เจ็บปวดที่งดงาม

ไฮไลท์ปลายฝน กับ 7 สุดยอดจุดชมวิวทะเลหมอก
จุดชมวิว /  ทะเลหมอก / 

เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบเต็มตัวแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมคงหนีไม่พ้นการชมวิวทะเลหมอกในที่ต่าง ๆ การได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทั้งการเดินป่า นอนเต๊นท์ ชมทุ่งดอกไม้ ตื่นมารับแสงยามรุ่งอรุณ หรือออกมาส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ล้วนแล้วแต่เป็นภาพแห่งความประทับใจ ในเราเก็บความรู้สึกเอาไว้ผ่านภาพถ่าย นี่ก็ใกล้จะหมดฝนแล้ว Travel MThai จึงอยากจะแนะนำ 7 สุดยอดจุดชมวิวทะเลหมอก ที่คุณควรไปชมก่อนสายฝนจะจากไป ... ไฮไลท์ปลายฝน กับ 7 สุดยอดจุดชมวิวทะเลหมอก ทั่วไทย 1. ภูทับเบิก แม้จะถูกมนุษย์รุกพื้นที่ไปพอสมควร แต่ ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ยังคงเป็นแหล่งชมทะเลหมอกยอดนิยมไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย 2. ภูทอก จุดชมวิวภูทอก อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สถานที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสปุยของทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิดแบบสุด ๆ ถ้าหากมองในระยะไกลเบื้องหน้าจะเห็นวิวทะเลหมอกขาวโพลนตัดกับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ ซึ่งนอกจากวิวของทะเลหมอกแล้วยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิว 360 องศา แบบพาโนราม่าของเมืองเชียงคานได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแก่งคุดคู้และลำน้ำโขง ด้วยภูแห่งนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบบริบูรณ์ด้วยธรรมชาติสร้างสรรค์ ในช่วงเวลาการชมทะเลหมอก คือในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาวแบบนี้แหละ 3. เขาพะเนินทุ่ง เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,207 เมตร มีทะเลหมอกให้ชมแทบจะตลอดปี ซึ่งเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและต้นไม้ ที่พร้อมใจกันคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจนกลายเป็นทะเลหมอกหนาตา ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันอย่างเต็มที่ในช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มควันแห่งความหนาวสีขาวนวลปกคลุมทั่วหุบเขา เมื่อเริ่มจางลงบริเวณเบื้องล่างจะปรากฏภาพป่าดงดิบอันแสนชุกชุม มีเทือกเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดตาอยู่ด้านหลังโดยจุดชมทะเลหมอกจะมีอยู่ 2 แห่งคือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่30 และ 36 4. ดอยผาตั้ง ดอยผาตั้ง มีความสูงประมาณ 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นยอดดอยในเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นเส้นแบ่งเขตไทย-ลาว อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าประมาณ 30 กิโลเมตร ดอยผาตั้ง ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ชาวท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ คือ ชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา เป็นหนึ่งสีสันแห่งวัฒนธรรมชนเผ่า 5. ดอยเมี่ยง ดอยเมี่ยง จ.แม่ฮ่องสอน สวรรค์เมืองหมอกป้ายแดง ที่ปักหมุดอยู่สูงประมาณ 1,600 เมตร ในพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นมะค่า ความสุขโดยสัมผัส คือการไปยืน ณ จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพทิวทัศน์ของเมืองปายได้อย่างสวยงาม แบบสุดสายตา 360 องศา ท่ามกลางมวลอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดโชยสบายทุกฤดูกาล 6. ดอยแม่ระเมิง ดอยแม่ระเมิง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่เมย ที่คุ้มค่าน่าไปและไม่ไกลเหมือนจุดชมทะเลหมอกแห่งอื่น คือ ทะเลหมอกสวยในฝัน ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่มีผิดหวัง หากคุณไปตรงวันเวลา ถูกฤดูกาล ทุกเช้าก่อนรุ่งสางรอชมตะวันขึ้นกับทะเลหมอกมองได้ 180 องศา จุดชมวิวที่ดีที่สุดก็คือม่อนกิ่วลม ก่อนกลับแวะไปชมหมู่บ้านกะเหรี่ยง 200 ปี เป็นของแถม จะรู้ว่าทำไมผู้คนอยู่ลึกกลางขุนเขาไม่เคยย้ายถิ่นฐานยาวนานถึง 200 ปี 7. เขาไข่นุ้ย “เขาไข่นุ้ย” หรือ “ภูไข่นุ้ย“ จังหวัดพังงา ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 200 เมตร ความสูงกำลังพอดีให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามในหน้าฝนและหนาวแบบไม่ต้องออกแรงมาก นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดพังงา ซึ่งเวลานี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยเพราะมีทะเลหมอกให้ชมตลอดทั้งปี ไม่เว้นแม้แต่ฤดูร้อน หากจะเดินทางมาชมทะหมอกแนะนำให้มาในช่วงที่มีคลื่นลมทะเลสงบเท่านั้น นักท่องเที่ยวถึงจะได้เห็นปุยขาวของทะเลหมอกบนเขาไข่นุ้ยแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน เรื่องและเรียบเรียงโดย : Travel MThai

ไฮไลท์ปลายฝน! ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก
ที่เที่ยวหน้าหนาว /  ภูทับเบิก / 

ช่วงนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสมากมาย และบางแห่งคุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเรากำลังอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะมันงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์ (พูดเหมือนกับเคยไปเนอะ) ทาง Travel.mthai.com จึงขอนำเสนอ ไฮไลท์ปลายฝน ที่คุณควรไปเยือนมากที่สุด นั่นก็คือ " ภูทับเบิก " ดินแดนแห่งสายหมอก ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย การเดินทางไปภูทับเบิก 1. รถยนต์ส่วนตัว - เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัด สระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตรสู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทาง หลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจาก ตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 2. รถประจำทาง การเดินทางมายังภูทับเบิก หากไม่มีรถยนต์มาเอง ต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นก็เหมาสองแถวเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างก็แล้วแต่ตกลง โดยเฉลียอยู่ในเรตราคา 1200 – 1500 บาท ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พักบนภูทับเบิก มีทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามสะดวก อย่ามัวอิ่มเอมกับภาพนะครับ ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองด้วย แล้วจะรู้ว่าไปแล้วไม่อยากกลับจริงๆ หากไปช่วงหน้าหนาวยิ่งอินครับ จะไปกับครอบครัวก็แสนจะอบอุ่น ไปกับแฟนก็สุดยอดแห่งความโรแมนติก หรือจะไปชิลกับผองเพื่อนก็ยิ่งเพลิดเพลิน (อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปหลาย ๆ ตัวนะครับ เพราะตัวเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ อิอิ) ที่มา : phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com , เจ้าของรูปภาพ Facebook คุณ chanomworld ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลหมอกแสนสวย.. ภูทับเบิก สัมผัสอากาศแสนดี , ภูทับเบิก… เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ปั่นจักรยานเที่ยวปาย ชมวิวทุ่งนาป่าเขาในหน้าฝน
ปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว /  เที่ยวปาย / 

ใครว่าปายหมดเสน่ห์ ใครว่าปายไม่น่าเที่ยวเหมือนแต่ก่อน ? แอดมินขอเถียงคนนึง ขอยืนยันว่าปายยังคงความสวยงามตามเดิม หากมาเยือนแบบถูกช่วงเวลา จากปากคนในพื้นที่เขาบอกว่า ปายหน้าฝน คือช่วงเวลาที่ปาย มีความสวยงามมากที่สุด คนน้อย อากาศชื้นกำลังดี ฝนตกเป็นบางช่วงทำให้สามารถเห็นทะเลหมอกได้มากขึ้น วันนี้ Travel MThai จะขอพาทุกท่านไปเที่ยวปายแบบชิล ๆ ด้วยการปั่นจักรยานเที่ยว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ลัดเลาะตามถนนไปจนถึงทุ่งนา หยุดพักถ่ายรูป ชมทิวทัศน์เขียวขจี สูดธรรมชาติให้ชุ่มปอด แถมยังได้สุขภาพที่ดีอีกด้วย ชมวิวทุ่งนาป่าเขาในหน้าฝน และปั่นจักรยานเที่ยว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน  โดยเส้นทางปั่นจักรยานเที่ยวปายที่ว่านี้ เรียกว่าเส้นทาง 4020 แม่ฮี้-วัดทรายขาว มีระยะทางไปกลับรวม 8 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นจากโรงแรมเมดิโอ ปั่นไปตามถนนจนถึงทางขึ้นวัดพระธาตุแม่เย็น เลี้ยวขวาผ่านบ้านกะทิสด ลัดเลาะไปตามทุ่งนา ชมวิวธรรมชาติอันเขียวขจีตลอดสองข้างทาง แล้วไปสิ้นสุดที่วัดทรายขาว จากนั้นจะปั่นไปบรรจบกับถนนใหญ่ หรือจะวกกลับเลี้ยวซ้ายทะลุบึงปายฟาร์ม เพื่อชมบรรยากาศอันร่มรื่นผ่าน ดิ เอีย รีสอร์ท แล้วมาจบที่จุดจอดจักรยานที่โรงแรมเมดิโอ ก็ทำให้เราเพลิดเพลินได้ทั้งนั้น แนะนำเลยฮะ ถ้ามาเที่ยว อ.ปายแห่งนี้ ต้องมาปั่นกันนะ บรรยากาศในการปั่น เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ผสานมิตรภาพของเพื่อนร่วมทริป และทิวทัศน์อันสวยงามตลอดเส้นทาง ทำให้การท่องเที่ยวของเรามีความพิเศษมากยิ่งขึ้น ไม่เชื่อ ขอเชิญชวนให้มาปั่นจักรยานเที่ยวที่ อ.ปายนี้ดูกันเลยครับ ถ้าติดใจไม่รู้ด้วยนะ ได้เห็นทุ่งหญ้าสีเขียวๆแบบนี้ ตัดกับสีของภูเขาและท้องฟ้า บอกได้คำเดียวว่าฟินจริงๆ ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ต้องขอบอกเลยว่า อากาศที่ปายแห่งนี้บริสุทธิ์มากๆ สูดลมหายใจเข้าไปได้แบบเต็มปอด รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ปั่นจักรยานกันไป เป็นหมู่คณะ ตลอดเส้นทางไม่เหงาเลย มีทั้งเพื่่อนร่วมเดินทาง และได้ยินเสียงนกร้องตามทางเป็นระยะๆ ผมติดใจจริงๆ น้อยครั้งที่จะมีโอกาศได้มาปั่นจักรยานลัดเลาะตามทุ่งนา ทุ่งหญ้า และภูเขา แบบนี้ แม้ระยะทางในการปั่นจักรยานเที่ยวจะไม่มากนัก แต่เราก็ใช้เวลาไปพอสมควรเลย เนื่องจากต้องหยุดจอดถ่ายรูปอยู่หลายจุดตลอดเส้นทาง เพราะมันสวยมากจริง ๆ ฮะ ทุ่งนาเขียว ๆ วิถีชีวิตของผู้คน ทิวเขาเรียงราย มีทะเลหมอกน้อยๆ ไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ เรียกว่าปั่นไปถ่ายไป ฟินกันทุกคนเลยฮะ ปั่นมาเรื่อยๆ เจอทุ่งนาสีเขียวตรงจุดนี้ กระทบกับแสงแดดสวยงามจับตาจริงๆ เป็นต้องหยิบกล้องขึ้นมาแชะอีกแล้วหล่ะครับ ก็ธรรมชาติสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหว ในรูปคือ วัดทรายขาว ต.แม่ฮี้  อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นวัดเก่าแก่ของชาวปาย ซึ่งมี พระสมเด็จพระมหาสมณโคดม องค์สีขาว งดงามมากๆ อย่าลืมกันนะว่า ปายหน้าฝน น่าเที่ยวเป็นไหน ๆ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน นี้ ยังมีอีกหลายสิ่งที่คุณยังไม่ได้เห็น และการปั่นจักรยานเที่ยวปายกับเส้นทางนี้ คุณต้องมาลองสักครั้ง แล้วจะหลงรัก อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มากขึ้นแบบที่ผมกำลังเป็นอยู่ ...      การเดินทางมา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนในทริปนี้ต้องขอขอบคุณ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวปาย ที่ดูแลพวกเราพี่น้องสื่อมวลชนเป็นอย่างดี และสายการบินไทย แอร์เอเชีย ผู้สนับสนุนการเดินทาง อย่าลืมนะครับว่า … ปาย หน้าฝน ก็งดงามควรค่าแก่การมาเที่ยว ลองได้มาปั่นจักรยานเที่ยวแบบนี้ติดใจแน่นอน คนก็น้อยกว่า อากาศกำลังดี ยิ่งปลายฝนต้นหนาวยิ่งต้องมา เมืองน่ารักแห่งนี้รอต้อนรับทุกท่านเสมอครับ ถ่ายภาพและเรียบเรียงโดย : Travel MThai

มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ
ที่พักธรรมชาติ /  ที่พักปราณบุรี / 

ถ้าใครอยากหาที่พักผ่อน ได้ฟีลแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง Travel.mthai มี 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ ที่มาแรงในตอนนี้มาฝากกันค่ะ รับรองว่าทุกคนจะได้ซึบซับกับบรรยากาศดีๆ สูดอากาศแสนบริสุทธิ์ และชาร์จแบตร่างกายได้แบบเต็มที่แน่นอน ^^ มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ 1. The Birder’s Lodge เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา รีสอร์ทสุดฮิปสำหรับคนชอบชิว บ้านไม้สไตล์กระท่อมแบบยุโรป ตั้งอยู่ท่ามกลางกลางป่าไม้และขุนเขา ทำให้เราได้สัมผัสธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด ณ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ไม่ไกลจากกรุงเทพนี่เองค่ะ ซึ่งที่นี้เป็นที่พักแห่งใหม่เปิดได้ไม่นาน ตอบโจทย์ผู้เข้าพักไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัวได้อย่างลงตัว! ที่ตั้ง : 282 หมู่ 10 ตำบลหมูสี ปากช่อง จ.นครราชสีมา รายละเอียด : https://www.facebook.com/thebirderslodge/ สอบถามและจองบ้านพักได้ที่ : 081-645-4252 , 044-300-185 รีวิวเพื่มเติม : The Birder’s Lodge ที่พักสุดชิค สำหรับคนชอบชิว ณ เขาใหญ่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 2. บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ (baan rai i arun) อำเภอ กะเปอร์ ระนอง หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ ที่อยู่ : ตำบล กะเปอร์ อำเภอ กะเปอร์ ระนอง เบอร์โทรศัพท์ : 096-9382981 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baanraiiarun รีวิวเพิ่มเติม : http://travel.mthai.com/blog/135054.html ------------------------------------------------------------------------------------------------ 3. ลาเอนาตู (La A Natu Bed & Bakery Resort) ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรีสอร์ทริมทะเลขนาดเล็กที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ตั้งอยู่บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด ด้านหน้ารีสอร์ทเป็นชายหาดส่วนตัว ด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได บรรยากาศสบายๆ เงียบสงบ รื่นรมย์ แลนด์มาร์กสะดุดตาของ ลา เอ นาตู คือหลังคาทรงลอมฟางขนาดมหึมาอันเป็นจุดหมายปลายทางของสะพานไม้ไผ่ที่พาดข้ามทุ่งนาไปสู่ทะเล สิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม งานดีไซน์ และการตกแต่งภายในของลา เอ นาตูเป็นแบบพื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีสระว่ายน้ำส่วนกลางลอยฟ้าแบบ roof-top ถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพของภูเขา ทะเล ทุ่งนา และบรรยากาศของหมู่บ้้านเล็กๆ ริมหาด ที่อยู่ : 234 หมู่ 2 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77120 โทรศัพท์ : +66 (0)32 689 941-3, +66 (0)81 731 8688 ข้อมูลเพิ่มเติม : www.laanatu.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 4. สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บ้านต้นไม้ (Tree House) เป็นโฮมสเตย์ โดยมีลุงสุขกับป้าผงเป็นเจ้าของ หลายคนที่ได้มาพักที่นี่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ประทับใจในการบริการของที่นี่มากๆ คุณลุงคุณป้าใจดีและเป็นกันเอง ดูแลอย่างอบอุ่น ^^ ห้องพักของที่นี่มีหลายแบบ คือ บ้านต้นไม้ เป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มีห้องนอนแบบแยกส่วนตัวและแบบรวม ชั้นล่างจะเป็นที่นั่ง ที่กินข้าว ดื่มชากาแฟ มีแปลญวณไว้นอนอ่านหนังสือได้สบายๆ ส่วนด้านบนจะเป็นห้องพัก , บ้านต้นไม้ หลังเล็ก สร้างอยู่บนต้นไม้จริงๆ บ้านทั้ง 2 แบบนี้จะมองเห็นวิวภูเขา ต้นไม้สีเขียวแบบเต็มอิ่ม ยิ่งหน้าฝนหรือหน้าหนาว จะได้สัมผัสหมอก อากาศเย็นสบาย และ บ้านริมลำธาร จะตั้งอยู่ติดลำธาร สัมผัสธรรมชาติและวิวสวยไปอีกแบบ ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : บ้านต้นไม้ แม่แมะ เชียงดาว อีเมลล์ : treehousemaemae@gmail.com เบอร์โทรศัพท์ – การจองที่พัก : 081-111-5154, 053-317-090, 086-117-0434 รีวิวเพิ่มเติม : สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 5. แทนรัก ทะเลหมอก เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ที่พักบรรยากาศดี ใกล้จุดชมวิวทะเลหมอก ริมเส้นทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ และทุ่งแสลงหลวง มีห้องพักสไตล์โรงแรม 20 ห้องให้บริการ มีร้านกาแฟและอาหาร มีจุดชมวิวทะเลหมอก และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยและบริการเต็นท์ให้เช่าพร้อมอุปกรณ์นอน ที่อยู่ : ตำบล เขาค้อ อำเภอ เขาค้อ เพชรบูรณ์ เบอร์โทรศัพท์ : 087-0207014,081-6332434 เว็บไซต์ : http://www.tanrak.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 6. บ้านสวนจันทิตา (Baan Suan Chanthita) จังหวัดอุทัยธานี มีคุณป้าจันทิตาและคุณลุงไพศาลเป็นเจ้าของ คุณลุงเล่าว่าแต่ก่อนที่ตรงนี้เป็นบ่อปลา ต่อมาก็เริ่มถมที่และปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ทุกต้นที่นี่คุณลุงไพศาลเป็นคนปลูกเองทั้งหมด ใช้เวลาเกือบ 30 ปี! เมื่อนำพื้นที่ตรงนี้มาทำเป็นโฮมสเตย์ ก็สร้างโดยการปลูกแทรกตามต้นไม้ โดยไม่ตัดต้นใดทิ้งแม้แต่ต้นเดียว ^^ บ้านสวนจันทิตา เป็นที่พักโฮมสเตย์ แบบบ้านไม้ 4 หลัง ตั้งแทรกอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ เชื่อมต่อกันทั้งหมด 4 หลัง ซึ่งบ้านแต่ละหลังจะมีความสูงไม่เท่ากัน เพราะอยากให้ดูมีมิติ และระบายอากาศได้ดี ภายในบ้านฌปร่งสบาย เน้นเจาะหน้ารอบบ้านแบบให้เราเห็นธรรมชาติได้แบบพาโนรามาด้วย อีกทั้งโดยรอบๆ บรรยากาศร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด และที่พักราคาไม่แพงด้วย เพียงหลังละ 2,000 บาทเท่านั้น แต่ถ้าอยากมาพักผ่อนที่นี่ต้องจองล่วงหน้ากันยาวสักหน่อย ^^ ที่อยู่ : 32/9 หมู่ 5 ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เบอร์โทรศัพท์ : 081 144 1988 เว็บไซต์ : bansuanchantita.weebly.com , www.facebook.com/bansuanchantita ------------------------------------------------------------------------------------------------ 7. ภูลังกา รีสอร์ท (Phu Lang Ka Resort) จังหวัดพะเยา ภูลังกา รีสอร์ท ตั้งอยู่ใน อ.ปง จังหวัดพะเยา เป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยว รีสอร์ทแบบบ้านไม้ตั้งอยู่บนเนินเขาของวนอุทยานภูลังกา ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ มองเห็นวิวเขาหินปูนและแอ่งที่อยู่ด้านล่าง ทะเลหมอกสวยๆ ได้แบบเต็มอิ่ม อีกทั้งมีจุดไฮไลท์ตรงที่ชมพระอาทิตย์จะขึ้นหน้ารีสอร์ท เมื่อแสงส่องลงมายังทะเลหมอกในแอ่งกระทะ ให้บรรยากาศสวยงามเหมือนภาพวาด เรียกได้ว่า เป็นที่พักหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านของจริง ที่อยู่ : 125 หมู่ 4 ตำบล ผาช้างน้อย อำเภอ ปง จังหวัด พะเยา 56140 เบอร์โทรศัพท์ : 086-1910291 , 081-0232421 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/PhulangkaResort/ รีวิวเพิ่มเติม : ภูลังกา รีสอร์ท ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน , เที่ยวภูลังกา สัมผัสความหนาวใน จังหวัดพะเยา ------------------------------------------------------------------------------------------------ 8. บ้านหว่าญ่า บ้านพักน่ารักๆ ณ ม่อนแจ่ม เป็นที่พักเพิ่งเปิดใหม่ปลายปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งบ้านหว่าญ่าจะเน้นการออกแบบที่พักแบบเรียบง่าย และให้มีขนาดเล็ก เพื่อไม่บดบังทัศนียภาพโดยรวมของวิวที่มีความโดดเด่น ภูเขาที่สวยงาม ที่นี่จึงเหมาะจะเป็นที่พักกายพักใจในวันหยุดได้ดีสุดๆ ที่อยู่ : บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 097-9322282 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : บ้านหว่าญ่า ------------------------------------------------------------------------------------------------ 9. ไร่แสงอรุณ รีสอร์ท (Rai Saeng Arun Resort) จ.เชียงราย คุณจะได้พบกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมของรีสอร์ทที่พัก ซึ่งจัดสร้างและตกแต่งโดย วัสดุที่เรียบง่ายจากธรรมชาติ บ้านพักทุกหลังซ่อนตัวในแนวไม้และป่าไผ่ กลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งที่ตั้งของที่พักนั้นจะทำให้คุณได้พักผ่อนและได้สัมผัสความงดงามของทิวทัศน์ได้เต็มตา ที่อยู่ : เลขที่ 2 หมู่ 3 บ้านผากุบ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ : 096 565 9495 เว็บไซต์ : http://www.raisaengarun.com/

30 ปีที่หายไป!! เพชรา เชาวราษฎร์ ตำนานนางเอกหนังไทย ปัจจุบันยังสวยมาก!!
เพชรา เชาวราษฎร์ /  ข่าว เพชรา เชาวราษฎร์ / 

  หายหน้าไปกว่า 30 ปี สำหรับนางเอกตลอดกาล เพชรา เชาวราษฎร์ เจ้าของฉายา นางเอกนัยน์ตาน้ำผึ้ง ที่โด่งดังมากในยุค 2505-2521 มีผลงานภาพยนตร์กว่า 300 เรื่อง ซึ่งหลังจากมีปัญหาด้านสายตา เนื่องจากการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ต้องใช้แสงไฟสว่างจ้ามาเป็นเวลายาวนานหลายปี ทำให้ดวงตาของนางเอกตลอดกาลบอดสนิททั้งสองข้าง นับตั้งแต่นั้นมาเธอก็เก็บตัวเงียบออกจากวงการบันเทิงโดยไม่ยอมเปิดเผยหน้าตาให้แฟนๆ ได้พบเห็น   ล่าสุดเมื่อวันที่ 13ก.ย.59 เพชรา เชาวราษฎร์ ตำนานนางเอกขวัญใจคนไทยวัย 73 ปี ได้เผยโฉมหน้าที่ยังสวยงดงามตามวัยออกมาพบปะแฟนๆ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี กับการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคตับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งมีประชาชนและแฟนๆ ที่ทราบข่าวมาร่วมให้กำลังใจและต้อนรับการกลับมาของนางเอกตลอดกาล เพชรา เชาวราษฎร์ อย่างล้นหลาม   ทั้งนี้ เพชรา เชาวราษฎร์ ได้เผยถึงการกล้าที่จะเผยโฉมหน้าต่อสาธารณชนในครั้งนี้เพราะคำพูดที่ว่า   “ถ้าเธอมาวันนี้ เธอต้องมาอย่างกล้าหาญแข็งแรงนะ ถ้าจะไปทำอ่อนแอ ก็อย่าไปเลยดีกว่า”   โดยนางเอกดังมีความตั้งใจว่าแม้ดวงตาของตนมองไม่เห็นถาวร แต่ก็อยากช่วยเหลือผู้อื่น และเป็นกำลังใจต่อทุกคนๆ ที่เจ็บป่วยรวมถึงผู้ป่วยโรคตับว่า อย่าเพิ่งเสียกำลังใจ ขอให้ต่อสู้ รักษาใจให้สบาย ทำตามคุณหมอแนะนำ ให้กำลังใจตัวเองให้มีความสุขตลอดไป ถ้ายิ่งทุกข์โรคภัยก็จะยิ่งมาถึงตัวเรายิ่งทับถมเราใหญ่ ส่วนตัวเองทุกวันนี้ก็พยายามจะไม่ให้ทุกข์มาก แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็พยายามให้กำลังใจตนเองอยู่ตลอด พร้อมกับขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณในน้ำใจที่ยังรักและไม่ลืม เพชรา เชาวราษฎร์ มาจนถึงทุกวันนี้    อ่านข่าว ภาพล่าสุด! เพชรา เชาวราษฎร์ วันเกิดครบ 72 ปี คลิ๊กที่นี่   เพชรา เชาวราษฎร์   เพชรา เชาวราษฎร์   เพชรา เชาวราษฎร์   เพชรา เชาวราษฎร์   เพชรา เชาวราษฎร์   เพชรา เชาวราษฎร์   เพชรา เชาวราษฎร์   เพชรา เชาวราษฎร์  

ผจญภัย ดอยพาวี เส้นทางเดินป่าน้องใหม่ จังหวัดตาก
ผจญภัย /  เที่ยวตาก / 

อย่างที่ทราบกันดีว่าจังหวัดตาก เป็นดินแดนแห่งป่าไม้ เทือกเขา และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่สมบูรณ์ เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เป็นจุดพำนักของนักผจญภัยอย่างแท้จริง และวันนี้ก็มีดอยน้องใหม่ที่ผ่านการสำรวจ จนกลายเป็นเส้นทางเดินป่าขึ้นเขาที่สวยงาม นามว่า "ดอยพาวี" แห่งอำเภออุ้มผาง ที่กำลังรอให้เหล่านักเดินทางมาตะลุยกัน แม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการก็ตาม ผจญภัย ดอยพาวี เส้นทางเดินป่าน้องใหม่ จังหวัดตาก ดอยพาวี หรือ ดอยพะวี มีความสูง 1,920 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งสูงและมีทัศนียภาพที่งดงามกว่าดอยมะม่วงสามหมื่นที่มีน้ำตกเปโต๊ะลอซูเป็นจุดขาย "ดอยพาวี" โดดเด่นด้วยทิวทัศน์สันเขา ยอดดอยแหลม พืชพันธุ์ที่แปลกหายาก พร้อมชมวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงฤๅษี ที่นับวันยิ่งหาดูได้ยากเช่นกัน การเดินเท้ามายังยอดดอยแห่งนี้ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ถือว่ากำลังพอเหมาะ ถ้ามาหน้าหนาวรับรองยิ่งฟินฮะ การเดินทาง - จากจุดเริ่มเดินระดับ 800 เมตร จนไปถึงแคมป์ที่ 1,700 เมตร ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ระดับความยากพอ ๆ กับภูสอยดาว ต่างกันแค่ไม่มีขั้นบันได และราวจับ ถ้าฝนตกก็ลื่นอยู่เหมือนกัน รองเท้าควรมีดอกยางดีหน่อยครับ - ทางขึ้นไปถึงยอดที่ความสูง 1,920 เมตร มีระยะทางประมาณ 1 กิโลกว่า - บนเขามีแหล่งน้ำเล็ก ๆ ให้ได้ใช้ และความสูงระดับนี้มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี - ลานที่จะตั้งแคมป์ได้นั้นมีที่เหลือเฟือ ลาน 2 ฤดูนั้นก็กางได้ ยังไงเต็นท์ก็ยังจำเป็น เพราะบนกระท่อมไม่ได้กว้างมาก คนนอนได้จำกัด - ป่านี้อุดมสมบูรณ์มาก ไม่แปลกใจที่จะมีทากชุม ตัวใหญ่ด้วยขอบอก - แม้จากจุดเริ่มเดินจะเป็นฝั่งไทย แต่ยอดเขาพะวีนั้นอยู่ทางพม่า ฉะนั้นการเดินทางเข้าไป จะต้องขออนุญาตจากที่ทำการเขตชายแดนบ้านมะโอโค๊ะ และควรต้องมีคนนำทางที่เป็นคนท้องถิ่นเข้าไปด้วยทุกครั้ง - แน่นอนว่าที่นี่ยังไม่ได้เปิดให้เป็นที่เที่ยวอย่างเป็นทางการ ต้องมีชาวบ้านนำไป เพราะเค้าจะรู้ว่าเส้นทางไหนปลอดภัย ซึ่งเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านของทั้ง 2 ฝั่ง ได้เดินเข้าออกกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : คำสิงห์โฮมสเตย์ โทร. 081 813 9742 ขอบคุณภาพจาก : www.facebook.com/ChillDTravel ขอบคุณข้อมูลจาก : pantip.com/topic/34043217

ละครดวงใจพิสุทธิ์ , เรื่องย่อดวงใจพิสุทธิ์
ละครดวงใจพิสุทธิ์ /  ละครดวงใจพิสุทธิ์ ช่อง3 / 

ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย : กิ่งฉัตร บทโทรทัศน์โดย : พรดีกำกับการแสดงโดย : วรวุฒิ นิยมทรัพย์ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครดวงใจพิสุทธิ์ ดวงใจพิสุทธิ์ คือ ความบริสุทธิ์ในจิตใจ ความสดใสของเด็ก ๆ ที่ผู้ใหญ่ต้องดูแลเอาใจใส่ด้วยความรักเป็นเรื่องราวของเด็ก 2 คน ที่เติบโตมาอย่างแตกต่าง คนหนึ่ง...เติบโตมาอย่างสดใส แต่อีกคนเผชิญปัญหาทำร้ายจิตใจรุนแรง ดวงใจพิสุทธิ์ที่ถูกทำลายจะกลับมางดงามดังเดิมหรือไม่? ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่รอบข้างที่ต้องช่วยให้ความอบอุ่น เข้าใจ ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไปด.ช.ชินกฤต หรือ ลูกหมี (รถบัส-ด.ช.ภคพล ตัณฑ์พาณิชย์) เกิดท่ามกลางความรัก...ความอบอุ่นของ พ่อชีร-แม่ธาดา แต่พ่อเป็นนักการทูตต้องไปประจำประเทศแถบแอฟริกา ที่มีปัญหาเรื่องโรคระบาดร้ายแรงจึงฝากลูกชายให้ คุณย่าชนนี (เจี๊ยบ-ปวีณา ชารีฟสกุล) กับ ชินานาง หรือ อาช้าง (แยม-มทิรา ตันติประสุต) ทั้งคู่รับดูแลหลานด้วยความเต็มใจ ทำให้ลูกหมีไม่รู้สึกว้าเหว่ได้รับอิสระทางความคิด มีความสุข มองโลกแง่ดี และกล้าแสดงออกจนบ้างครั้งดูทะเล้นจนอาช้างปวดหัวหลายครั้งจึงต้องพึ่งที่ปรึกษาอย่าง จิรัช หรือ อ้อยหวาน (เขม-นราวิชญ์ จิตรบรรจง) เพื่อนชี้นิสัยดี ละครดวงใจพิสุทธิ์ ส่วนอีกครอบครัวหนึ่ง ด.ญ.หวันยิหวา หรือ ปุ๊คกี้ (มาเรีย-ด.ญ.ทิพย์รดา ไมเออร์) หนูน้อยที่เกิดมาในตระกูลนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ชีวิตน้องปุ๊คกี้เริ่มต้นสวยงาม พ่อวิริยะ กับ แม่หรรษา (ตุ๊ก-ชนกวนัน รักชีพ) รักลูกสาวมาก แถมยังเป็นหลานคนโปรดของ คุณย่าภาวนา (ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี) ประมุขของบ้าน แต่แล้ววิริยะกับหรรษาจากไปกะทันหันด้วยอุบัติเหตุ ทิ้งลูกน้อยเผชิญชะตากรรมตามลำพัง หทัย (เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์) และหัฏฐ์ (สน-ยุกต์ ส่งไพศาล) ป้าและน้าชายของปุ๊คกี้อยากรับหลานสาวมาดูแลที่กรุงเทพฯ แต่ภาวนาอยากเลี้ยงหลานเอง จนลมป่วย ปุ๊คกี้จำต้องอยู่ในความดูแลของ ชลีกร (จอย-รินลณี ศรีเพ็ญ) ป้าสะใภ้ใจยักษ์ ต่อหน้ารักหลานแทบขาดใจ ลับหลังทารุณหนูน้อยทั้งร่างกาย และจิตใจ ชลีกรแค้นใจตลอดมาว่าแม่สามีลำเอียงกับ สาวิตร (เพชร-กรุณพล) ลูกชายคนโตสามีของเธอจึงไล่ บุญเรือน (นภาพร หงสกุล) คนรับใช้คนสนิทของภาวนาออก แล้วจ้าง พร้อมพร (ปู-ปริศนา) พยาบาลที่ป้าลูกหนี้เธอมาดูแลแทน เพื่อที่ชลีกรจะได้มีผู้ช่วยทำแผนร้ายฮุบสมบัติให้สำเร็จ พร้อมพรมีหน้าที่สำคัญคอยกีดกันไม่ให้ย่าภาวนาพบกับหลานปุ๊คกี้ จนภาวนาทรุดหนัก และเสียชีวิตในที่สุด คนสงสัยหนักเรื่องภาวนาเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ชลีกรจึงปั้นเรื่องโบ้ยความผิดให้หลานสาวตัวน้อยว่า...รบเร้าเล่นกับคุณย่าจนโรคหัวใจ และหอบหืดกำเริบ ช็อก สิ้นลมปัจจุบันทันด่วน ทุกคนตำหนิหาว่าปุ๊คกี้เป็นตัวโชคร้าย หทัยกับหัฏฐ์จึงขอหลานสาวมาดูแลเอง ชลีกรรีบยัดเยียดให้โดยไม่มีใครคัดค้าน สภาพปุ๊คกี้เหมือนเด็กอนาถาใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ สมบัติของแม่ที่ติดตัวอย่างเดียว คือ ตุ๊กตาดวงใจ ที่หรรษาเย็บให้ลูกสาวเป็นของขวัญวันเกิดก่อนตาย เมื่อปุ๊คกี้ถึงกรุงเทพฯ ชินานาง เพื่อนบ้านข้างรั้วของหทัยและหัฏฐ์เห็นความผิดปกติของปุ๊คกี้ที่มีแววตามหวาดกลัวไม่คุยไม่เล่นเหมือนเด็กทั่วไป ต่างกับลูกหมีที่ชนแกล้งอาช้างจนทะเลาะกันบ้านแทบแตก หัฏฐ์ต้องหงุดหงิดเสียงอาหลานข้างบ้านทะเลาะกันแทบทุกวัน จนวันหนึ่งลูกหมีวิ่งหนีมาหลบที่บ้าน หัฏฐ์เห็นตัวเด็กเขียวช้ำ และหัวปูดก็ปักใจเชื่อว่าอาสาวเสียงแปร๋นทำร้ายร่างกายจึงโทรเรียกมูลนิธิพทักษ์เด็กมาจัดการ ช้างตกใจที่จู่ ๆ มีเจ้าหน้าที่มาเต็มบ้านไปหมดจึงโวยวายใส่หัฏฐ์ นี่เป็นครั้งแรกที่หัฏฐ์เจอตัวเป็น ๆ ของอาช้างเสียงเปร๋น เค้าอึ้ง ! ไม่คิดว่าคนชื่อช้างจะตัวเล็กน่ารัก ละครดวงใจพิสุทธิ์ สุดท้ายเรื่องทั้งหมดก็คลี่คลาย เมื่อลูกหมีสารภาพผิดบอกความจริงว่ารอยช้ำเป็นเพราะความชนวิ่งล้มเอง ส่วนที่หัวปูดก็เพราะวิ่งหนีอาช้างแล้วหัวชนประตู หทัยรีบมาขอโทษบ้านชนนีที่เข้าใจผิด หลังจากนั้นหัฏฐ์ และข้างก็กลายเป็นคู่กัดข้างบ้านที่มีเรื่องกันได้ทุกวัน หัฏฐ์เอาเรื่องนี้ไปคุยให้ ดร.จูน หรือ ดร.จุไร (อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ) เพื่อนสนิทฟัง พอ ๆ กับชินานางที่เอาเรื่องเพื่อนบ้านจอมเฮี้ยบไปเล่าให้อ้อยหวานฟังเช่นกันหลังเรื่องวุ่น ๆ จบ ชินานาง และหัฏฐ์ต่างต้องพาหลานไปเรียนว่ายน้ำ ลูกหมีว่ายน้ำโชว์ปุ๊คกี้แต่เกิดเป็นตะคริวจมน้ำหัฏฐ์กระโดดน้ำลงไปช่วยชีวิตลูกหมีรอดหวุดหวิด ลูกหมีกลัวไม่กล้าเล่นน้ำอีกหัฏฐ์ใช้จิตวิทยาพูดให้เด็กหายกตัว ชินานางรู้สึกดีกับเพื่อนบ้านหนุ่มขึ้นบ้าง ทั้งคู่จึงทำสัญญาสงบศึกกันชั่วคราว จากนั้นหลาน ๆ ก็มีกิจกรรมเป็นตัวเชื่อมให้ 2 ครอบครัวใกล้ชิดกันเรื่อย ๆ โดยมี บัว (วรรณภา เสือขุนชัย) คนดูแลบ้านชนนี และส้ม (ธัญวลัย พรจิรัฐติกาล) เด็กรับใช้บ้านหัฎฐ์คอยแอบจิ้นเจ้านายทั้งสองคน แต่แล้วมิตรภาพที่กำลังไปได้สวยของชินานางกับหัฏฐ์มีอันสะดุด เมื่อ ชมพูนุช (ปุริมปรัชญ์ นรินทรสรศักดิ์) ขาเม้าท์ประจำหมู่บ้านชวนชินานางนินทาหัฏฐ์แล้วเจ้าตัวได้ยินจึงโมโห คิดว่าชินานางเป็นพวกเสแสร้งทั้งคู่มึนตึงกันอีกครั้งลูกหมีเล่าเหตุการณ์นี้ให้ย่าฟัง ชนนีเตือนให้ลูกสาวคิดก่อนพูด และไปขอโทษหัฏฐ์ ชินานางยอมทำตาม ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนกลับมาดีจนได้ ลูกหมีแก่แดดริเป็นพ่อสื่อให้อาช้างกับน้าหัฏฐ์ใกล้ชิดกันมากขึ้น จังหวะนั้นมีโจรขึ้นบ้านชนนีโชคดีที่หัฏฐ์เห็นรีบปีนข้ามระเบียงบ้านตัวเองมาช่วยสองอาหลาน แต่การทำดีครั้งนี้กลายเป็นขี้ปากชาวบ้าน เพราะชมพูนุชใส่สีดีข่าวหาว่าหัฏฐ์กับชินานางคงปีนเข้าหากันบ่อย ๆ ที่หาดใหญ่ ครบร้อยวันการตายของภาวนา หทัย หัฏฐ์ พาปุ๊คกี้ไปพิธีมาปนกิจคุณย่า และมีการเปิดพินัยกรรม ปุ๊คกี้ได้มรดกมากกว่าใคร ชลีกรโกรธจนคลั่งกล่าวหาว่าเป็นพินัยกรรมปลอม แต่ทนายสุวัฒน์ ยืนยันว่าของจริง สุวัฒน์รู้ว่าต้องมีปัญหาตามมาจึงให้หัฏฐ์รีบยื่นคำร้องขอเป็นผู้ปกครองปุ๊คกี้ ทันที่กลับกรุงเทพฯ หัฏฐ์ทำตามที่ทนายบอกทันที ด้านชลีกรก็เดินเรื่องของเป็นผู้ปกครองปุ๊คกี้เช่นกัน เธอแสร้งทำดีขอให้หัฏฐ์ถอนตัวไม่เป็นผู้ปกครองแต่หัฏฐ์ไม่สนพร้อมสู้ในศาลชินานาง และชนนีพร้อมใจเป็นพยานให้หัฏฐ์ เรื่องรู้ถึงหูชมพูนุชเอาไปเม้าส์ว่าทั้งคู่มีเรื่องชู้สาวกัน หัฏฐ์โกรธจัดปกป้องชินานางโดยบอกให้ชมพูนุชขอโทษเธอ ชมพูนุชจำใจทำตามเพราะกลัวหัฏฐ์เอาเรื่อง แต่เก็บความแค้นไว้เอาคืนหัฏฐ์ทีหลัง ละครดวงใจพิสุทธิ์ ด้านชลีกรต้องการเงินจากการขายที่ดินมรดกซึ่งปุ๊คกี้ถือครองอยู่ จึงส่ง ลดามณี (แพร-พิชชาภร พันธุมจินดา) น้องสาวสุดสวยของสามีมาเป็นนกต่อล่อหัฏฐ์ถึงกรุงเทพฯ ฝ่ายชายไม่เล่นด้วยแต่ลดามณีก็ไม่แคร์เพราะตอนนี้อยากได้หัฏฐ์มาควงมากกว่า หัฏฐ์เลยประกาศว่าเป็นแฟนกับชินานางแล้ว ลดามณีเสียหน้ารายงานเรื่องนี้ให้ชลีกรรู้ทันที ไม่กี่วันชลีกรก็แอบขึ้นกรุงเทพฯ มาขู่ปุ๊คกี้ให้บอกศาลอยากอยู่กับตัวเอง ถ้าไม่พูดตามนี้จะฆ่าให้ตาย ระหว่างทางชลีกรเจอชมพูนุช และรู้ว่าขาเม้าส์รู้เรื่องการฟ้องร้อง จึงขอให้ชมพูนุชเป็นพยานจัดการหัฏฐ์ ชมพูนุชไม่ลังเลที่จะแก้แค้นคู่ปรับ แถมชลีกรยังจะให้เงินก้อนโตปิดปากด้วย ส่วนลดามณีไม่ยอมเป็นพยานให้ชลีกรเพราะกลัวหัฏฐ์ไม่รัก สืบพยานวันแรก ชินานาง ดร.จูน อ้อยหวาน ให้การเป็นประโยชน์กับฝ่ายหัฏฐ์ แม้ว่า ยิ่งยศ (กฤตย์ อัทธเสรี) ทนายเจ้าเล่ห์ฝั่งชลีกรจะเอาข้อมูลจากชมพูนุชาหักล้างก็ตาม ชมพูนุชร้อนตัวโพล่งออกมากลางศาลอย่างน่าเกลียด ชนนีให้การถึงการดูแลปุ๊คกี้ของหัฏฐ์กับหทัยทำให้เด็กสดใสขึ้น ขยี้ซ้ำว่า เด็กต้องเจออะไรที่มากกว่าการตายของย่า ถึงเซื่องซึมไม่เข้าสังคม ฝ่ายสาวิตรพยานของชลีกรตอบคำถามของ ทนายเสนีย์ (เป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์) ไม่เคลียร์ แถมแสดงให้เห็นว่าสาวิตรทำแต่งานจนลืมใส่ใจหลานตัวน้อย ทนายเสนีย์ยังจี้จุดที่ชลีกรอยากเป็นผู้ปกครองปุ๊คกี้เพราะอยากได้สมบัติทั้งหมด ด้านทนายยิ่งยศก็อ้างว่าหัฏฐ์เป็นหนุ่มโสดทำแต่งานไม่มีเวลาเลี้ยงหลานเช่นกัน ขณะที่สาวิตรมีครอบครัวอบอุ่นมีลูกเป็นเพื่อนเล่นกับปุ๊คกี้ได้ และฐานะดีกว่า ทำให้ฝ่ายชลีกรมั่นใจว่าจะชนะคดี เธอแอบมาหาปุ๊คกี้ที่โณงเรียนอีกครั้ง ทำให้ปุ๊คกี้กลัวจนไม่กล้าตอบว่าอยากอยู่กับน้าหัฏฐ์ไม่กี่วันก่อนขึ้นศาล...ทนายเสนีย์ซื้อตุ๊กตาตัวใหม่ให้ปุ๊คกี้ แต่หนูน้อยไม่แตะร้องหาแต่ ดวงใจ ตุ๊กตาตัวเก่า หัฏฐ์จึงตัดสินใจแอบเอาเจ้าดวงใจไปทิ้ง ขณะลูกหมีพาปุ๊คกี้ไปเล่นนอกบ้าน ปุ๊คกี้ถูกใจเจ้าหมาน้อยมากเล่นกันเพลิน ๆ ปุ๊คกี้เห็นแม่หมาที่หวงลูกมาก จึงพรั่งพรูออกมาว่า...แม่หมาหวงลูกตัวเอง แต่ถ้าเป็นลูกคนอื่นมันจะกัดจนตาย เหมือนป้าชลีกรที่ไม่รักเธอเลย ทั้งที่เธอรักป้ามาก ปุ๊คกี้รองให้พูดซ้ำ ว่า ไม่อยากไปอยู่กับป้า ! ! แต่ถ้าบอกจะอยู่กับน้าหัฏฐ์ป้าจะฆ่าให้ตาย ปุ๊คกี้ไม่อยากถูกป้าชลีกรฆ่าเหมือนคุณย่า ลูกหมีตกใจบอกให้ปุ๊คกี้เล่าเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ฟัง แต่ปุ๊คกี้ไม่ยอม และขอให้ลูกหมีเก็บเป็นความลับ ละครดวงใจพิสุทธิ์ เมื่อเด็กทั้งสองคนกลับถึงบ้านปุ๊คกี้ไม่เจอเจ้าดวงใจ ถึงกับกรีดร้องเสียสติ ชินานางรีบมาดูปุ๊คกี้ ทุกคนเพิ่งรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ตุ๊กตาเด็กเล่น แต่เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่แม่หรรษาให้ลูกสาวไว้ ชนนีเข้าปลอบสาวน้อยถึงสงบลง หัฏฐ์ยอมรับผิดเพียงผู้เดียว และสัญญาจะทำดวงใจตัวใหม่ให้เอง ชินานางเป็นกำลังใจให้หัฏฐ์สู้เพื่อหลาน คืนนั้นหัฏฐ์นั่งเย็บตุ๊กตาให้ปุ๊คกี้ทั้งคืนจนเสร็จ แม้หน้าตาจะไม่น่ารักแต่ก็มีค่าทางจิตใจมาก หัฏฐ์มอบ เจ้าดวงใจ 2 ให้หลานรัก ปุ๊คกี้รับรู้ได้ถึงความจริงใจ ความรัก ความอบอุ่น หัฏฐ์สัญญาจะไม่ทำให้หลานเสียใจอีก ปุ๊คกี้รับตุ๊กตาของน้ามากอด น้ำตาลลูกผู้ชายไหลออกมาด้วยความสงสาร หัฏฐ์พานหลานไปหา หมอชินวัตร จิตแพทย์อาวุโศใจดี บอกอาการปุ๊คกี้ค่อนข้างหนัก และไม่รู้สาเหตุแท้จริงเพราะเด็กไม่พูด ในวันที่ศาลนัดแม้รู้ว่าหลานไม่พร้อมแต่หัฏฐ์ไม่มีทางเลือก ก่อนถึงเวลาลูกหมีเกลี้ยกล่อมให้ปุ๊คกี้เล่าเรื่องป้าใจร้ายข่มขู่ แต่ปุ๊คกี้กลัวตัวสั่น ขณะพยานฝ่ายชลีกรขึ้นให้การเป็นประโยชน์มาก หัฏฐ์เหลือแต่ปุ๊คกี้เท่านั้นที่จะเลือกว่าอยากอยู่กับใคร ? งานนี้ไม่ง่ายที่จะคาดเดาใจหลานสาวตัวน้อย บทสรุปคดีจะเป็นเช่นไร? ตามลุ้นกันต่อได้ในละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ยุกต์ ส่งไพศาล รับบท หัฏฐ์มทิรา ตันติประสุต รับบท ชินานาง หรือ อาช้างด.ญ.ทิพย์รดา ไมเออร์ รับบท หวันยิหวา หรือ ปุ๊คกี้ด.ช.ภคพล ตัณฑ์พาณิชย์ รับบท ชินกฤต หรือ ลูกหมีรินลณี ศรีเพ็ญ รับบท ชลีกรนราวิชญ์ จิตรบรรจง รับบท อ้อยหวาน หรือ จิรัชอิษยา ฮอสุวรรณ รับบท ดร.จูน หรือ ดร.จุไรพิชชาภา พันธุมจินดา รับบท ลดามณีพิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ รับบท หทัยดวงตา ตุงคะมณี รับบท ภาวนาปวีณา ชารีฟสกุล รับบท ชนนีเพชร กรุณพล รับบท สาวิตรปริศนา กล่ำพินิจ รับบท พร้อมพรนภาพร หงสกุล รับบท บุญเรือนเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท เสนีย์กฤตย์ อัทธเสรี รับบท ยิ่งยศชนกวนัน รักชีพ รับบท หรรษา ละครดวงใจพิสุทธิ์ ละครดวงใจพิสุทธิ์ ละครดวงใจพิสุทธิ์ ละครดวงใจพิสุทธิ์ ละครดวงใจพิสุทธิ์

ชีวิตดี๊ดี! กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  10 สถานที่ / 

ถ้าจะเอ่ยถึงจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ กาญจนบุรี คงเป็นชื่ออันดับต้น ๆ ที่พุ่งเข้ามาอยู่ในหัวแน่นอน ด้วยภูมิประเทศที่เป็นที่ราบเชิงเขา ทำให้มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์หลากหลาย ก่อเกิดสถานที่สวยงามมากมาย ทั้งยอดเขาสูงลิบ พร้อมทะเลหมอกชวนหลงใหล แม่น้ำสายสำคัญ อีกทั้งยังมีเขตแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ สร้างมิติให้กับขนบธรรมเนียมอันเป็นเอกลักษณ์ travel.mthai.com ขอพาคุณไปสัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ ชีวิตดี๊ดี! กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ 1. วัดถ้ำเสือ อ.ท่าม่วง วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงไม่น้่อย รวมถึงยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชินประทานพร วัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนเนินเขา ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เป็นอำเภอที่อยู่ก่อนถึงตัวเมืองกาญจนบุรี เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณถ้ำเสือด้านล่างริมเนินเขา ต่อมาได้แรงศรัทธาจากชาวบ้าน ร่วมกันสร้างและบูรณะ จนกลายเป็นวัดที่ใหญ่โต และมีความวิจิตรงดงาม การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบ้านโป่ง เข้าถนนแสงชูโต จะผ่านแยกมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ จากนั้นพอถึงแยกท่าม่วง เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอท่าม่วง ผ่านหน้าโรงพยาบาลท่าม่วง วนวงเวียนหอนาฬิกา เพื่อเลี้ยวซ้ายไปถนนเลียบคลองชลประทาน เจอสามแยก เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง) ให้วิ่งไปทางเดียวกับวัดม่วงชุม พอเลยวัดม่วงชุมไปจะเห็นทางเข้าวัดถ้ำเสือ อยู่ทางซ้ายมือ 2. เขาช้างเผือก อ.ทองผาภูมิ  เขาช้างเผือก เป็นที่เที่ยวสำหรับคนที่ชอบการเดินป่า ชอบผจญภัย พิชิตยอดเขาสูง ยอดเขาช้างเผือกสูงตระหง่าน รอให้มาพิสูจน์ความกล้ากัน โดยเฉพาะจุดของสันเขาที่หวาดเสียวที่สุดที่เรียกว่า "สันคมมีด" เขาช้างเผือก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ บนยอดเขามีลักษณะเป็นภูเขาหญ้า มีหินบ้างตามสันเขา การเดินทางไปยังยอดเขาช้างเผือก จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เพื่อลงทะเบียนรายชื่อคนที่ขึ้นเขา ในแต่ละวันทางอุทยานฯ​ มีการจำกัดคนบนเขาไว้ที่ 60 คน เพราะพื้นที่กางเต็นท์บริเวณยอดเขามีพื้นที่จำกัด ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมมาแบบ 1 คืน 2 วัน การเดินขึ้นสู่เขาช้างเผือกจะเริ่มจากบริเวณหลังหมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการเดินขึ้นไปจนถึงจุดกางเต็นท์ เดินช่วงแรกจะผ่านป่าโปร่งๆ เป็นเนินเขาเตี้ยบ้าง สูงบ้าง เป็นเนินทุ่งหญ้าที่มีวิวสวยๆ ระหว่างทางให้ถ่ายรูป ช่วงนี้แดดค่อนข้างร้อน จากนั้นก็จะเป็นการเดินตามเชิงเขาบ้าง สันเขาบ้าง ช่วงนี้จะเป็นทุ่งหญ้าความสูงพอท่วมหัว แล้วจึงจะถึงจุดตั้งแคมป์ การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ตรงเข้าอำเภอทองผาภูมิ (เส้นทางจะต่อกับเส้น 3272 เลย) วิ่งผ่านตัวอำเภอ (ตัวอำเภออยู่ทางขวา) เลียบอ่างเก็บน้ำในเขื่อนไปอีกประมาณ​ 30 กิโลเมตร จะถึงสามแยกบ้านไร่-ปิล๊อก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางปิล๊อก จากจุดนี้จะเป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ประมาณ 24 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอยู่ทางขวามือ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทร 034-532-114, 034--510-979 3. สะพานมอญ อ.สังขละบุรี สะพานมอญ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้ การเที่ยวชมสะพานมอญ ควรแวะเดินชมตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 6.00 - 7.00 น. เป็นช่วงที่ได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ใส่บาตรพระทุกเช้า หากนักท่องเที่ยวต้องการใส่บาตร ก็มีอาหารขายบริเวณหมู่บ้านมอญ สายๆ หากเดินข้ามฝั่งไปยังหมู่บ้านมอญ ก็สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ ซื้อของที่ระลึก หรือจะแวะชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ที่เป็นอาหารพื้นบ้านชาวมอญก็ได้ การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนเข้าตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) ผ่านวัดท่าขนุน ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม สะพานข้ามแม่น้ำรันตี ก่อนเข้าตัวอำเภอสังขละบุรีมีทางแยก ตรงไปทางอำเภอสังขละบุรี (จะมีป้ายบอกเป็นทางไปวัดวังก์วิเวการาม) วิ่งผ่านตัวอำเภอสังขละบุรี ข้ามสะพานซองกาเลีย แล้วจึงจะมีป้ายบอกเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสะพานไม้ สุดซอยจะเป็นสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) สุดซอยซ้ายมือจะมีที่สำหรับจอดรถแบบเสียค่าจอด (ประมาณ 20 บาท) 4. วัดจมน้ำ เมืองบาดาล อ.สังขละบุรี วัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ประมาณตุลาคม - มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำ ในช่วงหน้าแล้ง ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม น้ำในแม่น้ำลดลงมากจนสามารถเดินเข้าไปในโบสถ์เก่าได้ สิ่งที่เหลือไว้ให้เห็น เป็นส่วนของกำแพงด้านนอกโบสถ์ ตัวโบสถ์เหลือเพียงผนัง ไม่มีส่วนหลังคาโบสถ์ให้เห็น ภายในผนังโบสถ์ยังมีให้เห็นลวดลายศิลปะแบบมอญหลงเหลือให้เห็น เป็นลายซุ้มองค์พระพุทธรูปอยู่ตามผนัง แต่เดิมมีทั้งหมด 2500 องค์ แต่ก็มีหลายส่วนที่หลุดหายออกไปเพราะโดนน้ำเซาะบ้าง หรือหลุดหล่นลงมาแตกเองบ้าง 5. ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.ทองผาภูมิ จุดชมวิวป้อมปี่ เป็นสถานที่ชมวิวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมที่หลายๆ คนพูดถึงว่าเป็นจุดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม โรแมนติก และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งทางภาคตะวันตก เหมาะแก่การพักผ่อนแบบไม่ลำบากมาก มีบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ มองเห็นท้องน้ำของอ่างเก็บน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทิวทัศน์ภูเขาอยู่ไกลสายตาออกไป หน้าหนาวได้เห็นไอหมอกละเลียดตามผิวน้ำ จนหลายคนคิดไปว่ากำลังนอนอยู่ที่ปางอุ๋งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เลยทีเดียว การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนถึงตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) จะผ่านวัดท่าขนุน น้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกไดช่องถ่อง หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาแหลม(เกริงกระเวีย) เลยจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจะพบทางเข้าจุดชมวิวป้อมปี่อยู่ทางซ้ายมือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร.086-131-3443(ป้อมปี่) 034-546-819, 034-532-099 6. มหาถ้ำลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ วนอุทยานแห่งชาติลำคลองงู เป็นชื่อของลำห้วยซึ่งไหลวกวนและสลับซับซ้อนผ่ากลางผืนป่ากัดเซาะเพิงผาเทือกเขาหินปูนกลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง ประกอบกับการสะสมของตะกอนหินปูนที่ใช้เวลานานแสนนานจึงเกิดเป็นหินงอกหินย้อยประติมากรรมของธรรมชาติที่สวยงาม ภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูจึงมีถ้ำหลายแห่งที่น่าเดินทางเข้าไปสำรวจความงดงาม เช่น ถ้ำเสาหิน อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงู 6 กิโลเมตร ลักษณะเป็นถ้ำทะลุภายในมีห้วยลำคลองงูไหลผ่านตลอด จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ เสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจากพื้นถึงยอดเสาได้ 62.5 เมตร นับได้ว่าเป็นเสาหินที่สูงที่สุดในโลกเท่าที่เคยพบมาในปัจจุบัน อีกทั้งภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อย รูปทรงต่างๆ เป็นจำนวนมาก จัดได้ว่าเป็นถ้ำที่มีความงดงามและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง การเดินทาง : สามารถเข้าถึงได้โดยทางเรือ จากบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ขึ้นไปทางเหนือถึงบริเวณปากห้วยคลองงู แล้วเดินต่อจากปากห้วยคลองงูขึ้นไป 6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะถึงปากถ้ำ ตลอดทางจะพบน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยคลองงู ไหลลดหลั่นลงไปตลอดทาง การเดินทางทางรถยนต์ เส้นทางที่สะดวก คือเริ่มต้นจากน้ำตกเอราวัณ ใช้เส้นทางผ่านถ้ำพระธาตุ ไปจนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านพุเตยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเดินเท้าต่อจากบ้านพุเตยใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงก็จะถึงถ้ำ 7. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อ.ศรีสวัสดิ์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรือ "น้ำตกห้วยขมิ้น" เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ด้วยความงามของม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยป่าเขา และต้นไม้นานาพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต่างติดใจจนแวะมาเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหลายต่อหลายครั้ง อย่างไม่รู้เบื่อ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่ที่ยังคงเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อนการเข้าไปถึงตัวน้ำตก ทำได้ยาก ต้องผ่านเส้นทางที่ลำบาก ต้องใช้รถโฟว์วิล หรือขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำเพื่อข้ามแพขนานยนต์จากฝั่งตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ มายังฝั่งน้ำตก ปัจจุบันมีเส้นทางลาดยางที่รถยนต์สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนต่างมาเที่ยวชมน้ำตกกันอย่างไม่ขาดสาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์  034-547-018 (VoIP), 034-532-027 กองอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้  0-2579-0529, 0-2579-4842 8. โบสถ์สแตนเลส วัดป่าลำขาแข้ง อ.ศรีสวัสดิ์ โบสถ์แสตนเลส ณ วัดป่าลำขาแข้ง และพระพุทธรูปแสตนเลสหนึ่งเดียวในโลก ฉลุลายไทยวิจิตรงดงาม สร้างสรรค์จากแรงศรัทธาของประชาชน ที่ช่วยกันบริจาคสร้างขึ้นเพื่อนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงเจริญพระชนพรรษาครบ 80 พรรษา เป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ การไปชมโบสถ์นี้ต้องนั่งเรือหางยาวจากเขื่อนศรีนครินทร์ไปชมความงดงามของโบสถ์แห่งนี้ เพราะวัดตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ ไม่สามารเดินทางด้วยพาหะนะอย่างอื่น ตัวโบสถ์ส่องประกายงดงามยามเมื่อต้องแสงแดด และเมื่อเข้าใกล้จะได้เห็นลวดลายฉลุขอลายไทย บริเวณซุ้มประตูโบสถ์และหน้าต่าง เมื่อเข้าไปนั่งไหว้พระรู้สึกเย็นมาก ใครอาจจะคิดว่าโบสถ์สร้างด้วยเตนเลสเงางามแบบนี้ ข้างในไม่ร้อนหรือ แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเพราะตัวโบสถ์ทำโครงเป็นสเตนเลส ใช้สเตนเลสแผ่นปะทั้งด้านใน และด้านนอก แต่อัดฉนวนไว้ตรงกลาง ทำให้กันความร้อนได้ดี รวมทั้งพื้นเป็นแกรนิตเลยโปร่งโล่งสบาย หากมองออกไปบริเวณรอบๆวัดก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ของขุนเขา ที่สวยงามท่ามกลางเขื่อนศรีนครินทร์ ลองลืมภาพ โบสถ์ที่สร้างด้วยปูซีเมนต์ในแบบเดิม มาเยี่ยมชมโบสถ์สเตนเลสและพระพุทธสเตนเลสที่ วัดนี้แล้วจะได้ความ แปลกใหม่สุดแสน Unseen มาเลยทีเดียว 9. เขาสันหนอกวัว อ.สังขละบุรี "เขาสันหนอกวัว" เป็นอีกหนึ่งในสถานที่เที่ยวปราบเซียน ท้าทายขาลุย และนักผจญภัยที่ชอบเดินป่า พิชิตภูผา เหมาะสำหรับคนที่รักธรรมชาติ ฟิตร่างกายพร้อมรับการเดินไต่ระดับ ขึ้นสู่ยอดเขาสูงตระหง่าน เขาสันหนอกวัว เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี มีระดับความสูงที่ 1,767 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ทางเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี ในแนวเทือกเขาเขียว ที่เป็นป่าฝั่งตะวันตกของพื้นที่อุทยานฯ มีส่วนที่ติดต่อกับพื้นที่ป่าในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร จึงมีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ สภาพป่ามีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และยังคงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ คำว่าสันหนอกวัว มาจากลักษณะของยอดเขาที่นูนออกมา รูปร่างคล้ายกับส่วนที่เป็นสันนูนบนหลังของวัว ที่เรียกว่าโหนก หรือหนอก เขาสันหนอกวัว เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินป่าขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติ และชมทัศนียภาพจากบนยอดเขา การเดินทางขึ้นเขานั้นจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อนำทางไปยังจุดที่สามารถตั้งแค้มป์ได้ การเดินทางจะเริ่มจากเจ้าหน้าที่ขับรถนำไปยังจุดเริ่มเดินเข้าไปในป่า บริเวณเชิงเขาหัวโล้น ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ จากนั้นต้องใช้การเดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขา ​ที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ นำทางไปเท่านั้น ระยะทางจากด้านล่างไปยังจุดตั้งแค้มป์ ประมาณ​ 9 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง ไม่สามารถเดินทางไปกลับได้ภายในวันเดียวได้ จะต้องพักค้างแรม กางเต็นท์นอนบนเขา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร. 034-546819 10. ต้นจามจุรียักษ์ อ.เมือง ต้นจามจุรียักษ์ ตั้งอยู่บนเส้นทางไปอำเภอด่านมะขามเตี้ย บ้านกสิกรรม หมู่ 5 ต.เกาะสำโรง หากมาจากวัดถ้ำมังกร เลยจากวัดถ้ำมังกรไปประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าไปในกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 (กองผสมสัตว์) กรมการสัตว์ทหารบก ผ่านวัดถ้ำมุนีย์นาถ แล้วเลี้ยวขวา ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10 คนโอบ รัศมีทรงพุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75 เมตร ความสูงเรือนยอด 20 เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา มีทรงพุ่มแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตสวยงามร่มรื่น ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยากมาก ปัจจุบันต้นจามจุรียักษ์ ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะบรรดาช่างภาพ ที่ต่างบรรจงสร้างสรรค์ผลงานสุดอลังการผ่านต้นไม้อันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก : www.kanchanaburi.co/th  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai ติดตามภาพถ่ายสวย ๆ จากช่างภาพผู้สนับสนุนของเรา ได้ที่ : www.facebook.com/baagklong , www.facebook.com/ChillDTravel , www.facebook.com/Suracheat1

