เจมส์ จิรายุ

ความมั่นใจเริ่มหดหาย! มิลเนอร์ วอนแฟนเรืออย่าคาดหวังว่าจะชนะผีง่ายๆ
ดาร์บี้แมตซ์ /  นิวคลาสเซิ่ล / 

หลังจากฟอร์มเก่งของทีมหดหายไป เจมส์ มิลเนอร์ ผู้ที่ผ่านเกมดาร์บี้แมตซ์มามากหลาย ก็ออกมาเตือนเหล่าสาวกว่า อย่าคาดหวังว่าเกมที่จะพบกับ ปีศาจแดง จะเอาชนะได้ง่ายๆ เพราะเขาเองก็เดาไม่ถูกว่าผลจะออกมาเช่นไร เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์วัย 28 กะรัต ของ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มองถึงเกมดาร์บี้แม็ตซ์ที่จะพบกับ ปีศาจแดง นั้นว่า ตัวเองก็ไม่มั่นใจว่าทีมจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้ว่าทีมอาจจะฟอร์มตกลงไปใน 2 นัดล่าสุดที่แพ้ให้กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ นิวคลาสเซิ่ล แต่การเจอกับคู่ปรับแบบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะทำให้เหล่านักเตะมีแรงกระตุ้นที่เป็นพิเศษ และเชื่อว่าจะทำให้ทีมของเขากลับมาได้ "ไม่ว่าจะเป็นดาร์บี้ไหนๆ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก คุณย่อมหวังในสิ่งที่ไร้ซึ่งความหวังแต่สิ่งที่จริงแท้แน่นอนก็คือเกมดาร์บี้นำมาซึ่งแรงกระตุ้นอันพลุ่งพล่านของแฟนบอล มันเป็นเกมสำคัญ มันเป็นหนึ่งในเกมที่คุณต้องดูเป็นอันดับแรกว่าจะแข่งกันวันไหนเมื่อโปรแกรมออกมา แม้ไม่มีอะไรอย่างที่คาดหวังแต่เราหวังจะได้ผลการแข่งขันที่เข้าทางเรา" มิลเนอร์ กล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของสโมสร

จากนวนิยายคลาสสิค ผสม ซอมบี้ ในภาพแรก Pride and Prejudice and Zombies
17 Again /  Abraham Lincoln: Vampire Hunter / 

จัดได้ว่าเป็นหนังที่อยู่ในขั้นเจรจากันอยู่นานมาก สำหรับหนังที่หยิบเอานิยายคลาสสิคของ เจน ออสติน มาผสมซอมบี้อย่าง Pride and Prejudice and Zombies ของ เซ็ธ เกรแฮม สมิธ ผู้ที่ทำให้ อับราฮัม ลินคอร์น ไปฆ่าแวมไพร์ นั่นแหละ โดยในตอนนี้ภาพแรกของหนังก็ได้ถูกปล่อยออกมาแล้วผ่านทาง EW ซึ่งเป็นภาพของพี่น้อง เบ็นเน็ธ ที่รับบทโดย ลิลลี่ เจมส์, ซูกิ วอร์เตอร์เฮ้าส์, เบลล่า ฮีทโค้ท, เอลลี่ แบมเบอร์ และ มิลลี่ เบรดี้ ซึ่งนอกจากสาวๆทั้ง 5 หนังยังมี แซม ไรลี่ย์ และ แมธ สมิธ จาก Doctor Who ร่วมสมทบอีกด้วย ซึ่งหนังจะกำกับโดย เบอร์ เสตรีย จาก 17 Again โดยมีบทจาก เดวิด โอ รัซเซล ผกก. American Hustler  และมีโปรดิวเซอร์เป็นถึงนางเอกสาวอย่าง นาตาลี พอร์ทแมน ด้วย ตอนนี้หนังวางคิวฉายไว้ปี 2015 แต่ยังไม่กำหนดฉายอย่างแน่นอนครับ ใครเป็นแฟนนิยายเรื่องนี้ก็รอชมกันได้เลย ---------------------------- Pride and Prejudice and Zombies ปกฉบับนิยาย และกราฟฟิคโนเวล Pride and Prejudice and Zombies หน้าปกฉบับแปลไทย ชื่อเรื่องว่า ความรัก ศักดิ์ศรี และ ฝูงซอมบี้ ฉบับพิมพ์ใหม่ ของ สนพ. มาร์สเปซ์ ส่วนปกเดิม จะคล้ายๆปกเวอร์ชั่นต้นฉบับ

ปีเตอร์ เผยคาแรคเตอร์ที่ประทับใจคือบท”คุณหมอปราบ”
ปีเตอร์ คอร์ป /  ชมพู่ อารยา / 

ทำเอาสาวๆ ฟินกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยทีเดียวเมื่อพระเอกปากกว้าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล โดดมารับบท คุณหมอปราบ ผู้ชายอารมณ์ดี ปากร้ายแต่แสนอบอุ่นในละครเรื่องหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ประกบคู่กับ ชมพู่ อารยา ทางช่อง 3 แม้ละครจะจบไปนานมว๊ากๆ แต่คนก็ยังจดจำปีเตอร์ในบทนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากสาวๆ จะฟินแล้ว ปีเตอร์ เองก็ฟินเวอร์ๆ กับบทปราบ ถึงกับยกให้ละครหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซเป็นละครที่ he ประทับใจมากทีสุด “ละครที่ผมประทับใจมากที่สุดคงเป็น หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ มันเป็นละครเรื่องแรกที่ผมได้ร่วมงานกับ พี่คิง (ผู้กำกับ) แล้วพี่เขาเป็นคนที่ทำงานละเอียดมาก ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นคนที่รอบคอบมาก ประทับใจจริงๆ ครับ” คาแรคเตอร์ในเรื่อง ตรงกับตัวจริงบ้างหรือเปล่า มันมีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายผมนะ ชอบตัวละครตัวนี้ตรงที่เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้มีดราม่ามาก เป็นคนจริงคนหนึ่ง เป็นสัตวแพทย์อยู่ต่างหวัด จิตใจดี อยากช่วยรักษาสัตว์ คือมีหลายๆ อย่างที่ตรงกับตัวผมครับ ร่วมงานกับ ชมพู่ อารยา เป็นไงบ้าง เก่งครับ ชมพู่ เป็นนักแสดงที่เก่งมาก เขาทำให้ผมทำงานง่ายขึ้น ส่งบทมาปุ๊บผมต่อได้ทันที ด้วยความที่เขาเป็นมืออาชีพ จำบทเก่งมาก เรื่องภาษา การอ่านบท มีปัญหาไหมเอ่ย ก็มีอยู่แล้วครับ ฝรั่งอ่านบทไทยนี่ลำบากมากนะ (ยิ้ม) เราต้องเตรียมเวลาไว้เยอะๆ ครับ ต้องมีการเตรียมตัว ถ้าส่งบทให้เลยแล้วอ่านนี่คือไม่ได้แน่ๆครับ ต้องยอมรับว่าถึงจะมีบางฉากบางตอนที่ ปีเตอร์ ออกเสียงภาษาไทยไม่ชัดบ้างแต่แอคติ้งการแสดงที่เป็นธรรมชาติก็สามารถทำให้แฟนๆ ละครลืมๆ ข้อเสียนั้นไปได้ เพราะ he สามารถตีบท “ปราบ” หนุ่มบ้านไร่ที่ปากร้ายแต่ใจดีออกมาได้โดนใจแฟนๆ ทั่วประเทศจนคนอินไปทั่วบ้านทั่วเมือง ที่สำคัญคนพูดกันปากต่อปาก คอละครหลายคนที่ยังไม่เคยดูถึงกับลงทุนไปหาดูละครย้อนหลังกันเลยทีเดียว เพราะการแสดงที่เป็นธรรมชาติมาจากอินเนอร์ที่ดูแล้วไม่ขัดหูขัดตาทำให้ตอนนี้ ปีเตอร์ กลายเป็นพระเอกพ่อลูกอ่อนที่สาวๆ ค่อนประเทศยกให้เป็นพระเอกในดวงใจ

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

แค่ข่าวลือ! ชมพู่ ยันไม่ได้ท้อง ท้านับเดือนรอ!!
ชมพู่ อารยา /  น็อต วิศรุต / 

กลายเป็นกระแสฮือฮาไม่น้อยหลังมีข่าวลือว่านางเอกสาว ชมพู่ อารยา ตั้งท้อง! และเตรียมเป็นเจ้าสาวฟ้าแล่บแต่งงานกับแฟนหนุ่มไฮโซ น็อต วิศรุต จนผู้จัดการส่วนตัวของเธอต้องออกมาโพสต์ IG โต้ข่าวแทนว่าไม่เป็นความจริง! ล่าสุด สาวชมพู่ ได้เปิดใจกับสื่อครั้งแรกกับประเด็นนี้ ยืนยันเต็มปากว่าไม่ได้ท้อง!! พร้อมท้าคนปล่อยข่าวนับเดือนรอได้เลย แจงไม่คิดแถลงข่าวแต่แรกเพราะอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ บ่นอยากแต่งเต็มทีรอฤกษ์ดีปีหน้า!! "ไม่ได้ท้องค่ะ จริงๆ ตอนแรกที่มีข่าวก็รู้สึกว่าเล่นแรงอย่างนี้เลยเหรอ ตอนแรกก็ข้ามก่อนตามสเต๊ป แต่รู้สึกว่ารีแอคของคนค่อนข้างจะเยอะพอสมควร รู้สึกว่าจะมีแค่แหล่งข่าวเดียวสักพักหนึ่งก็เริ่มตามๆ กันเพราะฉะนั้นก็ค่อนข้างสร้างความวุ่นวายเหมือนกันภายในวันนั้น ก็รับโทรศัพท์เยอะ พิมพ์ไลน์มือหงิกเลย ก็มีมาถามว่าจริงเหรอแกโอเคเปล่า แต่ถ้าเป็นสายผู้ใหญ่ก็จะดีใจมาก จริงหรือลูกอะไรอย่างนี้ ขอใช้คำว่ามันเป็นความวุ่นวายใจ คือมันก็ไม่ได้ถึงกับชิลล์นะคะ มันก็มีคิดบ้าง" "เรื่องข่าวดีถึงวันหนึ่งมันก็คงต้องแต่งนะคะ ถึงวันหนึ่งมันก็ต้องมีแหละเราก็เดินทางมาตั้งไกลมาถึงขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวไปแน่ อีกแปปนึง กับข่าวนี้ก็ไม่รู้จะออกมาพูดอะไร จริงๆ ไม่ได้มีความตั้งใจจะแถลงตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ ชมคิดว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความจริงก็คือความจริง เพราะฉะนั้นก็ไม่รู้ว่าจะออกมาทำไมก็ต้องวุ่นวายขับรถขับรากันออกมา ก็คิดว่ายังไงก็ต้องเจอกันวันนี้อยู่แล้ว ชมคิดว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุดแหละ เริ่มลือกันตั้งแต่วันไหนก็เริ่มนับไปแล้วกันอีก 9 เดือน แล้วคนที่เม้าท์ออกมาเคลียร์ด้วยนะ 9 เดือนนับจากวันนั้น" "พี่น็อตเค้าก็บอกว่าไม่ต้องเครียด จะเครียดทำไม ความจริงมันจะเป็นตัวพิสูจน์ของมันเองอยู่แล้ว คือชมก็อยากจะพูดให้เคลียร์ด้วย ถ้ามันเป็นเรื่องจริงชมก็มองว่ามันเป็นเรื่องมงคลนะมันก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้ามีคนใกล้ตัวชมมีข่าวดีแบบนี้ชมก็จะแสดงความยินดีกับเค้า เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่ความจริงเท่านั้นเอง มันไม่มีมูลเลยแล้วก็พูดต่อกันด้วย เกิดเป็นปรากฎการณ์อะไรบางอย่างรอบๆ ตัวชมในวันนึง เราลองถอยออกมาแล้วลองดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมเราว่าเรื่องที่มันไม่จริงเลยทำไมเล่นกันต่อได้" "แพลนแต่งงานเอาเป็นว่าจะเร็วขึ้นหรือช้าลงก็ให้นับเดือนได้อยู่ดี สำหรับวันที่คือชมยังไม่ได้ไฟนอลกันจริงๆ ถามว่าจะแต่งมั้ยก็คงแต่งแหละ ก็ยังไม่รู้วันถ้าบอกไปเดี๋ยวจะตกใจเพราะว่ามันอาจจะยังไม่ชัวร์อีกอย่างเราเป็นผู้หญิงด้วย อย่างที่บอกตอนนี้เรามีเซอร์เวย์อะไรกันบ้างแล้วล่ะค่ะ เพียงแต่ถ้าชมบอกว่าเป็นช่วงนี้เดี๋ยวจะเอะอะกันไปเพราะถ้าเกิดไม่ใช่ เกิดย้ายมาเร็วขึ้นก็จะว่ารีบทำไมท้องรึเปล่า หรือว่าถ้าขยายออกไปดีเลย์ก็จะว่าอ้าวทำไมไม่ได้แต่งล่ะจะเลิกกันอะไรอย่างนี้" "ยังไม่ได้ควงกันดูฤกษ์อะไร ทางผู้ใหญ่เค้าก็จัดการกันอยู่ ชมยังไม่รู้เลย ยังไม่มีความแน่นอน มันมีหลายปัจจัย ญาติเยอะที่ต่างประเทศด้วย เรื่องของเวลาสถานที่อีกหลายอย่าง ปีหน้าก็อยากแต่งแล้วแหละ คงต้องค่อยๆ ดูไปตามสเต็ปแหละ เรือนหอก็ยังไม่เสร็จค่ะ เหลืออีกเยอะมาก พื้นที่ค่อนข้างเยอะพอสมควร คุณน็อตเค้าดีเทลเยอะด้วย ตัวเค้าอยากรีบแต่งมั้ยก็ต้องไปถามเค้านะ เอาจริงๆ เรือนหออาจจะเสร็จไม่ทัน ชมว่างานแต่งงานก็เหมือนงานวันเกิดมั้ย เหมือนอีเว้นท์งานนึง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนึง ไม่ต้องขนาดสมุดคิวว่างโบ๋ แค่ว่างเคลียร์คิว 2-3 วัน ก็หวังว่าจะปีหน้าค่ะ" ชมพู่ กล่าว ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่-น็อต

เจาะลึก แอ่นนรก เชียร์ลีดเดอร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ
ผู้นำเชียร์ /  มหาวิทยาลัย / 

เป็นเรื่อง ทั้งน่าอึ้ง และน่าทึ่ง สำหรับ เชียร์ลีดเดอร์ หรือ ผู้นำเชียร์ ที่แต่ละมหาวิทยาลัย มีการคัดเลือกเป็นอย่างดี หน้าตา การเต้น และบุคลิก และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีภาพว่อนเน็ท ภาพเชียร์ลีดเดอร์สาว แอ่นหลัง หักมุม 90 องศาตัวขนาดกับพื้นโดยยังไม่ล้ม?? หลายคนบอกว่า นี่มันยากยิ่งกว่าสะพานโค้งเสียอีก พร้อมกับ คำบรรยายว่า นี่คือ เชียร์ลีดเดอร์ ของ คณะวิทยาศาสตร์ ม. อุบลราชธานี (ม.อุบลฯ) พร้อมๆกับเรียกท่านี้ว่า "แอ่นนรก" เราไปดูภาพต่างๆกันก่อน ด้านบน คือภาพของคณะทีมเชียร์ลีดเดอร์ปีล่าสุด และคลิปจ้า โดยที่หลายคนบอกว่า เห็นแล้วนึกถึง ท่าชี้นิ้วสั่ง ของ Boa Hancock จากเรื่อง One Piece เห็นแล้ว ปวดหลังแทนเลยว่ามั้ย?? เชียร์ลีดเดอร์ของ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ นี่ต้องอดทน กับการฝึกซ้อมมาก แน่ๆเลย อย่าสงสัยกันนานเลย ทีมงานได้ติดต่อสัมภาษณ์กับตัวแทน ชื่อ น้อง อานนท์ วงศ์คำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในทีมเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งให้ข้อมูลมาดังนี้ "แอ่นนรก" เป็นคำที่คนนอก ตั้งฉายาให้เรา แต่จริงๆแล้วเรามีชื่อออริจินัลของเราเอง อ้าว?! จริงๆแล้ว เราเรียกท่าเตรียมพร้อมแบบนี้ว่า "แอ่น วิดยา 90" (90 หมายถึง 90 องศา หักศอกตั้งตรง ตัวขนานกับพื้น ตัวไม่เอน ขายืดตรง เข่าไม่งอ และท่ามองจากมุมตรงจะต้องไม่เห็นอก ไม่เห็นหัวเลย โอ้ว...) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท่าเชียร์ลีดเดอร์ แห่งนี้ ซึ่งคณะอื่น หรือมหาวิทยาลัยอื่นที่เห็น ก็อึ้ง และเรียกท่านี้ว่า "แอ่นนรก" (คงเพราะมันดูแอ่น ได้อย่างโหดอ่ะนะ) น้องย้ำว่า โดยปกติแล้ว เชียร์ลีดเดอร์มีท่ามาตรฐานคือ แอ่น 45 องศา (เพื่อให้เอียง ได้สบสายตากับทั้งสแตนด์เชียร์) ซึ่งของเราน่ะ 90 องศา จริงๆ (จ้ะ 90 เป๊ะๆเลย) เปรียบเทียบ แอ่น 45 และ แอ่น 90 มันมีที่มาอย่างไร ใครเป็นคนคิด คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ ก่อตั้งมาแล้ว 22 ปี (ส่วน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ก่อตั้งมา 25 ปีแล้ว) เราได้รับการถ่ายทอด ท่า แอ่นนรก ตั้งแต่รุ่นแรก ซึ่งพี่(ลีดผู้หญิง)รุ่นแรกๆ เขาลองทำท่าแอ่นแบบนี้ แล้วปรากฎว่ามันสามารถแอ่นไปได้เยอะมาก แต่ต้องฝึกเพื่อการทรงตัว จากนั้นก็กลายเป็นเอกลักษณ์จากรุ่นสู่รุ่นมาเรื่อย ฝึกซ้อมอย่างไร ใช้เวลานานหรือเปล่า น้องๆที่สมัครมาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ รู้ตัวตั้งแต่แรกว่า เขาจะต้องทำท่า "แอ่นนรก" ได้ (ใจต้องพร้อมประมาณหนึ่ง) แล้วเราก็มีเวลาฝึกซ้อม ดัดหลัง สะพานโค้ง เพิ่ม ประมาณ 2 เดือน ก่อนที่ลงโชว์ในการแข่งกีฬา ภาพการดัดตัว ที่น้อง อานนท์บอกว่า ฝึกไว้ทำท่า แอ่นนรก ส่วนนี่ก็คือ ท่าวอร์มอัพ ก่อนจะโชว์นำเชียร์ ทำ "แอ่นนรก" ไม่ได้ ไม่ใช่ ลีด วิทยา ม.อุบล? ถูกต้องครับ บางคนถูกคัดออกเอาวันสุดท้ายของโชว์ก็มี และที่เห็นตามอินเตอร์เน็ท บางรุ่นก็ผ่านมาแค่ 2 คนเท่านั้น ขอตั้งชื่อภาพนี้ว่า "เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม" สรุปว่า ลีดเดอร์ วิทยา ม.อุบล เอาตัวอ่อนเข้าว่า สวยไม่สวยค่อยว่ากันเหรอ? เรามองว่า ความสวยก็สำคัญ แต่ว่า การซ้อมไม่ใช่ง่ายๆ เราจึงมองเรื่อง "แอ่นนรก" เป็นเรื่องทุ่มเท และอดทนครับ ซึ่งในโชว์ครั้งหนึ่ง เราจะแอ่นแบบนั้นประมาณ 3 รอบเท่านั้น (เท่านั้น? สำหรับพี่น่ะ เกินพอล่ะจ้า) รู้สึกอย่างไร กับกระแสชาวเน็ทที่กล่าวขวัญถึง แอ่นนรก ในขณะนี้ ขอบคุณครับ ที่ชื่นชมพวกเรา และขอชี้แจงคนที่มองว่า โหดเกินไป ที่จับนักศึกษาผู้หญิงมาทรมาน เราอยากจะบอกว่า ไม่ได้บังคับ ไม่ได้ทรมานครับ ทุกคนมาด้วยใจ ความสามารถ และซ้อมหนัก เป็นสภาพความแข็งแรงและยืดหยุ่นของร่างกายที่มาจากการออกกำลังกาย เราทุ่มเท เพียงเพราะคำว่า "ภูมิใจในความเป็นเชียร์ลีดเดอร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ ของเรา" สุดท้ายนี้ ทีมงาน MThai Teen ขอบอกว่า ปลื้มกับน้องๆมากๆ และเราทราบว่า ลีดเดอร์ของ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ จะมีการโชว์ แอ่นนรก ในงานดังนี้ งานแข่งกีฬา (คณะ)วิทยาศาสตร์สัมพันธ์ ระหว่างมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า อะตอมเกมส์ (ซึ่ง ทีมเชียร์ ม.อุบลฯ ไม่เคยพลาดรางวัลจ้า) งานแข่งกีฬาเฟรชชี่ ของ ม.อุบลฯ งานรับปริญญา โชว์บูมให้รุ่นพี่ ฝากติดตามผลงานของน้องเขาด้วยนะ (ว่าแต่การเชียร์ด้วยอุดมการณ์ดีงามแบบนี้ เรียก "แอ่นสวรรค์" แทน ดีมั้ยจ๊ะ) ขอบคุณภาพจาก สโมสรนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, Taweeporn photographer, วีดีโอบน Youtube โดย คุณ  T'TopZ Naphatsakorn

วิวาห์ล่ม! เต๋อ น้ำตาซึม เลิก!! พีค
พีค ภัทรศยา /  เต๋อ ฉันทวิชช์ / 

ช็อก! กันถ้วนหน้า พระเอกหนุ่ม เต๋อ ฉันทวิชช์ เผยงานวิวาห์ล่ม!! โดยออกมายอมรับกับสื่อด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่าได้เลิกรากับทางสาว พีค ภัทรศยา ลงแล้ว หลังทั้งคู่ใช้เวลาดูใจกันมาได้ 7 ปีซึ่งถือเป็นเลขอาถรรพ์ สำหรับสถานะตอนนี้เหลือแค่พี่น้องแม้ในเรื่องของความรู้สึกจะยังรักกันมากก็ตาม เผยสาเหตุเกิดจากหลายๆ เรื่องสะสมมานานจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ และไปกันไม่ได้ ดังนั้นจึงคุยกันด้วยดีและเลือกทางออกได้ว่าควรจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เบรกงานแต่งที่แพลนกันไว้คร่าวๆ ว่าจะเป็นในปีหน้าเอาไว้ก่อน ดีกว่าถ้าแต่งกันไปแล้วต้องเลิกกันในอนาคตนั่นเอง... ซึ่งถ้าหากมีความคืบหน้าอย่างไรทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com จะติดตามรายละเอียดมารายงานให้ทราบกันต่อไป พีค-ภัทรศยา เลิก เต๋อ ฉันทวิชช์ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ

เลอบรอน เจมส์ประเดิมผิดหวังแพ้คาบ้านบาสNBA
NBA /  คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส / 

เลอบรอน เจมส์ ที่เพิ่งย้ายกลับมาคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส หลังออกไประเบิดฟอร์มสุดยอด คว้าแชมป์ และรองแชมป์กับไมอามี ฮีต อย่างละ 2 ครั้งในรอบ 4 ปีหลังสุด

แต่กลับออกสตาร์ตกับทีมเก่าด้วยความพ่ายแพ้ คาบ้าน 90-95 ต่อนิวยอร์ก นิคส์ ในบาสเกตบอลเอ็นบีเอ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม แถมชู้ต 2 คะแนนสำเร็จแค่ 5 จาก 15 ครั้ง และเสียถึง 8 เทิร์นโอเวอร์อีกด้วย ผลคู่อื่น แอลเอคลิปเปอร์ส ชนะ โอกลาโฮมา ซิตี้ 93-90 ดัลลัส ชนะ ยูทาห์ 120-102 ออร์แลนโด แพ้ วอชิงตัน 98-105 มินนิโซตา ชนะ ดีทรอยต์ 97-91

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ปิดตำนานรัก 7 ปี!! เต๋อ - พีค
พีค เต๋อ เลิก /  อาถรรพ์เลข 7 / 

ทำเอาแฟนคลับผิดหวังไปตามๆ กัน เมื่อ คู่รักมาราธอน 7 ปี เต๋อ ฉันทวิชช์ ปิดฉากรักลงพร้อมความเศร้ากับแฟนสาว พีค ภัทรศยา ด้วยเหตุผลหลักคือ ต่างมีความคิดเห็นไม่ตรงกันหลายเรื่อง!! หลังจากทราบข่าวว่าคู่รักสุดหวานประกาศยุติความสัมพันธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสาเหตุที่ทั้งคู่ต้องปิดตำนานรักมาราธอน 7 ปีลงนั้น มาจากความคิดบางอย่างไม่ลงรอยกัน ซึ่งสะสมมาเป็นระยะเวลานาน แม้ก่อนหน้านี่ทั้งคู่จะหันหน้าปรับจูนกันมาพักใหญ่แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถประคับประคองความรักให้ไปถึงฝั่งตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ได้ เป็นเหตุให้ เต๋อ-พีค ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ลง และล้มเลิกแพลนงานแต่งที่จะเกิดขึ้นปีหน้าลงทันที ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนฝูง คนรอบข้าง และเหล่าแฟนคลับ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นฤทธิ์อาถรรพ์เลข 7 ที่แรงจริงอะไรแรงหรือเปล่า?!!! จุดนี้ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจและขอย้อนวันวานอันแสนหวานของทั้งคู่ด้วยภาพน่ารักๆ เหล่านี้กันอีกรอบจ้า!!! พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ

กลิ่นไม่ดี! บิ๊กเปี๊ยก ชี้มีล้มบอล/เสธ.ตุ้ม สั่งเบรกงาน เปายะ-เปาสุชาติ
ชัยยะ มหาปราบ /  ดร.องอาจ ก่อสินค้า / 

เริ่มส่งกลิ่นไม่ดีสำหรับวงการฟุตบอลไทย หลังจาก บิ๊กเปี๊ยก ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ออกมายอมรับว่า บริษัท สปอร์ตเรดาร์ องค์กรระดับโลกที่ร่วมมือกับ ตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล ที่เข้ามาช่วยดูแลตรวจสอบการแข่งขันฟุตบอลลีกเมืองไทย ที่เข้าข่ายการล็อคผลหรือล้ม ได้มีการรายงานฟุตบอลลีกไทยมีเข้าข่ายการล็อคผลและล้มบอล โดย บิ๊กเปี๊ยก เผยในงานแถลงข่าว “มีต เดอะ เพรส” ว่า บ.ปสอร์ตเรดาร์ ได้รายงานเข้ามาว่ามีบางคู่ที่เข้าข่ายการทุจริต แต่ตนไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มาก ต้องขอตรวจเช็คข้อมูลก่อน ซึ่งเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อวงการฟุตบอลไทย หรือความเสียหายต่อสโมสรที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่าทุจริตจริงๆ ก็จะต้องมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ แน่นอน เสธ.ตุ้ม สั่งเบรกงาน เปายะ-เปาสุชาติ ด้าน  เสธ.ตุ้ม พ.อ.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน ได้สั่งระงับการไปทำหน้าที่เกม อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบ โอสถสภาฯ ของ เปายะ ชัยยะ มหาปราบ และเปาสุชาติ ฝางมาลา ที่จะไปเป็นไลน์แมนคู่เชียงใหม่ เอฟซี พบ บีบีซียู เนื่องจากมองว่าทำหน้าที่ผิดพลาดในที่ ชัยนาท ฮอร์นบิล เสมอกับ ชลบุรี เอฟซี 1-1 โดยจังหวะปัญหามีขึ้น 2 จังหวะที่ชัดเจนนาทีที่ 25 แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส โหม่งบอลแย่งกับ กฤษกร เกิดเผล ผู้รักษาประตูชัยนาท ที่รับบอลได้ก่อนจะตกมาเข้าทาง แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส ยิงเข้าไป แต่ไม่ได้ประตูหลังถูกมองว่าทำฟาวล์ผู้รักษาประตู ส่วนอีกจังหวะช่วงทดเจ็บ แอนเดอร์สัน ด๊อส ซานโต๊ส ก็โหม่งบอล เข้าไปแต่ก็ถูกจับล้ำหน้า ทั้งนี้ เสธ.ตุ้ม ได้ส่ง ชัยฤกษ์ งามสม ลงทำหน้าที่แทน ชัยยะ มหาปราม และวีระยุทธ ขุนพิลึก เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินแทน สุชาติ ฝางมาลา ที่อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบการทำหน้าที่

ตลท.คาดออกเกณฑ์คุม หุ้นเก็งกำไร ได้ทันปีนี้
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ตลท.เล็งออกเกณฑ์สกัดหุ้นเก็งกำไร คาดประกาศใช้ปีนี้ พร้อมระบุวอลุ่มปีหน้าแตะ 50,000 ล้าน คาดไอพีโอปี 58-59 เพิ่มมาร์เก็ตแคป 200,000 ล้านบาท นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการ และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท.คาดว่าจะสามารถออกมาตรการควบคุมหุ้นเก็งกำไรได้ในปีนี้ตามแผน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการหารือกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะมีการเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการตลท.ใน1-2 เดือนนี้ และจัดทำ Public Hearing ต่อไป ทั้งนี้นางเกศรา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ในปี 58 จะสามารถขึ้นไปอยู่ที่เฉลี่ยมากกว่า 50,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับจุดสูงสุดเดิมเมื่อปี 56 เนื่องภาวะตลาดที่ดีขึ้น และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน โดย 10 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ 4.2 หมื่นล้านบาท ในขณะเดียวกันคาดว่าจะสามารถเพิ่มมาร์เก็ตแคปของตลาดหลักทรัพย์ในปี 2558-2559 ได้มากกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี จากการที่มีบริษัทต่าง ๆ เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวนมาก ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาดไอพีโอที่ดีต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการต้องการเงินทุนเพื่อไปขยายธุรกิจ ขณะที่นักลงทุนก็มองหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการลงทุน โดยปีนี้พบว่ามีนักลงทุนหน้าใหม่เข้าเปิดบัญชีเพื่อลงทุนในหุ้นไอพีโอเพิ่มขึ้นหลายพันราย MThai News

ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก
10 สถานที่ /  ท่องเที่ยวไทย / 

ด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา มีอยู่มากมายมหาศาล จนบางครั้งคุณจะต้องทึ่ง เมื่อได้เห็นบางสถานที่ ว่ามันมีอยู่ด้วยหรือ ? ความอันซีนยังถูกค้นพบขึ้นเรื่อยๆ สถานที่เหล่านี้ต่างรอคุณให้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัส บางท่านอาจรู้จักแต่ไม่เคยไป ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก มาให้ท่านได้เพลินเพลินกัน แต่จะฟินกว่า หากท่านได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเอง จริงมั้ยครับ ? ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก 1. แก่งชมดาว จ.อุบลราชธานี เห็นแว้บแรก หลายท่านคงคิดว่าที่นี่คือสามพันโบกแน่ ๆ แต่ผิดครับ เพราะนี่คือแก่งชมดาว ตั้งอยู่ที่ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นแก่งหินที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำวน จนเกิดเป็นผาหินและแอ่งหลุมรูปทรงแปลกตาซึ่งจะมีน้ำสีเขียวใสปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ยามเช้าและช่วงโพล้เพล้ เพราะแสงจะสวยมากๆ  ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวคือ ตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน 2. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี วัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ที่เมื่อเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะปรากฏแสงเรืองรองขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เกิดจากศิลปกรรมต้นไม้เรืองแสง ที่ค่อยๆ เผยความพิเศษขึ้นมาทีละน้อย จนกลายเป็น Unseen Thailand อีกแห่งที่น่าหลงใหล นอกจากนี้ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเหมาะแก่การชมดวงดาวที่สุกสกาวอยู่เต็มท้องฟ้า 3. ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยการปั่นจักรยาน เก็บภาพสวยๆ กลับบ้านไปอย่างชื่นมื่น 4. ดอยเมี่ยง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยเมี่ยง สวรรค์แห่งใหม่แห่งเมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นดอยสูงประมาณ 1,600 เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้นและภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง และต้นมะค่า มีจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นเมืองปายได้แบบ 360 องศา มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คุณไม่ควรพลาด 5. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี ด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์กว่า 3,000 ไร่ ของป่าสงวนแห่งชาตินายูงและป่าน้ำโสม ที่รายล้อมวัดป่าภูก้อนแห่งนี้เอาไว้ วัดแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่วิวทิวทัศน์รอบนอกเท่านั้น แต่ภายในวัดยังมีพระมหาวิหารที่ตกแต่งด้วยสำริดทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้มากราบนมัสการ “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” ความยาว 20 เมตร ที่สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี รวมถึง “องค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์” ซึ่งบริเวณชั้นบนของยอดเจดีย์ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ให้ประชาชนผู้ศรัทธาได้มากราบสักการะ 6. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง แหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนในจังหวัดลำปาง ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว การเดินทางขึ้นไปอาจจะลำบากสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณจะเห็นแน่นอน 7. ถนนดอกไม้ตาเบบูญ่า จังหวัดสุพรรณบุรี บนถนนหมายเลข 3502 อ.สามชุก- อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสีเหลืองทองอร่ามจากดอกตาเบบูญ่า (เหลืองปรีดียาธร) ที่บานสะพรั่งสวยงามจนต้องหยุดรถลงไปถ่ายรูป แต่เจ้าดอกนี้มันจะปรากฏโฉมให้ชื่นชมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม 8. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต หลังจากถูกปิดไว้นานนับสิบปี เกาะสวรรค์แห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว เกาะเล็กๆ บรรยากาศโรแมนติกเงียบสงบเป็นส่วนตัว จนได้รับฉายาว่า Honeymoon Private Island เหมาะกับคู่รักที่จะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อย่างยิ่ง ด้วยน้ำทะเลสีเขียวใสบริสุทธิ์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะ รวมทั้งโลกใต้ทะเล ที่รอให้คุณมาแหวกว่ายจนชุ่มฉ่ำ รับรองจะต้องติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ !! 9. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความอุตสาหะและความสามัคคีของชาวบ้าน ทำให้เกิดวิหารเซรามิคโมเสกกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย! สร้างขึ้นจากความตั้งใจของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ต้องการให้คนเข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างง่ายๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สุดแสนอลังการ ตั้งแต่ รูปปั้นพญานาค19 เศียร ประตูท้าวจตุโลกบาล และเศียรช้างขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนจะจรรโลงใจ 10. แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ จังหวัดสุโขทัย แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจหรือเกาะรูปหัวใจ ถูกเนรมิตขึ้นมาได้อย่างงดงาม เกิดจากแนวคิดโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง โดยทำพื้นที่เก็บน้ำไว้ใช้ จากนั้นมีการทำ “บุญพิธีกลั่นแผ่นดิน” นำดินจากทุกหมู่บ้านในจังหวัดสุโขทัย 843 หมู่บ้าน มาปลุกเสกและนำมาไว้ใต้ฐานของมณฑป ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธรัตนสิริสุโขทัย” จึงนับเป็นการนำความศักดิ์สิทธิ์มาสู่แผ่นดิน และรูปหัวใจยังสะท้อนถึงความรักใคร่สามัคคีของคนสุโขทัย ที่ช่วยกันรักษาสถานที่สำคัญแห่งนี้ไว้ให้คนทั่วโลกได้จดจำ ที่มา : painaidii.com   เรียบเรียงข้อมูลโดย : Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย , แนะนำ 10 ที่เที่ยวเปิดใหม่ ปี 57

เชิญชมใบปิดตัวละครชุดแรก จากหนังภาคต่อ The Divergent Series: Insurgent
2 ภาค /  Allegiant / 

ในที่สุดก็ปล่อยออกมาแล้ว สำหรับใบปิดชุดแรกจากหนังภาคต่อทำเงินอีกเรื่องของ ไลอ้อนเกตส์ ต่อจาก The Hunger Games นั่นคือ Divergent 2 หรือที่เรียกกันในชื่อว่า Insurgent ซึ่งเพื่อต้อนรับการเข้าฉายของ The Hunger Games 3.1 ตอนนี้ตัวหนังเลยเริ่มประชาสัมพันธ์ออกมาบ้างแล้ว ด้วยการปล่อยชุดใบปิดแรกทั้ง 8 ใบตัวละครออกมาให้ชมกัน พร้อมทั้งมีข่าวลือด้วยว่าตัวอย่างแรกจะฉายแปะหน้า ฮังเกอร์ เกมส์ ภาคล่าสุดนี่เอง โดยในภาคนี้นักแสดงชุดเดิมทั้ง เชลลีน วู้ดเล่ย์ และ ธีโอ เจมส์ ต่างกลับมารับบทเดิม รวมถึงตัวละครสมทบอื่นๆอย่าง ไมล์ส เทลเลอร์ และรวมถึง เคต วินสเล็ต อีกด้วย โดยในภาคนี้ยังคงติดตามการต่อของ ทริซ และกลุ่มเพื่อนที่ต้องต่อต้านกับระบบสังคมที่ต้องการให้ทุกกลุ่มมีกรอบ และ ขีดจำกัด โดยภาคนี้เธอยังต้องรับมือกับปัญหาครั้งใหญ่เพิ่มชึ้นมานั่นคือ ด้านมืด ในตัวของเธอเอง หนังมีกำหนดฉาย 19 มีนาคมนี้ คลิกชมใบปิดทั้งหมดได้ที่ด้านล่างครับ

ปุ๊กลุก ยก อั้ม ขึ้นหิ้ง ตามรอย คุณนาย ขึ้นแท่นซุป’ตาร์
ปุ๊กลุ๊ค ฝนทิพย์ /  อั้ม พัชราภา / 

ยังคงดีกรีความฮอตไม่ตกอันดับเลยจริงๆ สำหรับผู้หญิงคนนี้ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ นางเอกสาวคิวแน่นแห่งวิกหมอชิต ที่มีประเด็นข่าวออกมาให้ชี้แจงเป็นระลอก เพราะไม่ว่าคุณเธอจะทำอะไรก็ถูกโยงประเด็นเกาเหลาไปซะหมด แต่ทุกครั้งสาวปุ๊กลุกเธอก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ ตอบชัดเจนทุกคำถามสมกับเป็นนางงามฝุดๆ แหมๆๆ เป็นสาวสาวมั่นอย่างนี้นี่เองแฟนคลับถึงได้รัก ได้หลงเช่นนี้ เอ้า!!! พูดแล้วจะหาว่ามโนไปเองรึเปล่า แต่มันคือเรื่องจริงค้า...วันก่อนเจอสาวปุ๊กลุกออกงานโชว์ตัว เดินแบบพร้อมมงกุฎประจำตำแหน่ง ขุ่นพระ!!! เพียงแค่คุณเธอย่างก้าวออกมาเท่านั้นละค่ะ บรรดาแฟนคลับก็พากันกรี๊ดๆๆ คอแทบแตก ฮอตจริงอะไรจริงนะคะเนี่ยคุณน้อง จุดนี้สงสัยว่าสาวปุ๊กลุกเธอกำลังเจริญรอยตามนางเอกรุ่นพี่อย่าง อั้ม พัชราภา แน่ๆ เพราะตั้งแต่เข้าวงการคุณเธอก็พยายามตีซี้กับนางเอกรุ่นพี่หลายต่อหลายคน จนพวกขาเม้าท์พากันเม้าท์มอยไปว่า She เกาะกระแสดัง แต่ถึงยังไงเธอไม่สนใจกับเสียงนกเสียงกา และช่วงนี้เธอดูจะสนิทสนมกับสาวอั้มเป็นพิเศษ ส่องในไอจีรูปส่วนใหญ่ก็มีแต่รูปคู่ ไปไหนมาไหนก็จะเห็นสองพี่น้องเดินเล่นช็อปปิ้งด้วยกันบ่อยๆ ไม่รู้ว่าสนินสนมกันอย่างนี้ สาวปุ๊กลุกมีแอบถามเคล็ดลับจากซุป’ตาร์อั้มบ้างอ๊ะเปล่า “พี่อั้มคือไอดอลของปุ๊กลุกเลยค่ะ เราชื่นชอบผลงาน ติดตามดูผลงานพี่อั้มมาตลอด พี่อั้มเป็นคนน่ารักมาก จริงๆ กับพี่อั้มก็คุยๆ กันเรื่องละคร เรื่องผลงานอะไรอย่างนี้ เพราะปุ๊กลุกชื่นชอบผลงานพี่อั้มอยู่แล้ว ส่วนใหญ่พี่อั้มจะแนะนำว่าเวลาเล่นละครให้เราเล่นออกมาตามความรู้สึกของตัวละคร เราต้องเข้าให้ถึงตัวละคร คือต้องรู้สึกออกมาจริงๆ ไม่ใช่ว่าเมคขึ้นมาเอง ส่วนเรื่องที่จะไปโกอินเตอร์ร่วมเล่นหนังบอลลีวูด ที่ติดปัญหาอยู่ตอนนี้จริงๆ คือเรายังไม่สามารถให้คิวได้ ก็จะเริ่มให้คิวได้ช่วงปลายปีหน้าเลย” แหม...มีคุณนายอั้มเป็นไอดอลอย่างนี้ สงสัยจะได้เป็นซุป’ตาร์ดังในต่างแดน สมใจอยากแน่นอนจ้า.. ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์