เจ็บปวดที่งดงาม

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

ชุดเจ้าสาวซีทรู ฉีกกฎ เจ้าสาวขาวบริสุทธิ์ มาเปลือยแบบงดงาม กันเถอะ
ชุดเจ้าสาว /  ชุดเจ้าสาวซีทรู / 

ดูเหมือนว่า เทรนด์ชุดเจ้าสาว ของปี 2015 ลักษณะจะมาในทิศทางใกล้เคียงกัน นั่นคือ ชวนว่าที่เจ้าสาวยุคใหม่ มาเผยผิว โชว์รูปร่างสัดส่วนมากขึ้นกว่าเก่า สังเกตุได้จากหลายแบรนด์ปล่อย ดีไซน์ ชุดเจ้าสาวซีทรู ออกมาประชันกันชนิดที่เลือกไม่ถูกเลย ดังนั้น ลืมธรรมเนียมที่ว่า เป็นเจ้าสาว ต้อง ชุดขาวบริสุทธิ์เท่านั้น มาเซ็กซี่ซีทรูกันบ้างเถอะค่ะ ห๊า..อะไรนะ เจ้าบ่าวยังไม่มี...จบปิ้ง สวัสดี งั้นดู ชุดเจ้าสาวซีทรู กันไปพลางๆละกัน Pnina Tornai, Fall 2015 Reem Acra, Fall 2015 Mark Zunino, Fall 2015 Ines Di Santo, Fall 2015 Watters Aziza gown, Spring 2015 Pnina Tornai, Fall 2015 Reem Acra, Fall 2015 Randi Rahm, Fall 2015 Pnina Tornai, Fall 2015 Inbal Dror, Fall 2015 Inbal Dror, Fall 2015 ที่มาภาพจาก huffingtonpost

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

สัมภาษณ์ แอน มิตรชัย จากลิเกสาวพราวเสน่ห์ สู่นักร้องระดับอินเตอร์
Live My Life My Way /  แอน มิตรชัย

กำลังประสบความสำเร็จและโดดเด่นในแวดวงบอลลีวู๊ดเลยทีเดียว สำหรับลิเกสาวพราวเสน่ห์ แอน มิตรชัย ที่ล่าสุดเธอก็ได้จรดปลายปากกาเซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้การดูแลของค่ายเพลงระดับอินเตอร์ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มอินเตอร์เนชั่นแนลชุดแรก ซึ่งมีชื่อว่า Live My Life My Way (ลิฟ มาย ไลฟ์ มาย เวย์) ท่ามกลางความสนใจของเหล่าสื่อมวลชน ที่สำนักงาน ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ประเทศอินเดีย ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ต่อจากนี้ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ ก็มีแผนสนับสนุนให้ แอน มิตรชัย เตรียมเดินทางไปโปรโมทผลงานเพลงในประเทศต่างๆ ทั้งเอเชียและยุโรป... แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ทาง music.mthai.com ก็มีบทสัมภาษณ์จาก แอน มิตรชัย มาเปิดเผยว่าหนทางการโกอินเตอร์ของเธอ เป็นมาอย่างไร? ที่มาที่ไปของความสำเร็จในการเป็นศิลปินที่สามารถมีอัลบั้ม International ภายใต้สังกัด ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ? "สำหรับการร่วมงานกับ บริษัท ยูนิเวอร์แซล มิวสิค กับผลงาน International นั้น จริงๆ แอนไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมาได้ไกลขนาดนี้ เพียงแค่ได้มีโอกาสร่วมแสดงภาพยนตร์บอลลีวู๊ด แอนก็ดีใจมากแล้ว แม้กระทั่งเพลงประกอบภาพยนตร์เองก็ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะมีโอกาส ย้อนไปตอนแอนพบกับคุณ Eddie T Avil ผู้จัดการของแอนคนปัจจุบัน ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตค่ะ เขาเป็นคนกว้างขวางในวงการบอลลีวู๊ด เริ่มจากเอาเพลงของแอนไปทำเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งถือเป็นก้าวแรก พอผลงานปรากฏเด่นชัดและเป็นที่ยอมรับจากประชาชนในประเทศอินเดีย โอกาสก็เพิ่มขึ้น ทำให้มีบริษัทต่างๆ นำเสนองานเข้ามาค่ะ" 'ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานแทบกระบวนการด้วยตัวเอง' "ก่อนที่แอนจะทำอัลบั้ม Live My Life My Way กับทางยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ ก็มีอีกบริษัทชื่อ ทีซีรี่ส์(T Series) ติดต่อเข้ามา บริษัทนี้เป็นค่ายยักษ์ใหญ่ของอินเดีย มีสาขาอยู่ทั่วเอเชีย เขานำเสนอให้แอนเข้ามาอยู่ในบริษัทของเขา ทุกวันนี้ก็ยังคงพร้อมต้อนรับแอนให้ร่วมงานด้วยตลอดเวลา แต่ถ้าเราเลือกอยู่กับ ทีซีรี่ส์ เพลงของเราส่วนใหญ่จะออกมาในแนวอินดี้ที่มีภาษาอังกฤษปนบ้าง แต่ไม่ใช่แนวสากล คุณเอ็ดดี้ เลยวางแผนให้ว่าเราควรจะเลือกอะไร ส่วนหนึ่งก็คือตัวเขาเองก็เคยร่วมงานกับ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ อยู่แล้ว เขาเลยนำโปรไฟล์ความเป็นลิเกของแอน พร้อมกับผลงานอื่นๆ แนบไปให้ผู้ใหญ่ของ ยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ พิจารณา ซึ่งสิ่งที่ทีมยูนิเวอร์แซล มิวสิคฯ สนใจคือภาพความเป็นลิเกของเรา เขาอยากรู้ว่าลิเกคืออะไร ผลงานการแสดงถึงศิลปวัฒนธรรมตรงนี้มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่เขาศึกษาหาข้อมูลงานศิลปะการแสดงลิเกและความเป็น แอน มิตรชัย ทำให้เขาสนใจมากๆ ดังนั้นจึงเชิญเราเข้าไปพูดคุยแบบจริงจัง ที่สำคัญเขามองเห็นว่าจะสร้างเราในสิ่งที่เราสามารถทำในสิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราเป็น พร้อมเปิดโอกาสให้เรามีส่วนร่วมในการวางแนวคิดเกือบทุกกระบวนการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ค่ะ" 'ลิเกคือจุดเริ่มต้น ทำให้มีทุกวันนี้' "เมื่อโอกาสมาถึงตัวเรา แอนบอกกับตัวเองว่าสิ่งที่เราต้องมีคือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน จากการฝึกฝนเราต้องอดทนเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด แอนมีแรงบันดาลใจโดยมีความรักในสิ่งที่ทำนำทางให้เรา ลิเกคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มีคุณค่าทำให้แอนมีวันนี้และสามารถก้าวไปสู่เวทีอื่นๆ การร้องเพลงอินดี้แอนก็ได้มาจากเวทีลิเก ข้อนี้แอนไม่เคยลืมและส่งให้แอนก้าวมาถึงวันนี้ ความศรัทธาในความเป็นตัวตนในแบบของเราคือแนวทางไปสู่จุดหมาย แล้ววันนี้แอนก็ได้เริ่มต้นกับการก้าวย่างอีกครั้งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตนั้นคือการเปิดตัวอัลบั้ม Live My Life My Way ค่ะ" คิดว่าเพราะเหตุใดที่คนอินเดียถึงยอมรับในตัว แอน มิตรชัย? "นักแสดงที่เป็นต่างชาติจะเปิดใจคนอินเดียให้ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องยาก แอนคิดว่าแอนโชคดีที่เราเข้าไปในฐานะนักร้องและเป็นนักแสดง เขาตกใจว่าเราสามารถร้องเพลงอินดี้ได้ เริ่มแรกเราสามารถร้องเพลงคลาสสิกหรือเพลงลูกทุ่งของเขาซึ่งมันยากมากๆ และเราสามารถเต้นเพลงอินเดียได้ทั้งแนวเก่าแนวใหม่ เช่น กาตะการิ(Katakari) และ 7 คลาสสิคัล อินเดียแดนซ์(7 Classical Indian Dance) ซึ่งดาราบอลลีวู๊ดใหม่ๆ ในปัจจุบันเต้นกันไม่ค่อยจะได้ สังเกตจากหลายๆ คนรอบๆ ตัวเราที่รู้สึกชื่นชมในสิ่งที่เราทำได้ แอนคิดว่าสิ่งนี้ทำให้เขาเปิดใจที่จะรักเราเพราะเราไปในฐานะนักร้องต่างชาติที่สามารถร้องเพลงบ้านเขาได้ นักแสดงในประเทศอินเดีย จะไม่ร้องเพลงเอง ส่วนใหญ่จะลิปซิงค์ แต่พอเราเล่นเองร้องเองก็เป็นที่จับตามองค่ะ" 'ฉันเป็นคนไทย' "ทุกวันนี้สื่อต่างๆ ในอินเดียถามแอนเสมอว่าแอนเป็นลูกครึ่งอะไร แอนจะตอบว่าเป็นคนไทย แต่เขาพยายามให้แอนเป็นเม็กซิโก เป็นลูกครึ่งอินเดียบ้างค่ะ" แนวคิดและปรัชญาในการดำเนินชีวิตของ แอน มิตรชัย? "พูดได้ว่าแอนเติบโตมาจากโรงลิเก ตั้งแต่พอจำความได้รอบๆ ตัวของแอนคืองานศิลปะการแสดง เราอยู่กับความคิดสร้างสรรค์และการฝึกฝนซ้ำๆ เพื่อสร้างความสุขให้ผู้คนเกือบทุกๆ วัน แอนมองเห็นถึงความงดงามของคำว่า 'ความรักและมิตรภาพ' ที่แฟนๆ มอบให้กับเรา สิ่งที่อยู่ในความคิดและไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือจะพัฒนาตัวเองทุกๆวัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานและมอบความสุขให้กับคนที่รักและรอคอยที่จะชื่นชมผลงานของแอน เมื่อพูดถึงแนวคิดและปรัชญาในการดำเนินชีวิต ของแอนนั้นก็คือการทำสิ่งใดก็ควรตั้งจุดมุ่งหมายที่จะเดินไปให้ชัด เหมือนคำที่ว่า 'การเริ่มต้นอย่างมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนเท่ากับสำเร็จผลแล้วครึ่งหนึ่ง' ค่ะ" พูดได้ว่าน่าสนใจทีเดียว สำหรับย่างก้าวสู่วงการเพลงอินเตอร์ของนักร้องสาวคนนี้... สำหรับแฟนๆ ที่อยากให้กำลังใจ และต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ก็สามารถเกาะติดช่องทางโซเชี่ยลของเธอได้ทาง Instagram: annmitchai AMC Official , Facebook: Annmitchai และ Youtube AMC world Channel มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง ที่อเมริกา
ภาพทิวทัศน์ /  รูปภาพท่องเที่ยว / 

