เจนี่

อย่าดราม่า นานา แจงเหตุ เจนี่ ไม่ร่วมงานศพพ่อ!!
นานา เจนี /  นานา พ่อเสียชีวิต / 

กลายเป็นประเด็นดราม่าไปซะแล้ว ที่หลังจากคุณพ่อของสาว นานา ไรบีนา เสีย และเพื่อนสาวแก๊งค์นางฟ้าได้เดินทางไปร่วมงานศพ โดยไม่มีสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ไปด้วย หลายคนเลยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น?? ต่างตั้งคำถามต่างๆ นาๆ หรือว่าแก๊งค์จะแตก!! อย่างที่เค้าลือกัน แต่ล่าสุดสาว นานา ก็ได้ชี้แจงข้อครหาทั้งหมดผ่าน IG โดยมีข้อความว่า “ส่วนเรื่องของเจนี่ นานาอยากอธิบายว่าเพื่อนคนนี้อยู่เคียงข้างนานาเสมอ บางอย่างเราไม่จำเป็นต้องแสดงหรือทำให้คนอื่นรับรู้ว่าเรารักกัน นานาว่าจริงๆ เรื่องการมาร่วมงานหรือไม่ มันไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ ใครว่างก็มา เพราะงานอยู่ต่างจังหวัด เจนี่ติดงานจริงๆ และต้องทำงานทุกวัน แต่เจนี่คือคนที่ โทร. หานานาคนแรกที่ทราบข่าว เป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ 1 คืน ส่งพวงหรีดมาเป็นคนแรก บางทีสิ่งเหล่านี้หลายท่านอาจจะไม่ทราบ นานาเลยขออธิบายค่ะ เพื่อนทุกคนยังรักกันและมีรูปแบบการแสดงออกของความรักที่แตกต่างกันค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” พร้อมทั้งสาว เจนี่ ได้ Repost ข้อความสาว นานา อีกครั้งผ่าน IG ส่วนตัว พร้อมแคปชั่นว่า "แม้บางครั้งไม่ได้พูดมันออกมา แต่ก็ขอบคุณเพื่อนรักเสมอที่เข้าใจกัน! @nanarybena #ตามนั้นนะคะ #ถ่ายละครค่ะ #โอเคนะคะ #จบนะคะ #ทำงานที่เรารักต่อค่ะ " ขอขอบคุณภาพจาก IG @janienineeleven @nanarybena นานา ชี้แจง เจนี่ ไม่ร่วมงานศพ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ พ่อ -นานา

ลุ้นแต่งฟ้าแลบ รับปีแพะ  คู่รักซุปตาร์
อั้ม พัชราภา แอมป์ พิธาน /  กรีน เคลลี่ / 

ปี 2558 ถือเป็น ปีทอง ปีดี เพราะจะมีเรื่องราวดีๆ ของคนในวงการบันเทิงเกิดขึ้นแทบจะทุกๆ เดือน เพราะปีนี้มีคนในวงการหลายๆ คนขายออกได้เป็นฝั่งเป็นฝาไปหลายคู่ ไม่ว่าจะเป็นคู่ของ ชมพู่ อารยา-น็อต วิศรุต,บุ๋ม ปนัดดา-เทรนเนอร์เอก, เจี๊ยบ พิจิตตรา-บอย พีชเมกเกอร์, กระแต ศุภักษร-หลุยส์ อาทิตย์ และคู่รักอื่นๆ ที่จะค่อยๆ ทยอยแต่ง นอกจากจะมีคู่รักที่ประกาศแต่งกันปีนี้แล้ว ก็ยังมีอีกหลายๆ คู่ ที่หลายๆ คนลุ้นว่าจะประกาศแต่งแบบสายฟ้าแลบในปีนี้หรือไม่ เพราะแต่ละคู่ก็คบหากันมานานพอสมควร จะมีคู่ไหนเข้าข่าย ลองไปเช็คลิสต์รายชื่อคู่รักลุ้นแต่งฟ้าแลบกันเลย ใบเตย-แมน ใบเตย-แมน จับมือกันผ่ามรสุมข่าวฉาวมาตลอดในช่วงปีที่แล้วสำหรับ ใบเตย อาร์สยาม กับหวานใจ แมน พัฒนพล จนเกือบจะเลิกรากันไม่รู้กี่รอบ แต่มาปีนี้ดูเหมือนความรักทั้งคู่จะเริ่มลงล็อค และข่าวแบบแรงๆ ฉาวๆ ของสาวใบเตย ก็เงียบๆ ซาๆ หายไปแถมยังมีภาพคู่สวีทๆ หวานๆ ออกมาให้เห็นอยู่บ่อยๆ เผลอๆ คู่นี้อาจมีลุ้นแต่งแบบสายฟ้าแลบในปีนี้ก็เป็นได้ อั้ม-แอมป์ อั้ม-แอมป์ กลายเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมสำหรับนางเอกซุปตาร์เบอร์หนึ่ง อั้ม พัชราภา ที่อยู่ๆ ก็ประกาศว่าโสดอีกครั้ง หลังจากที่หลายคนเชียร์ให้แต่งกับหวานใจไฮโซ แอมป์ พิธาน แต่งานนี้ทั้งคู่ก็ประกาศขอห่างกันสักพัก แต่ก็ไม่เคลียร์ว่าจะเลิกหรือไม่เลิกและให้คงสถานะคลุมเครือ แต่พอมาช่วงปลายปีที่แล้วแฟนๆ ก็กลับมาใจชื่นอีกครั้ง เพราะทั้งคู่หันหน้ามาคืนดีกัน ด้วยการควงกันไปเติมความหวานที่หายไปถึงต่างประเทศ แบบนี้คงได้เวลากลับมาลุ้นอีกแล้ว ว่าคู่นี้จะได้เป็นฝั่งเป็นฝาในปีนี้หรือเปล่า แพนเค้ก-สารวัตรหมี แพนเค้ก-สารวัตรหมี ถือว่าเป็นความรักที่ลงตัวที่สุด สำหรับนางเอกวิกหมอชิตอย่าง แพนเค้ก เขมนิจ กับ สารวัตรพี่หมี ที่ความหวานมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ทางครอบครัวของสาวแพนเค้ก ก็สนับสนุนความรักในครั้งนี้ของลูกสาวคนนี้ จนทุกวันนี้สารวัตรหมีกลายบุคคลสำคัญในครอบครัวของสาวแพนเค้กไปแล้ว ไม่แน่ปีนี้นางเอกวิกหมอชิตที่จะประกาศสละโสดคนต่อไป อาจเป็นสาวแพนเค้กก็เป็นได้ กรีน-เคลลี่ กรีน-เคลลี่ เป็นอีกหนึ่งคู่รักต่างวัย ที่แฟนๆ หลายคนเชียร์ในสมหวัง แม้ว่าช่วงแรกๆ ความรักจะทุลักทุเลสำหรับ เคลลี่ ธนพัฒน์ ที่โดนมรสุมข่าวฉาวเกือบจะต้องฟ้องร้องกับคุณพ่อของหวานใจอย่าง กรีน อัษฎาพร จนกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต แม้ว่าปัญหาจะเริ่มซาๆ ลงไปแล้ว แต่ทางฝั่งคุณพ่อก็ยังอย่างให้เคลลี่ทำให้ถูกต้องในเรื่องของการคบหากัน ซึ่งก็มีลุ้นว่าคู่นี้อาจจะประกาศข่าวดีเร็วๆ นี้ หรือจะหมั้นกันไว้ก่อน คุณพ่อก็น่าจะโอเค ศรีริต้า-ขันเงิน ศรีริต้า-ขันเงิน หวานขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนางเอกสาวสวย ศรีริต้า เจนเซ่น แต่เป็นนางฟ้าในดวงใจของหนุ่มเซอร์ ขันเงิน ไทเทเนี่ยม ที่คู่นี้ความรักดูเรียบๆ ไม่หวือหวา แต่ก็มีแอบไปหวานด้วยการไปเที่ยวต่างประเทศ เจอครอบครัวของทั้งสองฝั่ง และแฟนๆ ก็เชียร์ให้คู่นี้ได้ลงเอยกัน อ้าว!!! คงต้องมาลุ้นกันแล้วละ ว่าปีนี้ทั้งคู่แง้มๆ ข่าวดีๆ อะไรมาหรือเปล่า ตูน-ก้อย ตูน-ก้อย คบหากันมาได้สักพักใหญ่ๆ สำหรับคู่เลิฟขวัญใจชาวร็อคอย่าง ตูน บอดี้แสลม และ ก้อย รัชวิน ที่แฟนๆ เชียร์ขาดใจ อยากให้คู่นี้ได้ลงเอยกัน เพราะเป็นอะไรที่เหมาะสมกันมากที่สุด แม้ว่าช่วงนี้หนุ่มตูนจะเครียดเรื่องงานคอนเสิร์ตล้ม แต่สาวก้อยก็อยู่เคียงข้างไม่ห่าง ไม่แน่ปีนี้ก็น่าจะมีอะไรดีๆ ออกมาเซอร์ไพร์สแฟนๆ ก็เป็นได้ นาตาลี-ฟลุค นาตาลี-ฟลุค แอบซุ่มหวานกันมานานสำหรับความรักของคาสโนว่าฆ่าไม่ตายอย่าง ฟลุค เกริกพล ที่ดูเหมือนจะหยุดสต๊อปความเจ้าชู้ทุกอย่างไว้ที่สาวสวยอย่าง นาตาลี เจียรวนนท์ ที่ตอนนี้ทั้งคู่ก็เริ่มเปิดเผยความสัมพันธ์มากขึ้น และพูดถึงเรื่องการแต่งงาน ซึ่งคาดว่าปีนี้ทั้งคู่น่าจะประกาศข่าวดีแน่นอน นุ่น-ท๊อป นุ่น-ท็อป คบหากันมายาวนานสำหรับคู่รักอาร์ตติสต์ นุ่น ศิริพันธ์ กับ ท็อป พิพัฒน์ ที่ทั้งคู่ยังคงตั้งหน้า ตั้งตา ทำงานของตัวเอง และธุรกิจที่ทำร่วมกัน แต่ก็มีเปรยๆ เรื่องข่าวดีแง้มๆ ออกมาบ้าง ว่าถ้าทุกอย่าง หน้าที่การงาน ธุรกิจ ลงตัว ก็พร้อมแต่งทันที แหม...หวังว่าปีนี้อะไรๆ ก็น่าจะลงตัวได้แล้ว ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ ก็อยากเห็นทั้งคู่ประกาศข่าวดีเร็วๆ หยก-แอมป์ หยก-แอมป์ รักกันมานานหลายปีสำหรับคู่รักอย่าง แอมป์ ปฏิญญา (แอมป์ พีรวัศ) กับนางร้ายวิกหมอชิต หยก ธัญยกันต์ ที่เพื่อนๆ ในกลุ่มแก๊งนักบิดอยากให้คู่นี้ลงเอยกันซะที แต่ทั้งคู่ก็ยังเขินๆ อายๆ ที่จะพูดถึงเรื่องแต่งงาน แหม...เห็นมาเยอะแล้ว พวกเขินๆ อายๆ แบบนี้นี่ละ ปุ๊บปั๊บการประกาศแต่งแบบสายฟ้าแลบทุกที หรือปีนี้คู่นี้อย่าจะแลบตามไปอีกหนึ่งคู่

หล่อ รูปปั้นรูทวาร ด้วยทองแดง มาเก็บรูทวารของตัวเองไว้ดูเล่นกัน
รูปปั้นรูทวาร /  ศิลปะ / 

รูปปั้นรูทวาร ศิลปะแนวใหม่ ทำรูทวารของคุณออกมาเก็บไว้ ศิลปะ คือสิ่งที่เราไม่สามารถจำกัดความของมันได้ เพราะว่าศิลปะมันคือจิตวิญญาณ และขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนนั่นเอง ซึ่งวันนี้ทาง Men.MThai เราขอนำเสนอศิลปะแนวล้ำ ที่เรียกว่าล้ำไปอะ เพราะว่ามันคือศิลปะ รูปปั้นรูทวาร ของตัวเอง ที่หล่อด้วยทองแดง ให้เราเก็บไว้ดูเป็นที่ระรึก จะแนวซักแค่ไหนเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ ศิลปินชาวอังกฤษที่สร้างความตื่นตาให้โลกด้วยช็อคโกแล็ตรูปรูทวาร ได้กลับมาอีกครั้ง และคราวนี้ก็ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการ ศิลปะจากรูทวาร ....เอ่มมมมม 555555+ ซึ่งในปี 2006 มากัส เออร์วิน Magnus Irvin ได้คิดค้นและผลิลลูกอมที่มีรูปร่างคล้ายรูทวารมาขายในชื่อว่า EdibleAnus แต่ว่าในปี 2015 นี้เขาได้มีไอเดียใหม่ที่สร้างสรรค์กว่าเดิมที่จะเอามานำเสนอชาวโลก ซึ่งโปรโจคใหม่ของเขาก็คือ การสร้าง รูปปั้นรูทวาร นั่นเอง โดยราคาของมันอยู่ที่ $1,900 หรือ 62144 บาท ต่ออันครับ เขายังได้เสริมอีกว่า การมีช็อคโกแล็ตรูปรูทวาร มันก็เป็นอะไรที่ดีออก แต่ตอนนี้ผมอยากจะนำคุณไปอีกขั้น เพราะว่าช็อคโกแล็ตมันไม่สามารถอยู่ได้ถาวร แต่ รูปปั้นรูทวาร นี่สิเป็นอะไรที่อยู่ถาวร ซึ่งผมทำออกมาเพื่อตอบสนองคนที่อยากเก็บชิ้นส่วนของร่างกายตัวเองเก็บเอาไว้ หรืออยากจะเก็บรูทวารของคนที่รู้จักเอาไว้ดูก็ได้ 55555+ โดยการทำ รูปปั้นรูทวาร นั้นอันดับแรกผู้ที่มาทำต้องจัดการโกนขนบริเวณช่วงก้นทิ้งออกก่อน และนอนหงายตั้งเข่าขึ้น ก่อนที่จะจะถูกทาเจลและแม่พิมพ์ลงไปบริเวณส่วนลับ ก่อนที่จะรอให้มันแข็งตัวและนำออกมาหล่อด้วยทองแดง เพื่อที่จะได้เป็นผลงานสุดล้ำ...??? นั่นเองครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://www.huffingtonpost.com/2015/01/29/magnus-irvin-bronze-anus_n_6566890.html?utm_hp_ref=weird-news

แบรด พิตต์ เตรียมร่วมงานกับแอนเจลีนา โจลี อีกครั้ง ใน Africa
Africa /  mr. and mrs. smith / 

แบรด พิตต์ และ แอนเจลีนา โจลี เป็นคู่สามีภรรยาที่ช่วยเหลือและส่งเสริมการงานกันดีมากๆ เลยครับ ตอนที่หนัง Unbroken เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในสหรัฐ โจลีไปไม่ได้เพราะเป็นโรคอีสุกอีใส พิตต์ก็ทำหน้าที่แทนเป็นอย่างดี และพิตต์ยังจะนำแสดงในหนังกำกับเรื่องที่ 4 ของโจลีด้วย ที่ได้ประกาศสร้างออกมาแล้ว รายงานจากเดอะแรปบอกว่าพิตต์อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อรับบทนำใน Africa ผลงานกำกับเรื่องใหม่ของโจลี หลังจากที่ทั้งคู่ร่วมนำแสดงในหนังที่โจลีกำกับเรื่อง By the Sea ที่มีแผนจะออกฉายปลายปีนี้ครับ Africa เป็นหนังจากบทของเอริก ร็อธ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Forrest Gump และหนังที่พิตต์เคยแสดงเรื่อง The Curious Case of Benjamin Button ว่าด้วยชีวประวัติของริชาร์ด ลีคกี้ นักโบราณคดีและนักมนุษยวิทยาชื่อดังที่ภายหลังกลายเป็นนักรณรงค์ต่อสู้การ ล่าช้างเอางาในเคนยาในช่วงยุค 80 โจลีจะกำกับหนังเรื่องนี้ให้แก่บริษัทสกายแดนซ์ มีแผนจะเปิดกล้องกลางปีนี้ครับ แต่ในรายงานบอกว่าพาราเมาท์ซึ่งจัดจำหน่ายหนังให้สกายแดนซ์มาตลอดยังไม่ได้ เกี่ยวข้องกับโครงการหนังในเวลานี้ โจลีบอกในแถลงการถึงโครงการหนังเรื่องนี้ว่า “ฉันรู้สึกผูกพัน กับแอฟริกาอย่างสุดซึ้ง และวัฒนธรรมของที่นั่นก็เข้ามามีส่วนในชีวิตอย่างมาก และรู้สึกซาบซึ้งกับบทอันดีงามของเอริก ที่บอกเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ถูกชักพาเข้าสู่ปมขัดแย้งอันรุนแรงกับ กลุ่มพรานล่าช้าง เป็นชายผู้ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อรอยทางที่มนุษย์เคยสร้างไว้ และมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อความรับผิดชอบของมนุษย์ที่มีต่อโลกรอบๆ ตัว” Unbroken ของโจลี จะเข้าฉายที่บ้านเรา 19 กุมภาพันธ์ครับ ขอบคุณข้อมูลจาก Jediyuth.wordpress.com ครับ

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม!
ประวัติ /  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอจัดเต็มให้สาวๆ ได้น้ำลายไหลกันต่อ หลังจากที่ได้เห็นโปสเตอร์ งานรักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 ซึ่งหลายคนก็คงจะได้เห็นนักกีฬาแซ๊บแซ่บของทางฝั่ง CU และ TU กันมาพอหอมปากหอมคอ .. ทีนเอ็มไทยนำภาพ 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ มาเรียกน้ำย่อยสาวๆ กันต่อในแบบฉบับวันสบายๆ กันดูบ้าง ^^ เอาหล่ะชอบใครก็อย่าลืมตามไปเชียร์กันหล่ะ ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ ฉายา โอบีทู  หยุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่จะเก่งด้านกีฬา อย่างอื่นเขาก็เก่งเหมือนกันนะ! อ่ะ .. ที่หมายถึงคนก็คือ  นิค สถาพร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้เป็น 1 ใน 4 ผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “Dak Galbi” ได้พิสูจน์ให้เราเห็นด้วยการนำเทรนด์อาหารเกาหลีจากต้นฉบับดั้งเดิม เข้ามาในประเทศไทยหน่ะสิ (อ่านเพิ่มเติม สถาพร วณิชวรพงศ์ ผู้นำเทรนด์ร้านอาหารเกาหลี “DAK GALBI” ) นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิว วณิชวรพงศ์ ฉายา อมโบ้   นิว อมโบ้ คนนี้ก็เป็นน้องชายของ  นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ (โอบีทู) ค่ะ ลูกชายบ้านนี้หล่อกันทั้งบ้านเลย ^^ นอกจากนี้ นิว ยังได้ร่วมเล่นละครภพรัก ของทางช่อง 3 อีกด้วย  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ตั้ว ณัฐพล วิริยะชัย (เศรษฐศาสตร์) หนุ่มรักบี้คนนี้ก็หล่อไม่เบา เห็นโปสเตอร์หล่อเข้มขนาดนี้ แต่ตัวจริงนี่หล่อใสกิ๊งเลยนะครับ! แถมกำลังมีผลงานกับทางช่อง 3 อีกด้วย งานนี้เป็นนักกีฬาก็ฮอต ถ้าเป็นนักแสดงก็คงมีแฟนคลับตามไปกรี๊ดกันอีกแน่นอน ตั๊วเล่นกีฬารักบี้มาตั้งแต่ ป.4 ส่วนถ้าสาวๆ อยากได้หัวใจหนุ่มนคนนี้ไหปครองก็คงต้องหาเวลาให้เขาเยอะๆ แล้วหล่ะ เพราะหนุ่มคนนี้เป็นคนขี้เหงา และถ้ามีแฟนจะติดแฟนมากๆๆๆๆ ไม่ยอมให้ไปไกลหูไกลตาซะด้วย นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ไมค์ หรือ จึ้ก หนุ่มรักบี้หน้าตี๋ใส หล่อบาดใจ อีกคนแห่งธรรมศาสตร์  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : คำจ๋าย หนุ่มหล่อกล้ามโต แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : เบล หนุ่มหล่อกล้ามโต อารมณ์ดี แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ ติดตามข่าวสารในวงการกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ sport.mthai.com เรียบเรียงเขียน teen.mthai.com ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม http://instagram.com/nickdakgalbi ,http://instagram.com/newombo , http://instagram.com/tuanattaphol ,http://instagram.com/mikeedech ,http://instagram.com/np_kumjai ,http://instagram.com/bell_sappasit

แอมป์-อั้ม เพิ่มความหวานแพลนเที่ยว 365 วัน รอบโลก
อั้ม พัชราภา /  แอมป์ พิธาน / 

กลับมารีเทิร์นออฟเลิฟกันอีกครั้ง สำหรับคู่รักคู่ลุ้นของวงการบันเทิงอย่าง อั้ม พัชราภา กับ แอมป์ พิธาน ที่เคยทำเอาแฟนคลับและเพื่อนๆ ในกลุ่มใจหายใจคว่ำมาแล้วถึงสองรอบ หลังจากที่สาวอั้มออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงทำนองว่าเลิกคุยกับหนุ่มแอมป์ รอบแรกเรื่องหมาตายที่ทำเอาหลายๆ คนถึงกับงง!!! กับไอ้เรื่องแค่นี้ทำไมถึงกับจะต้องเลิกรากัน แต่สุดท้ายเพื่อนๆ ในกลุ่มของสาวอั้มก็วางแผนให้หนุ่มแอมป์ง้อคืนดีสาวอั้ม จนทั้งคู่กลับมาคุยกันเหมือนเดิม แต่รอบที่สองนี่สิ ทะเลาะกันเรื่องอะไรยังไม่มีใครทราบแน่นอน แต่รอบนี้สาวอั้มประกาศตัวแร้งงงงส์ส์ส์...ว่าอยู่ในสถานะคลุมเครือ และไม่อยากใช้คำว่าแฟนอีกต่อไป ทำเอาหลายๆ คนถึงกับเซ็ง เพราะคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในรอบนี้ ทั้งคู่คงต้องเลิกรากันอย่างแน่นอน เพราะผ่านไปเกือบๆ สองเดือนก็ยังไม่มีวี่แววที่จะคืนดีกันให้เห็น แต่พอมาในช่วงปลายปีที่แล้ว แฟนคลับและเพื่อนๆ ในกลุ่มก็ได้ใจชื้นขึ้นมา เพราะทั้งคู่กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม แถมยังตีตั๋วไปปรับความเข้าใจกันถึงประเทศฮ่องกง แต่แค่นี้ยังคงไม่เพียงพอที่จะเพิ่มความหวานให้กลับมาเหมือนเดิม 100% งานนี้หนุ่มแอมป์เลยวางแพลนเตรียมที่จะพาสาวอั้มไปเติมน้ำตาลอีกหลายๆ รอบ ไกลถึงต่างประเทศ เรียกว่าปีนี้หนุ่มแอมป์จัดเต็ม จัดหนัก เตรียมทริปพิเศษสำหรับสาวอั้มแบบเฉพาะกิจชนิด 365 วัน รอบโลกเลยทีเดียว ส่วนเรื่องจะขอแต่งงานหรือไม่ขอแต่งงาน ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับหนุ่มแอมป์แล้วว่าจะตัดสินใจยังไง เพราะเวลานี้ดูเหมือนสาวอั้มเขาก็พร้อมอยากจะสละโสดแล้วเหมือนกัน ยิ่งมาปีนี้มีดารานักแสดงในวงการสละโสดหลายคู่ ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวของนางเอกเบอร์หนึ่งของประเทศอย่าง อั้ม พัชราภา สักกะที อั้ม-แอมป์ อั้ม-แอมป์ อั้ม-แอมป์ อั้ม-แอมป์

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตือน 20 บจ.เข้าข่ายถูกเพิกถอน
ข่าวหุ้น /  ตลท. / 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เร่ง 20 บริษัทจดทะเบียน ที่เข้าข่ายถูกเพิกถอน แก้ไขเหตุเพิกถอน ก่อน 31 มีนาคม 58 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลท. เปิดเผยว่า ได้กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนอันเนื่องมาจากปัญหาฐานะการเงิน และการดำเนินงาน หรือ NC&NPG ต้องดำเนินงานให้พ้นเหตุเพิกถอนภายใน 3 ปี โดยประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 บริษัทที่เคยได้รับการขยายเวลาแก้ไขเหตุเพิกถอนจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2558 จำนวน 17 บริษัท ได้แก่ 1 APX บริษัท เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) 2 BIG1 บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 3 BRC บริษัท บางกอกรับเบอร์ จำกัด (มหาชน) 4 CIRKIT บริษัท เซอร์คิทอีเลคโทรนิคส์อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) 5 CPICO บริษัท เซ็นทรัลอุตสาหกรรมกระดาษ จำกัด (มหาชน) 6 KTECH บริษัท เค-เทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 7 NFC บริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) 8 PK1 บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) 9 POMPUI บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) 10 SAFARI บริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) 11 SGF บริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) 12 TPROP บริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) 13 TRS บริษัท ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด (มหาชน) 14 TT&T บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) 15 WORLD บริษัท เวิลด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 16 WP บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) 17 WR บริษัท วีรีเทล จำกัด (มหาชน) หมายเหตุ BIG และ PK ได้ยื่นคำขอพ้นเหตุต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แล้วโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างพิจารณาคำขอพ้นเหตุเพิกถอน และกลุ่มที่ 2 บริษัทที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน ระยะที่ 3 ซึ่งจะต้องแก้ไขเหตุเพิกถอนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2558 โดยอาจขอขยายเวลาฟื้นฟูกิจการอีก 1 ปี จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ 1 ASCON บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 2 SINGHA บริษัท สิงห์ พาราเทค จำกัด (มหาชน) 3 THL บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) บัดนี้ ใกล้ครบกำหนดการแก้ไขเหตุเพิกถอนภายในเดือนมีนาคม 2558 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงขอแจ้งให้บริษัทจดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน ระยะที่ 3 จำนวน 20 บริษัทเร่งดำเนินการดังต่อไปนี้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2558 หากบริษัทมีความคืบหน้าในแก้ไขเหตุเพิกถอน แต่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว แต่อยู่ในเกณฑ์ฟื้นฟู บริษัทก็อาจขอขยายเวลาได้ 1 ครั้งเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (รวมระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 4 ปี) ตามข้อ 9(6) ของข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน พ.ศ. 2542 ซึ่งเริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2554 เป็นต้นมา ติดตามข่าวสาร 'ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

Everly /  Haywire / 

จัดได้ว่าเป็นหนังฝรั่งที่เตรียมเอารางวัลชื่อไทยชนะเลิศไปเลย สำหรับหนังบู๊ระห่ำแหลกของ ซัลมา ฮาเย็ค อย่าง Everly ที่ได้ชื่อไทยสุดแสบไม่แพ้ตัวหนังว่า 'ดี-ออก สาวปืนโหด' ที่ตอนนี้ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาแล้ว กับเรื่องราวในคืน คริสมาสต์ ช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ของทุกคน.. แต่ไม่ใช่สำหรับ เอเวอร์ลี (ซัลมา ฮาเย็ค) เมื่อเธอตัดสินใจหักหลัง ไทโกะ (ฮิโรยูกิ วาตานาเบะ) บอสใหญ่ผู้เป็นถึงหัวหน้าแกงค์อันพาลสุดโฉด และเปิดเผยข้อมูลอาชญากรรมทุกอย่างให้กับฝั่งตำรวจทันทีที่เรื่องนี้ถึงหูเหล่าวายร้าย เอเวอร์ลีต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการใช้สัญชาตญาณและไหวพริบทุกอย่างที่เธอมี เพื่อเอาตัวรอดจากการพลิกเมืองตามล่าตัวเธอของเหล่าอาชญากรจอมซาดิสต์พวกนี้ให้ได้ นี่คือผลงานเรื่องล่าสุดของนักแสดงหญิงที่ฮอตที่สุดคนหนึ่งแห่งวงการ " ซัลมา ฮาเย็ค " ซึ่งเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาแล้วจากผลงานภาพยนตร์คุณภาพที่สร้างจากชีวิตจริงของศิลปินหญิงชื่อดังฟริดา คาโล ซึ่งฮาเย็คสามารถรับบทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคำชื่นชมไปอย่างล้นหลาม

เอ๊ะยังไง!! ปอ ไม่พร้อมแต่ง โบว์ ขอวางรากฐานอนาคตอีกยาว!!
ปอ ทฤษฎี โบว์ /  ภาพมันฟ้อง

อะไรยังไงกันล่ะค้า สำหรับพระเอกหนุ่มกล้ามบึ้กอย่าง ปอ ทฤษฎี ที่ก่อนหน้านี้ก็ทำท่าจะลาวงการบันเทิงหันไปใช้ชีวิตอย่างพอเพียงที่ต่างจังหวัด แต่จนแล้วจนรอดก็ไปไหนไม่ได้ เพราะมีบรรดาแฟนคลับร่ำร้องเพราะเสียดายพระเอกหนุ่ม ไม่อยากให้ลาวงการไปง่ายๆ เจ้าตัวก็เลยจัดหนักจัดเต็มเพราะปีนี้จะมีละครให้แฟนๆ ได้ดูกันอย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องราวของความรักกับสาว โบว์ ที่คบหาดูใจกันมานานนี่สิ ดูแล้วน่าเป็นห่วง เพราะช่วงหลังๆ ทั้งคู่ก็เริ่มที่จะมีปากมีเสียงกันถี่ขึ้น จนหลายคนเริ่มมองว่าความรักของคู่นี้จะเริ่มส่อแววร่อแร่ไปไม่รอด หนุ่มปอก็เลยหนักใจ ขอเลื่อนงานแต่งกับสาวโบว์ไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะตอนนี้อยากที่จะโฟกัสไปที่เรื่องของงานและอนาคตที่เจ้าตัวกำลังวางรากฐานในการสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี

ระวัง! ผู้หญิงกว่า 4 หมื่นคนทั่วโลก เป็น โรคแพ้น้ำอสุจิ อาการเป็นไง เช็ค!
คู่รัก /  อสุจิ / 

โรคแพ้น้ำอสุจิ ... จริงๆก็เป็นโรคที่มีมานาน แต่มักไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก เพราะคิดว่าธรรมชาติสร้างมา ผู้หญิงก็ต้องรับได้อยู่แล้ว แต่หารู้ไม่ว่า บางคนกลับไม่มีภูมิคุ้มกันนั้น บางคนแพ้จนถึงขั้นเป็นลมพิษ หายใจขัด ก็มีนะ เอาซิ!   และนักวิทยาศาสตร์ก็คอนเฟิร์มว่ามีผู้หญิงกว่า 40,000 คนเลยทีเดียวเชียวล่ะ ที่เป็นอาการนี้ ... เคยเป็นกันหรือเปล่า เคยไม่เคย ต้องลองอ่านอาการกันหน่อยแล้ว โดยคู่รักคู่หนึ่ง คลาร่า เจฟ (นามสมมติ)  ทั้งคู่อายุ 35 ปี ได้เล่าเรื่องราวผ่าน รายการ ABC's Good Morning America เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคู่รักหลายคู่อาจพบปัญหาเรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว และปล่อยปละละเลยมาเรื่อยๆ โดยนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พบเจอได้ เพราะมีผู้หญิงราวๆ 20,000-40,000 คนทั่วโลก พบอาการเหล่านี้ " ฉันรู้สึกแปลกๆ รู้สึกเหมือนผิวนั้นไหม้ และ บวมแดง มันผิดปกติแน่ๆ ตอนแรกฉันก็คิดว่าติดโรคทางเพศสัมพันธ์ทั่วไป แต่มันกลับใช้เวลากว่า 24 ชม. ถึงจะลดอาการบวมลง แต่อาการแสบยังคงอยู่ เหมือนกับว่า ถ้าทาอะไรลงไป มันพร้อมที่จะเผาไหม้ได้ทันที " ในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้พบกับหมอ Jonathan Bernstein ผู้เชี่ยวชาญด้านอาการแพ้และภูมิคุ้มกันจาก  University of Cincinnati ที่มีชื่่อเสียงในเรื่องนี้ โดยการรักษา หมอได้เก็บตัวอย่างน้ำเชื้ออสุจิของเจฟไว้เพื่อทดสอบ พร้อมทั้งฉีดภูมิคุ้มกันให้กับคลาร่า  จากนั้นจึงทำการเจือจางและเก็บไว้ในหลอดฉีดยากว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะให้ทั้งคู่มีเพศสัมพันธ์กัน ซึ่งผลการทดลองนั้น ช่วยได้อย่างดี โดยคลาร่าบอกว่า " มีอาการบวมน้อยลง เมื่อเทียบกับครั้งที่ผ่านๆมา" จากเวปไซต์ seminalplasmaallergy.org เวปไซต์ที่รวบรวมประสบการณ์ของผู้ที่มีอาการ แพ้น้ำอสุจิ นี้ ได้เล่าถึงอาการต่างๆ หลังจากมีเพศสัมพันธ์ได้ 1 ชั่วโมง บ้างก็มีอาการบวมแดง ลมพิษขึ้น แน่นหน้าอก หายใจขัด ท้องเสีย จนรวมไปถึงหมดสติ ก็มี แต่ยังไม่มีรายใดถึงขั้นเสียชีวิต  โดยเหตุผลส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการผิดปกติของผิวหนัง และ อาการแพ้ลาเท็กซ์ของถุงยางอนามัย และ เคมีที่อยู่ในน้ำอสุจิของคุณผู้ชาย และ สารหล่อลื่นต่างๆ นั่นเอง สาวๆที่เกิดอาการอย่าง คลาร่า ล่ะก็ ต้องปรึกษาแพทย์แล้วล่ะจ้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต แก้ไว้ก่อนดีกว่าสายนะเธอ งานนี้บทรักไม่สนุกล่ะเป็นปัญหายาวแน่ อิอิ ที่มา nydailynews.com เรียบเรียงโดย Women Mthai Thai  

10 ตลาดนัดกลางคืน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ
กิน เที่ยว ช้อป /  ตลาดนัด / 

ว่าด้วยเรื่องของการช้อปปิ้ง คนไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก ดูได้จากจำนวนตลาดนัดยุคใหม่ สถานที่จับจ่ายซื้อของสุดอินเทรนด์ ที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ตลาดนัดกลางคืน แหล่งช้อปปิ้งของเหล่าวัยว้าวุ่น ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ สินค้าที่มาจำหน่ายก็มีหลากหลาย ในแต่ละที่ก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 ตลาดนัดกลางคืน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ มาให้ท่านได้ชม เผื่อบางแห่ง ท่านอ่าจยังไม่เคยไป ถ้าอ่านบทความนี้จบแแล้ว อย่าลืมไปช้อปกันให้กระจายเลยนะครับ ^^ 10 ตลาดนัดกลางคืน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ 1. ถนนข้าวสาร พระนคร  ภาพจาก klongdigital.com ถนนคนเดินสุดฮิต ที่ยังคงความมีสเน่ห์ไม่เสื่อมคลาย เต็มไปด้วยร้านขายของนานาชนิด ส่วนมากเป็นสินค้าประเภทศิลปวัฒนธรรม มากด้วยรถเข็นขายอาหาร เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ เกสเฮาส์ ผับ บาร์ ตลอดเส้นทาง ทำให้ถนนสายนี้เป็นถนนที่ไม่เคยหลับไหล ยังคงความคึกคักอยู่ชั่วย่ำค่ำคืน 2. ตลาดกลางคืน สะพานพุทธ ภาพจาก travel.edtguide.com ตลาดนัดกลางคืน ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยร้านรวง พร้อมสินค้ามากมายหลายชนิด เคยเป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น แต่เนื่องด้วยมีตลาดนัดกลางคืนแหล่งใหม่ๆ ผุดขึ้นมามากมาย จึงทำให้ความคึกคักของตลาดสะพานพุทธลดลงไปบ้าง แต่ที่แห่งนี้ยังคงความคลาสสิก และเป็นที่ชื่นชอบของนักช้อปไม่เปลี่ยนแปลง ใครสนใจก็ไปได้ทุกวัน อังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึง ตี 2 นะจ๊ะ 3. ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ภาพจาก pattarawannan.blogspot.com ตลาดนัดกลางคืนสุดป๊อปปูลาร์ ด้วยพื้นที่ใหญ่ยักษ์อลังการ เต็มไปด้วยสินค้าเก๋ๆ แนวๆ มากมาย ไฮไลท์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของตลาดนัดรถไฟ คงหนีไม่พ้นของวินเทจ ตลาดรถเก่า จักรยานคลาสสิก และของแต่งบ้านโบราณสุดเย้ายวน พร้อมทั้งร้านขายอาหารนานาชนิด ทั้งหมดนี้เพียงแค่คืนเดียว เวลาเดินของคุณคงไม่พออย่างแน่นอน ใครสนใจก็มี 2 โซนให้เลือกเดิน คือ โซนพลาซ่า เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ และโซนตลาดนัด เปิดวันพุธ และศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. 4. ตลาดนัดกลางคืน สยามสแควร์ เรียกได้ว่าเป็นตลาดริมถนนที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดก็เป็นได้ เพราะอยู่ในย่านที่คนเยอะได้ อย่างสยามสแควร์ เป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น เลยทำให้ที่นี่คึกคักกว่าที่อื่น เพราะของทั้งเยอะ ทั้งหลากหลาย และเป็นทางลึกยาว ผู้คนจึงดูหนาแน่น ใครผ่านแถวนั้นก็อย่าลืมลงไปเดินช้อปทุกวันอังคาร – อาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงโพล้เพล้เป็นต้นไป 5. ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์ ภาพจาก facebook ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา ตลาดนัดแห่งนี้ มีเสน่ห์อยู่ตรงการจัดตลาดเป็นโซน ทำให้เดินหาของได้ง่าย เป็นระเบียบ ไม่ต้องเสียแรงเดินให้ทั่ว ซึ่งที่นี่มีขายตั้งแต่ของมือสอง เสื้อผ้า ของกระจุ๊กกระจิ๊กทั้งหลาย และยังมีโซนอาหาร-เครื่องดื่มที่มีให้เลือกเพียบ!! รับรองว่านอกจากจะหมดเงินไปกับการซื้อของแล้ว ยังต้องหมดกับอาหารอร่อยๆ อีกด้วย ที่นี่เปิดทุกวันอังคาร พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึงตี 2 เลยทีเดียว 6. ตลาดนัดจตุจักร คืนวันศุกร์ ภาพจาก maikeedfai.blogspot.com ตลาดนัดจตุจักร คืนวันศุกร์ เปิดเอาใจคนขี้ร้อน ไม่อยากเดินในวันเสาร์ อาทิตย์ ที่คนเยอะกว่า ที่สำคัญคือได้ซื้อของที่มาใหม่ก่อนใคร ยิ่งมาดึกเท่าไหร่ร้านค้ายิ่งเปิดเยอะมากเท่านั้น เดินชิลๆ ในบรรยากาศสบายๆ แถมได้ของถูกใจที่มีให้เลือกเหลือหลาย รับรองว่าถูกใจนักช้อปแน่นอน 7. The Walk เกษตร-นวมินทร์ ภาพจาก joinalifethailand.com The Walk หรือที่เรียกกันว่า “ตลาดนัดรถโบราณ” ต้องบอกว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่ขายรถ โชว์รถเก่าๆ เท่านั้น แต่ยังมีสินค้ามือหนึ่งและมือสองแบบเท่ๆ เอาใจคนชอบของวินเทจ ที่ไม่สามารถเห็นกันได้ตามตลาดทั่วไป และที่สำคัญที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายรูปชั้นดี เพราะเต็มไปด้วยรถเก่าสุดคลาสสิก ที่หาดูได้ยาก The Walk เปิดทุกวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน 8. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ เจริญกรุง สถานที่เที่ยว ช้อป ชิม ชิลล์ อีกหนึ่งแห่ง ที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก เป็นโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรก ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และถือเป็นแลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดของกรุงเทพมหานครอีกด้วย นอกจากคุณจะช้อปปิ้งสินค้าจากที่นี่แล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูป เพราะที่นี่มีมุมสวยๆ มากมาย บรรยากาศดี ขนาบข้างด้วยสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก และที่สำคัญ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 17.00 - 24.00 น. 9. ตลาดนัดรถไฟ รัชดา ตลาดนัดกลางคืน ที่เพิ่งเปิดใหม่สดๆ ร้อนๆ ยังคงหอบหิ้วความมีเสน่ห์ ความน่าหลงใหล และความคลาสสิกมาอยู่เสมอ สินค้ายังคงเป็นแบบฉบับตลาดนัดรถไฟเช่นเดิม ขนาดอาจจะเล็กกว่าสาขาศรีนครินทร์ แต่ด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้ที่นี่ได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม ทำเลที่ตั้งก็เอื้อต่อการเดินทาง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม แถมยังอยู่หลังห้างเอสพลานาด อีกต่างหาก แบบนี้ได้ใจวัยมันส์ไปเต็มๆ ตลาดนัดรถไฟรัชดา เปิดทุกวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ เวลา 17.00 น. – 01.00 น 10. ตลาดสยามยิปซี โครงการ JJ Green  ภาพจาก carebest2555.blogspot.com ตลาดนัดสยามยิปซี หรือจตุจักรกรีน ถูกจัดตั้งขึ้นโดยผู้จัดตลาดรัชดาไนท์เดิม ที่หลายๆ คนคงจำกันได้ดี ตลาดแห่งนี้เป็นแหล่งรวมสินค้าสุดวินเทจ อาทิ เสื้อผ้า แอสเซสซอรี่ รถคลาสสิก อะไหล่รถเก่า ฯลฯ ที่คนรักของเก่าต้องลองมาช้อปกัน พร้อมกับบรรยาศกาศดีๆ มีร้านนั่งชิล จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสด แค่นี้ก็ฟินแล้วแล้ว ตลาดนัดสยามยิปซี ตั้งอยู่ตรงข้ามสวนจตุจักรโซนขายปลา ติดกับพิพิธภัณฑ์เด็ก เปิดทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่ 17.00 - 24.00 น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : toptenthailand.com , chillpainai.com เรียบเรียงโดย  :  Muztong Travel MThai 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี VS แมนฯ ซิตี้
11ตัวจริง /  กีฬา / 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก เชลซี – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2558 เวลา 00.30น. ถ่ายทอดสด ช่อง3, cth stadium4 ความพร้อม ทั้งสองทีม เกมสำคัญของสองทีมหัวตาราง พรีเมียร์ลีก ที่มีผลสำคัญต่อการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ หากทีมสิงห์บลูชนะจะยืดระยะห่างรองจ่าฝูงเรือใบสีฟ้าออกไปเป็นแปดคะแนนแต่หากทีมเยือนสามารถบุกมาชนะได้ ระยะห่างจะเหลือเพียงสองแต้มเท่านั้น สถิติในลีกชี้ว่า แมนฯ ซิตี้ บุกไปชนะ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้แค่ 2 เกม และแพ้ไปถึง 11 เสมอ 4 ก่อนลงสนามทีมเรือใบเพิ่งถูกเขี่ยร่วงถ้วยเอฟเอ คัพมาหมาดๆ หลังพ่าย มิดเดิลสโบร์ห คาบ้าน 2-0 แต่สถิตินอกบ้านของพวกเขายังไม่แพ้ทีมใดเจ็ดนัดรวดตั้งแต่ตุลาคมปีก่อน แม้สามเกมหลังสุดพวกเขาจะฟอร์มไม่ดีนักและยังไม่ชนะทีมใดเลยก็ตาม ส่วน เชลซี เพิ่งเปิดบ้านชนะ ลิเวอร์พูล มาได้ 1-0 ในเกมตัดเชือก แคปปิตอล วัน คัพ แต่ก่อนหน้านั้นพวกเขาเพิ่งถูก แบรดฟอร์ด เขี่ยร่วงตกรอบเอฟเอ คัพมาแบบสุดช็อค 4-2 ส่วนสถิติเล่นเกมเหย้าในลีกของพวกเขายังยอดเยี่ยมเสียไปแค่สามประตูจาก 10 เกม และเก็บคลีนชีตได้ถึงแปดนัด ก่อนลงสนาม โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เชลซี นัดนี้จะไม่มี ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าคนสำคัญที่ถูกแบนสามเกมหลังไปเล่นรุนแรงเกิดกว่าเหตุในเกม แคปปิตอล วัน คัพ กับ ลิเวอร์พูล รวมไปถึงผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บในเกมดังกล่าวอย่าง เชส ฟาเบรกาส กับ ฟิลิเป้ ลุยซ์ ไม่น่าจะมีชื่อในเกมนี้ ส่วน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ที่เจ็บเช่นกันต้องรอเช็คความฟิตก่อนลงสนาม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนฯ ซิตี้ จะไม่มีหัวใจสำคัญของทีมอย่าง ยาย่า ตูเร่ ที่ติดภารกิจรับใช้ชาติกับ ไอวอรี่ โคสต์ ในศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ รวมไปถึง วิลฟรีด โบนี่ กองหน้าตัวใหม่ ส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตเด็กเก่าเจ้าถิ่นมีโอกาสได้ลงสนามเจอทีมเก่าในนัดนี้หากได้รับโอกาสจากกุนซือ ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี – กูร์ตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี่, อัซปิลิกูเอต้า, รามิเรส, มาติช, วิลเลี่ยน, ออสการ์, อาซาร์, ดร็อกบา แมนฯ ซิตี้ – ฮาร์ท, ซาบาเลต้า, ก็อมปานี, ม็องกาล่า, คลิชี่, เฟอร์นันโด, เฟอร์นันดินโญ่, นาบาส, ซิลบา, มิลเนอร์, อเกวโร่

ฉะกันแล้ว!! Iron man  Vs Hulk มันหยดขอบอก!
Hulk Buster /  Hulk

พบกับเทรเลอร์ของ IRON MAN: GAMMA PROTOCOL ที่เป็นอนิเมชั่นฉบับ Fan Made โดย Anthony Mcgrath ซึ่งเคยทำออกมาแล้วก่อนหน้านี้ในชื่อว่า Iron Man Mark Z โดยคราวนี้เขามีแผนที่จะทำเป็นอนิเมชั่นตอนสั้นๆขึ้นมา เป็นฉากการต่อสู้กันระหว่าง Hulk Buster และ Hulk ครับ ซึ่งนี่จะเป็นคลิปตัวอย่างที่เขาปล่อยออกมาเรียกน้ำย่อยกันก่อน credit https://www.youtube.com/watch?v=zAyl8vmlEB4

นักจิตวิทยาฟันธง ! ฟังเพลงระหว่างมีเซ็กซ์ ยิ่งแซ่บ ยิ่งปลดปล่อย
คู่รัก /  ฟังเพลง / 

นักวิจัยแห่ง McGill University  พบว่าการฟังเพลงนั้น ส่งผลกับการปลดปล่อยสารที่เรียกว่า โดพามีน ซึ่งเป็นสารที่หลั่งออกมาแล้ว มนุษย์จะมีความสุข ทำให้เคมีในสมองจะรู้สึกปลดปล่อย เหมือนเวลา เราได้รับประทานอาหารอร่อย ได้นอนเต็มอิ่ม และเช่นเดียวกัน สิ่งนั้นก็ใช้ได้กับ" เซ็กซ์" ได้ด้วยนั่นเอง นอกจากนั้นผลการศึกษาอื่นๆ ยังพบว่า การฟังเพลงที่ปลุกเร้าอารมณ์เช่นเพลงที่มีลักษณะอ่อนไหว หรือ เพลงที่มีบีทที่หนักแน่นขึ้นมาหน่อย จะส่งผลกับการเร้าอารมณ์ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ และ การหายใจเร็วและแรง นอกจากนั้น ยังมีข้อพิสูจน์อีกว่า เพลงน่ะมันช่วยเซ็กซ์ได้จริงนะเธอ โดยทำการสำรวจตั้งแต่ปี 2000 และ 2006 พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการฟังเพลงและออกกำลังกายนั้น หากฟังไปด้วยออกไปด้วย จะทำให้ผู้ที่ออกกำลัง รู้สึกว่า เวลาผ่านไปเร็ว และ ไม่ทรมานใจ มากกว่า คนที่ออกกำลังโดยไม่ฟังเพลง (เห็นมั้ย เพลงนี่มีพลังมากจริงๆนะ) นั่นก็เป็นเพราะ เวลาเราฟังเพลง เราจะรู้สึกปลดปล่อย และใช้การจดจ่อในการฟัง นั่นหมายความว่า คุณจะสามารถละสิ่งรบกวนรอบข้างออกไปได้ แม้ว่าสิ่งที่ทำอยู่จะน่าเบื่อ เช่น การออกกำลัง การทำงาน เป็นต้น เช่นเดียวกันกับเซ็กซ์ เพราะเซ็กซ์ก็ทำให้คุณเหนื่อยได้เทียบเคียงกับออกกำลังกายเช่นเดียวกัน ยิ่งเซ็กซ์ดีเท่าไหร่ ก็จะยิ่งใช้ศักยภาพของร่ายกายคุณดีขึ้นเท่านั้น ทั้งเหงื่อออก และ ใช้ความอดทนเช่นเดียวกัน อ้ะๆ ไม่ต้องสงสัยว่าแล้วจะไปหาเพลงอะไรมาฟัง นักจิตวิทยา Daniel Mullensiefen ได้ทำการสำรวจคนอายุ 18-91 ว่าเพลงใดที่เป็นเพลงโปรดระหว่างมีเซ็กซ์บ้าง และนี่คือคำตอบค่ะ ลองไล่ฟังกันดูนะ ชอบเพลงไหน ก็จัดใส่ playlist ได้เลย 1 . “She’s Like The Wind” by Patrick Swayz 2.“Sexual Healing” by Marvin Gaye 3.“Boléro” by London Symphony Orchestra 4.“Take My Breath Away” by Berlin 5.“You See The Trouble With Me” by Barry White 6.“Let’s Get It On” by Marvin Gaye 7.“Unchained Melody” by Righteous Brothers 8.“My Heart Will Go On” by Celine Dion 9.“Je T’aime” by Serge Gainsbourg 10.“I Will Always Love You” by Whitney Houston ส่วนนักวิทยาศาสตร์ก็บอกว่าให้ใช้บีทที่กระแทกขึ้นมาสักหน่อย ถ้าชอบแบบบีทหนักๆ ก็ลองฟังตามเพลย์ลิสเหล่านี้ได้เลย 1.“High For This” by The Weeknd (also “Wicked Games” — actually, pretty much anything by The Weeknd) 2.“Nirvana” by Sam Smith 3.“Pony” by Ginuwine 4.“Novacane” by Frank Ocean 5.“So Appalled” by Kanye West 6.“Let’s Stay Together” by Al Green 7.“French Exit” by The Antlers 8.“Do I Wanna Know” by Arctic Monkeys 9.“Instant Crush” by Daft Punk 10.“Latch” by Disclosure งานนี้ใครที่ไม่มีเสียงเพลงในห้องนอน ต้องลองกันหน่อยแล้วล่ะ เพราะไม่แน่อาจจะทำให้คุณรู้สึกถึงรสชาติที่ต่างออกไปก็ได้นะ ใครจะไปรู้  ที่มา Elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

บี พุทธิพงษ์ ถามมีสำนึกไหม คนหนุนแดเนียล รัสเซล วิจารณ์การเมืองไทย
กฎอัยการศึก /  พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จัดหนักซัดคนให้สัมภาษณ์ดูถูกเพื่อนร่วมชาติ หลังเห็นงามแดเนียล รัสเซล วิจารณ์การเมืองไทย ชี้เป็นพวกชักศึกเข้าบ้าน อกตัญญูแผ่นดิน ถามยังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้างไหม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตแกนนำ กปปส. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว@พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (บี)วานนี้ (29ม.ค.58) แสดงความเห็นถึงกรณีที่มีคนบางกลุ่มออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเมืองไทย โดยระบุว่า "วันนี้คงไม่ต้องพูดถึงการมาเยือนของ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ผ่านมาว่าท่านได้พูดถึงประเทศไทยไว้อย่างไร เพราะผมเชื่อว่าความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศคิดตรงกัน...ขอขอบคุณ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ตอบโต้แทนคนไทยทั้งประเทศได้สมกับความเป็นคนไทยจริง ๆ คนไทยมีศักดิ์ศรี...ไม่มีการกดดันจากประเทศมหาอำนาจใด ๆ ...ปัญหาภายในประเทศต้องแก้กันในประเทศ... สำหรับคนต่างชาติอาจไม่เข้าใจปัญหาและสาเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ใครสร้างปัญหาอะไรไว้กับประเทศ ที่มาที่ไปกว่าจะมาถึงวันนี้ แต่ที่อยากจะถามและข้องใจมากกว่าเรื่องของท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ก็คือ คนไทยบางกลุ่มบางคนที่เกิดและเติบโตอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ทำมาหากินเล่าเรียนบนแผ่นดินนี้ ทำไมถึงได้อกตัญญูไม่รู้บุญคุณของแผ่นดินไทยที่ให้มันทั้งชีวิตและจิตใจ แต่มันกลับชักศึกเข้าบ้าน...คิดทำร้ายขายชาติ...ให้สัมภาษณ์ดูถูกคนไทยเพื่อนร่วมชาติ...นี่คือสิ่งที่อยากจะถามดัง ๆ ว่าสำนึกของความเป็นคนไม่มีหลงเหลือกันอีกแล้วหรือยังไง...ไม่คิดถึงว่าญาติพี่น้องลูกหลานพวกคุณ จะใช้ชีวิตหรือต้องเดินตลาดอยู่ในเมืองไทยกันแล้วใช่ไหม...หนักแผ่นดินจริง ๆ MThai news

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270

สาวๆ เช็คด่วน เรา เข้าข่าย สวย ในยุคไหนกัน
คิม คาร์เดเชี่ยน /  ผู้หญิงสวย / 

ความสวย ขึ้นอยู่กับสายตาของแต่ละคน คำนิยามคำว่า สวย นั้นอาจแตกต่างกันไป นอกจากเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคลแล้ว ยังเป็นเรื่องของ ยุคสมัย กาลเวลา และ แต่ละโซนทวีป ด้วยนะ พูดอย่างนี้อาจจะไม่เข้าใจ ย้อนไปเมื่อ 3,000 ปีก่อน ในแต่ละยุค ก็จะนิยาม ความสวยของผู้หญิง ว่าหุ่นแบบไหนเป็นที่นิยมก็ว่ากันไป รู้ไหมล่ะ ว่าสาวอวบจ้ำม้ำ เคยเป็นเทรนด์ฮิต ที่เขานิยมนิยามกันไว้ว่าสวยมาแล้วนะจ๊ะเทอว์ ใครไม่อ้วนนี่เอ้าท์นะจ๊ะ ขี้เหร่อ่ะ (อ้าว อิน แอดมินอินไปนะ) อ่ะๆ  ลองมาดู คลิปสั้น ที่จะพาคุณย้อนไป 3,000 ปี ภายใน 3 นาที แล้วลองมาแอบเปรียบเทียบหุ่นตัวเองเล่นๆ กัน หุ่นอย่างเรานี่น่าจะ สวย ในยุคไหนกัน ลองมาดูนิยาม ความสวยของแต่ละยุคกันอย่างช้าๆ ชัดๆ หน่อยสิคะ อียิปต์โบราณ ( 1292-1069 ก่อนคริสตกาล ) – รูปร่างผอมสมส่วน – ไหล่แคบ – เอวสูง – โครงหน้าสมมาตร กรีกโบราณ (c. 500-300 B.C.) – อวบอ้วน – เต็มไม้เต็มมือ – ผิวขาว – ความเชื่อในยุคนั้นคือ การเป็น ผู้หญิง คือ ความพิการอย่างหนึ่ง ราชวงศ์ฮั่น ( 206 ก่อนคริสตกาล - คริสตศักราช 220 ) – เอวบางร่างน้อย – ผิวขาวซีด – ดวงตาโต (จริงเหรอ?) – มัดเท้าให้เล็กเป็นทรงดอกบัว อิตาเลียน ยุค เรเนซองส์ (คริสตศักราช 1400-1700) – อกกว้าง – พุงกลม – สะโพกบึ้ม – ผิวกระจ่างใจ อังกฤษ ยุค วิคตอเรียน (คริสตศักราช 1837-1901) – รูปร่างอวบ มีน้ำมีนวล – เต็มแน่นทุกสัดส่วน – เน้นเอวคอดชัดๆ – เป็นยุคที่ผู้หญิงนิยมสวมคอร์เส็ทเพื่อให้ได้เห็นเอวคอดๆ การก้าวกระโดดสู่ความทันสมัย ยุค 20  (คริสตศักราช 1920s) – ผู้หญิงที่สวย อกต้องแบน – เอวไม่ใช่เรื่องใหญ่ – ทรงผมบ็อบสั้น – หุ่นแบบเด็กผู้ชาย นี่แหละ แหล่มเบย ยุคทอง ฮอลลีวู้ด : ยุคมาริลีน มอนโร (คริสตศักราช 1930s – 1950s) – ผมหยิกเป็นลอน – หุ่นรูปนาฬิกาขวดแก้ว – อกใหญ่ – เอวบางๆ สุดสวิงริงโก้ กับ ยุคซิกซ์ตี้ (คริสตศักราช 1960s) – ปราดเปรียว – ผอมบางงงงงงงงงง – ขาเรียวยาวววววววว – ใบหน้าอ่อนเยาว์ ร่างเล็กบอบบาง ยุคแห่ง ซูเปอร์โมเดล (คริสตศักราช 1980s) – หุ่นนักกีฬา – ผอม แต่มีส่วนโค้ง ส่วนเว้าชัดเจน – สูงโปร่ง – ต้นแขนกระชับ ไม่หย่อนคล้อย ยุคหุ่นขี้ก้างมาแรง : เคท มอสส์ แจ้งเกิด (คริสตศักราช 1990s) – ผอมจนเห็นซี่โครงขึ้น – ผิวใสจนเห็นเส้นเลือด – รูปร่างอ่อนปวกเปียก – เป็นยุคที่ต้องสวยแบบหญิงก็ไม่ใช่ ชายก็ไม่เชิง พูดง่ายๆ ต้องไร้หนมน้มนั่นเอง  ความงามแบบโพสต์ โมเดิร์น : ยุคของคิม คาร์เดเชี่ยน (คริสตศักราช 2000s-Today) – หน้าท้องแบนราบ – ผอมแต่มีกล้ามเนื้อ แบบสาวสุขภาพดี – หน้าอกโต บั้นท้ายเบิ้ม – ต้นขาเล็ก กระชับ – ความงามของผู้หญิงยุคนี้ นิยมได้มาจากการศัลยกรรม เพื่อให้ได้ลุคอย่างที่พวกเธอต้องการ มาถึงตรงนี้ มีใคร สวย ตรงกับนิยามหญิงงามในยุคไหนบ้างเนี่ย มาเม้าท์กันหน่อยเซ่ะ คุณจะเข้าใจได้มากขึ้นว่า การตีความ นิยามความสวยของผู้หญิง ไม่มีอะไรถูก หรือ ผิด ต่างคนต่างมอง นานาจิตตัง ประวัติศาสตร์ในคลิปก็กำลังบอกเรามาอย่างนั้นไม่ใช่หรือ แล้วทำไม เรายังต้องไปแข่งสวยกับใครอื่น ผู้หญิงทุกคนสวยในแบบของตัวเองกันทั้งนั้น ไม่มีใครเลียนแบบใครได้ เริ่มต้นสวยจากข้างใน ไม่อิจ ไม่ริษยาคนอื่น.... ดูแลตัวเองให้ดี เราก็จะสวย และมีเสน่ห์ที่เปล่งประกายในแบบของเรา ไม่เชื่อใช่ม่ะ ? เราท้าให้ลองนะจ๊ะ เรียบเรียงโดย Women MThai Team ที่มาจาก  Buzzfeed 

ไอรอนแมน ขย้ำฮัค! ในทีวีสปอตใหม่ จาก Avengers: Age of Ultron
Avengers 2 /  Avengers: Age of Ultron / 

ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว สำหรับช่วงเวลาระเบิดสงคราม รวมตัวซูเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ มาร์เวล สตูดิโอ กับ Avengers: Age of Ultron อเวนเจอร์ส 2: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก ที่คนทั้งโลกใบนี้รอคอย กับศึกปะทะอัลตรอน หุ่นมหาประลัย ที่ต้องการล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ และครั้งนี้ ขออุ่นเครื่องคุณผู้ชมด้วยทีสีสปอตใหม่ล่าสุด ที่จะเผยฉากแอ็คชั่นเด็ดๆ และไฮไลท์สำคัญของแลกหมัดลุ่นๆ ระหว่างพี่เขียว ฮัค กับป๋าหุ่นเหล็ก ไอรอนแมน ในชุดเกราะใหญ่ยักษ์ ที่งานนี้ต้องมีหมอบกันไปข้าง! แฟนๆ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไประเบิดสงครามครั้งมโหฬาร ไปกับ Avengers: Age of Ultron อเวนเจอร์ส 2: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก ในวันที่ 30 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างเต็มๆ ของภาพยนตร์ Avengers: Age of Ultron ได้ที่นี่เลย ----------------------------------

 มด สวยแซบ!! แม้เลือกเกิดได้ ละครแรงสะท้อนสังคม
มด ณปภัช /  ละคร / 

หันมาฉีกลุกส์เป็นสาวสวยร้อนแรงตั้งแต่เล่นละครเรื่อง น้องเมีย ทางช่อง 8 มด ณปภัช ลบภาพสาวแบ๊วสมัยตอนเป็นนักร้องใหม่ๆ จนหมดสิ้น ล่าสุดนางใส่เกียร์เดินหน้าหาประสบการณ์ใหม่ในละครแม้เลือกเกิดได้ ด้วยการตกปากรับคำเล่นบทที่ใครๆ ก็มองว่าแรงมากอย่างบท ใบพร ผู้หญิงกลางคืนที่แต่งตัวโชว์เนื้อหนังมังสาเพื่อเอาใจแขก ซึ่งเรื่องนี้บทค่อนข้างจะหวือหวา ถึงเนื้อถึงตัว แม้จะมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นบทที่ค่อนข้างแรงไปแต่ดูเหมือนสาว มด จะไม่ยี่ระ มด ณปภัช นางกลับรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสได้เล่นบทใหม่ๆ ท้าทายความสามารถ แม้จะมีฉากนัวเนียกับผู้ชายบ้างอะไรบ้างและมีบทเลิฟซีนที่ดูดดื่มแต่นักแสดงมืออาชีพอย่างมดก็ไม่โอดครวญเลยสักนิด การหาประสบการณ์ใหม่ เท่ากับการพิสูจน์ความสามารถด้านการแสดงว่ามีพัฒนาการมากแค่ไหน นี่ถือเป็นก้าวใหม่ที่จะทำให้เธอเติบโตในเส้นทางบันเทิง เห็นลีลาการแสดงของ มด แล้วบอกเลยว่าเธอทำการบ้านมาค่อนข้างดี ลีลาการแสดงสีหน้าท่าทางดูแล้วลื่นไหลไม่รู้สึกขัดตา แถมลุคใหม่ก็ทำให้เธอแลดูเป็นผู้หญิงสวยมีเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิม แม้บทจะไม่ใช่การเป็นนางเอกสวยใสทั่วๆ ไปแต่คาแรคเตอร์เรื่องนี้ก็แฝงข้อคิดการใช้ชีวิตในสังคมไทยสอดแทรกไว้ในเนื้อเรื่อง ฟิล์ม-มด อย่างที่ผู้จัดหน้าหล่อ ฟิล์ม รัฐภูมิ เคยบอกไว้ว่า แม้เลือกเกิดได้ เป็นละครแรงสะท้อนสังคม ซึ่งเป็นเรื่องราวอีกมุมหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมไทย ดูละครอย่าดูเอาแค่สนุก ข้อคิดอะไรดีๆ ที่มีเราสามารถเก็บเอามาย้ำเตือนตัวเราเองได้ ละครเรื่องนี้แม้จะแรงแต่เชื่อว่าคอละครก็ชอบเปิดดูไม่มากก็น้อย