ฮอร์โมน

จะเลือกกินอาหารอย่างไรดี เมื่อรู้ว่าตัวเอง โคเลสเตอรอลสูง
หลอดเลือดสมองตีบ /  หัวใจขาดเลือด / 

ภัยเงียบ ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองตีบ มาทำความรู้จักกับโคเลสเตอรอล (Cholesterol) กันดีกว่า โคเลสเตอรอล เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่พบในเลือด แม้ไม่สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้ แต่ก็มีประโยชน์ในการสร้างกรดน้ำดีซึ่งช่วยในการย่อยอาหาร สร้างฮอร์โมนบางชนิด และวิตามินดี รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ ซึ่งโคเลสเตอรอลในร่างกายจะได้จาก 2 แหล่ง คือ สร้างขึ้นมาเอง และได้รับจากอาหาร ซึ่งปริมาณโคเลสเตอรอลในอาหารจะมากน้อยแล้วแต่ชนิดของอาหาร ดังตัวอย่างในตารางนี้ ปริมาณโคเลสเตอรอล (มิลลิกรัม/100กรัมของอาหาร) ระดับโคเลสเตอรอลที่เหมาะสม ค่าโคเลสเตอรอลรวมที่ได้จากการตรวจเลือด ควรมีค่าน้อยกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-cholesterol) ควรมีค่าต่ำกว่า 100-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร โดยขึ้นกับ ความเสี่ยง สำหรับโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-cholesterol) ในผู้หญิงควรมีค่าสูงกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ในผู้ชายควรมีค่าสูงกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ทำไมโคเลสเตอรอลสูงนะ เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง และการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมากเกินไป เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม และถ่ายทอดในครอบครัว เกิดจากโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ไตวาย หรือภาวะบางอย่าง หรือยาบางชนิด กินได้เท่าไร ? คนปกติไม่ควรได้รับโคเลสเตอรอลจากอาหารเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้ามีโคเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol) ในเลือดสูงเกิน 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แล้ว ปริมาณโคเลสเตอรอลจากอาหารก็ต้องลดลงให้น้อยที่สุด (ควรน้อยกว่า 200 มิลลิกรัม/วัน)โดยไม่ต้องกลัวขาดโคเลสเตอรอลเพราะร่างกายสร้างได้เองประมาณ 2 ใน 3 ของที่ต้องใช้ในแต่ละวัน ปฏิบัติตัวอย่างไร ? เลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณโคเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัม/วัน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ไขมันจากสัตว์ หนังสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน กะทิ เนย ครีม เลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเลอิก(โอเมก้า 9) เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยให้มากขึ้น เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ที่มาบทความสุขภาพจาก โรงพยาบาลรามคำแหง

จำได้มั้ย?
เจสซี่ รินทร์ดนัย /  นิด อรพรรณ / 

  อุแม่เจ้า!! หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2545 คงไม่มีใครไม่รู้จักซีรีส์วัยรุ่นสุดฮอต "กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้" ที่รวบรวมบรรดาหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวแถมยังแรงเวอร์ไม่แพ้ซีรีส์ดังในยุคนี้อย่าง "ฮอร์โมนฯ" กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะเหล่าหนุ่มน้อยนักแสดงนำประจำแก๊ง "หินกลิ้ง" อย่างหนุ่มลูกครึ่งหน้าเป๊ะ เจสซี่ รินทร์ดนัย ที่เรียกได้ว่าขึ้นแท่นลูกรักบอสสาวคนเก่งอย่าง คุณนิด อรพรรณ จนกลายเป็นเด็กปั้นโพลีพลัสกันมาแล้ว   แต่ล่าสุดหลังจากห่างหายงานละครไปเกือบ 5 ปี ณ บัดนาว หนุ่มเจสซี่ ยังคงความหล่อล่ำนำเทรนด์ ด้วยการนั่งแท่นบริหารธุรกิจความงามครบวงจร รับผลิตอาหารเสริมใหญ่โตระดับประเทศจนกลายเป็นหนุ่มนักธุรกิจร้อยล้านไปซะแล้ว แว่วๆ มาว่าเร็วๆ นี้ หนุ่มเจสซี่ ยังเตรียมโปรเจ็คท์ใหม่ประกาศตัวเป็น "เจ้าพ่อบุญทุ่ม" อาสาโมดิฟายชาวลูกเป็ดขี้เหร่ทั้งหญิงและชายให้มีชีวิตใหม่สดใสกว่าเก่าไม่ต้องอายใครกันแบบฟรีๆ อีกด้วย ว้าวๆๆ เริ่ดอะไรขนาดนี้ ไม่หล่อไม่รวยทำไม่ได้นะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก IG jessiehyper, FB Linndanai Jessie              

เคล็ดลับ ลดน้ำหนัก 22 กิโลกรัม แบบสุขภาพดี ของ โก๊ะตี๋
ลดน้ำหนัก /  ออกกำลังกาย / 

เมื่อเอ่ยชื่อ โก๊ะตี๋ หลายคนคงจำภาพ ผู้ชายอ้วนกลม ที่แม้แต่ตัวเค้าเองไม่ค่อยอยากจะจำภาพนี้เท่าไหร่ ยิ่งเมื่อ โก๊ะตี๋ ได้ประกาศออกสื่อว่า กำลังจะมีข่าวดี เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนสาวนอกวงการคนสวย ที่คบหาดูใจกันมา 3 ปีแล้ว เรื่องที่เค้าอยากจะทำให้ได้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ เป็นเจ้าบ่าวที่มีซิคแพค โอ้โห แค่นึกภาพว่า โก๊ะตี๋ ผอมเพรียวยังต้องจินตนาการกันนานใช่ไหมล่ะ แต่วันนี้ เค้าทำได้! ทำได้ไง? ตามมาดูคำตอบกัน หลายคนอาจคิดว่า การลดความอ้วนไม่เห็นจะยากตรงไหน แต่สำหรับโก๊ะตี๋แล้ว เค้ามีความยากกว่าคนอื่น นั่นเพราะตัวเองเป็นคนมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนและการเผาผลาญ ที่ทำให้การลดน้ำหนักยากขึ้นเป็น 2เท่ากว่าคนทั่วไป แถมยังมีไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวการทำให้อ้วนอีก อย่างเช่นเมื่อก่อนเข้าใจว่าการเลือกอาหารไม่ถูกต้องและการรับประทานมากเกินไป บวกกับไม่ออกกำลังกายเท่านั้น ที่เป็นปัจจัยทำให้อ้วน แต่จริงๆ ยังมีทั้งความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ และทัศนคติ ที่ทำให้เราอ้วนได้เหมือนกัน ซึ่งไลฟ์สไตล์ทั้งหมดนั้น โก๊ะตี๋ มีเกือบครบทุกข้อที่ทำให้อ้วน จากที่ลดน้ำหนักยากอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่าจะเข้ายิม เตะบอล วิ่ง ทำมาทุกทางก็ยังไม่ได้ตามเป้าที่ตัวเองต้องการสักที "คุณโก๊ะตี๋ เริ่มออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2015 ด้วยน้ำหนักเริ่มต้นที่ 93 กิโลกรัม จนถึงตอนนี้ สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 22 กิโลกรัม โดยมี Bodykey เป็นตัวช่วย" หนูลองลดน้ำหนักมาหลายครั้งแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ จนสุดท้ายเลยตัดสินใจเข้าร่วมลดน้ำหนัก กับโปรแกรมเซเวนเดย์แพลน (7-Day Plan) ของนิวทริไลท์ ผลที่ได้น่าพอใจ แต่ก็ยังต้องการให้ลดลงอีก จึงได้เข้าร่วมแข่งขันลดน้ำหนักด้วย โปรแกรมบอดี้คีย์ ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งกว่าเดิม จนเมื่อเดือนมกราคม 2559 แอมเวย์ได้เชิญหนูมาเป็นตัวแทนผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จริงกับโปรแกรมควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ ทำให้น้ำหนักลดไปแล้วรวม 18 กิโลกรัม และยังต้องการลดต่อไปอีก จนกระทั่งตอนนี้ น้ำหนักลดไปแล้ว 22 กิโลกรัม ที่สำคัญที่สุด ต้องการลดน้ำหนักแบบยังมีสุขภาพดี และไม่กลับไปโยโย่ ตอนนี้รู้สึกว่าใกล้บรรลุเป้าหมายสำหรับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตแล้ว โดยโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก บอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักอื่นๆ ในตลาด เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ต้องการลดน้ำหนักได้แบบเฉพาะบุคคล เห็นผลลัพธ์จริง และไม่เกิดอาการโยโย่ เพราะโปรแกรมควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ถูกคิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ ซึ่งได้ศึกษาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความอ้วนในแต่ละบุคคลโดยซึ่งแยกตามไลฟ์สไตล์ของบุคคลนั้นๆ ร่วมกับการออกกำลังกายที่ถูกวิธี จึงช่วยให้การลดน้ำหนักขอบคุณเกิดขึ้นไปพร้อมกับมีสุขภาพที่ดีด้วย "ทุกวันนี้ หนูน้ำหนักและไขมันลดลง สุขภาพแข็งแรงขึ้น รู้สึกดีมาก ทำอะไรก็คล่องตัว คุณเองก็ทำได้ แค่อย่าท้อ หนูก็ยังต้องสู้ต่อไป เราจะสู้ไปด้วยกันนะครับ" และสำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องการลดน้ำหนัก ว่าพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จสักที เลยล้มเลิกความตั้งใจแล้วล่ะก็ อย่าเพิ่งหมดหวังค่ะ ลองดูคุณโก๊ะตี๋เป็นแรงใจเผื่อจะฮึดสู้กันใหม่อีกครั้ง อย่าลืมว่า การลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่เพียงแค่รูปร่างที่ดีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสุขภาพที่ดีอีกด้วย และที่สำคัญ ความตั้งใจในการดูแลตัวเองก็สำคัญนะคะ ตั้งเป้าหมายแล้วทำให้ได้ หรือถ้าใครอยากมีผู้ช่วยดีๆ ในการวางแผนรับมือกับไขมันส่วนเกิน เพื่อวางแผนการลดน้ำหนัก ลองมาทำความรู้จักกับ โปรแกรมบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์™ ซึ่งโปรแกรมนี้จะประเมินผลเฉพาะบุคคลแยกตามปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิต 6 ด้าน ได้แก่ ประเภทอาหาร กิจกรรม ทัศนคติ ความเครียด การนอน และนิสัยการรับประทานอาหาร เพื่อความสำเร็จในการควบคุมน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ http://www.bodykey.co.th

ไขมัน อย่าเข้าใจผิด คิดว่าไม่จำเป็นต่อร่างกาย กินไขมันแบบไหนไม่อ้วน มาดู!
แคลลอรี่ /  ไขมัน / 

เมื่อพูดถึงอาหารหลัก 5 หมู่ แน่นอนว่าในแต่ละหมู่โภชนาการที่เรากินเข้าไปนั้น ย่อมให้ประโยชน์แก่ร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่ง ไขมัน ที่หลายๆ คนอาจหลงเข้าใจผิดไปว่า เป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์และความจำเป็นต่อร่างกาย ไขมันที่เรากินเข้าไป ไม่ได้ถูกจำกัดมาในรูปแบบของเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมาในรูปแบบของส่วนประกอบอื่นๆ ในเมนูอาหารที่เราคุ้นเคย ซึ่งไขมันในอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน หากเลือกกินไขมันดีก็ย่อมเกิดประโยชน์ แต่หากเลือกกินไขมันไม่ดีก็ย่อมให้โทษแก่ร่างกาย ไขมันดี (HDL) หรือ High Density Lipoprotein คือไขมันไม่อิ่มตัวที่มีความหนาแน่นของไขมันสูง จึงถูกจัดว่าเป็นไขมันที่ดีสำหรับหลอดเลือดแดง เพราะไขมันดีจะป้องกันไม่ให้ ไขมันไม่ดี (LDL) หรือ Low Density Lipoprotein ไปสะสมในหลอดเลือดแดง ซึ่งหากระดับไขมันดีในเลือดต่ำนั้นเท่ากับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ก่อนที่จะนำมาซึ่งการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs ต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคไตวาย โรคอัมพฤกษ์ โรคอัมพาต เป็นต้น ซึ่งการทำงานของไขมันดีจะต่างกับการทำงานของไขมันไม่ดีโดยสิ้นเชิง เพราะ ไขมันไม่ดี จะมีหน้าที่ลำเลียงไขมันจากตับเข้าสู่กระแสเลือดในร่างกายของเรานั่นเอง ไขมัน เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะการทำงานของระบบสมอง รวมถึงการสร้างฮอร์โมน และผิวพรรณ กรดไขมันดีส่งผลดีต่อการทำงานของระบบหัวใจ โดยส่วนมากไขมันดี จะพบได้ในอะโวคาโด น้ำมันมะกอก ปลา ถั่ว น้ำมันแคโนล่า เนยถั่ว เป็นต้น ซึ่งร่างกายควรได้รับแคลลอรี่ประมาณ 20-35% ต่อวัน และที่สำคัญควรเน้นไปที่ไขมันดีเป็นหลัก หากได้รับมากเกินไปอาจเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนได้ เนื่องจาก ไขมันยังคงเป็นอาหารที่ให้พลังงานแคลลอรี่สูง ไขมันดี จาก กรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 3 พบได้ทั้งในปลาและในพืช พบมากในปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาน้ำจืดบางชนิด พบในพืช เช่น ถั่ววอลนัท ถั่วเหลือง เมล็ดแฟล็กซ์ คาโนลา ผักสีเขียวบางชนิด อย่าง ผักโขม กะหล่ำเล็ก ประโยชน์จากกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นมีมากมาย ไม่ว่าช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL-C) ลดความหนืดของเลือด ลดการอักเสบภายในร่างกาย ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง แถมยังมี DHA ที่ช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มของเซลล์ไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ไขมันดี จาก กรดไขมันโอเมก้า 6 กรดไขมันโอเมก้า 6 มีหน้าที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของโอเมก้า 3 คือ ช่วยเพิ่มความแข็งตัวของเลือดให้ดีขึ้น เมื่อกินควบคู่กับโอเมก้า 3 ยิ่งเป็นการช่วยเสริมระบบการไหลเวียนเลือดในร่างกายให้สมดุลดีมากยิ่งขึ้น โอเมก้า 6 พบมากในน้ำมันพืชชนิดต่างๆ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันพรีมโรส น้ำมันมะกอก ข้อสำคัญคือควรใช้กรรมวิธีการปรุงอาหารแบบใช้ความร้อนไม่มากนัก ไขมันดี จาก กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว พบมากใน น้ำมันมะกอก อะโวคาโด อัลมอนด์ พิตาชิโอ ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ประโยชน์ของการกินกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวคือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมีส่วนช่วยในกลไกการลดน้ำหนัก ช่วยยับยั้งการกลับมาเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว คำแนะนำการกินไขมันดีต่อผู้ที่ต้องการลดและควบคุมน้ำหนัก ควรออกกำลังกายเป็นประจำ เลือกใช้น้ำมันเพื่อปรุงอาหารในปริมาณน้อยๆ เลือกอาหารประเภทอบ นึ่ง ต้ม หรือผัดน้ำมันน้อยเป็นหลัก หรือเรียกง่ายๆ ว่า เลี่ยงอาหารทอดหรืออาหารที่ใช้น้ำมันเยอะนั่นเอง อย่าเหมารวมว่าอาหารประเภทไขมันทั้งหมดไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะอาหารประเภทไขมันมีทั้งไขมันดี และไขมันไม่ดี ควรรู้จักเลือกกินอาหารที่มีไขมันดีและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ก็จะทำให้การกินไขมันเหล่านั้นเกิดประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากที่สุด ทั้งนี้ เพื่อการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ควรกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการครบ 5 หมู่ ลดรสชาติหวาน มันและเค็มลง รวมถึงกินผักผลไม้ให้ได้ถึงวันละ 400 กรัมตามที่ สสส. แนะนำ โดยในแต่ละวัน แต่ละมื้ออาหาร ควรกินอาหารที่มีปริมาณพอเหมาะ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอค่ะ เรื่องโดย : ดนยา สุเวทเวทิน Team Content www.thaihealth.or.th

SCHOOL TALES /  ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล / 

"ตั้ว เสฏฐวุฒิ" เป็นปลื้ม ! ได้เป็นลูกผู้ชายเต็มตัวใน "School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า.." หลังจากเป็นที่รู้จักและชื่นชมมาจากบทชายรักชายในซีรี่ส์สุดฮิต ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น มาแล้ว ตั้ว เสฏฐวุฒิ อนุสิทธิ์ กลับมาอีกครั้งในรูปแบบผู้ชายเต็มตัวกับภาพยนตร์วัยรุ่น-รัก-หลอน School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า.. ของค่ายไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ประกบคู่ พรีม รณิดา เตชสิทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า มันทำให้รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น “เรื่องนี้ก็เป็นผู้ชายแมน ๆ เต็มตัวเลย เป็นเรื่องแรกที่ทำงานแล้วมีนางเอกกับเขาด้วย มันก็เหมือนเป็นการพลิกคาแร็กเตอร์นะ จากชายรักชาย มาเป็นรักผู้หญิง  ทั้งตื่นเต้น และดีใจ เพราะรู้สึกถึงความแตกต่างบางอย่าง เช่น ในฮอร์โมนอารมณ์ที่เราใช้ในการแสดงคือผู้ชายคนหนึ่งที่เราไม่ได้มองแค่เรื่องเพศ แต่มันเป็นความเข้าใจว่าทำไมผู้ชายกับผู้ชายต้องรักกันได้ ทำไมผู้หญิงกับผู้หญิงรักกันได้ แต่เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกในปัจจุบันจริง ๆ ว่าตัวเราชอบผู้หญิงอยู่แล้ว ชอบผู้หญิงมาตั้งแต่เกิดแล้ว ผมว่าความรู้สึกที่ใช้มันเร็วขึ้น แล้วมันส่งง่ายกว่า...สำหรับในเรื่อง School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า.. ผมเล่นเป็นโอมนะครับ เป็นรุ่นพี่ ม.6 หัวหน้าวงโยธวทิต เป็นผู้ชายที่ นิ่ง ๆ ครับค่อนข้างขี้อายนิดหน่อยแล้วก็จะเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าเกรงขามเท่าไร ไม่ค่อยเป็นที่เคารพ แต่ตัวโอมก็จะมีคนที่ค่อยให้กำลังใจอยู่ด้วย ก็คือปัน ซึ่งนำแสดงโดย พรีม รณิดาครับ” ท้าทายจินตนาการที่ไม่อาจควบคุมได้พร้อมกันทั่วประเทศ 12 มกราคมนี้กับภาพยนตร์เรื่อง School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า.. นำแสดงโดย ตั้ว เสฏฐวุฒิ อนุสิทธิ์, พรีม รณิดา เตชสิทธิ์, พิม ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ, บอส นวไพบูลย์ สุขวุฒินานนท์, ข้าวปั้น ธีธัช รัตนศรีทัย, โทรุ โทรึ ทากิซาว่า, จิ๊บ วริษฐา วชิรวงศ์ และ ยูโร ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล กำกับภาพยนตร์โดย ภาส พัฒนกำจร คุณ ! จินตนการความกลัวสุดขั้วไว้แค่ไหน ?

ความคืบหน้าเป็นศูนย์ แอน ยังไร้ฤกษ์แต่ง เอ ปีนี้ไม่พร้อม-ปีหน้าไม่ชัวร์!!
แอน ทองประสม /  เอ ทินพันธ์ / 

หลังควงกันออกมาประกาศข่าวดีในงานเปิดตัวแอนเพลสเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วว่า มีแพลนเข้าประตูวิวาห์ปลายปี 2560 ก็ทำเอาแฟนๆ หลายคนร่วมแสดงความยินดีกันยกใหญ่รอคอยชมงานแต่งสุดอลังของเจ้าหญิงวงการบันเทิง แอน ทองประสม กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมานานถึง 15 ปีอย่าง เอ ทินพันธ์ ล่าสุดมีโอกาสเจอ สาวแอน มาร่วมงาน "สยามพารากอน ลักส์ชัวรี่ พร็อพเพอร์ตี้ โชว์เคส 2017" จึงได้สอบถามถึงงานแต่งงาน ซึ่ง สาวแอน เผยว่าความคืบหน้าตอนนี้ยังเป็น 0% ยังไม่ได้เริ่มหาฤกษ์หรือเตรียมการใดๆ และปีนี้ยังไม่พร้อมแน่นอน เพราะทั้งคู่มีภาระงานที่ต้องจัดการอีกเยอะ ซึ่งแพลนไว้ว่าจะเป็นปี 2561 แต่ก็ยังไม่ระบุว่าเป็นช่วงเวลาไหน และไม่ซีเรียสหากงานแต่งต้องเลื่อนออกไปอีก "อัปเดตเรื่องแต่งงานยังเลยค่ะ โดนหลอกแล้ววันนั้น (หัวเราะ) ยังค่ะยัง หมายถึงปีนี้จะเป็นปีที่ยุ่งมาก ทีวีดิจิตอลเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ เราต้องปรับตัวตลอดเวลาก็เลยอาจจะยังไม่มีเวลาโฟกัสเรื่องส่วนตัว อาจจะขอพ้นปีนี้ไปอีกนิดนึง ที่พี่เอบอกไว้ก็ไม่ใช่ปีนี้อยู่แล้ว อาจจะเป็นปีหน้า ซึ่งต้นปี กลางปี หรือปลายปีก็ยังไม่รู้ ถ้าไม่มีอะไรพัวพันไปถึงปีหน้าค่อยว่ากัน ยังไม่ได้สรุปแบบปักธง แค่ประมาณว่าเป็นช่วงนั้น พี่เอเองเค้ายุ่งกว่าแอนอีกค่ะ ไม่ได้เจอกันเลย สวนกันตลอด ก็เข้าใจว่าปีนี้เรายังไม่ควรทำอะไรโฉงฉาง แอนว่ารอให้ผ่านปีนี้ไปก่อนค่ะ ปีนี้ยังค่ะ ก็อยากให้เป็นปีหน้า แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีอะไรติดหรือเปล่า คือแอนเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดไว้ก่อน พอพูดแล้วมันจะไม่ได้ รอแบบไม่คิดอะไรเลย อยู่ๆ มันก็พร้อมขึ้นมาอย่างนั้นก็ได้" "ถ้าเลื่อนไปอีกก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็เรื่อยๆ สบายๆ ไม่ได้เร่งอะไรค่ะ คบกันปีนี้ปีที่ 15 แล้วค่ะ จริงๆ การแต่งงานมันก็เป็นเรื่องที่สำคัญแหละ เราแก่ไปก็ต้องมีเพื่อน มีคู่ของเรา ช่วยกันพยุง ช่วยกันดูแล ไม่ใช่ว่าเราต้องการความรักอย่างเดียว แต่เราต้องการเพื่อนไปด้วยกันมันก็ควรต้องมีแหละ เราอยู่คนเดียวก็คงจะเหงาค่ะ ส่วนตัวแอนพร้อมไม่มีปัญหา มันแค่ยุ่งเรื่องงานอย่างเดียว ถามว่าเรื่องวัยวุฒิความต้องการเราพร้อมอยู่แล้ว ไม่ได้อุบฤกษ์ถือเคล็ดอะไรเลยค่ะ ถ้ามีก็บอก แต่ว่ามันยังไม่มี อย่างที่บอกว่าปีนี้ตัดไปเลย ปีนี้ยังไม่ควร ปีหน้าก็ยังไม่ฟันธงว่าช่วงเวลาไหน ยังไม่ได้ดูฤกษ์ ดูสถานที่ ยังไม่ได้คิดธีมคิดอะไรเลย ไม่มีความคืบหน้าเลย เป็นศูนย์เลยค่ะ" "ที่เคยบอกว่าอยากฝากไข่ก็ยังคิดๆ อยู่ แต่ช่วงนี้พอออกกำลังกายแล้วกลัวอ้วน กลัวฉีดฮอร์โมนแล้วตัวบวม ก็ยังหวงรูปร่าง ห่วงสวย ยังไม่ได้ไปปรึกษาคุณหมอเลยค่ะ ก็ดูแลร่างกายปกติไปก่อนค่ะ เรื่องการมีน้องไม่ซีเรียสเลยค่ะ สบายๆ แอนเป็นคนเชื่อว่า อะไรมันจะเป็นของเรา มันก็เป็นของเรา เรามีมันก็ดี ถ้าไม่มีชีวิตมันก็เป็นอีกแบบนึง ยังไงก็ได้ แพลนฝากไข่ตอนนี้ยัง แค่ศึกษาเบาๆ ไม่ได้หนักหน่วงอะไร บางทีแอนนั่งเฉยๆ ข้อมูลฝากไข่ก็ผ่านหูเพราะเพื่อนรอบตัวเราทำกันหมดเลย บางคนเก็บไว้ก่อนแล้วถ้าพร้อมค่อยว่ากัน มันเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ไปแล้วที่ต้องใช้วิธีนี้ เราก็ได้ความรู้ไปด้วย แต่แอนยังค่ะ เพราะยังยุ่งอยู่ แอนว่ามันต้องเตรียมพร้อม ต้องกินฮอร์โมน ต้องหลายอย่าง เราต้องเบากว่านี้ ตอนนี้แอนออกกองลิขิตรักเหมือนออกไปรบทุกวัน มันไม่มีเวลามานั่งประคบประหงมตัวเองหรอก" "อย่างที่บอกว่าปีที่แล้วแอนทำงานอย่างบ้าคลั่งแล้วแอนป่วยหนัก แอนก็ไปเที่ยวที่เวียนนา เสียเงินมานอนอยู่ในห้องกินยาเพื่อให้ตัวเองหายไข้ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ พอกลับกรุงเทพก็มารักษาไข้หวัดใหญ่ จากนั้นแอนเริ่มออกกำลังกายแล้วชีวิตดีขึ้นเลยก็เลยทำมาตลอด เป็นไข้หวัดใหญ่มันแรง มันทรมาน มันเหนื่อยมาก เราก็เลยรู้สึกว่าเวลาเราไม่แข็งแรงเวลาไปไหนก็ไปรับเชื้ออะไรมาก็ไม่รู้ก็เลยปรับใหม่ การออกกำลังกายช่วยได้มาก" แอน กล่าว แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม เอ-แอน แอน-เอ

หันมาเน้นกิน อาหารพืช ลดเสี่ยงเป็นโรค แถมยังผอม หุ่นดีได้อีกด้วย
ลดความเสี่ยง /  อาหาร / 

Whole foods, plant-based diet คือ การรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติ เป็นหนึ่งในแนวทางการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในรอบปีที่ผ่านมา และยังคงอยู่ในกระแสความนิยมจากผู้คนจำนวนมากต่างจากแนวทางอื่นๆ เนื่องจากมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นคุณประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้รับประทานอาหารในแนวทางนี้ อาทิเช่น ผลงานการศึกษาของ ดร.ดีน ออร์นิช และ ดร.แมคดูกัล ที่ระบุว่าอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินั้นสามารถป้องกันและจัดการกับโรคเรื้อรังชนิดต่างๆ ได้ นอกจากจะช่วยในการรักษารูปร่างแล้ว งานวิจัยทางการแพทย์ในหลายสาขายังชี้ให้เห็นว่าการรับประทานอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ได้อีกด้วย วิทยาลัยสาธารณสุขแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard School of Public Health) แนะนำว่าอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลักนั้นจะช่วยลดค่าความดันโลหิตได้ นักวิจัยจากฮาวาร์ดยังพบว่าผู้ที่รับประทานผักและผลไม้มากกว่าคนทั่วไปเป็นระยะเวลากว่า 14 ปีนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดน้อยลงอีกด้วย การรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติทุกวัน แตกต่างจากแนวทางในการรับประทานแบบอื่นๆ เพราะสามารถทำได้ง่ายและคุ้มค่า ซึ่งแนวทางนี้จะเน้นการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักโดยไม่มีการสกัด ไม่มีการขัดสี ไม่มีการแปรรูปใดๆ และลดการรับประทานเนื้อสัตว์กับอาหารแปรรูปให้น้อยลง อาหารธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยนำสารอาหารหลักที่ให้พลังงานทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันที่ดีเข้าสู่ร่างกาย โดยไม่ได้เน้นแค่สารอาหารเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการผสมผสานของสารอาหารที่หลากหลายที่เหมาะสมกับร่างกายของคนเรามาก นอกจากคุณประโยชน์ที่มากมายแล้ว ยังเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากพืชผักผลไม้ใกล้ตัว ที่สามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย มะพร้าว – ผลไม้ท้องถิ่นมากคุณประโยชน์ นอกจากความชื่นใจดับกระหายแล้ว น้ำมะพร้าวยังประกอบด้วยสารไซโตไคนินเป็นจำนวนมาก ไซโตไคนินเป็นกลุ่มฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโต พัฒนาการ และความแก่ของร่างกายมนุษย์ การดื่มน้ำมะพร้าวจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีส่วนช่วยรักษาความหนุ่มสาวไว้ได้ ฟักทองและมะละกอ – ขุมทรัพย์ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลการศึกษาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติในสหรัฐอเมริการะบุว่า ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและส้ม เช่น ฟักทอง มะละกอ และแครอทนั้นอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ผักผลไม้เหล่านี้ยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกายอีกมากมายหลายประการ ฟักทอง จัดว่าเป็นผลไม้ประเภทหนึ่งซึ่งนิยมนำมารับประทานกันทั่วไป โดยใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารคาวหวานหลายชนิด เราสามารถเลือกอิ่มกับเมนูง่ายๆ อย่างเช่น ผัดฟักทองรับประทานกับข้าวกล้อง นอกจากฟักทองจะประกอบไปด้วยวิตามินเอและแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยบำรุงสายตาและทำให้การมองเห็นในที่ที่มีแสงน้อยดีขึ้นแล้ว ฟักทองยังอุดมไปด้วยใยอาหารในปริมาณสูง ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมแคลอรี แคโรทีนอยด์ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวตึงกระชับ การรับประทานฟักทองและมะละกอจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี นอกจากเนื้อฟักทองแล้ว เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกายด้วยเช่นกัน ในเมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างเซโรโทนิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีอารมณ์ดี ลองทานเมล็ดฟักทองเป็นอาหารว่าง รับรองว่าคุณต้องรู้สึกมีความสุขมากขึ้นแน่นอน ผักใบเขียว – อาหารพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับชีวิตในเมืองอันแสนวุ่นวายและเร่งรีบ การหาผักและผลไม้รับประทานในแต่ละมื้ออาจดูเป็นเรื่องยาก แต่อันที่จริงแล้วสารพัดพืชผักผลไม้ที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง ผักโขม หรือผักคะน้านั้น สามารถหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือในสลัดบาร์ทั่วไป การปรุงอาหารที่บ้านยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหากคุณต้องการควบคุมปริมาณน้ำมัน เกลือ และน้ำตาลด้วยตนเอง การทำอาหารจากผักสักจานที่บ้านนั้นยังใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น ลองเมนูง่ายๆ อย่างผักบุ้งหรือผักโขมลวกแล้วโรยหน้าด้วยอัลมอนด์บดกับพริกซอย รับประทานพร้อมข้าวกล้องหุงร้อนๆ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สารอาหารที่เต็มเปี่ยม ผักใบเขียว ยังประกอบไปด้วยใยอาหารในปริมาณสูง และช่วยรักษาระบบการย่อยอาหาร เช่น การทำความสะอาด และลดการอักเสบ นอกจากนี้ผักใบเขียวยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่นๆ ช่วยในการลดน้ำหนักและการรักษาน้ำหนักให้คงที่ ผักสีเขียวเข้ม เช่น พืชในตระกูลผักโขมอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก จากผลการศึกษาของกรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา พบว่าผักโขมที่ปรุงแล้วขนาด 1 ถ้วยตวงมีธาตุเหล็ก 1 มิลลิกรัมซึ่งมากกว่าตับวัวปริมาณ 85 กรัมเสียอีก อย่างไรก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติแนวทางนี้ ว่าเป็นการทานผักประเภทใบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งความจริงเรายังจำเป็นต้องเพิ่มพืชผักผลไม้ที่ให้แป้ง เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวโพด ฟักทอง และข้าวกล้อง ไปในมื้ออาหารด้วย หากทานอาหารในหมวดหมู่นี้ให้ครบทุกชนิด นอกจากจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว คุณจะสนุก และมีความสุขกับการรับประทานมากขึ้นอีกด้วย

กันต์ ฮอร์โมน ทำงานหนัก! ไม่มีเวลาให้แฟน แต่รักยังแฮปปี้
กันต์ ฮอร์โมน

หายหน้าหายตาจากหน้าจอไปนาน! จนแฟนคลับเรียกร้องว่าเมื่อไหร่จะได้เห็นผลงานของนักแสดง วัยว้าวุ่นออย่างหนุ่ม กันต์ ฮอร์โมน สักที ล่าสุดมีโอกาสได้เจอหน้า หนุ่มกันต์ ในงาน '' ไรเดอร์ รัน (Rider Run) ครั้งแรกในโลก'' ณ ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย เจ้าตัวเผยว่า ตอนนี้เพิ่งปล่อย MV เพลง ''ขอพร'' ได้รับกระแส ตอบรับดีเกินคาด ส่วนเรื่องงานแสดงยังรอเวลาที่เหมาะสมอยู่ เพราะติดปัญหาทางด้านเวลา แต่ยืนยันยังไม่ทิ้ง งานแสดงแน่นอน ด้านความรักกับแฟนสาว ปิ่น ยังแฮปปี้ แม้ช่วงนี้ทำงานหนัก จนไม่มีเวลาให้ แต่แฟนสาวก็ เข้าใจ ไร้ปัญหา

โกง! นางเอกฮอร์โมนพล่าน ลอกข้อสอบ โดนสั่งพักการเรียน
นางเอกฮอร์โมนพล่าน

  งานเข้าแล้วเจ้าค่ะ เจ๊หว่าง เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนสนิทคนในวงการ เม้าท์มอยแบบมีน้ำหนักว่า นางเอกฮอร์โมนพล่าน ซวยสุดๆ เพราะทำนิสัยขี้โกง!!! เรื่องแบบนี้ รู้หน้า แต่ไม่รู้นิสัยจริงๆ แต่หนังหน้าจริงๆ ที่ก่อนเข้าวงการ หน้าตาชีเข้าขั้นขี้ริ้วขี้เหร่ ตาไปทาง จมูกไปทาง แต่พอไปเจอหมอศัลยกรรมมือดีใช้มีดเก่ง หน้าตาชีก็เริ่มสวยขึ้นอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ แต่งานนีชีก็ไม่แคร์ เพราะมั่นหน้า มั่นโหนก จนถีบตัวเองเข้าวงการฯ มาได้ พอเข้าวงการก็คิดว่าตัวเองดังมาก เล่นหนัง เล่นละคร ไม่กี่เรื่อง ก็โดนวิญญาณผีหยิ่ง ผียโสเข้าสิง ใครทัก ใครเรียกชื่อ ไม่มีหันไปทักทาย สวัสดี เดินเชิดๆ เลิศๆ โชว์สันจมูกปลอมๆ กับคางซิลิโคลนอันใหม่ จนแฟนคลับที่เคยหลงรักชี จากซีรีย์เด็กนักเรียนวัยวุ่นวาย เริ่มไม่ค่อยแฮปปี้กับพฤติกรรมของนางเอกฮอร์โมนพล่าน เพราะคนอะไรเข้าถึงยาก เข้าถึงเย็น ผิดกับนักแสดงคนอื่นๆ ที่แจ้งเกิดจากซีรีย์เรื่องนี้ เขาเฟรนลี่ น่ารัก มีงาน มีการทำ ให้เห็นอย่างต่อเนื่อง   ล่าสุดมีสายรายงานมาว่า มีเรื่องเม้าท์มอยที่เป็นประเด็นร้อนไปทั่วมหาวิทยาลัย เมื่อนางเอกฮอร์โมนพล่าน โดนสั่งให้พักการเรียนชั่วคราว ไม่ใช่ว่าเรียนไม่ทันเพื่อน ต้องถ่ายละคร ทำงานนั้นโน้นนี่ แต่ที่ชีโดนพักการเรียน เพราะดันไปทุจริตลอกข้อสอบเพื่อน งานนี้ถึงจะเป็นดารา มีชื่อเสียง เรียนไม่รู้เรื่อง เรียนไม่ทันเพื่อนยังไง ก็ไม่มีอำนาจอภิสิทธิ์ใดๆ ช่วยได้ นอกจากพักการเรียนไปก่อนนะจ๊ะ ถ้าพ้นมลทินเมื่อไหร่ ค่อยกลับมาลงทะเบียนเรียนใหม่ งานนี้เลยเห็นว่าช่วงนี้ นางเอกฮอร์โมนพล่าน วิ่งรอกออกงานอีเว้นท์อยู่บ่อยๆ ยิ่งไม่มีสัญญากับสังกัดไหนแล้ว ก็วิ่งมาราธอนรับงานทั่วราชาอาณาจักร แถมแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปสักพักใหญ่ๆ เขาก็เปิดตัวแฟนคนใหม่เป็นที่เรียบร้อย แม้ชีจะออกมายอมรับว่า ถึงเลิกกันไปแล้ว แต่เราก็เป็นเพื่อนกันได้ อ้าว...เฮ้ย! นี่หล่อนไม่รู้เลยหรอ??? ว่าแฟนใหม่ของผู้เก่าหล่อน เขาไม่ชอบขี้หน้าปลอมๆ ของหล่อน เขาไม่แฮปปี้ด้วย ณ จุดๆ นี้ ที่หล่อนออกมาให้สัมภาษณ์แบบนี้ แต่ชีก็เป็นคนไม่ค่อยแคร์อะไรอยู่แล้ว ถ้ามีตบ ก็คงนัดตบกันจะได้จบๆ แล้วได้ข่าวมาอีกว่า มีหนุ่มๆ ในวงการ นอกวงการ ไฮโซลูกท่านหลานเธอมาจีบ ยาวเป็นหางว่าว ว่าแต่ใครนะ จะโชคดีได้ นางเอกฮอร์โมนพล่าน นิสัยขี้โกงไปครอบครองนะ อีกไม่นานคงได้รู้กัน อิอิอิ!!!

10 วิธีลดขนมหวาน ต้านความชรา ถ้าไม่อยากแก่ก่อนวัย
ขับถ่ายยาก /  ติดน้ำตาล / 

เมื่อเข้าช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าวหลายคนก็จะคิดถึงเครื่องดื่ม หวาน ๆ เย็นๆ ไม่ว่าจะน้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ปั่น ไอศกรีม ผลไม้ลอยแก้ว น้ำแข็งใส ขนมหวาน ขนมเค้กและอื่นๆ เพื่อช่วยดับกระหายคลายร้อย อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ช่วยทำให้ความรู้สึกร้อนดีขึ้น สดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในทันที และคนส่วนมากก็มักจะติดอยู่กับความรู้สึกนี้ เรียกว่า “ภาวะติดน้ำตาล” คือกินหรือดื่มอาหารต้องมีน้ำตาลหรือความ หวาน เป็นส่วนประกอบ เมื่อติดแล้วหากไม่ได้กินน้ำตาลก็จะรู้สึกไม่สดใส ไม่มีแรง หรือบางครั้งก็หงุดหงิด อารมณ์เสีย กลไกเมื่อน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายจะถูกแปรรูปให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ให้เป็นพลังงาน การที่เราได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงจะทำให้มีระดับของน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และฮอร์โมนตัวหนึ่งที่สร้างมาจากตับอ่อนที่ชื่อว่าอินซูลินก็จะถูกสร้างมากขึ้นด้วยเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ แต่การที่ตับอ่อนต้องทำงานหนักเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้ตับอ่อนล้า หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ และผลที่ตามมาก็คือการเกิดโรคเบาหวาน และเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณมากเกินความต้องการ น้ำตาลเหล่านั้นก็จะแปรรูปเป็นไขมันสะสมไปทั่วร่างกาย ผลที่ตามมาก็คือการเกิดโรคอ้วน จะส่งผลให้ร่างกายทำงานหนักมากเกินไปร่างกายก็จะเสื่อมโทรมและชราเร็วกว่าที่ควรเป็นอีกทั้งยังเพิ่มอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดอีกด้วย 1. เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำ หวาน เน้นการดื่มน้ำเปล่า เครื่องดื่มชาหรือสมุนไพรที่ไม่เติมน้ำตาล ร่างกายต้องการน้ำวันละ 8 แก้วขึ้นไป น้ำช่วยขจัดของเสีย ขนส่งสารอาหารและออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงให้ความชุ่มชื้นแก่เซลล์ การดื่มน้ำน้อยนอกจากจะทำให้ผิวไม่สดใสยังส่งผลให้อวัยวะภายในของร่างกายต้องทำงานหนักเป็นที่มาของความเสื่อมโทรม 2. รับประทานผลไม้สดแทนขนม หวาน ทานผลไม้ที่ไม่ผ่านการแปรรูป เพราะผลไม้สดนั้นให้วิตามิน เกลือแร่และใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย แถมยังได้รส หวาน จากน้ำตาลฟรักโทส กลูโคสจากที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น อาจนำผลไม้มาปั่นทำเป็นไอศกรีมแท่ง หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แช่แข็งแล้วใส่ในน้ำดื่มแทนน้ำแข็งก็จะได้น้ำดื่มกลิ่นผลไม้ แต่ไม่ได้น้ำตาลส่วนเกิน 3. เลือกชนิดของขนม หวาน ที่จะรับประทาน หากอยากจะกินขนม หวาน น้ำแข็งใสก็ควรกินกับธัญพืชที่ให้ใยอาหารสูง เช่น ลูกเดือย ถั่วแดง ถั่วเขียว ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด หรือผลไม้รสไม่ หวาน เช่นฝรั่ง มะม่วงมันดิบ ลูกพรุน เนื่องจากใยอาหารจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายและช่วยลดปริมาณความต้องการอินซูลินของร่างกาย ร่างกายก็จะไม่ทำงานหนักทำให้ร่างกายมีเวลาเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง นอกจากนี้ใยอาหารยังช่วยให้อิ่มท้องได้นาน ลดความหิวของ หวาน ลดความอ้วนได้ 4. หลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการเติมนํ้าตาลลงในอาหารและเครื่องดื่ม ในที่นี้หมายถึงน้ำตาลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำตาลทราย น้ำตาลทรายแดง น้ำผึ้ง ไซรัป และไฮฟรักโทสคอร์นไซรัปหรือน้ำตาลที่สกัดจากข้าวโพด เป็นต้น เพราะเมื่อเข้าสู่ร่างกายสุดท้ายจะเปลี่ยนไปเป็นกลูโคสดังนั้นจึงควรลดปริมาณการใช้น้ำตาลเหล่านี้ในอาหารและเครื่องดื่ม 5. ชิมรสชาติอาหารก่อนปรุงทุกครั้ง ในบางครั้งเรามักจะติดการปรุงอาหารโดยการใส่น้ำตาลก่อนเสมอทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินไปจนเกิดโทษ และหากสั่งอาหารก็ควรเน้นว่าไม่ หวาน เนื่องจากหากรสชาติไม่ หวาน เราสามารถเพิ่มเติมเองที่ละน้อยได้ 6. บ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานของ หวาน บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าธรรมดาหลังจากกินขนม หวาน หรือน้ำหวาน เนื่องจากความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงความหวานจากต่อมรับรสชาติภายในช่องปากจะส่งผลให้เกิดความอยากอาหาร และยังเป็นสาเหตุหลักที่ทําให้ฟันผุ เพราะแบคทีเรียที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากรับประทานอาหารจะมีโอกาสทำลายฟัน หรือหาโอกาสแปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารหรือของว่างทุกครั้ง 7. อ่านฉลากโภชนาการข้างบรรจุภัณฑ์ ควรอ่านฉลากโภชนาการที่บอกถึงปริมาณน้ำตาลที่ข้างกล่องว่า มีน้ำตาลซูโครส แล็กโทส ฟรักโทส กลูโคส มอลโทส น้ำเชื่อม น้ำผึ้ง ไฮฟรักโทสคอร์นซีรัป คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์หรือเป็นกี่กรัมหากมีมากกว่า 15 กรัมหรือประมาณ 3 ช้อนชาก็ควรจะหลีกเลี่ยง 8. ให้เวลาร่างกายในการปรับตัว ร่างกายเราจะใช้เวลาประมาณ 10 วันในการปรับสภาพลิ้นที่ติดรสชาติอาหาร หวาน ในช่วงแรกอาจทำให้รู้สึกว่าอาหารหรือเครื่องดื่มขาดรสหวานและรสชาติไม่เหมือนเดิม แต่หากให้เวลาสักพักร่างกายจะสามารถปรับและลิ้นจะมีความชินกับชาติอาหารที่ไม่ หวาน และต่อไปก็จะต้องการน้ำตาลลดลง 9. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็ก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กโดย ไม่ให้ขนมหวาน ทอฟฟี่ ช็อคโกแลต และไม่ควรแสดงความรักให้รางวัลปลอบใจเด็กหรือฉลองเทศกาลต่างๆ ด้วยอาหารที่มีน้ำตาลสูง 10. ใช้สารให้ความ หวาน บางตัวที่มีประโยชน์ ในช่วงที่ลดน้ำตาลอาจมีการใช้สารให้ความ หวาน บางตัวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่น หญ้าหวานหรือ Stevia ใบของหญ้าหวานนี้จะให้ความ หวาน มากกว่าน้ำตาลทรายขาวปกติถึง 30 เท่าจึงใช้เพียงปริมาณที่เล็กน้อยเท่านั้น แม้ว่าการศึกษาจะระบุถึงความปลอดภัยของหญ้าหวาน ไม่มีอันตรายในคน และไม่เกิดพิษสะสมได้ แต่กระนั้นก็ตามการใช้หญ้าหวานก็ควรที่จะระมัดระวัง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยเช่น ในบางรายอาจเกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารได้ ถึงแม้ว่าการได้รับน้ำตาลมากเกินไปจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคเรื้อรังและเร่งความชรา การได้รับน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมคือไม่เกินกว่า 5 ช้อนชาในหนึ่งวันก็ไม่ถือว่าอันตรายเนื่องมาจากน้ำตาลมีหน้าที่คือให้พลังงาน เพื่อใช้ในการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น การหายใจ การย่อยอาหาร การทำงานของต่อมมีท่อและไร้ท่อต่างๆ และที่สำคัญคือน้ำตาลเป็นอาหารของสมอง ร่างกายจะใช้พลังงานจากน้ำตาลก่อนสารอาหารประเภทไขมันหรือโปรตีน ในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานก็ควรพกน้ำตาลติดไว้หากมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำก็ควรดื่มน้ำหวานหรือลูกอมน้ำตาล และในผู้ที่สูญเสียเหงื่อหรือมีอาการท้องเสียการได้รับน้ำตาลก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้น ไม่อ่อนแรง เพราะฉะนั้นหากเราเลือกรับประทานนํ้าตาลในปริมาณที่เหมาะสมให้ถูกต้องตามปัจจัย แวดล้อมของแต่ละบุคคลอันประกอบไปด้วยอายุ เพศ นํ้าหนัก ส่วนสูง และกิจกรรมระหว่างวันก็จะทําให้ร่างกายไม่ขาดสมดุลและไม่ก่อให้เกิดความชราก่อนวัยอันควร ขอบคุณที่มาจาก : www.womanplusmagazine.com

พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหา ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น บังคับใช้แล้ว วัยรุ่นมีสิทธิ์เลือก โนเซ็กส์ เซฟเซ็กส์
คุมกำเนิด /  ตั้งครรภ์ / 

รู้ไว้ใช่ว่า เรื่องใหญ่ที่วัยรุ่นไทยต้องรู้ในวันคุมกำเนิดโลก เกี่ยวกับพ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น วันคุมกำเนิดโรค ปีนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่ประเทศไทยตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิม สืบเนื่องมาจากพ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อช่วยลดปัญหาการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมในวัยรุ่น ซึ่งมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย จากสถิติล่าสุดพบว่า ในแต่ละปีกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15 ปี จนถึงก่อน 20 ปี มีอัตราการตั้งครรภ์และมีการคลอดบุตรอยู่ที่ 44 ต่อ 1,000 คน ของสตรีวัยรุ่นในช่วงอายุเดียวกัน หากเปรียบเทียบกับข้อมูลอัตราการตั้งครรภ์ทั้งหมดปีละ 7 แสนคน จะพบว่าการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่อายุต่ำว่า 20 ปี มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 15.3หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 1 แสนคนต่อปี ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ นอกจากนั้นในจำนวนนี้ยังมีถึงประมาณ 3,000 คน ที่เป็นการตั้งครรภ์และคลอดบุตรโดยมารดาที่อายุยังไม่ถึง 15 ปี นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า “การผลักดันพ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนนำโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้ง 3 กระทรวงทีคอยให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี คือกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรวมถึงกระทรวงยุติธรรม โดยเนื้อหาใน พ.ร.บ.ได้มุ่งให้วัยรุ่นไทยตระหนักรู้ในสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง ตามมาตรา 5 อันเป็นหัวใจหลักของ พ.ร.บ.นี้คือ คือ วัยรุ่นมีสิทธิในการตัดสินใจด้วยตัวเอง หรือสิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารและความรู้ ด้านการบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ โรงเรียนต้องมีหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาเพศศึกษา โดยบุคลากรที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี สิทธิในการได้รับการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว และสิทธิในการได้รับการจัด สวัสดิการสังคม อย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ เช่นเมื่อวัยรุ่นเกิดการตั้งครรภ์ต้องมีโอกาสได้รับการศึกษาต่อตามความประสงค์ หรือการฝึกอาชีพตามความสนใจและความถนัดเพื่อเอื้อประโยชน์ในการหางานได้ตามความต้องการ ซึ่งหากวัยรุ่นได้รับสิทธิและความรู้ความเข้าใจใน พ.ร.บ.นี้อย่างชัดเจนจะส่งผลให้สถิติการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นลดลงได้ ภายในระยะเวลา 10 ปี” นอกจากนี้ทางกรมอนามัย ยังจัดให้มีโครงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี เช่นการริเริ่มโครงการ Young Love และ Be sure ขึ้น เพื่อให้วัยรุ่นไทย มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี โดยโครงการ “Young Love รักเป็น ปลอดภัย” คือโครงการที่ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้อง แก่วัยรุ่น หรือกลุ่มนักศึกษาตามมหาวิทยาลัย ซึ่งได้ดำเนินการติดต่อกันมาเป็นปีที่ 5 สำหรับโครงการ “ปรึกษาได้ มั่นใจชัวร์: “Be sure" คือโครงการที่รณรงค์ให้เห็นถึงความสำคัญของการคุมกำเนิดโดยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญผ่านร้านขายยาทั่วประเทศไทย ซึ่งทั้งสองโครงการต่างได้รับเสียงตอบรับจากกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาเป็นอย่างดี ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ได้รับความร่วมจาก บริษัท ไบเออร์ ไทย จำกัด ตลอดระยะเวลาของโครงการ นอกจาก พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จะเข้ามาช่วยลดจำนวน “คุณแม่วัยใส” ให้ลดลงแล้ว การเลือกวิธีการคุมกำเนิดอย่างเหมาะสมก็ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นถุงยางอนามัย ห่วงอนามัย การฝังยาคุมกำเนิดที่ออกฤทธิ์ได้นานตั้งแต่ 3 – 5ปี การเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม หรือยาฉีดคุมกำเนิด DMPA ซึ่งทั้ง 5 ทางเลือกต่างสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรในกลุ่มวัยรุ่นได้ หากได้รับคำแนะนำหรือคำปรึกษาที่ดีและใกล้ชิด จะโนเซ็กส์ หรือ เซฟเซ็กส์ ก็เป็นสิทธิ์ที่วัยรุ่นไทยเลือกได้ เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม

5 ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ มะเร็งเต้านม หญิงอกเล็กเสี่ยงกว่าหญิงอกใหญ่ จริงไหม?
ความเสี่ยง /  ตรวจมะเร็ง / 

โรคมะเร็งเต้านมจัดได้ว่ามะเร็งร้ายอันดับ1 ของผู้หญิงทั่วโลก เพราะ มะเร็งเต้านม เป็นโรคมะเร็งในผู้หญิงที่พบมากเป็นอันดับ 1 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่ามีผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่ประมาณ 20,000 คนต่อปีหรือ 55 คนต่อวัน ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในขณะที่ผู้หญิงอเมริกัน คาดการณ์ว่าเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมราว 40,450 คนในปี 2015 ส่วนในปี 2016 พบผู้ป่วยหญิงอเมริกันรายใหม่ที่มีการแพร่เชื้อของมะเร็งเต้านมจำนวน 246,660 คน และที่ยังไม่มีการแพร่เชื้อมะเร็งประมาณ 61,000 คน แม้ว่ามะเร็งเต้านมจะเป็นโรคที่เราได้ยินมานาน ได้ฟังมาบ่อย และเป็นโรคใกล้ตัวผู้หญิง ซึ่งปัจจุบันพบเป็นมะเร็งร้ายอันดับ 1 ที่พบในผู้หญิงทั่วโลก หากแต่ยังมีความเข้าใจผิดบางประการเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมที่เราควรรู้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นข้อสงสัยที่ว่าขนาดเต้านมเล็กอาจมีโอกาศเสี่ยงน้อยกว่าเต้านมใหญ่ มีก้อนเนื้อแต่ไม่เจ็บไม่ใช่มะเร็ง หรือการทำรังสีจากเครื่องแมมโมแกรม ยิ่งทำยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม 1.อาหารไขมันสูง ของมัน และของทอด เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม ข้อเท็จจริง อาหารไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านมโดยตรง แต่อาหารบางอย่างจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม เช่น อาหารไขมันสูง เมื่อรับประทานมากๆ จะสะสมกลายเป็นไขมันในร่างกาย และเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งฮอร์โมนเพศมีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ส่วนอาหารพวกเนื้อสัตว์ก็ไม่ได้พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การบริโภคพืชผักหรือไฟเบอร์ จะช่วยลดการเกิดมะเร็งได้ทุกชนิดรวมทั้งมะเร็งเต้านมด้วย 2.การสวมชุดชั้นในขณะนอนหลับ เสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม ข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน แม้ในอดีตจะมีหนังสือตีพิมพ์ว่าการสวมชุดชั้นในขณะนอนหลับ อาจเกิดการบีบรัดระบบน้ำเหลือง ทำให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนไม่สะดวกและมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานใดที่สามารถยืนยันได้ถึงความเกี่ยวพันดังกล่าว การสวมชุดชั้นในขณะหลับจึงไม่ได้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด 3.หากไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม เราก็จะไม่เป็นมะเร็งเต้านม ข้อเท็จจริง เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะมะเร็งเต้านมมีความสัมพันธ์กับพันธุกรรมแค่ 10% และมะเร็งเต้านมในปัจจุบันเกิดขึ้นได้เองมากกว่าเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ดังนั้นผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ 4.ผู้หญิงที่มีเต้านมเล็ก มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าผู้หญิงเต้านมใหญ่ ข้อเท็จจริง ไม่เป็นความจริง ปัจจัยเรื่องขนาดไม่ได้มีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่มีเต้านมเล็กและใหญ่ มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้เท่าๆ กัน 5. ทำแมมโมแกรมบ่อยๆ เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่มีน้ำหนักเพียงพอยืนยันถึงความเชื่อดังกล่าว อีกทั้งรังสีที่ใช้ในการตรวจแมมโมแกรมมีปริมาณน้อยนิด รวมทั้งการตรวจเช็คแมมโมแกรมเพียงปีละครั้ง ก็ไม่ได้มีอันตรายหรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 40-60 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี โดยให้แพทย์ตรวจเต้านมร่วมกับการทำดิจิตอลแมมโมแกรมและทำอัลตราซาวด์ ที่สามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างละเอียดตั้งแต่ขนาดเล็ก(เพียง 0.5 -1 ซม.) ช่วยให้การตรวจวินิจฉัยสามารถให้ผลได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการป้องกันให้ห่างไกลจากโรคมะเร็ง ก็คือหมั่นตรวจเช็คร่างกายสม่ำเสมอ อย่าละเลยการตรวจสอบสังเกตอาการด้วยตัวเอง หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ช่วยตรวจเช็ค อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ จะได้รับรักษาได้อย่างทันท่วงที มีโอกาสรักษาโรคมะเร็งให้หายได้สูง ขอบคุณที่มาบทความจาก นพ.สาธิต ศรีมันทยามาศ ศัลยแพทย์มะเร็งเต้านม โรงพยาบาลวัฒโนสถ 

วิธีดูแลตัวเอง สำหรับผู้ป่วย โรคเบาหวาน กินอยู่ยังไงให้ชีวิตเป็นสุข
คุมน้ำตาล /  น้ำตาล / 

โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติจนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดต่างๆทั่วร่างกาย เช่น “โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง ตาบอด ระบบประสาทส่วนปลายเสื่อมนำไปสู่การตัดเท้าหรือขา” เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน นอกจากพันธุกรรมแล้ว ปัจจัยสิ่งแวดล้อมและวิธีการดำเนินชีวิต เช่น การเลือกรับประทานอาหาร น้ำหนักตัวเกิน ไม่ออกกำลังกาย หรือมีภาวะความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง ก็สุ่มเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานเช่นกัน สาเหตุของระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกิดจากตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ลดลง ร่วมกับการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินซูลินที่เซลล์กล้ามเนื้อ ตับ และเซลล์ไขมันลดลง ซึ่งฮอร์โมนอินซูลินมีหน้าที่ควบคุมการใช้พลังงานของร่างกายให้ใช้น้ำตาลเป็นพลังงานหลัก เมื่อร่างกายขาดพลังงานจึงรู้สึกเพลีย อยากกินอาหารหวาน และน้ำตาลสูงในเลือดที่สูงเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ จึงมีอาการปัสสาวะบ่อย คอแห้ง หิวน้ำ และน้ำหนักลด ผู้ป่วยเบาหวานควรมีความรู้ในการดูแลตัวเอง ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม หมั่นออกกำลังกายตามความแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักตัว รับประทานยาหรือฉีดยาตามคำแนะนำแพทย์และมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในการดูแลตนเองที่ผู้ป่วยเบาหวานควรรู้ คือ การดูแลตนเองเมื่อมีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน เช่น การติดเชื้อ การผ่าตัด อุบัติเหตุ หรือได้รับยาบางชนิดที่มีผลต่อน้ำตาลในเลือด ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนต่างๆ เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคกับอาการเจ็บป่วยนั้นๆ มีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหรือลดลงผิดปกติ รวมทั้งอาการเจ็บป่วยมีผลต่อปริมาณอาหารที่รับประทานทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง นอกจากคนไข้จะเจ็บป่วยจากโรคนั้นๆแล้ว อาจมีภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันจากระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ 1. Diabetic ketoacidosis คือ ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับเลือดเป็นกรด มักตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 250 มก./ดล. อาการ ได้แก่ กระหายน้ำ คอแห้ง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หอบเหนื่อย ลมหายใจมีกลิ่นผลไม้ จนถึงซึม หมดสติได้ 2. Hyperglycemia hyperosmolar nonketotic syndrome (HHNS) ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับภาวะ osmolarity (ความเข้มข้นเลือด) สูง มักพบในผู้สูงอายุที่คุมเบาหวานได้ไม่ดี มีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน ร่วมกับภาวะขาดน้ำรุนแรง ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 600 มก./ดล. บางรายที่เป็นมาก อาจมีความดันโลหิตต่ำ ความรู้สึกตัวจะค่อยๆลดลง จนโคม่าได้ 3.Severe hypoglycemia ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำรุนแรง จนผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น มีอาการสับสน เป็นลม หมดสติ ชักเกร็ง กระตุก จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่น และอาการดีขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลปกติ มักพบเมื่อระดับน้ำตาลในเลือด 50 มก./ดล. หรือต่ำกว่า ข้อควรปฏิบัติยามเจ็บป่วยสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (Sick- day rules) สำหรับผู้ป่วยเบาหวานเมื่อเกิดภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน สิ่งที่ต้องหมั่นทำ คือ ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น ชั่วโมงละครึ่งถึงหนึ่งแก้ว (ถ้าไม่มีข้อห้าม เช่น โรคหัวใจ โรคไต) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยขับน้ำตาลส่วนเกินและคีโตนไปทางปัสสาวะ ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่ปลายนิ้วบ่อยขึ้น (ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งควรจะตรวจทุกๆ 4 ชั่วโมงและตรวจคีโตนในปัสสาวะ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง ควรตรวจอย่างน้อย 3 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน) กินอาหารคาร์โบไฮเดรตให้เพียงพอ หากไม่สามารถรับประทานอาหารปกติได้ แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก น้ำข้าวผสมเกลือเล็กน้อย แครกเกอร์ ขนมปัง โยเกริต นมหรือน้ำเต้าหู้ อย่าหยุดยาด้วยตนเอง ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความต้องการซื้อยาจากภายนอกโรงพยาบาล ควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวและรายชื่อยาที่ใช้อยู่แก่เภสัชกรหรือแพทย์ทุกครั้ง เนื่องจากยาปฏิชีวนะบางชนิดทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ควรงดออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอ อาการที่ควรมาโรงพยาบาล ได้แก่ มีไข้ 2 วันแล้วยังไม่ทุเลา หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง รับประทานอาหารไม่ได้เลยนานกว่า 6 ชั่วโมง ตรวจพบคีโตนในปัสสาวะ (ระดับปานกลางหรือตั้งแต่ 2+ ขึ้นไป) ระดับน้ำตาลจากเลือดปลายนิ้วก่อนอาหารมากกว่า 240 มก./ดล. แม้ปรับยากินหรือยาฉีดอินซูลินแล้ว มีอาการของภาวะขาดน้ำ เช่น ริมฝีปากแห้งแตก หรืออาการรุนแรง เช่น หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจมีกลิ่นผลไม้ และสิ่งที่ผู้ป่วยต้องเตรียมข้อมูลเมื่อมาพบแพทย์ คือ รายชื่อยา อาการเจ็บป่วย ปริมาณอาหารที่กินได้ น้ำหนักตัวปกติ และระดับน้ำตาลในเลือดช่วงเจ็บป่วยมาด้วยเพื่อให้แพทย์วินิจฉัย ข้อมูลโดยแพทย์หญิงพญ.ณัฐกานต์ มยุระสาคร แพทย์ด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม โรงพยาบาลพระรามเก้า

36ยังแซบ! ซุปตาร์ค่อนวงการร่วมเบิร์ธเดย์ วุ้นเส้น ไร้เงาผู้!
วุ้นเส้น ฉลองวันเกิด /  วีเจวุ้นเส้น

  กระดิกตัวทำอะไร ชีก็เป็นประเด็นไปหมด สำหรับแม่ม่ายสุดแซบ วีเจวุ้นเส้น วิริฒิพา ที่ยังคงเป็นขวัญใจของเหล่าเซเลบไฮโซ แม้ว่าชีจะโสดไม่สนิท แต่ก็มีหนุ่มหล่อบ้านรวย โทรจีบ ไลน์ตื้อเพียบ ล่าสุดเมื่อคืนชีก็จัดปาร์ตี้แฮปปี้เบิร์ดเดย์ 1 เมษายน ฉลองวันเกิดวัย 36 ปี งานนี้มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในวงการตัวแซบๆ มาร่วมงานเพียบ อาทิ เมย์ พิชญ์นาฏ ที่ควงมากับผู้ เจ ชนาธิป, หมวยเสียงสูง ปันปัน สุทัตตา, นางเอกฮอร์โมน เก้า สุภัสสรา, ว่าที่สะใภ้เล็กโบนันซ่า มิ้นท์ ชาลิดา, หนุ่มเจ้าสำราญ ก้อง กรุณ, เมนเทอร์ บี น้ำทิพย์ & คริส หอวัง, แม่ลูกแฝด นานา ไรบีนา ฯลฯ ส่วนอดีตสามีอย่าง ชาคริต แย้มนาม ก็ไม่ได้มางานนี้ และยังนิ่งเงียบไม่เบิร์ธเดย์อวยพรอดีตศรีภรรยาผ่านโซเชียลฯ และผู้ใหม่ที่ตกเป็นข่าวกับชีอย่าง ไฮโซหลวง ก็ไม่รู้ว่าไปร่วมงานนี้ด้วยหรือเปล่า เพราะยังไม่มีเงาปรากฏออกมาให้เห็น เอ๊ะ! หรือเขาจะแอบไปเดทกันสองต่อสองหลังจบปาร์ตี้นะ อิอิอิ!!!