มีภาพสวยๆ ของวันใบไม้เปลี่ยนสีของอเมริกามาฝาก แต่ก่อนหน้าเราก็มาอ่านกันสักนิด ถึงข้อมูลเบื้องต้น .. สหรัฐอเมริกา (อังกฤษ: United States of America) หรือมักย่อว่า สหรัฐฯ หรือ อเมริกา เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย ปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ ประกอบไปด้วยรัฐ 50 รัฐ และอีกหนึ่งเขตปกครองกลาง มี 48 รัฐ และเขตปกครองกลางของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อยู่บนพื้นที่ครอบคลุมส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ รัฐอแลสกาอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือและรัฐฮาวายเป็นหมู่เกาะอยูกลางมหาสมุทรแปซิฟิก 25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง ที่อเมริกา สหรัฐฯ มีพรมแดนติดต่อ กับแคนาดาทางทิศเหนือ และเม็กซิโกทางทิศใต้ ส่วนพรมแดนทางทะเลนั้นติดต่อกับแคนาดา รัสเซียและบาฮามาส โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลแบริง มหาสมุทรอาร์กติก มหาสมุทรแอตแลนติก อ่าวเม็กซิโก และทะเลแคริบเบียนเป็นผืนน้ำล้อมรอบ นอกจากนี้ยังมีดินแดน 5 แห่งที่มีประชากรอยู่มาก และ 9 แห่งที่มีประชากรอยู่น้อยในแคริบเบียน และในมหาสมุทรแปซิฟิกอีกด้วย สหรัฐอเมริกา มีพื้นที่ขนาด 9.63 ล้านตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 313 ล้านคน ทำให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 หรือ 4 ของโลก และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก เป็นประเทศซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายในเชื้อชาติและวัฒนธรรม อันเป็นผลมาจากการอพยพจากหลายประเทศ สภาพทางภูมิศาสตร์และสภาวะอากาศของสหรัฐยังมีความหลากหลายสุดขั้ว และมันยังเป็นบ้านของสัตว์ป่าที่หลากหลายอย่างมากอีกด้วย เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเป็นเศรษฐกิจระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2551 กว่า 14.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศคิดเป็นร้อยละ 15 ของโลก และอยู่ในอันดับที่ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ) ข้อมูลเพิ่มเติม : http://th.wikipedia.org/wiki/สหรัฐอเมริกา อ่านข้อมูลสั้นๆ กันไปแล้ว มาดูกันว่า ใบไม้ร่วงสีสันสวยงามจากรัฐต่างๆ นั้น งดงามเช่นไร.. Alaska รัฐอะแลสกา รัฐอะแลสกา รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับสหรัฐอเมริกา นับเป็นรัฐที่ 49 มีจำนวนประชากร 626,932 คน ชื่อ อะแลสกา นั้นน่าจะเพี้ยนมาจากคำในภาษาแอลิอุต ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นว่า "Alyeska" แปลว่า "ดินแดนที่ไม่ใช่เกาะ" Arizona รัฐแอริโซนา รัฐแอริโซนา เป็นรัฐขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ติดกับประเทศเม็กซิโกทางทิศใต้ เป็นหนึ่งในสี่รัฐมุมซึ่งมุมทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐชนกับอีก 3 รัฐพอดี เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐคือ ฟีนิกซ์ Arkansas California Colorado รัฐโคโลราโด รัฐโคโลราโด (อังกฤษ: Colorado) เป็นรัฐทางตอนกลางตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา โคโลราโดเป็นรัฐที่อยู่ในเขตเทือกเขาร็อกกีซึ่งครอบคลุมราวๆครึ่งหนึ่งของรัฐทางฝั่งตะวันตก ในขณะที่ฝั่งตะวันออกของรัฐเป็นที่ราบ กองสำรวจประชากรแห่งสหรัฐ ได้สำรวจว่า ในปี พ.ศ. 2549 มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 4,753,377 คน ซึ่งเพิ่มขึ้น 10.49 เปอร์เซ็นต์จากปี พ.ศ. 2543 Connecticut รัฐคอนเนตทิคัต รัฐคอนเนตทิคัต (Connecticut, ตัว c ตัวที่สองไม่ออกเสียง) เป็นรัฐทางตะวันออก ในสหรัฐอเมริกาอยู่ในเขตนิวอิงแลนด์ เมืองหลวงของคอนเนตทิคัตคือ ฮาร์ตฟอร์ด ชื่อของคอนเนตทิคัต มาจากชื่อของอินเดียนแดงเผ่าโมฮีแกน จากคำว่า "Quinnehtukqut" หมายถึง ดินแดนแห่งแม่น้ำสายยาว มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในรัฐได้แก่ มหาวิทยาลัยเยล และ มหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัตที่มีชื่อทางด้านบาสเกตบอล 25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง ที่อเมริกา Delaware Florida Georgia Hawaii Idaho Illinois Indiana Iowa Kansas 25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง Kentucky Louisiana Maine Maryland Massachusetts รัฐแมสซาชูเซตส์ Michigan รัฐมิชิแกน เป็นรัฐตั้งอยู่บริเวณส่วนเหนือของสหรัฐอเมริกา โดยชื่อของรัฐมาจาก ชื่อทะเลสาบมิชิแกน ซึ่งตั้งโดยชาวอินเดียนแดงเผ่าชิปเปวา จากคำว่า มิชิ-กามิ ซึ่งหมายถึง น้ำอันกว้างใหญ่ รัฐมิชิแกนห้อมล้อมด้วยทะเลสาบขนาดใหญ่ 4 ทะเลสาบในด้านเหนือ ... วิกิพีเดีย 25 ภาพสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง Minnesota รัฐมินนิโซตา รัฐมินนิโซตา เป็นรัฐที่ 32 ของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่บริเวณทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา มินนิโซตาเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมิดเวสต์ โดยมีเมืองสำคัญได้แก่เมืองแฝด เซนต์พอลและมินนิแอโปลิส ... วิกิพีเดีย Mississippi รัฐมิสซิสซิปปี Missouri รัฐมิสซูรี เป็นรัฐที่อยู่ทางตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา ล้อมรอบด้วยรัฐไอโอวา อิลลินอยส์ เคนทักกี เทนเนสซี อาร์คันซอ โอคลาโฮมา แคนซัส และเนแบรสกา มิสซูรีเป็นรัฐที่มีจำนวนประชากรเป็นอันดับที่ 18 ของประเทศ Beautiful Images Of Autumn In America ภาพจาก http://news.distractify.com/alex-scola/autumn-colors/ มีภาคสองต่อค่ะ

สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง
ท่องเที่ยวรอบโลก /  เที่ยวยุโรป

เที่ยวเลือกได้ 1,000,00 บาท กับบาร์บีคิวพลาซ่า : สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทางร่วมสนับสนุนทริปที่ดีที่สุด เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท โดย บาร์บีคิวพลาซ่า ถ้าคุณเป็นคนรักการเดินทาง อยากไปตะลุยโลกกว้างได้อย่างใจฝัน  แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน หรือมีที่เที่ยวในฝันอยู่แล้ว แต่สตุ้งสตางค์ หรือ เวลาที่มีจำกัด กลายเป็นข้อห้ามที่ทำให้ไม่ได้ไป “แตะขอบฟ้า” อย่างที่ตั้งใจ บาร์บีคิวพลาซ่า  รอที่จะเนรมิตฝันให้เป็นจริงอยู่ค่ะ แต่ก่อนจะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไปตะลอนทัวร์ได้นั้น Mthai  มี 5 สุดยอดที่เที่ยวในฝัน  ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง มาแนะนำ รับรองว่า “ฟิน...สุโค่ย” แน่นอน  สุดยอดที่เที่ยวในฝัน ดินแดนสวรรค์คนรักการเดินทาง 1. เที่ยวชมชนบทแสนสวยของอังกฤษ ที่ Cotswold District (Cotswold District, The United Kingdom) หากพูดถึงประเทศอังกฤษ ที่เที่ยวที่แรกๆที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น มหานครลอนดอน เมืองหลวงสุดซ่าที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและทันสมัย แต่สำหรับคนที่มาเยือนอังกฤษ แล้วไม่ชอบความวุ่นวาย แต่แสวงหาที่เที่ยวที่สวยงาม ขอแนะนำให้ไปที่ Cotswold District  ชนบทของประเทศอังกฤษที่เต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และสวยงาม ภายในเขต Cotswold  นี้จะประกอบไปด้วยหมู่บ้านขนาดเล็กหลายหมู่บ้านด้วยกัน ตัวบ้านจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหมือนบ้านในนิทานฝรั่ง  และแต่ละหมู่บ้านก็จะมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นที่ แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือบ้านเรือนในแถบ Cotswold จะถูกสร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง (Honey Coloured Limestone) ซึ่งมีความสวยงามมาก เมื่อได้มาเยือนที่นี่ จะทำให้รู้สึกสดชื่น เหมือนได้ปลีกวิเวกจากความอึกทึกครึกโครมของเมืองหลวง ทั้งๆทีอยู่ห่างจากมหานครลอนดอนแค่นิดเดียว 2. นั่งเรือกอนโดลา ล่องไปตามแม่น้ำ เมืองเวนิส อิตาลี (Gondola ,Venice, Italy) ที่เที่ยวในฝันที่ต่อไป ไปกันที่ เมืองแห่งสายน้ำ อย่าง เวนิส ประเทศอิตาลี  สุดยอดเมืองแห่งสีสัน และ ความงดงามทางสถาปัตย์อันดับต้นๆ ของโลก  และเมื่อมาเยือนเวนิส กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือการ ล่องเรือกอนโดล่า  เรือโดยสารที่เรียกได้ว่าเป็น “ซิกเนเจอร์” ของที่นี่  สามารถขึ้น – ลง เรือได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นใน Grand Canal ที่ถือว่าเป็นคลองหลักของเมือง หรือ ตามคลองเล็กคลองน้อยทั่วไป เสน่ห์ของการล่องเรือนี้ เริ่มกันที่บริเวณที่นั่งที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา เพื่อให้คุณรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ เสน่ห์ของคนพายเรือ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเมือง พร้อมร้องเพลงขับกล่อมผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศและทิวทัศน์ของ เวนิส อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ทั้งในบริเวณตรอกเล็กตรอกน้อยไปจนถึงบรรยากาศ คลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมือง จุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ บริเวณ ใต้สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ว่ากันว่าหากคู่รักคู่ใดได้นั่งเรือกอนโดล่าแล้วจุมพิตใต้สะพานแห่งนี้ ความรักของทั้งคู่ก็จะนิรันดร ภาพจาก http://travel.mthai.com/world-travel/32088.html 3. ตะลุยหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่ง ปารีส  ฝรั่งเศส ( Eiffel Tower in Paris, France ) หากพูดถึงมหานครใหญ่ ที่ได้รับความนิยมและเป็นสุดยอดเมืองในฝันของคนทั่วโลก  เชื่อว่า “ปารีส ฝรั่งเศส” จะเป็นเมืองอันดับต้นๆที่ได้รับการกล่าวถึง และเมื่อมาเยือนเมืองแห่งสีสันและแฟชั่นเมืองนี้ สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาด ก็คือ “หอไอเฟล” หอคอยโครงสร้างเหล็กที่ตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ (Champ de Mars) บริเวณแม่น้ำแซน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่ง “สัญลักษณ์” ของฝรั่งเศสนั่นเอง  โดยถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2430 - พ.ศ. 2432  แม้ว่าในช่วงแรกของการก่อสร้าง “หอไอเฟล” แห่งนี้จะได้รับการคัดค้านจากผู้คนมากมาย แต่สุดท้าย “ที่นี่” กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและทำรายได้อย่างมหาศาลให้แก่มหานครแห่งนี้  ไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนที่นี่ ที่ต้องห้ามพลาดคือ การถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟล ด้วยอิริยาบทต่างๆ แล้วแชร์บนโลกไซเบอร์อวดสายตาชาวโลก ว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสมาเยือน “มหานคร” แห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Photo by eurofollowme.com , wikipedia.org/wiki/Eiffel_Tower 4. เที่ยวชม ภูเขาแมททาธอร์น สัญลักษณ์แห่งสวิส  (The Matterhorn, Zermatt, Switzerland) ถ้าพูดถึงสวิซเซอร์แลนด์ เชื่อว่าภาพที่ทุกคนใฝ่ฝัน คือการได้มีสักครั้ง ที่จะได้ไปสัมผัสเมืองแห่งสกีน้ำแข็ง ได้โลดแล่นไปตามหุบเขาน้ำแข็งอย่างอิสระเสรี และหุบเขาที่มีความสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “สัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์”   และ กลายเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำละครและภาพยนตร์มากมายก็คือ ที่นี่ The Matterhorn เมือง Zermatt ประเทศ Switzerland. นั่นเอง โดย  Matterhorn แห่งนี้เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาเอลป์ มีความสูงอยู่ที่ 4,478  เมตร จากระดับน้ำทะเล  ตัวยอดเขามีลักษณะแหลมสูงทรงปิรามิด ( หากอยากนึกภาพให้ง่าย ลองดูที่สลากของช็อคโกแลตชื่อดังของสวิส TOBERONE ดูสิ เค้าใช้รูปยอดเขา Matterhorn เป็นสัญลักษณ์ ) ยอดเขาแห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว หากมาในฤดูร้อนภาพที่จะได้สัมผัสคือ ภาพหิมะละลายกลายเป็นธารน้ำแข็งที่สวยงามไหลไปตามธารน้ำที่ทอดตัวยาวสุดสายตา แต่หากมาในฤดูหนาว จะได้พบกับภาพหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วสารทิศ  เสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาที่นี่อยากกลับมาอีกครั้ง คือการลุ้นว่าจะได้เห็น “แมททาธอร์น จอมขี้อาย” หรือ “Shy Matterhorn” เต็มๆ ทั้งลูกหรือไม่  เนื่องจากความสูงของภูเขา ทำให้โอกาศที่จะได้เห็นภูเขาทั้งลูกค่อนข้างยาก มีเมฆบดบังอยู่ตลอดเวลา Photo by ภูมิทัศน์ 5. ตะลอนทัวร์จตุรัสอเล็กซานเดอร์  ศูนย์กลางธุรกิจเบอร์ลิน เยอรมัน (Alexanderplatz , Berlin , Germany) สุดยอดที่เที่ยวในฝันที่สุดท้ายที่ Mthai จะแนะนำในครั้งนี้ ไปกันที่ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงสุดเป็นอันดับต้นๆของยุโรป หากมาเยือนที่นี่สถานที่ที่ต้องไปเยือน ไม่งั้นคุณจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องคือ จตุรัสอเล็กซานเดอร์ (Alexanderplatz , Berlin , Germany) ซึ่งเป็นจตุรัสเปิดขนาดใหญ่  จัดเป็นศูนย์รวมธุรกิจและศูนย์กลางการขนส่งมวลชนในเบอร์ลินชั้นใน ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสปรีและวิหารเบอร์ลิน (เบอร์ลินเนอร์โดม) มาที่นี่นอกจากจะได้สัมผัสกับแหล่งรวมธุรกิจที่สำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นของนักเดินทางในการไปยังที่ต่างๆแล้ว บริเวณรอบๆจตุรัสแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาโลกที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้างใกล้จตุรัส มีเวลาของทุกประเทศทั่วโลกแสดงอยู่ในนั้น , น้ำพุแห่งมิตรภาพระหว่างประชาชน , สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ Fernsehturm ที่ปัจจุบันไม่ได้มีไว้ส่งสัญญาณแต่ใช้เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของเบอร์ลิน , อาคารโบราณ Rotes Rathause หรือศาลาว่าการแดง เป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในศตวรรษที่ 19 ใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาลเยอรมันตะวันออก ฯลฯ เรียกได้ว่า มาที่นี่ที่เดียว คุณจะสัมผัส “เบอร์ลิน” ได้อย่างถึงแก่นเลยทีเดียว นอกจาก 5 ที่เที่ยวที่แนะนำอยู่นี้ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายทั่วโลก ที่พร้อมรอคุณไปเปิดประสบการณ์  และสำหรับใครที่มีแค่ความฝันอยากจะไปเที่ยว แต่ บัดเจ็ทในกระเป๋าไม่เพียงพอ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก  “บาร์บีคิวพลาซ่า” เค้าจัดแคมเปญใหญ่   “เที่ยวเลือกได้ 1,000,000 บาท ชิงโชคเที่ยวทริปในฝันที่คุณเลือกได้เอง พร้อมพ่วงคนพิเศษไปได้ไม่จำกัด ในงบประมาณ 1 ล้าน บาท!!!”  ชวนอิ่มอร่อยในมื้อที่ดีที่สุด พร้อมลุ้นเที่ยวรอบโลกกับทริปที่ดีที่สุดกับคนสำคัญ  เพียงทานครบทุกๆ 500 บาท รับทันที คูปองลุ้นรับทริปเที่ยวเลือกได้ จำนวน 1 ใบ หรือถ้ายังไม่สะใจ อยากลุ้นเพิ่ม สั่งชุดบาร์บีกอนท่องโลก ชุดใดก็ได้ (คาวบอยบาร์บีกอน , สโมคกี้ บาร์บีกอน , บาร์บีกอนชาวเกาะ และ ซามูไร บาร์บีก้อน) รับคูปองลุ้นเที่ยวเลือกได้ "เพิ่ม"อีก 1 ใบ ทันที ยิ่งสั่งยิ่งอร่อย ยิ่งมีโอกาสลุ้นเพิ่ม แค่นี้เมืองในฝันก็อาจจะไม่ใช่เมืองในฝันอีกต่อไป  อร่อยพร้อมลุ้นเที่ยว ที่นี่ที่เดียว พร้อมกัน ทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 9 พ.ย. นี้เท่านั้น  อยากเป็นผู้โชคดีก็อย่ารอช้า...เจ้ามังกรบาร์บิกอนตัวใหญ่สีเขียว รอคุณอยู่... ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailand

10 สถานที่ฮันนีมูน ที่คู่รักควรไปเยือนมากที่สุดในโลก
10 สถานที่ ฮันนีมูน /  10 อันดับ / 

คนที่กำลังจะแต่งงาน หรือใกล้วันครบรอบ หากกำลังมองหาสถานที่สุดโรแมนติก ที่จะพาคนรักของคุณไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันแบบสวีทหวานแล้วละก็ วันนี้ทาง Travel.mthai.com ได้รวบรวม 10 สถานที่ฮันนีมูน ที่คู่รักควรไปเยือนมากที่สุดในโลก มาฝากครับ รับรองว่าแต่ละแห่งต้องถูกใจทุกท่านอย่างแน่นอน 10 สถานที่ฮันนีมูน ที่คู่รักควรไปเยือนมากที่สุดในโลก 1. เกาะมัลดีฟส์ (Maldives Islands) เกาะสวาทหาดสวรรค์ บนมหาสมุทรอินเดีย ที่คู่รักหลายคู่ต่างฝันถึง คุณจะพบกับความเงียบสงบ พร้อมหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสปานกระจก การเดินทางก็แสนสะดวก สามารถขึ้นเครื่องบินไปลงที่เกาะได้เลย แถมไม่ต้องเสียเวลาขอวีซ่าอีกด้วย ดูคลิป เกาะมัลดีฟส์ (Maldives Islands) หรือคลิกดูได้ที่ http://video.mthai.com/channel/TravelMthai/player/1414488244.html 2. เกาะบาหลี (Bali Island)  ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย นอกจากจะได้อิ่มเอมกับบรรยากาศริมทะเลสุดโรแมนติกแล้ว คุณจะได้เห็นวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ของที่นี่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย สถาปัตยกรรม หรือว่าจะเป็นอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลอง 3. เซนต์ ลูเซีย (St. Lucia) เป็นประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนทะเลแคริบเบียน ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก เหมาะกับนักท่องเที่ยวคู่รักที่จะมาฮันนีมูนอีกแห่ง เพราะความสวยงามของท้องทะเลและท้องฟ้าอันสดใส ยิ่งถ้าได้นั่งจิบเครื่องดื่มกับคนรู้ใจใต้ต้นปาล์มนะ คงจะฟินสุดๆ เลยล่ะ 4. ทะเลสาปลูอิส (Canada’s Lake Louise) ทะเลสาปแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมืองอัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่คู่รักจะมาฮันนีมูนในฤดูหนาว ด้วยทัศนียภาพที่ถูกห้อมล้อมด้วยเทือกเขาร็อคกี้ บวกกับทะเลสาปสีเขียวสด รับรองว่าคุณและคนรักจะได้รับความประทับใจกลับไปไม่รู้ลืม ดูคลิป ทะเลสาปลูอิส (Canada’s Lake Louise) หรือคลิกดูได้ที่ http://video.mthai.com/channel/TravelMthai/player/1414491300.html 5. โตฟิโน่ เกาะแวนคูเวอร์ (Tofino on Vancouver Island) อีกสถานที่สุดโรแมนติก ในแถบชายฝั่งตะวันตกของประเทศแคนาดา เหมาะอย่างยิ่งในการนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ ถ้าคุณกล้าพอที่จะเดินข้ามภูเขาในฤดูหนาว โตฟิโน่ ถือเป็นจุดหมายที่ยอดเยี่ยมในการมาฮันนีมูนในหน้ามรสุม 6. ประเทศกรีซ (Greece)  จะต้องมีประเทศนี้อยู่ในลิสต์แน่นอน คุณจะย่ำไปที่ไหนในดินแดนเทพนิยายแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ซานโตรินี่ เอเธนส์ หรือว่าจะเป็นเดลฟี่ มันก็สุดแสนจะโรแมนติกทั้งนั้น คู่รักที่มาฮันนีมูน คงจะหลงใหลจนไม่อยากกลับบ้านเป็นแน่ ดูคลิป ประเทศกรีซ (Greece) หรือคลิกดูได้ที่ http://video.mthai.com/channel/TravelMthai/player/1414492702.html 7. เบลิซ (Belize) ประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ในชายฝั่งทะเลแคริบเบียน เมื่อคุณมาที่นี่ จะมี 3 สิ่งที่คุณห้ามพลาด นั่นก็คือการดำน้ำดูปะการัง ท่องป่าฝน และส่องเสือจากัวร์ รับรองว่าการฮันนีมูนที่นี่ จะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้คุณอย่างแน่นอน 8. ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองแห่งประวัติศาสตร์ศิลปะของอิตาลี เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างที่งดงามตระการตา เป็นอีกสถานที่ที่น่าสนใจในการมาฮันนีมูน ภาพของยอดวิหารต่างๆ ที่มีสีแดง ตัดกับพื้นหลังที่เป็นภูเขาสีเขียว คงจะทำให้คุณและคนรัก ต้องตกตะลึงในความงามจนแทบลืมหายใจ 9. ตาฮิติ (Tahiti) หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ นับเป็นสถานที่ที่คู่รักนิยมมาฮันนีมูนกันอยู่ตลอด ด้วยหาดทรายขาวที่เรียงรายไปด้วยต้นปาล์ม และวิวทิวทัศน์ที่ชวนฝัน จนกองถ่ายฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง เคยใช้ที่นี่เป็นโลเคชั่นในหนังของตัวเองมาแล้ว 10. เคนย่า (Kenya) ประเทศหนึ่งเดียวจากทวีปแอฟริกา ที่คู่รักควรไปฮันนีมูนมากที่สุด แน่นอนว่าการทำกิจกรรมหลักของที่นี่ คงหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวดูสัตว์ป่า ภาพที่คุณเห็นคือสัตว์ป่านานาชนิด ตัดกับทุ่งหญ้า ต้นไม้ และภูเขาไกลสุดลูกหูลูกตา หากได้ไปเยือน รับรองว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะต้องลืมไม่ลง ที่มา : travel.amerikanki.com - เรียบเรียงโดย : Muztong Uniquely (Travel MThai) ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดเซ็กซี่  ,10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก , 34 สถานที่สุดโรแมนติก ที่คุณไม่ควรพลาด

แห่ศพ ส.อบต.กระบี่ หลังอาการหนักหมอให้กลับบ้าน
กระบี่ /  ข่าววันนี้ / 

แห่ศพอดีต ส.อบต. หลังเข้า ร.พ. อาการหนัก แต่หมอให้กลับบ้าน นายมโน เครือแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ พร้อมด้วยชาวบ้าน กว่า 200 คน ร่วมกันนำศพ นายเจริญ นะบุตร อายุ 44 ปี  อดีต ส.อบต. ม.7 มาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังจาก นายเจริญ ได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา หลังจากเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ ลูก ๆ ได้นำนายเจริญมาที่ ร.พ.แห่งหนึ่ง ใน จ.กระบี่ หลังมีอาการปวดตามลำตัวอย่างรุนแรง แต่แพทย์ที่รักษาได้ฉีดยาแก้ปวด 1 เข็ม ให้ยาเคลือบกระเพาะ ยาแก้ปวดเฉียบพลัน และยาแก้ปวด ก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านแล้วเสียชีวิตในที่สุด ทางญาติของผู้ตาย กล่าวว่า นำผู้ตายมารักษาเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ แต่แพทย์ฉีดยาแล้วให้กลับบ้านทั้ง ๆ ที่ผู้ตายมีอาการหนัก เจ็บปวดตามร่างกายต่อเนื่องต้องพยุงขึ้นรถกลับ นอกจากนั้นยังติดใจถึงการจ่ายยาที่รักษา แค่ให้ยาแก้ปวดกับยาเคลือบกระเพาะ ทั้ง ๆ ที่ควรรักษาให้มากกว่านี้ ขณะที่แพทย์ชี้แจงว่า ได้ดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยพบว่ามีประวัติเป็นโรคตับแข็ง ส่วนสาเหตุการเจ็บปวดเนื่องจากลื่นล้ม เมื่อแพทย์วินิจฉัยจึงจ่ายยาให้ แต่พบว่าอาการไม่หนักจึงอนุญาตให้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่แพทย์ชี้แจง ทางบุตรชายของผู้ตายได้ท้วงเป็นระยะว่าพ่อมีอาการหนัก ขณะที่ นายแพทย์พนัส โสภณพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปภายใน 15 วัน และจะปรับปรุงการให้บริการของโรงพยาบาลกระบี่ต่อไป ทำให้ญาติพอใจนำศพกลับบ้านเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก
ที่เที่ยวหน้าหนาว /  ภูทับเบิก / 

ช่วงนี้ ประเทศไทยของเราอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสมากมาย และบางแห่งคุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่าเรากำลังอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะมันงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากสรวงสวรรค์ (พูดเหมือนกับเคยไปเนอะ) ทาง Travel.mthai.com จึงขอนำเสนอ ไฮไลท์ปลายฝน ที่คุณควรไปเยือนมากที่สุด นั่นก็คือ " ภูทับเบิก " ดินแดนแห่งสายหมอก ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย การเดินทางไปภูทับเบิก 1. รถยนต์ส่วนตัว - เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัด สระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตรสู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทาง หลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจาก ตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง 2. รถประจำทาง การเดินทางมายังภูทับเบิก หากไม่มีรถยนต์มาเอง ต้องนั่งรถโดยสารมาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นก็เหมาสองแถวเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างก็แล้วแต่ตกลง โดยเฉลียอยู่ในเรตราคา 1200 – 1500 บาท ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พักบนภูทับเบิก มีทั้งแบบบ้านพักและลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามสะดวก อย่ามัวอิ่มเอมกับภาพนะครับ ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองด้วย แล้วจะรู้ว่าไปแล้วไม่อยากกลับจริงๆ หากไปช่วงหน้าหนาวยิ่งอินครับ จะไปกับครอบครัวก็แสนจะอบอุ่น ไปกับแฟนก็สุดยอดแห่งความโรแมนติก หรือจะไปชิลกับผองเพื่อนก็ยิ่งเพลิดเพลิน (อย่าลืมพกเสื้อกันหนาวไปหลาย ๆ ตัวนะครับ เพราะตัวเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ อิอิ) ที่มา : phutabberk.sadoodta.com ,paiduaykan.com  เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com , เจ้าของรูปภาพ Facebook คุณ chanomworld ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ทะเลหมอกแสนสวย.. ภูทับเบิก สัมผัสอากาศแสนดี , ภูทับเบิก… เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด!

ปิตุฆาต-มาตุฆาต 5 คดีดัง สังหารบุพการีกระฉ่อนโลก
คดีฆ่าพ่อแม่ /  คดีดัง / 

รวมคดีดังสะเทือนขวัญ ทั้งไทยและเทศ เกี่ยวกับเรื่องราวการสังหารพ่อและแม่บังเกิดเกล้า รวมถึงคนในครอบครัว ที่โด่งดัง และได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา 1.หนุ่ม 18 สังหารยกครัวตัวเอง ป้ายความผิดให้น้องที่ตาย คดีสะเทือนขวัญ ที่เกิดขึ้นที่จังหวัด ปทุมธานี ในประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองพุทธของเรานี้เอง เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวโด่งดัง จนเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2557 ที่ผ่านมานี้เอง เรื่องนี้มีนัยยะที่กลายเป็นคดีพลิกล็อก เพราะเบื้องต้นผู้ลงมือ ซึ่งเป็นลูกชายคนโต ได้ให้การโยนความผิดไปที่น้องชาย ซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกสังหาร เขาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เข้าใจว่า น้องชายของเขาเป็นคนลงมือยิงพ่อและแม่จนเสียชีวิตและยิงตัวตายตาม แต่เนื่องจากวิถีกระสุนขัดแย้งกับบาดแผล แถมยังมีภาพขณะที่ลูกชายคนโตไล่ปิดกล้องวงจรปิดภายในบ้านก่อนเกิดเหตุ จึงทำให้รูปการในเบื้องต้นค้านสายตาเจ้าหน้าที่ฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน จนลูกชายคนโตถูกคาดคั้น และยอมรับสารภาพผิดในเวลาต่อมา ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าพ่อแม่และน้องชายเสียเอง  โดยคนร้ายสารภาพว่าสาเหตุ อ้างเครียดถูกกดดันหลายเรื่องทั้งเรื่องเรียน รวมถึงการถูกติดกล้องตามดูพฤติกรรมที่คอนโดฯ อ้างตั้งใจยิงแค่แม่คนเดียว แต่กลัวพ่อกับน้องจะตื่น จึงลงมือฆ่าทิ้งทั้งหมด 2.หนุ่มติดยาคลั่งฆ่า"พ่อ-แม่"บังเกิดเกล้า อ้างเหยื่อเป็นผีปอบ อีกคดีในไทย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ก.พ. 2553 ที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งคนร้ายคือนาย ปรีชา ยะโกบ อายุ 28 ปี ซึ่งจากรายงานว่าเขาติดยาเสพติดและก่อเหตุสลดขึ้น เพราะเกิดอาการคลั่ง จึงลงมือฆ่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองเสียชีวิตอนาถ โดยเขาอ้างว่าทำไปเพื่อฆ่าผีปอบ นายปรีชา ได้ถือมีดพร้าตรงรี่เข้ามาก่อนฟันพ่อและแม่ของตัวเองหลายครั้งติดต่อกัน ทั้งคู่พยายามวิ่งหนี แต่ล้มลง ญาติที่เห็นพร้อมด้วยเพื่อนบ้านได้พยายามเข้าไปช่วยเหลือนำตัวส่ง รพ. แต่ในที่สุดก็เสียชีวิตทั้งคู่ ทั้งนี้ หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งเตลิดอยู่ในละแวกบ้าน แต่ชาวบ้านได้ช่วยกันจับตัวไว้ได้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าคุมตัวนายปรีชา พบว่าเจ้าตัวอยู่ในสภาพพูดจาไม่รู้เรื่อง อ้างเพียงว่าได้ฆ่าปอบไปแล้ว 2 ตัว นายปรีชาพบว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยเฉพาะการเสพในระดับรุนแรง ทั้งยาบ้า กัญชา มาระยะหลัง คือ น้ำต้มกระท่อม จนถึงขั้นเสียสติ 3.สาวมะกันร่วมมือแฟนหนุ่มฆ่าแม่ตัวเองยัดกระเป๋าที่บาหลี เขยิบมาดู เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรากันบ้าง กับคดีสุดสลดใจ ในช่วงเทศกาลวันแม่ของไทยพอดิบพอดี เมื่อคู่รักชาวอเมริกัน คือ น.ส.เฮทเธอร์ ฟอน ไวส์ แม็ค วัยเพียง 19 ปี และนายทอมมี เชฟเฟอร์ วัย 21 ปี ฐานะผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมและอำพรางศพ นางชีลา ฟอน ไวส์ แม็ค ชาวอเมริกัน วัย 62 ปี แม่ของฝ่ายหญิง เมื่อ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา เหตุเกิดขึ้นที่โรงแรม “เซนต์ รีจิส” ในเมืองนูซาดัว บนเกาะบาหลี ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อทอมมี่และเหยื่อมีปากเสียงกัน และกล้องวงจรปิดจับภาพทั้งหมดไว้ได้ ต่อมานางชีลาก็ถูกพบเป็นศพในกระเป๋าเดินทาง ก่อนเจ้าหน้าที่จะตามจับคนร้ายทั้งสองได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามตำรวจท้องถิ่นที่ครอบครัวของเหยื่ออาศัยอยู่ เผยว่าปมปัญหาอยู่ที่สองแม่ลูกคู่นี้มีประวัติความขัดแย้งกันมายาวนาน เพราะตำรวจในพื้นที่ได้บันทึกโทรศัพท์แจ้งเหตุจากบ้านหลังนี้มีจำนวนถึง 86 ครั้ง ช่วงปี 2547-2556 โดยสาเหตุมาจาก การใช้ความรุนแรงในครอบครัว ลักทรัพย์ ทั้งนี้ที่เพื่อนบ้านระบุว่าแม่ลูกคู่นี้มีปากเสียงกันประจำ 4.คดีสยอง ! ลูกชายฆ่าพ่อแม่ตัดหัว ย่างเนื้อใส่กล่องข้าวในฮ่องกง เรื่องนี้เกิดขึ้นในฮ่องกงเมื่อเดือน มีนาคม ปี 2556 ซึ่งผู้ก่อเหตุคือนาย เฮนรี ฉั่ว วัย 30 ปี ที่ก่อเหตุฆ่าพ่อแม่ตัวเอง โดยร่วมมือกับเพื่อนอีกคน ซึ่งนายเฮนรี่ ได้ตัดหัวของพ่อแม่แช่ไว้ในตู้เย็น จากนั้นก็นำศพไปย่างไฟ พร้อมบรรจุลงกล่องอาหารก่อนนำไปทิ้งถังขยะเพื่อเป็นการทำลายหลักฐาน ซึ่งคนร้ายได้มีการเตรียมการล่วงหน้าคือซื้อ มีด ตู้เย็น และเตาอบมาตระเตรียมก่อนลงมือ อย่างไรก็ตาม สาเหตุในการก่อการสุดโหดเหี้ยมเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถหาสาเหตุอื่นๆนอกจาก นายเฮนรีมีอาการทางจิต และอ้างว่าไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดของคนอื่นได้ 5.หนุ่มมะกัน ใช้มีดแทงสังหารแม่ตัวเอง ใช้ค้อนทุบร่างแหลกไม่พอ ข่มขืนศพซ้ำ ย้ายมาทางฝั่งอเมริกากันบ้าง ซึ่งคดีที่จะพูดถึงต่อไปนี้ เป็นความวิปริตแบบถึงขีดสุดก็ว่าได้ กล่าวคือ นายเควิน จาซราเอล เดวิส วัย 18 ปี ก่อเหตุสังหารโหด นาง คิมเบอร์ลีย์ ฮิลล์ วัย 50 ปี มารดาบังเกิดเกล้าของตัวเองเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเขาใช้มีดแทงเข้าที่ศีรษะและใช้ค้อนทุบตามร่างกายของเธอจนเกิดบาดแผลฉกรรจ์มากถึง 20 แห่ง ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะเขายังลงมือข่มขืนร่างไร้วิญญาณเธอ แล้วโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ในวันรุ่งขึ้น ว่าตนเองลงมือสังหาร “ใครบางคน” ทั้งยังให้การว่านี่เป็นการเสียพรหมจรรย์ครั้งแรกของตัวเอง โดยท้ายที่สุดแล้ว คณะลูกขุนเขตนูเซส ในรัฐเทกซัส ของสหรัฐ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นายเควิน ถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น อย่างไรก็ตาม อัยการตัดประเด็นเรื่องปัญหาทางจิตออกไป เพราะเจ้าตัวยืนยันว่า มีสติสัมปัญชัญญะดีระหว่างก่อเหตุ และสมควรได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต ทั้งนี้ทั้งนั้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ และตามหลักศาสนาพุทธแล้ว การทำ ปิตุฆาต-มาตุฆา คือการก่อบาปอย่างใหญ่หลวง ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักธรรมคำสอนเรื่อง อนันตริยกรรม (กรรมที่หนักที่สุด) ที่หากผู้ใดกระทำบาปดังกล่าว ผู้นั้นจะต้องตกนรกสถานเดียว แต่อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้ว ผู้กระทำผิด จะต้องได้รับโทษทั้งทางโลกและทางธรรม โดยโทษของทางโลกคือจะถูกผู้คนประณามและสาปแช่ง ไม่คบค้าสมาคมใดๆเลย ทั้งยังถูกกฎหมายบ้านเมืองลงโทษตามที่ได้กล่าวมานี้อีกด้วย ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง คดีสยอง ! ลูกชายฆ่าพ่อแม่ตัดหัว ย่างเนื้อใส่กล่องข้าว เจอคุกตลอดชีวิต ลูกทรพีฆ่าข่มขืนศพแม่ Mthai News

