อ.ต.ก

สมาร์ทวอทช์ กำลังจะกลับมาอีกครั้ง!!
apple /  google / 

สมาร์ทวอทช์ กำลังจะกลับมาอีกครั้ง!! รายงานล่าสุดจาก Strategy Analytics แสดงให้เห็นยอดจัดส่ง “สมาร์ทวอทช์” ที่เพิ่มขึ้นอย่างถล่มทลายกว่าร้อยละ 223 หรือจาก 1.3 ล้านหน่วย ในไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ไปเป็น 4.2 ล้านหน่วย ในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยมีผู้นำตลาดคือ Apple ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดในไตรมาสแรกของปีอยู่ที่ร้อยละ 52.4 ตามมาด้วย Samsung ที่ร้อยละ 14.3 ขณะที่แบรนด์อื่นรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 33.3 สอดคล้องกับรายงานของ Gartner ที่ระบุว่า สมาร์ทวอทช์ คือสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สวมใส่ได้ (Wearable Device) ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด เป็นความจริงที่ว่า สมาร์ทวอทช์ไม่ใช่ของใหม่ เพราะมีอยู่ในตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว แต่สาเหตุที่ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาก็เพราะ ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้พัฒนาให้ความสำคัญกับการงานดีไซน์และความเป็นเอกลักษณ์ ให้ผู้สวมใส่สามารถแสดงความเป็นตัวตนออกมาได้ และที่สำคัญคือ การเข้ามาอย่างเต็มตัวของ Apple กับ Google ที่ต่างพัฒนาแพลตฟอร์มสมาร์ทวอทช์ของตนอย่างเต็มรูปแบบ ก่อให้เกิดระบบนิเวศอันประกอบด้วยแอพพลิเคชั่น อุปกรณ์เสริมและบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ การชำระเงินออนไลน์ อะไรที่โดน? หนึ่งในคุณสมบัติอันโดดเด่นที่สุดของสมาร์ทวอทช์เห็นจะไม่มีอะไรเกิน “การแจ้งเตือน” เพราะขนาดหน้าจอที่เล็กนั้นได้เอื้อต่อการส่งข้อมูลขนาดย่อย ผู้ใช้เพียงชำเลืองมองด้วยหางตาก็ทราบได้ทันทีถึงการอัพเดตข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในแวดวงสนทนา หรือข้อความเข้า โดยไม่ได้เสียเวลาควักสมาร์ทโฟน (ที่นับวันจะมีจอใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ) ออกมาจากกระเป๋า ทำให้ไม่เป็นการเสียมารยาทขณะกำลังนั่งโต๊ะร่วมกับผู้อื่น และสมาร์ทวอทช์สามารถใช้เป็นหน้าจอที่สองและเป็นส่วนต่อขยายของสมาร์ทโฟนได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังช่วยตรวจเช็คสุขภาพให้เราได้อีกด้วย ที่สำคัญยังเพิ่มความสามารถในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันและบันทึกข้อมูลอรรถประโยชน์ต่างๆ เช่น หลอดไฟ เครื่องปรับ อากาศ หรือเครื่องเสียง รวมไปถึงการใช้สมาร์ทวอทช์เป็นเสมือน “บัตรผ่าน” กับ “บัตรเครดิต” ที่สามารถใช้สแกนหรือชำระเงินได้ อนาคตของสมาร์ทวอทช์ อนาคตของสมาร์ทวอทช์อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของผู้ผลิตอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีส่วนประกอบขณะนั้นด้วยว่าจะสามารถรองรับวิสัยทัศน์ที่ว่านั้นด้วยหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องแบตเตอรี่ เพราะหากยังไม่มีซัพพลายเออร์รายใดสามารถผลิตแบตเตอรี่ขนาดเล็กที่อึดทนนานได้แล้ว ผู้ผลิตสมาร์ทวอทช์ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะหากินกันของเดิมเช่นเดียวกับขนาดของตัวเครื่องที่หากผู้ผลิตโปรเซสเซอร์ไม่สามารถผลิตชิปที่มีขนาดเล็กพอก็เป็นอันจบ เครดิตจาก นิตยสาร Digital Age ฉบับเดือนมิถุนายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

อิตาลี ล้างแค้นจาก 4 ปีก่อน อัดแชมป์เก่า สเปน 2-0 ร่วงรอบ 16 ทีม ยูโร 2016
สเปน /  อิตาลี

อิตาลี คว้าชัยชนะเหนือ สเปน 2-0 จากประตูของ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ กราเซียโน่ เปลเล่ ในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึก ยูโร 2016 เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งให้ทีมกระทิงดุซึ่งเป็นแชมป์เก่าร่วงตกรอบ และยังถือเป็นการล้างแค้นของทีมอัซซูรี่ จากที่พวกเขาเคยพ่ายต่อ สเปน ในนัดชิงรายการนี้เมื่อ 4 ปีก่อนถึง 0-4 อีกด้วย การแข่งขัน ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2559 อิตาลี 2-0 สเปน ผู้ทำประตู: 1-0 จอร์โจ้ คิเอลลินี่ 33', 2-0 กราเซียโน่ เปลเล่ 90'+1 เวลา: 23.00 น. สนาม: สต๊าด เดอ ฟร้องซ์, ปารีส ถ่ายทอดสด: ช่อง 3 HD เกมเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาอย่างหนัก เป็นทางฝั่งอิตาลีที่ได้ลุ้นประตูก่อน จากจังหวะฟรีคิก กราเซียโน่ เปลเล่ ได้ขึ้นโขกเต็มๆ แต่ ดาบิด เด เคอา สามารถพุ่งปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด จากนั้น เอมานูเอเล่ จาคเครินี่ ได้ตีลังกายิงในกรอบเขตโทษ และก็ยังเป็น เด เคอา ที่ปฏิกิริยาไวพอที่จะปัดพ้นอันตรายไปได้อีก เกมผ่านมาครึ่งชั่วโมงเป็นสเปนที่ได้ลุ้นบ้างจากลูกยิงไกลของ อันเดรียส อิเนียสต้า แต่ก็ยังไปตรงตัว จานลุยจิ บุฟฟ่อน ทีมอัซซูรี่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 33 จากจังหวะฟรีคิกบริเวณหัวกระโหลก เอแดร์ ยิงไปติดเซฟ เด เคอา แต่ในจังหวะต่อเนื่องเป็น จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ที่วิ่งเข้ามาซ้ำโล่งๆ เข้าสู่ก้นตาข่าย ส่งให้อิตาลีนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ เกือบบวกเพิ่มได้อีกลูก จากลูกลากตัดเข้าในมายิงของ จาคเครินี่ ยังดีที่ เด เคอา ยังบินปัดออกหลังได้ก่อน ทำให้ครึ่งแรกจบลงที่สกอร์ 1-0 เท่าเดิม ครึ่งหลัง สเปนพยายามโหมบุกหนักเพื่อหวังประตูตีเสมอ แต่อิตาลีก็ใช้ทีเด็ดในจังหวะสวนกลับ เอแดร์ ได้บอลหลุดเดี่ยวควบเข้ากรอบเขตโทษ แต่จังหวะยิงไปติด เด เคอา ที่ออกมาบล็อคเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม นาทีที่ 69 ทีมกระทิงดุได้ลุ้นบ้างจากลูกยิงด้วยซ้ายของตัวสำรอง อาริตซ์ อาดูริตซ์ แต่บอลก็ยังถากเสาไกลออกไป อิเนียสต้า ใกล้เคียงที่จะตีเสมอให้กับสเปนเช่นกัน จากลูกยิงฮาล์ฟวอลเลย์แบบไม่จับ แต่ บุฟฟ่อน ก็ยังเซฟเอาไว้ได้ ต่อมาอีกไม่กี่นาที ผู้รักษาประตูทีมอัซซูรี่ก็ต้องออกแรงอีกครั้ง คราวนี้เป็นการปฏิเสธลูกยิงของ เคราร์ด ปิเก้ ช่วงท้ายเกม ปิเก้ ซึ่งดันมายืนค้ำในแดนหน้า ได้โอกาสทองอีกครั้ง โดยได้ยิงจ่อๆ หน้าปากประตู แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะ บุฟฟ่อน ได้อยู่ดี กลายเป็นว่าอิตาลีมาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มัตเตโอ ดาร์เมียน ปาดบอลเข้ากลางให้ เปลเล่ ตวัดยิงโล่งๆ สวนตัว เด เคอา เข้าไปสู่ก้นตาข่ายเป็น 2-0 ก่อนที่เกมจะจบลงที่ตรงนี้ ทำให้แชมป์เก่าอย่างสเปนร่วงตกรอบ และถือเป็นการล้างแค้นจากเมื่อ 4 ปีก่อนในนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จ สำหรับขุนพลอัซซูรี่ รายชื่อผู้เล่น อิตาลี: จานลุยจิ บุฟฟ่อน; เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, อันเดรีย บาซาญี่; ดานิเอเล่ เด รอสซี่ (ติอาโก้ ม็อตต้า 54'), เอมานูเอเล่ จาคเครินี่, มาร์โก้ ปาโรโล่, มัตเตีย เด ชีโญ่, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ (มัตเตโอ ดาร์เมียน 84'); เอแดร์ (ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ 81'), กราเซียโน่ เปลเล่ สเปน: ดาบิด เด เคอา; เคราร์ด ปิเก้, เซร์คิโอ รามอส, ฆวนฟราน, ฆอร์ดี้ อัลบา; เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เชส ฟาเบรกาส, อันเดรียส อิเนียสต้า; ดาบิด ซิลบา, โนลิโต้ (อาริตซ์ อาดูริตซ์ 46' (เปโดร โรดริเกซ 81')), อัลบาโร่ โมราต้า (ลูคัส วาซเกซ 70')

กานต์ เคพีเอ็น รับรางวัล เยาวชนต้นแบบอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ /  กานต์ KPN / 

กานต์ เคพีเอ็น ปลื้ม! รับรางวัล 'เยาวชนต้นแบบอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย' ปิ๊งไอเดีย 'อยากทำดนตรีไทยให้อินเตอร์!' นับเป็นอีกครั้งกับความภาคภูมิใจในชีวิตของหนุ่ม กานต์ เคพีเอ็น (กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์) นักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2558 จากเวที เคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 24 ซึ่ง ล่าสุดได้เข้ารับรางวัล เยาวชนต้นแบบอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย จากโครงการ อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ในคณะ กมธ.การศาสนา ศิลปะวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ณ อาคารรัฐสภา 2 กรุงเทพมหานคร ร่วมกับเยาวชนคนเก่ง อาทิ เมสซี่เจ - สิบตำรวจตรี ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย, ป๊อป - ดลฤดี ปานดวง รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เยาวชนคนเก่ง ปี 2558 และ เทนนิส - ภาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดหญิงทีมชาติไทย แชมป์เทควันโดหญิงโลกปี 2558 กานต์ เคพีเอ็น เผยความรู้สึกว่า "รู้สึกดีใจที่ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ได้ให้โอกาสที่ดีตรงนี้กับผมเป็นเยาวชนต้นแบบ ซึ่งในแง่ของการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยที่ชัดเจนสำหรับผมมากที่สุดคงจะเป็นการเล่นดนตรีไทย เพราะผมถูกปลูกฝังให้เล่นดนตรีไทยเป็นตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนจิตรลดา เลยมีความคุ้นเคยกับศิลปวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่ โขน นาฏศิลป์ ตลอดจนดนตรีไทย ซึ่งผมเล่นดนตรีไทยเป็นก็จากที่นี่เลยครับ" กานต์ เคพีเอ็น "คนส่วนใหญ่ที่คิดว่าการเล่นดนตรีไทยมันเชย แต่ในความเป็นจริงฝรั่งที่เขามาเที่ยวบ้านเรา เขายังงงว่าเครื่องดนตรีไทยที่ทำด้วยไม้ เช่น ขลุ่ย ซอ ระนาด เล่นประกอบกันเป็นวงได้ด้วยหรอ เขาดูแล้วรู้สึกมหัศจรรย์เพราะมีเสียงที่ไพเราะ ทั้งๆ ที่ทำมาจากไม้ เพราะบ้านเขายังต้องใช้เหล็กทำอยู่เลย จริงๆ ต่างชาติไม่ได้มองไทยล้าสมัย แต่เราต่างหากที่มองตัวเราเองว่าล้าสมัยทั้งที่เราควรใช้ตรงนี้เป็นจุดแข็งของตัวเราเองด้วยซ้ำ ผมเองยังมีความคิดอยากทำดนตรีไทยให้อินเตอร์ด้วยการสอดแทรกเสียงดนตรีไทยเข้าไปในทำนองเพลงเพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น นี่ยังเป็นไอเดียอยู่นะครับ แต่ผมก็อยากจะทำให้ได้เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ได้รำลึกถึงดนตรีไทยและขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่ดี อย่างการไหว้ การพูด การอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพต่อผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ และเยาวชนทุกคนควรยึดถือปฏิบัติ ผมก็อยากจะเชิญชวนให้เยาวชนทุกคนรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่ดีนี้ไว้ให้อยู่คู่สังคมไทยบ้านเรากันตราบนานเท่านานด้วยนะครับ" กานต์ เคพีเอ็น กานต์ เคพีเอ็น กานต์ เคพีเอ็น สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารอัพเดทผลงาน ของ กานต์ เคพีเอ็น (กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์) ได้ที่อินสตาแกรม @Karnkpn และสามารถติดตามข่าวสารศิลปิน เคพีเอ็น อวอร์ด คนอื่นๆ ได้ที่ www.kpnaward.com/ www.facebook.com/kpnaward/Instagram : @kpnaward KPN Award 24 : กานต์ KPN7 "Fly Me To The Moon + เก็บอยู่ในหัวใจ" - 4 April 2015 youtube channel : kpnaward Official KPN Award 24 : #THELASTSTEP : กานต์ "รถของเล่น" - 14 Feb 2015 youtube channel : kpnaward Official มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

นี่แหละ !! นางร้ายที่กระแสแรงในตอนนี้
นางร้าย /  ป้ายแดง / 

   เชื่อว่าถ้าละครไทยขาดนางร้ายในเรื่องแล้วล่ะก็ ละครเรื่องนั้นจะขาดสีสันไปในทันที โดยเฉพาะนางร้ายที่เล่นให้คนดูเชื่อว่าพวกธอนั้นร้ายจริง แต่บรรดานางร้ายที่กระแสแรงในตอนนี้ก็มีไม่กี่คนเพราะบางคนก็ผันตัวเองอัพเกรดเพิ่มเลเวลไปเป็นนางเอกกันหมด จนทำให้นางเอกบางคนต้องผันมาเล่นร้ายกันแล้ว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ     ต๊าย !! ใครจะเชื่อว่าฝีไม้ลายมือของสาวหน้าหวานที่ดูสุดแสนจะเรียบร้อยอย่างจั๊กจั่น อคัมย์สิริ ที่หันมาพลิกคาแรกเตอร์เล่นร้ายแล้วจะแซ่บเว่อร์ทำให้คนดูเกลียดได้มากมายขนาดนี้ แหม..ก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่านางจะเคยเล่นร้ายมาก่อนในเรื่อง”สุสานคนเป็น” แต่พอมาร้ายอีกครั้งใน”ลิขิตริษยา” ก็ร้ายแซ่บเว่อร์มากกว่าเรื่องก่อนเป็น100 เท่าเลยทีเดียว โถ..ต้องบอกเลยว่าช่วงนี้สาวจั๊กจั่นคงต้องงดเดินตลาดสดไปอีกนานเลยแหละ หยาดทิพย์ ราชปาล     แหม...เรียกว่าไม่เสียศักดิ์ศรีดีกรีนางเอกเก่าที่ตอนนี้เริ่มผันตัวมาเล่นร้ายสำหรับสาวหยาด หยาดทิพย์ ราชปาล เพราะฝีไม้ลายมือนางยังเหมือนเดิมแต่ที่เพิ่มเติมคือความร้ายกาจของนางถึงแม้ก่อนหน้านี้ใครจะมองว่าสาวหยาดเป็นนางเอกตกกระป๋องแล้วก็ตาม แต่บท”สาลี่” จาก “นางทาส” ก็คืนชีพให้กับสาวหยาดได้อีกครั้ง แต่ถ้าดูให้ดีจะเห็นว่าฝีมือด้านการแสดงของนางพัฒนาตามขึ้นไปด้วยนั้นเอง โยเกิร์ต รวีวรรณ     ต้องยกนิ้วและปรบมือรัวๆให้กับนางร้ายป้ายแดงที่ฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับสาวโยเกิร์ต รวีวรรณ เพราะนี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นผลงานการแสดงครั้งแรกของเธอนี่คงคิดว่าสาวโยเกิร์ตเคยผ่านงานแสดงมาก่อนอย่างแน่นอนเพราะบท”บุญมี” จาก”นางทาส” แจ้งเกิดให้เธอเต็มๆ เรียกว่านางเอาอยู่จริงๆ กับบทร้าย และเชื่อว่าถ้าบรรดาผู้จัดได้เห็นการแสดงของสาวโยเกิร์ตแล้วล่ะก็ รับรองว่างานละครจะต้องไหลมาเทมาอย่างแน่นอน น้ำชา ชีรณัฐ     ใครว่าสาวร่างเล็กอย่างน้ำชา ชีรณัฐ เล่นร้ายได้แซ่บเว่อร์บ้างยกมือขึ้น งานนี้เรียกว่าได้ใจไปเต็มๆ สำหรับการแสดงพลิกบทบาทของสาวน้ำชา จากนางเอกสาวแล้วมาเล่นเป็นคุณหนูขี้วีนเอาแต่ใจในละคร”เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ” ถึงแม้ละครจะลาจอไปแล้วแต่คุณหนูโสมมิกา ยังอยู่ในใจใครหลายคน เพราะคนตั้งติดแฮชแท็ก “ทีมโสมมิกา” กันเพียบ เอาเป็นว่ากระแสความร้ายและความเอาแต่ใจของโสมมิกา ได้ใจคนดูไปเต็มๆ มะปราง วิรากรานต์     อยู่ในวงการกับบทนางร้ายมานานและก็เล่นได้ร้ายคนดูเกลียดได้ไม่มากก็น้อยสำหรับสำหรับสาวอารมณ์ดีอย่างมะปราง วิรากรานต์ ช่วงนี้เรียกว่างานก็รุ่งรักก็เริ่ด เพราะบท “อีแอบ” บ่าวช่างยุของสาลี่ ใน”นางทาส” ก็เรียกกระแสงานอีเว้นต์ให้กับสาวมะปรางได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ดาว พิมพ์ทอง     เป็นนางร้ายที่มาเงียบๆ แต่นางฟาดเรียบจริงๆ สำหรับสาวดาว พิมพ์ทอง นางร้ายขาวเว่อร์ เพราะล่าสุดนางไปโผล่ที่ซีรี่ส์ เรื่อง“Home Club Friday The Series 7 เหตุเกิดจากความรัก” กับบทของ “ขวัญ”แอร์โฮสเตสสาวสวยที่เข้าทำให้ชีวิตรักของ “ชา”สถาปนิกสาวต้องเลิกรากับแฟนหนุ่มเจ้าชู้ เรื่องนี้ถ้าใครได้ดูก็ต้องอยากปรี่เข้าไปตบสาวดาวสักฉาก2 ฉากอย่างแน่นอน

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ร่วมสนุกชิงเสื้อ 45th THE LEGEND OF THE GUITAR
Big Ass /  Blackhead / 

ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการเพลงไทยจะต้องถูกจารึกไว้อีกครั้ง กับเทศกาลดนตรีระดับชาติ ในงาน 45th THE LEGEND OF THE GUITAR เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของตำนานหนังสือเพลง เดอะกีตาร์ พบกับศิลปินชั้นนำระดับประเทศถึง 3 ยุค กว่า 20 วง ตั้งแต่ยุค 1970 – ปัจจุบัน ในรูปแบบโชว์ ON GOING SHOW CASE บนเวทีเดียว อลังการงานสร้างด้วยฉาก และระบบแสง-สี-เสียงเต็มรูปแบบ! ชวนแฟนคลับเวบไซต์ music.mthai.com ร่วมลุ้นชิงเสื้อ 45th THE LEGEND OF THE GUITAR เพียงตอบคำถามดังนี้… Loading... คลิกเพื่อหาคำตอบได้ที่นี่ ผู้โชคดีที่ตอบคำถามได้ถูกต้องและถูกใจทีมงาน จะได้รับ เสื้อ 45th THE LEGEND OF THE GUITAR จำนวน 20 รางวัล ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม เวลาเที่ยงตรง โดยทางทีมงานจะประกาศผลผู้โชคดีทางเว็บไซต์ music.mthai.com ภายในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้

สะเทือนใจอะไรขนาดนั้น!? กุน เผยแข้งฟ้าขาวเตรียมพาเหรดเลิกเล่นทีมชาติ
ลิโอเนล เมสซี่ /  ลูคัส บีย่า / 

หลังจาก ลิโอเนล เมสซี่ เปรยหลังจบ โคปา อเมริกา เซนเทนาริโอ 2016 ด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ว่าเขาจะเลิกเล่น ทีมชาติอาร์เจนติน่า หลังจบทัวนาเม้นท์ดังกล่าวไปแบบสุดช็อก แฟนบอลทีมฟ้าขาวต้องช็อกต่ออีกครั้ง เมื่อ "กุน" เซร์คิโอ อเกวโร่ ออกมากล่าวว่ามีผู้เล่นหลายคนที่คิดจะหันหลังให้ทีมชาติ หลังพาอาร์เจนติน่าเป็นได้แค่รองแชมป์ โดยมีผู้เล่นอย่าง ลูคัส บีย่า, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, อังเคล ดิ มาเรีย, เอเซเกล ลาเวซซี รวมถึงตัวเอขาเองอีกด้วย  ที่อาจจะอำลาทีมชาติอาร์เจนติน่าหลังจบทัวร์นาเม้นท์ดังกล่าว หลังจากนี้คงต้องดูท่าทีผู้เล่นชื่อดังของอาร์เจนติน่าอีกทีว่าพวกเขาจะลงเอยเช่นใด และต้องรอดูว่าผู้เล่นที่มีข่าวนั้นจะกลับมาลงทำศึกให้อาร์เจนติน่า ในเกม ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ในวันที่ 1 กันยายนที่จะถึงนี้หรือไม่

ตูน ว่าไง?? ก้อย เปรยแรง! อยากมีโมเม้นท์แบบ เป๊ก-นิว
ก้อย ตูน ข่าวดี /  ก้อน ตูน แต่งงาน / 

งานเข้ามั้ย? ดาราสาว ก้อย รัชวิน โพสต์แสดงความยินดีหลังหนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ทำเซอร์ไพร้ส์นักร้องสาว นิว นภัสสร(นิว-จิ๋ว) คุกเข่าขอแต่งงานกันบนเวทีคอนเสิร์ตเมื่อวันก่อน(26 มิ.ย.) แถมแอบแย่บช่วงท้ายๆ ไว้ว่า อยากมีโมเม้นท์นี้บ้าง อะไรบ้าง!! ดังนี้ “โอยยยยย ยินดีกับน้องชาย @peckprem เพื่อนคนแรกในวงการบันเทิงของข้าพเจ้า #เห็นกันมาตั้งแต่นางใส่ชุดนักเรียนสวนกุหลาบมาถ่ายรายการ และ @brandnew_nj ด้วยน้าาาา ดีใจหนักมากกก ดูคลิปขอแต่งงานแล้วน้ำตาจิไหลลล #ไม่ใช่อะไร #อยากมีโมเม้นต์แบบนี้บ้าง5555 #อ่ะเล้อเล่ง #เห็นคู่นี้รักกันมาตั้งแต่ก้อยไปเล่นmv #อย่าเอาความเหงามาลงที่ฉัน #ต่อจากนี้ไปไม่มีคำว่าเหงาแต่จะมีคำว่าเราตลอดไป #ฮิ๊ววววว #รักกันตลอดไปน้าาา Cr. ขอบคุณเจ้าของภาพนี้ด้วยนะก้ะ ปล. ไม่คิดว่า @peckprem จะโรแมนติกขนาดนี้! ดีใจกับนิวที่สุดเลยฮะ :)” เอาไงล่ะจ๊ะพ่อหนุ่ม ตูน บอดี้สแลม คอนเสิร์ตครั้งหน้าจัดเลยมั้ย?? อิอิ ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @rachwinwong ก้อย รัชวิน โพสต์ ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู”
กฤษดา สุโกศล แคลปป์ /  ก้องเกียรติ โขมศิริ / 

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู” “โอกาสที่จะได้บท ได้เล่น ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าโอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ นักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มาถึงมือ ยูอย่าพลาด พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ไม่ว่าจะออกมาเป็นยังไง อย่าปล่อยมัน”  น้อย วงพรู กล่าว แม้การสวมบทบาทเป็นมือปราบสายเวทย์อย่าง ขุนพันธรักษ์ราชเดช จะเป็นเรื่องยาก แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าในกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่ยากระดับปราบเซียน และก็ไม่ใช่ว่าจะให้ใครมารับบทนี้ได้ง่าย ๆ นั่นก็คือบทบาทของมหาโจรผู้เหี้ยมโหด ชั่วร้ายแต่ก็มีมุมรักพวกพ้อง อัลฮาวียะลู คือชื่อตัวละครดังกล่าวนั้นก่อนที่หัวโขนของบทบาทนี้จะถูกสวมลงที่ศีรษะของ กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู และวันนี้ เราจะไปฟังกันว่าดาวร้ายผู้นี้มีอะไรอยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมได้ฟังก่อนที่จะไปเต็มอิ่มกับการแสดงของเขาในโรงภาพยนตร์  เมื่อได้ยินชื่อโปรเจกต์ครั้งแรก และถูกทาบทามให้มาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ หลายคนทราบว่าผมก็เล่นอันธพาลกับโขมมาก่อน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมากสำหรับผม ตอนที่โขมโทรมาชวนรับทันทีเลยครับ พอได้คุยกันปั๊บ ก็ยิ่งอยากเล่น มันเป็นโอกาสที่พลาดไม่ได้นะครับ ตอนแรกที่พอได้อ่านบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมากเลย จะทำได้เปล่า จะทำถึงเปล่า มันยากนะ จำได้ว่ามีซีนหนึ่ง ไม่ใช่ซีนแอคชั่น ส่วนมากน้อยจะเริ่มเครียด และเริ่มคิดว่าจะทำได้เปล่า เป็นซีนที่ต้องพูดเยอะมาก เป็นซีนที่น้อยเผชิญหน้ากับอนันดาครั้งที่ 2 ที่นั่งด้วยกัน ซึ่งเป็นซีนที่หลายคนได้เห็นในทีเซอร์ที่กินลูกกระสุน สิ่งที่ผมต้องพูดกับอนันดานี่เยอะมากเลย เกือบหน้าหนึ่งนะครับ ซึ่งคำที่ใช้ ศัพท์ที่ใช้ เป็นภาษาไทยสมัยก่อนด้วยผมก็เหนื่อย ผมก็ โอ้โห (หัวเราะ)  ทราบว่าขุนพันธ์เป็นภาพยนตร์แอคชั่นเต็มรูปแบบ ทั้งส่วนของเอฟเฟกต์ ระเบิดกระสุน ไปจนถึงการแสดงที่ต้องเชือดเฉือนกันแบบมันส์หยดเลยทีเดียว โดยเฉพาะน้อย-กฤษดา กับ อนันดา ใช่ครับอย่างตอนเราอ่านบท ซีนนี้แอคชั่นมันส์แน่เราอยากเล่น แต่นี่เป็นซีนที่เผชิญหน้ากันระหว่าง2ตัวละครสำคัญซึ่งเป็นคู่ปรับกัน แล้วคำที่เราพูดมันลึกเหลือเกิน คือว่าไดอะล็อคมันดีมาก โมโนล็อคมันดีมาก แล้วมันแรงเหลือเกิน มันขึ้นมาจากข้างใน แต่เรานิ่งนะครับ มันเหมือนเปรียบเป็นแอคชั่นในตัวของเรา เพียงแต่เวลาเราพูดจะนิ่งหน่อย สำหรับนักแสดงมันท้าทายมากนะ ทั้งน่ากลัวแล้วก็ทั้งมันส์ ก็เลยตื่นเต้นกับซีนนี้มากเป็นพิเศษเลยครับ  คาแรคเตอร์ “อัลฮาวียะลู” มหาโจรผู้เหี้ยมโหด ที่ถ่ายทอดการแสดงแบบเกินร้อยของน้อย กฤษดา เป็นอย่างไร อัลฮาวียะลู ก็คือคู่ปรับของขุนพันธ์ เป็นโจรทางภาคใต้ เขาจะปกครองดูแล และคุ้มครองผู้คนในเขตพื้นที่ของเขานะครับ ในอดีตที่ผ่านมาตัวเขาเอง ครอบครัวได้ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ชีวิตเขาเองจะค่อนข้างโดดเดี่ยว หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจใครสักเท่าไหร่ สำหรับเขาแล้วรู้เพียงอย่างเดียวว่านี่คือพื้นที่ของเขา คนพวกนี้เป็นชาวบ้านของเขา เป็นคนของเขา ที่เขาต้องคุ้มครอง และในพื้นที่ของเขาใครจะเข้ามาเขาไม่สน แต่เขาพร้อมจะลุกขึ้นปกป้อง และป้องกัน โดยจะทำทุกอย่างครับ เขาเป็นคนที่มองทุกอย่างเป็นแค่ขาว-ดำเท่านั้น เวลาผมอ่านบทก็จะรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งที่เขาพูดมันจะเป็นแบบเหมือนกับการออกคำสั่ง อืม อืม อืม แรงเสมอ   ถ้าให้คำจำกัดความของอัลฮาวียะลู อัลฮาวียะลู มหาโจรที่ฆ่าไม่ได้ ตายไม่เป็น ขุนพันธ์อาจจะล่าเราได้ แต่ฆ่าเราไม่ได้ เพราะตัวอัลฮาวียะลูเอง มีทั้งความโหดเหี้ยม โหดร้าย คือเป็นโจรที่ฉลาดด้วยนะครับ สามารถฆ่าคนโดยที่ไม่คิดอะไร แต่จะมีอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าเกิดนี่คือที่ของเขาคุณก็จะตายทันที ชื่อของเขาอัลฮาวียะลู แปลว่าหลุมที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งตัวขุนพันธ์ (อนันดา) จะต้องเข้าไปในหลุมนี้ที่ลึกเหลือเกิน เพื่อที่จะดึงความเป็นปมบางอย่างของอัลฮาวียะลู เพื่อที่จะปราบอัลฮาวียะลู เราจะได้เห็นกันว่าขุนพันธ์ทำได้หรือไม่ เป็นตัวละครที่ไม่ธรรมดา มีทั้งความสามารถพิเศษเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่องยิงไม่เข้า คงกระพันและมีอาวุธที่ใช้ประจำตัว อัลฮาวียะลู เขาก็จะมีอาวุธในหลายรูปแบบ นอกเหนือจากการที่เล่นของอยู่แล้ว จะมีกริช มีรอยสักซึ่งเป็นสิ่งที่ป้องกันเขาได้ จริงๆโขมก็เป็นคนบอกมาเองนะครับว่า เวลาเปรียบเทียบพี่น้อยจริงๆแล้วมันไม่ต่างจาก ลอร์ดเวเดอร์นะ ซึ่งจะต้องมีไลท์เซเบอร์ การใช้บังคับคนด้วยจิตได้อะไรอย่างนี้ มีอาวุธ มีอาคม คงกระพัน จริงๆเขาจะค่อนข้างมีทุกอย่างครบถ้วนในคาแรคเตอร์ของเขา และในสุดท้ายเขาจะรู้สึกอย่างนั้นว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ สำหรับผมแล้วคิดว่าตัวขุนพันธ์ไม่น่ามาปะทะกับโจรคนไหนที่มีครบทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ อย่างอัลฮาวียะลู เพราะเขาตายไม่เป็น เวลาเราเล่นบทอัลฮาวียะลูนี่รู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นทั้งวิญญาณ เป็นมนุษย์ ซึ่งผมว่าขุนพันธ์เองก็น่าจะไม่เคยเจอมาก่อนนะครับ ในการที่ต้องถ่ายทอดตัว “อัลฮาวียะลู” หัวหน้าโจรผู้โหดเหี้ยม ที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับตัวตนของ น้อย กฤษดา เลย ต้องมีการเตรียมตัวหรือทำอะไรเป็นพิเศษบ้าง การเตรียมพร้อมก็จะเริ่มตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง  แล้วพอมาถึงในช่วงของการถ่ายทำ ในแต่ละฉากก่อนเล่น ก็ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบท อัลฮาวียะลู ซึ่งเป็นตัวละครที่ค่อนข้างห่างไกลจากคาแรคเตอร์เรามาก การที่บทภาพยนตร์เรื่องนี้มันมีมิติเหลือเกิน แล้วอัลฮาวียะลูเอง อาจไม่ได้เป็นคาแรคเตอร์จริงอย่างขุนพันธ์ แต่ว่าก็ยังมีโจรอีกหลายต่อหลายคน ที่ในชีวิตจริงขุนพันธ์เคยปราบมาแล้วนะครับ   เราก็พยายามเบสคาแรคเตอร์ของเรา กับโจรที่เป็นจริงเหล่านั้นครับ เลยเกิดการตีความ 2 อย่างเราก็พยายามทั้งศึกษาว่า โจรสมัยโน้นเขาเชื่อมั่นในสิ่งอะไร จุดยืนเขาอยู่ที่ไหน เขาเกิดมาเป็นอย่างไรถึงคิดกลายเป็นโจรอย่างนั้น อีกอย่างหนึ่งเราก็พยายามใช้จินตนาการ การตีความ อย่างการที่คาแรคเตอร์เราก็ไม่ได้เป็นจริงด้วย เราก็สามารถใช้อิมเมจิเนชั่นมาสร้าง มันสามารถสร้างสีสันได้ เพราะอย่างในเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ของอัลฮาวียะลู ที่คล้ายๆของขุนพันธ์ด้วยใช่ไหมครับ  ผมก็แบบแอบดูว่าอนันดาเขาเดินยังไง  ขาเขาจะเป็นยังนี่ ไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาจะเรียกยังไงฮะ ขาเขาจะเขย่งครับ น้อยก็จะเริ่มเดินเหมือนอนันดานิดหน่อยแล้วกัน ให้มีอะไรใกล้เคียงกันในการมูฟเม้นท์นิดหน่อยนะครับ (หัวเราะ) ถ้าเปรียบเป็นมวยก็ถือได้ว่าถูกคู่และสมศักดิ์ศรี อนันดา กับน้อย-กฤษดาจับคู่ทางด้านการแสดงรวมไปถึงบู๊แอคชั่น อยากให้พูดถึงการทำงานกับอนันดา ผมจะอายุมากกว่าอนันดา ห่างกันเกือบเจนเนอเรชั่นหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เหมือนอนันดาเข้ามาในวงการก่อนน้อย ก่อนเป็นน้อยวงพรูผมก็จะเห็นอนันดาอยู่แล้ว แล้วเราก็ยังติดภาพมองเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์นะครับ แต่ผมก็พอรู้ว่านิสัยเขาเป็นยังไงอยู่แล้ว เขาเป็นคนที่ติดดินมากครับ แต่ผมจะตื่นเต้นเสมอนะครับ ไม่ว่าจะแสดงกับใครก็ตาม แต่ถ้าเกิดเป็นพวกดาราแบบใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอนันดา หรือว่าชาคริต ผมจะตื่นเต้นเสมอ ผมยังมองเขาเป็นสตาร์ครับ จนกว่ามาเล่นซีนด้วยกันซึ่งอันนั้นผมก็ต้องเริ่มมีสมาธิจริงแล้ว เวลาที่ผมเล่นในขณะนั้นข้างในผมหัวใจกำลังเต้นไวอยู่นะ มันตื่นเต้น โดยเฉพาะซีนแรกครับ สิ่งที่ผมชื่นชม ผมอิจฉานิดหน่อยกับอนันดา เขาเป็นนักแสดงที่รีแลกซ์มากครับ ตั้งใจ เป็นคนที่คอนเซนเทรตได้ทันทีนะครับ การแสดงมันก็สนุกตรงนี้ การรับบทต่อกันแล้วเราก็จะเริ่มเรียนรู้คนนี้แสดงดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอนันดา ซึ่งสิ่งที่เขาทำได้ดี มันเหมือนกับว่าเราเองก็รู้ว่านี่เป็นอนันดาที่เล่นอยู่ใช่ไหมครับ เราจะเชื่อว่าเขาเป็นคาแรคเตอร์นั้น เวลาเขาเล่นบทเป็นขุนพันธ์ เราก็เชื่อว่าเขาเป็นขุนพันธ์ ถึงแม้เราจะรู้ว่านั่นคืออนันดานะ นั่นคือสัญลักษณ์ของนักแสดงที่ดี ที่มีพรสวรรค์ ความสามารถที่พิเศษ ซึ่งบางทีอนันดาอาจจะนิ่งไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้ มันก็เป็นสิ่งที่ผมสังเกตเวลาเล่นกับอนันดานะครับ พลังเขาออกมา แม้เขาจะนิ่งๆ แล้วพอเราแสดงด้วยกันเราก็เริ่มรู้แล้วว่า จะจ้องตากัน สบตากัน หรือจะชกต่อยกัน จะรับกันยังไง เพราะคาแรคเตอร์ผมก็จะแรงเสมอ อนันดาก็จะรับ เล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังของการทำงานในฉากยากๆ ว่าเหนื่อยขนาดไหน สาหัสอย่างไร จริงๆ มันก็มี 2 ฉากนะครับ ก็คือฉากไคล์แมกซ์ของภาพยนตร์ที่ต้องสู้กัน ที่ 2 คนต้องมาแรงใส่กัน แล้วมันก็เหนื่อยจริงๆ ฉากแรกที่ผมเจอเขา เขายังปลอมตัวอยู่ ฉากที่ 2 นี่รู้แล้วว่ามึงเป็นใคร แล้วผมเตรียมตัวแบบ รู้ว่า โอเค ยูตื่นเต้นไม่ได้ ยูต้องโฟกัสนะ ตอนนั้นเราก็ถ่ายที่กุยบุรี มันเหมือนเวลาจะขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ที่อิมแพ็คอะไรอย่างนี้ บางทีมันก็ซ้อมก็คิดมาเยอะแล้ว พอถึงจุดนั้นอย่าตื่นเต้น อย่าไปคิดมากเกินไปให้มันรีแลกซ์ เราก็แสดงได้ดีขึ้น ซีนนั้น ผมก็บอกทุกคนว่าผมขอขับรถผมไปได้ไหม ขอขับรถดูวิวของกุยบุรีที่มันมีภูเขา เริ่มต้องเตรียมพร้อมต้องอินแล้วกับซีนนี้ แล้วผมก็เปิดเพลงของเดอะคิลเลอร์ เพลงแร็ป เหมือนกับมันเป็นเพลงสกอร์ภาพยนตร์ให้กับคาแรคเตอร์ผมครับ แล้วเพลงก็แบบแรง ผมก็กำลังมา แล้วผมก็บอกทีมงานว่า เวลาพร้อมก็โทรมาหาน้อยนะ น้อยรีบขับกลับมาเลย ผมก็แต่งตัวอย่างนี้ในชุดอัลฮาวียะลู ผมก็อินกับคาแรคเตอร์แล้ว มาแล้วเว้ย แล้วพอไปถึงฉากมันต้องโฟกัสมากเลยฮะ นั่นก็เลยเป็นฉากที่มันส์ดีแต่ก็เหนื่อยมาก ประมาณ 2-3 เทคฮะ เริ่มไม่พร้อม เหนื่อยแล้วๆ แต่พอเสร็จแล้วอนันดาก็บอก เฮ้ยทุกคน..เป็นไง (หัวเราะ) ในภาพยนตร์ขุนพันธ์แล้ว ยังมีอีกตัวละครที่มีความสำคัญมากๆ ที่จะต้องเกี่ยวพันกับตัวอัลฮาวียะลู นั่นคือหลวงโอฬาร ซึ่งรับบทโดย แฟรงค์ ภคชนม์ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันครั้งที่ 2 แล้วหลังจากอันธพาล กับแฟรงค์นี่เป็นนักแสดงที่ผมให้ความนับถือมากๆ ครับ ถ้าเกิดที่เมืองนอกเขาจะเรียกว่าคาแรคเตอร์แอคเตอร์ เขาอาจจะไม่ได้เป็นแบรด พิตต์ แต่ละคนที่มีฝีมือเยอะเหลือเกินมีโอกาสให้เขาได้โชว์ฝีมือที่เขาเล่นอย่างนี้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นกับแฟรงค์มาก่อนในอันธพาล แล้วพอมาในเรื่องนี้บทก็ไม่เหมือนกันเลย แล้วเวลาผมแสดงกับเขา ผมก็รู้สึกได้เลยว่านี่เป็นนักแสดงที่แท้จริง เขาเหมือนเป็นนักแสดงแล้วพอเขาเปลี่ยนมาเล่นบทอะไรก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง สามารถพลิกบทบาทได้ ให้ตัวละครตัวนั้นโดดเด่น อย่างเรื่องอันธพาลแฟรงค์ก็เป็นตัวไม่ดี อันนี้ก็อีกคาแรคเตอร์หนึ่ง แล้วเขาทำได้ดีมากครับ ผมก็อยากร่วมงานกับแฟรงค์อีกนะครับ จากการทำงานที่ผ่านมาในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์คิดว่าฉากไหนยากที่สุด สำหรับฉากที่ยากมันก็จะมี 2 สไตล์ มันจะมีทั้งฉากที่ไม่ต้องเคลื่อนไหวเลย แค่พูดกันแล้วส่งบทกัน ต้องมีสมาธิมากๆ ซึ่งฉากพวกนั้นจะยากมากอยู่แล้ว อีกฉากหนึ่งก็น่าจะเป็นฉากที่มันเหนื่อยครับ แล้วผมก็ไม่เคยเลยจริงๆนะครับ แสดงอยู่บนเซต ไม่ใช่แค่ 24 ชั่วโมงนะ 36 ชั่วโมง ผมจำได้ถ่ายตั้งแต่เจอกัน 6 โมงเช้า เป็นฉากแอคชั่นสุดท้ายนะครับ6 โมงเช้า ผมก็นึกว่าจะเสร็จภายใน 6 โมงเย็นอย่างนั้น แล้วก็ไปเรื่อยๆอีก จนถึงเที่ยงคืนแล้ว ผมก็เริ่มเหนื่อยแล้ว จนบางที ซีนหนึ่งนี่แสดงๆกันไป แล้วพอคัท เทค 1 เสร็จแล้วก็รอเทค 2 ใหม่ นั่งรอแล้วก็นั่งหลับ เทค 2 โอเค อีกทีหนึ่ง จนต่อถึงเที่ยงวันต่อไป จริงๆนะครับไม่ใช่แค่น้อยคนเดียวนะครับแต่คนอื่นด้วย แต่มันต้องทำให้เสร็จครับ วันนั้นเหนื่อยมากเลย ผมไม่เคยเล่นหนังที่เหนื่อยขนาดนี้มาก่อน มันก็สมควรเหนื่อยนะครับกับฉากนี้ เพราะว่าตอนถ่ายวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายด้วย แล้วก็ซีนแอคชั่นสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย และการที่ต้องมาชกต่อยกัน ยิง แทงกันครับ ก็เหมือนกับเป็นฉากแอคชั่นที่เหนือจริงที่มโหฬาร แล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนการที่นอกเหนือจากการยิงกัน แทงกัน ชกๆๆ แล้วมันก็มีการที่ต้องยกมอเตอร์ไซค์ให้มันลอย ผมเริ่มรู้สึกเหมือนอเวนเจอร์อย่างนี้ (ขำ) เวลาที่เขาไปโพสต์โปรดักชั่นของเขา เราก็ตื่นเต้นนะครับ อยากดูจริงๆว่ามันจะออกมาเป็นยังไง รอบตัวเรามองไปทางไหนก็มีแต่คนเสียชีวิต ที่แบบเลือดไหลอะไรอย่างนี้ แล้วการที่ต้องถ่ายทำกันไปแบบ 16 ชั่วโมง 20 ชั่วโมง มันเหนื่อยแต่มันคุ้มครับแล้วมันคุ้มค่าจริงๆ ฟังๆ ดูแล้วเป็นฉากแอ็คชั่นที่นอกจากยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ยังมีรายละอียดค่อนข้างเยอะมากในฉากนี้ ก็คือในซีนนั้นที่เราถ่ายทำไปใน36 ชั่วโมง ถึงแม้ว่ามันก็เหมือนกับเป็นการถ่ายหนังซีนหนึ่ง แต่พอมันคือ1ซีนในสไตล์ของโขมนี่ มันจะยิ่งมีดราม่าในแอคชั่นนะครับ และมันต้องทำทั้ง 2 อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นดราม่าการแสดง แม้แต่แค่รับบทระหว่างกันและกัน กับการชกต่อยกัน คือการถ่ายทอด 2 อย่างในซีนเดียวกัน ซึ่งสำหรับโขมนี่มันต้องได้ เราต้องเข้าใจว่าเวลาเราเล่นหนังมันมีโอกาสครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นมันก็จะอยู่ในจอ มันจะอยู่ตลอดชีวิตนั่นคือผลงานของเรานะครับ เลยต้องทำให้ถึงทำให้ได้ครับ หลายครั้งถึงเราจะเหนื่อย บางทีเราแสดงก็จะรู้สึกว่าผมอินมาก แต่กลายเป็นไฟดันไม่ได้ บางทีการจะอินแบบ 3-4 เทคก็ยาก ทุกคนไม่ว่าจะเป็นไฟ ทีมงาน นักแสดงทั้ง 2 คน มันต้องลงล็อคพอดีเลยครับ ยิ่งสำหรับโขมอย่างพวกเราทุกคนนี่ ฉากแอคชั่นมันก็อาจจะยากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งรถไฟ มอเตอร์ไซค์ มันต้องมาชนกันในจุดนั้นพอดี มันก็เลยเหนื่อยนะครับ แต่ว่าเวลาทำถึงแล้วเราก็รู้สึกดีจริงๆครับ มันก็คุ้มค่ากับการที่เราตั้งใจหรือทุ่มเททำกัน เลยทำให้เวลาเราอิน แล้วปรากฎว่ามีการสั่งคัท เราก็แบบคัททำไม (หัวเราะ) เวลาเล่นผมก็จะคอยสังเกต ซึ่งผมไม่ได้เป็นนักแสดงระดับโลก อย่างคริสเตียน เบล หรือว่า แดเนี่ยล เดย์ ลูอิส ที่ผมได้ข่าวว่าเขาจะอินทั้งวันเลย แต่ผมจะอินแค่ช่วงเวลาถ่ายซีนนั้นนะ แบบเวลาคัท ผมก็อาจจะบางทีผมก็ยังเป็นคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูตอบโขมอยู่ (เสียงใหญ่) อะไรนะ อยากให้ทำอะไรอีกนะ โอเคๆ ได้ๆ ซึ่งกลายเป็นว่าผมยังอยู่ในคาแรคเตอร์นั้นนะฮะ (หัวเราะ) ความประทับใจที่เกิดขึ้นกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันก็มีฉากประทับใจหลายรูปแบบนะครับ เพราะว่าสิ่งที่โขมเขาทำให้มันดีมากๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือเขาสามารถผสมผสานแอคชั่นกับดราม่าได้อย่างดี และลงตัวทีเดียว เวลาเราไปเล่นหนังเขานี่ เราจะสามารถรู้หรือสัมผัส ได้รับรสชาติในการแสดงที่หลากหลายทีเดียว ฉากแอคชั่นที่มันส์นี่ มันไม่ใช่แค่ผมสู้กับอนันดาเท่านั้นนะครับ อย่างมันเป็นเพียงแค่ฉากที่ทำให้เราได้มีโอกาสได้ขี่ม้า จริงๆผมเองก็เหมือนกับนักแสดง เหมือนผู้ชายทุกคน เด็กๆฝันขี่ม้า อยากยิงปืน การเป็นนักแสดงเราโชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสเล่นขี่ม้า ยิงปืน เป็นโจรอย่างนี้ครับ ข้างในเราก็มีความเป็นเด็ก ก่อนที่จะแสดงก็ไปหัดขี่ม้ากัน แล้วเป็นฉากแรกของการถ่ายทำในหนังที่ผมได้ขี่ม้ามาลุย มาปราบพวกตำรวจ แล้วก็ยิงๆ แล้วเราเองไม่ใช่แค่เริ่มมีความสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นๆ แต่เราก็เริ่มมีกับม้าของเราด้วยนะครับ ม้าของเราตัวไหน อยากได้ตัวเดิมนะ มันก็มีความเป็นเด็กของเรานะครับที่แบบขี่แล้วจะเท่ ยิงปืน ผมก็เลยประทับใจกับความรู้สึกตรงนี้ด้วยนะครับ ในภาพยนตร์จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นความเป็นอัลฮาวียะลู และเป็นอีกฉากที่ผู้ชมจะได้เห็นการแสดงของน้อย กฤษดาที่เข้มข้นมากๆ ก็มีฉากหนึ่งซึ่งรู้สึกว่าเป็นฉากเปิดเผยคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูนะครับ ซึ่งคนที่เล่นของ เขาจะทำยังไงก็ได้เพื่อที่จะมีอำนาจ เขาจะเป็นคนที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะมีพลังมากขึ้นนะครับ ซึ่งเป็นซีนที่เขามาเผชิญหน้ากับพระรูปหนึ่ง แต่พระรูปนี้ก็มีของ ของอันนั้นก็คือฟันที่งอกขึ้นอยู่ในเพดานของปาก ซึ่งถ้าเกิดรวมกับอีก 2-3 อย่างนี่ มันสามารถให้เขาเพิ่มพลังได้อย่างสูงทีเดียวครับ ซึ่งต้องรอไปดู ผมก็ไม่เคยแสดงฉากนี้มาก่อน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่คนดูอาจจะได้พบกับพลังของอัลฮาวียะลูครับ ในเบื้องหลังในการเตรียมตัวทำงานก่อนจะเล่นซีนนี้ ผมก็เริ่มฟังเพลง แต่ผมไม่ได้ฟังเพลงน้อย วงพรูนะ แต่ละซีนผมจะมีซาวน์แทรค ครั้งนี้ผมจะฟัง M&M ครับ เพลงแร็พครับเขาจะเหมือนว่าคนนี้กำลังโกรธอยู่ ฟังแล้วก่อนจะเล่นผมก็แบบเตรียมพร้อมมาละ แอคชั่น เวลาที่เราแสดงมันไม่ใช่แค่คิดเกี่ยวกับว่า ได้รับฟันจากเพดานปากนั้นมานะ ผมก็กำลังคิดถึง M&M กับพลังกับเสียงอันแรงของเพลง มันก็บิ้วท์ในสไตล์นี้ครับ สนุกดีครับ ขุนพันธ์คือโปรเจกต์แห่งความเป็นที่สุด ในหนังของโขมนะครับ เขาจะมีบทที่นักแสดงทุกคนอยาก หรือตื่นเต้นที่จะเล่น มีบทที่น่าสนใจเยอะครับ แล้วมันจะสนุก เวลาเราได้เห็นพัฒนาของนักแสดงแต่ละคนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างอ้อม (กานต์พิสชา เกตุมณี) อย่างนี้นะครับ ซึ่งเธอก็เล่นขุนพันธ์ก่อนมาแสดงแม่เบี้ยด้วยซ้ำ การที่เป็นหนังเรื่องแรกของอ้อมนี่ ตอนนี้เธอก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้น เราก็ได้เห็นเธอเดินออกไปเรื่อยๆ มันเหมือนกับสมัยก่อนที่ผมเคยเล่น 13 เกมสยองกับมะเดี่ยว หลังจากถ่ายกันเสร็จก็เจอมาริโอ้ มะเดี่ยวบอกกำลังมีรักแห่งสยาม เด็กคนนี้ก็มีแวว ตอนนี้แบบ โห เป็นซุปเปอร์สตาร์ เวลาเราเห็น เราก็จะติดภาพอนันดาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เวลาเรามาแสดงกับอนันดา มัน โอ้โฮ คนนี้มันเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ผมก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ผมก็เคลื่อนไหวเก่งนะ ผมน้อย วงพรูนะเว้ย ผมเต้นเก่งนะ(หัวเราะ) ผมเคลื่อนไหวได้เยอะนะ แต่มันจะอีกแบบหนึ่งครับ แล้วก็อย่างแฟรงค์ที่ผมก็รักมากอยู่แล้วนี่ สำหรับเขาอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย แต่ถ้าเกิดผมได้เล่นบทเป็นนักการเมืองนี่ มันท้าทายมากกว่าสำหรับเขาอย่างนั้นนะครับ คือทุกคนสามารถมีโอกาสได้พลิก (ล็อค) บทได้ในหนังของโขมนะครับ แล้วผมก็สนุกมากกับการแสดงกับทุกคนนะครับ ได้เห็นสไตล์ใหม่ของแต่ละคน แม้แต่อนันดาก็อาจจะดูเท่มากเวลาชกต่อยแต่ว่ามันก็เป็นการแสดง ส่วนเดี่ยวเขาก็มาทางแอคชั่นอยู่แล้วนะครับ ก่อนที่เราจะเปิดกล้องถ่ายทำหนังเรื่องขุนพันธ์นี้ ผม อนันดา เดี่ยว กบ ก็ไปฝึกขี่ม้ากัน ฝึกชกมวยกันด้วย แต่สำหรับเดี่ยว คือเขาเกิดมาเพื่อเดินสายนี้โดยตรงเขาธรรมชาติ แล้วเราก็ได้เรียนรู้จากเขาเยอะมากทีเดียวด้วย ผมว่าเดี่ยวเขาก็มักจะได้เป็นคนดีในหนังแอคชั่นของเขา แต่คราวนี้ขอโทษนะ เดี่ยวก็เป็นมือขวาของน้อยนะครับ ที่มาปะทะกับอนันดา และการแสดงด้วยกันกับเดี่ยวส่วนมากก็จะสื่อสารผ่านสายตา ก็แบบเคลียร์ๆ “ฆ่ามัน” เราจะได้เห็นอินเนอร์และการทุ่มเทการแสดงแบบสุดตัว ของนักแสดงทุกๆคน รวมทั้ง น้อย กฤษดา ที่ถึงขนาดว่าติดคาแรคเตอร์ความเกรี้ยวกราดของอัลฮาวียะลูกลับบ้านด้วย ในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะกับบทบาทนี้ บางทีเราเองก็เริ่มลืมไปแล้วว่า ตอนนั้นเราอินไปกับบทมากขนาดไหน ผมก็ไม่นึกว่าผมจะเป็นนักแสดงที่เอาบทกลับมาบ้าน เอาคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูบทนี้ติดกลับมาด้วยนะครับ จนมาวันหนึ่งในขณะที่ผมอยู่ที่บ้าน แล้วก็ทะเลาะกับภรรรยาเล็กน้อย แล้วผมก็เริ่มแบบ ชี้หน้า น่าเกลียดมากเลยครับ ผมก็ไม่จริง แล้วภรรยาผมก็ เฮ้ย ยูไม่เคยชี้หน้าไออย่างนี้มาก่อนนะ นี่มันแรงมากเลยนะ ผมลืมไปๆเพราะว่าบทอัลฮาวียะลูเป็นคนที่ชี้บ่อยมาก เป็นคนที่พูดอะไรมักจะออกมาเป็นคำสั่งเสมอ อาจแค่ส่งสายตาอยากให้เบิ้ลความแรงก็จะชี้ ผมก็ขอโทษภรรยา ไอผิด มันไม่ใช่น้อย มันเป็นอัลฮาวียะลู บางทีมันก็เอากลับมาบ้านด้วย ผมไม่นึกว่ามันจะเป็นถึงขนาดนั้นครับ มันเหมือนกับแค่เวลาพูดมันก็เหนื่อยแล้ว เวลาเล่นคาแรคเตอร์นี้ มันก็เป็นความกลัวนิดหน่อยด้วย เวลาแสดงจนไม่กล้าไปดูมอนิเตอร์ รู้สึกแบบมองตัวเองแรง รู้สึกมันไม่ใช่เราอย่างนั้นนะครับ ผมก็รู้สึกว่าหนังไทยบ้านเราช่วงนี้ก็จะเน้นหนังวัยรุ่นเยอะนะครับ ผมก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นแล้วโอกาสที่จะได้เล่นบท ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ โอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ จนกว่าโขมทำหนังอีกเรื่องหนึ่ง จนกว่าสหมงคลฟิล์ม บาแรมยูชวนผมมาเล่นครับ เรารู้ว่าเวลานักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มา พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ยูจะพลาดไม่ได้อย่างนี้ครับ เราก็เลยต้องเต็มที่ แล้วก็จับมัน อย่าปล่อยมัน ท้ายนี้ น้อย อยากฝากอะไรกับ “ขุนพันธ์” เราก็รู้สึกว่าเราเป็นนักแสดงที่โชคดีจริงๆนะครับ ที่โขมเขามาให้โอกาสเราเล่นบทนี้ เหมือนกับพวกหนังตลกผมก็เคยลองแสดงมาบ้าง หนังโรแมนติกก็เคยมาบ้าง นักแสดงหลายๆคนก็อยากมีโอกาสได้เล่นบทร้ายสักเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่าบทร้ายนี่ เราจะได้เล่นอย่างไร ออกมาเป็นอย่างไร นั่นมันเป็นสิ่งที่ท้าทายมากครับ บทร้ายนี่จะ...(ร้ายอย่างไร) ซึ่งมันก็เป็นความสนุกของการแสดงนะครับ เสียงน้อยก็เสียงนิ่มๆอยู่แล้วด้วย แต่เวลาอ่านบทแล้วก็ไปทิศทางนั้นไม่ได้นะครับ มันก็ต้องลองเสี่ยงละกัน ลองเสี่ยงแบบให้เอาแรงที่สุดที่จะแรงให้ได้แล้วกัน ซึ่งลึกๆแล้วผมก็รู้ว่าโขมอยากให้ผมรุนแรง ก็ต้องหัดพูดให้มันแรงกว่านี้ ผมก็ต้องเริ่มแบบดัดเสียงให้ได้ ซึ่งมันก็ยากนะครับ บางวันก็ เอ๊ะ ทำไมวันนี้เสียงมันไม่มา ผมก็ต้องไปฝึกให้ได้ แต่นี่ผมก็เป็นนักร้องนะแต่มันก็ยากครับ สำหรับบทอัลฮาวียะลูครั้งนี้เป็นการพลิก และเปลี่ยนคาแรคเตอร์ที่สุดที่ผมเคยทำมาครับ

ดูดวงวันเกิด ประจำเดือน กรกฎาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดูดวง /  ดูดวงปี2559 / 

ดูดวงวันเกิด ประจำเดือน กรกฎาคม 2559 เกิดวันไหน คลิกที่รูปได้เลยจ้า รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com วิดีโอนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

สรุป 6 ทีม ร่วมตบลูกยางศึก เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบสุดท้าย ที่กรุงเทพฯ
วอลเลย์บอล /  เวิลด์ กรังปรีซ์ / 

วอลเลย์บอล เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบสุดท้าย ซึ่งจะทำการแข่งขันกันที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 6-10 ก.ค. นี้ ได้บทสรุปทั้ง 6 ทีมออกมาแล้วว่าจะมีทีมใดบ้าง นอกจาก ไทย ซึ่งเป็นเจ้าภาพ เรามาติดตามกันเลย... 1. สหรัฐอเมริกา แชมป์เก่ารายการนี้ผ่านเข้ารอบมาในฐานะอันดับ 1 ของการแข่งขันกรุ๊ป 1 อย่างสุดแกร่ง ด้วยสถิติชนะ 8 แพ้ 1 เก็บได้ 24 คะแนน โดยครั้งเดียวที่พวกเธอแพ้ตลอดการแข่งขัน 3 สัปดาห์แรกที่ผ่านมานั้น เป็นการพ่ายให้กับ สาวจีน เจ้าถิ่นที่เมืองหนิงปัว 2. จีน มหาอำนาจวงการลูกยางแห่งเอเชีย จีน ทำสถิติชนะ 8 แพ้ 1 ได้เช่นเดียวกับ สหรัฐอเมริกา เพียงแต่ว่าพวกเธอเก็บเซตได้น้อยกว่า ทำให้เป็นรองสาวมะกัน 1 คะแนน ซึ่งนั่นมีส่วนสำคัญมาจากเกมสุดท้ายในสนามที่ฮ่องกง เพราะว่า สหรัฐอเมริกา อัดพวกเธอไปแบบขาดลอย 3 เซตรวดเลยทีเดียว 3. รัสเซีย สาวๆ รัสเซีย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ด้วยสถิติชนะ 8 แพ้ 1 เก็บได้ 23 คะแนนเท่ากับ จีน แต่ค่าเรโชของเซตที่พวกเธอทำได้นั้นเป็นรองจีนอยู่มาก ทำให้เข้าป้ายมาเป็นอันดับ 3 โดยความพ่ายแพ้ครั้งเดียวของ รัสเซีย นั้นเกิดขึ้นในสนามที่เกียวโต ซึ่งถูก เซอร์เบีย เบียดคว้าชัยไปในเซตตัดสิน 4. บราซิล เจ้าของสถิติแชมป์ เวิลด์ กรังปรีซ์ มากที่สุด 10 สมัย บราซิล ผ่านเข้ารอบมาที่อันดับ 4 ด้วยการชนะ 7 แพ้ 2 พวกเธอค่อนข้างเสียฟอร์มเล็กน้อยที่สนามมาเก๊า ซึ่งแพ้ถึง 2 เกมให้กับ เซอร์เบีย และ จีน แถมยังถูกสาวแดนมังกรอัดเละ 3 เซตรวดซะด้วย ต้องมาดูกันว่าในรอบสุดท้ายนี้สาวๆ แซมบ้าจะทำได้ดีแค่ไหน 5. ฮอลแลนด์ เบียด เซอร์เบีย เข้าป้ายเป็นอันดับ 5 ด้วยคะแนนที่มากกว่า แม้จะมีสถิติเท่ากันคือชนะ 5 แพ้ 4 โดยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเธอเข้ารอบสุดท้าย เวิลด์ กรังปรีซ์ นับตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งสาวดัตช์ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศที่ประเทศ ญี่ปุ่น 6. ไทย แม้จะจบอันดับ 10 ของการแข่งขันกรุ๊ป 1 แต่ สาวไทย ก็ได้สิทธิ์เล่นรอบสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพ และด้วยผลงานการเอาชนะทีมอย่าง เยอรมัน และ อิตาลี มาได้ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเธอพร้อมต่อกรกับทีมชั้นนำระดับโลก น่าจับตามองว่าทัวร์นาเม้นท์นี้ ทีมชาติไทย ที่มีดาวรุ่งสายเลือดใหม่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักกันหลายคนจะไปได้ไกลแค่ไหน การแข่งขัน วอลเลย์บอล เวิลด์ กรังปรีซ์ 2016 รอบสุดท้าย จะดวลกันที่ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก, กรุงเทพฯ, ประเทศไทย โดยจะแข่งกันตั้งแต่วันที่ 6-10 ก.ค. นี้ ขอบคุณภาพจาก FIVB World Grand Prix

ไอเดียแปลงโฉมรองเท้า ให้กลายเป็น ของแต่งบ้าน สุดคลู
diyของเหลือใช้ /  ของแต่งบ้าน

เพื่อนๆ รู้มั้ยคะว่า รองเท้าคู่เก่าของเราสามารถนำมาประดิษฐ์ดัดแปลงทำเป็นของแต่งบ้านที่สวยเก๋ได้นะคะ วันนี้ Decor.MThai มีรวบรวมไอเดียตัวอย่างการแปลงโฉมรองเท้า ให้กลายเป็นอของแต่งบ้าน สุดคลูมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ว่าแล้วเราไปดูกันดีกว่าค่ะ ไอเดียแปลงโฉมรองเท้า ให้กลายเป็น ของแต่งบ้าน สุดคลู 1.Flip flop welcome sign เปลี่ยนร้องเท้าให้เป็นป้าย ยินดีต้อนรับหน้าบ้าน 2. Baby shoe pin cushion 3.High heeled ring rack 4.Platformed cactus pot 5.Shoe iPad stand 6.Succulent pump planter ถ้าบ้านเพื่อนมีรองเท้าที่ไม่ได้ใส่ สภาพใช้งานไม่ได้แล้ว ก็ลองนำสีมาทา และดัดแปลงให้กลายเป็นของแต่งบ้านสวยๆ ไว้ประดับให้บ้านดูเก๋ขึ้นกันดูนะคะ ขอบคุณภาพ : http://www.diys.com

ริฮานน่า ช็อค คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ที่ลอนดอน ที่นั่งว่างเพียบ!
ANTI World Tour /  Rihanna / 

ทำเอานักร้องสาว ริฮานน่า (Rihanna) เสียความมั่นใจไปเลยทีเดียว เมื่อคอนเสิร์ต ANTI World tour  ซึ่งจัดขึ้นที่ Wembley Arena มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีที่นั่งว่างกว่า 90,000 ที่นั่ง ขณะที่บัตรยืนก็คนดูไม่ได้มากนัก เมื่อเทียบกับขนาดของสถานที่ งานนี้แฟนเพลงที่ตั้งใจไปชมคอนเสิร์ตของสาว ริฮานน่า ต่างอึ้งไปตามๆ กัน ทั้งยังถ่ายภาพอัพเดทผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวจนกลายเป็นกระแสร้อนแรง โดยแฟนเพลงบางคนยังบอกด้วยว่าริริอึ้งกับเก้าอี้เปล่าๆ ที่รายล้อมตัวเธอจนต้องรีบๆ ร้องเร่งจังหวะ ก่อนจะหลบหายไปหลังเวทีนานกว่า 10 นาที โดยไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหน Rihanna got Wembley lit right now 🔥🔥🔥 #antiworldtour pic.twitter.com/vzjWqN8RNO — Tufayel Ahmed (@tufayel) June 24, 2016 Ohhh it's gonna get lit in Wembley 🔥🔥🔥 @rihanna #RihannaWembley #ANTIWorldTour pic.twitter.com/lTRJJPkwcp — Tufayel Ahmed (@tufayel) June 24, 2016 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

มีอนาคต! “ก็อตบี” พอใจเเข้งใหม่เเม้ประเดิมเจ๊าบียูในบ้าน
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  อัฟชิน ก็อตบี / 

กุนซือชาวอิหร่านของ "ปราสาทสายฟ้า" ยันตนมาเริ่มงานในช่วงที่ทีมย่ำเเย่ เเต่ยันเห็นอนาคตที่สดใสหลังเเข้งใหม่ทำผลงานเกมเเรกได้น่าพอใจ อัฟชิน ก็อตบี หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอิหร่าน ของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังออกมาชื่นชมภาพรวมของทีมเเม้จะเปิดบ้านทำได้เพียงเสมอ “เเข้งเทพ” แบงค็อค ยูไนเต็ด 0-0 ว่ารู้สึกพอใจกับผลงานช่วงครึ่งเวลาหลัง ที่ทีมเป็นฝ่ายครองเกมได้ทั้งหมด อีกทั้งมีโอกาศทำประตูได้ค่อนข้างเยอะ เเม้จะไม่พอใจเเต่มองว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับผมเล่นใหม่ “นักเตะใหม่ที่เข้ามาตนเชื่อว่ามีอนาคตที่สดใสแน่นอน แต่คงต้องใช้เวลาปรับจูนให้เข้าใจแท็คติก ซึ่งก็พอใจกับฟอร์มการเล่นและความทุ่มเทของลูกทีมทุกคน” “เเม้ส่วนตัวจะผิดหวังกับผลการแข่งขันอยู่บ้าง เพราะเราน่าเป็นฝ่ายที่จะได้สามแต้ม แต่เชื่อว่านัดต่อๆไปจะเปลี่ยนผลการแข่งขันแบบนี้เป็นการชนะได้ ความแตกต่างจากเลกแรกยังตอบไม่ได้ เพราะเพิ่งย้ายมาเมื่อสี่สัปดาห์ก่อน ผมเข้ามาตอนแรกทีมกำลังแย่ เพราะมีผู้เล่นเจ็บเยอะ สำหรับเลกสองมีตัวเลือกเยอะ ซึ่งตอนนี้หวังอยาก ให้ทุกคนเล่นเข้าขากันโดยเร็วที่สุด เพื่อเป้าหมายและความสำเร็จของทีม” ก็อตบี กล่าวปิดท้าย สำหรับโปรแกรมนัดถัดไปบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคิวลงสนามนัดกลางสัปดาห์ ด้วยการ บุกเยือน สโมสรฟุตบอลราชนาวี  ในวันพุธที่ 29 มิถุนายนนี้ ที่สนามราชนาวี สัตหีบ

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

เซอร์ไพร้ส์!! วู้ดดี้ เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มแล้ว ที่ภูเก็ต
วู้ดดี้ มิลินทจินดา /  วู้ดดี้ แต่งงาน

ชาวโซเชียล และบรรดาเพื่อนสนิทแห่แสดงความยินดีกับพิธีกรชื่อดัง วู้ดดี้ มิลินทจินดา หลังเจ้าตัวโพสต์ภาพคู่กับหนุ่มคนหนึ่งพร้อมแท็กไปยังไอจี otechab กับแคปชั่นโดนใจ “Love is Patient . Love is Kind.” สอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของเจ้าตัวในนิตยสาร Time Out Bangkok ฉบับล่าสุดที่หนุ่มวู้ดดี้ขึ้นปกและได้เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ตนได้แต่งงานแบบเงียบๆ กับแฟนหนุ่มไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่ภูเก็ต โดยไม่มีภาพถ่าย และมีเพียงเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนไปร่วมงาน หลังคบหาดูใจกันมานานถึง 9 ปี โดยหลังจากที่ตกเป็นกระแสข่าวฮือฮา ทางวู้ดดี้จึงได้เปิดใจมาว่า "เพราะคิดว่าการแต่งงานไม่ว่าคุณจะเป็นเพศใดก้อมีสิทธิ์เท่าเทียมกันทุกคน และที่ต้องแต่งงาน เพื่อให้เกียรติอีกฝ่าย และประกาศให้รู้ว่า ผมมีความสุขกับชีวิตผม! การเฉลิมฉลองความรัก ยืนยันว่า "เราเลือกคุณแล้วนะ" สถานที่ที่จัดก็ไม่ใช่ที่นิวยอร์ค อาจจะผิดเพี้ยนไป เพราะความจริงแล้วงานจัดที่ภูเก็ต" สำหรับทางด้านครอบครัวของหนุ่มวู้ดดี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังได้กำลังใจพิเศษจากคุณแม่ที่ส่งมาว่า "ความรักเป็นสิ่งสวยงามนะลูก อย่าให้คนที่ไม่รู้ว่าความสวยงามในความรักมาบั่นทอนจิตใจเรานะคะ" “ผมอยากที่จะรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าการแต่งงาน เวลาเราไปเห็นคนอื่นแต่งงาน เราก็ชอบ ‘โอเค เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้’ เราไม่จำเป็นต้องผูกตัวเองกับกฎหมาย มันเป็นเพียงพิธีกรรมทั้งหมด มันเป็นเพียงพิธี ดังนั้นสำหรับผมแล้วการแต่งงานเป็นเพียงพิธีที่มีคนเข้ามาและสนุก เกี่ยวกับการพูดคุย เกี่ยวกับการถ่ายภาพ และเพียงแค่เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่เรากำลังเฉลิมฉลอง ความรัก นั่นเป็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในงานแต่งงาน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของการเฉลิมฉลองและตอนนี้ผมสามารถพูดได้ว่าผมแต่งงาน แล้ว ดังนั้นก่อนที่ผมจะตายผมต้องการที่จะสามารถที่จะบอกว่าผมได้ทำสิ่งเหล่านี้ ทั้งหมด แต่ในระดับที่มากขึ้นผมคิดว่าเราสามารถพูดได้ว่าผมพิจารณาอย่างจริงจัง ถึงความรักและความเสน่หาที่บุคคลอื่นให้ผมมา” วู้ดดี้ กล่าวในนิตยสาร Time Out Bangkok ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @woodytalk และข้อมูลจากนิตยสาร Time Out Bangkok วู้ดดี้ - แฟนหนุ่ม วู้ดดี้ - แฟนหนุ่ม โพสต์ในไอจีของ วู้ดดี้ ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา โพสต์ในไอจีของ วู้ดดี้ ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา โพสต์ในไอจีของ วู้ดดี้ ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา