�ว�าแ�ม����ร��� �อ���

ป๋าเปรมลงนามไว้อาลัยลี กวน ยู ชมเป็นเพื่อนที่ดี
ป๋าเปรม /  ลีกวนยู

พล.อ.เปรม ร่วมลงนามไว้อาลัย ลี กวน ยู อดีตผู้นำสิงคโปร์ ชมเป็นเพื่อนที่ดี แนะชาวสิงคโปร์สานแนวทางต่อ ขณะประชาชนยังทยอยเคารพอย่างต่อเนื่อง  รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (26 มี.ค. 58) พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เพื่อร่วมลงนามไว้อาลัยต่อการอสัญกรรมของนายลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ โดยมีนางชัว เซี่ยน ซา เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทยให้การต้อนรับ โดยตอนหนึ่ง พล.อ.เปรม ได้กล่าวถึงนายลี กวน ยู ว่า อดีตผู้นำสิงคโปร์เป็นเพื่อนที่ดีของตนคนหนึ่ง ได้เคยทำงานร่วมกันในขณะที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เรามีความสนิทกัน รักใคร่และช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี ถ้าไม่มีนายลี กวน ยู คิดว่าก็คงไม่มีประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นจังอยากฝากถึงชาวสิงคโปร์ว่า ชาวสิงคโปร์ต้องไม่ลืมเขา(ลีกวนยู) ต้องคิดว่าเขาคือคนที่สร้างประเทศสิงคโปร์ขึ้นมา แล้วก็สิ่งที่เขาอยากสานต่อให้สิงคโปร์ แต่เขายังไม่ได้ทำและทำยังไม่เสร็จ ชาวสิงคโปร์จะต้องร่วมมือกันทำสิ่งเหล่านั้น สำหรับบรรยากาศที่ประเทศสิงคโปร์ ยังคงมีประชาชนต่อแถวเข้าคิว เพื่อร่วมไว้อาลัยอดีตผู้นำผู้ยิ่งใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง ที่อาคารรัฐสภา หลังทางการได้เปิดให้เคารพสพได้ตลอด 24ชั่วโมง MThai News

ทวงบัลลังก์คืน! ไทยกลับมาเป็นที่ 1 ส่งออกข้าว
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ /  สำนักงานเศรษฐกิจกิจการเกษตร / 

ทวงบัลลังก์คืน! ไทย กลับมาเป็นที่ 1 ส่งออกข้าว  สำนักงานของสำนักงานเศรษฐกิจกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า ประเทศไทย เคยเสียแชมป์การส่งออกข้าวติดต่อกันมาหลายปีให้กับเวียดนาม และอินเดีย ด้วยทั้งสองประเทศผลิตข้าวได้มาก และมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าของไทย แต่มีข่าวดีสำหรับคนไทย เนื่องจากในปี พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถส่งข้าวทั้งชนิดคุณภาพสูง และคุณภาพปานกลาง รวมแล้ว 10.8 ล้านตันข้าวสาร ขณะที่ประเทศอินเดียและเวียดนามคู่แข่งสำคัญของไทย ส่งออกได้เพียง 8.7 และ 6.7 ล้านตันข้าวสาร เท่านั้น ทำให้กลับมา เป็นที่ 1 ในด้านการส่งออกข้าว ส่วนสถานการณ์ที่ผ่านมา และอาจเกิดขึ้นในอนาคตของประเทศคู่แข่งของไทย ที่น่าจับตามอง เวียดนาม ในปี พ.ศ. 2557 เวียดนามส่งข้าวออกได้น้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ เนื่องจากต้องเผชิญกับคู่แข่ง ผู้ส่งข้าวออกรายใหญ่ ทั้งไทย อินเดีย ปากีสถาน และเมียนมาร์ ทำให้กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท ต้องปรับท่าทีหันมาลดพื้นที่ปลูกข้าวลง 1.6 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2558 โดยนำพื้นที่ดังกล่าวไปปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง งา และพืชผักอื่นๆ ทดแทน อินเดีย ด้วยฝนมาล่า และมีปริมาณน้อย ทำให้ผลผลิตทั้งประเทศลดลง จำเป็นต้องนำเข้าข้าวจากเมียนมาร์จำนวนหลายแสนตัน เพื่อส่งให้รัฐทางตอนเหนือของประเทศที่อยู่ประชิดกับเมียนมาร์ เพราะคุ้มค่ามากกว่าการขนส่งข้าวภายในประเทศไปยังรัฐดังกล่าว ปัญหาข้างต้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อินเดียส่งข้าวออกได้เพียง 8.6 ล้านตัน ลดลงจากปี พ.ศ. 2556 ที่เคยส่งออกได้ 10.78 ล้านตัน เมียนมาร์ ดาวรุ่งดวงใหม่ ด้วยจีนออกมาตรการกีดกันการส่งเข้าข้าวผิดกฎหมายเข้าไปยังจีน ส่งผลให้เมียนมาร์ส่งข้าวออกได้เพียง 1 ล้านตัน เท่านั้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางวางแผนให้สามารถส่งข้าวออกได้ปริมาณ 4 ล้านตัน ภายในปี พ.ศ. 2562 ที่จะถึงนี้ MThai News

โบรกฟันธง! หุ้นไทยวันนี้ 'ลง' กนง.ลดดอกเบี้ยยังกดดัน
SET /  กนง. / 

โบรกฟันธง! หุ้นไทยวันนี้ 'ลง' กนง.ลดดอกเบี้ยยังกดดัน มอง แนวรับ 1,555/1,550 จุด แนวต้าน 1,570/1,575 จุด  บล.บัวหลวง คาด ตลาดหุ้นไทยวันนี้ลงจำกัด (คงคาดแนวโน้มช่วงนี้ยังเป็นการรีบาวด์ในกรอบขาลง) ระยะสัปดาห์ ยังคงคาด มีลุ้นรีบาวด์ต่อจากเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน คาดแนวรับ 1,550 จุด แนวต้าน 1,580 จุด 'ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด คาด กนง.ลดดอกเบี้ย (ถ้าไม่ลดเป็นบวกต่อแบงก์ใหญ่), แรงขายหุ้นไทยจาก นลท.ต่างชาติ ชะลอลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา เหลือ $55 ล้าน (สัปดาห์ก่อนหน้า -$207 ล้าน)' ขณะที่ ตลาดหุ้นภูมิภาคมีแรงซื้อกลับ $3.2 พันล้าน สูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ (หนุนหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีลุ้นเงินไหลเข้าตามหลังตลาดหุ้นภูมิภาค) ระยะเดือน (มีค.) จากการคงหรือปรับลดคาดการกำไร บจ.จำกัด Upside หุ้นไทย กลยุทธ์ คงคำแนะนำ 'รีบาวด์เป็นโอกาสในการกระชับพอร์ต หุ้นใหญ่ น้ำมัน ปิโตรเคมี สินค้าโภคภัณฑ์ แบงก์ บ้าน สื่อสารฯ ฯลฯ' แนะเล่นสั้นหุ้น Local play แนวรับรายเดือนคาด 1,550 (ถ้าหลุดคาดแนวรับถัดไป 1,515 จุด) แนวต้าน 1,580/1,590 จุด แนวรับ 1,555/1,550 จุด แนวต้าน 1,570/1,575 จุด หุ้นแนะนำ -BTS (เตรียมเจรจางานเดินรถสีเขียวใต้หลัง รฟม.โอนให้ กทม.) -UNIQ (รฟฟ.สีเขียวเหนือปรับราคาเสร็จแล้ว เซ็นสัญญาเดือนนี้ UNIQ ได้สัญญา 2 มูลค่า 6.7 พันลบ. -ITD สร้างสัญญา 1 มูลค่า 1.5 หมื่นลบ. และ STEC สร้างสัญญา 3 มูลค่า 4 พันลบ.) BLS รายงานพื้นฐานวันนี้ (ดูรายละเอียดฉบับเต็ม) (-) RS เราปรับประมาณการณ์กำไรสุทธิปี 2015-16 ลงเหลือ 495-789 ล้านบาท (จาก576-854 ล้านบาท ตามลำดับ) เป็นผลจากการปรับสมมุติฐานอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยลง ส่วนงบ 1Q15 คาดอ่อนตัวลงอย่างมีนนัยยะ หลังถูกเลื่อนรับเงินค่าชดเชยบอลโลกซึ่งตอนนี้ยังไม่มีกำหนดจ่ายคืน ส่งผลราคาหุ้นมีโอกาสอ่อนตัวลงระยะสั้น แต่เป็นโอกาสในการสะสมระยะยาว คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 22 บาท (ปรับลงจาก 24 บาท) (0) PCSGH เราคงมุมมอง Neutral หลังประชุมนักวิเคราะห์ โดยคงราคาเป้าหมายที่ 9.1 บาท แนะนำ ถือ คาดราคาหุ้นสะท้อนผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวช้าในปีนี้ไปแล้วระดับหนึ่ง โดยผู้บริหารยังคงมุมมองต่อ ยอดส่งออก และ มาร์จิ้นที่ลดลงในปีนี้ แต่มองอนาคต จะมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้นและ อาจเป็น Upside risk ต่อประมาณการณ์กำไร จากการขายชิ้นส่วนรถยนต์ Eco car (เฟส2) เพิ่มชดเชยรายได้จากชิ้นส่วนรถกระบะที่ลดลงไป ส่วนยอดส่งออกโดยเฉพาะตลาดบราซิลแม้จะฟื้นตัวช้า แต่เชื่อว่ามีสัญญาณที่ดีขึ้นตามลำดับ หลังคำสั่งซื้อกลับคืนมาแล้วคิดเป็น 75% คาดว่าส่งออกน่าจะโตได้ 5-10% ใน 1Q15 (ถ้าโตได้จริงตามที่ผู้บริหารคาด เรามองว่าราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัว แนะรอดูงบ 1Q15) MThai News

ความในใจ! ขอเถอะครับ เรื่องมอไซค์ขึ้นสะพาน-ลงอุโมงค์ข้ามแยก
รถมอเตอร์ไซค์ /  สะพานข้ามแยก / 

ความในใจ! ขอเถอะครับ เรื่องมอไซค์ขึ้นสะพาน-ลงอุโมงค์ข้ามแยก วันนี้(9 มี.ค.) บนโลกออนไลน์ได้แชร์โพสต์เฟซบุ๊ค เรื่อง ขอเถอะครับ เรื่องห้ามมอไซค์ขึ้นสะพาน และลงอุโมงค์ ข้ามแยก! ซึ่งเป็นของสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Dome Rider ที่โพสต์ไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 โดยระบุว่า ตนชื่อโดม นามสกุลเผือกขจี อาชีพ ผจก.โรงแรม และเปิดร้านเล็กๆค้าขายของแต่งรถมอเตอร์ไซค์ และต้องใช้รถมอเตอร์ไซค์ทุกวันเพื่อไปทำงาน ส่วนเสาร์-อาทิตย์ใช้รถยนต์พาครอบครัวเล็กๆไปโน่นนี่นั่น ตนเข้าใจความรู้สึกทั้งผู้ขับรถยนต์ และผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ และก็ยังเข้าใจหัวอก ตร.จราจร ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าหลายล้านชีวิตใน กทม.ก็เป็นแบบตน เราต่างต้องทำมาหากิน และต้องใช้สมบัติชาติร่วมกันนั่นคือ “ถนน, อุโมงค์ และ สะพานข้ามแยก”แต่ยังมีปัญหาทั้งด้านความปลอดภัยและด้านกฎหมายที่ไม่ได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง ปัจจุบันตนอายุย่าง 39 ขี่มอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่อายุ 16 ตนกล้าพูดว่าเราสามารถช่วยกันแก้ไขเรื่องนี้ได้ หากทุกฝ่ายจริงใจ และลุกขึ้นมาทำให้จริงจัง เพราะเราไม่ใช่ชนชั้นสองของประเทศนะ ลองคิดกันดูเล่นๆว่าถ้าพวกตนเอามอเตอร์ไซค์จอดไว้บ้าน และเอารถยนต์รถกระบะกันออกมาใช้ คงได้เห็นวันวิปโยคกันด้านการจราจรเป็นแน่แท้ ดังนั้นแล้ว ขอเถอะ ขอสะพาน และอุโมงค์ข้ามแยกให้พวกเรา! พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะดังนี้ ก) เชิญวิศวกรทั่วประเทศ นักศึกษาอาชีวะ และผู้มีความสามารถด้านวิศวกรรม มาประกวดการออกแบบ “สะพานและอุโมงค์ ปลอดภัย เพื่อรถทุกประเภท รวมทั้งจักรยาน” (เอาแบบงานประกวดหุ่นยนต์โลกอะครับ) ข) พาเหล่าบรรดา ท่านผู้มีอำนาจ และมีหน้าที่เกี่ยวข้องไปดูงานที่ มาเลเซีย ดูสิว่าเค้าใช้ระบบ กล่องเซ็นเซอร์ติดที่มอไซค์ทุกคัน (เป็นกฏหมาย) แล้วเอามาประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นจริง (สัญญาว่าดูงานเสร็จเดี๋ยวพาไปช้อปต่อ)! ค) เรียกร้องให้ทุกค่ายรถมอไซค์ในประเทศ (ย้ำว่าทุกค่าย) ออกมาผลักดัน และสนับสนุนให้โครงการ (ก) นั้นเกิดขึ้นจริง โดยจัดกิจกรรม โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้เต็มพิกัด รับรองครับ ค่ายไหนทำก่อน ค่ายนั้น ขายดีแน่ๆ ง) เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมและรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปสู่การแก้ไขเชิงปฏิบัติ "..ผมมิได้คุยเรื่อง "วินัยจราจร" นะครับ เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังครับวันหน้าจะจัดให้ครับ วันนี้เราลุกขึ้นมาคุยกัน หาทางช่วยกันสร้าง "สะพาน และ อุโมงค์ปลอดภัย" ครับผม ย้ำว่าสะพานและอุโมงค์ปลอดภัยนะครับ ผมว่า การพัฒนาและการปรับวินัย ทำไปพร้อมกันได้ครับผม!!! ยืนยันว่ามันไปพร้อมกันได้  ..." ที่มา เฟซบุ๊ค Dome Rider MThai News

งามหน้า! สื่อญี่ปุ่น ตีข่าว คนไทยขนยาบ้าเข้าปท. หลังยกเลิกวีซ่า
ขนยาบ้า /  ญี่ปุ่น / 

งามหน้า! สื่อญี่ปุ่น ตีข่าว คนไทยขนยาบ้าเข้าปท. หลังยกเลิกวีซ่า วันนี้(11 มี.ค.)แฟนเพจ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความกรณีที่ หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นลงข่าวคนไทยลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศญี่ปุ่น อันเป็นผลมาจากการยกเลิกวีซ่า โดยได้นำเสนอข่าวจาก หนังสือพิมพ์อาซาฮิ ฉบับวันที่ 1 มีนาคม 2558 ระบุว่า ศุลกากรโตเกียวมีการจับกุมบุคคลสัญชาติไทยลักลอบนำเข้ายาเสพติดมากถึง 23 คน ในปี 2557 ซึ่งมากกว่าปี 2556 กว่า 10 เท่า โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) เพื่อเข้าประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ กรกฎาคม 2556 ที่ไม่ทราบว่าของที่ขนมาด้วยคืออะไร สนามบินนานาชาตินาริตะ และฮาเนดะ เปิดเผยว่า ในปี 2555 ไม่มีการจับกุมบุคคลสัญชาติไทยในกรณีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเลย จนมาถึงปี 2556 มีการจับกุม 2 กรณี และในปี 2557 ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดเมื่อแบ่งตามสัญชาติ (บุคคลสัญชาติญี่ปุ่น 11 ราย บุคคลสัญชาติอเมริกา 10 ราย) ในจำนวน 23 คนที่ถูกจับกุมนั้น เป็น เพศหญิง 22 คน มากกว่าครึ่งเป็นบุคคลในวัย 20 - 30 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ให้การว่าได้รับการจ้างวานจากผู้ชายที่ประเทศไทยให้นำของมาส่งที่ประเทศญี่ปุ่น ศุลกากรโตเกียว กล่าวว่าในปี 2557 ได้ยึดยาเสพติดมากกว่า 346 กิโลกรัม ซึ่งร้อยละ 84 (289 กิโลกรัม) นั้นเป็นยากระตุ้นประสาท และร้อยละ 60 ของยากระตุ้นประสาทนั้นมากจากประเทศจีน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2556 กว่า 3.8 เท่า โดย ร้อยละ 70 ของการลักลอบนำเข้านั้นขนส่งโดยผู้โดยสารทางเครื่องบิน ที่เหลือจากไปรษณีย์และการส่งของด้วยตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างประเทศตามลำดับ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ใคร่ขอประชาสัมพันธ์คนไทยให้ทราบถึงอีกมุมมองหนึ่งของสื่อญี่ปุ่นที่มีต่อคนไทย MThai News

สุริยะใสโพสต์FB ถามยิ่งลักษณ์ ใครกันแน่กดดันศาล
กดดันศาล /  คดียิ่งลักษณ์ / 

"สุริยะใส" เฟซบุ๊ค ตั้งคำถามกลับ "ยิ่งลักษณ์" ในหัวข้อ  "จับตาคดียิ่งลักษณ์ ใครกันแน่กดดันศาล?" นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศ (สปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค "สุริยะใส กตะศิลา" เรื่อง "จับตาคดียิ่งลักษณ์ ใครกันแน่กดดันศาล?" ว่า วันนี้ทันทีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้องคดีที่อัยการกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวนั้น ไม่กี่นาที ถัดมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊คชี้แจงและแสดงความเห็นทันที ขอให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะบรรดาสาวกหยุดกดดันศาล หยุดวิพากษ์วิจารณ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาแต่เนื้อความในตอนต้นกลับกล่าวหาทั้ง ป.ป.ช. และ อสส. ว่าไม่ให้ความเป็นธรรม เร่งรีบ ตัดตอนพยาน และมีการเมืองแทรกแซงกดดันคดีนี้มาตลอด ข้อความเหล่านี้ไม่ใช่หรือ คือการกดดันกระบวนการยุติธรรมโดยตรง มองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรทุ่มเท มุ่งมั่นเตรียมข้อมูลเพื่อสิทธิทางศาลให้เต็มที่ เลิกขอใช้สิทธิ์ทางศาล แต่กลับเลือก "ใช้สิทธินอกศาล" บิดเบือนข้อเท็จจริงจนทำให้กระบวนการยุติธรรมถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม เลิกคิดว่าสิทธินอกศาล จะเป็นตัวแปรของคดีเพราะสุดท้ายแพ้ชนะจะอยู่ที่ว่าใช้สิทธิในศาล ต่อสู้คดีอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่ "ศาลสถิตย์ยุติธรรม" ไม่ใช่ "ศาลประชาชน" กลางสี่แยกที่ผู้ต้องหาจะเน้นแต่การเขียนสปีชและสร้างสำนวนโวหาร ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่างหากเป็นตัวชี้ขาดคำพิพากษา ยังไม่ไปศาล แต่ก็นับหนึ่งคดีด้วยการตั้งแง่แบบนี้ ไม่ใช่แบบอย่างที่ดี MThai News

รางวัลชีวิตกับทะสวย น้ำใสๆ ที่เกาะกูด จ.ตราด
chamshouse /  จามส์เฮ้าส์ / 

เกาะกูด .. อยู่ที่ไหน? เป็นคำถามที่ต้องได้ยินถามกลับมาในทุกครั้ง ที่เราบอกว่า "ไปเที่ยวเกาะกูดมาค่ะ" เกาะกูด อยู่จังหวัดตราด ถ้านึกพิกัดไม่ออก ให้นึกถึงเกาะช้าง แต่เดินทางไกลกว่าเกาะช้างมานิดหน่อย ถ้านั่งเรือเฟอร์รี่ ก็ประมาณ 1.30 ช.ม. ค่ะ รางวัลชีวิตกับทะสวย น้ำใสๆ ที่เกาะกูด จ.ตราด เคยไปเยี่ยมเกาะกูดเมื่อหลายปีก่อน จากที่เคยนั่งเรือไม้ไป ก็นั่งประมาณ 4 ช.ม. พอไปถึงแล้วได้มองที่น้ำทะเล (ระหว่างทางหลับ) เราถึงกับตะลึง เพราะที่ท่าเรือนั้นน้ำทะเลใสและเขียวมาก .. พอวันนี้ก็ยังใสและเขียวอยู่ แม้จะไม่เท่าวันวาน แต่ก็พูดได้ว่า "ไม่ผิดหวัง" ทะเลไทยสวยๆ ภาพจากสะพานหน้าหาด อ่าวคลองหิน หากอยากดำน้ำดูปะการัง แนะนำช่วงเที่ยงๆ นะคะ ช่วงที่เราเดินทางนี้ ประมาณวันที่ 21 - 23 มีนาคม 58 ฟ้าตอนเช้ายังอึมครึม เหมือนฝนจะตก แต่ทั้งวันก็ยังมีแดดจ้าเป็นระยะ และวันที่ไปถึงแล้วก็ได้เก็บภาพพระอาทิตย์เลิกงานมาฝากอย่างภาพด้านล่างค่ะ พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเล่นน้ำ หรือนั่งชมวิว ทะเลเกาะกูด นอกจากน้ำทะเลใสๆ แล้ว สิ่งที่เราประทับใจมากก็คือ ลมทะเล ไม่ทำให้เหนียวตัวเลย ผมไม่เหนียวพันกันด้วย ...มันเหมาะสำหรับการไปพักผ่อน อ่านหนังสือริมทะเล ฟังเพลง อาบำแดด นอนกลิ้งเกลือกทรายขาวๆ เบื่อๆ ก็หยิบ สน็อกเกิ้ล ไปดำดูปลาที่หน้าหาดของรีสอร์ท ... ใช้เวลาเต็มที่ข้างนอกห้องพัก ถ้าคุณๆ ไม่กลัวดำอ่ะนะ มุมชิลล์ที่หน้าอ่าวคลองหิน หน้าหาด จามส์เฮ้าส์รีสอร์ท แต่สำหรับ "ไทยสไตล์" ในการไปเที่ยวทะเล เราจะนอนรอ เล่นเน็ต เช็คเฟซบุ๊ก แชทไลน์ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ จากนั้นสักบ่าย 4 โมง เราก็จะนวยนาดพร้อมชุดบิกินีสีสวยๆ แล้วไปโพสต์ท่าถ่ายรูปริมทะเล เล่นน้ำนิดหน่อย พอให้ได้โดนน้ำทะเล และให้ความรู้สึกที่ว่า "ฉันมาถึงทะเล" แล้วนะ อ่าวคลองหิน ยามเช้า อากาศเย็นสบาย แต่พระอาทิตย์ยังไม่ยอมออกมาจากก้อนเมฆ จะยังไงก็ตาม นี่คือความสุขในของแต่ละคน คนเราไม่จำเป็นต้องมีความสุขเหมือนกัน ขอแค่ให้เรารู้สึกว่า เฮ้ ฉันแฮปปี้น่ะ แค่นี้นะ จบนะ .. วางสาย!!! : ) เกาะกูด เป็นอีกสถานที่ที่เราอยากแนะนำจริงๆ ค่ะ เพราะไปแล้วรู้สึกเหมือนได้พักผ่อน ชิลล์ อากาศดี ประทับใจ พูดเลย .... ไว้ต้องเก็บตังค์ไปเที่ยวที่นี่อีกสักครั้ง ให้รางวัลกับตัวเอง ให้รางวัลชีวิต ลองทะเลใหม่ๆ ทะเลไทย ที่ไหนก็สวย เกาะกูดสวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว เดินดีๆ นะคะ ระวังลื่น .. แต่เพื่อภาพสวยๆ เราต้องยอม ตะกร้าไข่ครึ่งใบ ลองได้เอนตัวลงไป แล้วจะรู้สึกไม่อยากลุกไปอีกนานเลย ก้อนหินเหล่านี้ จะมีหอยนางรมธรรมชาติเกาะอยู่ค่ะ ชาวบ้านจะมาเก็บไปกินหรือขายตอนน้ำลด นั่งชิงช้าเล่น ชมวิวดีๆ ที่ อ่าวคลองหิน หรือ อ่าวตะเคียน เกาะกูด กิจกรรมต่างๆ บนเกาะกูด 1. ดำน้ำ ตื้น-ลึก 2. ตกปลา ตกหมึก (ทริปแบบนี้มักออกตอนกลางคืน นั่งกินอาหารบนเรือ) 3. เที่ยวน้ำตก (น้ำตกคลองเจ้า, ห้วงน้ำเขียว และ น้ำตกคลองยายกี๋) 4. ชมหมู่บ้านชาวประมง ซื้ออาหารสด (อ่าวใหญ่ และ อ่าวสลัด) 5. Night Life : นั่งดริงค์เบาๆ กับบาร์เล็กๆ ฟังเพลงดนตรีสด (ตะวันบาร์, Sunset) 6. นั่งชิลริมทะเล ชมพระอาทิตย์สวยๆ , เล่นโยคะ, ว่ายน้ำในสระ , เล่นวอลบอล์, ทำสปา, อ่านหนังสือ , ฟังเพลง, ขี้เกียจ! (เอ๊ะ อันหลังนี่ไม่น่าใช่กิจกรรมนะคะ ฮ่าๆ) ระยะเวลาสำหรับการไปท่องเที่ยว แนะนำว่า อย่างน้อยต้องพักที่เกาะกูด 2 คืนค่ะ ให้สมกับที่เราเดินทางมาค่อนข้างยาวนาน ให้สมกับความสวยงามของทะเลที่รอคุณอยู่ กิจกรรมที่เราบอกไว้ด้านบน ต้องการมากกว่า 2 วันแน่นอน กิจกรรมแนะนำ ที่ไม่อยากให้พลาด เที่ยวชมหมู่บ้านชาวประมงอ่าวใหญ่ ที่หมู่บ้านชาวประมงนี้จะเป็นท่าเรือ เทียบเรือของชาวประมง ที่จะนำปลามาขาย ทำให้อาหารทะเลที่จะได้จากที่นี่มีความสดค่อนข้างมาก นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ไห ที่ชาวประมงเก็บรวบรวมไว้จากไหที่ติดอวนชาวบ้านมา รวมถึงมีปลาหน้าตาแปลกๆ ให้เราได้ชมอีกด้วย ... หากมีเวลา ขอแนะนำว่า เช่ามอเตอร์ไซค์ แล้วขี่รถเล่นรอบๆ เกาะ เดินเล่นดูวิถีชาวประมง อย่างทริปที่เราไปนี้ ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในการเดินและนั่งเล่น ถ่ายรูปที่นี่ค่ะ เครื่องบินของบางกอกแอร์เวยส์ และ เก้าอี้สีแดง คือ ในเรือเฟอร์รี่ค่ะ การเดินทาง ไปเกาะกูด สำหรับทริปของเราครั้งนี้ เราเดินทางแบบนี้ค่ะ 1. บินไปกับ "บางกอกแอร์เวยส์" ใช้เวลาบิน 50 นาที 2. นั่งรถตู้จากสนามบิน อีก 50 นาที ไปท่าเรือ "แหลมศอก" 3. นั่งเฟอร์รี่ ของบริษัท "บุญศิริ" เป็นเรือคาตามารันค่ะ มีแอร์ด้วยค่ะ ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 1.30 ชม. ขึ้นไป ตามแต่สภาพอากาศ การเดินทางแบบนี้ทำให้ไม่เหนื่อยมากค่ะ เพราะถ้าเราขับรถจากกรุงเทพฯ ก็ประมาณ 4 ช.ม. จะทำให้เรารู้สึกใช้เวลาเดินทางนานมาก แต่ถ้าใครที่ไม่รีบ ขับมาเรื่อยๆ แวะระหว่างทาง ก็น่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเส้นทางนี้ ของกินและผลไม้เพียบ การเดินทางไปเกาะกูด ยังโรงแรมหรือรีสอร์ทต่างๆ ควรสอบถามจากเจ้าหน้าที่โรงแรม ว่าจะจัดหารถตู้ รับส่งจากสนามบินไปท่าเรือ และโรงแรมได้ไหม ในราคาเท่าใหร่ เพราะถ้าเราจองไปก่อนจะทำให้เราสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้นค่ะ ไม่ต้องไปหารถรับจ้างหน้างาน ทำให้เสียเวลาเข้าไปอีก วิลล่าให้อารมณ์อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ให้ความสะดวกสบายไว้ครบครัน ที่พัก ในเกาะกูด ที่พักในครั้งนี้ พักที่ "จามส์เฮ้าส์ รีสอร์ท" ค่ะ รีสอร์ทนี้อยู่ในทำเลที่เหมาะกับการไปหามุมสวย มุมสงบ และมุมพักผ่อนจริงๆ ในยามเย็นนั่งชมพระอาทิตย์ตกในทะเล หน้าหาดสามารถดำน้ำดูปลาได้ และไม่ไกลกันนัก ยังมีที่ที่เรียกว่าเหมาะสำหรับตกปลาจริงจัง เพราะหน้าหาดของ จามส์เฮ้าส์รีสอร์ท นั้น มีปลาค่อนข้างชุมค่ะ และสำคัญอีกคือ มีปลาการ์ตูนด้วย (อันหลังนี้เอาไว้ดำน้ำดูนะค้า) Facebook : https://www.facebook.com/chamshouse Website : http://www.chamshouse.com/ เลขที่ 2 หมู่ที่ 5 อ่าวคลองหิน, ตำบลเกาะกูด, อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด 23000 โทร. : + 66 (0)82 878 2878 , มือถือ : +66 (0)81 651 4744 อีเมล์สอบถามข้อมููล : info@chamshouse.com จอง : reservation@chamshouse.com อ่านรีวิวเพิ่มเติม จามส์เฮ้าส์ รีสอร์ท มุมพักผ่อนในเกาะกูด จังหวัดตราด เดี๋ยวเพิ่มเติมรายละเอียดอื่นๆ ให้อีกนะคะ : การเดินทางไปเกาะกูด , สถานที่น่าสนใจในเกาะกูด ,  ที่พักแนะนำในเกาะกูด ,  หมู่บ้านชาวประมง , น้ำตกในเกาะกูด

ความรุนแรงในสตรี และ ศาลเตี้ยใน 'อินเดีย'
กระทำชำเรา /  ก่ออาชญากรรมทางเพศ / 

เหตุการณ์นับครั้งไม่ถ้วนที่ปรากฏบนสื่อหลักทั่วโลก เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมทางเพศต่อสตรีในอินเดีย ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้ ครั้งหนึ่ง 'เดอะ วอชิงตัน โพสต์' ได้รวบรวมสาเหตุของการก่ออาชญากรรมทางเพศต่อสตรีในประเทศ จนทำให้โลกสามารถสัมผัสได้ถึง 'ความไม่ปลอดภัย' ในการดำรงชีวิตอยู่ ส่วนครั้งที่ดูเหมือนจะโด่งดังและส่งผลให้เกิดการลุกฮือขึ้นในประเทศ เมื่อปี 2556 ที่นักศึกษาแพทย์ วัย 23 ปี ถูกคนร้าย 6 รายรุมกระทำชำเราคารถบัสในกรุงนิว เดลี จนเสียชีวิต เป็นการจุดชนวนให้หลายฝ่ายเกิดความตื่นตัว ต่อปัญหาความรุนแรงทางเพศมากขึ้น ในแต่ละปีมีรายงานการก่ออาชญากรรมทางเพศในประเทศอินเดียหลายร้อยคดี เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนน่าตกใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เนื่องจากปัญหาดังกล่าวบ่งบอกถึงต้นตอบางอย่างที่หยั่งรากลึกในสังคมอินเดีย สาเหตุประการแรกวอชิงตัน โพสต์ระบุว่า เนื่องจากเกาะเครื่องเทศแห่งนี้มีปริมาณตำรวจหญิงที่ต่ำมาก เพียงร้อยละ 7  ส่วนใหญ่การแจ้งเหตุเหยื่อจะต้องยื่นเรื่องกับตำรวจเพศชาย ดังนั้นความเห็นอกเห็นใจในความเป็นผู้หญิง จะไม่สามารถเข้าถึงได้เท่าผู้หญิงด้วยกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบางราย ปฏิเสธที่จะรับเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้น เหยื่อบางรายต้องฆ่าตัวตายหนีความอับอาย ส่วนผู้ก่อเหตุยังคงลอยนวลอยู่ในสังคม นอกจากนี้ปริมาณตำรวจในประเทศยังมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากขาดผู้ที่ประสงค์จะอุทิศตัวเพื่อปกป้องประชาชนอย่างแท้จริง ในปี 1996 การสำรวจ ความเห็นจากผู้พิพากษาในอินเดีย กว่าร้อยละ 68 ให้ข้อมูลว่าการสวมใส่เสื้อผ้าที่เย้ายวน เป็นชนวนเหตุนำไปสู่การการอาชญากรรมทางเพศ นอกจากนี้การยอมรับความรุนแรงเป็นเรื่องปกติในสังคมก็เป็นสาเหตุหลักที่ปัญหาดังกล่าว ยังคงปรากฏขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน โดยกลุ่ม เดอะ รอยเตอร์ ทรัสลอว์ (The Reuters TrustLaw) กล่าวว่า ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่อันตรายสำหรับผู้หญิงมากที่สุดในโลก ผู้หญิงอินเดียตกอยู่ในสภาพที่น่าสงสารยิ่ง ส่วนใหญ่พวกเธอเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่พ่อมักจะใช้ความรุนแรงกับแม่ตัวเอง เมื่อเติบโตมีครอบครัว และต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือ พวกเธอถูกสามีทุบตี กลับต้องโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง เพราะถูกปลูกฝังมาจากครอบครัวอีกที ทว่า สภาพแวดล้อมในประเทศ ก็เป็นปัจจัยหลักอีกหนึ่งประการ ในอินเดียมีห้องน้ำสาธารณะที่เปิดใช้ให้กับประชาชนค่อนข้างน้อย รวมไปถึงในเวลายามค่ำคืนถนนหนทางก็มักจะมืดมน เพราะมีการติดตั้งไฟเพื่อให้แสงสว่างไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แม้แต่ตลาดสด ยังถือเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับผู้หญิงเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้สถานะของสตรีในประเทศยังถือเป็นสถานะที่ต่ำกว่าสถานะโดยรวม ครอบครัวที่ยากจน ต้องจ่ายเงินค่าสินสอดทองหมั้นให้กับฝ่ายชาย เพื่อเป็นการสู่ขอ ดังนั้นครอบครัวส่วนใหญ่เมื่อทราบว่าตนเองกำลังจะให้กำเนิดทารกเพศหญิง ก็มักจะเลือกทำแท้งแทนที่จะเก็บไว้ ประการสุดท้าย คือ การร้องขอให้เหยื่อประนีประนอมยอมความ และผู้ที่ร้องขอเช่นนั้นก็ไม่ใช่คนอื่นไกล หากแต่เป็นครอบครัวของเหยื่อเอง เนื่องจากกลัวว่า ในอนาคตเหยื่อจะไม่สามารถหาสามี และมีครอบครัวที่ดีได้ เพราะเธอเคยถูกกระทำชำเรา ซ้ำร้าย ครั้งหนึ่งเหยื่อวัย 17 ปี เลือกปลิดชีพตัวเองเสีย เพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ก่อเหตุ ศาลเตี้ย ผู้ก่อเหตุกลายเป็นเหยื่อ ? เหตุการณ์รุนแรงและโหดร้าย ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อฝูงชนจากม็อบที่กำลังออกมาเคลื่อนไหวประท้วงปัญหาความรุนแรงต่อสตรีในเมืองดิมาปูร์ บุกเข้าไปในเรือนจำ และลากตัวคนร้าย มารุมสกรัมกลางถนน พร้อมลากร่างที่บอบช้ำจากการถูกทำร้าย ไปตามถนน จนกระทั่งเสียชีวิต ประเด็นที่น่าสนใจในการใช้ศาลเตี้ย เพื่อลงโทษคนร้ายคดีก่ออาชญากรรมทางเพศ เกิดขึ้นบ่อยไม่น้อยไปกว่าคดีล่วงละเมิดทางเพศ เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่รู้สึกไม่พอใจ โกรธแค้น และสุดจะทนต่อปัญหาการคุกคามทางเพศ ที่กระบวนการยุติธรรม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างเด็ดขาด โดยรูปแบบของการลงโทษ เพื่อระบายความโกรธแค้น เช่น เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2557 ที่ผ่านมา ชาวบ้านก่อเหตุรุมทำร้ายคนร้ายคดีกระทำชำเราที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ด้วยการตัดอวัยวเพศ และโยนชิ้นเนื้อประจานกลางถนน MThai News

ภาพ 'ฌาร์เรีย' เมืองที่ไฟไหม้นานกว่า 99 ปี ในอินเดีย
ฌาร์เรีย /  อินเดีย / 

ฌาร์เรีย เมืองแห่งไฟในอินเดีย เมืองที่ไฟไม่เคยดับ มานานกว่า 99 ปี วานนี้ (17 มี.ค.) สำนักข่าว 'เดลิ เมล์' รายงานเรื่องราว ของเมืองฌาร์เรีย ซึ่งตั้งอยู่ในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศอินเดีย เมืองที่ต้องประสบกับสถานการณ์ไฟไหม้ ที่ไม่เคยมอดดับมานานกว่า 99 ปี เหมืองถ่านหินแห่งนี้ถุกค้นพบเมื่อปี 1916 จากนั้นจึงมีการทำอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน แต่ด้วยการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง จึงส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับผลกระทบจากควันไฟที่โหมกระหน่ำอยู่ภายใต้พื้นดิน ท่ามกลางความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ จึงเกิดการประท้วงให้มีการดับไฟใต้ดินนี้หลายครั้งในช่วงระยะเวลานานหลายทศวรรษจนกล่าวได้ว่านี่คือภัยพิบัตทางนิเวศวิทยาที่มีความสำคัญ และน่าจับตามองแห่งหนึ่งของโลก ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณเหมืองถ่านหิน ท่ามกลางภูมิประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรถ่านหิน กว่า 1.5 ล้านตัน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32,000 ล้านบาท โดยประชาชนส่วนใหญ่ จำใจต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่อันตราย ที่เต็มไปด้วยสารพิษ เช่น กำมะถัน คาร์บอน และไนโตรเจนออกไซด์ เนื่องจากไม่สามารถหาเลี้ยงชีพตัวเองในงานอื่นๆ ได้ ด้วยสาเหตุจากความยากจนและไม่มีทางเลือก ดังนั้นประชาชนส่วนมากที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว มักจะเจ็บป่วย และเสียชีวิต จากความผิดปกติทางด้านระบบทางเดินหายใจ และโรคผิวหนัง ในอัตราสูงจนน่าตกใจ MThai News ที่มา Dailymail

คอหวยสิงคโปร์ แห่ซื้อหวย หลังลีกวนยูถึงแก่อสัญกรรม
ซื้อล็อตเตอรี /  ซื้อหวย / 

บรรดาคอหวยในประเทศสิงคโปร์แห่ซื้อล็อตเตอรีตามเวลาเสียชีวิตของนาย ลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถึงแก่อสัญกรรม จนเลขดังกล่าวขายหมดเกลี้ยง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า  ชาวสิงคโปร์จำนวนมากต่างพากันเสี่ยงโชคกับล็อตเตอรีเลข 4 หลัก โดยถือเอาเวลาการเสียชีวิตของนายลี กวน ยู รัฐบุรุษคนสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ 23 มี.ค. เวลา 03.18 น. เป็นเลขนำโชค รวมถึงวันเกิดของเขาในวันที่ 16 ก.ย. ค.ศ. 1923 หรือ พ.ศ.2466 และป้ายทะเบียน 8898 ของรถแห่ศพด้วย แม้ล็อตเตอรีจะได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด แต่มันก็เป็นที่นิยมมาก โดยผู้สื่อข่าวของเอเอฟพีทดลองซื้อตามเลขเวลาเสียชีวิต ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ ก็ได้รับข้อความตอบกลับว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเลขดังกล่าวขายหมดแล้ว เช่นเดียวกับเลขวันเกิดและป้ายทะเบียนรถ ทั้งนี้ สิงคโปร์พูล เป็นบริษัทเดียวที่ได้รับสิทธิ์ล็อตเตอรีและจัดการพนันฟุตบอลอย่างถูกกฎหมาย

รถมอไซค์ งง แยกรัชดา-ลาดพร้าว เอายังไงกันแน่
รถมอเตอร์ไซค์ /  สะพานข้ามแยก / 

รถมอไซค์ งง แยกรัชดา-ลาดพร้าว เอายังไงกันแน่  ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Panupong Obkaew‎ ได้เผยแพร่ภาพเครื่องหมายจราจรใกล้แยกรัชดา ลาดพร้าว พร้อมอธิบายว่าสะพานข้ามแยกก็ห้ามรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นแถมมาเจอป้ายข้างล่างห้ามรถตรงไป แบบนี้รถมอเตอร์ไซค์จะขับไปอย่างไร ซึ่งภาพนี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อและมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยกลุ่มที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ได้มีการเรียกร้องให้แก้กฎหมายจราจรใหม่ให้รถมอเตอร์ไซค์ใช้สะพานข้ามแยกได้ เนื่องจากมีปัญหาในการสัญจร รวมถึงปัญหาการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ทั้งนี้มีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งแนะนำว่า แยกนี้ ต้องเลี้ยวซ้ายเท่านั้น ระวัง หน้าปั้ม ห้ามรถเพราะมีติดกล้องรอไว้ ถ้ากลับรถถึงแยกไฟแดงออกมาจับเลย ต้องเลยไปกลับหน้ากองปราบ ตนโดนมาแล้วตร.เปิดกล้องให้ดูว่ากลับในที่ห้ามกลับ แยกนี้ห้ามตรงห้ามขี้นสะพาน จะตรงต้องซ้ายไป 800เมตร แล้วกลับรถมาอีก800เมตร ถึงตรงได้ MThai News

ชวนสะอื้น ! นิทรรศการภาพเหยื่อความรุนแรงในซีเรีย
ซีเรีย /  ภาพศพ / 

ชาวลอนดอนร่ำไห้ นิทรรศการแสดงภาพเหยื่อความรุนแรงจากสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย ภาพบรรยากาศของนิทรรศการการจัดแสดงรูปภาพสุดสยดสยอง เหยื่อความรุนแรงที่ต้องทนทุกข์ทรมานท่ามกลางสงครามกลางเมือง ในประเทศซีเรีย ที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 3 ปี ที่จัดขึ้นในสำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ค ของสหรัฐฯ ซึ่งผู้ที่เข้าชมนิทรรศการดังกล่าว บางรายถึงกับร่ำไห้ออกมาด้วยความตื่นตกใจ เนื่องจากภาพที่แสดงถึงความโหดร้ายทารุณ จากอาชญากรรมสงคราม และบางภาพแสดงให้เห็นผลกระทบของการขาดแคลนอาหาร จนทำให้ประชาชนหิวโหย เหลือเพียงผิวหนังหุ้มกระดูก จนกระทั่งเสียชีวิต ทางด้านนาย 'มาร์ ควิฟท์แกรนท์' เอกอัครราชทูตจากสหราชอาณาจักร ประจำองค์การสหประชาชาติ เผยว่า จุดประสงค์ของนิทรรศการดังกล่าว คือการสร้างความตระหนักของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตพื้นที่สงคราม อย่างไรก็ตามภาพภ่ายถูกถ่ายขึ้นในระหว่างปี 2011 และช่วงกลางปี 2013 ที่ปัญหาทวีความรุนแรงอย่างหนัก เนื่องจากนายบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีแห่งซีเรีย เปิดฉากการใช้ความรุนแรงระหว่างกลุ่มกบฏผู้ต่อต้านอำนาจ ส่งผลให้ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตกว่า 162,000 คน MThai News ที่มา DailyMail คลิปประกอบข่าวจาก http://www.bbc.com/news/world-middle-east-31839947

เจ้าของ 'แท็กซี่ลัมโบร์กินี่' ร้องปอท. เอาผิดเว็บชื่อดัง!
ปอท. /  หมิ่นประมาท / 

'โจ แม่สาย'เจ้าของรถ 'แท็กซี่ลัมโบร์กินี่'เข้าแจ้งความปอท.เอาผิดเว็บไซต์ชื่อดัง ฐานหมิ่นประมาท กล่าวหาร่ำรวยจากการยักยอกทรัพย์ ชี้ทำให้เสื่อมเสีย สังคมเข้าใจผิด วันนี้ (18 มี.ค.) นายแม่สาย ประภาวัต หรือ โจ แม่สาย เจ้าของธุรกิจติดตั้งแก๊สติดรถยนต์รายใหญ่ และพิธีกรโทรทัศน์ พร้อมด้วยทนายความ นำหลักฐานที่บันทึกจากหน้าเว็บไซต์ชื่อดัง เข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้ดูแลเว็บไซต์ และผู้โพสต์ข้อความลงบนเว็บไซต์ ฐานหมิ่นประมาทและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ หลังมีการโพสต์ข้อความกล่าวหา ทำนองว่าร่ำรวยได้ เพราะไปยักยอกทรัพย์จากธุรกิจติดตั้งแก๊สติดรถยนต์ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด เกิดความเสียหาย โดยนายแม่สาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข่าวเรื่องที่นำรถลัมโบร์กินี่ไปตกแต่งเป็นรถแท็กซี่ และเรื่องกระทบกระทั่งกับคนขับรถจักรยานยนต์ที่มาเฉี่ยวชนกระจกข้างหัก จากนั้นก็เกิดมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่ที่เห็นว่าไม่ถูกต้องคือ มีการโพสต์กล่าวหาว่าร่ำรวยจากการยักยอกทรัพย์ซึ่งไม่เป็นความจริงทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง สังคมเข้าใจผิด ด้าน ร.ต.ท.อาคม จำปามูล พนักงานสอบสวน ได้ทำการรับเรื่องลงบันทึกประจำวันไว้ตรวจสอบ หลังจากนี้จะเชิญตัวแทนจากเว็บไซต์ดังกล่าว มาสอบถามว่ามีการปล่อยปละละเลยจริงหรือไม่ รวมถึงหาตัวผู้โพสต์เรื่องดังกล่าวด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24 MThai News

หนุ่มโวย ใช้ทาง BTS ข้ามคลอง ถูกเรียกเก็บเงินครั้งละ 10 บาท (คลิป)
ครั้งละ 10 บาท /  ค่าผ่านทาง / 

หนุ่มอัดคลิปแฉ ถูกเจ้าหน้าที่ประจำสถานีบีทีเอส วุฒากาศ เรียกเก็บค่าผ่านทางข้ามคลอง ครั้งละ 10 บาท วันนี้ (11 มี.ค.) เฟซบุ๊คแฟนเพจ 'เรารักด่านตรวจ' เผยแพร่คลิปวิดีโอ แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะ ชายหนุ่มรายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของคลิป ระหว่างการถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เนื่องด้วยเจ้าของคลิป ถูกเรียกเก็บเงินค่าผ่านทาง บนอาคารสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส วุฒากาศ ที่ใช้ข้ามคลองจากฝั่งถนนราชพฤกษ์ไปฝั่งถนนวุฒากาศ ซึ่งเนื่องจากคลองดังกล่าว ไม่มีทางข้ามสะพาน จึงจำเป็นต้องขึ้นไปข้ามบน พร้อมกันนั้นชายผู้ทำการถ่ายคลิปดังกล่าว บรรยายเหตุการณ์ว่า เมื่อตนเดินขึ้นไปบนสถานีรถไฟฟ้า และกำลังจะเดินข้ามทาง แต่เจ้าหน้าที่ประจำสถานีกลับเข้ามาห้าม ไม้ให้ตนเดินข้ามคลองในพื้นที่ของสถานี หากประสงค์จะข้ามทาง จะต้องจ่ายค่าผ่านทางครั้งละ 10 บาท โดยเนื้อหาระบุไว้ดังนี้ 'กำลังจะเดินข้ามคลองด่านจากฝั่งถนนราชพฤกษ์ไปฝั่งถนนวุฒากาศ คลองนี้ไม่มีสะพานเดินข้ามคลองสำหรับคนเดินโดยเฉพาะแต่มีอาคารสถานีบีทีเอสวุฒากาศอยู่ด้านบน เมื่อมองดูแล้วเห็นตราสัญลักษณ์พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณของกรุงเทพมหานครประทับอยู่ อีกทั้งเป็นอาคารสถานีส่วนต่อขยายที่กทม.สร้างจากภาษีของประชาชน จึงเข้าใจได้ว่าสามารถเดินข้ามคลองไปได้โดยใช้อาคารสถานีแห่งนี้ แต่เมื่อจะเดินข้ามนายสถานีแจ้งว่าไม่สามารถเดินข้ามคลองได้แต่ต้องชำระเงิน 10 บาทก่อนเสมอ หมายความว่าถ้าข้าม 10 ครั้งก็ 100 บาท 100 ครั้งก็ 1,000 บาท 1,000 ครั้งก็ 10,000 บาท' ประเด็นคือทำไมกทม.ไม่ยอมมาสร้างสะพานคนเดินข้ามใต้สถานีบีทีเอสแห่งนี้เพื่อผู้สัญจรไปมาจะได้ไม่ต้องเสียเงินข้ามคลองครั้งละ 10 บาท อีกทั้งถนนราชพฤกษ์ด้านข้างที่เป็นสะพานยาวมาจากแยกเดอะมอลล์ท่าพระก็ไม่มีทางคนเดินข้าม ทำไมรถข้ามคลองนี้ได้ไม่เสียเงิน แต่ทำไมคนเดินข้ามถึงเสียเงิน หรือกทม.รู้เห็นเป็นใจกับบีทีเอสเก็บเงินค่าข้ามคลองนี้ หรือประชาชนต้องเสียเงินข้ามคลองนี้ครั้งละ 10 บาทตลอดไปครับ อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหานี้ด้วยครับ โทรไป 1555 เขาก็บอกว่าส่งเรื่องไปแล้วยังไม่มีอะไรตอบกลับมา เห้ออออ ทั้งนี้ทั้งนั้น หนุ่มที่ทำการอัดคลิปไม่ได้ยินยอมต่อเงื่อนไขของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีที่ปรากฏอยู่ในคลิป ยินยอมให้เขาข้ามผ่านทางไปในที่สุด MThai News

12 เพลง อัลเทอร์เนทีฟ ยุค เราโดด ที่โคตรฮิต
2538 /  2538 อัลเทอร์มาจีบ / 

ย้อนวัยไปเมื่อ 20 ปีก่อน ยุคที่ เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟ ยังทุ้มอยู่ในใจ บุษบา ชื่นชมชอบร้อยมาลัย และยุคที่ ใครบางคน ใช้เพจเจอร์ ส่งข้อความหากัน ยุคที่ ไพเรทร็อค ฮอตเวฟ กรี๊ดเอฟเอ็ม เปรียบเสมือนเพื่อนซี้ และที่สำคัญ ยังไม่มีโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่หลายคนเอาแต่ก้มหน้า นึกถึงโมเม้นท์ เหล่านั้น ก็แอบอมยิ้มดี๊ดีเชียวคุณ แล้วยังจำกันได้หรือเปล่า เพลงในยุคอัลเทอร์เนทีฟ ที่ฮิตสุดๆ เชื่อเถอะว่าหลายคนในที่นี้ ยังแอบหาฟังตาม Youtube บ้าง หรือที่บ้านยังมีเทป หรือ ซีดี อยู่ 12 เพลงต่อไปนี้ เรียกได้ว่า เป็นตัวแทนเพลงฮิตในยุค "เราโดด" ที่ มิวสิคเอ็มไทย ภูมิใจนำเสนอ เชื่อเถอะ ว่าแต่ละเพลงร้องตามกันได้แน่นอน The Must เจ้าของเพลงดัง สองทาง,อัศวินม้าไม้,องศาที่ต่างกัน 1. สองทาง - The Must "บอกกับฉันซิว่าเรานั้นไม่เคยมีอะไรกัน เรื่องราวที่เคยผ่านเป็นแค่ฝันไฝ่" เพลงฮิตยุค เราโดด จาก The Must อัลบั้มแรก และจากความสำเร็จของอัลบั้มนี้ ทำให้ The Must ส่งอัลบั้มที่สองตามมาทันที ซึ่งมีเพลงฮิตมากมายอาทิ อัศวินม้าไม้,องศาที่ต่างกัน 2. สบายดี - ป้าง นครินทร์ "ใจจริงแล้วไม่ยอมให้ไป มันโหดร้ายทารุณยิ่งกว่า เตรียมใจไว้นานมา ไม่ได้ดีขึ้นเลย" นี่น่าจะเป็นศิลปินไทยเบอร์ต้นๆ ของ โซนี่ มิวสิค (ตอนนี้ต้องเรียก บีอีซี-เทโร มิวสิค นะครับ) เลยก็ว่าได้ จากอัลบั้ม ไข้ป้าง ที่ชาวอัลเทอร์คุ้นหูกันดี 3. ดีเกินไป - Smile Buffalo "เลิกพูดได้ไหม ว่าฉันดีเกินไป นั่นหรือเหตุผลที่ให้ได้" แค่อินโทรมา ก็ชวนโดดแล้ว ยังจำกันได้ไหม จากอัลบั้มแรกของคณะ ควายยิ้ม 4. หัวปักหัวปำ - Holly Berry "ว่าเราจะไม่เลิกรักเธอ และจะรักเธอ เรื่อยไปอย่างนี้ จะรักเธอให้หัวปัก จะรักเธอให้หัวปำ จะรักเธอทุกวัน เรื่อยไปอย่างนี้ ขอเพียงให้เธอ ได้รู้ ว่าใจฉันนั้นมีแต่เธอ" แทร็คสุดฮิต ขึ้นแท่น One Hit Wonder จากคณะ ของวง เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ เฮ้ย Holly Berry 5. เคย - ออดี้ "รู้ไหมบางทีคนเราก็ต้องมีเจ็บและช้ำใจ บางอย่างก็มีผิดหวัง บางครั้งก็เข้าใจ" ถ้าไม่นับ EMI กับ วอร์นเนอร์มิวสิค ที่ผลิตศิลปินไทยอย่างต่อเนื่อง ค่ายเพลงสากล อย่าง BMG ก็หันมาเอาดีด้านการผลิตศิลปินไทยบ้าง ไม่ว่าจะเป็น เนติมา,วาสนา หรือเขาคนนี้ ออดี้ กับแทร็คที่ทำใหทุกคน ได้รู้จัก นักร้องหัวทอง เจ้าของเพลง เคย ที่อยู่ในอีพี ก่อนเกิดเหตุ เรียกได้ว่า แจ้งเกิดได้อย่างเป็นทางการ ต่อจากนั้นไม่นานเท่าไหร่ อัลบั้มเต็ม เป็นเหตุ ก็ถือได้ว่าเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งเพลง และยอดขาย 6. ตากลมกลม - บาร์บี้ส์ "ตากลมกลมคู่นั้น ท่ามกลางแสงดาวพราวฟ้า และตาของเธอ ช่างงามยิ่งกว่า ดาวดวงใด" เพลงจากอัลบั้มเต็มของวง Barbies หลังจากที่ก่อนหน้านี้ พวกเขาปล่อยมินิอัลบั้ม หน้าปกตุ๊กตา กับสังกัด วอร์นเนอร์ มิวสิค 7. หวาน - Nursery Sound "ตื่นตั้งแต่ หกโมงเช้า รีบๆๆออกไปหา ซื้อของขวัญให้เธอสักหน่อย" เพลงน่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง สุดติ่ง ริงมายเบลล์ จากอัลบั้ม อนุบาลโปรเจค ที่แค่อินโทรเด้งมาปุ๊บ ก็ฟีลกู๊ดปั๊บ 8. เพียงเธอหลับตา - มอร์ กะ จาย "เพียงเธอหลับตา เพียงเธอหลับตา จะปรากฏกายหน้าเธอ" One Hit Wonder จากคณะ มอร์ กะ จาย เป็นเพลงที่โคตรฮิตมากกกกก ในตอนนั้น 9. เธอคือความฝัน - พราว "จะลองไขว่คว้าหาคำตอบ ฝันคงจริงสักครั้ง" คลาสสิคฮิตจากวง พราว ที่ยังคงฮิตตลอดกาล และถูกนำไปใช้ประกอบภาพยนตร์หลายเรื่องอีกต่างหาก 10. ไปโรงเรียน - เก่ง "ไปโรงเรียนไม่เห็นจะดีสักหน่อย ไปโรงเรียนไม่เห็นจะมัน" ธัญลักษณ์ อภินาคพงษ์ หรือ เก่ง กับอัลบั้มเต็ม ที่มีเพลงฮิตอย่าง ไปโรงเรียน เพลงซูเปอร์ฮิต ที่คนยุคนั้นได้ยินต้องโดด ต้องร้องตาม เผลอๆ แอบโดดเรียนตามเพลงด้วย อรอรีย์ จุฬารัตน์ 11. แล้วเธอ - อรอรีย์ "สิ่งที่ฉันมีให้เธอ ก็ไม่รู้ดีเพียงไหน แต่สิ่งที่เธอต้องการ ดังวันนั้น" เพลงจากอัลบัมแรก Natural High ของ อรอรีย์ จุฬารัตน์ ศิลปินหญิงหนึ่งในไม่กี่คนในยุคที่กระแสเพลงอัลเทอร์เนทีฟ และเธอก้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักดนตรีรุ่นใหม่หลายๆ คน อีกด้วย 12. บุษบา - โมเดิร์นด็อก "บรรจงร้อยเป็นมาลัย สนุกสุขใจหนักหนา เป็นประจำทุกวันเวลา ไม่เคยเหนื่อยล้า กับ มาลัย" โหย โมเดิร์นด็อก ไม่พูดถึงได้ยังไง อย่างที่บอกครับว่า เพลงเหล่านี้ที่เลือกมา เป็น "ตัวแทน" ของหลายๆเพลง หลายๆ ศิลปิน ในยุคนั้น ที่เราเคย นึกถึง จริงๆ มันมีอีกตั้งมากมาย ไว้โอกาสหน้า จะลองหยิบงาน ยุคอัลเทอร์คนอื่นๆ เพลงอื่นๆ มาให้ย้อนเวลาไปฟังกันอีกนะครับ อรอรีย์ และ พี่เอ๋ Ebola จากงานรอบปฐมทัศน์ 2538 อัลเทอร์มาจีบ อิงค์ อชิตะ และ ออดี้ หนุ่มหัวทอง เจ้าของเพลง เคย จากงานรอบปฐมทัศน์ 2538 อัลเทอร์มาจีบ พาย้อนวัยยุค "เราโดด" แล้ว อย่าลืมไปฟีลกู๊ดกันให้ต่อเนื่อง กับภาพยนตร์ 2538 อัลเทอร์มาจีบ เข้าฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ แล้วความทรงจำเก่าๆ จะกลับมา จนคุณต้องบอกว่า "จ๊าบว่ะ" ดูตัวอย่างกันก่อน ------------------------------------------------------------------- รู้หรือไม่?? นอกจาก 4 ค่ายเพลงสากล Big 4 อย่าง EMI,Warner Music,Sony Music และ BMG จะหันมาเอาดีด้านผลิตเพลงไทยมากขึ้น อีกหนึ่งค่ายเพลงสากลในตอนนั้น อย่าง Polygram ก็หันมาทำเพลงไทยด้วยเหมือนกัน ศิลปินที่เคยออกอัลบั้มกับโพลีแกรม ก็มี จอย ศิริลักษณ์,ครูแพม ลิตา (ลลิตา),Jimmy & Nurses,เจ มณฑล จิรา เป็นอาทิ ฟังเพลง ไม่เกี่ยวกับฟ้า โดย เจ มณฑล แถมวง สี่เต่าเธอ สักรูป พร้อมเพลง ยังจำ ทันยุคอัลเทอร์ ต้องจำเพลงนี้ได้แน่นอน ว่าแต่ ยังจำได้ไหมเล่า วง "ครับ" ยังจำกันได้มั้ย นี่ถือได้ว่า เป็นหนึ่งในศิลปินยุคบุกเบิก เพลงอัลเทอร์เนทีฟ กับอัลบั้ม View อัลบั้มแรก และ อัลบั้มเดียวของพวกเขา หาฟังยาก เลยอยากเอามาให้ได้ลองฟังกัน ------------------------------------------------------------------- เรื่องโดย : Rungnirund Prachongpakdee / ภาพบางส่วนจากงาน Sonic Attack 2012 -- 90's The Best โดย Ryu Ryan ภาพจากรอบปฐมทัศน์ 2538 อัลเทอร์มาจีบ โดย Mono Pictures คลิปเพลงยุคอัลเทอร์เนทีฟบางส่วน จาก piackpeeter,Toon Guitarman,เค หมูอ้วน สมาชิก Youtube.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เสียวแทน! คลิปเด็กนั่งเล่นกับงูเหลือมในบ้าน
งูเหลือม /  เด็กเล่นกับงู

โลกออนไลน์แห่แชร์ คลิปเด็กนั่งเล่นกับงูเหลือมในบ้าน ก่อนที่คนในคลิปตะโกนบอกอย่าโลกสวย สังคมออนไลน์แห่แชร์ ภาพของเด็กเล็ก 3 คน เล่นอยู่กับงูเหลือมตัวใหญ่ 2 ตัว อยู่ในบ้านพัก ซึ่งเด็กเหล่านี้ มีท่าทีคุ้นเคยและสนุกสนานราวกับเป็นเพื่อนเล่น โดยมีผู้ใหญ่ที่อยู่ทางด้านหลังส่งเสียงหัวเราะชอบใจ ทั้งนี้ในท้ายคลิป จะได้ยินเด็กส่งเสียงพร้อมกันว่า "อย่าโลกสวย" โดยหลังจากที่คลิปเผยแพร่ออกไป ต่างก็ออกมาแสดงความเป็นห่วง และไม่เห็นด้วยที่ผู้ปกครองปล่อยปละละเลยให้เด็กเล็กเล่นกับงู ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์อันตราย หวั่นว่าเด็กจะไม่ปลอดภัย MThai News

Hit on By... เวฟ โครงไก่ กับภารกิจจีบดีเจสาวสวย
Hit on /  Mission / 

ขอทักทายชาว Rush ทุกท่านอีกเช่นเคยกับคอลัมน์ "Hit On By...เวฟ โครงไก่" สำหรับภารกิจ Hit On ใน Rush เล่มนี้ ขอเอาใจขาแดนซ์ที่ชื่นชอบดนตรี อิเล็กโทรนิกส์กันสักหน่อย กับภารกิจ จีบ ดีเจ สาวสวย โอ้โหไม่ง่ายเลยนะครับคราวนี้ จากที่ผมได้เห็นเหล่า ดีเจ ระดับโลกที่มาในงาน Road to Ultra Thailand ไม่ว่าจะเป็น Alesso หรือ Martin Garrix ที่แต่ละคน ทำให้สาวๆ ชาวไทยกรี๊ดกันสนั่นฮอลล์ได้ ดูแล้วมันโครตเท่เลย ผมจึงอยากจะลองไปเรียนมิ๊กเพลงแบบจริงจังดูบ้าง เผื่อสาวๆ จะกรี๊ด แต่ถ้าไปเรียนกับครูผู้ชายมันก็ดูธรรมดาไป ระดับผมแล้วต้องเรียนกับ ดีเจ สาวสวยเท่านั้น และ ดีเจ สาวคนนั้นจะเป็นใคร ต้องลองติดตามกันดูนะครับ Star Mission มาดักรอถึงหน้าห้องซ้อม Mono music หูยยย!! นี่มัน ดีเจ ของขวัญ หนิ เฟี้ยวเงาะไปเลย งงเลย!!! ปุ่มอะไรเยอะเยะว้าาาาา เดี๋ยวหนูสอนให้นะคะ พี่เวฟ นั่นแน่ มีถูกเนื้อต้องตัวซะด้วย เล่นแบบนี้นะคะ (รู้สึกพี่ไก่จะตั้งใจเรียนสุดๆ) บางทีของขัวญก็สอนละเอียดไปนะ โดนมืออีกแล้ว ร้ายจริงๆ มีความสุขเหลือเกิน เริ่มเป็นละมันส์ใหญ่เลยนะ มีส่งสายตาให้กันด้วย แต่เดี๋ยวนะ!! ผิดรูแล้วพี่ไก่ ไฟดูดไปซิ มัวแต่ทำหน้าหล่ออยู่ได้ แง็ก แง็ก ที่จริงแล้วมันเป็นแผนของพี่ไก่นี่เอง เนียนเลยนะ แต่สิ่งที่ของขวัญห่วง คือ....!! เย้ หูฟังไม่เป็นไร หืมมมม แผนจะสำเร็จอยู่แล้วเชียว แกล้งให้รักแล้วหลอกให้ตายใจนะน้องของขวัญ เอาเป็นว่าพอหอมปากหอมคอ กับภารกิจจีบ ดีเจ สาวสวยในครั้งนี้ ซึ่งเหยื่อของผมก็คือ ดีเจ ของขวัญ ที่ ทั้งสวย เก่งและเซ็กซี่ขนาดนี้ ใครล่ะจะไม่อยากจีบ ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่อยากจะลองจีบ ดีเจ สาวสวยแบบผม ก็ไม่ยากครับ ก่อนอื่น คุณต้องมีรสนิยม ในการฟังเพลงที่เท่อยู่พอสมควร สามารถคุยเรื่องดนตรีกับเธอได้อย่างถูกปาก ความรู้แน่น และยิ่งถ้าใครเป็น ดีเจ หรือชอบมิ๊กเพลงอยู่แล้ว ยิ่งทำให้คุณได้คะแนนความหล่อเข้าไปอีกเต็มๆ เพราะคุณสามาถแลกเปลี่ยนความรู้เทคนิคต่างๆ กับเธอได้ จนทำให้จากคนที่เป็นคอดนตรีเหมือนกัน อาจกลายเป็นคนสนิทที่รู้ใจกันได้ในที่สุด ...กิ๊ก กิ้ววววว สามารถติดตามความเคลื่อไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#63 Nov

พม.ตั้งหัวหน้าทีม ช่วยลูกเรือประมงไทย ที่เกาะอัมบน
อินโดนีเซีย /  เกาอัมบน / 

รมว.พม. ตั้งหัวหน้าทีมพร้อมเดินทางไปช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยที่เกาะอัมบน อินโดนีเซีย 27 มี.ค.นี้ พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมมอบแนวทางการช่วยเหลือลูกเรือประมงไทย ที่เกาะอัมบน สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ว่า ที่ประชุมได้จัดตั้งคณะเดินทางไปสำรวจและประสานการช่วยเหลือลูกเรือตกค้างบนเกาะอัมบน สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยมอบให้ พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นหัวหน้าคณะ และรองหัวหน้าแบ่งการปฏิบัติงานออกเป็น ๓ ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายรวบรวมข้อมูล และฝ่ายประสานช่วยเหลือส่งกลับ ทั้งนี้ มีภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยอย่างเร่งด่วนให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพหลัก  การฟื้นฟูเยียวยาลูกเรือประมงไทยที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นเจ้าภาพหลัก และการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของลูกเรือประมงไทยที่เสียชีวิต โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าภาพหลัก สำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่เกาะอัมบน ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ในการประสานกับรัฐบาลอินโดนีเซียเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ โดยคณะเดินทางดังกล่าวจะออกเดินทางในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘ ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG ๔๓๓ เวลา ๐๘.๒๐ น. ไปยังกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะอัมบนในเช้าของวันรุ่งขึ้นต่อไป พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ได้รับมอบให้ตนเป็นหัวหน้าคณะทำงานไปปฏิบัติงานในพื้นที่เกาะอัมบน สาธารณรัฐอินโดนีเซียงคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ ๑๐ วัน ทั้งนี้ห้วงระยะเวลาปฏิบัติงานดังกล่าว ขึ้นอยู่กับการบรรลุภารกิจตามแผนที่ตั้งไว้ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของตน ซึ่งตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความวางใจกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายในครั้งนี้ และพร้อมจะทุ่มแรงกาย-ใจอย่างเต็มกำลัง

รวม 20 มหานครสุดฮิต อาณาจักร มหาเศรษฐีระดับโลก (ตอน2)
ฟอร์บส์ /  มหาเศรษฐีระดับโลก / 

กลับมาตามสัญญากับอีก 10 มหานครที่เหลือของเหล่า มหาเศรษฐีระดับโลก ที่ไว้วางใจเลือกให้เป็นสถานที่พักผ่อน ที่มีความหมายที่สุดหรือที่เรียกกันว่าบ้านนั่นเอง ในตอนที่แล้วทีมข่าวเศรษฐกิจ MThai ได้นำเสนอ 10 เมืองใหญี่ที่บรรดา มหาเศรษฐีระดับโลก ใช้ชีวิตอยู่ ซึ่งในตอนที่ 2 นี้ยังเหลืออีก 10 มหานคร ซึ่งแต่ละเมืองล้วนแล้วแต่เป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบ และหลายคนใฝ่ฝันที่จะได้มีโอกาสใช้ชีวิตที่นั่น และทั้ง 10 มหานครที่เหลือนั้น จะมีเมืองอะไรบ้าง ไปเดินทางกันต่อเลยครับ อันดับที่ 10 ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 26 คน โดยมี ดัสติน มอสโควิตซ์ เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 7,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 260,700 ล้านบาท อันดับที่ 9 ปารีส ฝรั่งเศส มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 27 คน โดยมี Liliane Bettencourt และครอบครัว เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 40,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.32 ล้านล้านบาท อันดับที่ 8 อิสตันบูล ตุรกี มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 28 คน โดยมี มูรัต อูลเคอร์ เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 145,200 ล้านบาท อันดับที่ 7 โซล เกาหลีใต้ มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 29 คน โดยมี ลี คุนฮี เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 11,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 372,900 ล้านบาท อันดับที่ 6 มุมไบ อินเดีย มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 33 คน โดยมี มูเคช อัมบานี เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 693,000 ล้านบาท อันดับที่ 5 ปักกิ่ง จีน มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 45 คน โดยมี หวัง เจียนหลิน เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 24,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 798,600 ล้านบาท อันดับที่ 4 ลอนดอน สหราชอาณาจักร มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 46 คน โดยมี เลน บลาฟวานิค เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 20,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 666,600 ล้านบาท อันดับที่ 3 ฮ่องกง มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 64 คน โดยมี ลี กาชิง เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 33,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.09 ล้านล้านบาท อันดับที่ 2 มอสโค รัสเซีย มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 68 คน โดยมี วลาดิเมียร์ โปตานิน เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 15,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 508,200 ล้านบาท อันดับที่ 1 นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกอาศัยอยู่ 78 คน โดยมี เดวิด คอกช์ เป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมือง ด้วยทรัพย์สิน 42,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.41 ล้านล้านบาท ติดตามข่าว ‘เศรษฐกิจรอบโลก’ คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News