ฮอร์โมน

รู้กันไหมว่า? อุณหภูมิร่างกายเท่าไหร่ถือว่า มีไข้ พร้อมวิธีดูแลเมื่อคุณเป็นไข้
มีไข้ /  ลดไข้ / 

ไข้เป็นสิ่งบ่งบอกว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย ซึ่งอาจไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องรุนแรงเสมอไป อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 – 38 องศาเซลเซียสขึ้นไปจะถือว่าเด็กเป็นไข้ ไข้เกิดขึ้นได้จากสาเหตุมากมาย ส่วนใหญ่เกิดจากไข้หวัด เด็กมักมีอาการน้ำมูกไหล ไอ หรือเจ็บคอร่วมด้วย ไข้ในเด็กอาจทำให้เด็กงอแง ที่สำคัญอาจมีอาการชักตามมา การดูแลไม่ให้ไข้สูงเกินขีดอันตรายก็สามารถทำได้ โดยการให้เด็กรับประทานยาลดไข้ ร่วมกับการเช็ดตัว ผู้ปกครองเด็กควรใช้ปรอทวัดไข้เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งเป็นการประเมินประสิทธิภาพของยาลดไข้ และการเช็ดตัว กรณีเด็กที่มีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงมาก เป็นไข้อยู่หลายวัน มีอาการซึม กระหม่อมตึง หอบ เหนื่อย หรือเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี หากมีไข้ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุของไข้ที่แท้จริงต่อไป ไข้ (fever) หมายถึง การที่อุณหภูมิของร่างกายสูงเกินปกติ ซึ่งร่างกายคนปกติจะมีอุณหภูมิประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อวัดทางปาก ร่างกายของคนเราจำเป็นต้องมีการปรับอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม และไม่เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของอากาศภายนอก ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของร่างกายเป็นไปได้อย่างปกติ ค่าอุณหภูมิที่บอกว่าผู้ป่วยมีไข้ที่เหมาะสมที่สุด คือ การวัดในตอนเช้าตรู่ได้อุณหภูมิเท่ากับ 37.2 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า หรืออุณหภูมิเท่ากับ 37.8 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า เมื่อวัดเวลาใดๆ ของวัน อุณหภูมิร่างกายปกติ 1. อุณหภูมิร่างกายปกติไม่ได้คงที่ตลอดเวลา จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละช่วงของวัน โดยเฉพาะในช่วง 15.00 - 17.00 น. อุณหภูมิมักจะสูงสุด และจะค่อยๆ ลดลงจนต่ำสุดในเวลา 23.00 - 01.00 น. และจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเช่นนี้ทุกวัน การเปลี่ยนแปลงของ อุณหภูมิร่างกายเช่นนี้สังเกตเห็นได้ชัดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ 2. เวลาเช้าอุณหภูมิของร่างกายจะต่ำกว่าอุณหภูมิตอนบ่ายหรือเย็น 3. อุณหภูมิร่างกายยังขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ หรือการออกกำลังกาย และขึ้นกับระดับฮอร์โมนในร่างกายด้วย 4. ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิร่างกายอยู่ที่สมองส่วนฮัยโปธาลามัส มีหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิรับสัญญาณจากบริเวณต่างๆ ของร่างกาย และคอยควบคุมให้ร่างกายเก็บความร้อน สร้างความร้อน เพิ่มหรือลดความร้อน โดยถ่ายเทความออกไปมากขึ้น 5. peo-optic region เป็นตำแหน่งหนึ่งในสมองส่วนฮัยโปธาลามัส ที่มีบทบาทเป็นแกนกลางของการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย จากการศึกษามากมายที่ทำต่อเนื่องกันนานกว่า 60 ปี ทำให้มีหลักฐานแน่ชัดว่าเซลล์ประสาทในบริเวณนี้ ไวต่ออุณหภูมิ และเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิทั้งทางสรีรวิทยาและพฤติกรรม 6. สารที่ทำให้เกิดไข้ อาจมาจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย หรือเกิดขึ้นภายในร่างกายเอง โดยจะเกิดปฏิกิริยาภายในและเกิดสารที่ออก ฤทธิ์บริเวณสมองส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิ และส่งสัญญาณมาทางระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หลอดเลือดบริเวณผิวหนังหดตัว ส่ง ผลต่อเนื่องให้การระบายความร้อนในร่างกายออกทางผิวหนังลดลง 7. เวลามีไข้ มือ เท้าจะเย็น แต่ศีรษะจะร้อน บาครั้งมือเท้าซีดและเขียว เนื่องจากผิวหนังขาดออกซิเจน ถ้าอุณหภูมิที่ผิวหนังต่ำมาก ก็ จะเกิดการสั่นของกล้ามเนื้อ ดังที่เห็นว่าเวลามีไข้แล้วหนาวสั่น การสั่นของกล้ามเนื้อทำให้มีการสร้างความร้อนมากขึ้น ถ้าความ ร้อนในร่างกายถูกสร้างขึ้นมาก อุณหภูมิในร่างกายก็จะสูงขึ้นมาก อาจจะทำให้ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิเสียการทำงานไปและไม่ตอบ สนองต่อยาลดไข้ การวัดไข้ 1. โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เทอร์โมมิเตอร์ จะช่วยจำแนกความหนักเบาของไข้ได้ง่ายขึ้น ถ้าไม่มีอุปกรณ์ให้ใช้หลังมือสัมผัสหน้าผาก ลำตัว หรือบริเวณอื่นก็พอรู้สึกได้คร่าวๆ 2. การวัดอุณหภูมิทางทวารหนักเป็นการวัดอุณหภูมิของแกนร่างกายที่แม่นยำมากที่สุด อุณหภูมิที่ได้จากการวัดทางทวารหนักสูงกว่าตำแหน่งอื่นๆ เนื่องจากมีการสร้างความร้อนขึ้นโดยแบคทีเรียในอุจจาระ 3. การวัดอุณหภูมิทางปากเป็นวิธีที่ง่าย มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วสอดคล้องตามอุณหภูมิของแกนร่างกาย แต่การวัดอุณหภูมิทางปากต้องการความร่วมมือของผู้ถูกตรวจ จึงใช้ไม่ได้กับผู้ป่วยทุกราย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ที่ไม่ร่วมมือ และผู้ที่ใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ 4. การวัดอุณหภูมิทางแก้วหูโดยใช้รังสีอินฟราเรด เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก ปัจจุบันนิยมใช้กันมากในหอผู้ป่วยหนักและคลินิกต่างๆ แก้วหูเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการวัดอุณหภูมิของแกนร่างกาย เนื่องจากถูกหล่อเลี้ยงด้วยแขนงของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย 5. การวัดอุณหภูมิทางรักแร้เป็นวิธีที่เหมาะสม และแม่นยำในทารกแรกเกิด แต่ไม่ดีในเด็กโต และผู้ใหญ่ 6. ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิที่วัดทางทวารหนักสูงกว่าค่าที่วัดทางปากในเวลาเดียวกัน 0.4 องศาเซลเซียส และสูงกว่าค่าที่วัดทางแก้วหู 0.8 องศาเซลเซียส ลักษณะของไข้ 1. ไข้สูงลอยอยู่ตลอด คือ อุณหภูมิจะสูงอยู่ระดับหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงบ้างก็เพียงเล็กน้อย ไม่ลดถึงระดับปกติ 2. ไข้ขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างอุณหภูมิสูงกับอุณหภูมิระดับปกติ 3. ไข้ขึ้นๆ ลงๆ แต่ไม่ลงถึงระดับปกติ 4. ไข้ขึ้นหลายๆ วัน แล้วลดเป็นวัน แล้วกลับขึ้นอีก 5. ไข้ต่ำๆ ตลอด ไม่ลดลงระดับปกติ 6. ไข้อาจจำแนกตามระดับอุณหภูมิได้เป็น 3 ระดับ คือ ไข้ต่ำ อุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 37.0 ํc - 38.9 ํc ไข้ปานกลาง อุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 38.9 ํc - 39.5 ํc และไข้สูง อุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 39.5 ํc - 40.0 ํc สาเหตุของไข้ 1. การติดเชื้อที่มีการอักเสบเฉพาะที่ เช่น คออักเสบ ลำไส้อักเสบ ข้ออักเสบ การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และโปรโตซัว เช่น ไข้หวัด ไข้มาลาเรีย ไข้จากแผล ฝีหนอง 2. การติดเชื้อซึ่งไม่มีอาการเฉพาะที่ เช่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ ไข้ไทฟอยด์ เป็นต้น โรคติดเชื้อบางชนิด อาจไม่มีไข้ เช่น โรคเรื้อน กลากเกลื้อน พุพองตามผิวหนัง เป็นต้น โรคติดเชื้อจาก แบคทีเรีย รา ไวรัส ยีสต์ โปรโตซัว เป็นต้น 3. การกระตุ้นจากเหตุผิดปกติบางอย่างในร่างกายที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งจะมีไข้ร่วมกับอาการอื่น เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต เกิดจากการอักเสบ เนื้องอกหรือมะเร็ง 4. ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิได้รับการกระทบกระเทือนจากความผิดปกติในสมองโดยตรง เช่น เนื้องอกในสมอง เส้นเลือดในสมองแตก การผ่าตัด เป็นต้น 5. การแพ้ยาหรือเซรุ่ม ปฏิกิริยาภายหลังการได้รับเลือด 6. สาเหตุอื่นๆ เช่น การออกกำลังกายกลางแดด ยาบางชนิด เนื้อเยื่อถูกทำลาย ความผิดปกติของ การเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ภาวะขาดน้ำ การรักษา 1. รักษาต้นเหตุของการเกิดไข้ หากอาการไข้ มีสาเหตุมาจากโรคร้ายแรง ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดไข้ การลดไข้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการรักษาเท่านั้น 2. การใช้ยาลดไข้ อาจเป็นพวกแอสไพริน พาราเซตามอล 3. การเช็ดตัวลดไข้ การเช็ดตัวลดไข้ 1. การใช้น้ำอุ่นเช็ดตัว เพราะจะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้มาก วิธีทางกายภาพสำหรับการลดไข้เพิ่มการสูญเสียความร้อนโดยการนำ การพา และการระเหย การระเหยเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ผู้ป่วยที่มีไข้สูญเสียความร้อน โดยไม่ทำให้เกิดอาการหนาวสั่น 2. ไม่ควรใช้น้ำเย็น หรือน้ำแข็งเช็ดตัว เพราะทำให้หลอดเลือดหดตัว ระบายความร้อนออกยากและยังทำให้เกิดอาการหนาวสั่น ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นได้ 3. ควรเช็ดที่ศีรษะ และลำตัวส่วนที่ร้อน 4. ไม่ควรเช็ดส่วนมือและเท้าที่เย็น 5. ผู้ป่วยที่กำลังมีไข้ ไม่ควรสวมเสื้อผ้าหนา เพราะจะทำให้ความร้อนระบายออกได้ยาก แต่ถ้าผู้ป่วยหนาวสั่น ควรใส่เสื้อผ้า เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพียงพอ แต่ต้องไม่หนาจนเกินไป 6. ผู้ป่วยเด็กที่มีไข้จากภาวะขาดน้ำควรแก้โดยการให้ดื่มน้ำมากๆ หรือให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ยาลดไข้ 1. ยาลดไข้เป็นเพียงยาบรรเทา ไม่ใช่ยารักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้ เมื่อกินยาหนึ่งครั้ง ยาจะออกฤทธิ์ลดไข้อยู่ได้นาน 4-6 ชั่วโมง หากสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้ยังไม่หาย เมื่อยาหมดฤทธิ์แล้วไข้ก็จะปรากฏใหม่ 2. ยาที่นิยมใช้ได้แก่ แอสไพริน พาราเซตามอล ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ 3. ยาออกฤทธิ์ที่สมอง โดยยับยั้งการเปลี่ยนกรดอะแรคชิโดนิกไปเป็นสารพรอสตาแกลนดิน ฤทธิ์นี้สำคัญมากในการลดไข้ เนื่องจากการสร้างพรอสตาแกลนดิน E2 ที่สมองส่วนฮัยโปธาลามัส เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในกระบวนการที่ทำให้เกิดไข้ พาราเซตามอลมีฤทธิ์น้อยมากต่อการยับยั้งเอนไซม์ซัยโคลออกซิเจนเนสในเนื้อเยื่อส่วนปลาย จึงไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ 4. แอสไพรินในขนาดปกติ ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากกินมากเกินขนาด อาจทำให้มีไข้สูง ซึม ชัก และถึงกับเสียชีวิตได้ แอสไพรินอาจระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานทานหลังอาหารทันที 5. พาราเซตามอลในขนาดปกติ ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่ในขนาดสูง จะทำให้ตับถูกทำลาย และตับวายได้ ในผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 2 เม็ดทันทีที่รู้สึกมีอาการไข้ หลังจากรับประทานยาแล้ว 4 ชั่วโมงสามารถทานยาซ้ำได้ ถ้ายังมีอาการไข้ แต่ไม่ควรรับประทานยาติดต่อกันมากกว่า 3 วันโดยไม่ได้รับการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องจากแพทย์ 6. ควรให้ยาลดไข้เมื่อไข้สูงเท่านั้น และให้ในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ห้ามให้ถี่กว่า 4 ชั่วโมง หากให้ยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด ควรให้เด็กดื่มนำมากๆ ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้ ถ้าภายใน 2-3 วันอาการไข้ยังไม่ทุเลา ควรพาไปพบแพทย์ อาการแทรกซ้อน 1. อาการแทรกซ้อนของไข้ที่ต้องระวัง คือ อาการชักจากไข้สูง ซึ่งพบในผู้ป่วยเด็กช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 6 ปี 2. เด็กที่เคยชักเวลามีไข้สูงหรือพ่อ แม่ พี่ๆ มีประวัติชักเมื่อไข้สูง ต้องระวังการมีไข้เป็นพิเศษ โดยเช็ดตัวและให้ยาลดไข้เพื่อป้องกันไม่ให้ไข้สูง 3. ถ้าเด็กมีไข้สูงมาก การให้ยาลดไข้จะไม่ค่อยได้ผล ควรเช็ดตัวให้ไข้ลดเสียก่อน สมุนไพรลดไข้ สมุนไพรลดไข้ส่วนใหญ่ จะมีฤทธิ์ลดไข้อย่างเดียว ไม่มีฤทธิ์แก้ปวดควบคู่เหมือนยาแผนปัจจุบัน และพบว่าสมุนไพรจำพวกนี้มักจะมีรสขมรับประทานยาก ทั้งวิธีใช้ส่วนใหญ่เป็นวิธีต้ม ไม่มีการกลบกลิ่น รส อาจพิจารณานำมาใช้กับอาการไข้ปานกลางหรือต่ำ เป็นไข้ที่ไม่นานเกิน 7 วัน และไม่มีอาการร่วมกับไข้ที่รุนแรง เช่น หนาวสั่นมาก ปวดศีรษะรุนแรง เจ็บหน้าอก หรือปวดท้องรุนแรง 1. บอระเพ็ด ใช้เถาสดครั้งละ 2 คืบครึ่ง หรือ 30-40 กรัม ตำคั้นเฉพาะน้ำหรือต้มกับน้ำ 3 ส่วนเคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มจนหมด วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าและเย็น หรือดื่มเมื่อมีอาการ รูปที่ 669 2. ชิงช้าชาลี ใช้เถาสดยาว 2 นิ้วต่อครั้ง ต้มน้ำ 3 ส่วน เคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มก่อนอาหาร วันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อมีอาการ 3. ย่านาง ใช้รากแห้งครั้งละ 1 กำมือ หรือ 15 กรัม ต้มน้ำดื่มก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง 4. ลักกะจั่น ใช้แก่นที่มีสีแดงหรือที่เรียกว่า จันทน์แดง ประมาณ 5-10 ชิ้น แต่ละชิ้นกว้างยาวประมาณ 2x3 นิ้ว สับให้มีขนาดเล็กพอ ประมาณ ต้มกับน้ำ 6 ถ้วย เคี่ยวให้เหลือ 4 ถ้วย แบ่งดื่มครั้งละครึ่งถ้วยเมื่อมีไข้ หรือใช้ยาประสะจันทน์แดงชนิดผง ละลายน้ำสุก ครั้งละ 1 ช้อนกาแฟ ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

เป็น โรคหัวใจ ไม่ต้องกลัว
ตายคาอก /  มีเซ็กซ์ / 

ใกล้เทศกาลแห่งความรักเข้ามาทุกที หลายๆ ท่านคงมีการเตรียมของขวัญ หรือหาวิธีแสดงความรักให้กับหวานใจของคุณในหลายรูปแบบ “การมีเซ็กซ์” ก็นับเป็นการแสดงความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่หลาย ๆ ครั้งที่เราเคยได้ยินข่าวการเสียชีวิตในขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือที่ได้ยินคำว่า “ตายคาอก” ด้วยหลาย ๆ สาเหตุ และหนึ่งในนั้นบางคนเชื่อว่า เกิดจาก โรคหัวใจ และหลอดเลือด เป็นสาเหตุสำคัญ โดยหลายคนอาจเคยสงสัยว่าแล้วผู้ที่เป็นโรคหัวใจจะยังสามารถมีกิจกรรมบนเตียงได้หรือไม่ วันนี้มีคำตอบมาฝาก นพ.ระพินทร์ กุกเรยา หัวหน้าอายุรแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ไขข้อข้องใจในสิ่งที่ได้ยินกันมานาน เรื่องที่ผู้ป่วยโรคหัวใจไม่สามารถมีเซ็กซ์ได้นั้น กล่าวว่า ‘ตราบใดที่ คุณยังสามารถเดินขึ้นสะพานลอย 3 ชั้นได้อย่างสบาย ไม่เหนื่อยหอบ คุณก็สามารถมีปฏิบัติภารกิจรักของคุณได้เช่นกัน’ จริงอยู่ที่เมื่อเวลามีเพศสัมพันธ์นั้น อัตราการเต้นของหัวใจจะเต้นถี่และแรงมากถึง 120 ครั้ง/นาที แค่เพียง 1 นาที เท่านั้น ในตอนใกล้จะเสร็จกิจ ก็สามารถทำได้โดยปลอดภัย ปฏิบัติตัวให้ถูกวิธีและระมัดระวัง หากไม่มั่นใจปรึกษาแพทย์ถึงระดับการออกกำลังกายของคุณ เพื่อป้องกันอาการผิดปกติที่อาจก่อให้เกิดอันตราย สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังมีอาการ เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ที่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ เช่น, ใจสั่น, หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก จนเหนื่อยหอบ, มีอาการเจ็บแน่นกลางอกรุนแรง, อ่อนเพลียมาก, เวียนหัวจะเป็นลม และเหงื่อออกมาก อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการผิดปกติขณะร่วมเพศขึ้นมา คุณหมอแนะนำว่าผู้ป่วยควรนอนพักอยู่กับเตียงนิ่ง ๆ อย่าเพิ่งรีบลุกเดิน หากจำเป็นต้องเคลื่อนไหวให้ทำอย่างช้า ๆ และขอความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยงการใช้สารกระตุ้นทุกชนิด รวมถึงยาบางประเภท เช่น ไวอากร้า, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, หลีกเลี่ยงท่วงท่าร่วมเพศที่พิสดาร และหากเป็นผู้ป่วยที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดหัวใจ ควรขอปรึกษาแพทย์ถึงระดับการออกกำลังอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปลอดภัยทั้งกายและสุขภาพหัวใจ เพิ่มเติมความฟิตให้ร่างกาย เคล็ดลับมาแบ่งปัน เพิ่มกำลังใจ ด้วย 4 วิธีใส่ใจเพื่อบำรุงหัวใจให้กระชุมกระชวยทำได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. ใส่ใจการกิน: เลือกและลดอาหารที่มีปริมาณโซเดียมมาก หรือกล่าวง่ายๆ คือ ลดเกลือในอาหาร “ให้ลดการรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม ลดการเติมเกลือในอาหารจานโปรด” ร่างกายจะต่อต้านโซเดียมหรือความเค็ม ด้วยการดูดซึมน้ำเข้ากระแสเลือดมากขึ้น เมื่อปริมาณเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้น หัวใจก็ต้องทำงานหนักไปด้วย 2.ใส่ใจร่างกาย: ขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อหัวใจจะทำงานหนักกว่ากล้ามเนื้อแขนขาถึง 2 เท่า การออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น การเดิน หรือขี่จักรยาน ก็ถือว่าเหมาะสมและสามารถทำได้ 3. ใส่ใจการนอน: พักผ่อนให้เพียงพอ ปัจจุบันพบว่ามีหนุ่มสาวในช่วงอายุ 24-32 ปี เกือบ 20% เป็นโรคความดันโลหิตสูง แม้อาการกำเริบไม่บ่อย แต่ก็มีโอกาสทำให้หัวใจล้มเหลวได้ทุกเมื่อ ดังนั้น ควรแบ่งเวลานอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมง เพราะการอดนอนบ่อยๆ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อหัวใจ 4. ใส่ใจจิตใจ: ทำจิตใจให้สงบ ช่วยลดความเครียดได้ เพราะหากเครียดบ่อยๆ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมามาก หัวใจจะเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น ฮอร์โมนตัวนี้จะเป็นศัตรูตัวฉกาจของหลอดเลือดแดง ทำให้เลือดจึงลำเลียงสารอาหารไปยังอวัยวะในร่างกายยากขึ้น ฝึกนั่งสมาธิทุกวัน หรือเล่นโยคะทุกสัปดาห์เป็นเวลา 3 เดือน จะช่วยให้ฮอร์โมนความเครียดลดลงและช่วยการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยโรคหัวใจ คู่รักของผู้ป่วยโรคหัวใจก็สามารถร่วมดูแล พูดคุยตลอดจนช่วยสังเกตอาการให้แก่กันและกันอีกด้วย เพียงแค่ระมัดระวังในการใช้กำลัง และรู้วิธีดูแลตนเอง ก็สามารถปฏิบัติภารกิจรักของคุณและคนรักได้อย่างเป็นปกติและมีความสุข เป็นการช่วยเติมความรักให้แก่กันในวันแห่งความรักได้แล้วครับ คุณหมอกล่าวทิ้งท้าย

ตกใจ!! ต่อ ธนภพ เลือดกำเดาไหลเรื้อรังวันละ 5 รอบ ไม่ยอมหาหมอ-คาดไม่ร้ายแรง
ต่อ ธนภพ /  เก้า สุภัสสรา / 

        ทำเอาตกอกตกใจไปตามๆ กันเมื่อนักแสดงหนุ่ม ต่อ ธนภพ เผยอาการผิดปกติของร่างกายที่มีเลือดกำเดาไหลเรื้อรังวันละ 5 รอบ และแต่ละครั้งนานถึง 15 นาที แถมยังเป็นลิ่มเลือดก้อนใหญ่จนน่ากลัว ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่ามีผลกระทบกับงาน แต่ยังไม่ได้ไปหาหมอ เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นอะไรร้ายแรง คาดว่าสาเหตุเกิดจากความเครียด ทั้งเรื่องงานและเรื่องเรียนที่กำลังเตรียมสอบ ตอนนี้ก็พยายามดูแลตัวเองและพักผ่อนให้มากขึ้น หากมีเวลาก็จะไปหาหมอตรวจสุขภาพอย่างละเอียด               "หลังเลือดกำเดาไหลก็ยังไม่ได้ไปเช็คสุขภาพเลยครับ แต่ล่าสุดมีเวลาพักผ่อนเยอะขึ้น ในช่วงที่อ่านหนังสือสอบเราก็ได้พักด้วย อย่างอาการที่มีเลือดกำเดาไหลตลอดเวลา มันเริ่มหายไปแล้วครับ อาจเป็นเพราะเครียดเรื่องงานและเตรียมตัวสอบด้วยครับ จริงๆ คุณแม่บุญธรรมที่เป็นหมอท่านบอกว่าอยู่ที่เราใช้ร่างกายของตัวเองด้วย คือมันไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้นแต่มันก็เป็นไปตามสภาพร่างกายที่เราใช้ ก็ไม่กลัวครับ เพราะเดี๋ยวเวลาพักก็จะได้ไปเช็คร่างกายกับคุณหมออย่างจริงจัง ผมตรวจสุขภาพบ่อยไหมยังจำไม่ได้ (ยิ้ม) แต่ก็มีตรวจบ้าง คอยบริจาคเลือดบ้าง"             "คุณพ่อคุณแม่ท่านก็เป็นห่วงครับ ยิ่งช่วงนี้ซีรี่ส์โปรเจ็กต์เอสกำลังเริ่มถ่าย ก็หนักหน่วงมาก แต่ถามว่าผมกลัวมั้ยถ้าไม่มีเวลาพักผ่อนแล้วร่างกายจะทรุด คือไม่กลัวครับ ผมกลัวไม่ได้ทำงานมากกว่า มั่นใจว่าไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง เพราะผมก็ยังดูแลตัวเองดีอยู่และไม่ได้ปล่อยปะละเลยขนาดนั้น ซึ่งถ้าพูดจริงๆ ตอนนี้ก็ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น ต้องใส่ใจตัวเองมากขึ้น ผมก็นิสัยผู้ชายครับ มองข้ามหลายๆ เรื่องที่อาจจะละเอียดอ่อนเกินไป"             "ถ้าไหลมันก็กระทบงานครับเพราะมันจะถ่ายทำไม่ได้ คือมันไหลตลอดเวลา แต่ตอนนี้มันหายไปประมาณ 2 อาทิตย์แล้วครับ ก็ยังไม่มีเอฟเฟ็กต์อะไรกับร่างกาย จะมีก็แค่เหนื่อยง่าย ส่วนปวดหัวผมปวดมากเลยครับเพราะช่วงนี้อ่านหนังสือสอบเยอะมากเลยครับ (หัวเราะ) จริงๆ เป็นบ่อยถึงขั้นควรรีบไปหาหมอเลยครับ เพราะวันนึงไหลประมาณ 5 รอบ และไหลรอบนึงประมาณ 15 นาที คือเวลาไหลมันไหลเป็นลิ่มเลือดใหญ่ๆ ที่ออกมาเยอะมาก ตอนแรกก็กลัวเรื้อรังครับ แต่พอมันหายไปก็ไม่กลัว"              "ช่วงนี้ถ่ายละครกับซีรี่ส์ครับ ส่วนเก้าก็คงถ่ายละครอยู่ ข่าวที่ว่ามีนางเอกฮอร์โมนลอกข้อสอบจนโดนพักการเรียนคิดมากเปล่า อันนี้ผมไม่รู้เลยครับ กับเก้าช่วงนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันครับเพราะเราทำงานเยอะ อีกอย่างผมก็ยังไม่ทราบข่าวเลย เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เวลามีปัญหาอะไรก็ช่วยเหลือกันครับ ถึงจะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ในมหาวิทยาลัยผมก็อยู่ของผมครับ ไม่ค่อยได้คุยกับใคร ส่วนใหญ่อยู่แต่ที่คณะ เด็กในมหาวิทยาลัยมีการพูดถึงเรื่องนี้มั้ยเหรอ เดี๋ยวผมไปสืบให้ก่อนนะครับ (หัวเราะ) แต่ผมว่าไม่ใช่หรอก เพราะจริงๆ เก้าเป็นคนเรียนเก่งนะ" ต่อ กล่าว        ต่อ ธนภพ   ต่อ ธนภพ   ต่อ ธนภพ   ต่อ ธนภพ  

ละครมือปราบเจ้าหัวใจ , เรื่องย่อมือปราบเจ้าหัวใจ
เรื่องย่อ ละครมือปราบเจ้าหัวใจ /  ย้อนหลัง ละครมือปราบเจ้าหัวใจ

มือปราบเจ้าหัวใจ บทประพันธ์โดย: อัคนี บทโทรทัศน์โดย: ลายน้ำผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อละคร มือปราบเจ้าหัวใจ "เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน"คือวิสัยทัศน์ของตำรวจที่ต้องยึดเป็นแนวนโยบาย โดยต้องเป็นข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ ความสามารถ รู้ลึก รู้รอบ รู้จริง ในงานที่ทำและต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ซื่อตรง อดทน เสียสละ ต้องขยัน และมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดต้องตระหนักเสมอว่าเป้าหมายการทำงานของตำรวจคือ "ความผาสุกของประชาชน"ร.ต.อ คณินทร์ เวโรจน์ มือปราบหนุ่มบ้าดีเดือด หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจแห่ง ป.ส คือนายตำรวจที่ ยึดมั่น ในหลักการนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด ด้วยอุดมการณ์ส่วนตัวที่มีการตายของบิดา อดีตตำรวจสายสืบยาเสพติดที่ถูกหัวหน้าเครือข่ายองค์กรยาเสพติดข้ามชาติ กลุ่ม DEAD HERO ฆ่าตาย เป็นแรงขับในการทำหน้าที่ คณินทร์จึงมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างองค์กร Dead Hero ซึ่งเป็นองค์กรค้ายาเสพ ติดข้ามชาติ ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศในขณะนี้ ซึ่งต่อมา ทางการข่าว ให้สืบทราบว่า องค์กร Dead Hero เป็นท่อน้ำเลี้ยงส่งเงินเพื่อสนับสนุนการก่อการร้ายขององค์กร Black Shark ของมิสเตอร์เจสัน และคณินทร์ยังตั้งใจลากคอหัวหน้าองค์กร ที่รู้จักกันในนาม คุณ ซึ่งทำตัวเป็นปริศนา ลึกลับ ไร้ตัวตน มาดำเนินคดีให้ได้ในสักวันหนึ่ง โดยมีสมาชิกในทีมคอยสนับสนุน ได้แก่ ร.ต.อ ปรมัตถ์ เพื่อนสนิทของคณินทร์ตั้งแต่โรงเรียนนาย ร้อยตำรวจ ที่ชอบแข่งขันกับคณินทร์มาตลอดใน ทุกๆเรื่อง...แต่ไม่เคยเอาชนะได้เลย โดยเฉพาะเรื่อง การวางแผนและกลยุทธ / หมวดมาโนช ผู้ชำนาญเชี่ยวชาญเรื่องไอทีและเทคโนโลยีทุกอย่างในโลกนี้ / หมวดสุจิตรา หมวดสาวสวยแรงพอๆกับฝีมือการต่อสู้ ทั้งหมดอยู่ภายใต้การบัญชาการของ พ.ต.อ เจษฎา ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจชุดนี้ และแล้ว คณินทร์ก็ได้เบาะแส ว่าองค์กร Dead Hero กำลังจะจัดปาร์ตี้ขอบคุณเอเย่นต์ ขายยาในโรงแรมหรูใจกลางกรุง คณินทร์และทีมสืบทราบมาว่า ไอ้แหลม ผู้ดูแลเครือข่ายเอเย่นต์ ทั้งหมดที่ขึ้นตรงกับ คุณ ได้เดินทางมาดูแลเอเย่นต์ทั้งหมดด้วยตัวเอง คณินทร์และทีมพร้อมกองกำลัง สนับสนุนได้ทำการเข้าจับกุม แต่ไอ้แหลมกลับหนีไปได้ เพราะไหวตัวทัน และได้ฆ่าตำรวจสายสืบที่แฝงตัว เข้าไปหาข่าวในแก๊งของไอ้แหลมไอ้แหลมหนีไปได้ แต่พวกลูกน้องของมันได้จับตัวพนักงานโรงแรมและแขกเป็นตัวประกัน ทำให้ต้องขอกำลังจากหน่วยอรินทราชเข้าทำการช่วยเหลือตัวประกันจนสำเร็จ เมื่อสายสืบถูกฆ่าตาย ร้อนถึงคณินทร์ต้องหาคนใหม่ มือปราบเจ้าหัวใจ แล้วก็มีคนเข้าตา เมื่อ "จ่าขจร ตำรวจจราจรที่สนิทสนมคุ้นเคยกับคณินทร์ เป็นอันดี เนื่องจากปฏิบัติงานอยู่บริเวณบ้านของคณินทร์ ได้แสดงวีรกรรมช่วยตำรวจ ท้องที่ไล่จับพวกวัยรุ่น มั่วสุมเสพยา โดยมีคณินทร์ตกกระไดพลอยโจนไปร่วมขบวนด้วย จ่าขจรยิงปืนแม่นชนิดจับวาง สร้างความประหลาดใจให้กับคณินทร์มาก จ่าขจรให้เหตุผลว่า...ไปฝึกยิงทุกครั้งหลัง เจ๊ดา เมียจ่าขจรที่ตั้งเพิงขายอาหารตามสั่งแถวโรงพักด่าเรื่องเงินเดือนไม่พอใช้และหนี้สินที่ไม่เคยผ่อนจ่ายหมด แต่แล้วจ่าขจรก็แทบช็อค เมื่อพบว่าหนึ่งในวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาคือ โน้ต ลูกชายคนเดียวของจ่าขจรกับเจ๊ดา โน้ตถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัด ทำพ่อแม่กลุ้มใจ ดุด่าว่ากล่าวตักเตือนอย่างไร ก็ไม่มีผล เพราะฮอร์โมนวัยรุ่นกำลังแรงและติดเพื่อน พ่อที่โน้ตไม่เคยภูมิใจ เป็นแค่จ่าจราจรกระจอกอย่างจ่าขจร จึงทำได้แค่เพียงร้องไห้อยู่เงียบๆ เพราะเป็นห่วงอนาคตลูกชายคณินทร์จึงเสนองานใหม่ให้จ่าขจร นั่นคือเป็นตำรวจสายสืบในทีม คอยส่งสายหาข่าว โดยมีวัตุประสงค์ต้องเข้าถึงตัว คุณ นายใหญ่ของแก๊ง DEAD HERO ให้ได้ จ่าขจรรีบตอบรับเพื่อเบี้ยเลี้ยงที่ มากขึ้น และที่สำคัญเพื่ออุดมการณ์ กำจัดปราบปรามไอ้พวกเดนนรกที่ขายยาบ่อนทำลายอนาคตและชีวิต ของลูกชายตัวเอง นี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้โน้ตภูมิใจได้ในที่สุดในภายหลัง เมื่อจ่าขจรต้องเสียชีวิตในขณะที่ ปฏิบัติหน้าที่เมื่อเอเย่นต์รายย่อยเกือบทั้งหมดถูกจับกุม และนำไปสู่การแถลงข่าวของ ป.ส โดยมี พ.ต.อ เจษฎาและ ร.ต.อ ปรมัตถ์เป็นผู้ออกหน้า....เนื่องจาก คณินทร์เป็นพวกไม่ชอบออกสื่อ แถมพูดจาขวานผ่า ซาก ไม่ค่อยเป็นมิตร กับนักข่าวนัก จนได้รับฉายาจากนักข่าวว่า ผู้กองร็อด (ย่อมาจากร็อดไวเลอร์) ข่าวการจับกุมเอเย่นต์เครือข่าย Dead Hero นี้สร้างความสนใจให้กับ มินตรา นักข่าวสาว สายสังคมประจำสถานีข่าว Seven Days News ที่ให้ความสนใจทำข่าวเกี่ยวกับยาเสพติดและผลกระทบ ที่มีต่อสังคมเป็นพิเศษ เพราะ ไมค์ น้องชายของมินตรา ถูกคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกันและถูกฆ่าตาย มินตราจึงเหลือเพียง จันทรา ผู้เป็นยาย ครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ที่มินตราส่งไปพักและรักษา ตัวใน Medical Center แห่งหนึ่ง เพราะยายเป็นอัลไซเมอร์ ต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ แม้จะราคาแพง แต่มินตราก็กัดฟันสู้ ใช้เงินอย่างประหยัด ปมที่ต้องสูญเสียน้องชาย ทำให้มินตราต้องการนำเสนอปัญหาผลกระทบของยา เสพติดที่รุนแรง และหนทางแก้ไขที่ยั่งยืน นั่นคือ ครอบครัวแข็งแรง คนแข็งแรง ยาเสพติดย่อม บั่นทอนความแข็งแรงของประชาชนและประเทศชาติไม่ได้ แต่ “เจ๊อุมา หรือเจ๊อูม่า” บก.ข่าวของ มินตราไม่เคยอนุมัติ เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายเกินไปสำหรับนักข่าวผู้หญิง แต่มินตราไม่ยอมแพ้ เธอจึงตัดสินใจทำสกู๊ปการปราบปรามยาเสพติดของหน่วยคณินทร์อย่างลับๆ นอกเวลางานข่าวสังคมประจำ โดยมี นครินทร์ ตากล้อง เพื่อนรุ่นพี่คู่หูที่เห็นใจ และเข้าใจช่วยมินตราด้วยอีกแรงแต่คณินทร์ไม่เห็นด้วยและไม่เต็มใจให้มินตรามาวุ่นวาย ปรมัตถ์จึงอาสาเทคแคร์ และให้ข้อมูลเท่าที่ให้ได้ จนทำให้สนิทสนมกัน และทำให้ปรมัตถ์ชอบมินตราในที่สุด โดยที่มินตราไม่รู้ตัว มือปราบเจ้าหัวใจ มินตราตามสะกดรอย จนโผล่เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ไล่ลาปราบปรามพวกซื้อขายยา เสพติดที่อันตรายอยู่เนืองๆ จนทำให้มีปากมีเสียงกับคณินทร์เป็นประจำ แล้วความลับก็เปิดเผย ว่ามินตราไม่ได้รับมอบหมายจากทางสถานี เป็นการทำสกู๊ปโดยพลการ คณินทร์จึงไล่ตะเพิดมินตรา แต่มินตราก็ขอโอกาส พร้อมทั้งยืนยันเจตนาในสิ่งที่ทำ มินตราเชื่อมั่นว่าถ้าทำภารกิจนี้สำเร็จ เจ๊อุมาจะต้อง เปลี่ยนใจและเห็นใน ความสามารถของเธอที่มีมากกว่าการไล่ตามคุณหญิงคุณนายไปทำข่าวตัดริบบิ้น ความมุ่งมั่นของมินตราทำให้คณินทร์ยอมใจอ่อน เพราะต่างก็มีอุดมการณ์เหมือนกันนั่นคือ...ทำให้สังคม ดีขึ้น จ่าขจรได้เบาะแสจากสายข่าวที่ส่งเข้าไปแทรกซึมในแก๊งของไอ้แหลม ทำให้ได้โฉมหน้าคนที่คิดว่าใช่ คุณ นั่นคือ นายวาทิศ พงศ์พล เจ้าของธุรกิจหลากหลาย มูลค่าเป็น พันล้าน ตั้งแต่บริษัททัวร์ อู่ซ่อมรถ สถานบันเทิงตอนกลางคืน คณินทร์ตามประกบจนไปเจอวาทิศ กำลังปาร์ตี้ยากับไฮโซอย่างเมามัน แต่ก็เอาผิดอะไรวาทิศไม่ได้ เพราะ...ตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกาย บ้าน หรือรถ หรือสถานที่ประกอบการต่างๆที่คิดว่าจะเป็นแหล่งพักยา ก็ไม่มีหลักฐานให้เอาผิดได้.....แต่คณินทร์มั่นใจว่าวาทิศคือ คุณ วาทิศออกมาเผชิญหน้าท้าทาย ถ้าคณินทร์แน่จริง ก็ขอให้หาหลักฐานมาจับเร็วๆ ก่อนจะฟ้องคณินทร์กลับ ข้อหาหมิ่นประมาทให้ได้รับความเสียหาย บวกกับการให้ข้อมูลจากทีม โดยเฉพาะปรมัตถ์ ที่ได้ข้อสรุปว่า...คณินทร์สั่งการด้วยอารมณ์ส่วนตัวคณินทร์ถูกพักงานชั่วคราว โดยปรมัตถ์ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาดูแลคดีแทน....ปรมัตถ์เย้ยคณินทร์ว่านี่ คือช่วงเวลาที่ปรมัตถ์จะได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถทัดเทียมกับคณินทร์ คณินทร์เหมือนคนอกหัก แต่เพราะเป็นตัวคนเดียวไม่มีครอบครัว การพักงานยิ่ง ทำให้ฟุ้งซ่าน มินตราที่เห็นอกเห็นใจคณินทร์จึงชวนให้คณินทร์มาเป็นผู้ช่วยทำสกู๊ป ติดตามทีมไป จัดการไล่ล่าพวกเอเย่นต์ คณินทร์นึกขอบใจมินตรา เพราะเท่ากับว่าคณินทร์เองก็ยังได้ทำงานอยู่ เพียงแค่ไม่ได้ออกหน้าเท่านั้นเองคณินทร์สนิทสนมกับมินตรามากขึ้น จนได้มีโอกาสไปเยี่ยมยายจันทราของมินตราที่ Medical Center ที่นั่น คณินทร์ได้รู้จักกับ คุณตาปวิตร ผู้ร่าเริงและใจดี ซึ่งกลายมาเป็นคู่จิ้นกับยาย จันทรา ทั้งคู่สนิทกันมาก และคุณตาปวิตรก็ได้เผื่อแผ่ความเมตตาเอ็นดูมาถึงมินตราด้วย แต่สัญชาติญาณของคณินทร์บอกอยู่ลึกๆว่า....คุณตาปวิตรไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น คณินทร์ถูกลอบทำร้ายระหว่างทางกลับจากงานวันเกิดของคุณตาปวิตรที่ Medical Center โชคดีที่คณินทร์ไม่ได้ลุยเดี่ยว เพราะได้ กรันย์ นายทหารอากาศเพื่อนรักที่เดินทางมาด้วยช่วยเอาไว้ ทำให้คณินทร์นึกสงสัย เหมือนถูกใครสะกดรอยตาม เพราะคณินทร์ไม่เคยรายงานความเคลื่อนไหว ให้กับใครนอกจากลูกทีม...คณินทร์ได้กลิ่นหนอนบ่อนไส้ภายในทันที จึงไปรายงานกับพ.ต.อ.เจษฎา ทำให้ทุกคนในทีมถูกจับตามองกันไปหมด เกิดบรรยากาศอึดอัด คณินทร์ถูกปรมัตถ์ใส่ร้าย หาว่าคณินทร์พาล เมื่อตัวเองถูกพักงาน เลยต้องการป่วนทีมภายใต้การนำของปรมัตถ์ ทั้งคู่วางมวยกัน และเข้าหน้ากันไม่ติด แล้วคณินทร์ก็ได้รับการงดเว้นโทษ กลับเข้าประจำการเหมือนเดิม หลังจากที่ได้รับเบาะแส ว่าจะมีการขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าภายในประเทศ แล้วเดินทางลงเรือส่งต่อไปยัง ประเทศที่สาม คณินทร์และทีม พร้อมกับตำรวจตระเวณชายแดนได้สนธิกำลังกันทำการจับกุม โดยมี ภูริช เพื่อนรักทหารบก ที่นำข่าวสำคัญมาบอกว่า.... คุณ ตัวจริงไม่ใช่วาทิศ!! ไปร่วมปฏิบัติการ กับคณินทร์ด้วย เพราะ ร.ท ฐิติ คู่ปรับคนสำคัญของภูริช เป็นคนขนจัดส่งยาเสพติดล็อตนี้จาก ชนกลุ่มน้อยให้กับองค์กร Dead Hero ภูริชต้องไล่ล่าจับตัว ร.ท ฐิติให้ได้!!! มือปราบเจ้าหัวใจ ในที่สุดยาล็อตใหญ่ก็ถูกยึดเอาไว้ พร้อมคนร้ายเกือบทั้งหมดที่ไม่ถูกยิงตายก็ถูกจับ ร.ท ฐิติยังหนีลอยนวลไปได้...มีการแถลงข่าวอีกครั้ง...วาทิศเดือดมาก มั่นใจว่าข่าวรั่วไหลเพราะมีหนอน บ่อนไส้อยู่ในองค์กรปล่อยข้อมูล ประกาศหาตัวเพื่อเด็ดหัว และต้องจัดการกับคณินทร์ให้ได้โดยไว เพราะคณินทร์คืออุปสรรคสำคัญ ตามคำสั่งของ คุณ ตัวจริงคณินทร์คิดหนัก จะเข้าถึงตัวการใหญ่ได้อย่างไร....และแล้วคณินทร์ก็ถูกลอบฆ่าอีกครั้ง โดยมีมินตราอยู่ร่วมในเหตุการณ์ ทั้งคู่รอดมาได้ ทำให้รู้ใจตัวเองกันว่า...ต่างมีใจให้กัน หลังจากผ่าน เหตุการณ์ทั้งร้ายและดีมาด้วยกันในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ปรมัตถ์เจ็บปวด...เพราะนั่นเท่ากับว่าแม้กระทั่ง เรื่องความรัก ตัวเองก็พ่ายแพ้ให้กับคณินทร์คณินทร์ได้เบาะแสจากจ่าขจร ว่าจะมีการประชุมเอเย่นต์ทั่วประเทศเพื่อวางแผนรับมือการ จับกุมของตำรวจ คณินทร์จึงวางแผนบุกรวบตัวพวกหัวๆ หวังจะจับทั้งยวง กลยุทธของคณินทร์รั่วไหล การประชุมเอเย่นต์ต์ถูกยกเลิกในวินาทีสุดท้าย พร้อมๆกับที่คณินทร์จับได้ว่า ปรมัตถ์คือหนอนบ่อนไส้!!!! ปรมัตถ์หนีการจับกุม แปรพักตร์ไปอยู่ร่วมแก๊งวาทิศ คณินทร์เสียใจที่ปรมัตถ์เลือกทางสาย มลทิน ยิ่งทำให้โกรธแค้นเครือข่ายยานรก โดยที่คณินทร์ไม่รู้เลยว่า.....มันคือแผนการของพ.ต.อ เจษฎา กับปรมัตถ์ ที่จะสร้างให้ปรมัตถ์กลายเป็นตำรวจคอรับชั่น ยอมทำเป็นถูกวาทิศซื้อตัวเพื่อคอยส่งข่าว ความเคลื่อนไหวของทีมคณินทร์ เพื่อที่สุดท้ายจะต้องถูกจับกุมแล้วหนีไปแทรกซึมเชิงลึกและลับที่สุด เพื่อให้เข้าถึงตัว คุณ ให้ได้....และปรมัตถ์ก็ยอมที่จะเสียสละรับภารกิจนี้ ภารกิจที่จะต้องถูกเข้าใจผิด เพื่อให้แผนการทะลายแก๊ง Dead HERO ถูกถอนรากถอนโคน แม้สุดท้ายจุดลงเอยเดียวที่จะได้รับคือ ความตาย เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ปรมัตถ์รู้สึกว่า...ชนะคณินทร์ได้อย่างแท้จริงและแล้วปรมัตถ์ก็เข้าถึงข้อมูล ทำให้รู้ว่า "คุณ" คือใคร....และกำลังจะส่งข่าวให้คณินทร์ ก็ถูกวาทิศและไอ้แหลมจับได้ และถูกฆ่าไปพร้อมกับจ่าขจร โดยที่ทีมและกำลังของคณินทร์มาช่วยไว้ไม่ทัน คณินทร์เสียใจมาก ที่ตำรวจฝีมือดีและเสียสละทั้งสองนายต้องจบชีวิตลง ความรู้สึกคลั่งแค้นเมื่อครั้งที่พ่อ ตัวเองถูกฆ่าตายได้ กลับมาอีกครั้งคณินทร์ตัดสินใจบอกเลิกมินตรา ขอให้ไปมีความรักครั้งใหม่ เพราะภารกิจครั้งนี้ อาจจบลงด้วยความตาย เพราะคณินทร์ตั้งใจจะไล่ล่าจับตัวพวกแก๊งนรกจนกว่าตัวเองจะตาย ถ้าไม่ตาย อย่าหวังจะมีอะไรมาขัดขวางได้ แต่มินตราก็ยังยืนยันจะรอการกลับมาของคณินทร์คณินทร์ปะติดปะต่อข้อมูลทั้งหมด จนทำให้สรุปและฟันธงได้ว่า คุณ ที่ตามหาตัวกันมา นาน แท้จริงแล้วคือ คุณตาปวิตร!!!! คนชั่วมันมีอยุ่ในทุกที่ แม้ในที่ๆที่ไม่คิดว่าจะมี มันก็มี!!!!คุณตาปวิตรเปิดเผยตัวในที่สุด โดยจับมินตราเป็นตัวประกันใน ขณะที่ตัวเอง กำลังหลบหนี ไปพร้อมกับเงินและยาเสพติดล็อตมหึมาที่กำลังจะถูกขนส่งออกนอกประเทศ โดยมีวาทิศและไอ้แหลมร่วม หลบหนี การไล่ล่านี้จำเป็นต้องพึ่งหน่วยเฉพาะกิจพิเศษจากสี่เหล่าทัพ อันได้แก่ ภูริช จิรวัติ กรันย์ รวมทั้งคณินทร์ สนธิกำลังกันช่วยไล่ล่า ตามจับกุมหัวหน้า และมือขวามือซ้ายของแก๊ง Dead Hero มือปราบเจ้าหัวใจ ในที่สุดมินตราก็ได้รับการช่วยเหลือออกไป เพื่อนๆจากสามเหล่าทัพของคณินทร์ จัดการกับบรรดาลูกน้องมือขวามือซ้ายของ คุณ จนเสียชีวิต เหลือคณินทร์ที่เผชิญหน้ากับ “คุณ” สองต่อสอง คุณ เยาะเย้ย สร้างความเคียดแค้น หวังจะให้คณินทร์ลุแก่โทสะสังหารตัวเอง เพื่อที่คณินทร์จะได้มีความผิดทางวินัยและถูกสอบสวน เพราะงานของตำรวจไม่ใช่ภารกิจทำลายล้าง หากแต่คือการจับกุมคนร้ายให้ได้เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย…และคณินทร์เกือบจะเพลี่ยงพล้ำตกเป็นทาสของอารมณ์แค้นของตัวเองจนลืมหน้าที่ โชคดีที่มินตราเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม จนทำให้คณินทร์เย็นลง และยอมที่จะเว้นชีวิต คุณ โดยให้กฏหมายเป็นผู้ทำหน้าที่มอบความยุติธรรมให้กับ คนชั่วอย่างมันแทนแม้ คุณ จะถูกจับ แต่ยังมีองค์กรเครือข่ายยาเสพติดเครื่องข่ายอื่นผุดขึ้นมา ราวกับเป็นตัวตายตัวแทน…ทำให้ทีมของคณินทร์มีภารกิจให้ปฏิบัติการต่อไปเพื่อดำรงไว้ซึ่งความผาสุกของประชาชน ในฐานะตำรวจไทยที่เป็นมืออาชีพ สกู๊ปข่าวติดตามภารกิจตำรวจปราบปรามยาเสพติด พ่วงด้วยชีวิตหลังบ้านตำรวจ ของมินตรา ถูกอนุญาตให้ออกอากาศ หลังจากที่เจ๊อุมาได้ดูเทปสกู๊ปที่ตัดต่อเสร็จแล้ว ได้รับผลตอบรับอย่างฮือฮา ทำให้คนดูได้เห็นถึงความเสียสละของเหล่ามือปราบยาเสพติดทั้งหลาย ว่าเพื่อความผาสุกของประชาชนแล้ว ต้องแลกมากับอะไรบ้าง สารคดีชุดนี้ ทำให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ว่า หน้าที่ปราบปรามยาเสพติดไม่ได้เป็นของตำรวจเท่านั้น แต่มันคือหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่ต้อง มีส่วนร่วมในการล้มรั้วด้วยรัก เพื่อให้ครอบครัวแข็งแรงเป็นเบื้องต้น เป็นการแก้ที่ต้นเหตุที่ดีที่สุดความสามารถของมินตราได้รับการยอมรับ และที่สำคัญ…มันทำให้โน้ตเปลี่ยนทัศนคติ ที่มีต่อจ่าขจรโดยสิ้นเชิง จ่าขจรคือพ่อที่โน้ตภูมิใจ และตัดสินใจเลิกคบเพื่อนที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หันมาตั้งใจเรียน และสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อเดินตามรอยเท้าพ่อปรมัตถ์และจ่าขจรได้รับการเลื่อนยศชั้นสูงสุด เป็นความภูมิใจของครอบครัว เป็นตัวอย่างที่ดีของตำรวจคนอื่นๆ คณินทร์สามารถคลายปมที่ผูกเงื่อนแน่นอยู่ในใจ ปล่อยวางความแค้น ให้อยู่ในมือของ กฏหมาย ภารกิจเพื่อชาติยังคงต้องดำเนินต่อไป ไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีคนชั่วในสังคม ส่วนภารกิจรักนั้นเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว เมื่อคณินทร์และมินตราต่างเปิดใจและยอมรับ ในวิถีของแต่ละคน…พร้อมจะจับมือกันก้าวไปเป็นกำลังใจให้กันและกัน รายชื่อนักแสดง ละครมือปราบเจ้าหัวใจ พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์โน้ต วัชรบูล ลี้สุวรรณพล พูลภัทร อัตถปัญญาพลเติม เศวตชัย นาคสุขกาย รัชชานนท์ สุขประกอบพลอย รัญดภา มันตะลัมพะซูกัส บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์เอี๊ยม วรรษพร วัฒนากุลแมงมุม พงษธัช รัตนเศรณีเติร์ก ณัฐชนน ภูวนนท์ทูน หิรัญทรัพย์หมู ดิลก ทองวัฒนา อุ้ย เกรียงไกร อุณหะนันทน์

โรคหัวใจ ไม่น่ากลัว แค่เปลี่ยนพฤติกรรม ก็ลดความเสี่ยงได้
ความเสี่ยงโรค /  ป้องกันโรคหัวใจ / 

ในปัจจุบันมนุษย์เราทุกคนทราบกันดีว่ามีโรคชนิดต่างๆ เกิดขึ้นหลายโรค และสาเหตุส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นผลมาจากพฤติกรรมการหรือการกระทำของตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในสังคม การทำงานหนักจนเกิดความเครียด การเลือกที่จะรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารเร่งด่วน อาหารไม่ครบทุกหมวดหมู่ อาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเพื่อชดเชยกับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลที่จะก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะในกลุ่มของโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น โรคหัวใจ เป็นโรคที่มีความหมายกว้างมาก และอาการเจ็บป่วยของโรคหัวใจนั้น ก็จะอาจจะเกิดจากการเจ็บป่วยของโรคอื่นก็เป็นได้ ซึ่งโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น หมายถึงกลุ่มโรคที่มีผลต่อระบบหัวใจ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคกล้ามเนื้อหัวใจ หัวใจล้มเหลว โรคหัวใจอักเสบ โคนลิ้นหัวใจรั่ว โรคหัวใจรูมาติก เป็นต้น โรคหัวใจ เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบมากและเป็นอันตรายที่สุดคือ อาการหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่นำไปสู่อาการหัวใจวาย (Heart Attack) ซึ่งแต่เดิมการแพทย์เชื่อว่า เกิดจากการสะสมของไขมันผนังหลอดเลือดจนเกิดการอุดตัน แต่ในปัจจุบัน (Heart Attack) ที่พบบ่อยมักเกิดจากผนังหลอดเลือดด้านในแตกจนเกิดการสะสมของลิ่มเลือดและนำไปสู่การอุดตันของเส้นเลือดแบบเฉียบพลัน ซึ่งการแตกของผนังหลอดเลือดด้านในนี้ เกิดจากภาวะ การอักเสบ (Inflammation) ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งจากอารมณ์แปรปรวน อาหาร อนุมูลอิสระ ตลอดจนถึง ภาวะความร้อนภายในร่างกาย การทำงานของฮอร์โมน การทำงานของประสาทอัตโนมัติ การวินิจฉัยว่าเป็น โรคหัวใจหรือไม่นั้นควรเป็นหน้าที่ของแพทย์ แต่ตัวเราเองก็สามารถสังเกตอาการบางอย่างเพื่อสันนิษฐานเบื้องต้นได้เช่นกัน คือ เป็นโรคอ้วน เครียดมากจนเกินไป มีอาการใจร้อน อารมณ์ร้อน รวมถึงภาวะอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง สูบบุหรี่ เป็นต้น ส่วนระยะเวลาของการแสงอาการนั้น จะแสดงออกในระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น วิ่ง เดินขึ้นบันได หรือเมื่อโกรธ จะรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอก อาการเจ็บหน้าอกของโรคหัวใจขาดเลือด จะแตกต่างจากการเจ็บแบบอื่น โดยจะเจ็บแน่นๆ บริเวณหน้าอกด้านซ้ายหรือสองด้าน บางรายจะเจ็บร้าวไปที่แขนซ้าย หรือมีอาการปวดไปถึงกรามคล้ายเจ็บฟัน แม้จะหยุดออกกำลังกายแล้วก็จะยังเจ็บอยู่ นอกจากนี้ยังมีอาการหอบ เหนื่อยง่ายผิดปกติ ใจสั่น ขาบวม อาจจะเป็นลม หรือมีอาการวูบร่วมด้วย การดูแลป้องกัน ไม่ให้เป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด นั้นป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น อาหาร อารมณ์ การออกกำลังกาย เป็นต้น ความจริงการรับประทานเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นกลไกตามธรรมชาติ เป็นพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าทุกคนดูแลรักษาตนอย่างดี ควบคุมอารมณ์ไม่ให้เครียดจนเกินไป ทานอาหารแต่พอควร เลือกอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอและพอดี โอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจและโรคกลุ่มนี้ก็จะน้อยลง วิธีนี้เป็นการป้องกันตนเองก่อนที่จะเกิดโรค แต่ถ้าหากเกิดโรคขึ้นมาแล้วการรับประทานยาเป็นประจำ การผ่าตัด การทำบอลลูนขยายเส้นเลือดที่ตีบ นั้นเป็นแค่การรักษาตามอาการเท่านั้นไม่ได้ทำให้หายขาดจากโรคนี้ได้เลย การแก้ไขดังกล่าวเป็นการแก้ไขแค่เพียงส่วนเล็กน้อยตรงบริเวณที่เส้นเลือดผิดปกติที่ยาวเพียงไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้นไม่ได้แก้ไขส่วนอื่นของเส้นเลือดที่ยาวมากมายที่มีอยู่ทั่วตัวเรา ถ้ามนุษย์เรายังคงดำเนินหรือมีพฤติกรรมการการดำรงชีวิตเหมือนเดิมก็อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดโรค เมื่อเกิดภาวะบ่งชี้ของการเกิดโรค เช่น เจ็บหน้าอก หอบ เหนื่อยง่าย เหงื่อออกมาก ใจสั่น ขาบวม ให้สันนิษฐานว่า อาจจะเป็นโรคหัวใจ และพาคนป่วยพบแพทย์ทันที ยิ่งถึงมือแพทย์เร็วเท่าไร โอกาสที่แพทย์จะแก้ไขเส้นเลือดอุดตันให้เลือดไหลเวียนก็จะทำให้ได้อย่างเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ก่อนเราเชื่อว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจทำอะไรไม่ได้อีก แต่ปัจจุบันความเชื่อนั้นเปลี่ยนไป คนผ่าตัดหัวใจแล้ว ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ สามารถออกกำลังกายได้ไม่แพ้คนปกติ บางคนแข็งแรงสามารถเล่นกีฬาได้เหมือนนักกีฬาอาชีพ แต่การในการฟื้นฟูร่างกายนั้น คนไข้ควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ด้วยโปรแกรมฟื้นฟูหัวใจ ซึ่งจะทำให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตให้ถูกต้องทานยาอย่างประจำสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนัก รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นกิจวัตรประจำวัน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ผู้ป่วยนั้นต้องกระทำต่อเนื่องและตลอดไป หลังจากการเกิดโรคและได้รับการรักษาแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำขึ้นอีก ขบวนการนี้โดยรวมคือการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจโดยเริ่มจากการชะลอความเสื่อม การดูแลก่อนการเกิดโรคหรือการป้องกันการเกิดโรค การดูแลขณะเป็นโรคพร้อมช่วยแก้ไขสมรรถภาพร่างกายที่ผิดปกติขณะเป็นโรคให้กลับสู่สภาพเดิม การดำรงพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ดีต่อเนื่องเป็นประจำหลังการรักษาหายจากโรค เพื่อป้องกันการกลับมาของโรคเดิม ดังนั้นทุกคนต้องเริ่มดูแลสุขภาพฟื้นฟูร่างกายชะลอความเสื่อมของหัวใจป้องกันการเกิดโรคหัวใจและกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (คงสภาพความหนุ่มสาว) กันตั้งแต่วันนี้ ที่มาบทความสุขภาพจาก โรงพยาบาลพระรามเก้า

ต้าเหนิง - เจเจ ควงดูหนัง หวานแบบนี้ไม่มีกั๊ก
ต้าเหนิง ฮอร์โมน /  เจเจ กฤษณภูมิ / 

     แอบเก็บความมุ้งมิ้งของคู่เลิฟวัยฮอร์โมน ต้าเหนิง กัญญาวีร์ กับแฟนหนุ่ม เจเจ กฤษณภูมิ มาฝากกันกรุบกริบ โดยวันก่อนไปเจอคู่หวานคู่นี้ควงกันไปดูหนังที่ห้างดังใจกลางสุขุมวิท สำหรับคู่นี้คบกันไม่กี่เดือนก็ไม่มีกั๊ก ควงกันออกมาเปิดใจว่าเป็นแฟน! ชัดเจนขนาดนี้โดนใจวัยรุ่นสุดๆ เอ้า... ใครเป็นกองเชียร์ หรือจิ้นคู่นี้ก็ไปติดตามกันเลยจ้าาาา ต้าเหนิง - เจเจ   ต้าเหนิง - เจเจ  

จำได้มั้ย?
เจสซี่ รินทร์ดนัย /  นิด อรพรรณ / 

  อุแม่เจ้า!! หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2545 คงไม่มีใครไม่รู้จักซีรีส์วัยรุ่นสุดฮอต "กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้" ที่รวบรวมบรรดาหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวแถมยังแรงเวอร์ไม่แพ้ซีรีส์ดังในยุคนี้อย่าง "ฮอร์โมนฯ" กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะเหล่าหนุ่มน้อยนักแสดงนำประจำแก๊ง "หินกลิ้ง" อย่างหนุ่มลูกครึ่งหน้าเป๊ะ เจสซี่ รินทร์ดนัย ที่เรียกได้ว่าขึ้นแท่นลูกรักบอสสาวคนเก่งอย่าง คุณนิด อรพรรณ จนกลายเป็นเด็กปั้นโพลีพลัสกันมาแล้ว   แต่ล่าสุดหลังจากห่างหายงานละครไปเกือบ 5 ปี ณ บัดนาว หนุ่มเจสซี่ ยังคงความหล่อล่ำนำเทรนด์ ด้วยการนั่งแท่นบริหารธุรกิจความงามครบวงจร รับผลิตอาหารเสริมใหญ่โตระดับประเทศจนกลายเป็นหนุ่มนักธุรกิจร้อยล้านไปซะแล้ว แว่วๆ มาว่าเร็วๆ นี้ หนุ่มเจสซี่ ยังเตรียมโปรเจ็คท์ใหม่ประกาศตัวเป็น "เจ้าพ่อบุญทุ่ม" อาสาโมดิฟายชาวลูกเป็ดขี้เหร่ทั้งหญิงและชายให้มีชีวิตใหม่สดใสกว่าเก่าไม่ต้องอายใครกันแบบฟรีๆ อีกด้วย ว้าวๆๆ เริ่ดอะไรขนาดนี้ ไม่หล่อไม่รวยทำไม่ได้นะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก IG jessiehyper, FB Linndanai Jessie              

ไขมัน อย่าเข้าใจผิด คิดว่าไม่จำเป็นต่อร่างกาย กินไขมันแบบไหนไม่อ้วน มาดู!
แคลลอรี่ /  ไขมัน / 

เมื่อพูดถึงอาหารหลัก 5 หมู่ แน่นอนว่าในแต่ละหมู่โภชนาการที่เรากินเข้าไปนั้น ย่อมให้ประโยชน์แก่ร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่ง ไขมัน ที่หลายๆ คนอาจหลงเข้าใจผิดไปว่า เป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์และความจำเป็นต่อร่างกาย ไขมันที่เรากินเข้าไป ไม่ได้ถูกจำกัดมาในรูปแบบของเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมาในรูปแบบของส่วนประกอบอื่นๆ ในเมนูอาหารที่เราคุ้นเคย ซึ่งไขมันในอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน หากเลือกกินไขมันดีก็ย่อมเกิดประโยชน์ แต่หากเลือกกินไขมันไม่ดีก็ย่อมให้โทษแก่ร่างกาย ไขมันดี (HDL) หรือ High Density Lipoprotein คือไขมันไม่อิ่มตัวที่มีความหนาแน่นของไขมันสูง จึงถูกจัดว่าเป็นไขมันที่ดีสำหรับหลอดเลือดแดง เพราะไขมันดีจะป้องกันไม่ให้ ไขมันไม่ดี (LDL) หรือ Low Density Lipoprotein ไปสะสมในหลอดเลือดแดง ซึ่งหากระดับไขมันดีในเลือดต่ำนั้นเท่ากับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ก่อนที่จะนำมาซึ่งการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs ต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคไตวาย โรคอัมพฤกษ์ โรคอัมพาต เป็นต้น ซึ่งการทำงานของไขมันดีจะต่างกับการทำงานของไขมันไม่ดีโดยสิ้นเชิง เพราะ ไขมันไม่ดี จะมีหน้าที่ลำเลียงไขมันจากตับเข้าสู่กระแสเลือดในร่างกายของเรานั่นเอง ไขมัน เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะการทำงานของระบบสมอง รวมถึงการสร้างฮอร์โมน และผิวพรรณ กรดไขมันดีส่งผลดีต่อการทำงานของระบบหัวใจ โดยส่วนมากไขมันดี จะพบได้ในอะโวคาโด น้ำมันมะกอก ปลา ถั่ว น้ำมันแคโนล่า เนยถั่ว เป็นต้น ซึ่งร่างกายควรได้รับแคลลอรี่ประมาณ 20-35% ต่อวัน และที่สำคัญควรเน้นไปที่ไขมันดีเป็นหลัก หากได้รับมากเกินไปอาจเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนได้ เนื่องจาก ไขมันยังคงเป็นอาหารที่ให้พลังงานแคลลอรี่สูง ไขมันดี จาก กรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 3 พบได้ทั้งในปลาและในพืช พบมากในปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาน้ำจืดบางชนิด พบในพืช เช่น ถั่ววอลนัท ถั่วเหลือง เมล็ดแฟล็กซ์ คาโนลา ผักสีเขียวบางชนิด อย่าง ผักโขม กะหล่ำเล็ก ประโยชน์จากกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นมีมากมาย ไม่ว่าช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL-C) ลดความหนืดของเลือด ลดการอักเสบภายในร่างกาย ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง แถมยังมี DHA ที่ช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มของเซลล์ไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ไขมันดี จาก กรดไขมันโอเมก้า 6 กรดไขมันโอเมก้า 6 มีหน้าที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของโอเมก้า 3 คือ ช่วยเพิ่มความแข็งตัวของเลือดให้ดีขึ้น เมื่อกินควบคู่กับโอเมก้า 3 ยิ่งเป็นการช่วยเสริมระบบการไหลเวียนเลือดในร่างกายให้สมดุลดีมากยิ่งขึ้น โอเมก้า 6 พบมากในน้ำมันพืชชนิดต่างๆ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันพรีมโรส น้ำมันมะกอก ข้อสำคัญคือควรใช้กรรมวิธีการปรุงอาหารแบบใช้ความร้อนไม่มากนัก ไขมันดี จาก กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว พบมากใน น้ำมันมะกอก อะโวคาโด อัลมอนด์ พิตาชิโอ ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ประโยชน์ของการกินกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวคือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมีส่วนช่วยในกลไกการลดน้ำหนัก ช่วยยับยั้งการกลับมาเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว คำแนะนำการกินไขมันดีต่อผู้ที่ต้องการลดและควบคุมน้ำหนัก ควรออกกำลังกายเป็นประจำ เลือกใช้น้ำมันเพื่อปรุงอาหารในปริมาณน้อยๆ เลือกอาหารประเภทอบ นึ่ง ต้ม หรือผัดน้ำมันน้อยเป็นหลัก หรือเรียกง่ายๆ ว่า เลี่ยงอาหารทอดหรืออาหารที่ใช้น้ำมันเยอะนั่นเอง อย่าเหมารวมว่าอาหารประเภทไขมันทั้งหมดไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะอาหารประเภทไขมันมีทั้งไขมันดี และไขมันไม่ดี ควรรู้จักเลือกกินอาหารที่มีไขมันดีและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ก็จะทำให้การกินไขมันเหล่านั้นเกิดประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากที่สุด ทั้งนี้ เพื่อการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ควรกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการครบ 5 หมู่ ลดรสชาติหวาน มันและเค็มลง รวมถึงกินผักผลไม้ให้ได้ถึงวันละ 400 กรัมตามที่ สสส. แนะนำ โดยในแต่ละวัน แต่ละมื้ออาหาร ควรกินอาหารที่มีปริมาณพอเหมาะ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอค่ะ เรื่องโดย : ดนยา สุเวทเวทิน Team Content www.thaihealth.or.th

โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบที่ค่อยๆเป็น แต่ไม่ค่อยรู้ตัว
กระดูกพรุน /  กระดูกหัก / 

องค์การอนามัยโรค (WHO) รายงานว่า โรคกระดูกพรุน เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่มีความสำคัญ ต่อประชากรผู้สูงอายุมากที่สุด โดยเพศหญิง จะมีโอกาสกระดูกหักจากโรคนี้มากถึง 30-40% แต่ในขณะ เดียวกันเพศชายจะมีโอกาสเพียงแค่ 13% เท่านั้น โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่มีลักษณะมวลกระดูกต่ำ นำไปสู่การสึกกร่อนโครงสร้างระดับจุลภาคของเนื้อเยื่อของกระดูก ที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกเปราะและหักง่ายจากอุบัติเหตุแค่เพียงเบาๆ โรคนี้พบมากที่สุดในผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60-80 ปี และ 2 ใน 3 ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี โดยภาวะกระดูกพรุนในระยะแรกมักจะไม่แสดงอาการใดๆออกมาให้เห็น แต่จะมีเพียงแค่ความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกหักได้ง่ายเท่านั้น ส่วนที่พบการหักได้บ่อย คือ แขน สะโพก ไหล่ กระดูกสันหลัง และข้อมือ การหักของกระดูกสันหลังอาจไม่มีอาการปวดในระยะแรก แต่อาจทำให้ความสูงลดลง และมีอาการปวดตามมา รวมถึงเกิดภาวะทุพพลภาพได้ ผลกระทบจากกระดูกสะโพกหัก ผู้ป่วยจะไม่สามารถเดินได้ ต้องนอนบนเตียงเป็นเวลานาน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ รวมไปถึงผู้ป่วยจะต้องได้รับการดูแลในระยะยาวและมีแนวโน้มในการเสียชีวิต  โรคกระดูกพรุน เป็น ภัยมฤตยูเงียบ ที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวินาทีจะมีการทำลายกระดูก ช่วงวัยหนุ่มสาวนั้นการสร้างกับการทำลายจะเท่าๆ กัน แต่เมื่ออายุมากขึ้นตัวทำลายก็จะมีมากกว่าตัวสร้าง ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน จะทำให้กระดูกสันหลังค่อมและหัก ร่างกายจะเตี้ยลง และเมื่อเกิดอุบัติเหตุกระดูกก็จะหักได้ง่าย ที่สำคัญคือจะมีอาการปวดหลังอย่างมาก ปัจจัยเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนอย่างแรกเลย คือ เชื้อชาติ เราพบว่าคนผิวขาวเป็นมากกว่าคนในแถบเอเชีย แต่คนเอเชียจะพบได้มากกว่าคนผิวดำ ส่วนใหญ่คนผิวดำจะไม่ค่อยมีโรคกระดูกพรุนให้เห็น ส่วนเรื่องพันธุกรรมนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ตัวอย่าง เมื่อแม่เป็น ลูกเป็น แม่เคยกระดูกหัก ลูกก็จะกระดูกหัก ในเรื่องของอายุนั้นมีผลเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอนเมื่ออายุ 65 ปีจะก้าวเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุน หรือผู้หญิงหลังจากหมดประจำเดือนไปแล้ว 5 ปี ผู้หญิงมักเป็นโรคกระดูกพรุน ได้มากกว่าผู้ชาย พบในคนผอมเป็นมากกว่าคนอ้วน เพราะว่าไขมันมีเอสโตเจนช่วยซ่อมแซมกระดูกพรุน เช่นเดียวกับ ผู้หญิงที่ตัดมดลูกรังไข่ เมื่อถูกตัดก็ไม่มีเอสโตรเจนหรือเป็นโรคต่อมไทรอยด์ เป็นโรคพุ่มพวง หรือพวกโรคไตเรื้อรัง นอกจากนี้ยาก็มีผลต่อโรคกระดูกพรุนได้เช่นกัน ยาสเตอรอยด์ (steroid) ทุกชนิด ยาขับปัสสาวะ ยากันชัก เป็นต้น วิธีการป้องกันโรคกระดูกพรุน คือ การเร่งสร้างและสะสมมวลกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็ก ให้คำแนะนำในการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้รับปริมาณที่เหมาะสมโดยเฉพาะ กลุ่มผักใบเขียว กินแคลเซียมและวิตามินดี เช่น นมเป็นสารอาหารที่ให้แคลเซียม เด็กๆควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว (500ซีซี) จนถึงวัยหนุ่มสาว เพื่อเพิ่มมวลกระดูกให้สะสมมาก ควรออกกำลังกายเพียงพอและสม่ำเสมอ หยุดสูบบุหรี่ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปรึกษาหาคำแนะนำเพิ่มเติมในการป้องกันจากแพทย์ ผู้ใหญ่ควรได้รับแคลเซียม วันละ 800 – 1,000 มก. หากเป็นหญิงวัยหมดประจำเดือนควรได้รับแคลเซียม วันละ 1,500 – 2,000 มก. และสำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรได้รับแคลเซียมวันละ 800 – 1,000 มก. นั่นหมายถึงวัยผู้ใหญ่กินนมประมาณ 500 มิลลิลิตรต่อวัน หากกลัวอ้วน อาจเปลี่ยนเป็นนมพร่องมันเนยหรือเนย แต่หากแพ้นมวัวสามารถใช้นมถั่วเหลืองแทนได้ โดยรับประทานในปริมาณที่มากขึ้นเพราะนมถั่วเหลืองมีแคลเซียมน้อยกว่านมวัว สำหรับกรณีที่ไม่สามารถรับประทานได้ ควรเลือกกินอาหารที่มีแคลเซียมมาก เช่น ปลาตัวเล็ก กุ้งแห้ง ผักใบเขียว นอกจากดื่มนมแล้ว แพทย์ยังแนะนำให้ออกกำลังกายเพื่อช่วยให้กระดูกแข็งแรงอีกทางเลือกหนึ่ง การออกกำลังกาย ถือเป็นปัจจัยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ยิ่งเราออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้สม่ำเสมอมากเท่าไหร่ กล้ามเนื้อจะเป็นตัวช่วยอย่างดีในการกระชับข้อต่อและกระดูกต่างๆ ให้แข็งแรง แพทย์ย้ำอีกว่า ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเน้นเรื่องออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่เหมาะสม อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที ทำให้ได้วันเว้นวัน หรือ อาทิตย์ละ 3 วัน โดยมีวันพักระหว่างช่วง 3 วันที่ออกกำลังกาย ผู้สูงอายุผู้ที่มีกระดูกบางหรือแม้กระทั่งผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนก็สามารถออกกำลังกายได้เช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ ควรรับวิตามินดี ให้พอเพียง เพราะวิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและนำแคลเซียมไปสร้างกระดูก ร่างกายควรได้รับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ประมาณ 10 – 15 นาที เพราะผิวหนังก็สามารถสร้างวิตามินดีจากแสงแดดได้เช่นกัน ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ได้แก่ การสูบบุหรี่และการดื่มสุรา งดซื้อยาทานเอง เช่น ยาลูกกลอนที่มีสเตอรอยด์ผสมอยู่ สำหรับขั้นตอนในการรักษาอาการโรคกระดูกพรุนในปัจจุบัน คือ การหยุดยั้งการสูญเสียมวลกระดูกและรักษาอาการกระดูกหัก วิธีที่ดีที่สุด คือ การรับประทานแคลเซียม 1,200 – 1,500 มก. ต่อวัน ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควรเสริมวิตามิน D ให้ร่างกายได้รับ 800 – 1,200 หน่วยสากลต่อวัน หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดิน วิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่ทำให้ง่วงนอน ควรอาศัยอยู่ในบ้านที่มีแสงสว่างเพียงพอเพื่อป้องกันเกิดอุบัติเหตุ เช่าการหกล้ม เป็นต้น แม้ว่าในปัจจุบันจะมียาหลายชนิดที่ใช้ในการรักษาโรคกระดูกพรุน ยารับประทานบางชนิดเป็นยาเสริมสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน เมื่อใช้แล้วจะมีภาวะเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและมะเร็งเยื่อบุมดลูกมากขึ้น หรือยาบางชนิดถูกสังเคราะห์ขึ้นมาลดการทำลายมวลกระดูก ได้แก่ Antirespontive drugs เช่น Bisphosphonate (oral and injection), Strontium Ranelate และ Denusumab โดยมีคุณสมบัติสามารถลดการสูญเสียมวลกระดูกและลดอุบัติการณ์ของกระดูกเปราะหักได้ ยาอีกประเภทหนึ่งซึ่งเพิ่มมวลกระดูก คือ ยา Anabolic Hormone ได้แก่ PTH ซึ่งต้องบริหารด้วยการฉีดทุกวัน อย่างไรก็ดียาเหล่านี้ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ที่มาเนื้อหาจาก นายแพทย์วรัท ทรรศนะวิภาส แพทย์ด้านโรคข้อและกระดูก โรงพยาบาลพระรามเก้า

โกง! นางเอกฮอร์โมนพล่าน ลอกข้อสอบ โดนสั่งพักการเรียน
นางเอกฮอร์โมนพล่าน

  งานเข้าแล้วเจ้าค่ะ เจ๊หว่าง เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนสนิทคนในวงการ เม้าท์มอยแบบมีน้ำหนักว่า นางเอกฮอร์โมนพล่าน ซวยสุดๆ เพราะทำนิสัยขี้โกง!!! เรื่องแบบนี้ รู้หน้า แต่ไม่รู้นิสัยจริงๆ แต่หนังหน้าจริงๆ ที่ก่อนเข้าวงการ หน้าตาชีเข้าขั้นขี้ริ้วขี้เหร่ ตาไปทาง จมูกไปทาง แต่พอไปเจอหมอศัลยกรรมมือดีใช้มีดเก่ง หน้าตาชีก็เริ่มสวยขึ้นอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ แต่งานนีชีก็ไม่แคร์ เพราะมั่นหน้า มั่นโหนก จนถีบตัวเองเข้าวงการฯ มาได้ พอเข้าวงการก็คิดว่าตัวเองดังมาก เล่นหนัง เล่นละคร ไม่กี่เรื่อง ก็โดนวิญญาณผีหยิ่ง ผียโสเข้าสิง ใครทัก ใครเรียกชื่อ ไม่มีหันไปทักทาย สวัสดี เดินเชิดๆ เลิศๆ โชว์สันจมูกปลอมๆ กับคางซิลิโคลนอันใหม่ จนแฟนคลับที่เคยหลงรักชี จากซีรีย์เด็กนักเรียนวัยวุ่นวาย เริ่มไม่ค่อยแฮปปี้กับพฤติกรรมของนางเอกฮอร์โมนพล่าน เพราะคนอะไรเข้าถึงยาก เข้าถึงเย็น ผิดกับนักแสดงคนอื่นๆ ที่แจ้งเกิดจากซีรีย์เรื่องนี้ เขาเฟรนลี่ น่ารัก มีงาน มีการทำ ให้เห็นอย่างต่อเนื่อง   ล่าสุดมีสายรายงานมาว่า มีเรื่องเม้าท์มอยที่เป็นประเด็นร้อนไปทั่วมหาวิทยาลัย เมื่อนางเอกฮอร์โมนพล่าน โดนสั่งให้พักการเรียนชั่วคราว ไม่ใช่ว่าเรียนไม่ทันเพื่อน ต้องถ่ายละคร ทำงานนั้นโน้นนี่ แต่ที่ชีโดนพักการเรียน เพราะดันไปทุจริตลอกข้อสอบเพื่อน งานนี้ถึงจะเป็นดารา มีชื่อเสียง เรียนไม่รู้เรื่อง เรียนไม่ทันเพื่อนยังไง ก็ไม่มีอำนาจอภิสิทธิ์ใดๆ ช่วยได้ นอกจากพักการเรียนไปก่อนนะจ๊ะ ถ้าพ้นมลทินเมื่อไหร่ ค่อยกลับมาลงทะเบียนเรียนใหม่ งานนี้เลยเห็นว่าช่วงนี้ นางเอกฮอร์โมนพล่าน วิ่งรอกออกงานอีเว้นท์อยู่บ่อยๆ ยิ่งไม่มีสัญญากับสังกัดไหนแล้ว ก็วิ่งมาราธอนรับงานทั่วราชาอาณาจักร แถมแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปสักพักใหญ่ๆ เขาก็เปิดตัวแฟนคนใหม่เป็นที่เรียบร้อย แม้ชีจะออกมายอมรับว่า ถึงเลิกกันไปแล้ว แต่เราก็เป็นเพื่อนกันได้ อ้าว...เฮ้ย! นี่หล่อนไม่รู้เลยหรอ??? ว่าแฟนใหม่ของผู้เก่าหล่อน เขาไม่ชอบขี้หน้าปลอมๆ ของหล่อน เขาไม่แฮปปี้ด้วย ณ จุดๆ นี้ ที่หล่อนออกมาให้สัมภาษณ์แบบนี้ แต่ชีก็เป็นคนไม่ค่อยแคร์อะไรอยู่แล้ว ถ้ามีตบ ก็คงนัดตบกันจะได้จบๆ แล้วได้ข่าวมาอีกว่า มีหนุ่มๆ ในวงการ นอกวงการ ไฮโซลูกท่านหลานเธอมาจีบ ยาวเป็นหางว่าว ว่าแต่ใครนะ จะโชคดีได้ นางเอกฮอร์โมนพล่าน นิสัยขี้โกงไปครอบครองนะ อีกไม่นานคงได้รู้กัน อิอิอิ!!!

มันดีกับใจ!! ต่อ ธนภพ ยังหล่อใส ออร่าแรงกระแทกต่อมติ่ง!!
ต่อ ธรภพ /  ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น

              ชมพูพิ้งค์ไปทั้งงานเบิกบานหัวใจแฟนคลับน่าดู สำหรับหนุ่มหล่อหน้าใส ต่อ ธรภพ ที่เมื่อวานนี้ (12 ต.ค.2559) มีโอกาสได้ไปร่วมงาน Za Brand New You ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว เรียกว่ายังคงความฮอตไว้เฉกเช่นเดิมไม่ด้อยไปกว่าเมื่อครั้งที่โด่งดังใหม่ๆ จากซีรีส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น เพราะบรรดาประชาชียังหลงไหลใคร่ปลื้มหน้าใสๆ ร่างโย่งๆ ของพ่อเจ้าประคุณอยู่ตลอดๆ เรียกว่าขยับตัวนิดเสียงกรีีดก็ลั่นห้างแล้ว                ซึ่งจุดนี้ต้องบอกว่าออร่าความหล่อกับอัธยาศัยขี้เล่นของเจ้าตัวถูกอกถูกใจ กระแทกตับกระแทกไส้บรรดาติ่งซะเหลือเกิน ขนาดมีแฟนเป็นตัวเป็นตน สถานะก็ไม่ได้โสดสดซิงยังได้ใจหญิงไปซะขนาดนี้ แหมมม...โสดให้เห็นเมื่อไรคงได้ฮอตไปอีกเท่าตัวแน่ๆ เลย หุหุ   ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ

ซอกแซกเป้ใบโปรด!! สกาย วงศ์รวี ฮอตขนาดนี้ มีความลับอ๊ะเปล่า??
เปิดกระเป๋า /  กระเป๋าดารา / 

เข้มข้นถึงใจเด็ดกระชากไส้เหล่าเก้งกวางมากๆ สำหรับบทบาทของหนุ่มหน้าใส สกาย วงศ์รวี ในซีรีส์ I Hate You, I Love You ที่เวลานี้ยังค้างเติ่งรอวันกลับมาแซบกันอีกครั้ง ต้องเรียกว่าฮอตต่อเนื่องสำหรับหนุ่มน้อยมาแรงอย่างสกาย เพราะหลังจากสร้างเรทติ้งในซีรีส์ ฮอร์โมน ซีซั่น 3 จนฮอตกระฉูดแล้ว บทผู้ชายขายตัวในซีรีส์เรื่องล่าสุดยังเด็ดโดนใจคนดูอีกต่างหาก วันก่อนมีโอกาสเจอะเจอเจ้าตัวเลยอดไม่ได้ที่จะตรงไปทักทายถามไถ่ถึงความฮอตนี้ และเมื่อเห็นพ่อเจ้าประคุณมาพร้อมกระเป๋าเป้ใบโต๊...โต จึงไม่วายขอซอกแซกล้วงความลับกันสักหน่อย เอ้า!! เป็นหนุ่มฮอตเฟร่อขนาดนี้ พกอะไรไว้ข้างในบ้างหน๊อออ บอกที่มาที่ไปของกระเป๋าใบนี้หน่อย? "เป็นกระเป๋าที่ได้มาจากการทำงานครับ ถูกใจมากเพราะว่ามันเป็นเป้ที่ค่อนข้างทะมัดทะแมง ส่วนใหญ่ผมจะมีแต่เป้ใบใหญ่ๆ กับเป้ใบเล็กๆ แต่สำหรับใบนี้มันเป็นเป้ขนาดกลางๆ กำลังพอดีเลย"ปกติเป็นคนพกกระเป๋าตลอดหรือเปล่า? "ก็ไม่ค่อยนะครับ แล้วแต่วันมากกว่า ถ้าบางวันอยากสะดวกอยากชิล ไม่อยากพกอะไรเยอะให้มันน่ารำคาญ ก็ไม่เอาไปครับ ตัวเปล่าๆ ก็ชิลดี แต่ส่วนใหญ่จะใช้ตลอดนะ เพราะผมไปเรียนมันต้องมีของโน่นนี่นั่นเยอะอยู่แล้ว"เป็นคนที่ชอบใช้กระเป๋าแนวไหน? "ส่วนใหญ่จะเป็นกระเป๋าผ้ากับกระเป๋าเป้ครับ ใช้แล้วมันรู้สึกโอเคเพราะใส่ของได้เยอะ ถุงผ้านี่ก็ประหยัดช่วยลดโลกร้อนด้วย"ติดแบรนด์ไหม? "ไม่นะครับ เห็นอะไรที่ชอบที่ถูกใจก็ใช้ได้หมด"มีกระเป๋าใบโปรดหรือเปล่า? "ใบโปรดหรอ...คงเป็นกระเป๋าโรงเรียนสมัยเรียนมัธยมมั้งครับ (ยิ้ม) เพราะใช้บ่อยสุด มันเก็บของได้เยอะ สารพัดประโยชน์มากๆ มีช่องเล็กช่องน้อยเต็มไปหมด"อะไรในกระเป๋าที่ขาดไม่ได้? "คงเป็นโทรศัพท์ พาวเวอร์แบงค์ อะไรพวกนี้แหละครับ อ่อ!! ยาหม่องด้วย สำคัญมากเลย เวลาไปไหนบางครั้งเจอกลิ่นที่มันไม่พึงประสงค์ผมมักจะหายใจไม่ค่อยออก ปวดหัว เคยมีครั้งหนึ่งทนไม่ไหว เหมือนเขาขุดคลองหรืออะไรสักอย่าง ถ้าไม่ได้ยาหม่องช่วยไว้คงไม่ไหว ผมเลือกยาหมองเพราะกลิ่นมันหอมมากกว่ายาดมครับ มันเป็นไทยๆ หอมดี"มีความเชื่อเกี่ยวกับกระเป๋าบ้างไหม? "เรื่องกระเป๋าไม่ค่อยมีนะครับ แต่ถ้าเป็นของในกระเป๋าอาจจะมีบ้าง อย่างเช่นกล่องดินสอ ถ้าเอากล่องสีนี้เข้าห้องสอบ จะสอบได้ดี (หัวเราะ) อะไรแบบนี้มากกว่าครับ"เปลี่ยนกระเป๋าบ่อยแค่ไหน? "อืมมม...ส่วนใหญ่ผมจะใช้สลับกันครับ อย่างวันนี้อยากใช้ใบนี้ก็เอาใบนี้มา อีกวันอยากใช้อีกแบบก็เอาอีกแบบไปใช้ครับ"เลือกซื้อกระเป๋าเองหรือเปล่า? "ส่วนใหญ่คุณแม่จะช่วยดูให้ครับ บางทีเขาซื้อมาแล้วมันไม่ถูกใจก็ใช้ๆ ไปเถอะ (หัวเราะ) ไม่ซีเรียสเลย เพราะส่วนใหญ่ที่ซื้อมาให้มันก็เป็นสีเบสิกใช้ได้กับทุกโอกาส เข้าได้กับเสื้อผ้าทุกแนวอยู่แล้วครับ"คิดว่ากระเป๋ากับผู้ชายมีความสำคัญต่อกันมากน้อยแค่ไหน? "ไม่ว่าจะหญิงหรือชายผมว่ากระเป๋าก็จำเป็นนะครับ อย่างน้อยๆ มันช่วยให้เรามีที่เก็บของ มีอะไรก็ยัดใส่กระเป๋าไว้ก่อน ผู้หญิงอาจจะจำเป็นมากหน่อยเพราะมีของจุกจิกเยอะ แต่ผู้ชายก็พกได้ไม่แปลกครับ ผู้ชายมีกระเป๋าเป้ใบเท่ๆ เยอะแยะไป (ยิ้ม)" สกาย วงศ์รวี สกาย วงศ์รวี สกาย วงศ์รวี สกาย วงศ์รวี ขอบคุณสถานที่ : ร้านอาหารสวนบัว โรงแรมเซนทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว

กันต์ ฮอร์โมน ทำงานหนัก! ไม่มีเวลาให้แฟน แต่รักยังแฮปปี้
กันต์ ฮอร์โมน

หายหน้าหายตาจากหน้าจอไปนาน! จนแฟนคลับเรียกร้องว่าเมื่อไหร่จะได้เห็นผลงานของนักแสดง วัยว้าวุ่นออย่างหนุ่ม กันต์ ฮอร์โมน สักที ล่าสุดมีโอกาสได้เจอหน้า หนุ่มกันต์ ในงาน '' ไรเดอร์ รัน (Rider Run) ครั้งแรกในโลก'' ณ ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย เจ้าตัวเผยว่า ตอนนี้เพิ่งปล่อย MV เพลง ''ขอพร'' ได้รับกระแส ตอบรับดีเกินคาด ส่วนเรื่องงานแสดงยังรอเวลาที่เหมาะสมอยู่ เพราะติดปัญหาทางด้านเวลา แต่ยืนยันยังไม่ทิ้ง งานแสดงแน่นอน ด้านความรักกับแฟนสาว ปิ่น ยังแฮปปี้ แม้ช่วงนี้ทำงานหนัก จนไม่มีเวลาให้ แต่แฟนสาวก็ เข้าใจ ไร้ปัญหา

ภัยเงียบ จาก กล่องโฟม กินสบายตายเร็ว
กล่องโฟม /  ภัยเงียบ / 

นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ บริษัทบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความรู้ว่า กล่อง โฟมที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไป (Styrofoam) เป็นของเสียเหลือทิ้งสีดำ ๆ จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ประกอบด้วยสารสไตรีน (Styrene) มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิง อาหารตามสั่งที่บรรจุกล่องโฟม จึงเป็นแหล่งสะสมสารสไตรีน ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ทำให้สมองมึนงง สมองเสื่อมง่ายหงุดหงิดง่าย มีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และเป็นสารก่อมะเร็งอีก 3 ชนิด ถ้าเป็นผู้ชายรับประทานเข้าไปมาก ๆ มีโอกาสเสี่ยงเป็น โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็น มะเร็งเต้านม และทั้งสองเพศมีโอกาสสูงต่อการเป็น มะเร็งตับ แม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็ตาม สำหรับสไตรีน ถือเป็นสารอันตรายที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็ง หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารบรรจุในกล่องโฟม ลูกมีโอกาสสมองเสื่อมเป็นเอ๋อ อวัยวะบางส่วนพิการ ส่วนคนทั่วไปถ้ารับประทานอาหารกล่องโฟมทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับสารสไตรีนในกล่องโฟมได้ง่ายถึง 5 ปัจจัยได้แก่ 1. อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นหรือเย็นลง ทำให้สไตรีนซึมเข้าสู่อาหารได้สูง 2. ถ้าปรุงอาหารโดยใส่น้ำมัน น้ำส้มสายชูแอลกอฮอล์ จะดูดสารสไตรีนจากกล่องโฟมได้มากกว่าปกติ 3. ถ้าซื้ออาหารใส่กล่องทิ้งไว้นาน ๆ ไม่ได้รับประทาน อาหารจะดูดสารสไตรีนได้มาก 4. ถ้านำอาหารที่บรรจุโฟมเข้าไมโครเวฟ สไตรีนจะไหลออกมาในปริมาณมาก 5. ถ้าอาหารสัมผัสพื้นที่ผิวกล่องโฟมมาก ๆ รวมถึงร้านไหนตัดถุงพลาสติกใสรองอาหาร ขอบอกว่าได้รับสารก่อมะเร็ง 2 เด้ง ทั้งสไตรีนและไดออกซินจากถุงพลาสติกเลยทีเดียว นพ.วีรฉัตร กล่าวเตือนด้วยว่า อาหาร ตามสั่งหรือข้าวราดแกงกับไข่ดาวหรือไข่เจียวร้อน ๆ อาจจะไปละลายผนังกล่องโฟม เสมือนรับประทานอาหารคลุกสไตรีนไปด้วย ถึงกระนั้น ไข่ดิบที่วางขายในแผงไข่พลาสติก สารสไตรีนมีโอกาสวิ่งเข้าในเปลือกไข่ได้เช่นกัน ถ้าเลือกไข่ดิบควรเลือกซื้อจากแผงไข่กระดาษจะปลอดภัยที่สุด

36ยังแซบ! ซุปตาร์ค่อนวงการร่วมเบิร์ธเดย์ วุ้นเส้น ไร้เงาผู้!
วุ้นเส้น ฉลองวันเกิด /  วีเจวุ้นเส้น

  กระดิกตัวทำอะไร ชีก็เป็นประเด็นไปหมด สำหรับแม่ม่ายสุดแซบ วีเจวุ้นเส้น วิริฒิพา ที่ยังคงเป็นขวัญใจของเหล่าเซเลบไฮโซ แม้ว่าชีจะโสดไม่สนิท แต่ก็มีหนุ่มหล่อบ้านรวย โทรจีบ ไลน์ตื้อเพียบ ล่าสุดเมื่อคืนชีก็จัดปาร์ตี้แฮปปี้เบิร์ดเดย์ 1 เมษายน ฉลองวันเกิดวัย 36 ปี งานนี้มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในวงการตัวแซบๆ มาร่วมงานเพียบ อาทิ เมย์ พิชญ์นาฏ ที่ควงมากับผู้ เจ ชนาธิป, หมวยเสียงสูง ปันปัน สุทัตตา, นางเอกฮอร์โมน เก้า สุภัสสรา, ว่าที่สะใภ้เล็กโบนันซ่า มิ้นท์ ชาลิดา, หนุ่มเจ้าสำราญ ก้อง กรุณ, เมนเทอร์ บี น้ำทิพย์ & คริส หอวัง, แม่ลูกแฝด นานา ไรบีนา ฯลฯ ส่วนอดีตสามีอย่าง ชาคริต แย้มนาม ก็ไม่ได้มางานนี้ และยังนิ่งเงียบไม่เบิร์ธเดย์อวยพรอดีตศรีภรรยาผ่านโซเชียลฯ และผู้ใหม่ที่ตกเป็นข่าวกับชีอย่าง ไฮโซหลวง ก็ไม่รู้ว่าไปร่วมงานนี้ด้วยหรือเปล่า เพราะยังไม่มีเงาปรากฏออกมาให้เห็น เอ๊ะ! หรือเขาจะแอบไปเดทกันสองต่อสองหลังจบปาร์ตี้นะ อิอิอิ!!!

เราท้าให้คุณทำ! อาบน้ำเย็น วันละ 5 นาที เป็นเวลา 30 วัน แล้วจะสุขภาพดี
น้ำอุ่น /  น้ำเย็น / 

นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า การอาบน้ำเย็น สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการกู้คืนพลังงานที่เหนื่อยล้าของเหล่านักกีฬามืออาชีพมามากมาย และการทำเช่นนี้ก็ยังสามารถนำมาใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัย มาดูประโยชน์ที่เราจะได้รับ หากลอง อาบน้ำเย็น  ทุกวันเป็นเวลา 30 วัน ใช้เวลา 5 นาทีในการอาบน้ำเย็นในตอนเช้า ตลอดทั้งเดือน โดยเลือกการอาบน้ำในตอนเช้าในการทำเช่นนี้จะส่งผลดีที่สุด การอาบน้ำเย็น ช่วยบรรเทาจากอาการของภาวะซึมเศร้าและช่วยคลายความเครียด ดีต่อสุขภาพผิวและผม โดยน้ำเย็นจะช่วยปิดรูขุมขนและเมื่อรูขุมขนปิดจะช่วยให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีและเรียบเนียน น้ำเย็นยังจะช่วยทำให้ผมของคุณเงางามกว่าน้ำอุ่นอีกด้วย เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย หนึ่งการศึกษาโดยสถาบันวิจัย Thrombosis Research Institute ในอังกฤษได้แสดงให้เห็นว่า น้ำเย็นช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายและความอุดมสมบูรณ์ให้ฮอร์โมนได้ดี ระบบน้ำเหลืองเคลื่อนไหวในร่างกายได้ดีขึ้น โดยปกติร่างกายจะมีระบบน้ำเหลืองที่มีหน้าที่กรองเลือด สร้างเม็ดเลือด ช่วยป้องกันโรค และคืนโปรตีนกลับสู่หลอดเลือด การอาบน้ำเย็นจะทำให้ร่างกายของคุณทั้งหมดหดตัว และบังคับให้ระบบน้ำเหลืองของคุณผลักดันของเหลวเหลืองทั่วร่างกายของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ การไหลเวียนเลือดดีขึ้น การอาบน้ำด้วยน้ำเย็น ทำให้ร่างกายได้สัมผัสกับความหนาวเย็นเป็นช่วงเวลาที่จะ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ค่อยๆ ไหลเวียนเลือดของคุณไปยังอวัยวะสำคัญต่างๆของร่างกาย ได้ดียิ่งขึ้น การนอนหลับดีขึ้น อุณหภูมิของร่างกายที่ลดลงจะทำให้การนอนหลับดีขึ้น หลับง่ายและสบายมากขึ้น ที่มาจาก www.womendailymagazine.com

อีกมุมของ ปันปัน เป็นครูอาสา! สอนหนังสือให้สามเณร
ข่าว ปันปัน สุทัตตา /  ปันปัน สอนหนังสือ / 

มาดูอีกมุมหนึ่งของนักแสดงสาววัยฮอร์โมน ปันปัน สุทัตตา กันบ้าง อะไรบ้าง... หลังเจ้าตัวใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการอาสาไปสอนหนังสือวิชาภาษาอังกฤษให้กับสามเณร ที่ วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร สุขุมวิท 101 ซึ่งก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และกำลังเป็นที่ชื่นชมกันอยู่ในโซเชียล งานนี้ขอปรบมือดังๆ ให้กับสาวปันปัน มีเรื่องราวดีๆ แบบนี้ก็ต้องสนันสนุนกันจ่ะขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @punpun_sutatta ปันปัน สอนหนังสือสามเณร ปันปัน สอนหนังสือสามเณร ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา