อ.ต.ก

อั้ม ฉุดเรตติ้ง วิกหมอชิตพราว คือตัวตนของเธอ
อั้ม พัชราภา /  ละคร พราว / 

กลับมาสร้างความฮือฮาให้กับวิกหมอชิตอีกครั้ง กับเรตติ้งละครของช่อง 7 ที่ตอนนี้กำลังพุ่งๆๆ เพราะฝีมือการแสดงขั้นเทพของนางเอกซุป’ตาร์ตัวแม่เบอร์หนึ่งของวงการอย่าง อั้ม พัชราภา ในละครเรื่อง พราว ที่เรื่องนี้มีหลายปาก หลายเสียง วิเคราะห์ วิจารณ์ กันออกมาแล้ว ตัวละครที่เธอแสดงในเรื่องนี้ คือตัวตนที่แท้จริงของสาวอั้ม จึงไม่แปลกใจที่เธอจะใส่อินเนอร์ความเป็นตัวเองเข้าไปทุกๆ ตอน แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวออกมาว่าละครเรื่องนี้อาจจะเป็นละครเรื่องสุดท้ายที่เธอจะรับเล่น แต่ดูท่าทางแล้วแฟนๆ ละครคงจะไม่มีใครยอมกันอย่างแน่นอน เพราะละครเรื่องนี้กลายเป็นตัวต่อยอดให้สาวอั้มได้พิสูจน์ฝีมือทางการแสดงอีกหนึ่งเรื่องว่า นางเอกละครแนวตลกคอมเมดี้ของวิกหมอชิตตัวจริงเสียงจริง ต้องยกให้สาวอั้มคนเดียวเท่านั้น ถึงจะเป็นบทนางเอกตลก ขำๆ แต่ความตลกของเธอ ก็ทำให้เธอกลายเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของวงการ ที่ยังไม่มีนางเอกคนไหนโค่นเธอลงมาได้ อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา

เลอบรอน เจมส์ประเดิมผิดหวังแพ้คาบ้านบาสNBA
NBA /  คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส / 

เลอบรอน เจมส์ ที่เพิ่งย้ายกลับมาคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส หลังออกไประเบิดฟอร์มสุดยอด คว้าแชมป์ และรองแชมป์กับไมอามี ฮีต อย่างละ 2 ครั้งในรอบ 4 ปีหลังสุด

แต่กลับออกสตาร์ตกับทีมเก่าด้วยความพ่ายแพ้ คาบ้าน 90-95 ต่อนิวยอร์ก นิคส์ ในบาสเกตบอลเอ็นบีเอ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม แถมชู้ต 2 คะแนนสำเร็จแค่ 5 จาก 15 ครั้ง และเสียถึง 8 เทิร์นโอเวอร์อีกด้วย ผลคู่อื่น แอลเอคลิปเปอร์ส ชนะ โอกลาโฮมา ซิตี้ 93-90 ดัลลัส ชนะ ยูทาห์ 120-102 ออร์แลนโด แพ้ วอชิงตัน 98-105 มินนิโซตา ชนะ ดีทรอยต์ 97-91

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ผุดแฟนเพจให้กำลังใจนมสด ลูกผู้ใหญ่วอเกาะเต่า
ข่าวเกาะเต่า /  ฆ่า / 

วันนี้(31ต.ค.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์พากันตั้งข้อสงสัยว่า นายวรท ตู้วิเชียร หรือนมสด บุตรชายของ นายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ เป็นผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา แม้นายวรทหรือนมสด จะตกเป็นผู้ถูกวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อย่างรุนแรง แต่ล่าสุดก็ได้มีผู้ก่อตั้งแฟนเพจเฟซบุ๊คชื่อว่า นมสด FanClub ให้กำลังใจน้องนมสด ซึ่งเพจดังกล่าวระบุว่าสร้างขึ้นเพื่อให้กำลังใจ นายวรท ตู้วิเชียร หรือนมสด อย่างไรก็ตามแพทย์นิติเวชจาก 3 สถาบัน ประกอบด้วย ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ร.พ.รามาธิบดี และ ร.พ.ศิริราช ไปตรวจพิสูจน์ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ DNA ในส่วนของนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ว่า ผลการตรวจเทียบเคียงดีเอ็นเอของ นายวรท กับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ พบว่า DNA ไม่ตรงกันกับวัตถุพยานใดๆ รวมถึง ดีเอ็นเอ ในน้ำเชื้ออสุจิในศพของเหยื่อสาวชาวอังกฤษด้วย ได้รายงานผลให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแถลงให้สื่อมวลชนและสังคมรับทราบต่อไป MThai News

แกนนำ กปปส. รวมตัวสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1 ปี
กปปส. /  ข่าววันนี้ / 

แกนนำรวมตัววัดสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1ปี กปปส. ด้านพิธีกรดัง กนก รัตน์วงศ์สกุล โพสต์ รักและคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา ขณะที่เพจ Suthep Thaugsuban รีรันข้อความเก่า "เราจะสู้จนกว่าชนะ" รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 ต.ค. 57) บรรดาแกนนำกปปส. อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายอิสระ สมชัย , เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร , น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ,นายชัย ราชวัตร ขณะที่อดีตส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกษิต ภิรมย์ , นายธีรภัทร -นางนิภา พริ้งศุลกะ , นายธานี - นายเชน เทือกสุบรรณ ได้รวมตัวที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำเนินงานทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกฯของกลุ่มได้ประกาศออกไป โดยกิจกรรมในงานส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางศาสนา เช่นการอุปสมบทหมู่จำนวน 120 รูป ในชื่อโครงการ “บวชพระเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว” และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของ กปปส. รวมถึงการปาฏกฐาธรรมพิเศษ ของพระสุเทพ ปภากโร ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้รับฟัง ขณะเดียวกันในหน้าเพจเฟซบุ๊กของเหล่าแกนนำและผู้มีชื่อเสียงกลุ่ม กปปส. หลายคนได้โพสต์ภาพและข้อความครบรอบ 1 ปีการรวมตัวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกร และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ที่ระบุว่า "จากก้าวแรกวันที่ 1 สู่วันที่ 204 จากสามเสน ถึง สามแสน สู่ "มวลมหาประชาชน" นับล้านๆ! ได้ไปทำบุญให้ "วีรชน" ทุกท่านที่จากไปด้วยครับ เช้าวันนี้..มีแต่คิดถึง..พวกเราทุกๆคน..คิดถึงมากๆ" ด้านเพจ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ได้มีการนำภาพและข้อความเก่าครั้งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. เคยประกาศบนเวทีชุมนุมสามเสน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ออกมาเผยแพร่ด้วย โดบระบุว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 MThai news

Yami Shibai | ยามิชิไบ โรงละครแห่งความมืด ตอนที่ 5 ชั้นถัดไป (พากย์ไทย)
Yami Shibai /  Theater of Darkness / 

Yee-Ha Entertainment ภูมิใจเสนอ "ยามิชิไบ” อนิเมะสยองขวัญสั้นๆที่กล่าวถึงความเชื่อในเรื่องภูติผีปีศาจ ความลี้ลับและประเพณีโบราณของญี่ปุ่น โดยมีการดำเนินเรื่องแบบละครกระดาษหรือที่เรียกกันว่า “คามิชิไบ” ซึ่งเป็นวิธีการเล่าแบบโบราณ และนั่นช่วยเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับอนิเมะเรื่องนี้เป็นอย่างดีจนเป็นสี่นาทีแห่งความหลอนที่คุณต้องจดจำ ติดต่อหรือติดตามข่าวสาร+ผลงานใ­หม่ได้ที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/YeeHa.Entertainment YouTube Channel: http://www.youtube.com/user/YeehaEntertainment/ Google+ Page: https://plus.google.com/b/105167905290380209944/105167905290380209944/posts Twitter: https://twitter.com/Yeeha_Ent และ Gmail: yeeha.entertainment@gmail.com

คลิปวีดีโอ ดูดวง ราศีมังกร (เกิดวันที่ 14 ม.ค. - 13 ก.พ.)
คลิปวีดีโอ /  ดูดวง / 

พยากรณ์ดวงชะตา ชาวราศีมังกร ดูดวงไพ่ยิปซีกับ อาจารย์ คฑา (คำทำนายในช่วงเวลา เดือนพฤศจิกายน 2557)

ฐิสา แย้ง หันมาเซ็กซี่ ไม่เกี่ยวทะเลาะกันถี่
กัน นภัทร /  ฉัตร ปริยฉัตร / 

พักหลังๆ ไม่รู้ว่าตั้งแต่ทะเลาะกับหวานใจอย่างหนุ่ม กัน นภัทร ถี่เกินไปหรือเปล่า เวลาออกงานหรือเวลารับงานถ่ายแบบมักจะเห็นสาว ฐิสา วริฏฐิสา หันมาปรับลุคให้ดูเซ็กซี่ผิดจากเมื่อก่อนที่เป็นสาวใสแบ๊ว ซึ่งสาวฐิสารับว่า “จริงๆ แล้วไม่เกี่ยวกับว่าทะเลาะกับกันแล้วจะหันมาประชดด้วยการหันมาทำตัวให้เซ็กซี่ มันไม่เกี่ยวกันเลยเพราะหนูกับกันก็รู้จักและคบกันมา 4-5 ปีแล้ว เรื่องทะเลาะกันนี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวหนูแยกแยะได้ ไม่ว่าหนูจะรับงานถ่ายแบบหรือว่างานอีเว้นต์ก็จะดูที่ความเหมาะสมมากกว่า อีกอย่างคุณแม่กับพี่ผู้จัดการก็จะช่วยดูแล้วว่า มันไม่โป๊จนเกินไป ถ้ามันเซ็กซี่น่ารักใสๆ เหมาะกับหนูก็พอรับได้ค่ะ เรียกว่าขอเซ็กซี่อย่างมีลิมิต ไม่ให้มันน่าเกลียดหรือทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูแย่เท่านั้นแหละค่ะ” ฐิสา วริฏฐิสา ฐิสา วริฏฐิสา ฐิสา วริฏฐิสา

ย้อนรำลึก 1 ปีม็อบนกหวีด
กปปส. /  คัดค้านนิรโทษกรรม / 

"พระสุเทพ" โพสต์ข้อความ "ไม่ชนะ  ไม่เลิก" ย้อนรำลึก 1 ปี การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คเพจ "Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)" ของ "พระสุเทพ ปภากโร" ได้โพสต์ข้อความ รำลึก 1 ปี เหตุการณ์การชุมนุมของมวลมหาประชาชนที่ร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.  โดยระบุข้อความว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 (วันเป่านกหวีด เวทีสามเสน มวลมหาประชาชน)" ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2556 บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 หน้าอาคารรัฐสภา 1 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยสส.พรรคกว่า 50 คน ร่วมแถลงข่าวคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร (นัดพิเศษ) วันที่ 31 ต.ค. 2556 ในวาระ 2 และ วาระ 3 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหญิงและชายตัดสินใจลาออกไปร่วมต่อสู้กับประชาชน เพื่อต่อต้านกฎหมายล้างผิด ที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยพยายามเสนอเข้าสภา โดยไม่ฟังเสียงประชาชน ทั้งที่มีผู้คัดค้าน ซึงในกฎหมายมีเนื้อหาลบล้างความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงความผิดของแกนนำกลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายในการชุมนุมทางการเมืองที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพรรคประชาธิปัติย์ประกาศว่า จะร่วมกับประชาชนทั่วประเทศ เคลื่อนไหวต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยจะเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศ ออกมาชุมนุมคัดค้าน ตั้งแต่่วันที่ 31 ต.ค. 2556 เวลา 18.00น.เป็นต้นไป ซึ่งนี่ถือเป็นการประกาศศึกนอกสภา และเป็นการเป่านกหวีดครั้งแรกอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น นายสุเทพ ก่อตั้งกลุ่ม กปปส. ขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ย.56 และแต่งตั้งตนเองเป็นเลขาธิการ  และได้ใช้การเป่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงครั้งนี้ พร้อมประกาศเจตนาของ กปปส.เพื่อทวงอำนาจอธิปไตยจากรัฐบาลมาคืนประชาชน ซึ่งจะดำเนินการปฏิรูปประเทศผ่านสภาประชาชนที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง และประกาศจะขจัด "ระบอบทักษิณ" โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ กดดันให้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากการเป็นหัวหน้ารัฐบาล เพื่อให้เกิดช่องว่างแห่งอำนาจ กระทั่งวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา กปปส.ก็ได้ยุติการชุมนุม เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ ได้ทำการยึดอำนาจ และในวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา กปปส.ก็ได้ประกาศหยุดการเคลื่อนไหวทันที และจากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 15 ก.ค. นายสุเทพ อดีตเลขาธิการ กปปส. ก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท่าไทร ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับหลานชาย โดยพระสุเทพ ได้ฉายาว่า “พระปภากโร” หมายถึง ผู้กระทำซึ่งแสงสว่าง MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

นาทีสุดท้ายของสิงโตป่วย
ข่าว

เชื้อเคไนน์ดิสเทมเพอร์ไวรัส ที่คร่าชีวิตสิงโตที่อุทยานแห่งชาติซีเรนเกตติ ประเทศแทนซาเนีย เมื่อพ.ศ.2537 และที่แอ่งโงรองโกโร เมื่อพ.ศ.2544 สิงโตมีอาการชักอย่างรุนแรง ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ ฟันกระทบกันดังกึกๆ น้ำลายฟูมปาก การชักกินเวลา 2-3 นาที แล้วก็ชักใหม่ แม้สิงโตบางตัวรอดชีวิต แต่สุขภาพร่างกายก็เปลี่ยนแปลง มันผอมลง ซึม อ่อนเพลียเพราะโลหิตจางลง ต่อมน้ำเหลืองโต ครั้งนั้นมีสิงโตตายถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด"

12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครอง ออสการ์ !!!
Aliens /  An American Werewolf in London / 

เป็นเรื่องธรรมดาที่บรรดาภาพยนตร์สยองขวัญ ที่มุ่งเน้นจะเขย่าสติสตังคนดูให้ไม่อยูกับเนื้อกับตัว มักจะถูกกรรมการเมิน ในการประกวดเวทีรางวัลใหญ่ๆ (สาหัสกว่านั้น คืออาจไม่ได้เสนอเข้าชิงเสียด้วยซ้ำไป) ทำเอาคอหนังสยอง ต่างก็น้อยเนื้อต่ำใจกันไป แต่อย่าพึ่งเสียใจไป เพราะในประวัติศาสตร์รางวัลยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง ออสการ์ นี้ ได้เคยมีหนังสยองขวัญ ไปเฉิดฉาย โชว์ฟอร์มเสียจนกรรมการต้องเหลียวมองมาแล้ว และนี่คือ 12 หนังสยอง ที่สามารถคว้าออสการ์มานอนกอดอย่างสมศักดิ์ศรี ที่เราอยากให้รู้จักรับฮาโลวีน และอย่าพึ่งหมดหวังว่า หนังสยองจะไม่มีทางไปถึงฝั่งฝัน เพราะ 12 เรื่องต่อไปนี้ยืนยันแล้วว่า ถ้าเจ๋งจริง ต่อให้รางวัลใหญ่แค่ไหน ก็เสร็จพี่สยองทุกรายเหมือนกันนะเอ้อ Rosemary's Baby (1968) หนังสยองขวัญการกำเนิดทายาปีศาจ ในตำนานของผู้กำกับ โรมัน โปลันสกี้ ที่ทั่วโลกเชื่อว่าต้องคำสาป เพราะทำให้ทีมงานหลายคนออกอาการวิปลาส และเสียชีวิตอย่างน่าสะพรึง เพราะเชื่อว่าไปแตะต้องเรื่องเกี่ยวกับลัทธิบูชาซาตาน อย่างไรก็ตาม Rosemary's Baby สามารถคว้า ออสการ์ รางวัล นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ไปครองได้สำเร็จ จากการแสดงของ รูธ กอร์ดอน และยังเข้าชิงรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมอีกด้วย ตัวอย่างหนัง Rosemary's Baby ------------------------------- The Exorcist (1973) ขึ้นชื่อว่าเป็นคอหนังสยอง ย่อมต้องไม่พลาด The Exorcist ถึงไม่เคยได้ดู ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงสุดกระฉ่อน ของอีกหนึ่งตำนานหนังไล่ผีเรื่องนี้มาก่อนอย่างแน่นอน ทั้งจากความรุนแรงของเนื้อหา ภาพสุดสะพรึง จนแทบทำให้คนดูปวดประสาทพลอยจิตตกตามเด็กหญิง เรแกน ในสภาพเน่าเฟะไปด้วย! และที่สำคัญ The Exorcist ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ถึง 10 สาขา!! และคว้ามาครองได้ 2 สาขา คือ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม มาได้อย่างขาดลอย ชนิดที่ไม่ต้องมีบาทหลวงที่ไหนมาการันตีความสะพรึงครั้งนี้ ตัวอย่างหนัง The Exorcist ----------------------- Jaws (1975) หากคุณคิดว่าหนังสยองขวัญ มักจะนำเสนอแต่เรื่องเหนือธรรมชาติ นั่นแสดงว่าคุณยังไม่ได้พิสูจน์เขี้ยวฉลามใน Jaws ของพ่อมด สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ที่ใครๆก็การันตีว่าดูจบแล้วคงไม่กล้าลงน้ำไปอีกนาน!! จากภาพความสยดสยอง นองเลือดที่สมจริงจนน่าตกใจ และพาให้ร้อนๆ หนาวๆ เสมอ เมื่อขาคุณจุ่มน้ำ เพราะกลัวว่านั่นนอาจเป็นวันสุดท้ายของชีวิต Jaws เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 รางวัล และแหวกทะเลมาคว้าไป 3 คือ บันทึกเสียงยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม และ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ก่อนจะพลาดฉิวเฉียดกับรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไปเพียงนิดเดียว ตัวอย่างหนัง Jaws ------------------------ An American Werewolf in London (1981) ในบรรดาหนังมนุษย์หมาป่าที่ออกมาเกลื่อนโลก คงไม่มีใครจะไม่ยอมรับ An American Werewolf in London ในฐานะตำนานแห่งคนหอน คืนโหด ที่สร้างความสยองของการกลายร่าง ในระดับที่หลอนคนดูจนแทบตกเก้าอี้! และยังเป็นหมุดหมายสำคัญให้หนังแนวเดียวกันนี้ ในยุคต่อๆมาด้วยโดยเฉพาะฉากการค่อยๆ กลายร่างอย่างสยดสยองสมจริง และนั่นทำให้ An American Werewolf in London คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองแบบได้หอนฉลองกันข้ามคืน (แถมเล็กน้อย หนังเรื่องนี้คือเรื่องโปรดของ ไมเคิล แจ็คสัน จนเขาจ้างทีมงานหนัง มาทำมิวสิควีดีโอสุดโด่งดัง Thriller)   ตัวอย่างหนัง An American Werewolf in London ---------------------------- Aliens (1986) คงได้แต่ยอมศิโรราบ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง หากจะบอกว่าสัตว์ประหลาดแห่งอวกาศที่น่่สะพรึงกลัวที่สุด คงหนีไม่พ้นเจ้าหัวยาว น้ำลายกรดที่ถือกำเนิดขึ้นจากศิลปินแนวชีวจักรวลผู้ล่วงลับ เอช อาร์ กีเกอร์ ในภาพยนตร์ Aliens นี้อีกแล้ว เพราะมันทำให้ภาพฝันการท่องอวกาศอันแสนสุข ต้องกลายเป็นฝันร้ายชนิดไม่รู้ลืม ความฮอตฮิตของมันมากมายเพียงใด คงไม่ต้องสาธยายมาก เพราะสามารถหันไปดูบรรดาโมเดล ของเล่น ที่ยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ และมีแฟนๆชนิดเหนียวแน่น สัตว์ต่างดาวระดับตำนานนี้ พาให้ Aliens ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไปกลับดาวไปได้ถึง 2 สาขาด้วยกัน คือ เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม และลำดับเสียงยอดเยี่ยม สมจริงจนน่าขนลุกขนพองขนาดนี้ ไม่ได้ก็แปลกแล้วล่ะ! ตัวอย่างหนัง Aliens -------------------------- The Fly (1986) ในปีเดียวกันนี้เอง ในขณะที่ Aliens คือสัตว์ต่างดาวสุดสยอง ด้าน The Fly ก็คือความสะพรึงอันเกิดจากวิทยาศาสตร์โดยแท้จริง จากเครื่องย้ายมวลสารที่ทำงานสมบูรณ์แบบ แต่นั่นำให้บังเกิดเป็นหนังสยองขวัญระดับตำนานอีกหนึ่งเรื่อง ด้วยสภาพของคนที่ค่อยๆ กลายเป็นแมลงวันกลายพันธุ์สุดเน่าเฟะ และโชยกลิ่นความสยองออกมาแตะจมูกคนดู โดยไม่ต้องอาศัยระบบ 4Dx แต่ประการใด การเนรมิตคนธรรมดาให้กลายเป็นอสูรกายใน The Fly ที่สมจริงสุดๆ นี้ ทำให้สามารถคว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมไปครองได้อย่างไร้ข้อครหา ตัวอย่างหนัง The Fly  ------------------------------------ Beetlejuice (1988) Beetlejuice คือหนังสยองขวัญสุดป่วง ที่มีลายเซ็นของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน อยู่แบบเกือบร้อยเปอร์เซนต์ ผลงานที่เป็นเรื่องผีๆ ท่าทางจิตป่วยนี้ เข้าไปนั่งในใจคนดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เพราะมันสยองจนแทบทนไม่ไหว แต่มันสุดประทับใจทั้งตลก ขำขัน ร้องรำทำเพลง และสะดุ้งสะพรึงเบาๆ แบบถนอมอัตราการเต้นของหัวใจ ด้วยคาแร็คเตอร์เหล่าผีที่สุดจะแปลกแหวกแนว และมีเอกลักษณ์สุดๆ นี้ ก็ส่งให้ Beetlejuice คว้ารางวัล ออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม มาครองได้สำเร็จ ตัวอย่างหนัง Beetlejuice ----------------------------------- Misery (1990)  นี่คือหนังสุดจิต ที่ทำเอากลัวผู้หญิงร่างอวบไปอีกนาน เพราะ Misery เรื่องนี้ สร้างจากนิยายของเจ้าพ่อเรื่องเขย่าขวัญ สตีเฟ่น คิง อันลือลั่น และยังสร้างภาพลักษณ์ของหญิงโหด กับชายดวงซวยไร้ทางสู้ ได้อย่างแจ่มชัด และแน่นอนรางวัล ออสการ์ ที่ Misery คว้าไปจะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้นอกจาก นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากตัวละคร แอนนี่ หญิงจิตโหด ที่รับบทโดย เคธี่ เบตต์ ที่ทำเอาคนดูชายทั้งแท่ง ถึงกับต้องเสียวสันหลังวาบๆ ตัวอย่างหนัง Misery ----------------------------------- The Silence of The Lambs (1991) โลกอาจรู้จักกับ แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์ มาก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ ทำให้โลกรู้จักตำนานแห่ง ดร.ฮันนิบาล เล็คเตอร์ จิตแพทย์อัจฉริยะวิปลาส ผู้โปรดปรานรสชาติเนื้อมนุษย์เป็นนิจ ใน The Silence of the Lambs ภาพยนตร์ที่สร้างประสบการณ์เขย่าประสาทในระดับปรากฏการณ์ และทำให้คนดูรู้สึกเสียววาบอย่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณงามความดีสุดชั่วร้ายนี้ ส่งให้ The Silence of the Lambs เข้าชิง ออสการ์ ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้าไป 5 แบบไม่มีใครกล้าแหยม ไม่ว่าจะเป็น นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (โจดี้ ฟอสเตอร์), ผู้กำกับยอดเยี่ยม (โจนาธาน เดมมี), บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปีนั้นไปครองอย่างเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหนังสยองเลยทีเดียว ตัวอย่าง The Silence of The Lambs ------------------------------------- Bram Stoker's Dracula (1992) ผีดูดเลือดยุคใหม่ท่าทางหน่อมแน้มหลบไปให้หมด เพราะนี่คือตัวพ่อของบรรดาหนังแดร็กคูล่า กับ Bram Stoker's Dracula ของผู้กำกับระดับตำนาน ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยม เสน่ห์ความงามแบบกอธิค รวมฮิตดาราคุณภาพและเป็นจุดเริ่มต้นของขนบความสยองหรูคาวเลือด สไตล์แดร็กคูล่าในหนังยุคต่อๆมาอีกด้วย Bram Stoker's Dracula เข้าชิง ออสการ์ ถึง 4 สาขา และคว้าไป 3 อันได้แก่ ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม และแต่งหน้ายอดเยี่ยม พลาดไปเพียงแค่กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียวเท่านั้น  ตัวอย่างหนัง Bram Stoker's Dracula -------------------------- Sleepy Hollow (1999) ยังคงฟอร์มดีจนส่งผลงานที่ดูจะแหวกแนว แต่ลงตัวอย่าง Sleepy Hollow ให้โดดเด้งขึ้นมาอีกเรื่องได้ สำหรับผู้กำกับสไตล์จัด ทิม เบอร์ตัน ที่มาพร้อมกับเรื่องสยองเต็มสูบ ของชายไร้หัว ขี่ม้าสีดำทมิฬ ไล่ล่าหัวมนุษย์อย่างไม่เกรงใจยมโลก แต่ก็ยังไม่วาย ยังต้องเจอพระเอกสุดเพี้ยน บพิลึกพิลั่นมาต่อกรด้วยซะเฉย เรื่องราวสยองสุดเพี้ยน แต่กรุ่นไอมืดหม่นนี้ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ออสการ์ ถึง 3 สาขา และคว้าไปเพียง กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลเดียว ชวดกำกับภาพยอดเยี่ยม และออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ให้เรื่องอื่นไป ตัวอย่างหนัง Sleepy Hollow ------------------------- Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street (2007) ผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน กลับมาระบายผืนผ้าใบแห่งกอธิคอีกครั้ง กับ Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street ที่ได้พระเอกคู่บุญอย่าง จอห์นนี่ เด็ปป์ มาสวมบทบาทช่างตัดผมกรุ่นแค้น ได้อย่างหลงใหล ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะไม่ได้จ้องเขย่าขวัญกันเหงื่อแตก แต่มันอุดมไปด้วยสไตล์จัดจ้าน มีความเป็นมิวสิคัล และเมื่อถึงเวลาก็พร้อมเสิร์ฟฉากเลือดพุ่งเป็นท่อประปาแตกให้คนดูได้หงายเงิบ สะดุ้งโหยงกันอย่างจัดเต็ม Sweeney Todd เข้าชิงถึง 3 ออสการ์ และคว้ากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ไปครอง ก่อนจะชวดนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม กับ ออกแบบเครื่องกายยอดเยี่ยมไปอย่างน่าเสียดาย ตัวอย่างหนัง Sweeney Todd และทั้งหมดนี้คือ 12 หนังสุดสยอง ที่ทำเอากรรมการเหลียวมอง จนได้ครองออสการ์ และกับรางวัลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกในปีต่อไปนี้ ภาพยนตร์สุดสยองเรื่องใด จะคว้าชัยได้อย่างไม่น้อยหน้าหนังแนวไหนๆ แฟนๆ คอหนังสยองขวัญ ต้องรอติดตามกันให้ดี และเอาใจช่วยให้หนังสยอง ได้ไปคว้าชัย และละเลงความกลัว ให้สะเทือนเวทีรางวัลอื่นๆ ในโลก ได้ต่อไปไม่รู้จบสิ้น -------------------------------

ชวนดู เจ้าชายน่ารัก ทรงพระเยาว์จาก 5 ราชวงศ์ทั่วโลก
ราชวงศ์ /  เจ้าชาย / 

เห็นเหล่าลูกน้อยดาราหรือคนดังกันมาก็เยอะแล้ว วันนี้เราแอบยลโฉมพระราชกุมารตัวน้อยของราชวงศ์จากต่างประเทศกันบ้างดีกว่า ว่าจะทรงพระน่ารัก หน้าตาหล่อเหลาเอาการขนาดไหน เรานำ เจ้าชายน่ารัก ๆ มาฝากถึง 5 พระองค์กันเลยทีเดียว มาดูกันดีกว่าว่าจะมีหนุ่มน้อยพระองค์ไหนติดโผมาบ้าง 1. Prince George of Cambridge (อังกฤษ)      นาทีนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เจ้าชายจอร์จ แห่งเคมบริดจ์  แน่นอน เพราะทรงเป็น เป็นพระโอรสพระองค์แรกในเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ กับแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ประสูติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 (1 ชันษา) พระนามเต็มว่า จอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์ (George Alexander Louis) การประสูติของเจ้าชายจอร์จเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลก จนสื่อมวลชนต่างพรรณนาพระโอรสองค์นี้ว่าเป็น "พระกุมารผู้ทรงมีชื่อเสียงที่สุดในโลก" 2. Prince Hisahito of Akishino (ประเทศ ญี่ปุ่น)      เจ้าชายฮิซะฮิโตะ แห่งอะกิชิโนะ ประสูติเมื่อ 6 กันยายน พ.ศ. 2549 (8 ชันษา) เป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวใน เจ้าชายอะกิชิโนะ กับเจ้าหญิงอะกิชิโนะ เป็นรัชทายาทในพระราชวงศ์ญี่ปุ่นเพียงพระองค์เดียวที่เป็นผู้ชาย นับตั้งแต่การประสูติของพระบิดาพระองค์เมื่อ 41 ปีก่อน ถือเป็นการรอคอยของราชวงศ์ญี่ปุ่นเลยทีเดียว   3. Prince Sverre Magnus  (ประเทศ นอร์เวย์)        เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส แห่งนอร์เวย์ ประสูติเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2005 (8 ชันษา) เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส อยู่ในลำดับที่ 3 ของการสืบราชบัลลังก์ 4. Prince Christian (ประเทศ เดนมาร์ค)      เจ้าชายคริสเตียน วัลเดมาร์ เฮนรี จอห์น แห่งเดนมาร์ก เคานต์แห่งมงเปอซา ประสูติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2548 (9 ชันษา) พระองค์ทรงอยู่ในลำดับที่สองในการสืบราชบัลลังก์เดนมาร์ก ต่อจากพระบิดาคือมกุฎราชกุมารเฟรเดอริก 5. Prince Moulay Hassan ( ประเทศโมรอคโค)      เจ้าชายมูลัย ฮัสซัน มกุฎราชกุมารแห่งโมร็อกโก 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 (11 ชันษา) เป็นพระโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 แห่งโมร็อกโก กับเจ้าหญิงลัลลา ซัลมา พระชายา ขอบคุณที่มาจาก Cosmenet  

นั่งจ้อบอลไทย นัดส่งท้ายใครจะชูถ้วยแชมป์
คลิป /  กีฬา / 

กีฬาหลุดจอสัปดาห์นี้สองหนุ่มจะมานั่งจ้อว่าด้วยเรื่องนัดสุดท้ายชี้แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ใครจะขึ้นแท่นชูถ้วย แถมมีแซวสีสันพิธีมอบถ้วยสุดอลังการของสมาคมที่ส่งจากฟากฟ้าลงถึงกลางสนามแข่ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยเทศกาลฮัลโลวีน จะมานั่งเล่าที่มาที่ไปให้รู้จักกันแบบสนุกสนานออกรสสยิวกิ้ว ความเคลื่อนไหววงการกีฬา ผลการแข่งขัน เรื่องขำขันสนุกสนานทั้งในและนอกสนาม ของซุป'ตานักกีฬาคนดัง มาติดตามพวกเราสปอร์ตรับอรุณเพิ่มเติมได้ตามช่องทางนี้ เว็บไซต์ http://www.keela360.com พูดคุยกับเรา https://www.facebook.com/sportrubaroon และ https://www.facebook.com/keela360 ทวิตเตอร์ https://twitter.com/keela360

โสมแดง สั่งกักตัวชาวต่างชาติไม่เลือกหน้า หวั่นอีโบลาระบาด
ข่าวอีโบลา /  เกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือประกาศมาตรการกักตัวชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศ เป็นเวลา 21 วัน ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสมรณะอีโบลา สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ข่าวทางการเกาหลีเหนือ ประกาศมาตรการผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาล เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของอีโบลา โดยการกักตัวชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศ เป็นเวลา 21 วัน แม้จะเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้เดินทางมาจากประเทศสุ่มเสี่ยงก็ตาม วานนี้ (30ต.ค.) ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่การทูตและเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศในเกาหลีเหนือ จะถูกกักตัว ณ ที่ทำการของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชาวต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีเหนือ ก่อนที่กฎนี้จะถูกประกาศออกมา จะถูกกักตัวด้วยหรือไม่ แม้ เกาหลีเหนือ จะไม่มีรายงานพบผู้ป่วยอีโบลา ได้มีการประกาศปิดประเทศเนื่องจากกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา แต่ดูเหมือนว่ามาตรการนี้จะครอบคลุมไปถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเดินทางของเจ้าหน้าที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2013 เกาหลีเหนือได้เคยออกมาตรการปิดประเทศนานหลายเดือน เพราะกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส ไม่เพียงแต่เกาหลีเหนือเท่านั้นที่มีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดด้วยการระงับการเดินทางเข้าออกประเทศ แต่ในอังกฤษ และสหรัฐฯ มีมาตรการในการสอบถามและตรวจร่างกาย ผู้ที่เดินทางจากประเทศในพื้นที่สุ่มเสี่ยง รวมไปถึงออสเตรเลียที่มีการแบนวีซ่ากลุ่มผู้สุ่มเสี่ยงดังกล่าว จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า นี่ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกวิธี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อจากไวรัสมรณะดังกล่าวแล้ว กว่า 13,700  คน รวมถึงผู้เสียชีวิตที่ยอกพุ่งสูงเกือบ 5,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ที่อยู่ในไลบีเรีย เซียร์ราลีโอนและกินี ข่าวที่เกี่ยวข้อง โสมแดง ประกาศปิดประเทศ หวั่นนักท่องเที่ยวแพร่เชื้ออีโบลา เมืองผู้ดี กลับลำ เตรียมตรวจอีโบลา ผู้เดินทางจากพื้นที่สีแดง MThai News

มโน! ปวิณ อยากเป็นทหาร เหน็บตระกูล 'จันทร์โอชา'
ครม.ประยุทธ์ /  นายกรัฐมนตรี / 

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ โพสต์อยากเป็นทหาร หลังเห็นทรัพย์สิน "พล.อ.ประยุทธ์" และตระกูล "จันทร์โอชา" สงสัยทำไมรวยอู้ฟู่ จี้ชี้แจง นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกียวโต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค "Pavin Chachavalpongpun" แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ว่า อยากเป็นนายทหาร หลังจากสำนักงานป.ป.ช. ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน "รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน มากกว่าหนี้สิน ถึง 128 ล้าน ในขณะที่มรดกของตระกูล 'จันทร์โอชา' มีเกือบ 500 ล้านบาท พร้อมระบุข้อความสั้้นว่า 1. ตระกูลจันทร์โอชาไม่ธรรมดา มีเงินก่อนแบ่งมรดกมากถึง 466 ล้านบาท คงต้องแจงแล้วครับว่าทำไมถึงรวยอย่างนี้ตั้งแต่ต้นตระกูล 2. อยากเป็นทหารขึ้นมาในบัดดลหลังจากเห็นเงินเก็บของนายพลที่มีมากถึง 128 ล้านบาท MThai News

Chaos Online จัดเต็มแพทซ์ Act 3 เล่นง่าย-เล่นสนุกกว่าเดิม
Chaos Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Chaos Online (chaos.in.th) ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่ Act 3 : A New Divide ให้ผู้เล่นสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ มันส์ยกเครื่อง จนลืมประสบการณ์เก่าๆ ไปได้เลย งานนี้คอ MOBA ทั้งเล่นขำๆ หรือจะฮาร์ดคอร์ก็มาสนุกกันได้ อัพเดตแล้ววันนี้ ถอดแผนที่เก่าอย่าง Ancient Forest TH ออกไปและเพิ่มแผนที่ใหม่ Ancient Forest-Rookie เข้ามาแทน ซึ่งใช้กฎการเล่นแบบเดียวกับ Ancient Forest KR แต่ตัดระบบ Repel, Dispel, Rejuvenation Potion, Vampiric Potion และ Cheese ออก รวมทั้งปรับให้ไม่เป็นอมตะระหว่างใช้วาร์ป เพื่อความมันส์ในการเข้าปะทะได้อย่างเต็มที่ จะมือใหม่หรือมือเก๋า ก็ใส่กันได้ไม่ยั้ง Giant Creep ที่จะมาก่อกวนการเล่น โดยจะเกิดใหม่ทุกๆ 8.30 นาที - เมื่อฆ่า Titan ทุกคนในทีมจะได้รับทองและ EXP เท่ากันทุกคนและ Titan จะเกิดใหม่ในตำแหน่งที่ตาย - ทุกครั้งที่เกิดใหม่ Titan จะยิ่งเก่งกว่าเดิม โดยมีพลังชีวิตและพลังป้องกันเพิ่มขึ้น - Titan จะโจมตีสิ่งที่ใกล้ที่สุดเรียงลำดับจาก Watch Tower – Sentinal – Barrack – Guard Tower – Base Camp - เอฟเฟคจากสกิล จะมีผลกับ Titan เพียง 30% เท่านั้น - ปรับปรุงระบบ Leaver count - เปลี่ยนจำนวนคะแนนที่จะถูกลดเมื่อผู้เล่น Leave game * Leaver Count 0 ครั้ง : ลด 25 คะแนน * Leaver Count 1 ครั้ง : ลด 50 คะแนน * Leaver Count 2 ครั้งขึ้นไป : ลด 100 คะแนน - เมื่อผู้เล่นมี Leaver Count เกิน 5 ครั้ง จะไม่สามารถเข้าเล่น Quick Match และ Ranking Match ได้ - ปรับปรุงของขวัญวันเกิด * แก้ไขปัญหาเมื่อถึงวันเกิดแล้วสัญลักษณ์ประจำวันเกิดไม่แสดง * เปลี่ยนไอเทมของขวัญวันเกิดจาก Shiny Silver Box Season 2 ไปเป็น Rare Craft Item Scroll - ปรับปรุง Ranking Match - ในขณะที่เลือกฮีโร่ การ Pick/Ban จะเปลี่ยนไปตาม Rank - ปรับคะแนน Rank * CO-OP VS AI เมื่อชนะ จะได้รับคะแนน จาก 75 เปลี่ยนเป็น 90 * CO-OP VS AI เมื่อชนะติดต่อกัน จะได้รับคะแนน จาก 150 เปลี่ยนเป็น 180 * CO-OP VS AI เมื่อแพ้ จะได้รับคะแนน จาก 50 เปลี่ยนเป็น 10 - เพิ่มความสามารถของ Sentinel * เพิ่มความสามารถ “ลดความเสียหายจากการโจมตีระยะไกล 15%” - ปรับปรุง Tutorial : แก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องเมื่อกดล็อคหน้าจอแล้วไม่ยอมล็อค - ปรับปรุง UX Unit * ในกรณีที่ยูนิตที่เป็นเป้าหมาย (เช่น Titan) อยู่ในสถานะซ่อนตัวและยากต่อการจับเป้าหมาย, หากฮีโร่ใช้สกิลในบริเวณนั้นจะทำให้เห็นเป้าหมายและล็อคการโจมตีได้ * กรณีนี้ใช้ได้เฉพาะยูนิตที่ซ่อนตัวอยู่เท่านั้น ไม่มีผลต่อฮีโร่ด้วยกันเอง - เพิ่มรางวัลเมื่อเลเวลอัพ : เมื่อเลเวลอัพถึง 30, 35, 40, 45, 46,47,48,49,50 จะมีรางวัลให้ในแต่ละขั้น - เพิ่มออพชั่นในการปรับสีของแถบ HP ของฮีโร่ตนเอง * สามารถปรับสีของแถบ HP ของตนเองได้โดยตั้งค่าใน System Option – Game Setting, โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี - เพิ่มข้อความบอกสถานะว่าไม่สามารถผ่านได้เหนือ Portal Gate - ปรับปรุงระบบการ์ด : เพิ่มระบบที่สามารถเลือกการ์ดได้ใน Tutorial - เพิ่มระบบทดลองการเรียนรู้สกิล * สามารถเรียนรู้สกิลของฮีโร่ที่ยังไม่ได้ซื้อไว้ในครอบครองได้ (รวมถึงฮีโร่ที่มีแล้วเช่นกัน) * โดยจะมีตัวให้ทดลองใช้สกิลคือ “Hero Scarecrow” 1 ตัว และ “Scarecrow” 4 ตัว * ฮีโร่ที่ลองเล่นจะเริ่มต้นที่เลเวล 12 และจะไม่สามารถซื้อไอเทมหรือใช้ไอเทมเพิ่มพลังได้ * หากกดปุ่ม “เริ่มต้น” ที่อยู่ทางด้านซ้ายของหน้าจอ จะเป็นการรีเซ็ทคูลดาวน์ของสกิล และเพิ่ม HP/MP จนเต็ม * ในหน้าต่างของฮีโร่ จะเพิ่มปุ่ม “เรียนรู้สกิล” ไว้ข้างๆปุ่ม “ซื้อฮีโร่” - ปรับปรุง Tutorial : ใน Tutorial ระดับต้น เมื่อฆ่า Leonic ได้แล้ว จะไม่มีครีปออกมาอีก และเมื่อฆ่า Leonic ตาย ฮีโร่จะเลเวลอัพเป็น 25 - ปรับปรุง Deathmatch : เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Guardian โดยเพิ่มพลังป้องกันและพลังป้องกันเวทย์ - เปลี่ยนชื่อ Versus AI, Quick Match * Versus AI เปลี่ยนเป็น CO-OP VS AI * Quick match เปลี่ยนเป็น Basic Match - ปรับปรุง Interface การซื้อไอเทม * การซื้อไอเทมภายในเกม เปลี่ยนจากการคลิกเมาส์ 1 ครั้ง เป็นดับเบิ้ลคลิก * สามารถตั้งคีย์ลัดเพื่อซื้อไอเทมได้ - เพิ่มระบบการแจ้งเตือน : เพื่อเตือนผู้เล่นเมื่อไม่ได้สนใจหน้าจอนานๆ (สามารถ เปิด/ปิด ได้ในการตั้งค่า) เนื่องจากมีการปรับสมดุลเกมและอัพเดทระบบใหม่ จึงจำเป็นต้องรีเซ็ตข้อมูลบางส่วน ข้อมูลที่ถูกรีเซ็ต – Level, GP, Craft item, Ancient Soul Stone ข้อมูลที่คงอยู่ – Hero, Skin, Icon ทั้งนี้ ทางทีมงานจะแจกไอเทมชดเชยการรีเซ็ตครั้งนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ พบกับรายละเอียดอัพเดตเพิ่มเติม และกิจกรรมคืนความหนุกให้ผู้เล่นทุกคน ทั้งมือใหม่มือเก๋า รวมถึง Starter Set สำหรับผู้เล่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงยกชุดจาก Starter Set ชุดเดิม รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2557 อีกมากมาย

5 อันดับ สถานที่ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี /  เที่ยวญี่ปุ่น / 

ช่วงนี้ เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คน สนใจที่จะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี จากทั่วโลกแน่ๆ แต่ที่ใกล้ที่สุด ก็คือญี่ปุ่นนั่นเอง พอพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆ คนอาจจะนึกถึง ดอกซากุระ ซึ่งก็ต้องรอดูช่วงเดือน เมษายนโน่น แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ก็ต้องอยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้ไปชมดอกซากุระเลย เอาล่ะ ถ้าใครจะไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองโตเกียว มาดูกันว่า จะไปชมใบไม้เปลี่ยนได้ที่ไหนกันบ้าง 5 อันดับ สถานที่แนะนำสำหรับชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น อันดับ 1 สวนริคุงิเอน (Rikugien) สวนริคุงิเอน เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Komagome (JR Yamanote Line) หรือรถไฟใต้ดินนัมโบคุ เดินจากสถานีโคมาโกเมะเพียง 5-10นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยค่าเข้าจะอยู่ที่ 300 เยน สวนริคุงิเอน นั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว อันดับ 2 สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen) สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดู ใบ้ไม้ร่วงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีก ด้วย สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่น เอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วย ครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว การเดินทางมายังสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองนั้น ควรลงที่สถานี Iidabashi ออกทางประตู C3 แล้วเดินต่อมาอีกประมาน 5-7นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองจะมีค่าเข้าที่ 300 เยน เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00น. ถึง 17.00น. เข้าประตูได้ไม่เกิน16.30น. ครับ อันดับ 3 มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai) ที่ โทได หรือ มหาวิทยาลัยโตเกียว นั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มี สีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น ให้นั่งรถไฟ Tokyo Metro Namboku Line ลงที่สถานี Todaimae ก็จะเจอกับกำแพงสีแดงเลือดหมูริมถนน เดินมาเรื่อยๆจะเจอประตูแดงทางเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อว่าอะกะมง นั้นแหละครับเป้าหมายของเรา มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือโทไดนั่นเอง อันดับ 4 โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park) โชวะ คิเนน เป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว โชวะ คิเนน นั้นจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกและไกลจากตัวเมืองสักเล็กน้อย แต่ก็เดินทางมาไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาประมาน 30นาทีจากสถานีรถไฟชิจูกุ เดินทางโดยรถไฟ JR Chou Line มุ่งสู่สถานี Tachikawa โดยที่นี่มีค่าเข้าชม 400 เยน ครับ อันดับ 5 โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson) เราจะขอขั้นสีเหลือด้วยสีแดงส้มกันสักเล็กน้อย คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงกันสักเท่าไร แต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้สถานที่เที่ยวที่อื่นๆเลยครับ ก่อนอื่นเลย ผมจะขอนำเสนอความพิเศษของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่ นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควรครับ การเดินทางก็ไม่ยากครับ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Todoroki สาย Oimachi เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อยจะเจอสะพานแล้วเดินลงทางลงเล็กๆครับ ระวังเลยนะครับ เพราะทางลงนั้นไม่ได้มีจุดเด่นจุดสังเกตสักเท่าไร สำหรับหลายๆ ท่านที่ไปญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้องการหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี แบบไม่ต้องกลัวผิดหวัง ให้ไปตามสถานที่เหล่านี้ได้เลยครับ นอกจากที่แนะนำ 5 สถานที่นี้แล้ว ยังสามารถชมที่อื่นๆ ได้อีกนะครับ เช่น ที่ ฮาโกเน่, ทะเลสาบอชิ เป็นต้น เครดิต : http://www.j-reco.com เรียบเรียงโดย : travel mthai