อาหารสุขภาพ

เมินดราม่า!! รัศมีแข เปิดใจกว่ารักจะมาถึงจุดนี้ได้ เคยซดน้ำยาล้างห้องน้ำประชดรักเฉียดตายมาแล้ว!!
รัศมีแข /  ข่าว รัศมีแข / 

    เรียกได้ว่าสมหวังมากๆ แถมยังปังเวอร์จนสาวแท้สาวเทียมต่างพากันอิจฉาไปตามๆ กัน ที่ล่าสุดนักแสดงผิวสีอารมณ์ดีเวอร์อย่าง รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ได้แลกแหวนแทนใจกับ โจนาส แฟนหนุ่มชาวสวีเดนซึ่งคบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 10 ปี โดยวันนี้ (12พ.ค.60) รัศมีแข ได้เดินทางไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ คุยหมดเปลือก เปิดใจให้สาวๆ หัวใจสั่นระรัวถึงวินาทีที่แฟนฝรั่งคุกเข่าหมั้น มอบแหวนมัดใจเตรียมบินจดทะเบียนสมรสที่ประเทศสวีเดนในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ยันเข้าใจที่สังคมบางส่วนยังไม่เปิดรับ พร้อมกับเปิดใจอดีตเคยประชดรักซดน้ำยาล้างห้องน้ำจนเฉียดตายมาแล้ว!!   "ส่วนตัวคิดว่าสังคมมันเปิดแล้ว แต่ว่ายังเปิดไม่หมด ยังมีคนบางกลุ่มที่ยังรู้สึกว่ายังรับไม่ได้ แต่คนที่รับไม่ได้ส่วนมากไม่ได้ออกมาพูดอะไร ส่วนมากจะมีแต่คอมเม้นท์บ้าๆ บอๆ ที่เช้ามาหยาบ ไม่รู้ว่าอึดอัดหรือไม่มีความสุขหรือเปล่า เราบอกไปแล้วด่าเราได้ แต่อย่าด่าผัวแข ด่าผัวเราปุ๊บ เราเขียนกลับไปเลย คือเข้ามาด่าอีฝรั่งบินมาย.ยักษ์ กับกะเทยที่เมืองไทย เราก็เข้าไปดูหน้าตาว่าเขาเป็นใคร และไปเห็นรูปเขาวิดีโอกับลูกสาว เราเลยแคปรูปนั้นแล้วส่งเข้าไป ดึงสติเขานิดหน่อยว่าอ่อนี่หรือความคิดของคนเป็นพ่อ สักพักหนึ่งเขาก็หายไป เราก็หวังว่าเราดึงสติเขาได้แล้ว ทำอะไรก็ให้มีสติหน่อย หรือว่าบางคอมเม้นท์ก็เขียนด่าหยาบคายเหยียดเพศมากๆ ก็มี"   "ไม่เซ็งหรอก เพราะเชื่อว่าเป็นส่วนที่น้อยมากสำหรับโลกในปัจจุบันนี้ แต่แทนที่จะมานั่งแอนตี้ นั่งด่า จะให้ฆ่ากะเทยไปหมดโลกก็คงทำไม่ได้ ก็ควรจะเตรียมตัวพร้อมรับ แล้วสิ่งที่เราห่วงที่สุดคือเด็กว่าจะเข้าใจยังไง เพราะในส่วนของลูกหลานของเรา เราอธิบายแล้ว เขาเข้าใจว่าเป็นยังไง แต่ลูกหลานคนอื่นเราไม่รู้ ฉะนั้นพ่อแม่ก็เตรียมตัวพร้อมรับกับมันดีกว่าเพื่อที่จะอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าโลกมันมีหลายแบบ"   "แฟนก็เข้าใจ เพราะแฟนบอกว่าถ้าแขยังอยู่สวีเดนยังไม่ได้เข้าทำงานในวงการ ก็อาจจะไม่มีคนสนใจ พอวันนึงเรามาอยู่ตรงนี้เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีคนความคิดแตกต่างมา ฉะนั้นทำอะไรไม่ได้นอกจากปลง เราก็ไม่เครียดอะไรอย่างคอมเม้นท์จากเพศที่ 3 เรื่องเหยียดเพศมากๆ เราก็ส่งรูปที่ดีสุดไปคือรูปที่เราไปช่วยตอนที่คนเป็นลม บอกว่าเราไม่เคยเหยียดเพศนะ เราคิดว่าทุกคนเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน อย่างผู้ชายตีกันเราก็เข้าไปช่วย แต่ฟีคแบคดีๆ ก็เยอะ มีพี่ๆ ในวงการมาแสดงความยินดีด้วย คนก็อิจฉา เราก็จะบอกว่าถ้ามองว่าอิจฉา ก็ให้มองแล้วกันว่ากว่าจะรักกันได้ 10 ปีมันผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าไปดูในรายการที่เราเคยไปออกจะรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ผ่านอะไรมาเยอะ อันนี้ต้องขอบอกเลยว่าพี่ไม่เคยใช้คำว่าแฟนเก่า เพราะว่าเขาเป็นแฟนคนแรกและคนเดียว ดูสวยอ่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราอายุ 20 ทั้งฟัด ทั้งเหวี่ยง เป็นเรื่องอารมณ์ที่หนึ่งเลยไม่ว่าจะเป็นเขวี้ยงข้าว ของ ถือมีด น้ำยาล้างจานก็กินมาแล้ว"   "ไม่ได้ฆ่าตัวตายหรอก เป็นความคิดของเด็ก เราต้องการประชด แต่เอฟเฟ็คท์ไม่เกิดอะไรมาก มีรถพยาบาลมารับ เขาก็ให้กินขนมปังและทำอะไรอีกเยอะแยะ พอเราคิดได้ก็มานั่งคิดว่ามันไม่คุ้ม สุดท้ายเราก็ได้คำตอบว่าเราต้องการเอาชนะเพื่อให้อีกคนหนึ่งเจ็บ แต่จริงๆ การที่เราทำให้อีกคนเจ็บคือการทำร้ายร่างกายตัวเองอยู่ ตอนนั้นเขาก็ตกใจเหมือนเราว่าต้องขนาดนี้เลยเหรอ เขาก็ร้องไห้ ตอนนั้นเราเลยรู้สึกว่ามันไม่โอเค ครั้งนั้นถือว่าเป็นการทะเลาะกันที่รุนแรงที่สุด มันเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าการที่เรารักใครสักคนหนึ่ง แล้วมาทำให้กันเจ็บปวดมันไม่ใช่ สงสารเขานี่เป็นเหตุผลที่รักเขามาก ต้องขอบคุณความอดทนของเขา ล่าสุดเขาก็บินมาเมืองไทย แต่ด้วยดวงอะไรของเราก็ไม่รู้ก็ทำงานทุกวัน เขาก็มากับเพื่อนเวลาไปทำงานจะได้ไม่เหงา ตอนนั้นเราก็จะตื่นเช้า ลงไปทานอาหาร ตอนบ่ายเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน ทำงานเสร็จก็กลับมา แต่ก็ดีเหมือนกันเราได้เห็นการทำงานของเขา เขาก็น้ำตาคลอซึ้ง ถ้าพูดตรงๆ คงซึ้งว่าทีเมียเป็นดารา (หัวเราะ) นางพราว พนักงานโรงแรมมาขอถ่ายรูปด้วย เขาไม่เคยเห็น ไม่เคยรับรู้ในส่วนนี้ พอเขามาเห็นก็ยืนยิ้ม น้ำตาคลอ เราก็อุ๊ย...สวย (หัวเราะ) เขาก็บอกว่าภูมิใจในตัวเองและเห็นว่าความคิดเราเปลี่ยนไป อยู่ดีๆ วันนึงคนเจ้าอารมณ์คนนึงได้มาทำงานในจุดนี้ที่มีความรับผิดชอบสูงมากและบางวันทำงาน 2-3 งานต้องมีความอดทน เขาจะเห็นความอดทนของเราและความรับผิดชอบของเราเขาก็แฮปปี้" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG rusameekae อ่านข่าว เขินแรง!! รัศมีแข แลกแหวนกับแฟนหนุ่มชาวสวีเดนแล้ว     รัศมีแข รัศมีแข ัรัศมีแข   รัศมีแข รัศมีแข โจนาส แฟนชาวสวีเดน   รัศมีแข โจนาส แฟนชาวสวีเดน  

ละครสายลับจับแอ๊บ , เรื่องย่อสายลับจับแอ๊บ
เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ

สายลับจับแอ๊บ บทประพันธ์โดย : หัสวีร์, เพฑูรย์, พิมาลินย์บทโทรทัศน์โดย : มานะ สติกำกับการแสดงโดย : คิง สมจริง ศรีสุภาพผลิตโดย : บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัดออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30น. ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ แอ๊บได้แอ๊บไป ระวัง จี-สแกนเปิดโปง ! พวกแอ๊บจะไม่ได้กินชะนีอีกต่อไป จี-สแกน บริษัทสืบเกย์ความหวังสุดท้ายของสาว ๆ ในยุคผู้ชายกลายพันธุ์ ที่เกิดจากการรวมตัวกันแบบไม่ตั้งใจของสามสาวเพื่อนรัก นำทีมโดย พรนางฟ้า สาวสวยหุ่นเป๊ะแต่สมองโก๊ะผู้โดนเกย์หนุ่มหักอกเป็นอาจิณเลยทำให้เธอเชี่ยวชาญในการสแกนเกย์ ผลงานการสแกนเกย์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ คือการที่เธอแอบตามแฟนหนุ่มที่นอกใจหนีไปเที่ยวกับเจ้านายเกย์ของเธอ เมื่อความลับถูกเปิดเผย พรนางฟ้าจัดการเจ้านายไม่ยั้ง ทำให้เจ้านายไล่เธอออก และขัดขวางการสมัครงานทุกที่จนเธอกลายเป็นคนว่างงาน ความแค้นนี้ทำให้พรนางฟ้าโพสต์เรื่องราวของตัวเองแฉลงในพันทิป และด้วยกระแสของกระทู้นี้เองทำให้ ชลลัมภีร์ เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิงจ้างให้เธอสืบคดีคู่จิ้น วงบลูปรินซ์ บอยแบนด์ที่ดังสุดในประเทศไทย แต่ยังไม่ทันสืบคดีแรกคดีที่สองก็ตามมาติด ๆ เมื่อเธอได้รับว่าจ้างให้สืบเกย์ผู้กำกับหล่อเซอร์ชื่อดังพรนางฟ้าจึงไปชักชวนผู้ร่วมทีมคนที่สองคือ บัวบุหงา สาวเก่ง มาดแมนซึ่งกำลังมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องหนี้สินที่บ้านเหตุเกิดจาก พ่อเต่า พ่อที่เป็นเกย์ของเธอกู้เงินมาทำร้านอาหารอิตาลีก่อนร้านจะเจ๊งไม่เป็นท่า แถมงานถ่ายแบบนิตยสารแนวผู้ชายเซ็กซี่ของเธอดันโดนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาแทนที่ บัวบุหงาจึงตัดสินใจร่วมทีมกับพรนางฟ้า เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสืบคดี แต่ก็ดันมีคดี ที่สามเข้ามาเพิ่ม ! ซึ่งคนที่มาว่าจ้างกลับไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็น แพรพิณ เพื่อนรักสาวสวยฟอร์มจัดของพวกเธอ ที่สงสัยว่าคู่หมั้นของหลานสาวตัวเองจะเป็นเกย์ เมื่อ 3 คดีทับถมเข้ามาพรนางฟ้าจึงตัดสินใจให้แพรพิณเข้าร่วม เป็น 1 ในจีสแกนเพื่อสืบคดีหลานสาวซะเลย ! งานนี้สามสาวต้องช่วยกันสืบคดีทั้งสามคดีที่รับมาให้สำเร็จ! ละคร สายลับจับแอ๊บ พรนางฟ้า เริ่มสืบข้อมูลวงบลูปรินซ์จาก อันนา หลานสาวของแพรพิณ ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวแม่ของวงนี้บลูปรินซ์ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนคือ เควิน, คฑา, ไลออน และจุงเบ โดยมีโปรติวเซอร์สุดโหดอย่าง พาที คอยดูแลวงอย่างใกล้ชิด พรนางฟ้าพบว่าคู่จิ้นที่คนเชียร์มากที่สุดของวงคือ เควิน และไลออน และเร็ว ๆ นี้บลูปรินซ์จะจัดงาน fan meeting พรนางฟ้าจึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปแสกนบลูปรินซ์ แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง เมื่องานนี้อนุญาตให้คนที่มีบัตรเข้าเท่านั้น ! พรนางฟ้า บัวบุหงา และแพราพิณ จึงหาใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหาบัตรเข้างานไปได้อย่างทุลักทุเล โดยมี ต้อย และติ่ง หัวหน้าแฟนคลับคอยสแกนคนตลอดเวลาด้วย และในงานนั้นเอง ทำให้พรนางฟ้าได้เจอกับพาที ผู้ชายที่พรนางฟ้าเคยเจอที่สนามบิน และคิดว่าเขาเป็นการ์ด ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันทันที พรนางฟ้าพยายามโกหกพาทีว่าเธอเป็นญาติเครวิน พาทีซึ่งรู้เรื่องบลูปรินซ์ดีที่สุดโมโหมาก สั่งให้บอดี้การ์ดลากพรนางฟ้าออกไป พรนางฟ้ารู้ตัวว่าจะทำงานยากขึ้นจึงปลอมตัวเป็นแองจี้ หลานสาวชลลัมภีร์เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์โดยอ้างว่าจะตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงนิตยสารที่ประเทศเกาหลี การเข้าไปของพรนางฟ้าทำให้วงบลูปรินซ์ประทับใจเพราะเธอเป็นหญิงสาวสวย ฉลาด มากความสามารถ และแก้ปัญหาให้บลูปรินซ์ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เต้นในโชว์ลีลาศของเควินที่ไม่มาซ้อม พรนางฟ้าก็มาช่วยซ้อมแทนเพราะเต้นลีลาศเป็น หรือเรื่องที่แฟนคลับบุกร้านอาหารในระหว่างการให้สัมภาษณ์ของบลูรินซ์พรนางฟ้าก็สามารถหาทางลัดพาทั้งสี่หนุ่มหนีรอดมาได้ ทั้งสี่คนจึงเริ่มให้ความไว้วางใจตัวเธอ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เธอสแกนเกย์บลูปรินซ์ได้มากขึ้น ! เธอจึงหาหนทางเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสี่หนุ่มบลูปรินซ์เพื่อสแกนแบบเข้มข้น และโชคก็เข้าข้างเมื่อ นาเดียร์ เลขาของพาที และผู้ช่วยผู้จัดการวงมีเรื่องกับคฑาจนโดนไล่ออก เควินกับไลออนเลยเสนอให้พรนางฟ้าเข้ามาทำหน้าที่แทน ทุกคนที่เหลือในวงเห็นด้วย พาทีจึงต้องยอมรับพรนางฟ้าเข้ามาทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านบัวบุหงาถูกพรนางฟ้าทิ้งให้สืบคดีจับ พันธิตร ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสด ๆ ร้อน ๆ บัวบุหงานัดเจอ อรนาฏ แม่ของพันธิตรเพื่อรับคดี อรนาฏยื่นซองเงิน 100,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ และบอกว่าทางที่ง่ายที่สุด ในการสืบเกย์ลูกชายตัวเองคือแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ที่พันธิตรเป็นโปรดิวเซอร์ บัวบุหงาหาหนทางแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกับ โดม ประทาย ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นเพื่อนสนิทของพ่อบัวบุหงา โดยมี ตรีชวา นางเอกของเรื่องใช้เส้นสายช่วยให้บัวบุหงาได้เข้าไปเป็นตากล้องภาพนิ่งในกองถ่าย ละคร สายลับจับแอ๊บ พันธิตรเพียงเห็นหน้าบัวบุหงาก็ไม่พอใจ เพราะไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตากล้องผู้หญิง คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาลับฝีปากดูถูกความสามารถเธอเสมอ ทำให้บัวบุหงาแค้นและอยากหาหลักฐานมัดตัวพันธิตรให้ได้โดยเร็ว เธอตามสืบพันธิตรทุกฝีก้าว และเจอว่าพันธิตรชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายในกอง ชอบด่าดาราสาวสวยที่เล่นไม่ดี และเมื่อบัวบุหงาแอบเปิดไลน์ของพันธิตร ก็เจอว่าเขาคุยกับ วทันยู เพื่อนผู้ชายที่อยู่ต่างประเทศทุกวัน เธอจึง caption หน้าจอให้อรนาฏดู อรนาฏแทบเป็นลม เธอกลัวลูกชายคนเดียวจะเป็นเกย์เหมือนพ่อของเขาที่ทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา อรนาฏจึงจ้างบัวบุหงาต่อให้ช่วยกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน และถ้าสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงได้จะมีโบนัสพิเศษ ! บัวบุหงาเริ่มมีความหวังในชีวิตทันที บัวบุหงาพยายามหาสาว ๆ มายั่วยวนพันธิตร แต่ไม่สำเร็จ จึงลงทุนเปลี่ยนโฉมมาดแมน กลายเป็นสาวสวยเปรี้ยว เพื่อกระชากใจพันธิตรเพราะคิดว่าเขาคงชอบของแปลก และของแปลกตัวจริงต้องเป็นเธอเท่านั้น ! พันธิตรรู้สึกดีกับบัวบุหงามากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์ม และปั่นหัวบัวบุหงาเล่นไม่เลิก ทางด้านแพรพิณหลังจากที่ตกลงกับเพื่อน ๆ ว่าจะสืบคดี คุณชายหมอไทย คุณชายหมอลูกแหง่แห่งวังมัจฉาด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาเธอจะมีช่องว่างไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหมอไทย แพรพิณเริ่มเข้าไปแทรกตัวในทุก ๆ กิจกรรมของหมอไทยเพื่อสืบอย่างใกล้ชิด และเจอกับชยุต เพื่อสนิทของหมอไทยที่มาหาหมอไทยทุกเย็นเพื่อจะไปเล่นกีฬาด้วยกัน แพรพิณสังเกตว่าหมอไทยจะดีใจทุกครั้งที่ชยุตมาหา ทำให้เธอสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แพรพิณจึงลงทุนตามหมอไทย และชยุตไปฟิตเนสทุกวัน หมอไทยชอบเล่นกล้ามแต่ชยุตชอบเล่นโยคะ และแบดมินตันเหมือนแพรพิณ แพรพิณเล่นโยคะฟลายกับชยุต แต่ด้วยความโก๊ะก็พลาดท่าตกลงมา และชยุตรับไว้ได้ แต่สบตาชยุต แพรพิณก็หัวใจเต้นแรง หมอไทยมาเห็นเข้าก็รีบมาดูอาการของชยุต แพรพิณยิ่งสงสัยมากขึ้นจึงหาทางตามทั้งสองคนไปสนามฟุตบอลกับพรนางฟ้า และบัวบุหงา เธอเห็นชยุต และหมอไทยมักจะเตะเนื้อต้องตัวกัน จึงหาทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งพรนางฟ้าไปซาวน์น่า และเจอชยุคกับหมอไทยเข้าไปด้วยกัน แพรพิณรีบตามมาจับผิด และเห็นทั้งสองคนออกมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน แพรพิณเสียใจมาก และเริ่มปักใจเชื่อว่าหมอไทยเป็นเกย์ และรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าชยุตก็น่าจะเป็นเกย์เช่นกัน เธอเริ่มสับสนในตัวเองว่าเธอจะคิดถึงชยุคทำไม ละคร สายลับจับแอ๊บ วันหนึ่งในงานเลี้ยง 80 ปี ของ คุณย่านวล แห่งวังมัจฉา มีแขกคุณหญิงคุณท่านมากมาย แพรพิณชวนบัวบุหงา พรนางฟ้าไปร่วมงานเพื่อช่วยหาหลักฐานยืนยันว่าหมอไทยกับชยุครักกัน พรนางฟ้าแอบเอาไลออนซึ่งตกหลุมรักพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย โดยปลอมเป็นแขกในงานอย่างแนบเนียน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคุณย่านวลจันทร์ประกาศกลางงานเลี้ยงว่า อันนาหลานสาวของแพรพิณกับหมอไทยจะมีพิธีหมั้นภายในสัปดาห์หน้า ! หมอไทยตกใจ และโกรธาก แพรพิณเมื่อรู้ว่าหมอไทยโกรธก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน ไลออนที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นาน เมาจนเผลอประกาศตัวว่าเขาคือ ไลออน แห่งบลูปรินซ์ และจับหมอไทยที่ยืนใกล้ ๆ มาจูบ สร้างความฮือฮาในงาน และมีนักข่าวถ่ายภาพนี้ได้ โชคดีที่พรนางฟ้าขอร้องให้ชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวนี้ไว้ โดยอ้างว่าถ้าไม่ช่วยปิดข่าวก็จะไม่สืบเกย์วงบลูปรินซ์ต่อ ชลลัมภีร์ตกลง งานนี้พรนางฟ้าเรียกคะแนนความมั่นใจจากลูบปรินซ์ได้อีกครั้งแต่พาทีจอมเฮี๊ยบก็ยังไม่ไว้วางใจเธอ วันรุ่งขึ้นเป็นงานเปิดกล้องภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ ของสี่หนุ่มบลูปรินซ์ พร้อมดาราคับคั่ง พรนางฟ้าที่ต้องตามมาด้วยในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวง พบกับตรีวานางเอกของเรื่อง เธอแทบช็อกเพราะตรีชวา คือรักแรกของเธอสมัยประถมที่ตอนนี้สวยแซงหน้าเธอไปแล้ว ! ทั้งสองคนทำตัวถูกเมื่อเจอหน้ากัน และเมื่อเปิดปากพูดก็เริ่มทะเลาะกันถึงเรื่องในอดีตร่ำไป ! ในงานเปิดตัว นักข่าวรุมล้อมขอสัมภาษณ์ไลออนแต่เขายังเมาค้าง และตอบอะไรผิด ๆ ถูก ๆ พันธิตรเซ็งกับความไม่รับผิดชอบของไลออนจึงเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหันเป็นคฑา เรด้าร์สแกนเกย์ของบัวบุหงาทำงานทันที เธอเห็นสายตาแปลก ๆ ของพันธิตรที่มีให้คฑามาโดยตลอด นั่นทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องทำ เพื่อคฑาอย่างแน่นอน ! บัวบุหงากับพันธิตรยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิกรา ทั้งสามกลับมารายงานความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ทุกคนดูเริ่มจะได้ข้อมูลมากขึ้น มีแพรพิณที่ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช้ำใจมากเท่านั้น เพราะเธอรู้สึกหึงชยุค ! แล้วก็มีเรื่องแซ่บมาตอกย้ำความเศร้าของแพรพิณ เมื่อบัวบุหงาเห็น หมอไทยกับชยุต ฟอลโล่อินสตาแกรมรูปผู้ชายโป๊ แพรพิณเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร บัวบุหงาพรนางฟ้าทนไม่ไหวในนิสัยขี้แยของแพรพิณ จึงวางแผนสืบหาความจริงเรื่องหมอไทยกับชยุตเอง โดยวางแผนให้ทั้งสองคนมาถ่ายรูปเซ็กซี่เพื่อให้โฆษณาคลินิกเสริมความงามของหมอไทย แล้วเอาผู้ชายหล่อ 3-4 คนที่เธอจ้างไว้มาช่วยหลอกล่อให้หมอไทยกับชยุตแต๋วแตก ละคร สายลับจับแอ๊บ แต่แล้วกลับเป็นผู้ชายเหล่านั้นที่แต๋วแตกแพ้ความขี้เล่นเป็นกันเองของชยุต และหมอไทย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่เรื่องราวกลับใหญ่โต เมื่อแพรพิณที่เอาของมาคืนบัวบุหงาเห็นภาพที่กลุ่มผู้ชายมารุมล้อมกอดชยุตก็อาละวาดตบตีจนผู้ชายทุกคนหนีกลับบ้าน หมอไทย ชยุต พรนางฟ้า และบัวบหงามองแพรพิณอย่างไม่เข้าใจว่าเธอไล่ผู้ชายทุกคนทำไม แพรพิณที่กลัวทุกคนจับได้ว่าเธอเริ่มชอบชยุตวิ่งหนีกลับบ้าน และเรียก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว นักเรียนของแพรพิณที่เธอสนิทมากมาปรึกษาปัญหาหัวใจ เด็ก ๆ รู้ทันทีว่าครูแพรพิณชอบชยุต และสัญญาว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอไทยกับชยุตเป็นคู่เกย์ หรือเป็นแค่คู่จิ้นที่แพรพิณคิดไปเอง ! ด้านบวบุหงาที่พยายามกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน ได้ใกล้ชิดพันธิตรก็เริ่มหวั่นไหวว่าตัวเองชอบเกย์รึเปล่า เธอพยายามห้ามใจแต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่ ด้านพรนางฟ้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับพาที และวงบลูปรินซ์มากขึ้นเริ่มรู้สึกถึงพลังเกย์อะไรบางอย่าง จากตอนแรกที่คิดว่า ไลออนกับเควินจะเป็นคู่จิ้นเกย์กัน แต่กลับเห็นโมเม้นพ่อแง่แม่งอนของเควินกับพาทีตลอดเวลาเธอเริ่มสืบพาทีมากขึ้นจนพาทีเริ่มสงสัย ด้านพาทีเองก็แอบจับตาพรนางฟ้าทุกฝึกก้าว แล้วใช้โอกาสที่จะมีงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จบลูปรินซ์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพรนางฟ้า โดยเขา และพรนางฟ้าจะเป็นผู้จัดงานแค่สองคน ในงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วยทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งพันธิตร บัวบุหงา และแพรพิณ รวมถึงปอนเซอร์ของวงอย่างคลินิกเสริมความงามของคุณชายหมอไทย แม้กระทั่งพ่อเต่าก็ขอแอบตามเข้ามาด้วย งานนี้ ตรีชวา รับหน้าที่พิธีกร และประกาศว่าจีโชว์เรียกเสียงกรี๊ดโดยจะจับทุกคนแต่งตัวเพื่อขึ้นเดินแฟชั่นโชว์สลับเพศ พาทีแต่งเป็นเซเลอร์มูน คู่กับพรนางฟ้าที่เป็นตราก้อนบอล พันธิตรกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าคู่กับบัวบุหงาที่แต่งเป็นเจ้าชาย คุณชายหมอไทยมาในลุคนางเงือก และแพรพิณอยู่ในชุดพระอภัยมณี ส่วนชยุตที่ตามมาด้วยแต่งเป็นนางพันธุรัตน์ ทางด้านบลูปรินซ์แต่งเป็นสาวสวยวงเกาหลี โชว์นี้เป็นที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างดี และช่วยให้พรนางฟ้าเห็นพิรุธเกย์บางอย่างจากจุงเบ และคฑา ! ในคืนนั้นเองพาทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพรนางฟ้าตลอดการจัดงาน ทำให้ทั้งคู๋เริ่มหวั่นไหว และเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของไลออน ไลออนที่แอบชอบพรนางฟ้า จึงถือโอกาสดึงพรนางฟ้าสารภาพรัก และขอพรนางฟ้าเป็นแฟนเพื่อตัดหน้า พรนางฟ้าอึ้งทำตัวไม่ถูกไลออนจึงจับจูบทันที โดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพไปแล้ว ! ซึ่งในภาพเห็นแต่ไลออนไม่เห็นพรนางฟ้า พรนางฟ้าสับสนแต่ก็ใช้ไหวพริบถ่วงเวลาโดยการยื่นข้อเสนอให้ไลออนช่วยสืบเกย์ในวงให้หน่อย ถ้าไลออนสืบได้พรนางฟ้าจะยอมตกลงเป็นแฟน ไลออนจึงตอบตกลง ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านแพรพิณที่ติดอยู่ในห้องน้ำด้วยความซุ่มซ่ามพยายามร้องให้คนช่วยจนหมดแรง ชยุคมาได้ยินก็รีบผลักประตูห้องน้ำไปช่วยเธอ แพรพิณเห็นชยุตก็ดีใจมาก ทั้งสองคนชวนกันหนีออกไปจากงาน เนื่องจากทั้งคู่ไม่ชอบงานปาร์ตี้เสียงดัง คืนนั้นทั้งคู่มาเดินเล่นชมแสงไฟยามค่ำคืน ชยุคที่รู้สึกดีกับแพรพิณมานานพยายามซ่อนความรู้สึกไว้ ส่วนแพรพิณก็พยายามตอกย้ำตัวเองว่าชยุตเป็นเกย์เพื่อไม่ให้ชอบเขาไปมากกว่านี้ ภายในงานพ่อเต่าเมามาก และไล่กอดผู้ชายไปทั่วงาน บัวบุหงาโมโหพ่อที่ทำให้อับอายขายหน้า รีบลากพ่อกลับบ้านโดยมีพันธิตรขับรถไปส่ง ระหว่างทางเธอด่าพ่อที่ทำตัวเละเทะด้วยความเสียใจ แต่พ่อก็เมาไม่รู้เรื่องเมื่อพันธิตรมาที่บ้านบัวบุหงา ก็รู้ว่าพ่อแม่พยายามช่วยหาเงินด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ และหาของมาขายเรื่อย ๆ แต่เนื่องจากพ่อไม่ค่อยแข็งแรงบัวบุหงาต้องทำงานในบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่กวาดบ้านยันซ่อมไฟพันธิตรรู้สึกศรัทธาในตัวบัวบุหงามากขึ้น บัวบุหงาชวนพันธิตรดื่มเบียร์ หลังจากจัดการธุระเสร็จ และระบายความรู้สึกทั้งหมดให้ฟัง พันธิตรจึงเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา เขาก็โดนเพื่อนล้อมมาตลอด แถมยังโดนแม่คอยจับผิดทุกฝีก้าวทำให้เขาอึดอัดไม่เชื่อฟังแม่ แต่พ่อเต่าแม้จะเป็นกะเทย แต่ก็ยังรักแม่และซื่อสัตย์ต่อแม่ของบัวบุหงา แถมดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ให้อิสระแก่ชีวิตบัวบุหงาทุกอย่าง บัวบุหงาได้ฟังก็ร้องไห้ และกอดพันธิตรแน่น ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อกันอย่างมาก ทั้งสองมองตาและพร้อมใจกันจูบอย่างไม่มีใครให้สัญญาณ ทางด้านพรนางฟ้าหลังจากปาปารัซซี่แอบถ่ายภาพเธอกับไลออนจูบกัน ทำให้บลูปรินซ์โดนกระแสข่าวดังจนเธอทะเลาะกับพาทีอย่างหนัก แม้ในรูปข่าวจะดูไม่รู้ว่าสาวปริศนาเป็นใคร ทำให้พรนางฟ้าพอใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง ไลออนแม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็รู้สึกดี เมื่อเห็นพาทีกับพรนางฟ้าทะเลาะกันหนัก เพราะมันทำให้เขามีโอกาสในตัวพรนางฟ้ามากยิ่งขึ้น ไลออนรีบทำคะแนนพิชิตหัวใจเธอด้วยการตามสืบเควินกับจุงเบ เพราะเขาสงสัยมานานว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งที่คฑาขอกลับบ้าน ไลออนแสร้งออกไปข้างนอก และแอบกลัวเข้ามาเขาย่องไปที่ห้องนอนของจุงเบเจอเควินกับจุงเบจูบกัน ไลออนถ่ายรูปไว้ และรีบส่งให้พรนางฟ้า พรนางฟ้าช็อกมากรีบส่งรูปไปในกรุ๊ปไลน์จีสแกนทันที พรนางฟ้าทะเลาะกับพาทีอย่างหนักจนโดนพาทีลากขึ้นรถไปทะเลลางดึก พาทีพาพรนางฟ้ากลับมาที่หมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ที่นั่นพรนางฟ้าพบ ลุงจบ ลุงของพาที และรู้ความจริงว่าพาทีเป็นพี่ของเควิน ทั้งสองคนเคยเป็นเด็กชาวประมงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้ได้เข้าสู่วงการเพลง ลุงจบเล่าให้ฟังว่าพาทีรักน้องมาก ทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง แถมเงินที่ทั้งสองคนได้มาก็มาช่วยเหลือญาติ ๆ ทุกคนในหมู่บ้านเพราะยากจน พรนางฟ้ารู้สึกรัก และศรัทธาในตัวพาทีมากขึ้น และตัดสินใจจะไม่แฉเรื่องเกย์ของเควินกับจุงเบเพราะอยากให้วงบลูปรินซ์ดังต่อไป ละคร สายลับจับแอ๊บ ในขณะที่กองถ่ายภาพยนตร์ทะเลลาเวนเตอร์ ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อพันธิตรยกกองถ่ายไปถ่ายคาบาเรด์โชว์แล้วบัวบุหงาเจอพ่อเต่าเต้นโชว์อยู่บนเวที พร้อมเพื่อนเก่าที่นั่นเพื่อช่วยลูกหาเงินใช้หนี้ บัวบุหงาเสียใจในตัวพ่อมากที่เคยสัญญาว่าไม่แต่งหญิ และพังงานโชว์ทั้งหมดจนกองถ่ายมีปัญหา อรนาฏที่อยู่ในกองถ่ายด่าบัวบุหงา และเผลอเปิดเผยเรื่องที่จ้างบัวบุหงามาสืบเรื่องพันธิตรออกมา พันธิตรเสียใจมาก และไล่บัวบุหงายออกจากกองถ่าย พันธิตรทะเลาะกับอรนาฏจนอรนนาฏเลิกสัญญาว่าจ้างทั้งหมดกับบัวบุหงาเช่นกัน บัวบุหงาเสียใจมากร้องไห้กลับมาที่บ้าน เพราะไม่มีงาน และไม่มีเงิน เมื่อมาถึงก็เจอใบแจ้งหนี้จะยึดบ้านเพราะเธอค้างชำระมาหลายงวด บัวบุหงาทรุดนั่งร้องไห้ที่หน้าบ้าน พ่อเต่าที่ตามกลับมาเห็นบัวบุหงาก็รู้สึกน้อยใจที่ลูกต่อว่าตนเองต่อหน้าคนดู พ่อเต่าอธิบายให้บัวบุหงาฟังว่าการได้เป็นนักแสดงคาบาเรต์โชว์เป็นความฝันของพ่อเต่า และมันจะช่วยให้ที่บ้านหมดหนี้ได้ แต่ถ้าบัวบุหงาไม่พอใจมากขนาดนี้ เขาก็จะทิ้งความฝัน และอยู่อย่างไม่มีความสุขเพื่อลูก พ่อเต่าเดินร้องไห้ขึ้นไปบัวบุหงาเสียใจมาก บัวบุหงาร้องไห้เปิดมือถือจะโทรหาเพื่อน แต่เห็นพรนางฟ้าส่งอะไรบางอย่างมากรุ๊ปไลน์จึงเปิดดู เมื่อเห็นเป็นรูปเควินกับจุงเบจูบกัน ก็ดีใจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมา จึงรีบส่งให้ชลลัมภีร์โดยพลการเพราะบัวบุหงาอยากได้เงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด รุ่งขึ้นข่าวฉาวของเควิน และจุงเบแห่งวงบลูปรินซ์เป็นคู่รักกันดังไปทั่วประเทศ ทำให้วงบลูปรินซ์ถูกยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ยกเลิกคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิตรถูกเลื่อนฉายไปก่อน พันธิตรบุกไปชกหน้าเควิน และจุงเบถึงบ้านของลูปรินซ์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต โหมข่าวบลูปรินซ์ให้ลุกเป็นไฟกว่าเดิม บัวบุหงารู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่เธอทำทำให้คนอื่นพังพินาศ แต่เธอก็ยังอยากได้เงิน เพื่อช่วยที่บ้าน เมื่อเธอไปทวงเงินจากชลลัมภีร์กลับโดนชลลัมภีร์หักหลัง ไม่ยอมจ่ายเงิน และปิดเครื่องหนี บัวบุหงาเครียดมากจนแทบอยากฆ่าตัวตาย พรนางฟ้ามาที่บ้านเพื่อจะต่อว่าแต่พอเห็นเพื่อนคิดสั้น ก็รีบเข้ามากอด และบอกว่าตอนนี้ทุกคนต่างมีปัญหา เรามาช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่างดีกว่า ก่อนจะยื่นเงินของเธอให้บัวบุหงาจ่ายเป็นค่าบ้าน บัวบุหงากอดเพื่อนร้องไห้จนหมดแรง ทั้งสองคนรวมหัวกันเล่นงานชลลัมภีร์ที่หลอกใช้ตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเอาหลักฐานการว่าจ้างทำคดี ซึ่งพรนางฟ้าอัดคลิปเสียงไว้ และคลิปเสียงการพบกันทั้งหมด แฉไปตามนิตยสารบันเทิง และโซเชียลมีเดีย ทำให้นิตยสารในเครือชลลัมภีร์โดนแบนทั้งหมด เนื่องจากไม่มีจรรยาบรรณในการหาข่าว มีคนเริ่มเห็นใจบลูปรินซ์มากขึ้น แต่การแฉตัวเองลงนิตยสาร ทำให้พาทีรู้เช่นกันว่าพรนางฟ้าไม่จริงใจ จึงไล่พรนางฟ้าออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่ใยดี พรนางฟ้าไม่ตอบได้ยอมรับความผิดแต่โดยดี ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว โทรให้แพรพิณรีบมาหาที่คอนโดของชยุตด่วน เด็กทั้งสามคนแอบสะกดรอยตามหมอไทยจากคลินิก และเห็นหมอไทยประคองชยุคที่ดูหมือนหมดสติขึ้นไปบนคอนโดของหมอไทย แพรพิณใจสั่นมาก เมื่อไปถึงคอนโดแพรพิณที่มีกุญแจอยู่แล้วค่อย ๆ ไขประตูเข้าไป พรนางฟ้าผู้หัวไวรีบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่หน้าประตู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์ ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านบัวบุหงายินดีกับคดีของแพรพิณที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแต่คดีตนเองที่จะพังย่อยยับไม่เป็นท่า เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์ทเลลาเวนเดอร์ แต่เธอก็ไปไม่ได้เพราะเชื่อว่าพันธิตรเกลียดเธอ ภายในงานเปิดตัวเงียบกริบ มีเพียงนักข่าวไม่กี่สำนัก แต่แล้วคนที่มาร่วมงานคือ อรนาฏ นักแสดงนำ เดินขึ้นเวทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พันธิตรร้องไห้ว่าสุดท้ายคนที่รักเขามากที่สุดคือ แม่นั้นเอง ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน พันธิตรแอบเห็นบัวบุหงาก็อยู่ในงานเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ พันธิตรเข้าไปขอโทษบัวบุหงา และสารภาพรักเธอ ก่อนจะยืนยันว่าตัวเองว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่ง บัวบุหงาเผลอเขิน และดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นอันว่าภารกิจบัวบุหงาจบลงอย่างสวยหรู พรนางฟ้าที่ภารกิจแฉบลูปรินซ์เสร็จสิ้น แต่ภารกิจหัวใจพังทลายตั้งใจจะหนีหายไปอย่างเงียบ ๆ แม้จะรู้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ของวงบลูปรินซ์ที่เธออยากให้เกิดขึ้นโดนระงับ อันนาพาเพื่อน ๆ แฟนคลับหลายคนมาขอร้องให้พระนางฟ้าช่วยรวมบลูปรินซ์กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเธอยังลังเล แต่บัวบุหงากับแพรพิณจะช่วยอีกแรง และบอกว่าถือเป็นการขอโทษในความผิดที่ผ่านมา อยากให้พรนางฟ้าคิดซะว่าทำเพื่อบลูปรินซ์ และแฟนคลับทุกคน พรนางฟ้าตกปากรับคำ และหาวิธีรวมทุกคนอย่างเงียบ ๆ โดยมีญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว พ่อเต่า และตรีชวาคอยช่วยเหลือเต็มที่จนกระทั่ง ไลออน คฑา จุงเบ กลับมา เหลือแต่พาทีกลับเควิน พรนางฟ้ารู้ว่าน่าจะหลบตัวอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงพรนางฟ้าบุกไปตามพาที และเควินกลับมาจนสำเร็จทั้งสี่มาเจอกัน และปรับความเข้าใจกันนี่สุด ในที่สุดคอนเสิร์ตบลูปรินซ์ก็ได้จัดขึ้น แฟนคลับยังต้อนรับอย่างดี แม้พวกเขาจะเป็นอะไรเพศไหนสุดท้ายทุกคนก็ยังรัก และศรัทธาในเพลงของพวกเขา ในงานคอนเสิร์ต แพรพิณ ชยุต บัวบุหงา พันธิตร และพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย บลูปรินซ์เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยเพลงขอบคุณ และโชว์ประทับใจมากมาย และก่อนปิดคอนเสิร์ตเปิดตัวพาที ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบลูปรินซ์มาตลอด พาทีขึ้นมาร้องเพลง และเล่นใหญ่ด้วยการร้องเพลงสารภาพรักพรนางฟ้าจนทุกคนในฮอลล์ฮือฮา พาทีขอโทษพานางฟ้าขอให้พรนางฟ้ายกโทษให้ พรนางฟ้ายิ้มเบา ๆ เหมือนจะเฉยชาไม่น้อมรับคำขอโทษ แล้วก็วิ่งพรวดจากแถวหลังสุดขอที่นั่ง จนถึงเวทีก่อนจะกระชากพาทีมาจูบต่อหน้าทุกคน แฟนคลับกรี๊ดปรบมือดีใจ และตะโกนคำว่า แต่งเลย ! ดังทั้งฮอล์ สุดท้ายทุกคู่ต่างสมหวังในความรัก พวกเธอได้เรียนรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญในความรัก และความรักก็ไม่เคยแบ่งเพศเช่นกัน...บ๊ายบาย บริษัทจี-สแกน ไม่มีสายลับจับแอ๊บอีกต่อไปแล้ว ติดตาม ละครสายลับจับแอ๊บ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สายลับจับแอ๊บ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท พาทีแพทริเซีย กู๊ด รับบท พรนางฟ้า (จี-สแกน)รังสิต ศิรนานนท์ รับบท ชยุตภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี รับบท แพรพิณ (จี-สแกน)ณวัสน์ ภู่พันฑัชสีห์ รับบท พันธิตรปัณณ์ญาณํช จิรโรจน์ธนเกษม รับบท บัวบุหงา (จี-สแกน)กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์ รับบท หมอไทยอารดา อารยวุฒิ รับบท อันนาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท ไลออน (บลูปรินซ์)ภูวดล เวชวงศา รับบท เควิน (บลูปรินซ์)สุทธิรักษ์ ตั้งสุทธิชัย รับบท จุงเบ (บลูปรินซ์)ณัฐพล วงศาวณิชชากร รับบท คฑา (บลูปรินซ์) ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ

อุบเรื่องผู้!! เบนซ์ ปุณยาพร รอเปิดตัวทีเดียวตอนแต่ง!!!
เบนซ์ ปุณยาพร /  บาปบริสุทธิ์ / 

    ไม่ค่อยได้เห็นค่าตาผ่านจอแก้วกันสักเท่าไหร่ สำหรับ สาวเบนซ์ ปุณยาพร ที่เจอเจ้าตัวในงานชราชนม์คนคุณภาพกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สาวเบนซ์ เผยว่ายังไม่ได้หายจากจอแก้วไปไหน เพราะตอนนี้ก็มีละครอยู่ 3 เรื่อง ทั้ง บาปบริสุทธิ์, ละอองดาว และก็ วังนางโหง และยังมีธุรกิจส่วนตัว แถมเจ้าตัวยังเผยอีกว่มีช่วงหนึ่งที่น้ำหนักพุ่งจาก 43 ไป 50 กก. เพราะนิสัยกินจุบกินจิบ ดึกดื่นก็ยังกิน ช่วงนี้เลยต้องเข้าฟิตเนส ดูแลสุขภาพและควบคุมอาหารนิดนึง ส่วนเรื่องความรักก็ยังไม่พร้อมเปิดตัวหวานใจนอกวงการ ขอบอกให้รู้ทีเดียวตอนแต่งงานเลยจ้า!!!   "ค่ะก็กลับมาแล้ว ตอนนี้เล่นละครอยู่ 3 เรื่อง บาปบริสุทธิ์ ละอองดาว แล้วก็วังนางโหง ก็ให้ติดตามค่ะ แล้วก็มีอีกเรื่องนึงที่กำลังถ่ายทำอยู่ ก็มีละครอยู่ ไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหน"   "ช่วงนี้ดูผอมลง ก็ไปฟิตเนสมาค่ะ เหมือนตอนนั้นไปอีกงานนึง มีแก้ม อ้วนมาก บวมไปหมดทั้งตัวเลย ก็เลยแบบว่าไม่ได้แล้ว ละครถ่ายจบเลยไปฟิตเนสมา ก็มีเหตุการณ์ในกองด้วย ใส่เสื้อผ้าไม่ได้ ติดไปหมดเลย เวลาอยู่ในจอก็คอยหลบมุมด้านข้าง ผู้กำกับก็ถามไปทำอะไรมา ก็เลยตอบว่า ไปกินมาค่ะ แก้มออก แล้วตอนนี้ก็ลดลง กลับมาเท่าเดิมแล้ว คือโดนล้อทุกวันเลยค่ะ รูดซิปไม่ขึ้น คือชุดบางอันเวลาถ่ายไปแล้ว ใส่ได้ พอมาถึงตอนกลางเรื่องใส่ไม่ได้ ก็เลยกดดันตลอดเวลา จนต้องไปฟิตเนส และควบคุมอาหารด้วย ให้ผอมลงนิดนึงเพื่อจะได้ทำงานได้ง่ายขึ้น คือแบบเรากินดึก แล้วก็กินบ่อย บางทีจนถึงตีสองก็ยังกินขนม"   "เป็นช่วงที่มีละคร ถ่ายไปด้วย กินไปด้วย เราเหนื่อยก็กิน อยู่ว่างไม่ได้ต้องมีอะไรเข้าปาก ทางกองก็เลี้ยงดี กินทุกอย่างที่เป็นขนม อย่างเรื่องบาปบริสุทธิ์ในกองก็จะมีขนมให้ตลอด เราก็กินตลอดเวลา จนบวมเลย ตอนนี้น้ำหนักก็ลดลงมาแล้ว จากเมื่อก่อนหนัก 43 ขึ้นมา 50 ขึ้นมาเยอะมาก แล้วตอนนี้น่าจะเหลือ 48"   "ตอนนี้ทำรองเท้า แล้วก็เป็นตุ้มหูที่นำเข้ามาจากเกาหลี ทำทั้งสองอย่าง แต่ว่ารองเท้าทำมานานแล้ว แต่ธุรกิจตุ้มหูเพิ่งมาเริ่มทำ ทำคนเดียวค่ะ ก็ไม่เหนื่อยค่ะ เพราะเราชอบใส่เครื่องประดับอยู่แล้ว เลยเอาเป็นเหมือนงานอดิเรก เป็นตุ้มหูแฟชั่นแล้วสามารถใส่ออกงานได้ด้วย"   "(เรื่องความรักกับหนุ่มนอกวงการ) ยังไม่ได้ชัดเจนอะไรค่ะ ก็รอดูไปก่อน คือบอกกับทุกคนว่าค่อยเปิดตัวทีเดียวตอนแต่งงาน เอาให้พร้อมก่อน แล้วค่อยบอกทีเดียวดีกว่า เรารู้สึกว่าถ้าไม่มั่นใจก็ไม่อยากพูดออกไป แล้วถ้าเลิกก็จะถามอีกว่าทำไมถึงเลิกกับคนนี้ เรายังไม่อยากตอบ เดี๋ยวเป็นประเด็น เลยไม่อยากพูด เอาให้ชัดเจนก่อน จริงๆ แล้วก็คุยแบบเป็นพี่เป็นน้อง สถานะตอนนี้เหมือนคุยมากกว่า ไม่ได้เป็นแฟน เราทำงาน 4 วันรวดก็ไม่ได้เจอเลย คือยังไม่ได้เจอใครเลยช่วงนี้" เบนซ์ กล่าว อ่านข่าว นี่ไง!! แฟนหนุ่มนอกวงการของ เบนซ์ ปุณยาพร อ่านข่าว หล่อและแสนดี!! เบนซ์ ควงหนุ่มคนเดิม เพิ่มเติมคือเทคแคร์หนักมาก!! เบนซ์ ปุณยาพร   เบนซ์ ปุณยาพร   เบนซ์ ปุณยาพร  

พร้อมมว้ากกก!! ชมพู่ อารยา อุ้มท้องลูกแฝดเตรียมเดินพรมแดงเมืองคานส์!!
ชมพู่ อารยา /  ข่าว ชมพู่ อารยา / 

  ขัดใจขุ่นแม่ไม่ได้จริงๆ เลยค่า!! สำหรับนางเอกฮอต ชมพู่ อารยา ที่ล่าสุดวันนี้ (11พ.ค.60) ได้อุ้มท้องลูกแฝดมายังสนามบินสุวรณภูมิเพื่อเดินทางไปร่วมเดินพรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงวันที่ 18-20พ.ค.นี้ งานนี้ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศและส่งกำลังใจให้ ชมพู่ อารยา คุณแม่สายสตรองก่อนขึ้นเครื่องไปสร้างชื่อเสียงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์อีกครั้ง!!   โดย ชมพู่ อารยา เปิดเผยว่าการเดินทางไปครั้งนี้มีความชัดเจนมากเหมือนกับปีที่ผ่านมา ส่วนปีนี้มีการเตรียมตัวมากขึ้น และสิ่งที่เป็นห่วงก็คือสภาพจิตใจของตนเองต้องทำให้จิตใจดีไม่เครียด ยันเรื่องส้นสูงไม่ได้มีผลต่อทารกในครรภ์ เพราะด้วยอาชีพตนชินกับการใส่ส้นสูงอยู่แล้ว พร้อมกันนั้น สาวชมพู่ ยังเผยถึงทารกในครรภ์ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ตอนนี้ก็เริ่มดิ้นแล้ว สำหรับวันที่ 13พ.ค.นี้อายุครรภ์ครบก็จะครบ 5 เดือนจ้า!!   "ก็ดีค่ะ ก็พยายามไม่เครียด ให้ชิลล์ที่สุด ก็อย่างที่เคยเรียนให้ทราบว่าปีนี้พาร์ทเนอร์เราค่อนข้างเยอะ เรียกว่าการทำงานราวมกันของพาร์ทเนอร์ในปีนี้ค่อนข้างชัดเจนกว่าปีที่แล้วมาก ทุกๆ ฝ่ายก็ทำการบ้านกันอย่างเต็มที่ คือทุกคนก็อยากให้ชมเบาใจและชิลล์ที่สุด สุขภาพจิตสำคัญเพราะทุกปีเวลาไปมันก็มีแรงกดดัน แต่ปีนี้ก็ตั้งใจว่าจะเป็นแม่ชี (หัวเราะ)"   "อย่างที่แจ้งให้ทราบค่ะก็คือว่าทางลอรีอัลไทยแลนด์ร่วมกับทางลอรีอัลโกลเบิลเรื่องหน้าเรื่องผมเราก็ไม่ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว ส่วนเรื่องชุดทางลอฟฟิเซียลก็เข้ามาช่วยแบบเต็มตัวมากยิ่งขึ้น ปีที่แล้วก็ช่วย ปีนี้ก็ช่วย ก็เหลือแค่มีหน้าที่ตัดสินใจตอนท้ายๆ ที่เราต้องตัดสินใจเท่านั้น แต่ว่าความวุ่นวายอะไรต่างๆ เขาก็พยายามไม่บอกเรามาก"   "(มีน้องแล้วจะลำบากไหมใช้ชีวิตที่นู่น เราต้องเปลี่ยนอะไรเยอะไหม?) จริงๆ ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ที่นู่นคือทีมโกลเบิลดูแลดีมากอยู่แล้ว มาตรฐานตรงนั้นไม่ใช่แค่เรา มันระดับนักแสดงหรือคนระดับโลกที่มาอยู่รวมกันตรงนั้น เพราะฉะนั้นมาตรฐานการดูแลคงไม่ใช่ว่าลำบาก เพียงแต่ว่าอย่างที่แจ้งให้ทราบว่าบางทีมันก็เป็นเรื่องของจิตใจที่ต้องทำให้มันชิลล์"   "ต้องเดินทั้งหมด 4 วันค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเดิน 4 วันติด หรือจะเว้นวันนึง ชมเห็นชุดคร่าวๆ ค่ะ คือเราต้องมีช้อยส์ เพราะว่าร่างเราไม่เหมือนเดิม (หัวเราะ) ก็ต้องเผื่อรูดซิปไม่ขึ้นบ้าง และที่ต้องเดินทางก่อนส่วนนึงก็เพราะเรื่องชุดเป็นประเด็นสำคัญ ต้องใช้เวลาในการปรับให้เข้ากับตัวเรา ก็อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าเดิม"   "คือชมค่อนข้างเปิดกว้างนะ ชมเป็นคนค่อนข้างเปิดมากๆ แบรนด์ใหม่ๆ หรือดีไซเนอร์หน้าใหม่ ถ้าโดนและใช่ ชมก็พร้อมที่จะลองอยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ว่าเจ้าเก่าที่เรามีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันมันก็มี แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็จะขึ้นอยู่กับตอนที่เราฟิตติ้งนี่แหละว่ารูดซิปขึ้นหรือเปล่า"   "ปีนี้ก็พยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ แต่ก็อย่างที่แจ้งให้ทราบว่ามันอาจจะมีข้อจำกัดบางอย่าง ก็มีอะไรที่เราอยากทำในปีก่อนๆ ปีนี้ก็อาจจะทำไม่ได้ ก็ต้องเก็บไว้รอให้กลับมาเฟิร์ม"   "(พอมีน้องมาด้วยแล้วตื่นเต้นขึ้นไหม?) คานส์มันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นทุกๆ ปีอยู่แล้ว แต่อย่างที่ชมบอกว่าแต่ละวันที่นู่นมันมีเรื่องอะไรให้รับมือตลอดเวลา ก็ค่อนข้างจะวุ่นวาย ก็เป็นห่วงสุขภาพจิตใจตัวเองมากกว่า เพราะว่าถ้าเครียดมันจะดึงทุกอย่าง มันจะดึง energy ทุกอย่างลง เพราะฉะนั้นต้องอารมณ์ดีๆ (ยิ้ม)"   "คือจริงๆ ชมว่าเขาก็เป็นธรรมชาติของเขานะคะ ก็จะขรุกขรักทั้งวัน แต่ตอนนี้ไม่แพ้ท้องแล้ว แต่เราก็จะกลัวพวกเหนื่อยง่าย เพราะเขาดึงพลังเราไปเยอะ แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ดูแลเรื่องการพักผ่อนนอนเต็มที่ ออกกำลังกายพอประมาณให้เราฟิต ก็มีบ้างนะพวกอาหาร (หัวเราะ) เพราะว่าคนท้องหิวบ่อย ทานได้ไม่ค่อยเยอะแต่ว่าหิวบ่อย หิวปุ๊ปมันต้องทานเลย"   "(คุณน็อตเขาตื่นเต้นไหม?) เดี๋ยวเขาตามไป (บอกลูกไหมว่าปีนี้ไปกับแม่นะลูก?) ก็มีบอกบ้าง แต่คือตอนนี้เขายังไม่มีหู (หัวเราะ) อีกประมาณเป็นเดือนเหมือนกันกว่าแกจะได้ยิน แต่ว่าก็โทรจิตเอา จริงๆ คงไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องงานมาก เพราะปกติเขาก็ไม่ได้ยุ่งเรื่องงานมากอยู่แล้ว แต่เหมือนเป็นที่พึ่งทางใจมากกว่า (ยิ้ม) อย่างน้อยหมดวันก็คือเราเห็นสามีเรา จริงๆ โรงแรมกับพรมแดงมันห่างกัน 3 นาที มันเป็นระยะทางที่ใกล้กันมาก แล้วช่วงเวลาเดินพรมแดงจริงๆ มันสั้นมาก คิดว่าที่พรมแดงคงให้ทีมงานคนอื่นที่จำเป็นไปมากกว่าเช่นคนที่ต้องทำหน้าที่ Live น่าจะเป็นตรงนั้นมากกว่า เพราะว่าเดินจริงๆ แป๊ปเดียว เดินเสร็จปุ๊ปหมุนรถกลับมาถึงโรงแรมแล้ว"   "(น็อตเป็นห่วงอะไรเราเป็นพิเศษไหม?) เขาก็มีบ้าง แต่เขาก็รู้ว่าชมก็เนิร์สพอสมควร อ่านเยอะอะไรเยอะ เขาก็รู้ว่าเราเคร่ง ก็เลยไม่ค่อยจะอะไร"   "สำคัญที่สุดเลยสำหรับคุณแม่ที่ชมว่านะ ก็คือความเครียด อะไรที่ทำแล้วสบายใจก็ทำไปถ้าไม่ได้เกินขอบเขตอะไรของคนท้อง แต่ตุณหมอก็ไม่ได้ห้ามอะไรชมมากมายนะ เขาให้คำแนะนำแบบกว้างๆ มาก คือจริงๆ ส้นสูงไม่ได้มีผลต่อทารกในครรภ์นะ แต่ที่เขาไม่อยากให้ใส่ส้นสูงกันเพราะกลัวเราจะสะดุดและล้มมากกว่า ซึ่งด้วยอาชีพของเราก็คุ้นเคยกับส้นสูงอยู่แล้วนะคะ แต่อีกอย่างจะกลัวเรื่องปวดหลังเพราะคนท้องต้องรับน้ำหนักเยอะอยู่แล้วใช่ไหม แต่โดยนิสัยถ้าชมไม่ได้ทำงาน ชมก็จะไม่ใส่ส้นสูงเดินห้างอยู่แล้ว ถ้าใส่ก็ใส่เป็นระยะสั้นๆ มากกว่าค่ะ ไปเดินคานส์ครั้งนี้ก็คงต้องใส่แหละค่ะ"   "ก็อยากแข็งแรงเนอะ เวลาออกเราก็รู้สึกว่ามันทำให้ไม่เหนื่อยง่าย เวลาได้ยืดเส้นยืดสายอาการเกร็งหรือเส้นยึดช่วงลำตัว ช่วงหลัง การออกกำลังกายมันก็ช่วยให้สบายตัว นอนหลับสบาย การตั้งท้องถ้าเราออกกำลังกายแบบถูกต้องมันก็ทำได้ เราก็ต้องปรึกษาคุณหมอก่อนเพราะแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ถ้าคุณไม่เคยทำมาก่อนเลยแล้วอยากจะมาเปรี้ยวตอนท้องอันนี้ไม่แนะนำค่ะ แต่ว่าถ้าทำมาโดยตลอดแล้วบางตำราบอกว่าทำได้ถึง 80% ของที่เราเคยทำด้วยซ้ำ แต่อย่าไปทำอะไรที่มันเสี่ยงจากการตกจากที่สูง หรือปั่นจักรยานเอ้าท์ดอล์ แต่ถ้าเราออกกำลังกายแล้วมีเทรนเนอร์ที่เชี่ยวชาญก็จะดีกว่า"   "(เห็นภาพในไอจีถ่ายกับสามีค่อนข้างหวาน?) (หัวเราะ) คือจริงๆ เป็นเรื่องบังเอิญที่เพื่อนชมอยู่ด้วยพอดี เพื่อนชมชอบถ่ายรูปให้ และปกติชมจะถ่ายท้องตัวเองเก็บไว้ตลอดอยู่แล้ว แต่เราก็เคยพูดกันตลอดว่าทำไมไม่เอาพ่อมันมาถ่ายด้วย และวันนั้นแกอยู่บ้านพอดี ชมเพิ่งไปออกกำลังกายเสร็จกลับมาแล้วเจอ เลยได้ถ่ายเก็บไว้ มีรูปลงเก๋ๆ (พอได้เห็นภาพรวมพ่อแม่ลูกในเฟรมเดียวกันแล้ว) เออ ถ่ายสวยดี (หัวเราะ)"   "(มีโอกาสได้ไปดินเนอร์วันครบรอบแต่งงานไหม?) จริงๆ วันที่ 10 เขาก็ชวนเหมือนกัน แต่คือชมยุ่งมากต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง ชมเลยบอกเดี๋ยวเอาไว้ไปเจอที่คานส์แล้วกัน ของขวัญไม่มีอ่ะ ก็นี่ไงมีลูกให้สองคนแล้ว (หัวเราะ)"   "นอนๆ อยู่วันรุ่งขึ้นตื่นมาแล้วมันป่องเลยอ่ะ เหมือนมีอะไรเสกขึ้นมา มหัศจรรย์มากค่ะ และตอนนี้ก็เริ่มดิ้นแล้ว วันเสาร์นี้จะครบ 5 เดือนแล้วค่ะ ก็ยังรู้สึกว่าเราก็ยังเป็นเรานะ แต่จะรู้สึกว่าช่วงนี้ค่อนข้างจะใจเย็นมาก อย่างที่บอกเป็นแม่ชีอยู่ตอนนี้ (หัวเราะ)" ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา

ดราม่าอาลัย ปอ เกิ๊น!! โบว์ แวนดา สวนกลับไม่เจอกับตัวเองคงไม่รู้!!
โบว์ แวนดา /  ข่าว โบว์ แวนดา / 

  เรียกว่าเจอดราม่ากันตลอด สำหรับคุณแม่หัวใจแกร่ง โบว์ แวนดา สหวงษ์ ที่ได้มาร่วมงาน ต้านภัย ไข้เลือดออก ณ ลานกิจกรรมเซ็นทรัลคอร์ท ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมถ่ายทอดความรู้สึก ประสบการณ์และความมุ่งมั่นในการร่วมต้านภัยไข้เลือดออก หลังจากสามีหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ต้องเสียชีวิตจากโรคนี้ แม่โบว์ ก็พร้อมใหความร่วมมือในการรณรงค์อย่างเต็มที่ พอถามถึงดราม่าที่เกิดขึ้นหลังจากที่ เจ้าตัวโพสต์ครบรอบวันแต่งงานอย่างเป็นทางการ 4 ปี ก็มีประเด็นดราม่าที่ว่ายังเรียกหา ปอ ตลอด โดย แม่โบว์ ก็ตอบกลับว่าอยู่ที่คนจะมอง เพราะคนที่เขียนคงไม่รู้ซึ้งถึงความสูญเสีย เพราะหากเจอกับตัวเขาคงจะเข้าใจเอง สิ่งที่ตนโพสต์ไว้นั้นก็เพื่อเป็นไดอารี่ เผื่อวันหนึ่ง น้องมะลิ โตขึ้นจะได้ย้อนกลับมาดูได้   "เป็นปีที่ 2 แล้วที่ไม่มีเขาอยู่ ก็บอกเหมือนเดิมค่ะ ตื่นขึ้นมาก็ยังพูดกับเหมือนเดิม โบว์ไม่รู้หรอกว่าเขาจะอยู่หรือไม่อยู่ แต่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม บอกรักเขาเหมือนเดิม จริงๆ ถ้าไม่ได้นับครบรอบวันแต่งก็หลายปีแล้วแหละ คิดถึงมากกว่าเดิม คิดถึงทุกวินาที"   "มันจะเป็นบางช่วงมากกว่า พอเราคิดถึงมากเราก็จะนอนไม่หลับ ก็จะอยู่อย่างนั้นจนมันน็อคไปเอง พอน็อคแล้วพี่ปอคงไม่มีสิทธิ์เข้าฝันโบว์แล้ว เพราะโบว์หลับสนิทมาก"   "ก็ให้มะลิบอกรักเขา กิจกรรมพิเศษที่โบว์อยู่กับเขามันก็ไม่มีอะไรพิเศษอยู่แล้ว เพียงแค่รู้ว่าวันนี้มันเป็นวันสำคัญ วันครบรอบนะ แต่เราก็ยังคงใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม แต่น้องมะลิเขาก็จะบอกรักพ่อเขาทุกคืนอยู่แล้ว"   "ก็ให้เขาดูรูป พ่อสวยไหม แม่สวยไหม วันนี้เป็นวันดีของคุณพ่อคุณแม่ เขาก็ยิ้มไม่รู้เรื่องหรอก เขาก็บอกรักพ่อทุกวัน บางทีเดี๋ยวนี้ก็มีบอกแล้วว่าพ่อไปไหน เราก็แบบ มันก็จุก เราก็บอกพ่อทำงานอยู่ข้างบนไง แม่ทำงานอยู่ข้างล่าง แต่ว่าพ่อก็ดูหนูอยู่นะ แม่ก็ดูหนูอยู่ ก็พยายามบอกเขาว่าพ่ออยู่ในหัวใจของลูกตลอดนะ ช่วงนี้ถามบ่อย บางทีก็จะเอาดินน้ำมันไปแปะรูปพี่ปอ ทำเป็นต่างบ้าง สร้อยคอบ้าง เหมือนเขาก็จะเล่นกับพ่อเขา"   "ก็แน่นอนค่ะ ต้องเป็นตามวัยเขาที่จะเรียนรู้ แต่งงานรู้สึกจะปี 56 ก่อนหน้านั้นอีก การแต่งงานมันก็คือเรื่องของพิธี แต่จริงๆ อยู่กันมาก่อนหน้านั้นซักพักแล้ว นอนไม่หลับจะเป็นช่วงๆ ค่ะ ช่วงไหนที่คิดถึงพี่ปอมากก็นอนไม่หลับ คือมันยังทำใจไม่ได้หรอก บางคนเป็นสิบๆ ปีก็ยังทำใจไม่ได้ เราก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอมาก พอมะลิหลับแล้วก็ยังคงมองหน้าประตู เหมือนตอนที่เขายังถ่ายละครไม่เสร็จ จริงๆ มันก็บังคับตัวเองไม่ได้ แต่ก็พยายามไม่ให้ตัวเองซึมเศร้า ที่ผ่านมาเราแค่คิดถึง ไม่ได้เศร้า แต่พอมันไม่ไหวก็มีแอบนึกขึ้นบ้าง"   "(มีปรึกษาคุณหมอไหม) มันไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ ก็มีช่วงที่คิดถึง แต่ก็ไม่ได้เครียดขนาดนั้น มันจะมาเป็นช่วงนะ จริงๆ ตัวเราก็ไม่รู้ บางทีมันก็คิดถึงมาก แต่ไม่ได้ถึงขนาดเครียด ซึมเศร้า ไม่ได้ขนาดนั้น ดีขึ้น อย่างที่บอกบางครั้งเราจะไม่ให้ครอบครัวรู้สึกว่าเราเศร้า เวลาพ่อแม่พี่ปอมาก็จะหาอะไรทำ ยิ้มแย้มกัน เก็บไว้คนเดียว อย่างที่บอกมันก็ไม่ได้เป็นความทุกข์ เป็นแค่ความคิดถึง"   "คุณหมอมารุตม์เหรอคะ ยังมีไลน์ค่ะ ล่าสุดคุณหมอก็ได้น้องไปแล้ว ตอนที่ดูแลพี่ปอก็มีคุยกัน และตอนหลังก็คุย แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดต้องหาหมอ คือตัวเราก็ยังคงสภาพตัวเราได้ เพียงแค่มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ตอนเราอยู่คนเดียว คือจะเป็นบ่อยเวลาที่เรามีปัญหา แล้วเราไม่รู้จะไปพูดกับใคร ปกติโบว์จะไม่คุยกับพ่อแม่อยู่แล้ว"   "(ดราม่าวันครบรอบแต่งงาน) ไม่เรียกไม่ได้ค่ะ เพราะเขาคือสามีของโบว์ พ่อของลูกโบว์ ถ้าถามว่าเรียก เราไม่รู้หรอกว่าเขาอยู่หรือไม่อยู่ เขาอาจจะไปไหนแล้วก็ได้ แต่ด้วยความเป็นเรา เราไม่ได้เรียกเขาแต่ใจเรามันคิดถึงเขาตลอดเวลา อันนี้มันก็แล้วแต่ความคิดของคนน่ะค่ะ โบว์ก็ไม่รู้ว่าคนที่พูดคนที่เขียน เขาเคยสูญเสียหรือยัง แต่ถ้าวันนึงเขาสูญเสียคนในครอบครัวเขาคงะย้อนมองกลับมาว่า มันเป็นอย่างนี้นี่เอง อ่านไปก็เสียสุขภาพจิต ไม่อ่านดีกว่า"   "โบว์ว่าเป็นทุกคน มันก็แล้วแต่ว่าจะดราม่าเล็กหรือใหญ่หรือน้อย แต่ว่าไม่ค่ะ เอาความรู้สึกของเรา ลูกเรา คนในครอบครัวเป็นหลักมากกว่า คือคนเรามันมีวิธีการระบายความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้มันคือสิ่งที่โบทำได้ อย่างน้อยในไอจีโบว์ เฟซบุ๊กโบว์ มะลิโตขึ้นเขาอาจจะรู้เรื่อง และแล้วอาจจะมาไล่ดู เพราะว่ามันก็เหมือนไดอารี่โบอย่าda29งหนึ่ง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตบ้าง"   "ไม่เสียใจค่ะที่มีคนคิดแบบนี้ อย่างที่บอกไป มันคงไม่มีใครรักเราทุกคนที่เจอเรา ก็ต้องมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีกับเรา ซึ่งก็ไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไร เพราะฉะนั้นคนทีาไม่รู้สึกดีกับเรา ก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา จบ แค่นั้น" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG vanda29 อ่านข่าว โบว์ แวนดา โพสต์ซึ้งระลึกถึงวันครบรอบแต่งงาน ปอ ทฤษฎี!! โบว์ แวนดา โบว์ แวนดา โบว์ แวนดา โพสต์วันครบรอบแต่งงาน ปอ โบว์ โบว์ แวนดา น้องมะลิ โบว์ แวนดา น้องมะลิ น้องมะลิ พาขวัญ

จำได้มั้ย?
เจสซี่ รินทร์ดนัย /  นิด อรพรรณ / 

  อุแม่เจ้า!! หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2545 คงไม่มีใครไม่รู้จักซีรีส์วัยรุ่นสุดฮอต "กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้" ที่รวบรวมบรรดาหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวแถมยังแรงเวอร์ไม่แพ้ซีรีส์ดังในยุคนี้อย่าง "ฮอร์โมนฯ" กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะเหล่าหนุ่มน้อยนักแสดงนำประจำแก๊ง "หินกลิ้ง" อย่างหนุ่มลูกครึ่งหน้าเป๊ะ เจสซี่ รินทร์ดนัย ที่เรียกได้ว่าขึ้นแท่นลูกรักบอสสาวคนเก่งอย่าง คุณนิด อรพรรณ จนกลายเป็นเด็กปั้นโพลีพลัสกันมาแล้ว   แต่ล่าสุดหลังจากห่างหายงานละครไปเกือบ 5 ปี ณ บัดนาว หนุ่มเจสซี่ ยังคงความหล่อล่ำนำเทรนด์ ด้วยการนั่งแท่นบริหารธุรกิจความงามครบวงจร รับผลิตอาหารเสริมใหญ่โตระดับประเทศจนกลายเป็นหนุ่มนักธุรกิจร้อยล้านไปซะแล้ว แว่วๆ มาว่าเร็วๆ นี้ หนุ่มเจสซี่ ยังเตรียมโปรเจ็คท์ใหม่ประกาศตัวเป็น "เจ้าพ่อบุญทุ่ม" อาสาโมดิฟายชาวลูกเป็ดขี้เหร่ทั้งหญิงและชายให้มีชีวิตใหม่สดใสกว่าเก่าไม่ต้องอายใครกันแบบฟรีๆ อีกด้วย ว้าวๆๆ เริ่ดอะไรขนาดนี้ ไม่หล่อไม่รวยทำไม่ได้นะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก IG jessiehyper, FB Linndanai Jessie              

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

ทำบุญด้วยอะไร?? มาร์กี้ ราศรี ขาสวยจนต้องยอมใจ!! (มีคลิป)
มาร์กี้ ราศรี

               ไม่รู้ว่านางเอกคนสวยที่ฮอตเอามากๆ อย่าง มาร์กี้ ราศรี ทำบุญมาด้วยอะไรเนอะ วันนี้ตอนนี้ชีวิตถึงได้ดีดี๊ดีแบบสุดๆ นอกจากเรื่องงานจะรุ่งพุ่งเข้าใส่ตลอดๆ จนกลายเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของช่องและของวงการบันเทิงแล้ว เรื่องของความรักยังเริ่ดอีกต่างหาก ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็ดูท่าว่าจะได้เป็นสะใภ้เซ็นทรัลแน่นอน แล้วไหนจะเรื่องรูปร่างหน้าตาที่สวยเพอร์เฟกต์อีก บอกเลยถ้าบุญไม่ถึงสวยเป๊ะไม่ได้ขนาดนี้หรอกนะจ๊ะๆ โดยเฉพาะเรียวขาของสาวเจ้าเห็นแล้วต้องยกนิ้วให้เลย เป็นนางเอกที่ขึ้นชื่อเรื่องขาสวยสุดๆ นอกจากจะเล็กมองมุมไหนก็หาเซลลูไลท์ไม่เจอแล้ว ยังเรียวเวอร์ๆ ไม่เป็นก้อนกล้ามเนื้อให้ขัดลูกตาอีกด้วย แหมมม ดีงามขนาดนี้อิจฉาแล้วนะตัวเธอ                  "กี้เป็นคนที่กล้ามเนื้อหรือไขมันที่ขาจะค่อนข้างน้อยนะคะ เป็นคนที่กระดูกเล็กอยู่แล้วด้วย ขายาว (ยิ้ม) ก็เลยโชคดี กี้เป็นคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายขาเยอะด้วยซ้ำ เพราะถ้าไปเน้นมากๆ ขาจะใหญ่ เป็นคนขาเล็กอยู่แล้วแค่ออกกำลังกายให้มันเฟิร์มก็พอ ไม่ต้องให้ขึ้นถึงขั้นเป็นกล้าม เวลาออกกำลังกายกล้ามเนื้อจะหดตัวมันจะทำให้เป็นก้อน เป็นปล้องๆ ลูกๆ เพราะฉะนั้นเวลาออกกำลังกายเสร็จกล้ามเนื้อมันหดตัว มันแข็งแรงแล้วเราต้องยืดมันด้วย พอยืดแล้วมันจะเรียวสวย จะทำให้เล็กลง แต่ถ้าออกกำลังกายอย่างเดียวโดยที่ไม่ยืด มันก็จะแข็งอย่างเดียวทำให้เป็นก้อน เราต้องยืดด้วย การยืดก็เช่น โยคะ อะไรแบบนี้ จะทำต่อหลังออกกำลังกายเลยก็ได้หรือทำในวันถัดไปก็ได้ ส่วนเรื่องของกิน เช่น ของทอดอะไรแบบนี้กี้ก็กินบ้างนะ แต่น้อยมาก ยิ่งปัจจุบันยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ พยายามเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าค่ะ"    มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี   มาร์กี้ ราศรี

ละครบาปบริสุทธิ์ LIVE (ละครเย็น) , เรื่องย่อบาปบริสุทธิ์ LIVE (ละครเย็น)
ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE /  ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ตอนแรก / 

บาปบริสุทธิ์ LIVE บทประพันธ์โดย :ปนัดดาบทโทรทัศน์โดย : ทียา / ลลนี / ไทสคริปต์ / ลูกเทพ / พรดีกำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนากาญจน์ โดยผู้จัด : จิตรลดา กัลย์จาฤกออกอากาศทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อ ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE บาปบริสุทธิ์LIVE เป็นละครโทรทัศน์แนวสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ซึ่งตลอดเวลาที่ทรงงานอย่างหนักเป็นเวลากว่า70ปี พระองค์ได้มีพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่เป็นประโยชน์ครอบคลุมในเรื่องต่างๆแก่คนไทยไว้อย่างมากมายๆ โดยเฉพาะเรื่องของเยาวชน เด็กเป็นอันมากมีความรักดีมาแต่กำเนิด จะเรียนจะเล่นจะทำสิ่งใด ก็มุ่งมั่นทำให้ดีเด่น ไม่มีปัญหาอุปสรรคหรือความลำบากยากแค้นใด ๆ จะกีดกั้นไว้ได้ เด็กเหล่านี้ ผู้ใหญ่ควรสนใจและแผ่เมตตาเกื้อกูลประคับประคองให้ได้มีโอกาสพัฒนาไปในทางที่ถูกที่ดี ทั้งด้านการศึกษาและจิตใจ เขาจักได้เจริญเติบโตเป็นคนดีพร้อม และเป็นตัวอย่างแก่เยาวชนทั่วไป ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE พระบรมราโชวาท พระราชทานพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2533 ละครเรื่องนี้จะดำเนินเรื่องสั้น กระชับ ฉับไว โดยนำเสนอผ่านมุมมองของวัยรุ่น ที่มีความทันสมัย ด้วยการLive ภาพสดผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมีมุมมองต่อเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว ทั้งเรื่องที่เกิดจากปัญหาครอบครัว ปัญหาในโรงเรียน หรือปัญหาจากเพื่อนๆ ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหาในทางที่ผิดจนก่อเกิดเป็นบาปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือที่เรียกว่าบาปบริสุทธิ์ ละครเรื่องนี้จะเป็นการเตือนภัยแก่ผู้ปกครองให้ระแวดระวังบุคคลอันเป็นที่รัก พ่อแม่ โรงเรียน และคนรอบข้าง ต้องมีหน้าที่ให้อภัยและชี้แนะทางที่ถูกต้องให้แก่วัยรุ่น เพื่อจะให้เขาลุกขึ้นมายืนใหม่ เป็นคนดีและเป็นอนาคตที่ดีต่อชาติได้โดยละครทุกชุดจะสร้างจากแรงบันดาลใจที่ได้ใส่เกล้าใส่กระหม่อมจากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มานำเสนอจบใน3-5ชม. โรงเรียนผดุงธรรมศึกษา โรงเรียนเอกชนขนาดกลางย่านชานเมือง เปิดสอนระดับประถมถึงมัธยมปลาย มีครูอังคณา(ดวงดาว จารุจินดา) เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ครูสมศักดิ์(ตฤณ เศรษฐโชค) เป็นผู้จัดการโรงเรียน เก็บค่าเล่าเรียนถูก ทั้งที่ นงนาฏ(ปู-มัณฑนา หิมะทองคำ) ภรรยาของเขาอยากขายโรงเรียนให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่เสนอราคาให้อย่างงามเพื่อนำที่ดินมาสร้างเป็นคอนโดมิเนียม แต่ด้วยอุดมการณ์ของสมศักดิ์ ที่มุ่งมั่นต้องการสร้างเยาวชน ให้เป็นเด็กดีและเป็นอนาคตของชาติ เขาจึงพยายามประคับประคองให้โรงเรียนอยู่ต่อไป ทั้งที่ต้องประสบปัญหาขาดทุนเป็นประจำ ที่โรงเรียนนี้มีครูหลายคน แต่ละคนมีนิสัยแตกต่างกันไป แต่ก็ล้วนมีอุดมการณ์เดียวกันคือ หวังสร้างเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า อันประกอบด้วย ครูอังคณา ผู้อำนวยการโรงเรียน เด็กๆและครูในโรงเรียนเรียกติดปากว่าครูใหญ่ ครูธวัช(ไม้-นนทพันธ์ ใจกันทา) ครูจอมดุ ทั้งที่จริงแล้วแสนจะตลก และและรักลูกศิษย์สุดชีวิต คอยสอดส่องพฤติกรรมนักเรียน ครูระพี(เบนซ์-ปุณยาพร พูลพิพัฒน์) ครูพละสาวสวย เป็นที่รักของนักเรียน รวมทั้งครูหนุ่มๆ ครูฟ้าใส(สา-อนิสา นูกราฮา) ครูที่โดนมุขของนักเรียนมากที่สุด และ ครูปกรณ์ (น้ำ-รพีภัทร เอกพันธ์กุล) ครูหนุ่มผู้ยอมทิ้งอนาคตสุขสบาย แต่กลับเลือกทำตามอุดมการณ์ของตนเอง ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE กลุ่มนักเรียนในห้องเรียนแต่ละห้อง ก็มีฐานะความเป็นอยู่แตกต่างกันไป แต่ละคนมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปตามฐานะความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อม แต่มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่สนิทกันมาก เป็นนักเรียนระดับชั้น ม.4 ประกอบด้วย รามิล(บลิว-วรพล จินตโกศล) พรเทพหรือพอร์ช(วิคเตอร์-ปวรพัฒน์ จารุศักดิ์วีรกุล) พันชนะ(เฟม-ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล) ปองหทัย(เหม่เหม-ธัญญวีร์ ชุณหสวัสดิกุล) และ พรรณพิไลหรือพุดดิ้ง(ชาลีน่า ไบเลย์) ทั้งห้ามีสภาพความเป็นอยู่แตกต่างกัน แต่ก็คบหาเป็นเพื่อนสนิทกัน นอกจากนั้นยังมีนักเรียนชั้น ป.2 อย่าง น้องหมูทอง(ซูม-ปัญกร จันทศร) และ น้องเส้นหมี่(ไข่มุก-ชนัญญา เลิศวัฒนามงคล) มาเข้ากลุ่มด้วย ด้วยนิสัยที่แตกต่าง และที่มาที่หลากหลาย ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ในโรงเรียนแห่งนี้ รวมทั้งปัญหาของทางโรงเรียนเองที่ประสบภาวะขาดทุนมาแทบตลอด เพราะ ครูสมศักดิ์ ผู้จัดการโรงเรียน ชอบแจกทุนการศึกษาและไม่ยอมเรียกเก็บค่าเล่าเรียนจากนักเรียนที่ยากจน นงนาฏ ภรรยาของสมศักดิ์ยื่นคำขาดให้ปิดกิจการโรงเรียน นักเรียนรวมทั้งบรรดาครู พากันหาทางช่วยเหลือโรงเรียนให้อยู่รอดต่อไปได้และเมื่อโรงเรียนยังอยู่ จึงมีนักเรียนเข้าใหม่แวะเวียนเข้ามา และต้องลาออกไป เรื่องราวของนักเรียนใหม่และนักเรียนเก่าที่ต้องลาออกไปด้วยเหตุผลต่างๆ ทำให้โรงเรียนผดุงธรรมศึกษาเป็นแหล่งรวมของความรัก ความผูกพัน และความเศร้า ทว่าน้ำตาและเสียงหัวเราะที่ไม่เคยจางไปจากโรงเรียนแห่งนี้ กลับเป็นแหล่งบ่มเพาะให้นักเรียน กล้าแกร่งและมุ่งมั่นที่จะเป็นคนดีในวันหน้า ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 1 ... หัวใจครู ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และ ห่วงรายได้กันมากเข้า ๆ แล้ว จะเอาจิตเอาใจที่ไหน มาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงในสิ่งเหล่านั้น ก็จะค่อย ๆ บั่นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น จะไม่มีอะไรเหลือไว้ พอที่ตัวเองจะภาคภูมิใจ หรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพบูชาอีกต่อไป (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแก่ครูอาวุโส ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม 2521) เปิดภาคเรียนวันแรกโรงเรียนผดุงธรรมศึกษาก็เกิดปัญหาหนักเมื่อมีข่าวรั่วมาว่าโรงเรียนจะถูกปิดไปทำคอนโด ครูพากันไม่เป็นอันสอนวิ่งเต้นหางานใหม่ นักเรียนก็พากันดีใจที่จะไม่ได้เรียน ต่างพากันถ่ายคลิปไลฟ์สดกันจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมอย่างสนุกสนาน ชั่วโมงเรียนต่างๆกลายเป็นคาบว่าง คาบนันทนาการ นักเรียนพากันเล่นกันไม่สนใจการเรียน ครูปกรณ์ครูใหม่ไฟแรงที่พึ่งย้ายเข้ามาบรรจุกลับไม่ยอมหยุดสอน เขายืนยันจะสอนจนกว่าทางโรงเรียนจะมีประกาศออกมาอย่างชัดเจน พวกนักเรียนต่างไม่ยอมเชื่อ แก๊งแสบของรามิลและนักเรียนต่างๆจึงพากันลุกขึ้นมางัดข้อกับครูปกรณ์ นงนาฏพานายทุนที่จะซื้อที่เดินดูโรงเรียนอย่างไม่สนใจความวุ่นวาย คิดถึงแต่เรื่องเงินทอง ครูสมศักดิ์รู้ข่าวก็ต่อว่านงนาฏบอกให้ล้มเลิกโครงการยังไงเขาก็ไม่ขาย แต่นงนาฏยืนยันตราบใดที่โรงเรียนยังขาดทุนอยู่ทางเดียวที่จะรอดของครอบครัวก็คือการขายโรงเรียน ครูสมศักดิ์จะตัดสินใจอย่างไร ติดตามในบาปบริสุทธิ์ LIVE ชุด1หัวใจครู บาปบริสุทธิ์ LIVE ชุด 2 ... ปิดทองหลังพระ การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลังในการสร้างเสริมและสะสมความดี (พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 สิงหาคม 2525) ครูสมศักดิ์พา ชาตรี (มิกซ์-มณฑล สุรวิทย์ธรรมะ) นักเรียนใหม่เข้ามาแนะนำในห้องเรียน ทั้งรามิล พอร์ช พันชนะ ปองหทัย ต่างตื่นเต้นเป็นอันมากขอ line ID เพื่อนใหม่ แต่ชาตรีไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ราคาถูก พุดดิ้งจึงกระซิบบอกเพื่อนๆ ถึงข่าวที่ได้ยินมาว่าชาตรีมีอาชีพเก็บขยะ พุดดิ้งทำท่ารังเกียจเพื่อนใหม่อย่างออกนอกหน้า ร้อนถึงครูอังคณากับครูปกรณ์ต้องเข้ามาพูดคุยกับเด็กๆ ในห้องเรียน แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย รามิลจึงสะกดรอยตามไปที่บ้านและได้รู้ว่าชาตรีอยู่กับ ตาแต้ม (สุเชาว์ พงษ์วิไล) ตาแก่ๆ ขี้เหล้าจอมโวยวายและ แตงอ่อน (ปู-นาตยา จันทร์รุ่ง) ผู้เป็นแม่ ที่มีอาชีพรับปะชุนเสื้อผ้าในเพิงหลังเล็กๆ ย่านชุมชนแออัด รามิลพยายามยื่นมือเข้าช่วย แต่ชาตรีไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้นชาตรีออกเก็บขยะตามปกติและเขาพบว่าบริษัทแห่งหนึ่งนำขยะพิษมาทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปเป็นจำนวนมาก ด้วยความซื่อเขาจึงเข้าไปต่อว่าคนกลุ่มนั้น แต่ วิกรม(ต้น-อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) เจ้าของโรงงานกลับให้เงินเขาเป็นค่าปิดปาก พร้อมทั้งขู่ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด สุดท้ายแล้วชาตรีจะตัดสินใจอย่างไร จะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ อะไรกับเขาหรือไม่ ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด2 ปิดทองหลังพระ บาปบริสุทธิ์ LIVE ชุด 3 ... กีฬาเป็นยาวิเศษ การกีฬานั้นนับเป็นอุปกรณ์การศึกษาที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นการกล่อมเกลาให้เด็กมีจิตใจอดทน กล้าหาญ รู้แพ้รู้ชนะ ปลูกฝังพลานามัยให้แข็งแรง เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เด็กเป็นผู้มีสมรรถภาพ ทั้งในทางจิตใจและร่างกายเป็นผลสืบเนื่องไปถึงการเป็นพลเมืองของชาติอันเป็นยอดแห่งความปรารถนา (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันเปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียนประจำปี 2504 วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504) ครูปกรณ์แนะนำภูผา (ณรัช วัฒนดำรงชาติ) นักเรียนแลกเปลี่ยนจากโครงการช้างเผือกที่สนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนเรียนเก่งและเด่นกีฬาให้ทุกคนรู้จัก พรรณพิไลแอบปลื้มภูผา live facebook อวด เด็กๆเอาแต่ติดโซเชี่ยล ครูปกรณ์เลยนำเรื่องนี้ไปปรึกษาครูระพี อยากหากิจกรรมอื่นให้เด็กๆ ทำ ครูระพีเสนอการแข่งบาสฯ ประจำอำเภอที่กำลังจะจัดขึ้น ครูปกรณ์นำเรื่องนี้ไปบอกเด็กๆ และขอให้ภูผาเข้ามาช่วยอีกแรง ทีแรกพันชนะ พรเทพ รามิลไม่สนใจ แต่สุดท้ายได้เข้าทีมแบบไม่ได้ตั้งใจกัน ครูยักษ์(ต๊อบ-กฤตกร ทองแสง) นำทีมจากโรงเรียนเลิศยุทธ์ เข้ามาแข่งกับโรงเรียนผดุงธรรมศึกษา โอ๊ต(เกตต์-ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย) ซึ่งเป็นทีมคู่แข่งใช้ยาโด๊ปจากแก๊งอันธพาลมาใช้ ในวันแข่งรามิลถูกพวกโอ๊ตจับตัวไปขังไว้ในห้องเก็บของทำให้พวกครูปกรณ์กังวลมากที่รามิลหายไป ภูผาลงแข่งโดยไม่มีรามิล พวกภูผาย่ำแย่ ทั้งจากที่รามิลไม่อยู่ประกอบกับที่โอ๊ตโด๊ปยาเข้าไปจึงมีพละกำลัง ไม่รู้จักเหนื่อย รามิลจะกลับมาช่วยทีมได้หรือไม่ ติดตามในบาปบริสุทธิ์ LIVE ชุด3 กีฬาเป็นยาวิเศษ ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 4 ... ค่าของคน คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความ มั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะ สร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ... (ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒) ทิน(แมงมุม-พงษธัช รัตนเศรณี) นายตำรวจชั้นประทวนพ่อแม่เสียไปไม่นาน ต้องคอยดูแล เอิน(เบนซ์-วิลาสินี สาระวัน) น้องสาวที่เอาแต่ใจและนิสัยเปลี่ยนไปมากตั้งแต่พ่อแม่เสีย นุช(ทราย-จิตติมา วิสุทธิปราณี) แฟนสาวของทินไม่ค่อยชอบเอินหนัก เพราะจริงๆแล้วนุชไม่ได้รักทินจริงหวังแค่มาเกาะทินไปวันๆ เอินอายเพื่อนที่มีพี่ชายแบบทินเพราะอยากได้อยากมีเหมือนอย่างคนอื่น ทินเสียใจที่ตัวเองพยายามเป็นตำรวจที่ดีแต่มันไม่พอ จนทำให้เอินต้องไปโกหกเพื่อนๆเรื่องตน เอินตัดสินใจหางานพิเศษทำ และถูกคนของเสี่ยย้งหลอกมาขายตัว ขนุนมาส่งของที่บ่อนเสี่ยเห็นเอินเข้าพอดี คิดว่าเอินเป็นพวกเด็กใจแตก ระหว่างนั้นกลุ่มตำรวจของทินก็บุกเข้ามาทลายบ่อนเสี่ยย้งพอดี ขนุนบอกเอินอยู่ข้างในด้วย ทินได้ยินตกใจรีบไปช่วยเอิน ทินเห็นน้องสาวสภาพบอบช้ำก็ทั้งโกรธทั้งเสียใจ เรื่องราวของพี่น้องคู่นี้จะจบลงอย่างไร ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด4 ค่าของคน บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 5 ... บาปออนไลน์ เทคโนโลยีนั้น โดยหลักการคือการทำให้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้น เทคโนโลยีที่ดี ที่สมบูรณ์แบบ จึงควรจะสร้างสิ่งที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและมีความสูญเปล่าหรือความเสียหายเกิดขึ้นน้อยที่สุด (พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร 18 ตุลาคม 2522) โรงเรียนผดุงธรรมศึกษาต้องฉาวอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ มะนาว(ตีญ่า-หทัยชล ดูร์มาซ) รุ่นพี่ม.6 เน็ตไอดอลตัวท้อปดาวโรงเรียนประกาศขายตัวในออนไลน์อย่างโจ๋งครึ้ม แต่เจ้าตัวกลับยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตนเองถูกใส่ร้ายไม่ได้เป็นสาวไซด์ไลน์อย่างที่ทุกคนเข้าใจ ครูปกรณ์จึงคิดหาวิธีให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์และช่วยคัดกรองให้เด็กรู้จักนำไปใช้อย่างสร้างสรรค์ ครูปกรณ์ให้นักเรียนในชั้นแบ่งกลุ่มสวมบทบาทเป็นสื่อ ทำสื่อหัวข้ออะไรก็ได้มาส่ง ทำเสร็จก็ให้โพสต์ลงไปในเพจของโรงเรียน แมน(ซัน-ชีวานนท์ จำศรี) คบกับมะนาวหวานออกสื่อจน คิตตี้(มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร) เด็กสาวหน้าตาซื่อๆ ที่แอบชอบแมนอยู่ คลิปฉาวของมะนาวกับแมนทำให้ทั้งคู่ถูกครูอังคณาเรียกพบ แต่แมนมีไม้เด็ดเอาภาพของรามิลกับปองหทัยที่ตนแอบถ่ายออกมาแฉ ครูอังคณาเห็นภาพเครียดขึ้นมาทันที รุ่นพี่กำลังรุมตบพรรณพิไล พวกรามิลรู้ข่าวรีบตามมาช่วยและมาเจอกลุ่มของแมนทั้งหมดตีกันวุ่นวาย จากสงครามเน็ตไอดอล บานปลายเป็นสงครามระหว่างรุ่น งานนี้ไม่มีคำว่าพี่น้อง หมูทองกับเส้นหมี่รีบตามครูปกรณ์กับครูระพีมาห้ามศึกครั้งนี้ เรื่องราววุ่นๆระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องจะจบลงอย่างไร ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด5 บาปออนไลน์ บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 6 ... เสียงจากหัวใจ ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของข้าพเจ้า จะเป็นแจ๊สหรือไม่แจ๊สก็ตาม ดนตรีล้วนอยู่ในตัวคนทุกคน เป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคนเรา สำหรับข้าพเจ้า...ดนตรีคือสิ่งประณีตงดงามและทุกคนควรนิยมในคุณค่าของดนตรีทุกประเภทเพราะว่าดนตรีแต่ละประเภทต่างก็มีความเหมาะสม ตามแต่โอกาส และอารมณ์ที่แตกต่างกันไป.... (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 พระราชทานให้สัมภาษณ์แก่วิทยุเสียงอเมริกาเมื่อคราวที่เสด็จฯเยือนสหรัฐอเมริกา ในปี 2503) เดอะซาวด์วงดนตรีของโรงเรียนออกทำการแสดงเมื่อไหร่สาวๆในโรงเรียนก็กรี๊ดกันสนั่นจนไม่เป็นอันเรียน แต่เดอะซาวด์ก็ต้องกลายเป็นเดอะเซ็งเพราะพวกรุ่นพี่ไม่มีใครสนใจเข้ามาซ้อมในชมรมและ ครูซัน(ปรัชญ์ ปรมิณ) ครูประจำชมรมยังแอบหลับอยู่บ่อยๆ จนครูอังคณาต้องตักเตือน พรเทพจะโดน พรประภา(ดี้-ปัทมา ปานทอง) แม่ของเขาค่อยขัดขวางไม่ให้เล่นดนตรี แต่พรเทพก็หลบแม่มาเล่นกีตาร์จนโดนจับได้ ครูซันโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าของครูแก้ว บ้านเด็กกำพร้ากำลังจะถูกปิด ครูซันจึงต้องทำงานหาเงินพิเศษมาช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด พรเทพโทรตามรามิลและพันชนะ แอบตามครูซันมาที่ร้านอาหาร เด็กๆเห็นครูซันมาทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟและร้องเพลงไปด้วย กลุ่มลูกค้าที่กำลังมึนๆ ชวนหาเรื่องครูซัน เด็กๆเข้าช่วยจนมีเรื่องกันในร้าน ถึงขั้นขึ้นโรงพัก ปกรณ์รีบมาช่วยเด็กๆ และยิ่งมีอคติกับครูซันมากขึ้น ปกรณ์โทรบอกพรประภาให้มารับพรเทพ พรเทพกับพรประภามีปากเสียงกัน พรประภาพลั้งมือจะทำร้ายพรเทพ ครูซันเข้ามารับแทน พรเทพรู้สึกผิดที่ทำให้ครูซันเดือดร้อน ปกรณ์สองจิตสองใจว่าครูซันเป็นคนอย่างไงกันแน่ ครูซันจะพิสูจน์ตัวเองให้ครูปกรณ์เชื่อใจได้หรือไม่ พรเทพจะขอพรประภาเล่นดนตรีต่อไปอย่างไร ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด6 เสียงจากหัวใจ ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 7 ... แก่แต่ยังเก๋า การที่คนสมัยใหม่บอกว่าคนสมัยเก่ามีความรู้น้อยก็อาจเป็นจริง แล้วคนสมัยใหม่ดูถูกหรือเหยียดหยามคนสมัยเก่าก็มีสิทธิ์ แต่ถ้าพูดตามความจริงแล้ว สิทธิ์ที่จะเหยียดหยามคนรุ่นเก่าไม่ควรจะมี ด้วยเหตุว่าคนรุ่นเก่านี้เองทำให้คนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมาได้” (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชพระราชทานแก่ คณะบุคคลต่างๆที่เข้าเฝ้าฯเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2531) ตาแพง(บุญโทน คนหนุ่ม) มาจากต่างจังหวัด แม่รามิลให้นอนห้องเดียวกับรามิล สร้างความอึดอัดและเกิดความต่างระหว่างคนสองวัยขึ้น รามิลเห็นตาเป็นคนแก่ ล้าสมัย เชื่องช้า น่ารำคาญ รามิลสอนการเล่นไลน์ ใช้มือถือให้ตาแพงที่ทำผิดๆถูกๆ ส่งไลน์ไปกวนรามิลที่โรงเรียนจนโดนเพื่อนล้อ ครูธวัชให้เด็กเรียนกาพย์เห่เรือที่แสนเซ็งและน่าเบื่อหน่ายตาแพงกำลังจะขึ้นรถกลับต่างจังหวัด แต่บังเอิญได้ยินพวกนักเลงคุยกันว่าจะไปเผาโรงเรียนผดุงธรรมศึกษา ตาแพงตกใจกลัวเด็กๆเป็นอันตรายก็ตัดสินใจตามโจรไป แต่ใช้มือถือผิดๆถูกๆเลยติดต่อใครไม่ได้ ที่บ้านรามิลตามหาตาแพงไม่เจอก็เครียดกันมาก รามิลคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้ตาแพงหายตัวไป ระพีประกาศคู่เต้นลีลาศ รามิลได้เต้นกับปองหทัย พรเทพได้เต้นคู่พรรณพิไล พันชนะไม่มีคู่เต้นเพราะนักเรียนหญิงที่ระพีเลือกให้ป่วย หายไม่ทันวันงาน ฟ้าใส นงนาฎมาบอกระพีปีนี้งานเต้นอาจถูกยกเลิก เพราะขาดสปอนเซอร์ เจ๊เงาะคิดดันพันชนะให้เป็นเน็ตไอเดล หวังทำเงินได้มากมาให้สปอนเซอร์งานมีข้อแม้พันชนะต้องได้รางวัลชนะเลิศ สื่อได้ทำข่าวดังหวังคนรู้จัก เจ๊เงาะ(ก้อย-ศิรินุช เพ็ชรอุไร) จัดหาครูมืออาชีพสอนเต้นมาให้พันชนะ หวังให้เต้นคู่วันงานประกวด ตาแพงสอนรามิลเต้น แต่รามิลไม่ตั้งใจ ไม่อดทน พันชนะสบประมาทรามิลว่าเต้นแพ้แน่ รามิลกับตาแพง จะเข้าใจกันหรือไม่ แล้วรามิลจะชนะการประกวดแข่งลีลาศไหม ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด7 แก่แต่ยังเก๋า บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 8 ... หัวใจที่หลงทาง นักเรียนที่ยังคงก่อเรื่องวิวาท จนเกิดความเสียหายแก่ตน แก่โรงเรียน ขอให้สำนึกว่า การกระทำเช่นนั้น อาจกลายเป็นการทำลายอนาคตของตนไปได้อย่างคาดไม่ถึง ฉะนั้น ขอให้พยายามฝึกฝนอบรมตนเองให้มีค่าเป็นคนเต็มคน ให้เป็นคนดีมีประโยชน์ให้จงได้..." (พระราชดำรัสในพิธีเปิดงานกรีฑาศิลปหัตถกรรมนักเรียน ประจำปี 2512 ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ 1 ธันวาคม 2512) อาม(พีพี-พีรพล เพิ่มเพ็ชร์) ต้องย้ายโรงเรียนกลางเทอมมาอยู่ที่ผดุงธรรมศึกษา เพราะหนีกลุ่มคู่อริของ อ้าย(โน่-ภัทชดล จันทร์ภักดิ์) พี่ชายที่คอยตามรังควาน อ้ายมีเรื่องกับเมฆคู่อริต่างโรงเรียน กลุ่มเมฆเล่นงานอามไปด้วย อ้ายจึงจัดการเมฆบาดเจ็บหนักและตัวเองถูกจับส่งไปสถานพินิจ พ่อของ อาม(เจค-ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) กับแม่ของอาม (ต้อม-รชนีกร พันธุ์มณี) เสียใจมากตัดขาดจากอ้าย คิดว่าอ้ายเป็นต้นเหตุและสร้างความเดือนร้อนให้ครอบครัวจนต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆ อามเป็นเด็กเรียนดีและฉายแววคนดีศรีโรงเรียน จึงเป็นจุดเด่นในโรงเรียน ทำให้พันชนะหมั่นไส้และไม่ถูกชะตาเพราะอามเก่งกว่าเหนือกว่าทุกอย่าง พันชนะคอยหาเรื่องอามอยู่ตลอดแต่อามก็ไม่ค่อยสู้ใคร พันชนะจ้างให้อามแต่งกลอนส่งครูแทนตน แต่ระพีก็จับได้ตักเตือนพันชนะ พันชนะจึงกลับมาเล่นงานอามอีก ปื๊ดและเพื่อนกลุ่มของอ้ายมาช่วยอามไว้ ปื๊ดพาอามมาหาพี่ใหญ่ อามเมื่อได้พบกับกลุ่มพี่ใหญ่ก็ดูมั่นใจในตนเองมากขึ้นเพราะพี่ใหญ่คอยยุแยงให้อามสู้คน อามมีเรื่องกับพันชนะแต่ครั้งนี้อามไม่ยอมพันชนะอีกแล้ว และขู่ว่าตนคือเจ้าพ่อผดุงธรรมศึกษา อามกับพันชนะ ทั้งคู่จะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้หรือไม่ ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด8 หัวใจที่หลงทาง บาปบริสุทธิ์LIVE ชุด 9 ... เพื่อนรักตัวยุ่ง ต้องพยายามที่จะหาวิธีที่จะกำจัด เลิกไม่ให้มีหมาเร่ร่อน เสียหาย แต่ว่าหาวิธีที่จะให้สุนัขพวกนี้ได้ไปมีเจ้าของ เจ้าของเขาก็เอ็นดู เขาก็ดูแลได้...เพราะอย่างที่เล่าให้ฟังว่าเรามีหมาเทศ คือหมาที่มีชื่อเสียงดีมาก คือ หมาชื่อทองแดง รู้จักนะ ทองแดง นี่เป็นหมาเทศ เพราะมาจากเทศบาลแท้ๆ เกิดในเทศบาล” (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถึงสุนัขทรงเลี้ยง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2544) โซดาหมาพันธุ์ไทยบ้านๆ แสนรู้ เกิดและโตในโรงเรียนผดุงธรรม อยู่นานจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนใครๆ ก็รักโซดายกเว้นครูธวัช รามิลกับโซดาเพื่อนซี้สี่ขาแอบพากันโดดเรียนวิชาของครูธวัช เพื่อไปซื้อของขวัญวันเกิดให้ปองหทัย ระหว่างนั้น โน้ต(ไบร์ท-ณัฐภัทร จิรภาวสุทธิ์) ลูกพี่ลูกน้องของระพีก็กำลังจะหนีโรงเรียนไปหา เบลล์ (น้ำฝน-ปริตา ไชยรักษ์) พี่สาวด้วย แต่โดนโซดาเห่าไล่เสียงดัง จนครูอังคณากับระพีได้ยิน โน้ตจึงโดนจับได้ รามิลโดดเรียนมาเจอกับเบลล์รุ่นพี่ที่เคยแอบชอบ เบลล์พามิวสิกมาออกงานอีเว้นท์ และโปรยเสน่ห์ชวนรามิลไปขายของที่ระลึกของมิวสิก คนดูชอบใจในความน่ารักและแสนรู้ของมิวสิก จึงพากันแห่ไปซื้อสินค้าที่ระลึกที่สกรีนรูปมิวสิกกันใหญ่ รามิลมาปรับความเข้าใจกับปองหทัยว่าไม่ได้มีอะไรกับเบลล์ และรามิลก็ได้รู้ความจริงถึงเบื้องหลังการเป็นคนรักหมาของปองหทัย แท้จริง จู่ๆโซดาหมาประจำโรงเรียนที่ปองหทัยคอยให้น้ำให้ข้าวก็ดันถูกคนวางยา ระพีผ่านมาเห็นรีบตามปกรณ์พาโซดาไปโรงพยาบาล และผู้ต้องสงสัยที่สุดก็คือ ครูธวัช แต่ครูธวัชก็ไม่ยอมรับว่าเป็นคนทำ กลุ่มรามิลจึงปฏิบัติการณ์โต้ตอบครูธวัชทันที ครูธวัชเป็นคนทำจริงหรือไม่ รามิลกับปองหทัยจะคืนดีกันไหม ติดตามในบาปบริสุทธิ์LIVE ชุด9 เพื่อนรักตัวยุ่ง ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE ละคร บาปบริสุทธิ์ LIVE

งานเข้ารัวๆ แตงโม นิดา โดน สบส. จ่อเรียกให้ สอบ-ตรวจ DNA หลังอ้างอุ้มบุญ น้องอีสเตอร์
แตงโม นิดา /  แตงโมอุ้มบุญ / 

  งานเข้าอีกแล้วสำหรับนักแสดงสาวอย่าง แตงโม นิดา ซึ่งล่าสุดโดนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. จ่อเรียกให้ไปสอบ-ชี้แจง หลังจากที่เธอโพสต์รูปคู่กับ น้องอีสเตอร์ ในไอจีส่วนตัว พร้อมแคปชั่นที่ว่า "อ่ะยอมรับก็ได้ว่าอุ้มบุญ #babyEaster" แต่ไม่นานสาวแตงโมก็ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงว่า 'แค่พูดเล่น' ซึ่งถ้าใครที่ติดตามไอจีของสาวแตงโมอยู่ก็คงจะรู้ว่าน้องอิสเตอร์นั้นเป็นลูกสาวของคุณกระติกผจก.ส่วนตัวของเจ้าตัว แต่งานนี้ทาง สบส. ได้เตรียมตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งถ้าหากสาวแตงโมไม่มีเอกสารและไม่สามารถชี้แจงได้ จึงจะต้องมีการตรวจสอบ DNA ขึ้น