อ.ต.ก

มองไม่เห็น...นางเอกหน้าไหน มาแทนที่เบอร์หนึ่ง อั้ม พัชราภา
อั้ม พัชราภา /  ข่าวบันเทิงวันนี้

อินสตาแกรมทะลุหลักล้านเป็นคนแรกของประเทศ คงเป็นส่วนหนึ่งของการการันตีได้ว่านางเอกเบอร์หนึ่งของ พ.ศ. นี้ ต้องยกให้กับ อั้ม พัชราภา คนเดียวเท่านั้น แม้ว่าจะมีนางเอกรุ่นเดียวกัน หรือรุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากหน้าหลายตา แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถเทียบรัศมีกับเธอได้สักคน โดยเฉพาะนางเอกช่องเดียวกัน ที่ตอนนี้มีแต่เฉพาะนางเอกรุ่นน้องที่เกิดขึ้นมาใหม่อีกหลายคน ส่วนนางเอกรุ่นเดียวกับเธออย่าง นุ่น วรนุช, ชมพู่ อารยา ก็ต่างก็พากันแยกย้ายไปแต่งงาน หรือไม่ก็หนีไปอยู่ช่องอื่น เลยทำให้สาวอั้มต้องกลายเป็นนางเอกรุ่นเดอะที่สุดของวิกหมอชิตในเวลานี้ ส่วนนางเอกรุ่นน้องคนอื่นๆ ที่จะมาแทนที่เธอได้ บอกเลยว่ายังมองไม่เห็นวี่แววว่าใครจะมาแทนที่สาวอั้มได้สักคน หากเธอหมดวาระการเป็นนางเอกของวิกหมอชิตไปแล้ว อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา

ตำรวจอังกฤษซุ่มเงียบ ลงพื้นที่เกาะเต่า
คดีฆ่าสองนักท่องเที่ยว /  คดีเกาะเตา / 

ตำรวจจากประเทศอังกฤษ 5 นาย ลงพื้นที่เกาะเต่า อำเภอพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดูที่เกิดเหตุในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ.10 พร้อมตำรวจจากประเทศอังกฤษ 5 นาย ลงพื้นที่เกาะเต่า อำเภอพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดูที่เกิดเหตุในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาะพะงันได้มีการเข้มงวด ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกระทำการบันทึกภาพใดๆทั้งสิ้น ซึ่งจุดแรกตำรวจจากประเทศอังกฤษไปดูจุดสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเสียชีวิต จากต่อด้วยจุดที่ผู้ต้องหาชาวพม่าเล่นกีต้าร์ และจุดที่พบจอบที่ใช้ฆาตกรรม และจุดที่พบโทรศัพท์มือถือของผู้นักท่องเที่ยวชายซึ่งเสียชีวิตที่ถูกนำไปทิ้ง โดยใช้เวลา 1ชั่วโมง จากนั้นทั้งตำรวจอังกฤษและตำรวจไทยไปประชุมร่วมกันที่เทศบาลตำบลเกาะเต่า ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงได้เดินทางกลับทันที อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าหลังจากทีมตำรวจอังกฤษได้เข้าพบซักถามข้อสงสัยในคดีกับ พล.ต.อ.สมยศพุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทีมสืบสวบแล้ว รู้สึกพอใจในคดีและชื่นชมว่าทีมตำรวจไทยทำงานละเอียดรอบคอบ MThai News

โอ้โห! ทองคำก้อนเท่ามันสำปะหลัง
ทองคำ /  ทองคำก้อนเท่ามันสำปะหลัง / 

ทองคำในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีขนาดเท่ามันสำปะหลังน้ำหนัก 2.3 กก. ราคากว่า 10 ล้าน  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ว่านายเดวิด แมคคารค์ธี เจ้าหน้าที่อาวุโสแห่งบริษัทคากินส์ จำกัด เผยว่าทองคำที่มีรูปทรงเหมือนกับมันสำปะหลัง น้ำหนัก 2. 3กก. จะถูกนำมาจัดแสดงในงานซานฟรานซิสโก ฟอล แอนทีกส์ โชว์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่23ต.ค.-26ต.ค.นี้ ขณะที่บริษัทสะสมเหรียญที่มีสำนักงานอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังทำการเสนอขายทองคำชิ้นนี้ซึ่งมีชื่อว่า “บิวท์นักเก็ต” เนื่องจากถูกขุดพบที่เคาน์ตีบิวท์ ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยชายคนหนึ่งซึ่งเป็นนักขุดทองตามที่สาธารณะเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่ได้ระบุเจาะจงสถานที่ที่ขุดพบว่าอยู่บริเวณใด ด้านนายโดนัลด์ คากิน ประธานบริษัทคากินส์เผยว่า มีทองคำที่ใหญ่กว่านี้แต่ถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ขณะที่ทองคำรูปมันสำปะหลังชิ้นนี้เชื่อว่าเป็นทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่อยู่ในมือของเอกชน ซึ่งหากมีคนตกลงยอมจ่ายเงินราคา 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 12 ล้านบาท เพื่อซื้อทองคำชิ้นนี้ MThai News

นักเรียนอาชีวะเลย คล้ายผีเข้าดิ้น-กรีดร้อง ขณะเข้าค่ายลูกเสือ
กู้ภัย /  นักเรียนอุปทานหมู่ / 

อุปทานหมู่? นักเรียน ปวช.อาชีวะเลย เข้าค่ายลูกเสือเกิดดิ้นและกรีดร้องกว่า 20 คน จนท.กู้ภัยหามส่ง รพ.กว่า 15 คน  นักเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย อ.เมืองเลย จ.เลย กว่า 20 คน เกิดมีอาการอุปาทานหมู่ ขณะเข้าค่ายลูกเสือศรีสองรัก บ้านตูบโกบ ต.กกดู่ อ.เมืองเลย จ.เลย  (ภาพประกอบข่าว) โดยในที่เกิดเหตุพบนักเรียนจำนวนกำลังช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ที่นักเรียนหญิงนอนดิ้น-กรีดร้องเสียงดัง อยู่บริเวณสนามหญ้าค่ายลูกเสือ จากการสอบถาม นางสาวกาญจนา หอมทองคัด อายุ 37 ปี หนึ่งในอาจารย์ที่นำนักเรียนมาเข้าค่ายลูกเสือ เล่าว่า วันนี้ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย ได้นำนักเรียนระดับ ปวช. ปี 1 ชาย-หญิง อายุระหว่าง 15-18 ปี จำนวน 350 คน มาเข้าค่ายลูกเสือศรีสองรัก เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ตั้งแต่วันที่ 24-26 ต.ค.57 ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก ขณะนำนักเรียนทั้งหมดมาที่สนามหญ้าเพื่อกล่าวปฏิญาณตนกฎของลูกเสือ จู่ๆ ก็มีนักเรียนหญิงกรี๊ดร้องนอนดิ้นพรวดพราด ร่วม 20 คน โดยไม่ทราบสาเหตุ จนอาจารย์และเพื่อนนักเรียนต้องช่วยกันจับตัวไว้ เพราะหวั่นว่าจะทำร้ายตัวเอง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเลย จำนวนทั้งสิ้น 15 ราย เป็นนักเรียนหญิงทั้งหมด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่แน่ชัดว่า เกิดจากสาเหตุใด MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก www.thairath.co.th

ปวินเล่นแรง โพสต์ภาพปกสุนัขล้อเลียนนิตยสารชื่อดัง
ข่าววันนี้ /  ปกสุนัข / 

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เล่นแรง โพสต์ภาพปกสุนัขพันด้วยผ้าสีเหลืองล้อเลียนนิตยสารชื่อดัง วันนี้(25 ต.ค.) นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกียวโต ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัวพร้อมรูปภาพที่มีการตัดต่อล้อเลียนหน้าปกนิตยสารชื่อดังเล่มหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางนิตยสารเล่มดังกล่าวได้มีการนำพระรูปหนึ่งมาขึ้นปก ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำกปปส. รูปภาพที่นายปวินได้โพสต์ลงเฟซบุ๊คมีการใส่หัวนิตยสารว่า "RIP"  และภาพนั้นก็ถูกตัดต่อกลายเป็นรูปสุนัขที่กำลังถูกพันด้วยผ้าสีเหลือง ทั้งนี้ยังมีการระบุข้อความด้วยว่า "ใครอยู่เมืองไทย ฝากซื้อเล่มนุง" MThai News

สาวปี3ถูกพ่อบังคับข่มขืน หึงลูกมีแฟนบอกคนอื่นได้พ่อต้องได้
ข่มขืนลูก /  ข่าวล่าสุด / 

สาวปี3เข้าแจ้งความ หลังถูกพ่อบังคับข่มขืน ผู้เป็นพ่อเผยมีปากเสียงรุนแรงกับลูกจริง เนื่องจากไม่พอใจที่ลูกไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มเป็นประจำ ย้ำไม่มีเรื่องชู้สาวระหว่างตนกับลูกแน่นอน เมื่อวันที่ที่ 24ต.คเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา นำหมายศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเข้าทำการจับกุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ภายในบ้านพัก บนเกาะลอย ม.2 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา โดยแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยการขู่เข็ญ ด้วยประการใดใด โดยใช้กำลังประทุษร้ายกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดใดโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน การจับกุมตัวครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก น.ส.บี นามสมมุติ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้น ปี 3 มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายเอ ได้เปิดเผยว่า ได้ถูกผู้เป็นพ่อลวนลามกระทำอนาจารตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ปวช.ขณะนั้นอายุ 17 ปี ทุกครั้งที่แม่ไปทำงานที่โรงงานในจังหวัดชลบุรี แต่ตนก็ไม่กล้าบอกแม่เพราะความกลัวพ่อจะทำร้าย แต่ระยะหลังพ่อมักจะแสดงอาการหึงหวงไม่ยอมให้ไปเที่ยวกับแฟนหนุ่ม ถ้าไปก็จะถูกด่าและถูกทำร้าย จนกระทั่งเมื่อวันที่22ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะนั้นอยู่ในบ้านตามลำพัง พ่อได้เดินเข้ามาหา และขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย พร้อมพูดว่าถ้าคนคนอื่นได้พ่อต้องได้ด้วย จากนั้นพ่อก็พยายามใช้กำลังปลุกปล้ำตบตีบังคับจะข่มขืน ตนจึงตัดสินใจต่อสู้หลุดหนีมาขอความช่วยเหลือจากลุง เมื่อแม่ทราบเรื่องจึงพาเข้าแจ้งความ จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอยังให้การปฏิเสธอ้างว่าไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา และไม่เคยกระทำการข่มขืนลูกสาวของตัวเองแต่อย่างใด พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ โดยนายเอที่ตกเป็นผู้ต้องหาข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวตัวเอง ให้การอีกว่าในบ้านอยู่ด้วยกัน 3 แม่ลูก ภรรยาจะออกไปทำงานอยู่ที่ชลบุรีนานๆ จะกลับบ้านสักครั้ง ตนจะพักอยู่ในบ้านตามลำพังกับลูกสาวสองคน ก่อนถูกจับกุมนายเอเผยว่าได้ทะเลาะกับลูกสาว เพราะไม่พอใจที่ลูกไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มเป็นประจำ จึงได้ตักเตือนจนเป็นเหตุให้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ยืนยันไม่มีเรื่องชู้สาวระหว่างตนกับลูก MThai News

โพล เผย เจ้าหน้าที่รัฐ หน้ายิ้ม-บริการประชาชนดีขึ้น
การทำงาน คสช /  คสช. / 

มาสเตอร์โพลล์ เผย ผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) แกนนำชุมชน หลังมี คสช. โดยปรากฏว่า จนท.รัฐให้บริการรวดเร็วทันใจ และมนุษย์สัมพันธ์ดีขึ้น รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล ประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน (Thai Researchers in Community Happiness Association, TRICHA) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) เรื่อง แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและจังหวะชีวิตของประชาชนภายใต้การดูแลของกระทรวงต่างๆ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 608 ชุมชน ดำเนินโครงการในวันที่ 18-24 ตุลาคม 2557 โดยพบว่า เมื่อถามถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐโดยรวม หลังจากมี คสช. และรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.6 ระบุเจ้าหน้าที่รัฐมีความรวดเร็วในการให้บริการประชาชนดีขึ้น รองลงมาคือ ร้อยละ 62.0 ระบุความยิ้มแย้มแจ่มใสในการให้บริการดีขึ้น ร้อยละ 60.2 ระบุข้าราชการนำหลักค่านิยม 12 ประการมาประยุกต์ใช้ในการทำงานดีขึ้น และร้อยละ 59.4 ระบุความโปร่งใสในการทำงานดีขึ้น และเมื่อสอบถามประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ จังหวะชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนถึงสูงอายุภายใต้การดูแลของกระทรวงต่างๆ อันเป็นที่พึ่งของประชาชน พบว่า ด้านการดูแลตั้งแต่แรกเกิด อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้อยละ 59.6 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 14.5 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ร้อยละ 12.5 ในด้านการดูแลเด็กและเยาวชน อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้อยละ 35.0 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร้อยละ 25.3 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ร้อยละ 16.0 ด้านคุณภาพที่ดีของเด็กและเยาวชน อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ร้อยละ 34.7 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้อยละ 26.0 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร้อยละ 18.3 ด้านการมีงานทำและบัณฑิตจบใหม่ อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ได้ร้อยละ 56.4 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ร้อยละ 31.6 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 3.8 ด้านการเพิ่มรายได้ อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ได้ร้อยละ 39.5 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ ได้ร้อยละ 16.8 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการคลัง ได้ร้อยละ 16.4 ด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สิน อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงการคลัง ได้ร้อยละ 31.1 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร้อยละ 16.9 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 15.7 ด้านการจัดสรรที่ดินทำกิน อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร้อยละ 45.2 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 16.9 อันดับที่ 3 กระทรวงแรงงาน ได้ร้อยละ 10.2 ด้านการดูแลหลักประกันชีวิตให้กับผู้สูงอายุ อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้อยละ 35.5 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 24.3 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร้อยละ 15.5 MThai News

ประหารชีวิตหญิงวัย26 ข้อหาฆ่าชายที่พยายามข่มขืนเธอ
ข่าววันนี้ /  ฆ่าชายที่ข่มขืน / 

ศาลอิหร่านตัดสินประหารชีวิต หญิงวัย26ด้วยการแขวนคอ ข้อหาฆ่าชายที่พยายามข่มขืนเธอ วันนี้ (25 ต.ค.)อัลจาซีรารายงานถึงกระแสประณามทางการอิหร่านหลังจากดำเนินการประหารชีวิต  น.ส.เรย์ฮาเนห์ จับบารี วัย 26 ปี ด้วยการแขวนคอที่เรือนจำในกรุงเตหะราน หลังเธอต้องโทษในคดีฆ่านายมอร์เตซา อับโดลาลิ ซาร์บานดี อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงข่าวกรองอิหร่าน ซึ่งนายซาร์บานดีพยายามจะทำการข่มขืน เธอจึงใช้มีดแทงนายซาร์บานดีเพื่อปกป้องตัว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2550 ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มปกป้องสิทธิมนุษยชนได้ออกมาเรียกร้องให้พิจารณาโทษประหารดังกล่าวอีกครั้ง โดยนางฮัสซิบา ฮัดจ์ ซาห์รูอิ รองผู้อำนวยการภาคพื้นตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ขององค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า น.ส.จับบารีไม่ได้รับความเป็นธรรมตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ควรได้รับ เนื่องจากการสอบสวนยังมีช่องโหว่ที่น.ส.จับบารีเคยให้การว่า มีชายอีกคนเข้ามาในบ้านของตนวันเกิดเหตุ แต่กลับไม่สืบค้นเรื่องให้กระจ่าง ซ้ำร้ายศาลสูงอิหร่านยังยืนโทษประหารชีวิตน.ส.จับบารี ทั้งที่เธอได้ยืนกรานว่าใช้มีดแทงนายซาร์บานดีเพื่อปกป้องตัวเอง ไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าให้ตาย ทั้งนี้ศาลได้ตัดสินให้ประหารชีวิต น.ส.จับบารีในวันที่ 30 ก.ย. แต่ระงับโทษชั่วคราวหลังถูกนานาประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (อียู) กดดันอย่างหนัก ก่อนจะสั่งให้ดำเนินการแขวนคอน.ส.จับบารีในที่สุด MThai News

คุมตัวผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ ทำแผนผลักญี่ปุ่นตกบันไดเมื่อปี 46
คดีครูญี่ปุ่น /  คดีครูญี่ปุ่นหายตัว / 

คุมตัวนายสมชายและนางพรชนก ทำแผนผลักนายคาซิโตชิ ทานากะ ตกบันไดจนเสียชีวิตเมื่อปี 46  วันนี้ (25 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยควบคุมตัวนายสมชายและนางพรชนก มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ขนาด 2 คูหา เลขที่ 99/427-428 หมู่ 9 ริมถนนบางนา-ตราด กม. 18 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังนายสมชายสารภาพเพิ่มเติมว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุผลักนาย นายคาซิโตชิ ทานากะ อายุ 57 ปี สามีชาวญี่ปุ่นคนแรกของนางพรชนกจนตกบันไดเสียชีวิต นายสมชายให้การว่า ในวันเกิดเหตุตนได้มาดื่มเหล้ากับผู้เสียชีวิต จนกระทั่งกลางดึกแยกย้ายกันพักผ่อน แต่เมื่อนายทานากะออกมาเข้าห้องน้ำ จึงสบโอกาสผลักเขาจนตกบันไดจากชั้น 4 ลงมาชั้น 3 จากนั้นตนก็ได้ตามลงมาดูพบว่านายทานากะยังมีชีวิตอยู่ จึงจับศีรษะของนายทานากะยัดกับซี่กรงราวบันได พร้อมใช้เท้าเหยียบคอ เพื่อให้ขาดอากาศหายใจ นานประมาณ 10-15 นาที จึงทำทีเรียกคนอื่นว่าผู้เสียชีวิตตกบันได และให้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า จากตรวจสอบสำนวนการชันสูตรศพ รวมถึงได้เชิญนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ มาร่วมตรวจสอบด้วย แพทย์ยืนยันว่า บาดแผลที่เกิดจากศพนั้น ไม่ได้เกิดจากการตกบันไดเพียงอย่างเดียว ประกอบกับได้ข้อมูลจากพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ สำหรับพยานในเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ นายสมศักดิ์ แซ่ลิ้ม น้องชายของนายสมชาย ผู้ต้องหา เขาได้เปิดเผยว่า เมื่อปี 2546 ตน ผู้ตาย นายสมชาย นางพรชนก และบิดาของตน พักอยู่ในอาคารพาณิชย์ดังกล่าวด้วยกัน รวม 5 คน วันเกิดเหตุทั้ง5ได้นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกัน กระทั่งดึกจึงได้แยกย้ายกันไปนอน โดยตนนอนอยู่ชั้นล่างเมื่อช่วงเวลาประมาณตี 3 ตนได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน เป็นภาษาญี่ปุ่นจากชั้นบน จนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น จึงขึ้นไปดู ก็เห็นนายทานากะนอนแน่นิ่งอยู่ที่บันไดชั้น 3 และพบนายสมชายกับนางพรชนกยืนอยู่ใกล้กับผู้ตาย ก่อนที่นางพรชนกจะให้ตนช่วยนำร่างนายทานากะส่งรพ. แต่แพทย์ระบุว่านายทานากะเสียชีวิตมาก่อนแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่านางพรชนกได้บอกให้พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคน ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ว่า นายทานากะตกบันไดเสียชีวิต แล้วเรื่องก็เงียบไปนานหลายปี จนตนทราบข่าวว่า ลูกสาวของผู้ตายไปขอให้ตำรวจรื้อคดีขึ้นมาใหม่ จึงได้เดินทางมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ นายสมชายเปิดเผยถึงเหตุจูงใจในการก่อเหตุว่า เป็นเพราะหึงหวงและคิดว่าหากผู้ตายเสียชีวิต ก็จะเข้ามาดูแลกิจการของผู้เสียชีวิตแทน เมื่อทำแผนเสร็จเรียบร้อยเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งฟ้องที่ศาลอาญา รัชดา ขอบคุณภาพประกอบจาก จส100 MThai News

ชาวอังกฤษดับปริศนาที่ภูเก็ต หวั่นติดอีโบลาเร่งชันสูตร
ข่าวอีโบลา /  ติดเชื้ออีโบลา / 

นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เสียชีวิตปริศนาคาคอนโด ย่านภูเก็ต เร่งชันสูตร หวั่นติดเชื้ออีโบลา หลังมีประวัติเดินทางมาจากไนจีเรีย น.พ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า พบศพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ นอนเสียชีวิต โดยไม่ทราบสาเหตุอยู่ในห้องพักของคอนโดแห่งหนึ่งในพื้นที่หาดป่าตองเมื่อวานนี้ และทราบว่าผู้ตายเดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยเช้าวันนี้ (25 ต.ค) จะเข้าเก็บวัตถุพยานต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุ เพื่อค้นหาสารคัดหลั่ง จากนั้นจะส่งวัตถุพยานไปที่กรมวิทยาศาสตร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจหาว่าติดเชื้ออีโบลาหรือไม่ เนื่องจากนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว มีการเสียชีวิตลักษณะแบบผิดธรรมชาติ และมีประวัติการเดินทางไปประเทศไนจีเรีย ก่อนเดินทางเข้าประเทศโดยคาดว่าหลัง 18.00 น. ของวันนี้จะทราบผลชันสูตรดังกล่าว ทั้งนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ที่สนามบินมีเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค คัดกรองเบื้องต้นแล้ว แต่วันที่นักท่องเที่ยวรายนี้เดินทางเข้ามา ยังไม่มีอาการไข้ จึงไม่สามารถคัดกรองเบื้องต้นได้ MThai News รู้ก่อน ดีกว่า ภัย  ‘อีโบลา’ ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด !!

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

พ่อผู้ต้องหาเกาะเต่าอ้าง ลูกสารภาพเพราะถูกขู่เผานั่งยาง-ฆ่าหั่นศพ
ข่าวล่าสุด /  คดีเกาะเต่า / 

สื่ออังกฤษรายงาน พ่อผู้ต้องหาเกาะเต่าอ้าง ลูกสารภาพเพราะถูกขู่เผานั่งยาง-ฆ่าหั่นศพ วานนี้(24 ต.ค.) ปีเตอร์ วอล์คเกอร์ ผู้สื่อข่าวของเดอะการ์เดี้ยน สื่ออังกฤษ รายงานข่าวความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าว่า บิดาของหนึ่งในชายพม่าที่ตกเป็นผู้ต้องหาได้ให้สัมภาษณ์ อ้างว่าผู้ต้องหาชาวพม่าทั้งสองคน ต้องยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำผิด เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยข่มขู่ว่าจะราดพวกเขาด้วยน้ำมันเบนซินแล้วจุดไฟเผา หรือไม่ก็จะฆ่าหั่นศพแล้วทิ้งร่างพวกเขาลงแม่น้ำ ทั้งนี้ นายตุน ตุน ไต พ่อของนายวิน ซอ ตุน หนึ่งในผู้ต้องหาคดีเกาะเต่าเปิดเผยกับ เดอะ เดโมเครติก วอยซ์ ออฟ เบอร์ม่า ว่า นอกจากลูกชายของเขา และนายซอ ลิน ผู้ต้องสงสัยเพื่อนร่วมชาติอีกคน จะไม่ได้ลงมือสังหารและข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวแล้ว ทั้งคู่ยังได้เล่าให้ฟังอีกว่า พวกเขาถูกทรมานร่างกายและข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ หลังถูกจับกุมตัวโดยก่อนหน้านี้ ทนายความของผู้ต้องสงสัยทั้งคู่ เพิ่งแจ้งว่า ลูกความของพวกตนได้ทำเรื่องขอถอนคำสารภาพอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ผู้สื่อข่าวเดอะ การ์เดี้ยน รายงานด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสหราชอาณาจักรได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อร่วมสังเกตการณ์การทำคดีนี้ ตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย หลังจากผู้นำของทั้งสองประเทศมีโอกาสได้พบกันระหว่างการประชุมอาเซมที่ประเทศอิตาลี โดยกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรระบุว่า เจ้าหน้า 3 นาย ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมและผู้ประสานงานด้านนิติเวชศาสตร์ของกองบัญชาการตำรวจนครบาลอังกฤษ และเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมจากมณฑลนอร์ฟอล์ก กระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักรระบุถึงขอบเขตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดนี้เอาไว้ว่า พวกเขาจะต้องพบปะหารือกับทีมสืบสวนสอบสวนคดีของไทย และต้องได้รับความกระจ่างแจ้งเกี่ยวกับขั้นตอนการสืบสวนคดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คณะเจ้าหน้าที่ของอังกฤษอาจจะเข้า ไปช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยได้ หากได้รับการร้องขอจากทางการของฝ่ายหลัง MThai News

น้องเมย์ รัชนก ทะลุตัดเชือกชน ลีเสี่ยวเร่ย ขนไก่เฟรนช์โอเพน
กรุงปารีส /  ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข / 

การแข่งขันแบดมินตัน “โยเน็กซ์ เฟรนช์ โอเพน ซูเปอร์ซีรีส์” ชิงเงินรางวัลรวม 275,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8.8 ล้านบาท) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 คนสุดท้าย โดยรอบนี้มีนักตบลูกขนไก่ไทยผ่านเข้ารอบมา 2 คน หญิงเดี่ยว น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ และชายเดี่ยว เจ้าสอง ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข ผลปรากฏว่า หญิงเดี่ยว น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ มือ 4 ของรายการ ต้อนเอาชนะ อากาเนะ ยามากูจิ (ญี่ปุ่น) 2 เกมรวด 22-20, 21-17 ส่งผลให้ น้องเมย์ รัชนก ได้ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกไปพบกับของแข็ง ลี่ เสี่ยวเร่ย มือ 1 ของรายการ ด้านชายเดี่ยว เจ้าสอง ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข พลาดท่าพ่าย เคนโตะ โมโมตะ (ญี่ปุ่น) ไป 1-2 เกม 17-21, 21-15, 17-21 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศไปแบบน่าเสียดาย

รอดแล้ว! ผู้ใจบุญแห่บริจาคเงินไถ่ชีวิต ควายตาบอด
ความบุญรอด /  ควายตาบอด / 

ควายเพศผู้ ตาบอดข้างซ้าย ที่หนีออกจากโรงฆ่าสัตว์ โชคดีมีผู้ใจบุญแห่บริจาคเงินไถ่ชีวิต ควายเพศผู้ อายุประมาณ 2 ปี ตาข้างซ้ายบอด ที่หนีออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ได้รับการไถ่ชีวิตแล้ว จากประชาชนทั่วประเทศที่ช่วยกันบริจาค ซึ่งล่าสุดมีเงินโอนเข้าบัญชีแล้วกว่า 40,000 บาท จากกรณีที่มีควายตาบอดข้างซ้ายหนีออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งถูกเลี้ยงไว้เพื่อรอการไถ่ชีวิตนั้น ซึ่งต่อมาได้มีเจ้าของควายจะขอควายคืนเพื่อนำไปเชือดในโรงฆ่าสัตว์ แต่นางกนกพร สุขสนิท ชาวบ้านที่จับควายได้ขอชีวิตไว้ โดยเจ้าของควายตกลงกับนางกนกพรฯ ว่าจะให้เวลา 1 สัปดาห์ในการหาเงินจำนวน 20,000 บาท มาไถ่ชีวิตควาย โดยล่าสุดวันนี้ (25 ต.ค.) นางกนกพร สุขสนิท ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยพระบัลลังก์ ปัญญาธีโร เจ้าของสวนที่รับเลี้ยงควายได้นำเงินจำนวน 20,000 บาท ที่มีประชาชนผู้ใจบุญทั่วประเทศ แห่บริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย มามอบให้กับนายเพลิน งานโคกสูง เจ้าของควายเพื่อไถ่ชีวิตตามที่ได้ตกลงกันไว้ โดยมี ร.ต.ท.ประเสริฐ แก้วอำพร รอง สวป.สภ.จอหอ เป็นสักขีพยาน ทั้งนี้นางกนกพร สุขสนิท เปิดเผยว่า หลังจากที่ประกาศข่าวขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือไถ่ชีวิต “ควายบุญรอด” เมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) ปรากฏว่ามีประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ และที่อยู่ต่างประเทศด้วยได้โทรศัพท์มาสอบถาม พร้อมกับขอเลขบัญชีธนาคาร เพื่อโอนเงินร่วมบริจาคไถ่ชีวิตควายตัวนี้ตลอดทั้งวัน ทำให้ล่าสุดมีเงินโอนเข้าบัญชีแล้วกว่า 40,000 บาท ตนจึงหารือกับพระบัลลังก์ ปัญญาธีโร เจ้าของสวนที่รับเลี้ยงควายว่า จะนำเงินที่เหลือมาทำโรงเรือนให้เพราะปัจจุบัน มีควายที่หลุดจากโรงฆ่าสัตว์ และได้ไถ่ชีวิตไว้มาเลี้ยงในส่วน 3 ตัวแล้ว นอกจากนั้นจะนำเป็นค่าใช้จ่ายค่าคนเลี้ยงดู ค่าซื้อหญ้ามาเลี้ยงหน้าแล้ง รวมทั้งจะทำรั้วกั้นรอบสวน เพราะจะปล่อยให้ควายทั้ง 3 ตัว ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่ต้องผูกไว้เหมือนปัจจุบันอีก MThai News

หนุ่มมะกันวัย19 ขโมยตุ๊กตาม้าในห้างเพื่อนำไปสำเร็จความใคร่
ขโมยตุ๊กตาไปข่มขืน /  ข่มขืนตุ๊กตา / 

ตำรวจบรูคสวิลล์ รัฐฟลอริดาจับกุมตัว ฌอน จอห์นสัน หนุ่มอเมริกันวัย 19 ปี หลังเขาแอบขโมยตุ๊กตาม้าในห้างเพื่อนำไปสำเร็จความใคร่ สำนักงานข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฌอน จอห์นสัน หนุ่มอเมริกันวัย 19 ปี ถูกตำรวจบรูคสวิลล์ รัฐฟลอริดาจับกุมตัว หลังจากเขาไปขโมยตุ๊กตาม้ายัดนุ่นที่ถูกวางจำหน่ายในห้างวอลมาร์ทไปกระทำชำเราระหว่างที่เดินช็อปปิง พนักงานร้านได้สังเกตเห็น ว่าเขาแอบหยิบตุ๊กตาม้าสีน้ำตาลแดงไปจากชั้นวางก่อนเดินไปที่แผนกเครื่องนอน เมื่อเขากลับมาอีกครั้งก็นำตุ๊กตากลับมาวางไว้ที่ชั้นเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนว่าบนตัวของตุ๊กตาจะมีน้ำคล้ายคราบอสุจิเปรอะเปื้อนอยู่ ทำให้ไม่สามารถนำไปขายได้อีก หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบว่า นายฌอน จอห์นสัน นำตุ๊กตาไปทำมิดีมิร้ายจริง จึงตั้งข้อหากระทำอนาจารในที่สาธารณะและสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น ก่อนดำเนินคดีที่เฮอร์นันโด เคาน์ตี ซึ่งเขาได้ประกันตัวด้วยเงินจำนวน 1,500 เหรียญสหรัฐ MThai News

น้ำตาล เลิกเป็นก้อนหิน แอ็คติ้งเริ่ด โดนใจติ่งละคร
น้ำตาล พิจักขณา /  ข่าวบันเทิงวันนี้ / 

พัฒนาก้าวกระโดดได้ดีทีเดียว สำหรับ น้ำตาล พิจักขณา ที่สามารถปรับเปลี่ยน แก้ไข เรียนรู้ได้เร็วมาก หลังจากก่อนหน้านี้ She โดนเม้าท์ว่าเล่นละครได้แข็งทื่อ ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย จนในที่สุดเธอก็สามารถแก้มือโชว์แอ็คติ้งในละครเรื่อง ดาวเคียงเดือน ทำเอาคอละครถูกอกถูกในกันเป็นแถวๆ ถ้าเทียบกับเรื่องที่ผ่านๆ มา ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เล่นเก่งขึ้นมาก งานนี้เลยทำให้คุณเธอฮอต งานรุมสุดๆ เลยถูกดึงตัวให้มาเล่นละครพีเรียดเรื่อง สะใภ้จ้าว อุต๊ะ!!! พอมีโอกาสเจอสาวน้ำตาลในงานบวงสรวงละคร เลยต้องรีบฉกตัวมาถามว่า รู้สึกอย่างไรบ้างกับกระแสตอบรับจากละครที่ผ่านมา “ก็ดีใจนะคะ แล้วก็ต้องขอบคุณมากๆ พอเราได้มาเป็นนักแสดงแล้วเนี่ย ก็ต้องฟังเสียงวิจารณ์ได้ทั้งได้แง่ลบ และแง่บวก เรื่องของคำชมก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้เราทำงานต่อไป ส่วนในเรื่องของการติติง หรืออะไรเล็กๆ น้อยๆ เราก็รับฟังเพื่อที่เราจะได้นำไปพัฒนาตัวเอง ส่วนเรื่องสะใภ้จ้าวที่เพิ่งบวงสรวงไปนี้ เป็นละครแนวพีเรียด ก็ถือเป็นเรื่องแรกของตาลเลย ในตัวละครก็จะมีความแตกต่างจากเรื่องที่ผ่านมา คือเรื่องของความคิด คำพูดคำจา ซึ่งเป็นคนละยุค คนละสมัย ก็ต้องมีเรียนแอ็คติ้งเพิ่มเติมบ้าง เรื่องนี้เป็นละครรีเมค ถ้าถามว่ากลัวคนดูเปรียบเทียบไหมตาลว่าต้องมีอยู่แล้ว ละครสะใภ้จ้าวในเวอร์ชั่นรุ่นก่อนก็ทำไว้ดีมากๆ แล้วทุกคนก็ยังประทับใจในเรื่องนั้น แต่พอมาเป็นเวอร์ชั่นนี้ ตาลเชื่อว่าพี่เติมที่เป็นผู้กำกับเขาก็อาจจะมีการปรับเลี่ยนบทบาทให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น แต่ตาลจะกังวลเรื่องของภาษามากกว่า เพราะตาลจะติดเป็นคนที่พูดเร็ว แล้วก็ยังไม่ชัดถ้อยชัดคำมากนัก จะกลัวตรงนี้มากกว่า” น้ำตาล พิจักขณา น้ำตาล พิจักขณา

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

มือหั่นศพ รับผลักสามีญี่ปุ่นพรชนก ตกบันได 11 ปีก่อน
คดีครูญี่ปุ่น /  คดีครูญี่ปุ่นหายตัว / 

สมชาย แก้วบางยาง ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ รับสารภาพเป็นคนผลักอดีตสามีญี่ปุ่นพรชนกให้ตกบันไดเมื่อ 11 ปีก่อน วันนี้(25 ต.ค.) ความคืบหน้าล่าสุดจากคดี นางพรชนก ไชยะปะ และ นายสมชาย แก้วบางยาง ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น หลังจากนำทั้งคู่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน รรท.ผบช.ภ.1 เผยว่า นายสมชาย ได้ให้การรับสารภาพเพิ่มว่าได้ทำการฆ่านายโยชิโนริ โดยย่องเข้าไปตอนหลับแล้วเอาหมอนอุดจมูกจนขาดอากาศหายใจ แล้วลงมือหั่นศพและนำไปทิ้ง สำหรับเหตุจูงใจในการลงมือเพราะหึงหวงและต้องการทรัพย์สินโดยที่นางพรชนกก็มีส่วนรู้เห็น ล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. ของคืนวันที่24 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบ.ตร. ได้เดินทางไปสอบปากคำสองผู้ต้องหา ที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพิ่มเติม เกี่ยวกับคดีนายคาซิโตชิ ทานากะ อายุ 57 ปี สามีชาวญี่ปุ่นคนแรกของนางพรชนก ซึ่งเสียชีวิตจากการตกบันไดเมื่อปี 2546 ว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากลูกสาวของนายคาซิโตชิเข้าร้องเรียนให้รื้อคดีของบิดา เพราะเชื่อว่าอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ ในที่สุด นายสมชาย ได้ให้การรับสารภาพแล้วว่า ตนเองเป็นคนผลัก นายคาซิโตชิ จนตกบันไดเสียชีวิตจริง แต่ในครั้งนั้นตนเป็นคนทำเพียงผู้เดียว ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจึงบันทึกคำให้การของ นายสมชายเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย และเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำการอายัดตัว นายสมชาย เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป MThai News __________________________ ข่าวที่เกี่ยวข้อง อึ้ง! ปูมหลังสุดอื้อฉาว ‘นางพรชนก’ สาวใหญ่คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น

น.ร.US คลั่งกราดยิงใน ร.ร.เจ็บ 5 ดับ 1 ก่อนยิงตัวดับ
กราดยิงใน us /  น.ร.US คลั่งกราดยิง / 

นักเรียนยิงกันในโรงเรียนมัธยมปลายที่เมืองซีแอตเทิลของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 5 คน เสียชีวิต1คน ก่อนใช้ปืนยิงตัวตาย หนีความผิด สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุยิงกันที่โรงเรียนมัธยมปลายแมรีส์วิลล์พิลชัค ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ทางโรงเรียนได้สั่งปิดเนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยฉุกเฉินรุดมายังที่เกิดเหตุแล้ว โดย นายร็อบบ์ ลาเมอร์รูซ์ โฆษกตำรวจแถลงว่า มือปืนผู้ก่อเหตุยิงในโรงเรียนเป็นเด็กนักเรียนได้ยิงตัวตายหนีความผิดแล้ว และเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว แต่รายงานข่าวของสื่อมวลชนระบุว่า เขาฆ่าตัวตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คนและต่อมาเสียชีวิต 1 คน โฆษกของเอฟบีไอเมืองซีแอตเติล แถลงว่า เอฟบีไอ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ท้องที่แล้ว แต่ยังไม่ทราบถึงเหตุจูงใจของการก่อเหตุครั้งนี้ MThai News