อินสตาแกรม

ธุรกิจคุณเจ๊งแน่นอน  ถ้ามี หลัก 7 ประการนี้ !!
ธุรกิจ /  ธุรกิจเจ๊ง

หลัก 7 ประการที่จะทำให้ ธุรกิจคุณเจ๊งแน่นอน จากสถิติทั้งไทยและต่างประเทศกว่า ของกิจการที่เปิดใหม่ต้องปิดตัวลงไปภายในระยะเวลาไม่นาน จากสถิติทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 90% ของกิจการที่เปิดใหม่ต้องปิดตัวลงไปภายในระยะเวลาไม่นาน แต่ก็คงมีไม่มากคนนักที่จะกล้าออกมาบอกคุณว่าทำอย่างไรเค้าถึงไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่ คุณก็ไม่อยากจะรู้เรื่องของคนที่ล้มเหลว แต่ถ้าลองสังเกตุและวิเคราะห์ให้ดีๆแล้ว หากเรารู้ว่าเค้าทำอย่างไร เค้าถึงล้มอย่างไม่เป็นท่า มันน่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยเช่นกัน 1. วางแผนมากเกินไป ทฤษฎีเต็มไปหมด  เป็นเจ้าทฤษฎี เจ้าแผนการ รู้เยอะมากเรียนมาเยอะ ชอบวางแผน คิดวิเคราะห์หลายตลบ คิดแล้วคิดอีก ทำแต่แผนงานกับกลยุทธ์ เป็นเสือกระดาษ แต่ไม่เคยปฏิบัติเองจริงๆ ลงมือทำจริงๆ หรือ ไม่เข้าใจว่าธุรกิจจริงๆมันไม่ใช่แค่แผนงาน หรือ แผ่นกระดาษกลยุทธ์ หลายธุรกิจพอประสบปัญหาแทนที่จะลงไปแก้ปัญหาจริงๆ กลับมานั่งทำแผน ทำกลยุทธ์ จ้างบริษัทที่ปรึกษามาคิดนู่นี่นั่นให้ การวางแผนนั้นจำเป็นต่อการทำธุรกิจ แต่ทำแค่พอเหมาะก็พอ เน้นปฏิบัติดีกว่าครับ 2. สินค้าและบริการคุณภาพไม่ดีจริง  ผู้ประกอบการสมัยนี้หลายคนชอบมักง่ายคิดแต่เรื่องของผลกำไร จนลืมไปว่าการทำธุรกิจจริงๆ คือการส่งมอบสิ่งดีๆให้กับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการ แต่หลังๆมักจะเข้าใจในเรื่องของการตลาดผิดๆ ชอบสร้างภาพ สร้างแบรนด์ เอาโปรโมชั่นต่างๆมาหลอกล่อ ลด แลก แจก แถม สร้างความต้องการจอมปลอมให้กับลูกค้า แต่สินค้าและบริการไม่ได้ดีจริง คุณทำแบบนี้ได้ไม่นานหรอกครับ เดี๋ยวลูกค้าก็เบื่อหรือก็พบกับความจริง สุดท้าย เค้าก็จะตีจากคุณไปอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่คุณมอบให้กับเค้ามันไม่ใช่สิ่งที่เค้าต้องการจริงๆ ลองดูจากตัวอย่างรอบๆตัวซิครับ ร้านค้าไหน ร้านอาหารไหน หรือสินค้าอะไร ที่ต้องโฆษณาเยอะๆ หรือ ทำโปรโมชั่นเยอะๆ หยุดทำเมื่อไหร่ ยอดตกทันที.. ซึ่งถ้าของเค้าดีจริง ไม่ต้องเน้นเรื่องพวกนั้นหรอกครับ เน้นการส่งมอบสิ่งดีๆให้กับลูกค้าดีกว่า 3. ห่วงแต่ต้นทุนและค่าใช้จ่าย  เจ้าของธุรกิจหลายๆคน พอธุรกิจเริ่มเข้าที่ ก็เริ่มจะอยากได้กำไร พออยากได้กำไร ก็จะพยายามลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยลืมคำนึงไปว่า การลดต้นทุนและตัดค่าใช้จ่ายนั้น จะส่งผลระยะยาวอย่างไรต่อธุรกิจบ้าง จริงอยู่ว่าการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายนั้นจะทำให้มีผลกำไรมากขึ้น แต่บางครั้ง การลดจนถึงขั้นขี้เหนียว ก็จะส่งผลต่อคุณภาพสินค้าหรือบริการ หรือ ประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร และสุดท้ายก็ส่งผลต่อความพอใจของลูกค้า เช่น ผู้ผลิตอาหารพยายามลดต้นทุนด้วยการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพลดลงเพื่อลดต้นทุน สุดท้าย สินค้าคุณก็ไม่อร่อยเหมือนเดิม พอลูกค้ารู้ว่าคุณขายเท่าเดิม แต่คุณภาพไม่เหมือนเดิม ซวยแน่นอนครับ 4. คิดว่าตนเองเข้าใจลูกค้า  เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ หรือ นักการตลาดส่วนใหญ่ชอบคิดว่าตัวเองเข้าใจลูกค้า และ เก่งกว่าลูกค้า บางครั้งชอบคิดเอาเองว่าสิ่งที่เจ้าตัวชอบหรือคนรอบข้างชอบ ลูกค้าจะต้องชอบด้วย คนหลายคนพลาดตรงจุดนี้ครับ เช่น การจัดโปรโมชั่น หรือ การออกสินค้าใหม่ๆ ที่บริษัทฯภูมิใจนัก ภูมิใจหนา แต่สุดท้ายออกมาก็แป๊ก!! เพราะไอเดียของสินค้ามาจากเจ้าของธุรกิจที่ไม่เคยคิดจะฟังเสียงของลูกค้าจริงๆ 5. ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ ช้อนี้คลาสสิคมากครับ หลายต่อหลายกิจการเจ๊ง เพราะทำแบบเดิม กลยุทธ์เดิมๆ โปรโมชั่นเดิมๆ และ ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยน ชอบคิดว่า เคยทำแล้วสำเร็จมาก่อน เคยเป็นที่หนึ่งมาก่อน อยู่มาได้เป็นสิบๆปี หรือ เป็นที่หนึ่งที่อื่นมาก่อน ที่เห็นบ่อยๆก็พวก อันดับ1 จากประเทศต่างๆ ที่มาในตลาดไทยแล้วก็มาตายกันจนนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่จะเป็นพวกร้านอาหาร เครื่องดื่ม ที่เห็นบ่อย ช่วงหลังๆจะมาจากญี่ปุ่นกันเยอะ หากคุณยึดติดกับสิ่งเดิมและไม่เปลี่ยนแปลงตามตลาดหรือโลก เตรียมตัวเก็บของได้เลยครับ 6. ไม่มีเวลา ไม่จริงจัง ข้อนี้เป็น สิ่งที่ชอบอ้างกันเยอะมากๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม ผู้ประกอบการหน้าใหม่ หรือ พนักงานประจำ ที่พยายามจะหาธุรกิจทำเพื่อสร้างรายได้เสริม ส่วนมากจะเริ่มมาจาก คำว่า ทำเล่นๆ สนุกๆ หุ้นกันกับเพื่อน ทำนิดๆหน่อยๆ หรือ ทำไปเพราะคิดว่ามันง่าย ที่เห็นกันบ่อยๆก็พวกเปิดร้านกาแฟ ชานมไข่มุก เบเกอรี่ หรือ หุ้นกับเพื่อนหลายๆคน ทำสนุกๆเป็นรายได้เสริม ผมอยากจะบอกว่าไม่มีธุรกิจไหนหรอกครับ ที่จะได้เงินกันมาง่ายๆ 80-90% ของคนกลุ่มนี้ เจ๊งครับ เพราะแรกๆก็จริงจัง สนุก ทุ่มเต็มที่ พอทำไปสักพัก เริ่มบอกว่าไม่มีเวลา ไม่เป็นไรหรอก ทำเล่นๆ สุดท้ายก็ปิดกิจการไปในที่สุด 7. ศึกษาธุรกิจ หรือ ตลาดมาไม่เพียงพอ เรื่องนี้จะเกิดจากการตัดสินใจทำธุรกิจอย่างรวดเร็วโดยไม่ศึกษาในตัวโครงสร้างธุรกิจหรือ ตลาดให้ดีพอเสียก่อน ซึ่งส่วนมากจะเป็นกลุ่มธุรกิจ แฟรนไชส์ หรือ เห็นว่าเทรนด์ของธุรกิจนี้กำลังมา อาจจะเป็นพวกแฟชั่น พอเห็นว่าคนอื่นเค้าทำกันก็กำไร ก็เลยกระโดดลงไปทำธุรกิจด้วย สุดท้ายมาพบเอาทีหลังว่ารายละเอียดปลีกย่อยในการจัดการธุรกิจมันเยอะมาก เช่น ลืมคิดไปเรื่องของการจัดการสต็อคสินค้า, เงินหมุนเวียนที่อาจจะต้องมีสายป่านยาว, พนักงานลาออกบ่อย หาพนักงานยาก, ลืมคิดถึงความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น จริงๆแล้วสาเหตุที่ทำให้กิจการไปไม่รอดนั้นยังมีอีกมากมายหลายอย่าง แต่ 7 เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เป็นสาเหตุหลักๆที่เป็นกันค่อนข้างเยอะทั้งองค์กรเล็กและองค์กรใหญ่  อย่างน้อยเราก็รู้ว่า ทำอย่างไรให้ธุรกิจเจ๊ง credit: YES club (Young Entrepreneur Society)

ก็ทุ่มไปเยอะ! เรอัล มาดริด แถลงการณ์สโมสรขาดทุน
คาร์ลอส เมนโดซา /  ชาบี อลอนโซ่ / 

ผลงานในสนามก็ผลุบๆ โผล่ๆ ผลประกอบการก็ขาดทุน งานนี้สภาพรูปทีมของ เรอัล มาดริด ดูจะไม่ค่อยสู่ดีนัก หลังจากมีการแถลงการณ์ถึงผลประกอบการของสโมสรออกมาแล้วว่า พวกเขากำลังเป็นหนี้สูงถึง 600 ล้านยูโร ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด ได้เผยว่า สโมสรของพวกเขากำลังประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ต้องตกเป็นหนี้สูงถึง 602 ล้านยูโร (หรือ 24,682 ล้านบาท) โดยช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้น ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ได้คว้าดาวดังต่างๆ มามากมาย อาทิ โทนี่ โครส, เจมส์ โรดริเกซ, เคย์เลอร์ นาบาส และ ชิชาริโต้ เข้ามาร่วมทีมใช้เงินไป 115 ล้านยูโร แต่ก็ได้เงินมา 85 ล้านยูโร จากปล่อยนักเตะบางคนออกไป อย่าง อังเคิล ดิ มาเรีย และ ชาบี อลอนโซ่ ซึ่งเป็นค่าตัวที่สูงมาก จึงยังคอยพยุงไม่ให้สโมสรขาดทุนมากมาย โดย ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ได้กล่าวว่า "หนี้ของ เรอัล มาดริด ตอนนี้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 602 ล้านยูโร เมื่อปีก่อน เรามีหนี้ 541 ล้านยูโร ซึ่งมันมีนัยสำคัญ เรากังวลมากที่ในอนาคตสโมสรอาจจะไม่สามารถใช้หนี้ตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้ได้ทั้งหมด"

มองอย่างเกรียน :5เหตุผลที่ผีแพ้เลสเตอร์แบบช็อคโลก
บทความ /  ผีแดง / 

มองอย่างเกรียน 22/9/14 อับอายขายขี้หน้ายิ่งกว่าอะไร กับการที่ทีมปีศาจแดงซึ่งมีดาราดาวเตะค่าตัวรวมๆ กันกว่าหมื่นล้านบุกไปโดนน้องใหม่ พรีเมียร์ลีก อย่าง เลสเตอร์ ยำแบบหมดรูป 5-3 เล่นห้านัดมีห้าคะแนน อยู่ครึ่งท่อนล่างของตารางคะแนน ดูตามสภาพแล้วอย่าเพิ่งไปหวังถึงแชมป์ลีก เอา โควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้ยังยาก แล้วทำไมทีมอุดมดาราอย่าง แมนฯ ยูฯ ถึงพ่ายช็อคให้กับน้องใหม่ทีมนี้ได้ ลองดูเหตุผลกัน บุกไม่ดูตาม้าตาเรือ แข้งผีเปิดเกมรุกทีดันกันขึ้นไปยกแผงโดยเฉพาะแดนกลาง นับจริงๆ นักเตะที่เป็นตัวรับในสนามแทบไม่มี ถึงจะให้ ดาลี่ย์ บลินด์ มายืนหน้าเซ็นเตอร์แต่หลายจังหวะกองกลางชาวฮอลแลนด์รายนี้ช้าเกินไปและยังต้องใช้เวลาปรับตัวกับเกมเร็วและบ้าพลังของบอลอังกฤษอีกซักระยะ ส่วน อังเคล ดิ มาเรีย ไม่ต้องพูดถึงเขาไม่ใช่นักเตะที่ต้องมาเล่นเกมรับอยู่แล้ว อีกคนคือ อันเดร์ เอร์เรร่า คนนี้ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะ เป็นนักเตะที่จบสกอร์ดีแต่โฉ่งฉ่าง ไม่นิ่ง ไม่ทันเกม ส่วน ราฟาเอล กับ โรโฮ รั่วพอกัน เด เคอา เลยระทมอย่างที่เห็น กองหน้าระดับโลก กองหลังระดับรากหญ้า แนวรุกผีเซ้นส์บอลสุดยอดทุกคน ไม่ต้องไปพูดถึง ราดาเมล ฟัลเกา รายนี้ขั้นเทพอยู่แล้ว ต่างกันฟ้ากับเหวคือแนวรับระดับอนุบาลที่บอกชื่อไปแฟนผีต้องส่ายหน้า อ่อนประสบการณ์สุดๆ คือ ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ น่าจะเหมาะกับบทตัวสำรองยามฉุกเฉินมากกว่า จอนนี่ อีแวนส์ รายนี้ไม่ต้องพูดถึง เฟอะฟะเป็นประจำยิ่งกว่าบ่อน้ำมันของทีม คริส สมอลลิ่ง ชั้นบอลไม่ถึงฝีเท้าเหมาะกับทีมระดับท้ายตารางมากกว่า ฟิล โจนส์ มีแววดีที่สุดแต่เจ็บเป็นประจำ สรุปคือเอาใครลงมายืนก็ไม่ต่างกัน มกราคมนี้ยอมทุ่มอีกหน่อยไปเอา มัตส์ ฮุมเมลส์ มาเพิ่มดีกว่า กุนซือหรือหุ่นไล่กา คุมทีมมากี่นัดๆ ยังไม่เคยเห็นเฮียแกกระตุ้นลูกทีมเลยจนแฟนผีเริ่มสงสัยว่ากุนซือคนนี้มันมีดีตรงไหน ถ้าจะนิ่งขนาดนี้ไปเอาตุ๊กตายางมาวางไว้แทนคงไม่ต่างกัน พี่แกไม่เคยสนใจอะไรเลยไม่ว่าทีมจะนำหรือตาม สุขุมจนงงว่ากำลังคิดแก้เกมหรือคิดถึงหมาที่บ้าน คนคิดว่าเป็นคู่เกย์กับ ไรอัน กิ๊กส์ เพราะไซร้ซอกคอกระซิบกระซาบกันทั้งเกม ถ้าจะไม่อยากมีตัวตนขนาดนี้ก็ดูถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านก็ได้ ปิดเกมไม่เป็น พึงระลึกไว้เสมอว่าต่อให้ชนะ 18-0 ก็ได้แค่สามแต้ม แต่แข้งผีนำห่างสองลูกในช่วงท้ายเกมยังไม่พอ ยังพากันดันทุรังบุกกันแบบสุดลิ่มทิ่มประตูปล่อยหลังบ้านให้บ่อน้ำมันอย่าง แบล็คเก็ตต์ กับ สมอลลิ่ง เฝ้า ขณะที่ ฟาน กัล ก็ไม่มีที่ท่าจะออกมาห้ามลูกทีมเลย เกมนี้เลยกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสโมสรที่นำสองลูกแล้วกลับมาแพ้ในเกมพรีเมียร์ลีก ถ้าเปลี่ยนจาก แมนฯ ยูฯ เป็น เชลซี ของ มูรินโญ่ แฟน เลสเตอร์ คงเดินกลับบ้านก่อนถึงช่วงสิบนาทีสุดท้ายซะอีก มาร์ค คลัทเทนเบิร์ก พักหลังทีมผีโดนพี่มาร์คแผลงฤทธิ์หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ นัดนี้พี่มาร์คตัดสินได้เลวร้ายกว่าผู้ตัดสินบ้านเราซะอีก โดยเฉพาะการให้จุดโทษในจังหวะที่ ราฟาเอล ทำฟาล์ว เจมี่ วาร์ดี้ เรียกได้ว่าใจร้ายสุดๆ แล้วยังมีความผิดพลาดอีกเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับผู้ตัดสินระดับนี้ ถ้า คลัทเทนเบิร์ก มาตัดสินเมืองไทยรับรองว่าได้ของสมนาคุณทั้งจากนักเตะและแฟนบอลแน่นอน ส่วนผีแดงอาจถึงขั้นตกชั้นได้ถ้าเอฟเอส่งพี่มาร์คมาเป่าให้ทุกเกม

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

เฟย์เพื่อนสาวสุดซี้กัสจัง จิรันธนิน
กัสจัง จิรันธนิน พิทักษ์พรตระกูล /  โดม ปกรณ์ ลัม

เรามักจะได้เห็นความน่ารัก สดใสของ วักัสจัง จิรันธนิน ผ่านโซเชียลต่างๆ มากมาย อย่างเช่นอินสตาแกรม หลายคนเห็นได้ว่าเธอเป็นคนที่เรียนเก่ง ขยันทำงานแบบสุดๆ ปาร์ตี้กับแก๊งค์เพื่อนสาว ซึ่งแต่ละคนก็น่ารักไม่แพ้กันเลย วันนี้ทีนเอ็มไทยจึงขอหยิบภาพน่ารักๆของ เฟย์ หนึ่งในเพื่อนสุดเลิฟของ ดาราวัยรุ่น กัสจัง จิรันธนิน มาฝากให้เพื่อนๆได้ชมกันคะ  เฟย์เพื่อนสาวสุดซี้กัสจัง จิรันธนิน   เฟย์เพื่อนสาวสุดซี้กัสจัง จิรันธนิน

คลิปเตือนภัย! พบเครื่องสกิมมิ่งก๊อบปี้ข้อมูลบัตรATM
บัตรเอทีเอ็ม /  พลเมืองดี / 

พลเมืองดี โพสต์คลิปเตือนภัย หลังเจอเครื่องสกิมมิ่งก๊อบปี้ข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา มีพลเมืองดีโพสต์คลิปและข้อความเตือนหลังพบเครื่องสกิมมิ่งก๊อบปี้ข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม บริเวณหน้าร้านเซเว่นฯ หน้าปากซอย หัวหมาก ซอยรามคำแหง 58/3 โดยคุณวิริยะ โลกวินาศ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม นำข้อมูลมาเตือนภัย โดยตั้งกระทู้ชื่อว่า “วันนี้ผมเจอเครื่อง skimming ก๊อบปี้ข้อมูลบัตร ATM ผมเจอกับตัวเลยสดๆ ร้อนๆ” พร้อมโพสต์คลิปเตือนภัยวิธีการของมิจฉาชีพ ซึ่งหากไม่สังเกตดีๆ รับรองว่าบัตรเอทีเอ็มถูกสกิมมิ่ง ก๊อปปี้ข้อมูลของบัตร แถมยังโดนลอกรหัสเอทีเอ็มไปแล้วอย่างแน่นอน จากคลิปสถานที่เกิดเหตุ คือ หน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง บริเวณหัวหมาก ซอยรามคำแหง 58/3 เมื่อไปถึง เจ้าของกระทู้กำลังจะเสียบบัตรที่ช่องเสียบ แต่สังเกตเห็นความผิดปกติ พร้อมทั้งเจอวงจรสกิมมิ่งอ่านข้อมูลจากแถบแม่เหล็ก ขณะที่ด้านบนของกล้องเอทีเอ็มยังพบกล้องรูเข็มติดไว้ดูตอนกดรหัส เจ้าของคลิปดังกล่าวจึงออกมาเตือนภัยใกล้ตัวทุกคน โดยระบุข้อความว่า *** วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ เอามือปิดรหัสบัตรเวลากดครับ เพราะมันจะมีกล้องรูเข็มแปะไว้ด้านบน ถ้าไม่สังเกตุ ก็ไม่รู้นึกว่าเป็นของธนาคาร -ต่อให้ได้ข้อมูลบัตรเราไปแต่ถ้าไม่มีรหัสกดบัตร 4หลัก ก็เอาเงินไปไม่ได้ ดังนั้นเวลากดเงินให้เอามือปิดเวลากดรหัสด้วยนะครับ ไม่ได้ป้องกันคนข้างหลังแอบมอง แต่ป้องกันกล้องรูเข็มที่แอบติดเอาไว้ MThai News

อสส.เลื่อนถกป.ป.ช.คดีโกงข้าวเป็น10ต.ค.
จำนำข้าว /  ป.ป.ช. / 

อัยการสูงสุด เลื่อนประชุมร่วม ป.ป.ช. พิจารณาคดียิ่งลักษณ์โกงข้าว เป็น 10 ต.ค. หลังคณะทำงานยังไม่พร้อม นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ล่าสุดทางคณะทำงานร่วม อสส. ขอเลื่อนการประชุมร่วมที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ก.ย. นี้ ออกไปก่อน แต่ยังไม่ทราบเหตุผลของการเลื่อนประชุมในครั้งนี้ขณะที่ นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รอง อสส. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานร่วมฝ่าย อสส. กล่าวว่า เนื่องจากคณะทำงานของ อสส. บางคนยังไม่พร้อม ติดภารกิจอื่น จึงขอเลื่อนออกไปวันที่ 10 ต.ค. นี้

ราฮีม ยอมรับ ทุกคนในทีมกำลัง โคตร! คิดถึง เต้ยโศก
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง /  ลิเวอร์พัดเลี่ยน / 

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แนวรุกสารพัดประโยชน์ของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าตอนนี้ตนและเพื่อนๆกำลังคิดถึง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงตัวความหวังของทีมมากๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวะบดตาข่าย หรือการวิ่งสอดเข้าไปสังหารประตู โดยตัวเขาเชื่อว่า "เต้ยโศก" จะสลัดคราบเดี้ยง และกลับมาเพิ่มมิติให้แนวรุกของ "หงส์แดง" ได้แน่นอน วันเดอร์คิด ดีกรีตัวหลักทีมชาติ อังกฤษ พูดถึงเพื่อนร่วมทีมว่า "ทุกคนกำลังคิดถึง แดเนี่ยล มากๆ ไม่ว่าจะเป็นการถล่มตาข่าย หรือสอดเข้าไปสังหารประตู" "การกลับมาของเขาจะช่วยให้ทีมมีแนวรุกที่ร้ายกาจขึ้น ปัญหาที่เข้ามาตอนนี้ ก็เหมือนบททดสอบว่าเราจะแกร่งพอ ที่จะผ่านมันไปได้หรือเปล่า ซึ่งผมมั่นใจว่าเราทำได้แน่" อดีตเด็กสร้าง ควีนส์ปาร์ค ทิ้งท้าย

10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก
10 อันดับ /  ข่าวการศึกษา / 

เพียร์สันบริษัทสำนักพิมพ์และให้บริการทางด้านการศึกษาของประเทศอังกฤษ ได้เผยรายงานการจัดอันดับเกี่ยวกับผลการศึกษาซึ่งได้รับการรวบรวมโดยอิโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิท (อีไอยู)  และจากการจัดอันดับจาก 40 ประเทศทั่วโลก กับอันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก จะมีประเทศไหนบ้างไปติดตามกันเลยคะ 10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก  10 อันดับประเทศที่ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก 1. เกาหลีใต้ 2. ญี่ปุ่น 3. สิงคโปร์ 4. ฮ่องกง 5. ฟินแลนด์ 6. สหราชอาณาจักร 7. แคนาดา 8. เนเธอร์แลนด์ 9. ไอร์แลนด์ 10. โปแลนด์ จากการจัดอันดับดังกล่าวนี้อันดับที่ 1 อย่างเกาหลีใต้ นั้นขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 2 ในครั้งก่อน ในส่วนของประเทศฟินแลนด์แชมป์เก่าในปี 2012 นั้นตกไปอยู่ในอันดับที่ 5  โดย ย้อนมาดู ทำไม? ประเทศฟินแลนด์ ถึงได้อันดับ 1  ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก! ในขณะที่บ้านเรามีการแข่งขันทางด้านการศึกษาสูงขึ้นทุกทีๆ แต่ในขณะเดียวกันเด็กนักเรียนชาวฟินแลนด์ (ซึ่งได้รับอนุญาตให้เล่นในโรงเรียนโดยไม่ต้องเรียนหนังสือได้จนถึงอายุ 6 ขวบ) กลับได้รับการศึกษาที่ดีกว่า ระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ดีกว่าของประเทศอื่นอย่างไร? ทุก ๆ 3 ปี องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จะทำการสำรวจคุณภาพระดับการศึกษาที่เรียกว่า PISA โดยวัดระดับทักษะในวิชาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นเชิงสร้างสรรค์ ได้แก่การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ของเด็กอายุ 15 ปี วิชาเหล่านี้เป็นวิชาที่ชาวเอเชีย “น่าจะ” ถนัด เนื่องด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่มักเน้นสาขาวิชาเหล่านี้โดยเฉพาะ และก็ไม่แปลกที่จะเห็นประเทศจีน สิงคโปร์และเกาหลีใต้ติดอันดับต้น ๆ แต่ที่น่าแปลกใจคือทำไมเด็ก ๆ ชาวฟินแลนด์ ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นกลับติดอันดับกับเขาด้วย ทำให้เราสงสัยว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์นั้นมีอะไรพิเศษ? นอกจากนั้นฟินแลนด์ยังถูกจัดให้มีนักเรียนที่มีคุณภาพที่สุดในโลก อีกด้วย 1. ไม่มีข้อสอบมาตรฐาน ในประเทศฟินแลนด์ ไม่มีการสอบมาตรฐาน เว้นแต่การสอบ National Matriculation Exam (ซึ่งคล้ายกับการสอบ O Level) ครูผู้สอนจะได้รับการฝึกให้ทดสอบนักเรียนด้วยการสอบในแบบของตนเอง รายงานผลการเรียนจะขึ้นอยู่กับคะแนนของนักเรียนแต่ละคน โดยไม่อิงค่าเฉลี่ยหรือคะแนนของนักเรียนคนอื่น ๆ 2. ไม่แข่งขัน ชาวฟินแลนด์มีทัศนคติพื้นฐานต่างจากชาวเอเชีย นั่นก็คือพวกเขาไม่ชอบเปรียบเทียบหรือแข่งขัน นักเขียนชาวฟินแลนด์คนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ผู้ชนะตัวจริงไม่แข่งขัน” แล้วเราจะวัดความเก่งกันได้อย่างไรโดยไม่ต้องแข่งขัน? คำตอบคือโดยเชื่อในความสามารถของตนเองและแข่งขันกับตนเอง ซึ่งนี่เป็นแนวความคิดที่แปลกประหลาดสำหรับชาวเอเชีย 3. เชื่อมั่นในตัวครู เด็ก ๆ ชาวฟินแลนด์เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ตามความสามารถและจังหวะของแต่ละคน โดยที่ครูจะปรับเปลี่ยนการสอนให้เข้ากับการเรียนของเด็ก ครูผู้สอนจะต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างหนัก (ขั้นต่ำต้องจบปริญญาโท) แต่ละชั้นเรียนจะมีนักเรียนไม่มาก และอาชีพครูเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพอย่างสูง แม้ว่าระบบการศึกษาของฟินแลนด์จะไม่ได้สมบูรณ์แบบ และใช่ว่าผู้ปกครองชาวฟินแลนด์ทุกคนจะปลื้มระบบ แต่วิธีการดังกล่าวก็ทำให้การศึกษาของประเทศฟินแลนด์ให้ประสิทธิผลที่ดี 4. ทุกโรงเรียนเท่าเทียม การศึกษาของฟินแลนด์เริ่มต้นจากการมุ่งหวังให้เด็กทุกคนมีโอกาสเล่าเรียนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีพื้นเพฐานะอย่างไร อาศัยอยู่ส่วนไหนของประเทศ แทนที่จะใช้การศึกษาเฟ้นหาเด็กที่เก่งที่สุด พวกเขากลับใช้การศึกษาสร้างความเท่าเทียมทางสังคม ระบบการศึกษาของเกาหลี ยุคใหม่ มาแรงแซงโค้ง! ระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่เป็นการจัดการศึกษาโดยสร้างระบบการศึกษาใหม่ (New Education System) เพื่อมุ่งสู่ ยุคสารสนเทศและโลกาภิวัตน์โดยเป้าหมายสูงสุดของระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่ คือความเป็นรัฐสวัสดิการทางการศึกษา สร้างสังคมการศึกษาแบบเปิดและตลอดชีวิต ทำให้ชาวเกาหลีทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากการศึกษาได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ รัฐปรับโครงสร้างระบบการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและเทคนิค นำเยาวชนเข้าสู่ชีวิตยุคสารสนเทศมีเสรีภาพที่จะถ่ายโอนการเรียน สามารถถ่ายโอนหน่วยกิตข้ามโรงเรียนหรือข้ามสถาบันการศึกษาตลอดจนข้ามสาขาวิชาได้ ณ วันนี้ระบบการศึกษาของเกาหลียุคใหม่ ได้ให้ความสำคัญแก่ผู้เรียน จัดให้มีโรงเรียนและการศึกษาเฉพาะทางหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถหาความรู้พัฒนาตนเองตามความสนใจ โรงเรียนมีอำนาจในการบริหารจัดการโดยการมีส่วนร่วมกับชุมชนและผู้ปกครองมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่และอุปกรณ์ในระบบมัลติมีเดียช่วยให้บุคคลศึกษาหาความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาวิชาชีพในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวโดยสรุป เกาหลีได้สร้างระบบการศึกษาสมัยใหม่ ที่มุ่งพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการเป็นสังคมแห่งความรู้ (Knowledge-based Society) สร้างสภาวะแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้คนเกาหลีมีความรู้ ความสามารถ มีความทันสมัย และที่สำคัญคือมีจริยธรรม แต่ยังคงความเป็นเลิศด้านการศึกษาและดำรงมาตรฐานของระบบการศึกษาของเกาหลีได้อีกด้วย เรียบเรียง teen.mhai.com อ้างอิงจาก : โพสต์ทูเดย์, http://th.theasianparent.com/, http://upluskorea.com

10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013
10 อันดับ /  ตึก / 

วิวในเมืองทุกวันนี้เต็มไปด้วยตึกสูงต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน หรือที่อยู่อาศัย นอกจากการแข่งขันทางด้านดีไซน์ที่ทำตึกเหล่านั้นมีความโดดเด่นจากตึกอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกันแล้ว “ความสูง” คืออีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของตึกหลายคนพยายามจะแข่งขันกันสร้างให้ตึกของตนเอง สูงเสียดฟ้า เป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วโลก เชื่อหรือไม่ว่า ตึกที่สูงที่สุดในโลก 10 อันดับแรกในปัจจุบันนั้นมีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2,717 ฟุต Travel mthai.com จัดข้อมูล  10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 มาเติมสมองให้ทันโลก กัน....... (ดูความเป็น ที่สุดในโลก น่าสนใจอื่นๆ) 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 10. Willis Tower, Chicago Willis Tower หรือชื่อเดิมคือ Sears Tower ตั้งอยู่ที่ เมืองชิคาโก เป็น ตึกที่สูงที่สุดในอเมริกา ด้วยระดับความสูง 1,353 ฟุต มีการวางศิลาฤกษ์ของอาคาร 110 ชั้น แห่งนี้ ใน เดือนสิงหาคม ปี 1970 และสร้างเสร็จในปี 1973 ความพิเศษอยู่ที่ ชั้น 103 มีจุดชมวิวยื่นออกจากตัวตึก ให้นักท่องเที่ยวมองเห็นเมืองชิคาโกได้อย่างเต็มตา 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 9. Greenland Center-Zifeng Tower, China จื่อเฟิงทาวเวอร์ (Greenland Center-Zifeng Tower หรือ Greenland Square Zifeng Tower เดิมชื่อ Nanjing Greenland Financial Center) เป็นตึกระฟ้าความสูง 450 เมตร (1,500 ฟุต) ในเมืองหนานจิง ประเทศจีน ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2552 มีทั้งหมด 66 ชั้นสำหรับใช้เป็นสำนักงานและขายปลีกในส่วนล่างของตึก ส่วนภัตตาคารและหอชมวิวสาธารณะในชั้นใกล้บนสุด ซึ่งบนสุดจะเป็นยอดแหลม ปัจจุบันตึกระฟ้าแห่งนี้เป็นตึกสูงที่สุดอันดับ 2 ของประเทศจีน และสูงที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก โดยสร้างถึงยอดตึกในปี พ.ศ. 2551 นอกจากนี้ยังมีดาดฟ้าชมวิวซึ่งอยู่สูงจากพื้นดิน 271.8 เมตร (892 ฟุต) สามารถมองเห็นภาพมุมกว้างของเมืองหนานกิงและแม่น้ำแยงซี ทะเลสาบสองแห่ง และภูเขาหนิงเจิงได้ 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 8. Petronas Towers, Kuala Lumpur, Malaysia Petronas Towers แห่ง กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สูง 1,483 ฟุต สร้างเสร็จใน ปี ค.ศ. 1998 และครองตำแหน่ง ตึกที่สูงที่สุดในโลก จนโดนโค่นแชมป์ใน ปี 2003 ความโดดเด่นอยู่ที่ สะพานเชื่อมอาคาร ซึ่งมีน้ำหนัก 750 ตัน อยู่ที่ชั้น 42 และ 43 ปัจจุบัน Petronas Towers ยังครองแชมป์ “ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก” 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 7. International Commerce Centre, Hong Kong International Commerce Centre: ICC Tower เป็นตึกระฟ้าขนาด 118 ชั้น สูง 484 เมตร (1,590 ฟุต) ก่อสร้างในเกาลูนตะวันตก เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งอาคารนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการยูนิออนสแควร์ ที่ตั้งของตึกเรียกว่า ยูนิออนสแควร์เฟส 7 และชื่ออินเตอร์เนชันแนลคอมเมิร์ซเซ็นเตอร์ ถูกประกาศอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2548 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 6. The Zhanghai World Financial Center, China อาคารศูนย์การเงินโลกเซี่ยงไฮ้ (The Zhanghai World Financial Center) ตึกระฟ้าที่สูงอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก มีความสูง 537.95 เมตร ประกอบด้วยชั้น 91 ชั้น และชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น อาคารดังกล่าวเคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศจีน แซงหน้าอาคารจินเหมาซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียง แต่ในปัจจุบันเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ที่อยู่ใกล้เคียงตึกทั้งสอง มีความสูงแซงเป็นตึกที่สูงที่สุดของประเทศจีน 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 5. Taipei 101, Taiwan เป็นที่น่าเสียดายที่… ตึกไทเป 101 ต้องเสียตำแหน่งตึกที่สูงสุดอันดับ 3 ไป ตกมาอยู่ในอันดับ 5 มีความสูง 1,676 ฟุต ตั้งตระหง่านอยู่ที่ เขตซินยี เมืองไทเป แห่ง ไต้หวัน มีทั้งหมด 91 ชั้น ชั้นเหนือพื้นดิน และอีก 5 ชั้นใต้ดิน เป็นทั้งศูนย์บริการด้านการเงิน สำนักงาน แหล่งช้อปปิ้ง และติดอันดับ ลิฟท์สองชั้นที่เร็วที่สุดในโลก 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 4. One World Trade Center, New York City, United States of America วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ( One World Trade Center) หรือชื่อเดิมคือ ฟรีดอมทาวเวอร์ เป็นส่วนหนึ่งของอาคารชุดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ใหม่ บนเกาะแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์ก อาคารนี้จะตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 6 หลังเก่า ก่อสร้างเสร็จภายในปี 2556 อาคารหลังนี้เป็นอาคารที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีความสูง 1,776 ฟุต (541.3 เมตร) ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคลองตำแหน่งตึกที่สูงสุดอันดับ 4 ของโลก 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 3. Shanghai Tower, China เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ (Shanghai Tower) เป็นตึกระฟ้าที่กำลังก่อสร้างอยู่ในเขต Lujiazui, Pudong, นครเซี่ยงไฮ้  เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ คือ ตึกที่สูงที่สุดในกลุ่มตึกที่ติดกัน 3 หลัง ในเขต Pudong อีกสองตึกคือ จินเหมาทาวเวอร์ และศูนย์การเงินโลกเซี่ยงไฮ้ การก่อสร้างอาคารเริ่มในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551 โดยจะสร้างอาคารสูงประมาณ 632 เมตร (2,073 ฟุต) และมี 121 ชั้น ด้วยพื้นที่ 380,000 ตารางเมตร (4,090,000 ตารางฟุต) ซึ่งคาดว่าจะเปิดทำการใน พ.ศ. 2558 จากการสร้างส่วนบนสุดของตึกเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ในปัจจุบันเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีน และสูงที่สุดอันดับ 3 ของโลก อย่างไรก็ตาม ถ้าสกายซิตีที่วางแผนจะสร้างในเมืองฉางชาตามกำหนด สกายซิตีจะถูกสร้างสูงกว่าทั้งเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ และบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ (Burj Khalifa) 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 2. Abraj Al-Bait Towers, Makkah, Saudi Arabia ซาอุดิอาระเบีย เตรียมเปิดตัว “ตึกใหญ่ที่สุดในโลก” ในนครมักกะห์ ภายใต้ชื่อ “อับราจ อัล เบท ทาวเวอร์ส” (Abraj Al-Bait Towers) หรือที่รู้จักกันในนาม “มักกะห์ รอยัล โฮเต็ล คล็อก ทาวเวอร์” มีความสูงทั้งสิ้น 76 ชั้น ขนาด 858 ห้อง บนยอดอาคารเป็นที่ตั้งของนาฬิกายักษ์ขนาด 40 เมตร (ใหญ่กว่านาฬิกาบิ๊กเบนในกรุงลอนดอน 5 เท่า) สามารถมองเห็นได้ในรัศมี 17 กิโลเมตร และยังเป็นตึกสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งภายใน Abraj Al-Bait Towers ประกอบด้วย ศูนย์การประชุม โถงละหมาดสำหรับ 3,800 คน ศูนย์การค้า และโรงแรม ซึ่งเป็นส่วนที่สูงและโดดเด่นที่สุดของโครงการ และยังเตรียมยึดตำแหน่งโรงแรมที่สูงสุดในโลก จาก โรส ทาวเวอร์ (Rose Tower) หรือ “Rose Rayhaan” ในเมืองดูไบ ที่เพิ่งเปิดบริการไปก่อนหน้าเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ภายในโรงแรมดังกล่าวยังเป็นที่ตั้งของศูนย์สังเกตการณ์ดวงจันทร์ และพิพิธภัณฑ์อิสลามอีกด้วย 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อันดับ 1. Burj Khalifa, Dubai มาถึงแชมป์ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2013 อย่าง Burj Khalifa แห่ง ดูไบ ความสูงเข้าวิน ด้วยระดับ 2,717 ฟุต อาคารสูง 160 ชั้น Burj Khalifa เป็นทั้งโรงแรม อพาร์ตเมนท์ สำนักงาน ภัตตาคารหรู และชั้นที่ 123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึก ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสาร นอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ ด้วยที่สุดของความสูงเสียดฟ้า จึงผงาดอย่างเนียนๆ เฉือนมาอีก 2 ตำแหน่ง “ลิฟท์ที่สูงที่สุดในโลก” และ “จุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลก” คิดมาคิดไป มันก็ต้องแน่น่ะสิ ยิงปืนนัดเดียว ได้ไปหลายแชมป์เลย อย่างไรก็ตาม บนโลกที่ไม่หยุดนิ่ง ทุกสิ่งล้วนมีการเปลี่ยนแปลง ไม่รู้ว่า Burj Khalifa จะครองตำแหน่ง ตึกที่สูงที่สุดในโลก ได้นานเท่าไหร่ …… ข้อมูล : http://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อตึกที่สูงที่สุดในโลก  เรียบเรียง : travel.mthai.com 10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012

นักรบตาไฟ (2533) 2/2 จบ
หนังไทย

ค่ายภาพยนตร์ : เอส.เค โปรโมชั่น อำนวยการสร้าง : แสงสร รวยรุ่ง กำกับการแสดง : เด่น ดวงตะวัน ถ่ายภาพ : ยศ นคร นักเเสดง : ธิดา ธีระรัตน์, ลิขิต เอกมงคล, สินาภรณ์ พิไลลักษณ์, สมุย ไกรสุข, ทวน ทวนทอง, พิศ อินทร์คล้าย, วิทยา กลิ่นขจร, บรรจง พงษา, จรัญ พรหมรังษี, เหม เวชยันต์, ภัคนี สนทรนาค, ปัทมา ดารา, พิม โสภา ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/09/2533-master-vcd_20.html

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

6 พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น ผู้มาเยือนต้องไม่พลาด!
พิพิธภัณฑ์ /  พิพิธภัณฑ์จิบลิ / 

ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจและตื่นตาตื่นใจในญี่ปุ่นอีกหลายแห่ง แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย จึงขอนำเสนอพิพิธภัณฑ์ 6 แห่งในญี่ปุ่นที่คุณต้องไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน 6 พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น ผู้มาเยือนต้องไม่พลาด! 1. พิพิธภัณฑ์ Ghibli Museum ถ้าพูดถึงผลงานอะนิเมชั่นชิ้นเอกของญี่ปุ่นที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงอย่างมากทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายคนก็คงลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าคือผลงานของจิบลิ(Ghibli) Ghibli Museum, Mitaka แห่งนี้ได้รวบรวมเอาเสน่ห์ของจิบลิไว้จนแน่นเอียด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์หนึ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมชมชอบของชาวต่างชาติที่มาเที่ยวโตเกียวเป็นอย่างมากในการเข้าชมจะต้องจองตั๋วโดยกำหนดวันและเวลาก่อนล่วงหน้าตั๋วมีจำหน่ายที่ LAWSON 2. พิพิธภัณฑ์ Cup Noodle Museum ภาพ : dailymail.co.uk Cup Noodle Museumเปิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2554 ที่โยโกฮาม่าโดยบริษัทNissin Shokuhinของญี่ปุ่นซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ผลิตcup noodleพิพิธภัณฑ์นี้ต้องการสื่อให้เห็นความสำคัญของการประดิษฐ์การค้นพบสิ่งใหม่ๆโดยผ่านการจัดแสดงเรื่องราวของinstance ramen หรือการทดลองทำราเมงด้วยตัวเองเป็นต้น ที่น่าสนใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็น My cup noodle factoryที่สามารถทำออริจินัลคัพนู๊ดเดิลเองได้ สามารถดีไซน์ตัวถ้วย เลือกซุปและส่วนผสม ได้เองตามใจชอบ เป็นคัพนูดเดิลถ้วยเดียวในโลก 3. พิพิธภัณฑ์ Fujiko.F.Fujio Museum การ์ตูนญี่ปุ่นที่เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจของเด็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนมาตลอดหลายยุคหลายสมัยนั้นทุกคนคงปฎิเสธไม่ได้ว่านั่นคือ โดราเอมอน ซึ่งมีทั้งการ์ตูน อะนิเมชั่นและภาพยนต์ โดราเอม่อนเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งเอเซียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แฟนๆโดราเอมอนจะต้องดีใจเมื่อได้มาพิพิธภัณฑ์แห่งนี้  ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองคาวาซากิ ในจังหวัดคานางาวะ เป็นที่น่ายินดีคือทางพิพิธภัณฑ์ได้เตรียมอุปกรณ์หูฟังเป็นไกด์ให้สำหรับผู้เข้าชมมีด้วยกัน 4 ภาษาคือ ภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีน เกาหลี เนื่องจากทางพิพิธภัณฑ์ได้กำหนดผู้เข้าชมไว้เพียงวันละ 2000 ท่านเท่านั้น ดังนั้นจะต้องจองตั๋วโดยกำหนดวันและเวลาก่อนล่วงหน้า โดยตั๋วมีจำหน่ายที่LAWSON 4. พิพิธภัณฑ์ Kyoto International Manga Museum ภาพ : kanpai-japan.com เกียวโตก็เป็นอีกจังหวัดที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ ซึ่งใจกลางของเมืองเกียวโตในส่วนที่เรียกว่า Karasuma Oike (烏丸御池) มีสถานที่สำหรับผู้ที่รักและสนใจในอะนิเมชั่นญี่ปุ่น นั่นคือ Kyoto International Manga Museum พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดทำการเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2006 เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่รวบรวมการ์ตูนที่มีค่าทั้งในและนอกประเทศไว้อย่างมากมาย มีทั้งนิตยสารในสมัยเมจิ หนังสือสำหรับให้เช่าในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ผลงานที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ผลงานที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ รวมแล้ว 3 แสนเล่ม (2009) นอกจากนี้ เสียค่าเข้าเพียง 500 เยนก็สามารถเข้าไปอ่านการ์ตูนที่ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดเตรียมไว้ทั้งหมด 5 หมื่นเล่มจุดที่น่าสนใจของพิพิธภัณฑ์นี้คือสามารถนอนอ่านการ์ตูนเล่นชิลๆ บนสนามหญ้าอาบแสงจากธรรมชาติได้ตามใจชอบ ดูแล้วช่างมีความสุข 5. พิพิธภัณฑ์ Kaiyodo Figure Museum บริษัท Kaiyodoเป็นบริษัทผลิต Figureชั้นนำของโลกที่มีเทคนิคการสร้างแบบจำลองที่เยี่ยมยอด ได้รวบรวม Figureไว้ที่ Kaiyodo Figure Museumแห่งนี้ ตั้งอยู่ในจังหวัดชิกะใกล้ๆกับเกียวโต ภายในจัดแสดง Figureของ บริษัท Kaiyodo โดยแบ่งเป็นโซนและเป็นเรื่องราวในรูปแบบสามมิติที่ตื่นตา แฟนๆFigureต้องไม่พลาดนะคะ 6. พิพิธภัณฑ์ Kyoto Gion Udon Museum ใครที่ชอบทานอุด้งแล้วละก็ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่Kyoto Gion ผู้เยี่ยมชมสามารถเลือกทานอุด้งตามฤดูกาลของแต่ละท้องถิ่นได้มากกว่า 30 ชนิดนอกจากนี้ยังได้ความรู้เกี่ยวประวัติความเป็นมาของอุด้งและมีการแนะนำอุด้งที่มีชื่อในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศญี่ปุ่นเรียกได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวสามารถชิมอุด้งของญี่ปุ่นได้ทั่วประเทศเลยทีเดียว ขอบคุณข้อมูลจาก http://anngle.org/th

ศรีสหรุ่งเรือง ร้าน

ผู้ค้าข้าว นายหน้าค้าข้าว

ใบปิดชุดใหม่ เผยทั้งคนเป็นคนตาย สไตล์เม็กซิกัน จาก The Book of Life
poster /  The Book of Life / 

เรียกได้ว่ามีการกล่าวถึงอย่างมากมาย ตั้งแต่ยังไม่ลงโรงฉาย กับภาพยนตร์เรื่อง The Book of Life มหัศจรรย์พิสูจน์รักถึงยมโลก แอนิเมชั่นสไตล์จัดจ้านแบบฉบับเม็กซิกัน ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เทศกาลแห่งความตาย ของชาวเม็กซิโก โดยผู้กำกับ จอร์จ อาร์ กูเตียร์เรซ ได้สร้างโลกคนเป็นและคนตายครั้งนี้ขึ้น โดยได้เจ้าพ่อแฟนตาซีมืดมิดอย่าง กิลเลอร์โม่ เดอ โทโร่ มาอำนวยการสร้างด้วย ซึ่งล่าสุดนี้ ก็ได้ปล่อยใบปิดตัวละครชุดใหม่ สีสันสดใสทั้งบรรดาคนเป็น และเหล่าเทพแห่งความตาย ออกมาเรียกน้ำย่อยคุณผู้ชมอีกระลอกแล้ว ติดตามชมแอนิเมชั่นสีสันสดใส กับความรักสไตล์เม็กซิกัน ไปกับ The Book of Life มหัศจรรย์พิสูจน์รักถึงยมโลก ได้ในวันที่ 16 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Book of Life ได้ที่นี่เลย ------------------------------------

ละครพราว , เรื่องย่อพราว
อั้ม พัชราภา /  เวียร์ ศุกลวัฒน์ / 

เรื่องย่อ ละคร พราวผลิตโดย บ.พอดีคำ เอนเทอร์เทนเมนต์ฯ พราว เป็นเรื่องราวของ พราว นางเอกสาวซุปตาร์ตัวแม่ของวงการบันเทิง เจ้าแม่อีเว้นท์ โฆษณา มีความสามารถด้านการแสดงสูงปรี๊ด กวาดรางวัลเพียบ พราวเป็นคนที่มั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่แอบเจ้าอารมณ์และเอาแต่ใจ มีจุดอ่อนที่ความขี้กลัวและกลัว ตาย มีเสนาหอยรับบทเป็นคู่หูคนสนิท ที่ถอดแบบคาแร็คเตอร์มาจาก เอ ศุภชัย แบบเป๊ะ ๆ ส่วนหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ รับบทเป็น สมชาย นายตำรวจมือปราบหนุ่มมากฝีมือของสำนักงานตำรวจ ที่ครอบครัวเชียร์ให้รักกับพราว ละคร พราว นำแสดงโดย เวียร์ ศุกลวัฒน์ ,อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ,เอส กันตพงศ์,อานัส ฬาพานิช,หยก ธัญยกันต์,ส้ม ธัญสินี,บี มาติกา,ดวงดาว จารุจินดา,อังคณา วรรัตนาชัย,สุพรรษา เนื่องภิรมย์,สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงษ์,เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว ละคร พราว