�ว�าแ�ม����ร��� �อ���

ร้านหนังสือ ไม่ใช่ที่รับฝากเด็ก วอนพ่อแม่เห็นใจ
รับฝากเด็ก /  ร้านหนังสือ

แฟนเพจ ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน โพสต์บอก "ร้านหนังสือ ไม่ใช่ที่รับฝากเด็ก" วอนพ่อแม่เห็นใจ วันนี้ (13ก.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน ได้มีการเผยแพร่ภาพเด็ก ๆ กำลังนั่งอ่านหนังสือภายในร้านขายหนังสือ โดยมีการระบุคำบรรยายภาพว่า “ร้านหนังสือ ไม่ใช่ที่รับฝากเด็กไว้นะคะ เป็นพ่อเป็นแม่คน แต่อยากเดินห้างชิว ๆ ไม่อยากหนีบลูกไปด้วย เลยเอาเด็กมาทิ้งไว้ที่นี่แทน หรือถ้าให้ลูกมาเลือกซื้อหนังสือ ก็ควรจะสั่งสอนเขาหน่อยดีไหม ว่าอย่าไปนั่งขวางทางเดินแบบนี้ หรือร้านหนังสือต้องทำโซนไว้สำหรับให้นั่งอ่านเลย” ภายหลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ก็รู้สึกเห็นใจทางเจ้าของร้านหนังสือและพนักงานร้าน เพราะการจะไล่ลูกค้าให้ออกไปจากร้านไม่สามารถทำได้ จึงแนะนำให้ผู้ปกครอง ให้เห็นใจทางเจ้าของร้านหนังสือด้วย หากต้องการที่จะพาบุตรหลานมาซื้อหนังสือ ควรที่จะอยู่ดูแลเด็ก ๆ ไม่ควรปล่อยปละละเลย MThai News ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน

ตัดให้ขาด! 10 เหตุผลที่คุณไม่ควร เป็นเพื่อนกับแฟนเก่า
กลับไปคบแฟนเก่า /  คู่รัก / 

แฟนเก่า พูดเบาๆ ก็เจ็บแล้วใช่มั้ยล่ะ แต่ทำไม๊ทำไม บางทีแฟนเก่าของเราบางคน เราก็ไม่อาจเลี่ยงไปได้ ยังต้องมาให้เจอหน้า เห็นหน้า บางคนนี่หนักเลย ต้องเป็นเพื่อนกันต่อไปอี๊ก แต่เราบอกเลยว่า ถ้าใครเป็นพวกหวั่นไหวง่ายล่ะก็ นี่คือ เหตุผลที่คุณไม่ควร เป็นเพื่อนกับแฟนเก่า ! แล้วคุณจะต้องเจ็บไปอีกน๊านนนน   1.เสี่ยงมีเซ็กซ์กันง่ายๆ เมื่อไปปาร์ตี้ด้วยกัน วัวเคยค้า ม้าเคยขี่ คำนี้หลายคนอาจจะเคยได้ยินกันใช่ไหมล่ะ ของเก่าๆ ที่เราเคยกิน อย่างไร๊มันก็ยังแซ่บเหมือนแต่ก่อน ทำให้ปฏิเสธได้ยากที่คุณจะไม่มีอะไรเกินเลย ถ้าอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงภัยแบบนี้ ต้องคอยย้ำเตือนตัวเองเสมอว่า เลิกกันแล้ว ไม่ เราจะไม่ ไม่ ไม่เด็ดขาด แต่ถ้าคิดว่าอ่อนไหวเกินจะทำ ก็อย่าไปเลยดีกว่า 2.เพื่อนไม่จริง คุณ จะเป็นเพื่อนกับเขาไปทำไม ในเมื่อเพื่อนในคราบแฟนเก่านี้ก็เม้าท์กับคุณไม่ได้ทุกเรื่อง เวลาพูดเรื่องเก่าๆ ก็ต้องมาเจ็บช้ำน้ำใจเบาๆ ทู๊กที หรือบางเรื่องคุณก็ไม่อยากจะพูดถึงด้วยซ้ำ ขอบเขตของความ เป็นเพื่อนกับแฟนเก่า น่ะ มันไม่มีทางเป็นเหมือนเพื่อนปกติได้หรอก คุณต้องใช้เวลามากๆ 3.คุณจะเสียเวลากลับไปคบกันอีก ยิ่ง ใช้เวลาด้วยกันมากเท่าไหร่ คุณสองคนก็ยิ่งใกล้ชิดกันมากเท่านั้น ไม่ต้องแปลกใจหรอก ถ้าจะมีโอกาสมาพูดเรื่องเก่าๆ แล้วก็ลงเอยด้วยการกลับไปคบกันอีก และไงล่ะ สุดท้ายก็หนังม้วนเดิม และไงล่ะ เสียเวลาซ้ำอีกรอบ แล้วถ้ามันเหนื่อยมันต้องจบลงแบบเดิม คุณจะคบเป็นเพื่อนกับเขาไปเพื่ออะไรล่ะจริงมั้ย 4.คุณต่างคนต่างจะไม่อยากมีใคร ก็เพราะมี แฟนเก่าเป็นเพื่อน แบบเนี้ยเนี่ย ใครจะอยากมีแฟนใหม่ล่ะ เพราะเจ้าความหลังฝังใจยังเดินตามติดเราเป็นเงาตามตัวแบบนี้ ลึกๆ คุณอาจจะอยากจะมีแฟนใหม่ แต่เอาเข้าจริงคุณกลับห่วงความรู้สึกแฟนเก่าที่แสนสนิทคนนี้อยู่ดี 5.แฟนใหม่ไม่เข้าใจ ถ้าคุณหาแฟนใหม่ได้แล้ว แต่ก็แสนสนิทกับแฟนเก่า แน่นอนว่าแฟนใหม่คุณเขาต้องไม่สบายใจแน่นอนถ้าคุณบอกว่า “วันนี้ไปกับเขานะ” ใครจะอยากให้แฟนตัวเองไปเที่ยวกับอดีตรักล่ะ ต่อให้ปากบอกว่าไม่มีอะไรหรอก เป็นเพื่อนกันแล้ว แต่ก็อีก จะแน่ใจได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายเขาไม่คิดอะไรแล้ว หรือ ลึกๆ แฟนอาจจะยังคิดอะไรอยู่ก็เป็นได้ 6.คุณทำให้เพื่อนสนิทของคุณเบื่อ เพื่อนที่ต้องฟังเรื่องของคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ของเรื่องผู้ชายคนนี้ บอกแล้วว่าเลิกก็ให้เลิก แต่คุณก็ยังทู่ซี้จะคบแฟนเก่าเป็นเพื่อน แน่นอนว่าปัญหามากมายต้องมาตกที่เพื่อนสนิทสุดซี้ของคุณแน่นอน ซึ่งก็เหมือนหนังม้วนเดิมมาเปิดซ้ำทุกรอบไป 7.รูปในโซเชียลทำคนสับสน ก็ถ้ายังเป็นเฟรนด์กับแฟนเก่าในเฟซบุ๊ค รูปอดีตหวานจ๋อยของคุณก็คงยังคงอยู่ เพราะคุณคงไม่กล้าลบเพื่อทำร้ายจิตใจกันและกัน คนก็คงสับสนได้ว่า นี่เลิกกันแล้วหรือเปล่าเนี่ย โสดอยู่มั้ยเนี่ย เอ๊ะหรือกลับไปคบ 8.คุณจะรู้สึกอิจฉาและติดตามความเป็นไปเขาตลอดเวลา จะต้องคอยอยากรู้อยากเห็นว่าเขาไปมีใคร ไปเดทกับใคร มีใครเข้ามาจีบหรือเปล่า ซึ่งเป็นปกติของคนหวงก้าง ก้างที่เคยเป็นของตัวเองนั่นแหละ แต่ถามว่ามันได้ประโยชน์อะไรมั้ย ไม่เลยสักนิด เหนื่อยเปล่าน่ะ 9.ผันตัวเป็นนักสืบไซเบอร์ แค่ได้ยินจากปากคนอื่นว่าเขาไปมีคนอื่นแล้วยังไม่พอหรอกกับยุคนี้ คุณจะกลายเป็นเจ้าแม่ไซเบอร์ ค้นทุกอย่างเกี่ยวกับกิ๊กใหม่ของเขา แม่นั่นดียังไง จบที่ไหน อายุเท่าไหร่ ทำงานที่ไหน ซึ่งนั่นทำให้เสียเวลาทำมาหากินมากเลยทีเดียว 10.ตะขิดตะขวงใจ เวลาต้องแนะนำเขาให้คนอื่นรู้จัก เมื่อพยายามเป็นเพื่อนกับแฟนเก่า สิ่งที่ตามมาคืออาการกระอักกระอ่วนเมื่อต้องแนะนำว่า นี่เพื่อนนะ และเมื่อถามต่อว่ารู้จักกันได้อย่างไร ภาพเก่าๆ ก็แทบจะกลับมาปังๆ ถ้าคุณรู้สึกหวั่นไหวอยู่แล้ว สิ่งนี้อาจจะทำให้คุณเศร้าได้เลยทีเดียว  ใครที่มีแฟนเก่าเป็นเพื่อนและสามารถคุยกันได้อย่างสนิทใจ อันนี้ก็ยินดีด้วยค่ะ คุณเก่งและแกร่งมาก แต่ถ้าใครที่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนไหว ใจไม่ด้านพอล่ะก็ หลีกเลี่ยงก็ดีนะ เพราะสิ่งที่ตามมาคุณอาจจะรับมันไม่ไหวก็เป็นได้ ที่มา thoughtcatalog.com เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

จากปาก! จียอน เลิก อาร์ จับได้มีมือที่ 3
จียอน /  จียอน เลิก อาร์ / 

เปิดใจครั้งแรกของนักแสดงสาวเลือดเกาหลี ซอ จียอน หลังมีข่าวรักล่มกับนักร้องหนุ่มหุ่นแซ่บ อาร์ อาณัตพล หรือ อาร์ เดอะสตาร์ ซึ่งก่อนหน้าฝ่ายชายเองก็ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่าแค่ห่างกันได้ 2 อาทิตย์ แต่ล่าสุดเจอตัวฝ่ายหญิงในงาน อีซี่บาย ห้องสมุด เพื่อน้อง เลยขอชี้แจงว่าได้เลิกกับหนุ่ม อาร์ มาประมาณ 1 เดือนแล้ว โดยสาเหตุที่เลิกมาจากมือที่ 3 หลายคน แย้มจับได้ 5-8 ครั้ง มีทั้งภาพและคลิปเป็นหลักฐานเป็นคนในและนอกวงการ แถมฝ่ายชายก็เปิดปากบอกยอมรับว่าเลิกพฤติกรรมแบบนั้นไม่ได้ ส่วนสภาพจิตใจดีขึ้นแล้ว และไม่คิดที่จะรีเทิร์นเด็ดขาด ก่อนจะลั่นประโยคเด็ดก่อนไป ถือว่าหมดเวรหมดกรรมละกัน !! "สภาพจิตใจตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ ความสัมพันธ์คือเลิกกัน มาได้สักพักประมาณ 1เดือน จียอนเห็นคำสัมภาษณ์ของอาร์แล้ว ส่วนสาเหตุที่เลิกคือมีมือที่ 3 คือจับได้ 5-8ครั้ง มีทั้งคนนอกและในวงการ แล้วก็ไม่พอใจที่อาร์บอกในทำนองที่เราใจแข็ง จียอนไม่เคยว่าเลยนะหากอาร์จะติดเพื่อน ชอบเที่ยว เราไม่เคยจุกจิกเลย เพราะเราไม่เชคโทรศัพท์อยู่แล้ว" "เรื่องอาร์คุยพริตตี้ให้ไปถามอาร์ดูสิ ก่อนหน้านี้มีคนมาบอกว่าเรื่องสาวๆ ของอาร์ เราไม่เคยเชื่อนะ จนกระทั่งมีภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเป็นหลักฐาน กับภาพอาร์กับเมกอดกันก็ไม่รู้เหมือนกันไปถามเค้าดู พอเรารู้ว่าเค้ามีอีกคนก็โกรธมาก (ร้องไห้) แล้วเราก็หายไป 2 อาทิตย์เลยไปทำใจ ต่อมาฝ่ายชายก็โทรมาง้อวันละนิด จนสุดท้ายก่อนวันที่อาร์ให้สัมภาษณ์ ก็เป็นครั้งที่จียอนจับได้อีก ซึ่งเราก็ตกลงเลิกตั้งแต่กลับมาจากเกาหลี โดยให้โอกาสเค้า" "แต่สุดท้ายอาร์ก็มาสารภาพว่าหยุดไม่ได้ ยอมรับว่าโพสต์ข้อความสารภาพ ไม่ได้เหน็บ แค่อยากให้เขาพูดความจริง เสียใจมากที่อาร์ไม่ยอมพูดความจริงและแก้ตัว ส่วนงานในวงการก็แคบน่ะ ตอนนี้เข้มแข็งพอ และต้องใช้เวลา สามารถพูดคุยกันได้ พอแล้ว ไม่คิดรีเทิร์น ไม่ตอบว่ายังรักอีกไหม ถือว่าหมดเวรหมดกรรมซึ่งกันและกัน" ขอขอบคุณภาพจาก IG @queengyeon @r_nattaphol ซอ จียอน ร่ำไห้ ซอ จียอน ชูสองนิ้ว ซอ จียอน ยิ้มออก อาร์ เดอะสตาร์ อาร์ - จียอน สมัยรักหวาน