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

แอนฟิลด์..ร้อนเป็นไฟ!! หงส์แดง จัดปาร์ตี้นิวเมนสแตนด์ ยำใหญ่ จิ้งจอก สิ้นลายแชมป์เก่า
จิ้งจอกสยาม /  ผลบอล / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2559 ลิเวอร์พูล 4-1 เลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ทำประตู : 1-0 เฟอร์มิโน่ น.13, 2-0 มาเน่ น.31, 2-1 วาร์ดี้ น.38, 3-1 ลัลลาน่า 3-1 น.56, 4-0 เฟอร์มิโน่ น.89 เวลา : 23.30 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : BeIN SPORTS 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2559 เป็นการพบกันระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ พร้อมกับ นิว เมน สแตนด์ ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ โดยก่อนเกม เจอร์เกน คล็อปป์ ได้รับข่าวร้ายเมื่อ เดยัน ลอฟเรน เซ็นเตอร์แบ็คคนสำคัญบาดเจ็บช่วงซ้อมทำให้จำเป็นต้องส่ง ลูคัส เลว่า ลงไปทำหน้าที่แทน เกมในครึ่งแรก ถือว่าเปิดฉากมาทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสนุกสูสี อาศัยจังหวะการเข้าทำโดยใช้ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะด้วยกันทั้งคู่ และทีเด็ดทีขาดอยู่ที่เจ้าบ้านหลังมาได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ไก่โห่จาก โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ (นาที13) หลังจากนั้นทรงบอลและอาการป่วยของ เลสเตอร์ ก็ยังไม่ดีขึ้น หลังมาโดนกระทุ้งอีกหนึ่งตุงในนาที 31 จากการประสานงานกันของ มาเน่ & สเตอร์ริดจ์ ก่อนจะจบลงที่ มาเน่ ได้ซัดเหน่งๆเข้าไปช่วยให้ "หงส์แดง" ตีปีกทิ้งห่างไปเป็น 2-0 ก่อนที่นาที 38 ลูคัส เลว่า จะมาแจกส้มตื่นบอลส่งพลาดให้ เจมี่ วาร์ดี้ ยิงโล่งๆเข้าไปอย่างง่ายด้าย สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกไปด้วยการขึ้นนำของ ลิเวอร์พูล ที่ 2-1 ช่วงครึ่งหลังแม้ว่าแชมป์เก่าจะเป็นฝ่ายตาม แต่พวกเขาก็ยังไม่เร่งเกมบุกโดยปล่อยให้ "หงส์แดง" ค่อยๆต่อบอลกันไปมาจนกระทั่งนาที 56 อดัม ลัลลาน่า เห็นช่องลองวางเท้าตะบันเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งแรงทะยานหนีมือ ชไมเคิล เข้าไปเสียบตาข่ายอย่างสวยสดงดงาม.. หลังจากนั้นดูทรง "จิ้งจอกสยาม" เหมือนจะมีอาการเมาหมัด เพราะพยามเร่งเกมเร็วจนกระทั่งผิดพลาดกันไปเอง แถมโอกาสสวนกลับของเจ้าบ้านแต่ละจังหวะก็หวังผลได้แทบจะทุกครั้ง และท้ายที่สุดแล้ว เลสเตอร์ ก็มาโดนประตูตอกฝาโรงจากลูกสวนกลับ ซาดิโอ มาเน่ ใช้สปีดความเร็วหนี ชไมเคิล ที่ออกมานอกกรอบเขตโทษ ก่อนจะไหลถวายพานให้ เฟอร์มิโน่ ซัดเข้าไปอย่างเยือกเย็น ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิด แอนฟิลด์ และ นิว เมน สแตนด์ คว้าสามแต้มเหนือผู้มาเยือนไปได้ด้วยสกอร์ 4-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, ลูคัส เลว่า, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลานา, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, โรเบิร์ต ฮูธ, เวส มอร์แกน, คริสเตียน ฟุคส์, ริยาด มาห์เรซ, แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, แดเนี่ยล อามาร์ตี้, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, ชินจิ โอกาซากิ, เจมี่ วาร์ดี้ สถิติหลังเกม

อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า นำทีมแถลงข่าว เทศกาลดนตรีมาลีฮวนน่าครั้งใหม่
Maleehuana /  คฑาวุธ ทองไทย / 

อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า นำทีมแถลงข่าว เทศกาลดนตรี มาลีฮวนน่า ตอนที่ # 1/8 ตำนานลุงเท่ง เตรียมขนดนตรีชาติพันธุ์ปักษ์ใต้เปิดประตูสู่อาเซียน 10 ธันวาคมนี้ ด้วยกระแสเรียกร้องที่ท่วมท้น ทำให้ คฑาวุธ ทองไทย หรือ อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า สุดต้านแรงรักศรัทธาแฟนๆ เดินเครื่องใช้ 'ดนตรี กวี ศิลปะ' จรรโลงสังคม พร้อมกับเปิดเวทีให้กับศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวเกิดความผูกพันรักกันกลมเกลียว ไปกับดนตรีชาติพันธุ์ปักษ์ใต้เป็นการเปิดประตู่สู่อาเซียนไปในตัว ใน เทศกาลดนตรี มาลีฮวนน่า ตอนที่ # 1/8 ตำนานลุงเท่ง ในงานแถลงข่าว อาจารย์ไข่เปิดเวทีให้ศิลปินเปิดประตูสู่ปักษ์ใต้ ขนศิลปวัฒนธรรมและดนตรีชาติพันธุ์ปักษ์ใต้มาทำการแสดงให้แฟนคลับ รวมถึงลูกพ่อขุนจำนวนมากได้สัมผัสความงดงามและความสุนทรีย์เป็นการเรียกน้ำย่อย เริ่มจาก ราเชนทร์ กิ่งทอง(หลานชาย สาลิกา กิ่งทอง) โชว์หนังตะลุง ต่อด้วยรำมโนราห์จาก เจี๊ยบ เบญจพร นักร้องสาวชาวใต้ ทายาท อ.ประจวบ วงศ์วิชา นักประพันธ์เพลงชื่อดังที่แต่งองค์ทรงเครื่องมโนราห์สวยงามสะกดทุกสายตาไปกับการร่ายรำตื่นตาตื่นใจ ต่อด้วย ป๋อง ณ ปะเหลี่ยน และ ชัย สานุวัฒน์ โชว์ลูกคอเพลงใต้ไพเราะให้ฟังเสนาะหู พิเศษสุดๆ เพราะงานนี้ อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า ได้โชว์เพลงลุงเท่งที่แต่งใหม่ และเมดเล่ย์เพลงดังประชันกับการเล่นดนตรีประเภทเครื่องเป่ากับ อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ให้ฟังกันสดๆ ก่อนเปิดมินิคอนเสิร์ตขนเพลงดังมาลีฮวนน่า แสงจันทร์, หัวใจหรือโฉ้ มาให้ฟังกันเต็มอิ่มทำเอาแฟนๆ และคอเพลงมาลีฮวนน่าสุขกันถ้วนหน้า อาจารย์ไข่ กล่าวว่า "เทศกาลดนตรีมาลีฮวนน่า เน้นสายสัมพันธ์พ่อแม่ลูก ก่อนอี่นต้องขอโทษเป็นอย่างสูง ตอนแรกวางแผนไว้จะจัดที่หลังปั๊มแห่งหนึ่งในชะอำขาขึ้นกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่สวยมาก ทั้งที่ตั้งเวที สถานที่จำหน่ายสินค้า ลานกางเต้นท์ และที่จอดรถ แต่เมื่อลงไปสำรวจพื้นที่แล้วพบปัญหาเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความปลอดภัยของแฟนเพลง เนื่องจากรถขับย้อนศรอันตรายมาก บอกกับแฟนเพลงยังอาวรณ์กับบรรยากาศความอบอุ่นที่ไร่หุบกะพงเรียกร้องกันเข้ามามาก จนผมไม่อาจต้านแรงรักและศรัทธาจึงตัดสินใจใช้สถานที่เดิม" "ผมเชื่อว่าดนตรีชาติพันธุ์เป็นเรื่องที่สำคัญ ศิลปะคือชีวิต ดนตรีตอนนี้อยู่ในยุคที่ต้องใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นตัวนำ หรือศิลปะคุ้มครองเศรษฐศาสตร์ ที่เลือกภาคใต้ก่อนเพราะเป็นของที่เรามี คือตำนานลุงเท่ง จะนำเรื่องของเพลงบอก มโนราห์ หนังตะลุง ลูกทุ่ง และเพลงสตริงใน 3 ยุค มาให้สัมผัสความสุนทรีย์กัน ส่วนที่ยังคงเดิมที่จะได้เจอกันแน่นอน คือเรื่องของครอบครัวพ่อแม่ลูก จัดกิจกรรมให้กับเด็กๆ ยังคงมีการแข่งกีฬา ฟุตบอล ฟุตซอล เหมือนเดิม โดยแขกรับเชิญพิเศษ มี อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, อ.ยงยุทธ ด้ามขวาน และยังมีศิลปินภาคใต้ ป๋อง ณ ปะเหลี่ยน, ชัย สานุวัฒน์, ยิว คนเขียนเพลง, พายุ สุริยัน, สุดรัก อักษรทอง, โรม ศรีธรรมราช, เจี๊ยบ เบญจพร, วงสะพาน และอีกเยอะครับบอกไม่หมด ต้องไปชมครับ" "ที่มาของคำว่า 1/8 คือเราเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นแคมป์ไฟดนตรี ที่เคยบอกไว้ในครั้งที่ 7 ว่าเป็นปีสุดท้าย แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย คราวนี้เป็นเทศกาลดนตรี โดยชื่อคือครั้งที่ 1 เน้นเรื่องดนตรีชาติพันธุ์นับหนึ่งต่อจากนี้ ส่วนทับ 8 คือครั้งที่ 8 เป็นการเปิดประตูสู่อาเซียนอย่างแท้จริง เพราะครั้งต่อไปเราก็จะจัดดนตรีชาติพันธุ์ของภาคอีสาน ภาคเหนือ แล้วขยายให้เป็นเทศกาลดนตรีระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับโลก อย่างการแสดงมโนราห์ซึ่งเป็นศิลปะของทางภาคใต้ ผมเคยแยบๆ เข้ามาหลายตอนแล้ว ที่มีมโนราห์และเพลงบอก ครั้งนี้เป็นดนตรีชาติพันธุ์ปักษ์ใต้ มีรูปแบบที่แข็งแรง จึงมีมโนราห์และศิลปวัฒนธรรมใต้เข้ามาเต็มรูปแบบครับ ความพร้อมตอนนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ครับ" สำหรับแฟนๆ ที่สนใจ ติดต่อซื้อบัตร เทศกาลดนตรี มาลีฮวนน่า ตอนที่ # 1/8 ตำนานลุงเท่ง ได้ที่ บริษัทมาลีฮวนน่า อาร์ต เร็คคอร์ด จำกัด โทร. 085-3734616 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

15 อุทยานฯ น่าเที่ยวช่วงหน้าฝน ชมทะเลหมอก โอบกอดธรรมชาติ
10 อันดับ /  ทะเลหมอก / 

ใครหลายคนที่ชอบเที่ยวธรรมชาติ ภูเขา ป่าสีเขียว หวังพึ่งหน้าหนาวจะได้เห็นหมอกทะเลสวยๆ แต่ถ้าลองได้เที่ยวในหน้าฝน รับรองว่าจะหลงรักฤดูนี้อย่างแน่นอน เพราะเขาว่ากันว่า ทะเลหมอกในหน้าฝนนี้แหละสวยที่สุด วันนี้เรามี 10 อุทยานฯ น่าเที่ยวช่วงหน้าฝน ชมทะเลหมอก โอบกอดธรรมชาติ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ได้ซึมซับบรรยากาศ และสัมผัสธรรมชาติได้แบบเต็มอิ่ม รวมถึงได้ท่องเที่ยวน้ำตก และสถานที่ยอดฮิตได้อีกตั้งหลายที่ 15 อุทยานฯ น่าเที่ยวช่วงหน้าฝน ชมทะเลหมอก โอบกอดธรรมชาติ สายน้ำตกเย็นชุ่มฉ่ำ 1. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ สภาพป่าสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำชีและแม่น้ำป่าสักมีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง และมีความโดดเด่นทางธรณีวิทยา มีลานหินที่มีรูปลักษณ์สวยงามแปลกตา, ทุ่งดอกกระเจียว หลากหลายสายพันธุ์ สีชมพูสดใสที่พร้อมใจกันขึ้นรายรอบบริเวณ ของอุทยานฯ ชูดอกสะพรั่งในช่วงต้นฤดูฝน ชมทะเลหมอก อีกทั้งมีน้ำตกเทพนา และ ป่าหินงาม (ลานหินงาม) ทั่วบริเวณเรียงรายไปด้วยหินก้อนน้อย ใหญ่ รูปร่างแปลก ๆ มากมายในพื้นที่กว่า 10 ไร่ 2. อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ มีอากาศเย็นช่วงฤดูฝนของทุกปี อุทยานแห่งชาติไทรทองยังเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำหลายสาย และมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก เป็นที่ตั้งของ น้ำตกไทรทอง, น้ำตกตาดโตน, มอหินขาว และผาหำหด เป็นชะง่อนหินยื่นออกไปนอกภูเขาทั้งแผ่น ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 864 เมตร และเป็นจุดสูงของเทือกเขาพังเหย สามารถมองวิวทิวทัศน์รอบด้าน และผาพ่อเมือง แนวผา ตั้งอยู่บนสันเขา อีกทั้งผู้คนนิยมมาชมความงามของดอกกระเจียว ที่นี่เป็นทุ่งดอกกระเจียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งความพิเศษของที่นี่อยู่ที่ดอกกระเจียว มี 2 สี คือ สีม่วงอมชมพู (ดอกบัวสวรรค์) และ ดอกกระเจียวสีขาว (ดอกบัวเทพอัปสร) ดยเส้นทางเดินดูดอกกระเจียว จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มเส้นทางใหญ่ๆ 3. วังน้ำเขียว  - อุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดนครราชสีมา อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นอุทยานแห่งชาติในภาคอีสาน ป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยากที่มีเฉพาะบางท้องที่เท่านั้น มีต้นลานขึ้นตามธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารต่างๆ และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น หุบผา หน้าผา น้ำตก นับว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับสองของประเทศไทย รองจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นอกจากนี้ยังอยู่ในกลุ่ม "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ที่องค์การยูเนสโก ประกาศให้เป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติ" ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปางสีดา และตาพระยา ส่วน วังน้ำเขียว ก็ได้รับฉายา สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน มีโอโซนติดอันดับ 1 ใน 7 ของโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติใากใายให้เราได้เข้าไปสัมผัส 4.  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงาม และมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น ความงามของ น้ำตกทีลอซู น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดแห่งผืนป่าบริเวณทิศตะวันตกติดชายเแดนพม่า เป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย และยังมี “น้ำตกปิตุ๊โกร” หรือ เปโตร๊ะลอซู น้ำตกที่อยู่บนดอยเทือกเขาสามหมื่น น้ำตกที่ได้ขึ้นชื่อว่าอยู่สูงที่สุดในเมืองไทย ด้วยความสูงกว่า 500 เมตร หรือเกือบสองเท่าของตึกใบหยก นับเป็นน้ำตกที่อลังการสุด ๆ แต่การจะเดินทางไปถึงนั้นโหดเอาเรื่องทีเดียว ที่น้ำตกแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยความโรแมนติกด้วย ถ้านักท่องเที่ยวได้มองน้ำตกปิตุ๊โกรจากระยะไกล จะเห็นน้ำตกแห่งนี้เป็นรูปหัวใจ บางคนจึงเรียกที่นี่ว่าน้ำตกรูปหัวใจ 5. ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อฝนโปรยปราย กะหล่ำปลี เริ่มเขียวขยายๆ เป็นวงกว้างทั่วภูทับเบิก ไอหมอก และความหนาว ก็เข้ามาเยือนอีกครั้ง ความสวยงาม บรรยากาศ หามิได้จากที่ไหน กะหล่ำปลี กำลังเริ่มเขียวจนจะทั่ว ภูทับเบิกใครหลายๆคนที่อยากเห็นไร่กะหล่ำปลีบนภูทับเบิกก็เตรียมตัว เตรียมตังค์มาเที่ยวช่วงนี้เป็นต้นไปได้เลย นอกจากไร่กะหล่ำปลีแล้ว ภูทับเบิกหน้าฝน มีหมอกลงตลอดวัน ในบางวันช่วงเช้าๆ มีทะเลหมอกที่สวยงามมาก และมีโอกาสเห็นมากกว่าหน้าหนาวอีก หมอกในตอนเช้าๆสีขาวนวล ท้องฟ้าสดใส สวยกว่าในตอนหน้าหนาวมากทีเดียว ส่วนเรื่องอุณหภูมิหน้าฝนแบบนี้ไม่เคยเกิน 30 องศาเซลเซียส เฉลี่ย 27-28 องศา ส่วนกลางคืน 18-20 องศา หนาวตลอดปีจริงๆ 6. อุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี เที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงปลายฝน-ต้นหนาว จะให้บรรยากาศที่เย็นสบายจากไอฝนท่ามกลางป่าไม้ มีป่าสนสองใบธรรมชาติ มีประมาณกว่า 1,300 ต้นอยู่บนเทือกเขาพุเตย สภาพป่าสมบูรณ์มาก จนได้รับเลือกให้เป็นศูนย์แม่พันธุ์ไม้สนสองใบในภาคกลาง บางต้นมีขนาดใหญ่วัดได้ถึง 2-3 คนโอบ ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ 1 (พุเตย) ประมาณ 12 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีน้ำตกตะเพินคี่น้อย, น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี เป็นความงดงามทางธรรมชาติ ที่คนภายนอกไม่ค่อยได้มีโอกาสไปสัมผัส เหมาะสำหรับผู้ที่รักการเดินทางแบบผจญภัยเล็กๆ และยังมีถ้ำที่สวยงามที่ยังอยู่ระหว่างการสำรวจ 7. ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ กางเต๊นท์นอนบนลานสนภูสอยดาวจะเต็มไปด้วยพรรณไม้ดอกนานาชนิด เช่น หงอนนาค สร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน บานสะพรั่งอวดความงามทั่วลานสนสามใบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วง ถือ ว่าเป็นนางเอกของภูสอยดาว ยามเช้าๆ บนลานสนของภูสอยดาวจะตกอยู่ภายใต้ทะเลหมอก นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสายทิพย์ ให้ได้ยลโฉมความงามความชุ่มชื้นของมอสตะไคร้ที่เกาะตามโขดหิน เเละน้ำตกภูสอยดาว ตรงจุดเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นภู น้ำใสไหลเเรงให้เราได้ลงไปเล่นน้ำผ่อนคลายหลังจากที่เดินภูหนักหนามาทั้งวัน 8. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เที่ยว น้ำตกผาดอกเสี้ยว หรือ น้ำตกรักจัง ที่ตั้งอยู่บ้านแม่กลางหลวง ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์น้ำตกผาดอกเสี้ยวนั้นมีทั้งหมด 10 ชั้น แต่ไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือนคือชั้นที่ 7 เพราะสายน้ำจากน้ำตกชั้นบนไหลตกลงมากระทบชั้นล่าง มีความสูงราว 20 เมตร สวยงามตระการตา ส่วนที่มาของชื่อน้ำตกผาดอกเสี้ยวก็มาจากชื่อต้นเสี้ยวซึ่งเป็นไม้เด่นบริเวณน้ำตกนั้นเอง 9. อุทยานแห่งชาติภูซาง จังหวัดพะเยา มีผืนป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของจังหวัดพะเยา และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างน้ำตกภูซาน หรือที่ใคร ๆ รู้จักกันในนาม น้ำตกอุ่น ที่มีอุณหภูมิ 33 องศาเซลเซียส เหมาะแก่การมานอนแช่เพื่อสุขภาพ นับว่าเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ของผืนป่า ที่ควรค่าไปสัมผัสกันสักครั้ง 10. ทาร์ซาน วิวพอยท์ ที่ อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่จุดชมวิว “ทาร์ซาน วิวพอยท์” ที่จะทำให้คุณเห็นทัศนียภาพของเขาสกได้อย่างเต็มตา และเต็มอิ่มไปกับความสมบูรณ์ของธรรมชาติ การเดินทางไป ต้องเดินป่าเป็นระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ผ่านป่าดิบชื้น ต้องปีนผาสูงชันชัน เต็มไปด้วยแง่งหินคมกริบสุดอันตราย ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก อีกทั้งต้องฝ่าดงทากนับร้อยอีก ถือเป็นความหฤโหดของเหล่านักผจญภัยโดยแท้ 11. น้ำตกห้วยทรายใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี น้ำตกห้วยทรายใหญ่ (แก่งอีเขียว) อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-เขายอดมน เป็นน้ำตกที่สวยงาม ห่างจากอำเภอบุณฑริกไปทางทิศเหนือตามเส้นทางหมายเลข 2369 ไปบ้านห้วยทราย เป็นระยะทาง 26 กิโลเมตร ถึงกิโลเมตรที่ 29 มีทางแยกขวาไปอีก 6 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลมาตามลานหินลดหลั่นลงไปด้านล่าง บริเวณร่มรื่นมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว (เดือนกันยายน – พฤศจิกายน) 12. อุทยานแห่งชาติคลองลาน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร อุทยานแห่งชาติคลองลาน เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ด้านทิศตะวันออกเป็นที่ราบ ดินร่วนปนทราย ภูเขาแต่ละลูกเชื่อมโยงติดต่อกับขุนคลองลานซึ่งเป็นจุดสูงสุดในบริเวณนี้ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,439 เมตร สภาพป่าสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น คลองขลุง คลองสวนหมาก ไหลรวมกันลงสู่แม่น้ำปิง สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียงของลำน้ำคลองสวนหมากคือ แก่งเกาะร้อย นักท่องเที่ยวนิยมล่องแพยางสำหรับคนที่ชอบท้าทาย ลักษณะของลำคลองสวนหมากจะเป็นแก่งหินและเนินทราย มีน้ำไหลตลอดทั้งปี 13. อุทยานแห่งชาติขุนสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ครอบคลุมพื้นที่ป่าฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา ป่าดิบเขา และป่าดิบแล้ง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,424 เมตร ระหว่างทางไปอุทยานฯมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม รวมถึงทะเลหมอกอลังการให้ได้ชม มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ถ้าอยากเห็นทะเลหมอกสวยๆ อย่าหวังพึ่งช่วงฤดูหนาว เพราะฤดูฝนนี่แหละเป็นช่วงที่ทะเลหมอกสวยสุดๆ อีกทั้งไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใครเพื่อที่จะถ่ายรูปวิวสวยๆ ด้วย อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยว อาทิ ศาลเจ้าพ่อเขาครึ่ง, น้ำน่านตอนบนเขื่อนสิริกิตติ์, น้ำตกตาดหมอก, น้ำตกผาแดง, ดอยกู่สถาน, ถ้ำละโอ่ง, กาดวิว เป้นต้น มาที่เดียวได้ครบเครื่อง 14. ดอยเสมอดาว - อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ปกติในช่วงหน้าหนาว สิ่งที่เรามักเจอบนดอยเสมอดาวก็คือ เต้นท์ ผู้คน และรถยนต์จอดเรียงราย แต่ถ้าลองเปลี่ยนฤดูเที่ยว มาหน้าฝนดูสิ คุณจะได้เห็นบรรยากาศธรรมชาติอย่างแท้จริง ป่าไม้ชุ่มฉ่ำจากสายฝน ทะเลหมอกสีขาวละลานตา ปกคลุมพื้นที่ภูเขาสีเขียว มันได้ฟีลลิ่งสุดๆ และยังเป็นที่ยอดฮิตสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก นอกจากนี้ยังมี ผาหัวสิงห์ เป็นหน้าผามีรูปร่างหมือนสิงโตนอนหมอบหันหน้าไปทางทิศตะวันออกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ ได้ 360 องศา สามารถมองเห็นได้ทั้งวิวเมือง ทิวเขา แม่น้ำน่าน และมีเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติให้ได้เดินกันด้วย 15. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน โดดเด่นด้วยทัศนีภาพของผืนป่าและทิวเขาที่สวยงาม เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติมากมาย ได้แก่ ชมพระอาทิตย์ตก ณ ลานหินปุ่ม สถานที่สุดมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ราวกับอีกดวงดาวบนจักรวาล อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร , ลานหินแตก พื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติและสวยงามแปลกตา ลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นหินที่มีรอยแตกเป็นแนวยาว คล้ายกับแผ่นดินแยก โดยรอบบริเวณนั้นยังปกคลุมไปด้วยตะไคร่ ไลเคน มอสเฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ และ ผาพบรัก เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว พบกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของผืนป่าและสายหมอกหนาที่สามารถพบได้ในช่วงฤดูฝน สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือน ผาพบรัก แล้วไม่ควรพลาดโอกาสไปเยือน ผาบอกรัก ผาคู่รัก ผาสลัดรัก และจุดท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ช่างเหมาะกับคนมีความรักซะจริงๆ อ่านเพิ่มเติม เที่ยวพิษณุโลก ขึ้นภูหินร่องกล้า ชมทุ่งดอกกระดาษหลากสีสัน เรียบเรียงข้อมูล travel.mthai

รู้จักกับ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children
Cameron King /  Ella Purnell / 

เช็คชื่อ 9 เด็กมหัศจรรย์แห่งบ้านเพริกรินใน Miss Peregrine's Home for Peculiar Children สิ่งที่น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่อง Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children บ้านเพริกริน เด็กสุดมหัศจรรย์ ก็คงหนีไม่พ้นเด็กที่มาอยู่รวมตัวกันในบ้านหลังนี้ แต่ละคนก็มีความพิเศษในตัวเอง มาทำความรู้จักกับพวกเขาก่อนจะเข้าไปดูภาพยนตร์กันดีกว่า หมายเหตุ เจนโน ท็อปปิง (Jenno Topping) เป็นโปรดิวเซอร์ และ ดีเรก เฟรย์ (Derek Frey) เป็น เอกเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ บรอมวิน รับบทโดย พิกซี เดวีส์ (Pixie Davies) เป็นเด็กตัวเล็กแต่เข้มแข็ง อายุน้อยที่สุดและที่ผ่านมาถือเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เด็กประหลาด ตัวละครร่างจิ๋วผู้กล้าหาญและมีพลังรายนี้เป็นตัวละครที่เบอร์ตันชอบเป็นพิเศษ "เธอเป็นตัวแทนของคนตัวเล็กซึ่งสามารถทำสิ่งที่ไม่ธรรมดา" ท็อปปิงกล่าว "เช่นเคย แนวคิดนี้ตรงกับผลงานและความสนใจของทิมในแง่ที่ว่าผู้คนอาจสร้างความประหลาดใจให้คุณได้" แคลร์ รับบทโดย แรฟฟิเอลลา แชปแมน (Raffiella Chapman) เป็นเด็กประหลาดซึ่งเมื่อมองจากภายนอกก็ดูปกติดี เพียงแต่ว่าเธอมีฟันแหลมคมอยู่ที่หลังศีรษะเท่านั้นเอง “เราเรียกตัวละครตัวนี้ว่า ‘เด็กหญิงปากหลัง’” เฟรย์กล่าวติดตลก “เป็นความประหลาดที่ประหลาดยิ่งกว่าแบบอื่นๆ ทิมต้องการคนที่คุณจะนึกไม่ถึงเลยว่ามีคุณสมบัติพิเศษแบบนั้น แรฟฟิเอลลามีความไร้เดียงสาในแบบเดียวกับเชอร์ลีย์ เทมเพิล” เอ็มมา รับบทโดย เอลลา เพอร์เนลล์ (Ella Purnell) เธอมีความสามารถในการควบคุมอากาศได้ และต้องใส่รองเท้าที่ทำด้วยตะกั่วเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเธอลอยขึ้นไป เมื่อการผจญภัยดำเนินไป “มันน่าสนใจมากเวลาที่ฉันเล่นฉากหนึ่งอยู่แล้วทิมบอกว่า ‘เอาล่ะ กลัวให้สุด ๆ วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยนะ’ แล้วฉันก็คิดว่า ‘เห็นรองเท้าที่ฉันใส่อยู่ไหมล่ะ’” อีน็อค รับบทโดย ฟินเลย์ แม็คมิลลัน (Finlay MacMillan) เป็นเด็กหนุ่มที่โตที่สุดในบ้านเด็กประหลาด อีน็อคสามารถทำให้วัตถุต่าง ๆ มีชีวิตขึ้นมาได้ชั่วคราว ซึ่งเป็นทักษะที่เขาใช้ในการต่อสู้ครั้งสำคัญกับพลังด้านมืด บางครั้งเขาก็ใช้ความสามารถนี้เพื่อความสนุกสนานของตนเอง อย่างตอนที่เขาทำให้ตุ๊กตาออกมาต่อสู้กัน โดยในภาพยนตร์นั้นนำเสนอผ่านแอนิเมชันแบบสต็อปโมชัน อันเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเบอร์ตันที่เคยสร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยมมาแล้วใน Corpse Bride และ The Night Before Christmas ฟิกกิสก่าวว่า นักแสดงฟินเลย์ แม็คมิลลัน นั้น “เซ็กซี่และดาร์กนิด ๆ แต่ไม่หดหู่” ฮอเรซ รับบทโดย เฮย์เดน คีลเลอร์-สโตน (Hayden Keeler-Stone) มีความฝันที่พยากรณ์อนาคตได้ ทุก ๆ คืน เหล่าเด็กประหลาดจะมารวมตัวกันเพื่อดูภาพความฝันอันแจ่มชัดของฮอเรซที่ฉายขึ้นบนจอ ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นในชุดสูทอังกฤษเรียบหรู “ฮอเรซดูราวกับมาจากอีกยุคหนึ่ง” ท็อปปิงกล่าว ฮิวจ์ รับบทโดย ไมโล พาร์คเกอร์ (Milo Parker) เป็น “เจ้าแห่งผึ้ง” เขาต้องใส่หน้ากากของคนเลี้ยงผึ้งเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงผึ้งที่อยู่ในตัวเขาออกมาทำอันตรายเพื่อน ๆ “มีเสน่ห์บางอย่างอยู่ในตัวเด็กชายหน้าตาน่ารักอ่อนโยนที่มีอะไรเพี้ยน ๆ อาศัยอยู่ภายในตัวเขา” ท็อปปิงกล่าว มิลลาร์ด รับบทโดย คาเมรอน คิง (Cameron King) มีคุณสมบัติประหลาดในแง่การหายตัวได้  ทำให้เขาเป็นเด็กประหลาดที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันและสร้างความปั่นป่วนมากที่สุด เนื่องจากเรามองไม่เห็นตัวละครและนักแสดงที่มารับบทนี้ การหา “เสียง” ที่เหมาะสมสำหรับมิลลาร์ดจึงสำคัญเป็นพิเศษ “เราต้องหาเด็กที่มีเสียงแตกต่างจากคนอื่น และทำให้คุณสงสัยว่าหนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร” เฟรย์กล่าว โอลีฟ รับบทโดย ลอเรน แม็คครอสที (Lauren McCrostie) เด็กสาวผู้รักอิสระซึ่งใช้ปลายนิ้วจุดไฟได้ เธอต้องใส่ถุงมือยาวสีดำไว้ตลอดเวลาเพราะไม่อย่างนั้นทุกสิ่งที่เธอสัมผัสจะติดไฟ ลอเรน แม็คครอสที สาวผมแดงผู้งดงาม ได้รับบทนี้ไปเพราะเฟรย์บอกว่าเธอ “มีความอ่อนโยนซึ่งจำเป็นต้องมาถ่วงดุลกับความแปลกประหลาดอย่างหนักของเธอ” คู่แฝด รับบทโดย โธมัสและโจเซฟ อ็อดเวลล์ (Joseph Odwell, Thomas Odwell) เป็นเด็กประหลาดที่ลึกลับที่สุด พวกเขาใส่หน้ากากอำพรางใบหน้าเอาไว้และไม่พูดอะไรเลย นอกจากนี้ยังมีความประหลาดที่ซ่อนไว้ซึ่งจะเปิดเผยก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายร้ายแรงเท่านั้น นักแสดงที่มารับบทเป็นคู่แฝดจะต้องเป็นเหมือนเงาสะท้อนของกันและกัน รวมถึงแสดงสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันด้วย คู่แฝดอ็อดเวลล์มีความประสานสอดคล้องกันซึ่งจำเป็นต่อการรับบทนี้

แอบส่องเมืองน่าเที่ยว 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  เที่ยวอาเซียน / 

อีกไม่นานเกินรอ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ก็จะเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งถือเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรม เพราะแต่ละแห่งก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปแอบส่องเมืองน่าเที่ยว ใน 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ว่าแต่ละแห่งมีสถานที่ใดโดดเด่น และน่าสนใจกันบ้าง แอบส่องเมืองน่าเที่ยว 10 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน แม้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มีทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน ไม่นับติมอร์ เลสเต (แต่ทางเราก็จะขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเกิดใหม่แห่งนี้ด้วย) 1. เมียนมาร์ มหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ชเวดากอง แลนด์มาร์กสำคัญของเมียนมาร์ ตั้งอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่า โดดเด่นด้วยเจดีย์ใหญ่สีทองอร่าม เป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมียนมาร์เลยก็ว่าได้ พุกาม พุกาม เมืองแห่งทะเลเจดีย์ เต็มไปด้วยเจดีย์ และวัดเก่าแก่ ตั้งเรียงรายละลานตา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ อีกทั้งยังมีเทศกาลบอลลูนให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมวิวของเมืองแบบ 360 องศา อีกด้วย 2. สปป. ลาว วังเวียง วังเวียง เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองลาว เพราะเต็มไปด้วยหุบเขา ถ้ำ สายน้ำ และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติในรูปแบบการผจญภัยต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด น้ำตกตาดกวางสี หลวงพระบาง น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกที่สวยงามที่สุดของเมืองหลวงพระบาง เป็นน้ำตกหินปูน สูงราว 70 เมตรมีสองชั้น สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆน้ำตกและสามารถเลาะข้างน้ำตกไปชมน้ำตกชั้นบนสามมารถเล่นน้ำบริเวณลำธารได้ 3. กัมพูชา  อังกอร์วัด อังกอร์วัด คือสิ่งปลูกสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างในปี พ.ศ.1650 ในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 2 ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรคลาสสิก และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศ ตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ นครวัด-นครธม ปราสาทบายน ปราสาทบายน ปราสาทที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอาณาจักรขอม สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในปี พ.ศ. 1730 ปราสาทบายน เป็นศาสนสถานของพระพุทธศาสนา นิกายวัชรยาน มีรูปสลักของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รอบปราสาท มี ทั้งหมด 54 ยอด 216 หน้า 4. เวียดนาม ฮาลอง เบย์ สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากจะได้ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์อันสุดยอดแล้ว คุณจะได้พบกับกิจกรรมผจญภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปีนหน้าผา หรือพายเรือคายัค ซาปา เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม เต็มไปด้วยนาขั้นบันไดสุดลูกหูลูกตา คนชอบถ่ายภาพจะต้องถูกใจแน่นอน อีกทั้งยังได้สัมผัสวิถีวิตของคนท้องถิ่นอีกด้วย 5. มาเลเซีย  ปีนัง เกาะปีนัง เป็น 1 ใน 13 รัฐของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตก และมีจอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐ ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ปีนังคุณสามารถหาสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ได้มากมาย เนื่องจากที่ปีนังนั้นถือว่ามีความหลากหลายทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวทั้งจากแหล่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม ซาบาห์ ซาบาห์เป็นหนึ่งในสองรัฐของมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง และมีทรัพยากรทางทะเลที่สวยงามและสมบูรณ์มาก โดยมีโกตาคินาบาลู เป็นเมืองหลวงของรัฐ 6. สิงคโปร์ มารีนา เบย์ แซนด์ มารีน่า เบย์ แซนด์ โรงแรมระดับ 5 ดาว ได้ชื่อว่าอลังการที่สุดในสิงคโปร์ จำนวนห้องพักกว่า 2500 ห้อง ในความสูง 57 ชั้น โดยมีจุดเด่นอยู่บนชั้นดาดฟ้า Skypark ที่มีสระว่ายน้ำไร้ขอบ ยาวถึง 150 เมตร และใกล้ๆ กันมี ไนท์คลับ สุดฮิป ไว้ให้บริการด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สนุกพร้อมกับชมวิวทั้งเมืองในยามค่ำคืน ชางงี บีช ปาร์ค ชางงี บีช ปาร์ค คือสวนสาธารณะริมชายฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นปิกนิกและสนุกกับการตกปลา ว่ายน้ำ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน เป็นต้น เนื่องจากที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบหากเทียบกับแหล่งอื่น ๆ ของสิงคโปร์ 7. บรูไน มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน มัสยิดอันเก่าแก่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน มัสยิดหลังนี้ออกแบบและดำเนินการสร้างโดยสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินที่ 3 พระราชบิดาของสุลต่านองค์ปัจจุบัน โดยสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1958 พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกสมัยใหม่ของบรูไน มัสยิดนี้มีความวิจิตรงดงามจนได้ชื่อว่า "มินิ ทัชมาฮาล" 8. ฟิลิปปินส์  ช็อคโกแลตฮิลส์ ช็อคโกแลตฮิลส์ ตั้งอยู่บนเกาะโบฮอล ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา คือเนินเขาลูกย่อม ๆ ทรงกรวยคว่ำ ที่มีลักษณะค่อนข้างสมมาตร เรียงกันเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 50 ตารางกิโลเมตร คาดว่ามีจำนวน 1,260 ถึง 1,776 ลูก ความสูงโดยเฉลี่ยของเนินเหล่านี้อยู่ที่ 30-50 เมตร เป็นภาพที่แสนมหัศจรรย์ เกาะโบราไกย์ โบราไกย์ คือเกาะหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางทิศใต้ประมาณ 315 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่ออย่างมาก โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 2012 เกาะแห่งนี้ได้รับการโหวตจากนิตยสารทราเวล + เลเชอร์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลกมาแล้ว  นอกจากนี้ยังได้รับเลือกให้เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางที่สงบเงียบและเป็นแหล่งบันเทิงยามราตรีที่ยอดเยี่ยม อีกด้วย 9. อินโดนีเซีย วิหารอูลันดานูบราตัน บาหลี วิหารอูลันดานูบราตัน ตั้งอยู่บริเวณกลางน้ำริมทะเลสาบบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสูงทะมึน บางช่วงถูกคั่นด้วยปุยเมฆสีขาว วัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดู รวมทั้งอุทิศแด่เทวี ดานู เทพยแห่งสายน้ำ ไม่สามารถเดินข้ามไปยังวัดได้ มีลักษณะเด่นตรงศาลาซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่รียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น สวยงามมากมักปรากฏอยู่ในภาพถ่ายโฆษณาการท่องเที่ยวของบาหลีเสมอ ภูเขาไฟโบรโม่ ภูเขาไฟโบรโม่ ได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีบนมงกุฎของชวาตะวันออก อีกทั้งที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยภูเขาไฟโบรโม่คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิทจาภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร ซึ่งเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 10 แห่งอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอีกด้วย 10. ติมอร์ เลสเต กรุงดีลี ติมอร์ เลสเต เป็นประเทศที่เพิ่งประกาศเอการาชได้ประมาณสิบปีที่ผ่านมา เคยตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส และเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย มีเมืองหลวงชื่อว่ากรุงดีลี เป็นเมืองติดทะเล อารมณ์เหมือนหาดชะอำ หรือหัวหินบ้านเรา นอกจากมีชายหาดที่ยาวแล้ว ยังมีท่าเรือที่เป็นช่องทางการส่งสินค้าเข้ามาในประเทศนี้ด้วย ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : wikipedia  ,  www.oceansmile.com ภาพส่วนของเมียนมาร์ โดยคุณ : Soravee Radwongwate เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong - Travel MThai