อินสตาแกรม

 เผยคน 80.5% โหวตหนุน ประยุทธ์ นั่งนายกฯ
กรุงเทพโพล /  ข่าววันนี้ / 

กรุงเทพโพล เผยคน 80.5% โหวตหนุน ประยุทธ์ นั่งนายกฯ พร้อมให้คะแนน 7 เต็ม 10 พอใจผลงานการทำหน้าที่เป็นผู้นำประเทศ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,259 ตัวอย่างถึงเรื่อง "3 เดือนกับการทำหน้าที่ผู้นำประเทศของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประชาชนสนับสนุนให้ทำหน้าที่ต่อหรือไม่" พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่พึงพอใจในการทำหน้าที่ผู้นำประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยให้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 7.76 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ทั้งนี้เมื่อถามต่อว่า "หากวันนี้ ท่านมีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านจะโหวตสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 80.5 จะโหวตสนับสนุน ร้อยละ 11.5 งดออกเสียง และร้อยละ 8.0 ไม่สนับสนุน ข่าวที่เกี่ยวข้อง สนช. เลือก พล.อ.ประยุทธ์ นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 10.30 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.ได้รับการเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่29 ซึ่งมีการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียวโดย นายตวง อันทะไชย สนช. เสนอชื่อและได้มีการลงมติเห็นชอบรับรอง 191 เสียง งดออกเสียง3เสียง จากจำนวนสมาชิก 194 คน และจะมีการนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯวันนี้ เปิดประวัติ พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่29 เปิดประวัติ พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่29 หรือที่รู้จักกันในนาม บิ๊ก ตู่ ได้เดินทางเข้าสู่รั้วทหาร ที่ โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 12 และนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23 เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ได้เข้ารับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือ “ทหารเสือราชินี” จากนั้นได้เติบโตในสายงาน เรื่อยมา MThai news

มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก
ตำนาน /  ต่างประเทศ / 

ไม่นานมานี้เพื่อนๆ หลายคนอาจจะได้ดูภาพยนตร์เรื่อง NOAH ที่เกี่ยวกับตำนานน้ำท่วมโลกที่ทำให้เกิดโดยพระเจ้าหรือเทพเจ้าเพื่อทำลายอารยธรรม โดยเป็นการตอบสนองผลกรรม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นที่แพร่หลายในตำนานกรีก และตำนานในวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องราวของโนอาห์และเรือของโนอาห์ในเจเนซิส, มัสยาวตาร ในคัมภีร์ปุราณะ ของฮินดู, ดูเคเลียน ในตำนานเทพเจ้ากรีก และ อุตนาปิชติม ในมหากาพย์กิลกาเมช เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานต่างๆที่เราคุ้นเคยกันดี และนี่คือ มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก ที่นักโบราณคดีหลายๆ คนบอกว่า มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์ ว่าบุคคลที่ถูกพูดถึงในนิยายเล่มนี้อาจจะเคยมีชีวิตอยู่จริงๆก็ได้!  มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก มหากาพย์กิลกาเมช (Gilgamesh) เป็นตำนานน้ำท่วมโลกที่เก่าแก่ที่สุดในยุคของเมโสโปเตเมียโบราณ และเป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมประเภทนิยายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย นักวิชาการเชื่อว่ามหากาพย์เรื่องนี้มีกำเนิดมาจากตำนานกษัตริย์สุเมเรียนและบทกวีเกี่ยวกับวีรบุรุษในตำนานที่ชื่อว่า กิลกาเมช ซึ่งถูกรวบรวมเอาไว้กับบรรดาบทกวีอัคคาเดียนในยุคต่อมา มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นเรื่องราวการผจญภัยของวีรบุรุษนามว่า กิลกาเมช (Gilgamesh) กษัตริย์ในตำนานแห่งนครอุรุค ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไทกริส-ยูเฟติส อารยธรรมเมโสโปเตเมีย (ประเทศอิรักปัจจุบัน) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกิลกาเมช กับเพื่อนของเขาชื่อ เอนกิดู เนื้อหาส่วนใหญ่ในมหากาพย์เน้นย้ำถึงความรู้สึกสูญเสียของกิลกาเมช หลังจากเอนกิดูเสียชีวิต และกล่าวถึงการกลับเป็นมนุษย์อีกครั้งพร้อมกับเน้นย้ำเรื่องความเป็นอมตะ มหากาพย์กิลกาเมช มหากาพย์ในต้นฉบับสุเมเรียนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุอยู่ในช่วงราชวงศ์ที่ 3 ของอูร์ (Ur) คือระหว่าง 2150-2000 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนฉบับอัคคาเดียนที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในช่วงต้นๆ ของสหัสวรรษที่ 2 มหากาพย์อัคคาเดียนฉบับ "มาตรฐาน" ประกอบด้วยแผ่นดินเหนียว 12 แผ่น ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่าง 1300-1000 ปีก่อนคริสตกาล ค้นพบอยู่ในหอจารึกของ Ashurbanipal ที่เมืองนีนะเวห์ (Nineveh) หอสมุดแห่งนี้ถูกพวกเปอร์เซียทำลายเมื่อ 612 ปีก่อนคริสตกาล และจารึกทั้งหมดก็พินาศไปด้วย มหากาพย์ชุดที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันปรากฏในแผ่นดินเหนียว 12 แท่งซึ่งเก็บรักษาไว้ที่หอเก็บจารึกของกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย เมื่อราวศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล มหากาพย์อัคคาเดียนนี้ ถูกจารึกระบุชื่อผู้แต่งไว้ด้วย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากในสมัยโบราณ แทบจะไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเรื่องใด ๆ (จารึกไทยในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาก็ไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเช่นกัน) ผู้แต่งจารึกนี้คือ ชิเนฆิอุนนินนิ (Shin-eqi-unninni) อาจกล่าวได้ว่า บุคคลผู้นี้เป็นนักเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกวรรณกรรม ที่เราสามารถระบุชื่อได้ มหากาพย์ มีชื่อดั้งเดิมว่า ผู้มองเห็นเบื้องลึก (He who Saw the Deep) หรือผู้ยิ่งใหญ่กว่าราชันทั้งปวง (Surpassing All Other Kings) มีการคาดเดาว่า  กิลกาเมชอาจจะเป็นผู้ปกครองที่มีตัวตนจริงในอดีตระหว่างราชวงศ์ที่ 2 ของยุคต้นของสุเมเรีย (ประมาณ 2,700 ปีก่อนคริสตกาล) การค้นพบวัตถุโบราณอายุประมาณ 2600 ปีก่อนคริสตกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับ Enmebaragesi แห่ง Kish ผู้ปรากฏชื่ออยู่ในตำนานว่าเป็นบิดาของศัตรูคนหนึ่งของกิลกาเมช ทำให้มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์มากขึ้น และช่วยยืนยันว่ากิลกาเมชน่าจะมีตัวตนจริง มหากาพย์กิลกาเมช หลงเหลืออยู่เป็นวรรณกรรมในหลายภาษา เช่น ของชาวอัคคาเดีย (ภาษาตระกูลเซมิติค ซึ่งมีความสัมพันธ์กับภาษาฮีบรู, เป็นภาษาที่พูดกันในอาณาจักรบาบิโลน) นอกจากนี้ยังมีปรากฏบนแผ่นจารึกดินเหนียว เป็นภาษาฮูร์เรียน และภาษาฮิตไตต์ (ภาษาหนึ่งในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน ซึ่งพูดกันในเขตรอยต่อยุโรปและเอเชีย นับเป็นหนึ่งในบรรดาภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก) ภาษาทั้งหมดที่พูดมานี้ จารด้วยอักษรลิ่ม หรือที่เราคุ้นเคยกันด้วยชื่อ คูเนฟอร์ม มหากาพย์กิลกาเมช ตามตำนานได้เล่าไว้ว่า ... กิลกาเมช เป็นษัตริย์แห่งนครอูรุก ซึ่งเป็นนครรัฐใหญ่ของชาวสุเมอร์เรียน พระองค์ทรงมีพระมารดาเป็นเทพและมีพระบิดาเป็นมนุษย์ ทำให้ทรงมีเลือดเทพอยู่ในวรกายครึ่งหนึ่ง กิลกาเมชเป็นกษัตริย์ที่มัวเมาในเรื่องของกามารมณ์เป็นอย่างมาก พระองค์ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการหาสาวงามมาสนองตัณหาของตัวเอง โดยไม่ละเว้นว่า หญิงสาวผู้นั้นจะเป็นสาวโสดหรือมีคู่ครองแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์มักจะไปปรากฏตัวในงานแต่งงานและเรียกร้องสิทธิในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรกของการสมรส ซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้พลเมืองชาวอูรุกพากันคับแค้นใจอย่างมาก แต่ก็มิอาจทำอะไรได้ เนื่องจากเกรงกลัวในอำนาจของกษัตริย์และสายเลือดแห่งเทพของกิลกาเมช ด้วยเหตุนี้เอง บรรดาปวงชนผู้ทุกข์ร้อนจึงพากันไปสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าให้ทรงจัดการกับกิลกาเมช และเมื่อเสียงสวดอ้อนวอนของประชาชนไปถึงสวรรค์ เหล่าเทพเจ้าจึงลงมติที่จะต้องจัดการกับมนุษย์ครึ่งเทพผู้นี้ โดยเหล่าเทพได้ให้เทพีอารารูปั้นดินเหนียวเป็นรูปบุรุษผู้หนึ่งและให้นามว่า เอ็นคิดู โดยเทพเจ้าได้นำความป่าเถื่อนของสัตว์ป่า 12 ชนิดใส่ลงไปในตัวของเขา เพื่อให้เขาทรงพลังพอที่จะจัดการกับกิลกาเมชได้ เอ็นคิดูมีร่างกายท่อนบนเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ขณะที่ขาทั้งสองข้างนั้นเป็นขาของวัวกระทิง ส่วนบนศีรษะยังมีเขากระทิงงอกออกมาอีกด้วย เหล่าเทพได้ส่งเอ็นคิดูลงมาอยู่กับบรรดาสัตว์ป่าในป่านอกเมืองอูรุก ซึ่งเอ็นคิดูได้ใช้พลังของตนปกป้องสัตว์เหล่านั้นจากสัตว์นักล่าและนายพราน บรรดานายพรานต่างไม่พอใจที่มีผู้มาขัดขวางการล่าสัตว์ ทว่าเมื่อพวกเขาได้พบกับเอ็นคิดูแล้ว ก็เกิดความพรั่นพรึงในตัวของมนุษย์ครึ่งกระทิงผู้นี้ พวกนายพรานจึงคิดหาวิธีจัดการกับเอ็นคิดู โดยพากันไปว่าจ้าง แซมฮัต ยอดหญิงนครโสเภณีประจำเทวาลัยแห่งอูรุก ให้ไปล่อลวงเอ็นคิดูออกมาจากป่าและทำให้พลังกับความป่าเถื่อนของมนุษย์ผู้นี้ลดน้อยลง แซมฮัตใช้มารยาหญิงยั่วยวนจนเอ็นคิดูหลงในบ่วงสวาทของเธอ ทั้งคู่อยู่ร่วมกันถึงเจ็ดราตรีและการที่เอ็นคิดูมาใช้ชีวิตอยู่กับนางได้ทำให้เหล่าสัตว์ป่าที่เคยแวดล้อมเขา พากันหนีหายไป อีกทั้งพลังของเอ็นคิดูเองก็ลดน้อยลงด้วย จากนั้นแซมฮัตก็ชักชวนเอ็นคิดูเข้าเมืองและนำเขาไปรู้จักการใช้ชีวิตแบบชาวเมืองจนในที่สุด เอ็นคิดูก็หมดสภาพความป่าเถื่อนและกลายเป็นชาวเมืองโดยสมบูรณ์ วันหนึ่งขณะที่เอ็นคิดูกับแซมฮัตพำนักอยู่ด้วยกันกับเหล่าคนเลี้ยงแกะ พวกเขาก็ได้ข่าวว่า ราชากิลกาเมชกำลังจะเสด็จไปที่งานแต่งงาน งานหนึ่งเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรก ซึ่งเมื่อเอ็นคิดูทราบเรื่องก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขารีบตรงดิ่งไปที่งานและเข้าขัดขวางกิลกาเมชไม่ให้กระทำการอันน่าบัดสีนั้น กษัตริย์หนุ่มทรงกริ้วที่มีผู้มาขัดขวาง พระองค์จึงเข้าต่อสู้กับเอ็นคิดูอย่างดุเดือดจนบ้านเรือนรอบข้างพังพินาศ ทว่าหลังจากทั้งสองขับเคี่ยวกันเป็นเวลานานต่างก็ไม่มีใครปราบใครลงได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กิลกาเมชทรงประทับใจในพละกำลังของอีกฝ่าย พระองค์จึงได้ยุติการต่อสู้และขอให้เอ็นคิดูมาอยู่กับพระองค์ในฐานะพระสหาย มิตรภาพทำให้กิลกาเมชเปลี่ยนไป กษัตริย์หนุ่มทรงเลิกพฤติกรรมร้ายกาจที่เคยทำจนหมดสิ้นและด้วยคำแนะนำของเอ็นคิดู พระองค์ได้หันมาใส่พระทัยกับการดูแลบ้านเมือง จนนครอูรุกเจริญรุ่งเรืองและประชาชนต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในคุณงามความดีของราชากิลกาเมช ทว่าในขณะที่ประชาชนทั่วทั้งนครพากันมีความสุขภายใต้การปกครองของราชาหนุ่ม กิลกาเมชกลับเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตที่สงบสุขนี้ พระองค์ปรารถนาที่จะแสวงหาความตื่นเต้นในชีวิต จึงได้ตรัสชวนเอ็นคิดูเดินทางไปยังป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตกเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา เมื่อได้ยินดังนั้น เอ็นคิดูก็ส่ายศีรษะอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของสหาย เขากล่าวเตือนกิลกาเมชว่า ”อสูรตนนี้สูงใหญ่เทียมฟ้า ลมหายใจของมันเป็นเปลวไฟที่นำมาซึ่งความตายอย่างน่าสยดสยอง อีกทั้งเทพเอนลิลยังประทานพละกำลังให้มันเพื่อเป็นผู้ปกป้องป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตก การเผชิญหน้ากับมันไม่ผิดอะไรกับการเดินเข้าหาความตาย” “หากข้าชนะ ข้าจะได้รับเกียรติอย่างยิ่งใหญ่หรือหากข้าตายในการต่อสู้ครั้งนี้ ข้าก็ยังได้รับชื่อเสียงว่า เป็นผู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับจอมอสูรฮูวาวา ซึ่งนั่นคือการตายที่มีศักดิ์ศรี” กิลกาเมชตรัส ก่อนจะตำหนิ เอ็นคิดูว่า ไม่มีความกล้าหาญที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งเมื่อถูกผู้เป็นสหายตำหนิดังนั้นแล้ว เอ็นคิดูจึงตัดสินใจที่จะร่วมเดินทางไปกับกิลกาเมชเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา ทั้งสองออกเดินจากนครอูรุกโยปราศจากผู้ติดตามและหลังจากเดินทางเป็นเวลานับเดือนก็มาถึงเขตป่าซีดาร์ยักษ์ของอสูรฮูวาวา หลังจากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันโค่นต้นซีดาร์ลงเพื่อท้าทายจอมอสูรให้ปรากฏตัว เมื่อฮูวาวารู้ว่ามีมนุษย์บุกเข้ามาโค้นต้นไม้ของมัน เจ้าอสูรก็ปรากฏกายขึ้นด้วยรูปร่างอันสูงใหญ่เทียมฟ้า เสียงคำรามของมันดังไปไกลทั่วผืนป่า ขณะที่ดวงตาแดงก่ำจ้องมองสองมนุษย์ผูอหังการ์ กิลกาเมชและเอ็นคิดูต่างรวมกำลังกันเข้าต่อสูกับฮูวาวาอย่างกล้าหาญ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและรุนแรง จนในที่สุด กิลกาเมชก็สามารถสังหารฮูวาวาลงได้ ด้วยการทิ่มดาบลงบนเท้าอันมหึมาของจอมอสูรจนมันถึงกับทรุดลง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบ่าและใช้ดาบตัดหัวของอสูรร้ายขาดกระเด็น ร่างมหึมาที่ไร้ศีรษะของฮูวาวาล้มครืนราวภูเขาถล่มทลาย เมื่อสังหารจอมอสูรลงได้แล้ว กิลกาเมชกับเอ็นคิดูก็ช่วยกันโค่นป่าซีดาร์จนราบเรียบ ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้ชื่อเสียงของทั้งคู่เลื่องลือระบือไกล จนแม้ทวยเทพบนสรวงสวรรค์ก็ยังรับรู้ ในยามนั้น เทพีอิชตาร์ เทพีแห่งความงาม ความรัก สงคราม และตัณหา ทรงได้ยินเรื่องราวของกิลกาเมช พระนางจึงเสด็จลงมาเพื่อทอดพระเนตรราชาหนุ่มและเมื่อได้เห็นแล้ว องค์เทพีก็บังเกิดความเสน่หาในตัวกิลกาเมช พระนางจึงมาปรากฏองค์ต่อหน้าเขาและขอให้เขาเสกสมรสกับพระนางโดยทรงยื่นข้อเสนอว่าจะมอบอำนาจอันยิ่งใหญ่ให้กับเขาเป็นการตอบแทน ทว่ากิลกาเมชกลับปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ทั้งยังตรัสกับเทพีด้วยว่า เขารู้ดีว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับอดีตคู่รักของพระนาง ยามเมื่อพระนางสิ้นรักแล้ว และเขาไม่ปรารถนาจะเป็นเช่นนั้น เทพีทรงโกรธและอับอายที่ถูกปฏิเสธซึ่งหน้า จึงเสด็จไปเข้าเฝ้าเทพอนู พระบิดาของพระนางเพื่อขอให้ลงโทษมนุษย์โอหังผู้นี้ “กิลกาเมชทำให้ข้าได้รับความอับอายยิ่งนัก ขอพระบิดาได้โปรดส่งกระทิงสวรรค์ไปสังหารมันและทำลายนครของมันให้พินาศสิ้นด้วยเถิด และหากพระบิดามิทรงยอมตามที่ลูกร้องขอ ลูกจะไปทลายประตูนรกเพื่อปลดปล่อยเหล่าผีร้ายให้ขึ้นมาย่ำยีมวลมนุษย์” เมื่อทรงได้ฟังคำขอของพระธิดาแล้ว เทพอนูจึงส่งกระทิงสวรรค์ลงมาเพื่อสังหารกิลกาเมชและทำลายนครอูรุก โดยในทันทีที่กระทิงสวรรค์เหยียบลงบนแผ่นดินอูรุก เพียงครั้งแรกที่มันพ่นลมหายใจออกมา ก็เกิดแผ่นดินแยกและสูบเอาทหารของกิลกาเมชลงไปถึง 100 คน และเมื่อมันพ่นลมหายใจครั้งที่สองก็ทำให้ทหารถูกสูบลงไปอีก 500 คน และในการพ่นลมหายใจครั้งที่สาม เอ็นคิดูก็พลัดตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดิน ทว่าชายหนุ่มสามารถปีนกลับขึ้นมาได้และพุ่งเข้าจับเขาของกระทิงสวรรค์เอาไว้ พร้อมกับร้องบอกให้กิลกาเมชใช้ดาบแทงเข้าไปยังจุดตายที่อยู่ระหว่างเขาและคอของมัน กษัตริย์หนุ่มใช้ดาบแทงเข้าไปตามที่สหายร้องบอกและกระทิงสวรรค์ก็สิ้นชีพลงในทันที ความอหังการ์ของสองสหาย ทำให้เหล่าเทพตัดสินใจให้บทเรียนที่สำคัญแก่กิลกาเมช โดยบันดาลให้เอ็นคิดูล้มป่วยและเสียชีวิตลง ความตายของสหายทำให้กิลกาเมชเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจมอยู่กับความทุกข์เป็นเวลานาน ทั้งยังเกิดความหวาดหวั่นสิ่งหนึ่งขึ้นภายในใจ นั่นคือ ความหวาดหวั่นว่า วันหนึ่ง พระองค์จะต้องสิ้นชีวิตลงเช่นเดียวกับสหาย ในที่สุด กิลกาเมชจึงตัดสินพระทัยหาวิธีที่จะทำให้พระองค์ไม่ต้องตาย โดยออกเดินทางไปยังต้นน้ำแห่งแม่น้ำทั้งมวลของโลก เพื่อค้นหา อุชนาปิชติม มนุษย์ผู้รอดตายจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ กิลกาเมชออกเดินทางเพียงลำพังและเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกประหลาดมากมาย เช่น มนุษย์แมงป่องยักษ์ที่น่ากลัวสองตนที่ทำหน้าที่เฝ้าหนทางสู่โลกใต้พิภพ มนุษย์แมงป่องทั้งสองรู้ว่า กิลกาเมชมีสายเลือดของเทพเจ้าอยู่ในตัวโดยกล่าวว่า “ท่านมีความเป็นเทพอยู่สองในสามส่วน มีความเป็นมนุษย์อยู่หนึ่งในสามส่วน” และเมื่อพวกมนุษย์แมงป่องรู้ถึงความตั้งใจของกิลกาเมช พวกนั้นก็เอ่ยเตือนเขาถึงอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาเดินทางต่อไป หลังเดินทางผ่านดินแดนแห่งความมืดแล้ว กิลกาเมชก็มาถึงหุบเขาแห่งแสงสว่างและสวนพฤกษาแห่งอัญมณีซึ่งต้นไม้ทุกต้นมีผลเป็นอัญมณีเลอค่า จากนั้นกิลกาเมชก็ไปถึงยังฝั่งทะเลแห่งมรณะและเมื่อข้ามพ้นทะเลแห่งนั้น เขาก็ได้พบกับอุชนาปิชติม ซึ่งอุชนาปิชติมบอกกับกิลกาเมชว่า “ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะเหล่าเทพเจ้ามีประสงค์ให้ชีวิตมนุษย์เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว” แต่กิลกาเมชก็ยังคงดึงดันที่จะเป็นอมตะ อุชาปิชติมจึงเล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและกล่าวถึงการที่เทพเจ้าสั่งให้ตนต่อเรือช่วยสิ่งมีชีวิตบนโลกให้รอดตาย จากนั้นจึงได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ อย่างไรก็ตาม ในที่สุด อุชนาปิชติมก็ทนการอ้อนวอนของกิลกาเมชไม่ไหว เขาจึงบอกให้กิลกาเมชดำน้ำลงไปต้นมหาสมุทร ณ จุดสิ้นสุดของโลก เพื่อนำเอาต้นไม้แห่งการกลับคืนสู่ความหนุ่มสาวขึ้นมา กิลกาเมชทำได้สำเร็จและดีใจมาก เขาตั้งใจจะนำต้นไม้นี้กลับไปทดลองกับคนชราที่เมืองอูรุก ทว่าระหว่างเดินทางกลับ งูตัวหนึ่งได้มาขโมยต้นไม้ต้นนั้นไป ทำให้เหล่างูทั้งหลายสามารถลอกคราบเพื่อกลับคืนสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้อีกครั้ง แม้กิลกาเมชจะผิดหวังกับความพยายามที่สุดท้ายก็สูญเปล่าของตน แต่ในที่สุด เขาก็ได้เข้าใจถึงสัจจะธรรมของชีวิตและยอมรับชะตากรรมของชีวิตโดยไม่คิดดิ้นรนเป็นอมตะอีกต่อไป จากนั้นกิลกาเมชก็สั่งให้ขุนนางจารึกเรื่องราวการเดินทางของพระองค์ไว้ที่ฐานของประตูเมืองและกลายเป็นตำนานที่เล่าขานมานานนับพันปี กล่าวขานสืบมาและเป็นอมตะในความทรงจำของคนรุ่นต่อมา สืบมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ขอบคุณข้อมูล wikipedia, komkid, earthunseen.blogspot, myfirstbrain เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

Kristy : ไม่ยอมให้จับนะ อย่าคิดนะว่าจะยอมมอบตัว!
Kristy /  คริสตี้ / 

จากตัวอย่างหนังของ Kristy ที่ปะหัวไว้ทำนองที่ว่า "ระวัง! ถ้าฆ่าไม่ได้ เธอจะเอาคืน" ก็พอจะจับทิศทางของหนังได้ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงแล้วว่า งานนี้คงต้องมีฉากนางเอกสาว ลุกขึ้นมาแพ่นกบาลผู้บุกรุกแหงๆ ซึ่งนั่นคงเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างรอชม แบบเอากึ๋นมาวัดกัน แล้วเดิมพันด้วยชีวิต แต่สิ่งที่คริสตี้ทำ มันออกมาทำนองเกมซ่อนหา รวมๆกับวิ่งไล่จับซะมากกว่า (อ้าว..!!) แต่ใจเย็นก่อนครับคุณผู้ชม อย่าพึ่งเมินหนังเรื่องนี้ไป เพราะเกมไล่จับยามราตรีนี้ ก็มีให้จุดให้ได้ลุ้นอยู่ไม่น้อย Kristy ว่าด้วยเรื่องราวของ จัสติน นักศึกษาสาวที่ค้างเติ่งอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัย ในค่ำคืนวันขอบคุณพระเจ้า ทั้งที่ชาวบ้านชาวช่อง เขากลับบ้านกันไปหมดแล้ว จนได้กลิ่นไม่ค่อยจะดี จากคนลึกลับในชุดฮู้ทที่บังเอิญออกไปเจอ และเรียกขานเธอด้วยเสียงกระเซ่าว่า คริสตี้...เธอจึงรีบเผ่นแน่บกลับมา แต่กลับพบว่าพวกมันบุกมาถึงมหาลัย แถมไม่ได้มีคนเดียว!! ก่อนที่ต่อมาจะรู้เจตจำนงถึงความต้องการล่า และถ่ายวีดีโอเอาไปเผยแพร่ งานนี้ จัสติน เลยต้องใส่เกียร์หมาสุดชีวิตไปรอบมหาลัย แต่เมื่อจนมุมสุดท้าย ก็ต้องหันกลับมาไฝว้กันสักตั้ง!!! เท่าที่หนังปล่อยข้อมูลเบื้องต้นออกมานั้น ทำให้เราก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าพี่แก๊งโหดนั่นจะมาไล่ฆ่าผู้หญิงทำไม แล้วมีเหตุผลอะไรรึเปล่า ที่ต้องเรียกเหยื่อว่าคริสตี้ แต่พอเข้าโรงไปจริงๆ หนังกลับซัดเฉลยซะเกลี้ยงตั้งแต่ฉากแรกๆ ทำเอาเหวอรับประทานไปพอควร ว่าต่อจากนี้จะมีอะไรให้ดูล่ะนี่??!! เรื่องต่อจากนั้นของ จัสติน ก่อนคืนโหดเลยดูเรื่อยๆ ง่วงๆ ไปบ้าง แล้วก็มากระชากโครมครามเอาตั้งแต่เจอพี่สวมฮู้ดคนแรก ไปจนจบการไล่ล่า จนโทนออกมายังกะหนังคนละเรื่องซะงั้น แต่ทั้งนี้ หากไม่นับการเกริ่นนำที่ออกจะยืดเยื้อแล้ว ช่วงการวิ่งไล่จับระหว่าง จัสติน กับแก๊งโหดมือมีด ก็นับว่ามีจุดให้หายใจหายคอไม่ทันอยู่เรื่อยๆ แต่หาใช่เสียงดังปึงปัง! ตามขนบ เพราะมันทำงานได้ผิดที่ผิดทางไปสักหน่อย แต่เป็นความเงียบ และเสียงที่เกิดขึ้นจริงๆ มากกว่า (เช่น เสียงกรีดมีดคมกริบไล่ไปตามกำแพง) ที่ชวนลุ้นได้อยู่หลายจังหวะ และเกิดอารมณ์เสียวสันหลังตามจัสตินที่แอบอยู่ได้เป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้น Kristy ก็ไม่ได้ออกเชิงแผนซ้อนแผน หรือปูมหลังนางเอกเป็นหน่วยคอมมานโด อะไรทำนองนั้น แต่บทบาทของ จัสติน คือนักศึกษาธรรมด๊าธรรมดา ว่ายน้ำบ้างนิดหน่อย และออกจะเอนเอียงไปทางเด็กเรียนเสียด้วยซ้ำ ซึ่งมันทำให้เกิดการย้อนแยงที่หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไม อยู่ดีๆ คุณเธอถึงฉลาดปราดเปรื่อง และหาวิธีเชือดไอ้พวกแก๊งโหดนี้ขึ้นมาได้และการไล่ล่าครั้งนี้ ยังมีเป้าหมายเพียงผู้หญิงที่ดููแล้วสู้ใครไม่ได้เพียงคนเดียว แต่วิ่งไล่จับกันเสียรอบมหาลัยกว้างใหญ่ แถมทุกครั้งที่เธอหนีไปไหน แก๊งนักล่าก็ตามมาจนเจอได้ทุกทีสิน่า ซึ่งมันทำให้เกิดการขาดเหตุผลอยู่ไม่เบา แถมมิหนำซ้ำยังไม่ได้ให้ความสำคัญ กับเรื่องเหตุจูงใจในการฆาตกรรมในคืนโหดนี้ ที่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ ถึงหนังจะบอกข้อมูลว่ามีการเล่นประเด็นของเรียลริตี้โชว์ แต่เรากลับไม่ได้รู้สึกอิน เอาใจช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรืออยากกดโหวต *1234 ตามด้วย Kristy อะไรแบบนั้นสักเท่าไหร่ ซึ่งก็นับว่าน่าเสียดาย โดยรวมแล้ว การไล่ล่าฆาตกรรมครั้งนี้ คงไม่ถึงขั้นซ้อนแผนซ้อนกล แต่มันออกมาแนว ลูกฮึด! เสียมากกว่า จึงทำให้หนังไม่ได้อุดมไปด้วยความกดดัน ชวนลุ้นอะไรนัก ทำให้คนดูรู้สึกไม่ซีเรียสมากมายกับความตายตรงหน้า พอตกอกตกใจได้เบาๆ และทำให้ จัสติน ที่วิ่งไปวิ่งมานั้น เหมือนกำลังเล่นซ่อนหาเพลินๆ แล้วพูดในใจกับพวกแก๊งโหดว่า ฉันไม่ยอมให้จับหรอกนะ อย่าคิดนะว่าจะยอมมอบตัว! เรื่องนี้ให้ 6.5/10 ครับ โดย Lecter -------------------------------------

จับตา!! อีก 12 ชม. บาโลเตลลี่ เตรียมย้ายซบ หงส์แดง
ปีศาจแดง-ดำ /  มาริโอ บาโลเตลลี่ / 

โทนี่ บาร์เร็ตต์ จาก เดอะไทม์ รายงานว่า อีก 12 ชั่วโมงต่อจากนี้ มาริโอ บาโลเตลลี่ ศูนย์หน้าตัวเก่งของ เอซี มิลาน จะย้ายมาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการ เมื่อคืนที่ผ่านมา สื่อหลายสำนักลงข่าว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำการยื่นซื้ออดีตศูนย์หน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยเม็ดเงิน 17.5 ล้านปอนด์ เป็นที่เรียบร้อย โดย "บีร็อด" มองว่า "เกรียนโอ้" เคยมีประสบการณ์บนเวที พรีเมียร์ลีก มาแล้วถึง 3 ปี ทำให้แทบไม่ต้องปรับตัวกับลีกฟุตบอลบนเกาะอังกฤษเลย ทั้งนี้ศูนย์หน้าเจ้าปัญหาวัย 24 ปี ลงสนามให้ทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" ไปแล้วทั้งหมด 54 นัด กดสกอร์ได้ 30 ประตู ตั้งแต่ย้ายไปร่วมงานเมื่อปี 2012 ถึงปัจจุบัน

อวดรูปสาวๆคนดัง เข้าร่วม icebucketchallenge
Celeb /  icebucketchallenge / 

 วินาทีถ้าใครไม่รู้จัก IceBucketChallenge ก็ถือว่าเชยกันแล้วล่ะเธอ เพราะไม่ว่าจะเป็นคนดังในด้านธุรกิจ บันเทิง รวมไปถึงประชาชนทั่วไปต่างก็ร่วมใจเล่นกิจกรรมนี้ เพื่อช่วยรณรงค์หาทุนให้ผู้ป่วยซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ซึ่งก็ไม่เว้นแม้แต่สาวๆ ดารา Celeb ชื่อดัง จากทั่วมุมโลก งานนี้มีใครร่วมระดมทุนกับแคมเปญนี้แล้วบ้างมาดูกันเล้ยยย ..  คุณแม่  LadyGaGa  คอสตูมและท่านางชนะเลิศเลยจริงๆ  เจ๊ Katy Perry ก็มากับเค้าด้วยน้าาา แถมอวดบิกีนี่ในหุ่นสวยอึ๋ม  พิธีกรสาวคนเก่ง โอปร่าห์ วินฟรี่ย์  เจ๊ บริทนี่ย์ สเปียร์ ก็ทำ icebucketchallenge ริมสระว่ายน้ำซะเลย  สาวน้อย selena gomez ก็จัดไปกับเค้าด้วยยยย  สาว Emma Stone จาก The amazing Spiderman  พร้อมส่งคำท้าต่อให้แฟนหนุ่มสุดหล่อ Andrew Garfield  Gal Godot  นางแบบ และ นักแสดงชาวอิสราเอลคนสวย จากเรื่อง The fast and the furious และได้รับบท Wonder woman ที่กำลังถ่ายทำ ในอีกไม่นานด้วย  Shakira และ สามี Gerard Piqué, Taylor Swift และเหล่าเพื่อนๆ ที่มาเป็นทีมพร้อมทำ IcebucketChallenge  วู้ววววว  ถึงจะหนาวเหน็บแค่ไหน  แต่ เพื่อระดมทุน และทำบุญเพื่อผู้ป่วย สาวๆเซเลป ต้องบอกว่า สามารถค้าา งานนี้ขอคารวะสาวเซเลปคนดังเลยนะคะ เก่งสวยแล้วยังใจบุญอีกแหนะะ ส่วนสาวๆที่อยากร่วมระดมทุนกับแคมเปญนี้ล่ะก็ สามารถเข้าไปได้ที่เวปไซต์   http://www.alsa.org/fight-als/ice-bucket-challenge.html  ได้เลยจ้า  ตามไปดูของเหล่าเซเลปคนดังของผู้ชายได้ที่นี่  เทนำแข็งรดตัว ice bucket challenge เทรนด์บริจากมูลนิธิ ALS เทนำแข็งรดตัว  ice bucket challenge เทรนด์บริจากมูลนิธิ ALS ระหว่างฤดูหนาวที่ผ่านมาในตอนเหนือของสหรัฐฯ มีคนคิด เทนำ...

จนท.เร่งมือปรับทำเนียบหลังได้นายกฯคนใหม่
ข่าวการเมือง /  ข่าววันนี้ / 

เจ้าหน้าที่กรมยุทธโยธา กรมโยธาธิการ และผังเมือง ระดมกำลังเร่งปรับภูมิทัศน์ทำเนียบ อย่างเต็มที่ หลัง สนช. เลือก พล.อ.ประยุทธ์ นั่งนายกฯ บรรยากาศความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย เจ้าหน้าที่กรมยุทธโยธาทหารบก กรมโยธาธิการ และผังเมือง กรมศิลปากร และกรุงเทพมหานคร ได้ระดมเจ้าหน้าที่ คนงาน เร่งปรับภูมิทัศน์และบูรณะอาคารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้าได้ทยอยเก็บนั่งร้านและรั้วสังกะสีโดยรอบออก พร้อมทั้งเก็บรายละเอียดงานภายหลังการปรับปรุงทั้งภายนอกและภายในอาคาร มีความคืบหน้าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ได้มีการขอกำลังทหารจากกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 เขตดุสิต มาขนย้ายเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้สำนักงาน อาทิ เก้าอี้ และโต๊ะสำนักงาน ตู้เอกสาร ที่ไม่ได้ใช้แล้ว ออกจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อนำไปไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ต่อไป

คอรัปชั่นระดับผู้นำนักศึกษา ม.ดัง โกงเงินค่าเสื้อปี1 กว่า3แสน
คอรัปชั่นระดับผู้นำนักศึกษา /  โกงเงินค่าเสื้อปี1 / 

คอรัปชั่นระดับผู้นำนักศึกษา ม.ดัง โกงเงินค่าเสื้อปี1 กว่า3แสนบาท หักเข้ากระเป๋าส่วนกลางและในกลุ่มสโมสรผู้นำนักศึกษากันเอง วันนี้(21 ส.ค.) สมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ อัศวินกบฏ ได้เผยแพร่ภาพแชทเฟซบุ๊คของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก พร้อมระบุว่า เป็นการล๊อบบี้การประมูลเสื้อกิจกรรมใหญ่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการดีลเรื่องราคาเสื้อในราคาถูกแต่กลับเก็บเงินน้องนักศึกษาปี1 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในราคาแพง โดยส่วนต่างจะหักเข้ากระเป๋าส่วนกลางและในกลุ่มสโมสรผู้นำนักศึกษากันเอง โดยเจ้าของกระทู้เผยว่าโกงเงินรวมกว่า 3แสนบาท พร้อมทั้งกับทิ้งท้ายประเด็นไว้ว่าเราจะตรวจสอบการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆระหว่างนักศึกษาด้วยกันอย่างไร เพราะนอกจากเสื้อตัวนี้ก็มีเสื้อคณะ เสื้อสาขาอีกตัวละหลายร้อยบาท รุ่นพี่มีสิทธิในการตั้งราคา เก็บส่วนต่างมากน้อยแค่ไหนเพราะทำในฐานะตัวแทนนักศึกษาด้วยกันสุดท้ายเหตุการณ์นี้จะจบและถูกแก้ไขอย่างไรภายใต้ การหลับตาข้างเดียวของอาจารย์ MThai News

อนาคตสดใส!! แบรด สมิธ ถูกเรียกติดทีมชาติ ออสเตรเลีย ชุดอุ่นเครื่องเรียบร้อย
ซาอุดิอาระเบีย /  ซ็อกเกอรูส์ / 

อันเจ ปอสเตโคกลู บิ๊กบอสทีมชาติ ออสเตรเลีย ประกาศรายชื่อนักเตะที่จะลงรับใช้ชาติในเกมอุ่นเครื่องกับ เบลเยียม และซาอุดิอาระเบีย โดยเจ้าหนู แบรด สมิธ แบ็คซ้ายดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล ถูกใส่ชื่อรายชื่อลงไปใน 20 ผู้เล่น ที่จะลงทำศึกในเกมนี้ด้วย เทรนเนอร์ ซ็อกเกอรูส์ ให้สัมภาษณ์ถึง สมิธ ว่า "ช่วงปลายปีที่แล้วเขาได้ลงประเดิมสนามให้กับ ลิเวอร์พูล แถมยังทำผลงานได้สุดยอด บอกได้เลยว่าเจ้าหนูคนนี้เป็นนักเตะที่ผมจับตามองตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งแล้ว" "เขาทำได้ดีในตำแหน่ง แบ็คซ้าย ขณะเดียวกันพื้นที่ตรงนั้นเรามีตัวเลือกให้ใช้งานน้อยมาก เจ้าหนูคนนี้มีความเร็ว ที่ไม่เป็นรองใคร และเกมอุ่นเครื่องที่กำลังจะมาถึงเราอาจส่งดาวรุ่งลงไปเพื่อเติมเต็มสิ่งที่เรายังขาดหายอยู่ แล้วถึงตอนนั้นเราค่อยมาดูกัน" อดีตผู้จัดการทีม เมลเบิร์น วิคตอรี่ ทิ้งท้าย

บอร์ด ทอท. อนุมัติ เมฆินทร์ลาออก กก.ผู้อำนวยใหญ่
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

"ประสงค์" เผย บอร์ดอนุมัติ เมฆินทร์ ลาออกจาก เอ็มดีทอท. แล้ว ยืนยันไม่มีการกดดัน ขณะเจ้าตัวอ้างขอไปทำธุรกิจส่วนตัว นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ ว่า สำหรับกรณี นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ได้แจ้งขอลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุว่าต้องการดำเนินธุรกิจส่วนตัว ทั้งนี้ หลังจากที่ได้มีการยื่นหนังสือลาออกมาถึง 2 ครั้ง ทำให้ในการประชุมวันนี้ทางคณะกรรมการ ทอท.จึงได้อนุมัติการลาออกให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.ต่อไปจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2557 และทางคณะกรรมการ ทอท.ก็จะทำการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ต่อไป คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายใน 3 เดือน อย่างไรก็ตาม นายประสงค์ กล่าวยืนยันว่า ตนไม่เคยมีปัญหากับ นายเมฆินทร์ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวและการลาออกครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะถูกคณะกรรมการบีบหรือกดดันให้ออกแน่นอน

อาร์ต อินเลิฟสาวนอกวงการ อยากแต่ง!!
อาร์ต พศุตม์ /  คุยสาวนอกวงการ / 

พระเอกหนุ่ม อาร์ต พศุตม์ โวรักครั้งใหม่กับสาวนอกวงการแฮปปี้ แจงยังไม่ขอใช้คำว่าแฟนเพราะอยากมั่นใจมากกว่านี้ กลัวจะล่มเหมือนที่ผ่านมา ลั่นพร้อมแต่งงานมีครอบครัว พาเจอผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแล้ว ส่วนกรณีโพสต์ IG ดราม่าบอกเป็นเรื่องราวของเพื่อน ส่วนตนหัวใจกำลังเป็นสีชมพูจ้าาา "ก็ดีครับ ก็คุยกันเรื่อยๆ มากกว่าแต่ถามว่าเรียกแฟนได้หรือยังผมยังไม่เรียกดีกว่านะครับ แล้วคนที่คุยอยู่ด้วยก็อยากให้มั่นใจมากกว่านี้มากกว่า เรียกว่ายังเป็นคนที่คุยกันอยู่ดีกว่าครับ คือไม่ได้กั๊กว่าเรียกกรือแบบกั๊กอะไรแต่ว่าเราอยากให้มั่นใจมากกว่านี้ก่อน" "โพสต์ดราม่าเรื่องรัก หนึ่งส่วนก็ใช่ สองก็คือตอนนี้ผมมีเพื่อน คือบางทีใน IG ของผมน่ะมันอาจจะไม่ใช่เรื่องราวในชีวิตของผม มันอาจจะเป็นเรื่องราวคนรอบข้างของผม ซึ่งตอนนี้ผมมีเพื่อนคนนึงซึ่งแบบค่อนข้างจะไขว่คว้าหาความรัก ก็โทรมาปรึกษาผมๆ ก็บอกว่าตัวกูเองยังเอาไม่รอดเลยนะ แล้วก็แบบไปเซิร์สๆ เล่นๆ ก็เออดูไว้อย่างนี้ แค่นั้นเอง ความรักผมมันมีปัญหามานานแล้ว แต่มันจบไปแล้วไง อันนี้มันกำลังเริ่มใหม่แต่ว่าเริ่มใหม่มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร" "ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เจอแว้บๆ ทั้งคู่ครับ เขารู้ว่าคุยกันเฉยๆ ทางฝ่ายเขาๆ ก็รู้แต่ว่ามันยังไม่มั่นใจเราก็ยังไม่อยากไปให้แบบ เฮ้ยเราไปทำอะไรหรือยังอย่างนี้ครับ คือผมน่ะเอาจริงๆ แล้วผมไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้อะไรเลยนะ เป็นคนชอบมองชอบอะไรอย่างนี้ะน่ะโอเค แล้วก็ถ้าพี่ๆ สังเกตุข่าวอะไรต่างๆ ที่มันออกมา ถามว่าหลักฐานอะไรก็แล้วแต่ให้มันออกมาจริงๆ เขาก็ไม่เห็นมีใครเอาออกมาสักคนจริงจิงอะไรอย่างนี้ครับ" "จริงๆ ผมน่ะอยากมีครอบครัวตั้งนานแล้ว แต่มันคือไม่ประสบความสำเร็จไง มันพัง มันอะไรอย่างนี้ มันก็เป็นวิถีชีวิตของเรา เนี่ยตอนเนี้ยะอยากมีครอบครัวแล้วอายุ 32 ที่เคยบอกไว้ แต่มันพัง มันจบ มันก็ต้องเริ่มใหม่ในชีวิตเรา กับคนนี้ขอสักพักแล้วกันนะ บางทีตัดสินตั้งหลายปียัง.. นะครับ ยังไม่คาดหวังครับ ดูไปเรื่อยๆ ดีกว่า" อาร์ต กล่าว อาร์ต พศุตม์ อาร์ต พศุตม์ อาร์ต พศุตม์ อาร์ต พศุตม์

อายุแค่ตัวเลข...อั้ม ต้นตำรับความเซ็กซี่
อั้ม พัชราภา /  ข่าวบันเทิงวันนี้

เวลาไม่สามารถฆ่าความเซ็กซี่ของเธอได้สำหรับ อั้ม พัชราภา เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ของวงการบันเทิง แม้เวลาจะผ่านไปกี่เดือนกี่ปีจากยุคเพจเจอร์เข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย อั้มก็คงความเซ็กซี่อันดับหนึ่งของวงการบันเทิงไว้ได้อย่างเหนียวหนึบ เรียกว่าถึงจะมีดาราหน้าใหม่แข่งกันโชว์เต้าอวดขาอ่อนทั่ววงการ แต่สุดท้ายที่สุดในใจหนุ่มๆ ก็ยกให้อั้มอยู่ดี นอกจากหน้าตาเทรนด์สาวเกาหลีจะมาแรงแล้ว อั้มก็ยังเป็นต้นตำรับความเซ็กซี่ที่สาวแท้สาวเทียมเอาเป็นไอดอล สาวๆ หลายคนที่อยากสวยด้วยมีดหมอก็ยกอั้มมาเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนชีวิตใหม่ หันไปไหนก็เจอสาวปากเจ่อ จมูกโด่งทรงเข้ารูป หน้าวีเชฟเหมือนอั้มกันทั้งนั้น เรียกว่าจะขึ้นเขียงทั้งทีขอสวยได้เสี้ยวหนึ่งของอั้มก็ยังดี ไม่แปลกใจที่เวลาเธอจะขยับไปไหนทำอะไรก็ได้รับความสนใจจากแฟนคลับอย่างล้นหลาม ยอด Follower ใน IG พุ่งปรี๊ด เพราะเธอคือที่สุดของสาวเซ็กซี่ในวงการบันเทิง อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา

กรี๊ด!!! ผีดุบุกถึงกลางเมือง แบบส่งตรงจาก Ju-on 3: The Beginning of the End อยากหลอนไปเจอกันได้
Ju-On 3 /  Ju-on 3: The Beginning of the End / 

แฟนๆ ผีดุสัญชาติญี่ป่น พากันมากรี๊ดได้เลย เมื่อภาพยนตร์ Ju-on 3: The Beginning of the End จูออน ผีดุ กำเนิดมรณะ ที่คราวนี้จะไม่ได้อาฆาตกันแค่ในจอ แต่จะมาบุกถึงกลางเมืองแบบตัวเป็นๆ!!! ใครอยากสัมผัสใกล้ชิด วิญญาณอาฆาต จูออน ก็เตรียมตัวของคุณให้พร้อม แล้วพาตัวเองไปอยู่ตามวันเวลาดังภาพด้านล่างนี้ได้เลย รับรองกรี๊ดจนแทบลืมหายใจ!!! ยังมีบรรยากาศความหลอนแบบตัวเป็นๆ อีกเพียบ ตามต่อกันได้ที่ facebook.com/MONGKOL CINEMA แล้วไปเตรียมกรีดร้องเสียงหลง ให้กับความหวีดสุดขีดใน Ju-on 3: The Beginning of the End จูออน ผีดุ กำเนิดมรณะ ในวันที่ 28 ส.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Ju-on 3: The Beginning of the End ได้ที่นี่ ---------------------------------------

Deepsea Challenge 3D : ชีวิตมันต้องดำตามหาความฝัน
Deepsea Challenge 3D /  National Geographic / 

สิ่งแรกที่ดังขึ้นมาในหัวหลังจากดู Deepsea Challenge 3D จบ ไม่ใช่เสียงคลื่นซัดสาด หรือเสียงบุ๋งๆ ของความกดดันใต้น้ำ แต่เป็นท่อนหนึ่งของเพลงฮิตวงบอดี้แสลม และการที่หนังประกาศให้คนดูได้รู้ไว้ก่อนเลยว่า เราเป็นสารคดี นะคร้าบ ซึ่งมันก็จะทำหน้าที่ถ่ายทอดความเป็นจริง อย่างตรงไปตรงมา มากกว่าจะมาสับขาหลอก มุ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้หายใจหายคอไม่ทัน เพราะนี่คือหนังที่ว่าด้วยการทำตามความฝัน เจมส์ คาเมรอน หาใช่ สารคดีสัตว์โลกใต้ทะเลแต่อย่างใด Deepsea Challenge 3D คือ ภารกิจครั้งมโหฬารที่ป๋า เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับทรงพลัง เจ้าของผลงานอย่าง Titanic และ Avatar ที่นอกจากทำหนังแล้ว ยังเลิฟสุดๆ กับกาสำรวจใต้ท้องทะเล จึงแท็คทีมกับ National Geographic ทำการสร้างยานดำน้ำ เพื่อดำดิ่งสู่ร่องน้ำลึกมาเรียน่า จุดที่ได้ชื่อว่าลึกที่สุดในโลก ถึง 36,000 ฟุต ที่มีมนุษย์พร้อมเรือดำน้ำ ลงไปแตะๆ ก้นทะเล แล้วก็รีบพุ่งพรวดกลับขึ้นมาเมื่อ 50 กว่าปีก่อนนู่น แต่ครั้งนี้ เจมส์ คาเมรอน จะขอลุยเดี่ยว ดำลงไปและทำการสำรวจค้นหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ ที่มนุษย์อาจยังไม่เคยรู้จัก และที่สำคัญกว่านั้น ภารกิจครั้งนี้ ยังเดิมพันด้วยทั้งความฝัน และความเป็นความตายของเขาอีกด้วย สำหรับคุณผู้ชมที่คาดหวังว่า จะได้ชมงานด้านภาพ ที่ออกมาหรูอลังการสไตล์ Avatar ฉบับโลกใต้ทะเลอะไรประมาณนั้น ก็ขอแสดงความเสียใจด้วยเบาๆ เพราะหนังไม่ได้ขายตรงจุดนั้น เราอาจจะได้สิ่งมีชีวิตหน้าตาพิลึกอยู่บ้างในบางชอต แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่ทำให้ เจมส์ คาเมรอน ในยานแคบๆ ได้ตื่นเต้นดีใจแค่เพียงเท่านั้น ไม่ได้จะมาโชว์แหวกฝูงปลานับหมื่น ปะทะฉลามขาว ลอดท้องปลาวาฬยักษ์ ตามที่จะคุ้นๆกันในสารคดี NG แบบนั้น แต่เล่นกับอารมณ์ของมนุษย์ ที่กำลังเผชิญกับสิ่งแปลกใหม่มากกว่า ทั้งสิ่งมีชีวิต หรือเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทค ที่พร้อมจะเจ๊งใส่ อันนำไปสู่สถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นมากมายนัก ที่ต้องชมแบบ 3D ตามที่จั่วหัวไว้ในชื่อเรื่อง และมีเพียงไม่กี่ฉากเท่านั้น ที่ 3D ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ อย่างที่กล่าวไว้ว่า หนังดำดิ่งสู่ใต้มหาสมุทรเรื่องนี้ เป็น "สารคดี" ดังนั้นมันจึงไม่เหมาะกับการใส่ตีไข่ เสียจนเลอะเทอะ ซึ่งอาจทำให้คุณผู้ชมที่ต้องการความระทึกสุดขีด บีบอารมณ์จนหน้าเขียว อาจเซ็งนิดๆ ได้ หนังจึงมุ่งประเด็นไปที่ การบอกเล่าจากปากของ เจมส์ คาเมรอน เอง ที่นอกจากการกำกับหนังฮอลลีวูดแล้ว ยังอุทิศตัวเพื่อการสำรวจใต้ท้องทะเลอย่างเอาเป็นเอาตายอีกด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ความฝันสูงสุดในวัยเด็ก พัฒนาการของการสำรวจครั้งที่ผ่านๆ มา ที่ค่อยๆเติบโตขึ้น สเกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมาจบที่ภารกิจ Deepsea Challenge ครั้งนี้ ที่เขาบอกไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่า เป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ ก่อนจะส่งต่อมายังบทสรุป ที่คุณผู้ชมก็น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ต้องสำเร็จแหงๆ ไม่งั้นป๋าจะกลับมาเล่าได้ยังไงล่ะเนอะ! แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การได้ติดตามเส้นทางการพัฒนาโปรเจ็คนี้ ให้เป็นรูปเป็นร่าง ตั้งแต่รวบรวมทีมงาน สร้างยานดำน้ำ ทดสอบ และดำดิ่งที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน หรืออีกนัยหนึ่ง มันก็คือเส้นทางการทำ"ความฝัน" ให้ค่อยๆ กลายเป็น "ความจริง" ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบนี้ ยังสามารถเป็นตัวจุดชนวนชั้นดี สำหรับคุณผู้ชมที่มีฝันยิ่งใหญ่อลังการ จนคนอื่นมองว่า บ้าไปแล้วเรอะ! ซึ่งการที่ เจมส์ คาเมรอน เอาชีวิตไปขังไว้แท่งเหล็กไฮเทค ที่ทิ้งลงก้นทะเลแบบนั้น มันก็เป็นเรื่องบ้าเอามากๆ  เหมือนกันไม่ใช่หรอกเหรอ หนังเรื่องนี้ได้พิสูจน์ให้ทุกคนทั่วโลกรู้แล้วว่า ความฝันบ้าๆ ในจินตนาการสมัยเด็ก ถึงจะผ่านกาลเวลา และเติบโตมากพอจนรู้จักคำว่าเป็นไปไม่ได้แล้วนั้น ถ้าตั้งใจจะทำมัน สักวันความฝันก็เปลี่ยนสถานะเป็นความจริง เหมือนที่ เจมส์ คาเมรอน ได้เดิมพันด้วยชีวิต ดำดิ่งไปตามหาความฝัน และทำให้จุดที่ลึกที่สุดในโลกนี้ บรรจบกับจุดที่สูงที่สุดในใจ ได้สำเร็จ เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ โดย Lecter --------------------------------------

ทำตัวเอง!พาเลซเบรกตั้ง มัลกี้ แม็คคาย นั่งกุนซือเหตุโดน สาวไส้ชอบเหยียดผิวและเพศ
คริสตัล พาเลซ /  คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ / 

มัลกี้ แม็คเคย์อดีตผู้จัดการทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ กำลังจะได้งานใหม่ ด้วยการรับบทเป็นผู้จัดการทีมของ คริสตัน พาเลซ แทนที่ โทนี่ พูลิซ ที่ประกาศลาออกไปก่อนเปิดพรีเมียร์ลีกแค่ 2 วัน แต่ก็ต้องโดนเบรกไว้ก่อนเมื่อ คริสตัน พาเลซ ได้รับรายงานเป็นหลักฐานข้อความจาก วินเซนต์ ตัน มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียเจ้าของทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ว่า แม็คเคย์ เป็นพวกที่มีพฤติกรรมเหยียดผิว และเพศ เรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง อดีตเจ้านายกับลูกน้องยังไม่จบ คราวนี้เป็น นายเก่าที่สาวไส้ออกมาสาวไส้ ลูกน้องเก่าที่กำลังจะได้งานใหม่ โดยได้ส่งข้อความที่ มัลกี้ แม็คเคย์ เคยแสดงความเห็นเหยียดเชื้อชาติ และเพศ อาทิการ เหยียดผิวของ คิม โบ คยอง กองกลางชาวเกาหลีใต้ของทีม และ เอเย่นของนักเตะที่เป็นผู้หญิง ไปให้สมาคมฟุตบอลของประเทศอังกฤษ ทำให้ ทีมใหม่ที่กำลังจะแต่งตั้ง กุนซือชาวสก็อตต์ ตัดสินใจชะลอการแต่งตั้งออกไป และอาจจะหันไปเลือก ทิม เชอร์วู้ด อดีตผู้จัดการทีมของสเปอร์มาเป็นกุนซือแทน

แนน สศิรา นางเอกเอ็มวีเพลง งานเต้นรำ - Musketeers
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย /  นางเอกเอ็มวี / 

ได้ฟังแล้วน้ำตาไหลกันทุกคน .. Musketeers ออกผลงานเพลงใหม่ ชื่อเพลง งานเต้นรำ ซึ่งนี่เป็นซิงเกิ้ลที่ 5 ของพวกเขาแล้ว หลังจากที่ออกมาได้เพียง 4 วัน มียอดคนดูและแชร์กันมากมาย อีกทั้งยังพูดถึงเนื้อหาและเรื่องราวในเอ็มวี ทำให้คนที่นั่งดูและนั่งฟังถึงกับน้ำตาคลอกันเลยทีเดียว นอกจากนี้เพื่อนๆ หลายคนยังพูดถึงนางเอก น่ารักแบบนี้ทีนเอ็มไทยต้องพามาให้เพื่อนๆ รู้จักกันซะหน่อยแล้ว ^^ แนน สศิรา นางเอกเอ็มวีเพลง งานเต้นรำ - Musketeers แนน สศิรา นางเอกเอ็มวีเพลง งานเต้นรำ - Musketeers ชื่อ-นามสกุล : สศิรา ทวียนต์ชัย ชื่อเล่น : แนน การศึกษา : จบจากโรงเรียน มาแตร์เดอี , ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ รุ่น 93 ภาคอุตสาหการ (IE) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานในมหาวิทยาลัย : ตัวแทนถือพานไหว้ครูคณะ (2552) นางนพมาศคณะ (2552) ถ่ายหนังสือเปิดรั้วจามจุรี (2553) เดินแฟชั่นชุดนิสิตงานรับน้องก้าวใหม่ (2554) Intania Celebrity ประชาสัมพันธ์งานนิทรรศของวิศวะ (2555) ผลงานในวงการบันเทิง ผลงานด้านโฆษณา เช่น กสทช. , KFC, เครื่องสำอาง Cutepress, Garnier Sakura White,  โฆษณา AIS On Air App เป็นต้น ซิทคอม ล้านไลค์ไฮโซ ติดตามได้ที่ : IG nansasira เขียนโดย teen.mthai.com

ประวัติ ส้ม พัชรี ทอมหล่อขั้นเทพสุดฮอต
ทอม /  ประวัติ / 

กรี๊ดดดดดดดสลบ...เมื่อเจอหนุ่มคนนี้ มองแว๊บแรก ผู้ชายคนนี้หล่อล่ำเพอร์เฟ็กต์ทั้งหน้าตา รูปร่าง(เพ้อออภาพตาม) สเปกสาวๆ เลยอ่ะ แต่ก็ต้องอึ้งเมื่อรู่ว่า เขาคนนี้คือ ผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายแท้นะจ้ะ แอบเสียดายแต่ไม่เสียใจ เพราะถึงแม้เธอจะเป็นทอม แต่ก็เป็นสาวทอมที่มีใบหน้าหล่อเหลาบาดใจมากๆ และกำลังฮอตสุดๆ ในโลกโซเชียลอีกด้วย กับเธอคนนี้ ส้ม พัชรี อนันต์ทวีรัชต์ และเธอกำลังเป็นไอดอลต้นแบบให้สาวทอมอีกหลายๆ คน ถ้าเพือ่นๆ อดใจไหม่ไหวแล้ว รีบมาติดตามประวัติ ส้ม พัชรี ทอมหล่อขั้นเทพสุดฮอต และภาพหล่อๆ ของเธอให้เลือดกำเดากระชู๊ดดดกันเลย ประวัติ ส้ม พัชรี ทอมหล่อขั้นเทพสุดฮอต ชื่อ : พัชรี อนันต์ทวีรัชต์ ชื่อเล่น : ส้ม ผลงานล่าสุด : 1 ในผู้เข้าประกวด Mr.tom act 2014 IG : @zomanan เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจาก IG : @zomanan เรื่องราวที่น่าสนใจ เฟ้นหาทอมบอย Mr. @tom act ประจำปี 2014 โฉมหน้า 53 ผู้เข้าโครงการประกวด Mr.@tom actz 2014

ส.อ.ท.เผยว่าที่นายกฯมาถูกเวลาช่วยสร้างเชื่อมั่น
การลงทุนในไทย /  ข่าววันนี้ / 

สภาอุตสาหกรรม เผยว่าที่นายกฯ มาถูกเวลา ชี้ช่วยเสริมเชื่อมั่น การลงทุน ขณะขอวลา 6 เดือนประเมิน ครม.1 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ถือว่าเหมาะสมต่อเวลาและสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาด้านต่างๆ โดยเมื่อประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลกกลับคืนมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง และเมื่อมี ครม.ก็จะได้ร่วมทำงานกับภาคเอกชน ในการผลักดันการใช้จ่ายประมาณปี 2558 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายสู่ระบบเศรษฐกิจ และเมื่อมี ครม.จะสามารถเรียกประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่จะได้ทำงานร่วมกันระหว่างรัฐกับเอกชน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ล่าช้า และ ส.อ.ท.เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะทำงานตามโรดแมปที่วางยุทธศาสตร์ไว้ ทั้งนี้ นายสุพันธุ์ กล่าวว่า ส.อ.ท.ขอให้เวลาการทำงานของคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ 1 เป็นเวลา 4-6 เดือนก่อนจะประเมินและให้คะแนนเต็มจาก 10 คะแนน เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มารับตำแหน่งในช่วงเวลาที่มีปัญหาทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจภายในประเทศ และต้องการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวให้เร็วที่สุด ขณะที่เศรษฐกิจโลกก็ยังอยู่ในภาวะทรงตัว จึงเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลใหม่จะทำงานให้เห็นผลงานภายใน 3 เดือนอย่างแน่นอน

รายการพลังชีวิต อ.สมศักดิ์ เทพสมบุญ ย้ายไปยังช่อง tst5 ช่อง 51 จาน psi เริ่ม 3 ก.ย 57
รายการ ย้อน หลัง /  รายการ ทีวี / 

ตั้งแต่ บัดนี้ เป็นต้นไป แฟนๆ รายการพลังชีวิต ทุกๆท่าน สามารถรับชม รายการ พลังชีวิต ใน ช่องใหม่ คือ ทางสถานี TST5 สำหรับ กล่อง PSI จะเป็น ช่อง 51 ได้ในวัน พุธ ที่ 3 กันยายน 2557 เวลา 20.00 - 22.00 น ช่อง TST5 เป็นช่องในเครือ MVTV Thailand สามารถดูผ่าน อินเตอร์เน็ตได้ http://www.mvtv.co.th/wp/index.php/tv-online

ตามหาตัว คู่รักขอแต่งงานกลางเดี่ยว 9
คู่รักขอแต่งงานกลางเดี่ยว 9 /  ตามหาตัว คู่รักขอแต่งงานกลางเดี่ยว 9 / 

โน๊ตอุดม ประกาศตามหา คู่รักขอแต่งงานกลางเดี่ยว 9 เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554  วันนี้(21ส.ค.) ข่าวน่ารักฝากประกาศ สำหรับคนที่เคยไปดูเดี่ยว 9 แล้วเป็นบุคคลในคลิป ทีมงานเดี่ยวไมโครโฟนกำลังตามหาตัว หากใครรู้จักคนในคลิปติดต่อกลับคุณแต้ สันติ แต้พานิช 081 867 3366 ในคลิปเป็นภาพเหตุการณ์ที่คุณโน๊ตเดินไปหาชายคนหนึ่งเพื่อให้เขาพูดความในใจ แต่สิ่งที่ชายผู้นั้นพูดกลับสร้างความประทับใจให้คนในทอล์คโชว์อย่างมาก เพราะเขาขอแฟนสาวของเขาแต่งานในขอแต่งงานกลางเดี่ยว 9 ฝ่ายหญิงเซอร์ไพรส์สุดๆถึงขั้นร้องไห้เลยทีเดียว เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 MThai News