ฮอร์โมน

ลองทุกทางลูกก็ยังไม่เกิด อั้ม-นัท ปลง! โหมงานเมคมันนี่
อั้ม อธิชาติ /  นัท มีเรีย

พยายามมีลูกกันมานานแต่คู่รักต่างวัย อั้ม อธิชาติ กับ นัท มีเรีย ก็ยังไม่สมหวัง ทั้งเคยทำกิ๊ฟท์ ลองทุกสูตรทุกท่วงท่า บำรุงร่างกายด้วยสมุนไพรจีน เรียกว่าอะไรที่เขาว่าดี สามี-ภรรยาคู่นี้ก็ไม่ลังเลที่จะลอง แต่ด้วยความที่สาวนัทเป็นเนื้องอกรังไข่ ทำให้ตกอยู่ในภาวะมีลูกยาก การฉีดฮอร์โมนกระตุ้นให้ไข่ออกมาเยอะๆ จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะเท่ากับเป็นการไปกระตุ้นให้ก้อนเนื้องอกใหญ่ขึ้นตามไปด้วย เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมาทั้งสองโหมปั๊มลูกกันทุกวิถีทางแต่ก็ไร้ผล มาปีนี้ อั้ม-นัท ตัดสินใจที่จะปล่อยเรื่องลูกไปเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ แล้วหันมาทุ่มเททำงานหนักกับโปรเจกต์ละครใหญ่ยักษ์งบประมาณ 100 ล้านอย่างซีรีส์ “เจ้าเวหา” แทน ด้วยความที่นั่งแท่นเป็นผู้จัดละครครั้งแรก นัทก็ทุ่มเทเรียกว่าแทบจะไม่ได้หลับได้นอนเพื่อให้ละครออกมาดีและถูกใจคอละครมากที่สุด ฟากสามีสุดเลิฟอย่างหนุ่มอั้ม ก็เทคิวให้ละครอย่างเต็มที่ เวลาจู๋จี๋แม้จะน้อยลงแต่ทั้งคู่ก็ดูแฮปปี้กับชีวิตดีนะเจ้าคะ อั้ม-นัท อั้ม-นัท อั้ม-นัท

บ้านแตก!! กุ๊บกิ๊บ หึงโหด บี้ จูบ สายป่าน กลับบ้านจัดการสามีแบบนี้!!
บี้ KPN /  กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ / 

อาจจะด้วยฮอร์โมนคนท้องบวกกับความอินจัดของคุณแม่สุดแซ่บ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เมื่อได้ดูซีรี่ส์ Club Friday To Be Continued ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย กับฉากเลิฟซีนเร่าร้อนของคุณสามี บี้ KPN (รับบทเป็น ณัฐ) กำลังจูบดูดดื่มกับ สายป่าน อภิญญา (รับบทเป็น เชอรี่) ที่ทำเอาทนไม่ได้ แคปภาพช็อตเด็ดมาโพสต์ด่าสามีรัวๆ แถมยังลามไปถึงในไลน์ด้วยความอินจัด และแล้วเมื่อคุณสามีกลับมาถึงบ้าน แต่ความอินในหัวยังไม่หาย สาวกุ๊บกิ๊บ เลยจัดการลงโทษสามีด้วยการให้นอนโซฟา!! งดร่วมเตียง 1 คืนกันเลยทีเดียว โอ๊ยยยย...เพื่อนรักเพื่อนร้าย หรือจะเท่าเมียร้าย นี่ขนาดแค่อินกับละคร แล้วถ้าเป็นชีวิตจริงจะขนาดไหนล่ะเนี่ย...หึหึ ขอบคุณภาพจาก IG @gggubgib36, bie_kpn บี้-สายป่าน ซีรี่ส์ เพื่อนรักเพื่อนร้าย บี้-สายป่าน ซีรี่ส์ เพื่อนรักเพื่อนร้าย บี้-กุ๊บกิ๊บ

เบลล์ นันทิตา เผยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหนัก จนคิดฆ่าตัวตาย!
Belle Nuntita /  เบลล์ นันทิตา

หายหน้าไปจากวงการบันเทิง สำหรับนักร้องสาวประเภท 2 มากความสามารถ เบลล์ นันทิตา ฆัมภิรานนท์ หรือนักร้องสองเสียง เบลล์ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ที่ล่าสุดเปิดใจผ่านรายการ ตัวจริง เสียงจริง ทางช่อง 8 ว่า เธอไปผ่าตัดศัลยกรรมแปลงเพศ แถมยังต้องต่อสู้กับผลข้างเคียง ที่ทำให้เป็นเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง ถึงขั้นเคยคิดจะฆ่าตัวตาย! "ถามว่าเรื่องอารมณ์ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปไหมหลังแปลงเพศมันก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วค่ะ เพราะกลไกการทำงานของร่างกาย เราเป็นผู้ชายมาตลอด เหมือนกับว่าเคยมีฮอร์โมนตัวนี้มาพอวันหนึ่งไม่มีฮอร์โมนตัวนี้มาแล้ว พอไม่มีมันก็เลยต้องมีการดึงฮอร์โมนจากตรงไหนมาใช้เพื่อที่ให้มันเกิดความสมดุลในร่างกาย และตรงนี้แหละที่ร่างกายมันปรับอยู่มันก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ผลข้างเคียงร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง จนทำให้ เบลล์ เป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงเลยทีเดียว "รู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดง่าย ใครพูดอะไรมาก็จะแบบเหมือนความอดทนมันน้อยลง เซ็นซิทีฟมากขึ้น มันกลายเป็นว่าเราเป็นคนที่ขี้น้อยใจมากกว่าเดิมมากๆ หนักที่สุดก็ถึงขั้นที่แบบคิดว่าไม่อยากจะอยู่แล้ว ทำไมเราอยู่แล้วเหมือนไม่มีคุณค่า อยู่ไปแล้วทำไมต้องทำให้แม่เสียใจ หรือทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน เราคิดไปถึงขนาดนี้เลยนะคะ ทำไมอารมณ์เราถึงได้แปรปรวนขนาดนี้ แต่สุดท้ายพอมานั่งมองดูจริงๆ แล้วคนที่เขาอยากจะมาอยู่ตรงจุดนี้อย่างเรา มันก็มีเยอะแยะทำไมเราไม่ทำให้มันดีที่สุด ก็เลยบอกตัวเองแบบนี้" "ถามว่าการที่เราซึมเศร้ามันน่าจะเกี่ยวกับการที่เราแปลงเพศไหม เบลล์คิดว่ามันก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งด้วย แล้วมันก็บวกกับที่ช่วงจังหวะตอนนั้นพอเราทำมาแล้วเราก็อาจจะยังไม่ทราบว่าจะต้องรับฮอร์โมนยังไง แล้วก็เรื่องอารมณ์ว่ามันจะต้องแปรปรวนแค่ไหน อันนี้ไม่ทราบมาก่อนเลย จริงๆ ตรงนี้คุณหมอก็บอกว่าให้เราดูแลตัวเองแล้วก็รับฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอ... ตอนนี้อาการโรคซึมเศร้า น้อยใจก็ยังมีบ้าง จะบอกว่าไม่มีเลยมันเป็นไปไม่ได้ แต่หลังจากที่เราเริ่มฟังธรรมะเราก็เริ่มรู้วิธีที่จะรับมือกับมัน พยายามเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ พยายามมองให้มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนเจอแบบนี้อยู่แล้วที่สำคัญไม่ยึดว่าเป็นเรา เป็นเขา ให้มองแค่ว่ามันเป็นสภาพของธรรมอย่างหนึ่งที่มันเพิ่งเกิดและดับไป ไม่มีอะไรเที่ยงค่ะ" เปิดใจ เบลล์ นันทิตา หลังแปลงเพศ ซึมเศร้าหนัก! เกือบคิดฆ่าตัวตาย![Full] l ตัวจริงเสียงจริง ช่อง8 youtube channel : ThaiCh8 ข้อมูลจาก รายการ ตัวจริง เสียงจริง ทางช่อง 8 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รื้อหิ้งหนังเก่า : You are the Apple of My Eye (2011)
You are the Apple of My Eye /  กิดเดนส์ โค / 

"นึกถึงหนังไทยเรื่อง ‘แฟนฉัน’ (2003)” เป็นคําที่ Hollywood Reporter ใช้บรรยายถึงหนังไต้หวันเรื่องนี้ เพราะมันเล่าเหตุการณ์ของชายหนุ่มซึ่งใส่สูทผูกไทผู้เตรียมไปงานแต่งของหญิงคนรักเมื่อครั้งมัธยมปลายเช่นกัน... ประหนึ่งไทม์แมชชีนพาเราย้อนกลับสู่อดีตของผู้กํากับ กิดเดนส์ โค ในช่วงกลางยุค 90 ณ โรงเรียนแถบชนบท ...เกอจิ่งเถิง (เกอเจิ้นตง) หนุ่มหัวโจกต้องมานั่งหน้า เฉินเจียอี๋ (เฉินหยาน ซือ) เด็กสาวเรียนดีจนค่อยๆ สนิทสนมกันผ่านคืนวันเหล่านั้น พร้อมพฤติกรรมฮาๆ ของผองเพื่อนที่ขี้เกียจทําการบ้าน แอบงีบหลับ หรือทําตัวบ้าๆ บอๆ ทว่าทุกคนต่างไม่ประสากับความรักครั้งแรกที่เกิดขึ้นขณะก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ กิดเดนส์ โค ผู้กำกับของเรื่อง ซึ่งโด่งดังมาจากนักเขียนที่ใช้นามปากกาว่า มีด 9 เล่ม (Juibadao) ความสำเร็จของโคกําลังขับเคลื่อนวงการนิยายไต้หวัน ตั้งแต่เริ่มพิมพ์ผลงานเล่มแรกทางอินเตอร์เน็ตและมีงานตามมาอีกกว่า 50 เล่มในหลาก สไตล์ตั้งแต่สยองขวัญ ไซ-ไฟ ไปจนถึง โรแมนติกนิยายของเขาถูกดัดแปลงเป็นหนังนักเรียน เกมส์ออนไลน์และสื่ออื่นๆ อีกมาก ก่อนจะนำประสบการณ์ส่วนตัวซึ่งเล่าสิ่งที่โคไม่เคยมีได้ก่อเกิดบาดแผลในใจ แล้วถ่ายทอดเป็นเรื่องโรแมนติกที่เล่าในมุมผู้ชายอย่างสัตย์ซื่อ จนกลายเป็น The Girl We Chased Together in Those Years ต้นแบบของหนังเรื่องนี้ “ผมทําหนังเรื่องนี้โดยหวังว่าสาวๆ จะมองชายคนรักในมุมใหม่ๆ ไม่ว่าพวกเขาจะงี่เง่า เฉื่อยชา อ่อนต่อโลกหรือขาดความกล้าจะพูดใน สิ่งที่ใจคิดแค่ไหน โปรดให้เวลาพวกเขาอีกสักนิด”  https://www.youtube.com/watch?v=FyRysi1Vovs ลายเซ็นของโคแจ่มชัดด้วยมุขตลกล้อเลียนฮอร์โมนวัยรุ่น ทั้งพระเอกที่ชอบแก้ผ้าเวลาอยู่บ้าน เพื่อนพระเอกที่อวัยวะเพศแข็งตัวตลอดเวลา หรือมิตรภาพผ่านฉากแข่งกันช่วยตัวเองหมู่! อย่างไรก็ดี ความรู้สึกโหยหาวัยเยาว์ได้เชื่อมโยงเข้ากับประสบการณ์ของผู้ชมจนทําให้หนัง โกยรายได้ถึง 400 ล้านเหรียญไต้หวัน (ประมาณ 13.3 ล้านเหรียญสหรัฐ) และขึ้นครองอันดับ 2 ของสถิติหนังไต้หวันที่ทํารายได้มากที่สุดตลอดกาลในประเทศในปี 2011 แถมเมื่อเปิดตัวในฮ่องกงก็แรงแบบฉุด ไม่อยู่โดยทุบสถิติหนังที่มีรายได้รวม สูงสุดในฮ่องกงอย่าง Infernal Affairs II (2003) และแซง Lust, Caution (2007) ขึ้นแท่นเป็นหนังไต้หวันที่ทํารายได้มากที่สุดในถิ่นเพื่อนบ้าน (ปัจจุบันหล่นมาอยู่อันดับที่ 4) น่าสังเกตว่าหลังยุค 80 ที่ เต็มไปด้วยผู้กํากับนิวอย่าง โหวเซียวเชียน, เอ็ดเวิร์ด หยาง, ไฉ้หมิงเลี่ยง และ หลี่อัน ไต้หวันก็เริ่ม เปลี่ยนสไตล์การเล่าเรื่องจากผู้คนอ่อนไหวในบรรยากาศอาร์ตๆ มาเป็นการจับประเด็นบ้านๆ แล้วทําให้ป๊อปมากขึ้น ตั้งแต่จุดประกายด้วย Cape No.7 (2008) ของ เว่ยเต๋อเซิ่ง (หนังไต้หวันที่ทำเงินอันดับที่ ตลอดกาลจนถึงปัจจุบัน) ก่อนจะส่งไม้ต่อมายัง You are the Apple of My Eye และ Seediq Bale Part I: Sun Flag (ผลงานชิ้นที่ 2 ของเว่ยเต๋อเซิ่งเอง ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าชิงออสการ์ อีกทั้งยังทำเงินแซง You are the Apple of My Eye อีกด้วย) ต่างกวาดรายได้ถล่มทลายและเรียกชาวไต้หวันให้ กลับมาสนใจหนังชาติตัวเองได้สําเร็จ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

เป๊ะปังเว่อร์! ต้าเหนิง ฮอร์โมน ในโซล
ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง /  ต้าเหนิง ฮอร์โมน

เป๊ะปังเว่อร์! ต้าเหนิง ฮอร์โมน ในโซล  หรือ เจน จากซีรีส์ ฮอร์โมน 3 The final season งานนี้ขอบอกว่า ต้าเหนิง สวยเท่ไม่ผิดหวังอีกแล้ว ยิ่งถ่ายภาพยิ่งฟีลนางแบบมากๆ ไม่เชื่อเราไปชมภาพของเธอกันเลยว่าดีงามขนาดไหน สาวต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง เกิดวันที่  21 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสต และมีผลงานล่าสุดกับ ซีรีส์เรื่อง รุ่นพี่ Secret Love ตอน My Lil Boy รับบทเป็น แบลล์ เครดิตภาพจาก @thanaerngnin

กินแต่ของอร่อย ตายไว! เลือกกินดีมีประโยชน์ ช่วยต้านโรค ในแบบ โภชนบำบัด
กินดีมีประโยชน์ /  กินอาหารมีประโยชน์ / 

เชื่อว่าในปัจจุบันคนส่วนใหญ่เวลากินอาหาร จะเน้นเรื่องความอร่อยและหน้าตาเป็นหลัก โดยลืมนึกถึงเรื่องของสุขภาพจนทำให้เกิดปัญหาโรคภัยต่าง ๆ ตามมาโดยที่ไม่ทันรู้ตัว ซึ่งหากใคร ที่ตรวจพบว่าเป็นโรคแล้ว การกินแบบ โภชนบำบัด (Diet Therapy) หรือการใช้อาหารช่วยรักษาโรค ด้วยการเลือกกินอาหาร ที่เหมาะกับโรคที่เป็นอยู่ ถือเป็นอีกวิธีที่จะสามารถช่วยคุณได้ โดยการเปลี่ยนเป็น กินดีมีประโยชน์ ต้านทานโรค แทนการกินที่เน้นเพียงความอร่อย.. โรคอ้วน ควบคุมปริมาณอาหาร ผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือมีภาวะน้ำหนักตัวเกินนั้น เป็นสาเหตุของโรคภัยต่าง ๆ เช่น หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ข้ออักเสบนั่นเอง สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน การควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งในแต่ละวันต้องกินอาหารให้ครบทุกมื้อ แต่ควรลดพลังงานลงวันละ 500-1,000 แคลอรี โดยพลังงานที่ได้รับควรเน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น อกไก่ลอกหนัง เนื้อปลา และธัญพืชต่าง ๆ แทนเนื้อสัตว์ที่ไขมันสูง นอกจากนี้ยังควรงดอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ลดปริมาณของโซเดียม และของทอด แต่เน้นกินผักผลไม้ที่มีใยอาหารสูงเพื่อให้อิ่มนานยิ่งขึ้นแทน โรคไต งดอาหารโปรตีนสูง ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับของเสียจากการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย นอกจากนั้น ไตยังมีหน้าที่ควบคุมความดันเลือดอีกด้วย โรคเกี่ยวกับไตมีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นไตวายฉับพลัน ไตรั่ว ฯลฯ โดยอาหารที่มีผลต่อโรคไตเป็นกลุ่มที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่แดง นม เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ทุกชนิด ธัญพืชหรือถั่วต่าง ๆ เนื่องจากในส่วนของอาหารที่มีโปรตีนสูงมักจะมีฟอสเฟตสูงตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นตัวเร่งให้ไตเสื่อมรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังควรงดอาหารที่มีโซเดียมสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งมักมีอยู่ในปลาเค็ม แฮม เบคอน ไส้กรอก ของหมักดอง รวมทั้งเครื่องปรุงที่มีเกลือโซเดียมเป็นส่วนประกอบทั้งหมด โดยให้หันมาเลือกกินผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดหอม แตงกวา ถั่วงอก สับปะรด องุ่น เป็นต้น โรคเบาหวาน ควบคุมปริมาณน้ำตาล โรคเบาหวานอย่างที่เรารู้ ๆ กันว่าเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน ซึ่งโรคเบาหวานเกิดได้ทั้งจากผู้ที่มีสภาวะน้ำหนักเกิน พันธุกรรม และผู้ที่มีปัญหาการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ไตเสื่อม การควบคุมปริมาณอาหาร และน้ำตาล รวมถึงควบคุมน้ำหนักซึ่งส่งผลกับโรคโดยตรง โดยผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเริ่มต้นด้วยการกินอาหารให้ตรงเวลาไม่กินจุกจิก งดอาหารที่มีส่วนประกอบน้ำตาลสูง เช่น ผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลมาก ขนมหวานหรือเค้กต่าง ๆ ของทอด ของมัน รวมทั้งข้าวซึ่งมีผลต่อปริมาณน้ำตาลในเลือด โดยเน้นกินพืชผักผลไม้ที่ใยอาหารสูง ถึงแม้น้ำตาลจะอยู่ในระดับปกติแต่ก็ควรควบคุมอาหารต่อไป โรคความดันโลหิตสูง ระวังเกลือ เมื่อพูดถึงโรคที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเป็นกันก็คือโรคความดันโลหิตสูง ถือเป็นโรคที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเพราะไม่แสดงอาการใด ๆ โดยจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคไต และโรคอัมพาตแบบที่คุณไม่ทันตั้งตัวเลยเชียวล่ะ สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเรื่องอาหารการกินก็สำคัญไม่แพ้กับการกินยา ซึ่งอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคืออาหารที่มีเกลือเป็นส่วนผสมอยู่มาก เพราะโซเดียมในเกลือ ทำหน้าที่ควบคุมความดันของผนังเซลล์ เช่น ซอสปรุงรส ต่าง ๆ อาหารแช่แข็ง ของหมักดอง อาหารกระป๋อง รวมทั้งควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในส่วนของอาหารที่ผู้ป่วยสามารถกินได้คือ ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ข้าวโอ๊ต กล้วย ถั่ว มันฝรั่ง เป็นต้น เพราะประโยชน์ของอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ความดันโลหิตของคุณลดลง โรคไขมันในเลือดสูง ควบคุมปริมาณไขมัน ภาวะไขมันในเลือดสูงนั้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็งตัว เมื่อมีไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือดจนทำให้หลอดเลือดตีบตัน โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจด้วยแล้วอาจทำให้หัวใจขาดเลือดได้ นับเป็นโรคร้ายที่มีคนเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ หากผู้ที่ตรวจพบว่ามีไขมันในเลือดสูงควรควบคุมอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่แดง น้ำมันจากสัตว์ น้ำมันปาล์ม กะทิ หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง เป็นต้น ซึ่งเป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง โดยอาหารที่กินควรเป็นประเภท ต้ม ยำ นึ่ง หรือหากจะผัดทอดให้ใช้ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก และน้ำมันดอกทานตะวัน แทนการใช้ไขมันจากสัตว์ สำหรับอาหารที่เหมาะกับคนที่ภาวะไขมันในเลือดสูง เช่น นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตไม่มีไขมัน เนื้อปลา อกไก่ลอกหนัง ถั่วต่าง ๆ และที่สำคัญเลือกกินผักผลไม้ที่มีกากใยสูงจะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดี นอกจากพฤติกรรมการกินและการดำเนินวิถีชีวิตที่ผิด จะส่งผลเสียต่อสุขภาพแถมยังเป็นตัวเร่งของโรคอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกินแบบไม่คิดจนเกิดภาวะน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ ขาปาร์ตี้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นคุณควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินโดยเลือกกินอาหารที่ดี ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีของเราจะได้ห่างไกลจากโรคกันนะคะ เรื่องโดย : หทัยชนก เอี่ยมภูเขียว นิตยสารแม่บ้าน

3 วิธีควบคุมกระเพาะอาหาร สำหรับคนที่ ลดน้ำหนัก
ความอ้วน /  ลดความอ้วน / 

โรคอ้วนเกิดจากการผสมผสาน ของกรรมพันธุ์สภาพแวดล้อม และพฤติกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ทำให้คนเราใช้พลังงานน้อยลง และเผาผลาญพลังงานจากอาหารที่รับประทานไปใช่ไม่หมด ทำให้พลังงานนั้นเหลือ แล้วไปสะสมเพิ่มน้ำหนักตัว เป็นเรื่องปกติทั่วไป ที่หากเรารับประทานอาหาร มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ก็จะมีส่วนเกินสะสมทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าต้องการให้น้ำหนักไม่เพิ่มมากขึ้น ก็ต้องออกกำลังกายเพื่อใช้พลังงานให้มากขึ้น ที่ผ่านมา มีการควบคุมน้ำหนักอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกัน ก็คือการฝึกควบคุมปริมาตรของกระเพาะอาหาร ซึ่งวิธีนี้ได้มาจากผลการศึกษาที่พบว่า กระเพาะอาหารของคนอ้วนมีความจุมากกว่าคนที่ไม่อ้วน และถ้าคนเราพยายามควบคุมอาหาร เพื่อ ลดน้ำหนัก ตัวได้ระยะหนึ่ง ความจุของกระเพาะอาหารมักจะลดลงตามไปด้วย ดังนั้น ก็เลยเป็นที่มาของวิธีควบคุมกระเพราะอาหาร เพื่อการ ลดน้ำหนัก ระยะยาว ที่ได้ผล 1. ลดปริมาณอาหารที่กินในแต่ละมื้อให้น้อยลง วิธีนี้เป็นการลดความอ้วนทางเลือกที่ทำไม่ยาก แต่ไม่ค่อยถูกพูดถึง เพียงลดปริมาณอาหารต่อมื้อ เพื่อฝึกกระเพาะอาหารให้มีปริมาตรลดลง ทั้งยังช่วยลดการสร้างน้ำย่อยซึ่งกระตุ้นให้อยากอาหารน้อยลง ร่วมกับการเคี้ยวอาหารช้า ๆ นอกจากจะช่วยลดภาระการทำงานของกระเพาะแล้ว ยังทำให้ทางเดินอาหารมีเวลาส่งสัญญาณไปที่สมอง จึงรู้สึกอิ่มและกินอาหารได้น้อยลง ฝึกเช่นนี้ต่อเนื่องราว ๆ 2 สัปดาห์ จะรู้สึกชินกับการบริโภคปริมาณน้อย ๆ และทำให้น้ำหนักลดลงได้ถึง 3 กิโลกรัม ต่อเดือน แถมยังมีความสุขกับอาหารที่ชอบได้โดยไม่ต้องอดให้ทรมาน 2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณแคลอรีสูง โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านการทอด ปริมาณแคลอรี่ของอาหารที่เราทานแต่ละวันสำหรับคนทั่วไป สำหรับผู้หญิง ควรอยู่ที่ 1600 แคลอรี่ (kcal) และสำหรับผู้ชายควรอยู่ที่ 2000 แคลอรี่ (kcal )เพราะแม้ว่าเราจะลดปริมาณอาหารลงแล้ว แต่เราเกิดทานอาหารที่มีพลังงานแคลิรี่มากเกินความต้องการของร่างกาย ก็ทำให้น้ำหนักขึ้นได้เช่นกัน โดยมีการคำนวณออกมาแล้วว่า ถ้ามีพลังงานส่วนเกินสะสมถึง 7,000 กิโลแคลอรี่ก็จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม แต่ทั้งนี้ ก็ต้องระวังไว้ในบางคน ที่แม้จะเลี่ยงอาหารที่มีแคลอรี่สูง กินแต่พืชผักที่มีพลังงานน้อยหรือน้ำเปล่าหลายๆแก้ว ซึ่งไม่มีพลังงานเลย แต่กลับกินจนอิ่มแน่นกระเพาะ นี่อาจส่งผลเสียได้ เนื่องจากจะทำให้กระเพาะอาหารปรับตัว สร้างน้ำย่อยตามออกมามากขึ้น ทำให้หิวโหยง่ายขึ้น ในตอนค่ำหรือวันต่อมา ดังนั้นจึงไม่ควรกินอาหารอิ่มแน่นกระเพาะอาหารขยายมากเกินไป 3. เคี้ยวอาหารแต่ละคำให้ช้าๆ และเคี้ยวนาน ให้ละเอียด การเคี้ยวให้ช้าลงมีผลต่อการทำงานของสมองในหลายๆ ด้าน เนื่องจากไปช่วยกระตุ้นให้ “ต่อมน้ำลาย” และ “ต่อมใต้หู” หลั่งฮอร์โมนออกมา นอกจากนั้น ยังช่วยกระตุ้นพลังแห่งการขบคิดและสมาธิ ผลที่ตามมาก็คือ สุขภาพที่ดีและมีอายุยืนยาว ประโยชน์จากการเคี้ยวอาหารให้ช้าลง นั้นคือช่วยให้ระบบย่อยทำงานน้อยลง ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้มาก อีกทั้งช่วยลดการอยากอาหารประเภทเนื้อ ช่วยลดความอ้วนได้ เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำที่มากเกินความจำเป็นดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย การฝึกควบคุมกระเพาะอาหาร นั้นเป็นเรื่องที่ไม่อยากค่ะ แต่จะต้องค่อยเป็นค่อยไป และต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ถึงจะได้ผลดีในระยะยาว ทั้งนี้วิธีการลดความอ้วนด้วยการควบคุมกระเพาะอาหารนี้ อาจไม่ได้ผลดีเท่ากับการผ่าตัดเพื่อลดขนาด กระเพาะอาหารหรือการผ่าตัดใส่บอลลูนเข้าไป ภายในกระเพาะเพื่อขัดขวางพื้นที่ของกระเพาะไม่ให้บรรจุอาหารได้มากดังเดิม แต่นี่ก็เป็นวิธีที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า ไม่ต้องเจ็บตัว ในการทำผ่าตัด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือ เราสามารถยิ้มได้อย่างภาคภูมิในผลสำเร็จของการ ลดน้ำหนัก ที่จะเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของตัวเอง ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

เอ วราวุธ 40 แต่ยังแซบ สาวยอมสโลว์ซบกลางห้าง
เอ วราวุธ /  แก้ว จริญญา

ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับพิธีกรชายอย่าง เอ วราวุธ ที่อายุอานามปาเข้าไปจะหลักสี่แล้ว แต่ฮอร์โมนวัยทีนยังคงพลุงพล่าน กล้าที่จะจีบนางเอกสาวรุ่นน้องอย่าง แก้ว จริญญา (แก้ว เฟย์ฟางแก้ว) แม้ว่าอายุจะห่างกันถึง 16 ปีก็ตาม แต่สุดท้าย...ท้ายสุด พี่เอก็ไม่สามารถพิชิตหัวใจของสาวแก้วได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะหน้าตาที่ดูโกงอายุ ทำให้มีสาวๆ เข้ามาหาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเจ้าตัวคงจะเจอสาวที่ใช่สักที เพราะปาปารัซซี่ของเรารัวช็อตหวานๆ ระหว่างหนุ่มเอกับหวานใจ ที่กำลังกะหนุงกะหนิงกันกลางห้างแบบไม่แคร์สายตาใคร แถมฝ่ายสาวยังแอบซบไหล่หนุ่มเอเบาๆ แหม...ไม่บอกก็รู้ว่าฝ่ายหญิงหลงฝ่ายชายขนาดไหน อิอิอิ!!! เอ วราวุธ เอ วราวุธ เอ วราวุธ เอ วราวุธ

แค่ “กอด” ก็ เปลี่ยนชีวิต ผู้ติดเชื้อ HIV
HIV /  กอด / 

เพราะการ “กอด” เป็นการถ่ายทอดความรัก ความอบอุ่น และกำลังใจไปสู่คนที่เรารักและห่วงใย อีกทั้งยังมีผลการวิจัยในต่างประเทศพบว่าการสัมผัสด้วยการ “กอด” สามารถเยียวยาและรักษาผู้ป่วยได้ จึงเป็นที่มาของโครงการ “The Giver Project by RE-LIVE” กิจกรรมช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีกำลังใจเข้มแข็ง ในโปรเจกท์ “กอด” ซึ่งได้ 8 จิตอาสาคนดัง นำโดย ศิรนุช โรจนเสถียร, ดร.รัฐศาสตร์ กรรณสูต, ดร.ภูวนาท คุนผลิน, ดีเจพี่อ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล, เอิร์ธ-ศัลย์ อิทธิสุขนันท์, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, ปูไข่-พงศ์สิรี บรรลือวงศ์, ดีเจพัฟ-สุธิดา พลาวงศ์ มาร่วมสานต่อแคมเปญเพื่อสังคมเป็นปีที่ 2 ในงาน Live Healthier Live Longer ที่โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน เปิดโปรเจกท์สร้างสรรค์สังคมทั้งที งานนี้นอกจาก 8 จิตอาสาคนดังยังมีเซเลบริตี้ใจบุญ อาทิ จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, เมลนีย์ ศิรจินดาภิรมย์, ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา ฯลฯ ตบเท้าร่วมงานโดยมีแม่งานคนสำคัญ เกรซ ล้อบุณยารักษ์ กรรมการ บริษัท แมคโคร ไบโอติกส์ จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมเผยว่า “เดอะ กิฟเวอร์ โปรเจกท์ เป็นแคมเปญเพื่อสังคมที่เราจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนตระหนักและเข้าใจในผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งในปีแรกเราได้รณรงค์ให้ผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีเนื่องในวันเอดส์โลก พร้อมร่วมสมทบทุนมอบเงินบริจาคให้กับวัดพระบาทน้ำพุอีกเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท วันนี้เราจึงเดินหน้าสานต่อโครงการด้วยการเชิญ 8 คนดัง มาถ่ายทอดอารมณ์ผ่านวิดีโอคลิป “กอด” เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี และยังเป็นที่มาให้เราคิดต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวสกัด ที่ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยค่ะ” ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.เสรี วงษ์มณฑา มาให้แง่คิดเกี่ยวกับ HIV ในสังคมปัจจุบันว่า “เราต้อง เรียนให้รู้ คือต้องศึกษาและทำความรู้จักตัวโรคและความแตกต่างระหว่างโรคเอดส์และการติดเชื้อเอชไอวี รู้ว่าโรคนี้มีวิธีการติดต่ออย่างไร อยู่ให้เป็น คืออยู่อย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ เมื่อติดแล้วต้องอยู่อย่างไร และการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เว้นนิสัย คือเลิกนิสัยสำส่อนทางเพศ และสุดท้าย ใจเมตตา คือการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีให้มีกำลัง เช่น การกอดตามแบบโครงการเดอะ กิฟเวอร์ โปรเจกท์ ที่ถือเป็นโครงการช่วยเหลือสังคมที่ดีมาก หรืออาจจะเป็นการให้กำลังใจรูปแบบใด ก็ตาม” ด้านแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลรามาธิบดี หมอเจี๊ยบ-แพทย์หญิงลลนา ก้องธรนินทร์ เผยว่า “กว่า 30 ปีที่คนไทยรู้จักโรคเอดส์ ซึ่งเรามักถูกปลูกฝังว่าถ้าเป็นแล้วก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอวันตาย ทำให้ผู้ติดเชื้อหดหู่และไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปัจจุบันพบสถิติมีผู้ติดเชื้อในไทยสูงถึง 1,526,028 คน ซึ่งเฉพาะในปี 2558 มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 6,759 คน และมียอดผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ 16,054 คน หรือคิดเป็นจำนวนผู้เสียชีวิต 40 คน ภายใน 1 วัน เราจึงควรมีความรู้ความเข้าใจก่อนว่าโรคเอดส์สามารถติดต่อกันผ่านทางเพศสัมพันธ์, เลือด และเข็มฉีดยา เท่านั้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า HIV ไปทำลายภูมิคุ้มกัน และไม่ได้รับการรักษาและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซีดีโฟร์หรือปริมาณเม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 200 ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ วัณโรค ฯลฯ ซึ่งแตกต่างจากผู้ที่ติดเชื้อ HIV คือมีเชื้ออยู่ในร่างกาย แต่ไม่มีอาการของโรคใดๆ ถ้าได้รับการดูแลสุขภาพและร่างกายให้ดี พบแพทย์ตามนัด กินยาตรงเวลา ก็จะมีอายุยืนยาวเช่นคนปกติ ดังนั้นหากมีคนที่คุณรู้จักติดเชื้อ HIV เราจึงสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้และอย่าลืมกอดให้กำลังใจ เพราะในการกอดแต่ละครั้งจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนออกซิทอกซินที่ช่วยให้ผู้ถูกกอดอบอุ่นและเป็นสุข ลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ซิซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด”

หล่อโฮก 10 ดาราหนุ่มหัวเกรียน
กัปตัน ชลธร คงยิ่งยง /  ดาราวัยรุ่น / 

"หัวเกรียน" หรือทรงผมนักเรียนชาย ที่ต้องตัดให้ถูกระเบียบในสมัยเรียนมัธยม ทรงผมง่ายๆ แต่เข้ากับหน้าตายากมาก ถ้าหน้าตาไม่ดีจริงไปไม่รอดแน่ๆ เช่นเดียวกับ 10 ดาราหนุ่มหัวเกรียน ที่เรานำมาฝากสาวๆ นั้น คงไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาฮอตขนาดไหน แค่เห็นหัวเกรียนมาแต่ไกล สาวๆ ก็กรี๊ดให้พวกเขากันแล้ว แต่ปัจจุบันหนุ่มๆ หลายคนอาจจะไม่ได้ไว้ผมเกรียนกันแล้ว แต่ไม่เป็นไรค่ะเราจะย้อนภาพตอนผมเกรียนและปัจจุบันให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน แต่เอ๊ะ! หรือว่าโรงเรียนใครมีหนุ่มหัวเกรียนสุดฮอต หรือหล่อขึ้นเทพกว่า 10 หนุ่มนี้ละก็ ลองเอามาโชว์กันได้เลย... หล่อโฮก 10 ดาราหนุ่มหัวเกรียน หล่อโฮก 10 ดาราหนุ่มหัวเกรียน ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร หรือบทไผ่  ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น เปิดตัวมากับลุคหนุ่มหัวเกรียนที่หล่อพิฆาตใจสาว จนหลายๆ คนมองว่าผมเกรียนนี่แหละเข้ากับหน้าหนุ่มต่อได้ดีสุดๆ สองหนุ่มเพื้อนซี้ของไผ่ ใน ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น  นั้นก็คือ หนุ่ม อัด อวัช รัตนปิณฑะ รับบท อวัช (โอ๊ค) และโอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ รับบท วิกรม (แจ๊ค) สองหนุ่มหัวเกรียน ที่มีบุคลิกมาดกวน ประจำสมาชิกแก็งไฝว์ โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ เริ่มมีผลงานโดดเด่นจาก เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอนคืนสีน้ำเงิน รับบท ภูมิ ที่ต้องเล่นเป็นชายรักชาย ต่อด้วย มาลี เพื่อนรัก..พลังพิสดาร อาทิตย์ โอวชาญเคหะกุล (ซัน) และ นางร้ายที่รัก รับบท พิพัฒน์ อัด อวัช รัตนปิณฑะ นอกจากผลงานซีรีส์  ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ก็ยังมีภาพยนตร์ ทางแยกวัดใจ, เค้าเรียกผมว่าความรัก และซีรีส์เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอน คราบ รับบทแจ๊ค อีกด้วย กัปตัน ชลธร คงยิ่งยง อีก 1 ซีรีย์ที่กำลังฮิตในกลุ่มวัยรุ่น Love Sick The Series รักวุ่น วัยรุ่นแสบ เป็นซีรี่ย์ที่ได้จับกลุ่มหนุ่มสาวพร้อมถ่ายทอดชีวิตวุ่นๆ  ซึ่งก็ได้รับกระแสการตอบรับจากคนดูเป็นอย่างดี โดยเฉพาะหนุ่มหล่อ กัปตัน ชลธร หรือ โน่ ซีรี่ย์ love sick  ในลุคหนุ่มหัวเกรียน ใส่เหล็กดัดฟัน ซึ่งปัจจุบันหนุ่มกัปตัน ก็ยังคงไว้หัวเกรียนอยู่เช่นเดิม แต่ความฮอตกลับทวีคูณขึ้นไม่หยุดยั้ง เจมส์ ภูวดล  เวชวงศา หลายคนคงจำเค้าคนนี้ได้ดีจากบท ป๋อง ในละครรักออกฤทธิ์ หนุ่มมาดทะเล้นที่เรียกเสียงฮาในเรื่องได้เป็นอย่างดี ซึ่งก่อนหน้านี้ เจมส์ก็มีผลงานมาบ้างแล้วด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งในนักแสดงนำภาพยนตร์ มอ6/5 ปากหมา ท้าผี, เล่น MV เพลงต่างๆ  ปัจจุบันหนุ่มเจมส์ ก็ยังคงไว้ผมเกรียนอยู่เช่นกัน ซึ่งผลงานของเขาก็มีออกมาไม่ขาดสายเลย สกาย วงศ์รวี นทีธร นักแสดงใหม่ในซีรีย์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 3 รับบท พละ หนุ่มเรียบร้อยที่สุดของเรื่อง สกาย หนุ่มหน้าใสจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย คนนี้ถูกจับตามองตั้งแต่เข้ามาประกวด Hormone The Next Gen แล้ว จนได้เป็นผู้ผ่านเข้ารอบ 40 คนสุดท้ายของ Hormone The Next Gen และถึงแม้จะไม่ได้ร่วมเล่นใน ฮอร์โมน ซีซั่น 2 เขาก็มีผลงานเล็กๆ น้อยๆ ออกมาให้ชมกัน เช่นโฆษณา, ถ่ายแบบ, นักแสดงรับเชิญ ซีรีส์เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน เป็นต้น จนมาถึงฮอร์โมนซีซั่นสุดท้าย “Hormones 3 The Final Season” สกายได้มาปรากฏตัวเป็นหนึ่งในนักแสดงเต็มตัว รับบทเป็น “พละ” และถึงแม้สถายเพิ่งจะเข้ามารับบทในซีซั่นนี้ แต่แฟนคลับก็มีไม่น้อยเลย หลงเสน่ห์หนุ่มคนนี้กันเป็นแถว ปลื้ม ปุริม รัตนเรืองวัฒนา  นักแสดงภาพยนตร์เกรียนฟิคชั่น ที่มีฉายาว่า ไอ้หล่อ นิสัยจริงๆ เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด เรียบร้อย แต่กลับต้องมารับบท ม่อน ในแก๊งเกรียน จะมีนิสัยทะลึ่งๆ ลามก ใจกล้าบ้าบิ่น แหม! ไม่เข้ากับหน้าตาเลยเนอะ เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม หนุ่มตี๋เกรียนระดับเทพ จากภาพยนตร์เกรียนฟิคชั่น อีกหนึ่งหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อ การันตีความฮอตด้วยยอดฟอลโล่กว่า 3 แสน โดยเคล็ดลับการถ่ายรูปลงโซเชียลของหนุ่มคนนี้คือถ่ายรูปหล่อๆ ไม่เป็น มีแต่เซลฟี่หน้าฮาๆ แต่ไง๊ไปอยู่ในกระแสหนุ่ม cute boy ก็ไม่รู้สิเอ้อ แต่แหม! หล่อโฮกพระเอกหนุ่มเกาหลีซะขนาดนี้อ่ะนะ ปลาย ปัณฑา พัฒนอำไพวงศ์ หนุ่มหล่อจากเรียลลิตี้ เกรียน possible ที่มีคาแร็กเตอร์ ซ่า ใส ใจเสี่ยว และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเวลาที่หนุ่มปลายโพสต์ภาพลงไอจี ไม่ว่าเขาจะทำไอะไร ที่ไหน ก็จะมีคำบรรยายเสี่ยวๆ น่ารักๆ ถึงแฟนคลับตลอด แหม!! ทำตัวเทคแคร์ใส่ใจแฟนคลับบ่อยๆ แบบนี้ จะไม่ขอติดตามได้ไง นนท์ กฤตธวัฒน์ เอกชัย อีก 1 หนุ่ม พิธีกรสุดแสบ เกรียน possible หนุ่มผู้ชื่นชอบและหลงรักการเล่นกีตาร์ และมีรอยยิ้มละลายใจสาวๆ ที่นับวันจะหล่อขึ้นๆ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

กิ๊บซี่ นอยด์!! มีอาการผิดปกติ รีบแจ้นตรวจภายในหวั่นเป็นมะเร็ง!!
กิ๊บซี่ วนิดา /  ข่าวบันเทิง / 

รีบออกมาเคลียร์เป็นการด่วน!! สำหรับสาวเซ็กซี่ กิ๊บซี่ วนิดา หลังมีข่าวลือว่าเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเพราะป่วยเป็นมะเร็งรังไข่!! งานนี้ สาวกิ๊บซี่ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งหลังจากได้พูดคุยอาการป่วยของนักแสดงรุ่นพี่อย่าง พิม พิมพ์มาดา เจ้าตัวก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองมีอาการผิดปกติ จึงรีบไปพบแพทย์และตรวจภายในอย่างละเอียด ซึ่งผลสรุปออกมาว่า...ยังแข็งแรงดี!! "ข่าวว่าเข้าโรงพยาบาลบ่อยเพราะป่วยเป็นมะเร็ง กิ๊บไม่ได้เข้าโรงพยาบาลบ่อยค่ะ คือก่อนหน้านี้กิ๊บได้เจอพี่พิมพ์มาดา พี่เค้าก็มาเล่าเรื่องที่ป่วยให้ฟัง พอกิ๊บได้ฟังก็รู้สึกว่ามันน่ากลัว เจอก้อนซีสต์ใหญ่เท่าส้มโอไม่รู้ตัวเลยเหรอ แล้วอยู่ๆ กิ๊บก็มีประจำเดือนผิดปกติขึ้นมา แถมอีกวันก็เลือดเยอะขึ้นทั้งๆ ที่มันไม่ควรจะมี กิ๊บก็นอยด์รีบไปโรงพยาบาลตรวจภายในเลย สรุปไม่เป็นอะไรเลย (หัวเราะ)" "คือมันก็นอยด์ เพราะกิ๊บเพิ่งเจอพี่พิมพ์ไม่นานเอง แล้วอยู่ดีๆ ก็มีอาการอะไรแปลกๆ ก็เลยนอยด์นิดนึง พี่เค้าก็บอกว่า...คนเราต้องไปตรวจบ้างนะ อย่าชะล่าใจ พอมันมีอะไรแปลกๆ มาก็เลยนอยด์รีบไปโรงพยาบาลทันที ส่วนตัวไปโรงพยาบาลตามอาการมากกว่าค่ะ ยังไม่เป็นมะเร็งนะ (หัวเราะ) แข็งแรงดีทุกอย่าง ชีวิตปกติดีมาก แค่ไปตรวจภายในมาครั้งเดียวเพราะประจำเดือนมาผิดปกติ มาก่อนเวลาเยอะเกิน หมอบอกว่าเป็นเพราะผนังมดลูกบางมันก็เลยทำให้ประจำเดือนมาเร็ว เช็คหมดเลยไม่มีอะไรค่ะ ยังโอเค ยังดีอยู่" "ตอนไปเจอพี่พิมพ์ก็รู้สึกว่า พี่เค้ายังอายุน้อยอยู่เลยก็มาเป็นมะเร็ง แต่ก่อนเราจะคิดว่าจะเป็นตอนแก่ๆ อายุมากแล้วร่างกายเสื่อมอะไรแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้เด็กๆ ก็เป็น พี่เค้าเป็นลูกเท่าส้มโอเลยนะ ใหญ่มากจริงๆ เค้าเอารูปให้ดู แล้วคือไม่รู้ตัวเลย แค่รู้สึกท้องป่องๆ ไม่มีอาการอะไรเลยมันเลยน่ากลัวนิดนึง เดี๋ยวนี้ถ้ามีอาการอะไรผิดปกตินิดหน่อยเราก็ควรจะไปตรวจเพื่อความสบายใจ" "จริงๆ กิ๊บก็จะตรวจร่างกายเป็นระยะอยู่แล้ว เพราะกิ๊บจะชอบเป็นถุงน้ำในรังไข่คือมันเป็นตลอดอยู่แล้ว ก็เลยไปหาหมอเรื่อยๆ ปีละ 1-2 ครั้ง ถุงน้ำนี้ไม่ใช่ซีสต์นะมันเป็นถุงน้ำฮอร์โมนของเรา บางทีเราเป็นขึ้นมาก็จะรู้สึกจี๊ดๆ เวลามีรอบเดือน ไม่อันตรายๆ แต่มันจะอันตรายถ้ามันแตก กิ๊บเคยแตก 2 ครั้ง เกือบตายเหมือนกัน เจ็บมากแบบช็อคไปเลย ต้องให้คนมางัดตัวเอาไปส่งโรงพยาบาล มันเจ็บแบบขยับไม่ได้เลย พอมีคนมาอุ้มก็จะอ้วกๆ ขยับแล้วอ้วกเลย" "วิธีระวังไม่ให้มันแตกคือกินยาคุม กินตลอดเลย เพราะถ้าไม่กินก็เป็นอีก ตัวเองกินมานานแล้วเพราะเป็นตั้งแต่เด็ก พอหยุดกินปีนึงก็กลับมาเป็นอีก สรุปต้องกินยาเพื่อรักษาตลอด เรื่องมีลูกยากไม่กลัว เหมือนเค้าบอกว่าถ้าจะมีลูกมันน่าจะไม่เป็นนะ" กิ๊บซี่ กล่าว กิ๊บซี่ วนิดา กิ๊บซี่ วนิดา กิ๊บซี่ วนิดา กิ๊บซี่ วนิดา กิ๊บซี่ วนิดา กิ๊บซี่ วนิดา

5 ข้อสังเกต อาการ แพ้กลูเตน! ที่มักแฝงมากับอาหาร
Gluten-free /  กลูเตน / 

หลายคนอาจยังไม่รู้จักว่ากลูเตนคืออะไร ? แล้วทำไมจึงให้ความสำคัญขนาดนี้ เรามีคำตอบมาฝากค่ะ กลูเตน เป็นชื่อของโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งพบมากในกลุ่มธัญพืชประเภทข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณสมบัติเด่นคือทำให้อาหารมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการทำให้ขนมปังเหนียวนุ่มอร่อย นอกจากเบเกอร์รี่แล้ว ยังแฝงมากับอาหารประเภทอื่นอีกมากมาย เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น นักเก็ต ลูกอม กล้วยทอด ไม่เว้นแม้แต่ ขนมไหว้พระจันทร์ ยังไม่หมดนะคะ เครื่องปรุงรสอีกหลายอย่างก็มีส่วนผสมของกลูเตน ไม่ว่าจะเป็น ซีอิ๊ว น้ำสลัด ผงซุปต่างๆ ที่ทำให้อาหารมีความเหนียวข้น ใกล้ตัวขนาดนี้ต้องระวังกันหน่อยแล้วล่ะ อาการสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน 1. ระบบทางเดินอาหารไม่ค่อยดี หลังจากกินอาหารที่มีส่วนผสมของกลูเตนเข้าไป จะมีอาการ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ขับถ่ายผิดปกติ 2. ผิวหนังมีขนคุดขึ้นตามร่างกาย กลูเตนจะไปทำลายลำไส้ จนส่งผลให้การดูดซึมไขมันลดลง ร่างกายก็จะขาดกรดไขมันและวิตามิน A ผิวหนังก็จะแห้งกร้าน มีลักษณะเป็นตุ่มคล้ายหนังไก่ 3. ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดหัวไมเกรน รู้สึกเหนื่อยล้า ฮอร์โมนผิดปกติ หงุดหงิดง่าย น้ำหนักขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติ บางครั้งสมองตื้อจนเป็นไมเกรน หากแพ้มากๆ อาจส่งผลกับภาวะอารมณ์ซึมเศร้าได้ 4. มีอาการปวดอักเสบ บริเวณข้อต่อกระดูก คุณจะรู้สึกปวดตามข้อกระดูก ไม่ว่าจะเป็นข้อนิ้ว หัวเข่า หรือสะโพก 5. คุณมีอาการป่วยเกี่ยวกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น สะเก็ดเงิน ต่อมไทรอยด์เรื้อรัง จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของกลูเตน การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตนนั้น เบื้องต้นคือการเลี่ยงอาหารที่ทำจากแป้งสาลี ของทอดต่างๆ รวมทั้งขนมเค้ก เบเกอร์รี่ ถ้าหากซื้อสินค้าในห้างร้าน ก็ควรตรวจเช็ครายละเอียดฉลากให้ถี่ถ้วน บางอย่างก็จะระบุไว้เลยว่า ไม่มีกลูเตน (Gluten-free) ในประเทศไทยยังโชคดีที่ข้าวที่เรากินกันอยู่นั้นเป็นแป้งข้าวเจ้า แต่ในต่างประเทศมีคนที่แพ้กลูเตนเป็นจำนวนมาก ลักษณะอาการไม่ต่างจากคนแพ้นมวัว แต่ก็ไม่ต้องตกใจกันเกินไป สำหรับคนที่ไม่แพ้ กลูเตนไม่ใช่สิ่งไม่ดี และไม่ได้ทำให้ผอมหรือสุขภาพดี แต่กลูเต็นเป็นเพียงโปรตีนชนิดหนึ่งเท่านั้น!! หากกินในสัดส่วนที่พอเหมาะก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ นะคะ และขอย้ำอีกครั้งว่า อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป เป็นอาหารที่ปลอดกลูเตนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น ผลไม้และผักสด หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ รู้อย่างนี้แล้วก็สบายใจได้จ้า :) รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women Mthai Team

ผลสำรวจชี้ การฟังเพลง ช่วยเพิ่มความอยากมีเซ็กส์ได้!!
sex /  ฟังเพลง / 

ต้องบอกเลยนะครับว่าดนตรีนี่มันเป็นภาษาสากลและสามารถสื่อให้เข้าถึงได้ในหลายอย่างรวมไปถึงเซ็กส์ก็ด้วย วันนี้เราจะไปดูผลสำรวจที่จะทำให้ชาว Men.MThai เราอยากฟังเพลงกันทั้งคืนจนแทบจะขาดเสียงดนตรีไม่ได้เลย  กับผลสำรวจล่าสุดจาก Sonos และนักประสาทวิทยา Dr.Daniel J. Kevitin ซึ่งได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 30,000 คน พบว่า 67% ของผู้ที่ฟังเพลงในบ้านพร้อมๆ กับคนรักนั้นจะมีปริมาณเซ็กส์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผิดกับคนที่ฟังเพลงเงียบๆ คนเดียว(พวกที่ใส่หูฟังอะไรประมาณนั้นแหละครับ) Dr.Daniel J. Kevitin กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราฟังเพลงกับคนรักนั้น คือ เซลล์ประสาทของพวกเขาจะทำงานไปพร้อมๆ กันในขณะที่ฟังเพลง ซึ่งยังเป็นเหตุผลที่เขายังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับ ออกซิโทซิน ที่ได้ชื่อว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก แต่ถึงอย่างไรก็ดีจากผลสำรวจนี้ ก็ต้องบอกเลยว่าคืนนี้เรามาเปิดเพลงเพิ่มความเร้าใจให้ลีลารักบน

รีวิวภาพยนตร์ มิโซะซุปของฮานะจัง : หนึ่งในผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก
Emina Akamatsu /  Hana's Miso Soup / 

ทันทีที่ผมได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง はなちゃんのみそ汁 (Hana’s Miso Soup) หรือในชื่อภาษาไทยว่า “มิโซะซุปของฮานะจัง” ครั้งแรก ดวงตาก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นและน้ำตาก็รื้นออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ผมตัดสินใจกากบาทปฏิทินข้างโต๊ะของผมทันทีเพื่อบอกกับตัวเองว่าในวันนี้จะมีนัดสำคัญสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ ตัวอย่างที่ได้ชมนั้นเปิดเผยเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ทราบแล้ว แต่กลับยิ่งกระตุ้นให้ผมอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ เสมือนรู้วัตถุดิบหลักของอาหารแล้ว ก็ยิ่งอยากลิ้มลองรสชาติที่จะถูกรังสรรค์ขึ้นมาว่าจะมีรสอร่อยเพียงใด Hana’s Miso Soup มิโซะซุปของฮานะจัง ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริง ว่าด้วยเรื่องราวของ “จิเอะ” รับบทโดย เรียวโกะ ฮิโรสึเอะ (Ryoko Hirosue) ที่ทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง แต่คนรักอย่าง “ชิงโงะ” รับบทโดย เคนอิจิ ทาคิโตะ (Kenichi Takito) ก็ไม่ลังเลที่จะขอจิเอะแต่งงาน แม้จะรู้ว่าเธออยู่ได้อีกไม่นานก็ตาม ทั้งสองได้ให้กำเนิดลูกสาวสุดน่ารักอย่าง “ฮานะ” รับบทโดย เอมินะ อกามัตสึ (Emina Akamatsu) เธอได้เขียนบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ทิ้งไว้เพื่อให้ฮานะเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กผู้หญิงที่เข้มแข็ง และหลังจากที่เธอรู้ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ได้อีก 1 ปี จึงเริ่มสอนให้ฮานะทำซุปมิโสะ เมนูโปรด และเป็นเมนูที่ฮานะพูดเสมอว่าวันหนึ่งจะทำซุปมิโสะให้เหมือนของแม่ และให้แม่ได้ชิมเป็นคนแรก ภาพยนตร์ให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักกับตัวละครหลักอย่าง “จิเอะ” และ “ชิงโงะ” โดยเล่าเรื่องย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นในช่วงเวลาที่ทั้งสองได้พบกันเป็นครั้งแรก ซึ่งตัวละครในเรื่องนี้มีไม่กี่คน ซึ่งง่ายต่อการจดจำและไม่สับสน ทำให้ผมสามารถโฟกัสไปที่เนื้อเรื่องของภาพยนตร์ได้ไม่ยาก แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์ดราม่าเรียกน้ำตา แต่ไม่ได้เค้นอารมณ์บีบน้ำตาสักเท่าไร ตัวละครอย่าง “ชิงโงะ” ซึ่งมีคาแรกเตอร์เป็นหนุ่มที่ค่อนข้างตรง ๆ และแสดงออกอย่างชัดเจน แม้ในบางครั้งอาจจะดูเปิ่น ๆ ไปสักหน่อย ก็ช่วยเรียกเสียงฮาให้ผ่อนคลายได้เป็นระยะ ๆ นักแสดงทั้งสองท่านถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้อย่างซื่อตรง นอกจากนี้ความน่ารักสดใสของเด็กวัย 4 ขวบ อย่าง “ฮานะจัง” ช่วยให้เรื่องราวไม่ดูมืดหม่น แต่เต็มไปด้วยความหวังที่น่าประทับใจ “เสี่ยงชีวิต เพื่อสร้างชีวิต” คือหนึ่งในความหมายอันงดงามที่สื่อสารออกมาในภาพยนตร์เรื่องนี้ สำหรับชีวิตของลูกผู้หญิงที่เป็น “แม่” แล้ว การตั้งครรภ์คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และไม่ง่ายเลยที่จะต้องดูแลสิ่งที่พระเจ้ามอบให้ตลอด 9 เดือน โดยเฉพาะจิเอะจังที่รู้ตัวว่าเป็นโรคร้ายอยู่ด้วยนั้นการตั้งครรภ์ครั้งนี้มีความหมายกับเธอเหลือเกิน ระดับฮอร์โมนที่ถูกกระตุ้นอาจส่งผลให้มะเร็งแข็งแกร่งขึ้นและลุกลามได้ แต่เมื่อได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของชีวิตน้อย ๆ รูปร่างที่เห็นผ่านการอัลตราซาวนด์ และเสียงหัวใจที่เต้นเชื่อมโยงระหว่างจิตวิญญาณ คือความกล้าหาญที่จิเอะเลือกที่จะเสี่ยงชีวิตของตัวเอง เพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่งดงามขึ้นมาบนโลกใบนี้ ทำมิโสะซุป กินของดี ๆ และปรุงแต่ของดี ๆ ชีวิตของ “ฮานะ” จะได้ไม่ลำบาก และไม่ต้องเผชิญโรคร้ายอย่างที่เธอเป็น นี่คือสิ่งที่จิเอะปรารถนาอยากให้ฮานะจังเข้าใจ จิเอะจึงพยายามสอนฮานะให้ทำมิโสะซุป เมนูที่ทำได้ไม่ยาก และอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย พร้อมกับเมนูอาหารและขนมอื่น ๆ เธอได้จดลงในบันทึกของเธอและส่งต่อให้ฮานะ เพื่อให้มีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็งในวันที่เธอมองไม่เห็นฮานะจัง เสาหลักของครอบครัวอย่างชิงโงะ คือความแข็งแกร่งที่ค้ำยันให้ครอบครัวเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีความสุข แม้ภายนอกจะดูเป็นคนซื่อ ๆ ชอบทำอะไรเปิ่น ๆ ก็ตาม แต่กลับเป็นที่พึ่งพาให้กับจิเอะและฮานะจังได้เป็นอย่างดี แม้จะรู้ว่าแฟนตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกที่เขามีต่อจิเอะจังได้ การยืนยันเสียงแข็งขอแต่งงานกับจิเอะจังต่อหน้าพ่อของจิเอะ นับเป็นอีกหนึ่งฉากสำคัญที่บ่งบอกความเป็นลูกผู้ชายที่เตรียมพร้อมจะฝ่าฟันทุกอุปสรรคบนเส้นทางของเขานับจากนี้ ในขณะที่เพื่อนของชิงโงะยอมรับในความเป็นลูกผู้ชายของชิงโงะ และไม่เคยปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย การปรากฏตัวบนเวทีในงานแสดงคอนเสิร์ตของจิเอะจังคือไฮไลต์สำคัญที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่รู้ว่าชีวิตจะอยู่ได้นานสักเท่าไร โดยเฉพาะจิเอะจังที่รู้ตัวว่าเวลาเหลือไม่มากแล้ว เธอได้เปล่งประกายอย่างงดงามบนเวทีซึ่งครั้งหนึ่งคือเส้นทางชีวิตที่เธอได้เลือกไว้ การได้กลับมายืนอยู่ตรงนี้มันสำคัญกับเธอเหลือเกิน และเป็นความสุขในชีวิตที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งที่เธอจะได้ร้องเพลงด้วยน้ำเสียงของเธอให้ฮานะจังได้ฟัง ความรู้สึกของครอบครัวและผองเพื่อนผู้ปรารถนาดีได้ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงามที่สุด แสดงให้เห็นว่าทุกคนพร้อมที่จะก้าวเดินบนเส้นทางแห่งชีวิตร่วมกับจิเอะจังจวบจนลมหายใจสุดท้าย คะแนน 4.5/5 ความตั้งใจของเด็กวัย 4 ขวบที่ทำซุปมิโสะได้สำเร็จ มันช่างหอมหวลและอร่อยจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้  บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ น้ำตาซึม! เรียวโกะ ฮิโรสึเอะ เล่าความรู้สึกของความเป็นแม่ใน มิโซะซุปของฮานะจัง ทุกครั้งที่ดูภาพยนตร์เสมือนการสนทนากับตัวเอง ภาพยนตร์เรื่องนี้สนทนากับคุณอย่างไร แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

ฝน ศนันธฉัตร พบเพื่อนใหม่เป็นแพนด้าอ้วน เบา กลางป่าใหญ่
Kung Fu Panda /  Kung Fu Panda 3 / 

ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล นักแสดงสาวที่โด่งดังจากซีรีส์ ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น พบเพื่อนใหม่เป็นแพนด้ามีชื่อว่า “เบา” ที่หลงทางอยู่กลางป่ากำลังตามหาเพื่อนๆอยู่ ก่อนจะพากันไปดู Kung fu Panda 3  - กังฟูแพนด้า 3 ที่จะเข้าฉาย 10 มีนาคมในโรงภาพยนตร์ Kung Fu Panda 3 ที่จะเข้าฉาย 10 มีนาคมในโรงภาพยนตร์ นำทีมนักแสดงให้เสียงตัวละครโดย แจ็ค แบล็ค,แองเจลีน่า โจลี่, ดัสติน ฮอฟฟ์แมน, แจ็คกี้ ชาน, เซธ โรเกน, ลูซี่ หลิว, เดวิด ครอส, เจมส์ ฮอง, แรนดัล ดุค คิม, ไบรอัน แครนสตัน, เรเบล วิลสัน, เจ.เค. ซิมมอนส์ กำกับการแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ยู เนลสัน และ อเลสซานโดร คาร์โลนี่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kungfupandamovies-thai.com/ และ https://www.facebook.com/KungFuPandaTH

รักจัดแค้นจริง! เก้า สุภัสสรา เปิดตัวตน “บุปผา” คนใหม่ในบุปผาอาริกาโตะ
ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค /  ต้อม-ยุทธเลิศ / 

อีกหนึ่งก้าวของดาราสาวน้องใหม่อย่าง เก้า สุภัสสรา ธนชาต ที่หลังจากประสบความสำเร็จในซีรีส์ชื่อดัง “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” และภาพยนตร์เรื่อง “ฝากไว้ในกายเธอ” ล่าสุดกับการได้เข้ามาร่วมงานการแสดงครั้งแรกกับ ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับภาพยนตร์มากฝีมือที่คนไทยทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในภาพยนตร์เรื่อง “บุปผาอาริกาโตะ” จากบทสัมภาษณ์ครั้งก่อนของ ต้อม ยุทธเลิศ ที่บอกว่า บุปผาอาริกาโตะ นั้นต่างจากบุปผาราตรีเก่า ๆ แต่ไฮไลต์ของเรื่องยังคงเป็น “บุปผา” ที่เป็นตัวหลักของเรื่อง ซึ่งเก้าจะต้องรับบทสำคัญในการแสดงครั้งนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วบุปผาในเรื่องใหม่นี้เป็นอย่างไร จะเหมือนกับบุปผาคนเก่าในเรื่องบุปผาราตรีหรือไม่ เก้าจึงได้บอกเล่าถึงคาแรกเตอร์ของบุปผาในเรื่องนี้ว่า “รับบทเป็นผู้หญิงที่ชื่อ บุปผา เป็นสาวยุคใหม่ มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ในตัวสูง โดยเฉพาะต่อเพศตรงข้าม มั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด กล้าทำ อะไรที่ผู้หญิงธรรมดาทั่ว ๆ ไปอาจไม่กล้าแม้แต่จะคิด สื่อสารความรู้สึกผ่านดวงตาเป็นหลัก เป็นคนนิ่ง ๆ พูดน้อย แต่ลึก ๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่เซนส์ซิทีฟและจริงจังกับเรื่องความรักมาก ๆ หลังจากที่จับได้ว่าคนรักนอกใจจากความรักก็เปลี่ยนเป็นความแค้น และหนีไปพักใจจนได้พบกับแน็กและเพื่อน ๆ ที่นิเซโกะ จากภายนอกอาจคิดว่าบุปผาคือผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่บอบบาง แต่จริง ๆ รักจัดแค้นจริง อยู่ได้ด้วยความรักและก็พร้อมที่จะตายเพราะความรักได้เหมือนกัน บุปผาคือหญิงสาวที่มาพร้อมประโยค ทิ้งกูมึงตาย และไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครมาล้อเล่นในเรื่องความรัก ในบุปผาอาริกาโตะ นอกจากเราจะได้เห็นแรงอาฆาตแค้นของตัวบุปผาในเรื่องความรักแล้ว ยังจะได้เห็นการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ทั้งหลอนและน่ากลัวยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เคยผ่านเข้ามา และทำให้ชีวิตของบุปผาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นตัวละครที่ซับซ้อนเหมือนมี 2 บุคลิก สำหรับเก้าถือว่าท้าทายมากกว่าทุกเรื่อง และดูซับซ้อนกว่าปกติ ยากมากค่ะ เป็นอีกประสบการณ์ใหม่ ๆ ทางการแสดงของเก้าที่อยากให้ทุกคนได้ลองติดตามชม”

สยบโรคนอนไม่หลับ ภัยเงียบใกล้ตัวคุณ ด้วย Melatonin 123
Melatonin 123 /  นอนไม่หลับ / 

สยบโรคนอนไม่หลับ ภัยเงียบใกล้ตัวคุณ ด้วย Melatonin 123 เพื่อการหลับสมบูรณ์และตื่นสดใสในทุกวัน โรคนอนไม่หลับ เป็นปัญหาใกล้ตัวที่ทุกคนมักมองข้าม ภัยเงียบที่แฝงมากับโรคนี้ก็คือ ความเครียด โรคซึมเศร้า โรคหลอดเลือดหัวใจ และอาจถึงขั้นกลายเป็นมะเร็ง โรคนอนไม่หลับมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักจะเกิดกับผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป จะหลับๆตื่นๆ ส่งผลให้มีคุณภาพการนอนที่ไม่ดี ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการของโรคนอนไม่หลับได้ง่ายๆ คือ มักหลับยาก ตื่นบ่อยแล้วหลับต่อยาก ตื่นเช้าแล้วไม่สดชื่น แม้ว่าจะนอนนาน 7-8 ชั่วโมง ซึ่งหลายอาชีพมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหานอนไม่หลับ อย่างคนทำงานไม่เป็นเวลา เช่น ฟรีแลนซ์ หมอ พยาบาล และคนที่ต้องเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส นักธุรกิจ แต่ในเบื้องต้น เราสามารถแก้อาการนอนไม่หลับได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเอง อย่างเช่น เมื่อใกล้เวลานอน อย่าทานอาหารจนอิ่มแน่นจนเกินไปเพราะจะทำให้อึดอัดจนนอนไม่หลับ ควรหาเวลาออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้หลับสบายขึ้น และ ห้ามวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวเป็นเวลานานเพราะจะรบกวนการทำงานของคลื่นสมอง แต่บางครั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองอาจจะเป็นเรื่องยากเกินไป เพราะเป็นสิ่งที่เราทำมาตลอดชีวิตจนกลายเป็นความเคยชิน อาจใช้เวลานานกว่าจะปรับตัวได้ และปัจจัยการใช้ชีวิตในประจำวันของแต่ละคนอาจจะทำไม่ได้ เพราะเวลาและความรีบเร่งต่างๆ ฉะนั้นเราจึงต้องหาตัวช่วยเพื่อแก้ไขได้ถูกจุดและรวดเร็วขึ้น โดยธรรมชาติร่างกายของคนเราจะผลิตสารชนิดหนึ่งที่ช่วยให้นอนหลับสบายและหลับสนิทมากขึ้น นั่นก็คือ เมลาโทนิน ฮอร์โมนเมลาโทนินในร่างกาย เปรียบเสมือนเป็น Darkness hormone จะมีการผลิตออกมาเมื่อมีความมืด หลั่งออกมาในช่วงเวลา 21.00-07.30 น. โดยความมืดจะไปกระตุ้นที่ดวงตา (Retina) ทำให้รับรู้ว่าเป็นเวลากลางคืนแล้ว หลังจากนั้นจะส่งสัญญาต่อไปที่ ต่อมไพเนียล ให้ผลิตและหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมา กระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกง่วงนอน และเตรียมพร้อมเข้าสู่การนอนหลับ ซึ่งปัจจุบันเมลาโทนินได้ถูกสกัดและพัฒนาออกมาในรูปแบบของอาหารเสริม ที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ฉะนั้นเมลาโทนินจึงถือได้ว่าเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาของคนที่นอนไม่หลับได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด ข้อมูลจาก : Dubocovich,2010 แต่คนส่วนใหญ่เมื่อมีปัญหานอนไม่หลับ ก็มักจะนึกถึงตัวช่วยอย่างยานอนหลับ ซึ่งยานอนหลับแบบทั่วไปจะออกฤทธิ์กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางซึ่งอันตรายมีผลกระทบต่อร่างกาย เช่น โมโหร้าย หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียว ภายหลังจากตื่นนอนจะไม่รู้สึกสดชื่น มีอาการเซื่องซึม และบางคนถ้าทานมากๆอาจถึงขั้นติดยาได้ ดังนั้นวิธีที่ถูกต้อง คือการเลือกทานเมลาโทนินที่จะช่วยเสริมให้ร่างกายนอนหลับได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงหรืออาการติดยาตามมา ทำให้นอนหลับได้ครบทุกระยะ โดยปกติ การนอนหลับของคนเราจะมีระยะของการนอน หากนอนได้ครบทุกระยะจะถือว่าเป็นการนอนหลับอย่างสมบูรณ์ เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสดใส เนื่องจากร่างกายได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เรามาทำความรู้จักกับการนอนหลับที่มีคุณภาพ 5 Stage of Sleep กลไกการนอนหลับทั้ง 5 ระยะ ดังนี้ Stage 1 ระยะหลับตื้นที่สุด จะถูกปลุกได้ง่าย สังเกตได้ว่าบางคนมีอาการสะดุ้งตื่นหรือรู้สึกกระตุก Stage 2 ระยะแรกที่มีการหลับอย่างแท้จริง แต่ยังไม่มีการฝัน ในระยะนี้ผู้ที่หลับจะสามารถถูกปลุกให้ตื่นได้ง่าย Stage 3-4 ระยะหลับลึกที่สุด ปลุกให้ตื่นได้ยากเปรียบเสมือนการชาร์ตแบตเตอรี่ ในเด็กเล็ก ถ้ามีฝันร้าย ละเมอ หรือปัสสาวะรดที่นอนจะเกิดขึ้นช่วงนี้ Stage 5 ระยะ REM (rapid eye movement) เมื่อนอนไป 45 นาที ก็จะเข้าสู่ระยะนี้ซึ่งจะทำให้เกิดความฝัน และเป็นช่วงเวลาที่สมองมีการทำงานหนัก จากการจัดการกับข้อมูลต่างๆ ที่เข้ามาแล้วทำการจัดระเบียบ ทำให้เกิดเป็นความทรงจำ ซึ่ง stage นี้ ถือได้ว่าเป็นช่วงที่ร่างกายของเราได้เข้าสู่การฟิ้นฟูและซ่อมแซมตัวเองอย่างแท้จริง หลังจากนั้นกลไลการนอนหลับก็จะกลับเข้าสู่วงจรแบบนี้อีก 4-5 รอบในหนึ่งคืน ซึ่งแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 90-110 นาที ยิ่งการนอนผ่านไปนานขึ้น การหลับลึกจะยิ่งลดน้อยลง ดังนั้นการทานยานอนหลับที่มีเมลาโทนินจะช่วยให้การหลับมีคุณภาพมากขึ้น เพราะสามารถนอนหลับได้ครบทั้ง 5 ระยะ ทำให้เริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น ตื่นนอนอย่างสดใส และเพื่อให้การนอนหลับเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ควรจะเลือกทานตามสเต็ป Melatonin 123 ที่จะสามารถปรับสมดุลของการนอนหลับให้มีคุณภาพมากขึ้นตาม 3 สเต็ปดังนี้ 1.เริ่มต้นปรับนาฬิกาชีวิตให้หลับง่ายขึ้น โดยการนอนในที่แสงไม่รบกวนและพยายามเข้านอนเวลาเดิมเป็นประจำทุกวัน จะเป็นการปรับ Circadian Rhythm เรียกง่ายๆว่านาฬิกาชีวิต เป็นระบบควบคุมกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ภายใน 24 ชั่วโมงให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ 2.หลับสนิทเพียงพอและมีคุณภาพ คือ หลับง่าย หลับลึก หลับยาว 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ใช่เพียงแค่หลับไปเฉยๆเพียงเพราะเข้านอนเร็ว 3.ตื่นนอนอย่างสดใส อารมณ์ดี ไม่เมื่อยล้า สมองจึงเรียนรู้และจดจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสภาพร่างกายที่พร้อมจึงทำให้ดึงความสามารถออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ การนอนหลับตามสเต็ปนี้จะช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพดียิ่งขึ้น นอนหลับลึก หลับยาวตลอดทั้งคืน ตื่นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส ไม่งัวเงีย สมองปลอดโปร่ง ระหว่างวันไม่มีอาการง่วงนอนเพราะร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จึงทำให้มีสมาธิในการทำงาน เรียนรู้ จดจำสิ่งต่างๆได้ดีอีกด้วย ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาการนอนไม่หลับได้อย่างตรงจุดและปลอดภัย ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจหรือมีปัญหาดังกล่าวสามารถปรึกษาและขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Melatonin 123 ได้ที่เภสัชกรใกล้บ้าน โดย www.melatonin123.com

รีวิวภาพยนตร์ บุปผาอาริกาโตะ ผีสาวมือใหม่ที่จะมาทำให้ฮอร์โมนทุกคนหลั่ง
ต้อม-ยุทธเลิศ /  นาวิน ต้าร์ / 

รีวิวภาพยนตร์ บุปผาอาริกาโตะ ผีสาวมือใหม่ที่จะมาทำให้ฮอร์โมนทุกคนหลั่ง สิ้นสุดการรอคอยสำหรับภาพยนตร์เรื่อง บุปผาอาริกาโตะ เมื่อตำนานผีสาวสุดสวยนามว่า "บุปผา ราตรี" ได้กลับมาโลดแล่นบนจอเงินอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่คราวนี้ออกจะพิเศษมากกว่าภาคก่อน ๆ อยู่สักหน่อยตรงที่ ผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ ได้เปิดเผยชื่อผู้ที่จะมารับบทเป็นบุปผาคนใหม่คือ เก้า สุภัสสรา ที่เคยรับบทผีสาวมาครั้งหนึ่งแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง "ฝากไว้ในกายเธอ" เนื้อเรื่องของ บุปผาอาริกาโตะ เป็นการวางพล็อตเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับบุปผาราตรีฉบับดั้งเดิม คงไว้เฉพาะเอกลักษณ์ความเป็นหนังบุปผาราตรี ซึ่งจะมีตัวละครที่ขาดไม่ได้อย่างผีสาว ผีเด็ก และเหล่าบรรดาหมอผี (ที่สู้ผีไม่ได้สักที) ตลอดจนสถานที่สิงสู่ของผีสาวก็ยังคงชื่อ "ออสการ์" ไว้อย่างเดิม หากเทียบกับภาคที่ผ่านมา ต้องถือว่า บุปผาอาริกาโตะ มีความเป็นวัยรุ่นสูงกว่า เพราะมีการลดสัดส่วนฉากสยองขวัญประเภทเลือดสาดให้น้อยลงทั้งที่ดีกรีความโหดของผีสาวยังคงอยู่ ในส่วนของแก๊กตลกก็มีปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งก็สามารถเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้โดยไม่เสียอรรถรส รวมแล้วอาจกล่าวได้ว่าบุปผาฯ เวอร์ชั่นนี้สมควรที่จะเรียกว่าเป็นหนังวัยรุ่นที่มีผีเป็นตัวละครสมทบมากกว่าหนังสยองขวัญแบบตุ้งแช่ นอกเหนือจากปรากฏการณ์การรวมตัวของหนุ่ม ๆ แก๊งแฟนฉันทั้ง 6 คนแล้ว บุปผาในภาคนี้ยังได้นักแสดงสาวรุ่นพี่อย่าง พลอย เฌอมาลย์ โผล่มาเป็นแขกรับเชิญแบบสวย ๆ พร้อมกับมุกไล่ไปเสิร์ชกูเกิลดังที่เห็นกันไปแล้วในตัวอย่างภาพยนตร์ ส่วนใครที่ลุ้นว่าสาวพลอยจะมีซีนโผล่ไปจ๊ะเอ๋กับอดีตหวานใจอย่างหนุ่ม นาวิน ต้าร์ หรือเปล่า จุดนี้ขอบอกเลยว่า...ไปลุ้นกันเอาเอง! ท้ายที่สุดนี้ ขอมอบคะแนน 3.5/5 ให้กับประเด็นหนึ่งที่หนังต้องการจะบอกว่า...ความรักจะเป็นสิ่งสวยงามเสมอ ตราบใดที่มันอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์และความจริงใจ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