ฮอร์โมน

เทคนิค เพิ่มน้ำหนัก สำหรับคนผอม
คนผอม /  ผอมอยากอ้วน / 

สาวๆหลายๆคนคงอิจฉา คนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนสักที แม้ว่าจะกินเยอะหรือน้อยก็ยังคงผอมอยู่ แต่ว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องดีซะทีเดียว หลายๆคนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ก็ไม่ชอบรูปร่างของตัวเองที่ผอมเกินไปและนี่อาจจะทำให้มีผลต่อสุขภาพได้อีกด้วย ถึงพยายามหาวิธี เพิ่มน้ำหนัก แต่ก็ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จสักเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องกังวลอีกแล้วค่ะ เรามีเทคนิคดีๆ สำหรับการ เพิ่มน้ำหนัก มาฝากกันจ้า สำนักงานตรวจสุขภาพแห่งชาติ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ได้ศึกษาในประชาชนชาวเมืองเบอร์เกน ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีมวลกายกับสุขภาพ พบว่าผู้หญิงที่มีน้ำหนักน้อยเกินไปมีความเสี่ยงสูงต่อการแท้งบุตร เพราะรังไข่ทำงานผิดปกติ และคนที่อดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักมักได้รับสารอาหารจำเป็นไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายขาดสมดุล การทำงานของฮอร์โมนและระบบต่างๆทำงานผิดปกติ เช่น อาจขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขาดๆหายๆ และเป็นโรคกระดูกพรุนได้ง่าย เพราะหน้าที่หนึ่งของฮอร์โมนเอสโตรเจนคือนำพาแคลเซียมไปที่กระดูก และงานวิจัยยังพบอีกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยเกินไปทำให้สมองต้องทำงานหนัก เพราะสมองทำงานโดยอาศัยน้ำตาลกลูโคสเป็นพลังงาน ถ้าอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักจนทำให้ร่างกายได้รับกลูโคสไม่เพียงพอ สมองจึงสร้างสารโดปามีนเพื่อเพิ่มการส่งคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อ สมองจึงต้องทำงานหนักขึ้น ถ้าไม่อยากให้สมองทำงานหนักโดยไม่จำเป็น และโรคภัยจากความผอมมาเยือนเรามีเทคนิคการ เพิ่มน้ำหนัก มาฝากค่ะ เน้นกินอาหารที่เพิ่มพลังงาน เช่น แป้ง น้ำตาล ผัก ผลไม้ ให้มากกว่าเดิม แต่ควรให้หมุนเวียนชนิดกันไป และการเพิ่มน้ำหนักที่ดีควรเพิ่มไม่เกินสัปดาห์ละ 0.5-1 กิโลกรัม อย่างสม่ำเสมอ กินอาหารให้ได้สัดส่วน ทั้งคาร์โบไฮเดรท โปรตีน ไขมัน แทนที่จะเพิ่มแต่ของหวานๆมันๆอย่างที่นิยมกัน เพราะถ้าเพิ่มน้ำหนักวิธีนั้นจะได้เป็นไขมันสะสมตามหน้าขา หน้าท้อง ต้นขา ซึ่งคงไม่มีใครอภิรมย์แน่ค่ะ เลือกอาหารชนิดที่ให้พลังงานสูงแต่จานไม่ใหญ่นัก เช่น ระหว่างสลัดผักกับไข่ดาวกับสเต็กปลา สเต็กปลาอาจจะให้พลังงานมากกว่าขณะที่กินในปริมาณที่น้อยกว่า เพิ่มมื้อย่อยรวมเป็น 4-6 มื้อต่อวัน โดยเพิ่มมื้ออาหารว่างเข้าไป เช่น ซาลาเปาไส้ถั่วดำ 1 ลูก น้ำส้มคั้น 1 แก้ว หรือถั่วต้ม เป็นต้น เพิ่มวิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะวิตามินบีรวม จะช่วยเพิ่มความอยากอาหารและช่วยเผาผลาญอาหารในร่างกายให้เป็นพลังงาน ก่อนเวลาอาหารให้เดินหรือทำกิจกรรมเบาๆ เพื่อช่วยเรียกความอยากอาหาร แต่ถ้าทำกิจกรรมหนักและนานเกินไปร่างกายจะเพลียและเหนื่อยเกินไปจนกินอะไรไม่ลง หรือจะจิบแกงจืดหรือซุปใสอุ่นๆ เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนอาหารก็ไม่เลว ออกกำลังกายให้ถึงพีค สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ร่วมกับเพิ่มอาหารโปรตีน เช่น โปรตีนจากถั่ว ปลา และอาหารทะเล จะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและได้หัวใจที่แข็งแรง และเพิ่มความอยากอาหาร คนผอมที่คิดว่าออกกำลังกายจะยิ่งทำให้ผอมลง เป็นความคิดที่ผิดนะคะ สังเกตว่าสิ่งแวดล้อมแบบไหนที่ช่วยให้เจริญอาหาร แล้วพยายามสร้างบรรยากาศเช่นนั้นในการรับประทานอาหาร เช่น โต๊ะอาหารที่จัดบรรยากาศให้น่ารัก หรือถ้วยชามลายกระจุ๋มกระจิ๋ม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะขณะหลับร่างกายจะใช้พลังงานน้อยลง ต้องตั้งใจและสัญญากับตัวเองว่าจะต้องเพิ่มน้ำหนักให้สำเร็จ และควรให้รางวัลกับตัวเองเป็นระยะๆ เมื่อเพิ่มน้ำหนักได้สำเร็จ ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 109

จีทีเอช เปิดโปรเจ็ค เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ซีรีส์ผี 13 ตอน ออนแอร์ 1 พ.ย. นี้
จีทีเอช /  ซีรีส์ / 

ทุกโรงเรียน...มีอดีตที่อยากปิดบัง มีเหตุการณ์ที่ไม่อยากพูดถึง  มีนักเรียนที่อยากลืม และมีเรื่องลึกลับที่รอวันเปิดเผย จีทีเอช ขอชวนมาสยองกับเรื่องหลอนในรั้วโรงเรียน ในละครซีรีส์ชุดใหม่ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ผลงานจาก 13 ผู้กำกับไฟแรง อาทิ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์, ปิง เกรียงไกร วชิรธรรมพร, ปัฏฐา ทองปาน และ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ นอดจากนี้ ใน เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน คุณจะไดพบกับเหล่านักแสดงมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์  ,ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร, ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล, ท็อป  ณภัทร โชคจินดาชัย, เหนิง กัญญาวีร์  สองเมือง, เบลล์ เขมิศรา พลเดช, แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์, แพรวา ณิชาภัทร  ฉัตรชัยพลรัตน์, กันต์ ชุณหวัตร, เฟม ชวิน ลิขิตเจริญพงศ์, สมาย โสรญา ฐิตะวชิระ  และนักแสดงวัยรุ่นอีกมากมาย ที่จะมาเปิดประสบการณ์ความกลัวครั้งใหม่!!  ซึ่ง เดียว วิชชพัชร์ โกจิ๋ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีทีเอช ออนแอร์ จำกัด กล่าวว่า "จากการตอบรับที่ดีของซีรี่ส์ จีทีเอช ไซด์ สตอรี่ ที่เคยฉายทางช่องจีทีเอช ออนแอร์  ทำให้เรารู้ว่าซีรีส์ผีแบบจบในตอน มีคนดูที่ชื่นชอบและติดตามกันเยอะมาก ทางจีทีเอชก็เลยพัฒนาโปรเจ็คใหม่ขึ้นมา เพื่อเอาใจแฟนๆที่ชอบเรื่องเร้นลับโดยเฉพาะ โดยทำเป็นซีรี่ส์ 13 ตอน  ในชื่อว่า เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เป็นการต่อยอดจากเหตุการณ์หลอนๆในรั้วโรงเรียน ซึ่งจากการทำรีเสิร์ช  ทำให้รู้ว่าประเด็นเรื่องผีในโรงเรียนมีเยอะมาก บางคนอาจจะเคยเจอมากับตัว หรือเป็นคำบอกเล่าที่บอกกันมาแบบปากต่อปาก"   13 ผู้กำกับซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เดียว วิชชพัชร์ กล่าวเสริมอีกว่า "พอลองพัฒนาบทเลยได้ไอเดียออกมาเป็น 13 เรื่อง โดยผู้กำกับ 13 คน ซึ่งมีทั้งมืออาชีพอย่าง จิม โสภณ ผู้กำกับหนังลัดดาแลนด์, ปิง เกรียงไกร จากซีรี่ส์ฮอร์โมนฯ, เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ คนเขียนบทหนังบอดี้..ศพ #19 และนักวาดการ์ตูนสยองขวัญ  และผู้กำกับดาวรุ่งอย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์  ที่เขียนบทหนังของจีทีเอชมาแล้วหลายเรื่อง อย่าง พี่มาก..พระโขนง ฯลฯ รวมไปถึงผู้กำกับไฟแรง ที่ส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงการทำหนังสั้น เรียกว่าเป็นการรวมตัวคนเบื้องหลัง และมือรางวัลจากหลายเวที  ทั้งผู้กำกับ คนตัดต่อ คนเขียนบท ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสดี ที่จะได้พัฒนาเด็กรุ่นใหม่มาช่วยกันผลิตผลงานคุณภาพ ยิ่งแฟนๆที่เคยดูหนังสี่แพร่ง, ห้าแพร่งน่าจะสนุกไปกับซีรี่ส์เรื่องนี้ เพราะเราทำโปรดัคชั่นเน้นความพิถีพิถันแบบภาพยนตร์ แต่ละเรื่องมีการขมวดปมให้ได้ตื่นเต้น น่าติดตามแบบจบในตอน เผลอๆอาจจะทำให้ใครได้ย้อนคิดถึงตอนเรียน นึกถึงบรรยากาศของโรงเรียนที่เคยมีประวัติหลอนๆ" เดียว วิชชพัชร์ โกจิ๋ว "อยากฝากให้ติดตามกันนะครับ ซีรี่ส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เป็นหนังผีแบบวัยรุ่น ที่มีครบทุกรสชาติ  ทั้งรัก ดราม่า โหด สยอง ลึกลับ ฯลฯ  แถมยังรวมพลดารานักแสดงมากฝีมือมากันแน่นจอ ทั้งชาวฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง และน้องๆ จากโครงการฮอร์โมน เดอะ เน็กซ์เจน คิดว่าแฟนหนังสยองขวัญ  น่าจะชอบใจกันนะครับ รับประกันจัดเต็มเรื่องความหลอน  เริ่มออนแอร์ประเดิมตอนแรก วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.นี้ เวลาดีสี่ทุ่ม ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และช่อง จีเอ็มเอ็ม แชนแนล"เดียว วิชชพัชร์ กล่าวทิ้งท้าย ตัวอย่างซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน พบกับละครซีรีส์สุดหลอนรอบรั้วโรงเรียน กับเรื่องราวสุดเฮี้ยนที่พร้อมเขย่าทุกโสตประสาท ในซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน เริ่มตอนแรกวันเสาร์ 1 พ.ย.นี้ เวลา 22.00 น. ออกอากาศทางช่อง จีทีเอช ออนแอร์  และช่อง จีเอ็มเอ็ม แชนแนล --------------------------

ส่งท้ายปิดเทอมงาน Hormones Prom Night อำลารุ่นพี่แห่งนาดาวบางกอก
Hormones Prom Night /  Hormones The Next Gen / 

หลังจากซีรีย์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 ปัจฉิมจบกันไปแล้ว เราก็มาฟินกับบรรยากาศงานปาร์ตี้ส่งท้ายปิดเทอมเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 ต.ค.) กันต่อในงาน Hormones Prom Night อำลารุ่นพี่ ม.6 แห่งนาดาวบางกอก โดยจีทีเอช ร่วมกับ นาดาว บางกอก จัดขึ้น ขอบอกว่าใครที่เป็นแฟนคลับ ซีรีส์วัยรุ่น ฮอร์โมน วันว้าวุ่น ซีซั่น 2 และได้ไปร่วมปาร์ตี้ในค่ำคืนที่ผ่านมาไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะนอกจากจะได้พบเจอกับนักแสดงฮอร์โมนแล้ว ยังมีเซอร์ไพรส์ว่าคุณนั้นอาจได้เป็นคู่เต้นรำกับรุ่นพี่ที่แอบชอบได้อีกด้วย กรี๊ดดดด (ไผ่ ต้าร์ หมอก วิน ธีร์ ภูร์ คู่ใครก็ได้จัดมาเลย^^คริคริ) สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่พลาดงานนี้ก็ไม่ต้องเสียใจนะคะ วันนี้เราได้รวบรวมภาพบรรยากาศงาน Prom เมื่อคืนมาฝากกันแล้ว... ส่งท้ายปิดเทอมงาน Hormones Prom Night อำลารุ่นพี่แห่งนาดาวบางกอก ถือว่างานนี้ต่อมฮอร์โมนวัยรุ่นทำงานหนักกันสุดๆ เพราะได้ทั้งอารมฟิน จิ้น ปลื้ม อิจฉาตาร้อนจนกรี๊ดสุดพลัง เมื่อเหล่านักแสดงฮอร์โมนวัยว้าวุ่นทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องขนทัพความสวยความหล่อมาซะขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็น พีช พชร รับบท วิน, แพทตี้-อังศุมาลิน รับบท ของขวัญ,ไมเคิล ศิรชัช  รับบท หมอก, ต่อ ธนภพ รับบท ไผ่, เก้า สุภัสสรา รับบท สไปรท์, กันต์ ชุณหวัตร รับ ต้าร์, มาร์ช จุฑาวุฒิ รับบท ภูร์, ปันปัน สุทัตตา รับบท เต้ย, ตั้ว เสฎฐวุฒิ รับบท ธีร์, ท็อป ณภัทร รับบท ป็อป พร้อมรุ่นน้องซีซั่น 2 มารวมตัวกันจนล้นฟลอร์ เพื่อให้แฟนๆ ได้ฟินได้ใกล้ชิดกันแบบจัดเต็ม!! แบบนี้ใครจะหยุดนิ่งสะกดอารมณ์ได้ งั้นอย่ารอช้าไปติดตามพวกเขากันเลย ว่าแต่ใครคู่ใครกันบ้างนะ จำกันได้ไหมเอ่ย? เป็นยังไงกันบ้างคะ กับภาพบรรยากาศงานเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา หากเพื่อนๆ คนไหนที่อยากติดตามภาพเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เฟสบุ๊คเพจ HormonesTheSeries ได้เลยค่ะ หรือจะรอชมรายการพิเศษงานพรอมนี้ในวันเสาร์ที่ 25 ต.ค. เวลาเดิม 4 ทุ่มตรง ทางช่อง GTH ON AIR ก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวอัพเดทว่า จะมีภาคต่อของซีรีย์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 3 โดยเป็นเรื่องราวหลังจากที่พวกพี่ๆ ม.6 จบการศึกษากันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงตาของรุ่นน้องๆ ออกดรงบ้าง แต่รายละเอียดจะมีอะไรเพิ่มเติมนั้น ต้องคอยติดตามกันต่อนะคะ... เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณภาพจาก เฟสบุ๊คเพจ HormonesTheSeries

คุณเสี่ยง! เป็น โรคอ้วนลงพุง หรือเปล่า?
ข้าวโพดต้ม /  ประโยชน์ของข้าวโพด / 

เมตะบอลิค ซินโดรม (Metabolic syndrome) หรืออาจเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “ โรคอ้วนลงพุง ” มีสาเหตุเริ่มต้นจากการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม กินอาหารมากเกินไป โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาล และไขมันสูง ร่วมกับการไม่ออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักมากเกินไป พุงยื่น สำหรับคนไทย ผู้ชาย  ไม่ควรมีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร ผู้หญิง  ไม่ควรมีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตร ผู้ที่มีปัญหาเป็น โรคอ้วนลงพุง มักจะมีความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ตั้งแต่ 130/80 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป (ความดันโลหิตตัวใดตัวหนึ่งสูงก็ถือว่าผิดปกติ) น้ำตาลในเลือดสูง ตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป ไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL cholesterol) ต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้ชาย หรือต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้หญิง การมีความผิดปกติต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อัมพาตที่เกิดจากหลอดเลือดสมองอุดตัน ทำให้สมองขาดเลือด นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และยังอาจก่อให้เกิดโรคตับเรื้อรังจากการที่มีไขมันสะสมอยู่ในเนื้อตับ ซึ่งนำไปสู่โรคตับแข็งได้ สัญญาณบอกเหตุ โรคอ้วนลงพุง ผู้ป่วยเมตะบอลิค ซินโดรม อาจจะไม่มีอาการผิดปกติอะไร ยกเว้น”อ้วนลงพุง” ดังนั้น หากไม่ได้รับการตรวจสุขภาพก็จะไม่ทราบว่ามีความดันโลหิตสูง น้ำตาลสูง หรือมีไขมันผิดปกติ บางรายที่ความดันโลหิตสูง อาจจะมีอาการปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะ ส่วนรายที่น้ำตาลในเลือดสูงเข้าขั้นเบาหวาน อาจมีอาการปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย หรือมีอาการอื่น ๆ ของโรคเบาหวาน สำหรับผู้ที่มีปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มานาน และไม่ได้เอาใจใส่ดูแลรักษาหรือละเลย อาจจะมีอาการของโรคแทรกซ้อน เช่น เจ็บหน้าอก หัวใจวาย หรือเป็นอัมพาตในที่สุด ใคร ๆ ก็มีสิทธิเสี่ยงเป็น โรคอ้วนลงพุง จริงหรือ? ใช่แล้วค่ะ ทุกคนมีโอกาสเป็น โรคอ้วนลงพุง โดยเฉพาะผู้ที่น้ำหนักเกิน ลงพุง ผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นมากกว่าเด็กหรือหนุ่มสาว แต่ส่วนใหญ่ กลุ่มอาการนี้เป็นผลจากการใช้ชีวิตอย่างไม่เหมาะสม บริโภคอาหารที่มีพลังงานสูง กินล้นกินเกิน และใช้ชีวิตแบบนั่ง ๆ นอน ๆ ไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากสารอาหารมาก และใช้พลังงานในชีวิตประจำวันน้อยลง พลังงานส่วนเกิดก็จะถูกสะสมอยู่ในรูปของเนื้อเยื่อไขมันที่พอกพูนอยู่ในช่องท้อง รวมทั้งส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ส่งผลให้เกิดความผิดปกติอื่น ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง ไขมันในช่องท้องสามารถหลั่งสารต่าง ๆ ที่มีผลเสียต่อการทำงานของร่างกาย เช่น ทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายตอบสนองต่อการทำงานของอินสุลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้น้อยลง ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้น สารบางชนิดทำให้มีระดับความดันโลหิตสูงขึ้น และยังก่อให้เกิดความผิดปกติอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ส่งผลให้หลอดเลือดแดงมีโอกาสเกิดการอุดตันจากคราบไขมันที่ไปสะสมอยู่ในหลอดเลือดได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เป็นเมตะบอลิค ซินโดรม คือ ต้องรู้จักการบริโภคอาหารอย่างเหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอย่างฉลาดช่วยได้จ๊ะ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม โดยสัดส่วนของอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อควรประกอบด้วย ผักครึ่งหนึ่งของอาหารทั้งหมด อีก ¼  เป็นข้าวหรือแป้ง และ ¼  เป็นเนื้อสัตว์หรือโปรตีน ส่วนไขมันนั้นมีอยู่ในอาหารส่วนใหญ่อยู่แล้วจากการประกอบอาหาร ปริมาณอาหารที่รับประทานขึ้นกับน้ำหนักตัว หากน้ำหนักมากเกินไปก็ต้องลดปริมาณอาหารลง หากน้ำหนักเหมาะสมอยู่แล้ว ก็ต้องรับประทานอาหารให้พอดี เพื่อไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น หลีกเลี่ยงขนมหวาน เครื่องดื่มหวานๆ ลูกอม ช็อคโกแลต ไอศกรีม เค้ก คุกกี้ ขนมอบ ของทอด หรือบริโภคแต่น้อย เนื่องจากเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ทำให้อ้วนได้ง่าย การออกกำลังกายมีประโยชน์มากในการควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดน้ำตาล ลดไขมันร้าย ทั้งโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ เพิ่ม HDL ซึ่งเป็นไขมันดี และช่วยลดความดันโลหิต ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง โดยอาจเลือกเล่นกีฬาที่ชอบ เช่น แบดมินตัน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เดินเร็วหรือวิ่งจ๊อกกิ้ง เป็นต้น * ผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน อาจเริ่มออกกำลังกาย 5-10 นาทีก่อน แต่เมื่อทำสม่ำเสมอแล้ว จะทำได้นานและหนักขึ้น นอกจากนี้ควรเพิ่มกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงาน เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ทำงานบ้าน ทำสวน เป็นต้น การรักษา โรคอ้วนลงพุง สำหรับผู้ที่เป็นเมตะบอลิค ซินโดรม การบริโภคอาหารอย่างเหมาะสม และการออกกำลังกาย สามารถช่วยให้ความผิดปกติต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และมีโอกาสกลับมาเป็นปกติได้ ส่วนผู้ที่จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยยา เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาจะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามความผิดปกติต่างๆ ที่กล่าวมา เป็นผลมาจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการบริโภคอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ตลอดจนลดโอกาสเกิดความพิการและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เมื่ออายุมากขึ้น ขอบคุณที่มาจาก : ผศ.ดร.พญ.มยุรี  หอมสนิท สาขาวิชาคาร์ดิโอเมตะบอลิค ภ.เวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ช่วงเวลาดีๆ ที่ควร มีเซ็กส์
ช่วงเวลา /  มีเซ็กซ์ / 

ช่วงเวลาดีๆที่ควร มีเซ็กส์ ก่อนการพรีเซ็นต์งาน หรือ บิ๊กโปรเจค ผลวิจัยพบว่า การมีเซ็กส์สามารถลดอาการตื่นเต้นหรือลดความเครียดได้ ช่วยให้ความดันเลือดจะต่ำลง ผลการศึกษาพบว่า คนที่มีเซ็กส์ก่อนก่อนพูดในที่สาธารณะจะมีความกังวลหรือตื่นเต้น ต่ำลง มาก  ตอนเช้า แท้จริงแล้วร่างกายของมนุษย์นั้นถูกสร้างมาเพื่อ มีกิจกรรมทางเพศในตอนเช้า " เพราะไม่ใช่เทสโทสเตอโรนเท่านั้นที่มีระดับสูงในตอนเช้า แต่ระดับออกซิโตซินที่เพิ่ม จะช่วยรักษาให้คุณและคู่รักของคุณกระตุ้นระดับฮอร์โมนเอนโดรฟินได้ตลอดวัน "  Jessica O'Reilly คุณหมอกล่าว (เอนโดรฟินเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขนั่นเอง)  เมื่อคุณรู้สึกป่วย มันอาจจะดูแปลกๆนะ แต่ผลการศึกษาบอกกับเราว่า การมีเซ็กส์สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของคุณได้ แต่ลองดูก็ไม่เสียหายหรอกเนอะ   วันที่ 14 นับจากวันที่มีประจำเดือนครั้งแรก เนื่องจากสองสัปดาห์หลังจากประจำเดือน ปุ่มคริตอริสของสาวๆจะมีขนาดใหญ่ขึ้น 20 % ซึ่งจะทำให้เลือดคั่งง่ายมากขึ้น ซึ่งหมายความกว่า ออกัสซั่ม (จุดสุดยอด) ของสาวๆจะง่ายขึ้นมาก  นอกจากนั้นระยะการตกไข่ก็จะมาในวันนี้ ซึ่งทำให้สาวๆจะมีความต้องการทางเพศสูงนั่นเอง หลังออกกำลังกาย ผลจากวิจัยจากมหาวิทยาลัย เท็กซัสที่ ออสติน ได้เปรียบเทียบ ปฏิกิริยาผู้หญิง หลังจากขี่จักรยานมา 20 นาที ด้วยอุปกรณ์ทางเพศ และพบว่า เกิดเลือดหมุนเวียนในบริเวณน้องสาวสูงขึ้น 169 % นั่นหมายความว่า ถ้าคุณออกกำลังกายมา ความต้องการทางเพศแบบธรรมชาติก็จะสูงตามระบบการขับเหงื่อนั่นเอง  หลังจาก วันที่แสนจะแย่แสนแย่ หากคุณต้องการปลดปล่อยความเครียด จากงานหนัก เจ้านายด่า รถติดทั้งวัน คนทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ เซ็กส์เป็นทางเลือกที่ดีแสนดี และดีต่อสุขภาพมากกว่าเบียร์สองแก้วอีกด้วย  ผลการวิจัยบอกว่า แม้แต่การจับมือกันของคู่รัก ก็สามารถลดความตึงเครียดได้แล้ว   หลังจากทำอะไรน่าหวาดเสียว หรือ น่ากลัวมา นั่งรถไฟเหาะ ดูหนังผีระทึกขวัญ ถ้าร่างกายคุณได้หลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลินแล้ว ร่างกายคุณจะพร้อมต่อการรุกเร้า และ การตอบสนองทางเพศของคุณก็จะสูงยิ่งขึ้น  เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  ที่มา Womanshealthmag  

กำจัดขน ด้วยเลเซอร์ อันตรายหรือไม่?
เฝือก /  เลเซอร์กำจัดขน / 

ผิวหนังของคนเราเกือบทุกส่วนจะปกคลุมด้วยเส้นขน ยกเว้นบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า  เส้นขน มีประโยชน์หลายอย่างแตกต่างกันตามตำแหน่ง เช่น ขนบริเวณลำตัวและแขนขา ช่วยควบคุมระดับอุณหภูมิในร่างกาย  ขนบริเวณหนังศีรษะมีไว้ปกป้องแสงแดดและเพื่อความสวยงาม  ขนบริเวณรักแร้ ลดแรงเสียดสี เป็นต้น แต่ในบางครั้งเส้นขนที่ดกดำมากเกินไป อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความสวยงามหรือบุคลิกภาพของคุณได้เช่นกัน  เช่น เส้นขนบริเวณหน้าแข้งหรือริมฝีปากของคุณสุภาพสตรี ภาวะความผิดปกติของฮอร์โมนหรือผลข้างเคียงของยาบางประเภทก็สามารถก่อให้เกิดขนขึ้นมากผิดปกติ หรือเกิดขนงอกในบริเวณที่ไม่ควรงอก เช่น โรค Polycystic ovarian syndrome การรับประทานยาประเภทสตีรอยด์ หรือยากดภูมิคุ้มกันบางประเภท เป็นต้น การ กำจัดขน จึงอาจเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับบางท่าน วิธี กำจัดขน มี  2 วิธี คือ 1.  กำจัดขน แบบชั่วคราว ได้แก่  การโกน ถอน ใช้ด้ายกระตุกซึ่งวิธีการเหล่านี้ นอกจากต้องทำบ่อย ๆ เพราะความที่เป็นวิธีที่ไม่ถาวรแล้ว  ยังมักก่อให้เกิดปัญหาของรูขุมขนอักเสบ และขนคุดตามมา 2. กำจัดขน แบบถาวร ในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ วิธี electrolysis คือ การใช้เข็มสอดลงไปที่รากขนทีละเส้นแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าทำลายรากขน  วิธีนี้ค่อนข้างเจ็บและเสียเวลานานมาก เพราะต้องสอดเข็มลงไปที่รากขนทีละเส้น  และมีโอกาสเสี่ยงกับการเกิดแผลเป็นค่อนข้างสูง  เพราะว่าการสอดเข็มลงไปที่รากขนเป็นวิธีการสอดแบบสุ่ม  โดยที่ผู้ทำการรักษาไม่ทราบว่ารากขนอยู่ที่ใด วิธีใช้แสงความเข้มสูงและเลเซอร์ เป็นวิธีการกำจัดขนโดยอาศัยพลังงานความร้อนจากแสงไปทำลายรากขน  แสงสามารถทำลายรากขนโดยเฉพาะเจาะจง เพราะว่าบริเวณรากขนจะมีเซลล์สร้างสีที่เรียกว่าเมลาโนซัยท์  ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวนำแสงหรือตัวดูดพลังงานแสงให้มาอยู่เฉพาะบริเวณรากขน แสงความเข้มสูงและเลเซอร์กำจัดขนได้อย่างไร? เครื่องกำจัดขนสามารถส่งพลังงานแสงไปที่รากขน เซลล์สร้างสีบริเวณรากขนจะทำหน้าที่ดูดรับพลังงานแสง แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเพื่อทำลายรากขน ความรู้สึกระหว่าง กำจัดขน ด้วยแสงคล้ายกับหนังยางดีดบนผิวหนัง เป็นความรู้สึกซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ทนความรู้สึกได้ บริเวณผิวหนังอ่อน ๆ เช่น ริมฝีปาก  ขาหนีบจะรู้สึกมากกว่าบริเวณอื่น  การทายาชาชนิดครีมก่อนการทำเลเซอร์จะช่วยลดความรู้สึกระหว่างการรักษาได้ นอกจากนี้เลเซอร์หลายชนิดมีระบบให้ความเย็นแก่ผิวหนัง ซึ่งสามารถลดอาการเจ็บระหว่างการรักษาได้ การ กำจัดขน ด้วยเลเซอร์ใช้เวลานานเท่าใด ? ระยะเวลาที่ใช้ขึ้นกับตำแหน่ง เช่น บริเวณรักแร้ใช้เวลาเพียง 2-3 นาที  ส่วนบริเวณแผ่นหลังหรือหน้าแข้งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง การรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านใดบ้าง ? ผลของการรักษาขึ้นอยู่กับสีของขนและสีผิว โดยทั่วไปเส้นขนสีดำเข้มจะได้ผลดีกว่าเส้นขนสีอ่อน คนผิวขาวมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าคนผิวคล้ำ การ กำจัดขน ด้วยแสงต้องทำกี่ครั้ง ? การ กำจัดขน ด้วยแสงจะทำลายเส้นขนประมาณ 15%-30% ภายหลังการรักษา 1 ครั้ง โดยทั่วไปต้องรักษาประมาณ  5-8 ครั้ง การรักษามักทำทุก 4-6 สัปดาห์ ผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรภายหลังการทำ? ผิวหนังบริเวณรอบรูขุมขนจะแดงและบวมเล็กน้อยภายในระยะเวลา 30 นาทีภายหลังการรักษา ซึ่งอาการนี้จะหายไปเองภายในเวลา 1 วัน การประคบด้วยความเย็นจะช่วยลดอาการแสบร้อนได้  ผิวหนังภายหลังการรักษาจะไม่เกิดแผล ไม่มีเลือดออก และไม่จำเป็นต้องปิดแผล ควรดูแลรักษาอย่างไรภายหลังการ กำจัดขน ? ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติกิจวัตรประวันได้ปกติ ควรยกเว้นการใช้สบู่หรือครีมที่ระคายเคืองที่ผิวหนัง เช่น  Retin-A, AHA  ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ปกติ  ควรหลีกเลี่ยงการออกแดด และควรใช้ครีมทากันแดดในบริเวณที่ได้รับการรักษา เส้นขนภายหลังการรักษาเป็นอย่างไร ? เส้นขนจะค่อยๆ ถูกดันให้หลุดออกจากผิวหนังภายใน 2 สัปดาห์ หลังการรักษา ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนทำเลเซอร์ ? ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่จำเป็น  ไม่ควรถอนหรือแว็กซ์ขน หากจำเป็นอาจใช้วิธีโกน แต่ควรหยุดโกนขนภายในระยะเวลา 2-3 วัน ก่อนการทำการรักษา ขอบคุณที่มาจาก : รศ.นพ.วรพงษ์  มนัสเกียรติ ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

กินอาหารตาม กรุ๊ปเลือด เพื่อสุขภาพ
กรุ๊ปบี /  กรุ๊ปเลือด / 

กินตาม กรุ๊ปเลือด กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมของ Dr.Perer J.D'Adammo ซึ่งได้รับรางวัลแพทย์ธรรมชาติบำบัดยอดเยี่ยมจากอเมริกา ปี 1990 เขาใช้เวลาในการศึกษาเรื่องนี้มานานกว่า 30 ปี จนได้ข้อสรุป และเขียนเป็นหนังสือ Eat Right for your Type เขาอธิบายว่า เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดต่างกัน แต่จะมี Antigen เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียว และจับเกาะติดเลือดเรียกว่า "เล็คติน" ถ้าการกินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะสมกับเลือดเรา เล็คตินเหล่านั้นยังเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหาร และความสมดุลของฮอร์โมน กรุ๊ป A นักมังสวิรัติดี ๆ นี่เอง คนเลือดกรุ๊ปนี้ส่วนใหญ่จะมีกรดในกระเพาะต่ำ ทำให้ระบบการย่อยไม่ค่อยดี ระบบภูมิคุ้มกันก็ไม่ดี มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และมะเร็ง กรุ๊ปเอจึงถูกจัดเป็นมังสวิรัติ อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด กินปลาอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งเพื่อเสริมโปรตีน หลีกเลี่ยงปลาเนื้อขาว เช่น ปลาตาเดียว หรือปลาจะละเม็ด เพราะมีเล็คตินรบกวนระบบการย่อย หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ต่าง ๆ อาจกินได้นิดหน่อย เลือกดื่มนมถั่วเหลือง นมแพะ หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ แทนนมวัว กินไข่ได้บ้างเป็นครั้งคราว บรรดาตระกูลถั่วต่าง ๆ อาทิ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสงที่มีเยื่อหุ้มบาง ๆ และถั่วเหลือง เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปนี้ สามารถกินข้าวกล้องหรือซีเรียลได้วันละ 1-2 ครั้ง ผักทั้งสด และสุกกินแล้วดีโดยเฉพาะหอมหัวใหญ่ และบร็อคโคลี มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง แครอท ฟักทอง ผักโขม และกระเทียม ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน กินผลไม้แทบทุกชนิด ยกเว้นแตงโม แคนตาลูป มะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม เพราะย่อยยาก พวกชาสมุนไพรจะไปเพิ่มกรดในกระเพาะ ไวน์แดงดื่มได้ แต่ควรเลี่ยงเบียร์ และน้ำอัดลม A เลือดกรุ๊ป เอ เธอเพียรพยายามกับการไดเอ็ทแบบ ATKINS ที่เน้นเฉพาะเนื้อสัตว์มานาน แต่ หารู้ไม่ว่าเลือดของเธอค่อนข้างเหนียวข้น เมื่อรับประทานเนื้อสัตว์และไขมันเข้าไปจะยิ่งเพิ่มความข้นของเลือดทำให้ เลือดไหลเวียนช้า หัวใจก็ทำงานหนักมากขึ้น และมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งและเบาหวาน นอกจากนี้กระเพาะของเธอยังมีกรดต่ำ รับประทานโปรตีนแล้วไม่ย่อย ถ้าจะให้ดีเธอควรเป็นนักมังสวิรัติเพื่อลดน้ำหนักและสร้างภูมิต้านทานให้ ร่างกายแข็งแรง อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : ห่าง ๆ จากเนื้อสัตว์ทุกชนิดไว้เป็นดี แต่ปลาทะเลบางชนิด เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพงก็พออนุโลมได้ รับประทานเนื้อถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง และเต้าหู้ เพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์ ผัก : เสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยบร็อคเคอลี่ แครอท กระเทียม หัวหอม ฟักทอง และผักโขม ผลไม้ : รับประทานได้เกือบทุกชนิด ยกเว้นมะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม เพราะทำให้ระคายเคืองกระเพาะ และเป็นตัวการขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน เครื่องดื่ม : เธอสามารถดื่มกาแฟหรือไวน์แดงได้ (วันละหนึ่งแก้ว) เพื่อช่วยเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร แต่ไม่ควรดื่มนม เบียร์ และโซดา เคล็ดลับการไดเอ็ท : หากรับประทานอาหารตาม กรุ๊ปเลือด สม่ำเสมอ เธอจะน้ำหนักลดลงเองโดยอัตโนมัติ แถมยังได้ชาร์จภูมิต้านทานขนานใหม่ป้องกันโรคภัยโรคภัยต่าง ๆ ด้วย การออกกำลังกาย : ควรออกกำลังกายแบบเบา ๆ ไม่ออกแรงหักโหมเกินไป เช่น โยคะและไทชิ ส่วนอาการเครียดที่เธอเป็นบ่อย ๆ สามารถแก้ไขได้ด้วยการนั่งสมาธิเป็นประจำ กรุ๊ป B อ้วนง่าย คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ ส่วนใหญ่มีปัญหากับไวรัส และภูมิคุ้มกันบกพร่อง ระบบประสาทไม่ค่อยดี ชอบปวดตามข้อ ซึ่งไม่ใช่อาการของเกาต์หรือรูมาตอยด์ มีโอกาสเกิดโรคแผลในสมอง (sclerosis) หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด เนื้อกระต่าย กวาง แกะ ไก่งวง ควรกินปลาน้ำลึก เช่น ปลาหิมะ และปลาเนื้อขาว อย่างปลาจะละเม็ด ปลาตาเดียว หลีกเลี่ยง เนื้อหมู ไก่ หอยเชลล์ กุ้ง ปู หอยแครง เพราะจะรบกวนระบบในร่างกาย สามารถกินนม เนย ไข่ ในปริมาณที่เหมาะสมได้ ข้าวโอ๊ต และข้าวกล้องดีต่อคนเลือดกรุ๊ปนี้ขณะที่แป้งสาลี ถั่วลิสง และโฮลวีท ไม่ดีต่อระบบเผาผลาญของร่างกายทำให้อ้วนและไม่ดีต่อเลือด อาจเป็นสาเหตุของโรคเส้นโลหิตแตกควรลองแป้งสเปลท์ (spelt) ซึ่งเป็นแป้งที่มีคุณค่าทางสารอาหาร และมีไฟเบอร์สูง ผักใบเขียวทุกชนิดกินดีหมด เพราะมีแมกนีเซียมช่วยป้องกันอาการผื่นคัน แต่ถ้าอยู่ระหว่างไดเอ็ทควรหลีกเลี่ยงมะเขือเทศ และข้าวโพด เพราะมีผลต่อการสร้างอินซูลิน และระบบเผาผลาญ กินผลไม้ได้แทบทุกชนิด ยกเว้น ลูกพลับ ทับทิม และลูกแพร์ ชาสมุนไพรที่ให้ประโยชน์คือ ขิง เปปเปอร์มิ้นต์ โสม ชาเขียว B เลือดกรุ๊ป บี เธอโชคดีกว่าใคร เพราะ กรุ๊ปเลือด บี มีความสมดุล คือไม่ข้นหรือเหลวเกินไป จึงเลือกรับประทานอาหารได้หลากหลายครอบครอบคลุมทุกหมู่ รวมทั้งสามารถดื่มนมได้ไม่มีปัญหา และไม่มีแนวโน้มจะเป็นโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจเหมือนกรุ๊ป เอ อย่างไรก็ดี เธอจำเป็นต้องเลิกกินข้าวโพดของโปรดเพราะเป็นตัวการทำให้เธอน้ำหนักขึ้น ง่ายกว่าอาหารอย่างอื่น อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : เนื้อแพะ แกะ กระต่าย แม้จะหายากสักหน่อยแต่ก็ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้มากควรหลีกเลี่ยง ไก่และไข่ เพราะมีเลคติคไปเกาะกับเซลล์เลือด ปลาทะเลน้ำลึกที่ดีต่อเธอคือ ปลาแซลมอนและปลาหิมะ ผัก : รับประทานผักใบเขียวมาก ๆ จะช่วยไม่ให้เธอเป็นโรคที่เกี่ยวกับภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ เพราะมีเลคติคซึ่งไปก่อกวนระบบย่อย ขัดขวางระบบเผาผลาญแคลอรีและระดับน้ำตาลในเลือด ผลไม้ : สับปะรดมีเอนไซม์ช่วยให้ย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ควรรับประทานมะพร้าว มะเฟือง และทับทิม เครื่องดื่ม : ชาสมุนไพรที่ดีคือ ชาเขียว ขิง เปปเปอร์มิ้นต์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโสม จะช่วยบำรุงระบบประสาท เคล็ดลับการไดเอท : กุญแจสำคัญสำหรับเธอคือ มันฝรั่ง ข้าวโอ๊ต และสับปะรด เพราะมีไฟเบอร์สูงและช่วยระบบหมุนเวียนของน้ำตาลในเลือด แต่เธอไม่ควรรับประทานข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่ว และงา เพราะเป็นต้นเหตุให้ระบบเผาผลาญแคลอรีทำงานช้าและน้ำหนักขึ้นได้ง่าย การออกกำลังกาย : ควรออกกำลังกายแบบที่ไม่หักโหม แต่ก็ไม่เบาจนเกินไป เช่น เทนนิส ศิลปะป้องกันตัวและปีนเขา กรุ๊ป O High Protein ปัญหาของคนเลือดกรุ๊ปนี้คือ กระเพาะมีความเป็นกรดสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อได้ดีกว่าเลือดกรุ๊ปอื่น แต่ระบบการเผาผลาญไม่ค่อยดี ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ไม่ค่อยคงที่ จึงทำให้อ้วนง่าย ตามติดมาด้วยปัญหาเลือดแข็งตัวช้า อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด เลือก กินเนื้อได้ตามใจชอบ กินอาหารทะเลได้เป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคเลือดไม่แข็งตัว และไทรอยด์ แต่ระวังเรื่องไขมันและโคเรสเตอรอลด้วย กินนม เนย ไข่ในปริมาณที่พอเหมาะ ถ้าอยากผอมต้องเลี่ยงแป้งสาลี ข้าวโอ๊ต และบรรดาถั่วต่าง ๆ ผัก กินได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะบร็อคโคลี ผักโขม มีวิตามินเคสูง ช่วยให้เลือดแข็งตัว ส่วนผักตระกูลกะหล่ำควรหลีกเลี่ยงเพราะมีผลต่อไทรอยด์ เห็ดหอมและมะกอกดองทำให้เกิดอาการแพ้ มะเขือยาว และมันฝรั่งทำให้ปวดข้อ ผลไม้กินได้แทบทุกชนิดโดยเฉพาะตระกูลเกรปฟรุต ตระกูลเบอร์รี่ (ยกเว้นแบล็คเบอร์รี่) ช่วยลดน้ำหนัก ควรเลี่ยงแคนตาลูป มะพร้าว ส้ม และสตรอเบอร์รี่ เพราะมีกรดสูงเกินไป ชา สมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ อาทิเปปเปอร์มินท์ Licorice Tea Parsley ฯลฯ ไม่ควรดื่มเบียร์ ชา กาแฟ เพราะจะเพิ่มกรดในกระเพาะให้หนักเข้าไปอีก O เลือดกรุ๊ป โอ เธอเข้าใจมาตลอดว่าผักเท่านั้นที่เป็นหนทางสู่การ เป็นเจ้าของรูปร่างที่ดี แต่แท้จริงแล้วคนเลือดกรุ๊ปโออย่างเธอเหมาะกับอาหารจำพวกเนื้อสัตว์เป็น อย่างยิ่ง บุคคลเลือดกรุ๊ปโอนั้น จะมีระบบย่อยเนื้อแดงที่ดีมากเพราะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ย่อยเร็วและดูดซึมดี และสามารถให้ประโยชน์สูงสุดต่อส่วนต่างๆของร่างกาย ส่วนอาการเลือดไหลไม่หยุดซึ่งเธอมักประสบบ่อย ๆ เวลาเกิดแผลเป็นเพราะเลือดเธอค่อนข้างเหลว การรับประทานอาหารที่มีวิตามินเค เช่น ตับ ไข่แดง คะน้า สปินิช ผัก Swiss chard และควรหันมารับประทานแป้งสเปลท์แทนแป้งสาลี จะสามารถช่วยเธอได้ คนที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า นอกจากนี้เธอยังมีปัญหาระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ซึ่งกระทบระบบเมแทบอลิซึมโดยตรงจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมน้ำหนักเธอถึงขึ้น ง่ายกว่าคนอื่น กรุ๊ปโอ เป็น กรุ๊ปเลือด ที่มีวิตามินมากพอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะมีปัญหาบ้างที่จะเกี่ยวกับระบบ metabolism (การเผาผลาญเพื่อนำพลังงานไปใช้ในระบบร่างกาย) จึงควรรับประทานอาหารที่มีไวตามินบี เช่น เนื้อ ตับ เซี่ยงจี๊ ไข่ 5ฟอง/อาทิตย์ ผลไม้ ผักใบเขียวและถั่ว ซึ่งเป็นชนิดที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอ หรือเสริมด้วย ไวตามิน บี-คอมเพล็กซ์ และระบบย่อยของคนเลือดกรุ๊ปโอ ไม่รับแคลเซียมจากผลิตภัณฑ์นม จึงต้องหาแคลเซียมจากที่อื่นแทนซึ่งนั่นก็ได้แก่ ปลาซาร์ดีน หรือ ปลาแซลมอนกระป๋องทั้งก้าง บร็อคโคลี่ และผักcollard green สำหรับเด็ก ที่อายุ 2-5 ขวบ และ 9-16 ขวบ รวมทั้งผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอาจต้องเพิ่มแคลเซียมเสริม 600-1,100 มิลลิกรัม และเพื่อเป็นการป้องกันการอักเสบในส่วนต่างๆของร่างกายด้วย อาหาร อีกชนิดที่คนเลือดกรุ๊ปจะต้องรับประทานคือ อาหารทะเล เพราะอาหารทะเลนั้นจะให้ไอโอดีน เป็นการเพิ่มผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งจะช่วยทำให้ควบคุมน้ำหนักของคนเลือด กรุ๊ปนี้ให้คงที่ เพราะถ้าหากไทรอยด์ไม่คงที่จะทำให้อ้วนได้ง่าย ผลไม้ที่รับประทานกับเลือดกรุ๊ปโอได้จะมีไม่กี่ชนิด เช่น พลับ พรุน และมะเดื่อ ผลไม้จำพวกนี้จะช่วยลดการละคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ น้ำ ผลไม้ที่ดี คือ นำสับปะรด จะช่วยอุ้มน้ำของเซลในร่างกาย หรือน้ำแบลคเชอรี่ จัดว่าเป็นน้ำที่ดีกับเลือดกรุ๊ปโอมาก เพราะเป็น High alkaline juice ทำให้ลดการระคายเคืองของกระเพาะ ส่วนถ้าเป็นการดื่มชาสมุนไพรนั้นก็ มีชาบางชนิดที่เสริมกับ กรุ๊ปเลือด ได้ดี เช่น Licoria ช่วยในเรื่องของกระเพาะ ,Peppermint,Parsley,Rosehips,Sarsaparilla ช่วยลดความเครียด เป็นต้น อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : รับประทานเนื้อได้แทบทุกชนิด ยกเว้น หมู ห่าน แฮมและเบคอน อย่าลืมรับประทานอาหารทะเล เช่น ปลาทูและเกลือไอโอดีนมาก ๆ เพื่อช่วยต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนให้คงที่ ผัก : ผักที่ดีต่อสุขภาพของเธอคือ ผักกาดคอส (ในซีซาร์สลัด) ปวยเล้ง บร็อคเคอลี หอมหัวใหญ่ และสาหร่ายทะเล ไม่ควรรับประทานกะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ เพราะไปก่อกวนการทำงานของไทรอยด์ ไม่ควรรับประทานมะเขือยาวและมันฝรั่งมากเกินไป เพราะทำให้เป็นโรคข้ออักเสบได้ ผลไม้ : รับประทานผลไม้ที่มีสีแดงเข้มหรือสีม่วงซึ่งมีความเป็นด่างสูง เช่น ลูกพรุน ลูกพลัม จะช่วยสร้างสมดุลให้ระดับกรดในกระเพาะอาหารได้ หลีกเลี่ยงส้มและเกรปฟรุต เพราะทำให้กระเพาะระคายเคือง เครื่องดื่ม : เธอควรเลิกดื่มกาแฟตอนเช้า ๆ ได้แล้ว เพราะจะยิ่งไปเพิ่มปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร เคล็ดลับการไดเอท : ระหว่างไดเอทควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกถัว ธัญพืช และขนมปัง ซึ่งจะทำให้น้ำหนักขึ้นง่ายกว่าปกติ การออกกำลังกาย : เล่นกีฬาที่ออกแรงมาก ๆ เช่น วิ่ง ขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ จะช่วยเธอเผาผลาญแคลอรีได้ดี กรุ๊ป AB มังสวิรัติ และคาร์โบไฮเดรต กรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง กรุ๊ปเลือด A กับ B ดังนั้นวิธีการกินที่เหมาะสมกับคนกรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานการกินมังสวิรัติหน่อย ๆ กับการกินแบบกรุ๊ปบี นิด ๆ คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้มีจุดอ่อนเรื่องสุขภาพอยู่ที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และกรดในกระเพาะต่ำ อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และเต้าหู้ สามารถกินเนื้อแกะ กวาง กระต่าย และไก่งวงได้นิดหน่อย ไม่ควรกินปลาเนื้อขาว และแซลมอนรมควัน เพราะย่อยยากและเป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหาร สามารถกิน นม เนย ไข่ และโยเกิร์ตไขมันต่ำได้ จำพวกข้าว ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรงดเว้นการกินถั่วแดง งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด เพราะจะชะลอการทำงานของอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงเฉียบพลัน ผักสดกินได้แทบทุกชนิด ช่วยป้องกันมะเร็ง และโรคหัวใจ ผลไม้กินได้ดีเป็นบางอย่าง อาทิ องุ่น พลัม ตระกูลเบอร์รี่ สับปะรด ส้มโอ ฯลฯ เพราะช่วยสร้างความสมดุลของกรดในเนื้อเยื่อ ไม่ควรกินกล้วย มะม่วง ฝรั่ง ส้ม AB เลือดกรุ๊ป เอบี เลือดกรุ๊ปเอบีเป็นพวกลูกผสม เธอจึงคล้ายกับกรุ๊ปเอ ตรงที่มีกรดในกระเพาะต่ำ ต้องรับประทานผักมาก ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกรุ๊ป บี ตรงที่รับประทานเนื้อสัตว์ได้ ยกเว้นไก่แต่ต้องไม่บ่อยนัก ระหว่างไดเอ็ท เธอสามารถรับประทานข้าวและขนมปังได้บ้าง เพราะไม่ส่งผลให้น้ำหนักขึ้นง่ายเหมือนอย่าง กรุ๊ปโอ อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : ที่เธอรับประทานแล้วดีคือ เนื้อแกะ แพะ กระต่าย ไก่งวง ส่วนอาหารทะเล เช่น ปลาเทราต์ ปลาซาร์ดีน ปลาเก๋า ปลาทูน่า ผัก : ผักสด เช่น บร็อคเคอลี แตงกวา กระเทียม ดอกกะหล่ำ และผักใบเขียวต่างๆ ผลไม้ : หลีกเลี่ยงผลไม้เมืองร้อน เช่น มะม่วง กล้วย ฝรั่ง และมะพร้าว เพราะย่อยยาก ผลไม้ตระกูลส้มจะทำให้กระเพาะของเธอระคายเคือง แต่การรับประทานมะนาวกลับช่วยย่อยและล้างระบบลำไส้ได้ แนะนำว่าเธอควรจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำอุ่นที่บีบมะนาวสักครึ่ง ซีก เครื่องดื่ม : การดื่มไวน์แดงวันละแก้วจะช่วยเธอสร้างภูมิต้านทานโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ชาคาโมมายล์และชาเขียวช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน เคล็ดลับการไดเอท : ควรรับประทานผักใบเขียว มันฝรั่ง และข้าวโอ๊ต เพราะมีไฟเบอร์สูงและช่วยระบบหมุนเวียนของน้ำตาลในเลือด การออกกำลังกาย : เธอมักจะเครียดบ่อย ๆ เหมือนกรุ๊ป เอ วิธีแก้คือการออกกำลังกายเบา ๆ ด้วยการเดินช้า ๆ เล่นไทชิ หรือเล่นโยคะ ขอบคุณที่มาจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

หล่อมากมาก คอนเสิร์ต เก็บตก จากงานแถลงข่าว
กั้ง วรกร /  ต่อ ธนภพ / 

12 คนหล่อ ขอจัดเต็ม โชว์พิเศษเพื่อแฟนๆ ใน หล่อมากมาก คอนเสิร์ต จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ หล่อมากมาก คอนเสิร์ต คอนเสิร์ตที่รวม 12 คนหล่อ บนเวทีเดียวกัน นำทีมโดย บอย ปกรณ์, เจมส์ จิรายุ, หมาก ปริญ, อาเล็ก ธีรเดช, เกรท วรินทร, แกงส้ม ธนทัต, ฮั่น อิสริยะ, กั้ง วรกร, สน ยุกต์, ปีเตอร์ คอร์ป, ต่อ ธนภพ และ เต๋อ ฉันทวิชช์ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2558 ที่ อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี 2 รอบการแสดง 14.00 และ 19.00 น.

หยุด ผมร่วง ตามวิธีธรรมชาติ
กลิ่นตัว /  กลิ่นตัวเหม็น / 

ในบรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลาย มักจะพบปัญหากวนใจ ผมร่วง ผมบาง ศีรษะเถิก ไปจนถึงศีรษะล้าน ปัญหาเหล่านี้จะบั่นทอนความมั่นใจ ทำให้หนุ่มๆ ไม่กล้าที่จะทำอะไรกับเส้นผมมากนัก เพราะยิ่งเครียดมากเท่าไร ผมก็ยิ่งร่วงมากขึ้นทุกที สำหรับหนุ่มที่เกิดปัญหาแบบนี้ จะรอช้าไม่ได้แล้ว “ผมร่วงแบบเพศชาย” เป็นเพราะ ฮอร์โมน dihydrotestosterone (DHT) เกิดจากพันธุกรรม DHT เกิดขึ้นโดยการรวมของเอนไซม์ 5 alpha reductase สารที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมรวมตัวกับฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า testosterone ฮอร์โมน DHT ส่งผลทำให้ผมร่วงในชายโดยการลดการเจริญเติบโตของเส้นผมในระยะ anagen เฟสของวงจรผม ทำให้เส้นผมมขนาดเล็กลงในที่สุดจะทำให้เกิดปัญหาศีรษะล้าน สาเหตุ ผมร่วง ผมร่วงนั้นสามารถเกิดได้จากในหลายสาเหตุปัจจัย จึงไม่แปลกที่คนจะผมร่วงกันมาก เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงต้องควรรู้สาเหตุของผมร่วง เพื่อที่จะหยุดยั้งอาการเหล่านี้ได้ทัน 1. ยีน ความจริงปัญหาผมร่วงเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ได้รับยีนที่เกี่ยวข้อง ยีนนี้อาจได้รับทั้งทางพ่อและแม่ ภาวะศีรษะล้านมีความเกี่ยวข้องกับยีนที่อยู่บนโครโมโซม X ซึ่งผู้ชายได้รับมาจากแม่ ในปัจจุบันเราพบว่ายีนที่อยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 20 ที่เกี่ยวข้องกับภาวะศีรษะล้านนี้ ซึ่งสามารถถ่ายทอดได้จากทั้งพ่อและแม่ ทำให้อธิบายได้ว่าทำไมลูกจึงศีรษะล้านคล้ายที่พบกับพ่อได้แต่นักพันธุกรรมศาสตร์พบว่าพันธุกรรมที่ได้รับจากแม่ดูเหมือนจะมีความสำคัญมากกว่าจากพ่ออยู่เล็กน้อยและยีนที่พบนี้น่าจะเป็นยีนเด่น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มียีนนี้อยู่จะมีลักษณะของศีรษะล้านทุกคนจะต้องที่ลักษณะอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับลักษณะของยีนนี้ด้วยปัจจัยดั้งกล่าวได้แก่ฮอร์โมน อายุ ความเครียด ภาวะโภชนาการ การพักผ่อน และปัจจัยอื่นๆ ในแต่ละบุคคล 2. ฮอร์โมน ฮอร์โมนคือสารที่เกิดขึ้นในต่อมต่าง ๆ ทั่วร่างกายต่อมเหล่านี้ผลิตฮอร์โมนพวกนี้เข้าสู่กระแสเลือดกระจายไปทั่วร่างกาย ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดปัญหาศีรษะล้านคือฮอร์โมนที่เรียกว่า DHT( dihydrotestosterone) ซึ่งเปลี่ยนมาจากฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนที่หลั่งมาจากต่อมหมวกไตและลูกอัณฑะ โดยการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha-reductase ในผู้ชายพบว่าเอมไซม์ทำงานมากขึ้นในบริเวณรากผมทำให้ผมร่วง และฮอร์โมน DHT ยังส่งผลให้ผมเข้าสู่ระยะพักตัวเร็วขึ้นผมจึงร่วงเร็วและผลิตผมที่ขึ้นใหม่เล็กลงจนในที่สุดผมจะบางลง 3. ไทรอยด์ฮอร์โมน คนที่มีการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ โดยเฉพาะการทำงานของต่อมไทรอยด์ต่ำ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วงได้ ในผู้หญิงการหยุดยาคุมกำเนิดหรือการเปลี่ยนยาคุมกำเนิดก็จะทำให้ผมร่วงได้มาก ๆ เช่นกัน 4. อายุ จากการศึกษาพบว่าเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นโพรงเส้นผมจะหดตัวลงทำให้ขนาดเส้นผมและความยาวของเส้นผมลดลง สาเหตุจากรากผมเริ่มทำงานน้อยลง ทำให้ผมบนหนังศีรษะบางลงตามความเสื่อมของเซลล์เมื่ออายุมากขึ้น รวมทั้งการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงยังบริเวณหนังศีรษะน้อยลงด้วย 5. ภาวะทางภูมิคุ้มกัน เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อม เกิดจากภูมิคุ้มกันตัวเองไปทำลายรากผม ทำให้ผมหักเป็นหย่อมๆ หรือหากมากขึ้น อาจทำให้ผมหักทั้งศีรษะ 6. ความเครียด เป็นไข้ ไม่สบาย ผ่าตัด เสียเลือดจำนวนมาก หลังคลอดบุตร ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดผมร่วงได้ทั้งสิ้น 7. ยาที่ทำให้เกิดผมร่วงได้บ่อย เช่น ยาในกลุ่มลดความดัน ยากันชัก วิตามินเอ 8. ขาดสารอาหารและโปรตีน ส่วนประกอบหลักของผมคือ โปรตีน หากเราได้รัยไม่เพียงพอก็จะส่งผลกระทบต่อการสร้างเส้นผม รวมถึงสารอาหารจำเป็นต่อการสร้างเส้นผมอื่นๆ เช่น Biotin, Vitamin B12 พบว่าขาดได้มากในคนที่ทานมังสวิรัติ ธาตุเหล็กเป็นสิ่งสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงบริเวณรากผม หากมีภาวะซีด เสียเลือดเรื้อรัง รับประทานธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ผมก็จะร่วงได้มากและงอดใหม่ได้ดี 9. ผมร่วงจากการเกิดพังผืด หรือแผนเป็น โรคบางอย่าง เช่น การติดเชื่อที่หนังศีรษะ การผ่าตัดบริเวณหนังศีรษะทำให้เกิดแผลเป็นหรือพังผืดตามมา หากเกิดสภาวะเช่นนี้แล้ว เส้นผมจะไม่สามารถงอกใหม่ได้อีก ยกเว้นการรักษาโดยการปลูกถ่ายเส้นผมเท่านั้น วิธีการหยุดผมร่วงตามธรรมชาติ การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงมากขึ้นการกินเนื้อสัตว์ ปลา ถั่วเหลืองหรือโปรตีนชนิดอื่น ๆ อาจช่วยลดการสูญเสียเส้นผม นอกจากนี้อาหารโปรตีนหลายชนิดอุดมไปด้วย วิตามีน บี- 12 การดูแลเส้นผมไม่ควรแปรงผมในขณะที่ผมเปียกและถูเส้นผมแรงๆควรเป่าให้แห้งแล้วจึงควรหวีหรือแปรงผม การลดความเครียดบางครั้งสาเหตุการสูญเสียเส้นผมมาจากความเครียด การฝึกสมาธิสามารถช่วยผ่อนคลายลดความเครียด คืนความสมดุลของฮอร์โมน การออกกำลังกาย การเดิน ว่ายน้ำหรือขี่จักรยาน เป็นเวลา 30ถึง 60 นาทีต่อวัน หรือการลองเล่นกีฬา เช่น เทนนิสฟุตบอล ช่วยลดระดับความเครียด การพักผ่อนแบบสันทนาการต่าง ๆการดูหนัง ฟังเพลง อ่านเพลง การนวดหนังศีรษะของคุณไม่กี่นาทีทุกวันจะช่วยให้กระตุ้นการไหลเวียน โดยการไหลเวียนที่ดีจะช่วยให้รูขุมขนที่ใช้งาน วิตามินที่ดีที่สุดสำหรับการเจริญเติบโตของเส้นผม ไบโอติน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมป้องกันการเปราะของเส้นผม วิตามิน บี 12 ป้องการหลุดร่วงของเส้นผม ไนอาซีน(วิตามิน บี 3) เพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวญหนังศีรษะ ช่วยในการเจริญเติยโตของเส้นผม วิตามินซี ป้องกันการสูญเสียเส้นผม ป้องกันผมหงอกก่อนวัยรวมทั้งการเปราะบางของเส้นผม วิตามินอี ช่วยในการป้องกันและลดการสูญเสียผมและเพิ่มการไหลเวียนเพื่อให้หนังศีรษะ วิตามิน ดี มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งหมดและรวมถึงหนังศีรษะและเส้นผมนอกจากนี้วิตามินดี เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ สุขภาพ วิตามินดี กระตุ้นรูขุมขนและช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมชุ่มชื้น สังกะสี การขาดธาตุสังกะสีสามารถนำไปสู่​​การสูญเสียเส้นผม สังกะสีมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ไขมันที่ผลิตในหนังศีรษะและการสังเคราะห์ โปรตีน เหล็ก การศึกษาพบว่าการขาดธาตุเหล็กแม้ว่าจะไม่รุนแรงก็อาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางอาจก่อให้เกิดหการสูญเสียเส้นผมในผู้หญิงได้ อย่างไรก็ตาม แม้วิธีธรรมชาติจะช่วยในการหยุดผมร่วงได้แล้ว แต่ในบางคนที่ผมร่วงมากจนผิดปกติ เช่นคนที่ผมร่วงมากกว่า 100 เส้น ต่อวัน ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ผมร่วงร่วมกับผื่นที่หนังศีรษะ หรือมีอาการทางร่างกายอื่นๆประกอบด้วย ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว จะทำให้ผมนั้นมีสุขภาพที่ดีอยู่กับเราไปอีกนาน ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

อำลาตอนสุดท้าย ปัจฉิมนิเทศ นาดาวบางกอก ใน ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 เสาร์นี้
G/T/H /  Hormones 2 / 

ผ่านเรื่องราวทั้ง สุข เศร้า เคล้าน้ำตา มาด้วยกันในหลายๆเหตุการณ์ ในที่สุด ก็ถึงวันที่รุ่นพี่ม.6 แห่งซีรีย์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2  ต้องโบกมือลาชีวิตมัธยมในรั้วโรงเรียนนาดาวบางกอก กันแล้ว งานนี้รุ่นน้อง และอาจาร์ยเลยจัดงานปัจฉิมนิเทศ เพื่อเป็นการอำลาอาลัย  และพบบทสรุปสุดท้ายของทุกความสัมพันธ์ ที่รับรองว่าเข้มข้น และบีบหัวใจไม่แพ้ตอนใดๆ ที่ผ่านมา ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 เสาร์นี้ เริ่มตื่นเต้นขึ้น เมื่อขวัญ (แพทตี้ อังศุมาลิน) คือ สายสุดท้ายที่  วิน (พีช พชร) โทรหา หลังจากที่เขาใช้ยาเสพติดเกินขนาดจนถึงขั้นหมดสติ ขวัญรีบไปหาวินที่โรงพยาบาล เมื่อความตายย่างกรายเข้ามาใกล้ชีวิตวัยรุ่นของพวกเขา แล้วความสัมพันธ์ของ วิน ขวัญ หมอก (ไมเคิล ศิรชัช) จะเป็นอย่างไรต่อไปกันแน่นะ และในวันปัจฉิมฯ วันสุดท้ายในชีวิตนักเรียนนาดาวบางกอกของพี่ ม.6 ทุกคน ดาวและรุ่นน้อง ม.5 จัดกิจกรรม "อยากบอก...ก่อนจากกัน" ที่จะแจกหัวใจสีแดงให้พี่ ม.6 ทุกคน คนละดวง เพื่อเขียนความในใจและนำไปมอบให้กับใครก็ได้ ความในใจสุดท้ายก่อนจากกันของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร นี่คือบันทึกการจากลาที่แสนสำคัญ การจากลาชีวิตมัธยม ... ช่วงเวลาที่พวกเขาจะต้องจดจำเอาไว้ในใจตลอดไป บทสรุปของซีซั่นนี้จะเป็นอย่างไร จะประทับใจแฟนๆ ขนาดไหน ติดตามชมได้ในซีรีย์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 Ep.13 ในวันเสาร์ที่ 11 ต.ค. นี้ เวลา 22.00 น. ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ และทางช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล  มาร่วมงานปัจฉิมครั้งสุดท้ายนี้ไปด้วยกัน ตัวอย่างฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 Ep.13 ปัจฉิม ----------------------------------

กรี๊ดห้างแตก!! 7 พระเอกหล่อ ประชันลีลาเกรียน!!
บอย ปกรณ์ /  อาเล็ก ธีรเดช / 

เล่นเอาห้างสยามพารากอนแทบแตก!! เมื่อบรรดาพระเอกหนุ่มหล่อตัวพ่อทั่วฟ้าเมืองไทยรวมตัวกันในงาน แถลงข่าว หล่อมากมากคอนเสิร์ต ที่แม้จะมีพระเอกติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมงานได้ 5 คน ก็ยังมีอีก 7 หนุ่มที่มาประชันลีลาโยกย้ายส่ายสะโพกบนเวทีเรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลาย อาทิ บอย ปกรณ์, อาเล็ก ธีรเดช, เกรท วรินทร, สน ยุกต์, เต๋อ ฉันทวิชช์, กั้ง เดอะสตาร์ และ ต่อ ธนภพ งานนี้คนหล่อจะสามารถเกรียนได้ขนาดไหนไปชมกันเล๊ยยยย!! 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน 7 พระเอกประชันลีลาเกรียน

แท๊กฮิต หลังตอนจบของ ฮอร์โมนซีซั่น2 ออกฉาย #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง
ขนมปัง /  ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง / 

คืนวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม เป็น ep.13 ตอนสุดท้ายของ ซีรีส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ้น ซีซั่น 2 ที่มีกระแสมาตลอดระยะเวลาการฉาย และในตอนจบนี้ ก็มีฉากเด็ดๆของ คู่รักสามเส้าอย่าง ต้าร์-เต้ย-ขนมปัง ซึ่งขนมปัง ตัวละครที่คนดูหมั่นไส้ที่สุดแห่งซีซั่นนี้ ไม่ยอมให้อภัยต่อคำขอโทษ ที่เต้ยมีให้ และก็ยังเป็นมารขวางคออยู่ต่อไป ฉากเด็ดคือ ฉีกกระดาษ และ ทิ้งแก้วแตก // Post by HormonesTheSeries. // Post by HormonesTheSeries. จึงเกิดเป็นที่มาของแฮชแท็กฮิต # ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง ในทวิตเตอร์ ที่เรานำ feed มาไล่ให้ดูกันครับ (คำว่าถีบ สะกดผิดเป็นทีบ แต่ทำไงได้ มันติดเทรนด์ไปแล้ว) #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง Tweets ------------------ ถามว่าเงิบไหม ? เงิบบบบบบบบบ -///- #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง pic.twitter.com/rAZeGR4tcU — ✨12 คนนะรู้ยัง✨ (@NuknickTTM) October 11, 2014   อื้อหืออ อื้อหือออ หน้าตัวร้ายตัวอิจฉามาเต็มมมม #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง #HormonesTheSeries pic.twitter.com/Oue7QiAIQm — ชะนีฮาร์ดคอ☿ (@Namfonpiichh) October 11, 2014 และในใจต้าก็คงคิดอย่างนี้ #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง pic.twitter.com/IYzkjAsVO5 — Jame Karunyapas (@Jame_KZ) October 11, 2014 // และสิ่งที่ #ทีมต้าเต้ย จะบอกก็คือ... #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง pic.twitter.com/OJZXK5kakG — Jame Karunyapas (@Jame_KZ) October 11, 2014   #HormonesTheSeires2 #ทีมอยากกระโดดทีบหน้าขนมปัง pic.twitter.com/rLvNzdDbM3 — โอเคซึ้ง. (@pichaya_1722) October 11, 2014

ซันนี่-เก้า สื่อภาษารักหวานผ่านจดหมาย ผ่านหนังสั้นสุดโรแมนติก เขียนคำว่ารัก
ซันนี่ /  ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ / 

หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ “เขียนคำว่ารัก” จากอัลบั้มใหม่ออกมาให้แฟนๆฟังจนอินกันไปทั่วประเทศแล้ว ล่าสุดซูเปอร์สตาร์ “เบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์ ถือโอกาสจัดทำโปรเจ็คท์พิเศษถ่ายทำหนังสั้นสุดโรแมนติกความยาว 8 นาทีออกมาเพื่อให้แฟนๆอินจนฟินกันแล้ว โดยได้สองนักแสดงสุดฮอตอย่าง “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” และสาว “เก้า-สุภัสสรา ธนชาต” จาก ซีรี่ส์ ฮอร์โมน มารับบทพระ-นาง เพื่อถ่ายทอดมุมมองความรักผ่านการเขียนจดหมายสื่อสารภาษารักหากันแบบสุดโรแมนติก โดยการถ่ายทำใช้เวลาสองวัน วันแรกยกกองไปถ่ายทำกันที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นฉากเส้นร้องที่เบิร์ดร่วมถ่ายกับทั้งเก้าและซันนี่ที่โคจรมาพบกันครั้งแรกอย่างสนุกสนาน ส่วนอีกวันยกกองไปถ่ายทำในบรรยากาศที่สวยงามท่ามกลางหุบเขา ที่หมู่บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้เรื่องราวของซันนี่กับเก้าที่แอบรักกัน แต่ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าที่จะพูดความในใจออกมา จนทำให้หนุ่มซันนี่ต้องใช้การเขียนความในใจลงในจดหมายที่มันอาจจะง่ายและลึกซึ้งกว่า โดยแต่ละซีนหวานๆที่ทั้งซันนี่และเก้าเล่นกันนั้นเข้าขาเนียนซะจนผกก. ดล ผดุงวิเชียร ปรบมือให้กันความมืออาชีพของทั้งคู่ตลอดวัน “ดีใจครับที่พวกเราได้ทำหนังสั้นเรื่องนี้ออกมาเพื่อให้ได้เห็นความสวยงามของการเขียน พี่เบิร์ดเองก็มาถ่ายเส้นร้องกับน้องทั้งสองทั้งซันนี่และเก้า น้องน่ารักมาก เค้าก็มีความรู้สึกตรงกับพี่ด้วยนะว่าอยากให้ทุกคนกลับมาเขียนสื่อความรู้สึกส่งถึงกันและกัน สองคนนี้เค้าดังนะ เค้าดูดีทั้งคู่ ได้น้องที่เป็นยังเจนเนอร์เรชั่นที่น่าทำงานด้วย เป็นที่รู้จักของทุกคน เราก็พลอยดังไปด้วย(หัวเราะ) เนื้อเรื่องก็จะเป็นเรื่องการบอกรักแบบโรแมนติก เพราะเนื้อเพลงนี้เค้าบอกว่า เขียนคำว่ารัก มันง่ายกว่าการที่จะบอก พี่เบิร์ดว่าพี่เบิร์ดชอบลายมือของคนนะ เพราะลายมือมันบอกถึงอารมณ์ที่จะพาเราไปด้วย ลองมาทำอะไรที่มันสโลว์ไลฟ์ ให้มันช้าลงนิดนึง ให้มีเวลาคิด เพราะเวลาเราขียนไปยิ้มไป คนอ่านก็จะค่อยๆยิ้มไปช้าๆ เพลงนี้ถึงออกมาฟังแล้วสบายใจ สบายตัว อย่างที่น้องเก้าบอกมา อีกอย่างดีใจมากที่ได้น้องทั้งคู่มาเล่นได้จริงใจแบบนี้นะครับ และงานที่จริงใจ เราก็จะได้เห็นธาตุแท้ของเราด้วย ธาตุแท้ของเราคือคนไทย ภาษาไทย การอ่าน การเขียน การฟัง อยากให้ทุกคนกลับมาหวนคิดถึงภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาเราเอง ความสวยงามที่เราจะบอกความรู้สึกถึงคนที่เรารักนั้น พี่เบิร์ดว่าการเขียนมันโรแมนติกกว่ามาก และถ้าพี่จะเขียน จะเขียนเป็น ดอกไม้และไมโครโฟน ดอกไม้ก็จะเป็นทุกคน ไมโครโฟนแทนตัวพี่ เมื่อมีดอกไม้กับไมโครโฟน ความสุขก็จะหลั่งไหลเข้ามา คิดถึงบรรยากาศเหล่านี้จังเลย แล้วเราเจอกันนะครับ” เบิร์ด ธงไชย เผยถึงมิวสิกเพลงนี้ ติดตามชมหนังสั้น เขียนคำว่ารัก ซิงเกิ้ลใหม่ของ “เบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์ ได้พร้อมกันทั่วโลกทุกช่องทาง 22 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป... ฟังเพลง เขียนคำว่ารัก ดูทีเซอร์กันก่อน แล้วมาชมแบบเต็มๆ 22 ต.ค.นี้ กับหนังสั้น เขียนคำว่ารัก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สุดยอดอาหารที่ดีต่อ จุดซ่อนเร้น ของสาวๆ
จุดซ่อนเร้น /  บำรุง / 

เรามีเหตุผลมากมายในการกินอาหาร ทั้งแก้เบื่อ ทั้งฉลอง หรือแม้แต่บรรเทาอาการเครียด เพิ่มพลังงาน โดยส่วนใหญ่เรามักจะเลือกกินตามรสชาติที่เราชอบ แต่สาวๆรู้มั้ยคะ ว่าอาหารยังดีกับอวัยวะต่างๆได้ด้วย และวันนี้เรามีอาหารดีๆที่ให้ประโยชน์กับน้องสาวของเรา (Vagina) หรือจุดซ่อนเร้นของสาวๆ มาฝากกันค่ะ มันหวาน  อาหารชั้นดีที่เต็มเปี่ยมไปด้วย วิตามินเอ ที่จะทำให้น้องสาวและ ผนังมดลูก สุขภาพดีได้นะเออ นอกจากนั้นวิตามินเอยังช่วยขับเคลื่อนเซ็กส์ฮอร์โมนด้วย อันจะทำให้น้องสาวของคุณ พร้อมลุยเกมรักได้เสมอ (ฮิ้ว)    แครนเบอรี่ ถ้าคุณเคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบละก็ คุณควรรับประทานลูกแคนเบอรี่สด ไม่ควรคั้นน้ำแคนเบอรี่นะจ๊ะ เพราะจะมีน้ำตาลสูงเกินไป แคนเบอรี่ช่วยดูแลรักษาน้องสาวให้มีสภาพที่เหมาะสม และดูแลกระเพาะปัสสาวะได้ด้วย ผักใบเขียว เราก็ได้ยินมาตั้งแต่เด็กเลยล่ะ ว่า ผักใบเขียวนั้นดีต่อการมีประจำเดือน เราก็ขอยืนยันอีกทีค่ะว่า มันดีจริงๆ เพราะผักใบเขียวจะช่วยให้ระบบเลือดเป็นปกติ ซึ่งจะดีกับระบบมดลูกและภายในของเรานั่นเอง โดยผักที่ควรรับประทานคือ  ผัก Swiss chard , ผักโขม , คะน้า , กะหล่ำ ยิ่งสีเข้มเท่าไหร่ยิ่งดีนะจ๊ะ น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง  น้ำเต้าหู้มีฮอร์โมน phytoestrogens คล้ายๆกับฮอร์โมนเพศหญิง  estrogens ซึ่งจะช่วยให้น้องสาวของคุณมีน้ำมาหล่อเลี้ยง ธัญพืช  เมล็ดธัญพืชเองก็มี  phytoestrogens เช่นกันจ้า และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้งสองอย่างนี้จะช่วยให้ระดับฮอรโมนเอสโตรเจนอยู่ในระดับปกติ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับน้องสาวและผิวพรรณ กิมจิ , มิโซะ ,ปลาร้่า , ของหมักดอง  ของหมักดองเหล่านี้มีโปรไบโอติคที่ช่วยรักษาระดับค่า กรดด่าง PH และช่วยยับยั้งยีสต์และแบคทีเรียที่จะทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วยนะจ้ะ ผลอะโวคาโด อโวคาโด้ผลสีเขียวอี๋นี้ ช่วยดูแลผนังช่องคลอดและมีวิตามิน b6 และโพแทสเซียม ที่จะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ( อุ้ยเขิน) ซิงค์  Zinc  (ธาตุสังกะสี)  หลายๆคน อาจเคยได้ยินว่า ถ้าอยากเพิ่มกำลังวังชา ต้องกินหอยนางรม นั่นเพราะหอยนางรมมีซิงค์อยู่ในระดับที่สูงนั่นเอง ซิงค์ช่วยรักษาความชุ่มชื้น อาการคัน ของ จุดซ่อนเร้น และ ช่วยให้ประจำเดือนมาตรงเวลา โดยธาตุสังกะสีมักอยุ่ในอาหารเช่น อัลมอนด์ , เมล็ดฟักทอง หรือถ้าสาวๆไม่ชอบกินอาหารเหล่านี้ก็สามารถรับประทานอาหารเสริม Zinc ได้เลยจ้า เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มา xojane.com

หนังสือน่าอ่าน The Book of Hormones Season 1
Hormones วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 /  The Book of Hormones Season 1 / 

อีกไม่นานเกินรอ...แฟนคลับฮอร์โมนจะได้ยิ้มแก้มปริแน่นอน เพราะหนังสือน่าอ่าน The Book of Hormones Season 1 เรื่องราวของชีวิตวัยฮอร์โมน กำลังจะออกมาเป็นรูปเล่มให้เพื่อนๆ ได้ติดตามแล้ว โดยเรื่องและภาพจาก GTH และ นาดาวบางกอก นั่นเอง ห้ามพลาดนะคะ งั้นวันนี้เรามาเรียกกระตุกต่อมฮอร์โมนกันก่อนสักนิด กับภาพปกหนังสือและเรื่องย่อของเนื้อหาภายในเล่ม หนังสือน่าอ่าน The Book of Hormones Season 1 The Book of Hormones Season 1 ราคา 295 บาท เป็นนิยายภาพในรูปแบบ Dramatoon สร้างจากซีรีส์วัยรุ่นซึ่งโด่งดังที่สุดในประเทศไทย กะเทาะเปลือกชีวิตมันๆ ของวัยรุ่นมัธยมในแง่มุมที่คุณอาจไม่เคยรู้... เมื่อหนุ่มสาววัยฮอร์โมนพลุ่งพล่านกลุ่มนี้เดินมาถึงจุดหนึ่งของชีวิตที่เต็มไปด้วยความสนุก, ความคะนอง, ความผิดหวัง, ความสมหวัง, ความรัก, ความเกลียด, ความฝัน อารมณ์และเรื่องราวสับสนโลดโผนต่างๆ ซัดเข้ามาในชีวิตอย่างจังจนพวกเขาต้องเซไป ใช่…เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยอย่างนี้นี่แหละ แต่มันก็เป็นวัยเดียวที่เรายังเหนื่อยโดยที่มีเสียงหัวเราะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ HormonesTheSeries