เจมส์ จิรายุ

จียอน แฉ!! ค่ายหนังเบี้ยวค่าตัวนับแสน ยันถอนตัวเองไม่ได้ถูกถอด!!
ซอ จียอน /  จียอน / 

  หลังถูกกระแสข่าวโจมตีว่าเพราะความเรื่องมากทำให้ ซอ จียอน นักแสดงสาวเกาหลีหัวใจไทยต้องถูกปลดและเปลี่ยนตัวกลางอากาศจากภาพยนตร์เรื่อง Mind Memory 1.44 พื้นที่รัก ที่แสดงร่วมกับพระเอกฮอต เจมส์ มาร์ ล่าสุด สาวจียอน ได้ออกมาตอบข้อซักถามอย่างหมดเปลือกเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ว่าตนได้ถ่ายทำตามคิวที่กำหนดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนเป็นฝ่ายขอถอนตัวออกจากภาพยนตร์เรื่องนี้เอง และยังได้รับค่าตัวไม่ครบทั้งที่ทวงถามแล้วแต่อีกฝ่ายกลับเงียบหายไป   “จียอนไม่ค่อยอยากพูดถึงเพราะมันผ่านมาแล้ว แต่ถ้าจะพูดว่าจียอนถูกถอดออกจากหนังมันไม่ถูกต้องค่ะ เพราะจียอนถ่ายตามคิวที่เขากำหนดให้เรียบร้อยแล้ว ทำทุกอย่างตามสัญญา ถ้าตามความจริงจียอนไม่ได้ค่าตัวครึ่งหนึ่งค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ค่ะ ทางค่ายหนังก็หายไปเลยซึ่งจียอนก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครเพราะไม่รู้จักใคร ก็เลยอยู่เงียบๆ ดีกว่า" เราเลือกที่จะยกเลิกงานเองใช่ไหม ?   "ใช่ค่ะ เพราะเราตามแล้วตามอีก เพราะเวลาเซ็นสัญญาก็จะมีกำหนดเวลาของเขาแต่จียอนก็ยังไม่ได้เลย พยายามจะตามก็ไม่สำเร็จเขาก็หายไป ไม่รู้จะทำยังไง" ค่าตัวที่เรายังไม่ได้ระบุได้ไหมว่าเท่าไหร่ ?   "หลักแสนค่ะ คือจริงๆ เขาก็มีแพลนว่าจะไปถ่ายอันใหม่ที่เกาหลี เขาเลยบอกว่าต้องทำสัญญาฉบับใหม่ ทางหนูก็บอกว่าขอเคลียร์ฉบับเก่าก่อนได้ไหมแต่เขาก็ไม่ทำตาม" ไม่ใช่สาเหตุว่าเราเรื่องมากตามที่มีข่าวใช่หรือเปล่า ?   "ไม่ค่ะ ถ้าจียอนเรื่องมากทุกวันนี้คงไม่ได้ทำงานแล้ว ถามว่าเราทำอะไรให้เขาไม่พอใจไหม ก็ไม่มีนะคะ ทุกกองมีปัญหาอยู่แล้ว แต่จียอนก็ทำตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่" ถามถึงเรื่องที่ พจน์ อานนท์ ออกมาโพสต์แขวะตลกหญิงหน้าใหม่ลืมกำพืด คนเลยโยงว่าอาจจะเป็นเรา ?   "เขาระบุว่าเป็นจียอนเหรอคะ ซึ่งจียอนก็ไม่รู้ว่าเขาพูดถึงใครกันแน่ แต่ส่วนตัวก็มีโอกาสร่วมงานกับเขา ไปถ่ายงานให้พี่พจน์แล้ว ถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ก็มีนิดหน่อยค่ะ แต่จียอนก็ทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่แล้ว" ปัญหาที่เราบอก มันเกิดจากอะไร ?   "ถ้าปัญหามาจากตัวจียอนเอง จียอนพร้อมที่จะขอโทษทุกๆ คนอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่ใช่ปัญหาจากหนูหนูก็เลยไม่รู้ว่าจะทำยังไง แต่จียอนก็ทำงานทั้งหมดตามที่เขาวางแพลนไว้" อยากฝากบอกอะไรคนที่เข้าใจเราผิดไหม ?   "ช่วงนี้โซเชียลมีเดียมันเร็วมากค่ะ อยากให้ทุกคนเสพข่าวที่มันถูกต้อง บางทีอาจจะมีพาดหัวข่าวที่ดูแรงเกินไปทำให้คนอ่านเข้าใจผิดเยอะ อยากให้อ่านข่าวให้ดีๆ ก่อนค่ะ" กลัวคนจ้างงานท่านอื่นเขาเข้าใจเราผิดไหม ?   "อยากให้เขาเห็นตัวตนของจียอนเองดีกว่าค่ะ เพราะว่าเวลาจียอนทำงายจียอนก็ทำเต็มที่อยู่แล้ว" อ่านข่าว เจมส์ มาร์ ไม่รู้เรื่อง!! สาเหตุ จียอน ถูกถอดจากหนัง ยันไม่ใช่การสร้างกระแส!! ซอ จียอน ซอ จียอน ซอ จียอน ซอ จียอน ซอ จียอน

สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!
