อินสตาแกรม

เปิดใจ..นักข่าวดัง-อาวุโส ฝากถึง'รัฐบาล'เนื่องใน'วันนักข่าว'
นักข่าว /  ยุวดี ธัญญศิริ / 

นักข่าวชื่อดัง-อาวุโส สายทำเนียบและความมั่นคง ฝากถึงรัฐบาลเนื่องในวันนักข่าว ระบุ ให้เข้าใจและมองสื่อมวลชนในทางที่ดี ชี้ ไม่มีวาระซ่อนเร้น เพียงต้องการนำเสนอความจริงสู่สังคม วันที่ 5 มี.ค.58 วันนักข่าว หรือ วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ ในประเทศไทย ตรงกับวันที่ 5 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับ วันสถาปนา สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย หรือ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ทางผู้สื่อข่าวมติชน ได้มีการสัมภาษณ์นักข่าวอาวุโสที่ใกล้ชิดผู้นำประเทศ และงานด้านความมั่นคง เนื่องในวันนักข่าว ดังนี้ นางยุวดี ธัญญศิริ หรือ "เจ๊ยุ"นักข่าวอาวุโสสายทำเนียบรัฐบาล กล่าวอยากให้รัฐบาลปรับทัศนคติเกี่ยวกับสื่อในแง่ที่ดีขึ้น เพราะสื่อไม่มีวาระซ่อนเร้น เพียงแต่ทำงานในหน้าที่นำความจริงมาเสนอให้สังคมรับทราบ ขณะที่ น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และ โพสต์ทูเดย์ กล่าวรู้สึกอึดอัดในการทำงาน เพราะถูกนายกรัฐมนตรี ครม.และกองทัพ ต่างมองสื่อเป็นผู้เสนอความขัดแย้ง ซึ่งความขัดแย้งเป็นสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว และสื่อต่างมุ่งหวังให้บ้านเมืองสงบ จึงอยากให้ปรับทัศนคติกับสื่อในแง่ที่ดีขึ้่น เพราะสื่อมวลชน เป็นผู้เสียสละ ต้องทำงานเกินเวลา แต่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบ และอาจเกิดข้อผิดพลาดได้บ้าง ด้วยความรวดเร็วการสื่อสารยุคนี้ ด้าน ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงวันนักข่าวว่า ขอให้นำเสนอในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสร้างสรรสังคมให้เข้มแข็งมั่นคง โดยผู้ที่ติดตามข่าวสารจากสื่อขอให้กลั่นกรองข้อมูล และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างสรรสังคมต่อไป ขอบคุณข้อมูล มติชน MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ยิ่งกว่านิยาย! แฟนคลับบรูซกับการชมทีมรักครั้งสุดท้ายก่อนตาย
คลับ บรูซ /  ชูนแบร์ต / 

โลเรนโซ่ ชูนแบร์ต ชายวัย 41 ต้องเจอกับโชคชะตาอันเลวร้าย เขาป่วยเป็นโรคมะเร็งมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และได้ผ่านการผ่าตัดรักษามาแล้วกว่า 37 ครั้ง แต่สุดท้ายอาการกลับไม่ดีขึ้น และสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โลเรนโซ่ ชูนแบร์ต ขอเลื่อนทำ"การุณยฆาต" กับแพทย์ที่ดูแลตนเพื่อเข้าชมทีมรัก คลับ บรูซ ลงเล่นเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต พร้อมกับลูกสาว ไดน่า วัย 7 ขวบ เมื่อสโมสรรู้ข่าวก็รีบตอบรับคำปรารถนาดังกล่าว พร้อมจัดพิธีต้อนรับชูนแบร์ตและครอบครัวลงมาปรากฎตัวในสนามท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้องจากแฟนบอลราว 20,000 คน โดยมีแฟนบอลบางกลุ่มทำป้ายผ้าเขียนข้อความให้กำลังใจชูนแบร์ตด้วยว่า "คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย" ผลการแข่งขันในเกมนี้คลับ บรูช เป็นฝ่ายเอาชนะมูส โครเก่น 3-0 สร้างความสุขเป็นครั้งสุดท้ายให้กับ ชูนแบร์ต ได้สำเร็จ "นี่คือความปรารถนาครั้งสุดท้ายก่อนผมตาย เพื่อดูทีมรักชนะอีกหนึ่งเกม" "ผมมีความสุขมาก มันเป็นความทรงจำดีๆ ที่จะติดตัวลูกสาวของผม เธอจะได้มีความสุขกับชีวิตต่อจากนี้ ความฝันสุดท้ายของผมเป็นจริงแล้ว ผมตายตาหลับ และจะเฉลิมฉลองบนสรวงสวรรค์" โลเรนโซ่ จากโลกนี้ไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงคำพูดถึงรักสุดท้ายของเขา คือ ลูกสาว และคลับ บรูซ สโมสรที่เขารักที่สุดในชีวิต ขณะเดียวกัน แม็ท ไรอัน นายทวาร คลับ บรูช ก็เขียนข้อความสรรเสริญชูนแบร์ตในเฟชบุ้คว่า "เขาจะเป็นสิ่งล้ำค่าที่ทุกคนรักและคิดถึงตลอดไป เขากล้าหาญจนถึงนาทีสุดท้าย ทั้งที่ทุกสิ่งถูกเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว แต่เขาก็ยังมีความสุขในช่วงเวลาสุดท้ายกับคนที่เขารัก" ทั้งนี้ "การุณยฆาต"(การช่วยให้บุคคลที่ทุกข์ทรมานจากโรคหรืออาการบาดเจ็บที่รักษาไม่หาย ตายอย่างไม่เจ็บปวด) ที่มา : metro.co.uk, Football Vintage

พญาท่าข้าม สุดยอดตำนานของชาวสุราษฎร์ Mystery Unsolved
MysteryUnsolved /  rushcontent / 

อีกครั้งกับความสืบสาวราวเรื่องกันเป็นปริศนา และยังไม่มีใครรู้กับสุดยอดนักสืบหน้าหนวด บอยจ๊อด มาในครั้งนี้นายบอยจ๊อดก็เกิดความสงสัยในระยะไกลอีกแล้ว แถมยังไกลไม่ธรรมดาไกลลงใต้ถึงเมืองสุราษฎร์ กับเรื่องราวของวีรบุรุษกู้ชาติอีกหนึ่งคนที่ใครหลายคนยังไม่รู้จัก สุดยอดตำนานของชาวสุราษฎร์ “พญาท่าข้าม” นายบอยจ๊อดพาเรามาไกลถึงจังหวัดสุราษฎร์ อ.พุนพิน สถานที่กำเนิดตำนานเกี่ยวกับ “พญาท่าข้าม” อันเลื่องชื่อของชาวอำเภอนี้ ซึ่งมีเรื่องเล่าถึงอภินิหารของท่านในด้านต่างๆ และบ้างก็ว่าเป็นเพียงตำนาน บ้างก็ว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ นายบอยจ๊อดจะมาแถลงไขให้มันกระจ่างมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ พญาท่าข้ามเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมานานว่าเมื่อครั้งปลายกรุงศรีอยุธยาทหารพม่าตีโรมรัญเผาผลาญกรุงศรีอยุธยาแตกสลายแม่ทัพนายกองต่างส้องสุมผู้คนรวมตัวแบ่งแยกเป็นก๊กเป็นเหล่าหลายชุมนุมเช่นก๊กพระยาฝาง, ก๊กพระเจ้าตากและอีกมากมายในสภาพที่บ้านแตกสาแหรกขาดต่างคิดกู้บ้านเมืองกันทั้งนั้นหนึ่งในก๊กเหล่านั้นมีนายทหารขุนพลฝีมือเยี่ยมทั้งทางรบและเวทย์มนต์คาถามาตั้งหักพำนักที่บริเวณเนินสูงของบ้านท่าข้าม   อำเภอพุนพินฤบริเวณควนท่าข้ามในปัจจุบัน) ไพร่พลที่อพยพมามากมายต่างจัดหาเสบียงอาหารตั้งหลักแหล่งทำไร่นาเป็นชุมชนขึ้นมาเรียกแถบที่ตั้งพำนักด้านล่างติดกับบนเนินสูงว่า “นาศรีสงคราม” ขุนศึกคนนี้มีตำแหน่งเป็นพระยา เมื่อมาอยู่ที่ท่าข้ามได้จัดสร้างเครื่องรางของขลังเป็นพระเนื้อดินเผา โดยเฉพาะพระยอดขุนพล เพื่อแจกจ่ายบำรุงขวัญในยามรบทัพจับศึก พระยาคนนี้มีวิชาอาคมกลายร่างเป็นเสือ หรือจระเข้ได้ ได้กลายร่างเป็นจระเข้ลงสู่แม่น้ำตาปี อาศัยในบริเวณถ้ำใต้น้ำ (บริเวณศาลพญาท่าข้ามริมทางรถไฟปัจจุบัน) ว่ากันว่าตรงนั้นมีถ้ำใต้น้ำยาวกว่าสิบกิโลเมตร เคยมีคนเอามะพร้าวทาสีแดงผูกติดกันแล้วโยนเข้าปากถ้ำ ปรากฏว่ามะพร้าวไปโผล่ออกที่บ้านเกาะเหนอ เขตอำเภอเมืองโน่นทีเดียว พอนายบอยจ๊อดถามถึงว่าใครเป็นคนเอามะพร้าวลงไปยัดใส่ที่ปากถ้ำ ก็ได้รับคำตอบจากชาวบ้านว่า “เขาเล่ามา” ซะอย่างงั้น แล้ว “เขา” เป็นใครล่ะ ปัดโธ่!! เริ่มยากแล้วนะ สถานที่ฝึกวิชาของพญาท่าข้าม ครั้นเมื่อถามถึงที่มาของคาถาอาคมของท่าน ชาวบ้านก็เล่ากันมาต่างๆ นาๆ แต่มีท่านนึงที่เล่าออกมา และมีสถานที่จริงอยู่ และที่นั่นก็คือ วัดเขาศรีวิชัย ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่มาก ซึ่งคุณตาท่านนี้บอกว่าเป็นสถานที่ฝึกวิชาของพญาท่าข้าม บอยจ๊อดจึงได้ตามไปยังสถานที่นี้ และเมื่อไปถึงก็พบว่ามันเป็นเนินเขาสูง และติดแม่น้ำ ซึ่งค่อนข้างจะเข้ากับเรื่องราวตำนานที่ได้ฟังมา แต่เราก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ว่า สถานที่นี้ใช่ที่ฝึกวิชาของท่านจริงหรือไม่ เพราะแทบไม่มีอะไรเป็นหลักฐานชี้ชัดได้เลยจริงๆ นอกจากซากสถานโบราณต่างๆ เท่านั้น กราบไหว้ให้เป็นศิริมงคลซะหน่อยสำหรับบอยจ๊อด ไม่ว่ายังไงซะ คนท่าข้ามก็ยังมีความเชื่อว่า พญาท่าข้าม คือผู้ที่คอยปกปักษ์คุ้มครองคนดี การบนบานศาลกล่าว คืออีกวิถีชีวิตหนึ่งของคนเมืองนี้ อันเป็นที่พึ่งทางใจ ที่มีความผูกพัน ผสมกลมกลืนกระทั่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่ง ที่อยู่คู่สายน้ำตาปี และชนชาวท่าข้ามตลอดนานเท่านาน สุดท้าย และท้ายสุด บอยจ๊อดก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตำนานพญาท่าข้ามนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ที่บอยจ๊อดมั่นใจมากๆ ก็มีอยู่อย่างนึงคือ ศาลพญาท่าข้ามนั้นมีอยู่จริง และถึงจะไม่ทราบว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ในเมื่อมันมีก็อาจจะสมมติฐานได้ว่า พญาท่าข้ามอาจมีตัวตนจริงก็ได้ เพียงแต่อาจจะไม่มีคาถาอาคมใดๆ แบบในตำนานที่เล่าลือกันก็ได้ด้วยเช่นกัน เหรียญเจ้าพระยาท่าข้าม วัดท่าข้าม (ด้านหน้า) เหรียญเจ้าพระยาท่าข้าม วัดท่าข้าม (ด้านหลัง) เหรียญเจ้าพระยาท่าข้าม วัดท่าข้าม(หัวแหลม)รุ่นแรก พ.ศ.2519 หรียญเจ้าพระยาท่าข้าม วัดท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี สร้างขึ้นในปี2519 ซึ่งมีพราหมณ์ (ลูกศิษย์อาจารย์นำ)ท่านนึงเป็นเจ้าพิธี ท่านได้ไปเชิญและบอกกล่าวถึงมูลเหตุการสร้างและจุดประสงค์การสร้าง โดยมีเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นมาร่วมปลุกเศก ได้แก่ อ.นำ วัดดอนศาลา หลวงพ่อรัช วัดกะเปา หลวงพ่อชู วัดท่าตลิ่งชันและเกจิอาจารย์ที่มีวิชาอาคมและความศักดิ์สิทธิ์อีกหลายรูป โดยเกจิอาจารย์ที่ได้รับกิจนิมนต์ได้เดินทางมาวัดท่าข้ามเพื่อร่วมงานพุทภาภิเศก เหรียญเจ้าพระยาท่าข้ามรุ่นนี้ โดยจุดประสงค์ในการสร้างเหรียญรุ่นนี้ก็เพื่อ จะสร้างไว้ให้ลูกหลานชาวท่าข้ามได้บูชาเพื่อป้องกันภัยอันตรายใดๆ และเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางด้ายจิตใจและสืบสานวัฒนธรรมต่อไปเพื่อที่จะให้ลูกหลานยุคหลังได้รู้ถึงวัฒนธรรมของชาวไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุพ จากรุ่นสู่รุ่น จำนวนการสร้างไม่เกิน2000เหรียญ....ส่วนประสบการณ์ในเหรียญรุ่นนี้มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน โดยที่พ่อแม่ ส่วนมากจะแขวนเหรียญเจ้าพระยาท่าข้ามไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ให้แก่ลูกหลาน โดยมีความเชื่อกันว่าแขวนเหรียญเจ้าพระยาท่าข้าม ท่านจะคุ้มครองภัยอันตรายใดๆทั้งสิ้น ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#60 Aug

เคยเห็นยัง คนกวาดถนน แต่งตัวจัด ก็ ใจรัก แฟชั่น มีไรป่ะ
คนกวาดถนน /  แต่งตัวจัด / 

โดยปกติทั่วไป เราจะคุ้นเคยต่อยูนิฟอร์มของ เจ้าหน้าที่พนักงาน คนกวาดถนน กันจนชินตา แต่เมื่อสาวคนนี้ เธอสวมกระโปรงสั้น และรองเท้าส้นสูงมากวาดถนน ก็เลยกลายเป็นที่ฮือฮา ก็หัวใจเธอเป็น แฟชั่นนิสต้า มีไรป่ะ? นี่คือภาพที่คนเดินผ่านไปมาแชร์ว่อนเน็ตจีน เมื่อสาว เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดกำลัง กวาดถนน เต๋อหยาง ในเมืองซีฉวน ประเทศจีน ที่สุดจะเด่นสะดุดตาในชุดกระโปรงสั้นและรองเท้าส้นสูง จนบางเว็บถึงขั้นมอบรางวัลพนักงานทำความสะอาดแต่งตัวจัดที่สุดในจีนให้เลยทีเดียว สาวพนักงานทำความสะอาด ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ ลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัว คนนี้ชื่อ หลิว จุนฮั้ว เธอเล่าว่า เนื่องจากวันนั้นเธอกำลังไปช้อปปิ้งอยู่ ได้รับสายโทรศัพท์ให้มาเข้าเวรด่วน และ ไม่มีเวลาเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์ม จึงใส่ชุดนี้กวาดถนนจนเสร็จ เราชื่นชมในความรับผิดชอบของเธอนะ แถมยังเป็นสีสันของหน่วยงานอีกด้วย สาวๆ ทุกคนก็มีใจรักการแต่งตัว อยากดูดีทั้งนั้นล่ะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในหน้าที่อะไร ใครๆ ก็ย่อมรักสวยรักงาม แต่งให้เหมาะสม กาลเทศะ มันก็โอเคนะ ว่าป่ะเธอ ที่มาจาก shanghaiist.com เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ชูวิทย์ซัด จะปฏิรูปบ้านเมือง หัดปฏิรูปตัวเองก่อน!
ข่าวชูวิทย์ /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊คซัด  สนช. สปช. กรรมาธิการทั้งหลาย หากคิดจะมาปฏิรูปบ้านเมือง หัดปฏิรูปตัวเองเสียก่อน วันนี้(5มี.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว “ชูวิทย์ I’m No.5″ ในหัวข้อ ได้ฝากลูกเมีย เสียยกให้เพื่อน ข้อความระบุดังนี้ ปฏิรูปประเทศไทยของ "มวลมหาประชาชน" ไม่ได้เป็นอย่างที่ใฝ่ฝัน เสียงเป่านกหวีดต่อบรรดาแกนนำคงต้อง "อกหัก" เพราะตอนเชียร์กับตอนทำจริงเป็นหนังคนละม้วน เหมือนพูดกันคนละภาษา การปฏิรูปเป็นเสมือน "โพยหวย" ที่ไม่มีวันถูก จนบัดนี้ยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ส่วน บรรดา สนช. สปช. กรรมาธิการทั้งหลาย หากคิดจะมาปฏิรูปบ้านเมือง หัดปฏิรูปตัวเองเสียก่อน ไม่ใช่ทำงานเหมือนอยู่ในกงสี "ได้ฝากเมีย เสียยกให้เพื่อน" สุขกันทั้งบ้าน สุขกันให้พอ สุขกับเงินเดือนหลักแสน สุขกับเบี้ยประชุมครั้งละพัน สุขกับบินฟรีทั่วประเทศ สุขกับค่าน้ำมันฟรี สุขกับค่ารักษาพยาบาลฟรี สุขกับลูกเมียที่ได้เงินเดือนฟรี พอเขาจะมีกฎระเบียบไม่ให้เล่นการเมืองสองปีหลังปฏิรูป ก็เอะอะโวยวายร้องกระจองอแงไม่ยอมรับ ส่วนที่ไม่มีอยู่ในกฎระเบียบ เอาเงินเดือนให้ลูกเมีย ก็อ้างว่าเขาไม่มีกฎห้าม นายกฯก็อยากจะใช้คนนอก ส.ว.ก็จะใช้สรรหาทั้งหมด ยิ่งปฏิรูปยิ่งเข้าตัว เหลือระยะเวลาอีกหนึ่งปี จะไปได้สักกี่น้ำ? เมื่ออำนาจใหม่เข้ามา ก็มาแก้ไขเปลี่ยนแปลงกันอีก อยู่ที่ว่ายุคใครสมัยใคร นกหวีดที่เคยคาบไว้ ร้องเฮฮาสะใจกับบรรดาแกนนำ ป่านนี้คงกลืนหายไปในลำคอ เพราะตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงนกหวีด ผมได้ยินแต่เสียงผายลม MThai News

ซิโก้ แย้มโผ เมสซี่เจ นำทัพ5แข้งช้างศึกชุดใหญ่ติดทีมลุยU23
ชนาธิป สรงกระสินธ์ /  ช้างศึกลูกกรอก / 

ความเคลื่อนไหวหลังเกมฟุตบอลกระชับมิตร เยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่ง ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ต้อนเอาชนะ ทีมชาติปากีสถาน ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ไปได้ 2-0 จากฟรีคิกของ เจ้าบาส ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ทั้ง 2 ประตู โดย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ได้เปิดเผยว่า เราเล่นมา 2 เกมติดต่อกัน ซึ่งเราเรียกนักเตะมา 30 คน แต่ไม่ได้ใช้งาน 5 คนอย่าง เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา และอดิศร พรหมรักษ์ ซึ่งทั้ง 2 เกมเราได้ให้โอกาสเด็กทุกคน บางคนก็ถือว่าผ่าน แต่บางคนก็รู้ตัวว่ามีเรื่องต้องปรับปรุง พวกเขารูดีว่ามาตรฐานตัวเองอยู่ตรงไหน แต่เมื่อมองภาพรวมทุกคนมีอนาคต ส่วนเรื่องประกาศตัวผู้เล่นเรามีผู้เล่นหลายคนอยู่ในใจแล้ว ซึ่งก็มีตัวหลักที่ลงมาจากเล่นชุดใหญ่ เราต้องให้เกียรติพวกเขาก่อน เพราะถือว่ามประสบการณ์ คาดว่า 1-2 วันนี้เราจะรู้ว่าทั้ง 23 คนจะมีใครบ้าง "ที่ผ่านมา 2 เกมมีหลายคนที่น่าจับตาไม่ว่าจะเป็น ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ทริสตอง โด และธนาสิทธิ์ ศิริผลา เมื่อเราประกาศรายชื่อแล้วก็จะไปเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ ก่อนจะมีอุ่นเครื่องกับเวียดนาม และญี่ปุ่น"

งดงาม! F50 Tattoo สไตล์ เพราะคุณคือคนที่โลกอิจฉา
adizero /  F50 / 

งดงามเหลือเกิน! อาดิดาส ผุดไอเดียสุดแหวกแนวปล่อยสตั๊ดคอลเล็คชั่นใหม่ของรุ่น adizero F50 ในสไตล์ Tattoo หรือรอยสักบนรองเท้าสตั๊ด โดยสตั๊ดรุ่นนี้ได้ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าจอมกัด  ของบาร์เซโลน่า วัย 28 ปี รับหน้าที่เป็นนายแบบเปิดตัว สตั๊ดคู่ใหม่ของอดีตแข้งลิเวอร์พูล เป็นของยี่ห้อ อาดิดาส F50 มีสีสันและลวดลายที่แปลกตาไปจากเดิมมากที่ได้แรงบันดาลใจมากจากรอยสัก โดยแต่ละข้างถูกออกแบบให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ระหว่าง "ความรัก" / "ความเกลียดชัง" ภายใต้แคมเปญ "เพราะคุณคือคนที่โลกอิจฉา : THERE WILL BE HATERS" นั้นเอง

ละครไม่สิ้นไร้ไฟสวาท , เรื่องย่อไม่สิ้นไร้ไฟสวาท
ละครย้อนหลังไม่สิ้นไร้ไฟสวาท /  ละครไม่สิ้นไร้ไฟสวาท / 

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาทบทประพันธ์ : นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์ : นันทนา วีระชนผลิตโดย : ดาราวิดีโอผู้กำกับ : สยาม สังวริบุตร ด้วยความแค้นอาฆาตพยาบาทของ ปฐวี(ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล) ซึ่งมีต่อ ชิดชงค์(ตฤณ เศรษฐโชค) ที่ทำให้พ่อของเขาฆ่าตัวตายและครอบครัวก็ต้องล่มสลาย เขาจึงต้องการล้างแค้นเอาคืนกลับครอบครัวและชีวิตของชิดชงค์เช่นกัน เขาเลยท้าพนันกับชิดชงค์ จนชิดชงค์พ่ายแพ้และฆ่าตัวตายพอ ชิดชบา(ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์) ลูกสาวของชิดชงค์ทราบข่าว ก็รีบบินกลับมาจากฝรั่งเศสทันที เมื่อปฐวีเจอชิดชบาก็ยื่นข้อเสนอให้ชิดชบา ถ้าเธอยอมมาเป็นนางบำเรอของเขา ในระยะเวลา 1 ปี ถ้าทำตามกำหนดก็จะยอมคืนคฤหาสน์สมบัติชิ้นสุดท้ายคืนให้กับเธอทันที ชิดชบาแค้นใจมากที่ถูกย่ำยีศักดิ์ศรีแต่เธอไม่มีทางเลือก เลยตอบตกลง และเธอก็ให้ เฉวียง(อาเต๊ะ-โชคดี ฟักภู่) ทนายคนเก่าแก่เป็นผู้จัดการเอกสารให้ทั้งหมด เงื่อนไขประหลาดของปฐวีนี้ ทำให้ โสมสุภางค์(ปุยฝ้าย- ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล)คู่หมั้นของเขาไม่พอใจอย่างมาก แต่เธอก็ต้องจำยอมให้ปฐวีเอาชิดชบามาเป็นนางบำเรอ เพราะเธอรักเขามากนั้นเอง และคิดว่าชิดชบาก็จะเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป อีกทั้งปฐวีก็สัญญากับเธอว่าชิดชบาจะอยู่ในฐานะนางบำเรอเท่านั้น ทางด้าน ชัยยงค์ (บี๋-ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) อดีตนักพนันที่พยายามจะโค่นล้มชิดชงค์หมายจะครอบครองคฤหาสน์ของชิดชงค์ แต่มารู้ข่าวว่าคฤหาสน์ตกไปอยู่ในมือของปฐวี ชัยยงค์เลยวางแผนกับ ชัยญา(เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ลูกชาย เพื่อโค่นปฐวีด้วยเกมส์การพนัน โดยมี ถกล(หนุ่ม-ชมวิชัย เมฆสุวรรณ) สมุนมือขวาของชัยญาเข้ามามีส่วนร่วมในแผนปองร้ายครั้งนี้ด้วย เหตุการณ์ในอดีตของปฐวีที่คอยตามหลอกหลอนเขา ทำให้เขาเป็นโรคนอนไม่หลับ ฝันร้ายตลอด ปฐวีเลยต้องได้รับการรักษาโดยมี แพรวา(น้ำหวาน-กรรณาภรณ์ พวงทอง) จิตแพทย์สาวสวย เขามารักษาด้วยความใกล้ชิดทำให้แพรวาตกหลุมรักปฐวี ในขณะเดียวกันข่าวการตายของชิดชงค์ได้แพร่สะพัดไปตามสื่อเมื่อ ธวัชพงศ์ (เอ-เอกราช กฤตสิริทิตย์) นักข่าวหนังสือพิมพ์ เขาต้องการทำสกู๊ปข่าวเกี่ยวกับการตายของชิดชงค์ เพื่อนำมาตีแพร่ให้ผู้อ่านได้รู้ถึงพิษภัยของการพนัน มันทำให้เขาได้ไปสนิทสนมกับชิดชบา จนเกิดเป็นความรัก ทั้งๆที่ธวัชพงศ์รู้ว่าชิดชบาเป็นนางบำเรอตามเงื่อนไขของปฐวีก็ตาม เขาพยายามจะช่วยแต่ก็ไม่เป็นผล ปฐวีใช้ร่างกายของชิดชบาเป็นที่ระบายความแค้น ชิดชบาได้แต่รองรับอารมณ์ของปฐวีด้วยความขมขื่น แต่เธอก็เลือกที่จะไม่แสดงความรู้สึกอ่อนแอให้ใครเห็น นอกจาก ตลับนาค(เจี๊ยบ-กาญจนาพร ปลอดภัย) ป้าของเธอ ปฐวียังคงหมั่นดูแลเอาใจใส่โสมสุภางค์ในฐานะคู่หมั้นอย่างดี ปฐวีเลือกที่จะพาโสมสุภางค์ไปท่องยุโรป แต่นั่นก็ทำให้โสมสุภางค์ดีใจได้ไม่นาน เมื่อรู้ว่าเขาจะพาชิดชบาไปด้วย และที่นั่นเขาได้พบกับ ม.ร.ว.อรุณณรงค์หรือคุณชายเอี่ยว(แอมป์-พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) นักการทูต ม.ร.ว.อรุณณรงค์เริ่มสนิทสนมกับชิดชบามากขึ้น ด้วยความสุภาพของเขาทำให้ชิดชบากลับมายิ้มหัวเราะได้อีกครั้ง แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ปฐวีรู้สึกไม่พอใจ หลังจากกลับจากยุโรปโสมสุภางค์ป่วยเป็นโรคหัวใจ คุณนายเถาว์เครือ(ฮันนี่-ภัสสร บุญยเกียรติ) แม่ของโสมสุภางค์โกรธปฐวีมากที่เป็นสาเหตุทำให้ลูกสาวของเธอล้มป่วย ปฐวีรู้สึกผิดเลยจะจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด พิธีแต่งงานของปฐวีและโสมสุภางค์จัดใหญ่โต ชิดชบาสวมชุดดำมาร่วมงาน ทำให้แขกเหรื่อแตกตื่น โสมสุภางค์ช็อคเป็นลมเข้าโรงพยาบาล ชิดชบาสะใจมากที่ได้ฉีดหน้าปฐวีได้ หลังจากนั้นโสมสุภางค์ก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ชิดชบาทนไม่ได้และออกจากบ้านไป แต่ชิดชบาก็ไม่สนใจ ในขณะเดียวกันดูเหมือนว่าม.ร.ว.อรุณณรงค์เริ่มสนใจในตัวของชิดชบามากขึ้นจน หม่อนจรัสเรือง(อ้อย-กาญจนา จินดาวัฒน์) แม่ของม.ร.ว.อรุณณรงค์ทราบเรื่องไม่พอใจ เลยจับให้ม.ร.ว.อรุณณรงค์ แต่งงานกับ หม่อนเจ้าอุราศรี(ตูน-พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์) เพื่อตัดปัญหา ปฐวียังคงเรียกใช้ชิดชบาในยามที่เขาต้องการ แต่ชิดชบาเริ่มขัดขืน ทำให้ปฐวีโกรธ คืนนั้นปฐวีเมาและใช้กำลังกับชิดชบา โสมสุภางค์บังเอิญเดินลงมาเห็นภาพที่ปฐวีกับชิดชบาจูบกัน เธอช้อคหมดสติและตกบันไดเสียชีวิต ปฐวีเสียใจมาก เขาหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต ด้วยความรู้สึกผิดและโกรธแค้น ปฐวีเลยโทษชิดชบาว่ามีส่วนที่ทำให้โสมสุภางค์ตาย หลังจากนั้นไม่นานชิดชบาเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องกับปฐวี ชิดชบาไม่ต้องการลูกที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของปฐวีเลยตัดสินใจจะทำแท้งและบอกให้ปฐวีรับรู้ เขาสั่งห้ามเด็ดขาด แต่ชิดชบาไม่ฟัง เพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่เธอจะใช้แก้แค้นเขาได้ แม้ตลับนาคและเฉวียงจะช่วยกันขอร้อง ชิดชบาก็ไม่ฟัง ปฐวีเริ่มใจอ่อนและเหนื่อยล้าเลยหลบไปทบทวนเรื่องราวต่างๆ เขาสำนึกผิดและเป็นห่วงกลัวว่าชิดชบาจะทำร้ายลูกในท้อง เมื่อกลับมาถึงบ้านปฐวีก็แทบช็อคเมื่อเห็นภาพที่ชิดชบากำลังใช้ไม้แขวนเสื้อทำแท้งด้วยตัวเอง เขารีบเข้าไปช่วยแล้วพาส่งโรงพยาบาล ปฐวีคอยเฝ้ารอดูอาการของชิดชบาด้วยความเป็นห่วง ในที่สุดอาการของชิดชบาก็ปลอดภัยรวมถึงลูกในท้องก็ปลอดภัยเช่นกัน ปฐวีเสียใจและขอโทษชิดชบากับสิ่งที่เขาทำร้ายจิตใจชิดชบามาโดยตลอด เขาบอกรักชิดชบาพร้อมกับขอโอกาสไถ่โทษและขอเริ่มต้นใหม่กับเธอ งานนี้มาเอาใจช่วยกันดีกว่าว่าชิดชบาจะยอมใจอ่อนยกโทษให้ปฐวีหรือไม่ และทั้งคู่จะลงเอ่ยกันอย่างไรต้องติดตามชมในละครเรื่อง “ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท” นักแสดงไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล แสดงเป็น ปฐวีขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ แสดงเป็น ชิดชบาปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล แสดงเป็น โสมสุภางค์แอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ แสดงเป็น ม.ร.ว.อรุณณรงค์ตูน พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์ แสดงเป็น หม่อมเจ้าอุราศรีเชน ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ แสดงเป็น ชัยญาเอ เอกราช กฤตสิริทิตย์ แสดงเป็น ธวัชพงษ์น้ำหวาน กรรณาภรณ์ พวงทอง แสดงเป็น แพรวาบี๋ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ แสดงเป็น ชัยยงค์

7 Knights เกมส์ RPG Turn-Based แฟนตาซี สุดฮิต
Seven Nights /  เกมส์มือถือ

Netmarble ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ 7 Knights เกมส์แนว RPG กึ่ง Turn-Based แฟนตาซี ให้ผู้เล่นรวมสมาชิกผู้กล้าต่อสู้กับศัตรูในภารกิจแต่ละด่าน ดาวน์โหลดเล่นฟรีเร็วๆนี้ บน iOS และ Android เกมส์ 7 Knights ให้ผู้เล่นเลือกฮีโร่เกมส์ที่บรรจุมากกว่าร้อยตัว จัดสมาชิกทีมต่อสู้กับศัตรูตามภารกิจที่ได้รับในแต่ละด่าน พร้อมกับเลือกใช้อาวุธชุดเกราะให้แข็งแกร่ง หรือนำฮีโร่ที่อยู่ในสังกัดผู้เล่นทำการรวมร่างเพิ่มความสามารถใหม่ๆ วิธีการเล่นเกมส์นี้ ผู้เล่นจะต้องกดสกิลหรือสกิลท่าไม้ตายตามเวลา Cooldown เพื่อต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งการบังคับการเล่นถือว่าง่ายดาย เพียงแค่จิ้มปุ่มสกิลและวางแผนเลือกใช้สกิลเพื่อต่อสู้เท่านั้น แถมมีระบบ Auto-Play สั่งการให้ฮีโร่เกมส์ทำการต่อสู้โดยอัตโนมัติได้ นอกจากนี้ เกมส์ 7 Knights ยังมีโหมดการเล่นอันน่าสนใจอย่าง โหมด Challenge เน้นการรับของรางวัลต่างๆ อาทิเงินในเกมส์, เพชรในเกมส์, หีบสมบัติสุ่มของรางวัล, โหมด PvP ประลองกำลังระหว่างผู้เล่น, หรือโหมด Daily Guild Dungeon รวมกลุ่มกิลด์ถล่มบอสประจำวัน ดาวน์โหลดเกมส์ 7 Knights บน iOS และ Android ได้เร็วๆนี้

มั่นใจฝีมือผู้กำกับฯ เจ้าของมอบบทประพันธ์แสนหวง ให้หม่อมน้อยทำ
ทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์ /  บทประพันธ์ / 

“ทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์” ภรรยาของ “วาณิช จรุงกิจอนันต์” นักเขียนรางวัลซีไรต์ เจ้าของลิขสิทธิ์ วรรณกรรมแนว “วิจิตรกามา” (Erotic) เรื่อง แม่เบี้ย มอบบทประพันธ์แสนหวงให้ “หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ผู้กำกับชั้นครูสร้างเป็นภาพยนตร์เวอร์ชั่นล่าสุด ด้วยความมั่นใจว่าหม่อมน้อยจะสามารถถ่ายทอดเนื้อหาสาระและบรรยากาศอันงดงามละเอียดอ่อนของบทประพันธ์ ออกมาเป็นภาพยนตร์ได้อย่างวิจิตรบรรจง ทอรุ้งเผยว่า “หลังจากที่คุณวาณิชเสียชีวิตลง ก็มีผู้สร้างภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายรายมาติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์เรื่อง ‘แม่เบี้ย’ แต่ดิฉันก็ปฏิเสธไป เพราะค่อนข้างหวงบทประพันธ์เรื่องนี้แต่เมื่อหม่อมน้อยและ ‘เสี่ยเจียง’ (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) มาติดต่อก็ตัดสินใจในทันที เพราะเชื่อในฝีมืออันประณีตของหม่อมน้อย และเชื่อถือในผลงานภาพยนตร์ของบริษัทสหมงคลฟิล์ม ว่าจะสร้าง ‘แม่เบี้ย’ ให้เป็นภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบตามบทประพันธ์” pic cr : http://www.thaifilm.com ดูมะหมี่ ขูดมะพร้าว “แม่เบี้ย” เป็นวรรณกรรมร่วมสมัยแนววิจิตรกามาที่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วถึง 2 ครั้ง คือในปี พ.ศ.2532 นำแสดงโดย ลิขิต เอกมงคล และ ภัสสร บุณยเกียรติ ส่วนครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2544 นำแสดงโดย อัครา อมาตยกุล และ นภคปภา นาคประสิทธ์ โปสเตอร์ไกด์ของแม่เบี้ย ปี 2558 “แม่เบี้ย” ในเวอร์ชั่น 2558 นี้จะถูกตีความใหม่ให้เหมาะสมกับยุคสมัยและกำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมงานสร้างอย่างประณีตพิถีพิถัน

15 สถานที่น่าเที่ยว สุดอันซีนทั่วโลก ปี 2015
ดินแดนมหัศจรรย์ /  ท่องเที่ยวรอบโลก / 

สถานที่ท่องเที่ยวบนโลกนี้ มีมากมายนับไม่ถ้วน เบื่อไหม ? กับการได้เห็นสถานที่สวยๆ แต่ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ มาวันนี้ travel.mthai.com ขอพาคุณไปรู้จักกับ 15 สถานที่น่าเที่ยว สุดอันซีนทั่วโลก ปี 2015 สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก แฝงไปด้วยความงดงามและเรื่องราวที่คุณยังไม่เคยเห็น เสริมสร้างข้อมูลและเปิดประสบการณ์ใหม่ ในการท่องเที่ยวของคุณ  15 สถานที่น่าเที่ยว สุดอันซีนทั่วโลก ปี 2015 1. หมู่เกาะแฟโร หมู่เกาะแฟโร หมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันยอดเยี่ยมของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 20 มีนาคม 2015 จะมีปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มรูปแบบเกิดขึ้น ซึ่งถ้าคุณอยู่ที่นี่ จะได้เห็นความมหัศจรรย์ได้ชัดเจนที่สุด ส่วนช่วงเวลาในการเที่ยวหมู่เกาะแฟโรได้ดีที่สุด คือเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่มีอุณภูมิอบอุ่นกำลังสบาย ที่ราบ ทุ่งหญ้าอันเขียวขจี โขดหินและท้องทะเล จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม 2. เอสเตรอส เดล อิเบร่า - อาร์เจนตินา สถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยทะเลสาบมากมาย แห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองคอร์เรียนเตส ประเทศอาร์เจนตินา น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีความบริสุทธิ์สูง และเปล่งประกายระยิบระยับ จนนักผู้คนต่างให้ขนานนามว่า "brilliant water" กินบริเวณกว่า 3 ล้านไร่ เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ พร้อมทั้งสัตว์ป่านานาชนิด เป็นอีกมุมนึงของโลก ที่ควรไปสัมผัสสักครั้ง 3. หมู่เกาะซี - เซาท์ แคโรไลน่า - สหรัฐอเมริกา สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นแหล่งประวัติศาสตร์แห่งอเมริกันชน คุณจะได้พบกับกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย ชมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวน้อยคนนักที่จะรู้เรื่องราวของหมู่เกาะซี รับรองว่าพวกเขาจะต้องประหลาดใจ พร้อมเพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่า และอาหารพื้นเมือง ในกลางเดือนมีนาคม จะเป็นช่วงที่ดีที่สุด คุณจะได้พบกับเทศกาลดื่มไวน์และอาหารหลากหลายชนิด 4. มงต์ แซงต์ มิเชล - ฝรั่งเศส มงต์ แซงต์ มิเชล มหาวิหารเก่าแก่อายุกว่าพันปี ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม คุณจะได้เห็นเมือง และกระแสน้ำในอ่าว เป็นสถานที่ที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ในปี 1897 สะพานถูกสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง แต่ก็ต้องก็หยุดก่อสร้าง จากการถูกล้อมรอบด้วยน้ำ และกลายเป็นวิหารที่เบื้องล่างเป็นหาดโคลนขนาดใหญ่ แต่ในปี 2005 วิหารแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะ จนสามารถเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างเต็มตัว 5. เนชันแนล มอลล์ - วอชิงตัน ดี.ซี. สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมือง ที่พลเมืองวอชิงตันชุมนุมกันที่ขั้นบันได ของอนุสาวรีย์ลินคอล์น อีกหนึ่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของอเมริกันชน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ได้กล่าวสุนทรพจน์อันเลื่องชื่อ ที่ว่า "I have a dream" กลายเป็นวลีแห่งตำนานเลยทีเดียว สำหรับการท่องเที่ยว ที่แห่งนี้ต้อนรับทุกคนเสมอ คุณจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและแสดงออกได้อย่างอิสระ 6. คอร์ซิกา - ฝรั่งเศส คอร์ซิกา เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ไม่ธรรมดา เพราะประสบความสำเร็จในการต่อต้านอิทธิพลและวัฒนธรรมต่างถิ่นมาว่า 2 ศตวรรษ หลังจากการพ่ายแพ้สงครามของกษัตริย์นโปเลียน โบนาปาร์ต แม้จะมีการเชื่อมต่อกับอิตาลีอย่างใกล้ชิด แต่คอร์ซิกา ก็ยังยืนหยัดหัวชนฝารักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมและภาษาอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ถือเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือน 7. เมเดลยิน - โคลอมเบีย ที่ผ่านมา เมืองนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งโคเคนโลก เต็มไปด้วยการค้ายา แต่ตอนนี้ด้านลบเหล่านั้นได้ถูกแทนที่ ด้วยพลเมืองดี สถานที่อันเคยเป็นแหล่งผู้ก่อการร้าย ตอนนี้กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผุ้คนจะได้เพลิดเพลินกันในวันหยุด เมเดลยิน ได้กลายเป็นสถานที่สุดฮอตแหล่งใหม่ของนักท่องเที่ยว ด้วยการถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสุดจี๊ด ผสมผสานกันได้อย่างน่าทึ่ง จึงเป็นอีกเมืองน่าเที่ยวประจำปีนี้ 8. มารามูเรส - โรมาเนีย แผ่นดินประวัติศาสตร์ ที่คงความเป็นธรรมชาติไว้มากที่สุดในโลก ประมาณว่าได้รับการปรุงแต่งจากเครื่องจักรของมนุษย์น้อยที่สุดนั่นเอง เนินเขาที่ไม่มีถนนตัดผ่าน ไม่มีการแกะสลักหรือตัดหญ้าด้วยเครื่อง ทุกอย่างที่นี่ทำด้วยมือคน เพราะคนที่นี่ให้ความสำคัญกับแรงงานมนุษย์ ตวามอุตสาหะพยายาม มากกว่าเทคโนโลยีล้ำสมัย มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบดั้งเดิม ท่ามกลางทัศนียภาพของแม่น้ำ หุบเขา และทุ่งนา นักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบ ในวิถีแบบสโลว์ไลฟ์ รับรองว่า มารามูเรส จะติดตราตรึงใจคุณไปชั่วกาล 9. ไฮดา กวาย - แคนาดา  ด้วยความที่เป็นเกาะที่มีความเงียบสงบค่อนข้างสูง ทำให้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ มีลักษณะเป็นหมู่เกาะยาว 180 ไมล์ มีความหลากหลายทางทรัพยากรธรรมชาติ และมีความอุดมสมูรณ์ พื้นที่บนเกาะส่วนมากเป็นป่าทึบ เต็มไปด้วยพืชพันธุ์สวยงาม นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่ามีคนเคยอาศัยอยู่ใต้ดินในพื้นที่นี้ โดยมีหลักฐานที่แสดงชี้ชัดว่า มีการตั้งถิ่นฐานมาประมาณ 12,000 ปีแล้ว ลึกลับแบบนี้ น่าไปพิสูจน์จริงๆ 10. โอกลาโฮมา ซิตี้ - สหรัฐอเมริกา ในปีที่ผ่านมา โอกลาโฮมา ซิตี้ มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก และไฮไลท์ที่สำคัญของปีนี้ จะทำการเปิดศูนย์ล่องแพ white-water ในพื้นที่ 11 ไร่ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบ Downtown ที่น่าเที่ยวอีกแห่งของปีนี้ เต็มไปด้วยที่พักสวยๆ และแหล่งช้อปปิ้งมากมาย 11. Choquequirao - เปรู สถานที่แห่งนี้ เป็นเรื่องยากมากๆ ในการจะอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง อันเป็นรากเหง้าของมาชู ปิกชู แห่งอาณาจักรอินคาอันเลื่องชื่อ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นทรัพย์สินทางอารยธรรมที่หาค่าเปรียบไม่ได้ การจะไปท่องเที่ยวที่นี่นั้นไม่ได้เข้าถึงง่ายๆ ด้วยความสูง 9,800 ฟุตจากพื้นดิน หากจะบอกว่าสามารถไปได้โดยรถไฟและรถบัส คงจะเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ คุณต้องเสี่ยงปีนเขาสักหน่อย แล้วคุณจะได้พบกับความมหัศจรรย์ของ Choquequirao รับรองว่าคุ้มค่ากับทุกหยาดเหงื่อและแรงกายอย่างแน่นอน 12. ซาร์ค - หมู่เกาะชานเนล 1 ในสถานที่ไม่กี่แห่งบนโลก ที่ยังรักษาวิถีชีวิต และประเพณีดั้งเดิมเอาไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย เกาะนี้ ตั้งอยู่ห่างจากเกาะอังกฤษไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 80 ไมล์ และใกล้กับอ่าวนอมังดี ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2015 นี้ จะมีการเฉลิมฉลองครบ 450 ปีของระบอบศักดินา ผู้คนบนเกาะยังคงใช้ชีวิตแบบโบราณ สองธนาคารบนเกาะ ไม่มีตู้เอทีเอ็ม ถนนไม่มีการปะติดปะต่อ เวลากลางคืนจะมืดมิดเงียบสงัด ไร้แสงไฟ รวมทั้งเป็นเขตแดนที่ห้ามขับขี่รถยนต์อีกด้วย ถือว่ายูนิคสุดๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบและใฝ่หาความสงบสุขอย่างแท้จริง 13. ไฮเดอราบัด - อินเดีย ไฮเดอราบัด เมืองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอินเดีย เป็นเมืองที่มีหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอาศัยอยู่นั่นก็คือ เมียร์ ออสมัน อาลี ข่าน ปัจจุบัน เมืองนี้เป็นสถานที่ที่หลายแบรนด์ไอทีระดับโลกมาตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ แต่ลักษณะทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หายไปไหน ยังคงมีความสมบูรณ์อยู่ ด้วยก้อนหินโบราณ บ้านเรือนร่วมสมัย ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน แถมยังล้อมรอบด้วยสวนสวยและทะเลสาบอีกด้วย 14. ไต้หวัน แห่งสาธารณรัฐจีน ไต้หวัน เป็นอีกประเทศที่สะอาดและเงียบสงบ สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi เกือบทั่วทั้งเกาะ เกาะแห่งหุบเขานี้ได้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เมื่อก่อนสินค้าที่มีคำว่า "Made In Taiwan" จะได้รับชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีด้านคุณภาพ แต่ปัจจุบันสิ่งนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว และเมืองหลวงอย่างไทเป เป็นเกียรติได้รับสถานะให้เป็น 2016 'World Design Capital เนื่องจากมีตึกระฟ้าจำนวนมากและสิ่งปลูกสร้างที่ล้ำสมัย 15. โคยะซัง - ญี่ปุ่น โคยะซัง ถือเป็นจุดศูนย์กลางของพุทธศาสนาและหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น มีความเป็นมาอันยาวนานกว่า 1,200 ปี ใช้เวลาเดินทางจากโอซาก้า เพียง 2 ชั่วโมง ด้วยรถไฟ ถ้าคุณได้มาสัมผัสถึงประเพณี ชีวิตอันสันโดษ ด้วยการฝึกจิต สวดมนต์ในตอนเช้า คุณจะรู้สึกถึงจิตวิญญาณและแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ที่นี่เป็นมังสวิรัติแบบเคร่งครัด และคุณจะมีโอกาสที่จะได้ลิ้มรสอาหารมังสวิรัติที่เรียบง่าย แต่อร่อย ตอนกลางคืนจะมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากโคมเท่านั้น ชาวพุทธแบบเรา น่าไปแสวงบุญที่นี่กัน คงจะเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยม ที่มา : happylifestylejournal.com  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ช้างศึกลูกกรอก เชือดนิ่ม ปากีสถาน อุ่นส่งท้ายก่อนลุยศึกจ้าวเอเชีย
กฤษณ์พรหม บุญสาร /  ชยาวัต ศรีนาวงษ์ / 

ผลฟุตบอลกระชับมิตร เยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2558 ทีมชาติไทย (U-23) 2-0 ทีมชาติปากีสถาน (U-23) ประตู : 1-0 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ น.51, 2-0 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ น.72 สนาม : เอสซีจี เมืองทอง เวลา : 18.00 น. เริ่มเกมมาไม่ถึงนาที ไทย ได้ทักทายก่อนจาก ชยาวัต ศรีนาวงษ์ ที่พลิกบอลยิงในเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไป ก่อนที่นาที 12 ไทย จะได้ลุ้นอีกครั้ง บดินทร์ ผาลา ตวัดบอลจากสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายให้ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ยิงเน้นๆ แต่โดนไม่เต็ม บอลหลุดกรอบออกไป เกมของ ไทย ดีกว่า ปากีสถาน เมื่อเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้ตลอด แต่หาช่องเจาะไม่ได้ นาที 26 สุรวิชญ์ โลกาวิทย์ ได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่ไม่ผ่านมือ มูซัมมิล ฮุสเซียน เซฟไว้ได้ และนาที 30 ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร เปิดลูกเตะมุม บอลโค้งเข้าหาประตู แต่ ฮุสเซียน ปัดปลายมือออกไปได้อีก นาทีถัดมา ไทย เกือบได้ประตูขึ้นนำ ออกัส กุสตาฟฟ์ ยิงเน้นๆ ในกรอบ บอลชนเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย และก่อนหมดครึ่งแรกนาทีเดียว ไทย เสียบลูกจุดโทษ สมพร ยศ ไปรวบ มูห์ซิน อาลี ล้มลงในเขตโทษ ก่อนที่ คาลีม อุลลาห์ จะรับหน้าที่สังหารไปติดเซฟ สมพร ยศ ที่เดาถูกทาง แก้ตัวได้สำเร็จ ทำให้หมดครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0 กลับมาเล่นครึ่งหลัง นาทีที่ 51 ช้างศึกลูกกรอก ก็ทะยานออกนำ 1-0 เมื่อ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ปั่นฟรีคิกบอลโค้งตกลงพื้นเด้งเข้าประตูไป มูซัมมิล ฮุสเซียน  ทำได้แค่เซฟด้วยสายตา หลังจากได้ประตูออกนำ ช้างศึกลูกกรอก ก็ยังโหมบุกนาทีที่ 72 ก็มาหนีเป็น 2-0 เมื่อ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ได้ตั้งป้อมปั่นฟรีคิกด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเข้าไปหน้าปากประตู มูซัมมิล ฮุสเซียน ปัดบอลไปชนคานเด้งเข้าประตูไป นาทีที่ 84 ช้างศึกลูกกรอก เกือบที่จะหนีเป็น 3-0 เมื่อมาได้จุดโทษ ทริสตอง โด ผู้เล่นตัวสำรองรับหนาที่สังหารไปติดเซฟผู้รักษาประตูปากีสถานอย่างเหลือเชื่อ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ทีมชาติไทย เอาชนะ ปากีสถาน ไปได้ 2-0 รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีมชาติไทย : สมพร ยศ (ผู้รักษาประตู), สุรวิทย์ โลกาวิทย์, ธนากร สายปัญญา, อดิศักดิ์ เส็มสมเอียด, กฤษณ์พรหม บุญสาร, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, ยศศักดิ์ เชาวนะ, ชยาวัต ศรีนาวงษ์, เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, บดินทร์ ผาลา, ออกัส โพมี กุสตาฟส์สัน ทีมชาติปากีสถาน : มูซัมมิล ฮุสเซียน  (ผู้รักษาประตู), มูฮัมเหม็ด บิลอัล, อัสซาน อุลลาห์, มูฮัมเหม็ด ริอัซ, โมซิน อาลี, ซัดดัม ฮุสเซียน, เมเม็ด คาห์น, มานซูร์ คาห์น, คาลิม อุลลาห์, มูฮัมเหม็ด อดิล, นาดีล อัสเล็ม

วีระโอดภาพถูกตำรวจหิ้ว ช่างภาพอาจได้รางวัล แต่ตนต้องติดคุก
ช่างภาพ /  รางวัล / 

วีระ สมความคิด โพสต์เฟซบุ๊คตัดพ้อ ช่างภาพอาจได้รางวัล กรณีภาพตนถูกตำรวจหิ้ว แต่ตัวเองต้องติดคุก   วันนี้(5มี.ค.) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น  ได้โพสต์ข้อความและภาพผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Veera Somkwamkid แสดงความไม่พอใจ กรณีที่ภาพตำรวจเข้าจับกุมตน หลังจากจัดกิจกรรมรณรงค์ปฏิรูปพลังงาน ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมที่ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก ภาพดังกล่าวได้เข้าชิงรางวัลอิศรา อมันตกุล ประจำปี 2557 ข้อความระบุดังนี้ ช่างภาพอาจได้รับรางวัล ภาพถ่ายยอดเยี่ยมประจำปี แล้วรู้ไหมว่าคนในภาพเขาถูกกระทำอย่างนี้ เพื่อสนองตอบอำนาจของผู้ใดบ้าง สังคมเคยทราบบ้างไหมว่าเบื้องหลังของภาพดังกล่าว ความจริงที่เกิดขึ้นมันคืออะไร คนที่ถูกผู้มีอำนาจรวมหัวกันเอาเขาไปติดคุกในต่างแดน เพื่อปิดปากไม่ให้เขาเปิดโปงการโกงชาติการขายชาติ หลังจากถูกรัฐต่างชาติปล่อยตัวกลับมา เขาก็กลับมาทำหน้าที่พลเมืองเพื่อปกป้องผลประโยชน์ให้ส่วนรวม ก็ถูกอำนาจรัฐสั่งจับเขาเอาไปขังคุกอีก เพื่อไม่ให้เขาขัดขวางการโกงชาติการขายชาติ โดยอ้างการขัดคำสั่ง คสช. และอ้างการฝ่าฝืนกฏอัยการศึก อยากถามว่าแล้วเมื่อใดที่ คสช.และกฏอัยการศึกจะกล้าจับพวกโกงชาติพวกขายชาติ เหมือนกับที่กระทำกับเขาเช่นนี้บ้าง ? MThai News ขอบคุณภาพจาก เดอะเนชั่น

ประวัติหญิง พลอยชมพู น้องสาว กอล์ฟ-ไมค์
กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล /  นักศึกษา / 

เราจะรู้จักกันดีกับพี่น้อง นักร้องดูโอ กอล์ฟ-ไมค์ ขวัญใจวัยรุ่น นอกจากนี้ หญิง พลอยชมพู น้องสาวของกอล์ฟ-ไมค์ ก็ยังถูกพูดถึงกันเยอะมากๆ บอกเลยว่าพี่น้องบ้านนี้สวย-หล่อกันทุกคน วันนี้ทีนเอ็มไทยนำประวัติเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงภาพน่ารัก ของสาวหญิง พลอยชมพู นิธิไพศาลกุล มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ  ^^ ประวัติหญิง พลอยชมพู น้องสาว กอล์ฟ-ไมค์   ประวัติหญิง พลอยชมพู น้องสาว กอล์ฟ-ไมค์  ชื่อ-นามสกุล : พลอยชมพู นิธิไพศาลกุล ชื่อเล่น : หญิง วันเกิด : 26 พฤศจิกายน 2535 การศึกษา : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุคลิก : บ้าบอ ผู้ชายในสเป็ก : ไม่มีขอแค่นิสัยดี คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจและคุยกันได้ พี่น้องบ้าน นิธิไพศาลกุล นั้นมีสมาชิก 5 คน เริ่มจาก 2 พี่ชาย แซนด์-แบงค์ ศิลปินที่ยุค 90 รู้จักกันแน่นอน! ต่อมาเป็น กอล์ฟ (ลูกชายคนที่ 3) ไมค์ (ลูกชายคนที่ 4) ที่ตามรอยพี่ชาย  แซนด์-แบงค์  เข้ามาเป็นนักร้อง ซึ่งบอกได้เลยว่า พี่น้องผู้ชายทั้ง 4 คนนั้นเป็นนักร้องที่ดังและมีชื่อเสียงแบบสุดๆ นอกจากนี้ก็ยังมีน้องสาวคนสุดท้องอีกหนึ่งคน "หญิง พลอยชมพู" ถึงแม้จะไม่ได้เป้นนักร้องหรือดาราเหมือนพวกพี่ๆ แต่ก็ยังมีคนที่ชื่นชอบติดตามเธอไม่น้อยทีเดียว ^^ ขอบคุณภาพ อินสตาแกรม หญิง พลอยชมพู 

ที่ 1 ในใจเลย! มูรินโญ่ ได้รับโหวตกุนซือขวัญใจนักเตะ
fourfourtwo /  บาเยิร์น มิวนิค / 

ตั้งแต่ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไป กุนซือคู่แข่งอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ ดูจะมีบารมีมากที่สุดแล้ว เพราะช่วงนี้อะไรๆ ก็ดูดีไปหมด ล่าสุด เขาก็ได้รับโหวตเป็นกุนซือในอุดมคติของนักเตะ จากการทำโพลสอบถามนักเตะอาชีพ จากนิตยสาร FourFourTwo ที่สำรวจความคิดเห็นจากนักเตะใน พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลลีก และ สก็อตติช พรีเมียร์ลีก เกี่ยวกับกุนซือที่นักเตะอยากร่วมงานด้วย ปรากฏว่า โจเซ่ มูรินโญ่ ได้รับผลโหวตสูงสุด ทั้งนี้หลังจากที่เขาทำทีม เชลซี คว้าแชมป์ แคปิตอล วัน คัพ แบบสดๆ ร้อนๆ ก็ทำให้เขาทำสถิติคว้าแชมป์ทุกๆ 35 นัดที่ได้คุมทีม ส่วนอันดับสองนั้น ตกเป็นของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือสมองเพชรของ เสื้อใต้ บาเยิร์น มิวนิค และอันดับสามเป็นของ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือของ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล

นายกฯ บอกเว้นวรรคยึดรธน.ชั่วคราว รอถกปมต่ออายุปปช.
ปฏิรูปประเทศ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

นายกรัฐมนตรี ระบุ เรื่องเว้นวรรค ยึดตาม รัฐธรรมนูญชั่วคราว แนะให้ กมธ.ยกร่างหาทางออกที่เหมาะสม ขณะปมต่ออายุ ป.ป.ช. รอหารือรายละเอียด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ นายเจษฎ์ โทณะวณิก กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอให้แม่น้ำทั้ง 5 สาย เว้นวรรคการเมือง 2 ปี ว่า ส่วนตัวในฐานะเป็น หัวหน้า คสช. และ ครม.นั้น ยึดตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งระบุให้เว้นวรรคเฉพาะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น โดยหากดำเนินการในลักษณะดังกล่าวก็คงไม่มีใครทำงาน ดังนั้นให้ไปหามาตรการอื่นโดยให้ไปพิจารณาในส่วนของ ส.ส. และ ส.ว. ต่อไปจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หากเกิดความขัดแย้ง หรือความวุ่นวาย ก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็นมากนัก นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึง กรณีที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเสนอต่ออายุตัวเองออกไปอีก 1 ปี ว่า เรื่องดังกล่าวต้องนำไปพิจารณาในคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ตนเองยังไม่สามารถชี้ชัดได้

8 สุขภาพ วิถีเซน ตามแบบฉบับ กวินเน็ธ พัลโทรว์
ดูแลสุขภาพ /  วิถีเซน / 

ที่ปรึกษาด้านการดูแล สุขภาพ ทางเลือกมืออาชีพให้กับคนดังอย่าง วิกกี้ วัลโคลนิส ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับ การดูแล สุขภาพ ของดาราฮอลลีวู้ดเอวบางร่างน้อย ขวัญใจคนไทยอย่าง กวินเน็ท พาโทรว์ ในหนังสือ The Body Doesn’t Lie ชีวจิตไม่รอช้า รีบนำมาบอกผู้อ่าน เธอเล่าว่า กวินเน็ทกำลังเดินตามวิถีเซนด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้ 1. ดื่มน้ำมะนาวอุ่นๆ (ไม่ผสมน้ำตาล) หลังตื่นนอน หรือเวลาเครียด 2. ตั้งนาฬิกาปลุกก่อนนอน 30 นาที เพื่อปิดโทรศัพท์ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แล้วผ่อนคลาย โดยตื่นนอนตอนเช้าตามธรรมชาติ ไม่ต้องอาศัยนาฬิกาปลุกแต่อย่างใด 3. ทำสมาธิ 3 เวลา ตอนเช้า เพื่อการมองโลกในแง่ดี ตอนบ่ายเพื่อการตั้งเป้าหมาย ตอนเย็น เพื่อการทบทวนและปล่อยวาง โดยใช้วิธีนั่งสมาธิหรือเดินจงกรมก็ได้ ให้ได้ครั้งละ 15 นาที 4. ฝึกโยคะท่าง่ายๆ ที่ไม่ต้องบิดตัวอะไรมาก หากต้องทำท่ายาก เช่น ท่านักรบหรือท่าสุนัขก็ต้องทำด้วยการปล่อยตัวให้เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ 5. กินอาหารกลางวันด้วยความตื่นรู้ คือกินในจาน นั่งกินสบายๆ อย่างมีสมาธิทุกคำ 6. งดอาหารหวาน หรืออาหารที่ใช้น้ำตาลเทียม ซึ่งนอกจากนำไปสู่โรคต้างๆแล้ว ยังส่งผลร้ายต่อระบบย่อยของเธอ และทำให้ผิวแพ้ง่ายอีกด้วย 7. กินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไม่ได้หมายความต้องเริ่มต้นที่การกินเต้าหู้ หรืออาหารรสจืด หนึ่งในเมนูโปรดของกวินเน็ทคือ เบอร์เกอร์แบบกรีกที่ทำด้วยขนมปังข้าวไรน์แบบปราศจากกลูเต้น ส่วนเครื่องดื่มที่เธอชอบคือ อัลมอนด์สมูตที ซึ่งประกอบด้วย นมอัลมอนด์ บลูเบอร์รี่ และกีวี 8. เอาใจร่างกายด้วยการนวด หรือทำสปาที่บ้านก่อนนอนทุกคืน โดยการแช่ตัวในน้ำร้อน (ที่สุดเท่าที่ทนได้) ผสมเกลือเอ็ปสัน 2 ถ้วย และน้ำมันหอมระเหยกลิ่นพริกไทยดำหรือลาเวนเดอร์ 5 หยด โดยแช่ตัวให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จุดประสงค์ของการเปิดเผยแบบนี้ นั่นคือ ให้กวินเน็ทเป็นแบบอย่างการดูแลสุขภาพให้สาวๆ ทั่วโลก ถ้าอินเทรนด์เรื่องดีๆ แบบนี้ ทำตามเถอะค่ะ ที่มาจาก www.cheewajit.com ที่มาภาพจาก IG : Gwyneth Paltrow

วอนช่วย หลวงปู่ตาใกล้บอด เดินบิณฑบาตกว่า 10 กม.
ดวงตาใกล้บอด /  บิณฑบาต / 

ชาวบ้านวอนช่วย พระอาพาธดวงตาใกล้บอด ต้องเดินบิณฑบาตกว่า 10 กม.อดมือกินมื้อ วันนี้(5มี.ค.) ชาวบ้านแจ้งว่าที่ ต.นางแดด และ ต.ถ้ำวัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ มี "พระอาพาธดวงตาใกล้บอด"  ใช้ชีวิตสุดรันทดอาศัยอยู่ในกระท่อมเพียงลำพังนานกว่า 10 ปี และมีการเชิญชวนให้ผู้ใจบุญร่วมบริจาคข้าวสารอาหารแห้งเพื่อประทังชีวิต หลังพบว่าพระท่านต้องออกบิณฑบาตระยะทางกว่า 10 กม. บางครั้งก็ต้องอดมือกินมื้อ ตามรายงานระบุว่า พระรูปดังกล่าวคือ พระเสวียน อุบลล่า อายุ 70 ปี  ท่านอยู่เพียงลำพังในที่พักสงฆ์บนเขาถ้ำวัวแดง ห่างจากหมู่บ้านราว 5 กม.ระหว่างออกบิณฑบาตท่านจะลำบากมาก เนื่องจากอาพาธด้วยโรคต้อกระจกและขาที่เดินไม่สะดวก อย่างไรเสียท่านยังคงต้องเดินออกบิณฑบาต อย่างทุลักทุเลตามหมู่บ้าน 5-10 กม.ในแต่ละวัน เพื่อหาอาหารมาประทังชีวิต ชาวบ้านจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวได้ประสานกับนายกวินกร รัตนประทุม ผอ.รพสต.หัวนาคำ และนายอดุล ผาบเพ็ง นายก อบต.ถ้ำวัวแดง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ชาวบ้านได้แจ้งและเดินทางไปยังที่พักสงฆ์ดังกล่าวก็พบว่า ทีพักอยู่ในสภาพทรุดโทรมชำรุดทั้งหลัง ปลวกได้กัดกินไม้จนได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง ภายในตัวกุฏิพื้นไม้ผุพังชำรุดเป็นรูหลายจุด โดยภายในบริเวณที่พักสงฆ์ยังพบ ศาลาที่สร้างด้วยเก่าๆยังสร้างไม่เสร็จไม่มีหลังคาสภาพทรุดโทรมอีกหนึ่งหลัง จากการสอบถามหลวงพ่อทำให้ทราบว่า ก่อนหน้านี้ท่านเคยบวชเป็นพระลูกวัดเดียวกันกับหลวงปู่ผาง ร่วม 7 ปี แต่เมื่อโยมพ่อมาเสียชีวิต จึงสึกออกไปทำมาหากินเพื่อเลี้ยงครอบครัว จากนั้นประมาณ 4 ปี ได้มีพระที่รู้จักชักชวนให้มาบวช จึงบวชติดต่อกันมาจนทุกวันนี้ก็ร่วม 15 พรรษา ทุกวันนี้หลวงพ่อเดือดร้อนและลำบาก เพราะต้องเดินบิณฑบาตในหมู่บ้านที่ห่างไกล วันไหนไม่มีใครใส่บาตรก็ต้องอดทน หลายครั้งต้องยอมอดข้าว ไม่อยากไปรบกวนชาวบ้าน แม้ภาพที่ถูกเผยแพร่น่าเวทนาต่อผู้ที่พบเห็น แต่หลวงพ่อไม่เคยย่อท้อ ยังยืนยันว่า จะดำเนินชีวิตปฏิบัติกิจสงฆ์ไปตามยะถากรรม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร พระเสวียนกล่าว ทั้งนี้ หากผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือเรื่องข้าวสารอาหารแห้ง สามารถเดินทางมาบริจาคด้วยตนเองได้ที่ ที่พักสงฆ์บ้านโนนจำปา หรือสอบถามนายอดุล ผาบเพ็ง นายก อบต.ถ้ำวัวแดง โทร.087-2563592 หรือสำนักงาน อบต.ถ้ำวัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ โทร.044-823194 MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก sisaketdaily