มินฮยอก BTOB เป้ากางเกงแตก โชว์ กกน. แดงกลางเวทีคอนเสิร์ต!
BTOB /  Minhyuk / 

มินฮยอก สมาชิกของบอยแบนด์วง BTOB (บีทูบี) เผชิญอุบัติเหตุสุดเขิน เมื่อเขาเต้นอย่างเต็มที่เกินไปจนทำให้เป้ากางเกงขาด แหวกจนเห็นบ็อกเซอร์สีแดงแจ๋ โชว์ผู้ชมกลางเวทีคอนเสิร์ต เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม บอยแบนด์วง BTOB ได้ขึ้นแสดงในเพลง It’s Okay ผลงานคัมแบ็คของพวกเขาบนเวทีคอนเสิร์ตของรายการ M! Countdown แต่ดูเหมือนการแสดงครั้งนี้จะ 'ไม่โอเค' สำหรับหนุ่ม มินฮยอก ซะเท่าไหร่ เพราะในช่วงกลางของเพลงที่เขาออกมาแร๊พและเต้นเป็นเซ็นเตอร์บนเวที ด้วยการเต้นอย่างสุดพลัง ทำให้เป้ากางเกงของ มินฮยอก ขาดเป็นรอยกว้าง จนเผยให้เห็นกางเกงบ็อกเซอร์สีแดงด้านใน ซึ่งนักร้องหนุ่มเองก็รู้ตัวและแสดงอาการขัดเขินอย่างเห็นได้ชัด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกลายเป็นประเด็นที่แฟนคลับเพลง K-POP สนใจ แชร์ทั้งภาพและคลิปของ มินฮยอก BTOB เต็มโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คเลยทีเดียว งานนี้หนุ่ม มินฮยอก มองอุบัติเหตุเป็นเรื่องขำๆ เขาเขียนข้อความติดตลกผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า "เช้ามืดวันก่อนมากวางจู พี่เมเนเจอร์เพิ่งซื้อบ็อกเซอร์ตัวใหม่มาให้ ลายเสือดาวซะด้วย ผมละเริ่มเครียดแล้วครับ" และ "จากการทำเพลง Open ... ยังไงทุกคนโปรดสนับสนุนเพลง Open กันด้วยนะครับ" ไม่เพียงแต่แฟนๆ ที่หยอกล้อหนุ่ม มินฮยอก อย่างสนุกสนานเท่านั้น เพราะสมาชิกภายในวง BTOB เองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว 'พ่อหนุ่มบ็อกเซอร์แดง' ผ่าน SNS ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น เพเนียล ที่ทวีตว่า "เข้มแข็งไว้นะพี่ อย่าซูมกันนะ มองข้ามกางเกงในสีแดงของพี่มินฮยอกกันเถอะ" ฟาก อึนกวัง อัพอินสตาแกรมว่า "ทุกคนอย่าลืมทานมื้อเย็นกันนะครับ ข้าววว มินฮยอกกำลังซ่อนอยู่เพราะเขินครับ (หัวเราะ) วันนี้ถ้าเห็นอะไรแดงๆ ก็จุ๊ๆ ไปก่อนนะ". ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

บิ๊กต๊อก ขอญี่ปุ่นส่งตัว 'ปวิน'กลับไทยดำเนินคดี112
ญี่ปุ่น /  ปวิณ ชัชวาลพงศ์พันธ์ / 

พล.อ.ไพบูลย์ ประสานรัฐบาลญี่ปุ่นส่งตัว "ปวิน"ผู้ต้องหาคดี112กลับไทย ยันความผิดไม่เกี่ยวการเมือง เผยญี่ปุ่นเข้าใจ วันที่ 21 ก.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการหารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือส่งตัว นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ต้องหาคดีอาญาตามมาตรา 112 ที่หลบหนีไปยังประเทศญี่ปุ่นกลับมาดำเนินคดียังประเทศไทยว่า หลังจากการหารือทางสถานทูตญี่ปุ่นก็จะส่งเรื่องร้องเรียนของไทยไปยังรัฐบาลญี่ปุ่น โดยใช้กฎหมายผู้ลี้ภัยคุ้มครอง ซึ่งตนได้ชี้แจงกับทางเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นไปว่า ฐานความผิดนั้นไม่เกี่ยวข้องกับคดีทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นความจริงตามที่ผู้ต้องหาอ้าง เพื่อขอลี้ภัยทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ทางเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นมีความเข้าใจในเรื่องนี้ และจะเสนอต่อรัฐบาลญี่ปุ่นต่อไป ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในการพิจารณาของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะต้องใช้เวลา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะมีสถาบันกษัตริย์เหมือนไทย แต่ก็มีความแตกต่างในรายละเอียดของข้อกฎหมาย ที่มา เดลินิวส์ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

จับตาดูละคร รากนครา เวอร์ชั่นใหม่ หมาก ปะทะ แต้ว-มิว
แต้ว ณฐพร /  มิว นิษฐา / 

ถือเป็นละครที่โด่งมากเมื่อ พ.ศ.2543 สำหรับละคร รากนครา ที่ทางค่ายดาราวิดิโอ ผลิตออกอากาศทางช่อง 7 โดยได้ จรูญ ธรรมศิลป์ เป็นผู้กำกับและได้ บุรู๊ค ดนุพร มารับบท เจ้าศุขวงศ์ ประกบคู่กับซุป’ตาร์ตัวแม่อย่าง อั้ม พัชราภา ที่ตอนนั้นรับบทเป็น เจ้าแม้นเมือง และ ได้นักแสดงเจ้าบทบาทอย่าง นุ่น วรนุช มารับบทเจ้ามิ่งหล้า ที่ร้ายถึงอกถึงใจจนคนดูเกลียดไปทั่วบ้านทั่วเมือง ส่งผลให้ทั้ง อั้ม พัชราภา และ นุ่น วรนุช เป็นที่รู้จักและโด่งดังมากในตอนนั้น แม้บท เจ้าศุขวงศ์ ที่ บรู๊ค ดนุพร สวมบทบาทจะถูกวิพากวิจารณ์ว่าการแสดงยังเข้าไม่ถึงอารมณ์สักเท่าไหร่ แต่พอได้ความแซบของทั้งสองสาวมาผสมทำให้ละครเรื่องนี้กลมกล่อมถูกอกถูกใจคอละครยิ่งนัก นุ่น-บรู๊ค-อั้ม หลายคนยังได้กลิ่นไอความฟินของละครเรื่องนี้อยู่ ทางช่อง 3 เลยจัดให้ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ จากค่ายละคร แอค-อาร์ต เจเนอเรชั่น นำมาปัดฝุ่นใหม่พร้อมเฟ้นหานักแสดงที่จะมารับบทนำของละครเรื่องนี้ข่าวว่าลงตัวที่ หมาก ปริญ ที่จะมารับบทเป็น เจ้าศุขวงศ์ และ ได้นางเอกหน้าไทย แต้ว ณฐพร มารับบท เจ้าแม้นเมือง และ จับเอาสาวสวยหน้าหวานอย่าง มิว นิษฐา มารับบทเจ้ามิ่งหล้า ฉีกคาแรคเตอร์มาเล่นร้ายเป็นครั้งแรก แค่เห็นชื่อนักแสดงแต่ละครก็ทำเอาแฟนๆ ละครฟินกันแล้วจ้า แต้ว-มิว เวอร์ชั่นเก่า อั้ม กับ นุ่น เล่นไว้ได้ถึงใจยิ่งนัก จับตาดูว่า เวอร์ชั่นนี้กับนักแสดงเจเนอเรชั่นใหม่ จะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้จับใจคนดูมากแค่ไหน ตั้งแต่มีข่าวว่าช่อง 3 จะรีเมคละครเรื่องนี้ออกมาก็มีเสียงจากแฟนละครบางส่วนเล็ดลอดออกมาว่า แต้ว ไม่เหมาะกับบทนี้บ้างล่ะ มิว จะเล่นร้ายได้ขนาดไหน บทเจ้าศุขวงศ์ ในเวอร์ชั่นเก่าไม่เด่นเลยกลัว หมาก จะดรอปและอีกหลายเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์กันนานาจิตตัง หมาก แต่ก็มีหลายคนที่เชื่อมั่นในการผลิตละครของ อ๊อฟ พงพัฒน์ เพราะไม่ว่าจะเป็นการเลือกโลเคชั่น การเลือกพร้อพ การเฟ้นหานักแสดง รวมถึงรายละเอียดในการผลิตละครที่ อ๊อฟ พงพัฒน์ ทำผลงานไว้ได้ดีมากในเรื่องก่อนๆ คอละครหลายคนจึงเชื่อมั่นว่ายังไงซะละครเรื่องนี้ก็น่าจะทำออกมาได้ดีและโด่งดังไม่แพ้เวอร์ชั่นเก่าแน่นอน มิว จับตาดูว่าละครรากนครา เวอร์ชั่นใหม่จากช่อง 3 กับเวอร์ชั่นเก่าจากช่อง 7 เวอร์ชั่นไหนจะสนุกจับใจคนดูมากกว่ากัน แต้ว

ดราม่ามหากาพย์ 'เรือดำน้ำ' เข้ากรุซ้ำ ดำไม่ถึงฝั่งเสียที!?
กองทัพเรือ /  ชะลอเรือดำน้ำ / 

ฮือฮาอีกครั้ง หลังบิ๊กโปรเจ็กต์ "เรือดำน้ำ" ถูก"บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งชะลอการเสนอโครงการจัดหาเรือดำน้ำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ให้ไทยควรมีไว้ เพื่อสร้างความ"เกรงใจ" ครานี้ กลับโยนให้กองทัพเรือกลับไปศึกษาให้ถี่ถ้วนว่า ผลประโยชน์ทางทะเลมูลค่า 2 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับราคาเรือดำน้ำหลายหมื่นล้านบาท มีความเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง และ ผลกระทบภัยแล้งระดับชาติ จำต้องประกาศระงับไปก่อน พร้อมกับลดแรงค้านของกระแสสังคมหลายฝ่าย ที่มองว่า ไทยยังไม่ควรเป็นหนี้ และ ไม่มีความจำเป็นให้ใครเกรงใจ หรือ รบกับใคร? เพราะรอบบ้านเรา มีแต่ประเทศพันธมิตร ประกอบกับระดับน้ำฝั่งอ่าวไทยมีความลึกประมาณ 80 กว่าเมตร จึงเหมาะแค่ "เรือดำน้ำนักท่องเที่ยว" หรือ "เรือฟริเกต" เท่านั้น ขณะที่ฟากอันดามัน ก็มีแต่เพื่อนบ้านอินโดนีเซีย ที่จะเป็นมิตร AEC กับเราในปีหน้า เลยไปอีกก็เป็นอินเดีย ซึ่งยังดีต่อกัน กระนั้น ไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องรักษา "อธิปไตย"ในละแวกนี้ แต่...หากลองมองที่"เหตุผล"ของกองทัพเรือ ที่มีมุ่งมั่นในการมี "เรือดำน้ำ"ให้ได้นั้น ย้อนไปเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา "บิ๊กติ๊ด"พลเรือเอกไกรสร จันทร์สุวาณิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ แถลงข่าวถึงโครงการจัดหาเรือดำน้ำ 3 ลำ ที่เตรียมขออนุมัติ ครม.เพื่อจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี กับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน วงเงิน 36,000 ล้านบาท โดยผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมการ 17 คน ที่ศึกษาเปรียบเทียบเรือดำน้ำของ 5 ประเทศ คือ จีน เกาหลีใต้ รัสเซีย เยอรมนี และสวีเดน จนมีมติให้จัดซื้อจากจีน คือ เรือดำน้ำ Yaun class รุ่น S-26T เป็นรุ่นที่อยู่ใต้น้ำได้นานที่สุดของเรือดำน้ำที่ไม่ได้ใช้ระบบนิวเคลียร์เป็นพลังงาน สมรรถภาพระวางขับน้ำ 2,600 ตัน ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ติดตั้งระบบ Air Independent Propulsion system หรือ AIP ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ สามารถอยู่ใต้น้ำได้ถึง 21 วัน โดยไม่ต้องขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อชาร์จไฟ ดังนั้น เรือดำน้ำนี้ จะมาเป็นตัวช่วยในการรักษาผลประโยชน์ทางทะเลที่มีมูลค่ามหาศาลเพิ่มขึ้นทุกปี พร้อมรักษาอำนาจอธิปไตยหากภายหน้ามีสิ่งใดกระทบความมั่นคงของประเทศ และที่สำคัญ ในภูมิภาคอาเซียน ล้วนแต่มีเรือดำน้ำมาแล้วหลายปี อาทิ เวียดนามมี 6 ลำ มาเลเซีย 2 ลำ สิงคโปร์ 6 ลำ อินโดนีเซีย 2 ลำ พร้อมกำลังสั่งซื้อเพิ่มอีก 3 ลำ และเมียนมาร์ ที่มีข่าวว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดซื้อเช่นกัน กระนั้น หากมองที่เรื่องยุทธศาสตร์และความมั่นคง ไทยถือว่า "ล้าหลัง" ที่ยังไม่มี "เขี้ยวเล็บ" เหล่านี้มาประจำการ! สำหรับความพยายามในการผลักดันเรือดำน้ำของกองทัพเรือนั้น ได้เสนอโครงการมาตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน นับรวมถึง 21 ปี แต่ติดปัญหาเรื่องงบประมาณมาตลอดทุกรัฐบาล รวมถึงกระแสต่อต้านจากสังคม และได้เกิดกระแสขึ้นอีกครั้งในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่การเสนอก็ถูกชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนมาถึงยุครัฐบาล"บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทัพเรือหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นอีกคร้้ง และหวังว่าจะได้รับการตอบรับ และประสบความสำเร็จในที่สุด เพราะทหารต้องเข้าใจหัวอกทหารด้วยกัน และที่สำคัญ มีพี่ใหญ่อย่าง "บิ๊กป้อม"กุมบังเหียนงานความมั่นคงคอยหนุน มีหรือจะ "กินแห้ว" แต่แล้ว...อภิมหาโปรเจ็กต์ "เรือดำน้ำ" กลับต้องถูก"ใส่ลิ้นชัก"- "เก็บเข้ากรุ"ไปตามระเบียบเดิม เมื่อไปไม่ถึงฝั่งฝันเสียที งานนี้ "ราชนาวีไทย" อาจต้องปรับเปลี่ยนแผนใหม่ จบเรื่อง"เรือใหญ่" ไปผลักดัน "เรือฟริเกต เฟส2"แทน ตามความเห็นนักวิชาการ และ ลดแรงเสียดทานจากสังคม แกล้วนลิน ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ร้านเหล้า รอบมหาวิทยาลัย ปิดตามประกาศ คสช.
มหาวิทยาลัย /  ร้านเหล้า / 

ร้านเหล้ารอบหอการค้า - จันทรเกษม ที่อยู่ห่างสถาบันไม่เกิน 300 เมตร ต่างปิดบริการแล้ว หลังประกาศ คสช. ฉ.22 มีผลบังคับใช้แล้ว บรรยากาศภายในซอยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเคยมีร้านอาหารจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เปิดให้บริการอยู่เป็นประจำ และร้านบริเวณนี้ตั้งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ไม่เกิน 300 เมตร ทุกร้านปิดให้บริการแล้วตามประกาศของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 22 เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการที่เปิดใกล้กับสถานศึกษาและหอพัก ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ร้านเหล้าภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่ ซึ่งบริเวณนี้ก็อยู่ไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมีหอพักนักศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก ร้านอาหารในลักษณะดังกล่าวที่เข้าข่ายให้บริการผิดเงื่อนไขต่างก็ปิดให้บริการเช่นกัน สำหรับประกาศของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ข้อ 4 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ประกอบกิจการหรือสถานประกอบการ อนุญาตให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเกินเวลาเที่ยงคืน และปล่อยปละละเลยให้พกพาอาวุธเข้าไปในสถานที่นั้น และห้ามตั้งอยู่ใกล้กับสถานศึกษาหรือหอพักไม่ต่ำกว่า 300 เมตร หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะต้องถูกปิดให้บริการ และเพิกถอนใบอนุญาตขายสุรา ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจสั่งปิดสถานบริการที่ฝ่าฝืนประกาศไปแล้ว 2 แห่ง เมื่อคืนวานนี้

ม็อบมุสลิมบุกกงสุลอิสราเอลในไทย ต้านความรุนแรงปาเลสไตน์
จราจรติดขัด /  ประท้วง / 

กลุ่มมวลชนในนามสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทยกว่า 200 คน เดินขบวนถือป้ายและธงสี ปิดถนนอโศก-สุขุมวิท ล่าสุดเปิดการจราจรปกติแล้ว เมื่อเวลา 14.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมในนามสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทยกว่า 200 คน เดินขบวนถือป้ายและธงสีไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านหน้าอาคารคิวเฮ้าส์ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. ส่งผลทำให้การจราจรติดขัด แจ้งประชาชนที่สัญจรในถนนดังกล่าวหลีกเลี่ยงเส้นทาง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเจรจาเปิดถนน จากรายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวขณะนี้รวมตัวประท้วงกันที่หน้าตึกโอเชียน ทาวเวอร์2 ซึ่งเป็นที่ทำการของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อต่อต้านความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวมุสลิมในประเทศปาเลสไตน์ ทั้งนี้ทางโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยย่านอโศก ได้ประกาศให้นักเรียนเดินทางกลับบ้านแล้ว ต่อมานายเสถียรภาพ สุขสำราญ ประธานสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายสมชาย สายสวัสดิ์ ประธานฝ่ายความมั่นคง สมาพันธ์อัลกุดส์ฯ เดินทางเข้ารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่สโมสรทหารบก วิภาวดีรังสิต ตามหนังสือเชิญให้เข้าชี้แจงกรณีที่มีการชุมนุมหน้าสถานทูตอิสราเอล โดยนายเสถียรภาพ เปิดเผยภายหลังเข้าชี้แจงกับคสช.ว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมต่อต้านความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวมุสลิมในประเทศปาเลสไตน์ ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกก็มีการชุมนุมในลักษณะเดียวกัน พร้อมระบุว่า การชุมนุมดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศไทยแต่อย่างใด หลังจากนี้จะยุติการชุมนุมในลักษณะดังกล่าว แต่หากมีกลุ่มอื่นที่เคลื่อนไหวในลักษณะการชุมนุม ขอยืนยันว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มสมาพันธ์อัลกุดส์ฯ แน่นอน ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ผบ.ทร.เซ็ง กระแสต้าน'ซื้อเรือดำน้ำ' โอด ซื้อทีไรต้านทุกที?
ซื้อเรือดำน้ำ /  ผบ.ทร. / 

'ไกรสร' โอด กระแสต้าน'ซื้อเรือดำน้ำ' ชี้ มีเหตุผล-คุ้มค่า อย่าด่วนตัดสิน วอนเชื่อใจหทารเรือ รอ ครม.อนุมัติ จะเผยรายละเอียด วันที่ 8 ก.ค.58 พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงกระแสคัดค้านจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า กองทัพเรือได้ศึกษาอย่างดีที่สุด ส่วนเรื่องอื่นเป็นนโยบายรัฐบาล ไม่อยากให้วิจารณ์กันเสียหาย ควรฟังข้อมูลและเหตุผล ไม่ใช่ตำหนิอย่างเดียว เพราะโอกาสจัดหาแต่ละครั้งไม่ง่าย กว่าจะได้เรือดำน้ำอย่างน้อย 7 ปี โดยเรือดำน้ำเป็นยุทธศาสตร์ในการป้องปรามและศักยภาพดีที่สุด ส่วนงบประมาณขึ้นอยู่กับ ครม.อนุมัติ ถ้าไม่ซื้อเรือดำน้ำก็ต้องซื้ออย่างอื่น อาจจะเป็นเรือผิวน้ำหรือเรือตรวจการณ์ลาดตระเวณแทน แต่กองทัพเรือไม่ได้มีแผนสำรอง หากไม่ได้เรือดำน้ำก็ต้องหยุด ขอให้ได้รับการอนุมัติก่อนแล้ว จึงจะขอชี้แจงรายละเอียด "อย่าเพิ่งไปคิดว่าอะไรดีไม่ดี ทุกคนต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ต้องเชื่อใจกัน ถ้าให้กองทัพเรือรับผิดชอบในทะเล ก็ควรเชื่อใจทหารเรือ แต่ถ้ามาคิดว่า ตรงนี้ไม่ได้ ท่านก็มาเป็นทหารเรือเองก็แล้วกัน จะได้รู้ว่าเป็นยังไง การเป็นทหารเรือไม่ง่าย ถ้าคนที่อยู่ในเรือและต้องดำน้ำ 21 วันโดยไม่โผล่มาเห็นเดือน เห็นตะวัน เขาเสียสละกันแค่ไหน พวกท่านมาบอกว่าซื้อแล้วจะใช้เงินมากมาย ก็เป็นเงินของผมเหมือนกัน ผมก็เสียดายเงิน ถ้าไม่ดีก็ไม่อยากซื้อ ต้องเข้าใจคนอื่นบ้าง อย่าคิดคนเดียว" ผบ ทร. กล่าว ที่มา Wassana Nanuam ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News 

ดุหนักมาก! 'ปลาจระเข้' โผล่กลางบ่อ แจ้ง จนท.จับหวั่นอันตราย
ปลาจระเข้ /  ปลาอัลเกเตอร์ / 

ชาวบ้านพบ 'ปลาจระเข้' หรือ 'ปลาอัลเกเตอร์' 2 ตัว กลางบ่อหมู่บ้านที่ราชบุรี ผวาหวั่นอันตราย เพราะมีนิสัยดุร้าย แจ้ง จนท.จับได้ 1ตัว วันที่ 19 ก.ค.58 ชาวบ้านในหมู่บ้านนิรันดร์ ฮิลล์ ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 9 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้พบปลาประหลาด ที่มีรูปร่างคล้ายจระเข้ 2 ตัว โผล่ขึ้นมากินอาหารที่นำไปเลี้ยงปลาในบ่อกลางหมู่บ้าน จึงเกรงว่าอาจจะเป็นปลาอันตราย และอาจจะกินปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อหมด จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์มาทำการจับไป โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เบ็ดมาตกปลาตัวดังกล่าวขึ้นมาได้1ตัว พบเป็นปลาอัลลิเกเตอร์ มีรูปร่างคล้ายกับจระเข้ ลำตัวยาวประมาณ1.50 เมตร น้ำหนักมากกว่า50 กิโลกรัม ทำการนำส่งให้ประมง จ.ราชบุรี ดูแล และจะทำการจับอีกตัวที่เหลือครั้งต่อไป ส่วนสาเหตุที่ปลาดังกล่าวมาอยู่ในบ่อได้ คาดว่า มีผู้นำมาเลี้ยงตั้งแต่ตัวเล็ก แต่เมื่อตัวโตขึ้น จึงได้นำมาปล่อยไว้ในบ่อดังกล่าว และเมื่อชาวบ้านมาออกกำลังกายและนำอาหารมาเลี้ยงก็ขึ้นมากินอาหาร ทำให้ชาวบ้านคิดว่าเป็นจระเข้จึงหวาดกลัว สำหรับปลาอัลเกเตอร์ นั้นเป็นปลาตระกูลเดียวกันกับปลาปิรันย่า เป็นปลาที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ มีรูปร่างยาว ส่วนที่ปากจะคล้ายกับจระเข้ มีฟันที่แหลมคม มีเกล็ดแข็ง มีนิสัยดุร้าย และกินเนื้อเป็นอาหาร กินเก่งและโตวัย ที่มา nation ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ไฟเขียว! ครม. เตรียมลงนามเว้นวีซ่าไทย-พม่า เที่ยวได้ 14 วัน
ยกเว้นวีซ่าพม่า /  วีซ่าพม่า / 

ครม. มีมติเห็นชอบพร้อมเตรียมลงนาม ยกเว้นวีซ่าไทย-พม่า สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา อยู่ได้ไม่เกิน14 วัน วานนี้ (21 ก.ค. 58) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติจัดทำความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ว่า ด้วยเรื่องการยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา โดยอนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของแต่ละฝ่ายที่เดินทางเข้าประเทศผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติได้รับยกเว้นวีซ่าและพำนักในประเทศผู้รับได้ไม่เกิน 14 วัน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงนามในความตกลงดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ว่าด้วยยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างความตกลงฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์และนโยบายของไทย ให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง 2. อนุมัติให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนามในความตกลงดังกล่าว สำหรับสาระสำคัญของร่างความตกลงฯ ฉบับแก้ไขล่าสุดมีเนื้อหาคล้ายคลึงกับร่างความตกลงฯ ฉบับที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2556 โดยมีรายละเอียดที่แตกต่าง ดังนี้ 1. ข้อ 1 อนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของแต่ละฝ่ายที่เดินทางเข้าประเทศผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติ ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและพำนักในประเทศผู้รับได้เป็นเวลาไม่เกิน 14 วัน 2. ข้อ 5 การปฏิเสธการเข้าเมือง การลดระยะเวลา และการบอกเลิกการอนุญาต พำนัก สามารถทำได้โดยจะแจ้งเหตุผลหรือไม่ก็ได้ (ร่างความตกลงฯ เดิมระบุว่า “สามารถทำได้โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล”) 3. ข้อ 8 วรรค 2 การยกเลิกความตกลงฯ จะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางทางการทูต และความตกลงฯ จะสิ้นสุดลงและไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไปหลังจาก 90 วัน (ร่างความตกลงฯ เดิมระบุที่ 60 วัน) จากวันที่ได้มีการแจ้ง ซึ่งจำนวนวันที่ระบุในร่างความตกลงฯ อ้างอิงจากกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา (ASEAN Framework Agreement on Visa Exemption) ซึ่งได้มีการลงนามเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 4. ยกเลิกข้อความภาคผนวกเอ (จุดผ่านแดนระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตซึ่งจัดตั้งโดยราชอาณาจักรไทย) และภาคผนวกบี (จุดผ่านแดนระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตซึ่งจัดตั้งโดยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา) นอกจากนี้ ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ขอยืนยันว่า คนไทยที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศเมียนมา ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจลงจราจากสถานทูตเมียนมาในไทย หรือผ่านระบบ e-visa ของทางการเมียนมา ก่อนการเดินทาง เนื่องจากในชั้นนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ด้านการเข้า-ออกประเทศเมียนมาแต่อย่างใด ขอบคุณข้อมูล @natty_onravee , thaigov.go.th ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อย่างซิ๊ด!กังหัน,ตราไก่,ไวกิ้งร่วมสายศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนยุโรป
บอลโลก /  ฟุตบอล / 

ศึก ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ได้ทำการจับฉลากแบ่งสายรอบคัดเลือกในโซนยุโรปออกมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกลุ่ม เอ ที่มีทีมแกร่งอย่าง ฮอลแลนด์, ฝรั่งเศส และ สวีเดน รวมไปถึง บัลแกเรีย ถูกยกให้เป็นกลุ่มแห่งความตาย  ส่วนสายที่น่าสนใจคือ กลุ่มจีที่ สเปน และ อิตาลี อยู่ในสายเดียวกัน โดยมีแอลเบเนีย, อิสราเอล, มาซิโดเนีย, ลิกเตนสไตน์ อยู่ในสายด้วย ส่วนเยอรมันแชมป์โลก อยู่ในกลุ่ม ซี ร่วมกับ สาธารณรัฐเช็ก, ไอร์แลนด์เหนือ, นอร์เวย์, อาเซอร์ไบจาน และ  ซาน มาริโน และทีมขวัญใจมหาชนอย่าง อังกฤษถูกวางอยู่ในกลุ่มเอฟ จะได้ดวลกับคู่รักคู่แค้นอย่างสก็อตแลนด์  สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, ลิธัวเนีย, มอลตา ส่วน เวลส์ มีลุ้นที่จะได้ไปเล่นในรอบสุดท้ายหากสามารถผ่าน ออสเตรีย, เซอร์เบีย, ไอร์แลนด์, มอลโดวา, จอร์เจีย โดยโซนยุโรป มีโควตาทั้งหมด 14 ทีม โดยเจ้าภาพ รัสเซียเข้ารอบโดยอัตโนมัติไปแล้ว ซึ่งที่เหลืออีก 13 ที่ ยูฟ่าจะคัดเอาทีมแชมป์กลุ่มทั้ง 9 กลุ่มผ่านเข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ และคัดเอาทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีมมาเพลย์ออฟหาตัวแทนอีก 4 ทีม สรุปผลการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม เอ : ฮอลแลนด์, ฝรั่งเศส, สวีเดน, บัลแกเรีย, เบลารุส, ลักเซมเบิร์ก กลุ่ม บี : โปรตุเกส, สวิตเซอร์แลนด์, ฮังการี, หมู่เกาะแฟโร, ลัตเวีย, อันดอร์รา กลุ่ม ซี : เยอรมัน, สาธารณรัฐเช็ก, ไอร์แลนด์เหนือ, นอร์เวย์, อาเซอร์ไบจาน, ซาน มาริโน กลุ่ม ดี : เวลส์, ออสเตรีย, เซอร์เบีย, ไอร์แลนด์, มอลโดวา, จอร์เจีย กลุ่ม อี : โรมาเนีย, เดนมาร์ก, โปแลนด์, มอนเตเนโกร, อาร์เมเนีย, คาซัคสถาน กลุุ่ม เอฟ : อังกฤษ, สโลวาเกีย, สก็อตแลนด์, สโลวีเนีย, ลิธัวเนีย, มอลตา กลุ่ม จี : สเปน, อิตาลี, แอลเบเนีย, อิสราเอล, มาซิโดเนีย, ลิกเตนสไตน์ กลุ่ม เอช : เบลเยี่ยม, บอสเนียฯ, กรีซ, เอสโตเนีย, ไซปรัส กลุ่ม ไอ : โครเอเชีย, ไอซ์แลนด์, ยูเครน, ตุรกี, ฟินแลนด์

เล่นกะใครไม่เล่น! มูรินโญ่ ตอกเจ๊เคยนับไหมว่าซื้อนักเตะไปกี่ล้าน
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

เรียกว่าเล่นกับใครไม่เล่นเมื่อ โจเซ่ มูรินโญ่กุนซือจอมโอหังของเชลซี ออกโรงไล่ให้ อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซน่อล ไปลองกดเครื่องคิดเลขดูว่า ในรอบปีที่ผ่านมาตัวเองซื้อนักเตะไปเป็นเงินเท่าไรแล้ว แม้ว่าฤดูกาลยังไม่รูดม่านเปิดฉาก แต่ โจเซ่ มูรินโญ่ ก็เริ่มทำสงครามน้ำลายใส่คู่แข่งร่วมกรุงลอนดอนอย่าง อาร์เซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล เมื่อออกมาพูดว่า สามารถพาเชลซี เป็นแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยการใช้เงินน้อยกว่าที่ ผู้จัดการทีมเลือดน้ำหอมใช้เสริมทัพซะอีก “ถ้าคุณเอาตัวเลข 3 หรือ 4 ปีหลังสุดมาบวกกันคุณอาจจะเจออะไรที่ทำให้ประหลาดใจได้นะ” ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสจั่วหัว “ลองไปหาเครื่องคิดเลขมากดดูสิไป๊ นั้นคือสิ่งที่ทำได้โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรให้มากเลย” “พวกเขาซื้อผู้รักษาประตูเก่งๆไป นั้นคือตำแหน่งที่สำคัญมากๆของทีม” “ถ้าคุณเอาค่าตัวของ โอซิล, อเล็กซิส, แชมเบอร์ และ เดอบูชี่ มาบวกกันดู คุณอาจจะเจอเรื่องประหลาดใจก็ได้นะ” มูรินโญ่ใส่ยับ สำหรับ อาร์เซน เวนเกอร์ และลูกทีมไม่ต้องรอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกันนาน เมื่อจะมีโอกาสได้ปะทะแข้งกับ เชลซี ในศึกคอมมูนิตี้ชิลด์ วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคมนี้ เวลา 21.00 น.

นายกฯ ใช้ ม.44 ออกกฎ ปราบเด็กแว้น-คุมร้านเหล้า
นายกรัฐมนตรี /  ม.44 / 

นายกรัฐมนตรีประกาศใช้ มาตรา 44 ออกกฎ ปราบเด็กแว้น และควบคุมร้านเหล้า โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานศึกษา พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งประกาศใช้อำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ห้ามไม่ให้แข่งรถบนทางสาธารณะทุกพื้นที่  ทั้งการรวมกลุ่ม แม้ว่าจะไม่มีการแข่งรถก็ตาม หากเจ้าหน้าที่พบการแข่งรถ และควบคุมตัวเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีได้ ผู้ปกครองจะต้องถูกดำเนินคดีฐานปล่อยปละละเลย  ส่วนการตรวจสอบร้านประกอบการ หากพบเข้าข่ายสนับสนุนเพื่อให้มีการแข่งรถ เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2 พันบาทถึง 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมทั้ง สั่งปิดกิจการทันที ส่วนสถานประกอบการที่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด  ทั้งไม่ให้บริการหรือขายสุราให้กับบุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปี รวมถึงห้ามไม่ให้สถานบริการเหล่านี้ตั้่งใกล้สถานศึกษา  หรือหอพักใกล้สถานศึกษา หากผู้ฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งปิดทันที ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ประกาศผล กิจกรรมชิงบัตรชมคอนเสิร์ต Musketeers
Musketeers /  Time Machine / 

มัสเก็ตเทียร์ ชวนแฟนไปสนุกกับคอนเสิร์ตครั้งแรก ใน AIS Music Store KKBOX Presents Time Machine Concert : ทะยานไปด้วยกันกับ Musketeers คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ ครั้งแรกของมัสเก็ตเทียร์ ซึ่งความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้เพื่อให้วงและแฟนคลับได้ร่วมสนุกไปด้วยกันตั้งแต่อัลบั้มแรกจนกระทั้งเพลง ล่าสุด “Time Machine” เพลงใหม่ที่พึ่งปล่อยไปของอัลบั้มที่ 3 โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะจัดขึ้นวันที่ 23 กรกฎาคม นี้ ที่ LIVE HOUSE STUDIO JJ GREEN รายชื่อผู้ได้รับบัตร 1. ชลันธร ไทรพงษ์พันธุ์ 2. รุ่งโรจน์ หวังสิทธิรัตน์ 3. ณิชกานต์ รัตนศรีทอง 4. สมภพ ล้อจรัสศรีวงษ์ 5. วันฉัตร อารีวัฒนา 6. สุภคณา แช่มแก้ว 7. นวภัสร์ แสนคติชัยภักดิ์ 8. ธนิตพงศ์ สิริโสภณวัฒนกุล 10. พันธกานต์ เเสนสุข ติดต่อรับบัตรได้ที่หน้างานแสดง ณ LIVE HOUSE STUDIO JJ GREEN ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป อย่าลืมนำบัตรประชาชนตัวจริงไปเป็นหลักฐานการรับบัตรที่หน้างานด้วยนะครับ