เคน ภูภูมิ /  ข่าว เคน ภูภูมิ / 

  เรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับ สาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มีข่าวเรื่องเบี้ยวงาน ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้น หนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงของชาวโซเชียล รวมทั้งออแกไนเซอร์ผู้จัดงาน ดีเจเอกกี้ และแฟนหนุ่มอย่าง เคน ภูภูมิ แถมยังมีคนขุดภาพ หนุ่มเคน นั่งตักแม่เอสเธอร์ เอามาด่าอีกต่างหาก ล่าสุดเจอเจ้าตัวในงานแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Beautylabo Whip Hair Color ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวชี้แจงถึงประเด็นเบี้ยวงานว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ออแกไนเซอร์พูดทุกอย่าง ทั้งยังขอบคุณที่ออกมาชี้แจงด้วย ส่วนกับ หนุ่มฌอห์ณ เองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลังจากละครเงาอโศกจบไป ยอมรับว่าเครียด แต่ไม่คิดฟ้องคนที่คอมเม้นท์ในไอจี ส่วนประเด็นดราม่า หนุ่มเคน นั่งตักแม่ มองว่าเป็นเรื่องน่ารัก เชื่อคนที่เกลียดตนย่อมหาเรื่องมาด่าได้เสมอ ยันความรักยังหวานวาเลนไทน์มีให้ของขวัญกัน เป็นไงบ้างคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชี้แจงในมุมของเรา เริ่มต้นจากวันนั้นที่เขาติดต่อมา   "คือเริ่มแรกทางออแกไนเซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้นก็มีการโทรมาแคนเซิลกับทางคุณแม่ เราก็โอเค แคนเซิ้ลไม่เป็นไร ก็ไม่ได้คิดอะไร เฉยๆ ไม่เป็นไร ติดต่อมาอาจจะแคนเซิ้ลได้บ้าง อาจจะเพราะงานไม่ตรง อะไรอย่างนี้ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา มันกลายเป็นผลลัพธ์ว่าเราเบี้ยวงาน เราไม่ไปงาน ทีนี้คือเหมือนหนูก็กลายเป็นเราเสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน เราไม่ได้เป็นคนแคนเซิ้ลงาน แค่นี้เอง เราอยากจะชี้แจงว่าเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน ถ้าอย่างนี้มันกลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน เราไม่ไปตามงาน ถ้าอย่างนี้ใครจะกล้าจ้างเราอีกล่ะ มันก็เลยเป็นที่มาแบบนี้" ได้ถามไหมว่าตอนที่เขาแคนเซิลเพราะอะไร   "ก็ตามออแกไนเซอร์ชี้แจงค่ะ ซึ่งหนูก็ต้องขอบคุณออแกไนเซอร์มากๆ ค่ะ ด้วยการที่เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยข่าวที่มันค่อนข้างจะแรง แล้วหลายคนก็ตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันนั้นปุ๊บ ทางออแกไนเซอร์ก็เป็นคนคุยกับคุณแม่ว่าจะขอออกมาขอโทษด้วยตัวเอง แล้วก็ออกมาชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเราต้องขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ ทำให้พบว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน ทางออแกไนเซอร์เป็นคนแคนเซิลงาน" ตอนนั้นทางออแกไนเซอร์แคนเซิลงานเขาให้เหตุผลว่ายังไง   "เป็นอย่างที่เขาชี้แจงหมด ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไปเลย คือเขาคุยกับคุณแม่ ซึ่งรายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ คือบางทีหนูกับคุณแม่อาจจะไม่ได้คุยกันทุกรายละเอียดงาน" คุณแม่มาบอกเหตุผลเราว่าพี่ฌอห์ณไม่อยากร่วมงานกับเราไหม   "ไม่ได้บอกค่ะ บอกแค่ว่าแคนเซิล แล้วหลังจากนั้นเราก็รู้จากออแกไนเซอร์ชี้แจง" พอออแกไนเซอร์บอกว่าไม่อยากร่วมงานกับเรารู้สึกยังไง   "หนูก็อยู่อย่างนี้ (หน้าเหวอ) เหรอ เพราะว่าตัวเราไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะเราก็คอนเฟิร์มงานไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งรายละเอียดมาทุกอย่างแล้ว ในชื่อก็จะมีชื่อเราสองคนด้วย แต่ว่าพอออกมาแล้วหนูก็งงๆ น่ะค่ะ" แอบมีเสียความรู้สึกไหม   "นิดนึงค่ะ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว ก็โดนแคนเซิลงานอยู่แล้ว แล้วพอทราบเหตุผลแล้วก็ไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง อึนๆ แล้ว แต่ไม่เคยเจอ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต" ก่อนหน้านี้ได้คุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ไม่ได้คุยเลยค่ะ ไม่ได้คุยมานานมาก ตั้งแต่หลังจากที่ถ่ายเงาอโศก เป็นปีแล้ว" เรามีเรื่องบาดหมางกันหรือเปล่าถึงไม่คุยกัน   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหากันเลย เพราะตอนถ่ายเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้าย คืนละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่า เป็นยังไงบ้าง ได้ดูละครไหม ก็ตอบตามปกติว่า เฮ้ยดี ดู แล้วพี่ดูหรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลย" เครียดไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนมองว่าเราผิดด้วย   "เครียดมากเลย แบบ โอ๊ย อะไรเนี่ย รู้สึกแย่ เสียใจ รู้สึกว่าคนเรายังไม่ได้ออกมาพูดก็เลือกตัดสินจากแค่เห็นภาพข่าวแล้ว แล้วคือมันไม่ได้กระทบต่อตัวหนูด้วย ซึ่งมันกระทบต่ออีกหลายๆ ฝ่าย ช่างหน้า ช่างผมที่เราดีลไว้แล้ว เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแล เราก็ต้องยกเลิกกะทันหัน กลายเป็นรู้สึกเกรงใจ เพราะเขาต้องเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย" ทางออแกไนเซอร์ออกมาขอโทษกับคุณแม่ด้วย   "ใช่ ซึ่งน่ารักมาก อันนี้หนูต้องขอบคุณมากๆ รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ต้องออกมาด้วยตัวเอง" แต่คนมองว่าการที่เขามาขอโทษทำให้เกิดการเลือกทีม   "มองว่าอย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเรา อาชีพนักแสดง การทำงานของเรา เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของเราด้วย เพราะว่าเราต้องทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัวไปอีก ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย" เครียดไหม   "เครียด ยอมรับว่าเครียดมาก ทำตัวไม่ถูกเลย ช่วงนั้นหนูไม่เข้าโซเชียลเลย ไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไรเลย แต่หนูว่า คนแหละ ด้วยโซเซียลมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก ก็คนเราเลือกตัดสิน มันก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็เช็กง่ายมากเลย แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำโดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตาเขา เราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดแบบไหน จะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้" โดนโจมตีค่อนข้างหนักคุณแม่ว่าไง   "น่าสงสาร คุณแม่หนูแก่แล้ว 50 แล้วนะคะ อย่าอะไรกับแม่หนูเลย" จะโทรไปคุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ก็คงไม่ไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดีลกับแค่ออแกไนเซอร์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอร์นเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องโทรไปค่ะ" เราอยากถามเหตุผลไหมว่าพี่ฌอห์ณให้เหตุผลอย่างนั้นจริงไหม   "ถ้าขนาดนี้แล้วก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว" คนเขาว่าออแกไนเซอร์เข้าข้างเรา   "หนูว่าออแกไนเซอร์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้น เกี่ยวเราหนูไม่รู้ แต่ว่ากับออแกไนเซอร์ไม่ได้รู้จัก อย่างที่บอกไปคือเหรียญมันมีอยู่สองด้าน อยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรมันเป็นอะไร คือเราก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้นะความจริง ก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองว่ามันเป็นยังไง" เห็นว่าออแกไนซ์สนิทกับเคน   "ไม่สนิทค่ะ พี่เคนก็เพิ่งกับหนู เป็นติ่งหนู เพราะวันนั้นเราไปโบสถ์กัน" ข่าวนี้ให้อะไรกับเอสเทอร์บ้าง   "ให้เยอะเลยนะคะ อาชีพ การทำงาน ประสบการณ์การทำงาน เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งประสบว่าคนในโซเชียลมีผลต่อความรู้สึก จิตใจเรามากแค่ไหน เขากดแจกสตรอว์เบอร์รี่เรามา เราก็รู้สึกมาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกับคนในนั้นเลย แต่ว่าเรากลายเป็นเครียดได้ เป็นประสบการณ์ชีวิตค่ะ วันหลังก็จะระมัดระวังในการเล่นโซเชียลมากขึ้น" เราติดใจไหมที่คนมองเราในแง่ลบมากกว่าแง่บวก   "ใช่ คนมองเราในแง่ลบมากกว่า" พี่เอกกี้ก็ออกมาปกป้องฌอห์ณ   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้เจอพี่เอกกี้ แล้ววันนั้นก็ไม่ได้ไปทำงาน" อย่างนี้อนาคตจะร่วมงานกับพี่เอกกี้-พี่ฌอห์ณได้ไหม   "สำหรับตัวหนูอย่างที่บอกว่าตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ว่าถ้าตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้ว" เห็นบอกว่าจะมีละครด้วยกันอยู่   "อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ด้วยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีติดต่อมา เพราะว่าปีนี้แพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะคุยกับทางผู้ใหญ่ก็ไม่มี ละครคู่กันไม่มี ผลงานร่วมกันไม่มี" ล่าสุดมีดราม่าเคนนั่งตักคุณแม่   "คนมันเสียแล้วแหละ คนจะว่าเรายังไงก็ขุดเรื่องอื่นมาว่าได้ อยากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทน คือจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากนะคะ พี่นั่งตักแม่หนู เป็นภาพที่น่ารักนะ คือหนูว่าคนมันจะเกลียดมันก็เลือกที่จะด่าได้อยู่แล้วแหละ แต่ว่าถ้ามองกลับกันคนเป็นแม่ แม่หนูแก่แล้ว เขาเห็นลูก ลูกก็เป็นเด็กในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด แล้วหนูว่ามันเป็นการแสดงออกที่น่ารัก คนเราแสดงความรักกัน ไม่ได้กระทบกับคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย" คุณแม่ว่ายังไงบ้าง เพราะคนไปคอมเม้นท์ในไอจีค่อนข้างแรง   "ช่วงนั้นคุณแม่ก็ไม่เล่นโซเชียลเลย ปิดทั้งคู่ ไม่ได้ลบรูป" ต้องระวังตัวมากขึ้นไหม   "จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่ได้มีปัญหา คนก็ยังชมว่าน่ารัก พอตอนมีปัญหาคนก็มาด่า อย่างที่บอกคนจะด่าก็หาอะไรมาด่าได้อยู่แล้วแหละ" คุณแม่เป็นยังไงบ้าง   "ตอนนี้ดีขึ้นนิดนึงแล้ว แต่ว่าก็เป็นห่วงท่านอายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด เพราะเครียดแล้วสุขภาพก็จะตามมาด้วยไ แบบนี้คุณแม่จะเกร็งไม่กล้าถ่ายรูปแนบชิดแล้วไหม   "ไม่รู้ค่ะ ถึง ณ ตอนนั้น เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างที่บอกเราไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเลย" ส่วนตัวรู้สึกผิดไหมที่ทำแบบนี้แล้วให้แม่โดนด่า   "คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะ ด้วยอาชีพการงานเราก็เข้าใจแหละ ถ้าคิดกลับกันถ้าคุณเป็นคนโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยก็ต้องมีกระทบ เสียความรู้สึกกันบ้างแหละ เครียดอยู่แล้ว" เคยคิดจะฟ้องคนที่มาเขียนคำไม่สุภาพกับเราไหม   "อย่าเลย มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทัน เลือกที่จะไม่เสพดีกว่า หาความสุขกับคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย อย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากเลย แค่นี้ก็จะแย่แล้ว" เคยคิดจะตั้งไพรเวทตัวเองไหม   "ไม่เคยค่ะ" แล้วจะโชว์ความหวานกับเคนไปเรื่อยๆ ไหม   "ก็ลงรูปปกติ เมื่อวันที่ 14 ก็มาให้กำลังใจพี่เคนด้วย ทำให้เรารักกันมากขึ้นไหม จริงๆ แล้วพี่เขาก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีในตอนที่แย่มากๆ เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวติดยึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาก็ให้คำแนะนำที่ดี จับมือกันแน่นขึ้น" เห็นวันที่ 14 กุมภามีซื้อของให้กันด้วย   "ไม่มีอะไร เป็นแค่ดอกไม้" เคนบอกว่าแม่ถ่ายรูปคู่ให้   "ใช่ แม่มาถ่ายรูปให้ ไปกินข้าวด้วยกัน หนูว่าอบอุ่นดีค่ะ บางทีก็เกรงใจว่าคนอื่นมาถ่ายให้เกรงว่าเขาจะไม่รู้มุม เราไม่สามารถสั่งได้ แม่จะรู้มุมเรา เวลาแม่อยู่ด้วยไม่เขินค่ะ เป็นปกติทุกอย่าง เพราะถ้ารู้จักคุณแม่จริงๆ จะวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เป็นเพื่อนคุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ" เขาชนะใจแม่ก็ผ่านฉลุยเลย   "ก็เรียกว่าคุยกันแล้วคลิกกันมากกว่า สบายๆ ทั้งคู่" เห็นว่าทำโฟโต้บุ๊กให้เคนด้วย   "เป็นสแครบบุ๊กค่ะ เป็นเหมือนสมุดภาพให้เขาค่ะ เขาให้ดอกไม้ รูปโมเม้นท์หวานๆ ก็ไม่เยอะ ที่ไปเที่ยวถ่ายเก็บๆ มารวมให้เขาเอง" เสร็จงานแล้วจะไปไหนต่อ   "ไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีก็เลยรอกลับพร้อมกัน งานคู่ก็ยังไว้ก่อน จริงๆ ก็มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่พร้อมค่ะ" อ่านข่าว แรงเฟ่อร์!! ชาวโซเชียลถึงกับแจกยาแก้คัน แม่เอสเธอร์ หลังเห็นภาพถ่ายคู่ เคน ภูภูมิ แบบนี้!! เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

เกรท วรินทร แพลนบวชปีนี้ ย้ำหัวใจยังไร้คนดูแล อาย-พรีม แค่น้อง!!
