เจ็บปวดที่งดงาม

5 สัญญาณเตือน ใกล้คลอด..คุณแม่เตรียมตัวยัง
ก่อนคลอด /  ถุงน้ำคร่ำแตก / 

เมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอด คุณแม่เตรียมตัวพบกับ สัญญาณเตือน ว่าใกล้ถึงเวลาที่เจ้าตัวน้อยจะออกมาลืมตาดูโลกกันแล้ว คุณแม่พร้อมเตรียมกระเป๋าได้เลย เมื่ออาการเหล่านี้ส่งสัญญานเตือนมาแล้ว... 1.เจ็บท้องเตือนไตรมาสสุดท้าย จะมีความรู้สึกว่าท้องแข็งเกร็งเป็นระยะ แต่อาการดังกล่าวไม่ถึงกับเจ็บปวดรุนแรง เพียงแต่จะรู้สึกแน่นๆ และอึดอัดอัด แต่ไม่เจ็บมากและเจ็บไม่นาน ครั้งละประมาณ 25 วินาที มักจะเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ หากได้นั่งหรือนอนในท่าสบายๆ อาการนี้ก็จะทุเลาลงและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น 2.เจ็บท้องเตือนก่อนคลอด อาการจะแตกต่างจากเจ็บท้องเตือนในช่วงระยะเวลาท้องในไตรมาสสุดท้ายที่มักจะเป็นๆ หายๆ การเจ็บท้องเตือนก่อนคลอดจะเกิดขึ้นก่อนประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนถึงกำหนดคลอด ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนจะเจ็บจริง อาการนี้มักจะเจ็บถี่ขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณในการเตรียมพร้อมของร่างกาย คุณแม่ต้องเริ่มคอยสังเกตอาการที่เกิดขึ้นในระยะนี้ 3.มีมูกเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด มูกเลือดที่ว่านี้เกิดจากร่างกายสร้างขึ้นเพื่อปิดปากมดลูกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปในมดลูกในระหว่างตั้งครรภ์ ถือเป็นปราการด่านแรกที่ปกป้องเจ้าตัวน้อยในครรภ์ เมื่อถึงช่วงเวลาใกล้คลอดเจ้ามูกเลือดนี้จะหลุดออกมาก่อน และอาจมีเลือดผสมออกมา เนื่องจากเกิดการแตกของเส้นเลือดเล็กๆ บริเวณปากมดลูก อาการแบบนี้เรียกว่าปากมดลูกเปิดแล้ว รีบคว้ากระเป๋าไปพบคุณหมอได้เลยค่ะ 4.น้ำเดิน หรือที่เรียกกันว่าถุงน้ำคร่ำแตก น้ำที่ออกมาจะเป็นลักษณะใสๆ คล้ายน้ำปัสสาวะ อาการถุงน้ำคร่ำแตกแสดงถึงมดลูกเริ่มบีบตัวหดเล็กลงเพื่อบีบให้ศีรษะของเด็กเคลื่อนลงสู่อุ้งเชิงกราน หากคุณแม่เกิดอาการแบบนี้แล้ว ควรรีบไปโรงพยาบาลด่วน เพราะเป็นสัญญาณสำคัญของการคลอดที่กำลังจะมาถึง 5.การเจ็บท้องจริง คุณแม่จะรู้สึกเจ็บเป็นระยะต่อเนื่องและถี่ขึ้น อาการเจ็บท้องจริงจะคล้ายกับตอนที่เจ็บท้องมีประจำเดือน แต่จะเริ่มปวดถี่แรงขึ้นเป็นจังหวะ การปวดระยะแรกจะนานประมาณ 1-2 นาที และจะเกิดในทุกๆ 10 - 15 นาที หลังจากนั้นจะเริ่มปวดกระชั้นเข้ามาทุก 5 นาที อาการแบบนี้คุณแม่เตรียมหิ้วกระเป๋าไปพบคุณหมอได้แล้วคะ เพราะนี่คือการส่งสัญญาณในการลืมตาดูโลกของเจ้าตัวน้อยนั่นเอง ช่วงเดือนสุดท้ายก่อนคลอด เมื่อคุณแม่เริ่มเจ็บท้องผิดปกติ แสดงว่าอาการเหล่านี้ได้ส่งสัญญาณเตือนมาแล้ว คุณแม่สามารถเตรียมตัวเก็บกระเป๋าสำหรับคุณแม่และลูกน้อยไว้ได้เลย เพื่อได้ไม่ฉุกละหุกเมื่อถึงวันนั้นจริงๆ เป็นกำลังใจให้คุณแม่นะคะ ที่มาจาก th.theasianparent ภาพประกอบโดย Women MThai Team

รื้อหิ้งหนังเก่า : Closer (2004) - ตกหลุมรัก ทรยศ และปวดร้าว
BIOSCOPE /  closer / 

Closer (2004) ตกหลุมรัก ทรยศ และปวดร้าว "ผมคิดว่าการค้นหาคนรักเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่เคยน่าเหนื่อยหน่าย มันคือเหตุผลว่า ทำไมเราเกิดขึ้นมา ผมคิดว่าเมื่อคุณพบคนพิเศษสำหรับตัวคุณ ทุกๆ อย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปหมด ชีวิตของคุณเปลี่ยน ความคิดที่คุณจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรก็เปลี่ยน คุณเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับคนที่คุณรัก" ไมค์ นิโคลส์ นักทำหนังชาวอเมริกัน (แต่เกิดในเยอรมัน) พูดถึงผลงานหนังในปี 2004 ของเขา ที่แม้หน้าหนังจะพูดถึงเรื่องความรักความสัมพันธ์ของคนในรุ่นปัจจุบัน แต่มันก็ยังแฝงไว้ด้วยประเด็น 'การเมืองเรื่องเพศ' เช่นเดียวกับในยุค 60 และ 70 ที่เขาสำรวจเรื่องนี้ผ่านหนังเสมอมา ... ชื่อของ ไมค์ นิโคลส์ (Mike Nichols, 1931–2014) อาจถูกมองข้ามอย่างง่ายดาย เพียงเพราะเขาไม่ได้สร้างสไตล์หรือลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน ไม่ได้นำเศษเสี้ยวของชีวิตหรือบุคลิคส่วนตัวมาใส่ในหนังอย่างเห็นเป็นรูปธรรม งานของนิโคลส์ไม่ได้ซ้ำซ้อนเกินความเข้าใจ ทว่า...มันกลับ 'เข้าใจง่าย' เกินไปเสียด้วยซ้ำ - แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ลดทอนคุณค่าของตัวเขาแต่อย่างใด เพราะแทนที่เขาจะเป็นผู้กำกับออเตอร์ เขากลับเลือกเป็น 'นักเสียดสี' (Satirist) https://www.youtube.com/watch?v=hsdvhJTqLak นิโคลส์เป็นนักเสียดสีสังคมตัวฉกาจ ไม่ว่าจะเป็นการเสียดสีแบบ 'ขำขื่น' หรือ 'ขำขัน' ก็ตาม ตัวอย่างเช่นงานสุดคลาสสิคของเขา The Graduate (1967) ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างหนุ่มหัวกบฏ (ดัสติน ฮอฟฟ์แมน) กับแม่แฟนสาวของเขา (แอนน์ แบนครอฟต์) ที่แม้ดูผิวเผินมันคือเรื่องราวดราม่าเข้มข้นของตัวละครที่มีความขัดแย้งรุนแรง แต่ The Graduate คือบันทึกของนิโคลส์ที่มีต่อสังคมอเมริกันช่วงเชื่อมต่อยุค 60 และ 70 -มันคือช่องว่างระหว่างวัยที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์อเมริกา- แบนครอฟต์ คือ 'มิสซิส โรบินสัน' เปรียบเสมือนคนรุ่นเก่าที่มือถือสากปากถือศีล ส่วนฮอฟฟ์แมน คือ 'เบนจามิน' ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ มีไฟแห่งความสร้างสรรค์ และหัวใจของขบถ ...แต่ในฉากสุดท้ายของ The Graduate เบนจามินตัดสินใจพาแฟนสาววิ่งหนีออกจากงานแต่งงานที่เธอไม่เต็มใจ ทั้งคู่รีบวิ่งห้อขึ้นรถประจำทาง ก่อนจะพบกับบรรดาสายตาของผู้โดยสารที่จ้องมายังชายหนุ่มและหญิงสาวในชุดแต่งงาน รอยยิ้มที่มีเริ่มจางหายกลายเป็นความรู้สึกหลงทางกับอนาคตที่ไม่รู้ข้างหน้า ความขบถที่ได้มาซึ่งความว่างเปล่า ล้อไปกับเพลง Sound of Silence ของไซม่อนและการ์ฟังเกล ที่อธิบายและบันทึกอารมณ์จิตวิญญาณขบถผู้หลงทางในปลายยุค 60 ได้อย่างดี https://www.youtube.com/watch?v=14pdNYXY3Zo ... แม้ Closer (2004) จะมีโครงสร้างคล้ายงานยุคแรกๆ ของเขา เพียงแค่แนวคิดการเมืองเรื่องเพศที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย นี่จึงเป็นหนังทีมีแง่มุมต่างออกไปในแบบที่เขาไม่เคยเล่ามาก่อน แต่กระนั้นสิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยคือความแตกต่างระหว่าง ชาย และ หญิง "ผมคิดว่า ผู้หญิงคนหนึ่ง สามารถเข้าใจผู้ชายคนหนึ่งได้ทั้งหมด แต่ผู้ชายคนหนึ่งไม่สามารถเข้าใจผู้หญิงสักคนได้หรอก" ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ นี่คือทฤษฎีของนิโคลส์ "มันอยู่ในดีเอ็นเอที่ทำให้ผู้ชายฆ่าผู้ชายอีกคน แต่ผู้หญิงไม่ได้ถูกตั้งโปรแกรมมาให้ฆ่ากันเอง ผู้หญิงเป็นคนลืมง่าย เช่น เธอลืมไปอย่างรวดเร็วว่าผู้ชายของเธอนอกใจ ถ้าเหตุการณ์กลับกันผู้ชายจะลืมช้ากว่า นอกจากนี้ ผู้ชายมีเพื่อนคู่หูและพวกเขาจะรักกันมาก แต่ทว่าพวกเขาจะไม่หยุดแข่งขันกันเอง" เมื่อหญิง-ชายไม่เหมือนกัน ดังนั้นทั้งคู่จึงต้องระวังตัวในความสัมพันธ์เสมอ นิโคลส์ยกตัวอย่างว่า "เช่นเมื่อคนหนึ่งเผลอนอกใจ  แล้วอีกคนหนึ่งพูดว่า 'บอกฉันมาเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก แต่ฉันแค่อยากรู้ความจริง' ...ทุกๆ คนที่อายุมากกว่า 11 ขวบรู้ว่าไม่ควรตอบคำถามนี้ เพราะการตอบมันคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเจ็บปวดของทั้งสองฝ่าย" "ผมจึงคิดว่า Closer เป็นเรื่องเกี่ยวกับ 'อันตรายของการใกล้ชิด' คุณมีสิทธิ์ที่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างในหัวของอีกคนหรือเปล่า? คุณมีสิทธิ์ที่จะปกป้องความคิดในหัวของคุณรึเปล่า? คำตอบคือ มีสิ! ความรักเป็นเรื่องของการให้อิสระต่อกันและกัน มากกว่าการซึมซับตัวตนของอีกฝ่ายหนึ่ง" "คนสองคนไม่มีทางรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้หรอก ในประสบการณ์ของผม ความสุขเกิดขึ้นได้เมื่อคนสองคนอยู่ด้วยกันและระมัดระวังระยะห่างที่พอเหมาะ ยกตัวอย่างเช่น ภรรยาของผมจะไม่ตอบคำถามว่า 'ตอนนี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่?' เธอแค่ไม่ตอบ ผมก็ลองไม่ตอบเหมือนกัน แต่ผมไม่เก่งเท่าเธอ มันน่าสนใจดีนะ สิ่งสำคัญก็คือ คุณควรจะจำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องตอบไปซะทุกคำถามหรอก คำถามว่า 'คุณกำลังคิดอะไรอยู่?' ไม่ได้หมายความว่า 'คุณกำลังจะพูดอะไร?' ความคิดของคุณเป็นของคุณและมันอยู่ในหัวของคุณได้ คุณไม่จำเป็นต้องบอกมันออกมา" Closer เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของคน 2 คู่ : นักเขียน (จู๊ด ลอว์), นักเต้นระบำเปลื้องผ้า (นาตาลี พอร์ตแมน), ช่างภาพ (จูเลีย โรเบิร์ตส์) และ แพทย์ (ไคลฟ โอเวน) พวกเขามีความสัมพันธ์สลับไปสลับมา ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้มีดาราหน้าตาดีถึง 4 คน แต่ตัวละครเหล่านี้กลับมีนิสัยไม่ดีเอาเสียเลย ถึงขนาดที่หลายคนตกใจว่าทำไม จูเลีย โรเบิร์ตส์ และ นาตาลี พอร์ตแมน จึงรับเล่นเป็นตัวละครที่ไม่เอาใจคนดู แต่ทว่า นี่เป็นจุดมุ่งหมายหนึ่งของนิโคลส์ "ถ้าคุณเป็นผู้กำกับเพื่อจะเอาใจผู้ชม งานคุณก็เจ๊งตั้งแต่ตรงนั้นแล้วล่ะ คุณต้องเล่าเรื่องที่คุณอยากเล่า แล้วหวังว่า จะมีปริมาณคนที่สนใจเรื่องที่คุณเล่า มากเพียงพอที่จะทำให้มันมีคุณค่าขึ้นมา ผมคิดว่าการทำหนังเอาใจคนดูเป็นไอเดียแบบฮอลลีวูด ดูตัวละครคลาสสิคอย่างคู่ผัวเมียใน Macbeth ของเชคสเปียร์สิ พวกเขาไม่ได้เป็นที่รักของใครเลย แต่พวกเขาเป็นตัวละครที่ดี ผมคิดว่าถ้าทุกคนเป็นคนที่น่าชื่นชมไปหมด ผมคงไม่กล้าออกจากบ้านแล้วละ (หัวเราะ)" "ผมรู้สึกแปลกใจที่หลายคนช็อคที่ผมนำเสนอด้านเลวร้ายของตัวละคร เพราะสำหรับผมแล้ว พวกเขาคือด้านที่เลวร้ายของพวกเรานี่เอง" "เรามักพูดกันง่ายเกินไปว่า ตัวเองเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์" นิโคลส์ปิดท้าย https://www.youtube.com/watch?v=4i1SlznIaZk https://www.youtube.com/watch?v=5YXVMCHG-Nk **เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 38 (มกราคม 2548)

ก้าวผ่านทุกความแตกต่าง ด้วยพลังแห่งศรัทธา ในตัวอย่างแรก ละติจูดที่ 6
ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ /  ธนดล นวลสุทธิ์ / 

ในที่สุดก็ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาให้ชมกันแล้ว หลังจากติดปัญหาเรื่องการถ่ายทำอยู่หลายปี กับการลงสถานที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในหนังผลงานการกำกับของ เจมส์ ธนดล นวลสุทธิ์ ใน ละติจูดที่ 6 หนังที่มีนักแสดงนำแถวหน้าของวงการมาร่วมจอกันอย่างคับคั่งทั้ง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล (ปีเตอร์), ปริศนา กัมพูสิริ (โบลิ่ง), สหัสชัย ชุมรุม (สต๊อป), ณัฐชา จันทพันธ์ (เม้าส์), วิรพร จิรเวชสุนทรกุล (มายด์) และ ภาคิน บวรศิริลักษณ์ (ภีม) ซึ่งจากตัวอย่างแรกก็เห็นได้เลยว่าตัวหนังมีความทุ่มเท และ แรงศรัทธาในการก้าวผ่านความแตกแยกเป็นอย่างมาก ละติจูดที่ 6 เป็นภาพยนตร์เล่าเรื่องราวชีวิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อต้น นักคอมพิวเตอร์ในเมืองกรุงต้องเดินทางไปวางระบบคอมพิวเตอร์ให้กับธนาคาร อิสลามในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และเผอิญไปหลงรัก ฟ้าสาวมุสลิมที่เป็นครูประถมในพื้นที่ ในขณะที่อีกคู่หนึ่งคือชารีฟ นักปันจักสีลัตที่รู้สึกดีกับเฟิร์น จนเกิดกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เรื่องราวของละติจูดที่ 6   นำเสนออย่างงดงาม ไม่มีภาพความรุนแรงหรือกระทบต่อวิถีชีวตของคนในพื้นอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ที่ กอ.รมน. เป็นผู้อำนวยการสร้าง พร้อมมีคิวเข้าฉายในไทย 23 กรกฏาคมนี้

