อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ

ตายยากมาก! ลูว์ ซัดทดเจ็บช่วย อาร์มี่ ไม่แพ้แข้งเทพ/สรุปผลบอลไทย
ดาร์บี้แมตช์วิภาวดี /  ผลบอลไทย / 

ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2558 อาร์มี่ ยูไนเต็ด 1-1 แบงค็อก ยูไนเต็ด  ประตู : 0-1 เลอันโดร ตาตู้ น.19, 1-1 เมลวิน เด ลูว์ น.90+3 สนาม : กองทัพบก เวลา : 20.00 น. การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 เกมดาร์บี้แมตช์วิภาวดี สุภาพบุรุษวงจักร อาร์มี่ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง เปิดสนามกองทัพบก รับมือ แข้งเทพ แบงค็อก ยูไนเต็ด เริ่มเกมมาได้ไม่ถึงนาที สุภาพบุรุษวงจักร ก็มาได้ลุ้นก่อนเมื่อ ไค ฮิราโนะ ได้หลุดไปทางฝั่งซ้ายก่อนจะพยายามเปิดบอลเข้าในให้เพื่อนแต่ทว่า กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก พุ่งตัวออกมาปัดบอลได้ก่อนบอลจะไปถึงผู้เล่นเจ้าถิ่น นาทีที่ 8 อาร์มี่ มาได้ฟรีคิกที่กึ่งกลางสนาม เมลวิน เด ลูว์ วิ่งเข้าไปกดเต็มเท้าซ้ายบอลพุ่งเลียดทะลุกำแพง ไปตรงตัว กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก รับกระฉอก แต่ยังดีที่นายด่าน แข้งเทพ ตามมารับเข้าซองไว้ได้ นาทีที่ 11 เป็นคราของ แข้งเทพ ที่ได้ลุ้นประตูบ้าง ดราแกน บอสโควิช ได้กระชากบอลเขาไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจซัดด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งเข้าหน้าต่างไปอย่างหน้าเสียเสียดาย นาทีที่ 17 แข้งเทพ มาได้ลุ้นอีกครั้ง สรรวัชญ์ เดชมิตร ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษเข้าซ้ายข้างถนัด แต่ไม่ยอมยิงล็อกเข้าขวาก่อนจะหวดเต็มแรงบอลพุ่งไปโดน โกสินทร์ เหมบุตร ปดพนอันตราย ก่อนที่กองหลังเจ้าบ้านจะสกัดทิ้งไปได้ นาทีที่ 19 แข้งเทพ ที่เล่นเกมสวนกลับได้น่ากลัวก็มาใช้จุดแข็งของตัวเองบุกมานำเจ้าถิ่นจนได้ เมื่อ สรรวัชญ์ เดชมิตร วางบอลยาวให้ ดราแกน บอสโควิช ควบไปเอาบอลแบบหลุดเดี่ยว ก่อนเจ้าตัวจะโชว์ความใจกว้างตวัดบอลให้ เลอันโดร ตาตู้ วิ่งเข้าไปยิงโล่งๆ บอลหายเข้าประตู แบงค็อก ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 หลังจากโดนยิงนำ อาร์มี่ ยูไนเต็ด พยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างหนัก แต่เหมือนจะยิ่งเร่ง ยิ่งพลาดทำให้จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ เลยไม่มีโอกาสยิงจังๆ ซึ่งทาง แข้งเทพ แบงค็อก ยูไนเต็ด จังหวะได้สวนก็ยังทำได้ไม่ดีเช่นกัน ทำให้จบครึ่งแรก อาร์มี่ ยูไนเต็ด ยังตามหลัง แบงค็อก ยูไนเต็ด 0-1 กลับมาฟัดกันต่อครึ่งเวลาหลังได้นาทีเดียว แข้งเทพ เกือบที่จะหนีเป็น 2-0 เมื่อ สรรวัชญ์ เดชมิตร ได้บอลไปจนสุดเส้นหลังด้านขวา ก่อนจะจ่ายเข้ากลาง เลอันโดร ตาตู้ ได้วิ่งเข้ามายิงจ่อๆ ออกหลังไปแบบน่าตาเฉย ทั้งที่เหลือแต่เสาและตาข่าย นาทีที่ 50 สุภาพบุรุษวงจักร ก็มาได้ลุ้นตีเสมอเมื่อ มงคล ทศไกร โดนทำฟาล์วบนเส้นเขตโทษ ทศวรรษ ลิ้มวรรณสเถียร วิ่งหลอกข้ามบอล นิพนธ์ คำทอง เข้าไปปั่นด้วยเท้าซ้ายบอลลอยข้ามคานออกไปนิดเดียว นาทีที่ 67 อาร์มี่ เกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อ พิชิต เกสโร เปดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ไค ฮิราโนะ ได้ตั้งหัวโขกบอลพุ่งไปโดนนักเตะ แข้งเทพ สกัดออกไปได้ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด เกมเปิดแลกกันอย่างสนุก ช่วง 10 นาทีสุดท้าย สุภาพบุรุษวงจักร อาร์มี่ ยูไนเต็ด โหมบุกอย่างหนักน่าจะได้ประตูตีเสมอหลายครั้งแต่ก็ยังคงทำได้ไม่ดีพอที่จะผ่านมือ กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก นายด่านผู้มาเยือน นาทีที่ 87 อาร์มี่ มาได้ฟรีคิกระยะน่ารักน่าลุ้น อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ วิ่งเขาไปปั่นระยะแค่เขาลอดกำแพงแต่บอลดันไปตรงตัว กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก อีกครา นาทีสุดท้าย กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก ออกมาตัดบอลพลาด แทงจินี่ ชิเปา ไดหมุนตัววอลเลย์บอลจะข้ามเส้นอยู่แล้ว แต่โชคดีเป็นของ แข้งเทพ ที่กองหลังวิ่งมาเตะบอลออกไปได้อย่างใจเย็น ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 3 จาก 4 นาที ความพยายามของ สุภาพบุรุษวงจักร อาร์มี่ ยูไนเต็ด ก็มาส่งผลเมื่อ เมลวิน เด ลูว์ โขกบอล จากการเปิดของ พิชิต เกสโร ผ่านตัว กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก เข้าประตูไป อาร์มี่ ตีเสมอ 1-1 ทำให้จบเกม อาร์มี่ ยูไนเต็ด เสมอ แบงค็อก ยูไนเต็ด ไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด : โกสินทร์ เหมบุตร (GK), พิชิต เกสโร, ศิวะเมต ธนูศร, ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม, ดาวุฒิ ดินเขต, ธนพัต ณ ท่าเรือ, นิพนธ์ คำทอง (เออร์เนสโต ภูมิภา น.66), ทศวรรษ ลิ้มวรรณสเถียร (อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ น.72), มงคล ทศไกร (แทงจินี่ ชิเปา น.83), ไค ฮิราโนะ, เมลวิน เด ลูว์ แบงค็อก ยูไนเต็ด : กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก (GK), พุทธินันท์ วรรณศรี, ภานุพงษ์ วงศ์ษา, มิก้า ชูนวลศรี (สมปอง สอเหลบ น.72), นพพล ปิตะฝ่าย, ดราแกน บอสโควิช, วิทยา หมัดหลำ, สุมัญญา ปุริสาย (คาริฟา ซิสเซ่ น.46), สรรวัชญ์ เดชมิตร, เลอันโดร ตาตู้ (โรเมียง กัสมี่ น.72)

เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด ทีเด็ดแดนอีสาน
บรมพุทโธ /  พระพุทธรูป / 

ถ้าพูดถึงภาคอีสาน หลายคนคงจะนึกถึงอากาศที่ร้อน ไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้พักผ่อนมากนัก แต่ ภูมิภาคนี้ยังมีสิ่งอื่นทดแทนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ภาคอีสานจึงถูกขนานนามว่าเป็น "แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม" ทุกสิ่งถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบวิถีชีวิต และวัดวาอาราม ที่มีความสวยงามโดดเด่นไม่เหมือนใคร travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปบุกแดนอีสานตอนกลาง ด้วยการพาเที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด เมื่องเกินร้อย ที่มากด้วยเสน่ห์อันเหลือล้น เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด ทีเด็ดแดนอีสาน ก่อนที่เราจะพาคุณไปทัวร์ 3 วัดดัง ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับ Landmark สำคัญแห่งจังหวัดร้อยเอ็ดกันก่อน นั่นก็คือ "บึงพลาญชัย" ตั้งอยู่บริเวณศาลากลางเมืองร้อยเอ็ด เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น และที่สำคัญยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือ นอกจากนี้ ตรงบริเวณประตูทางเข้า ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ใกล้กันก็เป็นประตูสาเกตนคร  ประตูเมืองของจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีชื่อเดิมว่า เมืองสาเกตนคร นั่นเอง พอจะรู้จักเมืองร้อยเอ็ดกันคร่าวๆ แล้ว เราไปเริ่มที่วัดแรกกันเลยดีกว่า นั่นก็คือ ... 1. วัดบูรพาภิราม วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ในเขตเทสบาลเมือง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เดิมชื่อวัดหัวรอ มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความสูง 67 เมตร 85 เซนติเมตร บริเวณฐานจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อใหญ่ เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองร้อยเอ็ดอย่างมาก นอกจากนี้ในบริเวณวัด ยังเป็นที่ตั้งศูนย์งานพระธรรมทูต และโรงเรียนปริยัติธรรม อีกด้วย วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ที่ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 2. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) "วัดป่ากุง" เป็นวัดร้างเก่าแก่มีมาตั้งแต่ปี 2313 และหลังจากพระเทพวิสุทธิมงคล "หลวงปู่ศรี มหาวีโร" พระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐาน (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ได้เข้ามาเป็นผู้นำศรัทธาในการพัฒนาวัด จึงได้ดำเนินการขออนุญาตทางราชการจัดตั้งเป็นวัดขึ้น โดยใช้ชื่อที่ประชาชนร่วมกันสร้างว่า "วัดประชาคมวนาราม" สังกัดคณะธรรมยุตติกนิกาย ในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2508 โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นเจ้าอาวาสปกครองและบูรณปฏิสังขรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองเป็นต้นมา ภาพด้านบน คือ เจดีย์มหาวีราจริยานุสรณ์ เจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ระลึกถึง หลวงปู่ศรี มหาวีโร ส่วนไฮไลท์สำคัญของวัดป่ากุง นั่นคือ มหาเจดีย์ทราย บรมพุทโธ (บุโรพุทโธ จำลอง) ส่วนที่มาของการก่อสร้างเจดีย์หินทราย เกิดขึ้นเมื่อคราวพระเดชพระคุณหลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้ไปปฏิบัติศาสนกิจ จำพรรษาที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ พ.ศ.2531 ได้ไปนมัสการเจดีย์โบโรโดร์ (บุโรพุทโธ) ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ได้เห็นความใหญ่โตมโหฬารงดงาม หลวงปู่เกิดความประทับใจมาก เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ได้นำเรื่องราวที่ได้ไปพบมาเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟัง และดำริว่าจะสร้างไว้ที่เมืองไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2535 หลวงปู่ได้สั่งให้พระอาจารย์มานะอตุโลนำพระอาจารย์ศักดิ์ชัย อภิวัฒโน และนายอนุวัตร บูรณะกร(เป็ด) เดินทางไปดูรูปแบบเจดีย์โบโรโดร์ เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างในการก่อสร้าง โดยสถานที่ภายนอกและภายในขององค์เจดีย์ได้ก่อสร้างด้วยหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ให้มีภาพแกะสลักเรื่องราวพระพุทธประวัติและเรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นงานบุญประเพณีประจำจังหวัดร้อยเอ็ดที่เรียกกันว่า "บุญผะเหวด"         วัดประชาคมวนาราม ตั้งอยู่ที่ ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 20 กม. 3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่ในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ส่วน พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นเจดีย์สีขาว ตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีเหลืองทองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ตัวพระเจดีย์มีความกว้าง ความยาว และความสูง ส่วนละ 101 เมตร สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ บนยอดภูเขาเขียว เจดีย์ชั้นบนสุดได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เอาไว้ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล มีทั้งหมด 6 ชั้น เป็นพระเจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ผสมผสานด้วยศิลปะร่วมสมัย โดยวางโครงสร้างตามแบบพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม และพื้นผิวแบบพระธาตุพนม จ.นครพนม         การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายร้อยเอ็ด - อำเภอโพนทอง - อำเภอหนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 จะเห็นได้ว่า จังหวัดเล็กๆ ในแถบอีสานตอนกลาง ก็มีแหล่งท่องเที่ยวอันสุดยอดไม่แพ้ภูมิภาคอื่น ต้องลองไปเห็นด้วยตาของคุณเอง แล้วคุณจะหลงรักเมืองร้อยเอ็ดแบบไม่รู้ตัว ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.สำนักงานขอนแก่น , www.konroiet.com  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

11ยอดแข้ง ไทยพรีเมียร์ลีก เกมที่3 จักรพันธ์-เฮเบอร์ตี้-เวสลี่ย์ สุดติ่ง
กระต่ายแก้ว /  กิเลนผยอง / 

ฟาดแข้งกันเกมที่ 3 ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ซึ่งสัปดาห์ที่ 3 นั้น มีลงฟาดแข้งกัน 8 คู่ 8 สนาม เจ้าบ้าน เก็บชัยชนะเพียง 5 คู่ เสมอ 2 คู่ และทีมเยือนชนะ 1 คู่ ยิงกันรวม 21 ประตู เจ้าบ้าน ยิงได้ 13 ตุง ทีมเยือนยิงได้ 8 ตุง มีเพียง บิ๊กแมตช์ กระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี พบ กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพียงคู่เดียวที่ไม่มีการยิงประตู วันนี้เช่นเคย ซูเปอร์แบงค์ จะมาจัดทีมยอดเยี่ยม ไทยพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 3 ให้แฟนบอลได้ยลกัน ว่ามีนักเตะคนไหนจากทีมไหนที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นคนสำคัญของเกม ซึ่งการจัดตัวนั้นเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจตรงใจ และไม่ตรงใจแฟนบอลก็เป็นได้ ระบบการเล่น (3-4-3) ผู้รักษาประตู ทศพร ศรีเรือง (บีอีซี เทโรศาสน) (1) เกมที่ผ่านมากับการได้ 3 คะแนนแรกของ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ต้องยกความดีชอบให้ “ยักษ์เอ้” ทศพร ศรีเรือง นายด่านหน้ายาวพ่อลูกอ่อน ที่โชว์ความเหนียวแบบสุดยิ่ง ไม่ว่าลูจะยาก หรืออันตรายแค่ไหน ทศพร ก็จัดการได้แบบไม่มีปัญหา กองหลัง แดนไตร ลองจำนงค์ (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) (1) 3 คะแนนเต็มแรกบนลีกสูงสุดของ สวาดแคท นครราชสีมา เอฟซี ต้องยกให้ แดนไตร ลองจำนงค์ เป็นหนึ่งในฮีโร่คนสำคัญ เพราะนอกจากจะจัดการแนวรุกคู่แข่งได้แล้ว แดนไตร ลองจำนงค์ ยังเป็นคนพังประตูแรกให้ทีมขึ้นนำได้อีก พร้อมกับส่งให้ตัวเองเป็นกองหลังประวัติศาสตร์ของทีมที่ทำประตูแรกบนลีกสูงสุด แมทธิว สมิธ (บางกอกกล๊าส เอฟซี) (1) แมทธิว สมิธ ชื่อนี้ต้องบอกเลยว่าของจริง แข็งแกร่งมาก ก่อนหน้านี้ถูกตั้งคำถามอยู่บ่อยครั้งว่าคือของปลอม แต่เกมที่ผ่านมาเขาได้โชว์ผลงานให้ได้เห็นแล้วว่า เขานั้นคือของจริง สามารถจัดการกับเกมรุกอันน่ากลัวของ กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้หมด จนในที่สุดทีมสามารถ มี 1 คะแนน จากทีมบิ๊กเนมได้ อาทิตย์ ดาวสว่าง (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) (1) ต้องบอกเลยว่า เจ้าแบ็ค อาทิตย์ ดาวสว่าง กลับมาสู่ช่วงที่ฟอร์มดีที่สุดอีกครั้ง เกมที่ผ่านมาที่ทีม กิเลนผยอง บุกไปได้ 1 คะแนน จาก กระต่ายแก้ว หากแผงหลังไม่ใช่เขาอาจจะถึงขั้นแพ้ออกมาก็เป็นได้ เกมที่ผ่านมา เจ้าแบ็ค สามารถที่จะเล่นงานเกมรุกเจ้าบ้านได้หมด ไม่ว่าจะมาทางไหนก็จัดการเรียบวุธ กองกลาง จักรพันธ์ พรใส (สุพรรณบุรี เอฟซี) (2) เจ้าบอล จักรพันธ์ พรใส ในสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่าฟอร์มสุดติ่ง เป็นคนซัด 2 จ่าย 1 ให้ทีมบุกอัด ขุนศึก ได้ 3-1 ทั้งเกม เจ้าบอล เล่นงานกองหลังจนโงหัวไม่ขึ้น ปั่นป่วนได้ตลอดเวลาด้วยความเร็วสูง ซึ่งก็ไม่แต้องแปลกใจเลยฟอร์มแบบนี้ถึงได้ติดทีมเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน สรรวัชญ์ เดชมิตร (แบงค็อก ยูไนเต็ด) (1) เจ้าแคมป์ สรรวัชญ์ เดชมิตร ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาดูเหมือนฝีเท้าจะดีขึ้นตามไปด้วย แล้วได้มาอยู่กับสุดยอดจอมปั้นอย่าง มาร์โน โพลกิ้ง อีกบอกเลยว่าไปไกลแน่ เกมที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่า เจ้าแคมป์ โชว์ผลงานได้เข้าตากรรมการมาก เติมเกมเชื่อมเกมได้อย่างไหลลื่น ซึ่งประตูที่ทีมได้ส่วนหนึ่งก็มาจากการจ่ายบอลอันฉลาดของเขา ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร์ (บีอีซี เทโรศาสน) (1) เจ้านุ๊ก ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร์ ดาวเตะลูกครึ่งไทย-ลาว เกมที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่าเขาฉายแววได้อย่างโดดเด่น ในการช่วยให้ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน พิชิต อาชาเจ้าท่า การท่าเรือ เอฟซี เขาเดินเกมได้อย่างเนียนตา แถมยังเป็นผู้เบิกสกอร์แรกให้กับทีมลดความกดดันอีกด้วย เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) (1) เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ ชื่อนี้การันตีฝีเท้าอยู่แล้วด้วยรางวัลดาวซัลโว 2014 เกมที่ผ่านมาดูเหมือนฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ จะกลับมาแล้ว เขานั้นเปิดเกมรุกให้ ราชันมังกร ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ แถมเป็นคนซัด 2 ประตูให้ทีมได้อีกด้วย โดยเฉพาะประตูแรกบอกเลยว่างามตาจริงๆ กองหน้า เมลวิน เด ลูว์ (อาร์มี่ ยูไนเต็ด) (1) เมลวิน เด ลูว์ กลายเป็นฮีโร่ของ สุภาพบุรุษวงจักร อาร์มี่ ยูไนเต็ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เขานั้นเป็นคนโขกประตูตีเสมอ ให้ทีมรักษาซิงไม่แพ้ใครตั้งแต่เปิดฤดูกาลไว้ได้ แถมตลอดทั้งเกมเจ้าตัวก็โชว์ความขยันวิ่งไล่บอลไม่มีหมด จังหวะในการเปิดเกมบุกก็ดีเยี่ยม จึงไม่แปลกใจเลยที่เขาก้าวขึ้นมาติดทีมยอดเยี่ยม อัดดิสัน โอลิเวียร่า (โอสถสภา เอ็ม150) (1) พลังเอ็ม โอสถสภา เอ็ม150 ทีมนี้ต้องบอกเลยว่ามาเงียบๆ แต่เกาะจ่าฝูงร่วมได้อย่างน่าตกใจ ซึ่งเกมที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่า อัดดิสัน โอลิเวียร่า เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมมี 3 คะแนนเต็มอีกครั้ง ซึ่งเขานั้นนอกจากจะป่วนกองหลังได้ตลอดแล้ว ยังเป็นคนพังได้ 1 ประตูอีกด้วย อเล็กซ์ เวสลี่ย์ (ชัยนาท ฮอร์นบิล) (2) อเล็กซ์ เวสลี่ย์ ชื่อนี้ต้องจดจำแล้ว เพราะ 2 เกมที่ผ่านมาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเกมที่ผ่านมานั้นเจ้าตัวเล่นงานกองหลังคู่แข่งได้ตลอดเวลา แถมยังเป็นคนซัด 1 ประตูช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะด้วย ต้องบอกเลยว่าผลงานคงเส้นคงวาจนติดทีมเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันอีกคน ทั้งหมดทั้งมวล คือการจัด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยม ไทยพรีเมียร์ลีก เกมที่ 3 ซึ่งอาจจะตรงใจ และไม่ตรงใจบ้าง ก็ขออภัย สัปดาห์ต่อไปจะมีนักเตะรายใดเล่นดีจนติดทีมบ้างค่อยติดตามก็แล้วกัน

ตีนแมวบุกบ้าน 'นักข่าวช่อง3'กวาดทรัพย์สินเกลี้ยง!
ขโมย /  งัดบ้านนักข่าวช่อง3 / 

คนร้ายบุกงัดบ้าน ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ย่านรามอินทรา กวาดทรัพย์สินเกลี้ยง มูลค่าความเสียหายนับ 5 แสน คาดคนร้ายลงมือไม่ต่ำกว่า 4 คน จนท.ตรวจสอบพบรอยเท้าและรายนิ้วมือของคนร้าย วันนี้ (2 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนร้ายบุกค้นบ้าน น.ส.สุมนา แจวเจริญวงศ์ ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ย่านรามอินทรา ขโมยทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ พระเครื่องโบราณกว่า 30 องค์ เครื่องครัว ก๊อกน้ำ เครื่องดูดควัน เปียโนตัวใหญ่ ชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก รวมถึงทรัพย์สินทุกอย่างภายในบ้าน แม้แต่สายไฟ ประเมินมูลค่าเบื้องต้นประมาณ 5 แสนบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม คาดกลุ่มคนร้ายลงมือไม่ต่ำกว่า 4 คน เพราะต้องใช้แรงจำนวนหลายคน ในการยกของออกจากบ้าน โดยคนร้ายอาจสวมรอยทำทีเป็นเจ้าของบ้าน นำรถมาขนของในบ้าน จากการตรวจสอบพบรอยเท้าและลายนิ้วมือบางส่วนของคนร้าย พบรอยงัดประตูข้างบ้าน แต่จากการสอบถามไปยังรปภ.หมู่บ้าน ระบุว่าไม่เห็นความผิดปกติ เพราะในหมู่บ้านมักมีการซ่อมแซมบ้านอยู่ประจำ โดยน.ส.สุมนา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้บ้านหลังดังกล่าวถูกน้ำท่วม เมื่อปี 2554 ทำให้ย้ายไปอาศัยที่อื่น บ้านหลังนี้จึงไม่ได้ใช้อยู่อาศัย แต่เก็บของและทรัพย์สินต่างๆ เอาไว้ ตั้งใจจะทำการซ่อมแซมบ้านครั้งใหญ่ โดยสั่งทำเฟอร์นิเจอร์ไม้สักทั้งชุดมาเก็บไว้ ส่วนเปียโนที่รักและหวงแหนมากก็สูญหายไปด้วย ข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์  ภาพจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้  MThai News

วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

ถ้าเราพูดถึงคนที่ ฉลาด หรือ อัจฉริยะ ที่สุดในโลก หลายคนก็คงจะนึกถึงนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โยฮันน์ วอล์ฟกัง, เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นต้น มันก็จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาฉลาดมาก มีไอคิวที่สูงถึง 180-225 แต่วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ อัจฉริยะตัวจริง " วิลเลี่ยม ไซดิส " เขามีไอคิวที่สูงกว่าไอน์สไตน์ซะอีก เพราะมี IQ มากถึง 300 เลยทีเดียว เริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุ 1 ขวบเองอ่ะ!! แต่ความอัจฉริยะของเขานั้นก็ไม่ทำให้เป็นที่จดจำของโลก .. อยากรู้จักเขามากขึ้นแล้วใช่ไหมหล่ะ ตามทีนเอ็มไทยมาเลยค่ะ  วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์  วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์ วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส (William James Sidis)  เกิดวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.1898 วันเอพริลฟูลเดย์ ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลที่มี IQ สูงที่สุดในโลกคนหนึ่ง เขามี IQ อยู่ระหว่าง 250-300โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าใช้การทดสอบ IQ แบบไหน เขาเริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุเพียงไม่กี่เดือน และสมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า“Universal Genius” บุคคลที่ถือว่า “ฉลาดทีสุดในจักรวาล”  และถ้าพูดถึง หลุมดำหรือ Black Hole หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส คนนี้เนี่ยแหละ! ที่เป็นคนเขียนพยากรณ์การมีอยู่ของหลุมดำ ในหนังสือฟิสิกส์เล่มแรกของเขา ที่ชื่อ The Animate and the Inanimate ก่อนที่ใครทั้งโลกจะรู้ถึงตัวตนของมันด้วยซ้ำไป .. เจ๋งใช่ไหมหล่ะ ครอบครัวไซดิส (Sidis Family) ปลายศตวรรษที่ 19 บอริสและซาร่าฮ์ ไซดิส (Boris and Sarah Sidis) สองสามีภรรยา ได้อพยพลี้ภัยมายังประเทศอเมริกาเช่นเดียวกับชาวรัสเซียเชื้อสายยิวอีกจำนวนมาก เพียงไม่นานนักทั้งคู่ก็กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากบอริสเป็นหนึ่งในคนรุ่นแรกๆ ที่พัฒนาการศึกษาวิชาจิตวิทยาและซาร่าฮ์เป็นหนึ่งในผู้หญิงเพียงไม่กี่คนที่มีดีกรีปริญญาทางการแพทย์ในสมัยนั้น บอริสเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกมหาวิทยาลัยหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้งานเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา มีความเชี่ยวชาญด้านการสะกดจิต จิตวิทยากลุ่มและการควบคุมความบ้าคลั่งของฝูงชน 1898, กำเนิด วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส ปี 1898 ซาราฮ์ให้กำเนิดบุตรชาย วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส โดยบอริสและซาราฮ์ช่วยกันเลี้ยงดู สอนลูกให้รู้จักตัวอักษรและการผสมคำ เพียงแค่ 6 เดือนวิลเลี่ยมก็สามารถสะกดคำว่า door และเดือนต่อมาสามารถสะกดคำว่า moon เมื่ออายุเพียง 8 เดือน วิลเลี่ยมสามารถใช้ช้อนตักอาหารกินเองได้ ขณะที่เด็กวัย 1 ขวบส่วนใหญ่จะยังพูดอ้อแอ้ไม่เป็นภาษา แต่วิลเลี่ยมสามารถสะกดคำง่ายๆบางคำได้แล้ว วิลเลี่ยมอ่านหนังสือพิมพ์( New York Times) ได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 เดือน (ขวบครึ่ง) วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส ฉายแววอัจฉริยะ! ซาราฮ์เห็นพัฒนาการของลูกที่สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอจึงลาออกจากงานเพื่อเอาเวลามาสอนลูกของเธอให้เฉลียวฉลาดมากยิ่งขึ้น เมื่อครบรอบวันเกิด 5 ขวบ เรียนรู้ภาษาด้วยตัวเองหลายภาษา วิลเลี่ยมลากเก้าอี้ตัวสูงขึ้นนั่งเคาะแป้นพิมพ์ดีดเขียนจดหมายสั่งซื้อของเล่นส่งถึงห้างสรรพสินค้าเมซี่ย์ด้วยตัวเอง และต่อมาเขาก็ขวนขวายเรียนรู้ในสาขาวิชาต่างๆด้วยตัวเองโดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ เช่น ละติน กรีก ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมันและฮิบรู ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าเรียนไวยากรณ์เมื่ออายุได้ 6 ขวบ วิลเลี่ยมเรียนประถมฯ ต้นเพียง 6 เดือน ก็เข้าเรียนมัธยมฯ ต่อ (การศึกษาก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วของเขาไปสะดุดตาสื่อมวลชน จนหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์นำเรื่องราวของเขามาตีพิมพ์) เมื่ออายุ 7 ขวบ สอบผ่าน Harvard Medical School Anatomy Exam เมื่ออายุ 8 ขวบ สอบ Entrance Exam ของ MIT ผ่าน และสามารถจดจำทุกอย่างที่อ่านได้ เขาสามารถพูดได้ 8 ภาษาคือ ละติน กรีซ ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมัน ฮิบรู เติร์ก และอังกฤษ อีกทั้งยังคิดค้นภาษาใหม่ขึ้นมาโดยการผสมผสานตัวอักษรภาษาละติน กรีซ เยอรมัน และฝรั่งเศส เรียกว่าภาษา เวนเดอร์กู้ด (Vendergood) เมื่ออายุได้ 9 ขวบ พยายามเข้าเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเมื่ออายุ 11 ขวบ เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บอริส พ่อของไซดิส พยายามส่งเขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ถูกปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเขายังเด็กเกินไป ยังขาดการพัฒนาการทางอารมณ์ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่บอริสไม่ยอมแพ้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการบริหาร โน้มน้าวให้มหาวิทยาลัยยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าศึกษา ระหว่างรอคอยคำตอบ ไซดิสฆ่าเวลาด้วยการไปเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยทัฟต์ เขาเปิดอ่านหนังสือคณิตศาสตร์ มองหาข้อผิดพลาดในหนังสือ และทำการแก้ไข ค้นหาข้อมูลทฤษฎีต่างๆ ที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขียนไว้และมองหาช่องโหว่ ในช่วงเวลานี้เองไซดิสค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองอีกอย่างคือ เขาสามารถคำนวณในใจบอกได้ว่าวันที่นั้นๆ ของเดือนและปีนั้นๆ เป็นวันอะไรได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นวันในอดีตหรือวันในอนาคต ปี 1909 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพ่ายแพ้ต่อความเก่งกาจของเด็กมหัศจรรย์ยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าเป็นนักศึกษา ทำให้เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในเดือนมกราคม 1910 ปีต่อมา วิลเลี่ยม ไซดิส ได้รับเชิญให้บรรยายเรื่อง คณิตศาสตร์ 4 มิติ (Four-DimensionBodies) ต่อหน้าผู้ทรงคุณวุฒิและนักศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง ศาสตราจารย์เดเนียล คอมสต็อก จากมหาวิทยาลัย MIT ถึงกับทำนายว่าในอนาคตวิลเลี่ยมจะเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 และวิลเลี่ยมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีโดยมีเกียรตินิยมพ่วงท้ายด้วยวัยเพียง 16 ปี และเขาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บอสตันเฮราลด์ว่าเขาต้องการมีชีวิตสมบูรณ์แบบด้วยการใช้ชีวิตสันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวกับสังคม อีกทั้งยังสาบานว่าจะไม่แต่งงาน ขอครองพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต เส้นทางชีวิต วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส หลังจบการศึกษา วิลเลี่ยมได้งานเป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยไรซ์ เมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัส แต่วิลเลี่ยมสอนอยู่ได้ไม่ถึงปีก็ลาออกเนื่องจากเขาถูกกดดันจากบรรดาลูกศิษย์ที่มีอายุมากกว่าหลายปี วิลเลี่ยมกลับมาลงทะเบียนเรียนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ก็ลาออกก่อนจะจบการศึกษาเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ภาควิชาที่เหมาะกับเขา ปี 1919 วิลเลี่ยมเข้าร่วมชุมนุมประท้วงคัดค้านการเกณฑ์ทหาร การประท้วงครั้งนี้บานปลายเป็นการจลาจล วิลเลี่ยมถูกจับกุมตัว บอริสวิ่งเต้นช่วยลูกชายให้พ้นคุกภายใต้เงื่อนไขควบคุมความประพฤติและกักบริเวณเป็นเวลา 1 ปี หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ วิลเลี่ยมหลบหน้าหลบตาหนีผู้คนไปทำงานเป็นเสมียนตามร้านเล็กๆ เมื่อมีใครจำเขาได้ วิลเลี่ยมก็จะลาออกหนีไปหางานใหม่ แม้วิลเลี่ยมจะเอือมระอากับเรื่องตัวเลขแต่เขาก็ยังคงความหลงใหลในเรื่องภาษา วิลเลี่ยมเรียนรู้ภาษาอื่นๆรวมถึงภาษาท้องถิ่นจนแตกฉานมากถึง 40 ภาษา  บั้นปลายชีวิต  วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส อดีตเด็กอัจฉริยะไม่ได้สุขสบายมีความสุข เขาเสียชีวิตแบบคนอนาถาตามลำพังในห้องเช่าในเมืองบอสตัน ด้วยสาเหตุเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1944 ด้วยวัย 46 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังเขียนหนังสือเรื่อง The Psychology of the Folk Tale โดยเขามีผลงานตีพิมพ์หนังสือ 17 เล่ม และบทความในนิตยสาร 50 เรื่อง .. เขาสิ้นลมหายใจโดยไม่มีใครจำเค้าไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะของอัจฉริยะอีกเลย เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูลดีๆ SilverFang http://www.online-station.net/entertainment/story/327, http://www.sidis.net, http://en.wikipedia.org/wiki/William_James_Sidis