เปิดห้องตัวอย่าง คอนโดเดอะไลน์ จตุจักร
condo /  คอนโด / 

คอนโดเดอะไลน์ จตุจักร – หมอชิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 4 ไร่ ทำเลใกล้ รถไฟฟ้าสถานีหมอชิต และรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสวนจตุจักร ภายใต้แนวคิด Location is Everything เพราะที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องของทำเล ให้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ รวดเร็ว สะดวกสบาย โครงการออกแบบโดดเด่นด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติผสานกับพลวัตแห่งเมืองสร้างอัตลักษณ์แห่งสถาปัตยกรรมค่ะ เปิดห้องตัวอย่าง คอนโดเดอะไลน์ จตุจักร พื้นที่ในโครงการยังออกแบบให้มีความน่าสนใจ คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย ทั้งการสร้างพื้นที่ทางเดิน และทางวิ่งสำหรับการออกกำลังกาย  พื้นที่สำหรับฝึกโยคะ พื้นที่สำหรับประชุม พื้นที่สำหรับการอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน  พื้นที่สำหรับฟิตเนส รวมถึงสระว่ายน้ำยาวถึง 40 เมตร  และพื้นที่สำหรับการสังสรรค์หรือกิจกรรมสันทนาการ ตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์คนเมืองได้อย่างรอบด้าน โดยประกอบด้วยห้องพักอาศัยทั้งหมด 841 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 25.25-105.75 ตารางเมตร ขนาดตั้งแต่ 1 ห้องนอนจนถึง 3 ห้องนอน และแบบดูเพล็กซ์ ราคาเริ่มต้นที่ 4 ล้านบาท เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปดูห้องตัวอย่างของโครงการกันเลยค่ะ ตัวอย่างห้องขนาด 1 ห้องนอน ห้องขนาด 34.25 - 34.75 ตร.ม. มี 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พร้อมส่วนซักผ้า เปิดประตูห้องเข้ามาขวามือจะพบกับห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น เดินตรงเข้าไปจะเป็นห้องนอน ส่วนห้องครัวจะอยู่ขวามือมือประตูกระจกกั้นไว้เป็นสัดส่วนที่ชัดเจน ถัดจากห้องครัวไปจะพบกับส่วนซักล้างค่ะ ห้องรับแขก ห้องรับแขกทางโครงการ ได้ตกแต่งสไตล์คลาสสิคแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราด้วยความมันวาวของเฟอร์นิเจอร์ ถ้าเปิดประตูห้องเข้ามาจะพบโซฟาอยู่ทางด้านขวา และชั้นวางทีวีจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ห้องครัว ห้องครัวตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ Built - In ปิดผิวด้วยลามิเนตสีน้ำตาลไหม้ ปูพื้นด้วยหินแกรนิตโต้สีดำขนาด 60 X60 ซม. ห้องนอน ห้องนอน Type นี้จะมีหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นวิวสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เป็นห้องมุมที่มองออกไปแล้วสบายตา เหมาะแก่การพักผ่อนค่ะ ปูพื้นด้วยไม้ลามิเนต white oak ค่ะ

'ชูวิทย์' โพสต์จวก 'คีรีมายา' ทำไมคดีไม่คืบ?
คีรีมายา /  ชูวิทย์ / 

‘ชูวิทย์’ โพสต์เฟซบุ๊ค ชื่นชมเจ้าหน้าที่ หลังจับคดีท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง จวก'คีรีมายา' เขาใหญ่ คดีไม่คืบ?   วันนี้ (30 ก.ค. 58) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความลงในเฟซบุ๊ค  โดยระบุว่า วันนี้วันดี เป็นวันพระใหญ่ ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ หลังจากผมเปิดเผยเรื่อง "ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง" ว่าสร้างยื่นลงไปในทะเลเป็นกิโล ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมอุทยานฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ล่าสุด ทหารนาวิกโยธิน และตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมกันตรวจสอบพบว่าสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯจริง จึงตรวจยึดพื้นที่ และสิ่งก่อสร้างเอาไว้ ส่วนตำรวจ สภ.เกาะช้าง ก็ออกหมายจับ ทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่ดิน อุทยาน ที่ปล่อยปละละเลยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ที "ชาวบ้าน" สร้างท่าเรือแจวเล็กๆ ยังมองเห็นรีบบุกจับ แต่พอระดับ "นายทุน" สร้างท่าเรือเฟอร์รี่ใหญ่โตมโหฬาร ดันหูหนวกตาบอดปล่อยให้เปิดมาได้เป็นสิบปี นี่ถ้าผมไม่ปากเปียกปากแฉะออกมาแฉอยู่เป็นเดือน คงเปิดต่อได้ยันลูกบวช แต่เอาเถอะครับ วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ปกป้องทรัพย์สมบัติของชาติให้ตกไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ถึงแม้จะช้าไปบ้าง แต่เข้าใจว่าพวกนี้เป็น "ผู้ยิ่งใหญ่" จะไปบุกจับรวดเร็วทันควันเหมือนชาวบ้านก็คงยาก จะเหลือก็แต่ "คีรีมายา" ที่เขาใหญ่ สร้างคาบเกี่ยวพื้นที่อุทยาน ทับลำรางสาธารณะ บุกรุกป่าเป็นพันไร่ ป่านนี้ไม่รู้ว่าไปถึงไหนแล้ว พอเจอ "ขาใหญ่" เข้าหน่อย เรื่องเงียบเป็นป่าช้า แต่เวลาชาวบ้านเข้าไปสร้างกระท่อมเล็กๆ อยู่กลางป่า ดันบุกจับรวดเร็วทันควัน ยุคนี้มันยุคใหม่แล้วนะครับ ดูที่เกาะช้างเป็นตัวอย่าง ผิดก็ว่ากันไปตามผิด อย่าให้เป็น "ไฟไหม้ฟาง" ตีข่าวครึกโครมอยู่สองสามวัน แล้วเงียบหายไปกับสายลมเหมือนแต่ก่อน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ชูวิทย์ I’m No.5 ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เตือนคนไทย ไปทำงานญี่ปุ่นผิดกม. โทษสูงนายจ้างโดนด้วย
ญี่ปุ่น /  ทำงานญี่ปุ่น / 

เตือนคนไทย ไปทำงานญี่ปุ่นผิดกม. โทษสูง นายจ้างโดนด้วย แฟนเพจสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ได้ประกาศแจ้งคนไทยที่กำลังจะไปทำงานในญี่ปุ่นแบบผิดกฎหมาย โดยเผยว่า ตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ได้ขอความร่วมมือสถานทูตฯ ประชาสัมพันธ์รณรงค์ ไม่ให้มีการจ้างแรงงานต่างชาติ (ที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น) ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายนั้น สถานทูตฯ ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบเกี่ยวกับการจ้างงานที่ผิดกฎหมายญี่ปุ่น ดังนี้ การลักลอบทำงานผิดกฎหมาย แบ่งได้เป็น 3 กรณี คือ 1)กรณีการว่าจ้างให้คนต่างชาติที่ลักลอบเข้าประเทศหรืออยู่เกินกำหนด (OVERSTAY) ทำงาน 2) กรณีการว่าจ้างให้คนต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เช่น ผู้ที่มาญี่ปุ่นโดยมีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวหรือเยี่ยมญาติ นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน 3) กรณีการว่าจ้างให้คนต่างชาติที่ทำงานนอกเหนือจากประเภทงานที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เช่น คนที่ได้รับอนุญาตทำงานในโรงงานแต่กลับไปทำงานพ่อครัวแทน ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษ ดังนี้ - นายจ้างหรือผู้แนะนำให้แรงงานต่างชาติลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือถูกปรับไม่เกิน 3,000,000 เยน (แม้ว่านายจ้างจะอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นการลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายก็ตาม) - นายจ้างหรือผู้แนะนำแรงงานต่างชาติที่ทำตามข้อ 1 ที่เป็นคนต่างชาติอาจถูกเนรเทศออกจากญี่ปุ่นได้ - นายจ้างที่ยื่นเรื่องการจ้างงานเท็จ หรือไม่ได้ยื่นเรื่องในการจ้างงานจะถูกปรับไม่เกิน 300,000 เยน ซึ่งหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลการพำนักคนต่างชาติ เบอร์โทรศัพท์ 0570-013904, 03-5796-7112 หรือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใกล้บ้าน หมายเหตุ ได้ปรับเสริมการแปลข้อความบางส่วนเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และเพื่อต้องการให้คนไทยทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายญี่ปุ่น และหลีกเลี่ยงการกระทำเหล่านี้ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News