ฮอร์โมน

14 กระบวนยุทธ์ สยบผู้ชาย ให้เป็น
ผู้ชาย /  มัดใจ / 

14 กระบวนยุทธ์ สยบผู้ชาย ให้เป็น "เจี๊ยบ" ในกำมือ      คุณเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ มั่นใจ และมีเสน่ห์ หรือเป็นผู้หญิงแสนเพอร์เฟค แต่แฟนคุณก็ยังทิ้งคุณไปซบอกอกผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่า เขาเคยรักคุณแต่ก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เขาอยู่ใกล้แล้วสบายใจมากกว่า เป็นผู้หญิงแสนธรรมดาที่เข้าใจเขาที่สุด คำถามคือ คุณรู้จักแฟนคุณดีแค่ไหน? อย่าตายใจว่ารักนี้จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้ตำราพิชัยสงครามอันเก่าแก่อย่าง “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ยังใช้ได้ดีในเกมส์รักเสมอ มองความรักในแบบสบายๆ และประลองปัญญากับชายหนุ่มของคุณดูบ้าง ขุนศึกที่ประเมินสถานการณ์เป็นย่อมเจ็บน้อยที่สุดในเกมส์รัก ใช้เหตุผลไม่ใช่อารมณ์ รู้จักรุกและรับ ใช้เสน่ห์บวกความกล้าเพื่อมัดใจเขา ++เราขอแนะนำ 14 กลยุทธ์ที่ช่วยมัดใจชายหนุ่มของคุณ++ 1) รู้จักแสดงความรักเพื่อให้ฮอร์โมนเขาพุ่งปรี๊ด อย่างจุมพิตในที่สาธารณะบ้าง 2) พูดให้ตรงประเด็นแบบเพื่อนชายไม่ต้องดราม่า บางครั้งคุณก็ต้องทำตัวให้แมนบ้าง 3) ชมให้เป็นและปลอบใจเมื่อเขาเจ็บ (ถึงเขาไม่แสดงออก แต่คุณต้องรู้นะ) 4) หนุ่มๆ เดาใจไม่เก่ง อยากได้อะไรให้บอกเขาออกไปเลย ถึงเขาจะไม่ตามใจคุณ แต่ถ้าต้องทะเลาะกันมันก็ตรงประเด็นไม่เป็นเรื่องอื่นล่ะ 5) สาวที่มีอารมณ์ขันเป็นแม่เหล็กชั้นเยี่ยม ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้มันทำให้โลกสดใส และคุณจะได้อะไรดังใจง่ายขึ้น 6) ใช้ความทะลึ่งขี้เล่นของคุณเล่นกับจินตนาการของเขา (ข้อนี้ ต้องคิดเองนะ) ในกระบวนท่ารัก 7) ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบดูหนังโป๊เพื่อช่วยตัวเอง คุณดูกับเขาบ้างก็ได้จะมีกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน 8) อย่าลืมเล่นบทนำบ้าง ไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กซ์นะจ๊ะ แต่เรื่องเซอร์ไพรส์สุดน่ารักด้วย 9) ไม่ว่าจะคุณจะมีหุ่นอย่างไรเขาไม่แคร์ ดังนั้นหัดเปิดไฟมีเซ็กซ์บ้าง คุณอาจจะติดใจเหมือนเขา 10) และเมื่อมีเซ็กซ์อย่าได้เข้าใจผิดๆ ว่าผู้ชายไม่ชอบการเล้าโลม หัดทำให้เขาเร่าร้อนบ้าง 11) หยอกล้อจุดยุทธศาสตร์ของเขา ไม่ได้มีแต่จุดนั้นนะที่คุณจับแล้วเขามีความสุข อย่าละเลยจุดอื่นๆ ล่ะ 12) กับผู้ชายฟอร์มเยอะและปากหนักคุณต้องค้นหาว่าอะไรที่เขาชอบ และทำมันให้เขาด้วย 13) ปฏิบัติการท่าน้องหมาเสียวซี้ด เป็นท่าที่ได้อารมณ์และผู้ชายชอบท่านี้สุดๆ 14) ไม้ตายสุดยอดอย่าได้อายที่จะแสดงออกว่าคุณชอบเซ็กซ์ และการร่วมรักกับเขามากแค่ไหน ทั้งภาษากายและเสียงร้องสุดเซ็กซ์ซี่ เขาจะรู้สึกยิ่งใหญ่มากเมื่อทำให้คุณมีความสุขได้ การยอมพ่ายแพ้อย่างถึงจุดสุดยอดในเรื่องนี้ จะทำให้เขายอมสยบแทบเท้าคุณ เขาจะภูมิใจจนไม่อยากห่างไปไหน ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก... womenshealththailand.com

สาวเข้าโรงหมอ ผ่าตัดก้อนเนื้อในมดลูก หลังกินอาหารเสริมอกฟู รูฟิต
ผ่าตัดเนื้องอก /  อกฟูรูฟิต / 

แชร์ว่อน ภาพสาวเข้าโรงหมอ ผ่าตัดก้อนเนื้อในมดลูก หลังกินอาหารเสริมอกฟู รูฟิต วันนี้(13 พ.ย.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพพร้อมข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Dolloh Binnuy โดยเผยว่า ภรรยาของตนเข้าห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลเพื่อตัดก้อนเนื้อที่ไม่พึงประสงค์ออกจากมดลูกโดยคุณหมอบอกว่าเกิดจากร่างกายสร้างฮอร์โมนมากเกินไป และถามว่า ภรรยากินอาหารเสริมที่เพิ่มฮอร์โมนมาหรือเปล่า ? พร้อมกับโชว์ภาพก้อนเนื้อขนาดใหญ่ให้ดูด้วย หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่มีการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก และมีคนสอบถามเข้าไปที่เฟซบุ๊คของเจ้าของภาพว่า กินยี่ห้ออะไร นานแค่ไหน จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าของภาพได้ตอบมาว่า ภรรยาได้ซื้อยาเสริมอาหารยี่ห้อที่ดังและเป็นข่าวมากที่สุด ขายดิบขายดีจนตัองเปลี่ยนชื่อไป 2-3 ครั้ง โดยเป็นสินค้าจากเครือข่ายขายตรง ตามลำดับจากมากไปน้อย ซึ่งระยะเวลากินมานานติดต่อกัน 6 ปี  ในปริมาณ 2-6 เม็ดต่อวันจนถึง 1 แผงต่อวัน[10 เม็ด] "...ที่กินเยอะเพราะผมมีโอกาสไปฟังการบรรยายสินค้าโดยเภสัสกรที่ขายสินค้าแบบนี้เขาอธิบายว่าสินค้าเสริมอาหารมันก็คืออาหาร ไม่ใช่ยา กินได้ตามใจชอบ กินมากเห็นผลเร็ว ผมว่าท่านที่ซื้อกินคนขายก็ต้องพูดแนวนี้ เขาเหมือนจะพยามบอกว่าสินค้ามาจากดาวอังคารพระเจ้าประทานมายังโลกโลกมนุษย์ เพื่อแก้ปัญหาคนเมืองที่ ไม่มีเวลากินอาหารครบ 5 หมู่ ไม่มีเวลาออกกำลังกาย นอนน้อย สามารถปรับสมดุลร่างการทำให้ หุ่นฟิต เฟิร์ม ขาว อกฟู รูฟิต..." ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Dolloh Binnuy MThai News อย่าหลงเชื่อ! ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่หลอกขายผ่านทางโซเชียล อัพเดต! 88 ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฏหมาย ห้ามซื้อ! ห้ามใช้! อย.เผยลักษณะ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต้องห้าม! อย่าซื้อ อย่าใช้

10 เพลงไทย ที่ถูกค้นหามากที่สุดใน Google ตลอดปี 2014
google /  ภูมิแพ้กรุงเทพ / 

ใกล้สิ้นปีแบบนี้ เว็บไซต์ค้นหาชื่อดัง อย่าง Google ได้รวบรวม เทรนด์แห่งปี 2014 จากทั่วโลก มาให้ชาวเน็ตได้อัพเดทกันเช่นเคย ว่า ตลอดปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวอะไรที่สังคมออนไลน์พูดถึงกันบ้าง สำหรับในแวดวงการเพลง Google ก็ได้ทำการสรุป 10 เพลงและมิวสิควีดีโอ ที่มีการค้นหามากที่สุดในรอบปี โดยเพลงฮิตข้ามปีอย่าง ไม่บอกเธอ,ภูมิแพ้กรุงเทพ,อาย ก็ยังติดโผ เพลงยอดนิยม จากการค้นหาของชาวเน็ต สำหรับ 10 เพลงไทย ที่ชาวเน็ตค้นหามากที่สุดใน Google ได้แก่ โสดกะปริบกะปรอย - ปอ อรรณพ ความโสดประมาณกะปริบกะปรอย กะปริบกะปรอยปรอย อีกหนึ่งเพลงจาก ปอ อรรณพ (ปอ แชมป์จากเวที AF7) ตอกย้ำความสำเร็จ หลังก่อนหน้านี้ส่งเพลง "โกรธไหลย้อน" ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ด้วยเพลงโจ๊ะ และ ท่าเต้นสุดจี๊ด ทำให้ไม่แปลก ที่เพลงนี้ได้รับความนิยมจากแฟนๆ อาย - สิงโต นำโชค หากเธอก็รักเธอก็รู้สึกดีๆ เหมือนกัน แต่เธอก็เขินอายอย่างนั้นที่จะต้องพูดมาแค่ร้องว่า อาย อี ยาย อี ยาย อาย อี ยาย อี ยาย ก็พอ. เป็นอีกเพลง ที่ดังข้ามปี จาก สิงโต นำโชค กับโปรเจคพิเศษของค่าย สหภาพดนตรี ไม่บอกเธอ - Bedroom Audio ยังคงแรงข้ามปี และยังฮิตต่อเนื่อง สำหรับเพลง ไม่บอกเธอ จากวง Bedroom Audio หนึ่งเพลงที่ถูกนำไปประกอบซีรี่ส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น จนทำให้ ไม่บอกเธอ กลายเป็นเพลงฮิต และถูกเปิดออกอากาศตามคลื่นวิทยุมากที่สุด ทั่วประเทศ และที่สำคัญ เพลงนี้การันตีด้วยรางวัล เพลงที่ถูกพูดถึงมากที่สุด จาก MThai Top Talk-About 2014 โดยเว็บไซต์ MThai ห้องนอน - Fridaynight to Sunday มาเงียบๆ ยอดวิวเพียบนะครัช กว่า 38 ล้านวิว สำหรับเพลง ห้องนอน โดย Fridaynight to Sunday สังกัดเร็คคอร์ดเซอร์ไพรซ์ ค่ายเพลงอินดี้เล็กๆเซอร์ๆขอเสนออีกหนึ่งท­างเลือกในการฟังดนตรีอีกรูปแบบหนึ่งของการนำเสนอศิลปินนักร้องนักดนตรีนักเขียนเพลง ที่อยากเสนองานเพลงในรูปแบบของตัวเองตามคว­ามฝัน...และศิลปินอย่างเป็นทางการเบอร์แรก­ในการเปิดตัวค่ายเพลงได้แก่สามหนุ่มนักร้อ­งนักดนตรีชาวหาดใหญ่ ที่เดินตามฝันในการแต่งเพลงสร้างงานเพลงให้เป็นที่ยอมรับของผู้ฟัง เพลง นางฟ้าจำแลง นี่ก็ นางฟ้าจำแลงนะ "โฉมเอย โฉมงาม อร่ามแท้ และตะลึง" โยน - สโมสรชิมิ อาร์สยาม การรวมตัวของ สาวสุดเซ็กซี่สั้นเสมอหู ใบเตย อาร์สยาม , สาวขาแดนซ์เต้นเก่ง กระแต อาร์สยาม , สาวน้อยน่าฮักขนาด ลูกตาล อาร์สยาม , สาวนัยน์ตาเซ็กซี่ อุ้ม กศิญา อาร์สยาม , สาวสะโพกพลิ้วไหว อลิซ ชญาดา อาร์สยาม , สาวหุ่นดีทั้งหวานทั้งเปรี้ยว เพียว เพียว อาร์สยาม , และหนูเล็ก , ออม สาวชิมิคิกขุน่ารัก จากบลูเบอร์รี่ ในนาม สโมสรชิมิ เพลง "โยน" มาในคอนเซ็ปต์กองทัพอามี่ โชว์ท่าเต้นมันส์ๆ เน้นความพร้อมเพรียง แข็งแรง แบบมีสเต็ปให้ทุกคนได้เต้นตาม ร้องตาม รักเดียว - พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ (คลิปจากคอนเสิร์ต 25 ปี มีหวัง โดย Yasinthon Chanboon สมาชิก Youtube) ลองมาฟัง รักเดียว ในแบบ บิว จรูญวิทย์ จากรอบ Final The Voice ซีซั่น 3 เธอ - Cocktail นอกจากจะเป็นมิวสิควีดีโอที่ผู้ชมคลิกเข้ามาชมมากที่สุด เป็นอันดับ 2 ของ Youtube ประเทศไทย แล้ว เพลง เธอ จากวง Cocktail ก็ยังเป็นเพลงที่ชาวเน็ตค้นหาใน Google มากที่สุดเป็นอันดับ 3 อีกด้วย อย่ามโน (Don't Cha) - Gybzy - Baitoey ปั่นนม มนม มโน กันทั่วประเทศ เป็นอีกเพลง ที่นอกจากจะเป็นมิวสิควีดีโอที่ผู้ชมคลิกเข้ามาชมมากที่สุด ของ Youtube ประเทศไทย แล้ว ความร้อนแรงของเพลง อย่ามโน ก็ทำให้เป็นอีกเพลง ที่ชาวเน็ต ค้นหาใน Google มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ภูมิแพ้กรุงเทพ - ป้าง นครินทร์ Feat. ตั๊กแตน ชลดา เพลงฮิตข้ามปี ที่มียอดชมเกือบร้อยล้านวิวแล้วตอนนี้ ใน Youtube สำหรับเพลง ภูมิแพ้กรุงเทพ โดยพี่ป้าง และ ตั๊กแตน ชลดา และเพลงนี้ ก็ยังเป็นอีกเพลงที่าวเน็ต ค้นหาใน Google มากที่สุดในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีหลายคำฮิต ที่น่าสนใจ อาทิ สงกรานต์ The Voice ในประเภท คนดังประจำปี ฝ่ายชาย ส่วนฝ่ายหญิง ได้แก่ หญิงลี ศรีจุมพล เอาไปเลย นัมเบอร์วัน นัมเบอร์วัน นัมเบอร์วัน ชื่อบุคคลที่ถูกค้นหามากที่สุด ไปที่คำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงประจำปีกันบ้าง ยังคงเป็น คีย์เวิร์ด "ภูมิแพ้กรุงเทพ" ที่ยังติดอันดับใน Google และคำว่า "เพลงใหม่" ติดอันดับคำค้นยอดนิยมประจำปี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

 ล้างพิษ เพื่อชีวิตใหม่
กินล้างพิษ /  ขับพิษ / 

ดร.สาทิส อินทรกำแหง ผู้เผยแพร่แนวคิดการดูแลสุขภาพ 'ชีวจิต' อธิบายไว้ว่า ท็อกซิน (Toxin) คือพิษ แต่ไม่ใช่ยาพิษ ท็อกซินคือพิษที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายเรา อาจจะเกิดจากการกินอาหารสารพัดอย่างแล้วเกิดการบูด เกิดลม อันแสดงถึงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับร่างกาย และปฏิกิริยานั้นเป็นตัวทำลายสุขภาพของเรา นอกจากกระบวนการเผาผลาญอาหารแล้ว ในสภาพแวดล้อมที่เร่งรีบและแสนวุ่นวาย ท็อกซินยังสามารถเกิดขึ้นได้จากมลพิษในอากาศ สารปนเปื้อนในอาหาร น้ำดื่มที่ไม่สะอาด สารเคมีต่างๆ ยา รวมทั้งฮอร์โมนที่เกิดจากอารมณ์ร้ายๆ ของคุณเอง แต่ถึงอย่างนั้น ร่างกายก็มีกลไกที่จะกำจัดของเสียทิ้งไปได้ในสี่รูปแบบ คือ ลมหายใจออก เหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ เมื่อเกิดสารพิษขึ้น ตับจะทำหน้าที่กรองสารเคมีเหล่านั้นและปรับให้อยู่ในสภาพที่ไร้พิษมากที่สุด ก่อนจะขับออกไปในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพราะปริมาณของพิษที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ร่างกายสามารถทำความสะอาดตัวเองได้เองตามธรรมชาติ แต่การมีวิถีชีวิตแบบคนเมืองที่เน้นความสะดวกสบาย นอกจากจะเพิ่มโอกาสการรับสารพิษให้มากขึ้นแล้ว ก็ยังปิดกั้นร่างกายให้ใช้แรงงานน้อยลงด้วย สิ่งนี้จึงเริ่มกลายเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้สารพิษสะสม รวมทั้งบั่นทอนระบบกำจัดของเสียไม่ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่เหมือนเช่นเคย การแพทย์แนวธรรมชาติบำบัดให้ความสำคัญกับศาสตร์แห่งการ 'ล้างพิษ' อย่างกว้างขวางในฐานะหนทางแห่งการบำบัดโรคด้วยพื้นฐานหลักคิดที่ว่า ท็อกซินในร่างกายเป็นบ่อเกิดของโรค การกำจัดท็อกซินและหลีกเลี่ยงการเกิดท็อกซินใหม่ๆ จึงเป็นการดูแลสุขภาพให้ปลอดจากโรคนั่นเอง สุขภาพดีเริ่มต้นที่การกิน พฤติกรรมการกินเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดพิษในร่างกาย การเลือกรับประทานแต่อาหารที่ถูกปาก จึงทำให้อาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ รวมทั้งวัตถุปรุงแต่งอาหารจำนวนมากตกค้างอยู่ในร่างกาย อาหารที่เราเห็นหรือนำเข้าปากต่างกับอาหารที่ร่างกายต้องการนำไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะอาหารทุกชนิดไม่ว่าจะมีหน้าตาน่ารับประทาน หรือหรูหราเพียงใด เมื่อเข้าไปสู่กระบวนการทำงานของร่างกายแล้ว สิ่งที่กลไกในระบบย่อยรู้เพียงอย่างเดียวก็คือทำงานให้ได้มาซึ่ง สารอาหาร และกำจัด กากอาหาร ออกไป ดังนั้น พฤติกรรมการกินที่ผิด เช่น กินเนื้อสัตว์มากๆ กินอาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลสูงมาก จึงเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสารพิษในระบบย่อยอาหาร อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว หรืออาหารที่ทำจากแป้งต่างๆ หลังจากถูกย่อยมาตั้งแต่ในปากแล้ว อาจอยู่ในลำไส้เพียง 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ หรือไขมัน อาจต้องใช้เวลาในการย่อยนานกว่านั้น เพราะเป็นอาหารที่ย่อยยากและเป็นการย่อยที่ไม่ทำให้เกิดการแตกตัว บางครั้งอาจต้องใช้เวลาในการย่อยและดูดซึมนานนับ 10 ชั่วโมง หนำซ้ำร่างกายก็ยังไม่สามารถดูดซึมไปใช้ได้  ทั้งยังเหลือสารพิษตกค้างเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างคือแอมโมเนีย ทำให้ตับต้องรับภาระในการเปลี่ยนแอมโมเนียให้เป็นยูเรีย และส่งต่อไตกรองสารพิษอีกชั้นหนึ่งก่อนจะขับถ่ายออกเป็นปัสสาวะ  (ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานหนักโดยใช่เหตุ) เมื่ออาหารจำนวนมากตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร จึงเกิดการหมักหมม เน่าและกลายเป็นกรดที่เหม็นบูด กลายเป็นแก๊สที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว นอกจากนี้ กากอาหารที่ถูกดูดซึมสารอาหารไปหมดแล้ว และควรถูกขับทิ้งออกไปให้เร็วที่สุดคือภายใน 24-36 ชั่วโมง  ก็กลับต้องรอค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ด้วยเวลานานกว่านั้น  เพราะอาหารที่คุณรับประทานไม่มีกากใยมาเพียงพอที่จะขับเอากากอาหารออกมา ในขณะที่ลำไส้ใหญ่ก็จะทำหน้าที่ดูดน้ำจากกากอาหารที่รออยู่ไปเรื่อยๆ จนก้อนกากอาหารนั้นแห้งแข็ง เป็นที่มาของอาการท้องผูก โรคริดสีดวงทวาร  และแผลในลำไส้ใหญ่ หากปล่อยให้สารพิษเกิดขึ้นในระบบย่อยอาหารอย่างนี้ต่อไป  คุณก็จะเริ่มป่วยด้วยด้วยอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น อ่อนเพลีย การทำงานของตับและไตเสื่อมสมรรถภาพ สมองทำงานผิดปกติในที่สุด ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สารพิษเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น ต้องปรับพฤติกรรมการกินอาหาร โดยรับประทานอาหารให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียด หลีกเลี่ยงอาหารย่อยยากอย่างเนื้อสัตว์ แป้งขัดขาว อาหารหวานมันที่ไม่มีกากใย แล้วหันมารับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี และผักผลไม้ต่างๆ เพื่อช่วยกวาดเศษอาหารไม่ให้ตกค้างนานเกินไป รวมทั้งดักจับสารพิษในลำไส้ด้วย การปรับเปลี่ยนอาหารและวิธีการกินอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ถ้าคุณต้องการให้การ ล้างพิษ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุณอาจต้องใช้วิธีการชำระล้างจากภายในด้วย การอดอาหาร (fasting) ด้วย ลีออน ไชทาว นักธรรมชาติบำบัดชาวอังกฤษกล่าวไว้ว่า "การอดเป็นวิธีการรักษาที่เก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์รู้จัก มนุษย์ดึกดำบรรพ์จะหยุดกินโดยสัญชาตญาณหากรู้สึกไม่สบาย ดื่มน้ำเท่าที่ต้องการ แต่ไม่กินอะไรเลยจนกว่าจะหาย" การอดอาหารในที่นี้หมายถึงการควบคุมตัวเองไม่ให้กินอาหารในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งต่อเนื่องกัน โดยมากมักจะทำเพียงแค่ 1-2 วันเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน และสะสางทำความสะอาดตัวเองแทนที่จะใช้พลังงานหมดไปกับการย่อยอาหารอย่างที่เคยเป็น อาหารที่รับประทานได้ในระหว่างอดอาหารคือน้ำผลไม้และผลไม้ (ชนิดใดชนิดหนึ่งต่อวัน) เพื่อลดภาระการย่อยอาหารให้ทำงานน้อยลงที่สุด และควรจะเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง แตงโม แคนตาลูป มะม่วงดิบ มะละกอ แอปเปิล หรือแครอท อย่างไรก็ตาม การอดอาหารเพื่อ ล้างพิษ อาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ถ้าหากมีปัญหาสุขภาพ หรืออยู่ในวัยกลางคนไปแล้วก็ควรหลีกเลี่ยงเทคนิคนี้ หรือถ้าหากจะทำควรได้รับความยินยอมจากแพทย์ อีกวิธีหนึ่งคือการ ล้างพิษ ด้วยการดื่มน้ำคั้นจากผลไม้หรือชาสมุนไพร เรียกว่า เครื่องดื่มบำบัด (Juice Therapy) เพราะเอนไซม์ที่มีในผักผลไม้จะช่วยกระตุ้น บำรุงและชะล้างส่วนต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น น้ำผักผลไม้ที่ให้เอนไซม์ ควรเป็นน้ำที่ได้จกการคั้น ไม่ใช่การปั่น และดื่มทันทีโดยไม่ผสมวัตถุปรุงแต่งใดๆ  โดยการดื่มแต่ละครั้งควรจะเป็นน้ำคั้นจากผักหรือผลไม้เพียงชนิดเดียวเท่านั้น เพื่อให้ได้รับสารอาหารนั้นๆ อย่างเต็มที่ หากเกรงจะเบื่อ คุณสามารถหมุนเวียนชนิดของผักผลไม้ที่ใช้ไปได้เรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายขึ้น เช่น น้ำแครอทช่วยในการล้างไขมันและช่วยในการทำงานของตับ น้ำเซเลอรี่ช่วยทำให้เลือดสะอาดและเผาผลาญคอเลสเตอรอล น้ำมะระช่วยฟอกเลือดและการทำงานของไต และน้ำกระเทียมช่วยฆ่าเชื้อโรค ส่วนชาสมุนไพรก็สามารถปรุงไว้สำหรับดื่มตลอดทั้งวันตามแต่ที่คุณชอบ เช่น รากบัว ช่วยระบบหายใจ ไซนัส มะตูมช่วยให้เจริญอาหาร แก้จุกเสียดแน่นท้อง  ขิงแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อเรอเหม็นเปรี้ยว ดอกคำฝอยช่วยขับปัสสาวะและลดไขมันในเส้นเลือด เป็นต้น ทิ้งพิษในกายด้วยลมหายใจ การหายใจไม่ได้เป็นแค่การนำออกซิเจนซึ่งเป็นก๊าซดีเข้าไปเลี้ยงร่างกาย และนำคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเสียออกมาเท่านั้น  การหายใจที่ถูกวิธียังจะช่วยให้การแลกเปลี่ยนอากาศเก่าใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คือได้รับออกซิเจนเต็มที่ โดยไม่เหลือคาร์บอนไดออกไซด์ตกค้างด้วย แต่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ที่มีวิถีชีวิตเร่งรีบ  มักจะหายใจสั้น ตื้น และถี่ เพราะใช้หน้าอกส่วนบนหายใจ ซึ่งนอกจากจะทำให้ได้ออกซิเจนน้อย มีอากาศเสียตกค้างในปอดมากแล้ว ก็ยังทำให้ร่างกายเหนื่อยง่ายและอ่อนแอลงด้วย  (เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ก็ถือเป็นพิษอย่างหนึ่งที่ร่างกายควรจะขับออกไปให้เร็วที่สุด) ลมหายใจที่ดี ควรจะมีรอยต่อ คือหายใจเข้า-ออก แล้วหยุดครู่หนึ่ง จึงหายใจเข้าออกครั้งต่อไป อัตราการหายใจที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ควรจะอยู่ระหว่าง 14-18 ครั้งต่อนาที ส่วนวัยรุ่นอายุ 15-25 ปีควรอยู่ระหว่าง 20-22 ครั้งต่อนาที  แต่ถ้าหากคุณหายใจหอบถี่ ต่อเนื่องไม่หยุด นั่นเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการหายใจที่ไม่มีประสิทธิภาพ(หายใจออกเท่าไรคาร์บอนไดออกไซด์ก็ไม่หมดสักที) จึงต้องเน้นที่ปริมาณ  การเริ่มต้นสุขภาพที่ดีส่วนหนึ่งจึงมาจากการปรับวิธีการหายใจนั่นเอง การหายใจที่ถูกต้องนั้น เมื่อคุณหายใจเข้า ท้องจะป่อง และเมื่อหายใจออก ท้องจะยุบ โดยที่ทรวงอกไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนไหวน้อยมาก ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการหายใจที่ดีที่สุดและช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้มากที่สุด ขับเหงื่อเพื่อขับพิษ นอกจากการหายใจที่ถูกวิธีจะช่วยตั้งต้นระบบต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานเต็มที่แล้ว การเคลื่อนไหวให้ร่างกายได้ขับเหงื่อก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยกำจัดสารพิษที่ตกค้างในแต่ละวัน เพราะฉะนั้น ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจึงค่อนข้างมีสุขภาพแข็งแรง การออกกำลังกายยังให้ประโยชน์แก่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกหลายอย่าง ทั้งเพิ่มการหมุนเวียนเลือด รักษาความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ช่วยปรับระบบการหายใจให้กำจัดของเสียที่เป็นโลหะหนัก และทำให้กากอาหารเคลื่อนตัวดีขึ้น การออกกำลังกายที่ดีควรจะทำให้ร่างกายถึง จุดพีค (peak) คือออกแรงจนเหงื่อชุ่ม หัวใจเต้นแรงเกินกว่า 120 ครั้งต่อนาที เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขหรือเอนดอร์ฟีนและโกรว์ธฮอร์โมนออกมา ซึ่งจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากการซึมเศร้า และอารมณ์ดีขึ้น ทำให้การเผาผลาญอาหารทำงานเป็นปกติ นอนหลับสนิทและภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น การขับพิษออกทางผิวหนังยังสามารถทำได้อีกหลายวิธี เช่นการอบซาวน่า หรือการอบสมุนไพร ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ใช้หลักการเดียวกันคือใช้ไอความร้อนทำให้ร่างกายขับเหงื่อ กำจัดสารพิษภายในร่างกายออกมา กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตขยายตัวและทำงานได้ดีขึ้น  ผิวพรรณจึงผุดผ่องสดชื่น มีน้ำมีนวล และผ่อนคลาย ห้องอบซาวน่าส่วนใหญ่จะตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 27-38 องศาเซลเซียส และการอบซาวน่าที่ดีที่สุดควรชำระร่างกายเสียก่อนและควรถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด  เพราะการสวมเสื้อผ้าจะขัดขวางการระบายตัวของเหงื่อ ทำให้รู้สึกเหนอะหนะไม่สบายตัว โดยคุณอาจแบ่งการอบออกเป็น 2 ช่วงๆ ละ 15 นาที แต่ไม่ควรใช้เวลานานเกินกว่า 30 นาที  หรืออบซาวน่ามากกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และเพื่อช่วยขับสารพิษและกระตุ้นระบบน้ำเหลืองให้ทำงานดีขึ้น คุณอาจใช้ใยบวบหรือแปรงขัดผิวมาช่วยทำความสะอาดด้วยก็ได้ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง โรคปอด ลมชัก ท้องเสียอย่างรุนแรง อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือช่วงแรกของการมีประจำเดือน ควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่า ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine พฤศจิกายน, Issue 22

สาวเท็กซัส ได้ชีวิตใหม่ เมื่อ ผ่าตัดหน้าอก ให้เล็กลง
ผ่าตัดหน้าอก /  ศัลยกรรมหน้าอก / 

ผู้หญิงหลายคนยอมเจ็บตัว เพื่อศัลยกรรม ผ่าตัดหน้าอก ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน กลับผู้หญิงที่กำลังเจ็บปวดทุกข์ทรมาน กับ หน้าอกที่ใหญ่เกินไป จนต้องเข้ารับการรักษา ด้วยการ ผ่าตัดหน้าอก ให้มีขนาดเล็กลง (ซ้าย ก่อนการรับการผ่าตัดหน้าอก ขวา หลังจากผ่าตัดหน้าอกแล้ว) Kerisha Mark’s สาวเท็กซัสวัย 40 ที่มีภาวะจากการมีฮอร์โมนเร่งที่พบได้น้อยในคนทั่วไป ทำให้หน้าอกของเธอใหญ่มากเกินคนปกติ โดยมีขนาดถึง 36 NNN หรือเรียกว่า คัพ NNN (คิดง่ายๆ คนปกทั่วไป หน้าอกไซส์เริ่มต้นที่ A ลองนับไปเรื่อยๆดูสิ่ ) ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอย่างเจ็บปวดเนื่องจากการมีขนาดของหน้าอกที่ใหญ่เกินไป หลังจากใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลการรักษาโดยการผ่าตัดแล้ว เธอก็ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา "ฉันไม่สามารถวิ่ง หรือ กระโดด ได้เหมือนคนอื่นๆได้ ฉันมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถทำได้เหมือนคนอื่นในชีวิตเยอะมาก" เธอกล่าว หน้าอกของ Kerisha Mark’s มีน้ำหนักข้างละ 15 ปอนด์ หรือประมาณ 6.8 กิโลกรัม ซึ่งโดยปกติคนทั่วไปจะมีน้ำหนักของหน้าอกไม่เกิน 3 % ของน้ำหนักร่างกาย นั่นเท่ากับว่าเธอต้องแบกรับน้ำหนักเต้านมราว 13 กิโลกรัม แน่นอนว่าผลกระทบที่เจออย่างชัดเจนคือ เธอมีอาการปวดคออย่างรุนแรงและก็เจ็บที่หน้าอก จนทำให้เธอคิดว่านั่นอาจทำให้เธอเป็นเนื้องอก หรือไม่ก็หัวใจวายเฉียบพลันได้แน่ๆ โดยหลังจากที่ มาร์ค คิดเรื่องการผ่าตัดอยู่นานหลายปี เธอก็ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดจริงๆ ในช่วงที่อายุครบ 40 ปี โดยมีสำนักข่าวและช่างภาพติดตามการรักษาของเธอในครั้งนี้ด้วย โดยหมอได้แสดงความเห็นว่า หากมาร์ค ไม่ได้รับการรักษา อาจมีผลต่อ กระดูกสันหลังที่รับน้ำหนักมากเกินไปได้อีก แพทย์ที่ทำการรักษาได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอีกว่า เขาไม่เคยเห็นใครมีขนาดหน้าอกที่ใหญ่เท่าเธอมากว่า 35 ปีที่เป็นแพทย์ศัลยกรรมมา เพราะคนไข้มีลักษณะของหน้าอกที่ห้อยลงมาถึงสะโพก ซึ่งมันไม่ดีต่อสุขภาพเธอแน่ๆ หลังจากการผ่าตัดผ่านไป 4 ชั่วโมง ผลของการรักษาก็ประสบความสำเร็จ แพทย์สามารถลดขนาดให้หน้าอกของเธอเหลือไซต์ DD ได้สำเร็จ โดย มาร์คเปิดใจว่า เธอเหมือนได้เกิดใหม่ และตื่นเต้นที่ได้ชีวิตใหม่ และต่อจากนี้ไปเธอคงจะสามารถทำอะไรที่เธอไม่เคยทำได้มาก่อนอีกมากมาย รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาเรื่องจาก nydailynews

ดูแลปัญหา ผมร่วง ได้ง่ายๆ ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว
ปัญหาผมร่วง /  ผมน้อย / 

ผมนุ่มสวย ใครๆ ก็ชอบ แต่หากวันใดอยู่ดีๆ เส้นผมแสนรักพากันหลุดร่วง โบกมือลาหนังศีรษะไปกับหวีบ้างพื้นห้องบ้าง เก็บได้ครั้งละเป็นกำ ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ แม้ว่าตามวงจรอายุของ เส้นผม โดยเฉลี่ยคนเราจะสามารถมี ผมร่วง ได้ถึง 50 - 100 เส้น จากเส้นผมทั้งศีรษะทั้งหมดประมาณ 100,000 เส้น แต่ปริมาณผมที่ร่วงมากๆ จนหนังศีรษะบางเป็นผลต่อบุคลิกภาพและความงาม ทำให้สูญเสียความมั่นใจได้ง่ายๆ เรื่องของ ผมร่วง จึงเป็นปัญหาโลกแตกที่มีคนหลายต่อหลายคนเป็นทุกข์อยู่ขณะนี้ ก่อนจะเสียเงินทองมากมายไปกับสถานเสริมความงามคลินิกศัลยกรรมต่างๆ ที่โฆษณาว่ารักษาได้คุณควรดูสภาพปัญหาของตัวเองก่อนว่าผมคุณร่วงจนถึงขั้นเรียกว่าปัญหาหรือเปล่า และเป็นปัญหาแบบใด โดยทั่วไปแล้ว ผมร่วง แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะใหญ่ๆ ที่มีสภาพปัญหาและสาเหตุต่างกัน คือ 1. ผมร่วง เป็นหย่อมเป็นวง บางคนอาจขยายวงใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากหลายสาเหตุทั้งการแพ้ยา โรคภูมิแพ้ ภาวะเครียดผิดปกติแพ้สารเคมีบางอย่าง ซึ่งควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะอาจเป็นอาการเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่คุณอาจคาดไม่ถึง และจะได้แก้ปัญหาอย่างถูกวิธี 2. ผมร่วง ที่เกิดจากการดึงรั้งเส้นผม การรัดผมตึงแน่นเป็นเวลานาน หรือการดึงผมเล่นบ่อยๆ ทำให้รากผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ ผมร่วง เพราะสาเหตุนี้ สังเกตได้จากผมจะเริ่มบางเป็นแนวตามแสกกลางศีรษะ 3. ผมบางอันเนื่องมาจากฮอร์โมน ซึ่งสาเหตุมาจากอายุและกรรมพันธ์ุ เนื่องจาก เส้นผม ที่เคยแข็งแรงจะเปลี่ยนขนาดเล็กลงผมใหม่ไม่ขึ้นอีกหรือขึ้นน้อย ผมร่วง ลักษณะนี้ไม่สามารถรักษาได้ นอกจากการทำใจยอมรับสภาพ แต่บางรายอาจจำเป็นต้องพึ่งศัลยกรรมมักพบในชายอายุตั้งแต่ 30 - 40 ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนก็อาจประสบกับปัญหานี้ด้วยเช่นกัน 4. ผมร่วง อันเนื่องมาจากเชื้อรา จะมีลักษณะเป็นวงหรือหย่อม เอาเล็บขูดดูจะเป็นขุยสีขาวๆ คล้ายรังแค มีอาการคัน สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง โดยการสระผมด้วยแชมพูที่มีส่วนผสมของคีโตโคนาซอล 2 เปอร์เซ็นต์ และรักษาหนังศีรษะให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ นอกจากนี้ ผมร่วง ยังอาจเกิดจากความเครียดทางร่างกาย เช่น รถชน ร่างกายถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง และด้านจิตใจเช่น การสูญเสียคนรัก กังวลเรื่องงาน ภาวะวิตกกังวล การตกใจ อดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ และโรคเรื้อรังอย่างต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ รวมไปถึงคนที่รับประทานโปรตีนไม่เพียงพอ การรับประทานโปรตีนจากถั่วและไข่จะช่วยบำรุงให้ผมแข็งแรงได้ ข้อควรระวังเพื่อป้องกัน ผมร่วง ไม่ควรใช้แชมพูที่มีฟองมากหรือมีความเป็นด่างมากเกินไป สังเกตได้หลังสระผม เอามือถูเส้นผมแล้วมีความหนืด แสดงว่าแชมพูนั้นมีความเป็นด่างมากเกินไปสำหรับผมเรา หลังสระผมทุกครั้ง ควรหวีและเป่าให้ผมแห้ง ไม่ควรปล่อยให้ผมแห้งเอง หรือนอนหลับไปทั้งที่ผมยังไม่แห้ง เพราะเสี่ยงอย่างยิ่งต่อเชื้อรา หลังการใช้สเปรย์ มูส ตกแต่งทรงผมทุกครั้ง ควรสระผมให้สะอาด ไม่ควรรัดผมหรือเกล้าผมตึงเกินไป ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ระหว่างลดความอ้วนควรรับประทานเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองบ้าง เพื่อป้องกันการขาดโปรตีน หาก ผมร่วง มากผิดปกติโดยหาสาเหตุไม่ได้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรซื้อยาใช้เอง หรือเชื่อคำโฆษณาของสถานเสริมความงาม เพราะ ผมร่วง มีหลายแบบ ต้องรักษาที่สาเหตุ สมุนไพรรักษา ผมร่วง ของในครัวใกล้ๆ มือเหล่านี้อาจช่วยคลายทุกข์ให้คุณได้ สูตรที่ 1 นำไข่แดงผสมกับว่านหางจระเข้ที่ปอกเปลือกแล้วในปริมาณเท่าๆ กันผสมน้ำมันมะกอก 5 ซี.ซี. ปั่นให้เข้ากันนำมาหมักผมทิ้งไว้ 30 นาที ทำอาทิตย์ละครั้ง สูตรที่ 2 นำมะกรูด 4 ผล ต้มให้นิ่มคั้นน้ำเอามานวดคลึงหนังศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เหมาะสำหรับ ผมร่วง ที่เกิดจากแชมพูเป็นด่างมากเกินไป สูตรที่ 3 เอาขิงแก่มาตำให้ละเอียด ทำเป็นลูกประคบไว้ปากหม้อน้ำเดือดจนลูกประคบร้อนแล้วจึงนำไปประคบบริเวณที่ ผมร่วง พอเย็นแล้วกลับไปวางใหม่ ทำซ้ำติดต่อกันประมาณ 30 นาที เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ผมจะหยุดร่วง สูตรที่ 4 นำผักบุ้งหรือใบบัวบกมาคั้นเอาแต่น้ำหมักผมครั้งละประมาณ 20 นาที จะช่วยกระตุ้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่ ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine มิถุนายน, Issue 5

ฮูขี้ฮานิบ่ะ (Cover) Danza Kuduro
เพลงใหม่ /  เพลงฮิต / 

เพลง ฮูขี้ฮานิบ่ะ Cover Danza Kuduro หล้ามาม่า / เคโนเนม โนเนมทีม

ดาราวัยรุ่น ร่วมถอดรหัสภาษาธรรมชาติ WWF
กิจกรรมวัยรุ่น /  ดาราวัยรุ่น / 

ดาราวัยรุ่น ร่วมถอดรหัสภาษาธรรมชาติ WWF แอพพลิเคชั่นใหม่บนหน้าเฟสบุ๊คที่เปิดโอกาสให้ชาวโซเชียลมีเดียได้ร่วมกันถอดรหัสและสื่อสารภาษาธรรมชาติ ภาษาสากลที่ทุกคนอาจไม่เคยเข้าใจ และถูกสื่อสารผ่านศิลปิน ดารา เพื่อร่วมมือกันเป็นกระบอกเสียงให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนทำให้หลายๆ คนอยากรู้แล้วว่า ภาษาธรรมชาติที่ว่านี้คืออะไร สื่อสารกันแบบไหน และความหมายมันคืออะไร งั้นอย่ารอช้าไปติดตามกันเลย  ดาราวัยรุ่น ร่วมถอดรหัสภาษาธรรมชาติ WWF WWF คืออะไร คือ กองทุนสัตว์ป่าโลก ที่จัดทำ WWF Translate แอพพลิเคชั่นบนเพจ Facebook เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมกันถอดรหัสและรับรู้ความต้องการของระบบนิเวศ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เช่น ผืนป่า ช้างป่า เสือโคร่ง พื้นที่ชุ่มน้ำ สัตว์น้ำ และพลังงาน วิธีการสื่อสาร เพื่อนๆ สามารถเข้าไปที่ Facebook.com/WWFThailand เพื่อดูความหมายของเหล่าดาราและร่วมเล่น WWF Translat โดยพิมพ์ข้อความที่อยากพูดแทนธรรมชาติลงไป แค่นี้ภาษาธรรมชาติก็จะปรากฎขึ้นให้แชร์ต่อบนหน้าวอลล์ของตัวเอง โดยมีศิลปินที่ร่วมเป็นกระบอกเสียงให้ธรรมชาติร่วมกับ WWF อย่าง เก้า สุภัสสรา หรือ เก้า ฮอร์โมน,  บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่, ก้อย เขมิศรา นักแสดงจากซีรี่ส์ฮอร์โมน และอื่นๆ อีกมากมาย ข้อมูลและภาพ : wwf.or.th, IGดารา

10 อันตรายเมื่อเข้าข่าย อ้วน
ความอ้วน /  ลดความอ้วน / 

นับวันที่เข็มบนหน้าปัดตราชั่งน้ำหนักเบนไปทางขวามากขึ้นเรื่อย ๆ โรคร้ายมากต่อมากทั้งทาง ร่างกายและจิตใจ กำลังเดินตามหลังไปอย่างติด ๆ และฆ่าคุณอย่างเลือดเย็นในที่สุด... นี่คือเหตุผลสำคัญที่คุณต้องลดน้ำหนักเสียแต่วินาทีนี้ อ้วน! อันตราย เมื่อคำนวณน้ำหนักตัวและสัดส่วนแน่ใจว่ากำลังอยู่ในข่ายน้ำหนักมากเกินพิกัดจนเข้าสู่ภาวะโรค อ้วน (obesity) ก็ได้เวลาแล้วที่คุณต้องตั้งโปรแกรมลดน้ำหนักโดยด่วน  เพื่อเป็นการต่อชีวิตคุณให้ยาวขึ้น และป้องกันปัญหาที่อาจตามมามากมาย อย่างน้อย ๆ ก็ 10 ประการต่อไปนี้ 1. หัวใจวายวอด พฤติกรรมการกินผิด ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เช่น กินอาหารที่มีปริมาณไขมันมากหรือมีคอเลสเตอรอล(ชนิดเลว: LDL)สูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่ นม เนย พืชบางชนิด ฯลฯ เมื่อกินเข้าไปมาก ร่างกายเผาผลาญไม่หมด ไขมันและคอเลสเตอรอลจะถูกเก็บไว้ในเซลล์ไขมัน บางส่วนเวียนว่ายอยู่ในกระแสเลือด ยิ่งนานวันระดับไขมันและคอเลสเตอรอลจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากไปตรวจเลือด แล้วพบว่าสูงเกินกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ถือเป็นระดับเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง กินเวลานานและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลจากไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือดเข้าเกาะจับผนังหลอดเลือดหัวใจจนเกิดการอุดตัน ไม่สามารถผ่านเข้า - ออกเพื่อหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ กระทั่งหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายในที่สุด กรณีเดียวกัน หากเกิดที่เส้นเลือดในสมองก็จะกลายเป็นอัมพาต เกิดที่เส้นเลือดหล่อเลี้ยงไตก็เป็นโรคไตวาย 2. ความดันเลือดสูง โรคนี้ได้ชื่อว่าเป็นฆาตกรเงียบเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ รู้ตัวอีกทีอาจรุนแรงถึงขั้นเส้นเลือดในสมองตีบตันและแตกได้ง่าย กลายเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ เป็นโรคหัวใจโต เป็นโรคไต ปัสสาวะเป็นเลือด ความรู้สึกทางเพศลดลง หรือตาบอด แม้ความอ้วนไม่เชิงเป็นสาเหตุของโรคนี้เสียทีเดียว แต่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความดันเลือดสูงกว่าระดับปรกติ เนื่องจากพอน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น หัวใจจะทำงานหนักตาม เพราะต้องส่งเลือดไปเลี้ยงให้ทั่วถึงทุกส่วนของร่างกาย ถ้าเทียบง่าย ๆ หัวใจของคนผอมบีบตัวเพียงครั้งเดียวก็ส่งเลือดไปเลี้ยงได้ทั่วตัวแล้ว แต่หัวใจของคนอ้วนต้องบีบ 2 - 3 ครั้งจึงจะได้ผลเท่ากัน การที่หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นอย่างนี้จึงเป็นปัจจัยหนึ่งของโรคความดันเลือดสูง ยิ่งถ้าบวกกับเป็นโรคไขมันอุดตันที่เส้นเลือดด้วยแล้ว อาจเลวร้ายถึงกับหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ 3. เบาหวาน...โรคที่ไม่เบาและไม่หวานเลย โรคเบาหวานมี 2 ชนิดด้วยกัน ที่พบเห็นบ่อย ๆ คือชนิดไม่พึ่งอินซูลิน สาเหตุเกิดจากตับอ่อนของผู้ป่วยสามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้น้อย ทำให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลให้เป็นพลังงานได้ไม่หมด น้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้น สถานการณ์อย่างนี้ไตต้องรับบทหนักเพื่อกรองของเสียออกจากเลือด นานวันเข้าไตอาจเสื่อมสภาพและเกิดโรคไตวายเรื้อรัง เท่านั้นยังไม่พอ เบาหวานยังปัจจัยสำคัญทำให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบตันได้ในทุกส่วนของร่างกาย(ยิ่งมีระดับไขมันและคอลเลสเตอรอลในเลือดสูงยิ่งเสี่ยงมาก) เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ฯลฯ ต้อกระจก ตาบอดจากเบาหวานขึ้นตา หมดความรู้สึกทางเพศ ชาหรือปวดร้อนตามปลายมือปลายเท้า และความดันโลหิตสูงอีกด้วย คนอ้วนส่วนมากชอบกินหวานเป็นชีวิตจิตใจ ยิ่งเอื้อต่อการเป็นโรคนี้มากขึ้น แถมคนที่อ้วนมาก ๆ มักจะพบปัญหาเรื่องเหงื่อออกง่าย เกิดความอับชื้นตามข้อพับต่าง ๆ ผิวหนังเสียดสีกันจนเกิดแผลมีเลือดออก พุพอง ยิ่งคนอ้วนที่เดินไม่ได้ต้องนอนอยู่ตลอดเวลาก็จะเกิดแผลกดทับได้ง่าย หากเป็นโรคเบาหวานร่วมด้วยแล้ว แผลมักหายยากและติดเชื้อง่าย ซึ่งอาจลุกลามจนต้องตัดอวัยวะบางส่วนทิ้งเลยทีเดียว 4. "มะเร็ง" โรคไม่มีหัวนอนปลายเท้า มะเร็งเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนตรงไหน? ก็ตรงที่คนอ้วนมีเซลล์ไขมันมากกว่าคนปรกติ ซึ่งนอกจากเซลล์ไขมันจะเป็นแหล่งสะสมฮอร์โมนแล้ว ไขมันเหล่านี้ยังสามารถกลายเป็นฮอร์โมนเพศได้ ดังนั้นยิ่งไขมันมากก็ยิ่งสร้างฮอร์โมนได้มาก ซึ่งจะไปกระตุ้นอวัยวะเพศ ในผู้หญิงได้แก่ เยื่อบุโพรงมดลูก รังไข่ ต่อมและท่อน้ำนม หรือที่ต่อมลูกหมากของผู้ชาย เมื่อถูกกระตุ้นนานเข้าอาจกลายเป็นเนื้อร้าย โดยเฉพาะผู้หญิงอ้วนมักมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมสูงกว่ามะเร็งชนิดอื่น ๆ เมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป ผู้หญิงควรเข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยวิธีแมมโมแกรม และมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ถ้าเป็นโรคอ้วนร่วมด้วยแล้วควรเพิ่มความถี่ให้มากขึ้น อย่างน้อย 6 เดือนครั้ง 5. ชีวิตนี้หลับไม่เป็นสุข สาเหตุที่คนอ้วนส่วนใหญ่มักนอนกรนเพราะว่า เมื่อคนเราอ้วนขึ้นเนื้อเยื่อต่าง ๆ ก็จะขยายขนาดขึ้นรวมถึงบริเวณช่องทางเดินหายใจ จนถึงกับไปปิดกั้นทางเดินอากาศให้แคบลง เมื่อหายใจเอาอากาศเข้าไป ผ่านช่องแคบ ๆ ก็จะเกิดเสียงดังขณะนอนหลับ ที่น่ากลัวคือเมื่อรุนแรงมากขึ้นจนกระทั่งอากาศไม่สามารถผ่านเข้า - ออกได้เลย กลายเป็นภาวะหยุดหายใจชั่วขณะ หากร่างกายขาดออกซิเจนบ่อย ๆ เข้าก็อาจทำให้มีอาการขาดออกซิเจนเรื้อรัง มึนงง อยากจะนอนอยู่ตลอดเวลา สมองตื้อ เฉื่อยชา ความคิดความอ่านแย่ลง บางคนถึงกับหมดสติ หรือช๊อคไปเลยก็มี หลายคนคงนึกไม่ถึงว่าการนอนกรนยังเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงต่าง ๆ มากมายด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันเลือดสูง โรคเส้นเลือดแดงตีบตันซึ่งมักพ่วงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหัวใจมาด้วย โรคเบาหวาน โรคสมองเสื่อม และสมรรถภาพทางเพศเสื่อม 6. ข้อเสื่อม คำแนะนำของหมอที่รักษาโรคข้อเข่าเสื่อมมักจะลงท้ายด้วยการให้ผู้ป่วยจำกัดอาหารมันและหวานเพื่อมิให้น้ำหนักเกินพิกัด หรือลดน้ำหนักในรายที่อ้วน เพราะยิ่งน้ำหนักตัวมากขึ้น ภาระทั้งหมดจะไปอยู่ที่กระดูกทันที กระดูกต้องทำหน้าที่อย่างหนักในการพยุงน้ำหนักตัวส่วนเกิน มันจึงเสื่อมและผุเร็วกว่าปรกติ โดยเฉพาะข้อต่าง ๆ เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อกระดูกคอ ข้อกระดูกสันหลัง ฯลฯ ก็พลอยได้รับวิบากกรรมนี้ด้วย ทำให้เกิดอาการปวด ข้อบวม นั่งแล้วลุกไม่ขึ้น หนัก ๆ เข้าอาจกลายเป็นโรคข้ออักเสบ บางครั้งร้ายแรงจนไม่สามารถเดินได้เลย 7. จิตป่วน ผู้หญิงบางคนไม่อ้วนเลยสักนิดแต่ก็ยังพากันบ่นว่าตัวเองอ้วน จึงตั้งหน้าตั้งตาลดความอ้วนโดยไม่คำนึงถึงขีดจำกัดทางด้านร่างกาย สุดท้ายต้องมาสังเวยชีวิตด้วยโรคทางจิตใจที่ชื่อว่า บูลิเมียและอนอเร็กเซีย ผู้ป่วยบูลิเมียจะมีอาการอยากกินอาหารอย่างมากจนบังคับตัวเองไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดและไม่สบายใจจึงต้องล้วงคอให้อาเจียน กินยาถ่ายในทันที หรือสวนทวาร ฯลฯ คือทำทุกวิถีทางให้อาหารออกมา แต่นานวันเข้าจะก่อให้เกิดความผิดปรกติของร่างกายอย่างมาก ทั้งระบบขับถ่ายเสียศูนย์ ร่างกายขาดน้ำ ขาดสารอาหาร และมีปัญหาการไหลเวียนของเลือด ซึมเศร้า มีปัญหาครอบครัว การเรียน การทำงาน โรคนี้แม้จะรักษาให้หายโดยการบำบัดทางจิตแล้วก็สามารถกลับมาเป็นได้อีก อีกโรคหนึ่งคืออนอเร็กเซีย ผู้ป่วยมักรู้สึกมีปมด้อย อับอายในรูปร่างของตนเองจึงพยายามไม่กินอะไรเลยเพื่อลดความอ้วน ทำทุกวิธีเพื่อลดความอ้วนเช่นเดียวกับผู้ป่วยบูลิเมียเพราะมักจะคิดว่าตัวเองอ้วนอยู่ตลอดเวลา ผลจากการกระทำนี้ส่งผลเสียต่อร่างกายคล้าย ๆ กับผู้ป่วยบูลิเมีย รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน 8. เตียงหัก!! ปรกติคนที่มีรูปร่างอ้วน เวลาทำอะไรก็เคลื่อนไหวตัวไปมาลำบากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นการมีเพศสัมพันธ์ก็จะทำให้เคลื่อนไหวยากลำบากมากขึ้น ไม่สามารถทำได้ทุกท่วงท่าที่ต้องการ นอกจากนี้ผู้ชายที่มีรูปร่างอ้วนอย่างมากจะส่งผลให้อวัยวะเพศสั้นลง ทำให้ขณะร่วมเพศไม่มีความสุขเท่าที่ควร และที่สำคัญเสปิร์มไม่สามารถเข้าไปถึงไข่ของผู้หญิงได้ เป็นเหตุให้มีลูกยาก ผู้หญิงก็เช่นกันถ้าอ้วนมาก ไขมันสะสมบริเวณปากมดลูกก็จะมากทำให้ชั้นเนื้อหนาขึ้น อวัยวะเพศชายไม่สามารถเข้าถึงเพื่อส่งเสปิร์มไปปฏิสนธิกับไข่ได้ และอัตราการตกไข่ของผู้หญิงอ้วนยังน้อยกว่าผู้หญิงที่มีน้ำหนักในเกณฑ์พอดีอีกด้วย อีกทั้งต้องเจอปัญหาสมรรถภาพทางเพศเสื่อม หรือหมดความรู้สึกทางเพศไปเลย ถ้าไม่เข้าใจกันก็อาจถึงกับต้องแยกทางกันหรือเตียงหักรักร้าวนั่นเอง 9. จะวางไว้ตรงไหนดีล่ะ? นอกจากจะต้องคิดหนักเรื่องเสื้อผ้าและการแต่งตัวแล้ว คนอ้วนมากมายโดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยมั่นใจ มักไม่รู้จะวางตัวอย่างไรในวงสังคมหรือหมู่เพื่อนฝูง ปัญหานี้กัดกร่อนและทำร้ายหัวใจพวกเขาอย่างมาก เพราะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตัวเอง บุคลิกท่าทางต่าง ๆ ขัดเขิน ซึมเศร้า ชอบคิดว่าไม่มีใครอยากคบด้วยจึงไม่ค่อยสมาคมกับใคร กลายเป็นการโทษและตำหนิตัวเอง ในที่สุดเป็นแรงกดนำไปสู่การลดความอ้วนด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง หรือมีความผิดปรกติทางจิตใจได้ 10. ทายาทอ้วน เด็กจะซึมซับพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตของพ่อแม่ที่เขาเคยชินมาตั้งแต่เกิด พ่อแม่ชอบกินหวาน กินอาหารไขมันมาก และกินจุ เขาก็จะกินแบบเดียวกัน พ่อแม่ไม่ส่งเสริมการออกกำลังกาย เขาก็จะไม่ชอบเล่นกีฬา ยิ่งเด็กที่ชอบดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์ และวีดีโอเกม กิจกรรมการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวของเด็กจะลดลง สุดท้ายก็จะกลายเป็นเด็กอ้วน ซึ่งผลร้ายคือมีโรคต่าง ๆ ตามมารุมเร้า และมีปัญหาในการเข้ากลุ่มเพื่อน ๆ บางครั้งโดนล้อเลียนเรียกชื่อไปต่าง ๆ นานา เช่น เจ้าหมูอ้วน ตุ่มเดินได้ ฯลฯ เป็นปมด้อยฝังใจไปจนโต เห็นโทษภัยมากขนาดนี้แล้วหันมาลดความอ้วนกันดีกว่าค่ะ อย่ารอให้ฝันร้ายกลายเป็นจริงเลย แต่คนที่ไม่อ้วนคือน้ำหนักไม่เกินมาตรฐานก็ไม่มีเหตุผลต้องลดแต่ประการใด เพียงควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์พอดี ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลร้ายต่อร่างกายพอ ๆ กับความอ้วนได้ ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine มิถุนายน, Issue 29

ของใคร!? คนตาดีเจอถุงยางคิงไซส์ในหอพัก Bangtan Boys (BTS)
Bangtan Boys /  BTS / 

คนตาดีซูมๆ! ถุงยางอนามัย King Size โผล่ในหอพักของวงฮิพฮอพสุดเท่ Bangtan Boys (BTS) - แฟนคลับให้ความเห็น 'เรื่องปกติของผู้ชาย' แต่สงสัย 'ของใคร?' ทำเอาแฟนคลับ K-POP ฮือฮากันเลยทีเดียว เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตภาพของ จิน หนึ่งในสมาชิกของวง Bangtan Boys (BTS) ซึ่งถูกออกมาผ่าน BTS official blog แล้วพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมหลบซ่อนอยู่ในหอพักของพวกเขา แต่ก็ไม่อาจเล็ดรอดคนตาดี เพราะเมื่อซูมอินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่ากล่องสีทองในภาพนั้นคือถุงยางอนามัยขนาด King Size แถมสิ่งที่วางข้างๆ กันก็อาจจะเป็นเจลหล่อลื่นด้วย! หลังจากมีการเผยแพร่ภาพถ่ายเวอร์ชั่นซูมอินผ่านช่องทางโซเชี่ยลก็ทำเอาแฟนคลับต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหลากหลาย อาทิ 'เป็นเรื่องปกติของผู้ชาย', 'ขัดกับภาพลักษณ์ของ BTS จัง', 'Bangtan Boys ไม่เด็กแล้วสินะ!' รวมทั้งหลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่า 'คิงไซส์เลยเหรอ ของใครกันแน่?' วง Bangtan Boys ก็ Bangtan Boys บอกใบ้ผ่านเพลงใหม่ของเขาว่า "War of Hormone" แล้วไง!... ก็นั่นแหละ! มันเป็นเรื่องของฮอร์โมน~ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แซ่บเว่อร์ เชียร์ลีดเดอร์ 4 โรงเรียนชายล้วน งานจตุรมิตร ครั้งที่ 27
จตุรมิตร 27 /  สุดฮอต / 

ใครที่ได้ไปดูงาน การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 27 มานั้นคงยังไม่หายตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจกับหนุ่มๆ หน้าใสจากทั้ง 4 โรงเรียนกันแน่ๆ โดยเฉพาะสาวๆ ไปดูบอล แปลอักษร หรือไปดูหนุ่มๆ กันแน่จ๊ะ ^^ วันนี้ทีนเอ็มไทยมีภาพเก็บตกของหนุ่มหล่อหน้าใส เชียร์ลีดเดอร์ 4 โรงเรียนชายล้วน, ผู้นำเชียร์ รวมถึงศิษย์เก่า มาฝากกันคะ รับรองว่าเด็ดน้ำลายไหลไปกันอีกหลายวันแน่ๆ ^^ แซ่บเว่อร์ เชียร์ลีดเดอร์ 4 โรงเรียนชายล้วน จตุรมิตร ครั้งที่ 27  แซ่บเว่อร์ เชียร์ลีดเดอร์ 4 โรงเรียนชายล้วน จตุรมิตร ครั้งที่ 27 การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคี นี้เป็นการแข่งขันฟุตบอลประเพณีระดับมัธยมศึกษาระหว่างโรงเรียนชายล้วนเก่าแก่สี่โรง ประกอบด้วยโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี ณ สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ โดยปี 2557 นี้ การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคีจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 27 แล้วซึ่งมี โรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นเจ้าภาพ ของบอกเลยว่าแต่ละโรงเรียนนั้นไม่ธรรมดา จัดเต็มทั้งด้านการกีฬา รวมถึงไฮไลท์เด็ดอย่าง การแปลอักษร ด้วย และในปีนี้ ผู้ชนะได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญ ร่วมกับ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซึ่งปีนี้บอกได้เลยว่า โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย  เขามาแรงจริงๆ! และถึงแม้โรงเรียนสวนกุกลาบวิทยาลัยจะไม่ได้แชมป์ไปครอง แต่ก็ยังเป็นโรงเรียน ที่ชนะเลิศมากที่สุด ^^ เอาหล่ะไปดูภาพหล่อๆ ของหนุ่มเชียร์ลีดเดอร์ทั้ง 4 โรงเรียนกันเลย เริ่มกันที่ เจ้าภาพ เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนอัสสัมชัญ จตุรมิตร ครั้งที่ 27 เขาก็แซ่บไม่เบาเลยนะ มีดาวหล่ออย่าง น้องไอซ์ เมธากร หรือ ดิน ฮอร์โมน #1 หวัง อรรถวุฒิ โภคะธนวัฒน์ ผู้นำเชียร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ บอส คุมสแตน  โรงเรียนอัสสัมชัญ  โฉมหน้า มาสคอตอินทรีย์ โรงเรียนอัสสัมชัญ พอได้ไหมสาวๆ มาต่อกันที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กัน ..  เชียร์ลีดเดอร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จตุรมิตร ครั้งที่ 27  องค์ ธนวัชร์ วรรณฤดี, เกียร์ อศิน ศิริชัยเอกวัฒน์, นน ณัฐชนน พิชาดุลย์ และ ณัทน์ธัญ อธิศธันยวัศ  เชียร์ลีดเดอร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และ เชียร์ลีดเดอร์ รุ่นพี่ เชียร์ลีดเดอร์ (รุ่นพี่) โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย #25 มาต่อกันที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนเทพศิรินทร์ จตุรมิตร ครั้งที่ 27   เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนเทพศิรินทร์ จตุรมิตร ครั้งที่ 27  กัส ชัชวัฏ อริยพงษ์โสภณ (ม.4)  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนเทพศิรินทร์ มาถึงโรงเรียนที่สาวแท้ สาวเทียม กรี๊ดกันสนั่นเมือง โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จตุรมิตร ครั้งที่ 27 (วันเปิดงาน)  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จตุรมิตร ครั้งที่ 27 (วันปิดงาน)  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย  อิงค์ ชยาวุฒิ เลิศศิริสัมพันธ์ ผู้นำเชียร์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน อู๋ พชร ปัญญาบารมี  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ฟลุ๊ก เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นพ เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นิว เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จา เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ปลื้ม เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เก็บตกภาพเพิ่มเติม งานจตุรมิตร ครั้งที่ 27 อีกหนึ่งหนุ่มฮอตที่เรียกน้ำลายสาวๆ ได้เยอะทีเดียว เรียบเรียงเขียน-ภาพบางส่วน โดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม-รูปภาพ http://www.jaturamitr.com/, facebook BCC Jaturamitr 27,  facebook Jaturamitr Cuteboy, ikeangstudio

ตูดไว เพลงที่ฟังแล้ว อารมณ์ดี
เพลงใหม่ /  เพลงฮิต / 

ติดต่องานแสดง : เฮียเล็ก 081-6701840, คุณหล้า 089-1912762 081-7111059 เพลง : ตูดไว ศิลปิน : แม็ค หมกมุ่น คำร้อง/ทำนอง : โฬม กิติพัฒน์ เรียบเรียง : เค โนเนม

มีน กลัว ต่อ โดนฉก รีบยืนยันสถานะแฟน
ต่อ ธนภพ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ซีรี่ส์จบแต่คนยังไม่จบค้า...จุดนี้ต้องบอกก่อนนะคะว่าที่ยังไม่จบเนี่ยหมายถึงความฮอตของหนุ่มตี๋หัวเกรียนคนนี้ต่างหากล่ะคะ ต่อ ธนภพ ขวัญใจวัยว้าวุ่นทั้งหลาย เพราะไม่ว่าจะมีฮอร์โมนรุ่นใหม่เข้ามามากแค่ไหน ก็ไม่ทำให้เรตติ้งตกเลยจริงๆ ไม่ว่าจะไปโชว์หรือออกงานที่ไหน แฟนคลับสาวรุมตามกรี๊ดกันให้วุ่น ล่าสุดได้ยินว่ามีงานละครรุมทาบทามดึงไปร่วมงานหลายต่อหลายเรื่อง และในที่สุดก็มาลงล็อคที่ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ เรียกว่าเป็นการก้าวกระโดดจากช่องดิจิตอลมาขึ้นแท่นเป็นพระเอกช่อง 3 แบบเต็มตัว แถมยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับนางเอกสาวสวยของวิก 3 พระราม 4 ให้แฟนละครได้จิ้นอีกหลายคู่แน่นอน งานนี้รับรองเลยว่าอนาคตต้องฮอตกว่านี้อีกเท่าตัวแน่ๆ ล่าสุดปาปารัซซี่ตาดีแชะภาพหนุ่มต่อกำลังเดินอยู่กับสาว ดูไปดูมานึกว่าใครที่ไหน ที่แท้สาวมีน หวานใจตัวจริงของหนุ่มต่อนี่เอง ว่าแต่ก่อนหน้านี้ที่ทราบมาว่าสาวมีนเธอต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ไหงมาเดินเล่นอยู่กับหนุ่มต่อได้ ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเรียนจบแล้วหรือทนความคิดถึงไม่ไหว เลยต้องบินกลับมาเติมความหวาน เพื่อยืนยันสถานะแฟนให้โลกรับรู้ ก่อนจะถูกมือดีฉกไปรับประทานซะก่อนรึเปล่า ก็แหม...มีแฟนหล่อแถมฮอตขนาดนี้ ปล่อยให้ไกลหูไกลตานานๆ ก็อาจจะเข้าข่ายแมวไม่อยู่หนูร่าเริงก็ได้ ใครจะไปรู้ เอ้า!!! เอาเป็นว่าอย่าประมาทเป็นดีที่สุดค่ะคุณน้อง ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ

ประวัติอาร์ม ปาณิศรา หรือผีวนิดา เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน
ดาราหน้าใหม่ /  นักแสดงวัยรุ่น / 

ซีรีส์หนังผีเรื่องเรื่องใหม่ "เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน" จากค่าย GTH เป็นที่รอคอยของวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก ด้วยความที่เป็นหนังผี แล้วยังมีนักแสดงขวัญใจวัยรุ่นร่วมเล่นอีกมากมาย ถึงแม้ซีรีส์วัยรุ่นอย่าง ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซีซั่น 1 และ 2 ได้จบลงไปแล้ว แต่เราก็ยังได้เห็นพวกเขาส่วนหนึ่งมาเล่นในซีรีส์ใหม่เรื่องนี้ .. เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน เปิดตัวได้อย่างน่ากลัวจริงๆ สำหรับตอนแรก ชื่อตอนว่า "วนิดา" โดยคนที่ได้รับเป็นผีวนิดานั้น ก็ไม่ใช่ใคร น้องอาร์ม ปาณิศรา หนึ่งในผู้ที่เคยถูกคัดเลือกในการประกวด ฮอร์โมน เดอะ เน็กซ์เจน นั่นเอง เราไปทำความรู้จักเธอกันเลยดีกว่าคะ ^^ ประวัติอาร์ม ปาณิศรา หรือผีวนิดา เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน เขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) ประวัติอาร์ม ปาณิศรา หรือผีวนิดา เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน เพื่อนๆ คงจะคุ้นหน้าคุ้นตากับ น้องอาร์ม สาวน่ารักคนนี้กันมาแล้ว จากการประกวด  ฮอร์โมน เดอะ เน็กซ์เจน ถึงแม้น้องอาร์มจะไม่ได้ร่วมเล่น ฮอร์โมน ซีซั่น 2 แต่เธอก็ได้มารับบทเด่นในซีรีส์หนังผี เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน นี่แทน ขอบอกเลยว่าน่ากลัว และหลอนสุดๆไปเลยหล่ะคะ เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน ep.1 วนิดา ผู้กำกับ ปัฏฐา ทองปาน ในเรื่องนี้มีนักแสดงหลักอีกหนึ่งคนคือ ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล รับบท มนัสวี “ถ้าใครเจอหัวของวนิดาในช่องโต๊ะ ต้องหาหัวจริงๆของเธอให้เจอในสองวัน มิฉะนั้นจะมีอันเป็นไป” เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียนที่ มนัสวี เห็นเป็นเรื่องแต่งขำๆ แต่เมื่อเธอได้เจอกับหัวของวนิดาเข้าจริงๆ มนัสวีก็รู้ว่าการหาหัวของวนิดาให้เจอเป็น­ทางรอดเดียวของเธอ!!! ประวัติอาร์ม ปาณิศรา หรือผีวนิดา เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน ชื่อ-นามสกุล : ปาณิศรา มณฑารัตน์ ชื่อเล่น : อาร์ม การศึกษา :  จบจากโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ผลงาน : รับบทเป็น วนิดา ในซีรีส์วัยรุ่น เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน เขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ)

เมย์ เผยวินาทีเห็นหน้าลูกปล่อยโฮ! หนุ่ม โคตรเห่อ&หวง!!
น้องมายู /  หนุ่ม เมย์ น้องมายู / 

พักฟื้น 2 วันก่อนจูงมือสามี หนุ่ม กรรชัย มาเปิดใจกับสื่อฯครั้งแรกถึงวินาทีผ่าคลอดลูกสาว น้องมายู ( Mayu ) เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยคุณแม่มือใหม่ เมย์ เฟื่อง อารมณ์ เผยเห็นหน้าลูกครั้งแรกถึงกับร้องไห้เลยทีเดียว ส่วนคุณพ่อป้ายแดงยอมรับเห่อและ หวงลูกสาวอย่างแร๊ง! ถึงขนาดอยากขอมีส่วนร่วมในการตัดสายสะดือลูกเอง!! หนุ่ม กรรชัย เผยภรรยา เมย์ เฟื่องอารมณ์ มีอาการท้องแข็งตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. ซึ่งอายุครรภ์เพียง 36 สัปดาห์ อาการดังกล่าวเป็นการบีบตัวของมดลูกเสี่ยงจะเป็นอันตรายต่อแม่และเด็ก แพทย์จึงตัดสินใจผ่าคลอดก่อนกำหนด เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 6 พ.ย.57 บอกไม่กลัว มีโอกาสได้เข้าในห้องผ่าตัด ถ่ายวีดีโอทุกขั้นตอน เปรยอยากขอตัดสายสะดือลูกเพราะอยาก มีส่วนร่วมให้มากที่สุด รีบออกตัวลูกสาวหน้าเหมือนตน เห่อมาก แต่ยังรู้สึกกลัวๆ เนื่องจาก ยังทำตัวไม่ถูก ไม่ค่อยกล้าอุ้มและนอยด์ทุกเรื่อง ด้านคุณแม่มือใหม่ เมย์ เฟื่องอารมณ์ เผย วินาทีที่เห็นหน้าลูกครั้งแรกถึงกับร้องไห้ด้วย ความตื่นเต้น บอกเหมือนฝัน แต่ต้องรีบซับน้ำตาตอนถ่ายรูปแรกกับลูก มีแอบแต่งหน้าเพราะ กลัวไม่สวย สำหรับน้องมายูที่คลอดก่อนกำหนด ยังคงต้องอยู่ในตู้อบก่อน แต่คอนเฟิร์มลูก สาวแข็งแรงดีทุกประการ หลังท้องรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของสามี รัก มากขึ้น ห่วงมาก มีเวลาให้เยอะขึ้น แอบบ่นคิดถึงตอนอุ้มท้อง ถ้าเป็นไปได้อยากมีลูกชายอีก สักคน! สำหรับเรื่องของรับขวัญลูกสาวนั้นทั้งคู่เผยว่ายังไม่มี แต่เพิ่งทำห้องเพื่อรอต้อนรับสมาชิก ใหม่เสร็จหมาดๆ ส่วนชื่อจริงรอปรึกษาหมอดู เนื่องจากต้องดูฤกษ์ยามก่อน ชื่อ มายู มาจาก คำว่า may เติม u หมายถึง ลูกสาวก็คือเมย์อีกคน อีกความหมายนึงคือ คล้องกับชื่อ อาจิ๋ม มยุรฉัตร ผู้ใหญ่ที่มีพระคุณในวงการบันเทิง ส่วนภาษาญี่ปุ่น แปลว่า รังไหม พ่อแม่มือใหม่แอบปลื้มที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในวงการบันเทิงมาเยี่ยมเยอะ เรียกว่ารับแขกทั้งวันจนพยาบาลบอกให้พัก ของรับขวัญหลานเยอะมาก สำหรับเพื่อนซี้ อั้ม พัชราภา ให้ผ้าห่ม นอน เพราะอยากให้เก็บได้นานๆ ปลื้ม!! แฟนๆ เอ็นดู น้องมายู มีคนตั้งแฟนเพจแค่วันเดียวคน ติดตามเป็นแสน อนาคตจะดันเข้าวงการหรือไม่ต้องรอดูอีกที ส่วนคุณแม่เมย์จะกลับมาทำ งานในวงการเมื่อไหร่นั้น คงต้องรอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม แต่ที่แน่ๆ พ่อหนุ่มเผยว่ามีงานพรีเซ็นเตอร์ติดต่อมาแล้วจ้า!! หนุ่ม "เล่าตั้งแต่แรกก่อนแล้วกัน ก็คือเมื่อคืนวันที่ 5 ที่ผ่านมาเนี่ยนะครับ ปวดท้องนะครับ แล้วก็มีอาการมดลูกเนี่ยบีบตัว แล้วก็มีอาการท้องแข็ง ประมาณ 5 ทุ่มครึ่งก็เลยพามาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ทางทีมคุณหมอก็เลยติดมอนิเตอร์ดูนะครับว่าท้องคุณเมย์เนี่ยแข็งเยอะไหม ปรากฏตอนนั้นเนี่ยแข็งประมาณ 50% คุณหมอก็เลยคิดว่าจะเก็บน้องเอาไว้ก่อนในท้อง เพราะว่าตอนนั้นเนี่ยมันได้แค่ 36 สัปดาห์เท่านั้น ก็เลยกะว่าจะรออีกสักพักนึง สักอีกอาทิตย์นึง หรือสองอาทิตย์" หนุ่ม "ปรากฏว่าหลังจากที่ทานยากันคลอดไปแล้วเนี่ย ตอนเช้ามาสัก 6 โมงกว่าๆ คุณหมอก็ได้มาเช็คอีกครั้งนึงก็ปรากฏว่ามดลูกเนี่ยยังบีบตัวอยู่ ก็เลยเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับคุณแม่แล้วก็ลูกได้ ก็เลยแนะนำว่าน่าจะต้องมีการผ่าคลอดดีกว่าครับผม" เมย์ "แล้วพอดีว่าเราได้อัลตร้าซาวด์มาก่อนแล้วค่ะ เมื่อสัปดาห์ก่อนน้องก็น้ำหนักดีมาก คุณหมอดูแล้ว เช็คแล้วดูความสมบูรณ์ ก็เลยเห็นว่าน่าจะผ่าได้ แล้วเห็นคนคุณแม่ปวดท้องด้วย ก็เลยตัดสินใจผ่ากันตอนนั้นเลย บอกคุณหมอ 6 โมงเช้าเข้าไปบล็อคหลังทันที" หนุ่ม "เข้าไปในห้องผ่าด้วย ก็ไม่กลัวฮะ เพราะว่าวันนั้นได้ยิน คุณเบนซ์ พรชิตา บอกว่าพี่หนุ่มเข้าไปต้องเป็นลมแน่ๆ เลย ไม่เป็นนะผมถ่ายวีดีโอทุกขั้นตอนคุณหมอตอนเอาลูกออกมาเลย" เมย์ "36 วีคจริงๆ แล้วถือว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนดนะคะ สำหรับทางด้านภายนอกแล้วเนี่ยน้องก็น้ำหนักดีมากเลย ช่วงสัปดาห์นี่ 3.1 นะคะก็หนักสำหรับเด็กก่อนกำหนด แล้วก็เราก็ตรวจทางเรื่องของหัวใจ ปอด ก็แข็งแรง ทุกอย่างดีหมดค่ะ เพียงแต่ว่าตอนนี้ต้องบอกก่อนว่าน้องยังอยู่ในห้อง NICU ไม่สามารถที่จะมาพบคุณแม่ได้นะคะ" เมย์ "เพราะว่าจะต้องอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์และพยาบาลอยู่ เนื่องจากว่าแม้ภายนอกน้องจะแข็งแรงก็ตาม แต่เรื่องของการที่น้องพัฒนาการยังเป็นเด็กที่ก่อนกำหนด ยังไม่ถึงเวลาที่คลอด ก็เลยทำให้น้องยังไม่มีพัฒนาการในการเรียนรู้ในครรภ์ เหมือนที่อยู่ในท้องแม่น่ะค่ะ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการดื่มนม ในเรื่องของหลายๆ อย่าง ร้องไห้ น้องยังไม่เป็นน่ะค่ะ ยังต้องมีการฝึกเรียนรู้ใหม่หมดเลยค่ะ" เมย์ "ครั้งแรกที่เห็นหน้าลูก ของเมย์ก็คือร้องไห้ ภาวะนั้นก็เราครั้งแรกเนอะ ตื่นเต้นน่ะค่ะ แล้วก็พอได้ยินเสียงเขาร้อง ก็ยิ่งแบบ อุ๊ยเหมือนฝันน่ะ มีความรู้สึกว่า อุ๊ยนี่เรากำลังแบบมันมีลูกมาให้เห็นแล้ว อยู่ในท้องเรามาตั้งเกือบ 9 เดือนเนอะ แล้วพอออกมาอยู่ข้างๆ เนี่ยเห็นหน้าเขาแล้วโหร้องไห้ น้ำตาไหลน่ะค่ะ แต่ตอนน้ำตาไหลนี่ก็ยังแบบว่าเขาต้องรีบใช่ไหมคะถ่ายรูป โอ๊ะซับน้ำตาก่อน ซับๆ ให้หมด เดี๋ยวไม่สวย ถ่ายรูปไม่สวยค่ะ(หัวเราะ) คุณแม่แค่กรีดตานิดเดียวค่ะ" หนุ่ม "ตอนเห็นหรอฮะ ก็น้ำตาไหลเลย ตอนนั้นก็ถ่ายวีดีโอไว้ด้วยแล้วก็น้ำตาก็คลออะไรอย่างนี้ ก็จับมือกับเมย์ เมยก็พยายามดึง เขากลัวเราจะเป็นลมอะไรอย่างนี้ แต่ไม่เป็นคือผมไม่ค่อยกลัวเรื่องพวกนี้ แต่ว่าคือแค่อยากจะเห็นวินาทีที่ลูกหลุดออกมา จริงๆ อยากจะเข้าไปขอคุณหมอตัดสายสะดือ อยากทำมากเลย" หนุ่ม "หน้าเหมือนพี่ วันก่อนลงอินสตาแกรมไปก็มีแต่คนบอกว่าหน้าเหมือนพี่ เพราะว่าน้องเขาข่วนหน้าตัวเองเป็นรอย แล้วบังเอิญว่ามีรูปนึงเราก็มีรอยแผลเหมือนกัน โดนข่วนเหมือนกันก็เลยเอามาลงอะไรอย่างนี้ฮะ" หนุ่ม "ถามว่าเห่อไหม ก็เห่อนะครับ แต่ว่าคือเรายังกลัวๆ อยู่ เหมือนกับชีวิตที่ผ่านมามัน เรายังไม่เคยมีลูกอะไรอย่างนี้ แล้วพอวันนึงมามีมันก็แบบ เฮ้ยมีลูกแล้วต้องทำอะไรต่อไป เราต้องอะไร ยังไง มันก็จะงงๆ หน่อยก็เลยยังแบบว่า ยังไม่ค่อยกล้า จะอุ้มก็ไม่ค่อยกล้า กลัวอย่างนี้ นอยด์ๆๆ นอยด์มาก คือก่อนหน้านี้ก็แบบว่า นอยด์ทุกอย่าง ทุกเรื่องน่ะ ตัวเองแบบตอนนั้นฮอรืโมนตก ต้องใช้ฮอร์โมนทาขาเพื่อที่จะให้ฮอร์โมนขึ้น ก็ต้องแบบสมมติเข้าห้องน้ำก็ต้องแบบคอยเช็ดชักโครก เดี๋ยวฮอร์โมนที่ทาจะไปติด แล้วเดี๋ยวเมย์มานั่งเดี๋ยวลูกผู้หญิงจะกลายเป็นผู้ชายหรือเปล่า เพราะว่าทาฮอร์โมนเพศชายอย่างเนี้ยะ ก็กลัวไปหมดเลย" เมย์ "ตั้งแต่มีลูกของเมย์เปลี่ยนเยอะค่ะ เพราะว่าดูแฟนรักมากกกกก(ยิ้มเขิน) เขาดีขึ้น คือเขาแบบว่าดีขึ้นๆ ความห่วงใย ความแบบอะไรหลายๆ อย่างน่ะค่ะ แล้วก็เขาก็ดีขึ้น ส่วนตัวเมย์ก็ดีขึ้น ก็คือเหมือนได้มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่กับเราตลอดเวลา อย่างตอนเนี้ยะที่เมย์ผ่าไปแล้วน่ะ คลอดน้องออกไปแล้วเมย์ยังรู้สึกคิดถึงวันที่มันยังรู้สึกว่าเขาถีบ เขาดิ้น ยังคิดถึงความสัมผัสนั้นอยู่เลยว่ามันหายไปแล้วหรอ ยังอยากให้มีอยู่น่ะค่ะ รู้สึกแบบแปลกๆ ไปน่ะค่ะ" หนุ่ม "มีลูกสาวต้องใส่เขี้ยวเลยไหม ไม่นะครับ คงไม่ขนาดนั้น(ยิ้ม)" เมย์ "อย่าๆ หวงค่ะ แน่นอน เพราะว่าขนาดตอนที่เมย์ยังท้องอยู่อย่างเนี้ยะ เวลาเจอสาวๆ อย่างงี้ สมัยก่อนมองสาวจะมองอีกแบบนึงใช่มะ ก็จะมองแบบผู้ชายที่มองผู้หญิงใช่มะแต่งตัวเซ็กซี่ แต่เดี๋ยวนี้หลังจากที่มีลูก มองสาวแล้วแบบ "นี่ถ้าเกิดว่าลูกสาวฉันแต่งตัวแบบนี้นะ ฉันจะตีจริงๆ ฉันจะจับตีจริงๆ ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย" แบบนี้เลย" หนุ่ม "ไม่บางทีใส่แบบสั้นมาอะไรอย่างนี้ ก็บอกว่าถ้ามายูแต่งอย่างนี้นะ ตบปากฉีกเลย(ยิ้ม)" เมย์ เฟื่องฯ + หนุ่ม กรรชัย + น้องมายู เมย์ เฟื่องฯ + หนุ่ม กรรชัย + น้องมายู เมย์ เฟื่องฯ + หนุ่ม กรรชัย + น้องมายู เมย์ เฟื่องฯ + หนุ่ม กรรชัย + น้องมายู เมย์ เฟื่องฯ + น้องมายู เมย์ เฟื่องอารมณ์ + น้องมายู เมย์ เฟื่องฯ + หนุ่ม กรรชัย + น้องมายู เมย์ เฟื่องอารมณ์ + หนุ่ม กรรชัย เมย์ เฟื่องฯ + หนุ่ม กรรชัย เมย์ เฟื่องฯ คุณแม่มือใหม่

ปรมาจารย์กังฟูแดนมังกร โชว์ใช้ดุ้นสวรรค์ ยกก้อนอิฐหนัก 80 โล
จีน /  อวัยวะเพศชาย / 

ปรมาจารย์กังฟู วัย 70 ปี โชว์วิชาหายากและฝึกยากที่สุดของสำนัก “เส้าหลิน” โดยการใช้เจ้าโลกยกก้อนอิฐหนัก 80 กิโล สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายจ้าว เจิ้นหัว ปรมาจารย์กังฟู วัย 70 ปี ชาวจีน โชว์ใช้อวัยวะเพศของเขา ผูกติดกับก้อนอิฐขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักถึง 80 กิโลกรัม ยกขึ้นแกว่งไปมา เป็นเวลานานถึง 10 นาที นายจ้าว แกว่งก้อนอิฐดังกล่าวไป-มามากถึง 320 ครั้งก่อนจะวางมันลง พร้อมกล่าวว่า การฝึกด้วยวิธีนี้สามารถทำให้สุขภาพของเขาแข็งแรงและยกระดับคุณภาพชีวิตได้ อย่างไรก็ตามนายจางเผยว่า ได้เริ่มฝึกวิชา “เจ้าโลกเหล็ก” ซึ่งเป็นวิชาหายากและฝึกยากที่สุดของสำนัก “เส้าหลิน”ซึ่งเป็นสำนักกังฟูชื่อดังของจีน เนื่องจากเขาได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า เป็นโรคตับแข็งจึงต้องการทำให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้เขายังสอนวิชาดังกล่าวให้กับบุคคลทั่วไปในสวนสาธารณะเพื่อแบ่งปันวิชาดังกล่าวอีกด้วย โดยเมื่อปี 2555 ได้มีรายงานข่าวชาย 3 คนในมหานครไทเป ซึ่งเป็นเมืองเอกของไตหวัน ใช้อวัยวะเพศของพวกเขา ลากรถที่บรรทุกผู้โดยสารเต็มคัน ซึ่งความแข็งแรงของอวัยวะเพศของพวกเขา เกิดจากการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ซึ่งการฝึกเช่นนี้ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นเท่าไหร่ในปัจจุบัน แต่สาเหตุที่ยังคงมีการฝึกเช่นนี้อยู่มาจากเหตุผล 2 ประการ คือกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ยังต้องการรักษาวิชานี้ และประการที่สองคือความเชื่อว่าเป็นการสร้างความแข็งแรงให้อวัยวะสืบพันธ์ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างสรรพคุณของวิชาดังกล่าวแบบครอบจักรวาลว่า เป็นการชะลอวัย เพิ่มพลัง สร้างความแข็งแรงให้กร้ามเนื้อ ลดการอุดตันของหลอดเลือดระดับคอเลสเตอรอล โรคเบาหวาน และโรคภูมิแพ้ นอกจากนี้แน่นอนมันมากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ ด้วยการเพิ่มจำนวนอสุจิและเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ MThai News

อยากจะจน(โครตรวย) หล้า มาม่า
เพลงใหม่ /  เพลงฮิต / 

เพลง เมื่อไหร่จะจน (Official Lyric video) ศิลปิน หล้า มาม่า คำร้อง/ทำนอง Lanataya Team เรียบเรียง สุรกิต กิตติศักดิ์ Produced and Mixed สุรกิต กิตติศักดิ์ ติดตาม Facebook:https://www.facebook.com/pages/I-ok-Y... Twitter:https://twitter.com/Iokyes

สาวจี๋ เพลงน่ารัก ความหมายดี สไตล์สาวเหนือ
เพลงใหม่ /  เพลงฮิต / 

คำร้อง/ทำนอง : ชัยมงคล มหานาม เรียบเรียงดนตรีใหม่ : สุรกิต กิติศักดิ์ สังกัดค่าย : มานาป๊อปปูเลชั่น MANA popultion ในเครือบริษัทท๊อปไลน์มิวสิค