุด หญิงสาวคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ตะวันฉาย ในม่านเมฆ โดยยอมรับสารภาพว่า ลูกสาวไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้าย โดยเป็นแค่ภาวะเสี่ยงเท่านั้น โดยข้อความมีดังนี้ นี้คือความจริงที่จะออกมาขอโทษพี่ๆ น้องๆ ทุกคนว่า กอหญ้า เปงแค่พาวะเสี่ยงเฉยๆ คะยังไม่แน่ชัดว่าเปงไหมเมื่อช่วง3-4ที่ผ่านมากอหญ้าป่วยบ่อยเข้าโรงบาลบ่อยถึงไม่เสียค่ายาแต่ค่ากินอยู่หลายบาทอยู่คะฉายเลยไปกู้รายวันบ้างเงินด่วนบ้างแชร์ทองเอาทุกอย่างเลยกลายเปงนี้หลักแสนจนฉายต้องหลบค่าหนี้ประกอบเริ่มไปดูบอลแร้วเล่นเฟสเลยทำให้รู้จักพี่ที่เชียร์บอลเข้าก้อเขามาถามว่าเปงอาไรเข้าโรงบาลบ่อยก้อเลยบอกไปว่าเปงมะเร็งเม็ดเลือด ก้อเริ่มเขามามีคนเอาเงินมาช่วยเหลือกอหญ้าเริ่มมีอาการประมูลขึ้นเริ่มได้เงินเยอะฉายก้อปล่อยตามเลยคะเงินที่ได้ประมาณทุกๆช่องทางการช่วยเหลือ300,000บาทคะภายในหนึ่งปีที่ได้150,000แรกฉายเอาไปส่งรายวันส่งเงินด่วนแชร์ทองประมาณ6-7เจ้าคนนี้10000 คนนั้น15000คะเอาชื่อตัวเองมั้งเอาชื่อน้ากู้มั้งคะแร้วอีก70,000ฉายเอาไปใช่หนี้ที่ฉายกู้มาตอนกอหญ้าเริ่มคลอดคะเพราะพ่อมันไม่ค่อยส่งเงินมาให้เพราะมันติดผู้หญิงฉายก้อเลี้ยงกอหญ้ามาตลอดแร้วที่เหลือฉายก้อใช้จ่ายทั่วไปคะฉายกราบขอโทษในความผิดพลาดที่เกินให้อภัยครั้งนี้......ที่เอากอหญ้ามาเกี่ยวข้องฉายขอรับผิดในครั้งนี้ขอให้สังคมให้โอกาสสักครั้งหนึ่งคะที่พูดทั้งหมดคือความจริงทุกอย่างคะฉายรู้สึกผิดคะในครั้งนี้คะมากๆคะ ตอนนี้ฉายได้รับผลกรรมที่ทำไว้แร้วคะ ฉายกราบขอโทษทุกๆท่านที่เคยเมตตาต่อน้องกอหญ้าแต่ฉายผิดเองคะที่เอาน้องมายุ่งด้วยคะแร้วที่กอหญ้าน้องโรงบาลครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องในครั้งนี้น้องมีอาการอาเจียนอยู่แร้วคะ ไม่ใช้เอาน้องมาบังหน้าคะเพราะพวกคุนๆโพสด่าตั้งแต่4-5ทุ่มเมื่อคืนแต่กอหญ้าเขาตอนนี่ตี5คืออาเจียนเลือดคะก้อเลยพามาคะ ทั้งนี้แฟนบอลที่เคยช่วยบริจาคเงิน เตรียมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มีการโพสเฟซบุ๊คต่อว่าอย่างหนัก ขอบคุณกระทู้ : pantip.com/topic/33955262

ปกป้อง สุขภาพผิว รับมือ หน้าฝน
ผิวหนัง /  ฤดูฝน / 

ความชุ่มฉ่ำที่มาพร้อมกับสายฝนคงคลายร้อน และสร้างความสดชื่นให้กับใครหลายคนได้ไม่น้อย แต่สิ่งที่มาคู่กับ หน้าฝน ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เชื้อราที่แฝงตัวมากับความอับชื้นจากสายฝนนั่นเอง พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง) ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และเวชศาสตร์วัยยุวัฒน์ เครือข่ายคนไทยไร้พุง ให้ความรู้ว่า โรคที่พบบ่อยในฤดูฝนนอกจากไข้หวัดแล้วยังมีโรคน้ำกัดเท้า ที่เกิดจากผิวหนังบริเวณเท้าติดเชื้อรา ซึ่งเชื้อราจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่อับชื้น หากตามซอกเล็บมีช่องเปิดที่สามารถทำให้เชื้อราเข้าไปได้ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเชื้อราที่เล็บได้ รวมถึงบาดแผลที่อาจเกิดขึ้นจากการเหยียบเศษกระเบื้อง หรือเศษไม้ต่างๆ ในที่มีน้ำท่วมขัง หากไม่ได้รับการดูแลที่ดีก็อาจติดเชื้อแบคทีเรียได้เช่นเดียวกัน “หลังจากที่เราต้องเปียกฝน หรือย่ำน้ำสกปรกในพื้นที่ท่วมขัง ควรล้างเท้าด้วยสบู่ เน้นฟอกบริเวณซอกนิ้ว หรือซอกเล็บเป็นพิเศษและเช็ดเท้าให้แห้ง ส่วนรองเท้าหากเป็นรองเท้าผ้าใบควรนำไปตากให้แห้งก่อนนำมาสวมใส่ซ้ำอีกครั้ง และหากเกิดบาดแผลบริเวณเท้าควรหมั่นดูแล ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมออีกทั้งเสื้อผ้าที่อับชื้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพึงระวัง เพราะการสวมเสื้อผ้าที่อับชื้นจะทำให้เกิดเชื้อราบริเวณอื่นร่วมด้วย เช่น บริเวณขาหนีบ และรักแร้ได้” พญ.ธิดากานต์ แนะนำเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฤดูฝนปกป้องสุขภาพผิว รับมือหน้าฝน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ยังบอกอีกว่า การดูแลศีรษะและใบหน้าก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะน้ำฝนมีโอกาสที่จะชะล้างมลพิษและสิ่งปนเปื้อนต่างๆ สู่ร่างกายเราได้ โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง หากจำเป็นต้องเปียกฝนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสระผมและล้างหน้าให้สะอาด เพราะไม่เช่นนั้นมลพิษต่างๆ จะทำให้เกิดการระคายผิว และทำร้ายผิวเราได้ รวมถึงการทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวพรรณจากแสงยูวีช่วงหน้าฝนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลผิวให้สุขภาพดีได้ พญ.ธิดากานต์ บอกเพิ่มเติมว่า นอกจากช่วงที่มีอากาศแปรปรวน โรคผิวหนังบางโรคที่ไม่ใช่โรคติดเชื้อ อย่างเช่น โรคเซ็บเดิร์ม หรือโรคผิวหนังอักเสบ (Seborrheic dermatitis) จะแสดงอาการกำเริบ โดยจะเกิดขึ้นบริเวณหัวคิ้ว ข้างจมูก และหนังศีรษะ มีลักษณะลอกเป็นแผ่น เป็นขุย และมีอาการคัน ซึ่งผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนน้อยหรือมีความเครียดสูง ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรคกำเริบมากขึ้นด้วย ส่วนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะนับว่าเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง และมีภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อราต่ำ เนื่องจากความเปียกชื้นของน้ำฝนจะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย เพราะหากเกิดบาดแผลจะมีโอกาสติดเชื้อและรุกลามมากกว่าคนปกติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงหน้าฝน และสภาพภูมิอากาศที่เปียกชื้นเช่นนี้ ควรดูแลร่างกายให้อบอุ่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และกินอาหารให้ครบห้าหมู่ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมีภูมิต้านทานที่ดีนะคะ ขอบคุณที่มาข่าวจาก thaihealth

แฉจะๆ อาหารเพื่อสุขภาพ 10  อย่างที่กำลังหลอกคุณว่าเฮลตี้ !!!
fat-free /  ลดน้ำหนัก / 

การตัดสินว่า อาหารจานไหนเป็น อาหารเพื่อสุขภาพ จริงๆ เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก หากไม่มีการศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน บ่อยครั้งที่ฉลากข้างกล่องบอกว่า นี่คือ "อาหารสำหรับลดน้ำหนัก ", " Fat - Free", "ปราศจากน้ำตาล" และ "มีโปรตีนสูง" ก็มักจะมีการหลอกให้คิดว่าเหล่านี้เป็นอาหารเฮลตี้ เป็นอีกทางเลือกใหม่ๆ เพื่อการมีสุขภาพดี เมื่อในความเป็นจริง อาหารเหล่านั้นไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง และเต็มไปด้วย สารเคมีสังเคราะห์ปรุงแต่งที่ซ่อนอยู่ 1. โยเกิร์ต ความเข้าใจผิด : อย่าเชื่อ เรื่อง โปรไบโอติกส์ และ แบคทีเรียชนิดดี ในโยเกิร์ต เพราะโดยส่วนมากมักเติมน้ำตาล และ ฟรุกโตสไซรัปที่ให้ความหวานสูง ใช่แค่โยเกิร์ตแบบถ้วยเท่านั้น แม้แต่ โยเกิร์ตแช่แข็ง เช่นเดียวกัน ถึงมันอาจจะดูเหมือนว่าให้พลังงานและไขมันต่ำ แต่น้ำตาลจะเปลี่ยนเป็นไขมัน เข้าสู่กระแสเลือดอยู่ดี ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : อาจจะหาซื้อยากสักหน่อยในบ้านเรา แต่ กรีกโยเกิร์ตเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับสุขภาพ เพราะให้โปรตีนสูงและควรเลือกรสธรรมชาติ แล้วมาใส่ผลไม้สดเอง โรยถั่วและ ธัญพืชเล็กน้อย เติมความหวานอีกนิดด้วยน้ำผึ้ง ... นี่ล่ะเมนูเพื่อสุขภาพของจริง 2. ไซรัปให้ความหวานที่สกัดจากเกสรดอกไม้ ความเข้าใจผิด : ถึงแม้หลายๆ ร้านอาหารเพื่อสุขภาพจะวางขายไซรัปให้ความหวานที่สกัดจากเกสรดอกไม้นี้ก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่านี่คือ อาหารเพื่อสุขภาพ รู้แล้วอย่าตกใจนะ ถ้าเราจะบอกว่า ในนั้นมีน้ำตาลฟรุกโตสเข้มข้นมากถึง 70 - 80 % ซึ่งมากกว่าฟรุกโตสไซรัปจากข้าวโพดซะอีกน่ะ แถมยังไม่ให้คุณค่าทางโภชนาการใดใดอีกด้วย ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : เลือกน้ำผึ้งบริสุทธิ์ 100 % หรือ เมเปิ้ลไซรัป ,ลูกพรุน หรือ หญ้าหวาน มาให้ความหวานแทนน้ำตาลได้นะจ๊ะคุณ 3. ซีเรียล / ข้าวโอ๊ตกึ่งสำเร็จรูป ความเข้าใจผิด : น่าเสียใจที่สุดเมื่อใน ซีเรียล ที่เราทานเป็นอาหารเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญที่สุดของวันกันนั้น ประกอบด้วย สารปรุงแต่งอย่าง สีผสมอาหาร,น้ำตาล และ การตัดแต่งพันธุกรรม เช่นเดียวกับ ข้าวโอ๊ตกึ่งสำเร็จรูป ที่เติมน้ำตาล ถูกปรุงให้สุกเพียงบางส่วนก่อนทำให้แห้ง เพื่อให้พร้อมนำไปประกอบอาหารต่ออย่างง่ายๆ แต่วิธีการเหล่านี้ล่ะที่บั่นทอนคุณค่าทางโภชนาการ ลดกากใยที่เราควรจะได้รับ แถมยังไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอีกต่างหาก ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : สำหรับคนที่ขาดซีเรียลไม่ได้ ลองหาธัญพืชมาผสมกับซีเรียลในปริมาณเล็กๆ น้อยๆ ดูค่ะ เพื่อลดปริมาณน้ำตาลที่จากเดิมเราจะได้รับเต็มๆ จาก ซีเรียลพูนถ้วย ก็ ผสมให้ปริมาณน้อยลงไปทั้งนี้ควรจำกัดให้ไม่เกิน 200 แคลอรี่ต่อถ้วย ส่วนข้าวโอ๊ต ก็เปลี่ยนมาทานข้าวโอ๊ตที่ยังไม่ผ่านกระบวนการปรุงแทน แน่นอนว่าต้องใช้เวลาปรุงนานกว่า และไม่สะดวก แต่คุณจะได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่แบบเน้นๆ 4.สแน็คบาร์/ โปรตีน บาร์ ความเข้าใจผิด : ไม่ต่างจาก ซีเรียลเลยจ้า ฉลากข้างกล่อง อาจระบุส่วนผสมเล็กๆ น้อยๆ จากหลากหลายชนิดที่ดูเหมือนจะเฮลตี้ การทำเป็นแท่งสแน็ค มันสะดวกต่อการพกพา ทานง่าย แต่จริงๆ แล้วมันผ่านกระบวนการปรุงแต่งเหมือนขนมหวานทั่วๆ ไปนั่นแหละ ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : หาแท่งสแน็คที่ต่ำกว่า 200 แคลอรี่ ใส่น้ำตาลน้อยกว่า 5 กรัม ถ้าไม่งั้นต้องเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติอย่างลูกพรุน,หญ้าหวาน ฯลฯ ) และต้องมีไฟเบอร์และโปรตีนสูง มากกว่า 5 กรัม หาบาร์ที่ทำจากข้าวโอ๊ต ถั่ว และผลไม้อบแห้งที่มีส่วนผสมไม่เกิน 5 ชนิดดูน๊า อยากจะแนะนำอีกอย่างว่า ถ้าอยากสุขภาพดีจริง การทานผัก ผลไม้สด และ ถั่ว ย่อมให้ประโยชน์มากกว่าแท่งสแน็คแบบพกพาอย่างแน่นอน 5.นมพร่องมันเนย ความเข้าใจผิด : นมพร่องมันเนย จะถูกเติมวิตามินสังเคราะห์เพื่อทดแทนส่วนที่หายไปจากการกำจัดไขมันในนมเพื่อทดแทนโปรตีนและแคลเซียมที่หายไป คุณคิดว่า ถ้าคุณดื่มเข้าไปคุณจะได้อะไรบ้างล่ะ นมพร่องมันเนย 1 แก้วจะให้พลังงาน 90 แคลอรี่ และมีน้ำตาลมากถึง 12 กรัม คุณคิดว่ามันจะยังให้พลังงานเพียงแค่ 90 แคลอรี่ไหม ? ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : การทานนมที่ไม่ผ่านการกำจัดมันเนยออก , ทานเม็ดอัลมอนด์ที่ไม่เคลือบหวาน หรือทานมะพร้าวแทน จะให้แคลอรี่เพียงครึ่งๆ โดยปราศจากน้ำตาลที่จะเก็บไปเป็นไขมันได้ ขอเพียง 3 เมนูไม่ผ่านการปรุงแต่งสารสังเคราะห์ก็พอ 6.ขนมปังโฮลวีท และ ขนมปังมัลติเกรน ความเข้าใจผิด : ถ้าคุณชอบทาน ขนมปังโฮลวีท เป็นชีวิตจิตใจ เข่าคุณอาจจะแทบทรุด กับความจริงข้อนี้ เราเชื่อว่าคุณพยายามเลือกอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ ขนมปังโฮลวีท ก็คือ ขนมปังขาวที่แต่งตัวใหม่แล้วนั่นเอง เพราะยังมีส่วนผสมของขนมปังขาว และแป้งวีทเล็กน้อย เพื่อให้หน้าตาดูเหมือน มัลติเกรน และ ดู "มีสุขภาพดี" ขนมปังมัลติเกรน ก็ไม่ได้ดีกว่าสักเท่าไหร่นัก เพราะเปี่ยมไปด้วยแป้งและผงฟู เช่นเดียวกับขนมปังขาว ซึ่งจะไปขัดขวางช่องทางการเดนทางของน้ำตาลในเลือด โดยที่คุณไม่ได้รับสารอาหารใดใด ที่สำคัญยิ่งไปกระตุ้นให้คุณหิวบ่อยขึ้น ขนมปังโดยมาก มักมีส่วนผสมของ ไฮโดรจิเนทเทด ออยล์, สารปรุงแต่งให้ความหวาน ,ฟรุกโตสไซรัปจากข้าวโพด,และ วัตถุกันเสีย ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : มองหาขนมปังเมล็ดข้าวกล้องงอก ทานแทน จะได้รับประโยชน์มากกว่า 7. เนยถั่ว ความเข้าใจผิด : เนยถั่วกระปุกที่วางขายตามร้านค้า จะผ่านกรรมวิธีการปรุงแต่งหลากหลายขั้นตอน แถมยังเติมน้ำตาลเข้าไปอีก ผ่านกระบวนการดัดแปลงไขมัน ทั้งยังปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืช หรือแม้กระทั่งเนยถั่วตามธรรมชาติก็ไม่ได้ดีกว่าสักเท่าไหร่ เพราะในถั่วจะมีเชื้อราที่เป็นพิษการนำไปหมักจะยิ่งเพาะให้เชื้อราเหล่านั้นเจริญเติบโต นอกจากนี้ยังมีสารออกซาเลตที่จะตกผลึกในร่างกาย นำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่จะตามมา ...แหม่ อร่อยปาก ลำบากกายจริงๆ ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : เลือกทานเนยถั่วจากเมล็ดทานตะวัน, เม็ดอัลมอนด์ หรือ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใส่ไขมันเพิ่ม แทน เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า 8.ถั่วปรุงรส ความเข้าใจผิด : ถั่วปรุงรส จะเต็มไปด้วยการเติมน้ำมัน น้ำตาล และสีสังเคราะห์ มันคือ ของว่างเพื่อสุขภาพที่ให้แคลอรี่สูง ล้นทั้งไขมันและน้ำตาล ที่มากับถั่ว ทั้งน้ำมัน และโซเดียม ผลไม้แห้งที่เติมน้ำตาลและช็อคโกแลตเข้าไปอีก โอ๊ย ...เฮลตี้อ่ะเธอ ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : ทำถั่วปรุงรสเองเลยสิคะ นำถั่วทั่วไป มาใส่มะพร้าวแห้ง ผลไม้อบแห้งที่ไม่เคลือบน้ำตาล โรยเกล็ดช็อคโกแลตนิดหน่อย หรือจะเติมเกลืออีกนิดก็ยังได้ 9. อาหารไดเอทแบบแช่แข็ง ความเข้าใจผิด : อาหารไดเอทแบบแช่แข็ง ผ่านกระบวนการปรุงและเก็บรักษาด้วยสารกันบูด และสารเคมีอื่นๆ ที่มาพร้อมโซเดียมสูง อีกต่างหาก การตลาดบอกเราว่า นี่คือ อาหารขยะในเวอร์ชั่นเพื่อสุขภาพ ที่อาจจะลดปริมาณแคลอรี่และไขมันแล้วก็จริง แต่ไม่ได้ช่วยให้เรามีไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพเท่าไหร่นะ ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : อาหารไดเอทสำเร็จรูป เป็นที่นิยมเนื่องจากมันสะดวก และจำกัดปริมาณมาให้คุณแล้วก็จริง แต่คุณจะประหลาดใจมากกว่าหลายเท่าตัวเมื่อเลือกทานอาหารทำเอง ว่ามันก็ปรุงง่ายนี่นา คุณจะควบคุมได้ว่าใส่อะไร ไม่ใส่อะไร จำกัดปริมาณและวัตถุดิบได้ด้วย ที่แน่ๆ ไม่มีสารเคมีจำพวกสารกันบูดต่างๆ แน่นอนล่ะ 10. อาหารจำพวก Fat - Free ความเข้าใจผิด : Fat - Free คือ ตัวบอกปริมาณ ของสารเคมี และ น้ำตาลในอาหาร เมื่อไขมันถูกกำจัดออกไป ผู้ผลิตก็จะใส่น้ำตาลเพื่อให้มีรสชาติ ซึ่งสุดท้ายน้ำตาลก็จะแปลงเป็นไขมันในกระแสเลือดอีกครั้งอยู่ดี อีกทั้งการกำจัดไขมันออกไปจะทำลายคุณค่าสารอาหารของวัตถุดิบไปด้วย เราทานอาหารเพื่อได้รับประโยชน์จากการสารอาหาร ไม่ใช่แค่เพื่ออิ่มท้องแต่เพียงอย่างเดียว แล้วเราจะทานอาหาร Fat - Free ไปเพื่อ? ไขมันไม่ได้ทำให้ใครอ้วน แต่น้ำตาลต่างหากที่ทำให้อ้วน !!! ทางเลือกเพื่อสุขภาพดีกว่า : ไขมันเหรอ ? อย่าไปกลัว!!! คุณแค่ต้องฉลาดเลือก ไขมันดีๆ ก็มีมากมาย อย่าง อโวคาโด ,น้ำมันมะกอก, ถั่ว,ธัญพืช,มะพร้าว, ปลาแซลมอน และ มะกอก รู้อย่างนี้แล้ว ก็ปรับพฤติกรรมการทานได้แล้วนะคะสาวๆ  เราเป็นคนเลือกนะว่าจะใช้ชีวิตตัวเองแบบไหน อยู่แบบไหน ทานแบบไหน เมื่อไหร่ที่สุขภาพทรุดแล้ว มันก็ย้อนคืนได้ยาก เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ แล้วสุขภาพจะอยู่กับเราไปอีกนานนะเคอะ ^ ^ ที่มาจาก Fitlife เรียบเรียงโดย Women MThai Team

อุทาหรณ์! สาวทาโลชั่นแก้เข่าดำ แต่ได้บทเรียนราคาแพง
ข้อศอกดำ /  ยาทาแก้เข่าดำ / 

อุทาหรณ์! สาวทาโลชั่นแก้เข่าดำ แต่ได้บทเรียนราคาแพง แพ้จนผิวเป็นรอยไหม้ดำอย่างรุนแรง  วันนี้(22 ก.ย.) กลายเป็นกระทู้ฮอตเตือนภัยสำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงามได้เป็นอย่างดี สำหรับกระทู้บทเรียนราคาแพงที่เจ้าของกระทู้นั้นโดนมากับตัว หวังเป็นอุทาหรณ์สำหรับสาวๆ ที่ชอบอ่านรีวิวครีมในอินเทอร์เน็ตแล้วไม่ได้ดูให้แน่ชัดว่าตัวยานั้นควรใช้กับผิวหนังส่วนไหน อาจทำให้เกิดอาการแพ้ยาได้ โดยสมาชิกเว็บไซต์พันทิปหมายเลข 2656799 ได้บอกเล่าบทเรียนราคาแพงที่เจอมากับตัวเอง เรื่องมีอยู่ว่า "เจ้าของกระทู้ได้เอายารักษาผิวหนังและเชื้อราชนิดหนึ่งมาทาหัวเข่าทั้ง 2 ข้างของตัวเอง หลังจากอ่านกระทู้รีวิวจากชาวเน็ตว่าใช้แล้วจะทำให้ข้อศอก ตาตุ่ม หัวเข่าที่ด้านดำหาย แต่กลับเจอปัญหาใช้แล้วผิวหนังไหม้อย่างรุนแรง ต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล และเสียค่ารักษาหลายหมื่นบาท ทุกวันนี้รักษามาแล้วกว่า 7 เดือน หัวเข่าก็ยังคงเป็นรอยไหม้ดำอย่างรุนแรง จึงได้ออกมาเตือนสาว ๆ หลายคนว่าอยากให้ลองตัดสินใจดี ๆ ก่อนจะทำอะไร ไม่งั้นอาจต้องเสียใจภายหลัง" อย่างไรก็ตาม ฝากสำหรับสาว ๆ ที่รักสวยรักงาม ยารักษาโรคบางชนิดได้มีการระบุสรรพคุณ คำเตือน ให้เห็นกันอย่างชัดเจน ควรอ่านให้ถี่ถ้วน หรือควรดูข้อมูลต่างๆ ให้มาก ก่อนเชื่อรีวิวในอินเทอร์เน็ต ขอบคุณภาพ สมาชิกพันทิปหมายเลข 2656799 ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อย. จับอีก 7 ผลิตภัณฑ์ความงามผิดกฎหมาย เช็คด่วนคุณใช้อยู่หรือไม่??
ผลิตภัณฑ์ความงาม /  ผิดกฎหมาย / 

อย. สนองนโยบายรัฐ เดินหน้าจับผู้กระทำผิดกฎหมาย ลุยร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. บุกจับแหล่งขายยาสมุนไพร พบขายเกลื่อนทางโซเชียลมีเดีย อ้างสรรพคุณครอบจักรวาล โดยเฉพาะแก้ปวด บรรเทาอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ เตือนผู้บริโภคให้ระวัง อย่าซื้อยาผ่านทางเว็บไซต์และหลงเชื่อโฆษณาสรรพคุณเกินจริงเด็ดขาด เพราะสมุนไพร บางรายการเคยตรวจพบมีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ อันตรายต่อผู้บริโภค รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ ผกก.4 บก.ปคบ. และ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ประธานอนุกรรมการเพื่อดำเนินการสืบสวนจังกุมปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทางอินเตอร์เน็ต แถลงข่าวการจับกุม การจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งปิดเว็บไซต์และสื่อโซเชียลมีเดีย จำนวน 35 เว็บไซต์ โดย พบข้อมูลโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณว่าเป็น “ยาสมุนไพรไทย (ฉลากเขียว) ชนิดแคปซูล G2540 G2553 G2554 หรือ G/2540 G/2553 G/2554” “ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อยตามร่างกาย เหน็บชา กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ บรรเทาอาการ อัมพาต อัมพฤกษ์ หญิงชายผอมแห้งกินสมุนไพรนี้แล้ว ราศีก็สวยขึ้น และแก้ลม 12 จำพวก แต่เมื่อตรวจสอบเลขทะเบียนยาดังกล่าว ไม่พบข้อมูลการได้รับขึ้นทะเบียนตำรับยา และจากการขยายผลสืบสวนต่อถึงแหล่งผู้ขาย พบว่าเป็นแหล่งเดียวกันทั้งหมด ซึ่งจับกุมและตรวจค้นสถานที่ 2 แห่ง ได้แก่ ร้านน้ำหอมฟุ้ง จ.ชลบุรี และสถานที่ขายของ The bazaar จ.ชลบุรี นพ.บุญชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวเป็นผู้ค้ารายใหญ่ ที่เปิดขายผ่านเว็บไซต์ ทำให้สินค้ากระจายไปเกือบทั่วประเทศ โดยเฉพาะแถบภาคเหนือ โดยพบว่า มีสินค้าผิดกฎหมายจำนวนมาก ได้แก่ 1.ยาสมุนไพร ฉลากระบุ “ยาสมุนไพรไทย ชนิดผงและชนิดแคปซูล G/2554” 2.กาแฟปรุงสำเร็จรูปลดน้ำหนัก Raspberry ketones slim Coffe (ราสเบอรี่ คีโตน สลิม คอฟฟี่) 3.กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง สำหรับลดน้ำหนัก Slim Express Coffee สูตรสำหรับคนดื้อยา ผอมขั้นเทพ 4.สบู่ IVORY PERFECT GLUTA WHITE SOAP (ไอเวอรี่ เพอร์เฟค กลูต้า ไวท์ โซป) 5.ชุดครีมบำรุงผิวหน้า หมอยันฮี สูตรองุ่นผสมกลูต้า 100,000 6.ครีมเมโกะ รักษาสิว สิวอักเสบ ลบรอยแผลเป็น  และ 7.สบู่ก้อน ไม่มีฉลาก และสำหรับ เว็บไซต์ที่ขายผิดกฎหมาย ได้แก่ http://www.thaitopbuysale.com ,http://smoonpraithabytoey.weebly.com , http://สมุนไพรไทยweebly.com , http://herbg.blogspot.com , http://yasamunprai.blogspot.com , http://haveherballife.blogspot.com  เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดมูลค่ากว่า 500,000 บาท เพื่อดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่จับได้ส่วนใหญ่จะลักลอบผสมสเตียรอยด์ลงไป ซึ่งอาจจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เกิดอันตราย มีผลข้างเคียงสูง เช่น มีอาการบวมน้ำ กระดูกผุ เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลงจนอาจถึงขั้นกระเพาะทะลุ กล้ามเนื้อลีบ ภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ได้ง่าย บางรายถึงขั้นไตวายและเสียชีวิตได้ ด้านพ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ ผกก.4 บก.ปคบ. กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา 6 ข้อหา ดังนี้ 1.ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1หมื่นบาท 2.ขายยาโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.ขายยาแผนโบราณ โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 5,000 บาท 4.โฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 1แสนบาท 5.ขายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท และ 6.ขายเครื่องสำอางโดยไม่มีฉลาก หรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ครบถ้วน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รายงานโดย Health Mthai Team ที่มาจาก สำนักคณะกรรมการอาหารและยา

ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH)ของ จุดซ่อนเร้น สำคัญขนาดไหน..อยากรู้มะ
กรดด่าง /  ค่า ph / 

ตามธรรมชาตินั้น จุดซ่อนเร้น เป็นบริเวณที่มีแบคทีเรียชนิดดีในตระกูล Lactobacillus อาศัยอยู่ แบคทีเรียชนิดนี้ทำหน้าที่สร้างกรดแลคติก เพื่อทำให้บริเวณจุดซ่อนเร้นมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ (pH3.8-4.5) ซึ่งสภาพความกรดอ่อนๆ ดังกล่าว จะควบคุมไม่ให้เชื้อรา ยีสต์ และแบคทีเรียชนิดอันตรายที่ก่อโรค เจริญเติบโตได้ง่าย หากสภาพกรดอ่อนดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป จะทำให้กลไกการควบคุมเชื้อโรคตามธรรมชาตินั้นเสียไปด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่การระคายเคือง คัน เจ็บ เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากแบคทีเรียชนิดไม่ดีที่เพิ่มจำนวนขึ้น ตลอดจนอาจเกิดการอักเสบติดเชื้อบริเวณจุดซ่อนเร้นตามมาได้ อย่างไรก็ดี สภาวะบางประการ อาจทำให้สมดุลตามธรรมชาติดังกล่าวนั้นเสียไป เช่น - การมีประจำเดือน เนื่องจากเลือดที่ออกจากร่างกายมีค่าความเป็นด่างสูงกว่าสภาพตามธรรมชาติของจุดซ่อนเร้นอย่างมาก (pH7.4) จึงไปลดสภาพความเป็นกรดของจุดซ่อนเร้น แบคทีเรียชนิดอื่นๆ จึงเพิ่มจำนวนขึ้น แล้วนำไปสู่กลิ่นที่ผิดปกติได้ - การมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากน้ำอสุจิมีความเป็นด่างเล็กน้อย (pH 7.2-8) เมื่อตกค้างอยู่ในช่องคลอด จะไปลดสภาพความเป็นกรดตามธรรมชาติของจุดซ่อนเร้นเช่นเดียวกัน - การใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน จะไปทำลายแบคทีเรียตามธรรมชาติที่อาศัยอยู่ที่บริเวณจุดซ่อนเร้น ทำให้การสร้างกรดแลคติกตามธรรมชาติลดลง - การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ส่งผลให้ความเป็นกรดของบริเวณจุดซ่อนเร้นเปลี่ยนไปด้วย โดยจะมีความเป็นด่างมากขึ้น (pH 6-7.5 ) ดังนั้น การพยายามรักษาสมดุลตามธรรมชาติที่มีสภาพเป็นกรดอ่อนของบริเวณจุดซ่อนเร้นในทุกๆวัน จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น วิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยรักษาและฟื้นฟูสมดุลของจุดซ้อนเร้นได้ คือ การทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนซึ่งตรงกับสภาพตามธรรมชาติของจุดซ่อนเร้นนั่นเอง หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และหากเกิดอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมต่อไป

การดูแลรักษา และเลือกใช้ หินแกลบ ในสวน
สวนหน้าบ้าน

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับการดูแลรักษา และเลือกใช้ หินแกลบ ในสวน มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ การดูแลรักษา และเลือกใช้หินแกลบในสวน เป็นบทความของคุณพิมพ์ชนก เกตุนวม และภาพประกอบสวยๆ จากทีมงาน Life and Home เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมเราจะต้องโรยหินแกลบไว้ในสวนที่มีลานกว้างๆ โรยตามทางเดิน และมุมเล็กๆ ที่อยู่นอกสายตา เมื่อเราเลือกใช้หินแกลบแล้ว เราจะมีวิธีการดูแลอย่างไร วันนี้ Decor.MThai มีคำตอบมาให้เพื่อนๆ กันค่ะ การดูแลรักษา และเลือกใช้ หินแกลบ ในสวน  หลักการเลือกใช้หินแกลบ กำหนดขอบเขตให้แน่นอน : ก่อนที่เราจะทำการโรยหินแกลบ เพื่อจะได้รองแผ่นตาข่าย ข้อดีของการรองแผ่นตาข่าย คือช่วยยึดหน้าดินอีกทั้งยังง่ายต่อการรื้อถอนป้องกันวัชพืชยังไม่ให้เกิดขึ้นตามมาอีกด้วย ไม่ควรใช้กับสวนที่มีพื้นที่ขนดใหญ่ : จุดประสงค์หลักๆ ของการใช้หินแกลบคือสร้างความรู้สึกให้สวนดูกว้างขึ้น จึงไม่ควรที่จะใช้กับสวนที่มีพื้นที่กว้างอยู่แล้ว เพราะอาจจะทำให้สวนขาดน้ำหนักอย่างที่ควรจะเป็น เพิ่มมิติ : การใช้หินแกลบควรคละขนาดกรวดหลายขนาด คละสีสักเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติให้ไม่ดูเรียบจนเกินไป อีกทั้งยังให้ความรู้สึกไม่น่าเบื่อดูมีลูกเล่นอีกด้วย การดูแลรักษา เก็บกวาดสิ่งสกปรกและเพิ่มเติมหินบ้าง : หากจะให้สวนดูสวยงาม ควรดูแลเก็บกวาดใบไม้ในสวนบ้างเพราะจะทำให้สวนดูรก และไม่น่ามอง ทั้งนี้ขนาดของกรวดที่มีขนาดเล็กย่อมกระจัดกระจายได้ง่ายยากแก่การดูแล ดังนั้นควรต้องทำการเก็บกวาดหินกรวด และควรเติมหินแกลบบ้างบางครั้งคราว เพื่อให้พื้นสวนดูเต็มและอัดแน่นขึ้นอีกด้วย ใช้น้ำชะล้างบ้างเป็นครั้งคราว : การใช้น้ำแรงดันสูงในการทำความสะอาดบ้างเป็นครั้งคราวจะทำให้เศษไม้ใบแห้งติดอยู่หายไป อีกทั้งยังช่วยให้ตะไคร่น้ำที่ติดอยู่หลุดออกไปซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยอีกด้วย ใช้น้ำยากันตะไคร่น้ำ : การใช้น้ำยากันตะไคร่น้ำ ถือเป็นวิธีที่กันก่อนแก้ เพราะจะทำให้เราไม่มีเจ้าตะกอนคราบสีเขียวๆ มาก่อกวนใจ และยังลดการหมักหมมของเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดโรครากเน่าของต้นไม้อีกด้วย ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน Octaber 2015 จาก Mbookstore คลิ๊ก

รับมือ กลิ่นอับเสื้อผ้า ท้าสู้หน้าฝน
กลิ่นอับเสื้อผ้า /  กำจัดกลิ่น / 

แนะวิธีกำจัด กลิ่นอับเสื้อผ้า ปัญหาที่มากับฤดูฝน ต้องหันมาสนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆกันสักหน่อยแล้วอย่าได้ปล่อยผ่านไปแบบไม่ใส่ใจ อย่างปัญหาที่มากับช่วงหน้าฝนเช่นเรื่อง กลิ่นอับเสื้อผ้า เป็นปัญหาที่หนุ่มๆหลายคนมักจะปล่อยผ่าน หากใครที่มีภรรยาหรือมีแม่บ้านดูแลเรื่องเสื้อผ้าให้ก็โชคดีไร้ปัญหาให้ปวดหัว เหลือก็แต่หนุ่มโสดทั้งหลายที่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องเสื้อผ้ามีกลิ่นอับกันต่อไป หนุ่มโสดส่วนใหญ่ก็รู้จักแค่ซักผ้า-ตากผ้า-เก็บเข้าตู้ จบ!! แค่นั้น เสื้อผ้าจะมีกลิ่นอับน้อยบ้างมากบ้างก็ไม่เคยจะใส่ใจ กลิ่นอับแค่นี้เราทนได้ อันนี้บอกเลยว่าผิดมหันต์เลยทีเดียว เพราะคนที่ได้กลิ่นไม่ใช่แค่เราแต่ยังมีคนอื่นรอบตัวเราที่เขาได้กลิ่น และนั่นอาจจะทำให้คุณเป็นบุคคลน่ารังเกียจจากคนรอบข้างเอาได้ง่ายๆ เสื้อผ้าที่โดนฝนสาดตอนที่ตากผ้า ต้องเอามาซักหรือล้างน้ำใหม่ให้สะอาด อย่าได้คิดว่าแค่โดนฝนสื้อผ้าไม่เปื้อนไม่สกปรกแค่ตากต่อไปให้แห้งก็พอแล้ว หากคุณยังเอาเสื้อผ้าผ่านการเปียกฝนมาใส่อันนี้ Men.MThai บอกได้เลยว่าเป็นโศกนาฎกรรมดีๆนี่เอง บางคนอาจจะรู้ถึงปัญหานี้ก็เลยเลี่ยงพื้นที่ตากผ้าที่เสี่ยงจะโดนฝนสาดมาตากในที่ร่มแทน แต่ก็ยังจะมีปัญหากลิ่นอับจากเสื้อผ้าที่ตากผ้าในที่ร่มตามมาอีก เราเลยขอแนะวิธีการขจัดกลิ่นอับของเสื้อผ้าที่ตากในที่ร่มและกลิ่นอับจากเสื้อผ้าที่หมักหมมไม่ได้ซักเป็นเวลานาน ถ้าผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับมากๆก่อนการซักทำความสะอาด ให้นำสารส้มมาแกว่งในน้ำแล้วนำผ้ามาแช่ก่อนนำไปซัก ถ้าไม่มีสารส้มก็สามารถใช้น้ำส้มสายชูได้เหมือนกัน นอกจากเสื้อผ้าแล้วก็ใช้วิธีนี้กับผ้าอื่นๆที่มีกลิ่นเหม็นมากๆได้อย่าง พรมเช็ดเท้า, ผ้าขี้ริ้ว หรือผ้าถูพื้น อาจมีบางคนที่นำจุลินทรีย์EM มาใช้ในการซักผ้าเพื่อขจัดกลิ่นเหม็นของผ้าเหมือนกัน เบกกิ้งโซดา (โซเดียมไบคาร์บอเนต) เป็นผงสารพัดประโยชน์ที่สามารถนำมาใช้ในงานบ้านได้หลายอย่าง ให้ลองนำเบกกิ้งโซดาผสมไปกับน้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอกก็จะช่วยเรื่องปัญหากลิ่นอับแต่ที่เห็นเด่นชัดเลยคือความขาวสะอาดของเสื้อผ้า การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นวิธีพื้นฐานที่ทุกคนนิยมเลือกใช้ในการขจัดกลิ่นอับของเสื้อผ้า ควรเลือกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มแบบเข้มข้นจะช่วยให้กลิ่นหอมติดเสื้อผ้าได้มากกว่า นอกจากนี้การเลือกใช้ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้าที่เป็นประเภทช่วยขจัดกลิ่นอับหรือประเภทสำหรับผ้าที่ตากในที่ร่มโดยตรงก็จะช่วยให้เสื้อผ้าหอมสะอาดขึ้นได้ หลังจากซักเสื้อผ้าแล้วการตากเสื้อผ้าก็เป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งถ้าเราตากผ้าในที่ร่มก็ไม่ควรแขวนผ้าจนแน่นชิดกันมากเกินไปควรให้มีช่องว่างของเสื้อผ้าที่แขวนบนราวตากผ้าเพื่อไม่ให้เสื้อผ้าเกิดกลิ่นอับ ควรเลือกที่ตากผ้าในที่มีลมพัดหรืออากาศระบายเข้าออกแต่ถ้าเป็นสถานที่ที่ไม่มีลมพัดก็สามารถใช้พัดลมช่วยเป่าเสื้อผ้าที่ตากแทนได้ เครื่องอบผ้าก็เป็นตัวช่วยสำหรับคนที่ต้องตากผ้าในที่ร่มได้ดีมากๆเหมือนกัน การใช้เครื่องอบผ้าก็จะทำให้เสื้อผ้าของคุณเกือบที่จะแห้งได้เลยทีเดียว กลิ่นอับเสื้อผ้าแทบจะไม่เป็นปัญหาของคนที่มีเครื่องอบผ้าเลยทีเดียว การรีดผ้าด้วยเตารีดไอน้ำก็สามารถทำให้กลิ่นอับของเสื้อผ้าลดลงได้เหมือนกัน แต่ก็มีความยุ่งยากในการรีดอยู่บ้าง เพราะปัจจัยของเรื่องความหนาของเนื้อผ้าที่ต่างกันในแต่ละชิ้น และความร้อนในการรีดที่เหมาะพอดีกับเนื้อผ้าแต่ละประเภท เชื้อราและแบคทีเรียในเครื่องซักผ้าก็เป็นสาเหตุของการซักผ้าไม่สะอาดและมีกลิ่นเหม็นอับอีกเหมือนกัน คุณควรที่จะทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเป็นประจำทุกเดือน เครื่องซักผ้าบางรุ่นมีระบบทำความสะอาดถังซักในตัวอยู่แล้วก็สะดวกในการทำความสะอาดถังซัก บางรุ่นก็มีระบบซักด้วยน้ำร้อนก็สามารถทำความสะอาดถังด้วยน้ำร้อนก็จะทำให้มั่นใจในการทำความสะอาดมากขึ้น แต่ถ้าเครื่องซักผ้าที่ไม่มีระบบทำความสะอาดถังซักหรือระบบน้ำร้อนก็สามารถทำความสะอาดได้ด้วยใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าลงไปแล้วเปิดเครื่องทำงานซักผ้าแบบไม่ต้องใส่เสื้อผ้าลงไป นอกจากนั้นก็จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆทั่วไป เช่น ตรวจดูแล้วว่าเสื้อผ้าแห้งสนิทดีแล้วก่อนนำเข้าเก็บในตู้เสื้อผ้า, การเปิดตัวกรองเครื่องซักผ้าออกมาทำความสะอาด, น้ำที่ใช้ในการซักผ้าเป็นน้ำประปาที่มีความสะอาดได้มาตรฐานหรือไม่ หากวิธีการซักผ้าแบบเดิมๆของคุณทำให้เสื้อผ้าเกิดกลิ่นอับ ลองปรับเปลี่ยนวิธีการซักผ้าของคุณตามที่เราได้แนะนำไปดูบ้าง เพราะถ้าเรายังสวมใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับนอกจากจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนรอบข้างแล้วยังอาจมีผลต่อการทำงานของคุณอีกด้วย อย่าปล่อยให้เพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าตลอดจนคนรอบตัวต้องทนกับกลิ่นอับเสื้อผ้าของคุณอีกต่อไป บางคนอาจจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการฉีดน้ำหอมเพื่อกลบกลิ่นอับของเสื้อผ้า แม้เสื้อผ้าของคุณจะหอมขึ้นเพราะน้ำหอมแต่ในขณะเดียวกันกลิ่นเหม็นอับก็ไม่ได้หายไป ทางที่ดีควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีซักผ้าและวิธีตากผ้ากันดีกว่า

5 อาการ สัญญาณเตือนภัย ในผู้หญิง ที่ไม่ควรมองข้าม
ประจำเดือน /  มะเร็งปากมดลูก / 

     ผู้หญิงเป็นเพศที่มีอวัยวะภายในที่ซับซ้อน จึงควรหมั่นสังเกตตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายหรือไม่ แม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรมองข้าม เพราะสิ่งปกติเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่โรคที่เป็นอันตรายได้ในอนาคต เช่น เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์ โรคเชื้อราในช่องคลอด โรคเนื้องอกในมดลูก โรคปีกมดลูกอักเสบเรื้อรัง โรคมะเร็งปากมดลูก ฯลฯ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่อมีอาการผิดปกติก็มักจะละเลยไม่ไปพบแพทย์ ด้วยเหตุผลว่าอายแพทย์หรือเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ร้ายแรง ไม่อันตราย ซึ่ง ผศ.นพ.อภิชัย วสุรัตน์ จากศูนย์การแพทย์นวบุตรสตรีและเด็ก ได้มาให้ข้อแนะนำ 5 อาการสัญญาณเตือนภัยที่มักจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายกับผู้หญิงทั่วไป เมื่อเป็นแล้วมีโอกาสเสี่ยงทำให้เป็นโรคได้ในอนาคต 1. ประจำเดือนมามากผิดปกติ สาเหตุที่เป็นไปได้คือ เนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูก 2. ปวดท้องน้อยเวลามีรอบเดือน อาการปวดท้องขณะมีรอบเดือนพบได้บ่อยในผู้หญิงทุกคน แต่ถ้าปวดท้องน้อยขณะมีรอบเดือนมากขึ้นเรื่อยๆ โรคที่อาจเป็นไปได้ก็คือ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งคนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ ถุงน้ำช็อกโกแลต หรือ ช็อกโกแลตซีสต์ 3. ตกขาวผิดปกติ อาจจะเป็นช่องคลอดอักเสบ หรือมะเร็งปากมดลูกได้ 4. มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดซึ่งไม่ตรงกับรอบเดือน อาจจะเป็นมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งโพรงมดลูกได้ 5. ปัสสาวะบ่อย สาเหตุที่พบได้บ่อยคือ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ นอกจากนี้ที่อาจจะทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อยได้ ก็เช่น เบาหวาน มีก้อนในอุ้งเชิงกรานไปกดกระเพาะปัสสาวะ      ดังนั้นเมื่อคุณผู้หญิงที่มีอาการเหล่านี้อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงโดยด่วน รู้ทันโรคก็สามารถป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตนะคะ...... ที่มาเนื้อหาจาก : ไลฟ์เซ็นเตอร์ ไลฟ์สไตล์มอลล์เพื่อสุขภาพและความงาม

ตำนานสยอง! Dancing Plague กว่า 400 คนถูกสาปให้เต้นรำจนตาย
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

"Dancing Plague" เรื่องราวนี้เป็นตำนานที่โด่งดังและเล่าขานกันมานานมาก เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1518 ที่สตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเกิดเรื่องราวแปลกๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทำให้คนในหมู่บ้านกว่า 400 คนเต้นรำจนตายภายในเวลาเพียงไม่นาน .. ตำนานสยอง! Dancing Plague กว่า 400 คนถูกสาปให้เต้นรำจนตาย ตำนานสยอง! Dancing Plague กว่า 400 คนถูกสาปให้เต้นรำจนตาย ในประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสได้มีบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์แปลกๆ "Dancing Plague" ที่เกิดในเดือนกรกฏาคม ปี ค.ศ. 1518 เมื่อจู่ๆ ก็มีหญิงสาวนางหนึ่งชือว่า Troffea เธอเริ่มออกมาเต้นบนถนนสตราสบูร์ก โดยไม่พักเป็นระยะเวลากว่า 6 วัน  6 คืน เพียง 1 สัปดาห์ก็มีผู้คนในหมู่บ้านอีก 34 คน ออกมาเต้นกัน หลังจากนั้นก็เพิ่มจากสิบเป็นร้อย และสิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ตั้งแต่วันที่เธอเริ่มเต้นจนครบหนึ่งเดือนต่อมา ได้มีคนกว่า 400 คนออกมาเต้นโดยไม่หยุดพัก และในที่สุดก็มีคนจำนวนมากเสียชีวิตจากการเต้นไม่หยุดครั้งนี้ เนื่องจากการที่หัวใจเต้นผิดปกติ อ่อนเพลีย เหน็ดเหนื่อย ไม่ได้กิน ไม่ได้นอนร่วมเดือน แต่ "Dancing Plague" การเต้นรำจนตายที่เกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสนี้ไม่ใช่ครั้งแรก! เพราะเคยเกิดขึ้นในเมืองอาเค่น (แถบตะวันตกของประเทศเยอรมนี) มาก่อน เริ่มในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 1374 คนที่เดินตามถนนนั้นก็กรีดร้องเหมือนคนประสาทหลอน อีกทั้งยังเต้นรำท่าแปลกๆ ดิ้นและบิดตัวไปมาจนกระทั่งหมดแรงไป ซึ่งโรคประหลาดนี้ยังแพร่กระจายไปถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ ตามเส้นทางแสวงบุญต่างๆ อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็มีผู้เชียวชาญทางประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี หลายคนออกมาให้ความคิดเห็นเช่น อาจเป็นความเชื่อในเรื่องพ่อมด แม่มด ซาตาน คิดว่าทุกคนออกมาเต้นเพื่อแก้อาถรรพ์, อาจจะเป็นเพราะคนทั้งหมู่บ้านถูกสาป เลยต้องเต้นจนตัวตาย รวมถึงเกิดข้อสันนิษฐานต่างๆ เช่น อาจะเป็นโรคประสาทประเภทโรคอุปทานหมู่ เชื่อมโยงไปความบ้าคลั่งศาสนาของคนยุโรป หรือในสมัยก่อนมีอาชีพทำฟาร์ม ปลูกข้าว อาจจะเกิดจากการกินข้าวไรที่มีเชื้อคลาวิเซพส์ เพอร์พูเรีย (Claviceps purpurea) ที่เป็นเชื้อราขนาดเล็กที่มีพิษ นั่นเป็นยาหลอนประสาทชนิดรุนแรง (อันนี้น่าเชื่อถือสุด รึเปล่า?) ซึ่งเรื่องราวแปลกประหลาดนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด >,< เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล en.wikipedia.org

เล่นน้ำเปียก เสี่ยงเชื้อรา สาดสงกรานต์แบบปลอดโรคกันเถอะ
ปลอดโรค /  อับชื้น / 

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเดือนแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอย นั้นก็คือ เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตรงกับเดือนที่มีอากาศร้อนอบอ้าวที่สุดของปีก็ว่าได้ เมื่อพูดถึงสงกรานต์หลายคนคงจะมีแผนที่จะเดินทางกลับบ้านในเทศกาลหยุดยาว หรือวางแผนที่จะท่องเที่ยวกับครอบครัว แต่อีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตก็คงหนีไม่พ้น การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และการเล่นสาดน้ำคลายร้อน และในช่วงสงกรานต์นอกจากจะต้องระวังในเรื่องของอุบัติเหตุแล้ว ยังต้องคำนึงถึงสุขภาพเป็นสำคัญด้วย เนื่องจากเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในน้ำ ซึ่งไม่สามารถรู้เลยว่าน้ำที่นำมาเล่นนั้นมาจากแหล่งไหน สะอาดหรือไม่ อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมองข้ามและคิดไม่ถึงคือการเล่นน้ำสงกรานต์แล้วต้องอยู่ภายใต้เสื้อผ้าที่เปียกชื้นเป็นเวลานานๆ ใครจะรู้ว่าส่งผลให้เกิดเชื้อราผิวหนังได้ พญ.เนตรนภา ยังรอต กล่าวว่า โรคต่างๆ ที่มากับการเล่นน้ำสงกรานต์นั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็น โรคตาแดง ปอดปวม ไข้หวัด แต่อีกสิ่งหนึ่งที่คนอาจคิดไม่ถึงเลยนั่นก็คือโรคผิวหนัง เพราะคนมักจะลืมไปว่าการเล่นน้ำตั้งแต่เช้าจรดเย็น ทำให้ต้องแช่ตัวอยู่ในเสื้อผ้าที่เปียกเป็นเวลานานๆ และน้ำที่นำมาเล่นนั้น ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามาจากแหล่งไหน เพราะฉะนั้นเราอาจคาดไม่ถึงว่าน้ำธรรมดาๆ อาจมีเชื้อราปะปนมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว ซึ่ง เชื้อรา เป็นจุลินทรีย์ที่พบในพื้นที่อับชื้น พบได้ตามพื้นดิน น้ำ เสื้อผ้า ของใช้ ที่เกิดจากการหมักหมม ซึ่งเสื้อผ้าที่อับชื้น แห้งไม่สนิท เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดเชื้อราได้เช่นเดียวกัน เช่น บริเวณผิวหนัง เล็บ ง่ามเท้า และช่องคลอด โดยผู้ที่เป็นโรคกลากจาก เชื้อราจะมีอาการคัน เป็นผื่นแดง มีขุย มีขอบนูนเล็กน้อย รู้สึกคันตามบริเวณต่างๆ บนร่างกาย นอกจากนี้อาจมีอาการผื่นแพ้จากกรณีน้ำที่ปนเปื้อนด้วยสารเคมีที่ละลายในน้ำ ทำให้เกิดอาการแพ้ ผิวหนังที่เริ่มเปื่อยจากการแช่น้ำนานๆจะทำให้สารที่ก่อการแพ้ซึมเข้าผิวได้มากขึ้น ทำให้มีผื่น บวมแดง และคันตามบริเวณที่โดนน้ำ อาจมีตุ่มน้ำใส หรือน้ำเหลืองเยิ้ม หรือตกสะเก็ดเป็นขุย และเมื่อเกามากๆ จะทำให้เกิดบาดแผลซึ่งทำให้เชื้อโรคเข้าไปในร่างกายได้ง่ายกว่าปกติ สำหรับผู้ที่เล่นน้ำในบริเวณที่มีน้ำท่วมขังแล้วใส่รองเท้าแตะในการเดินลุยน้ำหรือในกรณีที่เท้ามีความอับชื้น เสี่ยงเชื้อรา ซึ่งเป็นที่มาของโรคน้ำกัดเท้า มักมาด้วยอาการคัน มีผื่นหรือมีผิวเปื่อยลอกตามซอกนิ้วเท้าหรือฝ่าเท้าได้ เพื่อให้การเล่นน้ำสงกรานต์เป็นไปอย่างสนุกสนาน เราควรดูแลสุขอนามัยของสุขภาพเบื้องต้นโดยการหลีกเลี่ยงการย่ำน้ำสกปรกโดยไม่จำเป็น หรืออาจใส่เป็นรองเท้าบูทกันน้ำก็ได้ และเมื่อกลับจากการเล่นน้ำสงกรานต์ควรรีบทำความสะอาดร่างกายทันทีด้วยสบู่และน้ำสะอาดแล้วเช็ดผิวหนังด้วยผ้าสะอาดให้แห้งสนิท ถ้ามีบาดแผลถลอกให้รีบล้างทำความสะอาดและใช้ยาฆ่าเชื้อทาบริเวณแผล ระมัดระวังอย่าให้สัมผัสกับสิ่งสกปรก หากมีอาการคันให้รีบทายารักษาตามอาการ แต่ถ้ายังเป็นเรื้อรังไม่หายให้รีบปรึษาแพทย์ทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้เป็นโรคแทรกซ้อนผิวหนังอย่างอื่นตามมาได้ พญ.เนตรนภา ยังรอต กล่าวทิ้งท้าย ขอบคุณบทความ จาก พญ.เนตรนภา ยังรอต : อายุรแพทย์โรคผิวหนัง โรงพยาบาลปิยะเวท

ลิ้น เปลี่ยนสี บอกได้ว่าคุณกำลัง เป็นโรค อะไร?
ผิดปกติ /  ลิ้น / 

แพทย์จีนเชื่อว่า การที่ร่างกายแสดงอาการผิดปกติ คือการส่งสัญญาณเตือนว่า ระบบภายในร่างกายกำลังมีปัญหา ดังเช่น การที่ ลิ้น มีสีหรือลักษณะที่ผิดปกติไปจากเดิม นั่นก็เป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้น และต่อไปนี้คือ อาการต่างๆ ที่อาจกำลังเกิดขึ้น เมื่อ ลิ้น มีลักษณะดังนี้ 1.ลิ้นมีสีขาดซีด บ่งบอกว่า ร่างกายกำลังประสบปัญหา โลหิตจาง หรืออาจมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารโดยไม่รู้ตัว 2. ลิ้นมีสีเขียวม่วง หมายความว่า ร่างกายกำลังขาดออกซิเจน หรือ อาจเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ หรือพบได้ในคนที่มีอาการตับวาย 3. ลิ้นเป็นฝ้าคล้ำ เกิดจากการสูบบุหรี่หนัก หรือการรับประทานยาปฎิชีวนะมากเกินไป ซึ่งไปทำลายแบคทีเรียที่ดีบนลิ้น 4. ลิ้นเป็นฝ้าขาว อาจพบในเด็กทารก คนแก่ หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อราที่ลิ้น หรืออาจบ่งบอกว่า คุณเป็นคนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากเรื้อรัง 5.ลิ้นแดงและมีอาการเจ็บ เกิดจากการขาดสารอาหาร พวกวิตามินบี1 จำพวก ธัญพืช ข้าวซ้อมมือ หรือ ถั่วต่างๆ 6. ลิ้นอักเสบ แดงและเจ็บ มีเลือดออกง่าย ร่วมกับบริเวณขอบลิ้นแตกร่องเป็นแผล เกิดจากการที่ขาดสารอาหารจำพวก วิตามินบี5 ที่พบให้อาหารจำพวก ถั่วลิสง งา อะโวคาโด แอปเปิ้ล 7.ทั่วลิ้นมีฝ้าขาว และมีจุดแดงๆ บนลิ้น รวมถึงมีไข้ด้วย บ่งบอกว่า คุณกำลังติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสบางชนิด และสำหรับ คนที่มีสุขภาพดี เลือดลมดี นั้น ลิ้น จะมีสีชมพู มีความชุ่มชื้นพอเหมาะ ไม่มีฝ้าขาวหรือเหลืองปะปนอยู่บนลิ้น เรียบเรียงโดย Health.mthai.com ข้อมูลจากนิตยสาร ชีวจิต

10 เคล็ดลับการทำความสะอาด ที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น
วิธีทำความสะอาดบ้าน

ถ้าพูดถึงเรื่องของการทำความสะอาดบ้าน เราเชื่อว่าหลายๆ บ้านคงประสบกับปัญหาเดียวกันคือ ไม่ค่อยมีเวลาที่จะทำความสะอาดบ้านเพราะด้วยเวลาที่จำกัดในแต่ละวัน ทำงานกลับบ้านมาก็ค่ำ หมดวันไปแล้ว หรือถ้าจะมาดูแลทำความสะอาดในวันหยุด ก็สุดแสนจะขี้เกียจ เพราะการทำงานบ้านในแต่ละครั้งต้องใช้เวลาเรียกว่าทั้งวันก็ว่าได้ แต่ถ้ามี เคล็ดลับการทำความสะอาดบ้าน ให้ง่ายขึ้นก็คงดี เพราะจะช่วยให้ใช้เวลาในการทำความสะอาดน้อยลงวันนี้ Decor.MThai จึงได้นำ 10 เคล็ดลับการทำความสะอาดบ้าน ที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ 10 เคล็ดลับการทำความสะอาดบ้าน ที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น 1. การทำความสะอาดขอบหน้าต่าง ขอบประตู การทำความสะอาดขอบหน้าต่าง ขอบประตู : ใช้ไม้พันสำลี ชุบน้ำส้มสายชู แล้วเช็ดบริเวณที่ฝุ่นเกาะ จากนั้นก็ใช้กระดาษทิชชู่ เช็ดให้สะอาดอีกทีค่ะ น้ำส้มสายชูจะช่วยให้คราบสกปรกหลุดออกง่ายขึ้น 2. ทำความสะอาดร่องยาแนว ทำความสะอาดร่องยาแนว : น้ำยาล้างห้องน้ำ ผสมกับน้ำส้มสายชู แล้วใช้แปรงจุ่มลงไปในน้ำยาที่เราผสม จากนั้นใช้แปรงขัดบริเวณลอยต่อของกระเบื้อง หรือที่เรียกกันร่องยาแนว แล้วก็ใช้ฟองน้ำเช็ดออก (ต้องใส่ถุงมือ) แค่นี้ร่องยาแนวของคุณก็จะไม่ดำเป็นเชื้อราอีกต่อไป 3. วิธีทำความสะอาดที่นอน วิธีทำความสะอาดที่นอน : วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกเลยค่ะ แต่ถ้าต้องการทำความสะอาดฟูกนอนที่เป็นคราบ ให้ใช้สเปรย์มะนาวฉีดไปที่คราบบนที่นอน ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วใช้ผ้าซับๆ บริเวณที่เป็นรอยแค่นี้รอยก็จะจางหายไป 4. การดูแลชักโครก การดูแลชักโครก : ในส่วนของชักโครกส่วนที่ดูแลยากที่สุดก็คือส่วนด้านใต้ฝาปิด ถึงจะเป็นส่วนที่ไม่มีใครเห็นแต่ก็มีผลทำให้เกิดคราบสกปรก และนำให้สุขอนามัยไม่ดีได้นะคะ วิธีทำความสะอาดก็ง่ายๆ แค่ใช้แปรงล้างชักโครกชุบน้ำส้มสายชูถูๆ ให้รอบ แล้วใช้น้ำฉีดไปตรงบริเวณนั้น จากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดๆ คราบออกอีกทีค่ะ 5. วิธีทำความสะอาดพื้นไม้ วิธีทำความสะอาดพื้น : เทน้ำส้มสายชูลงไปในขวดสเปรย์ 1/4 ของขวดจากนั้นหยดจากนั้นหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะนาวลงไป 3-8 หยด แล้วเติมน้ำลงไป เขย่าเบาๆ ให้เข้ากัน จากนั้นก็ฉีดสเปรย์ลงไปที่พื้นแล้วใช้ผ้าเช็ดให้สะอาดค่ะ 6. วิธีการทำความสะอาดมู่ลี่ วิธีการทำความสะอาดมู่ลี่ : ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำให้เท่าๆ กัน จากนั้นใส้ผ้าชุบลงไปแล้วเช็ดทำความสะอาดค่ะ 7. วิธีทำความสะอาดแป้นพิมพ์ วิธีทำความสะอาดแป้นพิมพ์ : วิธีง่ายที่สุดคือใช้ Post it มาใช้ทำความสะอาดก็เป็นวิธีที่ง่ายแสนง่าย ดูวิธีเพิ่มเติมที่ http://tech.mthai.com/tips-technic/43988.html 8. วิธีทำความสะอาดโคมไฟ พัดลมเพดาน วิธีทำความสะอาดโคมไฟ พัดลมเพดาน : ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดฝุ่นออก แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาดอีกทีค่ะ 9. ลอยแตกของหนังโซฟา ลอยแตกของหนังโซฟา : ลอยแตกที่เกิดจากการนั่ง การน้ำ ลอยขีดขวนต่างๆ แก้ง่ายๆ โดยใช้ผ้าป้ายแว็กซี่แล้วขัดลงไปตรงลอยที่แตก แค่นี้เราก็จะได้โซฟาใหม่เอี่ยมกับมาอีกครั้งค่ะ 10. วิธีทำความสะอาดพรม วิธีทำความสะอาดพรม : ถ้าจะแค่ทำความสะอาดฝุ่นบนพรม ก็สามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกได้เลยค่ะ แต่ถ้าพรมมีคราบสกปรกให้ใช้แป้งข้าวโพดโรยบนรอยเปื้อนทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นใช้น้ำยาล้างจานหนึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น และใช้น้ำส้มสายชูหนึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่นเช่นกัน แล้วก็ใช้ผ้าขาวชุบน้ำส้มสายชู และและน้ำยาล้างจาน ชุปให้เปี๊ยกๆ แล้ววางไว้ ใช้แปรงหรือฟองน้ำ ขัด ถู จนกระทั่งของเหลวทั้งหมดค่อยๆ แห้ง สุดท้ายใช้ฟองน้ำเช็ดออก ลอยคราบที่พรมก็จะหายไป เป็นไงคะ 10 เคล็ดลับดีๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ กันได้ไม่มากก็น้อยนะคะ การทำความสะอาดแบบมีเทคนิคช่วยให้ประหยัดเวลาในการทำความสะอาดบ้านไปได้เยอะเลยจริงๆ ค่ะ

น้ำมูก ของคุณเป็นสีอะไร
infographic /  ติดเชื้อ / 

น้ำมูก ทำหน้าที่จับกับสิ่งต่างๆ ที่ปนมากับลมหายใจ เช่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรค นอกจากนี้ในน้ำมูกยังมีสารต่อต้านเชื้อโรคอีกด้วย คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับน้ำมูกหรือเสมหะมากนัก แต่เชื่อหรือไม่ว่าสีของน้ำมูกหรือเสมหะสามารถบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับจมูกได้ ตัวอย่างเช่น น้ำมูกสีใสอาจหมายถึงเยื่อบุจมูกอักเสบ น้ำมูก สีเหลืองอาจหมายถึงการติดเชื้อแบคทีเรียในโพรงจมูกหรือไซนัส  น้ำมูกสีเทาอาจบ่งชี้ว่าในจมูกของคุณมีริดสีดวงจมูก เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามการสังเกตสีของน้ำมูกหรือเสมหะ เพราะสีของน้ำมูกอาจบ่งบอกถึงโรคหรือพยาธิสภาพที่ซ่อนอยู่ในโพรงจมูกหรือไซนัสของคุณได้ แต่ถ้าจะให้แน่ใจควรไปปรึกษาแพทย์ น้ำมูก มาจากไหน ทางเดินหายใจและทางเดินอาหารของมนุษย์เรามีเยื่อบุทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ซึ่งมีต่อมสร้างน้ำมูก เมือก หรือเสมหะ ไม่ว่าจะเป็นจมูก ไซนัส โพรงหลังจมูก ช่องปาก ช่องคอ กล่องเสียง หลอดลม ซึ่งน้ำมูก เมือก หรือเสมหะ ทำหน้าที่ป้องกันอวัยวะภายใต้เยื่อบุจากสารพิษหรือสารระคายเคืองต่างๆ ทำให้อวัยวะดังกล่าวชื้นตลอดเวลา ถ้าเยื่อบุที่คลุมอวัยวะดังกล่าวแห้งจะทำให้อัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงขึ้น นอกจากนี้ ในน้ำมูกหรือเมือกยังมีสารต่อต้านเชื้อโรคด้วย เช่น แอนติบอดี เอนไซม์ เป็นต้น ทราบหรือไม่ว่าร่างกายมนุษย์เราสามารถผลิต น้ำมูกหรือเมือกได้มากถึง 2 ลิตรต่อวัน ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับน้ำมูกมากนักจนกระทั่งเรามีปัญหาเรื่องน้ำมูกไหลมาจากจมูกหรือไหลลงคอ ซึ่งเราอาจจะสั่งน้ำมูกออกมา หรือสูดลงคอแล้วขากออกเป็นเสมหะแล้วบ้วนทิ้ง หรือไม่มีที่ให้บ้วนอาจต้องจำใจกลืนลงไป แล้วคุณเคยสังเกตสีน้ำมูกหรือเสมหะที่บ้วนออกมาหรือไม่ว่ามีสีอะไร ซึ่งสีของน้ำมูกหรือเสมหะอาจบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับจมูกของคุณได้ สีใส น้ำมูกหรือเสมหะที่ใสมักประกอบด้วยน้ำ แอนติบอดีที่ต่อต้านเชื้อโรค เกลือ และโปรตีน ส่วนใหญ่มักจะไหลลงคอ และเรามักจะกลืนลงไปในกระเพาะอาหาร ซึ่งสาเหตุเกิดจากหวัด (เยื่อบุจมูกอักเสบ) หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรืออาจเกิดจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ ไวรัสมากระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูก ทำให้มีน้ำมูกใสๆ ไหลออกมาหรือไหลลงคอได้ สารก่อภูมิแพ้ก็เช่นเดียวกัน สามารถกระตุ้นเยื่อบุจมูกของผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ ทำให้มีการหลั่งของฮิสทามีน (Histamine) ออกมา ซึ่งฮิสทามีนสามารถกระตุ้นต่อมสร้างน้ำมูกในเยื่อบุจมูกให้ผลิตน้ำมูกใสๆ ออกมาได้ การให้ยาต้านฮิสทามีนและการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสามารถบรรเทาอาการน้ำมูกที่ไหลออกมาหรือไหลลงคอได้ สีขาว การที่น้ำมูกไหลออกมามีลักษณะหนา เหนียว และขาวขุ่น อาจเนื่องมาจากการที่น้ำมูกถูกขังอยู่ในโพรงจมูกเป็นระยะเวลานานจากเยื่อบุจมูกที่บวม นอกจากนั้นการที่เรารับประทานผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมมากเกินไปอาจทำให้น้ำมูกที่ออกมาหรือไหลลงคอมีสีขาวขุ่นได้เนื่องจากไขมันในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมสามารถทำให้น้ำมูกสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้น้ำมูกหรือเสมหะมีลักษณะหนา เหนียว และมีสีขาวขุ่นตามมาได้ สีเหลือง ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียในโพรงจมูกหรือไซนัส ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราจะส่งเซลล์ที่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว ออกมาทำลายเชื้อแบคทีเรีย ทั้งเซลล์เม็ดเลือดขาวและเชื้อแบคทีเรียที่ ตายแล้ว รวมทั้งเมือกและหนองต่างๆ จะรวมตัวกัน ทำให้น้ำมูกมีสีเหลืองได้ นอกจากนั้นการที่น้ำมูกค้างอยู่ในโพรงจมูกเป็นระยะเวลานานมากๆ เช่น ทั้งช่วงกลางคืน อาจทำให้น้ำมูกมีสีเหลืองได้เวลาตื่นมาตอนเช้าโดยที่ไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ในกรณีนี้น้ำมูกมักจะมีสีเหลืองเวลาตื่นนอนตอนเช้า แต่ในช่วงเวลาอื่นๆของวัน น้ำมูกจะมีสีใส สีเทา น้ำมูกที่มีสีเทาอาจบ่งบอกว่าในจมูกของคุณมีริดสีดวงจมูก (Nasal polyp) ริดสีดวงจมูกเกิดจากเยื่อบุจมูกหรือไซนัสที่บวมออกมาเป็นก้อนในโพรงจมูก หรือไซนัส ซึ่งไม่ใช่เนื้องอกร้ายแต่อย่างใด มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุจมูก ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้  โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง โรคหืด หรือภาวะแพ้ยาแอสไพริน โรคไซนัสอักเสบจากเชื้อราสามารถทำให้น้ำมูกหรือเสมหะมีสีเทาได้ ซึ่งมักเกิดจากสปอร์ของเชื้อรามาเกาะที่ผิว เยื่อบุจมูกและเจริญเติบโตมากขึ้น มักมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บของเยื่อบุจมูกเรื้อรัง หรือภูมิต้านทานของร่างกายลดน้อยลง สีเขียว แสดงถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำลังทำงานต่อต้านเชื้อแบคทีเรียเหมือนกับการที่น้ำมูกมีสีเหลือง สีเขียวเกิดจากเอนไซม์ ซึ่งสร้างโดยเม็ดเลือดขาว น้ำมูกที่มีสีเขียวมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียภายในโพรงจมูกหรือไซนัส (ไซนัสอักเสบ) สีแดง มักเกิดจากมีเส้นเลือดในโพรงจมูกแตกแล้วปนมา กับน้ำมูก ซึ่งเส้นเลือดที่แตกอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การระคายเคือง หรือบาดเจ็บบริเวณจมูก การอักเสบในโพรงจมูก เนื้องอก โรคของหลอดเลือดชนิดต่างๆ หรือแม้แต่การที่เยื่อบุจมูกแห้ง ทำให้เส้นเลือดในเยื่อบุโพรงจมูกอยู่ชิดกับผิวมากขึ้น มีการแตกของเส้นเลือดได้ง่าย ในกรณีที่น้ำมูกมีสีแดงโดยเฉพาะออกจากจมูกเพียงข้างใดข้างหนึ่งควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด สาเหตุของจมูกแห้ง ได้แก่ ดื่มน้ำน้อย อยู่ในห้องแอร์ ซึ่งมักจะทำให้เราต้องสัมผัสกับอากาศที่เย็นและแห้งเป็นประจำ หรือเปิดพัดลมเป่าจ่อที่หน้าหรือจมูกเป็นระยะเวลานาน หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศเย็นหรือหนาวจัด อาจต้องพ่น น้ำเกลือเข้าในโพรงจมูกบ่อยๆ หรือใช้เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้นขึ้น (Humidifier) สีดำ การที่น้ำมูกมีสีดำมักพบในผู้ที่สูบบุหรี่หรือสูดยานัตถุ์ ใช้ยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย หรือผู้ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะทางอากาศมาก หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อราของโพรงจมูกหรือไซนัส ดังนั้นครั้งหน้าที่คุณสั่งน้ำมูกหรือขากเสมหะ อย่าลืมดูสีของน้ำมูกหรือเสมหะด้วยนะครับ เพราะสีของน้ำมูกอาจบ่งบอกถึงโรค หรือพยาธิสภาพที่ซ่อนอยู่ในโพรงจมูกหรือไซนัสคุณได้ แต่ถ้าจะให้แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องครับ ที่มาบทความจาก : รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน http://www.healthtoday.net

35 เคล็ดลับ ที่รู้แล้ว ชีวิตคุณจะง๊าย..ง่าย ขึ้นอีกเย๊อะ
ชีวิตง่าย /  ชีวิตดี / 

วันนี้เรามี เคล็ดลับ น่ารู้มานำเสนอแก่สาวๆกันจ้า บอกเลยว่ามีประโยชน์ต่อชีวิตและทรัพย์สินเราทั้งนั้น และขอรับรองว่า ถ้าคุณรู้ เคล็ดลับ เหล่านี้แล้ว ชีวิตคุณจะง่ายขึ้นอีกเยอะ ไม่เชื่อก็ลองดู เพราะเรื่องรอบๆตัวเรานั้น แค่รู้ก็ได้ประโยชน์สุดๆแล้ว 1. เคยเป็นไหม แพคเกจพลาสติกเปิดย๊ากยาก ลองใช้ที่เปิดกระป๋องก็ช่วยได้นะ แถมยังช่วยรักษาแพคเกจนั้นให้สามารถเก็บไว้ได้อีก 2. มาสคาร่าแห้งแล้ว ลองเต็มน้ำเกลือ หรือ น้ำยาล้างคอนแทค ลงไปนิดหน่อย ยืดอายุการใช้งานได้อีกนิด ภาพจาก ModaMob 3. กระดาษรองนั่งในห้องน้ำ นำมาใช้ซับหน้าที่มันได้ (เพราะคุณสมบัติของมันเหมือนกระดาษซับมัน) 4. จุกไวน์ นำมาประดิษฐ์เป็นสวนจิ๋ว เล็กๆน่ารักๆได้ ภาพจาก everafterblueprint.com 5. ฟังเพลงจากไอโฟน แล้วอยากให้ได้เสียงดังขึ้น แค่วางไว้ในถ้วย เสียงก็จะดังกังวาลขึ้น ภาพจาก realsimple.com 6. ใช้สติกเกอร์ตาไก่ ช่วยให้คุณเพ้นท์เล็บลาย Half-moon ได้ง๊ายง่ายด้วยตัวเองแถมสนุก ภาพจาก s3.amazonaws.com 7. แผ่นดีวีดีตกล่องเวลาเล่น เอากล้วยทา ช่วยให้ลื่นไหลไม่มีสะดุด 8. ลืมพกลิปสติกมา ใช้ลูกอมสตอเบอรี่สีแดงๆ แทนได้ แค่นำมาบดๆใส่น้ำจิ๊ดนึงแล้วก็นำมาทาปากได้เลย ภาพจาก pics.livejournal.com 9. ผสมน้ำกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม ให้กลายเป็นครีมนวดผมสำหรับผมบาร์บี้ตัวโปรด ภาพจาก dizzysplayhouse.com 10. กระเป๋าสาวๆทั้งรก ทั้งของเยอะ รักษาความสะอาดโดยที่ไม่ต้องรื้อกระเป๋าออมา ด้วยลูกกลิ้งดูดขน ง่ายป่ะล๊ะ ภาพจาก realsimple.com 11. ใช้สเปรย์ฉีดด้านในแก้ว เวลานำมาจุดเทียน เพื่อไม่ให้แก้วใบสวยเลอะน้ำตาเทียนและมีรอยไหม้ ภาพจาก realsimple.com 12. กินมาร์ชเมลโลว์ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ ภาพจาก 7thhouseontheleft.com 13. ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ ห่อสิ่งของที่มีกลิ่นก่อนนำเข้าตู้เย็น จะช่วยดูดกลิ่นได้ ภาพจาก realsimple.com 14. โดนคลอรีนกัดผมจนผมเป็นสีเขียว ใช้ยาแอสไพรินช่วยรักษาให้ผมกลับมาดำได้ ด้วยการ นำแอสไพริน 8เม็ดละลายในน้ำอุ่นนิดหน่อยแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ 10-15นาทีแล้วล้างออก ภาพจาก www2.pictures.zimbio.com 15. ถุงเท้าเก่า นำ มามวยผมบัน ได้เหมือนกันนะจ๊ะ น่ารักด้วย 16. ขวดสูญญากาศเปิดยาก ใช้ช้อนช่วยเปิดง่ายนิดเดียว ภาพจาก images.teamsugar.com 17. ใช้หนังยางช่วยเพ้นท์เล็บให้สนุกได้อีก 18. ที่เปิดกระป๋องน้ำอัดลม นำมาใช้แขวนรูปภาพแทนตะขอได้ ภาพจาก blog.makezine.com 19. วิควาโปรับ รักษาเชื้อราที่เล็บเท้าได้ 20. มายองเนส ทำให้รอยคราบบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ หายไปได้ แค่เอามาทาบริเวณที่เปื้อนแล้วเช็ดออก ภาพจาก charlesandhudson.com 21. ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำในขวดสเปร์ยแล้วนำมาฉีดที่ผ้านิดหน่อย ช่วยให้คลายยับได้ 22. ทัพเพอร์แวร์ หรือ กล่องพลาสติกที่ใช้ในครัว นำมาใช้เป็นถังขยะในรถได้เช่นกัน ภาพจาก imgur.com 23. หยดวอดก้านิดหน่อย กับ น้ำตาล 1ช้อนโต๊ะ ลงในน้ำที่ใส่ดอกไม้ในแจกัน ทำให้ดอกไม้บานสวยนานขี้น ภาพจาก thedailygreen.com 24. ใช้ยาลดกรดในกระเพาะ (แบบเม็ดฟู่) 2เม็ด โยนใส่ชักโครก ทิ้งไว้ 20 นาที แค่นี้ก็สะอาดแล้ว ภาพจาก blogcdn.com 25. เจลทำความสะอาดมือ ใช้ทำความสะอาดรอยเปื้อนจากหมึกได้ ภาพจาก onegoodthingbyjillee.com 26. ไหมขัดฟัน ใช้ตัดชีส แอปเปิ้ล หรือ เค้กได้นะ รู้ป่ะ ภาพจาก hecooksshewines.com 27. ใช้หมวกคลุมอาบน้ำ มาห่อรองเท้าเวลาแพคกระเป๋าเดินทาง สะดวกดีนักแล ภาพจาก realsimple.com 28. ใช้เส้นสปาเก็ตตี้ดิบ มาจุดเทียน ในกรณีที่ใส้เทียนไขจุดยาก หรือมือเข้าไม่ถึง ภาพจาก realsimple.com 29. ใช้ถุงชาประคบ ผิวที่โดนแดดไหม้ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บแสบได้ ภาพจาก instructables.com 30. มัสตาร์ด ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด จากการโดนไฟลวกได้ ภาพจาก instructables.com 31. ชีสที่ขึ้นรา แค่ตัดส่วนที่ขึ้นราทิ้ง หรือ ถูบริเวณที่เป็นราออก ก็ยังเก็บไว้กินได้อีก ภาพจาก instructables.com 32. โดนยุงหรือแมลงกัด ใช้สก็อตเทป หรือ ยาทาเล็บ ทาบริเวณที่ถูกกัด ช่วยลดอาการคันได้ เพราะปิดอากาศไม่ให้โดนจุดที่โดนกัดจะยับยั้งอาการคันได้ชงัดเชียวล่ะ ภาพจาก thaimedicalnews.com 33. ใช้ไดร์เป่าผม เป่ากระจกหลังจากอาบน้ำอุ่นแล้วไอน้ำเกาะเป็นคราบที่กระจก กระจกจะใสปิ๊งโดยไม่ต้องเช็ด 34. หากไฟลุกขยะที่กำลังทำอาหาร โยนเบคกิ้งโซดาใส่ไปในเปลวไฟ จะช่วยให้มันดับลงและไม่ขยายวงกว้างออกไป 35. รองเท้าใช้เปิดขวดไวน์ได้นะ ดูวิธีได้จากคลิปเลย แล้วก็อย่าลืมแบ่งปันเรื่องดีๆ กับเพื่อนๆกันด้วยล่ะ แชร์เลยจ้า เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาจาก buzzfeed

รู้ไว้ซะ! อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น
ตู้เย็น

นิสัยคนเราเวลาจ่ายตลาดชอบซื้อของไว้เยอะๆ มาทำอาหารแล้วเหลือ คิดอะไรไม่ออกก็ยัดใส่ไว้ในตู้เย็นไว้ก่อน พอจะออกมาทำอาหารก็เน่าเสียแล้ว หรือบ้างคนแช่ลืมไว้ข้ามเดือนข้ามปี วันนี้เราจะมาเสนอ อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น ต้องรู้ไว้ซ่ะอาหารปลอดภัยแถมทำให้ตู้เย็นของเราสะอาดขึ้นด้วย อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น 1. โหระพา ห้ามแช่เด็ดขาด เพราะโหระพาจะคายน้ำแล้วดูดซับกลิ่นอาหารอื่นที่ไม่พึงประสงค์ทั้งหมดได้ตู้เย็นกลับเข้าไปแทน ไม่เหมาะอย่างยิ่งจะนำโหรพาที่แช่ตู้มาทำอาหาร แต่ถ้าแช่เพื่อดูดกลิ่นน่าจะเวิร์คกว่านะ 2.แตงโม เชื่อว่าหลายคนรวมถึงตัวแอดมินเองก็ทำเช่นกัน เมื่อผ่าแตงโมไว้ครึ่งหนึ่งแช่ตู้เย็นเก็บไว้ แต่ในเรื่องของประโยช์ในแตงโมเมื่อนำเข้าตู้เย็น สารอนุมูลอิสระจะหายไป แต่ข้อนี้อาจจะยกให้ เพราะเราๆ ชอบกินแตงโมเย็นๆ หวานชื่นใจ แต่อย่าแช่ลืมไว้นานนะ 3.กาแฟ ในเรื่องของการนำกาแฟไปแช่ตู้เย็นเป็นวิธีการดูดกลิ่นตู้เย็นที่ใครหลายคนก็รู้กันอยู่แล้ว แต่ถ้าแช่ทั้งใช้ไว้ชงทานและดูดกลิ่นไปในตัว ไม่แนะนำค่ะ นอกจากผงกาแฟหรือเมล็ดกาแฟจะดูดสิ่งสกปรกมาแล้วแถมให้รสชาติของกาแฟเปลี่ยนและเสียรสชาติ 4.มะเขือเทศ จากมะเขือเทศลูกสีแดงสด เมื่อเจอความเย็นของตู้เย็นไปเท่านั้นแหละ ความเต่งตึงของผิวมะเขือเทศก็จะเหี่ยวลง และรสชาติก็เปลี่ยนไปจากเดิม 5.กระเทียม เมื่อนำไปแช่ตู้เย็นจะขึ้นราและงอกเป็นต้น มีใครบ้างอยากปลูกกระเทียมไว้ในตู้เย็นแถมเชื้อราอีกต่างหาก สำหรับกระเทียมนี้ห้ามเด็ดขาดการเก็บที่ถูกต้องถ้ากระเทียมที่ซื้อมาเป็นหัวต้องแขวนไว้ในห้องครัวที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกไม่ให้โดนแสงแดด หรือ ถ้าเป็นกระเทียมที่ซื้อมาแบบกลีบ ให้ตัดหัวตัดท้ายลอกเอาเปลือกชั้นนอกออกมาบ้างส่วนแล้วเก็บไว้ในที่แห้ง ในตะกร้าที่อากาศถ่ายเท 6.ขนมปัง แน่นอนว่าความฟูและนุ่มของแป้งขนมปัง เมื่อโดนความเย็นเข้าก็จะทำให้แข็งตัว ทานกับอะไรก็หมดความอร่อยลงไปทันที 7.น้ำผึ้ง ใครเคยพลาดไปแช่ตู้เย็นบ้าง ถ้าใครเคยก็จะรู้ว่า น้ำผึ้งเวลาแช่ตู้เย็นมันจะจับตัวเป็นก้อนและตกผลึก แยกเป็น 2 เลเยอร์ เหมือนน้ำมันกับน้ำเลยค่ะ เมื่อเข้าตู้เย็นแล้วจะนำออกมาตั้งให้หายเย็นมันก็ไม่กลับมาเหมือนเดิมน้ำผึ้งแท้มันอยู่ได้ด้วยตัวมันเองไม่เสียแน่นอน เลิกพึ่งตู้เย็นไปได้เลย 8.หอมหัวใหญ่ ห้ามนำของฉุนอย่างกระเทียมและหอมหัวใหญ่โดนความเย็นเด็ดขาดจะทำให้ขึ้นราได้ง่ายๆ และยิ่งถ้าเป็นหัวหอมเนื้อบางๆ เมื่อเข้าตู้เย็นจะเละทันที 9.มันฝรั่ง เมื่อนำเข้าตู้เย็นทำให้อรรถรสในการกินมันฝรั่งลดลง เนื่องจากจะทำให้มันฝรั่งเนื้อหยาบแล้วรสชาติยังเปลี่ยนไปจากเดิมกลายเป็นไม่อร่อยและมีรสชาติตุๆ 10 เหล้า ไม่ถือว่าเป็นอาหารแต่ก็เป็นเรื่องที่ควรรู้ไว้สำหรับคนที่ชอบดื่มเป็นประจำที่บ้าน ดื่มไม่หมดก็ปิดฝาวางไว้ให้เป็นอุณภูมิของห้องนั่นแหละดีแล้ว อย่าทะลึ่งไปแช่เด็ดขาดมันจะทำให้รสชาติเหล้าเปลี่ยน เสียบรรยากาศที่สร้างไว้หมด ที่มาจาก BuzzFeedBlue เรียบเรียงโดย food MThai

สังฆทาน ทำเอง ที่พระสงฆ์ใช้งานได้จริง มีอะไรบ้าง?
ถวายสังฆทาน /  ทำบุญ / 

สังฆทาน ถวายอย่างไรให้ได้บุญ ขึ้นชื่อว่าเป็นชาวพุทธ ว่างเว้นจากงานและกิจวัตรประจำวันทั่วไป หลายคนเลือกที่จะเข้าวัดทำบุญถวาย สังฆทาน ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดธรรมดา หรือวันสำคัญต่างๆของพระพุทธศาสนา ถือเป็นเรื่องที่ดีงามในสังคม แต่ทุกอย่างบนโลกนี้ย่อมมีหลายด้านเสมอ ธุรกิจร้านขายสังฆทานที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของวัดที่เราเห็นกันส่วนใหญ่นั้น ล้วนแล้วแต่เปิดเพื่อแสวงหากำไรจากความศรัทธาของมนุษย์ โดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม ด้วยการนำสิ่งของที่ไร้ประโยชน์ ไม่สามารถใช้ได้จริง หรือบางทีหมดอายุแล้ว มาขายในราคาที่แพงมหาโหด พระสงฆ์ตามหลักของพระพุทธศาสนานั้นถือว่าเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ศาสนา ไม่สามารถที่จะเลือกหรือสั่งญาติโยมให้ถวายสิ่งของตามที่ใจต้องการได้ เหมือนที่เราพูดกันอยู่บ่อยครั้งว่าตักบาตรอย่าถามพระ จึงเป็นช่องว่างให้เจ้าของธุรกิจ สังฆทาน กอบโกยกำไรได้อย่างสบายๆ วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com จะมาบอกต่อสิ่งของที่เราสามารถจัด สังฆทาน ได้เองแบบที่พระสงฆ์ใช้งานได้จริง และมีประโยชน์ จึงอยากให้ทุกคนลองหันมาจัดชุดสังฆทานด้วยตัวเอง รับรองว่าอิ่มบุญแน่นอนค่ะ 1. ผ้าสบง จีวร หรือผ้าอาบน้ำคุณภาพดี ขนาดมาตรฐาน และ ไม่บางจนเกินไป 2. รองเท้า เลือกประเภทที่ทำจากวัถตุดิบดี ไม่ขาดง่าย พื้นรองเท้าไม่บาง เลือกแบบที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ใส่ครั้งเดียวขาด หรือ โดนน้ำแล้วลื่นหัวแตก 3. มีดโกน เนื่องจากพระสงฆ์จะต้องปลงผมอยู่เรื่อยๆ ใบมีดโกนจึงมีความจำเป็นอย่างมาก แต่เลือกใบมีดเกรดดีที่คม ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดเลือดออกได้ 4. แชมพู ถึงแม้พระสงฆ์จะปลงผม แต่จำเป็นต้องทำความสะอาดเพื่อป้องกันโรคผิวหนัง ควรซื้อแชมพูยาชนิดป้องกันรังแค และเชื้อราบนหนังศรีษะ 5. แปรงสีฟัน เลือกแปรงชนิดที่นุ่มๆหน่อย ไม่ใช่แปรงทีเหงือกแทบหลุด 6. โฟมล้างหน้า อากาศเมืองไทยร้อนมาก ไหนจะฝุ่นละอองเต็มไปหมด พระท่านจึงต้องใช้โฟมล้างหน้า เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกเช่นเดียวกัน อย่าคิดว่าพระจะไม่ใช้นะจ๊ะ 7. สบู่ ครีมอาบน้ำ สิ่งจำเป็น ที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ 8. ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า และ น้ำยาปรับผ้านุ่ม สำหรับซักทำความสะอาดผ้าสบง จีวร 9. กาแฟ โกโก้ หรือ น้ำผลไม้ เพื่อสุขภาพที่ดีของพระ เนื่องจากใบชาคุณภาพต่ำหรือว่าน้ำขิงไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์จริง 10. ชุดน้ำพริก อาหารแห้ง ถ้านึกอะไรไม่ออกขอให้นึกถึงกระปุกน้ำพริกไว้ก่อนเลย 11. ยากันยุง วัดในต่างจังหวัดยุงเยอะมาก หรือสำหรับพระที่ต้องออกเดินธุดงกลางป่า 12. อุปกรณ์ทำความสะอาดกุฏิและวัด เช่น ไม้กวาด ไม้ถูพื้น น้ำยาถูพื้น 13. เครื่องเขียน และ สมุด พระสมัยนี้ต้องเรียนพระปริยัติธรรม 14. ยารักษาโรค ที่มีมาตรฐานและผ่านการรับรอง ใช้สำหรับรักษาโรคพื้นฐานทั่วไป หากต้องการทำบุญให้ได้บุญอย่างแท้จริง อยู่ที่ความตั้งมั่นตั้งใจของตัวเรา สิ่งของที่นำไปถวายพระสงฆ์เป็นเพียงของนอกกาย แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าหากว่าของนอกกายเหล่านี้ ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด  เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com รูปภาพจาก : http://www.guitarthai.com