เจนี่

ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ , เรื่องย่อขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
วรินทร ปัญหกาญจน์ /  แมท ภีรนีย์ ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ / 

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์บทโทรทัศน์โดย : พฤกษ์ เอมะรุจิกำกับการแสดงโดย : รัญญา ศิยานนท์ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ตระกูล วรรณดำรง ตระกูลใหญ่ที่เริ่มต้นสืบเชื้อสายในไทยมาจากท่านเจ้าสัววรรณ ผู้ล่วงลับไปนานแล้ว ปัจจุบัน คุณ ปู่จรัล (เศรษฐา ศิระฉายา) เป็นเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน นั่นคือธนาคารไทยธนกิจ รวมทั้งกิจการในเครืออีกหลายรายการ อาทิ บริษัทประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ คุณปู่จรัลมีน้องสาวแท้ ๆ คือ คุณย่าพริ้มเพรา (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ที่ครองความเป็นโสดมาเนิ่นนาน เป็นคนดุ เจ้าระเบียบในแบบคนรุ่นเก่า ไม่มีใครในอาณาเขต วรรณดำรง ที่กล้าขัดคำสั่งของเธอ ทั้งคู่มีหลานสาวคนโตสุดรัก วรรณวิวาห์ หรือ วีว่า ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ วรรณวิวาห์ หรือ วีว่า (ภีรนีย์ คงไทย) สาวนักเรียนนอก เจ้าของ วรรณวิวาห์เวดดิ้ง บริษัทรับจัดงานแต่งงานแบบครบวงจร ที่มีชื่อเสียงและกำลังมาแรงในวงการธุรกิจนี้ โดยวีว่ามีความใฝ่ฝันตั้งแต่เยาว์วัย หากโตขึ้นและเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เธอจะได้สวมชุดเจ้าสาวที่สวยเริ่ดที่สุด พร้อมเข้าพิธีแต่งงานอันสุดแสนเพอร์เฟค วีว่ามีคู่หมายอยู่แล้วคือ ลาภิศ หรือ ลม (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ นายทหารอากาศหนุ่มหน้าตาดีมีเสน่ห์ รู้จักและเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ ลมได้ให้คำมั่นสัญญากับวีว่า เมื่อเค้าเรียนจบจากเมืองนอกจะขอเธอแต่งงานทันที และการคบหากันของทั้งคู่อยู่ในแรงส่งเสริมของ คุณย่าพริ้มเพรากับ คุณหญิงแขอุไร (สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ) แม่ของลมเพื่อนรุ่นน้องของคุณย่าพริ้มเพรา ที่หวังในทรัพย์สินของตระกูลนี้ แต่แล้วการสิ้นลมหายใจแบบไม่คาดฝันของคุณปู่จรัล ทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อถึงวันเปิดพินัยกรรม เครือญาติทุกคนของตระกูล รวมถึงลมรีบดร็อบเรียนกลับมาเมืองไทยทันทีเมื่อทราบข่าว ซึ่งความจริงแล้ว ลมมีนิสัยไม่ต่างจากคุณหญิงแขอุไรผู้เป็นแม่ เขานึกถึงความร่ำรวยอันมหาศาลจะตามมาหลังแต่งงานกับวีว่า แต่แทนที่หลานสาวคนโตสุดรัก วีว่าจะได้เป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ หากคุณปู่จรัลกลับยกทรัพย์สินพร้อมกิจการทั้งหมดให้ปูรณ์ลูกบุญธรรม ที่มีศักดิ์เป็นอาของวีว่า ความคาดหวังของทุกคนพังทลาย หากก็น้อมรับตามพินัยกรรมที่คุณปู่จรัลระบุ เพราะทุกชีวิตของเครือญาติในอาณาจักรวรรณดำรงอยู่ดีมีสุขกันได้ เป็นเพราะการจัดการด้านการเงินที่ปูรณ์ทำให้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม เรียกว่าดอกผลแต่ละเดือนที่ปรณ์จัดสรรมาให้แต่ละครอบครัว ก็อยู่สุขสบายกินใช้ไม่หมด หากวีว่ายังชังน้ำหน้าปูรณ์อยู่บ้าง ด้วยความที่คุณย่าพริ้มเพราปลูกฝังไว้ให้เกลียดชังอาปูรณ์ ที่เป็นแค่คนนอกสายเลือดหวังมากอบโกยเงินทอง ได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างที่ไม่ควรได้รับ แต่เมื่อคุณปู่จรัลสิ้นลม อคติของวีว่าก็เบาบางลง เธอเริ่มมองเห็นบางอย่างด้วยสายตาเปลี่ยนไป อาปูรณ์(วรินทร ปัญหกาญจน์) ที่เธอเกลียดชังหวาดระแวงมาตลอดไม่ใช่คนอย่างที่โดนปลูกฝังสักนิดเดียว ตลอดพิธีการงานศพของคุณปู่จรัล วีว่าเห็นพวกเครือญาติแม้กระทั่งลม ผู้ชายที่เธอคิดจะแต่งงานด้วยเอาแต่ถามไถ่เรื่องพินัยกรรมกับมรดกอย่างออกหน้าออกตา มีเพียงอาปูรณ์ ทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่ออย่างขันแข็ง เธอยังสังเกตุเห็นความเสียใจที่ไม่จอมปลอมเหมือนญาติของเธอหลาย ๆ คน หลังเปิดพินัยกรรม คนที่เดือดร้อนเห็นมีแต่คุณหญิงแขอุไรกับลมเท่านั้น ทั้งสองโมโหจนขาดสติ เพราะพลาดเงินทองมหาศาลที่หมายไว้หลังจากการดองกับวีว่า เมื่อคุณย่าพริ้มเพราเอ่ยปากเรื่องแต่งงาน คุณหญิงแขอุไรทำเฉไฉบอกปัดและขอเลื่อนออกไปทันที ใจเด็ด (สมมาตร ไพรหิรัญ) พ่อของวีว่าถึงกับโมโห รู้เช่นเห็นชาติความละโมกของคุณหญิงแขอุไรก็คราวนี้ ที่สำคัญทำให้ลูกสาวสุดรักต้องเสียชื่อว่าถูกฝ่ายชายทิ้งก่อนแต่ง วีว่าจะต้องตกเป็นขี้ปากเม้าท์มอยและเสียงหัวเราะเยาะในแวดวงไฮโซอย่างแน่นอน ส่วนวีว่าหน้าชาทำอะไรไม่ถูก เธอเสียใจและกลับบ้านมาโวยวายกับ เจ้าขา (ปารีณา บุศยศิริ) น้องสาวของเธอ น้องสาวถามพี่สาวกลับไปว่าที่อยากแต่งงานกับลม เพราะรักลมจริง ๆ หรือแค่อยากแต่งงานเหมือนคนอื่น!!! วีว่าสะดุดกับคำถาม แล้วตกลงคำตอบคืออะไร เคยถามหัวใจตัวเองหรือเปล่า แต่เพราะทิฐิและความอายเกินกว่าจะรับตัวเองได้ วีว่าหุนหันพลันแล่นออกไปดื่มเหล้าจนเมามาย เมื่อเมาจนขาดสติ วีว่าขับรถตรงไปที่บ้านของลม แล้วต่อว่าลมอย่างเสียหายต่อหน้าพ่อและแม่ของเขา ลมโมโหฉุนขาดประกาศใส่หน้าวีว่า "เขาไม่คิดจะแต่งงานกับผู้หญิงนิสัยรั้น ขีวีนอย่างวีว่าเลย คนที่คบอยู่และกำลังจะแต่งงานด้วยคือ มุกริน (รัชวิน วงค์วิริยะ) ดารานางแบบชื่อดังต่างหาก" วีว่าช็อก!!! กับคำพูดของลม เธอโวยวายหนักมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย ปูรณ์ก็เข้ามาห้ามและพาวีว่าออกไป ส่วนคุณหญิงแขอุไรที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็อดรนทนไม่ไหว ใจของเธอมันสั่งให้เริ่มแผนการที่คิดไว้นานแล้วแต่ไม่ได้ทำสักที นั่นคือแผนการฮุบธนาคารไทยธนกิจมาเป็นของเธอและลูกชาย แล้วจัดการขายทิ้งเป็นเสี่ยง ๆ วันหนึ่ง ขณะที่วีว่ากำลังขับรถกลับบ้าน ท่ามกลางสภาพรถติดขัด ทั้นใดนั้น!!! มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาขนาบข้างเธอ ชายสวมหมวกกันน็อคชักปืนขึ้นยิงใส่วีว่าทันที ในความฝันอันเลือนราง ชายหนุ่มหน้าตี๋สวมชุดขาวเดินมาหาวีว่า วีว่าถามว่าเธอตายแล้วเหรอ แล้วเขาเป็นใคร ทำไมถึงมาหาเธอในฝันได้ หรือเป็นเนื้อคู่เธอในชาติที่แล้ว ชายหนุ่มขำ แล้วบอกจะพาเธอกลับไปส่ง เบื้องบนต้องการให้เธอไปอยู่ในอีกร่างหนึ่ง ที่บังเอิญเสียชีวิตพร้อมกัน วีว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มหน้าตี๋พูด แต่ก่อนที่จะได้ซักถามอะไรอีก ร่างของเธอก็เหมือนถูกดูดไปยังเบื้องล่าง เบื้องล่างที่สว่างเกินบรรยาย วีว่าสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล และเมื่อเธอรู้สึกตัว คนที่เข้ามาแสดงความดีใจกลับเป็น พี่บี (คัชชาเทพ เอี่ยมศิริ) ผู้จัดการส่วนตัวของมุกรินดารานางแบบชื่อดัง ผู้หญิงที่ลมบอกกับเธอว่าจะแต่งงานด้วย วีว่างุนงงว่าสองคนมาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่ใช่พ่อแม่หรือเจ้าขาน้องสาวเธอที่มาเยี่ยมไข้ แต่ไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อเธอได้ส่องกระจก เธอก็ต้องพบคำตอบสุดช็อก เพราะในขณะนี้วีว่าอยู่ในร่างของมุกรินเรียบร้อยแล้ว เธอกลายเป็น มุกริน แม็กซ์เวลส์ ไปได้อย่างไร!!! เรื่องราวบางส่วนก็ค่อย ๆ คลี่คลาย เมื่อวีว่าในร่างของมุกรินรู้ความจริงว่า มุกรินเสียใจที่ถูกพี่บีผู้จัดการส่วนตัวแก้แค้น ด้วยการปล่อยภาพหลุดของมุกรินที่คลอเคลียกับผู้ชายหลายคนออกสื่อจนเป็นข่าวฉาว แถมยังถูกลมคนรักบอกเลิกอีก มุกรินเสียใจมากจึงกรีดข้อมือตัวเอง ลมมาเห็นเข้าจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล เป็นเวลาเดียวกับที่วีว่าถูกคนร้ายยิงพอดี มุกรินหัวใจหยุดเต้นไปนาน แต่จู่ ๆ หัวใจของมุกรินก็กลับมาเต้นอีกครั้ง เธอฟื้นคืนสติแถมไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรเลยราวกับปาฏิหารย์ ขณะเดียวกันวีว่าที่ยังไม่ตาย กลับต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่รู้จะฟื้นเมื่อใด วีว่าในร่างของมุกรินตกใจกับสิ่งที่เธอล่วงรู้ เธอนึกถึงร่างของตัวเองจึงขอร้องให้ลมพาไปเยี่ยมในห้องพักผู้ป่วยของวีว่า ลมงง ๆ แต่ก็พาไป เมื่อวีว่าในร่างของมุกรินไปถึงห้องผู้ป่วยของวีว่า เธอได้พบกับพ่อแม่ เจ้าขาและชั้น (ฉัตรธนา ฉัตรบริรักษ์) ทั้งหมดงุนงง มุกรินที่ไม่เคยสนิทสนมอะไรด้วยกลับมาเยี่ยมวีว่า ปูรณ์ตกใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาพุ่งไปโอบกอดร่างของวีว่าแล้วร้องไห้อย่างคนเสียสติ เขาอยากให้เธอฟื้นขึ้นมาเจอเขาเดี๋ยวนี้ เขาจะไม่หลบหนี ไม่ห่างหายไปจากเธออีกตลอดกาล ทุกอย่างอยู่ในสายตาของวีว่าในร่างมุกริน วีว่าเข้าใจชัดเจนว่าอาปูรณ์รักเธอเหมือนเดิม แต่ที่อาปูรณ์ต้องหายตัวไป เพราะทำตามคำสั่งคุณย่าพริ้มเพรา เรื่องราวเข้มข้นขึ้นไปทุกที แต่เรื่องราวความรักของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร? อาปูรณ์กับ วีว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาไปได้หรือไม่? วีว่า จะได้สวมใส่ชุดเจ้าสาวที่สวยเริ่ดดดที่สุดอย่างที่ฝันไว้หรือเปล่า? ติดตามชม ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2558 รายชื่อนักแสดง ละคร ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท อาปูรณ์ ภีรนีย์ คงไทย รับบท วีว่า ธีรเดช เมธาวรายุทธ รับบท ลม รัชวิน วงศ์วิริยะ รับบท มุกริน โกสินทร์ ราชกรม รับบท เมธี เศรษฐา ศิระฉายา รับบท คุณปู่จรัล โฉมฉาย ฉัตรวิไล รับบท คุณย่าพริ้มเพรา สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ รับบท คุณหญิงแขอุไร สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ใจเด็ด สุปราณี เจริญผล รับบท วารุณี ธนา ฉัตรบริรักษ์ รับบท ชั้นฉัตร ปารีณา บุศยศิริ รับบท เจ้าขา จรรยางค์ ดีกุล รับบท คุณลึกลับ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท สวัสดิ์ คัชชาเทพ เอี่ยมศิริ รับบท บี พุทธชาด พงศ์สุชาติ รับบท พี่หมี ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร รับบท อีโน อภินันท์ ประเสิรฐวัฒนกุล รับบท วิค กิติธัช ประดับ รับบท รวิท มนตรี เจนอักษร รับบท ชงโชค

