ฮอร์โมน

ตั้งครรภ์ ก็ออกกำลังกายได้ มาดู กีฬาที่แนะนำ สำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์
คนท้องออกกำลังกาย /  คุณแม่ตั้งครรภ์ / 

นอกจากการส่งเสริมให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน และให้ลูกกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยต่อเนื่องถึง 2 ปีแล้วนั้น สสส. มูลนิธิหมอชาวบ้าน มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และภาคีที่เกี่ยวข้อง ยังสนับสนุนให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงด้วยการออกกำลังกายด้วยความหนักที่เหมาะสม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พญ. อรพร ดำรงวงศ์ศิริ กุมารแพทย์ด้านโภชนาการ คณะกรรมการโครงการจัดการเรียนการสอนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถาบันผลิตแพทย์ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย สสส. อีกทั้งยังเป็นนักวิ่งหญิงแกร่งของวงการวิ่งประเทศไทย ให้คำแนะนำว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ใช่ผู้ป่วย แต่กลับเป็นช่วงที่คุณแม่ควรมีร่างกายแข็งแรงที่สุดในชีวิต เพราะร่างกายคุณแม่ต้องดูแลถึง 2 ชีวิตในเวลาเดียวกัน และกำลังเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการคลอด การออกกำลังกายจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงและการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดไปสู่ทารกในครรภ์ดีขึ้น ทารกในครรภ์จะได้รับสารอาหารและเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้เมื่อคุณแม่ออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน หรือฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้คุณแม่มีภาวะทางอารมณ์ที่ดี ซึ่งมีส่วนให้ทารกแข็งแรงและอารมณ์ดีแจ่มใส คุณหมอนักวิ่ง แนะนำเพิ่มเติมว่า คุณแม่ที่ออกกำลังกายต้องพิจารณาภาวะทางสุขภาพและพื้นฐานความแข็งแรงของร่างกายเป็นอันดับแรก ว่าก่อนตั้งครรภ์เคยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ออกกำลังกายหนักเท่าไหร่ เมื่อตั้งครรภ์แล้วยังสามารถออกกำลังกายต่อเนื่องได้ ในระยะเวลาและความหนักของการออกกำลังกายที่เหมาะสมต่อสภาพร่างกายและภาวะการตั้งครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ต่างๆ รวมทั้งต้องหมั่นสังเกตอาการที่เกิดขึ้นทั้งในขณะออกกำลังกายหรือหลังออกกำลังกาย เช่น หากมีอาการเหนื่อย เพลีย แสดงว่าคุณแม่ออกกำลังกายมากเกินไป คุณแม่ที่สนใจออกกำลังกายแต่ร่างกายมีภาวะแทรกซ้อนก็สามารถปรึกษากับคุณหมอสูตินรีแพทย์ได้ นอกจากนี้ หนังสือ ‘อยากสุขภาพดี ต้องมี 3 อ. : สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร’ โดย มูลนิธิหมอชาวบ้าน และ สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แนะนำว่า ประโยชน์ของการออกกำลังกายของคุณแม่ตั้งครรภ์เพิ่มเติมว่า ยังสามารถช่วยลดโอกาสที่ทำให้คุณแม่เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าทั้งก่อนและหลังคลอดลูก เนื่องจากร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความสุขและช่วยให้ร่างกายกลับเข้าสู่สภาพเดิมได้เร็วขึ้น ข้อจำกัด – ข้อควรระวัง ในการออกกำลังกายของแม่ตั้งครรภ์ 1. เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายแบบเบาๆ เมื่อร่างกายคุ้นเคยแล้วถึงสามารถเพิ่มระดับความยาก 2. คุณแม่ที่อายุครรภ์ยังไม่ถึง 3 เดือน ไม่ควรออกกำลังกายในที่อากาศร้อนและชื้น 3. หลีกเลี่ยงการแช่น้ำที่มีอุณหภูมิอุ่นเกินพอดี 4. หลีกเลี่ยงท่าที่ยึดเกร็ง ดึงรั้ง ท่าที่เสี่ยงได้รับการกระทบกระเทือนกับท้อง หรือท่าที่คุณแม่ต้องออกแรงมากๆ 5. ไม่ควรหักโหมจนร่างกายรู้สึกเหนื่อย เพลีย 6. ทุกครั้งที่ออกกำลังกายควรดื่มน้ำสะอาดเพื่อทดแทนเหงื่อที่สูญเสียไป 7. หากรู้สึกหายใจไม่ทัน เจ็บหน้าอก หน้ามืด เป็นลม มีเลือดหรือของเหลวออกจากช่องคลอด หรือมีอาการปวดเนื่องจากมดลูกหดตัว (มากกว่า 6-8 ครั้ง/ชม.) ควรหยุดออกกำลังกายในทันที และรีบเข้าพบสูตินรีแพทย์เพื่อความปลอดภัย กีฬาที่แนะนำ สำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์ 1. ว่ายน้ำ - ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัว กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายแข็งแรง 2. การฝึกโยคะ - ช่วยให้สามารถควบคุมลมหายใจ กล้ามเนื้อแข็งแรงผ่อนคลาย มีสติและสมาธิในระหว่างการคลอด 3. แอโรบิก กายบริหาร - ช่วยบริหารกล้ามเนื้อเกือบทุกส่วนในร่างกาย ทำให้ผ่อนคลาย ตัวอย่าง ท่าออกกำลังกาย 1) ท่ากระดกข้อเท้า : นอนหงาย ขาเหยียดตรง วางแขนข้างลำตัว สลับกระดกข้อเท้าขึ้น-ลง ค้างและพักข้างละ 3 วินาที จนครบ 10 ครั้ง ท่านี้ช่วยลดอาการข้อเท้าพลิกและน่องบวม 2) ท่านอนตะแคงยกขา : นอนตะแคงข้าง ใช้มือยันศีรษะ และยกขาขึ้น ค้างสลับกับพัก 3 วินาที 10 ครั้งแล้วเปลี่ยนข้าง ท่านี้ช่วยให้คุณแม่มีสะโพกและกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรง 3) ท่าแมวขู่ : คุกเข่าในท่าคลาน วางขาให้มั่นคง วางฝ่ามือเหยียดตึง ท่านี้เริ่มที่คุณแม่แขม่วท้องโก่งตัว ค้าง และสลับพัก 3 วินาที 10 ครั้ง ท่านี้ช่วยให้มีกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องที่แข็งแรง ทั้งนี้ คุณแม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอทุกวันหรือวันเว้นวัน อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที ตามพื้นฐานการออกกำลังกายของคุณแม่ เรื่องโดย : ดนยา สุเวทเวทิน Team Content www.thaihealth.or.th

เราท้าให้คุณทำ! อาบน้ำเย็น วันละ 5 นาที เป็นเวลา 30 วัน แล้วจะสุขภาพดี
น้ำอุ่น /  น้ำเย็น / 

นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า การอาบน้ำเย็น สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการกู้คืนพลังงานที่เหนื่อยล้าของเหล่านักกีฬามืออาชีพมามากมาย และการทำเช่นนี้ก็ยังสามารถนำมาใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัย มาดูประโยชน์ที่เราจะได้รับ หากลอง อาบน้ำเย็น  ทุกวันเป็นเวลา 30 วัน ใช้เวลา 5 นาทีในการอาบน้ำเย็นในตอนเช้า ตลอดทั้งเดือน โดยเลือกการอาบน้ำในตอนเช้าในการทำเช่นนี้จะส่งผลดีที่สุด การอาบน้ำเย็น ช่วยบรรเทาจากอาการของภาวะซึมเศร้าและช่วยคลายความเครียด ดีต่อสุขภาพผิวและผม โดยน้ำเย็นจะช่วยปิดรูขุมขนและเมื่อรูขุมขนปิดจะช่วยให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีและเรียบเนียน น้ำเย็นยังจะช่วยทำให้ผมของคุณเงางามกว่าน้ำอุ่นอีกด้วย เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย หนึ่งการศึกษาโดยสถาบันวิจัย Thrombosis Research Institute ในอังกฤษได้แสดงให้เห็นว่า น้ำเย็นช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายและความอุดมสมบูรณ์ให้ฮอร์โมนได้ดี ระบบน้ำเหลืองเคลื่อนไหวในร่างกายได้ดีขึ้น โดยปกติร่างกายจะมีระบบน้ำเหลืองที่มีหน้าที่กรองเลือด สร้างเม็ดเลือด ช่วยป้องกันโรค และคืนโปรตีนกลับสู่หลอดเลือด การอาบน้ำเย็นจะทำให้ร่างกายของคุณทั้งหมดหดตัว และบังคับให้ระบบน้ำเหลืองของคุณผลักดันของเหลวเหลืองทั่วร่างกายของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ การไหลเวียนเลือดดีขึ้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น ทำให้ร่างกายได้สัมผัสกับความหนาวเย็นเป็นช่วงเวลาที่จะ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ค่อยๆ ไหลเวียนเลือดของคุณไปยังอวัยวะสำคัญต่างๆของร่างกาย ได้ดียิ่งขึ้น การนอนหลับดีขึ้น อุณหภูมิของร่างกายที่ลดลงจะทำให้การนอนหลับดีขึ้น หลับง่ายและสบายมากขึ้น ที่มาจาก www.womendailymagazine.com

เบลล์ นันทิตา เผยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหนัก จนคิดฆ่าตัวตาย!
Belle Nuntita /  เบลล์ นันทิตา

หายหน้าไปจากวงการบันเทิง สำหรับนักร้องสาวประเภท 2 มากความสามารถ เบลล์ นันทิตา ฆัมภิรานนท์ หรือนักร้องสองเสียง เบลล์ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ที่ล่าสุดเปิดใจผ่านรายการ ตัวจริง เสียงจริง ทางช่อง 8 ว่า เธอไปผ่าตัดศัลยกรรมแปลงเพศ แถมยังต้องต่อสู้กับผลข้างเคียง ที่ทำให้เป็นเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง ถึงขั้นเคยคิดจะฆ่าตัวตาย! "ถามว่าเรื่องอารมณ์ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปไหมหลังแปลงเพศมันก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วค่ะ เพราะกลไกการทำงานของร่างกาย เราเป็นผู้ชายมาตลอด เหมือนกับว่าเคยมีฮอร์โมนตัวนี้มาพอวันหนึ่งไม่มีฮอร์โมนตัวนี้มาแล้ว พอไม่มีมันก็เลยต้องมีการดึงฮอร์โมนจากตรงไหนมาใช้เพื่อที่ให้มันเกิดความสมดุลในร่างกาย และตรงนี้แหละที่ร่างกายมันปรับอยู่มันก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ผลข้างเคียงร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง จนทำให้ เบลล์ เป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงเลยทีเดียว "รู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดง่าย ใครพูดอะไรมาก็จะแบบเหมือนความอดทนมันน้อยลง เซ็นซิทีฟมากขึ้น มันกลายเป็นว่าเราเป็นคนที่ขี้น้อยใจมากกว่าเดิมมากๆ หนักที่สุดก็ถึงขั้นที่แบบคิดว่าไม่อยากจะอยู่แล้ว ทำไมเราอยู่แล้วเหมือนไม่มีคุณค่า อยู่ไปแล้วทำไมต้องทำให้แม่เสียใจ หรือทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน เราคิดไปถึงขนาดนี้เลยนะคะ ทำไมอารมณ์เราถึงได้แปรปรวนขนาดนี้ แต่สุดท้ายพอมานั่งมองดูจริงๆ แล้วคนที่เขาอยากจะมาอยู่ตรงจุดนี้อย่างเรา มันก็มีเยอะแยะทำไมเราไม่ทำให้มันดีที่สุด ก็เลยบอกตัวเองแบบนี้" "ถามว่าการที่เราซึมเศร้ามันน่าจะเกี่ยวกับการที่เราแปลงเพศไหม เบลล์คิดว่ามันก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งด้วย แล้วมันก็บวกกับที่ช่วงจังหวะตอนนั้นพอเราทำมาแล้วเราก็อาจจะยังไม่ทราบว่าจะต้องรับฮอร์โมนยังไง แล้วก็เรื่องอารมณ์ว่ามันจะต้องแปรปรวนแค่ไหน อันนี้ไม่ทราบมาก่อนเลย จริงๆ ตรงนี้คุณหมอก็บอกว่าให้เราดูแลตัวเองแล้วก็รับฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอ... ตอนนี้อาการโรคซึมเศร้า น้อยใจก็ยังมีบ้าง จะบอกว่าไม่มีเลยมันเป็นไปไม่ได้ แต่หลังจากที่เราเริ่มฟังธรรมะเราก็เริ่มรู้วิธีที่จะรับมือกับมัน พยายามเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ พยายามมองให้มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนเจอแบบนี้อยู่แล้วที่สำคัญไม่ยึดว่าเป็นเรา เป็นเขา ให้มองแค่ว่ามันเป็นสภาพของธรรมอย่างหนึ่งที่มันเพิ่งเกิดและดับไป ไม่มีอะไรเที่ยงค่ะ" เปิดใจ เบลล์ นันทิตา หลังแปลงเพศ ซึมเศร้าหนัก! เกือบคิดฆ่าตัวตาย![Full] l ตัวจริงเสียงจริง ช่อง8 youtube channel : ThaiCh8 ข้อมูลจาก รายการ ตัวจริง เสียงจริง ทางช่อง 8 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แย่แล้ว ! 9 สิ่งที่ผิวฟ้องว่าสุขภาพของคุณกำลังแย่
ดูแลผิว /  ดูแลสุขภาพ / 

แม้ว่าผิวจะไม่มีเสียง แต่ผิวคือกระบอกเสียงชั้นดีที่สามารถบอกได้ว่าตัวของเรากำลังมีปัญหาสุขภาพอะไร บางครั้งผิวของเราจะแสดงอาการออกมาโดยที่เราไม่ต้องไปตรวจสุขภาพเลยด้วยซ้ำ 9 สิ่งต่อไปนี้คือสิ่งที่ผิวของคุณอยากจะบอกว่า 'เฮ้ ฉันกำลังมีปัญหาอยู่นะ !' มาลองเช็คกันค่ะว่าคุณมีปัญหาผิวแบบนี้รึเปล่า 1. ผิวแห้ง ผิวที่ไม่ชุ่มชื้น หมายถึงว่าคุณอาจกำลังขาดโอเมก้า 3 อยู่ หากขาดโอเมก้า 3 ก็จะทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วชะลอการหลุดลอก ทำให้ผิวดูแห้งกร้าน ต้องรีบบำรุงด้วยโดยด่วน อาหารที่แนะนำคือปลาทะเล ถั่วต่างๆ เมล็ด flax และถั่วเหลือง 2. สิวที่มาพร้อมกับความเครียด ผิวกับสมองถูกสร้างมาจากเซลล์ต้นกำเนิดเดียวกันตั้งแต่พัฒนาการการเป็นทารกอยู่ในมดลูก ดังนั้น 2 สิ่งนี้จึงมีความสัมพันธ์กันเรื่อยมา ดังนั้นเมื่อคนเราเครียด สิวจึงตามมาเป็นเงาตามตัวเราค่ะ 3. ตีนกาที่กำลังมา อาจหมายถึงว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องตัดแว่นสายตา การหยีตาเพื่อเพ่งมองให้ชัดขึ้นหรือการไม่ใส่แว่นตากันแดดแล้วต้องเดินตากแดด ขับรถไปหรี่ตามองทางไป ทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตาที่ไม่พึงประสงค์ค่ะ 4. ผิวซีดๆ ร่างกายกำลังบอกว่าเลือดจางเม็ดเลือดแดงต่ำ ต้องรีบสรรหาอาหารที่มีธาตุเหล็ก เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ถั่วต่างๆมากินเพื่อบำรุงโลหิตของเรา ก่อนจะป่วยซีดไม่สบายนะคะ 5. สิวตรงขากรรไกร มาจากระบบรังไข่กำลังมีปัญหา รังไข่มีถุงน้ำ หรือเมนส์กำลังจะมาหรือเพิ่งจะหมดไปในแต่ละรอบเดือน คนที่มีปัญหาเรื่องรังไข่มักจะมีสิวอุดตันอยู่ใต้ชั้นผิวค่ะ 6. ผิวดูเหลืองๆ ส้มๆ อาจเป็นเพราะต่อมไทรอยด์อาจกำลังมีปัญหา ถ้าหากเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ คือการที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามากเกินไป ผิวอาจกลายเป็นสีเหลืองได้เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยสารต้านอนุมูลอิสระ ถ้ายิ่งเหนื่อย เฉื่อยชาด้วยละก็ ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วนค่ะ 7. ผิวแห้ง คัน มาจากแพ้กลูเต็น นอกจากผิวขาดความชุ่มชื้นจากน้ำแล้ว คนที่แพ้อาหารที่มีกลูเต็นผสมอยู่ก็ทำให้ผิวแห้งและคันอย่างไม่น่าเชื่อได้ ซึ่งมักพบว่าเกิดกับผิวบริเวณ ข้อศอก เข่า ข้อเท้า และใบหน้า 8. ผิวแตก หมายถึงว่าผิวขาดน้ำแบบสุดๆ คนเราควรดื่มน้ำให้ได้วันละประมาณ 8 แก้วนะคะ แต่ไม่ต้องดื่มทีเดียวก็ได้ การจิบน้ำไปเรื่อยๆ ทั้งวันก็ช่วยได้มากแล้วค่ะ 9. ผิวเกิดฝ้า กระ เป็นเพราะตากแดดมากเกินไป โดยเฉพาะใบหน้าและแถวบริเวณลำคอ ไหปลาร้า หมั่นทาครีมที่มีสาร SPF เวลาออกแดด หากกระดูเปลี่ยนไป นั่นอาจหมายถึงมะเร็งผิวหนัง ควรไปพบแพทย์นะคะ เริ่มจากการดูแลตัวเองจากภายใน ไม่ต้องรอให้ผิวแสดงอาการออกมาก่อนจึงจะค่อยเริ่มดูแลนะคะ 

ตื่นยาก ง่วงตลอดเวลา อย่าคิดว่าคุณขี้เกียจ นั่นแปลว่า คุณอาจกำลังเป็นโรคนี้!
ความเครียด /  ง่วงนอนตลอดเวลา / 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตื่นยาก และแอบงีบหลับตอนกลางวันอยู่บ่อยครั้งเพราะความอ่อนเพลีย รู้ไว้ว่าอาจไม่ได้เป็นเพราะคุณขี้เกียจ แต่กำลังเสพติดความเครียด ที่ต้องเจอในแต่ละวัน จนทำให้ ภาวะต่อมหมวกไตล้า จนมีอาการแสดงออกอย่างที่เห็น ลองสังเกตตัวเองว่า กำลัง 'เสพติด' ความเครียด อยู่หรือไม่เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดไม่ได้มาจากปัญหาครอบครัว และเรื่องงานเท่านั้น สิ่งเร้าที่เข้ามากระตุ้นเพียงเล็กๆ น้อยๆ อย่างการจราจรที่หนาแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน ภาวะกดดันในที่ประชุม รวมถึงงานที่ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จทันตามกำหนด การออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป และ การอดนอน ความเครียดที่มาจากปัจจัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็สะสมและกลายเป็นอาการ เสพติด ชนิดหนึ่งได้เช่นกัน เรียกว่า อาการ เสพติดความเครียด (Adrenal addict) พญ.ภาวิณี มณีไพโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์ Royal Life Anti-aging Center โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า คนทั่วไปจะเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว เพราะในระยะแรก ร่างกายมีความทนทานสูงต่อกับความเครียด ที่เข้ามาในแต่ละวัน แต่พอมารู้ตัวอีกทีก็ล้มป่วย ติดเชื้อเฉียบพลันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์วินิจฉัยอาการของโรคนี้ว่าเป็น 'ภาวะต่อมหมวกไตล้า หรือ 'Adrenal fatigue’ ที่เกิดจากอาการผิดปกติของร่างกายอย่างหนึ่งที่มี ความเครียดเรื้อรัง (Chronic stress) เป็นตัวกระตุ้น อาการที่ปรากฎชัดเจนของภาวะต่อมหมวกไตล้า คือ อาการขี้เกียจตื่นนอนตอนเช้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง อยากงีบหลับ ช่วงกลางวัน ง่วงแต่นอนไม่หลับ มีอาการวิงเวียน ศีรษะ หน้ามืด เวลาเปลี่ยนท่าทาง (ลุก-นั่ง) อยากของหวาน, ของเค็ม ในขณะที่บางรายปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปวดประจำเดือนบ่อย เป็นภูมิแพ้กำเริบบ่อยๆ ผิวแห้งและแพ้ง่าย ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก เครียดซึมเศร้า คุมอาหาร ออกกำลังกายหนักเป็นประจำแต่น้ำหนักไม่ลดลง เป็นต้น ภาวะต่อมหมวกไตล้า จัดอยู่ในกลุ่ม 'โรคที่ถูกลืม' เพราะไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและทันท่วงที จากการเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไป อาจไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัยภาวะนี้ เนื่องจากต้องวัดระดับฮอร์โมนต่อมหมวกไต (Adrenal hormones) 2 ตัว ที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) และ ดีเอชอีเอ (Dyhydroepiandrosterone-DHEA) จากผลเลือดร่วมด้วย Cortisol และ DHEA คือ ฮอร์โมนแห่ง ‘ความเครียด' ในร่างกายมนุษย์ ปัจจุบันนี้ การรักษาภาวะต่อมหมวกไตล้าจะมุ่งเน้นไปที่การปรับให้ฮอร์โมน 2 ตัวนี้ให้อยู่ระดับที่สมดุล โดยที่ Cortisol คือฮอร์โมนความเครียดตัวหลักของร่างกาย (Stress hormone) ปกติร่างกายจะหลั่งออกมาปริมาณมากที่สุดในตอนเช้า ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น และมีพลังต่อสู้ในวันใหม่ของทุกวัน และจะลดลงเหลือเพียง 10% ในช่วงเย็น แต่ในสถานการณ์คับขัน Cortisol จะทำหน้าที่กระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและอัตราการเต้นหัวใจให้เพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายให้ต่อสู้กับปัญหาข้างหน้า แต่ถ้าเกิดความเครียดสะสมเรื้อรัง จากการทำงานหนักมากเกินไป พักผ่อนไม่พอ หรือออกกำลังกายเกินพอดี ระดับฮอร์โมน Cortisol ที่สูงขึ้นจะเริ่มส่งผลเสียต่อร่างกาย เนื่องจากฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์ ในการสลายและทำลายล้าง (Catabolic hormone) ทำให้ร่างกายเสื่อมและแก่เร็ว (Degeneration) แต่ถ้ามีน้อยไปก็จะทำให้ไม่มีแรงลุกขึ้นจากที่นอนตอนเช้า ขาดความกระตือรือร้นและอ่อนเพลียตอนกลางวัน ส่วนฮอร์โมน DHEA คือฮอร์โมนเพศชนิดหนึ่งที่เป็นฮอร์โมนตั้งต้นของทั้งฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย (Pre-sex hormones) และยังเป็นฮอร์โมนต้านความเครียด (Anti-stress hormones) ช่วยต้านฤทธิ์ของ Cortisol เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด ที่มีฤทธิ์ในการเสริมสร้าง (Anabolic hormone) ช่วยเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ให้กับร่างกาย(Boost energy) เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ (Muscle building) ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย (Premature skin aging) และกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ (Sexual drive) การป้องกันไม่ให้ ภาวะต่อมหมวกไตล้า ที่ดีที่สุด คือ การนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือเข้านอนก่อน 5 ทุ่ม รับประทานอาหารเช้า ก่อน 10.00 น. เพราะหลัง 10.00 น. ระดับ Cortisol จะลดลง ทำให้ยิ่งอ่อนเพลีย Cortisol จะทำงานดีขึ้นเมื่อมีน้ำตาลในเลือดเพียงพอควรรับประทานมื้อเล็กๆ บ่อย ๆ แทนการทานอาหารมื้อหลัก ๆ เพียง 1-2 มื้อ และ ออกกำลังกายแบบหนักปานกลาง (Moderate intensity exercise) เพราะการออกกำลังกายที่หนักเกินไปจะส่งผลให้ต่อมหมวกไตล้ามากยิ่งขึ้น ลองหาวิธีคลายความเครียด เช่น หางานอดิเรกทำ เดินทางไปเที่ยว และทานอาหารเสริมและสมุนไพรบางชนิดสามารถช่วยลดอาการต่อมหมวกไตล้าได้ เช่น Ashwaghandha (โสมอินเดีย) L-theanine (สารสกัดจากชาเขียว) Phosphatidylserine (สารสกัดจากถั่วเหลือง) วิตามิน C วิตามิน B3 วิตามิน B5 วิตามิน B6 ท้ายที่สุดหากพบอาการผิดปกติของภาวะต่อมหมวกไตล้า อย่างน้อย 5 ข้อ แสดงว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงสูง ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางและขอคำปรึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ความเครียดจะสะสมจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

อาบน้ำเย็น กันเถอะ! 9 สิ่งที่บอกว่า น้ำเย็น ช่วยให้ร่างกายคุณดีแล้วดีอีก
ความเครียด /  นอนหลับ / 

การอาบน้ำเย็น อาจจะทำให้คุณรำคาญใจเพราะตอนอาบก็ทำให้รู้สึกหนาวเย็น ไม่สบายตัวเหมือนอาบน้ำอุ่น แต่คุณรู้หรือไม่ว่า น้ำเย็นนั้นดีกับร่างกายไม่แพ้น้ำอุ่นเลย มาดูดีกว่าว่า การ อาบน้ำเย็น มีคุณประโยชน์อะไรให้กับร่างกายบ้าง 1.อาการช็อคด้วยน้ำเย็น ช่วยเพิ่มอะดรีนาลีนให้ร่างกาย เคยมััยคะที่หน้าหนาวทีไร ต้องทำใจแข็งก่อนอาบน้ำ แต่พออาบไปแล้ว กลับสบายตัวขึ้นมาได้ซะอย่างนั้น นั่นก็เพราะก่อนอาบน้ำเย็น ร่างกายจะสร้างอะดรีนาลีนธรรมชาติ ที่จะช่วยบูสพลังงานให้กับคุณไปทั้งวัน 2.กำจัดความหดหู่ของชีวิตได้ดี หากกำลังอยู่ในโหมดเศร้าแฟนไม่รัก ทะเลาะกับเพื่อน เครียดกับงานล่ะก็ ขอให้ตักน้ำเย็นมาขันหนึ่งเต็มๆแล้วสาดโครมเข้ากับตัวซะ เพราะอุณหภูมิเย็นๆของน้ำจะช่วยให้ฮอร์โมน นอร์เอพิเนฟริน หลังมากขึ้นที่จะทำให้คุณรู้สึกสบายตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการว่ายน้ำในทะเล จึงทำให้คุณมีสุขภาพที่ดี 3.ทำให้ผมของคุณสลวยสวยเก๋ แม้ว่าการอาบน้ำอุ่นจะทำให้คุณสบายตัวม๊ากมาก แต่รู้หรือไม่ว่า ไม่ดีกับเส้นผมคุณเลยแม้แต่น้อย แต่น้ำเย็นนั้นจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของเส้นผมและลดผมแตกปลายได้อีกด้วย 4. ดีต่อหัวใจ ดังนั้นจึงดีต่อร่างกายทุกส่วน ร่างกายของเราจะสามารถตอบสนองกับน้ำเย็นได้ทันที เลือดในร่างกายจะถูกปั๊มผ้านทางหลอดเลือดแดง ซึ่งช่วยให้หัวใจเต้นอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ส่วนต่างๆของร่างกายได้รับปริมาณออกซิเจนที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นอาบน้ำเย็นนั้นดีกับร่างกายทุกส่วนเลยล่ะ 5.ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดี เมื่อเราโดนน้ำเย็น ร่างกายจะกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดียิ่งขึ้น 6.ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น เพราะน้ำเย็นจะช่วยกระชับรูขุมขนของคุณ และยังกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีอีกด้วย 7.ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การอาบน้ำเย็นหลังการออกกำลังกายนั้นนอกจากจะสดชื่น ชื่นใจแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและเป็นการรักษากล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อยได้อีกด้วย 8.ลดอาการเครียด เนื่องจากน้ำเย็นจะช่วยลดระดับกรดยูริคในร่างกาย ซึ่งเจ้ากรดยูริคนี่ล่ะที่เป็นต้นเหตุของความเครียดเป็นซะส่วนใหญ่ 9.นอนหลับฝันดี ใครบอกว่าอาบน้ำอุ่นแล้วจะหลับสบายอย่างเดียว อาบน้ำเย็นก็ช่วยให้คุณหลับสบายและฝันดีได้เช่นเดียวกันนะ ที่มา brightside.me

น่ารักสดใส พลอยชมพูสวมชุดคอกระเช้า เล่นน้ำสงกรานต์
Net idol /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

เป็นอีกปีนึงแล้ว ที่สาวลูกครึ่งไทย-เยอรมัน เน็ตไอดอลคนสวย "พลอยชมพู ญานนีน ภารวี ไวเกล" หรือ "สาวน้อยร้อยล้านวิว" ขอสวมชุดสไตล์ไทยๆ เล่นน้ำสงกรานต์ โดยในปีนี้เธอเลือกสวมชุดคอกระเช้า นุ่งผ้าถุง และมัดผมจุก ดูน่ารักสดใสมากๆ งั้นอย่ารอช้ามาชมภาพน้องพลอยชมพูส่งท้ายสงกรานต์ปี 2559 นี้กันเลย น่ารักสดใส พลอยชมพูสวมชุดคอกระเช้า เล่นน้ำสงกรานต์ นอกจากเป็นเน็ตไอดอลและนักร้องสาวเสียงคุณภาพแล้ว เธอยังเป็นตัวอย่างของวัยรุ่นที่หันมาสวมใส่ชุดไทยในวันสงกรานต์ ประเพณีอันสำคัญของไทยเราตั้งแต่ปีที่แล้วอีกด้วย แต่ปีนี้ดูจะมีสีสันเพิ่มมากขึ้น เพราะวัยรุ่นหลายคนหันมาสวมใส่ชุดไทยเล่นสงกรานต์แล้วเช่นกัน มองดูแล้วคิดถึงบรรยากาศแบบไทยๆ ได้เป็นอย่างดีเลย อัพเดทผลงานล่าสุด ของสาวพลอยชมพู เธอเพิ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 25 ประจำปี 2558 สาขา เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เพลง เธอเดินเข้ามา) จากภาพยนตร์ รุ่นพี่ และกำลังมีซิงเกิลเพลงฮิตอย่าง ปลิว (Away) ที่เล่นคู่กับ ต่อ ฮอร์โมน เครดิตภาพจาก Jannine Weigel

พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหา ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น บังคับใช้แล้ว วัยรุ่นมีสิทธิ์เลือก โนเซ็กส์ เซฟเซ็กส์
คุมกำเนิด /  ตั้งครรภ์ / 

รู้ไว้ใช่ว่า เรื่องใหญ่ที่วัยรุ่นไทยต้องรู้ในวันคุมกำเนิดโลก เกี่ยวกับพ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น วันคุมกำเนิดโรค ปีนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่ประเทศไทยตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิม สืบเนื่องมาจากพ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อช่วยลดปัญหาการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมในวัยรุ่น ซึ่งมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย จากสถิติล่าสุดพบว่า ในแต่ละปีกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15 ปี จนถึงก่อน 20 ปี มีอัตราการตั้งครรภ์และมีการคลอดบุตรอยู่ที่ 44 ต่อ 1,000 คน ของสตรีวัยรุ่นในช่วงอายุเดียวกัน หากเปรียบเทียบกับข้อมูลอัตราการตั้งครรภ์ทั้งหมดปีละ 7 แสนคน จะพบว่าการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่อายุต่ำว่า 20 ปี มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 15.3หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 1 แสนคนต่อปี ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ นอกจากนั้นในจำนวนนี้ยังมีถึงประมาณ 3,000 คน ที่เป็นการตั้งครรภ์และคลอดบุตรโดยมารดาที่อายุยังไม่ถึง 15 ปี นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า “การผลักดันพ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนนำโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้ง 3 กระทรวงทีคอยให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี คือกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรวมถึงกระทรวงยุติธรรม โดยเนื้อหาใน พ.ร.บ.ได้มุ่งให้วัยรุ่นไทยตระหนักรู้ในสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง ตามมาตรา 5 อันเป็นหัวใจหลักของ พ.ร.บ.นี้คือ คือ วัยรุ่นมีสิทธิในการตัดสินใจด้วยตัวเอง หรือสิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารและความรู้ ด้านการบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ โรงเรียนต้องมีหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาเพศศึกษา โดยบุคลากรที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี สิทธิในการได้รับการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว และสิทธิในการได้รับการจัด สวัสดิการสังคม อย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ เช่นเมื่อวัยรุ่นเกิดการตั้งครรภ์ต้องมีโอกาสได้รับการศึกษาต่อตามความประสงค์ หรือการฝึกอาชีพตามความสนใจและความถนัดเพื่อเอื้อประโยชน์ในการหางานได้ตามความต้องการ ซึ่งหากวัยรุ่นได้รับสิทธิและความรู้ความเข้าใจใน พ.ร.บ.นี้อย่างชัดเจนจะส่งผลให้สถิติการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นลดลงได้ ภายในระยะเวลา 10 ปี” นอกจากนี้ทางกรมอนามัย ยังจัดให้มีโครงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี เช่นการริเริ่มโครงการ Young Love และ Be sure ขึ้น เพื่อให้วัยรุ่นไทย มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี โดยโครงการ “Young Love รักเป็น ปลอดภัย” คือโครงการที่ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้อง แก่วัยรุ่น หรือกลุ่มนักศึกษาตามมหาวิทยาลัย ซึ่งได้ดำเนินการติดต่อกันมาเป็นปีที่ 5 สำหรับโครงการ “ปรึกษาได้ มั่นใจชัวร์: “Be sure" คือโครงการที่รณรงค์ให้เห็นถึงความสำคัญของการคุมกำเนิดโดยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญผ่านร้านขายยาทั่วประเทศไทย ซึ่งทั้งสองโครงการต่างได้รับเสียงตอบรับจากกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาเป็นอย่างดี ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ได้รับความร่วมจาก บริษัท ไบเออร์ ไทย จำกัด ตลอดระยะเวลาของโครงการ นอกจาก พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จะเข้ามาช่วยลดจำนวน “คุณแม่วัยใส” ให้ลดลงแล้ว การเลือกวิธีการคุมกำเนิดอย่างเหมาะสมก็ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นถุงยางอนามัย ห่วงอนามัย การฝังยาคุมกำเนิดที่ออกฤทธิ์ได้นานตั้งแต่ 3 – 5ปี การเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม หรือยาฉีดคุมกำเนิด DMPA ซึ่งทั้ง 5 ทางเลือกต่างสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรในกลุ่มวัยรุ่นได้ หากได้รับคำแนะนำหรือคำปรึกษาที่ดีและใกล้ชิด จะโนเซ็กส์ หรือ เซฟเซ็กส์ ก็เป็นสิทธิ์ที่วัยรุ่นไทยเลือกได้ เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม

นน ชานน หรือ เน็ท ฮอร์โมน กับวันติสท์ๆ ในการเรียนที่มหิดล
HORMONES 3 THE FINAL SEASON /  นน ชานน / 

นน-ชานน สันตินธรกุล ที่สาวๆ รู้จักกันในบทของ “เน็ท” จาก Hormones 3 The Final Season และล่าสุดกับ love song love series ตอน เพื่อนสนิท จากบทบาทการแสดงละครที่ทำให้คนรู้จักเขามากขึ้น ตัวจริงของเน็ทหรือนนเองก็หลงใหลในการแสดง และชื่นชอบในศาสตร์ของภาพยนตร์ จนตอนนี้กำลังมุ่งมั่นเข้าไปเรียนรู้การทำงานเบื้องหลังในวิทยาลัยนานาชาติ สาขาวิชาการผลิตภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นน ชานน หรือ เน็ท ฮอร์โมน กับวันติสท์ๆ ในการเรียนที่มหิดล ทำไมถึงได้มาสนใจในศาสตร์ของภาพยนตร์ได้ เอาจริงๆ ตอนแรกสนใจด้านจิตวิทยา เพราะอยากเรียนรู้นิสัยของคน แต่สุดท้ายก็มามองที่สาขาที่มันใกล้เคียงกับอาชีพของเรา แล้วเราก็เป็นนักแสดงด้วย มาเรียนรู้ตรงนี้ก็จะได้เห็นเบื้องหลังการทำงานว่ามันเป็นยังไงบ้าง แล้วบังเอิญได้มาดูรายละเอียดที่นี่ ก็เห็นว่าภาคอินเตอร์ที่นี่ดังทางด้านนี้นะ ก็เลยลองมาสอบดู ก่อนหน้านั้นตอนมัธยมก็เรียน English Program มา เลยอยากเรียนเป็นอินเตอร์อยู่แล้ว แล้วผมชอบที่นี่อย่างหนึ่งมันเจ๋งดี คือ ตอนสอบเข้าเขาจะให้ลองทำหนังสั้นส่งเป็น Portfoilo ให้ดู ซึ่งทำให้เราได้แสดงความเป็นตัวเองออกมา เลยรู้สึกว่าที่มอนี้มันพิเศษกว่าที่อื่น ทำให้ผมรู้สึกว่าการสอบเข้ามหา'ลัยเป็นอะไรที่สนุกและไม่เครียด อย่างช่วงม.ปลายผมก็ได้เรียนกระบวนการทำหนังมาบ้าง ก็เลยหยิบตรงนั้นมาทำ ซึ่งตอนถ่ายจะยากนิดหนึ่ง เหนื่อยมาก แต่พอได้ตัดต่อออกมาเสร็จ ก็รู้สึกภูมิใจกับมัน ทุกวันนี้ก็ยังเก็บผลงานนี้อยู่เลย 2 ปีแล้วที่ได้เข้ามาในสังคมมหิดล รู้สึกว่ามันใช่ที่เราฝันไว้มั้ย ตอนนี้เรียนปี 2 แล้ว รู้สึกแต่ละวิชามันสนุกดี มันไม่ได้เคร่งเครียดต้องอ่านหนังสือมาก จริงๆ ตอนแรกผมอยากจะเรียนเอกทางด้านการแสดงไปเลย แต่ว่าพอได้มาเรียนสาขานี้จริงๆ มันก็มีในส่วนวิชาพวกแอกติ้งที่เราได้ฝึกเหมือนกัน แล้วเรายังได้เรียนลงลึกไปในโปรดักชั่นของการถ่ายทำหนังด้วย อีกอย่างอินเตอร์จะเน้นให้เราปฎิบัติจริงๆ ตั้งแต่ปี 1 เลย ซึ่งการที่เราได้มีโอกาสลงสนามจริงเร็ว ทำให้เรามีประสบการณ์การแก้ไขปัญหาได้เร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไป เอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นเด็กฟิล์ม ในรุ่นผมจะมีประมาณ 10 คน ทั้งหญิงและชายรวมกัน สไตล์เด็กฟิล์มจะออกแนวติสท์ เถื่อน ถึกด้วย เพราะต้องขนของหนัก ขนาดผู้หญิงก็ไม่เว้นนะ แต่เราก็ถูกฝึกมาให้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยอัตโนมัติ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน เพื่อนเรียกเราก็ยินดีช่วยกันตลอด แต่ที่เด่นๆ เลยคือมีความเป็นติสท์ที่แตกต่างกันไป บางคนก็ติสท์แบบผมยาวเซอร์ๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร แล้วก็แต่งตัวสไตล์เดิมตลอด ชอบทำหนังแนวอินดี้ มีแนวคิดที่ลึกในแบบที่เราเข้าไม่ถึง ส่วนผมจะติสท์ในแบบของผม บางวันอยากแต่งตัวเป็นนักร้องคนหนึ่งก็แต่งมาเลย บางทีก็เป็นติสท์กับติสท์มาเจอกัน แล้วก็คุยกันไม่รู้เรื่องบ้าง (หัวเราะ) ให้เปรียบเทียบสีสันชีวิตในมหา'ลัยตอนนี้ คิดว่าเป็นสีอะไร คิดว่าเป็นสีเทาครับ เพราะผมรู้สึกว่าเป็นสีที่นิ่งๆ จะสดใสก็ได้ จะหม่นหมองก็ได้ เหมือนเรากำลังคาบกลางอยู่ระหว่างความเป็นผู้ใหญ่กับวัยรุ่น จากความสดใสแบบวัยรุ่น ก็อาจจะมีหม่นหมองบ้าง เหมือนชีวิตมันเปิดมุมมองอะไรใหม่ๆ ให้เราเยอะมากขึ้นนะ ความฝันที่จะลากยาวต่อไปหลังจากจบ 4 ปี ถ้าเรียนจบแล้วผมอยากไปเรียนต่อที่อเมริกา คือ ความใฝ่ฝันของผมอยากเป็นนักแสดงระดับฮอลลีวูด เอาจริงๆ เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะเป็นนักแสดงเลยนะ ตอนม.4 อยากเป็นนักอเมริกันฟุตบอลด้วยซ้ำ แต่พอตอนม.5 ได้มีโอกาสเข้าวงการบันเทิง มันก็ทำให้ผมอยากทำความฝันนี้ให้มันถึงที่สุด ติดตามได้ในคอลัมน์ campus impart นิตยสาร Campus Star No.37 www.facebook.com/campusstar

รื้อหิ้งหนังเก่า : You are the Apple of My Eye (2011)
You are the Apple of My Eye /  กิดเดนส์ โค / 

"นึกถึงหนังไทยเรื่อง ‘แฟนฉัน’ (2003)” เป็นคําที่ Hollywood Reporter ใช้บรรยายถึงหนังไต้หวันเรื่องนี้ เพราะมันเล่าเหตุการณ์ของชายหนุ่มซึ่งใส่สูทผูกไทผู้เตรียมไปงานแต่งของหญิงคนรักเมื่อครั้งมัธยมปลายเช่นกัน... ประหนึ่งไทม์แมชชีนพาเราย้อนกลับสู่อดีตของผู้กํากับ กิดเดนส์ โค ในช่วงกลางยุค 90 ณ โรงเรียนแถบชนบท ...เกอจิ่งเถิง (เกอเจิ้นตง) หนุ่มหัวโจกต้องมานั่งหน้า เฉินเจียอี๋ (เฉินหยาน ซือ) เด็กสาวเรียนดีจนค่อยๆ สนิทสนมกันผ่านคืนวันเหล่านั้น พร้อมพฤติกรรมฮาๆ ของผองเพื่อนที่ขี้เกียจทําการบ้าน แอบงีบหลับ หรือทําตัวบ้าๆ บอๆ ทว่าทุกคนต่างไม่ประสากับความรักครั้งแรกที่เกิดขึ้นขณะก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ กิดเดนส์ โค ผู้กำกับของเรื่อง ซึ่งโด่งดังมาจากนักเขียนที่ใช้นามปากกาว่า มีด 9 เล่ม (Juibadao) ความสำเร็จของโคกําลังขับเคลื่อนวงการนิยายไต้หวัน ตั้งแต่เริ่มพิมพ์ผลงานเล่มแรกทางอินเตอร์เน็ตและมีงานตามมาอีกกว่า 50 เล่มในหลาก สไตล์ตั้งแต่สยองขวัญ ไซ-ไฟ ไปจนถึง โรแมนติกนิยายของเขาถูกดัดแปลงเป็นหนังนักเรียน เกมส์ออนไลน์และสื่ออื่นๆ อีกมาก ก่อนจะนำประสบการณ์ส่วนตัวซึ่งเล่าสิ่งที่โคไม่เคยมีได้ก่อเกิดบาดแผลในใจ แล้วถ่ายทอดเป็นเรื่องโรแมนติกที่เล่าในมุมผู้ชายอย่างสัตย์ซื่อ จนกลายเป็น The Girl We Chased Together in Those Years ต้นแบบของหนังเรื่องนี้ “ผมทําหนังเรื่องนี้โดยหวังว่าสาวๆ จะมองชายคนรักในมุมใหม่ๆ ไม่ว่าพวกเขาจะงี่เง่า เฉื่อยชา อ่อนต่อโลกหรือขาดความกล้าจะพูดใน สิ่งที่ใจคิดแค่ไหน โปรดให้เวลาพวกเขาอีกสักนิด”  https://www.youtube.com/watch?v=FyRysi1Vovs ลายเซ็นของโคแจ่มชัดด้วยมุขตลกล้อเลียนฮอร์โมนวัยรุ่น ทั้งพระเอกที่ชอบแก้ผ้าเวลาอยู่บ้าน เพื่อนพระเอกที่อวัยวะเพศแข็งตัวตลอดเวลา หรือมิตรภาพผ่านฉากแข่งกันช่วยตัวเองหมู่! อย่างไรก็ดี ความรู้สึกโหยหาวัยเยาว์ได้เชื่อมโยงเข้ากับประสบการณ์ของผู้ชมจนทําให้หนัง โกยรายได้ถึง 400 ล้านเหรียญไต้หวัน (ประมาณ 13.3 ล้านเหรียญสหรัฐ) และขึ้นครองอันดับ 2 ของสถิติหนังไต้หวันที่ทํารายได้มากที่สุดตลอดกาลในประเทศในปี 2011 แถมเมื่อเปิดตัวในฮ่องกงก็แรงแบบฉุด ไม่อยู่โดยทุบสถิติหนังที่มีรายได้รวม สูงสุดในฮ่องกงอย่าง Infernal Affairs II (2003) และแซง Lust, Caution (2007) ขึ้นแท่นเป็นหนังไต้หวันที่ทํารายได้มากที่สุดในถิ่นเพื่อนบ้าน (ปัจจุบันหล่นมาอยู่อันดับที่ 4) น่าสังเกตว่าหลังยุค 80 ที่ เต็มไปด้วยผู้กํากับนิวอย่าง โหวเซียวเชียน, เอ็ดเวิร์ด หยาง, ไฉ้หมิงเลี่ยง และ หลี่อัน ไต้หวันก็เริ่ม เปลี่ยนสไตล์การเล่าเรื่องจากผู้คนอ่อนไหวในบรรยากาศอาร์ตๆ มาเป็นการจับประเด็นบ้านๆ แล้วทําให้ป๊อปมากขึ้น ตั้งแต่จุดประกายด้วย Cape No.7 (2008) ของ เว่ยเต๋อเซิ่ง (หนังไต้หวันที่ทำเงินอันดับที่ ตลอดกาลจนถึงปัจจุบัน) ก่อนจะส่งไม้ต่อมายัง You are the Apple of My Eye และ Seediq Bale Part I: Sun Flag (ผลงานชิ้นที่ 2 ของเว่ยเต๋อเซิ่งเอง ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าชิงออสการ์ อีกทั้งยังทำเงินแซง You are the Apple of My Eye อีกด้วย) ต่างกวาดรายได้ถล่มทลายและเรียกชาวไต้หวันให้ กลับมาสนใจหนังชาติตัวเองได้สําเร็จ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

อิ้งค์ วรันธร ส่งซิงเกิ้ลใหม่
Snap /  อิ้งค์ วรันธร

เป็นอีกหนึ่งสาวมากความสามารถจริงๆ สำหรับ  อิ้งค์ วรันธร เปานิล นักร้องสาวเสียงใส เจ้าของซิงเกิ้ลเพลง เหงา เหงา ที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองมาแล้ว แถมล่าสุดเจ้าตัวยังได้ชิมลางกับบทนางเอก จากภาพยนตร์เรื่อง Snap แค่..ได้คิดถึง อีกด้วย และในวันนี้ เธอมีซิงเกิ้ลที่ 2 ในชีวิตแล้ว กับเพลง Snap ที่ยังคงกลิ่นอายของอิเล็กทรอนิกส์ ซินธ์ป็อบ แบบที่เธอชอบ และเชื่อว่าน่าจะถูกใจใครหลายคนแน่นอน โดยเฉพาะคนที่กำลังตกหลุมรักใครบางคน แล้วไม่กล้าที่จะบอกเขาคนนั้น โดย อิ้งค์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ ทีมงาน music.mthai ถึงการทำงานเพลงนี้ว่า "ตอนนี้อิ้งค์มีซิงเกิ้ลใหม่ค่ะ ชื่อเพลงว่า  snap เป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ของ อิ๊งค่ะ จริงๆ เพลงนี้ไม่เกี่ยวกับหนัง คือชื่อเหมือนกันเฉยๆ ค่ะ โดยเพลงนี้จะพูดถึงว่า เราแอบชอบคนสักคน พอเรามีโอกาสได้อยู่ใกล้ๆ เขาเราก็อยากจะหยุดเวลานี้เอาไว้... ซึ่งเราก็พยายามหาคำที่เอาเพลงนี้อยู่ เลยนึกถึงคำว่า Snap ที่เหมือนเป็นการกดชัตเตอร์ หยุดภาพเฟรมนี้เอาไว้ เลยใช้ชื่อนี้ แต่ว่าได้มีคุยกับพี่คงเดช(ผู้กำกับภาพยนตร์) เหมือนกันว่า หนูจะใช้ชื่อนี้นะ พี่โอเคไหม พี่เขาก็ขอเพลงไปฟังค่ะ เขาก็บอก เออ เพลงดี โอเคให้ใช้(หัวเราะ) เพลง Snap เป็นเรื่องราว ของคนที่เราแอบชอบ โดยรู้ทั้งรู้ว่ายังไงเขาก็ไม่สนใจเรา ซึ่งเราก็บอกเขาด้วยสายตาตลอด แต่ว่าเขาไม่เคยหันมามอง แต่ดันมีโอกาสหนึ่ง ที่เราได้อยู่ใกล้ชิดกัน ก็เลยอยากจะหยุดเวลานี้เอาไว้ หยุดไว้แค่นั้นก็คงพอ ให้ได้เก็บไปนอนเพ้อ เพลงมันก็จะออกแนวเพ้อๆ หน่อยค่ะ ซึ่งเอ็มวีนี้ก็ได้ พี่ปิง เกรียงไกร  ผู้กำกับฮอร์โมน เดอะซีรีส์ มาตีความเพลงนี้ให้ ก็อยากให้ทุกคนเข้าไปดูกันเยอะๆ ค่ะ ซึ่ง อิ๊งค์ ชอบฟังเพลงซาวด์แบบ อิเล็กทรอนิก อย่างนี้อยู่แล้ว รู้สึกว่า เออ เพลงสไตล์นี้แหละที่เราอยากจะทำ แล้วพอมีโอกาสได้ถ่ายทอดให้กับคนฟัง ได้มาทำแนวที่ชอบด้วย ยิ่งแฮปปี้เลยค่ะ ถามว่าชอบอะไรมากกว่ากัน เล่นหนังกับร้องเพลง อิ๊งค์ชอบร้องเพลงมากกว่าค่ะ  จริงๆ เล่นหนังก็สนุกค่ะ เป็นประสบการณ์ใหม่ ที่เราไม่เคยมีพื้นฐานอะไรเลย แต่ว่าร้องเพลงเราอยู่มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเรียนร้องเพลงด้วย จบร้องเพลงมาด้วย ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราทำแล้วสบายใจ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ เหมือนเป็นธรรมชาติของเรา ยังไงก็ฝากผลงานเพลง Snap ด้วยนะคะ ถ้าใครชอบเพลงเหงา เหงา ก็อยากให้ลองฟังเพลงนี้ดูค่ะ เป็นสไตล์เดียวกันเลยค่ะ แต่ว่ามีจังหวะเร็วขึ้น แล้วก็มีเนื้อหาที่สดใสขึ้น แล้วถ้าใครยังไม่เคยฟังเพลงของอิ้งค์เลย ก็อยากให้ลองฟังดูค่ะ เป็นสไตล์ซินธ์ป็อบ เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะชอบเพลงนี้ค่ะ เพลง Snap

พลาสเตอร์ยาเพื่อสุขภาพ จาก สมุนไพรโบราณ พร้อมสรรพคุณและประโยชน์มากมาย
ดีท็อกซ์ /  ปวดเมื่อย / 

ย้อนกลับเมื่อสมัยก่อน รุ่นคุณปู่ คุณย่าของเรา วิวัฒนาการด้านการแพทย์ยังไม่มีเครื่องมือและยาเคมีมาใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ มีเพียงสมุนไพรจากธรรมชาติ ที่เราเรียกกันว่า ยาแผนโบราณ เท่านั้นที่เชื่อถือได้ และนิยมนำมาใช้กัน เวลาผ่านไป เทคโนโลยีก็เพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่น จากเดิมที่เวลาเราปวดเมื่อยร่างกายจากการสู้รบ ทำไร่ ทำนา ก็ใช้วิธีการนำสมุนไพรโบราณมาพอกตามบริเวณที่ปวด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ยุคสมัยเปลี่ยน เทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการแพทย์ก็มีมากขึ้น ยาสมุนไพรโบราณก็ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิต ที่ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็ว ดังนั้นการพอกยาแบบเดิม จึงถูกนำมาคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาในรูปแบบ พลาสเตอร์ยาเพื่อสุขภาพ เพื่อลบข้อจำกัดต่างๆ ได้แก่ การควบคุมปริมาณของตัวยาแต่ละชนิด ให้อยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะ กรรมวิธีการผลิตที่มีมาตรฐาน เพื่อความสะอาด ปลอดภัย ปราศจากผลข้างเคียง และที่สำคัญสามารถสกัดตัวยาออกมาจากสมุนไพรต่างๆ ได้ในความเข้มข้นที่สูง อยู่ในรูปแบบของโมเลกุลขนาดเล็กซึ่งผ่านการบดจนกระทั่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์ กลางเพียง 0.025 มิลลิเมตร หรือเท่ากับ 25 ไมครอน เพื่อให้ตัวยาสามารถแทรกซึมเข้าสู่เซลล์ได้อย่างรวดเร็ว ตรงบริเวณที่มีอาการ LIU ZHI จึงได้ผลิตพลาสเตอร์ยาขึ้นทั้งหมด 4 ชนิด เพื่อจุดประสงค์การใช้ที่แตกต่างกัน ได้แก่ 1) พลาสเตอร์ยาเพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร จุดเด่นของพลาสเตอร์ยาแปะเพรียว คือ ช่วยกระตุ้นระบบการย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหารที่จำเป็น และระบบขับถ่าย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดน้ำหนักส่วนเกิน เพราะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญในร่างกาย ให้อาหารที่คุณกินเข้าไป ย่อยง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้และระบบทางเดินอาหาร เช่น มีแก๊สปริมาณมากเกินไปในกระเพาะอาหาร หรือมีอาการปวดท้อง ก็สามารถใช้พลาสเตอร์ยานี้ได้เช่นเดียวกัน โดยแปะไว้บริเวณสะดือและปล่อยทิ้งไว้ตลอดคืน (ประมาณ 6-8 ชั่วโมง) หลังจากตื่นนอนแล้วจึงดึงออก เนื่องจากตอนกลางคืน ร่างกายจะไม่มีเหงื่อและเคลื่อนไหวร่างกายน้อย จึงทำให้แผ่นพลาสเตอร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าสะดวกใช้ในเวลากลางวันก็ทำได้เช่นเดียวกัน เปิดกล่องออกมา จะพบแผ่นพลาสเตอร์บรรจุ 5 ซอง พร้อมน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณ แผ่นพลาสเตอร์มีขนาดใหญ่กำลังดี กลิ่นหอมสุมนไพรทันทีที่เปิดกล่อง ก่อนแปะพลาสเตอร์ เทน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณจนหมดซอง แล้วจึงนำไปแปะในบริเวณสะดือ วิธีง่ายๆในการใช้พลาสเตอร์ยา 2. พลาสเตอร์บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และส่วนต่างๆ ของร่างกาย   พลาสเตอร์ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อกล้ามเนื้อ นับว่าเป็นพลาสเตอร์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งเมื่อเทียบกับ พลาสเตอร์ยาชนิดอื่นๆ โดยสรรพคุณเด่นของพลาสเตอร์ยา (แปะคลาย) คือ บรรเทา – รักษาอาการปวดเมื่อย ตึง เคล็ดขัดยอกของกล้ามเนื้อและข้อต่อ รวมถึงการฟกช้ำ ได้อย่างยาวนาน เหมาะต่อการใช้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการทำงานหนัก ให้ความรู้สึกเย็นสบาย และมีความสามารถลดการอักเสบของกล้ามเนื้อภายหลังการบาดเจ็บได้อย่างดีเยี่ยม พลาสเตอร์ยาแปะคลาย เป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทยินยู้ เจ้าของสูตรต้นตำหรับ อุทิศทั้งแรงกายแรงใจอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในการคิดค้นและพัฒนา ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาโบราณเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนกระทั่งได้สูตรที่เหมาะสมกับความต้องการ เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่อาการบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น การฟกช้ำจากการชนหรือกระแทกของแข็ง ไปจนถึงการบาดเจ็บที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น เคล็ดขัดยอกข้อเท้าจากการเล่นกีฬาอย่างหนัก เนื่องจากแปะคลาย ประกอบไปด้วยส่วนผสมของยาที่ทรงประสิทธิภาพในการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อและข้อต่อที่ได้รับบาดเจ็บ ทำให้สภาพร่างกายของท่านกลับมาเหมือนเดิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ หรือโรครูมาติก ซึ่งเป็นโรคที่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับข้อ กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ รวมทั้งในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุนั้น ผลของการใช้พลาสเตอร์ยาแปะคลาย จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดแบบค่อยเป็นค่อยไป และจะใช้เวลานานกว่าคนปกติที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่ก็ถือว่าเป็นมิติใหม่ของพลาสเตอร์ยาซึ่งแตกต่างจากพลาสเตอร์อื่นๆ ที่เคยมีมา ภายในกล่อง บรรจุซองพลาสเตอร์ยา 2 ซอง พร้อมน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณ ดึงฝั่งที่เป็นแถบกาวออกมา เปิดซองออกมา จะได้กลิ่นหอมสมุนไพรโบราณในทันที ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เทน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณจนหมดซอง เมื่อแปะพลาสเตอร์ลงไป จะรู้สึกเย็นนิดๆ หลังจากนั้นจะรู้สึกผ่อนคลาย 3. พลาสเตอร์ยาเสริมสมรรถภาพเพศชาย เมื่อผู้ชายส่วนใหญ่ก้าวเข้าสู่วัยกลางคน ปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ก็พบได้มากขึ้นไป เนื่องจากปริมาณฮอร์โมนเพศลดลง โดยถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงหรือน่ากลัว แต่นับเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเป็นอย่างมาก หลังจากที่ใช้เวลาและความพยายามอย่างสูงในการคิดค้นยาสูตรเฉพาะ จนเป็นที่น่าพอใจ จากการผสมผสานของสมุนไพรไทยหายากหลากหลายชนิด ก็ได้สูตรที่มีความลงตัวในรูปแบบของพลาสเตอร์ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศสำหรับผู้ชาย จุดเด่น คือ เป็นยาสำหรับใช้ภายนอก ปราศจากผลข้างเคียงทุกประการ ช่วยการฟื้นฟูของระบบภายในร่างกายให้กลับคืนสู่ สภาวะสมดุล และสำหรับคนวัยหนุ่มที่ยังไม่มีปัญหา ก็สามารถใช้เพื่อป้องกันโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย สำหรับการใช้งานของพลาสเตอร์ยาแปะนั้น ควรปิดพลาสเตอร์ไว้บริเวณสะดือในแนวนอน เนื่องจากเป็นจุดที่แพทย์แผนจีนโบราณเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการควบคุม การทำงานของอวัยวะภายใน ทั้งนี้ ความเข้มข้นของตัวยาสมุนไพรจะค่อยๆ ส่งผลให้พลังและสมรรถภาพของคุณผู้ชายกลับมาดีเยี่ยมอย่างที่ควรจะเป็นในไม่ช้า โดยควรใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5-7 วัน คุณก็จะกลับมาแข็งแรงปึ๋งปั๋งได้แล้ว  กล่องสีฟ้า เหมาะสำหรับคุณผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ 4. พลาสเตอร์ยาดีท็อกซ์ ในแต่ละวัน ร่างกายเราต้องเจอกับมลภาวะต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ควันรถ ควันบุหรี่ สารฆ่าแมลง ซึ่งถือว่าเป็นอันตราย และสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายช่องทาง ทั้งปาก จมูก และผิวหนัง สะสมเอาไว้ในร่างกายโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าร่างกายจะมีกระบวนการขับสารพิษจากอวัยวะต่างๆ ก็ตาม แต่เมื่อสารพิษมีจำนวนมากขึ้น สวนทางกับสุขภาพของคุณที่เริ่มอ่อนแอลง ทำให้ไม่สามารถขับสารพิษออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ บริษัทยินยู้จึงคิดค้นพลาสเตอร์ยาดีท็อกซ์ขึ้นมา และใช้เวลาในการพัฒนาสูตรมากกว่า 5 ปี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่รักสุขภาพและอยากมีอายุยืนยาว โดยอ้างอิงจากตำราแพทย์แผนจีน ที่กล่าวว่า “อวัยวะในร่างกายคนล้วนสัมพันธ์กับฝ่าเท้า” โดยที่บริเวณฝ่าเท้านั้น ประกอบไปด้วยจุดสะท้อนระบบประสาทมากกว่า 60 จุด จนถูกเรียกว่า “หัวใจที่สอง” เมื่อแปะแผ่นพลาสเตอร์ลงไปที่บริเวณฝ่าเท้า จะเกิดการดูดซับสารพิษออกมา จนทำให้ฝ่าเท้าเปลี่ยนเป็นสีม่วง ความเข้มอ่อนของสี ขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษในร่างกายของคุณ สามารถใช้ได้บ่อย จนกว่าสารพิษจะหมดลง เมื่อเปิดกล่องออกมา จะพบ 2 ซองใหญ่ เทน้ำยาสมุนไพรแผนโบราณสูตรดีท็อกซ์ลงไปจนหมดซอง แล้วนำไปแปะบริเวณฝ่าเท้า ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับแผ่น พลาสเตอร์ยาสมุนไพร ที่รวมสุดยอดสมุนไพรโบราณ ให้อยู่ในรูปแบบที่ทันสมัย พร้อมใช้งาน พกพาสะดวก ให้คุณได้มั่นใจและร่วมภูมิใจไปกับภูมิปัญญา ยาแผนโบราณ ที่เป็นของชาวเอเชียโดยเฉพาะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Liu Zhi

อะตอม ปลื้ม เพลง
อะตอม ชนกันต์ /  อ้าว

    เป็นซิงเกิ้ลที่ 4 ที่ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยจริงๆ สำหรับเพลง "อ้าว" ของหนุ่มเสียงมีเอกลักษณ์ อะตอม ชนกันต์ รัตนอุดม ร้องนักแต่งเพลงหน้าใหม่มาแรง แห่งค่าย ไวท์มิวสิค ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ตอนนี้ซิงเกิ้ล "อ้าว" กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั้งยอดวิวในยูทูป ความถี่ในการเปิดทางวิทยุ และโดยเฉพาะฟีดแบคคำชมจากแฟนเพลง ไม่ว่าจะเป็น เพลงน่ารัก เพลงนี้แต่งออกมาได้ยังไง? เพลงนี้แสบดี และที่แชร์ในโลกโซเชียลมากที่สุด คือ พระเอก-นางเอกเอ็มวีน่ารัก... อ้าวเฮ้ย! เป็นใคร?  หรือแม้แต่การใช้คำ  อ้าวเฮ้ย!!  มาเล่น มาโพสต์กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเซียล  ซึ่ง อะตอม ได้ออกมาบอกว่า “เพลงนี้ผมแต่งอีกแล้วครับ ตอนแรกจะชื่อ “อ่าว” กลัวคนจะงงว่าเกี่ยวอะไรกับการออกทะเลหรือเปล่า(หัวเราะ) เลยปรับมาเป็น “อ้าว” เป็นเรื่องราวที่มาจากตัวเราและคนรอบข้าง เพลงนี้เป็นเหมือนตัวแทนความกล้าที่จะบอกออกไปซักที สำหรับคนที่อาจจะเป็นฝ่ายถูกกระทำ อ่อนแอ เพลงนี้ก็เหมือนการบอกว่าพอกันที มันไม่ไหวแล้ว และก็มีคำถามว่า อ้าว!! คราวที่แล้วไปแล้วไม่ใช่เหรอ...แล้วจะกลับมา?? เห็นเราเป็นอะไร? คนอะไรจะมีเหตุการณ์ช้ำๆ เยอะขนาดนี้ใช่ไหมฮะ (หัวเราะ) ท่อนฮุคมันมีคำเหน็บแนม เสียดสี คนที่เศร้าอกหักอยู่ พอฟัง อ้าว เฮ้ย! ใช่ ตรงใจ...ดีใจครับ ดีใจมากๆ ที่เพลงนี้ทุกๆคนชอบทั้งเพลงและเอ็มวี ผมโชคดีที่ได้น้องเค้ามาแสดง พระเอกคือ “น้องเบสท์” เป็นดีเจ คลี่น Virgin Hitz   กับนางเอก “น้องจ๋อมแจ๋ม” จาก ฮอร์โมน 3  น้องๆ น่ารักแสดงได้ธรรมชาติมากๆ ตอนนี้ไปไหน มีแต่คนถามถึงน้องเบสท์มากกว่าผมละฮะ (หัวเราะ) ก็ยินดีและขอบคุณทุกคนที่ชอบเพลงนี้กันนะครับ”   

กินแต่ของอร่อย ตายไว! เลือกกินดีมีประโยชน์ ช่วยต้านโรค ในแบบ โภชนบำบัด
กินดีมีประโยชน์ /  กินอาหารมีประโยชน์ / 

เชื่อว่าในปัจจุบันคนส่วนใหญ่เวลากินอาหาร จะเน้นเรื่องความอร่อยและหน้าตาเป็นหลัก โดยลืมนึกถึงเรื่องของสุขภาพจนทำให้เกิดปัญหาโรคภัยต่าง ๆ ตามมาโดยที่ไม่ทันรู้ตัว ซึ่งหากใคร ที่ตรวจพบว่าเป็นโรคแล้ว การกินแบบ โภชนบำบัด (Diet Therapy) หรือการใช้อาหารช่วยรักษาโรค ด้วยการเลือกกินอาหาร ที่เหมาะกับโรคที่เป็นอยู่ ถือเป็นอีกวิธีที่จะสามารถช่วยคุณได้ โดยการเปลี่ยนเป็น กินดีมีประโยชน์ ต้านทานโรค แทนการกินที่เน้นเพียงความอร่อย.. โรคอ้วน ควบคุมปริมาณอาหาร ผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือมีภาวะน้ำหนักตัวเกินนั้น เป็นสาเหตุของโรคภัยต่าง ๆ เช่น หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ข้ออักเสบนั่นเอง สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน การควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งในแต่ละวันต้องกินอาหารให้ครบทุกมื้อ แต่ควรลดพลังงานลงวันละ 500-1,000 แคลอรี โดยพลังงานที่ได้รับควรเน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น อกไก่ลอกหนัง เนื้อปลา และธัญพืชต่าง ๆ แทนเนื้อสัตว์ที่ไขมันสูง นอกจากนี้ยังควรงดอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ลดปริมาณของโซเดียม และของทอด แต่เน้นกินผักผลไม้ที่มีใยอาหารสูงเพื่อให้อิ่มนานยิ่งขึ้นแทน โรคไต งดอาหารโปรตีนสูง ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับของเสียจากการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย นอกจากนั้น ไตยังมีหน้าที่ควบคุมความดันเลือดอีกด้วย โรคเกี่ยวกับไตมีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นไตวายฉับพลัน ไตรั่ว ฯลฯ โดยอาหารที่มีผลต่อโรคไตเป็นกลุ่มที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่แดง นม เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ทุกชนิด ธัญพืชหรือถั่วต่าง ๆ เนื่องจากในส่วนของอาหารที่มีโปรตีนสูงมักจะมีฟอสเฟตสูงตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นตัวเร่งให้ไตเสื่อมรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังควรงดอาหารที่มีโซเดียมสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งมักมีอยู่ในปลาเค็ม แฮม เบคอน ไส้กรอก ของหมักดอง รวมทั้งเครื่องปรุงที่มีเกลือโซเดียมเป็นส่วนประกอบทั้งหมด โดยให้หันมาเลือกกินผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดหอม แตงกวา ถั่วงอก สับปะรด องุ่น เป็นต้น โรคเบาหวาน ควบคุมปริมาณน้ำตาล โรคเบาหวานอย่างที่เรารู้ ๆ กันว่าเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน ซึ่งโรคเบาหวานเกิดได้ทั้งจากผู้ที่มีสภาวะน้ำหนักเกิน พันธุกรรม และผู้ที่มีปัญหาการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ไตเสื่อม การควบคุมปริมาณอาหาร และน้ำตาล รวมถึงควบคุมน้ำหนักซึ่งส่งผลกับโรคโดยตรง โดยผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเริ่มต้นด้วยการกินอาหารให้ตรงเวลาไม่กินจุกจิก งดอาหารที่มีส่วนประกอบน้ำตาลสูง เช่น ผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลมาก ขนมหวานหรือเค้กต่าง ๆ ของทอด ของมัน รวมทั้งข้าวซึ่งมีผลต่อปริมาณน้ำตาลในเลือด โดยเน้นกินพืชผักผลไม้ที่ใยอาหารสูง ถึงแม้น้ำตาลจะอยู่ในระดับปกติแต่ก็ควรควบคุมอาหารต่อไป โรคความดันโลหิตสูง ระวังเกลือ เมื่อพูดถึงโรคที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเป็นกันก็คือโรคความดันโลหิตสูง ถือเป็นโรคที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเพราะไม่แสดงอาการใด ๆ โดยจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคไต และโรคอัมพาตแบบที่คุณไม่ทันตั้งตัวเลยเชียวล่ะ สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเรื่องอาหารการกินก็สำคัญไม่แพ้กับการกินยา ซึ่งอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคืออาหารที่มีเกลือเป็นส่วนผสมอยู่มาก เพราะโซเดียมในเกลือ ทำหน้าที่ควบคุมความดันของผนังเซลล์ เช่น ซอสปรุงรส ต่าง ๆ อาหารแช่แข็ง ของหมักดอง อาหารกระป๋อง รวมทั้งควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในส่วนของอาหารที่ผู้ป่วยสามารถกินได้คือ ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ข้าวโอ๊ต กล้วย ถั่ว มันฝรั่ง เป็นต้น เพราะประโยชน์ของอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ความดันโลหิตของคุณลดลง โรคไขมันในเลือดสูง ควบคุมปริมาณไขมัน ภาวะไขมันในเลือดสูงนั้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็งตัว เมื่อมีไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือดจนทำให้หลอดเลือดตีบตัน โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจด้วยแล้วอาจทำให้หัวใจขาดเลือดได้ นับเป็นโรคร้ายที่มีคนเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ หากผู้ที่ตรวจพบว่ามีไขมันในเลือดสูงควรควบคุมอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่แดง น้ำมันจากสัตว์ น้ำมันปาล์ม กะทิ หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง เป็นต้น ซึ่งเป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง โดยอาหารที่กินควรเป็นประเภท ต้ม ยำ นึ่ง หรือหากจะผัดทอดให้ใช้ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก และน้ำมันดอกทานตะวัน แทนการใช้ไขมันจากสัตว์ สำหรับอาหารที่เหมาะกับคนที่ภาวะไขมันในเลือดสูง เช่น นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตไม่มีไขมัน เนื้อปลา อกไก่ลอกหนัง ถั่วต่าง ๆ และที่สำคัญเลือกกินผักผลไม้ที่มีกากใยสูงจะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดี นอกจากพฤติกรรมการกินและการดำเนินวิถีชีวิตที่ผิด จะส่งผลเสียต่อสุขภาพแถมยังเป็นตัวเร่งของโรคอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกินแบบไม่คิดจนเกิดภาวะน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ ขาปาร์ตี้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นคุณควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินโดยเลือกกินอาหารที่ดี ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีของเราจะได้ห่างไกลจากโรคกันนะคะ เรื่องโดย : หทัยชนก เอี่ยมภูเขียว นิตยสารแม่บ้าน

เอ วราวุธ 40 แต่ยังแซบ สาวยอมสโลว์ซบกลางห้าง
เอ วราวุธ /  แก้ว จริญญา

ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับพิธีกรชายอย่าง เอ วราวุธ ที่อายุอานามปาเข้าไปจะหลักสี่แล้ว แต่ฮอร์โมนวัยทีนยังคงพลุงพล่าน กล้าที่จะจีบนางเอกสาวรุ่นน้องอย่าง แก้ว จริญญา (แก้ว เฟย์ฟางแก้ว) แม้ว่าอายุจะห่างกันถึง 16 ปีก็ตาม แต่สุดท้าย...ท้ายสุด พี่เอก็ไม่สามารถพิชิตหัวใจของสาวแก้วได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะหน้าตาที่ดูโกงอายุ ทำให้มีสาวๆ เข้ามาหาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเจ้าตัวคงจะเจอสาวที่ใช่สักที เพราะปาปารัซซี่ของเรารัวช็อตหวานๆ ระหว่างหนุ่มเอกับหวานใจ ที่กำลังกะหนุงกะหนิงกันกลางห้างแบบไม่แคร์สายตาใคร แถมฝ่ายสาวยังแอบซบไหล่หนุ่มเอเบาๆ แหม...ไม่บอกก็รู้ว่าฝ่ายหญิงหลงฝ่ายชายขนาดไหน อิอิอิ!!! เอ วราวุธ เอ วราวุธ เอ วราวุธ เอ วราวุธ

ใครๆ ก็อยากรู้ เทคนิคการเรียนของสาวหมวย ต้าเหนิง กัญญาวีร์
การศึกษา /  ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง / 

อีกหนึ่งหน้าที่ของสาวหมวยสุดแนว ต้าเหนิง กัญญาวีร์ หรือ ต้าเหนิง ฮอร์โมน ที่สามารถทำได้ดีไม่แพ้งานละคร นั้นก็คือการเรียน คระรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สาขาปรัชญาการเมือง หลายคนอยากรู้ว่าเธอแบ่งเวลาเรียนและเวลางานอย่างไร และมีเทคนิคการเรียนอะไรบ้าง ต้องติดตาม! ใครๆ ก็อยากรู้ เทคนิคการเรียนของสาวหมวย ต้าเหนิง กัญญาวีร์ ชื่อ : กัญญาวีร์  สองเมือง (ต้าเหนิง) เกิด : 21 กรกฎาคม 2539 การศึกษา : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ความรู้สึกตอนสอบเข้ารัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สาขาปรัชญาการเมือง ตื่นเต้นคะ  ดีใจที่สอบได้ เพราะมันเป็นสาขาที่เราชอบอยู่แล้ว มีเทคนิคการเรียนอย่างไรบ้าง เทคนิคการเรียนของหนูก็คือ จะพยายามเข้าเรียนค่ะ ไม่เข้าใจตรงไหนก็จะถามเลย คือเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเรียนแต่ชอบอ่านหนังสืออื่นๆมากกว่า (หัวเราะ) ก็เลยต้องพยายามเข้าห้องเรียนและใช้วิธีจำค่ะ จำที่อาจารย์สอนมากกว่า มีวิธีขจัดความเครียดอย่างไรบ้าง วิธีขจัดความเครียดคือส่วนตัวแล้วเป็นคนเครียดไม่นาน ทุกอย่างมาเร็ว ไปเร็ว ก็เลยไม่มีความเครียดสะสมสักเท่าไหร่ ทำไมถึงเลือกเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ สาขาปรัชญาการเมือง คือจริงๆแล้วเป็นคนชอบรัฐศาสตร์ เพราะหนูคิดว่ามันเป็นศาสตร์ที่รวมหลายๆด้านไว้ด้วยกัน รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่าสนใจ จึงเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ กิจกรรมตอนที่อยู่มหาวิทยาลัย กิจกรรมในระหว่างเรียนก็ไม่ค่อยได้เข้าร่วมเท่าไหร่ คือเราต้องเรียนด้วยทำงานด้วย เลยไม่ค่อยมีเวลาไปทำกิจกรรมสักเท่าไหร่ค่ะ เล่าถึงความรู้สึกตอนเป็นเฟรชชี่รั้วมหาลัย ความรู้สึกตอนเป็นเฟรชชี่หรอค่ะ ความจริงแล้วไม่ค่อยได้สัมผัสสักเท่าไหร่ค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าต้องทำงานด้วย ช่วยฝากกำลังใจถึงน้องๆที่กำลังจะเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย อยากฝากถึงน้องๆที่จะเข้ามหาวิยาลัย คือการเข้ามหาวิยาลัยมันเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต มันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า เพราะบางทีตัวเลขหรือเกรด ก็ไม่ได้ช่วยทำให้เราโตขึ้น มันอยู่ที่การใช้ชีวิตการเรียนรู้ชีวิตมากกว่า  และการแบ่งเวลาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก พูดถึงผลงานชิ้นแรกในวงการ/ ความรู้สึก ผลงานชิ้นแรกก็คือการมาเป็นนักแสดงซีรีส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ก็ตื่นเต้นมาก แต่ก็ดีใจค่ะ ที่ทางผู้ใหญ่ให้โอกาสเรา รู้สึกอย่างไรบ้างกับผลตอบรับจากซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ผลตอบรับคือรู้สึกดีมาก เพราะมันเป็นโปรเจคที่เราทุ่มเทกับมันมานานเหมือนกัน อยู่กับมันมาก็สองปีแล้วค่ะ (แค่ซีซั่น2) และทุกคนก็ตั้งใจมาก ยิ่งมันเป็นซีซั่นสุดท้ายทุกคนก็ใส่เต็ม ทั้งบท เทคนิค การแสดงต่างๆ เหมือนเป็นการส่งท้ายด้วยค่ะ คาแรกเตอร์ระหว่างตัว เจน กับ ต้าเหนิง มีความคล้ายและแตกต่างยังไงบ้าง ก็เหมือนตรงที่ เจน เป็นคนตรงๆ คิดแล้วทำเลย ตัวหนูเองก็จะเป็นคนแบบนี้ค่ะ แต่ เจน จะมีความเป็นผู้ใหญ่กว่า ฉากไหนในซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ที่ชอบที่สุดสำหรับเรา เป็นฉากที่ทะเลาะกับแม่  หลายคนอาจจะไม่ได้ดู  คือส่วนตัวจะชอบมาก เพราะมันทำให้เราอินกับบท ทุกวันนี้พอดูฉากนี้ยังร้องไห้อยู่เลย ชอบตั้งแต่เวิร์คชอปแล้วคะ เพราะมันทำให้เราอินและเข้าถึงบทมาก มีวิธีรับมือกับพวกนักเลงคีย์บอร์ดยังไง จริงๆแล้วก็รู้ว่าเขาอาจจะเป็นเด็ก และบางทีเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่หนูว่ามันก็คุยกันได้ค่ะ หนูไม่เครียดอยู่แล้ว เคยมีเหตุการณ์แอบรักรุ่นพี่บ้างไหม ไม่มีเลยค่ะ อันนี้ก็เลยกลายเป็นความยากในซีรีส์เรื่องนี้เลยค่ะ เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เราแบ่งเวลาเรียนยังไง ก็จะพยายามเข้าเรียน แล้วก็รีบทำงานทันทีในเวลาที่ว่างค่ะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจาก @thanaerngnin

ต้าเหนิง - เจเจ ควงดูหนัง หวานแบบนี้ไม่มีกั๊ก
ต้าเหนิง ฮอร์โมน /  เจเจ กฤษณภูมิ / 

     แอบเก็บความมุ้งมิ้งของคู่เลิฟวัยฮอร์โมน ต้าเหนิง กัญญาวีร์ กับแฟนหนุ่ม เจเจ กฤษณภูมิ มาฝากกันกรุบกริบ โดยวันก่อนไปเจอคู่หวานคู่นี้ควงกันไปดูหนังที่ห้างดังใจกลางสุขุมวิท สำหรับคู่นี้คบกันไม่กี่เดือนก็ไม่มีกั๊ก ควงกันออกมาเปิดใจว่าเป็นแฟน! ชัดเจนขนาดนี้โดนใจวัยรุ่นสุดๆ เอ้า... ใครเป็นกองเชียร์ หรือจิ้นคู่นี้ก็ไปติดตามกันเลยจ้าาาา ต้าเหนิง - เจเจ   ต้าเหนิง - เจเจ  

โคตรจริงใจ!! มดดำ อวยพรวันเกิด หนุ่ม กรรชัย แรงส์ซะขนาดนี้..หลอกด่ารึป่าว!!
มดดำ /  มดดำ คชาภา / 

  คงต้องยอมรับชะตากรรมซะแล้ว!! สำหรับ มดดำ คชาภา ไม่รู้เป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาแต่ชาติไหนกับ หนุ่ม กรรชัย หรือเปล่า? หลังจากที่ร่วมงานกันมาหลายงาน ก็เห็นทั้งคู่จิกกัดกันมาตลอดเช่นกัน แถมวันดีคืนดีก็ยังมีเรื่องให้สาดใส่กันแรงๆ ได้ตลอดๆ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 18ก.ค.ที่ผ่านมาตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 47 ปีของ หนุ่ม กรรชัย ด้านเพื่อนซี้อย่าง มดดำ ก็ขออวยพรวันเกิดร่ายยาวเป็นหางว่าวให้ หนุ่ม กรรชัย ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวไว้อย่างสุดซึ้ง แถมยังแอบจิกกัดแรงๆ ตามสไตล์ถึง my เจ้ากรรมนายเวรว่า   “Happy birthday น้องแว้ง เผลอไม่ได้แว้งกัดตลอด หรือจะ Happy Birthday to my เจ้ากรรมนายเวร ที่จะบอกว่ารักที่สุด เกลียดที่สุด โกรธจนพูดไม่ออกที่สุด หรือที่ระบายที่ดีที่สุด ที่ปรึกษาที่ดีที่สุดหรือปรึกษาแล้วเลวร้ายที่สุด อย่าอยู่ด้วยที่สุดหรืออยากจะหนีให้ไกลที่สุด หรืออยากจะอยู่ใกล้ที่สุดละอุ่นใจ อาจจะหาคำจำกัดความไม่ได้กับคนที่ชื่อ.... กรรชัย กำเนิดพลอย @kanchai ......อายุมากขึ้นความเป็นตุ๊ดความเป็นกระเทยก็เยอะขึ้น ยิ่งมีลูกสาวยิ่งไปกันใหญ่ อีก2ปี เรามาดูกัน แค่อยากจะบอกพี่ว่าพี่คือคนโชคดีมีแต่คนรักพี่ เพราะพี่ชอบยุ่งกับและเอาเรื่องทุกคนมาใส่หัว ระวังมีเจ้ากรรมนายเวรเพิ่มนะ. วันเกิดปีนี้ขอบคุณสำหรับทุกๆๆอย่างที่พี่ให้ด้วยความรักที่พี่มีให้ รักพี่เสมอเหมือนกัน วันเกิดละแก่ลงเลิกนอยด์แดกได้ละพี่อะ มีแต่คนรักคนรอบตัวก็รัก ขอให้สุขภาพแข็งแรง.......มันจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อเลิกนอยด์ละหลอนตัวเองว่าตัวเองป่วยเป็นโน่นเป็นนี้วันดีคืนดีน้ำในหูไม่หูไม่เท่ากัน อีกหน่อยระวังน้ำเชื้อหมดจากตัวนะ รอเด็กมายูโตก่อนแล้วค่อยคิดป้อกๆๆ...... ขอให้มีทั้งความสุขทางกายและใจ แต่จะสุขมากขึ้นถ้าไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเยอะ...........ขอให้ร่ำรวยเงินทอง.......เงินเยอะละ ใช้เท่าไรก็ไม่หมดหรอก ........และที่สำคัญแก่ลงขอให้ฮอร์โมนพี่แข็งแรงและอย่าตกกว่านี้เพราะพี่จะกลายเป็นตุ๊ด. แล้วอีก2ปีห้ามตุ๊ดแตกสาวแตกกว่านี้เพราะ คุณนายเม @mayfuang จะได้เพื่อนสาว มีความสุขมากๆๆนะพี่รักพี่ ศรัทธาพี่ ชื่นชมในตัวพี่เสมอ พี่เป็นต้นแบบในการทำงานหนูพี่รู้ไหม จะเรียกว่าพี่คือต้นแบบของอาชีพพิธีกรเลยก็ได้ปลื้มมาตั้งแต่มีรายการ5นาทีจนวันนี้มีรายการของตัวเองพี่คือต้นแบบของหนู ขอให้พี่ทำงานในวงการให้สำเร็จสูงสุดและเป็นต้นแบบให้คนอื่นๆๆตลอดไปนะพี่”   นอกจากนี้ มดดำ ก็ยังขุดภาพที่ตกเป็นกระแสข่าวระหว่างตนกับ หนุ่ม กรรชัย ว่าหลอกด่ากันใน IG ออกมาแฉอีกรอบ หลังจากต้องการหาภาพอวยพรวันเกิดแต่กับเจอภาพนี้ พร้อมระบุแคปชั่นด้วยความแรง จริงใจ แต่แฝงด้วยความฮาที่ทั้งคู่สนิทสนมกันว่า   “นี้คือที่มาของน้องแว้ง@kanchai วันนี้วันเกิดนางอย่าไปหาเรื่องนาง เพราะนี้แค่ตัวอย่างการแว้ง นะคะหลอกด่ากันในIG วิธีทันสมัยไว้หลอกด่ากันสำหรับดารานำเทรนโดนกรรชัย แต่แค้นนี้ต้องชำระนะคะตอนแรกลืมไปละกดหารูปมาอวยพรวันเกิดเสือกเจอ ฝากไว้ก่อนนะคะน้องแว้ง กรรชัยฮอร์โมนตกเด๋วหาทางก่อน”   แหม...ช่างเป็นมวยถูกคู่และยังเป็นคู่ที่รักกันมากจริงจริ๊งเลยนะยะ งานนี้ก็แค่หยอกกันแรงๆ เท่านั้นเองจ้า ว่าแต่เมื่อไหร่จะลงเอยกันสักทีละจ๊ะ อิอิ!! ขอบคุณภาพจาก IG moddamkachapa, kanchai มดดำ อวยพรวันเกิด หนุ่ม กรรชัย IG มดดำ คชาภา มดดำ หนุ่ม กรรชัย มดดำ หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย น้องมายู

จะเลือกกินอาหารอย่างไรดี เมื่อรู้ว่าตัวเอง โคเลสเตอรอลสูง
หลอดเลือดสมองตีบ /  หัวใจขาดเลือด / 

ภัยเงียบ ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองตีบ มาทำความรู้จักกับโคเลสเตอรอล (Cholesterol) กันดีกว่า โคเลสเตอรอล เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่พบในเลือด แม้ไม่สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้ แต่ก็มีประโยชน์ในการสร้างกรดน้ำดีซึ่งช่วยในการย่อยอาหาร สร้างฮอร์โมนบางชนิด และวิตามินดี รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ ซึ่งโคเลสเตอรอลในร่างกายจะได้จาก 2 แหล่ง คือ สร้างขึ้นมาเอง และได้รับจากอาหาร ซึ่งปริมาณโคเลสเตอรอลในอาหารจะมากน้อยแล้วแต่ชนิดของอาหาร ดังตัวอย่างในตารางนี้ ปริมาณโคเลสเตอรอล (มิลลิกรัม/100กรัมของอาหาร) ระดับโคเลสเตอรอลที่เหมาะสม ค่าโคเลสเตอรอลรวมที่ได้จากการตรวจเลือด ควรมีค่าน้อยกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-cholesterol) ควรมีค่าต่ำกว่า 100-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร โดยขึ้นกับ ความเสี่ยง สำหรับโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-cholesterol) ในผู้หญิงควรมีค่าสูงกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ในผู้ชายควรมีค่าสูงกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ทำไมโคเลสเตอรอลสูงนะ เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง และการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมากเกินไป เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม และถ่ายทอดในครอบครัว เกิดจากโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ไตวาย หรือภาวะบางอย่าง หรือยาบางชนิด กินได้เท่าไร ? คนปกติไม่ควรได้รับโคเลสเตอรอลจากอาหารเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้ามีโคเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol) ในเลือดสูงเกิน 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แล้ว ปริมาณโคเลสเตอรอลจากอาหารก็ต้องลดลงให้น้อยที่สุด (ควรน้อยกว่า 200 มิลลิกรัม/วัน)โดยไม่ต้องกลัวขาดโคเลสเตอรอลเพราะร่างกายสร้างได้เองประมาณ 2 ใน 3 ของที่ต้องใช้ในแต่ละวัน ปฏิบัติตัวอย่างไร ? เลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณโคเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัม/วัน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ไขมันจากสัตว์ หนังสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน กะทิ เนย ครีม เลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเลอิก(โอเมก้า 9) เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยให้มากขึ้น เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ที่มาบทความสุขภาพจาก โรงพยาบาลรามคำแหง