เจมส์ จิรายุ

เผ็ดพริกทั้งสวน!! แซมมี่ ปาดหน้า อั้ม-ปู ซิวผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดแห่งปี!!
แซมมี่ เคาว์เวลล์ /  ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดแห่งปี / 

           ณ เวลานี้ ต้องบอกว่าเธอคนนี้ แซมมี่ เคาว์เวลล์ เผ็ดแซ่บเซ็กซี่แสบทรวงมาแรงแซงหน้ารุ่นพี่จริงๆ เลยค่า โดย สาวแซมมี่ คว้าตำแหน่ง “ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดแห่งปี 2015-2016" คนล่าสุดจากแคมเปญดังระดับโลก FHM 100 SEXIEST WOMEN IN THE WORLD จัดโดยนิตยสาร FHM ประเทศไทย จนต้องคว้าตัวมาถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร FHM ประจำเดือนมิถุนายน โชว์ความเผ็ดแซ่บเซ็กซี่กันเลยทีเดียว             ซึ่งอนหน้านี้นางเอกซุปตาร์อย่าง อั้ม พัชราภา และ ปู ไปรยา นักแสดงรุ่นพี่ร่วมช่องเดียวกัน ได้กวาดตำแหน่งนี้ไปครองติดต่อกันหลายปี แต่ปีนี้ แซมมี่ นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ซึ่งเข้าวงการโดยจากการประกวดและคว้าตำแหน่งไทยซุปเปอร์โมเดล 2007 มาครอง และมีผลงานล่าสุดที่ออกอากาศทางช่อง 7 สีคือละครไฟรักเกมร้อน ประกบคู่กับพระเอกคู่จิ้น ธันวา สุริยจักร ที่มาจากเลิฟซีนจูบแบบดูดดื่มและกลายเป็นกระแสที่ถูกล่าวถึงอย่างมาก จนทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงสาวสุดเซ็กซี่มีความสามารถที่ถูกจับตามองไม่น้อยทีเดียวในเส้นทางบันเทิงนี้            นอกจากนี้ซุปตาร์ตัวแม่ ชมพู่ อารยา ยังโพสต์ภาพพร้อมกับแสดงความยินดีกับตำแหน่งที่ได้ของ สาวแซมมี่ ในอินสตาแกรมส่วนตัวด้วยอีกรายว่า           "congrats to @sammthita #อ่ะหลวย" ขอบคุณภาพจาก IG sammthita, hwanjeabjeab, chomismaterialgirl, sammyinterclub   แซมมี่ เคาว์เวลล์   แซมมี่ เคาว์เวลล์   แซมมี่ เคาว์เวลล์   แซมมี่ เคาว์เวลล์   แซมมี่ เคาว์เวลล์   แซมมี่ เคาว์เวลล์   แซมมี่ เคาว์เวลล์   แซมมี่ เคาว์เวลล์   แซมมี่-ธันวา   แซมมี่-ธันวา  

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

มาดู 20 อันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก
ข่าวการศึกษา /  ที่สุดในโลก / 

สำหรับน้องๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเรียนขณะนี้ และอยากจะไปศึกษาต่อต่างประเทศต้องห้ามพลาด! ข้อมูลจากเว็บไซต์ mbctime.com เกี่ยวกับ ระบบการศึกษาของ 20 ประเทศทั่วโลกที่ถูกจัดอันดับว่าดีที่สุด “20 Best Education Systems In The World” ประจำปี 2015/2016 ที่จะช่วยในการตัดสินใจถึงมาตรฐานสถานี่เรียนว่าดีมากน้อยแค่ไหน และแตกต่างจากบ้านเราอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะไปติดตามข้อมูลน่ารู้เหล่านี้กัน มาดู 20 อันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก อันดับที่ 20 : สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ค่อนข้างสูง เด็กสวิตจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น จึงจะถือว่าจบการศึกษาภาคบังคับ ส่วนระดับอนุบาลนั้นไม่ถือว่าเป็นการศึกษาภาคบังคับ จะเข้าเรียนอนุบาลก่อนหรือไม่ก็ได้ กล่าวกันว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นต้นกำเนิดของวิชาการโรงแรม จึงทำให้สาขานี้มีนักเรียนไทยให้ความสนใจไปเรียนต่อมากที่สุดนั่นเอง อันดับที่ 19 : สาธารณรัฐเช็ก (czech republic) แม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป แต่สาธารณรัฐเช็กก็เป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ เรียนฟรีสำหรับการศึกษาภาคบังคับไปจนถึงอายุ 15 ปี หลักการเรียนรู้เน้นความเข้าใจของผู้เรียนเป็นหลักซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวเช็ก ระบบการศึกษาของประเทศมีทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน คือ โรงเรียนอนุบาล, ประถมศึกษา, มัธยมศึกษา, วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย อันดับที่ 18 : เบลเยี่ยม (Belgium) เบลเยี่ยมเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก เน้นในเรื่องของมาตรฐานการศึกษา และพยายามเปิดโอกาสให้ประชาชนในประเทศทุกคนมีสิทธิทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน จึงไม่มีการสอบเข้า และไม่เก็บค่าเล่าเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงความหลากหลายของทุนการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยอีกด้วย ระบบการเรียนการสอนจึงมีความแตกต่างตามภูมิภาคทั้งภาษาดัตช์ เยอรมัน และฝรั่งเศส อันดับที่ 17 : อิสราเอล (Israel) อิสราเอลถือว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ค่อนข้างสูงประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะในด้านของการศึกษา ในทัศนะคติของคนอิสราเอลจะถือว่าการศึกษาถือเป็น “มรดกที่ล้ำค่า” การศึกษาภาคบังคับทั้งหมด 12 ปี (ตั้งแต่อายุ 5-16 ปี) และรัฐได้จัดการศึกษาฟรีจนถึงอายุ 18 ปี โดยการศึกษาส่วนใหญ่ในประเทศจะใช้เป็นภาษาฮินดีและภาษาอาหรับเป็นหลัก อันดับที่ 16 : นิวซีแลนด์ (New Zealand) ในปี 2014-15 รัฐบาลของประเทศนิวซีแลนด์ได้ทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาในด้านการศึกษากว่า 13,183 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศนิวซีแลนด์ถึงได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีระบบการศึกษาที่ดีและมีมาตรฐาน ผลการสอบ PISA ในด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์ อยู่ในอันดับ 7 ในขณะที่คณิตศาสตร์อยู่ในอันดับที่ 13 จากประเทศสมาชิกทั้งหมด 34 ประเทศ อันดับที่ 15 : ออสเตรเลีย (Australia) ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักที่ใช้ในระบบการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย และยังมีสถิติด้านการศึกษาที่น่าสนใจอีกคือ ประชากรชาวออสเตรเลียมีอัตราการรู้หนังสือเบื้องต้นในระดับประถมเกือบ 2 ล้านคน รวมแล้วมีอัตราการรู้หนังสือถึง 99% และการประเมินการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย PISA ในส่วนของวิชาการอ่าน, วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ อยู่ในอันดับที่ 6, 7 และ 9 ตามลำดับ ประเทศออสเตรเลียยังเป็นประเทศยอดนิยมสำหรับนักศึกษาไทยที่นิยมไปเรียนต่อมากที่สุดอีกด้วย อันดับที่ 14 : สหรัฐอเมริกา (USA) การศึกษาภาคบังคับนักเรียนอเมริกันทุกคนจะได้รับสิทธิเรียนฟรีจนกระทั่งถึงเกรด 12 หรือจบในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย บรรยากาศการศึกษาในห้องเรียนของชาวอเมริกันนั้น นักศึกษาจะต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โต้เถียงเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง มีส่วนร่วมในการสนทนา และนำเสนองานของตน ซึ่งนักศึกษาชาวต่างชาติส่วนใหญ่เห็นว่าบรรยากาศภายในห้องเรียนเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าตื่นใจที่สุดของระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับที่ 13 : รัสเซีย (Russia) รัสเซียเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษามาตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต ชาวรัสเซียส่วนมากจะสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน และยังเป็นนักอ่านหนังสือพิมพ์มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก มีการศึกษาหาความรู้กันอย่างจริงจัง ทำให้อัตราการรู้หนังสือของประชากรประเทศรัสเซียคิดเป็น 100% เต็ม อีกทั้งมีวิชาการ ความรู้และเทคโนโลยีเป็นของตนเองมาเป็นเวลานาน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษาก็นับว่าไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อีกด้วย อันดับที่ 12 : เยอรมนี (Germany)  เยอรมันเป็นประเทศหนึ่งในกลุ่ม OECD ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมาก ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็ก ๆ อยู่ในระดับสูงทั้งในระดับมัธยมศึกษา และในระดับอุดมศึกษา โดยการศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 6-18 ปี โรงเรียนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนรัฐบาล เรียนฟรีไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมัน หันมาพัฒนาการศึกษา และการวิจัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรวมประเทศ มีมหาวิทยาลัยเกือบ 120 แห่ง อันดับที่ 11 : เดนมาร์ก (Denmark) ประเทศเดนมาร์ก กฎหมายบังคับการศึกษาแต่ไม่บังคับการไปโรงเรียน เด็กทุกคนจะต้องไปเรียนเมื่อมีอายุครบ 7 ปี การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ไม่รวมชั้นเด็กเล็ก ระบบการศึกษาของเดนมาร์กจะให้ความสำคัญกับการแนะแนวมาก เพื่อให้เด็กทุกคนพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะกับศักยภาพของตนเอง และเด็ก ๆ ยังสามารถเลือกการศึกษาและโรงเรียนของตนได้อีกด้วย อันดับที่ 10 : โปแลนด์ (Poland) ประเทศโปแลนด์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก และสาขาวิชาที่ขึ้นชื่อคือ “สาขาแพทย์” ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์สภา และเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในเครือข่าย European Union เพื่อแลกเปลี่ยนด้านอื่นๆ รวมทั้งการศึกษา ในปัจจุบันประเทศโรมาเนีย, เบลเยี่ยม, ฟินแลนด์, กรีซ, อิตาลี, สเปน, โปตุเกส และโปแลนด์ จะรับนักศึกษาโดยพิจารณาจาก GPA ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ Biology, Chemistry ,Physic เป็นตัววัดการได้เข้าศึกษาถึง 90 % และ อีก 10 % คือคุณสมบัติพิเศษเช่นภาษาอังกฤษ อันดับที่ 9 : ไอร์แลนด์ (Ireland) ประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยมอันดับต้น ๆ ของโลก โดยรัฐบาลไอร์แลนด์มุ่งมั่นจะสร้างประเทศให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้นิยมมาเรียนภาษาอังกฤษมากที่สุด โดยในแต่ละปีจะมีจำนวนนักเรียนประมาณ 200,000 คน ที่มาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยมีหน่วยงานของรัฐบาลไอร์แลนด์รับรองคุณภาพทางการศึกษา อันดับที่ 8 : เนเธอแลนด์ (Netherlands) ระบบการศึกษาของประเทศเนเธอร์แลนด์แตกต่างจากที่อื่น เพราะที่นี่จะให้อิสระโรงเรียนในการจัดการศึกษาอย่างเต็มที่ รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงเรื่องการบริหารจัดการ หรือวิธีการสอนของครูแต่อย่างใด ระบบการศึกษาของเนเธอร์แลนด์ออกเป็น 3 ระดับ ระดับแรกคือการศึกษาขั้นประถม (Basisonderwijs) ระดับที่ 2 คือ การศึกษาขั้นมัธยม (Voortgezet Onderwijs) และระดับที่ 3 คือขั้นอุดมศึกษา อันดับที่ 7 : แคนาดา (Canada) อังกฤษและแคนาดา ทั้งสองประเทศถูกจัดว่านักเรียนระดับประถมศึกษาเป็นหนอนหนังสือมากที่สุดในโลก อัตราการอ่านออกเขียนได้ไม่น้อยกว่า 99% ระบบการเรียนของแคนาดา จะอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละจังหวัดและมณฑล โดยจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ยกเว้นในควิเบก (Quebec) ซึ่งจะมีระบบการศึกษาที่แตกต่างออกไป ประกอบด้วยระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา วิทยาลัยทั่วไปและวิทยาลัยอาชีพ (CEGEP) นอกจากนี้ประเทศแคนาดายังเป็นประเทศที่มีมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดีติดอันดับโลกอีกด้วย อันดับที่ 6 : สหราชอาณาจักร (United Kingdom) การศึกษาภาคบังคับของสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปี ไปจนถึง 16 ปี โรงเรียนมีทั้งประเภท โรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน เด็กนักเรียนประมาณ 95% จะเรียนในโรงเรียนรัฐบาล การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยปัจจุบันมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรมีประมาณ 96 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้งหมด ยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียงแห่งเดียวการศึกษาระดับอุดมศึกษา อันดับที่ 5 : ฟินแลนด์ (Finland) โรงเรียนในประเทศฟินแลนด์ไม่มีเครื่องแบบนักเรียน ไม่มีการสอบเข้าสถานศึกษา ไม่มีค่าธรรมเนียมทางการศึกษา ไม่มีการจัดอันดับสถานศึกษา ไม่มีหน่วยงานคอยควบคุมวัดระดับเพื่อประเมินผล การศึกษาภาคบังคับเริ่มต้นเมื่อเด็กอายุ 7 ปี ไม่เน้นการเรียนอนุบาลแต่จะเน้นให้อยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด ระดับประถมจะใช้เวลาเรียนน้อยและให้เด็กได้ทำในสิ่งที่สนใจมากกว่า ที่สำคัญจะไม่เน้นเรื่องการแข่งขันจึงไม่มีเกรดเฉลี่ย อันดับที่ 4 : ฮ่องกง (Hong Kong) หลังจากฮ่องกงได้ทำการปฏิรูปการศึกษายกเลิกระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมของอังกฤษทั้งหมด ก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม จนสามารถติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก ขยายการศึกษาภาคบังคับจาก 9 ปี เป็น 12 ปี ขยายเวลาเรียนจบในระดับปริญญาตรีจาก 3 ปี เป็น 4 ปี ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาจีนกวางตุ้งเป็นภาษาหลักในตำราเรียน อัตราการรู้หนังสืออยู่ที่ 94.6% โดยในปีที่ผ่านมาฮ่องกงได้ทุ่มงบประมาณในด้านการศึกษาสูงถึง $39,420 ต่อหัวเลยทีเดียว อันดับที่ 3 : สิงคโปร์ (Singapore) สิงคโปร์มีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยมติดอยู่ใน Top 3 ของโลกเรื่อยมา ทุกโรงเรียนจะถูกควบคุมด้วยกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง แบ่งเป็นชั้นประถม 6 ปี และมัธยม 4 ปี ต่อจากนั้นก็จะเป็นการศึกษาที่สูงขึ้น เช่น โปลีเทคนิค จูเนียร์คอลเลจ และมหาวิทยาลัย การเรียนการสอนในประเทศสิงค์โปร์นี้จะเน้นความง่าย เรียนจากความเป็นจริง และสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ 4 ด้านคือ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษา อันดับที่ 2 : ญี่ปุ่น (Japan) ความสำเร็จทางการศึกษาของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล ในการสอบวัดความรู้ด้านคณิตศาสตร์นานาชาติ เด็กญี่ปุ่นถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆมาโดยตลอด ระบบนี้เป็นผลมาจากการสมัครเข้าเรียนสูง ตลอดจนอัตราการรับ ระบบการสอบเข้า (การสอบเอนทรานซ์) โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัยมีอิทธิพลต่อการศึกษาทั้งระบบเป็นอย่างมาก ญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก และเป็นสังคมที่มีระเบียบวินัย การศึกษาเป็นสิ่งที่น่าเคารพยกย่อง และความสำเร็จเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการประสบความสำเร็จในงานและในสังคม อันดับที่ 1 : เกาหลีใต้ (South Korea) ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลีแข่งขันกันอย่างสูสีว่าใครจะครองอันดับ 1 สำหรับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก ประเทศเกาหลีทุ่มงบประมาณการศึกษาในปีที่ผ่านมา $11,300,000,000 มีอัตราการรู้หนังสือทั้งสิ้น 97.9% เพศชาย 99.2% และเพศหญิง 96.6% จะเห็นได้ว่านักเรียน-นักศึกษาประเทศเกาหลีจะเรียนหนักมาก ตารางเรียนแน่นเอียดทุกวัน ระบบการศึกษาของเกาหลีใต้เป็นระบบ 6 – 3 – 3 – 4 คือ ชั้นประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 3ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี และวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย 4 ปี เป็นยังไงกันบ้างคะ? สาระข้อมูล 20 อันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก หวังว่าจะช่วยน้องๆ ตัดสินใจหรือเก็บข้อมูลในการเรียนต่อต่างประเทศได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณข้อมูลจาก terrabkk.com, manager.co.th, mbctimes.com

จะเกิดอะไรขึ้น! เมื่อเพลงลูกกรุงไปอยู่ในหนังผี?
จินตหรา สุขพัฒน์ /  ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ / 

จะเกิดอะไรขึ้น! เมื่อเพลงลูกกรุงไปอยู่ในหนังผี? เพลงลูกกรุง เป็นเพลงไทยสากลที่มีการถ่ายทอดเรื่องราวในบทเพลงได้อย่างซาบซึ้งตรึงอารมณ์ ทั้งผู้ประพันธ์เพลง ผู้ขับร้อง และนักดนตรี ต่างต้องใช้ความประณีตในการรังสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นนี้ให้ออกมานุ่มนวล ละเอียดลออ และมีมนต์ขลัง ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เพลงลูกกรุงหลาย ๆ เพลงจะไพเราะโด่งดังยาวนานมาถึงปัจจุบัน ด้วยความที่เพลงลูกกรุงสามารถสื่อสารอารมณ์จากผู้ร้องไปถึงผู้ฟังได้อย่างชัดเจน ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยจำนวนไม่น้อยจึงเลือกที่จะนำบทเพลงอันทรงคุณค่าเหล่านี้มาส่งเสริมอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครในเรื่องให้โดดเด่นขึ้นมา ซึ่งในวันนี้เราได้หยิบยกหนังผีจำนวน 3 เรื่อง ที่มีการนำเพลงลูกกรุงมาประกอบในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป หากแต่ล้วนส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศเหงา เศร้า และหลอนผสมกันได้อย่างลงตัวทีเดียว เด็กหอ หนังผีที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าลึกลับในโรงเรียนประจำ ว่ากันว่าวิญญาณของเด็กนักเรียนที่เคยจมน้ำตายในสระว่ายน้ำยังคงวนเวียนอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ และแม้ว่าความตายจะเป็นเรื่องน่าโศกสลด แต่แท้จริงแล้วคนที่ยังมีชีวิตอยู่และต้องทนอยู่กับความทุกข์ที่เขาไม่สามารถช่วยเหลือเด็กคนนั้นได้ต่างหากที่ทรมานยิ่งกว่าสิ่งใด โดยฉากที่ ครูปราณี รับบทโดย จินตหรา สุขพัฒน์ ฟังเพลงจากแผ่นเสียง ผู้กำกับได้เลือกใช้ เพลง ดวงใจ ของ สวลี ผกาพันธุ์ เป็นตัวถ่ายทอดความรู้สึกเศร้า ยิ่งเมื่อแผ่นเสียงหมุนมาตกร่องทำให้เกิดเสียงวนซ้ำอยู่ตรงคำเดิม ราวกับจะตอกย้ำว่าความทุกข์ของคุณครูยังคงย่ำอยู่ที่เดิมเช่นนั้น ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพลงต้นฉบับ ฉากในภาพยนตร์ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ  นี่คือหนังผีที่หยิบยกเอาประเด็นชวนหลอนอย่างภาพถ่ายติดวิญญาณมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวสยองขวัญผ่านตัวละครพระเอกและนางเอกที่เป็นคู่รักกัน ทั้งสองต้องช่วยกันสืบค้นความจริงเกี่ยวกับวิญยาณที่ติดมากับภาพถ่าย ก่อนที่เรื่องจะคลี่คลายปมว่าผีสาวนั้นมีความรักและความชังฝังใจอยู่กับพระเอกของเรื่องจนไม่ยอมแยกจากไปไหน ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเพลงประกอบภาพยนตร์ คือ เพลง วิญญาณในภาพถ่าย ของ สุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งถ่ายทอดออกมาให้ผู้ชมได้รับฟังในช่วง End Credit หรือก็คือหลังจากเรื่องราวในภาพยนตร์จบลงแล้ว เชื่อว่าสาเหตุที่ผู้กำกับนำบทเพลงดังกล่าววางไว้ท้ายสุดของเรื่องไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเพลงที่บังเอิญสอดคล้องกับธีมหลักของหนัง แต่เนื้อหาในบทเพลงยังเป็นการเรียงร้อยความรู้สึกของพระเอกเมื่อคราวที่เขายังมีอดีตอันสวยงามกับผีสาวในช่วงก่อนที่เธเอจะเสียชีวิตอีกด้วย เพลงต้นฉบับ เพลงในภาพยนตร์ ลัดดาแลนด์ ลัดดาแลนด์ คือ หนังที่ต้องการนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของครอบครัว โดยมี “บ้าน” เป็นตัวแปรที่ส่งเสริมภาวะการเป็นหัวหน้าครอบครัวของผู้เป็นพ่อ หากแต่ครอบครัวนี้จะมีความสุขได้หรือไม่ เมื่อบ้านที่สวยงามกลับถูกรายล้อมไปด้วยบ้านที่เกิดเหตุฆาตกรรม และมีดวงวิญญาณสุดหลอนสิงสู่อยู่ ใครหลายคนที่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้อาจสงสัยว่าแล้วเพลงลูกกรุงนั้นปรากฏตรงฉากไหน ทำไมไม่เคยสังเกตเห็นหรือได้ยิน คำตอบก็คือ...ปรากฏเป็นเสียงดนตรีอินโทรสั้น ๆ ในช่วงต้นตัวอย่างหนังนั่นเอง โดยบทเพลงดังกล่าวได้แก่ เพลง บ้านของเรา ของ สวลี ผกาพันธุ์ ซึ่งเหมือนเป็นการย้อนแย้งแกมประชดเล็กน้อยว่า “บ้านหลังนี้นี่แหละคือวิมาน” ทั้ง ๆ ที่ผู้ชมก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่ามันจะหลอนขนาดไหนเมื่อต้องมีเพื่อนบ้านเป็นผี! เพลงต้นฉบับ เพลงในภาพยนตร์