นายกฯ บอกลืม 'ทักษิณ' แล้ว-อุบ 'สมคิด' ร่วมครม.
ทักษิณ ชินวัตร /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี บอกลืมทักษิณแล้ว อุบสมคิดไม่ร่วม ครม. สุเทพ ต้อง ขอ คสช. ก่อนแถลง ยันไม่ปิดกั้นทุกกลุ่มแต่ต้องเป็นไปตามกติกาเดียวกัน ขณะ ไทยอยู่เทียร์ 3 อย่าโทษการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอเข้ามาเป็นที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจให้กับรัฐบาล ว่า ตนลืมไปแล้ว ขณะเดียวกันยังไม่เห็น และไม่ทราบเรื่องที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. ทำหนังสือไม่ขอรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า เป็นเพียงกระแสข่าว เพราะขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งใครในคณะรัฐมนตรี ส่วนการเคลื่อนไหวของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ในวันที่ 30 ก.ค. นี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าว่า ต้องให้ คสช. พิจารณา ยืนยันว่าไม่ปิดกั้นทุกกลุ่ม แต่จะต้องเป็นไปตามกติกาเดียวกัน ซึ่งหากเป็นการแถลงที่มีผลประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่มีการเมืองก็สามารถทำได้ ส่วนการปฏิรูปจะเดินหน้าไปพร้อมมูลนิธิฯ หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของมูลนิธิฯ ที่จะเสนอไปยังสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. เพราะตนไม่มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าเป็นกังวลกับการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น กับคนที่ไม่รู้เรื่อง ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดได้ พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงกระแสการจัดอันดับการค้ามนุษย์ของไทย ที่ยังอยู่ในระดับเทียร์ 3 เนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี ว่า การเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาจเสียผลประโยชน์ และถูกกดดัน เช่น สิทธิบัตรยาที่จะทำให้คนไทยเสียโอกาส รัฐบาลจึงได้ชะลอไว้ก่อน ขออย่าโทษการเมือง ตนยอมรับว่า ไทยทำผิดในเรื่องของการค้ามนุษย์และต้องแก้ไข แต่ไทยไม่สามารถบังคับใครได้ เพราะไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจ ไทยต้องมีศักดิ์ศรีของตัวเอง ขอให้ยึดประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้นักธุรกิจก็ออกมายืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบ ขออย่าเอาเรื่องที่ตนไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาเป็นเหตุผลที่ทำให้ไทย ได้เทียร์ 3 เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือก ก็ไม่ได้แก้ไขปัญหา หรือทำได้อย่างรัฐบาลนี้ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ยูนอา SNSD หน้าผด โชว์สื่อ
girl's generation /  ยูนอา SNSD / 

หนึ่งในสมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ป Girls' Generation หรือ SNSD สาวน้อยผู้มีบุคลิกอ่อนหวานน่ารัก อย่างสาว ยูนอา ที่มักจะมาในลุคใสๆ ทำอะไรก็สวยน่ารัก ขึ้นกล้องตลอดเวลา แต่ล่าสุดกับการมาร่วมงาน Press Conference of OnStyle Channel SNSD ที่ผ่านมา กลับเห็นได้ชัดถึงรองพื้นที่หน้า และหน้าไม่เรียบเนียน โถ่ๆๆๆ ยูนอา SNSD หน้าผด โชว์สื่อ เพิ่งจะผ่านมาหมาดๆ กับซิงเกิ้ลที่ทำให้ตื่นเต้น ทั้งแฟนคลับเกาหลี และโดยเฉพาะแฟนคลับชาวไทย กับภาพมิวสิควิดีโอที่พวกเธอเดินทางมาถ่ายทำในประเทศไทย ทั้งอารมณ์ภาพ แสงสี และแฟชั่นแนวซัมเมอร์ สดใสสไตล์เกิร์ลเจนฯ ซึ่งส่งผลให้พวกเธอคงงานแน่นแบบสุดๆ ในช่วงนี้ และนี่ละมั้งคงจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้ สาวยูนอา ถึงกับผดผื่นขึ้นเต็มหน้า อย่างที่รองพื้นหรือการแต่งหน้าแบบปกติก็เอาไม่อยู่เลยทีเดียว แหมๆ จะว่าไปก็อย่าเดินสายโหมงานมากไปนะคะ สาวกเกิร์ลเจนเนอร์เรชั่นแถวนี้ เป็นห่วงน้าาา^////^ fighting!!! ว่าแล้วก็ไปชมภาพของสาวยูนอาในงานนี้กันสักหน่อยว่า ความสดใสของเธอ กินขาดแค่ไหน แต่ก็อย่าลืมสังเกตุใบหน้าและเป็นกำลังใจให้เธอกลับมาหน้าใสเป๊ะดังเดิมด้วยนะจ๊ะทุกคน^^   ยูนอา SNSD หน้าผด โชว์สื่อ เรียบเรียงข้อมูลโดย : http://teen.mthai.com Credit Picture : http://www.kpopstarz.com

ด่ายับ! เบนซ์หรูป้ายแดงนิสัยแย่ แทรกมาได้กลางสะพาน
กฎจราจร /  ขับรถแย่ / 

ด่ายับ! เบนซ์หรูป้ายแดงนิสัยแย่ แทรกมาได้กลางสะพาน  กลายเป็นกระแสแชร์บนโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพพฤติกรรมการขับรถยอดแย่ของคนขับรถหรูป้ายแดงคนหนึ่ง ขับรถได้ไร้มารยาทเป็นอย่างมาก โดยเจ้าของภาพได้โพสต์รูปรถเบนซ์ป้ายแดง ทะเบียน XXX พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า ณ สะพานแห่งหนึ่งในขณะที่รถติดอยู่ รถเบนซ์คันดังกล่าวไม่ทราบว่ารีบมาจากไหน แซงขึ้นไปกลางสะพานแทรกระหว่างเลน ทำให้รถที่วิ่งสวนมาอีกเลนไม่สามารถขับผ่านไปได้ทำให้เกิดการจราจรติดขัดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะแซงหน้าแล้วแทรกกลับเข้าเลนปกติไป ทั้งนี้หลังจากภาพนี้ถูกแชร์ขึ้นสู่แฟนเพจดังได้มีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมบอกว่า รถราคาแพงเป็นล้านแต่คนขับรถขับได้แย่มาก รวมถึงมองว่าเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกล้วน ๆ แม้จะขับรถราคาแพงแค่ไหน แต่ก็ควรเคารพกฎจราจร และรู้จักจิตสาธารณะบ้าง เพราะไม่ใช่ตัวเองที่รีบอยู่คนเดียว นอกจากนี้ยังมีคนมองว่า การขับรถแบบนี้หากเลนที่สวนมาวิ่งด้วยความเร็วอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ค คนบางคน ผ่านมาแค่ให้จำ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

วิกกี้ สุนิสา หุ่นฟิตสวย ด้วย มวยไทย
มวย /  มวยไทย / 

            ปีนี้ วิกกี้ สุนิสา เจทท์ กลับมาพร้อมกับบทบาทที่พลิกมากกว่าเดิม จากบทดราม่าสุดซึ้งในเรื่อง ‘ตะวันบ้านทุ่ง’ กลายมาเป็นบทโรแมนติกสุดฮาจากเรื่อง ‘ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล’ ซึ่งในเรื่องเธอรับบทเป็น ‘น้ำผึ้ง’ นางเอกผู้ไม่เคยยอมแพ้ใคร ไม่ว่าจะเป็นละครในจอและเรื่องส่วนตัวนอกจอ            ในละครเรื่องดังกล่าว เธอมีภารกิจต้องลงจากคานทองและแต่งงานให้ได้ภายใน 1 เดือน แต่สำหรับชีวิตจริง เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพราะวิกกี้แต่งงานและครองรักกับ ‘ชาย - ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการเป็นเจ้าสาวในชีวิตจริงจะช่วยให้เธอตีบทแตกได้มากแค่ไหน และวิกกี้ดูแลสุขภาพของตัวเองรวมไปถึงคู่รักได้ดีเพียงใด บรรทัดถัดไปคือคำตอบและเรื่องราวของเธอ ฟิตและสวยด้วยมวยไทย การออกกำลังกายแบบใดเห็นผลและดีที่สุดสำหรับวิกกี้? “มวยไทยค่ะ ขอคอนเฟิร์ม วิกกี้ยอมรับเลยว่า มวยไทย คือการออกกำลังกายที่ดีที่สุด เพราะเป็นกีฬาที่ใช้ร่างกายทุกส่วน แถมยังเผาผลาญได้ดีอีกด้วย เนื่องจากการออกกำลังกายแบบนี้ต้องอยู่ในที่ร้อนระดับอุณหภูมิห้อง เหงื่อถึงจะออกได้ง่าย รวมถึงร่างกายยังฟิตและเฟิร์มเร็วอีกด้วย เพราะอวัยวะในร่ายกายได้ทำงานทุกส่วนจริงๆ เป็นอะไรที่เหนื่อยสุดๆ เหงื่อนี่ออกเหมือนผู้ชายเลย ซึ่งตัวของวิกกี้เองชอบมาก ไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบไหนก็ตามแต่ ถ้าได้เลือกทำในสิ่งที่ชอบ เราจะรู้สึกว่าเหมือนไม่ได้ไปออกกำลังกาย แต่เหมือนมาเล่นสนุกกันมากกว่า เราจะได้ทำเป็นประจำไปเรื่อยๆ เพราะบางคนก็อาจจะไม่ได้ชอบมวย แต่อาจจะชอบ โยคะ และ พิลาทิส มากกว่า ซึ่งวิกกี้คิดว่าหาสิ่งที่ตัวเองชอบไว้ แล้วรักที่จะทำสม่ำเสมอดีกว่า น่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับร่างกายของตัวเอง” นอกจากการดูแลสุขภาพของตัววิกกี้เองแล้ว เราถามไปถึงการดูแลสุขภาพของ ชาย – ชาตโยดม ด้วยในฐานะที่เป็นหวานใจใกล้ตัว “ส่วนมากวิกกี้จะหาอาหารให้พี่ชายกินมากกว่า เขาเป็นคนที่ดูแลสุขภาพของตัวเองดีอยู่แล้ว เพราะพี่ชายเป็นคนกินอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม แต่เขาเป็นคนที่ออกกำลังกายทุกวัน จนอดนึกไม่ได้เหมือนกันว่า พี่ชายดูแลสุขภาพของตัวเองดีกว่าวิกกี้เสียอีก เนื่องจากเขาเป็นคนชอบกินผักและผลไม้มากๆ บางทีทำน้ำผักสมูตตี้กินเองก็มี หรือไม่บางทีวิกกี้ก็ทำให้เขากินค่ะ ซึ่งยอมรับเลยว่า พี่ชายผิวดี ขาว และมีออร่ามากๆ” เมื่ออยู่คนเดียว เราสามารถควบคุมและจัดการเรื่องของตัวเองได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับวิกกี้ที่มีคู่ชีวิตเพิ่มมาอีก 1 คน เธอจะมีวิธีตั้งรับกับสถานการณ์นี้อย่างไร “ชีวิตของทุกคนอย่างไรก็ต้องมีความสมดุลค่ะ ถึงแม้จะทำงานเหนื่อยแค่ไหน แต่ถ้ามีชีวิตคู่แล้ว เราก็ต้องแบ่งเวลาดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งถือเป็นความใส่ใจที่สำคัญต่อความรักและความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะแต่งงานหรือไม่ก็ตาม ชีวิตที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน สามารถสร้างภูมิชีวิตที่ดีให้กับตัวเอง” อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิตได้กล่าวเอาไว้แบบนั้น และวิกกี้เองก็พิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วเช่นกัน... ภาพประกอบจาก Instagram sunisajett ติดตามอ่านได้จาก นิตยสาร ชีวจิต  

ช่างภาพนิตยสารดัง เปิดนิทรรศการภาพแม่บ้านเหยื่อทารุณกรรม
ทารุณกรรม /  เอเชีย / 

รวมภาพถ่ายแม่บ้านเหยื่อทารุณกรรมในเอเชีย ทั้งถูกราดด้วยน้ำร้อน เฆี่ยนตี และขู่ฆ่า หลังช่างภาพหนุ่มจากนิตยสารดังเก็บภาพรวมก่อนจัดเป็นนิทรรศการ หวังผลักดันให้มีการหามาตรการป้องสิทธิ นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของการทารุณกรรมทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ซึ่งเกิดขึ้นกับแรงงานแม่บ้านต่างชาติในเอเชีย และตะวันออกกลาง นิทรรศการภาพถ่ายประจำปีของฮ่องกง มีการจัดแสดงภาพถ่ายของสตีฟ แม็คเคอรี่ ช่างภาพคนดังจากนิตยสาร เนชันแนลจีโอกราฟฟิก ซึ่งตีแผ่ความทุกข์ทรมานของหญิงสาวเหล่านี้ ซูซี่ สาวใช้ชาวอินโดนีเซียที่เคยถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย เล่าว่า นายจ้างของเธออนุญาตให้เข้านอนในเวลา 6 โมงเช้า ถึง 10 โมงเช้า เธอจึงได้พักผ่อนเพียง 4 ชั่วโมงต่อวัน และที่สำคัญเธอเคยถูกเฆี่ยนตี ถูกทุบตี และถูกเตะหลายครั้ง จนมีบาดแผลเต็มตัว เธอรู้สึกกลัวมาก แต่ก็ไม่สามารถหนีได้ เพราะเจ้านายไม่ยอมปล่อยให้เธอออกจากบ้านเลย เรื่องราวของซูซี่ แม่บ้านชาวอินโดนีเซีย ได้ถูกนำมาในตีแผ่นิทรรศการครั้งนี้ด้วย ซูซี่เคยถูกทารุณกรรม และถูกข่มขู่โดยนางหลอ หวัน-ต่ง นายจ้างชาวฮ่องกง ซูซี่บอกว่า เธอเดินทางมายังฮ่องกงเพื่อหารายได้เลี้ยงดูลูกชาย แต่ก็กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปหาลูกอีก นางหลอขู่ว่าจะเฆี่ยนตีเธอจนตาย และจะตามไปทำร้ายครอบครัวเธอด้วย เธอไม่อยากให้เรื่องเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับคนที่เธอรัก จึงยอมทำตามทุกอย่าง สิ่งที่เธอได้รับคือการปฏิบัติเยี่ยงทาส หลังจากทนทรมานมาตลอด 1 ปี ซูซี่ก็หลบหนีได้สำเร็จ แต่นายจ้างของเธอ ยังคงไม่เลิกทารุณกรรมแม่บ้าน ซึ่งเหยื่อรายถัดมาคือ เออร์เวียน่า ผู้มาจากอินโดนีเซียเช่นเดียวกับซูซี่ เธอถูกทารุณกรรมนานหลายเดือน จนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล แต่แล้วในที่สุด นางหลอถูกตัดสินจำคุก 6 ปี จากความผิดหลายข้อหา แต่ยังมีผู้ใช้แรงงานอีกมาก ที่เผชิญความโหดร้ายแบบนี้ และยังไม่ได้รับความยุติธรรม เอลิซาเบธ ถัง จากสมาพันธ์แรงงานแม่บ้านสากล กล่าวว่า อาชีพแม่บ้าน เป็นอาชีพที่เผชิญกับการกดขี่ข่มเหงมากที่สุด เพราะส่วนใหญ่จะเป็นชนกลุ่มน้อย หรือผู้อพยพย้ายถิ่น และไม่ค่อยมีคนให้สำคัญกับพวกเขา ทั้งนี้ในนิทรรศการมีการจัดแสดงภาพของคนไทยด้วย โดยเฉพาะนางสุมาศรี ซึ่งถูกเจ้านายชาวมาเลเซียราดน้ำร้อนใส่หลัง จนเป็นแผลพุพอง ส่วนนี่คือภาพเป็นของนางศรีทัก แม่บ้านที่เคยทำงานในไต้หวัน และถูกเจ้านายใช้ส้อมโลหะอังไฟนาบบนผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีภาพของฮาร์ยาติน ผู้เคยทำงานในซาอุดิอาระเบีย และถูกเจ้านายใช้ท่อนเหล็กตีเข้าที่ศรีษะ ส่งผลให้ตาบอดตลอดชีวิต เหยื่ออีกรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ปวิตตรา ก็เคยถูกเจ้านายชาวโอมานล่วงละเมิดทางเพศและตั้งครรภ์ แค่นั้นไม่พอ เธอยังต้องโทษจำคุก 5 เดือน จากข้อหายั่วยวนเจ้านาย โดยคาเรน เอมมอนส์ ผู้จัดนิทรรศการ กล่าวว่า เธออยากให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความทุกข์ทรมานที่หญิงสาวเหล่านี้ต้องเผชิญ เธอต้องการส่งสารไปถึงคนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ และต้องการส่งข้อความไปยังนายจ้างเหล่านี้ว่า พวกเขากำลังถูกจับตา และทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เป้าหมายหลักของนิทรรศการภาพถ่ายนี้ คือให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นภายในบ้าน และผลักดันให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ปกป้องสิทธิและคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่แม่บ้านต่างชาติ ที่เดินทางมาเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ชมตัวอย่างแรก The 33 หนังสร้างจากเหตุการณ์จริง เหมืองถล่มที่ชิลี
Deep Down Dark /  The 33 / 

หลังจากเคยเป็นกระแสข่าวตอนที่พัฒนาโปรเจคต์อยู่ช่วงนึง ตอนนี้มันก็ได้เป็นรูปเป็นร่างออกมาแล้ว สำหรับหนังดราม่า ทริลเลอร์ ที่สร้างจากเรื่องจริงอย่าง The 33 ที่หยิบเอาเหตุการณ์เหมืองถล่มที่ ชิลี เมื่อปี 2010 มาทำเป็นหนัง กับเรื่องราวของคนงานเหมือง 33 คน ที่ติดอยู่ใต้เหมืองถล่ม โดยมีเพียงความหวัง แสงสว่าง และการเอาตัวรอดเท่านั้น ที่เป็นแรงใจสำคัญสำหรับพวกเขาในการมีชีวิตรอดครับ ซึ่งงานนี้ตัวหนังจับเอานักแสดงหนุ่มมากฝีมืออย่าง แอนโตนิโอ แบนเดอรัส มารับบทนำ ร่วมด้วย ร็อดริโก้ ซานโตโร่ และ จูเลียต บินอช ที่งานนี้ตัวหนังได้ผู้กำกับอย่าง แพทริเซีย ริคเก้น ผกก.หญิงมากฝีมือมารับหน้าที่กำกับ กับบทที่ดัดแปลงมาจากหนังสือที่มีชื่อว่า Deep Down Dark: The Untold Stories of 33 Men Buried in a Chilean Mine, and the Miracle That Set Them Free ของ เฮ็คเตอร์ โทบาร์ ที่งานนี้ดูจากตัวอย่างแรกแล้วก็คาดได้เลยว่ามันน่าจะเป็นหนังดราม่าน้ำดีที่ไม่ควรพลาดอีกเรื่องแน่นอน โดยในไทยอาจจะไม่มีกำหนดฉาย แต่คาดว่าน่าจะไม่นานเกินรอครับ

คู่เกย์มะกัน โพสต์FB ถึง แม่อุ้มบุญ วอนส่งน้องคาร์เมนกลับบ้าน
คู่เกย์ /  น้องคาร์เมน / 

คู่เกย์มะกัน โพสต์ FB ถึง แม่อุ้มบุญ วอนส่งน้องคาร์เมนกลับบ้าน จากกรณีที่คุณแม่ชาวไทยได้รับอุ้มบุญให้กับคู่เกย์ชาวอเมริกา กลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย และเป็นที่ถกเถียงกันบนโลกสังคมออนไลน์ ว่าแท้จริงแล้ว เด็กคนนี้ควรอยู่ในการดูแลของใคร ซึ่งทางฝ่ายคุณแม่อุ้มบุญได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ และยืนยันไม่คืนลูกให้กับคู่เกย์ชาวอเมริกาอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นห่วงสวัสดิภาพของเด็ก ซึ่งล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้มีการตั้งแฟนเพจชื่อ Bringcarmenhome เพื่อให้ข้อมูลและเป็นกำลังใจให้น้องคาร์เมนได้กลับบ้าน โดยได้โพสต์ข้อความฝากถึงคุณแม่อุ้มบุญ วอนส่งน้องคาร์เมนคืนเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา โดย ระบุว่า คุณแม่อุ้มบุญ คุณได้ทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับโลกใบนี้ด้วยการให้กำเนิดคาร์เมนแล้ว แต่ตอนนี้คุณเท่านั้นที่จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาอีกได้ ได้โปรดให้โอกาสเราได้แสดงให้คุณเห็นว่าเราเป็นคนดีและเป็นพ่อที่ดี และจะทำให้คาร์เมนมีชีวิตที่ดีในครอบครัวใหม่ของเราด้วย เราอยากจะทำให้คุณได้แน่ใจ และรู้สึกดีที่จะให้คาร์เมนกลับบ้านกับเรา วันที่ 6 สิงหาคม เป็นวันเกิดครบรอบ 2 ขวบของอัลบาโร่ และคุณสามารถทำให้ครอบครัวของเราทั้งหมดได้อยู่ด้วยกันในวันพิเศษนี้ได้นะครับ ช่วยแสดงให้ทุกคนในประเทศไทยและทุกคนทั่วโลกได้เห็นว่าในที่สุดคุณก็ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับคาร์เมน พวกเขาจะเห็นว่าเราจะไม่โกรธเคืองคุณและพวกเขาก็ไม่ควรที่จะโกรธเคืองคุณด้วยเช่นกัน เวลาจะทำให้คุณและเราลืมเรื่องราวร้ายๆในหลายเดือนที่ผ่านมา และเราจะยังคงมีความผูกพันที่ดีต่อกันเสมอ ขอบคุณที่ทำให้คาร์เมนได้เกิดมา และเราขอบคุณคุณมากและจะไม่มีวันลืมมัน ทำให้มันเป็นไปได้นะ สร้างปาฏิหาริย์นี้ขึ้นมาด้วย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ปริ่มขาดใจ! พ่อเผลอเอาแขนทับลูกขณะหลับ จนขาดอากาศเสียชีวิต
ข่าวจังหวัดกระบี่ /  นอนทับลูก

พ่อชาวเมืองกระบี่แทบขาดใจ หลังลูกสาววัย 1 เดือนเสียชีวิต เหตุเผลอเอาแขนทับจมูกลูกขณะนอนหลับ จนขาดอากาศหายใจ รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (29 ก.ค. 58) ที่จ.กระบี่ ได้เกิดเหตุสลดขึ้น เมื่อพ่อรายหนึ่งเผลอเอาแขนปิดจมูกลูกวัย 1 เดือนขณะนอนหลับ ทำให้ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้เป็นแม่ของเด็กได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นำลูกสาวนอนใส่เปลแต่ร้องไห้หนัก จึงพามานอนกับพ่อ-แม่เพื่อกล่อมนอน จนกระทั่งรุ่งเช้าพบสิ่งปกติ เมื่อลูกมีเลือดไหลออกจมูกและนอนนิ่ง โดยมีแขนสามีกดทับที่บริเวณใบหน้าอยู่ ตนจึงรีบปลุกสามีให้นำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ทันการลูกสาวได้เสียชีวิตในที่สุด เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นว่า เด็กเสียชีวิตจากสมองขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง ทำให้ระบบการหายใจล้มเหลว ส่วนตามร่างกายไม่มีร่องรอยบาดแผลใด ๆ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ไมเคิล เบย์ พักทำหนังหุ่นยักษ์ มาเปิดฉากหนังสงคราม ในตย.แรกจาก 13 Hours
13 Hours /  13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi / 

หลังจากลงทุนลงแรงไปกับ Transformers 4 จนดูเหมือนว่าจะเป็นลายเส้นของผกก.คนนี้ไปแล้ว ที่ต้องกลับมาหาหนังทุนต่ำอะไรเบาๆทำบ้าง และนี่คือเรื่องล่าสุดที่เขาแอบทำอยู่ระหว่างก่อนที่จะกลับไปลุยงานใน Transformers 5 อีกครั้ง สำหรับ 13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi ผลงานของยอดผู้กำกับระห่ำ ไมเคิล เบย์ ที่กลับมาทำหนังแนวสงครามคนจริง ลูกกระสุนจริง กันอีกครั้ง โดยงานนี้หนีบเอานักแสดงอารมณ์ดีอย่าง จอห์น คาซินสกี้ มาปรับโฉมกลายเป็นทหารหน้าดุ แอ็คชั่นระห่ำลืมตาย กับเรื่องราวที่สร้างมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปี 2012 เมื่อกลุ่มทหารลับกลุ่มนึง ถูกส่งไปภารกิจช่วยตัวประกัน และผู้รอดชีวิต หลังจาก สถานฑูตอเมริกันในเบนกาซีถูกผู้ก่อการร้ายถล่ม โดยงานนี้แน่นอนว่า ไมเคิล เบย์ จัดเต็มด้านระเบิด และเทคนิคแอ็คชั่นแบบที่คุณต้องอ้าปากค้างอย่างแน่นอน พร้อมมีคิวเข้าฉายในไทย มกราคม ปีหน้าแน่นอนครับ

น่าเสียดาย! แรดขาวเหนือ 1 ใน 5 ตัวสุดท้าย ตายแล้ว
นาบิเร่ /  แรดขาว

แรดขาวเหนือ 1 ใน 5 ตัวสุดท้ายของโลกตายอีกแล้ว 1 ขณะนักวิทยาศาสตร์เร่งศึกษาหวังคงรักษาพันธุ์ให้อยู่คู่กับโลก เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์สัตว์วิทยาของสาธารณรัฐเชก ออกมายืนยันแล้วว่า นาบิเร่ แรดขาวเหนือเพศเมียที่อาศัยอยู่ในประเทศ ซึ่งเป็นแรดขาวเหนือ 1 ใน 5 ตัวสุดท้ายของโลกได้ตายลงแล้วเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังมันป่วยถุงน้ำ หรือ ซีสต์แตก โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า แรดสายพันธุ์นี้อาจจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า โดยขณะนี้เหลือแรดขาวเหนืออยู่ 4 ตัว โดยมี 1 ตัวเป็นตัวเมีย อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์ ซานดิเอโก้ ส่วนอีก 3 ตัว ซึ่งเป็นตัวผู้ 1 ตัว และตัวเมีย 2 ตัว อาศัยอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าในเคนย่า พวกมันได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่อย่างดีในเคนย่า แต่แรดขาวเหนือเพศผู้ที่เหลืออยู่เพียงตัวเดียวนั้นไม่สามารถผสมพันธุ์ด้วย สำหรับ นาบิเร่ เกิดในสวนสัตว์ “ดวูร์ คราเลิฟ” เมื่อปี 2526 ซึ่งมันก็อยู่ที่นั่นมาตลอดทั้งชีวิต อย่างไรก็ดีมีความพยายามที่จะรักษาสายพันธุ์ของแรดขาวเหนือเอาไว้ ด้วยการนำไข่ของตัวเมียแช่แข็งเอาไว้ เพื่อหวังว่ามันจะปลูกถ่ายมันลงไปในแรดขาวใต้ได้ในอนาคต แม้ว่ากระบวนการนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ตาม ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ศาลลิเบียสั่งประหารลูกชาย 'กัดดาฟี'ก่ออาชญากรรมสงคราม
กัดดาฟี /  ซาอิฟ อัล-อิสลาม / 

ศาลลิเบียสั่งประหารชีวิต ซาอิฟ อัล-อิสลาม ลูกชายกัดดาฟี พร้อมพวกอีก 8 คน ฐานก่ออาชญากรรมสงคราม เชื่อมโยงปฏิวัติปี 2011 วันที่ 29 ก.ค. สำนักข่าวบีบีซีรายงาน ศาลลิเบียตัดสินสั่งประหารชีวิต นายซาอิฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟี ลูกชายของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำของประเทศลิเบีย พร้อมกับอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลอีก 8 คน ในคดีก่ออาชญากรรมสงครามเชื่อมโยงการปฏิวัติในปี 2011 ซึ่งเครือข่ายกัดดาฟีกว่า 30 องค์กร พยายามที่จะปราบปรามการประท้วงอย่างสันติ ในช่วงที่มีการจราจลเกิดขึ้นในประเทศ ทั้งนี้ ขณะมีการตัดสิน ซาอิฟ ไม่ได้อยู่ในศาล แต่ได้ปรากฏตัวก่อนหน้านี้ผ่านวิดีโอ เนื่องจากถูกอดีตกลุ่มกบฏนักรบกองกำลังปฏิวัติซินตันควบคุมตัวไว้ และปฏิเสธจะส่งตัวเขาให้แก่ทางการลิเบีย ขณะที่แหล่งข่าวของกบฏซินตัน เผยกับนักข่าวบีบีซีว่า พวกตนจะไม่สังหารนายซาอิฟ อัล-อิสลาม ขณะเดียวกัน ก็จะไม่ส่งตัวเขาให้แก่ศาลเช่นกัน ส่วน อับดุลเลาะห์ อัล-เซนุสซี อดีตหัวหน้าหน่วยสืบราชการของการปกครองในหน่วยงานของกัดดาฟี เป็นสมาชิกอีกรายที่ต้องโทษประหารชีวิต ด้วยการยิงเป้าที่กลางจัตุรัส ขณะที่พวกเขามีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภายในระยะเวลา 90 วัน ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ส่ง มาสด้า ขึ้นแท่นครองอันดับ 3
car /  mazda / 

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยตัวเลขยอดขายรถยนต์มาสด้าประจำเดือนมิถุนายน 2558 ทะลุ 2,900 คัน สามารถขยับขึ้นมาครองอันดับที่ 3 ของตลาดรถยนต์ได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ทั้ง 3 รุ่น ในขณะที่รถยนต์นั่งมาสด้า3 ก้าวขึ้นครองอันดับที่ 2 ของตลาด C-Segment ส่วนแบ่งการตลาด 18% รถยนต์นั่งมาสด้า2 ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 11% นี่คือบทพิสูจน์ในความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์จนทำให้ลูกค้าเกิดความความเชื่อมั่นใน    แบรนด์มาสด้าจนสามารถยืนหยัดและรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ได้ ส่งผลให้ยอดขายรวมครึ่งปีแรกยังสดใสสามารถเติบโตทะลุ 16,000 คัน ลั่นครึ่งปีหลังรุกหนักรอบทิศทาง เตรียมส่งรถใหม่เสริมทัพอีก 3 รุ่นรวด ครอบคลุมเซ็กเม้นต์หลักๆ ทั้งปิกอัพ รถสปอร์ต และรถอเนกประสงค์ นายฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยในครึ่งปีแรกยังคงชะลอตัว โดยได้รับผลพวงอย่างเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ 6 เดือนแรกของตลาดอยู่ที่ประมาณ 368,000 คัน หรือลดลงประมาณ 16% ส่วนในครึ่งปีหลังคาดว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่สดใสมากขึ้น ในส่วนของมาสด้ายอดการขายโดยรวมยังคงทรงตัวไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 16,837 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 สำหรับยอดขายรถยนต์ มาสด้า ในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา มียอดขายรวมทั้งสิ้น 2,939 คัน โดยรุ่นที่มียอดขายสูงสุดได้แก่รถยนต์นั่ง มาสด้า 2 มียอดขายสูงถึง 1,513 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 158% และครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดถึง 11% ก้าวขึ้นมาครองอันดับที่ 5 ของตลาดบีคาร์รวมกับอีโคคาร์ และกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมียอดขายเพิ่มขึ้นทุกๆ เดือน ถัดมาได้แก่รถยนต์นั่งมาสด้า3 มียอดขาย 557 คัน สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 18% ก้าวขึ้นมาครองอันดับ 2 ของตลาดซีเซ็กเม้นต์ ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ยอดขายรวม 653 คัน และรถอเนกประสงค์มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 มียอดขายรวม 216 คัน ทั้งนี้ในเดือนมิถุนายนสำหรับตลาดรถยนต์นั่ง มาสด้าสามารถก้าวขึ้นมาครองอันดับ 3 ในตลาดได้สำเร็จ ด้วยยอดขายรวมทั้งสิ้น 2,070 คัน นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มาสด้าดำเนินนโยบายการตลาดในเชิงรุกทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย จากการประเมินสภาวะการตลาดรถยนต์ไทยในช่วงที่ผ่านมาได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และกำลังจะทะยานขึ้น โดยตลาดเก๋งของมาสด้าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งมาสด้า2 ได้รับกระแสตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างมากๆ จากการประเมินตั้งแต่ต้นปีเราคิดว่าตลาดรถเก๋งเล็กและขนาดกลาง รวมถึงตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ยังมีแนวโน้มและทิศทางที่เป็นบวก และยอดขายรถเก๋งของเราเติบโตเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะมาสด้า2 เรามียอดการจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 7,220 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 110% มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 7% และคาดว่าเดือนกรกฎาคมนี้จะเพิ่มขึ้นทะลุ 1,800 คัน ในส่วนของรถรถยนต์ภายใต้เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนให้มาสด้าเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะ มาสด้า 3 โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น 3,751 คัน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4% ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 17% ส่วนอเนกประสงค์เอสยูวี Mazda CX-5 ยอดการจำหน่ายก็เป็นไปในทางที่ดีเช่นกัน ปัจจุบันมียอดขายรวมทั้งสิ้นสูงถึง 1,734 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 4% ส่วนยอดขายรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร อยู่ที่ 4,117 คัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และคาดว่ายอดการจำหน่ายจะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมาสด้ากำลังจะเปิดตัวเข้าสู่ ตลาดในเร็วๆ นี้

โตเป็นหนุ่มแล้ว! 'เคอิโงะ' ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นตามหาพ่อ
เคอิโงะ /  เคอิโง๊ะ

เคอิโงะ ซาโต เด็กชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ชาวพิจิตร เมื่อก่อนเคยโด่งดัง เพราะถือรูปถ่ายตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น จนได้พบกัน  หลายคนคงพอจำได้ หากถามถึงภาพเด็กชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น วัย 9 ขวบ เคอิโงะ ซาโต เดินถือรูปถ่ายตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นผู้ให้กำเนิด ที่หน้าโบสถ์หลวงพ่อเพชรภายในวัดท่าหลวง ตัวเมืองพิจิตร สร้างความสะเทือนใจให้ผู้พบเห็น และนำไปสู่การตามหาชายชาวญี่ปุ่นผ่านสื่อและสถานทูต จากนั้น หลายเดือนต่อมาความฝันของหนูน้อยเคอิโงะเป็นจริง เมื่อนายคัทซูมิ ซาโต แสดงตัวว่าเป็นพ่อชาวญี่ปุ่นที่พลัดพราก บินลัดฟ้ามาพบหน้าลูกชายครั้งแรกเมื่อ 7 ปีก่อน ล่าสุดขณะนี้เคอิโงะ เป็นหนุ่มน้อยอายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม หลังเลิกเรียนยังไปช่วยป้า ซึ่งรับอุปการะเลี้ยงดู ขายปลาปล่อยริมแม่น้ำน่านในวัดท่าหลวงเป็นประจำทุกวัน เมื่อถามถึงพ่อ ซึ่งหนึ่งปีจะได้พบหน้ากันสักครั้ง เคอิโงะถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ด้วยความคิดถึงพ่อ รวมถึงเรื่องการเรียนเป็นสิ่งที่เคอิโงะกังวล เพราะฝันอยากจะไปทำงานที่ญี่ปุ่น หรืออย่างน้อยก็อยากสามารถเก็บเงินส่งไปให้พ่อได้ โดยพ่อที่เขามุ่งมั่นตามหามาตั้งแต่เด็ก เป็นแรงผลักดันให้ก้าวตามความฝัน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

นมสตอเบอร์รี่ กับ นมช้อคโกแลต สาวๆ คิดว่าของตัวเองเป็นแบบไหน
ช้อคโกแลต /  นม / 

กลับมาอีกครั้งกับคำถามกวนบาทา ฮ่าๆ ปนทะลึ่งที่สาวๆ ทุกคนจะต้องอึ้ง... กับคำถามที่ว่า "ถ้าให้เลือกระหว่าง นมสตอเบอร์รี่ กับ นมช้อคโกแลต คิดว่าของตัวเองเป็นแบบไหน" หลายคนที่ได้ยินคำถามก็ถึงกับติดสตั้นท์เล็กน้อย เอาเป็นว่าเราไปดูคำตอบของพวกเธอกันเลยดีกว่า เกต อายุ 22 ปี พริตตี้ "สตอเบอร์รี่ เพราะมันสด มีรสหวาน อร่อย ใครได้ชิมแล้วจะติดใจ" กวางตุ้ง อายุ 24 ปี ฟรีแลนซ์ "ช็อคโกแลตค่ะ ก้เพราะว่ามันมีทั้งหวานทั้งขมไง" ลิ้นจี่ อายุ 20 ปี นักศึกษา "เอาตามที่ชอบกินแล้วกัน เลือกช็อคโกแลต" มุก อายุ 19 ปี นักศึกษา "ช็อคโกแลต เพราะตัวเองเป็นคนผิวสี ช็อคโกแลตมันมีทั้งขมปนหาน ดูมีอะไรน่าค้นหาดี" บราวนี่ อายุ 19 ปี นักศึกษา "ช็อคโกแลต ที่เลือกเพราะหนูชอบกินช็อคโกแลต" เบล อายุ 26 ปี ธุรกิจส่วนตัว "สตอเบอร์รี่ ก็เพราะมัน หอม หวาน อร่อยไง" รินเบียร์ อายุ 24 ปี พริตตี้ "หนูคิดว่าช็อคโกแลต เพราะมันคือการรวมๆ กันของสีหลายสี ก็เหมือนหนูที่มาจากทั้งความหวาม ความเข้ม ความอร่อย เหมือนช็อคโกแลต" เอมมี่ อายุ 20 ปี นางแบบ "สตอเบอร์รี่ แบบสดๆ มีทั้งเปรี้ยว ทั้งหวาน ยิ่งผสมนมยิ่งอร่อยเหมือนของหนู" สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#61 Sep