อินสตราแกรม

15 ภาพชีวิตเด็กทั่วโลกท่ามกลางมลพิษสุดย่ำแย่
10 อันดับ /  จัดอันดับ / 

ไม่นานมานี้ได้มีภาพของมลพิษที่เกิดในประเทศจีนถูกเผยแพร่ออกมาให้เราได้ชมกันไม่ว่าจะ ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ จะเห็นได้ว่ามันมีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กๆ ผู้ไม่รู้ประสีประสา! เด็กๆ ทั่วโลกหลายคนไม่ได้เกิดมาโชคดีที่จะได้อยู่บ้านสวย กินของดี มีของเล่น สนามวิ่งกว้างขวาง บางครอบครัวไม่มีเงินเพียงพอต้องอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด หรืออาศัยในพื้นที่ทิ้งร้างที่เต็มไปด้วยขยะกองพะเนิน วันนี้ทีนเอ็มไทยนำภาพส่วนหนึ่ง15 ภาพชีวิตเด็กทั่วโลกท่ามกลางมลพิษสุดย่ำแย่ มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันค่ะ ซึ่งรวมถึงภาพอีกมุมหนึ่งของเด็กๆ  กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งรอบตัวนั้นมันส่งผลร้ายต่อตัวพวกเขาขนาดไหน เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ)  15 ภาพชีวิตเด็กทั่วโลกท่ามกลางมลพิษสุดย่ำแย่ ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ในชุมชนแอดอัดแห่งนี้ เด็กผู้หญิงกำลังสนุกสนานกับการเล่นชิงช้าโฮมเมดที่ทำขึ้นมาอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางกองขยะที่ถูกเผาไหม้ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เด็กๆ กำลังเล่นโฬมกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ไม่รู้เลยว่า โฬมเหล่านี้เกิดจากมลพิษทางน้ำ มีสารปนเปื้อนอยู่มากมาย ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เช่นเดียวกัน เด็กๆ หลายคนต้องเดินทางข้ามคลองที่เต็มไปด้วยขยะ ด้วยการใช้โฬมเป็นเรือ ใช้ไม้ก้านหนึ่งเพื่อพายข้ามไป เด็กผู้ชายกำลังเล่นตีล้อยาง ท่ามกลางกองขยะเผาไหม้ ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่ง เมืองการาจี ประเทศปากีสถาน เด็กน้อยที่อาศัยอยู่ในชุมชนแอดอัดเล็กๆ ใต้สะพานข้ามแม่น้ำ Bagmati  กำลังห้อยโหนตัวกับผ้าเหลือใช้ที่ทำขึ้น ในเมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล (เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก) ทางเหนือของกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เด็กผู้ชายกำลังว่ายน้ำเล่นอยู่ใน Cilincing beach ที่มีสิ่งปฏิกูลที่ลอยอยู่เต็มน้ำ ในย่านพื้นที่ชานเมืองของ ซาราเยโว เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เด็กผู้ชายใส่หมวกกันน็อค พร้อมจักรยานคู่ใจ อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ไปด้วย ขยะ และมลพิษ เด็กผู้ชาย ว่ายอยู่ในอ่าวมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เด็กผู้ชาย ว่ายอยู่ในอ่าวมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เด็กชายที่กำลังข้ามไปอีกฝั่งท่ามกลางกองขยะ ในเมืองเจียซิง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเจ้อเจียง) (ประเทศจีนติดอันดับ กลุ่มเมืองใหญ่ที่ประสบปัญหามลพิษมากที่สุดในโลก ถึง 17 เมืองจาก 20 เมืองที่จัดอันดับเลยทีเดียว!) เด็กผู้หญิงอายุเพียงไม่กี่ปีกำลังตักน้ำในบ่อดินที่กำลังแห้งเหือด ใส่ในกาต้มน้ำ ในเมืองเป่าเฟิงหู เด็กผู้ชายกำลังเดินฝ่ากองขยะที่ลอยอยู่ในน้ำ ในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมในหลายๆ เมืองรวมถึงเมืองซัวเถาด้วย  เด็กผู้ชายกำลังแหวกว่ายในอ่างเก็บน้ำที่เต็มไปด้วยขยะ มลพิษทางน้ำที่ย้ำแย่เกินบรรยาย ในเมือง Pingba มณฑลกุ้ยโจว เด็กผู้ชายกำลังว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางสาหร่ายในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตง สาหร่ายนี้เกิดจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เรียกว่า การระเบิดของสาหร่าย (algae bloom) บ้างก็เรียกว่า น้ำขึ้นน้ำน้ำลงมรกต(green tide) โดยสาหร่ายเหล่านี้เป็น แพลงตอนพืชชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้ในทะเลทั่วโลก และเมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม พวกมันจะแพร่พันธุ์ และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งในสภาวะที่เหมาะสมในที่นี้จะต้องประกอบไปด้วย น้ำทะเลที่อุ่น ในน้ำมีแร่ฟอสฟอรัสและไนโตรเจนที่สูง! โดยมากมาจากปุ๋ยจากการเกษตรกรรม และน้ำทิ้งจากบ้านเรือนจากการซักล้าง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่จะส่งกลิ่นเหม็นและทำให้ออกซิเจนในน้ำลดต่ำลง จนเข้าสู่สภาพ เดธโซน จนสัตว์น้ำในบริเวณที่มีสาหร่ายขึ้นหนาแน่นขาดอากาศหายใจและตาย! โดยกลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นนี้ เหม็นเหมือนไข่เน่า โดยเกิดจากการที่สาหร่ายเน่าสลาย แล้วปล่ายมีเทน และกำมะถันออกมา (ขอบคุณข้อมูล wowboom) เด็กผู้ชายกำลังตักน้ำจากแหล่งน้ำไหลเล็กๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล มันไม่สะอาดเลย! เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) ขอบคุณข้อมูล boredpanda.com,citylab.com

ดราม่าลองวีคเอนท์ : มัธยมพลอดรักในวัดพระศรีฯ-ตร.ถูกรถชน ถูกแช่งให้ตาย
กินข้าวคลุกน้ำปลา /  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร / 

ดราม่าลองวีคเอนท์ : มัธยมพลอดรักในวัดพระศรีฯ-"ปู"ทุบทุกสถิติครั้งแรกการเมือง, เปิดเรื่องจริง ม.1กินข้าวคลุกน้ำปลา, โคตรเศร้าตำรวจถูกแช่งให้ตาย เหตุเพราะเป็นจราจร และแม่นอย่างกับตาเห็น หมอดูอีทีทายยิ่งลักษณ์ตกต่ำในปี58 เรียกได้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวมากมายหลายอารมณ์ที่เข้ามามาขย่มจิตเขย่าใจ จนทำคนในโลกออนไลน์พากันแห่แชร์ และเข้าไปแสดงความเห็นกันมากมาย MThai News จึงได้รวบรวมกระแสเหล่านั้นมาให้ได้ย้อนรำลึกว่าคนไทยบนโลกโซเชียลเขาอ่านข่าว แชร์คลิป และเรื่องราวเหตุการณ์อะไรบ้าง ? เริ่มกันที่ข่าวแรก ไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องอึ้งกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับเรื่อง ฉาวๆของของเด็กมัธยมที่แอบมา นัวเนียกัน กลางสวนวัดพระศรีฯ จนกระฉ่อนร้อนฉ่าไปทั่วเน็ต ใครต่อใครได้เห็นต่างร้องเสียงหลง เหตุใดวัยรุ่นไทยใจกล้าไม่อายฟ้าอายดิน เล่นลูบๆ คล้ำๆ กันถึงในวัด แม้หลายคนจะมองเป็นสิทธิ์ส่วนตัว แต่ควรแล้วหรือที่จะกระทำการไม่เหมาะสมในสถานที่เช่นนี้ คงต้องฝากไปถึงทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตา เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก (อ่านต่อ . . . ) เรื่องที่ 2. ย้อนรอยคำทำนายหมอดูอีที ตรงเผงทำนายยิ่งลักษณ์ ก็ร้อนไม่ใช่เล่น เพราะคำทำนายแม่นอย่างกับตาเห็น! ทำนายทายทักดวงยิ่งลักษณ์และคณะ แบบเปะๆ ว่าจะเข้าสู่ยุคตกต่ำที่สุดในปี58  ยังไม่ทันจะพ้นเดือนแรกของปี ก็ถูกเผงไปแล้วหนึ่ง หากจะการันตีได้จริงคงต้องตามต่อไปว่าหมอดูอีทีนี่ของจริงหรือของเก๊ คงต้องรอปีหน้ารู้ผล เพราะเธอบอกว่าประเทศไทยจะเป็นดั่งฟ้าสีทองผ่องอำไพในปีดังกล่าว จะเป็นเช่นไรก็คลิ๊กอ่านกันดู  (อ่านต่อ . . .) ส่วนข่าวนี้ ยิ่งลักษณ์ กวาดเรียบสถิติ “ครั้งแรก” ในประวัติศาสตร์ไทย เป็นควันหลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว จากกรณีที่สนช.มีมติถอดถอนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ทำให้เธอถูกตัดสิทธิ์การเมือง เป็นเวลา 5 ปี สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ทางการเมืองไทย ที่นอกจากจะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยแล้วเธอยังสร้างสถิติใหม่อีกหลายรายการที่ทำให้คนไทยต้องจดจำ(อ่านต่อ. . . ) เรื่องที่ 4.เป็นความจริงที่ปรากฎอยู่ในสังคมไทยในปัจจุบัน ยิ่งอ่าน ยิ่งซึ้งกับ ความจริง! ของเด็กม.1กับชีวิตแสนรันทด กินข้าวคลุกน้ำปลา ชาวออนไลน์ อ่านแล้วน้ำตาร่วง ท่วมหน้าจอ พากันแชร์ภาพน้องม.1 กินข้าวคลุกน้ำปลาทุกวัน จนทำให้มีผู้ใจบุญแห่ช่วยเหลือจ้าละหวั่น แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตรกลับเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เรื่องราวเป็นอย่างไรต้องอ่านต่อ . . .ขอบอกว่าถ้าเหตุการณ์ไม่ตาลปัตร คงดังแซงเหนี่ยวไก่แน่นอน  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอขอบพระคุณน้ำใจคนไทยที่หลั่งไหลเข้ามาช่วยเหลือครับ ตบท้ายกันกับข่าวน่าเศร้าสุดๆ ตร.ถูกรถชน กลับถูกแช่งให้ตาย! เพียงเพราะเป็นจราจร ตำรวจน้ำดีที่มีนามว่า ร.ต.ท.สันติภาพ อ่อนละออ รองสารวัตรจราจร กก.ทางด่วน 2 ถูกชาวเน็ตรุมสาปแช่งให้ตาย ภายหลังถูกรถชนบนทางด่วน ก่อนที่จะได้รับการเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าเขาคือคนๆ เดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ยืนโบกรถท่ามกลางสายบนทางด่วน จนเป็นข่าวโด่งดังและเป็นที่ชื่นชมของทุกคนจนยกให้เป็นตำรวจน้ำดีเมื่อปี 2556  (อ่านต่อ . . .) MThai news

‘บิ๊กโด่ง’ ไม้ต่อ 'บูรพาพยัคฆ์' ใครล่ะ? ผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป !
บิ๊กโด่ง /  บูรพาพยัคฆ์ / 

คลีนชีท! ‘บิ๊กโด่ง’ ไม้ต่อบูรพาพยัคฆ์  ใครล่ะ? ผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป! เพิ่งผ่านพ้นไปกับอีกหนึ่งวันที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากของแต่ละเหล่าทัพใน “วันกองทัพไทย” หรือ “วันยุทธหัตถี” ซึ่งตรงกับวันที่ 18 มกราคมของทุกปี... โดยปีนี้ (2558) พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เป็นประธานพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 พร้อมทั้งบวงสรวงพระบรมรูปมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ ตลอดจนวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย และทหารใหม่ยังทำพิธีสาบานธงและเดินสวนสนามเพื่อแสดงความเป็นทหารอย่างสมบูรณ์อีกด้วย โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เข้าร่วมพิธี จะว่าไป...พิธีอันทรงคุณค่าและศักดิ์สิทธินี้ถือเป็น “ธรรมเนียมปฏิบัติ” ของกองทัพไทย...ซึ่งทุกหมู่เหล่าจะร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรมหากษัตริย์ไทยและบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ แต่บุคคลในกองทัพไทยที่น่าจับตามากที่สุดในช่วงที่สถานการณ์การเมืองยังคง “คาบลูกคาบดอก” อย่างเช่นเวลานี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก หรือ “บิ๊กโด่ง” ซึ่งมีเส้นทางเติบโตมาจากสาย “บูรพาพยัคฆ์” หรือกล่าวได้ว่า “บิ๊กโด่ง” คือผู้รับไม้ต่อขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญอย่าง “ผู้บัญชาการทหารบก” คนปัจจุบัน โดยเฉพาะอีก 9 เดือนกว่าๆ กองทัพบกก็จะมีการเปลี่ยนแปลง “ผู้นำคนใหม่” อันเนื่องจากพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร จะเกษียณเดือนกันยายนปีนี้ ในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้จึงเป็นที่จับตาว่าใครคือผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป?? แน่นอนว่า...ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก “บิ๊กโด่ง” ย่อมมีอำนาจเต็มตัวในการเสนอคนที่จะเป็นทายาท แม้จะต้องมีการผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน ทั้งนายกรัฐมนตรีตลอดจนคณะกรรมการ 7 คนที่มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งนายทหารระดับนายพลตาม พ.ร.บ.การบริหาราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ทว่าปกติแล้วนายกรัฐมนตรีหรือฝ่ายการเมืองจะไม่แทรกแซง ให้เกียรติและความไว้วางใจผู้บัญชาการทหารบกแล้วแต่จะเสนอใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีที่เป็นทหารอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมเข้าใจความรู้สึกทหารด้วยกันดีว่า... มันเจ็บปวดขนาดไหนเมื่อฝ่ายการเมืองแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร!! ว่ากันว่า...ความสัมพันธ์ระหว่าง “บิ๊กตู่” กับ ”บิ๊กโด่ง” ยังมีความแนบแน่น และสนิทสนมเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน...ยิ่งมาจากบูรพาพยัคฆ์ด้วยกันแล้วความเป็นพี่เป็นน้องยิ่งมีมาก เพราะฉะนั้น เชื่อว่าจะไม่เกิดการ “หักดิบ” กันแน่นอนในการโยกย้ายทหารที่จะมีขึ้น!! ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายกลางปีเดือนเมษายน และปลายปีในเดือนกันยายนนี้ก็ตาม ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ปีที่แล้วถือว่า “บิ๊กโด่ง” สอบผ่าน เพราะท่านทำหน้าที่ได้อย่างดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง กองทัพค่อนข้างเป็นเอกภาพ อาจจะมีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ้าง เช่น ข่าวรัฐประหารซ้อนรวมถึงการปล่อยข่าว 3 นายพลลาออก ซึ่งไม่ว่าคนปล่อยข่าวจะหวังผลอะไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าข่าวนี้ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการเมืองการทหารในช่วงนี้แน่นอน แม้จะเป็นแค่ข่าวลือก็ตาม แต่นั่นมิใช่ปัญหา เพราะบารมีของ ผู้บัญชาการทหารบก ยังคงดึงเอสหัวจิตหัวใจใของนายทหารทั้งหลายให้หันมาพุ่งเป้าเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสานต่อทำหน้าที่และทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง หากนายทหารคนใดที่คลุกคลีเคยทำงานกับ “บิ๊กโด่ง” จะเห็นว่าท่านจะเปิดโอกาสให้ “ผู้ใต้บังคับบัญชา” ซึ่งมีชั้นยศต่ำกว่า...สามารถที่จะเสนอ “ไอเดีย” หรือ “ความคิดเห็น” ในสิ่งที่ควรทำ...หรือเป็นเรื่องที่ต้องมีคำสั่งอย่างเร่งด่วน เพราะท่านเชื่อว่า...บุคคลเหล่านั้นเป็นคนมีความสามารถ และพวกเขายังเป็นคนที่ทำงานในพื้นที่ซึ่งสามารถมองเห็นภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งกว่า...ยกตัวอย่างจากการแก้ไขสถานการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง “บิ๊กโด่ง” เน้นย้ำเรื่องการปรับข่าวมวลชนมาโดยตลอด เพราะ “บิ๊กโด่ง” มีความเชื่อมั่นว่า...นั่นคือ “กุญแจสำคัญ” ที่จะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ได้อย่างยั่งยืน...โดยอนาคตวันหนึ่งข้างหน้าทุกฝ่ายอาจไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเสียเลือดเนื้อเพื่อแก้ปัญหาก็เป็นได้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2498 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 14 เพื่อนรุ่นเดียวกัน อาทิ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.อ.สุรวัช บุตรวงษ์ ผอ.ช่อง 5 และที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกลาโหม และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช. เมื่อมองจากบุคลิกส่วนตัวย่อมแตกต่างจาก “บิ๊กตู่” ค่อนข้างมากที่โผงผาง ดุดัน เก็บอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ แต่สำหรับ “บิ๊กโด่ง” มีความสุขุมลุ่มลึกแต่เข้มแข็ง มีไมตรีสุภาพ และทำงานได้ทั้งบู้และบุ๋นครบเครื่อง แต่สิ่งที่ทั้งสองเหมือนกัน คือ เทิดทูนสถาบันเป็นเรื่องที่ต้องปกป้องเหนือชีวิต ที่สำคัญ “บิ๊กโด่ง” ยังเป็นทหารอาชีพและเป็นข้าราชการที่สนองนโยบายรัฐบาล ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นใคร มาจากการเลือกตั้งหรือ ไม่ก็ตาม ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว เวลาที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมประชาชนก็มักจะเห็น “บิ๊กโด่ง” ยืนอยู่ใกล้ๆ เสมอ ถึงกับทำให้ถูกมองเป็น “ทหารแตงโม” แต่นั่นเพียงเพราะท่านปฏิบัติซื่อตรงต่อการทำหน้าที่ ไม่มีความรู้สึก “หวั่นไหว” หรืออิงแอบการเมืองฝ่ายใด นอกจากการระลึกถึงการทำหน้าที่ของตนเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ทหารทุกนายให้ดี่ที่สุด ท่านจึงไม่เหมือนกับข้าราชการบางคนที่เวลาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็จะโจมตีทับถมฝ่ายที่สูญเสียอำนาจหเพื่อเอาใจ “ขั้วอำนาจใหม่” ทั้งที่เมื่อก่อนก็เดินตามต้อยๆ นักการเมือง แต่สำหรับ “บิ๊กโด่ง” แล้วท่านยึดมั่นในอุดมกาณ์...ด้วยการทำงานเป็นรั้วของชาติ เพื่อปกป้องประเทศชาติบ้านเมือง ท่านจึงได้รับความไว้วางใจให้เดินอยู่บนเส้นทางการรับราชการคุมกำลังมาตลอด ตั้งแต่เป็นผู้การกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 แม่ทัพภาคที่ 1 เสนาธิการทหารบก รองผู้บัญชาการทหารบกจนกระทั่งขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นทหารบูรพาพยัคฆ์อีกคนที่รับไม้ต่อจากรุ่นพี่มาเป็นทอดๆ แล้วต่อจากนี้ใครล่ะจะมาสืบทอดขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญอย่าง “ผู้บัญชาการทหารบก”  ต่อจาก “บิ๊กโด่ง” มันเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อยว่าคนๆ นั้นจะมีคุณสมบัติอย่างไร และครบถ้วนตามแบบฉบับ “บูรพาพยัคฆ์” อย่างที่ท่านเป็นอยู่หรือไม่...?? น่าสนใจกับอนาคตเบื้องหน้า...แม้จะเป็นอนาคตที่เห็นภาพตั้งแต่ปัจจุบันก็ตามที!! ข้อมูลจาก นสพ.บางกอกทูเดย์ MThai News

มารู้จักทัพ หนังสร้างจากเรื่องจริง ที่ยึดครองเวทีออสการ์ 2015
American Sniper /  Base on true story / 

คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าในรายชื่อภาพยนตร์ผู้เข้าชิง ออสการ์ 2015 นี้ บรรดา หนังสร้างจากเรื่องจริง ได้ยพากันยึดแทบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่เข้าไปถึง 4 เรื่อง จาก 8 เรื่อง (และแอบอิงเรื่องจริงอีก 1 เรื่อง) ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือไม่กับปรากฏการณ์ Base in true Story วันนี้ เราจะพาคุณผู้ชมไปรู้จักบรรดา หนังสร้างจากเรื่องจริง เหล่านี้ พร้อมเทียบระหว่างนักแสดงกับตัวจริงให้ดูกันชัดๆ ไปเลย Foxcatcher ปล้ำแค่ตาย สาขาที่เข้าชิง: ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม สร้างจากคดีสะเทือนวงการมวยปล้ำอเมริกา ของสองพี่น้องนักมวยปล้ำดาวรุ่ง เดฟ และ มาร์ค ชูทส์  โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาเศรษฐี จอห์น ดู ปองท์ ในชื่อทีม Foxcatcher แต่ก่อนจะได้เป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก เดฟ ชูทส์ กลับถูกฆาตกรรมด้วยน้ำมือผู้สนับสนุนของเขาเอง  สตีฟ คาร์เรล / จอห์น ดู ปองท์ ตัวจริง แชนนิ่ง ทาทัม และ มาร์ค รัฟฟาโล่  / เดฟ และ มาร์ค ชูทส์ ตัวจริง ------------------------------- Unbroken คนแกร่งหัวใจไม่ยอมแพ้ สาขาที่เข้าชิง: กำกับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากจากหนังสือขายดี ของ Unbroken: A World War II Story of Survival, Resilience, and Redemption เขียนโดย ลอรา ฮิลเลนแบรนด์ บันทึกเรื่องจริงที่ดราม่าและโหดเสียยิ่งกว่านิยาย ของ หลุยส์ แซมเพอรินี ฮีโร่สงครามและโอลิมปิก ที่ประสบเหตุเครื่องบินตกกลางทะเลขณะไปรบ และต้องเอาตัวรอดด้วยการลอยแพ พร้อมลูกเรืออีก 2 คนอยู่นานถึง 47 วัน ก่อนจะถูกทหารญี่ปุ่นจับไปไว้ในค่ายกักกันอันโหดร้าย แจ็ค โอ’ ดอนเนลล์ / หลุยส์ แซมเพอรินี ตัวจริง  ------------------------------- The Imitation Game ถอดรหัสลับ อัฉริยะพลิกโลก สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม จากชีวประวัติที่บันทึกในหนังสือ Alan Turing: The Enigma เขียนโดย แอนดรูว์ ฮอดจส์ เรื่องราวของ อลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะ ผู้สร้างเครื่องถอดรหัส อีนิกมา อันลือลั่นของนาซี และพลิกโฉมสงครามโลกครั้งที่ 2 นำชัยชนะมาสู่ฝ่ายสัมพันธมิตร แต่เขากลับถูกรัฐบาลอังกฤษตั้งข้อหา เพราะอัจฉริยะผู้นี้เป็นรักร่วมเพศ ซึ่งผิดกฎหมายในสมัยนั้นอย่างรุนแรง เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบช / อลัน ทัวริง ตัวจริง ------------------------------- The Theory of Everything ทฤษฏีรักนิรันดร สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากหนังสือ Traveling to Infinity : My Life with Stephen เขียนโดย เจน ฮอว์กิ้ง บันทึกความจริงของช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับ สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ที่ป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม และแพทย์วินิจฉัยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 2 ปีเท่านั้น แต่ก็ได้ เจน ฮอว์กิ้ง แฟนสาวผู้ไม่เคยหวั่นไหว ทั้งสองแต่งงานกัน โดยที่สตีเฟ่นไม่ย่อท้อในการต่อสู้กับโรคร้าย ทั้งคู่สร้างครอบครัว และเริ่มต้นสร้างผลงานใหม่ทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์มากมาย และอยู่มาจนถึงศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่าทั้งคู่เคยนึกฝันไว้ เอ็ดดี้ เรดเมย์น และ เฟลิซิตี้ โจนส์ / สตีเฟ่น และ เจน ฮอว์กิ้ง ตัวจริง ------------------------------- American Sniper อเมริกัน สไนเปอร์ สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, บทดัดแปลงยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม สร้างขึ้นจากหนังสือในชื่อเดียวกัน เขียนโดย คริส ไคล์ ร่วมกับ จิม เดอเฟอไลซ์ และ สก็ตอต์ แม็คอีเวน ถ่ายทอดช่วงเวลชีวิตของ คริส ไคล์ ตั้งแต่วัยเด็กผู้รักการเป็นคาวบอย ก่อนจะเติบโตขึ้นและเข้าร่วมหน่วยซีล ก่อนเป็นพลซุ่มยิ่งที่ออกปฏิบัติการในสงครามอิรัก และกลายเป็นตำนานที่เด็ดหัวศัตรูไปมากมาย แบรดลีย์ คูเปอร์ / คริส ไคล์ ตัวจริง ------------------------------- Wild สาขาที่เข้าชิง: นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ดัดแปลงจากหนังสือขายดี Wild: From Lost to Found on the Pacific Crest Trail ที่ เชอริล สเตรย์ด เขียนขึ้น หลังจากที่เธอไปใช้ชีวิตผจญภัย อันเนื่องมาจากแม่เสียชีวิต และชีวิตแต่งงานล่มสลาย เชอริล สเตรย์ด สิ้นหวังและหันไปเสพยา ก่อนจะตัดสินใจออกผจญภัยด้วยตัวคนเดียว ด้วยการเดินเท้าข้ามทะเลทรายกว่า 1,100 ไมล์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง รีส วิทเธอร์สปูน / เชอริล สเตรย์ด ตัวจริง -------------------------------   Selma สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม จากเรื่องจริงที่ต้องบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ของอเมริกา ถ่ายทอดเรื่องราวในปี 1965 เกิดความขัดแย้งทาางสีผิวอย่างรุนแรง และนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งของคนผิวสี จากเซลมาไปมอนต์โกเมอรี เมืองหลวงของรัฐอลาบามา ซึ่งนำโดย มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เดวิด โอเยโลโว / มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ตัวจริง ------------------------------- Mr.Turner สาขาที่เข้าชิง: ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม สร้างจากเรื่องจริงในศตวรรษที่ 19 ช่วงเวลา 25 ปีสุดท้าย ของศิลปินหัวขบถชาวอังกฤษ เจ เอ็ม ดับบลิว เทอร์เนอร์ ผู้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราด ทว่าครุ่นคิดอยู่ภายใน ซึ่งบุคลิกสุดโต่งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิต และคนรอบข้าง แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีผลต่อการสร้างงานศิลปะชั้นเยี่ยมมากมาย จนได้รับการขนามว่าเป็น จิตรกรแห่งแสง เลยทีเดียว   ทิโมธี สปอลล์ และ ภาพวาดเหมือนตนเอง ของ เจ เอ็ม ดับบลิว เทอร์เนอร์ ------------------------------- Birdman เบิร์ดแมน มายาดาว ** เรื่องแถม แม้จะไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงโดยตรง แต่มันก็ประชดประชัน ชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน นักแสดงนำแบบตั้งใจสุดๆ ** สาขาที่เข้าชิง: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงของคนใดคนหนึ่ง แต่เสียดสีแบบเจ็บจี๊ด ถึงชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน ที่เคยโด่งดังสุดๆ ในบทมนุษย์ค้างคาว ในภาพยนตร์ แบทแมน ฉบับของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน ก่อนจะชีวิตจะร่วงไปพร้อมความฮิตของแฟรนไชส์ และแทบไม่มีเด็กรุ่นใหม่ๆ รู้จักเขาเลยเสียด้วยซ้ำโดย Birdman ถ่ายทอดเรื่องราวของอดีตนักแสดง ที่เคยโด่งดังเป็นพลุแตก จากการรับบท มนุษย์นก หรือ Birdman แต่ในวันนี้เขามาถึงจุดตกอับแบบไม่มีใครเหลียวแล และต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการรับบทนำในละครบรอดเวย์ แต่ก็ไม่วายถูกอดีตที่เคยรุ่งโรจน์ตามหลอกหลอนอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าตอนจบของ Birdman อดีตดาราคนนี้จะกลับมาดังได้อีกหรือไม่ แต่ในชีวิตจริงของ ไมเคิล คีตัน เขากลับมาแบบรู้จักกันทั้งโลก แถมคว้ารางวัลไปอีกอื้อซ่า สมศักดิ์ศรีรุ่นใหญ่จริงๆ ไมเคิล คีตัน ใน Birdman / ไมเคิล คีตัน ใน Batman ภาพยนตร์ทั้ง 9 เรื่องนี้ บางเรื่องฉายในบ้านเราไปแล้ว บางเรื่องก็มีกำหนดชัดเจน ในขณะที่บางเรื่องก็เงียบหายไปเฉยๆ ซึ่งในฤดูกาลก่อนออสการ์แบบนี้ หลายๆเรื่องมีโอกาสกลับมาให้ผู้ชมชาวไทยได้ชมกันแน่นอน คอหนังทุกท่านโปรดติดตามอย่าให้พลาดสักเรื่องเชียว! -----------------------------------

เนียนมั้ย? ดาราแอ๊บแบ๊ว!! ย้อนวัยเกรียน
อั้ม พัชราภา /  นุ่น วรนุช / 

ยังแอ๊บไหว... นอกจากแอ็คติ้งที่ต้องสวมบทเป็นคนนู้นที คนนี้ทีในละครหรือหนัง ซึ่งถ้าเรื่องไหนได้คาแร็กเตอร์ใกล้ตัวตนจริงๆ ก็เรียกว่าชิลล์ไปได้นิดหน่อย ส่วนถ้าต้องเล่นเกินวัยก็ต้องพึ่งเมคอัพเพิ่มอีกนิด แต่หากต้องย้อนวัยนี่สิ!! เชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะความสามารถทางด้านการแสดงเท่านั้น ยังต้องอาศัยหน้าแบ๊วๆ ที่ได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดีสำหรับเหล่าซุปตาร์นี่แหล่ะ ถึงจะย้อนวัยกันได้อย่างเนียนๆ นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่เหล่าซุปตาร์ของเราต้องดูแลสุขภาพและผิวพรรณของตนเป็นอย่างดี วันนี้เราพามาย้อนวัยไปกับภาพซุปตาร์แอ๊บแบ๊วในละครที่ขอบอกว่าบางท่านเลยเลข 3 กันไปเยอะแล้วแต่ก็ยังเอาอยู่ !!!!! นำโดย อั้ม พัชราภา, นุ่น วรนุช, จุ๋ย วรัทยา, โอปอล์ ปาณิสรา, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, แสตมป์ อภิวัชร์ ฯลฯ มาดูกันว่าใครจะแอ๊บได้เนียนกันมากน้อยแค่ไหน อิอิ ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ดาราแอ๊บแบ๊ว ขอบคุณภาพจาก : star.ch7.com, broadcastthai.com, รายการ รถโรงเรียน, ภ.ซิงเกิ้ลเลดี้, IG @noneworanuch, @lydiasarunrat, @crishorwang

วอนหยุดแชร์ รูปผู้ต้องสงสัยขืนใจยาย ยันไม่ใช่คนร้าย
ข่มขืนฆ่าหญิงชรา /  ข่มขืนหญิงชรา / 

โฆษก สตช. วอน ประชาชน หยุดแชร์ รูปผู้ต้องสงสัย ขืนใจยาย ยัน ไม่ใช่คนร้ายแน่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีที่โลกโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพของผู้ต้องสงสัยที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับภาพสเกตช์ของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่า-ข่มขืนหญิงชราต่อเนื่อง รวม 10 คดี ล่าสุด ขอยืนยันว่า ชายในภาพดังกล่าวนั้น มิใช่คนร้ายอย่างแน่นอน เนื่องด้วยผลการตรวจ DNA ไม่ตรงกัน ทั้งนี้ จึงขอวอนให้ประชาชนทุกท่าน กรุณาหยุดแชร์ เพราะนอกจากจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแล้ว ยังสร้างความเสื่อมเสียให้กับบุคคลในภาพด้วย ขอบคุณภาพจาก จส.100 MThai News

รมว.กห.มาเลย์ฯ พบประยุทธ์ เข้าเยี่ยมคารวะหลังเยือนไทย
ประยุทธ จันทร์โอชา /  มาเลเชีย / 

พล.อ.อุดมเดช นำรมว.กห.มาเลเซีย พบ "นายกฯประยุทธ์" เผยไม่ได้เน้นคุยสันติสุขใต้ แต่ยันจะเร่งทำให้เกิดความคืบหน้าในการพูดคุย แต่ต้องรอมาเลเซีย วันนี้ (30 ม.ค.58) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ได้นำ Dato’ Seri Hishammuddin bin Tun Hussein รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หน.คสช.ที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเยี่ยมคาราวะระหว่างเยือนประเทศไทย โดยพล.อ.อุดมเดช เปิดเผยว่าการพูดคุยระหว่าง นายกรัฐมนตรี กับรมว.กลาโหม มาเลเซีย เป็นการพูดคุยมีเรื่องความร่วมมือที่จะเป็นประโยชน์ระหว่างกัน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยไม่ได้เจาะจงถึงการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้เป็นพิเศษ เพราะเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ ได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และได้หารือคณะทำงานที่จะดำเนินการเรื่องการเจรจา ซึ่งพล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานที่ปรึกษากองทัพบก เป็นหัวหน้าทีมพูดคุยสันติสุข จะวางแผนตามขั้นตอน ที่นายกฯได้มีการพูดคุยไว้ เมื่อถามว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร ว่าการพูดคุยจะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือน เม.ย. นี้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า คงต้องให้มีการลงตัวในรายละเอียด และเราพยายามจะทำให้เกิดความคืบหน้า ซึ่งนายกฯได้สั่งการไว้แล้วแต่ก็ต้องมีความพร้อมทั้งสองประเทศ ซึ่งมาเลเซียเป็นประเทศผู้อำนวยความสะดวกถือว่ามีความสำคัญในเรื่องการเตรียมงานและประสานงานกับส่วนที่ต้องประสานงานกับอีกฝ่าย ภาพและข้อมูลข่าวจาก @Wassana Nanuam MThai news

คิงเฟซ ตอนที่ 20-2
ซีรี่ย์เกาหลี /  The King's Face / 

The King’s Face เป็น ซีรีย์แนวอิงประวัติศาสตร์ที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับองค์ชายกวางแฮ (รับบทโดย ซออินกุก) บุตรนอกสมรสของพระราชา ที่ได้มาขึ้นครองราชย์ในที่สุด ในเรื่องก็จะเกิดเรื่องราวความรักสามเส้า ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงและเสด็จพ่อของพระองค์ ซออินกุกสร้างความประทับใจให้กับเหล่าทีมงานผู้ผลิตเป็นอย่างมาก ทั้งที่เป็นผลงานซีรีย์แนวประวัติศาสตร์เรื่องแรกของเขา  

'การบินไทย' โละเครื่อง 36 ลำ ตัด 3 เส้นทางขาดทุน
การบินไทย /  ข่าว / 

การบินไทย! โละเครื่อง 36 ลำ ตัด 3 เส้นทางขาดทุน เพิ่มเที่ยวบิน จีน -ญี่ปุ่น หวังโกยรายได้ นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า แผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทย เตรียมขายออกอีก 22 ลำภายในเดือน ก.ค.58 และจะมีการปลดระวางเครื่องบิน 14 ลำ รวมถึงปรับลดเครื่องบินจาก 11 แบบ เหลือ 8 แบบ ส่วนกรณีการปรับลดพนักงานยังไม่ได้มีการพิจารณา แต่จะเน้นไปที่การปรับโครงสร้างธุรกิจของการบินไทย ว่าจะแยกออกมาเป็นบริษัทใหม่หรือ อยู่ภายใต้การบินไทยในรูปแบบหน่วยธุรกิจ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินไปยังประเทศ จีน -ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเส้นทางบินที่ได้รับความนิยม รวมถึงเป็นเเนวทางเพิ่มรายได้ของ การบินไทย เนื่องจาก ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการปรับลดเที่ยวบินที่มีผลการดำเนินงานขาดทุน เพิ่มอีก 3 เส้นทาง อาทิ กรุงเทพ - มาดริด, กรุงเทพ - มอสโคว, และภูเก็ต - โซล ซึ่งจะมีผลในวันที่ 29 มี.ค.58 นอกจากนี้ยังเตรียม ยกเลิกเส้นทางบิน ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุน อีก 9 เส้นทาง เนื่องจากเส้นทางเหล่านี้มีผลขาดทุน และเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่จะปรับลดเส้นทางการบินลง 10% ของกำลังการผลิต ได้เเก่ 1.กรุงเทพ-โคลัมโบ 2.กรุงเทพ-คุนหมิง 3. กรุงเทพ- เด็นปาร์ซาร์(อินโดนีเซีย) 4. กรุงเทพ-มัสกัต 5.กรุงเทพ-ไฮเดอราบัด 6.กรุงเทพ-ซับโปโร 7. กรุงเทพ-บรัสเซลล์ 8.กรุงเทพ-โรม 9.กรุงเทพ-มิลาน MThai News

สุริยะใส แนะ คสช. อย่าหลงกลเกมอเมริกา
กฎอัยการศึก /  คสช. / 

สุริยะใส กตะศิลา โพสต์เฟซบุ๊ก ต่อกรกับอเมริกาอย่าใช้แค่ วาทกรรม แนะ คสช. อย่าหลงเล่น เกมขุดบ่อล่อปลา ของอเมริกา นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ในวันนี้ (29 ม.ค.58) แสดงความเห็นถึงกรณีที่นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประจำประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นทางการเมืองของประเทศไทย ทั้งการใช้กฎอัยการศึก รวมถึงการตัดสินถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีของ สนช. ว่า ต่อกรกับอเมริกา อย่าใช้แค่ "วาทกรรม" การกระทบกระทั่งระหว่างทางการไทยกับสหรัฐอเมริกา ล่าสุดการเดินทางมาเยือนของ นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่วิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทยแบบดุเด็ดเผ็ดมัน กระทั่งเรียกร้องให้ไทยยกเลิกกฎอัยการศึกนั้น ไม่แปลกถ้าจากนี้ไปสหรัฐฯ จะกดดันไทยมากขึ้น ตราบใดที่ คสช. ยังไม่ประกาศและกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ยิ่ง คสช. อยู่ไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ยิ่งไม่เป็นที่พอใจของสหรัฐฯ เพราะดุลความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์ที่เสียเปรียบแล้ว คสช. ยังโน้มเอียงสัมพันธ์กับจีนมหาอำนาจอีกขั้วมากขึ้น และเป็นเรื่องยากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่สหรัฐฯ จะเปลี่ยนท่าทีมาหนุน คสช. ด้วยเหตุนี้จึงป่วยการที่ คสช. จะคาดหวังเช่นนั้น และลำพังทางการไทยตอบโต้ชี้แจงใด ๆ ไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นเท่าไรนัก การวางน้ำหนักต่อปัญหานี้ คสช. จึงพึงระวัง "เกมขุดบ่อล่อปลา" อย่าไปอยู่ในเกมที่เราเสียเปรียบ เพราะในทางสากลรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร พูดให้ตายยังไงก็ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยในทางสากลบางครั้งก็หละหลวมและนิยามแคบ ๆ แค่การเลือกตั้ง แต่ไม่ไปดูบริบทสังคมการเมืองในประเทศนั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ร้ายไปกว่านั้นบางประเทศยังใช้ประชาธิปไตยที่บิดพริ้ว และสิทธิมนุษยชนที่บิดเบือนเป็นเครื่องมือกดดันประเทศอื่นจนถูกเปิดโปงก็มี ฉะนั้นน้ำหนักที่ คสช. ควรวางในยามนี้ ช่วงนี้ และนาทีนี้จึงอยู่ที่ผลงาน คสช. บริหารประเทศได้ดีขึ้นหรือไม่ ประชาชนอยู่ดีกินดีหรือไม่ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเป็นรูปธรรมหรือไม่ ปรองดองเป็นไปได้หรือไม่ ฯลฯ การแจกแจงทำความเข้าใจ กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องทำหน้าที่ไป แต่สุดท้ายคนไทยจะตัดสินว่า การดำรงอยู่ของ คสช.- รัฐบาล ทำให้ประเทศน่าอยู่ขึ้นหรือไม่ มีความหวังและคืนความสุขได้จริง ๆ หรือไม่ ลำพังการตอบโต้ ผลิตโวหาร สร้างวาทกรรมซัดกันไปมาหรือปลุกกระแสชาตินิยมอาจไม่ขลังเหมือนในอดีต โลกเปลี่ยนไปเยอะ ที่สำคัญถ้าไม่มีผลงานหลังพิงจากคนไทยด้วยกันหดหาย พ่ายทั้งบนเวทีโลกและแพ้ตั้งแต่อยู่ในบ้าน MThai news

ชื่นมื่น! โรงแรมไทยคว้ารางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส
ทริปแอดไวเซอร์ /  ที่พัก / 

ประเทศไทยนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำในระดับโลก มีโรงแรมหลายแห่งในประเทศที่ได้รับรางวัลต่างๆทั้งในระดับโลกและระดับเอเชีย ปี 2558 นี้  ทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของโลก มอบรางวัลรางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ครั้งที่13 แก่โรงแรมกว่า 8,151แห่ง 8 ภูมิภาคทั่วโลก โดยพิจารณาจุดเด่นการให้บริการ คุณภาพและความคุ้มค่าจากรีวิวและความคิดเห็นกว่าล้านข้อความในเว็บไซต์ของทริปแอดไวเซอร์ทั่วโลกในตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ชื่นมื่น! โรงแรมไทยคว้ารางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ด นายพิชยา  สายแสงจันทร์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “รางวัลทริปแอดไวเซอร์ ช้อยส์ อะวอดส์ เป็นตัวชี้มาตรฐานการท่องเที่ยวในระดับโลก จากรีวิวของนักท่องเที่ยวนั้น ชี้ให้เห็นว่าการท่องเที่ยวและการบริการของไทยยังคงเป็นที่ยอมรับและชื่นชอบอย่างมากในระดับโลก” สำหรับโรงแรมในประเทศไทยที่ได้รับได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส  ประเภท Top Hotel อันดับแรก คือ ลยานะ รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา กระบี่ ตามด้วย  บ่อผุด รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะสมุย, เอเลเฟ่นท์ ฮิลส์ เทนท์ แคมป์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี , โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ เกาะสมุย, แรบบิท รีสอร์ต, พัทยา, โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่, พอยท์ ยามู รีสอร์ต บาย โคโม ภูเก็ต, โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ, พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา กระบี่  และ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ตามลำดับ อ้างอิงจากผลสำรวจล่าสุดของทริปแอดไวเซอร์ ระบุว่า 79 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้สึกว่ารางวัลทริปแอดไวเซอร์ ทราเวลเลอร์ ช้อยส์ สามารถใช้เป็นตัวช่วยเลือกโรงแรมได้เป็นอย่างดี ลยานะ รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา จ.กระบี่ ได้รางวัลที่ 1 ประเภทโรงแรมยอดนิยมในประเทศไทย อีกทั้งยังคว้าลำดับที่2 ประเภทโรแมนติก อันดับที่ 4 ประเภทหรูหรา และอันดับที่ 7 ประเภทโรงแรมมีการบริการที่ดีที่สุด โดยนายสเตฟาน  ไฮน์ซ ผู้จัดการทั่วไป ลยานะ รีสอร์ท  แอนด์ สปา กล่าวว่า “รางวัล ทริปแอดไวเซอร์ ทราเวลเลอร์ ช้อยส์ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา เพราะเป็นรางวัลที่ได้จากผลการลงคะแนนของลูกค้าผู้มีประสบการณ์ตรง ที่เคยมาพักรีสอร์ทของเรา ผมและพนักงานทุกคนรู้สึกยินดีและภูมิใจอย่างยิ่ง ที่รีสอร์ทของเราเป็นที่ประทับใจของลูกค้าและได้รับการโหวตในครั้งนี้” หนึ่งในสถานที่พักชั้นนำที่คว้ารางวัลมามากมายก็คือ เดอะ เพลส ซึ่งเป็นรีสอร์ตที่อยู่ในเกาะเต่า ที่แห่งนี้ได้ควบรางวัลหลายรางวัลในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมประเภทหรูหราที่ดีที่สุดในโลก ประเภทโรแมนติกที่ดีที่สุดในโลก ประเภทขนาดเล็กที่ดีที่สุดในโลก และประเภทที่ให้บริการที่ดีที่สุดในโลก โดย นายกาย เวลพลิ เจ้าของ เดอะ เพลส ลักชัวรี่ บูติก วิลล่าส์ กล่าวว่า “เรารู้สึกดีใจมากกับการเป็นที่จำจดในระดับโลก ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้รับการยกย่องจากลูกค้า พร้อมขอขอบคุณอย่างมากที่ชื่นชอบการบริการและคุณภาพและนำไปรีวิวบนทริปแอดไวเซอร์ให้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจของนักท่องเที่ยวต่อไป” รางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ผ่านการพิจารณาจากจำนวนและคุณภาพของรีวิวความคิดเห็น และ    เรตติ้งที่พักตามแต่ละประเภทที่นักท่องเที่ยวได้ให้ไว้ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่ได้รับความนิยมสูงรวมถึงโรงแรมราคาประหยัดสุดคุ้ม ราคาที่พักเฉลี่ยของ 10 อันดับ Top Hotel ของรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส 1. ลยานะ รีสอร์ต แอนด์ สปา, เกาะลันตา, กระบี่ –ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 11,300 บาท และค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนมิถุนายน (5,900 บาท) 2. บ่อผุด รีสอร์ต แอนด์ สปา, เกาะสมุย – ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี 2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 7,700 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน (6,200 บาท) 3. เอเลเฟ่นท์ ฮิลส์ เทนท์ แคมป์, จังหวัดสุราษฎร์ธาน 4. โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ เกาะสมุย – ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 31,100 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 24,800 บาท 5. แรบบิท รีสอร์ต, พัทยา- ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 4,300 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 3,800 บาท 6. โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ – ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี 2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 28,800 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 22,500 บา 7. พอยท์ ยามู รีสอร์ต บาย โคโม, ภูเก็ต- ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี 2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 10,100 บาท และค่าที่พักถูกสุดคือเดือนตุลาคม ประมาณ 6,700 บาท 8. โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ –ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558 ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 14,700 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนพฤศจิกายน ประมาณ 12,400 บาท 9. พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา เกาะลันตา กระบี่  ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคืนปี2558ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 12,000 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนตุลาคม ประมาณ 8,200 บาท 10. โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ -ราคาที่พักเฉลี่ยต่อคือในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์อยู่ที่ 5,000 บาท และเดือนที่ค่าที่พักถูกสุดคือ เดือนธันวาคม ประมาณ 4,800 บาท

ตำนานความรักด้ายแดง ของชาวจีน
valentine's day /  ความรักวัยรุ่น / 

ถ้าพูดถึงตำนานความรักของฝรั่งเราก็คงจะนึกถึง โรมิโอกับจูเลียต แต่ถ้าเป็นของชาวจีน หลายคนจะต้องนึกถึง ตำนานความรักด้ายแดงซึ่งเป็นความเชื่อเกี่ยวกับความรักของชาวจีนเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงคู่แท้ ที่บอกเล่าต่อกันมาช้านาน ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าเพื่อนๆ ก็คงจะเคยได้ยินตำนานนี้กันมาบ้าง ส่วนเรื่องราวที่มาจะเป็นอย่างไร ไปติดตามอ่านกันเลยคะ ^^ ตำนานความรักด้ายแดง ของชาวจีน ตำนานความรักด้ายแดง ของชาวจีน ตำนานด้ายแดงแห่งความรัก ตำนานด้ายแดงแห่งความรัก เป็นความเชื่อเกี่ยวกับความรักของชาวจีนเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงคู่แท้ โดยมีเรื่องเล่าว่า ในสมัยราชวงศ์ถังมีชายคนหนึ่งนามว่า “เหวยกู่” หนุ่มรูปงามมีฐานะ ได้พบกับชายแก่คนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือประหลาดอยู่ เขาจึงเข้าไปถามว่าอ่านหนังสืออะไร ชายแก่ได้ตอบกลับว่ากำลังอ่านตำราการแต่งงานของชาวโลก เหวยกู่รู้สึกไม่เชื่อคิดว่าเป็นชายแก่เสียสติ แท้จริงแล้วชายแก่คนนั้นคือ “เฒ่าจันทรา” มีหน้าที่เป็นพ่อสื่อชักนำคนรักให้กับมนุษย์โลก “เฒ่าจันทรา” จะเป็นผู้ผูกด้ายแดงไว้ที่นิ้วของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กัน และเมื่อผูกแล้วหากถึงเวลาจะได้แต่งงานกัน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามมากมายเพียงใดก็ตาม ด้ายแดงที่ว่านี้จะล่องหน มีเพียง “เฒ่าจันทรา” เท่านั้นที่เห็น โดยด้ายนี้อาจจะมีการผูกปมเพื่อให้พบรักกันเร็วขึ้นก็เป็นได้ หรือหาก “เฒ่าจันทรา” เห็นว่าความรักนี้ไม่เหมาะสมก็จะใช้ “กรรไกรตัดวาสนา” ตัดด้ายแดงออกทำให้หมดสิทธิ์รักกัน เหวยกู่รู้สึกสนใจจึงถาม “เฒ่าจันทรา” ไปว่า แล้วคู่ครองของตนเป็นคนอย่างไร เฒ่าจันทราได้พาเหวยกู่ไปหาเนื้อคู่ แต่ทิศทางที่ไปไม่ได้ไปยังชุมชนของคนมีฐานะ หากแต่ไปยังตลาดเก่าแห่งหนึ่ง และเฒ่าจันทราได้ชี้ให้เหวยกู่ดูเด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมมที่เป็นลูกสาวของแม่ค้าในตลาด พร้อมกับบอกว่า “นั่นแหละคือเนื้อคู่ของเจ้า” ก่อนที่จะหายตัวไป เหวยกู่รู้สึกโมโหมากเมื่อรู้ว่าคู่ครองของตนเป็นเด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมม เมื่อกลับถึงบ้านจึงจ้างให้คนรับใช้ในบ้านไปสังหารเด็กน้อยคนนั้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีเหวยกู่สอบได้เป็นจอหงวน พร้อมกับเจ้าเมืองได้ยกลูกสาวให้เป็นคู่ครอง ชีวิตกำลังรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก และคิดว่าคำบอกเล่าของเฒ่าจันทราเป็นเรื่องโกหก หลังจากครองคู่กันได้ระยะหนึ่ง เหวยกู่ก็สังเกตว่าที่หน้าผากของภรรยามีสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ จึงถามนางว่าคืออะไร นางได้เล่าให้ฟังว่า แท้จริงแล้วนางไม่ได้เป็นลูกสาวของเจ้าเมือง หากแต่เป็นลูกของแม่ค้าจนๆ ในวัยเด็กมีชายคนหนึ่งใช้มีดกรีดหน้าของตนแล้วจากไป และเจ้าเมืองผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีจึงรับอุปการะตนเป็นลูกสาว เมื่อฟังจบเหวยกู่ได้ตามคนรับใช้ที่จ้างให้ไปสังหารมา คนรับใช้ได้สารภาพว่า เขาไม่อาจทำใจสังหารเด็กน้อยคนนั้นได้ จึงเพียงใช้มีดกรีดหน้าเป็นสัญลักษณ์ไว้เท่านั้น เมื่อเหวยกู่ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว ทำให้เขารู้ว่าที่เฒ่าจันทราบอกไว้เป็นความจริง จึงทำการขอขมาภรรยาและแม่ของนาง ก่อนที่จะครองรักกันไปอย่างมีความสุข ร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง คืนแล้วคืนเล่าผ่านไปดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ ด้วยความคิดถึงและอยากพบให้เร็วที่สุด ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า “หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้คงไม่ได้เจอแน่ๆ” จึงตัดสินใจ ระเบิดตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปทั่วทั้งจักรวาล เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น เมื่อเวลาผ่านไปทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงได้เห็นถึงความจริงว่า แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้าสวยงามสักปานใด แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้านั้นแต่เพียงตนเท่านั้น ยังส่องแสงไปยังดวงอื่น ๆ อีกมากมาย ดวงจันทร์จึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง แต่หาเท่าไหร่ก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเองเพียงเพื่อตามหาตนจนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยว เล็กๆ ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอกับดวงดาวผู้ชายอีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่โศกเศร้าเสียใจ แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ดวงจันทร์ผู้ชายมีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสงที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตนส่องให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์ จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาวให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณข้อมูล http://www.thongkasem.com/knowledge.php?kid=48

นางร้ายหน้าเป๊ะ...สวยแย่งซีนนางเอก
นางร้าย /  แย่งซีน / 

สมัยนี้ นางร้าย หน้าบ้านๆ คงจะไม่ได้แจ้งเกิดเหมือนสมัยก่อน ที่มักจะใช้แต่ความสามารถเพียงอย่างเดียว เพราะสาวๆ สมัยนี้จะต้องเก่งและสวยครบสูตร อีกทั้งยังต้องแซบ เพื่อที่จะให้สมศักดิ์ศรีกับการเป็นคู่แข่งของบรรดานางเอกที่สวยใสอีกด้วย ว่าแต่ใครกันบ้างที่เป็นนางร้ายสุดแซบเข้าตาในยุคนี้สมัยนี้ ตามไปดูกันเลยค้าาา... ดิว อริสรา ดิว – อริสรา ทองบริสุทธิ์ โลดแล่นอยู่ในวงการมาพักใหญ่แต่ ดิว อริสรา ก็แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจาก บทนางร้าย ที่คนดูต่างพากันอยากตบ เพราะดีกรีความร้ายกาจของคุณเธอทะลุเพดานจริงๆ แต่ที่สะดุดตาคนดูไม่ใช่ความแรงอย่างเดียว แต่เป็นความขาวโอโม่นี่สิที่ทะลุจอแย่งซีนนางเอกไปเต็มๆ เนย โชติกา เนย – โชติกา วงศ์วิลาศ ถึงตอนนี้ เนย โชติกา จะดูหายๆ จากหน้าจอไปบ้าง แต่ก็มีบรรดาหนุ่มๆ พากันเรียกร้องอยากเห็นสาวเจ้ากลับมากรี๊ดปรอทแตกอีกครั้ง โถ...ก็ทั้งหน้าเป๊ะ หุ่นเฟิร์ม จนบรรดานางเอกที่มาประกบคู่ด้วยดูดรอปลงไปอย่างเห็นได้ชัด แถมบทบาททางการแสดงยังแซบเว่อร์ไปซะทุกเรื่อง หนุ่มๆ ก็รีเควสเป็นธรรมดา ญาญ่าญิ๋ง ญาญ่าญิ๋ง – รฐา โพธิ์งาม ตั้งแต่โมดิฟายตัวเองจนตอนนี้สวยเป๊ะแล้ว นักร้องสาว ญาญ่าญิ๋ง ยังกลับมาพร้อมกับการโกอินเตอร์ เพราะนางได้ดังไกลมีโอกาสเล่นหนังยังต่างแดนเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังหันมารับบทนางร้ายในละครจอแก้วให้คนได้เกลียดกันทั่วบ้านทั่วเมืองอีกต่างหาก จอย ชลธิชา จอย – ชลธิชา นวมสุคนธ์ นี่ถ้าไม่ได้รับบท หนูนก ในละคร แรงเงา สาวหน้าแบ๊ว จอย ชลธิชา คงจะไม่ได้กลับมาแจ้งเกิดอีก ก็ตอนนี้เจ้าตัวกลับสู่วงการละครจอแก้วอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้หันไปเอาดีกับการเป็นดีเจนั่งจัดรายการอยู่หลังไมค์ กลับมาก็แซบสมใจเลยทีเดียว ดาว พิมพ์ทอง ดาว – พิมพ์ทอง วชิราคม เคยรับบทนางเอกมาแล้วแต่ดูเหมือนจะไม่ฮอตเว่อร์เท่านางร้าย สำหรับ ดาว พิมพ์ทอง สาวหน้าสวย หุ่นเป๊ะ แอคติ้งเริ่ด แถมแฟชั่นการแต่งตัวยังเเซบไม่แพ้ใครอีกต่างหาก สวยร้ายซ่อนเปรี้ยวแบบนี้สิท่า ถึงถูกจัดให้อยู่ในแก๊งสวยแย่งซีน ไอซ์ อภิษฎา ไอซ์ – อภิษฎา เครือคงคา คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่านางร้ายแถวหน้าอย่าง ไอซ์ อภิษฎา ไม่แซบ เพราะไม่ว่าจะเล่นละครเรื่องไหนล้วนแล้วแต่เผ็ดร้อนฮอตเว่อร์ตลอดๆ เรื่องความสวยนั้นไม่ต้องพูดถึง โดดเด่นแย่งซีนจนนางเอกหลายคนต้องชิดซ้ายไปเลยล่ะ ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร ปุยฝ้าย- ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล กลายเป็นนางร้ายที่มีเอกลักษณ์เด่นชัดอีกหนึ่งคน สำหรับ ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร เพราะไม่ว่าสาวเจ้าจะรับละครเรื่องไหน ปากจะต้องแดงจัดไว้ก่อน เรียกว่าเสื้อผ้าหน้าผมต้องสวยเป๊ะ แย่งซีนนางเอกไปเต็มๆ ค้าาา...

มณีพงศ์ 1ในคู่หูนรกแตกลั่นระฆังวิวาห์ น้องโบว์ แฟนสาว
ณิชฌามาร์ ภาวริศพงศภรณ์ /  บดินทร์ อิสระ / 

เจ้าเอ มณีพงศ์ จงจิตร นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ได้ฤกษ์ดีจับมือแฟนสาว น้องโบว์ ณิชฌามาร์ ภาวริศพงศภรณ์ ลั่นระฆังวิวาห์อย่างชื่นมื่น พร้อมหวนกลับมาจับคู่กับ อาท บดินทร์ อิสระ อีกครั้งตั้งเป้าลุ้นเหรียญโอลิมปิก มณีพงศ์ จงจิตร นักกีฬาแบดมินตันชายคู่มืออันดับ 11 ของโลก สละโสดแต่งงานกับแฟนสาว น้องโบว์ ณิชฌามาร์ ภาวริศพงศภรณ์ วัย 25 ปี หลังจากที่ได้คบหาดูใจกันมานานพอสมควร โดยได้ทำพิธีตามขนบธรรมเนียมประเพณี ยกขันหมากสู่ขอจากทางญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง พิธีหมั้น พิธีรดนํ้าสังข์ พร้อมด้วยพิธีเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ท่ามกลางความยินดีของแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว รวมถึงนายกสมาคมแบดฯ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล และดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล โดย มณีพงศ์ กล่าวว่า ผมและภรรยาต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ รวมถึงแขกผู้มีเกียรติทุกๆ ท่านที่มาร่วมในงานมงคลสมรสของเราทั้งคู่ในวันนี้ สำหรับอนาคตในการเล่นแบดมินตันนั้น หลังจากนี้ตนจะหวนกลับมาจับคู่กับ อาท บดินทร์ อิสระ อีกครั้ง หลังจากที่เราเคยคู่กันทำผลงานได้ดีมาก่อนแน่นอนว่าอันดับแรกเราทั้งคู่จะต้องกลับมามุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมให้หนักมากยิ่งขึ้น เพราะในตอนนี้อันดับโลกของคู่เรายังไม่สามารถลงแข่งขันในระดับ ซูเปอร์ซีรีส์ ได้ ทำให้ต้องออกตระเวนแข่งขันในรายการระดับชาเลนจ์ หรือกรังด์ปรีซ์โกลด์ เพื่อเร่งขยับอันดับโลกขึ้นมาเสียก่อน เบื้องต้นทางโค้ชวางแผนให้ไปแข่งขันที่ยุโรป 3 รายการในเดือนมีนาคมนี้ ทั้ง สวิส โอเพน กรังด์ปรีซ์ โกลด์ ต่อด้วย โปลิช โอเพน อินเตอร์เนชั่นแนล ชาลเลนจ์ และออร์ลีนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ชาลเลนจ์ โดยหวังว่าเราทั้งคู่จะทำผลงานได้ดี เพราะตอนนี้ตามอันดับโลกตกไปอยู่ที่ 230 แล้วแน่นอนว่าเป้าหมายใหญ่ที่สำคัญก็คือการคว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิก ที่ริโอ ประเทศบราซิล

เทนนิสออสเตรเลียน โอเพ่นได้คู่ชิงหญิงเดียวแล้ว
มาเรีย ชาราโปวา /  ออสเตรเลียน โอเพ่น 2015 / 

การแข่งขันเทนนิสแกรนด์ สแลม แรกของปี 2015 รายการ ออสเตรเลียน โอเพ่น 2015 ที่เมลเบิร์น ปาร์ก ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2558 ประเภทหญิงเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ หรือ รอบ 4 คนสุดท้าย ระหว่าง  เซเรนา วิลเลียมส์ มือวางอันดับ 1 ของรายการ และ มือ 1 ของโลกจากสหรัฐอเมริกา ดีกรีแชมป์ 5 สมัย ดวลกับ เมดิสัน คีย์ส นักหวดสาวดาวรุ่งเพื่อนร่วมชาติ ผล ปรากฏว่า เซเรน่า อาศัยความแข็งแกร่งและความเก๋า ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 24 นาที เป็นฝ่ายเอาชนะ นักหวดรุ่นน้อง ไปแบบสบายมือ 2-0 เซต 7-6(7-5) และ 6-2 ผ่านเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 พบกับ นางฟ้า"มาเรีย ชาราโปวา จากรัสเซีย ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคมนี้

เสียตัวแต่ไม่เสียตังค์!! อ๊อฟ ปองฯ เลิกแฟนหนุ่ม
อ๊อฟ ปองศักดิ์ /  เลิก / 

ควงกันสวีทเกาะเสม็ดให้อิจฉาอยู่บ่อยๆ ล่าสุดกลับมาอยู่ในช่วงเฮิร์ท! อีกซะแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่ม อ๊อฟ ปองศักดิ์ เพราะเจ้าตัวเพิ่งออกมาประกาศว่าเลิกรากับแฟนหนุ่มนอกวงการมานาน 2 เดือน หลังดูใจกัน 1 ปี แจงเหตุไม่มีเวลาให้อีกฝ่าย แต่งวดนี้ลั่น "เสียแค่ตัว ไม่เสียตังค์" นะจ๊ะ ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่ากับคนที่แล้วก็ทำเอาเจ้าตัวเจ็บและแค้นอย่างหนักเพราะถูกโกงเงินไปเป็นล้าน!! จนเป็นคดีความกันไป อย่างไรเสียถือเป็นบทเรียน และก็ไม่ได้ทำให้คนอย่าง อ๊อฟ ปองศักดิ์ เข็ดขยาดเรื่องความรักแต่อย่างใด... เป็นกำลังใจให้จ้า ขอบคุณภาพจาก IG : @aofpongsak อ๊อฟ ปองศักดิ์ อ๊อฟ ปองศักดิ์ อ๊อฟ ปองศักดิ์ เลิกแฟน อ๊อฟ ปองศักดิ์ เลิกแฟน

โพล ชี้! ปชช.หนุน
นายก /  ประยุทธ์ จันโอชา / 

“สวนดุสิตโพล ระบุ ประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับ "นายก" เรื่องคงอัยการศึกไว้ สกัดความวุ่นวายในอนาคต ชี้ สหรัฐฯไม่เข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองของไทย จากที่ นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แสดงความเป็นห่วงและอยากเห็นประเทศไทยยกเลิกกฎอัยการศึก ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน  “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,219 คน ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2558 สรุปผล ดังนี้ 1. ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี สหรัฐอเมริกาอยากให้ไทยยกเลิก “กฎอัยการศึก” อันดับ 1 เป็นปัญหาภายในประเทศ ต่างชาติอาจไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ของไทย 83.19% อันดับ 2 เป็นการแสดงความเป็นห่วงในฐานะผู้นำประเทศ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจของไทย 74.56% อันดับ 3 อยากให้ประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตย ต่างชาติให้การยอมรับ 69.91% 2. “ข้อดี” ของการใช้ “กฎอัยการศึก” อันดับ 1 บ้านเมืองสงบสุข เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีการชุมนุมประท้วง 82.74% อันดับ 2 เจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลสถานการณ์ได้ง่าย ประชาชนมีความปลอดภัย 78.10% อันดับ 3 ทำให้คนเกรงกลัวในการกระทำผิดกฎหมาย 70.58% 3. “ข้อเสีย” ของการใช้ “กฎอัยการศึก” อันดับ 1 ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ ไม่เป็นประชาธิปไตย 88.50% อันดับ 2 ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศและความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติ 79.65% อันดับ 3 นักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาท่องเที่ยว กระทบต่อเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน 76.11% 4. ณ วันนี้ ประชาชนคิดว่าถึงเวลาควรยกเลิกกฎอัยการศึกหรือยัง? อันดับ 1 ยังไม่ถึงเวลายกเลิกกฎอัยการศึก 46.02% เพราะ ตอนนี้บ้านเมืองสงบสุขอยู่ อาจมีความวุ่นวายเกิดขึ้นได้อีก อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 32.52% เพราะ อาจมีทั้งผลดีผลเสีย ควรรอดูสักระยะ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ คสช. ฯลฯ อันดับ 3 ถึงเวลาที่ควรยกเลิกกฎอัยการศึก 21.46% เพราะ ภาพลักษณ์ของประเทศจะได้ดีขึ้น ต่างชาติให้ความเชื่อมั่น ข้อมูล สวนดุสิตโพล MThai News 

'อียู' ยืดคว่ำบาตร 'รัสเซีย' ถึงกย.นี้ แต่ไม่กดดันเพิ่ม
คว่ำบาตรรัสเซีย /  วิกฤตเศรษฐกิจ / 

สหภาพยุโรป หรือ 'อียู' ขยายเวลามาตรการคว่ำาบาตร 'รัสเซีย' ออกไปถึงเดือนกันยายนปีนี้ แต่ยังไม่มีการกดดันเพิ่มเติม ด้าน 'สหรัฐ' เห็นด้วย แต่ระบุบทลงโทษรอดูสถานการณ์ในยูเครน ที่ประชุมรัฐมนตรี 'อียู' ยังคงคำสั่งห้ามเดินทาง และอายัดทรัพย์สินที่ประกาศไว้เมื่อปีที่แล้ว และในการประชุมครั้งถัดไปวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ก็จะมีการพิจารณาใส่รายชื่อบุคคลลงในบัญชีคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมด้วย แต่อียูยังคงไม่เพิ่มมาตรการกดดัน โดยที่รัฐบาลเยอรมนี ชี้ว่า การออกบทลงโทษเพิ่มเติมจะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในยูเครนว่ามีการรุกคืบของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ว่าจะต้องเพิ่มมาตรการกดดันหรือไม่ เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีแผนกดดันใดๆ เพิ่มเติมเช่นกัน ในขณะที่ท่าทีของ 'กรีซ' ถูกจับตามองเป็นพิเศษในการประชุมรัฐมนตรีอียูที่กรุงบรัสเซลส์ หลังจากที่นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ซีปราส จากพรรคไซรีซา ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดเริ่มเข้าบริหารประเทศเมื่อวันที่ 26 มค.ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลของกรีซติงอียูที่ไม่ปรึกษาก่อนจะขู่ลงโทษรัสเซียเพิ่มเติม โดยนายนิโกส กอตเซียส รัฐมนตรีต่างประเทศกรีซ ปฏิเสธชัดเจนว่าไม่มีเจตนา คัดค้านมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย และเรียกร้องให้รัสเซียหยุดสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ติดตามความเคลื่อนไหว 'เศรษฐกิจโลก' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

แฝดแปด! After School ปล่อยภาพโปรโมท Japan Best Album
After School /  AfterSchool / 

After School (อาฟเตอร์ สคูล) แปดสาวเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี เผยภาพคอนเซ็ปต์อัลบั้มภาษาญี่ปุ่น Japan Best Album อวดลุคหญิงสาวสุดอ่อนหวาน แบบ 'แฝดแปด!' After School สร้างความสนใจให้กับแฟนเพลงอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวภาพโปรโมทอัลบั้ม Japan Best Album โดยสมาชิกทั้งหมดมาในภาพลักษณ์หญิงสาวสุดอ่อนหวาน โดดเด่นด้วยผมทรงหน้าม้า การแต่งหน้าโทนนู้ด และคอสตูมสีเบจ ซึ่งทำให้เธอดูละม้ายคล้ายคลึงกันราวกับแฝดแปดเลยทีเดียว สำหรับอัลบั้ม Japan Best Album ของ After School จะรวบรวมเพลงเอาไว้มากถึง 19 แทร็ค ซึ่งรวมถึงเพลงฮิตที่ผ่านมาของ After School อาทิ Bang!, Diva, Rumbling Girls, Heaven, Shh, Because of You และ Ms. Independent โดยนอกจากอัลบั้มในเวอร์ชั่นปกติแล้ว ยังมีอัลบั้มเวอร์ชั่น Live Edition CD+DVD, MV Edition CD+DVD, mu-mo Edition และอีกมากมาย โดยมีกำหนดจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 18 มีนาคมนี้ อนึ่ง จูยอน หนึ่งในสมาชิกของ After School ซึ่งจบการศึกษาจากวง(ออกจากวง) และสิ้นสุดสัญญากับต้นสังกัดในประเทศเกาหลี Pledis Entertainment เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ยังคงทำงานร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ ใน After School ในอัลบั้ม Japan Best Album ชุดนี้ โดยมีการเปิดเผยว่า จูยอน จะหมดสัญญากับต้นสังกัดในประเทศญี่ปุ่นราวเดือนมิถุนายน ปี 2015. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม!
ประวัติ /  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอจัดเต็มให้สาวๆ ได้น้ำลายไหลกันต่อ หลังจากที่ได้เห็นโปสเตอร์ งานรักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 ซึ่งหลายคนก็คงจะได้เห็นนักกีฬาแซ๊บแซ่บของทางฝั่ง CU และ TU กันมาพอหอมปากหอมคอ .. ทีนเอ็มไทยนำภาพ 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ มาเรียกน้ำย่อยสาวๆ กันต่อในแบบฉบับวันสบายๆ กันดูบ้าง ^^ เอาหล่ะชอบใครก็อย่าลืมตามไปเชียร์กันหล่ะ ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ ฉายา โอบีทู  หยุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่จะเก่งด้านกีฬา อย่างอื่นเขาก็เก่งเหมือนกันนะ! อ่ะ .. ที่หมายถึงคนก็คือ  นิค สถาพร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้เป็น 1 ใน 4 ผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “Dak Galbi” ได้พิสูจน์ให้เราเห็นด้วยการนำเทรนด์อาหารเกาหลีจากต้นฉบับดั้งเดิม เข้ามาในประเทศไทยหน่ะสิ (อ่านเพิ่มเติม สถาพร วณิชวรพงศ์ ผู้นำเทรนด์ร้านอาหารเกาหลี “DAK GALBI” ) นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิว วณิชวรพงศ์ ฉายา อมโบ้   นิว อมโบ้ คนนี้ก็เป็นน้องชายของ  นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ (โอบีทู) ค่ะ ลูกชายบ้านนี้หล่อกันทั้งบ้านเลย ^^ นอกจากนี้ นิว ยังได้ร่วมเล่นละครภพรัก ของทางช่อง 3 อีกด้วย  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ตั้ว ณัฐพล วิริยะชัย (เศรษฐศาสตร์) หนุ่มรักบี้คนนี้ก็หล่อไม่เบา เห็นโปสเตอร์หล่อเข้มขนาดนี้ แต่ตัวจริงนี่หล่อใสกๆ เลยนะครับ! แถมกำลังมีผลงานกับทางช่อง 3 อีกด้วย งานนี้เป็นนักกีฬาก็ฮอต ถ้าเป็นนักแสดงก็คงมีแฟนคลับตามไปกรี๊ดกันอีกแน่นอน ตั๊วเล่นกีฬารักบี้มาตั้งแต่ ป.4 ส่วนถ้าสาวๆ อยากได้หัวใจหนุ่มนคนนี้ไหปครองก็คงต้องหาเวลาให้เขาเยอะๆ แล้วหล่ะ เพราะหนุ่มคนนี้เป็นคนขี้เหงา และถ้ามีแฟนจะติดแฟนมากๆๆๆๆ ไม่ยอมให้ไปไกลหูไกลตาซะด้วย นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ไมค์ หรือ จึ้ก หนุ่มรักบี้หน้าตี๋ใส หล่อบาดใจ อีกคนแห่งธรรมศาสตร์  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : คำจ๋าย หนุ่มหล่อกล้ามโต แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : เบล หนุ่มหล่อกล้ามโต อารมณ์ดี แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ เรียบเรียงเขียน teen.mthai.com ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม http://instagram.com/nickdakgalbi ,http://instagram.com/newombo , http://instagram.com/tuanattaphol ,http://instagram.com/mikeedech ,http://instagram.com/np_kumjai ,http://instagram.com/bell_sappasit