เกรท วรินทร /  ข่าว เกรท วรินทร / 

  เรียกได้ว่ามีงานรุมตลอดทั้งปีเลยทีเดียว สำหรับหนุ่มฮอตมาดเข้ม เกรท วรินทร ที่ล่าสุดได้ไปร่วมงานเปิดตัวคอฟฟี่ ดรีมมี่ (โฉมใหม่) ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก ณ โรงแกรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว งานนี้ หนุ่มเกรท เผยข่าวดีแพลนบวชทดแทนคุณพ่อแม่ภายในปีนี้ พร้อมทั้งเคลียร์หัวใจไร้คนดูแล ยันไม่ได้เจ้าชู้แค่เป็นคนอารมณ์ดี อาย กมลเนตร และ พรีม รณิดา แค่น้อง!! เป็นไงคะ พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ล่าสุด   "รู้สึกดีใจมากครับ ขอบคุณมากๆ ที่ทางคอฟฟี่ดรีมมี่ให้ผมมาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ ก็ตอบโจทย์เพราะว่าทีมผู้บริหารอยากได้คนเฟรนด์ลี่ เข้มข้น เข้ากับอะไรก็ได้" ได้ข่าวว่าจะบวช   "เรียกว่าตั้งใจไว้ว่าจะอุปสมบท แต่ว่าต้องรอระยะเวลาที่เหมาะสม ผมเชื่อว่าผู้ชายทุกคนน่าจะมีความตั้งใจนี้ แล้วตอนนี้ผมก็ 32 แล้ว สักครั้งนึงก็ตั้งใจว่าจะทำสิ่งนี้ แต่ว่ายังไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน มีความเป็นไปได้ภายในปีนี้ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูฤกษ์ ดูคิวละครด้วย หลายๆ อย่าง" ได้บอกคุณแม่หรือยัง   "บอกแล้ว" เห็นบอกตั้งใจจะบวชพร้อมพี่กอล์ฟ   "ยังๆ ยังไม่ได้ชวนกัน ก็คุยๆ กันไว้เฉยๆ แต่ว่าก็แล้วแต่ฤกษ์ อันนี้ยังไม่ให้อยากออกไปเยอะ เพราะว่าเป็นห่วงเรื่องฤกษ์ด้วย" แล้วอย่างเรื่องงานล่ะ จะมีอะไรบ้างในปีนี้   "ตอนนี้ผมยังถ่าย My Hero อยู่ ซึ่งมันก็มีทั้งหมด 5 เรื่อง แต่ว่าของผมมันก็เป็นหนึ่งในนั้น มันก็ต้องไปแจมอีกทั้งหมด 4 เรื่อง ก็คือยังต้องพัวพันในอีกหลายๆ เรื่อง ฉะนั้นก็ต้องดูหลายๆ อย่างในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ละครเรื่องอื่นยังไม่ได้รับครับ ตอนนี้ถ้าเกิดเป็น มนตราลายหงส์ ที่ผมถ่ายอยู่ก็ยังได้ไม่เยอะ เพราะว่าเพิ่งเริ่มถ่ายได้ไม่นาน แต่จริงๆ ก็อยากจะบวชให้ได้ภายในปีนี้" ได้ถามพระท่านไหนที่นับถือเป็นพิเศษไหม จะบวชที่บ้านเกิดหรือเปล่า   "มีครับ แต่ว่าถ้าสมมติว่าได้บวชตั้งใจว่าจะไปอยู่บ้าน ที่เพชรบูรณ์ แต่ว่าตอนนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่ายังไม่มีอะไรที่ชัดเจน ก็เลยยังไม่สามารถพูดอะไรได้มาก กลัวบอกไปแล้วพอถึงเวลาจังหวะมันเลื่อน มันจะไม่ดี เป็นเพียงความตั้งใจของเราที่อยากจะทำให้ได้ น้องชายก็จะเรียนจบแล้วด้วย ก็อยากทำให้ได้ ด้วยตัวผมเอง ผมมองว่าจะน่าจะถึงจังหวะที่ดีที่จะบวชได้แล้ว จะว่ายังไง กลับมาทำงานเต็มที่ก็ค่อยว่ากัน" มีโอกาสจะบวชพร้อม กู๊ด ไหม   "ขานั้นให้เขาทำงานก่อน ให้เขามีสติสตังมากกว่านี้ก่อน (หัวเราะ) ปีนี้ กู๊ด ก็เรียนจบแล้ว ก็เบาใจ เพราะว่าพอเขาไปอยู่ต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้มันก็ติดต่อกันง่าย เหมือนอยู่ใกล้กันตลอด คิดถึงตลอด เป็นห่วงเรื่องการใช้ชีวิต แต่ว่าคนเราต้องโต ต้องดูแลตัวเอง สิ่งที่ภูมิใจในตัวเขาคือ เขาเป็นคนที่ตั้งใจเรียน เป็นคนสมองดี ทุกอย่างค่อยข้างเป็นที่น่าพอใจ" ถ้าข่าวงานบวชออกไป สาวๆ ไม่แย่งกันถือหมอนเหรอ   "งั้นต้องถือหมอนข้างแล้วหละ อย่าพูดไป (หัวเราะ) ไม่มีๆ คือตั้งใจบวชให้พ่อแม่" เรื่องของเราเป็นสายเต๊าะ เต๊าะสาวหลายคน หยอดไปเรื่อย ล่าสุดกับน้องอาย มียินดีกับน้อง   "บ้า จริงๆ เราไม่ได้เต๊าะนะ จริงๆ ถ้าเกิดเห็นผม ผมก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว เราไม่ได้เต๊าะ กับอาย สนิทอยู่แล้ว ก็แสดงความยินดีกับเขาด้วยจริงๆ เพราะว่าเขาได้รางวัล เพราะว่าช่วงที่มีประกาศรางวัล เรายังคุยกันอยู่เลยว่ายังดีใจกันอยู่เลย เพราะว่านางอายก็เข้าชิง ส่วนตัวผมเองก็มีรายชื่อเข้าชิงด้วย อายก็มี ยังคุยกันอยู่ว่าจะนัดกันไปไหม แต่ว่าวันนั้นผมติดงานเลยไม่ได้ไป" ปกติไม่เคยเห็นเกรทลงอวยขนาดนี้   "จริงเหรอ ผมก็อวยบ่อยนะครับ แต่ว่าอันนี้น้องอายเป็นคนสนิท เป็นน้องรักคนนึง เพราะว่าผมกับอายจะรู้วิธีการทำงาน เวลาทำงานเขาเป็นคนตั้งใจ เพราะตั้งแต่เล่น ซิกเซ้นส์ด้วยกันมา เคยเห็นตั้งแต่อายเล่นละครไม่มองตา มองแต่หูผม แล้วเราก็เห็นพัฒนาการว่าเขาเป็นคนที่ใช้ใจทำงาน ก็ภูมิใจกับเขา" น้องอายเป็นสเป็กไหม   "สเป็กผมมีหลากหลายรูปแบบ (อย่างน้องพรีม) อันนี้ไม่ได้หยอด แต่มันเป็นลักษณะพูดคุย แต่ว่าเดี๋ยวนี้นะ ต้องบอกเลยว่าในโซเชียลน่ากลัวมาก แค่นี้ยังเป็นข่าวเลย นี่แสดงความยินดีกับน้องจริงๆ ไม่ได้เกินเลย บางครั้งเวลาเราจะไปเม้นท์ใครก็ต้องระวัง เราก็ชมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หยอด" อย่างน้องพรีมล่ะ   "น้องก็โตแล้ว อายุ 20 แล้ว ก็สวย โตขึ้น คือมีช่วงนึง รู้สึกว่ากลัวเหมือนกัน กลัวในที่นี้คือเดี๋ยวน้องเข้าใจผิด เพราะเป็นข่าวกับน้องก็บ่อย แต่ว่าเราไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าตั้งแต่ตอนเล่นคุณชายด้วยกันแล้ว แรกๆ ก็กลัวว่าน้องเขาจะกลัวเรา แต่จริงๆ ไม่ได้มีอะไร สบายๆ หลังๆ มาไม่ค่อยได้เจอกับน้อง" กลัวหนุ่มๆ จะไม่เข้ามาหาน้อง เพราะกลัวพี่เกรท   "ต้องกลัวว่าสาวๆ จะไม่กล้าเข้ามาหาผมมากกว่า ตอนนี้นิ่งสนิทมาก ผมไม่ได้กั๊กนะ คือน้องก็ถ่ายละครปกติ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับผมเลย ใครจีบน้องก็ไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้ว ใครจะจีบน้องก็ได้ ตอนนี้ไม่ได้จีบน้องนะ" มีเพื่อนในวงการมาถามว่าได้จีบน้องไหม   "ไม่มีๆ ถ้ามีเข้าใจผิดกับอายก็มี แต่พรีมไม่มี กับอายเพราะว่าได้ทำงานด้วยกันอย่างต่อเนื่อง จากเดอะ ซิกเซ้นส์ต่อมาก็เป็นเจอร์นีเดอะซีรีส์ ภาพความสนิทมันก็เลยชัดเจน แต่ว่ายังยืนยันว่ายังเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันเหมือนเดิม" หัวใจตอนนี้ล่ะ   "หัวใจตอนนี้เป็นสีแดง เต้นแรงๆ แต่ว่ายังไม่มีใครมาดูแล สับขาหลอกเก่งหรือเปล่า ผมชอบเตะฟุตบอลครับ แต่ว่าไม่ถนัดในการสับขาหลอกเท่าไหร่ จริงๆ พอเรายิ่งโตขึ้นเราก็จะมีมุมมองเรื่องพวกนี้ที่มากขึ้น พูดง่ายๆ ผมเป็นคนเรื่องมาก ชอบดูแลตัวเอง ทำอะไรทำด้วยตัวเอง แต่ว่าถ้าเกิดเมื่อไหร่ที่จะมี ก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง พอถึงเวลาที่เหมาะสมมันก็จะมี แต่เพียงแค่ทุกวันนี้ไม่ได้ไปจบคนนั้น คนนี้ อยากมีแฟน ไม่ได้ขนาดนั้น เพราะว่าทุกวันนี้ก็มีเรื่องรับผิดชอบเยอะมาก ไม่มีใครกล้าเข้ามา ที่บอกว่าเข้าชู้ก็อยากจะบอกว่าผมเป็นคนบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ขนาดนั้นอย่างที่ทุกคนคิด คือเราเป็นคนอารมณ์ดี ถ้าเป็นไปได้อยากได้แฟนที่ไม่ต้องมีชื่อเสียงมาก จะในวงการหรือนอกวงการก็ขอเป็นคนธรรมดาๆ ดีกว่า ตอนนี้ก็คุยได้เรื่อยๆ ยังไม่มีเป็นแฟน" เกรท วรินทร เกรท วรินทร เกรท วรินทร เกรท วรินทร เกรท วรินทร

หนิง ปณิตา นอยด์ น้องณิริน ถูกวิจารณ์แก่แดด พร้อมปั๊มลูกคนที่ 2!!
หนิง ปณิตา /  ข่าว หนิง ปณิตา / 

  ถือว่าเป็นคุณแม่สายสตรองจริงๆ สำหรับ หนิง ปณิตา ที่ควงลูกสาวสุดน่ารัก น้องณิริน ปณิริน มาร่วมงาน "ศึกท้าซักสูตรเข้มข้น 1 ช้อนปะทะ สูตรมาตรฐาน 10 ช้อน ของบรีส เอกเซล" ณ บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า รัชดาภิเษก เจ้าตัวเผยว่ากรณีดราม่าที่มีคนวิจารณ์ลูกสาว น้องณิริน แก่แดดไม่มีมารยาทตนค่อนข้างเฟล ยันสั่งสอนลูกตลอด พร้อมเตรียมปั๊มลูกคนที่ 2 แต่ยังไม่สำเร็จเพราะมาป่วยซะก่อน ส่วนเรื่องทวงเงิน เมย์ พิชญ์นาฏ ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เพราะก่อนหน้านี้มีการตกลงกันว่าถ้าใครมาขอแต่งงาน เมย์ จะต้องจ่ายเงินให้ตนกับ อั้ม พัชราภา คนละหนึ่งแสนบาท!! พูดถึง เรื่องงานพรีเซ็นเตอร์คู่กับน้องณิริน   "จริงๆ แล้วเป็นปีที่ 2 แต่ว่าไม่ค่อยได้ออกอีเว้นท์" วันนี้คู่กับหนุ่มหล่อด้วย   "ตื่นเต้นมากแต่ว่าแสดงออกมาไม่ค่อยได้(หัวเราะ)" แอบเห็นน้องณิรินบนเวทีซักผ้าคล่องแคล่วมาก   "ที่จริงอยู่บ้านน้องจะเป็นคนค่อนข้างทำอะไรเองทุกอย่าง ทานข้าวเสร็จก็เก็บเองล้างเอง ซักผ้ากับพี่เลี้ยงก็ได้แต่ใช้แทนสบู่อีกกะละมังหนึ่ง" เวลาเลี้ยงน้อง จะค่อนข้างปล่อยให้น้องลุยเองจริงไหม   "น้องค่อนข้างลุยมาก ล่าสุดนางไปทำนา ปลูกข้าวเก็บไข่ น้องทำอะไรทุกอย่าง เราก็อยากให้ เวลาเราไม่ได้อยู่กับน้อง อยากให้น้องสามารถดูแลตัวเองได้ไม่เป็นภาระคนอื่น"   "ตอนนี้ก็ยังแอบลุ้นว่าน้องจะหงุดหงิดมากมั้ยเพราะว่าน้องอารมณ์ไม่ค่อยดีตั้งแต่บ่ายๆ เราก็คุยกันก่อนว่าณิริน มีมารยาทหน่อยนะลูกไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนเขียนด่าได้อีก รอบที่แล้วมีคนมาเขียนว่าน้องแก่แดดไม่มีมารยาท เราก็แอบเสียใจ แต่เราก็จะเล่าให้ลูกเราฟัง ว่ามีคนบอกว่าหนูไม่สวัสดี คนไม่ยิ้มไม่ทักทายใคร เราก็บอกว่ามันไม่ดีนะ"   "ก็เสียใจนะ เพราะเด็ก 3 ขวบกว่า เอาอะไรกับน้องมาก คาดหวังอะไรกับเด็กก็ไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราเข้าใจ ไม่เป็นไร แต่เรื่องที่ว่าก็เป็นแค่แว้บเดียวเท่านั้นและ ก็บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่คนเข้ามาคอมเม้นท์ในโซเชียล และหนึ่งก็เชื่อว่า 100% ไม่มีคนเห็นด้วยกลับ ที่เว็บออกมาเขียน" แล้วพี่จินเห็นหรือยัง   "เห็นแล้วว่าเขาโกรธมากก็บอกอย่าให้รู้ว่าเป็นใครเขียน เขาไม่ยอมแน่แล้วเขาก็ว่าหนูนะว่าเธอรู้แล้วนี่ว่าเป็นใครทำไมไม่ยอมบอกแต่เราก็รู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ไร้สาระ"   "แล้วต้องบอกก่อนว่าเด็ก 3 ขวบกับโซเชียล เป็นเรื่องอันตรายมากเพราะว่าเขาสามารถรับรู้ได้ไว ก็จะสอนเสมอว่า ถ้าณิรินทำไม่ดีคนก็ว่าณิริน ถ้าณิริน อยากให้คนรักก็ต้องทำตัวดีๆ จะให้ ณิริน เล่นโทรศัพท์ 15 นาทีต่อวันซึ่งน้อยมาก นี่ก็ติดหวัด น้องณิริน แอดมิดไป 4 วัน" เรื่องจะมีน้อง   "ตอนนี้ก็ยังไม่มี ยังอยู่ในขบวนการพบแพทย์ เราไม่สบายก็อาจจะทำให้ไม่สมหวัง ร่างกายไม่แข็งแรง แต่ก็ยังจะเดินหน้าต่อไปขออีกสักครั้งหนึ่ง" คุณหมอแนะนำว่ายังไง   "ก็แนะนำว่าให้พักผ่อน ให้เพียงพอตอนนี้ก็เหมือนเตรียมใส่ตัวอ่อน ให้เขาเจริญเติบโต แต่พอดีเราไม่สบายก่อน ก็ต้องมาดูแลตัวเราทำให้ไม่สำเร็จ ช่วงนี้ก็จะพยายามออกกำลังกาย ทำให้เราแข็งแรงเพราะว่าเราทำอะไรแบบนี้ ร่างกายเรามันก็จะอ่อนแอด้วยเรื่องของยา" น้องณิรินอยากมีน้องไหม ณิริน : "อยากมี น้องผู้ชาย ให้ชื่อปริญ" มีกำลังใจส่งให้เยอะไหม   "ก็มีเพื่อนๆ ในกลุ่มน่ารักๆ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะแย่มาก เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ดีขึ้น" เห็นล่าสุด โพสต์ทวงเงิน เมย์ พิชญ์นาฏ ห้าหมื่นบาท   "คือมันมีการตกลงกันเอาไว้ว่าสมมตินางได้แต่งงานหรือว่ามีคนมาขอ นางจะต้องจ่าย จริงๆ รู้สึกว่าจะต้องจ่าย หนึ่งแสนบาท ให้หนิงแสนนึงให้อั้มแสนนึงแต่ก็มีการขอกันจองกันเพราะว่าถึงเวลาอะไรนะที่จะต้องจ่ายแล้วเพราะตอนที่นางยังไม่มีใครเราก็ดูแลนางคราวนี้เราก็ต้องเรียกคืนได้" คุณเมย์ว่าไงยอมจ่ายไหม   "เขาก็บอกว่าเงินน้องพี่เอาได้ลงหรอ พี่ก็บอกว่าพี่เอาค่ะ เป็นค่ากลางของน้องณิริน ใช่ไหมคะ" ณิริน : "ใช่ค่ะ" หนิง : "ตอนนี้ก็ยินดีกับเขาอะไรที่เขามีความสุขเขาเล่าให้ฟังเวลาเราเห็นรอยยิ้มเขาเราก็ดีใจไปกับเขาด้วย ส่วนเรื่องเวลานี้หนิงยังไม่แน่ใจ"   "เรื่องความสัมพันธ์ของอั้มกับฟลุ๊ค อันนี้หนิงไม่ทราบเลย ตอนนี้ก็เดินหน้าดูแลตัวหนิงเอง" หนิง ปณิตา กล่าวทิ้งท้าย หนิง ปณิตา น้องณิริน   หนิง ปณิตา น้องณิริน   หนิง ปณิตา น้องณิริน   หนิง ปณิตา น้องณิริน   น้องณิริน ลูกสาว หนิง ปณิตา  

ฌอห์ณ ยันร่วมงาน เอสเธอร์-เคน ได้ ย้ำชัด
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

  กลายเป็นมหากาพย์ไปซะแล้ว สำหรับกระแสดราม่าความขัดแย้งระหว่างพระเอกหนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ กับนางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ล่าสุด หนุ่มฌอห์ณ ได้มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดในงาน "สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี10" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "คนหล่อพอเพียง" เจ้าตัวได้บอกว่าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าไม่อยากมีปัญหากับใคร คนวงการเดียวกับน่าจะเข้าไปไม่ช้าก็เร็วต้องเจอเหมือนกันประเด็นดราม่า ในมุมของฌอห์ณ เป็นยังไงบ้าง   "ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดเพราะว่าทางผู้จัดการและทางผู้ใหญ่ของผมได้พูดไปหมดแล้ว ปัญหาทั้งหมด มันเป็นการคุยติดต่องานที่ไม่ตรงกัน ตั้งแต่แรก แล้วตอนท้ายก็ต้องถามผู้ว่าจ้างว่าอยากได้งานแบบไหนอยากได้งานคู่ งานเดี่ยวก็ต้องถามลูกค้าว่า เขาจะเลือกคนไหน ส่วนตัวผมไม่เคยมีปัญหา ในการทำงานอีเว้นท์ เรื่องที่มีปัญหาอาจจะมีการบอกต่อที่ไม่ตรงกันในเรื่องของเวลา และตัวเราเองก็ได้คุยกับทางลูกค้าแล้ว ว่าปัญหามันคืออะไร เข้าใจตรงกันไหม พอเรื่องมันเล่าปากต่อปาก มีทางอารมณ์ คำพูด เข้ามา ปัญหามันก็ เลยบานปลาย ส่วนหน้าที่ผมตอนนี้ก็คือชี้แจง ในส่วนของการทำงานที่มีปัญหา"เราไม่ได้ออกปากว่าไม่อยากร่วมงาน   "ไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นอยู่แล้วเพราะว่า ก็อย่างที่บอกไป ทั้งคู่ก็ต้องคุยกันใหม่ คุยเรื่องของ นักแสดงต้องทราบอยู่แล้ว ว่ามีเงื่อนไข หรือ อะไร ที่ไม่เหมือนกัน"ส่วนตัวตอนนั้นเรารู้ไหมว่ามาจากเอสเธอร์   "เรารู้เองครับก็รับงานปกติอย่างที่ ผู้จัดการเป็นคนแจ้ง และหลังจากนั้น 3 วันเราก็รู้จักการโพสต์ ig ของคนอื่น และผมรู้สึกว่ามันไม่ได้มีปัญหาเรื่องบุคคล มันมีปัญหาเรื่องของการคุยงาน ที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ บอกตรงๆก็ได้ ยังไงก็ได้ เพียงแค่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแค่นั้นเอง รู้สึกโกรธมั้ยที่เค้าออกมาแฉเราขนาดนั้น   "ไม่ครับที่บ้านผมไม่มีใครโกรธเลย"และอย่างที่เขาให้รายละเอียดว่าเราไม่สามารถร่วมงานกับเอสเธอร์ได้   "ก็อย่างที่บอกครับความจริงก็คือความจริง คือผมไม่ได้มาดูโพยตีพายโชคดีที่มีผู้ใหญ่หลายท่านที่ อยู่ในเหตุการณ์ เข้ามาช่วย ก็ขอบคุณ พี่เอกกี้ด้วย ถ้าไม่ได้ท่านก็คงแย่ ได้ไปเคลียร์กันบ้างไหมไม่ได้เคลียครับ ไม่มีใครติดต่อมาก็เลยไม่ได้ติดต่อกัน เพราะเรารู้ว่า ทุกคนได้บอกเหตุผลของตัวเอง ที่เข้าใจไปกันหมดแล้ว ต่อไปคือถ้าจะทำงานกันใหม่ก็ดีงานกัน แค่นั้น"ในเรื่องของวินัยที่บอกว่าเรามาสาย เขาบอกณอห์ณว่าอย่างไร   "ประมาณบ่าย 2 นะครับ และผมก็มาบ่าย 2 งานเริ่มบ่าย 3 14.15น. ผมยังขอเขาไปเข้าห้องน้ำอยู่เลย พี่เอกกี้มา 14:15 ผมก็ยังยืนคุยกับแกอยู่เลย เข้าจริงๆนะครับ ในฐานะนักแสดงผมว่า เรียงวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญ มาก และยิ่งทำงานชั่วโมงนึงคุณมาเลทมันก็แย่ แล้วครับ และผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าผิดพลาดและตัวผมก็รู้ ว่าเรามากี่โมงถ้าสมมุติ ผมมาสาย จริง ผมเดินเข้าไปคุยกับเจ้าของงานตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนั้นพี่นักข่าวก็อยู่ ตัวผมรู้ว่าเป็นยังไงและทางผู้ใหญ่เองก็เห็นเขาก็เลยไม่โกรธ"งงไหมว่าทำไมมาถึงจุดนี้   "ไม่งง หรอกครับคนเราก็มีหลายแบบมี เหตุผล หลายประเภท"ถือว่ายังร่วมงานกันได้อยู่ไหม   "จ้างมาคุยให้ตรง และผมจะไป"และอย่างที่มีกระแสดราม่ามีการแบ่ง แยก คิดว่ายังไง   "คือผมไม่เห็นด้วยนะที่มีการแบ่งแยก คือเราเป็นพี่น้องในวงการเดียวกัน นะครับ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องเจอ ยังไงก็แล้วแต่ผมก็ยังอยากมองหน้าได้ปกติ และก็รู้สึกว่า มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับการไปแจกผลไม้ มันไม่ใช่เทศกาลนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่ารัก คือการแสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่าไปทำร้ายกัน"ทางนู้น ก็ออก มาบอกว่า เรา ไม่สามารถร่วมงานกับทางนู้นได้ เราจะมีการไปเคลียร์บ้างไหม   "สักวันหนึ่งเขาก็คงเข้าใจเพราะผมก็บอกไปแล้วว่า ไม่มีปัญหา" มีการคุยนอกรอบเลยเหรอคะ   "ไม่มีครับ ไม่มีใครติดต่อมาเท่าที่พวกพี่บอกผมรู้จักการดูรูปก็รู้สึกว่า ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ผิดก็ว่าไปตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก" ไม่อยากอธิบายบ้างหรอ เพราะฝ่ายนู้นก็เข้าใจไปอีกแบบหนึ่ง   "ยิ่งพูดเรื่องมันยิ่งไม่จบผมเป็นห่วงครอบครัวและแคร์คนรอบข้างและงานที่ ผม ต้องทำ ก็มีเยอะ จะมาทะเลาะกัน แค่ event งานเดียว มันก็ไม่ใช่ตัวเราผิดแล้วก็ออกมาชี้แจงว่าผิดเรื่องอะไรแต่เรื่องที่เราพูด มันคือ process ของการทำงาน ก็จบแล้ว"ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเรากับ เอสเธอร์ แตกหักกันไปเลย เพราะว่าเลือกแบ่ง ฝ่ายกันไปแล้ว   "คือผมไม่ได้แบ่ง ทีม ละครสร้างมาก็ตาย event สร้างมาถูกต้องตาม process บอกให้ทราบล่วงหน้าว่าคุณต้องการอะไร ผมว่าในฐานะนักแสดงในอาชีพวงการนี้มันแคบ แค่พูดมาบางทีเราทำให้มากกว่าที่ขอด้วย ซ้ำ ครับ"ระหว่างเรากับเอสเธอร์ ในความรู้สึกเรายังเหมือนเดิมไหม   "ผมก็เรื่อยๆ นะอาจมีจุกๆบ้างแต่ก็รู้สึกว่าเขาแค่เข้าใจผิดแต่วันหนึ่งเขาจะเข้าใจถูก คนมองต่างมุม เขาก็มองอีกมุมหนึ่งเราก็มองในมุมเขา ก็เข้าใจแหละ ว่าเขาอาจจะไม่ได้ฟังทั้งหมด ก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยววันนึงก็ทุกอย่างมันก็จะคลี่คลาย"กลัวเรื่องมันจะบานปลายไหม   "ไม่เลยครับจบแค่วันนี้ครับ และผมจะไม่พูดแล้ว ผมไปทำงานจนจะเป็นเดือนแล้ว เรื่องจะไม่จบถ้าอีกคนคิดจะพูด ถ้าเรื่องมันจะจบคือคนที่คิดจะเงียบ ทางผู้ใหญ่ก็เรียกผมไปคุยแล้ว เรื่องละครว่าจะมีแพลน อะไรอยากให้ร่วมงานกับใครบ้าง"จะมีละครร่วมกันหรือเปล่าคะ   "ผู้ใหญ่ เขามีแพลนกันไว้แล้ว น้องเค้าอาจยังไม่ทราบ แต่ผู้ใหญ่ก็บอกว่าณอน ยังอยากให้ร่วมงานกับน้องเค้าเพราะ มันมีเคมีที่ดีตรงกัน และเหมาะสม เดี๋ยวไฟนอล เมื่อไหร่ผู้ใหญ่เขาจะเป็นคนโทรไป บอกอีกที"อยากเล่นคู่กันได้ไหมเพราะว่ามีเหตุการณ์แบบนี้แล้ว   "ผมไม่มีปัญหาครับ พูดมาให้ตรงผมยังต้องทำงานหาเงินจะมาใช้ทัศนคติว่าไม่รับงานกับคนนู้นคนนี้ ไม่ได้ครับ บ้านผมลำบาก"เราถือว่ายังสนิทใจอยู่ไหม   "สนิทใจครับเพราะว่า เรื่องมันไม่ได้เป็นปัญหาของน้องมันเป็นปัญหาที่คนกลางแล้วอย่างเคนคิดว่ายังไงคะ   "ผมไม่พูดดีกว่าครับเพราะว่าพี่เขาคงมีเหตุผลของเขา แต่ตัวผมเองได้รับสารมาแค่นี้ครับ"แล้วอย่างที่เคนเขาโพสต์ คนอาจมองว่าเขาสนับสนุนกัน   "เขาตอบแล้วนี่ว่าไม่ได้โพสต์หมายถึงใครมันเป็นคำสอนดีๆ ผมก็ ok เป็นคำสอนดีๆ ผู้ชายเค้าคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาคุยกับผมตรงๆมากกว่า"แล้วเราร่วมงานกับเคนได้ไหม   "ได้ผมอยากร่วมงานกับช่อง 3 อยู่แล้ว ผมไม่เคยทะเลาะกับใคร และก็ไม่ชอบทะเลาะกับใครสุดท้ายวงการบันเทิง ปีหน้าเราอาจจะเจอกันก็ได้ทำงานด้วยกันอีกดีกว่า   ผมบอกตรงๆ เวลาแบ่งฝ่ายมันไม่มีผลดีกับใครสักคนเพราะมันจะสร้างบาดแผลให้แก่กันสุดท้ายอยากจะบอกว่าคุณชอบใครก็สนับสนุนเขา ไม่ชอบใครอย่าไปติดเขาเพราะว่าคนที่คุณชอบกับคนที่คุณไม่ชอบอาจจะเป็น เพื่อนสนิทกันก็ได้" เห็นว่ามีการจัดสร้างโบสถ์เกิดขึ้น คือทางครอบครัวจินดาโชติ กำลังจะสร้างอุโบสถ ที่อำเภอนางรอง วัดหัวตะพาน   "ตอนนี้ก็เรี่ยไรเงินมาได้ส่วนหนึ่งแล้วแต่ยังขาดอีกเยอะ คือทางผมก็เปิดบัญชีอยากให้ทุกคนมาช่วยร่วมอนุโมทนา บุญ ก็จะละลายไปถึงเดือน 5 เดือน 6 ในไอจีผมเข้าไปดูได้นะครับ ก็อยากให้เข้ามาร่วมบุญกันเยอะๆ แล้วจะมีโครงการมูลนิธิต่างๆอยากให้ช่วยสนับสนุนกันครับ" ฌอห์ณ กล่าว ซึ่งด้าน เคน ภูภูมิ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับกรณีที่ต้องร่วมงานกับ หนุ่มฌอห์ณ ว่ายินดีร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตามคลิปด้านล่างนี้!! ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ เอสเธอร์ เอสเธอร์