โปสเตอร์และหนังตัวอย่าง
1448 รักเราของใคร /  ข้อมูล / 

บริษัท สตาร์ลิง จํากัด, สหกรณ์ภาพยนตร์ฯ และ บริษัท ฟิล์มเวิร์ค บีจี จํากัด ปล่อยเซตภาพชุดใหญ่ โปสเตอร์ เรื่องย่อ และหนังตัวอย่าง ของ "1448 รักเราของใคร" หนังโรแมนติคดราม่า ที่จะพาหัวใจของคุณชัดเจนในรักแท้ ด้วยความรักของ ‘เธอ’ กับ ‘เธอ’ พบกับการพลิกบทบาทครั้งแรก ของนักแสดงสาวมากคุณภาพ สายป่าน - อภิญญา สกุลเจริญสุข ในบทคู่เลสเบี้ยนสุดเลิฟ ประกบคู่นักแสดงสาวสวย บัว - อิสซาเบล่า เลเต้  กำกับภาพยนตร์โดย อรุณศักดิ์ อ่องลออ วางคิวฉายไว้ 27 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ------------------- เรื่องย่อ ณ ถนนคนเดิน ที่ปาย แหล่งฮิปของวัยรุ่นยุคใหม่ แพท (บัว - อิสซาเบล่า เลเต้) กำลังถ่ายภาพผู้คนที่เดินไปมาบนถนน จู่ๆ ในเฟรมกล้องของเธอก็ปรากฏภาพของ พิม (สายป่าน - อภิญญา สกุลเจริญสุข) ผู้หญิงที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น แพทเริ่มทำความรู้จักพิมในชมรมของมหาวิทยาลัย และสนิทสนมใกล้ชิดกันมากขึ้นในทุกๆ วัน หากแต่แพทกลับต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ เพราะพิมกำลังคบกับ น้ำ (บุ๊ค-ภูดิท ขุนชนะสงคราม) รุ่นพี่หนุ่มหล่อในมหาวิทยาลัย ขณะที่ความรู้สึกลึกๆ ของพิม กำลังร้องบอกว่าน้ำไม่ใช่สำหรับเธอ พิมจึงตัดสินใจเลิกกับน้ำ ก่อนที่เธอจะค้นพบคำตอบของหัวใจว่า ไม่มีใครทำให้เธอมีความสุขได้เท่ากับแพทอีกแล้ว เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปหาแพทที่ปายและเริ่มคบหากันในแบบคนรัก ไปพร้อมๆ กับช่วยกันดูแลร้านกาแฟที่แพทเป็นเจ้าของ โดยมี เฟียตเฟ่ (เฟียต - พัทธดนย์ จันทร์เงิน) ลูกจ้างหนุ่มสุดขยันที่เข้าใจความรักของพวกเธอเป็นอย่างดีมาช่วยดูแลร้าน จนในที่สุด ทั้งสองตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน ทว่าความรักอันงดงามในความรู้สึกของพวกเธอ กลับไม่สวยงามในโลกความจริง โดยเฉพาะพ่อของแพทที่ต่อต้านและรับไม่ได้กับความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงเช่นนี้ ทางออกของหัวใจครั้งนี้จะเป็นเช่นไร และทุกคนจะเข้าใจความรักระหว่าง ‘เธอ’ กับ ‘เธอ’ ได้หรือไม่ ร่วมกันค้นหาคำตอบในภาพยนตร์ "1448 รักเราของใคร" 1448 รักเราของใคร ----------------------

ดอยอินทนนท์ เสน่ห์ดึงดูดที่งดงามไม่เปลี่ยนแปลง
ดอยอินทนนท์ /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

"ดอยอินทนนท์" ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้น ๆ ของภาคเหนือเลยก็ว่าได้ และหน้าหนาวที่จะถึงนี้ หากใครมีแพลนไปเที่ยวเชียงใหม่ ทาง Travel.mthai.com ขอชวนคุณขึ้นไปรับลมหนาว สัมผัสวิวสวยได้ที่นี่เลยครับ ดอยอินทนนท์ เสน่ห์ดึงดูดที่งดงามไม่เปลี่ยนแปลง ดอยอินทนนท์ ถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2515 ถือเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 6 ของประเทศไทย มีพื้นที่ 482.4 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และกิ่งอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ "ดอยอินทนนท์" แต่เดิมมีชื่อว่า "ดอยหลวง" หรือ "ดอยอ่างกา" ดอยหลวง มาจากขนาดของดอยที่ใหญ่มาก ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "ดอยหลวง" (หลวง เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ใหญ่) การเดินทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ มีระยะทางประมาณ 106 กม. เส้นทางเป็นถนนลาดยางอย่างดี แต่ค่อนข้างสูงชัน ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถจะต้องมีสภาพดี ส่วนผู้ที่ไม่มีสามารถเช่ารถสองแถวที่น้ำตกแม่กลางได้ โดยทางอุทยานฯนั้น มีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย นอกจากนี้ในอาณาบริเวณโดยรอบของอุทยานฯ จะประกอบไปด้วยน้ำตกหลายแห่งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวชมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน  เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว สถานที่ท่องเที่ยวบนดอยอินทนนท์ มีความหลากหลายและน่าสนใจอยู่มากมาย คนที่ไม่เคยไป ควรลองไปสัมผัสดูสักครั้ง ส่วนคนที่เคยไปแล้ว อย่าแน่ใจว่าท่านสำรวจครบแล้วทั้งหมด หนาวนี้อย่าลืมกลับเยี่ยมที่นั่นอีกครั้ง ต่างเวลา ความประทับใจย่อมไม่เหมือนกันแน่นอนครับ ที่มา : ดอยอินทนนท์.com เรียบเรียงโดย Travel MThai ขอบคุณภาพจาก : nattawantour.com, tourchiangmaibyaon.blogspot.com, pantip.com,fotorelax.com, thaitourcheap.com, deekub.wordpress.com, unseeninthai.com, uasean.com, cityford.co.th ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : ดอยอินทนนท์ , รวมที่เที่ยวหน้าหนาว นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

แอร์เอเชีย - ททท. ต้อนรับผู้ประกวด Vietnam’s Next Top Model
แอร์เอเชีย

สายการบินแอร์เอเชีย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้ผ่านเข้ารอบการประกวด Vietnam’s Next Top Model ปีที่ 5 ซึ่งเดินทางมาเก็บตัวและทำกิจกรรมที่ประเทศไทย ผนึกกำลังพร้อมนำเสนอความงามของกรุงเทพฯ สู่สายตาชาวเวียดนาม ผ่านรายการเรียลลิตี้คัดเลือกนายแบบนางแบบระดับโลก แอร์เอเชีย จับมือ ททท. ต้อนรับผู้ประกวด Vietnam’s Next Top Model หวังโชว์ศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวไทยสู่ตลาดเวียดนาม นางสาวพรพรรณ รัตนพิทักษกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอินโดจีน กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย กล่าวว่า สายการบินแอร์เอเชียรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นสายการบินผู้สนับสนุนการประกวด Vietnam’s Next Top Model รายการนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศเวียดนาม จนจัดการประกวดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 ภาพลักษณ์รายการที่สนุกสนานและการเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความฝันก้าวมาสู่แวดวงนางแบบ สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแอร์เอเชียที่เป็นมิตรและเป็นสายการบินที่ “ใครๆ ก็บินได้” แอร์เอเชียจึงเข้ามามีส่วนร่วมกับรายการในปีนี้ พร้อมนำเสนอภารกิจที่พิเศษกว่าทุกครั้งคือการพาเหล่านายแบบนางแบบหน้าใหม่เหินฟ้าจากเมืองโฮจิมินห์มาปฏิบัติภารกิจถ่ายแฟชั่นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะช่วยสร้างสีสันให้กับรายการในปีนี้เป็นอย่างมาก นางจำนงค์ จุณณะปิยะ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้และแปซิฟิกใต้ กล่าวว่า โครงการ Vietnam’s Next Top Model เป็นโครงการที่มีชื่อเสียงทั้งระดับภูมิภาคและทั่วโลก อีกทั้งในการเดินทางมาของคณะผู้ประกวดและทีมงานถ่ายทำ ณ ประเทศไทย จักเป็นการเผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยแก่ผู้ชมคนเวียดนามกว่า 90 ล้านคนทั่วประเทศ และผู้ชมและผู้ติดตามรายการ Vietnam’s Next Top Model ทางสื่อออนไลน์ Facebook, YouTube, Zing TV และอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงคุณค่าของไทยสู่จิตใจของนักท่องเที่ยวผ่านประสบการณ์ที่น่าจดจำ เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางที่ใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยว “ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่รายการ Vietnam’s Next Top Model เลือกประเทศไทย เป็นสถานที่เก็บตัวและทำกิจกรรมของนายแบบและนางแบบ เราเชื่อมั่นในศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ว่าเป็นเมืองในฝันที่นักท่องเที่ยวต้องการมาเยือน การถ่ายทอดแหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลายผ่านรายการโทรทัศน์ยอดนิยมของเวียดนาม จะช่วยให้ชาวเวียดนามได้รู้จักกรุงเทพฯ มากขึ้น ทั้งสถาปัตยกรรมอันงดงามของวัดวาอาราม อาหารเลิศรส ผู้คนที่เป็นมิตร และที่สำคัญแหล่งช้อปปิ้งซึ่งมีความโดดเด่น จนทำให้กรุงเทพฯ ได้รับการขนานนามว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อป เรามีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าหลากหลายตั้งแต่สินค้าแบรนด์เนมระดับโลก สินค้าแฟชั่นจากดีไซเนอร์แนวหน้าของไทย จนถึงสินค้าท้องถิ่นราคาย่อมเยา ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม” นางจำนงค์กล่าว รายการ Vietnam’s Next Top Model เป็นรายการเรียลลิตี้ ค้นหานายแบบนางแบบหน้าใหม่ ผลิตโดย Multimedia JSC (Vietnam) ซึ่งซื้อลิขสิทธิ์มาจากรายการชื่อดังระดับโลกอย่าง America's Next Top Model รายการออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 20.00 น. ทางช่อง VTV3 ในแต่ละสัปดาห์นายแบบและนางแบบจะต้องปฏิบัติภารกิจถ่ายภาพตามโจทย์ที่ทางรายการมอบหมาย และจะมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากวงการแฟชั่นมาให้คำแนะนำและตัดสิน ทุกสัปดาห์จะมีผู้เข้าประกวด 1 คนที่ต้องตกรอบ จนในสัปดาห์สุดท้ายจะมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลและโอกาสก้าวสู่การทำงานในเวทีแฟชั่นระดับโลก

มานิช ดายัล หนุ่มอินเดียดาวรุ่ง เป็นเชฟอัจฉริยะ ใน The Hundred-Foot Journey
The Hundred-Foot Journey /  จูเลียต เบลค / 

ถือเป็นอีกเรื่องที่น่าจับตามอง สำหรับ The Hundred-Foot Journey ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน ที่ได้ มานิช ดายัล นักแสดงหนุ่มชาวอินเดีย หน่วยก้าน หน้าตา ฝีมือดี ที่เคยฝากผลงานไว้กับ 90210,  Law & Order: SVU, The Good Wife และ Switched at Birth และ ดายัล ยังมีบทบาทสำคัญต่อการช่วยพัฒนาด้านการศึกษาในชนบทของอินเดีย เพื่อมูลนิธิการศึกษานานูไบ โดยในผลงานล่าสุดนี้เขาจะมารับบท ฮัสซัน คาดัม เชฟหนุ่ม ผู้ที่จะมาผสมผสานรักให้เข้ากันกับพรสวรรค์ได้อย่างน่าตื่นตะลึง มานิช ดายัล โดย มานิช ดายัล ได้เผยถึงบทบาทครั้งนี้ไว้ว่า "บท ฮัสซัน คาดัม (มานิช ดายัล) นี้ เป็นอัจฉริยะด้านอาหาร ที่มีฝีมือด้านการทำอาหาร  เขาเติบโตในครอบครัวคาดัม ที่มีพ่อ (ออม ปูรี) เป็นผู้นำครอบครัวครับ พวกเราจากอินเดียประเทศบ้านเกิดของพวกเรามา และไปลงหลักปักฐานในหมู่บ้านแซงต์ แอนโทนิน โนเบล วัล ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส อีกฟากโลก มันไกลมันใหม่มันแปลกมากจากชีวิตที่พวกเราเคยเป็นอยู่   ที่หมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ทิวทัศน์ ธรรมชาติ ภูเขา ต้นไม้ที่มีแต่ความงดงามและเต็มไปด้วยความเลิศหรู การย้ายมาครั้งนี้มันช่างเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบที่พวกเราจะลงหลักปักฐาน  พ่อ และ ฮัสซัน พวกเราได้เปิดภัตตาคารอาหารอินเดียชื่อ เมซองมุมไบ" มานิช ดายัล และ ออม ปูรี มานิช ดายัล เล่าต่อว่า "แต่แล้วจนเชฟหญิงมือหนึ่งจากเลอ ซอล เปลอเรอร์ ภัตตาคารฝรั่งเศสระดับมิชลิน ที่บริหารงานโดยมาดามมัลลอรี (เฮเลน มิเรน เจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด) ได้ยินข่าวเรื่องนี้ เธอมาพร้อมกับการประท้วงที่แสนเย็นชา เริ่มจากการต่อต้านภัตตาคารอาหารอินเดียแห่งใหม่ของเรา ซึ่งมันอยู่ห่างจากภัตตาคารของเธอเพียงแค่ร้อยฟุต และนั่นเป็นที่มาของ The Hundred-Foot Journey ผมดีใจที่ได้ร่วมงานครั้งนี้ กับผู้กำกับที่เก่งมีฝีมือมีชื่อเสียง แลสซี ฮอลสตรอม ได้ร่วมฉากและเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ นักแสดงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด เฮเลน มิเรน ผมเคยดูงานของเธอมันสุดยอดจริงๆ  ได้ทำงานกับ ออม ปูรี, ชาร์ล็อต เลอ บอน และที่สำคัญงานครั้งนี้ อำนวยการสร้างโดยเจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด สตีเวน สปีลเบิร์ก และยังีผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด โอปราห์ วินฟรีย์ และจูเลียต เบลค  ผมรู้สึกได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงครับ" มานิช ดายัล และ เฮเลน มิเรน "การได้ร่วมฉากกับ เฮเลน ที่ยิ่งเห็นได้ชัดถึงพลังงานที่เธอส่งมา ก็เมื่อเรื่องราวมันทวีความรุนแรงจนกลายเป็นสงครามที่ดุเดือดระหว่างภัตตาคารทั้งสองแห่งครับ แต่ความรักที่ ฮัสซัน บทที่ผมรับที่มีต่ออาหารฝรั่งเศสชั้นสูง และมาร์เกอรีต ที่ ชาร์ล็อต เลอ บอน รับบท เธอคือผู้ช่วยเชฟของมาดามมัลลอรี อัสซัน ความรักที่มีต่อการทำอาหาร ความเป็นคนที่ใฝ่รู้ที่อยากจะเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ มันได้ผสมผสานกับพรสวรรค์ของเขามันได้สอดคล้องกลมกลืนหล่อหลอมระหว่างสองวัฒนธรรม และแต่งแต้ม แซงต์ แอนโทนิน ให้หอมหวลไปด้วยรสชาติชีวิต  ที่แม้กระทั่งมาดามมัลลอรี ผู้เคร่งครัดก็ยังไม่อาจเมินเฉยได้ครับ มาลุ้นกันว่าในที่สุดมาดามสุดใจหินแสนเหี้ยบผู้นี้จะยอมยินดีที่จะคอยให้คำแนะนำกับฮัสซันหรือเปล่าครับ  มันคือประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตผม" มานิช ดายัล ทิ้งท้าย  ภาพยนตร์ The Hundred-Foot Journey นำเสนอโดย ดรีมเวิร์คส์ พิคเจอร์ส และรีไลแอนซ์ เอนเตอร์เทนเมนต์ กำกับโดยผู้กำกับผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด แลสซี ฮอลสตรอม นำแสดงโดย นักแสดงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด เฮเลน มิเรน, ออม ปูรี, มานิช ดายัล และชาร์ล็อต เลอ บอน  โดยบทเต็มไปด้วยรสชาติที่ระเบิดอยู่ในทุกอณูของลิ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ผลิบานไปด้วยความรักและหัวใจที่อบอุ่น เป็นการนำเสนอโลกสองใบที่แตกต่างกัน และแรงผลักดันของชายหนุ่มคนหนึ่งในการค้นหาความสุขใจของบ้านเกิดในหม้อทุกใบ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตามทีนี้เขียนโดยผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด สตีเวน ไนท์ ที่สร้างจากนิยายเรื่อง The Hundred-Foot Journey โดย ริชาร์ด ซี. โมเรส์ เมื่อความต่างทางเชื้อชาติ กับ รสชาติ ต้องโคจรบนทางฝันเดียวกัน เตรียมอร่อยลิ้นกับการชม และชิมไปพร้อมๆ กัน ไปกับ The Hundred-Foot Journey ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน ในวันที่ 13 พ.ย. นี้ และเปิดรอบพิเศษ 6-12 พ.ย. นี้ รอบหลัง 2 ทุ่มเป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างภาพยนตร์ The Hundred-Foot Journey ได้ที่นี่เลย --------------------------------------

Hotel King แผนร้าย ยัยกะล่อน [พากย์ไทย] ตอนที่24
Hotel /  King

ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ชีวิตของผู้หญิงที่มีชีวิตเหมือนเจ้าหญิงในนิยาย อาโมเน (ลี ดา เฮ) ผู้ซึ่งมีชีวิตที่สุขสบายเหมือนเจ้าหญิง แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่มาหักเหชีวิตของเธอ จากสาวน้อยน่ารัก ต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องโรงแรมของเธอไว้ อาโมเน (ลี ดา เฮ) และ ชาแจวอน (ลี ดอง วุค) ผู้จัดการโรงแรมทั่วไป ที่แม้ภายนอกเค้าจะทำตัวเย็นชา แต่ที่จริงแล้ว ชาแจวอน (ลี ดอง วุค) ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกรักเอาไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชานิ่งเฉย ชาแจวอน (ลี ดอง วุค) มีอดีตที่เจ็บปวดเพราะเค้าและแม่ ถูกพ่อแท้ๆทอดทิ้งไป เมื่อ ชาแจวอน (ลี ดอง วุค) ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ เค้าจึงเริ่มงานที่โรงแรม และที่สำคัญ เค้าต้องต่อกรกับศัตรูที่เป็นความหลังฝังอยู่ในใจเค้า นั่นคือพ่อที่ทอดทิ้งเค้าไปนั่นเอง เรื่องราวความรัก ที่ถูกทิ้งขว้าง ระหว่างพ่อลูก กับ หญิงสาวที่เค้าต้องช่วยเธอปกป้องโรงแรมที่เธอรัก จะจบลงอย่างไร ความเจ็บปวดที่เรื้อรังมานานจะจบลงด้วยดีหรือไม่ มาติดตามได้ใน ซีรี่ย์เกาหลี Hotel King

ภัยหญิง วิธีเอาตัวรอดจากผู้ร้าย
ข่มขืน /  คนร้าย / 

ภัยหญิง วิธีเอาตัวรอดจากผู้ร้าย            1.วิธีเอาตัวรอดจากผู้ร้าย เช่น มาขอเงิน ถามทาง เดินตาม หรือพูดจาลวนลาม ตามหลักจิตวิทยา บอกไว้ว่า "ถ้ายิ่งหนีก็ยิ่งถูกไล่ล่า" ฉะนั้นให้ถือคติไม่สู้ ไม่ถอย เผชิญหน้าคนร้ายอย่างมีสติ และพูดจากับอีกฝ่ายดีๆ จะช่วยให้เขาใจอ่อนลง โดยใช้วิธีการต่อไปนี้ "ตาดีสู้เสือ" คือใช้สายตามองอีกฝ่ายด้วยความใจเย็น สู้สายตา ห้ามก้มหน้าก้มตา ห้ามทำท่ากลัวหรืออ่อนแอให้คนร้ายได้ใจ "ปากดีสู้เสือ" คือ หาเรื่องชวนคุยกับอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ให้พูดทำนองเห็นใจ หลักง่ายๆคือ ชวนคุยเรื่องของเขา จะทำให้คนร้ายคิดว่ามีคนสนใจ หันมาใช้สมองคิดคำตอบเรา จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายลง ประโยคที่ควรพูด เช่น ถ้ามาขอเงิน : ให้ชวนคุยว่า พี่ทำงานอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ทำงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้ ครอบครัวของพี่ล่ะ พูดเหมือนเห็นใจ อย่าไปต่อว่าเขา จากนั้นให้บอกว่าไม่มีเงิน เพราะเป็นคนจนเหมือนกัน ถ้าถูกเดินตาม : หรือ ถามทาง ให้ชวนคุยว่า พี่จะไปไหน หลงทางหรือ ไปถูกหรือเปล่าค่ะ พูดทำนองเอื้อเฟื้อ อยากช่วยเหลือ ถ้าถูกพูดจาลวนลาม : ให้ชวนคุยว่า พี่มีน้องสาวหรือเปล่าค่ะ วันนี้ทำงานดึกหรือค่ะ พูดจาดีๆเพื่อมิให้คนร้ายบันดาลโทสะ           2.ระหว่างคุยกับคนร้าย คุณควรทำท่าทางน่าเกลียดไปด้วย เช่น แคะขี้มูก แคะขี้หูมาดม แคะขี้ฟันตัวเอง ขากเสลด เพื่อคนร้ายจะได้รังเกียจจนหมดอารมณ์           3.ถ้าเจอคนร้ายจะเข้ามาข่มขืน พึงระลึกไว้ว่า ผู้ชายจะทำร้ายผู้หญิงไม่ได้ตราบที่เราไม่กลัวและต่อสู้ วิธีเอาตัวรอดคือ  ถ้าสู้ไม่ได้ควรแกล้งทำเป็นว่ามีอารมณ์ร่วม ยอมให้ถอดเสื้อผ้ารอจังหวะที่ผู้ชายถอดกางเกง แกล้งเอามือลูบไล้ไปตามร่างกายคนร้าย จากนั้นใช้มือดึงลูกอัณฑะอย่างแรง พอคนร้ายเจ็บปวดหมดเรี่ยวแรง ชั่วขณะค่อยตะโกนขอความช่วยเหลือและวิ่งหนี ถ้าเป็นไปได้ควรเบ่งอุจจาระออกมา แล้วป้ายอุจจาระไปตามเนื้อตัว หน้าอก ท้อง ใบหน้า หรือป้ายไปที่ตัวคนร้าย เพราะกลิ่นเหม็นของอุจจาระจะทำให้คนร้ายหมดอารมณ์ทางเพศได้ ตอนที่แกล้งมีอารมณ์ร่วม พอถึงคราวผู้ชายจะใช้อวัยวะสอดใส่ ผู้หญิงควรพลิกสะโพกหนีไปมา และพูดว่าเจ็บ หรือขมิบอย่างสุดแรงจะทำให้ผู้ร้ายร่วมเพศไม่สำเร็จ และเป็นการประวิงเวลา ก่อนหาทางหลบหนี ที่มาจาก นิตยสาร สุดสัปดาห์    

ผัวหึงโหด ราดน้ำมันจุดไฟเผาเมีย ระแวงมีชายใหม่
ข่าววันนี้ /  จุดไฟเผาเมีย / 

สามีใช้น้ำมันราดภรรยาแล้วจุดไฟเผา ระแวงมีชายใหม่ วันนี้(30ต.ค.) เจ้าหน้าที่สภ.เลย ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุสามีใช้น้ำมันราดภรรยาแล้วจุดไฟเผา จากการตรวจสอบพบว่า หญิงที่ถูกไฟไหม้คือ นางพร คำมาลา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ นายณัฐวิทย์ นาตาดี อายุ 24 ปี เมื่อทำการสอบสวนทราบว่ากลางดึกที่ผ่านมา สองผัวเมียได้นั่งกินเหล้าด้วยกัน แต่ทั้งคู่เกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรง เนื่องจากนายณัฐวิทย์หึงหวงและระแวงคิดว่าภรรยามีชายคนใหม่ ด้วยความโมโหนายณัฐวิทย์ได้เอาขวดที่ใส่นำมันราดไปที่ตัวภรรยา แล้วจุดไฟเผา แต่เมื่อเห็นว่าภรรยาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจึงช่วยดับไฟให้จนไฟลวกมือตนเอง จากนั้นก็ได้ติดต่อทางรถกู้ภัยจาก ร.พ.เลย มารับภรรยาเพื่อทำการรักษา อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับตัวนายณัฐวิทย์ได้ จึงคุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

ปลอดประสพ เชื่อรธน. ใหม่ไม่ใช่ปชต. เต็มใบ
กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ /  ข่าวปลอดประสพ / 

ปลอดประสพ เชื่อ รัฐธรรมนูญถาวร ฉบับนี้ ไม่เป็น ประชาธิปไตย เหตุคนทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างไม่ใช่คนจากประชาชน รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ต.ค. 57) นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความเห็นภายหลัง สปช. ได้มีมติคัดเลือก 20บุคคลทำหน้าที่กรรมมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ว่า หลังจากที่ปรากฎ 20 รายชื่อ สปช. ทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างฯ ก็ทำให้เชื่อได้ว่ารัฐธรรมนูญที่่จะเกิดขึ้นจะมีรูปแบบอย่างไร โดยส่วนตัวไม่ไม่ได้หวังจะเห็นประชาธิปไตยเต็มใบสวยสดงดงาม เพราะคนพวกนี้ไม่ใช่ตัวแทนประชาชน และเคยผ่านเวทีมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นหากจะทำก็ควรให้มีความเป็นธรรมบ้าง แม้ตนไม่ได้คาดหวัง และขออย่าออกมาเป็นดอกอุตพิตเป็นพอ ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยนั้น นายปลอดประสพ ก็บอกว่า เราก็คงให้ความรู้แก่ประชาชนเท่าที่พอจะมีโอกาส คงให้ความเห็นจากวงนอกเท่านั้น เพราะขณะนี้มีกฎอัยการศึกอยู่ MThai news

ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014
Miss Teen Thailand 2014 /  มายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง

จบไปแล้วกับการประกวด Miss Teen Thailand 2014 ค้นหาสาวน้อยหน้าใส เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ตุลาคม 2557) โดยเวทีนีก็รู้จักกันดีว่าเป็นเวททีการประกวดอันดับหนึ่งของสาววัยทีนเมืองไทย ซึ่งก็ได้ผู้ชนะแล้ว นั่นก็คือ น้องมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง หมายเลข 41 จากจังหวัดนครปฐม คว้าตำแหน่ง มิสทีน ไทยแลนด์ 2014 ไปครอง ^^ .. ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014 ประวัติมายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง Miss Teen Thailand 2014 “มิสทีน ไทยแลนด์ 2014”  ( Miss Teen Thailand 2014 ) จัดโดย บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ บริษัท ยูลิฮัน กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด โดยในครั้งนี้จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ GLAMOROUS REFLECTIION สะท้อนความงดงามอย่างเจิดจรัส ผลการประกาศนั้น มายด์ พัฒนิดา พุ่มชูแสง สาวน้อยวัย 18 ปี จาก จ.นครปฐม คว้าที่ 1 มาครอง โดยตอนนี้เธอกำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ ศาลายา จ.นครปฐม ในการประกวดครั้งนี้ ผู้ชนะได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 1,000,000บาท ได้แก่เงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมได้รับจากการเป็นนางแบบนิตยสารชั้นนำจากต่างประเทศระยะเวลา 4 ปี เป็นเงิน 700,000 บาท มงกุฎเพชร,สายสะพาย,เข็มกลัดทองคำ พร้อมเงินรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกมากมายและได้ก้าวสู่วงการบันเทิงเป็นนักแสดงต่อไป ส่วนรองอันดับ1 มิสทีน ไทยแลนด์ 2014 ได้แก่ หมายเลข 33 นางสาวชนนันท์ เลิศปัญญาพรชัย หรือน้ำหวาน อายุ 16 ปี โรงเรียนศึกษานารี เจ้าของรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชนคะ