เจ็บปวดที่งดงาม

แซม เวอร์ธิงตัน เสียใจอย่างสุดซึ้ง จนเขาได้พบกับพระเจ้า ในตัวอย่างแรก The Shack
Lionsgate /  Octavia Spencer / 

Lionsgate ได้ปล่อยตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ดราม่าที่สร้างจากนวนิยายขายดีของ วิลเลียม พี. ยัง (William P. Young) ในชื่อเดียวกันว่า The Shack ออกมาให้ชมกันแล้ว เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย สจ๊วต ฮาเซลดีน (Stuart Hazeldine) แซม เวอร์ธิงตัน (Sam Worthington) รับบทเป็น ชายผู้เจ็บปวดจากความสูญเสียอย่างสุดใจจากการจากไปของลูกสาว หลังจากนั้นเขาถูกเรียกให้ไปยังกระท่อมร้างแห่งหนึ่งในโอเรกอน ทำให้เขาได้พบกับผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่า ปาปา รับบทโดย ออกตาเวีย สเปนเซอร์ (Octavia Spencer) ปาปาได้สอนเขาถึงเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตรวมถึงขั้นตอนการเป็นไปของมัน และเขาได้รู้จักตัวเองมากขึ้น กำกับภาพยนตร์โดย สจ๊วต ฮาเซลดีน (Stuart Hazeldine) The Shack เข้าฉายในสหรัฐฯ วันที่ 3 มีนาคม 2017 ดูบทความต้นฉบับ : Sam Worthington suffers tragedy and finds God in trailer for 'The Shack'

แม่โบว์ - น้องมะลิ สวยสง่าในชุดไทยจิตรลดา เผยเป็นชุดที่ ปอ ทฤษฎี อยากให้ใส่ (มีคลิป)
ปอ ทฤษฎี /  น้องมะลิ พาขวัญ / 

ครบรอบ 1 ปีเต็มแล้วสำหรับการจากไปของพระเอกหนุ่มขวัญใจประชาชน ปอ ทฤษฎี ที่วันนี้ (18 มกราคม 2560) ทาง ครอบครัวสหวงษ์ ได้จัดงานครบรอบ 1 ปีแห่งการจากไปให้กับอดีตพระเอกหนุ่ม ที่วัดธรรมธีราราม อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งงานนี้ แม่โบว์ แวนดา และ น้องมะลิ พาขวัญ ได้สวมชุดไทยจิตรลดาสีขาวมาร่วมพิธีทางศาสนา ซึ่งแม่โบว์ ได้เผยถึงบรรยากาศงานทำบุญครบรอบการจากไปของปอ ทฤษฎี ว่า....   "บรรยากาศวันนี้ก็เต็มไปด้วยญาติพี่น้องและแฟนคลับทุกท่านที่เดินทางมาจากทั่วประเทศเลย ทุกคนก็ตั้งใจเดินทางมาเพื่อร่วมทำบุญให้กับพี่ปอ ซึ่งตัวโบว์เองก็รู้สึกดีและก็ขอบคุณทุกๆ ท่านมากๆ เลยค่ะ อย่างแฟนคลับที่มาในวันนี้เขาก็ให้ความช่วยเหลือเราหลายๆ อย่าง น่ารักมาก คอยถามไถ่อยู่ตลอดว่าจะมีอะไรให้พวกเขาช่วยอีกไหม และเมื่อวานนี้ที่ไร่นาป่าสงวนก็เต็มไปด้วยดอกมะลิ"   "สำหรับบรรยากาศการปลูกต้นมะลิเมื่อวานนี้ โบว์ต้องขอเล่าก่อนว่า ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาก็จะมีแฟนคลับแวะเวียนไปเยี่ยมเราอยู่ตลอด และก็มีการนำดอกไม้ต่างๆ ไปลงไว้ที่ไร่ เนื่องจากเขาทราบดีว่าพี่ปอเป็นคนที่ชอบดอกไม้ รวมถึงดอกแวนด้า ซึ่งก็คือดอกไม้ที่เป็นชื่อโบว์ และล่าสุดก็มีดอกมะลิ คือทุกครั้งที่เข้าไปในบ้านไร่โบว์ก็จะเห็นความเขียวขจีกับสีสันที่งดงาม ต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะ" ก่อนที่เราจะมางานในวันนี้ได้บอกพี่ปอก่อนไหมว่าเราจะจัดงานให้เขา ?  "โบว์บอกตลอดค่ะ จริงๆ แล้วทุกครั้งที่โบว์จะต้องออกจากบ้านโบว์ก็จะบอกพี่เขาตลอด บอกให้เขาไปกับโบว์ บอกให้เขาไปส่งลูกด้วยกัน และอย่างวันนี้โบว์ก็บอกเขาว่าให้เขากลับบ้านด้วยกันนะ คือพูดถึงเขาตลอด พูดถึงเขาทุกๆ เช้า" อย่างเหตุการณ์ที่เหมือนว่าน้องมะลิเขาสัมผัสถึงพ่อได้และก็เรียก พ่อปอ พ่อปอ อันนี้คือยังไง ?  "ปกติเวลาน้องเขาเห็นรูปพี่ปอเขาก็จะเรียกชื่ออยู่แล้วค่ะว่า พ่อปอ พ่อปอ แต่ถ้าเกิดว่าอยู่ๆ เขามองไปไกลๆ แล้วเรียกตะโกนว่า พ่อปอ พ่อปอ มาด้วยๆ ทฤษฎี สหวงษ์ คือตอนนี้เขาเรียกชื่อเต็มๆ ของโบว์ ของปอ ของตัวเขาเองได้แล้ว อย่างเมื่อสักครู่นี้เขาก็ยังพูดว่า พ่อปอ ทฤษฎี สหวงษ์ น่ารัก" เห็นว่าชุดที่พี่โบว์และน้องมะลิใส่มาร่วมงานครั้งนี้ก็เป็นชุดที่ตั้งใจตัดขึ้นมาโดยเฉพาะด้วย ?  "ใช่ค่ะ จริงๆ ชุดนี้เสร็จนานแล้วนะคะ แต่ก็ลุ้นอยู่ตลอดว่ามะลิจะใส่ไหม (ยิ้ม) เพราะปกติเวลาเขาใส่ชุดยาวๆ รัดๆ เขาจะอึดอัด แต่วันนี้ต้องขอบคุณเขามากที่ใส่ให้แม่วันนี้ (หัวเราะ) ก็ด้วยความที่ชุดนี้ตัวพี่ปอเองเขาก็อยากให้เราใส่ เพราะเขาเป็นคนที่ชอบอะไรไทยๆ เขาอยากเห็นมะลิใส่ชุดไทย อยากให้ลูกสาวรำไทย ซึ่งเรื่องนี้โบว์ก็ตั้งใจว่าจะพยายามให้น้องเขาลองเรียนดู" ตั้งใจจะใส่ชุดนี้ให้บ่อยขึ้นไหมในเวลาที่เราต้องทำบุญ ?  "เอ่อ...ที่ผ่านมาเวลาที่โบว์ไปวัดโบว์ก็จะคิดอยู่เสมอนะคะว่าอยากใส่ชุดไทยจังเลย แต่ก็แอบคิดอีกเหมือนกันว่าเวลาคนอื่นที่เขาเห็นเขาจะคิดว่าเราเยอะไปหรือเปล่า ซึ่งใจจริงโบว์ โบว์ชอบชุดไทยอยู่แล้วนะคะ โบว์อยากใส่ผ้าถุงไปวัด และเมื่อก่อนพี่ปอเขาก็จะบอกเสมอว่าใส่สิไม่เห็นต้องแคร์คนอื่นเลย เพราะเขาเองก็ชอบเขาอยากเห็นโบว์ใส่ชุดไทย แต่ด้วยความที่ตอนนั้นโบว์ไม่มีโอกาสได้ใส่ วันนี้โบว์ก็เลยตั้งใจใส่มา ถึงแม้จะไม่สามารถถามเขาได้ว่าเขาชอบไหม แต่โบว์ก็คิดว่าเขาน่าจะยิ้มอยู่ค่ะ (ยิ้ม)" วันเวลาผ่านมาจนครบ 1 ปีแล้ว ตัวเราเองเข้มแข็งขึ้นมากขนาดไหน ?  "เข้มแข็งในระดับหนึ่งค่ะ แต่ความอ่อนแอมันก็อยู่ในตัวเราทุกวันเนอะ ซึ่งเราก็ต้องพยายามบอกตัวเองว่าไม่ให้ร้อง แต่พอขึ้นห้องนอนไปปุ๊บ โบว์ก็ยังคงเว้นที่ให้เขานอนอยู่ ของที่เขารักทุกอย่างก็ยังคงวางอยู่ข้างๆ ยังคงคิดเสมอว่าถ้าหากหันไปแล้วจะยังเห็นเขา แต่ทุกคืนที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอเขาเลย ก็ไม่เป็นไรค่ะ ถึงแม้จะไม่สามารถเห็นเขาได้ แต่ก็ยังรู้ว่าเขาอยู่ในใจเราเสมอค่ะ" ถึงแม้พี่ปอจะไม่ได้อยู่ข้างๆ แล้ว แต่เขาเป็นพลังให้เราดำเนินชีวิตยังไงบ้าง ?  "พี่ปอเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนโบว์ทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่สมัยที่อยู่ด้วยกัน พี่ปอเขาสอนโบว์เสมอว่าให้เรารักกันทุกวัน ให้หอมกันกอดกันทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หรือเวลากลับถึงบ้านหลังจากที่เขาทำงานเสร็จโบว์ก็ต้องกอดเขาหอมเขาเสมอ หากวันไหนไม่กอดไม่หอมเขาก็จะงอน (ยิ้ม) เขาบอกว่าทุกครั้งที่เรากอดกันหอมกันแบบนี้ เป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าวันหนึ่งเขาจะได้กลับมาหรือเปล่า ดังนั้นเราจึงต้องมีความรักให้กันทุกวัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาทิ้งให้โบว์ ทำให้โบว์เข้าใจว่าเราต้องให้ความสำคัญกับความรักต่อคนในครอบครัว และคนทั่วไปที่เราเจอ การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ รวมถึงการขอบคุณและการขอโทษ" บรรยากาศที่คนมารวมตัวกันในวันนี้หากพี่ปอรับรู้ได้พี่โบว์คิดว่าเขาจะรู้สึกยังไง ?  "โบว์ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ คือพี่ปอเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่ ดังนั้นสิ่งที่โบว์พูดได้ก็คือคำว่าขอบคุณค่ะ ขอบคุณแฟนคลับพี่ปอทุกท่าน ญาติพี่น้องทุกๆ ท่าน รวมถึงทุกคนที่มาที่นี่และทุกคนที่ส่งกำลังใจมา โบว์ต้องขอขอบพระคุณทุกคนมากๆ ที่ไม่เคยลืมกันตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณจากหัวใจจริงๆ ค่ะ" แม่โบว์ - น้องมะลิ แม่โบว์ - น้องมะลิ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครเกิดเป็นกา (ละครเย็น) , เรื่องย่อเกิดเป็นกา (ละครเย็น)
ละคร เกิดเป็นกา /  ละคร เกิดเป็นกา ช่อง7 / 

