�ว�าแ�ม����ร��� �อ���

พุทธะอิสระบุกวัดปากน้ำ ถวายสังฆทานต้านมติ มส.
ธัมมชโย /  พุทธะอิสระ / 

13.00 น. พุทธะอิสระบุกวัดปากน้ำ ถวายสังฆทานต้านมติ มส. เมื่อเวลาประมาณ 13.00น. หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย (ธรรมอิสระ) จ.นครปฐม ได้เดินทางมาถึงยังวัดปากน้ำภาษีเจริญ เพื่อแสดงออกไม่เห็นด้วยกับมติของสมาคมพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับประเด็นวัดพระธรรมกาย โดยหลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้เป็นการออกมาชุมนุมหรือเดินขบวน แต่มาถวายสังฆทานพร้อมถามข้อสงสัยถึงมติของมหาเถระสมาคม ว่ามติที่ออกมามีความสำคัญกว่าพระธรรมวินัยหรือไม่ และการที่วินิจฉัยว่าพระธัมมชโย มีการยักยอกทรัพย์สินของวัดพระธรรมกายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 แต่นำมาคืนแล้วไม่มีความผิด จะใช้บรรทัดฐานเช่นนี้ในการปกครองคณะสงฆ์หรือไม่ พร้อมทั้งได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงมหาเถระสมาคม ให้มีการตั้งคณะกรรมการที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมาร่วมปกครองคณะสงฆ์เพื่อความเป็นธรรม พร้อมให้พุทธศาสนิกชนร่วมกันคว่ำบาทมหาเถระสมาคมที่มีมติออกมาเช่นนี้ จากนั้นหลวงปู่พระพุทธะอิสระได้ ฝากถวายสังฆทานที่ด้านในมีสิ่งของต่างๆ เช่น รองเท้าแตะ ดอกไม้จันทน์ สากกะเบือ กางเกงใน และเงินสด 1,000บาท ให้กรรมการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) ก่อนเดินทางกลับ โดยไม่มีเหตุความวุ่นวายแต่อย่างใด ภาพจาก เฟซบุ๊ก @สนง. ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศ .................................................................................... พระพุทธอิสระ ชวนพุทธศาสนิกชนคว่ำบาตรสำนักพระพุทธฯ หลังมีมติ ธัมมชโย ไม่อาบัติ - ปาราชิก พุทธะอิสระ ชวนคว่ำบาตรสำนักพุทธฯ หลังชี้ พระธัมมชโย ไม่อาบัติ ปาราชิก ปมยักยอกทรัพย์-ที่ดินวัด ฉะ ธรรมกายทำลายศาสนา อ้างบริจาคเงินต่อบุญเหตุ  รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (20 ก.พ. 58) หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) แสดงความเห็นถึงกรณีที่สำนักพระพุทธศาสนา ตัดสินว่าพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกายไม่อาบัติ ปาราชิกจากกรณียักยอกทรัพย์สิน และที่ดินของวัด โดยระบุว่า "เห็นพระลิขิตของเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชแล้ว ไม่รู้ว่ามหาเถระสมาคมจะรับผิดชอบอย่างไร ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ที่จริงพระลิขิตนี้มีมาตั้งแต่ ๒๖ เมษายน ๒๕๔๒ แต่เพราะอำนาจการเมือง อำนาจเงิน อำนาจประชาธิปไตยแบบพวกกูมาก ใครกล้าหือ เลยทำให้อลัชชีภัยร้ายอย่างธรรมชัยกลายเป็นอมตะยืนยง ยังคงทำร้ายพระพุทธศาสนาได้อยู่ทุกวันนี้ หากจะถามฉันว่า ธรรมกายผิดอย่างไร - ผิดที่ทำลายศรัทธาพุทธศาสนิกชน ที่มีความเคารพยอมรับในพระไตรปิฎกมาอย่างยาวนาน โดยสำนักธรรมกายมีคำสอนว่า เนื้อหาที่ปรากฏในพระไตรปิฎกผิดเพี้ยน ไม่ตรงต่อพุทธวจนะ ทั้งที่พระไตรปิฎกเป็นหลักการเดียวที่พระอรหันต์ขีณาสพเป็นผู้รวบรวม เรียบเรียงเอาไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาของพุทธบริษัท และส่งมอบต่อ ๆ กันมาเป็นเวลา ๒,๐๐๐ กว่าปี ซึ่งมีทั้งภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน และภาษาอื่น ๆ จนแพร่หลายไปทั่วโลก ผู้คนพากันปฏิบัติตามจนได้รับผลสมควรแก่ผู้ปฏิบัติ เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเนื้อหาในพระไตรปิฎกเป็นของจริง แต่สำนักธรรมกายกลับสอนว่า พระไตรปิฎกผิดเพี้ยน - ยกตนอยู่เหนือพระบรมศาสดา สำนักนี้มีคำสอนที่สังคมพุทธผู้มีปัญญายอมรับไม่ได้ เช่น สอนว่าพระพุทธเจ้าสมณโคดม แย่งพระศรีอริยเมตไตรยลงมาตรัสรู้ โดยอ้างว่าทั้งสององค์เป็นพี่น้องกัน เรียกว่าน้องชายซุกซน อยากใหญ่ใฝ่สูง เลยแย่งพี่ลงมาเกิดเพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าก่อน อันนี้ถ้าใครอยากรู้ ให้ไปเปิดดูคำสอนเก่า ๆ ที่พ่อยอดชาย นายธัมมชโยเค้าสอนไว้ - พระนิพพานเป็นอัตตา นายธัมมชโย สอนว่านิพพานเป็นอัตตา มิใช่อนัตตาอย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน คือพระพุทธองค์ทรงสอนว่า หากผู้มีดวงตาเห็นทุกข์ เห็นเหตุแห่งการเกิดทุกข์ ว่าทุกข์ทั้งหลายล้วนได้มาจากอวิชชา ตัณหา อุปาทาน ชาติ ภพ หากจะดับทุกข์ ต้องดับความโง่ ต้องรู้ว่าตัณหา ความทะยานอยาก ทำให้เราต้องขวนขวายแสวงหาสิ่งที่ตนอยาก เมื่อได้มาก็ต้องหวงแหน ผูกพัน ยึดถือ เรียกว่าอุปาทาน โดยอาศัยความตระหนี่ ความอิจฉา ความไม่รู้จริง ความหลง เป็นเหตุทำให้ตนต้องตกอยู่ในวังวนแห่งภพ ชาติ ชรา มรณะ พยาธิ นี่เรียกว่าทางดับทุกข์ เมื่อใดที่มีสติปัญญาทำให้พันธนาการทั้งหลายทั้งในฝ่ายกุศล อกุศล หมดไป เป็นการทำลายเหตุปัจจัยของทุกข์จากการเกิด เมื่อไม่มีเหตุปัจจัยใด ๆ มาครอบงำปรุงแต่ง ทั้งภายในและภายนอกซึ่งล้วนมีสภาพไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีตัวตน เช่นนี้เรียกว่าข้อปฏิบัติให้ทุกข์ดับ ความหลุดพ้นดับเย็นจักพึงบังเกิดขึ้น เช่นนี้จึงเรียกว่านิพพานที่เป็นคำอธิบายแบบย่อ ฉะนั้นนิพพานจึงเป็นสภาวะอนัตตาธรรม มิใช่อัตตาธรรมอย่างที่สำนักธรรมกายสั่งสอนกัน - ที่ใด ๆ ก็ไม่สามารถถวายข้าวและอาหารพระพุทธเจ้าได้ นอกจากที่วัดธรรมกาย และยอดชายนายธัมมชโยเท่านั้น ที่สามารถถวายข้าวได้แต่เพียงผู้เดียว ตามด้วยจัดให้มีการทำอีเว้นท์ถวายข้าวพระพุทธเจ้า หาเงินเข้ากระเป๋ากันเป็นล่ำเป็นสัน - บุญดิลิเวอรี บริการรีดไถ เช่นเอาบุญ เอาความกลัว ความโลภของผู้คนมาเป็นเครื่องมือ โดยให้บริวารโทรไปรีดไถบรรดาผู้ศรัทธาให้บริจาคเงินต่อยอดบุญเป็นรายเดือน หากเดือนไหนไม่ได้จ่าย จะมีลิ่วล้อบริวารของสำนักนี้โทรไปทวงว่า "คุณพี่ครับ เดือนนี้ยังไม่บริจาคต่อยอดบุญเลย หากขาดตอนเดี๋ยวเสียประโยชน์ที่ควรจะได้ และอาจมีเหตุการณ์เลวร้ายไม่ดีใด ๆ เกิดขึ้น" เอาล่ะสิ ขี้ขึ้นสมองแล้ว กลัวจน กลัวเจ็บ กลัวตาย แม้ไม่มีก็ต้องลงทุนไปหยิบยืมเขามาบริจาค จนบางรายต้องหมดเนื้อหมดตัว แถมตามมาด้วยเป็นหนี้บุญที่ต้องพยายามหาเงินมาผ่อนบุญให้สำนักนี้อีก บางรายเป็นหนี้บุญจนเครียดฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็สิ้นเนื้อประดาตัว ผัวเมียทะเลาะกัน พ่อแม่ลูกต้องแยกทาง เพราะสมาชิกในครอบครัวลุ่มหลงมัวเมาในลัทธิของอลัชชีนี้ จนถึงขนาดขายบ้านขายช่องเพื่อนำเงินมาบริจาค - เมื่อได้เงินมา พ่อยอดชาย นายธัมมชโยก็นำไปซื้อที่ดิน ซื้อหุ้น ซื้อทอง และธนบัตรในชื่อของตนอย่างมหาศาล ด้วยเจตนายักยอกเงินวัด จนนำมาซึ่งพระลิขิตเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช ให้คืนทรัพย์สินทั้งหมดแก่วัด และให้พ้นจากความเป็นพระ เพราะต้องอาบัติปาราชิกด้วยข้อหายักยอกทรัพย์ - ใช้เงินที่ชาวบ้านบริจาคด้วยจิตศรัทธา นำไปซื้อตำแหน่ง ยศศักดิ์ และลบล้างความผิดของตน ด้วยการทุ่มเงินซื้อบุคคลในคณะกรรมการมหาเถระสมาคม ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ จนนำมาซึ่งตนพ้นผิด แม้จะมีลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชค้ำคอยืนยันว่าพ้นจากความเป็นพระแล้วก็ตาม เหล่านี้คือข้อหาความผิดพลาดของสำนักวัดพระธรรมกาย ซึ่งกระทำโดยนายธัมมชโยและพวก จำเป็นที่สังคมควรจะต้องรู้ พร้อมกันช่วยแก้ไขเปลี่ยนแปลง เริ่มจากความผิดของมหาเถระสมาคมที่ละเลย ละเว้น ไม่ปฏิบัติตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช ทั้งที่เป็นกฎหมาย เป็นอำนาจที่มีกฎหมายรองรับ เมื่อมีพระลิขิตหรือคำสั่งออกมาให้จัดการกับนายธัมมชโย ว่าพ้นจากความเป็นพระเพราะต้องอาบัติปาราชิกไปแล้ว แทนที่มหาเถระสมาคมจะใช้อำนาจบังคับจับนายธัมมชโยสึก กลับปล่อยปละละเลย ละเว้น นอกจากจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสมเด็จพระสังฆราชแล้ว แถมด้วยยังสนับสนุน ส่งเสริมให้นายธัมมชโยและสำนักนี้ยิ่งใหญ่ ได้รับยศถาบรรดาศักดิ์สูงขึ้นอีกต่างหาก งานนี้ถ้ามหาเถระสมาคมยังนิ่งเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน คงจะต้องหันมาพิจารณาโทษของบรรดากรรมการมหาเถระสมาคมกันหน่อยแล้ว อาจจะมีคนตามเฮียเหนาะแห่งวัดสระเกศไปกันบ้าง ๑๕ ปีแล้วนะ ที่มหาเถระสมาคมทำตัวเป็นสากกะเบือไม่รู้รสพริก หากงานนี้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเขาตั้งใจจะชำระสังฆมณฑลให้สะอาดปราศจากสิ่งปฏิกูล แล้วองค์กรปกครองสงฆ์ยังจะทำมัวเมาปกป้องกันอยู่ เดี๋ยวได้เห็นพุทธะอิสระออกไปถือป้ายประท้วงหน้ามหาเถระสมาคม เพื่อกล่าวโทษมหาเถระเสียเองในฐานความผิดที่ว่า ความผิดฐานละเมิดจรรยาบรรณพระสังฆาธิการ ความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ความผิดฐานไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย ความผิดฐานทำลายศรัทธาไทยที่มีต่อมหาเถระสมาคม ทั้งหมดนี้คือความผิดของกรรมการมหาเถระสมาคมที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน พุทธะอิสระ" MThai News