ไปมาเลย์! ช้างศึกU21ลัดฟ้าลุยศึกเนชั่นส์ คัพ, วางเป้าเข้าชิง
ช้างศึก /  ทีมชาติไทยชุดยู 21 ปี / 

ทัพช้างศึกชุด U21 ปีเดินทางสู่ประเทศมาเลเซียเพื่อลุยศึกฟุตบอลเนชั่นส์ คัพ ด้าน “โค้ชโย่ง” วางเป้าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ ความเคลื่อนไหวของทัพช้างศึก ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (1 มิ.ย.) ทัพนักเตะชุดยู 21 ได้เตรียมออกเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล 4 เส้ารายการ "เนชั่น คัพ 2016" ระหว่างวันที่ 3-5 มิ.ย.นี้ ที่รัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย โดยทีมชาติไทยจะเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน AK891 ออกจากสนามบินดอนเมือง เวลา 8.35 น. ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย การเดินทางครั้งนี้มี คุณวทันยา วงษ์โอภาสี ผจก.ทีมสาวคนสวย และ "โค้ชโย่ง" กุนซือใหญ่ นำทัพนักเตะ 23 คน เดินทางไปครั้งนี้ โดยขาด "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลางจากชลบุรี เอฟซี ที่อยู่ประเทศมาเลเซียอยู่แล้วจะมาสมทบภายหลัง โดยรายชื่อนักเตะทั้ง 24 คน มีดังนี้ ผู้รักษาประตู : จิรัญพงศ์ ธรรมสีหา (สโมสรพานทอง เอฟซี),อภิรักษ์ วรวงษ์ (สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด),อนุศิษฎ์ เติมมี (สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด) กองหลัง : วรวุฒิ นามเวช (สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด),เหมันต์ กิติอำไพพฤกษ์ (สโมสรบางกอก เอฟซี),ชินภัทร ลีเอาะ (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด),ปวีณ์ ตัณฑะเตมีย์ (สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี),วิริทธิ์พล ชนกกวินกุล (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด),สุริยา สิงห์มุ้ย (สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด),สุประวีณ์ มีประทัง (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด),เจนภพ โพธิ์ขี (สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี),สันติภาพ จันทร์หง่อม (สโมสรแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี) กองกลาง : เชาว์วัฒน์ วีระชาติ (สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด),สุระเดช กลั่นขำ (สโมสรอัสสัมชัญ ยูไนเต็ด),บารมี ลิ้มวัฒนะ (สโมสรสงขลา ยูไนเต็ด),อรรถวิทย์ สุขช่วย (สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี),มนตรี พรหมสวัสดิ์ (สโมสรบางกอก เอฟซี),วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (ชลบุรี เอฟซี),วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ (พัทยา ยูไนเต็ด) กองหน้า : ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา (สโมสราชบุรี มิตรผล เอฟซี),ธนาสิทธิ์ ศิริผลา (สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี),ปฏิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด),ชัยวัฒน์ บุราณ (สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด),เจนรบ สำเภาดี (สโมสรบีอีซี เทโรศาสน) ด้าน "มาดามเดียร์" วทันยา วงษ์โอภาสี ผจก.ทีมเผยว่า "ตอนนี้ก็พร้อมร้อยเปอร์เซ็นหลังเก็บตัวซ้อมมา 6 ครั้ง ตน สตาฟฟ์โค้ช นักตะทุกคนมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ หวังว่าทีมชาติไทยชุดนี้จะประสบควาวมสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ ก็ฝากขอกำลังใจจากแฟนบอลชาวๆไทย ส่งแรงใจ แรงเชียร์ ให้กับน้องๆด้วยนะค่ะ" ส่วน "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือใหญ่ กล่าวว่า "ความพร้อมตอนนี้ก็ 80-90 เปอร์เซ็น เหลือรายละเอียดอีกนิดหน่อยที่ต้องไปปรับ อย่างเรื่องสภาพอากาศ สภาพแววล้อม ส่วนเป้าหมายอย่างน้อยต้องผ่านไปชิงชนะเลิศให้ได้ ส่วนจะแชมป์หรือไม่ต้องดูคู่แข่งด้วย รายการนี้เป็นรายการแรกของผมจะพยายามทำอย่างเต็มที่ก่อนไปลุยซีเกมส์ปลายปี" ขณะที่เจนรบ สำเภาดี กัปตันทีม ก็กล่าวว่า "ยอมรับว่าสภาพร่างกายยังไม่ฟิตสมบูรณ์เพราะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก่อนจะถึงวันแข่งขันคิดว่าน่าจะพร้อม ส่วนตัวมีความมั่นใจในเพื่อนๆร่วมทีมทุกคน ยังเชื่อว่าเราจะสามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้" สำหรับการแข่งขันฟุตบอลเนชั่น คัพ 2016 มี 4 ชาติเข้าร่วมแข่งขัน ประกอบไปด้วย มาเลเซีย เจ้าภาพ,ไทย,สิงคโปร์ และ เวียดนาม เกมแรกวันที่ 3 มิ.ย. คู่แรก เวลา 15.45 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ไทย พบ เวียดนาม คู่ 2 เวลา 19.45 น. มาเลเซีย พบ สิงคโปร์ โดยผู้แพ้จะไปชิงอันดับ 3 ส่วนผู้ชนะจะไปชิงชนะเลิศในวันที่ 5 มิ.ย.นี้

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพุธที่ 1 มิถุนายน 2559
ราชดำเนิน /  วันพุธที่ 1 มิถุนายน 2559 / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพุธที่ 1 มิถุนายน 2559 ศึกจารุเมือง เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. เอกยะลา ยุ้ยการช่าง  Vs  กุมารทอง เกียรติไพสนธ์ 2. เพชรใหม่ ส.ปลื้มจิตร  Vs  ตี๋ใหญ่ เคซ่ายิม 3. หาญศึก อั๋นสุขุมวิท  Vs  ก้องเกียรติ ส.เดชปรีชา 4. เพชรรุ่งโรจน์ ร.ร.กีฬาโคราช  Vs  ฉมวกเพชร ลูกพระบาท 5. ฉลองราช ศ.ราชบุตร  Vs  ซุปเปอร์แจ๊ค ส.ยุพินดา 6. วายุน้อย ส.สง่าการช่าง  Vs  เลิศทวี เพชร ป.ต.อ. 7. เพชรวสรณ์ อั๋นสุขุมวิท  Vs  ยุทธศักดิ์ ยุทธชลบุรี 8. แสนเชิงน้อย ส.ประสพโชค  Vs  วันมีชัย ลีโอปอมวยไทย 9. ฮัสซัน ลูกสวน  Vs  เนตรน้อย ชูวัฒนะ ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

รวมทุกดวง! งาน เงิน ความรัก ประจำเดือนมิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12 ราศี ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) มีเรื่องต้องครุ่นคิดตัดสินใจ ช่วงนี้จึงดูวิตกกังวล ต้องอาศัยสมาธิ คิดด้วยความยุติธรรมจะพบทางออก เรื่องงานค่อนข้างวุ่นวาย ขัดแย้งกับผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงเนื้องานด้วย เป็นปัญหาที่คุณต้องรีบสะสาง กลางเดือนงานจะล้นมือ ต้องรับผิดชอบมากขึ้น หันไปทางไหนก็ไม่มีใครช่วย ทนเหนื่อยเอาหน่อย เดี๋ยวก็ดีขึ้น ปลายเดือนเสนออะไรไปก็มักจะถูกปฏิเสธ อยู่ในช่วงขาลงสุดๆ อย่าผลีผลามอะไรแย่ๆ ลงไปเด็ดขาด ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) กระตือรือร้นจนผิดสังเกต อยากทำนั่นนี่อยู่ตลอดเวลา หัวรั้นจึงทำให้ขัดใจกับผู้ใหญ่ ให้ใจเย็นลงสักหน่อย ไม่เช่นนั้นเรื่องจะบานปลาย การทำงานช่วงต้นๆ ไปได้เร็วมาก ถ้ามีการสอบแข่งขัน รับรองว่าคุณไม่เป็นรองใครแน่นอน แต่ให้ระวังคำพูดบ้าง จะทำให้ผิดใจกับเพื่อนร่วมงาน หรือผู้บังคับบัญชา ถ้าคุณอยากเปลี่ยนงาน ช่วงปลายเดือนเป็นเวลาที่ดีที่สุด ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) การทำงานยังไม่ค่อยได้รับความเป็นธรรมมากนัก เลยเกิดความรู้สึกเซ็ง ขาดความกระตือรือร้นในงาน อย่าเพิ่งไปคิดน้อยใจ ให้ขยันตั้งใจทำงานไป แล้วตอนท้ายจะมีทางเลือกดีๆ ให้คุณ ส่วนถ้าใครคิดเปลี่ยนย้ายงาน ช่วงนี้ดีสำหรับคุณ ปลายเดือนจะได้รับคำชมจากหัวหน้า ให้แสดงความสามารถให้เต็มที่ ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) การทำงานมีเรื่องให้ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ยอมเหนื่อยเพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่า คุณจะทำงานแซงคู่แข่งได้อย่างไม่ยาก แถมช่วงนี้ดวงผู้ใหญ่ยังสนับสนุนอีกด้วย ใครที่อยากเปลี่ยนย้ายงาน ตอนนี้เป็นจังหวะดี มีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง พบความก้าวหน้าในเรื่องการงาน ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) การทำงานไม่ตึงเครียด รู้สึกผ่อนคลาย มีแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงที่ดีในเรื่องหน้าที่การงาน ถ้าต้องสอบแข่งขันกับใคร คุณเป็นผู้ชนะแน่นอน ใครเบื่ออยากจะเปลี่ยนงาน ก็ให้รีบเปลี่ยนตอนนี้ จะมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามา ระวังเรื่องเอกสารสำคัญ ผิดพลาดจะถูกตำหนิเอาได้ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) การทำงานมีอุปสรรคจากผู้ใหญ่ ถูกเพ่งเล็ง มีกฏระเบียบเพิ่มขึ้นอย่างที่คุณเองก็เริ่มต่อต้าน  ให้ใจเย็นไว้ก่อน เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง ได้รับงานใหม่ๆ มีความกระตือรือร้น รีบทำงาน สะสางงานเพราะมีแพลนจะไปเที่ยว การทำงานจะรีบเร่งทุกอย่าง งานที่เข้ามาก็มีกำหนดส่งเร็ว แต่คุณก็สามารถทำได้ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) การทำงานเหนื่อย ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ช่วงนี้ถูกใช้งานหนัก เป็นโรคอิจฉาตาร้อน ปลายๆ จะรู้สึกดีขึ้น คุณดื้อรั้น ใครมาห้ามก็ไม่ค่อยฟัง แต่โชคดีที่มีคนรักเยอะ มีคนคอยช่วยเหลือทุกอย่างผ่านไปด้วยดี การทำงานต้องวิ่งรอก มีงานนั้นงานนี้ชนๆ เข้ามา แทบไม่มีเวลา แต่ถ้ามองเป็นเรื่องสนุก ก็จะทำได้ดี มีความก้าวหน้า งานทัวร์ งานท่องเที่ยว รวมถึงผับ จะประสบความสำเร็จ มีการเริ่มต้นงานใหม่ๆ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) การทำงานโดดเด่นไม่เป็นรองใคร พกความมั่นใจและความสามารถมาเต็มร้อย สอบแข่งขัน คู่แข่งกระเจิง แต่ก็ต้องไม่ทำตัวหยิ่งมากเกินไปจะเป็นภัย ผู้ใหญ่จะเขม่นเอา ช่วงนี้ถ้ารับงานสำคัญ ต้องรอบคอบสุดๆ บริวารลูกน้องจะทำให้คุณหน้าแตก การทำงานโหดสุดๆ เป็นช่วงงานตก ถึงแม้จะรีบสะสางก็ไม่ทัน เหนื่อยกับการประสานงาน เกี่ยงงานกันจนน่าเบื่อ แต่ถ้าเพิ่มความอดทนอีกนิด เมื่องานเสร็จ ผลตอบแทนจะคุ้มค่า ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ไม่ค่อยมีใจในการทำงานสักเท่าไหร่ คนที่ไว้ใจทำให้ผิดหวัง แต่ผ่านช่วงนี้ไปแล้วก็จะดี ราบรื่นขึ้นเยอะ มีพรรคพวกคอยหนุน แต่อย่าเพิ่งผลีผลามลงทุนต่อกรกับใคร งานที่ต้องใช้ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียบรรเจิด ได้รับการยอมรับ ควรเจรจาเข้าหาผู้ใหญ่บ้าง ชีวิตจะได้รุ่งเรือง ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) มีดวงในการย้ายงาน เปลี่ยนงาน ต้องพึ่งดวงพึ่งโชคลาภ การทำงานเรื่อยเปื่อย ไม่ค่อยถูกเสนอชื่อ ไม่มีความโดดเด่น ต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม ได้เปลี่ยนแปลง หยิบจับอะไรใหม่ๆ แต่ก็มีรู้สึกอึดอัดบ้าง มีศัตรูคู่แข่งคอยทำร้ายน้ำใจอยู่ตลอด ไม่ควรไปสุงสิงด้วย จะทำให้ตัวเองแย่เปล่าๆ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ไม่ว่าจะหยิบจับอะไร ก็มักมีเพื่อนคอยช่วยเหลือ เริ่มมีพรสวรรค์ มีพวกคอยเชียร์ ทำให้งานสำเร็จได้ไวกว่าที่คิด แต่คุณก็ต้องรู้จักเข้าหาผู้ใหญ่บ้าง เพื่อความก้าวหน้าในชีวิต ควรขยันขันแข็ง ให้ผลงานโดดเด่น เป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา แต่แทนที่จะก้าวแบบไม่มีอุปสรรค ก็ดันไปขวางบางคน ข้ามหน้าข้ามตาทำให้เกิดความไม่พอใจ ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) เจองานล้นมือ ทั้งเรื่องเอกสารและงานต่างๆ รุมเร้า แต่ถ้าตั้งสติให้ดี สักพักก็จะเคลียร์งานได้หมด ช่วงนี้อดทนทำงานมากกว่าคนอื่นไปก่อน พอผู้ใหญ่เห็นผลงาน รับรองได้รับการโปรโมทแน่ ช่วงนี้การทำงานเปิดทางสะดวก เตรียมพร้อมที่จะลุยเอาความสำเร็จ ถ้ากำลังปั้นงานใหญ่อยู่ รับรองไม่ผิดหวัง ดวงการเงิน 12 ราศี ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) การเงินไม่เข้าใครออกใคร จะทำอะไรให้คิดดีๆ มีโอกาสที่จะผิดใจกันสูง ปฏิเสธอะไรได้ก็ให้รีบทำไปก่อน กลางเดือนการเงินมีค่าใช้จ่ายเยอะ ช่วงนี้อาจต้องขุดเอาเงินเก็บออกมาใช้ก่อน ถึงมีโชคลาภเข้ามาบ้าง แต่ก็จำเป็นต้องควักจ่ายออกไปอยู่ดี เรียกว่าเงินอยู่ในมือไม่นาน ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) การเงินหมุนเวียนคล่อง มีบ้างที่ขัดแย้งผลประโยชน์ แต่ไม่ขัดสน การเดินทางมีโชคลาภ กลางเดือนการเงินอยู่ในกระเป๋าไม่ได้นาน มีเหตุต้องจ่ายออกไปเยอะ ลงทุนกับใครให้ระวังถูกโกง จ่ายก่อนได้คืนยากแน่นอน ปลายเดือนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ หยิบจับอะไรก็ขึ้น ได้ผลประโยชน์ การเสี่ยงลงทุนไม่เหมาะ มักมีข้อผิดพลาดมาให้ต้องเสียดาย ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) การเงินอย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร ช่วงนี้คุณจะถูกเอาเปรียบ เก็บเงินไว้ก่อนช่วงปลายพอมีจังหวะที่ดี แต่ที่แน่ๆ ช่วงนี้คุณมีลาภปากได้กินฟรีอยู่เรื่อยๆ กลางเดือนมีเรื่องให้ต้องใช้จ่ายมาก ส่วนใหญ่เป็นผลสืบเนื่องมาจากเรื่องที่สร้างไว้ในช่วงที่ผ่านมา ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) การเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากๆ แต่ยังดีมีลาภเข้ามาช่วย แต่ถึงอย่างไร ช่วงนี้ไม่ควรใจอ่อน ให้ความช่วยเหลือใครง่ายๆ จะพาตัวเองเดือดร้อน กลางเดือนแม้จะต้องลงทุนในบางเรื่อง แต่ก็ได้ทุนคืนอย่างรวดเร็ว มีโชคลาภ ปลายเดือนแม้จะไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็นับว่าได้สม่ำเสมอ ช่วงนี้เดินทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเงินก็จะประสบความสำเร็จ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) การเงินใช้จ่ายคล่องมือ มีรายรับเข้ามาเรื่อยๆ ช่วงนี้จัดสรรปันส่วนพอเหมาะ ทำให้ไม่มีปัญหา แถมยังมีลาภจากการเดินทางไกล ปลายเดือนเงินที่ออมไว้รู้สึกว่าจะน้อยลง เป็นช่วงของการจ่ายออก หรือเอาเงินมาลงทุน มาซื้อของที่อยากได้ ต้องเริ่มเก็บออมกันอีกครั้ง แต่ไม่ต้องห่วง ที่ลงทุนจะไม่สูญเปล่า ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) การเงินขยันหาขยันใช้ มีรายรับหลายทาง แต่ก็มีจ่ายออกเยอะ มีลาภจากการเสน่หา พูดดีมีชัยไปกว่าครึ่ง คุณจะปวดหัวไปกับเรื่องเงินทอง ทั้งที่มีโอกาสในการหาผลประโยชน์ แถมมีรายได้เสริม แต่ก็มีเหตุให้ต้องจ่ายออกตลอดปลายเดือนรายจ่ายจุกจิก อย่ารับปากค้ำประกันใครเด็ดขาด ผลที่ตามมาคือความเดือดร้อนและความขัดแย้ง ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) การเงินจ่ายจนวุ่น หยิบนั่นจ่ายนี่ ต้องหาเงินมาหมุนเวียนตลอด เงินก็ใช้หัวสมองก็เริ่มเครียด ดวงเรื่องโชคยังไม่มี ได้มาต้องรีบเก็บไว้ก่อน กลางเดือนจ่ายเงินเก่ง มือเติบ เรื่องเล็กน้อยคุณหน้าใหญ่ใจโตเสมอ พอถึงช่วงปลายจะเริมหน้ามืด