เจ็บปวดที่งดงาม

งานประกาศรางวัลออสการ์ แห่งโลกความงาม โดย นิตยสารแมรี แคลร์
นิตยสาร /  นิตยสารแมรี แคลร์ / 

ปีที่ 5 ของการค้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามแห่งปี กับ นิตยสารแมรี แคลร์ ร่วมลุ้นกับผลการทดลองจริงจากสุดยอด 15 กรรมการ กับผลิตภัณฑ์ความงามที่เข้าประกวดกว่า 800 ชิ้น         ประสบความสำเร็จอย่างงดงามมาตลอดระยะเวลา 4 ปี สำหรับงานที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น งานประกาศรางวัลออสการ์ แห่งโลกความงาม ล่าสุด นิตยสารแมรี แคลร์  ร่วมกับ เซ็นทรัล และ เซน จัดแถลงข่าวการจัดงาน Marie Claire Best Beauty 2015 Presented by Central/ZEN เพื่อเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ความงามอันยอดเยี่ยมจากผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 839 ชิ้น 182 แบรนด์ ภายใต้ระยะเวลา 92 วันแห่งการทดลอง จาก 15 คณะกรรมการอันทรงเกียรติ      ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 แล้ว ถือเป็นงานที่ผู้หญิงส่วนใหญ่รอคอยเพราะเป็นเสมือนการการันตีคุณภาพของผลิตภัณฑ์มาแล้วระดับหนึ่ง จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้อ่านซึ่งดูได้จากนิตยสาร แมรี แคลร์ เล่มเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเล่มประกาศผลจะขายดีมาก หรือดูจากที่ลูกค้าส่งผลิตภัณฑ์ความงามเข้ามาประกวดในจำนวนที่เพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทุกคนมั่นใจว่าผลรางวัลของเราสามารถสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้ เพราะแมรี แคลร์มีกระบวนการและกฎเกณฑ์การตัดสินที่มีหลักการที่ชัดเจนเชื่อถือได้ โดยเฉพาะหัวใจหลักคือการร่วมทดลองผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นด้วยตัวของกรรมการเอง          การคัดเลือกทีมกรรมการซึ่งมีกลุ่มที่ประจำและสลับเปลี่ยนเข้ามาทุกๆ ปี โดยในปีนี้มีกรรมการรวม 15 ท่าน กรรมการหน้าใหม่ในปีนี้ ได้แก่ คุณเมญ่า นนทวรรณ ทองเหล็ง, คุณวทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, คุณหมู พลพัฒน์ อัศวะประภา. คุณพรรวิษิษฐ์ สุขารมณ์, คุณภูวนาถ คุณผลิน, คุณศรา จุฑารัตนกุล ,คุณชัยพล พูพาร์ต  เป็นต้น         การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หลายร้อยชิ้น ต้องกรอกคะแนนให้ตรงเวลาต้องใช้ความมีวินัยเป็นหลักสำคัญ กรรมการที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้หญิงและผู้ชายในการทดลองและให้คะแนนจนได้ผู้ชนะในทุกๆ หมวดของรางวัล เสียงสำคัญที่จะพูดแทนทุกคนว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นไหนดี ผลิตภัณฑ์ชิ้นไหนเด่น และการออกมาพูดจากผู้ที่ใช้จริง จึงทำให้ นิตยสารแมรี แคลร์ ของเราซึ่งเป็นผู้เริ่มการมอบรางวัลผลิตภัณฑ์ความงามเป็นเจ้าแรกๆ ยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้        สำหรับรางวัล Marie Claire Best Beauty 2015 แบ่งออกเป็น 5 สาขา คือ Marie Claire Best Beauty Awards รางวัลผลิตภัณฑ์ความงามดีเด่น จำนวน 20 รางวัล, Marie Claire Special Awards รางวัลพิเศษจากนิตยสารแมรี แคลร์ ประเทศไทย จำนวน 5 รางวัล Marie Claire Men’s Skincare Awards ผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลผิวสำหรับผู้ชาย จำนวน 3 รางวัล, Marie Claire Reader’s Choice Awards รางวัลผลิตภัณฑ์ความงามขวัญใจผู้อ่านนิตยสาร จำนวน 4 รางวัล โดยในปีนี้มีการเพิ่มสาขารางวัลจาก Marie Claire Insider’s Choice Awards อีกจำนวน 3 รางวัล           สำหรับคอนเซ็ปต์ของงานปีนี้คือ Beauty is Infinite มาจากการที่เราเชื่อว่าผู้หญิงของแมรี แคลร์ ทุกคนชอบดูแลตัวเอง และการดูแลตัวเองนั่นไม่ได้หมายถึงแค่ช่วงอายุๆ หนึ่งเท่านั้น แต่คือการดูแลตัวเองตลอดทั้งชีวิต และนั่นถือเป็นความงามที่แท้จริง และรูปแบบการจัดงานในปีนี้ก็จะพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากครบรอบ 5 ปี ที่มีงาน Best Beauty เราจึงมีการเพิ่มสาขารางวัลผลิตภัณฑ์ยอดนิยมจากการทดสอบ (Blind Test) หรือ Marie Claire Insider’s Choice Awards เป็นการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและกรรมการกิติมศักดิ์ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จริงในลักษณะ Blind Test ผู้ร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ จะได้รับ Beauty Black Box กล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ความงามจำนวน 40 ชิ้นแบบไม่ระบุแบรนด์สำหรับนำไปทดลองใช้ตลอดระยะเวลา 30 วัน และทำการให้คะแนนผ่านระบบออนไลน์ โดยรางวัลนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ Facial Skin Care (ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า) Body Care (ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย) และ Hair Care (ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศรีษะ)  ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม เมญ่า นนทวรรณ ทองเหล็ง อุ้ย สุทัศนีย์ ซอโสตถิกุล กานดา สายทุ้ม บรรณาธิการความงาม นิตยสาร แมรี แคลร์ สิริมน ณ นคร ประธานกลุ่มกรรมการผู้จัดการ บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด ชัยพล พูพาร์ต  แล้วมาติดตามผลงานประกาศรางวัลได้ที่นี่ เร็วๆนี้นะจ๊ะ!!

ฟังเพลง สัตว์ประหลาด - แสตมป์ อภิวัชร์
Stamp /  ฟังเพลง สัตว์ประหลาด / 

หนีไปซะที่รัก เธอหลบไปพักก่อนสักระยะ ยืนอยู่ตรงนี้อาจมรณะ เธอเข้าใจไหม? คำพูดเธอเมื่อกี้ ได้ปลุกอสูรที่นอนหลับไหล ที่นอนส่วนลึกข้างใน จิตใจของฉันให้ตื่น อีกแปปหนึ่งข้าวของมันจะลอยขึ้นไปบนฟ้า สัตว์เลื้อยคลานจะมา ไม่มีที่ยืน ฉันจะไม่ใช่คนเดิม ได้โปรดเชื่อฉันเถอะ อย่าเพิ่งขัดขืน ก่อนที่มันจะสาย สัตว์ประหลาดกำลังจะออกมา ยังมีเวลารีบหลบไปให้ไกลฉัน อีก 20 นาทีเราค่อยพูดกัน ฉันจะควบคุมมันไม่ได้แล้วเธอ ก่อนที่ข้าวของมันจะลอยขึ้นไปบนฟ้า สัตว์เลื้อยคลานจะมากันเป็นฝูงใหญ่ อย่าคิดจะเจรจา เก็บข้าวของที่จำเป็นแล้วรีบไป ก่อนที่มันจะสาย สัตว์ประหลาดกำลังจะออกมา ยังมีเวลารีบหลบไปให้ไกลฉัน อีก 20 นาทีเราค่อยพูดกัน ฉันจะควบคุมมันไม่ได้แล้วเธอ สัตว์ประหลาดสงบลงไปแล้ว กลายเป็นเราเจ็บปวดจนน้ำตาไหล ได้แต่คุกเข่าบอกเธอว่าเสียใจ ฉันจะควบคุมมันให้ได้เพื่อเธอ ------------------------------------------------------------ Music, Word, Produce & Arrange : STAMP Guitar Design & Vocals : STAMP Guitar : Chinnaput Hongumporn Bass : Korakod Sritawatchai Drums : Kevin Biddle Keyboards : Smith Poonyayant Hype Man : ฟักกลิ้ง Hero, The Darkest Romatic Vocal Direction : Sutee Sangsareechon Mixed : Pete Tanskul, Art Viriyasiri

ซีทรูสะพรึง พรมแดงเมืองคานส์ 2015 เธอคือใคร?
Stella Rocha /  ซีทรู / 

นอกจากความสวยสดงดงาม บนพรมแดง ระดับโลกอย่าง พรมแดงเมืองคานส์ 2015 ที่เหล่าสาวกแฟชั่น กูรูแฟชั่นจับตาชมกันอย่างเพลิดเพลิน แน่นอนว่า อีกมุมนึงที่ขอเรียกว่า สีสันเรียกแสงแฟลช ได้อย่างดี คงหนีไม่พ้น สไตล์หวือหวา ที่ปีนี้ ก็ไม่ได้น้อยหน้า เมื่อสาว Stella Rocha ศิลปินตลก สาวประเภท 2  ลูกครึ่งฝรั่งเศส-บราซิล อดีตนางงามมิตรภาพ  จากเวทีประกวด มิสอินเตอร์เนชั่นแนล ควีน ในปี 2010 มาร่วมงานเดินพรมแดงเมืองคานส์ในชุด ซีทรู รัดอณูทุกส่วนสัด งานนี้พูดได้คำเดียวว่า เป็นชุดซีทรู ที่ดูแล้ว สะพรึงเหลือเกิน เรื่องและภาพโดย Women Mthai Team

10 เช็คลิสต์ รักแท้ ถ้าเขาไม่เคยทำให้คุณรู้สึกแบบนี้ เลิกไปเถอะ !
คบกันนานๆ /  ความสัมพันธ์ / 

การหาแฟนน่ะง่าย แต่การเจอคนที่ใช่ หรือ รักแท้ น่ะมันยากนะคุณ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร คุณอาจจะมองเห็นว่าเป็นเรื่องดีงาม อย่างน้อยเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเรา แต่การกระทำของเขาและความรู้สึกของคุณมันต้องสอดคล้องกันนะคะ ถ้าการที่เขาทำอะไร ไม่เคยทำให้คุณรู้สึกแบบนี้ล่ะก็ บอกเลยว่าเขายังไม่ใช่ ! และนี่คือ 10 เช็คลิสต์ รักแท้ ถ้าเขาไม่เคยทำให้คุณรู้สึกแบบนี้ เลิกไปเถอะ ! 1.ทำให้คุณมีความสุข เรื่องนี้แม้แต่เด็กๆยังรู้ ถ้าคุณคบกับเขาแล้วไม่เคยมีความรู้สึก "มีความสุข" เลยล่ะก็ งานนี้เรื่องใหญ่ การคบกันคือการที่เรามองเห็นความสุขของการอยู่ร่วมกันค่ะ แต่ถ้ามันน้อยลงหรือไม่เคยมี ชัดเจนอยู่แล้วว่ามันต้องพังสักวันหนึ่ง มันเจ็บปวดนะ ที่คนที่ควรจะทำให้เรามีความสุขที่สุด เขากลับทำให้เราไม่ได้ และเราก็ไม่เคยรู้สึก คนที่รู้ดีที่สุดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรคือคุณเองนั่นล่ะ และอย่าลืมนะว่า "ชีวิตคนเรามันสั้น" 2.ทำให้คุณตื่นเต้นกับชีวิต เขาช่วยให้คุณมองโลกในมุมที่สนุกสนานขึ้น คุณมองโลกได้อย่างสดใสมากกว่าตอนที่อยู่คนเดียวหรือเปล่า? ถ้าไม่เคย แสดงว่าตอนนี้คบผิดคนแล้วล่ะจ้ะ คุณควรจะรู้สึกตื่นเต้นเวลาเจอเขา หรือดีใจที่ตื่นมาเพื่อที่จะได้เจอเขาอยู่ข้างๆ ถ้าไม่เคยรู้สึกคนนี้ก็ยังไม่ใช่สำหรับคุณหรอกนะ 3.ทำให้คุณรู้สึกดีที่ได้เป็นตัวเอง มันเป็นเรื่องสำคัญนะที่คุณจะได้เจอคนที่ทำให้คุณเป็นคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเองเพื่อเข้าไปหาเขา แต่คือการภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวคุณเป็นต่างหาก แต่ถ้าไม่เป็นตัวเอง มันฝืนเหลือเกิน คุณอาจจะต้องเลือกที่จะกลับมาอยู่กับตัวเองบ้างแล้วล่ะ 4.ทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย ความรู้สึกปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะทางกายหรือจิตใจ ถ้าเขาทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยทั้งสองอย่าง ไม่ต้องระแวดระวังภัยทั้งร่างกายทั้งจิตใจ จับมือเขาแน่นๆ และเดินทางไปด้วยกันยาวๆเลยนะ 5.ทำให้คุณมีความหวัง คุณไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวหรือสิ้นหวังแม้ชีวิตจะผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาเยอะแค่ไหน เขากลับอยู่ข้างๆและผลักดันให้คุณมีความเชื่อและสร้างความเป็นคุณในแบบที่มีพลังและความฝัน มากไปกว่านั้น เขาต้องให้เกียรติในความเป็นมนุษย์ของคุณด้วย 6.ทำให้คุณมีความกล้า คู่รักที่ดีจะต้องให้ความกล้าแก่คุณ ให้คุณกล้าไปเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆบนโลกที่โหดร้ายนี้ จากแต่ก่อนที่คุณไม่มีความกล้าในการทำสิ่งนี้ แต่พอมีเขาเข้ามาคุณกลับเป็นอีกคนที่เข้มแข็งและกล้าจะทำอะไรที่ไม่เคยทำ และนี่คือเหตุผลที่คุณควรมีเขาไว้ในชีวิต 7.ทำให้คุณกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ชีวิตการทำงานเหมือนชีวิตประจำวัน ตื่นมา ทำงาน กลับบ้านนอน แต่เขากลับทำให้ชีวิตที่แสนน่าเบื่อของคุณกลับมาสดใส และจุดประกายเรื่องน่าสงสัยหลายๆ อย่างรอบตัว ทำให้คุณกลายเป็นเด็กอีกครั้ง 8.ทำให้คุณรู้สึกโชคดีที่เกิดมาเป็นแบบนี้ บางคนมีความรู้สึกไม่โอเคกับสิ่งที่ตัวเองเป็น บ้างก็ไม่พอใจ รู้สึกตัวเองไม่ได้ดีขนาดจะต้องมาภาคภูมิใจอะไรขนาดนั้น บางครั้งเราก็ทำผิดพลาด ชีวิตไม่ได้สวยอย่างใครๆ แต่เขากลับทำให้คุณรู้สึกดี ทั้งที่ชีวิตก็ไม่ได้ดีไปกว่าใคร เขาอยู่ข้างๆ คุณ โดยไม่สนว่าคนอื่นจะดีกว่ายังไง นี่แหละรักแท้ที่คุณเฝ้ารอ 9.ทำให้คุณรู้สึกเป็นห่วง เมื่อเรารักใครสักคน เราจะรู้สึกเป็นห่วงว่าเขาทำอะไร ชีวิตเขาโอเคหรือเปล่า จะเกิดอุบัติเหตุ จะไม่สบายหรือเปล่า ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ แสดงว่าคุณกำลังมีความรักที่ดีค่ะ แต่ถ้าห่วงมากเกินเหตุ อันนี้ก็ไม่ดีเท่าไหร่นะ 10.ทำให้คุณเศร้าบางครั้ง ย้ำนะว่าบางครั้ง คุณสองคนเคยผ่านเรื่องราวเลวร้าย ทะเลาะกันแรงๆ ความคาดหวังที่ถาโถมใส่กันแต่คุณสองคนก็ผ่านมันมาได้ คู่ที่เพอร์เฟคท์ สมบูรณ์แบบน่ะมันไม่มีหรอกนะคะ มีแต่คู่ที่ยืนหยัดจะอยู่ด้วยกันแม้ปัญหาจะถาโถมเข้ามาต่างหาก ที่มา elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

เด็กผีทำใจ? สื่อจับภาพ เด เคอา โผล่เมืองมาดริด
ดาบิด เด เคอา /  เด เคอา / 

สาวก "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมใจรับความเจ็บปวดไว้ได้เลยเมื่อมีสื่อสามารถจับภาพ ดาบิด เด เคอา ยอดนายทวารชาวสเปนขึ้นเครื่องบินบินตรงสู่เมืองมาดริดเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา :) โดยตามรายงานข่าวระบุว่านายด่านวัย 24 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเดินอยู่ในเมือมาดริดบริเวณใกล้กับสนามซานติเอโก้ เบอร์นาบิว ของทีมเรอัล มาดริด เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งสื่อต่างคาดกันว่าการเดินทางอย่างเร่งด่วนครั้งนี้น่าจะเพื่อพูดคุยข้อเสนอการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ เด เคอา ตกเป็นข่าวกับ เรอัล มาดริด มาตลอด 2 ซีซั่นที่ผ่านมา ทั้งนี้ ดาบิด เด เคอา ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาซบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2011 และโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมพร้อมกับพัฒนาความเหนียวหนึบมาโดยตลอดการเฝ้าเสา และในปัจจุบัน เด เคอา ก็ยังไม่ได้ขยายสัญญาค้าแข้งกับทีมแชมป์ 20 สมัยแต่อย่างใด

รำลึกหลวงพ่อคูณ ชมความงดงามสุดยิ่งใหญ่ ณ วิหารเทพวิทยาคม
หลวงพ่อคูณ /  เที่ยวนครราชสีมา / 

อาลัยการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แห่งวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา พระเกจิอาจารย์อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย travel.mthai.com ขอพาท่านไปเที่ยวชม วิหารเทพวิทยาคม สิ่งปลูกสร้างทางศาสนาสุดยิ่งใหญ่ หากท่านใดมีเวลา ลองแวะไปสัมผัสความสวยงามของวิหารหลังนี้กันได้ครับ รำลึกหลวงพ่อคูณ ชมความงดงามสุดยิ่งใหญ่ ณ วิหารเทพวิทยาคม ด้วยความอุตสาหะและความสามัคคีของชาวบ้าน ทำให้เกิดวิหารเซรามิคโมเสกกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย! สร้างขึ้นจากความตั้งใจของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ต้องการให้คนเข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างง่ายๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สุดแสนอลังการ ตั้งแต่ รูปปั้นพญานาค19 เศียร ประตูท้าวจตุโลกบาล และเศียรช้างขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนจะจรรโลงใจ ต้องไปให้เห็นกับตา วิหารเทพวิทยาคม ตั้งอยู่ในวัดบ้านไร่ (วัดหลวงพ่อคูณ) ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเสียงเนื่องจากหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พระเกจิชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งประเทศ ท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ จึงทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปด้วย หลวงพ่อคูณเป็นพระชาวบ้านที่เข้าถึงมวลชนทุกระดับชั้น ตั้งแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน นักการเมืองไปจนถึงชาวบ้าน ด้วยท่านมีเมตตามหานิยม มีวิธีการสั่งสอนที่ตรงไปตรงมาง่ายแก่การเข้าใจ จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร ถึงตัวเมืองสระบุรี เมื่อถึงตัวเมืองสระบุรีแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 89 กิโลเมตร จะถึงเขื่อนลำตะคอง ขับตรงไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร จะพบกับป้ายบอกทางถนนสาย 201 กับ ถนนสาย 24 ให้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนสาย 201 (ไปจังหวัดชัยภูมิ) จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่อำเภอด่านขุนทด พอถึงอำเภอด่านขุนทดให้ท่านขับตรงไปอีก จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 2217 จากนั้นขับตรงไป ประมาณ 11 กิโลเมตร ก็จะถึง “วัดบ้านไร่” ขอบคุณข้อมูลจาก : watbaanrai.com  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด เตรียมสานต่อ ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ ใน The Incredibles 2
The Incredibles /  The Incredibles 2 / 

หลังจากที่แอนิเมชั่น ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ชุดรัดแดงติ้วจาก พิกซาร์ เคยสร้างกระแสฮือฮาเมื่อหลายปีก่อน ล่าสุดนี้ขอให้แฟนๆ ทุกท่านเตรียมเฮดังๆ เพราะพวกเขากำลังจะกลับมาใน The Incredibles 2 โดยจะได้ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด เจ้าเก่ากลับมากุมบังเหียนความมันส์ครั้งใหม่นี้ โดย The Incredibles ภาคแรกที่เข้าฉายบ้านเราเมื่อปี 2547 นั้น ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ นำโดยพ่อบ้าน โรเบิร์ต บ๊อบ พาร์ หรือชื่อในวงการฮีโร่ว่า มิสเตอร์อินเครดิเบิ้ล ที่เป็นอันต้องแขวนชุดวางมือ แล้วมาทำงานต๋อกต๋อยแบบคนธรรมดา ห้ามใช้พลังพิเศษไปทำเรื่องวินาศสันตะโรอะไรอีกเด็ดขาด จนเมื่อวายร้ายคนใหม่ปรากฏกาย ครอบครัวฮีโร่จึงต้องหวนคืนสู่การปฏิบัติการอีกครั้ง ซึ่งผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ที่กำลังจะมี Tomorrowland หนังไซไฟผจญภัยสุดล้ำ เข้าฉายในบ้านเรา ได้กล่าวถึงโปรเจ็คต่อไปอย่าง The Incredibles 2 ไว้ว่า "แต่เดิมแล้วผมมีไอเดียสำหรับภาคแรกมากมายเลยนะ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ ด้วยเพราะเรามีเวลาไม่พอ แต่การกลับมาครั้งนี้ เรามีพอแน่นอน มันจะถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ แล้วเกิดเป็นหนังที่น่าสนใจมากๆ หลังจากผมทำ Tomorrowland เสร็จแล้ว ก็ได้เวลาที่จะทุ่มความสนใจทั้งหมด ให้กับโลกของ The Incredibles" นับจากวันนี้ไป The Incredibles 2 จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการเขียนบท ซึ่งจะนำโดย แบรด เบิร์ด เอง และยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด งานนี้ แฟนๆ ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ ต้องรอติดตามข่าวกันต่อไป ------------------------------

ปังกว่า! ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา สวมชุดไทย เดินพรมแดงเมืองคานส์ 2015 เทียบชั้น ชมพู่ อารยา
ชุดไทย /  ซูซี่ หทัยเทพ / 

อีกไฮไลท์ ของ พรมแดงเมืองคานส์ 2015 ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่า มีสาวไทย ที่ร่วมเดินพรมแดงในครั้งนี้อีก 1 ท่าน ที่จัดเต็มเป๊ะเว่อร์ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แถมยังมาในคอนเซ็ปต์ที่คนไทยทั้งประเทศ ต้องปรบมือรัวๆให้อีก เพราะเธอมาเดิน พรมแดงเมืองคานส์ 2015 ใน "ชุดไทย" ค่ะ สาวที่ว่า นั่นคือคุณ ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา ซึ่งเป็นผู้โชคดีที่มียอดช้อปปิ้งมากที่สุดในหนึ่งวัน Top Spender of Siam Paragon winner จากศูนย์การค้าสยามพารากอน เป็นตัวแทนของความหรูหรามีระดับในการร่วมเดินพรมแดง ซึ่งคุณซูซี่ มาร่วมเดินพรม ในชุดที่เตรียมมาอย่างดี โดยเลือกสวมชุดไทยอันงดงาม ร่วมงานเดินพรมแดงเมืองคานส์ 2015 เรียกความสนใจจากสื่อต่างประเทศได้ไม่น้อยเลยทีเดียว บางคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตา สาวสังคม อย่างคุณ ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา กันอยู่แล้ว แต่สำหรับสาวๆ บางท่านหากนึกไม่ออกว่าเธอคือใคร... คำตอบคือ เธอคือ คุณแม่ของ คุณดอน ธีระธาดา ที่เพิ่งมีข่าวงานแต่งงานสุดอลังการดาวล้านดวงเมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมาค่ะ รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก http://www.lorealparisthailand.com/cannes2015 และ IG don_thai

มาสด้า จับมือ โตโยต้า พัฒนายานยนต์แห่งอนาคต
car /  mazda / 

โตโยต้า มอเตอร์ คอปอร์เรชั่น ร่วมมือกับ มาสด้า มอเตอร์ คอปอร์เรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรร่วมกันอย่างยั่งยืนด้วยการใช้ทรัพยากรจากทั้งสองบริษัทในการส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระหว่างกัน การร่วมมือกันครั้งนี้จะก่อให้เกิดรถยนต์ที่สวยดึงดูดใจและตอบโจทย์ความต้องการและรสนิยมของลูกค้าทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้น นายอากิโอะ โทโยดะ ประธาน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอปอร์เรชั่น กล่าวให้สัมภาษณ์ในระหว่างทำข้อตกลงว่า จากเทคโนโลยี สกายแอคทีฟ และแนวคิดการออกแบบ ภายใต้โคโดะ ดีไซน์ หรือ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันงดงามที่เป็นที่รู้จักกันดี มาสด้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามาสด้านั้นมองไปข้างหน้าเสมอในเรื่องของรถยนต์และเทคโนโลยี แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่บนแนวคิดพื้นฐานของการผลิตรถยนต์เสมอ ดังนั้น มาสด้าจึงมีแนวคิดที่สอดคล้องกับโตโยต้าในการสร้างสรรค์รถยนต์ให้ดียิ่งขึ้น มากกว่าเดิม ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งว่าทั้ง 2 บริษัท จะสามารถแบ่งปันวิสัยทัศน์และทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีเพื่อมุ่งมั่นในการ พัฒนารถยนต์ให้ดียิ่งขึ้น คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่ทั้งโตโยต้าและมาสด้าจะร่วมกันพิสูจน์ให้โลกได้ เห็นว่า ในอีก 100 ปีข้างหน้า รถยนต์จะยังคงส่งมอบความสนุกสนานให้กับผู้ขับขี่อย่างที่เป็นมาโดยตลอด นายมาซามิชิ โคไก ประธานและผู้บริหารสูงสุดของ มาสด้า มอเตอร์ คอปอร์เรชั่น กล่าวว่า โตโยต้าเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของโลก และอนาคตของการผลิตรถยนต์มาโดยตลอด ผมมีความเคารพอย่างสูงต่อการอุทิศตนอย่างไม่หยุดยั้งของโตโยต้าในการรังสรรค์นวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตรถยนต์ที่ให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญนอกเหนือไปกว่านั้น มาสด้าเองก็มีความคล้ายคลึงกันกับโตโยต้าในการให้ความเคารพในถิ่นกำเนิดและในสังคมที่เราเกี่ยวข้องหรือดำเนินกิจการ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่โตโยต้านั้นเป็นองค์กรที่ได้รับความเคารพอย่างสูงจาก ทุกภาคส่วน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการทำงานร่วมกันในครั้งนี้เพื่อมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ ให้ดีขึ้นกว่าเดิมนี้ เราจะสามารถยกระดับคุณค่าของรถยนต์ในสายตาของลูกค้า และพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตรถยนต์ของเราที่เมืองฮิโรชิมา บ้านเกิดของมาสด้า และในชุมชนอื่นๆ ที่เรามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ความร่วมมือกันระหว่าง มาสด้า และ โตโยต้า เมื่อก่อนที่ผ่านมา รวมถึงการอนุญาตให้มาสด้าใช้เทคโนโลยีไฮบริดของโตโยต้า และการที่มาสด้าทำการผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็กให้กับโตโยต้าในโรงงานของมาสด้าที่ประเทศเม็กซิโก โตโยต้า และ มาสด้า ตระหนักดีว่าทั้งสององค์กรนั้นมีจุดมุ่งหมายร่วมกันอยู่ หลายประการ อาทิ ปรัชญาของมาสด้า คือ การนำเอาความสุขสนุกสนานสู่ชีวิตของลูกค้าด้วยการสร้างรถยนต์ที่ให้ความสนุก สนานในการขับขี่ และการอุทิศตนของโตโยต้าในการพัฒนารถยนต์ให้ดียิ่งขึ้นสืบไป รวมถึงการอุทิศตนในการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มความสามารถใน การแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งข้อตกลงล่าสุดนี้จะมีความแตกต่างจากการร่วมมือกันในแบบเดิมๆ ที่ผ่านมา เพราะการร่วมมือในครั้งนี้จะมุ่งเน้นที่ต้องการสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้แก่รถยนต์ด้วยความร่วมมือกันในระยะกลางและระยะยาว

ถ้ำแก้วโกมล ความมหัศจรรย์ ที่มีเพียง 1 ใน 3 ของโลก
สิ่งมหัศจรรย์ /  เที่ยวถ้ำ / 

ความมหัศจรรย์ในเมืองไทย นั้นมีอีกหลายแห่งที่รอให้ทุกท่านได้ไปค้นหา ในเมื่อมันแค่ตั้งรออยู่ แล้วทำไมเราถึงไม่หาเวลาออกไปพบมันละ ถ้ำแก้วโกมล จ.แม่ฮ่องสอน ก็เป็นที่สุดยอดแห่งความงาม ที่ไม่ได้โด่งดังเพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ไปไกลถึงระดับโลกแล้ว… สวยแค่ไหนต้องเดินทางไปดูด้วยตาตัวเอง ถ้ำแก้วโกมล ความมหัศจรรย์ ที่มีเพียง 1 ใน 3 ของโลก การเดินทาง : ใช้เส้นทางสายเอเซียเข้านครสวรรค์ – กำแพงเพชร – ตาก – เถิน จากนั้นใช้เส้นทางออกจากเถิน – ลี้ (106) – ดอยเต่า – ฮอด (1103) ทางช่วงจากเถิน – ลี้ ในช่วงแรก ๆ ประมาณ 19 กม. จะเป็นทางโค้งลับตาเลยครับยังไงก็ขับแบบระมัดระวังถึงโค้งก็บีบแตรรถ (เน้นว่าแตรรถ) เส้นทางลาดยาง 2 เลนรถสวนทางกันจากนั้นก็จะมาพบกับถนนเส้น 108 (เชียงใหม่ – แม่สะเรียง) วิ่งเข้าตัว อ.ฮอด พอถึงวงเวียนหอนาฬิกาก็เลี้ยวซ้ายไป อ.แม่สะเรียงตรงไปประมาณ 30 กม. จะมีป้ายบอกทางเข้าถ้ำแก้วโกมลทางด้านขวามือติดกับ โรงพยาบาลแม่ลาน้อย จากหน้าโรงพยาบาลแม่ลาน้อยแยกเข้าไปอีก 6 กม. ตรงนี้แหละที่มีการเปลี่ยนใหม่ จากที่สามารถขับรถขึ้นไปได้ ก็เปลี่ยนเป็นต้องจอดรถไว้ที่นี่ แล้วนั่งรถ 2 แถวขึ้นไป ประมาณ 6 กม. เนื่องจากทางแคบ และชันมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อย …เดินรถได้ทางเดียวไม่สวนทางกัน ขึ้นก็คือขึ้น ลงก็ลงอย่างเดียว อาจจะดูทรหดหน่อย แต่ว่ามันก็คุ้มค่าที่จะได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ที่มีเพียง 1 ใน 3 ของโลก ให้เห็นกับตาตัวเอง ถ้ำแก้วโกมล เป็นถ้ำที่ค้นพบด้วยความบังเอิญโดยวิศวกรชาวไทย ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำผลึกแคลไซต์ ที่ประกอบด้วยหินในตระกูลคาร์บอเนต ชนิดแอนไฮดรัสคาร์บอเนต ที่มีความใสกาวบริสุทธิ์มีรูปลักษณ์หลากหลายลักษณะ มีรูปผลึกอยู่ในระบบสามแกนราบ ส่วนใหญ่เป็นรูปหกเหลี่ยมยาวยอดแหลมหรือรูปสี่แหลมขนมเปียกปูน มีแนวแตกเรียบที่สมบูรณ์ 3 แนว เป็นสิ่งที่พบได้ยากในธรรมชาติ เพราะต้องมีองค์ประกอบที่ครบทั้ง หินปูน ไอน้ำร้อนที่ได้จะน้ำพูร้อนธรรมชาติ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ไอสารละลายแคลเซียมไบคาร์บอเนตที่กลั่นตัวในอุณหภูมิสูงสุดและต้องอิ่มตัวในอุณหภูมิที่ต่ำสุด ภายในถ้ำจะมีผลึกแร่แคลไซค์ที่มีลักษณะคล้ายเกล็ดหิมะ มีที่มาว่า ถ้ำน้ำแข็ง ภายในถ้ำจะแบ่งเป็นหลายห้องแต่ละห้องจะอยู่ถัดกันไปตามความลึกของถ้ำภายในถ้ำจะค่อนข้างชัน ถ้ำแก้วโกมลนี่จัดว่าเป็นถ้ำที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในถ้ำผลึกแร่แคลไซต์ที่ค้นพบเพียง 3 แห่งทั่วโลก คือพบที่ ประเทศจีน ประเทศออสเตรเลียและประเทศไทย ลักษณะของถ้ำแก้วโกมลเป็นถ้ำปิดมีทางเข้าออกอยู่ทางเดียวภายในอากาศจะร้อน อากาศในถ้ำจะน้อยการเข้าชมต้องเดินอย่างช้า ๆ เพื่อไม่ให้ถูกแร่แคลไซค์ที่ก่อตัวขึ้นมา การเข้าชมต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อทำการปั่นไฟฟ้าเพื่อให้แสงสว่างภายในถ้ำ และจำกัดนักท่องเที่ยวเข้าชมเพียงรอบละ 10-15 คน ในการเข้าชมไม่อนุญาตให้นำสิ่งของพรุงพรัง เช่น กระเป๋า กล้องถ่ายภาพ และไม่อนุญาตให้จับต้องแร่แคลไซค์เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบต่อแร่แคลไซค์ที่จะเกิดขึ้นใหม่ ภายในถ้ำแบ่งเป็นห้องต่างๆ 5 ห้อง ให้เราได้เดินชมกันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งลึก ยิ่งสวยงามจับตา ใกล้ปากทางเข้าถ้ำ คือห้องแรก “พระทัยธาร” มีหินงอกหินย้อยและผลึกแคลไซต์ที่ได้รับผลกระทบจากการสำรวจในยุคแรกๆ จึงไม่สวยงามนัก ห้องนี้มี ที่มาจากการที่น้ำในถ้ำ ละลายกับหินปูนทำให้เกิดภาพน้ำไหลเหมือนเป็นธารน้ำตก พระทัยธารซึ่งเป็นห้องแรกนี้ เป็นห้องที่ได้รับความเสียหายจากการระเบิดอุโมงค์มากที่สุด สังเกตได้จากเศษหินที่กระจัดกระจายอยู่ภายใน มีโพรงที่จากการทำเหมืองตามสายแร่ฟลูออไรต์ หินงอก หินย้อยต่างๆได้รับความเสียหายจากการสำรวจไปมาก จึงไม่งดงามมากนัก ความงามของห้องที่ก็คงจะมีเพียงร่องรอยลวดลายสายน้ำตกอันเป็นที่มาของชื่อ ห้องเท่านั้น ถัดมาเป็น ห้องที่มีชื่อพระราชทานว่า “วิมานเมฆ” ตั้งตามลักษณะของแร่ที่อยู่ตามเพดาน ซึ่งดูคล้ายปุยเมฆเป็น ห้องนี้มีลักษณะเป็นช่องยาว บางช่วงเป็นรูแคบ ๆ ซึ่งเป็นลักษณะของโพรงน้ำไหลในอดีต ทำให้มีความลำบากในการเดินสำรวจ มีหินงอก หินย้อย และบางจุดมีผลึกแร่แคลไซต์เกาะอยู่แต่มีความงดงามไม่มากนัดเนื่องจาก ผลึกบางส่วนได้แตกหักเสียหายและมีรอยเปื้อนจากการถูกจับต้องระหว่างการเข้าสำรวจ ห้องที่ 3 เกิดจากจินตนาการขององค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงทอดพระเนตรแล้วเหมือนอยู่ในป่าหิมพานต์ตามวรรณคดีไทย จึงมีชื่อพระราชทานว่า “เฉกหิมพานต์” ห้องนี้ต้องลงบันไดไปประมาณ 50 ม. เป็นห้องขนาดใหญ่มีหินงอกหินย้อยลักษณะเป็นผ้าม่าน สีขาวขุ่นถึงสีน้ำตาล ผลึกเหล่านี้ถูกละลายโดยน้ำเกิดเป็นคลื่นเป็นริ้วๆ สีขาวขุ่น หรือน้ำตาล ตามแต่สภาพน้ำที่ไหลเข้ามาเกาะตามผนังถ้ำ และย้อยลงมาอยู่ทั่วไป เข้าสู่ห้องที่ 4 ที่มีชื่อพระราชทานอันเพราะพริ้งว่า “ม่านผาแก้ว” ภายในห้องนี้เราจะเริ่มเห็นความ งดงามที่เต็มไปด้วยผลึกแคลไซต์ สีดั่งแก้วใสขาวเกาะอยู่ราวกับม่านเต็มถ้ำ มีทั้งแบบที่คล้ายปะการัง คล้ายเข็ม และเกล็ดน้ำแข็ง ผลึกทั้งสามแบบมีความเปราะบางที่สุด ได้รับผลกระทบจากอากาศภายนอกจนลดน้อยลงไปมาก ส่วนผลึกรูปปะการังเป็นผลึกขนาดเล็กละเอียด จับตัวต่อเนื่องเป็นผืนจนเต็มผนังอย่างสวยงาม พบตอนในสุดของห้อง แล้วก็มีมาถึงห้องสุดท้าย อยู่ลึกลงไปถึง 30 ม. เป็นห้องที่สวยงามที่สุด มีชื่อพระราชทานว่า “เพริศแพร้วมณีบุปผา” เต็มไปด้วยผลึกแคลไซต์บริสุทธิ์ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ มีผลึกแคลไซต์ที่สมบูรณ์ตั้งแต่พื้นจนจดผนัง ทั้งผลึกรูปเข็มและผลึกรูปปะการังสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะ สวยตรึงตราตรึงใจ ถือเป็นการปิดท้ายการชมถ้ำ ที่งดงามมาก ๆ เลยทีเดียว ขอบคุณที่มา : emaginfo.com , ภาพจาก : atcloud.com

