�ว�าแ�ม����ร��� �อ���

The Disappointments Room มันอยู่ในห้อง
D.J. Caruso /  Kate Beckinsale / 

The Disappointments Room มันอยู่ในห้อง The Disappointments Room มันอยู่ในห้อง ว่าด้วยเรื่องราวเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในบ้านหลังหนึ่งแถบชานเมือง ดาน่า รับบทโดย เคท เบคกินเซล (Kate Beckinsale) และครอบครัวที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านในฝันของใครหลายคน แต่แล้วกลับเกิดเหตุการณ์หลอนที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ พาให้เธอค้นพบห้องลับที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน เมื่อความอยากรู้อยู่เหนือความกลัว ทันทีที่ประตูถูกปลดล็อก พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความสยดสยองที่นำความตายมาสู่ทุกคนในบ้านหลังนี้

ส่อง!! อั้ม พัชราภา กับตำแหน่งนางเอกซุปตาร์เบอร์หนึ่ง!!
ข่าว อั้ม พัชราภา

เรียกว่าหาคนโค่นบัลลังก์ได้ยากเหลือเกิน สำหรับนางเอกซุปตาร์ที่ฮอตทั้งกระแสและแซบทั้งลุคอย่าง อั้ม พัชราภา เวลานี้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกซุปตาร์เบอร์หนึ่งของวงการไปแบบสวยๆ และดูท่าว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งไปอีกนาน แม้ผลงานละครในช่วงหลังๆ จะส่งมาให้แฟนคลับได้ชื่นชมน้อยนิดไปสักหน่อย แต่ยอดฟอลโลว์ในอินสตาแกรมส่วนตัวก็ยังมีมวลมหาประชาชีฟอลโลว์เยอะที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของดาราไทยอยู่ดี เรียกว่าหลายๆ คนยังให้ความสนใจสาวฮอตคนนี้เป็นอันดับต้นๆ ก็ว่าได้ เรื่องความรักก็เช่นกันถูกจับตามองตลอดๆ เส้นทางชีวิตที่ผ่านมาของคุณเธอเป็นเช่นไร วันนี้เราไปเจาะลึกประวัติของเธอกัน5 ธันวาคม วันดีๆ ของไข่มุก 5 ธันวาคม 2521 ถือเป็นวันลืมตาดูโลกของซุปตาร์ซุปเปอร์ฮอตที่ชื่อ อั้ม พัชราภา เมื่อแรกเกิดเธอคนนี้มีนามว่า ไข่มุก แต่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น พัชราภา อย่างที่เราได้รู้จักกันในทุกวันนี้ จะเรียกว่าเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อและแม่ก็คงได้อยู่ เพราะอั้มเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว และเป็นความภาคภูมิใจหนึ่งเดียวของครอบครัวด้วย อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา เด็กนิเทศศาสตร์ เพราะเป็นคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่เล็กจนโต สาวอั้มจึงได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง แล้วก็สมกับที่ทุกวันนี้เป็นคนในแวดวงมายาเพราะ อั้ม พัชราภา เป็นสาวนิเทศศาสตร์อย่างแท้จริง โดยเธอจบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา ประตูสู่วงการ เวที สาวแฮ็คส์ ถือเป็นเวทีแรกที่เหมือนจะเป็นใบเบิกทางให้อั้มได้เข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการมายา โดยเธอได้รับตำแหน่งชนะเลิศเป็นสาวแฮ็คส์คนแรกของเวทีนี้เมื่อปี 2540 จากนั้นจึงมีผลงานในวงการบันเทิงให้เห็นในรูปแบบของนางเอกมิวสิควิดีโอ และละครเรื่อง มณีเนื้อแท้ ที่ออนแอร์ทางช่อง 7 สี ถือเป็นละครเรื่องแรกที่ทำให้ประชาชีได้รู้จัก อั้ม พัชราภา อย่างเต็มตัว และรู้จักมากขึ้นๆ ในเวลาถัดมา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อีเปียแห่งคมพยาบาท จากละครเรื่องแรก สู่ละครเรื่องที่ 2 สู่เรื่องที่ 3 และอีกมากมายนับไม่ถ้วนตั้งแต่ปี 2540 จวบจนปี 2543 อั้มได้พลิกบทบาทครั้งใหญ่เมื่อโดดมารับบท เปีย ในละครดราม่าเข้มข้นเรื่อง คมพยาบาท เป็นการพลิกมารับบทร้ายเรื่องแรก แต่เป็นบทที่เด่นและส่งให้เจ้าตัวกลายเป็นที่รู้จักของแฟนละครช่อง 7 สี รวมไปถึงแฟนละครทั่วบ้านทั่วเมือง เรียกว่าพัฒนาการด้านการแสดงเพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นนางเอกแถวหน้าของเมืองไทยที่ใครๆ ต่างก็คุ้นหน้า อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา เซ็กซี่สตาร์ กลายเป็นนางเอกที่ประชาชนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองในเวลาเพียงไม่กี่ปี นับว่าประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามสำหรับสาวอั้ม เรื่องความเซ็กซี่ก็เช่นกัน แม้ในช่วงแรกที่ชิมลางงานบันเทิงจะยังไม่เห็นประกายความเซ็กซี่เท่าไหร่ แต่ไม่นานหลายคนก็เล็งเห็นความแซบในตัวสาวเจ้า ซึ่งอั้มขึ้นชื่อว่าเป็นดาราสาวที่เซ็กซี่ที่สุดเป็นอันดับ 1 ของเมืองไทย คว้ารางวัลจากหลากหลายเวทีเซ็กซี่ จนในปี 2555 เจ้าตัวประกาศไม่ขอรับรางวัลเซ็กซี่ใดๆ อีกจนได้ฉายาจากสื่อบันเทิงไปแบบขำๆ ว่า ซุปตาร์เกษียณเต้า อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา โลโก้หมอชิต คัดแล้วคัดอีก แจ้งเกิดมาจากวิก 7 สี ปัจจุบันก็ยังคงอยู่กับวิก 7 สี แม้ในยุคหลังๆ เพื่อนพ้องรุ่นราวคราวเดียวกันจะไม่ต่อสัญญาและโบยบินไปเป็นนักแสดงอิสระกันเยอะแล้วก็ตาม แต่สาวอั้มคนนี้ยังคงอยู่ ซึ่งเรื่องของสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรอาจไม่สำคัญเท่าสัญญาใจ เวลานี้คุณเธอจึงกลายเป็นโลโก้ของวิกหมอชิตไปโดยปริยาย เห็นหน้าอั้มต้องนึกถึงช่อง 7 สี เห็นช่อง 7 สีก็ต้องนึกถึงนางเอกที่ชื่อ อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา เรื่องราวฉาวโฉ่ เกิดเป็นซุปตาร์ในแวดวงบันเทิงแน่นอนว่าต้องมีทั้งเรื่องสวยงามและเรื่องราวฉาวโฉ่ แม้อั้มจะเป็นนางเอกที่มีข่าวคาวๆ ฉาวๆ ให้เห็นน้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี กรณีถอดรองเท้าฟาดหน้าอดีตแฟนเด็กอย่าง ต๊อด ศิณะ ก็เรียกว่าฉาวโฉ่อยู่ช่วงหนึ่ง ไหนจะกรณี มินิคูเปอร์ ที่แปะมือกับเพื่อนซี้ เมย์ เฟื่องอารมย์ ทวงรถหรูคืนจาก เข็ม กฤตธีรา ก็เป็นประเด็นให้ได้แซบ รวมไปถึงข่าวทะเลาะกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง กาญจนา จินดาวัฒน์ อีก เรียกว่ามีให้เห็นพอให้รู้ว่าเป็นวิถีทางของซุปตาร์เช่นกัน กาญจนา จินดาวัฒน์ อั้ม พัชราภา รักแท้กับเจ้าแม่เนอร์สเซอรี่ ต่อให้เป็นคนธรรมดาหรือเป็นซุปตาร์ เรื่องของความรักก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ซึ่งสาวอั้มก็เช่นกัน ความรักมีให้เห็นอยู่ตลอดๆ และส่วนใหญ่หนุ่มๆ ที่คุณเธอคบหามักมีอายุอานามน้อยกว่าเจ้าตัวทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ฉายา เจ้าแม่เนอร์สเซอรี่ จึงเป็นอีกหนึ่งฉายาที่ติดตัวซุปตาร์คนนี้ชนิดเลี่ยงไม่ได้ แต่กระนั้นความรักของเธอกลับไม่เคยยืดยาวเป็นนิรันดร์ มีเหตุผลให้ต้องร้างรากันตลอดๆ แม้กระทั้งคนล่าสุดอย่าง แอมป์ พิธาน ที่ดูเหมือนจะเป็นคนสุดท้ายและแฟนคลับต่างรอฟังข่าวดีก็เถอะ แต่แล้วกลับยังไม่ใช่ สาวอั้มยังคงไม่พบรักแท้ ต๊อด ศิณะ - อั้ม พัชราภา แอมป์ พิธาน - อั้ม พัชราภา ผู้หญิงรักสัตว์ เป็นดาราหญิงอีกหนึ่งคนที่รักสัตว์มากๆ โดนเฉพาะสุนัข หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมสุนัขตายเธอคนนี้ต้องร้องไห้หนักมาก เรื่องแบบนี้ว่ากันไม่ได้จริงๆ ความผูกพันของอั้มกับสัตว์เลี้ยงที่แสนรู้มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่สัมผัสได้ และไม่เพียงแค่สุนัขของตัวเองเท่านั้น สุนัขจรจัดทั่วสารทิศก็ได้รับความเมตตาจากซุปตาร์แสนสวยคนนี้ด้วยเช่นกัน อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา วันนี้ของอั้ม แม้จะยังไม่พบรักแท้และคงยังไม่สละโสดในเร็ววันนี้แน่นอน แต่ก็ใช่ว่าสาวอั้มจะแคร์ เพราะวันนี้อั้มยังคงมีชีวิตที่ดีและดีมากให้หลายคนได้อิจฉา เป็นซุปตาร์ค้างฟ้าในวงการบันเทิงต่อไป และเป็นสาวสวยที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม มีเพื่อนพ้องที่พร้อมจะเข้ามาสนิทด้วยมากมาย ชีวิตดี๊ดีแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะเออ อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา ขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG @aum_patchrapa, thailandstar.com, ลูกกวาดมอมแมม, ch7.com, campusstar, pantip.com, ครอบครัวคนรักอั้ม patchrapa.com

รีวิว Deepwater Horizon : น้ำมันเดือดปุด ผุดทะลุฟ้า
Deepwater Horizon /  Gina Rodriguez / 

รีวิว Deepwater Horizon : น้ำมันเดือดปุด ผุดทะลุฟ้า ขึ้นชื่อว่า มหันตภัย คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทว่าเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมนุษย์เราก็มีทางเลือกอยู่เพียงไม่กี่อย่าง คือ จะหาทางเอาชีวิตรอด หรือจะหาวิธีหยุดยั้งมัน ซึ่งสำหรับมหันตภัยที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon ณ อ่าวเม็กซิโก เมื่อปี พ.ศ. 2553 ถือเป็นมหันตภัยทางน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดที่โลกต้องจารึก เพราะไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตเจ้าพนักงานถึง 11 ราย แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแวดล้อมในวงกว้าง Deepwater Horizon ฉบับภาพยนตร์ ผลงานการกำกับโดย Peter Berg เป็นการนำเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตกลับมาบอกเล่าแก่สายตาชาวโลกอีกครั้ง โดยเนื้อเรื่องของภาพยนตร์พยายามคงไว้ซึ่งข้อเท็จจริงว่าด้วยวีรบุรุษคนสำคัญ Mike Williams (รับบทโดย Mark Wahlberg) เจ้าหน้าที่ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon ที่ได้เสี่ยงตายช่วยชีวิตเพื่อนร่วมงาน อาทิ Jimmy (รับบทโดย Kurt Russell) และ Andrea (รับบทโดย Gina Rodriguez) ให้รอดพ้นจากภาวะการพลุ่งของโคลนและน้ำมันดิบจากใต้ทะเลลึก และการระเบิดหลังจากไอของน้ำมันถูกดูดเข้าไปในเครื่องทำความร้อน ตัวภาพยนตร์มีวิธีการดำเนินเรื่องตามแบบฉบับภาพยนตร์มหันตภัยที่พบได้ทั่วไป คือ เปิดตัวด้วยเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของตัวละคร Mike Williams แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักความผูกพัน แต่ด้วยภาระงานทำให้เขาต้องเดินทางมุ่งหน้าสู่สถานที่เกิดเหตุร้ายแรงโดยไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ในช่วงแรกที่เป็นพาร์ทของการปูเรื่องจะเห็นว่าเหตุการณ์เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ผู้กำกับพยายามทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าตัวละครแต่ละคนมีมุมมองหรือทัศนคติต่อกันอย่างไร ทำให้ภาพที่ออกมามีลักษณะเนือย ๆ ไปบ้าง แต่ทันทีที่ภาพยนตร์ตัดเข้าสู่เหตุการณ์ช่วงน้ำมันและโคลนพลุ่งพลั่ก ๆ ขึ้นมาจากท่อ...ยาวไปจนถึงฉากระเบิด บูม ! จนเละยิ่งกว่าโกโก้ครั้นช์แช่นมค้างคืน เรียกได้ว่าเป็นช่วงปลุกผู้ชมให้ตื่นจากภวังค์ และลุ้นระทึกกระทั่งถึงตอนจบของเรื่องได้เป็นอย่างดี ฉากหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นความเอาใจใส่ในรายละเอียดของทีมเขียนบท ก็คือ การไล่เช็กชื่อผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิด จนถึงชื่อที่ไม่มีใครขานรับเป็นอันรู้กันว่าคน ๆ นั้นไม่สามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้ ซึ่งชื่อเหล่านี้ได้กลับมาปรากฏอีกครั้งในช่วง End Credit ว่าเป็นรายชื่อของผู้ที่จากไปในเหตุการณ์จริง ๆ เรื่องราวใน Deepwater Horizon สะท้อนให้ผู้ชมเกิดความคิดเรื่อง ความไม่ประมาท เพราะหากมัวแต่คิดว่าเรื่องบางเรื่องเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ปล่อยปละละเลยได้ วันหนึ่งสิ่งนั้นอาจจะย้อนกลับมาเป็นภัยอย่างใหญ่หลวงแก่ตัวเราเองและบุคคลอื่น ๆ ในอนาคต สุดท้าย...ขอให้คะแนน การระเบิดอ่าว...เผาแท่นเจาะน้ำมัน ไว้ที่ 4/5 ครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

Bruno Mars ออกปาก 24k Magic คือ
24k Magic /  Bruno Mars / 

Bruno Mars (บรูโน่ มาร์ส) ส่งเพลงใหม่ที่ไม่ใช่แค่เพลง! 24k Magic (ทะเวนตีโฟร์ กะรัต เมจิค) คือ "การ์ดเชิญไปงานปาร์ตี้" 24k Magic ถือเป็นเพลงใหม่ในรอบ 4 ปีของ Bruno Mars เลยทีเดียว โดยครั้งนี้เขาได้ Shampoo Press & Curl มาเขียนและโปรดิวซ์ให้ ซึ่งดนตรีก็ยังคงความบันเทิง สุขสันต์หรรษา สมกับเป็นสไตล์เพลงของ Bruno Mars Bruno Mars พูดถึงเพลงใหม่เพลงนี้ว่า "หลายคนอาจจะเรียกเพลงนี้ว่าซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มนี้ แต่สำหรับผมแล้วมันคือการ์ดเชิญไปงานปาร์ตี้” ซึ่งนั่นหมายความว่า ในอัลบั้มใหม่ของเขาที่จะวางจำหน่ายในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ จะต้องเต็มไปด้วยเพลงสนุกๆ คึกคัก ให้ได้รื่นเริงกันเต็มที่แน่นอน! Bruno Mars - 24K Magic [Official Video] youtube channel : Bruno Mars แฟนเพลงอุ่นเครื่องเตรียมความพร้อมก่อนฟังอัลบั้มเต็มของ Bruno Mars ไปกับซิงเกิ้ล 24k Magic ได้แล้วทางช่องทางออนไลน์และหาฟังได้ทาง DEEZER, JOOX, TrueMusic และแอปเปิล มิวสิค หรือดาวน์โหลดกันได้ที่ ไอทูนส์ สโตร์ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

นายกฯ แต่งเพลง 'ความหวังความศรัทธา' ให้กำลังใจประชาชน
ความหวังความศรัทธา /  นายกรัฐมนตรี / 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่งเพลง ความหวังความศรัทธา ให้กำลังใจประชาชน วานนี้(26 ต.ค.) youtube channel ของกรมประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเพลง ความหวังความศรัทธา ซึ่งแต่งเนื้อร้องโดย บิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีเนื้อหาที่ให้กำลังใจแก่ประชาชน แนะให้สามัคคีและร่วมกับทำความดีเพื่อประเทศชาติ ความหวังความศรัทธา youtube channel : กรมประชาสัมพันธ์ PRD เนื้อเพลง ความหวังความศรัทธา ความศรัทธาความหวัง สร้างพลังที่แสนยิ่งใหญ่ ร่วมมือร่วมใจ ก้าวเดินไปสู่ปลายทาง อย่าท้อแท้หวั่นไหว แม้มีทุกข์ภัยขวากหนาม รวมพลังกันก้าวข้าม เพื่อความเป็นไทย * สองมือและหนึ่งหัวใจ ของคนไทยทั้งชาติ ร่วมมือกันประกาศ ชาติไทยยิ่งใหญ่นิรันดร์ ** ขอเพียงจริงใจ ขอเพียงสามัคคี ตั้งมั่นในความดี ตลอดไป ขอเพียงเชื่อมั่น ขอเพียงมีพลังใจ สิ่งที่หวังไว้ จะกลายเป็นจริง ประพันธ์คำร้องโดย : พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำนองและเรียบเรียงเสียงประสานโดย : พันตรี สุระชัย ถวิลไพร ขับร้องโดย : จ่าสิบเอก พงศธร พอจิต ควบคุมการผลิตโดย : พลตรี กฤษดา สาลิกา มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไอดอล K-POP ชาวไทย ลงนามถวายความอาลัย ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
2PM /  BamBam / 

การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ยังมาซึ่งความสูญเสียที่พสกนิกรชาวไทยโศกเศร้าอย่างหาที่สุดมิได้ โดยเหล่าศิลปินไอดอล K-POP ชาวไทย ทั้ง นิชคุณ 2PM, แบมแบม GOT7, เตนล์ NCT, ลิซ่า BLACKPINK และ สร CLC ที่แม้ตัวจะอยู่ไกลถึงประเทศเกาหลีใต้ แต่ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ น้อมเกล้าส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย สร ชลนสร สัจจกุล สมาชิกของวงเกิร์ลกรุ๊ป CLC เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว แบมแบม กันต์พิมุก ภูวกุล สมาชิกวง GOT7 เขียนข้อความผ่านอินสตาแกรม 13ตุลาคม 2559 ขอน้อมกราบพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ข้าพระพุทธเจ้าขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า นายกันต์พิมุกต์ ภูวกุล A photo posted by BamBam(แบมแบม) (@bambam1a) on Oct 13, 2016 at 7:07am PDT นิชคุณ หรเวชกุล เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ขอให้ลูกได้เกิดเป็นลูกของพ่อหลวงทุกชาติไป — นิชคุณ Buck หรเวชกุล (@Khunnie0624) October 13, 2016 นอกจากนั้นในวันนี้(15 ต.ค.) เตนล์ ชิตพล ลี้ชัยพรกุล ศิลปินชาวไทย วง NCT, ลิซ่า ลลิษา มโนบาล สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง BLACKPINK และ สร ชลนสร สัจจกุล วง CLC ก็ได้ไปร่วมลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ สถานเอกอัครราชทูต กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ อีกด้วย ภาพจากแฟนเพจ Royal Thai Embassy, Seoul มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครแสงเทียน (ละครเย็น) , เรื่องย่อแสงเทียน (ละครเย็น)
ละคร แสงเทียน /  ละคร แสงเทียน ช่อง3 / 

แสงเทียน บทประพันธ์โดย : แพรณัฐบทโทรทัศน์โดย : ภูมิภักดิ์, จิรวัฒน์ ชาญเชี่ยวกำกับการแสดงโดย : นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละคร แสงเทียน แสงเทียน เป็นเรื่องราวของ สิบทิศ หนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน รับบทเป็น ทศกัณฐ์ และ เพลงพิณ หญิงสาวซึ่งรับบทเป็น นางสีดา ใคร ๆ ก็รู้ว่าทศกัณฐ์หลงรักนางสีดาฝ่ายเดียว และนางมีใจรักมั่นต่อพระราม สิบทิศผู้มีหน้าตาโหดร้าย ดุดัน และเป็นฝันร้ายของเพลงพิณมาตั้งแต่เด็ก จะเอาชนะคู่แข่งรูปหล่อ และเพอร์เฟคท์ได้หรือไม่ เขาควรทำอย่างไรจึงจะคว้าหัวใจของผู้หญิงที่เป็นรักแรก และรักเดียวของตนตลอดมา เพลงพิณผ่านการคัดเลือกให้ร่วมแสดงโขนพระราชทานในบทนางสีดาอย่างเกินความคาดหมายด้วยความดีใจ เหตุเพราะคนที่ได้รับการคัดเลือกก่อนหน้าประสบอุบัติเหตุ แต่เพียงวันแรกที่เพลงพิณต้องซ้อมโขนร่วมกับสิบทิศ ซึ่งรับบทเป็นทศกัณฐ์หล่อนก็รำสะดุดจนต้องหยุดพักการซ้อมชั่วคราว หล่อนหลบไปยืนเครียดจนครูรัตนาเข้ามาพูดคุยจนหล่อนสามารถกลับมาซ้อมจนผ่านไปได้ด้วยดี แม้สิบทิศจะรู้ดีว่าเพลงพิณไม่สามารถสบตาเขาได้เลย แต่สัมพันธภาพระหว่างคนทั้งสองเริ่มดีขึ้น เมื่อคืนนั้นสิบทิศแอบติดตามมาส่งเพลงพิณถึงบ้าน และในระหว่างทางได้ช่วยเหลือเพลงพิณจากพวกนักเลงขี้ยาจนปลอดภัย ทำให้เพลงพิณหายกลัวเขาไปบ้าง สิบทิศกลับมาบ้านที่อยู่ในสลัมเดียวกับเพลงพิณ เขามีความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวเสมอ แม้จะมีพ่อและพี่ชายอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เพราะสุทินผู้เป็นพ่อไม่เคยเห็นชอบด้วยที่เขาจะมาเอาดีทางด้านการเรียนด้านนาฎศิลป์ ส่วนศิวาผู้เป็นพี่ชายนั้นไปเรียนด้านการบริหารจึงเป็นที่รักของพ่อมากกว่าเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศออกจากบ้านเพื่อไปเรียนเขาพบเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ ละคร แสงเทียน หล่อนยืนรอเขาเพื่อนำขนมมาให้เป็นการขอบคุณที่เขาได้ช่วยเหลือ สิบทิศแสดงความไม่ใส่ใจอะไร แต่เพลงพิณกลับรู้สึกดีกับชายคนที่เป็นฝันร้ายในยามเป็นเด็กมากขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีน้ำใจดีมากคนหนึ่ง ทำให้เพื่อนสนิทอย่างมิ่งขวัญไม่พอใจเพราะหล่อนกำลังเป็นแม่สื่อให้กับ ราเมศร์ หนุ่มหล่อร่ำรวยที่มาติดพันเพลงพิณ เพราะคิดแทนเพื่อนว่าสาวสวยอย่างเพลงพิณน่าจะเลือกผู้ชายที่ดูดีมีพร้อมทุกอย่างเพื่อจะได้ถีบตัวเองให้พ้นจากบ้านสลัมที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้มากกว่าจะเลือกผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย แถมอยู่ในสลัมเดียวกันอีกด้วย แต่เพลงพิณกลับไม่ได้สนใจในตัวราเมศร์สักนิดหล่อนมีความหวาดระแวงในตัวผู้ชายเพราะมีพ่อที่เจ้าชู้ทำให้แม่ต้องร้องไห้ทุกวัน และในที่สุดก็ต้องเลิกกัน แม่ไปมีครอบครัวใหม่ทิ้งให้หล่อนอยู่กับน้องชายเพียงลำพัง โดยมีตากับยายคอยดูแล เมื่อราเมศร์นำดอกไม้มาให้และชวนหล่อนไปทานอาหาร เพลงพิณปฏิเสธเสมอท่ามกลางความไม่พอใจของมิ่งขวัญ ในขณะที่เพลงพิณก็มีความสงสัยอยู่ในใจว่าผู้ชายอย่างสิบทิศที่มักจะทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่เสมอนั้นจะมีความรักบ้างหรือไม่ แล้วผู้หญิงของเขาจะเป็นอย่างไร แล้ววันหนึ่งเพลงพิณก็ได้เจอกับบัวคลี่ที่แสดงความสนิทสนมกับสิบทิศจนเพลงพิณเข้าใจไปตลอดว่าบัวคลี่คือผู้หญิงของสิบทิศ โดยไม่รู้ ว่าจริง ๆ แล้วบัวคลี่คือเพื่อนสนิทในวัยเด็กของสิบทิศที่มีผนังบ้านอยู่ติดกัน เพราะทั้งสองต่างเห็นอกเห็นใจกันในชีวิตความเป็นอยู่ที่คล้ายคลึงกัน คือบัวคลี่ มีแม่เพียงคนเดียวที่ไม่เคยแสดงความรักให้กับลูก เหมือนสิบทิศที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อเลย ละคร แสงเทียน ความสนิทสนมของสิบทิศกับบัวคลี่ไม่ได้สร้างความเข้าใจผิดเพียงแค่ เพลงพิณเท่านั้น ยังรวมไปถึงสุทิน พ่อของสิบทิศด้วย ทำให้สุทินมักจะด่าทอสิบทิศเสมอ โดยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบัวคลี่คือ ศิวา ลูกชายคนโปรดของตัวเอง เมื่อศิวามาคุยว่าได้เลื่อนตำแหน่งได้ขึ้นเงินเดือน ยิ่งทำให้สุทินหันมากดดันสิบทิศหนักขึ้นจนเขาต้องเดินหนีออกจากบ้านมานั่งกินลูกชุบที่เพลงพิณนำมาให้ตั้งแต่เช้า พลางคิดคำนึงถึงหล่อนด้วยจิตใจอันลึกซึ้งและไม่สามารถจะบอกกับใครได้ ราเมศร์พยายามมาตามตื๊อเพลงพิณถึงสถานที่ซ้อมโขน มิ่งขวัญแสดงความตื่นเต้นอย่างมากมายในขณะที่เพลงพิณไม่รู้สึกอะไรนอกจากความอึดอัดเท่านั้น เพลงพิณยกดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้กับมิ่งขวัญ หล่อนยืนอึ้งจนทิม นักเรียนหนุ่มรุ่นน้องเข้ามาแซว มิ่งขวัญสะบัดผมอย่างไม่พอใจนัก ที่เขาเข้ามายุ่งเรื่องของหล่อน คืนนั้นเพลงพิณเลิกซ้อมดึก เมื่อนั่งรถเมล์มาถึงบ้าน ก็พบว่าปี่พาทย์ น้องชายคนเดียวถูกพวกนักเลงไล่ตีมา หล่อนพยายามจะเข้าไปช่วยน้อง แต่สิบทิศกลับห้าม และเข้าไปช่วยเองจนพวกนักเลงหนีไป แต่ตัวเองก็โดนตอบโต้จนหน้าตามีรอยฟกช้ำ เพลงพิณจึงพาเขาไปทำแผลที่บ้าน และเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสเหยียบย่างเข้ามาในบ้านนี้ แม้จะเคยเฝ้าแอบมองมานาน นั่นทำให้เพลงพิณเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ กับสิบทิศมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งปี่พาทย์ก็อยากสนิทสนมกับสิบทิศเพื่อขอให้เขาช่วยสอนมวยให้ใน ขณะที่ยายของเพลงพิณก็สอบถาม และพูดคุยกับเขาเป็นอย่างดี เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านก็โดนสุทินดุด่าโดยไม่สอบถาม เมื่อเห็นหน้าตาที่มีรอยฟกช้ำของเขา ทำให้สิบทิศต้องออกจากบ้านอีกครั้ง เขารู้ว่าพ่อฝังใจกับพฤติกรรมในวัยเด็กที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาให้พ่อ เพราะอยากให้พ่อรักเขาบ้าง เมื่อรู้สึกว่าพ่อชอบเงิน เขาจึงหาวิธีหาเงินให้ได้ มาก ๆ โดยไม่รู้ว่าวิธีการจะถูกหรือผิด เขาไปเป็นเด็กเดินยาเสพติด จนกระทั่งหันมาเสพด้วยแล้วก็งัดแงะบ้านคนอื่นเพื่อขโมยของมาขาย แล้วก็ถูกจับได้ วันที่เขาเข้าไปนอนในคุกโดยไม่มีใครมาประกันตัว อยู่ ๆ ก็มี ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขาไม่รู้จักมาประกันตัว และรับเขากลับบ้าน ระหว่างทางเธอคนนั้นพูดจาโน้มน้าวให้เขากลับใจ และส่งเขาไปบำบัดจนหาย และได้กลับมาเข้าเรียนในโรงเรียนนาฏศิลป์ ส่งเสริมให้เขาได้ฝึกโขน ท่ามกลางความไม่พอใจของพ่อตลอดมา ละคร แสงเทียน สิบทิศไปหยุดตัวเองอยู่หน้าบ้านครูรัตนา หญิงที่ช่วยดึงเขาขึ้นมาจาก จุดตกต่ำในชีวิต จนวันนี้เขาได้รับโอกาสที่ดีที่สุดเมื่อมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน ครูรัตนาพูดคุยปลอบใจจนเขายอมกลับมาบ้าน แล้วพบว่ามียาทาแผลขวดหนึ่งวางไว้ใกล้ ๆ ที่นอนของเขา วันรุ่งขึ้นสิบทิศเจอกับเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ และไปสถานที่ซ้อมโขนด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันด้วยดีจนทำให้เพลงพิณลดความหวาดกลัวในตัวสิบทิศลงเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงสิบทิศพบศิวามายืนรอเพลงพิณพร้อมช่อดอกไม้ของราเมศร์ สิบทิศจึงได้รู้ว่าศิวาทำงานเป็นลูกน้องของราเมศร์ แต่เขาทั้งสองคนไม่ได้แสดงตัวให้คนอื่นได้รู้ว่าเขาเป็นพี่น้องกัน เมื่อเพลงพิณกับ มิ่งขวัญเดินจากไป ศิวาจึงทักทายและพูดขู่ไม่ให้สิบทิศเลิกยุ่งเกี่ยวกับเพลงพิณ โดยที่สิบทิศเองไม่ได้โต้ตอบ เพราะเขาเองก็รู้ตัวว่าเพลงพิณนั้นอยู่สูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเงียบ ๆ ทิมก็เข้ามาพูดจาทักทาย พร้อมกับบอกเล่าให้ฟังจนสิบทิศรู้ว่าดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้เพลงพิณนั้น หล่อนยกให้มิ่งขวัญทุกครั้ง แล้วทิมก็แสดงความชื่นชมสิบทิศจนเขาเขินยิ่งเมื่อได้รู้ว่าทิมผู้เป็นหนุ่มลูกครึ่งนั้นได้ร่วมแสดงโขนพระราชทานเป็นตัวลิง เขานึกทึ่งว่าแม้แต่คนที่เป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวฝรั่งอย่างทิมก็มีความสนใจในศิลปะการแสดงของไทยด้วย ทั้งสองพูดคุยกันจนสิบทิศรู้สึกหึกเหิมในใจมากยิ่งขึ้นยิ่งเมื่อมาเห็นว่าเพลงพิณไม่มีช่อดอกไม้อยู่ในมือ หัวใจของสิบทิศก็รู้สึกชุ่มชื่น และมีพลังมากกว่าเดิม คืนนั้นทั้งสองคนกลับบ้านพร้อมกันเหมือนเคย เพลงพิณเล่าถึงชีวิตครอบครัวของตัวเองที่พ่อแม่เลิกกัน ความสนิทสนมเพิ่มพูดขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วก็มาสะดุดลงอีกเมื่อมาเจอบัวคลี่กำลังทะเลาะกับสามีคนหนึ่ง ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน สิบทิศจึงเข้าไปห้ามและลากบัวคลี่กลับบ้านท่ามกลางความสับสนคลางแคลงใจของเพลงพิณ เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านเขาก็โดนสุทินดุด่าอีกเมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งออกมาจากบ้านบัวคลี่ พร้อมทั้งประกาศว่าถ้าวันหนึ่งทั้งสองลงเอยกัน เขาจะตัดพ่อตัดลูกทันที ซึ่งเสียงทะเลาะกันสองพ่อลูกก็ดังไปถึงหูของบัวคลี่ด้วย คืนนั้นศิวาเมากลับมา บัวคลี่จึงออกมาลากศิวาเข้าบ้านของตนเอง โดยไม่มีใครรู้เห็น ละคร แสงเทียน ด้านเพลงพิณกลับมาถึงบ้านพบว่าน้องชายแอบไปสมัครเรียนอาชีวะ โดยจะทิ้งการเรียนนาฎศิลป์ ทำให้สองพี่น้องถกเถียงกันแล้ว ปี่พาทย์จึงออกจากบ้าน แต่กลับมาพบสิบทิศยืนอยู่หน้ารั้ว เขาพยายามจะพูดคุยกับปี่พาทย์ แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อปีพาทย์เดินหนีไป เพลงพิณจึงชวนเขาเข้าบ้าน เพื่อเอาขนมที่ยายฝากไว้ให้ เพลงพิณพูดคุยให้ฟังเรื่องปัญหาของน้องชาย ที่ไม่อยากเรียนนาฎศิลป์แล้ว ทำให้สิบทิศต้องมานึกย้อนถึงตัวเองที่เขาเอง ก็เคยลังเลในเรื่องนี้ ครั้งที่ครูรัตนาพยายามจะสนับสนุนเขาให้เอาดีทางด้านนี้ เพื่อจะได้มีคนสืบทอดวัฒนธรรมอันดี และสมเจตนารมย์ของพระราชินีที่พยายามฟื้นฟูและดำรงรักษาศิลปะของชาติเอาไว้ นั่นทำให้เขาเข้าใจจิตใจของปี่พาทย์และพูดปลอบใจเพลงพิณจนหล่อนรู้สึกดีขึ้น วันรุ่งขึ้นไม่มีการซ้อมโขนทำให้สิบทิศไม่เจอเพลงพิณ แล้วเขาก็อดคิดถึงหล่อนไม่ได้ จึงแวะซื้อโรตีมะตะบะเพื่อเป็นข้ออ้างไปหาเพลงพิณที่บ้าน พบว่าเพลงพิณกำลังจะออกไปซื้อของพอดีแต่ก็พาเขาเข้าบ้านก่อน ครั้งนี้สิบทิศได้พบกับสมพงษ์ ตาของเพลงพิณด้วย เขาจึงโดนตาสมพงษ์มองอย่างหวาดระแวง และสอบถามถึงเรื่องราวเก่า ๆ ของเขาด้วย แต่ยายก็ช่วยแก้สถานการณ์ให้พร้อมทั้งไล่ให้เขาไปเป็นเพื่อนซื้อของกับเพลงพิณ ระหว่างออกมาด้วยกัน ทำให้ได้พูดคุยถึงสาเหตุที่เขาเป็นฝันร้ายในวัยเด็กของเพลงพิณ ทำให้รู้ว่าในวันนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายหล่อนเลย มันเกิดจากการกระทำของเด็กที่รู้สึกเก้อเขินเมื่อถูกจับได้ว่ามาแอบดู จึงเผลอผลักเด็กหญิงจนหัวไปกระแทกกับขอบกระถางจนหัวแตก และความกลัวทำให้เขาขู่ว่าไม่ให้บอกใคร ไม่งั้นจะกลับมาฆ่าให้ตาย ทำให้เพลงพิณเกิดความกลัวในตัวเขามาจนกระทั่งบัดนี้ ในขณะที่ความรู้สึกดี ๆ และความสนิทสนมเริ่มมีมากขึ้น มีเหตุต้องสะดุด อีกครั้งเมื่อมาเจอบัวคลี่ที่ร้านขายของ ครั้งนี้บัวคลี่ถึงขนาดมากระซิบกับ เพลงพิณโดยที่สิบทิศไม่ได้ยินว่าสิบทิศเป็นของตน ใครจะมาแย่งไปไม่ได้ ทำให้ระหว่างทางกลับบ้านจึงมีความผิดปกติของเพลงพิณ จากที่พูดคุยก็ เงียบไปโดยที่สิบทิศก็ไม่เข้าใจ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าศิวาพาราเมศร์ และมิ่งขวัญมานั่งรออยู่ ท่ามกลางความไม่พอใจของตายาย และปี่พาทย์ เมื่อราเมศร์แสดงท่าทีชอบพอเพลงพิณอย่างเปิดเผย และนำน้ำหอมที่ซื้อจากฮ่องกงมาให้ แทนที่ตาจะตอบรับด้วยความยินดี กลับเมินเฉยและหันไปใส่ใจกับสิบทิศแทน ราเมศร์จึงกลับไปอย่างโกรธแค้น รวมทั้งศิวาเองก็โกรธสิบทิศมากที่ทำให้เจ้านายของตนเสียหน้า ระหว่างทางที่ทั้งสามคนนั่งรถกลับออกมาแล้วจะไปส่งมิ่งขวัญ ราเมศร์ ทำปากหวานกับมิ่งขวัญที่เข้าข้างตนเรื่องเพลงพิณ เขาให้น้ำหอมขวดเล็ก ๆ ที่ร้านน้ำหอมแถมมา แต่บอกกับมิ่งขวัญว่าเขาซื้อมาฝาก ทำให้มิ่งขวัญยินดีมาก และเริ่มเปิดเผยตัวเองออกมาว่าจริง ๆ แล้วหล่อนแอบรักราเมศร์ แม้ฉากหน้าจะทำเป็นสนับสนุนเพลงพิณ แต่เป็นการทำด้วยจิตใจที่แอบอิจฉาเพื่อน เมื่อราเมศร์ให้ของฝากหล่อนจึงคิดไปว่าราเมศร์จะหันมาสนใจหล่อนแทน เพราะราเมศร์เอาชนะใจเพลงพิณไม่ได้ ละคร แสงเทียน พอส่งมิ่งขวัญลงไปแล้ว ราเมศร์จึงมาไล่เบี้ยกับศิวาอย่างอารมณ์เสีย และศิวาก็ไม่กล้าบอกว่าสิบทิศคือน้องชายของตัวเอง เขาจึงกลับมาโวยวายกับสิบทิศที่บ้าน เมื่อสุทินได้ยินเสียงสองพี่น้องทะเลาะกัน เขาก็เข้าข้างศิวาอีกตามเคย สิบทิศจึงเดินหนีออกจากบ้านไปเจอกับบัวคลี่ที่กลับมาจากทำงาน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างคนที่เข้าใจกันดี แล้วเมื่อบัวคลี่ถามถึงเพลงพิณ สิบทิศก็ยอมรับออกมาว่าตนเองนั้นมีความรู้สึกดี ๆ กับเพลงพิณ ในขณะที่ใจก็ครุ่นคิดว่าเพลงพิณหรือจะยอมรับเขาที่มีชีวิตแบบขาด ๆ วิ่น ๆ แบบนี้ได้ มิ่งขวัญเริ่มมาเรียบเคียงถามเพลงพิณถึงความรู้สึกที่มีต่อราเมศร์ เมื่อเพลงพิณยืนยันว่าไม่ได้สนใจราเมศร์ แต่กลับมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับสิบทิศ มิ่งขวัญจึงโทรไปบอกราเมศร์ ซึ่งทำให้เขาโกรธแค้นสิบทิศมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ยังมารับเพลงพิณไปทานอาหาร เมื่อถูกปฎิเสธเหมือนเคย เขาจึงพามิ่งขวัญไปแทนด้วยความจำใจ ที่ร้านอาหารในห้าง มิ่งขวัญกระหยิ่มยิ้มย่องดีใจ แต่ก็เหมือนทุกอย่างถล่มทับเมื่อได้ยินราเมศร์นินทาตนในโทรศัพท์ หล่อนฝืนใจลงนั่งกินต่อด้วยหัวใจแทบสลาย แต่แทนที่หล่อนจะโกรธราเมศร์ หล่อนกลับเทความโกรธ และคลั่งแค้นไปที่เพื่อนรักอย่างเพลงพิณ ด้านศิวาเมื่อไม่สามารถห้ามน้องชายให้เลิกยุ่งกับเพลงพิณได้ เขาจึงมาบอกกับสุทินว่าตอนนี้สิบทิศกำลังไปมั่วกับเพลงพิณ ซึ่งเป็นผู้หญิงไม่ดี ทำให้สุทินโกรธ และดุด่าสิบทิศเหมือนเคย ทุกครั้งเขาจะเมินเฉยแต่ครั้งนี้พ่อด่าลามไปถึงเพลงพิณทำให้เขาทนไม่ได้จึงถกเถียงทะเลาะกันอย่างหนัก ศิวาก็พยายามจะทั้งขู่ทั้งปลอบให้สิบทิศเลิกข้องเกี่ยวกับเพลงพิณ แต่สิบทิศยังยืนยันความตั้งใจของตัวเอง ทำให้ศิวาทำท่าเหมือนจะตัดพี่ตัดน้อง แสดงความเย็นชาใส่ หลังจากวันนั้นบ้านทั้งบ้านก็ยิ่งเหมือนนรกสำหรับสิบทิศเข้าไปทุกที เมื่อพี่ชายก็เมินเฉย และพ่อก็เหมือนไฟที่จะแผดเผาเขาได้ทุกเวลา และเขาก็ร้อนรุ่มเพราะไม่รู้ว่าราเมศร์มีแผนจะทำอะไรเพลงพิณและตัวเขา แต่สิบทิศก็พยายามจะทำใจเพราะการแสดงโขนพระราชทานใกล้เข้ามาแล้ว เขาไปซ้อมรำเพิ่มเติมให้เพลงพิณที่บ้านทุกวันจนสนิทกับครอบครัวของหล่อน และทำให้เขามีความสบายใจบ้าง จนวันหนึ่งหลังการซ้อมเสร็จสิ้น พวกครูที่สอนการแสดง และครูรัตนาต่างก็ชื่นชมเพลงพิณที่สามารถรำได้อย่างสวยงาม ทั้งที่เข้ามาเริ่มซ้อมทีหลังคนอื่น เพลงพิณยิ้มรับและมองไปยังทุกคน ก่อนจะหยุดที่สิบทิศ หล่อนมองด้วย สายตาที่แสดงความขอบคุณให้เขาก่อนที่หล่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านไปทางมิ่งขวัญ สิบทิศมั่นใจว่าเห็นสายตาริษยาของมิ่งขวัญขณะที่มองเพลงพิณ และเห็นด้วยว่ามิ่งขวัญยื่นขามาขัดจนเพลงพิณสะดุดจะล้ม ดีว่ามีเพื่อนนักแสดงช่วยพยุงไว้ ทุกคนตกใจ และเข้ามาถามไถ่ด้วยความห่วงใย มิ่งขวัญถือโอกาสลุกหนีไป เพลงพิณไปตามหาจนเจอแล้วก็ต้องตกใจมากเมื่อเพื่อนรักแสดงความเกลียดชังใส่โดยที่หล่อนก็ไม่รู้สาเหตุเลย ด้านมิ่งขวัญเองก็ไม่สบายใจในสิ่งที่ตัวเองกระทำลง หล่อนมายืนครุ่น คิดจนกระทั่งทิมเข้ามาพูดคุย และต่อว่าตักเตือนในสิ่งที่หล่อนทำเพื่อนเพราะเห็นแก่ผู้ชาย มิ่งขวัญโกรธมากและเดินหนีไป ราเมศร์โทรเข้ามาบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดเขา อยากจะให้มิ่งขวัญช่วยพาเพลงพิณมางานวันเกิด โดยให้หล่อนไปร่วมงานด้วย ละคร แสงเทียน มิ่งขวัญหลงกลราเมศร์หลอกพาเพลงพิณไปที่ร้านนั้นจนได้ โดยศิวาแยกสิบทิศออกจากเพลงพิณด้วยการโทรมาโกหกว่าพ่อป่วยให้สิบทิศรีบกลับบ้าน เมื่อทุกอย่างเป็นตามแผนที่เขาวางไว้คือ แอบวางยาเพลงพิณจนหลับ และพูดยกมิ่งขวัญให้ศิวาจัดการได้ตามสบาย หล่อนตกใจมากและพยายามจะหาคนช่วย แต่ก็ยากจะแก้ไขแล้วเพราะร้านนั้นเป็นร้านของเพื่อนราเมศร์ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทิมพาสิบทิศเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้ราเมศร์โกรธมาก ผสมกับโกรธศิวาด้วยเมื่อรู้ความจริงว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกัน จึงให้ลูกน้องทำร้ายศิวาจนยับเยิน สิบทิศพาเพลงพิณไปโรงพยาบาลทันที หมอตรวจพบว่ายาที่เพลงพิณกินเข้าไปนั้นคือยานอนหลับอย่างแรง หรือที่เรียกกันว่า ยาเสียสาว เมื่อครูรัตนามาถึงจึงตัดสินใจ พาเพลงพิณกลับไปที่บ้านของครูก่อน แล้วโทรแจ้งตายายให้รับทราบ ส่วนสิบทิศก็โทรบอกพ่อสั้น ๆ ว่าจะไม่กลับบ้าน และมิ่งขวัญนั้นตามไปนั่งมองแล้วก็ร้องไห้ตลอดเวลาด้วยความสำนึกผิด เมื่อเพลงพิณฟื้นขึ้นมาถามหามิ่งขวัญด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้มิ่งขวัญรู้สึกแย่มากกว่าเดิมจนต้องลุกวิ่งหนีออกไป ทิมตามไปปลอบโยนจนหล่อนดีขึ้นแต่ก็ยังไม่กล้าจะสู้หน้าเพลงพิณได้อีก ทั้ง ๆ ทีเพลงพิณพร้อมจะให้อภัยเพื่อนเพราะเข้าใจในสถานการณ์ที่เพื่อนได้ทำลงไป สิบทิศกลับบ้านมาพบว่าพ่ออาละวาด ด่าทอ เขามากมาย เพราะสภาพของศิวาที่โดนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ศิวาบอกกับสุทินว่าโดนสิบทิศทำร้าย เพราะจะปกป้องเพลงพิณทำให้สุทินโกรธจัด จึงด่าลามปามไปถึงว่าเพราะสิบทิศมาเกิดจึงทำให้แม่ตาย เขาเป็นคนฆ่าแม่ของตัวเอง ความเจ็บปวดเกิดขึ้นมากมายจนทำให้สิบทิศเตลิดออกจากบ้าน จนมาเจอกับพวกของราเมศร์ ที่มาดักรอทำร้าย เขาโดนรุมจนลงไปกองกับพื้นโดนปืนจ่อหัวในวินาทีความเป็นความตายนั้นบัวคลี่ใช้เล่ห์เหลี่ยมช่วยเหลือเขาไว้ได้ทันและพาเขาไปส่งที่บ้านครูรัตนา เมื่อชิดชัยกับครูรัตนาเห็นสภาพของสิบทิศ และรับทราบเรื่องราวทั้งหมดจึงพาเขาไปโรงพยาบาลและพาไปแจ้งความด้วย บัวคลี่จากตรงนั้นมาด้วยความรู้สึกสะท้อนใจว่าสิบทิศยังมีคนสนใจไยดีในขณะที่ตัวเองเหมือนอยู่คนเดียวในโลก แถมยังกลับมาเจอแม่กำลังเมาอาละวาดที่แปะขายของในสลัม แม่เมาพูดเพ้อเจ้อพาให้บัวคลี่เข้าใจผิดว่าแปะเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด พ่อที่แม่ปิดบังมานานไม่เคยยอมบอกพ่อของหล่อนเป็นใคร ทำให้หล่อนแทบช็อกกับความจริงที่เปิดเผยในตอนนี้ ด้านสิบทิศเมื่อตื่นขึ้นมาที่บ้านครูรัตนาพร้อมกับความระบมไปทั้งร่างกาย เพลงพิณมาเยี่ยมพร้อมกับโทษตัวเองว่าเป็นเพราะหล่อนทำให้สิบทิศต้องมาเจ็บตัวแถมยังโดนพ่อไล่ออกบ้าน สิบทิศพยายามจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับหล่อนเพราะปกติครอบครัวเขาก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ทั้งสองคนพูดจาปลอบโยนซึ่งกันและกัน และเหมือนจะเปิดใจกันมากขึ้น ละคร แสงเทียน เมื่อสิบทิศหลับเพลงพิณจึงกลับบ้านมาพบว่าน้องชายกำลังจะออกจากบ้านอีกแล้ว แม้จะพยายามห้ามปรามน้องยังไงก็ไม่สามารถห้ามได้ปี่พาทย์ออกไปแว้นมอเตอร์ไซค์กับเพื่อนที่เขาคบหาอยู่ และไปตัดหน้ารถปิกอัพคันหนึ่งจนรถคันนั้นเสียหลักจนรถเกือบจะคว่ำ แต่เวลานั้นปี่พาทย์กลับรู้สึกสนุกสนานจนไม่สนใจกับความเดือดร้อนของคนอื่น และเมื่อพวกเขาเข้ามาอยู่ในปั๊มน้ำมัน ปี่พาทย์พบเจอกับเด็กสาวตาโตคนหนึ่งซึ่งมากับคันนั้นหล่อนจำปี่พาทย์ได้จึงต่อว่าเขาหลายคำจนเขายืนอึ้ง เมื่อบัวคลี่พยายามชะเง้อชะแง้เข้าไปในบ้านของสุทิน จึงโดนตอกหน้ากลับมา หล่อนถามอาการของศิวาก่อนจะบอกเรื่องที่สิบทิศโดนรุมทำร้าย ปางตาย แถมยังกุเรื่องว่าสิบทิศนอนใกล้ตายอยู่บ้านครูรัตนา ทำให้สุทินตกใจแล้วรีบไปดูสิบทิศที่บ้านครูรัตนาทันที ระหว่างทางสุทินได้เจอกับเพลงพิณ เขารู้สึกประทับใจกับเด็กสาวหน้า ตาสะสวย กิริยาเรียบร้อย หล่อนช่วยเก็บหมวกมาส่งให้เขาอย่างไม่รังเกียจ สภาพของคนซ่อมซ่อขี่รถซาเล้งเก็บของเก่าเลยสักนิด เมื่อมาเจอกันที่บ้านครูรัตนาอีกครั้ง เพลงพิณมากับตาและยาย แล้วเมื่อยายรู้ว่าสุทินเป็นพ่อของสิบทิศจึงเอ่ยชื่นชมว่าสุทินเลี้ยงลูกชายอย่างสิบทิศได้ดีมาก และก็ด่าศิวาว่าเลวร้าย ทำให้สุทินโกรธเป็นอันมาก แต่ไม่กล้าจะอาละวาดอะไร ได้แต่อัดอั้นเพราะอยากจะรู้ว่าสิบทิศเป็นอย่างไร จึงได้แต่เก็บอาการนิ่งงันไว้ เมื่อชิดชัย และครูรัตนาเปิดโอกาสให้พ่อลูกได้คุยกันเอง สิบทิศถามถึงศิวา สุทินโต้ตอบอย่างฉุนเฉียวแล้วก็ออกมาพบกับครูรัตนา ที่พยายามจะอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ อย่างใจเย็น สุทินกลับไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่เคยเชื่อว่าศิวาจะทำเรื่องเลวร้ายได้อย่างที่ครูรัตนาบอกกับเขาเลย แถมเมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็พบว่าศิวากำลังด่าบัวคลี่ ด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ยิ่งทำให้เขาสับสนยิ่งขึ้นไปอีก เวลาผ่านไปจนใกล้จะถึงวันแสดงโขนพระราชทานแล้ว เพลงพิณก็ยังปรับความเข้าใจกับมิ่งขวัญไม่ได้ ทำให้หล่อนไม่มีสมาธิในการซ้อมเท่าที่ควร ครูรัตนาจึงเข้ามาช่วยให้สองสาวปรับความเข้าใจกัน มิ่งขวัญสารภาพว่าอิจฉาเพลงพิณมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เพลงพิณมีแต่คนรัก ทั้งเรื่องการแสดงที่เพลงพิณได้รับบทเด่นกว่าตนเอง ครูรัตนาจึงอธิบายความสำคัญของตัวละครทุกตัว การที่ได้รับเลือกให้เข้ามาร่วมแสดงโขนพระราชทานนั้นคือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต จนมิ่งขวัญเริ่มรู้สึกตัวและเข้าใจ ปล่อยวางความอิจฉาริษยาลงได้ หล่อนสบายใจขึ้น และทิมก็เข้ามาแสดงความยินดีแล้วชวนกันไปเลี้ยงฉลองที่ร้านส้มตำ ทิมยอมกินส้มตำเผ็ดจัดทั้งที่ตัวเองกินเผ็ดไม่ได้เลย เพื่ออยากจะใกล้ชิดกับมิ่งขวัญ ระหว่างนั้นมีเด็กซิ่งแว้นมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเสียงดังมาก ทิมวิพากษ์วิจารณ์เด็กพวกนั้นโดยไม่รู้ว่าในกลุ่มนั้นมีปี่พาทย์ร่วมอยู่ด้วย ละคร แสงเทียน ปี่พาทย์อยากแสดงตัวให้เพื่อนยอมรับ และอยากมีมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง เขาจึงไปขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง แต่โชคร้ายเขาโดนจับได้ในขณะที่เพื่อนร่วมแก๊งหนีไปได้หมด แล้วที่โชคร้ายไปกว่านั้น เจ้าของรถคือลูกน้องของราเมศร์ เมื่อศิวามาเห็นจึงพาตัวเขาไปให้ราเมศร์ จึงถูกบังคับโดนการเอาปืนจ่อหัว ให้เลือกว่าจะตาย หรือจะเลือกพาตัวเพลงพิณมาส่งให้ราเมศร์ ปี่พาทย์เลือกที่จะไม่ตาย เขาจึงถูกพาตัวมาส่งที่บ้าน เพลงพิณเห็นร่องรอยการถูกทำร้าย แต่เขาโกหกว่าเดินชนเสา เพลงพิณดูแลถามไถ่น้องด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้ปี่พาทย์กระวนกระวายมากขึ้น สิบทิศเป็นคนสังเกตเห็นอาการ ทำให้เขาเก็บความสงสัยไว้ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน เพราะตอนนี้เขากับเพลงพิณเริ่มแสดงความรู้สึกถึงความรักที่มีให้กันและกันมากขึ้น สิบทิศจึงทำเป็นว่ากลับบ้านแล้ว แต่เขามาดักรอปี่พาทย์และสอบถามพูดคุยจนปี่พาทย์ยอมบอกความจริง เมื่อความจริงเปิดเผย ตากับยายคิดจะส่งปี่พาทย์ไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัด แต่ครูรัตนาเสนอว่าควรจะส่งปี่พาทย์ไปเรียนรู้ชีวิตที่บ้านพี่สาวของครูรัตนาจะดีกว่า ปี่พาทย์ถูกส่งไปอยู่ที่บ้านเนินธัมมัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงที่นั่น ปี่พาทย์ก็แทบช็อก เพราะเขาไปเจอกับสาวน้อยตาโต คนที่เขาเจอในปั๊มน้ำมัน วันที่ไปซิ่งรถ พ่อของเด็กสาวหน้าดุ ๆ นั้นก็คงจำเขาได้เช่นกัน แต่ไม่มีใครพูดสิ่งใด ยิ่งทำให้เขากระอักกระอ่วนใจอย่างมาก ชีวิตของปี่พาทย์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเข้าไปช่วยในสวนปาล์ม แถมบางเวลาสาวน้อยตาโตแก้วใจก็มักจะพูดค่อนแคะเขาเสมอ ทำให้เขาคิดว่าตอนนี้เขากำลังอยู่โรงเรียนดัดสันดาน จนวันหนึ่งสิงห์มาชวนเขาไปลานขายปาล์ม ทำให้เขาตื่นเต้นที่จะได้ออกไปดูโลกภายนอก ทำให้สิงห์แปลกใจ และเมื่อรู้ความคิดของปี่พาทย์ เขาจึงอธิบายจนปี่พาทย์เริ่มมีความรู้สึกที่ดีขึ้นบ้าง แล้วยิ่งวันหนึ่งเขาพบว่าแม่ของแก้วใจกำลังทอผ้ายกทองโบราณ เพื่อเป็นเครื่องแต่งกายให้กับนักแสดงโขนพระราชทาน ทำให้ปี่พาทย์เริ่มยอมรับและเข้าใจในศิลปะวัฒนธรรมของชาติมากยิ่งขึ้น และคิดได้ว่าเขาจะกลับไปเรียนนาฎศิลป์อีก ไม่คิดจะไปเรียนอาชีวะอีกแล้ว ทางด้านศิวา เมื่อปี่พาทย์หายตัวไป เขาก็โดนราเมศร์เล่นงานอีก และไม่ยอมเขาทำงานด้วยอีก รามพ่อของราเมศร์จึงให้งานใหม่ซึ่งเป็นงานผิดกฎหมายศิวายอมทำโดยไม่สนใจว่าจะถูกหรือผิด เพราะเขาไม่อยากตกงาน เวลาของการแสดงโขนเหลืออีกเพียงหนึ่งเดือน ความรักของสิบทิศและเพลงพิณก็ดำเนินไปด้วยดี เพลงพิณเปิดใจจนสิบทิศกล้าที่จะแสดงความรักมากขึ้น ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี โลกของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างสดใส แล้วบัวคลี่มาบอกว่าท้องกับศิวา แถมเขายังได้ข่าวว่าศิวากำลังทำเรื่องผิดกฎหมาย โลกของสิบทิศก็แทบมัวหม่นลงอีก เขาพยายามจะเตือนศิวา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ศิวาไม่ฟังเขาเลย แถมยังไม่ยอมรับเป็นพ่อของเด็กในท้องของบัวคลี่ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องของครอบครัวและเรื่องของเพื่อน เขาประกาศจะช่วยเป็นพ่อให้กับหลานของเขา โดยที่เขาลืมนึกถึงเพลงพิณไปเสียสนิท เขาไม่รู้เลยว่าเพลงพิณเข้าใจผิดกับบัวคลี่จนแทบจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ที่สุดแล้วเขาก็ตามไปปรับความเข้าใจกับหล่อนได้ และใจยิ่งอิ่มเอิบมากขึ้นเมื่อค่อนข้างจะมั่นใจว่าเพลงพิณหึง ก็แสดงว่าหล่อนรับรักของเขาแล้ว ละคร แสงเทียน แต่เรื่องราวความวุ่นวายในชีวิตของสิบทิศก็ไม่ได้จบลงง่าย ๆ เมื่อบัวคลี่โทรมาตอนที่เขาอยู่กับเพลงพิณ คิดจะไปทำแท้งเพราะศิวาไม่ยอมรับ เขารีบออกจากเพลงพิณไปดูแลบัวคลี่ โดยไม่รู้ตัวว่าได้สร้างความแคลงคลางใจไว้กับเพลงพิณ ช่วงเวลานี้เรื่องศิวาก็มีข่าวว่าจะขนอาวุธผิดกฎหมาย เขาได้รับเบาะแสมาจากเพื่อนเก่าที่ทำงานอยู่กับราเมศร์ สิบทิศจึงประสานกับชิดชัยเพื่อวางแผนจับกุมได้สำเร็จ ศิวาถูกจับ สิบทิศมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องครอบครัวแต่ไม่ได้บอกเพลงพิณได้รับรู้ ปล่อยให้หล่อนจมอยู่กับความหวาดระแวงสงสัย เพราะปมในใจที่มีพ่อเจ้าชู้ ทำให้หล่อนไม่สามารถจะไว้ใจใครได้เลย สิบทิศพาสุทินไปดูศิวาที่โรงพัก ศิวาโวยวายใส่อย่างไม่ยอมรับฟังอะไรเลย สุทินเสียใจมากที่ลูกชายที่ตนรักที่สุดจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้ เขาทิ้งศิวาไว้ที่โรงพักโดยไม่สนใจจะช่วยเหลือเลย แล้วกลับมาเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง สิบทิศตามมาเฝ้าดูด้วยความเป็นห่วง สาเหตุนี้ทำให้สิบทิศต้องลาซ้อมหนึ่งวัน ครูรัตนามาแจ้งแก่นักแสดงทุกคน เพลงพิณนั่งซึมจนมิ่งขวัญเข้ามาพูดคุย หล่อนเลยยอมจะพูดถึงสิ่งที่คาใจตัวเองว่าเคยได้ยินสิบทิศบอกรักผู้หญิงคนอื่น และจะยอมรับเป็นพ่อให้เด็กในท้องของบัวคลี่อีกด้วย มิ่งขวัญโวยวายจนทิมวิ่งเข้าข่าวมาให้ดูว่าศิวาโดนจับ ทั้งหมดจึงชวนกันไปหาสิบทิศที่บ้าน แล้วเพลงพิณก็พบภาพบาดใจเมื่อเห็นสิบทิศยืนกอดกับบัวคลี่อยู่ที่หน้าบ้าน เพลงพิณกลับบ้านด้วยหัวใจที่เจ็บปวดแสนสาหัส หล่อนเก็บตัวร้องไห้อยู่ในห้อง แม้สิบทิศจะโทรมาหาหลายครั้งหล่อนก็ไม่ยอมรับสาย สิบทิศอยากจะรีบหาเพื่อถามไถ่ว่าหล่อนเป็นอะไร แต่ตอนนี้เขายังไม่กล้าทิ้งพ่อให้อยู่คนเดียว เช้าวันรุ่งขึ้นเขารีบไปรับเพลงพิณแต่เช้าก็ปรากฏว่าหล่อนออกไปแล้ว และวันทั้งวันที่เจอกัน เพลงพิณก็มีอาการผิดปกติกับเขาตลอดเวลา เขาจึงไปเค้นคอถามกับทิมจนรู้ความจริง แต่จะตามไปอธิบายไม่ได้ เพราะเพลงพิณหนีไปนอนบ้านมิ่งขวัญ สิบทิศได้รับข่าวว่าศิวาถูกทำร้ายในคุก เขาจึงต้องทิ้งเรื่องของเพลงพิณไว้ก่อน กว่าจะกลับมาทำความเข้าใจกับเพลงพิณได้ก็ดูเหมือนจะสายเกินไป หล่อนทำเหมือนไม่ยอมรับฟังเขาเลย ทำให้สิบทิศน้อยใจจนไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว ฝ่ายเพลงพิณก็ไปปรึกษากับยาย จนรู้ตัวว่าหล่อนจะเอาเรื่องพ่อมาวัดกับผู้ชายแบบสิบทิศไม่ได้ หลังจากวันนั้น สิบทิศก็หายไปจากชีวิตของเพลงพิณ เขาไม่ได้ตามรับส่งหล่อนอย่างที่เคยเป็นมานาน เขาพยายามรักษาความห่าง ต้องแข็งใจอย่างมากที่จะไม่ง้องอน แล้วในที่สุดเพลงพิณก็เป็นฝ่ายมาง้อเขาเอง และปรับความเข้าใจกันจนได้ท่ามกลางความดีใจของมิ่งขวัญและทิม ชีวิตของสิบทิศเริ่มมีแสงสว่างเพิ่มมากขึ้น เมื่อความรักก็สมหวังแล้วเขายังได้รับหลักฐานสำคัญมาเพื่อมัดตัว ราม และราเมศร์ จากเพื่อนรักคนเดิมที่ยอมสละชีวิตเพื่อความถูกต้อง เขาเอาตัวเองไปเสี่ยงขโมยหลักฐานจนถูกยิง และตอบโต้ด้วยการยิงราเมศร์ตาย เมื่ออุดมส่งหลักฐานทั้งหมดให้สิบทิศ เขาก็หนีไปนอนตายอย่างเดียวดาย แต่เขาก็ได้รับการชื่นชมและไว้อาลัยว่าเป็นคนดีของสังคมคนหนึ่ง แต่สิบทิศก็เสียใจมากเช่นกัน เพลงพิณกับบัวคลี่ปรับความเข้าใจกันได้ในงานศพของอุดมนี่เอง เมื่อใกล้วันแสดงโขนพระราชทานเข้ามาทุกทีแล้ว สิบทิศต้องไปเก็บตัว ฝึกซ้อม ก่อนออกจากบ้านเขาสอดบัตรชมการแสดงเข้าไปในประตูห้องสุทิน โดยไม่คาดหวังว่าพ่อจะไปดูเขาแสดง แล้ววันหนึ่งที่สิบทิศต้องไปอัดรายการโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดไปทั่วประเทศ เขาต้องแต่งตัวเต็มที่ รวมทั้งเพลงพิณด้วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสองจึงพูดคุยกัน และสิบทิศก็หยิบภาพของแม่ออกมาให้เพลงพิณดู ความเข้าใจไว้ใจ เกิดกับสองหนุ่มสาวแบบไม่มีอะไรเคลือบแฝงอีกต่อไป ละคร แสงเทียน ทางด้านปี่พาทย์ เขากำลังจะได้กลับบ้าน และเวลานี้เขาก็เข้าใจชีวิตมากขึ้น เขาสัญญากับแก้วใจว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นหนึ่งในนักแสดงโขนพระราชทาน เพื่อจะได้สวมผ้ายกทองที่แก้วใจเป็นคนทอให้ได้ วันนั้นเป็นวันที่สุทินเกิดอยากกินเหล้า ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยกินมานานแล้ว เขาจึงไปนั่งหลบมุมที่ร้านแปะขายของอยู่ในสลัม ทำให้เขาได้เห็นสิบทิศออกทีวี ได้ยินเสียงสรรเสริญสิบทิศ และเสียงนินทาว่าเขารักลูกไม่เท่ากันจากปากตายายของเพลงพิณ เขาลุกขึ้นเดินกลับบ้านมาครุ่นคิดเรื่องของสิบทิศและศิวา เพียงเพราะเขามีโกรธที่พอสิบทิศเกิดมาก็ทำให้เขาต้องเสียภรรยาสุดที่รักไป แต่ถึงยังไงสิบทิศก็เป็นลูก ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักลูก แต่สิบทิศยังตอกย้ำในการสูญเสียอีก เพราะเด็กชายหน้าตาเหมือนแม่ไม่มีผิด เขาจึงทนมองหน้าลูกไม่ได้ เมื่อศิวาทำเรื่องผิดกฎหมาย สุทินก็ไม่กล้าสู้หน้าสิบทิศอีก แต่วันนี้เขาตัดสินได้แล้วจึงเปิดหน้าต่างบ้านไปชวนบัวคลี่ไปดูการแสดงโขนพระราชทาน ในที่สุดการแสดงโขน ชุด นางลอย ก็เริ่มต้นขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมรวมทั้งนักแสดงที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกมาพบกับญาติพี่น้องที่มาแสดงความยินดี สิบทิศยืนเคียงคู่กับเพลงพิณ ทุกคนทยอยกันเข้ามาหาแล้ว คนที่สิบทิศไม่เคยคิดจะได้เห็นเลย ก็เดินเคียงคู่มากับบัวคลี่ สุทินนำรูปแม่มาให้เขา สิบทิศดีใจจนพูดไม่ออกสุทินเองก็ยังมีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ในการจะแสดงความรักต่อลูกชาย การแสดงโขนแต่ละรอบผ่านไปด้วยดี ทำให้ครูรัตนาปลื้มใจเป็นที่สุด สิบทิศกลับมาอยู่บ้านในห้องที่เคยเป็นของศิวา เขากับพ่อมีความเข้าใจกัน แค่นี้สิบทิศก็มีความสุขที่สุดแล้ว ความรักที่มีกับเพลงพิณก็เบ่งบานในหัวใจ สุทินเอาสมุดเงินฝากธนาคารที่เก็บสะสมมาให้เขาด้วยตัวเลขสูงลิ่ว นี่คือเรื่องที่พ่อทำให้ลูกที่เขาเหมือนไม่เคยใส่ใจมาก่อนเลย วันที่ 12 สิงหาคม ที่วิทยาลัยนาฎศิลป์ สิบทิศและเพลงพิณเตรียมพวงมาลัยมากราบครูรัตนา และรับคำอวยพรอย่างอิ่มเอมในหัวใจ แล้วก็พากันไปจุดเทียนชัยถวายพระพรพร้อมกับครูบาอาจารย์ในวิทยาลัย ครูรัตนาเปรียบเทียบให้หนุ่มสาวทั้งสองเห็นว่าแสงเทียนที่ถูกจุดนี้จะถูกส่งต่อไปรุ่นสู่รุ่นเพื่อมิให้นาฏศิลป์จะลับหายไปจากสังคมไทย ดังเช่นนาฏศิลป์โขนซึ่งเปรียบประดุจแสงเทียนที่ใกล้ริบหรี่ ได้รับการจุดต่อขึ้นมา และส่งต่อไปยังเทียนอีกนับร้อยนับพันเล่ม ศิลปะล้ำค่าของชาติจึงสว่างไสวเรืองรองอยู่บนผืนแผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน ติดตามชมละคร แสงเทียน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครแสงเทียน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำในละคร แสงเทียน ธารา ทิพา รับบท สิบทิศนิศาชล ต้วมสูงเนิน รับบท เพลงพิณนภสร เอกพันธ์กุล รับบท มิ่งขวัญธรรมวิทย์ รัฒนาภรณ์ รับบท ทิมพิสิฐพงศ์ ช่างหล่อ รับบท ปี่พาทย์ชลธิชา ชัยชิต รับบท แก้วใจรัชนีกร พันธุ์มณี รับบท ครูรัตนาศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท สุทินวีระกิตต์ วรัตน์ชยุต รับบท ราเมศร์ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท บัวคลี่สุรินทร คารวุตน์ รับบท ศิวาพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยายสายหยุดวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท รามบุญสร้าง เรืองนนท์ รับบท ตาสมพงษ์ ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน ละคร แสงเทียน

From Bangkok to Mandalay ...กับจดหมายรักจากเมียนมา
From Bangkok To Mandalay /  ชาติชาย เกษนัส

นอกเหนือจากความน่าสนใจในฐานะภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างไทยกับเมียนมาเรื่องแรกนับตั้งแต่เปิดประเทศได้ไม่นาน และยังถ่ายทำเกือบทั้งหมดที่ประเทศเมียนมา ที่ในหลายสถานที่ยังคงสภาพแวดล้อมคงเดิมไม่ต่างจากเมื่อหลายสิบปีก่อน การเก็บเกี่ยวเรื่องราวในประเทศเพื่อนบ้านที่แสนใกล้ชิดอย่างยาวนานของไทย แต่เรากลับรู้จักประเทศเมียนมาน้อยอย่างน่าใจหายน่าใจหาย ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของ แน็ต-ชาติชาย เกษนัส (กำกับร่วม ‘ตายโหง’ ตอน ซานติฆ่า) ในฐานะผู้กำกับเดี่ยวเต็มตัวเรื่องแรกกับ From Bangkok to Mandalay 'ถึงคน…ไม่คิดถึง' "มัณฑะเลย์มันเป็นชื่อที่เราติดหูมาก จนตัดสินใจใช้ชื่อชั่วคราวในการทำหนังว่า From Bangkok to Mandalay และวางไว้ว่าจะใช้เมืองนี้เป็นโลเคชั่นสุดท้ายในหนัง แต่หลังจากรีเสิร์ชข้อมูลกีมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่หนังยังใช้ชื่อ From Bangkok to Mandalay เหมือนเดิม คือเอาเข้าจริงมัณฑะเลย์นี่มันมีอายุสั้นมาก ที่นี่เป็นราชธานีสุดท้ายของราชวงค์พม่า ก่อนที่อังกฤษจะเข้ามายึดครองและย้ายไปที่ย่างกุ้งแทน มันจึงเป็นสถานที่ที่มีความทรงจำค่อนข้างเยอะ แม้กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวกับคนไทยเอง คือคนไทยสมัยอดีตในยามที่ถูกกวาดต้อนไปสู่พม่า ก็มักจะไปอยู่แถวๆ เมืองมัณฑะเลย์นี่ละ" จากมัณฑะเลย์ในความทรงจำ กลายเป็นจุดที่ทำให้ชาติชายสงสัยว่าเพราะอะไร ภาพของประเทศเมียนมาในความทรงจำของคนไทยจึงไม่หลุดพ้นจากการชาติที่เคยรุกรานเมื่อนานมาแล้ว "จริงๆ แล้วมุมมองที่เรามีต่อเมียนมาจากประวัติศาสตร์มันพึ่งจะถูกสร้างขึ้นใหม่ขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้เอง แม้จะมีนักประวัติศาสตร์หลายคนพยายามจะไปทำความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ดูเหมือนว่าชุดความคิดนี้มันได้ผูกติดคนไทยไปแล้ว ซึ่งสำหรับเรามันเป็นความเกลียดชังที่งไร้สาระมากในทุกวันนี้ คือมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาในเมื่อหลายรุ่นมาแล้ว มันเป็นเรื่องที่เราเข้าใจผิดไปเองและก็ถูกผลิตซ้ำอยู่บ่อยๆ ตอนที่ผมไปผมท่าน พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ท่านบอกว่าคนไทย 97 เปอร์เซ็นต์มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเทศเมียนมา ส่วนอีก 3 เปอร์เซ็นต์คือคนที่เข้าใจผิดแบบมหันต์ (ท่าน พิษณุ สุวรรณะชฎ เคยกล่าวปาฐกถาถึงความเข้าใจผิดของไทยที่มีต่อเมียนมา ในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2557 'ไทย-พม่าศึกษาในกรอบประชาคมอาเซียน') คือท่านเองก่อนจะมาประจำที่นี่ก็ไปอยู่หลายประเทศมาก แต่ท่านบอกเลยว่าที่เมียนมาไม่ง่าย คือประเทศต่างๆ ในอาเซียนแล้วไทยเองดูจะใกล้ชิดกับเมียนมามากที่สุด คือคุยกันง่ายเข้าใจกันง่าย แต่ลึกๆ แล้วเขามีความแตกต่าง" การได้ไปรู้จักกับ โรงเรียนดนตรีคีตมิตร ซึ่งรวบรวมนักดนตรีชาวเมียนมาทุกแนวมาเรียนด้วยกัน โดยการนำพาไปของ อ.อานันท์ นาคคง นักมนุษยวิทยาอันดับต้นๆ ของไทยและนักดนตรีศึกษาผู้รอบรู้ ในการตามหา "จิตวิญญาณของชาวเมียนมา" เพื่อเป็นแก่นของเรื่องที่พาผู้ชมไปรู้จักชาวเมียนมาอย่างแท้จริง ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในหนัง From Bangkok to Mandalay หลังจากที่ชาติชายได้เดโมเพลงของ ตาเงะ เด็กหนุ่มมากพรสววรค์ในโรงเรียนดนตรีคีตมิตรมาให้ บรูโน บรูกาโน มิตรสหายนักแต่งเพลงฟัง ก่อนจะเป็นจุดเริ่มต้นของพล็อตเรื่องที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของคนสองประเทศ โดย From Bangkok to Mandalay ‘ถึงคน..ไม่คิดถึง’ เป็นหนังแนวโรดมูฟวี-ดราม่า ที่เล่าเรื่องของ ปิ่น (พิไลพร สุปินชุมภู จาก ‘รักหมดแก้ว’) สาวที่พึ่งจากลาจากคนรัก ได้รับจดหมายซึ่งเขียนโดยภาษาเมียนมาร์จากคุณย่าที่พึ่งเสียชีวิต และมีเงื่อนไขว่าต้องเดินทางไปเปิดอ่านแต่ละฉบับในสถานที่ที่ถูกระบุในจดหมายเท่านั้น โดยมี จอ จอ (ไซ ไซ คำแลง - ป็อบสตาร์ชาวเมียนมาร์) เป็นพาเธอเดินทางในเมียนมาร์ ซึ่งเนื้อความในจดหมายเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของหญิงสาวชาวเมียนมานาม ธูซา (วุด มน ชเว ยี - นักแสดงสาวชื่อดังอันดับต้นๆ ชาวเมียนมาร์) กับชายหนุ่มคนรักนามว่า นันดะ (เน โท - ดาราหนุ่มระดับท็อปที่เล่นหนังในเมียนมามาแล้วหลายร้อยเรื่อง) เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว - ด้วยความบริสุทธิ์และสวยงามของฉากหลังในเมียนมาที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่งจากหลายสิ่งภายนอกมาหลายสิบปี อาจกลายเป็นความประทับใจอย่างหนึ่งที่ผู้ชมได้สัมผัสนอกเหนือจากเรื่องราวรักเมโลดราม่าในเรื่อง หากภายใต้ความสวยงามนี้ก็ยังมีประวัติศาสตร์บางอย่างที่ผูกติดอยู่กับชาวเมียนมามาอย่างยาวนานซึ่งชาติชายก็อยากจะถ่ายทอดลงไปในหนังเรื่องนี้เช่นกัน "หนึ่งในเมืองซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำในเรื่องนี้อย่าง ปิน อู ลวิน เป็นเมืองตากอากาศที่ถูกสร้างโดยนายพลชาวอังกฤษเอาไว้ตั้งแต่สมัยก่อน ทำให้ตึกต่างๆ มันมีสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล นอกจากนี้ที่นี่ก็เป็นเมืองที่มีทั้งชาวพุทธ ชาวคริสต์และชาวอิสลามอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน คือคนตรงนั้นเขาก็ยังพยายามเก็บรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ แม้มันจะเป็นความเจ็บปวดในเชิงประวัติศาสตร์ก็ตาม ตัวอย่างเช่นเราไปขอถ่ายทำในโบสถ์คริสต์ที่เมืองนั้น ซึ่งตอนแรกขออย่างไรก็ไม่อนุญาต จนเราต้องโทรไปขอนัดคุยกับบาทหลวง เอาบทไปนั่งเปิดอธิบายเป็นหน้าๆ เลย จนท่านบาทหลวงก็รับปากว่าจะไปขอท่านบิชอปอีกที เราก็เลยสงสัยว่าทำไมถึงไม่อยากอนุญาตให้เราถ่ายทำนัก ซึ่งท่านก็ตอบว่าเพราะมักจะมีสื่อท้องถิ่นขอเข้ามาถ่ายทำที่นี่แล้วสื่อสารออกไปในเชิงเปรียบเทียบว่าศาสนาพุทธดีกว่าศาสนาคริสต์" "คือเราก็มองเรื่องของการอยู่ร่วมกันในฐานะมนุษย์ด้วย เราเองก็มีเพื่อนหลายคนที่นับถือศาสนาแตกต่างกัน มันจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราอยากบอกในหนังเรื่องนี้ว่า พวกเราสามารถอยู่ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะชาติใดศาสนาใด หรือมีความเชื่อที่แตกต่างกัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะบอกคนไทยด้วยเหมือนกัน" ชาติชายทิ้งท้าย ** From Bangkok to Mandalay 'ถึงคน…ไม่คิดถึง' เข้าฉายในไทย 10 พ.ย. นี้ ตัวอย่างเวอร์ชั่นไทย https://www.youtube.com/watch?v=L7pfT4-iT2M ตัวอย่างเวอร์ชั่นเมียนมา https://www.youtube.com/watch?v=tunstGXYT0Y ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

นักร้องญี่ปุ่น มาโกโตะ ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง
Lucifer /  Makoto Koshinaka / 

มาโกโตะ โคชินากะ ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมดั่งที่เจ้าตัวเคยออกปากว่า 'เขาเป็นคนไทยที่เกิดที่ประเทศญี่ปุ่น' สำหรับ มาโกโตะ โคชินากะ ศิลปิน J-Rock ชาวญี่ปุ่น นักร้องนำวง Lucifer และวง Trick ซึ่งล่าสุดเขาได้ไปแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันนี้ผมมาวางดอกไม้ถวายความอาลัยในหลวงที่สถานทูตไทย ณ โตเกียวครับ pic.twitter.com/aYNcbPAg4F — 越中睦士 (@MAKOTOKOSHINAKA) October 26, 2016 มาโกโตะ โพสภาพถ่ายของเขาขณะก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไว้ในทวิตเตอร์ส่วนตัว พร้อมเขียนข้อความเป็นภาษาไทยว่า "วันนี้ผมมาวางดอกไม้ถวายความอาลัยในหลวงที่สถานทูตไทย ณ โตเกียวครับ" โดยก่อนหน้านี้ หลังจากนักร้องหนุ่ม มาโกโตะ ทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เขาก็ได้โพสพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมเขียนข้อความถวายความอาลัยไว้ว่า “กราบแทบฝ่าพระบาท ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” อีกด้วย มาโกโตะ โคชินากะ มาโกโตะ โคชินากะ มาโกโตะ โคชินากะ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

Hearthstone แพ็คสุดคุ้ม Welcome Bundle การันตี Legendary ไม่ต้องลุ้น
Blizzard /  Hearthstone / 

ครั้งแรกของ Hearthstone กับแพ็คการ์ดสุดคุ้ม “Welcome Bundle” 10 ซอง การันตี legendary card ฟรี 1 ใบแบบไม่ต้องลุ้น งานนี้มีเฮ!!! Hearthstone ปล่อยของแล้ว แฟนๆ ได้เวลาร้องเฮ!!! นับเป็นครั้งแรกของเกมที่มีการปล่อยโปรโมชั่นแพ็คการ์ดสุดคุ้มจากทาง Blizzard ที่จากเดิมตามปกติเพื่อนๆ จะสามารถซื้อแพ็คการ์ด 10 ซองในราคาประมาณ 14.99 US แต่สำหรับ “Welcome Bundle” โปรโมชั่นจัดหนัก จัดเต็ม! จ่ายเพียงแค่ 4.99 US รับทันที 10 ซองการ์คคลาสสิก และการันตี legendary card 1 ใบ แบบไม่ต้องลุ้นไปเลยทันที (*1 ID สามารถซื้อได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น) นับเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับมือใหม่ชาว Hearthstone ที่กำลังสงสัยว่าจะเริ่มต้นเล่นเกมนี้ได้อย่างไร จัด classic deck อย่างไรให้ต่อสู้กับคนอื่นๆ ในเกมได้ ทางเลือกของแพ็ค “Welcome Bundle” จะช่วยให้เพื่อนๆ สะสมการ์ดในมือได้มากยิ่งขึ้นรวมถึงมีการ์ดระดับตำนาน legendary card มาการันตีไว้ในมือช่วยให้การจัดเด็ดทำได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้เล่นมือโปรนี่ก็คือ ดีลที่ดีที่สุดจาก Blizzard ที่คุณพลาดไม่ได้เลยทีเดียว เจาะลึกเบื้องหลัง MiTH.Ledah รองแชมป์ Hearthstone Thailand Major และพิเศษสำหรับแฟนๆ HearthstoneThailand ที่ทางอินิทรีฯ ร่วมมือกับ Blizzard จัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับ “Welcome Bundle” ที่นอกจากจะได้แพ็คการ์ดสุดคุ้มไปแล้วยังมีโอกาสร่วมลุ้นของพรีเมี่ยมสุดหรูกับกติการ่วมสนุกง่ายๆ ดังนี้เลย เพียงแค่เพื่อนๆ ซื้อชุด Welcome Bundle ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน –2 ตุลาคม 2559 นี้ (ระยะเวลาร่วมกิจกรรม) ก็รับสิทธิ์ลุ้นได้ทันที ประกาศผลผู้โชคดีรอบที่ 1: 25 กันยายน 2559 ผ่านทางแฟนเพจ www.facebook.com/HearthstoneTH ประกาศผลผู้โชคดีรอบที่ 2: 3 ตุลาคม 2559 ผ่านทางแฟนเพจ www.facebook.com/HearthstoneTH รางวัลมีทั้งสิ้น 21 รางวัล การตัดสินของทีมงานถือเป็นที่สิ้นสุด สามารถเปลี่ยนแปลงของรางวัลได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า นับเป็นครั้งแรกของแพ็คการ์ดสุดคุ้มในครั้งนี้ อย่าลืมว่า 1 ID สามารถซื้อได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้นนะ สาวกทั้งมือใหม่ มือโปร ห้ามพลาดเด็ดขาด!!! รายละเอียดเกมเพิ่มเติม: Official website : www.playhearthstone.in.th HearthstoneTH official fanpage :  www.facebook.com/HearthstoneTH HearthstoneTH official YouTube : www.youtube.com/HearthstoneTH

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี /  ผลบอลวันอาทิตย์ / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลา 22:00 น. สวอนซี ซิตี้ 2-2 เชลซี ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน เวลา 20:30 น. แวร์เดอร์ เบรเมน 1-2 เอาก์สบวร์ก เวลา 22:30 น. ไมนซ์ 4-4 ฮอฟเฟ่นไฮม์ ผลบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เวลา 17:30 น. โบโลญญ่า 2-1 กาญารี่ เวลา 20:00 น. เอซี มิลาน 0-1 อูดิเนเซ่ เวลา 20:00 น. เอเอส โรม่า 3-2 ซามพ์โดเรีย เวลา 20:00 น. อตาลันต้า 2-1 โตริโน่ เวลา 20:00 น. คิเอโว่ 1-1 ลาซิโอ้ เวลา 20:00 น. เจนัว - ฟิออเรนติน่า (เลื่อน) เวลา 01:45 น. เปสคาร่า 1-2 อินเตอร์ มิลาน ผลบอล ลาลีกา สเปน เวลา 17:00 น. สปอร์ติ้ง กิฆอน 2-1 เลกาเนส เวลา 21:00 น. บาเลนเซีย 2-3 เรอัล เบติส เวลา 23:15 น. กรานาด้า 1-2 เออิบาร์ เวลา 01:30 น. ลา คอรุนญ่า 0-1 แอธเลติก บิลเบา ผลบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส เวลา 20:00 น. น็องต์ 0-3 เม็ตซ์ เวลา 22:00 น. แรนส์ 2-0 ก็อง เวลา 01:45 น. นีซ 3-2 โอลิมปิก มาร์กเซย ผลบอล แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ เวลา 19:15 น. แอสตัน วิลล่า 2-2 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ผลบอล พรีเมียร์ลีก ไทย เวลา 18:00 น. ศรีสะเกษ เอฟซี 2-4 แบงค็อก ยูไนเต็ด เวลา 18:00 น. ชลบุรี เอฟซี 4-1 ราชนาวี เอฟซี เวลา 19:00 น. สุโขทัย เอฟซี 0-1 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เวลา 19:00 น. บีบีซียู เอฟซี 1-2 อาร์มี่ ยูไนเต็ด ผลบอล ยามาฮ่า ลีก วัน เวลา 18:00 น. สมุทรสงคราม เอฟซี 1-1 นครปฐม ยูไนเต็ด เวลา 18:00 น. ระยอง เอฟซี 2-1 อ่างทอง เอฟซี เวลา 18:00 น. การท่าเรือ เอฟซี 2-0 แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เวลา 19:00 น. เชียงใหม่ เอฟซี 1-1 ลำปาง เอฟซี >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

นิชคุณ 2PM - แบมแบม GOT7 น้อมเกล้าส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
2PM /  BamBam / 

แม้ตัวจะอยู่ไกลถึงประเทศเกาหลีใต้ แต่สองไอดอล K-POP สัญชาติไทย อย่าง นิชคุณ 2PM และ แบมแบม GOT7 ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้อมเกล้าส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย วานนี้(21 ต.ค.) นิชคุณ หรเวชกุล สมาชิกวง 2PM และ แบมแบม กันต์พิมุก ภูวกุล สมาชิกวง GOT7 ศิลปินในสังกัดค่ายเพลง K-POP ชื่อดัง JYP Entertainment ลงนามแสดงความอาลัยและถวายสักการะ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สถานเอกอัครราชทูต กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา สามไอดอลเกาหลี อย่าง เตนล์ NCT, ลิซ่า BLACKPINK และ สร CLC ก็ได้ไปร่วมลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สถานเอกอัครราชทูต กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เช่นกัน ภาพจากแฟนเพจ Royal Thai Embassy, Seoul มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ยาขับประจำเดือน จาก รากดอกแก้ว สูตรบำรุงสำหรับสตรีในวันนั้นของเดือน
ขับประจำเดือน /  ดอกแก้ว / 

ดอกแก้ว ต้นไม้จากวรรณคดีไทย สูตรบำรุงสำหรับสตรีในวันนั้นของเดือน หลายคนคงรู้จักกับดอกแก้วดีในฐานะดอกไม้ไทยที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คนไทยโบราณนิยมปลูกไว้เพื่อเป็นแนวรั้วบ้าน เสริมสิริมงคล แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นดอกแก้วนั้น ซ่อนคุณประโยชน์ทางด้านยาไว้หลากหลายประการ โดยตำราแพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนจีนได้มีระบุไว้ว่า รากดอกแก้วถือเป็นตัวขับประจำเดือนชั้นดีสำหรับสตรี ช่วยปรับสมดุลในร่างกายสตรี ถือเป็นยาดีสำหรับคุณสาว ๆ สำหรับวันนั้นของเดือนโดยเฉพาะ คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้คนในบ้านมีความดี มีคุณค่าสูง เพราะคำว่า แก้ว นั้นหมายถึง สิ่งที่ดีมีค่าสูงเป็นที่นับถือบูชา ของบุคคลทั่วไปซึ่งโบราณได้เปรียบเทียบของที่มีค่าสูงนี้เสมือนดั่งดวงแก้ว นอกจากนี้คนโบราณยังมีความเชื่ออีกว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้เป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ มีความเบิกบาน เพราะแก้วคือความใสสะอาด ความสดใส นอกจากนี้ดอกแก้วยังมีสีขาว สะอาดสดใส มีกลิ่นหอมนวลไปไกล และยังนำดอกแก้ว ไปใช้ในพิธีบูชาพระในพิธีทางศาสนาได้เป็นสิริมงคลยิ่งอีกด้วย ด้านสรรพคุณทางยา ต้นดอกแก้ว มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยคลายการอุดตันของเส้นเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดลมเป็นไปได้ดีขึ้น ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ ช่วยแก้อาการไอ เป็นยาชาระงับอาการปวดได้ แก้ฝีฝักบัวที่เต้านม แก้อาการปวดฟัน แก้ท้องเสีย ช่วยแก้บิด จุกเสียดแน่นเฟ้อ ช่วยในการย่อยอาหาร ใช้เป็นยาแก้ปวดกระเพาะ เป็นยาขับพยาธิตัวตืด แก้อาการคันที่ผิวหนัง แก้แมลงสัตว์กัดต่อย แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย บรรเทาอาการปวดบวม ช่วยเร่งการคลอดบุตรของสตรี แก้ฝีในมดลูก อีกทั้งยังช่วยขับประจำเดือนหรือระดูของสตรีอีกด้วย ยาขับประจำเดือน จาก รากดอกแก้ว ส่วนผสม รากแห้งของต้นดอกแก้ว 10-15 กรัม (หากใช้รากแบบสดให้ใช้ 30-60 กรัม) น้ำสะอาด 2 ถ้วย วิธีปรุงยา 1. ตั้งหม้อเติมน้ำ 2 ถ้วย 2. ใส่รากแห้ง ลงไปต้มในน้ำ 2 ถ้วย 3. เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนเหลือ 1 ถ้วย 4. รับประทานวันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-เย็น วันละ 1 แก้ว เพียงเท่านี้ก็จะช่วยขับประจำเดือน ปรับสมดุลในร่างกายได้เป็นอย่างดี ที่มาจากนิตยสาร เกษตรกรก้าวหน้า

วงมายด์ ส่งตรงความช้ำ ตอกย้ำประสบการณ์ กับซิงเกิ้ลใหม่ “ที่จริงเราไม่ได้รักกัน”
ที่จริงเราไม่ได้รักกัน /  วง Mild / 

    เมื่อพูดถึงลิสต์เพลงอกหัก อีกวงที่พลาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ วง “MILD” (มายด์) จากค่าย “สไปร์ซซี่ ดิสก์” (Spicy Disc) เพราะไม่ว่าจะส่งซิงเกิลไหนออกมา ก็พาคนอกหักทั้งประเทศ อินเพลงกันจนเฉียดตายได้เลยทีเดียว ด้วยถ้อยคำที่เฉือดเฉือนและ เมโลดี้ที่ฟังแล้วจะต้องติดหู คราวนี้ พวกเขาจัดซิงเกิลล่าสุด “ที่จริงเราไม่ได้รักกัน” จากอัลบั้ม “MI4D” (โฟร์) มาให้ทุกคนได้จุกกันถ้วนหน้า จนต้องตั้งคำถามเลยว่า สิ่งที่ถูกเรียกว่าความรัก นี่มันคือความรักจริงๆ หรือ มันเป็นแค่เพียงหน้าที่ของความผูกพันกันแน่     สำหรับเพลงนี้ “เป้-บดินทร์” (นักรองนำ) ได้บอกเล่าถึงตัวเพลงครั้งนี้ว่า “นี่เป็นเรื่องจริงที่เราเองเกิดตั้งคำถามขึ้นมาว่า สิ่งที่เรารู้สึกอยู่ทุกวันนี้ กับคนที่เราเรียกว่า คนรัก สิ่งนั้นมันเรียกว่า ความรักจริงๆ หรือเปล่า… มันอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกชั่ววูบก็ได้ เราจะไปรักคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนได้ยังไง แต่ในซิงเกิลนี้จะต่างจากซิงเกิลแรกๆ อย่างเพลง UNLOVEABLE ที่แบบเจ็บปวดเหลือเกิน ความรักแบบวัยรุ่นสุดๆ แต่พอมาถึงอัลบั้มนี้ เป็นอัลบั้มที่ 4 แล้ว เราจะไม่ฟูมฟายอีกแล้ว เวลาเราผิดหวังในความรัก เราจะผิดหวังอย่างเข้าใจ เพราะเราโตขึ้นแล้วนะครับ”     ส่วนในพาร์ทของดนตรี เป้ ได้พูดถึงว่า “ถ้าได้เปิดฟังซิงเกิลนี้ ทุกคนจะต้องเซอร์ไพรส์ในทุกๆท่อน เพราะมันจะแตกต่างและ แปลกใหม่จากเพลงก่อนๆ จนคาดเดาไม่ได้ แต่มันจะผสมกันออกมาอย่างกลมกล่อมลงตัวแน่นอนครับ ซึ่งจะยังคงเน้นกิมมิค (Gimmick) ของอัลบั้มนี้ นั่นก็คือ ท่อนแร็พเท่ๆเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ ใช้คำที่แรงและจัดกว่าเดิม ถ้าทุกคนอยากรู้ว่า พวกเราจะโตขึ้นขนาดไหน มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ก็ต้องลองฟังกันดูนะครับ เซอร์ไพรส์แน่นอน”

ชาย ยิ้มออก! ชนะคดีฟ้องหมิ่น ไฮโซแชมป์ ศาลตัดสินคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา
ชาย อานันทวีป ชนะคดี ไฮโซแชมป์ /  ไฮโซแชมป์ จิรัฐฎ์ / 

ต่อสู้คดีมานาน 3 ปี ล่าสุด ชาย อานันท์ทวีป ยิ้มออก! หลังชนะคดีคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีที่ ไฮโซแชมป์ จิรัฐฏ์ ได้ไปพูดพาดพิงตนในรายการทีวีรายการหนึ่ง ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยวันนี้(20 ก.ย.) ที่ ศาลอาญา รัชดา ทั้งคู่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยศาลได้ตัดสินให้จำเลย หรือไฮโซแชมป์ จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ด้านดาราสาว หนิง ปณิตา เพื่อนสนิท เดินทางมาให้กำลังใจด้วย... ชาย “วันนี้ก็ดีใจ ก็ขอขอบคุณศาลที่ให้ความยุติธรรม เพราะรอวันนี้มานานแล้ว วันนี้ศาลพิพากษาให้จำเลยจำคุก 1 ปีไม่รอลงอาญาในคดีหมิ่นประมาทที่ชายได้ฟ้องไป คดีนี้ประมาณ 3 ปีได้แล้วครับ ซึ่งตอนนี้อยู่ในศาลชั้นต้น ต้องรอว่าทางนั้นอุทธรณ์ต่อหรือเปล่า ส่วนคดีที่สิ้นสุดไปแล้วไปศาลแพ่งที่ศาลสั่งให้ทางฝั่งจำเลยจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เขาติดเราให้จ่ายให้ครบประมาณ 1.7 ล้าน รวมดอกเบี้ยก็ประมาณ 2 ล้านอันนี้ศาลฎีกาพิพากษาแล้ว ตอนนี้ก็รอบังคับคดีอยู่ครับ” หนิง “คือเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเยอะ มีอะไรหนิงจะบอกชายว่าไม่เป็นไรเราใจเย็นๆ เวลาจะเป็นเครื่องที่พิสูจน์เรา บางทีเรื่องบางเรื่องไม่ต้องจบภายในวันเดียวก็ได้ วันนี้หนิงดีใจกับชายมากๆ วันนี้ก็มาให้กำลังใจเขา เพราะว่าตลอดเวลาไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรก็แล้วแต่ชายจะคอยยืนและให้กำลังใจหนิงเสมอ” ชาย “วันนี้เราก็ได้เคลียร์ความบริสุทธิ์ เรารอมานานมากมันก็ทุกข์นะที่มีคดีความมันไม่ใช่เป็นสิ่งใครๆ อยากจะมี เป็นทุกข์มากๆ เลย มาวันนี้ก็ดีใจครับ โล่งอกมากสำหรับวันนี้” ชาย อานันท์ทวีป ชนะคดีฟ้องหมิ่นฯ ไฮโซแชมป์ ชาย อานันท์ทวีป ชนะคดีฟ้องหมิ่นฯ ไฮโซแชมป์ ชาย อานันท์ทวีป ชนะคดีฟ้องหมิ่นฯ ไฮโซแชมป์ ชาย อานันท์ทวีป ชนะคดีฟ้องหมิ่นฯ ไฮโซแชมป์

คำทำนายที่กลายเป็นจริง!! เด็กผู้หญิงคนนี้จะมีบุญวาสนาได้เป็น พระราชินี
คำทำนาย /  บุญวาสนา / 

เมื่อหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มีอายุราว 2 ปี ขณะที่พี่เลี้ยงอุ้มอยู่นั้นก็มีแขกเลี้ยงวัวเข้ามาทำนายทายทัก ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะมีบุญวาสนาได้เป็นราชินีในอนาคต ดังที่ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ได้เล่าไว้ ความว่า "วันหนึ่งขณะที่พี่เลี้ยงอุ้ม ม.ร.ว.สิริกิติ์ เดินเล่น พอดีขณะนั้นมีแขกเลี้ยงวัว ซึ่งเป็นเพื่อนของแขกยามประจำบ้านมาหากัน พอแขกที่มาเหลือบเห็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ ก็จ้องมองพร้อมทั้งกวักมือเรียกพี่เลี้ยงขอให้เห็นใกล้ ๆ หน่อย เมื่อเข้ามาใกล้มองดูสักครู่ก็พูดว่า "ต่อไปจะเป็นมหารานี" พี่เลี้ยงได้ฟังก็ชอบใจเที่ยวเล่าให้คุณยายและใครต่อใครฟัง ถึงไม่เชื่อแต่ก็ปลื้มใจ ต่อมาเมื่อ ม.ร.ว.สิริกิติ์ เจริญวัยขึ้น เลยเป็นเหตุให้คุณพี่ชายทั้งสองคนเอามาล้อเลียนเป็นที่ขบขันว่าเป็นราชินีแห่งอบิสซีเนีย (เอธิโอเปียในปัจจุบัน) บางครั้งถึงกับทำให้ผู้ถูกล้อต้องนั่งร้องไห้ด้วยความอายและเจ็บใจ แต่พี่ชายทั้งสองก็ยังไม่หยุดล้อ กลับเอาเศษผ้าขาด ๆ มาทำเป็นธงโบกอยู่ไปมา พร้อมทั้งบอกว่าเป็นธงประจำตัวของราชินี..."  ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ที่มาจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี         ปีสุดท้ายแห่งการเรียนในโรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์ คอนแวนต์ ของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีเรื่องเล่ากันว่า ก่อนที่จะต้องเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษนั้น พระองค์ท่านได้ทรงเล่าให้เพื่อนร่วมชั้น เรียนฟังอย่างสนุกสนานระคนความไม่เชื่อว่า วันหนึ่งมีหมอดูเดินเข้าไปในวังเทเวศน์ และพยากรณ์ดวงชะตาของพระองค์ท่านว่า ในอนาคตจะได้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล และ วันหนึ่งจะได้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เป็นถึงพระราชินีบรรดาเพื่อนๆนักเรียนที่สนิทชิดชอบที่ห้อมล้อมฟังอยู่ ต่างพากันชอบอกชอบใจ บางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อโดยเห็นเป็นเรื่องของหมอดูคู่กับหมอเดา อย่างไรก็ตามเพื่อนๆต่างพากันสถาปนาด้วยอารมณ์ของเด็กๆ โดยขานพระนามพระองค์ท่านว่า "ราชินีสิริกิติ์" แล้วในปีพุทธศักราช 2492 เมื่อมีข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกาศหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อาจารย์ที่เคยได้ฟังนักเรียนพูดกันถึงเรื่อง "ราชินีสิริกิติ์" ถึงกับตกตะลึงและร้าลึกถึงความหลังในครั้งนั้น พูดกับนักเรียนที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ว่า เห็นไหมล่ะ ที่พวกเธอพูดกันเล่นๆ อย่างคะนองปากและสนุกสนานนั้น บัดนี้กลายเป็นความจริงขึ้นมาแล้ว" ในช่วงที่พำนักอยู่กับพระบิดา ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศส การดำรงชีวิตของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดูจะไม่เอิกเกริกนัก ด้วยทรงไว้พระองค์อย่างสมพระเกียรติ เนื่องจากยังอยู่ในวัยศึกษา คำพยากรณ์ของหมอดูที่ว่า จะมีวาสนาสูงส่งเป็นถึงพระราชินีก็ค่อนข้างที่จะลืมเลือนกันไป แต่ด้วย พรหมลิขิต ที่พระมหากษัตริย์หนุ่มของไทย ทรงโปรดกรุงปารีสและโปรดเส้นทางหลวงข้ามประเทศซึ่งมีความยาว ถึง 350 ไมล์โดยทรงขับรถยนต์พระที่นั่ง ทำลายสถิติความเร็วจากนครโลซานถึงปารีส ด้วยเวลาเพียง 3 ชั่วโมงเศษ เพื่อทอดพระเนตรการแสดงของวงดนตรีที่มีชื่อเสียงตามสถานมหรสพต่าง ๆ อยู่เสมอ และในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังกรุงปารีสนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็โปรดประทับที่สถาน เอกอัครราชทูตไทย เช่นเดียวกับนักเรียนไทยอื่น ๆ ทั่วไป ได้ทรงร่วมสังสรรค์กับหมู่นักเรียนไทยอย่างใกล้ชิดและ เป็นกันเอง ณ ที่แห่งนี้เอง คือ จุดเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างพระองค์กับครอบครัว "กิติยากร" โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ธิดาสาวของท่าน  เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส คู่พระบารมีศรีแผ่นดิน พระราชินีสิริกิติ์ ที่มาจาก "คู่พระบารมีศรีแผ่นดิน" สารคดี เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547

เปิดเข้าชมฟรี! บ้านสถานทูตฝรั่งเศสสุดคลาสสิค ฉลองวันมรดกยุโรป
งานอีเว้นท์ /  นิทรรศการ / 

ถ้าวันหยุดสุปสัปดาห์นี้ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน ลองโทร.ชวนแก๊งเพื่อน ไปเที่ยวรอบเมืองกรุง ถ่ายรูปชิคๆ กันดีกว่า และตอนนี้ทางสถานทูตฝรั่งเศส ก็ได้เปิดบ้านให้ประชาชนได้เข้าชมกันฟรี! ในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยนยนนี้ ย้อนชมประวัติศาตร์ ความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างไทยและฝรั่งเศส งานนี้แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ นะ ^^ เปิดเข้าชมฟรี! บ้านสถานทูตฝรั่งเศสสุดคลาสสิค ฉลองวันมรดกยุโรป 18 ก.ย. นี้ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยแห่งนี้ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2400 หรือเกือบๆ 160 ปีเชียวนะ! โดยนายมองตันยี กงสุลฝรั่งเศส ได้เช่าพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาดประมาณ 4 ไร่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2418 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานที่ดินผืนนี้ให้แก่รัฐบาลฝรั่งเศส จนในปี พ.ศ. 2468 ก็ได้สร้างสถานทูต ณ ที่แห่งนี้ขึ้น โดยช่างชาวอิตาเลียน สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส สร้างเป็นอาคารยกพื้นสูง มีระเบียงด้านหน้า ซึ่งสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมอิตาเลียน ได้รับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเรื่อยมา และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม เมื่อ พ.ศ. 2527 สถานทูตฝรั่งเศส ในอดีต เนื่องจากเป็นการเฉลิมฉลอง “วันมรดกยุโรป” ในประเทศไทย ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 ทำเนียบเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และที่ทำการของสถานเอกอัครราชทูตฯ จะเปิดให้บุคคลภายนอกได้เข้าชม ในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ.2559 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. เราจะได้ชมความงามของม่าน “La Forêt” (ป่า) งานศิลป์ซึ่งสร้างสรรค์โดย ฌากส์ วิเยย ศิลปินร่วมสมัยชาวฝรั่งเศส ชมสไลด์ภาพบอกเล่าเรื่องราว 160 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศไทย รวมถึงภาพยนตร์เกี่ยวกับการครบรอบ 100 ปี แห่งความสัมพันธ์ดังกล่า นอกจากนี้เราสามารถชมเป็นภาษาฝรั่งเศส และภาษาอังกฤษ ได้ด้วย โดยอาสาสมัครจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ซึ่ง รอบการนำชมมีดังต่อไปนี้ และจำกัดจำนวนผู้ชมที่รอบละไม่เกิน 20 คนเท่านั้น (หากมาไม่ตรงรอบ ผู้เข้าชมสามารถเดินชมได้ตามปกติ) ภาษาฝรั่งเศส : 10.30, 11.30, 14.00 และ 15.00 น. ภาษาไทย : 10.40, 11.40, 14.10 และ 15.10 น. ภาษาอังกฤษ : 10.50, 11.50, 14.20 และ 15.20 น. สถานที่ : เลขที่ 35 ซอยเจริญกรุง 36 (ถนนแบรสต์) เขตบางรัก กรุงเทพฯ เบอร์โทรศัพท์ : 02 657 5131 ขอบคุณข้อมูล www.ambafrance-th.org