KFC ทุ่ม 2,700 ลบ. ปีนี้ เปิดสาขาใหม่-เมนูใหม่-เพิ่มบริการใหม่
Drive Thru /  ข่าว / 

KFC ทุ่ม 2,700 ลบ. ปีนี้ เปิดสาขาใหม่-เมนูใหม่-เพิ่มการบริการสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ ตั้งเป้าโตขึ้น 10 % จากปีก่อน  นางแววคนีย์ อัสโสรัตร์กุล ผู้จัดการทั่วไปเคเอฟซี ประจำประเทศไทย บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2558 นี้ระบบไดฟ์ ทรู หรือ Drive Thru สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ บริษัททุ่มงบลงทุน 2,700 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงร้านและเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 55 สาขาที่มีการพัฒนาระบบ ไอที เพื่อให้บริการสะดวกรวดเร็วขึ้นสำหรับการสั่งซื้อผ่านมือถือและอินเตอร์เน็ต ตั้งเป้ายอดขายโตขึ้น 10% ขณะนี้ ร้านเคเอฟซีมีลูกค้าใช้บริการกว่า 7 แสนคนต่อวัน ทำให้การบริการอาจไม่เพียงพอ จึงมีแผนปรับปรุงร้านให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งเพิ่มการสั่งผ่าน ระบบไดฟ์ ทรู หรือ Drive Thru สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ และมีบริการสปีด อัพ ออเดอริ่ง โปรเซส ในชั่วโมงเร่งด่วน บริการลูกค้าทั้งที่ร้านและผ่านระบบเดลิเวอรี ส่วนปีนี้ บริษัทฯคาดว่าจะเติบโต 10% จากปี 2557 ยอดขายโต 9% ผลจากการพัฒนาระบบไอทีและบริการที่รวดเร็วขึ้น เห็นได้จากในวันเด็กที่ผ่านมา ร้านเคเอฟซีสามารถทำยอดขายได้มากเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม นอกจากการปรับปรุงและขยายสาขา เคเอฟซียังพัฒนาบุคลากรที่เป็นพนักงานกว่า 13,000 คน ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจ รวมถึงการเพิ่มการกระตุ้นการขายโดยออกเมนูใหม่ ๆ รวม 17 เมนู สำหรับส่วนแบ่งทางการตลาดอาหารฟาสต์ฟู้ดประเภทไก่ทอดในห้างสรรพสินค้า เคเอฟซีอยู่ที่ 51% MThai News

'เหวง'ท้างัดหลักฐานโชว์ หากพบ 'ปู'โกงจำนำข้าว
คสช. /  จำนำข้าว / 

"นพ.เหวง" ท้าอสส.-ปปช.แสดงหลักฐาน หากพบ "ยิ่งลักษณ์" ทุจริตจำนำข้าว พร้อมฝากถามถึง คสช.การปฏิวัติที่ผ่านมาเสียของหรือไม่ ระบุความปรองดองไม่เกิดขึ้น ชี้ตั้งคกก.ปรองดอง สิ้นเปลืองงบประมาณ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่อัยการสูงสุด จะมีการส่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี ต่อศาลปกครองที่ละเมิดทำให้รัฐเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า นโยบายโครงการรับจำนำข้าว เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงจากการเลือกตั้ง และเป็นการตัดสินใจของประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลที่ผ่านมา รวมทั้งหลายนโยบาย แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว ก็ต้องทำตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน และเมื่อนโยบายโครงการจำนำข้าวดังกล่าว ได้มีการแถลงเป็นนโยบายต่อรัฐสภา ก็ต้องมีการดำเนินการต่อ หากไม่ดำเนินการก็จะถือว่าทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เป็นที่น่าสังเกต เมื่อมีการดำเนินการประชุมของคณะกรรมการข้าวเพียง 2 วัน กับมีหนังสือจากทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาท้วงติงว่า อย่าปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และอยากถามไปยัง ป.ป.ช.ว่าทราบล่วงหน้าได้อย่างไร ทั้งที่นโยบายดังกล่าวยังไม่มีการดำเนินงานเลย และที่สำคัญเงินทั้งหมดในโครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ไปจำนวน 7 แสน 8 หมื่นล้าน ก็มีการดำเนินการจ่ายเงินผ่านธนาคาร ธ.ก.ส.ทั้งหมด ทุกบาททุกสตางค์เข้าสู่กระเป๋าของพี่น้องชาวนา "ตนจึงขอท้าทายต่อทั้ง อสส.และ ป.ป.ช.หากมีเงินเล็ดลอดออกไปจนเกิดการทุจริต ก็ขอให้มีการแสดงหลักฐานออกมาให้ประชาชนรับทราบว่าทุจริตตรงไหน" ตนขอตั้งข้อสังเกตและอยากฝากคำถามถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า การปฏิวัติที่ผ่านมาเสียของหรือไม่ เพราะหากจะทำปฏิวัติเพื่อทำลายล้างคนตระกูลชินวัตร พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง รวมทั้งแกนนำเสื้อแดง ให้หมดไปจากทางการเมือง หากเป็นเช่นนั้นแล้วการปฏิวัติก็เสียของ และความปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน นอกจากนี้ นพ.เหวง กล่าวอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ที่ทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะเขียนกฎหมายให้มีการตั้งคณะกรรมการปรองดอง และองค์กรอิสระอีกหลายองค์กรขึ้นมา จะมีการเอาพรรคพวกของตัวเองคงอำนาจไว้หรือไม่ เพราะตนมองว่างบประมาณที่ใช้จ่ายให้บุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งเหล่านี้ เพื่อเป็นเงินเดือน ไม่รู้จะใช้งบประมาณของแผ่นดินสิ้นเปลืองไปเท่าไร MThai News

ทูตอิรักระบุ ไอเอสขายอวัยวะมนุษย์ หาเงินทุนก่อการร้าย
กลุ่มไอเอส /  ก่อการร้าย / 

เอกอัครราชทูตอิรักประจำสหประชาชาติ ระบุ กลุ่มไอเอสขายอวัยวะมนุษย์เพื่อหาเงินทุนก่อการร้าย คาดหาเงินได้วันละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายโมฮาเหม็ด อัลฮาคิม เอกอัครราชทูตอิรักประจำสหประชาชาติ ออกมากล่าวว่า กลุ่มไอเอส ใช้วิธีการค้าอวัยวะมนุษย์เพื่อหาเงินทุนสำหรับการก่อการร้าย และเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบหลุมศพขนาดใหญ่หลายแห่งในอิรัก ที่มีการค้นพบในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย ทูตอิรักประจำสหประชาชาติ เปิดเผยต่อสื่อว่า ศพที่พบในหลุมศพดังกล่าวมีร่องรอยของการผ่าตัดและอวัยวะ เช่น ไต หรือส่วนอื่น ๆ หายไป เขายังอ้างด้วยว่า แพทย์ในเมืองโมซูลหลายสิบคนถูกลุ่มไอเอสประหารชีวิต เนื่องจากพวกเขาไม่ยอมให้ความร่วมมือในการผ่าตัดเอาอวัยวะให้ไอเอส ขณะเดียวกัน นายนิโคไล มลาดีนอฟ ทูตสหประชาชาติประจำอิรัก กล่าวว่า มีรายงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ากลุ่มไอเอสใช้การขายอวัยวะมนุษย์หาเงินทุนก่อการร้าย แต่ยังไม่อาจด่วนสรุปได้ก่อนที่พวกเขาจะศึกษารายละเอียดมากกว่านี้ ทั้งนี้ กลุ่มไอเอสถูกยกให้เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ร่ำรวยที่สุดในขณะนี้ โดยเชื่อว่าพวกเขาใช้ทั้งการค้าน้ำมันในตลาดมืด การปล้น และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการหาเงินทุน โดยคาดว่าไอเอสหาเงินได้วันละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทบ.แจงบึ้มสรรพาวุธเป็นอุบัติเหตุ
กรมสรรพาวุธทหารบก /  ระเบิด / 

13.43 น. ทบ.แจงบึ้มสรรพาวุธอุบัติเหตุขณะซ่อม ยันไม่ใช่เครื่องยิงจากเหตุชุมนุมทางการเมือง เจ้ากรมทหารกรมสรรพาวุธทหารบก แถลงเหตุการณ์ในกรมสรรมพาวุธไม่ใช่เหตุวางระเบิด ลั่นเป็นอุบัติเหตุขณะซ่อมเครื่องยิง RPG เท่านั้น ยันผู้บาดเจ็บทั้งหมดปลอดภัยแล้ว ปัดเป็นเครื่องยิงกระสุนช่วงชุมนุมทางการเมือง พล.ท.ธารี วุฒิพานิช เจ้ากรมทหารกรมสรรพาวุธทหารบก ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนภายหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นในกรมสรรพาวุธทหารบก ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เหตุระเบิดแต่อย่างใด แต่เป็นการหล่นแตกของลูกระเบิด RPG ที่ยังตกค้างอยู่ในเครื่องยิงลูกเลื่อนที่อยู่ระหว่างทำการซ่อมบำรุง โดยขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องยิงมาซ่อมแซมตามปกติ แต่เกิดพลาดทำกระสุนหล่นจนเป็นเหตุทำให้เกิดระเบิดขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่าครื่องยิงระเบิดดังกล่าว ไม่ใช่เครื่องยิงที่มาจากเหตุการชุมนุมทางการเมืองแต่อย่างใด สำหรับผู้บาดเจ็บทั้ง 5 รายนั้น ประกอบด้วย นายบรรเจิด เชียงสาย นายบัญชา ศรีประยูร นายพีรภัทร ศรีนิยม นายกันตพล ภาคเจริญ และนายสันติภาพ เกิดน้อย เบื้องต้นปลอดภัยแล้วหลังนำตัวส่งโรงพยาบาลพระมงกุฏ ทั้งนี้คาดว่าหลังรับการรักษาจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้ ................................................................................................ 12.10 น. โฆษกกองทัพบก แจงเหตุระเบิดกรมสรรพาวุธทหารบก พันเอก วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. ได้ออกชี้แจงถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นแล้ว โดยยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ เกิดจากทีมช่างซ่อมอุปกรณ์เครื่องยิงจรวดแกะเคริ่องยิงจรวดที่มีลูก RPG7 คาอยู่ จึงเกิดระเบิดขึ้น แต่อานุภาพไม่รุนแรงเนื่องจากทำในอุโมงค์ซึ่งมีการป้องกันหนาแน่น เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 4นาย นำตัวส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ แล้ว  11.50 น.  เกิดมีเสียงคล้ายระเบิดขึ้น บริเวณด้านหน้ากรมสรรพาวุธทหารบก ย่านสะพานแดง เขตดุสิต ซึ่งจากเหตุดังกล่าวทำให้ทหารที่รักษาการณ์อยู่ด้านหน้าได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นจำนวน 9 ราย โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 1 ราย ส่วนสาเหตุของการระเบิดนั้นกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่คาดเกิดจากช่างอาวุธ กำลังถอดส่วนขับ RPG7 ที่คาลำกล้องอยู่ แต่พลาดจึงทำให้เกิดเหตุระเบิดขึ้น MThai News ภาพจาก ทวิตเตอร์ NationTV ภาพจากทวิตเตอร์ ‏@nusser_GP ภาพจาก ทวิตเตอร์ i'm PaLm

เด้งเข้ากรุ! 5 เสือ 'สน.บางเขน-โคกคราม'เซ่นพิษบ่อนพนัน
บ่อนบางเขน /  บ่อนพนัน / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่งเด้งตำรวจสน.บางเขนและสน.โคกครามเข้ากรุ ช่วยราชการ ผบก.น.2 30 วัน หลังปล่อยให้มีบ่อนพนันในพื้นที่ จากกรณีช่วงเย็นวานนี้ (26 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล บุกเข้าจับบ่อนพนันในพื้นที่ของสน.บางเขน และสน.โคกคราม ต่อมามีรายงานว่า พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 ได้มีหนังสือเลขที่ 80/2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ดังนี้ พ.ต.อ.ณัฐวิทย์ สิธาภิรมย์ ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.ปรเมษฐ โพยนอก รองผกก.สส.สน.บางเขน พ.ต.ท.อำนาจ อินทรศวร รองผกก.ป.สน.บางเขน พ.ต.ท.ศรีสันต์ เฟื่องสังข์ รอง สว.สส.สน.บางเขน พ.ต.ต.สุรพล จันทร์สมศักดิ์ รอง สว.ป.สน.บางเขน ไปปฏิบัติราชการที่ บก.น.2 เป็นเวลา 30 วัน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งวันเดียวกัน พล.ต.ต.ก่อเกียรติ ได้มีหนังสือเลขที่82/2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ โดยสั่งให้ ข้าราชการตำรวจดังนี้คือ พ.ต.อ.ดำรง บุญวิไลวงศ์ ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ท.ศรีสันต์ เฟื่องสังข์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุทัศน์ แดงประดับ สว.ป. และพ.ต.ท.จักรพงศ์ ตราบดี สว.สส. ไปปฏิบัติราชการที่ บก.น.2 เป็นเวลา 30 วัน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เช่นกัน และล่าสุด พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.2558 เตรียมเรียก พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รักษาราชการ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าพบในวันนี้ (27 ก.พ.) เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว ส่วนการเอาผิดกับตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น เบื้องต้นในส่วนของ 5 เสือ สน. ต้องถูกย้ายออกจากพื้นที่ก่อนทันที ส่วนผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับการ และรองผู้บังคับการ ในพื้นที่ที่รับผิดชอบนั้น จะต้องมีการตรวจสอบก่อนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีเจตนาปล่อยปละละเลยหรือไม่ ยืนยันว่า เรื่องการปราบปรามอบายมุขการกระทำผิดกฎหมาย เป็นนโยบายสำคัญของ ผบ.ตร. ที่ได้กำชับไปแล้ว ดังนั้นหากพื้นที่ใดมีการจับกุมเจ้าของพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ขอบคุณภาพจาก กลุ่มสายตรงภาคสนาม MThai News

ตลกร้าย! สื่อนอกวิจารณ์แสบ คดี
ข่าวทักษิณ /  ข่าวยิ่งลักษณ์ / 

การ์เดียน เหน็บ 6 เรื่องตลกการบริหารประเทศรัฐบาลหทารไทย  ขณะวอชิงตันโพสต์ ชี้ ยิ่งโค่น"ตระกูลชินวัตร"เท่ากับเพิ่มแต้มให้ชนะเลือกตั้งอีกครั้ง  เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ในอังกฤษ เผยแพร่บทบรรณาธิการ ระบุถึง ชีวิตทางการเมืองของคนไทยนับแต่รัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว มีทั้งเรื่องตลกและเรื่องเศร้า โดยเรื่องตลก 1. รัฐบาลไทยต้องลบทิ้งฉากเด็กนักเรียนวาดภาพฮิตเลอร์ในหนังโปรโมตค่านิยม 12 ประการ 2. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยสภาที่ไม่มีอำนาจถอดถอน หรือสมารถถอดถอนนบุคคลที่พ้นตำแหน่งไปได้หรือ? 3. กรณีผู้วิจารณ์รัฐบาลถูก “เชิญตัว” เข้าค่ายทหารเพื่อ “ปรับทัศนคติ” 4. กรณีผู้ต่อต้านการรัฐประหารถูกไต่สวนในศาลทหาร ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์คำพิพากษา และถูกบังคับให้ลงนามยินยอมถูกอายัดทรัพย์ หากเคลื่อนไหวทางการเมือง 5. ฝ่ายตรงข้ามถูกเล่นงานด้วยข้อหาคอร์รัปชั่น แต่ฝ่ายหนุนรัฐบาลทหารถูกปล่อยปละละเลย 6. เมื่ออัยการสูงสุดส่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้พลิกโฉมการเมืองไทยที่ตอบสนองความต้องการ ความปรารถนา และความคับข้องใจของคนในเขตชนบท(คนส่วนใหญ่) ส่งผลให้เขาและตัวแทนของเขาชนะเลือกตั้งทุกครั้ง ส่วนเรื่องเศร้า สำหรับไทย คือ ประเทศกำลังเสียเวลา เศรษฐกิจแย่ในเวลาที่จำเป็นต้องขยายตัว สถานะของประเทศถดถอยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของไทยที่มีกับพันธมิตรเก่าแก่อย่างสหรัฐก็ถดถอยตาม ขณะที่เว็บไซต์หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ในสหรัฐฯ ระบุในบทบรรณาธิการเช่นกันว่า กองทัพไทยกำลังพยายามทำในสิ่งที่ล้มเหลวมาแล้ว นั่นคือ ความพยายามที่จะกำจัดอิทธิพลทางการเมืองของตระกูลชินวัตร เพราะหลังรัฐบาลทหารยึดอำนาจมา กองทัพไทยแทบไม่มีผลงาน เศรษฐกิจชะงัก นับว่าแย่ที่สุดในเอเชียชาติหนึ่ง การปรองดองที่ให้คำมั่นไว้ไปไม่ถึงไหน และมีความพยายามเอาจะเอาผิดทางอาญากับอดีตนายกรัฐมนตรี และกฎอัยการศึกก็ยังไม่ยกเลิก ขณะเดียวกันความล้มเหลวรอบสองที่กองทัพไทยกำลังพยายามทำคือ สร้างระบบการเมืองที่กำจัดอิทธิพลของตระกูลชินวัตร และการโค่นรัฐบาลจากการเลือกตั้งสามชุด ยิ่งส่งผลให้เขาได้รับเสียงสนับสนุนมากยิ่งขึ้น โดยมีความเชื่อ หากมีการจัดการเลือกตั้งที่เสรีอีกครั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือตัวแทนจากตระกูลนี้ ก็จะชนะเช่นเดิม สุดท้าย ทหารไทยวางแผนที่จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่มีการลงประชามติ และใช้ระบบการเมืองที่เอียงข้าง โดยทหารและผู้สนับสนุนกองทัพจะเข้าไปนั่งในรัฐสภา พรรคการเมืองถูกคุมเข้ม การเลือกตั้งจะมีขึ้นภายใต้กฎอัยการศึก ขอบคุณข้อมูล/ภาพ The Guardian, Washington Post MThai News

