เจ็บปวดที่งดงาม

10 อันดับ คู่รัก เมื่อราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์ มาหลงรักสามัญชน น่าอิจฉาสุดๆ!!
คู่รัก /  ราชวงศ์ / 

10 คู่หวาน เมื่อราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์ พบรักสามัญชน         เรื่องราวความรักของเจ้าหญิง-เจ้าชายใช่ว่าจะมีแต่ในเทพนิยายเพียงอย่างเดียว หลายครั้งเหมือนกันที่สามัญชนได้ก้าวสู่การเป็นสมาชิกของราชวงศ์เฉิดฉายอยู่ในสังคมชั้นสูง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจเกี่ยวกับความรักของพวกเขาและเธอ ซึ่งวันนี้ได้รวบรวมมาทั้งหมด 10 คู่ที่ฮ็อตสุดๆ ต้อนรับวาเลนไทน์กันซะเลย 1. ดัชเชสส์แห่งเคมบริดจ์ เจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ที่เพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งรูปสมบัติ และทรัพย์สมบัติ ที่สื่อจับตามองมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องราวความรักของพระองค์ที่เริ่มต้นขึ้นกับ เคท มิดเดิลตัน นักศึกษาสาวที่เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ทั้งคู่มีข่าวรักๆ เลิกๆ กันอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายผู้หญิงคนนี้ก็กลายเป็นผู้กุมหัวใจของเจ้าชายรูปงาม จนอยู่หมัด ซึ่งพิธีเสกสมรสของทั้งสองก็จัดขึ้นอย่างสวยงามและสมพระเกียรติ ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่ราชวงศ์อังกฤษได้ต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังมีประกาศจากทางสำนักพระราชวังให้มีการสถาปนายศให้กับเคท มิดเดิลตันให้เป็นดัชเชสส์แห่งเคมบริดจ์อีกด้วย 2. เจ้าชายคาร์ล ฟิลิปแห่งสวีเดน และโซเฟีย เฮลล์ควิสต์ ฮอตไม่แพ้คู่แรกเลยสำหรับ เจ้าชายคาร์ลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนุ่มแบดบอยอันดับต้นๆ เพราะพระองค์ยังติดอันดับหนุ่มเชื้อพระวงศ์ที่เนื้อหอมทุกปี ส่วน โซเฟียก็เป็นนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ที่มีชื่อเสียง เมื่อมาคบหากันจึงกลายเป็น คู่รัก สุดฮอตที่ถูกสื่อวิจารณ์ว่าอาจจะไปไม่รอด แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็สามารถลบคำสบประมาทได้สำเร็จ เพราะหลังจากที่คบกันมานานกว่า 5 ปี ล่าสุดทางสำนักพระราชวังมีแถลงการณ์ว่าทั้งสองจะมีพิธีเสกสมรสขึ้นภายในปีนี้แล้ว 3.สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเวอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน กษัติรย์หนุ่มผู้มีพระจริยวัตรงดงาม ซึ่งได้ราชาภิเษกสมรสกับหญิงสามัญชนชื่อ เจตซุน เพมา โดยในงานพระราชพิธีราชาภิเศกสมรสของทั้งสองนั้นก็เป็นพิธีสุดยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ก็ว่าได้ ของภูฏานก็ว่าได้ และหลังจากนั้นทั้งสองพระองค์ก็ได้เสด็จเยือนประเทศต่างๆ ทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็น คู่รัก ราชวงศ์ที่ทันสมัยที่สุดในยุคนี้ด้วย 4.อันเดรีย กาสิรากี และทาเทียนา ซานโต โดมิงโก หนุ่มเนื้อหอมรัชทายาทลำดับที่ 4 แห่งราชวงศ์โมนาโก ขึ้นชื่อว่าเป็นเพลย์บอยที่ทำสาวๆ หลายคนน้ำตาตกในมาหลายรายแล้ว แต่ท้ายที่สุดไม่พ้นมือของสาวสวยอย่าง ทาเทียนา ซานโต โดมิงโก ทายาทนักธุรกิจพันล้านที่มีคุณพ่อเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกไปได้ ซึ่งหลังจากที่รัชทายาทหนุ่มคนนี้พบรักกับเธอ เขาก็หยุดทุกอย่างที่เคยทำมาสมัยเป็นโสด จนกระทั่งตอนนี้ก็มีทายาทตัวน้อยถึง 2 คนแล้วด้วย 5. เจ้าชายนิโกเลาส์แห่งกรีซและเดนมาร์ก กับทาเทียนา บลัทนิก เจ้าชายพระองค์นี้ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 อดีตกษัตริย์แห่งกรีซ ทรงคบหาดูใจกับทาเทียนา บลัทนิก จนกระทั่งเข้าสู่พิธีเสกสมรสด้วยกันอย่างยิ่งใหญ่ที่ประเทศกรีซ โดยในงานนั้นนอกจากจะมีพระราชอาคันตุกะจากราชวงศ์ยุโรปมาร่วมพิธีมากมายแล้ว ด้วยรูปโฉมที่งดงามของฝ่ายหญิง ทางนิตยสารแฟชั่นชั้นนำต่างๆ ยังยกย่องว่าเจ้าหญิงสามัญชนคนนี้สามารถแต่งหน้าได้ดูเป็นธรรมชาติจริงๆ 6. เจ้าหญิงเมดเดลีนแห่งสวีเดนและคริสโตเฟอร์ โอ’นีล เจ้าหญิงผู้เลอโฉมรัชทายาทลำดับ 3 แห่งราชวงศ์สวีเดน ทรงเป็นที่สนใจของสาธารณชนมาโดยตลอด ที่ผ่านมาแม้ว่าพระองค์จะถูกอดีตแฟนหนุ่มหักหลังแอบนอกใจจนเป็นข่าวดังอยู่พักนึงก็ตาม แต่ทุกข์ไม่นานพระองค์ก็ได้พบรักครั้งใหม่กับ คริสโตเฟอร์ โอ’นีล นายธนาคารหนุ่มชาวนิวยอร์ก ซึ่งตอนนี้เจ้าหญิงได้ทรงพระครรภ์ที่ 2 แล้ว 7. เจ้าชายเฟลิกซ์แห่งลักเซมเบิร์กและเจ้าหญิงแคลร์ หนุ่มรูปงามรัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งลักเซมเบิร์ก ทรงเสกสมรสกับสาวเยอรมันชื่อ แคลร์ ลาเดอมัคเคอร์ ทายาทนักธุรกิจซอฟต์แวร์ ฮาร์ทมัท ลาเดอร์มัคเคอร์ เจ้าของทรัพย์สินมูลค่ากว่า 600 ล้านยูโร ข่าวว่าทั้งสองพบรักกันในระหว่างที่ฝ่ายหญิงกำลังศึกษาปริญญาเอก โดยงานพิธีเสกสมรสจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในบรรยากาศสุดโรแมนติกที่โบสถ์เก่าแก่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ท่ามกลางบรรดาสมาชิกราชวงศ์จากแระเทศต่างๆ รวมถึงแขกคนสำคัญกว่า 370 คน 8. เจ้าชายอเมดีโอแห่งเบลเยียมและเอลิซาเบ็ตตา มาเรีย รอสบ็อค วอน วอล์คเคนสไตน์ เจ้าชายรัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์เบลเยียม นอกจากจะมีพระสิริโฉมที่งดงามแล้ว ยังเป็นเจ้าชายรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีข่าวด้านลบเลย แต่กลับติดโผหนุ่มราชวงศ์เนื้อหอมมาตลอด และเมื่อปีที่แล้วก็ทำเอาสาวๆ หลายคนต้องอกหัก เพราะทรงเสกสมรสกับ เอลิซาเบ็ตตา มาเรีย รอสบ็อค วอน วอล์คเคนสไตน์ หญิงสาวเชื้อสายขุนนางอิตาลี ที่ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวสายศิลปวัฒนธรรม ซึ่งทั้งคู่คบกันมานานถึง 7 ปี จนถึงตอนนี้ความหวานก็ยังมีให้กันสม่ำเสมอ เห็นแล้วน่าอิจฉาจริงๆ 9.ซารา ฟิลลิปส์และไมค์ ทินดอลล์ สาวสวยรัชทายาทลำดับที่ 15 แห่งราชวงศ์อังกฤษ เธอเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่เข้าแข่งขันในรายการระดับประเทศ และระดับโลกมากมาย โดยพบรักกับ ไมค์ เทนดอลล์ อดีตกัปตันรักบี้ทีมชาติอังกฤษ โดยทั่งคู่ครองรักกันมานานและมีความเข้าอกเข้าใจกันเสมอ แม้ว่าจะมีบางช่วงที่เกิดปัญหามือที่สามให้เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ต้องกระวนกระวายใจอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดก็สามารถกลับมารักกันเหมือนเดิมได้ แถมยังหวานกว่าตอนแต่งงานใหม่ๆ ด้วยซ้ำ 10. ปิแยร์ กาสิรากี และเบียทรีซ บอร์โรเมโอ หนุ่มสุดฮอตอีกคนแห่งตระกูลกาสิรากี รัชทายาทลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์โมนาโก ซึ่งพบรักกับเบียทรีซ บอร์โนเมโอ สาวสวยเชื้อสายขุนนางเก่าของอิตาลี ทั้งคู่ปิ๊งกันเมื่อตอนเจอฝ่ายหญิงที่มหาวิทยาลัยในมิลานที่เรียนด้วยกันเมื่อปี 2008 นับแต่นั้นมาสองคนนี้ก็หวานออกสื่อมาโดยตลอด จนกระทั่งมีแถลงการณ์ออกมาว่าจะเข้าพิธีวิวาห์ในเดือนเมษายนปีนี้แล้ว             แบบนี้แหละ เขาถึงเรียกว่าความรักไม่มีพรมแดน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานันดรที่สูงส่งขนาดไหน บางทีก็ดันตกหลุมรักคนธรรมดาเอาง่ายๆ เหมือนกันนะ ที่มาจาก เรื่อง/ชนาฉัตร นิตยสารแพรว ปักษ์ 10 กุมภาพันธ์ 2558 คอลัมน์ Royal Update

ทะเลน้อย … ลุ่มน้ำจืดไซส์มหึมา แห่งเมืองพัทลุง
ทะเลน้อย /  ทะเลสาบ / 

ทะเลน้อย แห่ง พัทลุง เป็นสวรรค์ของนักดูนกแล้ว คนที่ชอบชมป่า ก็ตกหลุมรักทะเลน้อยแห่งนี้ เช่นกัน... เมื่อหลายสิบปีก่อนจังหวัดพัทลุง ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่สีแดง ซึ่งในสมัยคอมมิวนิสต์จัดได้ว่าเป็นพื้นที่อันตรายเนื่องจากมีผู้ก่อการร้าย คอยก่อความไม่สงบไม่เว้นแต่ละวัน จังหวัดเล็กๆ แห่งนี้จึงเสมือนถูกปิดตายจากความเจริญภายนอกอยู่นานหลายปี ทะเลน้อย … ลุ่มน้ำจืดไซส์มหึมา แห่งเมืองพัทลุง กาลเวลาผ่านมานานจนคนรุ่นหลังอย่างเราๆ คงนึกภาพพัทลุงแบบในอดีตไม่ออก นอกจากความสงบเงียบตามประสาเมืองเล็กๆ ในบรรยากาศภาคใต้ของไทย แต่ในความสงบเงียบก็ซ่อนเสน่ห์อันเหลือเชื่อเอาไว้มากมาย และคุณค่าของเมืองพัทลุง ที่ธรรมชาติชดเชยให้ในสิ่งที่ขาดหายไปไม่เหมือนกับที่จังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้เขามี นั่นก็คือ “ทะเลน้ำจืด” อันขึ้นชื่อลือชา นามว่า “ทะเลน้อย” แห่งพัทลุงนั่นเอง ในอำเภอควนขนุน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทลุงออกไปราว 32 กม. มีทะเลสาบขนาดใหญ่ซุ่มซ่อนอยู่เคียงคู่กับหุบเขาที่นิ่งสงบ ลำน้ำแห่งทะเลน้อยถือเป็นต้นทางของทะเลสาบสงขลา ครอบครัวนกนานาสายพันธุ์ถือเป็นเครื่องยืนยันความอุดสมบูรณ์ของธรรมชาติแห่ง ทะเลน้อยได้เป็นอย่างดีจนได้ชื่อว่าเป็นบ้านของนก โดยเฉพาะนกในกลุ่ม “นกน้ำ” หรือ “นกเป็ดน้ำ” ทว่าแต่เดิมนั้น ทะเลน้อยมีความอุดมสมบูรณ์มากจนถูกประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย มาตั้งแต่ปี 2518 และความสมบูรณ์นี้ยังได้รับการขนานามให้เป็นเขตชุ่มน้ำสำคัญระดับโลก หรือ Ramsar site เพราะยังแวดล้อมไปด้วยพื้นที่ป่าพรุ ป่าเสม็ด และทุ่งหญ้าอีกมหาศาล รวมถึงพื้นที่ทุ่งนาและป่าดิบชื้นที่เป็นทั้งแหล่งเพาะปลูก ยังชีพ และหาเลี้ยงครอบครัวของชาวบ้านนในพื้นที่ และกว้างใหญ่พอที่จะเรียกว่าเป็นทะเลน้ำจืดหรือทะเลสาบได้ หากนับรวมๆ กันไป ทะเลน้อยจะมีพื้นที่กว่า 280,000 ไร่เลยทีเดียว เมื่อสภาพพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ความสวยงามอย่างธรรมชาติก็ตามมา "ทะเลน้อย" นั้นนอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักดูนกแล้ว คนที่ชอบชมป่า ล่องเรือเพลินๆ กลางทะเลสาบ ก็ล้วนแต่ตกหลุมรักทะเลน้อยแห่งนี้ หากเป็นช่วงที่จะล่องเรือชมบัวอย่างสวยงามที่สุด เขาแนะนำว่าเดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม นั้นกำลังดี เพราะเป็นหน้าบัวสายเติบโตเต็มที่ บางครั้งบางทียังอาจจะสวยสดงดงามกว่าทะเลบัวแดงของทางฝั่งภาคอีสานซึ่งไม่มี เพื่อนร่วมทางนำเที่ยวอย่างนกกระยางหลากสายพันธุ์ นกเป็ดแดง นกอีโก้ง และฝูงนางนวลโบกปีกสะบัดพักผ่านเป็นฝูงเหมือนคณะระบำอันพริ้วไหว ขณะที่หน้าดูนกนั้นจะเริ่มต้นก่อนหน้าฤดูบัวบานเล็กน้อยคือในราวเดือน ธันวาคม และฝูงนกจะค่อยๆ เบาบางลงในเดือนเมษายนเมื่อถึงช่วงฤดูอพยพย้ายถิ่น เพื่อจะกลับมาเยี่ยมทะเลน้อยอีกครั้งในราวปลายปี นี่คือความหฤหรรษ์ในหัวใจที่นักดูนกทั้งหลายจะได้รับจากที่นี่ ซึ่งมีชื่อเรียกเต็มๆ อย่างน่าภาคภูมิใจว่า “อุทยานนกน้ำทะเลน้อย” เป็นเครื่องยืนยันอัตตลักษณ์ของหัวใจแห่งทะเลน้อยนั่นเอง เป็นวัฏจักรแห่งชีวิตอันงดงาม เรียบง่าย แต่สร้างสมดุลอันยิ่งใหญ่แห่งธรรมชาติโดยแท้ แน่นอนว่า เมื่อวันเวลาผันผ่าน หลายชีวิตในธรรมชาติก็อาจถึงคราต้องเปลี่ยนแปลง หากใครที่เคยไปทะเลน้อยเมื่อหลายปีก่อนแล้วมีโอกาสได้หวนกลับไปเยี่ยมอีก ครั้งในวันนี้ ภาพบางภาพในความทรงจำอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย พอๆ กับที่มีภาพใหม่ๆ ของวิถีชีวิตใหม่ๆ แทรกเข้ามาบ้าง นั่นคือภาพของ “ควายน้ำ” ที่ทราบมาว่าทางททท.ได้บรรจุเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการท่องเที่ยวทะเลน้อยฉบับโมเดิร์นไปเรียบร้อยแล้ว ภาพโดย คุณ psw2548 ควายน้ำแห่งทะเลน้อย แท้จริงแล้วก็คือควายบ้านที่เขาเลี้ยงกันตามท้องทุ่งนา หาใช่สัตว์ป่าสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด แต่ควายน้ำ คือพฤติกรรมการปรับตัวของควายท้องถิ่นเพื่อการหากินกับแหล่งอาหารของพวกมัน กล่าวคือ เมื่อน้ำในทะเลสาบทะเลน้อยลดต่ำไปจนถึงแห้งขอดในบางช่วงจนมีสันดอนพื้นดิน โผล่ มีทุ่งหญ้าขึ้น เจ้าควายพวกนี้มันก็จะขึ้นมาและเล็มหญ้ากินบนบก แต่เมื่อยามหน้าน้ำ ทะเลน้อยมีปริมาณน้ำสูง ท่วมทุ่งหญ้า ท่วมแหล่งหากินของควาย เจ้าควายพวกนี้มันก็จะปรับตัว เปลี่ยนมากินพืชน้ำอย่างสายบัว ใบบัว หรือสาหร่ายแทน โดยมันจะพร้อมใจกันลงไปหากินภายในน้ำทำให้คนเรียกมันว่า “ควายน้ำ” ไม่เพียงเท่านั้นควาย ที่นี่ยังเก่งมากในเรื่องการว่ายน้ำ ดำน้ำ ควายแต่ละฝูงสามารถหากินได้ทั้งบนบกและในน้ำ พวกมันสามารถว่ายน้ำได้อึดนาน เพื่อเปลี่ยนจุดหากินจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง โดยมีจ่าฝูงนำทางและรองจ่าฝูงปิดท้าย นับเป็นภาพควาย (ว่าย) น้ำหากินที่ดูแล้วช่างน่าตื่นตาตื่นใจเป็นภูมิปัญญาควายไทย ภาพโดย คุณฟองสบู่ แต่ไม่ว่าจะมาเพียงเพื่อส่องนก ตกปลา ล่าสายบัว ทัวร์ทะเลสาบ หรือซึมซาบกับควายว่ายน้ำ ทุกกิจกรรมที่กล่าวมานั้น ทางทะเลน้อยเขายินดีเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี แต่เนื่องด้วยธรรมชาติมีการพลิกฟื้นเติบโตหมุนเวียนในตัวมันเอง การเที่ยวชมใดๆ ก็ตามจึงอาจมีฤดูกาลของตัวเอง เช่นหน้าบัวแดงก็จะเหมาะแก่การท่องเที่ยวในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ส่วนการล่องเรือชมควายน้ำ ก็อาจต้องรอในช่วงน้ำหลากประมาณเดือน ธ.ค.-ก.พ. หากแต่การเดินทางในช่วงนั้น ก็ขอให้ระวังเรื่องของลมมรสุมตามฤดูกาล ประกอบกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะของจ.พัทลุง หากเลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยวไม่ได้ ก็ขอให้เตรียมรับมือกับสภาวะน้ำท่วม น้ำหลาก ในพื้นที่ แต่หากเป็นขาลุยไปไหนไปกัน ก็ขอให้สนุกสุดมันส์กับธรรมชาติที่ “ทะเลน้อย” ได้มอบให้ ภาพโดย คุณ psw2548 View Larger Map ข้อมูลและภาพ : ททท. / emaginfo.com / chilldtravel.com / bloggang.com / amazingthaitour.com เรียบเรียงโดย Travel MThai ลิงค์ท่องเที่ยวแนะนำ - 10 อันดับ โรงแรมดีที่สุดในโลก ประจำปี 2014 - แนะนำ 10 ที่เที่ยวเปิดใหม่ ปี 57 - เสริมมงคลชีวิต ไหว้พระพิฆเนศองค์เด็ก ที่ตึกจัสมิน ปากเกร็ด - ทะเลน้อย …ร้อยลำนำ ลุ่มน้ำจืดแดนใต้

ผกก. เคนเนธ บรานาห์ เนรมิตฉากงานเต้นรำสุดอลังการ สะกดผู้ชมทั่วโลก ใน Cinderella
Cinderella /  คริส ไวซ์ / 

นานมาแล้วที่ วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ สนใจในการนำ Cinderella กลับสู่จอเงิน เพื่อนำเสนอเรื่องราวอมตะนี้ให้กับผู้ชมศตวรรษที่ 21 อีกครั้ง เพื่อดึงเอาความรู้สึกเก่าๆ และความทรงจำดีๆ ของผู้คนนับล้านทั่วโลกกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องสร้างความบันเทิง และนำเอาความสนุกสนานและความเป็นมนุษย์มาสู่ตัวละครในเทพนิยายเรื่องนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาองค์ประกอบที่น่าจดจำต่างๆ จากภาพยนตร์แแอนิเมชั่นคลาสสิกเอาไว้ด้วย ผู้กำกับ เคนเนธ บรานาห์ (Hamlet, Thor) ไม่เคยคิดถึงไอเดียในการกำกับเทพนิยายมาก่อน แต่หลังจากได้อ่านบทที่เขียนโดย คริส ไวซ์ (About a Boy) เขาก็พบว่าเรื่องราวนี้โดนใจเขาในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนส่วน ผู้อำนวยการสร้าง อัลลิสัน เชียร์เมอร์ (Pride and Prejudice and Zombies) กล่าวว่า "Cinderella เป็นหนึ่งในสมบัติภาพยนตร์ที่ล้ำค่าที่สุดตลอดกาลค่ะ มันเป็นหนังที่น่าตื่นตาตื่นใจ ดังนั้น ความรับผิดชอบในการสร้างมันขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นสิ่งที่น่าหวั่นใจสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง แต่เรารักหนังต้นฉบับค่ะและเราก็ตั้งใจจะยกย่องมันด้วย" สิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งของ ซินเดอเรลล่า ปี 2015 ก็คือความวิจิตรสวยงามของฉากต่างๆที่ ฟรานเชสกา ลอสชิอาโว-เฟอร์เร็ตติ ได้ออกแบบและสร้างขึ้นมา เช่น ปราสาทพระราชา  ซึ่งเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีบันไดขนาดมหึมา สวนดอกไม้อันสวยงาม น้ำพุที่วิจิตรบรรจง บ้านสมัยเด็กของเอลล่า และที่สำคัญที่สุด ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ของปราสาท ที่เอลล่าปรากฏตัวแบบสะกดทุกสายตาและได้เต้นรำกับเจ้าชาย ไซมอน คินเบิร์ก กล่าวว่า "ภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะสร้างห้องบอลรูมขึ้นด้วยเอฟเฟ็กต์ CG แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ สำหรับ ดันเต้ และ เคน ที่จะสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ทีสำคัญที่สุดในเรื่อง และหนึ่งในฉากที่โดดเด่นที่สุดตลอดกาลนี้ จะให้ความรู้สึกว่าเป็นของจริงครับ" เฟอร์เร็ตติและทีมงานได้สร้างห้องบอลรูมที่กว้างขวางและหรูหรา ด้วยความยาว 50 หลา กว้าง 35 หลาและสูง 30 ฟุต มันมีบันไดขนาดใหญ่ที่ลงไปสู่ห้องบอลรูม พื้นหินอ่อนและผนัง รูปปั้นทองคำ ดอกไม้นับพัน ภาพศิลปะประดับตกแต่ง และผ้าม่านที่ตัดเย็บด้วยผ้ากว่า 2,000 หลานอกจากนี้ ห้องบอลรูมยังประกอบไปด้วย แชนเดอเลียร์ ขนาดใหญ่ 17 อันจากอิตาลี  ซึ่งมีเทียนน้ำมันเกือบ 5,000 แท่ง ที่ต้องจุดด้วยมือทั้งหมด สำหรับแชนเดอเลียร์ที่ประดับทางเดินที่นำไปสู่ห้องบอลรูมและตัวบอลรูมเองนั้น  ฟรานเชสกา ลอสชิอาโว-เฟอร์เร็ตติ ต้องการให้พวกมันหรูหราที่สุด ท้ายที่สุดแล้ว แชนเดอเลียร์เหล่านั้นจึงถูกสั่งทำจากเวนิสและออกมางดงามดุจงานศิลปะ บรานาห์และเฟอร์เร็ตติได้พูดคุยกันหลายครั้ง  และทั้งคู่ก็เห็นพ้องต้องกันว่าพวกเขาสามารถเทน้ำหนักไปที่ฉากจริงๆได้ ดังนั้นทุกอย่างก็เลยถูกสร้างขึ้นในซาวน์สเตจหรือโรงถ่าย กระบวนการออกแบบของเฟอร์เร็ตติรวมถึงการร่วมงานกับเพื่อนผู้ร่วมงานกับเขามาแล้วหลายครั้ง ฟรานเชสกา ลอสเชียโว-เฟอร์เร็ตติ ผู้ตกแต่งฉากที่เขาร่วมงานด้วยมากว่า 30 ปีเขาอธิบายว่า "ผมวาดภาพสเก็ตช์ทั้งหมด แล้วฟรานเชสกาก็จะตรวจสอบทุกกอย่างเพื่อทำให้แน่ใจว่ารายละเอียดทั้งหมดจะถูกต้อง แต่เราก็ไม่อยากให้มันดูเพอร์เฟ็กต์เกินไป เราก็เลยจงใจปล่อยความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ไว้บ้าง เพื่อให้มันให้ความรู้สึกที่สมจริงยิ่งขึ้นน่ะครับ" ริชาร์ด แมดเดน กล่าวว่า "ฉากในหนังเรื่องนี้มีบุคลิกมากพอๆ กับตัวละคร ซึ่งช่วยบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครเหล่านี้ได้ มันทำให้ผู้ชมได้เห็นอะไรสวยๆงามๆ เป็นอาหารตาและเป็นแรงบันดาลใจให้นักแสดงด้วยครับ การมีอะไรที่สมจริงและชัดเจนแบบฉากพวกนี้ทำให้ทุกอย่างให้ความรู้สึกที่สมจริงมากขึ้นและพิเศษสุดมากขึ้นด้วยครับ" สำหรับฉากงานเลี้ยงที่ทางพระราชวังได้จัดขึ้น เคนเนธ บรานาห์ ต้องการจะเห็นห้องบอลรูมที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดที่จะจินตนาการได้  ฉากนี้ถูกสร้างขึ้นที่ ไพน์วู้ด สตูดิโอส์ ในซาวน์สเตจ 007 ที่โด่งดัง มันเป็นซาวน์สเตจขนาดใหญ่ท่สุด ซึ่งเคยต้อนรับกองถ่ายขนาดใหญ่หลายร้อยเรื่องมาแล้ว ลิลลี เจมส์ เห็นด้วยและกล่าวว่า "ตอนที่ฉันเข้าไปครั้งแรก มันน่าทึ่งมาก ห้องบอลรูมเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา และตอนที่ฉันเข้ามา แล้วทุกคนมองมาที่ฉัน ฉันก็กลัวมาก แต่มันก็เป็นไฮไลท์ของหนังเรื่องนี้สำหรับฉันเหมือนกันค่ะ" เคท บลังเช็ตต์ กล่าวเสริมว่า "ตอนที่ฉันเดินเข้าไปในฉากห้องบอลรูม ฉันตะลึงเลยค่ะ...มันเป็นเหมือนช่วงเวลาเอ็มจีเอ็ม เทคนิคคัลเลอร์ และในแง่ของหนังแล้ว ฉันก็รู้สึกเหมือนฉันได้ย้อนเวลากลับไป ในตอนที่ซินเดอเรลลาและเจ้าชายเต้นรำกัน มันก็น่าประทับใจอย่างสุดซึ้งค่ะ" อัลลิสัน เชียร์เมอร์ เล่าถึงครั้งแรกที่เธอเดินเข้าไปในฉากนี้ว่า "ฉันทึ่งมากที่ได้เห็นว่าสถานที่นั้นใหญ่โตแค่ไหน มันเป็นถ้ำซีเมนต์ที่กว้างขวางประมาณสนามฟุตบอลหลายสนาม และดันเต้ เฟอร์เร็ตติก็ได้ออกแบบและสร้างห้องบอลรูมความสูงสามชั้นเต็มพื้นที่ของทั้งสเตจ และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นห้องที่สวยที่สุดเท่าที่คุณจะจินตนาการได้การเดินเข้าไปในฉากนั้นเหมือนการก้าวเข้าสู่สถานที่ที่อยู่ในหนังสือนิทานและเทพนิยายเท่านั้นน่ะค่ะ" "มันจะต้องมีความอลังการเป็นช่วงเวลาที่สะกดทุกลมหายใจ  ในตอนที่เอลล่าเข้าห้องมาครั้งแรก แต่มันก็ต้องมีความสดใส และไม่น่าหวั่นเกรงเกินไปน่ะครับ  ตอนที่ลิลลีเข้าห้องบอลรูมครั้งแรกระหว่างซีเควนซ์นั้น มันก็เป็นหนึ่งในวันที่น่าตื่นเต้น น่าประทับใจและงดงามที่สุดในอาชีพการทำงานของผม แม้แต่ช่างกลไกและช่างแต่งหน้าที่กร้านโลกที่สุดยังมีน้ำตารื้นขึ้นมาเลยครับ  ดันเต้มีเซนส์ด้านความคิดเฉียบแหลมและเซนส์ด้านสไตล์ที่ไม่เกินเลยไป ไม่อ่อนเกินไป ไม่วิจิตรเกินไป ไม่แฟนซีเกินไป แต่ก็หรูหรามากๆห้องบอลรูมนำเสนอทุกอย่างที่คุณคาดหวัง และแม้ว่ามันจะทำให้นึกถึงภาพของห้องบอลรูมที่โด่งดังอื่นๆจากเวียนนา ปารีสหรือลอนดอน มันก็มีความโดดเด่นในตัวมันเองครับ"  บรานาห์ กล่าวสรุป ปัจจุบันนี้  เมื่อ 65 ปีให้หลัง Cinderella กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ล้ำค่าที่สุดของสตูดิโอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกรวมอยู่ในลิสต์ 10 ภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมตลอดกาล ของสถาบันภาพยนตร์อเมริกา และไม่เคยหายจากกระแสป็อปคัลเจอร์ของอเมริกา ดื่มด่ำกับเทพนิยายคลาสสิค สุดยิ่งใหญ่อลังการไปกับ Cinderella ซินเดอเรลล่า ในวันที่ 12 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Cinderella ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

ฟ้าดินลิขิต ให้เป็นซุป’ตาร์ จากคนเบื้องหลัง...สู่คนเบื้องหน้า
ชีวิตพลิกผัน /  หนี้สินท่วมหัว / 

ฟ้าดินลิขิต ให้เป็นซุป’ตาร์จากคนเบื้องหลัง...สู่คนเบื้องหน้า ทุกวันนี้การจะมาเป็นศิลปิน-ดารา บอกได้เลยว่ามีหนทางหลายอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการประกวดเฟ้นหานั่นโน่นนี่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครจะสามารถยืนอยู่ในวงการนี้ได้นาน แต่สำหรับบางคนโชคชะตาก็คงจะลิขิตไว้แล้วว่า เขาและเธอเหล่านี้ควรจะต้องมาเป็นศิลปิน-ดาราในวงการนี้จริงๆ จากอดีตเป็นแค่คนเบื้องหลังที่คอยช่วยเหลือคนเบื้องหน้า แต่ทุกวันนี้เขาและเธอเหล่านั้นก็เปลี่ยนที่ยืนใหม่ จากคนเบื้องหลังก้าวขึ้นมาสู่คนเบื้องหน้า ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ชีวิตพลิกผันสุดๆ สำหรับตลกหญิงซุป’ตาร์ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ที่เคยผ่านความลำบากมาอย่างแสนสาหัส มีหนี้ท่วมหัวจนเกือบเอาตัวไม่รอด แต่แล้วฟ้าดินก็เห็นใจเมื่อเธอไปทำงานที่บริษัทเวิร์คพอยท์ในฝ่ายเสื้อผ้า และด้วยความที่มีบุคลิกเป็นเอกลักษณ์ หม่ำ จ๊กมก เลยเป็นป๋าดันให้ไปร่วมแสดงตลกในรายการชิงร้อยชิงล้าน ที่งานนี้เธอสามารถเรียกเสียงฮาได้ทุกครั้ง จนคนดูเริ่มจำเธอได้มากขึ้น หลังจากนั้นเธอก็มีงานต่างๆ เข้ามามากมาย และได้ร่วมงานกับศิลปินดาราอีกหลายๆ คน จนเธอกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงมาจนถึงทุกวันนี้ น้าเน็กซ์ น้าเน็กซ์ ถ้าบอกชื่อจริงว่า เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา หลายคนอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าบอกชื่อว่า น้าเน็ก ทุกคนจะต้องร้องอ๋อทันที แต่จะยิ่งร้องอ๋อขึ้นสำหรับใครที่อายุอยู่ในช่วง 30 ปี ถ้าใครยังจำกันได้กับ น้าเหลือม ตุ๊กตาหุ่นมือรูปงูในรายการเพลงของค่ายแกรมมี่อย่าง เกมฮอตเพลงฮิต เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว น้าเน็กคือเจ้าของเสียงพากย์ของน้าเหลือม นอกจากนี้ เจ้าตัวยังทำงานในตำแหน่งครีเอทีฟให้กับทางบริษัทแกรมมี่ และผันตัวไปเป็นดีเจวิทยุของคลื่นในเครือแกรมมี่ และขึ้นมาอยู่หน้าจอทีวีในฐานะพิธีรายการต่างๆ และกลายมาเป็นพิธีสุดแซบตัวพ่อของวงการในที่สุด เต๋อ ฉันทวิชช์ เต๋อ ฉันทวิชช์ พระเอกตลกของค่ายหนัง GTH อย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ อันที่จริงแล้วหนุ่มเต๋อเคยทำงานฟรีแลนซ์เป็นคนเขียนบทภาพยนตร์ให้กับทางค่ายหนัง GTH และยังเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ตากล้องเบื้องหลัง แอ็คติ้งโค้ช และยังได้ร่วมแสดงเป็นตัวประกอบให้กับหนังหลายๆ เรื่องของทางค่ายนี้ จนวันหนึ่งมีโอกาสได้ไปแคสติ้งหนังกับทางค่าย และได้มารับบทพระเอกเต็มๆ ตัวในหนังเรื่อง กวน มึน โฮ จากนั้นหนุ่มเต๋อก็เริ่มมีชื่อเสียง และกลายเป็นพระเอกของค่าย GTH ไปในทันที แต่งานนี้เจ้าตัวก็ยังไม่ทิ้งงานเขียนบทหนัง ล่าสุดกับหนังเรื่อง พี่มาก...พระโขนง ที่กวาดรายได้ไปถึงพันล้าน ฮั่น เดอะสตาร์ ฮั่น เดอะสตาร์ กลายเป็นเดอะสตาร์ขาแดนซ์ตัวพ่อ สำหรับ ฮั่น เดอะสตาร์ ที่มีใจรักในเรื่องการเต้น จนกลายมาเป็นแดนเซอร์ให้กับศิลปินดังๆ ในค่ายแกรมมี่มาแล้วหลายคน นอกจากนี้ ยังเคยเป็นแดนเซอร์เต้นให้กับศิลปินรุ่นพี่เดอะสตาร์อย่าง บี้ เดอะสตาร์ อีกด้วย จนมาถึงรอบการประกวดเดอะสตาร์ซีซั่นที่ 8 หนุ่มฮั่นจึงตัดสินใจลงสมัคร และติดเข้ารอบเป็น 8 คนสุดท้ายในซีซั่นนี้ แม้ว่าจะได้แค่อันดับที่ 3 ก็ตาม แต่เวลานี้ความดังของหนุ่มฮั่นฮอตสุดๆ จนกลายเป็นศิลปินเดอะสตาร์ที่มีงานชุกมากที่สุด ซีดี เดอะสตาร์ ซีดี เดอะสตาร์ ตามรอยเท้าไฟรุ่นพี่ ฮั่น เดอะสตาร์ มาติดๆ สำหรับหนุ่มน้อย ซีดี กันต์ธีร์ หรือ ซีดี เดอะสตาร์ 10 ที่เพิ่งเรียนอยู่แค่ชั้นมัธยมปลายเท่านั้น แต่ก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกในบ้านเดอะสตาร์ หนุ่มซีดีก็เคยรับงานเป็นแดนเซอร์ให้กับศิลปินในค่ายแกรมมี่หลายๆ คน และยังเคยเป็นแดนเซอร์ให้กับพี่ๆ เดอะสตาร์อีกด้วย จากนั้นพอเวทีเดอะสตาร์ซีซั่นที่ 10 ประกาศรับสมัคร หนุ่มซีดีเลยลงสมัคร และติดเป็น 8 คนสุดท้าย แถมยังตามรอยรุ่นพี่ ฮั่น ด้วยการคว้าอันดับที่ 3 มาครอง จันจิ จันจิรา จันจิ จันจิรา ถ้าในวงการแดนเซอร์พูดถึงชื่อ จันจิ ขึ้นมา ทุกคนจะต้องรู้จักเธออย่างแน่นอน แถมชื่อนี้ในวงการบันเทิงก็มักจะตกเป็นข่าวกับศิลปินหนุ่มๆ หลายคน ไม่ว่าจะเป็น ชิน ชินวุฒ, ฮั่น เดอะสตาร์, จูเนียร์ เดอะสตาร์ สำหรับแดนเซอร์สาวสวยที่ใครๆ มักจะพูดถึงเธออย่าง จันจิ จันจิรา แต่มาทุกวันนี้เธอเลื่อนขั้นขึ้นเป็นศิลปินเต็มตัว กับการเป็นหนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง ไกอา ค่ายดูเอดอท ในเครือบริษัทเวิร์คพอยท์ พอกลายมาเป็นศิลปินซะเอง เธอก็ตกเป็นข่าวกับพระเอกหนุ่มพันล้านอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ โอ อนุชิต โอ อนุชิต อีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพของวงการอย่าง โอ อนุชิต ก่อนที่จะมาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในทุกวันนี้ หนุ่มโอเคยรับจ๊อบเป็นแดนเซอร์ให้กับศิลปินในยุคที่กำลังโด่งดัง ไม่ว่าจะเป็น มอส, ทาทา ยัง ฯลฯ จนเจ้าตัวเกือบจะมีโอกาสได้เป็นศิลปินมีงานเพลง แต่ด้วยความที่คุยกันไม่ลงตัว และรอเวลามานานหลายปี หนุ่มโอตัดสินใจล้มเลิกโอกาสนั้น และหันมาเอาดีทางด้านการแสดง จนกลายเป็นนักแสดงที่ได้รับคำชมจากผลงานเกือบทุกๆ เรื่อง

คลิปนกเหล็กโฉบผ่านนักท่องเที่ยวในระยะเผาขนบนเกาะเซนต์มาร์ติน
นักท่องเที่ยว /  หาดโฮบีช / 

เล่นเอาเสียว !! เครื่องบินโฉบผ่านศีรษะนักท่องเที่ยวในระยะเผาขน บนหาดโฮบีช ของเกาะเซนต์มาร์ติน วานนี้ (4 มี.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เดลิ เมล์' เผยแพร่คลิปวีดีโอสุดมหัศจรรย์ ขณะเครื่องบินแล่นผ่านนักท่องเที่ยวในระยะประชิด บนชายหาดมาโฮบีช บนเกาะเซนต์มาร์ติน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนทะยานเข้าสู่ท่าอากาศยาน ปริ๊นเซส จูเลียนา อินเตอร์เนชั่นแนล ในเวลาต่อมา โดยขณะนั้น เรียกเสียงฮือฮาจากนักท่องเที่ยวที่กำลังทำกิจกรรมอยู่บริเวณชาดหาดอย่างมาก งานนี้เรียกได้ว่า ล้อเครื่องบินแทบจะเฉี่ยวศีรษะนักท่องเที่ยวกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม 'หาดมาโฮบีช' เป็นหาดที่มีชื่อเสียง เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ แห่แหนเดินทางมายังเกาะแห่งนี้ เพื่อชื่นชมเหตุการณ์ โดยนักท่องเที่ยวที่มารอชมเครื่องบินลำโต บินโฉบเฉี่ยวอยู่เหนือศีรษะ ซึ่งสร้างความตื่นเต้นหวาดหวาดเสียวให้กับนักท่องเที่ยว มากกว่าการมาชื่นชมความงดงามของท้องทะเลเสียอีก จนทำให้หาดแห่งนี้ ได้รับการขนานนามว่าเป็นเกาะที่สามารถสัมผัสความใกล้ชิดกับเครื่องบินขณะทะยานขึ้นท้องฟ้ามากที่สุด ทั้งยังเป็นสถานที่ที่ต้องมาให้ได้สักหนึ่งครั้งก่อนตายอีกด้วย MThai News ที่มา dailymail

มาดู 21 เหตุผล ที่คุณควรนั่งริมหน้าต่างบนเครื่องบิน
บนเครื่องบิน /  ภาพมุมสูง / 

สังเกตมั้ยว่า เวลาขึ้นเครื่องบิน คนส่วนใหญ่มักจะพอใจกับการนั่งริมหน้าต่างมากกว่า เพราะนอกจากจะเห็นทิวทัศน์อันงดงามแล้ว คุณยังไม่ต้องมาเสียเวลาลุกให้คนข้างในออกไปเข้าห้องน้ำ อีกทั้งยังไม่ต้องมาคอยรำคาญใจเวลาแอร์โฮสเตส เดินโฉบไปเฉี่ยวมาอีกด้วย แต่ถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อดีทั้งหมดของการนั่งริมหน้าต่าง คุณคิดผิด เพราะมันยังมีอะไรเจ๋งๆ กว่านั้น travel.mthai.com ขอพาคุณไปรู้จักกับ 21 เหตุผล ที่คุณควรนั่งริมหน้าต่างบนเครื่องบิน ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ลองมองออกไปนอกหน้าต่างดูสิ ... มาดู 21 เหตุผล ที่คุณควรนั่งริมหน้าต่างบนเครื่องบิน 1. คุณจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้น ในมุมมองสุดมหัศจรรย์ 2. เช่นเดียวกับความงาม เมื่อยามพระอาทิตย์ตก 3. ให้ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่เหนือก้อนเมฆแบบไร้ขอบเขต 4. คุณมีโอกาสเห็นสุริยคราส ในความสูงระดับ 44,000 ฟุต 5. มีโอกาสได้เห็นแสงอาทิตย์สะท้อนกับทะเลสาบ เกิดเป็นภาพสุดน่าทึ่ง 6. ได้เห็นทิวทัศน์สุดงามของน้ำตก ที่คุณอาจไม่มีวันเข้าถึง 7. ได้เห็นภาพพายุฝนโหมกระหน่ำในระยะประชิด 8. ได้เป็นสักขีพยาน ในเหตุการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกโชน 9. ได้เห็นภูเขาไฟชัดๆ แบบเต็มตา 10. คุณจะได้เห็น จุดที่อยู่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา 11. จะได้เห็นบรรยากาศอันเริงร่าของเมือง ในยามรัตติกาล 12. จะได้เห็นทะเลสาบถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง 13. จะได้เข้าใจว่า ทำไมนอร์เวย์ ถึงเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดแห่งนึงในยุโรป 14. คุณจะได้เห็นแม่น้ำผ่านกลุ่มเมฆ ดังเป็นสายธารในม่านหมอก 15. ได้มีโอกาสสัมผัสกับเมือง ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกอันหนาทึบ 16. คุณจะได้เห็นร่องรอยในดินแดนประวัติศาสตร์ ในมุมที่ต่างออกไป 17. คุณจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเทือกเขามันกว้างใหญ่แค่ไหน 18. จะได้เห็นก้อนเมฆรูปทรงแปลกตา ในมุมที่ไม่เคยเห็นบนพื้นดิน 19. จะได้ถ่ายภาพสวยๆ ในมุมมองสุดสร้างสรรค์ 20. คุณจะได้เห็นภาพของเมืองที่คุณกำลังจะจากไปอย่างเต็มตา และบอกลาด้วยตาคู่นี้ 21. และสุดท้าย คุณจะมีสมาธิเต็มที่ ทำให้สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม Source : twistedsifter.com  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

หนังโลกที่เราอยากดู : Ida (2013) - หนังออสการ์ จาก โปแลนด์
BIOSCOPE /  Ida / 

Ida (2013) - ปัจเจกและความเป็นชาติ หลังจากเคยส่งหนังจนเข้าชิงสาขาเดียวกันนี้ได้ถึง 10 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 1963 - Ida (อ่านว่า อิดา) ก็สามารถนำธงชาติโปแลนด์ไปปักบนสหรัฐได้สำเร็จ หลังคว้า รางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 87 หนังสัญชาติโปแลนด์เรื่องนี้ (ที่ร่วมทุนสร้างทั้ง โปแลนด์, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส และ สหราชอาณาจักร) เป็นผลงานของ ปาเวล ปาวลีคอฟสกี (Pawel Pawlikowski) ที่เริ่มต้นจากการเป็นนักทำหนังสารคดีในอังกฤษ ก่อนหันมาทำหนังเล่าเรื่องจนเริ่มเป็นที่รู้จักจาก Last Resort (2000) และหนังรักเลสเบี้ยนที่เคยเข้ามาฉายในบ้านเราอย่าง My Summer of Love (2004) ก่อนที่ปาวลีคอฟสกีจะเริ่มกลับมาทำหนังที่บ้านเกิดกับ La femme du Vème (2011) และ Ida Ida ตั้งคำถามกับคนดูว่า "ชาวยิวล้วนมีประวัติศาสตร์และความทรงจำร่วมต่อความโหดร้ายของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองจริงหรือ?" ...หรือบางทีชาวอิสราเอลและประชาคมโลกอาจรู้สึกต่อเหตุการณ์นี้มากยิ่งกว่าคนยิวส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ...โดย อิดา (อกาทา เซบูชอฟสกา) คือเด็กหญิงผู้เกิดตอนช่วงเวลาสังหารและเติบโตในคอนแวนต์โปแลนด์แห่งหนึ่งมาตลอดชีวิต เธอไม่มีฝันหรือภาพเกี่ยวกับชีวิตมากกว่าการได้เป็นนักบวชอย่างสมบูรณ์เมื่อถึงวัยอันควรในปีนั้นเอง ซิสเตอร์ใหญ่พบญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ของเธอ ซึ่งตามกฎของคอนแวนต์ อิดาต้องออกไปใช้ชีวิตทางโลก และร่วมตัดสินใจกับคนในครอบครัวก่อนเป็นนางชีเต็มตัว แวนดา (อกาทา คูเลสซา) ป้าของเด็กสาว เป็นผู้พิพากษารับใช้ระบอบสตาลิน ความเจ็บปวดภายใต้การปกครองของนาซีและโซเวียตคอมมิวนิสต์บ่มเพาะอยู่ในร่างของเธอกระทั่งสะท้อนออกมาผ่านสีหน้าท่าทาง อิดาเพิ่งรู้คราวนี้เองว่าเธอมีเชื้อสายยิว และเพิ่งตระหนักถึงชะตากรรมอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับพ่อและแม่ที่เธอไม่เคยรู้จัก แวนดาพาอิดาออกตามหาศพของพ่อแม่จากข้อมูลของครอบครัวที่ลงมือสังหารและยึดบ้านกับที่ดินไปเป็นกรรมสิทธิ์ ระหว่างทางนั้นคือการเรียนรู้ซึ่งกันและกันของหญิงสาวต่างวัยและการเรียนรู้ชีวิตทางโลกของอิดา สิ่งที่โดดเด่นของหนังเรื่องนี้ที่ได้รับคำชมไปอย่างกว้างขวาง คือการถ่ายภาพในสไตล์ขาวดำสัดส่วน 1.37:1 ที่ถูกขับเน้นอย่างสุดพลัง และสร้างโปแลนด์ภายใต้ยุคสตาลินที่เต็มไปด้วยแรงบีบรัดกดทับได้อย่างน่าตื่นตะลึงความงดงามที่สุดของ Ida คือระหว่างที่บาดแผลของครอบครัวกำลังได้รับการเปิดเผยและอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของอิดาผู้ไม่ประสีประสา เรากลับพบว่าเธอไม่มีความรู้สึกร่วมเจ็บปวดทรมาน ไม่รู้สึกผิดที่เป็นผู้เหลือรอด ดั่งแบบที่แวนดาเป็น การที่ผู้ชมไม่อาจเข้าใจเธอได้อย่างเต็มที่ ก็เพราะอิดาคือมนุษย์ที่ไร้ความทรงจำร่วมกับคนอื่น ร่างไร้วิญญาณของพ่อแม่และความเจ็บปวดของแวนดา ไม่ได้สำคัญไปกว่าการเรียนรู้เพื่อตัดสินใจขั้นสุดท้ายของอิดา ว่าจะละทิ้งชีวิตทางโลกเพื่อเดินสู่จุดเริ่มต้นที่เธอเติบโตและคุ้นเคย ด้วยการกลับไปเป็นนางชี...หรือไม่ https://www.youtube.com/watch?v=ELIMeemx-FI ***เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE : World Cinema Issue (Online Only At Okkbee and MbookStore.com)

SADAO WATANABE Group 2015 in Bangkok คอนเสิร์ตแจ๊สสนุกสมคำร่ำลือ
Sadao Watanabe /  SADAO WATANABE Group 2015 in Bangkok / 

ซาดาโอะ บรมครูแจ๊สระดับแถวหน้าของโลก ใช้เสียงดนตรีเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-ญี่ปุ่นใน SADAO WATANABE Group 2015 in Bangkok คอนเสิร์ตแจ๊สที่สนุกสนานสมคำร่ำลือของบรมครูแจ๊สในตำนาน คอเพลงแจ๊สคึกคักแห่ตบเท้าเข้าชมคอนเสิร์ตของสุดยอดบรมครูแจ๊สระดับแถวหน้าของโลก อย่าง ซาดาโอะ วาตานาเบ้ ในงานคอนเสิร์ต SADAO WATANABE Group 2015 in Bangkok (ซาดาโอะ วาทานาเบ กรุ๊ป 2015 อิน แบงคอก) ช่วงค่ำวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ งานนี้แฟนเพลงตัวจริงของซาดาโอะ อย่าง โก้ มิสเตอร์แซกแมน, ติ๊กชีโร่, มิ้นท์ อรรถวดี จิรมณีกุล และ ดร.พิจิตต รัตตกุล ก็ไม่พลาดที่จะมาร่วมชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้เช่นกัน โดยช่วงต้นก่อนเริ่มการแสดง ได้มีพิธีมอบเงินสนับสนุนโดยหักรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายบัตรจำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ได้มีการเชิญ Mr.Yuji Nakagawa (ยูจิ นาคากาวา) รองประธานบริษัท โตโยต้า ทูโช ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของคณะกรรมการบริหารคอนเสิร์ตในครั้งนี้ พร้อมด้วย Mr.Shigeki Kobayashi (ชิเกกิ โคบายาซิ) ที่ปรึกษาสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ Mr.Torajiro Ohashi (โทราจิโร่ โอฮาชิ) ประธานสมาคมญี่ปุ่นในประเทศไทย ขึ้นบนเวทีเพื่อมอบเงินสนับสนุนให้แก่ตัวแทนของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี ดร.ปรีชา สุนทรานันท์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และศิษย์เก่า รศ.ศ และดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดนตรี รศ.ศ เป็นผู้รับมอบ หลังเสร็จสิ้นพิธีการ ก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยที่จะได้พบกับการแสดงสดของ ซาดาโอะ และคณะดนตรีคุณภาพเต็มวง อุ่นเครื่องด้วย 3 เพลงดัง อย่าง A FELICIDADE, PASSING BY และ TEMBEA ต่อด้วยการบรรเลงตัวโน๊ตที่นุ่มนวลแต่แฝงด้วยความสนุกสนานของคณะดนตรีคุณภาพของซาดาโอะ ที่ประกอบด้วยนักเพอร์คัสชั่น นาดิอาส เนียง นักเปียโน มือกลอง มือกีตาร์ และมือเบส โดยไฮไลท์เด่นจะอยู่ที่ใครไปไม่ได้นอกจากพระเอกของงานอย่าง ซาดาโอะ ที่ถึงแม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่วัย 82 ปี แต่ลีลาการแสดงของบรมครูแจ๊ส ได้สร้างความประทับใจ และยังสามารถพาทุกคนเข้าถึงความงดงามและอรรถรสทางดนตรีแจ๊สได้เป็นอย่างดีด้วยการแสดงที่ทรงพลังและตรึงตราตรึงใจของซาดาโอะทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกสนานตลอดการแสดงกว่าสองชั่วโมง เต็มอิ่มกับการแสดงทั้งหมดกว่า 11 เพลง ทั้ง ALALAKE~LOPIN, SANGOMA, CALL ME, I THOUGHT OF YOU, RENDEZVOUS, AFROZIL, CHEGA DE SAUDADE และ Encore ด้วยเพลง LIFE IS ALL LIKE THAT, SMILE โดยหลังจบการแสดง ดร.ปรีชา สุนทรานันท์ พร้อมด้วยดร.สุกรี เจริญสุข ขอเป็นตัวแทนขึ้นมอบดอกไม้ให้แก่ ซาดาโอะ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่มามอบเสียงเพลงและใช้ดนตรีเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ไทย-ญี่ปุ่น ในครั้งนี้ ถือเป็นการปิดฉากคอนเสิร์ตด้วยความประทับใจ งานนี้ต้องขอขอบคุณกลุ่มบริษัทโตโยต้า รวมถึงบริษัทต่างๆ ในประเทศไทย ที่เป็นโต้โผทำให้เกิดคอนเสิร์ตดีมีคุณภาพ นำนักดนตรีฝีมือระดับโลกมาให้แฟนเพลงไทยได้สัมผัสบรรยากาศกันอย่างใกล้ชิด และกลับบ้านไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เทศกาลทัสคานีซีฟู้ด ที่ห้องอาหารอิตาเลียนลูเช่
ลูเช่ /  เทศกาลทัสคานีซีฟู้ด

เทศกาลทัสคานีซีฟู้ด ที่ห้องอาหารอิตาเลียนลูเช่ แคว้นทัสคานี ดินแดนทางตอนกลางของอิตาลี มีภูมิประเทศอันงดงาม ทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า และชายฝั่งทะเล และได้ชื่อว่ามีความโดเด่น ในเรื่องของอาหาร  อาหารทัสคานี จะเน้นที่วัตถุดิบชั้นดี หาได้ในท้องถิ่น อาทิ อาหารทะเลสด ผัก และเครื่องเทศ นำมาปรุงในแบบเรียบง่าย แต่จริงใจ ให้รสชาติแบบตรงไปตรงมา  อันคล้ายกับลักษณะนิสัยของชาว ทัสคานีนั่นเอง เชฟเอโดอาร์โด้ โบนาโวลต้า เชฟใหญ่แห่ง ห้องอาหารอิตาเลียนลูเช่ (LUCE) โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นชาวทัสคานีโดยกำเนิดและได้เรียนรู้เคล็ดลับการทำอาหารมากมายมาจากคุณยาย จะนำท่านมาสัมผัสประสบการณ์แห่งทัสคานีกับ “ทัสคานีซีฟู้ด” โดยเชฟเอโดอาร์โด้จะสร้างสรรค์เมนูอันแสนประทับใจ โดยเลือกอาหารทะเลสดๆ มาปรุงในสไตล์ทัสคานี หลากหลายเมนูให้เลือกลิ้มลอง อาทิ ปลาหมึกยัดไส้สไตล์ทัสคานีเสิร์ฟคู่กับถั่วเขียวบดละเอียด ญ็อกกิเสิร์ฟกับปลาทะเลและมะเขือเทศเชอร์รี่ตุ๋น พาสต้าลิงกิวนี่ผัดกับหอยตลับและเห็ดพอร์ชินี่ หรือ กุ้งย่างเสิร์ฟกับสลัดถั่วขาว เป็นต้น พิสูจน์ความอร่อยในสไตล์ทัสคานี  ได้ตั้งแต่ 1-31 มีนาคม 2558 ที่ห้องอาหารอิตาเลียนลูเช่ (LUCE) โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ รายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 210 8100 หรือ อีเมล์ luce@eastingrandsathorn.com เยี่ยมชมเว็บไซด์ www.eastingrandsathorn.com

แบ๊วสายโหด! ที่ทุกคนต้องมารู้จัก กับ The World of Kanako คานาโกะ นางฟ้าอเวจี
The World of Kanako /  คานาโกะ นางฟ้าอเวจี / 

มงคลภาพยนตร์ จับ "หนังร้อน" แห่งปีลงจอ The World of Kanako คานาโกะ นางฟ้าอเวจี หนังที่สร้างปรากฏการณ์มาทั่วเอเชีย ทั้งความรุนแรง ความช็อค การหักมุม และโศกนาฏกรรมที่เดาไม่ได้ The World of Kanako คานาโกะ นางฟ้าอเวจี เล่าเรื่องราวของ ดาวโรงเรียนคนสวย คานาโกะ ผู้หายตัวไปอย่างลึกลับ ฉากหน้าที่งดงามนั้น ซ่อนความอัปลักษณ์ที่ทำลายชีวิตคนอื่นๆ มามากมาย เธอหายไปไหน หายไปได้อย่างไร และใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้ ใน The World of Kanako เรื่องนี้ ได้ดาราดังแห่งวงการหนังญี่ปุ่นมาประชันบทบาทกันเต็มจอ ไม่ว่าจะเป็น โคจิ ยากุโช, ซาโตชิ ซึมาบูกิ, โจ โอดางิริ และอีกเพียบ ผลงานการกำกับของ เท็ตสึยะ นากาชิม่า แห่ง Memories of Matsuko และ Confessions หนังที่ครองใจนักดูหนังชาวไทยมาแล้ว พบความแสบสันต์สะท้านทรวง ของสาวแบ๊วสายโหด ไปกับ The World of Kanako คานาโกะ นางฟ้าอเวจี ได้แล้ววันนี้ เฉพาะที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ และ โรงภาพยนตร์ เฮ้าส์ อาร์ซีเอ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์  The World of Kanako ได้ที่นี่เลย ----------------------------------

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม
สถานที่ท่องเที่ยวเดือนมีนาคม /  เที่ยวทั่วไทย / 

เหมือนเพิ่งจะพ้นปีใหม่ได้ไม่นาน หลายๆ คน ก็คงไปเที่ยวหน้าหนาว สูดโอโซนซึมซับธรรมชาติ ตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่างเต็มอิ่ม มารู้ตัวอีกที ก็เข้าเดือนที่ 3 ของปีเรียบร้อย พ่วงด้วยฤดูร้อน ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนแทนที่ฤดูหนาว travel.mthai.com จึงขอแนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม อุ่นเครื่องรับฤดูร้อน รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มาให้คุณพิจารณากัน แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม 1. อุโมงค์ชมพูพันทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ไฮไลท์ชมเส้นทางดอกไม้ประจำเดือนมีนาคม ในแคมเปญ Dream Destinations 2 "กาลครั้งนั้น ความฝันผลิบาน" ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดอกไม้สีชมพูสวยหวานมีให้ชมกันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม นั่นก็คือ “ดอกชมพูพันทิพย์” ที่มีปลูกไว้หลายร้อยต้น มีให้ชมบริเวณริมถนนวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ หรือที่นักศึกษาเรียกกันว่า “ถนนหลังมอ” ระยะทางกว่า 2 กม. และอีกแห่งหนึ่งคือบริเวณรอบๆ สระน้ำพระพิรุณ ซึ่งปลูกต้นชมพูพันทิพย์กลางสนามหญ้าบนลานกว้าง เวลาดอกไม้สีชมพูร่วงหล่นลงบนสนามหญ้าสวยงามน่าประทับใจยิ่งนัก ปกติดอกชมพูพันทิพย์ที่นี่จะบานในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. แต่ในปีนี้จะบานล่าช้ามาจนถึงช่วงเดือน มี.ค. สอบถามได้ที่ : ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โทร. 0-2942-8010-9 , 0-3428-1053-6 2. ตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ “ตลาดน้ำกองถ่าย ฯ ค่ายสุรสีห์” โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 มีนาคม 2558 ณ กองถ่ายภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พร้อมมิตรฟิล์ม สตูดิโอ เดิม) ภายในพื้นที่ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย สนองนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล เนื่องใน “ปีท่องเที่ยววิถีไทย” สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรมประกอบด้วย การจัดการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน การจำหน่ายผ้าไหมศูนย์ศิลปาชีพฯ จำหน่ายสินค้า OTOP ชึ้นชื่อ การสาธิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์-อาหาร 4 ภาค จากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ที่จะเน้นบรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ โดยให้นักแสดง ผู้สาธิต และผู้ที่มาร่วมจำหน่ายสินค้าภายในงาน แต่งกายด้วยชุดไทยแบบย้อนยุค นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงแสงเสียงชุดพิเศษที่ยิ่งใหญ่ตระการตาให้ชมฟรีตลอดทั้ง 7 คืน 3. ปั่นจักรยานชมสวน ที่บ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม ชุมชนบ้านบางพลับ ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นชุมชนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 ชุมชนท่องเที่ยวของประเทศ จัดโครงการ “บ้านบางพลับ ยินดีต้อนรับ” ให้บริการจักรยานแก่นักท่องเที่ยวเพื่อปั่นเที่ยวชมและศึกษาวิถีชีวิตในชุมชน เช่น การทำน้ำตาลมะพร้าว การทำผลไม้กลับชาติ การเผาถ่านผลไม้ ชิมส้มโอสดๆ จากสวน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถขอรับเอกสารเส้นทางปั่นจักรยาน โครงการ “บ้านบางพลับ ยินดีต้อนรับ” ได้ที่ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8 หรือที่ชุมชนบ้านบางพลับ โทร. 0 3476 1985 4. เทศกาลโคมไฟ เฟสติวัล 2015 จ.สมุทรปราการ “เทศกาลโคมไฟ เฟสติวัล 2015” ครั้งที่ 4 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2558 ณ บริเวณลานกิจกรรมมูลนิธิธรรมกตัญญู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ท่านจะได้รับชมการแสดงโคมไฟที่ยิ่งใหญ่ตระการตา อาทิ โคมไฟการ์ตูนแฟนตาซี โคมไฟเทพเจ้า และโคมไฟที่หลากหลายกว่า 5,000 ดวง ที่นำเข้ามาจากประเทศไต้หวัน ชมการจุดพลุอันงดงามตระการตา ไหว้พระขอพรปีมะแม กราบไหว้บูชาเทพเจ้า 5 พระองค์จากฝีมือการแกะสลักหินอันประณีต ชมสิงโตคู่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแกะสลักจากหินหยกเขียว โชว์การแสดงสิงโต ชมการแสดงเต้นตุ๊กตาหุ่น การแข่งขันวาดรูปลงบนโคมไฟ 5. เกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ชมทะเลสวย ท้องฟ้าสดใส ใกล้กรุงเทพฯ ที่เกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พักผ่อนในวันสบายๆ เล่นน้ำ ถ่ายรูป ซึมซับทรัพยากรธรรมชาติ อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม อุดมไปด้วยปะการังน้ำตื้น โดยจะเปิดให้เที่ยวได้เฉพาะวันเสาร์ และวันอาทิตย์ โดยจะมีเรือให้บริการข้ามเกาะที่ท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ คิดค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ รายละ 200 บาท และเด็ก 150 บาท มีอุปกรณ์ดำน้ำไว้ให้บริการ เกาะขาม อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ ไม่มีที่พักบนเกาะ ต้องไปแบบเช้าเย็นกลับ หรือจะเลือกพักบนฝั่งก็มีที่พักให้เลือกมากมาย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 038-439-444 , 038-437-927 (ตามเวลาราชการ) 6. เขาช่องกระจก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขาช่องกระจก เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เที่ยวสบายๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ บริเวณยอดเขาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและปลุกต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นที่สักการะของชาวเมืองประจวบฯ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย พร้อมเจ้าจ๋อแสนซนที่จะทำให้คุณต้องยิ้ม 7. นมัสการรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ งานนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชกูฏ จังหวัดจันทบุรี จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี (ช่วงปลายเดือนมกราคม – มีนาคม) โดยจะสิ้นสุดการเปิดให้ขึ้นไปแสวงบุญ ในวันที่ 19 มีนาคม 2558 ใครจะไป คงต้องรีบกันหน่อย เหลืออีกเพียงไม่กีวันเท่านั้น โดยสถานที่แห่งนี้ มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่พยายามจะขึ้นไปให้ถึงสุดปลายยอดเขา เพื่อกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญประจำปี และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูงสุด และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก 8. ถ้ำเสาหินลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ลุยโลกใต้พิภพ ที่ถ้ำเสาหินลำคลองงู หนึ่งในหลายถ้ำของอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ที่มีลำห้วยลำคลองงูไหลผ่านบริเวณกลางถ้ำ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่มาก และภายในห้องโถงนั้นมีเสาหินตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ และได้ชื่อว่าเป็นเสาหินธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลก วัดจากพื้นถึงยอดได้ 62.5 เมตร เทียบเท่าคน 35 คน ยืนต่อกัน โดยสถานที่แห่งนี้ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสถึงความมหัศจรรย์เพียงปีละ 2 เดือนเท่านั้น (มีนาคม-เมษายน) 9. เกาะตาชัย จ.พังงา  ร้อนๆ แบบนี้ ไม่มีที่ไหนเหมาะเท่าเกาะตาชัยอีกแล้ว เกาะสวรรค์ แห่งทะเลอันดามัน ที่กำลังเป็นที่นิยมของเหล่าคนรักท้องทะเล เกาะตาชัย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน” และอยู่ไม่ไกลจากหมู่เกาะสุรินทร์นัก ใครที่ชอบอยู่ใต้น้ำต้องไม่ผิดหวังกับแนวปะการังที่ทอดตัวยาวตลอดหาด เป็นจุดดำน้ำที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย เปิดให้ท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่งดงามที่สุด คือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ของทุกปี หลังจากนั้นจะมีการปิดเกาะ เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ 10. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จ.ขอนแก่น พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นอุทยานไดโนเสาร์แห่งแรกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการค้นพบซากไดโนเสาร์ที่ได้รับการตั้งชื่อตระกูลใหม่ถึง 4 ตัว คือ สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis) ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus suteethorni) และกินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส (Kinnareemimus Khonkaenensis) ภายในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จัดแสดงไดโนเสาร์ขนาดเท่าจริงแสดงไว้ ส่วนบริเวณอุทยานแห่งชาติภูเวียง ก็จะได้ดูหลุมขุดค้นจริงให้ชมอย่างใกล้ชิด เหมาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : www.tiewpakklang.com , www.eventthai.com เรียบเรียงโดย : Travel MThai

รื้อหิ้งหนังเก่า : Frances Ha (2012) - ชีวิตจริง...แมร่งโหดสัส
2012 /  Annie Hall / 

Frances Ha (2012) - ชีวิตจริง...แมร่งโหดสัส รื้อหิ้งหนังเก่าวันนี้ ขอนำย้อนไปถึงหนังที่ไม่เก่ามากนัก แต่ยังไม่มีโอกาสฉายอย่างเป็นทางการในบ้านเรา แต่คอหนังหลายๆ ท่านน่าจะเคยผ่านตาหนังเรื่องนี้จากแหล่งต่างๆ กันมาบ้างแล้ว (ฮา) แต่ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จะจัดฉายหนังเรื่องนี้ใน 'เทศกาลภาพยนตร์คัดสรร' (Cinema Diverse : Director's Choice)  Frances Ha เป็นผลงานกำกับ โนอาห์ บอมบาค (Noah Baumbach) เจ้าของหนังตลกร้ายขมขื่นอย่าง The Squid and the Whale (2005), Margot at the Wedding (2007) หรือ Greenberg (2010) ซึ่งบอมบาคโดดเด่นในการเล่าเรื่องเพื่อสำรวจความสัมพันธ์ของผู้คน ผ่านตัวละครบุคลิคเพี้ยนพิลึกหรือไม่ก็เป็นพวกที่รู้สึกว่าตนเองแปลกแยกจากสังคม ซึ่งใน Frances Ha นี้ก็เช่นกัน ฟรานเชส (เกรดา เกอร์วิก) สาวที่พึ่งเรียนจบมาหมาด โดยมีวิถีชีวิตที่ไม่พยายามผูกมัดกับใครจริงจัง ไม่ทำงานประจำและร่อนเร่ย้ายหอพักไปเรื่อยๆ ในนิวยอร์ก โดยมีความฝันว่าอยากเป็นนักเต้น ก่อนจะค่อย ๆ ตระหนักรู้ว่า การเบือนหน้าหนีจากความจริงแบบนี้ไปเรื่อยๆ อาจเป็นสิ่งที่เธอทำไม่ได้ทั้งชีวิต เกอร์วิก ซึ่งเคยร่วมงานกับบอมบาคใน Greenberg มาแล้ว โดยในเรื่องนี้นอกจากนักแสดงนำแล้ว เธอยังรับหน้าที่เขียนบทร่วมกับบอมบาคด้วย บอกถึงแรงบันดาลใจโดยใช้ 'นิวยอร์ค' เมืองแห่งความหวังและความฝัน' ที่ทำให้ฟรานเชส - ซึ่งเกิดและเติบโตในครอบครัวชนชั้นกลางบ้านๆ ทั่วไป - รู้สึกเหมือนกำลัเดินไต่เส้นลวดตลอดเวลา นั่นคือ ถ้าก้าวพลาด ฝันของเธอก็จะดับทันที "คนรอบตัวของฟรานเชสที่มาดิ้นรนจะเป็นศิลปินในนิวยอร์ค จริง แล้วยังใช้เงินของพ่อแม่อยู่ทั้งนั้น ฟรานเชสจึงเพ้อฝันไปว่า ทุกๆ คนต่างก็ต้องดิ้นรนตามฝันเหมือนตัวเธอเช่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเข้าใจผิดทั้งสิ้น!" เช่นเดียวกับ บอมบาค ที่โตในบรูคลิน เรียนในไฮสคูลเดียวกับ วูดี อัลเลน (เจ้าพ่อหนังตลกร้ายหน้าตายแห่งนิวยอร์ค) ชอบอ่านบทความตลกของอัลเลน และมี Annie Hall ของอัลเลนเป็นหนังประจำรุ่น ก็ใช้แรงบันดาลใจเหล่านั้นในการถ่ายทอดเมืองนิวยอร์คกับแมนฮัตตันใน Frances Ha เป็นขาวดำอย่างงดงามหวนอดีต เพื่อเล่าเรื่องอันแสนเจ็บปวดระคนขบขันของคนผู้ไร้ทักษะในการอยู่ร่วมกับโลกกว้างโดยเฉพาะ (ซึ่งเป็นมรดกที่ได้จากอัลเลนอย่างชัดเจน) นอกจากนี้ หนังยังมีจุดเด่นตงการสื่อสารด้วยท่วงท่าเคลื่อนไหวอย่างมีเสน่ห์ของเกอร์วิก ซึ่งคล้ายกับที่ แคทเธอรีน เฮปเบิร์น สตาร์ค้างฟ้าเคยทำในหนังแนว screwball comedy (หนังตลกพ่อแง่แม่งอน) รุ่นคลาสสิกอย่าง Bringing Up Baby (1938) และ The Philadephia Story (1940) บอมบาคเล่าว่า "คุณจะเห็นฟรานเชสเคลื่อนไหวร่างกาย วิ่งเต้น ย้ายที่อยู่ตลอดเวลา โดยที่จิตใจเธอไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย ผมว่าเราหลายคนก็เป็นแบบนี้ เราเคลื่อนที่เสมอ แต่จริง แล้วเราไม่เคยไปไหน ...ในแง่หนึ่งหนังพูดถึง 'ความโรแมนติกของการตัดสินใจยื่นอยู่บนความจริง' ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้ายสุดทุกคนต้องทำกับชีวิตของตนเอง ไม่มีใครหรอกที่โลกจะหยิบยื่นทุกสิ่งให้ แม้แต่คนที่รวยก็เถอะ ผมจึงรู้สึกว่า การที่ฟรานเชสตัดสินใจทำงานประจำและพบทางที่ของตนเองได้ มันคือความกล้าหาญมาก" "ชีวิตฟรานเชสอาจไม่ได้ลงเอยด้วยการแต่งงานกับเจ้าชายในฝัน แต่มันก็เป็นความเปลี่ยนแปลงและเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เพราะหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดของชีวิตคนเราก็คือ การยอมทิ้งความหวังและความฝันที่เรามีต่อตนเองไปเสียบ้าง เพื่อเดินหน้าต่อไปนั่นเอง" บอมบาคกล่าวเสริม Frances Ha ได้รับการยกย่องว่า ได้มอบสิ่งที่ขาดหายมานานในหนังอเมริกัน คือตัวละครหญิงที่มีชีวิตเลือดเนื้ออันสมจริง ทั้งวัยและสถานะทางสังคม นอกจากฟรานเชสต้องดิ้นรนเรื่องงานแล้ว เธอยังต้องเรียนรู้ความสัมพันธ์ - ที่ไม่ใช่กับเพื่อนชายที่ไหน แต่คือเพื่อนสาวสุดซี้อย่าง โซฟี (มิคกี ซัมเมอร์) ซึ่งเธอเคยเชื่อว่า จะอยู่เคียงข้างประคับประคองไปด้วยกันชั่วนิรันดร์ โดยไม่ทันตระหนักว่า ในไม่ช้า เพื่อนรักที่เติบโตและสนิทกันมา ก็ต้องการมีชีวิตเป็นของตนเองเช่นเดียวกัน ในแง่นี้ นักวิจารณ์จึงกล่าวว่า Frances Ha ได้ขยายอนาเขตความหมายของคำว่า 'หนังโรแมนติกคอมิดี' ออกไปสู่ปริมณฑลใหม่ โดยย้ายแกนหลักของเรื่องในแนวนี้ที่มักว่าด้วยแฟนตาซีของเพศหญิง อย่างเรื่องการแต่งงานและการไล่ล่าหาความรัก มาสู่การเล่าเรื่องการรักษามิตรภาพอย่างผู้ใหญ่และการค้นหาตัวตนของพวกเธอเอง ...ท่ามกลางความสุขและแสนเศร้าบนโลกแห่งความจริง https://www.youtube.com/watch?v=YBn5dgXFMis **เรียบเรียงจาก BIOSCOPE Special Issue - 100 หนังโลกแห่งปี 2013 ที่ 'ต้องดู' - Online Only on OOKBEE Store

Dream High SS2 1-2 [ซับไทย]
드림하이 2 /  Kang So Ra / 

โรงเรียนมัธยมด้านศิลปะการแสดงคีริน (Kirin) อยู่ในสภาวะล้มละลายจึงถูกบริษัท Oz Entertainment ซื้อไป และบริษัท Oz Entertainment ก็ ได้ส่งดาราในสังกัดตัวเองไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนแห่งนี้เพื่อกันข้อ ครหาของกฏหมายที่บัญญัติไว้ว่าให้ศิลปินเยาวชนต้องเข้าเรียนในช่วงระยะเวลา หนึ่ง การแข่งขันจึงได้เกิดขึ้นระหว่างพวกเด็กนักเรียนเจ้าปัญหาและดาราที่ถูกส่ง ตัวไปเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้   Shin Hae-Sung ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้โดยการสอบผ่านข้อเขียนด้วยคะแนนสูงสุด แต่เธอได้คะแนนต่ำสุดในข้อปฏบัติ เธอได้เจอนักเรียนที่ชื่อ Jin Yoo Jin และ JB ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าดนตรีนั้นสนุกสนานแค่ไหน Jin Yoo Jin เคย เป็นดาราตอนเด็ก แต่ตอนนี้เขาเป็นนักเรียนเจ้าปัญหาที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้องเพลงร๊อค เขาใช้ดนตรีเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดจากการหย่าร้างของพ่อแม่ของเขา

ผีดี-ราศีโด่ (Ghostly Vixen (1990))
หนังจีน

เยี่ยจื้อเหม่ย - เฉินไป่เสียน - อู๋จินหยู : นําแสดง /// คําเปรย : สนุกกับ"เฮิ่มเทิ่ม" แล้วฮากับ"ราศีโด่" (อะไรโด่ อะไรเฮิ่มเทิ่ม มาดูเหอะแล้วก็รู้เองแหละ) /// เนื้อเรื่อง : นักท่องเที่ยวชาย ชาวจีนฮ่องกง 3 คน มาท่องเที่ยวในเมืองไทย เเละต้องการมาเที่ยวในสถานที่เต้นรำในกรุงเทพฯ เเละหนึ่งใน 3 ของนักเที่ยว(Lausekyin)ก็ได้พบกับปีศาจสาวเพียวหง(AmyYip) ได้ชวนเต้นรำ หลังจากนั้นได้ไปเสพสุขในห้องน้ำ เเละได้ถูกปีศาจสาวดูดเลือดในห้องน้ำจนนักท่องเที่ยวตาย ในระหว่างนั้น เหมียวอี้เหมียว(Shingfuion) ผู้มีหน้าที่ปราบปีศาจสาว ได้เข้ามาตามล่า จนพบเเละมาช้าเกินไป เป็นศพที่ 98 ที่ปืศาจสาวบอกว่า ถ้าครบ 100 คน จะได้ไปเกิดเเละมีชีวิตเป็นอมตะตลอดไป เหมียวอี้เหมียวได้ต่อสู้กับปีศาจสาวจนจะฆ่าเพียวหงได้สำเร็จอยู่เเล้ว เเต่ก็พลาดจนเพียวหงได้หลบหนีไปซ่อนตัวในไพ่นกกระจอกหงจง เหมียวอี้เหมียวตามมาจนพบเเละกำลังจะทำลาย เเต่เจ้าของไพ่นกกระจอก(TeddyYip)มาพบเสียก่อน เหมียวอี้เหมียวได้ถูกตำรวจควบคุมตัวไป ไพ่นกกระจอกหงจง ได้ถูกส่งไปขายที่ประเทศฮ่องกง ทำให้ปีศาจสาวรอดจากการทำลายล้างไปได้ ที่ปั๊มเติมน้ำมันเเห่งหนึ่งในประเทศฮ่องกง ฉินโซ่วเหยิน(Natchan)จอมเพลย์บอย กับไซม่อน(Charliecho)จอมกะล่อนที่เป็นเพื่อนสนิท ทำงานที่เดียวกันในบริษัทชุดชั้นในสตรีเเห่งหนึ่ง หลังจากเติมน้ำมันรถเสร็จ ไซม่อนได้ขับรถออกจากปั๊ม ในระหว่างทาง ฉินโซ่วเหยินในสมองคิดเเต่เรื่องเซ็กส์เสื่อมได้พูดระบายให้ ไซม่อนฟัง การที่ตัวเองมีปมด้อย จึงมาระบายด้วยการ กลั่นเเกล้ง ผู้หญิงที่ข้างทางโดยจอดรถพูดจา ชวนไปเที่ยว พอถูกปฎิเสธ ฉินโซ่วเหยิน ก็ต่อว่าอย่างเสียหาย จนคนที่ 3 พอไซม่อนชวนไปเที่ยว กับไปเเบบง่ายๆ จน ฉินโซ่วเหยิน ไม่พอใจถึงขนาดต่อว่าเเละทำร้ายร่ายกาย เเละรายหลังสุด ยังไปพูดจาจีบสาว(Sukikwan)ที่ขับรถตามท้องถนน หญิงสาวท้าให้เเข่งรถ เเต่ก็เเพ้ทำให้รถของไซม่อนเสียหายด้วย เเถมเจอเล่ห์เหลี่ยมหญิงสาวหลอกให้ขายหน้า ตอนที่ไปพบเจ้านาย(wuma)ในที่จอดรถสนามบินเเห่งหนึ่ง โดยโกหกว่าเป็นลูกสาว เเต่เเท้ที่จริง เจ้านายไม่รู้จักเลย ฉินโซ่วเหยินรู้สึกอับอายที่ต้องก้มคลานไปขอโทษเจ้านายว่าไปยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของเจ้านายโดยไม่รู้มาก่อน เเละก่อนที่ฉินโซ่วเหยินกับไซม่อนเเละเจ้านายจะออกเดินทางให้รอพบกับคนๆหนึ่งก่อน เเละเมื่อปรากฎตัวออกมา เป็นหญิงสาวที่เรียกเจ้านายว่า พ่อเลี้ยง ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ ฉินโซ่วเหยิน ต่อยท้องเเละเตะจนหงายตีลังกาลงถังขยะ ตอนที่หญิงสาวยืนรอรถริมถนนนั่นเอง งานนี้ถูกเอาคืนโดยให้โชเฟอร์แท็กซี่อัดเข้าที่ลูกตาเเละใบหน้า ฉินโซ่วเหยิน จนฟันร่วงเลยทีเดียว ณ สมาคมแห่งหนึ่ง กำนันหลี่ชิมฟวน(Wufung)ได้หมดวาระในตำเเหน่ง เเละได้ประชุมกับตัวเเทนชาวบ้าน ให้เลือกกำนันคนใหม่ที่หมดวาระ 6 ปี ผลจากการประชุมทุกคนบอกให้กำนันดำรงตำเเหน่งต่อ เเต่กำนันอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่จากชาวบ้าน เเละเมื่อถูกรบเร้ามากๆเข้า กำนันหลี่ชิมฟวนบอกว่าจะไปถามบรรพบุรษที่บ้านก่อน เเละเมื่อกำนันได้ทำพิธีเเละถามว่า ใครควรจะเป็นกำนันต่อไป ผลป้ายบรรพบุรุษบอกว่า ให้หลี่ชิมฟวนเป็นกำนันต่อไปเพราะไม่มีใครเหมาะสม เเต่หลี่ชิมฟวน บอกว่าต้องมีเงื่อนไขคือ ให้ลูกสาว ลู่เหมยเเต่งงานไปก่อน ส่วนลู่เหมย(SandraNg) ลูกสาวคนเดียวทำงานรับใช้อยู่ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ต้องรับใช้พวกคนสูงอายุไม่ว่าจะทำความสะอาด หรือชงชาให้ดื่ม หรือทำทุกๆอย่างที่ถูกเรียกใช้ ไม่วายถูกพวกหญิงเเก่ นักดื่มน้ำชาเเละกินเมล็ดก๊วยจี้ พูดจาเหน็บเเนมว่าลักษณะหน้าตาโหงวเฮ้งไม่ดี จะเเต่งงานก็ไม่ได้เเต่งเพราะมีปัญหากับฝ่ายชายทั้งที่ได้หมั้นหมายกันตั้งเเต่ตอนที่ยังอยู่ในท้อง สร้างความไม่พอใจให้เเก่ ลู่เหมย เป็นอย่างมาก จึงเเก้เผ็ดโดยชงชาผสมพวกของสกปรกเเละซากจิ้งหรีดให้ดื่ม พวกหญิงเเก่กลับชมว่ากลิ่นหอมดีเสียอีก ลู่เหมย พอกลับถึงบ้านก็ต่อว่าพ่อ หลี่ชิมฟวน ว่าไม่สนใจเกี่ยวกับงานเเต่งงานของตน ทั้งที่ หลี่ชิมฟวน ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด เเต่ทางฝ่ายชายพยายามหาเหตุโกหก เเละบ่ายเบี่ยงงานเเต่งมาตลอด จนเเทบไม่อยากจะสนใจเเล้ว เเต่ลู่เหมยไม่เชื่อ หลี่ชิมฟวนบอกให้ไปโทรศัพท์ถามกันเอาเอง พอลู่เหมยโทรไปหา ฉินโซ่วหยิน กลับให้เพื่อน ไซม่อน รับโทรศัพท์เเทน ไซม่อนพูดโกหกในทุกๆเรื่องเพื่อให้ ลู่เหมยเลิกกับ ฉินโซ่วหยิน ให้ได้ ซึ่งเป็นไปตามต้องการของ ฉินโซ่วหยิน อยู่เเล้ว เพราะถูกผู้ใหญ่คลุมถุงชนโดยที่ ฉินโซ่วหยิน ไม่ได้รักเเละพิศวาสลู่เหมยเลย ลู่เหมยกลับมาบอกพ่อเกี่ยวกับเรื่องราวทุกอย่างที่ ไซม่อนบอกมา พ่อบอกให้ตัดใจเสียเถอะ เเต่ลู่เหมยไม่เชื่อต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเองให้ได้ วันหนึ่ง ฉินโซ่วหยินได้พาหญิงขายบริการคนหนึ่งมาเสพสุขในรถในสถานที่เปลี่ยว เเต่ก็เจอปัญหามาตลอด ตั้งเเต่การถูกคนเเอบดูจากนอกรถนับสิบคน พอย้ายไปอีกที่ ก็เจอพวกนักเลงตีกันทำให้ถูกลูกหลงจนกระจกรถเเตกเสียหาย เเละเมื่อพาไปที่บ้านพักก็มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าดูดที่สวิทซ์ปิดเปิดไฟ เเละไฟฟ้าก็ดับต้องใช้เทียนจุดไฟก็ดันเผลอไปโดนเส้นผมของสาวขายบริการจนไหม้ เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ฉินโซ่วหยินบอกให้หญิงขายบริการไปนอนรอที่เตียง เเละตัวเองขอไปทำเรื่องส่วนตัวก่อน นั่นก็คือ กินน้ำผสมกระดาษเสกที่ ไซมอนให้มาว่าจะทำให้พลังทางเซ็กส์ดีเยี่ยม เเต่พอ ฉินโซ่วหยิน กลับไปที่เตียง กลับเจอ 2 โจรผู้ชายมาปล้นสวาท ฉินโซ่วหยินแทน โดยที่หญิงขายบริการกลับถูกมัดเเละปิดปากอยู่ที่เตียง วันต่อมา ฉินโซ่วหยิน ได้พบกับไซมอน เเละเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในสภาพเจ็บปวดที่ก้นหลังจากถูกข่มขืนจากผู้ชายทั้ง 2 คน ในห้องพักในวันนั้น ส่วนเหมียวอี้เหมียวนักปราบปิศาจ ก็ถูกควบคุมตัวในห้องคุมขังในสถานบำบัดเเห่งหนึ่ง ส่วนลู่เหมยก็ได้พูดคุยกับพ่อเเละได้เล่าเรื่องราวสมัยที่ได้เล่นกับ ฉินโซ่วหยิน ในอดีดที่ผ่านมา เเละกำลังจะออกเดินทางไปหาฉินโซ่วหยิน โดยพ่อของลู่เหมยได้ให้ถุงวิเศษ 3 ถุงโดยบอกว่าถ้าลูกถูกรังเเกให้เปิดใช้ เเละอย่าให้ใครไปใช้เป็นอันขาดไม่เช่นนั้น พ่อจะต้องเกิดเรื่องยุ่ง เเละไม่อธิบายเหตุผลกับลู่เหมยอีก คืนวันหนึ่ง ฉินโซ่วหยิน ได้พาหญิงขายบริการคนใหม่มาเสพสุขในบ้านพักเหมือนเช่นเคย เเต่ตอนนี้ดีหน่อยตรงที่ไฟฟ้าไม่ดูดเเละดับเหมือนคราวที่เเล้ว ในระหว่างที่สาวขายบริการกำลังก้มหน้าก้มตาจะทำอะไรที่เป้ากางเกง ดันมีเสียงกริ่งที่หน้าประตูห้องทำให้ตกใจรีบรูดซิบเพื่อจะไปเปิดประตูห้องเลยทำให้เส้นผมหญิงขายบริการติดที่ซิบกางเกง เลยต้องลากไปที่ประตูทำให้หญิงสาวเจ็บปวดมาก เมื่อฉินโซ่วหยิน เปิดประตูก็พบกับลู่เหมย ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจที่ ฉินโซ่วหยินชอบหญิงบริการมากกว่าตน ฉินโซ่วหยินว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกันจึงไม่มีสิทธิ์มาว่าเช่นนั้น จึงสั่งให้ลู่เหมยให้ไปพักในห้องรับเเขกก่อน เมื่อไปพักที่ห้องลู่เหมยได้เปิดถุงวิเศษที่พ่อให้มาเพื่อเล่นงาน ฉินโซ่วหยิน หลังจากทำพิธีเสร็จเเล้ว อวัยวะเพศของฉินโซ่วหยิน กลับยาวมาถึงตาตุ่ม ทำให้หญิงขายบริการตกใจหนีจากไป ลู่เหมยสะใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ฉินโซ่วหยิน ต้องมัดอวัยวะเพศกับขาข้างซ้ายซึ่งยาวเกือบถึงตาตุ่มโดยใส่กางเกงขายาวปิดไว้ ก่อนที่จะมาทำงานที่บริษัทชุดชั้นในสตรี โดยภาวนาว่าอย่าเห็นสิ่งยั่วยวนอีกเลย เเต่เมื่อมาเห็นพนักงานสาวเเต่งตัวยั่วยวนก็เลยสั่งให้เปลี่ยนให้มิดชิดในวันถัดไป เเละเมื่อมาประชุมเกี่ยวกับชุดชั้นใน เห็นนางแบบสาวใส่ชุดชั้นใน ฉินโซ่วหยินถึงกับทนไม่ได้ ขาซ้ายกับชูขึ้นโดยโกหกว่าเป็นตะคริว ต้องให้ไซม่อนพาไปห้องน้ำ เพื่อบอกความจริงว่าอวัยวะเพศไม่รู้ว่าอยู่ดีๆมันยาวเกือบ 4 ฟุต โดยไม่รู้สาเหตุ ขนาดพนักงานหญิงเเก่(FemmeDeMenage)ที่ทำความสะอาดห้องน้ำมาเห็นเข้า ยังร้องว่า ผีหลอก เมื่อ ฉินโซ่วหยิน กลับมาที่บ้านพักคิดว่า ลู่เหมยกลับบ้านไปแล้ว คิดว่าจะฉลองสักหน่อย จึงใช้โทรศัพท์เเต่กลับได้ยิน ลู่เหมยพูดโทรศัพท์กับพ่อ หลี่ชิมฟวนบอกว่า หลังจากใช้ถุงวิเศษถุงที่ 1 ไปเเล้วภายใน 12 ชั่วโมง ก็จะเป็นปรกติ ลู่เหมยบอกว่ายังเหลืออีก 2 ถุงเก็บไว้เรียบร้อยเเล้ว พ่อลู่เหมย กำชับว่าอย่าให้ ฉินโซ่วหยิน รู้เรื่องเป็นอันขาดไม่งั้นต้องเดือดร้อนเเน่ ฉินโซ่วหยินเมื่อรู้ความจริงจึงหาวิธีทำให้ลู่เหมยตายใจเพื่อหวังจะเอาถุงวิเศษมาเป็นของตัวเองให้ได้ โดยเเกล้งทำดีกับลู่เหมยสารพัด เเละโกหกว่าตัวเองว่าเป็นมะเร็งมีชีวิตเหลือเพียง 1 ปี เเล้วก็ตาย จึงทำให้ลู่เหมยสงสารเเละยอมทำทุกอย่างที่ ฉินโซ่วหยินต้อง การ เเล้วทั้งคู่ได้ออกไปข้างนอกเพื่อไปขี่ม้า เเต่ไม่กล้าเลยไปขี่หมาเเทน เเล้วก็เล่นกันอย่างสนุกสนานบริเวณชาดหาดริมทะเลอย่างมีความสุข หลังจากนั้นก็กลับมาดื่มเบียร์ที่บ้านพักจนเมามาย เเต่ลู่เหมยไม่ยอมหลับสักที ฉินโซ่วหยิน เลยหาจังหวะใช้ขวดเบียร์ตีที่หัวลู่เหมยจนหลับไป เเล้วก็เอาถุงวิเศษไปจนได้ เมื่อ ฉินโซ่วหยิน ไปที่ทำงานบริษัทชุดชั้นในสตรี ได้ทดลองใช้ถุงวิเศษกับเพื่อน ไซม่อนเป็นคนเเรก เมื่อเจอไซม่อนๆยังได้พูดว่าขนาดอวัยวะที่ยาวไม่สามารถรักษาทางยาได้ต้องตัดอย่างเดียว เสียค่าตัด 40,000 ไซม่อนบอกว่าให้ไปคุยในห้องทำงาน พอไซม่อนหันหลังฉินโซ่วหยินได้ใช้ผงวิเศษจากถุงที่ 2 ใส่ที่หัวไซม่อน ผลที่ได้ ทำให้พ่อลู่เหมยหกคะเมนตีลังกาทั้งหน้าเเละหลังจนได้รับบาดเจ็บ เเละทำให้ไซม่อน พูดความจริงทุกอย่างที่หลอก ฉินโซ่วหยิน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ตัดอวัยเพศ เล่าเรื่องถูกข่มขืนให้คนในบริษัทฟัง หลอกเอาเงินทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เมื่อฉินโซ่วหยิน แต่งงานจะคืนเงินทั้งหมดเพื่อเป็นของขวัญ ทำให้ฉินโซ่วหยินไม่พอใจเเละทวงเงินคืนจากไซม่อนได้สำเร็จ ฉินโซ่วหยิน คิดจะทดลองกับเจ้านาย(wuma) โดยบอกว่ามีธุระจะคุยด้วย พอเจ้านายหันหลัง ก็ใช้ผงวิเศษใส่ที่หัว ผลที่ได้คือ ทำให้พ่อลู่เหมย หัวทิ่มหัวตำกับพื้นได้รับบาดเจ็บอีก เเละเมื่ออยู่ในห้องทำงาน เจ้านายก็พูดความจริงว่า ถ้าฉันเป็นนายฉันลาออกจากบริษัทไปนานเเล้วคงไม่หน้าด้านอยู่ ฉินโซ่วหยิน จึงบอกว่า เมื่อก่อนได้เคยวางยาให้เถ้าเเก่เนี้ยมานอนกับเจ้านายนะ เจ้านายจึงบอกว่า ก็เพราะเรื่องนี้นะซิที่ฉันอยากจะไล่นายออกไม่ให้ทำงานที่นี่ เเต่นายก็ยังมีความซื่อสัตย์ต่อฉัน เอาเป็นว่าเดือนหน้าฉันจะเลื่อนตำเเหน่งนายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ เเต่นายอย่าเพิ่งดีใจไป เมียของฉันจะให้น้องชายมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ดังนั้นนายต้องรออีก 2 ปี ทำให้ฉินโซ่วหยิน รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เมื่อน้องชายของเมียเจ้านาย(Taibo)มาถึงที่บริษัทได้วางอำนาจต่อว่า ฉินโซ่วหยิน เเบบเหยียดหยามอย่างไม่เป็นมิตร ทำให้ ฉินโซ่วหยินคิดจะเอาคืนโดยใช้ผงวิเศษตามเคย มีผลให้ พ่อลู่เหมยถูกต้นตะบองเพชรพุ่งเข้าใส่ที่ใบหน้าบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกครั้ง เเละทำให้น้องชายเมียเจ้านายพูดความจริงเกี่ยวกับเจ้านายในเรื่องเสียหายในทุกๆเรื่อง จนเจ้านายทนไม่ได้เเละไล่ออกจากบริษัทไป เเละก็ได้แต่งตั้ง ฉินโซ่วหยิน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการเเทน เเละยังได้ชวนไปเล่นไพ่นกกระจอกในคืนวันนั้นด้วย ส่วนเหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจ เมื่อหนีออกมาจากสถานบำบัด ก็ได้ใช้สีสเปรย์พ่นทับป้ายประกาศจับตัวเอง ก็มาเจอตำรวจไล่ล่าอีกก็เลยใช้สีสเปรย์พ่นใส่หน้าตำรวจเสียเลย เมื่อคนทั้งสี่ได้มาเล่นไพ่นกกระจอกในสถานที่เเห่งหนึ่ง เจ้านาย(wuma) เล่นได้ หงจง กินเงินไปหลายครั้ง เเต่หลังจากนั้นพอมาถึง ฉินโซ่วหยิน กับเห็นไพ่ หงจง มีหญิงสาวชุดเเดงอยู่ในนั้น จึงบอกให้นักเล่นอีก 3 คนรู้เเต่ไม่มีใครเชื่อ เเละเมื่อเล่นต่อไปคราวนี้ ฉินโซ่วหยิน เล่นชนะ กินเงินได้ทุกครั้งจนเกือบตลอดทั้งคืน จนทุกคนสงสัย คอยจับผิด จน ฉินโซ่วหยิน ได้ดึงผ้าสีเเดงจากไพ่หงจง ออกมา ทุกคนจึงเลิกเล่นทันทีในคืนนั้นเพราะหาว่าฉินโซ่วหยินโกง เเล้วต่างฝ่ายเเยกย้ายกันกลับไป คราวนี้ไซม่อนไม่ยอมไปด้วยกลัวรถชนกันอีก ฉินโซ่วหยินเลยต้องขับรถกลับตามลำพังเพียงคนเดียว เเละเมื่อรถเริ่มแล่นออกไปก็มีผ้าเเพรสีเเดงปลิวเข้าไปในรถด้วย ส่วนเหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจ กำลังกินอาหารอยู่ ก็ยังไม่วายตำรวจ 2 คน ยังตามมาจับอีกก็เลยเอาอาหารยัดใส่ปากตำรวจคนหนึ่ง เเล้วก็กระโดดขึ้นรถกระบะมีหลังคาหนีไปได้อย่างง่ายดายเเถมยังบอก บ๊ายบาย เย๊าะเย้ยตำรวจอีก ส่วน ฉินโซ่วหยิน เมื่อขับรถได้สักระยะหนึ่งที่ด้านหลังคนขับ ก็มีร่างของสาวชุดเเดงปรากฎขึ้นมา ในระหว่างนั้นรถกระบะที่ เหมียวอี้เหมียวอาศัยมานั้น สวนผ่านมาพอดี ได้เห็นปีศาจสาวในชุดเเดงที่อยู่ในรถของ ฉินโซ่วหยิน เหมียวอี้เหมียวจึงติดตามมาหวังกำจัดปีศาจสาว ฉินโซ่วหยินได้ยินเสียงคนมาจากเบาะหลังรถจึงหันไปดู เเต่ต้องหักรถหลบเพราะมีคนวิ่งตัดหน้ารถ จึงลงไปดู กลับพบหญิงสาวในชุดเเดงสุดเซ็กส์ซี่เพียวหง(AmyYip) ตอนเเรกว่าคิดจะต่อว่า กลับเปลี่ยนมาพูดดีเเทน หญิงสาวในชุดเเดงบอกช่วยอุ้มขึ้นรถหน่อย ฉินโซ่วหยิน ก็ทำตามอย่างเต็มใจ พอมาถึงในรถขอนั่งพักเดี๋ยวก็หายไม่ต้องพาไปโรงพยาบาล เเละขอให้ช่วยเเกะกระดุมหลังเสื้อหน่อย พอได้จังหวะปีศาจสาวในชุดเเดงกำลังจะใช้ปากดูดตรงเป้ากางเกง ฉินโซ่วหยิน เเต่โชคดี เหมียวอี้เหมียว ได้ใช้ปลายเท้ายัดใส่ปากปีศาจสาวเเทน เเต่ปืศาจสาวได้หนีออกมาจากรถ การต่อสู้ระหว่าง เหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจกับ ปีศาจสาวเพียวหง ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เเละเหมียวอี้เหมียว กำลังจะใช้ดาบปราบปีศาจได้อยู่เเล้ว เเต่ ฉินโซ่วหยิน กลับมาช่วยให้ปีศาจสาวหนีไปได้อีกครั้ง เหมียวอี้เหมียวได้พยายามเตือน ฉินโซ่วหยิน ว่ากำลังถูกปีศาจสาวฆ่าเเละจะเป็นศพที่ 99 เมื่อครบ 100 ก็จะได้ไปผุดไปเกิด เเละไม่มีวันตายด้วย เเต่ ฉินโซ่วหยินไม่เชื่อเเละก็เดินจากไป เมื่อฉินโซ่วหยินกลับมาที่บ้านพักตัวเอง ก็ได้พบกับหลี่ชิมฟวนเเละลู่เหมย หลี่ชิมฟวนพ่อลู่เหมยตอนนี้อยู่ในสภาพเหมือนศพมัมมี่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะผลที่ ฉินโซ่วหยิน ได้ใช้ถุงวิเศษที่เป็นของหลี่ชิมฟวนไปเเกล้งคนอื่น ผลหลี่ชิมฟวนเลยต้องรับผลกรรมของการกระทำนั้นด้วย การที่หลี่ชิมฟวนมาที่บ้านพักของ ฉินโซ่วหยิน เพราะจะมาเตือนว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังถูกปีศาจดูดเลือดตามล่าหวังจะเอาชีวิตเฉพาะชายโสด เพราะฉินโซ่วหยินเป็นชายโสด วิธีเดียวต้องทำลายความความเป็นโสดของตัวเอง ด้วยการยกให้กับลูกเหมย เเต่ ฉินโซ่วหยินไม่เชื่ออ้างเพื่อเข้าข้างลูกสาวของตัวเอง เลยต่อว่าลู่เหมยว่าอย่าหวังเลยว่าฉันจะแต่งงานกับเธออยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตเถอะเเล้วก็เดินจากไป สร้างความไม่พอใจกับลู่เหมยเป็นอย่างมาก ส่วนหลี่ชิมฟวนได้บอกกับลูกสาวว่า ลูกเหมยเอ๊ยอย่าหาพ่อไม่ช่วยนะ วันหนึ่ง ฉินโซ่วหยินกับไซม่อน กำลังทำธุระอยู่ข้างนอกก็มี เหมียวอี้เหมียว คอยเดินตามตลอด เพราะรู้ว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังถูกปีศาจตามฆ่าอยู่ เเม้กระทั่งเข้าห้องน้ำก็ยังตามเเบบไม่คาดสายตา เเต่ เหมียวอี้เหมียว ต้องมาเจอตำรวจไล่ล่าตามจับตัวเลยต้องหนีไปตามเคย การติดตามเลยต้องสิ้นสุดลง ฉินโซ่วหยินกับไซม่อน ได้ไปที่ New Tonnochy Night Club คลับกลางคืนที่มีสาวขายบริการเเห่งหนึ่ง เเละได้เรียกตัวสาวบริการมาให้เลือก ตอนเเรกมีอยู่ 2 คนอยู่เเล้วเพื่อจะพาไปข้างนอก เเละรอเปลี่ยนเสื้อผ้า เเต่พอพาตัวมาส่งอีกครั้งกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน เเถมหน้าเหมือนไม่ใช่คน เลยบอก มาม่าซังให้เปลี่ยนคนใหม่ ในระหว่างนั้น ปีศาจสาวเพียวหง ได้เข้ามาหาเลยคิดว่าทำงานที่นี่ ฉินโซ่วหยินเเยกตัวจากไซม่อน เพียวหงได้พาฉินโซ่วหยินออกไปข้างนอกคลับเเละขึ้นรถเเท็กซี่ ในระหว่างนั้น เหมียวอี้เหมียว ได้เเอบเห็นพอดีเลยสกดรอยตาม เเท็กซี่ได้พาปีศาจสาวเพียวหงเเละฉินโซ่วหยินไปส่งที่โรงเเรมจิ้งหรีดเล็กๆค่อนข้างสกปรก ทำให้ ฉินโซ่วหยิน รู้สึกกลัวขึ้นมา พอเปิดห้องเเละได้นอนคุยกับเพียวหง ฉินโซ่วหยิน ได้ถามว่า ชาติก่อนพ่อของเธอติดหนี้เค้ามากใช่ไหม เพียวหงตอบว่าทำไมพูดเเบบนี้ ก็เพราะรูปร่างหน้าตาคุณทำไมต้องมาเป็นผู้หญิงเเบบนี้ เพียวหงจึงตอบว่าน่าเกลียดพูดออกมาได้ ในช่วงเวลานั้น เหมียวอี้เหมียวได้ตามมาถึงโรงเเรมเเละกำลังจะเข้าไปเเต่ถูกพนักงานในโรงเเรมขวางเเละรุมเล่นงาน จนกระทั่ง เหมียวอี้เหมียว ได้พยายามเข้ามาเจอห้องของปีศาจสาวเพียวหง เเต่ก็ไม่สามารถจัดการเพียงหงได้เพราะถูกพนักงานโรงเเรมเเละตำรวจควบคุมตัวไป ในระหว่างที่ เหมียวอี้เหมียวถูกจับตัวไป ฉินโซ่วหยินก็เดินตามไปด้วย พอย้อนกลับมาที่ห้อง เพียวหง ก็ไม่ได้อยู่ในห้องเเล้ว เเต่ก็ทิ้งกระดาษแผ่นหนึ่ง เเละได้บอกให้ไปหาตามสถานที่ๆหนึ่ง ที่โรงพยาบาลบำบัดโรคจิต เหมียวอี้เหมียว ได้ถูกขังเเละมัดมือเเละขาในสภาพผ้าขาวพันเต็มตัวเหมือนมัมมี่เเละนอนบนเตียงนอน ได้เอะอะโวยวายบอกว่าฉันเป็นหมอผี ให้ปล่อยตัวเดี๋ยวนี้ เหมียวอี้เหมียว คิดได้ว่าถ้าถูกจับมัดเเละขังแบบนี้ ปีศาจสาวเพียงหงต้องมาฆ่าเเละจะเป็นศพคนที่ 99 เลยหาวิธีทำลายความบริสุทธิ์เเละความเป็นโสดของตัวเอง โดยจ้างตำรวจที่เฝ้าหน้าห้อง ให้ไปหาหญิงสาวสักคนมามีเพศสัมพันธ์ เเต่ตำรวจหาหญิงเเก่(HelenaLaw)ที่ทำความสะอาดในโรงพยาบาลมาให้ เหมียวอี้เหมียวไม่มีทางเลือกจึงตอบตกลง ในระหว่างที่กำลังจะมีเพศสัมพันธ์ เหมียวอี้เหมียวต้องผงะเพราะที่เเท้หญิงเเก่คนนั้นคือ ปีศาจสาวเพียวหง เลยขอร้องว่าไหนๆก็จะตายเป็นศพคนที่ 99 เเล้ว ขอให้กลายร่างเดิมจะได้ไหมเพราะไม่อยากมีเพศสัมพันธ์กับคนเเก่ เพียวหงตอบตกลง เเต่ดันกลายร่างเป็นผู้ชายมีหนวด(ManfredWong) เสียนี่ เเละในที่สุด เหมียวอี้เหมียว ถูกฆ่าตายเป็นศพคนที่ 99 จนได้ ที่บ้านของ ลู่เหมย กำลังรำมวยจีนกับพ่อของเธอ เเต่พ่อของเธอเหมือนจะมีความวิตกกังวล ได้หยุดรำมวย เเละเดินจากไป ทำให้ลู่เหมยสงสัยเลยตามพ่อเธอไป หลี่ชิมฟวน ได้หยิบเหรียญเพื่อตรวจดูว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังมีเคราะห์หรือไม่ เมื่อถูกลูกสาวถาม เลยตอบไปว่า ฉินโซ่วหยิน ถ้าวันนี้ไม่ตายพรุ่งนี้ก็ต้องตายอยู่ดี ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจ ว่าพ่อทำไมไม่ช่วย พ่อของเธอบอกว่า ปีศาจสาวตนนี้ ไม่ใช่ธรรมดา พ่อสู้ไม่ได้ ทำให้ลู่เหมยเดินหนีออกไปข้างนอกเพื่อไปช่วย ฉินโซ่วหยิน โดยพ่อของเธอตะโกนบอกว่าหยุดก่อน ให้นำผ้ายันต์ติดตัวเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง คืนหนึ่งฉินโซ่วหยินเเละไซม่อน ได้ขับรถไปยังสถานที่ ที่เพียวหงได้บอกไว้ในกระดาษ เมื่อไปถึง ฉินโซ่วหยินบอกให้ไซม่อนรออยู่ข้างนอก เเละเมื่อเข้าไปในบ้าน ที่บ้านหลังนี้รกมากเเละมืด เมื่อฉินโซ่วหยินเข้ามาถึงในห้อง เเละได้เห็นหน้าของเพียวหง ไม่มีลูกตาทั้งสองข้าง จึงตกใจกลัวจนปัสสาวะราด ดีที่ว่าหลบทัน เพราะเพียวหง เมื่อไม่มีตาจึงมองไม่เห็น จึงเอาตาจากที่วางอยู่ในชามที่มีน้ำขึ้นมาใส่ที่เดิม ส่วนไซม่อนรอที่รถไม่ไหว เลยเข้ามาในบ้านเพื่อหาของกิน เเต่เมื่อเข้าไปในห้องเก็บของ กลับเจอศพผู้ชายหลายศพ จึงร้องว่า มีคนถูกฆ่าๆ จนทำให้เพียวหงตามมาเจอเเละถามว่า ฉินโซ่วหยินอยู่ไหน เมื่อรู้จึงบังคับปิดประตูหน้าต่างทุกด้าน ทำให้ฉินโซ่วหยินซึ่งตอนนี้ เชื่อเเล้วว่า เพียวหงคือปีศาจที่กำลังตามฆ่าตน จึงพยายามหนี เเละลู่เหมยก็ตามมาช่วยพอดี เเต่เมื่อหนีออกจากบ้านลู่เหมยออกไปได้เเล้ว เเต่ฉินโซ่วหยินออกไม่ทันประตูถูกปิด เปิดไม่ได้ เพราะอำนาจของปีศาจบังคับไว้ ลู่เหมยจึงใช้วิธีหลอกล่อ ให้เพียวหงเปิดประตูออกมาไล่ล่าตน เเต่เหมือนเพียวหงจะรู้ทัน จึงหันกลับไปในบ้านเเละจับตัว ฉินโซ่วหยินได้ เเต่ลู่เหมยตามเข้ามาช่วยเเต่ก็โดนเล่นงานไปเหมือนกัน ฉินโซ่วหยิน กำลังจะถูกเพียวหงทำร้ายอยู่นั้น ลู่เหมยได้ใช้ยันต์ที่ติดตัวมาเเปะที่หน้าผากของเพียวหง ทำให้ปีศาจสาวหมดอำนาจ ทำให้ประตูถูกเปิดออก ทุกคนจึงหนีรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อทุกคนกลับมาที่บ้านของลู่เหมย พ่อลู่เหมยไม่อยู่เพราะกำลังไปตามศิษย์ผู้พี่เเละไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ ดังนั้นทุกคนจึงพยายามหาวิธีกำจัดปีศาจสาว โดยศึกษาจากวิดีโอเทปการปราบปีศาจของพ่อ ในหลายๆวิธี เเละวิธีที่นำมาใช้คือ โป็ยเซียนขี้เมา เเต่พอปีศาจสาวปรากฎตัว การต่อสู้ก็เกิดขึ้น โป็ยเซียนขี้เมา ก็สู้ไม่ได้ พอเปิดดูวิดีโอเทปค่ายกลวิธีสุดท้ายของพ่อ บอกว่าให้ใช้ขาวิ่งให้เร็วที่สุดคือเคล็ดลับของค่ายกลนี้ ทุกคนรู้สึกผิดหวังไปตามๆกัน ลู่เหมยบอกให้ไปตั้งค่ายกลที่ห้องสองต่อสองกับฉินโซ่วหยิน ไม่ให้ไซม่อนตามไป เมื่ออยู่ในห้อง ค่ายกลที่ว่านี้ก็คือ การมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง ฉินโซ่วหยินกับลู่เหมย เเต่ฉินโซ่วหยิน ไม่ได้พิศวาสด้วย ไม่ว่าลู่เหมยจะใช้ถุงดำคุมหัว ใช้ภาพนางเเบบสาวสวยกี่คนมาปิดที่ใบหน้าก็ตาม ฉินโซ่วหยินไม่มีอารมณ์จะร่วมด้วย ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจ เเละก็แยกย้ายกันไป ปีศาจสาวเพียวหง ทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง ไม่ว่าจะเป็นไซม่อน ฉินโซ่วหยิน ลู่เหมย จนในที่สุด ลู่เหมยพยายามปกป้องจนตัวเองต้องถูกผ้าเเดงรัดคอเเละถูกเเขวนคอจนตาย เเละเมื่อเพียวหงกำลังจะฆ่า ฉินโซ่วหยิน พอดีศิษย์ผูัพี่(BillTung)ยิงลูกศรอาคม ถูกปีศาจสาว จนต้องหนีไป หลังจากนั้น เมื่อลู่เหมยตาย ในระหว่างทำพิธิศพพ่อลู่เหมยได้เเสดงความโกรธต่อ ฉินโซ่วหยิน เเละก็ต่อว่าพักใหญ่ จนในที่สุด ฉินโซ่วหยิน บอกให้ หลี่ชิมฟวน ปลุกวิญญาณลู่เหมยขึ้นมา หลี่ชิมฟวนตอบตกลง การทำพิธีเรียกวิญญาณลู่เหมยครั้งเเรกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนไซม่อนเเละศิษย์ผู้พี่ได้ออกไปหาดาบปราบปีศาจในที่เก็บศพเเห่งหนึ่ง เเละได้ดาบจากวิญญาณเหมียวอี้เหมียวซึ่งก็ไม่พอใจที่ตัวเองต้องมาตายเพราะไม่มีดาบปราบปีศาจนี้ ในระหว่างทำพิธีเรียกวิญญาณลู่เหมยอยู่นั้น เเทนที่วิญณาณลู่เหมยจะปรากฎตัวกลับเป็น ปีศาจเพียวหงเเทน หลี่ชิมฟวน ก็ได้ต่อสู้เเต่ก็สู้ไม่ได้ ฉินโซ่วหยินก็ถูกเล่นงานกำลังจะเเย่ ปรากฎว่าวิญญาณลู่เหมยออกมาช่วยไว้ทัน จนพ่อลู่เหมยบ่นว่าไม่ช่วยพ่อเลยเเต่ช่วยเเต่ ฉินโซ่วเหยิน การต่อสู้ระหว่างวิญญาณลู่เหมยกับปีศาจเพียวหงโดยต่างฝ่ายต่างเเลบลิ้นยาวพันต่อสู้กัน ฉินโซ่วหยินเอาไฟลนที่ลิ้นปีศาจเพียวหง เลยทำให้วิญญาณทั้งสองเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในตอนนี้ปีศาจสาวเพียวหงต้องการฆ่า ฉินโซ่วหยินให้ได้ เพราะจะเป็นศพที่ 100 ก็จะได้ไปเกิดเป็นคนเเละไม่มีวันตายเสียที เเต่วิญญาณลู่เหมยพยายามต่อสู่ปกป้องฉินโซ่วหยินเเต่ก็สู้ไม่ได้ ฉินโซ่วหยินเองตอนนี้ก็ต้องต่อสู้เพิ่อให้ตัวเองรอด ฉินโซ่วเหยิน กำลังจะถูกฆ่าจากปีศาจ วิญญาณลู่เหมย ใช้มีดดาบปราบปีศาจซึ่งเป็นเล่มเดียวกับเหมียวอี้เหมียวใช้ พุ่งเข้าเเทงหน้าอกปีศาจจนตาย เป็นการปราบปีศาจได้สำเร็จ ทุกคนก็รอดปลอดภัย เเต่ฉินโซ่วหยินต้องเเต่งงานกับวิญญาณลู่เหมยเเละอยู่ด้วยกันเฉพาะกลางคืนเท่านั้น เเต่ด้วยนิสัยเพลย์บอยเดิมยังไม่ละทิ้ง คิดจะเเอบหนีเที่ยวกับหญิงอื่นในเวลาที่วิญญาณลู่เหมยไม่อยู่ เลยถูกวิญญาณลู่เหมยยึดอวัยวะเพศไว้เพราะรู้ทัน จะคืนให้ก็ต่อเมื่อมีอะไรกับวิญญาณลู่เหมยเท่านั้น งานนี้เป็นกรรมโดยเเท้ของ ฉินโซ่วหยิน(NatChan) /// ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2015/02/1990-ghostly-vixen-nat-chan-sandra-ng.html

ยิ่งกว่านิยาย! แฟนคลับบรูซกับการชมทีมรักครั้งสุดท้ายก่อนตาย
คลับ บรูซ /  ชูนแบร์ต / 

โลเรนโซ่ ชูนแบร์ต ชายวัย 41 ต้องเจอกับโชคชะตาอันเลวร้าย เขาป่วยเป็นโรคมะเร็งมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และได้ผ่านการผ่าตัดรักษามาแล้วกว่า 37 ครั้ง แต่สุดท้ายอาการกลับไม่ดีขึ้น และสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โลเรนโซ่ ชูนแบร์ต ขอเลื่อนทำ"การุณยฆาต" กับแพทย์ที่ดูแลตนเพื่อเข้าชมทีมรัก คลับ บรูซ ลงเล่นเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต พร้อมกับลูกสาว ไดน่า วัย 7 ขวบ เมื่อสโมสรรู้ข่าวก็รีบตอบรับคำปรารถนาดังกล่าว พร้อมจัดพิธีต้อนรับชูนแบร์ตและครอบครัวลงมาปรากฎตัวในสนามท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้องจากแฟนบอลราว 20,000 คน โดยมีแฟนบอลบางกลุ่มทำป้ายผ้าเขียนข้อความให้กำลังใจชูนแบร์ตด้วยว่า "คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย" ผลการแข่งขันในเกมนี้คลับ บรูช เป็นฝ่ายเอาชนะมูส โครเก่น 3-0 สร้างความสุขเป็นครั้งสุดท้ายให้กับ ชูนแบร์ต ได้สำเร็จ "นี่คือความปรารถนาครั้งสุดท้ายก่อนผมตาย เพื่อดูทีมรักชนะอีกหนึ่งเกม" "ผมมีความสุขมาก มันเป็นความทรงจำดีๆ ที่จะติดตัวลูกสาวของผม เธอจะได้มีความสุขกับชีวิตต่อจากนี้ ความฝันสุดท้ายของผมเป็นจริงแล้ว ผมตายตาหลับ และจะเฉลิมฉลองบนสรวงสวรรค์" โลเรนโซ่ จากโลกนี้ไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงคำพูดถึงรักสุดท้ายของเขา คือ ลูกสาว และคลับ บรูซ สโมสรที่เขารักที่สุดในชีวิต ขณะเดียวกัน แม็ท ไรอัน นายทวาร คลับ บรูช ก็เขียนข้อความสรรเสริญชูนแบร์ตในเฟชบุ้คว่า "เขาจะเป็นสิ่งล้ำค่าที่ทุกคนรักและคิดถึงตลอดไป เขากล้าหาญจนถึงนาทีสุดท้าย ทั้งที่ทุกสิ่งถูกเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว แต่เขาก็ยังมีความสุขในช่วงเวลาสุดท้ายกับคนที่เขารัก" ทั้งนี้ "การุณยฆาต"(การช่วยให้บุคคลที่ทุกข์ทรมานจากโรคหรืออาการบาดเจ็บที่รักษาไม่หาย ตายอย่างไม่เจ็บปวด) ที่มา : metro.co.uk, Football Vintage

Dream High SS2 1-1 [ซับไทย]
드림하이 2 /  Kang So Ra / 

โรงเรียนมัธยมด้านศิลปะการแสดงคีริน (Kirin) อยู่ในสภาวะล้มละลายจึงถูกบริษัท Oz Entertainment ซื้อไป และบริษัท Oz Entertainment ก็ได้ส่งดาราในสังกัดตัวเองไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนแห่งนี้เพื่อกันข้อ ครหาของกฏหมายที่บัญญัติไว้ว่าให้ศิลปินเยาวชนต้องเข้าเรียนในช่วงระยะเวลา หนึ่ง การแข่งขันจึงได้เกิดขึ้นระหว่างพวกเด็กนักเรียนเจ้าปัญหาและดาราที่ถูกส่ง ตัวไปเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้   Shin Hae-Sung ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้โดยการสอบผ่านข้อเขียนด้วยคะแนนสูงสุด แต่เธอได้คะแนนต่ำสุดในข้อปฏบัติ เธอได้เจอนักเรียนที่ชื่อ Jin Yoo Jin และ JB ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าดนตรีนั้นสนุกสนานแค่ไหน Jin Yoo Jin เคยเป็นดาราตอนเด็ก แต่ตอนนี้เขาเป็นนักเรียนเจ้าปัญหาที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้องเพลงร๊อค เขาใช้ดนตรีเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดจากการหย่าร้างของพ่อแม่ของเขา

ร่วมทำบุญวันวาเลนไทน์กับ  องค์พระพุทธปาฏิหาริย์ จอมราชัน
ทำบุญ /  ทำบุญวาเลนไทน์ / 

องค์พระพุทธปาฏิหาริย์ จอมราชัน เชื่อว่าหลายท่านยังไม่รู้จัก องค์พระพุทธปาฏิหาริย์ วันนี้แม่หมอและ Horoscope.mthai.com จะมาบอกบุญต่อสำหรับคู่รักหรือใคนโสด ที่อยากทำบุญใหญ่ช่วงวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ค่ะ เพราะว่ามีหลายคู่เบื่อสวีทหวานตามร้านอาหาร อยากจะหันมาเข้าทางธรรมดูบ้าง องค์พระพุทธปาฏิหาริย์ จอมราชัน จัดสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2447 เพื่อสืบทอดไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระพุทธปาฏิหาริย์ จอมราชัน เป็นพระพุทธรูป เนื้อสัมฤทธ์ ปางสมาธิ ลักษณะพระอิริยาบถ นั่งลำพระองค์ตั้งตรง พระบาท (เท้า) ทั้งสองซ้อนกัน พระหัตถ์ทั้งสอง วางหงายบนพระเพลา (ตัก) มีขนาดหน้าตักกว้าง 2.50 เมตร ความสูง 6.25 เมตร ออกแบบพระพุทธลักษณะให้งดงาม  และทรงความหมายทางธรรม โดย อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน พระพุทธปาฏิหาริย์ จอมราชัน จึงเป็นองค์พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ที่มีพระพุทธลักษณะพิเศษ แตกต่างจากพระพุทธรูปทั่วไป  และจะมีเพียงหนึ่งเดียวในโลกเท่านั้น ขอเชิญร่วมงานพิธีแห่อัญเชิญพระพุทธปาฏิหาริย์ จอมราชัน เพื่อประดิษฐาน ณ เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 เรียบเรียงโดย : Horoscope.Mthai

ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์
เที่ยว ธรรมชาติ /  เที่ยวทะเลอ่าวไทย / 

ประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกจังหวัดที่มีสถานทีท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทั้งวัดวาอาราม น้ำตก อุทยานแห่งชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การไปเยือนทั้งนั้น วันนี้ travel.mthai.com ขอพาคุณไปพบกับ 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว 10 แห่ง ที่คุณห้ามพลาด แต่จะมีที่ไหนบ้าง ต้องมาดูกัน ชวนเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ แห่งประจวบคีรีขันธ์ 1. สถานีรถไฟหัวหิน - พลับพลามหามงกุฎ "Landmark ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุด" สถานีรถไฟหัวหิน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวชอบแวะไปเยี่ยมชมและถ่ายภาพ ก่อนจะเดินทางไปในที่อื่นๆ ต่อ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ พลับพลามหามงกุฎฯ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นที่ประทับขึ้นลงรถไฟของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คราวเสด็จประพาสหัวหินโดยรถไฟ ที่ตั้ง :  ถ.ดำเนินเกษม-เลียบทางรถไฟ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3251 1073 2. ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน "ต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ" ศูนย์ทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน เป็นต้นแบบโรงทอผ้าแห่งแรกในประเทศไทย ตามพระราชดำริ โดยการใช้กี่กระตุก เอกลักษณ์ผ้าฝ้ายของที่นี่ คือ ผ้าขาวม้า 9 เส้น, ผ้าฝ้ายลายดอกเกตุ, ผ้าฝ้ายลายเต่า และอีกหลายแบบหลายลายให้ท่านได้เลือกซื้อ ทำจากผ้าฝ้าย 100 % ไม่เจือสารเคมี มีความเงางามดุจผ้าไหมด้วยกรรมวิธีพิเศษเฉพาะของที่นี่ ส่วนผ้าขาวม้า 9 เส้น หมายถึงรัชกาลที่ 9 อันเนื่องมาจากโรงทอผ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ดินของพระองค์ท่านนั่นเอง ที่ตั้ง : หมู่บ้านเขาเต่า ซอยหัวหิน 101 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3257 2351 3. ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี อ.ปราณบุรี "มหัศจรรย์ป่าคนสร้าง พลิกฟื้นนากุ้งร้างเป็นป่าชายเลน ตามรอยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ ฟื้นฟูป่าชายเลนจากนากุ้งร้างแห่งแรกในประเทศไทย  บนพื้นที่กว่า 786 ไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จฯ ปราณบุรีว่า "ปลูกป่าแล้วต้องให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ด้วย" นอกจากการเดินชมธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวตามรอย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยการร่วมกันปล่อยปู เพื่อเป็นการอนุรักษ์สัตว์น้ำ ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3263 2255 4. เขาช่องกระจก อ.เมือง "จุดรับส่งดวงตะวัน ของเมืองสามอ่าว" เขาช่องกระจก มีที่มาจากช่องโหว่ ที่ดูคล้ายกับกรอบของกระจก บริเวณยอดเขาประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จฯ ขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและปลุกต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นที่สักการะของชาวเมืองประจวบฯ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย 5. พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ถ้ำพระยานคร อ.สามร้อยยอด "พระที่นั่งบนพื้นดิน ... งามดั่งเทวดาเนรมิต" พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ตั้งอยู่ในถ้ำพระยานคร เขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างในปี พ.ศ. 2433 เพื่อเป็นที่ประทับในคราวเสด็จประพาสต้น สถานที่แห่งนี้มีพระมหากษัตริย์เคยเสด็จมาถึง 3 พระองค์ โดยจะเห็นพระปรมาภิไธยย่อของพระองค์ท่าน ณ ถ้ำแห่งนี้ ในยามที่พระอาทิตย์สาดแสงส่อง จะเป็นภาพที่งดงามจับตาอย่างมาก เป็นความมหัศจรรย์ที่หาชมได้ยากยิ่ง ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด  / สอบถาม โทร. 0 3260 3571 , 0 3282 1568 6. อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี "กุยบุรี ... ซาฟารีเมืองไทย" อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตก ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่า "ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารเพียงพอ" เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งช้างป่า กระทิง วัวแดง และหมาใน มีการสร้างโป่งเทียมให้สัตว์ป่า สร้างฝายชะลอน้ำหรือแปลงหญ้า เพื่อเป้นแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า ที่ตั้ง : หมู่บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3264 6292 7. อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อ.ทับสะแก "ธรรมชาติแห่งสายธาร ริมเขาตะนาวศรี" น้ำตกห้วยยาง หรือน้ำตกอ่างแก้ว เป็นน้ำตกที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จฯ มายังน้ำตกแห่งนี้และทรงดนตรี (คารีเนต) เมื่อปี พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มี "ผาชมทะเล" จุดชมวิวที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงามของทัศนียภาพ มียอดเขาหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด และยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำจากสันเขาที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับเมียนมาร์ อีกด้วย ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก / สอบถาม โทร. 0 3264 6291 8. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ อ.บางสะพาน "ค้นหาความหมายของเลข 5 และเลข 9 บนยอดเขาธงชัย" วัดทางสาย หรือวัดเขาธงชัย เป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ เจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ด้วยการไล่ระดับ 5 ชั้น เจดีย์สีทองอร่ามอีก 9 ยอด อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสุดงามได้อีกด้วย วัดนี้สร้างขึ้นในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เป็นอีกความหมายว่าทำไมเจดีย์ถึงมี 9 ยอด ส่วน 5 ชั้น นั้นหมายถึง ขันธ์ 5 ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ที่ตั้ง : ม.9 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3268 5019 9. เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย "เกาะในฝัน ที่มีมากกว่าการเที่ยวทะเล" เกาทะลุแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่เต่ากระ ไว้วางใจมาวางไข่ หวังให้ลูกน้อยได้เติบโตไปใช้ชีวิตในทะเลอันกว้างใหญ่ เพราะเป็นบริเวณที่เงียบสงบ ปลอดภัย หาดทรายขาวสะอาด และความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ เกาะทะลุ จึงได้ทำการจัดตั้งศูนย์อนุบาลเต่ากระขึ้น เพื่อดูแลเต่าน้อยให้แข็งแรงก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ และในทุกวันที่ 12 สิงหา และ 5 ธันวา ของทุกปี จัมีกิจกรรมปล่อยเต่ากระ เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ตั้ง : เส้นทางบางสะพานน้อย-ชายทะเล อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ / สอบถาม โทร. 0 3244 2636 10. หาดฝั่งแดง อ.บางสะพานน้อย "ตะลึงไปกับ ศิลาแลง อายุกว่า 100,000 ปี" หาดฝั่งแดง หรือหาดผาแดง เป็นหาดที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยาสูงมาก เป็นเป็นศิลาแลงอายุกว่า 100,000 ปี และตอนใต้ลงไปของหาดมีอายุกว่า 240 ล้านปี ที่เกิดจากการสะสมของตะกอนจากร่องน้ำโบราณเป็นเวลานาน และมีส่วนผสมของแร่เหล็ก เมื่อสัมผัสกับน้ำจะทำให้สีเป้นเหมือนสนิม ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าศึกษาอย่างมาก ควรค่าแก่การเที่ยวชม ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai