ฮอร์โมน

SCHOOL TALES /  ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล / 

"ตั้ว เสฏฐวุฒิ" เป็นปลื้ม ! ได้เป็นลูกผู้ชายเต็มตัวใน "School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า.." หลังจากเป็นที่รู้จักและชื่นชมมาจากบทชายรักชายในซีรี่ส์สุดฮิต ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น มาแล้ว ตั้ว เสฏฐวุฒิ อนุสิทธิ์ กลับมาอีกครั้งในรูปแบบผู้ชายเต็มตัวกับภาพยนตร์วัยรุ่น-รัก-หลอน School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า.. ของค่ายไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ประกบคู่ พรีม รณิดา เตชสิทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า มันทำให้รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น “เรื่องนี้ก็เป็นผู้ชายแมน ๆ เต็มตัวเลย เป็นเรื่องแรกที่ทำงานแล้วมีนางเอกกับเขาด้วย มันก็เหมือนเป็นการพลิกคาแร็กเตอร์นะ จากชายรักชาย มาเป็นรักผู้หญิง  ทั้งตื่นเต้น และดีใจ เพราะรู้สึกถึงความแตกต่างบางอย่าง เช่น ในฮอร์โมนอารมณ์ที่เราใช้ในการแสดงคือผู้ชายคนหนึ่งที่เราไม่ได้มองแค่เรื่องเพศ แต่มันเป็นความเข้าใจว่าทำไมผู้ชายกับผู้ชายต้องรักกันได้ ทำไมผู้หญิงกับผู้หญิงรักกันได้ แต่เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกในปัจจุบันจริง ๆ ว่าตัวเราชอบผู้หญิงอยู่แล้ว ชอบผู้หญิงมาตั้งแต่เกิดแล้ว ผมว่าความรู้สึกที่ใช้มันเร็วขึ้น แล้วมันส่งง่ายกว่า...สำหรับในเรื่อง School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า.. ผมเล่นเป็นโอมนะครับ เป็นรุ่นพี่ ม.6 หัวหน้าวงโยธวทิต เป็นผู้ชายที่ นิ่ง ๆ ครับค่อนข้างขี้อายนิดหน่อยแล้วก็จะเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าเกรงขามเท่าไร ไม่ค่อยเป็นที่เคารพ แต่ตัวโอมก็จะมีคนที่ค่อยให้กำลังใจอยู่ด้วย ก็คือปัน ซึ่งนำแสดงโดย พรีม รณิดาครับ” ท้าทายจินตนาการที่ไม่อาจควบคุมได้พร้อมกันทั่วประเทศ 12 มกราคมนี้กับภาพยนตร์เรื่อง School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า.. นำแสดงโดย ตั้ว เสฏฐวุฒิ อนุสิทธิ์, พรีม รณิดา เตชสิทธิ์, พิม ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ, บอส นวไพบูลย์ สุขวุฒินานนท์, ข้าวปั้น ธีธัช รัตนศรีทัย, โทรุ โทรึ ทากิซาว่า, จิ๊บ วริษฐา วชิรวงศ์ และ ยูโร ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล กำกับภาพยนตร์โดย ภาส พัฒนกำจร คุณ ! จินตนการความกลัวสุดขั้วไว้แค่ไหน ?

จะมีสักกี่คนที่จะเจอ “จุดเปลี่ยน” ในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างเช่นชีวิตโก๊ะตี๋
ควบคุมน้ำหนัก /  จุดเปลี่ยน / 

ใครๆ อาจจะเข้าใจว่า...ชีวิตจริงของดาราตลกผู้สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คนทั่วประเทศนั้น จะต้องตลกลั้ลลาอยู่ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง กว่าเส้นทางชีวิตของโก๊ะตี๋ จะมาถึงจุดที่ยืนอยู่ในวงการบันเทิงได้อย่างแข็งแกร่งอย่างทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ชายคนนี้ผ่านเรื่องราวในชีวิตมามากมายหลายจุดเปลี่ยน มีทั้งรอยยิ้ม และคราบน้ำตา จากเด็กชายเกเร หนีออกจากบ้าน ออกจากโรงเรียน กลายเป็นเด็กสู้ชีวิตปากกัดตีนถีบ หนักเอาเบาสู้ ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ ร้องลิเกเข็นผักขาย เพื่อเรียกลูกค้าหารายได้เลี้ยงปากท้องตั้งแต่อายุยังน้อย สู่ดาราตลกเงินล้าน ที่ใครๆ ก็ต้องการตัว… จนกระทั่ง ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ชีวิตของโก๊ะตี๋เริ่มเข้าสู่อีกหนึ่งจุดเปลี่ยน มีงาน มีเงินทองถาโถมเข้ามาให้โก๊ะตี๋อย่างไม่ทันตั้งตัว ชีวิตก็ เหมือนว่าวลอยสูงลิบลิ่ว ทำให้ตลกชายชื่อดังคนนี้หลงระเริงกับชื่อเสียงเงินทองที่ประดังประเดเข้ามา คิดว่าตนเองเก่งอยู่เหนือคนอื่นพาให้ชีวิตโก๊ะตี๋ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้งซึ่งเป็นจุดตกต่ำของชีวิต งานจ้างหดหาย การเงินร่วงวูบ จนเกือบต้องหันหลังให้กับวงการบันเทิงไปเมื่อหลายปีก่อน และตัดสินใจก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ ตั้งใจบวชตลอดชีวิต แต่การบวชและศึกษาพระธรรมทำให้โก๊ะตี๋ได้สติสามารถพลิกชีวิตผ่านจุดเปลี่ยนมาได้สามารถกลับมายืนหยัดในวงการอีกครั้งได้แข็งแกร่ง แต่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย คือน้ำหนักตัวของโก๊ะตี๋ เพราะมีปัญหาเรื่องฮอร์โมน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาลดน้ำหนักได้ยาก จนกลายเป็นโรคอ้วน แต่วันนี้ โก๊ะตี๋ กำลังจะก้าวเข้าสู่อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนในชีวิต เมื่อเขาฮึดสู้ ลดน้ำหนักด้วยโปรแกรมควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ ตัวช่วยสำคัญของโก๊ะตี๋ในครั้งนี้ ที่จะทำให้ชีวิตเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป! มาร่วมติดตาม "จุดเปลี่ยน" ในชีวิตครั้งสำคัญของ โก๊ะตี๋ ได้ที่ https://www.facebook.com/nutrilitethailand  และ  https://www.instagram.com/kootee และเตรียมพบกับวิดีโอเรื่องที่สองกับผลลัพธ์น้ำหนักโก๊ะตี๋ล่าสุด ลดไปแล้ว 18 กิโลกรัมในวันที่ 9 มิถุนายนนี้

สายคลีนหลบไป ! สตรองของจริงกับ 10 นักเพาะกายหน้าสวย
fitness /  กล้าม / 

ถ้าหากถามถึงผู้หญิงส่วนมากที่ไม่กล้าเล่นบอดี้เวทกัน เหตุผลของพวกเธอก็คงจะเหมือนกันนั่นก็คือ "ไม่อยากกล้ามขึ้น" ซึ่งคุณผู้หญิงเหล่านั้นเข้าใจผิด เพราะฮอร์โมนที่สร้างกล้ามเนื้อของผู้หญิงนั้นน้อยกว่าผู้ชายหลายเท่านัก แต่ก็จะมีผู้หญิงบางกลุ่มที่ไปไกลกว่าการเข้าฟิตเนสอาทิตย์ละ 3 วันพร้อมกับทานอาหารคลีน ผู้หญิงเหล่านี้ที่คลั่งไคล้ความสวยงามของกล้ามเนื้อและออกกำลังกายตลอดเวลาเพื่อที่จะให้ได้หุ่นที่สวยงามนี้มา วันนี้เรามี 10 นักเพาะกายที่ร่างกายนั้นอุดมไปด้วยกล้ามแต่ก็มีใบหน้าที่หน้าสวยเทียบเท่ากับนางแบบได้เลยค่ะ 1. Amanda Latona อแมนด้าเป็นแชมป์ 9 สมัยจากรายการ IFBB Pro Bikini Champion หรือการแข่งขันเพาะกายระดับสากลและยังเป็นนางแบบให้กับแม็กกาซีนสปอร์ตชื่อดังอีกหลายเล่ม อาทิเช่น Muscle and Fitness, FLEX และ Oxygen เธออาจจะไม่ได้โด่งดังมากในหมู่คนทั่วไปแต่ถึงอย่างไรเธอมีบอดี้ที่ฮอตสุดๆ ไปเลยค่ะ ! 2. Adriana Kuhl ทั้งความงามบนใบหน้าและความงามบนร่างกายคงเป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีว่าเธอเป็น  Bodybuilder ที่ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ถึงเธอจะดูหนาไปหน่อย แต่หุ่นที่เธอมีก็เป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ หลายๆ คนหันมาเล่นฟิตเนสกันค่ะ 3. Noemi Olah  คงไม่ต้องสืบเลยค่ะว่าเธอคนนี้เป็นผู้หญิงที่หุ่นเด็ดสะระตี่ที่สุดในลิสต์ของเรา ส่วนมากเธอเป็นนางแบบให้กับชุดบิกินี่และเธอยังเป็นแชมป์ 4 สมัยของการประกวดนางแบบบิกินี่ชื่อดัง "Bikini Olympian" ด้วยค่ะ 4. Erica Cordie Bodybuilder หน้าสวยคนนี้เป็นเจ้าของร้านโดนัทและร้านไอศครีมโยเกิร์ต ได้ยินไม่ผิดแน่คะ ! แต่เธอก็ควบคุมและดูแลรักษาร่างกายเป็นอย่างดีจนกลายมาเป็นนักเพาะกายอย่างทุกวันนี้ จนเธอเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะหน้าท้องที่มีกล้ามสวยงาม หยุดมองไม่ได้จริงๆ ค่ะ 5. Sarah Backman นักกล้ามหน้าสวยคนนี้เคยเป็นนักงัดข้อที่เก่งกาจและเป็นแชมป์ 8 สมัยของรายการแข่งงัดข้อระดับโลกอย่าง World Arm Wrestling Champion อีกทั้งเธอยังเคยเข้าร่วมรายการ American Gladiators ที่ประเทศสวีเดนซื้อลิขสิทธิ์เอาไปทำ และที่พีคที่สุดคือเธอเข้าร่วมการแข่งขันมวยปล้ำภายใต้สังกัด WWE ในนาม Shara และลงเอยกับหนุ่มนักมวยปล้ำชื่อว่า Bo Dallas อีกด้วย สวยพิฆาตสุดๆ ! 6. Moorea Wolfe หากอ้างอิงจากเฟซบุ๊กของเธอแล้ว เธอเคยทำอาชีพหลายต่อหลายอาชีพที่เวกัสมาก่อน ดังนั้นเธอจึงมีความสามารถมากมาย ทั้ง Bodybuilder นักอะโครแบท นางแบบ และแดนเซอร์ เพอร์เฟ็คขนาดนี้ ไม่ติดตามไม่ได้แล้วค่ะ ! 7. Kizzy Vaines  เธอคนนี้คือคำนิยามของคำว่าเพอร์เฟ็คค่ะ เพราะว่ารูปร่างของเธอนั้นมันฮอตเกินจะบรรยาย เธอเป็นทั้งนักเพาะกายและเทรนเนอร์ที่สามารถให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมของเธอได้ด้วย จนตอนนี้เธอเดินทางทั่วโลกเพื่อไปให้ความรู้และเทรนให้กับเหล่าคนที่รักสุขภาพทั้งหลายด้วยค่ะ 8. Juliana Malacarne ถ้าดูเผินๆ อาจจะคิดว่าเธอมีร่างกายที่ดูมีกล้ามเยอะจนเกินพอดี แต่ดูอีกที นี่แหละค่ะคือความสวยงามของกล้ามเนื้อ ก่อนหน้านี้เธอก็เคยเป็นนักมวยปล้ำมือโปรก่อนที่จะลงแข่งรายการประกวดต่างๆ ของนักเพาะกาย จนปัจจุบันเธอมีอาชีพเทรนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและโด่งดังมากค่ะ 9. Cory Everson คอรี่อาจจะมีอายุที่มากกว่าสาวๆ นักเพาะกล้ามทั่วไปแต่ถ้าเทียบกันในวัยของเธอแล้ว เธอก็ยังคงมีหุ่นที่จัดว่าดีมากๆ เธอชนะรายการประกวด Ms. Olympia Bodybuilding Contest ถึง 6 ปีรวด และถือเป็นตำนานสำหรับวงการเพาะกายเลยก็ว่าได้ค่ะ 10. Jennifer Rish  เจนนิเฟอร์เป็นตัวอย่างของสาวหน้าสวยที่สามารถคว่ำผู้ชายได้อย่างไม่ยากเย็น เธอมีหน้าตาที่สะสวยและยิ้มที่น่าหลงใหล แต่ก็มีแขนที่สามารถหักแขนคุณได้ง่ายๆ เธอเคยเป็นนักมวยและนักยิมนาสติกมาก่อน แต่เธอก็ทำงานเป็นนางพยาบาลเช่นกัน เรียกว่าเป็นนักเพาะกายมีประสบการณ์ที่หลากหลายมากค่ะ เรื่องรูปร่างของผู้หญิงนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน บางคนชอบหุ่นแบบผอมๆ บางคนชอบหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มแบบมีกล้าม ถ้ารูปร่างแบบไหนที่ทำให้คุณมั่นใจได้ก็พยายามเข้าค่ะ หุ่นดีอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม !   ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.therichest.com/expensive-lifestyle/entertainment/15-female-bodybuilders-who-are-actually-attractive/

จะเลือกกินอาหารอย่างไรดี เมื่อรู้ว่าตัวเอง โคเลสเตอรอลสูง
หลอดเลือดสมองตีบ /  หัวใจขาดเลือด / 

ภัยเงียบ ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองตีบ มาทำความรู้จักกับโคเลสเตอรอล (Cholesterol) กันดีกว่า โคเลสเตอรอล เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่พบในเลือด แม้ไม่สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้ แต่ก็มีประโยชน์ในการสร้างกรดน้ำดีซึ่งช่วยในการย่อยอาหาร สร้างฮอร์โมนบางชนิด และวิตามินดี รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ ซึ่งโคเลสเตอรอลในร่างกายจะได้จาก 2 แหล่ง คือ สร้างขึ้นมาเอง และได้รับจากอาหาร ซึ่งปริมาณโคเลสเตอรอลในอาหารจะมากน้อยแล้วแต่ชนิดของอาหาร ดังตัวอย่างในตารางนี้ ปริมาณโคเลสเตอรอล (มิลลิกรัม/100กรัมของอาหาร) ระดับโคเลสเตอรอลที่เหมาะสม ค่าโคเลสเตอรอลรวมที่ได้จากการตรวจเลือด ควรมีค่าน้อยกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-cholesterol) ควรมีค่าต่ำกว่า 100-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร โดยขึ้นกับ ความเสี่ยง สำหรับโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-cholesterol) ในผู้หญิงควรมีค่าสูงกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ในผู้ชายควรมีค่าสูงกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ทำไมโคเลสเตอรอลสูงนะ เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง และการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมากเกินไป เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม และถ่ายทอดในครอบครัว เกิดจากโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ไตวาย หรือภาวะบางอย่าง หรือยาบางชนิด กินได้เท่าไร ? คนปกติไม่ควรได้รับโคเลสเตอรอลจากอาหารเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้ามีโคเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol) ในเลือดสูงเกิน 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แล้ว ปริมาณโคเลสเตอรอลจากอาหารก็ต้องลดลงให้น้อยที่สุด (ควรน้อยกว่า 200 มิลลิกรัม/วัน)โดยไม่ต้องกลัวขาดโคเลสเตอรอลเพราะร่างกายสร้างได้เองประมาณ 2 ใน 3 ของที่ต้องใช้ในแต่ละวัน ปฏิบัติตัวอย่างไร ? เลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณโคเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัม/วัน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ไขมันจากสัตว์ หนังสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน กะทิ เนย ครีม เลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเลอิก(โอเมก้า 9) เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยให้มากขึ้น เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ที่มาบทความสุขภาพจาก โรงพยาบาลรามคำแหง

ปาปา. แชะ Justin Bieber นัวสาวคนใหม่ Sofia Richie ฮอตลื๊ม!
Justin Bieber /  Sofia Richie / 

จะบอกว่ากำลังอยู่ในช่วง 'ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น' ก็คงไม่ผิดนัก เพราะคู่รักที่แฟนๆ กำลังจับตามอง นักร้องวัยโจ๋ Justin Bieber กับสาวคนใหม่ นางแบบ Sofia Richie อินเลิฟกันสุดๆ นัวกันไปมาจนผ้าหลุดซะยังงั้น!! แม้ จัสติน จะขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ลัดฟ้าไปฉลองวันเกิดครบ 18 ปีแบบไพรเวทของยอดยาหยี โซเฟีย ไกลถึง Cabo เม็กซิโก แต่ก็ไม่พ้นสายตาปาปาราซซี่ ปาปา.เลยแชะภาพมารัวๆ ในอิริยาบทที่ทั้งคู่กำลังนัวเนีย กอดจูบลูบคลำ อยู่ริมสระว่ายน้ำ และไม่รู้ว่าเครื่องติดหรืออย่างไร ถึงได้มีรูปที่หนุ่ม จัสติน กำลังทำท่าถอดกางเกงออกมาด้วย!! A photo posted by justinBieber💎 (@beliebers_bj) on Aug 28, 2016 at 4:36am PDT แซ่บขนาดนี้ เด็กๆ เห็นแล้วต้องปิดตาโดยด่วน!! ข้อมูลจาก TMZ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

หันมาเน้นกิน อาหารพืช ลดเสี่ยงเป็นโรค แถมยังผอม หุ่นดีได้อีกด้วย
ลดความเสี่ยง /  อาหาร / 

Whole foods, plant-based diet คือ การรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติ เป็นหนึ่งในแนวทางการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในรอบปีที่ผ่านมา และยังคงอยู่ในกระแสความนิยมจากผู้คนจำนวนมากต่างจากแนวทางอื่นๆ เนื่องจากมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นคุณประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้รับประทานอาหารในแนวทางนี้ อาทิเช่น ผลงานการศึกษาของ ดร.ดีน ออร์นิช และ ดร.แมคดูกัล ที่ระบุว่าอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินั้นสามารถป้องกันและจัดการกับโรคเรื้อรังชนิดต่างๆ ได้ นอกจากจะช่วยในการรักษารูปร่างแล้ว งานวิจัยทางการแพทย์ในหลายสาขายังชี้ให้เห็นว่าการรับประทานอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ได้อีกด้วย วิทยาลัยสาธารณสุขแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard School of Public Health) แนะนำว่าอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลักนั้นจะช่วยลดค่าความดันโลหิตได้ นักวิจัยจากฮาวาร์ดยังพบว่าผู้ที่รับประทานผักและผลไม้มากกว่าคนทั่วไปเป็นระยะเวลากว่า 14 ปีนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดน้อยลงอีกด้วย การรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติทุกวัน แตกต่างจากแนวทางในการรับประทานแบบอื่นๆ เพราะสามารถทำได้ง่ายและคุ้มค่า ซึ่งแนวทางนี้จะเน้นการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักโดยไม่มีการสกัด ไม่มีการขัดสี ไม่มีการแปรรูปใดๆ และลดการรับประทานเนื้อสัตว์กับอาหารแปรรูปให้น้อยลง อาหารธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยนำสารอาหารหลักที่ให้พลังงานทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันที่ดีเข้าสู่ร่างกาย โดยไม่ได้เน้นแค่สารอาหารเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการผสมผสานของสารอาหารที่หลากหลายที่เหมาะสมกับร่างกายของคนเรามาก นอกจากคุณประโยชน์ที่มากมายแล้ว ยังเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากพืชผักผลไม้ใกล้ตัว ที่สามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย มะพร้าว – ผลไม้ท้องถิ่นมากคุณประโยชน์ นอกจากความชื่นใจดับกระหายแล้ว น้ำมะพร้าวยังประกอบด้วยสารไซโตไคนินเป็นจำนวนมาก ไซโตไคนินเป็นกลุ่มฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโต พัฒนาการ และความแก่ของร่างกายมนุษย์ การดื่มน้ำมะพร้าวจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีส่วนช่วยรักษาความหนุ่มสาวไว้ได้ ฟักทองและมะละกอ – ขุมทรัพย์ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลการศึกษาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติในสหรัฐอเมริการะบุว่า ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและส้ม เช่น ฟักทอง มะละกอ และแครอทนั้นอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ผักผลไม้เหล่านี้ยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกายอีกมากมายหลายประการ ฟักทอง จัดว่าเป็นผลไม้ประเภทหนึ่งซึ่งนิยมนำมารับประทานกันทั่วไป โดยใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารคาวหวานหลายชนิด เราสามารถเลือกอิ่มกับเมนูง่ายๆ อย่างเช่น ผัดฟักทองรับประทานกับข้าวกล้อง นอกจากฟักทองจะประกอบไปด้วยวิตามินเอและแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยบำรุงสายตาและทำให้การมองเห็นในที่ที่มีแสงน้อยดีขึ้นแล้ว ฟักทองยังอุดมไปด้วยใยอาหารในปริมาณสูง ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมแคลอรี แคโรทีนอยด์ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวตึงกระชับ การรับประทานฟักทองและมะละกอจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี นอกจากเนื้อฟักทองแล้ว เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกายด้วยเช่นกัน ในเมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างเซโรโทนิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีอารมณ์ดี ลองทานเมล็ดฟักทองเป็นอาหารว่าง รับรองว่าคุณต้องรู้สึกมีความสุขมากขึ้นแน่นอน ผักใบเขียว – อาหารพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับชีวิตในเมืองอันแสนวุ่นวายและเร่งรีบ การหาผักและผลไม้รับประทานในแต่ละมื้ออาจดูเป็นเรื่องยาก แต่อันที่จริงแล้วสารพัดพืชผักผลไม้ที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง ผักโขม หรือผักคะน้านั้น สามารถหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือในสลัดบาร์ทั่วไป การปรุงอาหารที่บ้านยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหากคุณต้องการควบคุมปริมาณน้ำมัน เกลือ และน้ำตาลด้วยตนเอง การทำอาหารจากผักสักจานที่บ้านนั้นยังใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น ลองเมนูง่ายๆ อย่างผักบุ้งหรือผักโขมลวกแล้วโรยหน้าด้วยอัลมอนด์บดกับพริกซอย รับประทานพร้อมข้าวกล้องหุงร้อนๆ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สารอาหารที่เต็มเปี่ยม ผักใบเขียว ยังประกอบไปด้วยใยอาหารในปริมาณสูง และช่วยรักษาระบบการย่อยอาหาร เช่น การทำความสะอาด และลดการอักเสบ นอกจากนี้ผักใบเขียวยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่นๆ ช่วยในการลดน้ำหนักและการรักษาน้ำหนักให้คงที่ ผักสีเขียวเข้ม เช่น พืชในตระกูลผักโขมอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก จากผลการศึกษาของกรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา พบว่าผักโขมที่ปรุงแล้วขนาด 1 ถ้วยตวงมีธาตุเหล็ก 1 มิลลิกรัมซึ่งมากกว่าตับวัวปริมาณ 85 กรัมเสียอีก อย่างไรก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติแนวทางนี้ ว่าเป็นการทานผักประเภทใบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งความจริงเรายังจำเป็นต้องเพิ่มพืชผักผลไม้ที่ให้แป้ง เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวโพด ฟักทอง และข้าวกล้อง ไปในมื้ออาหารด้วย หากทานอาหารในหมวดหมู่นี้ให้ครบทุกชนิด นอกจากจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว คุณจะสนุก และมีความสุขกับการรับประทานมากขึ้นอีกด้วย

โรคหัวใจ ไม่น่ากลัว แค่เปลี่ยนพฤติกรรม ก็ลดความเสี่ยงได้
ความเสี่ยงโรค /  ป้องกันโรคหัวใจ / 

ในปัจจุบันมนุษย์เราทุกคนทราบกันดีว่ามีโรคชนิดต่างๆ เกิดขึ้นหลายโรค และสาเหตุส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นผลมาจากพฤติกรรมการหรือการกระทำของตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในสังคม การทำงานหนักจนเกิดความเครียด การเลือกที่จะรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารเร่งด่วน อาหารไม่ครบทุกหมวดหมู่ อาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเพื่อชดเชยกับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลที่จะก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะในกลุ่มของโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น โรคหัวใจ เป็นโรคที่มีความหมายกว้างมาก และอาการเจ็บป่วยของโรคหัวใจนั้น ก็จะอาจจะเกิดจากการเจ็บป่วยของโรคอื่นก็เป็นได้ ซึ่งโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น หมายถึงกลุ่มโรคที่มีผลต่อระบบหัวใจ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคกล้ามเนื้อหัวใจ หัวใจล้มเหลว โรคหัวใจอักเสบ โคนลิ้นหัวใจรั่ว โรคหัวใจรูมาติก เป็นต้น โรคหัวใจ เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบมากและเป็นอันตรายที่สุดคือ อาการหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่นำไปสู่อาการหัวใจวาย (Heart Attack) ซึ่งแต่เดิมการแพทย์เชื่อว่า เกิดจากการสะสมของไขมันผนังหลอดเลือดจนเกิดการอุดตัน แต่ในปัจจุบัน (Heart Attack) ที่พบบ่อยมักเกิดจากผนังหลอดเลือดด้านในแตกจนเกิดการสะสมของลิ่มเลือดและนำไปสู่การอุดตันของเส้นเลือดแบบเฉียบพลัน ซึ่งการแตกของผนังหลอดเลือดด้านในนี้ เกิดจากภาวะ การอักเสบ (Inflammation) ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งจากอารมณ์แปรปรวน อาหาร อนุมูลอิสระ ตลอดจนถึง ภาวะความร้อนภายในร่างกาย การทำงานของฮอร์โมน การทำงานของประสาทอัตโนมัติ การวินิจฉัยว่าเป็น โรคหัวใจหรือไม่นั้นควรเป็นหน้าที่ของแพทย์ แต่ตัวเราเองก็สามารถสังเกตอาการบางอย่างเพื่อสันนิษฐานเบื้องต้นได้เช่นกัน คือ เป็นโรคอ้วน เครียดมากจนเกินไป มีอาการใจร้อน อารมณ์ร้อน รวมถึงภาวะอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง สูบบุหรี่ เป็นต้น ส่วนระยะเวลาของการแสงอาการนั้น จะแสดงออกในระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น วิ่ง เดินขึ้นบันได หรือเมื่อโกรธ จะรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอก อาการเจ็บหน้าอกของโรคหัวใจขาดเลือด จะแตกต่างจากการเจ็บแบบอื่น โดยจะเจ็บแน่นๆ บริเวณหน้าอกด้านซ้ายหรือสองด้าน บางรายจะเจ็บร้าวไปที่แขนซ้าย หรือมีอาการปวดไปถึงกรามคล้ายเจ็บฟัน แม้จะหยุดออกกำลังกายแล้วก็จะยังเจ็บอยู่ นอกจากนี้ยังมีอาการหอบ เหนื่อยง่ายผิดปกติ ใจสั่น ขาบวม อาจจะเป็นลม หรือมีอาการวูบร่วมด้วย การดูแลป้องกัน ไม่ให้เป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด นั้นป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น อาหาร อารมณ์ การออกกำลังกาย เป็นต้น ความจริงการรับประทานเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นกลไกตามธรรมชาติ เป็นพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าทุกคนดูแลรักษาตนอย่างดี ควบคุมอารมณ์ไม่ให้เครียดจนเกินไป ทานอาหารแต่พอควร เลือกอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอและพอดี โอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจและโรคกลุ่มนี้ก็จะน้อยลง วิธีนี้เป็นการป้องกันตนเองก่อนที่จะเกิดโรค แต่ถ้าหากเกิดโรคขึ้นมาแล้วการรับประทานยาเป็นประจำ การผ่าตัด การทำบอลลูนขยายเส้นเลือดที่ตีบ นั้นเป็นแค่การรักษาตามอาการเท่านั้นไม่ได้ทำให้หายขาดจากโรคนี้ได้เลย การแก้ไขดังกล่าวเป็นการแก้ไขแค่เพียงส่วนเล็กน้อยตรงบริเวณที่เส้นเลือดผิดปกติที่ยาวเพียงไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้นไม่ได้แก้ไขส่วนอื่นของเส้นเลือดที่ยาวมากมายที่มีอยู่ทั่วตัวเรา ถ้ามนุษย์เรายังคงดำเนินหรือมีพฤติกรรมการการดำรงชีวิตเหมือนเดิมก็อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดโรค เมื่อเกิดภาวะบ่งชี้ของการเกิดโรค เช่น เจ็บหน้าอก หอบ เหนื่อยง่าย เหงื่อออกมาก ใจสั่น ขาบวม ให้สันนิษฐานว่า อาจจะเป็นโรคหัวใจ และพาคนป่วยพบแพทย์ทันที ยิ่งถึงมือแพทย์เร็วเท่าไร โอกาสที่แพทย์จะแก้ไขเส้นเลือดอุดตันให้เลือดไหลเวียนก็จะทำให้ได้อย่างเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ก่อนเราเชื่อว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจทำอะไรไม่ได้อีก แต่ปัจจุบันความเชื่อนั้นเปลี่ยนไป คนผ่าตัดหัวใจแล้ว ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ สามารถออกกำลังกายได้ไม่แพ้คนปกติ บางคนแข็งแรงสามารถเล่นกีฬาได้เหมือนนักกีฬาอาชีพ แต่การในการฟื้นฟูร่างกายนั้น คนไข้ควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ด้วยโปรแกรมฟื้นฟูหัวใจ ซึ่งจะทำให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตให้ถูกต้องทานยาอย่างประจำสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนัก รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นกิจวัตรประจำวัน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ผู้ป่วยนั้นต้องกระทำต่อเนื่องและตลอดไป หลังจากการเกิดโรคและได้รับการรักษาแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำขึ้นอีก ขบวนการนี้โดยรวมคือการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจโดยเริ่มจากการชะลอความเสื่อม การดูแลก่อนการเกิดโรคหรือการป้องกันการเกิดโรค การดูแลขณะเป็นโรคพร้อมช่วยแก้ไขสมรรถภาพร่างกายที่ผิดปกติขณะเป็นโรคให้กลับสู่สภาพเดิม การดำรงพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ดีต่อเนื่องเป็นประจำหลังการรักษาหายจากโรค เพื่อป้องกันการกลับมาของโรคเดิม ดังนั้นทุกคนต้องเริ่มดูแลสุขภาพฟื้นฟูร่างกายชะลอความเสื่อมของหัวใจป้องกันการเกิดโรคหัวใจและกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (คงสภาพความหนุ่มสาว) กันตั้งแต่วันนี้ ที่มาบทความสุขภาพจาก โรงพยาบาลพระรามเก้า

25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง
เกร็ดความรู้ /  เรื่องจริง / 

ลองมาเช็คการทำงานของ "หัวใจ" กันสักหน่อยไหมคะ กับ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง ว่าหัวใจคุณนั้นเป็นมากกว่าอวัยวะในร่างกายธรรมดาๆ เสียอื่น แต่จะมีเรื่องราวน่ารู้อะไรบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ 25 เรื่องจริงของหัวใจ ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง 1. ในทุกๆ วัน หัวใจคนเราสร้างพลังงานขึ้น เทียบเท่ากับที่สามารถทำให้ “รถบรรทุก” ขับไปได้ 20 ไมล์ หรือราว 32 กิโลเมตร 2. ซึ่งนั่นหมายความว่า…หัวใจปล่อยพลังงานออกมารวมกันทำให้รถบรรทุกสามารถขับไปถึงดวงจันทร์ไป-กลับได้! 3. หัวใจเราปั้มเลือดไปให้เซลล์ทั่วร่างกายกว่า 75 ล้านล้านเซลล์ 4. มีเพียง Cornea หรือกระจกตาเท่านั้นที่ไม่ต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยง 5. หัวใจเราทำงานหนักกว่ากล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายในช่วงชีวิตของเรา 6. ในช่วงชีวิตคนเรา หัวใจปั้มเลือดเป็นจำนวนราว 1.5 ล้านบาเรลล์ ซึ่งเพียงพอที่จะเติมรถไฟได้ 200 ขบวน 7. เซลล์ของหัวใจเซลล์แรกเริ่มเต้นเมื่ออายุได้เพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น 8. วาฬสีน้ำเงินมีหัวใจที่ใหญ่ที่สุดคือน้ำหนักอยู่ที่ 1,500 ปอนด์ หรือราว 680 กิโลกรัม 9. รู้หรือไม่ว่า ยิ่งคุณเรียนมาก มีการศึกษามาก ความเสี่ยงของโรคหัวใจของคุณจะลดลง 10. แต่ถึงกระนั้น โรคหัวใจยังคงเป็นภัยที่อันตรายที่สุดของร่างกายมนุษย์ 11. แม้แต่ในมัมมี่ที่อายุ 3,000 ปี ยังพบว่ายังมี “หัวใจ” อยู่ 12. ความสุข การไม่เครียด การออกกำลังกาย และอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จะทำให้คุณมีหัวใจที่แข็งแรง 13. อัตราการเกิดอาการหัวใจวาย เกิดมากที่สุดในวันคริสต์มาส รองลงมาคือ 26 ธันวาคม และตามมาด้วยวันปีใหม่ 14. และคุณมีโอกาสหัวใจวายตอนเช้าวันจันทร์ มากกว่าเวลาอื่นๆ 15. ลิ้นของหัวใจมีขนาดประมาณเหรียญครึ่งดอลลาร์ 16. รู้หรือไม่ว่า หัวใจ คนเราคืออุปกรณ์ปล่อยไฟฟ้าอย่างไรของโลก 17. เพราะมันมีกระแสไฟฟ้าของตนเอง และมันสามารถเต้นได้แม้กระทั่งอยู่นอกร่างกายมนุษย์ ตราบเท่าที่ยังมีออกซิเจนหล่อเลี้ยงอยู่ 18. ในปี 1929 Werner Forssmann แพทย์ชาวเยอรมันต้องการศึกษาหัวใจของเขาเอง เขาจึงสอดท่อเข้าไปในเส้นเลือดดำจากแขนของเขาเอง และนั่นคือครั้งแรกของ การสอดท่อเพื่อตรวจหัวใจในปัจจุบัน 19. ในปี 1967 วันที่ 3 ธันวาคม Dr. Christiaan Barnard จากประเทศแอฟริกาใต้ ทำการปลูกถ่ายหัวใจให้แก่ Louis Washansky ซึ่งถึงแม้ว่าคนไข้จะอยู่รอดต่อได้แค่ 18 วัน แต่นั่นถือเป็นการปลูกถ่ายหัวใจครั้งแรกของมนุษย์ที่สำเร็จ 20. เอาลูกเทนนิสมาบีบแน่นๆ นั่นคือเวลาที่หัวใจปั้มพ์เลือด นั่นคือการทำงานหนักของหัวใจของเรา 21. หัวใจของผู้หญิงจะเต้นเร็วกว่าหัวใจของผู้ชาย 22. อย่างที่เราบอกก่อนหน้านี้ ความสุขทำให้หัวใจแข็งแรง ซึ่งที่รวมในนั้นคือ “การหัวเราะ” เพราะการหัวเราะช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นกว่าเดิม 20% และทำให้ผนังหลอดเลือดผ่อนคลายมากขึ้น 23. ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าทำไมเมื่อพูดถึงความรัก จึงมีการแทนด้วย “หัวใจ” ทั้งๆ ที่ อารยธรรมโบราณ เมื่อพูดถึง หัวใจ จะนึกถึงอารมณ์ มากกว่า ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนบอกว่ามันเริ่มมาจากชาวกรีก ที่นำหัวใจกับความรักมาคู่กัน 24. อาการอกหัก คือ เรื่องจริง เพราะหลังจากที่เราเจอเรื่องหนักๆ อย่างเช่นการผิดหวังในความรัก ฮอร์โมนที่ทำให้เรามีความเครียด จะเข้าไปสู่กระแสเลือดและทำให้หัวใจเกิดอาการ “ช็อก” คล้ายๆ กับอาการหัวใจวาย 25. มีผลวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยชาวสวีเดนพบว่า ทุกครั้งที่มีการร้องเพลงหมู่ หัวใจคนเราจะเลียนแบบจังหวะของบทเพลงนั้นๆ ข้อมูลและภาพ: kiitdoo, list25

นอนดึก ทำให้อ้วน จริงๆหรือนี่?
mbookstore /  ทำให้อ้วน / 

เคยสังเกตกันบ้างไหมว่า ในคืนที่คุณ นอนดึก หรือ นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เช้าวันถัดมานอกจากอาการง่วงและอ่อนเพลียแล้ว ยังแปลงร่างให้คุณเป็นคนกินเก่งขึ้น ประหนึ่งว่าเห็นช้างตัวเท่ามดอีกด้วย แต่จะเป็นเพราะอะไรนั้น ไปหาคำตอบกันเลย การนอนดึกหรือนอนหลับไม่เพียงพอ มีผลต่อความอ้วนแน่นอน เป็นเพราะร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมน 3 ชนิดออกมาผิดปกติ คือ ฮอร์โมนคอร์ติซอลฮอร์โมนเลปตินและฮอร์โมนเกรห์ลินซึ่งฮอร์โมนทั้งหมดนั้นมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกินทั้งหมด เมื่อเรานอนดึก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียดออกมามากในวันถัดไป เราจะหิวง่ายกว่าปกติ เพราะร่างกายต้องการพลังงานปริมาณมาก โดยเฉพาะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และเร้าต่อความต้องการน้ำตาล สังเกตว่าเราจะอยากกินของหวานๆนอกจากนี้ยังเร่งการเติบโตของเซลล์ไขมันและสั่งการให้มาสะสมบริเวณพุง ทางแก้คือให้กินผลไม้รสหวานชุ่มฉ่ำแทนขนมหวาน เช่น ส้มสับปะรด แตงโม จะช่วยบรรเทาอาการโหยของหวานได้ การนอนดึกและมีฮอร์โมนเครียดหลั่งมากๆ ยังไปกระตุ้นให้ผลิตฮอร์โมนเกรห์ลิน หรือฮอร์โมนหิว หลั่งออกมาจากเซลล์กระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้หิวเก่งขึ้นต้องหาอะไรเข้าปากมาประทังความหิวให้ลดลง หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรกินอาหารจำพวกโปรตีน เช่น ไข่ขาว ปลา ถั่ว โดยเฉพาะในมื้อเช้า จะช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเกรห์ลินได้ และเลี่ยงอาหารไขมันสูง เพราะยิ่งทำให้หิวง่ายขึ้นนั่นเองแนวทางการดูแลคือไม่ควรกินขนมหวาน อาหารน้ำตาลสูงโดยเฉพาะน้ำอัดลมที่มีปริมาณน้ำตาลฟรุคโตสสูงและเลี่ยงไขมันอิ่มตัวในเนื้อติดมัน นมวัว เนยชีส เพราะอาหารดังกล่าวเป็นตัวการที่ทำให้เราอ้วนนั่นเอง ยิ่งนอนน้อย ก็ยิ่งกินมากขึ้น ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นผลจากภายใน ซึ่งนอกจากจะนำไปสู่โรคอ้วนแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังเช่น โรคเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจอีกด้วยรู้อย่างนี้แล้วก็ควรจะหาทางปรับเปลี่ยนการนอน เพื่อป้องกันปัญหาอื่นๆ ที่ตามมา เครดิตจาก นิตยสาร Health Channelฉบับเดือนตุลาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

7 อาหารยอดแย่ ตัวการแก่เร็ว
ของทอด /  ชะลอวัย / 

มาทำความรู้จักกับ 7 อาหารยอดแย่ ตัวการแก่เร็วกันดีกว่า เคล็ดลับสำคัญของการชะลอวัยด้วยตัวเองอย่างหนึ่งคือ เรื่องของอาหาร ซึ่งนอกจากต้องกินอาหารที่ช่วยชะลอความแก่ ยังต้องเลี่ยง “อาหารที่ทำให้แก่” ด้วยนะคะ ซึ่งมีดังนี้ 1. สารพ้นอาหารทอด ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นทอด ไก่ทอด หมูทอด ปลาทอด และอื่นๆ อีกมากมายและยิ่งถ้าใช้น้ำมันหรือวิธีการทอดด้วยความร้อนสูง ก็ทำให้เกิดกระบวนการออกซิเดชั่น ทำลายเซลล์ ก่อโรคสารพัน แก่เร็ว แม่ค้าบางคนใช้น้ำมันซ้ำแล้วซ้ำอีกประเภทไม่ดำไม่เปลี่ยน จนเกิดสารที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของน้ำมันที่ทอด ซึ่งเป็นสารก่อนมะเร็งและหากป่วย ความแก่ชราก็จะมาเยือนอย่างรวดเร็ว 2. อาหารผ่านการปรุงแต่งมักมีสารพวกฟอสเฟตที่ใส่เพื่อเพิ่มรสชาติ ยืดอายุของอาหาร แต่เป็นตัวทำลายสุขภาพ เร่งให้เกิดความชราทำลายระบบต่างๆ ในร่างกาย รวมทั้งไตและกระดูก นอกจากนี้ยังก่อสารพันปัญหาให้ร่างกาย ได้แก่เกิดการอักเสบ ระบบทางเดินอาหารเสียความสมดุลทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ สมองมึนงง รวบรวบ ความคิดยากทำให้ความแก่มาเยือนเร็วขึ้นค่ะ อาหารตัวการคือ ไส้กรอก อาหารรมควัน เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการปรุงแต่ง แหนม ของหมักดอง รวมทั้งพวกแป้งขัดขาว ข้าวขาวเส้นหมี่ขาว สปาเกตตีสีขาว เป็นต้น 3. สารสังเคราะห์ในอาหาร ไม่ว่าจะเป็นสารกันบูดสารให้ความหวานแทนน้ำตาลต่าง โมโนโซเดียมกลูตาเมต (ผงชูรส) โพแทสเซียมโบรเมต โซเดียม ไตเตรตหรือไตไตรต์ รวมทั้งสารสังเคราะห์ต่างๆที่ช่วยถนอมอาหารหรือทำให้รสชาติดีขึ้น สารเหล่านี้สัมพันธ์กับโรคต่าง รวมถึงมะเร็ง ดังนั้น ถ้าต้องการให้อ่อนเยาว์และสุขภาพแข็งแรง พยายามกินอาหารที่มาจากธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงสารสังเคราะห์ โดยสังเกตจากลากบนบรรจุภัณฑ์ก็ได้นะคะ  ทรานส์แฟต (trans fat) ทรานส์แฟต (trans fat) เป็นไขมันชนิดไม่ดี ผลิตด้วยต้นทุนต่ำ เก็บได้ทนโดยเติมไฮโดรเจนในไขมันไม่อิ่มตัวพวกน้ำมันพืช เพื่อให้เสถียร บางครั้งอาจเรียกว่า “ไฮโดรจีเนตแฟตส์” (hydrogenated fats) หรือ “พาร์เชียลไฮโดรจีเนตแฟตส์” (partial hydrogenated fats) โดยใช้เป็นส่วนผสมในอาหารหลายชนิดเช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมขบเคี้ยว ของทอด เบเกอรี่ต่างๆ เค้ก คุกกี้ บิสกิต ถ้าเติมไฮโดรมาก จะทำให้น้ำมันเป็นก้อนแข็ง กลายเป็นมาร์การีหรือเนยเทียม ทรานส์แฟตทำให้ไขมันดีในร่างกายลดลง (HDL) และไขมันไม่ดี (LDL) เพิ่มขึ้น มีการศึกษาพบอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ ซึ่งมีทรานส์แฟตเป็นสาเหตุ ประมาณ 20,000 รายต่อปีในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ทรานส์แฟตยังสัมพันธ์กับโรคต่างๆ อีกมาก เช่น หลอดเลือดในสมอง อัลไซเมอร์ มะเร็ง เบาหวาน อ้วน ตับ ทำงานผิดปกติ ภาวะมีบุตรยากในสตรีซึมเศร้า ส่วนผิวพรรณ ทรานส์แฟตทำให้การไหลเวียนเลือดที่มาเลี้ยงผิวหนังไม่ดี การสร้างคอลลาเจนและอีสาลตินเสียไปด้วย ทำให้เกิดปัญหามากมายขนาดนี้ ความแก่ความเร็วก็มาเยี่ยมเยือนแน่นอน ระยะหลังผู้ผลิตบางรายเริ่มตระหนักเห็นโทษ จึงเปลี่ยนหรืองดใช้เจ้าทรานส์แฟตอันตรายนี่ ท่านผู้อ่านสามารถสังเกตที่ฉลากดู จะเห็นคำว่า trans fat 0 เป็นการบอกให้รู้ว่าฉันไม่ได้ใส่นะ แต่ผู้ผลิตอีกมากมายยังใช้อยู่ เราจึงต้องเลือกให้ดี ดูชนิดอาหาร ดูฉลากว่ามีเจ้าตัวอันตรายนี่อยู่หรือเปล่า ซึ่งบางครั้งผู้ลิตก็ไม่ได้เขียนตรงๆ ว่าทรานส์แฟตนะคะ แต่อาจเป็นเนยขาว (shortening). Hydrogenated vegetable oil, vegetable oil shortening, hydrogenated margarine เป็นต้น อาหารยอดแย่ ตัวการแก่เร็วชนิดอื่นๆ 5.อาหารปนเปื้อนสารเคมีอย่างยาฆ่าแมลง รวมถึงเนื้อสัตว์ที่ผ่านการเร่งการเจริญเติมโตแบบไม่เป็นธรรมชาติ โดยใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตหรือยาปฏิชีวนะ ให้ลองคิดถึงการที่เราต้องกินอาหารพวกนี้เข้าไปสิคะ เราก็จะได้รับสิ่งเหล่านี้เข้าไปด้วย ทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล เกิดการอักเสบ แก่เร็ว และเกิดโรคต่างๆ ได้ 6.อาหารเค็มจัด โดยปกติร่างกายต้องการเกลือโซเดียมเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าอาหารีเกลือโซเดียมมากไป จะส่งผลทำให้ร่างกายขาดน้ำ ผิวพรรณเหี่ยว เกิดปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด หัวใจ และไต 7.น้ำที่ไม่ใช่น้ำเปล่า พวก น้ำหวาน กาแฟ น้ำอัดลม สุรา เบียร์ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งต้องห้ามในการชะลอวัย (รายละเอียดอยู่ใน ชีวจิต เล่มก่อนๆ นะคะ) ต่อไปเวลาไปจ่ายตลาดหรือซื้อของทีซูเปอร์มาร์เก็ต อย่าเผลอหย่อนอาหารยอดแย่ที่ทำให้แก่เร็วเหล่านี้ลงไปในตะกร้าซื้อของของเรานะคะ ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับมิถุนายน 2556

10 วิธีลดขนมหวาน ต้านความชรา ถ้าไม่อยากแก่ก่อนวัย
ขับถ่ายยาก /  ติดน้ำตาล / 

เมื่อเข้าช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าวหลายคนก็จะคิดถึงเครื่องดื่ม หวาน ๆ เย็นๆ ไม่ว่าจะน้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ปั่น ไอศกรีม ผลไม้ลอยแก้ว น้ำแข็งใส ขนมหวาน ขนมเค้กและอื่นๆ เพื่อช่วยดับกระหายคลายร้อย อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ช่วยทำให้ความรู้สึกร้อนดีขึ้น สดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในทันที และคนส่วนมากก็มักจะติดอยู่กับความรู้สึกนี้ เรียกว่า “ภาวะติดน้ำตาล” คือกินหรือดื่มอาหารต้องมีน้ำตาลหรือความ หวาน เป็นส่วนประกอบ เมื่อติดแล้วหากไม่ได้กินน้ำตาลก็จะรู้สึกไม่สดใส ไม่มีแรง หรือบางครั้งก็หงุดหงิด อารมณ์เสีย กลไกเมื่อน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายจะถูกแปรรูปให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ให้เป็นพลังงาน การที่เราได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงจะทำให้มีระดับของน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และฮอร์โมนตัวหนึ่งที่สร้างมาจากตับอ่อนที่ชื่อว่าอินซูลินก็จะถูกสร้างมากขึ้นด้วยเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ แต่การที่ตับอ่อนต้องทำงานหนักเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้ตับอ่อนล้า หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ และผลที่ตามมาก็คือการเกิดโรคเบาหวาน และเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณมากเกินความต้องการ น้ำตาลเหล่านั้นก็จะแปรรูปเป็นไขมันสะสมไปทั่วร่างกาย ผลที่ตามมาก็คือการเกิดโรคอ้วน จะส่งผลให้ร่างกายทำงานหนักมากเกินไปร่างกายก็จะเสื่อมโทรมและชราเร็วกว่าที่ควรเป็นอีกทั้งยังเพิ่มอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดอีกด้วย 1. เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำ หวาน เน้นการดื่มน้ำเปล่า เครื่องดื่มชาหรือสมุนไพรที่ไม่เติมน้ำตาล ร่างกายต้องการน้ำวันละ 8 แก้วขึ้นไป น้ำช่วยขจัดของเสีย ขนส่งสารอาหารและออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงให้ความชุ่มชื้นแก่เซลล์ การดื่มน้ำน้อยนอกจากจะทำให้ผิวไม่สดใสยังส่งผลให้อวัยวะภายในของร่างกายต้องทำงานหนักเป็นที่มาของความเสื่อมโทรม 2. รับประทานผลไม้สดแทนขนม หวาน ทานผลไม้ที่ไม่ผ่านการแปรรูป เพราะผลไม้สดนั้นให้วิตามิน เกลือแร่และใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย แถมยังได้รส หวาน จากน้ำตาลฟรักโทส กลูโคสจากที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น อาจนำผลไม้มาปั่นทำเป็นไอศกรีมแท่ง หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แช่แข็งแล้วใส่ในน้ำดื่มแทนน้ำแข็งก็จะได้น้ำดื่มกลิ่นผลไม้ แต่ไม่ได้น้ำตาลส่วนเกิน 3. เลือกชนิดของขนม หวาน ที่จะรับประทาน หากอยากจะกินขนม หวาน น้ำแข็งใสก็ควรกินกับธัญพืชที่ให้ใยอาหารสูง เช่น ลูกเดือย ถั่วแดง ถั่วเขียว ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด หรือผลไม้รสไม่ หวาน เช่นฝรั่ง มะม่วงมันดิบ ลูกพรุน เนื่องจากใยอาหารจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายและช่วยลดปริมาณความต้องการอินซูลินของร่างกาย ร่างกายก็จะไม่ทำงานหนักทำให้ร่างกายมีเวลาเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง นอกจากนี้ใยอาหารยังช่วยให้อิ่มท้องได้นาน ลดความหิวของ หวาน ลดความอ้วนได้ 4. หลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการเติมนํ้าตาลลงในอาหารและเครื่องดื่ม ในที่นี้หมายถึงน้ำตาลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำตาลทราย น้ำตาลทรายแดง น้ำผึ้ง ไซรัป และไฮฟรักโทสคอร์นไซรัปหรือน้ำตาลที่สกัดจากข้าวโพด เป็นต้น เพราะเมื่อเข้าสู่ร่างกายสุดท้ายจะเปลี่ยนไปเป็นกลูโคสดังนั้นจึงควรลดปริมาณการใช้น้ำตาลเหล่านี้ในอาหารและเครื่องดื่ม 5. ชิมรสชาติอาหารก่อนปรุงทุกครั้ง ในบางครั้งเรามักจะติดการปรุงอาหารโดยการใส่น้ำตาลก่อนเสมอทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินไปจนเกิดโทษ และหากสั่งอาหารก็ควรเน้นว่าไม่ หวาน เนื่องจากหากรสชาติไม่ หวาน เราสามารถเพิ่มเติมเองที่ละน้อยได้ 6. บ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานของ หวาน บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าธรรมดาหลังจากกินขนม หวาน หรือน้ำหวาน เนื่องจากความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงความหวานจากต่อมรับรสชาติภายในช่องปากจะส่งผลให้เกิดความอยากอาหาร และยังเป็นสาเหตุหลักที่ทําให้ฟันผุ เพราะแบคทีเรียที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากรับประทานอาหารจะมีโอกาสทำลายฟัน หรือหาโอกาสแปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารหรือของว่างทุกครั้ง 7. อ่านฉลากโภชนาการข้างบรรจุภัณฑ์ ควรอ่านฉลากโภชนาการที่บอกถึงปริมาณน้ำตาลที่ข้างกล่องว่า มีน้ำตาลซูโครส แล็กโทส ฟรักโทส กลูโคส มอลโทส น้ำเชื่อม น้ำผึ้ง ไฮฟรักโทสคอร์นซีรัป คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์หรือเป็นกี่กรัมหากมีมากกว่า 15 กรัมหรือประมาณ 3 ช้อนชาก็ควรจะหลีกเลี่ยง 8. ให้เวลาร่างกายในการปรับตัว ร่างกายเราจะใช้เวลาประมาณ 10 วันในการปรับสภาพลิ้นที่ติดรสชาติอาหาร หวาน ในช่วงแรกอาจทำให้รู้สึกว่าอาหารหรือเครื่องดื่มขาดรสหวานและรสชาติไม่เหมือนเดิม แต่หากให้เวลาสักพักร่างกายจะสามารถปรับและลิ้นจะมีความชินกับชาติอาหารที่ไม่ หวาน และต่อไปก็จะต้องการน้ำตาลลดลง 9. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็ก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กโดย ไม่ให้ขนมหวาน ทอฟฟี่ ช็อคโกแลต และไม่ควรแสดงความรักให้รางวัลปลอบใจเด็กหรือฉลองเทศกาลต่างๆ ด้วยอาหารที่มีน้ำตาลสูง 10. ใช้สารให้ความ หวาน บางตัวที่มีประโยชน์ ในช่วงที่ลดน้ำตาลอาจมีการใช้สารให้ความ หวาน บางตัวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่น หญ้าหวานหรือ Stevia ใบของหญ้าหวานนี้จะให้ความ หวาน มากกว่าน้ำตาลทรายขาวปกติถึง 30 เท่าจึงใช้เพียงปริมาณที่เล็กน้อยเท่านั้น แม้ว่าการศึกษาจะระบุถึงความปลอดภัยของหญ้าหวาน ไม่มีอันตรายในคน และไม่เกิดพิษสะสมได้ แต่กระนั้นก็ตามการใช้หญ้าหวานก็ควรที่จะระมัดระวัง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยเช่น ในบางรายอาจเกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารได้ ถึงแม้ว่าการได้รับน้ำตาลมากเกินไปจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคเรื้อรังและเร่งความชรา การได้รับน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมคือไม่เกินกว่า 5 ช้อนชาในหนึ่งวันก็ไม่ถือว่าอันตรายเนื่องมาจากน้ำตาลมีหน้าที่คือให้พลังงาน เพื่อใช้ในการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น การหายใจ การย่อยอาหาร การทำงานของต่อมมีท่อและไร้ท่อต่างๆ และที่สำคัญคือน้ำตาลเป็นอาหารของสมอง ร่างกายจะใช้พลังงานจากน้ำตาลก่อนสารอาหารประเภทไขมันหรือโปรตีน ในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานก็ควรพกน้ำตาลติดไว้หากมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำก็ควรดื่มน้ำหวานหรือลูกอมน้ำตาล และในผู้ที่สูญเสียเหงื่อหรือมีอาการท้องเสียการได้รับน้ำตาลก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้น ไม่อ่อนแรง เพราะฉะนั้นหากเราเลือกรับประทานนํ้าตาลในปริมาณที่เหมาะสมให้ถูกต้องตามปัจจัย แวดล้อมของแต่ละบุคคลอันประกอบไปด้วยอายุ เพศ นํ้าหนัก ส่วนสูง และกิจกรรมระหว่างวันก็จะทําให้ร่างกายไม่ขาดสมดุลและไม่ก่อให้เกิดความชราก่อนวัยอันควร ขอบคุณที่มาจาก : www.womanplusmagazine.com

อีกมุมของ ปันปัน เป็นครูอาสา! สอนหนังสือให้สามเณร
ข่าว ปันปัน สุทัตตา /  ปันปัน สอนหนังสือ / 

มาดูอีกมุมหนึ่งของนักแสดงสาววัยฮอร์โมน ปันปัน สุทัตตา กันบ้าง อะไรบ้าง... หลังเจ้าตัวใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการอาสาไปสอนหนังสือวิชาภาษาอังกฤษให้กับสามเณร ที่ วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร สุขุมวิท 101 ซึ่งก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และกำลังเป็นที่ชื่นชมกันอยู่ในโซเชียล งานนี้ขอปรบมือดังๆ ให้กับสาวปันปัน มีเรื่องราวดีๆ แบบนี้ก็ต้องสนันสนุนกันจ่ะขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @punpun_sutatta ปันปัน สอนหนังสือสามเณร ปันปัน สอนหนังสือสามเณร ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา

อะตอม ปลื้ม เพลง
อะตอม ชนกันต์ /  อ้าว

    เป็นซิงเกิ้ลที่ 4 ที่ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยจริงๆ สำหรับเพลง "อ้าว" ของหนุ่มเสียงมีเอกลักษณ์ อะตอม ชนกันต์ รัตนอุดม ร้องนักแต่งเพลงหน้าใหม่มาแรง แห่งค่าย ไวท์มิวสิค ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ตอนนี้ซิงเกิ้ล "อ้าว" กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั้งยอดวิวในยูทูป ความถี่ในการเปิดทางวิทยุ และโดยเฉพาะฟีดแบคคำชมจากแฟนเพลง ไม่ว่าจะเป็น เพลงน่ารัก เพลงนี้แต่งออกมาได้ยังไง? เพลงนี้แสบดี และที่แชร์ในโลกโซเชียลมากที่สุด คือ พระเอก-นางเอกเอ็มวีน่ารัก... อ้าวเฮ้ย! เป็นใคร?  หรือแม้แต่การใช้คำ  อ้าวเฮ้ย!!  มาเล่น มาโพสต์กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเซียล  ซึ่ง อะตอม ได้ออกมาบอกว่า “เพลงนี้ผมแต่งอีกแล้วครับ ตอนแรกจะชื่อ “อ่าว” กลัวคนจะงงว่าเกี่ยวอะไรกับการออกทะเลหรือเปล่า(หัวเราะ) เลยปรับมาเป็น “อ้าว” เป็นเรื่องราวที่มาจากตัวเราและคนรอบข้าง เพลงนี้เป็นเหมือนตัวแทนความกล้าที่จะบอกออกไปซักที สำหรับคนที่อาจจะเป็นฝ่ายถูกกระทำ อ่อนแอ เพลงนี้ก็เหมือนการบอกว่าพอกันที มันไม่ไหวแล้ว และก็มีคำถามว่า อ้าว!! คราวที่แล้วไปแล้วไม่ใช่เหรอ...แล้วจะกลับมา?? เห็นเราเป็นอะไร? คนอะไรจะมีเหตุการณ์ช้ำๆ เยอะขนาดนี้ใช่ไหมฮะ (หัวเราะ) ท่อนฮุคมันมีคำเหน็บแนม เสียดสี คนที่เศร้าอกหักอยู่ พอฟัง อ้าว เฮ้ย! ใช่ ตรงใจ...ดีใจครับ ดีใจมากๆ ที่เพลงนี้ทุกๆคนชอบทั้งเพลงและเอ็มวี ผมโชคดีที่ได้น้องเค้ามาแสดง พระเอกคือ “น้องเบสท์” เป็นดีเจ คลี่น Virgin Hitz   กับนางเอก “น้องจ๋อมแจ๋ม” จาก ฮอร์โมน 3  น้องๆ น่ารักแสดงได้ธรรมชาติมากๆ ตอนนี้ไปไหน มีแต่คนถามถึงน้องเบสท์มากกว่าผมละฮะ (หัวเราะ) ก็ยินดีและขอบคุณทุกคนที่ชอบเพลงนี้กันนะครับ”   

5 ข้อสังเกต อาการ แพ้กลูเตน! ที่มักแฝงมากับอาหาร
Gluten-free /  กลูเตน / 

หลายคนอาจยังไม่รู้จักว่ากลูเตนคืออะไร ? แล้วทำไมจึงให้ความสำคัญขนาดนี้ เรามีคำตอบมาฝากค่ะ กลูเตน เป็นชื่อของโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งพบมากในกลุ่มธัญพืชประเภทข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีคุณสมบัติเด่นคือทำให้อาหารมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการทำให้ขนมปังเหนียวนุ่มอร่อย นอกจากเบเกอร์รี่แล้ว ยังแฝงมากับอาหารประเภทอื่นอีกมากมาย เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น นักเก็ต ลูกอม กล้วยทอด ไม่เว้นแม้แต่ ขนมไหว้พระจันทร์ ยังไม่หมดนะคะ เครื่องปรุงรสอีกหลายอย่างก็มีส่วนผสมของกลูเตน ไม่ว่าจะเป็น ซีอิ๊ว น้ำสลัด ผงซุปต่างๆ ที่ทำให้อาหารมีความเหนียวข้น ใกล้ตัวขนาดนี้ต้องระวังกันหน่อยแล้วล่ะ อาการสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตน 1. ระบบทางเดินอาหารไม่ค่อยดี หลังจากกินอาหารที่มีส่วนผสมของกลูเตนเข้าไป จะมีอาการ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ขับถ่ายผิดปกติ 2. ผิวหนังมีขนคุดขึ้นตามร่างกาย กลูเตนจะไปทำลายลำไส้ จนส่งผลให้การดูดซึมไขมันลดลง ร่างกายก็จะขาดกรดไขมันและวิตามิน A ผิวหนังก็จะแห้งกร้าน มีลักษณะเป็นตุ่มคล้ายหนังไก่ 3. ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดหัวไมเกรน รู้สึกเหนื่อยล้า ฮอร์โมนผิดปกติ หงุดหงิดง่าย น้ำหนักขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติ บางครั้งสมองตื้อจนเป็นไมเกรน หากแพ้มากๆ อาจส่งผลกับภาวะอารมณ์ซึมเศร้าได้ 4. มีอาการปวดอักเสบ บริเวณข้อต่อกระดูก คุณจะรู้สึกปวดตามข้อกระดูก ไม่ว่าจะเป็นข้อนิ้ว หัวเข่า หรือสะโพก 5. คุณมีอาการป่วยเกี่ยวกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น สะเก็ดเงิน ต่อมไทรอยด์เรื้อรัง จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของกลูเตน การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตนนั้น เบื้องต้นคือการเลี่ยงอาหารที่ทำจากแป้งสาลี ของทอดต่างๆ รวมทั้งขนมเค้ก เบเกอร์รี่ ถ้าหากซื้อสินค้าในห้างร้าน ก็ควรตรวจเช็ครายละเอียดฉลากให้ถี่ถ้วน บางอย่างก็จะระบุไว้เลยว่า ไม่มีกลูเตน (Gluten-free) ในประเทศไทยยังโชคดีที่ข้าวที่เรากินกันอยู่นั้นเป็นแป้งข้าวเจ้า แต่ในต่างประเทศมีคนที่แพ้กลูเตนเป็นจำนวนมาก ลักษณะอาการไม่ต่างจากคนแพ้นมวัว แต่ก็ไม่ต้องตกใจกันเกินไป สำหรับคนที่ไม่แพ้ กลูเตนไม่ใช่สิ่งไม่ดี และไม่ได้ทำให้ผอมหรือสุขภาพดี แต่กลูเต็นเป็นเพียงโปรตีนชนิดหนึ่งเท่านั้น!! หากกินในสัดส่วนที่พอเหมาะก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ นะคะ และขอย้ำอีกครั้งว่า อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป เป็นอาหารที่ปลอดกลูเตนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น ผลไม้และผักสด หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ รู้อย่างนี้แล้วก็สบายใจได้จ้า :) รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women Mthai Team

“Shin Godzilla” เปิดตัวยิ่งใหญ่ ศิลปิน-นักแสดงร่วมชมภาพยนตร์พร้อมให้คอมเมนท์สุดประทับใจ
Shin-Godzilla /  คนึงพิมพ์ พรมกร / 

“Shin Godzilla” เปิดตัวยิ่งใหญ่ ศิลปิน-นักแสดงร่วมชมภาพยนตร์พร้อมให้คอมเมนท์สุดประทับใจ ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังเป็นที่ฮือฮากับยอดรายได้ถล่มทลาย ในการกลับมาทวงบัลลังก์ราชันแห่งอภิมหาสัตว์ประหลาดตลอดกาลของ ก็อดซิลล่า จากภาพยนตร์ Shin Godzilla หลังเดินหน้าออกอาละวาดถล่มเกาะญี่ปุ่นเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 พร้อมรายได้ทะลุ 6 พันล้านเยน ขึ้นแท่นภาพยนตร์ Live Action ของญี่ปุ่นที่ทำรายได้สูงสุดประจำปี 2016 ภาพยนตร์เฟรนด์ชายน์ชุดก็อดซิลล่ากลายเป็นภาพยนตร์ในแนว LIVE ACTION ที่มียอดจำนวนผู้ชมทะลุ 100 ล้านคนไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา มงคลภาพยนตร์ นำ Shin Godzilla ฉบับปี 2016 จากสตูดิโอโตโฮมาเปิดฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ให้ สื่อมวลชนพร้อมนักร้อง นักแสดงวัยรุ่น มาร่วมสัมผัสพลานุภาพการทำลายล้างขั้นสูงสุด กับการปฎิวัติโฉมหน้าของก็อดซิลล่าอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยงานนี้ได้รับความสนใจ และเสียงตอบรับจากเหล่าผู้ชมทั้งที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของก็อดซิลล่า รวมไปถึงนักแสดงวัยรุ่นสุดฮอต อาทิ คลอดีน อทิตยา เครก, เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, แดน พฤกษ์พยุง (ฮอร์โมนเดอะซีรีส์), ปังปอนด์ อัครวุฒิ มังคลสุต, กิต ณัฐกิตติ์ นันทพานิช, ไมค์ สิทธิเดช จอมจันทร์ยอง (GMM), สิงโต ปราชญา เรืองโรจน์ (โซตัส เดอะซีรีส์) , เชา ชวลิต ชิตตนันท์, อั๋น วริศ เลิศจารุวงศ์ (หนุ่มคลีโอ), คอปเตอร์ ภานุวัฒน์ เกิดทองทวี (The Star 10), เปรี้ยว อนุสรา วันทองทักษ์ (AF2), หนิม คนึงพิมพ์ พรมกร (AF5), เมย์ นภัสนันท์ ศรีสุทธิสรรค์, แม๊กซ์ อภิสร สุขวัฒนาศัย, แพรว รัฐพร สุขพันธ์, โบ๊ท สิริโรจน์ ปริญญานันท์ (AF12), เปอติ๊ด ญาดา โกเมศ (เดอะวอยซ์ 4) รวมทั้งดีเจจากคลื่นต่าง ๆ ดีเจปาล์ม, ดีเจก้อ, ดีเจกัญ (รังรอง), ดีเจคิว, วรวุฒิ สัจจะปรเมษฐ (นักเขียนฉายาหนุ่มโรงงานน้ำตา) และผู้คร่ำหวอดในวงการสายแฟชั่นและสตรีท โฟโตกราฟเฟอร์อย่าง ฟาน พิชญะ ภู่ไพบูลย์ ซึ่งพร้อมใจกันมาร่วมเป็นผู้ชมกลุ่มแรก ๆ ของเมืองไทยอย่างเป็นทางการที่จะได้เผชิญหน้า ตื่นตากับก็อดซิลล่าที่มาพร้อมกับมหึมาความสูงยิ่งใหญ่ที่สุดถึง 118.5 เมตร ที่ยังคงเอกลัษณ์สุดคลาสสิคในความเป็นออริจินัล ผสมผสานกับการนำเอาเทคโนโลยีในการผลิตภาพยนตร์ที่พัฒนาถึงขีดสุดของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอา CGI มาสร้างสรรค์ก็อดซิลล่าอย่างเต็มรูปแบบ และที่พิเศษและเติมความฟินให้กับผู้ชมคือฉากการทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ของก็อดซิลล่า การบุกอาละวาดถล่มกรุงโตเกียว ที่มาพร้อมกับอาวุธสังหารอย่างลมหายใจปรมาณูที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญเพียงแต่ครั้งนี้มาพร้อมกับเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าที่ผ่านมา สมกับความเป็นที่สุดแห่งภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ยิ่งใหญ่ และทุ่มทุนสร้างอย่างสูงสุดในประวัติศาสตร์ก็อดซิลล่าเลยทีเดียว โดยมีเสียงตอบรับมากมาย อาทิ วิวัฒนาการเร็วมาก มีลุ้นตลอดทั้งเรื่อง -----  แม็กซ์ (AF 12) สนุก ครบรส มีทั้งความสะเทือนใจ ความสามัคคี ----- เมย์ (AF 12) สุดยอดเลยครับ ผมชอบตอนควัน มันดูได้ฟิล เหมือนเราไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นเลย ---- เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ (ฮอร์โมน เดอะซีรีส์) เป็นก็อดซิลล่าตัวใหม่ที่ไม่เห็นมาก่อน เท่มาก โหดมาก ----- คลอดีน อทิตยา เครก (ฮอร์โมน เดอะซีรีส์) ตื่นเต้น มีพลังที่ไม่เคยเห็นในภาคก่อน ๆ เด็ด ----- แดน พฤกษ์พยุง (ฮอร์โมน เดอะซีรีส์) ภาคนี้รู้สึกสมจริงมาก ตึกรามบ้านช่องมันไม่ใช่กระดาษอีกต่อไปมันเรียลมาก มันส์มากต้องมาดู ----- เปอติ๊ด (The Voice 4) สนุก ไม่เหมือนใคร ----- กิต ณัฐกิตติ์ นันทพานิช (GMM) พลังของก็อดซิลล่า เอฟเฟต์การทำลายล้างเรียกได้ว่าอัพเกรด เท่มาก ----- ดีเจ คิว (คลื่น Seed) ตัวอย่างตอบอะไรไม่ได้เลยครับ หนังมันยิ่งใหญ่กว่ามาก ----- เกิดมาเพื่อดูหนัง คัตติ้ง ภาพ มุมกล้องทุกอย่าง เป็นออริจินอลญี่ปุ่นเลยครับ ----- ฟาน พิชญะ จะคาดเดาอะไรมันไม่ได้เลยว่ามันกำลังจะทำอะไรอยู่ ----- Godzilla Thailand Fanclub แม้เราจะเห็นก็อดซิลล่าของฝรั่ง เราจะติดว่านั้นอลังการพอแล้ว คุณคิดผิดครับ นี่เป็นสิ่งที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนในหนังสัตว์ประหลาดทุกเรื่อง ----- Justดูit ในตัวงานยังได้นำเอาชินก็อดซิลล่าขนาด 2.50 เมตร มาให้ผู้ชมได้แชะแอนด์แชร์รูปภาพกับ อภิมหาสัตว์ประหลาดสุดยิ่งใหญ่อีกด้วย พร้อมกันนี้ยังได้จัดแสดงโชว์ฟิคเกอร์โมเดล ก็อดซิลล่า งานเอ็กซ์พลัส ไจแกนติค ลิมิเตดอีดีทชั่น ขนาดยักษ์ ที่รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาทในงานอีกด้วย ผู้ชมสามารถชม Shin Godzilla ในรูปแบบซาวน์แทรคเสียงญี่ปุ่นได้ที่โรงภายนตร์ HOUSE RAMA RCA, SF WORLD CINEMA CentralWorld (ในระบบปกติ และ MX4D), SF CINEMA CITY Terminal 21, SFX CINEMA The Crystal Ekamai Ramindra, Emprive Cineclub, SFX CINEMA Central Plaza Grand Rama 9, SFX CINEMA Maya Chiangmai, Paragon Cineplex, Quartier CineArt, Embassy Diplomat Screens, Esplanade Cineplex Ratchadapisek, Major Cineplex Ratchayothin (เฉพาะในระบบ 4DX), Major Cineplex CentralFestival Chiangmai (เฉพาะในระบบ 4DX) และ Hatyai Cineplex (เฉพาะในระบบ 4DX) เรียกได้ว่าการคืนชีพครั้งนี้ทางต้นฉบับพร้อมจัดเต็มให้กับแฟน ๆ เลือกสัมผัสความยิ่งใหญ่ของก็อดซิลล่า ได้ทั้งระบบปกติและ 4 มิติตั้งแต่ 8 กันยายนนี้เป็นต้นไป

อิ้งค์ วรันธร ส่งซิงเกิ้ลใหม่
Snap /  อิ้งค์ วรันธร

เป็นอีกหนึ่งสาวมากความสามารถจริงๆ สำหรับ  อิ้งค์ วรันธร เปานิล นักร้องสาวเสียงใส เจ้าของซิงเกิ้ลเพลง เหงา เหงา ที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองมาแล้ว แถมล่าสุดเจ้าตัวยังได้ชิมลางกับบทนางเอก จากภาพยนตร์เรื่อง Snap แค่..ได้คิดถึง อีกด้วย และในวันนี้ เธอมีซิงเกิ้ลที่ 2 ในชีวิตแล้ว กับเพลง Snap ที่ยังคงกลิ่นอายของอิเล็กทรอนิกส์ ซินธ์ป็อบ แบบที่เธอชอบ และเชื่อว่าน่าจะถูกใจใครหลายคนแน่นอน โดยเฉพาะคนที่กำลังตกหลุมรักใครบางคน แล้วไม่กล้าที่จะบอกเขาคนนั้น โดย อิ้งค์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ ทีมงาน music.mthai ถึงการทำงานเพลงนี้ว่า "ตอนนี้อิ้งค์มีซิงเกิ้ลใหม่ค่ะ ชื่อเพลงว่า  snap เป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ของ อิ๊งค่ะ จริงๆ เพลงนี้ไม่เกี่ยวกับหนัง คือชื่อเหมือนกันเฉยๆ ค่ะ โดยเพลงนี้จะพูดถึงว่า เราแอบชอบคนสักคน พอเรามีโอกาสได้อยู่ใกล้ๆ เขาเราก็อยากจะหยุดเวลานี้เอาไว้... ซึ่งเราก็พยายามหาคำที่เอาเพลงนี้อยู่ เลยนึกถึงคำว่า Snap ที่เหมือนเป็นการกดชัตเตอร์ หยุดภาพเฟรมนี้เอาไว้ เลยใช้ชื่อนี้ แต่ว่าได้มีคุยกับพี่คงเดช(ผู้กำกับภาพยนตร์) เหมือนกันว่า หนูจะใช้ชื่อนี้นะ พี่โอเคไหม พี่เขาก็ขอเพลงไปฟังค่ะ เขาก็บอก เออ เพลงดี โอเคให้ใช้(หัวเราะ) เพลง Snap เป็นเรื่องราว ของคนที่เราแอบชอบ โดยรู้ทั้งรู้ว่ายังไงเขาก็ไม่สนใจเรา ซึ่งเราก็บอกเขาด้วยสายตาตลอด แต่ว่าเขาไม่เคยหันมามอง แต่ดันมีโอกาสหนึ่ง ที่เราได้อยู่ใกล้ชิดกัน ก็เลยอยากจะหยุดเวลานี้เอาไว้ หยุดไว้แค่นั้นก็คงพอ ให้ได้เก็บไปนอนเพ้อ เพลงมันก็จะออกแนวเพ้อๆ หน่อยค่ะ ซึ่งเอ็มวีนี้ก็ได้ พี่ปิง เกรียงไกร  ผู้กำกับฮอร์โมน เดอะซีรีส์ มาตีความเพลงนี้ให้ ก็อยากให้ทุกคนเข้าไปดูกันเยอะๆ ค่ะ ซึ่ง อิ๊งค์ ชอบฟังเพลงซาวด์แบบ อิเล็กทรอนิก อย่างนี้อยู่แล้ว รู้สึกว่า เออ เพลงสไตล์นี้แหละที่เราอยากจะทำ แล้วพอมีโอกาสได้ถ่ายทอดให้กับคนฟัง ได้มาทำแนวที่ชอบด้วย ยิ่งแฮปปี้เลยค่ะ ถามว่าชอบอะไรมากกว่ากัน เล่นหนังกับร้องเพลง อิ๊งค์ชอบร้องเพลงมากกว่าค่ะ  จริงๆ เล่นหนังก็สนุกค่ะ เป็นประสบการณ์ใหม่ ที่เราไม่เคยมีพื้นฐานอะไรเลย แต่ว่าร้องเพลงเราอยู่มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเรียนร้องเพลงด้วย จบร้องเพลงมาด้วย ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราทำแล้วสบายใจ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ เหมือนเป็นธรรมชาติของเรา ยังไงก็ฝากผลงานเพลง Snap ด้วยนะคะ ถ้าใครชอบเพลงเหงา เหงา ก็อยากให้ลองฟังเพลงนี้ดูค่ะ เป็นสไตล์เดียวกันเลยค่ะ แต่ว่ามีจังหวะเร็วขึ้น แล้วก็มีเนื้อหาที่สดใสขึ้น แล้วถ้าใครยังไม่เคยฟังเพลงของอิ้งค์เลย ก็อยากให้ลองฟังดูค่ะ เป็นสไตล์ซินธ์ป็อบ เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะชอบเพลงนี้ค่ะ เพลง Snap

วิธีดูแลตัวเอง สำหรับผู้ป่วย โรคเบาหวาน กินอยู่ยังไงให้ชีวิตเป็นสุข
คุมน้ำตาล /  น้ำตาล / 

โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติจนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดต่างๆทั่วร่างกาย เช่น “โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง ตาบอด ระบบประสาทส่วนปลายเสื่อมนำไปสู่การตัดเท้าหรือขา” เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน นอกจากพันธุกรรมแล้ว ปัจจัยสิ่งแวดล้อมและวิธีการดำเนินชีวิต เช่น การเลือกรับประทานอาหาร น้ำหนักตัวเกิน ไม่ออกกำลังกาย หรือมีภาวะความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง ก็สุ่มเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานเช่นกัน สาเหตุของระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกิดจากตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ลดลง ร่วมกับการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินซูลินที่เซลล์กล้ามเนื้อ ตับ และเซลล์ไขมันลดลง ซึ่งฮอร์โมนอินซูลินมีหน้าที่ควบคุมการใช้พลังงานของร่างกายให้ใช้น้ำตาลเป็นพลังงานหลัก เมื่อร่างกายขาดพลังงานจึงรู้สึกเพลีย อยากกินอาหารหวาน และน้ำตาลสูงในเลือดที่สูงเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ จึงมีอาการปัสสาวะบ่อย คอแห้ง หิวน้ำ และน้ำหนักลด ผู้ป่วยเบาหวานควรมีความรู้ในการดูแลตัวเอง ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม หมั่นออกกำลังกายตามความแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักตัว รับประทานยาหรือฉีดยาตามคำแนะนำแพทย์และมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในการดูแลตนเองที่ผู้ป่วยเบาหวานควรรู้ คือ การดูแลตนเองเมื่อมีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน เช่น การติดเชื้อ การผ่าตัด อุบัติเหตุ หรือได้รับยาบางชนิดที่มีผลต่อน้ำตาลในเลือด ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนต่างๆ เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคกับอาการเจ็บป่วยนั้นๆ มีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหรือลดลงผิดปกติ รวมทั้งอาการเจ็บป่วยมีผลต่อปริมาณอาหารที่รับประทานทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง นอกจากคนไข้จะเจ็บป่วยจากโรคนั้นๆแล้ว อาจมีภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันจากระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ 1. Diabetic ketoacidosis คือ ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับเลือดเป็นกรด มักตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 250 มก./ดล. อาการ ได้แก่ กระหายน้ำ คอแห้ง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หอบเหนื่อย ลมหายใจมีกลิ่นผลไม้ จนถึงซึม หมดสติได้ 2. Hyperglycemia hyperosmolar nonketotic syndrome (HHNS) ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับภาวะ osmolarity (ความเข้มข้นเลือด) สูง มักพบในผู้สูงอายุที่คุมเบาหวานได้ไม่ดี มีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน ร่วมกับภาวะขาดน้ำรุนแรง ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 600 มก./ดล. บางรายที่เป็นมาก อาจมีความดันโลหิตต่ำ ความรู้สึกตัวจะค่อยๆลดลง จนโคม่าได้ 3.Severe hypoglycemia ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำรุนแรง จนผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น มีอาการสับสน เป็นลม หมดสติ ชักเกร็ง กระตุก จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่น และอาการดีขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลปกติ มักพบเมื่อระดับน้ำตาลในเลือด 50 มก./ดล. หรือต่ำกว่า ข้อควรปฏิบัติยามเจ็บป่วยสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (Sick- day rules) สำหรับผู้ป่วยเบาหวานเมื่อเกิดภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน สิ่งที่ต้องหมั่นทำ คือ ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น ชั่วโมงละครึ่งถึงหนึ่งแก้ว (ถ้าไม่มีข้อห้าม เช่น โรคหัวใจ โรคไต) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยขับน้ำตาลส่วนเกินและคีโตนไปทางปัสสาวะ ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่ปลายนิ้วบ่อยขึ้น (ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งควรจะตรวจทุกๆ 4 ชั่วโมงและตรวจคีโตนในปัสสาวะ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง ควรตรวจอย่างน้อย 3 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน) กินอาหารคาร์โบไฮเดรตให้เพียงพอ หากไม่สามารถรับประทานอาหารปกติได้ แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก น้ำข้าวผสมเกลือเล็กน้อย แครกเกอร์ ขนมปัง โยเกริต นมหรือน้ำเต้าหู้ อย่าหยุดยาด้วยตนเอง ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความต้องการซื้อยาจากภายนอกโรงพยาบาล ควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวและรายชื่อยาที่ใช้อยู่แก่เภสัชกรหรือแพทย์ทุกครั้ง เนื่องจากยาปฏิชีวนะบางชนิดทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ควรงดออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอ อาการที่ควรมาโรงพยาบาล ได้แก่ มีไข้ 2 วันแล้วยังไม่ทุเลา หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง รับประทานอาหารไม่ได้เลยนานกว่า 6 ชั่วโมง ตรวจพบคีโตนในปัสสาวะ (ระดับปานกลางหรือตั้งแต่ 2+ ขึ้นไป) ระดับน้ำตาลจากเลือดปลายนิ้วก่อนอาหารมากกว่า 240 มก./ดล. แม้ปรับยากินหรือยาฉีดอินซูลินแล้ว มีอาการของภาวะขาดน้ำ เช่น ริมฝีปากแห้งแตก หรืออาการรุนแรง เช่น หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจมีกลิ่นผลไม้ และสิ่งที่ผู้ป่วยต้องเตรียมข้อมูลเมื่อมาพบแพทย์ คือ รายชื่อยา อาการเจ็บป่วย ปริมาณอาหารที่กินได้ น้ำหนักตัวปกติ และระดับน้ำตาลในเลือดช่วงเจ็บป่วยมาด้วยเพื่อให้แพทย์วินิจฉัย ข้อมูลโดยแพทย์หญิงพญ.ณัฐกานต์ มยุระสาคร แพทย์ด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม โรงพยาบาลพระรามเก้า

เบลล์ นันทิตา เผยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหนัก จนคิดฆ่าตัวตาย!
Belle Nuntita /  เบลล์ นันทิตา

หายหน้าไปจากวงการบันเทิง สำหรับนักร้องสาวประเภท 2 มากความสามารถ เบลล์ นันทิตา ฆัมภิรานนท์ หรือนักร้องสองเสียง เบลล์ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ที่ล่าสุดเปิดใจผ่านรายการ ตัวจริง เสียงจริง ทางช่อง 8 ว่า เธอไปผ่าตัดศัลยกรรมแปลงเพศ แถมยังต้องต่อสู้กับผลข้างเคียง ที่ทำให้เป็นเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง ถึงขั้นเคยคิดจะฆ่าตัวตาย! "ถามว่าเรื่องอารมณ์ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปไหมหลังแปลงเพศมันก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วค่ะ เพราะกลไกการทำงานของร่างกาย เราเป็นผู้ชายมาตลอด เหมือนกับว่าเคยมีฮอร์โมนตัวนี้มาพอวันหนึ่งไม่มีฮอร์โมนตัวนี้มาแล้ว พอไม่มีมันก็เลยต้องมีการดึงฮอร์โมนจากตรงไหนมาใช้เพื่อที่ให้มันเกิดความสมดุลในร่างกาย และตรงนี้แหละที่ร่างกายมันปรับอยู่มันก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ผลข้างเคียงร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง จนทำให้ เบลล์ เป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงเลยทีเดียว "รู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดง่าย ใครพูดอะไรมาก็จะแบบเหมือนความอดทนมันน้อยลง เซ็นซิทีฟมากขึ้น มันกลายเป็นว่าเราเป็นคนที่ขี้น้อยใจมากกว่าเดิมมากๆ หนักที่สุดก็ถึงขั้นที่แบบคิดว่าไม่อยากจะอยู่แล้ว ทำไมเราอยู่แล้วเหมือนไม่มีคุณค่า อยู่ไปแล้วทำไมต้องทำให้แม่เสียใจ หรือทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน เราคิดไปถึงขนาดนี้เลยนะคะ ทำไมอารมณ์เราถึงได้แปรปรวนขนาดนี้ แต่สุดท้ายพอมานั่งมองดูจริงๆ แล้วคนที่เขาอยากจะมาอยู่ตรงจุดนี้อย่างเรา มันก็มีเยอะแยะทำไมเราไม่ทำให้มันดีที่สุด ก็เลยบอกตัวเองแบบนี้" "ถามว่าการที่เราซึมเศร้ามันน่าจะเกี่ยวกับการที่เราแปลงเพศไหม เบลล์คิดว่ามันก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งด้วย แล้วมันก็บวกกับที่ช่วงจังหวะตอนนั้นพอเราทำมาแล้วเราก็อาจจะยังไม่ทราบว่าจะต้องรับฮอร์โมนยังไง แล้วก็เรื่องอารมณ์ว่ามันจะต้องแปรปรวนแค่ไหน อันนี้ไม่ทราบมาก่อนเลย จริงๆ ตรงนี้คุณหมอก็บอกว่าให้เราดูแลตัวเองแล้วก็รับฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอ... ตอนนี้อาการโรคซึมเศร้า น้อยใจก็ยังมีบ้าง จะบอกว่าไม่มีเลยมันเป็นไปไม่ได้ แต่หลังจากที่เราเริ่มฟังธรรมะเราก็เริ่มรู้วิธีที่จะรับมือกับมัน พยายามเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ พยายามมองให้มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนเจอแบบนี้อยู่แล้วที่สำคัญไม่ยึดว่าเป็นเรา เป็นเขา ให้มองแค่ว่ามันเป็นสภาพของธรรมอย่างหนึ่งที่มันเพิ่งเกิดและดับไป ไม่มีอะไรเที่ยงค่ะ" เปิดใจ เบลล์ นันทิตา หลังแปลงเพศ ซึมเศร้าหนัก! เกือบคิดฆ่าตัวตาย![Full] l ตัวจริงเสียงจริง ช่อง8 youtube channel : ThaiCh8 ข้อมูลจาก รายการ ตัวจริง เสียงจริง ทางช่อง 8 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com