อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414

รับทรัพย์!! อาชีพเสริม ลงทุนน้อย ปลูกดอกอัญชันขาย รายได้งาม
ดอกอัญชัน /  ปลูกดอกอัญชัน / 

อาชีพเสริมรับทรัพย์ !! ปลูกดอกอัญชันขาย ลงทุนน้อย รายได้งาม เป็นกอบเป็นกำ... เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่รับทรัทย์แบบไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมาย บานตะเกียง ที่ทีมงาน 108 อาชีพภูมิใจนำเสนอนั่นก็คือ การ 'ปลูกดอกอัญชัน' ขายทั้งแบบสด และตากแห้ง แค่ปลูกดอกอัญชันทิ้งไว้ตามแนวรั้วก็เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้เงินเข้ากระเป๋าได้แบบสบายๆ ปัจจุบันราคาดอกอัญชันสดที่แม่ค้าขนมรับซื้อเพื่อนำน้ำไปทำเป็นสีผสมในขนม แบบสด ตกกิโลกรัมละ 60 – 100 บาทเชียวนะคุณ ส่วนราคาดอกอัญชันตากแห้งจำหน่ายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 250-500 บาท สาเหตุที่ดอกอัญชันมีราคาสูง เป็นเพราะว่า ปัจจุบันได้รับความนิยมรับประทานอย่างกว้างขวาง ทั้งยังสกัดเป็นแชมพูสระผมก็มีมากหลายยี่ห้อ เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายเพราะมีสารแอนโธไซยานินที่ทำให้การไหลเวียนในหลอดเลือดเล็กทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติเสริมภูมิต้านทานจากธรรมชาติช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการแพ้ได้ด้วย คุณสมบัติที่หลากหลายของดอกอัญชันนี้ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะดอกอัญชันสด ด้านสรรพคุณทางยาก็น่าสนใจ เช่น ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก ต้อหิน ที่สำคัญทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดีมากขึ้น อย่างเช่นบริเวณรากผม ทำให้เส้นผมดกดำเป็นเงางาม จะเห็นว่ามีการนำดอกอัญชันไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์หลายชนิดทั้งครีมนวดผม ยาสระผม ปลูกดอกอัญชันตากแห้งขาย จึงเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจ การปลูกดอกอัญชันขาย จึงนับว่าเป็นอาชีพอิสระอีกหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถทำควบคู่ไปกับงานอื่นๆ ได้อย่างสบาย เพราะสามารถเก็บดอกในช่วงเช้าๆที่อากาศไม่ร้อนมากนัก หากนำมาตากแห้งก็ไม่ต้องดูแลหรือใช้เวลามากแต่อย่างใด วิธีการปลูกอัญชันก็ง่ายแสนง่าย แถมยังไม่ต้องดูแสรักษาให้มากวิธี... เพียงนำต้นกล้าจากการเพาะเมล็ดมาปลูกลงแปลงปลูก ปัดรั้ว หรือไม้ระแนงเพื่อให้เถาอัญชันเลื้อยพาด หรือยึดเกาะเพื่อการทรงตัวได้ รดน้ำวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและช่วงเย็น ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำได้ดี หรือจะปลูกในกระถ่างก็ยังสามารถทำได้ เพียงนำเมล็ดแก่มาเพาะบนสำลีที่ชุ่มน้ำ 2 วันก็งอกแล้วเจ้าค่ะ ประมาณ 1-2 เดือนก็เริ่มมีดอกให้เก็บแล้วค่ะ ปลูกง่าย โตไว ได้ผลผลิตต่อเนื่องโดยไม่ต้องลงทุนอะไรให้มากมาย แล้วจะช้าอยู่ใย มาปลูกดอกอัญชันขายเสริมรายได้กันดีกว่าค่ะ... คุณขา... MThai News

ขาประจำหลุด! ซิโก้ ประกาศ 25 แข้งซูซูกิ มุ้ย,อุ้มหลุดโผ, สมปอง,กีรติ รีเทิร์น
ทีมชาติไทย /  ธีรศิลป์ แดงดา / 

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้ประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ 25 คนเพื่อเตรียมเก็บตัวเพื่อสู้ศึกเอเอฟเอฟ ซูซกิคัพ ในช่วงปลายปีนี้ โดยไร้ชื่อขาประจำอย่าง “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงเบอร์หนึ่งที่กำลังค้าแข้งกับอัลเมเรีย ในลาลีก้า และ ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  โดยในชุดนี้มีนักเตะจากชุดเอเชี่ยนส์เกมส์พาเหรดติดทีมมาถึง 14 คน นอกจากนี้ในรายที่ เซอร์ไพรซ์ได้แก่ สมปอง สอเหลบ และ กีรติ เขียวสมบัติ ที่คัมแบ็คกลับมามีชื่อติดทีมอีกครั้ง รายชื่อ 25 นักเตะ ทีมชาติไทย มีดังนี้  ผู้รักษาประตู: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), ชนินทร์ แซ่เอียะ (สิงห์ท่าเรือ)  กองหลัง: ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (บีอีซี เทโรศาสน), อาทิตย์ ดาวสว่าง (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), สุทธินันท์ พุกหอม (ชลบุรี เอฟซี), ประวีณวัช บุญยงค์ (บางกอกกล๊าส เอฟซี)  กองกลาง: อดุลย์ หละโสะ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (ชลบุรี เอฟซี), สารัช อยู่เย็น, ศราวุฒิ มาสุข (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), ชาริล ชัปปุยส์ (สุพรรณบุรี เอฟซี), ปกเกล้า อนันต์, ภิญโญ อินพินิจ (เพื่อนตำรวจ), ประกิต ดีพร้อม (ทีโอที เอสซี), ชนาธิป สรงกระสินธุ์ (บีอีซี เทโร ศาสน)  กองหน้า: ชัยณรงค์ ทาทอง, มงคล ทศไกร (อาร์มี่ ยูไนเต็ด), สมปอง สอเหลบ (แบงค็อก ยูไนเต็ด), อดิศักดิ์ ไกรษร (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), กีรติ เขียวสมบัติ (ปตท.ระยอง), นูรูล ศรียามเก็ม (ชลบุรี)  สำหรับนักเตะทั้ง 25 คน จะเข้ารายงานตัววันที่ 4 พ.ย. นี้ ก่อนที่วันที่ 5 พ.ย. จะเดินทางไปเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ จ.นครราชสีมา พร้อมทั้งมีเกมอุ่นเครื่อง 3 นัด คือวันที่ 10 พ.ย. พบ ฟิลิปปินส์ วันที่ 12 หรือ 14 พบ ปาเลสไตน์ และวันที่ 18 พ.ย. พบ นิวซีแลนด์

รถบรรทุกมันเบรกแตก พุ่งชนรถ 13 คันรวด
ข่าวอุบัติเหตุ /  ข่าวอุบัติเหตุmthai / 

รถบรรทุกมันสำปะหลังเบรกแตก พุ่งชนรถคันอื่น 13 คันรวด เหตุเกิดหน้าบริเวณตลาดบ้านฉาง ดับ 1 เจ็บอื้อ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2557 เวลาประมาณ 19.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสิบล้อ ป้ายทะเบียน 82-8766 ระยอง ซึ่งบรรทุกหัวมันสำปะหลังมาเต็มคันรถ ได้พุ่งชนรถยนต์ 4 คัน, จักรยานยนต์ 4 คัน, รถกระบะ 2 คัน, รถตู้โดยสาร 1 คัน และรถยนต์แวน 1 คัน รวมทั้งหมด 13 คัน ซึ่งจอดอยู่ โดยรถตู้นั้นถูกเสยไปทับรถยนต์อีก 2 คัน  อีกทั้งร้านค้าบริเวณใกล้เคียงก็ถูกรถชนจนได้รับความเสียหาย โดยผู้เสียชีวิต ได้แก่ นายประเสริฐ ภัทรกุลพงษ์ ชาวระยองวัย 59 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ ถูกชนอัดก๊อบปี้ระหว่างรถยนต์และรถกระบะ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนมาก แต่มี 2 รายอาการสาหัส ทั้งนี้นายพรศักดิ์ ไชยคำ คนขับรถบรรทุกกล่าวว่า ตนเองขับมาจาก ต.สำนักท้อน เพื่อนำมาส่งที่โรงงาน อ.บ้านฉาง จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ เป็นทางแคบ และห้ามรถบรรทุกวิ่ง แต่เกิดเบรกแตกหยุดรถไม่ได้ จึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น MThai News ขอบคุณภาพจาก  กรมประชาสัมพันธ์

บอกลาปัญหาก้นด้าน!! ลูคัส งอแง ถ้ายังไม่ได้ลงจะย้ายทีม
บราซิเลี่ยน /  ลิเวอร์พัดเลี่ยน / 

ลูคัส เลว่า มิดฟิลด์ฟ้าประทานพรของ ลิเวอร์พูล เริ่มออกอาการงอแง หลังไม่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเท่าที่ควรในซีซั่นนี้กับทัพ "หงส์แดง" โดยเจ้าตัวมองว่าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ทางเลือกเดียวของเขาที่เหลืออยู่ก็คือการ ย้ายทีม กองกลางชาว บราซิเลี่ยน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้กับ Marca ว่า "ผมต้องการลงเล่น แต่ในขณะเดียวผมต้องอดทนรอโอกาสอยู่ข้างสนาม" "ผมต้องหาทางออกเรื่องนี้กับ ลิเวอร์พูล หรือสโมสรอื่นๆ ถึงแม้ปัจจุบันผมจะไม่ได้ติดต่อกับทีมไหน แต่ถ้าเมื่อไหร่โอกาสของผมกับ ลิเวอร์พูล มันหมดทางเยียวยาจริงๆ ถึงตอนนั้นผมก็ควรพิจารณาถึงการย้ายทีมได้แล้วแหละ" ลูคัส เลว่า ตบท้าย

AP กระเป๋าตุง ลั่น! กวาดรายได้ปีนี้ 2.2 หมื่นลบ.
AP /  AP space odyssey / 

AP กระเป๋าตุง ลั่นกวาดรายได้ปีนี้กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท เตรียมเปิดอีก 2 โครงการปลายปี ตุนยอดขายรอโอนแล้วกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท รับรู้รายได้ยาวถึงปี 60 นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยว่า บริษัทฯมั่นใจว่าจะสามารถกวาดรายได้ปีนี้ได้ 22,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกสามารถกวาดรายได้แล้ว 9,300 ล้านบาท เนื่องจากโครงการในแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ สามารถรับรู้รายได้เร็วกว่าที่คาด ทั้งนี้ในเดือนพย.นี้ บริษัทเตรียมที่จะเปิดโครงการใหม่อีก 2 โครงการคือ โครงการโฮมออฟฟิศ 'DISTRICT' ศรีวรา มูลค่า 870 ล้านบาท และโครงการ 'บ้านกลางเมือง' สุขุมวิท 77 มูลค่า 1,250 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งปี 57 บริษัทฯเปิดตัวโครงการทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่ารวม 22,880 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 5 โครงการ มูลค่า 4,390 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ 8 โครงการ มูลค่า 7,940 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่า 10,550 ล้านบาท  ในขณะที่ปัจจุบันบริษัทฯมียอดขายรอโอน หรือ Backlog รวมมูลค่า 23,000 ล้านบาท สามารถรับรู้รายได้ถึงปี 60 โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 11,000 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายในปี 58 นายวิทการคาดว่า จะสามารถกวาดรายได้โตเป็นตัวเลข 2 หลักจากปีนี้ โดยตั้งเป้าจะเปิดโครงการใหม่อย่างน้อย 17 โครงการ หลังแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น หลังปัญหาการเมืองคลี่คลายลง ภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และเร่งการลงทุนโครงการสำคัญต่าง ๆ เช่น โครงการรถไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง จึงมองว่าในปี 58 ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง บริษัทฯจึงเตรียมพร้อมการขยายตัวด้วยงบซื้อที่ดินกว่า 6,000 ล้านบาท โดยในวันที่ 22-26 ตค. 'AP' ได้จัดงาน 'AP SPACE ODYSSEY' 8 โครงการไฮไลท์ พร้อมเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ 'DISTRICT' และ 'MIND' ที่ลาน Parc Paragon ซึ่งในงานจะนำเสนอ 8 วิธีคิดในการดีไซน์สเปซ ที่มองได้อย่างลึกซึ้งถึงความต้องการที่แตกต่างผ่าน  8 โครงการ และไฮไลท์พิเศษ 'AP 100' ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮม จำนวน 100 ยูนิตที่ดีที่สุดจากกว่า 60 โครงการ พร้อมอยู่ทั่วกรุงเทพ ตั้งแต่ราคา 1.69 – 40 ล้านบาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดแห่งปีที่งานนี้งานเดียว 'เอพีช่วยจ่ายสูงสุด 2,000,000 บาท แถม iPhone 6 ทุกยูนิต MThai News

อีจงซอก พร้อมตรวจหัวใจ ชาววิทเจเอสไทย 1 พฤศจิกายนนี้
2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand /  2014 อีจงซอก แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ / 

อีจงซอก หล่อใสขวัญใจสาว ประกาศความพร้อม ตรวจหัวใจ 'ชาว วิท เจเอส ไทย' เพนตาแกรมฯ เดินหน้าเตรียมงาน พร้อมย้ำ 1 พฤศจิกายนนี้ สาวๆ ทั้งหลายไม่ควรพลาด!! กระแสความแรงของ อีจงซอก ในวันนี้เปรียบเหมือนพายุลูกใหญ่ที่จู่ๆ ก็พัดมาถล่มทั่วเอเชีย ถ้านับถอยหลังอีกไม่กี่วันพายุลูกนี้ก็กำลังจะมาทำให้แฟนๆ ชาวไทยได้ฟินกันแล้ว! กับงานแฟนมีตติ้งที่รอคอยมาแสนนาน 2014 อีจงซอก เอเชีย ทัวร์ แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ (2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สาวๆ จะได้สัมผัสกับ อีจงซอก (Lee Jong Suk) เจ้าของบทบาท พัคซูฮา และ หมอพัคฮุน ที่ส่งให้เขากลายเป็น 1 ในพระเอกที่มาแรงสุดของเกาหลีขณะนี้อย่างใกล้ชิด และดูเหมือนตอนนี้ห้วงความคิดถึงของทุกฝ่ายจะทำงานอย่างหนัก ด้านคนไกลที่อยู่เกาหลี อย่าง อีจงซอก ก็เผยความรู้สึกว่ารอวันจะได้พบแฟนชาวไทยอย่างใจจดจ่อเช่นกัน แต่ก่อนที่จะถึงคิวประเทศไทย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา อีจงซอก ก็ได้ลัดฟ้าไปจัดแฟนมีตติ้งให้สาวหมวยได้ฟินปลื้มปริ่มกันถึงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งกระแสตอบรับร้อนแรงสุดๆ ตั้งแต่ก้าวเท้าแตะสนามบินเลยทีเดียว ในงานแถลงข่าวก็ยังคราคร่ำไปด้วยสื่อมวลชนกว่า 50 สำนัก โปรยเสน่ห์แพรวพราวจนนักข่าวต่างเผลอให้ใจเพราะบรรยากาศราวกับเป็นแฟนมีตติ้งย่อมๆ และเมื่อถึงเวลาของแฟนมีตติ้งจริงๆ ความสนุกและเสียงกรี๊ดก็ทวีคูณขึ้นหลายร้อยพันเท่า โดยเฉพาะเมื่อ อีจงซอก แปลงโฉมเป็น หมอพัคฮุน จากซีรีส์ Doctor Stranger พร้อมตรวจอาการหัวใจของแฟนๆ นอกจากนี้ในงานนี้ยังมีหยิบภาพถ่ายส่วนตั๊วส่วนตัวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนขึ้นมาเม้าท์มอย ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทเพลงพิเศษที่ อีจงซอก ตั้งใจขับร้องให้แฟนๆพร้อมจดหมายเผยความในใจ มาถึงขั้นนี้ ชาว วิท เจเอส ('WithJS' ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการของ อีจงซอก) สาขาสยามประเทศอย่างเราจะน้อยหน้าได้อย่างไร!?... เตรียมตัวกันให้พร้อม เร่เข้ามาให้กำลังใจ เพื่อไปสัมผัสความหล่อใสปากแดงของหนุ่มคนนี้ได้ ในงาน 2014 อีจงซอก แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ (2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand) วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2014 เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ (Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld) โดยในงานนอกจากจะได้พบกับเรื่องราวความสนุกสนานที่ทาง อีจงซอก เตรียมนำมาสร้างความประทับใจแล้ว ด้านผู้จัดงานหน้าใหม่ไฟแรง เพนตาแกรม อินเตอร์เนชั่นเนล (Pentagram International Co.,Ltd.) ก็มีความตั้งใจอยากให้การพบกันครั้งแรกแสนพิเศษและน่าจดจำที่สุด เลยใจป้ำให้แฟนคลับที่ซื้อบัตรราคา 5,000 / 4,500 / 4,000 และ 3,000 บาท ได้รับสิทธิ์ไฮไฟว์ สัมผัสมือขาวๆ นุ่มๆ ของ อีจงซอก ทุกที่นั่งแบบไม่ต้องลุ้น! ใครที่ยังไม่มีบัตรอย่าช้ายังสามารถไปหาซื้อบัตรกันได้ บัตรราคา 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,000 / 2,000 และ 1,500 บาท ยังพอมีให้จับจองกันทางไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกช่องทางการจำหน่าย โทร. 02-262-3456 หรือเว็บไซต์www.thaiticketmajor.com และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/pentagraminter ความพิเศษแบบนี้มีให้เฉพาะชาว วิท เจเอส ไทยจริงๆ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ไม่อยากให้พลาดกัน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ชูวิทย์ เปิดชีวิตนักการเมือง หลังยุบสภา
ข่าวคสช /  ข่าววันนี้ / 

ชูวิทย์ เปิดเรื่อง ชีวิตนักการเมือง หลังยุบสภา เผยเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ซัดเงินชดเชยข้าวรัฐบาลคสช. แค่ประชานิยมดีๆ นี่เอง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @ชูวิทย์ I'm No.5 เล่าเรื่องราวสุดดราม่าชีวิตของนักการเมืองลูกพรรคคนหนึ่ง ภายหลังมีการยุบสภา ก่อน คสช. เข้ามายึดอำนาจการบริหารประเทศ โดยเผยว่าหลังจากการยุบสภา ได้เปลี่ยนชีวิตของนักการเมืองจากหน้ามือเป็นหลังมือ เรื่องเล่าดราม่า อดีต ส.ส. กับชีวิตหลังยุบสภา ส.ส. เป็นเพียงแค่อาชีพหนึ่งในสังคมไทย เหมือนกับอาชีพอื่นๆ ไม่ว่าวิศวกร หมอ ทนายความ หรือคนกวาดถนน พวกเขาอาจจะดีหรือเลว รวยหรือจน ท้ายสุดก็เป็นเพียงตัวแทนของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น เขาชื่อ "สมเพชร แต่งงาม" อดีต ส.ส. พรรครักประเทศไทยสมัยที่แล้ว ขณะที่เป็น ส.ส. มีเงินเดือนเป็นแสน มีเกียรติยศชื่อเสียง จะไปไหนก็มีคนขานรับ "ท่านครับๆ" จะบินไปไหนก็ฟรี เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยสภาก็ออกค่ารักษาพยาบาลให้ แต่หลังจากที่ยุบสภา เขากลับบ้านไปใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาสามัญ เป็นชาวนาปลูกข้าวเลี้ยงดูครอบครัวเหมือนอย่างบรรพบุรุษของเขา แม้แต่เงินบำนาญ ที่ขณะเป็น ส.ส. ถูกหักเดือนละ 5,000 บาทเข้ากองทุน เช่นเดียวกับพนักงานบริษัท ที่ถูกหักเงินเดือนเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่เงินก้อนนั้นเขาก็ไม่ได้รับอีกต่อไป เพราะถูกยกเลิกโดย คสช. ขณะนี้นาก็ทำไม่ได้เพราะน้ำท่วม ต้องปลูกผักกระเฉดขายตามประสา แล้วรอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลชดเชยค่าข้าว ไร่ละ 1 พันบาท โดยได้ไม่เกิน 15 ไร่ ท้ายสุดแล้วมันก็คือ "ประชานิยม" ดีๆนี่เอง ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน สมเพชรได้แต่ครวญว่า "อย่างน้อย ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย" ชีวิตคนมันก็เป็นแบบนี้แหละ มีขึ้นก็ต้องมีลง จะเอาอะไรกันหนักหนา ข้อมูลจาก FB@ชูวิทย์ I'm No.5 MThai news

ทีนิวส์ สด.ลึก.จริง (ทีนิวส์..ทูไนท์) ประจำวันที่ 22-10-57
ทีนิวส์ สด.ลึก.จริง /  สมพร หลงจิ / 

รายการทีนิวส์ สด.ลึก.จริง ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2557 ดำเนินรายการโดยวันเฉลิม จันทรากุล,สมพร หลงจิ ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 22.00น.-24.00น.

เทพยุทธจ้าวจันทรา_03
เทพยุทธจ้าวจันทรา

นำแสดงโดย ฟ่างเหวินฟาง/หลี่เซี๊ยะซุ่น เรื่องราวความรักของ โฮ่วอี้ และฉางเอ๋อ ในสมัยที่โลกยังมีดวงอาทิตย์ 10 ดวง โลกร้อนเป็นไฟ สายน้ำแห้งเหือด เล่าลือว่านักแม่นธนูนามโฮ่วอี้ ใช้ธนูยิงดวงอาทิตย์ทั้ง 9 ดวง เป็นเหตุให้ล่วงเกินสวรรค์ ทำให้ฉางเอ๋อภรรยาอันเป็นที่รักต้องกลับดวงจันทร์และจากกันตลอดกาล

อึ้ง! เด็กทารก 4 เดือน ตัวเล็กเท่ามือถือ แม่หวังปาฏิหาริย์ให้ลูกมีชีวิตรอด
ตัวเล็กเท่ามือถือ /  เด็กตัวเล็ก / 

เด็กทารก 4 เดือน ตัวเล็กเท่ามือถือ แม่หวังปาฏิหาริย์ให้ลูกมีชีวิตรอด  สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า แม่ชาว แคโรไลนา  สหรัฐฯ ให้กำเนิด "อดีลีน"  ทารกหญิงวัย  4  เดือน ซึ่งคลอดก่อนกำหนด ทำให้มีรูปร่างที่ไม่มีการเจริญเติบโตเต็มที่ มีขนาดตัวเล็กเท่ากับโทรศัพท์มือถือ และมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 500 กรัม เป็นหนึ่งในทารกที่ตัวเล็กที่สุด ที่เกิดในรัฐนอร์ท แคโรไลนา ทั้งนี้ หนูน้อยอดีลีนรอดชีวิตมาได้กว่า  4 เดือน ซึ่งล่าสุด น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 กิโลกรัม แต่ต้องรดอูอาการต่อไป เพราะขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องจากเมื่อเดือนที่ หนูน้อยป่วยเป็นโรคปอดอักเสบ 2 ครั้ง และมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หัวใจทำงานหนัก ขณะที่แม่ของเธอบอกว่า หนูน้อยอดีลีน เป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ และขอให้คนบนโลกนี้ ช่วยสวดมนต์ขอพรให้ลูกของเธอรอดชีวิตต่อไปด้วย โดยทีมแพทย์ก็พยายามรักษาและช่วยชีวิตของทารกรายนี้อย่างเต็มที่ MThai News

รวมเด็ด...ดารา-คนดังสาวมั่นตัวแม่!!! แซบสะท้านวงการ
สะท้านวงการ /  ดาราสาวมั่น / 

ถ้าจะพูดถึงสาวสุดมั่น ลุกส์แรง วงการบันเทิงบ้านเรามีให้เห็นมากมายไม่ใช่น้อยๆ เลยเจ้าค่ะ เรียกว่าแต่ละคนมีบุคลิกชัดเจน เตะตาโดนใจประชาชีฝุดๆ บ้างปากร้ายพูดตรง บ้างบุคลิกมั่นไม่มีแคร์สื่อ แซบจนหลายคนยกให้เป็นไอดอลในดวงใจหรือเป็นแรงบันดาลใจการเปลี่ยนแปลงชีวิตก็ยังมี อ๊ะๆๆ งานนี้รอช้าไม่ได้ ตามไปดูกันหน่อยดีกว่าว่าซุปตาร์คนไหน เป็น สาวมั่นตัวแม่ ที่ แซบสะท้านวงการ จนโดนใจแฟนคลับกันบ้าง บุ๋ม ปนัดดา สาวสวยสุดมั่นดีกรีนางสาวไทยอย่าง บุ๋ม ปนัดดา จัดว่าเป็นสาวเก่ง สาวมั่นตัวแม่อีกหนึ่งคนของวงการบันเทิง เห็นสวยหวานยิ้มหยาดเยิ้มตามแบบฉบับนางงามเยี่ยงนี้ แต่ถ้าใครแหยมมาพูดจาไม่ดีเข้าหูนางล่ะก็ เป็นอันได้เรื่องนะฮ๊าาา…สาวเจ้าสวนกลับแบบชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่มีแอ๊บกันเลยทีเดียว เมย์ พิชญ์นาฏ สวยแซบเว่อร์เป็นสาวมั่นอีกคน สำหรับนางร้ายตาเฉี่ยว เมย์ พิชญ์นาฎ ก่อนหน้านี้ดีกรีความมั่นหน้าและความแรงมีมากแค่ไหนไม่รู้ แต่หลังจากอกหักรักคุด เจอผู้ชายห่วยๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตเข้าหน่อย ความมั่นความแรงดูเหมือนจะมากขึ้นเป็นทวีคูณ ใครกล่าวหาเจ้าหล่อนไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรแบบสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะก็ เตรียมตัวโดนฉะกลับได้เลย แหมมม…แอ๊บนางเอกไม่เป็นแบบนี้ เรียกว่าสวยพิฆาตได้ป่ะ หุหุ โอปอล์ ปาณิสรา ถ้าพูดถึงสาวผิวคล้ำดำสวยที่ชื่อ โอปอล์ ปาณิสรา เชื่อว่าหลายๆ คนคงยกให้เธอผู้นี้เป็นไอดอลไม่มากก็น้อยล่ะค้าาา เพราะความสวยแบบไม่แคร์โลก ความมั่นใจในตัวเองแบบไม่แคร์สื่อ เธอผู้นี้มีเหลือล้น การพูดจา ความคิดความอ่าน สไตล์การแต่งตัวบ่งบอกถึงความมั่นอกมั่นใจเกินร้อย เรียกว่าเป็นแรงบันดาลให้ผู้หญิง (ไม่สวย) ได้ลุกขึ้นมาสลัดความกลัว แล้วสะบัดบ๊อบแบบเก๋ๆ ให้โลกได้ตะลึงไปเลยล่ะ กาละแมร์ พัชรศรี เป็นพิธีกรสาวสุดมั่นของวงการอีกหนึ่งคน สำหรับ กาละแมร์ พัชรศรี ความโดดเด่นในเรื่องของความสามารถและฝีปากของเธอคนนี้ว่าไม่ธรรมดาแล้วนะ มาเจอสำนวนการเขียนพ็อคเก็ตบุคชนิดตำหนิติเตียนบรรดาคุณผู้ชายห่วยๆ ทั้งหลายแล้ว ทำเอาหงายเงิบไปเลย เพราะดุเด็ดเผ็ดมันส์ โดนใจชะนีฝุดๆ งานนี้ถ้าไม่ใช่สาวมั่นอย่าง กาละแมร์ ทำไม่ได้นะคะ…ขอบอก!!! ทาทา ยัง นี่ก็สุดแสนจะเป็นผู้หญิงมั่นมาตั้งแต่วัยละอ่อน สำหรับ ทาทา ยัง เวลานี้แต่งงานแต่งการไปแล้ว ความมั่นใจ ความแซบตามแบบฉบับทาทาก็ยังคงมีอยู่ เรียกว่าเป็นศิลปินคนเก่งที่ฉะฉาน ตรงไปตรงมา อดีตมีเอกลักษณ์ที่ติดตายังไง ปัจจุบันก็ยังคงมีให้เห็นอยู่อย่างนั้น เอ้า!!! อ้าแขนรับตำแหน่งสาวมั่นตัวแม่แซบสะท้านวงการไปได้เลยจ้า(อดีต)สาวน้อยมหัศจรรย์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม หลายคนอ้วน หลายคนไม่สวย มักท้อแท้ไม่กล้าแสดงออก แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม เลยสักกะนิ๊ด...เพราะเธอคนนี้เป็นสาวมากความสามารถที่มีความมั่นใจและไม่แคร์ปากหอยปากปูที่ไหนเลยจริงๆ เรียกว่าเป็นไอดอลให้กับใครหลายคนที่ขาดความมั่นใจได้เป็นอย่างดี เพราะความเก่งความสามารถที่มีอยู่ในตัว ไม่ควรถูกบดบังด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แหมๆๆ จุดนี้ขอปรบมือให้สาวมั่นเสียงอย่างเจ๊คิ้มแบบรัวๆ ไปเลยจ้า เมญ่า นนธวรรณ สร้างความฮือฮาให้กับเวทีนางงามได้มากโข สำหรับ เมญ่า นนธวรรณ ผู้ฉีกกฎตำแหน่งนางงามแบบเดิมๆ ที่มักต้องมีผิวขาวใสสวยฟรุ้งฟริ้งเท่านั้นถึงจะสวมมงกุฎได้ เพราะเธอคนนี้เอาความเก่ง ความมั่นใจ ความสามารถ กระแทกใจกรรมการจนคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ไปครองได้แบบเก๋ๆ ซึ่งทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า She นี่แหละเหมาะสมสุด ก็เล่นสวยเก่งไม่เหมือนใคร แถมความมั่นใจเป็นเริ่ดอีกต่างหาก คริๆ

ทัพพาราไทย ปิดฉากสุดหรูทำเหรียญตามเป้า
กฤษณะ จอฉุย /  กีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ / 

การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยน พาราเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ปิดฉากลงแล้วเมื่อวันที่ 24 ต.ค.57 โดยพิธีปิดมีขึ้นที่มุนฮัค สเตเดี้ยม โดยในวันสุดท้าย ทัพพาราไทย ยังฟอร์มแรงคว้ามาได้อีก 4 เหรียญทอง เบ็ดเสร็จทำได้ 21 เหรียญทอง ทำได้ตามเป้าหมาย และดีกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยบ็อคเซีย ที่นัมดง ยิมเนเซี่ยม ไทยเราเข้าชิงกันเองถึง 2 รายการ เริ่มจากประเภท BC1 พัทธยา เทศทอง เข้าชิงกับ วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ ปรากฏว่า พัทธยา อาศัยความแม่นยำเอาชนะไปได้ 7-3 คว้าเหรียญทองมาครอง ขณะที่ประเภท BC2 วรวุฒิ แสงอำภา ที่ได้เหรียญทองประเภททีมไปแล้ว ก็ได้เหรียญทองที่ 2 ของตัวเอง เมื่อเอาชนะ วัชรพล วงษา 7-1 ด้าน กรีฑา ที่อินชอน เอเซียด สเตเดี้ยม กฤษณะ จอฉุย คว้าเหรียญทองที่สองของตัวเองได้สำเร็จ หลังจากลงแข่งขันวิ่ง 400 เมตร เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกพร้อมทำลายสถิติเดิมได้สำเร็จ ด้วยการทำเวลาได้ 54.35 วินาที ประเภทวีลแชร์เรซซิ่ง 1500 เมตร ชาย T54 เรวัติ ต๋านะ คว้าเหรียญทองที่สองของตัวเองหลังได้มาแล้วในระยะ 5,000 เมตร เมื่อวันก่อน โดยทำสถิติได้ 3.06.52 นาที โดยเหรียญเงิน เป็นของ สายชล คนเจน 3.06.73 นาที สรุปการแข่งขันในครั้งนี้ ทัพพาราไทย ได้อันดับที่ 6 ทำได้ 21 ทอง 39 เงิน 47 ทองแดง ดีที่สุดในชาติอาเซียน และคว้าเหรียญทองได้ตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 20-25 เหรียญ พร้อมกับได้เหรียญทองมากกว่าเมื่อ 4 ปีก่อนที่กว่างโจวเกมส์ 1 เหรียญ ส่วนอันดับ 1 เป็นของ จีน 174 ทอง 95 เงิน 48 ทองแดง, อันดับ 2 เกาหลีใต้ 72 ทอง 62 เงิน 77 ทองแดง และอันดับ 3 ญี่ปุ่น 38 ทอง 49 เงิน 56 ทองแดง สำหรับคณะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย พร้อมผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 25 ต.ค.57 แบ่งเป็น 3 ไฟล์ท คือ ทีจี 659 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 13.25 น. ได้แก่ นักกีฬาแบดมินตัน, ฟุตบอล 5 คน, โกลบอล, ว่ายน้ำ, บาสเกตบอล, โบว์ลิ่ง, ฟันดาบ/ ทีจี 635 ถึงเมืองไทยเวลา 22.50 น. ได้แก่ ยิงธนู กรีฑา, บอคเซีย, ยูโด และทีจี 657 ถึงเมืองไทย เวลา 01.10 น. (วันที่ 26 ต.ค.57) ได้แก่ วีลแชร์เรซซิ่ง, ยกน้ำหนัก, ยิงปืน, เทเบิ้ลเทนนิส จากนั้นในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม คณะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยทั้งหมด พร้อมผู้บริหารสมาคมฯ จะเดินทางไป บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้สนับสนุนหลักของสมาคมฯ เพื่อขอบคุณที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดจนประสบความสำเร็จ และร่วมงานเลี้ยงฉลองชัยนักกีฬาอีกด้วย

ปริศนาที่แห่งนี้รอคุณมาพิสูจน์ Alcatraz 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ซีรีส์ดังช่อง โมโน29
302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ /  Alcatraz / 

ส่งซีรีส์หลากรสมาให้คนดูได้ลิ้มลอง และนี่ก็อีกหนึ่งซีรีส์แนวลึกลับ สืบสวน ที่ mono29 อยากให้คุณได้พิสูจน์กัน Alcatraz Season 1 : 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ที่จะได้ดูกันวันแรก ตอนแรก อาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557 นี้ เวลา 10.00 - 11.00 น. Alcatraz 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ Alcatraz Season 1 (อัลคาทราซ) 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ปี 1 "เมื่อ 302 ชีวิตบนอัลคาทราซหายไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขา 3 คนจึงต้องผนึกกำลังไขปริศนาล่าทะลุมิติ" คำจำกัดความ Alcatraz เรื่องราวเกี่ยวกับบรรดานักโทษตัวร้ายถูกที่จับกุมและอยู่รวมกันที่คุกอัลคาทราซ หรือ“เดอะ ร็อค” ที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุด ผสมกับการเรื่องราวเชิงวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางข้ามเวลาเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมดที่อยุ่ในซีรีส์เรื่องนี้ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม ปี 1963 วันที่คุกอัลคาทราซถูกสั่งให้ปิดตัวลงเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณและความทรุดโทรมของสถานที่ เป็นเหตุให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย และเป็นวันที่นักโทษทั้งหมดบนเกาะรวมไปถึงบรรดาผู้คุมจำนวนกว่า 302 ชีวิตต้องทำการย้ายออกจากคุกแห่งนี้เพื่อไปประจำการยังสถานที่และคุกอื่นๆ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่มีใครรู้เลยว่า ในวันนั้นไม่เคยมีใครได้ก้าวออกจากเกาะแห่งนี้เลย  วันนั้นนักโทษและผู้คุมทั้งหมดบนเกาะอัลคาทราซได้หายตัวไปจากเกาะโดยไม่มีคำอธิบายใดๆว่าพวกเขาทั้งหมดหายไปได้อย่างไร ? หรือเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบนเกาะแห่งนี้ ? ยังคงเป็นเงื่อนงำ และต้องหาข้อพิสูจน์ต่อไปจนถึงปัจจุบัน เวลาผ่านมาจนถึงปี 2012 เจ้าหน้าที่ตำรวจสาว Rebecca Madsen ได้พบกับคดีฆาตกรรมอดีตรองพัศดีของเกาะอัลคาทราซและได้พบรอยนิ้วมือของฆาตกรด้วย แต่ที่น่าสงสัยคือพบเบาะแสฆาตกรคือหนึ่งในนักโทษแห่งคุกอัลคาทราซที่ตามรายงานของรัฐบาลระบุว่าตายไปแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน นั้นคือในช่วงปี 1963 นั่นเอง โดยปริศนาทั้งหมดนำ Rebecca ไปพบกับ Emerson Hauser หัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษของ FBI ผู้ดูแลการสืบสวนคดีการหายตัวไปอย่างลึกลับที่เกิดขึ้นบนเกาะอัลคาทราซ พร้อมด้วย ดร.Diego Soto นักวาดการ์ตูนและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับคุกอัลคาทราซ ตอนนี้พวกเขาทั้ง 3 คนต้องผนึกกำลังกันเพื่อไขปริศนาให้ได้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นบนเกาะอัลคาทราซ , ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเดินทางข้ามเวลาครั้งนี้ และ มีวัตถุประสงค์ใดกันแน่ เหตุการณ์แปลกๆได้เกิดขึ้น เมื่อเธอยิ่งสืบลงลึกไปมากจนพบว่า นักโทษคนนี้ยังดูหนุ่มเหมือนเมื่อปี 1963  คำถามก็คือ เขาหายไปไหนมา ? และทำไมเขาดูไม่แก่เลย!  งานนี้พวกเขาทั้งสามต้องใช้ความสามารถอย่างหนักหน่วงในการร่วมไขปัญหา และร่วมตามหาคนจำนวน 302 คนที่หายไป ว่าพวกเขาหายไปไหนและใครพาพวกเขาไป ติดตามเรื่องราวลึกลับทั้งหมดนี้ได้ในAlcatraz (อัลคาทราซ) ติดตามชม Alcatraz Season 1 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ได้ทางช่อง MONO29 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา10.00-11.00 น.

มาดูปลากัดชนิดต่างๆกันครับ
ปลากัด /  ปลาสวยงาม

เรื่องรามของปลาโจทย์ของเราในเดือนนี้ เป็นเรื่องราวของปลาสวยงามตัวเล็กๆ แต่แฝงไปด้วยความสวยงามที่ยิ่งใหญ่จริงๆ " ปลากัด " ช่วงเปิดม่านวงการปลาเดือนนี้เราพาเที่ยวช­มฟาร์มดอท ซาฟารี ฟาร์มปลากระเบนของคุณแพน ภานุวัฒน์ แล้วช่วงเล่นเกมส์จะสนุกสนาน ตื่นเด้นขนาดไหน ติดตามชมได้เลยครับผม

เอมมี่ อยากปั๊มลูกแล้ว! รอคอย ฮาเวิร์ด ขอแต่ง!!
เอมมี่ อมลวรรณ /  ฮาเวิร์ด หวัง / 

รักกันปานจะกลืนกิน! สำหรับคู่รักแสนหวานของสาวทรงโตเอมมี่ อมลวรรณ และแฟนหนุ่ม ฮาเวิร์ด หวัง ที่อาจจะมีช่วงระหองระแหงกันบ้างแต่ก็ครองรักกันนานเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ล่าสุด สาวเอมมี่ เปิดใจพร้อมแต่งงานเต็มที เหลือแค่รอฝ่ายชายกลับเมืองไทยมาสู่ขอ แถมออกปากต่อให้ยังไม่แต่งก็พร้อมปั๊มลูกแล้วจ้าาา!! "เป็นนางเอกละครเรื่องแรกตื่นเต้นมากค่ะ ใกล้จะออนแอร์แล้ว ขอบคุณคนที่ตั้งตารอดูค่ะ ในไอจีเอมมี่มีแต่คอมเม้นท์ดีๆ ทั้งนั้นค่ะ ไม่ค่อยมีใครมาต่อว่า ก็ขอบคุณที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเรา ทุกวันนี้เอมมี่ไม่มานั่งแคร์กระแสแอนตี้แล้ว นางเอกละครเรื่องแรกโดนฮาเวิร์ดด่าค่ะ เมื่อวานก็ทะเลาะกันเพิ่งบอกเลิกกันไป แต่เค้าก็ขอโทษ เค้าบอกเข้าใจแล้ว ก็คุยกับทีมงานแล้วว่าถ้าลงรูปนี้รูปเซ็กซี่ซึ่งเป็นรูปละครต้องบ้านแตกแน่ แล้วก็ทะเลาะกันเอมมี่บอกเลิก บอกให้เค้าขนของเอาเสื้อผ้าของเอมมี่ออกมาเลย ไม่เอาแล้วพอแล้วทำไมไม่เข้าใจ คือเค้าไม่อยากให้เซ็กซี่ไม่ชอบ" "แต่เอมมี่บอกว่าเราเกิดมาแบบนี้ เราโตมาแบบนี้จะไม่ให้เซ็กซี่ไม่ได้หรอก แต่ตอนนี้เค้าก็เข้าใจแล้วค่ะ เค้าขอแค่นิดเดียวว่าเวลาถ่ายรูปไม่ต้องให้ผู้ชายใกล้ตัวได้มั้ย ไม่ต้องเอาหน้าอกไปใกล้ได้มั้ย คือถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่มีหน้าอกเล่นมันก็อาจจะดูธรรมดา แต่บังเอิญเอมมี่ดันเป็นผู้หญิงที่มีหน้าอกซึ่งใหญ่ด้วยมันก็เลยดูน่าเกียจ เอมมี่เลยอยากให้เค้าเข้าใจตรงนี้ นมก็นมปลอมจะมาหวงอะไร จริงๆ เอมมี่แสดงให้เค้าเห็นว่าเราบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีใคร จะไปไหนก็บอกตลอด ทุกวันนี้ถ่ายรูปกับเพื่อนผู้ชายก็ไม่กล้าโพสต์ เพราะเค้าดราม่าชอบร้องไห้ก็สงสารเค้าเหมือนกัน เอมมี่เชื่อว่าถ้าเค้ากลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่ เอมมี่คงจะกลายเป็นลูกหมาคอยตามหึงเค้าเหมือนกัน เพราะเค้าฮอตสาวๆ เมืองไทยคงจะต้องการเค้าเหมือนกัน เค้าจะกลับเมื่อไหร่ก็ยังไม่ทราบค่ะ แต่นี่ก็ 2 ปีแล้วค่ะก็น่าจะใกล้กลับมาได้แล้ว ถ้าเค้ากลับมาเราคงสวีทมากๆ เอมมี่เตรียมไว้หมดแล้ว ยังคุยกับเพื่อนเลยว่าผู้หญิงที่นี่ต้องอิจฉาฉัน ถึงฉันจะหน้าปลาร้าแต่ฉันได้ใจฮาเวิร์ด" "เค้าเคยขอเราแต่งงานแล้ว แต่มีช่วงนึงที่ความคิดเค้ายังเด็ก เราก็เลยยังไม่พร้อม เค้าพูดว่าถ้ากลับเมืองไทยได้เมื่อไหร่จะขอแต่งเลย อาจจะไม่ได้จัดงานแต่งอะไรมากมาย อาจจะแค่ผูกแขนขอขมาพ่อแม่ เอมมี่คุยกันแล้วว่าอยากจะเอาเงินที่ต้องใช้สิ้นเปลืองกับงานแต่งมาแพลนอนาคตของเราดีกว่า ให้ลูกเราดีกว่า ถ้ามาขอก็แต่งเลยค่ะ เพราะทุกวันนี้ผู้ชายก็แค่อยากจะ...เราเท่านั้น แต่คนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเรา พร้อมจะเช็ดน้ำตาเรา รองรับอารมณ์เรา เราก็ขอบคุณนะ เราเป็นผู้หญิงที่โชคดี สวยก็ไม่สวย แต่มีแฟนหน้าตาดีขนาดนี้ รักเราขนาดนี้ก็พอแล้วค่ะ ไม่เจ้าชู้แล้วค่ะ" "เค้าตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อให้เราบินไปหาเค้าได้บ่อยๆ เอมมี่มานั่งดูแล้วว่าคนที่เข้ามาไม่มีใครดีเหมือนเค้าเลย ผ่านทุกข์ผ่านสุขมากับเราทุกอย่าง ไม่มีใครรักเอมมี่เท่าฮาเวิร์ดแล้ว ทุกวันนี้เค้าเริ่มดีขึ้น เอมมี่บอกไว้ว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ขอให้เค้าแพลนอนาคตของเราไว้เพราะอยากมีลูก และอยากให้ลูกหน้าเหมือนเค้า คงจะน่ารักน่าดู ต่อให้ยังไม่แต่งแค่ผูกแขนก็อยากมีลูกเลย พร้อมเสมอค่ะ ตอนนี้คบกันมาเข้าปีที่ 4 แล้วค่ะก็แฮปปี้ดี" เอมมี่ กล่าว เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่ อมลวรรณ เอมมี่-ฮาเวิร์ด เอมมี่-ฮาเวิร์ด

ทีนิวส์ สด.ลึก.จริง (ทีนิวส์..ทูไนท์) ประจำวันที่ 22-10-57
ทีนิวส์ สด.ลึก.จริง /  สมพร หลงจิ / 

รายการทีนิวส์ สด.ลึก.จริง ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2557 ดำเนินรายการโดยวันเฉลิม จันทรากุล,สมพร หลงจิ ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 22.00น.-24.00น.

2/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
2/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)

2/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) เดอะกะตะรีสอร์ทThe Kata Resortตั้งอยู่ที่ 197/1 -197/2 Patak Rd Kata Beach Phuket, Thailand83100 Phone: +66 (0)76 330 730 Fax: +66 (0) 76 330 733 www.TheKataResort.com บรรยากาศ สุดยอดมาก ราคาก็ไม่แพง อย่างที่คิด ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

รู้เท่าไม่ถึงการ เด็กเก็บคอนแทคฯจากถังขยะมาใส่ ตาใกล้บอด
ข่าวล่าสุด /  คอนแทคเลนส์ / 

 เด็กเก็บคอนแทคเลนส์ จากถังขยะมาใส่ตาใกล้บอด  วันนี้(24ต.ค.)กลายเป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Nicharee Buapanได้นำภาพและเรื่องราวสุดหดหู่ของเด็กคนหนึ่งที่รู้เท่าไม่ถึงการไปเก็บคอนแทคเลนส์ในถังขยะมาใส่ จนทำให้ตาติดเชื้ออย่างรุนแรงมีโอกาสตาบอดสูง สมาชิกเฟซบุ๊คคนดังกล่าวได้ระบุรายละเอียดถึงเรื่องราวของเด็กเคราะห์ร้ายรายนี้ว่า เธอเจอเด็กคนนี้เดินกับคุณยายท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลสระบุรี โดยน้องได้เอาผ้าคลุมหน้าไว้ตลอดเวลาและเดินตามยายทุกๆก้าว  จึงเข้าไปถามคุณยายว่าน้องเป็นอะไร คุณยายของน้องจึงเล่าให้ฟังว่า บ้านของน้องเก็บขยะขาย ตัวน้องเองก็ไปช่วยที่บ้านเก็บขยะ กระทั่งวันหนึ่งน้องไปเจอคอนแทคเลนส์ในถังขยะจึงเก็บมาลองใส่ตาดู ตัวคุณยายก็ไม่รู้ว่าคืออะไร น้องก็ใส่คอนแทคเลนส์นอน ตื่นเช้ามาน้องก็ปวดตาอย่างแรงมองอะไรก็ไม่เห็น คุณยายจึงรีบพาน้องไปหาหมอและพบว่าตาติดเชื้ออย่างรุนแรงมีโอกาสตาบอดมากกว่า 50เปอร์เซ็น หากน้องหายก็อาจมองอะไรไม่ค่อยเห็น ทั้งนี้คุณยายได้ระบุว่าอยากพาหลานเข้ามารักษาตัวที่กรุงเทพแต่ก็ไม่มีเงิน หากใครต้องการช่วยเหลือเด็กเคราะห์ร้ายรายนี้ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 088-9342-852 ซึ่งเป็นเบอร์ของคุณยายที่อยู่ในภาพ MThai News