เจนี่

ใครอ่านออกบ้าง! ครูมึน เจอนักเรียนตอบข้อสอบแบบนี้
ข้อสอบ /  นักเรียน / 

ใครอ่านออกบ้าง! ลายมือสุดอ่านยาก นักเรียนไทย วันนี้(4 มี.ค.)ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อคุณ ทางผ่านของสายลม ได้ตั้งกระทู้ว่า "นี่มันภาษาอะไร..ใครอ่านลายมือนี้ออกบ้างยกมือขึ้น" โดยระบุว่า เพื่อนของตนที่เป็นคุณครูได้โพสต์ตัดพ้อนักเรียนหลังจากที่หอบข้อสอบมาตรวจที่บ้านพบกระดาษคำตอบของนักเรียนคนหนึ่งเขียนตอบมาสามหน้ากระดาษแต่ไม่สามารถตรวจให้คะแนนได้เนื่องจากลายมืออ่านยาก โดยข้อสอบดังกล่าวเป็นลายมือนักเรียนชั้น ม.5 วิชาวรรณกรรมปัจจุบัน โจทย์คือ อธิบายโครงเรื่อง แก่นเรื่อง วรรณกรรมเรื่อง มอม ซึ่งท้ายที่สุดคุณครูท่านดังกล่าวไม่ตรวจให้แต่ให้นักเรียนมาทวนคำตอบใหม่และให้แนวทางการเขียนที่ดีกว่านี้ "คุณครูไม่ได้คิดว่าเด็กแกล้งค่ะ เด็กตั้งใจตอบ แต่คงรีบมาก ทำให้ตัวหนังสือเป็นลายมือเลคเชอร์ //ในส่วนของตนไม่ได้มีเจตนาจะประจานเด็ก ตอนแรกเห็นว่าฮาดี พยายามแกะแต่อ่านไม่ออกเลยเอามาให้ลองแกะกันแต่ที่ได้กลับมามากกว่านั้น คือ คำแนะนำต่างๆที่หลายอันมีประโยชน์ทั้งต่อครูและต่อเด็กเอง ขอบคุณทุกท่าน" ที่มา http://pantip.com/topic/33311990/desktop ,ขอบคุณ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อคุณ ทางผ่านของสายลม MThai News

หนังโลกที่เราอยากดู : Citizenfour (2014)
2014 /  biosocpe / 

 Citizenfour (2014) - จากปากคำ ของคนที่(สห)รัฐ ตามล่า!! หนังร่วมทุนเยอรมันและอเมริกา เจ้าของรางวัลออสการ์ปีล่าสุด ในสาขาภาพยนตร์สารคดี ของผู้กำกับ  ลอรา พอยทราส (Laura Poitras) นักทำสารคดีหญิงแกร่งชาวอเมริกันที่ปัจจุบันอาศัยอยูในเบอร์ลิน ซึ่งสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่สนใจมากเป็นพิเศษ คงเพราะนี่คือการบันทึกบทสนทนาของคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็น "อาชญากรของชาติ" ทั้งๆ ที่ตัวเขาออกมาเปิดโปงสิ่งที่รัฐปิดบังคนทั้งประเทศ (และทั้งโลก) อย่างกล้าหาญ แม้จะรู้ว่าอาจต้องแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตก็ตาม เอ็ดเวิร์ด โจเซฟ สโนว์เดน (Edward Snowden) อดีตลูกจ้างสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NSA) ที่กลายมาเป็นหนึ่งในบุคคลผู้สร้างประเด็นถกเถียงอื้อฉาวที่สุดในรอบปี เมื่อสโนว์เดนออกมาสั่นสะเทือนโลก ด้วยการเปิดโปงโครงการการสอดส่องดูแลมวลชนลับสุดยอดของรัฐบาลสหรัฐฯ และอังกฤษ จนถูกติดตามจับกุมและต้องตกอยู่ในสถานะผู้ร้ายข้ามแดนจนถึงตอนนี้ ที่มาของหนังสารคดีเรื่องนี้ เกิดขึ้นหลังจากสโนว์เดนหนีออกจากประเทศไปยังฮ่องกง เขาก็ตัดสินใจส่งอีเมลด้วยนามแฝง ‘citizen four’ ติดต่อบุคคลสองคนให้เดินทางไปบันทึกการเปิดเผยอันสุดแสนจะเอ็กซ์คลูซีฟของเขาต่อรายละเอียดด้านลึกของโครงการดังกล่าว คนแรกคือ เกลนน์ กรีนวอลด์ (นักข่าวหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษ) ส่วนอีกคนคือ พอยทราส ผู้กำกับหญิง (ซึ่งสโนว์เดนติดใจฝีมือการทำหนังสารคดีสั้นเรื่อง The Program ของเธอ ที่เล่าถึง วิลเลียม บินนีย์ อีกหนึ่งอดีตลูกจ้าง NSA ผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบโปรแกรมลับสุดยอดเพื่อเก็บข้อมูลส่วนตัวของประชาชน) ความเก๋าของพอยทราสอยู่ตรงที่เธอมิได้ปล่อยให้หนังออกมาเป็นเพียงงานเสนอข่าวสารข้อมูลหรือสัมภาษณ์บุคคลอย่างแห้งแล้ง ตรงกันข้าม ตัวสโนว์เดนนั้นเต็มไปด้วยมิติหลากหลาย ทั้งขี้อาย หวาดระแวงและเสียสละ ขณะที่ตัวหนังก็เป็นดังธริลเลอร์ชั้นดีด้วยองค์ประกอบต่างๆ ของหนังซึ่งล้วนถูกใช้เพื่อเขย่าความรู้สึกของคนดูอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะมองจากมุมคนที่โปรหรือต่อต้านรัฐบาลอเมริกัน จากมุมของคนทำงานด้านสังคมการเมืองหรือคนดูหนัง สารคดีเรื่องนี้ก็สมควรได้รับการประทับตราว่า "ห้ามพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง"  ***เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE : World Cinema Issue - 100+ หนังโลกปี 2014 ที่ 'ต้องดู' (Online Only At Okkbee and MbookStore.com)

ใจดี! นักธุรกิจสาวใหญ่ แจกข้าวชาวบ้านฟรี เดือนละแสน
นักธุรกิจ /  เจ๊จ๋า / 

เจ๊จ๋า นักธุรกิจเมืองคอนใจดี ทุ่มเดือนละแสน แจกข้าวชาวบ้านฟรี วันละ 300 ห่อ นาน 3 ปี วันนี้ (3มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่จ.นครศรีธรรมราช มีนักธุรกิจหญิงชื่อ นางอัมพาพันธ์ อมรวานิชย์ อายุ 61 ปี หรือ เจ๊จ๋า เจ้าของร้านขายผ้าโชคดี ย่านการค้าท่าวัง นำข้าวสวยพร้อมน้ำพริกและไข่ต้ม เมนูอาหารเจต่างๆ แจกให้ชาวบ้านได้รับประทานกันฟรีๆวันละ 300 ห่อ นางอัมพาพันธ์ เปิดเผยว่า สามีตนเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ตอนนี้อยู่กับลูกชายอายุ 40 ปี ลูกเคยบอกให้ตนหยุดทำแบบนี้ เนื่องจากเห็นผู้เป็นแม่เหนื่อย เพราะต้องเตรียมประกอบอาหารแจกคน แต่ตนยืนยันว่ามีความสุขลูกจึงไม่ขัด สำหรับค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารตกประมาณวันละ 3,000 บาท เฉลี่ยเดือนละ 100,000 บาท ทำอย่างนี้มาเกือบ 3 ปีแล้ว และจะแจกอาหารต่อไปเรื่อยๆ  เพราะตนรู้สึกว่าได้รับอะไรจากสังคมมามากมาย จึงต้องการตอบแทนสังคมบ้าง MThai News

จัดหนัก!! ออสเตรเลียส่งทหารไปอิรักเพิ่ม 300 นาย
ข่าวออสเตรเลีย /  นายกรัฐมนตรีโทนี่ / 

นายกรัฐมนตรีโทนี่ แอ็บบ็อตต์ ของออสเตรเลีย ประกาศส่งทหารเข้าไปยังอิรักเพิ่มอีก 300 นาย นายกรัฐมนตรีโทนี่ แอ็บบ็อตต์ ของออสเตรเลีย ระบุว่า ออสเตรเลียจะส่งทหารเข้าไปยังอิรักเพิ่มอีก 3 ร้อยนาย เพื่อช่วยฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด้านรักษาความปลอดภัยท้องถิ่นที่ฐานทัพ”ทาจิ” ทางตอนเนือของกรุงแบกแดด เพื่อต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส โดยการส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปในอิรักเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจฝึกอบรมร่วมกันของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ซึ่งก่อนหน้านี้ ออสเตรเลียได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปในอิรักแล้ว 170 คน เพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือกองกำลังของรัฐบาลอิรัก

7 ผักผลไม้ ที่มี วิตามินซี เยอะกว่าส้ม กินแล้วไม่ป่วยนะเออ!
ดีต่อสุขภาพ /  ผลไม้ / 

ใครบอกว่าเราจะหา วิตามินซี เยอะได้จากการกินส้มแต่เพียงอย่างเดียว ผิด! ยังมี ผักผลไม้ อีกเยอะแยะที่ให้วิตามินซีกับร่างกายได้มากกว่าส้มซะอีก และวันนี้ Health Mthai จะมาเฉลยให้ได้รู้กันว่า ผักผลไม้ เหล่านั้นมีอะไรอีกบ้าง แล้วทำไมเราถึงต้องอยากกิน วิตามินซีล่ะ? ก็มันมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยสร้างเกราะคุ้มกันเชื้อโรคอย่างเช่นโรคไข้หวัดให้เราได้ยังไงล่ะ เหล่านี้ทางการแพทย์ได้ทำการศึกษาและยืนยันแล้วว่า หากเรากำลังเป็นหวัดอยู่ การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง จะช่วยบรรเทาอาการหวัดให้หายได้เร็วขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปร่างกายเราต้องการวิตามินซีไม่เกินวันละ 1,000 mg  ว่าแต่ แล้วผลไม้ที่มี วิตามินซี มากกว่าส้ม (โดยทั่วไป ส้มหนึ่งลูกให้วิตามินซี 50 mg) นี่มีอะไรบ้างล่ะ...มาเทียบกันดูเลย 1. พริกหวานแดง 1 ลูกให้วิตามินซี 190 mg ซึ่งจัดว่าเป็นผักที่ให้วิตามินซีมากกว่าส้มถึง 3 เท่าเชียวล่ะ 2.พริกหวานเขียว ให้วิตามินซี 120 mg ที่สำคัญยังมีเส้นใยที่ดีต่อการขับถ่ายด้วย 3.สตอเบอรี่ ผลไม้ขบเคี้ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ หวานๆ เปรี้ยวๆ นี้เป็นแหล่งวิตามินซีชั้นเยี่ยม ให้วิตามินซีต่อร่างกาย 85 mg ที่สำคัญอย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนรับประทานนะ 4.กีวี ผลไม้ลูกเล็กๆ แต่เป็นแหล่งพลังงานชั้นดีต่อร่างกาย และให้วิตามินถึง 138 mg 5.มะม่วง ผลไม้ที่หากินง่ายช่วงหน้าร้อนแถมยังหวานหอมอร่อย ให้วิตามินซี 123 mg และในมะม่วงสุกจะมีวิตามินซีเยอะกว่ามะม่วงดิบนะจ๊ะ 6.สัปปะรด ผลไม้อีกชนิดที่มีราคาไม่แพงและหากินง่าย โดยสัปปะรดให้วิตามินซีกับร่างกาย 79 mg 7.บล็อกโคลี่ ผักนี้ให้วิตามินซี ประมาณ 133mg ต่อบล็อกโคลี่หนึ่งถ้วย และยังมีเส้นใยอาหารชั้นยอดรวมถึงแคลอรี่ต่ำอีกต่างหาก รายงานโดย Women Mthai Team

แจจุง JYJ ส่งท้ายจัดแฟนมีตติ้ง ก่อนเข้ากรมสิ้นเดือนมีนาคมนี้
JYJ /  Kim Jae Joong / 

แจจุง นักแสดงหนุ่มชื่อดัง และนักร้องเสียงดีสมาชิกของวง JYJ (เจวายเจ) เผยกำหนดเตรียมเข้ารับราชการ พร้อมเตรียมกิจกรรมส่งท้ายสุดพิเศษแก่แฟนๆ ของเขา คิม แจจุง แห่ง JYJ เปิดเผยว่า หลังจากเขาได้รับหมายเรียก แจจุง ก็เตรียมจะเข้ารายงานตัวเพื่อรับราชการทหารตามหน้าที่ของชายหนุ่มสัญชาติเกาหลีใต้ ในวันที่ 31 มีนาคมที่จะถึงนี้ C-JeS Entertainment ต้นสังกัดของ แจจุง เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า นักร้องหนุ่มจะเข้ารับราชการทหารในสิ้นเดือนนี้ โดยกล่าวว่า "แจจุง จะเข้ากรมในวันที่ 31 มีนาคมนี้ครับ โดย แจจุง จะทุ่มเทช่วงเวลาก่อนเข้ากรมให้กับแฟนๆ และครอบครัวของเขาครับ" คิม แจจุง จะส่งท้ายกิจกรรมกับแฟนคลับของเขาก่อนรับราชการทหาร ด้วยงานแฟนมีตติ้ง 2015 Kim Jaejoong Concert in Seoul – The Beginning of the End ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 และ 29 มีนาคมนี้ ที่ Korea University กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ แปลและเรียบเรียงจาก Osen ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จุดชมซากุระ บนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่ง เกียวโต
Full Bloom /  Ginkakuji / 

ผมเชื่อว่า หนึ่งในแรงบันดาลใจของนักเดินทางส่วนใหญ่ ที่ฝันถึงเมื่ออยากไปสัมผัสในประเทศญี่ปุ่น นอกจาก ภูเขาไฟฟูจิ ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดแล้ว ต้องมีดอกไม้ที่สวยแต่บอบบางอย่าง ซากุระ อยู่ในใจแน่นอน การไปชมดอกซากุระบานนั้นต้องมีการวางแผนให้แม่นยำ ซึ่งใน เกียวโต นั้น ปกติซากุระจะบานเต็มที่ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนและมีเวลาให้พวกเราได้ยลโฉมเพียง 7 วัน ก่อนที่ใบสีเขียวจะผลิออกมาแทนที่ จุดชมซากุระบนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่งเกียวโต หนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่ได้รับการโหวตให้เป็นที่สุดคงหนีไม่พ้น เกียวโต เมืองหลวงเก่าที่มีวัดวาอาราม และบ้านเรือนแบบโบราณ ที่จะเป็นแบ็คกราวน์เสริมให้การชม ซากุระนั้นเพอร์เฟ็คท์ขึ้นไปอีก สถานที่หนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำสำหรับผู้อ่าน ที่จะได้เต็มอิ่มกับซากุระอย่างแน่นอน คือเส้นทางสายนักปราชญ์ หรือ Philosopher's Path ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Tetsugaku no michi โดยเส้นทางสายนี้ปูด้วยก้อนหินที่เลียบคลองน้ำใสๆ มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ที่ผู้อ่านจะได้ยลโฉมซากุระที่บานสะพรั่งหลากพันธ์ุตลอดเส้นทาง เส้นทางนี้เริ่มต้นจากวัด Ginkakuji (Silver Pavilion) และไปสิ้นสุดที่วัด นันเซนจิ (Nanzenji) เราสามารถเริ่มต้นการเดินทางโดยนั่งรถเมล์ จากสถานีเกียวโต ด้วยสาย 5 , 17 หรือ 100 โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 35-40 นาที ด้วยค่ารถเที่ยวละ 230เยน มาลงที่ป้าย Ginkakuji เลย ซึ่งในรถจะมีป้ายบอก พร้อมเสียงประกาศว่ากำลังจะถึงป้ายไหนแล้ว เพราะฉนั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะลงผิดป้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายฮิตๆ อย่าง Ginkakuji มีนักท่องเที่ยวคนอื่นลงตามด้วยเยอะแน่นอน สิ่งแรกเห็นหลังจากลงรถเมล์ที่ป้ายแล้ว ก็จะเห็วทิวต้นซากุระผลิดอกรอต้อนรับอยู่ เราก็เดินมุ่งหน้าสู่วัด Ginkakuji เป็นที่แรกในการเริ่มชมซากุระในวันนี้ Ginkakuji Temple หรือ Silver Pavilion (วัดเงิน) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก World Cultural Heritage Sites โดย UNESCO เรียบร้อยแล้ว Ginkakuji เป็นวัดนิกายเซน ถูกสร้างขึ้นโดยโชกุน Ashikaga Yoshimasa หลานชายของท่านโชกุน ที่สร้างวัด Kinkakuji หรือ golden Pavilion (วัดทอง) ซึ่งอาคาร Silver Pavilion (Kannonden) สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกัน เพียงแต่จะไม่ได้มีสีทอง เป็นอาคาร 2 ชั้น และมีนกฟินิกซ์อยู่บนหลังคาอาคารเช่นเดียวกัน ภายในอาณาบริเวณของวัดนั้น จะมีเนินเขาที่ยังมีต้นไม้ใหญ่คงสภาพความเป็นป่าอย่างสมบูรณ์ ซึ่งสามารถเดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้ สามารถมองเห็นวัดได้โดยรอบ รวมถึงทิวทัศน์ของเมืองเกียวโตที่สวยงานอีกด้วย ในวัดมีสระน้ำกว้างอยู่กลางวัดล้อมรอบด้วยสวนแบบญี่ปุ่น และอีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจ คือลานสวนหินทรายสีเงิน หรือที่เรียกว่า “Sea of Silver Sand” และกรวยหินทราย เรียกว่า “Moon Viewing Platform” ที่สร้างขึ้นเพื่อเมื่อแสงของดวงจันทร์กระทบกับลานหินทรายแสงที่ตกกระทบก็จะสว่างไปทั่วบริเวณหน้าอาคาร Silver Pavilion ทำให้เกิดแสงระยิยระยับสวยงาม แต่ผู้เขียนไม่ได้อยู่ชมในช่วงดึกจึงยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจะสวยงามอย่างที่คิดไว้ไหม       หลังจากนั้นก็เดินย้อนออกจากวัด เพื่อเข้าสู่จุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนักปราชญ์ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าเส้นทางสายนี้เป็นเดินเท้าเล็กๆที่ปูพื้นด้วยหิน และเป็นทางเดินเลียบคลองบิวาโกะ ที่มีน้ำใสสะอาด ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต ที่มาของชื่อ “ถนนสายนักปราชญ์” นี้ได้มาจาก ในอดีตนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในช่วงศตวรรษที่ 20 ชื่อ Nishida Kitaro มักจะมาเดินสงบจิตใจที่นี่เพื่อให้เกิดสมาธิ ในวันอื่นๆที่ไม่มีซากุระ เส้นทางนี้จะเป็นเพียงทางเดินเลียบคลองอันแสนเงียบสงบที่ชาวบ้านละแวกนี้ใช้เป็นที่สัญจรและพักผ่อนหย่อนใจ แต่ในช่วงเดือนที่ดอกซากุระบาน ทางเดินเส้นนี้กลับเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่พร้อมใจมาชมความงามของซากุระกว่า 500 ต้นที่ปลูกเลียบไปตามริมคลอง ที่ปกคลุมเส้นทางเดินเส้นนี้ให้กลายเป็นอุโมงค์ซากุระอันแสนงดงาม ในขณะที่มีลมพัดผ่านมา กลีบดอกซากุระก็ปลิวไสวคล้ายกับหิมะ แล้วตกไปยังคลองด้านล่าง จนทำให้คลองกลายเป็นพรมซากุระสีขาวอมชมพู แค่นึกภาพตามก็สุดแสนจะโรแมนติคแล้ว แต่ถ้าใครได้อยู่ตรงนั้นล่ะก็แทบจะอยากให้มีคนจับมือควงแขนกันเดินเลยทีเดียว ตลอดสองข้างทางเดินยังเต็มไปด้วยร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ร้านน้ำชา คาเฟ่ ร้านขายของแฮนด์เมดเก๋ๆ ให้ได้แวะชมแวะดูกันเพลินๆ สวยโรแมนติคซะขนาดนี้ พลาดไม่ได้ที่จะมีศิลปินท้องถิ่นมานั่งวาดภาพวิวเพื่อรังสรรค์เป็นผลงานความทรงจำไว้ในผืนผ้าใบด้วย       เมื่อเพลิดเพลินกับซากุระตามเส้นทางมาจนถึงปลายทางก็จะไปบรรจบกับวัดนันเซนจิ (Nanzen-ji) วัดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดเซนที่มีความสวยงามและสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นวัดที่เป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุทธนิกายเซนสาย Rinzai ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นวังที่ประทับของจักพรรดิคาเมะยะมะ (Kameyama) ด้วยความเลื่อมไสศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระองค์จึงทรงยกวังแห่งนี้ให้ก่อตั้งเป็นวัดนันเซ็นจิ ในปีค.ศ. 1291 แม้ว่าชื่อวัดจะเป็นชื่อนันเซ็นจิ แต่ภายในมีวัดแห่งนี้ ยังมีวัดย่อยๆอยู่อีก 12 แห่ง (เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแค่เพียง 4 แห่ง)   เมื่อเราเดินทางมาถึงวัดแห่งนี้ สิ่งแรกที่จะพบก็คือ Sanmon Gate ประตูไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ สูง 22 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามปราสาทโอซาก้า เมื่อปี ค.ศ. 1615 ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเกียวโตได้บนระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ชั้นสองของประตู หลังจากลงมาจากประตู เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะได้พบกับจุดเด่นของวัดอีกอย่าง คือ สะพานส่งน้ำบิวะ (Lake Biwa Aquaduct) สะพานส่งน้ำนี้สร้างขึ้นในสมียเมจิ โดยการเจาะภูเขาเพื่อขนส่งน้ำ และ สินค้าทางน้ำ จากทะเลสาบบิวะมายังเกียวโต ปัจจุบันก็ยังมีน้ำส่งในท่อส่งน้ำอยู่ แต่คนในเมืองเกียวโตไม่ได้ใช้น้ำจากคลองส่งน้ำแห่งนี้แล้ว นอกจากนี้ วัดแห่งนี้ยังมี วัดย่อย และ สวนเซนที่มีความสงบ เงียบ และสวยงามชวนให้เกิดสมาธิและสงบจิตใจอีกหลายแห่งให้ได้เข้าไปชมกัน   อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับการมาชมซากุระในเส้นทางนี้คือ Keage Incline หลายคน รวมทั้งผมด้วยเมื่อแรกเห็นเคยคิดว่าเป็นทางรถไฟสายเก่า แต่จริงๆแล้วคือทางรถรางเพื่อลากเรือบรรทุกสินค้าที่ล่องมาตามคลองส่งน้ำบิวะแล้วจะต้องลดระดับลงไปถึง 32 เมตร สู่แม่น้ำกะโมะกะวะ ในสมัยเมจิจึงได้มีการสร้างรางนี้ขึ้นมานั่นเอง โดยรางขนาดใหญ่นี้จะเป็นทางลาดชัน ที่ถูกขนาบข้างด้วยต้นซากุระขนาดใหญ่ ที่ผลิดอกเต็มต้นให้เราได้ใกล้ชิดตลอดสองข้าง จากการสังเกตุพบว่า คู่รักต่างนิยมมาถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้ง ส่วนสาวๆก็นิยมใส่ชุดยูกะตะ มาถ่ายรูปคู่กับซากุระ ทำให้การชมซากุระนั้นได้บรรยากาศไปอีกระดับหนึ่ง   จากจุดเริ่มต้น จนมาถึงปลายทางที่ Keage incline เส้นทางสายนี้ เป็นเส้นทางชมซากุระ ที่สามารถใช้เวลาเดินชมแบบชิลๆได้อย่างต่ำครึ่งวันเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเดินชมแบบคนเดียวโดยไม่เหงาเพราะความเพลินในการชมซากุระ แต่ถ้าใครมีคู่ก็มาสวีทกับคนรักได้แบบสุดโรแมนติค โดยนำข้าวกล่องมานั่งทานใต้ต้นซากุระด้วยก็ได้ หรือมากับเพื่อนๆก็ได้ความสนุกอีกแบบ ในเกียวโตยังมีสถานที่ชมซากุระขึ้นชื่ออีกหลายแห่ง ในครั้งต่อไปจะเป็นที่ไหนสามารถติดตามได้ต่อที่นี่นะครับ ค่าเข้าสถานที่ต่างๆในเส้นทางนี้ วัด Ginkakuji 500yen วัด Nanzenji และวัดย่อยภายใน ประตู Sanmon Gate 500yen วิหาร Hojo 500yen วัด Nanzenin 300yen วัด Konchi-in 400yen วัด Tenjuan 400yen ข้อมูลสถานที่ www.japan-guide.com เรื่อง/ภาพ Tonyken

บริหารเสน่ห์สาวๆ 12 ราศี อย่างไร? ให้ผู้ชายติดตรึม!!!
วิธีบริหารเสน่ห์ /  เสน่ห์ / 

สาวๆคงหนักใจไม่น้อย เพราะจะต้องทำอย่างไรให้หนุ่มที่เราหมายปองหันมาสนใจเราบ้าง Horoscope.Mthai.com นำข้อมูล วิธีบริหาร เสน่ห์ สาวๆ ให้ดวงรุ่ง ตาม 12 ราศี มาบอกกันครับ วิธีบริหาร เสน่ห์ สาวๆ 12 ราศี สาวราศีมังกร จริงๆ สาว ราศี มังกร มี เสน่ห์ สำหรับหนุ่มๆ ที่ได้พบเป็นหรือได้พูดคุยเพราะเป็นคนมีเหตุผล เข้าใจอะไรง่าย เธอไม่เหมาะกับแนวขี้อ้อนแสนงอนไร้เดียงสา จึงควรเป็นตัวเองในแบบฉบับที่ดูคล่องแคล่วปราดเปรียว ฉลาดแต่ก็ควรลดความเก่งความทันผู้ชายลงด้วยเช่นกัน ควรหัดมีอาการเขินอายพอให้น่ารักน่าเอ็นดูกะเขาบ้าง ด้วยบุคลิกเช่นนี้ก็ทำให้เธอเป็นที่ถูกใจของชายหนุ่มในอุดมคติของเธอได้ไม่ ยาก สาวราศีกุมภ์ สาวกุมภ์มี เสน่ห์ ในตัวเองอยู่แล้ว ฉะนั้นก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับข้อดีของตัวเองซะก่อน จะได้ใช้ให้เป็นด้วย สาวกุมภ์มีความน่ารักเป็นต้นทุน จึงไม่ต้องประดิษฐ์กันมากมายให้เป็นไปตามธรรมชาติ การพูดจาด้วยความเข้าใจและสนใจ และที่สำคัญเธอมีความคิดความอ่านที่คมคาย แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้หญิงที่มีสมองด้วย จึงไม่น่าเบื่อเลยในการสนทนากับสาวราศีนี้ แค่นี้ก็พร้อมเช็คเรตติ้งตัวเองได้แล้ว สาวราศีนี้แอบดื้อรั้นซึ่งเป็นผลมาจากความมั่นใจบวกกับความฉลาดของเธอ ตรงนี้ต้องลดลงนิดนึงจะได้กลมกล่อม สาวราศีมีน จริงๆ สาวราศีมีนเป็นคนที่มี เสน่ห์ ในสไตล์โรแมนติกผสมความลึกลับนิดๆ ดังนั้นเวลามีความรักไม่ควรเปิดเผยความคิดความรู้สึกทั้งหมดของเราให้หนุ่มๆ รู้หมด ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและอยากเรียนรู้เราอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับมัดใจหนุ่มด้วยความโรแมนติกแบบเก๋ๆ ที่เต็มไปด้วยความจริงใจในสไตล์ของตัวเอง ความช่างเอาใจใส่ดูแลและความเข้าใจ ของเธอทำให้หนุ่มๆ ไปใหนไม่รอด และยอมมอบหัวใจให้เธอ เป็นของกำนัล สาวราศีเมษ สาวเมษดูปราดเปรียวเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา มีลูกเล่นในการพูดคุยที่สนุกสนานมีมุขขำๆ พอน่ารักน่าเอ็นดู บวกกับความเป็นสาวเก่ง ทำให้เธอดูน่าสนในอยู่แล้วดังนั้นแค่สาวเมษรู้จักการนำเสนอส่วนดีของตัวเอง ในปริมาณพอดี ก็สร้าง เสน่ห์ แก่เธอแล้ว โดยเฉพาะการพูดคุยของเธอนั้นสามารถแสดงความคิดที่มีสาระ อีกทั้งยังสื่อถึงความเป็นสาว อารมณ์ดีได้อย่างลงตัว ทำให้หนุ่มในยุคดิจิตอลตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว สาวราศีพฤษภ สาวพฤษภมีความแสนดีเป็น เสน่ห์ ประจำกาย เธอจิตใจดี นิสัยดี ซื่อแบบใสๆ ทำให้ใครที่อยู่ใกล้อดที่จะชื่นชมเธอไม่ได้ ความนิ่งสงบของเธอก็เป็นอาวุธร้ายที่สามารถสยบชายหนุ่มที่ได้ผลเสมอ เพราะมันดูท้าทายหัวใจเขาเหลือเกิน ความนิ่งของเธอไม่ได้ดูลึกลับน่าหวาดกลัว แต่กลับดูใสซื่อรายกับลูกวัวตัวน้อยๆ ทำให้ปลุกสัญชาติญาณของเสือหนุ่มทั้งหลาย ให้ตื่นเต้นขึ้นมาได้ ฉะนั้นเพียงแค่เธอแสดงความใส่ใจกับชายหนุ่มบ้างพองาม ก็ทำให้ชายหนุ่มมีกำลังใจทำดีกับสาวเจ้าพฤษภแล้ว สาวราศีเมถุน เธอเป็นสาวเจ้า เสน่ห์ ตัวจริงของวงการก็ว่าได้ เธอรู้จักการวางตัวให้ดูน่าสนใจ มีลูกเล่นไม่น่าเบื่อ ช่างพูดช่างฉอเลาะ และสาวราศีเมถุนมีวิธีเช็คเรตติ้งตัวเองแถมขยันเช็คซะด้วยมีเทคนิคการโปรย เสน่ห์ให้สไตล์ที่ดูธรรมชาติเป็นกันเอง และสาวเมถุนมีอาวุธลับของตัวเองก็เธอมีตำแหน่งเป็นถึง "นางงามมิตรภาพ" การันตีอยู่แล้ว ที่สำคัญเธอใช้อาวุธของเธอเป็นแค่นี้หนุ่มๆ ก็หลงเสน่ห์เธอแล้ว สาวราศีกรกฎ สาวปูมีความน่ารักเป็นธรรมชาติ ไม่ประดิษฐ์ จึงเป็น เสน่ห์ ในแบบฉบับของตัวเอง ความเป็นคนตรงๆ ดูจริงใจและซื่อสัตย์ในเรื่องความรักมาก ทำให้ชายหลายคนอยากจะได้หัวใจเธอ เพราะเธอทำให้เขามั่นใจในความรักที่เธอมีให้คนรัก ซึ่งนั่นทำให้เขาภูมิใจในตัวเธอ และอดที่จะภูมิใจในตัวเองไม่ได้ เรื่องการเทคแคร์ดูแลเอาใจใส่นี่ก็ถือเป็นเทคนิคส่วนตัว ที่ทำให้หนุ่มๆ หลงใหลในตัวเธอมานักต่อนักแล้ว สาวราศีสิงห์ ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก เรื่องความโดดเด่นต้องยกให้แก่แม่สิงห์สาว เธอสวยสง่า สดใส เสียงดังฟังชัด รอยยิ้มที่เปิดกว้างอย่างมีไมตรีเรียกความสนใจจากหนุ่มได้ตั้งแต่แรกเห็น เพียงแค่สาวเก่งอย่างเธอออกปากชื่นชมชายหนุ่มด้วยความจริงใจ ก็ทำให้เขาภูมิใจได้อย่างมากมาย ที่ได้รับการยอมรับจากผู้หญิงที่มีความสามารถรอบตัว เช่น การเอาอกเอาใจเป็นพิเศษก็ทำให้เขาปลื้มเธอเหลือเกินแล้ว สาวราศีกันย์ เสน่ห์ ของสาวราศีกันย์คือ ดวงตาแสนซื่อใส และใบหน้าที่ดูได้เดียงสา ทำให้ชายหนุ่มตกหลุมรักเธอแบบไม่ทันตั้งตัวกันเลยทีเดียว เธอดูน่าทะนุถนอม น่ารักแบบเด็กสาวที่ไม่มีจริตปรุงแต่ง รอยยิ้มที่ดูจริงใจ แค่นี้หนุ่มๆ ก็แย่งกันเพื่อจะเอาชนะใจเธอให้ได้แล้ว สาวราศีตุลย์ สาวตุลย์มีมนต์ เสน่ห์ ดึงดูดมัดใจชายหนุ่ม ด้วยบุคลิกท่าทางหน้าตา การแต่งเนื้อแต่งตัวที่รู้ข้อดีของตัวเองและใช้มันเป็น เธอสนใจและมีความรู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัวเยอะ จึงทำให้การสนทนาราบรื่นสนุกสนาน และเพิ่มเสน่ห์ด้วยการแสดงความสนใจฟังชายหนุ่มอย่างตั้งใจ ทำความเข้าใจจับประเด็นที่เขาต้องการสื่อได้ดี และจากนั้นก็พูดคุยไปในทางแนวทางเดียวกันกับเขาอย่างเป็นธรรมชาติ เพียงแค่นี้ก็สามารถกุมหัวใจให้กับชายหนุ่มไว้ได้แล้ว เพราะเขาจะรู้สึกดีมากๆ ที่ได้รับการยอมรับจากสาวรอบรู้อย่างสาวตุลย์ สาวราศีพิจิก แค่ทำตัวตามปกติที่เธอเป็นก็ดึงดูดความสนใจจากชายหนุ่มได้แล้ว ด้วยอำนาจแห่งความลึกลับส่งคลื่นไปกระแทกใจชาย จนอยากเข้ามาทำความรู้จักและพยายามจะศึกษาวิจัยเธออย่างจริงจัง วิธีบริหาร เสน่ห์ เพียงแค่ใช้ดวงตาที่สะกดได้นั่นล่ะ ยังได้ผลอยู่เสมอ เพราะเธอมีดวงตาเป็นอาวุธ ใช้สายตาจับจ้องและเนิ่นนาน ที่เหลือฝ่ายชายเขาจะหาวิธีที่จะสานสัมพันธ์ต่อเอง สาวราศีธนู เธอเป็นสาวเซ็กซี่ ขี้เล่น เป็นกันเอง ตามสเปคที่หนุ่มๆ จำนวนไม่น้อยพร่ำเพ้อหากันอยู่ทุกวันนี้ เธอมีความสามารถหลากหลาย ที่ทำให้หนุ่มๆ ทึ่งได้เสมอ เธออาจตีกอล์ฟด้วยท่วงท่าที่สวยงาม หรืออาจเล่นกีฬาผาดโผนต่างๆ ที่สาวอื่นไม่กล้าและหากไปคาราโอเกะ เธอก็ร้องเพลงช้าได้น่าฟังจับใจและเพลงเร็วที่ทำให้ทุกคนได้สนุกไปกับเธอ หรืออีกวันเธออาจชวนคุณไปทำบุญเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอเป็นสาวที่สร้างความประทับใจได้ไม่รู้จบจริงๆ เรียกว่าเธอทำอะไรก็ดูดีไปหมด (ไม่รักไม่ได้แล้ว) อยู่ใกล้เธอคุณไม่อาจคาดเดาได้ ซึ่งเป็น เสน่ห์ ที่ไม่ซ้ำแบบใครจริงๆ สร้างสีสันจนชายหนุ่มสนุกที่จะอยู่ใกล้ๆ เธอ จนรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปเมื่อห่างจากเธอ ขอบคุณข้อมูลจาก sportzean.com

ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ /  ดาราวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ กับ 6 หนุ่มแก๊งหินกลิ้ง และแก๊งสาวบัวชมพูกัน และรู้หรือไม่ว่า แก๊งวัยรุ่นในตำนานนี้ ถูกนำมาสร้างแล้วถึง 3 รุ่น แต่ใครจะทันยุคไหนสมัยไหนกันบ้าง และจำพวกเขาคิดถึงพวกเขาขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ   ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เริ่มต้นกันด้วยรุ่นแรก กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยครั้งแรก เมื่อกลางปี พ.ศ. 2534 เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่โด่งดังมากมาก สร้างสถิติภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาตร์ในเวลานั้น โดยเรื่องราวของ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เป็นเรื่องของ 4 หนุ่มนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหินกลิ้ง ที่เป็นก๊วนแสบประจำโรงเรียน นักเรียนรุ่นน้องชั้น ม.5 อยากสืบทอดเจตนารมณ์ ซึ่งในอีกหลายปีต่อมา คิง สมจริง ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บริหาร โพลีพลัส ได้หยิบหนังเรื่องนี้มาปัดฝุ่นทำใหม่ในรูปแบบละครโดยในตอนแรกๆ ของเรื่อง มอส ปฏิภาณ นักแสดงจากเวอร์ชันหนังได้ให้เกียรติมาร่วมรับเชิญในฐานะรุ่นพี่หินกลิ้งและยังมี ชาตรี ชมพู นักแสดงอีกคนจากในหนังก็กลับมารับบทเดิมอีกครั้งคือ อาจารย์ฝ่ายปกครอง โดยหลายอย่างจากเวอร์ชันหนังยังคงอยู่แต่ได้มีการดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น โดย กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหนึ่ง ชื่อ แก็งหินกลิ้ง มีสมากชิก ดังนี้ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์(มอส)  รับบท  ก้าน @mospatiparn  ประธานกลุ่มหินกลิ้ง ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ชอบใช้ในทางที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง(แท่ง) รับบท หมี @tangsaksitdotcom เป็นนักรัก แต่อกหักตลอดเรื่อง ธีรวัฒน์ อรัญยะนาค (โป๋) รับบท บิ๊ก  ประธานชมรมบาสเก็ตบอลหน้าตาดี แต่ตดเหม็นมาก ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ รับบท ก๋อย ผู้มีความสามารถทางด้านภาษาไทย คือพูดติดอ่างทุกคำพวกเขาทั้งสี่เป็นกลุ่มนักเรียนแสบซ่า สร้างปัญหาให้กับโรงเรียนทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรุ่นน้อง ม.5 ชื่อ ปราโมทย์ แสงศร(โมทย์) รับบท แฉก ที่ขอสืบทอดเจนารมย์ของกลุ่มหินกลิ้งต่อไป กลุ่มหินกลิ้งถูกสบประมาทจากกลุ่มเพื่อนผู้หญิงว่า เป็นกลุ่มบ๊วย ไม่มีอนาคต อยู่เสมอ แต่กลุ่มหินกลิ้งก็ไม่หยุดซ่า สร้างวีรกรรมมิได้หยุดหย่อน พวกเขาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวิทกับนักเรียนต่างโรงเรียนเพราะไปแย่งจีบหญิงคนเดียวกัน ทำให้พวกเขาถูกทำทัณฑ์บน และพวกเขาได้ไปมีเรื่องกับเด็กนักเรียนต่างห้องที่เกเรไม่แพ้กัน วิทิต แลด(เอ) รับบท กรด มีฝีมือในการชู้ตบาสที่ไม่มีใครเหมือน การมีเรื่องในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธภาพระหว่างเพื่อน กรด ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มหินกลิ้งในเวลาต่อมา นอกจากนี้ก็ยังมี กลุ่มสาวๆ 2 คนในเรื่อง ณัฐสิมา คุปตะวาทิน(หมอก) รับบท นิ่ม ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 จากอาการโรคเอสแอลอี ลักษณะคล้ายกับพุ่มพวง ดวงจันทร์ สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ (ปิงปอง) รับบท หญิงแอ๋ว วันหนึ่ง แฉกถูกคู่อริที่เคยมีเรื่องกันครั้งก่อนตีหัวสลบเกือบเอาชีวิตไม่รอด และกรด ต้องลาออกจากโรงเรียนไปทำงานเพราะไม่มีเงินเรียน ก้านเริ่มตระหนักถึงเรื่องความไม่แน่นอน และอนาคตของตัวเอง พวกเขากลับตัวกลับใจ เริ่มต้นเป็นคนดีของพ่อแม่ ครู อาจารย์ และเพื่อน ก่อนจบการศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครบรอบ 25 ปีของโรงเรียน ก่อนถึงวันงาน ก้านตั้งปณิธานกับตัวเองและเพื่อนๆ ว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" วันงานพวกเขาตั้งใจทำอย่างดีที่สุด และแล้วทุกกิจกรรมที่พวกเขาทำล้วนประสบความสำเร็จสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวของพวกเขาเอง ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนที่พวกเขารักเช่นกัน หลังจากนี้พวกเขาจะต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พวกเขามีฝันความฝันและต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 2 ในรูปแบบละคร ทางช่อง 7 ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม  2545   ตอนนี้นักแสดงรุ่นนี้ ก็อายุ 30 อัพกันแล้ว ใครทันกันบ้าง นำโดย แก็งค์หินกลิ้ง สุวินิต ปัญจมะวัต ( หนุ่ม ) รับบท กล้า หรือต้นกล้า พงศกร มหาเปารยะ ( แต๊ง ) รับบท ปกป้อง หรือ ป้อง  @thankpm ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล ( เบ็น ) รับบท พี หรือพีศิลป์ อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ( ฟาน) รับบทกร๋อย หรือยินดี @fanarista (^^หล่อมว๊ากกก) ดนัย ตันธนะศิริวงศ์ ( เจสซี่ ) รับบท กรดหรือมงกรด จิตตริน กุลกัลยาดี  ( ดีเจเจมส์ ) รับบท โมน   @djjem_efm 3 สาว บัวชมพู เบญจณัฎฐ์ อักษรนันทน์ (จิ๊บ) รับบท เดือนสิบ @jibbenjanat ญาดานุช โรจจนวัฒน์ ( เตย ) รับบท เกี๊ยวซ่า @th_toeyhom กาญจน์คนึง  เนตรสีทอง (มีน) หรือ มีน AF 7 รับบท จงรัก  @nongmeenn หลังจากนั้น ความแตกต่างจากภาคแรกก็คือ การเพิ่มสมาชิก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นกลิ้งจูเนียร์ หรือ หินกลิ้งจูเนียร์ (ละคร) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2547  โดยมี 3 หนุ่ม กลิ้งจูเนียร์/หินกลิ้งจูเนียร์ ดังนี้ โชคชัย  บุญวรเมธี (บอย) รับบท บอยไท หรือ บอย @boy_chokchai บุญฤทธิ์  ดุจพิบูลย์ผล (แม็ก) รับบท เก่งกาจ หรือ เก่ง ภานุรุจ ภานุรุจ เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ตามมาด้วย 3 สาว บัวชมพูจูเนียร์ ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า  ชโลทร  กาหลง(กระต่าย) รับบทไวไว  @rabbiitch พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่  ต่อมา ก็ถึงรุ่น กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 3 (ละคร) ปี 2549 นำโดยแก็งหินกลิ้งกลุ่มใหม่ กับ จูเนียร์เดิม ผสมกัน ภานุรุจ  เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ธอร์น  (แก๊งหินกลิ้งจูเนียร์เดิม) จินดาโชติ (ฌอห์ณ) รับบท กึกก้อง หรือ ก้อง @seanjindachot อลัน ยงยืนนาน(แอมเมอร์) หรือ ศิลปินดูโอ ลาฟเฟอร์ แอมเมอร์ รับบท ยูยะ  มิตรชัย ใจสงฆ์(มิกซ์) รับท กัมพ์  ภาณุพงศ์ เศรษฐเสถียร(โอ๊ค) รับบท เดี่ยว หรือ เดี่ยวไฮเทค @oakz_panupong พชร กระต่ายทอง(ใหม่) รับบท ชายน้อย    และที่ขาดไม่ได้  3 สาว บัวชมพู ซึ่งต่อจาก บัวชมพูจูเนียร์ เดิม พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่ ชโลทร กาหลง (กระต่าย) รับบท ไวไว ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า หลังจากนั้น "แก๊งหินกลิ้ง" ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย ชายน้อย, กัมพ์, แน่วแน่ ไม่พร้อมที่จะแสดงต่อไป จึงทำให้ต้องทำการหานักแสดงใหม่ด้วยโครงการ “ชวนน้องมาลองกลิ้ง” จนได้ทั้งสามคนใหม่ ดังนี้ ลูกหมู วิริยะ จิตภักดี  รับบท "ชายพจน์" ที่มีคาแรกเตอร์เป็นเด็กเรียน แอบซนนิดๆ     คิก ภูมิมสิทธิ์ ตั้งพินิจการ พัตเตอร์ ภัทรนันท์ จามิกรณ์ น้องชายแพนเค้ก-เขมนิจ รับบทเป็น "เคนโด้" @putteros เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนสมัยเรียน อย่างห้องเรียน กระดานดำ การเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ชั่วโมงโฮมรูม หรือจะเป้นการลอกการบ้าน แอบเล่น MSN โดดเรียนจนต้องเข้าฝ่ายปกครองบ่อยๆ คิดถึงจัง^^ แต่แบบไหนที่ไม่ดี ก็อย่าเอาไปเป็นแบบอย่างนะคะ เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ วิกิพีเดีย, sharerice, 70-90memory.blogspot.com

ตลท. ตั้งธงมาร์เก็ตแคป 20 ล้านลบ.วอลุ่มแสนล้านใน 5 ปี
ข่าวหุ้น /  ตลท. / 

ตลท. ตั้งเป้าปักธงปั้นมาร์เก็ตแคปหุ้นไทยทะลุ 20 ล้านลบ. วอลุ่มเฉลี่ยวันละ 1 แสนล้านบาทภายใน 5 ปีหรือปี 2563 ส่วนปีนี้คาดมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 15-16 ล้านลบ.วอลุ่มเฉียด 6 หมื่นล้าน นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท.ตั้งเป้ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม หรือมาร์เก็ตแคปหุ้นไทยจะสูงขึ้นเป็น 20 ล้านล้านบาท ภายในปี 2563 จากสิ้นปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 15-16 ล้านล้านบาท ในขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันจะเพิ่มขึ้นแตะ 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท โดยมีแผนจะร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกในการขยายฐานนักลงทุนหน้าใหม่ โดยเฉพาะในหัวเมืองรอง นอกจากนี้ ตลท.ยังตั้งเป้าผู้ลงทุนใหม่เพิ่มอีกอยู่ที่ 1.5 ล้านรายในปี 2563 จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.7 แสนราย โดยในปี 2558 ตั้งเป้าผู้ลงทุนใหม่เพิ่มขึ้น 9.5 หมื่นราย สูงกว่าปี 57 ที่มีเป้าหมาย 8.5 หมื่นราย แต่ปรากฎว่าปี 57 ทำได้ถึง 1.2 แสนรายเกินเป้า และในเดือน ม.ค.58 มีผู้ลงทุนใหม่เพิ่มขึ้นแล้ว 1.5 หมื่นราย ด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ตมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนเป็น 50% ในปี 2563 จากขณะนี้อยู่ที่ 43% ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากดจาก 5-6 ปีก่อนที่อยู่ในระดับ 14-15% โดยคาดว่าในปี 59 จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ติดตามข่าวสาร 'ตลาดหุ้น' ได้ที่นี่>>>>>>> MThai News

นศ.ขอโทษผ่านสื่อ ทิ้งชิ้นส่วนคล้ายทารก ทำชาวบ้านผงะ!
ชิ้นส่วนมนุษย์ /  ซากทารก / 

2 นักศึกษาสาว แจงชิ้นส่วนคล้ายเด็กทารกถูกทิ้งถุงขยะย่านท่าข้าม เป็นเจลลาติน ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ประกอบหนังสั้นพร้อมขอโทษผ่านสื่อ ที่ทำให้ตื่นตระหนก วันนี้ ( 3 มี.ค.) 2 นักศึกษาสาว สาขาภาพยนตร์ วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สกนธ์ ศรีวัฒกะพงศ์ พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีผู้พบชิ้นส่วนคล้ายเด็กทารกในถุงขยะ ย่านท่าข้าม โดยนักศึกษาทั้ง 2 ระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นเจลาติน ผสมเลือดเทียม และไส้หมู ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบฉาก ในการถ่ายทำหนังสั้นเกี่ยวกับการทำแท้ง เพื่อส่งอาจารย์ หลังถ่ายทำเสร็จได้เก็บชิ้นส่วนทั้งหมดใส่ถุงดำอย่างดี และนำไปทิ้งในช่วงหัวค่ำ จนกระทั่งมีผู้มาพบและเข้าใจผิดว่าเป็นซากทารก นอกจากนี้ นักศึกษาทั้ง 2 ยังได้กล่าวขอโทษผ่านสื่อ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ตื่นตระหนก สร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้พบเห็น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า จากการสอบสวนพบว่า ทั้ง 2 คนไม่ได้มีเจตนาที่ทำให้ตื่นตระหนก และมีการห่อชิ้นส่วนดังกล่าวในถุงขยะเป็นอย่างดี แต่คนเก็บของเก่าไปขุดคุ้ยและเกิดความเข้าใจผิด ทั้ง 2 จึงไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดแต่อย่างใด ขอบคุณข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว3 MThai News

เจนี่ ไม่แคร์!! โดนเม้าท์ โป๊ลดเกรดตัวเอง
เจนี่ เทียนโพธ์สุวรรณ /  เมย์ พิชญ์นาฎ / 

ขึ้นแท่นเจ้าแม่เซ็กซี่!! นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ฟินสุดติ่ง ฟีดแบคถ่ายชุดว่ายน้ำแร๊งส์ ทุบสถิติขาย 2 วันเกลี้ยงแผง!! เมินคนมองถ่ายโป๊เกินลดเกรดตัวเอง ปัดออกมาแข่งกับ วุ้นเส้น วิริฒิพา เพื่อนซี้ใน แก๊งค์นางฟ้า ยันไม่มีปัญหากัน และงดพูดถึงทางด้านสาว เมย์ พิชญ์นาฏ หลังอีกฝ่ายโพสต์เชียร์สาววุ้น กรณีโพสต์ IG โต้ข่าวขึ้นคอนโดไฮโซ กึ้ง เฉลิมชัย เผยเป็นการเข้าใจผิด และได้มีการเคลียร์กับสื่อดังกล่าวแล้ว เรื่องหัวใจเฉยๆ หมอดูทักปีหน้าเจอเนื้อคู่ ตอนนี้ยังไม่มีคุยกับใคร รับเข็ดจากคราวที่แล้วไม่หาย!! "ฟีดแบคแฟชั่นชุดว่ายน้ำ ก็วันที่ 2 ก็หมดเลย เกลี้ยงเลยค่ะ จริงๆ เจนี่ก็อยากจะให้เห็นว่าความแข็งแรง อย่างงานนี้ค่ะอั้ม(อั้ม อธิชาติ) เขาก็เสนอความแข็งแรง เจนี่ก็อยากจะเสนอความแข็งแรง จริงๆ เจนี่เป็นคนที่ดูแลตัวเองแล้วก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็เป็นหนังสือที่เจนี่บอกเองน่ะค่ะ ว่าอยากจะถ่ายแบบไม่มีรีทัช อยากจะให้เห็นแต่กล้ามจริงๆ ชอบมากค่ะ" "เซ็กซี่ที่สุดแล้วค่ะ ทำลายสถิติค่ะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว 3 วันหมดแผง คราวนี้ 2 วันหมดแผง ท่าฉีกขาคนมองแรงเกิน จริงๆ เวลาพี่ใหญ่ถ่ายชุดว่ายน้ำเขาอยากจะให้เรารู้สึกว่า เวลาผู้หญิงออกกำลังกายน่ะค่ะมันจะมีกล้ามเนื้อเล็กๆ หรืออะไรพวกนี้ค่ะ ก็คืออยากจะให้มองว่ามันคือความแข็งแรงจริงๆ" "มีคนเปรียบเทียบกับวุ้นเส้น จริงๆ แล้วตอนแรกคือแบบต่างคนต่างไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะถ่ายชุดว่ายน้ำ พอถ่ายออกมาเสร็จแล้วเหมือนกับแบบเพิ่งรู้กันน่ะค่ะว่าถ่ายชุดว่ายน้ำ จริงๆ แล้วมันคนละแบบนะ คือวุ้นเขาจะแบบขาว เซ็กซี่ แต่เจนี่ก็จะแทน คือแบบเวลาคนซื้อเจนี่ก็อยากจะให้คนมองว่าแบบอย่าเอามาเปรียบเทียบกันว่าคนนั้นสวยกว่า หรือคนนี้สวยกว่า ซื้อเพราะว่าเจนี่จะออกอีกแนวนึง จริงๆ มันเห็นค่อนข้างได้ชัดน่ะค่ะเพราะเจนี่จะทำตัวแทน วุ้นก็จะเป็นแนวเซ็กซี่ ขาวค่ะ" "วางแผงชนกัน ไม่ได้ทะเลาะค่ะ ดี ขายหมดทั้งคู่ คนโยงไปกรณี เมย์ พิชญ์ฯ โพสต์เชียร์วุ้นว่าไม่ได้เล่นคุณไสย เจนี่ไม่พูดถึงคนอื่นเนอะ ไม่ได้มีปัญหากับใครค่ะ คนเม้าท์ว่าลดเกรดตัวเอง แล้วแต่คนจะคิดน่ะค่ะ จริงๆ มันก็คือชุดว่ายน้ำน่ะค่ะ ขายหมดเจนี่ก็โอเคแล้ว" "กรณีโพสต์ IG แก้ข่าวขึ้นคอนโดกึ้ง(กึ้ง เฉลิมชัย) ก็เหมือนกับที่ชี้แจงไปคราวที่แล้วน่ะเนอะ ว่าแบบบ้านเจนี่ก็น่าอยู่นะ เจนี่ก็ไม่สบายใจถึงได้ขึ้น IG ไม่ได้คุยกับทางโน้น แต่ก็รู้สึกว่าแบบเจนี่ว่ามันเป็นอะไรที่ไม่เหมาะสมมากกว่า เจนี่ได้คุยกับพี่นิด(นิด อรพรรณ) เพราะตอนนั้นพี่นิดเขาก็ไม่ทราบเพราะอยู่อังกฤษ แต่ก็เขาก็เอาออกให้แล้วค่ะ ก็กลายเป็นการเข้าใจผิดกัน ไม่ติดใจค่ะ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป" "ไปทำบุญกับกึ้ง ก็ไปกันเยอะ ตอนนี้จะเป็นช่วงแบบทำบุญเยอะมาก สนิทมากขึ้นไหมจริงๆ เวลาไปก็ไปกันเยอะค่ะ คนจับตาไปด้วยกันอีกแล้ว ไปกันหลายคนค่ะ ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ค่ะ มีข่าวว่าไปทำพิธีเบิกเนตร ก็ไหว้ธรรมดาค่ะ เบิกเนตรคืออะไร ไม่รู้จัก" "หมอช้างบอกว่ากลางปีหน้ามีดวงจะพบเนื้อคู่ เชื่อไหม จริงๆ ก็ชอบดูนะ แต่ก็เชื่อตัวเอง ตั้งตารองานมากกว่า เข็ดเรื่องเก่าๆ ใช่ค่ะ เข็ดค่ะ ไม่มองค่ะ ขอเอางานก่อนดีกว่า ปิดกั้น เพราะว่ารู้สึกว่าถ้าความรักมันไม่ดี เจนี่ก็ต้องเลือกจะรักตัวเองมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลกนี้ค่ะ คนเข้ามาคุย ยังค่ะ จริงๆ เจนี่ว่ามันยังไม่พร้อม ด้วยเวลา ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง เวลาเจ็บมันเจ็บจริงๆ เราต้องเดินต่อไปข้างหน้า" เจนี่ กล่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

ชมตัวอย่างแรก SPL 2 หนังฮ่องกงที่ จาพนม ฟัดเดือดกับ หงจินเป่า
Fast & Furious 7 /  Once Upon a Time in Shanghai / 

ปีนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นปีทองของ จาพนม เลยจริงๆ เพราะเปิดต้นปีกันด้วยหนังฮอลลีวู้ดภาคต่อที่ต้องโด่งดังแน่ๆอย่าง Fast & Furious 7 ก่อนที่ล่าสุดหนังที่จะตามมาช่วยเสริมชื่อเสียงของเขาคือหนังฮ่องกงเรื่องแรกที่เขาได้ไปรับบทนำอย่าง SPL 2 หนังภาคต่อ ที่ในภาคแรกเคยมี ดอนนี่ เยน และ หงจินเป่า แสดงนำ พร้อมกับโชว์ฉากคิวบู๊สุดมันส์ให้โลกภาพยนตร์ต้องจารึกมาแล้ว โดยในตอนนี้หนังก็ได้มีภาคต่อตามออกมา พร้อมได้ จาพนม มารับบทนำ ร่วมด้วย หงจินเป่า จากภาคแรก, พระเอกนักบู๊อย่าง อู๋จิง และรวมถึง แอนดี้ อัน พระเอกหนุ่มจาก Once Upon a Time in Shanghai อีกด้วย โดยหนังจะเป็นผลงานของผกก.อย่าง เจิ้งป๋อไช่ จาก Motorway และ The Monkey King ซึ่งนอกจากทีเซอร์แรกที่ปล่อยออกมา หนังก็ยังมีใบปิดมาให้ชมกันอีกด้วย โดยตอนนี้หนังได้ปิดกล้องกันแล้ว พร้อมกับรอคิวเข้าฉายในปลายปีนี้แน่นอน แฟนๆของ จาพนม และใครที่ติดใจหนังเรื่องนี้จากภาคแรกรอติดตามได้เลยครับ

แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ : คาเฟ่แมวดีๆ ต้องมีกาแฟอร่อยก่อน
จอนนี่ /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

ท่ามกลางกระแส "ทาสแมว" ที่มาแรงในยุคนี้ จนผุดเกิดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่เอาใจคนกลุ่มนี้เต็มบ้านเต็มเมือง ไล่มาตั้งแต่แฟนเพจในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่แจ้งเกิดสัตว์เซเลปสปีชีส์เอาแต่ใจ ขึ้นมากมาย ไปจนถึงร้านกาแฟที่มีแมวเดินป้วนเปี้ยนให้ลูกค้าได้เล่นตามอัธยาศัย แต่เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คาเฟ่แมวพวกนี้ก็มีอยู่ไม่น้อยเลย ที่ขายความน่ารักน่าฟัดของแมวเป็นหลัก แต่ละเลยที่จะใส่ใจในคุณภาพรสชาติคาเฟอีนที่ยังไม่เข้าขั้น ซึ่งในกรณีนี้ อาจต้องนับรวม แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ เรื่องนี้เข้าไปด้วย แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ถ่ายทอดเรื่องราวของ เมโย สาวนักศึกษา ที่มาสมัครฝึกงานในบริษัทถ่ายโฆษณา และได้ พี่มอร์ ผู้ช่วยผู้กำกับประจำกองมาเป็นพี่เทรนคอยดูแลให้ ก่อนจะต้องเจองานสุดหิน เมื่อลูกค้าชาวญี่ปุ่นอยากได้แมวจริงๆ มาถ่ายโฆษณา การเลือกเฟ้นและกำกับแมวจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมๆ กับความรู้สึกของ เมโย ที่แอบสปาร์คพี่เทรนเข้าอย่างจัง ว่ากันว่า "แมว" เป็นสัตว์ที่ภายนอกน่ารัก แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องเอาแต่ใจ อยากทำอะไรก็ทำ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ก็ลงเอยด้วยนิยามประมาณนั้นแหละครับคุณผู้อ่าน ในฉากหน้าที่เต็มไปด้วยสัตว์สี่ขาหน้าตาหน่อมแน้ม นำโดยเจ้าแมวศุภลักษณ์อ้วนลงพุงชื่อ จอนนี่ มาประเคนให้คนดูและทาสแมวได้ฟินวี๊ดว๊ายกันลืมโลก . หากเป็นคาเฟ่แมวสักที่ แมวที่นั่งๆนอนๆ อยู่ ก็ดูน่ารักดี แต่กลับมีรสชาติกาแฟเจือจาง ไร้ซึ่งความเข้มข้นอร่อยลิ้น . ในขณะที่ส่วนของเรื่องราวหลักที่มีคนเป็นตัวขับเคลื่อน กลับดูเบาบาง ทั้งการแอบรักของ เมโย ต่อ พี่มอร์ ที่ดูเถรตรง ละเมอฟุ้งเฟ้อจนเกินพอดี พยายามสร้างสถานการณ์อันเอื้่อให้เกิดความโรแมนติก แต่ขาดความกลมกล่อมจนดูเป็นส่วนเกิน แต่ที่หนักหนาเอาการคือการเล่นมุข (พยายาม) ตลก จากเท่งและโหน่ง ที่เหมือนหลุดมาจากรายการชิงร้อยชิงล้าน อยากพูดอะไรก็พูด อยากทำอะไรก็ทำ แซวเรื่องส่วนตัว เรื่องผู้หญิงอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทั้งๆที่มันอาจไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวหนังเลยเสียด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นทำให้สิ่งที่ไม่จำเป็น ถูกแทรกมาในปริมาณล้นปริ ด้วยเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างความตลก (ที่ไม่ค่อยจะได้ผล) เท่านั้นเอง สิ่งที่พอจะชิ้นเป็นอัน และจับต้องได้ใน แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ คือที่พึ่งทางใจของวัยรุ่นยุคสไลด์หน้าจอ ที่ผูกติดกับโซเชียลเน็ตเวิร์ค เขื่อความคิดเห็นจากคนที่ตนเห็นเป็นผู้เชี่ยวชาญในทางนั้นๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากัน ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของตัวละคร เมโย ที่วันๆ ก็สร้างจินตนาการเข้าข้างตัวเอง อย่างมากมายในหนัง แต่ประเด็นนี้กลับถูกขับเน้นเพียงสั้นๆ และไม่วายหันไปขายความน่ารักของแมวต่อเหมือนเดิม เชื่อว่าทั้ง ใบเฟิร์น เป้ เท่ง และโหน่ง รวมไปถึง จอนนี่และแมวรับเชิญ (ที่ตัวผู้เขียนเองก็ไม่รู้จัก แต่ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดชื่อในโรง เลยคิดว่าน่าจะเซเลปอยู่พอตัว) มีแฟนๆที่หลงรักพวกเขาอยู่ไม่น้อย และคงได้สนุกสนานกับความน่ารักรื่นเริงบันเทิงใจของทุกคน (และทุกตัว) แต่หากหนังเรื่องนี้เป็นคาเฟ่แมวสักที่ ก็คงต้องเรียนตามตรงว่า แมวที่นั่งๆนอนๆ อยู่ ก็ดูน่ารักดี จนน่าถ่ายรูปอัพลงอินสตาแกรมแบบวัฒนธรรมฮิปสเตอร์ แต่รสชาติกาแฟที่ร้านเสิร์ฟนั้น เจือจางไร้ซึ่งความเข้มข้นอร่อยลิ้น ทั้งที่นั่นเป็นจุดประสงค์หลัก กับการที่เรายอมดื่มคาเฟอีนในราคาแพงแท้ๆ สินะ เรื่องนี้ให้ 6 / 10 ครับ Lecter. ------------------------------

เทียบความเท่ 2 ผู้นำขี่ จจย. เสียอย่างเดียว ไม่สวมหมวกกันน็อค
ขี่มอไซค์ /  ขี่รถจักรยานยนต์ / 

โลกออนไลน์ ประกบภาพ พล.อ.ประยุทธ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯ ขี่รถจักรยานยนต์ วันนี้(3มี.ค.) หลังจากช่วงเช้าที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ทดลองขับขี่รถฮอนด้า ซีบีอาร์ 250 ซีซี จากหน้าตึกบัญชาการ 1 วนขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่จะกลับมาที่ตึกบัญชาการ 1 เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี สร้างความฮือฮาให้กับสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ภายหลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกออนไลน์ส่วนหนึ่งได้ติติง พล.อ.ประยุทธ์ว่าขับขี่รถจักรยานยนต์แต่ไม่สวมใส่หมวกกันน็อค ขณะที่อีกฝ่ายแสดงความเห็นแย้งว่า นี่เป็นเพียงการขับขี่ภายในทำเนียบรัฐบาลไม่ใช่ถนนใหญ่จึงไม่จำเป็นต้องใส่หมวกกันน็อค นอกจากนี้ยังมีการนำภาพการขับขี่รถจักรยานยนต์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ได้ใช้รถจักรยานยนต์ เมื่อครั้งเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างจังหวัดมาเปรียบเทียบ และวิจารณ์หยอกล้อกัน ว่าอดีตนายกฯก็ไม่ได้สวมหมวกกันน็อค MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป nirajnirundora

10 ประโยคเด็ดของผู้หญิง ที่ทำให้ผู้ชายมึนตึ้บ
ความรัก /  ความรักวัยรุ่น

เป็นเรื่องที่น่ารู้และน่าใส่ใจมากๆ นะคะ กับพฤติกรรมของแฟนเรา โดยเฉพาะสาวๆ เนี่ย พูดอีกอย่างแต่ใจก็อย่างให้ทำอีกอย่าง 555 จนอาจทำให้หนุ่มๆ เวียนหัวได้ แต่ก็ต้องมาลองหาวิธีปรับหรือเรียนรู้ทำความเข้าใจกัน เพื่อจะได้รู้ว่า "อ่อ จริงๆ แล้วเธอต้องการแบบนี้นี่เอง" เหมือนกับ 10 ประโยคเด็ดของผู้หญิง ที่ทำให้ผู้ชายมึนตึ้บ เหล่านี้ค่ะ 10 ประโยคเด็ดของผู้หญิง ที่ทำให้ผู้ชายมึนตึ้บ 1. ฉันไม่เป็นไร เมื่อผู้หญิงเอ่ยคำว่าไม่เป็นไร บอกเลยว่าเธอเป็นและเป็นเอามากๆด้วย ความหมายที่แท้จริงคือ “เรื่องที่เราเพิ่งคุยกันตะกี๊มันยังรบกวนจิตใจฉันอยู่นะ แต่ฉันอายหรือโกรธเกินกว่าที่จะคุยต่อ” ดังนั้นเมื่อเธอบอกว่าไม่เป็นไร กรุณาบอกเธอว่า “ผมรู้จักคุณดีและผมรู้ว่าคุณยังไม่สบายใจ เรามาช่วยกันแก้ปัญหานี้ด้วยกันดีกว่า แต่ช่วยบอกผมทีว่าตรงไหนที่ไม่โอเคสำหรับคุณ” 2. แล้วแต่คุณ ระวังนะ!! ตอนนี้คุณกำลังตกอยู่ในนาทีฉุกเฉินหากแฟนสาวของคุณพูดว่า “แล้วแต่คุณ” นี่คือบททดสอบการตัดสินใจของคุณ จำไว้ว่าคุณมีทางเลือกแค่สองทาง ทางแรกคือทำสิ่งที่คุณอยากทำ เช่น ไปเที่ยวกับเพื่อนและนั่งดูบอล ส่วนทางเลือกที่สองซึ่งฉันคิดว่าคุณควรเลือกทางนี้เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง..ฮ่าๆ คือการที่คุณไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณอยากจะทำ แต่คุณต้องทำหน้าที่เป็นแฟนหนุ่มแสนดีที่คอยเอาใจผู้หญิงที่คุณรักอยู่ใกล้ๆตลอดเวลาไม่ห่างกาย คุณต้องชั่งใจให้ดีเชียวนะว่าจะเลือกทางไหน และต้องประเมินด้วยว่าผลที่ตามมามันจะเป็นเช่นไร อาจจะมีระเบิดปรมาณูลงก็ได้ถ้าหากคุณเลือกทางผิด 3. ไม่มีอะไร หากคู่รักของคุณเกิดนอกใจและพูดว่าไม่มีอะไร บอกเลยว่าเธอโกหก! เธอรู้ว่าตัวเองทำผิดและรู้ด้วยว่าคุณคือคนที่เธอต้องการจริงๆ แต่สำหรับผู้หญิงแล้วเซ็กซ์คือเรื่องใหญ่ ไม่ว่าเธอจะนอนกับผู้ชายคนอื่นเพียงเพราะเธอชอบเขาแบบเล่นๆชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันก็คือเรื่องใหญ่อยู่ดีแหละ 4. เดี๋ยวฉันไปหา หากคุณได้ยินคำว่า “เดี๋ยวฉันไปหา” ได้โปรดยกเลิกทุกนัดเดี๋ยวนี้เลยเพราะตลอดทั้งวันเสาร์คุณจะต้องไปยืนเฝ้าแฟนสาวช้อปปิ้งอยู่ในร้าน แม้เจตนาของเธอจะบริสุทธิ์แต่เมื่อใดที่เธอเข้าไปในร้านแล้วทุกอย่างจะทำให้สติของเธอแตกกระเจิง แต่ไม่ใช่เธอไม่รู้ตัวนะ แฟนสาวของคุณรู้ดีว่าคุณอึดอัดและอายหากพนักงานในร้านเห็นคุณทั้งคู่เดินป้วนเปี้ยนอยู่ในห้องลองชุดเป็นชั่วโมงแล้ว ดังนั้นเพื่อความสบายใจคุณรออยู่ข้างนอกน่ะดีแล้วและเตรียมตัวมาให้ดีด้วยล่ะ 5. คุณไม่เห็นอ้วนเลย หากคุณถามแฟนสาวว่าคุณดูอ้วนขึ้นหรือแก่ลงหรือไม่ กรุณาอย่าเชื่อคำตอบของเธอ แม้ว่าเธอจะอยากให้คุณดูดีเพราะเรื่องร่างกายถือเป็นปัญหาระดับชาติของผู้หญิงเลย หากคุณต้องการคำตอบจริงๆล่ะก็ ถามเพื่อนผู้ชายของคุณจะดีกว่า 6. ก็คุณไม่สนใจ ไม่ว่าคุณจะได้ยินประโยคนี้บ่อยแค่ไหนคุณก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี แน่นอนเพราะคุณแคร์เธอยังไงล่ะ และแฟนสาวของคุณก็รู้ว่าคุณรักเธอ แต่เมื่อไหร่ที่เธอพูดว่าคุณไม่สนใจนั่นเป็นเพราะเธอรู้สึกว่าคุณไม่สนใจเธอเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น คราวหน้าคุณช่วยแสดงความรักต่อเธอทั้งกอด จูบ และบอกรักเธอ เพื่อให้เธอรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น 7. ฉันอ้วนไหม? หากแฟนสาวของคุณถามว่าเธออ้วนไหม อย่าเผลอตอบเชียวล่ะเพราะจริงๆเธอไม่อยากรู้หรอกว่าเธออ้วนไหม แต่สิ่งที่เธอต้องการฟังจากปากของคุณคือเธอยังสวยมีเสน่ห์อยู่ไหม คราวหน้าถ้าเธอถามคำถามนี้ให้รีบตอบไปโดยไม่ต้องลังเลว่า “จ้ะคุณไม่อ้วนเลย แถมยังเร้าใจมาก ผมไม่อาจคิดถึงอะไรได้เลยนอกจากคุณ” 8. คอยดูแล้วกัน หากคำว่า “คอยดูแล้วกัน” เป็นคำพูดจบประโยค คุณควรจำใส่กะโหลกไว้เลยว่าเธอไม่อยากพูดคุยกับคุณในเรื่องนี้อีกแล้ว และที่สำคัญคือเธอต้องการจะทำลายแผนการของคุณทั้งหมดที่คุณตั้งใจทำไว้ตั้งแต่แรก 9. ตอนนี้ฉันไม่อยากกุ๊กกิ๊กกับคุณ ยิ่งแฟนสาวของคุณเน้นคำว่า “กับคุณ” ด้วยล่ะก็ หมายความว่าตอนนี้เธอไม่มีความสุขและคุณอาจทำอะไรบางอย่างผิดไป หากแฟนสาวของคุณโกรธหรือหงุดหงิดเธอจะไม่กระโดดขึ้นเตียงไปอยู่กับคุณจนกว่าคุณจะง้อ เข้าใจไหม? 10. หลับหรือยัง? คุณกำลังนอนหลับฝันดีไปแล้วในขณะที่แฟนสาวของคุณเพิ่งขึ้นมาบนเตียงและกระซิบที่ข้างหูของคุณว่า “หลับหรือยัง” นั่นเป็นเพราะเธอเบื่อที่คุณมักจะหลับก่อนเธอเสมอ ข้อมูลและภาพ : realbuzz.com, issue247

ความในใจจากคนขับมอไซค์ รู้สึกเหมือนเป็นพลเมืองชั้น2
คนขับมอไซค์ /  บิ๊กไบค์ / 

ความในใจจาก คนขับมอไซค์ รู้สึกเหมือนเป็นพลเมืองชั้น2 วันนี้(4 มี.ค.)ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากแฟนเพจ Thai Superbike (ชุมชนคนรัก Superbike) ซึ่งสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการขับรถมอเตอร์ไซค์และบิ๊กไบค์บนท้องถนนที่มักจะโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตลอดเวลา ความรู้สึกน้อยใจที่ถูกมองเหมือนว่าเป็นพลเมืองชั้น2 โดยเพจดังกล่าวระบุว่า "...ไม่รู้มีใครคิดน้อยใจเหมือนผมบ้าง ที่มีทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ พอขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปรู้สึกเหมือนเป็นพลเมืองชั้นที่ 2 ทุกที ต้องหลบๆเลาะๆ เจอจุดทีไรโดนเรียกจอดแทบทุกจุดเจอ 10 เรียกจอดไป 9 แถมทำกับเราเหมือนเราไปทำผิดร้ายแรงที่สุดในโลกแล้วขี่รถหนีมาแบบนั้นเลย แถมให้กระดาษสีขาวๆตลอดเขียนอะไรลงไปก็ไม่รู้แต่เหมือนจะต้องเสียเงิน ค้นโน่นค้นนี่ ตรวจโน่นตรวจนี่ โดยเฉพาะเมื่อเป็นรถจ่ายกับข้าวล่ะแทบจะต้องจอดทุกจุด แต่พอขับรถยนต์เจอจุด 10 จุด อย่างมาก็เรียกจอดแค่ 1 ครั้งแถมพูดซะเพราะเชียว ยิ่งขับรถแพงยิ่งพูดเพราะจัง สงสัยนะว่าทำไมต้องเลือกปฏิบัติ ทำไมไม่เรียกคนขับรถยนต์แพงๆทุกคันให้จอดค้นทุกคันเหมือนที่ชอบเรียกมอเตอร์ไซค์จัง ทำไมไม่เดินวนรอบๆรถยนต์แล้วหาเรื่องราวสักเรื่องเขียนลงไปเหมือนที่ทำกับมอเตอร์ไซค์ คนจนๆ ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วรู้สึกเหมือนเป็นลูกเมียน้อยยังไงก็ไม่รู้ หดหู่ใจจัง แต่พอกลับมาบ้านมาดูเอกสารต่างๆนาๆ เพิ่งเห็น รถจ่ายกับข้าวก็เสียภาษีเหมือนรถยนต์นี่ ถ้าคิดตาม cc แล้วไม่ได้ถูกกว่ารถยนต์ด้วยซ้ำ แต่ทำไมกลับได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จนตอนนี้เชื่อมั้ยผมไม่เคยขี่มอเตอร์ไซค์เข้ากรุงเลย ทั้งที่ปกติแล้วทุกคืนวันเสาร์ผมจะต้องขี่รถจ่ายกับข้าวไปเยาวราชแทบทุกเสาร์ แต่ไปทีไรค่าบะหมี่ 35 บาท แต่รายทางนี่แพงกว่าค่าบะหมี่ เฮ้อ เหนื่อย... ปล.รูปพี่น้อยแดเวล แต่ถ้าให้ถูกตอนนี้ต้องเรียกว่า พี่น้อย GS ถึงจะถูก ฮ่า..." MThai News ภาพประกอบจาก  Thai Superbike (ชุมชนคนรัก Superbike)

รู้ยัง! โชว์โฮส เทรนด์อาชีพใหม่คนไทย ฮอตเทียบ ซุปตาร์เกาหลี
ช้อปปิ้ง /  ช้อปปิ้งทีวี / 

โชว์โฮส เป็นอาชีพที่สดใหม่มากสำหรับเมืองไทย แต่หากเป็นที่เกาหลี อาชีพโชว์โฮสถือได้ว่าเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และได้รับการยอมรับในวงกว้างถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ จะว่าไปแล้วอาจเปรียบได้กับซุปตาร์หรือเซเลบแห่งแดนกิมจิเลยทีเดียว แล้ว โชว์โฮส คืออะไร ? .....แตกต่างจาก MC หรือพนักงานขายหรือไม่!? จริงๆ แล้วโชว์โฮสเป็นผู้ดำเนินรายการนำเสนอสินค้า (โฮมช้อปปิ้ง) ที่ไม่จำกัดเพศและอายุ แต่คัดสรรจากผู้ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในหลากหลายด้าน ที่สำคัญที่สุด ต้องเป็นบุคคลที่สามารถเข้าใจในความต้องการของมวลชนได้อย่างดี โดยมีคุณลักษณะ ดังนี้ 1. จริงใจ 2. สื่อสารได้อย่างชัดเจน 3. หมั่นค้นหาความรู้รอบตัวเสมอ .....เหตุที่เรียกว่าโชว์โฮส ก็เพราะที่เกาหลีเขาถือว่าบรรดาพิธีกรเหล่านี้ประหนึ่งเจ้าของรายการที่เข้าใจโลกแบบอินไซด์ โดยเฉพาะกลุ่มนักช้อปจอแก้วอย่างถ่องแท้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เพียงไม่ถึง 3 นาทีหลังรายการออนแอร์ คุณจะกดโทรศัพท์สั่งซื้อสินค้าแบบไม่รีรอ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีสินค้าแบรนด์เนมโปรโมชั่นโดนใจคล้ายในห้างสรรพสินค้ามาให้ช้อปกันแบบส่งฟรีถึงหน้าบ้าน คุณจะลำบากออกจากบ้านไปเจอรถติดเพื่ออะไร .....เรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองของพิธีกรสาวสวยหนุ่มหล่อฝีปากล้ำเลิศ เพราะโชว์โฮสเป็นอาชีพมั่นคง รายได้คุ้มเหนื่อย ยิ่งสูงวัยยิ่งเก๋าเกม ที่สำคัญยังพัฒนาความเป็นนักการตลาดในตัวคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ ใครอยากสัมผัสวาทศิลป์โชว์โฮส ลองกดช่อง โอ ช้อปปิ้ง โฮมช้อปปิ้งลูกครึ่งไทย-เกาหลีที่อัดแน่นด้วยสินค้าและโชว์โฮสเหนือคุณภาพ ซึ่งได้รับการเทรนด์จากโชว์โฮสมืออาชีพจากประเทศเกาหลี ออกอากาศทางช่อง 0 กล่อง GMM Z เรามาทำความรู้จัก โชว์โฮส 7 คนแรกของประเทศไทยกันเลย จักรพงษ์ เสมอวงษ์ (JOB) นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ (มิ้งค์) ธีรเศรษฐ์ เศรษฐบุตร (แม็ก) พรวิภา วัชการุณย์ (ลี่เล้ง) โมนิก้า เมอลเลอร์ (โม) พัชรา คงประเทศ (แยม) วรินทราย คะอังทุ (มะเหมี่ยว) .....ช่อง โอ ช้อปปิ้ง ภายใต้การบริหารงานของบจก.จีซีเจ โอช้อปปิ้ง เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง 2 บริษัทยักษใหญ่ผู้ผลิตธุรกิจบันเทิง ระหว่าง บจก. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ CJ O Shopping หนึ่งในเครือซีเจกรุ๊ปจากเกาหลี โดยเป็นช่องแนะนาสินค้าโดนใจที่คัดสรรคุณภาพจากในไทยและทั่วโลก ผ่านการนาเสนอในรูปแบบ Shopfotainment (ช้อปโฟเทนเม้นต์) รายการที่เน้นให้ข้อมูลสินค้าอย่างละเอยด เติมเต็มบริการสะดวกสบายกับการรับของก่อนจ่าย และส่งฟรีทั่วไทย ร่วมด้วยบริการคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24ชม. ทั้งนี้ยังโดดเด่นด้วย Showhost พิธีกรเต็มเปี่ยมคุณภาพ พร้อมมอบความบันเทิงและสาธิตการใช้สินค้าเสมือนเพื่อนที่รู้ใจ ปัจจุบันออกอากาศทางช่อง ๐ (กล่อง GMM Z) และเคเบิลทีวีทั่วไทย  รอชมการอวดฝีไม้ลายมือของว่าที่โชว์โฮส กับรายการเรียลลิตี้ออนสเตจ The Showhost Beyond The Presenter โครงการเฟ้นหาโชว์โฮสครั้งแรกในเมืองไทย ติดตามให้ได้ทางช่อง GMM 25 เริ่มเมษายนนี้นะคะ

เตรียมเฮ! ครม.พิจารณาขึ้น เบี้ยเลี้ยงทหาร
กระทรวงกลาโหม /  คณะรัฐมนตรี / 

กลาโหม ชง ครม.พิจารณาอนุมัติปรับเพิ่มอัตรา เบี้ยเลี้ยงทหาร จากปี 2550 ร้อยละ 28  เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ในปัจจุบัน กระทรวงกลาโหม เตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (3 มี.ค.) เพื่อพิจารณาอนุมัติปรับเพิ่มอัตราเบี้ยเลี้ยงทหาร เบี้ยเลี้ยงผู้ต้องขัง หรือผู้ถูกควบคุมตัว และค่าอาหารผู้เจ็บป่วย เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ในปัจจุบัน โดยก่อนหน้านี้ มติที่ประชุมกระทรวงกลาโหม ให้ปรับเพิ่มเบี้ยเลี้ยง ขึ้นจากปี 2550 ร้อยละ 28 ยกเว้นเบี้ยเลี้ยงของทหารกองประจำการ ที่ไปปฏิบัติราชการสนาม ให้ปรับเพิ่มในอัตราเดียวกันกับ อาสาสมัครทหารพราน จากวันละ 94 บาท เป็นวันละ 200 บาท ส่วนบรรยากาศ ก่อนเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายกรัฐมนตรี ก็อารมณ์ดี โดยได้ทดลองขับจักรยานยนต์ ที่ข้าราชการทำเนียบรัฐบาล ได้นำมาขอรับบริการ จากหน้าตึกบัญชาการ 1 วนขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี ติดตามข่าวสาร 'การเงิน' ได้ที่นี่>>>>>>> MThai News