อ.ต.ก

ไขข้อสงสัย? ในคำแถลงตำรวจ ปมยุบ 'พนง.สอบสวน'
ตำรวจ /  ม.44 / 

โฆษก สตช. แถลงชี้แจงข้อสงสัย ในคำสั่งคสช. ม.44 กรณียกเลิกตำแหน่ง "พนง.สอบสวน"  พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม คณะทำงานพิจารณาการกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนตามคำสั่ง คสช. ม.44 ฉบับที่ 6 และ 7 ที่กำหนดยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน ว่า ไม่ใช่การลดอำนาจการทำงานของตำรวจ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ข้าราชการตำรวจที่มีหน้าที่ในการสอบสวน สามารถเปลี่ยนสายงานและขึ้นตำแหน่งผู้บริหารสถานีตำรวจได้ เพราะที่ผ่านมาตำแหน่งพนักงานสอบสวนเป็นการทำงานเฉพาะด้าน ทำให้เวลาพิจารณาเลื่อนตำแหน่งเกิดความเสียเปรียบกับตำแหน่งอื่นที่มีความเชี่ยวชาญหลายด้าน ดังนั้นเพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงยกเลิกความในมาตรา44 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่มีการกำหนดตำแหน่งดังกล่าว แต่ปรับให้สู่ตำแหน่งหลัก ตั้งแต่รองสารวัตร ถึงรองผู้กำกับ พร้อมยืนยันว่า แม้จะยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน แต่เงินประจำตำแหน่งยังได้รับเช่นเดิม ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานสอบสวนจำนวน 10,438 คน ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะไม่กระทบกับการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการตำรวจในสายงานสืบสวนสอบสวนที่ได้รับการประเมินไปก่อนหน้านี้ เพราะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้พิจารณาก่อนคำสั่ง คสช. จะมีผล 15 วัน และย้ำว่าการยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน เป็นขั้นตอนแรกของการปฏิรูปตำรวจให้สามารถก้าวหน้าในอาชีพ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน ที่มา INN ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News เดือดร้อนหนัก!ร้องนายกฯทบทวน 'ยุบพนง.สอบสวน' สมาพันธ์พนง.สอบสวน ยื่นนายกฯ ทบทวนใช้ ม.44 ติดเงิน- ยุบพนง.สอบสวน วอน รับฟังผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ วันที่ 8 ก.พ.59 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สถานีตำรวจนครบาลเทียนทะเล เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ทบทวนจากกรณีที่คำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 57 คำสั่งที่ 6/2559 ตามเรื่องการคัดเลือก หรือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ และคำสั่งที่ 7/2559 เรื่องการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ซึ่งเกี่ยวกับการยุบเลิกตำแหน่งและเงินประจำตำแหน่งพนักงานสอบสวน โดยเห็นว่า มีพนักงานสอบสวนได้รับความเดือดร้อนนับหมื่นคน การปลดพนักงานสอบสวนไปประมาณ 700 คน โดยไม่มีงานทำ ไม่มีหน่วยงานรองรับ ถือว่าไม่เป็นการปฏิรูปที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ หลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้รับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน จากพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ และเชื่อว่า นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะมีใจเป็นธรรม และมีความเป็นสุภาพบุรุษในการรับฟังความคิดเห็น ที่มา INN ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ชนสนั่น! รถพยาบาลฝ่าไฟแดง ประสานงารถขนเงินกลางแยก
รถพยาบาล /  รถพยาบาลขอทาง / 

เกิดเหตุรถพยาบาลเปิดไฟฉุกเฉินฝ่าไฟแดง พุ่งชนรถขนเงินกลางสี่แยกหนองเสือ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีรถชนกันที่บริเวณสี่แยกหนองเสือ หมู่4 ต.หนองเสือ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆข 9902 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถขนเงินของบริษัท ขนส่งทรัพย์สิน G4S จอดตะแคงขวา สภาพด้านซ้ายพังยับเยิน โดยมี นายเตวิช ทิพย์ประภา เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรออยู่ ใกล้กันพบรถตู้โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียนแดง พ 9559 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถพยาบาลของ ร.พ.กรุงเทพ สนามจันทร์ จ.นครปฐม จอดตะแคงขวา ในลักษณะเดียวกัน สภาพด้านหน้าพังยับเยิน โดยมีนายจงรักษ์ ขันชพัฒน์ อายุ 43 ปี เป็นคนขับ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรออยู่เช่นกัน และพบผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ประจำ จ.กาญจนบุรี นำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงนายโพกา ไม่มีนามสกุล ชาวพม่า ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มากับรถพยาบาลด้วยก่อนหน้านี้ ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่า รถพยาบาลของรพ.กรุงเทพ สนามจันทร์ จ.นครปฐม กำลังนำผู้ป่วยจาก รพ.กรุงเทพฯ ไปส่งยัง รพ.พหลพลพยุหเสนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ขณะที่รถขนเงินของบริษัท ขนส่งทรัพย์สิน G4S ขับจากตัวเมืองกาญจนบุรีมาตามถนนแสงชูโต และกำลังเลี้ยวขวาตามสัญญาณไฟ มุ่งหน้าไปทางวัดหนองเสือ ซึ่งเป็นจังหวะที่รถพยาบาลซึ่งเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินของทางขับมาทางตรงด้วยความเร็ว จึงเกิดชนเข้าด้านซ้ายของรถขนเงินอย่างจัง จนเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันพลิกคว่ำ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งจากคำให้การของนายเตวิช ทิพย์ประภา คนขับรถกระบะ ระบุว่า รถพยาบาลฝ่าสัญญาณไฟแดงมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ลูกสาวแอบถ่ายคลิป คนดูแล ลอบตบตีแม่เฒ่าความจำเสื่อมวัย 94 ปี
คนชรา /  คนแก่ / 

ลูกสาวแอบถ่ายคลิปขณะไม่อยู่บ้าน ความลับแตก คนดูแลลอบตบตีแม่สูงวัยป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม วานนี้ (8 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เมโทร' เผยแพร่คลิปวีดีโอ ที่เปิดเผยความลับ และการกระทำอันโหดร้ายของ ผู้ดูแลหญิงชราวัย 94 ปี ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งถูกแอบถ่ายไว้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว โดยคลิปดังกล่าว ถ่ายจากกล้องที่ติดตั้งไว้โดย มิเรียม มารีโน ลูกสาวของหญิงชรา ที่ปรากฏตัวเป็นเหยื่อในคลิปดังกล่าว หลังจากที่เพื่อนบ้านของเธอกล่าวเตือนว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับหญิงผู้ดูแลแม่ของเธอคนนี้ หลังจากตั้งกล้องไว้ คลิปปรากฏให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ผู้ดูแล กำลังนั่งอยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์ กับแม่ซึ่งป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมของเธอ จากนั้นผู้ดูแลคนเดียวกัน ได้ผลักหัว จิกผม และตบศีรษะของหญิงชราที่ไร้ทางสู้ ทั้งยังใช้เท้าถีบเข้าไปที่ร่างหลายครั้ง ขณะที่เหยื่อยังคงนั่งนิ่ง ไม่สามารถตอบโต้ใด ๆ ได้มากนัก รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศ อาร์เจนตินา โดยสาเหตุที่ มิเรียม นำคลิปดังกล่าวมาเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้อื่น ให้มีวิจารณญาณในการเลือกผู้ดูแลญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว อย่างไรก็ตาม มิเรียม ได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มีการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้ดูแลรายนี้แล้ว https://youtu.be/l8bDvtzWmcM ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  metro

ปรี๊ดเลย! 'อ.เฉลิมชัย' ด่าพวกแอบอ้างชื่อไปว่านักข่าวขายตัว
ด่านักข่าว /  วัดร่องขุ่น / 

'อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์' ด่าพวกแอบอ้างชื่อไปด่านักข่าวขายตัว ฝากผู้อ่านโลกออนไลน์ใช้วิจารณญาณในการอ่านข่าวสาร วันนี้ 9 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบนโลกออนไลน์โดยแฟนเพจ 'กลุ่มคนรักอาจารย์เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์' ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอพร้อมระบุข้อความว่า "มีจดหมายแอบอ้างอาจารย์ฯว่าไปด่าผู้สื่อข่าวอีกแล้วววว" ซึ่งภายในคลิปอาจารย์เฉลิมชัย ได้ต่อว่าบุคคลที่แอบอ้างชื่อของอาจารย์ โดยยืนยันว่าไม่เคยด่าผู้สื่อข่าวว่าขายตัวให้แกนักการเมือง พร้อมระบุว่าเนื้อหาในจดหมายนั้นไม่เป็นความจริง ทั้งนี้หากตนจะด่าใคร จะด่ากันตรงๆ ซึ่งๆ หน้า สำหรับ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ออกแบบสร้างวัดร่องขุ่น ระบุว่า ตนไม่เคยเขียนหรือพิมพ์ด่าว่าใครแบบนี้แน่นอน พร้อมตำหนิพวกที่เอาชื่อของตนไปแอบอ้างแล้วใช้ในการด่านักการเมือง หรือรัฐบาล รวมถึงบุคคลทั่วไป อย่างไรก็ตามอยากจะฝากถึงผู้อ่านทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านข่าวสาร ขอบคุณข้อมูล/ภาพ กลุ่มคนรักอาจารย์เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เตรียมจี้! ข้าราชการเบี้ยวจ่าย 'กยศ.' เข้ารับการปรับโครงสร้างหนี้
กยศ. /  กระทรวงการคลัง / 

กระทรวงการคลัง เตรียมเร่งข้าราชการเบี้ยวจ่าย 'กยศ.' กว่า 6 หมื่นราย เข้ารับการปรับโครงสร้างหนี้ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เร่งรัดการบูรณาการเชื่อมโยงระบบภาษีของ3 กรม คือ สรรพสามิต ศุลกากร และสรรพากร ซึ่งการเชื่อมโยงดังกล่าวนอกจากจะช่วยลดการรั่วไหลของภาษี ทำให้การจัดเก็บรายได้มากขึ้น และปิดทางกรณีโกงภาษีไม่ให้เกิดขึ้นอย่างในอดีตที่มีการโกงถึง 4-5 พันล้านบาท ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้หน่วยงานราชการปลอดการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ อีกนโยบายที่ต้องเร่งรัดต่อ คือ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยในวันที่ 15 ก.พ.2559 นี้ จะมีการลงนามร่วมกับกระทรวงทุกกระทรวง เพื่อให้ข้าราชการที่ผิดสัญญาชำระเงินกู้กับ กยศ.ทั้งประเทศกว่า 6 หมื่นราย เข้ารับการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเป้าหมายจะให้ข้าราชการกระทรวงการคลังที่ผิดชำระหนี้กับ กยศ.กว่า 1,000 ราย ปรับโครงสร้างหนี้ให้แล้วเสร็จทั้งหมดในปีนี้ สำหรับการติดตามการชำระคืนเงินกู้ กยศ.ในปี 2559 ตั้งเป้าทำให้ได้ขั้นต่ำ 1.9 หมื่นล้านบาท หลังจากที่การชำระหนี้คืนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2556 มีการชำระคืน 1.1 หมื่นล้านบาท ปี 2557 ชำระคืน 1.3 หมื่นล้านบาท และปี 2558 ชำระคืน 1.7 หมื่นล้าน จากการออกมาตรการส่งเสริมการชำระคืน ปัจจุบันกองทุนปล่อยกู้ไปแล้ว 4.5 ล้านราย เป็นเงินปล่อยกู้ 4 แสนล้านบาท มีค้างชำระ 2 ล้านราย เป็นเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท ขอบคุณข้อมูล  มติชน ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

Gigi Hadid ขึ้นแท่น Supermodel 1 ปี ขึ้นปก Vogue 7 เล่ม แล้วคุณว่า ปกไหน Hot สุด โหวตจ้าโหวต
Gigi Hadid /  Supermodel / 

Gigi Hadid ในวัยเพียงแค่ 20 ปี เธอมียอดผู้ติดตาม Instagram ถึง 12.9 ล้านจากทั่วโลก ปัจจุบันเธอเป็นแฟนสาวของหนุ่มเคราตาหวาน Zayn Malik อดีตสมาชิกวง One direction และ ที่สำคัญเธอ คือนางแบบสาวสุดฮอตระดับโลกแห่งยุคนี้ ที่นอกจากปีที่ผ่านมาเธอจะได้เดินแบบในโชว์ดังอย่าง Victoria's Secret,Chanel,Ralph Lauren และแบรนด์ดังระดับไฮเอนด์แบรนด์อื่นๆ แล้ว เธอยังได้ขึ้นปกนิตยสาร Vogue ทั่วโลกถึง 7 เล่ม ได้แก่ British Vogue, Vogue Australia, Vogue Brasil, Vogue Espana, Vogue Italia, Vogue Netherlands และล่าสุด Vogue Paris เดือนมีนาคม 2016 นี้ที่ทำเอาฮือฮาสะเทือนแผงทั่วโลก จะฮอตขนาดไหน เชิญชมด้วยตา "และนี่คือแฟชั่นเซ็ตที่ฉันพรมแค่ Chanel N°5" Gigi Hadid กล่าว ภาพจากนิตยสาร Vogue Paris เดือนมีนาคม 2016 ซึ่งมี 2 ปก ปกแรก เปลือย นู้ด เบาๆ และ ปกที่  2 Gigi บนปก Vogue Espana Gigi บนปก Vogue Australia Gigi บนปก Vogue  Italia Gigi บนปก British Vogue Gigi บนปก Vogue Brazil และ Gigi บนปก Vogue Netherlands 7 เล่ม 8 ปก แต่ก็สวยทุกปกเลยแหะ  แล้วคุณล่ะคะ ชอบปกไหนกันบ้าง ที่มาภาพจาก นิตยสาร Vogue  เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women MThai Team

สังคมเสื่อม! นักเรียนสาวเต็มใจปล่อยคลิปโป๊ อ้างอยากดัง
คลิปหลุด /  คลิปโป๊ / 

สังคมเสื่อม! นักเรียนสาวเต็มใจปล่อยคลิปโป๊ อ้างอยากดัง กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพของสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งที่ใช้รูปประจำตัวเป็นรูปเด็กนักเรียน พร้อมกับโพสต์คลิปกำลังทำออรัลเซ็กส์โชว์ โดยเจ้าตัวเผยว่าที่เอาคลิปมาลงไม่ได้ต้องการจะประจานตัวเอง แต่เป็นเพราะอยากดังเอง และอยากโชว์ ซึ่งตนไม่ได้อ้อนวอนให้ใครมากดไลค์หรือกดแชร์แต่คนอื่นเข้ามากดเองทั้งนั้น โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ ได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความไม่เหมาะสม ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะมีกรณีวัยรุ่นเต็มใจโพสต์คลิปตัวเองมีเพศสัมพันธ์กับแฟนโชว์บนโลกออนไลน์ด้วย ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นค่านิยมที่ผิดของเด็กสมัยใหม่ที่ต้องการดังบนโลกออนไลน์และอยากเป็นเน็ตไอดอลด้วยวิธีที่ผิดๆ อยากให้ทางผู้ปกครองช่วยสั่งสอนเพื่อปรับทัศนคติและอยากให้ได้รับทราบพฤติกรรมเพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงตัวด่วนๆ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

กัวฟู่เฉิง ฟิตร่างกายหนัก!!! จาก ปีศาจกระทิง สู่ ซุนหงอคง ใน ไซอิ๋ว 2
The Monkey King 2 /  กัวฟู่เฉิง / 

กลับมาเป็นนักแสดงเรื่อง ไซอิ๋ว อีกครั้ง สำหรับ กัวฟู่เฉิง ที่เคยรับบทเป็น "ปีศาจกระทิง" มาแล้วเมื่อภาคแรก มาคราวนี้ “The Monkey King 2 หรือ ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร” กัวฟู่เฉิงก็ได้ถูกทาบทามจาก ผู้กำกับ เจิ้งป๋อไช่ ให้มารับบทเด่นอย่าง ซุนหงอคง เรื่องนี้ทำเอาเจ้าตัวถึงกับออกอาการประหลาดใจมากเลยทีเดียว โดยได้บอกว่า ตนรู้สึกแปลกใจมาก เพราะรู้ดีว่าภาคแรกตัวละครที่ตนเล่นจะไม่สามารถกลับมาเล่นภาคนี้ได้อีกแล้ว เพราะโดนหงอคงกำจัดไปแล้ว แต่เมื่อผู้กำกับบอกว่าตนจะได้รับบท ซุนหงอคง ก็ยิ่งกังวนว่าคาแรกเตอร์ตนจะเข้ากับบทบาทได้ไหม ซึ่งเรื่องนี้ผู้กำกับก็ยืนยันว่า หงอคงมีความเป็นวัยรุ่นมากขึ้น โตขึ้น มีความเอาแต่ใจน้อยลง แต่ว่าในภาคนี้หงอคงต้องการการยอมรับมากขึ้น ตัวละครหงอคงจึงเข้มขึ้นตาม นั่นจึงเป็นเหตุผลผู้กำกับต้องการให้ตนมารับบทนี้ โดย กัวฟู่เฉิง ยังบอกอีกว่า เรื่องนี้ตนต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อให้ได้เข้าฉากในเวลา 9 โมงเช้าให้ได้ โดยใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงในการแต่งหน้า ยิ่งไปกว่านั้น อีก 3 ชั่วโมง เพื่อล้างเมคอัพหน้าออก จนเกิดความคิดว่าครั้งหน้าถ้าต้องเล่นเป็นหงอคงอีกตนจะรับเล่นดีไหม เพราะต้องใช้เวลานานมาก ๆ ในการแต่งเอฟเฟกซ์ ที่สำคัญมันลำบากมากในการจะทำอะไร ขณะที่เรามีขนติดเต็มทั้งตัวแบบนั้น ทั้งนี้ เจ้าตัวยังขอฝากภาพยนตร์ ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร ว่า ทีมงานทุกคนทุ่มเทกันมาก ๆ เพื่อให้หนังออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ตนเชื่อในมือ เจิ้งป๋อไช่ วิสัยทัศน์ของเขาจะต้องทำให้งานสเปเชี่ยลเอฟเฟกซ์ยอดเยี่ยมมากแน่ ๆ งานแอ็คชั่นก็ได้ หงจินเป่า มาร่วมสร้างสรรค์และกำกับคิวบู๊ ซึ่งเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบที่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ๆ จะได้รับ               ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร เป็นการบอกเล่าเรื่องราวหลังจาก พระถังซัมจั๋ง ปลดปล่อย ซุนหงอคง จากการจองจำมากว่า 500 ปี พร้อมภารกิจสำคัญในการเดินทางเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎก ณ ชมพูทวีป ร่วมกับ ตือโป๊ยก่าย และ ซัวเจ๋ง แต่ระหว่างทางพวกเขายังต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ด้วยการต่อกรกับศัตรูตัวฉกาจอย่าง “ปีศาจกระดูกขาว” พบกับความมันส์เต็มพิกัดกับภาพยนตร์สุดยอดสเปเชี่ยลตระการตารอคุณมาพิสูจน์ใน “ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร” วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั้งในระบบ 2D และ 3D

เปิดฝึก 'คอบร้าโกลด์' ทูตมะกันแจงเหตุส่งทหารร่วมน้อย?
คอบร้าโกลด์ /  คอบร้าโกลด์ 2016 / 

ผบ.สส.เปิดฝึก 'คอบร้าโกลด์' 16 ทูตสหรัฐฯ ย้ำ  ส่งทหารร่วมน้อย ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ยัน สัมพันธ์ทางการทูตคงเดิม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ นาย กลิน ที. เดวีส์ (Glyn T. Davies) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 16 ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย อัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย และอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 35 โดยมีวัตถุประสงค์การฝึก เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อมุ่งไปสู่กองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางทหาร ระหว่างกองทัพไทย กับกองทัพมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ ที่ดีอยู่แล้วให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยการฝึกคอบร้าโกลด์ ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 19 กุมภาพันธ์ 2559 มีประเทศที่เข้าร่วมการฝึกรวมทั้งสิ้น 27 ประเทศ โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย ได้เข้าร่วมในส่วนโครงการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ ยังมีประเทศในโครงการฝ่ายเสนาธิการผสมนานาชาติ (MPAT) จำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี บังกลาเทศ เนปาล มองโกเลีย และฟิลิปปินส์ และมีประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึก (COLT) จำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว เวียดนาม ชิลี เนเธอร์แลนด์ บรูไน แอฟริกาใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย โดยใช้พื้นที่ในภาคกลาง และภาคตะวันออก เป็นหลักในการฝึก ทูตอเมริกัน ประจำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ เปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 16 พร้อมสานสายสัมพันธ์ระดับประชาชน บอก ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ยันสัมพันธ์ทางการทูตคงเดิม นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 16 ว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ ในวันนี้ คอบร้าโกลด์เป็นการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขอขอบคุณ พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เป็นผู้นำวางแผนการจัดงานนี้ และขอบคุณที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การฝึกครั้งนี้เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ด้านมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และเสถียรภาพตลอดทั่วภูมิภาคนี้ ซึ่งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ได้เพิ่มปริมาณการค้า ส่งเสริมการลงทุน และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ อีกทั้ง ยังสานสายสัมพันธ์ระดับประชาชนให้เฟื่องฟูยิ่งขึ้น และลดความขัดแย้งด้วยการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกันและการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้ว่าความสัมพันธ์ของไทย-สหรัฐฯ ในวันนี้จะเข้มแข็ง มั่นคง และครอบคลุม แต่ความร่วมมือนี้จะยังเติบโตเข้มแข็งขึ้นไปอีก เมื่อนายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันแล้วว่า ประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งด้วยระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ไทย และสหรัฐอเมริกา เป็นพันธมิตรสนธิสัญญาตั้งแต่ ปี 2497 ได้เสียสละ และต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันในหลายสนามรบ และได้ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทูตอเมริกาแจงฝึกคอบร้าโกลด์16ไม่เกี่ยวการเมือง นายกลิน ที เดวีส์ (Glyn T. davies) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวภายหลังพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 16 ถึงกรณีที่มีการลดจำนวนทหารลงในการฝึก ว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเมือง กฎหมายของสหรัฐฯ ระบุไว้ว่า ถ้ารัฐบาลมาจากการรัฐประหารจะต้องลดจำนวนลง แต่ก็ยังฝึกร่วมกันอยู่ เพราะการฝึกมีความสำคัญ โดยเฉพาะการช่วยเหลือด้านหลักมนุษยธรรม ทหารที่มาร่วมฝึกปีนี้ เท่ากับปีที่ผ่านมา และการฝึกครั้งนี้ ขึ้นกับเป้าหมายการฝึก คือ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ความสัมพันธ์กับประเทศไทยและภูมิภาคแถบนี้ ทั้งนี้ แม้ความสัมพันธ์กับไทยจะยังไม่กลับคืนมาในระดับปกติ แต่ความสัมพันธ์ทางการทูต ก็ไม่ได้น้อยลง การฝึกครั้งนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า มีความสันพันธ์ที่ดีกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ส่วนจำนวนทหารที่มาฝึกครั้งนี้ แม้จะน้อยลง แต่ก็จะทำให้ไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการฝึกได้ อีกทั้งการฝึกคอบร้าโกลด์ ไม่เกี่ยวกับปัญหาคาบสมุทรเกาหลีด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่ไทยมีความสัมพันธ์กับจีนเพิ่มขึ้นนั้น เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดี และจะเห็นว่าจีน ก็มาเข้าร่วมฝึกในฐานะผู้สังเกตการณ์ ซึ่งเป็นไปในเชิงบวก เป็นการเสริมสร้างความสามารถที่จะอาจเกิดขึ้นในอนาคตในการช่วยเหลือกัน ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

10 อาหาร ที่ไม่ควรกินมากเกินไป
ปาท่องโก๋ /  อาหาร

1. ไข่เยี่ยวม้า   ถ้ากินมากและบ่อย อาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว การดูดซึมแคลเซี่ยมลดน้อยลง ขาดแคลเซี่ยมทำให้กระดูกผุได้   2. ปาท่องโก๋   ใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่ว เป้นพิษต่อเซลล์สมอง ความจำเสื่อม คอแห้ง เจ็บคอ (กำ...อันนี้กินทุกเช้าเลย สงสัยต้องเลิกกิน..งุงิ) 3 . เนื้อสัตว์ย่าง   เกิดสารเบนโซไพริน ก่อมะเร็ง       4 . ผักดอง   เกิดการสะสมเกลือโซเดียม หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง เป็นโรคหัวใจง่าย  5 . ตับหมู   1 กก . มีคอเลสเตอรอลกว่า 400 มก . ถ้ามีมากและนานทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อโรคหัวใจ , หลอดเลือดทางสมอง , มะเร็ง    6. ผักโขม   ผักปวยเล้ง มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้การขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก เกิดภาวะขาดแคลน  7 . บะหมี่สำเร็จรูป   ทำให้ขาดสาร อาหาร เกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย   8 . เมล็ดทานตะวัน   มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้  (อันนี้แม่ชอบกินมากมาย สงสัยต้องไปบอกต่อ) 9 . เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้   การหมักมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค และมีสารย่อยโปรตีน ไฮโดรเจนซัลไฟล์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย  10 . ผงชูรส ไม่ควรกินเกิน  6  กรัมต่อวัน จะทำให้กรดกลูตามิกในเลือดสูง ซึ่งมีผลต่อการทำงานของประจุแคลเซี่ยมและแมกนีเซียม ทำให้ปวดหัว   ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์  ที่กล่าวมาเป็นภูมิปัญญาโบราณ ความเชื่อที่สืบทอดกันมา ปัจจุบันมีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายมากขึ้น

ตะลุย 8 ร้าน 8 สไตล์ หลากหลายสัญชาติสำหรับวันวาเลนไทน์นี้ ที่ Eight Thonglor
Eight Thonglor /  KTC / 

ทีมงาน MThai มีโอกาสได้รับเชิญจากทางบัตรเครดิต KTC เนื่องจากเราแอบได้ยินมาว่าทาง KTC จัดแคมเปญใหญ่ร่วมกับ Eight Thonglor ฉลองครบรอบ 8 ปี ภายใต้ชื่อว่า “Happy8 Dining กับบัตร KTC” ต้อนรับวันแห่งความรักในเทศกาลวันวาเลนไทน์ 2016 เหมาะสำหรับทีมกินเที่ยวอย่างพวกเรา เรียกได้ว่างานนี้มีตัวเลือกให้ถึง “8 ร้าน 8 สไตล์ยิ่งใหญ่สมกับเป็น Eight Thonglor” “Welcome drink เป็นชามะนาวในขวดแสนเก๋จาก One Two Tea” 1.Sushi CYU & Carnival Yakiniku เริ่มต้นกันที่ร้านแรก “ซูชิจู แอนด์ บาร์บีคิว คาร์นิวัล ยากินิคุ” เป็นร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสุดแสนพรีเมียม ที่มีตั้งแต่ซูชิและปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น โดยวันนี้ได้รับเกียรติจากเชฟของทางร้านมาอธิบายถึงเมนูอาหารของร้าน ซึ่งโดยปกติแล้วจะหาเวลาเจอตัวได้ยากทีเดียวค่ะ ระหว่างรอไฮไลท์เด็ดของทางร้านซึ่งก็คือยากินิคุ ที่ใช้เนื้อวัวไทยเฟรนส์ A4,A5 ทางร้านก็นำซูชิมาเสิร์ฟบอกว่าเป็นของทางเล่นระหว่างรอ แต่พอทีมงานได้ชิมแล้วบอกเลยว่าปลาสดมากกกก เกินกว่าจะเป็นของทางเล่นอีกนะจ๊ะ ใครมาก็อย่าลืมสั่งเซ็ทนี้ดูนะ เนื้อวากิวระดับตำนาน บอกเลยว่าที่ร้านติดหนึ่งในห้าอันดับเนื้อวากิวที่ดีที่สุดสำหรับคนรักเนื้อจะต้องมาลิ้มลองทาน ด้วยประสบการณ์กว่า 24 ปีจากประเทศญี่ปุ่น การันตีเรื่องคุณภาพดีงามแน่นอน (แค่เห็นลายก็สวยงามน้ำลายไหลกันแล้วใช่ไหมละ) “วิธีการทานโกเบแบบออริจินอลและสันคอ” จากภาพแยกกันออกไหมจ๊ะ ว่าแบบไหนโกเบปกติหรือแบบไหนเป็นสันคอ มาเริ่มกันจากเนื้อตัวลายสวยงามจะเป็นโกเบออริจินอล สามารถปิ้งลงไปบนเตาได้เลย พอสุกก็กลับอีกด้าน เวลารับประทานจะทานกับเกลือญี่ปุ่น และส้มโชยุรสชาติจะหอม หวาน ละลายในปากจริงๆ ส่วนอีกแบบนึงจะเป็นสันคอค่ะ เนื้อจะนุ่นแต่ไม่ละลายเท่าลายสวยเวลาทานก็จิ้มกับน้ำจิ้ม ก็อร่อยมันไปอีกแบบนึงค่ะ สำหรับคนไม่ทานเนื้อทางร้านก็มีเซ็ทหมูไว้ให้ทานนะคะ เปิด – ปิด : วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11.30 – 14.00 น. และ 18.00 – 22.00 น. (เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.30 – 22.00 น.) ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่น,อะลาคาร์ท,ซูชิ,ปิ้งย่าง เบอร์ติดต่อ : 02-713-8321, 085-145-1722 2.MASALA ART “บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเรียบหรูมีกลิ่นอายความเป็นอินเดีย” มาต่อสำหรับร้านที่สองกับแคมเปญนี้กันค่ะ ร้านนี้จะเป็น “อาหารอินเดีย” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “มาซาลา อาร์ท” มีความหมายมาจากเครื่องแกงมาซาลาผสมกับคำว่าอาร์ทค่ะ เป็นกลิ่นอายของอาหารอินเดียที่มีการปรุงด้วยศิลปะและใจ ทำให้ผู้ท่านสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้ทำอาหารจานนั้นๆ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากมิสเตอร์ซีเจ เจ้าของร้านมาบรรยายที่มาของอาหารอินเดียให้พวกเราทราบกันค่ะ โดยร้านนี้จะเป็นอาหารอินเดียสไตล์ทางเหนือ “Appetizer และข้าวอินเดีย” เริ่มด้วยของทานเล่นอย่างขนมปังโยเกิตลูกชิ้นผัก สอดไส้โยเกิตเดฮีเคคาบับ รสชาติจะเหมือนขนมปังที่รสและกลิ่นของผัก แล้วมีทอปปิ้งเป็นโยเกิตอินเดียค่ะ เข้ากันได้อย่างดีเรียกอร่อยมาก เนื้อโยเกิตของเค้าจะรสชาติคล้ายครีมชีสนุ่มเข้ากับขนมปังรสผักเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ตามมาด้วยอาหารหนักอย่างแกงกุ้งอินเดีย ที่มีเครื่องแกงเข้มข้นเผ็ดร้อน สามารถเลือกทานได้ระหว่างแป้งนาน (กระเทียมหรือธรรมดา) หรือทานคู่กับข้าวอินเดียที่คลุกเคล้าเครื่องเทศสีเหลืองนวลหอมอร่อยเข้ากันได้อย่างดีกับแกงค่ะ ส่วนไก่สีแดงที่เราเห็นนั้นเป็นคล้ายไก่ย่างอบเครื่องเทศเรียกว่า “ชิคเก้นทิการ์” เมนูยอดฮิตสำหรับใครที่ทานอาหารอินเดียต้องไม่พลาด แอบกระซิบอีกนิดว่าทางร้านจะไม่มีเนื้อหมูหรือเนื้อวัวนะคะ จะทำอาหารเฉพาะเนื้อไก่, กุ้งและเนื้อแพะ สำหรับคนที่ทานมังสวิรัติสามารถไปทานที่ร้านนี้ได้ค่ะ เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-13.00 น. และ 18.00-22.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารอินเดียทางตอนเหนือ,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-713-8357 3.Crepes&Co “เครปแอนส์โค” หากใครอยู่ย่านสุขุมวิทจะต้องเคยได้ยินชื่อนี้แน่นอน กับตำนานเครปฝรั่งเศสรสอร่อยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ใครจะบ้างว่าเครป แอนส์ โค มีสาขา Eight Thonglor และที่สำคัญไม่ได้อร่อยแต่เครปนะจ๊ะ เพราะที่ร้านมีอาหารคาวให้ทานกันแบบอยู่ท้องกันไปเลยหละ “เครป แอนส์ โค” ที่นี่มากกว่าเมนูของหวาน “Tajine Zitoun” ประเดิมกันด้วยเมนูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แลดูภาคพื้นผิวมหาสมุทรสุขภาพดี๊ดีได้ใจทีมงานกันไปเลยทีเดียวกับอาหารจานนี้ “Tajine Zitoun” เมื่อเปิดผะอบออกมาจะเจอกับไก่ตุ๋นมะกอกดำและมะนาวเครื่องเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โมรอคโคกันสุดสุด ทานคู่กับข้าวคูสคุสและฮารีซาซอส อาจจะดูแปลกตาแต่สำหรับคนที่ชอบเครื่องเทศจานนี้ก็เข้มข้นเข้ากันดีค่ะ “Moroccan Briouattes & Supreme” ตามมาด้วยของทานเล่นอย่าง Moroccan Briouattes ที่เป็นเนื้อผัดกับข้าวและผงอบเชย แล้วนำมาทอด จานนี้ถูกใจเป็นพิเศษเหมือนคล้ายเปาะเปี๊ยะทอดอร่อยดีค่ะ และเมนู Supreme เป็นเครปคาวซิกเนเจอร์ของทางร้านที่จะต้องมาลองทานกันให้ได้ “Crepe Framboise” มาถึงเมนูปิดท้าย เมนูฟินเป็นพิเศษเป็นเครปหวานที่อร่อยมากกกกกกก ทีมงานการันตีว่าหากได้ลองทานแล้วนั้น จะต้องหลงรักและกลับมาทานซ้ำอย่างแน่นอน ตัวแป้งเครปกรอบอร่อยค่ะ ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ หอมหวานอมเปรี้ยว แต่งจานด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่ง ความเปรี้ยวของซอสตัดกันได้อย่างไอศครีมวนิลารสละมุนที่สอดไส้อยู่ภายใต้แป้งเครป ใครละจะอดใจไหวกับเมนูนี้ ต้องไปลองกันให้ได้นะคะสำหรับร้าน “Crepes & Co” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งเวลา 9.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร :สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน, ฝรั่งเศส, กรีก, โมรอกโค, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-726-9398-9 4.FLANN O’BRIEN’S IRIS PUB “บรรยากาศ Indoor&Outdoor ชิลสบายสุดสุด” “ฟลาน โอ ไบรอันส์” เป็นร้านอาหารสไตล์โฮมเมดไอริสกึ่งผับ ภายในร้านจะเน้นการตกแต่งโดนเน้นสีเขียวและมีกลิ่นอายของโทนสีของไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นสไตล์ไอริช โดยสโลแกนของที่ร้านแห่งนี้คือ No strangers at Flann O'Brien's, Only friends you haven’t met yet นั่นก็คือ ไม่มี “คนแปลกหน้า” ที่ฟลาน โอเบรียนส์.. มีแค่ “เพื่อน” ที่เรายังไม่รู้จัก เท่านั้นค่ะ ทางร้านจะเน้นความเป็นกันเอง มีความบันเทิงและสนุกสนานแต่จะคงไว้ซึ่งบริการและอาหารที่ได้มาตรฐาน “คลังเบียร์สุดยอดความอร่อยของชาวไอริสต้องที่นี่เลย” นอกจากอาหารโฮมเมดสไตล์ไอริสแล้ว ที่พลาดไม่ได้เลยเห็นจะเป็นเบียร์หลากหลายประเภทค่ะ มีตั้งแต่อ่อนไปจนถึงหนัก นอกจากหลายชนิดแล้วยังหลายสีอีก มีชนิดที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ทานได้ด้วยนะคะ วันนี้ทีมงานของลองชิมจิบๆเบียร์ดำแทนละกัน หอมเข้มฟินกันสุดๆ “Chef’s house Salad& Homemade Irish Lamb Stew” เริ่มกันด้วยสองเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างสลัด Chef’s house Salad และเมนู Homeade Iris Lamb Stew หรือเมนูสตูเนื้อแกะตุ๋นพร้อมเครื่องเทศสดสไตล์ไอริส พอลองชิมแล้วต้องบอกว่าเนื้อแกะไม่มีกลิ่นสาปเลยค่ะ หากทานร้อนๆรสชาติจะดีและเข้มข้นมากทีเดียว “Beef and Guinness pie & Banger and Mash” ปิดท้ายด้วยสองเมนูเด็ด คือ สตูว์เนื้อตุ๋นกับเบียร์ดำกินเนสส์ พร้อมผักต่างๆ และเครื่องเทศสดสไตล์ไอริช ใช้เนื้อนำเข้าเกรดเอตุ๋นให้เปื่อยกับเบียร์ดำกินเนสส์ ดิปคู่กับมันฝรั่งทอดชิ้นโต หากได้เบียร์เย็นๆสักแก้วรับรองคืนนี้สนุกแน่นอน สุดท้ายกับเมนู Banger and Mash หรือ ไส้กรอกหมูรสาติต้นตำหรับ ด้วยเนื้อไส้กรอกแน่น ชิ้นใหญ่หนา หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟทานพร้อมกับมันฝรั่งบด และราดด้วยซอสเกรวี่ เข้มข้นจนต้องทานให้หมด เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อเมริกันบาร์, โฮมเมดไอริส,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-392-2898 5.HOLA Barcelona Tapas&Wine Restaurant “โอลา สแปนิช” ร้านอาหารสเปนในกรุงเทพฯ ว่าหาทานได้ยากแล้วยังหาที่เด็ดยากกว่า แต่สำหรับร้านนี้ทีมงานเราการันตีอยากให้ไปลอง เพราะมันอร่อยมากจริงๆ “ Pealla Seafood” Pealla Seafood หรือข้าวผัดสเปน เป็นเมนูแนะนำของที่ร้านโอลา สแปนิช ที่ยอมรับว่าตอนแรกเฉยๆ แต่พอได้ลองชิมเท่านั้นมันอร่อยมาก มากจริงๆ ตัวข้าวญี่ปุ่นร่วนเข้ากับซอสหอมมันกุ้งและเครื่องซีฟู้ดครบรส หอมเคล้าน้ำมันมะกอก อร่อยขนาดต้องทานให้หมด หากทานไม่หมดเจ้าของร้านมีงอนกันน่าดู อยากให้มาลองเมนูนี้กัน “Red wine Sangria ที่ร้าน Ohla Spanish Food” เห็นแก้วแบบนี้อย่าเผลอคิดว่าเป็นน้ำแดงนะจ๊ะ เพราะ Red Wine Sangria คือน้ำผลไม้ผสมกับไวน์แดง จิบดับร้อนยิ่งอากาศเมืองไทยแล้วละก็ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เป็นเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยให้มื้ออาหารนั้นสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ ทีมงานเราก็กินเพลินไปหลายแก้วอยู่ ><” “กุ้งกระเทียมและสลัดปลาแซลมอน” ระหว่างรอเมนูต่างๆ สลัดปลาแซลมอนก็เด็ดไม่แพ้กัน จะมีส่วนผสมของผลไม้และอะโวคาโด้ ส่วนน้ำสลัดที่ร้านก็คิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่เอง แถมผักก็กรอบสดเข้ากับปลาแซลมอนสุดๆ จานนี้แอบแย่งกันทานใหญ่เลยละ ตามมาด้วยกุ้งกระเทียมที่เจ้าของไม่ห่วงสูตรเลยสักนิด แต่กลับไปบ้านก็ไม่มีลูกค้าท่านไหนทำได้เท่ากับที่ร้านนี้อีกแล้ว ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันอร่อยมากจนกระทั่งน้ำมันถึงกับต้องซด ทีมงานละอยากได้ข้าวสวยเสียจริงๆ แถมที่ร้านยังเป็นน้ำมันมะกอกบอกเลยทานแล้วยังได้สุขภาพดีอีก สมกับเป็นร้านอาหารแนะนำสุดๆ “ข้าวผัดสเปนหมึกดำและมีทบอล” ปิดท้ายกันด้วยเมนูข้าวผัดสเปนในสไตล์แบบมีซอสหมึกดำ ก็อร่อยเข้มข้นไปอีกแบบค่ะ จะเค็มๆมันๆเข้ากับปลาหมึกและข้าวได้อย่างดี รวมถึงมีทบอลก็เป็นอาหารทานเล่นกินเพลินๆเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารสเปน เบอร์ติดต่อ : 02-713-8387 6.TADAIMA “ทาไดมะ” ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมของดาราหนุ่มสุดหล่อ “กันต์ กันตถาวร” ที่มีหลากหลายสาขาเริ่มต้นด้วยคอนเซปต์สุดชิคอาหารทุกจานราคาเดียว 88 บาท จากนั้นค่อยมาปรับมีความหลากหลายของอะลาคาร์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปลาดิบ เราไม่คิดว่าร้านทาไดมะจะสดได้มากขนาดนี้ และวันนี้เชฟก็ได้มาโชว์การแล่ปลาตัวใหญ่ให้เราชมกันด้วยค่ะ . “เชฟที่ร้านทาไดมะ โชว์แล่ปลาแซลมอน” ใครจะเชื่อว่าพี่ปลาแซนมอนตัวนี้หนักถึง 4-6 กิโลกรัมกันเลยเชียว พี่เชฟรีบหันอย่างคล่องแคล่ว แข็งแรงชนิดที่ว่าคนทั่วไปหากไม่ชำนาญอาจได้โดนมีดบาดมือกันก็เป็นได้ และแล้วก็ออกมาเป็นชิ้นเนื้อปลาแซลมอนสวยงาม (ทีมงานแอบกลัวหัวปลาแซลมอน) ซาซิมิสดมากกกกกกกกกกกกก ไม่คิดว่าร้านไม่ได้เน้นปลาพรีเมียมระดับห้าดาวเทียบเท่าร้านระดับชื่อดังทั่วไป จะมีซาซิมิสดและอร่อยขนาดนี้ รับรองว่าต้องไปซ้ำแน่นอนไม่พลาดค่ะ ทั้งราคาและคุณภาพขนาดนี้ กุ้งสด, แซลมอนชิ้นใหญ่ ปลาโอโตโร่สดฟินละลาย เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : ญี่ปุ่น, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9883 7.HOUSE* 10 HOUSE* 10 ร้านเก๋ไก๋สไตล์ปราสาทเก่า ดูภายนอกนอกจากจะดูเก่าผสานกลิ่นอายแบบชิคๆ เหมือนโรงงานเก่าแล้ว ภายในยังตกแต่งได้แบบสวยงามลงตัว ใครจะเชื่อว่าร้านแห่งนี้เป็นร้านอาหารไทยแสนอร่อย และกลางคืนจะเป็นสถานที่แฮงคเอาท์ชั้นดีด้วยดนตรีสด และรสของเครื่องดื่มต่างๆ “ต้มยำไข่เจียวรสจัดจ้าน VS ข้าวผัดหมูฝอย” ใครว่าอาหารไทยจำเจต้องมาเจอคู่นี้ ต้มยำไข่เจียวรสแซ้บบบ บอกเลยว่าแซ้บลืมมมม ทานคู่กับข้าวผัดหมูฝอย หอมพริกบีบมะนาวสด หูยยย ฟินนน เรียกว่าเป็นคู่สร้างคู่สม คู่แซบที่เข้ากันที่สุด เหมาะกับคู่รักแซบแซบบบ ห้ามพลาดกับร้านนี้และเมนูนี้ค่ะ “ยำเส้นแก้ว VS หมูกรอบบู้ลิ้ม” ยังแซบกันไม่พอต้องต่อด้วยของทานเล่น เมนูนี้คุณสาวๆไม่ต้องกลัวอ้วน กับเมนูเส้นแก้วยำสารพัดพริกและเครื่องผักสด กุ้ง หมูมากันแน่นอร่อยอย่าบอกใคร ตามมาด้วยหมูกรอบบู้ลิ้ม ชื่อก็น่ารักจอมยุทธ์ซะขนาดนี้รสชาติก็ต้องอร่อยอย่างแน่นอน มีมะนาวและเกลือมาให้ แซบลืมมมมกันไหมล่ะคะทุกทาน ปิดท้ายด้วยเมนูสำหรับวาเลนไทน์นี้เท่านั้น (เราลองแล้วเด็ด) อยากให้ไปลองกันอีกแล้วชื่อให้ถามเจ้าของร้านเองนะจ๊ะ เพิ่งคิดได้ตอนนั้นเลย แต่อร่อย “เมนูเครื่องดื่มหอมหวาน ใส่สตอเบอร์รี่สดอย่าทานเยอะละมันจะเมา” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารไทยฟิวชั่น, ผับแอนเรสเตอรองท์ เบอร์ติดต่อ : 081-837-1133 8.BAR STORIA De Caffe “บาร์ สตอเรีย เดล คัฟเฟ่” ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโครงการ Eight Thonglor เป็นคาเฟ่เล็กๆที่ผสมผสานกลิ่นอายน่ารักของความเป็นตะวันตก นอกจากมีไฮไลท์เป็นกาแฟดริปแล้ว ยังมี All Day Breakfast บริการทุกวันอีกด้วยคะ เรียกน้ำย่อยได้ดีด้วยซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสัมผัสถึงรสเห็ดไม่ใช่แก่กลิ่นเหมือนบางทีคะ อันนี้ขอชมเลย “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสุดๆ” “หอยแมลงภู่ฝรั่งเศสอบซอสครีมและซอสมะเขือเทศ” จากนี้เป็นจานเด็ดที่หากมาทานที่ร้านนี้ บอกเลยว่าต้องรักพี่เสียดายน้อง เพราะรสชาติเค้าอร่อยทั้งคู่แถมมีรสสัมผัสที่แตกต่างกัน ตัวครีมจะละมุนหอมถึงขนาดต้องซดพร้อมเนิ้อหอยมันเข้ากันได้ดี ส่วนอีกจานนึเป็นซอสมะเขือเทศที่ละมุนเข้มข้นมากกว่าซอสคะ เพราะส่วนผสมที่หลากหลาย เราอยากให้ไปลองทานลิ้มรสความเป็นอาหารอิตาเลียนกัน จริงๆแล้วมีอีกหลายเมนูที่ทางร้านได้ลองนำมาให้เราได้ลิ้มรสและทานกัน อร่อยเกือบทุกเมนูจริงๆจนไม่สามารถสรรหาคำบรรยายได้เทียบเท่ากับอยากให้เพื่อนๆสมาชิกเอ็มไทยได้ไปลองเลือกสรรเมนูทานกันคะ อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าที่คาเฟ่แห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งกาแฟดริปนำเข้าชั้นดี ยังเป็นร้านที่ขาย All Day Breakfast น่าลองทุกเมนูไว้ไปลองทานกันดู เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 – 22.30 น. ประเภทอาหาร :ออลเดย์เบรคฟาสท์, กาแฟ, อิตาเลียน, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9301 สำหรับวันนี้ทางทีมงาน MThai ต้องขอขอบคุณบัตรเครดิต KTC ที่ให้เราได้ไปลองทานอาหารอร่อยๆและนำมาแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนสมาชิกกันคะ และสำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิต KTC อย่าพลาดกับแคมเปญ “Happy Eight Dining with KTC” เพราะว่ามอบส่วนให้ถึง 50% ร้านไหนส่วนลดเป็นอย่างไรบ้าง อย่าลืมติดตามได้ที่แฟนเพจของทาง KTC นะคะ

คลื่นความเย็นซัด 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ปชช. หนาวยะเยือก
ColdSnaps2016‬ /  Snow Challenge / 

คลื่นความเย็นพัดเข้าทางตอนเหนือของประเทศ 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ประชาชนสวมเสื้อหนาว-ผิงไฟ สภาพอากาศของเมือง ชิมลา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เย็นลงอย่างรวดเร็วในช่วงวานนี้ หลังจากมีหิมะตกอย่างหนักผ่านไปเพียง 1 วัน ซึ่งความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน มีหิมะตกหนักเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้ทางเชื่อมต่าง ๆ ถูกตัดขาด โดยประชาชนต้องสวมเสื้อกันหนาวหนาหลายชั้น และพยายามรักษาความอบอุ่นด้วยการอยู่ใกล้กับกองไฟนอกจากนี้ยังมีหิมะตกอย่างหนัก ที่เทือกเขาปีปัญจาล ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ กั้นระหว่าง 2 รัฐ โดยทางการสั่งให้มีการปิดถนนหลังจากที่หิมะตกหนัก ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหิมะรุนแรงครั้งนี้หลายรัฐ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- กรมอุตุนิยมวิทยา เผย วันที่ 4 - 6 ก.พ. นี้ ภาคเหนืออุณภูมิลดลง 3 - 6 องศาฯ ส่วนภาคใต้ฝรตกแห่งบางแห่ง กทม. มีหมอกตอนเช้า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ในช่วงวันที่ 6 - 8 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ส่วนพยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 17.00 น. วันนี้ - 17.00 น. วันพรุ่งนี้ มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 - 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เก็บตกลมหนาว ประมวลภาพปรากฏการณ์ยะเยือกในเอเชีย ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส 25 ม.ค. 2559 ประชาชนสวมใส่เครื่องแต่งกายกันหนาว เดินตามท้องถนน พนักงานรักษาความปลอดภัยบนรถไฟฟ้า บีทีเอส สวมใส่เสื้อกันหนาว ในวันที่ 25 ม.ค. 2559 แม่ค้าขายอาหารข้างทาง สวมใส่เครื่องแต่งกาย เพื่อป้องกันความหนาว กทม. 25 ม.ค. 2559 เวียดนาม 25 ม.ค. 2559 ไต้หวัน 25 ม.ค. 2559 ปากีสถาน 25 ม.ค. 2559 ฟุกุโอะกะ ญี่ปุ่น 25 ม.ค. 2559 ญี่ปุ่น 26 ม.ค. 2559 ชาวบ้านในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ถูกขังอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากผลกระทบจากพายุหิมะถล่ม  ข่าวต่างประเทศ รายงานผลกระทบจากพายุหิมะในสหรัฐฯ กรณีที่นาย ชอว์ หยิน และ เฮเลน หลิว สามีภรรยา ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ไม่สามารถออกจากบ้านได้ หลังจากที่เปิดประตูบ้านมาเจอกำแพงหิมะสีขาวหนาหลายเมตร กลบทางเข้าออกจนมิด จากนั้นทั้งคู่ รีบโทรเรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือโดย แต่โชคร้ายที่สภาพอากาศอันเลวร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกระทั่งเมื่อกู้ภัยมาถึง พวกเขาต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงเพื่อขุดหิมะออกจากหน้าประตูบ้านได้ในที่สุด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาวแท้-เทียมแห่แชร์กระแสใหม่ ฝรั่งล่ำแก้ผ้าท้าหนาว โดดใส่หิมะสนั่นโซเชียล  หากคุณอาศัยอยู่ในประเทศ หรือเมืองที่อากาศหนาวอุณหภูมิติดลบ ถึงขึ้นหิมะตก แน่นอนว่าคุณจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าหนา และพยายามไม่ออกไปอยู่ในที่ที่อากาศหนาว แต่ไม่ใช่สำหรับ ชาเลนจ์รอบใหม่ ซึ่งเป็นการท้าหนาวที่ต้องใช้ความ 'สตรอง' สุด ๆ จนทำให้ ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ เป็นแคมทเปญที่ดูเด็ก ๆ ไปเลย หลังจากกระแส ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ ซาไป ในช่วงที่วิกฤตอากาศหนาวกระจายตัวไปทั่วโลกเช่นนี้ ได้เกิดไวรัลระลอกใหม่เกิดขึ้น นั่นก็คือ สโนว์ ชาลเลนจ์ (Snow Challenge) ซึ่งเป็นการท้าทายให้เพื่อน ๆ ออกมาสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น หรือชุดว่ายน้ำ พร้อมทั้งออกนอกบ้าน เพื่อเผชิญกับอากาศหนาวติดลบ และมีหิมะปกคลุมทั่วพื้นที่ จากนั้น ผู้รับคำท้า จะต้องกระโดด พุ่งตัวลงสู่กองหิมะ เผชิญกับอากาศหนาวยะเยือก นอกจากนี้ ยังมีการแชร์คลิปฝรั่งแซ่บในแคมเปญด้งกล่าว จากเพจ สมาคมนิยมฝรั่งล่ำ ที่รวบรวมเอาหนุ่มหล่อ หุ่นดี ซึ่งกำลังปฏิบัติภาระกิจ สโนว์ ชาลเลนจ์ ทำให้มีผู้เข้าไปกดไลท์ และ แชร์คลิปดังกล่าวต่อออกไปราว 8 พันครั้ง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สลดใจ ! สหรัฐฯ ประชาชนเสียชีวิตเฉียดครึ่งร้อย จากผลพวงของปรากฏการณ์พายุหิมะถล่ม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะถล่มอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 48 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหัวใจวายฉับพลัน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สื่อชิลีเผยแพร่ภาพขณะคลื่นยักษ์สูง 5 เมตรซัดเข้าฝั่งเมืองวีญา เดล มาร์ ซึ่งความรุนแรงของคลื่น ทำให้รถที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงตะแคงข้าง สาเหตุสาเหตุของการเกิดคลื่นสูงครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากที่ ชิลีเผชิญพายุรุนแรงซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งยังเกิดอุทกภัย บ้านเรือนราว 15,000 ต้องเผชิญกับไฟดับราวชั่วโมง ทั้งนี้คลื่นยักษ์ สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ ไฟทาง และแผงกั้นจราจรจำนวนมาก จนกระทั่งทางการต้องนำธงแดง มาปักไว้เพื่อเตือนภัยบริเวณชายหาดตลอดแนว พร้อมทั้งมีคำ สั่งห้ามประชาชนลงว่ายน้ำในทะเลอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งปิดถนนบริเวณหน้าหาด อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก BBC Thai ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกิดประเด็นร้อนแรง ที่มีการพูดถึงเรื่องหิมะในประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ อุณหภูมิลดลงในช่วง 1-2 วันอย่างเห็นได้ชัด ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิภัยพิบัติแห่งชาติ คาดว่า อีก 3-4 วันอากาศจะร้อนขึ้น และเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์จะเข้าสู่ฤดูร้อน โดยสาเหตุที่ในช่วงนี้มีอากาศหนาว มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน ปรากฎการณ์เอลนินโญ และการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำอุ่น ทำให้เกิดสภาพอากาศที่เรียกว่า 'หนาวสองชั้นอากาศ' คืออากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือ และลมแรงกระทบพื้นที่สูงมากผิดปกติ ส่งผลให้ลมหนาวลงมาถึงภาคใต้ตอนบน เมื่อพูดถึงกรณีที่จะมีหิมะตกในประเทศไทย ได้ความว่า หากอุณหภูมิพื้นผิวโดยปกติต้องต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสอย่างดอยอินทนนท์ แต่ที่เห็นในภาพโซเชียลเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว หรือเพียงแต่เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้งเท่านั้น แต่นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นปรากฏการณ์หิมะตก เพราะอุณหภูมิไม่ต่ำมากพอ และหากอุณหภูมิติดลบฝนที่ตกลงมาก็จะกลายเป็นหิมะได้ สนับสนุนข้อมูลโดย springnews ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ในทุก ๆ ปี เมืองคาสโนยาสค์ เมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นไซบีเรียน ประเทศรัสเซีย จะมีการจัดเทศกาลประจำปี โดยสมาชิกของสโมสรว่ายน้ำราว 300 ชีวิต จะออกมาว่ายน้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ เพื่อท้าอากาศหนาวในช่วงที่อุณหภูมิติดลบ ด้วยเหตุผลอันน่าประหลาดใจ โดยสมาชิกสโมสรดังกล่าว จะมีวัยตั้งแต่ ต่ำกว่า 1 ปี ไปจนถึง 79 ปี โดยส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ทั้งนี้สมาชิกบางคนได้ให้เหตุผลว่า การอาบน้ำด้วยน้ำเย็นยะเยือกเช่นนี้ ส่งผลดีต่อสุขภาพของพวกเขา ทั้งยังมีการกล่างอ้างว่า กิจกรรมนี้ ช่วยให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ เผยว่า กิจกรรมนี้ช่วยผ่อนคลาย และเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปี น้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ จะกลายเป็นน้ำแข็งปีละหลายเดือน เนื่องจากสถาพอากาศที่หนาวเหน็บติดลบราว ๆ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นอากาศที่หนาวเหน็บและสามารถคร่าชีวิตคนได้เลยทีเดียว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ชาวเมืองในรัสเซีย ผจญอากาศหนาวสุดขั้ว อุณหภูมิ ติดลบ 50 องศา ยาวนานกว่า 280 วัน ล่าสุด 'บีบีซีไทย' ได้นำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของชาวเมืองในรัสเซียที่อุณหภูมิต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียส ในเมืองโนรีลส์ก แคว้นไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ซึ่งเมืองนี้ เป็นหนึ่งในเมืองที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล หรือ เส้นสมมุติบริเวณขั้วโลกเหนือที่ลากขนานกับเส้นศูนย์สูตร ในเมืองดังกล่าว เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ถูกค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เช่นแร่จำพวก นิกเกิล ทองแดง และโคบอลต์ ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษเป็นวงกว้าง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนมาตั้งถิ่นฐานด้วยเช่นกัน โดยสภาพอากาศที่นั่นจะหนาวจัดตลอดเวลา อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -9 องศาเซลเซียส มีฤดูหนาวยาวนานถึง 280 วัน อุณหภูมิในฤดูหนาวอาจถึง -58 องศาเซลเซียส โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในเมืองดังกล่าว ราว ๆ 170,000 คน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทะเลสาบและหาดโคลนในเอเชียตะวันออกกลายเป็นน้ำแข็ง วิกฤตอากาศหนาวรุนแรงในรอบศตวรรษ สำนักข่าว บีบีซี รายงานข่าว วิกฤตอากาศหนาว ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทวีปเอเชีย ที่ล่าสุด ในเกาหลีใต้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบนท้องถนน จากสภาพอากาศที่เลวร้าย ตามเกาะและท่าอากาศยานกลายเป็นอัมพาต เพราะเกิดพายุหิมะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ ออกคำเตือนกรณีที่คลื่นอากาศหนาวในกรุงโซลเมืองหลวงของประเทศ รุนแรง ทั้งอุณหภูมิในเมืองหลวงยังลดลงถึง -18 องศาเซลเซียสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่มา koreaherald ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกาหลีใต้เผชิญสภาพอากาศหนาวเฉียบพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยหนาว ในกรุงโซล ครั้งแรกในรอบ 5 ปี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ได้เกิดคลื่นความเย็นพาดผ่านประเทศเกาหลีใต้ ทำให้อากาศในกรุงโซล หนาวจัดอย่างฉับพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ ต้องประกาศเตือนภัยสภาพอากาศหนาวในเมืองหลวง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดย อิทธิพลของคลื่นความเย็น ทำให้อุณหภูมิอากาศในกรุงโซล เริ่มหนาวเย็นมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งวัดได้ ถึงลบ 16 องศาเซลเซียสและวันที่ 24 ม.ค. วัดได้ถึงลบ 18 องศาเซลเซียส โดย สำนักอุตุฯ เกาหลีใต้ คาดว่า อุณหภูมิอากาศในกรุงโซลในช่วงอย่างน้อย 2-3 วันข้างหน้า จะมีอุณหภูมิอากาศลดต่ำสุด ที่ระดับต่ำกว่าลบ 15 องศาฯ ในตอนเช้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ออกมาโพสต์รูปภาพแสดงอุณหภูมิที่ลดลงในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อกันหนาวออกมาทำงานนอกบ้าน ขณะที่สื่อในเอเชีย รายงานว่าปีนี้มีหิมะตกในหลายประเทศ อาทิ เวียดนามที่มีหิมะปกคลุมไปทั่วภูเขาสูงที่ซาปา ทั้งกว่าครึ่งประเทศมีอากาศหนาวปกคลุม โดยอุณหภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปรากฏการณ์หิมะตก แต่ในปีนี้นับปีที่มีหิมะตกปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลอดหลายๆ ปี นอกจากนี้ สปป.ลาว มีรายงานว่าหิมะตกหลังอุณหภูมิติดลบ 3 องศาฯ ใน จ.หัวพัน มีการแพร่ภาพถ่ายเกล็ดหิมะปกคลุมเป็นหย่อมๆ เบาบาง แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้ สร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ทางฝั่ง ไต้หวัน ที่โดยปกติไต้หวันจะมีหิมะตกเฉพาะในเขตภูเขาสูงระดับพันเมตรแต่คราวนี้มีหิมะตกในระดับความสูงเพียง 400 ม.เท่านั้น ทั้งอุณหภูมิยังลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศหนาวแล้วถึง 15 คน ในเขตซินไถเป่ยและไท่หยวน ส่วนทางด้าน จีน ทางตอนใต้ ที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้น รวมถึงในช่วงฤดูหนาว อากาศในพื้นที่ไม่หนาวจัด แต่ในปีนี้แปลกกว่าทุกปี เนื่องจากในมณฑลกวางตุ้งประสบกับคลื่นความหนาวรุนแรง เกิดน้ำแข็งจับตัว โดยวานนี้ นครกว่างโจวเกิดหิมะตกครั้งแรกในรอบ 60 ปี ทำให้ประชาชน ออกมาเล่นตุ๊กตาหิมะกันอย่างสนุกสนานในวันนี้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ อุณหภูมิที่ลดต่ำลง เกิดจากคลื่นกระแสลมหนาว ได้เคลื่อนตัวลงมาถึงเขตที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น ทว่าโดยปกติมักไม่หนาวจัดถึงจุดเยือกแข็งหรือเกิดหิมะตก แต่ในปีนี้บางประเทศในอาเซียนกลับมีอากาศเย็นยะเยือกจนน้ำค้างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เผยปก Playboy ลุคใหม่ เน้นน่ารักสดใสมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง
Hugh Hefner /  playboy / 

เมื่อบอสมีนโยบายใหม่สั่งให้เปลี่ยน คราวนี้เลยเป็นโอกาสเปิดตัวลุคใหม่ของนิตยสารสำหรับผู้ชายระดับโลกอย่าง Playboy ให้ดูสดใสขึ้น ว่าแต่ หน้าปกใหม่แบบนี้ คุณชอบหรือเปล่าล่ะ? Playboy นิตยสารสำหรับผู้ชาย เตรียมเปิดตัวลุคใหม่ในฉบับเดือนมีนาคมนี้ ด้วยลุคที่ดูใสขึ้น และไม่มีนางแบบโป๊อีกต่อไป โดยในเล่มใหม่ที่จะออกในเดือนหน้านี้ ได้นางแบบสาวใสหน้าตาน่ารักอย่าง ซาร่าห์ แม็คแดเนียล ที่โด่งดังเป็นเน็ตไอดอลอยู่ในอินสตราแกรม และสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์คนั่นเอง เธอบอกว่าคอนเซ็ปต์ของหนังสือเล่มที่เธอขึ้นหน้าปกนี้จะเป็นแนว เซ็กซี่เซลฟี่ คือเป็นภาพถ่ายเซลฟี่ของตัวเธอเอง ในแบบเซ็กซี่น่ารัก (บางทีในมุมนี้ก็น่ารักไปอีกแบบนะ) แล้วคุณล่ะ ชอบเวอร์ชั่นเก่า หรือแบบใหม่มากกว่ากัน เหตุผลในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดจากยอดขายของนิตรสารที่ลดลงอย่างน่าตกใจ จากเดิมในปี 1975 ที่มียอดขายสูงถึง 5.6 ล้านเล่มต่อปี แต่ปัจจุบันมียอดขายแค่ประมาณ 8 แสนเล่มต่อปีเท่านั้น รวมไปถึงค่าเฉลี่ยอายุของผู้เข้าชมเว็บไซต์ Playboy ก็มีอายุลดน้อยกว่าเดิม ทำให้ Hugh Hefner ตัดสินใจเปลี่ยนคอนเซ็ปต์เพื่อให้ตรงกลุ่มกับตลาดให้มากขึ้น และแน่นอนว่า การเปลี่ยนแบบนี้ ได้ใจพวกเราไปเต็มๆ เลยล่ะครับ :) source: mirror

อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หากร่างกาย ขาดวิตามินบี !
ขาดวิตามิน /  ขาดวิตามินบี / 

จากข้อมูลทางวิชาการ พบว่าวิตามินบี (Vitamin B) มีความจำเป็นต่อร่างกายมาก เพราะเป็นสารอาหารที่ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของปฏิกิริยาทางชีวเคมีต่างๆ มากมาย หรือเข้าใจง่ายๆ คือ ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติในทุกๆ วันนั่นเอง จึงไม่แปลกที่การขาดวิตามินบี จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะกับผิวหนัง เส้นผม สายตา ตับ และระบบประสาท สำหรับวิตามินบีนั้น ประกอบด้วยกัน 10 ชนิด และวิตามินบีแต่ละชนิดจะทำงานร่วมกัน เป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยในการเผาผลาญอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย เพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ วิตามินบียังมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและกระบวนการสร้างเม็ดเลือดเพื่อนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้อย่างทั่วถึงด้วย ดังนั้น หากขาดวิตามินบีตัวใดตัวหนึ่ง จะทำให้เกิดความผิดปกติแก่ร่างกายได้” หากขาดวิตามินบี จะเกิดอะไรขึ้น? วิตามิน บี 1 (ไธอะมีน) มีส่วนช่วยสร้างสารสื่อประสาท และเป็นวิตามินต้านความเครียดที่ช่วยดึงสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตไปเผาผลาญให้เป็นพลังงานของร่างกายในการจัดการสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ การขาดวิตามินบี 1 อาจทำให้เกิดโรคเหน็บชา แขนขาอ่อนแรง เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย และเกิดความรู้สึกสับสนได้ วิตามิน บี 2 (ไรโบฟลาวิน) มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับสารต้านอนุมูลอิสระ โดยป้องกันเซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่ให้ถูกทำร้าย และช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้เป็นปกติมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ การขาดวิตามินบี 2 จะทำให้เกิดแผลที่มุมปากหรือโรคปากกระจอก วิตามิน บี 3 (ไนอะซิน) เป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาทางชีวเคมีมากกว่า 50 ปฏิกิริยา สามารถช่วยในการรักษาอาการเครียดและซึมเศร้า ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต และบรรเทาอาการปวดไมเกรน การขาดวิตามินบี 3 จะทำให้เกิดโรค Pellagra ทำให้มีอาการผิวหนังอักเสบคล้ายถูกแดดเผา ปากลิ้นอักเสบ เบื่ออาหาร หงุดหงิด กังวล และเป็นโรคซึมเศร้าได้ วิตามิน บี 5 (แพนโทธีนิก แอซิด) มีความจำเป็นต่อปฏิกิริยาชีวเคมีต่างๆ ในเซลล์ ช่วยกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนลดเครียดออกมาทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การขาดวิตามินบี 5 จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง อาเจียน ไม่มีแรง นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย เป็นลม ปวดตามแขนและขา การสร้างแอนติบอดีลดลงและติดโรคง่าย มีอาการหงุดหงิด โกรธง่าย หรือซึมเศร้า วิตามิน บี 6 (ไพริดอกซิน) มีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ควบคุมสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ทำให้การย่อยอาหาร การดูดซึมของไขมันและโปรตีน การสร้างระบบภูมิต้านทานในร่างกายเป็นปกติ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนให้เป็นปกติจากการกระตุ้นสมองให้หลั่งสารผ่อนคลายที่สำคัญ เช่น สารเซโรโทนิน เมลาโทนิน และนอร์เอพิเนฟริน ซึ่งมีส่วนช่วยลดความแปรปรวนทางอารมณ์ การขาดวิตามินบี 6 จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ซึมและความคิดสับสน คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังบริเวณรอบๆ ตา จมูก ปากและหลังหูจะมีลักษณะเป็นมัน วิตามินบี 7 (ไบโอติน) ช่วยในการสร้างพลังงาน การเจริญเติบโต และการสร้างกรดไขมันในร่างกาย มีส่วนช่วยกักเก็บสารอาหารประเภทโปรตีนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ เช่น เส้นผม ผิวพรรณ และเล็บให้มีสุขภาพดี การขาดวิตามินบี 7 จะทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ลิ้นอักเสบ ผิวหนังซีด แห้ง และหลุดออกเป็นหย่อมๆ มีอาการซึมเศร้า วิตามินบี 8 (อินโนซิทอล) ช่วยในปฏิกิริยาชีวเคมีของไขมัน ทำให้ร่างกายใช้ไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยเสริมอาหารให้แก่สมอง การขาดวิตามินบี 8 จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ผิวหนังอักเสบ บวมแดง คัน และผิวหนังหลุดลอกเป็นขุย วิตามินบี 9 (โฟลิก แอซิด) ทำงานร่วมกับวิตามินบี12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง บรรเทาอาการหมดแรง หงุดหงิดง่าย ปวดศรีษะ อาการหลงลืม ช่วยป้องกันอาการหน้ามืดจากภาวะโลหิตจาง ลดอาการซึมเศร้าจากการตั้งครรภ์ รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบประสาทและสมองของลูกน้อยในครรภ์ให้มีพัฒนาการที่สมบูรณ์อีกด้วย การขาดวิตามินบี 9 จะทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ วิตามินบี 11 (โคลีน) ช่วยในการสร้างสารอะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญในสมอง การขาดวิตามินบี 11 อาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว ไขมันสะสมที่ตับ วิตามิน บี 12 (โคบาลามิน) ช่วยการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท เป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด และช่วยการดูดซึมของทางเดินอาหาร การขาดวิตามินบี 12 จะทำให้โลหิตจาง อ่อนเพลีย เกิดความบกพร่องของระบบประสาท ชาตามปลายมือปลายเท้า และความจำเสื่อมได้ ตามปกติ วิตามินบี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเข้าไปเท่านั้น ซึ่งแหล่งอาหารที่มีปริมาณวิตามินบีสูง ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ถั่ว รำข้าว ยีสต์ เครื่องในสัตว์ ตับ เนื้อหมู ปลา นมเปรี้ยว และผักใบเขียว เป็นต้น การเลือกรับประทานอาหารตามใจปากโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ และการนิยมรับประทานข้าวขาวขัดสีเป็นหลัก ประกอบกับการหุงต้ม ทำให้วิตามินบีในอาหารสูญเสียไปถึงร้อยละ 10 – 50 จึงทำให้เรามีโอกาสขาดวิตามินบีมากขึ้น การรับประทานวิตามินบีเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งการรับประทานวิตามินบีเสริมอาหารนั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะวิตามินบีเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำ ร่างกายจะไม่เก็บสะสม ร่างกายจะใช้และขับออกไปในแต่ละวัน แต่ควรคำนึงถึงมาตรฐานการผลิตและปลอดภัยโดยแนะนำว่าในคนปกติ ควรได้รับวิตามินบีแต่ละชนิดในปริมาณ 25-50 มิลลิกรัมต่อวัน และควรได้รับวิตามินบีครบถ้วนทั้ง 10 ชนิดในแต่ละวัน เพื่อช่วยทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ สำคัญ ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ จะเห็นว่าถ้าร่างกายขาดวิตามินบีส่งผลเสียระบบต่างๆ ของร่างกายมากมาย ไม่ใช่แค่การบำรุงสมอง ดังนั้น ควรเริ่มดูแลตัวเอง ด้วยการใส่ใจในโภชนาการ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และอย่าลืมจัดสรรเวลาให้กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการดูแลสุขภาพกายและใจของเราให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ที่มาเนื้อหาจาก เภสัชกรหญิงวิชชุลดา ผรณเกียรติ์ ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์

กต.ไทยแถลงเสียใจโสมแดงยิงจรวด-ละเมิดUNSC
กระทรวงการต่างประเทศ /  ยิงจรวด / 

กระทรวงการต่างประเทศไทย แถลงการณ์ เสียใจ กรณีเกาหลีเหนือ ปล่อยจรวดพิสัยไกลละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ระบุ ประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งจากการที่ได้รับทราบเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงกรณีที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ได้ปล่อยจรวดพิสัยไกล โดยที่ประกาศไว้ว่า เป็นดาวเทียมสังเกตการณ์โลก ซึ่งถือเป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวนี้ เป็นการแสดงออกถึงการไม่นำพา หรือสนใจต่อข้อกังวลของประชาคมโลกในโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ที่เป็นภัยอย่างยิ่งต่อสันติภาพและความปลอดภัยของนานาประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย ขอย้ำท่าทีเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2559 ที่เรียกร้องให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ และเรียกร้องให้มีการรื้อฟื้นการเจรจา 6 ฝ่ายโดยเร็ว โดยขอยืนยันว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างสันติภาพ และความปลอดภัยของคาบสมุทรเกาหลี และพร้อมที่จะสนับสนุนและยังคงปฏิบัติตามข้อมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ต่อไปอย่างเต็มที่

เช็คด่วน! ผลคะแนน 9 วิชาสามัญ 59
9 วิชาสามัญ 59 /  ข่าวการศึกษา / 

ประกาศแล้วผลคะแนน 9 วิชาสามัญ 59 น้องๆ อย่ารอช้ามาเช็คด่วน! ผลคะแนน 9 วิชาสามัญ 59กันเลย ว้าว! ตื่นเต้นแทนน้องๆ ไม่รู้ว่าจะได้คะแนนเท่าไรกันบ้าง อย่าลืมมาแชร์สู่กันฟังบ้างนะคะ และห้ามพลาด! อย่าลืมติดตามผลข้อมูลคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด 9 วิชาสามัญปี 59 กันด้วยพร้อมๆ กันเลยนะคะ เช็คผล "คลิกที่นี่" เลย หรือผ่านระบบ E-Score "คลิกที่นี่" สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงผลการทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา ประจำปีการศึกษา 2559 โดยจัดสอบในวันที่ 26 - 27 ธ.ค. 2558 ซึ่งเป็นคะแนนที่มหาวิทยาลัยจะนำไปใช้ประกอบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษา ในระบบรับตรงผ่านเคลียริ่งเฮาส์ ประจำปีการศึกษา 2559 พบว่า วิชาที่มีผู้ได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน มี 3 วิชา คือ ภาษาไทย, คณิตศาสตร์1 และฟิสิกส์ รองลงมา วิชาเคมีและวิชาคณิตศาสตร์ 2 มีคะแนนสูงสุด 98 คะแนน วิชาภาษาอังกฤษ มีผู้ได้คะแนนสูงสุด 97.5 คะแนน วิชาชีววิทยา มีผู้ได้คะแนนสูงสุด 92.5 คะแนน วิชาสังคมศึกษา มีผู้ได้คะแนนสูงสุด 86 คะแนน วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป มีผู้ได้คะแนนสูงสุด 74 คะแนน ทั้งนี้ สำหรับ ผลการทดสอบครั้งนี้วิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด และเกินครึ่งจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน มีเพียงวิชาเดียว คือ ภาษาไทย 56.65 ส่วนวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุด คือ คณิตศาสตร์2 ได้ 20.88 ซึ่งการสอบครั้งนี้มีนักเรียนทำคะแนนได้เต็ม 100 คะแนน ในวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์1 และฟิสิกส์ และมีนักเรียนทำคะแนนได้ 0 คะแนน ในวิชาฟิสิกส์ เคมี และคณิตศาสตร์2 กำหนดการยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบ หากน้องๆ อยากดูผลกระดาษคำตอบ สามารถยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบด้วยตนเอง หรือ ผู้แทนยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 9.00 - 16.00 น. ค่าธรรมเนียมวิชาละ 20 บาทต่อคน และให้บริการดูกระดาษคำตอบในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 ข้อมูลและภาพจาก niets.or.th, morning-news

เขินแทน!!! ต้น โชว์หวานฉลองวันเกิด แต้ว
ข่าว แต้ว ณฐพร /  วันเกิด แต้ว ณฐพร / 

ไม่ต้องน้อยใจไปนะจ๊ะ!!! แม้เมื่อวันเกิดที่ผ่านมา(6ก.พ.) นางเอกสาวมากความสามารถ แต้ว ณฐพร ต้องมีภารกิจติดถ่ายละครนาคี ค่ายแอคอาร์ต อยู่ที่ต่างจังหวัด จึงไม่ได้อยู่ฉลองเบิร์ธเดย์กับแฟนหนุ่ม ต้น อาชว์ แบบสองต่อสอง แต่ด้าน หนุ่มต้น ก็ยังอัดคลิปอวยพรวันเกิดหวานซึ้งส่งผ่านทางอินสตาแกรม พร้อมกับบอกอย่าคิดเยอะ อย่ากังวล และอย่าเล่นมือถือเยอะ ทำเอาแฟนคลับคนรักแต้วเขินแทนกันเลยทีเดียว ล่าสุด หนุ่มต้น ขอโชว์หวานจัดเค้กเบิร์ธเดย์น่ารักๆ สุดฟรุ้งฟริ้ง ฉลองวันเกิดย้อนหลังให้ แต้ว ณฐพร ได้หวานเบาๆ พร้อมกับแชะภาพหวานผ่าน IG ทั้งคู่ งานนี้นอกจากเจ้าของวันเกิดจะดีใจยิ้มแก้มปริแล้ว แฟนคลับต่างเข้ามาอวยพรวันเกิดให้สาวแต้ว และดีใจที่ทั้งคู่ได้เจอกันแล้วหลังวันเกิดที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีคลิปอวยพรวันเกิดและของขวัญจากคนในวงการบันเทิงอีกมากมายหลายคน ว่าแต่คลิปที่ทำให้ แต้ว ยิ้มได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นคลิปอวยพรของ หนุ่มต้น ซะล่ะมั้ง เจ๊ล่ะแอบอิจฉาเบาๆ นะยะ!!!ขอบคุณภาพจาก IG taew_club, taewaew_natapohn ต้น เบิร์ธเดย์ แต้ว แต้ว ณฐพร แต้ว ณฐพร - ต้น อาชว์ แต้ว ณฐพร - ต้น อาชว์ แต้ว ณฐพร - ต้น อาชว์ แต้ว ณฐพร คนบันเทิงอวยพรวันเกิดแต้ว