เจ็บปวดที่งดงาม

ละครเลือดรักทระนง , เรื่องย่อเลือดรักทระนง
ละครเลือดรักทระนง ช่อง3 /  ละครเลือดรักทระนง ตอนแรก / 

เลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย : นางแก้วบทโทรทัศน์โดย : ดนยา ทรัพย์ยิ่งออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครเลือดรักทระนง จะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ในขณะที่พุดกรอง (ธัญญาเรศ รามณรงค์) กำลังลำบากลำบนกับการเบ่งคลอดลูกนั้น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้านนอก ตำรวจกำลังล้อมจับเสือกาจ (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) เสือร้ายจอมโหดสามีของนางพุดกรองนั่นเอง และในทีสุดเสือกาจ ก็ถูกตำรวจจับตัวได้ ในจังหวะที่พุดกรองคลอดลูกออกมาสำเร็จเป็นลูกสาวเสือกาจไม่มีโอกาสที่จะลาเมียหรือเห็นหน้าลูกแม้แต่น้อย แต่นั่นก็เป็นไปตามความตั้งใจของพุดกรอง เพราะพุดกรองคือคนที่วางแผน ส่งสาส์นไปบอกตำรวจให้มาจับเสือกาจในวันที่เธอคลอดลูก และเมื่อเสือกาจถูกจับแล้ว พุดกรองก็ตั้งใจทิ้งลูกน้อยที่เพิ่งคลอดไว้กับนางกุเลา พี่สาวของเสือกาจ พุดกรองเกลียดเสือกาจ หลอกเธอว่าร่ำรวยจนหลงเชื่อ ทิ้งสามีเก่า และลูกมาอยู่ด้วย แต่เมื่อเสือกาจไม่ได้รวยอย่างที่หวัง และเธอยังตั้งท้องกับเสือกาจ โดยไม่ได้ต้องการ เธอจึงคิดตีจาก และกำจัดเสือกาจ และทิ้งลูกน้อยอย่างไม่ใยดี หญิงงามที่มีจิตใจโหดเหี้ยมโลภโมโทสันต์ อย่างพุดกรอง จะไม่ยอมให้ชีวิตต้องตรากตรำ อยู่กับความจนแน่นอน เธอตั้งใจมั่นว่าเธอต้องมีชีวิตที่สุขสบายเป็นคุณนายให้ได้ และเธอก็ได้นำพาชีวิตตัวเองไปพบสิ่งที่ตั้งใจไว้ เธอจึงเดินทางไปพบนางละมุด (รมิดา ประภาสโนบล) ญาติสาวที่เป็นบ่าวในคฤหาสน์นารายณ์ ณ คฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์ เลิศพาณิชย์ (ดอม เหตระกูล) คหบดีม่ายผู้มีจิตใจเมตตา อารีย์ ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไป พระศานต์ก็มอบหมายให้ แม่นิ่ม (รามาวดี นาคฉัตรีย์) ญาติของภรรยาเป็นแม่นมคอยดูแลราม ราชภักดี เลิศพาณิชย์ (ธนวรรธน์ วรรธนภูติ) บุตรชายคนเดียวเป็นอย่างดี ส่วนตัวคุณพระศานต์ เมื่อได้พบเจอกับพุดกรอง ที่ทำว่ามาเยี่ยมนางละมุดบ่าวในบ้าน นางพุดกรอง พยายาม ปั้นเสน่ห์ต่าง ๆ ให้คุณพระ ติดใจหลงใหล จนต้องขอแต่งงาน ตามแผนที่พุดกรองตั้งใจไว้ ข่าวการแต่งงานใหม่ของนางพุดกรอง รู้ถึงหูของเสือกาจที่ติดคุกอยู่ เสือกาจถึงกับคลั่งแค้น จนต้องพยายามแหกคุกออกมา หวังจะดูน้ำหน้าหญิงคนชั่วที่ทิ้งลูก และวางแผนให้เขาต้องติดคุกอยู่หลายปี เสือกาจออกมาหานางกุเลา และรับกระถิน (เดียร์น่า ฟลีโป) ลูกน้อยสายเลือดโจร ผู้อาภัพ ต้องถูกเลี้ยงดูแบบตกระกำลำบาก อด ๆ อยาก ๆ ไม่ได้รับการอบรม จึงมีนิสัยคล้ายเด็กผู้ชาย และดื้ออย่างมหาวายร้าย พูดจาหยาบคายทุกคำ เสือกาจมารับตัวกระถินเพื่อตามหาพุดกรองที่เมืองกรุงพูดกรองเมื่องแต่งงานอย่างสุขสบายเป็นคุณนาย และได้นางละมุดเป็นต้นห้องที่เรียกได้ว่านายว่าขี้ข้าพลอยในทุกเรื่อง แม้ว่าทุกคนจำต้องยอมรับ คุณนายคนใหม่ แต่รามก็ไม่ได้ยอมรับในตัวพุดกรอง วันนึงพุดกรองจำใจต้องพาสร้อยสน (ณัฐวรา วงศ์วาสนา) ลูกสาวคนแรกให้มาอยู่ด้วยเนื่องจากสามีคนแรกตาย และญาติของนายสนสามีคนแรกก็พาสร้อยสนมาทิ้งไว้ที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์เองก็ยินดีที่จะเลี้ยงดูสร้อยสนด้วยความเมตตา ละครเลือดรักทระนง รามเกลียดตัวพุดกรองจนรังเกียจมาถึงสร้อยสน ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ความเกลียดชังของราม แสดงออกมาอย่างที่คุณพระก็ห้ามไม่ได้ แต่แม่นมของราม คือแม่นิ่มจะคอยสอนเด็กชายให้มีใจกว้าง ๆ เป็นสุภาพบุรุษ ยอมรับในความสุขของบิดา และเอื้อเฟื้อทุกคนที่ต่ำต้อยกว่า แม่นิ่มเป็นผู้ที่อยู่ในศีล ในธรรม จึงดูแลและปกป้องคนในบ้านด้วยใจเมตตา แม่นิ่มมีต้นห้องชื่อจันทร์ (นฤมล พงษ์สุภาพ) ที่คอยช่วยเหลือเป็นหูเป็นตา เมื่อพุดกรองถูกรามเกลียดมาก ๆ นางจึงเกลียดตอบด้วย และคิดแค้นหาทางแกล้งราม และแม่นิ่มอยู่เสมอ เมื่อเสือกาจเดินทางมาถึง คฤหาสน์นารายณ์ เขาอ้างว่าเป็นพี่ชายมาหาพุดกรอง มาเข้าพบเข้ากับนางจันทร์ นางจันทร์หวังดีจึงนำความไปบอกพุดกรองต่อหน้าคุณพระ ทำให้พุดกรองออกมาพบ แต่พุดกรองก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่า คนที่มาคือ เสือกาจ และกระถิน พุดกรองไม่ยอมรับคนทั้งสอง และยังขับไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แม้ว่ากระถินจะเข้าไปหา และกอดตัวพุดกรองไว้ นางกลับสะบัด และถ่มน้ำลายใส่ ทำให้เสือกาจแค้นใจ เข้าตบตีทำร้ายกระถิน เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของรามที่แอบดูอยู่ เมื่อคุณพระศานต์ออกมาเห็นเหตุการณ์ เสือกาจก็จะเข้าทำร้ายคุณพระนายทด (กรุณพล เทียนสุวรรณ) ทนายความประจำตระกูล เข้าช่วยจะยิงเสือกาจตกน้ำหายไป กระถินตกใจร่ำร้องหาพ่อให้เป็นที่น่าเวทนานัก คุณพระสอบถามความจริงทั้งหมด แต่นางพุดกรองไม่ยอมรับ รามจึงออกมาเปิดเผยความจริงต่อหน้าคุณพระศานต์ คุณพระรู้สึกเวทนาสงสารกระถินน้อยผู้อาภัพ ที่แม่ไม่ใยดี จึงออกปากสั่งให้พุดกรองรับกระถินไว้ในอุปการะของคฤหาสน์นารายณ์ด้วย แล้วคุณพระจึงจะให้อภัยพุดกรองดังเดิม พุดกรองผูกใจเจ็บราม และรอเวลาที่จะชิงสมบัติทุกอย่างของรามให้ได้ กระถินถูกพุดกรองรังเกียจเดียดฉันท์ จนแม่นิ่มอดเวทนาไม่ได้ จึงรับเป็นผู้ดูแลขัดเกลา กระถินเอง กระถินจากเด็กทโมนให้กลายเป็นเด็กที่มีมารยาท และฉลาดเฉลียว เธอรักแม่นิ่มมากราวกับเป็นแม่แท้ ๆ เพราะเธอไม่มีใครในโลกให้รักอีกแล้ว แม่นิ่มสงสารที่กระถินมักจะถูกแม่แท้ ๆ และนางละมุดเองก็ชอบด่าว่า ว่าเป็นเลือดโจร แม่นิ่มสั่งสอนให้กระถินได้คิด และเอาดีให้ได้ ว่าจะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ซึ่งกระถินจดจำไว้เสมอ รามเห็นใจกระถินที่ถูกพุดกรองปฏิเสธ เขาจึงเอ็นดู และให้ความสนิทสนมกับกระถิน จนสร้อยสนน้อยใจเสมอ เพราะรามแสดงความรังเกียจสร้อยสน จนเธอเข้าหน้าเขาไม่ติดเลย ความรู้สึกของรามที่มีต่อกระถินค่อย ๆ พัฒนา และผูกพัน อย่างที่รามเองก็ไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันสองพี่น้องราชนิกูลบ้านใกล้เคียง ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ปานปรีย์ (อเล็กซ์ เรนเดล) และม.จ.บัวบูชา ปานปรีย์ (พิจิตรา สิริเวชพันธ์) ก็ไปมาหาสู่กับคฤหาสน์นารายณ์ตลอด โดยที่ท่านบรรณเอ็นดูกระถิน ให้ความสนิทสนมด้วย และยินดีที่จะอุปการะกระถิน ถ้าหากไม่มีใครต้องการ ทำให้รามหึงหวง ไม่ค่อยพอใจ พุดกรองเองอยากให้ท่านชายบรรณคบหากับสร้อยสน ก็ต้องผิดหวัง พุดกรองเริ่มเบื่อคุณพระที่แก่ขึ้นทุกวัน เธอจึงแอบลักลอบได้เสียกับนายทด ที่หนุ่มแน่นเข้าขากับเธอมากกว่ากระถินเริ่มโตเป็นสาวน้อย สดใส เรียนเก่ง ในขณะที่สร้อยสนเป็นเด็กหัวช้า จนต้องเรียนซ้ำชั้นกับกระถิน และมักจะทำอะไรไม่ได้ดังใจพุดกรอง ความฉลาดเฉลียวของกระถินเป็นที่ถูกใจคุณพระ คุณพระจึงให้กระถินมาคอยอ่านหนังสือให้คุณพระที่เจ็บออดๆ แอดๆ ฟัง พุดกรองเริ่มระแวงเพราะกระถินนั้น พอเริ่มเป็นสาวก็สวยคมสมส่วน เธอกลัวว่ากระถินจะประจบเอาใจคุณพระจนเธอหมดความหมายส่วนรามนั้น ความรู้สึกของเขาได้พัฒนาจนเป็นความรัก ความผูกพันต่อสาวน้อยกระถินอย่างจริงจัง คุณพระส่งรามไปเรียนต่อเมืองนอก ตามที่พุดกรองคาด และหวังไว้ คุณพระให้กระถินเป็นผู้เขียนจดหมายโต้ตอบกับรามแทนเขา โดยแอบหวังให้รามกับกระถินได้รักใคร่ชอบพอกัน กระถินไม่อยากถูกยัดเยียดให้ราม เธอถูกให้เขียนจดหมายให้เขา ตามหน้าที่ ส่วนรามก็รู้สึกสนุกที่จะได้เขียนโต้ตอบกับหญิงสาวที่ตนแอบรัก ละครเลือดรักทระนง ในระหว่างที่รามเริ่มถูกใจกระถิน สร้อยสนก็แอบชอบพอกับนิธิ (วัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ) หลานของทด ที่ทดส่งเสียให้เรียนหมอ เพราะนิธิจะมาคอยดูแล และตัวหนังสือให้สร้อยสน สร้อยสนแอบเห็นความสัมพันธ์ชู้สาวของทด และพุดกรอง เธอไม่สบายใจต่อการกระทำของแม่ จึงขอร้องให้แม่เลิกพฤติกรรมแบบนี้ แต่กลับถูกพุดกรองตบตี ด่าว่า และจับได้ว่าสร้อยสนแอบรักกับนิธิ พุดกรองไม่พอใจเพราะต้องการให้สร้อยสนได้กับราม เธอโกรธมาก ขอให้ทดไล่นิธิออกไปจากชีวิตสร้อยสน กระถินได้แอบรับรู้เรื่องราวทั้งหมด ทั้งพุดกรองกับทด สร้อยสนกับนิธิ เธอรู้สึกเป็นห่วงสร้อยสน และในขณะเดียวกันก็ผิดหวัง และสงสารคุณพระศานต์มากที่ถูกพุดกรองสวมเขา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเปิดโปงแม่แท้ ๆ ของเธอได้ลงคอ รามกลับมาเยี่ยมบ้าน คราวนี้เขาได้แสดงออกชัดเจนว่าชอบกระถิน ส่วนกระถินก็ยังไม่กล้าพอที่จะยอมรับ และไม่อยากให้ถูกจับคู่ง่าย ๆ รามจึงเข้าใจผิดคิดว่ากระถินมีใจให้กับท่านชายบรรณ ทั้งคู่จึงกระเง้ากระงอดกันอยู่เสมอ ปาริชาติหรือปูเป้ (ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) ลูกสาวพลตรีคร้าม (ทนงศักดิ์ ศุภการ) นายทหารใหญ่ถูกใจราม ตั้งแต่ที่พบกับบนเรืองตอนเดินทางกลับไทย ปาริชาติพยายามหาทางรู้จักราม และรุกด้วยการมาหารามถึงที่บ้าน สร้างความไม่พอใจให้พุดกรองเพราะคิดว่าปาริชาติจะมาเป็นเสี้ยนหนามของสร้อยสน และเมื่อปาริชาติรู้ความจริงว่าพุดกรองเป็นเพียงแม่เลี้ยงของราม ก็ไม่ให้ความเคารพ ปาริชาติวางท่ากร่างใส่ทุกคน และกระถินเองก็ไม่พอใจที่ปาริชาติก้าวร้าวต่อพุดกรอง กระถินออกโรงปกป้องพุดกรองจนมีเรื่องกับปาริชาติ จนรามต้องออกมาห้ามปราม และให้กระถินขอโทษต่อแขกผู้มาเยือน กระถินแอบน้อยใจที่รามตำหนิตัวเอง จนในที่สุดเธอก็รู้ตัวเองว่าเธอหลงรักรามนั่นเอง และยิ่งกระถินรู้ใจตัวเอง เธอก็ยิ่งหนีหัวใจของตัว ทำตัวออกห่างจากรามให้มากเพราะคิดว่ารามกำลังชอบพอกับ ปาริชาติ และรามก็พยายามหาโอกาสอธิบาย และปรับความเข้าใจกับกระถิน โดยมีแม่นิ่มเป็นตัวกลาง ที่รามพยายามมาปรึกษาเรื่องราวของหัวใจเสมอรามต้องกลับไปเรียนต่อที่เมืองนอก โดยที่ระหว่างนั้น ร่างกายของคุณพระศานต์ทรุดหนักลงทุกวัน รามสัญญาต่อคุณพระว่าจะรีบเรียนให้จบ และกลับมาดูแลกิจการแทนคุณพระโดยเร็ววัน รามฝากให้กระถินดูแลคุณพระผู้เป็นพ่อแทนเขา เพราะเขาไม่ไว้ใจใคร นอกจากแม่นิ่ม และกระถินเท่านั้น กระถินรีบรับปากว่าจะดูแล และปกป้องคุณพระเท่าชีวิตของตัวเองทีเดียว กระถินแอบจับได้ว่าพุดกรอง ร่วมกับทนายคดโกงเงินในบัญชีบริษัท และยังวางแผนจะแอบขโมย พินัยกรรมที่พระศานต์ทำขึ้น และปลอมแปลงขึ้นใหม่ เนื่องจากคุณพระต้องการยกสมบัติให้กับรามในฐานะทายาท ส่วนของพุดกรอง คุณพระกลับมอบให้กระถินดูแล กระถินตัดสินใจพูดห้ามปรามพุดกรอง แต่กลับถูกพุดกรองด่าทอและตบตี กระถินยอมให้พุดกรองตี เธอบอกว่าต่อให้พุดกรองตีเธอให้ตายไปต่อหน้า เธอก็จะไม่ยอมให้พุดกรองทำร้าย และโกงผู้มีพระคุณ อย่างคุณพระศานต์ กระถินถูกพุดกรองตบตีจนเจ็บไปทั้งตัว สร้องสนทนไม่ได้สงสารกระถิน กระถินขอร้องสร้อยสนว่าต้องไม่ยอมให้พุดกรองเนรคุณต่อผู้ชุบเลี้ยงให้ชีวิตมา เช่นคุณพระศานต์ สร้อยสนรับปาก ละครเลือดรักทระนง เมื่อรามกลับไปศึกษาต่อ คราวนี้ด้วยปาริชาตใช้เล่ห์มารยา ความเป็นผู้หญิง รามเสียท่าพลาดพลั้ง มีความสัมพันธ์กับปาริชาติ จนปาริชาติถือโอกาสย้ายเข้ามาอยู่กับรามให้รามรับผิดชอบ ปาริชาติจับได้ว่ารามกับกระถินเขียนจดหมายหากันตลอด เธอจึงเก็บจดหมายทั้งหมดของกระถินไว้ และแอบส่งรูปของเธอกับรามกลับไปให้กระถิน เพื่อนแสดงตัวว่าเป็นคนรักของราม กระถินเจ็บปวดมากเมื่อรู้ว่ารามคบกับปาริชาติไปแล้วและเมื่อพุดกรองรอวันให้คุณพระศานต์ ตายไปเองไม่ไหว เธอจึงคิดวางแผน วางยาคุณพระด้วยความร่วมมือของทด และละมุด คุณพระถูกวางยาจะร่างกายทรุดหนัก กระถินเริ่มเอะใจ เธอตามสืบจนพบว่า ละมุดใส่ยาในอาหาร และกระถินเองที่เป็นคนป้อนอาหารให้คุณพระกับมือ เธอพยายามจะพาคุณพระไปรักษา แต่สายไปเสียแล้ว ก่อนที่พระศานต์จะเสียชีวิต เขาขอร้องให้กระถินแต่งงานกับราม กระถินอึดอัดใจแต่ไม่กล้าขัดจึงรับปากตามที่คุณพระต้องการ รามได้รับข่าวร้ายการตายของคุณพระศานต์ ผู้เป็นบิดา เขารีบเดินทางกลับมาทันที หลังจากงานศพคุณพระผ่านไป สร้อยสนร่วมมือกับกระถิน ในการไม่ยอมรับพุดกรอง และทดที่ทำการโกงได้สำเร็จ สร้อยสนแอบดูพินัยกรรม ที่ทดทำขึ้นใหม่ เพื่อจะไว้ใช้หักหลังพุดกรอง โดยในพินัยกรรมระบุว่า ให้รามแต่งงานกับลูกสาวของพุดกรองจนมีทายาท ถึงจะมีสิทธิในสมบัติคนละครึ่งกับพุดกรอง แต่หากรามไม่ยอมแต่งงาน จะถือว่าสละสมบัติทั้งหมดให้พุดกรองแต่เพียงผู้เดียว รามโกรธจัดเรื่องพินัยกรรม เพราะพุดกรองบอกว่ารามต้องแต่งงานกับสร้อยสน แต่สร้อยสนวางแผนหักหลังพุดกรองโดยให้กระถินเข้าพิธีแต่งงานแทนตัวเอง รามจำใจคิดว่าต้องแต่งงานกับสร้อยสนเพราะต้องการรักษาคฤหาสน์ที่เป็นของแม่เขาไว้ รามพาลโกรธกระถินเพราะคิดว่ากระถินรู้เห็นเป็นใจกับพุดกรอง และรามไม่รู้ว่ากระถินเองก็โกรธเรื่องปาริชาติ เธอกับรามมีปากเสียงกัน จนในที่สุดกระถินรู้ว่ารามไม่น่าจะรู้เห็นเรื่องจดหมายของเธอที่เขียนไป และรูปที่ปาริชาติส่งกลับมาในงานแต่งงาน กระถินมาปรากฏตัวขึ้นในฐานะเจ้าสาวแทนสร้อยสนที่หายตัวไป กระถินประกาศต่อหน้าแขกเหรือที่มางานว่าตัวเองเป็นลูกสาวคนนึงของพุดกรองเช่นกัน ทำให้พุดกรองไม่พอใจที่รามได้ทั้งการแก้เผ็ดพุดกรอง และได้แต่งงานกับกระถินตามความต้องการอยู่แล้ว รามจึงประกาศยืนยันแต่งงานกับกระถินด้วยความเต็มใจ หลังจากพิธีแต่งงาน รามพยายามคาดคั้นกระถินเรื่องพินัยกรรม แต่กระถินไม่ยอมบอก ปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย เพราะเป็นสิ่งที่คุณพระศานต์ได้เคยขอร้องเอาไว้อยู่แล้ว รามจึงมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ากระถินมีบางอย่างที่เป็นความลับ และไม่ยอมบอกต่อเขา ละครเลือดรักทระนง รามได้ทียกให้กระถินเป็นคุณผู้หญิงของบ้านเพื่อลดบทบาทของพุดกรอง สร้อยสนแกล้งโกหกว่าเธอถูกกระถินจับขังตัวเอาไว้ พุดกรองเจ็บใจที่ถูกซ้อนแผนแย่งชิงอำนาจไป เธอจึงสั่งให้ทดหาทางกำจัดรามไปให้ได้เพื่อที่สุดท้ายแล้วเธอจะได้แย่งสมบัติจากกระถินมาเป็นของเธอ กระถินละอายที่ใช้วิธีชุบมือเปิบเข้ามาเป็นภรรยาของราม ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยายามเลี่ยงด้วยการเป็นภรรยาแต่เพียงในนามแต่ไม่ยอมเข้าหอกับราม ตรงกันข้ามกับรามที่ต้องการจะแต่งงานอยู่กินกับกระถินจริง ๆ เพราะเขารู้สึกว่ากระถินมีเรื่องอะไรบางอย่างปกปิดไว้อยู่ และเขาเชื่อว่าถ้าได้เป็นคน ๆ เดียวกันแล้วเขาจะปรามกระถินได้อยู่หมัด และกระถินจะไม่กล้ามีความลับกับเขาอีกจันทร์กับแม่นิ่มพยายามจะปราบพยศให้กระถินยอมย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับราม กระถินทำหน้าที่ภรรยาดูแลรามแบบตะขิดตะขวงใจ รามอยากให้กระถินยอมเป็นภรรยาของเขาด้วยความเต็มใจ กระถินเอาแต่เขินอาย และไว้ตัวจนกระทั่งเธอนึกได้ว่านายทด และพุดกรองอาจจะวางแผนเก็บรามอีกคน กระถินจึงยอมที่จะย้ายไปอยู่ห้องข้าง ๆ รามเพื่อจะได้ปกป้องเข้าได้อย่างใกล้ชิด รามแอบดีใจเพราะคิดว่ากระถินยอมใจอ่อนให้เขาแล้วแต่เขาก็รอเวลาให้เธอยินยอมพร้อมใจ รามถือโอกาสพากระถินไปฮันนีมูนที่หัวหิน ทดคิดจะใช้โอกาสนี้เก็บรามเสียเพื่อไม่ให้มีคนสงสัย ที่หัวหินรามกับกระถินต้องพักอยู่ห้องเดียวกัน กระถินยอมเป็นของรามด้วยความเต็มใจโดยมีแม่นิ่ม และจันทร์คอยลุ้นอยู่ทุกขณะจิต ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังดี่มด่ำกับห้วงรักในระหว่างฮันนีมูน ความรักของราม และกระถินกำลังจะไปด้วยดี แต่ปาริชาติ ก็ตามมาอาละวาดอีก ถือสิทธิ์ว่าเป็นภรรยาของรามอีกคน รามขอตัดขาดกับปาริชาติ ทำให้พลโทคร้าม พ่อของปาริชาติบีบบังคับทางการค้า ทำให้รามจนตรอก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไหนจะเรื่องของพุดกอง และทด ที่พยายามจะวางแผนฆ่าราม และกระถินเพื่อเอาสมบัติ เรื่องราวความรักของราม และกระถินจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชมกันต่อได้ในละคร เลือดรักทระนง ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร เลือดรักทระนง เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเลือดรักทระนง ธนวรรธน์ วรรธนภูติ รับบท ราม เลิศพาณิชย์เดียร์น่า ฟลีโป รับบท กระถิน ธัญญาเรศ รามณรงค์ รับบท พุดกรอง อเล็กซ์ เรนเดล รับบท ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ณัฐวรา วงศ์วาสนา รับบท สร้อยสนวัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ รับบท นิธิดอม เหตระกูล รับบท คุณพระศานต์ รามาวดี นาคฉัตรีย์ รับบท แม่นิ่มกรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ทดชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท ปาริชาติจักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบท เสือกาจพิจิตรา สิริเวชพันธ์ รับบท บัวบูชา ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง

เที่ยวออสเตรีย กับ 20 สถานที่ยอดฮิตใน กรุงเวียนนา (Vienna)
Austria /  กรุงเวียนนา / 

กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ที่เป็นแหล่งความรู้ ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจใน กรุงเวียนนา มาฝากกัน ^^ เที่ยวออสเตรีย กรุงเวียนนา (Vienna) กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแสนสะอาดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกแห่งปี 2014 นอกจากนั้นเวียนนายังถือว่าเป็นในเมืองสุดแสนโรแมนติก เป็นฮันนีมูนเดสติเนชั่นในฝันของคู่รักนับล้านรอบโลก  มีที่เที่ยวที่น่าสนใจ คือ 1. พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) เวียนนา เป็นอาคารในสไตล์โรโคโคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาชมมรดกโลกที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศแห่งนี้หลายล้านคน ชื่นชมการตกแต่งอันหรูหราในแต่ละห้องของพระราชวังเชินบรุนน์ ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซาและบรรดาผู้ปกครองแห่งประเทศออสเตรียพระองค์อื่นๆ จากนั้น เดินเล่นที่สวนสไตล์บารอกอันยิ่งใหญ่ตระการตาที่อยู่ด้านหลังของตัวพระราชวัง เด็กๆ จะต้องหลงรักเขาวงกตและสวนสัตว์แห่งศตวรรษที่ 18 อย่างแน่นอน 2. พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) เวียนนา ก่อสร้างขึ้นในปี 1275 สิ่งที่น่าสนใจมีตั้งแต่ห้องจัดแสดงในหอสมุดแห่งชาติไปจนถึงวัตถุแวววาวระรานตาในพระคลังสมบัติหลวง ที่นี่ยังเต็มไปด้วยเครื่องประดับล้ำค่า เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมและศิลปะ เดินชมความหรูหราในสถานที่พำนักกว่า 600 ปีของราชวงศ์ฮอฟบวร์กและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของผู้ปกครองที่ทรงอำนาจของราชวงศ์นี้ พระราชวังหลังนี้ประกอบด้วยปีกอาคารกว่า 18 ส่วนและห้องมากกว่า 2,000 ห้องเลยทีเดียว 3. มหาวิหารเซนต์สตีเฟน หรือ ชเตฟันสโดม(St. Stephan's Cathedral, Stephan Dom) และ ถนนช้อปปิ้ง กราเบน (Graben) เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกในอัครมุขมณฑลเวียนนา และเป็นที่ตั้งอาสนะของอาร์ชบิชอปแห่งเวียนนา สถาปัตยกรรมที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นแบบโรมานเนสก์ และ กอทิก ริเริ่มโดยรูดอล์ฟที่ 4 ยุกแห่งออสเตรีย โบสถ์ที่อุทิศให้กับนักบุญสตีเฟนในบริเวณนี้มาตั้งแต่ปี 1147 ที่นี่ เข้าชมฟรีนะครับ ซึ่งบริเวณรอบข้างจะมีร้านซื้อของฝาก ซื้อตรงนี้เลยครับ (แม่เหล็ก ธง แก้ว กล่องดนตรี ป้าย ปากกา และที่หลายคนแนะนำคือ ตะไบเล็บประดับคริสตัลสวยงาม) รวมทั้งร้านช็อกโกแล็ตชื่อดังอย่าง Manner (อ้อ แต่ซื้อที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ตถูกกว่า)  และยี่ห้อ Mozart เดินทะลุไปที่ Graben เป็นถนนช้อปปิ้งที่จะมี นักดนตรีเปิดหมวกให้ฟังเพลินๆ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านเสื้อผ้าที่คุณผู้หญิงคงไม่พลาด เพราะราคาถูกกว่าไทยในช่วง summer จ้า การเดินทาง รถไฟฟ้า metro ลงสถานี Stephanplatz 4. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum หรือ Museum of Art History) เป็นพิพิธภัณฑ์คู่ที่หันหน้าเข้าหากันระหว่างจัตุรัสมาเรียเทเรซา พิพิธภัณฑ์ทั้งสองตั้งอยู่ในกรุงเวียนนาในประเทศออสเตรีย ที่ก่อตั้งระหว่างปี ค.ศ. 1872 ถึง ค.ศ. 1891โดยทำพิธีเปิดโดยสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของโลกในการสะสมงานวิจิตรศิลป์และมัณฑนศิลป์ 5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่พระราชวังเบลเวอเดียร์ (Belvedere Palace) ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 18 สถาปัตยกรรมแบบโรโคโค ในอดีตพระราชวังสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าชายยูจีน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานศิลปะที่ดีที่สุดของกรุงเวียนนา ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคปัจจุบัน เช่น กุสตาฟ คลิมท์ (Klimt), Monet, Kokoschka, Renoir และ Schiele โดยเฉพาะรูป The Kiss ของ Klimt ที่ถือเป็น สัญลักษณ์ของศิลปะของเวียนนา (เป็นภาพในของขายที่ระลึกเต็มไปหมด) ก็เก็บในที่แห่งนี้ (ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/The_Kiss_(Klimt)) เดินทางด้วย สถานที Stadtpark 6. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum) ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายยุค 1800 ส่วนจัดแสดงในปัจจุบันประกอบด้วยวัตถุกว่า 30 ล้านชิ้น ซึ่งทำให้ส่วนจัดแสดงของที่นี่ถือเป็นหนึ่งในส่วนจัดแสดงที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ห้องจัดแสดงกว่า 40 ห้องภายในอาคารของพระราชวังเก่าใช้เป็นพื้นที่ในการอธิบายรายละเอียดของการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลกและองค์ประกอบบนดาวเคราะห์สีฟ้าของเรา สถานที่อยู่ด้านหลังวัง Hofburg 7. หอสมุดแห่งชาติของประเทศ ออสเตรีย (National Bibliotheque) หอสมุดแห่งชาติของประเทศออสเตรีย สร้างขึ้นในปี 1722 ตั้งอยู่ในอาคารบารอกที่งดงามภายในพระราชวังฮอฟบวร์ก ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจถึง 4 แห่งและเก็บรวบรวมหนังสือมากที่สุดในประเทศออสเตรีย หอสมุดแห่งชาติของประเทศออสเตรีย เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจถึง 4 แห่งด้วยกัน เดินชมม้วนกระดาษโบราณในพิพิธภัณฑ์ปาปิรัส เรียนรู้ภาษาสากลในพิพิธภัณฑ์ภาษาโลกหรือทำความเข้าใจถึงแผนการค้นพบของบรรดาพ่อค้าในโลกได้ที่พิพิธภัณฑ์ลูกโลก สถานที่อยู่ภายใน Hofburg (แต่ถ้าจะเขาไปยังห้องสมุดเก่าในภาพต้องเดินอ้อมไปทางด้านหลังห้องสมุด) 8. สุสานกลาง (Zentralfriedhof)  กรุงเวียนนา สร้างขึ้นในปี 1874 และกลายเป็นหนึ่งในสุสานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป มีผู้คนนับล้านฝังอยู่ภายใต้พื้นที่ 495 เอเคอร์ (200 เฮกตาร์) ของสุสาน โดยมีพื้นที่สำหรับใช้เป็นหลุมฝังศพของบุคคลพิเศษ เช่น บีโธเฟน, บราห์ม, ชูเบิร์ต, สโทรส หลับใหลอยู่ภายใต้ป้ายจารึกที่ประดับประดาอย่างสมเกียรติในสุสานกลางแห่งกรุงเวียนนา ที่ทำให้ "เมืองแห่งเสียงเพลง" เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก 9. พิพิธภัณฑ์ควาร์เทียร์ (MuseumsQuartier; MQ) พิพิธภัณฑ์ควาร์เทียร์เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในปี 2001 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นโรงม้าของพระราชวังหลวงและกินพื้นที่ 645,000 ตารางฟุต ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งอำนวยความสะดวกกว่า 70 แห่ง ซึ่งรวมถึงพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ศูนย์เต้นรำและร้านค้ามากมายของกรุงเวียนนา เพลิดเพลินไปกับความแตกต่างอันโดดเด่นระหว่างอาคารในสไตล์บารอกกับภูมิทัศน์ถนนสมัยใหม่ที่ผสมผสานกันอยู่ในศูนย์แสดงผลงานศิลปะ ใช้เวลาช่วงเช้าเพื่อเที่ยวชมผลงานศิลปะร่วมสมัย ชมผลงานของศิลปินเอกแห่งโลกยุคใหม่อย่างปิกัสโซและแอนดี้ วอร์ฮอล เสร็จแล้วลองนั่งผ่อนคลายบนม้านั่งแนวแอบสแตรกหรือจิบกาแฟในคาเฟ่หรือภัตตาคาร ซึ่งมีให้เลือกมากมายในบริเวณนี้ 10. โรงละคร โรงโอเปร่าแห่ง กรุงเวียนนา (Vienna State Opera) หรือรู้จักกันในชื่อท้องถิ่นว่า "วีเนอร์ สตาทโซเพอร์" ถือเป็นสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่แห่งแรกที่สร้างเสร็จในใจกลางของริงชตราสตั้งแต่ปี 1869 หลังจากได้รับความเสียหายระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โรงอุปรากรแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างสุดความสามารถในปี 1950 เพื่อให้กลับไปมีความสวยงามเฉกเช่นเดิม ในปัจจุบัน มีการแสดงต่างๆ จัดขึ้นที่โรงอุปรากรแห่งชาติเวียนนาเกือบทุกวัน โรงอุปรากรแห่งนี้ประกอบด้วยทีมงานมากกว่า 50 ทีมงานต่อปี ซึ่งทำให้ที่นีกลายเป็นสถานที่จัดแสดงอุปรากรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก 11.พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ อัลแบร์ทินา (Albertina) กรุงเวียนนา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงต้นฉบับภาพพิมพ์กราฟฟิคชิ้นเอกที่เยอะที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมไปถึงผลงานของมอแนและปิกัสโซ ชมผลงานต้นฉบับของรือเบินส์ มอแน ปิกัสโซ เรมบรานดต์ และที่นี่ยังเปิดให้เข้าชมห้องอันหรูหราของหนึ่งในพระราชธิดาในสมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา 12. โบสถ์เซนต์ชาร์ลส์ เที่ยวเวียนนา ในปี 1713 สมเด็จจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 6 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์สาบานว่าจะสร้างโบสถ์เพื่อเป็นเกียรติให้แก่นักบุญอุปถัมภ์ของพระองค์ที่ชื่อชาร์ลส์ โบร์โรเมโอ อาคารที่มีโครงสร้างแปลกตาหลังนี้เต็มไปด้วยภาพปูนเปียกและแท่นบูชาอันวิจิตรตระการตาภายใต้โดมอันงดงาม ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กเปิดให้บริการอยู่ภายในด้วย โดมและหอคอยในสไตล์บารอกแบบเวียนนาผสมผสานหน้ามุขแบบกรีกและเสาแบบโรมาเนสก์ ซึ่งทำให้โบสถ์แห่งนี้กลายเป็นโบสถ์ที่ดูสะดุดตาที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนา 13. บวร์กเธียเตอร์ (Burgtheater) ก่อสร้างในปี 1741 ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา ซึ่งเดิมทีทำหน้าเป็นหนึ่งในท้องพระโรงสำหรับงานพระราชพิธีของสมเด็จพระจักรพรรดินี แต่ส่วนของโรงละครในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1888 อาคารแบบเรเนสซองส์ โรงละครได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ได้รับการบูรณะให้กลับมาอยู่สภาพเดิม เนื่องจากโรงละครแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงละครที่สำคัญที่สุดในทวีปยุโรป 14. สวนสาธารณะเวียนเนอร์ พราเตอร์ (Wiener Prater) นั่งชิงช้าสวรรค์หรือรถไฟเหาะที่มีชื่อเสียงในสวนสนุกที่เปิดให้บริการยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของโลกหรือเดินเล่นกินลมชมวิวในสวนสาธารณะโดยรอบ ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นพื้นที่ในการล่าสัตว์ของราชวงศ์และต่อมาในปี 1766 สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 2 แห่ง ออสเตรีย ก็บริจาคพื้นที่ส่วนนี้ให้เป็นของสาธารณะ ในช่วงเวลาเกือบศตวรรษต่อมา ผู้คนในท้องถิ่นเริ่มสังสรรค์และสร้างความบันเทิงในพื้นที่ส่วนนี้ ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งของสวนแห่งนี้เปิดบริการเป็นสวนสนุก 15. บ้านแห่งเสียงดนตรี (Haus Der Musik, House of Music)  ขึ้นชื่อว่า เวียนนา เป็นเมืองแห่งเสียงเพลง ที่มีทั้งวงออเครสตร้าระดับโลก และเป็นเมืองเกิดของนักดนตรี นักประพันธ์เพลงระดับโลก (รวมทั้งคนที่ไม่ได้เกิดที่นี่แต่มาดังที่นี่) ทั้ง Mozart, Beethoven, Johann Strauss, Johann Strauss Jr. สถานที่แห่งนี้จึงเป็นกึ่งพิพิธภัณฑ์ กึ่งสถานที่การเรียนรู้ เกี่ยวกับ ศาสตร์เกี่ยวกับเสียงและดนตรีผสานกับเทคโนโลยี ลูกเล่นอย่างน่าสนใจ (ขอแนะนำให้เล็งเวลาให้ดี ไปช่วงที่ไม่ค่อยมีคนจะดีมาก) มีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับนักดนตรีคลาสสิกต่างๆ การจำลองคำอธิบาย การทดสอบต่างๆเกี่ยวกับคลื่นเสียง เสียงเพลง และมีให้เราลองใส่ชื่อภาษาอังกฤษของเราลงไปเป็นเพลงวอลทซ์ และให้เราลองเป็นนักวาทยากรควบคุมวงออเครสตร้าด้วยล่ะ 16. โฟล์คสการ์เทน (People's Garden) เราสามารถเดินชมสวนกุหลาบ ชมอนุสรณ์ต่างๆ ได้ในที่นี้ สร้างขึ้นระหว่างปี 1820 ถึง 1823 และเป็นพื้นที่สันทนาการสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเวียนนา ออกแบบในสไตล์ฝรั่งเศสตามแบบแผน ซึ่งมีทางเดินกว้างใหญ่และแปลงดอก อุทยานแห่งนี้แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังโฮฟบูร์กซึ่งอยู่ข้างๆ กัน มีวิหารธีซีอุสที่ใจกลางอุทยาน โฟล์คสการ์เทนตั้งอยู่ถัดจากพระราชวังโฮฟบูร์ก ในย่าน Inner Stadt ของเวียนนา สวนเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนโดยไม่มีค่าผ่านประตู รถราง รถบัส และรถไฟใต้ดินหลายสายจอดรับส่งใกล้ๆ 17. โบสถ์ Minorite โบสถ์คณะภราดาน้อยก่อสร้างขึ้นช่วงระหว่างปี 1276 ถึง 1350 โดยคณะบักบวชฟรันซิสกัน หลายคนอาจได้ยินโบสถ์ในชื่อว่า Italienische Nationalkirche Maria Schnee (โบสถ์พระนางมารีย์แห่งหิมะแห่งชาติอิตาลี) เนื่องจากจักรพรรดิโยเซฟที่ 2 ได้สั่งการให้เปลี่ยนชื่อเมื่อปี 1782 โบสถ์สร้างในสไตล์โกธิกแบบฝรั่งเศส ภายในมีภาพโมเสกจำลองภาพเขียน Last Supper ของดา วินชี และรูปปั้นพระมารดาซึ่งสร้างจากหิน ของเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนที่อยู่ในโบสถ์ศตวรรษที่ 13 แห่งนี้เท่านั้น 18. อนุสรณ์สถานสงครามโซเวียต รูปปั้นสำริดสูง 12 เมตรรูปนายทหารรัสเซียนี้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1945 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหล่าทหารรัสเซีย 17,000 นายผู้เสียชีวิตลงระหว่างต่อสู้กับนาซีในยุทธการที่เวียนนา ยุทธการครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อเดือนเมษายน 1945 และเป็นการสิ้นสุดการยึดครองของลัทธินาซียาวนานหลายปี ตั้งอยู่ใกล้ใกล้กันกับละอองไอของน้ำพุ Hochstrahlbrunnen   19. อาคารรัฐสภา ออสเตรีย (Austrian Parliament Building) ชมอาคารสุดบรรเจิด ซึ่งเป็นที่ประชุมสภาออสเตรียมานับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในช่วงเวลาการปกครองโดยจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ รัฐสภาออสเตรียเป็นอาคารโอ่อ่าใหญ่โตที่สุดหลังหนึ่งบนถนน Ringstraße สถาปนิก Baron Theophil Hansen ออกแบบอาคารหลังนี้ในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกรีก ด้วยเสาต้นใหญ่ รูปปั้น และห้องโถงต่างๆ ภายในอาคาร เที่ยวชมจากที่น้ำพุ Pallas Athena อันโด่งดังนอกอาคาร น้ำพุนี้เป็นผลงานการออกแบบโดย Hansen เช่นกัน โดยมีเทพีอะธีนายืนเด่นเป็นสง่า เสริมด้วยรูปปั้นอื่นๆ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเขตแคว้นต่างๆ ของจักรวรรดิ ออสเตรีย-ฮังการี ระหว่างอยู่ด้านนอก ชมการตกแต่งภายนอกอาคารแล้วคุณจะเห็นรูปปั้นกว่า 100 ตัวที่ประดับอยู่ รวมถึงรถทำศึกขนาดใหญ่สี่คันบนหลังคา 20. ตลาดแนชมาร์ก (Naschmarkt) เที่ยวเวียนนา ตลาดที่เก่าแก่ ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงเวียนนา ชาวบ้านถือว่าตลาดแนชมาร์กแห่งนี้เป็นเสมือน "คลังอาหารแห่งกรุงเวียนนา" เพราะตลาดเก่าแก่แห่งนี้รวบรวมทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอาหารไว้อย่างครบครัน มีให้เลือกตั้งแต่ของขบเคี้ยวง่ายๆ ไปจนถึงอาหารสำเร็จรูปชั้นยอด ตลาดแนชมาร์กเปิดมาตั้งแต่ช่วงกลางของศตวรรษที่ 16 ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นตลาดแห่งนี้ใช้เป็นตลาดค้านมในถังไม้เท่านั้น ในช่วงท้ายของศตวรรษที่ 18 เกษตรกรในท้องถิ่นจึงเริ่มนำผลิตผลทางการเกษตรจากเรือกสวนไร่นาของพวกเขามาขายที่นี่ด้วย โดยในปี 1916 ตลาดแห่งนี้มีร้านค้ากว่า 120 ร้านจนทำให้กลายเป็นตลาดเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเวียนนา ข้อมูลอื่นๆที่ควรรู้ เกี่ยวกับ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย * แผนที่ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองเป็นตรอกซอกซอย ไม่ได้เป็นบล็อกเป็นเหลี่ยมเสียทีเดียว (เหมือนอย่าง เบอร์ลิน โคโลญ) แต่ก็เดินได้ไม่ยาก สังเกตชื่อถนนเอา ซึ่งจะแปะอยู่ต้นซอย ต้นถนน หรือแม้แต่ตามร้านค้าก็มีที่อยู่(ที่มีชื่อถนน) แปะไว้ ดาวน์โหลดแผนที่ ที่ท่องเที่ยว กรุงเวียนนา ที่นี่ ไหนๆก็ไปเที่ยวออสเตรีย แล้ว แนะนำว่า ควรไปเที่ยว เมือง Hallstatt ด้วย * ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก * ข้อมูลทำวีซ่าเวียนนา VFS Global  ขอบคุณข้อมูล www.expedia.co.th, wikipedia

ผลบอล: ตรงเป็นตุง! เบิร์นลีย์ ยิง3เข้า2คว่ำ หงส์ ประเดิมชัยแรก พรีเมียร์ลีก
ผลบอล /  ผลบอลสด / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559 เบิร์นลีย์ 2-0 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 แซม โว๊คส์ น.2, 2-0 อันเดร เกรย์ น.37 เวลา : 21.00 น. สนาม : เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด : PPTV HD ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่างทีมน้องใหม่อย่าง เบิร์นลีย์ มีคิวเปิดสนาม เทิร์ฟ มัวร์ ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล โดยเกมนี้เจ้าบ้านส่งมิดฟิลด์ตัวใหม่แกะกล่องอย่าง สตีเฟ่น เดฟูร์ ลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริง ขณะเดียวกัน "หงส์แดง" ของ เจอร์เกน คล็อปป์ ก็ปรับมาใช้ เจมส์ มิลเนอร์ ลงไปยืนเป็น แบ็คซ้าย ส่วนศูนยหน้าตัวเก่งอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก็ฟิตพอกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงได้แล้ว [เริ่มเกม] เปิดฉากมายังไม่ทันไรทางฝั่งเจ้าถิ่น ไล่กดดันเพรสซิ่งเร็วใส่นักเตะ ลิเวอร์พูล จนกระทั่ง นาธาเนี่ยล ไคลน์ จ่ายบอลพลาด บอลหลุดไปถึง แซม โว๊คส์ ตะบันเน้นๆบอลพุ่งแรงผ่านตัว ซิมง มินโญเลต์ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยสดงดงาม ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม หลังจากที่ "หงส์แดง" ตกเป็นฝ่ายตามหลัง ก็พยายามเอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าโจมตีใส่แผงหลัง เบิร์นลีย์ ที่ลงไปตั้งรับกันทั้งทีม แต่ยังหาช่องทางเข้าไปลุ้นจบสกอร์ได้ค่อนข้างลำบาก นาที 29 โอกาสทองที่จะได้ประตูตีเสมอของ ลิเวอร์พูล มาจากลูกยิงของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่บรรจงสับด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งแรงหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว GOAL! นาที 37 หลังจากที่ ลิเวอร์พูล กำลังบุกอยู่เพลินๆแต่โดนสวนกลับ และเป็นทาง อันเดร เกรย์ ที่ลากเลื้อยตัดเข้ากลาง ก่อนจะตะบันด้วยซ้าย บอลไหลเลียดพื้นผ่านมือ ซิมง มินโญเลต์ เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย และนี่เป็นโอกาสพังประตูครั้งที่สองของ เบิร์นลีย์ ในเกมนี้ พร้อมกับใส่สกอร์ให้ตัวเองเป็นฝ่ายออกนำ "หงส์แดง" ใน 45 นาทีแรกที่จำนวนประตู 2-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม ครบหนึ่งชั่วโมงของเกม ยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่เอาบอลมาครอง และเดินหน้าบุกใส่ เบิร์นลีย์ ชนิดไม่ให้พักหายใจเหมือนเดิม แต่จังหวะจบสกอร์ส่วนใหญ่มาจากการยิงไกล และเกือบทำได้จาก โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ แต่นอกจากนั้นก็ยังทำอันตรายเกมรับเจ้าถิ่นได้ไม่มากพอ / ช่วงเวลาที่เหลือ "หงส์แดง" ยังคงเป็นฝ่ายเดินหน้าเพื่อเจาะประตูตีไข่แตก แต่ต้องชื่นชมระเบียบวินัยเกมรับของ เบิร์นลีย์ ที่ไม่ปล่อยให้นักเตะ ลิเวอร์พูล มีลุ้นทำประตูง่ายๆเลยแม้แต่จังหวะเดียว ทำให้เวลาเดินทางผ่านไปเรื่อยๆจนกระทั่งช่วงท้ายเกม ฟอร์มการเล่นของลูกทีม เจอร์เกน คล็อปป์ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะทำอะไรได้ดีขึ้น ทำให้สุดท้ายพ่ายไปด้วยสกอร์ 2-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เบิร์นลีย์ : ทอม ฮีตัน(GK), แม็ตธิว โลว์ตัน, ไมเคิล คีน, เบ็น มี, สตีเฟ่น วอร์ด, ดีน มาร์นี่ย์, สตีเฟ่น เดฟูร์, สกอตต์ อาร์ฟิลด์, จอร์จ บอยด์, อันเดร เกรย์, แซม โว๊คส์ ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, แร็กน่าร์ คลาวาน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวย์นัลดุม, อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สถิติหลังเกม

มาราธอน! กรีนคอนเสิร์ต #19 ย้อนเพลงรักที่เราคิดถึงเต็มอิ่ม 7 ชั่วโมง
Green Concert /  Green Concert # 19 / 

หายคิดถึง! Green Concert # 19 The Lost Love Songs To Be Continued รวม 50 ศิลปินต้นฉบับ ถ่ายทอด ร้อยเพลงรักที่กลับมา จุใจด้วยคอนเสิร์ตนานกว่า 7 ชั่วโมง!! บอกเลยว่าหายคิดถึง! สำหรับคอนเสิร์ตที่สุดแห่งปีที่ทุกคนรอคอย Green Concert # 19 The Lost Love Songs To Be Continued ร้อยเพลงรักที่กลับมา ที่ครั้งนี้คลื่น กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม สร้างปรากฎการณ์ขายบัตรหมดเกลี้ยงหลังเปิดขายเพียง 7 วัน กับการรวมสุดยอดศิลปินกว่า 50 ชีวิตมายืนรวมกันบนเวทีคอนเสิร์ตอีกครั้ง ทั้งตัวแทนศิลปินคุณภาพรุ่นใหม่ อย่าง ป๊อป ปองกูล, ไอซ์ ศรัณยู, ณัฐ ศักดาทร, โรส ศิรินทิพย์ และศิลปินคุณภาพรุ่นใหญ่ที่คุณคิดถึง ได้แก่ ปุ๊ อัญชลี, สุชาติ ชวางกูร, นราธิป ชาตรี, อ๊อด คีรีบูน, ชมพู ฟรุ๊ตตี้, บุ๋ม ปุยฝ้าย, โอ ปุยฝ้าย, ไก่ พรรณนิภา, มิคกี้, บุปผา ธรรมบุตร, ชรัส เฟื่องอารมย์, มิ้นท์ มาลีวัลย์, แหวน ฐิติมา, ตุ๊ก วิยะดา, อุ้ย รวิวรรณ, ออดี้, เท่ห์ อุเทน, เอ๋ พัณนิดา, เจี๊ยบ ปวีณา, ป้อม ออโตบาห์น, ฟอร์ด สบชัย, อ้อม สุนิสา, อัยย์ พรรณี, สุกัญญา มิเกล, ตุ๊ดตู่-ทินกร นกแล, ลานนา คัมมินส์, นันทนา บุญหลง, ตั๊ก ศิริพร, ตั้ม สมประสงค์, เป้ สีน้ำ, สุเมธ & เดอะปั๋ง, เป็ด มนต์ชีพ, กบ ทรงสิทธิ์, รามจิตติ, เขียว คาราบาว, อ้อย กะท้อน, อิน บูโดกัน, แอน-แพรว คูณสามซูเปอร์แก๊งค์, พิมพ์-น้ำหวาน ซาซ่า, เต็ม วุฒิสิทธิ์ และ เจสัน ยัง เพื่อถ่ายทอดกว่า 100 บทเพลงรักที่คิดถึงต่อเนื่องยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง แบบจุใจ และตามหัวใจหลักของการจัด กรีน คอนเสิร์ต ที่จะนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับองค์กรการกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆต่อไป ซึ่งครั้งนี้ได้มอบให้กับ มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านม เฉลิมพระเกียรติ ส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้ป่วยยากไร้ต่อไปอีกด้วย เปิดเวทีอย่างยิ่งใหญ่ตามธรรมเนียม กรีน คอนเสิร์ต ด้วยเพลง วันวานยังหวานอยู่ จาก ป๊อบ, ไอซ์, ณัฐ, โรส ตัวแทน 4 ศิลปินรุ่นใหม่ ทำหน้าที่พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่เพลงไทยยุค 80-90 ที่ทุกคนคิดถึง พร้อมสลับท่อนร้องกับ 4 ตัวแทนศิลปินรุ่นใหญ่ในเพลง ใจรัก(สุชาติ ชวางกูล) รอวันฉันรักเธอ(อ๊อด คีรีบูน) ปาฏิหาริย์(กบ ทรงสิทธิ์) ฝ่ายเดียว(ปุ๊ อัญชลี) สร้างความประทับใจตั้งแต่เริ่มต้นคอนเสิร์ต จากนั้นถึงคิวของกลุ่มศิลปินทีนไอดอล ในยุค 90 ทยอยเรียงแถวกันขึ้นมาโชว์เพลงดัง ตะโกนบอกฟ้า(เจสัน ยัง) ก็พอ(เต็ม วุฒิสิทธิ์) ฝันไปหรือเปล่า(แอน&แพรว คูณสามซูเปอร์แก๊ง) นอนไม่หลับ(พิมพ์&หวาน ซาซ่า) แถมหนุ่ม ไอซ์ ยังขอขึ้นมาสร้างความสนุก แจมร้อง-แจมเต้นกับ ซาซ่า ในเพลง เหรอ และ คูณสามซูเปอร์แก๊ง ในเพลง L.O.V.E. เป็นการอุ่นเครื่อง ต่อด้วยกลุ่มศิลปินที่ยุคหนึ่งพวกเราเคยเรียกแนวเพลงของพวกเขาว่า อินดี้ อย่าง บอกเขาว่าเจอฉัน(อัยย์ พรรณี) รอจนกว่า(ออดี้) และ ดีๆ กันไว้(มิเกล) ตามด้วยเซ็ทเพลงรักแบบเต็มอิ่มจากศิลปินต้นฉบับ อาทิ เธอบอกให้ลืม(โอ๋ บุปผา) ฉากสุดท้าย(เอ๋ พัณนิดา) กุหลาบแดง(ไก่ พรรณนิภา) รักเธอคนเดียว(แอน นันทนา) ขอเป็นฝ่ายไป(เจี๊ยบ ปวีณา) ไม่มีฝีมือ(ตั๊ก ลีลา) ครั้งนั้น(อุ้ย รวิวรรณ) ขอให้เหมือนเดิม(อิน บูโดกัน) รักเองช้ำเอง(ชรัส) ทนได้ทนไป(ป้อม ออโตบาห์น) ฝากรัก(เป้ สีน้ำ) คำตอบ(เป็ด มนต์ชีพ) ดอกไม้ยังงดงาม(รามจิตติ) ไม่เสียใจที่รักเธอ(สุเมธ&เดอะปั๋ง) รักเราไม่เก่าเลย(กบ ทรงสิทธิ์) ที่ฟังแล้วต้องขนลุก! เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เสียงร้องของศิลปินทุกคนก็ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ทำเอาคนดูนั่งฟังเพลงเพราะกันเพลินเลยทีเดียว จากนั้นถึงคิวสายเพื่อชีวิต เขียว คาราบาว หยิบเพลงดัง ไม่เคย, สัญญาหน้าฝน ขึ้นมาให้ได้ร้องตามกัน เท่านั้นไม่พอยังมีเพลงฮิตติดหูที่นำมาร้องกันติดปากกันจนถึงปัจจุบัน อย่างเพลง สาวรำวง ของ อ้อย กะท้อน ที่ 2 หนุ่ม ป๊อป และ ไอซ์ อดใจไม่ไหว ต้องกระโดดขึ้นเวทีมาร่วมส่ายสะโพกในเพลงทำนองสนุก หางเครื่อง ด้วยซะเลย ส่งไมค์ต่อให้กลุ่มศิลปินจาวเหนือโชว์เพลง ไว้ใจ๋ได้กา(ลานนา) อย่าลืมน้องสาว(ตุ๊ดตู่ นกแล) หนุ่มดอยเต่า(ทินกร นกแล) และเพลง คอนเสิร์ตคนจน ที่ได้หนุ่ม ณัฐ ออกมาแจมด้วย พร้อมขอขนานนามศิลปินกลุ่มนี้ว่าเป็น เลเจ้นล้านนาป๊อป กันเลย แถมอู้กำเมืองกันไปมาน่าฮักขนาด!! ตามด้วยศิลปินคุณภาพระดับดีโว่ส์-ดีว่าส์ (Divos-Divas) ทยอยกันออกมาโชว์พลังเสียง ช่างไม่รู้เลย(ตั้ม สมประสงค์) อย่ามองฉันเป็นคนอื่น(มิคกี้) ตราบใด(ฟอร์ด สบชัย) ฟ้ายังมีฝน(แหวน ฐิติมา) เพียงแค่ใจเรารักกัน(ตุ๊ก วิยะดา) สงสารกันหน่อย(มิ้นท์ มาลีวัลย์) ก่อนที่ แหวน ฐิติมา และ พิมพ์ ซาซ่า จะขอเป็นตัวแทนผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง ส่งต่อกำลังใจไปให้ผู้ป่วยจากโรคนี้ให้เข้มแข็งและมีกำลังใจต่อไปกับเพลง เรามีเรา และพิเศษสุดเพราะเพลงนี้ได้ น้องปันปัน ลูกสาวคนสวยคนเดียวของแหวนออกมาร่วมร้องด้วยกัน ไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงเพราะและศิลปินที่คิดถึงเรียงแถวออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่าง เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป(สุชาติ ชวางกูล) โกหกหน้าตาย(เท่ห์ อุเทน) แฟนฉัน(นราธิป) สลับขึ้นมาโชว์ให้หายคิดถึง ต่อด้วยเซ็ทเพลงคู่ขวัญที่สร้างคู่จิ้นในอดีต นกเขาคูรัก, พ่อแง่แม่งอน (ชมพู ฟรุ๊ตตี้+บุ๋ม ปุยฝ้าย) อ้อยใจ, ใต้ร่มมลุลี (อ๊อด คีรีบูน+โอ ปุยฝ้าย) เรียกว่าเป็นเพลงคู่อมตะที่ไม่มีใครไม่รู้จักจริงๆ ก่อนถึงไฮไลท์สำคัญที่ทุกคนรอคอย สำหรับคู่ ปุ๊ อัญชลี และ อ้อม สุนิสา ที่ออกมาเรียกเสียงกรี๊ดได้กระหึ่มฮอลล์กับเพลง หนึ่งเดียวคนนี้, ฉันเหงา, อยู่ไปวันวัน(ปุ๊ อัญชลี) อย่ายอมแพ้, หน่อไม้, มนัสจัง(อ้อม สุนิสา) พร้อมมาดเท่ห์ๆ ชวนคนดูกรี๊ดคอแทบแตก และเซอร์ไพร้ส์สุดๆ กับเพลง ถอยดีกว่า ที่ 3 สาวห้าว อ้อม – ปุ๊ – โรส ออกมาทิ้งทวนความสนุกกับท่าเต้นกวนๆ ชวนหยิกแก้ม กรี๊ดวนไปสิคะ!! ปิดท้ายอย่างประทับใจจากศิลปินทั้ง 50 ชีวิตด้วยเซ็ตเพลงเพราะทุกคนที่คิดถึง ลมหายใจแห่งความคิดถึง(อู๋ แมคอินทอช) ลืมเสียเถิด(เอ๋ พัชรา แวงวรรณ) รักเธอทั้งหมดของหัวใจ(โจ้ อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์) แด่คนเคยรัก(ผี ศุภวัฒน์ รัตนโกเมน) รางวัลแด่คนช่างฝัน(จรัล มโนเพ็ชร) และ ยิ่งสูงยิ่งหนาว(เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์) เพื่อรำลึกถึงการจากไปของศิลปินคนสำคัญของวงการเพลงไทย เรียกว่า Green Concert # 19 The Lost Love Songs To Be Continued ร้อยเพลงรักที่กลับมา ถือเป็นคอนเสิร์ตที่ครบทุกอารมณ์ที่คิดถึงจริงๆ!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

5 ที่พักสุดเก๋กลางธรรมชาติ นึกว่าอยู่ในโลกของทาร์ซาน!
ที่พักกระบี่ /  ที่พักปราณบุรี / 

วันนี้เรานำ 5 ที่พักสุดเก๋กลางธรรมชาติ นึกว่าอยู่ในโลกของทาร์ซาน! มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน บอกเลยว่าแต่ละที่นั้นสวยสุดๆ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา น้ำตก รวมถึงมีสระว่ายน้ำแบบเปิดโล่งกว้าง ได้ฟีลลิ่งไปอีก! 5 ที่พักสุดเก๋กลางธรรมชาติ นึกว่าอยู่ในโลกของทาร์ซาน! กีมาลา (Keemala) จ.ภูเก็ต โรงแรม กีมาลา (Keemala) ตั้งอยู่บนภูเขา หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต โอบล้อมไปด้วยป่าเขียวขจี บริเวณหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต ถ้ามองจากที่พักก็สามารถมองเห็นทะเลอันดามันได้ชัดเจน ชมพระอาทิตย์ตกยิ่งทำให้โรแมนติกสุดๆ ที่นี่เป็นโรงแรมเปิดใหม่ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2015 ที่ผ่านมา ที่พักแห่งนี้สวยและมีสไตล์ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ทั้งสไตล์ห้องพักที่มีความสวยงาม สระว่ายน้ำ การตกแต่งส่วนต่างๆ ภายในโรงแรม ที่จะทำให้แขกที่เข้าพักรู้สึก Beyond Enchanting ตามคอนเซปของที่นี่เลย ซึ่งการออกแบบก็ได้รับแรงบันดาลในการออกแบบจากชนเผ่า สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของกีมาลาสะท้อนถึงความเป็นอยู่ของชนเผ่าจำลองในอดีต 4 กลุ่ม ออกแบบโดยคุณ Pisit Aongskultong บริษัท Pisud Design Company 1. The Bird’s Nest Villa  วิลล่าสไตล์บ้านรังนกมีเทอเรซกว้าง และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2. The Clay Pool Cottages กระท่อมปฐพีมีลักษณะเหมือนสร้างด้วยดินและมีหลังคามุงจากทรงเหลี่ยมสูง 3. The Tree Pool Houses วิลล่าสไตล์บ้านต้นไม้ 2 ชั้น เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชนเผ่าเวหา 4. Tent Pool Villas วิลล่าสไตล์เต็นท์คนจร มีลักษณะเป็นเหมือนกระโจมที่สามารถโยกย้ายได้ง่าย เสมือนกับชีวิตของชนเผ่าคนจรมีวิถีชีวิตที่โลดโผน โรงแรม กีมาลา (Keemala)  มีห้องอาหารหลัก 1 ห้อง สำหรับลูกค้าที่เข้าพักสามารถสั่งอาหารไปเสิร์ฟที่วิลล่าของลูกค้าหรือภายในบริเวณต่างๆ ของรีสอร์ทได้  ในส่วนของเครื่องดื่มและ ขนมขบเคี้ยว จะมีบริการที่บาร์สระว่ายน้ำ ห้องไวน์เล้าจ์และบาร์ อีกด้วย สิ่งอำนวยความสะดวก เรียกได้ว่ามีครบวงจร! ทั้งฟิตเนส, คลับเพื่อสุขภาพ, ร้านอาหาร, ซาวน่า, สปา, Lounge&Bar, บริการเช่ารถ, บริการซักรีด, Wedding services เป็นต้น ที่อยู่: 10/88 Nakasud Rd, Kamala, ตำบล กะทู้ อำเภอ กะทู้ ภูเก็ต โทรศัพท์: 076 358 777 อ่านรีวิวเพิ่มเติม : กีมาลา (Keemala) ที่พักวิลล่าสุดอลังการ! เหมือนอยู่ในโลกอวตาร จ.ภูเก็ต ดูข้อมูลเพิ่มเติม : facebook keemala, www.keemala.com โซเนว่า คีรี (Soneva Kiri) เกาะกูด จังหวัดตราด โรงแรม โซเนวา คีรี บาย ซิกเซนส์ อยู่ในเครือ Six Senses เป็นโรงแรม ระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ที่เกาะกูด ที่พักเป็นสไตล์บูติค เป็นรีสอร์ทตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำทะเล โซเนว่า คีรี ให้บริการห้องพัก 35 ห้อง ตั้งแต่ 1 Bedroom จนถึง 6 Bedroom และ แบบ Residence พร้อมความสะดวกสบายและความผ่อนคลายเหมือนอยู่กับบ้าน พร้อมความสะดวกสบายที่ทางโรงแรมให้บริการ ไม่ว่าจะ สระว่ายน้ำแบบเปิดโล่งที่มีให้วิลล่าทุกหลัง, สปา, CINEMA PARADISO โรงละครกลางแจ้งภายใต้แสงดาวและดวงจันทร์ริมบึง, ดำน้ำ, พายเรือ, บาร์ริมหาด รวมถึงมี The Den สโมสรเด็กให้ทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน และยิ่งเพิ่มหรูหราไปอีกกับการเดินทางมาด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหารให้แขกที่เข้าพักได้เลือกนั่งทานอาหารชิลๆ รับลม และวึมซับบรรยากาศธรรมชาติ แบบหลากหลาย เช่น Dining Room : บริการอาหารเช้าแบบบุปเฟ่ต์เปิดให้บริการเวลา 7:30 น. - 11:00 น. และอาหารเย็นเปิดให้บริการ 19:30 น. - 22:00 น. (เฉพาะวันพุธเท่านั้นที่เป็นอาหารแบบบบุปเฟ่ต์). Treepod Dining : ให้บริการอาหารเช้า อาหารกลางวันและอาหารเย็นแบบส่วนตัวบนต้นไม้สูงที่คุณจะได้เห็นวิวทะเลเกาะกูดได้อย่างกว้างไกล เสริ์ฟอาหารอันเลิศรสด้วยบริการส่วนตัว So Spirited : เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11:00 น. - 24:00 น. ตั้งอยู่บริเวณริมสระว่ายน้ำกลางของรีสอร์ท ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลจากมุมนี้ได้อย่างสวยงาม อิ่มอร่อย สนุกสนานกับการได้ลิ้มลองช็อคโกแลตและไอศครีมมากกว่า 60 ชนิดที่ทำสดใหม่ทุกวัน The View : ตั้งอยู่บริเวณริมผาอันงดงามให้บริการเฉพาะอาหารเย็น เปิดให้บริการเวลา 18:30 น. - 22:00 น. และปิดทุกวันพุธและวันอาทิตย์ Benz’s : ร้านอาหารไทยกับเมนูอาหารไทยจากวัตถุดิบท้องถิ่นของเกาะกูดและเกาะช้าง ตั้งอยู่บริเวณริมป่าโกงกางของคลองยายกี๋ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 19:00 น. - 22:30 น. และปิดทุกวันพุธและวันอาทิตย์ The Beach : อาหารกลางวันเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 12:00 น. - 16:00 น. , Sunset Cocktail 20:00 น., Sunday Beach BBQ 19:30 น. - 22:00 น. ที่อยู่ : หมู่ 4 110 ตำบล เกาะกูด อำเภอ เกาะกูด ตราด 23000 โทรศัพท์ : 039 619 800 ดูเพิ่มเติมได้ที่ : www.soneva.com/soneva-kiri Rayavadee จังหวัดกระบี่ โรงแรมรายาวดี (Rayavadee Hotel) ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความงดงามตามธรรมชาติของแหลมพระนาง  ริมอุทยานแห่งชาติทางทะเลจังหวัดกระบี่ บรรยากาศภายในร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์และสวนมะพร้าว รอบด้านโอบล้อมด้วยผาหินปูนตระหง่าน พืชพรรณไม้เมืองร้อนที่สมบูรณ์และผืนน้ำสีมรกตแห่งทะเลอันดามัน นอกจากห้องพักระดับ 5 ดาวที่ได้รับการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์แล้ว รายาวดียังโดดเด่นด้วยบริการที่อบอุ่นเอาใจใส่ อาหารชั้นดีเลิศรส และบริการสปาเลื่องชื่อ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาวันหยุด รายาวดีประกอบด้วยห้องพักแบบพาวิลเลี่ยน 2 ชั้น จำนวน 96 ห้อง และแบบวิลล่า 5 หลัง  ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติ สวนมะพร้าวและพืชพรรณเมืองร้อน ห้องอาหารก็มีให้เลือกหลากหลายอีกเช่นกัน อาทิ มื้อวบายๆ ริมชายหาด, ราราไดน์นิ่ง ห้องอาหารนานาชาติ, ครัวพระนาง ดินเนอร์ใต้บรรยากาษแสงจันทร์ริมทะเล พร้อมชมทัศนียภาพหมู่เกาะน้อยใหญ่และภูเขาหินปูน หรือ เดอะกร็อตโต ร้านอาหารที่แทรกตัวอยู่ภายใต้อ้อมกอดของภูเขาหินปูน ให้บรรยากาศถ้ำหินบนพื้นทราย เป็นต้น อีกทั้งยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่าง เช่น ล่องเรือเที่ยวหมู่เกาะพีพีและอ่าวพังงา, พายเรือคายัคลัดเลาะไปตามป่าชายเลน, ขี่ช้างเที่ยวชมธรรมชาติ, ไต่หน้าผาหินพร้อมครูผู้ฝึกสอนส่วนตัว, เดินป่าไป, เล่นน้ำตก, สอนเรียนดำน้ำด้วยเรือส่วนตัว หรือ สอนทำอาหารไทย เป็นต้น ติดต่อ โทร: (66) 75 620 740-3 ติดต่อจองห้องพัก โทร: (66) 2 301 1861-3 (ภายในเวลาทำการตั้งแต่ 8.00 –20.00 น.) อีเมลล์: reservation@rayavadee.com ข้อมูลเพิ่มเติม : www.rayavadee.com ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ รีสอร์ท (La A Natu Bed & Bakery Resort) ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรีสอร์ทริมทะเลขนาดเล็กที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ตั้งอยู่บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 230 กิโลเมตร ด้านหน้ารีสอร์ทเป็นชายหาดส่วนตัว ด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได (สลับพืชอื่นๆ ตามฤดูกาล) บรรยากาศสบายๆ เงียบสงบ รื่นรมย์ แลนด์มาร์กสะดุดตาของ ลา เอ นาตู คือหลังคาทรงลอมฟางขนาดมหึมาอันเป็นจุดหมายปลายทางของสะพานไม้ไผ่ที่พาดข้ามทุ่งนาไปสู่ทะเล สิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม งานดีไซน์ และการตกแต่งภายในของลา เอ นาตูเป็นแบบพื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลา เอ นาตู เป็นรีสอร์ทที่ไม่เพียงแต่มีการตกแต่งดีไซน์สุดฮิป แต่ยังมี Homemade Bakery เพื่อความเพลิดเพลินในรสชาติที่ละเมียดละไมไม่เหมือนใครอีกด้วย มีสระว่ายน้ำส่วนกลางลอยฟ้าแบบ roof-top ถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพของภูเขา ทะเล ทุ่งนา และบรรยากาศของหมู่บ้้านเล็กๆ ริมหาด บ้านพักของลา เอ นาตูมีทั้งหมดเพียง 10 หลัง แบ่งเป็น 3 แบบ 3 อารมณ์ อาทิ Tropical Village เป็นเรือนใต้ถุนสูงแบบลาวโซ่ง อยู่ในโซนทุ่งนา ตัวบ้านหันหน้าเข้าหานาข้าว สามารถมองเห็นวิวทะเลเป็นบางมุม Loft Suite เป็นอาคารสไตล์โมเดิร์นสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่นและอ่างจากุชชี่ ชั้นบนเป็นห้องนอน มีห้องน้ำทั้งชั้นบนและล่าง Vanilla Suite เป็น Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำภายในอาคารและอ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่ การตกแต่ง ภายในเป็นรูปแบบเดียวกับ Loft Suite แต่จะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าในส่วนของ side-terrace ที่อยู่ : 234 หมู่ 2 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77120 โทรศัพท์ : +66 (0)32 689 941-3, +66 (0)81 731 8688 ข้อมูลเพิ่มเติม : www.laanatu.com The Journey Beach Resort พัทยา จ.ชลบุรี เดอะ เจอร์นีย์ บีช รีสอร์ท (The journey Beach resort) ขับรถชั่วโมงกว่าๆ เราก็จะได้ซึมซับบรรยากาศดีๆ อยู่ท่ามกลามแมกไม้ ธรรมชาติ ห่างจากทะเลเพียง 100 เมตร ตั้งอยู่ที่ ซ.นาจอมเทียน10 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตั้งห่างจากใจกลางเมืองเพียง 8.5 km, ห่างจากตลาดน้ำพัทยา 3.6 กิโลเมตร และห่างจากมิโมซ่าพัทยา 1.4 กิโลเมตร เท่านั้น ที่นี่มีบ้านพักทั้งหมด 8 หลัง มีทั้ง 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน ให้ความเป็นส่วนตัวกับแขกที่เข้าพัก มีโซนอาบน้ำแบบ Open Air ไร้เพดาน ให้คุณๆ ได้อ่าบน้ำท่ามกลางธรรมชาติในสวนได้เต็มที่ รั้วรอบขอบชิดสูงกั้นให้ความเป็นส่วนตัว และยังมีม่านกั้นอีกชั้นหนึ่ง พร้อมด้วยประตูปิดม่านอีกชั้นที่มาจากห้องนอน ที่ตั้ง : 5/22 หมู่ 2 ซ.นาจอมเทียน10 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (รีสอร์ทอยู่ซอยนาจอมเทียน 10 ติดกับร้านอาหารกลาสเฮาส์ พัทยา) เบอร์โทรศัพท์ : 096-2604044 และ 038-255331 อ่านรีวิวเพิ่มเติม : พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ใกล้เมืองกรุง ที่ The Journey Beach Resort พัทยา Facebook : The Journey Beach Resort

ทริปใกล้กรุงฯ สองวันหนึ่งคืน เวลาเที่ยวน้อย ก็ฟินได้!
10 อันดับ /  ทริปใกล้กรุงฯ สองวันหนึ่งคืน / 

12 สิงหา วันแม่แห่งชาติ เป็นวันสำคัญที่คนไทยให้ความสำคัญมากอีกวันหนึ่ง ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันศุกร์ แถมหยุดวันเสาร์-อาทิตย์ ติดกันซะด้วย ใครที่กำลังอยากพาคุณแม่และครอบครัวไปเที่ยว อาจจะสามวันสองคืน หรือสองวันหนึ่งคืน เรามีทริปดีๆ มาแนะนำกันค่ะ ^^ ทริปใกล้กรุงฯ สองวันหนึ่งคืน เวลาเที่ยวน้อย ก็ฟินได้! เขาพะเนินทุ่ง – แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เขาพะเนินทุ่ง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สภาพภูมิประเทศมีความสมบูรณ์และมีทิวทัศน์สวยงาม มีจุดชมทะเลหมอกที่เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทุกฤดู ตอนเช้ามองเห็นหมอก และเมื่อหมอกจางเราก็สามารถเฆ้นทิวทัศน์ ภูเขา ป่าทีอุดมสมบูรณ์ไกลสุดสายตา นอกจากจุดชมวิวแล้วที่นี่ยังมีแหลางท่องเที่ยวอีกหลายที่ เช่น แคมป์ที่เป็นจุดชมผีเสื้อ, น้ำตกทอทิพย์, ชมนก รวม 400 กว่าชนิด อ่านเพิ่มเติม: http://travel.mthai.com/member-blog/138358.html ----------------------------------------------------- เที่ยวจันทบุรี ย่านเมืองเก่า ‘จันทบูร’ ตะลุยกินอาหารพื้นเมือง หลายคนอาจจะรู้กันดีว่าจังหวัดในแถบนี้ ทั้ง จันทบุรี ระยอง ตราด จะเป็นแหล่งสวนผลไม้ แต่แหล่งท่องเที่ยวก็มีเสน่ห์มากเหมือนกัน 2 วัน 1 คืน เราสามารถเดินเล่น กินของอร่อยแถบย่านเมืองเก่า พร้อมกับชมเมือง ตึก อาคาร ที่มีประวัติศาสตร์ความเป้นมาที่น่าสนใจ อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวอีกๆ เช่น วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล เป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดในอาเซียน, คุกขี้ไก่, ตึกแดง พร้อมกินอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ อ่านเพิ่มเติม เที่ยวจันทบุรี ย่านเมืองเก่า ‘จันทบูร’ ตะลุยกินอาหารพื้นเมือง! ----------------------------------------------------- อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตั้งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูนสลับซับซ้อน และมีเกาะน้อยใหญ่อยู่รวม 6 เกาะ เราสามารถเข้ามาเดินเล่น เดินชมธรรมชาติไม้นานาพันธุ์ รวมถึงสัตว์น้ำ เป็นต้น อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยว เช่น ถ้ำพระยานคร ถ้ำแก้ว และถ้ำไทร มีหินงอกหินย้อยงดงาม โดยเฉพาะถ้ำพระยานครนั้นมีเพดานถ้ำทะลุเป็นปล่องใหญ่ แสงจะส่องลงมาตรง “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 อย่างสวยงาม อ่านต่อ ตะลุยเที่ยว ‘อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด’ -----------------------------------------------------  เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เรียกได้ว่าเป็นเกาะที่มีทัศนีภาพและทรัพยากรที่สวยงามและสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลตะวันออก ด้วยความที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ จึงสะดวกต่อการเดินทางมาท่องเที่ยว เกาะแสมสาร อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือร่วมกับเกาะขาม โดยจะมีเรือให้บริการข้ามเกาะที่ท่าเทียบเรือ พบกับกิจกรรมมากมาย ทั้งดำน้ำ ปั่นจักยาน พายเรือคายัค ฯลฯ นอกจากนี้แล้วบนฝั่ง ก็ยังสามารถเที่ยวชมความงามของหาดนางรำ ที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้อีกด้วย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวเกาะแสมสาร สัมผัสทะเลงาม ใกล้กรุงเทพฯ ----------------------------------------------------- เขาเขียว – เกาะสีชัง ไปพักเต้นท์ติดแอร์ที่ เอสตาเต้ รีสอร์ท ในเขาเขียว + ปั่นจักรยานชิลๆ ชมวิว ให้อาหารสัตว์ ส่วนอีกหนึ่งวันไปชิลที่เกาะสีชัง อ่านเพิ่มเติม เงิน 2,000 บาท กับ ว่าง 2 วัน ไปชิลใกล้กรุง ที่ เขาเขียว – เกาะสีชัง! ----------------------------------------------------- เที่ยวกาญจนบุรี ที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กาญจนบุรี จังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ  เช่น ยลถิ่นเมืองขอม ปราสาทเมืองสิงห์, ตามรอย ทางรถไฟสายมรณะ, เที่ยวน้ำตกเอราวัณ สวรรค์ชั้น 7, ถ้ำเสาหินลำคลองงู เสาหินสูงที่สุดในโลก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม  สัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ  วิวสวยมาก! ตามรอยทางรถไฟสายมรณะ กาญจนบุรี งบ 200 บ. ขาดตัว ----------------------------------------------------- ล่องแพ เล่นน้ำ ที่กาญจนบุรี  ถ้าใครเบื่อทะเลอยากสัมผัสธรรมชาติ ล่องแพ ชมวิวภูเขา ต้นน้ำลำธาร ต้องมาที่นี่! นอกจากจะได้ชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำตั้งเยอะ! อ่านข้อมูลเพิ่มเติม  มันส์สุดเหวี่ยง เปียกสุดยอดที่ Lake Heaven กาญจนบุรี เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท บ้านลอยน้ำ กลางขุนเขากาญจนบุรี 1,000 นิดๆ ซื้อชีวิตลอยแพได้ 2 วัน 1 คืน ที่ ไทรโยค วิว ราฟ์ท จ.กาญจนบุรี ----------------------------------------------------- เที่ยวเขาใหญ่ ไปได้ตั้งหลายที่! มาที่นี่ไม่ผิดหวัง! เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา แห่งนี้มาที่เดียวก็สามารถเที่ยวไปหลากหลายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่พักบรรยากาศดี ร้านอาหาร-ของหวาน แสนอร่อย ถือเป็นอีกจังหวัดที่เหล่าวัยรุ่น วัยใหญ่ นิยมมากันมากที่สุด! ส่วนที่เที่ยวก็เช่น Primo Piazza (พรีโมเพียซซ่า) สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเขาใหญ่ ปรับปรุงมาจาก primo posto มีมุมสวยๆ เยอะเลย , Palio (ปาลิโอ เขาใหญ่), อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ , ไร่องุ่น , ฟาร์มแกะ , ฟาร์มโชคชัย, Life Park ศูนย์รวมที่สุดของนานาเครื่องเล่น และกิจกรรมเชิงผจญภัยกลางแจ้งอันทันสมัย สั่งตรงมาจากต่างประเทศมากกว่า 30 รายการ อ่านข้อมูลเพิ่มเติม  The Birder’s Lodge ที่พักสุดชิค สำหรับคนชอบชิว ณ เขาใหญ่ ตลาดน้ำเขาใหญ่ สไตล์วินเทจบนเนินเขาใหญ่ที่สุดในไทย ----------------------------------------------------- อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี อุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง ดินแดนแห่งขุนเขา ป่าหนึ่งเดียวที่สมบูรณ์ที่สุดของเมืองสุพรรณบุรีเป็นชายป่าผืนสุดท้ายของป่าห้วยขาแข้ง เป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักเดินทางทีหลงใหลในธรรมชาติ ความสงบเงียบ ป่าเขาน้ำตก ความงดงามงามของดวงอาทิตย์ยามเช้า ไอหมอก ความหนาวเย็น และวิถีชีวิตของชนชาวกระเหรี่ยง จุดที่ห้ามพลาดคือการเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขาเทวดา และยามค่ำคืนก็นอนนับดาวที่ลานกางเต๊นท์ของอุทยานฯ อ่านเพิ่มเติม: http://travel.mthai.com/blog/127838.html -----------------------------------------------------

ภาพที่งดงาม!! แอน อลิชา โพสต์ภาพเซ็ตอุ้มท้อง น้องริชา 10 เดือนแห่งความสุข!!
แอน อลิชา /  ภูริ หิรัญพฤกษ์ / 

  อิ่มเอมไปตามๆ กันสำหรับคุณพ่อ-คุณแม่มือใหม่ป้ายแดงอย่าง แอน อลิชา และ ภูริ หิรัญพฤกษ์ ซึ่งหลังจากอุ้มท้องมาได้เป็นเวลา 10 เดือนก็ได้ตัดสินใจผ่าคลอด น้องริชา ลูกสาวคนแรกของครอบครัวไปเมื่อวันที่ 14ก.ค.59 ที่ผ่านมา ซึ่งเวลาผ่านไปไวจริง! วันนี้ (5ส.ค.59) น้องริชา อายุได้ 22 วันแล้วค่า แต่ด้านคุณแม่แอน ก็ยังคงมีความสุขอย่างมิรู้ลืมกับภาพในขณะที่กำลังอุ้มท้อง น้องริชา เป็นเวลายาวนานถึง 10 เดือนด้วยกัน   โดยล่าสุด แม่แอน อลิชา ขอโพสต์ภาพเซ็ตที่งดงามในความทรงจำซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตได้ทำหน้าที่แม่!! ขณะตั้งครรภ์อุ้มท้อง น้องริชา ซึ่งเป็นเวลา 10 เดือนที่มีความสุขมากๆ พร้อมกับแคปชั่นว่า   “It's the most powerful creation to have life growing inside of you . There is no bigger gift when a tiny heartbeat is herd for the very first time , and a playful kick reminds you that your never alone. Before you were born I carried you under my heart and from now on you will always have a place in my heart forever . Mommy loves you baby girl #richa #puriannbaby #puriannricha #10monthespregnant#10เดือนที่มีความสุข#คิดถึงการที่มีหนูอยู่ในท้อง#ความรู้สึกของคนเป็นแม่”   เห็นภาพอย่างนี้แล้วคนเป็นแม่ยิ่งมีความสุขมากๆ จริงๆ เลยค่า!!ขอบคุณภาพจาก IG ann_laisuthruklai แอน อลิชา น้องริชา   แอน อลิชา น้องริชา   แอน อลิชา น้องริชา   แอน อลิชา น้องริชา   ภูริ น้องริชา   น้องริชา ลูกสาว แอน ภูริ   น้องริชา ลูกสาว แอน ภูริ   น้องริชา ลูกสาว แอน ภูริ   แอน ภูริ น้องริชา  

ละครประทีปรักแห่งใจ (ละครเย็น) , เรื่องย่อประทีปรักแห่งใจ (ละครเย็น)
ละครประทีปรักแห่งใจ /  เรื่องย่อละครประทีปรักแห่งใจ / 

ประทีปรักแห่งใจ บทประพันธ์โดย : นภาสรรบทโทรทัศน์โดย : ปารดากำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทา ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละครประทีปรักแห่งใจ ประทีปรักแห่งใจ เป็นเรื่องราวของ เมลดา คุณหนูไฮโซผู้เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์ในชีวิต และไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตนี้จะต้องตกระกำลำบาก เพราะมัลลิกา ผู้เป็นแม่ปลูกฝังว่าไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากมาย แค่ใช้ชีวิตหรูหราสุขสบาย และแต่งงานกับผู้ชายรวย ๆ สักคนก็พอ ครั้นคุณหนูเมลดาผู้มีชีวิตแสนสุขสบายต้องกลายเป็น หงส์ปีกหักในชั่วข้ามคืน สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ซ้ำแม่ที่คิดว่าจะเป็นหลักยึดเหนี่ยว ให้แก่ชีวิตก็หวังพึ่งอะไรไม่ได้ แล้วยังกลายเป็นภาระให้อีก เมื่อเจอปัญหารุมเร้าทุกด้าน คุณหนูเมลดาผู้ใช้ชีวิต ในโลกสีชมพูจะเอาตัวรอดได้อย่างไร นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่อง ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนชีวิตของเมลดา ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ คือ แม่ที่ทรงหยิบยื่นดวงประทีปชีวิตให้แก่เธอ เมลดา ศรานุสรณ์ หรือ มินนี่ คือหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์ในชีวิต ไม่ว่ารูปร่างหน้า ฐานะ ชื่อเสียงในวงสังคม พร้อมกับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าผู้หญิงที่เกิดมามีความเพียบพร้อม ไม่จำเป็นต้องขวนขวาย ทำสิ่งใดให้เหนื่อยยากลำบาก แค่รอเวลาให้เหมาะสมแต่งงานกับผู้ชายที่ดีพร้อมก็พอแล้ว ดังนั้นเมื่อจบการศึกษา ในปีนี้แล้วเธอจึงไม่มีเป้าหมายในชีวิตอะไรนอกจากรอเวลาแต่งงานกับ เป็นหนึ่ง เอกนุกูลกิจ ชายหนุ่มที่เมลดา คบหามานานเป็นปี ในขณะที่มีความยินดีกับงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้า แต่เธอกลับมีความสับสนและไม่แน่ใจอยู่ด้วยว่า อยากแต่งงานกับเป็นหนึ่งจริงหรือเปล่า หรือว่าจำเป็นต้องแต่ง เมื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษา กับมัลลิกาผู้เป็นมารดา ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่กันไปก็เรียนรู้นิสัยกันปรับตัวเข้าหากันได้เอง ระหว่างที่เมลดาและเพื่อน ๆ นั่งปรึกษาหารือกันเรื่องชุดแต่งงาน ต้องใจ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยผ่านมา แล้วพูดจากระแทกแดกดัน เมลดาลุกขึ้นตอบโต้จนเพื่อน ๆ ต้องห้ามปรามไม่ให้ไปสนใจกับพวกบ้านนอก ที่ไม่มีเงินพอจะทำอย่างคนรวยเขาทำกันได้ จึงคิดอิจฉาเท่านั้นเอง แล้วเมื่อเพื่อนทั้งสองคนแยกย้ายกันไป คนที่เข้ามา แทนที่คือ แพรวดาว แฟนเก่าของเป็นหนึ่ง ที่แม้จะเลิกรากันไปก่อนที่เป็นหนึ่งจะมาคบหากับเมลดา แต่แพรวดาว ก็ยังพูดจาว่าเมลดานั้นเป็นมือที่สามแย่งคนรักของเธอ อย่างวันนี้ก็เข้ามาพูดจาบอกว่าการที่เป็นเป็นหนึ่งจะแต่งงาน ก็เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น หาใช่ความรักไม่เป็นหนึ่งมารับเมลดาไปลองแหวนหมั้นที่ร้านเพชร แต่กลับกลายเป็นว่าแหวนที่เมลดาลองสวมนั้นหลวม เพราะทำผิดไซส์ เพชรประดับ เจ้าของร้านเพชรเผลอหลุดปากบอกว่าแหวนที่ทำมานั้น อาจจะเป็นไซส์นิ้ว ของแพรวดาว ทำให้เมลดาโกรธมาก และสั่งให้เขาทำแหวนให้เธอใหม่ และงอนออกจากร้านกลับบ้านทันที โดยที่เป็นหนึ่งก็ไม่ได้ตามมาง้องอน เมลดาเริ่มรู้สึกว่าเป็นหนึ่งอาจจะไม่ได้รักเธอจริงอย่างที่แพรวดาวบอก และตัวเธอเอง ก็ไม่ได้เจ็บปวดหรือเสียใจอะไรมากมายนอกจากรู้สึกเสียหน้าเท่านั้น ซึ่งตัวเธอเองก็อาจจะไม่ได้รักเป็นหนึ่งมากอย่างที่คิดก็ได้ ละครประทีปรักแห่งใจ เมื่อกลับมาปรึกษากับมารดาถึงความไม่แน่ใจในความรัก และอยากจะเลื่อนการแต่งงาน กลับถูกมารดาห้ามปรามไม่ให้เธอคิดมาก และยืนยันว่าไม่มีทางที่เป็นหนึ่งจะไม่รักหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อมอย่างเธอ แม้แต่บิดาของเธอก็ไม่ยินยอมให้เธอได้มีโอกาสตัดสินใจสิ่งใด ในขณะที่เป็นหนึ่งก็ตามง้องอน และเปลี่ยนร้านทำแหวนพิสูจน์ ความจริงใจโดยการพาเธอไปเลือกซื้อเพชรใหม่ ทำแหวนวงใหม่จนเมลดาใจอ่อนลืมความขุ่นข้องหมองใจทั้งหมด เพราะรู้ว่าถึงแม้เธอจะเลื่อนการแต่งงานออกไป เธอเองก็ไม่มีแผนชีวิตสำรองด้านอื่นๆ เลยพิธีหมั้นช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี เมลดาเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ภาพเจ้าสาวที่เห็นในกระจกนั้นเหมือน ตุ๊กตากระเบื้องเนื้อดีมากกว่าจะเป็นคนจริง เครื่องหน้าที่งดงามอยู่แล้วยิ่งถูกแต่งเติมลงไปอีกก็ยิ่งสวยงามไม่มีที่ติ ระหว่างที่คู่บ่าวสาวกำลังถ่ายรูป และรับแขกที่มาในงานอยู่นั้น แพรวดาวก็เข้ามาในงานด้วยชุดราตรีขาวฟูฟ่อง ประหนึ่งชุดเจ้าสาว ปฏิกิริยาของเป็นหนึ่งเมื่อเห็นแพรวดาวนั้นทำให้เมลดารู้สึกหน้าชา แม้จะเตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องเจอสถานการณ์นี้ แต่ไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ยิ่งมีเสียงซุบซิบจากแขกเหรื่อว่าแพรวดาวเป็นคนรักเก่าของ เจ้าบ่าวด้วย เมลดาพยายามจะทักทายด้วยดี แต่แพรวดาวกลับทิ้งคำพูดบางอย่างไว้ทำให้เมลดาไม่สบายใจนัก ขณะที่งานเลี้ยงและพิธีการทุกอย่างดำเนินไป ท่ามกลางความไม่แน่ใจของเมลดาที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลง อะไรได้อีกแล้ว แม้ว่าตัวเองอยากจะยกเลิกตอนนี้ก็คงจะสายไปแล้ว แต่ปรากฏว่า ชัยพงศ์ บิดาของเป็นหนึ่ง เข้ามาประกาศยกเลิกงานแต่งงานเพราะรู้ข่าวมาว่ากิจการของ ประยุทธ บิดาของเธอนั้นกำลังจะล้มละลาย เมลดาเริ่ม รับรู้ความจริงใจของเป็นหนึ่งเมื่อเขาสลัดมือเธอออกอย่างเมินเฉย แล้วยิ่งรับรู้มากยิ่งขึ้นเมื่อบิดายอมรับความเป็นจริง เรื่องที่กำลังจะล้มละลาย แม้เขาจะยืนยันว่าไม่คิดจะให้ครอบครัว ของเป็นหนึ่งต้องเข้ามาช่วยโอบอุ้มกิจการ แต่ขอร้องไม่ให้ยกเลิกงานแต่งงานเท่านั้น แต่ชัยพงศ์กลับไม่สนใจแล้วพาเป็นหนึ่งกลับออกไปทันทีประยุทธอับอาย และเครียดมากจนโรคหัวใจกำเริบ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล สองแม่ลูกที่ไม่เคยมีแผนในการดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง และไม่ได้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จึงไม่มีเงินออมในธนาคารเหลือมากนัก เงินสดก้อนสุดท้ายที่ต้องจ่ายให้โรงพยาบาล และจัดงานศพอย่างเรียบง่าย มีคนมาร่วมงานอย่างบางตาจน น่าใจหาย เมื่อล้มละลายก็ทำให้ญาติมิตรสหายที่เคยมีมากมายขาดหายไปในพริบตา แม้แต่เพื่อนสนิทร่วมมหาวิทยาลัย ของเมลดาก็ไม่ได้ปรากฏกายขึ้นในงานศพเลย เมลดานัดพบเพื่อนเพื่อจะหางานทำ แต่เพื่อนไม่ได้คิดจะให้ความช่วยเหลือแถมยังพูดจาดูถูกอีก หล่อนจึงแยกออกมาแล้วเดินเล่นเรื่อยเปื่อยในห้าง จนมาพบกับเป็นหนึ่ง และแพรวดาวในร้านเสื้อ เขาจะจ่ายค่าเสื้อผ้าให้ แต่เมื่อแรกเมลดาไม่คิดจะรับความเอื้อเฟื้อนี้ แต่อยากประชดแพรวดาวจึงยอมรับมาทั้งหมด สร้างความขุ่นเคืองให้กับแพรวดาว โดยที่เมลดาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีผลร้ายติดตามมาอย่างไรบ้างข่าวไฮโซตกยากอย่างเมลดาดังไปถึงบ้านของ ปองคุณ ชายหนุ่มผู้เคยอกหักจากสาวเมืองกรุง และแบกความเจ็บช้ำไว้จนไม่ยอมชายตามองหญิงอื่นอีกเลย แถมยังมีอคติในใจอีกต่างหาก เขารับรู้ข่าวนี้อย่างไม่มีความเห็นอกเห็นใจนักต่างจาก ใจใส มารดาของเขาที่รู้สึกสงสารเมลดา แล้วเมื่อต้องใจเข้ามาหาแล้วแสดงตัวว่ารู้จักกับไฮโซสาว ผู้ตกยากนี้ แล้วแสดงความคิดเห็นในเชิงสมน้ำหน้า ทำให้ใจใสรู้สึกไม่ชอบใจ ทั้งยังรู้ว่าต้องใจมีความรู้สึกพิเศษ กับปองคุณด้วยแล้ว จึงเอ่ยปากตักเตือนลูกชายโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ให้ความสนใจนัก เมลดากลับมาถึงโรงแรมที่เช่าพักอาศัยชั่วคราวอยู่กับมารดา เพราะยังไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหน ท่ามกลางความรู้สึกที่ต้องคิดหาทางออกด้วยเงินที่มีเหลืออยู่ไม่มากนัก มัลลิกาผู้เป็นแม่ที่หวังว่าจะเป็นที่พึ่งพิงได้ กลับไม่มีความคิดอะไรเลย นอกจากการคร่ำครวญ และยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม สร้างความหนักใจให้กับเธอยิ่งนัก แถมยัง มีคนโทรศัพท์มาข่มขู่ให้หนี้อีกในจำนวนเงินห้าแสนบาท สองแม่ลูกจึงคิดหาทางหนีออกจากโรงแรม เมลดามืดแปดด้าน ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป มัลลิกาจึงคิดว่าจะไปบากหน้าไปหา มาลัย พี่สาวร่วมสายเลือดที่เธอไม่เคยติดต่อมานานกว่ายี่สิบปีแล้วระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังคิดจะเดินทางไปหามาลัย ทางด้านมาลัยเองก็ฝันถึงน้องสาว และคิดห่วงใยขึ้นมาบ้าง แต่ต้องใจก็ทักท้วงอย่างไม่เห็นด้วยนัก เพราะหล่อนรู้มาตลอดว่าเมลดานั้นเป็นญาติที่เรียนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกันมาตลอด แต่ไม่เคยแสดงตัวเพราะรังเกียจที่เมลดาเป็นสาวสวยไฮโซที่ทำตัวเหมือนคนไร้สมอง แม้จะได้รับรู้ข่าวว่า บัดนี้เมลดานั้นกำลังตกยากลำบาก ต้องใจก็ไม่มีความรู้สึกสงสารสองแม่ลูกเลยสักนิด นอกจากจะคิดสมน้ำหน้าเท่านั้น ละครประทีปรักแห่งใจ สองแม่ลูกเดินทางมาถึงแถวบ้านมาลัยแล้ว แต่เพราะไม่ได้กลับมานานกว่ายี่สิบปี สภาพบ้านเรือนที่เปลี่ยน แปลงไป ทำให้มัลลิกาไม่มั่นใจ จึงให้เมลดาไปถามหามาลัยกับชาวบ้านแถว ๆ นั้นเอง เมลดาไม่เข้าใจมารดา ตัวเองสักนิดว่าทำไมต้องเป็นตนที่ต้องทำอย่างนั้น แต่ในจังหวะนั้นเองที่หล่อนเห็นชายหนุ่มหน้าเหมือนโจรขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา แล้วหยุดจะเข้าไปหามัลลิกาที่ยืนทำท่าจะเป็นลมอยู่ข้างทาง เมลดาเข้าใจว่าเขาเป็นโจรจะเข้ามาขโมยข้าวของ ของเธอกับแม่ จึงเข้าไปอาละวาดทุบตีชายคนนั้น จนมาลัยเข้ามาห้ามปรามแล้วจึงรู้ตัวว่าเธอเข้าใจผิด เลยตัดสินใจ แกล้งเป็นลมเพื่อเป็นการแก้หน้าให้ตัวเองเมื่อมาลัยพาสองแม่ลูกเข้ามาในบ้านแล้ว เมลดาก็แทบช็อกเมื่อรับรู้ว่าต้องใจ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่ชอบพูดกระแนะแหนเธอนั้นกลับกลายมาเป็นญาติกัน เพราะต้องใจ คือลูกสาวของ มาลัย พี่สาวของมารดาเธอนั่นเอง แล้วชายหน้าโจรที่เธอเข้าใจผิดก็คือ ปองคุณ ชายหนุ่มที่ต้องใจหมายปองนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อต้องใจรับรู้ว่าสอง แม่ลูกจะมาพักอาศัยอยู่ด้วย หล่อนจึงแสดงความไม่พอใจ และคัดค้านหัวชนฝา มาลัยต้องตัดความรำคาญแล้ว ขอตัดสินใจเอง ด้วยการให้สองแม่ลูกมาอยู่ด้วยกันได้ แต่ต้องทำงานบ้านแลกเปลี่ยน และต้องทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยง ชีพเองด้วย แค่วันแรกเมลดาก็แทบจะรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่หลับที่นอน การต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่เคยต้องหยิบจับทำเลยสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน แล้วยังถูกบังคับ ให้ทำกับข้าว แถมมารดายังรักสบายหลบเลี่ยงไปปล่อยให้เธอผจญกับสิ่งใหม่ ๆ นี้เพียงคนเดียว ซึ่งระหว่างนี้ เธอยังไปมีเรื่องขัดแย้งกับปองคุณ ที่ต่างคนต่างไม่ชอบหน้ากัน ปองคุณแบกอาการอารมณ์เสียกลับไปถึงบ้าน แต่ในจิตสำนึกก็ยังสงสัยตัวเองว่าทำไมเขาต้องอคติกับเมลดาขนาดนี้ หรือว่าเขาเกิดสนใจเธอขึ้นมา แม้จะไม่มีความเชื่อในเรื่องของรักแรกพบเลยก็ตามเช้าวันแรกในสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ เมลดาเอาตัวรอดจากอาหารมื้อแรก ด้วยการแอบออกไปซื้อข้าวต้มมาเป็นอาหารเช้าแทนการทำเอง ซึ่งก็ถูกมาลัยจับได้ และคาดโทษเอาไว้ หลังจากนั้นหล่อนก็ต้องมาหัดทำงานจักสาน จึงได้รู้ว่ามาลัยรวบรวมชาวบ้านมาตั้งกลุ่มสมาคมแม่บ้าน เพื่อหารายได้กับการสร้างกลุ่มงานจักสานขึ้นมา เมลดาได้พบกับใจใส ที่จะมาเป็นครูสอนเรื่องงานจักสานให้กับเธอ และมารดา เมื่อเริ่มต้นเมลดาก็ปากเสียวิจารณ์ และอวดรู้จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน รวมทั้งใจใสเองที่เมื่อแรกยังมีความเมตตาสงสาร ใจใสสวนคำพูดของเมลดา และสั่งสอนจนหล่อนต้องยอมสงบปากสงบคำลง เมลดาหัดสานปลาตะเพียนอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ก็ต้องมาสะดุดลงอีก เมื่อต้องใจเข้ามาสั่งให้หล่อนไปทำกับข้าว มื้อกลางวัน เมลลาจำต้องอดทนเชื่อฟัง แล้วยังต้องไปทำคนเดียวเพราะดันไปประกาศว่าหล่อนสามารถทำได้ แต่พอมาถึงในครัวหล่อนก็ต้องยืนเคว้ง เพราะไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้เลย ข้าวก็หุงไม่เป็น เตาแก๊สก็ไม่รู้จะเปิดยังไง หล่อนหยิบจับทำทุกอย่างไปอย่างคนไม่รู้ จนปองคุณเข้ามาพบวิธีการเปิดเตาแก๊สของหล่อนที่อันตรายมาก เขาตำหนิหล่อนจนร้องไห้ ปองคุณใจอ่อนยอมช่วยเหลือให้หล่อนรอดพ้นมีอาหารมื้อกลางวันสำหรับทุกคน ดูเหมือนทุกอย่างจะผ่านไปได้ แต่ต้องใจที่ตั้งใจจะจับผิดเมลดา จึงทำให้ทุกคนรู้ว่าอาหารมื้อนี้เป็นฝีมือ ปองคุณ มาลัยจึงลงโทษไม่ให้สองแม่ลูกได้กินอาหารกลางวัน เมลดากลัวมารดาจะทนไม่ไหว จึงแอบออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ร้านมาให้ ระหว่างที่นั่งแอบกินอยู่นั้น หล่อนได้ยินเสียงชาวบ้านที่มาทำงานจักสานที่บ้านมาลัย นินทาว่าร้ายหล่อน กับมารดาและดูถูกว่าหุ่นไล่กาในท้องนายังมีประโยชน์เสียยิ่งกว่าตัวหล่อนกับมารดาเสียอีก เมลดาเจ็บปวด และพยายามระงับอารมณ์เต็มที่ หล่อนคิดมากจนต้องหันมาพิจารณาตัวเองว่าหล่อนไร้ค่าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ระหว่างนั้นเมลดาไม่รู้ตัวเลยว่ามีนักข่าวเห็นเหตุการณ์นั้น และแอบถ่ายรูปหล่อนพร้อมกับอัดคลิปเสียงไปด้วย ช่วงบ่ายวันนั้นเมลดาเงียบขรึมจนมัลลิกามองอย่างเป็นห่วง หล่อนโมโหหญิงชาวบ้านที่นินทาหล่อนจนเกิด แรงฮึดจนสามารถสานปลาตะเพียนได้ดี จนใจใสออกปากชมและบอกว่าถ้าหล่อนตั้งใจที่จะทำก็จะทำได้ และยังบอกว่าเห็นแววในตัวหญิงสาวจะสามารถทำงานจักสานได้ดีเหมือนคนอื่น ๆ วันต่อมาเมลดาทำอาหารเช้าได้ดีขึ้น เพราะมัลลิกาเข้ามาช่วยด้วยไม่ได้หลบเลี่ยงไปเหมือนทุกครั้ง แต่ต้องใจก็ ยังหาเรื่องว่าได้อีก แต่ เดช พ่อของต้องใจออกปากปกป้องทำให้ต้องใจไม่พอใจ และออกไปกินข้าวนอกบ้าน จึงได้ไปพบว่ามีข่าวของเมลดาที่ตกยากมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่อยุธยา แถมยังลงถึงเรื่องราวที่ชาวบ้านเม้าท์เมลดาด้วย แม้ต้องใจจะสะใจ แต่ก็พยายามจะบอกชาวบ้านที่รู้เรื่องให้ปิดข่าวเรื่องนี้ เพราะกลัวว่าเจ้าหนี้ที่สองแม่ลูกหนีมา จะตามมาถึงที่นี่ แล้วรีบกลับบ้านมาแจ้งข่าวกับมาลัย แต่ไม่อยากให้สองแม่ลูกรู้เรื่องนี้จึงไล่ให้ออกไปซื้อของที่ห้างในเมือง แต่กลับกลายเป็นว่าเมลดาไปเปิดเช็กอีเมล์แล้วทราบเรื่องข่าวทั้งหมดด้วยความอับอาย ละครประทีปรักแห่งใจ เมื่อกลับมาถึงจึงไปเก็บตัวอยู่ในห้องเก็บของแล้วไม่ออกไม่ได้ ปองคุณเข้ามาช่วยเพราะเข้าใจผิดว่าหล่อนจะฆ่าตัวตาย หลังจากถกเถียงกันแล้ว เมลดาก็แสดงความคิดว่าอยากจะพัฒนางานจักสาน ที่ป้ามาลัยทำอยู่ให้ดีขึ้น และมีราคามากกว่านี้ ปองคุณจึงแนะนำให้หญิงสาวไปเรียนรู้ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เมลดาสนใจมากแต่ก็ยังติดที่มารดา จะยอมไปด้วยหรือไม่ ปองคุณจึงรับอาสาว่าวันรุ่งขึ้นเขาจะพาหล่อนและมารดาไปเที่ยวชมที่ศูนย์ศิลปาชีพ ก่อนการตัดสินใจ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นไม่ค่อยดีนักของสองหนุ่มสาวเริ่มเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เมลลาเริ่มนับข้อดีของปองคุณ ได้หลายข้อแล้วที่สำคัญเขาทำให้หัวใจของหล่อนอบอุ่นกว่าผู้ชายคนไหน ๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทางด้านครอบครัวของแพรวดาว และเป็นหนึ่ง มาร่วมเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการหลังงานแต่งงานของเป็นหนึ่ง และเมลดาถูกยกเลิกไป และถือว่าเป็นการฉลองหมั้นระหว่างเป็นหนึ่งกับแพรวดาวด้วย แม้เป็นหนึ่งจะรู้สึกผิดกับเมลดามากแค่ไหน แต่เขาเองก็รู้ว่าใจของเขานั้นมีแพรวดาวอยู่เสมอ ความรู้สึกที่มีต่อเมลดานั้นคือความเป็นพี่น้องกันมากกว่า เพราะความรู้สึกนี้นี่เองที่ทำให้เขายังแสดงความห่วงใย และกังวลว่าป่านนี้เมลดาจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อมีการพูดถึงกันในเรื่องของเมลดาทำให้เขาเหม่อลอยคิดมาก และด้วยอาการที่เขาเป็นแบบนี้ทำให้แพรวดาว เข้าใจผิดว่าเขายังมีใจเผื่อให้เมลดาด้วย ทำให้เป็นเป็นภัยไปสู่เมลดาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว เมื่อแพรวดาวคิดจะตัดบัวไม่ให้เหลือใย หล่อนจึงว่าจ้างนิคมลูกน้องคนสนิทของบิดา ให้โทรไปข่มขู่ว่าประยุทธเคยยืมเงินแล้วไม่คืน โดยตั้งใจจะแค่ข่มขู่เพื่อให้สองแม่ลูกหนีไปอยู่ไกล ๆ เพื่อไม่ให้เป็นหนึ่งติดต่อกับสองแม่ลูกนั้นได้อีกเท่านั้น แต่เมื่อรับรู้ว่าสองแม่ลูกนั้นหนีไปอยู่แค่อยุธยา หล่อนจึงสั่งให้นิคมตามไปจัดการอีกครั้ง ปองคุณพาเมลดา และมัลลิกาไปเยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพ โดยมีต้องใจตามไปด้วย สร้างความหนักอกหนักใจ ให้กับเมลดาตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่มัลลิกาที่ทำท่าจะไม่ยอมไปด้วย แถมยังมีต้องใจที่อาจจะมาแสดง ลมเพชรหึงใส่เธออีก คิดไปคิดว่าก็เริ่มสงสัยตัวเองขึ้นมาซะอีกว่าตัวเองเริ่มมีใจให้ปองคุณหรือเปล่า ปองคุณใช้จักรยานในการเที่ยวชมศูนย์ศิลปาชีพ เมลดาขี่จักรยานไม่เป็นจึงต้องซ้อนหลังปองคุณ สร้างความขุ่นเคืองให้กับต้องใจยิ่งนัก แต่สำหรับเมลลาแล้วคือความอบอุ่นใจที่บังเกิดขึ้นเงียบ ๆ ในระหว่างที่หล่อนกำลัง ผจญเจอมรสุมชีวิตที่หนักหนาสาหัสนี้ เมลดาเดินชมการฝึกงานวิชาชีพต่าง ๆ ด้วยความสนใจ แต่วิชาชีพที่เมลดาให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือแผนกสอดย่านลิเภา ส่วนมัลลิกาสนใจแผนกศิลปะประดิษฐ์ และนี่เป็นครั้งแรกสนใจสิ่งอื่นนอกเหนือจากการสังสรรค์ และช็อปปิ้ง และหล่อนก็เห็นด้วยที่มารดาจะสนใจในวิชาชีพนี้ หล่อนเริ่มเรียนรู้ว่าที่ศูนย์ศิลปาชีพนี้คือสถานที่ที่นำแสงสว่างที่จะนำความหวังมาสู้ชีวิตต่อไปได้ ระหว่างที่เมลดาเดินเที่ยวชมในศูนย์ศิลปาชีพด้วยความรู้สึกของการเริ่มมีหวังขึ้นมาบ้าง ต้องใจก็ได้ข่าวว่าที่บ้านมีนักเลงบุกมาทวงหนี้สองแม่ลูก พอไม่เจอก็อาละวาดทำลายข้าวของในบ้านของมาลัยด้วย เมลดาจึงคิดว่าจะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นเพื่อตัดปัญหา แต่ปองคุณกลับเสนอให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านของเขาเพื่อความปลอดภัย ทำให้ต้องใจเกิดความไม่พอใจและพยายามคัดค้านอย่างมาก แต่ปองคุณยังยืนยันว่าเขาทำเพื่อเพราะมนุษธรรม ไม่สามารถจะปล่อยให้สองคนแม่ลูกออกไปผจญภัยกันเพียงสองคนได้ เมลดานั้นแม้จะดีใจที่มีทางออก แต่หล่อนก็ยังกังวลว่าถ้าย้ายไปอยู่บ้านปองคุณ เธอจะต้องมีปัญหากับต้องใจอีกต่อไปอย่างไม่จบไม่สิ้นแน่ๆ เมื่อทุกคนไปรวมตัวกันที่บ้านของปองคุณ ต่างก็ปรึกษาหารือกันถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้น มาลัยนั้น คิดจะใช้หนี้แทนให้จบกันไป แต่พวกนักเลงกลับไม่ยอมรับเงิน ยืนยันว่าจะต้องเป็นเงินของสองแม่ลูกนี้เท่านั้น ทำให้เกิดความสงสัยกันขึ้นมาว่าจริง ๆ แล้ว ประยุทธเป็นหนี้จริง ๆ หรือเปล่า เมื่อสอบถามมัลลิกาผู้เป็นภรรยา ก็ไม่เคยรู้เรื่องของสามีตัวเองเลย ทำให้เมลดาเผลอตัวตำหนิมัลลิกาอย่างรุนแรง จนมาลัยต้องห้ามปราม ในที่สุดปองคุณรับอาสาจะสืบเรื่องหนี้สินของประยุทธให้เพื่อความสบายใจของทุกคน การพักอาศัยในบ้านปองคุณแตกต่างจากการพักอาศัยที่บ้านของมาลัยอย่างคนละขั้ว ที่นี่ห้องพักสะดวกสบาย ข้าวของเครื่องใช้มีพร้อมสรรพ แถมยังไม่ต้องทำงาน ทำอาหารเองอีกด้วย แต่เมลดาก็พยายามจะเข้าช่วยเหลือ หยิบโน่นทำนี่ เพื่อต้องการจะทดแทนพระคุณเจ้าของบ้าน ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยหล่อนกับมารดา ใจใสแนะนำให้ทั้งสอง คนเข้าไปฝึกอาชีพที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยจากพวกนักเลงที่สุด แถมยังได้ฝึกอาชีพ ซึ่งสองแม่ลูกก็เห็นดีตามนั้นทางด้านแพรวดาวรับรู้ว่านิคมทำงานให้ไม่สำเร็จตามที่เธอต้องการ จึงต่อว่าและยังไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้าง เป็นหนึ่งเดินเข้ามาได้ยินโดยไม่ที่แแพรวดาวไม่รู้ตัว เป็นหนึ่งกลับมาบ้านพบว่าบิดามีแขก และไม่ยอมให้ใครเข้ามา รบกวนรวมทั้งตัวเขาด้วย เพราะลูกน้องของบิดาที่กางกั้นห้ามมิให้เขาเข้าบ้าน ครั้นบิดาได้ยินเสียงเขาโวยวาย อยู่ด้านนอกจึงเรียกเขาให้เข้าไปได้ ยิ่งเพิ่มพูนความสงสัยขึ้นอีกมากนักว่าบิดามีลับลมคมในอะไรปิดบังเขา ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวด้วย ละครประทีปรักแห่งใจ ในห้องนั้นเป็นหนึ่งได้พบกับ ศุภวัฒน์ พัฒนะกิจกำจร ที่บิดาแนะนำว่าบุคคลผู้นี้จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน ซึ่งเขาพอจะรู้ประวัติชายหนุ่มคนนี้ว่าไม่ค่อยจะขาวสะอาดนัก มีข่าวกับสาวน้อยสาวใหญ่มากมาย หลังจากการหย่าร้างกับสิริมน ภรรยาสาวสวยชื่อดังในวงสังคม แต่แค่ความเจ้าชู้ของเขาไม่ใช่สิ่งที่เป็นหนึ่งจะไม่ชอบใจ แต่เป็นเพราะ ชื่อเสียงที่ไม่ดีว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายมากกว่า แต่เป็นหนึ่งก็รักษามารยาทในการพูดจาด้วยเป็นอย่างดี แล้วก็อดเป็นห่วงบิดาไม่ได้จึงเอ่ยปากตักเตือน ซึ่งนอกจากจะไม่สำเร็จแล้วยังทำให้ชัยพงศ์หัวเสียเป็นอย่างมากด้วยเป็นหนึ่งรู้สึกเหนื่อยล้ากับเรื่องราวที่เขาได้รับรู้ทั้งสองเรื่องในวันนี้เป็นอย่างมาก เมื่อนอนครุ่นคิดถึงเรื่องราว ต่าง ๆ แล้วจึงตัดสินโทรหานักสืบที่เขาจ้างไปตามหาที่อยู่ของเมลดา ทำให้ได้รับรู้เรื่องว่าเมลดามีผู้ชายบ้านนอกคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ แล้วยังได้ดูคลิปที่มีนักเลงตามไปอาละวาดที่บ้านของมาลัยด้วย เขาจำหน้านิคมได้ จึงรู้สึกผิดหวังกับแพรวดาวมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นทำให้เขาตัดสินที่จะไม่วางมือจากเมลดาแม้จะรู้ว่าเขากำลังนำตัวเองไปสู่ปัญหา และสิ่งที่เขาคาดคิดไม่ถึงเลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะนำปัญหาและหายนะมาสู่ครอบครัวของเขาอย่างอเนกอนันต์ วันที่ปองคุณนัดจะพาเมลดากับมารดาไปสมัครเข้าเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ต้องใจแวะมาแต่เช้าด้วยบุคลิกที่เปลี่ยนไปจากเดิม หล่อนหันมาใส่กระโปรง แต่งหน้าเข้มจัด หล่อนกลายเป็นตัวตลกของทุกคนแบบไม่รู้ตัว ปองคุณเองก็ไม่กล้าจะพูดตรง ๆ จึงบอกแค่ว่าหล่อนดูสวยแปลกตาดี ต้องใจจึงคิดว่าเมื่อตัวเองหันมาแต่งตัวแต่งหน้าแบบนี้จะ สามารถดึงใจของปองคุณได้ เมื่อเมลดาสมัครเรียนเรียบร้อยแล้ว ต้องใจยังไม่วายแขวะว่ากระทบกระแทกจนมาลัยต้องออกโรงปกป้อง สองแม่ลูกทำให้ต้องใจงอนเดินหนีออกมา เมลดาตามไปพูดคุยเพื่ออยากจะปรับความเข้าใจ โดยไม่รู้ว่าปองคุณเดินตามไปด้วย ต้องใจสารภาพว่ารักปองคุณ และไม่อยากให้ปองคุณต้องมาเสียใจกับสาวไฮโซซ้ำสองอีก แล้วเล่าเรื่องของ สิริมน คนรักเก่าของปองคุณที่ทิ้งเขาไปแต่งงาน ปล่อยให้ชายหนุ่มต้องชอกช้ำใจมากว่าห้าปี เมลดาเองก็เคยรู้จัก สิริมนแต่ไม่สนิท เคยเจอกันตามงานสังคมเท่านั้น หล่อนจึงแสดงความแปลกใจถึงความสัมพันธ์ของปองคุณ กับสิริมน และแม้ว่าตัวเองจะมีความรู้สึกดี ๆ กับปองคุณอยู่มาก แต่ไม่อยากจะมีปัญหากับญาติอย่างต้องใจ จึงพูดรับปากว่าเธอจะไม่ยุ่งเกี่ยว และคิดอะไรเกินเลยกับปองคุณอย่างเด็ดขาด นั่นทำให้ปองคุณซึ่งแอบฟังอยู่รู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจคล้ายถูกมีดกรีดซ้ำที่รอยแผลเดิม และคิดว่าจะเปิดใจให้กับต้องใจ ที่เห็นคุณค่าและมั่นคงในรักที่มีต่อเขา เสมอมาปองคุณพาเมลดากับต้องใจไปไหว้พระ ขณะที่อยู่ในวัดเมลดารู้สึกว่ามีคนแอบมองอยู่ตลอดเวลา เธอเข้าใจว่า เป็นพวกแก๊งทวงหนี้ หลังจากส่งต้องใจลงที่ตลาดแล้วทั้งสองจึงขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางปองคุณรู้ว่ามีคนขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา เขาจึงหลอกพาไปในที่เปลี่ยวแล้วยิงยางรถจนคนขับไม่สามารถหนีได้ เมื่อใช้ปืนขู่จนมารู้ ทีหลังว่าคนที่ตามมานั้นไม่ใช่แก๊งทวงหนี้ และกลายเป็นเป็นหนึ่งที่แอบติดตามเมลดามาจากวัดนั่นเอง ปองคุณยอมจ่ายค่าเสียหายค่าซ่อมรถ และพาสองคนไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ตามประสงค์ของเป็นหนึ่งที่ร้องขอ เขาแยกตัวออกมานั่งรอโดยมีเมลดามองตามด้วยความไม่สบายใจสร้างความฉุนเฉียวให้กับเป็นหนึ่งเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อรับรู้ได้ว่าบัดนี้เมลดาอาจจะเปลี่ยนใจจากเขาไปเต็มร้อยแล้ว หันมาไปสนใจหนุ่มท่าทางบ้านนอกคนนั้น เขาจึงพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้เมลดากลับกรุงเทพฯ โดยเขายินดีจะรับดูแลหล่อนและมารดาอย่างดี และจะจัดการ เรื่องหนี้สินให้ด้วย แต่เมลดาไม่ยอมรับการช่วยเหลือนั้น และยืนยันว่าเธอยินดีจะใช้ชีวิตแบบที่กำลังทำอยู่ปองคุณอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ว่าเมลดาพูดจาสิ่งใดกับคนรักเก่า เมื่อได้รับคำตอบที่เขารู้สึกยินดี เมื่อรู้ว่าเมลดายืนยันจะทำตามเจตนารมย์เดิม คือการเข้าไปเรียนฝึกอาชีพที่ศูนย์ศิลปาชีพ โดยไม่คิดจะกลับกรุงเทพฯตามคำชวนของเป็นหนึ่ง ปองคุณเริ่มสืบเรื่องการเป็นหนี้ของประยุทธจากโทรศัพท์ที่เมลดายังเก็บไว้ ทำให้เขาพบว่าประยุทธมีการติดต่อ กับศุภวัฒน์ เขาไม่อยากจะคิดว่าเป็นคนคนเดียวที่เคยทำลายหัวใจของเขา เขาจึงโทรไปขอให้ศรุต เพื่อนตำรวจช่วยสืบให้ ทำให้เขาโดนเพื่อนแซวว่าเขาคงกำลังจะมีความรักอีกครั้ง ก่อนจะส่งเมลดาและมารดาเข้าศูนย์ศิลปาชีพ ปองคุณจึงพาทั้งสองคนไปห้าง เพื่อซื้อของใช้เตรียมตัวเข้าไปอยู่หอ โดยมีต้องใจตามไปอีกตามเคยเมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จ เมลดากับมัลลิกาแยกตัวไปซื้อของกันสองคน แต่ช่วงจังหวะที่มัลลิกาขอไปห้องน้ำ เมลดาถูกชายสองคนใช้มีดจี้ให้เดินออกจากห้าง โชคดีที่มีหญิงอ้วนคนหนึ่ง เข้ามาช่วยเมลดาไว้ได้ แพรวดาวรับรู้ว่าลูกน้องทำงานพลาดด้วยความโมโห จึงตัดสินใจจ่ายเงินปิดปากไป เพราะกลัวจะมีหลักฐานโยงใยมาถึงตัวเพราะเริ่มรู้สึกว่าพักหลัง ๆ มานี้ เป็นหนึ่งเริ่มมาเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามถึงนิคม แล้วเป็นหนึ่งคงไม่รู้ตัวว่าหล่อนทราบเรื่องที่เขาตามไปเมลดาถึงอยุธยา หล่อนเก็บความหึงหวงและคับแค้นใจไว้เงียบ ๆ จึงสั่งให้นิคมไปจัดการขั้นเด็ดขาดอีกครั้งแต่ก็พลาดอีกตามเคย ยังดีที่พักหลัง ๆ หล่อนเริ่มไม่ค่อยจะใส่ใจกับเป็นหนึ่งมากเท่าเดิม เพราะความสนใจของหล่อนตอนนี้กำลังอยู่ที่ ศุภวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มพ่อม่ายเนื้อหอม ที่แม้เขาจะไม่ได้หล่อเหลา อะไรมากมาย แต่ก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้แพรวดาวไม่อาจจะละสายตาจากผู้ชายคนนี้ได้เลย ละครประทีปรักแห่งใจ เหตุการณ์ที่เกิดกับเมลดาในห้าง ทำให้ปองคุณคิดว่าต้องรีบสืบเรื่องเจ้าหนี้ของเมลดาให้เร็วที่สุด เพื่อนของเขาแนะนำให้ไปแจ้งความไว้ก่อน แต่ปองคุณกลับคิดว่าถ้าย้ายเข้าไปอยู่ในศูนย์ศิลปาชีพแล้วก็น่าจะปลอดภัย ศรุตวิเคราะห์เหตุการณ์นี้มาอย่างมากมาย และมีข้อสงสัยไปถึงแพรวดาวด้วยในเรื่องของการหึงหวง และสิ่งที่ได้รับรู้ อย่างชัดเจนก็คือ ศุภวัฒน์ คือคนคนเดียวกันจริง ๆ ปองคุณจึงตัดสินใจติดต่อกับสิริมนอีกครั้งเป็นหนึ่งพบยุทธชัย ลูกน้องคนสนิทของประยุทธที่บริษัทของตัวเอง ยุทธชัยกลายมาเป็นคนสนิทของ ศุภวัฒน์แทน ทำให้เขารู้สึกว่าคนนี้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทของประยุทธล้มละลาย เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ที่มากกว่าจึงสามารถหักหลังเจ้านายตัวเองได้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นให้เป็นหนึ่งเริ่มสืบหาเรื่องราวอย่างเงียบ ๆ รวมทั้ง เรื่องที่แพรวดาวใช้นิคมทำด้วย แม้เขาค่อนข้างจะแน่ใจว่าเป็นแผนของแพรวดาวที่ส่งคนไปข่มขู่เมลดา แต่ก็ไม่มีหลักฐานจะจัดการกับหล่อนได้ แล้วเรื่องที่สำคัญคือถ้าเขาแตกหักกับแพรวดาวเรื่องนี้ จะกระทบไปถึงธุรกิจของสองครอบครัวต้องแตกหักลง ซึ่งพ่อของเขาคงไม่ยินยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เมลดากับมัลลิกาย้ายตัวเองจากบ้านปองคุณไปเข้าหอพักในศูนย์ศิลปาชีพ ระหว่างทางที่ปองคุณไปส่งสองแม่ลูก เขาก็มีเรื่องต้องถกเถียงกับเมลดา และแสดงความไม่พอใจเมื่อญิงสาวพูดถึงเป็นหนึ่ง มัลลิกาซึ่งนั่งอยู่เริ่มสงสัยและบอกกับเมลดาตรง ๆ ว่าเธอสงสัยว่าปองคุณจะมีใจให้กับลูกสาวของเธอ เมื่อเจอกับสภาพหอพักที่อยู่ร่วมกับ คนอื่นอีกนับสิบ เมลดาก็แทบจะถอดใจ แต่เมื่อเจอว่ามัลลิกาโอดครวญอย่างหนักหล่อนจึงต้องทำใจให้เข้มแข็ง และคิดว่าต้องยอมรับสภาพนี้ให้ได้ และยังต้องเตือนให้มารดาแสดงสีหน้าให้ดี เพราะกลัวคนอื่นจะเข้าใจผิดแล้วสิ่งที่ทำให้หล่อนดีใจจนลืมนึกเรื่องอื่นไปเลย ก็คือหล่อนได้พบกับหญิงสาวร่างอวบที่เคยช่วยเหลือหล่อนในวันที่ถูกจี้ การเริ่มเรียนวันแรก เมลดารับรู้ว่าแผนกที่เธอเลือกเรียนการสอดย่านลิเภานั้นด้วยอาการใจฝ่อนิด ๆ ว่าหล่อน จะไปรอดไหม เพราะแผนกนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นการฝึกอาชีพที่ยากที่สุด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเรียนงานสอดย่านลิเภาได้สำเร็จ และการจะเริ่มเรียนได้ก็ต้องมีการทดสอบก่อน ที่น่าแปลกใจที่สุดคือปองคุณมาช่วยสอนในแผนกนี้ด้วย แค่เริ่มต้นเขาก็เชือดหล่อนเสียไม่มีชิ้นดีแล้วสิริมน และปองคุณ ไปปรากฎตัวในงานเลี้ยงเปิดตัวหุ้นส่วนระหว่างชัยพงศ์ วินัย พ่อของแพรวดาว และศุภวัฒน์ โดยไม่ได้รับเชิญ แพรวดาวออกอาการเป็นเดือดเป็นร้อนแทนศุภวัฒน์ จนเป็นหนึ่งเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ ของคนทั้งคู่ ในขณะที่ศุภวัฒน์นั้นเริ่มรับรู้ว่าสิริมนกำลังจะมาเอาคืน เพราะเมื่อตอนที่เขาเป็นแต่งงานกับสิริมนนั้น ได้ถ่ายโอนหุ้นในกิจการห้างสรรพสินค้าของครอบครัวหล่อนไปให้เจษฎา กว่าครอบครัวหล่อนจะรู้ตัวห้างนั้นก็หลุดมือไปแล้ว ยังดีว่าหล่อนยังมีกิจการทางด้านอื่นรองรับอยู่ จึงยังคงอยู่ได้โดยไม่ล้มละลายไปเหมือนกับประยุทธ เพราะปองคุณหายหน้าไป ทำให้เมลดาไม่มีสมาธิพอที่เรียนรู้จนหล่อนแทบจะถอดใจ แต่ได้ครูอย่างผลที่มากล่าวเตือนสติ และบอกว่าแท้จริงแล้วปองคุณเป็นห่วงหล่อนมาก ถึงขนาดฝากฝังให้ช่วยดูแลอย่างดี ในระหว่างที่เขาไปทำธุระที่อื่น เมลดาหวั่นไหวจนเริ่มจะรู้ใจตัวเองว่าคงจะรักปองคุณเข้าให้ แต่ก็ไม่อยากจะคาดหวังมาก เพราะกลัวจะผิดหวัง และจะไม่ยอมเปิดเผยความในใจก่อน แม้คนรอบตัวจะบอกว่าปองคุณเองก็คงจะมีใจให้หล่อนเช่นกัน แล้วเมื่อได้รับฟังคำบอกเล่าจากผลและผู้ร่วมเรียนคนอื่น ๆ ช่วยกันให้กำลังใจก็ทำให้เมลดามีใจที่หึกเหิมขึ้นอีกครั้ง พร้อมจิตใจที่หวั่นไหว และอบอุ่นขึ้นในคราเดียวกัน ต่อให้ปองคุณจะปากร้าย แต่เขาก็เป็นคนที่คอยให้กำลังใจหล่อนเสมอมา และที่น่าแปลกคือก็คือเขาเข้ามานั่งในหัวใจของหล่อนโดยไม่รู้ตัวเป็นหนึ่งเริ่มระแคะระคายว่า ศุภวัฒน์ อาจจะคิดไม่ซื่อ เมื่อบิดาเริ่มขยายการลงทุนอย่างรวดเร็ว เขาจึงหาทางที่จะพูดคุยกับยุทธชัยโดยไม่ให้ใครรู้ระหว่างนี้เขาเลยลองโทรไปหาเมลดาตามเบอร์ที่หล่อนให้ไว้ แทนที่จะเป็นป้ามาลัยรับ กลับเป็นต้องใจมารับแทนและพูดจาไม่ดีจนเป็นหนึ่งนึกโมโห แต่เขาต้องการจะติดต่อกับเมลดาให้ได้ จึงขอให้ต้องใจมาพบเขาที่กรุงเทพฯ เมลดาผ่านบททดสอบแล้วจึงเริ่มฝึกการสานย่านลิเภา หล่อนเริ่มทำตลับทรงรีขนาดเล็กจนสำเร็จ และมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ตอนนี้ใครจะว่าหล่อนไร้ค่ายิ่งกว่าหุ่นไล่กาไม่ได้อีกแล้ว ปองคุณโผล่เข้ามาเงียบ ๆ และยังใช้คำพูดแรง ๆ ให้หญิงสาวน้อยใจอีกเช่นเคย แต่เพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนของหล่อนต่างพากันล้อเลียน ที่เห็นปองคุณมาถกเถียงแง่งอนกัน เพราะรู้ถึงความในใจของสองหนุ่มสาว ผลจึงอนุญาตให้เลิกเรียนก่อนเวลาได้ปองคุณบอกกับเมลดาว่าบิดาของหล่อนไม่ได้หนี้ใคร แต่ที่ถูกข่มขู่น่าจะเกิดจากแพรวดาวที่ต้องการให้หล่อนไปให้ไกลจากเป็นหนึ่งเพราะความหึงหวง หล่อนจึงคิดว่าถ้าอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่องราวคงจะเงียบ ๆ ไปเอง และปองคุณยังบอกเพิ่มเติมอีกถึงเรื่องว่า ศุภวัฒน์อาจจะมีส่วนในเบื้องหลัง ที่บิดาต้องล้มละลายจึงร่วมมือกับสิริมนที่โดนศุภวัฒน์ โกงเหมือนกันสืบเรื่องนี้ เมลดาจึงเข้าใจผิดไปอีกว่าทั้งหมดที่ปองคุณกำลังทำนั้น ทำเพื่อคนรักเก่าอย่างสิริมนมากกว่าที่จะคิดช่วยเหลือหล่อนจริงๆ ทางด้านต้องใจไปพบกับเป็นหนึ่งตามนัดที่ห้างสรรพสินค้า หล่อนแต่งตัวแบบที่คิดว่าดูดีที่สุด แต่กลับกลายเป็นตลกมากในสายตาของชายหนุ่ม หลังจากกินข้าวพูดคุย และฝากโทรศัพท์มาให้เมลดาแล้ว เขาจึงพาหล่อนไปเดินดูเสื้อผ้าที่เหมาะสม และดูดีจริง ๆ ระหว่างนั้นทั้งสองคนก็เห็นแพรวดาวเดินควงมากับศุภวัฒน์ ทำให้ต้องใจไม่ค่อย เข้าใจในความรักของคนในวงสังคมนัก แล้วออกโรงปกป้องเมลดาเมื่อคิดว่าเป็นหนึ่งจะแอบคบหาลับหลังแพรวดาว ในขณะที่ปองคุณกำลังกลัดกลุ้มในท่าทีหมางเมินของเมลดา และกำลังคิดหาวิธีที่จะง้อหล่อน ต้องใจก็โผล่มาที่บ้าน หล่อนบอกว่าเจอกับเป็นหนึ่งที่กรุงเทพฯ และเขาได้ฝากโทรศัพท์มาให้เมลดา แล้วพูดทำนองว่าเมลดาคงจะไม่ทนอยู่ที่นี่ได้นาน ยิ่งมีคนรักเก่ามาให้ความช่วยเหลือแบบนี้สักวันเมลดาก็คงจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ยิ่งทำให้ใจของปองคุณแย่ลงไปมากกว่าเดิมแต่ต้องใจก็พูดสะกิดใจเขาที่ว่าหล่อนพบศุภวัฒน์เดินควงกับแพรวดาว เขาเริ่มมั่นใจว่าศุภวัฒน์ต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องการล้มละลายของประยุทธ และการโอนย้ายหุ้นของสิริมนแน่นอน ต้องใจนำโทรศัพท์มาให้เมลดาที่ศูนย์ศิลปาชีพแต่เมลดาไม่ยอมรับกลับจะยกให้หล่อนแทน ละครประทีปรักแห่งใจ เป็นหนึ่งนัดพบยุทธชัยที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาสืบมาได้ เมื่อยุทธชัยรับรู้ว่าเป็นหนึ่งรู้เรื่องบางอย่างมาแล้ว เขาจึงบอกเล่าเหตุผลที่เขาเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้ศุภวัฒน์นั้น เพื่อต้องการจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับประยุทธ เจ้านายเก่าที่เขารัก และเคารพมาก โดยการยอมเป็นคนเห็นแก่เงินในสายตาคนอื่นแล้วแฝงตัวเข้ามารวบรวมหลักฐานเพื่อจะเอาผิดศุภวัฒน์ แล้วในความจริงอีกอย่างที่ทำให้เป็นหนึ่งแทบจะช็อกตายคือบิดาของเขาและของแพรวดาวมีส่วนร่วมในการทำให้ประยุทธต้องล้มละลายด้วยเป็นหนึ่งตัดสินใจที่จะพูดคุยกับแพรวดาวก่อนที่จะคุยกับบิดา เขาพยายามจะหาทางออกร่วมกันระหว่างหล่อนกับเขา แต่ดูเหมือนแพรวดาวจะมั่นใจในตัวศุภวัฒน์ จนบอกกับเป็นหนึ่งว่างานแต่งงานจะไม่มีวันล้ม จะต้องแต่งเพื่อรักษาหน้าตาและผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้แล้วหลังจากก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตที่ตัวเองพอใจ โดยจะยอมให้เป็นหนึ่งมีผู้หญิงคนอื่นได้แต่ต้องยกเว้นเมลดา ส่วนตัวหล่อนนั้นก็จะไม่เลิกกับศุภวัฒน์แล้วยังขู่อีกด้วยว่าหล่อนจะต้องจัดการกับเมลดาขั้นเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เขาได้มีโอกาสพบกับเมลดาอีก เขาจึงโทรไปหาต้องใจเพราะติดต่อเมลดาไม่ได้ พร้อมกับกับเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังด้วยแล้วบอกต้องใจรีบไปบอกเมลดาให้ระวังตัว แต่พอต้องใจมาถึงที่ศูนย์ศิลปาชีพ กลับพบว่าปองคุณกับเมลดากำลังสารภาพรักกันทำให้ความตั้งใจที่จะมาเตือนเรื่องแพรวดาวจะส่งนักเลงมาข่มขู่ เกิดความคิดชั่ววูบขึ้นมาว่าถ้าไม่บอกเรื่องนี้ให้เมลดารู้ แล้วปล่อยให้เมลดาถูกขู่เพื่อให้หนีไปอยู่ที่อื่นบางทีต้องใจอาจมีโอกาสแย่งปองคุณกลับคืนมาก็ได้แพรวดาวไปออกงานสังคมกับศุภวัฒน์ แล้วก็ไปจบกันที่คอนโดแล้วรับปากกับหล่อนว่าจะส่งคนไปจัดการกับเมลดาให้ตามที่หล่อนร้องขอ แล้วศุภวัฒน์ชักชวนให้แพรวดาวยกเลิกงานแต่งงานกับเป็นหนึ่งแล้วให้พ่อของเธอถอนหุ้นออกจากบริษัทของเป็นหนึ่ง แพรวดาวเกิดความรู้สึกผิดถ้าจะต้องทำอย่างนั้นก็เท่ากับเธอเป็นคนทำลาย ครอบครัวของเป็นหนึ่งให้ล่มจม แต่ศุภวัฒน์ก็พยายามเกลี้ยกล่อมจนแพรวดาวเริ่มคล้อยตาม เพราะสงสัยว่าเป็นหนึ่งเองก็กำลังสืบเรื่องของเธออยู่เหมือนกันทำให้เธอต้องตัดสินใจเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ทางด้านเป็นหนึ่งก็พยายามจะพูดคุยกับบิดาของเขา และบอกว่าศุภวัฒน์กับวินัยกำลังจะคิดหักหลังเขาอยู่ เมื่อความโกรธมาครอบงำ และเขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นได้ เมื่อยุทธชัยถูกลอบยิง สิริมนจึงวางแผนปล่อยข่าวว่าเขามีอาการโคม่าใกล้ตาย แล้วเริ่มดำเนินตามแผนที่จะจับ ศุภวัฒน์ให้ได้โดยเรียกเป็นหนึ่งมาร่วมรับรู้ด้วยว่าศุภวัฒน์ และวินัยมีแผนจะโดยความผิดเกี่ยวกับของการทำลายบริษัทของประยุทธ ให้เป็นความผิดของชัยพงศ์คนเดียว ด้วยการสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมาในวันที่วินัยจะมา ขอถอนหุ้นแล้วเธอจะนำเอาหลักฐานจริงมาตลบหลังสองคนนั้นทีหลัง เป็นหนึ่งรับรู้ด้วยความรู้สึกผิดต่อเมลดา เขาได้แต่หวังว่าหล่อนคงจะยอมให้อภัยกับครอบครัวของเขา ในขณะที่เรื่องราวทางด้านธุรกิจกำลังขับเคี่ยวกัน ทางด้านเมลดาก็กำลังมีความสุขกับงานที่ทำได้สำเร็จเป็นชิ้นแรกและผลงานนั้นผ่านการทดสอบด้วย หล่อนดีใจจนเผลอกระโดดกอดปองคุณต่อหน้าทุกคน ซึ่งช่วงนี้เมลดา และมัลลิกาต่างปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้อย่างมีความสุข และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น และความรักของเมลดา ก็กำลังเติบโตเบ่งบานสุขสมหวังอีกด้วย ปองคุณให้รางวัลเมลดาด้วยการพาออกไปกินข้าวข้างนอกศูนย์ศิลปาชีพ โดยบอกกับมัลลิกาว่าขอไปกันเพียงลำพัง แม้มัลลิกาจะออกอาการงอน ๆ บ้างแต่ก็ยอมแต่โดยดี เมื่อถึงที่ร้านแล้วปองคุณก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมลดาโกรธเป็นหนึ่งจนคิดว่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือใด ๆ แต่ปองคุณกลับช่วยแก้ต่างแทน เป็นหนึ่งจนหล่อนน้อยใจ และเดินหนีออกจากร้านโดยที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย แต่ออกมาได้ไม่ไกลมากนัก หล่อนก็เจอชายร่างสูงใหญ่เข้ามาทำร้าย และพูดข่มขู่ให้รีบย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น และไม่ให้ติดต่อกับคนทางกรุงเทพฯอีก กว่าปองคุณจะวิ่งตามมาช่วยทัน เมลดาก็โดนชกที่ท้องจนลงไปนอนกองอยู่กับพื้นแล้ว ปองคุณพาเมลดาไปแจ้งความ และบอกว่าหล่อนไม่ต้องหนีไปไหน เขาจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง พร้อมทั้งบอกเล่าถึงแผนการที่สิริมนได้วางไว้เพื่อจัดการกับศุภวัฒน์ แม้เมลดาจะแย้งด้วยความไม่มั่นใจแต่ปองคุณก็ยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยแน่นอน เมลดากลับมาปรึกษากับมัลลิกาว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต ในเมื่อตอนนี้หล่อนมีความผูกพันกับที่นี่ และเริ่มสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่อยากกลับไปเป็นคุณหนูไฮโซอีก แต่ด้วยความน้อยใจปองคุณที่เหมือนจะขับไล่ไสส่งให้เธอกลับไป มัลลิกาจึงให้คำปรึกษาว่าให้กลับไปจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่ทางไหน ศุภวัฒน์กับวินัยมาประกาศถอนหุ้นในที่ประชุม และโยนความผิดทุกอย่างให้กับชัยพงศ์ โดยมีหลักฐานที่ทำปลอมขึ้นแถลงกับนักข่าวด้วย เมื่อข่าวแพร่ออกไป สิริมนจึงพายุทธชัย พยานปากสำคัญไปให้การที่โรงพัก ศุภวัฒน์พยายามดิ้นเพื่อจะเอาตัวรอดเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถจะหลุดพ้นจากหลักฐานที่มีมามัดตัวเองได้ ทั้งหมดถูกจับกุมโดย ไม่มีการให้ประกัน ทางด้านมาลัยที่ได้รับข่าวว่าเมลดาถูกทำร้าย จึงบอกกับต้องใจทำให้หล่อนรู้สึกผิดมาก และสารภาพกับมารดาว่าตัวเองผิดที่ไม่ยอมบอกเมลดาทั้ง ๆ ที่รู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น มาลัยปลอบโยน และให้ข้อคิดจนต้องใจรู้สึกโล่งใจที่ได้คุยกับมารดา หล่อนพร้อมจะขอโทษเมลดากับมัลลิกาเพื่อจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่เพื่อสร้างความรักและความเข้าใจอันดีให้แก่กัน เป็นหนึ่งเคลียร์เรื่องราวทางกรุงเทพฯ เสร็จแล้วจึงมารับเมลดากับมัลลิกาที่ศูนย์ศิลปาชีพ ทั้งสองคนแม้จะมีความอาลัยอาวรณ์กับสถานที่นี้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องกลับไปกรุงเทพฯ เพื่อจะฟื้นฟูกิจการของประยุทธขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นหนึ่งยินดีจะรับผิดชอบสิ่งที่บิดาของเขาได้กระทำกับครอบครัวของเมลดาด้วยการคืนเงินสองร้อยล้าน พร้อมซื้อบ้านคืนจากแบงก์ให้หญิงสาวด้วย เมลดาแวะไปลาผลที่โรงฝึก ผลจึงมอบกระเป๋าย่านลิเภาให้เมลดาเป็นที่ระลึก ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯ เมลดาขอแวะที่บ้านป้ามาลัยเพื่อไปล่ำลากันก่อน และต้องใจก็ถือโอกาสกราบโทษมัลลิกา และขอโทษเมลดาด้วยที่ตนเคยทำเรื่องไม่ดีไว้กับทั้งสองคนอย่างมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน มีความรักความอบอุ่นอบอวลของครอบครัว ที่พร้อมจะช่วยเหลือประคับประคองชีวิตในยามทุกข์ และสุขร่วมกันตลอดไป ละครประทีปรักแห่งใจ ขณะที่เมลดากลับกรุงเทพฯไปแล้ว ปองคุณกลับไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกหรือไม่ เพราะรู้ว่าเมลดามีนิสัยที่มุ่งมั่น หากหล่อนกลับไปเป็นนักธุรกิจเต็มตัวเพื่อจะสานฝันของบิดาต่อไปแล้วเขาจะทำอย่างไรกับความรักครั้งนี้ แต่เขาก็ได้รับกำลังจากต้องใจ และมารดาให้เขาลุกขึ้นต่อสู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความรัก โดยไม่ยึดติดกับความผิดหวังที่เคยมีมาในอดีตอีก เมลดา และมัลลิกากลับมาใช้ชีวิตในบ้านหลังเดิม แต่ความรู้สึกกลับไม่เหมือนเดิม หญิงสาวยังตื่นมาทำอาหารเช้า ทั้งที่เป็นหนึ่งก็ได้จัดคนงานมาคอยรับใช้ไว้ให้อย่างเพียบพร้อมแล้วแม้จะมีความสุขสบายเหมือนเดิม แต่ก็ยังคิดถึงความเป็นอยู่ที่ศูนย์ศิลปาชีพ เมลดาไปออกงานทอล์กโชว์โดยถือกระเป๋าย่านลิเภาที่ผลให้มาเพื่อเป็นประชาสัมพันธ์ให้คนไทยหันมาสนใจงานย่านลิเภากันมากขึ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับดีจนเมลดามีความคิดที่จะทำธุรกิจที่ส่งเสริมงานฝีมือคนไทย โดยจะยุติธุรกิจเดิมของบิดาที่ทำเกี่ยวกับเครื่องหนัง ซึ่งจะเป็นผลดีกับบริษัทของเป็นหนึ่งที่อาจจะมีโอกาสฟื้นตัวได้อีกครั้ง หล่อนจึงไปหายุทธชัย และยกหุ้นของกิจการให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่หล่อนวางแผนชีวิตแล้วว่าจะขายคฤหาสน์หลังงาม แล้วไปซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ที่อยุธยา ในขณะที่เมลดาจัดการเรื่องธุรกิจในกรุงเทพฯให้เรียบร้อย เพื่อจะรีบไปตามหาหัวใจของตัวเองนั้น ก็เกิดอุปสรรคในชีวิตรักขึ้นมาอีก เมื่อวันที่หล่อนกับเป็นหนึ่งกอดเพื่อล่ำลากันอยู่นั้น ปองคุณที่พร้อมจะกล้าเผชิญหน้ากับความรัก ก็ดันมาเห็นและไม่ถามไถ่ใด ๆ หนีกลับอยุธยาไปเลย ทำให้เมลดาต้องหันมาวางแผนง้องอนปองคุณ โดยได้รับความช่วยเหลือจากต้องใจ และทุกคนที่ศูนย์ศิลปาชีพ แผนการง้องอนเกิดขึ้นในงานฉลองเลื่อนตำแหน่งของวิชัย ที่จัดขึ้นในศูนย์ศิลปาชีพ เลยกลายเป็นว่างานเลื่อนตำแหน่งถูกแย่งซีนเป็นงานง้องอนเปิดเผยความรัก และขอแต่งงานกันของหนุ่มสาวสองคน ได้มาปรับความเข้าใจกัน ท่ามกลางบรรยากาศของความรักแบบเพื่อน แบบครอบครัว แบบครูและศิษย์ ความเป็นพี่เป็นน้อง และมีคู่รัก ที่ทำให้ยิ่งอบอวลไปด้วยรัก และความอบอุ่นยิ่งขึ้น ติดตามชมละคร ประทีปรักแห่งใจ ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครประทีปรักแห่งใจ เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559 นักแสดงนำ ละครประทีปรักแห่งใจ ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท ปองคุณปรียากานต์ ใจกันทะ รับบท เมลดาน้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัย รับบท ต้องใจวิธวัฒน์ สิงห์ลำพอง รับบท เป็นหนึ่งธีรตี บุตรดีหงส์ รับบท แพรวดาวจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท มัลลิกาสมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ประยุทธเวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท ชัยพงศ์นฤมล พงษ์สุภาพ รับบท หนึ่งฤทัยขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท ใจใสอนันต์ บุญนาค รับบท เอกชัยปวีณา ชารีฟสกุล รับบท มาลัย

คู่เดทคู่สุดท้าย ปลื้ม-ซีแนน กับซีนเรียกน้ำตา เพลง ผิดที่ฉัน(I Can’t)
ซีแนน ณัฐพร /  ปลื้ม ณัชคุณ / 

   ต้องเข้าฉากประชันความเศร้าที่เรียกว่าพร้อมสั่งน้ำตาตลอดการถ่ายทำ สำหรับคู่เดทคู่สุดท้ายอย่าง ปลื้ม ณัชคุณ นุตตานนท์ จาก วีอาร์พี (V.R.P) และสาว ซีแนน ณัฐพร รุ่งรังสี จาก ค่ายกามิกาเซ่ ที่ล่าสุดปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมากระชากน้ำตากันแล้ว สำหรับเพลง “ผิดที่ฉัน (I Can’t)” โดยที่ทั้งคู่ต้องทำการบ้านอย่างหนักกับบทบาทเรื่องราวสุดช้ำที่เศร้ากันจนน้ำตาท่วมจอแถมยังได้หนุ่ม มาก่อน กามิกาเซ่ มาร่วมรับส่งอารมณ์เพิ่มความดราม่าอีกด้วย    โดยการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอยกกองไปปักหมุดกันแถวย่านวิภาวดีตั้งแต่ 6โมงเช้าจนถึงเที่ยงคืน ซึ่งทั้งหนุ่มปลื้ม และ สาวซีแนน ก็ทำความเข้าใจบทกันมาเป็นอย่างดี พอถึงเวลาเข้าฉากทั้งคู่ก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์เศร้าอกหักออกมาได้เจ็บปวดแถมยังอินสุดๆ จนทำเอาทีมงานทุกคนน้ำตาคลอกันทั้งกองถ่าย ปลื้ม วี.อาร์.พี เล่าว่า    “สำหรับเพลง “ผิดที่ฉัน (I Can’t)” เรียกว่าเป็นงานหินเลยครับ ต้องเข้าคอร์สการแสดง คือมันยากตรงที่เราต้องถ่ายทอดอารมณ์ออกมาว่าเราเศร้าเราเสียใจผ่านทางแววตา แต่ว่าปากเราต้องยิ้มด้วย เหมือนทำเป็นว่าเราเข้าใจเราไม่เป็นไร โดยเรื่องราวในเอ็มวีผมจะเป็นเพื่อนกับซีแนน แต่ว่าซีแนนเขาเป็นแฟนกับ พี่มาก่อน กามิกาเซ่ วันหนึ่งเขาเลิกกันผมก็จะเป็นคนคอยปลอบใจ เพราะผมรักซีแนนมาโดยตลอด ซึ่งเขาก็รู้และรู้ว่าเราเป็นคนดี แต่เขาก็ให้เราอยู่ในฐานะเพื่อนเท่านั้น เพราะเขาเองยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ ผมเองก็พยายามเข้าใจถึงแม้จะเสียใจมาก ยิ่งตอนสุดท้ายที่ซีแนนมาลา เราพยายามเก็บอารมณ์เก็บความรู้สึกไว้ แต่พอเขาเข้ามากอดก็ร้องไห้เลย เพราะรู้แล้วว่าเราต้องยอมปล่อยเขาไป ก็ได้แต่โทษตัวเองผิดที่เราไปรักเขา แต่เขาก็โทษตัวเขาที่รักเราไม่ได้ สุดท้ายก็แยกทางกันไปด้วยความเข้าใจกัน อยากให้แฟนๆติดตามชมกันดู แล้วมาซับน้ำตาให้คนผิดอย่างผมด้วยนะครับ ”

ว่าด้วยเรื่องของ...ดวงเนื้อคู่! กับนิสัยผู้หญิงทั้ง 12 นักษัตร
ดวงความรัก /  ดวงเนื้อคู่ / 

สาวปีชวด สาวปีนี้นอกจากจะฉลาดเฉลียวมีไหวพริบเป็นยอดแล้ว ยังเป็นคนที่สามารถคบหาสมาคมกับคนทั่วไปได้อย่างดี ทำโน่นทำนี่ไม่ได้หยุดหย่อนเอาเสียเลย แต่ก็ออกจะเป็นขี้ระแวงไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ไม่ใช่คนที่จะไว้ใจใครได้ง่ายๆ สาวปีนี้ล้วงความลับจากคุณได้เก่งมากและเป็นการยากที่จะตบตาเธอได้ ดวงเนื้อคู่ หนุ่มทั้งหลายที่มีความลับ ถ้าคิดจะคบกับสาวคนนี้ต้องระวังไว้บ้าง แต่ถ้าคุณเป็นคนพิเศษของเธอเมื่อไหร่ก็ตามคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีทีเดียว เธอเป็นคนที่มีการเก็บออมอย่างดี แต่เวลาใช้จ่ายก็มักจะใช้ในทันทีเหมือนกัน สาวปีฉลู เป็นคนเจ้าระเบียบและสะอาดเรียบร้อย แต่ค่อนข้างดื้อพอควร แต่เป็นคนที่ซื่อสัตย์และมีความอดทนดี ทำอะไรก็ตามต้องทำให้เสร็จไม่ย่อท้อ ด้วยนิสัยนี้เองจึงทำให้ชีวิตมักจะประสบความสำเร็จด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใครเลย และไม่ชอบให้ใครมาหยิบยื่นความสำเร็จให้ด้วย สาวปีนี้มักจะเก็บอารมณ์ได้เก่ง ทำให้เข้าใจเธอได้ยากสักหน่อย แต่เธอจะเป็นผู้ฟัง และแนะนำการแก้ปัญหาได้ดี สาวปีขาล ผู้หญิงปีนี้มีความจริงใจ และคุณสามารถแน่ใจว่าถ้าคุณคบกับเธอคุณจะได้เพื่อนที่ไม่ทิ้งคุณ และเป็นคนที่มีความรู้สึกไว และใจน้อย ความรู้สึกรุนแรงที่มี อาจทำให้พลาดท่าได้ในเรื่องความรัก นอกจากนั้นยังเป็นคนขี้หึง ขี้หวงเอามากๆ สาวคนนี้ถึงแม้จะมีอารมณ์ดีขนาดไหนก็ตามให้พึงระวังในยามที่เธอโมโหโกธรด้วย ความใจร้อนและการที่ชอบทำอะไรด้วยตัวเองทำให้เป็นคนที่รอไม่เป็น ถ้าเธอคิดจะทำอะไรแล้วต้องทำในทันที ทำให้ในบางครั้งต้องมานั่งเสียใจกับการตัดสินใจกับสิ่งที่ทำไป ถึงแม้ว่าจะใจกว้างเพียงใดก็ตามแต่ในบางครั้งเธอก็คิดเล็กคิดน้อยได้ สาวปีเถาะ มักจะเป็นคนอารมณ์ดีและชอบสะสมของดีมีราคาที่จะทำให้ตัวเองดูดี เธอสามารถรับฟังและให้คำแนะนำกับคนอื่นได้อย่างดี มีเพื่อนฝูงมากมายและไม่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว อาจเป็นคนติดเพื่อน ติดแฟน ซึ่งต่างจากสาวปีขาลที่ชอบชีวิตโลดโผนและผจญภัย สาวปีมะโรง เป็นสาวที่มีความเชื่อมั่นสูงและถ้าเธอคิดว่าความคิดเธอถูกต้องหรือต้องการ อะไร เธอกล้าที่จะพูดเสียงดังๆ และมีความซื่อสัตย์ แต่เธอค่อนข้างใช้เงินเก่งทีเดียวเรียกว่าถ้าถูกใจก็โอเค เธอจะให้ความสำคัญกับครอบครัวและเพื่อนเสมอ และไม่เคยปฎิเสธใครถ้าขอร้องให้เธอช่วย ไม่แนะนำให้มีปัญหากับเธอ เพราะเธอจะโกรธนานและถ้าคิดจะแก้แค้นเธอก็ทำได้ดีทีเดียว สาวปีมะเส็ง หญิงปีงูมักจะเป็นที่สนอกสนใจของคนรอบข้างแต่เธอค่อนข้างที่จะระมัดระวังตัว ในการที่จะเลือกคบคนหรือคู่รักพอสมควร ต้องดีจริงๆ และเมื่อเลือกใครแล้วก็จะไม่ยอมให้ใครมาแย่งไปได้เป็นอันขาด ต้องข้ามฉันไปก่อน และมักเป็นคนที่จะพูดจาตรงไปตรงมาตรงจุดไปเลย เป็นคนที่มองการณ์ไกล และมักจะเป็นไปตามที่เธอพูดเสียด้วย สาวปีมะเมีย เรียกได้ว่าเป็นคนน่าคบหาเพราะเธอจะเป็นคนที่คุยสนุกสนานและไม่ใช่คนขี้อาย เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เธอสามารถชวนคนนี้คนโน้นคุยได้อย่างไม่เคอะเขิน ถ้าเธออยากได้อะไรก็จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้มา และเธอยังมีความมั่นใจสูงเสียด้วยว่าจะประสบความสำเร็จ มีความคิดไม่อยู่กับที่และมักจะทำสิ่งใหม่ๆเสมอ การอยู่บ้านเฉยๆไม่ใช่เธอ และน่าเบื่อที่สุดสำหรับเธอ สาวปีมะแม มักจะมีความโดดเด่นและสง่ามีความอ่อนโยน เรียบร้อย เหมือนผู้ชายปีนี้ แต่เป็นคนที่มีจิตรใจงดงาม แต่ขี้อาย ไม่ชอบรับฟังคำตำหนิเหมือนกับชายปีมะแม ถ้าคุณสนใจผู้หญิงปีนี้ต้องใช้เวลาสักหน่อยเพราะเธอจะค่อยๆ แสดงความเป็นตัวเองทีละน้อย เธอจะชอบช่วยเหลือคนอื่นและเพื่อน และเวลาที่เธอต้องการความช่วยเหลือก็มักจะได้รับความช่วยเหลือด้วยเช่นกัน สาวปีวอก เหมือนชายปีวอก ฉลาด และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เป็นที่หมายตาของหนุ่มทั่วไป มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี มนุษย์สัมพันธ์เยี่ยม ไม่มีพิษมีภัยกับใครและมักจะคอยช่วยเหลือผู้อื่นด้วยซ้ำ สำหรับคำพูดคำจาของสาวปีนี้มักจะรู้เรื่องของกาละเทศะได้อย่างดี จึงไม่พูดให้ใครลำบากใจ เป็นคนที่ชอบศึกษาและหาความรู้มาเพิ่มเติมเสมอ สาวปีระกา บ้านของสาวปีนี้เรียกได้ว่าสะอาดเรียบร้อยเนื่องจากเธอมักจะเป็นคนเจ้าระเบียบ และข้าวของ ของเธอจะต้องเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย แม้จะพิถึพิถันในเรื่องการแต่งตัวและเป็นคนที่น่าเชื่อถือ แต่อย่างไรเสียก็ยังไม่เท่ากับหนุ่มปีไก่ สาวปีนี้ และมักจะประสบความสำเร็จในเรื่องของหน้าที่การงานเนื่องจากเป็นคนที่ทำอะไร จะทำจริง ซื่อสัตย์และไม่คดโกงใคร รักษาคำมั่นสัญญาได้ดี ปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆได้ดี สาวปีจอ เป็นคนที่มีพรสวรรค์และสติปัญญาเป็นเลิศทีเดียว มีความฉลาดเฉลียว เป็นที่น่าคบหาของคนทั่วไป และคุยสนุก มีความเป็นอยู่ง่าย ถึงแม้ว่าสาวปีจอจะมีความทะเยอทะยานกว่าหนุ่มปีจอ แต่ก็แค่ให้เธอได้มีความสำเร็จในชีวิตเท่านั้นก็เพราะเธอไม่ค่อยสนใจในอำนาจ ไม่ค่อยสนใจในเรื่องของเงินทองมากนัก เธอสามารถเป็นเมีย เป็นแม่ และเป็นแม่บ้านที่ดีได้ แต่เวลาเธอโกรธขึ้นมาก็ไม่แพ้หนุ่มปีจอสักเท่าไหร่หรอกนะ สาวปีกุน สาวหมูมักจะมีเสน่ห์ ยิ้มง่าย และไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตามก็จะมีรอยยิ้มอยู่เสมอ อารมณ์ดี ซื่อสัตย์ และคบคนง่าย ชอบช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาให้กับคนอื่นเสมอ แต่พอปัญหาของตัวเองกลับแก้ไม่ได้และไม่ฟังคนอื่น อาจเนื่องจากเธอมักจะเก็บ ซ่อนความรู้สึกต่างๆไว้โดยไม่ยอมให้ใครรู้ แต่อย่างไรก็ดีเธอมักจะมีโชคดีอยู่เสมอ และความมีโชคนี่เหละมักจะช่วยเธอเสมอ และอีกอย่างเธอควรจะเชื่อคนอื่นบ้างในเรื่องของความรักเพื่อที่จะได้ไม่ผิดหวังบ่อยนัก คำทำนายโดย อาจารย์ ภควรรณ Horoscope.Mthai.com

5 สิ่งต้องรู้! ข้อมูลเบื้องต้น เที่ยวออสเตรีย ยุโรปในฝัน
Austria /  hallstatt / 

ออสเตรีย คือ หนึ่งในประเทศยุโรปที่มีความสวยงามด้าน วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และธรรมชาติ อันดับต้นๆของโลก โดยมีอิทธิพลจากยุโรปผสมกับอาณาจักรโมัน ต่อเนื่องเป็น อาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี บ่มเพาะความเจริญผ่านศิลปะโดยเฉพาะเสียงดนตรี (พระราชวังเชินบรุนน์) ออสเตรีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยจากการก่อการร้าย เพราะหลังแพ้สงครามโลก ก็ไม่สามารถส่งทหารร่วมรบในสนธิสัญญา(ทางทหาร)กับใครเลย รอด!! 1. ต้องรู้ อุณหภูมิและฤดู ของ ออสเตรีย ออสเตรีย เป็นประเทศแถบยุโรป ซึ่งเพื่อนๆก็เลือกฤดูที่จะไปเที่ยวได้เลย อากาศหนาวตั้งแต่เดือน ธ.ค. – มี.ค. อากาศแบบเย็นสบายหลัง มี.ค. เป็นต้นไป และจะร้อนมากไม่ต่างจาก กทม. เอาตอนเดือน ก.ค. และ ส.ค. (ใส่เสื้อกล้ามเดินถนนได้เลยล่ะ) ซึ่งทีมงานเราไป เวียนนา  (เขตเมือง)เดือน ก.ค. ครับผม แต่บ้านเมืองเขาก็แบ่งโซนพื้นที่อีก เช่น โซนหุบเขาแอลป์จะมีอากาศเย็นแบบที่สูงครับ เช่น เมือง Hallstatt ที่บรรยากาศคล้าย Switzerland แต่ว่า บ้านเรือนริมทะเลสาบไล่เขา เขามีสันลูกกวาด ตกแต่งดอกไม้สวยงาม) (พระราชวังเชินบรุนน์: ด้านหลัง) 2. ภาษา และธรรมเนียม ในการ เที่ยวออสเตรีย ภาษา: ที่นี่มีภาษาทางการเป็นเยอรมัน แต่ว่า ร้านค้าส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ คนที่นี่น่ารักต้อนรับ ทางที่นี่ รู้ศัพท์พื้นฐานของที่นี่ไว้บ้างก็ได้ครับ (ออกเสียง และสำเนียงถูกต้องอย่างไร ค้นหา คลิป หรือ แอพ เองนะ) Guten Tag (กูเทน ถาก) สวัสดี Dunke schon (ดังเค่อ เชิน) ขอบคุณมาก Wasser trinken ถ้าเห็นป้ายนี้ตามสาธารณะ หมายถึงว่า น้ำสะอาดรองดื่มได้ครับ Herren ป้ายหน้าห้องน้ำของผู้ชาย Damen ป้ายห้องน้ำคุณผู้หญิงครับ Schweien หมู, Rind เนื้อวัว, Hahnchen เนื้อไก่, Kalp เนื้อลูกวัว ธรรมเนียมที่ควรรู้: ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ควรยืนรอบริกรต้อนรับที่หน้าร้าน หรือจุดยืนรอ อย่าไปหาโต๊ะหรือจองโต๊ะเอง การให้ทิป จะไม่ให้ทิปเลยก็ได้ครับ ถ้าจะให้ก็อยู่ระหว่าง 5-10% ของราคาอาหาร เอาล่ะ พร้อมเที่ยวแล้ว เราก็มาแนะนำข้อมูลเมืองที่ควรรู้ก่อน 3. แผนที่ เดินทาง และซิมมือถือ สำหรับ เที่ยวออสเตรีย 3.1 ข้อมูล กรุงเวียนนา (พระราชวังฮอฟบวร์ก) เวียนนาคือ เมืองหลวง แหล่งช้อปปิ้ง และที่ตั้งของพระราชวังหลายแห่งที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม ข้อมูลที่เที่ยว กรุงเวียนนา อ่านต่อที่นี่ > เที่ยวออสเตรีย กับ 20 สถานที่ยอดฮิตในกรุงเวียนนา (Vienna) 3.2 ข้อมูลเมือง Salzburg Salzburg เป็นเมืองแห่งการถ่ายทำหนัง โดยมีสวนดอกไม้ บ้านเรือนที่เป็นจุดถ่ายหนัง โดยเฉพาะ Sound of Music บ้านเกิดและบ้านที่ทำงานของโมสาร์ท ปราสาทป้อมปราการบนเขา และถนนตึกเก่าสวยๆน่ารักๆ (ข้อมูลท่องเที่ยวเมือง Salzburg เร็วๆนี้) ดาวโหลดแผนที่ ที่เที่ยว Salzburg ที่นี่ 3.3 ข้อมูลเมือง Hallstatt ข้อมูลที่เที่ยวเมือง Hallstatt อ่านต่อ > ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก 3.4 แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ Metro (เวียนนา) ดาวน์โหลดแผนที่ metro (รถไฟฟ้า) กรุงเวียนนาที่นี่ แผนที่ดูง่ายครับ จุดที่ต้องจำไว้คือ Wien Mitte (อ่านว่า วีน มิตเต้อ) หรือ Landstrasse เป็นสถานที่จะเชื่อมกับ รถไฟฟ้าสาย CAT กับ สนามบินครับ และ สถานี Wien Hofbanhof (อ่านว่า วีน ฮอฟ บาน หอฟ) หรือ Sudtiorler Platz เป็นเหมือนหัวลำโพงที่จะเชื่อมไปยังรถไฟสายต่างๆที่ออกนอกเมือง ค่ารถไฟฟ้า metro ครั้งละ 2.2 ยูโร ไม่ว่าจะใกล้ไกลต่อหนึ่งการเดินทาง (และถ้าซื้อแบบ validate ทันที คือจะใช้เลย ไม่งั้นก็ซื้อล่วงหน้าแล้วมา validate ทีหลังกับเครื่องสแตมป์บัตรที่สถานทีก็ได้) ค่ารถไฟฟ้า metro แบบเหมาวัน (ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจาก validate) 7.6 ยูโร นะครับ (ถ้าวางแผนไว้ว่าจะเดินทางเที่ยวมากกว่า 4 ทริปต่อวันก็ซื้อเหมาวันดีกว่า) และมีแบบเหมาสัปดาห์ด้วย เช็คราคาเองนะครับ 3.5 รถไฟฟ้าสีเขียว ระหว่างเมือง (เวียนนา)และสนามบิน แบบรวดเดียว 16 นาที และมีรถออกทุกๆ 30 นาที เรียกว่า CAT (City – Airport Train) ราคา 17 ยูโร แบบไปกลับ (หมายความว่า เก็บบัตรไว้ใช้ตอนกลับนะครับ ภายใน 30 วัน) เช็คข้อมูลรถไฟ ระหว่างเวียนนาและสนามบิน CAT ที่นี่ ซื้อได้ที่ตู้ขายอัตโนมัติที่สนามบิน หรือที่เคาน์เตอร์ก็ได้ 3.5 รถไฟระหว่างเมือง เข้าได้ที่ เว็บ รถไฟ ยุโรป นะครับ (รถไฟ ไปยังประเทศต่างๆนอก ออสเตรีย ได้ด้วย) ค้นชื่อสถานีต้นทาง ปลายทางได้ เช่น ถ้าไป Hallstatt ก็ใส่ปลายทางเป็น Hallstatt HBF หรือไป Salzburg ก็ใส่ปลายทางเป็น Salzburg HBF ราคาแปรผันตามช่วงเวลา ช่วงโปรโมชั่นราคาอาจจะลดลงถึง 21 ยูโรต่อหนึ่งทริป (เที่ยวเดียว) แต่ราคาปกติก็ประมาณ 51 ยูโรครับ คุณสามารถดาวน์โหลด app ได้ด้วย แล้วก็รถไฟ ระหว่างเมืองบางรอบ ซื้อล่วงหน้าด้วยบัตรเครดิตราคาถูกกว่า 3.6 ซิมมือถือ แพ็คเก็จน่าจะคล้ายๆกัน เราได้ลองใช้ยี่ห้อ Vectone ราคา 20 ยูโร ได้โหลดข้อมูลได้ 5 GB ก็เร็วดี 4.อาหารการกิน ประเทศออสเตรีย ที่นี่มีการกินที่ เป็นส่วนผสมระหว่างความเป็นเยอรมนี (กินของเย็นๆชืดๆ) และยุโรปกลาง (กินของร้อนๆ พิถีพิถันนิดนึง) เราและนำอาหารของทีนี่และร้านอาหารที่อร่อย และร้านอาหารประทังชีวิตดังนี้ อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ของ ออสเตรีย  สลัดผัก (ซึ่งสลัดผักที่นี่ ปลูกในประเทศ ส่วนใหญ่จะใช้ น้ำมันเมล็ดฟักทอง แทนน้ำมันมะกอกทำให้มีรสชาติหวานหอมไปอีกแบบนึง) คนออสเตรียแนะนำยีห้อ Steirisches ที่มีรางวัล (สติ๊กเกอร์สีทอง) การันตี Schnitzel ซึ่งมีทั้งแบบหมูและลูกวัว โดยที่ มีขายแทบทุกร้านเป็นหมูชุบแป้งทอด กินเปล่าๆกับผักหรือกินกับซอสแครนเบอร์รี่รสหวาน ซุป Gulasch ส่วนใหญ่เป็นซุปเนื้อเครื่องเทศ ถ้าใครไม่กินเนื้อ บางแห่งจะมี ซุปฟักทอง ซุปมันฝรั่ง หรือซุป celerie เป็นออเดิร์ฟครับ Topfen และ Topfencreme มันคือ ชีสเหลวของที่นี่ หรือที่เยอรมนี เรียกว่า Quark นะครับ รสชาติเหมือนมีความเปรี้ยวมัน คล้ายๆโยเกิร์ตแต่มันกว่า ซึ่ง topfen จะเป็นชีสแบบหนึ่งมักจะเอาไปทำเค้กด้วย (ถ้าเห็น topfen … torte ก็ลองชิมนะ torte แปลว่า cake) ส่วน topfencreme มักจะเห็นวางขายใกล้ๆกับโยเกิร์ตในซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นแพ็กพร้อมผลไม้เบอร์รี่ อ่านเนื้อหาเกี่ยวกับ Quark (ที่ไม่ใช่โยเกิร์ต) Cafe ร้านกาแฟ ขนม (คาเฟ่) ที่ออสเตรีย (โดยเฉพาะ เวียนนา) ถือว่า เป็นร้านที่เท่ที่สุดในโลก เนื่องจาก ส่วนใหญ่ กาแฟอร่อย เค้กอร่อย บรรยากาศดี ในอาคารตกแต่งทรงยุโรปสวย แต่สิ่งที่ต้องรู้ คือ Eiskaffee  (อ่านว่า ไอส์ คาฟเฟ่) ที่นี่จะเป็นแบบ กาแฟเย็นใส่ไอศกรีมนะครับ (เช่นเดียวกับ Eischocolat ก็เป็น ช็อกโกแล็ท เย็นใส่ไอศกรีม เช่นกัน) * ถ้าอยากกินกาแฟเย็น ให้สั่งเป็น Iced Capuccino/ Latte จะชัดเจนกว่า หรือไม่ก็ต้อง สั่ง Iced Coffee (อ่านว่า ไอซ์ คอฟฟี่ แบบอังกฤษทับศัพท์ หรือ Geeister Kaffee อ่านว่า เกไอซ์แทร์ คาฟเฟ่) * รวมทั้งที่น่าสนใจคือ หลายๆร้านที่นี่ มีเมนูเครื่องดื่ม สำหรับ ฤดูร้อน และ ฤดูหนาว ต่างกัน Sacher Cake คือ สิ่งที่หลายคนจะแนะนำกันให้มาชิม เป็นเค้กช็อกโกแล็ท ณ โรงแรม Sacher (ค้นหาได้ครับ) แต่ต้องเป็นคนชอบของหวานนะครับ และที่สำคัญ หลายๆ คาเฟ่ ก็จะมี เค้กช็อกโกแล็ท โดดเด่นประจำร้านตัวเองเช่นกัน ร้านอาหาร และแหล่งกิน อาหารฟาสท์ฟู้ด (เบอร์เกอร์หลายๆยี่ห้อ ไม่ว่าจะ แม็ค หรือ คิง หรือ บัคส์) หาได้ตามจุดท่องเที่ยวโดยเฉพาะ Stephenplatz และ Graben อาหารอิตาเลียนตามสั่ง ร้าน Vapiano เข้าไปแล้วเขาจะให้ cash card เปล่าๆไว้ แล้วเราก็เข้าไปสั่งอาหารมีอยู่สาม station มี pizza, salad และ pasta ก็ไปสั่งอาหารตามเมนู ยืนรอรับเลย (เหมือนอาหารตามสั่งบ้านเรา) พอได้รับอาหารแล้วก็ทาบบัตรกับเครื่องหน้า station นั้น กินเสร็จค่อยเอาบัตรไปแสดงตัวจ่ายเงินครับ อาหารรสชาติดี กินง่าย เพราะเราก็คุ้นเคยกับอาหารอิตาเลียนอยู่แล้ว ซุปเปอร์มาร์เก็ต มีสองแหล่งใหญ่คือ Billa และ Spar ซึ่งมีขายทั้ง แซนด์วิช สลัด และอาหารชุดแช่เย็น เช่น บะหมี่(จีน) ข้าวหน้าปลาดิบ ซื้อไปทานประทังชีวิตได้ (คือมันก็อร่อยนะครับ ที่พูดเช่นนี้ เพราะคนไทยเรา คุ้นเคยกับอาหารเสิร์ฟร้อนมากกว่า) ร้านอาหารแนะนำอื่นๆ เราแนะนำอีกสามร้าน ตามลิงค์ลงรายละเอียดนะจ๊ะ Café Central, Demel Café, Figlmuller 5. ของฝาก คู่ควร กับการเที่ยว ออสเตรีย ช็อกโกแล็ท ชื่อดังของที่นี่ มียี่ห้อ Manner (ที่หลายคนชอบ คือ เวเฟอร์ Hazelnut แต่ผมรู้สึกว่า ที่นี่ติดหวานจัดนะ) Heindl และ Mozartkugeln (หรือที่คน เรียกว่า ช็อกโกแล็ท Mozart) ทั้งสามยี่ห้อนี่หาซื้อได้ทุกที่เลย ถ้าแนะนำที่รสชาติดีก็ยี่ห้อ Manner นะ มีสาขาใหญ่ๆที่ Stephanplatz ตามสถานีรถไฟ และที่สนามบินครับ แต่แนะนำให้ซื้อที่ Billa หรือ Spar supermart ได้หลายแบบหลายขนาด และได้ราคาดีที่สุด ราคาตั้งแต่ 1 ยูโร แพ็คเล็ก จนถึง กล่องเหล็ก 10 ยูโรอ่อ ผมซื้อ เหล้าช็อกโกแล็ท มาชิมด้วยครับ เดี๋ยวรสชาติเป็นอย่างไร จะมาบอกอีกที (มีขายทั้งขวดใหญ่ ขวดเล็ก ขายทั้งที่สนามบิน และตามซุปเปอร์มาร์เก็ต) กล่องดนตรี เนื่องจากเป็นเมืองเสียงดนตรี แหล่งเกิด และแหล่งทำงานดัง ของศิลปินหลายท่าน ก็เลยมีกล่องเพลงทั้งกล่องเล็กใหญ่ เริ่มต้น ราคา 7 ยูโร ขึ้นไป ตะไบเล็บประดับคริสตัล หาซื้อได้ตามร้านของฝาก คุณผู้หญิงเขาแนะนำว่าไม่ค่อยเจอตะไบเล็บสวยๆแบบนี้ ราคาเริ่มต้น 6.5 ยูโร Swarovski คริสตอลแบรนด์ดังมีต้นกำเนิดที่เมือง อินส์บูร์ก ประเทศออสเตรีย นี่แหละ ดังนั้น สินค้านี้ จึงราคาถูกกว่า และมีโปรโมชั่นส่วนลดเยอะกว่า คน ออสเตรีย เขาแนะนำให้ เราหาซื้อ น้ำมันเมล็ดฟักทองไว้ทานกับสลัด (แทนน้ำมันมะกอก หอมหวานกว่า) โดยซื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ต สังเกตตราที่มีรางวัลการันตีเอา เกลือ !!! ใช่ครับ หลายเมืองของ ออสเตรีย ทั้ง Salzburg (แปลว่า ปราสาทเกลือ) และ Hallstatt มีเหมืองเกลือ จึงมีเกลือหลายแบบ ทั้งแบบผสมเครื่องหอม แบบผสมเครื่องเทศ และแบบมีแร่ธาตุผสม (สีสันต่างๆ) ซึ่งบรรดานักชิม และนักปรุงอาหารน่าจะเข้าใจมากกว่า แอดมิน นะ (เหอๆ เข้าไม่ถึงจริงครับ)  (ภาพจาก http://www.salzwelten-shop.at/en.html) การขอคืนภาษี ซื้อสินค้า Tax Free การซื้อของใน ออสเตรีย หากราคาถึง 75 ยูโร สามารถขอฟอร์มคืนภาษีได้ โดยขอคืนได้ที่หลัง ตม. มองหา custom เพื่อเอาฟอร์มที่กรอกแล้วไปประทับตราศุลกากรก่อนแล้ว มองหา Global Blue Tax Free เพื่อขอคืนภาษี (แนะนำว่า เอาของที่ซื้อใส่กระเป๋าถือเผื่อว่า โดนเรียกตรวจสินค้า ที่ไม่ใช่โลชั่นของเหลวนะครับ ถ้าเป็นของเหลว ให้อ่านคู่มือเพื่อตรวจและประทับตราก่อนนำกระเป๋าโหลดดิ้งนะ)

Maldives 3 วัน 2 คืน ที่ Centara Ras Fushi Resort & Spa
ที่พักมัลดีฟส์ /  เที่ยวมัลดีฟส์

เพจ Blue Eyes Photo จะไปพาเราไปเที่ยว Maldives สวรรค์ของคนรักทะเล แบบ 3 วัน 2 คืน โดย จองเเพ็กเกจช่วงโปร ผ่านเอเจนซี่ที่ไทย เข้าพักที่ Centara Ras Fushi Resort & Spa บอกเลยว่าต้องมาให้ได้สักครั้ง! Maldives 3 วัน 2 คืน ที่ Centara Ras Fushi Resort & Spa เดินทางช่วงสงกรานต์ จองเเพ็กเกจช่วงโปร ผ่านเอเจนซี่ที่ไทยครับ ในแพ็กเกจประกอบไปด้วย Resort : Centara Ras Fushi ห้องแบบ Deluxe Water Villa 2 คืน มื้ออาหารแบบ All-Inclusive เป็นบุฟเฟ่ต์ เช้า-กลางวัน-เย็น เค้ก ขนม กาแฟสด เครื่องดื่ม เบียร์ ไวน์ ค็อกเทล ฯลฯ สั่งได้ตลอดที่บาร์ ใครที่ทานได้เยอะ ดื่มเก่ง คุ้มครับ กินดื่มกันทั้งวี่ทั้งวัน จัดหนักบุฟเฟ่ต์กันทุกมื้อ สปีดโบ๊ท ไป-กลับ สนามบิน-รีสอร์ท เครดิต 40USD/คน/คืน สามารถสั่งอาหารจานเดียวนอกเหนือจากบุฟเฟ่ต์ได้ ที่ห้องอาหารไทย, อิตาเลี่ยน, อาหรับ (ต้องจองโต๊ะล่วงหน้าครับ) อุปกรณ์ดำน้ำที่ไม่ใช้น้ำมัน เช่น วินด์เซิร์ฟ, กระดานโต้คลื่น, เรือถีบ, คายัค ฟรี ประกันภัยการเดินทาง การเดินทาง บิน Srilankan Airlines BKK-Colombo-Male เเวะต่อเครื่องที่ Colombo รอประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับคนที่ไม่ชอบต่อเครื่อง มีเที่ยวบินตรงของ Bangkok Airways ครับ ข้อดีของการพักที่ Centara Ras Fushi คือ อยู่ใกล้สนามบิน จากสนามบิน นั่งสปีดโบ๊ทเเค่ 15 นาที ก็ถึงตัวรีสอร์ทเเล้ว ถือว่าประหยัดค่า Seaplane ไปในตัว เต่สำหรับบางคน การได้นั่ง Seaplane ชมวิวงาม ๆ ของหมู่เกาะมัลดีฟ ถือเป็นความฝันอีกอย่างที่ต้องเก็บให้ได้เหมือนกัน ห้องพัก Deluxe Water Villa ห้องสวยโปร่งโล่งสะอาด เเค่เดินลงบันไดที่ระเบียงหน้าบ้าน ก็ได้ดำน้ำดูปะการังและปลาสวย ๆ เเล้ว เช้าตื่นมาเปิดม่าน มองออกไปเห็นทะเลสีครามเคล้าเเสงเเดดยามเช้า มันเป็นอะไรที่ฟินมากครับ กิจกรรมช่วงกลางวัน แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย มีดำน้ำรอบเกาะ กิจกรรมทางน้ำต่างๆ อุปกรณ์พวกหน้ากาก ฟิน สน๊อกเกิ้ล วินด์เซิร์ฟ กระดานโต้คลื่น เรือถีบ คายัค สามารถยืมได้ทุกอย่างที่ Water Sport Centre แบบเสียค่าใช้จ่าย มีให้เลือกเยอะเเยะมากมาย เช่น คอร์สเรียนกีฬาทางน้ำ one day trip ไปดำสคูบ้า นั่งเรือเที่ยวดูโลมา ดำน้ำกับฉลามวาฬ ถ่ายพรีเวดดิ้งก็มีครับ ทุกกิจกรรมที่อยู่บนบอร์ดประกาศ สามารถติดต่อกับทางรีสอร์ทได้เลย กิจกรรมช่วงกลางคืน ไม่พ้นการจัดเต็มกับบุฟเฟ่ต์มื้อเย็น เเล้วไปนอนเอกเขนก ดูดาว ตากอากาศ จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีที่บาร์ สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ ถ้าท้องฟ้าเคลียร์ สามารถถ่ายทางช้างเผือกได้ด้วยครับ ส่วนตัวเเล้วผมเป็นคนเที่ยวสไตล์ลุยๆ เเละค่อนข้างประหยัดครับ มีทริปสบาย ๆ อยู่นับครั้งได้ นอกนั้นก็เดินขาลาก นอนกลางดินกินกลางทรายมาตลอด จนมาครั้งนี้ ลองกัดฟันควักตังค์เเลกกับประสบการณ์ดี ๆ ซักครั้งในชีวิต มัลดีฟส์ ก็คือมัลดีฟส์ครับ... หมู่เกาะสวรรค์แห่งนี้ ไม่มีอะไรต้องบรรยายให้มากความ รูปถ่ายที่เคยผ่านตาจินตนาการ หรือภาพฝันในหัวเรามันงดงามเพียงใด ของจริงที่อยู่ตรงหน้าก็งดงามเช่นนั้นครับ ขอบคุณข้อมูลการเดินทาง และภาพสวยๆ จาก เพจ Facebook : Blue Eyes Photo 

หลายฉากโดนตัด! เพจดังแฉ Suicide Squad ฉากดี ๆ หายเพียบ
batman /  Cap Boomerang / 

หลายฉากโดนตัด! เพจดังแฉ Suicide Squad ฉากดี ๆ หายเพียบ หลังจากที่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องดัง Suicide Squad ทีมพลีชีพมหาวายร้าย เข้าฉายในบ้านเราในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ก็สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่มองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ประทับใจสมการรอคอย ซึ่งหลายคนรู้สึกได้ว่าภาพยนตร์ถูกตัดออกไป และน่าจะคล้ายกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เมื่อต้นปีอย่าง BvS: Dawn of Justice ที่ถูกตัดออกไปหลายฉาก จนทำให้ความสนุกสนานลดลงไป ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก Batman Thailand Universe ได้บอกเล่าถึงฉากในภาพยนตร์เรื่อง Suicide Squad ทีมพลีชีพมหาวายร้าย ที่ถูกตัดออกไป ซึ่งมีหลายฉากด้วยกัน ดังต่อไปนี้ - ฉาก Deadshot อยู่ในห้องขัง... มองฝนแล้วนึกถึงลูกสาวตัวเอง - ฉาก El Diablo มองดูไฟที่มือตัวเอง แล้วค่อย ๆ ดับไฟลง - ฉาก El Diablo ถูกจับใส่แท็งก์น้ำ แล้วปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำ - ฉากสัมภาษณ์ Cap Boomerang ที่ค่อนข้างจะหยาบคาย แต่หนังถูกปรับโทนให้สว่างขึ้น เลยทำให้ฉากนี้ถูกตัดออกไป - ฉากในอดีตของ Killer Croc ที่เขานิยามตัวเองว่าเป็น "ความงดงาม" ในแบบของเขา - ฉาก Killer Croc กับ Batman และเคยทำงานร่วมกับแก๊งมาเฟีย ในเมือง Gotham และหวังว่าจะยึดมาได้เองสักวันนึง - ฉาก Killer Croc ในอดีตที่สร้างรูปปั้นขึ้นมา - ฉาก Killer Croc อ้วกแตกตอนที่เฮลิคอปเตอร์ตก แล้วก็กินอ้วกตัวเองเข้าไปอีกครั้งนึง (หยี) - ฉาก Slipknot เป็นพวกชอบฆ่าข่มขืน (โคตร Dark) - ฉาก Rick Flag อ่านไฟล์ของ Suicide Squad ให้กับ June Moon - ฉาก Rick Flag และ June Moon ไปเดทด้วยกัน - ฉาก Joker พูดกับผู้คุมขังว่า "I can't wait to show you my toys" - ฉาก Joker และลูกน้องหลบหนีหลังจากยิงถล่มร้านอาหาร Harley ขับมอเตอร์ไซค์ไล่ตาม Joker และไปขวางหน้ารถ Joker จากนั้น Joker ก็เอาหัวโขกกับกระจกด้วยความฉุนเฉียว - ฉาก Joker กับ Harley สู้กัน และจบที่ Harley เอาปืนจ่อหัว Joker หลังจากนั้น Joker พยายามพูดหวาน ๆ กับ Harley ทำให้ Harley ลดปืนลงมา และก็ตบหน้า Harley ด้วยหลังมือ แล้วก็ลงไปพูดหวาน ๆ กับ Harley อีกครั้งหนึ่ง แล้ว Joker กับ Harley ก็จูบกัน - ฉาก Joker พูดกับ Harley เพิ่มเติมก่อน Harley จะโดดไปในบ่อเคมี - ฉาก Batman ใช้ Batmobile ไล่ล่า Joker และ Harley เพิ่มเติม ทำให้เห็นว่า Joker หนีออกมาจากรถได้อย่างไร - ฉาก Harley ใช้ไม้เบสบอลตั้งฐานปืน และหลับตาเพื่อเล่นเกม "กระสุนจะโดนใคร" - ฉาก Joker เพิ่มเติมในการไปขู่นักวิทยาศาสตร์เพื่อให้ปลดระเบิดในคอของ Harley ออก - ฉาก Joker วาดถึงความสัมพันธ์ของเขากับ Harley ซึ่งออกไปในทางความรัก - ฉาก Joker กับ Harley เถียงกันหลังจากที่ Joker ช่วย Harley ขึ้นมาบนเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งจริง ๆ แล้วฉากนี้ต้องเป็น Joker ผลัก Harley ออกจากเฮลิคอปเตอร์เพื่อที่จะ "ฆ่า" แต่ดันโดนเปลี่ยนเป็นผลักเพื่อ "ช่วย" - ฉากทีม Suicide Squad กินเหล้าในบาร์กันถูกตัดออกไป - ฉาก Joker รอดมาจากเฮลิคอปเตอร์ และเผชิญหน้ากับ Suicide Squad และพยายามเกลี้ยกล่อม Harley ให้ไปกับเขา แต่ Harley ปฏิเสธ ซึ่งทำให้เกิดการทะเลาะกับทีม Suicide Squad ขึ้น Joker เขวี้ยงระเบิดแล้วหนีไปพร้อมทั้งพูดว่า "บ๊ายยย บายยย" เรียกได้ว่าภาพยนตร์ถูกตัดออกไปหลายฉากทีเดียว ไม่แน่ว่าเมื่อออกในเวอร์ชั่นแผ่น DVD หรือ Blu-ray แล้วก็น่าจะรวมฉากที่ถูดตัดเข้าไว้ด้วยกัน และเมื่อชมภาพยนตร์แบบไม่ตัดฉากใด ๆ ออกไปแล้วน่าจะได้อรรถรสความเข้มข้นของภาพยนตร์ได้เต็มที่ ขอบคุณข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก Batman Thailand Universe

ร้อนใน สัญญาณเตือนภัยสุขภาพ
ร้อนใน /  แผลในปาก / 

ความเจ็บร้อนภายในปากที่หากรับประทานอาหารรสจัดหรือเพียงแค่มีอุณหภูมิร้อนขึ้นมาสักหน่อยก็จะแผลงฤทธิ์ให้เจ็บปวดขึ้นมานั้น ส่วนใหญ่เราเรียกว่า ? ร้อนใน ? คำนี้มีความหมายลึกซึ้งมากในทางสุขภาพเพราะสามารถบอกโรคภัยไข้เจ็บไปจนถึงเรื่องของจิตใจและอารมณ์ของบุคคลนั้นๆ ได้แถมยังเป็นมาตรวัดสุขภาพที่รู้ได้ด้วยตัวเองดังนั้นหากเกิดอาการ ร้อนใน ขึ้นมาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรต้องทราบให้รู้แน่ ร้อนใน บอกอะไร สาเหตุของแผล ร้อนใน ที่น่ารู้และดูแล้วพบบ่อยมีหลายเรื่องที่คาดไม่ถึงครับ ส่วนใหญ่เรามักคิดถึงสาเหตุจากการเหนื่อยล้าหรือนอนดึกเท่านั้น แต่ยังมีเหตุที่น่าสนใจอีกดังต่อไปนี้ครับ ติดเชื้อในช่องปาก ทั้งจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัส หรือบางคนที่ภูมิไม่แข็งแรงอยู่แล้วอาจพ่วงเชื้อ ?รา? เข้าไปด้วย มีอาการแผลกว้างและลึก มีน้ำเหลืองหรือหนองออกมาเปรอะ และที่แน่นอนคือ ต่อมน้ำเหลืองข้างคอต้องโตด้วยครับ นอกจากนั้นยังมีเชื้อแปลกบางชนิดที่ผลิตแผล ร้อนใน ได้ อาทิ เชื้อวัณโรคครับ มีสิ่งแปลกปลอมในปาก อาทิ ก้างปลา เหล็กดัดฟัน ฟันปลอมที่ไม่พอดีเหงือก เหล่านี้มีสิทธิ์เป็นผู้ร้ายทำอันตรายเยื่อเมือกอ่อนๆ (Oral Mucosa) ได้ หากมีสิ่งแปลกปลอมชั่วครั้งชั่วคราวอย่างเหล็กดัดฟัน พอเลิกใส่มันก็จะหายได้เอง แต่ถ้าเป็นของที่อยู่นานอย่างฟันปลอมก็อาจทำให้เป็นแผลเรื้อรังมีกลิ่นปากได้ครับ กินอาหารมันและหวานจัด การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำมันพืชจะมีกรด ?โอเมก้า 6? สูง กระตุ้นการอักเสบในช่องปากได้ส่วนของหวานก็ทำให้เกิดการอักเสบและเรียกเชื้อแบคทีเรียมารุมกินโต๊ะด้วยได้ง่ายขึ้น ที่ว่ามาคือสาเหตุที่มักพบบ่อยครับ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มักพ่วงมากับ ร้อนใน คือ ?ต่อมน้ำเหลืองโต? ซึ่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และเมื่อ ร้อนใน หายมันก็จะหายไปเช่นกัน เรื่องสำคัญอยู่ที่ต้องแก้ให้ถูกจุดเท่านั้นละครับ ร้อนใน อาจเป็นได้มากกว่าที่คิด การรู้จักสาเหตุของ ร้อนใน ให้ดีเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ เพราะ ร้อนใน อาจเป็นสัญญาณที่บอกเป็นนัยถึงสิ่งไม่พึงปรารถนาอย่างการเป็น ?มะเร็งในช่องปาก? นั้น จากการศึกษาพบว่า แผล ร้อนใน ไม่ใช่ความเสี่ยงหรือสาเหตุแน่ครับ แต่สำหรับผู้ที่เป็นแผลในปากก็อย่าเพิ่งวางใจว่าแผล ร้อนใน นั้นไร้พิษภัย ข้อนี้ฝากไว้ด้วยความเป็นห่วงจริงๆ ครับ เพราะสิ่งหนึ่งที่ต้องนึกถึงไว้เสมอคือแผลในช่องปากไม่ใช่แผล ร้อนใน อักเสบเสมอไป แต่อาจเป็น ?แผลมะเร็ง? ได้ ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าเป็นกันบ่อยแล้วจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดานะครับ ในกรณีของสาเหตุ ร้อนใน ที่พบได้ไม่บ่อยแต่ก็ไม่ควรประมาทมีอยู่สองอย่าง คือ มะเร็งในช่องปาก สังเกตได้ง่ายคือ ผู้ป่วยมักมีประวัติสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ และตัวแผลนั้นก็ดู ?ดุ? กว่า ร้อนใน ทั่วไป เช่น แผลโตไว ดูขรุขระ ขอบไม่สวย และเป็นเรื้อรังผิดสังเกต เชื้อไวรัสเริม เชื้อเริมเติบโตได้ดีที่เยื่อบุครับ ในช่องปากเป็นบ้านที่อยู่สบายของไวรัส เพราะมีทั้งความชุ่มชื้นอบอุ่นและเป็นส่วนตัวจึงไม่น่าแปลกที่เชื้อไวรัสแผลในปากจะงอกงามดีอย่างที่เรียกว่าแพร่ลูกหลานไปเป็นแผลหลายจุดได้ ดังนั้นในคนที่เป็นแผล ร้อนใน แบบมีออปชั่นเสริมอย่างมีไข้ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บและแผลดูไม่สวย แถมเป็นๆ หายๆ ไม่ขาดสักทีอย่างนี้อย่านอนใจครับ ต้าน ร้อนใน ด้วยสูตรป้องกันแผลในปาก ประการแรก ให้ตัดบุหรี่และพิษที่เสี่ยงต่อช่องปาก เช่น ของทอดของมัน ของหวานจัด รวมถึงการกินของร้อนจัดเกินไป และการดื่มเครื่องดื่มพวกชา กาแฟ และแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไปประการต่อมาคือ เรื่องของอาหาร โดยขอให้เน้นอาหารที่มี ?ฤทธิ์เย็น? ซึ่งช่วยดับการอักเสบได้ มักมีรสขมซึ่งอุดมไปด้วยธาตุฝาดสมานอย่างมะระ ผักที่มีรสขมเป็นยาของแท้ ถ้าอยากแก้อาการ ร้อนใน ต้องไม่พลาดเมนูต้มมะระหรือมะระผัดไข่ ส่วนคนที่สนใจทางเลือกอาจนำมะระมารับประทานกับขนมจีนน้ำยาก็อร่อยดีครับ ส่วนสะเดาเอาใจผู้ที่ชอบสูตรน้ำปลาหวาน แต่สำหรับสูตรต้านแผลในปากไม่อยากให้รสหวานหรือเค็มเกินไป อาจรับประทานกับปลาย่างสูตรโบราณก็ได้เพราะในสะเดามีทั้งโฟเลต ธาตุเหล็ก และสังกะสีที่ช่วยแผล ร้อนใน อีกทั้งวิตามินช่วยสมานแผลที่ผิวหนังอย่างวิตามินเอและซีก็มีอยู่มากครับ นอกจากนี้ยังมีประเภทเครื่องดื่มที่เยียวยาแผล ร้อนใน ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำใบบัวบกและน้ำข้าวกล้องงอก ซึ่งมีเคมีที่ช่วยดับอักเสบอย่าง ?วิตามินบี? มาก ช่วยสมานแผลที่กำลังอักเสบอยู่และปกป้องช่องปากจากแผล ร้อนใน หากต้องการเพิ่มคุณค่า เวลาดื่มน้ำข้าวกล้องงอกให้ใส่ธัญพืชเข้าไปด้วยจะยิ่งช่วยได้มากครับ สำหรับน้ำเก๊กฮวยจะดื่มแบบร้อนหรือเย็นก็เป็นของช่วยลดอาการร้อนอักเสบในร่างกายได้หรือจะเป็นน้ำเฉาก๊วยเย็นชื่นใจใส่น้ำตาลพอหวานปะแล่มๆ ช่วยให้ปากที่ ร้อนใน สบายขึ้นเหมือนติดแอร์เลยครับ ที่ว่ามาเป็นทางเลือกที่จะใช้ช่วยทุเลาอาการ ร้อนใน ได้ และในกรณีที่เป็นไม่มากก็รักษาให้หายได้เลย จะได้ไม่ต้องใช้ ?ยาป้ายแก้แผล ร้อนใน ? บ่อยเกินไป เพราะยาป้ายกลุ่มนี้ถ้าเป็นครีมใสๆ ก็มักมี ?สเตียรอยด์? อ่อนๆ ผสมอยู่ ถ้าทาถูไปนานๆ อาจพาเชื้ออักเสบเข้ามาแถมได้อีก เช่น เชื้อหนองและเชื้อราครับ กลายเป็นยิ่งทายิ่ง ร้อนใน แสนปวดใจเวลาอดกินของอร่อย ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสาร Health&Cuisine ตุลาคม, Issue 141 เขียนโดย: นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช drkrisda@gmail.com

ดราม่าแน่นอน! เหงียนทำท่าจะไม่ยอมรับเหรียญประท้วงประเด็นลูกโทษ พร้อม comment
ทีมชาติไทย /  ฟุตบอลหญิง / 

การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียนราการ เอเอฟเอฟ วีเมน แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016  ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ซึ่งแข้งสาวไทยเอาชนะ จุดโทษเวียดนามในรอบชิงชนะโดยมีประเด็นดราม่าโดยในการดวลจุดโทษตัดสินแชมป์ หลังจากที่เสมอกัน 1-1 ในเวลา 120 นาที ขณะที่ เวียดนามได้เปรียบ เพราะหากว่ายิงเข้าจะคว้าแชมป์ได้ทันที แต่นักเตะยิงไปติดเซฟ วราภรณ์ บุญสิงห์ ผู้รักษาประตูสาวไทยและบอลกลิ้งไต่เส้นก่อนที่  วราภรณ์ จะตามมาสกัดบอลทิ้งออกไปได้ ทำให้เวียดนามประท้วงเล็กๆเพราะมองว่าบอลเข้าไปแล้วเต็มใบ แต่ไลน์แมนยืนยันว่าลูกบอลยังไม่ข้ามเส้น ก่อนที่จะยิงกันต่อและไทยเอาชนะไป 6-7 คว้าแชมป์ไปครอง ซึ่งในพิธีรับเหรียญทีมเวียดนามรองชนะเลิศไม่ยอมออกมารับเหรียญรองแชมป์ตามพิธีทำให้นักตะไทยทีมแชมป์ และเมียนมา อันดับที่ 3 ต้องรอกว่าครึ่งชั่วโมงกว่าที่นักเตะเวียดนามจะเดินออกมารับเหรียญ คอมเม้นท์หลังจบครึ่งแรก ไทยนำ 1-0 Lộc Trần Mình dự đoán trận này Việt Nam thua 0-2. Cúp vàng và tuyển nữ Việt Nam: chúng ta ko thuộc về nhau แมทช์นี้ฉันทายว่าเวียดนามแพ้ 0-2 แชมป์กับทีมหญิงของเมียนาม : เราไม่ใช่ของคู่กัน Nguyễn Văn Tèo Chắc chắn là thua rồi. Nhìn VN đá có vẻ mệt mỏi, ko thanh thoát, chắc là do trận bán kết đá thêm 30 phút hiệp phụ ดูแล้วแพ้แน่นอน ดูเวียดนามค่อนข้างเหนื่อย, ไม่สดเท่าไหร่ … น่าจะมาจากรอบรองฯ ที่เล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที Ngọc Quý Thái lan toàn con trai chơi sao lại ทีมไทยกลับมาเล่นได้ดีอีกครั้ง Lee Nguyen Chúng ta roi lại cung thua ng thái lan เรากลับมาแพ้ให้กับไทยอีกแล้ว Nguyễn Hữu Thắng Vòng bảng thắng nó còn chung kết thì…….! รอบแบ่งกลุ่มก็ได้แชมป์ตลอด … แล้วรอบชิงเป็นไง … ! Hoang Ha BK do chủ quan phải đá thêm 30 p hiệp phụ giờ hậu quả thế đó เนื่องจากแข่งต่อ 30 นาทีในช่วงต่อเวลาพิเศษ และนี่คือผลที่ตามมา Minh Nhat Do Không hiểu sao các đội tuyển Vn từ đội nam tới đội nữ, từ đội lớn tới đội nhỏ cứ vào những trận quan trọng là lại có sai sót cá nhân là sao hả trời ????????????? ไม่เข้าใจเลยว่าฟุตบอลเวียดนามไม่ว่าจะเป็นทีมชายหรือทีมหญิง … รุ่นใหญ่หรือรุ่นเล็ก … เวลาแข่งในนัดสำคัญพลาดตลอดเลย … พระเจ้า???????????? >>>Hoàng Phong : Định mệnh :)): มันคือ โชคชะตา Hoang Nguyen Kịch bản quen quen สคริปต์นี้มันคุ้นๆ เนาะ Đồng Trần Woh Vietnam chúng ta đã mở tỉ số rất ấn tượng โอ้ยย … เวียดนามเราตอนเปิดตัวเล่นได้น่าประทับจาก คอมเม้นท์หลังเวียดนามตีเสมอ 1-1 Đạt Trần Tuyệt vời ยอดเยี่ยม Đồng Trần 2-1 cho VN rồi 2-1 เวียดนามชนะ Phước An Lâm tyệt vời เยี่ยม Đức Việt Hạnh phúc quá ดีใจฝุดๆ Quỳnh Arnold Chỉ sợ sút luân lưu. Thái sút luân lưu không đùa được đâu กลัวแค่เตะลูกโทษ … เพราะไทยเตะลูกโทษไม่ใช่เล่นๆ Tym Sau bao nỗ lực หลังจากพยายามอย่างหนัก Tuấn Tài Lê Minh nguyệt đúng là ngôi sao มินห์ เงียต คือซุปเปอร์ซับ Khôi Lake giống u16 úc và u16 VN … kiểu j đá pen chúng ta cũng thắng คล้ายๆ U16 ออสเตรเลีย กับ U16 เวียดนามเลย … รูปเกมถือว่าเวียดนามชนะ Hương Ly thót tim, tôi đi chết đây, các chị phải chiến thắng. หัวใจเต้นแรง, ฉันลุ้นจะตายอยู่แล้ว, พวกคุณต้องชนะนะ คอมเม้นท์หลังดวลจุดโทษ ไทยชนะ 6-5 Admin Chiến thắng của chúng ta không dựa vào quyết định của trọng tài Với những gì đã xảy ra trên sân, hãy chúc mừng chiến thắng dành cho các cô gái vàng, NHÀ VÔ ĐỊCH CỦA CHÚNG TA !!! Các bạn bè trong khu vực nhìn thấy hình ảnh này sẽ biết chiến thắng thật sự thuộc về ai Share please !!! ชัยชนะของพวกเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินของกรรมการ … กับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม ขอแสดงความยินดีกับทีมฟุตบอลหญิงของพวกเขา … แชมป์ของพวกเรา เพื่อนบ้านในภูมิภาคที่ได้เห็นภาพนี้จะรู้ว่าใครชัยชนะที่แท้จริงเป็นของใคร โปรดแชร์ o Huynh 1 quả qua lưới rồi mà trọng tài mắt mù ko tính. Thái lan thắng cũng chẳn thèm phục. Mấy ông VFF nên tài trợ tiền cho 2 trọng tài đi mổ mắt. ลูกบอลข้ามเส้นไปแล้ว และผู้ตัดสินมองไม่เห็น .. ตาบอดหรือเปล่า … ไทยเลยชนะในการดวลจุดโทษ … สมาคมฟุตบอลเวียดนามควรจะสนับสนุนเงินให้กรรมการ 2 คนนั้นไปผ่าตัดดวงตานะ Huy Duc Nguyen trọng tài đứng đó làm chó gì trời,trái bóng vậy vẫn không cho vào =))) cả 2 thằng luôn กรรมการยืนอยู่ตรงนั้นและไม่ทำอะไร…และไม่ให้ลูกนั้นเป็นประตู Ishii Yuki trọng tài biên có mắt như mù, quả của Liễu vào rồi kêu ko vào, kiểu ăn mừng hụt thường là thua, quá đau.Các chị đã có 1 trận đấu xuất sắc và chỉ chịu thua trọng tài กรรมการตาบอด ลูกเข้าไปแล้วบอกไม่เข้า … ต้องมาฉลองความพ่ายแพ้ มันน่าเจ็บปวด … สาวๆ เล่นได้อย่างโดดเด่น และต้องมาแพ้เพราะกรรมการ Quốc Việt Quả đá thứ 6 bóng lăn qua vạch vôi mà trọng tài ko công nhận là sao. Quá đau…. ลูกที่ 6 บอลมันกลิ้งเลยเส้นประตูไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นประตู … เจ็บปวดเหลือเกิน Hoàng Baggiơ Myanmar đéo có trọng tài nào ra hồn à, vl mắt mù à đứng cách khung thành có hai bước chân mà không thấy à, đm Myanmar Việt Nam lại một lần trọng tài nổi hot ฟัคยู กรรมการเมียนมาร์ ตาบอดเหรอไง ยืนอยู่ห่างแค่ 2 ฟุต แต่มองไม่เห็น … ฟัคเมียนมาร์ … เวียดนามอีกแล้ว … กรรมการดังแน่ Xuân Toàn Có thể khiếu lại lên AFF được không mọi người? เราสามารถประท้วงกับ AFF ได้ไหมทุกคน? Jenny Vu Trọng tài chính người myanmar. Chắc trả thù hôm bán kết ผู้ตัดสินชาวเมียนมาร์ ต้องการมาล้างแค้นที่ตกรอบรอบฯ แน่นอน Đức Việt Dành đc cup cũng ko vinh dự đâu. เป็นแชมป์ที่ไม่สมเกียรติ Quốc December cúp trên tay thái lan nhưng cả ĐNÁ công nhận Vietnam là được rồi, tội mấy gái, đêm nay tức không ngủ được rồi ถ้วยอาเซียนตกในอยู่ในมือของไทย … ยอมรับเถอะเวียดนาม … โอเค … สาวๆ รับชะตากรรม … คืนนี้ต้องนอนไม่หลับแน่เลย Đạt Trần Thực sự quả này mà không vào mình đi đầu xuống đất, VIETNAM IS CHAMPION ! จริงๆ แล้วผลการแข่งขันคือ เวียดนามแชมป์ Kyaw Thiha Win Actually Champion is Vietnam. Myanmar referee is wrong decision. She is blind จริงแล้ว เวียดนามคือแชมป์ กรรมการเมียนมาร์ตัดสินผิดพลาด เธอตาบอด (คนพม่า) Shine Htet Aung This is not a fault of Referee ! The referee stayed silent but the flag holder showed the signal .Therefore, the referee blew whistle. นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของกรรมการ กรรมการนิ่งเงียบไปแต่ดูสัญญานธงที่แสดงออกมา ดังนั้น กรรมการค่อยเป่านกหวีด (คนพม่า) Aung Zaw Myo I am myanmar citizen so sad for this result …..Vietnam is champion this year in my mind ผมเป็นคนพม่า เสียใจกับผลการแข่งขันนี้ … เวียดนามเป็นแชมป์ในปีนี้ในความคิดของผม (คนไทย) I am thai but I would like to apologize your national team.I am not proud of this victory. You are right to be the champions. ผมเป็นคนไทยแต่ผมต้องขอโทษทีมชาติของคุณด้วย … ผมไม่รู้สึกภูมิใจในชัยชนะครั้งนี้ … พวกคุณสมควรเป็นแชมป์ >>> An Quí Trần : Thank you. But that’s football, sometimes we need to have a bit luck to win the match and your team got it. I’m still proud of my team. In my heart they are champions: ขอบคุณ แต่นี่มันคือฟุตบอล บางทีเราก็ควรจะมีโชคบ้างที่จะชนะแมทช์นี้ … แต่ทีมของคุณได้มันไป … ฉันยังภูมิในทีมของฉัน … ในใจของฉันพวกเขาคือแชมป์ Banyar Nwet yes vietnam is champion congratulation from myanmar people ใช่แล้วเวียดนามคือแชมป์ … ยินดีด้วยจากคนพม่า แปลโดย: แอดมินอีเจ้ เพจคอมเม้นท์แฟนกีฬาต่างชาติ เพจต้นฉบับ: https://web.facebook.com/commentinternationalfans/ เว็บต้นฉบับ: http://www.thaiwinds.com

พลาสเตอร์ยาเพื่อสุขภาพ จาก สมุนไพรโบราณ พร้อมสรรพคุณและประโยชน์มากมาย
ดีท็อกซ์ /  ปวดเมื่อย / 

ย้อนกลับเมื่อสมัยก่อน รุ่นคุณปู่ คุณย่าของเรา วิวัฒนาการด้านการแพทย์ยังไม่มีเครื่องมือและยาเคมีมาใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ มีเพียงสมุนไพรจากธรรมชาติ ที่เราเรียกกันว่า ยาแผนโบราณ เท่านั้นที่เชื่อถือได้ และนิยมนำมาใช้กัน เวลาผ่านไป เทคโนโลยีก็เพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่น จากเดิมที่เวลาเราปวดเมื่อยร่างกายจากการสู้รบ ทำไร่ ทำนา ก็ใช้วิธีการนำสมุนไพรโบราณมาพอกตามบริเวณที่ปวด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ยุคสมัยเปลี่ยน เทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการแพทย์ก็มีมากขึ้น ยาสมุนไพรโบราณก็ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิต ที่ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็ว ดังนั้นการพอกยาแบบเดิม จึงถูกนำมาคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาในรูปแบบ พลาสเตอร์ยาเพื่อสุขภาพ เพื่อลบข้อจำกัดต่างๆ ได้แก่ การควบคุมปริมาณของตัวยาแต่ละชนิด ให้อยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะ กรรมวิธีการผลิตที่มีมาตรฐาน เพื่อความสะอาด ปลอดภัย ปราศจากผลข้างเคียง และที่สำคัญสามารถสกัดตัวยาออกมาจากสมุนไพรต่างๆ ได้ในความเข้มข้นที่สูง อยู่ในรูปแบบของโมเลกุลขนาดเล็กซึ่งผ่านการบดจนกระทั่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์ กลางเพียง 0.025 มิลลิเมตร หรือเท่ากับ 25 ไมครอน เพื่อให้ตัวยาสามารถแทรกซึมเข้าสู่เซลล์ได้อย่างรวดเร็ว ตรงบริเวณที่มีอาการ LIU ZHI จึงได้ผลิตพลาสเตอร์ยาขึ้นทั้งหมด 4 ชนิด เพื่อจุดประสงค์การใช้ที่แตกต่างกัน ได้แก่ 1) พลาสเตอร์ยาเพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร จุดเด่นของพลาสเตอร์ยาแปะเพรียว คือ ช่วยกระตุ้นระบบการย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหารที่จำเป็น และระบบขับถ่าย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดน้ำหนักส่วนเกิน เพราะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญในร่างกาย ให้อาหารที่คุณกินเข้าไป ย่อยง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้และระบบทางเดินอาหาร เช่น มีแก๊สปริมาณมากเกินไปในกระเพาะอาหาร หรือมีอาการปวดท้อง ก็สามารถใช้พลาสเตอร์ยานี้ได้เช่นเดียวกัน โดยแปะไว้บริเวณสะดือและปล่อยทิ้งไว้ตลอดคืน (ประมาณ 6-8 ชั่วโมง) หลังจากตื่นนอนแล้วจึงดึงออก เนื่องจากตอนกลางคืน ร่างกายจะไม่มีเหงื่อและเคลื่อนไหวร่างกายน้อย จึงทำให้แผ่นพลาสเตอร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าสะดวกใช้ในเวลากลางวันก็ทำได้เช่นเดียวกัน เปิดกล่องออกมา จะพบแผ่นพลาสเตอร์บรรจุ 5 ซอง พร้อมน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณ แผ่นพลาสเตอร์มีขนาดใหญ่กำลังดี กลิ่นหอมสุมนไพรทันทีที่เปิดกล่อง ก่อนแปะพลาสเตอร์ เทน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณจนหมดซอง แล้วจึงนำไปแปะในบริเวณสะดือ วิธีง่ายๆในการใช้พลาสเตอร์ยา 2. พลาสเตอร์บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และส่วนต่างๆ ของร่างกาย   พลาสเตอร์ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อกล้ามเนื้อ นับว่าเป็นพลาสเตอร์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งเมื่อเทียบกับ พลาสเตอร์ยาชนิดอื่นๆ โดยสรรพคุณเด่นของพลาสเตอร์ยา (แปะคลาย) คือ บรรเทา – รักษาอาการปวดเมื่อย ตึง เคล็ดขัดยอกของกล้ามเนื้อและข้อต่อ รวมถึงการฟกช้ำ ได้อย่างยาวนาน เหมาะต่อการใช้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการทำงานหนัก ให้ความรู้สึกเย็นสบาย และมีความสามารถลดการอักเสบของกล้ามเนื้อภายหลังการบาดเจ็บได้อย่างดีเยี่ยม พลาสเตอร์ยาแปะคลาย เป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทยินยู้ เจ้าของสูตรต้นตำหรับ อุทิศทั้งแรงกายแรงใจอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในการคิดค้นและพัฒนา ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาโบราณเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนกระทั่งได้สูตรที่เหมาะสมกับความต้องการ เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่อาการบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น การฟกช้ำจากการชนหรือกระแทกของแข็ง ไปจนถึงการบาดเจ็บที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น เคล็ดขัดยอกข้อเท้าจากการเล่นกีฬาอย่างหนัก เนื่องจากแปะคลาย ประกอบไปด้วยส่วนผสมของยาที่ทรงประสิทธิภาพในการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อและข้อต่อที่ได้รับบาดเจ็บ ทำให้สภาพร่างกายของท่านกลับมาเหมือนเดิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ หรือโรครูมาติก ซึ่งเป็นโรคที่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับข้อ กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ รวมทั้งในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุนั้น ผลของการใช้พลาสเตอร์ยาแปะคลาย จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดแบบค่อยเป็นค่อยไป และจะใช้เวลานานกว่าคนปกติที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่ก็ถือว่าเป็นมิติใหม่ของพลาสเตอร์ยาซึ่งแตกต่างจากพลาสเตอร์อื่นๆ ที่เคยมีมา ภายในกล่อง บรรจุซองพลาสเตอร์ยา 2 ซอง พร้อมน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณ ดึงฝั่งที่เป็นแถบกาวออกมา เปิดซองออกมา จะได้กลิ่นหอมสมุนไพรโบราณในทันที ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เทน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณจนหมดซอง เมื่อแปะพลาสเตอร์ลงไป จะรู้สึกเย็นนิดๆ หลังจากนั้นจะรู้สึกผ่อนคลาย 3. พลาสเตอร์ยาเสริมสมรรถภาพเพศชาย เมื่อผู้ชายส่วนใหญ่ก้าวเข้าสู่วัยกลางคน ปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ก็พบได้มากขึ้นไป เนื่องจากปริมาณฮอร์โมนเพศลดลง โดยถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงหรือน่ากลัว แต่นับเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเป็นอย่างมาก หลังจากที่ใช้เวลาและความพยายามอย่างสูงในการคิดค้นยาสูตรเฉพาะ จนเป็นที่น่าพอใจ จากการผสมผสานของสมุนไพรไทยหายากหลากหลายชนิด ก็ได้สูตรที่มีความลงตัวในรูปแบบของพลาสเตอร์ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศสำหรับผู้ชาย จุดเด่น คือ เป็นยาสำหรับใช้ภายนอก ปราศจากผลข้างเคียงทุกประการ ช่วยการฟื้นฟูของระบบภายในร่างกายให้กลับคืนสู่ สภาวะสมดุล และสำหรับคนวัยหนุ่มที่ยังไม่มีปัญหา ก็สามารถใช้เพื่อป้องกันโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย สำหรับการใช้งานของพลาสเตอร์ยาแปะนั้น ควรปิดพลาสเตอร์ไว้บริเวณสะดือในแนวนอน เนื่องจากเป็นจุดที่แพทย์แผนจีนโบราณเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการควบคุม การทำงานของอวัยวะภายใน ทั้งนี้ ความเข้มข้นของตัวยาสมุนไพรจะค่อยๆ ส่งผลให้พลังและสมรรถภาพของคุณผู้ชายกลับมาดีเยี่ยมอย่างที่ควรจะเป็นในไม่ช้า โดยควรใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5-7 วัน คุณก็จะกลับมาแข็งแรงปึ๋งปั๋งได้แล้ว  กล่องสีฟ้า เหมาะสำหรับคุณผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ 4. พลาสเตอร์ยาดีท็อกซ์ ในแต่ละวัน ร่างกายเราต้องเจอกับมลภาวะต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ควันรถ ควันบุหรี่ สารฆ่าแมลง ซึ่งถือว่าเป็นอันตราย และสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายช่องทาง ทั้งปาก จมูก และผิวหนัง สะสมเอาไว้ในร่างกายโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าร่างกายจะมีกระบวนการขับสารพิษจากอวัยวะต่างๆ ก็ตาม แต่เมื่อสารพิษมีจำนวนมากขึ้น สวนทางกับสุขภาพของคุณที่เริ่มอ่อนแอลง ทำให้ไม่สามารถขับสารพิษออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ บริษัทยินยู้จึงคิดค้นพลาสเตอร์ยาดีท็อกซ์ขึ้นมา และใช้เวลาในการพัฒนาสูตรมากกว่า 5 ปี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่รักสุขภาพและอยากมีอายุยืนยาว โดยอ้างอิงจากตำราแพทย์แผนจีน ที่กล่าวว่า “อวัยวะในร่างกายคนล้วนสัมพันธ์กับฝ่าเท้า” โดยที่บริเวณฝ่าเท้านั้น ประกอบไปด้วยจุดสะท้อนระบบประสาทมากกว่า 60 จุด จนถูกเรียกว่า “หัวใจที่สอง” เมื่อแปะแผ่นพลาสเตอร์ลงไปที่บริเวณฝ่าเท้า จะเกิดการดูดซับสารพิษออกมา จนทำให้ฝ่าเท้าเปลี่ยนเป็นสีม่วง ความเข้มอ่อนของสี ขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษในร่างกายของคุณ สามารถใช้ได้บ่อย จนกว่าสารพิษจะหมดลง เมื่อเปิดกล่องออกมา จะพบ 2 ซองใหญ่ เทน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณสูตรดีท็อกซ์ลงไปจนหมดซอง แล้วนำไปแปะบริเวณฝ่าเท้า ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับแผ่น พลาสเตอร์ยาสมุนไพร ที่รวมสุดยอดสมุนไพรโบราณ ให้อยู่ในรูปแบบที่ทันสมัย พร้อมใช้งาน พกพาสะดวก ให้คุณได้มั่นใจและร่วมภูมิใจไปกับภูมิปัญญา ยาแผนโบราณ ที่เป็นของชาวเอเชียโดยเฉพาะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Liu Zhi