คลื่นสึนามิลูกเล็กซัดญี่ปุ่น หลังดินไหว 6.9 ริกเตอร์
ญี่ปุ่น /  สึนามิ / 

คืบหน้าเหตุการณ์เฝ้าระวังการเกิดคลื่นสึนามิ ล่าสุดมีรายงานการพัดเข้าฝั่งของจังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่นแล้ว  วันนี้ (17 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รายงานข่าว สำนักงานอุตุนิยมวิทยาประจำประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า มีคลื่นสึนามิ พัดเข้าชายฝั่งเมืองมิยาโกะ และเมืองชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของเกาะฮอนชูที่อยู่ใกล้เคียง หลังจากมีการเฝ้าระวังเนื่องจากเกิดแผ่นดินไหว ความรุนแรงกว่า 6.9 ตามมาตราริกเตอร์ ห่างจากฝั่งอิวาเตะ 210 กม. ซึ่งมีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าคลื่นสูงเพียง 1 เมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหาย หรือ การบาดเจ็บล้มตายจากประชาชน ทั้งนี้ในอดีตเคยเกิดภัยพิบัติในกรณีคล้ายคลึงกัน ในภูมิภาคดังกล่าว พร้อมกันนี้ผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อเดือนมีนาคมปี 2011 มีประชาชนสังเวยชีวิตมากกว่า 18,000 ราย ขณะที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แถลงความคืบหน้า จากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว ซึ่งมีการประกาศคลื่นสึนามิ แต่ไม่มีรายงานการเสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ จึงได้มีการยกเลิกประกาศเตือนภัยเรียบร้อยแล้ว MThai News ที่มา huffingtonpost

'มาฆบูชา' ซึม หอการค้าเผย ยอดใช้จ่าย ต่ำสุดในรอบ 5 ปี
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

'มาฆบูชา' ซึม หอการค้า เผยเศรษฐกิจซบ ยอดใช้จ่ายเพียง 1,914 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 5 ปี  นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจทัศนคติพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันมาฆบูชาจำนวน 1,253 ตัวอย่างทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17-22 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า เงินสะพัด 1,914.55 ล้านบาท ลดลง 33.75%ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 5 ปีเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายเห็นภาพตั้งแต่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญทางศาสนามากสุดคือผู้สูงอายุ รองลงมาคือวัยทำงานและวัยรุ่น ขณะที่กิจกรรมที่นิยมทำในวันมาฆบูชาคือ การทำบุญสัดส่วน 84.3 % รองลงมาคือไปเวียนเทียนสัดส่วน 61% ตักบาตร 54.2% ซื้อสังฆภัณฑ์ 46.4% และปล่อยนกปล่อยปลา 10.8% นอกจานี้ยังเห็นว่าธรรมะส่งผลให้ปัญหายาเสพติดลดลง 89.5%ปัญหาเด็กและเยาวชนลดลง 87.1% การฆ่าตัวตายลดลง 86.7% การหย่าร้างลดลง 86.1%ปัญหาอาชญากรรมลดลง 84.6% คอรัปชั่นในองค์กรลดลง 81.3% การคอรัปชั่นของนักการเมืองลดลง 72.9%  สิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามกังวลในเรื่องศาสนาคือความเสื่อมถอยของศาสนา คนส่วนใหญ่รักษาศีลน้อยลง มีความศรัทธนาและนับถือน้อยลงและเข้าใจในเรื่องศาสนาที่ผิด” MThai News

แคโรไลน์ ฟิสเชอร์ นักเปียโนแถวหน้าของโลก กับการแสดงสดที่หาดูได้ยาก
Caroline Fischer /  คอนเสิร์ต / 

การมาของ แคโรไลน์ ฟิสเชอร์ เปียนิสต์ชาวเยอรมัน-เกาหลี หนึ่งในนักเปียโนแถวหน้าของโลกวัย 30 จะรวมผู้ชมไม่ว่าจะเป็นชาวไทย เยอรมัน และเกาหลี ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยบทเพลงคลาสสิค ตลอดกาลในงานคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นอย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ภายในงานยังจะได้รับเกียรติจาก ท่านเอกอัครราชทูตเยอรมันและท่านเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทยมาร่วมเป็นสักขีพยาน ทางด้านหอการค้าจากทั้งสองประเทศก็จะมาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเติมเต็มประสบการณ์ทางดนตรี ในครั้งนี้ รายได้ 10% จากการขายบัตรทั้งหมดจะนำไปบริจาคให้กับ Bangkok Charity Orchestra เพื่อการส่งต่อเงินบริจาคให้กับมูลนิธิอื่นๆ ในประเทศต่อไป จัดโดย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย การบรรเลงเปียโนบทเพลงไพเราะจาก แคโรไลน์ ฟิสเชอร์ ในครั้งนี้จะพาผู้ฟังเข้าสู่ห้วงแห่งทำนองด้วยความสามารถทางดนตรีที่ยากจะหาใครเทียบ “ตอนนี้ถือว่าประเทศไทยคือบ้าน ดั้งนั้นโอกาสที่จะได้แชร์ประสบการณ์ทางด้านดนตรีกับผู้ฟังชาวไทย รวมถึงชาวเยอรมันและเกาหลีที่พักอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก มันจะเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำ” แคโรไลน์ ซึ่งขณะนี้เธอเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ กล่าว เธอผู้มากับฉายาเปียโนปาฏิหาริย์ได้รับการประสบความสำเร็จในฐานะนักดนตรีตั้งแต่เด็ก ครั้งแรกกับการจับเปียโนเมื่ออายุได้เพียงแค่ 3 ขวบ พาย่างเข้าปีที่ 16 เธอได้เข้าศึกษาที่สถาบันดนตรี Hanns Eisler ประเทศเยอรมัน นอกจากนั้นเธอยังได้เข้าศึกษาด้านดนตรีที่ University of Music and Performing Arts ประเทศเยอรมัน และ Geneva University of Music ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ Norwegian Academy of Music ประเทศนอร์เวย์ ธีมการจัดคอนเสิร์ตของเธอให้ครั้งนี้เพื่อการรวมเป็นหนึ่งทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งสอดคล้องกับอีกหนึ่ง บทบาทของเธอในฐานะประธาน Kultuclub Berlin ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเป็นส่วนสนับสนุนการช่วยเหลือ และติดต่อสื่อสารระหว่างชาติต่างๆ ซึ่งเธอนั้นได้ดำรงตำแหน่งสำคัญนี้มาตั้งแต่ปี 2551 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ณ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท คอนเสิร์ตเริ่ม 18.30 น. บัตรราคา 3,500 บาท รวมอาหารและเครื่องดื่ม ผู้สนับสนุนหลักได้แก่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย, GLP, บริษัท ไทยซัมซุง ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ซีเมนส์, บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด, Bangkok’s International Festival of Dance & Music และธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าเยี่ยมชมได้ที่ www.carolinefischer.com เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ แคโรไลน์ ฟิสเชอร์ แคโรไลน์ ฟิสเชอร์ คือหนึ่งในนักเปียนิสต์แถวหน้าของโลก เธอได้ย้ายมาพักอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย เพื่อสอนวิชาดนตรีให้กับมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ปี 2557 พร้อมๆ กันกับการเปิดการแสดงของเธอตามประเทศต่างๆ ในแถบทวีปยุโรปและเอเชีย รางวัลการันตีความสามารถของแคโรไลน์นั้นมีมากถึง 35 รางวัลจากเวทีทั่วโลก รวมถึงรางวัลจาก International Steinway Piano Competition Berlin, International Queen Sophie Charlotte Competition, International Competition for Young People Berlin และ Classic Superstar Award แคโรไลน์ ได้เผยให้ทั้งโลกได้เห็นถึงทักษะทางด้านการเล่นเปียโนตามคอนเสิร์ตสำคัญๆ ต่างๆ ซึ่งในแต่ละงานต่างมีบุคคลสำคัญระดับโลกเข้าร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อชมความสามารถของเธอ อัลบั้มแรกของเธอนั้นเปิดตัวเมื่อปี 2549 อัลบั้มที่สอง Lisztomagia ในปี 2552 เธอเป็นนักเปียโนชาวเยอรมันเพียงหนึ่งเดียวที่ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไปโชว์ตัวในงาน EXPO Yeosu ที่ประเทศเกาหลีใต้ เธอได้มีโอกาสเดินทางไปเปิดการแสดงมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งใน เกาหลีใต้ รัสเซีย เยอรมัน ฮังการี เบลเยียม มองโกเลีย สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี จีน ญี่ปุ่น นอร์เวย์ สวีเดน และออสเตรีย และยังเคยได้ร่วมงานกับ Korean Chamber Ensemble, Philharmonic Orchestra Bad Reichenhall, New Symphony Orchestra Berlin, Berlin Symphony Orchestra

ผีดี-ราศีโด่ (Ghostly Vixen (1990))
หนังจีน

เยี่ยจื้อเหม่ย - เฉินไป่เสียน - อู๋จินหยู : นําแสดง /// คําเปรย : สนุกกับ"เฮิ่มเทิ่ม" แล้วฮากับ"ราศีโด่" (อะไรโด่ อะไรเฮิ่มเทิ่ม มาดูเหอะแล้วก็รู้เองแหละ) /// เนื้อเรื่อง : นักท่องเที่ยวชาย ชาวจีนฮ่องกง 3 คน มาท่องเที่ยวในเมืองไทย เเละต้องการมาเที่ยวในสถานที่เต้นรำในกรุงเทพฯ เเละหนึ่งใน 3 ของนักเที่ยว(Lausekyin)ก็ได้พบกับปีศาจสาวเพียวหง(AmyYip) ได้ชวนเต้นรำ หลังจากนั้นได้ไปเสพสุขในห้องน้ำ เเละได้ถูกปีศาจสาวดูดเลือดในห้องน้ำจนนักท่องเที่ยวตาย ในระหว่างนั้น เหมียวอี้เหมียว(Shingfuion) ผู้มีหน้าที่ปราบปีศาจสาว ได้เข้ามาตามล่า จนพบเเละมาช้าเกินไป เป็นศพที่ 98 ที่ปืศาจสาวบอกว่า ถ้าครบ 100 คน จะได้ไปเกิดเเละมีชีวิตเป็นอมตะตลอดไป เหมียวอี้เหมียวได้ต่อสู้กับปีศาจสาวจนจะฆ่าเพียวหงได้สำเร็จอยู่เเล้ว เเต่ก็พลาดจนเพียวหงได้หลบหนีไปซ่อนตัวในไพ่นกกระจอกหงจง เหมียวอี้เหมียวตามมาจนพบเเละกำลังจะทำลาย เเต่เจ้าของไพ่นกกระจอก(TeddyYip)มาพบเสียก่อน เหมียวอี้เหมียวได้ถูกตำรวจควบคุมตัวไป ไพ่นกกระจอกหงจง ได้ถูกส่งไปขายที่ประเทศฮ่องกง ทำให้ปีศาจสาวรอดจากการทำลายล้างไปได้ ที่ปั๊มเติมน้ำมันเเห่งหนึ่งในประเทศฮ่องกง ฉินโซ่วเหยิน(Natchan)จอมเพลย์บอย กับไซม่อน(Charliecho)จอมกะล่อนที่เป็นเพื่อนสนิท ทำงานที่เดียวกันในบริษัทชุดชั้นในสตรีเเห่งหนึ่ง หลังจากเติมน้ำมันรถเสร็จ ไซม่อนได้ขับรถออกจากปั๊ม ในระหว่างทาง ฉินโซ่วเหยินในสมองคิดเเต่เรื่องเซ็กส์เสื่อมได้พูดระบายให้ ไซม่อนฟัง การที่ตัวเองมีปมด้อย จึงมาระบายด้วยการ กลั่นเเกล้ง ผู้หญิงที่ข้างทางโดยจอดรถพูดจา ชวนไปเที่ยว พอถูกปฎิเสธ ฉินโซ่วเหยิน ก็ต่อว่าอย่างเสียหาย จนคนที่ 3 พอไซม่อนชวนไปเที่ยว กับไปเเบบง่ายๆ จน ฉินโซ่วเหยิน ไม่พอใจถึงขนาดต่อว่าเเละทำร้ายร่ายกาย เเละรายหลังสุด ยังไปพูดจาจีบสาว(Sukikwan)ที่ขับรถตามท้องถนน หญิงสาวท้าให้เเข่งรถ เเต่ก็เเพ้ทำให้รถของไซม่อนเสียหายด้วย เเถมเจอเล่ห์เหลี่ยมหญิงสาวหลอกให้ขายหน้า ตอนที่ไปพบเจ้านาย(wuma)ในที่จอดรถสนามบินเเห่งหนึ่ง โดยโกหกว่าเป็นลูกสาว เเต่เเท้ที่จริง เจ้านายไม่รู้จักเลย ฉินโซ่วเหยินรู้สึกอับอายที่ต้องก้มคลานไปขอโทษเจ้านายว่าไปยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของเจ้านายโดยไม่รู้มาก่อน เเละก่อนที่ฉินโซ่วเหยินกับไซม่อนเเละเจ้านายจะออกเดินทางให้รอพบกับคนๆหนึ่งก่อน เเละเมื่อปรากฎตัวออกมา เป็นหญิงสาวที่เรียกเจ้านายว่า พ่อเลี้ยง ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ ฉินโซ่วเหยิน ต่อยท้องเเละเตะจนหงายตีลังกาลงถังขยะ ตอนที่หญิงสาวยืนรอรถริมถนนนั่นเอง งานนี้ถูกเอาคืนโดยให้โชเฟอร์แท็กซี่อัดเข้าที่ลูกตาเเละใบหน้า ฉินโซ่วเหยิน จนฟันร่วงเลยทีเดียว ณ สมาคมแห่งหนึ่ง กำนันหลี่ชิมฟวน(Wufung)ได้หมดวาระในตำเเหน่ง เเละได้ประชุมกับตัวเเทนชาวบ้าน ให้เลือกกำนันคนใหม่ที่หมดวาระ 6 ปี ผลจากการประชุมทุกคนบอกให้กำนันดำรงตำเเหน่งต่อ เเต่กำนันอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่จากชาวบ้าน เเละเมื่อถูกรบเร้ามากๆเข้า กำนันหลี่ชิมฟวนบอกว่าจะไปถามบรรพบุรษที่บ้านก่อน เเละเมื่อกำนันได้ทำพิธีเเละถามว่า ใครควรจะเป็นกำนันต่อไป ผลป้ายบรรพบุรุษบอกว่า ให้หลี่ชิมฟวนเป็นกำนันต่อไปเพราะไม่มีใครเหมาะสม เเต่หลี่ชิมฟวน บอกว่าต้องมีเงื่อนไขคือ ให้ลูกสาว ลู่เหมยเเต่งงานไปก่อน ส่วนลู่เหมย(SandraNg) ลูกสาวคนเดียวทำงานรับใช้อยู่ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ต้องรับใช้พวกคนสูงอายุไม่ว่าจะทำความสะอาด หรือชงชาให้ดื่ม หรือทำทุกๆอย่างที่ถูกเรียกใช้ ไม่วายถูกพวกหญิงเเก่ นักดื่มน้ำชาเเละกินเมล็ดก๊วยจี้ พูดจาเหน็บเเนมว่าลักษณะหน้าตาโหงวเฮ้งไม่ดี จะเเต่งงานก็ไม่ได้เเต่งเพราะมีปัญหากับฝ่ายชายทั้งที่ได้หมั้นหมายกันตั้งเเต่ตอนที่ยังอยู่ในท้อง สร้างความไม่พอใจให้เเก่ ลู่เหมย เป็นอย่างมาก จึงเเก้เผ็ดโดยชงชาผสมพวกของสกปรกเเละซากจิ้งหรีดให้ดื่ม พวกหญิงเเก่กลับชมว่ากลิ่นหอมดีเสียอีก ลู่เหมย พอกลับถึงบ้านก็ต่อว่าพ่อ หลี่ชิมฟวน ว่าไม่สนใจเกี่ยวกับงานเเต่งงานของตน ทั้งที่ หลี่ชิมฟวน ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด เเต่ทางฝ่ายชายพยายามหาเหตุโกหก เเละบ่ายเบี่ยงงานเเต่งมาตลอด จนเเทบไม่อยากจะสนใจเเล้ว เเต่ลู่เหมยไม่เชื่อ หลี่ชิมฟวนบอกให้ไปโทรศัพท์ถามกันเอาเอง พอลู่เหมยโทรไปหา ฉินโซ่วหยิน กลับให้เพื่อน ไซม่อน รับโทรศัพท์เเทน ไซม่อนพูดโกหกในทุกๆเรื่องเพื่อให้ ลู่เหมยเลิกกับ ฉินโซ่วหยิน ให้ได้ ซึ่งเป็นไปตามต้องการของ ฉินโซ่วหยิน อยู่เเล้ว เพราะถูกผู้ใหญ่คลุมถุงชนโดยที่ ฉินโซ่วหยิน ไม่ได้รักเเละพิศวาสลู่เหมยเลย ลู่เหมยกลับมาบอกพ่อเกี่ยวกับเรื่องราวทุกอย่างที่ ไซม่อนบอกมา พ่อบอกให้ตัดใจเสียเถอะ เเต่ลู่เหมยไม่เชื่อต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเองให้ได้ วันหนึ่ง ฉินโซ่วหยินได้พาหญิงขายบริการคนหนึ่งมาเสพสุขในรถในสถานที่เปลี่ยว เเต่ก็เจอปัญหามาตลอด ตั้งเเต่การถูกคนเเอบดูจากนอกรถนับสิบคน พอย้ายไปอีกที่ ก็เจอพวกนักเลงตีกันทำให้ถูกลูกหลงจนกระจกรถเเตกเสียหาย เเละเมื่อพาไปที่บ้านพักก็มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าดูดที่สวิทซ์ปิดเปิดไฟ เเละไฟฟ้าก็ดับต้องใช้เทียนจุดไฟก็ดันเผลอไปโดนเส้นผมของสาวขายบริการจนไหม้ เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ฉินโซ่วหยินบอกให้หญิงขายบริการไปนอนรอที่เตียง เเละตัวเองขอไปทำเรื่องส่วนตัวก่อน นั่นก็คือ กินน้ำผสมกระดาษเสกที่ ไซมอนให้มาว่าจะทำให้พลังทางเซ็กส์ดีเยี่ยม เเต่พอ ฉินโซ่วหยิน กลับไปที่เตียง กลับเจอ 2 โจรผู้ชายมาปล้นสวาท ฉินโซ่วหยินแทน โดยที่หญิงขายบริการกลับถูกมัดเเละปิดปากอยู่ที่เตียง วันต่อมา ฉินโซ่วหยิน ได้พบกับไซมอน เเละเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในสภาพเจ็บปวดที่ก้นหลังจากถูกข่มขืนจากผู้ชายทั้ง 2 คน ในห้องพักในวันนั้น ส่วนเหมียวอี้เหมียวนักปราบปิศาจ ก็ถูกควบคุมตัวในห้องคุมขังในสถานบำบัดเเห่งหนึ่ง ส่วนลู่เหมยก็ได้พูดคุยกับพ่อเเละได้เล่าเรื่องราวสมัยที่ได้เล่นกับ ฉินโซ่วหยิน ในอดีดที่ผ่านมา เเละกำลังจะออกเดินทางไปหาฉินโซ่วหยิน โดยพ่อของลู่เหมยได้ให้ถุงวิเศษ 3 ถุงโดยบอกว่าถ้าลูกถูกรังเเกให้เปิดใช้ เเละอย่าให้ใครไปใช้เป็นอันขาดไม่เช่นนั้น พ่อจะต้องเกิดเรื่องยุ่ง เเละไม่อธิบายเหตุผลกับลู่เหมยอีก คืนวันหนึ่ง ฉินโซ่วหยิน ได้พาหญิงขายบริการคนใหม่มาเสพสุขในบ้านพักเหมือนเช่นเคย เเต่ตอนนี้ดีหน่อยตรงที่ไฟฟ้าไม่ดูดเเละดับเหมือนคราวที่เเล้ว ในระหว่างที่สาวขายบริการกำลังก้มหน้าก้มตาจะทำอะไรที่เป้ากางเกง ดันมีเสียงกริ่งที่หน้าประตูห้องทำให้ตกใจรีบรูดซิบเพื่อจะไปเปิดประตูห้องเลยทำให้เส้นผมหญิงขายบริการติดที่ซิบกางเกง เลยต้องลากไปที่ประตูทำให้หญิงสาวเจ็บปวดมาก เมื่อฉินโซ่วหยิน เปิดประตูก็พบกับลู่เหมย ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจที่ ฉินโซ่วหยินชอบหญิงบริการมากกว่าตน ฉินโซ่วหยินว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกันจึงไม่มีสิทธิ์มาว่าเช่นนั้น จึงสั่งให้ลู่เหมยให้ไปพักในห้องรับเเขกก่อน เมื่อไปพักที่ห้องลู่เหมยได้เปิดถุงวิเศษที่พ่อให้มาเพื่อเล่นงาน ฉินโซ่วหยิน หลังจากทำพิธีเสร็จเเล้ว อวัยวะเพศของฉินโซ่วหยิน กลับยาวมาถึงตาตุ่ม ทำให้หญิงขายบริการตกใจหนีจากไป ลู่เหมยสะใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ฉินโซ่วหยิน ต้องมัดอวัยวะเพศกับขาข้างซ้ายซึ่งยาวเกือบถึงตาตุ่มโดยใส่กางเกงขายาวปิดไว้ ก่อนที่จะมาทำงานที่บริษัทชุดชั้นในสตรี โดยภาวนาว่าอย่าเห็นสิ่งยั่วยวนอีกเลย เเต่เมื่อมาเห็นพนักงานสาวเเต่งตัวยั่วยวนก็เลยสั่งให้เปลี่ยนให้มิดชิดในวันถัดไป เเละเมื่อมาประชุมเกี่ยวกับชุดชั้นใน เห็นนางแบบสาวใส่ชุดชั้นใน ฉินโซ่วหยินถึงกับทนไม่ได้ ขาซ้ายกับชูขึ้นโดยโกหกว่าเป็นตะคริว ต้องให้ไซม่อนพาไปห้องน้ำ เพื่อบอกความจริงว่าอวัยวะเพศไม่รู้ว่าอยู่ดีๆมันยาวเกือบ 4 ฟุต โดยไม่รู้สาเหตุ ขนาดพนักงานหญิงเเก่(FemmeDeMenage)ที่ทำความสะอาดห้องน้ำมาเห็นเข้า ยังร้องว่า ผีหลอก เมื่อ ฉินโซ่วหยิน กลับมาที่บ้านพักคิดว่า ลู่เหมยกลับบ้านไปแล้ว คิดว่าจะฉลองสักหน่อย จึงใช้โทรศัพท์เเต่กลับได้ยิน ลู่เหมยพูดโทรศัพท์กับพ่อ หลี่ชิมฟวนบอกว่า หลังจากใช้ถุงวิเศษถุงที่ 1 ไปเเล้วภายใน 12 ชั่วโมง ก็จะเป็นปรกติ ลู่เหมยบอกว่ายังเหลืออีก 2 ถุงเก็บไว้เรียบร้อยเเล้ว พ่อลู่เหมย กำชับว่าอย่าให้ ฉินโซ่วหยิน รู้เรื่องเป็นอันขาดไม่งั้นต้องเดือดร้อนเเน่ ฉินโซ่วหยินเมื่อรู้ความจริงจึงหาวิธีทำให้ลู่เหมยตายใจเพื่อหวังจะเอาถุงวิเศษมาเป็นของตัวเองให้ได้ โดยเเกล้งทำดีกับลู่เหมยสารพัด เเละโกหกว่าตัวเองว่าเป็นมะเร็งมีชีวิตเหลือเพียง 1 ปี เเล้วก็ตาย จึงทำให้ลู่เหมยสงสารเเละยอมทำทุกอย่างที่ ฉินโซ่วหยินต้อง การ เเล้วทั้งคู่ได้ออกไปข้างนอกเพื่อไปขี่ม้า เเต่ไม่กล้าเลยไปขี่หมาเเทน เเล้วก็เล่นกันอย่างสนุกสนานบริเวณชาดหาดริมทะเลอย่างมีความสุข หลังจากนั้นก็กลับมาดื่มเบียร์ที่บ้านพักจนเมามาย เเต่ลู่เหมยไม่ยอมหลับสักที ฉินโซ่วหยิน เลยหาจังหวะใช้ขวดเบียร์ตีที่หัวลู่เหมยจนหลับไป เเล้วก็เอาถุงวิเศษไปจนได้ เมื่อ ฉินโซ่วหยิน ไปที่ทำงานบริษัทชุดชั้นในสตรี ได้ทดลองใช้ถุงวิเศษกับเพื่อน ไซม่อนเป็นคนเเรก เมื่อเจอไซม่อนๆยังได้พูดว่าขนาดอวัยวะที่ยาวไม่สามารถรักษาทางยาได้ต้องตัดอย่างเดียว เสียค่าตัด 40,000 ไซม่อนบอกว่าให้ไปคุยในห้องทำงาน พอไซม่อนหันหลังฉินโซ่วหยินได้ใช้ผงวิเศษจากถุงที่ 2 ใส่ที่หัวไซม่อน ผลที่ได้ ทำให้พ่อลู่เหมยหกคะเมนตีลังกาทั้งหน้าเเละหลังจนได้รับบาดเจ็บ เเละทำให้ไซม่อน พูดความจริงทุกอย่างที่หลอก ฉินโซ่วหยิน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ตัดอวัยเพศ เล่าเรื่องถูกข่มขืนให้คนในบริษัทฟัง หลอกเอาเงินทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เมื่อฉินโซ่วหยิน แต่งงานจะคืนเงินทั้งหมดเพื่อเป็นของขวัญ ทำให้ฉินโซ่วหยินไม่พอใจเเละทวงเงินคืนจากไซม่อนได้สำเร็จ ฉินโซ่วหยิน คิดจะทดลองกับเจ้านาย(wuma) โดยบอกว่ามีธุระจะคุยด้วย พอเจ้านายหันหลัง ก็ใช้ผงวิเศษใส่ที่หัว ผลที่ได้คือ ทำให้พ่อลู่เหมย หัวทิ่มหัวตำกับพื้นได้รับบาดเจ็บอีก เเละเมื่ออยู่ในห้องทำงาน เจ้านายก็พูดความจริงว่า ถ้าฉันเป็นนายฉันลาออกจากบริษัทไปนานเเล้วคงไม่หน้าด้านอยู่ ฉินโซ่วหยิน จึงบอกว่า เมื่อก่อนได้เคยวางยาให้เถ้าเเก่เนี้ยมานอนกับเจ้านายนะ เจ้านายจึงบอกว่า ก็เพราะเรื่องนี้นะซิที่ฉันอยากจะไล่นายออกไม่ให้ทำงานที่นี่ เเต่นายก็ยังมีความซื่อสัตย์ต่อฉัน เอาเป็นว่าเดือนหน้าฉันจะเลื่อนตำเเหน่งนายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ เเต่นายอย่าเพิ่งดีใจไป เมียของฉันจะให้น้องชายมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ดังนั้นนายต้องรออีก 2 ปี ทำให้ฉินโซ่วหยิน รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เมื่อน้องชายของเมียเจ้านาย(Taibo)มาถึงที่บริษัทได้วางอำนาจต่อว่า ฉินโซ่วหยิน เเบบเหยียดหยามอย่างไม่เป็นมิตร ทำให้ ฉินโซ่วหยินคิดจะเอาคืนโดยใช้ผงวิเศษตามเคย มีผลให้ พ่อลู่เหมยถูกต้นตะบองเพชรพุ่งเข้าใส่ที่ใบหน้าบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกครั้ง เเละทำให้น้องชายเมียเจ้านายพูดความจริงเกี่ยวกับเจ้านายในเรื่องเสียหายในทุกๆเรื่อง จนเจ้านายทนไม่ได้เเละไล่ออกจากบริษัทไป เเละก็ได้แต่งตั้ง ฉินโซ่วหยิน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการเเทน เเละยังได้ชวนไปเล่นไพ่นกกระจอกในคืนวันนั้นด้วย ส่วนเหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจ เมื่อหนีออกมาจากสถานบำบัด ก็ได้ใช้สีสเปรย์พ่นทับป้ายประกาศจับตัวเอง ก็มาเจอตำรวจไล่ล่าอีกก็เลยใช้สีสเปรย์พ่นใส่หน้าตำรวจเสียเลย เมื่อคนทั้งสี่ได้มาเล่นไพ่นกกระจอกในสถานที่เเห่งหนึ่ง เจ้านาย(wuma) เล่นได้ หงจง กินเงินไปหลายครั้ง เเต่หลังจากนั้นพอมาถึง ฉินโซ่วหยิน กับเห็นไพ่ หงจง มีหญิงสาวชุดเเดงอยู่ในนั้น จึงบอกให้นักเล่นอีก 3 คนรู้เเต่ไม่มีใครเชื่อ เเละเมื่อเล่นต่อไปคราวนี้ ฉินโซ่วหยิน เล่นชนะ กินเงินได้ทุกครั้งจนเกือบตลอดทั้งคืน จนทุกคนสงสัย คอยจับผิด จน ฉินโซ่วหยิน ได้ดึงผ้าสีเเดงจากไพ่หงจง ออกมา ทุกคนจึงเลิกเล่นทันทีในคืนนั้นเพราะหาว่าฉินโซ่วหยินโกง เเล้วต่างฝ่ายเเยกย้ายกันกลับไป คราวนี้ไซม่อนไม่ยอมไปด้วยกลัวรถชนกันอีก ฉินโซ่วหยินเลยต้องขับรถกลับตามลำพังเพียงคนเดียว เเละเมื่อรถเริ่มแล่นออกไปก็มีผ้าเเพรสีเเดงปลิวเข้าไปในรถด้วย ส่วนเหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจ กำลังกินอาหารอยู่ ก็ยังไม่วายตำรวจ 2 คน ยังตามมาจับอีกก็เลยเอาอาหารยัดใส่ปากตำรวจคนหนึ่ง เเล้วก็กระโดดขึ้นรถกระบะมีหลังคาหนีไปได้อย่างง่ายดายเเถมยังบอก บ๊ายบาย เย๊าะเย้ยตำรวจอีก ส่วน ฉินโซ่วหยิน เมื่อขับรถได้สักระยะหนึ่งที่ด้านหลังคนขับ ก็มีร่างของสาวชุดเเดงปรากฎขึ้นมา ในระหว่างนั้นรถกระบะที่ เหมียวอี้เหมียวอาศัยมานั้น สวนผ่านมาพอดี ได้เห็นปีศาจสาวในชุดเเดงที่อยู่ในรถของ ฉินโซ่วหยิน เหมียวอี้เหมียวจึงติดตามมาหวังกำจัดปีศาจสาว ฉินโซ่วหยินได้ยินเสียงคนมาจากเบาะหลังรถจึงหันไปดู เเต่ต้องหักรถหลบเพราะมีคนวิ่งตัดหน้ารถ จึงลงไปดู กลับพบหญิงสาวในชุดเเดงสุดเซ็กส์ซี่เพียวหง(AmyYip) ตอนเเรกว่าคิดจะต่อว่า กลับเปลี่ยนมาพูดดีเเทน หญิงสาวในชุดเเดงบอกช่วยอุ้มขึ้นรถหน่อย ฉินโซ่วหยิน ก็ทำตามอย่างเต็มใจ พอมาถึงในรถขอนั่งพักเดี๋ยวก็หายไม่ต้องพาไปโรงพยาบาล เเละขอให้ช่วยเเกะกระดุมหลังเสื้อหน่อย พอได้จังหวะปีศาจสาวในชุดเเดงกำลังจะใช้ปากดูดตรงเป้ากางเกง ฉินโซ่วหยิน เเต่โชคดี เหมียวอี้เหมียว ได้ใช้ปลายเท้ายัดใส่ปากปีศาจสาวเเทน เเต่ปืศาจสาวได้หนีออกมาจากรถ การต่อสู้ระหว่าง เหมียวอี้เหมียว ผู้ปราบปีศาจกับ ปีศาจสาวเพียวหง ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เเละเหมียวอี้เหมียว กำลังจะใช้ดาบปราบปีศาจได้อยู่เเล้ว เเต่ ฉินโซ่วหยิน กลับมาช่วยให้ปีศาจสาวหนีไปได้อีกครั้ง เหมียวอี้เหมียวได้พยายามเตือน ฉินโซ่วหยิน ว่ากำลังถูกปีศาจสาวฆ่าเเละจะเป็นศพที่ 99 เมื่อครบ 100 ก็จะได้ไปผุดไปเกิด เเละไม่มีวันตายด้วย เเต่ ฉินโซ่วหยินไม่เชื่อเเละก็เดินจากไป เมื่อฉินโซ่วหยินกลับมาที่บ้านพักตัวเอง ก็ได้พบกับหลี่ชิมฟวนเเละลู่เหมย หลี่ชิมฟวนพ่อลู่เหมยตอนนี้อยู่ในสภาพเหมือนศพมัมมี่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะผลที่ ฉินโซ่วหยิน ได้ใช้ถุงวิเศษที่เป็นของหลี่ชิมฟวนไปเเกล้งคนอื่น ผลหลี่ชิมฟวนเลยต้องรับผลกรรมของการกระทำนั้นด้วย การที่หลี่ชิมฟวนมาที่บ้านพักของ ฉินโซ่วหยิน เพราะจะมาเตือนว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังถูกปีศาจดูดเลือดตามล่าหวังจะเอาชีวิตเฉพาะชายโสด เพราะฉินโซ่วหยินเป็นชายโสด วิธีเดียวต้องทำลายความความเป็นโสดของตัวเอง ด้วยการยกให้กับลูกเหมย เเต่ ฉินโซ่วหยินไม่เชื่ออ้างเพื่อเข้าข้างลูกสาวของตัวเอง เลยต่อว่าลู่เหมยว่าอย่าหวังเลยว่าฉันจะแต่งงานกับเธออยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตเถอะเเล้วก็เดินจากไป สร้างความไม่พอใจกับลู่เหมยเป็นอย่างมาก ส่วนหลี่ชิมฟวนได้บอกกับลูกสาวว่า ลูกเหมยเอ๊ยอย่าหาพ่อไม่ช่วยนะ วันหนึ่ง ฉินโซ่วหยินกับไซม่อน กำลังทำธุระอยู่ข้างนอกก็มี เหมียวอี้เหมียว คอยเดินตามตลอด เพราะรู้ว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังถูกปีศาจตามฆ่าอยู่ เเม้กระทั่งเข้าห้องน้ำก็ยังตามเเบบไม่คาดสายตา เเต่ เหมียวอี้เหมียว ต้องมาเจอตำรวจไล่ล่าตามจับตัวเลยต้องหนีไปตามเคย การติดตามเลยต้องสิ้นสุดลง ฉินโซ่วหยินกับไซม่อน ได้ไปที่ New Tonnochy Night Club คลับกลางคืนที่มีสาวขายบริการเเห่งหนึ่ง เเละได้เรียกตัวสาวบริการมาให้เลือก ตอนเเรกมีอยู่ 2 คนอยู่เเล้วเพื่อจะพาไปข้างนอก เเละรอเปลี่ยนเสื้อผ้า เเต่พอพาตัวมาส่งอีกครั้งกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน เเถมหน้าเหมือนไม่ใช่คน เลยบอก มาม่าซังให้เปลี่ยนคนใหม่ ในระหว่างนั้น ปีศาจสาวเพียวหง ได้เข้ามาหาเลยคิดว่าทำงานที่นี่ ฉินโซ่วหยินเเยกตัวจากไซม่อน เพียวหงได้พาฉินโซ่วหยินออกไปข้างนอกคลับเเละขึ้นรถเเท็กซี่ ในระหว่างนั้น เหมียวอี้เหมียว ได้เเอบเห็นพอดีเลยสกดรอยตาม เเท็กซี่ได้พาปีศาจสาวเพียวหงเเละฉินโซ่วหยินไปส่งที่โรงเเรมจิ้งหรีดเล็กๆค่อนข้างสกปรก ทำให้ ฉินโซ่วหยิน รู้สึกกลัวขึ้นมา พอเปิดห้องเเละได้นอนคุยกับเพียวหง ฉินโซ่วหยิน ได้ถามว่า ชาติก่อนพ่อของเธอติดหนี้เค้ามากใช่ไหม เพียวหงตอบว่าทำไมพูดเเบบนี้ ก็เพราะรูปร่างหน้าตาคุณทำไมต้องมาเป็นผู้หญิงเเบบนี้ เพียวหงจึงตอบว่าน่าเกลียดพูดออกมาได้ ในช่วงเวลานั้น เหมียวอี้เหมียวได้ตามมาถึงโรงเเรมเเละกำลังจะเข้าไปเเต่ถูกพนักงานในโรงเเรมขวางเเละรุมเล่นงาน จนกระทั่ง เหมียวอี้เหมียว ได้พยายามเข้ามาเจอห้องของปีศาจสาวเพียวหง เเต่ก็ไม่สามารถจัดการเพียงหงได้เพราะถูกพนักงานโรงเเรมเเละตำรวจควบคุมตัวไป ในระหว่างที่ เหมียวอี้เหมียวถูกจับตัวไป ฉินโซ่วหยินก็เดินตามไปด้วย พอย้อนกลับมาที่ห้อง เพียวหง ก็ไม่ได้อยู่ในห้องเเล้ว เเต่ก็ทิ้งกระดาษแผ่นหนึ่ง เเละได้บอกให้ไปหาตามสถานที่ๆหนึ่ง ที่โรงพยาบาลบำบัดโรคจิต เหมียวอี้เหมียว ได้ถูกขังเเละมัดมือเเละขาในสภาพผ้าขาวพันเต็มตัวเหมือนมัมมี่เเละนอนบนเตียงนอน ได้เอะอะโวยวายบอกว่าฉันเป็นหมอผี ให้ปล่อยตัวเดี๋ยวนี้ เหมียวอี้เหมียว คิดได้ว่าถ้าถูกจับมัดเเละขังแบบนี้ ปีศาจสาวเพียงหงต้องมาฆ่าเเละจะเป็นศพคนที่ 99 เลยหาวิธีทำลายความบริสุทธิ์เเละความเป็นโสดของตัวเอง โดยจ้างตำรวจที่เฝ้าหน้าห้อง ให้ไปหาหญิงสาวสักคนมามีเพศสัมพันธ์ เเต่ตำรวจหาหญิงเเก่(HelenaLaw)ที่ทำความสะอาดในโรงพยาบาลมาให้ เหมียวอี้เหมียวไม่มีทางเลือกจึงตอบตกลง ในระหว่างที่กำลังจะมีเพศสัมพันธ์ เหมียวอี้เหมียวต้องผงะเพราะที่เเท้หญิงเเก่คนนั้นคือ ปีศาจสาวเพียวหง เลยขอร้องว่าไหนๆก็จะตายเป็นศพคนที่ 99 เเล้ว ขอให้กลายร่างเดิมจะได้ไหมเพราะไม่อยากมีเพศสัมพันธ์กับคนเเก่ เพียวหงตอบตกลง เเต่ดันกลายร่างเป็นผู้ชายมีหนวด(ManfredWong) เสียนี่ เเละในที่สุด เหมียวอี้เหมียว ถูกฆ่าตายเป็นศพคนที่ 99 จนได้ ที่บ้านของ ลู่เหมย กำลังรำมวยจีนกับพ่อของเธอ เเต่พ่อของเธอเหมือนจะมีความวิตกกังวล ได้หยุดรำมวย เเละเดินจากไป ทำให้ลู่เหมยสงสัยเลยตามพ่อเธอไป หลี่ชิมฟวน ได้หยิบเหรียญเพื่อตรวจดูว่า ฉินโซ่วหยิน กำลังมีเคราะห์หรือไม่ เมื่อถูกลูกสาวถาม เลยตอบไปว่า ฉินโซ่วหยิน ถ้าวันนี้ไม่ตายพรุ่งนี้ก็ต้องตายอยู่ดี ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจ ว่าพ่อทำไมไม่ช่วย พ่อของเธอบอกว่า ปีศาจสาวตนนี้ ไม่ใช่ธรรมดา พ่อสู้ไม่ได้ ทำให้ลู่เหมยเดินหนีออกไปข้างนอกเพื่อไปช่วย ฉินโซ่วหยิน โดยพ่อของเธอตะโกนบอกว่าหยุดก่อน ให้นำผ้ายันต์ติดตัวเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง คืนหนึ่งฉินโซ่วหยินเเละไซม่อน ได้ขับรถไปยังสถานที่ ที่เพียวหงได้บอกไว้ในกระดาษ เมื่อไปถึง ฉินโซ่วหยินบอกให้ไซม่อนรออยู่ข้างนอก เเละเมื่อเข้าไปในบ้าน ที่บ้านหลังนี้รกมากเเละมืด เมื่อฉินโซ่วหยินเข้ามาถึงในห้อง เเละได้เห็นหน้าของเพียวหง ไม่มีลูกตาทั้งสองข้าง จึงตกใจกลัวจนปัสสาวะราด ดีที่ว่าหลบทัน เพราะเพียวหง เมื่อไม่มีตาจึงมองไม่เห็น จึงเอาตาจากที่วางอยู่ในชามที่มีน้ำขึ้นมาใส่ที่เดิม ส่วนไซม่อนรอที่รถไม่ไหว เลยเข้ามาในบ้านเพื่อหาของกิน เเต่เมื่อเข้าไปในห้องเก็บของ กลับเจอศพผู้ชายหลายศพ จึงร้องว่า มีคนถูกฆ่าๆ จนทำให้เพียวหงตามมาเจอเเละถามว่า ฉินโซ่วหยินอยู่ไหน เมื่อรู้จึงบังคับปิดประตูหน้าต่างทุกด้าน ทำให้ฉินโซ่วหยินซึ่งตอนนี้ เชื่อเเล้วว่า เพียวหงคือปีศาจที่กำลังตามฆ่าตน จึงพยายามหนี เเละลู่เหมยก็ตามมาช่วยพอดี เเต่เมื่อหนีออกจากบ้านลู่เหมยออกไปได้เเล้ว เเต่ฉินโซ่วหยินออกไม่ทันประตูถูกปิด เปิดไม่ได้ เพราะอำนาจของปีศาจบังคับไว้ ลู่เหมยจึงใช้วิธีหลอกล่อ ให้เพียวหงเปิดประตูออกมาไล่ล่าตน เเต่เหมือนเพียวหงจะรู้ทัน จึงหันกลับไปในบ้านเเละจับตัว ฉินโซ่วหยินได้ เเต่ลู่เหมยตามเข้ามาช่วยเเต่ก็โดนเล่นงานไปเหมือนกัน ฉินโซ่วหยิน กำลังจะถูกเพียวหงทำร้ายอยู่นั้น ลู่เหมยได้ใช้ยันต์ที่ติดตัวมาเเปะที่หน้าผากของเพียวหง ทำให้ปีศาจสาวหมดอำนาจ ทำให้ประตูถูกเปิดออก ทุกคนจึงหนีรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อทุกคนกลับมาที่บ้านของลู่เหมย พ่อลู่เหมยไม่อยู่เพราะกำลังไปตามศิษย์ผู้พี่เเละไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ ดังนั้นทุกคนจึงพยายามหาวิธีกำจัดปีศาจสาว โดยศึกษาจากวิดีโอเทปการปราบปีศาจของพ่อ ในหลายๆวิธี เเละวิธีที่นำมาใช้คือ โป็ยเซียนขี้เมา เเต่พอปีศาจสาวปรากฎตัว การต่อสู้ก็เกิดขึ้น โป็ยเซียนขี้เมา ก็สู้ไม่ได้ พอเปิดดูวิดีโอเทปค่ายกลวิธีสุดท้ายของพ่อ บอกว่าให้ใช้ขาวิ่งให้เร็วที่สุดคือเคล็ดลับของค่ายกลนี้ ทุกคนรู้สึกผิดหวังไปตามๆกัน ลู่เหมยบอกให้ไปตั้งค่ายกลที่ห้องสองต่อสองกับฉินโซ่วหยิน ไม่ให้ไซม่อนตามไป เมื่ออยู่ในห้อง ค่ายกลที่ว่านี้ก็คือ การมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง ฉินโซ่วหยินกับลู่เหมย เเต่ฉินโซ่วหยิน ไม่ได้พิศวาสด้วย ไม่ว่าลู่เหมยจะใช้ถุงดำคุมหัว ใช้ภาพนางเเบบสาวสวยกี่คนมาปิดที่ใบหน้าก็ตาม ฉินโซ่วหยินไม่มีอารมณ์จะร่วมด้วย ทำให้ลู่เหมยไม่พอใจ เเละก็แยกย้ายกันไป ปีศาจสาวเพียวหง ทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง ไม่ว่าจะเป็นไซม่อน ฉินโซ่วหยิน ลู่เหมย จนในที่สุด ลู่เหมยพยายามปกป้องจนตัวเองต้องถูกผ้าเเดงรัดคอเเละถูกเเขวนคอจนตาย เเละเมื่อเพียวหงกำลังจะฆ่า ฉินโซ่วหยิน พอดีศิษย์ผูัพี่(BillTung)ยิงลูกศรอาคม ถูกปีศาจสาว จนต้องหนีไป หลังจากนั้น เมื่อลู่เหมยตาย ในระหว่างทำพิธิศพพ่อลู่เหมยได้เเสดงความโกรธต่อ ฉินโซ่วหยิน เเละก็ต่อว่าพักใหญ่ จนในที่สุด ฉินโซ่วหยิน บอกให้ หลี่ชิมฟวน ปลุกวิญญาณลู่เหมยขึ้นมา หลี่ชิมฟวนตอบตกลง การทำพิธีเรียกวิญญาณลู่เหมยครั้งเเรกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนไซม่อนเเละศิษย์ผู้พี่ได้ออกไปหาดาบปราบปีศาจในที่เก็บศพเเห่งหนึ่ง เเละได้ดาบจากวิญญาณเหมียวอี้เหมียวซึ่งก็ไม่พอใจที่ตัวเองต้องมาตายเพราะไม่มีดาบปราบปีศาจนี้ ในระหว่างทำพิธีเรียกวิญญาณลู่เหมยอยู่นั้น เเทนที่วิญณาณลู่เหมยจะปรากฎตัวกลับเป็น ปีศาจเพียวหงเเทน หลี่ชิมฟวน ก็ได้ต่อสู้เเต่ก็สู้ไม่ได้ ฉินโซ่วหยินก็ถูกเล่นงานกำลังจะเเย่ ปรากฎว่าวิญญาณลู่เหมยออกมาช่วยไว้ทัน จนพ่อลู่เหมยบ่นว่าไม่ช่วยพ่อเลยเเต่ช่วยเเต่ ฉินโซ่วเหยิน การต่อสู้ระหว่างวิญญาณลู่เหมยกับปีศาจเพียวหงโดยต่างฝ่ายต่างเเลบลิ้นยาวพันต่อสู้กัน ฉินโซ่วหยินเอาไฟลนที่ลิ้นปีศาจเพียวหง เลยทำให้วิญญาณทั้งสองเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในตอนนี้ปีศาจสาวเพียวหงต้องการฆ่า ฉินโซ่วหยินให้ได้ เพราะจะเป็นศพที่ 100 ก็จะได้ไปเกิดเป็นคนเเละไม่มีวันตายเสียที เเต่วิญญาณลู่เหมยพยายามต่อสู่ปกป้องฉินโซ่วหยินเเต่ก็สู้ไม่ได้ ฉินโซ่วหยินเองตอนนี้ก็ต้องต่อสู้เพิ่อให้ตัวเองรอด ฉินโซ่วเหยิน กำลังจะถูกฆ่าจากปีศาจ วิญญาณลู่เหมย ใช้มีดดาบปราบปีศาจซึ่งเป็นเล่มเดียวกับเหมียวอี้เหมียวใช้ พุ่งเข้าเเทงหน้าอกปีศาจจนตาย เป็นการปราบปีศาจได้สำเร็จ ทุกคนก็รอดปลอดภัย เเต่ฉินโซ่วหยินต้องเเต่งงานกับวิญญาณลู่เหมยเเละอยู่ด้วยกันเฉพาะกลางคืนเท่านั้น เเต่ด้วยนิสัยเพลย์บอยเดิมยังไม่ละทิ้ง คิดจะเเอบหนีเที่ยวกับหญิงอื่นในเวลาที่วิญญาณลู่เหมยไม่อยู่ เลยถูกวิญญาณลู่เหมยยึดอวัยวะเพศไว้เพราะรู้ทัน จะคืนให้ก็ต่อเมื่อมีอะไรกับวิญญาณลู่เหมยเท่านั้น งานนี้เป็นกรรมโดยเเท้ของ ฉินโซ่วหยิน(NatChan) /// ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2015/02/1990-ghostly-vixen-nat-chan-sandra-ng.html

อียูแถลงการณ์ เร่งไทยเลิกกฎอัยการศึก คืนประชาธิปไตย
กฎอัยการศึก /  คืนประชาธิปไตย / 

สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ออกแถลงการณ์  เร่งไทยเลิกกฎอัยการศึก คืนประชาธิปไตย งดใช้ศาลทหารกับประชาชน เมื่อวันที่ 14ก.พ. สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกอียูประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ระบุว่า คณะผู้แทนอียูประจำประเทศไทยมีความกังวลต่อการควบคุมตัวบุคคล โดยไม่มีการตรวจสอบจากองค์กรตุลาการ และได้ทบทวนแล้วว่าภายใต้กติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ไอซีซีพีอาร์) ประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิกมีหน้าที่ที่จะต้องนำผู้ต้องสงสัยไปยังศาลโดยพลัน แถลงการณ์ระบุว่า ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนอียูมีความกังวลต่อการที่ยังคงมีการใช้ศาลทหารพิจารณาคดี ที่บุคคลเป็นพลเรือน และขอเรียกร้องให้รัฐบาลจำกัดการใช้ศาลดังกล่าวเฉพาะกับการพิจารณาคดีความผิดต่อกฎหมายทหาร ที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ทหาร "ในฐานะมิตรและหุ้นส่วนของประเทศไทย อียูได้เรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้มีการกลับเข้าสู่กระบวนการทางประชาธิปไตย และยกเลิกกฎอัยการศึก ทั้งนี้หลักนิติธรรมและการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เป็นส่วนสำคัญต่อสิทธิมนุษยชน เป็นส่วนสำคัญต่อเสถียรภาพและความก้าวหน้า" MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน