อินสตาแกรม

ให้ไว!! คอนเสิร์ต
คริสติน่า อากีล่าร์ /  คอนเสิร์ต ล้านตลับ / 

   ขยันสร้างสรรค์ผลงานและโชว์ดีๆ มาตลอดหลายปี สำหรับ เอ-ไทม์ โชว์บิส ที่ล่าสุดขอจัดฟินนาเล่ส่งท้ายปีนี้ นำคุณย้อนกลับไปในยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการเพลงไทย กับการสร้างประวัติศาสตร์การรวม 6 ศิลปินหญิงยุค 90 ไอคอนผู้พลิกประวัติศาสตร์วงการเพลงไทยไว้บนเวทีเดียวกัน ในคอนเสิร์ต “ล้านตลับ”     คอนเสิร์ตที่ศิลปินทุกคนเป็นเจ้าของผลงานการันตียอดขายถล่มทลายถึง ล้านตลับ ไม่ว่าจะเป็น “คริสติน่า อากีล่าร์” ศิลปินหญิงล้านตลับคนแรกของแกรมมี่, “อมิตา ทาทา ยัง” ศิลปินหญิงล้านตลับเจ้าของยอดขายถล่มทลายที่สุด, “ใหม่ เจริญปุระ” ศิลปินหญิงล้านตลับที่อายุน้อยที่สุด, “นัท มีเรีย” ศิลปินหญิงเอื้อนเสน่ห์กับอัลบั้มสไตล์ R&B ล้านตลับคนแรกของเมืองไทย, “โบ สุนิตา ลีติกุล” ศิลปินหญิงที่ทำสถิติล้านตลับเร็วที่สุด, “นิโคล เทริโอ” ศิลปินหญิงล้านตลับต้นฉบับความกะโปโล     ล้านความทรงจำกำลังจะถูกนำกลับมาอีกครั้ง ใน คอนเสิร์ต “ล้านตลับ” วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม เวลา 19.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม เวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรวันแรกในวันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคมนี้ ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com / www.facebook.com/Atimeshowbiz

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ก๊อปยันเงา! ชาวเน็ตแฉ จีนก๊อปปี้วงเกาหลี WINNER ออกหากิน
KANG SEUNGYOON /  KIM JINWOO / 

แบบนี้ก็ได้เหรอ? ชาวเน็ตแฉ 'WINNER เวอร์ชั่นเสิ่นเจิ้น' ก๊อปปี้ WINNER วงเกาหลีทุกอณู เพื่อตระเวนออกโชว์ตามผับ! กำลังเป็นประเด็นอย่างร้อนแรงทีเดียว หลังจากมีชาวเน็ตเผยข้อมูลว่า ในประเทศจีนกำลังมีกลุ่มศิลปินชายที่ใช้ชื่อว่า WINNER ซึ่งไม่เพียงแค่ลอกเลียนการแต่งกาย, ทรงผม, เมคอัพ รวมไปถึงการโพสท่าของวง WINNER ศิลปินเกาหลีจากสังกัด YG Entertainment ในทุกรายละเอียดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น วง WINNER ปลอมวงนี้ ยังใช้ทั้งชื่อ โลโก้ และข้อมูลของศิลปินตัวจริง เพื่อตระเวนแสดงโชว์ตามผับในประเทศจีนอีกด้วย ภาพเปรียบเทียบ วง WINNER ตัวจริง(บน) - วินเนอร์เสิ่นเจิ้น(ล่าง) วินเนอร์เสิ่นเจิ้น วินเนอร์เสิ่นเจิ้น ในกลุ่มแฟนคลับวง WINNER ชาวไทย กำลังวิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นนี้อย่างร้อนแรง จนทำให้แฮชแท็ก #วินเนอร์เสิ่นเจิ้น ขึ้นเป็นเทรนด์ฮอตในเวบไซต์ทวิตเตอร์เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ต้นสังกัด YG Entertainment ของวง WINNER ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกิดขึ้น. ข้อมูลจาก pann มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไอเดีย แต่งบ้านสวย ด้วยสีขาว
ผนังห้องสีขาว /  ห้องนอนสีขาว / 

วันนี้ Decor.MThai จะพาไปพบกับ ไอเดีย แต่งบ้านสวย ด้วยสีขาวกันค่ะ บ้านโทนสีขาว เป็นบ้านที่ดูแล้วสะอาดตา มองแล้วเบาสบาย สีขาวเป็นสีที่เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เรียกได้ว่าบ้านสีนี้เข้ากับทุกคนเลยก็ว่าได้ค่ะ แถมยังส่งเสริมให้จิตใจสะอาดบริสุทธิ์อีกด้วยนะคะ ว่าแล้วเราไปดูไอเดียตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ ห้องทำงานสีขาว ก็สวยเก๋ เท่ดูมีสไตล์ ห้องน้ำสีขาว แลดูสะอาดตา ห้องนอนสีขาว มองแล้วสบายตา น่าทิ้งตัวลงนอนมากๆ ค่ะ ห้องนั่งเล่นสีขาวก็สวยไม่แพ้กัน เป็นไงคะเห็นไอเดียแต่งบ้านให้ชิคด้วยโทนสีขาวกันไปแล้ว ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาไอเดียการตกแต่งบ้านสีขาวกันอยู่ ก็ลองนำไอเดียตัวอย่างพวกนี้ไปปรับใช้กับบ้านเพื่อนๆ ดูนะคะ

โบว์ น้ำตาซึมเห็นบ้านในฝัน ปอ คุณปู่คุณย่า แอบกลัวไปอยู่ที่อื่น!!
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

  ยังคงสวยงามเสมอสำหรับความรักความผูกพันของครอบครัวสหวงษ์ แม้พระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี จะลาลับไปแล้วก็ตาม ล่าสุดวันนี้(25ก.ค.59) โบว์ แวนดา ควง น้องมะลิ พาขวัญ ซุปตาร์ตัวน้อยขวัญใจประชาชนไปร่วมงานเปิดตัวโครงการ เวิลด์แก๊สเติมพลังไหให้หัวใจอบอุ่น โชว์ฝีมือการทำอาหารง่ายๆ ที่ น้องมะลิ ร่วมทำได้ พร้อมกับเผยถึงเหตุการณ์ที่ไปเยี่ยม คุณปู่สงวน และ คุณย่าพิศมัย ครั้งล่าสุด ถึงกับน้ำตาซึมที่ได้เห็นบ้านในฝันของ ปอ ทฤษฎี ที่คุณปู่คุณย่าสร้างให้ไว้เสร็จเรียบร้อย รับคุณปู่คุณย่าแอบกลัวไปอยู่ที่อื่นไม่กลับมาอยู่บ้านบุรีรัมย์ กลัวทำใจไม่ได้ที่ไม่ได้เห็นหน้า น้องมะลิ!!   "ไปบุรีรัมย์มา ก็ไปทำบุญพี่ปอค่ะ บอกคุณแม่ว่าจะไปดูบ้านที่คุณพ่อ คุณแม่พี่ปอ สร้างเสร็จแล้ว คุณพ่อก็ให้เราไปดู เขามีความสุข คุณพ่อพี่ปอ จะไปไร่ทุกวัน เขาบอกว่าเวลาอยู่ไร่ เขามองไปไกลๆ เหมือนเขาได้เห็นพี่ปอตลอดเวลา ในบ้านก็จะมีของทุกอย่างของพี่ปอ ของใช้ก็จะอยู่ครบ พอเข้าไปจะรู้สึกว่าเป็นบ้านของพี่ปอ น้องมะลิ ก็วิ่งตลอด ยังไม่ได้นอน ถ้าว่างก็จะไปอีกค่ะ บ้านน่ารัก สบายค่ะ" เข้าไปแล้วเป็นยังไงบ้าง?   "น้ำตาซึม ก็นึกถึงเขา วันนั้นที่เข้าไปมีออนแอร์รายการตีสิบพอดี คุณพ่อก็รีบปลีกตัวไปที่ไร่ แล้วทุกคนก็ถามว่าคุณพ่อไปไหน แกไปนั่งดูรายการที่ไร่ แล้วก็ร้องไห้ แกคงไม่อยากให้ใครเห็น ก่อนที่จะมีไร่พี่ปอเคยคุยกับคุณพ่อไว้ว่าถ้าวันนึงจะต้องมีไร่ที่ใหญ่ๆ ให้พ่อให้ได้ พี่ปอพยายามหาอะไรที่พ่อทำแล้วมีความสุขก็ได้ไร่นี้มา มันเป็นฝันของพี่ปอเลยค่ะ เหนือความฝันของพี่ปอ คุณพ่อ คุณแม่ คือสิ่งที่พี่ปอรักที่สุด ฉะนั้นถึงวันนี้ไม่มีพี่ปอ ก็จะบอกคุณพ่อ คุณแม่ตลอดว่า ความรักเรายังคงเหมือนเดิม แล้วมันจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ไม่มีพี่ปอแล้วต่างคนต่างอยู่" คิดจะพาคุณพ่อ คุณแม่ พี่ปอ มาอยู่กรุงเทพด้วยกันมั้ย?   "ไม่ได้ ตอนแรกคุณแม่จะมาอยู่ กลัวเราอยู่ไม่ได้ เพราะโบว์อยู่กับมะลิสองคน โบว์ก็บอกว่าแม่อยู่ไม่ได้หรอก ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้อยู่ โบว์อยากให้อยู่ ทุกครั้งที่เปิดประตูเข้ามาโบว์อยากเห็นใครสักคนก็ได้อยู่ในบ้าน แต่พอมันไม่มีก็ไม่เป็นไร เอาความรู้สึกแม่ไว้ก่อน เพราะว่าถ้าโบว์กับน้องออกมางานข้างนอก แม่นั่งอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้ เพราะของทุกอย่างในบ้านคือของพี่ปอหมด เลยบอกให้อยู่บุรีรัมย์ เพื่อนก็เยอะเวลาไปไหนก็ง่าย แต่คุณแม่ก็เป็นห่วงตลอด โทรมาถามทุกวัน บ้านนี้เป็นบ้านพี่ปอ โบว์ก็จะอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านี้มีแพลนจะย้ายบ้านกับพี่ปอ แต่ไม่มีพี่ปอแล้ว โบว์ก็ไม่ย้ายก็จะอยู่ที่นี่ ตอนที่พี่ปอป่วย 70 วัน คุณพ่อ คุณแม่ ก็วิตกเรื่องนี้ว่า ถ้าวันนึงพี่ปอ ไม่อยู่แล้ว ครอบครัวเราจะเป็นยังไง จะแยกกันอยู่มั้ย กลัวว่าโบว์จะไปอยู่ที่อื่น และคงทำใจไม่ได้ถ้าไม่ได้เห็นมะลิ อย่างที่เห็น มะลิ หน้าเหมือนพี่ปอเป๊ะ โบว์รักทุกคน วันนี้เราต้องทำให้ดีที่สุด"   "ส่วนเรื่องหนังปฏิเสธไปแล้ว บทดีนะคะ แต่รู้สึกว่าความสามารถเราไม่ถึงเลยยุติไปเลย ถามว่าเสียดายมั้ย ก็เสียดาย แต่มานั่งประเมินแล้วความสามารถตัวเองไม่ถึงก็เลยปฏิเสธไปค่ะ" โบว์กล่าว โบว์ แวนดา น้องมะลิ   โบว์ แวนดา น้องมะลิ   โบว์ แวนดา น้องมะลิ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   โบว์ แวนดา น้องมะลิ   น้องมะลิ พาขวัญ  

สื่อผู้ดีเผย เรือใบ จ่อทุบสถิติค่าตัวสโมสรคว้าแข้งใหม่ถึง 2 คน ซัมเมอร์นี้
จอห์น สโตน /  ซื้อตัว / 

หนังสือพิมพ์ของ อังกฤษ ตีข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพอีก 2 คน โดยเป็นการทุบสถิติค่าตัวแพงสุดของสโมสรทั้ง 2 ครั้ง ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลงในปลายเดือนหน้า Sunday Express สื่อผู้ดีรายงานว่าทีมเรือใบสีฟ้าพร้อมทุ่มเงินสูงกว่า 54 ล้านปอนด์ ที่พวกเขาเคยคว้าตัว เควิน เดอ บรอยน์ เพื่อล่อให้ เอฟเวอร์ตัน ใจอ่อนยอมปล่อยตัว จอห์น สโตนส์ กองหลังวัย 22 ปี เข้ามาค้าแข้งในถิ่น เอติฮัด จากนั้นหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวยังเล่นข่าวต่ออีกด้วยว่า แมนฯ ซิตี้ จะเสริมทัพต่อด้วยการดึง ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง ศูนย์หน้า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 58 ล้านปอนด์ ซึ่งจะเท่ากับว่าเป็นการทำลายสถิติค่าตัวของสโมสรถึง 2 ครั้งติดต่อกัน สำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้น เดิมทีจะมีโปรแกรมอุ่นเครื่องที่จีนกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเย็นวันนี้ แต่เกมดังกล่าวถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้าย ทำให้แมตช์ต่อไปของพวกเขาจะเป็นการเจอกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ของ โอบาเมย็อง ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค. นี้ เวลา 18.30 น.

ชีวิตดีอะไรเบอร์นั้น คริส ควงแขน ไฮโซเซนต์ ทัวร์ร้านเพชร!!
คริส หอวัง /  คริส ไฮโซเซนต์

     ชีวิตดีอะไรเบอร์นั้น สำหรับดาราสาว คริส หอวัง กับหวานใจ ไฮโซเซนต์ ที่วันก่อนเห็นควงแขนกันเดินเข้าๆ ออกๆ ร้านเพชรและร้านทองในห้างดังใจกลางเมืองอยู่ 4 - 5 ร้าน ว่าแต่ตามหาอะไรกันอยู่จ๊ะ? จุดนี้อดมโนไปไม่ได้ว่าไปเล็งแหวนเพชรไว้ตีตราจองกันอ่ะเปล่า?? แถมคู่นี้ก็ดูใจกันมาร่วม 3 ปีได้ ยิ่งเพื่อนๆ ในแก๊งนางฟ้าเองก็สละโสดกันไปเรียบแล้ว มีลูกเอย อะไรเลย ก็เหลือแต่สาวคริสของเรานี่ล่ะ แฟนๆ อยากฟังข่าวดี! กันแล้วน๊าาาาาาาา อิอิ คริส หอวัง - ไฮโซเซนต์   คริส หอวัง - ไฮโซเซนต์   คริส หอวัง - ไฮโซเซนต์  

โตส แจ้งความกลับ ฟ้า บาร์บี้ ขู่หากเคลื่อนไหวอีกจะงัดคลิปแฉ!
พจน์ อานนท์ /  โตส อัครัช / 

จากกรณีที่ ฟ้า บาร์บี้ นางแบบและเน็ตไอดอลชื่อดังออกมาแฉว่าถูกนักแสดงหน้าใหม่ในสังกัดของ พชร์ อานนท์(พจน์ อานนท์) นามว่า โตส อัครัช ทำร้ายร่างกายและได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.หัวหมาก จากนั้นหนุ่มโตสเองก็ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมทั้งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาไปนั้น ล่าสุดวันนี้(25 ก.ค.) หนุ่ม โตส อัครัช ออกมาเปิดใจในรายการ ปากโป้ง ทางช่อง 8 และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนได้มีการแจ้งความกลับไปทาง ฟ้า บาร์บี้ อดีตแฟนสาว ในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เกิดความเสียหายไปเรียบร้อยแล้ว เผยจริงๆ ตั้งใจจะแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จอีกด้วยซ้ำ เปรยกรณีที่อีกฝ่ายอ้างว่าแฟนเก่าตนอินบ็อกข้อความไปร่วมแฉด้วยนั้นไม่มีแน่นอน ทั้งนี้ตนยังไม่มีการติดต่อกับใครตั้งแต่เกิดเรื่อง โอดโดนสังคมต่อว่าไม่แมน! บอกเสียใจ ปัดอยากดัง เล็งงัดหลักฐานเป็นคลิปโชว์อีกรอบถ้าฝ่ายหญิงออกมาแถลงอีกครั้ง บอกถ้าตนเป็นฝ่ายถูกก็ช่วยมาขอโทษด้วย! ส่วนความสัมพันธ์ยืนยันไม่มีการกลับมาคุยกันอีกแน่นอน ลืมไปเลย ไม่เคยมีคนแบบนี้บนโลกนี้!! สำหรับกรณีที่พจน์บอกให้เลิกคบกับฝ่ายหญิงนั้นเชื่อว่าพูดถูกแล้ว ส่วนตนตอนนี้ถูกพจน์สั่งพักงานถึง 2 เรื่องด้วยกัน... รายละเอียดทั้งหมดมี ดังนี้ “วันนี้ผมต้องขอออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าผมไม่ได้ทำ สำหรับกรณีที่เขาออกมาบอกว่าผมทำร้ายร่างกายเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นก็คือ เขาเป็นคนนัดให้ผมไปเจอเองและผมก็ไปตามที่เขานัด แต่ตามปกติเราสองคนเลิกกันแล้วนะเพียงแค่เรายังเจอกันได้ ซึ่งพอผมไปตามที่เขานัดปุ๊ป เขาก็บอกให้ผมไปรอเขาอยู่ในที่ๆ หนึ่งก่อนแล้วค่อยออกมาเจอเขา ซึ่งพอเขาบอกมาแบบนั้นผมก็เลยรู้สึกเอะใจว่าเขาน่าจะออกไปไหนแน่ๆ” “จากนั้นผมก็เลยตัดสินใจว่าจะแอบไปหน้าบ้านเขา แต่ด้วยความที่มือถือผมแบตหมด ผมก็เลยต้องขับรถไปตรงป้อมยามและก็โทรบอกเขาว่าผมอยู่หน้าบ้านเขาแล้วนะ ไหนบอกว่าอยู่บ้านไง จากนั้นเขาก็เลยขับรถกลับมาและพอเจอกันผมก็ถามเขาปกตินะครับว่าไปไหนมา บอกให้โตสมาและออกไปหาคนอื่นมาใช่ไหม คือผมถามเขาดีๆ ปกติ ไม่ได้โวยวายหน้าบ้าน ไม่ได้บีบแตร หรือทำอะไรตามที่เขาพูดเลย และถ้าผมทำแบบนั้นจริงๆ ยามที่ป้อมไม่มาไล่ผมเหรอ ตำรวจไม่มาจับผมเหรอถ้าผมบุกรุกบ้านเขาขนาดนั้น” “ผมคุยอารมณ์ดีปกติอยู่แล้วครับ เพราะผมก็ไม่ได้สนอะไร เนื่องจากเราสองคนต่างก็มีคนของตัวเองอยู่แล้ว แต่ผมแค่ถามเฉยๆ ว่าเขานัดผมออกมาแล้วเขาไปหาคนอื่นมาเหรอ ซึ่งมันก็เป็นคำถามกวนๆ แต่ในเมื่อจับไม่ได้ผมก็ขับรถออกไปกับเขาตามปกติ และตลอดเวลาที่อยู่บนรถผมก็พูดแต่เรื่องนี้นะ ย้ำแต่เรื่องนี้ จนเหมือนเขาจะโมโหและก็เริ่มด่าผม ด่าผมเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนกวนๆ ถ้าโดนด่าผมจะนิ่งทำหูทวนลมใส่ เขาก็เลยดูแบบว่าหมั่นไส้ผม จากนั้นก็เริ่มถีบผม ยกขาขวาขึ้นมาถีบเลย เขาเป็นคนทำร้ายร่างกายผมก่อน เขาจิกหัวผมดึงลงมาเหยียบเล่นๆ แถมตอนนั้นผมก็กำลังขับรถอยู่ด้วย” “แต่ผมมีสติไงครับ ผมเอาเท้าขวาเหยียบเบรคและก็ขับรถเบี่ยงไปข้างทาง คือผมจะตบเขายังไง เพราะตอนนั้นผมโดนเขาตบทุกที่ ซึ่งผมยอมรับนะว่าผมจับมือให้เขาหยุดจริง แต่ผมจับเพื่อดันตัวเขาออกไป รวมถึงบอกกับเขาด้วยว่าถ้าหากเขาทำแบบนี้อาจจะทำให้รถคว่ำได้ แต่ถ้าเขาอยากตายก็โอเค โตสจะขับรถไปเรื่อยๆ ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน จากนั้นผมก็กลับมาขับรถปกติ แต่เขาก็จับผมถีบผมเรื่อยๆ นะ ซึ่งพอผมขับรถมาถึงบ้านเขาก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ดี และก็คุยกับผมดีๆ ได้” “สาเหตุก็คือพอไปถึงบ้าน คนที่เขาไปหาก็ทักมาหาเขาพอดี จากนั้นผมก็เลยถามเขาอีกว่าไหนล่ะที่บอกว่าไม่ได้ไปหาใคร แล้วนี่คืออะไร และเขาก็บอกกลับมาว่าโอเคเดี๋ยวเลิกยุ่งกับคนนี้ก็ได้ แต่โตสก็ไปเลิกยุ่งกับคนนั้นสิ เราจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งผมก็ยืนยันไปกับเขานะว่าผมเลิกยุ่งกับคนนั้นไม่ได้ เพราะเขาก็เป็นคนที่ดีสำหรับผม” “ผมปกติเลยครับ ไม่ได้หึงเลย จะนัดเจอผมก็ได้ กินข้าวก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เราสองคนคบซ้อน ก็ประมาณนั้นครับ คือเราเคยคบกันมา 11 เดือน เราไม่เคยห่างกันเลย ดังนั้นมันก็ต้องมีความผูกพันกันด้วย ตอนอยู่บนรถสู้กลับมั้ย อย่างที่ผมบอกครับ ผมยอมรับว่าผมจับมือขวาเขาและก็ดันตัวให้เขาหยุด แต่ผมไม่ได้ทำร้ายร่างกายเขาเลย ผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิง” “ที่บอกว่าตบหน้าเขาตอนถึงบ้าน แถวบ้านผมมีกล้องวงจรปิดนะ ถ้าเห็นกล้องจะรู้เลยว่าผมเดินเข้าบ้านและเขาเดินตาม การปิดประตูทุกอย่างคือปกติ ตอนแม่เดินเข้ามาเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งนะครับ แม่ยังถามอยู่เลยว่ามีอะไรกันเหรอ เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร” “เอากำปั้นทุบหน้าเขา ถ้าผมทุบจริงๆ รอยไม่น้อยขนาดนั้นหรอกครับ หน้าต้องแตกแล้ว ยิ่งเหยียบหน้า เหยียบหัว จมูกเขาต้องดั้งหัก ขาหัก แขนหักแล้ว รอยเขียวช้ำมาได้ยังไง ต้องถามเขาเองครับ ผมไม่รู้เหมือนกันว่ารอยมาได้ยังไง ผมยอมรับแค่อย่างเดียวว่ามีแค่รอยตรงแขนขวาที่ผมจับเขา อาจจะเป็นเพราะผมจับแน่นไปก็ได้” “ก่อนจะแยกกัน ผมเห็นแค่รอยแขนรอยเดียวครับ ส่วนรอยอื่นผมไม่รู้ ผมไม่ขอพูดดีกว่าว่ามันเป็นยังไง มีกระแสว่าเขาทำขึ้นมาเอง ผมไม่รู้ ต้องถามเขาครับ ผมให้เกียรติเขา เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ ตอนที่เขาแถลงข่าว ฟังครับ ตอนที่ผมฟังบางเรื่องผมก็ตลกนะ แต่บางเรื่องผมก็ดูไปแล้วก็นึกว่าเขาเป็นคนนิสัยยังไง ผมอยู่กับเขามานาน ผมรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง” “ที่บอกในรายการว่าเขาขู่ไว้ ถ้าผมไม่คืนดีเขาจะสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา อันนี้ผมไม่ขอพูดดีกว่าครับ ต้องไปถามเขาว่าเขาพูดจริงหรือเปล่า เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ ถ้าหากผมพูดอะไรออกไปเป็นผู้ชายผมพูดไปก็ดูผิด ดูเป็นหน้าตัวเมีย เขายืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงซึ่งไม่ตรงกัน ใช่ครับ ไม่ตรงเลยครับ ผมไม่ได้ทำร้ายเขาเลย” “น้ำเสียงตอนทะเลาะกัน ผมเป็นคนนิ่งๆ แต่เขาก็จะเป็นคนที่ด่าตามที่เคย มีรุ่นพี่ออกมาพูดว่าเขาด่าผมยังไงบ้าง และพอผมทำหน้านิ่งๆ กวนๆ เขาก็ยิ่งหมั่นไส้ ผมพูดอะไรเยอะไม่ได้ แต่ผมให้ทุกคนที่ดูข่าวตัดสินเองดีกว่าว่าเรื่องมันเป็นยังไง” “วันนั้นพอเราคุยกันเสร็จก็นอนนะครับ เพราะเราคุยกันถึง 6 โมง แต่นอนปกตินะครับ เราง่วงกันทั้งคู่ จับมือนอนปกติ คุยกันดี ตอนเช้าผมขับรถไปส่งเขาที่บ้าน เขาเข้าบ้านไปเอาเงินมากินข้าวแถวซอยบ้านเขาด้วยนะครับ อารมณ์โกรธไม่มีเลย ทุกอย่างเป็นปกติเลย” “ตั้งแต่มีเรื่อง ผมไม่คุยแล้วครับ ผมโดนขนาดนี้ผมไม่คุยแน่นอน คดีความล่าสุดผมก็เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาและก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของเขาแล้วครับ ส่วนผมก็แจ้งความกลับเขาเหมือนกันในข้อหาดูหมิ่น คือเขาดูหมิ่นผมตรงข้อความช่วงท้ายที่เขาพิมพ์ลงเฟสบุ๊คว่า ผมเป็นคนไม่ดี หลอกเงินผู้หญิง” “เรื่องแฟนเก่าส่งข้อความไปบอกเขาว่าเคยโดนผมทำร้าย ผมไม่เคยทำเลยครับ แฟนเก่าคนไหนที่เคยโดนผมทำร้ายร่างกายแสดงตัวออกมาเลยครับ ผมไม่ได้มีแฟนมานิดเดียวนะ ผมมีมาเยอะนะ และก็มีแฟนเก่ามาให้กำลังใจผมเยอะเหมือนกัน” “ถ้าเขาจะไกล่เกลี่ยผมก็ยินดีไกล่เกลี่ยครับ แต่ตอนนี้ผมแจ้งความเขาคืนแล้วด้วย และตอนนี้ผมก็อยู่เฉยๆ หลักฐานผมมีพร้อม พร้อมดำเนินคดีเขาทันที ถ้าให้ผมมาขอโทษและให้ผมยอมเขาจริงๆ ผมจะไม่มาสู้ถึงทุกวันนี้เลย หลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ผมเห็นแล้วครับ และผมบอกได้เลยเขามีแค่ตอนที่ผมขับเข้าไปกับขับออก แต่ของผมมีมากกว่านั้น” “ฟีดแบค ตอนนี้คนก็คิดกันไปแล้วว่าผมเป็นแบบนั้นจริงๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ฟังอะไรเลย ถามว่าเสียใจไหม ผมเสียใจครับ พ่อแม่ผมก็เสียใจ เพราะท่านไม่เคยสอนให้ผมทำร้ายผู้หญิง สิ่งไหนที่ผมผิดผมก็ยอมรับ แต่สิ่งไหนที่ผมไม่ผิดผมก็ไม่ยอมรับครับ” “เขาทำทั้งหมดนี้ไปเพื่ออะไร ผมไม่ขอพูดดีกว่าครับ อยากดัง ก็ส่วนหนึ่งครับก็น่าจะมี ส่วนผมจะอยากดังเพื่ออะไรครับ ผมเล่นหนังของพี่พจน์มา 4-5 เรื่องแล้ว ผมไม่เคยช่วยโปรโมทหนัง ผมไม่เคยเผยตัวว่าผมเป็นนักแสดง ทุกคนไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าผมคือใคร แต่พอมีข่าวนี้ผมดังเลย ทุกคนรู้เลยว่าผมไงโตสตบผู้หญิง” “ถ้าเขาออกมาแถลงอีก ผมจะงัดหลักฐาน งัดคลิป งัดภาพออกมาให้ทุกคนได้เห็นเลย และผมจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น ผมจะให้ทุกคนคิดตามเองว่ามันเป็นยังไง เรื่องจบยังไง ถ้าผมถูกจริงๆ ผมจะให้เขามาขอโทษ และก็จะยกฟ้องคดีที่ผมแจ้งเขา คือตอนนี้เขาแจ้งความเท็จผมใช่ไหมคับ และถ้าผมถูกผมจะฟ้องกลับเลยว่าเขาแจ้งความเท็จทั้งหมด” “ผลกระทบ ช่วงแรกๆ ก็ส่งผลนะครับ แต่ผมก็ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจแล้วว่าผมไม่ได้ทำ แชทระหว่างผมกับพี่พจน์ถูกปล่อยออกมาด้วย ใช่ครับ พี่พจน์เขาเคยบอกว่าอย่าคบกับคนนี้นะ แต่ผมไม่เคยเชื่อเพราะผมรักผู้หญิงคนนี้ และผมก็คิดว่าเขาคงไม่เป็นแบบที่พี่พจน์ว่าหรอก ถามว่าพอเกิดเรื่องพี่พจน์เขาว่ายังไงบ้าง เขาก็พักงานผมแล้วครับ พักผมจากงานภาพยนตร์ 2 เรื่อง” “ยืนยันว่าไปบ้านเขาไม่ได้เข้าไปเพื่อง้อเขาแน่นอน ใช่ครับ ผมเข้าไปบ้านเขายังไม่เจอตัวเขาเลย ทั้งๆ ที่ตอนที่เขาออกมาพูดเขาบอกว่าเขาอยู่บ้านและผมก็ไปบีบแตรส่งเสียงดัง เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ เขาหลอกคนอื่นได้แต่เขาหลอกตัวเองไม่ได้ และอย่าให้ผมต้องพูดลึกกว่านี้ อย่าให้ผมต้องเป็นคนแฉ อย่าให้ผมต้องเอาเรื่องจริงมาพูด อย่าให้ผมต้องเอาหลักฐานออกมายืนยัน” “ความสัมพันธ์งงๆ ระหว่างเราสองคนตอนนี้ก็คือจบแล้วแน่นอน ถ้าข่าวถึงขนาดนี้ผมไม่กลับมาคุยแน่นอนครับ ลืมไปเลยว่ามีคนแบบนี้ในโลกนี้ กับคนปัจจุบันตอนนี้ ผมก็เห็นใจเขานะครับ เพราะเรื่องนี้ก็ส่งผลถึงเขาเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าเลิกยุ่งกับเขาดีกว่าเพราะผมก็กลายเป็นคนมีข่าวไปแล้ว” โตส กล่าว โตส อัครัช โตส อัครัช โตส อัครัช โตส อัครัช โตส อัครัช ฟ้า บาร์บี้

บรี ลาร์สัน คอนเฟิร์มผ่านทวิตเตอร์ “เรียกฉันว่า กัปตันมาร์เวล”
Brie Larson /  Captain Marvel / 

บรี ลาร์สัน คอนเฟิร์มผ่านทวิตเตอร์ “เรียกฉันว่า กัปตันมาร์เวล” คอนเฟิร์มแน่นอนแล้ว สำหรับซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ล่าสุดที่ได้นักแสดงสาว บรี ลาร์สัน (Brie Larson) มารับบทเป็น กัปตันมาร์เวล ซึ่งโพสต์ภาพตัวเองกำลังใส่หมวกที่มีโลโก้ใหม่ล่าสุดจากมาร์เวล สตูดิโอ อีกด้วย พร้อมข้อความใต้ภาพที่ระบุว่า “เรียกฉันว่ากัปตันมาร์เวล” Call me Captain Marvel. pic.twitter.com/IgqRIb9ijM — Brie Larson (@brielarson) July 24, 2016 สำหรับนักแสดงสาว บรี ลาร์สัน เป็นอีกหนึ่งนักแสดงมากความสามารถที่คว้าราลวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปี 2016 จากภาพยนตร์เรื่อง Room และผลงานการแสดงของเธอในเรื่องนี้ยังทำให้เธอคว้ารางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมอีกด้วย การันตีความสามารถขนาดนี้ การมาสวมบทเป็นหนึ่งในสุดยอดซูเปอร์ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลมาร์เวลเป็นอะไรที่เจ๋งน่าดู ดูบทความต้นฉบับ : Brie Larson confirmed for 'Captain Marvel' - onstage at Comic-Con

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ไม่สน...โดนตัดพี่ตัดน้อง!! เกรซ สวีท พอร์ช ยาวไป
คู่รัก /  ดาราสวีท / 

อานุภาพความรักเหนือสิ่งอื่นใดจริงจริ๊งงง สำหรับสาวสวยหมวยน่าหม่ำอย่าง เกรซ น้องสาวสุดที่รักของนางร้ายหน้าเฉี่ยว กีฟ อรลีฬห์ ที่เวลานี้กลับมาอินเลิฟสุดๆ กับพระเอกวิกหมอชิตอย่าง พอร์ช ศรัณย์ แบบเปิดเผยมากขึ้น หลังจากที่เคยร้างลากันไปแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะรักหนักแน่นเหลือเกิน เพราะขนาดพี่สาวอย่างกีฟไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์นี้จนประกาศตัดพี่ตัดน้องเด็ดขาด เหมือนกับที่เคยตัดเพื่อนกับหนุ่มพอร์ชมาแล้ว สาวเกรซเธอยังไม่แคร์ ยังคงสวีทหวานกับสุดที่รักอย่างพอร์ชอยู่ตลอดๆ และดูท่าจะยาวไปเรื่อยๆ อีกด้วย แหมมมม...ก็คนเขารักของเขาอ่ะเนอะ จริงจังหนักแน่นไม่แคร์พี่สาวแบบนี้ นายพอร์ชมีดีอะไรมัดใจสาวเกรซหน๊อออ เกรซ - พอร์ช เกรซ - พอร์ช เกรซ - พอร์ช เกรซ - พอร์ช เกรซ - พอร์ช เกรซ - พอร์ช เกรซ - พอร์ช เกรซ - พอร์ช เกรซ (น้องสาวกีฟ) กีฟ อรลีฬห์ ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @porshe_saran @gracephtk

วิดีโอหลุดล่าสุดเผย Galaxy Note 7 จะมีระบบสแกนม่านตา
Eye Scanner /  Galaxy Note 7 / 

เรียกว่าข่าวลือก็หลุดออกมาเรื่อยๆ สูสีคู่แข่งกันเลยจริงๆ สำหรับ Samsung Galaxy Note 7 ที่ล่าสุดแหล่งข่าวจากประเทศจีนได้ปล่อยคลิปออกมาจากทางเว็บไซต์ Weibo ที่ TechTastic เอามาปล่อยใน Youtube อีกที  ได้เผยออกมาว่าระบบการทำงานใหม่ของทาง Note 7 จะมีระบบฟีเจอร์สแกนตา Iris scanner ของผู้ใช้งานเพื่อปลดล็อคหน้าจอนั่นเอง ซึ่งจากที่เห็นในวิดีโอ Galaxy Note 7 จะมีระบบสแกนม่านตา  หน้าจอล็อกนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนครึ่งต่อครึ่ง โดยครึ่งแรกจะเป็นการแสกนตา Iris scanner และส่วนครึ่งล่างนั้นจะเป็นการใส่ Pattern/PIN เพื่อปลดล็อกแบบปกติ โดยก่อนหน้านี้ทาง Samsung ก็ปล่อยให้มีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในมือถือรุ่น Galaxy S7 and S7 Edge ไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่คิดว่า Note 7 จะล้ำขนาดนี้ (ถ้าเป็นเรื่องจริง) และนอกจากนั้นข่าวลือยังเผยอีกว่า Note 7 จะมาพร้อม หน้าจอ 5.7 นิ้ว Quad HD Super AMOLED display, Qualcomm Snapdragon 821 processor, แรม 6GB, ความจุ 64GB, microSD card slot, กล้องหลัก 12-megapixel, กล้องหน้า 5-megapixelและ ระบบกันฝุ่นและน้ำ IP68 The Galaxy Note 7 revealed thanks to leaks. Image: sammobile ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เรียกได้ว่ามีการปล่อยภาพหลุดภาพโมเดล Note 7 ที่กำลังจะเปิดตัวออกมาแล้วเหมือนกัน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ยังเป็นข้อสงสัยกันอยู่สำหรับสาวก Samsung ก็คือ Note 7 นั้นจะออกมาในรูปแบบจอแบนหรือจอโค้งแบบรุ่น Edge โดยภาพที่หลุดออกมานั้นถูกปล่อยออกมาทั้งสองแบบ แต่เรามั่นใจว่าสุดท้ายแล้ว Samsung น่าจะเลือกปล่อย Note 7 ออกมาแค่โมเดลเดียว จะเป็นอย่างไรนั้นเราคงต้องรอกันต่อไปนั่นเองครับ ดูบทความต้นฉบับ : Leaked video reveals lightning fast Samsung Galaxy Note 7 eye scanner

หนุ่ม กรรชัย เสียหายหนัก! รอเคลียร์-ไม่คิดเปิดศึกฟ้องช่อง 7 แย่งลิขสิทธิ์เพชรตัดเพชร
หนุ่ม กรรชัย /  ธงชัย ประสงค์สันติ / 

กลายเป็นปัญหาลิขสิทธิ์บทประพันธ์ เพชรตัดเพชร ที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ 2 คน เมื่อผู้จัดไฟแรง หนุ่ม กรรชัย ควักเงินซื้อลิขสิทธิ์มาทำละครป้อนช่อง 8 จากเจ้าของลิขสิทธิ์รายแรก แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเจ้าของลิขสิทธิ์อีกรายขายให้กับช่อง 7 ซึ่งส่งต่อให้ ธงชัย ประสงค์สันติ แห่งค่ายพอดีคำรับหน้าที่ผลิตละครและเริ่มถ่ายทำไปแล้วถึง 80% งานนี้ หนุ่ม กรรชัย มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ สตูดิโอรายการปากโป้ง ช่อง 8 ยอมรับว่าฝ่ายตนเสียหายมาก ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์ เรื่องบทและอื่นๆ อีกมากมาย และได้ติดต่อไปทางช่อง 7 ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ส่วนตัวไม่คิดเปิดศึกฟ้องร้องช่อง 7 รอเคลียร์กับผู้ใหญ่เพื่อหาทางออกร่วมกันที่ดีที่สุด!! "เรื่องลิขสิทธิ์ละครเพชรตัดเพชร จริงๆ แล้วอย่างที่เคยมีข่าวออกไปว่าบทภาพยนตร์เรื่องเพชรตัดเพชร ไม่ได้เป็นชื่อภาพยนตร์ รวมถึงชื่อตัวละครที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นมีคนที่ร่วมกันเขียน 2 คน คนหนึ่งคือคุณ เศก ดุสิต อีกคนคือคุณ ส.เนาวราช ซึ่งตอนนี้ตัวเราเองถือไว้คนหนึ่ง เพราะฉะนั้นในการจะทำละครเรื่องขึ้นมาต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบทประพันธ์ทั้งสองคนก่อน แสดงว่าจากคนใดคนหนึ่งด้วยข้อกฎหมายแล้วไม่ได้ เหมือนกับรถยนตร์คันหนึ่งมีชื่อ 2 คนเป็นเจ้าของ อยู่ดีๆ นาย ก. จะไปขายให้อีกคนโดยที่ไม่ถามเจ้าของร่วมมันก็คงจะไม่ได้ แต่ช่อง 7 สร้างไป 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็เข้าใจทางฝั่งช่อง 7 นะครับ เพราะผมเชื่อว่าช่อง 7 อาจจะไม่ทราบตรงนี้ว่ามีคนเขียนร่วมกัน เพราะทางช่อง 7 เคยสร้างมาแล้วครั้งหนึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะตอนนั้นทางทายาทคุณ ส.เนาวราช ยังไม่ได้ปรากฏ แต่ ณ ครั้งนี้ทายาทเขาปรากฏแล้ว เพราะฉะนั้นแน่นอนมันต้องมีเรื่องของกฏหมายมาเกี่ยวข้อง" "ผมทราบเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะตัวเราเองติดต่อคุณ เศก ดุสิต ไป ครั้งแรกเลยทางทายาทที่เป็นลูกชาย ก็ได้มีการตกลงกันว่าจะขายให้ทางเรา ซึ่งจะมาทำให้ช่อง 8 แต่ปรากฏว่าทางเขาต้องการให้เราแนบท้ายสัญญาว่า ถ้าเกิดมีทายาทของ ส.เนาวราช ขึ้นมาเกี่ยวข้อง เขาไม่ขอเกี่ยวข้องนะ คุณหนุ่มต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง เราก็ได้มีการมาพูดคุยกับทางเฮียฮ้อ เฮียก็บอกว่าไม่โอเค ทำแบบนี้ไม่ถูกกฎหมาย ต้องได้รับความยินยอมทั้งสองฝ่ายแล้วถึงจะยอมเซ็น เราก็เลยกลับไปพูดคุยกับทางทายาท เศก ดุสิต ว่าทางเราไม่สะดวกจริงๆ ถ้าเป็นแบบนี้" "ทางฝั่งเขาเลยบอกว่าเอาอย่างนี้แล้วกันให้ผมไปตามหาทายาท ส.เนาวราช มาก่อน เจอเมื่อไหร่ค่อยกลับมาว่ากัน ซึ่งเราก็โอเคแล้วก็ไปตามหา จนกระทั่งผ่านมาเดือนหนึ่งเราก็พบว่าคุณ ส.เนาวราช เสียชีวิตไปแล้ว ทางทายาทเขา 6 คน บางคนก็อยู่ต่างประเทศ บางคนก็เปิดร้านขายของอาหารตามสั่ง แล้วก็ไม่ค่อยรู้เรื่องกฏหมายเท่าไหร่ เราก็เลยไปขอซื้อมา พอซื้อมาแล้วก็กลับมาหาทางทายาทคุณ เศก ดุสิต ปรากฏเขาบอกว่าไม่ทันแล้ว ผมขายไปแล้ว เราก็อ้าว…แล้วทำไมพี่ไม่โทรบอกผมสักคำเลยล่ะ เขาก็บอกว่างั้นผมก็ต้องโทรบอกทุกคนสิ เราก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไงก็วางหูไป ถามว่าใครเอาไปทำ ผมจะไปซื้อกลับมาก็ไม่ยอมบอก" "หลังจากนั้นไม่เกิน 3 เดือน ก็ถือสัญญาค้างอยู่ไม่รู้จะทำยังไง ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายทางช่อง 7 ก็ประกาศจะสร้างละครเรื่องนี้ ทางเราก็งงว่าทำไมช่อง 7 สร้างได้ ก็เลยมีการไปคุยกับทางฝ่ายกฏหมาย จริงๆ มันทำไม่ได้ เราก็เลยพยายามติดต่อเข้าไป คือผมไม่ได้ไปคุยโดยตรง แค่ฝากไปก็เลยไม่รู้เรื่องถึงหรือเปล่า หลังจากนั้นก็เพิ่งจะมีข่าวตอนหลัง จริงๆ เราส่งไปตั้งแต่ก่อนจะสร้างด้วย ตั้งแต่ตอนฟิตติ้งใหม่ๆ จะถึงขั้นเข้ากระบวนการทางกฏหมายเลยมั้ย อันนี้ตอบไม่ได้ แต่ ณ ตอนนี้ผมไม่ได้มีความคิดจะฟ้องช่อง 7 ผมเชื่อว่าคนอยู่วงการเดียวกัน บางทีมันก็ต้องมีการพูดคุยกัน ช่วยกันหาทางออกมากกว่าจะมานั่งฟ้องกัน เพราะมันเป็นเรื่องไกลตัวมากนะการฟ้องร้องเนี่ย แต่ถ้าถึงเวลานั้น ผมก็ยังบอกไม่ได้เพราะถ้าเรื่องนี้ถูกนำมาออกอากาศจะถูกดำเนินการทางกฎหมายยังไง แต่ ณ วันนี้ผมยังไม่คิดที่จะฟ้อง" "หลังจากติดต่อไป ทางผู้ใหญ่ก็ได้มีการให้ทางคนที่ช่อง 7 ติดต่อมาว่าขอให้ไปพูดคุยกันเพื่อช่วยกันหาทางออก แต่ด้วยเวลา เราทำงานทุกวัน บางวันเราว่าง ผู้ใหญ่ท่านก็ไม่ว่าง ก็เลยยังไม่มีโอกาสที่จะไปพูดคุยกัน จะขายลิขสิทธิ์ให้เขาไปเลยมั้ยเหรอ อันนี้คงต้องไปพูดคุยกันอีกทีว่าจะเป็นในลักษณะไหน เพราะว่าในช่วงนั้น พอเราได้มาเราก็เริ่มฟิตติ้ง เริ่มติดต่อตัวละคร ทำบท ทำทุกอย่างแล้ว เพื่อที่จะทำเรื่องนี้ สุดท้ายพอรู้ว่ามันมีสัญญา 2 คน แล้วเราถือแค่ขาเดียว เราก็รู้สึกว่าเราทำไม่ได้เดี๋ยวจะมีปัญหา ก็เลยต้องปิดเรื่องไปเลย" "ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับพี่ธงชัยเลย แต่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่ธงแล้วเหมือนกัน ก็ยังรักและเคารพพี่ธงเหมือนเดิมนะครับ แล้วก็ไม่เคยมีปัญหากับพี่ธง แล้วก็เชื่อว่าพี่ธงก็ทำตามหน้าที่ เพราะเรื่องนี้ผมได้ยินมาว่าช่อง 7 เป็นคนซื้อ แล้วมอบหมายให้พี่ธงเป็นผู้จัด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็จะไม่เกี่ยวกับพี่ธง เป็นเรื่องของทางช่อง 7 ที่อาจจะต้องมาร่วมกันหาทางออกกับทางผมมากกว่า ก็เข้าใจพี่ธง ไม่ได้โกรธ ไม่ได้อยากจะทำร้ายอะไรเลย เดี๋ยวพี่ธงจะเข้าใจผิด แนวทางข้างหน้าจะเป็นยังไง อันนี้คงต้องขอเข้าไปคุย ต่างคนต่างทำคงเป็นไปไม่ได้ ต้องขอเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ทางช่อง 7 ก่อน ว่าจะร่วมกันหาทางออกยังไง" "ค่าเสียหายที่เราเริ่มเปิดเรื่องไปแล้วก็ประมาณหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์เอง ค่าบทที่เราทำ หรืออะไรต่างๆ นานา เดี๋ยวก็ต้องไปว่ากันอีกทีว่ายังไง ถ้าช่อง 7 จะซื้อ ก็คงต้องไปคุยกันอีกทีว่าจะเป็นยังไง คือตรงนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ ขอไปดูก่อนว่าทางฝั่งช่อง7 ต้องการหาทางออกยังไง และเราต้องการหาทางออกยังไง เป็นการหาทางออกร่วมกันครับ สำหรับผมเสียดายมากเลย คือเราติดต่อไปทั้งสองเจ้าแล้ว เราตั้งใจที่จะทำ แต่ว่าในเมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้เราก็ไม่สามารถไปละเมิดได้ เขามีคนเขียนสองคน ถ้าเราเอามาทำโดยที่ไม่มีคู่สัญญาของอีกคน ผมว่ามันก็ไม่ได้จริงๆ อย่าดีกว่า" หนุ่ม กล่าว หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย หนุ่ม กรรชัย