เกิดเป็นกา ผู้ประพันธ์: นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์: ปลายปากกาผู้ผลิต: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัดออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง7 เรื่องย่อ ละครเกิดเป็นกา บุญเพ็ญ (หลิน นุศรา )เป็นคนรับใช้คนสนิทของ คุณหญิงภูรี (จิ๋ม ปนัดดา) แอบลักลอบได้เสียกับชายชล (หนุ่ม สุรวุฑ ) คุณหญิงภูรีจับได้เลยจับให้ชายชลรีบแต่งงานกับ กานดา (เอ๋ รชยา ) หลังจากคืนแต่งงานทั้งสองได้เดินทางไปฮันนีมูนที่ต่างประเทศ คุณหญิงภูรีจึงไล่บุญเพ็ญออกจากบ้าน บุญเพ็ญโซซัดโซเซเดินไปตามทางเปลี่ยวแล้วเจอกับ หวัง(อ๋อง กษาปณ์) ที่กำลังเมามาย หวังพยายามข่มขืนบุญเพ็ญ บุญเพ็ญต่อสู้แต่สุดท้ายก็สู้ไม่ไหวตกเป็นเมียหวัง บุญเพ็ญไปอาศัยอยู่กับ บุญพา (เดียร์ ปริษา )น้องสาวของตัวเองในสลัม โดยบุญเพ็ญไม่รู้มาก่อนว่าหวังเป็นสามีของน้องสาว บุญเพ็ญจำหวังได้แต่ไม่อยากพูดถึงเรื่องในอดีต ละครเกิดเป็นกา ตลอดเวลาบุญเพ็ญคอยติดตามความเคลื่อนไหวของชายชลและกานดา บุญเพ็ญตั้งท้อง ส่วนกานดาก็ตั้งท้องเช่นเดียวกัน วันที่กานดาเจ็บท้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล บุญเพ็ญที่กำลังท้องแก่ก็พยายามทุบท้องตัวเองเพื่อให้ลูกคลอดออกมาในคืนเดียวกับลูกของกานดา และเมื่อคลอดแล้วก็ลักลอบเปลี่ยนป้ายชื่อของเด็กทั้งสอง ทำให้ชายชลและกานดานำลูกของบุญเพ็ญไปเลี้ยง ส่วนบุญเพ็ญก็ทิ้งลูกของกานดาไว้ที่โรงพยาบาล แต่บุญพากลับไปรับมาเลี้ยงด้วยความสงสาร และตั้งชื่อให้หลานสาวว่ากระแต (พาย รมิดา) บุญเพ็ญเกลียดชังและทุบตีกระแตมาโดยตลอด กระแตโตมาในชุมชนสลัมโดยไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะบุญเพ็ญไม่ให้เรียน แต่ให้กระแตไปขายหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ยังเด็ก โชคดีที่ยังมีทม (ปาแปง กุมภ์ ) เป็นเพื่อนสนิทกับกระแตมาตั้งแต่เด็กๆ คอยหาหนังสือที่ไม่ได้ใช้แล้วมาให้กระแตอ่าน หาหนทางเพื่อให้กระแตได้เรียนหนังสือ ทมแอบหลงรักกระแตแต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าจะเสียเพื่อน วันหนึ่งบุญเพ็ญเล่นไพ่แล้วถูกตำรวจจับ ทำให้กระแตต้องหาเงินมาจ่ายค่าประกันตัว กระแตเลยใช้วิธีกระโดดตัดหน้ารถของ พงษ์วัฒน์ (บอส โตนนท์) เพื่อเรียกค่าทำขวัญ พงษ์วัฒน์เป็นหลานชายของกานดาและกานดาก็หมายมั่นจะให้แต่งงานกับเต็มดาว (กุ๊กกิ๊ก กชกร ) เต็มดาวมีนิสัยก้าวร้าว เย่อยิ่ง เพราะถูกชาดา (ครูอ้วน มณีนุช )พี่สาวของชายชลตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ กระแตบอกกับบุญเพ็ญว่าจะไปสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรม แต่บุญเพ็ญบอกว่าหางานเอาไว้ให้แล้ว จึงส่งกระแตไปสมัครเป็นสาวใช้ที่บ้านของชายชล บุญเพ็ญใช้ถ่านทาที่ใบหน้าและเนื้อตัวของกระแตให้ดำดูสกปรก ละครเกิดเป็นกา กระแตเข้าไปทำงานในบ้านของกานดาและชายชล ทั้งคู่รักและเมตตากระแตมาก กระแตเองก็เกิดความผูกพันต่อทั้งสองอยางแปลกประหลาด พงษ์วัฒน์สงสารกระแตเลยหางานในบริษัทให้ แต่กระแตปฏิเสธเพราะคิดว่าจะอยู่ตอบแทนกานดาที่อนุญาตให้กระแตไปเรียนหลังทำงานเสร็จได้ พงษ์วัฒน์จึงให้ความเมตตากระแต เลยทำให้เต็มดาวเกิดความริษยา หาทางกลั่นแกล้งกระแตอยู่แสมอ วันหนึ่งเต็มดาวตัดน้ำประปาที่บ้าน กระแตจึงไปตักน้ำที่บ่อน้ำหลังบ้าน เต็มดาวแอบเดินมาข้างหลังแล้วผลักกระแตตกลงไปในบ่อ พงษ์วัฒน์ช่วยกระแตออกมาได้ จึงพบว่าแท้จริงกระแตคือเด็กสาวที่พงษ์วัฒน์เคยช่วยเหลือไว้ และเป็นเด็กสาวที่มีใบหน้าสวยงามผุดผ่อง เพราะน้ำในบ่อล้างคราบถ่านดำที่ใบหน้าและเนื้อตัวของกระแต ทั้งสองเกิดความรักความผูกพัน พงษ์พัฒน์ออกหน้าปกป้องกระแต ยิ่งทำให้เต็มดาวเกลียดชังกระแตมากขึ้น เต็มดาวหลอกให้กระแตไปในที่เปลี่ยวเพื่อให้เชิดศักดิ์ (เขต-ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส) หนุ่มเพลย์บอยจัดการกับกระแต แต่กระแตหนีรอดออกมาได้ เต็มดาวกลับโดนเชิดศักดิ์รังแกเสียเอง เชิดศักดิ์บีบให้เต็มดาวเป็นหนอนบ่อนไส้ บอกที่ซ่อนและรหัสเปิดเซฟบรรจุเครื่องเพชร แล้วสร้างหลักฐานว่ากระแตเป็นคนร้าย หวังเข้าร่วมมือกับเชิดศักดิ์แล้วได้รับส่วนแบ่งเป็นกำไลเพชร หวังเมากลับมาพบบุญเพ็ญกลางสะพานข้ามแม่น้ำ บุญเพ็ญผลักหวังตกสะพานแล้วช่วงชิงกำไลเพชร เมื่อตำรวจเข้ามาค้นบ้านของบุญเพ็ญและบุญพา บุญเพ็ญเลยแกล้งสารภาพว่ากระแตเป็นคนร้ายขโมยเครื่องเพชรมาให้ กระแตถูกตำรวจจับและส่งฟ้องศาล พงษ์วัฒน์พยายามหาวิธีช่วยกระแตเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เต็มดาวเกิดอาการแพ้ท้องโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ เชิดศักดิ์เลยขู่เต็มดาวเพื่อที่จะให้เต็มดาวรับตนเป็นสามี เชิดศักดิ์จะได้เข้ามาครอบครองทรัพย์สมบัติในฐานะเขย คุณหญิงภูรีปฏิเสธก็ถูกเชิดศักดิ์ข่มขู่จนหัวใจวายตาย ละครเกิดเป็นกา บุญเพ็ญลวงเชิดศักดิ์ไปฆ่าเพราะต้องการช่วยลูก บุญเพ็ญสารภาพกับเต็มดาวว่าตัวเองเป็นแม่ ทำให้เต็มดาวโกรธมากและไม่ยอมรับบุญเพ็ญเป็นแม่ พงษ์วัฒน์หาทนายมาประกันตัวกระแตออกมา กระแตกลับมาอยู่ในสลัมคอยดูแลบุญเพ็ญที่เริ่มมีอาการเจ็บปวด โรคภัยประดังเข้ามา เพราะตรอมใจที่เต็มดาวไม่ยอมรับเป็นแม่ กระแตนำบุญเพ็ญส่งโรงพยาบาล และคอยเฝ้าดูแล บุญเพ็ญขอให้กระแตพาเต็มดาวมาพบ กระแตจึงไปอ้อนวอนเต็มดาวให้มาเยี่ยมบุญเพ็ญ แต่เต็มดาวมีข้อแลกเปลี่ยนไม่ให้กระแตพบกับพงษ์วัฒน์อีก กระแตยินยอม เต็มดาวจึงต้องจำใจมาโรงพยาบาล บุญเพ็ญขอจับมือเต็มดาว แต่เต็มดาวปฏิเสธด้วยความรังเกียจ ถึงแม้จะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตบุญเพ็ญก็ตาม ชายชลและกานดาตามมาที่โรงพยาบาลจึงรู้ความจริงทั้งหมดจากปากของบุญเพ็ญ แล้วเรื่องราวบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามชมในละครเรื่อง “เกิดเป็นกา” นักแสดงละคร เกิดเป็นกา โตนนท์ วงบุญ แสดงเป็น พงษ์วัฒน์รมิดา ธีรพัฒน์ แสดงเป็น กระแตกชกร ส่งแสงเติม แสดงเป็น เต็มดาวธาราเขต เพ็ชร์สุกใส แสดงเป็น เชิดศักดิ์ปริตา ไชยรักษ์ แสดงเป็น เมย์กุมภ์ ทองพุทธรักษ์ แสดงเป็น ทมนุศรา ประวันณา แสดงเป็น บุญเพ็ญสุรวุฑ ไหมกัน แสดงเป็น ชายชลรชยา รักกสิกรณ์ สดงเป็น กานดามณีนุช เสมรสุต แสดงเป็น ชาดาปริษา ทนาวิวัฒน์ แสดงเป็น บุญพากษาปณ์ จำปาดิบ แสดงเป็น หวัง ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ขอบคุณภาพจากIG:#เกิดเป็นกา

ละครบัลลังก์ดอกไม้ , เรื่องย่อบัลลังก์ดอกไม้
ละคร บัลลังก์ดอกไม้ /  เรื่องย่อ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ / 

บัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย : คีตาบทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวีกำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอกออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร บัลลังก์ดอกไม้ พูดชมพู ฤาชุดา หรือ พุด เจ้าของไร่ดอกเล็ก ๆ นาม อุ่นรัก ต้องเข้าไปมีเอี่ยวกับตระกูลธุรกิจพันล้านอย่างสัตยารักษ์โดยไม่ตั้งใจ เมื่อ ปู่เล็ก ผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ ขอร้องให้เธอช่วยดัดนิสัย อนาวินทร์ หรือ วิน สัตยารักษ์ หลานชายคนเดียวของเขา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ และร้ายกาจ ให้พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตระกูล โดยกำหนดให้สาวห้าวชาวไร่อย่างพุดชมพู มาร่วมบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสัตยาอสังหา และส่งคุณชายเทวดาอย่างอนาวินทร์ ไปทำงานที่ไร่อุ่นรักเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อแลกกับสิทธิในการรับมรดกพินัยกรรมประหลาดนี้ สร้างความไม่พอใจให้อนาวินทร์ ผู้มีปมฝังใจว่าปู่ไม่รัก และทิพนาถ แม่เลี้ยงที่เอาแต่เสวยสุขบนกองเงินของสัตยารักษ์อย่างมาก ทั้งคู่มองว่าพุดชมพูเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมาแย่งสมบัติของตระกูลไป ละคร บัลลังก์ดอกไม้ เพียงแค่วันแรกที่พุดชมพูเข้ามาอยู่ในบ้านสัตยารักษ์ เธอก็เปิดศึกกับอนาวินทร์ที่โต๊ะอาหารจนบ้าน แทบแตก เล่นเอาบรรดาคนรับใช้ที่ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจคุณชายของบ้านต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ยังดีที่พุดชมพูมีทนายาหนุ่มประจำตระกูลสัตยารักษ์อย่าง ทรงรบ คอยช่วยดูแล และเบรกเหตุการณ์ไว้ ฝ่ายอนาวินทร์ก็มี การันต์ ลูกกำพร้าที่ปู่เล็กเก็บมาเลี้ยงให้เป็นเพื่อนหลานชาย คอยเป็นเพื่อนคู่คิด และรองรับความโกรธ ขณะที่ทิพนาถก็มี ชวกร หนุ่มคู่ขารุ่นลูกคอยพาไปแก้เซ็งที่บ่อนไฮโซ ซึ่งกลับยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเพราะเสียเงินก้อนโต จนต้องหาทางออกโดยการให้ชวกรแอบใช้ตำแหน่งฝ่ายบัญชีของสัตยาอสังหา ซึ่งได้มาด้วยบารมีของทิพนาถ แอบยักยอกเงินออกจากบริษัท เมื่อเห็นท่าว่าจะต้องรับศึกหนัก พุดชมพูจึงขอร้องให้ ช่อม่วง เพื่อนซี้สาวนักบัญชีมาทำงานเป็นเลขาของเธอที่สัตยาอสังหา หนอนหนังสือช่างฝันอย่างช่อม่วง จึงได้มาทำงานกับหนุ่มตึ๋ผู้เคร่งเครียดกับงาน และจริงจังกับชีวิตแบบเกินร้อยอย่างทรงรบ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าขาแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร พุดชมพูเริ่มต้นปฏิวัติสัตยารักษ์ ด้วยการออกกฎให้คนรับใช้มีวันหยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน รวมทั้งไม่ต้องออกมารับใช้เจ้านายหลัง 4 ทุ่ม ทำเอาทั้งอนาวินทร์ และทพนาถอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใหญ่โต แต่พุดชมพูไม่สะทกท้าน และอ้างความชอบธรรมจากพินัยกรรมที่ให้เธอเป็นผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ สองแม่ลูกจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้เป็นคลื่นใต้น้ำ และเริ่มวางแผนเล่นงานพุดชมพู อนาวินทร์ให้การันต์สืบเรื่องของพุดชมพู จนได้รู้ความลับว่าเธอกลัวความมือ เขาจึงวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับพุดชมพู และแกล้งดับไฟในห้องจัดเลี้ยงจนมืดสนิท หมายจะได้เห็นผู้บริหารใหม่ที่เขาเรียนกว่า ยัยพุดเน่า นั่งร้องไห้ตัวสั่นงันงก แต่เรื่องกลับผิดภาคเมื่อเพื่อนรักอย่างการันต์เข้าไปช่วยพุดชมพูไว้ไม่ให้ต้องอับอายต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อนาวินทร์โกรธที่เพื่อนหักหลัง แม้เขาจะให้อภัยการันต์ที่แก้ตัวว่าทำไปเพราะความไม่รู้ว่าไฟจะดับตอนนั้น แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายความสงสัยในเขตนาของการันต์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เดินหน้ากวนประสาทผู้คุมกฎบ้านอย่างพุดชมพูต่อ ด้วยการพาสาว ๆ มาเสพสุขที่บ้านไม่ซ้ำหน้า และทุกครั้งเขาจะต้องมาเคาะประตูห้องพุดชมพู ทำเป็นเด็กดีมารยายงานด้วยอยู่เสมอ พุดชมพูจึงได้กลับด้วยการจัดฉากเอากล้องวิดีโอพร้อมอุปกรณ์อย่าง โซ่ แส้ กุญแจมือ มาซ่อนแบบไม่เนียนไว้ในห้องอนาวินทร์ทำเอาสาวรายล่าสุดที่อนาวินทร์พามา ต้องเปิดแน่บพร้อมกระจายข่าวลือว่าอนาวินทร์เป็นพวกกามวิตถารเหตุการณ์นี้ทำให้อนาวินทร์แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง เพื่อจับพุดชมพูที่อาจแอบมาทำอะไรพิสดารในห้องเขาอีก ระเบิดลูกต่อมาเกิดขึ้น เมื่อยนาวินทร์จัดงานปาร์ตี้ในบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเดือน เสียงเฮฮาลั่นบ้านจนดึกดื่นนั้น ทำให้ความอดทนของสาวชาวไร่ที่มักเข้านอนแต่หัวค่ำขาดฝัง พุดชมพูสั่งยุติงานปาร์ตี้ทันที การปรากฏตัวของเธอ ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งท่ามกลางชุดสวยหรูของบรรดาเพื่อนฝูงอนาวินทร์ ยังไม่สร้างความแตกตื่น และประหลาดใจเท่ากับอาการใบ้กินของคุณชายของบ้านที่ไม่เคยยอมใคร แม้ วาธิณี หรือ หวาย เพื่อนสาวคนสนิทที่ประกาศกับใครต่อใครว่าเป็นแฟนอนาวินทร์ จะพยายามยุชายหนุ่มให้จัดการกับพุดชมพู แต่ก็ไม่เป็นผล แม้แขกเหรื่อจะวงแตกแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ความโกรธที่ถูกหักหน้าก็ยังไม่ลดลง อนาวินทร์ นึกถึงคำยุของการันต์ที่ให้จัดการรวบหัวรวบหางพุดชมพู เพื่อเขาจะได้ทั้งเมียได้ทั้งสมบัติความคิดบ้า ๆ เสริมแรงด้วยฉากรักตบจูบในทีวีที่เขาเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ทำให้อนาวินทร์เกิดลูกบ้าบุกปล้ำพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักต้องเรียกสติชายหนุ่มด้วยการประเคนแจกันฟาดหัวเขาจนเลือดอาบ และก็เป็นเธอเองที่พาหนุ่มพันธุ์หมาบ้าที่กลายเป็นเหมาจ๋อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล ละคร บัลลังก์ดอกไม้ การยอมหักไม่ยอมงอของพุดชมพูอาจจะเป็นที่ถูกใจคนที่เกลียด และกลัวอนาวินทร์ แต่ไม่ใช่สำหรับ ป้านุ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้านที่เลี้ยงอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก หลังเหตุการณ์หลายปาร์ตี้ ป้านุ่มขอร้องพุดชมพูให้เห็นใจคุณหนูของเธอด้วย เพราะลึก ๆ แล้ว อนาวินทร์เป็นคนขาดความรัก เนื่องจากแม่แท้ ๆ เสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา ส่วนพ่อก็มาจากไปอีกคนตั้งแต่เขายังเด็ก เหลือก็แต่ปู่เล็กที่มัวยุ่งกับบริษัท จนไม่มีเวลาให้หลานชาย กับแม้เลี้ยงอย่างทิพนาถที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง พุดชมพูได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจคุณหนูอารมณ์ร้ายขึ้นมาบ้าง เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนในการทำให้คุณชายไฮโซยอมตามเธอไปเป็นคนงานไร่ วันหนึ่งขณะที่อนาวินทร์จะขับรถไปทำงาน พุดชมพูก็จัดแจงยัดเยียดตัวเองไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ และใช้เวลาตลอดระยะทางจากบ้านถึงสัตยาอสังหาในการเจรจาสงบศึกกับอนาวินทร์ พร้อมแสดงความจริงใจโดยยื่นข้อเสนอว่าหากอนาวินทร์ทำงานที่ไร่ได้ครบสามเดือน เขามีสิทธิขอรางวัลจากเธอหนึ่งอย่าง อนาวินทร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป และดูจริงใจของพุดชมพู จึงตกลงใจลองรับข้อเสนอ สมาชิกไร่อุ่นรักต้อนรับอนาวินทร์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป สาวใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ภัทรา แม่ของพุดชมพู ที่รู้จักลูกสาวดีว่าเก่งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคด ๆ ได้เสมอ ก็ยังอดเป็นกำลังไม่ได้กับการจับคุณชายเทวดามาเป็นคนงานไร่ ข้างฝ่าย จิระ หรือ โจ้ เพื่อนสนิทอีกคนของพุดชมพูนั้น มองอนาวินทร์อย่างไม่ไว้ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจ้แอบชอบพุดชมพูมานาน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อาจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนที่หญิงสาวมอบให้ได้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวง และห่วง เมื่ออนาวินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตพุดชมพู ฝ่ายจิตรา น้าสาวก็อดกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาที่หล่อเหลาของอนาวินทร์ และแอบจับคู่จิ้นให้กับหลานสาวของเธออนาวินทร์ต้องปรับตัวกับชีวิตชาวไร่ไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาดื้อหรืออิดออด พุดชมพูที่จับจุดได้ว่าเขาเป็นพวกไม่ยอมแพ้ ก็จะแกล้งสบประมาทจนชายหนุ่มเกิดลูกฮึดจะเอาชนะ และตกหลุมพรางเจ้าของไร่อยู่เสมอพุดชมพูเริ่มสังเกตเห็นอีกด้านหนึ่งของอนาวินทร์ วิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างเคารพ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ รวมทั้งการตั้งใจเรียนรู้ และทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีก็แต่ความปากเสียเท่านั้นที่อนาวินทร์ดูจะรักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ละคร บัลลังก์ดอกไม้ นอกจากพุดชมพู และจีระแล้ว อนาวินทร์ยังมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ ลุงหมาย หัวหน้าชมรมอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ซึ่งดูจะเอ็นดู และเข้าใจคนหนุ่มเลือดร้อนเป็นอย่างดีวันหนึ่งลุงหมายชวนพุดชมพู อนาวินทร์ และจิระไปดูที่ทำการชมรมหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเขา ตอนเย็นขากลับฝนตกหนัก ทำให้รถติดหลัมโคลน ลุงหมายกับจิระอาสาเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทิ้งพุดชมพูกับอนาวินทร์ไว้เฝ้ารถ หญิงสาวนั่งมองสายฝนแล้วคิดถึงวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องพยายามตั้งหลัก และลุกขึ้นสานฝันของพ่อให้ชายหนุ่มฟัง โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่าแค่อยากแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่มันทำให้อนาวินทร์มองเธอเปลี่ยนไป เขานึกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า และสงสัยว่าเธอเอาความเข้มแข็งแบบนั้นมาจากไหนกันหนอ แม้อนาวินทร์จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกภายในใจเขาก็สะท้อนออกมา เมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกคลุมหัวให้พุดชมพูไม่เปียกฝน สายฝนที่เริ่มซาสวนทางกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อขึ้นในใจของทั้งสองคน การตากฝนวันนั้นทำให้อนาวินทร์รู้สึกว่ากำลังจะเป็นไข้ ระหวางเดินหายากินอยู่ในครัว เขาเห็นพุดชมพูเดินเข้าห้องเก็บของ และถูกจิตราล็อคไว้ในนั้นโดยไม่ตั้งใจ ด้วยความหมั่นไส้ศัตรูคู่กัด อนาวินทร์จึงคิดจะปล่อยพุดชมพูไว้เผชิญกับความมืดที่เธอหวาดกลัว เขากลับเข้าห้องมานอนพัก เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองไม่อาจหลับได้อย่างสบายใจ เขาตัดสินใจเดินไปดูที่ห้องเก็บของ และหัวใจวูบลงเมื่อได้ยินเสียงสะอึ้นเบา ๆ จากาภยใน เขารีบหากุญแจมาเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่พุดชมพูออกมาได้ เธอกลับคิดว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เลยต่อว่าเขาอย่างรุนแรงอนาวินทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวด เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่ใคร ๆ มักมองว่าเรื่องเลว ๆ ต้องเป็นฝีมือเขา เหมือนในอดีตที่ปู่ตำหนิเขาอย่างรุนแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ กลายเป็นปมสำคัญในใจของอนาวินทร์ ว่าเขาไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครเลย แต่เย็นวันนั้นเองพุดชมพูได้รู้ความจริงว่าจิตราเป็นคนล็อคเธอไว้ในห้องเก็บของ พุดชมพูรู้สึกผิดที่ต่อว่าอนาวินทร์ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยเธอไว้ เธอไปหาอนาวินทร์เพื่อขอโทษเลยได้รู้ว่าชายหนุ่มนอนซมด้วยพิษไข้ถึงขั้นไม่ได้สติ พุดชมพูรีบเช็ดตัวให้ และคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ จนชายหนุ่มรู้สึกตัว พุดชมพูเอ่ยขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ขณะที่อนาวินทร์ก็ขอบคุณที่เธอดูแลเขาอย่างดี แม้จะนอนซมเพราะพิษไข้ ชาหยนุ่มก็พอรู้ว่าพุดชมพูคอยเช็ดตัวเขาเพื่อลดความร้อนอยู่เกือบทุกชั่วโมง ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงต้องมาเยี่ยมพุดชมพูกับอนาวินทร์เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งสองเซ็นเอกสารของบริษัท วันหนึ่งทั้งสองมาปรากฏตัวที่ไร่อุ่นรักพร้อมวาธิณี ซึ่งเวียนไปหาอนาวินทร์ที่บริษัทหลายครั้ง แต่ไม่เจอตัว เธอจึงตามทนายหนุ่มมาหาอนาวินทร์ถึงไร่ และเริ่มปิดฉากกระรานพุดชมพู จิระทั้งรำคาญทั้งหมั่นไส้สาวไฮโซเลยออกมาปะทะคารมกับวาธิณีแทน พุดชมพูอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปประชุมเทศกาลดอกไม้ในตัวเมือง โดยมีอนาวินทร์ติดตามไปด้วย เพียงแต่คราวนี้เขาอาสาเป็นคนขับแทนที่จะนั่งเป็นคุณชายเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มไปนั่งรอพุดชมพูที่ร้านกาแฟกึ่งเกลลอรี่แห่งหนึ่ง เขาหยุดมองภาพถ่ายใบหนึ่งด้วยความสนใจภาพของพุดชมพูในชุดนักเรียนมัธยมยืนกอดช่อเบญจมาศ ในภาพนั้นเธอผมยาว บุคลิกช่างแตกต่างจาพุดชมพูในปัจจุบัน อนาวินทร์มองดวงตาที่ยิ้มสดใสนั้นราวต้องมนต์สะกด แต่แล้วเสียงร้องไห้ช่วยจับขโมยก็ปลุกเขาจากภวังค์ อนาวินทร์ช่วยจับตัวขโมยไว้ได้ แต่แล้วก็นึกสะท้อนใจเมื่อสิ่งที่ชายมอซอคนนั้นขโมยมาเป็นแค่กับข้าวถุงหนึ่งเท่านั้น อนาวินทร์จึงควักเงินซื้อข้าวถุงนั้นให้ขโมย โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของพุดชมพูแอบมองมุมอ่อนโยนของคุณชายแห่งสัตยารักษ์อยู่ เมื่อทำงานที่ไร่อุ่นรักครบสามเดือน อนาวินทร์ทวงรางวัลที่พุดชมพูสัญญาว่าจะให้ เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการ แต่ก้นลงจูบพุดชมพูในสวนสวยหลังบ้าน ข้างแนวต้นพุดชมพู ต้นไม้ที่อนารินทร์เคยมองว่าไม่มีเสน่ห์ แต่วันนี้มันสวยจับใจ หลังจากคืนนั้น อนาวินทร์ก็คอยตามติดพุดชมพูไม่ห่าง จนจิระเริ่มจับตาอย่างไม่ไว้ใจ เขาพยายามเข้ามาเป็นก้างขวางคอ ไม่ให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง จนเริ่มจะผิดใจกับอนาวินทร์ แต่ก็มีบางวันที่สามเส้ากลายเป็นสี่เส้าเมื่อวาธิณีมาร่วมวงด้วย ซึ่งกลับทำให้จิระต้องจัดการกับวาธิณีแทน จนวันหนึ่งที่จิระแอบเห็นพุดชมพูกับอนาวินทร์หยอกล้อกันในเรือนเพาะกล้า จิระเห็นแววตาของพุดชมพูที่มองชายหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอยออกมาเงียบ ๆ คืนนั้นสมาชิกไร่อุ่นรักยกขบวนกันไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนบ้านลุงหมายหมักเหล้าสาโทไว้โอ่งใหญ่ เหล้าเถื่อนนี่เองเป็นสื่อกลางให้อนาวินทร์กับจิระได้เปิดใจคุยกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงทำงานกันอย่างเข้าขา จะขัดขากันบ้างก็เรื่องที่ทรงรบชอบมองช่อม่วงเป็นสาวเพ้อฝันไม่อยู่กับความจริง แถมยังกินจุผิดผู้หญิงทั่วไป แต่ช่อม่วงก็ค่อย ๆ แสดงให้ทรงรบเห็นทีละนิดว่าเธอทั้งฉลาดแถมมีสายตาแหลมคมอ่านคนได้ขาด ช่อม่วงพบหลักฐานว่าชวกรยักยอกเงินบริษัทไปก้อนใหญ่ ทรงรบจึงโทรตามพุดชมพูกลับมาจัดการ พุดชมพูไล่ชวกรออกจากบริษัทโดยไม่บอกอนาวินทร์ เพราะเชื่อว่าทิพนาถน่าจะมีส่วนรู้เห็นจึงไม่อยากให้อนาวินทร์ลำบากใจ ทิพนาถ และชวกรแค้นจัด คิดหาทางกำจัดพุดชมพูออกไปจากสัตยารักษ์ เช่นเดียวกับการันต์ที่เริ่มสังเกตท่าทีของอนาวินทร์กับพุดชมพู แม้การันต์จะโตมากับอนาวินทร์แต่การันต์รู้สึกเก็บกดที่กลายเป็นคนไม่มีตัวตนเมื่ออยู่กับอนาวินทร์ ไม่มีใครเห็นคุณค่าเด็กกำพร้าอย่างเขา เมื่อเทียบกับทายาทสัตยารักษ์ ความอิจฉากลายเป็นความเกลียดชัง เขาเกลียดที่เห็นอนาวินทร์มีความสุขการันต์ยุให้พุดชมพูผิดใจกับอนาวินทร์ด้วยการบอกเธอว่า อนาวินทร์คิดจะหลอกจีบเธอเพื่อให้ได้มรดกง่ายขึ้นด้านหนึ่ง พุดชมพูก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อึกใจนึง เธอเริ่มรู้สึกว่าการันต์ไม่น่าไว้ใจ คืนหนึ่งพุดชมพูได้รับโทรศัพท์ด่วนจากจิระ บอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนเพาะพันธุ์ไม้ พุดชมพูตกใจมือไม้สั่น เพราะในโรงเรียนนั้นมีต้นไม้ตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับอยู่ อนาวินทร์อาสาขับรถพาเธอกลับไร่ทันทีระหว่างทางก็คอยกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เมื่อไปถึงพุดชมพูเข่าอ่อน มองโรงเรือน และต้นไม้ของพ่อที่เหลือแต่ซากด้วยใจสลายเธอเป็นลล้มพับไปตรงนั้น อนาวินทร์รีบพาเธอไปโรงพยาบาล และคอยดูเธอไม่ห่างจิระมาแจ้งว่าตำรวจสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง แถมพูดทำนองสงสัยว่าอนาวินทร์เป็นตัวการ อนาวินทร์มีปากเสียงกับจิระ จนพุดชมพูต้องระงับศึก และบอกจีระว่า เธอเชื่อใจอนาวิณทร์ว่าจะไม่ทำอะไรลอบกัดแบบนี้ อนาวินทร์หัวใจพองโตที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ระหว่างนั้นทางจังหวัดจัดงานเทศกาลดอกไม้ประจำปี และมีกิจกรรมไฮไลท์เป็นการประกวดหนุ่มดอกไม้ พุดชมพูใช้ไม้เดิมคือสบประมาทอนาวินทร์ จนเขารับคำท้าเข้าประกวด ชายหนุ่มคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ตามที่คุยไว้ ด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลงที่ฝากความในใจไปถึงพุดชมพู แถมยังประกาศบนเวทีว่าเข้าประกวดในฐานะแฟนเจ้าของไร่อุ่นรัก เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งบาง รวมทั้งวาธิณีที่มาดูการประกวดด้วย วาธิณีไปอาละวาดใส่พุดชมพู แต่อนาวินทร์ออกมาปกป้อง และบอกวาธิณีให้เลิกยุ่งกับเขา จีระช่วยลากวาธิณีออกไป และเตือนสติให้เธอยอมรับความจริง ซึ่งลึก ๆ แล้ว เขาก็เดือนตัวเองแบบนั้นเช่นกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เกณฑ์คนงานของสัตยาอสังหา สร้างโรงเรือนใหม่ที่เขาออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ระหว่างกำลังง่วนกับงานป้านุ่มโทรศัพท์มาหา อนาวินทร์นึกรำคาญที่ป้านุ่มชอบโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้น เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าป้านุ่มเสียชีวิต เพราะฝึกมือโจรที่บุกบ้านกลางดึก อนาวินทร์แทบล้มทั้งยืน ป้านุ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เขามี ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านเห็นคนสวมเจ๊กเก็ต และหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้า และออกจากบ้านในเวลาใกล้เคียงกับที่ป้านุ่มเสียชีวิต แต่ หมวดจัดวา เจ้าของคดีแอบกระซิบอนารินทร์ว่าเขาสงสัยคนในบ้านมากกว่า เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณถนนใกล้เคียงไม่มีภาพชายคนนี้เลย หลังงานศพป้านุ่ม อนาวินทร์บังเอิญพบลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งของสัตยาอสังหาภายนอกบริษัท ลูกค้าถามถึงข่าวลือที่อนาวินทร์จะทิ้งบริษัทหันไปทำไร่ อนารินทร์สอบถามที่มาของข่าวลือจนได้รู้ว่า คนใกล้ตัวกำลังจ้องทำลายเขาอยู่ พุดชมพูเรียกทิพมาถมาทวงถามถึงการใช้หนี้ที่ชวกรโกงบริษัทไป เมื่อชวกรรู้ก็ยิ่งโกรธ และส่งคนไปดักทำร้ายพุดชมพู โชคดีที่ทรงรบ และช่อม่วงอยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันเอาตัวรอดมาได้ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหาตัวต้นเหตุอยู่นั้น อนาวินทร์เข้ามากับการันต์พร้อมรูปถ่ายหลายใบ ที่การันต์อ้างว่าเป็นหลักฐานว่าพุดชมพูกับทรงรบรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจสมคบกันหลอกอนาวินทร์ ทิพนาถกับชวกรเองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลักฐานว่าพุดชมพูยักยอกเงินของบริษัท พุดชมพูพยายามอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมไล่พุดชมพูให้เก็บของออกไปจากบ้านสัตยารักษ์ ก่อนไปพุดชมพูมอบจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงเธอให้อนาวินทร์ไว้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจเจตนาดีของปู่ และได้รู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน พุดชมพูกลับไร่ด้วยสภาพเหมือนคนใจสลาย เธอยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบอนาวินทร์ ฝ่ายอนาวินทร์เองก็ไม่ต่างกันนัก เขาคิดถึงพุดชมพู จึงมานั่งย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้ในห้องเผื่อมันจะมีภาพของพุดชมพูบ้าง แต่เขากลับพบหลักฐานสำคัญว่าใครเป็นคนฆ่าป้านุ่ม ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบมาหาอนาวินทร์เพื่อบอกเรื่องสัญญาลับ ที่พุดชมพูเซ็นไว้ก่อนเข้าทำงานกับสัตยารักษ์ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากเธอแต่งงานกับอนาวินทร์ เธอจะไม่มีส่วนในสมบัติใด ๆ ของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น รวมทั้งอนาวินทร์ยังต้องบริจาคเงินมรดกสามสิบเปอร์เซ็นต์เข้าการกุศลด้วย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พุดชมพูคิดจะหลอกทายาทของสัตยารักษ์ อนาวินทร์อ่านจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงพุดชมพู และปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องเป็นผู้นำสัตยารักษ์แทนปู่ให้ได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในที่ประชุมผู้บริหารสัตยาอสังหา อนาวินทร์ประกาศไล่การันต์ออกจากตำแหน่งรองกรรมการ เขาแสดงหลักฐานที่ได้มาจากการว่าจ้างช่อม่วงอย่างลับ ๆ ว่าการันต์มีส่วนในการร่วมกับชากรปลอมแปลงเอกสารเพื่อใส่ร้ายพุดชมพู อนาวินทร์ยังมีข้อมูว่า การันต์ปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และส่งลูกค้าของสัตยาอสังหาไปให้บริษัทคู่แข่งที่การันต์แอบถือหุ้นไว้ อนาวินทร์ยังเชิญตำรวจมาจับตัวการันต์ฐานฆาตกรรมป้านุ่ม โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อนารินทร์แอบติดไว้ในห้องนอนของเขาว่าทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ป้านุ่มวิ่งหนีออกจากห้อง และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่กี่วัน การันต์ได้ประกันด้วยออกไป เมื่ออนาวินทร์รู้ข่าวก็นึกเป็นห่วงพุดชมพู จึงชวนทรงรบกับช่อม่วงไปที่ไร่ แต่การันต์ไปถึงก่อน และจับตัวพุดชมพูไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้หลบไปอยู่ต่างประเทศ และต้องการให้อนาวินทร์ถอนฟ้อง การันต์บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าป้านุ่ม แต่ป้านุ่มแอบได้ยินตอนที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องจ้างคนไปเผาโรงเรียนของพุดชมพู เขาพยายามจะให้เงินแลกกับการปิดปากแต่ป้านุ่มไม่ยอมคุยด้วย การันต์จึงแกล้งให้ป้านุ่มเข้าใจผิดว่าอนาวินทร์กลับมาที่บ้าน เมื่อป้านุ่มมาที่ห้องของอนาวินทร์ก็พบการันต์รออยู่ ป้านุ่มด่าการันต์ที่อกตัญญูต่อบ้านสัตยารักษ์ เขาพลั้งมือฆ่าป้านุ่มเพราะความโกรธ เลยจัดฉากให้ดูเหมือนขโมยเข้าบ้าน ระหว่างนั้น พุดชมพูหลอกดึงความสนใจของการันต์ อนาวินทร์อาศัยจังหวะนั้นโดดเข้ารวบตัวการันต์ไว้ ขณะที่ทรงรบเข้าแย่งปืนไว้ได้ แต่การันต์ใช้มีดที่ซ่อนไว้ฟันอนาวินทร์ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทันจึงไม่โดนจุดสำคัญ การันต์คิดจะซ้ำ หมายเอาชีวิตทายาทสัตยารักษ์ แต่ลุงหมายกับชาวบ้านมาช่วยพร้อมปืนหลายกระบอก การันต์จึงสิ้นฤทธิ์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ หลังเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย อนาวินทร์พยายามง้อพุดชมพู เขาเฉลยว่าตัวเองแกล้งหลงเชื่อการันต์ และไล่พุดชมพูออกจากบ้าน เพื่อกันหญิงสาวให้ห่างจากอันตรายระหว่างที่เขาเดินหน้าสืบเรื่องทั้งหมด แม้พุดชมพูจะเชื่อในความหวังดีของชายหนุ่ม แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับตอนถูกขับไล่ ทำให้เธอกลัวที่จะรักอนาวินทร์แบบเต็มหัวใจ อีกทั้งเธอไม่อยากทำให้อนารินทร์ต้องลำบากใจ กับการเสียมรดกตามเงื่อนไขสัญญาลับ พุดชมพูจึงขอให้อนาวินทร์เลิกติดต่อกับเธอ เดือนต่อมา ช่อม่วงกัทรงรบ ซึ่งเพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน ชวนพุดชมพูไปเที่ยวทะเล โดยบอกว่าเพิ่งชิงรางวัลแพ็คเกจที่พักพร้อมอาหารมาได้ ภัทราซึ่งเห็นลูกสาวซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณมาตลอด ตั้งแต่บอกปัดอนาวินทร์ ช่วยคะยั้นคะยอให้พุดชมพูไปพักผ่อน ช่อม่วงเล่าให้พุดชมพูฟังว่า จิระไปเรียนปริญญาโทด้านเกษตรศาสตร์ และต้นถูกอาจารย์ส่งตัวไปช่วยงานกิจการอาหารปลอดสารพิษ ที่บ้านของวาธิณีกำลังเริ่มทำเพื่อทดแทนธุรกิจที่ปิดตัวไป หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง พุดชมพูกลับมาไร่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ภัทรามองหน้าช่อม่วงกับทรงรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวอย่างรู้กัน ภัทราให้พุดชมพูไปดูต้นไม้ใหม่ในสวน พุดชมพูเปิดประตูออกไปสวนหลังบ้าน ก็พบกับศาลาไม้ตั้งอยู่กลางแนวต้นพุดชมพู อย่างที่พ่อเธอฝันไว้ แต่ทำไม่สำเร็จ กลางศาลามีช่อดอกเบญจมาศพร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า แต่งงานกันนะ อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแหวนล้อมเพชร พุดชมพูแกล้งถามว่า ไม่กลัวเสียเงินมรดกหรือ อนาวินทร์ยิ้มรับแล้วตอบว่า มรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่เล็กทิ้งไว้ให้เขาก็คือพุดชมพู และเขาจะรักษามรดกชิ้นนี้ไว้ด้วยหัวใจเขาตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครบัลลังก์ดอกไม้ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท อนาวินทร์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท พุดชมพู กวี ตันจรารักษ์ รับบท ทรงรบ มัจฉา โมซิมันน์ รับบท ช่อม่วง มาวิน ทวีผล รับบท จิระ โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท วาธินี/หวาย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท การันต์ โกสินทร์ ราชกรม รับบท ชวกร ชนานา นุตาคม รับบท ทิพนาถ พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ป้านุ่ม ณัฐฐา ลอยด์ รับบท ภัทรา ดีใจ ดีดีดี รับบท จินรา ญาณี ตราโมท รับบท ลุงหมาย วราพรรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท วิภา สุเมธ องอาจ รับบท ทรงศักดิ์ เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาทิตย์/ปื่เล็ก เวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท วันชัย สรัลธร คล้ายอุดม รับบท นิลลดา ขอบคุณภาพจากIG:#บัลลังก์ดอกไม้

จุดพลุปังๆ กอล์ฟ-ขวัญ ยิ้มแก้มปริ!! จบดราม่าแม่ไม่ปลื้ม!!
ขวัญ อุษามณี /  ข่าว ขวัญ อุษามณี / 

  น่าชื่นชมมากๆ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี กับ กอล์ฟ พิชญะ ที่หลังจากมาคบกันอีกครั้งก็ดูเหมือนว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามไม่น้อย โดยเฉพาะอาการคุณแม่ไม่ปลื้ม แต่ล่าสุด กอล์ฟ พิชญะ ก็ทุ่มสุดตัวเทสุดหัวใจเพื่อเป็นส่วนสำคัญที่ทำความฝันเรื่องธุรกิจของ ขวัญ อุษามณี เป็นจริงขึ้นมาได้อย่างสวยสดงดงามและสมบูรณ์แบบ จนคุณแม่ปราณี เอ่ยปากชมว่าเก่ง ซึ่งวันนี้ 19ม.ค.60 ขวัญ อุษามณี ถือฤกษ์งามยามดีเปิดตัวธุรกิจใหม่ที่ตั้งใจทำมายาวนานถึง 2 ปีด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเองกับธุรกิจ UZI COSMETIC ณ บริเวณชั้น M (Crystal Court) สยามพารากอน พร้อมกับเปิดใจภูมิใจในตัว หนุ่มกอล์ฟ มาก รู้สึกโชคดีที่มีผู้ชายที่จริงใจกับตนรองจากคุณพ่อ แพลนอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกำหนดได้ แต่ทุกวันนี้เป็นความสุขที่เต็มเติมให้กันและกันมาตลอดหลังจากห่างหายมานาน 10 ปี และไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้หายไป ขวัญ : "ดีใจที่วันนี้ได้สิ้นสุดสักที เพราะขวัญก็ตั้งใจทำยูซี่ คอสเมติกของขวัญมาก ประมาณเกือบสองปี ทุกสิ่งทุกอย่างก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ออกมาเป็นแบรนด์ของขวัญ มีส่วนผสมจากต่างประเทศและได้ใบรับรองจากสวิสเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส มีพี่กอล์ฟคอยช่วย เพราะเขาจะรู้เรื่องธุรกิจเยอะ พี่กอล์ฟก็จะเป็นคนดีลเรื่องงาน ก็จะได้ปะป๊า มาม้าของพี่กอล์ฟประสานงานให้ เพราะว่าธุรกิจในประเทศไทยก็ค่อนข้างจะยากอยู่แล้ว และอันนี้เป็นการอิมพอร์ท การชิปปิ้งซึ่งขวัญไม่ค่อยมีความรู้เลย ก็ได้พี่กอล์ฟคอยสอนงาน" เป็นธุรกิจที่ทำด้วยกันหรือเปล่ากอล์ฟ : "เป็นธุรกิจของน้องคนเดียวครับ แต่ตัวซีจีที่เห็นกอล์ฟเพิ่งตัดเสร็จเลย เพราะงานเปิดตัวเลื่อนเข้ามาทำให้ไทม์มิ่งการตัดซีจีมันลดลงไป"ขวัญ : "ใช้แรงงานพี่กอล์ฟค่ะ ตั้งแต่สตอรีบอร์ด ใช้ทุกอย่าง เมื่อกี๊ตอนบ่ายโมงก็ยังใช้อยู่เลยค่ะ ส่วนนึงที่ขวัญประสบความสำเร็จก็เพราะว่าส่วนนึงมาจากครอบครัว มาจากคุณแม่ที่ไว้วางใจเราให้ดูแลธุรกิจตรงนี้ด้วยตัวเราเอง ขวัญก็คงไม่สามารถไปปรึกษาใครหลายๆ คนได้ แต่พี่กอล์ฟเป็นหนึ่งในนั้น คอยซัพพอร์ทขวัญในทุกๆ เรื่อง คอยเคียงข้างขวัญตลอดไม่ว่าจะเจอปัญหาไหน จะมีอุปสรรคอะไร ก็ยังอยู่หาทางออกให้ขวัญเสมอ" เต็มใจทำให้ทุกอย่างกอล์ฟ : "เต็มใจครับ ความฝันของขวัญก็เหมือนความฝันของกอล์ฟครับ ถ้าเขาทำแล้วประสบความสำเร็จ มีความสุข เราก็ดีใจ เราอยากทำให้ เราตั้งใจทำ มันเป็นความฝัยของเขาทำมาปีกว่าๆ แล้ว เราทำอะไรได้เราก็ช่วยเต็มที่" กอล์ฟพิสูจน์ตัวเองได้ดีขนาดนี้ ขวัญภูมิใจขนาดไหนขวัญ : "ขวัญภูมิใจในตัวพี่กอล์ฟมากค่ะ ขวัญโชคดีที่มีผู้ชายคนนึงที่จริงใจกับขวัญ หวังดีกับขวัญ รองจากคุณพ่อขวัญก็คือพี่กอล์ฟนี่แหละค่ะ" ลงทุนเยอะขนาดไหนขวัญ : "เยอะมากค่ะ แต่อันนี้เป็นทุนส่วนตัวของขวัญเอง แบ่งมาจากครอบครัวขวัญด้วย เป็นเงินที่ขวัญตั้งต้นใหม่ ซึ่งขวัญทำงานหนักมากในการพยายามให้มีคอสเมติกตรงนี้ เพราะว่ามันมีการอิมพอร์ทมีการชิปปิ้งมีโพรเซสต่างๆ ที่ทำให้เราค่อนข้างที่จะต้องลงทุน แต่เราก็พยายามผลักดันตัวเองว่าต้องมีวันนี้ ถ้าเราทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วสิ่งดีๆ มันจะอยู่รอบตัวเรา" เห็นว่าชอบสี GK ที่สุด ขวัญ : "สีจีเคเป็นสีที่ใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะเป็นสีนี้ค่ะ ทำยังไงก็ไม่ได้สักที สีเพี้ยนไปหมด จนกระทั่งพี่กอล์ฟกลับมาขวัญก็ขอความช่วยเหลือ พี่กอล์ฟลองผสมใช้ระยะเวลาไม่ถึงสองนาทีได้แล้ว แต่หนูทำสีนี้มาเป็น 5-6 เดือนไม่ได้อะ ก็ขอปรบมือ (ชื่อสีมาจากชื่อกอล์ฟ-ขวัญ) ขวัญเป็นคนตั้งเองว่าเป็นสีกอล์ฟ-ขวัญ" กอล์ฟช่วยดูแลหมดเลย เรียกว่าวาดความฝันของขวัญให้ออกมาเป็นความจริงกอล์ฟ : "จริงๆ ธุรกิจมันก็ยาก ตอนนี้ใครๆ ก็ทำคอสเมติก ขวัญก็คิดว่าจะทำยังไงให้ออกมาแล้วทุกคนว้าว แล้วรู้สึกว่าแตกต่างจากตลาด กอล์ฟก็รู้สึกว่าอยากทำให้มันสุด และต้องเป็นสิ่งที่เขาชอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพลง ซาวด์ กำกับ เราจะคุยกันก่อนทุกอย่าง คือดึงไอเดียของน้องมาเยอะ ก็ต้องมาตบๆ แล้วน้องก็เชื่อ" ขวัญ : "พี่กอล์ฟจะพยายามสอนค่ะ อย่างบางที่เขาบอกว่าเป็นคนรักกันจะทำงานกันไม่ได้ มันไม่จริงเลยนะ ยิ่งเรารู้จักนิสัยใจคอกัน พี่กอล์ฟก็จะรู้ใจเราค่ะ"กอล์ฟ : "แรกๆ ก็อาจจะมีตีกันบ้าง ไม่ชอบเสียงนี้เลย เสียงเพลงแบบนี้ไม่ชอบ พอใส่หูฟังให้ฟังก็อ่อ พอดีละๆ" วันนี้ก็อบอุ่นเลยคุณแม่มีโอบเอวกอล์ฟด้วย แม่มีกระชิบอะไรเราบนเวทีไหมกอล์ฟ : "ก็ไม่ได้พูดอะไร ก็มีบอกว่าเก่ง"ขวัญ : "คุณแม่บอกว่าเก่ง คือเราก็มีความสุขกันแล้วค่ะ ขวัญก็รักปาป๊า หม่าม้า รักน้องหญิง รักพี่ๆ พี่กอล์ฟหมดทุกคน คุณแม่ขวัญก็รักพี่กอล์ฟเหมือนกัน คุณแม่ก็พาพี่กอล์ฟไปทำบุญด้วยกันครอบครัว เพราะคุณแม่ก็รู้ว่าพี่กอล์ฟลำบาก คอยดูแลคุณแม่ ก็ต้องขอบคุณคุณแม่ด้วยที่ให้โอกาสพี่กอล์ฟ ให้ทางเดินที่เราจะมีความสุขกัน" ถือว่าวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ยิ้มได้ทั้งคู่เลยกอล์ฟ : "ก็ดีครับ ตอนแรกก็ตื่นเต้นแทน กว่าจะถึงวันนี้ วันนี้กอล์ฟรู้สึกว่ากอล์ฟลนมาก ทำอะไรไม่ถูก ปกติจะมานั่งงานชิวๆ เป็นแขก แต่อันนี้ต้องมานั่งดูเองทุกอย่าง ก็ตื่นเต้นแทน แต่เห็นน้องแล้วก็รู้สึกดีครับ" วางแผนอนาคตหรือยัง ขวัญบอกว่าอยากแต่งแล้วนะกอล์ฟ : "กอล์ฟก็อยากแต่ง(ยิ้ม) แต่บางครั้งในเรื่องการแต่งงาน มันเป็นเรื่องของอะไรหลายๆ อย่างที่อาจจะแบบมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องสร้างความพร้อมให้เราก่อน ก็พยายามจะทำให้พร้อมให้เร็วที่สุด ผมก็เลือกคนนี้แล้วล่ะ ถามว่าอีกกี่ปีก็...เดี๋ยวค่อยว่ากัน" กอล์ฟพูดแบบนี้แล้วเราว่าไงขวัญ : "ก็คืออนาคตเราไม่รู้นะว่าเป็นยังไง เราจะอยู่ด้วยกันหรือเปล่า แต่ว่าทุกวันนี้ที่เรามีกันและกัน เป็นความสุขที่เติมเต็มกันและกันมาตลอด ถ้าเกิดใครมาเป็นเหมือนเราที่เคยหายไป 10 ปี ก็คงไม่มีใครอยากให้สิ่งนี้หายไปไหนอีกแล้ว"กอล์ฟ : "ก็ช่วยกันสร้างไปครับ เติบโตไปด้วยกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน แบบนี้มีความสุขกว่า" รูปในไอจีที่กอล์ฟเข้ามาหึงขวัญ : "ตอบเลยค่ะ ! (เน้นเสียง)กอล์ฟ : "ทำไมต้องดุด้วยเนี่ย(หัวเราะ) ก็บางทีน้องทำงานเราก็เข้าใจ ก็เข้าใจ บางทีก็เกลื่อนกลาดไปหน่อย นี่ดีนะวันนี้ให้ตัดชุดนี้อะ ก็หวงครับ เป็นใคร ใครก็หวงครับ"ขวัญ : "หนูจะใส่โจงกระเบนแล้วค่ะ คือพี่กอล์ฟเขาเป็นคนขี้เล่นค่ะ เล่นจนเลอะเทอะไปหมด(หัวเราะ) ถามว่าเรายอมตามไหมพี่เขาไม่ชอบให้เซ็กซี่ เราก็ตามบ้าง เพราะเราก็ต้องให้เกียรติ แต่เราก็ไม่ได้เรียบร้อยผ้าพับไว้ ก็มีนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่ไม่นอกใจนะ(ยิ้ม)" ขวัญ กอล์ฟ ขวัญ กอล์ฟ ขวัญ กอล์ฟ และครอบครัว กอล์ฟ แม่ขวัญ กอล์ฟ แม่ขวัญ กอล์ฟ แม่ขวัญ กอล์ฟ แม่ขวัญ

สวยจนต้องร้องขอชีวิต!! มิน พีชญา งดงามในชุดต้อนรับวันตรุษจีน (มีคลิป)
ข่าว มิน พีชญา

  นับวันยิ่งสวยขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนางเอกสาวหน้าสวยย่านวิกหมอชิต มิน พีชญา ที่ล่าสุดได้มีโอกาสไปเจอะเจอเจ้าตัวที่งาน The Greatest Chinese New Year 2017 ณ ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์ ตอนเห็น She ครั้งแรก ถึงกับต้องร้องว้าว!!! เลยทีเดียว เพราะคุณเธอสวยมากกกก ประดุจดั่งนางพญาตัวแม่ นี่สิ...สมแล้วที่เป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของประเทศ ปรบมือรัวๆ กันเลยค้าาา มิน พีชญา

หนึ่งในตัวเต็งออสการ์!? สื่อต่างชาติชื่นชอบ La La Land นครดารา
Damien Chazelle /  Emma Stone / 

กลายเป็นผลงานน่าจับตามองทันทีตั้งแต่เริ่มต้นขั้นตอนประกาศงานสร้างเปิดโปรเจกต์ สำหรับภาพยนตร์โรแมนติกมิวสิคัล La La Land นครดารา เพราะด้วยชื่อของสองดารานำสวยหล่อฝีมือเหนือชั้นแห่งวงการอย่าง ไรอัน กอสลิ่ง (Ryan Gosling) และ เอ็มมา สโตน (Emma Stone) พร้อมด้วยชื่อของ เดเมียน แชเซลล์ (Damien Chazelle) ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์และรางวัลบาฟต้ามาแล้วจาก Whiplash โดยก่อนหน้านี้ La La Land นครดารา ได้เคยเดินหน้าเปิดตัวฉายในเทศกาลภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลกเพื่อให้นักวิจารณ์ชั้นนำได้พิสูจน์และคว้ารางวัลการันตีความเยี่ยมมาแล้วมากมาย อาทิ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส (Venice Film Festival) ที่สามารถคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต (Toronto International Film Festival - TIFF) และ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแฮมป์ตัน (Hamptons International Film Festival) ที่สามารถคว้ารางวัลรางวัลขวัญใจมหาชน, เทศกาลสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน (AFI Fest) รวมไปถึงรางวัลผู้กำกับภาพแห่งปีจากเวที ฮอลลิวูด ฟิล์ม อวอร์ดส์ (Hollywood Film Awards) ซึ่งจากทุกเทศกาลที่ได้ไปเยือน กระแสของภาพยนตร์ล้วนไต่ระดับความฮือฮามากขึ้น ๆ จนนักวิจารณ์จากสื่อชั้นนำต่างชื่นชมยกย่องกันอย่างเป็นเอกฉันท์ พร้อมกับได้รับการยกให้ La La Land นครดารา ขึ้นแท่นกลายเป็นตัวเต็งหนึ่งบนเวทีการประกาศผลรางวัลออสการ์ที่กำลังจะมาถึงในหลากหลายสาขาใหญ่ และนี่คือบางส่วนของเสียงวิจารณ์การันตีคุณภาพ “ประสบการณ์ดูหนังที่ตื่นตาที่สุดปีนี้” – Entertainment Weekly “ไม่อาจละสายตา ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง” – The Playlist “เอ็มมา และ ไรอัน เปล่งประกายราวต้องมนตร์” – The Guardian “ผู้กำกับพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ฝีมือของเขาน่าทึ่งแค่ไหน” – The Hollywood Reporter “เหนือชั้นและตระการตา” – Vanity Fair “เป็นภาพยนตร์ที่พร้อมจะทำให้ทุกคนตกหลุมรัก” – TIME Magazine “แสนงดงามและโรแมนติก นี่คือหนึ่งในภาพยนตร์แห่งยุคสมัย” - Deadline Hollywood Daily “ตราตรึง, สวยสดงดงาม เป็นผลงานมิวสิคัลที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร่วมสมัย” - The Film Stage La La Land นครดารา เข้าฉายในไทยวันที่ 12 มกราคม 2017 (เปิดรอบพิเศษตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคมนี้ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป)

ละครริษยา  , เรื่องย่อริษยา
ละครริษยา /  เรื่องย่อละครละครริษยา / 

ริษยา บทประพันธ์โดย : จุลลดา ภักดีภูมินทร์บทโทรทัศน์โดย : ณ.ภัทรพรกำกับการแสดงโดย : ธีระศักดิ์ พรหมเงินออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละครริษยา ริษยา คือ เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีชีวิตจมอยู่กับความหลังที่ขมขื่น จิตใจจึงมีแต่ความริษยาอาฆาต จนความริษยานั้นหวนกลับมาทำร้ายตนเองจนถึงแก่ชีวิตในที่สุด หม่อมชุลี (ชไมพร จตุรภุช) มีมารดาเป็นหม่อมเจ้าหญิง บิดาเป็นเจ้าพระยามีน้องสาวชื่อ ชวนชื่น(อังศณา บุรานันท์) ซึ่งมีนิสัยตรงกันข้ามกับหม่อมโดยสิ้นเชิง คุณชวนชื่นเป็นคนใจดีมีเมตตา และอ่อนโยน หม่อมชุลีมีลูกชายคนเดียว คือ หม่อมราชวงศ์หริพันธ์(ชนะพล สัตยา) ท่านพ่อของคุณชายหริพันธ์สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่คุณชายยังเด็ก ด้วยการผูกพระศอตนเอง เพราะทนความดุดัน และการวางอำนาจของหม่อมไม่ไหว ท่านทรงมีธิดาน้อยอีกหนึ่งคนเกิดจาก แวว ต้นห้องของหม่อมชุลี ละครริษยา ต่อมาแววทนความทารุณของหม่อมไม่ได้ จึงหนีออกจากวังไปทิ้ง หม่อมราชวงศ์วรรศิกา (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) ลูกสาวให้หม่อมชุลีเลี้ยงดูมาจนโต วรรศิกาเติบโตมาด้วยความกดดันจนมีกิริยาท่าทางเหมือนเป็นคนโรคประสาท ในวัง อโยธยายังมี อบสวาท (ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์) สตรีสาวใหญ่หลานสาวห่าง ๆ ของหม่อมชุลีอีกคนหนึ่ง เป็นสตรีที่ร้ายลึกอยู่ในทีท่าที่ปรุงแต่งให้ดูสงบเสงี่ยม อบสวาทแอบได้เสียกับคุณหริพันธ์ก่อนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศนานถึง 10 ปี เมื่อคุณชายกลับมาก็ยังคงมีความสัมพันธ์กับอบสวาทเช่นเดิม หม่อมชุลีรู้เรื่องนี้แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ละครริษยา คุณชวนชื่นนั้นได้หนีตามผู้ชายที่ยากจนคนหนึ่งชื่อ นพ (ดิลก ทองวัฒนา) หม่อมชุลีโกรธจัดตัดขาดว่าไม่รักศักดิ์ศรีความเป็นลูกเจ้าพระยา และแม่เป็นหม่อมเจ้า แต่กลับเป็นว่าคุณชวนชื่นเจริญก้าวหน้า คุณนพผู้สามีทำธุรกิจมั่งคั่งร่ำรวย เธอมีบุตรชายหนึ่ง และบุตรีหนึ่ง เป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ สะสวยงดงามทั้งคู่ ชื่อ ชนก (ธันวา สุริยจักร) กับ ชนนี (ฮาน่า ลีวิส) ชนก พี่ชายเรียนหนังสือที่อเมริกาเพิ่งกลับมา ส่วนชนนีเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย คุณชายหริพันธ์ ซึ่งเพิ่งจบการศึกษากลับจากประเทศอังกฤษเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยที่ชนนีเรียนอยู่ นักเรียนสาว ๆ รวมทั้งชนนีซึ่งไม่รู้ว่าหริพันธ์มีความเกี่ยวดองกันต่างชื่นชมว่าอาจารย์หล่อ สมาร์ท ขรึม ตามประสาเด็กสาว ๆ ซึ่งมักจะนิยมชอบในตัวอาจารย์ ละครริษยา ครั้งหนึ่งหม่อมชุลีให้อบสวาทไปเชิญท่านหญิงนวล (ดวงดาว จารุจินดา) ผู้เป็นพี่สาวของ ท่านหญิงนิ่ม มารดาของหม่อมชุลีมางานเลี้ยงต้อนรับหริพันธ์กลับจากต่างประเทศ ท่านหญิงนวลมาชวนชนก และชนนีไปด้วย เมื่อหม่อมชุลีเห็นชนนีก็เกิดแผนการร้ายขึ้นในใจ หม่อมชุลีให้ท่านหญิงนวลไปสู่ขอชนนีให้หริพันธ์ และท่ามกลางความประหลาดใจของทุก ๆ คน ชนนีก็ตอบรับยอมแต่งงานกับหริพันธ์ ไม่มีใครรู้ใจชนนีว่านิยมในตัวหริพันธ์เพียงใด แต่นั่นคือ การเริ่มต้นของความทุกข์อันยิ่งใหญ่ในชีวิตของชนนี ขณะที่เจตน์ (พูลพัฒน์ อัตถปัญญาพล) เพื่อนของชนกซึ่งแอบหลงรักชนนีอยู่ได้แต่เศร้าที่ชนนีแต่งงาน แต่แล้วในวันส่งตัวชนนีก็เห็นคุณชายหริพันธ์กับอบสวาทในภาพที่ไม่ต้องบรรยายความใด ๆ ชนนีเสียใจมาก ผู้ที่ลอบยินดีคือหม่อมชุลีผู้รู้ทุกอย่าง หม่อมต้องการให้ลูกสาวของชวนชื่นมีความทุกข์ พ่อแม่จะได้ทุกข์ด้วย สะใจหม่อมชุลียิ่งนัก ละครริษยา หริพันธุ์ต้องไปราชการทางภาคเหนือ หม่อมชุลีก็ให้อบสวาทตามไปด้วย นอกจากนี้ยังยุยงให้ อบสวาททำทุกอย่างที่จะทำให้ชนนีชอกช้ำใจยิ่งขึ้น แต่ชนนีก็ทนเพราะความรักอันบริสุทธิ์ในจิตใจของเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก ต่อมาความใกล้ชิดกันระหว่างหริพันธ์กับชนนี ทำให้ทั้งสองได้เสียกันโดยความไม่เต็มใจของหริพันธ์ ชนนีแม้จะเศร้าแต่ก็ยินยอมทุกอย่าง เพราะได้ชื่อว่าเป็นภรรยา ในวังอโยธยามีเพียงวรรศิกาที่เห็นใจชนนีทั้งสองเป็นเพื่อน และพูดคุยปรับทุกข์กันอยู่เสมอ แม้วรรศิกาจะถูกห้ามจากหม่อมชุลีไม่ให้มาใกล้ชิดชนนีก็ตาม วรรศิกานั้นด้วยความที่ไม่เคยพบบุรุษใด ๆ มาก่อนในชีวิตของเธอ จึงมีความผูกพันทางจิตใจกับชนก ผู้ซึ่งเห็นวรรศิกาเป็นสตรีที่ไม่น่าสนใจ ไม่สวย ไม่น่าพูดคุยเจรจาด้วย วรรศิการู้ดีว่าชนกไม่สนใจตน แต่ก็ยังมีใจพันผูกอยู่กับชนกไม่เสื่อมคลาย ชนนีถูกทารุณจิตใจต่าง ๆ นานา จนล้มเจ็บหนัก หม่อมชุลีสั่งห้ามไม่ให้ใครมาดูแลชนนี โดยเฉพาะคุณชายหริพันธ์ วรรศิกาทนไม่ได้จึงแอบหนีไปบอกให้ชนกมารับชนนี ชนกมาอาละวาดกับหม่อมชุลี และอุ้มชนนีผู้เกือบจะสิ้นสติเพราะพิษไข้ออกไปจากวังอโยธยา หม่อมชุลีประกาศลั่นว่าไอ้อีคนไหนที่ออกไปจากวังแล้วอย่าได้กลับมาอีกเป็นอันขาด และครั้งนี้ชวนชื่นจะต้องได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจ และขมขื่นเหมือนที่หม่อมชุลีเคยได้รับ ชนนีกลับถึงบ้าน หมอตรวจพบว่าชนนีแท้งลูก หม่อมชุลียินดีเป็นที่สุดเมื่อรู้ข่าว หม่อมสั่งห้ามไม่ให้หริพันธ์ไปเยี่ยมชนนี แต่คุณชายแอบไป ปรากฏว่าทั้งพ่อ และชนกไม่ต้อนรับไม่ให้เข้าบ้าน หริพันธ์จึงกลับไปโดยที่ชนนีไม่รู้ว่าสามีมาเยี่ยม จนต่อมาคุณชายเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จึงไม่มีโอกาสได้พบชนนีอีกเลย ชนนีเสียใจมากตระหนักดีว่าหริพันธ์ไม่เคยสนใจใยดีตน ขณะเดียวกันหริพันธ์ก็เสียใจกับการกระทำของตนเอง พร้อมทั้งตั้งใจไว้ว่าเมื่อกลับประเทศไทยจะต้องพูดกับอบสวาทให้เข้าใจ และควรจะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของหม่อมแม่อีกต่อไป ละครริษยา วรรศิกาผู้น่าสงสารถูกหม่อมชุลีลงโทษอย่างรุนแรง ฐานที่หนีไปตามชนกมารับชนนี วรรศิกาทนไม่ไหวจนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดในชีวิตหนีออกมาหาชนนี ชนนีชวนให้อยู่ที่บ้านด้วยกัน และพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของวรรศิกา ให้แต่งตัวให้รู้จักเข้าสมาคม ในระยะแรกชนกรังเกียจวรรศิกาหาว่าหยิ่ง หน้าตาเหมือนผี ไม่รู้จักยิ้มแย้ม เหมือนครึ่งบ้าครึ่งดี ชนกมีคู่รักอยู่แล้ว ชื่อยอดธิดา (อมีนา พินิจ) เป็นผู้หญิงสวยทันสมัย เปรี้ยว สมาคมเก่ง ทั้งสองควงกันไปไหนต่อไหนตลอดเวลา วรรศิกาทนดูด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา ชนกนั้นไม่รู้ตัวเลยว่า วรรศิกาแอบรักยังคงพูดจาเยาะเย้ยวรรศิกาอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส คุณชายหริพันธ์กลับจากต่างประเทศ แต่ไม่ยอมเข้าวังอโยธยาไปเช่าโรงแรมอยู่ หม่อมชุลีคั่งแค้น รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าคุณชายลูกรักคนเดียวกำลังจะไปจากหม่อมเหมือนท่านพ่อของคุณชาย หม่อมไม่มีอำนาจเหนือหริพันธ์อีกต่อไป คุณชายใช้เวลาพักใหญ่ตัดสินใจเข้าไปในบ้านชนนีโดยความช่วยเหลือของชนก หลังจากปรับความเข้าใจกันแล้ว คุณชายก็แจ้งว่าจะไปทำงานที่อเมริกา และจะพาวรรศิกาไปด้วย หม่อมชุลีแค้นจนนิ่งงันไปเมื่อหริพันธ์มาลาไปต่างประเทศ เมื่อหริพันธ์พ้นห้องไปหม่อมก็กดกริ่งเรียกอบสวาท อบสวาทเข้ามาเห็นหม่อมชุลีกำลังเขียนพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้ตน หลังจากนั้นหม่อมก็สิ้นใจ คำพูดสุดท้ายคือไม่ยอมอภัยให้กับทุก ๆ คนที่หม่อมคิดว่าเป็นผู้ผิด ทั้งลูกทั้งหลาน หม่อมสิ้นใจทั้งที่ความริษยาอาฆาตยังเต็มหัวใจ ชนนีเตรียมตัวไปอเมริกากับหริพันธ์ วรรศิกาไม่อยากไปเพราะอะไรทุกคนรู้อยู่เต็มอก เว้นแต่ชนกเท่านั้น คืนก่อนที่จะเดินทางชนกพบวรรศิกา เขาพูดกับเธอด้วยกิริยาท่าทีอย่างเดิม วรรศิกาไม่รู้ตัวว่าอะไรทำให้เธอเถียง ต่อปากต่อคำกับชนก และในที่สุดเธอก็บอกว่ารักชนก รักมานาน ชนกตะลึงคิดไม่ถึง แต่วรรศิกาจากไปก่อนที่ชนกจะพูดอะไร วันเดินทางที่สนามบิน ชนนี และหริพันธ์ล่ำลาญาติพี่น้อง ทั้งสองคนเข้าใจกันดีและมีความสุข วรรศิกาไม่มีใครเลย ด้วยความหมองเศร้าในใจ วรรศิกาเดินหลีกทุกคนออกมาและพบชนก ชนกผู้เฝ้ามองวรรศิกาอยู่ตลอดเวลา เขาผู้ใช้เวลาเพียงพริบตาเดียวในขณะนั้นตัดสินใจ แล้วเขาก็บอกความในใจกับวรรศิกาก่อนสัญญาว่าจะตามไปหาเธอที่ต่างประเทศ ติดตามชม ละครริษยา ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดง ละคร ริษยาธันวา สุริยจักร รับบท ชนกชนะพล สัตยา รับบท ม.ร.ว. หริพันธ์อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท ม.ร.ว. หญิงวรรศิกาฮาน่า ลีวิส รับบท ชนนีชไมพร จตุรภุช รับบท หม่อมชุลีธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ รับบท อบสวาทอมีนา พินิจ รับบท ยอดธิดาพูลพัฒน์ อัตถปัญญาพล รับบท เจตน์ดวงดาว จารุจินดา รับบท ท่านหญิงนวลอังศนา บุรานันท์ รับบท ชวนชื่นดิลก ทองวัฒนา รับบท นพวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท ย้งอัมรินทร์ สิมะโรจ รับบท ทาเคชิประกาศิต โบสุวรรณ รับบท เสี่ย ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา