ฮอร์โมน

ปาปา. แชะ Justin Bieber นัวสาวคนใหม่ Sofia Richie ฮอตลื๊ม!
Justin Bieber /  Sofia Richie / 

จะบอกว่ากำลังอยู่ในช่วง 'ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น' ก็คงไม่ผิดนัก เพราะคู่รักที่แฟนๆ กำลังจับตามอง นักร้องวัยโจ๋ Justin Bieber กับสาวคนใหม่ นางแบบ Sofia Richie อินเลิฟกันสุดๆ นัวกันไปมาจนผ้าหลุดซะยังงั้น!! แม้ จัสติน จะขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ลัดฟ้าไปฉลองวันเกิดครบ 18 ปีแบบไพรเวทของยอดยาหยี โซเฟีย ไกลถึง Cabo เม็กซิโก แต่ก็ไม่พ้นสายตาปาปาราซซี่ ปาปา.เลยแชะภาพมารัวๆ ในอิริยาบทที่ทั้งคู่กำลังนัวเนีย กอดจูบลูบคลำ อยู่ริมสระว่ายน้ำ และไม่รู้ว่าเครื่องติดหรืออย่างไร ถึงได้มีรูปที่หนุ่ม จัสติน กำลังทำท่าถอดกางเกงออกมาด้วย!! A photo posted by justinBieber💎 (@beliebers_bj) on Aug 28, 2016 at 4:36am PDT แซ่บขนาดนี้ เด็กๆ เห็นแล้วต้องปิดตาโดยด่วน!! ข้อมูลจาก TMZ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แย่แล้ว ! 9 สิ่งที่ผิวฟ้องว่าสุขภาพของคุณกำลังแย่
ดูแลผิว /  ดูแลสุขภาพ / 

แม้ว่าผิวจะไม่มีเสียง แต่ผิวคือกระบอกเสียงชั้นดีที่สามารถบอกได้ว่าตัวของเรากำลังมีปัญหาสุขภาพอะไร บางครั้งผิวของเราจะแสดงอาการออกมาโดยที่เราไม่ต้องไปตรวจสุขภาพเลยด้วยซ้ำ 9 สิ่งต่อไปนี้คือสิ่งที่ผิวของคุณอยากจะบอกว่า 'เฮ้ ฉันกำลังมีปัญหาอยู่นะ !' มาลองเช็คกันค่ะว่าคุณมีปัญหาผิวแบบนี้รึเปล่า 1. ผิวแห้ง ผิวที่ไม่ชุ่มชื้น หมายถึงว่าคุณอาจกำลังขาดโอเมก้า 3 อยู่ หากขาดโอเมก้า 3 ก็จะทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วชะลอการหลุดลอก ทำให้ผิวดูแห้งกร้าน ต้องรีบบำรุงด้วยโดยด่วน อาหารที่แนะนำคือปลาทะเล ถั่วต่างๆ เมล็ด flax และถั่วเหลือง 2. สิวที่มาพร้อมกับความเครียด ผิวกับสมองถูกสร้างมาจากเซลล์ต้นกำเนิดเดียวกันตั้งแต่พัฒนาการการเป็นทารกอยู่ในมดลูก ดังนั้น 2 สิ่งนี้จึงมีความสัมพันธ์กันเรื่อยมา ดังนั้นเมื่อคนเราเครียด สิวจึงตามมาเป็นเงาตามตัวเราค่ะ 3. ตีนกาที่กำลังมา อาจหมายถึงว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องตัดแว่นสายตา การหยีตาเพื่อเพ่งมองให้ชัดขึ้นหรือการไม่ใส่แว่นตากันแดดแล้วต้องเดินตากแดด ขับรถไปหรี่ตามองทางไป ทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตาที่ไม่พึงประสงค์ค่ะ 4. ผิวซีดๆ ร่างกายกำลังบอกว่าเลือดจางเม็ดเลือดแดงต่ำ ต้องรีบสรรหาอาหารที่มีธาตุเหล็ก เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ถั่วต่างๆมากินเพื่อบำรุงโลหิตของเรา ก่อนจะป่วยซีดไม่สบายนะคะ 5. สิวตรงขากรรไกร มาจากระบบรังไข่กำลังมีปัญหา รังไข่มีถุงน้ำ หรือเมนส์กำลังจะมาหรือเพิ่งจะหมดไปในแต่ละรอบเดือน คนที่มีปัญหาเรื่องรังไข่มักจะมีสิวอุดตันอยู่ใต้ชั้นผิวค่ะ 6. ผิวดูเหลืองๆ ส้มๆ อาจเป็นเพราะต่อมไทรอยด์อาจกำลังมีปัญหา ถ้าหากเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ คือการที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามากเกินไป ผิวอาจกลายเป็นสีเหลืองได้เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยสารต้านอนุมูลอิสระ ถ้ายิ่งเหนื่อย เฉื่อยชาด้วยละก็ ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วนค่ะ 7. ผิวแห้ง คัน มาจากแพ้กลูเต็น นอกจากผิวขาดความชุ่มชื้นจากน้ำแล้ว คนที่แพ้อาหารที่มีกลูเต็นผสมอยู่ก็ทำให้ผิวแห้งและคันอย่างไม่น่าเชื่อได้ ซึ่งมักพบว่าเกิดกับผิวบริเวณ ข้อศอก เข่า ข้อเท้า และใบหน้า 8. ผิวแตก หมายถึงว่าผิวขาดน้ำแบบสุดๆ คนเราควรดื่มน้ำให้ได้วันละประมาณ 8 แก้วนะคะ แต่ไม่ต้องดื่มทีเดียวก็ได้ การจิบน้ำไปเรื่อยๆ ทั้งวันก็ช่วยได้มากแล้วค่ะ 9. ผิวเกิดฝ้า กระ เป็นเพราะตากแดดมากเกินไป โดยเฉพาะใบหน้าและแถวบริเวณลำคอ ไหปลาร้า หมั่นทาครีมที่มีสาร SPF เวลาออกแดด หากกระดูเปลี่ยนไป นั่นอาจหมายถึงมะเร็งผิวหนัง ควรไปพบแพทย์นะคะ เริ่มจากการดูแลตัวเองจากภายใน ไม่ต้องรอให้ผิวแสดงอาการออกมาก่อนจึงจะค่อยเริ่มดูแลนะคะ 

5 ข้อสังเกต อาการ แพ้กลูเตน! ที่มักแฝงมากับอาหาร
Gluten-free /  กลูเตน / 

หลายคนอาจยังไม่รู้จักว่ากลูเตนคืออะไร ? แล้วทำไมจึงให้ความสำคัญขนาดนี้ เรามีคำตอบมาฝากค่ะ กลูเตน เป็นชื่อของโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งพบมากในกลุ่มธัญพืชประเภทข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณสมบัติเด่นคือทำให้อาหารมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการทำให้ขนมปังเหนียวนุ่มอร่อย นอกจากเบเกอร์รี่แล้ว ยังแฝงมากับอาหารประเภทอื่นอีกมากมาย เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น นักเก็ต ลูกอม กล้วยทอด ไม่เว้นแม้แต่ ขนมไหว้พระจันทร์ ยังไม่หมดนะคะ เครื่องปรุงรสอีกหลายอย่างก็มีส่วนผสมของกลูเตน ไม่ว่าจะเป็น ซีอิ๊ว น้ำสลัด ผงซุปต่างๆ ที่ทำให้อาหารมีความเหนียวข้น ใกล้ตัวขนาดนี้ต้องระวังกันหน่อยแล้วล่ะ อาการสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน 1. ระบบทางเดินอาหารไม่ค่อยดี หลังจากกินอาหารที่มีส่วนผสมของกลูเตนเข้าไป จะมีอาการ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ขับถ่ายผิดปกติ 2. ผิวหนังมีขนคุดขึ้นตามร่างกาย กลูเตนจะไปทำลายลำไส้ จนส่งผลให้การดูดซึมไขมันลดลง ร่างกายก็จะขาดกรดไขมันและวิตามิน A ผิวหนังก็จะแห้งกร้าน มีลักษณะเป็นตุ่มคล้ายหนังไก่ 3. ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดหัวไมเกรน รู้สึกเหนื่อยล้า ฮอร์โมนผิดปกติ หงุดหงิดง่าย น้ำหนักขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติ บางครั้งสมองตื้อจนเป็นไมเกรน หากแพ้มากๆ อาจส่งผลกับภาวะอารมณ์ซึมเศร้าได้ 4. มีอาการปวดอักเสบ บริเวณข้อต่อกระดูก คุณจะรู้สึกปวดตามข้อกระดูก ไม่ว่าจะเป็นข้อนิ้ว หัวเข่า หรือสะโพก 5. คุณมีอาการป่วยเกี่ยวกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น สะเก็ดเงิน ต่อมไทรอยด์เรื้อรัง จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของกลูเตน การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตนนั้น เบื้องต้นคือการเลี่ยงอาหารที่ทำจากแป้งสาลี ของทอดต่างๆ รวมทั้งขนมเค้ก เบเกอร์รี่ ถ้าหากซื้อสินค้าในห้างร้าน ก็ควรตรวจเช็ครายละเอียดฉลากให้ถี่ถ้วน บางอย่างก็จะระบุไว้เลยว่า ไม่มีกลูเตน (Gluten-free) ในประเทศไทยยังโชคดีที่ข้าวที่เรากินกันอยู่นั้นเป็นแป้งข้าวเจ้า แต่ในต่างประเทศมีคนที่แพ้กลูเตนเป็นจำนวนมาก ลักษณะอาการไม่ต่างจากคนแพ้นมวัว แต่ก็ไม่ต้องตกใจกันเกินไป สำหรับคนที่ไม่แพ้ กลูเตนไม่ใช่สิ่งไม่ดี และไม่ได้ทำให้ผอมหรือสุขภาพดี แต่กลูเต็นเป็นเพียงโปรตีนชนิดหนึ่งเท่านั้น!! หากกินในสัดส่วนที่พอเหมาะก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ นะคะ และขอย้ำอีกครั้งว่า อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป เป็นอาหารที่ปลอดกลูเตนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น ผลไม้และผักสด หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ รู้อย่างนี้แล้วก็สบายใจได้จ้า :) รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women Mthai Team

ไทรอยด์ โรคร้ายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ ผู้หญิง!
ต่อมไทรอยด์ /  ฮอร์โมน / 

ไทรอยด์ เป็นต่อมไร้ท่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนเพื่อควบคุมการเจริญเติบโต และการทำงานของร่างกาย ปัจจุบันเราพบโรคที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์มากยิ่งขึ้น ซึ่งแยกความผิดปกติออกได้เป็น 2 แบบ คือ ความผิดปกติที่เกิดจากการทำงานที่เรียกว่า ไฮโปไทรอยด์ และ ไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือ ไทรอยด์เป็นพิษ ความผิดปกติที่เกิดจากเนื้องอก ซึ่งโรคไทรอยด์เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความผิดปกติในทางพฤติกรรม แต่ถ้าไทรอยด์เป็นพิษและหากมันทำงานผิดปกติ จะส่งผลเสียอย่างร้ายแรง ต่อมไทรอยด์นี้มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย รวมทั้งควบคุมการทำงานของอวัยวะอื่นๆ ทั่วร่างกาย เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติจะส่งผลกระทบต่อทุกระบบในร่างกาย ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ต่อมไทรอยด์มีลักษณะคล้ายผีเสื้อ อยู่บริเวณคอด้านข้างกล่องเสียงและด้านหน้าของหลอดลม ด้านซ้ายและขวา เชื่อมด้วยส่วนที่แคบ ที่เรียกว่า อีสมัส (Isthmus) ต่อมไทรอยด์มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญอาหารของร่างกาย ส่งผลต่อสมอง หัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิต ส่วนสาเหตุของการเกิดโรคบริเวณต่อมไทรอยด์นั้น ทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ว่าเกิดมาจากอะไรแต่มีแนวโน้มว่าเพศหญิงมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมากกว่าเพศชาย โดยคนไข้ส่วนใหญ่กว่า 80% จะเป็นเพศหญิง และส่วนหนึ่งก็เกิดจากพันธุกรรม การขาดสารไอโอดีน เมื่อพูดถึงข้อบ่งชี้ของการเกิดโรคไทรอยด์นั้น สามารถบ่งชี้ได้ใน 2 ลักษณะ คือ ไทรอยด์ที่ผิดปกติจากการทำงานของต่อมในไฮโปไทรอยด์ ผู้ป่วยจะมีอาการเซื่องซึม เชื่องช้า ชีพจรเต้นช้า แต่ ถ้าไทรอยด์เป็นพิษ ชีพจรจะเต้นเร็ว ใจร้อน หงุดหงิดง่าย เหงื่อออกมาก มือสั่น ผมร่วง และ ประจำเดือนผิดปกติ ส่วนความผิดปกติทางกายภาพและเนื้องอกนั้น จะสังเกตได้จากการคลำ การสังเกตจากคนรอบข้าง เราสามารถป้องกันได้โดย การตรวจร่างกายประจำปี ในกรณีที่เกิดความสงสัยให้เจาะเลือดเพื่อตรวจหาการทำงานของต่อมไทรอยด์ ตลอดจนการกินอาหารที่มีธาตุไอโอดีน และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารกัมมันตรังสี เมื่อวินิจฉัยอาการป่วยแล้ว ว่ามีความผิดปกติจากต่อมไทรอยด์ สามารถรักษาได้หลายวิธี โดยการทานยา น้ำแร่รังสี และการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความผิดปกติที่ตรวจพบ เช่น การรักษาไฮโปไทรอยด์ สามารถรักษาได้ด้วยการให้ยาปรับฮอร์โมน แต่หากไทรอยด์เป็นพิษ แพทย์จะแนะนำให้ทานยาควบคู่กับการติดตามอาการ ถ้าผู้ป่วยยังอาการไม่ดีขึ้น หรือไม่สามารถใช้ยาได้ แพทย์อาจจะพิจารณาให้น้ำแร่รังสี หรือใช้การผ่าตัด ส่วนในรายที่เกิดจากความผิดปกติจากก้อนเนื้อ จะใช้การผ่าตัดเพื่อตัดก้อนเนื้อนั้นออก ในปัจจุบันเทคโนโลยีในการผ่าตัดไทรอยด์ก้าวหน้าไปอย่างมากจากเมื่อก่อน เพราะ จากเดิมจะใช้การผ่าตัดเปิดแผลที่บริเวณคอ ที่ทำให้เกิดแผลใหญ่อย่างชัดเจน แต่ในปัจจุบันการแพทย์มีเทคโนโลยีผ่าตัดไทรอยด์แผลเล็ก โดยใช้กล้องช่วยในการผ่าตัดแบบเจาะช่องผ่านทางซอกรักแร้ ขนาด 0.5 เซนติเมตร เพื่อทำการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก โดยที่มีแผลจากการผ่าตัดเล็กกว่าการใช้เทคนิคเดิม ทั้งนี้ยังทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังการผ่าตัด รวมไปถึงแผลผ่าตัดหายได้เร็วขึ้นอีกด้วย บทความสุขภาพโดย โรงพยาบาลพระรามเก้า

เบลล์ นันทิตา เผยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหนัก จนคิดฆ่าตัวตาย!
Belle Nuntita /  เบลล์ นันทิตา

หายหน้าไปจากวงการบันเทิง สำหรับนักร้องสาวประเภท 2 มากความสามารถ เบลล์ นันทิตา ฆัมภิรานนท์ หรือนักร้องสองเสียง เบลล์ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ที่ล่าสุดเปิดใจผ่านรายการ ตัวจริง เสียงจริง ทางช่อง 8 ว่า เธอไปผ่าตัดศัลยกรรมแปลงเพศ แถมยังต้องต่อสู้กับผลข้างเคียง ที่ทำให้เป็นเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง ถึงขั้นเคยคิดจะฆ่าตัวตาย! "ถามว่าเรื่องอารมณ์ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปไหมหลังแปลงเพศมันก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วค่ะ เพราะกลไกการทำงานของร่างกาย เราเป็นผู้ชายมาตลอด เหมือนกับว่าเคยมีฮอร์โมนตัวนี้มาพอวันหนึ่งไม่มีฮอร์โมนตัวนี้มาแล้ว พอไม่มีมันก็เลยต้องมีการดึงฮอร์โมนจากตรงไหนมาใช้เพื่อที่ให้มันเกิดความสมดุลในร่างกาย และตรงนี้แหละที่ร่างกายมันปรับอยู่มันก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ผลข้างเคียงร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง จนทำให้ เบลล์ เป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงเลยทีเดียว "รู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดง่าย ใครพูดอะไรมาก็จะแบบเหมือนความอดทนมันน้อยลง เซ็นซิทีฟมากขึ้น มันกลายเป็นว่าเราเป็นคนที่ขี้น้อยใจมากกว่าเดิมมากๆ หนักที่สุดก็ถึงขั้นที่แบบคิดว่าไม่อยากจะอยู่แล้ว ทำไมเราอยู่แล้วเหมือนไม่มีคุณค่า อยู่ไปแล้วทำไมต้องทำให้แม่เสียใจ หรือทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน เราคิดไปถึงขนาดนี้เลยนะคะ ทำไมอารมณ์เราถึงได้แปรปรวนขนาดนี้ แต่สุดท้ายพอมานั่งมองดูจริงๆ แล้วคนที่เขาอยากจะมาอยู่ตรงจุดนี้อย่างเรา มันก็มีเยอะแยะทำไมเราไม่ทำให้มันดีที่สุด ก็เลยบอกตัวเองแบบนี้" "ถามว่าการที่เราซึมเศร้ามันน่าจะเกี่ยวกับการที่เราแปลงเพศไหม เบลล์คิดว่ามันก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งด้วย แล้วมันก็บวกกับที่ช่วงจังหวะตอนนั้นพอเราทำมาแล้วเราก็อาจจะยังไม่ทราบว่าจะต้องรับฮอร์โมนยังไง แล้วก็เรื่องอารมณ์ว่ามันจะต้องแปรปรวนแค่ไหน อันนี้ไม่ทราบมาก่อนเลย จริงๆ ตรงนี้คุณหมอก็บอกว่าให้เราดูแลตัวเองแล้วก็รับฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอ... ตอนนี้อาการโรคซึมเศร้า น้อยใจก็ยังมีบ้าง จะบอกว่าไม่มีเลยมันเป็นไปไม่ได้ แต่หลังจากที่เราเริ่มฟังธรรมะเราก็เริ่มรู้วิธีที่จะรับมือกับมัน พยายามเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ พยายามมองให้มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนเจอแบบนี้อยู่แล้วที่สำคัญไม่ยึดว่าเป็นเรา เป็นเขา ให้มองแค่ว่ามันเป็นสภาพของธรรมอย่างหนึ่งที่มันเพิ่งเกิดและดับไป ไม่มีอะไรเที่ยงค่ะ" เปิดใจ เบลล์ นันทิตา หลังแปลงเพศ ซึมเศร้าหนัก! เกือบคิดฆ่าตัวตาย![Full] l ตัวจริงเสียงจริง ช่อง8 youtube channel : ThaiCh8 ข้อมูลจาก รายการ ตัวจริง เสียงจริง ทางช่อง 8 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สยบโรคนอนไม่หลับ ภัยเงียบใกล้ตัวคุณ ด้วย Melatonin 123
Melatonin 123 /  นอนไม่หลับ / 

สยบโรคนอนไม่หลับ ภัยเงียบใกล้ตัวคุณ ด้วย Melatonin 123 เพื่อการหลับสมบูรณ์และตื่นสดใสในทุกวัน โรคนอนไม่หลับ เป็นปัญหาใกล้ตัวที่ทุกคนมักมองข้าม ภัยเงียบที่แฝงมากับโรคนี้ก็คือ ความเครียด โรคซึมเศร้า โรคหลอดเลือดหัวใจ และอาจถึงขั้นกลายเป็นมะเร็ง โรคนอนไม่หลับมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักจะเกิดกับผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป จะหลับๆตื่นๆ ส่งผลให้มีคุณภาพการนอนที่ไม่ดี ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการของโรคนอนไม่หลับได้ง่ายๆ คือ มักหลับยาก ตื่นบ่อยแล้วหลับต่อยาก ตื่นเช้าแล้วไม่สดชื่น แม้ว่าจะนอนนาน 7-8 ชั่วโมง ซึ่งหลายอาชีพมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหานอนไม่หลับ อย่างคนทำงานไม่เป็นเวลา เช่น ฟรีแลนซ์ หมอ พยาบาล และคนที่ต้องเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส นักธุรกิจ แต่ในเบื้องต้น เราสามารถแก้อาการนอนไม่หลับได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเอง อย่างเช่น เมื่อใกล้เวลานอน อย่าทานอาหารจนอิ่มแน่นจนเกินไปเพราะจะทำให้อึดอัดจนนอนไม่หลับ ควรหาเวลาออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้หลับสบายขึ้น และ ห้ามวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวเป็นเวลานานเพราะจะรบกวนการทำงานของคลื่นสมอง แต่บางครั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองอาจจะเป็นเรื่องยากเกินไป เพราะเป็นสิ่งที่เราทำมาตลอดชีวิตจนกลายเป็นความเคยชิน อาจใช้เวลานานกว่าจะปรับตัวได้ และปัจจัยการใช้ชีวิตในประจำวันของแต่ละคนอาจจะทำไม่ได้ เพราะเวลาและความรีบเร่งต่างๆ ฉะนั้นเราจึงต้องหาตัวช่วยเพื่อแก้ไขได้ถูกจุดและรวดเร็วขึ้น โดยธรรมชาติร่างกายของคนเราจะผลิตสารชนิดหนึ่งที่ช่วยให้นอนหลับสบายและหลับสนิทมากขึ้น นั่นก็คือ เมลาโทนิน ฮอร์โมนเมลาโทนินในร่างกาย เปรียบเสมือนเป็น Darkness hormone จะมีการผลิตออกมาเมื่อมีความมืด หลั่งออกมาในช่วงเวลา 21.00-07.30 น. โดยความมืดจะไปกระตุ้นที่ดวงตา (Retina) ทำให้รับรู้ว่าเป็นเวลากลางคืนแล้ว หลังจากนั้นจะส่งสัญญาต่อไปที่ ต่อมไพเนียล ให้ผลิตและหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมา กระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกง่วงนอน และเตรียมพร้อมเข้าสู่การนอนหลับ ซึ่งปัจจุบันเมลาโทนินได้ถูกสกัดและพัฒนาออกมาในรูปแบบของอาหารเสริม ที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ฉะนั้นเมลาโทนินจึงถือได้ว่าเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาของคนที่นอนไม่หลับได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด ข้อมูลจาก : Dubocovich,2010 แต่คนส่วนใหญ่เมื่อมีปัญหานอนไม่หลับ ก็มักจะนึกถึงตัวช่วยอย่างยานอนหลับ ซึ่งยานอนหลับแบบทั่วไปจะออกฤทธิ์กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางซึ่งอันตรายมีผลกระทบต่อร่างกาย เช่น โมโหร้าย หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียว ภายหลังจากตื่นนอนจะไม่รู้สึกสดชื่น มีอาการเซื่องซึม และบางคนถ้าทานมากๆอาจถึงขั้นติดยาได้ ดังนั้นวิธีที่ถูกต้อง คือการเลือกทานเมลาโทนินที่จะช่วยเสริมให้ร่างกายนอนหลับได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงหรืออาการติดยาตามมา ทำให้นอนหลับได้ครบทุกระยะ โดยปกติ การนอนหลับของคนเราจะมีระยะของการนอน หากนอนได้ครบทุกระยะจะถือว่าเป็นการนอนหลับอย่างสมบูรณ์ เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสดใส เนื่องจากร่างกายได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เรามาทำความรู้จักกับการนอนหลับที่มีคุณภาพ 5 Stage of Sleep กลไกการนอนหลับทั้ง 5 ระยะ ดังนี้ Stage 1 ระยะหลับตื้นที่สุด จะถูกปลุกได้ง่าย สังเกตได้ว่าบางคนมีอาการสะดุ้งตื่นหรือรู้สึกกระตุก Stage 2 ระยะแรกที่มีการหลับอย่างแท้จริง แต่ยังไม่มีการฝัน ในระยะนี้ผู้ที่หลับจะสามารถถูกปลุกให้ตื่นได้ง่าย Stage 3-4 ระยะหลับลึกที่สุด ปลุกให้ตื่นได้ยากเปรียบเสมือนการชาร์ตแบตเตอรี่ ในเด็กเล็ก ถ้ามีฝันร้าย ละเมอ หรือปัสสาวะรดที่นอนจะเกิดขึ้นช่วงนี้ Stage 5 ระยะ REM (rapid eye movement) เมื่อนอนไป 45 นาที ก็จะเข้าสู่ระยะนี้ซึ่งจะทำให้เกิดความฝัน และเป็นช่วงเวลาที่สมองมีการทำงานหนัก จากการจัดการกับข้อมูลต่างๆ ที่เข้ามาแล้วทำการจัดระเบียบ ทำให้เกิดเป็นความทรงจำ ซึ่ง stage นี้ ถือได้ว่าเป็นช่วงที่ร่างกายของเราได้เข้าสู่การฟิ้นฟูและซ่อมแซมตัวเองอย่างแท้จริง หลังจากนั้นกลไลการนอนหลับก็จะกลับเข้าสู่วงจรแบบนี้อีก 4-5 รอบในหนึ่งคืน ซึ่งแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 90-110 นาที ยิ่งการนอนผ่านไปนานขึ้น การหลับลึกจะยิ่งลดน้อยลง ดังนั้นการทานยานอนหลับที่มีเมลาโทนินจะช่วยให้การหลับมีคุณภาพมากขึ้น เพราะสามารถนอนหลับได้ครบทั้ง 5 ระยะ ทำให้เริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น ตื่นนอนอย่างสดใส และเพื่อให้การนอนหลับเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ควรจะเลือกทานตามสเต็ป Melatonin 123 ที่จะสามารถปรับสมดุลของการนอนหลับให้มีคุณภาพมากขึ้นตาม 3 สเต็ปดังนี้ 1.เริ่มต้นปรับนาฬิกาชีวิตให้หลับง่ายขึ้น โดยการนอนในที่แสงไม่รบกวนและพยายามเข้านอนเวลาเดิมเป็นประจำทุกวัน จะเป็นการปรับ Circadian Rhythm เรียกง่ายๆว่านาฬิกาชีวิต เป็นระบบควบคุมกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ภายใน 24 ชั่วโมงให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ 2.หลับสนิทเพียงพอและมีคุณภาพ คือ หลับง่าย หลับลึก หลับยาว 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ใช่เพียงแค่หลับไปเฉยๆเพียงเพราะเข้านอนเร็ว 3.ตื่นนอนอย่างสดใส อารมณ์ดี ไม่เมื่อยล้า สมองจึงเรียนรู้และจดจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสภาพร่างกายที่พร้อมจึงทำให้ดึงความสามารถออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ การนอนหลับตามสเต็ปนี้จะช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพดียิ่งขึ้น นอนหลับลึก หลับยาวตลอดทั้งคืน ตื่นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส ไม่งัวเงีย สมองปลอดโปร่ง ระหว่างวันไม่มีอาการง่วงนอนเพราะร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จึงทำให้มีสมาธิในการทำงาน เรียนรู้ จดจำสิ่งต่างๆได้ดีอีกด้วย ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาการนอนไม่หลับได้อย่างตรงจุดและปลอดภัย ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจหรือมีปัญหาดังกล่าวสามารถปรึกษาและขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Melatonin 123 ได้ที่เภสัชกรใกล้บ้าน โดย www.melatonin123.com

แพรวา คอนเฟิร์ม!! บี้ โคตรแฟมิลี่แมน รักลูกรักเมียขั้นเทพ!!
พ่อบ้าน /  รักครอบครัว / 

มีโอกาสได้ร่วมงานกันในซีรีส์ Lovey Dovey แผนร้ายนายเจ้าเล่ห์ สำหรับ แพรวา ณิชาภัทร สาวหน้าใสวัยกระเตาะจากซีรีส์ ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น กับนักร้องหนุ่มหน้าตี๋ดีกรีคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง บี้ ธรรศภาคย์ โคจรมาเจอกันครั้งแรกก็มีเรื่องให้เม้าท์มอยทันที นั่นก็เพราะช่วงเวลาของการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ลากยาวมาจนถึงวันออนแอร์ คุณพ่อบ้านอย่างนายบี้อยู่ในช่วงเห่อลูกเห่อเมียตลอดๆ นั่นเอง เจอะเจอสาวแพรวาในงาน Crystal Everywhere เมื่อวันก่อน ก็เลยต้องถามไถ่ให้สาวแพรได้แฉกันหน่อยว่าปะป๊ามือใหม่ของ หนูเป่าเปา และสามีคนดีของภรรยาสายแซบ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ คนนี้น่ะเขารักครอบครัวมากมายขนาดไหน “พี่บี้เป็นคนตั้งใจทำงานมากค่ะ มีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่เขาในซีรีส์ Lovey Dovey เขาตั้งใจมาก เหมือนจะตั้งใจทำงานให้เสร็จ เพื่อที่จะได้กลับไปดูแลพี่กุ๊บกิ๊บ คือตอนที่ถ่ายทำพี่กุ๊บกิ๊บยังไม่คลอด อยู่บ้านคนเดียว ท้องอยู่ด้วย พี่บี้ก็จะรีบกลับบ้าน กลัวพี่กุ๊บกิ๊บเหงาอะไรแบบนี้ บางทีอยู่ในกองก็ต้องไลน์คุยตลอดว่าอยู่ที่นี่นะ ทำงานนี้อยู่นะ คือเขาเป็นห่วงพี่กุ๊บกิ๊บมากอ่ะ ขี้เห่อด้วย (หัวเราะ) พอน้องเป่าเปาคลอดก็ขี้เห่อสุดๆ จะซื้ออันนี้ให้ลูกดีไหม ซื้ออันนั้นให้ลูกดีไหม ขนาดอยู่กองก็ยังบ่นคิดถึง อยากกลับบ้าน เลิกกองปุ๊บ หวัดดีครับๆๆ แล้วก็ชิ่งเลย (หัวเราะ)” แม่เจ้าโว้ยยยย รักเมียรักลูกสุดพลังแบบนี้ บอกเลยว่าแฟมิลี่แมนตัวพ่อสุดๆ ไปเลยอ่ะสุดหล่อ แพรวา ณิชาภัทร แพรวา ณิชาภัทร แพรวา ณิชาภัทร แพรวา - บี้ มาร์ช - น้ำชา - แพรวา - บี้ บี้ - น้องเป่าเปา บี้ - น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - น้องเป่าเปา - บี้ กุ๊บกิ๊บ - บี้ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @bie_kpn

อิ้งค์ วรันธร อวดลุคใหม่! เผยความในใจผ่านเพลง Snap
Snap /  วรันธร เปานิล / 

หลังจากกระจายความเหงาไปอย่างท่วมท้นผ่านผลงานซิงเกิ้ลแรก เหงา เหงา ล่าสุดทางต้นสังกัด Boxx Music (บ็อกซ์ มิวสิค) ก็เตรียมส่งผลงานซิงเกิ้ลที่สองของสาวหน้าสวยมากความสามารถ อิ้งค์ วรันธร เปานิล ให้แฟนๆ ตกหลุมรักเธออีกครั้ง คราวนี้ อิ้งค์ วรันธร กลับมาด้วยสีสันจากเสื้อผ้าหน้าผมในลุคที่โตขึ้น พร้อมกับเพลง Snap (สแนป) ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่แอบชอบใครสักคนแต่กลับเป็นไปไม่ได้ จึงอยากจะหยุดเวลาเอาไว้แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม มิวสิควีดีโอเพลง Snap ได้ ปิง เกรียงไกร ผู้กำกับซี่รี่ย์ยอดฮิตอย่าง ฮอร์โมน มากำกับให้ โดยยกกองไปถ่ายทำที่ห้องสำหรับจัดโชว์นิทรรศการของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาของเพลงที่สะท้อนถึงเรื่องราวที่ผู้หญิงคนหนึ่งมีความรัก และอยากจะเก็บภาพของเขาคนนั้นเอาไว้ SNAP - INK WARUNTORN [ Official MV ] youtube channel : BOXX MUSIC อิ้งค์ เล่าถึงเพลง ว่า "เพลงนี้ใช้ชื่อว่า Snap ด้วยเนื้อหาที่อยากหยุดเวลาไว้กับเรื่องราวฟินๆ ตอนแอบรักใครสักคน มิวสิควีดีโอเพลงนี้มีพี่ปิง ฮอร์โมนมากำกับให้ ก็ไปถ่ายทำกันที่มหาวิทยาลัยอิ้งค์เอง ร้องเองเล่นเองเหมือนเคย อยากให้แฟนๆ ลองติดตามกันดูนะคะ บอกเลยว่าระหว่างถ่ายทำเราต้องดึงประสบการณ์ในอดีตที่เคยรู้สึกออกมาเพื่อให้ภาพที่ถ่ายทอดออกมามันจริงที่สุด บรรยากาศในกองก็สนุกมากๆ ค่ะ อยู่กันเหมือนครอบครัวมันทำให้เวลาผ่านไปไวและไม่เหนื่อยค่ะ อิ้งค์ตั้งใจกับทุกขั้นตอนของการทำเพลงนี้เลยอยากเข้าไปมีส่วนร่วมให้มากที่สุด และอยากให้ทุกคนชอบค่ะ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

น่ารัก นินน่า ญาณิน นางเอกมิวสิค ไม่เดียงสา
International Community School /  นางเอกเอ็มวี / 

สาวร่างเล็ก มั่นใจ และมีรอยยิ้มเสน่ห์เฉพาะตัว จนใครๆ ก็รักเธอ นินน่า-ญาณิน โอภาสสถาวร อายุ 14 ปี น้องใหม่และน้องเล็กสุดจากสังกัด MBO ที่มีเสียงร้องดีมากหากใครได้ติดตามการออดิชั่น และกำลังเป็นที่สนใจจากเอ็มวีเพลง ไม่เดียงสา ของ BIG ASS ประกบคู่กับหนุ่มฮอต สกาย หรือ พละ ฮอร์โมน หลังจากทั้งคู่สามารถแสดงออกได้น่ารักมาก จนหลายคนอยู่รู้จักว่าน้องนินน่าเธอเป็นใคร วันนี้เราจะไปทำความรู้จักและชมภาพน่ารักๆ ของสาวมากความสามารถคนนี้กันค่ะ น่ารัก นินน่า ญาณิน นางเอกมิวสิค ไม่เดียงสา  ชื่อ : ญาณิน โอภาสสถาวร ชื่อเล่น : นินน่า เกิดวันที่ : 7 ธันวาคม การศึกษา : International Community School ถ้าทำงานในวงการบันเทิงจนทำให้การเรียนตกจะทำอย่างไร? - ตอนนี้น่าทำงานด้วยเรียนไปด้วย ก็รู้สึกกังวลเหมือนกันค่ะ เพราะการเรียนเป็นสิ่งสำคัญ น่าจึงต้องแบ่งเวลาให้ทั้งสองอย่างดีๆ และก็มีเพื่อนๆ ช่วยตามงานให้ด้วย ผลงาน :  - น้องใหม่จากสังกัด MBO - นางเอก MV เพลงไม่เดียงสา รับบท นิน (ตอนวัยรุ่น) ความใฝ่ฝัน  : อยากเป็น นักแสดง นักร้อง IG : @ninna_mbo ข้อมูลจาก Ninna_mbo

7 อาหารยอดแย่ ตัวการแก่เร็ว
ของทอด /  ชะลอวัย / 

มาทำความรู้จักกับ 7 อาหารยอดแย่ ตัวการแก่เร็วกันดีกว่า เคล็ดลับสำคัญของการชะลอวัยด้วยตัวเองอย่างหนึ่งคือ เรื่องของอาหาร ซึ่งนอกจากต้องกินอาหารที่ช่วยชะลอความแก่ ยังต้องเลี่ยง “อาหารที่ทำให้แก่” ด้วยนะคะ ซึ่งมีดังนี้ 1. สารพ้นอาหารทอด ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นทอด ไก่ทอด หมูทอด ปลาทอด และอื่นๆ อีกมากมายและยิ่งถ้าใช้น้ำมันหรือวิธีการทอดด้วยความร้อนสูง ก็ทำให้เกิดกระบวนการออกซิเดชั่น ทำลายเซลล์ ก่อโรคสารพัน แก่เร็ว แม่ค้าบางคนใช้น้ำมันซ้ำแล้วซ้ำอีกประเภทไม่ดำไม่เปลี่ยน จนเกิดสารที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของน้ำมันที่ทอด ซึ่งเป็นสารก่อนมะเร็งและหากป่วย ความแก่ชราก็จะมาเยือนอย่างรวดเร็ว 2. อาหารผ่านการปรุงแต่งมักมีสารพวกฟอสเฟตที่ใส่เพื่อเพิ่มรสชาติ ยืดอายุของอาหาร แต่เป็นตัวทำลายสุขภาพ เร่งให้เกิดความชราทำลายระบบต่างๆ ในร่างกาย รวมทั้งไตและกระดูก นอกจากนี้ยังก่อสารพันปัญหาให้ร่างกาย ได้แก่เกิดการอักเสบ ระบบทางเดินอาหารเสียความสมดุลทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ สมองมึนงง รวบรวบ ความคิดยากทำให้ความแก่มาเยือนเร็วขึ้นค่ะ อาหารตัวการคือ ไส้กรอก อาหารรมควัน เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการปรุงแต่ง แหนม ของหมักดอง รวมทั้งพวกแป้งขัดขาว ข้าวขาวเส้นหมี่ขาว สปาเกตตีสีขาว เป็นต้น 3. สารสังเคราะห์ในอาหาร ไม่ว่าจะเป็นสารกันบูดสารให้ความหวานแทนน้ำตาลต่าง โมโนโซเดียมกลูตาเมต (ผงชูรส) โพแทสเซียมโบรเมต โซเดียม ไตเตรตหรือไตไตรต์ รวมทั้งสารสังเคราะห์ต่างๆที่ช่วยถนอมอาหารหรือทำให้รสชาติดีขึ้น สารเหล่านี้สัมพันธ์กับโรคต่าง รวมถึงมะเร็ง ดังนั้น ถ้าต้องการให้อ่อนเยาว์และสุขภาพแข็งแรง พยายามกินอาหารที่มาจากธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงสารสังเคราะห์ โดยสังเกตจากลากบนบรรจุภัณฑ์ก็ได้นะคะ  ทรานส์แฟต (trans fat) ทรานส์แฟต (trans fat) เป็นไขมันชนิดไม่ดี ผลิตด้วยต้นทุนต่ำ เก็บได้ทนโดยเติมไฮโดรเจนในไขมันไม่อิ่มตัวพวกน้ำมันพืช เพื่อให้เสถียร บางครั้งอาจเรียกว่า “ไฮโดรจีเนตแฟตส์” (hydrogenated fats) หรือ “พาร์เชียลไฮโดรจีเนตแฟตส์” (partial hydrogenated fats) โดยใช้เป็นส่วนผสมในอาหารหลายชนิดเช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมขบเคี้ยว ของทอด เบเกอรี่ต่างๆ เค้ก คุกกี้ บิสกิต ถ้าเติมไฮโดรมาก จะทำให้น้ำมันเป็นก้อนแข็ง กลายเป็นมาร์การีหรือเนยเทียม ทรานส์แฟตทำให้ไขมันดีในร่างกายลดลง (HDL) และไขมันไม่ดี (LDL) เพิ่มขึ้น มีการศึกษาพบอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ ซึ่งมีทรานส์แฟตเป็นสาเหตุ ประมาณ 20,000 รายต่อปีในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ทรานส์แฟตยังสัมพันธ์กับโรคต่างๆ อีกมาก เช่น หลอดเลือดในสมอง อัลไซเมอร์ มะเร็ง เบาหวาน อ้วน ตับ ทำงานผิดปกติ ภาวะมีบุตรยากในสตรีซึมเศร้า ส่วนผิวพรรณ ทรานส์แฟตทำให้การไหลเวียนเลือดที่มาเลี้ยงผิวหนังไม่ดี การสร้างคอลลาเจนและอีสาลตินเสียไปด้วย ทำให้เกิดปัญหามากมายขนาดนี้ ความแก่ความเร็วก็มาเยี่ยมเยือนแน่นอน ระยะหลังผู้ผลิตบางรายเริ่มตระหนักเห็นโทษ จึงเปลี่ยนหรืองดใช้เจ้าทรานส์แฟตอันตรายนี่ ท่านผู้อ่านสามารถสังเกตที่ฉลากดู จะเห็นคำว่า trans fat 0 เป็นการบอกให้รู้ว่าฉันไม่ได้ใส่นะ แต่ผู้ผลิตอีกมากมายยังใช้อยู่ เราจึงต้องเลือกให้ดี ดูชนิดอาหาร ดูฉลากว่ามีเจ้าตัวอันตรายนี่อยู่หรือเปล่า ซึ่งบางครั้งผู้ลิตก็ไม่ได้เขียนตรงๆ ว่าทรานส์แฟตนะคะ แต่อาจเป็นเนยขาว (shortening). Hydrogenated vegetable oil, vegetable oil shortening, hydrogenated margarine เป็นต้น อาหารยอดแย่ ตัวการแก่เร็วชนิดอื่นๆ 5.อาหารปนเปื้อนสารเคมีอย่างยาฆ่าแมลง รวมถึงเนื้อสัตว์ที่ผ่านการเร่งการเจริญเติมโตแบบไม่เป็นธรรมชาติ โดยใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตหรือยาปฏิชีวนะ ให้ลองคิดถึงการที่เราต้องกินอาหารพวกนี้เข้าไปสิคะ เราก็จะได้รับสิ่งเหล่านี้เข้าไปด้วย ทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล เกิดการอักเสบ แก่เร็ว และเกิดโรคต่างๆ ได้ 6.อาหารเค็มจัด โดยปกติร่างกายต้องการเกลือโซเดียมเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าอาหารีเกลือโซเดียมมากไป จะส่งผลทำให้ร่างกายขาดน้ำ ผิวพรรณเหี่ยว เกิดปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด หัวใจ และไต 7.น้ำที่ไม่ใช่น้ำเปล่า พวก น้ำหวาน กาแฟ น้ำอัดลม สุรา เบียร์ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งต้องห้ามในการชะลอวัย (รายละเอียดอยู่ใน ชีวจิต เล่มก่อนๆ นะคะ) ต่อไปเวลาไปจ่ายตลาดหรือซื้อของทีซูเปอร์มาร์เก็ต อย่าเผลอหย่อนอาหารยอดแย่ที่ทำให้แก่เร็วเหล่านี้ลงไปในตะกร้าซื้อของของเรานะคะ ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับมิถุนายน 2556

นน ชานน หรือ เน็ท ฮอร์โมน กับวันติสท์ๆ ในการเรียนที่มหิดล
HORMONES 3 THE FINAL SEASON /  นน ชานน / 

นน-ชานน สันตินธรกุล ที่สาวๆ รู้จักกันในบทของ “เน็ท” จาก Hormones 3 The Final Season และล่าสุดกับ love song love series ตอน เพื่อนสนิท จากบทบาทการแสดงละครที่ทำให้คนรู้จักเขามากขึ้น ตัวจริงของเน็ทหรือนนเองก็หลงใหลในการแสดง และชื่นชอบในศาสตร์ของภาพยนตร์ จนตอนนี้กำลังมุ่งมั่นเข้าไปเรียนรู้การทำงานเบื้องหลังในวิทยาลัยนานาชาติ สาขาวิชาการผลิตภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นน ชานน หรือ เน็ท ฮอร์โมน กับวันติสท์ๆ ในการเรียนที่มหิดล ทำไมถึงได้มาสนใจในศาสตร์ของภาพยนตร์ได้ เอาจริงๆ ตอนแรกสนใจด้านจิตวิทยา เพราะอยากเรียนรู้นิสัยของคน แต่สุดท้ายก็มามองที่สาขาที่มันใกล้เคียงกับอาชีพของเรา แล้วเราก็เป็นนักแสดงด้วย มาเรียนรู้ตรงนี้ก็จะได้เห็นเบื้องหลังการทำงานว่ามันเป็นยังไงบ้าง แล้วบังเอิญได้มาดูรายละเอียดที่นี่ ก็เห็นว่าภาคอินเตอร์ที่นี่ดังทางด้านนี้นะ ก็เลยลองมาสอบดู ก่อนหน้านั้นตอนมัธยมก็เรียน English Program มา เลยอยากเรียนเป็นอินเตอร์อยู่แล้ว แล้วผมชอบที่นี่อย่างหนึ่งมันเจ๋งดี คือ ตอนสอบเข้าเขาจะให้ลองทำหนังสั้นส่งเป็น Portfoilo ให้ดู ซึ่งทำให้เราได้แสดงความเป็นตัวเองออกมา เลยรู้สึกว่าที่มอนี้มันพิเศษกว่าที่อื่น ทำให้ผมรู้สึกว่าการสอบเข้ามหา'ลัยเป็นอะไรที่สนุกและไม่เครียด อย่างช่วงม.ปลายผมก็ได้เรียนกระบวนการทำหนังมาบ้าง ก็เลยหยิบตรงนั้นมาทำ ซึ่งตอนถ่ายจะยากนิดหนึ่ง เหนื่อยมาก แต่พอได้ตัดต่อออกมาเสร็จ ก็รู้สึกภูมิใจกับมัน ทุกวันนี้ก็ยังเก็บผลงานนี้อยู่เลย 2 ปีแล้วที่ได้เข้ามาในสังคมมหิดล รู้สึกว่ามันใช่ที่เราฝันไว้มั้ย ตอนนี้เรียนปี 2 แล้ว รู้สึกแต่ละวิชามันสนุกดี มันไม่ได้เคร่งเครียดต้องอ่านหนังสือมาก จริงๆ ตอนแรกผมอยากจะเรียนเอกทางด้านการแสดงไปเลย แต่ว่าพอได้มาเรียนสาขานี้จริงๆ มันก็มีในส่วนวิชาพวกแอกติ้งที่เราได้ฝึกเหมือนกัน แล้วเรายังได้เรียนลงลึกไปในโปรดักชั่นของการถ่ายทำหนังด้วย อีกอย่างอินเตอร์จะเน้นให้เราปฎิบัติจริงๆ ตั้งแต่ปี 1 เลย ซึ่งการที่เราได้มีโอกาสลงสนามจริงเร็ว ทำให้เรามีประสบการณ์การแก้ไขปัญหาได้เร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไป เอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นเด็กฟิล์ม ในรุ่นผมจะมีประมาณ 10 คน ทั้งหญิงและชายรวมกัน สไตล์เด็กฟิล์มจะออกแนวติสท์ เถื่อน ถึกด้วย เพราะต้องขนของหนัก ขนาดผู้หญิงก็ไม่เว้นนะ แต่เราก็ถูกฝึกมาให้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยอัตโนมัติ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน เพื่อนเรียกเราก็ยินดีช่วยกันตลอด แต่ที่เด่นๆ เลยคือมีความเป็นติสท์ที่แตกต่างกันไป บางคนก็ติสท์แบบผมยาวเซอร์ๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร แล้วก็แต่งตัวสไตล์เดิมตลอด ชอบทำหนังแนวอินดี้ มีแนวคิดที่ลึกในแบบที่เราเข้าไม่ถึง ส่วนผมจะติสท์ในแบบของผม บางวันอยากแต่งตัวเป็นนักร้องคนหนึ่งก็แต่งมาเลย บางทีก็เป็นติสท์กับติสท์มาเจอกัน แล้วก็คุยกันไม่รู้เรื่องบ้าง (หัวเราะ) ให้เปรียบเทียบสีสันชีวิตในมหา'ลัยตอนนี้ คิดว่าเป็นสีอะไร คิดว่าเป็นสีเทาครับ เพราะผมรู้สึกว่าเป็นสีที่นิ่งๆ จะสดใสก็ได้ จะหม่นหมองก็ได้ เหมือนเรากำลังคาบกลางอยู่ระหว่างความเป็นผู้ใหญ่กับวัยรุ่น จากความสดใสแบบวัยรุ่น ก็อาจจะมีหม่นหมองบ้าง เหมือนชีวิตมันเปิดมุมมองอะไรใหม่ๆ ให้เราเยอะมากขึ้นนะ ความฝันที่จะลากยาวต่อไปหลังจากจบ 4 ปี ถ้าเรียนจบแล้วผมอยากไปเรียนต่อที่อเมริกา คือ ความใฝ่ฝันของผมอยากเป็นนักแสดงระดับฮอลลีวูด เอาจริงๆ เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะเป็นนักแสดงเลยนะ ตอนม.4 อยากเป็นนักอเมริกันฟุตบอลด้วยซ้ำ แต่พอตอนม.5 ได้มีโอกาสเข้าวงการบันเทิง มันก็ทำให้ผมอยากทำความฝันนี้ให้มันถึงที่สุด ติดตามได้ในคอลัมน์ campus impart นิตยสาร Campus Star No.37 www.facebook.com/campusstar

ตื่นยาก ง่วงตลอดเวลา อย่าคิดว่าคุณขี้เกียจ นั่นแปลว่า คุณอาจกำลังเป็นโรคนี้!
ความเครียด /  ง่วงนอนตลอดเวลา / 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตื่นยาก และแอบงีบหลับตอนกลางวันอยู่บ่อยครั้งเพราะความอ่อนเพลีย รู้ไว้ว่าอาจไม่ได้เป็นเพราะคุณขี้เกียจ แต่กำลังเสพติดความเครียด ที่ต้องเจอในแต่ละวัน จนทำให้ ภาวะต่อมหมวกไตล้า จนมีอาการแสดงออกอย่างที่เห็น ลองสังเกตตัวเองว่า กำลัง 'เสพติด' ความเครียด อยู่หรือไม่เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดไม่ได้มาจากปัญหาครอบครัว และเรื่องงานเท่านั้น สิ่งเร้าที่เข้ามากระตุ้นเพียงเล็กๆ น้อยๆ อย่างการจราจรที่หนาแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน ภาวะกดดันในที่ประชุม รวมถึงงานที่ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จทันตามกำหนด การออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป และ การอดนอน ความเครียดที่มาจากปัจจัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็สะสมและกลายเป็นอาการ เสพติด ชนิดหนึ่งได้เช่นกัน เรียกว่า อาการ เสพติดความเครียด (Adrenal addict) พญ.ภาวิณี มณีไพโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์ Royal Life Anti-aging Center โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า คนทั่วไปจะเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว เพราะในระยะแรก ร่างกายมีความทนทานสูงต่อกับความเครียด ที่เข้ามาในแต่ละวัน แต่พอมารู้ตัวอีกทีก็ล้มป่วย ติดเชื้อเฉียบพลันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์วินิจฉัยอาการของโรคนี้ว่าเป็น 'ภาวะต่อมหมวกไตล้า หรือ 'Adrenal fatigue’ ที่เกิดจากอาการผิดปกติของร่างกายอย่างหนึ่งที่มี ความเครียดเรื้อรัง (Chronic stress) เป็นตัวกระตุ้น อาการที่ปรากฎชัดเจนของภาวะต่อมหมวกไตล้า คือ อาการขี้เกียจตื่นนอนตอนเช้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง อยากงีบหลับ ช่วงกลางวัน ง่วงแต่นอนไม่หลับ มีอาการวิงเวียน ศีรษะ หน้ามืด เวลาเปลี่ยนท่าทาง (ลุก-นั่ง) อยากของหวาน, ของเค็ม ในขณะที่บางรายปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปวดประจำเดือนบ่อย เป็นภูมิแพ้กำเริบบ่อยๆ ผิวแห้งและแพ้ง่าย ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก เครียดซึมเศร้า คุมอาหาร ออกกำลังกายหนักเป็นประจำแต่น้ำหนักไม่ลดลง เป็นต้น ภาวะต่อมหมวกไตล้า จัดอยู่ในกลุ่ม 'โรคที่ถูกลืม' เพราะไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและทันท่วงที จากการเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไป อาจไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัยภาวะนี้ เนื่องจากต้องวัดระดับฮอร์โมนต่อมหมวกไต (Adrenal hormones) 2 ตัว ที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) และ ดีเอชอีเอ (Dyhydroepiandrosterone-DHEA) จากผลเลือดร่วมด้วย Cortisol และ DHEA คือ ฮอร์โมนแห่ง ‘ความเครียด' ในร่างกายมนุษย์ ปัจจุบันนี้ การรักษาภาวะต่อมหมวกไตล้าจะมุ่งเน้นไปที่การปรับให้ฮอร์โมน 2 ตัวนี้ให้อยู่ระดับที่สมดุล โดยที่ Cortisol คือฮอร์โมนความเครียดตัวหลักของร่างกาย (Stress hormone) ปกติร่างกายจะหลั่งออกมาปริมาณมากที่สุดในตอนเช้า ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น และมีพลังต่อสู้ในวันใหม่ของทุกวัน และจะลดลงเหลือเพียง 10% ในช่วงเย็น แต่ในสถานการณ์คับขัน Cortisol จะทำหน้าที่กระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและอัตราการเต้นหัวใจให้เพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายให้ต่อสู้กับปัญหาข้างหน้า แต่ถ้าเกิดความเครียดสะสมเรื้อรัง จากการทำงานหนักมากเกินไป พักผ่อนไม่พอ หรือออกกำลังกายเกินพอดี ระดับฮอร์โมน Cortisol ที่สูงขึ้นจะเริ่มส่งผลเสียต่อร่างกาย เนื่องจากฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์ ในการสลายและทำลายล้าง (Catabolic hormone) ทำให้ร่างกายเสื่อมและแก่เร็ว (Degeneration) แต่ถ้ามีน้อยไปก็จะทำให้ไม่มีแรงลุกขึ้นจากที่นอนตอนเช้า ขาดความกระตือรือร้นและอ่อนเพลียตอนกลางวัน ส่วนฮอร์โมน DHEA คือฮอร์โมนเพศชนิดหนึ่งที่เป็นฮอร์โมนตั้งต้นของทั้งฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย (Pre-sex hormones) และยังเป็นฮอร์โมนต้านความเครียด (Anti-stress hormones) ช่วยต้านฤทธิ์ของ Cortisol เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด ที่มีฤทธิ์ในการเสริมสร้าง (Anabolic hormone) ช่วยเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ให้กับร่างกาย(Boost energy) เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ (Muscle building) ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย (Premature skin aging) และกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ (Sexual drive) การป้องกันไม่ให้ ภาวะต่อมหมวกไตล้า ที่ดีที่สุด คือ การนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือเข้านอนก่อน 5 ทุ่ม รับประทานอาหารเช้า ก่อน 10.00 น. เพราะหลัง 10.00 น. ระดับ Cortisol จะลดลง ทำให้ยิ่งอ่อนเพลีย Cortisol จะทำงานดีขึ้นเมื่อมีน้ำตาลในเลือดเพียงพอควรรับประทานมื้อเล็กๆ บ่อย ๆ แทนการทานอาหารมื้อหลัก ๆ เพียง 1-2 มื้อ และ ออกกำลังกายแบบหนักปานกลาง (Moderate intensity exercise) เพราะการออกกำลังกายที่หนักเกินไปจะส่งผลให้ต่อมหมวกไตล้ามากยิ่งขึ้น ลองหาวิธีคลายความเครียด เช่น หางานอดิเรกทำ เดินทางไปเที่ยว และทานอาหารเสริมและสมุนไพรบางชนิดสามารถช่วยลดอาการต่อมหมวกไตล้าได้ เช่น Ashwaghandha (โสมอินเดีย) L-theanine (สารสกัดจากชาเขียว) Phosphatidylserine (สารสกัดจากถั่วเหลือง) วิตามิน C วิตามิน B3 วิตามิน B5 วิตามิน B6 ท้ายที่สุดหากพบอาการผิดปกติของภาวะต่อมหมวกไตล้า อย่างน้อย 5 ข้อ แสดงว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงสูง ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางและขอคำปรึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ความเครียดจะสะสมจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

สายคลีนหลบไป ! สตรองของจริงกับ 10 นักเพาะกายหน้าสวย
fitness /  กล้าม / 

ถ้าหากถามถึงผู้หญิงส่วนมากที่ไม่กล้าเล่นบอดี้เวทกัน เหตุผลของพวกเธอก็คงจะเหมือนกันนั่นก็คือ "ไม่อยากกล้ามขึ้น" ซึ่งคุณผู้หญิงเหล่านั้นเข้าใจผิด เพราะฮอร์โมนที่สร้างกล้ามเนื้อของผู้หญิงนั้นน้อยกว่าผู้ชายหลายเท่านัก แต่ก็จะมีผู้หญิงบางกลุ่มที่ไปไกลกว่าการเข้าฟิตเนสอาทิตย์ละ 3 วันพร้อมกับทานอาหารคลีน ผู้หญิงเหล่านี้ที่คลั่งไคล้ความสวยงามของกล้ามเนื้อและออกกำลังกายตลอดเวลาเพื่อที่จะให้ได้หุ่นที่สวยงามนี้มา วันนี้เรามี 10 นักเพาะกายที่ร่างกายนั้นอุดมไปด้วยกล้ามแต่ก็มีใบหน้าที่หน้าสวยเทียบเท่ากับนางแบบได้เลยค่ะ 1. Amanda Latona อแมนด้าเป็นแชมป์ 9 สมัยจากรายการ IFBB Pro Bikini Champion หรือการแข่งขันเพาะกายระดับสากลและยังเป็นนางแบบให้กับแม็กกาซีนสปอร์ตชื่อดังอีกหลายเล่ม อาทิเช่น Muscle and Fitness, FLEX และ Oxygen เธออาจจะไม่ได้โด่งดังมากในหมู่คนทั่วไปแต่ถึงอย่างไรเธอมีบอดี้ที่ฮอตสุดๆ ไปเลยค่ะ ! 2. Adriana Kuhl ทั้งความงามบนใบหน้าและความงามบนร่างกายคงเป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีว่าเธอเป็น  Bodybuilder ที่ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ถึงเธอจะดูหนาไปหน่อย แต่หุ่นที่เธอมีก็เป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ หลายๆ คนหันมาเล่นฟิตเนสกันค่ะ 3. Noemi Olah  คงไม่ต้องสืบเลยค่ะว่าเธอคนนี้เป็นผู้หญิงที่หุ่นเด็ดสะระตี่ที่สุดในลิสต์ของเรา ส่วนมากเธอเป็นนางแบบให้กับชุดบิกินี่และเธอยังเป็นแชมป์ 4 สมัยของการประกวดนางแบบบิกินี่ชื่อดัง "Bikini Olympian" ด้วยค่ะ 4. Erica Cordie Bodybuilder หน้าสวยคนนี้เป็นเจ้าของร้านโดนัทและร้านไอศครีมโยเกิร์ต ได้ยินไม่ผิดแน่คะ ! แต่เธอก็ควบคุมและดูแลรักษาร่างกายเป็นอย่างดีจนกลายมาเป็นนักเพาะกายอย่างทุกวันนี้ จนเธอเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะหน้าท้องที่มีกล้ามสวยงาม หยุดมองไม่ได้จริงๆ ค่ะ 5. Sarah Backman นักกล้ามหน้าสวยคนนี้เคยเป็นนักงัดข้อที่เก่งกาจและเป็นแชมป์ 8 สมัยของรายการแข่งงัดข้อระดับโลกอย่าง World Arm Wrestling Champion อีกทั้งเธอยังเคยเข้าร่วมรายการ American Gladiators ที่ประเทศสวีเดนซื้อลิขสิทธิ์เอาไปทำ และที่พีคที่สุดคือเธอเข้าร่วมการแข่งขันมวยปล้ำภายใต้สังกัด WWE ในนาม Shara และลงเอยกับหนุ่มนักมวยปล้ำชื่อว่า Bo Dallas อีกด้วย สวยพิฆาตสุดๆ ! 6. Moorea Wolfe หากอ้างอิงจากเฟซบุ๊กของเธอแล้ว เธอเคยทำอาชีพหลายต่อหลายอาชีพที่เวกัสมาก่อน ดังนั้นเธอจึงมีความสามารถมากมาย ทั้ง Bodybuilder นักอะโครแบท นางแบบ และแดนเซอร์ เพอร์เฟ็คขนาดนี้ ไม่ติดตามไม่ได้แล้วค่ะ ! 7. Kizzy Vaines  เธอคนนี้คือคำนิยามของคำว่าเพอร์เฟ็คค่ะ เพราะว่ารูปร่างของเธอนั้นมันฮอตเกินจะบรรยาย เธอเป็นทั้งนักเพาะกายและเทรนเนอร์ที่สามารถให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมของเธอได้ด้วย จนตอนนี้เธอเดินทางทั่วโลกเพื่อไปให้ความรู้และเทรนให้กับเหล่าคนที่รักสุขภาพทั้งหลายด้วยค่ะ 8. Juliana Malacarne ถ้าดูเผินๆ อาจจะคิดว่าเธอมีร่างกายที่ดูมีกล้ามเยอะจนเกินพอดี แต่ดูอีกที นี่แหละค่ะคือความสวยงามของกล้ามเนื้อ ก่อนหน้านี้เธอก็เคยเป็นนักมวยปล้ำมือโปรก่อนที่จะลงแข่งรายการประกวดต่างๆ ของนักเพาะกาย จนปัจจุบันเธอมีอาชีพเทรนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและโด่งดังมากค่ะ 9. Cory Everson คอรี่อาจจะมีอายุที่มากกว่าสาวๆ นักเพาะกล้ามทั่วไปแต่ถ้าเทียบกันในวัยของเธอแล้ว เธอก็ยังคงมีหุ่นที่จัดว่าดีมากๆ เธอชนะรายการประกวด Ms. Olympia Bodybuilding Contest ถึง 6 ปีรวด และถือเป็นตำนานสำหรับวงการเพาะกายเลยก็ว่าได้ค่ะ 10. Jennifer Rish  เจนนิเฟอร์เป็นตัวอย่างของสาวหน้าสวยที่สามารถคว่ำผู้ชายได้อย่างไม่ยากเย็น เธอมีหน้าตาที่สะสวยและยิ้มที่น่าหลงใหล แต่ก็มีแขนที่สามารถหักแขนคุณได้ง่ายๆ เธอเคยเป็นนักมวยและนักยิมนาสติกมาก่อน แต่เธอก็ทำงานเป็นนางพยาบาลเช่นกัน เรียกว่าเป็นนักเพาะกายมีประสบการณ์ที่หลากหลายมากค่ะ เรื่องรูปร่างของผู้หญิงนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน บางคนชอบหุ่นแบบผอมๆ บางคนชอบหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มแบบมีกล้าม ถ้ารูปร่างแบบไหนที่ทำให้คุณมั่นใจได้ก็พยายามเข้าค่ะ หุ่นดีอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม !   ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.therichest.com/expensive-lifestyle/entertainment/15-female-bodybuilders-who-are-actually-attractive/

ฟรัง ฮอร์โมน เผยเคล็ดลับดีๆ ที่ทำให้สอบติดแพทย์
ฟรัง นรีกุล เกตุประภากร /  ฟรัง ฮอร์โมน / 

หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทีนเอ็มไทยได้ร่วมแสดงความยินดี กับสาวคนเก่ง ฟรัง นรีกุล นักแสดงสาวจากซีรีส์สุดฮอตฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ที่เธอสามารถสอบติดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้สมกับที่ตั้งใจ เพราะเบื้องหลังกองถ่ายฮอร์โมน เราจะเห็นว่าถ้าเธอมีเวลาว่าง เธอก็ไม่พลาดที่จะอ่านหนังสือทบทวนบทเรียน ซึ่งวันนี้เธอก็ได้ออกมาเผยเคล็ดลับดีๆ ที่ทำให้สอบติดแพทย์ได้ และเชื่อว่าน้องๆ จำนวนมากก็อยากรู้อยากเดินตามความฝันนี้เช่นกัน ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกันเลยค่ะ ฟรัง ฮอร์โมน เผยเคล็ดลับดีๆ ที่ทำให้สอบติดแพทย์ โดยสาวฟรังบอกว่า "เธอเลือกสอบแพทย์อย่างเดียวโดยเฉพาะ ไม่ได้เลือกสอบอันอื่นเผื่อไว้ เวลาเรียนก็เหมือนทั่วไปค่ะ คือก็พยายามทำความเข้าใจให้ได้ มีจดช็อตโน้ตเป็นภาษาของตัวเอง ยิ่งจดยิ่งทำให้เราจำได้ดีขึ้น เวลาอ่านหนังสือก็จะอ่านออกเสียงให้จำได้ เริ่มเตรียมตัวจริงจังตั้งแต่ขึ้น ม.6 ว่าอยากเรียนหมอ เพราะเป็นความฝันของเด็กๆ หลายคน อยากช่วยเหลือคน ในสังคมเพื่อนๆ ก็อยากให้เราเป็นหมอมากขึ้น ชวนกันเรียน ซึ่งเพื่อนที่เตรียมอุดมก็ติดกันหลายคน ฟรังสอบเลือก 4 อันดับ ซึ่ง 3 อันดับแรกเป็นหมอ มีที่ จุฬาฯ รามา และ วชิระ แล้วก็เลือกทันตฯไว้เป็นอันดับ 4 ช่วงจะสอบฟรังเลือกเรียนพิเศษเพิ่มเกือบทุกวิชา ติวหนักพอสมควร เพราะเป็นคนที่อ่านเองได้ไม่นาน ก็เลยต้องเรียน พอผลสอบออกมาก็หายเหนื่อยมาก คุ้มค่า ตอนนี้อยากเป็นหมอผิวหนัง แต่ก็ต้อดูไปเรื่อยๆ ระหว่างเรียนว่า เราจะถนัดทางไหน ก็อยากให้น้อง ๆ ที่มีความฝัน อย่าทิ้งความฝัน แม้ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรคเยอะ เหนื่อย แต่ถ้าผ่านไปได้มันก็สอนอะไรเราเยอะมาก และเราก็จะภูมิใจกับมันมาก” ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก dailynews, @frungnarikunn, PRMDCU

25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง
เกร็ดความรู้ /  เรื่องจริง / 

ลองมาเช็คการทำงานของ "หัวใจ" กันสักหน่อยไหมคะ กับ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง ว่าหัวใจคุณนั้นเป็นมากกว่าอวัยวะในร่างกายธรรมดาๆ เสียอื่น แต่จะมีเรื่องราวน่ารู้อะไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง 1. ในทุกๆ วัน หัวใจคนเราสร้างพลังงานขึ้น เทียบเท่ากับที่สามารถทำให้ “รถบรรทุก” ขับไปได้ 20 ไมล์ หรือราว 32 กิโลเมตร 2. ซึ่งนั่นหมายความว่า…หัวใจปล่อยพลังงานออกมารวมกันทำให้รถบรรทุกสามารถขับไปถึงดวงจันทร์ไป-กลับได้! 3. หัวใจเราปั้มเลือดไปให้เซลล์ทั่วร่างกายกว่า 75 ล้านล้านเซลล์ 4. มีเพียง Cornea หรือกระจกตาเท่านั้นที่ไม่ต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยง 5. หัวใจเราทำงานหนักกว่ากล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายในช่วงชีวิตของเรา 6. ในช่วงชีวิตคนเรา หัวใจปั้มเลือดเป็นจำนวนราว 1.5 ล้านบาเรลล์ ซึ่งเพียงพอที่จะเติมรถไฟได้ 200 ขบวน 7. เซลล์ของหัวใจเซลล์แรกเริ่มเต้นเมื่ออายุได้เพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น 8. วาฬสีน้ำเงินมีหัวใจที่ใหญ่ที่สุดคือน้ำหนักอยู่ที่ 1,500 ปอนด์ หรือราว 680 กิโลกรัม 9. รู้หรือไม่ว่า ยิ่งคุณเรียนมาก มีการศึกษามาก ความเสี่ยงของโรคหัวใจของคุณจะลดลง 10. แต่ถึงกระนั้น โรคหัวใจยังคงเป็นภัยที่อันตรายที่สุดของร่างกายมนุษย์ 11. แม้แต่ในมัมมี่ที่อายุ 3,000 ปี ยังพบว่ายังมี “หัวใจ” อยู่ 12. ความสุข การไม่เครียด การออกกำลังกาย และอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จะทำให้คุณมีหัวใจที่แข็งแรง 13. อัตราการเกิดอาการหัวใจวาย เกิดมากที่สุดในวันคริสต์มาส รองลงมาคือ 26 ธันวาคม และตามมาด้วยวันปีใหม่ 14. และคุณมีโอกาสหัวใจวายตอนเช้าวันจันทร์ มากกว่าเวลาอื่นๆ 15. ลิ้นของหัวใจมีขนาดประมาณเหรียญครึ่งดอลลาร์ 16. รู้หรือไม่ว่า หัวใจ คนเราคืออุปกรณ์ปล่อยไฟฟ้าอย่างไรของโลก 17. เพราะมันมีกระแสไฟฟ้าของตนเอง และมันสามารถเต้นได้แม้กระทั่งอยู่นอกร่างกายมนุษย์ ตราบเท่าที่ยังมีออกซิเจนหล่อเลี้ยงอยู่ 18. ในปี 1929 Werner Forssmann แพทย์ชาวเยอรมันต้องการศึกษาหัวใจของเขาเอง เขาจึงสอดท่อเข้าไปในเส้นเลือดดำจากแขนของเขาเอง และนั่นคือครั้งแรกของ การสอดท่อเพื่อตรวจหัวใจในปัจจุบัน 19. ในปี 1967 วันที่ 3 ธันวาคม Dr. Christiaan Barnard จากประเทศแอฟริกาใต้ ทำการปลูกถ่ายหัวใจให้แก่ Louis Washansky ซึ่งถึงแม้ว่าคนไข้จะอยู่รอดต่อได้แค่ 18 วัน แต่นั่นถือเป็นการปลูกถ่ายหัวใจครั้งแรกของมนุษย์ที่สำเร็จ 20. เอาลูกเทนนิสมาบีบแน่นๆ นั่นคือเวลาที่หัวใจปั้มพ์เลือด นั่นคือการทำงานหนักของหัวใจของเรา 21. หัวใจของผู้หญิงจะเต้นเร็วกว่าหัวใจของผู้ชาย 22. อย่างที่เราบอกก่อนหน้านี้ ความสุขทำให้หัวใจแข็งแรง ซึ่งที่รวมในนั้นคือ “การหัวเราะ” เพราะการหัวเราะช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นกว่าเดิม 20% และทำให้ผนังหลอดเลือดผ่อนคลายมากขึ้น 23. ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าทำไมเมื่อพูดถึงความรัก จึงมีการแทนด้วย “หัวใจ” ทั้งๆ ที่ อารยธรรมโบราณ เมื่อพูดถึง หัวใจ จะนึกถึงอารมณ์ มากกว่า ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนบอกว่ามันเริ่มมาจากชาวกรีก ที่นำหัวใจกับความรักมาคู่กัน 24. อาการอกหัก คือ เรื่องจริง เพราะหลังจากที่เราเจอเรื่องหนักๆ อย่างเช่นการผิดหวังในความรัก ฮอร์โมนที่ทำให้เรามีความเครียด จะเข้าไปสู่กระแสเลือดและทำให้หัวใจเกิดอาการ “ช็อก” คล้ายๆ กับอาการหัวใจวาย 25. มีผลวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยชาวสวีเดนพบว่า ทุกครั้งที่มีการร้องเพลงหมู่ หัวใจคนเราจะเลียนแบบจังหวะของบทเพลงนั้นๆ ข้อมูลและภาพ: kiitdoo, list25

โคตรจริงใจ!! มดดำ อวยพรวันเกิด หนุ่ม กรรชัย แรงส์ซะขนาดนี้..หลอกด่ารึป่าว!!
มดดำ /  มดดำ คชาภา / 

  คงต้องยอมรับชะตากรรมซะแล้ว!! สำหรับ มดดำ คชาภา ไม่รู้เป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาแต่ชาติไหนกับ หนุ่ม กรรชัย หรือเปล่า? หลังจากที่ร่วมงานกันมาหลายงาน ก็เห็นทั้งคู่จิกกัดกันมาตลอดเช่นกัน แถมวันดีคืนดีก็ยังมีเรื่องให้สาดใส่กันแรงๆ ได้ตลอดๆ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 18ก.ค.ที่ผ่านมาตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 47 ปีของ หนุ่ม กรรชัย ด้านเพื่อนซี้อย่าง มดดำ ก็ขออวยพรวันเกิดร่ายยาวเป็นหางว่าวให้ หนุ่ม กรรชัย ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวไว้อย่างสุดซึ้ง แถมยังแอบจิกกัดแรงๆ ตามสไตล์ถึง my เจ้ากรรมนายเวรว่า   “Happy birthday น้องแว้ง เผลอไม่ได้แว้งกัดตลอด หรือจะ Happy Birthday to my เจ้ากรรมนายเวร ที่จะบอกว่ารักที่สุด เกลียดที่สุด โกรธจนพูดไม่ออกที่สุด หรือที่ระบายที่ดีที่สุด ที่ปรึกษาที่ดีที่สุดหรือปรึกษาแล้วเลวร้ายที่สุด อย่าอยู่ด้วยที่สุดหรืออยากจะหนีให้ไกลที่สุด หรืออยากจะอยู่ใกล้ที่สุดละอุ่นใจ อาจจะหาคำจำกัดความไม่ได้กับคนที่ชื่อ.... กรรชัย กำเนิดพลอย @kanchai ......อายุมากขึ้นความเป็นตุ๊ดความเป็นกระเทยก็เยอะขึ้น ยิ่งมีลูกสาวยิ่งไปกันใหญ่ อีก2ปี เรามาดูกัน แค่อยากจะบอกพี่ว่าพี่คือคนโชคดีมีแต่คนรักพี่ เพราะพี่ชอบยุ่งกับและเอาเรื่องทุกคนมาใส่หัว ระวังมีเจ้ากรรมนายเวรเพิ่มนะ. วันเกิดปีนี้ขอบคุณสำหรับทุกๆๆอย่างที่พี่ให้ด้วยความรักที่พี่มีให้ รักพี่เสมอเหมือนกัน วันเกิดละแก่ลงเลิกนอยด์แดกได้ละพี่อะ มีแต่คนรักคนรอบตัวก็รัก ขอให้สุขภาพแข็งแรง.......มันจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อเลิกนอยด์ละหลอนตัวเองว่าตัวเองป่วยเป็นโน่นเป็นนี้วันดีคืนดีน้ำในหูไม่หูไม่เท่ากัน อีกหน่อยระวังน้ำเชื้อหมดจากตัวนะ รอเด็กมายูโตก่อนแล้วค่อยคิดป้อกๆๆ...... ขอให้มีทั้งความสุขทางกายและใจ แต่จะสุขมากขึ้นถ้าไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเยอะ...........ขอให้ร่ำรวยเงินทอง.......เงินเยอะละ ใช้เท่าไรก็ไม่หมดหรอก ........และที่สำคัญแก่ลงขอให้ฮอร์โมนพี่แข็งแรงและอย่าตกกว่านี้เพราะพี่จะกลายเป็นตุ๊ด. แล้วอีก2ปีห้ามตุ๊ดแตกสาวแตกกว่านี้เพราะ คุณนายเม @mayfuang จะได้เพื่อนสาว มีความสุขมากๆๆนะพี่รักพี่ ศรัทธาพี่ ชื่นชมในตัวพี่เสมอ พี่เป็นต้นแบบในการทำงานหนูพี่รู้ไหม จะเรียกว่าพี่คือต้นแบบของอาชีพพิธีกรเลยก็ได้ปลื้มมาตั้งแต่มีรายการ5นาทีจนวันนี้มีรายการของตัวเองพี่คือต้นแบบของหนู ขอให้พี่ทำงานในวงการให้สำเร็จสูงสุดและเป็นต้นแบบให้คนอื่นๆๆตลอดไปนะพี่”   นอกจากนี้ มดดำ ก็ยังขุดภาพที่ตกเป็นกระแสข่าวระหว่างตนกับ หนุ่ม กรรชัย ว่าหลอกด่ากันใน IG ออกมาแฉอีกรอบ หลังจากต้องการหาภาพอวยพรวันเกิดแต่กับเจอภาพนี้ พร้อมระบุแคปชั่นด้วยความแรง จริงใจ แต่แฝงด้วยความฮาที่ทั้งคู่สนิทสนมกันว่า   “นี้คือที่มาของน้องแว้ง@kanchai วันนี้วันเกิดนางอย่าไปหาเรื่องนาง เพราะนี้แค่ตัวอย่างการแว้ง นะคะหลอกด่ากันในIG วิธีทันสมัยไว้หลอกด่ากันสำหรับดารานำเทรนโดนกรรชัย แต่แค้นนี้ต้องชำระนะคะตอนแรกลืมไปละกดหารูปมาอวยพรวันเกิดเสือกเจอ ฝากไว้ก่อนนะคะน้องแว้ง กรรชัยฮอร์โมนตกเด๋วหาทางก่อน”   แหม...ช่างเป็นมวยถูกคู่และยังเป็นคู่ที่รักกันมากจริงจริ๊งเลยนะยะ งานนี้ก็แค่หยอกกันแรงๆ เท่านั้นเองจ้า ว่าแต่เมื่อไหร่จะลงเอยกันสักทีละจ๊ะ อิอิ!! ขอบคุณภาพจาก IG moddamkachapa, kanchai มดดำ อวยพรวันเกิด หนุ่ม กรรชัย IG มดดำ คชาภา มดดำ หนุ่ม กรรชัย มดดำ หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย น้องมายู

รักจัดแค้นจริง! เก้า สุภัสสรา เปิดตัวตน “บุปผา” คนใหม่ในบุปผาอาริกาโตะ
ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค /  ต้อม-ยุทธเลิศ / 

อีกหนึ่งก้าวของดาราสาวน้องใหม่อย่าง เก้า สุภัสสรา ธนชาต ที่หลังจากประสบความสำเร็จในซีรีส์ชื่อดัง “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” และภาพยนตร์เรื่อง “ฝากไว้ในกายเธอ” ล่าสุดกับการได้เข้ามาร่วมงานการแสดงครั้งแรกกับ ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับภาพยนตร์มากฝีมือที่คนไทยทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในภาพยนตร์เรื่อง “บุปผาอาริกาโตะ” จากบทสัมภาษณ์ครั้งก่อนของ ต้อม ยุทธเลิศ ที่บอกว่า บุปผาอาริกาโตะ นั้นต่างจากบุปผาราตรีเก่า ๆ แต่ไฮไลต์ของเรื่องยังคงเป็น “บุปผา” ที่เป็นตัวหลักของเรื่อง ซึ่งเก้าจะต้องรับบทสำคัญในการแสดงครั้งนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วบุปผาในเรื่องใหม่นี้เป็นอย่างไร จะเหมือนกับบุปผาคนเก่าในเรื่องบุปผาราตรีหรือไม่ เก้าจึงได้บอกเล่าถึงคาแรกเตอร์ของบุปผาในเรื่องนี้ว่า “รับบทเป็นผู้หญิงที่ชื่อ บุปผา เป็นสาวยุคใหม่ มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่ในตัวสูง โดยเฉพาะต่อเพศตรงข้าม มั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิด กล้าทำ อะไรที่ผู้หญิงธรรมดาทั่ว ๆ ไปอาจไม่กล้าแม้แต่จะคิด สื่อสารความรู้สึกผ่านดวงตาเป็นหลัก เป็นคนนิ่ง ๆ พูดน้อย แต่ลึก ๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่เซนส์ซิทีฟและจริงจังกับเรื่องความรักมาก ๆ หลังจากที่จับได้ว่าคนรักนอกใจจากความรักก็เปลี่ยนเป็นความแค้น และหนีไปพักใจจนได้พบกับแน็กและเพื่อน ๆ ที่นิเซโกะ จากภายนอกอาจคิดว่าบุปผาคือผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่บอบบาง แต่จริง ๆ รักจัดแค้นจริง อยู่ได้ด้วยความรักและก็พร้อมที่จะตายเพราะความรักได้เหมือนกัน บุปผาคือหญิงสาวที่มาพร้อมประโยค ทิ้งกูมึงตาย และไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครมาล้อเล่นในเรื่องความรัก ในบุปผาอาริกาโตะ นอกจากเราจะได้เห็นแรงอาฆาตแค้นของตัวบุปผาในเรื่องความรักแล้ว ยังจะได้เห็นการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ทั้งหลอนและน่ากลัวยิ่งกว่าทุกสิ่งที่เคยผ่านเข้ามา และทำให้ชีวิตของบุปผาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เป็นตัวละครที่ซับซ้อนเหมือนมี 2 บุคลิก สำหรับเก้าถือว่าท้าทายมากกว่าทุกเรื่อง และดูซับซ้อนกว่าปกติ ยากมากค่ะ เป็นอีกประสบการณ์ใหม่ ๆ ทางการแสดงของเก้าที่อยากให้ทุกคนได้ลองติดตามชม”