ฮยอนอา

งี้สิดี! สาวนักเต้นผู้มี ปานบนหน้า ไม่ศัลย์ เพราะเธอมั่นว่าเธอมีดี!
ปานบนหน้า /  ศัลยกรรม / 

Cassandra Naud (คาร์แซนดร้า นอร์ด)  นักออกสเต็ปเต้นเท้าไฟวัย 22 ปี ชาวแคนาดา ผู้ซึ่งมีจุดเด่นบนใบหน้า (เด่นจริงๆนะเธอ ) ที่หากอยู่บนหน้าสาวๆคนไหนแล้วหล่ะก็อาจจะไม่ชอบจนถึงขั้นไปทำศัลยกรรมก็เป็นได้.... แต่กับคาร์แซนดร้านั้นไม่จ้ะ คาร์แซนดร้ากล่าวว่า " ฉันรักรอย ปานบนหน้า มันเป็นจุดเด่นสำหรับฉันและมันคือของขวัญที่พ่อกับแม่ของฉันสร้างไว้ตั้งแต่ฉันเกิด"   จริงๆแล้วพ่อและแม่ของเธอไม่ได้ห้ามเธอในการศัลยกรรมแต่อย่างใด และเคยปรึกษากันในตอนที่เธอยังเด็ก ถึงผลดีและผลเสียของการศัลยกรรมเอารอยปานออกด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากการผ่าตัดนั้นมีความซับซ้อนแถมยังมีโอกาสที่จะมีผลข้างเคียงกับระบบสายตาของเธออีกด้วย เขาทั้งคู่จึงตัดสินใจไม่ผ่าตัดในที่สุด ขอบคุณภาพจาก www.zeberka.pl รอยปานของเธอนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดมันคือจุดเด่นที่ช่วยให้คนจำเธอได้ด้วยซ้ำ ตอนนี้คาร์แซนดร้าทำงานเป็นนักเต้นมืออาชีพใน LA เธอยังกล่างเสริมอีกว่า " อย่าได้กังวลในตำหนิเพราะสิ่งเหล่านั้นแหละคือเอกลักษณ์ในตัวคุณ"  ทุกอย่างไม่ได้เพอร์เฟคไปซะหมดหรอกนะจ๊ะสาวๆ ถ้าใครมีตำหนิบ้างอะไรเล็กน้อยๆก็ปล่อยมันไปเถอะ ดูอย่างคาร์แซนดร้าสิ ความมั่นใจนั้นทำให้เธอดูสวย แถมรอยปานนั้นก็ดูเป็นจุดเด่นของเธอด้วยซ้ำ หรือแม้แต่ดาราฮอลลีวูดเองก็เถอะ อย่าง จูเลีย โรเบิร์ต ปากเธอกว้างกว่าคนทั่วไปแต่นั่นแหละมันคือจุดเด่นที่ทำให้เธอเอาชนะใจคนดูทั่วโลก จำไว้นะจ๊ะสาวๆ ว่าความมั่นใจเท่านั้นและที่จะทำให้ ตำหนิ กลายเป็น เอกลักษณ์ ได้ ที่มา Metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

นี่แหละหนังเจ้าปัญหา! A Man Will Rise หนัง จา พนม ที่หายแว้บไปเฉย
A Man Will Rise /  Furious 7 / 

หลังจากมีข่าวเกรียวกราวเรื่องที่ เสี่ยเจียง แห่ง สหมงคลฟิล์ม ฟ้องร้องสั่งระงับการฉายภาพยนตร์ Furious 7 เหตุเพราะ จา พนม ไม่ปฏิบัติตามสัญญาของทางค่าย หนึ่งในกรณีนั้น คือภาพยนตร์ที่แถลงข่าวไปเมื่อราว 2 ปี อย่าง A Man Will Rise หรือในชื่อไทยว่า ไอ้หนุ่มกังนัม ที่เจ้าตัวรับตำแหน่งผู้กำกับและแสดงนำ อีกทั้งยังประกบ ดอล์ฟ ลันด์เกรน แอ็คชั่นสตาร์ระดับฮอลลีวูดอีกด้วย แต่ไปๆมาๆ หนังเรื่องนี้ก็เหมือนจะหายแว้บไปซะเฉย จา พนม เคยกล่าวเอาไว้ว่า ภาพยนตร์ A Man Will Rise เรื่องนี้ เริ่มแรกของโปรเจ็คนี้เกิดจากคำว่าม้าย่องของไทย ก่อนจะผสมผสานรวมศาสตร์การต่อสู้ โดยเฉพาะวัฒนธรรมของไทยจีนและตะวันตก ซึ่งมองว่าเป็นคาวบอย ซึ่งต้องเฟ้นหาคู่ต่อสู้ที่เป็นตะวันตก ที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันจากของไทย โดยได้ ดอล์ฟ ลันด์เกรน มารับบทคู่ปรับตัวฉกาจนี้ และเมื่อมาลองเวิคชอปร่วมกันก็พบว่า มันกลายเป็นแอ๊คชั่นคอมเมดี้ที่ลงตัวของ 2 วัฒนธรรม ตะวันตกที่เป็นคาวบอยและมวยไทยอย่างม้าย่อง  จึงกลายเป็นลีลาที่หาคู่จับและคู่ปรับได้เป็นอย่างดี  A Man Will Rise จะนำเสนอรูปแบบของ มวยม้ากับแอ็คชั่นในสไตล์คาวบอยตะวันตก  อีกทั้งยังเป็นการประเดิมภาพยนตร์แอ็คชั่น-คอมเมดี้เรื่องแรกของทั้งคู่อีกด้วย โดยถ่ายทอดเรื่องราวของ เมืองหนึ่งที่ถูกกลุ่มโจรที่แต่งตัวคล้ายเสื้อผ้าคาวบอย บุกเข้าปล้นสะดม แต่กลับมีไอ้หนุ่มท้องถิ่นคนหนึ่งไม่ยอมจำนน และลุกขึ้นต่อสู้กับกองโจร เพื่อปกป้องเมืองนี้ไว้ อย่างไรก็ตาม หลังจากงานแถลข่าวและภาพเบื้องหลังที่ปล่อยออกมาอีกเล็กๆน้อยๆ A Man Will Rise ตำนานเล่นจริงเจ็บจริงเรื่องใหม่นี้ ก็หายเงียบไปเสียเฉยๆ และกลายข้อพิพาทสำคัญในกรณีระงับฉาย Furious 7 งานนี้แฟนๆลีลาบู๊ระห่ำของ จา พนม ก็คงได้รอลุ้นว่า A Man Will Rise จะได้กลับมาหรือไม่ต่อไป -----------------------------

McMuffin‬ เคล็ดลับความสำเร็จของนักบอลทีมชาติ
McMuffin

มื้อเช้าสำคัญ มาเติมพลังทุกวันที่แมคโดนัลด์ นักบอลทีมชาติไทยสุดฮอตทั้ง 3 นำทีมโดยเมสซี่เจ ตั้ม และบาส จึงอยากชวนเพื่อนๆ ตื่นมาทานมื้อเช้าเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่­ด้วยกัน พิเศษ! แมคมัฟฟิน วิทเอ้ก เพียง 59.- ถึง 30 เม.ย.นี้

หกล้อยางแตก พุ่งข้ามเกาะชนเก๋ง ดับสยอง3ศพ!
ถนนมิตรภาพสีคิ้ว /  พุ่งข้ามเกาะ / 

สยอง! รถหกล้อยางแตก พุ่งข้ามเกาะชนรถเก๋ง บนถนนมิตรภาพ กม.96 อ.สีคิ้ว เสียชีวิตคาที่ 3 ศพ สาหัส 1 จราติดหนัก วันนี้(27 มี.ค.58) เมื่อเวลาประมาณ 7.30 น. มีรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถ 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 85-2894 สระบุรี บรรทุกมันไก่ มุ่งหน้าเข้า จ.สระบุรี เกิดยางแตก พุ่งข้ามเกาะกลางถนน ไปชนกันรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีตี้ สีแดง หมายเลขทะเบียน กว 1702 นครราชสีมา ที่หลักกิโลเมตร 69 ถนนมิตรภาพ เขต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ขาออกไป จ.นครราชสีมา ส่งผลทำให้คนในรถยนต์เสียชีวิตทันที 3 ศพ เป็น ชาย 1 ศพ (ตาของเด็ก) หญิง 1 (แม่เด็ก) และเด็กหญิงอายุ 4 ขวบเสียชีวิต ส่วนยายที่นั่งมาด้านหน้ากับเด็ก 4 ขวบ บาดเจ็บอาการสาหัส ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตและคนเจ็บ ส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว ซึ่งขณะนี้การจราจรบริเวณดังกล่าว ติดขัดอย่างหนัก ขอบคุณข้อมูลจาก จส.100 ภาพจาก สวพ.FM91 MThai News

ฟีลกู๊ด! ลูกกตัญญู พา คุณแม่ เที่ยวรอบโลก เยียวยาจิตใจ
คนแก่ /  ครอบครัว / 

นับได้ว่าเป็นภาพที่หาได้ยากที่จะได้เห็นคุณลูก พาคุณแม่วัยชราเที่ยว ตามที่ต่างๆ อย่างมีความสุข เพราะเมื่อเราโตขึ้นเราต่างก็สนุกกับคนวัยเดียวกัน เข้าก๊วนที่พูดจาภาษาเดียวกัน แต่ถ้าคุณได้เห็นภาพ และ รู้เรื่องราวของครอบครัวเธอคนนี้แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจ นี่คือภาพฟีลกู๊ดที่จะทำให้คุณประทับใจตามไปด้วย ของ ลูกกตัญญู หญิงชาวจีนวัย 42 ที่พาคุณแม่วัย 87 ปีของเธอ ท่องเที่ยวรอบโลกไปด้วยกัน ภาพถ่ายสุดประทับใจ ของอัน หร่งกับคุณแม่ ขณะเที่ยวเมืองเล็กๆ ในสหรัฐอเมริกา อัน หร่ง เป็นลูกคนเล็กของครอบครัว เธอและคุณแม่ได้เริ่มเที่ยวรอบโลกในปี 2009 ครั้งนั้น เธอกับพี่สาวพาหลานสาวไปเที่ยวด้วย แต่คุณแม่ของเธอได้รับอุบัติเหตุในทริปนั้น ประกอบกับสุขภาพที่ไม่แข็งแรง คุณแม่ของเธอจึงจำเป็นต้องนั่งรถเข็น ผลกระทบที่ตามมาคือ เรื่องของทางจิตใจ ท่านเริ่มมีอาการซึมเศร้า ทั้งหมดจึงตัดสินใจกลับบ้าน อัน หร่ง เล่าว่า "สีหน้าของแม่บอก ท่านทุกข์ทรมานจากอุบัติเหตุครั้งนั้นมาตลอด ท่านเริ่มไม่อยากอาหาร และเอาแต่นอนอยู่แต่บนเตียงทั้งวัน จนท่านมีอาการหลงๆ ลืมๆ ฉันกับพี่สาวต้องคอยเตือนให้ท่านทานข้าว และหยิบกุญแจให้ท่านก่อนท่านจะออกนอกบ้านเสมอ " เพื่อฉุดคุณแม่ออกจากโรคซึมเศร้า และสร้างกำลังใจให้กับคุณแม่ของเธอ อัน หร่งตัดสินใจพาคุณแม่ของเธอไปเที่ยวด้วยกันเป็นประจำทุกปี ย้อนกลับไปก่อนที่คุณแม่จะประสบอุบัติเหตุ ในปี 2006 อัน หร่งเคยพาคุณแม่นั่งเครื่องบินไปเที่ยวไห่หนาน ซึ่งเป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก อัน หร่ง เล่าว่า " ท่านมีอาการเครียดเล็กน้อย และท่านยังคิดด้วยว่าการไปเที่ยวคือ การใช้เงินไปอย่างสิ้นเปลือง เปล่าประโยชน์ " แต่ผลที่ได้จากทริปเที่ยวภายในประเทศทริปนั้น คือได้เปลี่ยนมุมมองของคุณแม่เป็นอย่างมาก หลังจากนั้น ก็ตามมาด้วยทริปท่องเที่ยวต่างประเทศอีก 4 ทริป ง่ะ คุณแม่ติดใจ อิอิ ประเทศแรกที่ครอบครัวนี้เลือกเดินทางคือ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้น เดินทางไป ประเทศไทย ญึ่ปุ่น เกาหลี มัลดีฟส์ และอีก 10 ประเทศ พวกเขาได้ไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการท่องเที่ยวที่ยาวนานที่สุดที่เคยเที่ยวมา อันหร่ง พาคุณแม่เที่ยวชมแกรนด์แคนยอน โดยทางเฮลิคอปเตอร์ " 9 ปีมาแล้วนับจากที่แม่ได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก แต่ครั้งนี้ แม่ยิ้มและไม่กลัว " อัน หร่งกล่าว หลังจากพาแม่เที่ยวกว่า 10 ประเทศ คุณแม่ของเธอก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นมาก ถึงแม้จะต้องนั่งรถเข็นเที่ยวก็ตาม เคยได้ยินไหมคะ " ยิ่งแก่ก็ยิ่งเหมือนเด็กเข้าไปทุกที "คุณพ่อคุณแม่วัยชรา ท่านก็ต้องการความรัก และ ความใส่ใจจากลูกหลานไม่แพ้สมัยเราเป็นเด็กๆ ทียังโยเยกับพ่อแม่หรอกค่ะ ถึงพวกท่านจะชรา เกษียณอายุแล้ว สังขารเสื่อมไปตามเวลา แต่ทางจิตใจ ก็ควรจะได้รับการดูแลใส่ใจให้มาก  เพราะยิ่งท่านอยู่ว่างๆ  ไม่มีอะไรทำ หรือทำอะไรได้ไม่คล่องแคล่วเหมือนก่อน ท่านก็จะยิ่งมีความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า เปล่าประโยชน์ เป็นภาระ จนใช้ชีวิตไปวันๆ  ซึ่งอาจเป็นสาเหตุไปสู่โรคซึมเศร้า และ สมองเสื่อมได้  วิธีป้องกัน และ แก้ไข คือ ความรัก ความใส่ใจจากคนในครอบครัว ที่จะทำให้ท่านมีความสุขในชีวิตยามแก่เฒ่าได้ค่ะ   ทำซะ ก่อนท่านจะไม่อยู่ให้เราตอบแทนพระคุณนะ ที่มาจาก shanghaiist เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ชมหนังสั้นไซไฟ The Deepest ลึกสุดห้วง ท่องอวกาศฝีมือคนไทย ที่ไปไกลถึงเมืองคานส์
nipanartofmedia /  NipanStudio / 

หากพูดถึงการชมหนังไทยขึ้นมา ก็คงนึกสาละวนอยู่กับตระกูลหนังรัก, ดราม่า, สยองขวัญ วนเวียนอยู่ไม่ไกลจากนี้ ยิ่งกับตระกูลหนังไซไฟอิงวิทยาศาสตร์นั้น ยิ่งความหวังริบหรี่ลงไปอีก แต่ครั้งนี้ อาจจะเป็นการจุดประกายเล็กๆ ให้วงการหนังไทยขึ้นมาแล้ว กับหนังสั้น The Deepest ลึกสุดห้วง ผลงานท่องอวกาศ ที่โปรดักชั่นรวมถึงวิชวลเอฟเฟกต์ทั้งมวล มาจากฝีมือคนไทย ที่ได้ไปไกลถึงการฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เลยทีเดียว จะอลังการขนาดไหน เชิญชมได้ด้านล่างนี้เลย (หลังหนังจบอย่าพึ่งลุกไหน มีแถมเกร็ดความรู้ดีๆในหนังต่อด้วยนะ) หนังสั้น The Deepest ลึกสุดห้วง ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางผ่านห้วงอวกาศด้วยการวาร์ปครั้ง­แรก โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างไทย (Siam) และสหรัฐ­อเมริกา (NASA) แต่การเดินทางครั้งนี้ ต้องพบกับความผิดพลาด และกลับกลายเป็นสิ่งที่นำพวกเขาไปสู่การผจญภั­ยสุดยิ่งใหญ่ ที่มวลมนุษยชาติไม่เคยพบเจอมา­ก่อน พร้อมกับการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่พวกเค­้าอาจต้องแลกด้วยชีวิต และได้กลับมาเพื่­อคนที่เขารัก The Deepest ลึกสุดห้วง เป็นผลงานไทยแท้ๆ จาก nipanartofmedia นำโดย นิพันธ์ จ้าวเจริญพร และทีมงานอีกน้อยนิด สร้างหนังสั้นไซไฟท่องอวกาศขึ้น ด้วยการใช้งบประมาณเพียง 1,000 บาท และเวลาอีกร่วมครึ่งปี โดยใช้โปรแกรม After Effects และ Mocha ในการทำวิชวลเอฟเฟกต์ ซึ่งสามารถเนรมิตห้วงอวกาศ และปรากฏการณ์ในจักรวาลได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ถึงแม้ The Deepest จะมีไม่ได้มีเนื้อเรื่องแปลกพิสดาร และวิชวลเอฟเฟต์อาจยังไม่ได้เนี้ยบกริบทุกรายละเอียดระดับฮอลลีวูด แต่นี่อาจนับเป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางแปลกใหม่ รวมถึงการกล้าใช้เทคนิคพิเศษทางคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาประดับวงการหนังไทยอีกมากมายแน่นอน และเราหวังว่าจะได้เห็นหนังไซไฟไอเดียล้ำๆ ฉบับเต็มๆ ฝีมือคนไทยจริงๆ เข้าสักวัน หากคุณผู้ชมเกิดติดใจผลงานขึ้นมาแล้วล่ะก็ สามารถไปติดตามรายละเอียดต่อได้ที่ NipanStudio -------------------------------

กาอิน แทมิน ยูรา เข้าร่วมรายการ I’m Going To School
นักร้องกาหลี /  ประเทศเกาหลี

กาอิน แทมิน ยูรา เข้าร่วมรายการ I’m Going To School ล่าสุด มีการยืนยันออกมาแล้วว่า กาอิน Brown Eyed Girls  แทมิน SHINee ยูรา Girl’s Day และคนอื่นๆ จะมาร่วมกับ คังนัม M.I.B และ นัมจูฮยอก ในการเป็นนักเรียนใหม่ประจำรายการ I’m Going To School ซีซั่นล่าสุดนี้ กาอิน แทมิน ยูรา เข้าร่วมรายการ I’m Going To School  โดยรายชื่อของนักเรียนใหม่ทั้ง 7 คน ได้ถูกเปิดเผยออกมาในรายการ I’m Going To School ที่ออกอากาศไปตอนล่าสุดทาง JTBC เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนอกจาก กาอิน แทมิน และ ยูราแล้ว ยังจะมี ซึลกีจาก Red Velvet โชยองนัม และ อีอานฮยอน ที่จะมาร่วมถ่ายทำที่โรงเรียนมัธยมปลายในส่วนของศิลปะการแสดง หลังจากที่มีการเพิ่มเข้ามาล่าสุดของ จีมินจาก AOA และ ฮานิ จาก EXID แล้ว ทางด้านโปรดิวเซอร์รายการเองก็หวังที่จะนำความตื่นเต้นใหม่ๆมาสู่รายการ โดยได้อธิบายไว้ว่า สมาชิกใหม่ที่ถูกเลือกมานี้ เป็นการเลือกจากการมีความสามารถที่ค่อนข้างจะกว้าง กับประสบการณ์ทางด้านการแสดงบนเวที และทางด้านดนตรี จึงเป็นที่น่าสนใจและคาดหวังที่จะได้เห็นการมีปฏิสัมพันธ์กันกับกลุ่มคนที่มีพื้นหลังที่แตกต่างกันรวมไปถึงช่องว่างทางอายุที่เยอะด้วย สำหรับรายการ I’m Going To School นั้น ออกอากาศทุกๆวันอังคาร เวลา 23.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยตอนแรกที่จะมีสมาชิกใหม่มาร่วมนั้นจะออกอากาศในวันที่ 14 เมษายนนี้ ข้อมูลจาก http://www.popcornfor2.com

จากกระทู้หลอน เจอศพที่ตึกร้าง! สู่ซีรีส์ Wifi Society ตอน in relationship รัก/หลอน
GMM TV /  in relationship / 

ท่ามกลางกระแสร้อน กระทู้ดัง ที่ออกมารายวันรายชั่วโมงแบบนี้ เชื่อว่าคุณผู้ชมหลายคน คงอยากเห็นเรื่องราวเหล่านี้ กลายเป็นหนังหรือซีรีส์เด็ดๆ มาให้ชมกันบ้าง และแน่นอนความหวังของคุณเป็นจริงแล้ว กับ Wifi Society ที่หยิบยกเรื่องร้อนในโลกออนไลน์ มากลายสภาพเป็นซีรี์สุดเข้มข้น ซึ่งเราขอแนะนำเป็นพิเศษกับตอน in relationship รัก/หลอน ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องสุดฮ­ือฮา ช่วงปลายปีที่ผ่านมา กับกระทู้ เจอศพ ที่ตึกร้าง!!! โดยได้ปล่อยตัวอย่างสุดหลอนมาอุ่นเครื่องกันแล้ว ซีรีส์ Wifi Society ตอน in relationship รัก/หลอน ถ่ายทอดเรื่องราวของ กริช (กวาง AB Normal) และ แพร (แบม ภคกัญญา) คู่รักที่คบกันมาได้ 6-7 เดือน กริชพาเธอติดตามไปทำงานด้วยตลอด ทุกๆ ที่เธอไปจะถูกบันทึกภาพไว้โดยกริช แพรมีความสุขมาก เหมือนกริชพาไปเปิดโลกใหม่­ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น แต่แล้ววันหนึ่ง กริชพาแพรไปที่ตึกร้าง ที่วิวทิวทัศน์ด้านนอก­สวยงาม แตกต่างจากความรกร้างภายในโดยสิ้นเชิง และที่นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ กริชบอกรักแพร อีกด้วย แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ก็เริ่มมีเหตุก­ารณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับชีวิตของแพรไม่เว้น­วัน และเริ่มสัมผัสได้ว่ากริชก็ไม่ได้มี­เธอเพียงคนเดียว เหตุการณ์ความน่ากลัวเริ่มหนักขึ้น จากวิญญ­าณหรือสิ่งเคยมีชีวิต ที่เหมือนต้องการบอกอะไรเธอ­บางอย่าง ยิ่งแพรตามค้นอดีต ก็ได้รู้ความลับของกริช และตึกร้าง­แห่งนั้น และมันกลายเป็นจุดจบของความสัมพันธ์ในคร­ั้งนี้  “กวาง” เผยว่า “เป็นครั้งแรกที่เล่นซีรี่ส์แนวหลอนๆ ซึ่งส่วนตัวผมก็เป็นคนที่กลัวผีอยู่แล้วครับ เลยคิดว่าผู้กำกับฯ “เอ็กซ์ (ณัฐพงษ์ มงคลสวัสดิ์)” อาจจะอยากให้อารมณ์ให้เหมือนจริงคือกลัวจริงๆ เลยเลือกผมมาเล่นบทนี้ เพราะตามคาเร็คเตอร์กริชก็เป็นครับ เป็นเรื่องราวของผู้ชายที่มีความหลังเกี่ยวกับแฟนเก่าที่เคยฆ่าตัวตาย แล้วเหตุการณ์มันก็มาเกิดขึ้นอีกกับแฟนคนใหม่ ที่เจอกับเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งที่มองไม่เห็น  ความยากก็จะอยู่ที่ความกลัวผีของผม เพราะบรรยากาศในการกองเหมือนจริงมากๆ ก็เลยแอบกลัวๆ อยู่บ้างครับ แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี ยังไงฝากติดตามด้วยนะครับ” ติดตามความสยองจากเรื่องร้อน สู่ซีรีส์สุดหลอน ไปกับ Wifi Society ตอน in relationship รัก/หลอน ในวันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค. นี้ ในเวลา 15.00 น. ทางช่อง ONE และ 20.00 น. ทางช่อง Bang และคุณผู้ชมสามารถติดตาม Wifi Society ซีรีส์เรื่องร้อนจากโลกออนไลน์ ในตอนอื่นๆ ได้อีกเพียบ ตามต่อไปที่ GMM TV ได้เลย -------------------------------------------

ล้ำเว่อร์ ! เด็กไทยยุคใหม่ ซิ่งบิ๊กไบค์ไปโรงเรียน
ขับบิ๊กไบค์ /  ขี่บิ๊กไบค์ / 

โลกออนไลน์ฮือฮา ภาพเด็กนักเรียน ซิ่งบิ๊กไบค์ไปโรงเรียน  วันนี้ (26มี.ค.) กลายเป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์ หลังแฟนเพจเฟซบุ๊ค เรื่องจริงยิ่งกว่านี้อีก ได้มีการโพสต์ภาพเด็กนักเรียนหลายกลุ่มกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ พร้อมระบุคำบรรยายภาพว่า "...รถเด็กนักเรียนไทยยุคนี้เจ๋งจริงๆ สมัยผมเป็นนักเรียน มีจักรยานปั่นไปเรียนก็เจ๋งแล้ว ถ้ามอเตอร์ไซค์ก็ฮอนด้าดรีม กับเวฟ100 นี้แรงที่สุดแล้ว..." ชาวสังคมออนไลน์ที่ได้เห็นภาพต่างพากันแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเหมือนกัน ที่เด็กนักเรียนมีรถราคาแพงขับขี่ไปโรงเรียน ซึ่งภาพดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันเด็กหลายๆคน กำลังตกเป็นทาสของวัตถุนิยม แต่ก็อยากจะฝากให้เด็กๆ มีความระมัดระวังเรื่องการขับขี่ให้มาก และต้องรู้วิธีใช้งานที่ถูกต้อง จะได้ไม่สร้างความเสียหายต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง ทั้งนี้สำหรับอายุของผู้ที่ประสงค์จะขอรับใบขับขี่ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1) ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ 2) ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ 3) ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ ใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์ 4) ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ 5) ใบขับขี่รถบดถนน ใบขับขี่รถแทรกเตอร์ และใบขับขี่รถชนิดอื่น ตามมาตรา 43 ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ถ้าเป็นผู้ขอใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราว สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์  MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ เรื่องจริงยิ่งกว่านี้อีก,กรมการขนส่งทางบก

KPN Award ครั้งที่ 24 Live Round สัปดาห์ที่ 5 : Let's Party
KPN Award /  KPN Award ครั้งที่ 24 / 

เดินทางแข่งขันกันไปเกินครึ่งทางแล้วสำหรับเวทีประกวด เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 24 เดอะ แบทเทิ่ล ซีรี่ส์ กับโจทย์เพลงสุดมันส์ของสัปดาห์นี้ Let's Party Presented by Fluocaril (เลทส์ปาร์ตี้ พรีเซนเต็ด บาย ฟลูโอคารีล) ที่เหลือผู้เข้าแข่งขัน 6 คนสุดท้าย คือ ทีมสีแดง เอก KPN 1 - เอกกมล บุญโพธิ์ทอง, ซาย KPN2 หทัยชนก สวนศรี,ออย KPN5 - ตะวัน สุวรรณรัตน์ และทีมสีน้ำเงิน น้ำฝน KPN6 - ปวันรัตน์ อัศวะธนาพงศ์, กานต์ KPN7- กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์,ขนมหวาน KPN10 - รัตนรวินท์ ลิมปวุฒิวรานนท์ ยกขบวนกันมาปิดฮอลล์เปิดปาร์ตี้ สนุกกันสุดเหวี่ยง แดนซ์จนไฟลุก สัปดาห์นี้ ออย KPN 5 (สีแดง ตัวแทนคนเสียงดี) กอดคอ ขนมหวาน KPN 10 (สีน้ำเงิน ตัวแทนคนหน้าตาดี) ตกรอบ เพราะได้รับคะแนนโหวตจากคนทางบ้านน้อยที่สุดของการแข่งขันในสัปดาห์นี้ เปิดคอนเสิร์ตด้วยโชว์พิเศษของทีมบอย มี เอก KPN 1 ,ออย KPN 5 และ กานต์ KPN 7 ในเพลง แมลง ที่ออกเสต็ปแดนซ์กันจนเวทีสะเทือน ส่วนทีมเกิลส์ ที่มี ซาย KPN 2 , น้ำฝน KPN 6 และขนมหวาน KPN 10 ในเพลงผีเสื้อราตรี ที่ 3 สาว โยกย้ายส่ายสะโพกพลิ้วกันสุดๆ แล้วมาสนุกสนานกันต่อด้วยคู่ของกานต์ KPN 7 กับ น้าฝน KPN 6 ที่ชวนกันมาบอกรัก ชูบีดูวับ และ น้ำฝน KPN 7 ในเพลงซักกะนิดที่นำมามิกซ์ดนตรีใหม่เร่าร้อนสุดๆ จากนั้นเป็นคู่ของพลังเสียง ซาย KPN 2 มาในเพลง Play Girl ที่มาในลุคเซ็กซี่ เปรี้ยวเข็ดฟัน ส่วน เ อก KPN 1 หยิบเพลงเพลง สาละวัน ชวนคนดูในฮอลล์ลุกขึ้นมาเต้นตามจังหวะเพลงสาละวัน ต่อด้วยคู่เพื่อนซี้ ออย KPN5 ในเพลง Toxic วาดลวดลายการเต้นออกมาไม่แพ้เจ้าของเพลงอย่าง บริทนี่ย์ สเปียร์ส ส่วนขนมหวาน KPN 10 มาในเพลงยาพิษ ทิ้งลุคสาวแบ๊วมาในมาดใหม่กลายเป็นสาวร๊อคสุดเซ็กซี่ ปิดท้ายความสนุกไปกับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 คน ด้วยเพลงชักกระตุกในสไตล์ KPN ชักกะตุก ทำเอาเหล่ากองเชียร์แดนซ์ตามกันทั้งฮอลล์จนความสนุกไว้ไม่ได้ ในสัปดาห์หน้า ตรงกับวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2558 เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 24 เดอะ แบทเทิ่ล ซีรี่ส์ มาลุ้นกันต่อในโจทย์เพลง MY Dream My Stage My Choice (มายดรีม มายสเตจซ์ มายช้อยส์ ) กับผู้เข้าแข่งขัน 4 คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ สามารถเป็นกำลังใจให้ผู้เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 24 โดยการโหวตพิมพ์ K ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าแข่งขัน 01-10 ส่งมาที่ 4838123 หรือกด *483 *01-10 # โทรออก โหวตได้ทุกเครือข่าย ครั้งละ 3 บาท และ Big Vote พิมพ์ K ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าแข่งขัน 01-10 ส่งมาที่ 4838199 ส่ง 1 ครั้ง = 30 โหวต โหวตได้ทุกเครือข่าย ครั้งละ 90 บาท หรือขอบัตรเข้าชมคอนเสิร์สดๆติดขอบเวที เพียง พิมพ์ T ส่ง SMS ส่งมาที่ 4838123 (1 SMS ต่อ 1 ใบ) รับบัตรได้ที่แจ้งวัฒนะฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ เวลา 16.00 น. ถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์ เวลา 17.30 น เป็นต้นไป ทางช่อง 3 ออริจินอล และช่อง 3 HD มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โหมโรง ช้างศึก ซด ลอดช่อง ทำไม ซิโก้ ต้องเลือก MBK
B-บอล /  K-ก้อง / 

ใกล้เข้ามาแล้วกับเกมการอุ่นเครื่องของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ซึ่งเป็นชุดใหญ่จริงๆ ครั้งแรกในการคุมทัพของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง สุดยอดกุนซือไฟแรงขวัญใจชาวไทย เกมการอุ่นเครื่องเกมที่ว่านั้น ช้างศึก จะลงสนามฟัด ลอดช่อง สิงคโปร์ อีกหนึ่งคู่รักคู่แค้นในย่านอาเซียนที่ชิงความเป็นใหญ่ เป็นเบอร์หนึ่งของโซนมาตลอด ซึ่งเกมนี้นอกจากจะเป็นเกมเก็บคะแนนตามปฏิทินฟีฟ่าแล้ว ยังมีความสำคัญต่อทั้ง 2 ประเทศ เพราะเป็นเกมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 50 ปี ของ ประเทศไทย กับ ประเทศสิงโปร์ แต่สิ่งที่แฟนบอลไทย พูดถึงมากเกี่ยวกับเกมแมตช์นี้นอกจากผลการแข่งขันแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นรายชื่อของขุนพล ช้างศึก ทีมชาติไทย ซึ่ง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้ทำการให้โอกาสนักเตะหน้าใหม่ที่ทำผลงานดีในลีกมาติดทีม ร่วมกับผู้เล่นที่เป็นทีมชาติอยู่แล้วก่อนหน้า โดยผู้เล่นหน้าใหม่ที่ว่านั้นก็มี กรวิทย์ นามวิเศษ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), วิทยา หมัดหลำ, เอกชัย สำเร (แบงค็อก ยูไนเต็ด), อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ (อาร์มี่ ยูไนเต็ด) และรุ่งรัตน์ ภูมิจันทึก (เชียงราย ยูไนเต็ด) ซึ่งทั้ง 5 คนโชว์ผลงานได้อย่างสุดติ่งในศึกไทยพรีเมียร์ลีก ทว่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกพูดถึง และน่าจับไปมากกว่า MBK ซึ่ง MBK ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอักษรย่อของห้างดังใจกลางกรุง แต่เป็นอักษรนำของชื่อเล่นแนวรุกทีม ช้างศึก ที่เมื่อเอ่ยชื่อแล้วแฟนบอล ลู่แข้งต้องร้องซี๊ด พร้อมกับยกให้เป็นแนวรุกในฝัน MBK ที่ว่านั้นเมื่อแยกออกมาแล้วก็จะหมายถึง M-มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าเบอร์ 1 ของ ช้างศึก ที่เคยไปโลดแล่นในศึกลาลีก้า สเปนมาแล้ว ถึงแม้ว่าการกลับสู่มาตุภูมิครั้งนี้ของ เจ้ามุ้ย ผลงานจะไม่ได้ดังเปรี้ยงโดดเด่น ยิงเป็นเข้า ยิงเป็นตุง ยิงเป็นกอบเป็นกำ แต่ขึ้นชื่อว่า ธีรศิลป์ แดงดา คู่แข่งจะประมาทไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเปิดโอกาสให้เข้าเพียงเล็กน้อยมีสิทธิ์น้ำตาตกได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ซิโก้ ถึงเรียกดาวยิงมากประสบการณ์รายนี้มาติดทีมด้วย หากการเรียกมา เจ้ามุ้ย มาติดทีม ช้างศึก ทีมชาติไทย ครั้งนี้แล้ว เจ้ามุ้ย สามารถพังประตูได้นั้นก็อาจจะเป็นการเรียกความมั่นใจ และความเป็นเพชรฆาตของเขากลับมาอกครั้งก็เป็นได้ ส่วน B นั้นก็มาจาก บอล จักรพันธ์ พรใส ปีกขวาตัวจี๊ดของ ช้างศึกยุทธหัตถี สุพรรณบุรี เอฟซี ที่กลับมาติดทัพ ช้างศึก อีกครั้ง ซึ่งการติดทีมครั้งนี้ของ เจ้าบอล นั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือเป็นเพราะเคยติดทีมชาติมาแล้ว แต่เป็นเพราะช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา 5 เกม เจ้าบอล เป็นนักเตะไทย ที่มีผลงานดีที่สุด ยิงไป 4 ตุง จาก 5 เกมที่ลงแข่งขัน แถมยังเรียกความพริ้วเก่าๆกลับมาสร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลได้มีความสุขอีกครั้งด้วย เกมนัดนี้คงต้องจับตา เจ้าบอล ให้ได้ เพราะเขาอาจจะซัดให้ทีมเวลาใดก็ได้ ขณะที่ K นั้นก็มาจาก ก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ปีกซ้ายจอมขยันของ ฉลามชล ชลบุรีเอฟซี ซึ่งชื่อนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะเป็นเหมือนนักเตะคู่ใจของ ซิโก้ ไม่ว่าจะชุดไหนก็มักจะมีชื่อเขาติดทีมเสมอ ซึ่งผลงานของ เจ้าก้อง ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเขามีฝีมือ ไม่ได้ติดทีมเพราะเป็นเหมือนลูกรัก ในช่วงเวลาสำคัญของเกม เจ้าก้อง มักจะทำผลงานได้ตามใบสั่ง และจะมีส่วนกับผลของเกมเสมอ เกมนี้ก็คงเป็นอีก 1 เกมที่ต้องจับตาดูผลงานของเขาให้ดี เชื่อว่ามีดีมาให้ยลแน่นอน นอกเหนือจาก 3 แนวรุกในฝันอย่าง MBK แล้ว นักเตะรายอื่นๆ ตำแหน่งอื่นๆ ของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นยอดขุนพลแถวหน้าของเมืองไทยทั้งนั้น เชื่อเถอะว่าเกมนี้หากทุกอย่างลงตัวในการเขาแคมป์ด้วยเวลาอันน้อยนิดนั้น ช้างศึก ทีมชาติไทย จะสร้างความสุข และเรียกศรัทธาแฟนบอลให้กลับมาล้นสนามอีกครั้ง เอาเป็นว่าวันที่ 26 มีนาคม 2558 ช้างศึก ทีมชาติไทย พบ ลอดช่อง สิงคโปร์ ก็อย่าลืมตามให้กำลังใจพวกเขาได้ก็แล้วกัน

ซิน ทศพร อดีต Singular บินเดี่ยวโชว์เพลงใหม่ Goodbye
Goodbye /  Singular / 

< คลิกดูมิวสิควีดีโอ Goodbye > ปล่อยให้ฟังแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ สำหรับเพลง Goodbye เพลงแรกในฐานะศิลปินเดี่ยวของ ทศพร อาชวานันทกุล หรือ ซิน อดีตสมาชิกวง Singular เจ้าของเพลงฮิต เบา เบา ที่กำลังจะมี โซโล่อัลบั้ม ให้แฟนๆ ได้ติดตามฟังเร็วๆนี้ เนื้อเพลง GOODBYE - SIN คำร้อง/ทำนอง : SIN เรียบเรียง/โปรดิวซ์ : SOH ETC โค-โปรดิวซ์ : SIN จบลงแล้ว ไม่ว่าเพราะเหตุใดก็ตาม จบลงแล้ว เรื่องราวของสองเรา เพียงพอแล้ว ขอบคุณเธอที่ทำทุกอย่าง ให้ฉันไม่ต้องค้างคา อีกต่อไป * พยายามกลั่นกรองหัวใจ ให้มันชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใด กลายเป็นคำแทนความรู้สึกสุดท้าย ส่งไปถึงเธอ ** Goodbye, goodbye, my love ฉันจะจำเธออย่างนี้ Goodbye, goodbye, baby ที่สุดปลายทางของเรา Goodbye, goodbye, my love และฉันคงต้องเดินต่อไป (อีกแสนไกล) Goodbye, goodbye, baby ขอบคุณที่เคยรักกัน เข้าใจแล้ว ยินดีต้อนรับคำคืนว่างเปล่า ฉันมีหยดน้ำตาเป็นหมู่ดาว

5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก!
ต่างประเทศ /  เกร็ดความรู้ / 

ขึ้นชื่อว่า "คุก" คงไม่มีใครอยากทำผิดแล้วต้องเข้าไปอยู่ที่นั่นแน่ๆ แต่ใครจะไปรู้ว่า 5 คนที่ทีนเอ็มไทยกำลังพูดถึงอยู่นี้ เขาทำผิดกฏหมายและต้องเข้าไปจำคุกอยู่นาน ทั้ง 5 คนนี้กลับฉายความคิด ไอเดีย และความสามารถออกมา ทั้งๆที่อยู่ในที่ที่น่าหดหู่เช่นนั้น แล้วพวกเขาสร้างอะไรหล่ะ? อย่ารอช้า ตามมาดูกันเลยดีกว่า >,< 5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก! 5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก! 1. เดวิด มาร์แชลล์ วิลเลียมส์ (David Marshall Williams) เดวิด มาร์แชลล์ วิลเลียมส์ เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1900 บิดาเป็นผู้มีอาชีพทำฟาร์ม เป็นผู้มีฐานะดีผู้หนึ่งในแคโรไรน่า พ่อเขาเป็นคนดี แต่เขาไม่ทำถ่านเลยสักนิด เขาไม่ชอบโรงเรียน ชอบหนีเรียน แถมชอบเที่ยวเตร่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาชำนาญคือเขาประกอบปืนเป็น!! แถมยังประดิษฐ์ปืนด้วยตนเองเสียด้วย พอเดวิดโตขึ้น เขาก็ทำธุรกิจผลิตสุราเถื่อน ตอนแรกมันถูกกฎหมายแต่พอรัฐบาลห้ามเขาก็เลิกไม่ได้ซะแล้ว จนกระทั้งวันหนึ่งในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1920 นายอำเภอท้องถิ่น พร้อมทั้งข้าราชการพากันไปล้อมโรงต้มกลั่นของเดวิดเพื่อจะจับตัวเขาและพรรคพวกในฐานฝ่าฝืนกฎหมาย ทำให้เดวิดและพรรคพวกต้องต่อสู้กันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ผลคือเขาทำให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตาย เขาเลยหลบหนี แต่ในที่สุดเขาก็มอบตัวและสู้คดีผลคือเขาต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ 30 ปี และนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนโลกเพราะในคุกนั้นเขาได้สิทธิพิเศษบางอย่างที่ไม่ใช้ขอกินพุดดิ้งหรือขอดูแมนยูแตะกับเซสซี หากแต่ เขามีสิทธิพิเศษในการประกอบปืนและออกแบบปืนได้ตามใจปรารถนา โดยเขาได้คิดค้นปืนระบบแก๊ส-ลูกสูบ เนื่องจากเขาเห็นว่าปืนของเจ้าหน้าที่ที่ใช้อยู่นั้นไม่เหมาะในการยิงนักโทษ(ในกรณีที่นักโทษก่อความรุนแรง) เขาเป็นคนออกแบบปืนทั้งๆ ที่อยู่ในคุก โดยปืนที่เขาคิดค้นนั้นเป็นประโยชน์ต่อวงการหลายๆอย่าง เช่นทำให้ปืนยิงเร็ว มีอนุภาพร้ายแรงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญในการลดน้ำหนักของปืน จนทุกวันนี้ปืนระบบแก๊ส 99.9% ใช้หลักการของ วิลเลียมส์ทั้งสิ้น อีกทั้งทำให้สงครามปืนทันสมัย เวลาเล่นเกม Call of Duty ก็ไม่น่าเบื่อสำหรับคุณอีกต่อไป 4. วิลเลียม แอดดิส (William Addis) เพื่อนๆ คงไม่เชื่อว่าเรือนจำที่แสนสกปรกที่เต็มนั้นจะเป็นที่กำเนิดอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่าง “แปลงสีฟัน” ได้ และเจ้าสิ่งนี้เองที่ทำให้มันติดในอันดับของใช้ที่โลกขาดไม่ได้ในบัดดล ที่จริงสมัยก่อนก็มีหลายคนใช้ยาสีฟัน เช่น กิ่งไม้, ขนนก, กระดูกสัตว์, ขนเม่น จนกระทั้งมีนักประดิษฐ์คิดค้นแปรงสีฟันคนแรกก็คือ วิลเลียม แอดดิส ชาวเมืองเคิร์กเคนวอลล์ ซึ่งเกิดทำผิดมีอันต้องเข้าไปนอนในคุกข้อหาใช้ความรุนแรง ในปี 1770 ตอนนั้นผู้คนทั้งในและนอกคุกใช้วิธีแปรงฟันโดยใช้เกลือหรือเขม่ามาใส่ในเศษผ้า นำมาถู ๆ ที่ฟัน รวมถึงนายแอดดิสด้วย เขาทำแบบนี้หลายปีจนเขามีความคิดว่าน่าจะเป็นการดีถ้ามีอุปกรณ์ที่ช่วยในการทำความสะอาดฟันดีกว่านี้ โดยเขาได้ใช้ กระดูก จากนั้นก็นำมาเจาะเป็นรูเล็ก ๆ แล้วก็ขอขนแปรงจากผู้คุมมายัดลงไปในรูแล้วติดกาว แล้วตัดขนแปรงให้พอเหมาะ ได้แล้วแปรงสีฟันอันแรกของโลก และเมื่อแอดดิสออกจากคุก เขาก็เริ่มกิจการประดิษฐ์แปรงสีฟันเพื่อจำหน่ายอย่างที่หวังไว้ และก็มีขายมาจนทุกวันนี้ (เขาตายในปี 1840) ซึ่งรูปแบบและสีสันก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงและคิดค้นอีกภายหลัง  3. เจสซี่ ฮอว์ลี่ย์ (Jesse Hawley) เจสซี่ ฮอว์ลี่ย์ เป็นพ่อค้าแป้งในกรุงเจนีวา นิวยอร์ค เขาถูกจำคุกในปี 1807 เนื่องจากเขามีปัญหาการขนส่งจนเป็นหนี้ ต้องติดคุก 20 เดือน จุดเริ่มต้นเเกิดขึ้นในระหว่างอยู่ในคุกเขาได้เขียนเรียงความเรื่องหนึ่งชื่อ “Hercules” ออกเผยแพร่ว่าน่าจะขุดคลองอีรีห์ (Erie Canal) จากแม่น้ำฮัดสันเพื่อแก้ปัญหาขนส่ง ผลงานของเขานั้นกลายเป็นผลงานที่โดดเด่นจนทำให้ผู้เกี่ยวข้องมีความคิดจะขุดคลองให้มันเป็นจริง และเรียงความของเขาได้รับการพิสูจน์ว่ามีอิทธิพลในการพัฒนาคลองอย่างแท้จริง ซึ่งคลองอีรีห์นั้นทำให้อเมริกาเจริญจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง เพราะคลองอีรีห์เป็นคลองที่ถูกขุดในนิวยอร์คยาว 363 ไมล์ (584 กม.) จากอัลบานี นิวยอร์ค ในแมนฮัดสัน ไปยัง บัฟฟาโล นิวยอร์ค เริ่มขุด1817-1825 (เปิดอย่างเป็นทางการ 26 ตุลาคม 1825) มีส่วนความสำคัญมากต่อศูนย์กลางการค้าขายในทวีปอเมริกาเหนือ สมัยก่อนนั้นอเมริกาต้องใช้การขนส่งโดยใช้เกวียนเป็นหลัก หากแต่หลังจากมีการสร้างคลองทำให้มีการขนส่งด้วยเรือเพิ่มขึ้นมา และคลองนี้ เป็นท่าเรือเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ที่สามารถขนส่งสินค้าออกไปยังแอตแลนติกได้ ซึ่งมีผลทำให้รัฐนิวยอร์คและเมืองนิวยอร์คกลายเป็นเมืองที่และศูนย์กลางค้าขายของอเมริกาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังตัวจุดชนวนกระแสการลงทุนในเรื่องการขนส่งและการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ของสหรัฐอเมริกา 2. โรเบิร์ต แฟรงคลิน (Franklin Robert Stroud) โรเบิร์ต แฟรงคลิน(28 มกราคม 1890-21 พฤศจิกายน 1963) ก่อนที่จะนักโทษนั้น เขายังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนแถววอชิงตัน อเมริกาที่หลงรักหญิงคาบาเร่ต์คนหนึ่ง ที่จริงทั้งสองน่าจะมีชีวิตมีความสุขตลอดกาล หากแต่น่าเศร้า เมื่อต่อมาเขาทำร้ายร่างกายแฟนตัวเองอย่างรุนแรง ทำให้เขาถูกพิพากษาจำคุก 12 ปี ฐานฆาตกรรม และถูกขังในคุกอัลคาทราซด้วย ดูๆ ไปชีวิตของเขาก็เหมือนนักโทษธรรมดา หากแต่แปลกหน่อยตรงที่ ระหว่างที่เขาถูกจำคุกอยู่ เขาได้พบรักใหม่ นั้นก็คือ “นก” เขาเริ่มรักนก รักถึงขนาดนำเลี้ยงนกในห้องขัง ซึ่งตามกฎเรือนจำไม่ให้อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ (จนเป็นเหตุย้ายไปขังในคุกอัลคาทราซ) แต่กระนั้นเขาก็ได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนกโดยบริยาย และได้เขียนหนังสือ iseases of Canaries และ Stroud's Digest on the Diseases of Birds เกี่ยวกับพยาธิและโรคในนก ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาวงการสัตวแพทย์ เกี่ยวกับพยาธิวิทยา ทั้งๆ ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเขาเป็นคนบ้า แต่กระนั้นเขามีไอคิวถึง 134 และนอกจากนี้เรื่องราวของเขายังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Birdman of Alcatraz ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจภาพยนตร์แนวคนคุกจนถึงปัจจุบัน 1. มีเกล เด เซร์บันเตส (Miguel de Cervantes Saavedra) มีเกล เด เซร์บันเตส เป็นในตระกูลชนชั้นกลางในปี ค.ศ. 1547-1616 ที่เมืองอัลกาลาเดเอนาเรส ประเทศสเปน เขาไม่เคยเรียนระดับมหาวิทยาลัย เขาเป็นทหารและบาดเจ็บจนมือซ้ายของเขาพิการ แถมยังถูกเคยโจรสลัดจับในประเทศแอลจีเรียอีก เขาถูกขังตั้งแต่ปี 1575 จนกระทั่งกองโจรได้รับค่าไถ่ตัวและปล่อยเขาเป็นอิสระในปี ค.ศ. 1580 แต่ชีวิตของเขาก็ติดคุกอีก เมื่อปี 1597 ในข้อหาปัญหาหนี้สิน ระหว่างที่เขาถูกขังในคุกเขาได้แต่งนิยายเรื่องดอนกิโฆเต้ขึ้น(และตีพิมพ์ส่วนแรกของเรื่องเมื่อปี ค.ศ. 1605)  ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน (El ingenioso hidalgo don Quixote de la Mancha) เป็นนิยายที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก เป็นนิยายเสียดสีล้อเลียนนิยายอัศวิน เนื้อเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้ กล่าวถึงขุนนางต่ำศักดิ์ผู้สูงอายุ และไร้เรี่ยวแรงคนหนึ่งแห่งแคว้นลามันช่า ซึ่งคลั่งไคล้นิยายอัศวินมาก ถึงกับขายที่ดินจำนวนมากเพื่อหาซื้อนิยายอัศวิน ในที่สุดก็คิดไปว่าทุกสิ่งทุกอย่างในนิยายเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง จึงปรารถนาที่จะเป็นยอดอัศวินดังที่ปรากฏในหนังสือเหล่านั้น เขาสร้างเกราะและหมวกจากกระดาษแข็ง นำม้าผอมโซตัวหนึ่งมาตั้งชื่อว่าโรสินันเต้ จากนั้นจึงตั้งชื่อของตนใหม่ว่า ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า และแต่งตั้งชาวนาเป็นอัศวินสำรอง "ซานโช่ ปันซ่า" ทั้งสองคนร่วมผจญภัยโดยต่อสู้กับศัตรูร้ายในความคิดของดอนกิโฆเต้ เช่น กังหันลมซึ่งดอนกิโฆเต้เข้าใจว่าเป็นยักษ์ แม้นิยายเรื่องนี้จะมีอายุ 400 ปีแล้วก็ตาม หากแต่หนังสือนี้ได้รับยกย่องว่าเป็นนิยายดีที่สุดที่โลกนี้เคยมีมา บ้างกล่าวว่า ดอนกิโฆเต้ คือนิยายเรื่องแรกของโลก เป็นหนังสือที่แปลเป็นภาษาอื่น มากที่สุดในโลก รองจากไบเบิ้ล ดอนกิโฆเต้ฯ ได้ชื่อว่าเป็นไบเบิ้ลแห่งมนุษยชาติ และเนื้อหาคงอ่านง่ายไม่ซับซ้อนเหมือนหนังสือโบราณเรื่องอื่นๆ ขอบคุณที่มา kon-mee-klass.blogspot.com, http://www.cracked.com/article_18422_5-people-who-changed-world-from-inside-prison.html, th.wikipedia.org

บทเมียน้อย ร้อยเล่มเกวียน  ใครได้รับบทนี้แจ้งเกิดทุกราย!!
กำลังมาแรง /  พลิกบทบาท / 

ทำเอาคนดูละครเกลียดทั้งประเทศสำหรับบท นางร้าย ที่พยายามจะแย่งพระเอกมาเป็นของตัวเองให้ได้ ยิ่งถ้าเป็นนางร้ายในมาดของ เมียน้อย ด้วยแล้ว ความร้ายกาจแทบจะไม่ต้องพูดถึง ยิ่งมาสมัยนี้บทตัวละครเมียน้อยแทบจะเป็นตัวเอกที่ดำเนินเรื่องในละคร แถมดาราที่มารับบทนี้ก็เป็นถึงนางเอกระดับหัวแถวของวงการซะด้วย งานนี้เราเลยขอลิสต์รายชื่อซุป’ตาร์ที่รับบทเป็น เมียน้อย ที่ได้ขึ้นชื่อว่าแซบแสบทรวงที่สุดในวงการ จะเป็นใครบ้างไปเช็คความร้ายกาจกันได้เลย อั้ม พัชราภา อรอินทร์...เมียหลวง เคยรับบทเป็นเมียน้อยจนสร้างความฮือฮาไปทั้งประเทศ เพราะใครจะไปคิดว่านางเอกเบอร์หนึ่งของวิกหมอชิตอย่าง อั้ม พัชราภา จะกล้าพลิกบทบาทกลายมาเป็นเมียน้อย ในละครเรื่อง เมียหลวง ที่เรื่องนี้เธอรับบทเป็น อรอินทร์ เมียน้อยที่สวยที่สุดประเทศไทย แถมยังมีวาจาเชือดเฉือนเมียหลวงแบบเจ็บๆ แสบๆ ตลอดทั้งเรื่อง แต่ชีวิตจริงของสาวอั้มน่าจะได้เป็นหลวงเร็วๆ นี้แน่นอน อิอิอิ!!! เพราะลองหวานใจแอบไปมีน้อยดูสิ บ้านแตกแน่นอนคร้า ชมพู่ อารยา เรยา...ดอกส้มสีทอง แจ้งเกิดได้อย่างสวยงามจนกลายเป็นนางเอกหัวแถวช่อง3 หลังจากที่นางเอกเจ้าแม่แฟชั่น ชมพู่ อารยา ติดปีกบินหนีจากวิกหมอชิตมาได้สักพักใหญ่ๆ และมาพลิกบทบาทจากนางเอกมาดดี กลายมาเป็นนางร้ายแบบสุดขั้วในละครเรื่อง ดอกส้มสีทอง กับบท เรยา เมียน้อยสุดแซบ ที่ทำให้คนดูอินกับละคร และเกลียดพฤติกรรมของนางเรยา แถมละครเรื่องนี้ก็ทำให้สาวชมพู่ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงมานอนกอดที่บ้านไว้อีกเพียบ จุ๋ย วรัทยา สายน้ำผึ้ง...สามีตีตรา กำลังมาแรงสุดๆ สำหรับเธอผู้นี้ ที่พลิกบทบาทมาเป็นนางร้ายครั้งแรกให้กับทางช่องสาม หลังจากที่หนีจากวิกหมอชิตมาได้สักพักใหญ่ๆ งานนี้ทำให้นางเอกสาว จุ๋ย วรัทยา ได้โอกาสดีๆ จากนางเอกรุ่นพี่ แอน ทองประสม ด้วยการยื่นบทเมียน้อยอย่าง สายน้ำผึ้ง ในละครเรื่อง สามีตีตรา ที่เรื่องนี้สาวจุ๋ยต้องประชันบทบาทกับนางเอกตัวแม่ พลอย เฌอมาลย์ ที่ทั้งด่า ทั้งตบ ทั้งจิก ทั้งกัด จนคนดูต้องนั่งลุ้นว่าใครจะอยู่ใครจะไป แถมยังมีวาทะเด็ดๆ แสบๆ ของเหล่านักแสดงในละคร จนทำให้จุ๋ยเหมือนได้กลับมาเกิดใหม่ในวงการอีกครั้ง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ มุตตา-มุนินทร์...แรงเงา ทำให้ถนนโล่งมาแล้วกับละครเรื่อง แรงเงา จนกลายเป็น วันแรงเงาแห่งชาติ ที่เรื่องนี้นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ต้องมารับบทเป็นพี่น้องฝาแฝดอย่าง มุตตา เมียน้อยที่โดนคนดูด่าว่าโง่ ไม่มีสมอง ที่ยอมไปเป็นเมียน้อยของ ผอ. จากนั้นเธอก็พลิกบทบาทกลายมาเป็นสาวมั่นทันสมัยแต่แอบแฝงความร้ายกาจเพราะความแค้นในบท มุนินทร์ ที่เรื่องนี้สาวเจนี่สามารถตีบทแตกทั้งเมียน้อยแอ๊บใสซื่อ กับบทสาวมั่นดุเด็ดเผ็ดมันส์ที่ต้องเฉือนอารมณ์กับเมียหลวงอย่าง ธัญญ่า ธัญญาเรศ จนทำให้ชื่อเสียงของเจนี่ดังเป็นพลุแตกอีกครั้ง เบนซ์ พรชิตา อรอินทร์...เมียหลวง ย้อนไปเมื่อ 15 ปีก่อน กับละครเรื่อง เมียหลวง ที่ชื่อของนักแสดงสาวอย่าง เบนซ์ พรชิตา แจ้งเกิดในวงการบันเทิง กับบทบาทความร้ายกาจของเมียน้อย อรอินทร์ จนเธอสามารถคว้ารางวัลเมขลา ดารานำหญิงยอดเยี่ยม ปี 2542 จากละครเรื่องนี้ไปครอง และมีผลงานกับทางช่อง 3 ในฐานะนางเอกหัวแถวมาโดยตลอด และทุกวันนี้เธอก็ยังได้รับบทเด่นๆ ไม่ว่าจะเป็นนางเอกหรือนางร้าย ที่ละครทุกเรื่องเธอมักจะได้รับคำชมในฐานะนักแสดงมากฝีมือคนหนึ่งของวงการ ยุ้ย จีรนันท์ คุณสาลี่...นางทาส เป็นอีกหนึ่งนางเอกวิกหมอชิตที่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถทางด้านการแสดง สำหรับ ยุ้ย จีรนันท์ แต่ที่โดดเด่นและถูกคนพูดถึงมากที่สุดคือบทเมียน้อยอย่าง คุณสาลี่ ในละครเรื่อง นางทาส ที่เธอร้ายชนิดแบบที่คนดูละครลืมภาพนางเอกมาดเรียบร้อยของสาวยุ้ยไปเลย แถมละครเรื่องนี้เธอยังได้รับรางวัลระดับเอเชีย Asian Television Awards 2008 รางวัล Best Drama Performance by an Actress และนอกจากนี้ยังมีอีกหลายรางวัลทางการแสดงที่ชื่อของยุ้ยถูกเสนอชื่อเข้าชิงอยู่บ่อยครั้ง หน่อย บุษกร กลีบผกา...แรมพิศวาส หลายคนยังจำได้ดีกับความร้ายกาจของ กลีบผกา เมียน้อยตัวแสบที่ใช้ รากราคะ ทำให้ผัวรักผัวหลงในละครเรื่อง แรมพิศวาส ทางช่อง 3 งานนี้ทำให้นักแสดงสาวอย่าง หน่อย บุษกร ฮอตขึ้นมาอีกครั้ง จนเธอกวาดรางวัลนักแสดงนำหญิงจากละครเรื่องนี้ไปอยู่หลายรางวัล แม้ทุกวันนี้เธอจะอำลาวงการในฐานะนักแสดงไปแล้ว และหันหน้ามาเป็นผู้จัดละครแบบเต็มตัว แต่ไม่แน่ในวันข้างหน้าเธออาจจะคันไม้คันมืออยากเล่นบทแบบนี้อีกก็เป็นได้ เอมมี่ มรกต คุณสน...อาญารัก ร้ายสุดๆ สำหรับ คุณสน ในละครเรื่อง อาญารัก จนทำให้ชื่อ เอมมี่ มรกต ติดอันดับนางร้ายหัวแถวของวงการไปในบัดดล ชนิดที่ว่าหลายจับตามองตั้งแต่ละครยังไม่ทันจะออนแอร์ และฝีมืออย่างเอมมี่ก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เพราะบทเมียน้อยเรื่องนี้ ร้ายกาจแบบสุดขั้ว ทั้งวางแผนฆ่า ลงมือฆ่า และมีคำพูดจิกๆ กัดๆ จนคนดูเกลียดเข้าไส้ แม้แต่ตัวเอมมี่เองก็ยังไม่กล้าไปไหนมาไหนคนเดียว เพราะกลัวคนดูละครอินจัดจะเข้ามาดักตบเธอ จอย รินลณี เยนหลิง (คุณนายที่ 2)...มงกุฎดอกส้ม กลายเป็นวลีเด็ดเจ็บจี๊ดสำหรับคำว่า นางแมงป่องสารพัดพิษ จนติดหูแฟนละครๆ สำหรับบทเมียน้อย คุณนายที่ 2 เยนหลิง ในละครเรื่อง มงกุฎดอกส้ม ที่รับบทโดยนักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง จอย รินลณี ที่เธอเล่นได้น่าหมั่นไส้สุดๆ กับละครเรื่องนี้ เรื่องไหนที่ว่าเธอร้ายแล้ว เรื่องนี้เธอยิ่งร้ายสุดขั้วชวนน่าตบยิ่งกว่า แถมต้องมาประชันบทบาทกับบรรดานักแสดงเก่งๆ อีกหลายคนในเรื่อง โดยเฉพาะนักแสดงที่รับบทเมียน้อยในเรื่องนี้ ต้องฟาดฟันฝีปากกันแบบไม่มีใครยอมใคร น้ำผึ้ง ณัฐริกา เหมเกว่-โรส (คุณนายที่ 3)...มงกุฎดอกส้ม อีกหนึ่งนักแสดงสาวมากฝีมือที่เล่นได้ทุกบทบาทสำหรับ น้ำผึ้ง ณัฐริกา โดยเฉพาะบทนางร้ายจากหลายๆ เรื่อง แต่ที่หลายคนยังจำได้ดีกับบทเมียน้อย คุณนายที่ 3 ในละครเรื่อง มงกุฎดอกส้ม ที่เธอรับบทเป็น เหมเกว่ หรือ โรส ที่เรื่องนี้เธอเล่นได้น่าหมั่นไส้และน่าสงสารสุดๆ ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะซีนดุเดือดที่ต้องปะทะกับบรรดาเมียๆ ในเรื่อง เธอได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียน้อยปากจัดที่สุด แถมยังต้องพูดภาษาไทยไม่ชัดเพราะในเรื่องเธอเป็นอดีตนางเอกคณะอุปรากรจีน

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เตรียมพบกับ Ode To My Father ที่สุดของหนังเกาหลี ทุบสถิติรายได้เปิดตัวสูงสุดตลอดกาล!
Ode to My Father /  กี่หมื่นวัน...ไม่ลืมคำสัญญาพ่อ / 

เตรียมพบกับผลงานภาพยนตร์ หนึ่งในหนังจากเกาหลีที่ดีที่สุด ที่แม้แต่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ปาร์ค กึนเฮ ยังต้องเอ่ยปากแสดงความชื่นชม และยังสามารถสร้างสถิติผู้คนตีตั๋วเข้าชมวันแรกที่เปิดฉายในเกาหลีใต้สูงสุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย! กับภาพยนตร์ตลก-ดราม่าเรื่องเยี่ยม Ode To My Father : กี่หมื่นวัน...ไม่ลืมคำสัญญาพ่อ ภาพยนตร์ Ode To My Father  นำโดยนักแสดงคุณภาพเจ้าของรางวัลมากมาย อย่าง ฮวางจุงมิน (จาก The New World, Blades of Blood), คิมยุนจิน (Lost, Shiri) และยังเป็นการกลับมาอีกครั้งในรอบ 5 ปี ของผู้กำกับมากฝีมือ ยุนเจคยุน (จาก My Boss, Haeundae) Ode To My Father เรื่องราวการผจญภัยในชีวิตของ ด็อกซู ที่ต้องพลัดพรากจากพ่อและน้องสาวระหว่างลี้ภัยสงครามเกาหลี โดยคำสัญญาสุดท้ายของพ่อที่ให้แก่ด็อกซู คือเขาต้องดูแลสมาชิกครอบครัวที่เหลือให้ดีที่สุด และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของเขา ที่ถูกเล่าผ่านช่วงเวลาทั้งสิ้น 60 ปี! นับตั้งแต่สงครามเกาหลีที่ทำให้เกาหลีกลายเป็นสองประเทศในยุค 50 การเดินทางไปทำเหมืองถ่านที่เยอรมันในยุค 60 การไปทำงานเป็นคนส่งของในสงครามเวียดนามช่วงยุค 70 การตามหาญาติพี่น้องที่พรากจากกันตั้งแต่สงครามเกาหลีในยุค 80 จนกระทั่งปัจจุบันที่เขาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางญาติพี่น้องที่มีทุกวันนี้ได้เพราะเขา เรียกได้ว่า นี่คือภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับความหมายของคำว่า "พ่อ" การต่อสู้และการเสียสละของชายคนหนึ่งเพื่อครอบครัวอันเป็นที่รักจะทำให้ผู้ชมซาบซึ้งถึงคำว่าพ่อมากขนาดไหน พบกับบทพิสูจน์ของการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ ด้วยเพียงสัญญาเดียว พิสูจน์เส้นทางชีวิตอันยิ่งใหญ่ ของชายผู้เป็นพ่อ ไปกับ Ode To My Father : กี่หมื่นวัน..ไม่ลืมคำสัญญาพ่อ ในวันที่ 2 เม.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Ode To My Father ได้ที่นี่เลย ---------------------------------

พณ.มั่นใจส่งออกไทยดีสวนกระเเสได้ แม้ ศก.โลกไม่ฟื้น
กระทรวงพาณิชย์ /  การส่งออก / 

พณ.มั่นใจส่งออกไทยดีสวนกระเเสได้ แม้ ศก.โลกไม่ฟื้น  พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มีการคาดการณ์ถึงการส่งออกของประเทศปีนี้ ไม่ฟื้นตัวมากนัก เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างล่าช้า ทำให้คาดว่าหลายประเทศจะมีอัตราการส่งออกติดลบ เช่น อินเดียคาดว่าติดลบ 13% อินโดนีเซียคาดว่าติดลบ 11.9% สิงคโปร์ลดลง 8.6% ออสเตรเลีย ลดลง8.4% และสหรัฐอมเริกาติดลบ 5.1% ซึ่งไม่ใช่ไทยเพียงประทศเดียวที่มีปัญหาการส่งออก แต่ไทยยังดีกว่าหลายประเทศ หากวิเคราะห์ตลาดได้อย่างชัดเจนก็มีโอกาสที่จะผลักดันให้การส่งออกขยายตัวได้ แม้เศรษฐกิจโลกจะยังไม่ฟื้นตัวเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือภาคเอกชนรายใหญ่เป็นพี่เลี้ยงส่งออก ขณะนี้ มีความคืบหน้าอยู่ในขั้นตอนการถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการตลาด โอกาส ช่องทางแนวโน้ม และกฏระเบียบต่าง ๆ ก่อนคัดเลือกผู้ประกอบการให้ทันภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อโรดโชว์บุกตลาดต่างประเทศ โดยแบ่งเป็นกลุ่มสหพัฒน์ เป็นพี่เลี้ยงในตลาดอาเซียน กลุ่มเซ็นทรัลเป็นพี่เลี้ยงในตลาดเวียดนามและอินโดนีเซีย กลุ่มซีพีเน้นตลาดจีน และกลุ่มไทยเบฟ เน้นตลาดอาเซียน ขณะเดียวกันจากการพาคณะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหนัก จำนวน 48 ราย เดินทางไปเจรจาการค้าเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้รับคำสั่งซื้อทันที 3 ล้านบาท และมีมูลค่าการสั่งซื้อภายใน 1 ปี มากกว่า 38 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.) ปลัดกระทรวงพาณิชย์จะแถลงตัวเลขการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์อย่างเป็นทางการต่อไป MThai News

ภาษาฉันเอง (ปี 2) Ep.10
ภาษาฉันเอง (ปี 2) Ep.10 /  โออิชิ

มาสนุกกับ ภาษา จากทุกมุมโลก คำไหนโดน คำไหนเด่น บ่องตงเราจัดให้!!!!! และเพื่อเป็นการต้อนรับการเปิดอาเซียน หรือ AEC เราได้เตรียมทั้งพิธีกรและภาษาที่มาเป็นปร­ะโยคกับ OJ.ฟาโรห์ OJ เก๋ๆ เป็นเกย์ที่มีหนวด โครงการประ จากกวด OISHI Mc Search Gen.4 วันนี้เสนอภาษาบรูไน คำว่า กา-ปัล-เทอ-บัง , คอ-ค่า-ยัง-ซัง-กัด-เซ-จุ๊ค

ด่วนจี๋! อังกฤษเปิดให้ ขอวีซ่า ใน 24 ชม. จากเดิม 5 วัน
ขอวีซ่า /  วีซ่าธุรกิจ / 

สหราชอาณาจักรเปิดให้คนไทยยื่น ขอวีซ่า แบบเร่งด่วนภายใน 24 ชม. จากเดิมใช้เวลา 5 วัน เพิ่มความสะดวก เริ่ม 30 มี.ค.นี้ คิดค่าธรรมเนียม 31,200 บาท สหราชอาณจักร จะเปิดให้บริการขอวีซ่าแบบเร่งด่วนพิเศษ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางแบบเร่งด่วนใน 24 ชม. โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งมีค่าธรรมเนียม 600 ปอนด์ หรือราว 31,200 บาท บริการดังกล่าวถือเป็นบริการที่เพิ่มขึ้นจากบริการขอวีซ่าเร่งด่วนแบบเดิม ที่ใช้เวลาถึง 5 วัน 5 เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว และผู้ที่ขอวีซ่าทำงานบางประเภท หลังจากจำนวนผู้ได้รับวีซ่าในปี 2557 ของไทยมีสูงถึง 67,500 คน เพิ่มขึ้นกว่า 13% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันสหราชอาณาจักรยังได้ปรับลดวีซ่าท่องเที่ยวให้เหลือเพียง 4 ประเภท จากเดิม 15 ประเภท และออกหนังสือคู่มือฉบับปรับปรุง สำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจในการเลือกขอวีซ่าท่องเที่ยวว่าต้องใช้วีซ่าประเภทใด ขณะที่ในส่วนของวีซ่าธุรกิจ มีการนำระบบการคัดกรองเอกสาร หรือ Select Business Scheme กลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดเอกสารที่ต้องใช้ พร้อมทั้งยังอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าธุรกิจสามารถท่องเที่ยวในสหราชอาณาจักรได้ด้วย โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 เม.ย. 2558 เป็นต้นไป อัตราค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าสหราชอาณาจักร 1.การขอวีซ่าแบบเร่งด่วน 3-5 วันทำการ ค่าธรรมเนียม 100 ปอนด์ หรือราว 5,200 บาท 2.การขอวีซ่าแบบเร่งด่วนพิเศษใน 24 ชม. ค่าธรรมเนียม 600 ปอนด์ หรือราว 31,200 บาท 3.บริการขอเล่มหนังสือเดินทางคืน เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเก็บหนังสือเดินทางเอาไว้ ขณะรอการพิจารณาคำร้องขอวีซ่า ค่าธรรมเนียม 40 ปอนด์ หรือราว 2,080 บาท 4.บริการนัดหมายในช่วงเวลาที่มีผู้ต้องการมากที่สุด เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ใช้บริการที่ต้องการเวลานัดหมายนอกเวลาทำการ ค่าธรรมเนียม 50 ปอนด์ หรือราว 2,600 บาท MThai News