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนกรกฎาคม
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  ท่องเที่ยวทั่วไทย / 

เผลอแว้บเดียวก็ผ่านครึ่งปี 2558 มาซะละ ไวเหมือนโกหก เพื่อน ๆ คงได้เดินทางไปเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ มากมาย และเช่นเคยต้นเดือนแบบนี้ travel.mthai.com จะมาแนะนำที่เที่ยวประจำเดือน เราจัดมาให้คุณอย่างดีในเดือนกรกฎาคม ทั้งแช่น้ำตกเย็นชุ่มฉ่ำ ย่ำภูเขาชิลสายหมอก พร้อมกิจกรรมแอดเวนเจอร์ครบรสแน่นอน แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนกรกฎาคม 1. น้ำตกสาริกา จ.นครนายก น้ำตกสาริกา จ.นครนายก น้ำตกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี แต่ช่วงฤดูฝนไปจนถึงปลายฝนต้นหนาว จะเป็นช่วงที่มีน้ำเยอะที่สุด สวยงาม เหมาะแก่การมาเที่ยวชมเล่นน้ำ ถ่ายภาพ เป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ด้วยนะ 2. ภูทอก จ.เลย ภูทอก ภูเขาสูงที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์เมืองเชียงคานและลำน้ำโขง จัดเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของอำเภอเชียงคาน โดยช่วงเช้านักท่องเที่ยวจะขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นสวย ๆ บนภูทอกท่ามกลางอากาศหนาวเย็นไอหมอกจาง ๆ ในตอนเช้า ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวหมอกจะลงหนามาก ๆ ทำให้สามารถเห็นทะเลหมอกบนจุดชมวิวได้ 3. ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ “ดอกกระเจียว” เป็นดอกไม้ที่ถูกยกให้เป็น “ราชินีแห่งป่าฝน” ซึ่งที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เมื่อเข้าสู่หน้าฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี ดอกกระเจียวจะเริ่มออกดอกเบ่งบานชูช่อความสวยงามของดอกกระเจียวนานาพันธุ์ หลากสีสันทั้งสีขาว สีขมพู และสีเขียว และนอกจากที่ อ.เทพสถิตแล้ว ยังมีดอกกกระเจียวให้ได้ชมกันอีกที่คือ ที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ อีกด้วย 4. อ่าวท่าเลน จ.กระบี่ อ่าวท่าเลน อีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของจังหวัดกระบี่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาสัมผัสกับกิจกรรมทางน้ำ พายเรือคายัคชมธรรมชาติป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ท่ามกลางเขาหินปูนสลับซับซ้อน ดูลึกลับหน้าค้นหา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงนิยมเดินทางมาสัมผัสความ Unseen ของจังหวัดกระบี่ไม่ขาดสาย 5. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ช่วงฤดูฝนในตอนเช้าจะมีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย 6. น้ำตกปุญญบาล จ.ระนอง น้ำตกปุญญบาล หรือชื่อเดิมว่า น้ำตกเส็ดตะกวด เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งมีน้ำไหลแรงตลอดปี ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งทะเลอันดามัน ในท้องที่อำเภอกระบุรี อำเภอละอุ่น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเที่ยวน้ำตก และการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ โดยน้ำตกนั้นอยู่บริเวณข้างทางหลวงหมายเลข 4 อยู่ติดกับถนนเพชรเกษม ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 3 กิโลเมตร 7. เนินช้างศึก จ.กาญจนบุรี เนินช้างศึก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่งดงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของสันเขาช้างเผือก ที่เรียงรายสลับซับซ้อนเป็นแนวยาว อากาศเย็นสบายตลอดปี ยิ่งมาช่วงหน้าฝน อากาศยิ่งดี และอาจเจอทะเลหมอกสวย ๆ ด้วย เหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพมาก ๆ 8. บ้านป่าบงเปียง แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ในเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงดำนา คุณจะได้พบกับแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบกับนาขั้นบันไดที่สวยงามสุด ๆ ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาะสมมากกับการมาสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และความสวยงามของท้องทุ่งนาเขียวและเหลือง 9. ล่องแก่งอุ้มผางคี จ.ตาก ล่องแก่งอุ้มผางคี อีกหนึ่งการท่องเที่ยวสุดมันส์ของคนที่รักธรรมชาติ และการผจญภัย ตั้งอยู่ที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เพื่อน ๆ จะได้สัมผัสหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกที่นี้ กับการเดินเท้ากว่า 3 ชั่วโมง ลุยโคลน ลุยน้ำ ผ่านผืนป่า เพื่อจุดใหม่ปลายทาง ณ ต้นน้ำอุ้มผางคี เพื่อท้าทายกับความเชี่ยวกราดของสายน้ำกว่า 77 แก่ง ยิ่งในช่วงฤดูฝน คือช่วงระหว่าง มิถุนายน - ตุลาคม จะเป็นช่วงที่น้ำหลาก เหมาะแก่การมาล่องแก่ง สัมผัสการผจญภัยสุดมันส์ 10. ภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร ณ อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญและควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมสักครั้ง อีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันดีของบรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาตินั่นก็คือ "ภูผาเทิบ" ประติมากรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยธรรมชาติ เกิดขึ้นจากการกัดเซาะ ของลม ฝน และแสงแดด ผ่านกาลเวลามายาวนานถึง 125 - 95 ล้านปี จนกลายเป็นหินรูปทรงแปลกตา ตั้งอยู่บนลานหินอันกว้างใหญ่ รายล้อมไปด้วยหมู่แมกไม้นานาพันธุ์ ขอบคุณรูปภาพข้อมูลบางส่วนจาก : www.chilldtravel.com และ www.facebook.com/popumon เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ซี ศิวัฒน์ รับผิด! อัดคลิปจวกแฟนคอนเสิร์ต Maroon 5
ซี ศิวัฒน์ /  เอมี่ กลิ่นประทุม / 

หลังจากระเบิดลง!! อัดคลิปลงโซเชียลจวกกลับติ่งคอนเสิร์ต Maroon 5 ถามว่า "ผมโกงชาติหรอ???" พร้อมแจงปมบัตรคอนเสิร์ต 25 ใบ ต่อเนื่องจากโพสต์ของดาราสาว เอมมี่ มรกต ไปวันก่อนนั้น ดูเหมือนเรื่องดราม่าบัตรคอนเสิร์ตดังกล่าวจะยิ่งบานปลาย ทำให้หนุ่ม ซี ศิวัฒน์ เจ้าของคลิป ต้องตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันนี้(6 ก.ค.) โดยเจ้าตัวได้เอ่ย "ขอโทษ" ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยน้ำตาคลอเบ้า ยอมรับผิดเอง ลั่นเข็ด พร้อมปรับปรุงตัวใหม่ เผยทำลงไปเพราะโกรธคนมองว่าโกงชาติและด่าบุพการี ยันจะไม่มีเคสเช่นนี้อีก ส่วนคอนเสิร์ตบอกไม่ไปดูแล้ว.... ซี "กราบขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ได้โพสต์คลิปที่ไม่เหมาะสม ใช้คำไม่เหมาะสม ตั้งแต่อยู่ในวงการมาผมไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ในวันนั้นมันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เคยเจอมาก่อน แต่มีข้อความอินบ็อกซ์เข้ามาตำหนิ อบรม ใช้คำหยาบคาย ด่าแม่เป็นโสเภณี พ่อเป็นแมงดา เค้าบอกสอนลูกดี๊ดี โกงชาติ แล้วยังพูดถึงภรรยาผมและพ่อของเอมมี่" ซี "อันนี้ผมไม่ได้แก้ตัวนะครับ ผมคิดน้อยเกินไป ผมให้ความโกรธของผมแสดงออกไป ผมก็แสดงออกไปแค่นั้นที่ผมโกรธมาก พ่อใครแม่ใคร ใครก็รัก เค้าเป็นฮีโร่ของผม ผมไม่ได้มีโอกาสชี้แจงทำไมคนต้องว่าพ่อแม่ผม อย่าว่าท่านผมไม่ดีเอง กราบขอโทษ ณ ที่นี้ ผมเห็นคนที่ผมรักร้องไห้มาตลอด" ซี "คุณเอมมี่(เอมมี่ มรกต) ก็ได้ห้ามปรามลงคลิป ผมยอมรับ ผมขอโทษ เมื่อความโกรธผมหาย ผมก็มีสติมากขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันย้อนกลับมาที่ตัวผม ผมผิดเอง ผมไปยึดติดกับคำว่าโกงชาติ และคำด่าบุพการีผม ต่อให้มีการล็อคบัตรเกิดขึ้น แต่ผมไม่ได้ล็อค ผมซื้อเองในราคาพิเศษ ผมขอยอมรับผิดในความคิดของผม ผมขอโทษทุกๆ คน ทั้งแฟนคลับ และขอโทษครอบครัวของผมทุกๆ คน ขอโทษครอบครัวคุณเอมี่(เอมี่ กลิ่นประทุม) ขอโทษแฟนๆ ที่เชื่อมั่นในตัวผม วันนี้ผมได้เรียนรู้แล้วครับ" ซี "สิ่งไหนที่ผมทนไม่ได้ ผมต้องทนให้ได้ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ผมยังมีครอบครัวอยู่ข้างๆ เหตุการณ์แบบนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก ผมกราบขอโทษทุกๆ ท่านครับ ไม่มีใครแนะนำอะไรผม เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะปากผมเอง จริงของท่านที่ผมต้องออกมาขอโทษ ผมไม่สามารถย้อนอดีตได้ มันกระทบต่อค่านิยม และภาพลักษณ์อยู่แล้ว" ซี "เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการเตือนสติผม อย่าเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ถึงแม้ผมจะซื้อบัตรในราคาพิเศษมา จริงๆ มันไม้ได้เกี่ยวกับตั๋ว 25 ใบเลย ผมไปยึดไปติดกับคำว่าโกงชาติ และดูถูกบุพการีผม ผมขอบคุณคอมเม้นท์นึงที่บอกว่า ใครจะโกงมากโกงน้อยก็โกงเท่ากัน โกง 1 บาทก็ถือว่าโกง กว่าผมจะรู้ตัวก็ถูกทำลายเพียง 10 นาที" ซี "การกระทำของผมในวันนี้ มันยากที่จะให้อภัย ผมหวังว่าทุกคนจะเข้าใจมากขึ้น ผมยินดีน้อมรับและพร้อมปรับปรุง ผมคงไม่ไปดูแน่นอน เรื่องผมว่าแฟนคลับปัญญาอ่อน ผมไม่ได้ว่าแฟนคลับนะครับ ผมพูดด้วยอารมณ์ เป็นคำประชด ระบายความโกรธ คุณพ่อคุณแม่คือฮีโร่ในใจผม ซึ่งวันนี้ท่านไม่ได้อยู่ในโลกแล้ว นี่ยังไม่พูดถึงตำหนิครอบครัว มันพูดแทนความเจ็บปวดไม่ได้" ซี "เดี๋ยวคงหาวิธีคืนไป บัตร 25 ใบที่ได้มา ผมพูดในส่วนของผม ผมซื้อในราคาพิเศษ ตั๋ว 25 ใบ ผมไม่ทราบจริงๆ ได้มาได้ยังไง เค้าจะมีตั๋วพีอาร์การตลาดขายตั๋วยังไงผมไม่ทราบ ในส่วนของ เอมมี่ มรกต ผมไม่ทราบจริงๆ ไม่ขอดึงใครเข้ามาเกี่ยว ผมอยากได้ผมก็ซื้อ แต่มันไม่แฟร์กับแฟนคลับที่รอคอยคอนเสิร์ต มันเหมือนการโกงหัวใจเค้า" ซี "คุณเอมมี่ มรกต ก็เสียใจมาก เค้าโทษตัวเอง เป็นเพราะผมเองที่ทำเรื่องให้วุ่นวาย ขอโทษแฟนๆ Maroon 5 และเพื่อนๆ ในวงการ ผมจะอดทนให้มากกว่านี้ ผมว่าเรื่องที่ออกมาพูดวันนี้ไม่จบหรอกครับ ผมทำได้เพียงขอโทษและน้อมรับไว้ เข็ดกับโซเชียล มันเป็นเพราะตัวคนมากกว่า ต่อไปถ้าไม่ได้บัตรจริงๆ ก็ดูในยูทูป ไม่กล้าทำแบบเดิมแล้วจริงๆ หรืออาจจะไปดูที่ต่างประเทศ แต่ด้วยคิวไม่ว่างจริงๆ ผมต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมผิดผมยอมรับ หวังว่าท่านจะเข้าใจผมมากขึ้น ผมหวังว่าสุดท้ายจะอภัยให้ผม" โพสต์ดราม่าบัตร 25 ใบ จาก เอมี่ - เอมมี่ ซี ศิวัฒน์ ซี ศิวัฒน์ ซี ศิวัฒน์ ซี ศิวัฒน์ ซี ศิวัฒน์ ซี ศิวัฒน์ ซี ศิวัฒน์

สัตว์ประหลาด - แสตมป์ อภิวัชร์
Stamp /  The BEAST / 

สัตว์ประหลาด เพลงยอดเยี่ยมจาก คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 ซิงเกิ้ลล่าสุดจากอัลบั้ม Sci-Fi โดย แสตมป์ อภิวัชร์ หนีไปซะที่รัก เธอหลบไปพักก่อนสักระยะ ยืนอยู่ตรงนี้อาจมรณะ เธอเข้าใจไหม? คำพูดเธอเมื่อกี้ ได้ปลุกอสูรที่นอนหลับไหล ที่นอนส่วนลึกข้างใน จิตใจของฉันให้ตื่น อีกแปปหนึ่งข้าวของมันจะลอยขึ้นไปบนฟ้า สัตว์เลื้อยคลานจะมา ไม่มีที่ยืน ฉันจะไม่ใช่คนเดิม ได้โปรดเชื่อฉันเถอะ อย่าเพิ่งขัดขืน ก่อนที่มันจะสาย สัตว์ประหลาดกำลังจะออกมา ยังมีเวลารีบหลบไปให้ไกลฉัน อีก 20 นาทีเราค่อยพูดกัน ฉันจะควบคุมมันไม่ได้แล้วเธอ ก่อนที่ข้าวของมันจะลอยขึ้นไปบนฟ้า สัตว์เลื้อยคลานจะมากันเป็นฝูงใหญ่ อย่าคิดจะเจรจา เก็บข้าวของที่จำเป็นแล้วรีบไป ก่อนที่มันจะสาย สัตว์ประหลาดกำลังจะออกมา ยังมีเวลารีบหลบไปให้ไกลฉัน อีก 20 นาทีเราค่อยพูดกัน ฉันจะควบคุมมันไม่ได้แล้วเธอ สัตว์ประหลาดสงบลงไปแล้ว กลายเป็นเราเจ็บปวดจนน้ำตาไหล ได้แต่คุกเข่าบอกเธอว่าเสียใจ ฉันจะควบคุมมันให้ได้เพื่อเธอ ----------------------------------------­­-----------­- Music, Word, Produce & Arrange : STAMP Guitar Design & Vocals : STAMP Guitar : Chinnaput Hongumporn Bass : Korakod Sritawatchai Drums : Kevin Biddle Keyboards : Smith Poonyayant Hype Man : ฟักกลิ้ง Hero, The Darkest Romatic Vocal Direction : Sutee Sangsareechon Mixed : Pete Tanskul, Art Viriyasiri

อึดอัดใจมากค่ะ ควรจะทำอย่างไรดีเมื่อ เพื่อนคบกับแฟนเก่า ที่เรายังรักเขาอยู่
ยังรักอยู่ /  เพื่อน / 

สวัสดีค่ะมาดาม คือหนูมีเพื่อน 1 คนที่เป็นกะเทยค่ะ ตอนที่หนูมีแฟน เพื่อนของหนูที่เป็นกะเทยดันมาชอบแฟนเรา ด้วยความที่หนูแคร์ความรู้สึกเพื่อนก็เลยต้องแกล้งทำเป็นเย็นชาใส่เค้าอ่ะค่ะ ทำตามที่เพื่อนบอกว่าให้ไปแกล้งเค้า จนเค้าทำร้ายตัวเอง หนูสงสารเค้ามากค่ะ หนูอยากจะบอกเค้าออกไปมากๆ ว่าหนูรักเค้า และหนูก็ไม่อยากเห็นเค้าเจ็บอีกต่อไป หนูเลยเลือกที่จะปล่อยเค้าไปค่ะ แต่แล้ววันหนึ่งเค้าก็มีแฟนใหม่ซึ่งแฟนใหม่ของเค้าเป็นเพื่อนหนูเอง! เค้าสองคนรักกันมากค่ะ และหนูเองก็ยังรักเค้าเหมือนเดิม การที่เค้าสองคนมาหวานอยู่ต่อหน้าหนูมันทำให้หนูอึดอัดมาก หนูรู้สึกอยากจะร้องไห้เสมอๆ เลย และเพื่อนคนนั้นก็ชอบมาปรึกษาปัญหาความรักกับหนูด้วย หนูควรจะทำอย่างไรดีคะ หนูอยากจะบอกกับพี่เค้าว่าหนูยังรักเค้าเหมือนเดิม อยากจะเล่าความจริงออกไปให้หมดว่าเรื่องราวที่จริงมันเป็นยังไง แต่หนูก็กลัวว่าจะมีปัญหากับเพื่อน หนูควรจะทำอย่างไรดีคะมาดามT^T คำตอบ : สวัสดีค่ะ หนูจ๋า หนูจำได้ไหม ว่า หนูเลือกที่จะเย็นชาใส่เขาเอง และหนูเลือกที่จะปล่อยเขาไปเอง สิ่งของที่เราทิ้งขวาง ไม่เห็นค่า พอคนอื่นเขาเห็นค่า เขามีความสุขสมหวังกัน แล้วหนูจะไปคว้ากลับมา มันควรแล้วหรือคะ? เรื่องของความรักนะหนู มาดามรักจะบอกให้ว่า ถ้ารักกัน คบหากัน ก็ต้องพูดคุยกันตรงๆ เรื่องของคน 2 คน แต่หนูเอาคนอื่นเข้ามาเกี่ยว เชื่อเพื่อน ทำตามที่เพื่อนบอกในเรื่องความรัก นี่หนูไม่ได้รักเขาเลย ไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลยนี่ ที่หนูทำกับเขาลงไป หนูก็ทำเอง ทำตัวเองทั้งนั้น แล้วจะมาอยากได้คืนอะไรตอนนี้ ปล่อยแล้วต้องปล่อยให้จริงค่ะ เรื่องครั้งก่อนเมื่อวันวานมันก็ได้ผ่านมาแล้ว การที่หนูจะให้เขายังถือหนูเป็นที่หนึ่งในใจเขาทั้งๆ ที่เรื่องมันจบไปแล้ว หนูทอดทิ้งเขาเอง ...ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่หนูเลือกที่จะวางเขาไว้ตรงนั้นแล้ว .... นั่นก็เท่ากับว่า หนูกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันอีกนะ ส่วนกับเพื่อนหนู หนูก็แค่บอกกับเพื่อนไปตามตรงว่า เรื่องอื่นปรึกษาได้แต่เรื่องนี้หนูขอ ... เพราะหนูไม่สะดวกใจ คนเป็นเพื่อนกันต้องพูดกันตรงๆ ได้ จัดไปตามนี้ เพื่อความสงบของตัวหนูเอง แต่ถ้าหนูยังรู้สึกค้างคาใจ ก็ไปเคลียร์กับแฟนเก่าเราให้จบ ว่าที่เคยทำกับเขา หนูขอโทษ แต่จะไม่ขอเริ่มใหม่ แค่มาสะสางความรู้สึกที่คาใจที่เคยทำร้ายเขาไป ต่อไปก็ขอให้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เพราะคนเราเดินหน้าแล้ว ก็ไม่ถอยหลังกลับให้เจ็บปวดกันไปทุกฝ่าย แบบนั้นน่าจะดีกว่า ทั้งต่อตัวหนูเอง และ เพื่อนของหนูที่กำลังคบกับเขาอยู่นะ บุญรักษา จากใจ มาดามรัก 

ละครเลื่อมสลับลาย , เรื่องย่อเลื่อมสลับลาย
นิว วงศกร /  รถเมล์ คะนึงนิจ / 

เลื่อมสลับลาย บทประพันธ์โดย : กฤษณา อโศกสินบทโทรทัศน์โดย : ชมนาดผลิตโดย : บริษัท มงคล การละคร จำกัด อกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี ชีวิต คือ การเริ่มต้นใหม่เสมอ บางคนเริ่มต้นไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่บางคนกลับเดินไปสู่สิ่งที่แย่กว่าเดิม บางทีเหตุผลก็เอาชนะอารมณ์ไม่ได้ เพราะคนเราถูกสร้างมาด้วยธาตุที่ต่างกัน ดั่งลวดลายของเลื่อมบนผืนผ้า ลายหนึ่งงดงามเหมือนสวรรค์สร้าง อีกลายก็สวยงามแต่ไร้ราคา แล้วโชคชะตาก็ส่งบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่มาให้ 2 สาว ได้เรียนรู้ความหมายแท้จริงของชีวิต เฉกเช่นชีวิตของ พาไล (แซมมี่ เคาวเวลด์) สาวน้อยกำพร้าที่ครอบครัวผู้ดีเก่ารับอุปการะ เคยรับรางวัลผลการเรียนดีเยี่ยม และฝันอยากเป็นคุณหมอใส่ชุดสีขาว หากแต่ปัจจุบันพาไลวัย 25 ปี กลายเป็นโคโยตี้ตัวแม่ชื่อในวงการ คือ เซอร์ไพรส์ เป็นสาวที่ชอบใช้ชีวิตโลดโผน เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ทุกคนนิยามพาไลว่า สวยแต่ไร้สติ!! เพราะอารมณ์ชั่ววูบช่วงวัยรุ่นทำให้เธอมีชีวิตเน่าเฟะถึงทุกวันนี้ แตกต่างกับ ปิ่นปัก (รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) สาวสวยผู้เพียบพร้อมวัยเดียวกัน เป็นเพชรเม็ดงามในสังคมชั้นสูง ไม่เคยนอกกรอบอุ่นใจว่าชีวิตต้องเจอแต่สิ่งดี ๆ ปิ่นปักทุ่มเทกับการศึกษาเป็นผู้หญิง สวยมีสติ!! เธอจบด็อกเตอร์ด้านสังคมวิทยาจากอเมริกาด้วยทุนของรัฐบาล วันที่เดินทางกลับถึงเมืองไทย ศก (แมทธิว ฉันทวานิช) คู่หมั้นหนุ่มหล่อรวยระดับมหาเศรษฐีเป็นที่หมายปองของสาว ๆ มารับถึงสนามบิน ศกโผเข้ากอดจูบปิ่นปักด้วยความคิดถึง แต่เธอขืนตัวจากอ้อมกอดคู่หมั้นเพราะกลัวคำนินทาชาวบ้าน ไม่แปลกที่ปิ่นปักจะไม่เคยมีอะไรกับศกเลยซักครั้ง เมื่อมาถึงคฤหาสน์หลังโตของตัวเอง ซึ่งตอนนี้มีคอนโดแบบ Low rise ผุดขึ้นตรงหน้าบ้านช่วงที่ปิ่นปักไปเรียนเมืองนอก ปิ่นปักเห็นพาไลซึ่งอาศัยในคอนโดกำลังยืนด่ากับเมียหลวงของเสี่ยที่เคยมาติดพัน พาไลยืนยันว่าเลิกกับเสี่ยตั้งแต่ที่รู้ว่าโกหกเรื่องเมียเป็นมะเร็งตาย ปิ่นปักไม่ไหวจะเคลียร์กับความแรงของพาไล ทำให้ มิ้ม (แพร เอมเมอรี่) และ ฝน (แก้ม-กวินตา โพธิจักร) เพื่อนสนิทของพาไลหมั่นไส้เธอ มิ้มจะไปตบปิ่นปักตามประสาคนเลือดร้อน แต่ปิ่นปักไม่ใส่ใจใช้วิธีนิ่งสงบ..สยบความเคลื่อนไหว คุณยอด (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) กับ คุณโปรย (สาวิตรี สามิภักดิ์) พ่อแม่ของปิ่นปักชื่นชมการใช้สติตัดสินปัญหาของลูกสาว บางครั้งปิ่นปักก็ทะนงตัวว่าฉลาดแก้ไขได้ทุกเรื่องรวมถึง..ความรัก!! ปิ่นปักจึงไม่ยอมแต่งงานกับศกง่าย ๆ เพราะรู้สึกว่า..ศกยังไม่ยอมหยุดชีวิตไว้ที่เธอ คนอย่างปิ่นปักจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบ แต่ศกคิดว่าปิ่นปักกำลังเลือก เพราะตอนนั้นมี เพรียว (แบงค์-อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) เพื่อนร่วมงานของปิ่นปัก และเป็นเพื่อนของ นครินทร์ (นิว-วงศกร ปรมัตถากร) พี่ชายเธอเข้ามาในชีวิตอีกคน ศกไม่ยอมเสียปิ่นปักให้ใครยอมลดศักดิ์ศรีขอเธอ แต่งงาน!! ปิ่นปักใจอ่อนยอมสละโสด การแต่งงานของ ปิ่นปัก-ศก เป็นข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์ มีแต่คนเยินยอว่าคู่นี้เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก ชีวิตที่สวยงามของปิ่นปักทำให้พาไลละอายใจในความเหลวแหลกของตัวเอง พาไลนึกโทษความโง่เขลา..ใจร้อนที่ทำให้ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือตั้งแต่อายุ 15 ปี ทั้งที่วัยเด็กโลกของพาไลก็สดใสไม่แพ้ปิ่นปัก เพราะ คุณเชื่อม (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) กับ คุณพิศมัย (อังศนา บุรานนท์) พ่อแม่บุญธรรมที่รับอุปการะเธอเป็นถึงผู้บริหารบริษัทด้านการเงิน วันหนึ่งพาไลเกิดทะเลาะกับ บัวทอง (สิริลภัส กองตระการ) ลูกพี่ลูกน้องวัยเดียวกัน บัวทองจึงพูดเรื่องที่พาไลไม่ใช่ลูกจริง ๆ ของคุณเชื่อม และคุณพิศมัย ทั้งคู่เก็บพาไลมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า พาไลเสียใจช็อคมาก จึงประชดด้วยการหนีออกไปอยู่กับเพื่อนเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่คุณเชื่อมเข้าใจผิดคิดว่าพาไลใจแตกติดผู้ชายเหมือนแม่แท้ ๆ ของเธอ คุณเชื่อมตัดขาดลูกเลี้ยงสิ้นเชิง พาไลเสียใจที่สุดในชีวิตจึงหนีเข้าสู่โลกคาวโลกีย์ให้สมกับที่พ่อเลี้ยงด่าว่ามีเลือดชั่วในตัว จนเวลาล่วงเลยไปสิบปีชีวิตของพาไลผ่านเรื่องราวดีร้ายมากมาย จนเธอรู้สึกเหนื่อย และเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เป็นอยู่ ความใฝ่ฝันของพาไลตอนนี้แค่อยากเป็นเมียใครสักคนที่ไม่ใช่แค่คู่นอน ผู้ชายคนนั้น คือ เนตร (จิม-เจจินตัย อันติมานนท์) แฟนคนล่าสุดที่เธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา แต่เมื่อพาไลทำเซอร์ไพรส์บอกข่าวดี ปรากฏว่าเนตรไม่รับผิดชอบ..บอกว่าไม่ใช่ลูกตน เพราะป้องกันทุกครั้งที่มีอะไรกัน ทั้งที่จริงเนตรเคยขอไม่ป้องกันอ้างว่าอยากมีลูกกับพาไล เนตรไม่ยอมรับแถมด่า "ผู้หญิงอย่างพาไลไม่ต้องคิดว่าผู้ชายที่ไหน? จะเอาเป็นแม่ของลูก แค่ให้เป็นเมียออกนอกหน้ายังไม่มีใครเอา!!" คำพูดเนตรเสียดแทงเข้าไปในหัวใจพาไล มิ้มกับฝนแนะนำให้พาไลทำแท้งอย่าปล่อยให้เด็กออกมามีปัญหาแต่เธอไม่ยอม พาไลไม่มีวันฆ่าลูกตัวเองเหมือนอย่างที่แม่แท้ ๆ เคยทำไว้กับเธอ พาไลตัดสินใจเรียกเงินจากเนตรก้อนนึงไว้เป็นค่าใช้จ่ายในยามที่ทำงานไม่ได้ เนตรไม่ยอมให้ทั้งสองทะเลาะตบตีกัน เค้าตั้งใจผลักพาไลตกบันไดเพื่อหวังกำจัด มารหัวขน พาไลกลิ้งตกลงมานอนจมกองเลือดแท้งลูกอย่างทรมานโดยที่เนตรไม่ใยดี เธอกัดฟันพาตัวเองฝ่าสายฝนกระหน่ำเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครช่วยพาไลตัดสินใจเดินไปยืนกลางถนนให้รถชน เธอขอตายไปพร้อมลูกน้อยในท้อง อยู่ ๆ ก็มีคนดึงพาไลหลบรถแล้วนำเธอส่งโรงพยาบาล พลเมืองดีคนนั้น คือ นครินทร์ เค้าเคยพบพาไลมาก่อนหน้านี้ที่งานโชว์สินค้าอ่างอาบน้ำยี่ห้อหนึ่ง ตอนนั้นพาไลเป็นพริตตี้เต้นโชว์สุดเซ็กซี่ นครินทร์ไม่คาดคิดว่าผู้หญิงรักสนุกอย่างพาไลเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองแท้งลูกจะทำให้เธอคลุ้มคลั่งจนน่าสงสาร นครินทร์คอยดูแลพาไลตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล ทำให้เห็นมุมอ่อนโยนของผู้หญิงร้ายกาจอย่างเธอ ระหว่างรักษาตัว พาไลได้พบกับพิศมัยแม่เลี้ยงโดยบังเอิญที่โรงพยาบาล ถึงรู้ว่าคุณเชื่อมพ่อเลี้ยงเป็นโรคหัวใจนอนโคม่าในห้องไอ.ซี.ยู พาไลไม่กล้าสู่หน้ากับอดีตครอบครัว จึงรอจนทุกคนกลับเธอถึงแอบเข้าไปเยี่ยมคุณเชื่อมที่นอนหลับ..ร่างกายทรุดโทรมมาก อยากเข้าไปกอดพ่อก็ไม่กล้าจนคุณเชื่อมตื่นขึ้นยื่นมือไปหาพาไลด้วยความคิดถึง และห่วงใย พร้อมบอกลูกเลี้ยงในช่วงลมหายใจสุดท้ายว่า "กลับเนื้อกลับตัวใหม่นะ ลูกรักของพ่อ" พาไลร้องไห้เสียใจที่สุดในชีวิต เพราะที่ผ่านมาเธอทำตัวไม่ดี..ไม่สมกับเป็นลูกที่พ่อรัก พาไลสำนึกผิดกับชีวิตที่เหลวแหลก พร้อมคำพูดของพ่อ-แม่บุญธรรมที่ก้องอยู่ในหัว นครินทร์เห็นพาไลเหม่อกลัวคิดสั้นเลยพูดเตือนสติ พาไลปฏิเสธไม่ได้จะฆ่าตัวตาย จากนี้..จะกลับเนื้อกลับตัวเป็น พาไลคนใหม่!! พร้อมยืนในสังคมอย่างไม่อายใคร เหมือนกับปิ่นปักที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ฐานะ..ภรรยาศก คุณโปรยผู้เป็นแม่วาดฝันว่าชีวิตหลังแต่งงานของลูกสาวต้องเพอร์เฟ็ก แม้ในวันแต่งงานศกจะทำตัวไม่น่ารักกับแขกที่มาอวยพรเรื่องการครองเรือน เพราะเค้าไม่ชอบให้ใครมาสอน ปิ่นปักรู้นิสัยศกดี และคิดว่าจะเปลี่ยนคนรักได้ แต่นครินทร์ไม่คิดว่าน้องสาวจะจัดการได้พาลหวั่นใจแทนปิ่นปัก พาไลเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง..ไม่ใช้ชีวิตฟุ่มเฟื่อย ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่พึ่งผู้ชายแปลกหน้า ทำงานหาเงินด้วยลำแข้งตัวเองแม้จะลำบากเหลือเกิน เพราะที่ผ่านมาพาไลประมาทกับชีวิตเกินไป ไม่เหมือนมิ้มกับฝนที่มีคติในการใช้ชีวิตว่า "ชีวิตไม่ต้องมีแผนผัง แต่ต้องมีแผนที่" ถึงมิ้มจะเป็นลูกคนมีตังค์แต่ก็รู้จักทำธุรกิจต่อยอดเงินทองไม่พึ่งผู้ชายหน้าไหน ด้านฝนก็มีงานประจำทำเป็นหลักแหล่ง แต่พาไลไม่มีอะไรเลย..ทำแต่งาน พริตตี้ โคโยตี้ เอ็มซี ซึ่งตอนนี้เธอโดนแบล็คลิสต์ตั้งแต่เนตร (แฟนเก่า) มีเรื่องกับลูกค้าบวกกับพาไลก็อายุมากขึ้น ครั้นจะไปหางานทำก็จบแค่มัธยม ความหวังจะทำงานสุจริตได้เงินเยอะ ๆ คงไม่มี พาไลตัดสินใจขายรถมินิคูเปอร์เพื่อมาทำทุนขายครีมหน้าเด้งยี่ห้อ เซอร์ไพรส์ เปิดตลาดในโลกโซเชี่ยลแบบที่คนอื่นนิยมทำกัน มีนครินทร์เป็นลูกค้าประจำที่ช่วยอุดหนุนครีมพาไลไปแจกเพื่อนอาจารย์ด้วย บัวทอง อดีตญาติตัวแสบของพาไลเห็นเลยแกล้งเอาน้ำยาล้างห้องน้ำใส่ในครีมเซอร์ไพรส์ อิจฉาที่พาไลมีชีวิตใหม่สดใส่ และได้ใกล้ชิดนครินทร์ผู้ชายที่บัวทองหลงรัก บัวทองคิดไปเองว่าผู้ชายหล่อ..ฉลาดอย่างนครินทร์มีใจให้จึงตามตื้อเค้าเรื่อยมา ลูกค้าที่ใช้ครีมของพาไลแล้วหน้าพังฟ้องร้องเธอหมดตัวชั่วข้ามคืน ส่วนปิ่นปักหลังย้ายไปอยู่เรือนหอราคาหลายสิบล้าน ที่มีเพียง แม่มาย คนรับใช้วัยห้าสิบปีเป็นเพื่อน เข้าหอคืนแรกศกไม่มีท่าทางหวานฉ่ำเอาใจเธอเหมือนเมื่อก่อน ซ้ำยังเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ..อาจเป็นเพราะศกได้ครอบครองปิ่นปักสมใจแล้ว ซึ่งปิ่นปักก็รู้จักนิสัยศกดีว่าเป็นคนขี้เบื่อแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ปิ่นปักปรึกษา พัชริน (บี-มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์) เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ปิ่นปักเอาแต่พูดเรื่องของตัวเอง และเผลอเล่าชีวิตแสนสุขสบายตามประสาเมียเศรษฐี โดยไม่ทันได้สังเกตว่าพัชรินอิจฉาตัวเอง ตั้งแต่เด็กจนโตพัชรินมักเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับปิ่นปัก แม้พัชรินจะเลือกสามีเป็นถึงนักการทูตอย่าง คุณยุทธ น่าจะเชิดหน้าชูตาได้ แต่เงินเดือนข้าราชการของสามีไม่สามารถบันดาลความสุขให้พัชรินได้สมใจเหมือนที่ศกทำกับปิ่นปัก พัชรินอยากให้ปิ่นปักรู้จักกับคำว่าผิดหวังบ้าง จึงพูดให้ปิ่นปักเสียใจกับคำว่า เมีย!! ไม่นานเมียอย่างเราก็จะเป็นแค่น้ำพริกถ้วยเก่าให้ปิ่นปักทำใจไว้ แต่ปิ่นปักไม่ยอมแพ้..เพราะเคยทำวิจัยเรื่องปัญหาครอบครัว เธอรู้ว่าถ้าอยากให้ครอบครัวไปได้ตลอดรอดฝั่งต้องใช้หลักการยืดหยุ่น ปิ่นปักเริ่มยืดหยุ่นด้วยการหัดเป็นแม่ศรีเรือน ทั้ง ๆ ที่เธอชอบทำงานนอกบ้านมากกว่า แถมยังตามศกเข้าสมาคมเพื่อนฝูงที่ล้วนแต่เป็นนักธุรกิจที่คุยกันแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ปิ่นปักพร่ำสั่งตัวเองว่าให้อดทนทำเพื่อชายที่รัก แต่เรื่องการยืดหยุ่นนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ไม่ว่าปิ่นปักจะยอมปรับตัวยังไง หากศกไม่คิดจะปรับตัวเพื่อใครก็ไม่มีประโยชน์ รวมถึงปิ่นปักไม่ได้มีความอดทนมากนัก เธออธิบายเหตุผลในใจทุกเรื่องที่ศกทำไม่ถูกให้เค้าฟัง ยิ่งทำให้ศกเบื่อหน่ายผู้หญิงเก่งวิชาการแต่จืดชืดเรื่องบนเตียงอย่างปิ่นปัก หนำซ้ำตอนนี้ปิ่นปักก็ตั้งท้องโอ้กอ้ากตลอดเวลา ศกรังเกียจเมียตัวเองจึงไม่ค่อยกลับบ้าน ด้านพาไลยังหางานทำใหม่ไม่ได้เงินทองก็ร่อยหรอ ฝนสงสารเพื่อนจึงฝากงานให้พาไลที่บริษัทเดียวกัน เพราะฝนกิ๊กอยู่กับ คุณจำรูญ (ปริเยศ อังกูรกิตติ) หัวหน้าแผนกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของศก ชีวิตของพาไลวนเวียนมาใกล้ปิ่นปักกับศกอีกครั้ง ศกเคยสะดุดตาความสวยพาไลมาแล้วแต่เธอไม่มีท่าทีสนใจเค้าเลย แถมแสดงท่าทางจองหองใส่ศกด้วยซ้ำ ประกอบกับศกเห็นนครินทร์พี่ชายภรรยามารับพาไลตลอดเลยไม่กล้ายุ่ง ซึ่งจริง ๆ ศกไม่ชอบขี้หน้านครินทร์ที่ชอบมาสั่งสอนเวลาเค้าทะเลาะกับปิ่นปัก ศกจะเอาชนะด้วยการใช้เงินซื้อพาไลมาเป็นผู้หญิงของเค้า และไม่ให้ยุ่งกับนครินทร์อีก บวกกับพฤติกรรมกลับบ้านไม่ตรงเวลา..ไม่เอาใจของศกทำให้ปิ่นปักกระวนกระวายใจ ยิ่งตอนนี้เธอหยุดงานรอคลอดยิ่งฟุ้งซ่านถึงกับไปปรึกษาคุณโปรย แต่แม่กลับบอกให้ปิ่นปักอดทนศกให้มากที่สุด ปิ่นปักรู้แล้วว่าเงินทอง หรือคฤหาสน์หรูหลายสิบล้านไม่ช่วยให้เธอมีความสุขได้เลย แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าอดทน ศกสืบจากฝนว่าพาไลกำลังร้อนเงิน เค้าทำเป็นพ่อบุญทุ่มหวังให้พาไลใจอ่อนยอมนอนด้วย นครินทร์รู้เรื่องแต่ไม่เตือนศกเพราะกลัวจะเอาน้ำมันไปรดไฟ และอยากพิสูจน์ใจพาไลด้วยว่ากลับตัวได้จริงหรือเปล่า? ศกเขียนเช็คเงินสดให้พาไลห้าแสนบาทแต่เธอปฏิเสธ ศกไม่ยอมแพ้วางแผนไล่พาไลออกจากงานเพื่อบีบให้รับเงิน และนอนกับเค้า พาไลเลือกที่จะออกจากงาน หากเป็นแต่ก่อนการไปนอนกับผู้ชายเพื่อเงินไม่ใช่เรื่องยาก แต่พาไลไม่มีวันทำร้ายครอบครัวของน้องสาวเพื่อนที่แสนดีอย่างนครินทร์ เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีเงินพอจะเช่าคอนโดราคาสูงอยู่ มิ้มกับฝนยุให้พาไลจับนครินทร์แต่เธอไม่มีวันทำร้ายเค้า นครินทร์เป็นผู้ชายคนเดียวบนโลกที่ไม่เคยชวนเธอขึ้นเตียง "คุณค่าแห่งมิตรภาพย่อมเพิ่มพูนขึ้น เมื่อชายหญิงไม่ได้ผูกสัมพันธ์เพียงเพื่อจะสิ้นสุดลงบนเตียง" มิ้มให้พาไลไปอยู่ด้วยแต่เธอก็เกรงใจเพื่อน นครินทร์จึงยื่นมือเข้ามาช่วยเพราะเค้าเป็นเหตุทำให้พาไลถูกไล่ออกจากงาน นครินทร์ชวนพาไลไปอาศัยเรือนเล็กหลังบ้าน คุณยอดกับคุณโปรยไม่ชอบใจแต่ไม่อาจต้านเหตุผลของนครินทร์ได้ พาไลนำเสื้อผ้าที่มีไปขายตลาดนัดขายดีมากจึงเริ่มมีทุนซื้อของมาลงทุนเพิ่มควบคู่ไปกับการเรียน กศน. ชีวิตพาไลกำลังเข้ารูปเข้ารอย กระทั่งบัวทองมาที่บ้านนครินทร์แล้วได้พบเธอ บัวทองเล่าอดีตฉาวโฉ่ของพาไลให้คุณโปรยกับคุณยอดฟัง คุณโปรยยิ่งต้องให้พาไลอยู่ที่บ้านเช่าต่อเพราะทั้งคู่จะได้อยู่ในสายตา หลังหงุดหงิดผิดหวังจากพาไล..ศกก็ได้เสียกับฝน ประกอบกับฝนเพิ่งอกหักจากจำรูญจึงหวังจะเกาะศกเป็นรายต่อไป ฝนเบื่อหน่ายชีวิตเมียน้อยอยากให้ศกหยุดที่เธอ และยอมรับให้เป็นเมียออกนอกหน้า พาไลกับมิ้มรู้เรื่องนี้รีบห้ามฝนแต่ไม่สำเร็จ ฝนทะเลาะกับเพื่อนทั้งสองถึงขั้นเลิกคบกัน จากนั้นฝนก็เริ่มปฏิบัติการกำจัดปิ่นปักออกไปจากชีวิตศก โดยประกาศตัวว่าศกมีเธออีกคนพัชรินรู้ข่าวทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีคาบเรื่องศกควงสาวเข้าโรงแรมมาบอกปิ่นปักเพื่อนรัก ปิ่นปักอับอายมากกว่าหึงหวงที่ผู้หญิงเพียบพร้อมอย่างเธอไม่ควรจะมาเจอเรื่องเน่า ๆ แบบนี้ ปิ่นปักอยู่เฉยไม่ได้นำเรื่องนี้มาเคลียร์กับศก แต่การที่ศกถูกคาดคั้นประหนึ่งเป็นนักโทษทำให้เค้าไม่พอใจมากเกิดปากเสียงกันรุนแรง ปิ่นปักเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าศกเห็นแก่ตัวมากแต่ในเมื่อเธอเลือกเขามาเป็นคู่ชีวิตแล้วก็ต้องก้มหน้ารับกรรม สุดท้าย..ความอดทนก็ถูกทำลาย เมื่อฝนตามราวีปิ่นปักถึงบ้าน พร้อมเล่าฉากรักของตัวเองกับ ผัวเราสองคน ละเอียดยิบ ปิ่นปักร้องไห้หัวใจแตกสลายเกือบแท้งลูก เพรียวสงสารปิ่นปักจับใจจึงคอยดูแลระหว่างที่รอนครินทร์มาหา ศกเห็นทั้งคู่อยู่บ้านตามลำพัง..ตรงเข้าชกหน้าเพรียวข้อหาเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน ระหว่างนั้นปิ่นปักปวดท้องคลอดลูก และให้กำเนิดลูกชายหน้าตาน่ารักชื่อ หนูหนึ่ง คุณโปรยกับคุณยอดหวังว่าลูกจะทำให้ศกกลับเนื้อกลับตัว แต่ปิ่นปักไม่ทนอีกต่อไปเธอเหมือนนกน้อยที่หลุดจากกรงทอง ปิ่นปักฝากลูกกับพี่ชายแล้วไปโบยบินใช้ชีวิตอิสระ ปิ่นปัก..คนใหม่!! แข็งแกร่ง และกระด้างกว่าเดิม เป็นหญิงสาวที่มีชีวิตนอกกรอบเปลี่ยนลุคใหม่จัดจ้านเป็นคนละคน ปิ่นปักตระเวนราตรีเปิดรับผู้ชายแปลกหน้ามาคุยแก้เหงาทุกคืน แต่ทว่าเธอไม่เคยคิดจะนอนกับใคร ปิ่นปักแค่อยากรู้จักมนุษย์ให้ลึกซึ้ง แต่เธอกลับตกเป็นข่าวเม้าท์..แม่หม้ายทิ้งลูกอ่อนไปควงผู้ชาย ทำตัวเหลวแหลกจึงไม่แปลกที่ศกจะขอเลิก ข่าวนี้ทำเอาคุณยอดกับคุณโปรยอับอายสังคมแทบแทรกแผ่นดินหนี และโยนความอึดอัดให้ลูกชายผู้เป็นความหวังสุดท้าย ขณะที่ปิ่นปักไม่อยากทนกับสังคมมากกว่าแคร์ลูกตัวเอง เลยออกจากบ้านไปซื้อคอนโดอยู่ตามลำพัง ซึ่งห้องที่ปิ่นปักซื้อนั้นอยู่ติดกับห้องของมิ้มที่พาไลอาศัยอยู่ แต่ตอนนี้ปิ่นปักไม่มีทีท่ารังเกียจพาไลกับแก๊งเพื่อนอีกแล้ว ปิ่นปักเข้าใจแล้วว่า..คนที่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนเลว ปิ่นปักจึงกลายเป็นเพื่อนของพาไล คุณยอดคุณโปรยสั่งให้นครินทร์เลิกยุ่งกับพาไลแล้วไปแต่งงานกับผู้หญิงดี ๆ อย่าง มิตรา หรือ มิน (พรรัมภา สุขได้พึ่ง) เพื่อนอาจารย์ด้วยกัน แต่นครินทร์ปฏิเสธ..เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก สร้างความเครียดให้กับคุณยอดเส้นเลือดในสมองแตก นครินทร์รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้พ่อป่วยหนักจึงยอมทำตามความต้องการของพ่อแม่ด้วยการลองเปิดใจทำความรู้จักกับมิน นครินทร์กับพาไลค่อย ๆ ห่างกันไป พาไลเข้าใจเหตุผลของนครินทร์ดี และคิดว่าตัวเองคงไม่เป็นไร แต่เปล่าเลย...พาไลเจ็บปวดแทบตาย เช่นเดียวกับนครินทร์ที่ต้องหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงพาไล ยิ่งคิดถึงพาไลยิ่งก้มหน้าก้มตาทำงานเสื้อผ้าแบรนด์ พาไล (Pa-rai) จนกิจการรุ่งเรือง ไม่นานก็รู้ข่าวว่าคุณพิศมัยแม่เลี้ยงกำลังเดือดร้อนถูกยึดบ้าน เพราะขาดหัวหน้าครอบครัวอย่างคุณเชื่อมดูแล พาไลกลับไปที่บ้านเก่าพร้อมนำเงินสดไปใช้หนี้แทนแม่ ต่อชีวิตให้พิศมัยกับบัวทองมีบ้านซุกหัวนอน บัวทองซึ้งน้ำใจยอมทำดีกับพาไลทันที แต่สิ่งที่พาไลดีใจมากที่สุด คือ การได้กราบเท้าขอขมาพิศมัย!! ด้านปิ่นปัก..สงสารหัวใจพี่ชายกับพาไล จึงพยายามให้ทั้งสองมาพบกันโดยมีเพรียวเป็นผู้ช่วย แต่นครินทร์กับพาไลก็ต้องเจออุปสรรคอยู่เสมอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ ต่างจากปิ่นปักกับเพรียวที่ความใกล้ชิดทำให้เผลอมีสัมพันธ์กันเพราะความเมา ความอบอุ่นของเพรียวทำให้ผู้หญิงที่ขาดพลังรักอย่างปิ่นปักมีความสุข แต่แม่ของเพรียวกลับไม่ยอมรับปิ่นปัก เพราะไม่อยากให้ลูกชายได้กับแม่หม้ายทิ้งลูกอย่างเธอ ปิ่นปักกลายเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจสำหรับแม่ที่มีลูกชายดี ๆ เหมือนพาไลเมื่อก่อนไม่มีผิด ปิ่นปักกับเพรียวจึงแอบคบกันโดยไม่คิดจะเข้าหาแม่ของเพรียวเหมือนอย่างที่พาไลทำกับคุณโปรย แต่เป็นเพรียวที่ต้องทำให้แม่ตัวเองใจอ่อนยอมรับลูกสะใภ้คนนี้ การที่ปิ่นปักกลายเป็นแม่หม้ายทรงเครื่องที่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หมายปอง ทำให้ศกนึกเสียดายอดีตภรรยาคิดจะกลับไปหาเธอ แต่ปิ่นปักรู้สันดานศกดีจึงต้องการจะเอาคืน ทั้งศก และอีฝน จึงไม่ปฏิเสธศกแถมยั่วยวนให้เค้ากระหายอยากได้เธอมากขึ้น เป็นอย่างที่คิด..ศกตามตื้อปิ่นปักอย่างหนักจนตกเป็นข่าวหน้าสังคม เพรียวเข้าใจผิดคิดว่าปิ่นปักจะกลับไปหาศกจริง ๆ หนำซ้ำแม่ของเพรียวยังตอกย้ำว่า..รู้หรือยังว่าทำไมแม่ถึงไม่อยากให้เพรียวได้กับปิ่นปัก?! เพรียวพูดไม่ออกยอมรับความผิดหวัง ขณะที่ปิ่นปักก็ไม่ทันอธิบายความจริงกับเพรียว เพราะความแค้นต่อศกมี มากกว่า..สุดท้ายปิ่นปักทำสำเร็จ ศกขอเลิกกับฝนเพื่อมาหาเธอ ฝนแค้นปิ่นปักสุด ๆ กะเอาคืนด้วยการสาดน้ำกรด ขณะ 2 สาวต่อสู้เอาตัวรอด ปิ่นปักพลาดถูกรถชนสาหัสกลายเป็นพาไลที่มาช่วยถูกน้ำกรดแทน เมื่อ เลื่อมสลับลาย แสนสวยต้องเผชิญมรสุมชีวิตกระหน่ำทั้งคู่ สุดท้าย..เส้นทางเดินของพวกเธอจะเป็นเช่นไร? ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครเลื่อมสลับลาย ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี ละครเลื่อมสลับลาย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2558 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เลื่อมสลับลาย วงศกร ปรมัตถากร รับบท นครินทร์ แซมมี่ เคาวเวลด์ รับบท พาไล คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ รับบท ปิ่นปัก อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท เพรียว แมทธิว ฉันทวานิช รับบท ศก แพร เอมเมอรี่ รับบท มิ้ม กวินตา โพธิจักร รับบท ฝน พรรัมภา สุขได้พึ่ง รับบท มิตรา สิริลภัส กองตระการ รับบท บัวทอง สาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท คุณโปรย วิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท คุณยอด เทพยุดา ศรียาภัย รับบท คุณขจี มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ รับบท พัชริน นฤมล เปี่ยมพงษ์สานต์ รับบท แสง วรรณภา เสือขุนชัย รับบท จุ้น เจจินตัย อันติมานนท์ รับบท เนตร เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท คุณเชื่อม อังศนา บุรานนท์ รับบท คุณพิศมัย นาถ ภูวนัย รับบท คุณเศียร ปริเยศ อังกูรกิตติ รับบท คุณจำรูญ

ประณามแม่ใจชั่ว ทิ้งลูกน้อยในคอกหมู พบบาดแผลจากการถูกทารุณ
จีน /  ทรมานเด็ก / 

โลกโซเชียลรวมตัวประณาม แม่ใจชั่วทิ้งลูกน้อยไว้ในคอกหมู เจ้าหน้าที่พบสภาพไม่ต่างจากสัตว์ ด้านครอบครัวอ้าง ไม่มีเวลาเลี้ยงดู วานนี้ (6 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีที่มีการโพสต์ภาพของเด็กชายในสภาพสะบักสะบอม และบอบช้ำจากบาดแผลทั่วทั้งร่างกาย หลังจากถูกผู้เป็นมารดา จับขังรวมกับสุกรภายในคอก ในสภาพน่าเวทนา ทั้งนี้จากรายงานระบุว่า เด็กชายคนดังกล่าว มีชื่อว่า 'โบ ฮอง' วัย 7 ขวบ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทในชุมชนของคนที่มีฐานะยากจน ในมณฑลเหอหนาน ของประเทศจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ และพบว่า เด็กชายเคราะห์ร้ายรายนี้ ได้รับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ จากการถูกทารุณกรรม อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นมารดาอ้างว่า ครอบครัวของเธอไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะดูแลลูกชาย จึงจำเป็นต้องกักบริเวณไว้ภายในคอกหมูดังกล่าว ซึ่งผลกระทบต่อตัวเด็กนั้น แสดงให้เห็นว่า เด็กมีความบกพร่องทั้งพัฒนาทางด้านร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ เนื่องจากเด็กไม่สามารถสื่อสารขั้นพื้นฐานได้ดังเช่นเด็กคนอื่นที่เติบโตมาในวัยเดียวกัน แต่สภาพแวดล้อมที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว ทั้งนี้ทั้งนั้นหลังจากเรื่องราวดังกล่าว ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ออกมาประณามการกระทำของมารดาเด็กที่ตกเป็นเหยื่ออย่างดุเดือด เนื่องจากการจับลูกชาย ที่ยังมีอายุน้อย ขังไว้ภายในคอกหมูเช่นนี้ ถือเป็นการทารุณกรรมเด็กอย่างร้ายแรง MThai News ที่มา CCTV

จัดไป! ที่สุดของที่สุด ฟุตบอลซีเกมส์ครั้งที่ 28 โดย ESPN
ทีมชาติไทย /  ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ / 

ที่สุดของที่สุด ฟุตบอลซีเกมส์ครั้งที่ 28 ยังคงอยู่ในกระแสบอลไทยฟีเวอร์กันต่อไปโดยทัพช้างศึกชุด U-23 ที่เพิ่งคว้าแชมป์ซีเกมส์ 2015 มาได้เป็นสมัยที่ 15 และล่าสุดสำนักข่าว espnfcasia.com ที่เขียนบทความ ที่สุดของที่สุด ฟุตบอลซีเกมส์ครั้งที่ 28 ซึ่งจะมีอะไรที่สุดของที่สุดบ้างไปดูกันเลย :) ทีมยอดเยี่ยม: ทีมชาติไทย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ มั่นใจส่งขุนศึกอาชาไนยคู่กายอย่าง โชคทวี พรหมรัตน์ รับภารกิจ ป้องกันแชมป์ซีเกมส์ครั้งนี้ และได้เครดิตไปเต็มๆ สำหรับอดีตกองหลัง แทมปิเนส โรเวอร์ ผู้มีระเบียบวินัยพวกเขาอยู่ในกลุ่ม B เก็บชัย 5 เกมส์ แบบง่ายดาย ถ้าในนัดเจอ เวียดนาม เล ทาน บิน ไม่ตะบันสวยๆเข้าไปในนาทีที่ 90 ไทยจะไม่เสียแม้แต่ประตูเดียวให้ทีมใด ปกติแล้วสถิติการพังประตูคู่แข่ง และการไม่เสียประตูให้ใครเลยนั่นถือว่าสุดยอดแล้ว สำหรับทัวร์นาเมนต์ทั่วไป แต่ที่สุดยอดมากกว่า คือ อัตราการ พาสบอลที่โคตรน่าทึ่ง คือในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาผ่านบอลมากถึง 2,426 ครั้ง และเป็นการผ่านที่ได้ผลถึง 2,224 ครั้ง ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ทีมชาติไทยผ่านบอลแม่นถึง 91.7% เลยทีเดียว ในเกมส์รอบชิงชนะเลิศกับพม่า พวกเขาผ่านบอลสำเร็จถึง 439 ครั้ง จากความพยายาม 517 ครั้ง ผู้เล่นอย่าง สารัช, ชนาธิป, อาทิตย์ และ นฤบดินท์ มีระดับการเล่นที่เหนือชั้น พวกเขาเหล่านี้ยังสามารถเล่นให้ทีมชาติไทยได้อีกในซีเกมส์ครั้งหน้าที่มาเลเซีย ซึ่งนั่นอาจจะเป็นนักฟุตบอลคนแรกๆ ที่สามารถได้เหรียญทอง 3 สมัยซ้อนๆ(นฤบดินท์ คนเดียวครับ) และแชมป์คราวนี้ คือ 15 เหรียญทอง สำหรับแชมป์ซีเกมส์อย่างไทยแลนด์ จะมีประเทศไหนทำได้แบบนี้อีกไหม ทีมยอดแย่: ทีมชาติสิงคโปร์ มันเป็นความฝันที่ผ่านมานานหลายปีประเทศผู้ยังรอคอยความสำเร็จ กับลมหายใจแผ่วเบา กับสนามกีฬาแห่งชาติใหม่เอี่ยมสองปีของการเตรียมทีม ทั้งการออกไปเก็บตัวที่ตุรกี และญี่ปุ่น แต่ความหวังของทีมสิงค์หนุ่มก็ถูกทำลายด้วยการถูกอินโดนีเซีย เขี่ยตกรอบในเกมส์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มสคิ๊ปมันไม่ควรออกมาแบบนี้ แต่ถ้าเรามองไปที่ สถิติตลอด 4 เกมส์ ก่อนหน้านี้มันผิดมาตรฐานของพวกเขา สิงคโปร์ เคยเป็นแหล่งสร้างดาวดวงใหม่ ดั่งเช่นไทยและเวียดนาม แต่ตอนนี้มันตรงกันข้าม สิงคโปร์ เริ่มต้นอย่างสวยงาม ด้วยการชนะ ฟิลิปปินส์ 1-0 แต่ในเกมส์นั้น พวกเขาผ่านบอลไปแค่ 135 ครั้ง และส่งถึงเพื่อนร่วมทีม 107 ครั้ง หรือคิดเป็น 1.5 ครั้ง/นาที สถิติของพวกเขาเมื่อจบ 4 เกมส์ ผ่านบอลไปเพียง 771 ครั้ง เข้าเป้า 542 ครั้ง ความหวัง เป็น 1 ใน 4 ทีม ลุ้นเหรียญทองสิ้นสุดลง เพราะพวกเขาไม่ดีพอ แทคติกของ อิสกานด้า และทีมงาน คือจับ ซาฮิล ซูไฮมี่ ลงไปตะบันประตู แผน B คือส่ง ฟอเวิดเดอร์ ตัวความหวังอย่าง อิรฟาน ฟานดี้ ลงไปวาดลวดลาย เป็นที่แน่นอนแล้วว่า 2 ปีของแผนการสร้างทีม ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า หากดูรูปแบบการโยนบอลยาวตลอดเวลาและจากอัตราการผ่านบอลที่ดูย่ำแย่ โค้ช อิสกานด้า ควรจะได้รับเกียรติด้วยการอัญเชิญลงจากตำแหน่งเฮดโค้ช และเปิดทางให้เกิดการสร้างทีมสิงโตหนุ่มครั้งใหม่ เพื่อรอสู้ใหม่ในปี 2017 ที่มาเลเซีย ผู้เล่นยอดเยี่ยม: สารัช อยู่เย็น สารัช พัฒนาความสามารถในการผ่านบอลแบบ Killer pass ให้กับเพื่อนร่วมทีม สองสิ่งที่เห็นมาตลอดสำหรับการเติบโตของ สารัช 1. กูรูบอลอาเซียนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เขามีสไตล์การผ่านบอลที่เหมือนกับ ชาบี อลอนโซ่ 2.เขามีความเป็นผู้นำ พร้อมกับทักษะใหม่ คือ จังหวะสังหารประตูจากระยะไกล จะเห็นได้จากการสัมผัสบอลที่เรียบง่าย และการยิงที่เฉียบคมจากเท้าซ้ายของเขา โดยเฉพาะในเกมที่ไทยเอาชนะมาเลเซีย 1-0 ในเกมส์รอบรองกับอินโดฯ ดาวรุ่งของอินโด อย่าง อิวาน ดิมาส ได้แต่วิ่ง สารัช และทีมชาติไทยเป็นบัญชาเกมเหมือนวาทยากรกับวงซิมโฟนี่ คุณเห็นได้เลยว่า เขามีความสำคัญกับทีมมากขนาดไหน เมื่อเขาถูกถอดออก ในนาทีที่ 60 เพื่อรักษาห้องเครื่องรายนี้ให้ฟิตปั๋งสำหรับนัดชิงเหรียญทอง สารัช คือกองกลางวัย 23 ปี เขาควรได้รับโอกาสไปเล่นใน J ลีก หรือ K ลีก เพื่อให้ความสมารถของเขาเสมอเหมือน อลอนโซ่ ในข้อนี้ อาเซียนควรจะภาคภูมิใจ สุดยอดแฟนบอล: เมียนมาร์ โค้ช คยี ลิน พาลูกทีมจบด้วยอันดับ 1 ของกลุ่ม A พร้อมกับฟอร์มการเล่นแบบสุดติ่ง กระตุ้นต่อมบันเทิงของสาวก ไวท์ แองเจล อย่างมาก เมื่อรอบรองฯ มาถึง ดูเหมือนสปอร์ตฮับแห่งใหม่ของเจ้าภาพ จะเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับจำนวนชาวพม่าที่เข้ามาเต็มความจุฝั่งตนเอง พวกเขาแหกปากตะโกนชื่อประเทศ ที่มีเผ่าพันธุ์และวัฒนธรรมที่สุดแสนจะหลากหลายของพวกเขา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับฮีโร่ของพวกเขา ในการปะทะกันกับยักษ์ใหญ่อย่างไทยแลนด์ แฟนเมียนมาร์ได้แสดงให้เห็นถึงคลาสและสปิริตการเชียร์ที่ยอดเยี่ยมเมื่อพวกเขายืนขึ้นปรบมือให้กับ สารัช ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเกมส์นั้น หลังจากนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ทอดทิ้งและดูถูกตัวเองเลยแม้จะแพ้ไป แต่กลายเป็นสนับสนุนและเชียร์อย่างน่ามหัศจรรย์ ขายหน้าที่สุด: น้ำลายของ นาสมี่ ฟาอิส ผู้เล่นมาเลย์ฯ มีความไม่แน่ใจก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น ถึงทีมของโค้ช อ่อง คิม สวี ว่าจะมีประสิทธิภาพพอหรือไม่กับการไปหยิบเหรียญทองในเกมส์ที่ มาเลเซีย หวดเอาชนะ ติมอร์ เลสเต้ ไปแค่ 1-0 แต่ที่สุดขายหน้าคือผู้เล่นจากทีม สลังงอ นาสมี่ ฟาอิส แข้งตัวความหวังถ่มน้ำลายใส่ ฟิลิปเป้ โอลิเวียร่า นั่นทำให้เขาโดนไล่ออกด้วยใบแดงทันที เมื่อเสียผู้เล่น ไป ทำให้เขาไปไม่รอดเมื่อเจอกับไทยและเวียดนาม ประตูสุดสวยแห่งทัวร์นาเม้นต์: ลูกยิงของ ชนาธิป ในเกมส์ชนะอินโดฯ มันเป็นฝันร้ายของ อินโดนีเซีย มันเป็นเวลาที่พอเหมาะพอเจาะที่ซุเปอร์สตาร์ของชาวไทยนาม “เมซซี่ เจ” ชนาธิป สงกระสินธุ์ จะนำเทคนิคอันสุดติ่ง กระดิ่งไก่ มาใช้ยำใหญ่ใส่คู่ต่อสู้ ที่กำลังอ่อนเปลี้ยอย่างอินโดฯ และเขาก็บรรลุเป้า ทีมชาติไทยใช้ผู้เล่น 10 คน เคาะบอล 22 ครั้ง โดยมีแข้งอิเหนาวิ่งตามต้อยๆ และก็เป็น พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ที่ยกบอลให้ ชนาธิป ตะบันลูกบอลผ่านมือ เตกู อามี รุดดิน เสียบโคนเสาแรกเข้าไปแบบสวยสดงดงาม ประตูนี้การส่งบอล 22 ครั้ง กับผู้เล่น 10 คนนี่น่าจะเป็นช็อตที่ดีที่สุดของการแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ 2015 ครั้งนี้แบบไม่ต้องสงสัย ตอนนี้เรารอคอยซีเกมส์ครั้งที่ 29 ที่ กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ในปี 2017 ผมหวังว่า สิงคโปร์ และมาเลเซีย จะดีขึ้นกว่านี้ แน่นอนว่าตอนนี้ ทีมชาติไทย ได้สร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อให้ประเทศอื่นได้เจริญรอยตาม เอาไว้แล้วในซีเกมส์ ที่สิงคโปร์นี้ :) ที่มา: http://www.espnfcasia.com/blog/football-asia/153/post/2495265/2015-sea-games-report-card เครดิต: KJP @ Pantip #ศุภชลาศัย #ฟุตบอลไทย

ไม่น่าเชื่อ! กรุงเทพฯ ก็มีมุมแบบนี้
กรุงเทพฯ /  ความสงบ / 

ในความวุ่นวาย ก็ยังมีความเงียบสงบอยู่ในตัว หลายคนคงจะคุ้นเคยกับความวุ่นวายของ กรุงเทพฯ เพราะต่างคนก็ต่างเร่งรีบต้องใช้ชีวิตแข่งกับเวลา จนบางทีทำให้เวลาเช้าๆ ของคนกลายเป็นเวลาแห่งความตึงเครียด รีบเร่ง จนพลาดที่จะมองเห็นอะไรดีๆ แต่ถ้ามีโอกาสลองขยับปรับเวลาตื่นให้เร็วกว่าปกติอีกสักนิด คุณจะได้พบความสวยงามอีกมุมหนึ่งของ กรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยความสงบ สดชื่น เป็นความรู้สึกที่ผ่อนคลาย และมีความสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนกับที่สาว น็อตโตะ วรางคณิภา ได้ลองสัมผัสกับความสวยงามของกรุงเทพฯ มาแล้ว วนนี้ทางเราเลยรีวิวสถานที่ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นในกรุงเทพฯ 3 ที่เด็ดๆ มาแนะนำจะสวยแค่ไหนต้องพิสูจน์ ไม่น่าเชื่อ! กรุงเทพฯ ก็มีมุมแบบนี้ น็อตโตะ วรางคณิภา จุดแรก “ตึกใบหยก 2” ตึกที่สูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร ในยามเย็นยาวไปถึงพลบค่ำเราสามารถมองเห็นกรุงเทพมหานครในยามหลับไหลกันแบบเต็มตา เห็นแสงไฟน้อยใหญ่ระยิบระยับอยู่ทั่วเมือง แต่อีกมิติหนึ่งที่หลายๆ คนยังไม่ค่อยได้สัมผัสนั้นคือการได้สัมผัสกับบรรยากาศที่สงบเงียบ เย็นสบาย ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ในช่วงเวลาประมาณหกโมงเช้าเมื่่อเราได้ยืนมองที่ตึกแห่งนี้ เราจะเห็นความสวยงามของพระอาทิตย์ ที่สาดส่องมาพร้อมกับเสียงของลม และไอหมอกจางๆ และเมื่อทอดสายตามองออกไปรอบๆ เราจะเห็นวิวแบบพาโนรามาของกรุงเทพฯ สัมผัสกับความสงบของเมืองหลวงของเราในอีกหนึ่งมุมที่จะทำให้คุณหลงไหล วิวสวยๆ เมื่อมองจากตึกใบหยกไม่น่าเชื่อว่ากรุงเทพฯ จะดูสงบขนาดนี้ จุดที่สอง “วัดอรุณฯ หรือวัดแจ้ง” เชื่อว่าหลายๆ คนเคยแต่มาชมภาพบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินของวัดอรุณฯ ซึ่งจะมองเห็นภาพความงดงามนี้ได้เมื่อเราอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดอรุณฯ และในจุดนี้ถือว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยงามมากๆ ของกรุงเทพฯ น็อตโตะ วรางคณิภา แต่น็อตโตะอยากนำเสนอภาพของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ฉายแสงขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องเดินทางมาที่วัดอรุณฯ เพื่อที่จะเก็บภาพบรรกาศวิวทิวทัศน์สวยๆ ดูพระอาทิตย์ขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมๆ กับการชื่นชมบรรยากาศวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เห็นพระออกบิณฑบาตร เห็นผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิตในยามเช้าท่ามกลางบรรยากาศที่สดชื่น เมื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จก็สามารถนั่งเรือข้ามฟากมาฝั่งท่าช้างเดินจับจ่ายของกินแสนอร่อยเห็นแล้วแทบอยากจะแวะเข้าไปอุดหนุนแทบทุกร้าน เดิมมาเรื่อยๆ ก็มาสะดุดที่ร้านขายขนมครก เพราะกลิ่นหอมที่ยั่วยวนของกะทิ ไม่ใช่เพียงแค่น่าตาที่น่ารับประทาน แต่รสชาติยังอร่อยติดปากอีกต่างหาก นอกจากของกิน แล้วยังมีสินค้าแบกะดินหลากหลายชนิดจัดสรรวางขายให้ได้จับจ่ายใช้สอยกันตามชอบใจ ใครที่คิดจะทำบุญละก็มาแถวนี้รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน จุดที่สาม “ทางเชื่อมรถไฟฟ้า BTS สถานนีช่องนนทรี” น็อตโตะ วรางคณิภา ย่านธุรกิจที่มีแต่ความวุ่นวาย ผู้คนจอแจ บนถนนหนทางใจกลางเมืองในช่วงเวลาประมาณหกโมงกว่าๆ แสงแดดยามเช้า ที่พระอาทิตย์ลัดเลาะเซาะมุมตึกรามน้อยใหญ่ ค่อยๆ เผยให้เห็นลำแสงรำไร ส่องประกายต้อนรับวันทำงาน โดดเด่นตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังให้กับตึกสูงเสียดฟ้า ในทุกๆ เช้าที่เราตื่นขึ้นมารับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์น็อตโตะ รู้สึกเหมือนกับว่าเราได้รับพลังอย่างบอกไม่ถูก หลายๆ ครั้งที่มีโอกาสแวะเวียนไปชมความงดงามในยามเช้าของที่นี้ ทำให้เราได้เห็นความสวยงามของชาวพุธในเมืองใหญ่ เห็นคนทำงานหนุ่มสาว มาทำงานแต่เช้า พร้อมกับได้ตักบาตรให้กับพระสงฆ์ที่เดินบิณฑบาตบนทางเชื่อมของรถไฟฟ้า แม้ว่านักธุรกิจในย่านนั้น เหล่าคนทำงาน ต่างเดินทางไปทำงานด้วยฝีเท้าที่รีบเร่งแบบคนเมือง แต่ทุกคนก็ยังคงปฎิบัติตามวิถีชาวพุทธ รับพรรับบุญในการเริ่มต้นวันใหม่ของตัวเองด้วยการทำบุญใส่บาตร เป็นภาพความทรงจำดีๆ ที่น่าประทับใจจริงๆ ขอขอบคุณภาพสวยๆ และเรื่องราวดีๆ จาก : น็อตโตะ วรางคณิภา

ฟอร์ด สบชัย แย้งไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์เพลง น้ำตา
น้ำตา /  ฟอร์ด สบชัย / 

วันนี้ (10.00น.) พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ได้ออกหมายเรียก ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนปากคำเป็นพยาน ในคดี ละเมิดลิขสิทธิ์เพลง น้ำในตา ของบริษัท อาร์เอสฯ ใน Ford & Friends Concert 2012 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 ที่โรงละคร เอ็ม เธียร์เตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยได้นำคลิปการแสดงคอนเสิร์ตมาเปิดให้พนักงานสอบสวนดู และได้ชี้แจงว่า เพลงดังกล่าวไม่ใช่เพลง น้ำในตา ตามที่อาร์เอสฯมาดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี แต่เป็นเพลง น้ำตา ซึ่งในวันนั้น อู๋ ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา และ โฟร์ท นฤมล จิวังกูร เป็นผู้ขับร้อง ในอดีตเคยเป็นผลงานเพลงของทั้งคู่ในอัลบั้ม Fire and Ice หลังจากได้รับทราบเรื่องเพลงดังกล่าวละเมิดลิขสิทธิ์ จึงได้ไปตรวจสอบลิขสิทธิ์เพลงที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงทราบว่า เพลง น้ำตา ลิขสิทธิ์เจ้าของเพลงคือ ติ๊ก ชีโร่ และ Vespa ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์เพลง แต่ไม่ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ดนตรีกรรม ส่วนทางอาร์เอสฯ ได้จดลิขสิทธิ์บันทึกเสียงไว้ โดยทางฟอร์ด สบชัย จะนำเอกสารจดทะเบียนลิขสิทธิ์เพลงดังกล่าว มาให้พนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป ส่วนทางพนักงานสอบสวนจะไปสอบสวนเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสรุปสำนวนคดีต่อไปว่า เพลงน้ำตา ที่มีเนื้อเพลงของ น้ำในตา ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ----------------------------------------- อยู่ๆก็หายไป ทนไม่ได้หรอกเธอ เมื่อก่อนเคยพบเจอ รักกันเคยห่วงใย * เจ็บจับจนใจหนาว ร้าวจนปวดใจ ที่ไม่เคยมาคอยดูแลห่วงใยใส่ใจกันบ้างสักห­น่อย อยากจะลืม ก็ลืม ใจดำไม่จำ ทำกันเจ็บอย่างนี้ ปวดใจใครว่าดี มีแต่เปลืองน้ำตา (มีแต่เปลืองน้ำตา) ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองมันเรียกหาเธอ ยิ่งปวดร้าว เพราะฉันต้องเดินจากไป หากว่าฉันยังอยู่ ก็คงจะทำให้เธอ ยิ่งหนักใจ ฉันจำต้องเดินจากไป ** ที่น้ำในตา....มันไหลออกมาเพราะปลื้มใจ (มีแต่เปลืองน้ำตา) ที่เห็นมีใคร ดูแลหัวใจ เธอดีกว่าฉัน (มีแต่เปลืองน้ำตา) ที่น้ำในตา...มันไหลออกมาเพราะตื้นตัน ที่เขาคนนั้นให้ความรักเธอไม่น้อยกว่าฉัน ทุก ๆ ก้าวที่ฉันเดินไปนั้นแทบขาดใจไร้แรงกำลัง ทุก ๆ สิ่งที่ฉันทำไปจะเจ็บปวดใจฉันก็จะทำ.... เพื่อเธอ อยู่ๆก็หายไป ใจเลยเงียบเหงา ก็เปลี่ยนเป็นความเศร้า เรามันคนอ่อนไหว (*,**) ----------------------------------------- มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน  ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

5 วิธี สอนวินัย แบบ ทำลายชีวิตลูก
ชีวิตลูก /  ติดสินบน / 

พ่อแม่ทุกคนมีความหวังดี ปรารถนาดีต่อลูกน้อย เราคาดหวังให้เขาเติบโตเป็นต้นกล้าที่งดงาม จึงคอยสั่งคอยสอน แต่การพร่ำบอก พร่ำบ่น ดูจะยิ่งทำให้เจ้าตัวแสบต่อต้านเราหนักข้อมากขึ้นเรื่อยๆ  ลองมาปรับพฤติกรรมที่ตัวเรากันดูก่อนไหมคะ เพื่อวิธีที่เหมาะกับเจ้าตัวแสบแต่ละคนดู เพราะเด็กแต่ละคนก็มีนิสัยใจคอไม่เหมือนกัน บางทีเราอาจต้องกลับมาย้อนดูตัวเราเองก่อน ว่าเราเป็นตัวอย่างที่ดีแล้วรึยังสำหรับเด็กๆ  ลองมาดู 5 วิธี สอนวินัย แบบ ทำลายชีวิตลูก กันดูค่ะ คุณกำลังมีพฤติกรรมเข้าข่ายนี้อยู่หรือไม่นะ ? 1. สอนลูกแต่ตัวเองไม่ทำ พ่อแม่หลายคนตั้งกฎมากมาย สอนลูกมากมาย แต่ตัวเองกลับไม่ทำตามกฎนั้น เช่น คุณสอนลูกว่าอย่าตะโกน แต่คุณเองกลับตะโกนว่าลูกหรือสมาชิกคนอื่นในบ้าน หากทำเช่นนี้ ลูกจะหมดความเชื่อถือในตัวคุณแล้วกฎก็จะไม่เป็นกฎอีกต่อไป คุณควรจำไว้ว่าถ้าสอนอะไรลูก ตนเองก็ต้องทำด้วย แต่ทั้งนี้พอ่แม่เองก็เป็นมนุษย์ที่มีอารมณ์โมโหได้เหมือนคนทั่วไป ถ้าคุณควบคุมอารมณ์ไม่อยู่มากๆ ต่อหน้าลูก ทางที่ดี คือ ให้ขอโทษลูกซะ 2. ติดสินบน พ่อแม่หลายคนเชื่อว่าลูกจะยอมคุณหรือเชื่อฟังคุณ ต่อเมื่อคุณติดสินบนลูกหรือให้อะไรกับลูก แต่จริงๆ แล้ว การทำเช่นนี้จะทำให้ลูกไม่ได้เรียนรู้อะไรดีๆ เลย เพราะลูกจะคาดหวังว่า พวกเขาต้องได้สิ่งต่างๆ ตอบแทนทุกครั้งที่ทำดีหรืออยู่ในระเบียบ ทางแก้คือ แทนที่จะติดสินบนลูกเพื่อให้ลูกอยู่ในระเบียบ คุณควรพูดกระตุ้นให้ลูกเป็นเด็กดีแทน เช่น หากพาลูกออกไปห้าง แทนที่จะบอกว่า "ถ้าลูกเป็นเด็กดี แม่จะซื้อลูกอมให้" คุณควรชมลูกเรื่อยๆ มากกว่าว่า "แม่ภูมิใจในตัวลูกมากวันนี้ลูกเป็นเด็กดีจริงๆ" 3. สอนไม่สม่ำเสมอ พ่อแม่หลายคนสอนระเบียบวินัยให้ลูกแต่ไม่สม่ำเสมอ แถมลืมบทลงโทษที่เคยบอกว่าจะทำด้วย เช่น คุณบอกให้ลูกเลิกเล่นคอมพิวเตอร์ แต่ลูกไม่ยอมหยุด จากนั้นคุณบอกลูกว่าถ้าไม่ยอมหยุดเล่นแบบนี้ ทั้งอาทิตย์นี้คุณจะไม่ให้ลูกดูโทรทัศน์นะ แต่วันถัดมาคุณก็ลืมที่ตนเองพูดไป และปล่อยให้ลูกดูโทรทัศน์ตามปกติ การทำเช่นนี้จะไม่ทำให้เด็กเกิดวินัยเลยสักนิด เพราะฉะนั้น หากคุณพูดอะไรไว้แล้ว ต้องจำไว้ด้วย 4. สอนเด็กแต่ละคนเหมือนกัน การสอนหรือลงโทษด้วยวิธีหนึ่งอาจใช้ไม่ได้กับเด็กทุกคน ลองปรับวิธีการสอนและวิธีการลงโทษให้เหมาะกับนิสัยของเด็กแต่ละคนดูค่ะ สังเกต วิเคราะห์ อายุ บุคลิกภาพและนิสัยของลูกก่อนจะเลือกวิธีลงโทษหรือการสอนเรื่องวินัยที่เหมาะกับนิสัยของเขา 5. โมโหง่าย และเคร่งเกินไป พ่อแม่หลายคนเชื่อว่าการสอนให้ลูกมีวินัยนั้น คือ การใช้วิธีที่เคร่งครัด และแสดงออกทางอารมณ์อย่างรุนแรงหากลูกทำผิด แต่ความจริงแล้วการทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้ลูกของคุณเป็นเด็กเก็บกดและก้าวร้าวเข้าไปใหญ่ ขอแนะนำว่าถ้าคุณโมโหเวลาลูกไม่เป็นระเบียบ ให้เดินออกไปสงบสติอารมณ์ก่อน ถ้าสงบแล้วเมื่อไหร่ค่อยมาพูดกับลูกดีๆ ที่มาจาก th.theasianparent ภาพประกอบโดย Women MThai Team

นักเต้นรูดเสาจีน เลียนท่าสุนัขถูกทารุณ สะท้อนความเจ็บปวดสัตว์โลก
กินเนื้อหมา /  คนรักสัตว์ / 

นักเต้นรูดเสาทีมชาติในจีน ร่วมกันจัดทำภาพชุดสะท้อนความรุนแรงและการทารุณกรรมสัตว์ เพื่อส่งเสริมสิทธิสัตว์ในประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนแรง และกำลังถกเถียงในหมู่คนรักสัตว์ทั่วโลก ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับเทศกาลกินเนื้อสุนัขหยูหลิน เทศกาลที่ถูกคนรักสัตว์ทั่วโลก ต่อต้านประณาม เกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์เลี้ยงอย่างแมวและสุนัข กว่าหลายหมื่นหลายพันชีวิตที่ต้องสังเวยร่างกายให้มนุษย์ เพียงเพราะทำตามความเชื่อเกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพที่ดี อย่างไร้ความปราณี ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (24 มิ.ย.) สำนักข่าว 'เซี่ยงไฮ้อิสต์' สื่อท้องถิ่นในประเทศจีน เผยแพร่ชุดภาพ โดยกลุ่มนักเต้นระบำรูดเสา หรือ โพลแดนซ์ชื่อกลุ่ม 'POLE11' ซึ่งเป็นนักเต้นทีมชาติที่รวมตัวจัดทำภาพชุดดังกล่าว ขึ้นเพื่อต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ และกำลังหลั่งไหลไปในสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศจีนอย่างกว้างขวาง จุดมุ่งหมายในการจัดทำภาพชุดในครั้งนี้ เพื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์ที่สุนัขและแมวต้องเผชิญในความเป็นจริง อาทิ การถูกเจ้าของทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี การถูกผูกกับท้ายรถและแล่นให้ทรมานจนตาย รวมไปถึงการดำรงชีวิตอย่างสุนัขจรจัดที่ต้องอาศัยอาหารจากกองขยะในการดำรงชีวิต พร้อมทั้งแสดงสีหน้าที่หวาดกลัว โศกเศร้า และเจ็บปวด ซึ่งการกระทำต่างๆเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงสิทธิสัตว์ ที่มีความรู้สึกเจ็บปวด ไม่ต่างจากมนุษย์  + MThai News ที่มา shanghaiist

NARS ตรึงเมคอัพให้สวย อย่างยาวนานตลอดทั้งวัน
NARS /  นาร์ส / 

       นาร์ส (NARS) ขอแนะนำผลิตภัณฑ์สองชุดพิเศษ เพื่อคงความงดงามและความสมบูรณ์แบบให้กับผิวพรรณ จากขั้นตอนแรกของกิจวัตรความงามจนถึงขั้นตอนสุดท้ายในการแต่งหน้า เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แก่กัน Basic Cleanse Set ชุดผลิตภัณฑ์เพื่อทำความสะอาดผิว         สามผลิตภัณฑ์สรรค์สร้างความสะอาดล้ำลึกและหมดจด ด้วย 3 ขั้นตอน, ทำความสะอาดเมคอัพบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ทำความสะอาดผิวหน้าและ ปรับสมดุลผิว และขจัดเมคอัพกับสิ่งสกปรกตกค้าง ผ่านความหรูหราขนาดพกพาสำหรับติดตัวระหว่างเดินทาง NARSskin Purifying Foam Cleanser, NARSskin Multi-Action Hydrating Toner และ NARSskin Gentle Oil-Free Eye Makeup Remover ร่วมกันปฏิบัติการขั้นตอนสำคัญเพื่อผิวสดชื่น สดใส ได้รับการบำรุงสุขภาพความงามอย่างครบครัน Basic Face Set ชุดผลิตภัณฑ์แต่งหน้าพื้นฐาน  ถนอมสภาพความงามของผิวพรรณอย่างต่อเนื่อง ตามติดคุณตลอดเวลาด้วยผลิตภัณฑ์อันจำเป็นอย่างที่สุด : Pro-Prime Pore Refining Primer, ไพรเมอร์เนื้อบางเบาสูตรออยล์ ฟรี อำพรางร่องรูขุมขนในทันทีที่ใช้ พร้อมทั้งควบคุมความมันตลอดทั้งวัน mini Orgasm Blush and Laguna Bronzer duo, คู่สีสันสำหรับพวงแก้มมาพร้อมเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของ NARS และ Loose Light Reflecting Setting Powder ตรึงเมคอัพให้สวย เนียน เนิ่นนานอย่างยาวนานตลอดทั้งวัน

9 ข้อ เพิ่มพลังชีวิต คูณสองด้วย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
รอยยิ้ม /  หัวเราะ / 

ความสุขเกิดขึ้นได้ด้วย “เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม” เพราะเวลาที่เรายิ้มและหัวเราะร่างกายจะผลิตฮอร์โมนชื่อ “เอ็นโดรฟิน” ออกมาเพื่อช่วย เพิ่มพลังชีวิต และนอกจากจะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายผ่อนคลายแล้ว ยังทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น แถมยังช่วยบรรเทาความกังวลและความเจ็บปวดได้ เพราะเมื่อคนเราหัวเราะให้กันและกันก็จะหายจากอาการประหม่า ทำให้คนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันสามารถพูดคุยกันได้อย่างไม่เคอะเขิน ทำให้บรรยากาศความเป็นมิตรเกิดขึ้นมาให้วงสนทนาทันที วันนี้เรามาดูกันค่ะว่า เพียงแค่การยิ้มและหัวเราะให้อะไรกับเราบ้าง 1. ยิ่งยิ้ม ยิ่งดูดี การยิ้มทำให้เรามีบุคลิกที่ดูเอื้อเฟื้อและอบอุ่น มีแต่ดึงดูดคนเข้าหา 2. หน้าเด็กกว่าที่คิด เวลาที่เรายิ้มจะใช้กล้ามเนื้อหลักเพียงส่วนเดียวเท่านั้น นั่นคือกล้ามเนื้อส่วนขากรรไกร แต่ถ้าเราอยู่อารมณ์เศร้าโศกโหมดดราม่าหรือโมโห ลมออกหูนั้น เราต้องใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนเลยทีเดียว เพราะงั้นยิ่งมีอารมณ์หม่นหมองขุ่นมัวหน้าเราก็จะยิ่งแก่นะจ๊ะ!!! 3. ยิ้มแล้วสวยขึ้น 8 เท่า อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะการยิ้มช่วยให้คนเราสวยขึ้นแปดเท่า (ว้าว!) ดูดี มีเสน่ห์ เพราะคนเราถูกธรรมชาติกำหนดให้สะดุดตากันด้วยรอยยิ้ม แถมยังกระปรี้ประเปร่า และที่สำคัญดูอ่อนเยาว์หน้าเด็กอยู่เสมอด้วย 4. เห็นแต่ไกลด้วยรอยยิ้ม มีผลการวิจัยว่า (เข้าโหมดวิชาการนิดนึง) การยิ้มเห็นได้ชัดไกลตั้ง 45 เมตร ในขณะที่อารมณ์อื่นๆ ต้องเข้าใกล้ๆ ถึงจะเห็น 5. คนยุคหินก็ยิ้มกันนะจ๊ะ รู้มั้ยเอ่ย ว่ามนุษย์เรานั้นรู้จักการยิ้มมาตั้งแต่สมัยยุคหินแล้วจ้าาา 6. รอยยิ้มเป็นยาบำรุงใจชั้นดี รอยยิ้มถือเป็นยาชูกำลังชั้นดีต่อตัวเองและคนรอบข้าง เมื่อชีวิตต้องพบเจอกับเรื่องหนักหนา หรือความทุกข์ ให้ยิ้มเข้าไว้ จะทำให้มีเรี่ยวแรงฟันฝ่าอุปสรรคไปได้แน่นอน 7. ความจำดีเพราะหัวเราะ รู้หรือไม่ การหัวเราะทำให้เรามีความจำดีขึ้น! เพราะเมื่อเราหัวเราะ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโดพามีน ที่ช่วยสร้างเสริมสมรรถภาพทางสมองและกระตุ้นความจำนั่นเอง 8. แค่หัวเราะหัวใจก็แข็งแรง การหัวเราะยังทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันเลือดลดลง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 9. เพราะรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ไม่ว่าใครก็อยากได้รอยยิ้มและอยากได้ยินเสียงหัวเราะทั้งนั้น ยิ้มให้กันบ่อยๆ หัวเราะด้วยกันทุกๆ วัน อะไรๆ มันก็มีแต่จะแฮปปี้ โลกเราจะได้ยังคงสวยงามและน่าอยู่ในทุกๆ วันนะคะ รู้อย่างนี้แล้ว รีบๆ ปล่อยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะออกมาเยอะๆ เลยนะคะ เพราะนอกจากจะเป็นผลดีต่อตัวเราเองแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังเป็นตัวช่วยเติมเต็ม เพิ่มพลังชีวิต พลังใจที่ถูกบั่นทอนให้กับคนรอบข้างได้ เรียกว่า ได้ทั้งเรา ได้ทั้งเขา มีความสุขกันถ้วนหน้าเลยทีเดียว อ่านหนังสือ แค่ยิ้มก็ชนะแล้ว ต่อที่ http://www.mbookstore.com/

พวกเธอคือ 4 สาวซ่า จะมาทำให้คุณหวั่นไหว ใน The DUFF
The DUFF /  ชะนีซ่าส์ มั่นหน้าเกินร้อย / 

หากยามใดที่คุณอยู่ในกลุ่มเพื่อนสุดฮอต แล้วรู้สึกว่าตัวเองช่างต่ำต้อย หน้าปลวก อ้วยเตี้ยล่ำ! ก็อย่าได้น้อยใจไป ขอเชิญไปพิสูจน์ว่าพวกเราก็มีดีนะเออ กับภาพยนตร์ The DUFF ชะนีซ่าส์ มั่นหน้าเกินร้อย ส่งตรงจาก โมโนฟิล์ม และวันนี่เราจะอาสาพาคุณไปรู้จักกับ 4 สาว ทั้งสาวดัฟ สาวหวาน สาวเก่ง และดาวโรงเรียนสุดฮอต! ในเรื่องนี้กัน พวกเธอจะสวยเปรี้ยวซ่าขนาดไหน มาชมกันได้เลย เม วิทแมน รับบท "เบียงก้า" ทีมผู้สร้างทุกคนเห็นตรงกันว่า เดอะ ดัฟ ในหนังจะต้องเป็นใครสักคน ที่ไม่ใช่ว่าไม่น่าดึงดูดใจหรือไม่ได้ฉลาดซะทีเดียว แต่ต้องเป็นคนที่ไม่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มเพื่อน หรือไม่ได้เป็นที่ป๊อปปูล่าในโรงเรียน ซึ่ง เม วิทแมน ไม่เคยรู้ความหมายของ เดอะ ดัฟ มาก่อน แต่หลังจากที่เธอได้อ่านบทไป เธอรู้สึกได้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องนำเสนอออกมาให้คนดูเห็น และบุคลิกของเธอก็เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดมัน เม วิทแมน กล่าวว่า "เนื้อเรื่องนี้เป็นอะไรที่สำคัญสำหรับฉัน เพราะจากการที่ฉันเติบโตมาในวงการนี้ เราก็จะได้รับบทเดิมๆอยู่ตลอดแนวเดิมๆ เหมือนกับว่าทำไมเราต้องได้บทอะไรประมาณนี้ตลอดเลย หรือเราดูเป็นคนอย่างนี้จริงๆหรอ?" เบลล่า ธอร์น รับบท "เมดิสัน" เมดิสัน มอร์แกน เป็นตัวละครที่ผู้จัดสร้างขึ้นมานอกเหนือจากหนังสือเพื่อนทำให้คนดูเห็นถึงข้อเปรียบเทียบ จุดด้อยต่างๆของ เบียงก้า เธอโหดร้าย เป็นราชินี ขี้วีนขี้เหวี่ยง ชอบกรีดร้อง แถมไม่พอใจใครจะทำร้ายชีวิตคนนั้นอย่างไม่มีเหตุผล เบลล่า ธอร์น ได้กล่าวว่า "ครั้งที่ฉันได้อ่านบทนี้ ฉันก็ตกหลุมรักมันเข้าอย่างจัง ฉันชอบ ฉันไม่สนใจว่าฉันเล่นเป็นอะไร ขอแค่ได้เล่นในเรื่องนี้ก็พอ ฉันชอบความคิดที่ว่าผู้หญิงสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรๆได้ เวลาที่พวกเธออยู่ด้วยกัน และเวลาที่พวกเธอรู้สึกถึงความสำคัญของกันและกัน" สกายเลอร์ ซามูลเอลส์ รับบท "เจสส์" สาวหวานประจำกลุ่ม เธอสวยดูดี  และเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนซี้อย่าง เบียงก้า โดย สกายเลอร์ ซามูลเอลส์ เล่าถึงตัวละครของเธอไว้ว่า "เจสส์ เป็นคนประเภทมองโลกในแง่ดี ทุกอย่างดูดีไปเสียหมด และเธอจะเป็นคนประเภทเจ็บปวดได้ง่ายกับทุกเรื่อง เพราะเธอเป็นคนที่แคร์ทุกอย่างรอบตัวมาก ถ้าหากสิ่งที่เธอคิดไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหวัง" บิแอนก้า ซานโทส รับบท "เคซี่" อีกหนึ่งเพื่อนซี้ของ เบียงก้า เธอเป็นสาวสวยแต่ไม่ไร้สมอง เคซี่ฉลาดเฉลียวและฮอตไม่แพ้ใครๆ เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้เมื่อ เบียงก้า รู้สึกว่าตัวเองเป็น เดอะ ดัฟ ตัวประหลาดทางผ่านของกลุ่มเพื่อนสาว เธอจึงรู้สึกไม่ดีเอามากๆ บิแอนก้า ซานโทส กล่าวถึงตัวละคร เคซี่ ที่เธอเล่นว่า "เคซี่ เป็นคนที่ไม่ยอมใคร ก้าวร้าว แต่เธอก็เป็คนที่รักเพื่อน เธอเป็นคนที่แบบว่าไม่ว่าจะร้ายจะแซบยังไง สุดท้ายเธอก็จะเป็นที่เข้าหาเพื่อนสนิทของเธอ ชวนเพื่อนกลับบ้านด้วยกันตลอด" หน้าปลวกอย่าน้อยใจ ไปปลดปล่อยตัวตนว่า สาวอย่างเราก็มีดีกว่าที่ใครเห็น! ไปกับ The DUFF ชะนีซ่าส์ มั่นหน้าเกินร้อย ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The DUFF ได้ที่นี่เลย --------------------------------------------

พังสิคะ!13 สถานการณ์ ที่คุณไม่ควร รู้สึกแย่ กับ หุ่นของตัวเอง
พุงปลิ้น /  ฟิตเนส / 

บ่อยครั้งที่เรา รู้สึกแย่ กับหุ่นตัวเองโดยไม่รู้ตัว เรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นอัตโนมัติทันทีเลยล่ะ เมื่อเราตกอยู่ในสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ อ่านๆ ไปแล้วจะร้อง เห้ย...มันใช่อ่ะ ! 1. การร้องขอ พนักงาน หาเสื้อไซส์ใหญ่กว่ามาให้คุณลอง เรื่องของไซส์เป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคน เสื้อผ้าบางแบรนด์ตัดมาเล็กกว่าไซส์จริงด้วยซ้ำ ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ ตัดมาใหญ่เกินขนาด อย่ากังวลไปเลยเธอ ยังไงซะ เราก็เป็นคนเดียวที่เห็น Tag เสื้อว่าเราใส่ไซส์อะไร และ ตัวเลขนั้น ก็ไม่ได้บอกซะหน่อยว่า คุณใส่แล้วสวยขนาดไหน 2.เวลาที่เห็นตัวเองในรูปถ่ายไม่โอเค เชื่อเราสิ มันอาจจะเป็นเรื่องของมุมกล้อง หรือ แสงไฟที่ไม่โอเค ที่อาจทำให้คุณกลายเป็นคนเดียวที่แขนใหญ่ล่ำบึ้ก หรือ เห็นชัดทุกรูขุมขนบนใบหน้า 3. การชี้เฉพาะเจาะจงถึงรูปร่างของคุณ เอาจริงๆ เลยนะ การเปรียบเทียบรูปร่างของคนเรากับผลไม้นี่...มันงี่เง่าจริงๆ เลย แต่เชื่อสิ สาวๆ ที่มีหุ่นทรงแอปเปิ้ล และ หุ่นทรงลูกแพร์ นี่เธอก็มีความเซ็กซี่ในแบบตัวของเธอเอง ว้าววววว!! 4.การนิยามบ็อกซ์รูปหน้าของคนเราในรูปทรงต่างๆ หน้ารูปไข่? หน้าเหลี่ยม? หน้ากลม? จริงๆ แล้ว รูปหน้าคนเรามีตั้งหลายรูปทรง คนเราต่างหากที่นิยมบ็อกซ์เหล่านี้ขึ้นมาเปรียบเปรย ใบหน้าของเราต่างก็งดงามในรูปทรงของตนเองทั้งนั้น 5.เมื่อเราวิดพื้นแล้ว เข่าแตะพื้น ไม่เห็นจะต้องอายเลย คุณแค่ "กำลังอยู่ในขั้นตอนการฟิตแอนด์เฟิร์ม" ช่วงเริ่มต้นก็อย่างนี้ล่ะ การวิดพื้นแล้วเข่าแตะพื้น จะช่วยให้คุณจัดวางร่างกายได้ดีขึ้นในช่วงเริ่มต้น และช่วยส่งกำลังให้คุณสามารถวิดพื้นได้ถูกวิธี (มันเป็นเรื่องยากอยู่สักหน่อยที่คุณจะวิดพื้นแบบจัดเต็มในถ่วงท่าที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้นะ) 6.เหนื่อยหอบเมื่อเดินขึ้นบันไดหรือที่ลาดชัน อันนี้รวมไปถึงการออกกำลังกายแบบหนักๆ อย่าง แอโรบิก คาร์ดิโอ หรือ T25 นะ เพราะถึงแม้หนุ่มสาววัยฟิตปั๋ง หรือ แม้กระทั่งคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เขาก็เป็นกันเถอะคุณ อย่าไปคิดมาก มันไม่ได้หมายความว่า รูปร่างของคุณไม่ดี เพียงแต่ คุณมีเงื่อนไขที่จะต้องเลือกกีฬาสำหรับการออกกำลังกายอยู่สักหน่อย 7.แอบโดดคลาสฟิตเนสสักวัน ไม่ตายหรอกเธอ มันก็ใช่ที่ว่า คุณควรจะโยกย้ายส่ายสะโพกเล็กๆ น้อยๆ เป็นประจำทุกวัน แต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรนักหนาหรอกนะ ถ้าคุณจะไม่เข้ายิมสักวัน เราไม่จำเป็นต้องเสียเหงื่อเป็นถังไปซะทุกวันหรอก หากคุณหักโหมกับมันมากจนเกินไป นั่นต่างหากล่ะที่จะทำลายสุขภาพและรูปร่างของคุณ อย่าลืมว่า เราแค่ต้องการสุขภาพที่ดี ไม่ได้ไปแข่งโอลิมปิกเกมส์ 8.เป็นเด็กหลังห้องในฟิตเนส คลาสใหม่ คุณก็รู้แก่ใจดีอยู่แล้วว่า ยัยสาวด้านซ้ายเข้าคลาสนี้มาเป็นแรมปีก่อนคุณ ส่วนยัยป้าด้านขวานั่นก็มุ่งมั่นเป็นแคทวูแมน ปล่อยเขาไปสิคุณ การที่คนรอบตัวคุณเขาฟิต คล่องตัวขนาดนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะฟิตแบบเขาไม่ได้ คุณแค่ "กำลังอยู่ระหว่างทาง " ท่องไว้ แล้วฝึกต่อไป ก็เท่านั้นล่ะ 9.ขนาดของบราคุณ ไซส์บรา หรือ ขนาดของยกทรงที่คุณใส่ ก็ไม่ได้หมายความถึงอะไรเลย ตัวเลขใน tag จะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้ามันทำให้คุณไม่สบายตัวเวลาสวมใส่ 10.เมื่อใส่ถุงน่องแล้วพุงปลิ้น แม้กระทั่งสาวหุ่นผอมแห้งก็ยังต้องเจอกับปัญหานี้ มันอึดอัดก็จริง แต่มันก็ไม่บอกหรือบ่นอะไรถึงรูปร่างของคุณ เรื่องพวกนี้ไม่ควรมาทำให้คุณรู้สึกแย่กับหุ่นของคุณเอง 11.พุงม้วนเป็น 2 ชั้นอัพ เมื่อคุณนั่ง เมื่อคุณยืดกระดูกสันหลัง หน้าท้องของคุณมันก็จำเป็นต้องหาที่อยู่ มันเป็นตรรกะง่ายๆ ...อย่าคิดมากนะยูว์ 12. เมื่อคุณแฟนสวมกางเกงไซส์เล็กกว่าคุณ ถ้าคุณไม่สามารถสวมสกินนี่ยีนส์ของแฟนคุณได้ ก็ไม่ต้องกรีดร้องไป ตั้งสติ วางถุงกาวลงก่อนนะ ผู้ชายและ ผู้หญิงถูกสร้างมาต่างกัน รูปทรงของเสื้อผ้าก็ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดอยู่แล้ว นี่แฟนนะยูว์ ไม่ใช่ชะนีที่ไหน ไม่ต้องไปแข่งสวย แข่งผอมกะแฟนตัวเอง 13. เมื่อมือของแม่คุณเรียวเล็กกว่าคุณ ไม่เคยมีกฎข้อไหนบอกว่า คุณต้องตัวเล็กกว่าแม่ของคุณ ถ้าคุณลบความคาดหว้ัง ลบมายาคติ (มโน) นี้ไป... แล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้นมั่กมากกกกกกกกก..... รู้แบบนี้แล้ว ก็ตั้งสติกับตัวเองก่อน เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่กับตัวเองขนาดนั้น การจมจ่อมอยู่กับความคิด ดราม่า พร่ำบ่นว่า ก็ฉันไม่สวย ฉันอ้วน มันก็ไม่ได้ทำให้เราสวยขึ้นแต่อย่างใด กลับกลายเป็นการเอามีดแทงตัวเอง แล้วปล่อยปละละเลยตัวเองให้อ้วนอยู่อย่างนั้นนั่นแหละ ไม่เอาค่ะ ผู้หญิง Women.MThai ไม่ทำแบบนั้น เราจะเป็นผู้หญิงที่คิดบวก และมุ่งมั่น สร้างความสวยในแบบของเราให้เป็นจริง ... เพราะ ผู้หญิงทุกคน ต่างงดงามในแบบของตัวเอง ^ ^ ที่มาจาก cosmopolitan เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ทารุณสัตว์โพสต์ลงโซเชียล ไม่รู้ว่าผิดหรือบทลงโทษเบาไป!?
คนรักสัตว์ /  ฆ่าสัตว์ / 

โลกออนไลน์พบกลุ่มคึกคะนองฆ่าสัตว์ โพสต์โชว์เกลื่อน แม้จะมี พรบ.คุ้มครองสัตว์ แต่การทารุณไม่ได้ลดลงเพราะบทลงโทษเบาไป? เมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน แทบทุกบ้านต้องมีเจ้าสี่ขาแสนซน อย่างสุนัขหรือแมว  สัตว์เหล่านี้ถูกเลี้ยงมาจนคุ้นชิน เพื่อให้เป็นเพื่อนคลายเหงาสำหรับมนุษย์ ซึ่งไม่น่าเเปลกใจหากสัตว์เหล่านี้ถูกทำร้าย จะส่งผลกระทบต่อจิตใจต่อบรรดาคนรักสัตว์เป็นอย่างมาก แม้จะมีบรรดาคนรักสัตว์มากมาย  แต่ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ยินดียินร้ายกับสัตว์เลี้ยงสักเท่าไรนัก หากพบว่าเจ้าสี่ขาทำอะไรให้ขัดหูขัดตาแม้เล็กน้อย มักจะใช้อารมณ์โกรธระบายและทำร้ายทารุณ หรือถึงขนาดฆ่าให้ตายอย่างเลือดเย็น  เพียงแค่พวกมันพูดไม่ได้ แต่ใครเล่าจะเห็นว่าเขาก็มีชีวิตจิตใจ รักตัวกลัวตายไม่ต่างจากทุกคน ซึ่งในโลกออนไลน์ มักพบกรณีคึกคะนองทำร้ายสัตว์จนตาย แล้วนำภาพเหยื่อเคราะห์ร้าย มาโพสต์อวดระบายความคับแค้นใจของตน แม้บรรดาคนรักสัตว์ต่างวิพากษ์วิจารณ์โจมตีอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้พฤติกรรมลักษณะนี้ลดน้อยลง ปัจจุบันมีการทารุณสัตว์ในทุกรูปแบบมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะชาวโซเชียลที่โพสต์โชว์ความโหดเหี้ยมทารุณต่อสัตว์ แม้จะมี พรบ.คุ้มครอง คำถามคือ นักเลงคีย์บอร์ดเหล่านั้นไม่รู้ว่าการทารุณสัตว์นั้นผิด เพราะพรบ.ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางนัก หรือไม่สนใจ เนื่องจากบทลงโทษเบาบางเกินไป? ดังนั้น มารู้จักพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลสัตว์เลี้ยงกันดีกว่า มาตรา 20 ห้ามทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งการทารุณกรรมคือทำให้สัตว์เจ็บปวดทางกายหรือใจ เจ็บปวด ทุพพลภาพ หรือตาย รวมถึงการใช้สัตว์พิการ เจ็บป่วย สัตว์ชรา แม้กระทั่งสัตว์ที่ตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ และใช้สัตว์เกินสมควร ใช้สัตว์ประกอบกามกิจหากฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 21 การกระทําดังต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ตามมาตรา 20 การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร ทั้งนี้เฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร,การฆ่าสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์และจําหน่ายเนื้อสัตว์ การฆ่าสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์,การฆ่าสัตว์ในกรณีที่สัตวแพทย์เห็นว่าสัตว์ป่วย พิการ หรือบาดเจ็บและไม่สามารถเยียวยา หรือรักษาให้มีชีวิตอยู่รอดได้โดยปราศจากความทุกข์ทรมาน การฆ่าสัตว์ตามพิธีกรรมหรือความเชื่อทางศาสนา การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของมนุษย์ หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่ทรัพย์สิน การกระทําใด ๆ ต่อร่างกายสัตว์ซึ่งเข้าลักษณะของการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ โดยผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์หรือผู้ซึ่งได้รับยกเว้นให้กระทําได้ โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์จากสัตวแพทยสภาตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์ -แมวนิลจักร- MThai News

บอกแฟนเดี๋ยวนี้! 12 เหตุผลดี๊ดีที่ควร มีเซ็กซ์ทุกวัน
มีเซ็กซ์ทุกวัน /  มีเซ็กซ์บ่อย / 

เคยเครียด หรือ นอนไม่หลับหรือเปล่า อาการเหล่านี้หมดไปได้แน่ ถ้าคุณมีเซ็กซ์เป็นประจำทุกวัน จริงๆนั่นแค่สองข้อนะ แต่การ มีเซ็กซ์ทุกวัน นั้นมีข้อดีกว่า 12 ข้อเลยล่ะ ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง  อ่านแล้ว อย่าลืมสะกิดคนข้างๆล่ะ      1.เซ็กซ์ช่วยลดอาการเครียด ถ้าคุณเหนื่อยจากการทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งวัน เซ็กซ์ถือเป็นทางออกที่ดีที่จะช่วยลดความเครียดให้คุณได้ เพราะตอนเรามีเซ็กซ์ร่างกายจะหลั่งสารโดพามีน เอนโดรฟิน และ ออกซิโตซิน ที่ช่วยลดความเครียด ความกังวล และทำให้คุณมีความสุขอย่างเป็นธรรมชาติ 2.เซ็กซ์คือการออกกำลังกายสุดสนุก นอกจากนั้นเซ็กซ์ยังเป็นการออกกำลังกายอีกด้วย เพราะถ้าคุณมีเซ็กซ์กับแฟน 3 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ เท่ากับคุณจะเบิร์นแคลอรี่ได้กว่า 7500 แคล เลยนะ ซึ่งเท่าๆกับวิ่ง 75 ไมล์เลย ลองสังเกตสิ เวลามีเซ็กซ์ลมหายใจของคุณจะถี่ และหัวใจจะเต้นแรงมาก คล้ายๆการออกกำลังกายมั้ย 3.เซ็กซ์ช่วยให้คุณมีภูมิคุ้มกัน นักวิจัยจาก Wilkes University ใน Pennsylvania พบว่า นักศึกษาที่มีเซ็กซ์สองครั้งในหนึ่งสับดาห์ มีแอนติบอดี้มากกว่า คนที่ไม่มีเซ็กซ์ เนื่องจากระหว่างมีเพศสัมพันธ์ แอนติเจน เช่น  immunoglobulin A จะช่วยต่อสู้กับโรคหวัด หรือ ไข้ต่างๆ ได้ 4.เซ็กซ์ลดความดันได้ แม้ว่ามันจะเป็นช่วยเวลาสั้นๆ แต่เซ็กซ์ก็สามารถช่วยลดความดันช่วงหัวใจคลาย หรือ ที่เรียกว่า  diastolic blood pressure ได้ 5. เซ็กซ์ทำให้หัวใจสุขภาพดีขึ้น เนื่องจากเราได้เบิร์นแคลอรี่ ซึ่งช่วยให้หัวใจได้สูบฉีด ผลวิจัยจาก New England Research Institute  ยังพบว่า 45% ของผู้ชายที่มีเซ็กซ์ทุกวัน ไม่มีอาการป่วยเป็นโรคหัวใจ 6.เซ็กซ์ลดความเจ็บปวด ถ้าปวดหลัง ปวดตัว เมื่อยร่าง เซ็กซ์ช่วยให้คุณหายจากอาการเหล่านั้นได้ในบัดดล โดยไม่ต้องใช้ยาเลยล่ะ Dr. George Erlich คุณหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องไขข้อบอกว่า ผู้ป่วยที่มีเซ็กซ์บ่อยจะมีอาการเจ็บปวดน้อยกว่าคนที่ไม่มีเลย 7.เซ็กซ์ช่วยให้ประจำเดือนมาตรงเวลา ถ้าประจำเดือนมาไม่ค่อยจะตรงช่วง นั่นอาจเพราะความเครียดหรือความกังวล เซ็กซ์คือหนึ่งในตัวเลือกค่ะ แต่อย่าลืมบอกให้คุณผู้ชายใส่ถุงยางล่ะ ถ้าไม่ใส่ล่ะ ประจำเดือนไม่มาเลย อันนี้ไม่เกี่ยวนะ 8. เซ็กซ์ช่วยให้กระดูกเชิงกรานแข็งแรง เหมือนกับการทำท่า ควอท คุณไม่ต้องเสียเวลาทำเลยค่ะ เพราะตอนที่มีเซ็กซ์ คุณไม่รู้หรอกว่า คุณขยับช่วงล่างไปกี่ครั้ง แต่ยิ่งเชิงกรานแข็งแรงเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งถึงจุดสุดยอดได้ดีเท่านั้น 9.เซ็กซ์ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งได้ โดยเฉพาะคุณผู้ชาย การมีเซ็กซ์ทุกวันจะลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้ จากการศึกษาจากออสเตรเลียใน Journal of the American Medical Association พบว่าผู้ชายที่มีการปลดปล่อย 21 ครั้งต่อเดือน จะมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยมาก 10. เซ็กซ์ทำให้หลับสบาย เหมือนการออกกำลังกายเลยค่ะ ถ้าวันไหนคุณออกกำลังกายมาโหดๆ แน่นอนว่าคืนนั้นหลับลึก หลับดี ยิ่งกว่าวันไหน  Sheenie Ambardar คุณหมอกล่าวว่า หลังจากถึงจุดสุดยอด ฮอร์โมนโปรแลคตินจะปลดปล่อย ซึ่งจะทำให้ผ่อนคลายสูงสุด และช่วยให้หลับดีมาก 11.เซ็กซ์ทำให้ดูเด็กลงสิบปี มีเซ็กซ์อย่างน้อยสามครั้งต่อสัปดาห์ จะทำให้คุณดูเด็กและสดใสขึ้น 12.เซ็กซ์ทำให้อายุยืน นอกจากเซ็กซ์จะดีกับร่างกายแล้วยังดีต่อจิตใจอีกด้วย และผลการศึกษาจาก British Medical Journal  ก็ช่วยคอนเฟิร์มอีกเสียงว่า คนที่ มีเซ็กซ์ทุกวัน เป็นประจำ จะมีแนวโน้มอายุยืนกว่าคนที่ไม่มีเซ็กซ์ ถึงสองเท่าเลยทีเดียว เอ้า จะรออะไรกันอยู่ล่ะ หันไปสะกิดคนข้างๆแล้วยื่นบทความนี้ให้เขาอ่านซะดีๆ สุขภาพจะได้ดี อายุยืนไงล่ะค้าา (อิอิ) ที่มา lifehack เรียบเรียงโดย Women Mthai Team