9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เวลาคนเราเสียชีวิตไปแล้ว ก็จะเหลือแต่เพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น ซึ่งแต่ละศาสนา วัฒนธรรมก็จะแตกต่างกันไป เช่น ศาสนาพุทธก็จะนำร่างไปเผา, ฝั่งยุโรปก็จะนำร่างไปฝัง เป็นต้น แต่ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ อ่านกันในวันนี้เกี่ยวกับ 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! ซึ่งบางคนร่างก็ไม่ได้ถูกนำไปทำพิธี บางคนชิ้นส่วนก็ถูกแยกออกไปอยู่ที่อื่น ถ้าเพื่อนๆ ได้อ่านจะต้องอึ้งแน่ๆ >,< 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! 1. ศพของ Eva Perón ถูกเก็บอยู่ใต้โต๊ะกินข้าวของสามีเธอ Eva (Evita) Perón เป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงจากสถานะ First Lady ของประเทศอาเจนติน่า เธอได้ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนที่ยากไร้ดีขึ้น และเธอต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี เธอเคยโดนขอร้องจากสามีของเธอ Juan Perón ให้เป็นรองประธานาธิบดีแต่ว่าเธอก็ปฏิเสธไปเนื่องจากปัญหาทางด้านสุขภาพ และหลังจาก Perón หมดสมัยลงในปี 1952 Eva ก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งด้วยอายุ 33 ปี หลังจากเสียชีวิต ศพของเธอก็ถูกตกแต่งเพื่อป้องกันการเน่าทันที และจะถูกฝังในอีก20ปีให้หลัง หลังการสร้างสุสาน (ที่ว่ากันว่าใหญ่กว่าเทพีเสรีภาพซะอีก) แต่ระบอบการปกครองของ Juan Perón ก็ถูกล้มล้างซะก่อน จนตัวเขาต้องหนีไปสเปน ศพของเธอที่ดูราวกับเป็นตุ๊กตาขี้ผึ้ง ได้อยู่กับเหล่าทหารซึ่งกลัวว่าถ้าหากฝังเธออย่างเป็นทางการ ผู้คนจะยกย่องให้เธอเป็นผู้เสียสละและเธอจะกลายเป็นต้นตอของการลุกฮือของคนที่รักเธอ ศพของเธอก็เลยถูกเก็บไว้ในลังไม้และถูกส่งต่อกันไปตามที่ต่างๆในบัวโนสไอเรส เมื่อเห็นว่าศพของ Eva นั้นอันตรายเกินไปที่จะอยู่ในอาเจนติน่าต่อไป เธอถูกส่งไปที่ Bonn ประเทศเยอรมัน และต่อมาก็ถูกส่งไปที่อิตาลี่อย่างลับๆ เพื่อฝังเธอในนาม Maria Maggi ในปี 1971 ผู้นำทางการทหารคนใหม่ของอาเจนติน่า Alejandro Lanusse ได้ทำข้อตกลงกับอดีตประธานาธิบดี Juan Perón ว่า Perón จะให้การสนับสนุนระบอบการปกครองใหม่นี้ ถ้าหากว่าทางการทหารคืนศพ Eva ให้เขา Perón และภรรยาใหม่ชื่อ Isabel จึงได้นำศพของ Eva มาไว้ที่แมนชั่นของพวกเขา โดยที่มักจะวางโลงศพของเธอไว้บนโต๊ะอาหาร Isabel มักจะหวีผมให้กับ Eva เป็นประจำตามคำขอร้องของสามีเธอ และยังต้องนอนข้างๆโลงศพ Eva ทุกๆวันเพื่อที่จะซึมซับความฉลาดทางการเมืองของ Eva มาอีกด้วย Juan Perón ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 1973 แต่ว่า Eva ไม่ได้ถูกนำตัวกลับมาด้วยจนอีก 1 ปีหลังจากนั้น และหลังจาก Juan เสียชีวิต ตำแหน่งประธานาธิบดีก็ถูกสืบทอดโดย Isabel ส่วน Eva Perón ได้หลับอย่างสงบในสุสานที่บัวโนสไอเรส ศพของเธอถูกเก็บไว้ในอุโมงค์ที่ว่ากันว่าสามารถทนได้แม้แต่แรงระเบิดนิวเคลียร์ 2. ศพของ Lord Horatio Nelson ถูกเก็บรักษาไว้ในบรั่นดี การตายของพลเรือโท Horatio Nelson หนึ่งในวีรบุรุษของกองทัพอังกฤษได้สร้างบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการรักษาเนื้อเยื่อของศพ Nelson ถูกยิงจนเสียชีวิตเมื่อ 21 ต.ค. 1805 ในขณะที่เขากำลังนำกองเรืออังกฤษสู่ชัยชนะจากสงคราม Napoleonic ที่ Trafalgar ลูกเรือของเขาต้องการให้ผู้บังคับบัญชาของเขาได้มีงานศพอย่างสมเกียรติ แพทย์ศัลยกรรมบนเรือ William Beatty จึงได้คิดที่จะทำการรักษาศพของเขาไว้จนกลับมาถึงฝั่งแทนที่จะทำงานศพกลางทะเล Nelson เตรียมใจที่จะตายอยู่ตลอดอยู่แล้ว เขาเก็บโลงศพเพื่อตัวเองไว้หลังโต๊ะของเขาบนเรือ HMS Victory โลกศพของเขาสร้างจากซากเรือฝรั่งเศสที่เขาได้รับชัยชนะมาจากการต่อสู้ที่ Nile เพื่อที่จะรักษาสภาพศพของ Nelson ไว้ ลูกเรือองเขาได้เอาศพเขาลงไปดองในเหล้าบรั่นดีฝรั่งเศส และเมื่อล่องเรือถึง Gibraltar ก็ได้ในโลงศพของเขาลงไปแช่ในถังบรั่นดีอีกทีหนึ่ง เมื่อร่างของเขามาถึง London มีข่าวลือว่าถังด้านนอกถูกเปิดออกมาแต่ไม่พบบรั่นดีเหลืออยู่เลย ร่างที่ถูกดองไว้ก็ถูกย้ายออกไป และเมื่อลองดูให้ดีๆแล้วจะพบว่าเหล่ากะลาสีเรือได้เจาะรูใต้ลังนั้นเพื่อดื่มบรั่นดีจนหมด จึงเป็นที่มาของการเรียกเหล้าบรั่นดีว่า “เลือดของ Nelson” (บางตำนานเล่าว่าในลังนั้นนอกจากจะมีศพของ Nelson แล้วยังมีการเอาศพมาสับเปลี่ยนอีกหลายครั้ง) ซึ่งจริงๆแล้วบันทึกอย่างเป็นทางการที่ถูกต้องได้กล่าวไว้แค่ว่าศพของเขาได้ถูกแช่ไว้ใน “เหล้าชั้นดี” และไม่มีรายละเอียดใดๆทั้งสิ้นเลย สุดท้ายแล้ว Lord Nelson ก็ได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ ศพของเขาถูกเก็บไว้ในสุสานที่ใต้โดมของโบสถ์ St. Paul’s Cathedral 3. นิ้วที่หายไปของ Galileo กลับมาอยู่ในโหลอีกครั้งเมื่อ 300 ปี ให้หลัง ในปี 2009 นิ้วมือของ Galileo 2 นิ้วที่หายไปนับศตวรรษ มันถูกซื้อที่งานประมูลจากคนที่สงสัยว่ามันคืออะไร และนำมันมาให้พิพิธภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ใน Florence ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Paolo Galluzzi กล่าวไว้ นิ้ว 3 นิ้วถูกตัดไปจากมือของ Galileo หลังจากที่ศพของเขาถูกเคลื่อนย้ายจากอนุสรชั่วคราวไปยังหลุมศพที่แท้จริงในปี 1737 รวมไปถึงฟันซี่สุดท้ายที่หลงเหลืออยู่บนกรามก็โดนขโมยไปด้วย นิ้ว 2 นิ้วและฟันซี่นั้นได้กลับมาถูกเก็บอยู่ในโหลแก้วซึ่งก็หายไปอีกครั้งในช่วงปี 1905 ไม่มีร่องรอยใดๆของมันทั้งสิ้นมาตลอด 100 ปี จนมีคนไปซื้อมันได้ที่การประมูลและนำมาที่พิพิธภัณฑ์ในปี 2009 โหลแก้วนั้นตรงตามคำอธิบายของโหลแก้วใบเก่าทุกระเบียดนิ้ว เพียงแต่ว่าในขณะที่มันถูกนำมาประมูลนั้น ใบกระดาษที่บ่งบอกว่าของที่อยู่ในโหลนี่คืออะไรมันได้หายไปซะก่อน ทำให้เหล่าผู้ประมูลและคนประมูลไม่รู้ถึงคุณค่าของโหลนี้ว่ามหาศาลมากแค่ไหน ทางพิพิธภัณฑ์ได้มีนิ้วมือของนิ้วที่ 3 ของ Galileo มาตั้งแต่ปี 1927 แล้ว ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่อวัยวะที่หายไปทั้งหมดกลับมาอยู่รวมกันครบ คนที่ตัดนิ้วของ Galileo ออกไปนั้น เป็นคนที่คิดว่า Galileo นั้นเป็นเหมือนผู้มาโปรดโลก และนิ้วที่โดนตัดไปนั้นก็เป็นนิ้วที่เขาใช้ในการจับปากกา 4. ปริศนากะโหลก Mozart ในปี 1902 ที่ Mozarteum ใน Salzburg , Austria ได้กลายมาเป็นผู้ถือครองกะโหลกศีรษะของ Mozart กะโหลกนั้นมีแต่ส่วนบน แต่ว่าส่วนกรามล่างนั้นหายไป กะโหลกนี้ตรงกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ว่า ในปี 1801 สัปเหร่อชาวเวียนนา Joseph Rothmayer ได้ขุดมันขึ้นมาจากหลุมที่ Mozart ถูกฝังไว้ในปี 1791 ด้วยอายุ 35 ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องเล่ากันว่า Mozart ถูกฝังในสุสานคนจนแบบยาจก แต่จริงๆแล้ว Mozart ถูกฝังในหลุมกับคนอีกเพียง 4 – 5 คน ซึ่งนับว่าเป็นหลุมศพของชนชั้นกลางในสมัยนั้นแล้ว ตามตำนานเล่าว่าสัปเหร่อนั้นได้แปะเส้นลวดไว้กับกระโหลกของ Mozart เพื่อที่ตอนเขากลับมาขโมย จะได้หยิบถูกคน (ซึ่งต้องรอเป็น 10 ปี ทำให้บางคนคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง) จากนั้น กะโหลกของ Mozart ก็ถูกเปลี่ยนมือไปมากมาย ตั้งแต่อยู่ในมือของผู้ดูแลโบสถ์, กลายไปเป็นคอลเลคชั่นกระโหลกของ Dr.Hyrtl (ซึ่งภายหลังจากนั้นกะโหลกเหล่านั้นจะกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์กะโหลก Mutter ยกเว้นกะโหลก Mozart) หลังจากนั้นก็ได้มาอยู่ในการดูแลของ Mozarteum ในปี 1902 ในปี 2006 หลังจากได้กะโหลกมาแล้ว 104 ปี ทาง Mozarteum ก็ได้วางแผนที่จะพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดกันไปว่ากะโหลกนี้เป็นของ Mozart จริงไหม โดยการตรวจ DNA ของกระโหลกกับ DNA จากกระดูกต้นขาจากศพของญาติๆทางฝั่งแม่ของ Mozart น่าเสียดายที่ผลการทดสอบ DNA ทำให้ต้องผิดหวัง นอกจากผลการทดสอบจะบ่งบอกว่ากะโหลกนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องทาง DNA กับญาติๆของ Mozart แล้ว ผลการทดสอย DNA จากกระดูกต้นขาของญาติๆทั้งหลายก็ดันไม่ตรงกันเลยอีกด้วย กลายเป็นที่คลุมเครือเป็นอย่างยิ่งว่ามันอะไรยังไงกันแน่ อย่างไรก็ตาม กะโหลกใบนี้ได้มีรอยถูกทุบอย่างแรง ซึ่งจากการที่ Mozart บ่นว่าเขาปวดหัวอย่างหนักในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตเขาแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุการตายขณะอายุยังน้อยของเขา แต่มันก็เป็นสิ่งที่สรุปไม่ได้และเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานอยู่ดี จึงทำให้ปริศนาของกะโหลกของ Mozart นี้ ก็ยังคลุมเครืออยู่จนถึงปัจจุบัน 5. ร่างของ Voltaire ถูกปลอมแปลงเพื่อที่เขาจะได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ Voltaire “ปัญญาที่เปล่งประกาย” แห่งสาธารณรัฐ มีข้อพิพาทมากมายในชีวิตของเขาจนเขากลัวว่าพอเขาตายศพของเขาจะถูกนำไปทิ้งถังขยะข้างทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยมากสำหรับผู้ที่ริเริ่มจะวิพากษ์วิจารณ์คริสตจักรในสมัยศตวรรษที่ 18 เมื่อนักเขียนชาวฝรั่งเศสคนนี้ล้มป่วย เขาได้คิดแผนตบตาคนขึ้น โดยที่เมื่อเขาเสียชีวิตลง ให้คนแต่งศพของเขาด้วยชุดหรูๆราวกับยังมีชีวิตอยู่ และให้คนขับรถขับพาเขาไปส่งที่คฤหาสน์ของครอบครัวเขาที่ชายแดนสวิส ห่างไกลจากอันตรายทั้งหลาย แต่ว่าแผนเขาได้ถูกปรับเปลี่ยนนิดหน่อยด้วยหลานของเขาเอง โดยที่หลานเขาให้คนชันสูตศพผ่าเอาหัวใจและสมองเขาออกมา และนำศพของเขานั่งรถไปส่งที่สุสานฝรั่งเศสแทน จนอีกหลายปีหลังจากนั้นที่ศพของเขาจะได้กลับมาที่ Paris เพื่อได้รับหลุมศพที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นใน Pantheon หลายๆคนเชื่อว่าศพของเขายังอยู่ในนั้น แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่เชื่อว่าผู้ภักดีต่อคริสตจักรได้บุกรุกเข้าไปในสุสานแล้วเอากระดูกของเขาไปทิ้งขยะให้หมาแทะเล่น และเพื่อที่จะหยุดเรื่องราวบ้าๆบอๆเหล่านี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจที่จะเปิดหลุมศพดูในปี 1897 และพบว่าศพของเขายังอยู่ดีไร้รอยขีดข่วน 6. ร่างของแฝดสยามที่ถูกนำมาหล่อปูนและตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ แฝดสยามที่โด่งดัง อิน-จัน บังเกอร์ ตัวติดกันด้วยกระดูกอ่อนภายใต้หน้าอกของพวกเขา ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันคงจะสามารถผ่าแยกพวกเขาออกมาได้อย่างง่ายๆ แต่ว่าการแพทย์ในศตวรรษที 19 นั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย หลังจากท่องเที่ยวโชว์ตัวไปทั่วโลกแล้ว อินและจันก็ได้มาใช้ชีวิตปกติเป็นพลเมือง America อยู่ที่ North Carolina พวกเขาซื้อทาสและแต่งงานกับสตรี 2 พี่น้อง ในปี 1840 จันได้ให้กำเนิดลูกๆถึง 10 คน และอินได้ให้กำเนิดลูกๆ 11 คน ในเดือน มกราคม 1874 จันเสียชีวิตลงขณะที่เขาหลับด้วยโรคปอดบวม 3 ชม.หลังจากนั้น อินก็เสียชีวิตตามไป ตอนแรกหมอวินิจฉัยว่าอินเสียชีวิตเพราะความเสียหายทางจิตใจ แต่หลังจากการวิเคราะห์มากกว่านั้นจึงรู้ว่า อินและจัน ได้ใช้เส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยร่วมกัน ทำให้อินเสียชีวิตด้วยอาการเสียเลือด ตอนอินกำลังจะตายเขาได้ขอร้องให้คนช่วยดึงน้องชายฝาแฝดของเขามาใกล้ๆเขาให้มากกว่าเดิมหน่อย หลังจากที่ทั้ง 2 คนถูกคอนเฟิร์มว่าเสียชีวิตแล้ว ร่างของพวกเขาถูกส่งไปที่วิทยาลัยแพทย์ Philadelphia เพื่อผาตัด, ศึกษา, ถ่ายรูป และสุดท้ายการชันสูตรศพได้เผยให้รู้ว่าทั้งสองคนใช้ตับร่วมกัน หลังจากการชันสูตรแล้วร่างของพวกเขาก็ถูกนำไปหล่อปูนให้หันหน้าเข้าหากัน พี่น้องคู่นี้ปัจจุบันถูกแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia ในฐานะแบบอย่างทางการแพทย์ พวกเขาเป็นเพียงแค่โครงร่างของความทรงจำในอดีตของฝาแฝดซึ่งเป็นตำนาน อิน และ จัน แฝดสยามคนแรกของโลก 7. หัวใจของ Anne Boleyn ถูกเก็บไว้กับสามีของเธอ ที่เป็นคนสั่งฆ่าเธอ Henry ที่ 8 ได้ปลดประเทศอังกฤษออกจากลัทธิคาทอลิก เพื่อที่จะได้หย่ากับภรรยาคนแรกและมาแต่งงานกับ Anne Boleyn ที่ชาญฉลาด แต่ Henry ที่ต้องการบุตรชายอย่างมาก ได้คิดว่าการแต่งงานของเขาถูกสาปเพราะว่า Anne ให้ได้แต่ลูกผู้หญิง และพระราชาในขณะนั้นยังกล่าวหาเธอว่าเป็นเพราะเธอนั้นคบชู้กับพวกคนธรรมดาสามัญ และแม้กระทั่งกับน้องชายของเธอเอง Anne Boleyn ถูกจับและถูกตัดหัวบนหอคอยลอนดอนในปี 1536 ตำนานเล่าว่ากษัตริย์ Henry ได้สั่งให้คนควักหัวใจเธอออกมา และ Henry ก็เก็บหัวใจเธอเอาไว้ในกล่องรูปหัวใจในโบสถ์ที่ Suffolk หัวใจนั้นถูกค้นพบในปี 1836 และได้ถูกฝังใหม่อยู่ภายใต้เครื่องดนตรีออร์แกนของโบสถ์ 8. สมองของ Einstein ถูกเก็บไว้ในโหลที่ออฟฟิศของหมอของเขา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 1955 นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเขาได้เขาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล Princeton เพื่อตรวจความเจ็บปวดในหน้าอกของเขา ในเช้าวันถัดมา เขาก็เสียชีวิตด้วยโรค หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ในขณะที่ข่าวกำลังแพร่กระจายถึงการตายของ Einstein ด้วยอายุ 76 ปี สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น สมองของเขา สมองที่กักเก็บความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเขา ถูกขโมยไป และนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราว พยาธิแพทย์ Dr. Thomaz Stolz Harvey เป็นหมอที่ได้รับมอบหมายในการชันสูตรศพของ Einstein เขาเริ่มการผ่าตัดศพของ Einstein และหลังจากที่เขารู้สาเหตุการตายแล้ว เขาก็ได้ทำการนำสมองของ Einsteinออกมา วัดความกว้าง ช่างน้ำหนัก เขาบอกว่า “อ้อ ก็เห็นผมได้รับอนุญาตให้ชันสูตรเขา ก็เลยนึกว่าจะผ่าสมองเขาออกมาศึกษาได้ด้วย” ประเด็นคือ จนถึงปัจจุบันนี้ ไม่มีเอกสารแม้แต่ฉบับเดียวที่มีบันทึกว่า Thomaz ได้รับมอบหมายให้ทำการชันสูตรศพ Einstein หลังจากการตรวจวัดคำนวณทุกๆอย่างแล้ว Dr. Harvey ก็ได้นำสมองของ Einstein ไปแช่ไว้ในสารฟอร์มาลดีไฮด์ เขาควักลูกตา Einstein ออกมาและนำมันไปให้กับหมอ Henry Adams หมอตาของ Einstein (มีข่าวลือว่า ลูกตาคู่นั้นถูกเก็บไว้ในตู้เซฟของธนาคารที่ไหนสักที่ใน New York) สุดท้ายแล้วศพของ Einstein ก็ถูกส่งกลับไปเพื่อเผา การนำสมองและดวงตาของ Einstein ออกมานั้นขัดกับคำขอสุดท้ายของ Einstein ที่บอกว่าเขาต้องการที่จะถูกเผาทั้งหมดทั้งร่างและนำเอาอัฐิของเขาไปลอยอังคารอย่างลับๆ เพื่อเป็นการไม่ส่งเสริมการเคารพบูชาเขา ไม่เพียงแค่นั้น Dr.Harvey ยังไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการเก็บสมองของเขาไว้ด้วย ภายหลัง Harvey ได้รับอนุญาตจากลูกชายของ Einstein ก็คือ Hans Albert ว่าให้สามารถเก็บสมองพ่อเขาไว้ได้ หลังจากที่ Harvey สัญญาว่าสมองของ Einstein จะถูกนำมาศึกษาเพื่อผลประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ และจะตีพิมพ์สิ่งที่ค้นพบลงในหนังสือบันทึกวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย New York Times ฉบับที่มีหน้าปกเป็น Einstein ตีพิมพ์เมื่อ 20 เม.ย. ได้ลงหนังสือว่า Dr.Harvey ได้ทำการชันสูตรศพ Einstein จากการอนุญาตของ Albert แต่ไม่ได้บอกไว้ว่าจริงๆแล้วเขาอนุญาตหลังจากที่ผ่าไปแล้วต่างหาก Dr.Harvey ได้เก็บสมองของ Einstein ใส่โหลไว้ในออฟฟิศของเขา จนเขาโดนไล่ออกจากโรงพยาบาล Princeton เขาก็ได้นำมันไปกับเขาด้วย เขาได้ไปทำงานต่อที่มหาวิทยาลัย Pennsylvania และได้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพในการผ่าแบ่งสมองออกเป็น 1000 สไลด์ 240 บล็อก เขาใส่มันไว้ในสี่เหลี่ยมเซลลูลอยด์และแจกจ่ายมันออกไปตามที่ต่างๆ และส่วนที่เหลือเขาก็เก็บเอาไว้เองในโหลฟอร์มาลีน Thomas Harvey เสียชีวิตลงในปี 2007 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเขาได้ส่งสมอง Einstein กลับไปที่โรงพยาบาล Princeton ณ ที่ที่มันเริ่มต้นการเดินทางของมัน เหล่ามวลชนก็ได้หันมาสนใจสมองของ Einsteinอีกครั้ง และเหล่านักวิจัยทั้งหลายที่เคยได้รับชิ้นส่วนสมองของ Einstein มา ต่างก็ส่งชิ้นส่วนนั้นกลับมาที่โรงพยาบาล Princeton เช่นกัน จนปัจจุบันนี้ พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia เป็นสถานที่เดียวในโลกที่เราจะสามารถมองเห็นสมองของ Einsteinได้ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเล็ก และรวมไปถึงโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของ Thomas Harvey อีกด้วย 9. องคชาติของ Rasputin ได้ถูกนำมาแสดงที่พิพิธภัณฑ์ erotic หลังจากสูญหายไปหลายสิบปี Grigori Rasputin (ที่ปรึกษาของครอบครัว Romanov และเป็นที่รักของพระเจ้า Tsar) ดูเหมือนว่าจะเป็นเพลย์บอยที่มีขนาด…ไม่ธรรมดาเท่าไร มีเรื่องเล่าอยู่ 2 เรื่องเกี่ยวกับการถูกตัดองคชาติของเขาหลังจากการตายในปี 1916 เรื่องแรกเล่าว่า หลังจากที่มือสังหารได้ฆ่าเขา มือสังหารคนนั้นก็ตัดองคชาติของเขาทิ้งทั้งพวง และพนักงานทำความสะอาดที่ต้องมาเก็บกวาดศพของเขาก็ได้เก็บองคชาติของเขาไป แต่บางคนก็เล่าว่าเพื่อนสาวของเขาได้เก็บองคชาติของเขาไปเป็นที่ระลึกหลังจากการชันสูตรศพ กระจู๋ของ Rasputin ดูจะมีประวัติที่มีสีสันไม่น้อย หลังจากที่มันถูกแยกออกมาจากร่างกายของเจ้าตัวแล้ว มันถูกพบครั้งแรกที่ปารีส ปี 1920 เมื่อมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งได้ทำการบูชามันเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในตอนนั้นลูกสาวของ Rasputin ก็ได้ขอร้องว่าให้เอาของๆพ่อเธอคืนมาเถอะ เร็วๆนี้ พิพิธภัณฑ์รัซเซียแห่งความ erotic (เปิดอยู่ที่ St.Petersburg ตั้งแต่ปี 2004) เป็นที่ฮือฮากันว่าได้องคชาติของ Rasputin มาไว้ในครอบครอง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Igor Knayazkin กล่าวว่าเขาได้ซื้อมันมาจากร้านขายของเก่าในฝรั่งเศสด้วยราคา $8000 แต่ว่ามันยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าเป้นของ Rasputin จริงหรือไม่ องคชาตินี้ยาวถึง 11 นิ้ว แต่ลูกสาวของ Rasputin ที่ชื่อ Marie กล่าวว่าของพ่อเธอนั้นจริงๆต้อง 13นิ้ว จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคิดว่ามันอาจจะเป็นกระจู๋ม้าหรืออะไรทำนองนี้มากกว่า ขอบคุณที่มา www.talulok.com

หนุ่มใหญ่ชาวจีน นั่งให้ผึ้งรุมทึ้ง หวังทุบสถิติโลก
จีน /  ผึ้ง / 

หนุ่มใหญ่ชาวจีน ลงทุนนั่งให้ผึ้งรุมทึ้ง ถูกต่อยกว่า 2,000 ครั้ง หวังทำลายสถิติโลก วันนี้ (26 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ อ้างอิงการรายงานจาก 'ไชน่า เดลี่' รายงานข่าวนาย เกา บิงกัว หนุ่มใหญ่ วัย 55 ปี ชาวมณฑลซานตง ประเทศจีน มุ่งหมายบทำลายสถิติโลกด้วยการนั่งให้ผึ้ง น้ำหนักกว่า 109.5 กิโลกรัม เกาะอยู่บนร่างกาย เพื่อให้การลงทุนลงแรง และต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดในครั้งนี้ ถูกบันทึกลงใน บันทึกสถิติโลกกินเนสส์ Guinness World Records ทว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความสามารถเฉพาะตัว บุคคลทั่วไปไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ เนื่องจากนาย เกา มีประสบการณ์ในประฝึกซ้อมมากว่า 60 ครั้ง โดยการดำเนินการ จะมีเจ้าหน้าที่ชโลมน้ำผึ้งทั่วร่าง เพื่อดึงดูดฝูงผึ้งให้เข้ามาดื่มกิน อย่างไรก็ตาม หนุ่มใหญ่ใจกล้า ท้าความตายรายนี้ เผิดเผยว่า ในขณะนั้น เขาถูกผึ้งต่อยมากกว่า 2,000 ครั้ง โดยหลังจากเสร็จกิจกรรมการสร้างสถิติเรียบร้อยแล้ว เขาต้องรับการปฐมพยาบาลในการถอดเหล็กออกทันที จากนั้นเขาต้องแช่ตัวภายในอ่างน้อุ่นเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด MThai News ที่มา shanghaiist

จนท.ระดมกำลังกำจัดคราบน้ำมันรั่วหาดซานตาบาร์บารา
ซานตาบาร์บารา /  น้ำมันรั่ว / 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระดมกำลังลงพื้นที่ชายหาดซานตาบาร์บารา เพื่อกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลกว่า 21,000 แกลลอน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อย่างหนัก วันนี้ (20 พ.ค.) สำนักข่าว 'เอบีซี' รายงานข่าว เจ้าหน้าที่ระดมกำลัง ลงพื้นที่ บริเวณชายหาดซานตาบาร์บารา ซึ่งเป็นชายหาดที่งดงาม และตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย อยู่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา และมีพื้นที่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ความเสียหาย จากเหตุน้ำมันดิบที่ 21,000 แกนลอนรั่วไหล กินระยะทางกว่า 20 ไมล์ จากชายฝั่งทะเล หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ในท้องที่อย่างหนึ่ง ซึ่งบริษัท Plains All American บริษัทผู้ครอบครองท่อส่งน้ำมันดังกล่าว ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะดำเนินการเพื่อกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลดังกล่าวอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ชาวบ้านในท้องที่ได้กลิ่นเหม็น ลอยมาจากบริเวณชายหาด ต่อมาเจ้าหน้าที่พบว่า เกิดเหตุการณ์ท่อขนส่งน้ำมันดิบรั่วไหล ทำให้พื้นที่ทั้งผืนน้ำและผืนทรายเป็นบริเวณกว้าง พร้อมกันนี้ประชาชนในพื้นที่ มีความกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับสัตว์ทะเล ผลกระทบอีกประการเจ้าหน้าที่ยังจำเป็นต้องอพยพนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ และปิดชายหาด อย่างที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาในการเปิดบริการให้ท่องเที่ยวได้อีกครั้ง MThai News ที่มา ABC

เปิดประวัติ 'เกจิดังวัดบ้านไร่' ศรัทธาใจผองไทยพุทธ
นครราชสีมา /  ประวัติหลวงพ่อคูณ / 

'คนเรา เมื่อมีเมตตาให้กับผู้อื่น ผู้อื่นเขาก็จะ ให้ความเมตตาตอบสนองต่อเรา ถ้าเราโกรธเขา เขาก็จะโกรธเราตอบเช่นกัน ความเมตตานี่แหละ คืออาวุธ ที่จะปกป้องตัวเราเอง ให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง เป็นอาวุธที่ใคร ๆ จะนำเอาไปใช้ก็ได้ จัดว่าเป็นของดีนักแล'   หลักคำสอนของหลวงพ่อคูณปริสุทโธ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดบ้านไร่ ที่มีศิษยานุศิษย์ศรัทธาทั่วประเทศ แต่...วันนี้(15 พ.ค. 58) หลวงพ่อคูณ เกิดอาพาธหนัก หัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์จึงทำการปั๊มหัวใจจนกลับคืนมา โดยขณะนี้ยังถือว่าอาการอยู่ในภาวะวิกฤต รักษาตัวในห้องไอซียู หอผู้ป่วยหนัก โดยเวลา 15.00 น. แพทย์นำหลวงพ่อคูณ สแกนสมอง ยังไม่สามารถหายใจเองได้ ชีพจรเต้นอ่อน ส่วนบรรยากาศที่วัดบ้านไร่ขณะนี้ศิษยานุศิษย์ต่างเฝ้ารอฟังความคืบหน้าอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณกันอย่างเป็นกังวล และล่าสุด เวลา 21.00 น. แพทย์ได้แถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุ อาการอาพาธหลวงพ่อคูณ พบสัญญาณชีพยังไม่คงที่ ต้องใช้ยากระตุ้นหัวใจและเครื่องช่วยหายใจ  มีเลือดออกในทางเดินอาหารจำนวนมาก และมีภาวะไตหยุดทำงาน เหล่าพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ จึงต่างให้กำลังใจและเฝ้าสวดมนต์ภาวนา ให้อาการหลวงพ่อคูณ พ้นขีดอันตราย กลับเข้าสู่ภาวะปกติดังเดิม จึงขอถือโอกาสพาย้อนชีวประวัติ 'หลวงพ่อคูณ' ว่าเหตุใด จึงถูกยกเป็น พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทย และ มีศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนต่างให้ความ "นับถือ-ศรัทธา" เป็นจำนวนมาก หลวงพ่อคูณ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ที่บ้านไร่ หมู่ 6 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ในครอบครัวของชาวไร่ชาวนาที่อยู่ห่างไกลความเจริญ บิดาชื่อ นายบุญ ฉัตรพลกรัง มารดาชื่อ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน คือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ  นางคำมั่น แจ้งแสงใส และนางทองหล่อ เพ็ญจันทร์ ก่อนหน้านี้ มารดาของหลวงพ่อคูณ เล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่า ขณะตั้งครรภ์ กลางดึกของคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี 3  ได้ฝันเห็นเทพองค์หนึ่ง มีกายเรืองแสงงดงาม ลอยลงมาจากสวรรค์ มาที่บ้าน พร้อมกล่าวว่า เจ้าและสามีเป็นผู้มีศีลธรรม เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ประกอบการงานอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รวมทัั้งสร้างคุณงาม ความดีมาตลอดหลายชาติ  ขออำนวยพรให้เจ้า และครอบครัวมีแต่ความสุขสวัสดิ์ตลอดไป และเทพองค์นั้นยังได้มอบดวงแก้วอันใสสะอาดสว่างให้อีกด้วย ทั้งบอกอีกว่า ดวงมณีนี้ เจ้าจงรับไปและรักษาให้ดี ต่อไปภายหน้า จะได้เป็นพระพุทธสาวกหน่อเนื้อพระชินวร เพื่อสืบพระพุทธศาสนา เป็นเนื้อนาบุญ ที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งปวง ทางด้านการศึกษา บิดามารดาของหลวงพ่อคูณ ได้เสียชีวิตลงในขณะที่ลูกทั้ง 3 คน ยังเป็นเด็ก หลวงพ่อคูณกับน้อง ๆ จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว สมัยที่หลวงพ่อคูณอยู่ในวัยเยาว์ 6-7 ขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือ กับพระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หล นอกจากนี้พระอาจารย์ทั้ง 3 ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิชา คาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ นับว่าหลวงพ่อคูณเรียนรู้วิชาทางไสยศาสตร์มาตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ปีวอก ได้รับฉายาว่า 'ปริสุทโธ' หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต. สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนเป็นอย่างมาก ตลอดช่วงอายุ หลวงพ่อคูณตั้งใจร่ำเรียนพระธรรมวินัย ตามรอยพระพุทธองค์ ที่ตรัสไว้ว่า… “เทว เม ภิกขเว วิชชา ภาคิยา”  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วิชานั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ ... 1. สมถะ ความสงบระงับแห่งจิตที่ปราศจากกิเลสอาสวะทั้งปวง 2. วิปัสสนา ความเห็นแจ้งซึ่งธรรมเบื้องสูงอันสุขุมลุ่มลึก ในทางพุทธศาสนาและจงเดินตามหนทางนั้นเถิด… MThai News

ให้ทาย! อะไรบ้างที่หมอ เคย ลืมไว้ในท้องคนไข้ โทรศัพท์ กรรไกร คีม?
ผ่าตัด /  ลืมไว้ในท้องคนไข้ / 

วันนี้ Health Mthai ขอรวบรวมเรื่องสุดช็อคที่เคยเกิดขึ้นจริง ของเหล่าคนไข้ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล แล้วได้ของแถมกลับมาบ้านแบบไม่รู้ตัว เมื่อเหล่า หมอ หรือ แพทย์ ที่ทำการผ่าตัดรักษา กลับชุ่ย ทิ้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการผ่าตัด ลืมไว้ในท้องคนไข้ อย่างไม่น่าเชื่อว่าลืมได้ไง และที่สำคัญ ของบางอย่าง มันสามารถอยู่ในตัวเราได้ยังไงนานเป็นปีๆ วันนี้รวมมาให้ดูการรักษาของแพทย์สุดเฟล ที่ให้ของฝากกลับมาบ้าน อย่างไม่น่าให้อภัย ลืมโทรศัพท์ไว้ในท้อง ! 1. เกิดขึ้นล่าสุด เมื่อ สูตินรีแพทย์ จากประเทศจอร์แดน ต้องสงสัยว่า ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ในท้องคนไข้ หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดคลอดเมื่อช่วงปลายเดือน เมษายน 2558 และเมื่อเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้าน กลับรู้สึกว่า ในท้องสั่นได้เองอยู่บ่อยๆ และยังมีอาการเจ็บปวดที่แผลอีกด้วย และเมื่อกลับไปพบแพทย์จึงได้รู้ว่ามีโทรศัพท์อยู่ในท้องนั่นเอง ซึ่งจากรายงานระบุว่า โทรศัพท์มือถือนั้นเลื่อนตกลงไปในท้อง ขณะที่กำลังทำการผ่าตัดโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ลืมกรรไกรไว้ในท้อง ! 2. หมอลืมกรรไกรไว้ในท้องคนไข้ นาน 12 ปี สำนักข่าวมิเรอร์ เคยรายงานว่า หนุ่มชาวคาซัคสถาน เกิดอาการปวดท้องอย่างหนัก เบื่ออาหารและน้ำหนักลดอย่างผิดปกติ จึงตัดสินใจไปตรวจ และพบว่า มีกรรไกรขนาด 20 ซม. อยู่ในท้องของเขา ที่เคยได้รับการผ่าตัดเมื่อ 12 ปีที่แล้ว โดยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดในครั้งนั้นได้เกษียณและเสียชีวิตไปแล้ว ลืมผ้าก๊อซ ไว้ในท้อง ! 3. ลืมผ้าก๊อซไว้ในท้องคนไข้ นานเกือบปี หลังจากเข้ารับการผ่าตัดมดลูก คนไข้เข้ารับการผ่าตัดจากอาการปวดท้องรุนแรง และประจำเดืนมามากผิดปกติ แพทย์จึงวินิจฉัยให้ทำการตัดมดลูกทิ้ง โดยคนไข้เข้ารับการผ่าตัดในช่วงปลายปี 2549 หลังจากผ่าตัดเสร็จ เกิดผลข้างเคียงคือ ปวดท้องเป็นประจำ และปวดหนักขึ้น บวกกับมีไข้ตลอดเวลา จึงเข้ารับการรักษาใหม่ และนำไปสู่การเอ็กซ์เรย์ จนพบก้อนกลมๆในช่องท้อง จึงเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง แต่เมื่อผ่าตัดเจอหนองไหลออกมาเป็นจำนวนมาก จนพบผ้าก๊อซทำแผลที่ค้างอยู่ในช่องท้อง จึงสรุปได้ว่าสาเหตุของอาการน่าจะมาจากสิ่งของที่ปะปนอยู่ในร่างกายนั่นเอง ลืมเหล็ก 1 ฟุต ไว้ในท้อง ! 4.ลืมเหล็กยาว 1 ฟุต ไว้ในท้องคนไข้ คนไข้สาวมีอาการปวดท้องรุนแรง และทนทุกทรมานอยู่นาน 5 ปี จนกระทั่งตัดสินใจเข้ารับการรักษา และเมื่อแพทย์ได้เอ็กซ์เรย์ดูจึงพบว่า มีแผ่นโลหะกันลำไส้ หรือ เหล็กที่ใช้สำหรับถ่างระหว่างการผ่าตัด ที่มีขนาดยาวเกือบ 1 ฟุต อยู่ในท้องของคนไข้ หลังจากที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมดลูกไปแล้ว 5.ลืมคีม ขนาด 8 นิ้ว ไว้ในท้องขนไข้ สำนักข่าวเดลิเมล์รายงานว่า คนไข้ที่เคยเข้ารับการผ่าตัดใส้ติ่ง แล้วกลับมาตรวจอาการหลังจากทำการผ่าตัดได้เพียง1อาทิตย์ ถูกหามเข้าห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน เพราะเมื่อกลับมาตรวจและทำการเอ็กซ์เรย์ สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า มีคีมที่ใช้ในการผ่าตัด ยาว 8 นิ้ว ตกค้างอยู่ในช่องท้องของเขา โดยที่เขาเองยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ และถึงแม้พยาบาลจะออกมาบอกว่า เรื่องพวกนี้ไม่น่าเกิดขึ้นเลย มันเป็นไปได้น้อยมาก แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วล่ะ หลังจากนี้ ใครเข้ารับการผ่าตัด ก็อย่าลืมตรวจเช็คร่างกายกันก่อนออกจากโรงพยาบาลด้วยนะจ๊ะ ว่ามีกรรไกรติดอยู่ในท้องหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเอากลับบ้านเป็นของแถมไปแบบฟรีๆโน๊ะ เนื้อหานี้ เขียนขึ้นโดยทีมงาน Health.mthai.com หากนำไปใช้ กรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ

บินสู่โตเกียว-โอซาก้า เริ่มที่ 2,990 กับ แอร์เอเชีย เอ็กซ์
ญี่ปุ่น /  เที่ยวโอซาก้า / 

“ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์” สายการบินราคาประหยัดรายแรกของไทย ที่ให้บริการเส้นทางบินระยะไกล ตอกย้ำความมั่นใจบินสู่โตเกียว และโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ตามปกติทุกเที่ยวบิน ด้วยโปรโมชั่น “บินชัวร์” ราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 2,990 บาท* ต่อเที่ยว จองเลยก่อนใครตั้งแต่วันนี้ (18 พฤษภาคม) เป็นต้นไปที่ www.airasia.com  จนถึง 24 พฤษภาคม 2558 และเดินทางได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2558 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2558 บินสู่โตเกียว-โอซาก้า เริ่มที่ 2,990 กับ แอร์เอเชีย เอ็กซ์ นายนัดดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ขอยืนยันว่าเรายังคงให้บริการผู้โดยสารสู่โตเกียว และโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น อย่างเป็นปกติในทุกเที่ยวบิน และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับท่านผู้โดยสาร เราจึงขอมอบโปรโมชั่นราคาสุดพิเศษเริ่มต้นที่ 2,990 บาท*ต่อเที่ยวบิน ที่สามารถเดินทางได้ในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน 2558 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2558 นี้ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางไปชมความงดงามของทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์ที่กำลังบานสะพรั่ง ประกอบกับเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นช่วงเวลาของงานเทศกาลและการแสดงดอกไม้ไฟที่จัดขึ้นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จึงเป็นโอกาสอันดีที่นักท่องเที่ยวชาวไทยจะมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับอีกหนึ่งวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ผ่านการเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นด้วยบัตรโดยสารราคาประหยัดที่ใครใครก็สามารถไปได้ และนอกเหนือจากโปรโมชั่นบินชัวร์แล้ว ท่านผู้โดยสารยังสามารถจองที่นั่งในเที่ยวบินล่วงหน้าได้จนถึงเดือนพฤษภาคม 2559 ทั้งนี้ ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ยังคงให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ (DMK) – โตเกียว (NRT) จำนวน 2 เที่ยวบินต่อวัน กรุงเทพฯ (DMK) – โอซาก้า (KIX) จำนวน 1 เที่ยวบินต่อวัน รวมทั้งเที่ยวบินกรุงเทพฯ – โซล (ICN) ประเทศเกาหลีใต้ จำนวน 1 เที่ยวบินต่อวัน อย่างเป็นปกติในทุกเที่ยวบิน ผู้โดยสารสามารถจองบัตรโดยสารได้ที่ www.airasia.com *ราคาบัตรโดยสารเที่ยวเดียวรวมค่าธรรมเนียมสนามบินและค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้ว ที่นั่งมีจำนวนจำกัดเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

การ คลอดแบบธรรมชาติ ดีกว่า ผ่าคลอด จริงหรือไม่?
คลอดธรรมชาติ /  คลอดลูก / 

คุณคงเคยได้ยินว่าการ คลอดแบบธรรมชาติ ดีกว่าการ ผ่าคลอด แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรใช่หรือเปล่า? ลองมาอ่านคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่แนะให้ผู้หญิงเลือกการคลอดแบบธรรมชาติแทนการผ่าคลอดดูสิ หากเปรียบเทียบการคลอดทั้งสองแบบ คุณแม่ส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับการคลอดแบบธรรมชาติมากกว่าการผ่าคลอด อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่เปิดใจรับทั้งสองวิธี เมื่อไม่นานมานี้ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาสนับสนุนให้คุณแม่ทั้งหลายเลือกคลอดแบบธรรมชาติแทนการผ่าคลอด เรามีคำตอบว่าเหตุใดผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้คลอดแบบธรรมชาติ มีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ หากเทียบกับการคลอดผ่านช่องคลอด การผ่าคลอดทำให้คุณแม่เกิดอาการบาดเจ็บได้มากกว่าเนื่องจากมีแนวโน้มที่จะเกิดแผลเป็นและการติดเชื้อรอบ ๆ แผลได้มากกว่า ถ้าไม่ดูแลรักษาแผลอย่างเหมาะสม การผ่าคลอดอาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป้นอันตรายต่อคุณแม่ที่เพิ่งคลอดใหม่ได้ มีความเชื่อมโยงระหว่างแม่กับลูกดีกว่า การผ่าคลอดอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสายสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกแรกเกิด กระเทือนต่อความใกล้ชิดและกระบวนการให้นมลูกหลังผ่าคลอดด้วย หากเด็กคลอดตามธรรมชาติและได้รับสัมผัสแรกจากแม่ แบคทีเรียจากแม่จะถูกส่งผ่านไปยังลูก ซึ่งแบคทีเรียนี้จำเป็นสำหรับเด็กเนื่องจากเด็กจะเติบโตมากับแม่ เด็กที่เกิดจากการผ่าคลอด แบคทีเรียที่ถูกส่งผ่านไปยังเด็กจะเป็นแบคทีเรียที่มาจากพยาบาลหรือแพทย์ที่ทำคลอด ทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันกับแบคทีเรียของแม่น้อยลงเนื่องจากมีความคุ้นชินน้อย และในระยะยาวจะทำให้เด็กป่วยง่ายเมื่อกลับมาอยู่บ้าน การขาดสัมผัสนี้ก่อให้เกิดโรคและความเจ็บป่วยขึ้นกับลูกทางอ้อมได้ในภายหน้า ความสมดุลของฮอร์โมน หากแม่คลอดแบบธรรมชาติ จะมีฮอร์โมน oxytocin หลั่งออกมาจำนวนมาก ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการคลอดและกระบวนการหลังคลอด ฮอร์โมนนี้รู้จักกันดีในชื่อ “love hormone” มันช่วยให้คุณตกหลุมรักลูกและก่อให้เกิดความผูกพันมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นฮอร์โมนนี้ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนม และช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ง่ายขึ้นด้วย เด็กแรกเกิดจะได้กลิ่นน้ำนมที่หลั่งออกมา มันช่วยให้ลูกดูดนมจากอกได้ง่ายขึ้นในอนาคต และสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับเด็กที่คลอดด้วยการผ่า สนับสนุนให้คลอดแบบธรรมชาติ การคลอดแบบธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากเป็นการลดการใช้ยาขณะคลอดและสมัยนี้แพทย์ผดุงครรภ์สามารถช่วยให้คุณแม่คลอดแบบธรรมชาติได้อย่างรู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้น แทนที่จะอยู่ในท่านอนหงายขณะคลอดลูก แม่ควรจะอยู่ในท่านั่งและออกแรงเบ่งเมื่อมดลูกหดรัดตัว เพราะหากเบ่งในขณะที่ไม่มีการหดรัดตัวของมดลูกจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและอาจเป็นอันตรายต่อปากมดลูกได้ การใกล้ชิดลูกน้อยหลังคลอดเป็นสิ่งสำคัญ การได้ใกล้ชิดลูกอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด และยังเป็นสิ่งที่คุณหมอสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งให้ทั้งคุณแม่ที่ผ่าคลอดหรือคลอดเองตามธรรมชาติได้ใกล้ชิดลูกน้อย จากข้อดีทั้งทางด้านการแพทย์และด้านอารมณ์ความรู้สึกอีกทั้งประโยชน์ในระยะสั้นและระยะยาว การคลอดแบบธรรมชาตินั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของทั้งคุณแม่และบุคคลากรทางการแพทย์ทั้งหลาย อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการคลอดแบบธรรมชาติหรือการผ่าคลอด สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งแม่และลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรคำนึงถึง ที่มาจาก th.theasianparent

รู้ไหม โรคภูมิแพ้อาหาร มี2แบบ คือ เฉียบพลัน กับ แอบแฝง คุณล่ะแพ้แบบไหน?
ภูมิแพ้ /  อาการ / 

จริงอยู่ที่การเพลิดเพลินไปกับอาหารเลิศรสนานาชนิดเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตคนเรา แต่ทว่าบางคนกลับมีอาการเจ็บ ป่วย หรือความไม่สบายตัว หลังจากที่ได้รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิด เช่น อาการปวดหัวหลังรับประทานช็อกโกแลต หรือ อาการบวมหลังจากรับประทานบะหมี่เกี๊ยวแสนอร่อย เป็นต้น นายแพทย์นาวิน จิตเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และเวชศาสตร์ฟื้นฟูภาวะเสื่อม ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (Vitallife) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า อาการเจ็บปวดและไม่สบายเนื้อตัวเหล่านี้เป็น อาการ แพ้อาหาร ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถรักษาได้ “อันดับแรก ต้องระบุให้ได้ก่อนว่าคนๆ นั้นเป็น โรคภูมิแพ้อาหาร แบบเฉียบพลันหรือแบบแอบแฝง” นายแพทย์นาวิน กล่าว และยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่ามีโรคภูมิแพ้อาหารทั้งแบบเฉียบพลับและแอบแฝง หรือไม่ก็คิดว่ามันก็คือ โรคภูมิแพ้อาหาร เหมือนๆ กัน แต่ในความจริงแล้ววิธีรับมือโรคภูมิแพ้อาหารทั้ง 2 ประเภทนี้ ต่างกันมาก” “คนที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหารบางชนิดอย่างเฉียบพลัน จะต้องหยุดรับประทานอาหารชนิดนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ แต่สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหารแอบแฝง ส่วนใหญ่แล้วสามารถรักษาด้วยยาเพื่อเรียกสมดุลของร่างกายกลับคืนมา ซึ่งจะทำให้คนคนนั้นสามารถต้านทานอาหารที่ตนแพ้ได้ และภายในระยะเวลาไม่นานก็จะสามารถรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดนั้นได้ในที่สุด โดยไม่มีอาการแพ้ใดใด” โรคภูมิแพ้อาหารเฉียบพลันและโรคภูมิแพ้อาหารแอบแฝงต่างกันอย่างไร? อาการแพ้ในโรคภูมิแพ้อาหารเฉียบพลัน ซึ่งเป็นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ออาหารที่รับประทานเข้าไป จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉียบพลัน และในบางครั้งเป็นอันตรายมาก โดยอาการที่บ่งชี้ว่าแพ้อาหาร ได้แก่ มีผื่นขึ้นตามร่างกาย ใบหน้าบวม หายใจลำบาก เป็นลมพิษ คันตามร่างกาย และมีภาวะหายใจหอบเร็วและสั้น เป็นต้น นอกจากนี้ หากเป็นกรณีที่มีปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรง อาจเกิดภาวะช็อกและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ คำอธิบายทางการแพทย์ง่ายๆ ของโรคภูมิแพ้อาหารเฉียบพลัน คือ ผู้ป่วยจะมีอาการเกิดขึ้นโดยเฉียบพลันทันที หลังจากรับประทานอาหารที่แพ้เข้าไป โดยส่วนมากเกิดจากภูมิต้านทานอิมโมโนโกลบุลิน ชนิดอี (IgE) ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาเมื่อร่างกายพบกับสิ่งแปลกปลอม เช่น โปรตีนบางชนิด ปลา หอย ถั่ว (เช่น ถั่วลิสง วอลนัท เฮเซลนัท บราซิลนัท) เป็นประเภทอาหารที่คนเราจะแพ้มากที่สุด และบ่อยครั้งที่เด็กเล็กๆ จะแพ้อาหารประเภทนมและไข่ด้วยเช่นกัน ในทางกลับกัน อาการแพ้ ใน โรคภูมิแพ้อาหารแอบแฝง จะเกิดขึ้นอย่างล่าช้าหลังจากที่กินหรือดื่มเข้าไปแล้ว โดยอาการที่บ่งชี้ว่ามีการแพ้อาหาร ได้แก่ อาการบวม และ ปวดท้อง เป็นต้น การแพ้อาหารแบบแอบแฝงมีหลายสาเหตุ เช่น การขาดเอนไซม์ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยย่อยอาหารอย่างสมบูรณ์ โรคอาหารเป็นพิษ โรคลําไส้ทํางานแปรปรวนซึ่งเป็นโรคของลําไส้ที่ทํางานผิดปกติ ทําให้เกิดการปวดท้อง ท้องเสียและท้องผูก หรืออาจท้องเสียและท้องผูกสลับกัน นอกจากนี้ วัตถุเจือปนในอาหารและความเครียดก็มีผลด้วยเช่นกัน ผู้คนส่วนใหญ่ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหารแอบแฝง มักจะแพ้อาหารที่มีกูลเทนซึ่งเป็นโปรตีนจากข้าว เช่น แป้ง ข้าวไรย์ ข้าวสาลี และอาหารที่มีแลกโตส ซึ่งเป็นอาหารจำพวกนมและผลิตภัฑณ์จากนม การตรวจและรักษา สามารถทำได้ผ่านทั้งการ ตรวจเลือด และการตรวจสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง ในอดีต ผู้คนที่เจ็บป่วยอาจไม่รู้ตัวว่าการเจ็บป่วยนั้นมีสาเหตุมากจากการแพ้อาหารแบบแอบแฝง แต่ทุกวันนี้ เราสามารถตรวจสอบและพัฒนาโปรแกรมรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้แล้ว โดยปกติแล้ว ก็จะมีการให้ผู้รับการรักษางดอาหารบางชนิดเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อระบุว่าแพ้อาหารชนิดใด หลังจากนั้น ก็จะสร้างสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ให้ร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น รับประทานอาหารที่มีกากใยให้มากขึ้น รับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่น โยเกิร์ต หรือรับประทานสมุนไพร เป็นต้น ภายในเวลาไม่นานคนไข้ก็จะสามารถกลับมารับประทานอาหารได้อย่างเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่เคยแพ้ อาจต้องรับประทานในปริมาณน้อยๆ ก่อน ในช่วงแรก ในกรณีที่คนไข้รู้ว่าตนมีอาการแพ้อย่างรุนแรง มักจะจบลงที่การหลีกเลี่ยงไม่รับประทานอาหารชนิดนั้นๆอย่างถาวร นอกจากนี้ คนที่รู้ตัวว่าแพ้อาหารทั้งในแบบเฉียบพลันและแอบแฝง ต้องระวังเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดีและอ่านฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดทุกครั้งว่ามีส่วนผสมของสิ่งที่ตนแพ้หรือไม่ ก่อนจะซื้อสินค้าจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าต่างๆ รวมถึง ใครที่ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคภูมิแพ้อาหารหรือไม่ หากแต่ว่ามีอาการเจ็บป่วยหรือความผิดปกติทางร่างกายเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหาร ควรให้ลองทำการทดสอบเพื่อตรวจหาภูมิแพ้อาหารทั้งแบบเฉียบพลันและแอบแฝงเพื่อรักษาให้หายขาด ให้ข้อมูลบทความ โดย นายแพทย์นาวิน จิตเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และเวชศาสตร์ฟื้นฟูภาวะเสื่อม ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (Vitallife) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ฉีดให้ใหญ่ ค่านิยมผิด ๆ ที่ผู้ชายไม่น่าเลียนแบบ
ฉีดให้ใหญ่ /  อวัยวะเพศ / 

ฉีดให้ใหญ่ ค่านิยมผิดๆ ที่ผู้ชายไม่น่าเลียนแบบ วันนี้ทาง Men.MThai เราจะขอนำบทความที่เรียกว่าเป็นความรู้อย่างมากสำหรับผู้ชายอย่างเราครับ เพราะว่าสมัยนี้ผู้ชายเราคิดว่าเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่เลย บางคนอยากใหญ่แบบไม่รู้เรื่องรู้ราว เลยไป ฉีดให้ใหญ่ โดยไม่ได้ศึกษาถึงขอเสียของมันจนจู๋เน่ามาแล้วก็มี วันนี้ทางเราก็เลยจะขอหยิบยกบทความสาระจากคุณหมอสาลิกา ที่จะมาอธิบายให้เรารู้ถึงโทษของการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย คำถามเกี่ยวกับขนาดของเอกบุรุษ เป็นคำถามที่อยู่คู่กับมนุษยชาติมาเป็นหมื่นปีแล้วครับ ผู้ชาย 99.99% ได้ครับ ที่ต้องเคยมีความกังวลเกี่ยวรูปพรรณสันฐาณของส่วนสำคัญ ค่าเฉลี่ยคนเอเชีย ก็ 3-5 นิ้วครับ อาจมีมากหรือน้อยกว่านี้บ้างในบางคนแต่เป็นส่วนน้อย parafinnoma คืออาการที่เกิดหลังจากที่คนไข้ เอาสารแปลกปลอมต่าง ๆ ฉีดเข้าไปในบริเวณอวัยวะเพศเพื่อจุดประสงค์ต้องการให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ที่ถาม ๆ ดูมักจะทำเพราะฟังเพื่อน ๆ เล่าต่อ ๆ กันมา บางคนไปฉีดมาใหม่ ๆ ก็เอามาอวดกันในวงเหล้า ไอ้คนที่มีน้อยกว่าก็เครียด เลยต้องสรรหาวิธีไปทำให้ใหญ่บ้าง ผมอยู่รพ. ที่ต้องเจอคนไข้มาตรวจเรื่องนี้บ่อยๆ เจอกระทู้พวกนี้มากมาย เรื่องขนาดนี้ สรรหากันมาเป็นพันปีแล้วครับ ทั้งฉีด ทั้งผ่า ทั้งยา ทั้งนวด ณ ปัจจุบันวิธีเดียวที่ยืนยันผลคือการผ่าตัดศัลยกรรมนะครับ สถานที่ทำต้องเป็นโรงพยาบาลครับ เดี๋ยวนี้ตามโรงพยาบาลเอกชนที่มีแผนกศัลยกรรมพลาสติกเค้ามีการผ่าตัดขยายแล้วครับ ทำโดยการฉีดไขมันเข้าไป ไม่อันตรายครับ แต่อยู่ได้ไม่นาน ไขมันก็จะถูกดูดซึมกลับไป ก็เหลือเท่าเดิมครับ เฉลี่ย 4-6 เดือน หรือ ทำโดยวิธีผ่าแล้วเอาเส้นใยทางการแพทย์ไปฝังรอบๆอวัยวะ แล้วกระตุ้นให้เซลล์ของร่างกายมาพอกเกาะครับ อันนี้ผลที่ได้ก็จะเป็นธรรมชาติ แต่แพง ส่วนที่ฉีดกันปาว ๆ ตามหน้านสพ.นี่ไม่ดีซักอันครับ เน่าหมด เล่นเอาน้ำมันมะกอกหรือพวกซิลิโคนมาฉีด ซึ่งของพวกนี้เป็นของแปลกปลอม พอฉีดไป ร่างกายก็จะพยายามกำจัดออก ก็จะเริ่มเน่าครับ และก็ต้องมาเอาออกทีรพ.ครับ ส่วนหลักการผ่าก็คือต้องเลาะเอาที่ฉีด ๆ เนี่ยออกให้หมด ก็คือลอกหนังออกทั้งลำแล้วเอาแกนไปฝังไว้ในถุงอัณทะครับเพื่อให้มันซ่อมแซมตัวเอง สรุปหลังผ่า ก็จะเหลือหัวไว้ยาว 1 นิ้ว ที่เหลืออยู่ในถุงไข่ครับ จากนั้นก็รอคิวผ่ารอบ 2 อีกซักครึ่งปีเพื่อเอาที่ฝังไว้ออกมาสู่ที่เดิม แล้วเอาหนังที่อื่นมาแปะแทนครับ ทรมานนะ คิดเอา แถมหลังผ่าความรู้สึกหายหมด ถามต่อว่ารู้ว่าเป็นแบบนี้ แล้วทำไมฮิต ก็ต้องบอกว่าทีฮิตไปฉีดกัน เพราะเวลาคนไปฉีดเอามาโชว์ เอามาตอนยังดีอยู่ไงครับ แต่พอมันเน่าทุกคนปิดปากเงียบ ทำให้คนอื่นก็คิดว่าฉีดแล้วมีแต่ผลดี ก็เลยแห่ไปฉีดตามกันครับ แถมพวกนี้ที่ทำมักเป็นหมอเถื่อนครับ ประเภทแต่งตัวดี ๆ ถือกระเป๋าสีดำ แล้วไปประกาศว่า 500 ก็ใหญ่ได้ ให้ไปชวนกันมาทำเยอะ ๆ ยิ่งหลายคนยิ่งถูก อะไรพวกนี้อะครับ อันนี้ผมขอเอาภาพคนไข้ที่มารักษามาแสดงให้เห็นก่อนนะครับ เพื่อเป็นวิทยาทานครับ พวกนี้พอมันไม่ใช่ของที่ร่างกายเรามีอยู่ ก็เลยเกิดการต่อต้านขึ้น ทำให้เกิดการอักเสบอยู่ตลอด จนบวม แดงร้อน มีหนองออกมา เจ็บปวดมากมายดังนั้นต้องเอาหนังตรงที่ฉีดนั่นออกครับ พอเอาหนังที่เน่าออกไปแล้ว ก็จะเหลือตัวอวัยวะที่เป็นเนื้อล้วน ๆ ครับ จะเห็นว่าต้องเอาหนังที่เน่าออกไปหมดเลย จากนั้น จะปล่อยให้ตัวอวัยวะเพศไม่มีหนังคลุมไม่ได้ ดังนั้นก็ต้องพยายามหาหนังมาปิดให้ วิธีที่ทำกันเป็นมาตรฐานก็คือเอาหนังตรงถุงอัณทะมาคลุมไว้ครับ หลังคลุม ก็จะเต็มไปด้วยรอยเย็บแบบนี้แหละครับ หลังจากเอาตัวอวัยวะไปฝังไว้แล้ว ก็ให้ผู้ป่วยกลับบ้านครับ เพื่อรอให้ตัวอวัยวะเพศฟื้นตัวครับ ซึ่งระหว่างนี้ตัวอวัยวะที่ถูกฝังไว้ในถุงอัณทะก็จะเป็นดังรูปครับ กลายเป็นเต่าอย่างน้อย 3-6 เดือนครับ รอมันซ่อมแซมตัวเองและฟืนตัว จากนั้นครบ 6 เดือน ก็ค่อยนัดผู้ป่วยมาผ่าเอาที่ฝังไว้นั่นออกมาครับ ก็จะได้อวัยวะที่พอใช้งานได้ครับ ดังนั้นจะเห็นว่าไม่ง่ายเลยนะครับ เลยอยากให้หลาย ๆ คนที่อาจเคยจะคิดไปฉีดรีบเปลี่ยนความคิดนะครับ ส่วนคนที่ไปทำมาแล้วก็รีบไปรักษาครับ ไม่งั้นมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งตามมาสูงครับ จงพอใจในสิ่งที่ตนมีครับ ปล.ภาพทุกภาพในบอรด์นี้ขออนุญาติจากคนไข้เพื่อนำมาเป็นวิทยาทานนะครับ กรุณาอย่านำไปทำซ้ำหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติครับ Men.MThai ขอบคุณเนื้อหาจาก คุณหมอ สาลิกา http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=thaicirc20&date=04-08-2009&group=10&gblog=1

10 ที่เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ชมวิถีเมืองเก่า ป่าเขางดงาม
เที่ยวสุพรรณบุรี /  แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

สุพรรณบุรี ถือเป็นอีกจังหวัดที่สำคัญในด้านการท่องเที่ยวของภาคกลาง เพราะเป็นทั้งเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีศาสนสถาน และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย travel.mthai.com ขอแนะนำ 10 ที่เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ให้คุณมาสัมผัสวิถีเมืองเก่า ชมความงามของธรรมชาติ และบ้านเมืองที่สะอาดเรียบร้อย 10 ที่เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ชมวิถีเมืองเก่า ป่าเขางดงาม 1. บึงฉวาก เฉลิมพระเกียรติ บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร บึงฉวากมีพื้นที่ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทและอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนที่อยู่ในเขตอำเภอเดิมบางนางบวชมีพื้นที่ประมาณ 1,700 ไร่ บึงฉวากได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2526 และในปี พ.ศ. 2541 ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ สถานที่ท่องเที่ยวในบึงฉวาก มีทั้งโซนสวนสัตว์ อุทยานผักพื้นบ้าน อุโมงค์ปลาน้ำจืด บ่อจระเข้น้ำจืด เหมาะสำหรับพาครอบครัวไปท่องเที่ยว ที่สำคัญภายในบึงฉวากยังมี่ที่พักคอยให้บริการอีกด้วย 2. วัดป่าเลไลยก์ ว่ากันว่า ถ้ามาเมืองสุพรรณ แล้วไม่ได้แวะมากราบไหว้หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองสุพรรณ ด้วยที่วัดป่าเลไลยก์เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณบุรีมาช้านาน และยังเป็นสถานที่หนึ่งในวรรณคดีเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน อีกด้วย วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี หรือท่าจีน ห่างจากฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เนื้อที่กว้าง 82 ไร่ 1 งาน มีโบราณสถานอันเป็นประธานของวัด คือ พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ซึ่งเรียกกันว่า “ หลวงพ่อโตวัดป่าไลไลยก์” 3. ตลาดสามชุก ตลาดเก่าแก่อายุนับร้อยปี ที่สร้างด้วยไม้เรียงติดกัน อยู่ริมฝังตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ภาพวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน สถาปัตยกรรมโบราณ เชิงชายไม้แกะสลัก อาคารพิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงค์ จีนารักษ์ ร้านขายยาจีน ร้านกาแฟโบราณ ร้านถ่ายรูปโบราณ ฯลฯ ยังคงมีสภาพและรูปแบบดั้งเดิม เหมาะแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ด้วยความร่วมมือกันของชุมชน ทำให้ตลาดสามชุก เป็นตลาดโบราณที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และเป็นต้นแบบให้กับอีกหลายๆ ตลาดที่มีอายุเก่าแก่ ได้กลับมาค้าขายกันเช่นอดีต โดยปรับปรุงดูแล และยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมเมื่อนับร้อยปี จนกระทั้งปี พ.ศ. 2552 ชุมชนสามชุกตลาดร้อยปี ได้รับรางวัลมรดกโลก ประเภทอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม แห่งเอเชียแปซิฟิก จากองค์การยูเนสโก 4. สวนหินธรรมชาติ พุหางนาค มรดกทางธรรมชาติชิ้นเอกของเมืองสุพรรณ ที่ควรค่าแก่การปกปักษ์รักษาไว้ ความงดงามของสวนหินธรรมชาติดึกดำบรรพ์อายุนับหมื่นล้านปี สวนป่าไม้โบราณอายุนับ 1000 ปี และปริศนาแห่งศาสนสถาน เมืองโบราณอู่ทอง เป็นสถานที่ที่น่าสนใจแห่งใหม่ของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เต็มไปด้วยความงดงามทางธรรมชาติ สวนหินที่งดงามตามจินตนาการ ด้วยรูปทรงที่หลากหลาย ดั่งผลงานชิ้นยอดของศิลปินชั้นเยี่ยม ความงามที่แฝงไว้ซึ่งปริศนา ให้ผู้ที่สนใจเรื่องราวของอารยธรรมโบราณ ร่องรอยที่ปรากฏเป็นปริศนาให้เราต้องค้นหากันต่อไป ปัจจุบัน สวนหินธรรมชาติ พุหางนาค ได้เปิดให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อยู่ภายใต้การดูแลของวนอุทยานพุม่วงโดยความร่วมมือกับชาวชุมชนในพื้นที่ จัดเส้นทางพาชมความงดงาม และเรียนรู้ธรรมชาติของสวนหินแห่งนี้ เพื่อเป็นเกราะป้องกันการบุกทำลายและหาประโยชน์ จากทรัพยากรณ์อันทรงคุณค่า โดยหวังให้นักเดินทางท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึกในธรรมชาติ จะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องป่าแห่งนี้ 5. หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย บ้านควาย...คือสถานที่ที่รวบรวมเรื่องราว และรูปแบบวิถีชีวิตของคนในชนบท รูปแบบที่กำลังจะเลือนหายไป เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด หากมีโอกาสได้เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองสุพรรณ ด้วยสุพรรณ เป็นจังหวัดที่มีอาชีพหลักคือการเกษตรกรรม และ "ควาย" ก็เป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อการใข้งาน ที่มีวิถีชีวิตเคียงคู่กับคนสุพรรณโดยตลอดมา นอกจากนี้ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ยังมีกิจกรรมหลากหลายให้นักเรียนนักศึกษา และนักท่องเที่ยว ได้ร่วมสนุกและได้ความรู้ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวนาไทย และการแสดงความสามารถของควายแสนรู้ 6. อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และหมู่บ้านมังกรสวรรค์ คือสถานที่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน อลังการงานสร้าง ด้วยแรงเงิน และแรงศัทธา สถานที่รวบรวมเรื่องราวที่มากคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ห้องเรียนที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่อาจผ่านเลย ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สถานที่เคารพของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผู้คนต้องแวะเวียนมากราบไหว้ขอพร ที่ซึ่งหลายคนเชื่อว่า หากได้มากราบไหว้แล้ว จะนำมาซึ่งโชคลาภ ความร่ำรวย ความสำเร็จ และความสุข พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร จัดแสดงประวัติศาสตร์ของจีน จัดตกแต่งสวยงาม มีรูปปั้น ระฆังยักษ์ และน้ำตกขนาดใหญ่ แบ่งเป็นห้อง 18 ห้อง รูปแบบแปลกตาด้วยภาพ แสงสีเสียง และเทคนิกพิเศษ น่าชมเป็นอย่างยิ่ง หมู่บ้านมังกรสวรรค์ หมู่บ้านซึ่งได้จำลองรูปแบบ "เมืองลีเจียง" ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่โบราณอายุนับพันปี ที่มีรูปแบบที่สวยงามจนได้รับแต่งตั้งให้เป็นเมืองมรดกโลก 7. อุทยานแห่งชาติพุเตย ดินแดนแห่งขุนเขา ป่าหนึ่งเดียวที่สมบูรณ์ที่สุดของเมืองสุพรรณ เป็นชายป่าผืนสุดท้ายของป่าห้วยขาแข้ง เป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักเดินทางทีหลงใหลในธรรมชาติ ความสงบเงียบ ป่าเขา น้ำตก ความงดงามงามของดวงอาทิตย์ยามเช้า ไอหมอก ความหนาวเย็น และวิถีชีวิตของชนชาวกระเหรี่ยง เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เป็นดินแดนแห่งความหนาวเย็น ในหน้าหนาวอุณหภูมิจะลดลง 5-6 ํC ทีี่ยอดเขาเทวดา ที่มีความสูงกว่า 1000 เมตร ในวันที่อากาศเหมาะสม นักท่องเที่ยวอาจจะได้ชมทะเลหมอกที่สวยงาม และไปยืนจุดที่เป็น ดินแดนรอยต่อของสามจังหวัด สุพรรณบุรี-อุทัยธานี-กาญจนบุรี การเดินทาง หน้าฝนควรเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนหน้าแล้งรถยนต์นั่งธรรมดาก็สามารถไปได้ แต่ควรเป็นรถกระบะ 8. สวนสวรรค์สุพรรณบุรี ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี หรือสวนสวรรค์สุพรรณบุรี ตั้งอยู่บนเนื้อที่หลายร้อยไร่ ประกอบไปด้วยพืชพันธุ์มากมายหลายชนิด ที่นำมาจัดแสดงให้ชมในแต่ละช่วงเวลา ตลอดทั้งปี ทั้งไม้ดอกของไทย และต่างประเทศ สีสันสดสวยงามตระการตา และไม้ใบ ไม้ผล ที่ผ่านการค้นคว้าและทำการขยายพันธุ์ จนได้พันธุ์ที่เหมาะสมมีคุณภาพดีที่สุด เพื่อจำหน่ายจ่ายแจกให้เกษตรกรได้นำไป ทำการเพาะปลูกต่อไป โดยช่วงเวลาตลอดปี จะมีการแสงพันธุ์ดอกไม้ อาทิ ดอกทิวลิปบานรับปีใหม่ , กุมภาสัญญารัก ดอกกุหลาบ , เทศกาลดอกไม้งามฤดูร้อน , ทุ่งดอกกระเจียวสื่อรักวันแม่ , งานเบญจมาศบาน , ทุ่งทานตะวัน วันพ่อ และเทศกาลดอกไม้เมืองหนาว 9. รอยพระพุทธบาท วัดเขาดีสลัก บนเทือกเขาในเขตอำเภออู่ทอง มีวัดวัดหนึ่งเป็นวัดที่สวยงามสงบเงียบ  และรายล้อมด้วยธรรมชาติ เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่น่าเยี่ยมชม ในความเป็นธรรมชาติ มีสิ่งก่อสร้างในความเชื่อทางศาสนา ที่มีอายุนับพันปี ที่งดงามทั้งรูปแบบ มากด้วยคุณค่ามีเรื่องราวที่น่าศึกษาค้นคว้าความเป็นมา ของประวัติศาสตร์ที่ยังคงปริศนา พระพุทธบาทวัดเขาดีสลัก เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินทรายแดง มีลักษณะแตกต่างจากรอยพระพุทธบาทที่พบตามที่อื่นๆ คือ เป็นรอยพระพุทธบาทนูนต่ำ ขนาดกว้างประมาณ 65.5 ซม. ยาว 141.5 ซม. นักโบราณคดีให้ความเห็นแตกต่างกันไป บางท่านว่าเป็น ศิลปะสมัยทวาราวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-16 บางท่านว่า แม้รูปแบบลวดลายจะคล้ายกับศิลปะสมัยทวาราวดี แต่ก็มีรูปแบบอื่นเข้ามาปะปน ซึ่งอาจเป็นผลงานที่สร้างในสมัยอยุธยา ราวพุทธศวรรษที่ 19-23 ก็เป็นได้ 10. เขื่อนกระเสียว เขื่อนกระเสียว เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สามารถชมความงดงาม ยามพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด ของจังหวัดสุพรรณบุรี ยิ่งในช่วงหน้าหนาว แสงสีที่ค่อยๆเปลี่ยนไป ภาพดวงอาทิตย์สีแดงกลมโต ที่ค่อยๆเลื่อนลงเหนือยอดเขา และแสงเงาที่กระทบลงผืนน้ำ อากาศที่หนาวเย็น นับเป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง เขื่อนกระเสียว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำสร้างกั้นลำห้วยกระเสียว ยาว 4,250 เมตร สูง 32.5 เมตร พื้นที่กักเก็บน้ำ 28,750 ไร่ ปริมาณ น้ำที่สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 240 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นเขื่อนดินที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และเป็นแหล่ง เพราะพันธุ์ปลาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทิวทัศน์สวยงาม กลางวันอากาศค่อนข้างร้อน ช่วงเย็นอากาศดีมาก โดยเฉพาะจุดตั้งแค้มป์ริมเขื่อนเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากที่มา : www.suphan.biz ภาพจาก : www.suphan.biz  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai