ฮอร์โมน

เป็นโรค Shopaholic หรือเปล่าจ๊ะเธอ ? มาเช็คกันดีกว่า
เสพติดช้อปปิ้ง /  โรค Shopaholic

ใกล้สิ้นปีนี้ เราอาจสังเกตเห็นหลายๆออกอาการ ช็อปกระหน่ำ เลือกของขวัญให้ครอบครัว เพื่อนๆ ผู้ใหญ่ที่เคารพ ฯลฯ พอเลือกไปเลือกมา ก็ได้ของตัวเองติดมาหลายถุง อาการเหล่านี้เสียงจะเป็นโรค Shopaholic มั้ยนะ และมีอะไรที่สามารถจะพอวัดได้บ้างล่ะ  วันนี้เรามีคำถาม 10 ข้อ ให้สาวๆเช็คว่า คุณเป็นโรค Shopaholic หรือเปล่า มาฝากกันค่ะ ..  เลือกตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ นะจ๊ะ  (ห้ามโกงล่ะ ) 1. คุณช็อปปิ้งมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์  2. รู้สึกแย่ ถ้าไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้าน เฟลหนักมาก และต้องหาเรื่องซื้อ 3. ต้องมีของติดมือกลับบ้านเสมอ  4. คุณจะหาเรื่องซื้อของใหม่เสมอ และก็คอยอ้างกับคนที่บ้านว่า มันเก่าแล้วนะ (ทั้งๆก็รู้อยู่แก่ใจว่า จริงๆมันใหม่อยู่แหละ) 5. ชอบแอบของที่ซื้อมาใหม่ไม่ให้ครอบครัว หรือ แฟน รู้ เพราะรู้ว่าต้องโดนดุชัวร์! 6. เคยโกหกคนอื่นว่า ซื้อมาถูกนะยะ ทั้งๆที่ซื้อราคาเต็ม  7. มีเสื้อผ้าอยู่ในตู้ ทั้งที่ยังไม่ได้เอาป้ายราคาออก มากกว่า 3 ตัว 8. คุณจะดีใจสุดฤทธิ์ถ้ามีงาน ปาร์ตี้ งานบวช งานแต่งงานเพื่อน งานรับปริญญา งานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นข้ออ้างในการซื้อเสื้อผ้าใหม่  9.คุณมักได้ของที่ไม่จำเป็นติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ เช่น เอ้าตอนแรกไม่ได้จะซื้อเสื้อ แต่ได้เสื้อมา 4 ตัวเฉย? 10. เห็นป้ายเซลล์แล้วถลาเข้าไปทุกร้าน ไม่ว่าร้านนั้นคุณจะชอบหรือไม่ ผลคำตอบ ..  ถ้าสาวๆที่ตอบว่า" ใช่ " มากกว่า  6 ข้อ ล่ะก็ พึงสังวรณ์ไว้ได้เลยค่ะว่าคุณเริ่มจะเป็นโรค Shopaholic แล้ว โดยพฤติกรรม “เสพติดการช็อปปิ้ง” นิยามด้วยศัพท์เทคนิคว่า Shopaholic ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งนะจ๊ะ  สาวๆจะ “รู้สึกฟิน” ปลื้มปีติเป็นสุขทุกครั้งที่ได้เสียเงินซื้อของ จิตใจอันกระวนกระวายจะสงบนิ่งลงได้เมื่อล้วงเงินในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นออกไป ไม่ว่าของเหล่านั้นจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ตาม การศึกษาพบว่าในสังคมอเมริกันประชาชนกว่า 5% เป็นโรคเสพติดการช็อปปิ้ง และ 80% ของจำนวนนี้เป็นผู้หญิง โดยโรคดังกล่าวในระยะเริ่มต้นเรียกกันว่า Shopaholic เมื่อรุนแรงมากขึ้นเรียกว่า Compulsive buying disorder มีการศึกษาอาสาสมัครที่สหรัฐอเมริกาที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 2 ล้านบาท โดย 61% ของรายได้นั้นหมดไปกับการช็อปปิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และใช้เวลาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 38 ชั่วโมง ในการเข้าออกร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ สิ่งที่ดึงดูดใจกลุ่มนักช็อปมากที่สุดก็คือ ป้ายลดราคา หรือป้ายเซลส์ รวมถึงความรู้สึกที่ว่า "ฉันมีความจำเป็นที่ต้องมีของเหล่านี้" และป้ายโฆษณาสินค้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้กลุ่มนักช็อปไม่สามารถยั้งสติได้ และต้องยอมซื้อสินค้าเหล่านั้นในที่สุด สำหรับสาเหตุการเกิดโรค ผสมผสานกันระหว่างความ "อยาก" ที่ไม่สิ้นสุด และภาวะทางจิตใจซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและการยับยั้งชั่งใจ โดยเมื่อภาวะจิตใจรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ และเครียด ก็จะหาเวลาไปเดินช็อปปิ้งเพื่อสร้างความสุขชั่วครู่ชั่วคราว ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาให้มีความสุข ระยะต่อมาร่างกายก็จะเสพติดความสุขดังกล่าว และต้องการกลับเข้าสู่ห้วงแห่งความสุขนั้นเรื่อยๆ จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นยาเพื่อรักษาโรค Shopaholic หรือโรคเสพติดการช็อปปิ้ง โดยตัวยาดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับยาที่ใช้รักษาโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ โดยต้องรับประทานตามที่แพทย์สั่งควบคู่ไปกับการบำบัดทางจิต ตัวยาดังกล่าวจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีความคิดและพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิม และไม่มีผลค้างเคียงใดๆ วิธีรักษา สาวๆที่รู้ว่าตัวเองเสี่ยงหรือมีแนวโน้ม สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ได้ เพราะหากปล่อยให้มีอาการต่อไป จนถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ หนี้สินเพิ่มพูน สุดท้ายล้มละลายทางการเงิน ความมั่นคงในชีวิตกระทบกระเทือน เดือดร้อนทั้งตัวเอง และคนรอบข้าง อาจนำมาสู่หายนะใหญ่หลวงเกินกว่าจะประเมินได้นะคะ    ขอบคุณที่มาจาก Eduzone และ  company.co.uk

แฟชั่น เก้า สุภัสสรา - แพทตี้ อังศุมาลิน น่ารัก เซ็กซี่ ทวีฮอร์โมนพุ่งพล่าน
เก้า สุภัสสรา /  แพทตี้-อังศุมาลิน / 

แฟชั่น เก้า สุภัสสรา - แพทตี้ อังศุมาลิน น่ารัก เซ็กซี่ ทวีฮอร์โมนพุ่งพล่าน ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร LEMONADE FEMME FATALE โดย เก้า สุภัสสรา ธนชาติ - แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา

หล่อมากมาก คอนเสิร์ต Promo Spot
หล่อมากมาก คอนเสิร์ต /  บอย ปกรณ์ / 

หล่อมากมาก คอนเสิร์ต คอนเสิร์ตที่มีพระเอกหล่อมาก ๆ บนเวทีเดียวกันมากที่สุดในประเทศไทย พบกับ บอย ปกรณ์, เจมส์ จิรายุ, หมาก ปริญ, อาเล็ก ธีรเดช, เกรท วรินทร, แกงส้ม ธนทัต, ฮั่น อิสริยะ, กั้ง วรกร, สน ยุกต์, ปีเตอร์ คอร์ป, ต่อ ฮอร์โมน, เต๋อ ฉันทวิชช์ ที่สุดของความยิ่งใหญ่อลังการ เมื่อคนหล่อ 12 สไตล์มาผนึกกำลังกัน พวกเขาจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการชมคอนเสิร์ต ให้แฟนๆ ได้ฟินเว่อร์ไปกับทุกๆ Show ที่เกิดขึ้น ทั้ง Show ร้อง Show เต้น พร้อม Show สุดเซอร์ไพรส์ไว้ให้สาวๆ ทุกคนได้กรี๊ด งานนี้สาวน้อยสาวใหญ่สาวแท้สาวเทียมห้ามพลาดเด็ดขาด นี่คือ คอนเสิร์ตที่ผู้หญิงทุกคนควรชม เพราะความหล่อจะถล่ม Impact Arena !! 31 มกราคม 2558 นี้ ที่ อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี 2 รอบการแสดง 14.00 และ 19.00 น.บัตรมีจำหน่ายแล้ว ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 1,000/1,500/2,000/2,500/3,000/4,000 และ 5,000 บาท

ประวัติดาราวัยรุ่น ออฟ จุมพล Room Alone the series
Room Alone the series /  ดาราวัยรุ่น / 

ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร หลายคนคงจะคุ้นๆหน้าหนุ่มตี๋คนนี้กันมาบ้างแล้ว ก็เขาเป็น 1 ในพิธรีกรหน้าใหม่ของ Five Live Fresh นั่นเอง นอกจากนี้หนุ่มออฟก็ได้เข้ามาเล่นซีรีส์วัยรุ่นเรื่องใหม่ที่กำลังจะออนแอร์ทางช่อง GMM ONE ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้อีกด้วยกับ Room Alone the series เอาหล่ะ เราไปทำความรู้จักกับหนุ่มออฟกันอีกสักครั้งกันเถอะ ^^ ประวัติดาราวัยรุ่น ออฟ จุมพล Room Alone the series ประวัติดาราวัยรุ่น ออฟ จุมพล Room Alone the series ชื่อ-นามสกุล : จุมพล อดุลกิตติพร ชื่อเล่น :  ออฟ สูง : 178 ซม. หนัก : 61 กก. เกิด : 20 มกราคม พ.ศ.2534 การศึกษา : คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ความสามารถพิเศษ : เล่นฟุตบอล, เทเบิลเทนนิส อะไรที่ขาดไม่ได้ : นาฬิกากับข้อมือ นิสัยส่วนตัว : นิสัยส่วนตัวเป็นคนติสต์จริงๆ เป็นคนไม่ค่อยพูด ชอบแต่งตัว งานอดิเรก : อ่านหนังสือแฟชั่น แล้วก็ฟังเพลง สเป็กสาว : ผมชอบผู้หญิงขายาว หุ่นนางแบบ ออฟ จุมพล Room Alone the series ผลงาน ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร เล่นเอ็มวี แล้วก็เล่นฮอร์โมน ออกประมาณ 3 วิ (ฮาลั่นห้อง) อาจจะมีคนไม่ทันได้สังเกตุ ผมเล่นเป็นแฟนเก่าพี่บี กำลังจะไปส่งขึ้น BTS แค่นั้น เขาบอกว่าไม่เอาแล้ว พอๆ กลับบ้านไปเหอะ ฮ่าๆ การเข้ามาเป็นพิธีกรของผมก็เริ่มจากพี่เอ็กซ์ บอสใหญ่ของเราไปเป็นอาจารย์ตรวจธีสิตที่ มอ. แล้วผมก็ไปแกล้งลูกศิษย์เขาเข้า โดยการไปรื้อของออกจากกระเป๋า แล้วเหมือนไปเข้าตาบอสก็เลยได้มาเป็นพิธีกร ไฟว์ ไลฟ์ อาจจะเป็นเพราะผมดูกวน Teen ด้วยมั้งครับ ข้อมูลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) บทความที่เกี่ยวข้อง 6 หนุ่มหน้าใหม่ พิธีกร Five Live Fresh http://teen.mthai.com/the_boy/69735.html

ฟินเวอร์ ก้อย-ลีเดีย โอ-บอม จัดซีนเด็ด Green Concert #17
Club Friday /  Green Concert # 17 Love Scenes Love Songs Club Friday 9th Anniversary / 

กรี๊ดสนั่น ก้อย-ลีเดีย โอ-บอม เซอร์วิสซีนเด็ด Green Concert #17 Love Scenes Love Songs Club Friday 9th Anniversary ร้องเพลงรักผ่านตำราชีวิต ในรูปแบบ ดรามาติคคอนเสิร์ต ต้องยกให้เป็นคอนเสิร์ตสุดคุ้มแห่งปีจริงๆ เพราะจัดหนักทั้งเพลงเพราะและซีนเด็ดแบบละครเวทีที่ยกกันมาให้ได้ดูเพลินแบบเหนือความคาดหมายตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม สำหรับ Green Concert # 17 Love Scenes Love Songs Club Friday 9th Anniversary คอนเสิร์ตฉลองใหญ่ 9 ปีคลับฟรายเดย์ที่ พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ขนทัพศิลปินและนักแสดง 30 กว่าชีวิต ได้แก่ อ๊อฟ ปองศักดิ์ / ก้อง สหรัถ / สิงโต นำโชค / ตู่ นันทิดา / มอส ปฏิภาณ / แก้ม วิชญาณี / โรส ศิรินทิพย์ / พลพล / กบ ทรงสิทธิ์ / มาเรียม / หมู มูซู / ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ / ก้อย รัชวิน/ ดิว เดอะสตาร์ / เก้า จิรายุ / โฟกัส จีระกุล / ออย ธนา / คริส หอวัง / บอย พิษณุ / รถเมล์ คะนึงนิจ / เจสัน ยัง /สายป่าน อภิญญา / ปิ่น เก็จมณี / โอ อนุชิต / บอม อนุรักษ์ / ออม สุชาร์ / คิริน ไซมอน ยัง / ญี่ปุ่น ณภัทร / เก้า ฮอร์โมน / ต่อ ฮอร์โมน / มาร์ช ฮอร์โมน / นิค พาวิช / พิม หทัยชัช / บิ๊ก ณทรรศชัย และเป้ มายด์ มาถ่ายทอดทุกความประทับใจตลอดเส้นทาง 9 ปี โดยรายได้ส่วนหนึ่งของกรีนคอนเสิร์ตครั้งนี้จะนำไปมอบให้กับ โครงการช่วยหนูด้วย มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โดยครั้งนี้กรีนเวฟเนรมิตรพารากอนฮอลล์ให้กลายเป็นโรงละครเวทีขนาดใหญ่สุดอลังการ เปิดซีนแรกด้วยการยกสตูดิโอ คลับ ฟรายเดย์ โดยมี ดีเจพี่ฉอด - ดีเจพี่อ้อย ปรากฎตัวขึ้นกลางฮอลล์ จัดรายการกันแบบสดๆเป็นการเกริ่นนำเข้าสู่คอนเสิร์ต แล้วจึงเปิดตัวเพลง “ความรักไม่ผิด” โดย เป้ มายด์ และมาเรียม เพลงหลักที่แต่งพิเศษมาเพื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก่อนส่งต่อเข้าสู่ช่วงต่างๆของความรัก ที่มีครบทุกอารมณ์ ประเดิมด้วย แก็งค์วัยใสจาก ครั้งหนึ่งในความทรงจำ…ทำไปได้ยังไง เก้า -มาร์ช ฮอร์โมน, บิ๊ก ณทรรศชัย - นิค พาวิช , พิม หทัยชัช - ต่อ ฮอร์โมน ที่จับคู่มาร้องเล่นเต้นแบบมิวสิคคัลเล่าเรื่องราวได้แบบน่ารักสุดๆ ทำเอาคนดูยิ้มกันไม่หุบ ต่อด้วยช่วง เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย ที่สะกดอารมณ์คนดูให้อินตามจนน้ำตาคลอกันเป็นแถว เพราะได้ยอดฝีมืออย่าง กบ ทรงสิทธิ์ - ปิ่น เก็จมณี ถ่ายทอดบทคู่รักที่ต้องจากลาเพราะความตายในเพลง อยู่เพื่อใคร ได้ชวนขนลุก และเพลง ความผูกพันซื้อไม่ได้ -แก้ม วิชญาณี และรักเธอสุดหัวใจ ก้อง สหรัถ ที่แต่ละคนเค้นอารมณ์ถ่ายทอดบทบาทของตัวเองได้อย่างสุดยอด ก่อนร่วมกันสรุปความรักในซีนนี้ด้วยเพลง เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย โดยมี อ๊อฟ ปองศักดิออกมาช่วยขยี้อารมณ์ให้พีคกันไปถึงขีดสุด ส่วนซีนที่ทำให้คนดูทั้งกรี๊ด ทั้งสยิว หนีไม่พ้นคู่จิ้นหญิง-หญิง ก้อย - ลีเดีย ที่โชว์ฟอร์มเลสเบี้ยน ทั้งร้องทั้งแสดงผ่านเพลง รักไม่ต้องการเวลา ทำเอาคนดูขนลุกซู่ๆกับความอีโรติกของคู่นี้กันแบบสุดๆ ส่วนคู่จิ้นชาย-ชายอย่าง โอ อนุชิต - บอม อนุรักษ์ ก็โชว์ทีเด็ดท่าเต้นชวนเสียวด้านหลังในเพลง คุณและคุณเท่านั้น เรียกว่าหมด 2 ซีนนี้ไปเสียงแหบเสียงแห้งกันเป็นแถวก่อนพักยกฟังเพลง ยิ่งรักยิ่งห่าง ของ สิงโต นำโชค ก่อนโยนเข้า part หนักหน่วงบีบหัวใจในช่วงท้ายอย่าง “หรือรักแท้จะแพ้...” โดยเริ่มที่ หรือรักแท้จะแพ้ความต่าง กับ 3 เพลงสุดน่ารักของ 3 คู่จิ้นสุดฟินอย่าง มอส - ญี่ปุ่น ในเพลง คู่กัด , คีริน - ออม สุชาร์ เพลงภูมิแพ้กรุงเทพ และโฟกัส-เก้า จิรายุ กับเพลงกะทันหัน แล้วจึงต่อเนื่องกับซีนจาก 2 เรื่องที่กระแสร้องแรงที่สุดแห่งปีอย่าง หรือรักแท้จะแพ้ความต้องการ เปิดฉากด้วยซีนการยั่วยวนด้วยคำพูดชวนคิดลึกของ ออย ธนาและคริส หอวัง ที่ดุเดือดยิ่งกว่าในละคร ส่วน รถเมล์ โชว์ฝีมือเล่นละครสดๆร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆแถมร้องเพลง น้อยไปอีกหรือ ทำเอาคนดูอิน จนร้องไห้ตามไปหลายราย ส่วน บอย พิษณุ ก็ใช่ย่อยเค้นน้ำตาลูกผู้ชายพร้อมเพลง ผิดตรงไหน ถ่ายทอด ได้น่าสงสารสุดๆ ก่อนส่งต่อให้ ลีเดีย กับเพลง เสียใจไม่ยอมเสียเธอ มาช่วยเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนให้ซีนนี้พีคขึ้นไปอีก ส่วนซีนสุดท้ายที่สะเทือนใจคนดูทั้งฮอลล์หนีไม่พ้น สายป่าน , ตู่ นันทิดา และ เจสัน ยัง ที่ยกเอาซีนสุดพีคในซีรี่ส์ที่เกิดขึ้นในห้องนอนมาไว้กลางเวที เมื่อ สายป่าน ต้องเข้ามาเห็นว่า ตู่ กำลังมีอะไรกับ เจสัน ซึ่งเป็นสามีของเธออยู่บนเตียงแบบตำตา ซีนนี้ทั้ง 3 คนเชือดเฉือนอารมณ์กันแบบทะลุเวทีทั้งร้องจริง ตบจริง จนคนดูเหมือนทะลุมิติเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์กันแบบสดๆ ได้ใจคนไปทั้งฮอลล์ ก่อนส่งเข้าเพลง เจ็บจนเข้าใจ - ตู่ นันทิดา ที่ยิ่งตอกย้ำอารมณ์ให้ดำดิ่งลงไปอีกขั้น ถึงช่วงส่งท้ายกับ Love Songs แบบชุดใหญ่ให้ได้ฟังกันแบบเต็มอิ่มรวดเดียว อาทิ มากกว่ารัก - โรส , ปาฎิหาริย์ - กบ , อยากเป็นคนนั้น - มาเรียม , ลึกสุดใจ - ก้อง , ไม่เหลือเหตุผลที่จะรัก - แก้ม , ชั่วฟ้าดินสลาย - พลพล , แววตา - ปิ่น , คิดถึงกันบ้างไหม - เจสัน ยัง , คืออะไร - มอส , รักเธอคนเดิม - ตู่ นันทิดา , เจ็บแต่จบ - อ๊อฟ , คนถูกทิ้ง - หมู มูซู , ตอบได้ไหมว่าได้หม ดิว + บอม + โอ และ ออย ธนา , อยู่ต่อเลยได้ไหม - สิงโต ก่อนปิดท้ายกับซีนด้วยเพลง ความรักไม่ผิด ที่รวมหมู่นักร้องและนักแสดง 30 กว่าชีวิตพร้อมกันอีกครั้ง  ทิ้งท้ายให้ทุกคนได้ประทับใจกันแบบฟินสุดๆ งานนี้พูดได้คำเดียวว่าเกินคุ้มเต็มอิ่มทั้งเพลงเพราะ แถมยังได้ชมการปะทะฝีมือของนักแสดงแถวหน้ากันแบบจุใจ และยังได้ร่วมกันทำบุญส่งกำลังใจให้น้องๆที่ถูกทำร้ายจากมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กกันอีกด้วย แหม่! ครบรสแบบนี้ต้องยกให้ กรีนคอนเสิร์ตเวทีเดียวจริงๆจ้า.. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ส่งท้ายซีรีย์ฮอร์โมน งาน Hormones Prom Night อำลารุ่นพี่แห่งนาดาวบางกอก
Hormones Prom Night /  Hormones The Next Gen / 

หลังจากซีรีย์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 ปัจฉิมจบกันไปแล้ว เราก็มาฟินกับบรรยากาศงานปาร์ตี้ส่งท้ายซีรีย์ฮอร์โมนเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 ต.ค.) กันต่อในงาน Hormones Prom Night อำลารุ่นพี่ ม.6 แห่งนาดาวบางกอก โดยจีทีเอช ร่วมกับ นาดาว บางกอก จัดขึ้น ขอบอกว่าใครที่เป็นแฟนคลับ ซีรีส์วัยรุ่น ฮอร์โมน วันว้าวุ่น ซีซั่น 2 และได้ไปร่วมปาร์ตี้ในค่ำคืนที่ผ่านมาไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะนอกจากจะได้พบเจอกับนักแสดงฮอร์โมนแล้ว ยังมีเซอร์ไพรส์ว่าคุณนั้นอาจได้เป็นคู่เต้นรำกับรุ่นพี่ที่แอบชอบได้อีกด้วย กรี๊ดดดด (ไผ่ ต้าร์ หมอก วิน ธีร์ ภูร์ คู่ใครก็ได้จัดมาเลย^^คริคริ) สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่พลาดงานนี้ก็ไม่ต้องเสียใจนะคะ วันนี้เราได้รวบรวมภาพบรรยากาศงาน Prom เมื่อคืนมาฝากกันแล้ว... ส่งท้ายซีรีย์ฮอร์โมนงาน Hormones Prom Night อำลารุ่นพี่แห่งนาดาวบางกอก ถือว่างานนี้ต่อมฮอร์โมนวัยรุ่นทำงานหนักกันสุดๆ เพราะได้ทั้งอารมฟิน จิ้น ปลื้ม อิจฉาตาร้อนจนกรี๊ดสุดพลัง เมื่อเหล่านักแสดงฮอร์โมนวัยว้าวุ่นทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องขนทัพความสวยความหล่อมาซะขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็น พีช พชร รับบท วิน, แพทตี้-อังศุมาลิน รับบท ของขวัญ,ไมเคิล ศิรชัช  รับบท หมอก, ต่อ ธนภพ รับบท ไผ่, เก้า สุภัสสรา รับบท สไปรท์, กันต์ ชุณหวัตร รับ ต้าร์, มาร์ช จุฑาวุฒิ รับบท ภูร์, ปันปัน สุทัตตา รับบท เต้ย, ตั้ว เสฎฐวุฒิ รับบท ธีร์, ท็อป ณภัทร รับบท ป็อป พร้อมรุ่นน้องซีซั่น 2 มารวมตัวกันจนล้นฟลอร์ เพื่อให้แฟนๆ ได้ฟินได้ใกล้ชิดกันแบบจัดเต็ม!! แบบนี้ใครจะหยุดนิ่งสะกดอารมณ์ได้ งั้นอย่ารอช้าไปติดตามพวกเขากันเลย ว่าแต่ใครคู่ใครกันบ้างนะ จำกันได้ไหมเอ่ย? เป็นยังไงกันบ้างคะ กับภาพบรรยากาศงานเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา หากเพื่อนๆ คนไหนที่อยากติดตามภาพเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เฟสบุ๊คเพจ HormonesTheSeries ได้เลยค่ะ หรือจะรอชมรายการพิเศษงานพรอมนี้ในวันเสาร์ที่ 25 ต.ค. เวลาเดิม 4 ทุ่มตรง ทางช่อง GTH ON AIR ก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวอัพเดทว่า จะมีภาคต่อของซีรีย์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 3 โดยเป็นเรื่องราวหลังจากที่พวกพี่ๆ ม.6 จบการศึกษากันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงตาของรุ่นน้องๆ ออกดรงบ้าง แต่รายละเอียดจะมีอะไรเพิ่มเติมนั้น ต้องคอยติดตามกันต่อนะคะ... เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณภาพจาก เฟสบุ๊คเพจ HormonesTheSeries

เต้ย - กันต์ ชุณหวัตร เพลงประกอบฮอร์โมน 2 ตอนล่าสุด
hormones ตอนล่าสุด /  Hormones วัยว้าวุ่น Season 2 EP.13 ปัจฉิม / 

ดูมิวสิควีดีโอ เพลง เต้ย โดย กันต์ ชุณหวัตร เพลงประกอบฮอร์โมน 2 ตอนล่าสุด ปิดฉาก เคลียร์ชัด ทุกความสัมพันธ์ ของรุ่นพี่ ม.6 โรงเรียน นาดาวบางกอก ในซีรี่ส์วัยรุ่น ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 ไปเป็นที่เรียบร้อย ใน ep.13 ปัจฉิม นี่เป็นอีกคู่ที่คนดู เฝ้าลุ้นว่า จะลงเอยอย่างไร สำหรับคู่ของ ต้า (กันต์ ชุณหวัตร) และ เต้ย (ปันปัน สุทัตตา) ที่ได้บทสรุปไปแล้วว่า น่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง ขนาดไหน แม้กระแสออนไลน์ มีแต่คน อยากถีบยอดหน้า "น้องขนมปัง" ก็เถอะ 555 อ่ะ นี่คือเพลงที่มาจากความรู้สึก ของ ต้า ที่มีต่อ เต้ย ลองฟังดูสิ กับเพลง เต้ย จาก ต้า เนื้อเพลง เต้ย ศิลปิน : กันต์ ชุณหวัตร คำร้อง : กันต์ ชุณหวัตร ; เกรียงไกร วชิรธรรมพร ทำนอง : กันต์ ชุณหวัตร ; เกรียงไกร วชิรธรรมพร เรียบเรียง : ภาณุพงศ์ จำปาเฟื่อง Produced by : อรรถพล หงษ์ปรีชา --------------------------------------------------------- ฉันผิดหวัง และจากวันนั้นก็ฝังใจ ฉันได้เริ่มใหม่ ก่อนจะพบว่ามันไม่ใช่ ฉันเพิ่งรู้ ว่าใจยังมีคำถามเก่าๆ ฉันยังรู้สึก กับเรื่องราวระหว่างเรา แต่เหมือนเธอนั้นยังซ่อนบางสิ่ง ฉันมีความหวัง จึงค้างคา ในความรู้สึก ไม่กลัวกับทุกคำตอบ จะดีร้ายช่างมัน จะไม่เสียใจที่ถาม เธออยากอยู่กับฉันไหม อยากเดินด้วยกันไหมเธอ ผ่านเวลาสักแค่ไหน ใจยังอยากจะถามเธอ เธออยากอยู่กับฉันไหม จับมือกับฉันไหมเธอ ผ่านเวลาสักแค่ไหน อยากบอกเธอว่ายังเหมือนเดิม ใกล้เธอแล้วใจยังสั่น จากวันนั้นฉันแน่ใจ ว่าฉันรู้สึก ยังหวังจะพบคำตอบ จะดีร้ายช่างมัน จะไม่เสียใจที่ถาม เธออยากอยู่กับฉันไหม อยากเดินด้วยกันไหมเธอ ผ่านเวลาสักแค่ไหน ใจยังอยากจะถามเธอ เธออยากอยู่กับฉันไหม จับมือกับฉันไหมเธอ ผ่านเวลาสักแค่ไหน อยากบอกเธอว่ายังเหมือนเดิม #HormonesTheSeries2 #ต้าเต้ย

แท๊กฮิต หลังตอนจบของ ฮอร์โมนซีซั่น2 ออกฉาย #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง
ขนมปัง /  ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง / 

คืนวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม เป็น ep.13 ตอนสุดท้ายของ ซีรีส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ้น ซีซั่น 2 ที่มีกระแสมาตลอดระยะเวลาการฉาย และในตอนจบนี้ ก็มีฉากเด็ดๆของ คู่รักสามเส้าอย่าง ต้าร์-เต้ย-ขนมปัง ซึ่งขนมปัง ตัวละครที่คนดูหมั่นไส้ที่สุดแห่งซีซั่นนี้ ไม่ยอมให้อภัยต่อคำขอโทษ ที่เต้ยมีให้ และก็ยังเป็นมารขวางคออยู่ต่อไป ฉากเด็ดคือ ฉีกกระดาษ และ ทิ้งแก้วแตก // Post by HormonesTheSeries. // Post by HormonesTheSeries. จึงเกิดเป็นที่มาของแฮชแท็กฮิต # ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง ในทวิตเตอร์ ที่เรานำ feed มาไล่ให้ดูกันครับ (คำว่าถีบ สะกดผิดเป็นทีบ แต่ทำไงได้ มันติดเทรนด์ไปแล้ว) #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง Tweets ------------------ ถามว่าเงิบไหม ? เงิบบบบบบบบบ -///- #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง pic.twitter.com/rAZeGR4tcU — ✨12 คนนะรู้ยัง✨ (@NuknickTTM) October 11, 2014   อื้อหืออ อื้อหือออ หน้าตัวร้ายตัวอิจฉามาเต็มมมม #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง #HormonesTheSeries pic.twitter.com/Oue7QiAIQm — ชะนีฮาร์ดคอ☿ (@Namfonpiichh) October 11, 2014 และในใจต้าก็คงคิดอย่างนี้ #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง pic.twitter.com/IYzkjAsVO5 — Jame Karunyapas (@Jame_KZ) October 11, 2014 // และสิ่งที่ #ทีมต้าเต้ย จะบอกก็คือ... #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง pic.twitter.com/OJZXK5kakG — Jame Karunyapas (@Jame_KZ) October 11, 2014   #HormonesTheSeires2 #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง pic.twitter.com/rLvNzdDbM3 — โอเคซึ้ง. (@pichaya_1722) October 11, 2014

สุดยอดอาหารที่ดีต่อ จุดซ่อนเร้น ของสาวๆ
จุดซ่อนเร้น /  บำรุง / 

เรามีเหตุผลมากมายในการกินอาหาร ทั้งแก้เบื่อ ทั้งฉลอง หรือแม้แต่บรรเทาอาการเครียด เพิ่มพลังงาน โดยส่วนใหญ่เรามักจะเลือกกินตามรสชาติที่เราชอบ แต่สาวๆรู้มั้ยคะ ว่าอาหารยังดีกับอวัยวะต่างๆได้ด้วย และวันนี้เรามีอาหารดีๆที่ให้ประโยชน์กับน้องสาวของเรา (Vagina) หรือจุดซ่อนเร้นของสาวๆ มาฝากกันค่ะ มันหวาน  อาหารชั้นดีที่เต็มเปี่ยมไปด้วย วิตามินเอ ที่จะทำให้น้องสาวและ ผนังมดลูก สุขภาพดีได้นะเออ นอกจากนั้นวิตามินเอยังช่วยขับเคลื่อนเซ็กส์ฮอร์โมนด้วย อันจะทำให้น้องสาวของคุณ พร้อมลุยเกมรักได้เสมอ (ฮิ้ว)    แครนเบอรี่ ถ้าคุณเคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบละก็ คุณควรรับประทานลูกแคนเบอรี่สด ไม่ควรคั้นน้ำแคนเบอรี่นะจ๊ะ เพราะจะมีน้ำตาลสูงเกินไป แคนเบอรี่ช่วยดูแลรักษาน้องสาวให้มีสภาพที่เหมาะสม และดูแลกระเพาะปัสสาวะได้ด้วย ผักใบเขียว เราก็ได้ยินมาตั้งแต่เด็กเลยล่ะ ว่า ผักใบเขียวนั้นดีต่อการมีประจำเดือน เราก็ขอยืนยันอีกทีค่ะว่า มันดีจริงๆ เพราะผักใบเขียวจะช่วยให้ระบบเลือดเป็นปกติ ซึ่งจะดีกับระบบมดลูกและภายในของเรานั่นเอง โดยผักที่ควรรับประทานคือ  ผัก Swiss chard , ผักโขม , คะน้า , กะหล่ำ ยิ่งสีเข้มเท่าไหร่ยิ่งดีนะจ๊ะ น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง  น้ำเต้าหู้มีฮอร์โมน phytoestrogens คล้ายๆกับฮอร์โมนเพศหญิง  estrogens ซึ่งจะช่วยให้น้องสาวของคุณมีน้ำมาหล่อเลี้ยง ธัญพืช  เมล็ดธัญพืชเองก็มี  phytoestrogens เช่นกันจ้า และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้งสองอย่างนี้จะช่วยให้ระดับฮอรโมนเอสโตรเจนอยู่ในระดับปกติ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับน้องสาวและผิวพรรณ กิมจิ , มิโซะ ,ปลาร้่า , ของหมักดอง  ของหมักดองเหล่านี้มีโปรไบโอติคที่ช่วยรักษาระดับค่า กรดด่าง PH และช่วยยับยั้งยีสต์และแบคทีเรียที่จะทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วยนะจ้ะ ผลอะโวคาโด อโวคาโด้ผลสีเขียวอี๋นี้ ช่วยดูแลผนังช่องคลอดและมีวิตามิน b6 และโพแทสเซียม ที่จะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ( อุ้ยเขิน) ซิงค์  Zinc  (ธาตุสังกะสี)  หลายๆคน อาจเคยได้ยินว่า ถ้าอยากเพิ่มกำลังวังชา ต้องกินหอยนางรม นั่นเพราะหอยนางรมมีซิงค์อยู่ในระดับที่สูงนั่นเอง ซิงค์ช่วยรักษาความชุ่มชื้น อาการคัน ของ จุดซ่อนเร้น และ ช่วยให้ประจำเดือนมาตรงเวลา โดยธาตุสังกะสีมักอยุ่ในอาหารเช่น อัลมอนด์ , เมล็ดฟักทอง หรือถ้าสาวๆไม่ชอบกินอาหารเหล่านี้ก็สามารถรับประทานอาหารเสริม Zinc ได้เลยจ้า เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มา xojane.com

จูน แม่สไปร์ท ข้ามรุ่นกินเด็ก เลิฟซีนร้อนฉ่า รักจริงปิ๊งเก้อ Part-Time Lover รัก นอก เวลา
Part-Time Lover รัก นอก เวลา /  รักจริงปิ๊งเก้อ / 

“รักจริงปิ๊งเก้อ” รายการที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมโทรฯ เข้ามาเล่าเรื่องราวความรัก และถามความรู้สึกจากอีกฝ่ายตรงๆ แต่ผลจะเป็นอย่างไรต้องลุ้นกันเองแบบสดๆ ว่าจะรักจริงหรือปิ๊งเก้อ โดยพิธีกรคู่หูคู่ฮอต “นิกกี้-เลโอ” ซึ่งได้แรงบันดาลใจ นำเรื่องราวจากชีวิตจริงของผู้ชมมาถ่ายทอดในหนังสั้นรักจริงปิ๊งเก้อ ล่าสุดลำดับที่ 20 ตอน "Part-Time Lover รัก นอก เวลา" ความรักต้องห้าม ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ “พีท-จูน” ที่โชคชะตาทำให้ “พีท” ต้องกลายเป็นมือที่สาม และต้องเลือกระหว่างความรักที่จำกัดเวลาแค่ 2 ชั่วโมงที่มีเธออยู่ หรือ 24 ชั่วโมงกับความว่างเปล่า การตัดสินใจจะลงเอยอย่างไร ห้ามพลาด Part-Time Lover รัก นอก เวลา นำแสดงโดยหนุ่มเท่ เมฆ จิรกิตติ์ ถาวรวงศ์ รับบทเป็น พีท และ จูน ปรมาภรณ์ จ่างกมล หรือที่ทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีในบท “แม่สไปร์ท” จากซีรี่ย์ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น รับบทเป็น “จูน” และ “เคน วงซีล” รับบทเป็นแฟนของจูน ที่โชคชะตาทำให้มาพบกันในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เกิดเป็นความรักของหญิงชาย ที่ “จูน” จะมีเวลาให้ “พีท” คงสถานะคนรักได้แค่วันละ 2 ชั่วโมงในร้านกาแฟ แต่สถานการณ์กลับตาลปัตรเมื่อ “พีท” พบว่า “จูน” เป็นอาจารย์สอนตนเองที่มหาวิทยาลัย แต่ความสัมพันธ์ยังเดินหน้าต่อไปแบบไม่ใช้สติ และเรื่องราวกลับกดดันยิ่งขึ้นเมื่อ “พีท” รู้ว่า “จูน” มีแฟนที่กำลังจะแต่งงานกัน จึงทำให้สถานะของ “พีท” กลายเป็นมือที่สาม และชู้ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งฉากสำคัญอยู่ที่วันหนึ่ง “จูน” ทะเลาะกับ “เคน” และมาเจอ “เมฆ” นอกสถานที่ และนอกเวลา 2 ชั่วโมง ทั้งบรรยากาศและจิตใจที่อ่อนไหว ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ทางกาย งานนี้ทั้ง “จูน-เมฆ” ต้องใช้สมาธิอย่างหนัก เพราะเล่นจริงจูบจริง ไม่ใช้มุมกล้อง “จูน” ในฐานะนักแสดงรุ่นพี่ เลยต้องคอยเป็นพี่เลี้ยงจำเป็น ทั้งสอน และส่งอารมณ์ให้หนุ่มวัยละอ่อน “เมฆ” เล่นให้ถึงบทบาทถึงอารมณ์จริงๆ ซึ่งทั้งคู่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างดี เลิฟซีนร้อนฉ่าไม่มีติดขัด ทำเอาทีมงานอึ้งไปตามๆ กัน โดยเฉพาะ “เมฆ” ที่ดูจะเขินๆ ในตอนแรก แต่ตอนหลังๆ ก็สามารถเล่นได้เป็นธรรมชาติมาก จนรุ่นพี่อย่าง “จูน” ถึงกับชมไม่ขาดปากเลยทีเดียว ติดตามชมหนังสั้นรักจริงปิ๊งเก้อ ตอน "Part-Time Lover รัก นอก เวลา" 29 ก.ย.นี้ เวลา 23.00 น. ทางช่อง “แบง แชนแนล” หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/rakjingtv มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เทคนิค เพิ่มน้ำหนัก สำหรับคนผอม
คนผอม /  ผอมอยากอ้วน / 

สาวๆหลายๆคนคงอิจฉา คนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนสักที แม้ว่าจะกินเยอะหรือน้อยก็ยังคงผอมอยู่ แต่ว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องดีซะทีเดียว หลายๆคนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ก็ไม่ชอบรูปร่างของตัวเองที่ผอมเกินไปและนี่อาจจะทำให้มีผลต่อสุขภาพได้อีกด้วย ถึงพยายามหาวิธี เพิ่มน้ำหนัก แต่ก็ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จสักเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องกังวลอีกแล้วค่ะ เรามีเทคนิคดีๆ สำหรับการ เพิ่มน้ำหนัก มาฝากกันจ้า สำนักงานตรวจสุขภาพแห่งชาติ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ได้ศึกษาในประชาชนชาวเมืองเบอร์เกน ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีมวลกายกับสุขภาพ พบว่าผู้หญิงที่มีน้ำหนักน้อยเกินไปมีความเสี่ยงสูงต่อการแท้งบุตร เพราะรังไข่ทำงานผิดปกติ และคนที่อดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักมักได้รับสารอาหารจำเป็นไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายขาดสมดุล การทำงานของฮอร์โมนและระบบต่างๆทำงานผิดปกติ เช่น อาจขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขาดๆหายๆ และเป็นโรคกระดูกพรุนได้ง่าย เพราะหน้าที่หนึ่งของฮอร์โมนเอสโตรเจนคือนำพาแคลเซียมไปที่กระดูก และงานวิจัยยังพบอีกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยเกินไปทำให้สมองต้องทำงานหนัก เพราะสมองทำงานโดยอาศัยน้ำตาลกลูโคสเป็นพลังงาน ถ้าอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักจนทำให้ร่างกายได้รับกลูโคสไม่เพียงพอ สมองจึงสร้างสารโดปามีนเพื่อเพิ่มการส่งคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อ สมองจึงต้องทำงานหนักขึ้น ถ้าไม่อยากให้สมองทำงานหนักโดยไม่จำเป็น และโรคภัยจากความผอมมาเยือนเรามีเทคนิคการ เพิ่มน้ำหนัก มาฝากค่ะ เน้นกินอาหารที่เพิ่มพลังงาน เช่น แป้ง น้ำตาล ผัก ผลไม้ ให้มากกว่าเดิม แต่ควรให้หมุนเวียนชนิดกันไป และการเพิ่มน้ำหนักที่ดีควรเพิ่มไม่เกินสัปดาห์ละ 0.5-1 กิโลกรัม อย่างสม่ำเสมอ กินอาหารให้ได้สัดส่วน ทั้งคาร์โบไฮเดรท โปรตีน ไขมัน แทนที่จะเพิ่มแต่ของหวานๆมันๆอย่างที่นิยมกัน เพราะถ้าเพิ่มน้ำหนักวิธีนั้นจะได้เป็นไขมันสะสมตามหน้าขา หน้าท้อง ต้นขา ซึ่งคงไม่มีใครอภิรมย์แน่ค่ะ เลือกอาหารชนิดที่ให้พลังงานสูงแต่จานไม่ใหญ่นัก เช่น ระหว่างสลัดผักกับไข่ดาวกับสเต็กปลา สเต็กปลาอาจจะให้พลังงานมากกว่าขณะที่กินในปริมาณที่น้อยกว่า เพิ่มมื้อย่อยรวมเป็น 4-6 มื้อต่อวัน โดยเพิ่มมื้ออาหารว่างเข้าไป เช่น ซาลาเปาไส้ถั่วดำ 1 ลูก น้ำส้มคั้น 1 แก้ว หรือถั่วต้ม เป็นต้น เพิ่มวิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะวิตามินบีรวม จะช่วยเพิ่มความอยากอาหารและช่วยเผาผลาญอาหารในร่างกายให้เป็นพลังงาน ก่อนเวลาอาหารให้เดินหรือทำกิจกรรมเบาๆ เพื่อช่วยเรียกความอยากอาหาร แต่ถ้าทำกิจกรรมหนักและนานเกินไปร่างกายจะเพลียและเหนื่อยเกินไปจนกินอะไรไม่ลง หรือจะจิบแกงจืดหรือซุปใสอุ่นๆ เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนอาหารก็ไม่เลว ออกกำลังกายให้ถึงพีค สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ร่วมกับเพิ่มอาหารโปรตีน เช่น โปรตีนจากถั่ว ปลา และอาหารทะเล จะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและได้หัวใจที่แข็งแรง และเพิ่มความอยากอาหาร คนผอมที่คิดว่าออกกำลังกายจะยิ่งทำให้ผอมลง เป็นความคิดที่ผิดนะคะ สังเกตว่าสิ่งแวดล้อมแบบไหนที่ช่วยให้เจริญอาหาร แล้วพยายามสร้างบรรยากาศเช่นนั้นในการรับประทานอาหาร เช่น โต๊ะอาหารที่จัดบรรยากาศให้น่ารัก หรือถ้วยชามลายกระจุ๋มกระจิ๋ม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะขณะหลับร่างกายจะใช้พลังงานน้อยลง ต้องตั้งใจและสัญญากับตัวเองว่าจะต้องเพิ่มน้ำหนักให้สำเร็จ และควรให้รางวัลกับตัวเองเป็นระยะๆ เมื่อเพิ่มน้ำหนักได้สำเร็จ ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 109

วิธีดูแลตัวเองของผู้หญิง วัยหมดประจำเดือน
น้ำท่วม /  หมดประจำเดือน / 

"วัยทอง" เป็นคำที่ได้ยินบ่อย ๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นคำใช้แทนคำว่า " วัยหมดประจำเดือน " (menopause)  สำหรับในหญิงการหมดประจำเดือนเป็นภาวะที่ไม่มีประจำเดือนอีก เนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน โดยทั่วไปจะคิดเมื่อไม่มีประจำเดือนอีก 12 เดือนนับการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย  พบในช่วงอายุประมาณ 45-55 ปี โดยเฉลี่ยอายุ 50 ปี ฮอร์โมนเพศหญิงที่ขาดหายไปนี้มีชื่อว่าเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน จึงทำให้เกิดอาการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจต่างๆ ตามมา เช่น ร้อนวูบวาบตามร่างกาย มีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว เครียดง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ ผิวหนังจะบางลง แห้งและคัน เส้นผมหลุดร่วงได้ ช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น น้ำหล่อลื่นน้อยลง เกิดความเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ กระดูกจะบางและเปราะง่าย เวลาหกล้มกระดูกจะหักได้ง่ายขึ้น การดูแลตนเองในผู้หญิง วัยหมดประจำเดือน 1. อาหาร ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมและหลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆอย่างเพียงพอ เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานพร้อมก้าง ผักใบเขียว ธัญพืช งาดำ เน้นการรับประทานอาหารที่เป็นไขมันดี เช่น ปลาทะเล ถั่วต่างๆ 2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินหรือวิ่งเหยาะ การรำมวยจีน หรือ การเล่นโยคะ 3. ดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วน เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆเช่น เบาหวาน ไขมันในโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง และโรคเข่าเสื่อม เป็นต้น 4. ทำจิตใจให้แจ่มใส โดยการฝึกคิดบวก สวดมนต์ นั่งสมาธิ 5. ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตรวจเช็คความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน ตรวจภายในเช็คมะเร็งปากมดลูก ตรวจหามะเร็งเต้านม (Mammography) และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก (Bone mineral density) และการตรวจสุขภาพอื่นๆ นอกจากนี้ปัจจุบันนี้ก็มีวิตามินและอาหารเสริมให้เลือกหลากหลาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับร่างกายด้วย โดยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเพื่อตรวจก่อนว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคหรือไม่ โดยดูผลจากการตรวจสุขภาพ การปฏิบัติตัวและประวัติในครอบครัวร่วมด้วย ดังต่อไปนี้ 1. Soy isoflavone สารสกัดในกลุ่ม flavanoids ซึ่งสกัดออกมาจากถั่วเหลือง เป็นสารสกัดจากพืชที่ออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจนแต่มีฤทธ์ที่อ่อนกว่า อาจจะจะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบตามตัว หงุดหงิดง่าย ป้องกันไม่ให้ผิวพรรณเหี่ยวย่น หรือแห้งเกินไป โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม หรือลิ่มเลือดอุดตัน 2. Black Cohosh เป็นสมุนไพรซึ่งช่วยในเรื่องการลดอาการปวดศีรษะบ่อยๆ ใจสั่น นอนไม่หลับ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก และอารมณ์แปรปรวนได้ 3. Calcium ถือว่าเป็นแร่ธาตุสำคัญในผู้หญิง วัยหมดประจำเดือน มีหน้าที่การสร้างความแข็งแรงให้กระดูก โดยในอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวันอาจจะยังมีปริมาณแคลเซี่ยมที่ไม่เพียงพอ และร่างกายเราอาจจะไม่สามารถดูดซึมได้เต็มที่ 4. Vitamin D พบบ่อยในการนำมาใช้ป้องกันโรคกระดูกบางหรือพรุนร่วมกับแคลเซี่ยม นอกจากนั้นยังช่วยเรื่อง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรค คือ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคกระดูก และโรคแพ้ภูมิตนเอง ในปัจจุบันเราพบว่าคนไทยขาดวิตามินดีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่ค่อยได้รับแดดและการใช้ครีมกันแดด จึงควรตรวจดูระดับวิตามินดี และกินวิตามินดีทดแทนในกรณีที่มีการขาดวิตามินดีจริง 5. Anti-oxidant  วิตามินในกลุ่มนี้ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี สารกลุ่มแคโรทีน ไลโคพีน โคเอนไซม์คิวเท็น สารสกัดเมล็ดองุ่น สารสกัดเปลือกสนฝรั่งเศส แอสต้าแซนทิน และ เรสเวอลาทอร์  เป็นสารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดโรคทั้งโรคหลอดเลือดอุดตันหัวใจและสมอง ลดการสร้างสารเบต้าอไมลอยด์ในสมอง ที่เป็นต้นเหตุของโรคความจำเสื่อม ลดการทำลายของคอลลาเจนที่ผิวพรรณ เสริมภูมิต้านทาน ลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง ขอบคุณที่มาจาก : พญ.สร้อยเพชร วีระไวทยะ โรงพยาบาลสมิติเวช www.samitivejhospitals.com

แก้อาการ นอนไม่หลับ ด้วยแพทย์แผนจีน
ตื่นกลางดึก /  นอน / 

คนเราใช้เวลานอนเฉลี่ย 8 ชม./วัน หรือ 1/3 ของวัน ซึ่งถ้าเฉลี่ยกับวัย 80 ปี ก็เท่ากับต้องนอน 26.67 ปี โดยในความเป็นจริงไม่มีใครที่ใช้ชีวิตด้วยการไม่นอนหลับได้ และการนอนไม่เพียงพอก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ดังนั้นคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว จึงควรรีบหาทางแก้ไขก่อนที่จะเกิดปัญหาในระยะยาวขึ้น ซึ่งการแก้ปัญหาก็มีวิธีที่ง่ายแสนง่าย เพียงทราบสาเหตุ เช่น การปรับเรื่องรับประทานอาหาร การปรับสิ่งแวดล้อม การใช้การฝังเข็ม เป็นต้น นอนไม่หลับ หมายถึง เข้านอนแล้ว 30-60 นาที แต่ก็ยังคิดนั่นคิดนี่ หลายๆ คนที่ต้องเผชิญกับปัญหาการ นอนไม่หลับ นั่งนับแกะก็แล้ว ใช้อโรม่าก็แล้ว ก็ยัง นอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง สำหรับผู้ที่เผชิญกับปัญหา นอนไม่หลับ มักแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มวัยทํางานมักจะพบในอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่ต้องเจอกับความเครียดเป็นประจํา มีพื้นฐานร่างกายและจิตใจไม่แข็งแรง ขี้กังวล ขี้กลัว ขี้ร้อน ฯลฯ กลุ่มที่มีระบบการย่อยอาหารอ่อนแอ ซึ่งมักจะพบว่าไม่ค่อยมีแรงเลือดจาง และมักมีโรคหัวใจควบคู่ไปด้วย กลุ่มที่มีปัญหาความดันสูง ซึ่งความดันสูงผลให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา จึงมักจะนอนไม่ค่อยหลับ สาเหตุของอาการ นอนไม่หลับ แพทย์แผนจีน (พจ.) บุญเหลือ รุ่งสกาวเลิศ คลินิกเครือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท กล่าวว่า “ นอนไม่หลับ มักมี 2 สาเหตุ สาเหตุแรกมาจากสิ่งแวดล้อมภายใน เช่น มีอาการป่วยไอหอบหอบหืดภูมิแพ้ ปวดตาม ร่างกาย ฯลฯ ซึ่งจะถูกกระตุ้นให้ตื่นเมื่อเกิดอาการ หรือมีความเครียด กังวล เสียใจ โรคซึมเศร้า ซึ่ง 70 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีปัญหา นอนไม่หลับ , คนที่ระดับฮอร์โมนไม่ปกติ เช่น มีโรคไทรอยด์ ที่จะกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว ก็ทําให้นอนไม่ค่อยหลับด้วย, ช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงใกล้จะมีประจําเดือนฮอร์โมนจะน้อย ส่งผลให้นอนไม่ค่อยหลับ, ช่วงตั้งครรภ์ระยะแรกและใกล้คลอด รวมไปถึงช่วงวัยทอง หรือความดันสูง โรคหัวใจ ฯลฯ, ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการย่อย ลําไส้จะดูดซึมอาหารไม่ดี ร่างกายได้สารอาหารไปเลี้ยงเลือดได้น้อย เลือดจึงขนออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่ดีพอ  หัวใจต้องทํางานหนักขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงให้เพียงพอ กลางคืนหัวใจไม่ได้หยุดพักเพราะสมองยังสั่งงานเพื่อทำการกระจายอาหารให้กับอวัยวะต่างๆ ที่ยังขาดอาหารอยู่, การกินอาหารมากหรือดึกเกินไป ทําให้มีอาหารตกค้างอยู่มาก ก็ทำให้ นอนไม่หลับ ได้เช่นเดียวกัน” กลุ่มที่เป็นการกระทบจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น กินอาหารที่ไม่เหมาะกับตนเอง หรือชอบกินอาหารซ้ำๆ ทําให้ท้องเสีย ท้องอืด อาหารไม่ย่อย รวมทั้งการดื่มสารอาหารบางชนิดที่ทำให้ประสาทตื่นตัว เช่น กาแฟ สุรา ชา ช๊อคโกแลต ทุเรียน ลำไย มะม่วงสุก ฯลฯ การมีสิ่งรบกวนการนอน เช่น แสงเสียง ก็ส่งผลต่อการ นอนไม่หลับ ด้วยเช่นกัน รวมไปถึงพฤติกรรมบางอย่าง เช่น เด็กที่พ่อแม่ให้เข้านอนในเวลาที่ไม่สม่ำเสมอ อาจส่งผลให้เป็นโรค นอนไม่หลับ เมื่อโตขึ้น ผลกระทบของอาการ นอนไม่หลับ มักจะเครียดง่ายคิดอะไรไม่ค่อยออก หงุดหงิด ความจำลดลง เนื่องจากสมองจะหยุดการหลั่งสารลดความเครียดที่ช่วยให้ผ่อน คลาย และควบคุมการทํางานของสมอง (สารเซโรโทนิน) และยังส่งผลให้อ้วนง่ายด้วย เพราะการ นอนไม่หลับ ทําให้ฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหารของร่างกายลดลง แต่ปริมาณฮอร์โมนที่ทําให้เกิดความหิวเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบไหลเวียน เลือดในร่างกาย คืออาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ และทําให้ผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งสดใส ทั้งนี้อาการ นอนไม่หลับ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ แต่ถ้า นอนไม่หลับ เพียงคืนหรือ 2 คืนก็ยังไม่เป็นปัญหา เพราะอาจเป็นอาการชั่วคราว แต่ถ้าต่อเนื่องถึง 1อาทิตย์ขึ้นไป ควรไปพบแพทย์ การรักษาอาการ นอนไม่หลับ สำหรับการรักษาผู้ที่ นอนไม่หลับ ด้วยแพทย์แผนจีน แพทย์จะพิจารณาจากสิ่งที่ส่งผลกระทบให้ นอนไม่หลับ ถ้าเกิดจากสิ่งแวดล้อมภายใน ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาตามอาหาร เช่น ถ้าไอหอบหวัด ฯลฯ แสดงว่าร่างกายร้อนกว่าปกติร่างกายตื่นตัวตลอด ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ จึงควรลดความร้อนโดยสามารถทําได้หลายวิธี เช่น ฝังเข็มกัวซา แต่ถ้าเป็นอาการ้อนจากระบบทางเดินอาหาร อาการคือไม่ค่อยมีแรงหน้าซีดเลือดจาง หรือนอนไปแล้วแต่ก็ตื่นขึ้นมาไอ ควรต้องกินยาและรับประทานอาหาร ที่บํารุงเลือด เช่น ตับ เนื้อสัตว์ ไข่แดง เลือดหมู หรือผักที่มีธาตุเหล็กสูง ปัจจุบันการฝังเข็มเพื่อคลายจุด ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกว่าสามารถใช้บําบัดอาการ นอนไม่หลับ ได้ เนื่องจากทําให้เส้นประสาทคลายตัวลง เข็มจะเข้าไปคลายความเครียดที่อยู่ในระดับจิตใต้สํานึก เมื่อประสาทไม่ตึงเครียดก็ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น เพราะการฝังเข็มมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทให้หลั่งสารบางอย่างออกมา เช่น สารเอ็นดอร์ฟินทําให้จิตใจสงบฯลฯ  และในทางแพทย์แผนจีน การฝังเข็มก็สามารถช่วยกระตุ้นการย่อยและการดูดซึมให้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร จึงมีส่วนช่วยในกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องการย่อยและการดูดซึมนอนหลับได้ดีขึ้น หากเกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น จากความเครียด ต้องแก้ปัญหาเรื่องที่เข้ามากระทบจิตใจ และอาหารก็มีส่วนช่วยได้ เพราะคนที่เครียดมากร่างกายจะตื่นตัวสูงเม็ดเลือดเกิดการเสียดสีกันเกิดเป็นความร้อน ทำให้น้ำในร่างกายระเหยออกไป เลือดจึงข้นหนืดขึ้น ทําให้เลือดไหลเข้าเส้นเลือดฝอยได้ไม่ดี ประสาทส่วนกลางจึงต้องสั่งการให้หัวใจทํางานมากขึ้นเพื่อส่งเลือด จึงควรเลือกรับประทาน อาหารประเภทผักสีเขียว และขาว หรือผักผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น สาลี่ แตงโม คะน้า ไชเท้า ผักกาดขาว หรือแตงกวา รวมไปถึงการสวดมนต์ก่อนนอน จะช่วยให้จิตใจสบายขึ้นร่างกายผ่อนคลายและเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น การออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรออกกําลังกายภายใน 3 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานอน และถึงง่วงมากก็ไม่ควรงีบหลับหลังบ่าย 3 โมง เพราะกิจกรรมที่ผิดเวลาจะทําให้ นอนไม่หลับ ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เหล้า รวมทั้งเครื่องดื่มชูกําลังในช่วงเย็น ดื่มกาแฟน้อยกว่าวันละ 2 แก้ว ไม่สูบบุหรี่ก่อนนอน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารอาหารมื้อหนักใน ตอนเย็น ไม่ดื่มน้ำก่อนเข้านอน จะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ควรทานน้ำอุ่น นมอุ่นเล็กน้อย ก่อนเข้านอน บรรยากาศในห้องนอนก็เป็นสิ่งสําคัญควรมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่หนาวหรือร้อนเกินไป ควรจะปิดม่านให้มืดและห้องนอนควรเป็นห้องที่เงียบสงบ อาจารย์บุญเหลือกล่าวเสริมว่า “การปรับสิ่งแวดล้อมก็มีความสําคัญมาก เช่น ห้องนอนควรจะมืดไม่มีแสงจากอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ มารบกวน เช่น แสงจากเครื่องชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์, เสียงดังจากการกรนของคนข้างๆ สําหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการไหลเวียนของเลือด อาจใช้การแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20-30 นาที เมื่อเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ดี จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น” “ถ้าเข้านอนไปแล้วรู้สึกว่า นอนไม่หลับ ไม่ควรนอนดูทีวีหรือฟังข่าว เพราะจะทําให้สมองตื่นตัว ควรลุกจากที่นอนหาอะไร เบาๆ ทํา เช่น อ่านหนังสือฯลฯ แล้วค่อยกลับมาที่เตียงเมื่อเริ่มรู้สึกง่วง” อาจารย์บุญเหลือกล่าวในตอนท้าย ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

6 ละครญี่ปุ่นวัยฮอร์โมนสุดฮิต บ้านเขาก็มีเหมือนกันนะ
ซีรีส์วัยรุ่น /  ต่างประเทศ / 

ตอนนี้กระแสซีรีส์ที่เกี่ยวกับวัยรุ่น กำลังเป็นที่นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่นไทย ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 1 และ 2, ซีรีส์ Love Sick The Series, Room Alone The Series เป็นต้น ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นก็ทำออกมาได้โดนใจวัยรุ่นสมัยนี้ได้ดีทีเดียว สะท้อนสังคมในปัจจุบัน พฤติกรรม และความคิดของเด็กๆ ให้สังคมได้รับรู้ รวมถึงให้ผู้ปกครองได้เข้าใจลูกหลานได้มากขึ้นทีเดียว ซึ่งของต่างประเทศก็มีเช่นกัน วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ ละครญี่ปุ่นวัยฮอร์โมน มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 6 ละครญี่ปุ่นวัยฮอร์โมนสุดฮิต บ้านเขาก็มีเหมือนกันนะ 6 ละครญี่ปุ่นวัยฮอร์โมนสุดฮิต บ้านเขาก็มีเหมือนกันนะ มีด้วยกัน 6 เรื่อง แต่ละเรื่องนั้นล้วนเป็นละครแนววัยรุ่นที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ละครวัยรุ่นถือได้ว่าเป็นละครที่ทำให้เด็กวัยรุ่น วัยเรียนมีกำลังใจ และเรียนรู้การใช้ชีวิต เป็นการอบรมสั่งสอนเด็กไปในตัว รวมถึงให้คนที่เลยวัยนี้ไปแล้วมองเห็นความรู้สึกของวัยรุ่น จะได้เลี้ยงดูเขาในแบบที่ถูกต้อง อีกทั้งยังทำให้ผู้ใหญ่หลายคนได้หันกลับมาคิดถึงช่วงเวลาดีดีแบบนี้อีกครั้ง :-) ไม่รู้ว่าใครเคยดูเรื่องอะไรกันบ้าง ^^ 1. ครูซ่าท้าเด็กแนว ถ้าพูดถึงละครญี่ปุ่นแนววัยรุ่น วัยเรียน แนวที่เห็นได้บ่อยๆ เลยก็คือ แนวด็กมีปัญหา วัยรุ่นที่เป็นนักเลง อันธพาล ชอบหาเรื่องตีกันไม่เว้นแต่ละวัน แล้วเด็กพวกนี้จะต้องมาเจอ “ครูสายโหด” คอยจัดการ และคอยสั่งสอนให้มาเดินในเส้นทางที่ถูกที่ควร ละครแนวนี้ก็อย่างเช่นเรื่อง “Gokusen” เด็กนักเรียนจอมอันธพาลที่ได้ “ยังกุมิ” ลูกสาวยากูซ่าที่มีใจรักความเป็นครูมาคอยกำราบเด็กพวกนี้ หรือเรื่อง “GTO” นักเลงจอมซ่าที่ขอมาเป็นครู แม้จะสอนไม่เก่งเท่าไร แต่เรื่องประสบการณ์การใช้ชีวิตไม่แพ้ใคร ด้วยความที่เคยเป็นนักเลงมาก่อน เลยทำให้เข้าใจเด็กพวกนี้ได้ดี 2. กิจกรรมเยอะ แม้จะเป็นละครที่เกี่ยวกับเด็กนักเรียน ไปโรงเรียนกันทุกวัน แต่ไม่ค่อยเห็นพวกเขาได้เรียนกันเท่าไรค่ะ ฉากที่เรียนหนังสือเหมือนเป็นเรื่องรองเท่านั้น แต่เนื้อหาหลักๆ มักจะมุ่งเน้นไปที่กิจกรรม ซึ่งกิจกรรมที่จะเจอบ่อยๆ ก็คือ “กีฬา” ค่ะ ละครวัยรุ่นที่มักจะมาพร้อมกับเรื่องกีฬา เช่นเรื่อง Rookies, Yowakutemo Katemasu, H2, Suikyu Yankees เป็นต้น การที่ละครเสนอเรื่องกีฬาเนี่ย มันทำให้เห็นถึงความสามัคคี การทำงานเป็นทีมค่ะ อีกทั้งยังทำให้เด็กได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า “เพียรพยายาม” ด้วย การที่จะประสบความสำเร็จ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความอดทน ตั้งใจ และเพียรพยายาม ดูเหมือนจะเป็นหลักคำสอนที่ละครญี่ปุ่นซ่อนไว้ในเนื้อเรื่อง หรือแนวที่ไม่ได้เน้นหนักที่ด้านกีฬาก็มีค่ะ เช่น “Ouran High School Host Club” โรงเรียนของเหล่าไฮโซ มีชมรม “โฮสท์คลับ” ที่โด่งดังสุดๆ ในโรงเรียน จะมีเหล่าหนุ่ม (สาว) หล่อมาดูแลคุณผู้หญิง ในเรื่องจะไม่ค่อยเห็นเด็กพวกนี้เรียนกันเท่าไร เช้ามาก็มุ่งหน้ามาที่ชมรมตัวเอง ถ้าชีวิตจริงเป็นอย่างนี้ล่ะก็...อยากจะไปโรงเรียนทุกวันเลยล่ะค่ะ! แต่เอาเข้าจริงกิจกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ มีความรู้อีกมากมายที่ไม่ได้อยู่แค่ในตำราเรียน 3. แอบรักเพื่อนร่วมชั้น วัยรุ่น วัยใสแบบนี้ เรียนได้ว่าเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ความรักเลยค่ะ ความรักในละครวัยรุ่นญี่ปุ่นมักจะออกมาในรูปแบบรักกุ๊กกิ๊ก น่ารักๆ ที่เหมาะสมกับวัย อย่างเช่นภาพยนตร์เรื่อง “Kimi ni Todoke” เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ผู้ชายเรียกได้ว่าเป็นคนที่เพอร์เฟ็ค หล่อ หน้าตาดี เรียนโอเค ส่วนฝ่ายหญิงจะเป็นคนไม่ได้สวยมากจนถึงขั้นดาวโรงเรียน แถมมีบุคลิกที่น่ากลัว ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง แต่จริงๆ แล้วก็มีความน่ารักในแบบตัวเองแอบซ่อนอยู่ ในเรื่องนี้ไม่มีฉากหวือหวาอะไรเลย มีแต่ฉากความรักที่ดูอบอุ่น แอบมองกันไปกันมา แสดงความรักต่อกันในมุมน่ารักๆ การที่รักใครสักคนเพราะตัวตนที่เขาเป็นจริงๆ มองอีกแง่ก็เหมือนเป็นการเสนอให้เห็นว่าความรักในวัยนี้ควรมีขอบเขตแค่ไหน รักแบบใสใสก็เป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่เหมาะกับวัยนี้เหมือนกันนะคะ อย่าเพิ่งเกินเลยไม่กว่าวัยเลยดีกว่า 4. ความฝันเข้าโทได “โทได” หรือมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของญี่ปุ่น แน่นอนว่ามีเด็กญี่ปุ่นจำนวนมากที่มีความฝันอยากจะเข้าไปเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ได้ ในละครวัยรุ่นญี่ปุ่นก็มักจะแทรกค่านิยมการเข้ามหาวิทยาลัยเข้าไปค่ะว่า นี่คือความฝันอย่างหนึ่งของพวกเขา การที่เข้าโตไดได้ จะทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น อนาคตจะสบาย ประมาณนั้นค่ะ ละครที่นำเสนอค่านิยมนี้อย่างเห็นชัดที่สุดเลยก็คือ “Dragon Zakura” เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คอละครญี่ปุ่นประทับใจ และเป็นเรื่องที่ต่างจากละครวัยรุ่นทั่วไปคือ มีฉากเรียนหนังสือเยอะกว่าฉากกิจกรรม! เนื้อเรื่องของเรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นเด็กไม่เอาไหน เรียนไม่เก่ง แต่จู่ๆ ก็หันมาฟิตสู้ ตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ และเข้าคอร์สติวแบบเร่งรัดของทางโรงเรียน เพื่อพิชิตโทได และสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนของตัวเอง (ประมาณว่าเด็กโรงเรียนฉันก็สอบติดโทไดนะ) ในเรื่องนี้ก็จะแทรกหลักการเรียน เทคนิคการทำข้อสอบต่างๆ พร้อมความสนุกสนานของการเรียนหนังสือ พอดูเรื่องนี้ทำให้รู้สึกอยากเรียนหนังสือขึ้นมาทันทีเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบางเรื่องก็พยายามสอดแทรกว่า บางทีมหาวิทยาลัยชื่อดังก็ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของชีวิต ความสำเร็จของชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเสมอไป 5. ปัญหาการกลั่นแกล้งกัน “ปัญหาการแกล้งกัน” เป็นปัญหาในสังคมเด็กวัยรุ่นที่ถูกเผยแพร่ผ่านละครไม่น้อยเลยค่ะ เขาว่ากันว่าปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมญี่ปุ่นอยู่เช่นกัน ทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน ละครที่แทรกปัญหานี้ก็จะนำเสนอให้เห็นเลยค่ะว่า เด็กนักเรียนที่ถูกเพื่อนแกล้งนั้นจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ซึ่งการแกล้งกันก็ไม่ใช่การแกล้งแบบธรรมดานะคะ แต่เป็นการแกล้งที่ดูจริงจังมาก วิธีการกลั่นแกล้งก็คือ ในห้องจะมีหัวโจกค่ะ คอยแกล้งคนที่ชอบทำตัวต่างจากคนอื่น หรือไม่ก็พวกที่ดูอ่อนแอ แกล้งแล้ว “น่าสนุก” การแกล้งพื้นฐานทั่วไปที่เห็นบ่อยๆ ก็คือ เขียนโต๊ะของคนที่จะแกล้งว่า “ยัยขี้เหร่” “ไปตายซะ” ประมาณนี้ บางทีก็เอาตะปู หรือกาวเหนียวๆ วางไว้ที่เก้าอี้ พอเพื่อนนั่งก็จะเจอกับดักที่วางไว้ เด็กผู้ชายก็จะมีต่อยกัน ส่วนเด็กผู้หญิงก็จะชอบลากเข้าไปในห้องน้ำและเอาสายยางฉีดน้ำใส่ ซึ่งคนที่ถูกแกล้ง มักจะเป็นเหยื่อเพียงรายเดียวในห้อง ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่มาช่วย เพราะกลัวว่าจะถูกหมายหัวเป็นเป้าหมายต่อไป อาจจะดูรุนแรง แต่อีกแง่หนึ่งเป็นการสะท้อนชีวิตที่เด็กที่ถูกกลั่นแกล้งต้องเจอ ทำให้คนในสังคมได้เห็นว่ามันเป็นปัญหาที่ร้ายแรง ทางโรงเรียน พ่อแม่ และสังคมควรจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ส่วนเด็กเองการยอมแพ้ หรือฆ่าตัวตายก็ไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะตายไปก็ไม่มีใครสำนึกผิดต่อสิ่งที่ทำ แต่สิ่งที่ควรทำคือการปกป้องชีวิตตัวเองให้ดีที่สุด 6. มิตรภาพสำคัญที่สุด เสน่ห์สำคัญของละครแนววัยรุ่นของญี่ปุ่นเลยก็คือ “เรื่องมิตรภาพ” ค่ะ ในรั้วของโรงเรียน คนที่ใกล้ชิดมากที่สุดก็คือ “เพื่อน” การที่จะทำให้เด็กอยากมาโรงเรียน ก็น่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนฝูง การถ่ายทอดให้เห็นว่า “มิตรภาพ” เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่าที่เราควรรักษาไว้ การใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ควรเก็บเกี่ยว และเราจะสัมผัสกับเรื่องพวกนี้ได้ก็ต่อเมื่อเราต้องมาโรงเรียน ละครญี่ปุ่นแนวนี้จึงไม่ลืมที่จะเล่าถึงเรื่องของมิตรภาพเป็นสำคัญ ความสนุกสนานระหว่างเพื่อนร่วมชั้น รุ่นพี่ รุ่นน้อง กิจกรรมที่ได้ทำร่วมกัน การร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมในละครญี่ปุ่นแนววัยเรียนถึงไม่ค่อยได้เห็นฉากเรียนกันเลย เพราะจริงๆ เราก็รู้แน่ๆ ว่าไปโรงเรียนต้องเรียนหนังสือ แต่สิ่งที่มากกว่าเรียนหนังสือคืออะไร ละครญี่ปุ่นจึงเลือกนำเสนอจุดนี้ให้ได้เห็น ประสบการณ์ในวัยเรียนอีกแบบหนึ่งที่หาไม่ได้ในวัยอื่น เรียนหนักไปบ้าง แต่ชีวิตวัยรุ่นนี่มันสุดยอดจริงๆ เลยนะ! นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์ฐี่ปุ่นอีกหนึ่งเรื่องที่ทีนเอ็มไทยชอบมากๆ "SKY OF LOVE"  รักเรานิรันดร นั่นเองคะ เป็นเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตวัยรุ่นได้ดีอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว เกี่ยวกับ เรื่องราวความรักของ มิกะ (อารากากิ ยูอิ) นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีหนึ่งที่แอบหลงรัก­เพื่อนร่วมชั้นเรียน ฮิโรกิ (มิอุระ ฮารุมะ) จากเด็กสาวธรรมดาที่ไม่เคยมีความรักกลับกล­ายเป็นความรักที่สุดแสนจะลึกซึ้ง มีความสัมพันธ์กันจนตั้งครรภ์ แต่แล้วก็เกิดเหตุให้สูญเสียเด็กไป ต่อมา ฮิโรกิ กลับทิ้งเธอไปอย่างไม่มีเหตุผล มิกะเสียใจมากและความรักครั้งนั้นกลายเป็น­บาดแผลฝังลึกจนยากที่จะเปิดใจรับความรักคร­ั้งใหม่ แต่เมื่อเธอได้เจอกับ ยู (โคอิเดะ เคซึเกะ) ชายหนุ่มที่เพียรทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เ­ห็นเธอมีความสุจข มิกะ ก็เริ่มใจอ่อน จนยอมคบกับเขา แต่แล้วในคืนวันคริสต์มาสอีฟแรกที่ทั้งคู่­ได้อยู่ด้วยกัน มิกะ ก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่ฮิโรกิ ต้องทิ้งเธอไป กับความลับที่ทำให้หัวใจของผู้ชมทั่วญี่ปุ­่นต้องร้องไห้ให้หนังเรื่องนี้มาแล้ว ขอบคุณข้อมูล ChaMaNow www.marumura.com, ayamex4ever.livejournal.com, wiki.d-addicts.com, dangermousie.dreamwidth.org/1175154.html, itazuradramas.blogspot.com, kazoku-game.livejournal.com, tylerraiz.com, cookie-ramen.blogspot.com, curiosityfreedthecat.wordpress.com

พึ่งทุกสิ่งศักดิ์สิทธิ์! นุ้ย มุ่งมั่นผลิตลูกให้ ปอนด์
นุ้ย สุจิรา /  ปอนด์ ชยพล / 

หลังแต่งงานมาได้เกือบปีก็เจอแรงกดดันจากครอบครัวและคนรอบข้างเรื่องเบบี๋มาตลอด ทำให้คู่รักคู่หวานอย่างสาว นุ้ย สุจิรา และสามีสุดเลิฟ ปอนด์ ชยพล ออกอาการเครียดเล็กๆ จนตัดสินใจบินลัดฟ้าไหว้พระขอลูกถึงเกาะฮ่องกง สาวนุ้ย เผยความมุ่งมั่นว่าอยากมีลูกมาก ทำสารพัดวิธี พึ่งทั้งแพทย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บอกขอเวลาอีกปีต้องมีให้ได้!! "เรื่องวางแผนมีน้อง ตอนนี้ก็ใกล้ปลายปีแล้วเดี๋ยวจะกลับไปหาคุณหมออีกครั้งนึงว่าจะทำยังไง ตอนนี้ก็กินฮอร์โมนเพิ่มไปก่อน ทำให้รักษาระดับฮอร์โมนเอาไว้ค่ะ ที่เห็นเที่ยวฮ่องกงในไอจี อย่าเรียกว่าเที่ยวเลยค่ะ คือเป็นภารกิจเดินกันเหงื่อแตกเลยทีเดียว ตามคำสัญญาและคำแนะนำของผู้ใหญ่ที่เราเคารพรัก ทุกคนพอเห็นหน้าคำถามแรกว่ามีลูกหรือยังต้องไปที่นั่นที่นี่เลย ก็ไปฮ่องกงไหว้ตามคำแนะนำขอพร น่ารักมากพอไปที่นั่นมีคุณน้าคนไทยคนนึงเรียกให้ไปยืนจุดนี้แล้วบอกให้มองตาท่าน ทุกคนก็ลุ้นกับเรา คุณพ่อของปอนด์ก็บอกให้ซื้อส้ม 4 ลูกเอาไปไหว้ท่าน เอาไปก็ต้องเอากลับมา เราก็ต้องยืนเฝ้าส้มทุกศาลเลยค่ะ ทำไปก็ไม่เสียหายเพราะเป็นการไปเที่ยวด้วยกัน 2 คนครั้งแรกด้วย เราไม่เคยไปเที่ยวไหนด้วยกัน 2 คนส่วนใหญ่เป็นแฟมิลี่ทริป ถ้าไม่ไปครอบครัวนุ้ย ก็ไปครอบครัวปอนด์ เรื่องฮันนีมูนก็มีวางไว้อาจเป็นปีหน้าไปไกลๆ ปีนี้ก็ไปใกล้ๆ ก่อนเดี๋ยวก็จะไปหัวหิน มีคนแนะนำให้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง จะได้ไม่ต้องเครียดมาก พักผ่อนใกล้ๆ ก็ได้" "จะไปปรึกษาหมออีกทีประมาณธ.ค. ม.ค. ดูอีกทีค่ะ ตรงนี้ขอนุ้ยต้องปรับฮอร์โมนสักพัก ฮอร์โมนที่ฉีดไปอยู่ได้แค่ 2 เดือนเองค่ะ 2 เดือนฉีดที ถ้าไม่งั้นก็ต้องกินเพื่อปรับสมดุลเอาไว้ สร้างสมดุลทำให้สามารถมีธรรมชาติได้ คุณหมอให้เวลาปีนึงหลังแต่งงานถ้ายังไม่มีก็ปรึกษาแพทย์เฉยๆ ถ้า 2 ปีแล้วรีบก็ต้องพึ่งนวัตกรรมทางการแพทย์แล้ว จริงๆ นุ้ยก็อยากมีธรรมชาติ เพราะอายุก็เยอะ กลัวร่างกายให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเค้าไม่ได้ มีหลายคนแนะนำว่าเก็บไข่ไว้ก่อนมั้ย เผื่ออายุเยอะกว่านี้ไข่จะได้ไม่แก่ไปตามเรา คือถ้าเกิดนุ้ยจะเก็บ นุ้ยคงเก็บแล้วทำเลย เพราะขั้นตอนของการเก็บก็ทรหดเหมือนกันนะสำหรับคนที่เป็นคุณแม่ ปลายปีนี้เดี๋ยวปรึกษาหมอก่อนค่อยเริ่มปีหน้า เรามุ่งมั่นว่าต้องมี พยายามไม่เครียดอยู่ก็ระวังตรงนี้ด้วย" "มีแพลนฮันนีมูนเปลี่ยนบรรยากาศยาว มีคนบอกต้องไปอย่างต่ำ 20 วันนะถึงจะได้ผล ทุกคนต่างมาให้เคล็ดลับความรู้ว่าทำยังไง เคล็ดลับเยอะมากมีไปถึงการขโมยผ้าอ้อมเด็กแล้วค่ะ ทำยังไม่ครบเลยค่ะ 20-30 วิธีค่อยๆ ทยอยทำไป ถ้ามีน้องต้องเอาให้ชัวร์ก่อน ให้เค้าปลอดภัยก่อนแล้วค่อยบอกให้เฮทีเดียว ถ้าพึ่งแพทย์ก็กะจะทำแฝดทีเดียวเลย แต่จริงๆ แล้วขั้นตอนไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ไม่แน่จริงๆ ว่าจะได้หรือเปล่า เรื่องเงินต้องถามปอนด์เพราะเค้าอยากได้ เราทุ่มเทร่างกายแล้วไง ก็ช่วยกันดูแลค่ะ" นุ้ย กล่าว นุ้ย สุจิรา นุ้ย สุจิรา นุ้ย สุจิรา นุ้ย สุจิรา นุ้ย-ปอนด์ นุ้ย-ปอนด์

5 อาหาร อัพไซส์หน้าอก ให้ดูมดูม
หน้าอกใหญ่ /  อัพไซส์หน้าอก / 

สาวๆ หลายคนไม่แฮปปี้กับหน้าอกหน้าใจที่น้อยนิด สรรหาวิธีเพิ่มขนาดหน้าอกของให้ดูใหญ่ขึ้น จะได้สวย อึ๋มแบบคนอื่นเขาบ้าง บางคนก็ใช้วิธีเสริมหน้าอกเอาเลย แต่บางคนก็ขอแค่ใส่ชุดชั้นในที่เสริมฟองน้ำดันให้เข้าทรงสวย อีกวิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุดที่เอามาฝากวันนี้ นั่นคือ “การเลือกรับประทาน” ค่ะ 1.ผักและผลไม้สด การรับประทานผักและผลไม้สดๆ มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น หน้าอกก็เลยอึ๋มขึ้น อย่างเช่น ผักกาดหอมสด เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะเรื่องของการไหลเวียนเลือดในร่างกายบริเวณหน้าอก และนอกจากนี้ถ้าเป็นพวก มะเขือเทศ สตรอเบอร์รี เชอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนต์ก็จะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นด้วย เรียกว่าได้ประโยชน์ด้านความสวยความงามกันสองต่อเลยทีเดียว สำหรับผลไม้อย่าง มะละกอ เป็นผลไม้รสชาติหวานที่มีประโยชน์หลายๆ ด้าน ทั้งช่วยให้ระบาย ช่วยย่อยโปรตีน ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และแน่นอน มันมีส่วนช่วยในการบำรุงหน้าอกอีกด้วย 2. ถั่วทุกชนิด เมล็ดพืชจำพวกถั่วทุกชนิด เช่น อัลมอนด์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง หรือข้าวโพด ล้วนเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินอีและบี ซึ่งมีคุณค่าต่อความสวยความงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ และในพืชจำพวกถั่วนี้ ยังมีกรดไลโนเลอิก ช่วยให้หน้าอกเต่งตึง ชะลอการหย่อนคล้อยของหน้าอก และมีส่วนช่วยในการทำให้หน้าอกดูใหญ่ขึ้นอีกด้วย งาดำ ก็เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ที่ช่วยทั้งการพัฒนารังไข่ในเพศหญิง และการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของหน้าอก ทำให้ผู้ที่บริโภคงาดำบ่อยๆ มีหน้าอกใหญ่ขึ้นได้ 3. น้ำมะพร้าว เอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่ยิ่งมีมากหน้า อกก็ยิ่งใหญ่ และถ้ามีน้อยเกินร่างกายก็ยังสร้างฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมายับยั้งการเจริญ เติบโตของหน้าอกเสียอีก สาวๆ ที่อยากอกใหญ่ต้องเพิ่มเอสโตรเจนเข้าไว้ และน้ำมะพร้าวถือเป็นแหล่งเอสโตรเจนชั้นยอดเลยทีเดียว 4. ไข่ ไข่เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินเอ บี และอี โดยเฉพาะไข่แดง ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง แต่คอเลสเตอรอลในไข่นี่แหละที่ช่วยให้หน้าอกอึ๋มขึ้นได้ 5. ปีกไก่ ไก่ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่ดี ต่อร่างกายแล้วก็ หน้าอก ของคุณ โดยเฉพาะส่วนปีกยิ่งอุดมไปด้วยคอลลาเจนที่ว่ากันว่า หากรับประทานบ่อยๆ จะทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นได้ แต่ก็ต้องระวังกับข้อสงสัยที่ว่าเพราะสารเร่งโตที่ตกค้างอยู่ในปีกไก่หรือ เปล่า . . เพราะยังไม่มีใครออกมาชี้แจงให้แน่ชัด นอกจากการเลือกรับประทานอาหารเฉพาะที่จะช่วย เพิ่มขนาดหน้าอกของเราให้ใหญ่ขึ้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องของการออกกำลังกาย ก็มีส่วนสำคัญเช่นกันนะคะ อย่าลืมออกกำลังกายเพื่อกระชับหน้าอกด้วยน้า ขอบคุณที่มาจาก WomanPlus Magazine

เก้าประทับใจ สไปร์ท ใช้มุมมองผู้ใหญ่ แก้ปัญหาโซเชียลกวนใจ ในซีรีย์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 เสาร์นี้
G/T/H /  Hormones 2 / 

หลังจากสร้างชื่อฮือฮากันมาตั้งแต่ซีซั่นแรก กับนักเรียนสาวสุดแซ่บ สไปร์ท  กับบทบาทที่แจ้งเกิด เก้า สุภัสสรา ธนชาต  ห้กลายเป็นนางเอกสาวสุดฮอตเพียงข้ามคืน ที่ครั้งนี้จะกลับมาในซีรีย์ ฮอร์โมน วัยวัาวุ่น ซีซั่น 2 จากค่ายจีทีเอช ที่ทำเอาแฟนๆคาดเดากันไปต่างๆนานาว่าตอนของ สไปร์ท จะมีเรื่องราวอะไรให้ได้ลุ้น และติดตามกันบ้าง โดยสาว เก้า สุภัสสรา ได้เผยถึงบทบาท สไปร์ท ในซีซั่นที่ 2 นี้ว่า "ขอบคุณทุกคนมากๆค่ะ ที่ยังติดตามเป็นกำลังใจให้กับพวกเราชาวฮอร์โมน วัยว้าวุ่น  กันอย่างเหนียวแน่น  ยังจำวันแรกที่มาแคสติ้งบท สไปร์ท ได้เลยค่ะ  อ่านจบรู้เลยว่าบทนี้น่าสนใจมาก และท้าทายสุดๆ โดยความยากอยู่ตรงที่จะเล่นออกมาอย่างไร จะสื่อสารแบบไหน เพื่อให้คนดูรู้สึกรักและเข้าใจเด็กผู้หญิงอย่างสไปร์ท" เก้า สุภัสสรา ยังกล่าวอีกว่า "เบื้องหลังการทำงานในกองถ่ายสนุกมากค่ะ ด้วยความที่ทุกคนสนิทกันมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว ก็เลยเข้าขากันมากๆ ในซีซั่นนี้หลายคนอยากรู้ว่า สไปร์ท กับ ไผ่ ความรักจะแซ่บเหมือนเดิมหรือเปล่า บอกได้แค่ว่าทั้งคู่กำลังจะเจอจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต ในซีซั่นนี้ สไปร์ท มุมมองโตขึ้น รักตัวเองมากขึ้น เรียนรู้ว่าการทำตัวไม่มีค่า มีผลต่อความไว้ใจของคนที่รักกัน ซึ่งก็เชื่อมโยงไปถึงประเด็นที่พี่ปิงผู้กำกับ และทีมเขียนบทอยากนำเสนอ คือบางการกระทำที่เราเคยทำในอดีต มันอาจส่งผลมาถึงปัจจุบันได้" "เหมือนกับ สไปร์ท ที่เป็นตัวละครที่มีชื่อเสียๆหายๆ เกี่ยวกับผู้ชายเยอะมาก พอมีคนทำเฟสบุ๊ค สไปร์ท ตัวปลอมขึ้นมา กลายเป็นว่าคนกลับเชื่อง่ายๆ ทั้งๆที่ไม่เป็นความจริง โลกของโซเชียล เป็นเรื่องที่วัยรุ่นให้ความสนใจและให้ความสำคัญกันมาก    บางทีที่เห็นว่าเล็กน้อย แต่บางทีอาจส่งผลกระทบโดยตรงทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตตามมา แต่สุดท้ายเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร สไปร์ท จะตามจับตัวการครั้งนี้ได้หรือเปล่า   อยากให้ทุกคนคอยเอาใจช่วยกันด้วยนะคะ" เก้า สุภัสสรา กล่าวทิ้งท้าย เก้า สุภัสสรา ธนชาต สไปรท์ จะข้ามผ่านปัญหาครั้งนี้ไปได้หรือไม่ ติดตามได้ใน ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 วันเสาร์ที่ 13 ก.ย. นี้ เวลา 22.00 น.  ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล ----------------------------

ต้า ว้าวุ่นรับวาเลนไทน์ ปวดใจกับรักสามเส้า!! ใน ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 เสาร์นี้
G/T/H /  Hormones 2 / 

เข้มข้นสุดๆ แบบให้ตามลุ้นกันมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับซีรีย์วัยรุ่น ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 จากค่ายจีทีเอช ที่ตอนล่าสุด ในวันเสาร์นี้ พบเรื่องราวความรักของ ต้า (กันต์ ชุณหวัตร) ที่อยู่ในจุดที่กำลังว้าวุ่นใจสุดๆ กับรักสามเส้า ต้อนรับวันวาเลนไทน์ กันต์ ชุณหวัตร ดูเหมือนว่า ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 ได้มีงานให้คุณผู้ชมต้องมาตามเชียร์กันสุดๆ แล้ว เมื่องานนี้หนุ่ม ต้า จะก้าวผ่านเหตุการณ์ว้าวุ่นครั้งนี้ไปได้หรือไม่ เพราะสำหรับวัยรุ่น นอกจากเรื่องครอบครัว เพื่อน เรียน แล้วก็คงมีความรักอีกเรื่อง ที่ทุกคนต่างก็ให้ความสำคัญกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในวันแห่งความรักที่กำลังมาถึง โดยช่วงเวลาเทศกาลวันวาเลนไทน์ ของขวัญ คำหวาน บทเพลง การนัดหมาย  กลายเป็นสิ่งสำคัญ ที่ล้วนวนเวียนในรั้วโรงเรียนนาดาวบางกอก นอกเหนือจากการเตรียมตัวขึ้นโชว์ในงานโรงเรียนของวง See Scape รุ่น 2 ในฐานะหัวหน้าวงแล้ว ต้า ผู้ไม่เคยมีแฟนมาก่อน ต้องว้าวุ่นกับวาเลนไทน์เป็นครั้งแรกในชีวิต แต่เหนือความวุ่นวายใจทั้งหมด คือคำถามที่ยังต้องสงสัย เมื่อ ต้า เก็บเอาคำพูดที่หมอกและขนมปังเคยพูดมาคิด จนเริ่มรู้สึกว่าหรือ เต้ย จะคิดอะไรบางอย่างกับเขา ในวันที่ความรักของเขากับขนมปังก็ยังราบรื่นดีอยู่ เตรียมพบกับช่วงวันที่ว้าวุ่นที่สุด ของวัยรุ่นกับความสัมพันธ์ของต้า-เต้ย-ขนมปัง ที่ต่างก็ผลัดกันค้นหาหัวใจกันไปมา ได้ในซีรีย์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 Ep.11 ในวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. นี้ เวลา 22.00 น. ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล ตัวอย่าง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 Ep.11 ---------------------------------------