อินสตาแกรม

เอ๋จัดให้!! ป๋อ สุดแฮปปี้ ป๊อด โมเดิร์นด็อก โผล่ร้องเพลงเซอร์ไพรส์วันเกิด 42 ปี
ป๋อ ณัฐวุฒิ /  เอ๋ พรทิพย์ / 

  เผลอแป๊บเดียวอายุครบ 42 ปีแล้วค่า สำหรับพระเอกมากฝีมือ ป๋อ ณัฐวุฒิ ที่ล่าสุด 2 ธ.ค.59 ตรงกับวันครบรอบวันเกิดของ หนุ่มป๋อ ด้านภรรยาสุดเลิฟ เอ๋ พรทิพย์ ก็เลยจัดปาร์ตี้วันเกิดพร้อมกับทำเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ให้กับสามีสุดที่รัก ด้วยการเชิญบรรดาเพื่อนสนิทรวมถึงไปแอบชวนเพื่อนๆ ที่จ.เพชรบุรี, เพื่อนที่อังกฤษ, เพื่อนเรียนวิศวะ ม.รังสิต, เพื่อนที่โรงเรียนลูก และเพื่อนสวยพี่ดุ๋ง มารวมตัวกันเพื่อฉลองวันเกิดให้คุณสามีที่บ้านใหม่ แต่ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ เอ๋ พรทิพย์ จัดเซอร์ไพรส์ให้คุณสามีและทำเอา หนุ่มป๋อ ถึงกับสะดุ้งตกใจและแฮปปี้มีความสุขมากๆ นั้นก็คือการพานักร้องในดวงใจอย่าง ป๊อด โมเดิร์นด็อก มาร้องเพลงอวยพรวันเกิดและสร้างสีสันในปาร์ตี้วันเกิดครั้งนี้ แถมยังมี หนุ่มบอย พีชเมคเกอร์ ที่มาร่วมขับร้องเพลงอย่างสนุกสนาน โดย ป๋อ ณัฐวุฒิ ได้โพสต์ถึงความรู้สึกสุดประทับใจในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า   “ผมไม่รู้จะพูดยังไง ชีวิตผม เริ่มเป็นเด็กวัยรุ่นที่เริ่มหัดคิดนอกกรอบ หัดเดินให้แตกต่างแต่ไม่แตกแถว ทุกสิ่ง มันก็มาจากบทเพลงของพี่นี่แหละครับ ผมเชื่อว่าการกล้าแสดงออกของผมในวันนี้ พี่มีอิทธิพลอย่างมากในตอนแรก ขอบคุณนะครับที่มาเติมพลังให้ผม สุดจริงๆพี่.....ป๊อดดดดดดดดดดด #ช่วงนี้ต้องขอขอบคุณคุณเอ๋ ที่นำความตกใจ หน้าเหวอมาให้ทุกๆวันเกิด เออดีแฮะ สนุกดี #รักนะครับ ทั้งคู่เลย” ขอบคุณภาพจาก IG aey_pornthip, poh_natthawut, great_est, boypeace วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   ป๋อ เอ๋ น้องภู น้องเภา   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ   วันเกิด ป๋อ ณัฐวุฒิ    

คิมเบอร์ลี่ ลอยอังคารพ่อฮันส์กลางทะเล พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ!
คิมเบอร์ลี่ /  พ่อคิมเบอร์ลี่ เสียชีวิต

    นางเอกสาว คิมเบอร์ลี่ ทำพิธีลอยอังคาร คุณพ่อฮันส์ โยอาคิม ฟลีดาริช โวลเทมัส โดยได้นำอัฐิบางส่วนของคุณพ่อไปลอยกลางทะเลแล้ววานนี้(4 ธ.ค.) สำหรับส่วนที่เหลือจะนำไปเก็บไว้ที่สุสานของวงตระกูล ประเทศเยอรมัน พร้อมเป็นตัวแทนของครอบครัว “โวลเทมัส” โพสต์ข้อความขอบคุณทุกกำลังใจอย่างสุดหัวใจ มาดังนี้    “จากหัวใจ ครอบครัว Woltemas ขอขอบพระคุณนายประวิทย์คุณหลี ผู้ใหญ่ช่อง3ทุกท่าน ขอบพระคุณ ผู้จัดผู้กำกับที่เคารพ พี่ๆนักแสดง เพื่อนๆนักแสดง ทีมงานทุกฝ่ายทุกท่าน พี่สาวพี่ชายน้องสาวน้องชายคนสนิท เพื่อนๆสนิทของเรา แฟนคลับที่คิมรักและพี่ๆนักข่าว..ขอบคุณสำหรับความรักที่มีให้คิมและครอบครัว ขอบคุณสำหรับน้ำใจ กำลังใจและความห่วงใยที่ส่งให้กันเสมอมา ครอบครัวเรารู้สึกเป็นเกียรติมากๆจริงๆค่ะ ขอบคุณสุดหัวใจค่ะ 04.12.2016 Papa always loved the ocean.. #day9 #missingmyangelupaboveinheaven”ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @kimmy_kimberley คิมเบอร์ลี่ ลอยอังคารคุณพ่อ   คิมเบอร์ลี่ - พ่อ   คิมเบอร์ลี่ - พ่อ   คิมเบอร์ลี่ - พ่อ  

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ดเวย์น จอห์นสัน อินสตาแกรมภาพล่าสุดจากกองถ่าย Jumanji
Dwayne Johnson /  Jumanji / 

การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Jumanji ฉบับปี 2017 ยังคงถ่ายทำกันอย่างต่อเนื่อง และ ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) นักแสดงกล้ามแน่นผู้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้ปล่อยภาพฉากบู๊ล่าสุดออกมาให้แฟน ๆ หายคิดถึงกัน Jumanji (2017) ว่าด้วยเรื่องราวของคนสี่คนที่ได้เล่นเกมกระดานกระทั่งต้องเข้าไปติดในโลกของจูแมนจี พวกเขาต้องเผชิญกับแรก งูพิษสีดำ กับดัก และปริศนาอีกนับไม่ถ้วนที่รอคอยพวกเขาอยู่ แต่ละคนมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน สเปนเซอร์ เป็นนักสำรวจผู้กล้าหาญ, ฟริดจ์ เป็นหนุ่มอัจฉริยะตัวน้อย, เบธานี เป็นหนอนหนังสือ และ มาธาร์ เป็นนักรบสาวอเมซอน พวกเขาจะต้องมองสิ่งต่าง ๆ ในแบบที่แตกต่างออกไปเท่านั้น เพื่อเอาชนะเกมนี้และกลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริง Jumanji เข้าฉายในสหรัฐฯ วันที่ 22 ธันวาคม 2017 Been shooting #Jumanji for months now and I've been waiting patiently for this night to come... In the original movie, the world of #Jumanji came to us. Now 20yrs later in our continuation of the story, we go to the amazing and deadly world of #Jumanji. For months we've shot everything.. all the comedy, all the jungle action and all the heart. Finally, tonight - Saturday night - all night - I get to knuckle up with my stunt brothers and I get to beat some ass like a drum. My stunt brother here @taitfletcher is going night night. And when he wakes up, I'll be good as gone cause he can rearrange my face with one punch. Let's get it on boys and have some fun. #OnSet #KnuckleUp #BeatingAssesLikeDrums #BeenWaitingForMonths #StuntBrotherLuv #Jumanji #Tonights4YouAlanParrish💫 A photo posted by therock (@therock) on Dec 3, 2016 at 12:58pm PST Doin' dirt with my stunt brothers tonight. Rehearsals before the bodies hit the floor... I'm searching for a good spot to break his leg with one shot. This scene also looks like what happens when too many drugs are taken at a party. Just say no. #OnSet #HowISpendMySaturdayNights #FightNight #Jumanji A photo posted by therock (@therock) on Dec 3, 2016 at 9:29pm PST This bad man is an asshole and I must throw him thru this cement pillar. My hand strength is like vice grips... he has no choice. For the record, this man is roughly 6'8 and well over 350lbs - he's massive and mean - I must run away now to preserve my health. #OnSet #MySaturdayNights #KnuckleUp #StuntBrotherLuv #Jumanji A photo posted by therock (@therock) on Dec 3, 2016 at 9:39pm PST This bad man is an asshole and I must throw him thru this cement pillar. My hand strength is like vice grips... he has no choice. For the record, this man is roughly 6'8 and well over 350lbs - he's massive and mean - I must run away now to preserve my health. #OnSet #MySaturdayNights #KnuckleUp #StuntBrotherLuv #Jumanji A photo posted by therock (@therock) on Dec 3, 2016 at 9:39pm PST

โลเกชั่น และ 4 คาแรกเตอร์เฉพาะกิจ ที่คุณจะพบได้เฉพาะที่
ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ /  ปรมะ อิ่มอโนทัย / 

กลับมาอีกครั้งกับผลงานภาพยนตร์จากผู้กำกับดอกไม้เหล็กแห่งประเทศไทย กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ภายใต้ชื่อเรื่อง ปั๊ม-น้ำ-มัน กับการเนรมิตฉากปั๊มน้ำมันสไตล์ตะวันตกขึ้นเพื่อเป็นโลเกชั่นสำคัญ ซึ่งจุดนี้ผู้กำกับของเราได้เล่าว่า... “มีการสร้างปั๊มน้ำมันขึ้นมาจริง ๆ เพื่อถ่ายทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะเราหาโลเกชั่นปั๊มน้ำมันสไตล์อเมริกาแบบนี้ในไทยไม่ได้เลย กอล์ฟเลยทำโปรดักชั่นดีไซน์เองทั้งหมด ซึ่งความตั้งใจดีไซน์หนังทั้งเรื่องว่าปั๊มนี้ต้องอยู่ห่างไกลความเจริญ มีพื้นเป็นดินแดง ๆ เหมือนในเท็กซัส มีฉากหลังเป็นภูเขาล้อมรอบกั้นตัวละครไม่ให้ออกไปไหนได้ เพราะฉะนั้นปั๊มก็ต้องอยู่ในที่รกร้างว่างเปล่าไม่มีบ้านคน ณ บริเวณนั้น ซึ่งต้องไม่ใช่กรุงเทพและปริมณฑล ตอนแรกคิดว่าจะไปหาโลเกชั่นแถวจ.ลพบุรี หรือเขาใหญ่ แต่มันก็ไม่มีที่แบบนั้น พอดีโปรดิวเซอร์บอกว่าแถวบ้านเขามีที่ลักษณะแบบนั้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โปรดิวเซอร์ก็ขับรถกลับบ้านไปตระเวนถ่ายรูปปั๊มน้ำมันทั้งอำเภอมาให้ดู ตอนแรกกอล์ฟรู้สึกว่ามันยังไมใช่ก็เลยเดินทางไปดูด้วยตัวเอง ไปดูตามปั๊มต่าง ๆ มันก็เป็นปั๊มริมถนนทางหลวง ถนนลาดยาง มีเสาไฟฟ้า ถึงแม้จะมีทุ่งนาสวย ๆ แบบที่เราอยากได้ แต่ภูเขาก็มีฝั่งเดียวบ้าง ดินถนนก็ไม่เป็นดินแดง จนกระทั่งโปรดิวเซอร์ขับรถพาไปดูที่อ่างเก็บน้ำ ระหว่างทางขับผ่านเวิ้งก่อนถึงอ่างเก็บน้ำ กอล์ฟเงยหน้าขึ้นไปดูบอกให้รถตู้จอดพอลงไปปุ๊บก็บอกโปรดิวเซอร์ว่าเอาตรงนี้แหละ ทั้งโปรดิวเซอร์กับอาร์ตไดเร็คเตอร์มองหน้ากันแบบงงๆ  สรุปตกลงกันว่าเราจะสร้างปั๊มน้ำมันขึ้นมา โดยให้อาร์ตไดเร็คเตอร์สเก็ตภาพปั๊มน้ำมันสไลต์เท็กซัสตามแบบที่อยากได้ มีทั้งปั๊ม บ้านพักทุกอย่างอยู่ในนั้นครบหมด เราใช้เวลาสร้างปั๊มน้ำมันสามสัปดาห์ ต้องไปขนเอาไม้เก่าที่อยู่อีกอำเภอหนึ่งมาสร้าง เพื่อให้ได้ความเก่าของปั๊มที่สมจริง กอล์ฟดีไซน์เอาไว้ว่าต้องมีครัวอยู่หลังปั๊ม ต้องมีห้องน้ำอยู่ข้างปั๊ม ต้องมีเสาหมุน ๆ ทุกอย่างอาร์ตไดเร็คเตอร์จัดมาให้เหมือนในฝันทุกอย่างเป๊ะ ส่วนงบในการสร้างก็ไม่มโหฬารเท่าไหร่นัก เพราะเรามีงบประมาณที่ค่อนข้างชัดเจน  เราก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งมีเวลาในการถ่ายประมาณ 1 เดือน พอเราตัดร่างแรกเสร็จความยาวของหนังประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ เลยต้องทำให้เราต้องใช้เวลาตัดต่อเลือกฉากบางฉากทิ้งไปบ้าง ซึ่งรวมเวลาช่วงโพสโปรดักชั่นในการตัดต่อเกือบปีเพราะเรามีฟุตเทจเยอะมาก เราตระเวนถ่ายรอบ ๆ อำเภอนั้นเกือบทั้งหมดทุกแห่ง    โลเกชั่นหลักอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน และระหว่างเรื่องเรามีไปถ่ายที่น้ำตก กระท่อมปลายนา ทุ่งนา เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ถนนเวิ้งว้าง สิ่งที่เราต้องทำการบ้านหนักมากคือการทำแผนที่การถ่ายทำให้สถานที่ต่าง ๆ เราส่งทีมผู้ช่วยไปฝังตัวอยู่ในพื้นที่เป็นเดือน ๆ เราต้องวางแผนกันอย่างรัดกุม เพราะดาราแต่ละคนมีคิวที่จะต้องไปทำงานที่อื่น ๆ อีก แถมวันสุดท้ายที่ปิดกล้องหนังเรื่องนี้คือวันที่ 28 ธันวาคม ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็นวันหยุดปีใหม่ซึ่งไม่มีใครทำงานแล้ว เพราะฉะนั้นผู้ช่วยต้องเวลาเรื่องแผนที่ เวลาในการเดินทางไปแต่ละโลเกชั่น จัดลำดับรถของทีมงานเพื่อมาให้เป็นการเสียเวลาในการทำงาน แผนที่ต้องเป๊ะ เพราะไม่มีใครเคยไปจะทำให้หลงกันง่ายมาก…” ส่วนในแง่นักแสดงนำของเรื่องทั้ง 4 คน ก็มีบทบาทที่โดดเด่นและแตกต่างกัน ได้แก่... ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย รับบทเป็น มั่น เจ้าของปั้มเป็นชายหนุ่มหล่อที่ชื่นชอบการสวมชุดคาวบอยอยู่ตลอดเวลา เขาอาศัยอยู่เพียงลำพัง หลังจากคนรักหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มั่นเฝ้ารอยคอยการกลับมาของคนรักมานานกว่า 20 ปี เขาเป็นคนยึดมั่นถือมั่นในความรักเหมือนชื่อของเขา ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบทเป็น เจ๊มัท สาวใหญ่อดีตนางนพมาศค้างปี เจ๊มัทชอบใส่ชุดไทยสีแดงสด นางเป็นแม่ค้าขับรถพุ่มพวงขายของชําอยู่ในหมู่บ้าน สาวใหญ่ที่ตกหลุมรักมั่น เธอมักจะเอาข้าวเอาน้ำเอาของใช้ต่าง ๆ มาให้เขาอยู่เสมอ เธอเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบผูกมัดเรืองราวของความรักไว้เสมอ แม็กกี้ อาภา ภาวิไล รับบทเป็น ฝน เด็กสาว ม.ต้นอายุ 15 ปีที่ชอบสวมชุดเจ้าหญิงดิสนี่ย์และซุปเปอร์ฮีโร่สาว เธอชอบขี่มอเตอร์ไซค์มาหามั่นที่ปั๊มน้ำมัน และชอบมานั่งเล่าว่ามีใครเรียนอยู่ห้องไหนมาจีบเธอบ้าง  ถึงแม้มั่นจะไม่สนใจแต่เธอก็เล่าของเธอไปเรื่อย ๆ เหนื่อยเมื่อไหร่ก็ขี่รถกลับบ้าน เธอเป็นเด็กสาวที่ไม่ยึดติดกับความรัก หนูจ๋า อาชิรญาณ์ แก้วกัญญา รับบทเป็น นก คนรักของมั่นที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากแต่งงานได้ไม่นาน เธอเป็นหญิงสาวรักอิสระ เธอมักจะซ่อนความรู้สึกไว้ภายในสายตาเศร้า ๆ ของเธอ ปั๊ม-น้ำ-มัน เข้าฉาย 8 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ซอกแซกเป้ใบโปรด!! สกาย วงศ์รวี ฮอตขนาดนี้ มีความลับอ๊ะเปล่า??
เปิดกระเป๋า /  กระเป๋าดารา / 

เข้มข้นถึงใจเด็ดกระชากไส้เหล่าเก้งกวางมากๆ สำหรับบทบาทของหนุ่มหน้าใส สกาย วงศ์รวี ในซีรีส์ I Hate You, I Love You ที่เวลานี้ยังค้างเติ่งรอวันกลับมาแซบกันอีกครั้ง ต้องเรียกว่าฮอตต่อเนื่องสำหรับหนุ่มน้อยมาแรงอย่างสกาย เพราะหลังจากสร้างเรทติ้งในซีรีส์ ฮอร์โมน ซีซั่น 3 จนฮอตกระฉูดแล้ว บทผู้ชายขายตัวในซีรีส์เรื่องล่าสุดยังเด็ดโดนใจคนดูอีกต่างหาก วันก่อนมีโอกาสเจอะเจอเจ้าตัวเลยอดไม่ได้ที่จะตรงไปทักทายถามไถ่ถึงความฮอตนี้ และเมื่อเห็นพ่อเจ้าประคุณมาพร้อมกระเป๋าเป้ใบโต๊...โต จึงไม่วายขอซอกแซกล้วงความลับกันสักหน่อย เอ้า!! เป็นหนุ่มฮอตเฟร่อขนาดนี้ พกอะไรไว้ข้างในบ้างหน๊อออ บอกที่มาที่ไปของกระเป๋าใบนี้หน่อย? "เป็นกระเป๋าที่ได้มาจากการทำงานครับ ถูกใจมากเพราะว่ามันเป็นเป้ที่ค่อนข้างทะมัดทะแมง ส่วนใหญ่ผมจะมีแต่เป้ใบใหญ่ๆ กับเป้ใบเล็กๆ แต่สำหรับใบนี้มันเป็นเป้ขนาดกลางๆ กำลังพอดีเลย"ปกติเป็นคนพกกระเป๋าตลอดหรือเปล่า? "ก็ไม่ค่อยนะครับ แล้วแต่วันมากกว่า ถ้าบางวันอยากสะดวกอยากชิล ไม่อยากพกอะไรเยอะให้มันน่ารำคาญ ก็ไม่เอาไปครับ ตัวเปล่าๆ ก็ชิลดี แต่ส่วนใหญ่จะใช้ตลอดนะ เพราะผมไปเรียนมันต้องมีของโน่นนี่นั่นเยอะอยู่แล้ว"เป็นคนที่ชอบใช้กระเป๋าแนวไหน? "ส่วนใหญ่จะเป็นกระเป๋าผ้ากับกระเป๋าเป้ครับ ใช้แล้วมันรู้สึกโอเคเพราะใส่ของได้เยอะ ถุงผ้านี่ก็ประหยัดช่วยลดโลกร้อนด้วย"ติดแบรนด์ไหม? "ไม่นะครับ เห็นอะไรที่ชอบที่ถูกใจก็ใช้ได้หมด"มีกระเป๋าใบโปรดหรือเปล่า? "ใบโปรดหรอ...คงเป็นกระเป๋าโรงเรียนสมัยเรียนมัธยมมั้งครับ (ยิ้ม) เพราะใช้บ่อยสุด มันเก็บของได้เยอะ สารพัดประโยชน์มากๆ มีช่องเล็กช่องน้อยเต็มไปหมด"อะไรในกระเป๋าที่ขาดไม่ได้? "คงเป็นโทรศัพท์ พาวเวอร์แบงค์ อะไรพวกนี้แหละครับ อ่อ!! ยาหม่องด้วย สำคัญมากเลย เวลาไปไหนบางครั้งเจอกลิ่นที่มันไม่พึงประสงค์ผมมักจะหายใจไม่ค่อยออก ปวดหัว เคยมีครั้งหนึ่งทนไม่ไหว เหมือนเขาขุดคลองหรืออะไรสักอย่าง ถ้าไม่ได้ยาหม่องช่วยไว้คงไม่ไหว ผมเลือกยาหมองเพราะกลิ่นมันหอมมากกว่ายาดมครับ มันเป็นไทยๆ หอมดี"มีความเชื่อเกี่ยวกับกระเป๋าบ้างไหม? "เรื่องกระเป๋าไม่ค่อยมีนะครับ แต่ถ้าเป็นของในกระเป๋าอาจจะมีบ้าง อย่างเช่นกล่องดินสอ ถ้าเอากล่องสีนี้เข้าห้องสอบ จะสอบได้ดี (หัวเราะ) อะไรแบบนี้มากกว่าครับ"เปลี่ยนกระเป๋าบ่อยแค่ไหน? "อืมมม...ส่วนใหญ่ผมจะใช้สลับกันครับ อย่างวันนี้อยากใช้ใบนี้ก็เอาใบนี้มา อีกวันอยากใช้อีกแบบก็เอาอีกแบบไปใช้ครับ"เลือกซื้อกระเป๋าเองหรือเปล่า? "ส่วนใหญ่คุณแม่จะช่วยดูให้ครับ บางทีเขาซื้อมาแล้วมันไม่ถูกใจก็ใช้ๆ ไปเถอะ (หัวเราะ) ไม่ซีเรียสเลย เพราะส่วนใหญ่ที่ซื้อมาให้มันก็เป็นสีเบสิกใช้ได้กับทุกโอกาส เข้าได้กับเสื้อผ้าทุกแนวอยู่แล้วครับ"คิดว่ากระเป๋ากับผู้ชายมีความสำคัญต่อกันมากน้อยแค่ไหน? "ไม่ว่าจะหญิงหรือชายผมว่ากระเป๋าก็จำเป็นนะครับ อย่างน้อยๆ มันช่วยให้เรามีที่เก็บของ มีอะไรก็ยัดใส่กระเป๋าไว้ก่อน ผู้หญิงอาจจะจำเป็นมากหน่อยเพราะมีของจุกจิกเยอะ แต่ผู้ชายก็พกได้ไม่แปลกครับ ผู้ชายมีกระเป๋าเป้ใบเท่ๆ เยอะแยะไป (ยิ้ม)" สกาย วงศ์รวี สกาย วงศ์รวี สกาย วงศ์รวี สกาย วงศ์รวี กระเป๋าเป้ ยาหม่อง กระเป๋าใส่ปากกา ชุดกีฬา หูฟัง - ผ้าปิดตา ขอบคุณสถานที่ : ร้านอาหารสวนบัว โรงแรมเซนทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว

เจาะใจ
Jackie /  นาตาลี พอร์ตแมน / 

Jackie ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ในช่วงเวลา 4 วันหลังจากการลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคเนดี้ ภรรยาสาวของเขา แจ๊กเกอลีน เคนเนดี้ (รับบทโดย นาตาลี พอร์ตแมน) ต้องฟันฝ่าความรู้สึกเจ็บปวดนานาประการ ซึ่งกว่าที่นาตาลี พอร์ตแมน จะก้าวเข้ามารับบทบาทสำคัญนี้ มาดูกันว่าเธอต้องทำการบ้านอย่างไรบ้าง จากบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ Q : การได้มาเล่นเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ คุณมีความรู้สึกอย่างไร A : ฉันประหม่านิดหน่อยค่ะ เพราะทุกคนรู้จักแจ๊คกี้เป็นอย่างดี ว่าหน้าตา การพูดจาของเธอเป็นอย่างไร ซึ่งพูดกันตรง ๆ หน้าตาของฉันก็ไม่เหมือนเธอสักเท่าไหร่ด้วย แล้วฉันก็ไม่ใช่นักแสดงที่ถนัดในการเลียนแบบบุคคลจริง ๆ ก็เลยออกจะกลัว ๆ ค่ะ Q : คุณต้องทำอะไรก่อนครับ ระหว่างเลียนเสียงวิธีพูด หรือว่าปรับบุคลิกหน้าตาให้เหมือน A : น่าจะทำทั้งสองอย่างไปพร้อม ๆ กันค่ะ และต้องทำอย่างเร่งด่วนโดยไม่ทันได้วางแผนเลยค่ะ ฉันต้องลองใส่เสื้อผ้า ลองแต่งหน้าปรับทรงผมให้ดูเหมือนเธอ ในขณะเดียวกันก็ต้องไปฝึกสำเนียงการพูด ฉันอ่านและดูทุกอย่างที่ฉันจะหาได้เกี่ยวกับตัวเธอ Q : มีเทปสัมภาษณ์และคลิปเกี่ยวกับแจ๊คกี้ เคนเนดี้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลิปรายการ “ทัวร์ทำเนียบขาว” (ออกอากาศในวันวาเลนไทน์ ปี 1962) ซึ่งเป็นคลิปที่สำคัญมาก ๆ คลิปนี้ช่วยอะไรคุณได้บ้าง A : มีอยู่ประโยคนึงในคลิปทัวร์ทำเนียบขาว ซึ่งฉันและครูฝึกสอนสำเนียงการพูด มักจะฟังแล้วหัวเราะทุกครั้ง คือประโยค I rather love this hall (ฉันออกจะชอบห้องนี้) เธอใช้คำว่า rather เหมือนเป็นคนอังกฤษเลย แต่ในขณะที่เธอออกเสียงคำว่า hall ด้วยสำเนียงอเมริกันแบบลองไอส์แลนด์มาก ๆ ซึ่งเป็นสำเนียงบ้านเกิดฉันเลย มันผสมกันแล้วตลกดีค่ะ Q : มีหนังหลายเรื่อง หนังสือหลายเล่ม ที่พูดถึงแจ๊คเกอลีน เคนเนดี้ ด้วยความที่เธออยู่ในความสนใจของผู้คนมาโดยตลอด แต่ว่าหนังเรื่องนี้จะโฟกัสเวลาแค่ 7 วันในชีวิตของเธอเท่านั้น เป็นช่วงเวลาหลังการสอบสังหารเจเอฟเค แล้วตลอดทั้งเรื่อง เราจะเห็นคุณใส่เสื้อผ้าชุดนั้น ชุดที่ใส่ในวันลอบสังหารที่ดัลลัส ซึ่งมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ ในฐานะนักแสดงที่ต้องสวมบทบาทตัวละคร คุณมองตัวละครนี้ในภาวะนี้อย่างไร A : อย่างแรก ฉันว่าโนอาห์ ออพเพ่นไฮเมอร์ คนเขียนบทฉลาดมากที่เลือกเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันหลังการลอบสังหาร เพราะมันคือการเข้าไปสำรวจจักรวาลในชีวิตของเธออย่างละเอียด ทุกสิ่งมันสะท้อนออกมาว่าเธอเป็นคนอย่างไร และคิดอย่างไร สามีเธอนอนตายตรงหน้าตักของเธอ และเธอทั้งกลัวทั้งตกใจ แต่เธอก็รู้ว่า เธอตกเป็นเป้าสายตาของคนทั่วโลก เพราะฉะนั้นเธอต้องคุมอาการตัวเองให้ได้ เธอเลือกใส่ชุดตัวนั้น ทั้งๆ ที่คนอื่นๆ บอกให้เธอถอดมันออก เพราะเธอต้องการให้โลกเห็นว่า คนพวกนั้นทำอะไรกับชีวิตของเธอและสามีของเธอ Q : ผมได้คุยกับ “โนอาห์ ออพเพ่นไฮเมอร์” ผมเองเข้าใจว่าภาพลักษณ์ของ “ความเป็นคาเมล็อต” (Camelot – อาณาจักรหนึ่งในอังกฤษ มีอยู่ในเรื่องแต่งสมัยยุคกลาง ปกครองโดยกษัตริย์อาร์เธอร์และเหล่าอัศวินโต๊ะกลม สื่อและประชาชนเรียกยุคสมัยที่เจเอฟเค เป็นประธานาธิบดีว่า เป็นยุค “อเมริกันคาเมล็อต” กล่าวคือ มีผู้นำและภริยาที่มีเสน่ห์ มีความยิ่งใหญ่ รวมถึงเป็นความหวังของประเทศ) นั้นมีมาก่อนการลอบสังหาร แต่ทว่าจริง ๆ แล้วแจ๊คกี้ เคนเนดี้ เป็นคนที่ทำให้ภาพลักษณ์แบบนี้ชัดเจนแข็งแรงมากขึ้น ในช่วง 7 วันหลังการลอบสังหาร A : เธอไม่ใช่แค่ทำให้ภาพลักษณ์มันแข็งแรงขึ้นอย่างเดียวนะคะ เธอเป็นคนพูดมันออกมาเองเลยทีเดียว ซึ่งฉันว่ามันค่อนข้างแรงเอาการอยู่เหมือนกัน ที่จะพูดถึงสถาปนาตัวเองเป็นราชินีและกษัตริย์ของประเทศนี้ เพราะเราไม่มีราชวงศ์ หรือปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ เธอเป็นคนพูดเรื่องคาเมล็อตขึ้นมาเลย แล้วมันก็ติดอยู่ในการรับรู้ของผู้คน โดยหนังเรื่องนี้แก่นมันอยู่ตรงนั้นเอง ชีวิตของเธอเหมือนเป็นเทพนิยาย Q : หลังจากทุกคนได้เห็นการแสดงของคุณ ก็มีข่าวลือเรื่องที่ว่า นี่อาจเป็นการคว้าออสการ์ครั้งที่ 2 ของคุณ คุณเคยได้รับรางวัลมาแล้ว และเคยรับมือกับความคาดหวังเหล่านี้มาแล้ว คุณพยายามตั้งสติไม่ให้คิดไปไกลอย่างไร A : ฉันเป็นปลื้มมาก ๆ นะคะ ที่คนดูรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับหนังมาก แล้วก็แสดงความเห็นหรือความรู้สึกใด ๆ ออกมา ฉันมองแค่นั้น Q : ตอนนี้คุณกำลังตั้งท้องอีกแล้ว (คราวก่อนที่พอร์ตแมนได้ออสการ์ เธอก็กำลังตั้งครรภ์) A : ใช่ค่ะ กำหนดคลอดตอนฤดูใบไม้ผลิ (ราวปลายเดือนมีนาคม) Jackie มีกำหนดเข้าฉาย 19 มกราคม 2560 ในโรงภาพยนตร์

หล่อแพ็คคู่!! พี่ปุณณ์ – น้องณดล พี่ชายคนโตกับน้องชายคนเล็กแห่งบ้านปุณณกันต์!!
น้องณดล /  น้องปุณณ์ / 

  โอ๊ย!! น่ารักมากมาย สำหรับสองหนุ่มสุดหล่อแห่งบ้านปุณณกันต์ โดยพี่ชายคนโต พี่ปุณณ์ ลูกชายของ นุสบา และ บี พุทธิพงษ์ หนุ่มหล่อวัย 16 ปีได้มาร่วมเฟรมประชันความหล่อกับน้องชายคนเล็กวัย 2 ขวบ น้องณดล ลูกชาย กบ สุวนันท์ และ บรู๊ค ดนุพร ที่เห็นแล้วกินกันไม่ลง เลือกกันไม่ถูกเลยละค่า ทั้งนี้ กบ สุวนันท์ ได้โพสต์ภาพน่ารักๆ ของสองหนุ่มหล่อระหว่างพี่ชายคนโตกับน้องชายคนเล็กในอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมระบุข้อความว่า   “พี่ชายคนโตสุด @punnpunnakanta กับน้องชายคนเล็กสุด ของบ้านปุณณกันต์ค่า คืนนี้หลับฝันดีกันนะคร้าบ”   งานนี้แฟนคลับตั้งแต่รุ่นพี่ ป้า น้า อา ต่างเข้ามาชื่นชมในความหล่อของทั้งคู่เป็นจำนวนมาก แหม...เห็นแล้วอยากจะเกิดช้ากว่านี้จริงๆ!! ขอบคุณภาพจาก IG kob_nada_nadol, nusbapunnakanta   น้องณดล   น้องณดล   น้องณดล   น้องณดล   น้องณดล   นุสบา น้องปุณณ์   น้องปุณณ์   น้องปุณณ์   นุสบา น้องปุณณ์   น้องปุณณ์  

นาย ณภัทร เปิดใจถึงการรับบท บีม ในภาพยนตร์เรื่องแรก พรจากฟ้า
GDH /  ครูเงาะ รสสุคนธ์ / 

นักแสดงหนุ่ม นาย ณภัทร เสียงสมบุญ จากภาพยนตร์เรื่อง พรจากฟ้า ของค่าย GDH ก็กลายเป็นที่พูดถึงชั่วข้ามคืนทันทีที่ภาพยนตร์เข้าฉายวันแรกกันเลยทีเดียว สาว ๆ ที่ได้ชมภาพยนตร์ในตอน ยามเย็น ต่างก็อยากเป็น ภริยาท่านทูตแทน วี วิโอเลต วอเทียร์ กันหลายคน ขณะเดียวกัน ความสามารถทางการแสดงที่เผยออกมาในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดีไม่แพ้รูปร่างหน้าตาเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ได้มารับบทในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากที่ได้มาเล่นหนัง พรจากฟ้า วันแรกที่พี่ทีมงาน GDH ติดต่อมา ผมก็อยากเล่นเลย ยิ่งพอเห็นบท และรู้ว่าผู้กำกับคือ พี่หมู ชยนพ ที่กำกับ SuckSeed ห่วยขั้นเทพ ผมรับเล่นเลย เพราะชื่นชอบพี่หมู หนัง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ คือแรงบันดาลใจให้ผมอยากเล่นดนตรี” “...บทหนังพาร์ทยามเย็นที่ผมเล่น เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก และยิ่งได้ฟังเนื้อหาของเพลงผมรู้สึกชื่นชอบมาก ความหมายดี ลึกซึ้ง นี่คือเพลงรักเพลงหนึ่งเลย ยิ่งได้ฟังทุกวันในกองถ่ายยิ่งอินมาก ฉากสุดท้ายของหนัง ผมรู้สึกถึงการจากลาตัวละครตัวนี้ ต้องจากทีมงานทุกคนที่ร่วมงานกันมา เพลงนี้จึงมีความหมายสำหรับทุกคนที่ได้มาเจอกัน รู้จักกัน และวันหนึ่งเราอาจต้องจากกันไปครับ...” “...และบทบีมที่ผมได้รับค่อนข้างไกลจากตัวเรามาก เพราะบีมจะเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก และชอบโปรยเสน่ห์สาว ๆ แต่ผมทำไม่เป็นเลย จน ครูเงาะ รสสุคนธ์ กับผู้กำกับฝึกให้ผมไปโปรยเสน่ห์กับสาว ๆ ซึ่งผมก็เอาไปใช้กับแฟนคลับ ก่อนมาเข้าฉากจริงกับ วี วิโอเลต ซึ่งต้องขอบคุณวีมากที่ให้ความเป็นกันเองคอย ช่วยเหลือเรื่องการแสดง รับส่งบทให้ผมทุกอย่าง...” “...การเวิร์กชอปที่ต้องเอาสองส่วนในร่างกายมาชิดติดกัน แชร์ประสบการณ์ชีวิต จับมือ จ้องตา มันทำให้ผมทลายกำแพงกับวี แล้วสวมบทเป็นบีมกับแป้งในเรื่องได้ตามที่ผู้กำกับต้องการ จนทำให้มีคนชื่นชมผมในบทนี้และมีสาว ๆ อยากเป็นภริยาท่านทูต ซึ่งผมต้องฝากขอบคุณผู้ชมทุกคนมาก ๆ ครับ ใครที่ยังไม่ได้ชม มาเป็นกำลังใจให้พวกเรา พรจากฟ้า ฉายแล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ด้วยนะครับ” พรจากฟ้า เข้าฉายวันนี้ในโรงภาพยนตร์ พิเศษ นักแสดงนำ "พรจากฟ้า" ให้สัมภาษณ์ในงานกาลาพรีเมียร์ภาพยนตร์