ปลายเดือนการเงินหาได้น้อย เงินก้อนที่คิดว่าได้ชัวร์ กลับเป็นแค่หวังลมๆ แล้งๆ ช่วงนี้มีค่าใช้จ่ายมาก ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ดีใจถือเงินได้ไม่นาน มีอันต้องลอยหายไปกับเรื่องจุกจิกสารพัด ช่วงนี้อย่าพยายามรับปากใคร จะส่งผลเดือดร้อนให้ตัวเองแน่นอน เงินทองอยู่ไม่นิ่ง อยากซื้อรถ อยากซื้อของแพง แต่ไม่ต้องห่วงสภาพคล่องตัวดีมาก แถมยังมีลาภจากการเดินทางอีกด้วย ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) การเงินแรกๆ ใช้จ่ายไม่ค่อยสะดวก มีเรื่องเสียเงิน ทำข้าวของเสียหาย ทำของหาย มีลาภฟลุ้คๆ มีรายได้เสริม กลางเดือนการเงินความหน้าใหญ่ใจโต ทำให้เงินหมดไปเยอะ จะโทษตัวเองก็ไม่กล้า เลยพาลอารมณ์เสียกับคนอื่น ช่วงนี้ได้เฮ มีลาภปากกินฟรีเงินอยู่ครบ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) การเงินมีรายจ่ายไปกับสุขภาพ ค่าซ่อมและคนอื่นๆ แต่พอมีโชคลาภอยู่บ้าง มักได้มาแบบฟลุ้คๆ กลางเดือนเสียเงินไปก่อนถึงได้คืนตอนหลัง ปลายเดือนการเงินสภาพคล่องดี มีคนมาช่วยอุปถัมภ์ ช่วงนี้แม่ยกใจดี อยากได้อยากทำอะไรช่วยสุดตัว มีลาภปากบ่อย ระวังน้ำหนักตัวด้วย ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) การเงินไม่ขัดสน แม้ไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ช่วงนี้ก็มีรายได้เสริมบ่อย แถมยังมีเจ้ามือเลี้ยงหลายงาน ถ้ารู้จักเก็บออม ก็คงพอมีเงินเหลือเก็บไม่น้อย กลางเดือนใช้จ่ายไม่ค่อยพอ มักมีเรื่องจุกจิกให้ต้องควักจ่าย พอมารู้ตัวอีกทีก็หมดไปเยอะแล้ว ถ้ามีเงินเข้ามาต้องหาวิธีเก็บ ถ้าตัวเองเก็บไม่อยู่ ก็ต้องให้คนอื่นช่วยเก็บ ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) การเงินใจนั้นก็อยากเก็บออม แต่ทำไมมีเรื่องล่อตาล่อใจไปหมด ต้องควักจ่ายอยู่เสมอ คุณจะหมดไปกับผู้อื่น เน้นการให้ กลางเดือนได้ลาภจากผู้ใหญ่ ช่วงนี้ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือจากใคร ให้มั่นใจ เอ่ยปาก รับรองไม่มีใครปฏิเสธ ปลายเดือนได้เงินเป็นกอบเป็นกำ คุณที่ชอบเสี่ยงลุ้น เล่นหุ้น มีโอกาสดีมากๆ คนที่เคยช่วยไว้จะกลับมาตอบแทน ดวงความรัก 12 ราศี ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) ความรักไม่ค่อยมีเวลาให้กัน จนเกิดเรื่องคาใจ เข้าใจผิด หาเวลาสะสาง แบ่งเวลาให้กันบ้าง กลางเดือนความรักเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ด้วยความคิดมาก อ่อนไหวของคุณ ทำให้เกิดปัญหาทุกที ปลายเดือนคอยเป็นที่ปรึกษาที่ดี เป็นกำลังใจให้กัน มีแง่งอนกันบ้างเล็กน้อย ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) ความรักมัวแต่คิดมาก ทำให้มือที่สามเข้ามาแทรกกลาง แต่ถ้ายังโสดอยู่คงจะมีข่าวดี มีคนมาสารภาพรัก กลางเดือนแง่งอนกันเหมือนเด็กๆ ต่างคนต่างไม่ยอมกัน พอมีหวานกันบ้าง ส่วนคนโสดคงต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สะดุดตาบ้างแล้ว ปลายเดือนมีทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นแตกหักได้ ให้ยับยั้งอารมณ์และคำพูด ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย คนโสดทำได้แค่แอบมอง ห่วงใยอยู่ห่างๆ ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) ความรักน่าเบื่อ คนรักไม่รู้จักเอาใจบ้างเลย แต่พอปลายๆ เริ่มมีสีสัน มีกิ๊กเข้ามาเพิ่มรสชาติ คนโสดมีเรื่องสนุกๆ เข้ามาเหมือนกัน กลางเดือนด้วยความที่เป็นคนใจร้อน มีทิฐิ จึงชอบพูดจาเชือดเฉือน เอาชนะ สุดท้ายก็ต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ทำใจเย็นสักหน่อย จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียน้ำตา ปลายเดือนความรัก ถ้ามีคนรักแล้วมักมีปากเสียงเรื่องเดิมๆ แต่ถ้ายังโสด ได้เจอคนถูกใจแน่ๆ ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ดวงความรักมีเรื่องค้างคาในใจ ต้องรีบหาวิธีสะสาง คนโสดได้พบรักจากการเดินทาง กลางเดือนความรักสดใสสุดๆ ความเจ้าเสน่ห์กลับมาอีกครั้ง แอบรักแอบชอบใครสารภาพความในใจไม่ผิดหวัง คนโสดคงได้คู่เดินทางกับเขาเสียที ปลายเดือน ความรักมักไปถูกใจคนที่อายุน้อยกว่า รักเด็กเหลือเกิน ความรักขึ้นลง แถมถ่านไฟเก่าก็คุกรุ่นอีกครั้งก็เป็นได้ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) ความรักคนโสดคงได้ยิ้มออก ช่วงนี้มีดวงเนื้อคู่กำลัง ส่องประกาย ถ้ามีคนรักแล้วดูแลใจกันน่ารักน่าเอ็นดู กลางเดือนความเจ้าชู้ออกลาย คุณที่มีคู่อยู่แล้วก็ทำตัวกรุ้มกริ่มเจ้าชู้ไปเรื่อย ส่วนคนโสดลุกขึ้นมาทำสวยทำหล่อได้ผล มีคนมาสนใจ มาเสนอตัวขอเป็นแฟน ปลายเดือนอ่อนไหวง่าย ขี้สงสาร แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณสะดุดตาเพศตรงข้าม คนโสดมีการเริ่มต้นมิตรภาพที่ดี ส่วนถ้ามีคู่แล้ว มีบรรยากาศโรแมนติกกันสองคน ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) ความรักระวังความเจ้าชู้จะทำให้มีเรื่อง มีเแววแตกหักกันได้ ส่วนคนโสดมีหลายคนกำลังเล็งคุณอยู่ น่ารักสดใส อ่อนโยน ใครๆ ก็อยากได้เป็นคู่ กลางเดือนความรักสับสนอลหม่าน แอบหลงรักคนมีเจ้าของ รักเด็ก มีแต่รักแปลกๆ แต่ก็มีสีสันดี ถ้ามีคนรักแล้วหวานชื่น ออกแนวโปรยเสน่ห์ มีคนมาติดตรึม ระวังจะเกิดปัญหาตามมา ปลายเดือนแง่งอนกันบ่อย คุณขี้น้อยใจจนเป็นเหตุชวนทะเลาะ แต่ถ้ากำลังอกหัก จะมีคนเข้ามาดามใจ คนโสดกระชุ่มกระชวย มีคนมาเสนอตัวขอความรัก ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) ความรักเป็นช่วงของความหลงใหล รักชอบใครอยู่ก็หลงลืมนึกถึงตัวเอง ใครที่เข้ามาช่วงนี้ระวังให้ดี จะถูกหลอกแอ้มฟรี ถ้ามีคู่แล้วระวังแฟนนอกใจ กลางเดือนงอนกันบ่อย หึงหวงกันบ้างแต่ก็ทำให้รักกันมากขึ้น แต่ถ้ายังโสดได้สนุกสนาน ประสบการณ์ประทับใจล้นเหลือ ปลายเดือนความรักรู้สึกขาดอิสระ ไม่ค่อยเป็นตัวเอง มีเรื่องค้างคาใจ หึงหวง พยายามใช้เหตุผลให้มาก รักจะได้ยืนยาว คนโสดมีแต่รักผ่านๆ แบบมาเร็วไปเร็ว ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ความรักร้อนแรง รวดเร็ว คนโสดมีเรื่องเด็ดๆ แต่อยู่ไม่นาน ส่วนถ้ามีคนรักแล้ว มีแววจะสับสนเพราะมือที่สาม กลางเดือนความรักพ่อแง่แม่งอนได้ไม่นาน ก็กลับมากุ๊กกิ๊กเหมือนเดิม คนโสดที่แอบชอบใครอยู่ มีโอกาสดีในการสารภาพความในใจ ช่วงนี้เสน่ห์แรง มีรุ่นเด็กมาติดพัน ปลายเดือนความรักมีเรื่องน่าตื่นเต้น เร้าใจ คนโสดมีคู่ควงไปอวดคนอื่นแน่นอน แต่ต้องศึกษากันให้ดีก่อน ส่วนถ้ามีแฟนแล้วให้เวลากันมากขึ้น ไปเที่ยวต่างจังหวัด จะได้สวีทหวานให้คนอื่นอิจฉา ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ความรักหวั่นไหวง่าย แอบรักใครอยู่สงสัยจะอกหัก แต่ก็เศร้าไม่นาน มีคนมาดามใจ ถ้ามีคนรักแล้ว ทะเลาะกันบ้าง หวานกันบ้างเป็นเรื่องปกติ กลางเดือนงอนกันบ่อย แต่พอหวานก็ทำเอาคนรอบข้างอิจฉาไปตามๆ กัน คนโสดมีข่าวดี กามเทพเห็นใจแผลงศร ให้ได้มีคู่ควงบ้างแล้ว ปลายเดือนความรักไม่จริงจัง ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เสน่ห์แรงคนเข้ามาเยอะ แต่ต้องเลือกให้ดี ช่วงนี้รักสนุก ถ้ามีคู่แล้วดื้อดึงสุดๆ แต่คนรักก็ยอมตลอด รักเลยหวานชื่น ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) ความรักต้องยกให้คนโสด มีดวงสะดุดรักบ่อยครั้ง ช่วงนี้ถ้าคว้าใครไม่ได้ให้มันรู้ไป ส่วนถ้ามีแฟนแล้วยังหนักอกหนักใจกับเรื่องเก่าๆ ขี้น้อยใจคิดมาก เปลี่ยนเขาไม่ได้ ลองเปลี่ยนที่ตัวเอง จะได้รู้สึกดีขึ้น กลางเดือนความรักมีแววต้องหนีตามกัน มีอุปสรรคจากผู้ใหญ่ หรือแอบไปชอบคนมีเจ้าของ ส่วนถ้ามีแฟนแล้ว ความรักกำลังสุกงอม พูดคุยกันเรื่องอนาคต ปลายเดือนรักช่างวุ่นวาย เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก ทำให้กระทบเรื่องอื่นไปด้วย ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) รู้สึกไม่สบายเรื่องรักบางอย่าง ความสัมพันธ์ไม่ค่อยเปิดเผย ต้องหลอกคนนั้นคนนี้ทำให้ต้องอึดอัด แต่ความรักกับเจ้าตัวหวานชื่น ได้เฮฮา มีโอกาสใกล้ชิดกันและกันมากขึ้น คนโสดหายห่วงได้ เพื่อนรู้ใจเขยิบขึ้นมาเป็นแฟน กลางเดือนความรักบทจะมาก็มา แต่ส่วนใหญ่ไม่ยั่งยืน ถ้ามีคนรักแล้ว มีสิ่งยั่วยุให้ใจแตก ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) ความรักดวงคนโสดโดดเด่นมาก มีโอกาสปิ๊งคนถูกใจ มีรักที่สดใส แต่ต้องกล้าและมั่นใจด้วย ส่วนถ้ามีคู่แล้ว มีคนเข้ามาให้ลังเล ของใหม่ก็น่ารักเป็นธรรมดา แต่ต้องขอเตือนว่าอย่าเขวนาน เดี๋ยวจะหนาวได้ กลางเดือนความรักมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนโยน ทำให้อยากเจอแฟน อยากคุยกันทั้งวัน ปลายเดือนความรักถ้าอยู่ไกล จะมีโอกาสได้เจอกันให้หายคิดถึง ความสัมพันธ์ก้าวหน้าพูดถึงอนาคต คนโสดก็ไม่น้อยหน้า เริ่มฉายแววน่ารัก มีคนมาจีบ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

เก้า จิรายุ ควงแม่ก้อย เปิดใจโดนอดีตผจก.โกงสูญเงินหลายล้าน-ทำแม่ลูกผิดใจ!!
เก้า จิรายุ /  ข่าวเก้า จิรายุ / 

หลังออกมาโพสต์ข้อความประกาศในอินสตาแกรมส่วนตัวให้ติดต่องานกับ แม่ก้อย วรนุช คุณแม่ของนักแสดงหนุ่ม เก้า จิรายุ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.59 ที่ผ่านมา โดยระบุเป็นข้อความว่า “ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ทุกงานของเก้า จิรายุ ขอให้ติดต่อที่เบอร์ แม่ก้อย 0816341255 นี้เท่านั้น *** เพราะผู้จัดการคนเดิมได้พ้นสภาพจากสถานะการเป็นคนดูแลคิวของ เก้า เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ถ้าเกิดมีการรับงานเกิดขึ้นทางเราจะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้น.” ทำเอาหลายคนสงสัยไม่น้อยว่าเป็นเพราะเหตุอะไรกันแน่ ซึ่ง แม่ก้อย วรนุช ได้เปิดเผยภายหลังว่า "กี้" อดีตผู้จัดการของ เก้า จิรายุ ซึ่งดูแล หนุ่มเก้า มา 3 ปีได้โกงค่าตัวไปเป็นจำนวนถึง 7 หลักด้วยกัน ตนได้รวบรวมหลักฐานให้ทนายดำเนินคดีอยู่ และยังมีกระแสว่าผู้จัดการรายนี้เคยเป็นผู้จัดการของ กันต์ กันตถาวร, เปิ้ล นาคร และ ดีเจเจมส์ มาก่อนและเคยกระทำการโกงเงินกับศิลปินดาราที่อยู่ในความดูแลมาก่อนแล้วเช่นกัน ล่าสุดวันนี้ (31พ.ค.59) เก้า จิรายุ ได้ควง คุณแม่ก้อย วรนุช พร้อมทนายความ ว่าที่ร้อยตรีมงคลวิจิตร์ ธนะโสภณ แถลงข่าวเปิดใจต่อหน้าสื่อมวลชน ณ Bob eye view studio ว่าอดีตผู้จัดการดังกล่าวพยายามทำให้แม่-ลูกผิดใจกัน อ้างตัวเป็นพี่สาวตนเพื่อความสะดวกในการทำงาน ยันตนเป็นลูกคนเดียว อ้างธุรกิจที่ลงทุนโดนโกงป่วยเป็นโรค SLE ทำสูญเงิน 7 หลัก ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมหลักฐานเอาผิดและได้ทำการลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว รับถือเป็นบทเรียนในการทำงานและไว้ใจคน หลังเคลียร์ทำให้เข้าใจว่าแม่คือผู้หวังดี เก้า : เริ่มจากผู้หญิงคนนึงมาจากงานอีเว้นท์ เหมือนเป็นเจ้าของแบรนด์ที่จ้างเราไปงานอีเว้นท์ประมาณ 3 ปีกว่าแล้ว จ้างงานเรื่อยๆ 2-3 ครั้ง เค้าจะสนิทกับแม่ก่อน เจอกันมาเรื่อยๆ ชวนแม่ทำธุรกิจร่วมกัน แม่ก้อย : เค้าชวนว่าสนใจทำธุรกิจกับเค้ามั้ย เพราะน้องทำงานมานานแล้ว ถ้ามีธุรกิจมาซับพอร์ทก็จะวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น ทำมาสักระยะนึงเค้าเริ่มบอกว่าเค้ามีปัญหาซึ่งเราเชื่อใจ เค้าบอกว่าเค้าโดนอีกคนโกงมา จนมาวันนึงบอกว่าธุรกิจมีปัญหานะ แต่ไม่ได้ล้มนะ เพียงแต่บริษัทแม่โดนเข้ามาตรวจสอบ สมุดบัญชีเค้าโดนรวบไปด้วย ซึ่งเราก็เชื่อก็รอเงินมาเรื่อยๆ เค้าก็บอกจะมาช่วยดูงานน้องนะ เพราะตอนนั้นมีข่าวที่แม่ดูงาน ก็บอกว่าถ้ายังดูคิวเก้าอยู่เดี๋ยวต่อไปเรื่อยๆ น้องจะไม่มีงานนะ แต่เค้าบอกจะช่วยเคลียร์ให้ เพราะรู้จักนักข่าวเป็นอย่างดี มาช่วยดูโดยไม่หวังผลตอบแทน ดูงานให้เรื่อยๆ เราก็ไว้ใจและเชื่อใจประมาณปีกว่า เรื่องการรับเงินปกติค่ะ เพราะเก้าจะรับเงินผ่านบริษัทเก้าจิราเท่านั้นอยู่แล้ว เก้า : เค้าจะมีอะไรที่ทำให้เราเอะใจหน่อยๆ เค้าจะพูดเรื่องส่วนตัวของแม่ ประมาณว่าแม่มาปรึกษาเค้าแบบนี้แต่แม่ไม่อยากให้บอกเรา พอมาคุยตอนหลังเคลียร์กับแม่แล้ว มารู้ทีหลังว่าเค้าพูดแบบเดียวกับแม่เหมือนกัน ทำให้ผมกับแม่มีปัญหากัน อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่คุยกันเพราะมาจากเรื่องที่เค้าปั่น แม่ก้อย : อย่างเรื่องที่เค้าป่วยก็ไม่ให้บอกเก้า บอกว่าเป็นโรค SLE ใช้เงินรักษาเดือนละหลายแสน สั่งยาจากต่างประเทศ เราก็ช่วยดูแลประคับประคองไป เพราะเค้าทำงานให้เรา เงินที่สูญเสียไปมีหลายส่วน อย่างแรกคือเงินที่ลงทุนธุรกิจ ค่ารักษาเค้าด้วย แต่เค้าจะไม่บอกว่าขอยืมโดยตรงแต่จะบอกว่ากำลังจะตาย จะไม่รักษาแล้วปล่อยให้เป็นแบบนี้ ฝากน้องด้วยนะอะไรแบบนี้ เราก็ออกค่ายาให้ก่อนรวมๆ แล้วก็ 7 หลัก เริ่มมาเอะใจตอนต้นปี แล้วก็มีผู้ใหญ่ในวงการเตือนว่าทำงานกับคนนี้เหรอ เราก็ยังไม่กล้าพูดเพราะยังเชื่อใจเค้า ก่อนหน้านี้ประวัติที่ทราบมาก็จากตัวเค้าบอก ไม่ได้เช็คก่อน เก้า : ช่วงหลังๆ ที่รู้สึกอย่างเดียวเลยคือมีปัญหากับแม่แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้เราไม่คุยกันเลย ตอนยังไม่รู้เรื่องราวก็คิดว่าเค้าน่าจะโอเค พอผู้ใหญ่มาบอก เรื่องราวมันกระจ่างก็ต้องเชื่อแล้วแหละ แม่ก้อย : ผู้ใหญ่กับญาติเอาหลักฐานมาให้ ครั้งแรกเราไม่เชื่อ แต่เราก็ต้องเชื่อด้วยหลักฐานทุกอย่างที่ชัดเจนมันเหมือนหน้ามือกับหลังมือเลย มีคดีทั้งอาญาและแพ่ง แบล็คลิสต์ด้วย พอแม่รู้ความจริงก็ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนว่าจะทำยังไง ต้องให้เก้าเชื่อก่อน ผู้ใหญ่ก็พาเก้าไปคุย พอรู้แล้วก็หันมาคุยกัน ตัวเค้าก็ไปแล้ว มันมีอะไรหลายอย่างผุดขึ้นมา เรื่องลายเซ็น เรื่องบริษัทอีก เราก็ปรึกษาทนาย อย่างวันนี้ก็มาบอกให้คนอื่นรู้ เก้า : ตั้งแต่ทำงานกับผู้หญิงคนนี้เค้าให้แนะนำว่าเค้าเป็นพี่สาว เพราะจะได้ทำงานกันสะดวกมากขึ้น 2-3 ปีมี่ผ่านมาอาจจะเข้าใจว่าเป็นพี่สาวผมเพราะจะได้มีความน่าเชื่อถือ แต่จริงๆ แล้วผมเป็นลูกคนเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด และตอนนี้เค้าก็ไม่ได้ดูแลงานอะไรอีกต่อไปแล้ว พ้นสภาพจากการเป็นผู้จัดการแล้ว จากนี้ไปถ้ามีการติดต่องานมาจากคนนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับผมนะครับ ทนาย : เรื่องจำนวนเงินที่สูญเสียไปอยู่ในช่วงรวบรวมหลักฐาน ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ยังไม่ทราบด้วย ซึ้งผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ทำคนเดียว มีอีกหลายคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผมให้ทั้งสองท่านไปลงบันทึกประจำวันไว้ด้วย ตอนนี้ยังมีทรัพย์สินของเค้าที่อยู่ในออฟฟิศอยากให้มาเอาไปซะ คือเค้าอ้างว่าเพื่อดูแลน้องเก้าอย่างใกล้ชิดก็เลยขอเข้ามาพัก ดูแลทั้งอาหารการกิน เรื่องวงดนตรีด้วย เก้า : มีอันนึงที่ผมรู้สึกว่าน่าจะใช่ เพราะตัวเค้าจัดการเรื่องวงดนตรีผมด้วย การแถลงข่าวโปรโมท การทำห้องซ้อมที่ออฟฟิศ เราก็เชื่อใจให้เค้าจัดการให้ สมมติเค้าเบิกไป 1.5 ล้านแต่ใช้จริงๆ 7 แสน ทนาย : ตอนนี้เรารวบรวมหลักฐานอยู่ ทั้งพยานบุคคล เอกสาร ก็อยากให้เค้าเข้ามาคุย ถ้าไม่มาเปิดเผยกับทางเราว่าเค้าได้ไปทำนิติกรรมอะไรไว้บ้าง เราก็คงต้องดำเนินการในส่วนของแพ่งและอาญาต่อไป จากหลักฐานมีผู้ร่วมกระบวนการ 2-3 คนที่ค่อนข้างชัดเจน เก้า : เค้าให้ผมบอกว่าเป็นพี่สาว ก็พยายามเปลี่ยนชื่อเล่นให้คล้องจองกัน ก.ไก่ เหมือนกันให้ดูน่าเชื่อเข้าไปอีก แม่ก้อย : มีอยู่คำเดียวเลยคือคำว่าไว้ใจ เก้าเคยบอกว่าถ้าแม่ไม่ไว้ใจ แม่จะทำงานกับคนอื่นได้ยังไง ทำให้เรารู้ว่าไว้ใจก็ต้องตรวจสอบ เก้า : ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นบทเรียนที่เกิดขึ้นให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง พอเคลียร์หมดแล้วก็ทำให้รู้ว่าแม่เค้าก็หวังดี ทำสิ่งดีๆ เพื่อผม อย่างน้อยเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เสียไปทั้งหมด ก็ทำให้ผมกับแม่เข้าใจกัน ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ ให้ระวังมีสติไว้ใจใคร ถ้าเค้าดูอยู่ตอนนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไร สุดท้ายแล้วถ้าเราทำในสิ่งที่ดีก็ต้องได้สิ่งที่ดี ถ้าทำไม่ดีก็ต้องได้ไม่ดี ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้เกิดกับคนอื่นอีก สิ่งที่แย่กว่าเรื่องของเงินคือทำให้ผมกับแม่ต้องมีปัญหา มันไม่ดีเลย การติดต่อเรื่องงานของผมตอนนี้ก็เป็นแม่ไปก่อน เราก็ยังทำงานปกติ ก็เป็นกังวลเหมือนกันว่าถ้าใครที่เคยติดต่องานผ่านเค้าคนนั้นไว้ ก็รบกวนฝากบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชน ขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสรับฟัง แม่ก้อย : ก่อนหน้านี้เราเหมือนไม่เข้าใจกัน การที่เราทำงานตรงนี้มาเหมือนว่าเราไม่มีใคร แต่วันนั้นทำให้รู้ว่าเก้าไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ขอบคุณนะคะ ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจาก IG kaojirayu_9 เก้า จิรายุ เก้า จิรายุ-แม่ก้อย พร้อมทนายแถลงข่าวโดนอดีตผจก.โกงเงินล้าน เก้า จิรายุ แถลงข่าวโดนอดีตผจก.โกงเงินล้าน เก้า จิรายุ แถลงข่าวโดนอดีตผจก.โกงเงินล้าน แม่ก้อย วรนุช แม่เก้า จิรายุ แม่ก้อย วรนุช แม่เก้า จิรายุ เก้า จิรายุ-แม่ก้อย เก้า จิรายุ เก้า จิรายุ-แม่ก้อย พร้อมทนายแถลงข่าวโดนอดีตผจก.โกงเงินล้าน เก้า จิรายุ แถลงข่าวโดนอดีตผจก.โกงเงินล้าน เก้า จิรายุ แถลงข่าวโดนอดีตผจก.โกงเงินล้าน แม่ก้อย วรนุช แม่เก้า จิรายุ แม่ก้อย วรนุช แม่เก้า จิรายุ ทนายความ ว่าที่ร้อยตรีมงคลวิจิตร์ ธนะโสภณ

เจเจ กฤษณภูมิ หนุ่มตี๋หน้าใสกิ๊ง จนเก้งกวาง ชะนีน้อยใหญ่กรี๊ดกร๊าด
ซีรีส์ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ /  ประวัติดาราวัยรุ่น / 

เรียกได้ว่าเนื้อหอมไม่เบา สำหรับหนุ่มตี๋หน้าใสกิ๊งคนนี้ "เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม" ไม่ว่าจะเก้งกวาง ชะนีน้อยใหญ่ก็กรี๊ดกร๊าดไปตามๆ กัน เราคงเคยเห็นหน้าตาของเจเจผ่านงานในวงการกันมาบ้างแล้ว จาก ภาพยนตร์ เกรียนฟิคชั่น, love blood จัดรักให้ตรงกรุ๊ป, ซีรีส์ขวัญผวา เป็นต้น วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆไป ส่อง! โมเม้นท์น่ารัก  เจเจ กฤษณภูมิ หนุ่มตี๋จากซีรีส์ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ กันหน่อยดีกว่า ^^ เจเจ กฤษณภูมิ หนุ่มตี๋จากซีรีส์ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ หนุ่มตี๋หน้าหล่อ เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ปัจจุบันอายุ 20 ปี จบการศึกษาโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่รู้จักจาก ภาพยนตร์เรื่อง เกรียน ฟิคชั่น หลังจากนั้นก็มีผลงานอื่นๆ อีกมากมาย เช่น คาราบาว เดอะซีรีส์ ตอน หนุ่มสุพรรณ, Love Blood จัดรักให้ตรงกรุ๊ป, เกรียนเฮ้าส์ เดอะซีรีส์, ไวไฟ โซไซตี้ ตอน Little Light, ขวัญผวา เป็นต้น และล่าสุดกับ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์ รับบทเป็น ท็อป ที่เรียกคะแนนความน่ารักในวัยหนุ่มมัธยมจากสาวๆ เก้งกวาง ได้มากทีเดียว! ขอบคุณภาพ @jaylerr และล่าสุดกับแฟชั่นสุดแซ่บ ในคอนเซ็ปต์ "ผู้ชายน่ากิน" ของร้านอาหารซีฟู้ด Laemgate

5 สถานที่ท่องเที่ยวในปีนัง ที่คุณไม่ควรพลาด
เที่ยวปีนัง /  เที่ยวมาเลเซีย

วันนี้มัชรูมทราเวลก็มีบทความท่องเที่ยวดี ๆ มาฝากเช่นเคย ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พาทุกท่านไปทัวร์ดินแดนอาทิตย์อุทัยกันบ่อยครั้งแล้ว คราวนี้เราจะลองเปลี่ยนมาเที่ยวพื้นที่ใกล้ๆ บ้านเรากันบ้าง สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากด้ามขวานของเรานี่เองค่ะ ใช้เวลาบินไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว โดยปัจจุบันที่นี่ถูกเรียกขานว่าเป็นไข่มุกแห่งตะวันออกด้วยความโรแมนติกและความสวยงามของบ้านเรือนสิ่งก่อสร้าง ซึ่งที่นั่นก็คือ “ปีนัง” นั่นเอง 5 สถานที่ท่องเที่ยวในปีนัง ที่คุณไม่ควรพลาด โดยเกาะปีนังมีชื่อตามมาภาษามาเลย์เรียกว่าปูเลาปีนัง อีกทั้งยังมีสถานะเป็น 1 ใน 13 รัฐของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย และมีจอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐ ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ปีนังคุณสามารถหาสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ได้มากมาย เนื่องจากที่ปีนังนั้นถือว่ามีความหลากหลายทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวทั้งจากแหล่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงสถานที่ช้อปปิ้งให้คุณได้เพลิดเพลินกับการจับจ่ายสินค้าคุณภาพดีแต่มีราคาที่ถูกเหลือเชื่อ ทั้งนี้หากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสมาเที่ยวปีนังสักครั้ง 5 สถานที่ดังต่อไปนี้ที่คุณไม่ควรพลาด มิฉะนั้นอาจเรียกว่ามาไม่ถึงปีนังก็ว่าได้ 1. วัดเก็กล๊อกซี วัดเก็กล๊อกซีเป็นวัดที่ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางเมืองปีนังที่เด่นสะดุดตาด้วยโคมไฟที่แขวนประดับไว้อยู่ทั่ววัด และจะส่องแสงสวยงามเป็นพิเศษในเวลาค่ำคืน โดยวัดแห่งนี้สร้างในแบบของสถาปัตยกรรมจีน มีจุดเด่นคือเจดีย์สูงซึ่งมีลิฟท์ให้บริการนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามรอบๆ เกาะบนชั้นบนสุดได้ ทำให้วัดเก็กล๊อกซีกลายเป็นวัดยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวเมืองปีนัง รวมถึงมาไหว้พระขอพรกับองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ได้ชื่อว่าเป็นรูปปั้นสีบรอนซ์ขนาดใหญ่ที่สวยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ว่าได้ นอกจากนั้นภายในรอบๆ บริเวณวัดยังมีร้านค้ามากมายที่ทางวัดจัดขึ้น โดยมีขายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับประเภทต่างๆ จากหยก เครื่องราง ตลอดจนของที่ระลึกอีกมากมายหลายอย่าง 2. จอร์จทาวน์ จอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐปีนังแห่งมาเลเซีย ที่ได้รับการแต่งตั้งและยกย่องให้เป็น 1 ในมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ร่วมกับเมืองมะละกาในเดือนกรกฎาคม 2551เนื่องมาจากมีภูมิสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่งดงามทรงคุณค่ามากมายหลายแห่ง อย่างเช่น  คฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อ ป้อมปราการคอร์นเวลลิส และวัดเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น นอกจากนั้นภายในเมืองจอร์จทาวน์ยังมีการอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนหลายๆ แห่ง โดยเฉพาะอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ชิโน-โปรตุกีส สร้างบรรยากาศให้เมืองแห่งนี้มีความขลังในเสน่ห์ของเมืองเก่ามากยิ่งขึ้น 3. บาตูเฟอรินกิ บาตูเฟอรินกิคือชายหาดที่สวยงามจนได้รับความนิยมมากที่สุดในปีนัง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองจอร์จทาวน์ ซึ่งชายหาดแห่งนี้มีชื่อเสียงด้วยเรื่องของกิจกรรมบนชายหาดและทางทะเลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอาบแดด เล่นกระดานโต้คลื่น พายเรือแคนู พาราเซลลิง ฯลฯ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีรีสอร์ทที่มีมาตรฐานระดับโลกให้บริการอยู่หลายแห่งเรียงรายไปจนสุดชายหาด เรียกความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติปีละหลายแสนคน ทั้งนี้ในช่วงเย็นหลังพระอาทิตย์ตกดิน ชายหาดบาตูเฟอรินกิก็จะเต็มไปด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานครึกครื้นไปด้วยร้านขายสินค้ากลางแจ้งทุกชนิด ตั้งแต่ของที่ระลึกราคาถูก งานฝีมือ ไปจนถึงสินค้าหรูหราไฮโซเลยทีเดียว ซึ่งผิดกับตอนช่วงกลางวันที่มีบรรยากาศอันเงียบสงบยิ่งนัก 4. สวนผีเสื้อปีนัง และสวนพฤกษชาติปีนัง หลังจากเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในปีนังแล้ว ก็มาถึงคิวของสวนพฤกษศาสตร์ปีนัง ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองจอร์จทาวน์ ที่นี่เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง และเป็นที่รู้จักกันในนามของสวนน้ำตก เนื่องจากมีน้ำตกอยู่หลายแห่ง อีกทั้งยังเต็มไปด้วยภาพของเหล่าต้นไม้และดอกไม้หลากหลายพันธุ์และสีสันที่เหมาะสำหรับการเซลฟี่เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากที่นี่ยังมีสถานะเป็นศูนย์วิจัยเพื่อการเพาะปลูกพืชจากประเทศต่างๆ ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกแห่งภายในปีนัง นั่นก็คือสวนผีเสื้อปีนัง ที่มีผีเสื้อมากกว่า 4,000 ตัว แบ่งออกเป็นทั้งหมด 120 สายพันธุ์ด้วยกัน 5. วัดไชยมังคลาราม วัดไชยมังคลารามเป็นวัดไทยที่สำคัญและเก่าแก่ในเกาะปีนัง โดยตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดพม่าธรรมิการามซึ่งเป็นวัดพม่าที่มีชื่อเสียงเช่นเดียวกัน วัดไชยมังคลารามถือเป็นวัดที่เป็นดั่งศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและชาวพุทธมาเลเซียเชื้อสายไทยมาเป็นเวลากว่า 96 ปี ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลไหนๆ ของไทย ก็มักจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ที่วัดนี้เป็นประจำ ทั้งเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ เป็นต้น นอกจากนั้นสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดภายในวัดแห่งนี้ก็คือรูปปั้นพระพุทธไสยาสน์ที่ตั้งอยู่ในศาลหลักซึ่งมีความยาวถึง 33 เมตรนั่นเอง รวมถึงศิลปกรรมของวัดไชยมังคลารามที่สร้างโดยการผสมผสานกันระหว่างศิลปะแบบไทย พม่า และจีนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้ดูแปลกตากว่าวัดไทยทั่วๆ ไปเป็นอย่างมาก ถือเป็นอีกสถานที่ในปีนังที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เป็นอย่างไรบ้างคะคุณผู้อ่านสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 5 แห่งของเกาะปีนังที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากทุกท่านในครั้งนี้ หวังว่าคงจะน่าสนใจและกระตุ้นความอยากเที่ยวของทุกท่านไม่มากก็น้อยนะคะ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าท่านจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็แล้วแต่ และไม่ว่าจะเดินทางเที่ยวเองหรือไปกับทัวร์ก็ตาม ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยและมีความสุขไปกับทุกทริปนะคะ บทความจาก : มัชรูมทราเวล

ควรจะแชมป์! เกจิแนะเบลเยี่ยมชุดนี้อย่าปล่อยถ้วยยูโรหลุดมือ
ยูโร2016 /  ลูคาคู / 

อุดมไปด้วยแข้งเด่นแข้งดังมากมายสำหรับทีมปีศาจแดงแห่งยุโรป เบลเยี่ยม ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เกจิหลายสำนักยกให้พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ยูโรคครั้งนี้ แดนนี่ มิลส์ อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษออกมาชี้ว่า ยูโร 2016 ควรเป็นทัวร์นาเม้นต์แจ้งเกิดของทีมเบลเยี่ยมแม้จะไม่มีกัปตันทีมคนสำคัญ แว็งซองต์ กอมปานี ที่มีอาการบาดเจ็บร่วมทีมมาก็ตาม "ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนคาดหวังมากมายในทีมชาติเบลเยี่ยมยุคนี้ และถ้าพวกเขาไม่ระมัดระวัง ยุคทองของพวกเขาก็จะผ่านเลยไปเปล่าๆ โดยไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือ" "พวกเขาโชคดีมากเพราะมีทั้ง อาซาร์, เดอ บรุน, ลูคาคู ในแนวรุกและผมขอทำนายว่าพวกเขาจะทำผลงานได้ดีกว่าฟุตบอลโลกเมื่อสองปีก่อน(เข้าถึงรอบแปดทีมสุดท้าย)" รายชื่อนักเตะเบลเยี่ยมชุดลุยยูโร 2016 Goalkeepers: Thibaut Courtois (Chelsea), Simon Mignolet (Liverpool), Jean-Francois Gillet (Mechelen). Defenders: Toby Alderweireld (Tottenham), Jan Vertonghen (Tottenham), Thomas Vermaelen (Barcelona), Jason Denayer (Galatasaray), Jordan Lukaku (Oostende), Thomas Meunier (Club Brugges), Laurent Ciman (Montreal Impact), Christian Kabasele (Genk). Midfielders: Moussa Dembele (Tottenham), Radja Nainggolan (Roma), Marouane Fellaini (Manchester United), Axel Witsel (Zenit St Petersburg), Eden Hazard (Chelsea), Kevin De Bruyne (Manchester City), Dries Mertens (Napoli), Yannick Carrasco (Atletico Madrid). Forwards: Mitchy Batshuayi (Marseille), Romelu Lukaku (Everton), Christian Benteke (Liverpool), Divock Origi (Liverpool).