อินสตาแกรม

แตงโม เปิดใจหมดเปลือกหลังเลิกเมีย!! ยันไม่เกี่ยวมือที่สาม-ไม่ได้เป็นเกย์!!
แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ /  ข่าว แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ / 

  ทำเอาเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ต้นปี สำหรับคู่รักที่เลิกราหย่าขาดกันแบบสายฟ้าแล่บอย่าง แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ กับ เฟิร์น เกวรินทร์ อดีตภรรยาสาวแอร์โฮสเตส หลังใช้ชีวิตคู่กันได้เพียงแค่ 8 เดือนเท่านั้น ล่าสุด แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ ได้มาร่วมบวงสรวงละคร ใจลวง ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เจ้าตัวได้เผยถึงสภาพจิตใจที่หลังเลิกรากันไป เริ่มโอเคขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่ชินที่ต้องทำอะไรคนเดียว รับเคยทะเลาะกันถึงขั้นถอดแหวนแต่งงานเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ตลอดระยะเวลา 8 เดือนมีการปรับจูนเข้าหากันตลอด รู้สึกเสียใจเพราะไม่มีใครให้เกิดขึ้นแต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป พร้อมบอกไม่เกี่ยวกับมือที่สาม ยันตัวเองแมนทั้งแท่งไม่ได้เป็นเกย์อย่างที่หลายคนสงสัย   “ผมต้องชี้แจงก่อนนะครับว่าคู่เราคบกันยังไม่ได้จดทะเบียน แค่มีการวางแพลนและพูดคุยกันไว้เฉยๆ ส่วนเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาอันนี้ผมขอไม่ลงรายละเอียดและก็ขอไม่พูดถึงอะไรที่มันผ่านมาดีกว่านะครับ เพราะผมก็เคยพูดไปแล้ว ส่วนเรื่องราวหรือเหตุผลจะเป็นอะไรยังไงนั้นผมขอไม่พูดดีกว่า เพราะว่าอันดับหนึ่งเลยคือมันไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวผมคนเดียว เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เกิดจากคนสองคนและคนสองคนก็คือคนที่รู้ดีที่สุด รวมถึงก็ยังมีคนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีก คือมีครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นถ้าบางทีพูดอะไรออกไปมันก็อาจจะสร้างผลกระทบได้ไม่ใช่แค่กับตัวผม แต่มันก็จะกระทบกับทางอดีตภรรยาด้วย รวมถึงครอบครัวของเราสองคน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวผมหรือครอบครัวเขา คือมันอาจจะสร้างความไม่สบายใจได้ ดังนั้นผมขอไม่พูดถึงดีกว่าครับ”   “เข้าใจครับ ก็คือมีการพูดคุยกันและกัน เพราะว่าการที่เราจะตกลงอะไรออกไปเราก็มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นตลอด รวมถึงมีการคุยกันด้วยว่าไม่อยากให้พูดอะไรเยอะแยะ เพราะว่าอันดับหนึ่งเลยเขาเองก็ได้รับผลกระทบเยอะ เขาไม่ใช่คนในวงการ เขาไม่อยากที่จะออกมาพูดอะไร คือเขาเองก็ค่อนข้งแฟร์มากๆ ดังนั้นในตอนแรกๆ ก็เลยยังไม่พร้อมที่จะพูด ผมเองก็ตกใจครับ ที่บ้านก็ค่อนข้างเป็นห่วงเหมือนกันเพราะว่าการคบใครสักคนเราก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น แต่เรื่องของความรักมันก็เป็นเรื่องที่เราคาดเดาไม่ได้ เพราะแต่ละคนต่างก็มีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมองว่าเร็ว บางคนก็บอกว่าถ้าหากมันอึดอัดก็ต้องตัดสินใจ คือเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่พูดยากมากๆ”   “ผมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาคาราคาซังนะ แต่มันเป็นเรื่องของความสบายใจมากกว่า คือถ้าเราอยู่กับใครและเราสบายใจ เรายอมรับซึ่งกันและกันได้ เรามีเหตุผลมากพอ เรารักกันมากพอ มันก็น่าจะประคับประคองกันไปได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกนะครับว่ามันเป็นสาเหตุใดสาเหตุเหนึ่ง แค่รวมๆ แล้วเรามีการพูดคุยกันและพูดคุยกันว่าเราสบายใจตรงไหน จากนั้นก็เลือกทางที่ดีที่สุดให้ทั้งคู่ไม่ให้ใครต้องอึดอัด”   “ถ้าบอกว่าชีวิตก่อนแต่งกับหลังแต่งมันแตกต่างกันยังไง เอ่อ…อันนี้ผมก็ไม่เคยทราบเลยนะว่ามันแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไรจนได้มีประสบการณ์แต่งงาน ซึ่งมันก็แตกต่างนะ คือถึงแม้ว่าคุณจะเป็นแฟนกันอยู่ด้วยกันในการทดลองใช้ชิวิต แต่มันก็ยังไม่เหมือนกับการแต่งงานอยู่ดี ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามันแตกต่างกันยังไงคือมันไม่สามารถอธิบายมาเป็นคำพูดได้ แต่มันเป็นเหมือนความรู้สึกบางๆ ที่อยู่ในชีวิตคู่มากกว่าครับ”   “มีแน่นอนครับ เราปรับจูนกันตั้งแต่ก่อนแต่งด้วยซ้ำ คือดูว่าเขาชอบแบบไหน เราชอบแบบไหน แต่ว่าถ้าที่สุดแล้วคนเราถ้าหากเป็นตัวของตัวเองยังไงมันก็จะต้องเป็นตัวของตัวเองอยู่ดี เราไม่สามรถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมดหรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจากตัวเราไปเป็นสิ่งที่เขาชอบได้ นอกเสียจากเราจะรับได้ในสิ่งที่เขาเป็น”   “เสียใจแน่นอนครับ ไม่มีใครดีใจหรอกครับในการเลิกรา แต่เราก็ยังมีหน้าที่การงาน มีพ่อแม่ที่เราต้องรับผิดชอบ มีชีวิตที่เราต้องดำเนินต่อ มีภาระต่างๆ ที่มันต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งจริงๆ แล้วสำหรับเรื่องของผมมันอาจจะยังเบาๆ หากเทียบกับหลายๆ ท่านที่เขาเจอมาหนักหนากว่าผม แต่ทุกๆ คนก็ยังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องลุกขึ้นยืนลุกขึ้นสู้ต่อไป”   “โอเคแล้วครับ เพราะอย่างที่ผมบอกพอมันมีเรื่องอื่นๆ เข้ามาให้เราคิดเยอะ เราก็เลยต้องสู้ต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่กับตัวผม แต่ทางอดีตภรรยาของผมด้วยกันเหมือน คือเขาเองก็ยังออกไปทำงานทุกวัน พบปะผู้คนทุกวันแถมเจอมากกว่าผมด้วยซ้ำ ดังนั้นผมเชื่อว่าเขาเองก็เข้มแข็งมากๆ ที่จะต้องออกไปทำงานทุกวัน”   “ตอนนี้ไม่ได้คุยแล้วครับ แต่ถ้าหากมีปัญหาหรือว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องคุยเราก็สามารถคุยกันได้ครับ เพราะเราไม่ได้เกลียดกัน ยังไม่ชินนะ มันก็ยังรู้สึกแปลกๆ แปลกไปอีกแบบหนึ่ง”   "สำหรับเรือนหอจริงๆ แล้วก็เป็นบ้านที่ผมซื้อมานะครับ ก็คือผมอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วและตอนนี้ผมก็ยังอยู่ที่เดิม ส่วนอดีตภรรยาเขาก็กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เขา ส่วนโอกาสที่จะกลับมาคืนดีกัน ตอนนี้ผมก็เลยยังไม่อยากจะพูดอะไร คือเรื่องของอนาคตเราก็ไม่สามารถรู้ได้เนอะว่ามันจะเป็นแบบไหน วันนี้เราอาจจะเลิกกัน แต่วันหน้าหากเรากลับมาเจอและมีคำพูดบางอย่างที่ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น เราก็อาจจะสามารถกลับมาพูดคุยกันได้คบกันได้ คือมันเป็นเรื่องของอนาคตอ่ะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ได้อยากที่จะปิดกั้นตัวเองว่าสิ่งไหนได้หรือสิ่งไหนไม่ได้”   “เอ่อ…ไม่ทราบว่าจำกัดความว่าอะไรนะครับ แต่ในเมื่อเราตัดสินใจแล้ว เราก็ขอเลือกทำสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ตอนนี้ให้มันดีที่สุดดีกว่า ถ้าให้พูดตรงๆ โลกไม่ต้องสวยนะครับ ก็คือว่ามันไม่มีการเลิกครั้งไหนสวยแน่นอน แต่มันอยู่กับเรามากกว่าว่าเราจะประคองมันยังไง พูดออกมาแบบไหน ทำให้เขาไม่ได้รับผลมาก และเราทั้งคู่ก็ไม่ต้องมาเจ็บช้ำน้ำใจมากไปกว่านี้”   “ไม่มีมือที่สามครับ ผมเองก็เคยบอกไปแล้วว่าไม่มีแน่นอน และทุกๆ วันนี้ผมเองก็ยังใช้ชีวิตอยู่คนเดียวด้วย”   “กับบางกระแสที่ออกมาว่าเป็นเกย์ ไม่หรอกครับ ถ้าหากจะเป็นจริงๆ ก็คงเป็นไปนานแล้ว (หัวเราะ) จริงๆ มันก็มองได้นะเพราะผู้ชายเดี๋ยวนี้หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น แต่ว่าสำหรับตัวผมคือผมไม่ได้ดูแลตัวเองหรือเจ้าสำอางอะไรขนาดนั้น แค่มันอาจจะเป็นด้วยลุคหรือด้วยคำพูดมากกว่า เพราะผมมีเพื่อนผู้หญิงและมีเพื่อนเพศที่สามเยอะ มันก็เลยอาจจะติดเรื่องมือไม้มาบ้างนิดหน่อย”   “จริงๆ มันก็ตลกดีนะครับ และผมเองก็ชินแล้วด้วย คือมันเป็นเรื่องที่ผมรับมือกับมันได้มากกว่า ขนาดพี่ๆ ช่างแต่งหน้าช่างทำผมบางคนยังบอกเลยว่าผมไม่กลัวเลยเนอะ ซึ่งผมมองว่าผมไม่รู้จะกลัวทำไม แถมผมยังรู้สึกสบายใจด้วยซ้ำเพราะว่ามันไม่ได้มีอะไรจริงๆ แมนๆ ครับ จริงๆ (หัวเราะ) ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน”   “เรื่องนี้ผมยังขอไม่โฟกัสเลยกว่า คืออะไรใช่เดี๋ยวมันก็เข้ามาเองแหละ แต่ถ้าอะไรไม่ใช่เดี๋ยวมันก็ออกไป แต่ถ้าให้ผมบอกว่าผมอยากมีแฟนใหม่ไหม คือมันยังไม่ใช่อ่ะครับ เอาเป็นว่าอนาคตถ้าจะเจอใครและถ้าเขาใช่มันก็ใช่เอง แต่ ณ ตอนนี้ผมขอไม่ขวนขวายเน้นโฟกัสเรื่องงานเป็นหลักดีกว่า”   “มีคุณพ่อคุณแม่พูดอยู่แล้วครับ แต่คือว่ามันผ่านช่วงนั้นมาแล้วช่วงที่เราพูดคุยกัน เพราะเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราทั้งคู่ตัดสินใจกันแบบด่วนๆ มันมีเหตุการณ์มาพอสมควร ก็เคยนั่งคิดนะครับว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปจากนี้ ซึ่งบางคนเขาก็แนะนำว่าให้ดูหลายๆ คนเป็นตัวอย่าง เพราะบางคู่เขาก็อยู่กันได้มีครอบครัวกันได้โดยที่ไม่ต้องแต่งงาน แต่สำหรับตัวผมพอผมมานั่งคิดดูแล้ว ณ ตอนนี้ผมก็ยังไม่สามารถให้คำตอบตัวเองได้ว่าจะเป็นยังไง คือมันก็เป็นความลังเลไม่แน่ใจเพราะไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นแบบไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วผมเชื่อว่าคนเราขาดความรักไม่ได้หรอก เพียงแค่มันอาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้”   "(จริงไหมที่ทะเลาะกันถึงขั้นถอดแหวนแต่งงาน ?) มันก็เคยมีครับ แต่ผมไม่พูดดีกว่าว่าเพราะสาเหตุอะไร มันอาจจะเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ แต่สุดท้ายเราก็พูดคุยกัน” แตงโม กล่าว แตงโม พงษ์พิสุทธิ์   แตงโม พงษ์พิสุทธิ์   แตงโม เฟิร์น   แตงโม เฟิร์น  

ชมชัดๆ!! รวมภาพ น้องตฤณ ลูกชายคนแรกของ ชาย – วิกกี้!!
ชาย ชาตโยดม /  ข่าว ชาย ชาตโยดม / 

  ปลาบปลื้มไปตามๆ กัน สำหรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว หิรัญยัษฐิติ ที่ล่าสุด วิกกี้ สุนิสา ได้คลอดลูกชายคนแรกของครอบครัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยวิธีผ่าคลอด โดยถือฤกษ์เวลา 8.30น. ของวันที่ 23 มี.ค.60 ณ โรงพยาบาล BNH มีน้ำหนักแรกคลอด 2,412 กรัม ลำตัวยาว 42 ซม.โดยมี ชาย ชาตโยดม คอยให้กำลังใจไม่ห่าง ทั้งนี้ทั้งคู่ได้ตั้งชื่อลูกชายสุดเก๋ไก๋โดยมีชื่อจริงว่า ตฤณ และมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Tristan หรือ น้องทริสเท่น   เห็นลูกชายน่ารักน่าชังอย่างนี้แล้ว ชาย ชาตโยดม ถึงกับดีใจสุดๆ ยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียว ที่ได้เป็นครอบครัวที่ครบสมบูรณ์มีทั้งพ่อ-แม่-ลูก แถมยังเอ่ยปากอยากมีลูกคนที่ 2 ตามมาติดๆ โดยใจจริงอยากมีสัก 4 คนด้วยกัน แต่ตอนนี้ขอทำความรู้จักกับสมาชิกใหม่ของครอบครัวคนแรกให้ดีก่อนที่จะมีคนที่สองตามมา ว่าแล้วก็ไปชมโฉมหน้าชัดๆ ของ น้องตฤณ ลูกชายคนแรกของ ชาย-วิกกี้ กันเลยค่า!! ขอบคุณภาพจาก IG sunisajett, mickbaromvudh, vitavat, aerinyuktadatta, pornchita, toiadd, benzdaddy ชาย วิกกี้ น้องตฤณ ชาย วิกกี้ น้องตฤณ ชาย วิกกี้ น้องตฤณ ชาย วิกกี้ น้องตฤณ ชาย วิกกี้ น้องตฤณ ชาย วิกกี้ น้องตฤณ ชาย น้องตฤณ น้องตฤณ ลูกชาย ชาย วิกกี้ น้องตฤณ ลูกชาย ชาย วิกกี้ น้องตฤณ ลูกชาย ชาย วิกกี้ น้องปริม มาหา น้องตฤณ น้องตฤณ ลูกชาย ชาย วิกกี้ น้องตฤณ กับลุงไรอัน น้องตฤณ กับ แอริน น้องตฤณ วิกกี้ แอริน น้องตฤณ กับคุณอา น้องตฤณ กับคุณปู่ คุณย่า

พีช เตรียมผ่อนผันทหาร ขอเรียนป.โทให้จบ ไม่แน่อาจสมัครใจรับใช้ชาติเอง!!
พีช พชร /  พีช เกณฑ์ทหาร / 

ใกล้จะถึงช่วงเกณฑ์ทหารของชายไทยแล้ว นักแสดงหนุ่มทายาทพันล้านอย่าง พีช พชร ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยกลัวการเกณฑ์ทหาร แต่ปีนี้เตรียมยื่นขอผ่อนผันต่ออีกปี เพราะกำลังศึกษาปริญญาโทอยู่และจะพยายามตั้งใจเรียนให้จบโดยเร็ว หากเสร็จสิ้นภารกิจก็ยินดีทำตามกระบวนการกฎหมาย และไม่แน่อาจจะสมัครใจรับใช้ชาติเองก็ได้ "ปีนี้เรื่องเกณฑ์ทหาร ตอนนี้ผมเรียนปริญญาโทอยู่ครับก็ได้อีกหนึ่งปีเลยผ่อนผันไปก่อนเพราะศึกษาต่อเลย เดี๋ยววันที่ 1 เมษายนนี้จะไปยื่นผ่อนผันที่วัดหัวลำโพงครับ มันไม่มีอะไรมากเพราะเราทำเอกสารเสร็จแล้ว แต่ต้องไปรายงานตัวด้วยตัวเอง เรียนปริญญาโท ผมอยากเรียนแต่แรกอยู่แล้วครับ เพราะเราเรียนจบปริญญาตรีก็ควรจะเรียนต่อ ซึ่งตอนนี้ผมกำลังเรียนโทอยู่ครับ ผมวางแผนเรียนปริญญาโทตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรีแล้วครับว่าคงต้องเรียนต่อ เพราะเดี๋ยวนี้เรียนแค่ปริญญาตรีมันก็ไม่ค่อยจะพอแล้วเนอะ" "จริงๆ ตามอายุผมยังผ่อนผันได้อีกหลายปี ยังไม่ใกล้ 26 เลย แต่มันอยู่ที่ว่าผมจะเรียนจบเมื่อไหร่ แต่ผมจะพยายามรีบเรียนให้จบเร็วที่สุดครับ ไม่ได้ตั้งใจคิดเรื่องนี้ไว้เลยครับว่าจะผ่อนผันถึงเมื่อไหร่ ถ้าเราเรียนจบเราก็คงไปตามกระบวนการกฎหมายของประเทศไทยครับ ส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจเรียนต่อเพราะครอบครัวอยากให้เรียนด้วยครับ แล้วเรารู้สึกว่าอยากมีวิชาชีพให้มากกว่าเดิม อยากเก่งให้มากกว่าเดิม" "อยากจับใบดำใบแดงให้มันรู้เรื่องไปเลยมั้ยเหรอ ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าใบดำใบแดงคือทางออกของทุกอย่าง มันอาจจะมีวิธีอื่น เช่น เราอาจจะสมัครเองไปเลยหรือเปล่า ซึ่งอันนี้เราค่อยคิดอีกที มันมีเวลาให้เราวางแผนอีกเยอะ ถ้าเรียนจบเราก็ต้องไปตามกระบวนการ ถึงสุดท้ายมีงานเราก็ต้องเคารพกฎหมายประเทศไทย เราเป็นประชาชนคนไทยเราก็ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ก่อน การเกณฑ์ทหารไม่ได้กลัวครับ มันเป็นเรื่องปกติ เพราะเราตัดสินใจไม่เรียนรด. เหมือนคนปกติ มันคือเรื่องที่เราต้องรับผิดชอบเหมือนคนธรรมดา ที่บ้านก็ไม่ได้ถามเรื่องนี้นะครับ เขาก็ปกติ พ่อก็บอกแล้วแต่ละกัน อยากทำอะไรก็ทำ เพราะสุดท้ายเราก็ต้องตัดสินใจเองอยู่ดี" "แต่ก่อนชอบปรึกษาปัญหาหัวใจกับต่อ ธนภพ ช่วงนี้ไม่ค่อยครับ (ยิ้ม) จะคุยเรื่องอื่นแทน สมัยก่อนจะมีครับ แบบโทรถามว่าถ้าทะเลาะกันแบบนี้จะยังไงดี เขาเป็นคนที่เกี่ยวกับความรักจะมีความสุขมาก ความรักราบรื่น เราเลยต้องปรึกษา เขาค่อนข้างเป็นคนที่แข็งแรงในเรื่องนี้มาก ไม่มีแนะนำสาวๆ ให้เลยครับ ช่วงนี้ไม่มีใครเลยด้วย เหงาไหมเหรอ มันก็โอเคนะ สุดท้ายก็ค้นพบตัวเองว่าก็อยู่ได้ อยู่กับตัวเองได้ดี ซึ่งตอนแรกเราอาจจะคิดว่าชีวิตนี้มันเหงาเนอะ แต่พอถึงเวลามันก็แฮปปี้ จริงๆ ผมค่อนข้างแฮปปี้นะ โสดเกือบปีแล้ว ก็โอเคถ้าจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เรื่องสเปกผมว่ามันซีเรียสขึ้น มันไปตามวัย เริ่มคิดว่าต้องเป็นจริงเป็นจังแล้ว และเดี๋ยวนี้โซเชียลมันทำให้ทุกคนปลอมตัวเองได้ ทำให้เราต้องคิดหนักกว่าเดิม" พีช กล่าว พีช พชร ต่อ-พีช พีช-ต่อ พีช พชร พีช พชร

ซัน รับแคร์กระแสสังคม คืนดีรอบนี้สวีท ต้นหอม เหมือนตอนจีบใหม่ๆ!!
ต้นหอม ศกุนตลา /  ดีเจต้นหอม / 

  เรียกได้ว่าคืนดีกันคราวนี้ ทำเอาแฟนคลับปลื้มอกปลื้มใจกันเป็นแถบๆ สำหรับคู่รักมาแรง หนุ่มซัน ประชากร กับ สาวต้นหอม ศกุนตลา ที่ทั้งคู่กลับมาหวานเหมือนเดิมแล้ว และยิ่งทวีความหวานขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ลงรูปคู่ ขอรอเวลาที่เหมาะสม โดยงานนี้ หนุ่มซัน ถึงกับออกมายอมรับว่าแคร์กระแสสังคมที่มีออกมาในทางไม่ดี และอยากให้ตนกลับมาคืนดีกับแฟนสาว ยันกลับมาคุยกันครั้งนี้เข้าใจกันมากขึ้นและหวานเหมือนตอนจีบกันใหม่ๆ   "จะมีงานคู่กับต้นหอมไหม ก็เกือบครับ คิวเขาฮอต แต่ผมยังว่าง ก็หวานขึ้นเรื่อยๆ ครับ วันนี้มาด้วยกัน แต่มาคนละงาน ตัวติดมากขึ้นไหม ก็ไม่หรอกครับ ผมถ่ายละครอยู่เซ็นทรัลพระรามเก้า แล้วผมต้องมางานที่เซ็นทรัลเวิลด์แล้วก็ต้องกลับไปถ่ายละครต่อ เขาก็เลยแวะมารับครับ หวานขึ้นขนาดไหน ก็เหมือนแรกๆ ที่เป็นแฟนกันครับ ตอนนี้ก็พยายามเคลียร์ทุกอย่างให้เหมือนเดิมครับ ก็ไม่ถึงกับขั้นจีบ เรื่องรูปคู่ในไอจี เอาไว้เวลาที่เหมาะสมดีกว่าครับ พอลงรูปคู่ไปเดี๋ยวจะมีกระเเสมาอีกว่าสร้างกระแสหรือเปล่า"   "จริงๆ ก็พร้อมครับ ตอนนี้ผมก็เริ่มค่อนข้างแคร์สังคม เพราะว่ารู้สึกว่ากระแสตอบรับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เรื่องลงรูปเราก็ไม่ได้ตกลงกันเป็นกิจจะลักษณะ เรารอช่วงเวลาที่มันเหมาะสมเวลาที่พร้อม แฟนคลับเขาก็รอเวลาลงรูปเดี่ยว เค้าก็ถามหารูปคู่ตลอด ถือว่ากลับมา 100% ไหม 100% ครับ เขาก็บอกอย่าไปอ่านเยอะ ผมก็พยายามดูอะไรที่อ่านแล้วมันจะเตือนใจ เราก็อ่าน อะไรที่มันปั่นทอนผมก็ไม่อ่าน จริงๆ ก็ไม่หรอกครับ มันเป็นเรื่องของคนสองคน จริงๆ เราอ่านไว้เป็นความรู้เฉยๆ เหมือนคู่เรามีคนคอยเชียร์คอยให้กำลังใจเยอะ ก็ไม่ได้กดดันผมกับเขาก็เป็นคนธรรมดาคนนึง เรามีความรู้สึกที่ดีต่อเขาแล้วเราเป็นแฟนกันแค่นั้นเอง มันผิดที่ว่าเราเป็นคนของประชาชนแค่นั้นเอง"   "ตอนนี้เขาก็สนุกสนานแล้ว ตอนนี้ก็สบายใจ จริงๆผมไม่ได้งอนก็ยังคุยปกติด้วยเหตุผลเหมือนเดิม มันก็เป็นแค่ช่วงเวลาที่รอแผลเราหาย แล้วเราก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม ก็เข้าใจกันมากขึ้นครับ ทุกครั้งที่มีการปรับความเข้าใจมันก็เข้าใจกันมากขึ้นอยู่แล้ว"   "สงกรานต์ผมไปกับที่บ้านครับ ส่วนต้นหอมไปด้วยไหมยังไม่ได้แพลนอะไรเลยครับ ไปทำบุญ แต่เดี๋ยวต้องคิดอีกนิดนึง เรื่องแพลนเที่ยวกันสองคนยังไม่ได้คิดอะไรเลยครับ" ซัน ประชากร กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG djtonhorm ซัน ประชากร ซัน ประชากร ซัน ประชากร ซัน ประชากร ซัน ต้นหอม ดีเจต้นหอม

สวยแต่รูป...ทักแล้วหยิ่ง เผยธาตุแท้ นางเอก อ.
สวยแต่รูป...ทักแล้วหยิ่ง เผยธาตุแท้ นางเอก อ.

  สวัสดีเจ้าค่ะ ลูกๆ สายเม้าท์ สายเผือก ทั้งหลาย ที่กำลังรอ เจ๊หว่าง...ออนไลน์ สำหรับวีคนี้ไม่มีอะไรมาก เจ๊แค่จะมาบ่นๆ ดราม่า ธาตุแท้ของ นางเอก อ. ที่ได้ขึ้นชื่อว่าหยิ่งสุดๆ เรื่องนี้คนในมหาวิทยาลัยที่ She ไปเรียนบ้าง ไม่เรียนบ้าง เขารู้กันดี ว่า She ไม่ค่อยยุ่งกับใคร เพราะชีวิตนี้ She มีแต่คุณแม่ และพี่เลี้ยงเท่านั้น   หยิ่งสุดตรีนจริงๆ สำหรับ นางเอก อ. ที่ในจอทีวีหลายคนชื่นชม ชื่นชอบ ว่าเป็นนางเอกแอ็คติ้งเก่ง นิสัยดี ดูเฟรนลี่ จนกลายเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของประเทศ OMG!!! ให้ตายเถอะ นั้นมันแค่พฤติกรรมเฟคๆ แหลๆ ในหน้าจอทีวีเท่านั้น พอหน้าสวยๆ พ้นกล้อง พ้นไมล์ ชีก็กลายเป็นตัวเองทันที พฤติกรรมแบบนี้ พวกทีมงานในกองถ่ายละครรู้ดี ว่าชีชอบอยู่เงียบๆ กับพี่เลี้ยง หรือไม่ก็คุณแม่ ที่ตามไปเฝ้าในกองถ่าย ทีมงานคนไหนขอถ่ายรูปด้วย ก็จะทำหน้าหงิกหน้างอ ยอมให้ถ่ายรูปแบบผ่านๆ แบบไม่ค่อยเต็มใจ พอเลิกกองละคร ก็ไม่เคยคิดจะยกมือสวัสดีใคร ถ่ายละครเสร็จปุ๊บ ก็แบกหน้าหงิกๆ ขึ้นรถตู้กลับบ้านปั๊บ   ยิ่งเวลาไปเดินตามห้าง ตามตลาด นางเอก อ. ชอบทำเป็นหูทวนลม มองด้วยหางตา ขนาดแม่ค้าในมหาวิทยาลัยที่นางเรียน ชื่นชอบละครที่ นางเอก อ. เล่นมาก พอนางเอก อ. เดินผ่านหน้าร้าน แม่ค้าก็เรียกๆ ชื่อ นางเอก อ. ชมว่าชอบละครที่เล่น สนุกดี แทนที่ She จะหันไปยิ้ม และพูดขอบคุณให้กับแม่ค้า นางเอก อ. กลับมองด้วยหางตาแบบเหยียดๆ ใครอยากรู้ว่า นางเอก อ. มีพฤติกรรมอะไรแปลกๆ ให้ลองไปถามแม่ค้าที่มหาวิทยาลัยที่นางเรียนได้เลย ว่าหยิ๊ง...หยิ่ง ขนาดไหน ขนาดเพื่อนๆ ที่เรียนในคณะเดียวกัน ยังไม่มีใครอยากจะสุงสิงกับ นางเอก อ. เพราะชอบใส่หูฟัง นั่งลอยหน้า ลอยตา อยู่ตลอดเวลา ก็ไม่รู้ว่าชีเป็นนางเอกอารมณ์ไหนกันแน่น จะบ้า จะติสก์ จะเพี้ยน เจ๊หว่าง เดาไม่ถูกจริงๆ เลยเจ้าค่ะ

ทวนความจำ! หน้ากากนักร้อง ใครเป็นใคร? ลุ้นแชมป์! ทุเรียน หรือ อีกา โดนกระชากหน้ากาก
The Mask Singer หน้ากากนักร้อง

     มาแรงแซงโค้งทุกรายการจริงๆ สำหรับ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ที่ทำเอาบิ๊กบอสเกมส์โชว์อย่าง เสี่ยตา ปัญญา แห่ง Workpoint ยิ้มไม่หุบ เพราะเรตติ้ง และกระแสตอบรับของรายการ ดีงามเกินความคาดหมาย เพราะหลายๆ คนรอลุ้นว่า ภายใต้หน้ากากนักร้องของผู้เข้าแข่งขัน เขาคือใครกันแน่นอน ซึ่งหลายๆ คนที่ถอดหน้ากากออกมา ก็สามารถสร้างปรากฏการณ์ต่างๆ ได้อย่างมากมาย จนกลายกระแสสังคมสนั่นในโลกโซเชียลฯ แบบชั่วข้ามคืน ซึ่งทุกๆ หน้ากากที่โดนกระชากออกมา มักจะมีเรื่องเล่าถึงที่มาที่ไป ว่าทำไม่ถึงเลือกที่จะเป็นนักร้อง ภายในใต้หน้ากากนี้ งานนี้เราเลยขอทบทวนความจำของแฟนๆ รายการว่า 30 หน้ากากนักร้อง ที่โดนกระชากออกไปแล้ว เขาคือใคร...ภายใต้หน้ากากอะไร   และว่าที่แชมป์หน้ากากนักร้องในซีซั่นนี้อย่าง หน้ากากทุเรียน และ หน้ากากอีกาดำ เขาคือใครกันแน่? ที่จะต้องมาไฟว์กันด้วยพลังเสียงในรอบตัดเชือก ซึ่งจะต้องมีหนึ่งนักร้อง ที่โดนกระชากหน้ากากเป็นคนที่ 31 ส่วนแชมป์หน้ากากนักร้องในซีซั่นนี้ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่า เขาจะโดนถอดหน้ากากตอนไหน จะถูกเฉลยไปพร้อมๆ กันหรือไม่ หรือจะโดนถอดหน้ากากอีกครั้ง ในคอนเสิร์ตใหญ่ที่ใกล้จะมาถึง หรือผู้ที่เป็นแชมป์ จะไม่โดนถอดหน้ากากเลย และให้แฟนๆ จดจำหน้ากากนักร้องที่ชนะไปอย่างตลอดกาลในซีซั่นนี้ ว่าเขาคือหน้ากาก....!!! หน้ากากฟีนิกซ์ : จ๊ะจ๋า พริมรตา หน้ากากโพนี่ : แปม ไกอา หน้ากากแมวตาเดียว : สุเมธ (สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง) หน้ากากน้ำพริกหมู : สงกรานต์ เดอะ วอยซ์ หน้ากากระฆัง : อาร์ม กรกันต์ หน้ากากกลองชุด : นิก เดอะสตาร์ หน้ากากทักซิโด้ : จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม หน้ากากเทวดา : เบล นันทิตา หน้ากากพยาบาล : แตงโม นิดา หน้ากากผัดไทย : ส้มเช้ง สามช่า หน้ากากสาวน้อย : โป้ โยคี เพลย์บอย หน้ากาก นกฮูก = จีน กษิดิศ หน้ากาก หมูป่า = ก้อย รัชวิน หน้ากากวัว : ออดี้ หน้ากากเจ้าหญิง : ตั๊ก ศิริพร หน้ากากโดรน : พีเค ปิยะวัฒน์ หน้ากากเพชร : เป้ วงมายด์ หน้ากากดำน้ำ : กวาง AB Normal หน้ากากอียิปต์ : แนนซี่ (ร๊าฟฟี่-แนนซี่) หน้ากากแม่มด : สุนารี ราชสีมา หน้ากากเจ้าชาย : ดาว ขำมิน หน้ากากมังกร : บุ๋ม ปนัดดา หน้ากากฮันบก : ปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช หน้ากากเกอิชา : ชมพู่ ก่อนบ่าย หน้ากากอาหมวย : ซี ฉัตรปวีณ์ หน้ากากนักรบ : แจ๊ค แฟนฉัน หน้ากากผีเสื้อสมุทร : เสนาหอย หน้ากากปลาหมึก : เอมมี่ มรกต หน้ากากนกอินทรี : พาที สารสิน หน้ากากจิงโจ้ : เป๊ก ผลิตโชค