Kunio Battle Athletes เกมส์กีฬากึ่งต่อสู้ แหกกฏกติกาทุกรูปแบบ
Kunio Battle Athletes

Arc System Work ประกาศเปิดตัวเกมส์ Kunio Battle Athletes - All Star Special เกมส์กีฬาแข่งขันที่อิงจากเกมส์ต่อสู้ชื่อดัง Kunio Downtown เครียมวางขาย 5 มีนาคม 2015 บนเครื่องเกมส์ PlayStation เกมส์ Kunio Battle Athletes - All Star Special รวบรวมประเภทกีฬาแข่งขันเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะ บรรจุการเล่นเกมส์สูงสุด 4 คน และเล่นจบในรอบนั้นๆ ส่วนกีฬามีให้เลือกเล่นอาทิ วิ่งมาราธอน หรือแข่งต่อสู้บนสังเวียน จุดเด่นของเกมส์นี้คือ ผู้เล่นสามารถแหกกฏในการเล่นเกมส์เพื่อชิงชัยอันดับหนึ่งด้วยการ ก่อกวนระหว่างผู้เล่นด้วยการขว้างระเบิด, ชกต่อยกัน หรือใช้อุปกรณ์ตัวช่วยลดพลังชีวิตที่มากขึ้น นอกจากนี้ ตัวเกมส์ยังคงราฟิกและเสียงเกมส์ในช่วงสมัย 1990 หวนรำลึกเกมส์สมัยเครื่อง FAMICOM และจัดทำภาพเกมส์ที่คมชัดให้ทันสมัยด้วย เกมส์ Kunio Battle Athletes - All Star Special วางขาย 5 มีนาคม 2015 บนเครื่องเกมส์ PlayStation

ตามคาดเลย! เอฟเอถอนโทษแบน เวส บราวน์
จอห์น โอเช /  จอห์น โอเชีย / 

ในที่สุดฟ้าก็มีตาจนได้ เมื่อ เอฟเอ ประกาศยกเลิกโทษแบนของ เวส บราวน์ กองหลังสุดเฮงของ แมวดำ ซันเดอร์แลนด์ จากการถูกไล่ออกแบบผิดตัว เกม พรีเมียร์ลีก ในค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ 2-0 จาก เวย์น รูนนี่ย์ ทั้ง 2 ประตู แต่ไฮไลท์ของเกมอยู่ที่ลูกจุดโทษ ที่กลายเป็นใบแดงของผู้เล่นทีมเยือน แต่กรรมการมือใหม่อย่าง โรเจอร์ อีสต์ พกความมั่นใจมาเต็มที่ ชักใบแดงให้กับ เวส บราวน์ จนเจ้าตัวยิ้มเจื่อนๆ งงๆ และต้องออกจากเกมไปโดยปริยาย ซึ่งจริงๆ แล้วจังหวะนั้น ผู้ทำฟาวล์ที่แท้จริงเป็น กัปตันทีม จอห์น โอเชีย อดีตเด็กเก่าปีศาจแดง นั้นเอง แต่หลังเกม อีสต์ ได้เผยว่าจังหวะนั้น ไม่ใช่เพียง โอเชีย ที่ทำฟาวล์เท่านั้น แต่ บราวน์ ก็ทำฟาวล์ ราดาเมล ฟัลเกา ด้วยเช่นกัน ซึ่งล่าสุด เอฟเอ ก็ได้ตัดสินใจถอดถอนโทษแบนของ เวส บราวน์ ออกเป็นที่เรียบร้อย โดย เอฟเอ ได้แถลงการณ์ออกมาว่า "คณะกรรมการอิสระซึ่งมีอำนาจควบคุมได้สนับสนุนข้อเรียกร้องที่ว่าเกิดการไล่ออกผิดคน (จากการยืนอุทธรณ์ของซันเดอร์แลนด์) ดังนั้นโทษแบน 1 นัดของเขาจึงถูกถอนโดยทันที"

ผกก. เคนเนธ บรานาห์ เนรมิตฉากงานเต้นรำสุดอลังการ สะกดผู้ชมทั่วโลก ใน Cinderella
Cinderella /  คริส ไวซ์ / 

นานมาแล้วที่ วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ สนใจในการนำ Cinderella กลับสู่จอเงิน เพื่อนำเสนอเรื่องราวอมตะนี้ให้กับผู้ชมศตวรรษที่ 21 อีกครั้ง เพื่อดึงเอาความรู้สึกเก่าๆ และความทรงจำดีๆ ของผู้คนนับล้านทั่วโลกกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องสร้างความบันเทิง และนำเอาความสนุกสนานและความเป็นมนุษย์มาสู่ตัวละครในเทพนิยายเรื่องนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาองค์ประกอบที่น่าจดจำต่างๆ จากภาพยนตร์แแอนิเมชั่นคลาสสิกเอาไว้ด้วย ผู้กำกับ เคนเนธ บรานาห์ (Hamlet, Thor) ไม่เคยคิดถึงไอเดียในการกำกับเทพนิยายมาก่อน แต่หลังจากได้อ่านบทที่เขียนโดย คริส ไวซ์ (About a Boy) เขาก็พบว่าเรื่องราวนี้โดนใจเขาในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนส่วน ผู้อำนวยการสร้าง อัลลิสัน เชียร์เมอร์ (Pride and Prejudice and Zombies) กล่าวว่า "Cinderella เป็นหนึ่งในสมบัติภาพยนตร์ที่ล้ำค่าที่สุดตลอดกาลค่ะ มันเป็นหนังที่น่าตื่นตาตื่นใจ ดังนั้น ความรับผิดชอบในการสร้างมันขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นสิ่งที่น่าหวั่นใจสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง แต่เรารักหนังต้นฉบับค่ะและเราก็ตั้งใจจะยกย่องมันด้วย" สิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งของ ซินเดอเรลล่า ปี 2015 ก็คือความวิจิตรสวยงามของฉากต่างๆที่ ฟรานเชสกา ลอสชิอาโว-เฟอร์เร็ตติ ได้ออกแบบและสร้างขึ้นมา เช่น ปราสาทพระราชา  ซึ่งเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีบันไดขนาดมหึมา สวนดอกไม้อันสวยงาม น้ำพุที่วิจิตรบรรจง บ้านสมัยเด็กของเอลล่า และที่สำคัญที่สุด ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ของปราสาท ที่เอลล่าปรากฏตัวแบบสะกดทุกสายตาและได้เต้นรำกับเจ้าชาย ไซมอน คินเบิร์ก กล่าวว่า "ภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะสร้างห้องบอลรูมขึ้นด้วยเอฟเฟ็กต์ CG แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ สำหรับ ดันเต้ และ เคน ที่จะสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ทีสำคัญที่สุดในเรื่อง และหนึ่งในฉากที่โดดเด่นที่สุดตลอดกาลนี้ จะให้ความรู้สึกว่าเป็นของจริงครับ" เฟอร์เร็ตติและทีมงานได้สร้างห้องบอลรูมที่กว้างขวางและหรูหรา ด้วยความยาว 50 หลา กว้าง 35 หลาและสูง 30 ฟุต มันมีบันไดขนาดใหญ่ที่ลงไปสู่ห้องบอลรูม พื้นหินอ่อนและผนัง รูปปั้นทองคำ ดอกไม้นับพัน ภาพศิลปะประดับตกแต่ง และผ้าม่านที่ตัดเย็บด้วยผ้ากว่า 2,000 หลานอกจากนี้ ห้องบอลรูมยังประกอบไปด้วย แชนเดอเลียร์ ขนาดใหญ่ 17 อันจากอิตาลี  ซึ่งมีเทียนน้ำมันเกือบ 5,000 แท่ง ที่ต้องจุดด้วยมือทั้งหมด สำหรับแชนเดอเลียร์ที่ประดับทางเดินที่นำไปสู่ห้องบอลรูมและตัวบอลรูมเองนั้น  ฟรานเชสกา ลอสชิอาโว-เฟอร์เร็ตติ ต้องการให้พวกมันหรูหราที่สุด ท้ายที่สุดแล้ว แชนเดอเลียร์เหล่านั้นจึงถูกสั่งทำจากเวนิสและออกมางดงามดุจงานศิลปะ บรานาห์และเฟอร์เร็ตติได้พูดคุยกันหลายครั้ง  และทั้งคู่ก็เห็นพ้องต้องกันว่าพวกเขาสามารถเทน้ำหนักไปที่ฉากจริงๆได้ ดังนั้นทุกอย่างก็เลยถูกสร้างขึ้นในซาวน์สเตจหรือโรงถ่าย กระบวนการออกแบบของเฟอร์เร็ตติรวมถึงการร่วมงานกับเพื่อนผู้ร่วมงานกับเขามาแล้วหลายครั้ง ฟรานเชสกา ลอสเชียโว-เฟอร์เร็ตติ ผู้ตกแต่งฉากที่เขาร่วมงานด้วยมากว่า 30 ปีเขาอธิบายว่า "ผมวาดภาพสเก็ตช์ทั้งหมด แล้วฟรานเชสกาก็จะตรวจสอบทุกกอย่างเพื่อทำให้แน่ใจว่ารายละเอียดทั้งหมดจะถูกต้อง แต่เราก็ไม่อยากให้มันดูเพอร์เฟ็กต์เกินไป เราก็เลยจงใจปล่อยความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ไว้บ้าง เพื่อให้มันให้ความรู้สึกที่สมจริงยิ่งขึ้นน่ะครับ" ริชาร์ด แมดเดน กล่าวว่า "ฉากในหนังเรื่องนี้มีบุคลิกมากพอๆ กับตัวละคร ซึ่งช่วยบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครเหล่านี้ได้ มันทำให้ผู้ชมได้เห็นอะไรสวยๆงามๆ เป็นอาหารตาและเป็นแรงบันดาลใจให้นักแสดงด้วยครับ การมีอะไรที่สมจริงและชัดเจนแบบฉากพวกนี้ทำให้ทุกอย่างให้ความรู้สึกที่สมจริงมากขึ้นและพิเศษสุดมากขึ้นด้วยครับ" สำหรับฉากงานเลี้ยงที่ทางพระราชวังได้จัดขึ้น เคนเนธ บรานาห์ ต้องการจะเห็นห้องบอลรูมที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดที่จะจินตนาการได้  ฉากนี้ถูกสร้างขึ้นที่ ไพน์วู้ด สตูดิโอส์ ในซาวน์สเตจ 007 ที่โด่งดัง มันเป็นซาวน์สเตจขนาดใหญ่ท่สุด ซึ่งเคยต้อนรับกองถ่ายขนาดใหญ่หลายร้อยเรื่องมาแล้ว ลิลลี เจมส์ เห็นด้วยและกล่าวว่า "ตอนที่ฉันเข้าไปครั้งแรก มันน่าทึ่งมาก ห้องบอลรูมเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา และตอนที่ฉันเข้ามา แล้วทุกคนมองมาที่ฉัน ฉันก็กลัวมาก แต่มันก็เป็นไฮไลท์ของหนังเรื่องนี้สำหรับฉันเหมือนกันค่ะ" เคท บลังเช็ตต์ กล่าวเสริมว่า "ตอนที่ฉันเดินเข้าไปในฉากห้องบอลรูม ฉันตะลึงเลยค่ะ...มันเป็นเหมือนช่วงเวลาเอ็มจีเอ็ม เทคนิคคัลเลอร์ และในแง่ของหนังแล้ว ฉันก็รู้สึกเหมือนฉันได้ย้อนเวลากลับไป ในตอนที่ซินเดอเรลลาและเจ้าชายเต้นรำกัน มันก็น่าประทับใจอย่างสุดซึ้งค่ะ" อัลลิสัน เชียร์เมอร์ เล่าถึงครั้งแรกที่เธอเดินเข้าไปในฉากนี้ว่า "ฉันทึ่งมากที่ได้เห็นว่าสถานที่นั้นใหญ่โตแค่ไหน มันเป็นถ้ำซีเมนต์ที่กว้างขวางประมาณสนามฟุตบอลหลายสนาม และดันเต้ เฟอร์เร็ตติก็ได้ออกแบบและสร้างห้องบอลรูมความสูงสามชั้นเต็มพื้นที่ของทั้งสเตจ และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นห้องที่สวยที่สุดเท่าที่คุณจะจินตนาการได้การเดินเข้าไปในฉากนั้นเหมือนการก้าวเข้าสู่สถานที่ที่อยู่ในหนังสือนิทานและเทพนิยายเท่านั้นน่ะค่ะ" "มันจะต้องมีความอลังการเป็นช่วงเวลาที่สะกดทุกลมหายใจ  ในตอนที่เอลล่าเข้าห้องมาครั้งแรก แต่มันก็ต้องมีความสดใส และไม่น่าหวั่นเกรงเกินไปน่ะครับ  ตอนที่ลิลลีเข้าห้องบอลรูมครั้งแรกระหว่างซีเควนซ์นั้น มันก็เป็นหนึ่งในวันที่น่าตื่นเต้น น่าประทับใจและงดงามที่สุดในอาชีพการทำงานของผม แม้แต่ช่างกลไกและช่างแต่งหน้าที่กร้านโลกที่สุดยังมีน้ำตารื้นขึ้นมาเลยครับ  ดันเต้มีเซนส์ด้านความคิดเฉียบแหลมและเซนส์ด้านสไตล์ที่ไม่เกินเลยไป ไม่อ่อนเกินไป ไม่วิจิตรเกินไป ไม่แฟนซีเกินไป แต่ก็หรูหรามากๆห้องบอลรูมนำเสนอทุกอย่างที่คุณคาดหวัง และแม้ว่ามันจะทำให้นึกถึงภาพของห้องบอลรูมที่โด่งดังอื่นๆจากเวียนนา ปารีสหรือลอนดอน มันก็มีความโดดเด่นในตัวมันเองครับ"  บรานาห์ กล่าวสรุป ปัจจุบันนี้  เมื่อ 65 ปีให้หลัง Cinderella กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ล้ำค่าที่สุดของสตูดิโอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกรวมอยู่ในลิสต์ 10 ภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมตลอดกาล ของสถาบันภาพยนตร์อเมริกา และไม่เคยหายจากกระแสป็อปคัลเจอร์ของอเมริกา ดื่มด่ำกับเทพนิยายคลาสสิค สุดยิ่งใหญ่อลังการไปกับ Cinderella ซินเดอเรลล่า ในวันที่ 12 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Cinderella ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

เอาละสิ!!! ณเดชน์-มิว ท่าจะฟินไม่แพ้ NY
ณเดช คูกิมิยะ /  มิว นิษฐา / 

ท่าทางจะฟินไม่เบาซะแล้วละค้าาา...สำหรับละครเรื่อง ตามรักคืนใจ ละครโรแมนติกดราม่าอีกเรื่องของวิกพระราม 4 ที่งานนี้ได้หนุ่มฮอต ณเดชน์ คูกิมิยะ มาประกบคู่กับนางเอกสาวที่ฮอตไม่แพ้กันอย่าง มิว นิษฐา เป็นครั้งแรก เวลานี้เร่งเครื่องถ่ายทำกันอย่างเต็มกำลัง ซึ่งดูท่าแฟนๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอดูผลงานของคนคู่นี้คงจะแอบฟินไม่ใช่น้อย เพราะเคมีของทั้งสองเข้ากันได้ดีฝุดๆ เรียกว่าไม่แพ้กระแส ณเดชน์-ญาญ่า เลยทีเดียว แม้ งานนี้ สาวก NY จะออกอาการแอนตี้สาวมิวในช่วงแรกๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าความน่ารักกุ๊กกิ๊กเวลาเข้าฉากของ ณเดชน์-มิว จะช่วยให้บรรดาคนคลั่งญาญ่าทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่แล้วแอบจิกหมอนให้กับคู่จิ้นคู่ใหม่อ๊ะเปล่า เอ้า!!! จุดนี้กระแสเชียร์จะถล่มทลายกลบกระแอนตี้ได้หรือไม่ ต้องรอเวลาออนแอร์ในเร็ววันนี้จ้าาา ณเดชน์-มิว ณเดชน์-มิว ณเดชน์-มิว

เปิดตัว แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ หนังรักโดนใจทั้งคนทั้งแมว ทุกเพศทุกวัย
จอนนี่ แมวศุภลักษณ์ /  หนังรัก / 

แล้วในที่สุด แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ภาพยนตร์ที่ออกตัวเอี๊ยดด้วยการให้นิยามว่า "ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววว่าเป็นหนังรัก" ที่หาญกล้าจับ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ เหมียวยักษ์หนัก 10 โล ซุปตาร์แมวสุดฮอตแห่งโลกโซเชี่ยลมาเปิดซิงขึ้นจอใหญ่เป็นครั้งแรก ก็ได้เปิดตัวภาพยนตร์รอบพรีเมียร์ให้บรรดาแขกผู้มีเกียรติพี่น้องสื่อมวลชน และเหล่าทาสแมวได้สัมผัสและซึมซับอารมณ์เลิฟๆ เติมเต็มสีสันและรอยยิ้มให้หัวใจทุกดวงเกิดอาการฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวไปเป็นที่เรียบร้อย แถมงานนี้เรียกได้ว่าฟินกันทั้งคอหนังแมวและคอหนังรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกครั้งที่ซุปตาร์แมวเข้าฉากกับซุปตาร์คน สมศักดิ์ศรีในฐานะภาพยนตร์อารมณ์ดีประจำปีของ 2 ยักษ์วงการบันเทิงอย่าง สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ เวิร์คพอยท์พิคเจอร์สจริงๆ ประมาณว่าถ้าต้องการความฮา เท่งโหน่ง จากแก๊งสามช่า ที่ขนขบวนนักแสดงรับเชิญมาสร้างเซอร์ไพรส์อย่างไม่หยุดหย่อนก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ในขณะที่ความป่วนกวนแต่น่ารักสุดๆ ของเหมียวจอนนี่และสารพัดเหมียวที่ตัวแล้วตัวเล่าที่มาร่วมขโมยซีนก็อาจทำให้แฟนๆ ยิ้มกันเหงือกบาน งานนี้ต้องยกนิ้วให้กับ 2 ผู้กำกับ เป้ นฤบดี เวชกรรม ตัวพ่อจากสาระแนห้าวเป้ง, สาระแนสิบล้อ, สาระแนเห็นผี ที่ใช้ความถนัดเฉพาะตัวทั้งแอบถ่ายขโมยถ่ายเก็บทุกอาการของเจ้าเหมียวได้อย่างน่ารักน่าหยิกพร้อมกับบริหารมุกระดมแก๊กฮาผ่านตัวละครแมวกับคนได้อย่างลงตัวจากฝีมือกำกับของ เท่ง เถิดเทิง แต่ที่จะทำให้หนุ่มสาวคู่รักยิ้มกริ่มออกจากโรงหลังจากลุ้นไปกับความรักสุดมโนจากการแสดงที่เต็มไปด้วยความน่ารัก สดใหม่และเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติของสาวใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และหนุ่มเป้อารักษ์ ที่สำคัญจับคู่เข้าขากันได้อย่างลงตัวและอย่าแปลกใจถ้าเกิดว่าจะดูไปพร้อมเกิดอาการจิกเบาะไปตลอดการชมภาพยนตร์ และนี่คือเสียงตอบรับที่เรียกได้ว่าทำเอาทีมงานและนักแสดงหายเหนื่อยกันเลยทีเดียวเพราะยืนยัน นั่งยันและนอนยันว่าแมวกำกับไม่ได้!!! โดยความสนุกสนานเบิกบานใจของงานเปิดตัวภาพยนตร์เริ่มต้นตั้งแต่ การเนรมิต Hipster Street ขึ้นบริเวณชั้น 8 โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ภายใต้ไอเดียสุดเก๋ไก๋เมื่อได้เข้ามาสัมผัสกับคอนเซ็ปท์ แคท อ่ะ แว้บ! #การเปิดท้ายบอกรัก กันแบบชื่นมื่นตั้งแต่การรวบรวมบูธน่ารักๆ เอาใจทาสแมวคนรักแมวในงาน รวมไปถึงร่วมฮิปสเตอร์ไปกับการวาดรูปการ์ตูนตัวคุณกับแมว โดยนำรายได้จากการกิจกรรมวาดรูปที่ให้แขกผู้ร่วมงานบริจาคตามศรัทธาไปช่วยเหลือแมวผู้ยากไร้และค่าอาหารแมวจรจัด แถมยังได้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงรักเพราะๆ จากเสียงร้องของวงดนตรีสุดฮิปสเตอร์ Ten to Twelve กันอย่างจุใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟังเพลง "คิดเหมือนกันรึเปล่า" เพลงประกอบภาพยนตร์ไปในบรรยากาศที่เรียกได้ว่าทั้งเพลินทั้งชิลกันเลยทีเดียว จนกระทั่ง เริ่มต้นงานอย่างเป็นทางการด้วย วิดีโอพรีเซนเทชั่นยืนยันว่า "ไม่ใช่หนังแมวจริงๆ นะ แต่เป็นหนังรักต่างหาก" ก่อนที่เหล่าบรรดานักแสดงหลักจากภาพยนตร์ซึ่งประกอบไปด้วย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ, เท่ง เถิดเทิง, โหน่ง ชะชะช่า และ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ ขึ้นมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันแบบฮากลิ้งด้วยการเปิดใจแบบยกป้ายประมาณว่าจริงหรือไม่ถูกหรือผิดกับความรู้สึกของการร่วมงานกันแบบหนังแมวผสมหนังรัก ก่อนที่ในท้ายที่สุดจะได้รับเกียรติจากบรรดาผู้บริหาร พันธมิตรทางการตลาด และผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็น คุณพาณิชย์ สดสี โปรดิวเซอร์ Managing Director บ.เวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส จำกัด Group CEO บ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน), คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการบ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จก., คุณศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บ.เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัดผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงอาหารแมว Me-O, คุณวราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มประธานกิจการเครือข่ายทางวัฒนธรรม ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บ.เอสเอฟ คอร์ปอเรชั่น จก.(มหาชน) รวมไปถึงเหล่านักแสดงสมทบจากภาพยนตร์ที่ช่วยกันสร้างสรรค์และสนับสนุนผลักดันให้ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์หนังรักที่จะทำให้เกิดรอยยิ้มและความสุขในหัวใจของผู้ชมทุกเพศทุกวัยขึ้นมาถ่ายรูปร่วมกัน ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววว่าเป็นหนังรัก ร่วมลุ้นวุ่นรักไปกับ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ในวันที่ 4 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ได้ที่นี่เลย -------------------------------

ยอดกตัญญู ลูกชายอุ้มแม่ ป่วยอัมพาตไปหาหมอ
กตัญญู /  ลูกกตัญญู / 

โลกออนไลน์ชื่นชม น้องโอ๋เด็กหนุ่มยอดกตัญญู อุ้มแม่ป่วยอัมพาตไปหาหมอ วันนี้(2มี.ค.) หลังจากชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและเรื่องราวของเด็กหนุ่มยอดกตัญญูวัย 18 อุ้มแม่ป่วยอัมพาตไปหาหมอ พร้อมต้องดูแลพ่อที่ร่างกายไม่ปกติ และน้องสาวที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง หลังจากประสบอุบัติเหตุรถชนกันทั้งครอบครัว จากการตรวจสอบทราบว่า เด็กหนุ่มคนดังกล่าว ชื่อน้องโอ๋ หรือนายพัชระพงศ์ ประสมศรี อายุ 18 ปี อยู่ที่จ.ศรีษะเกษ เป็นบุตรของนายธวัชชัย อ่อนน้อม อายุ 46 ปี ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ น้องโอ๋กับน้องสาววัย 11 ปี กำลังบีบนวดให้ผู้เป็นแม่ที่ป่วยนอนอยู่กับพื้น เนื่องจากร่างกายท่อนล่างเป็นอัมพาตขยับไม่ได้ โดยมียายคอยดูแลระหว่างที่เด็กๆไม่อยู่ นางสมภาร ประสมศรี แม่น้องโอ๋ เปิดเผยว่า สาเหตุที่เป็นอัมพาตเกิดจากเมื่อปี 2556 ตนพร้อมครอบครัวกำลังเดินทางไปบวชให้สามี เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับแม่สามี จึงเดินทางโดยรถของน้องชายแต่เกิดประสบอุบัติเหตุจนน้องชายเสียชีวิต ส่วนครอบครัวตัวเองได้รับบาดเจ็บกันทุกคนรักษาตัวนานกว่า 3 เดือน ผู้เป็นแม่กระดูกสันหลังแตก ผ่าตัดทั้งตับ ไต ร่างกายส่วนล่างพิการทั้งหมด พ่อกระดูกแขนหัก ต้องใส่เหล็กที่ท่อนแขน ไม่สามารถทำงานเป็นช่างตัดผมหาเงินได้เหมือนเดิม ซึ่งลูกสาวคนเล็กกระดูกจมูกแตก กลายเป็นคนไม่ค่อยปกติเท่าที่ควร น้องโอ๋เองก็กระดูกต้นคอร้าว หัวแตก เส้นประสาทแตกขาด กระดูกครึ่งตัวด้านซ้ายร้าว ทำให้น้องความจำไม่ค่อยดี ทั้งนี้น้องโอ๋เรียนอยู่ ปวช.3 วิทยาลัยสารพัดช่างศรีสะเกษ ส่วนน้องสาวอยู่ชั้นป.5 และในด้านคดีได้ยุติลงแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าน้องชายของนางสมภารเป็นฝ่ายผิดเนื่องจากวิ่งไปในเลนของอีกฝั่ง MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้

เปิดแฟ้มสยอง คดี
คดีฆาตกรรม /  คดีนวลฉวี / 

ประเทศไทยเมืองพุทธ แต่กลับมีคดีฆาตกรรม เกิดขึ้นแทบทุกวัน โดยเฉพาะคดี ที่ผู้ฆ่านั้นมี อยู่ในสถานะพิเศษ ผู้ต้องหามีอาชีพที่สูงส่งอย่าง "แพทย์" หรือ "หมอ"  ยิ่งได้รับความสนใจมาก  เพราะแพทย์ได้ชื่อว่าเป็น ‘ผู้ให้ชีวิต’ แต่เมื่อมาเป็น ‘ผู้พรากชีวิต’ เสียเอง จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและ ซับซ้อน ซ้อนเงื่อน  เราจึงขอย้อนรอยคดีดัง เปิดแฟ้มสยอง คดี "หมอโหด" ฆาตกรรมในตำนาน คดีนวลฉวี ย้อนไปเมื่อ 50 กว่าปีก่อนเกิดคดีเขย่าขวัญคนกรุงเมื่อมีผู้พบศพพยาบาลสาวถูกฆ่าข่มขืนอย่างทารุณแล้วโยนศพทิ้งน้ำบริเวณสะพานนนทบุรี ซึ่งต่อมาถูกเรียกกันว่าสะพานนวลฉวีจุดเริ่มต้นมาจากในช่วงปี 2501 นายแพทย์อธิปได้พบรักกับนวลฉวีที่จังหวัดลำปาง จนกระทั่งตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2502 แต่หลังจากนั้นเพียง 6 วัน นายแพทย์อธิปได้จดทะเบียนสมรสซ้อนกับนางสาวสมบูรณ์ สืบสมานอีกคน ปมปัญหาจึงเริ่มก่อตัวขึ้น 13 กรกฏาคม 2502 นวลฉวีได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ให้ดำเนินคดีกับหมออธิปในข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยขณะเข้าแจ้งความนวลฉวีมีบาดแผลที่ตาซ้ายและจมูกมีรอยช้ำบวม จนกระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 10 กันยายน มีพยานพบเห็นนายแพทย์อธิป ขับรถพานวลฉวีเดินทางออกไปจากโรงพยาบาลยาสูบ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่มีผู้พบเห็นนวลฉวีในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนที่เธอจะถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม คดีศยามล ก็เป็นอีกหนึ่งคดีที่สร้างความสลดหดหู่ยิ่งนักเกิดขึ้นเมื่อ ปี 2536 เมื่อมีผู้พบศพพยาบาลสาวถูกฆ่าโดยอำพรางว่าเป็นการขมขื่นและทิ้งศพไว้ในรถเก๋งนิสสัน สีขาว ทะเบียน ก-2344 ประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่ อ.บ้านลาด จ.ประจวบฯ โดยมีลูกสาววัย 2 ขวบ ร้องไห้กอดศพและคอยซับเลือดผู้เป็นแม่อยู่ทั้งคืนซึ่งผู้ที่บงการสั่งฆ่าก็ไม่ใช่ใครอื่น นั่นก็คือ นายแพทย์บัณฑิตโฆษิตชัยวัฒน์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลหัวหิน ซึ่งก็เป็นสามีของเธอนั่นเอง คดีหมอเสริม สาครราษฎ์ ก่อเหตุขณะเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 ด้วยการฆ่าหั่นศพ นางสาวเจนจิราพลอยองุ่นศรี แฟนสาว โดยหมอเสริมให้การว่าเกิดผิดใจกันที่มีชายอื่นมาพัวพันแฟนของตัวเองก่อเหตุด้วยการใช้ปืนยิงแล้วใช้มีดผ่าตัดเฉือนศพเป็นชิ้นๆทิ้งลงชักโครกจนมีผู้พบชิ้นเนื้อมนุษย์จนนำไปสู่การพิสูจน์ DNA ก็พบว่าตรงกับเจนจิราต่อมาหมอเสริมได้รับพระราชทานอภัยโทษพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยบอกเพียงว่าอยากไปใช้ชีวิตสงบๆไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร คดีหมอผัสพร แพทย์หญิงโรงพยาบาลรถไฟที่หายตัวไปนานร่วมเดือนกระทั่งกลายเป็นคดีที่นำไปสู่การสืบสวนสอบสวน นายแพทย์วิสุทธ์ บุญเกษมสันติผู้เป็นสามี ซึ่งให้การปฎิเสธมาโดยตลอดจนเมื่อทีมสืบสวนเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นอาคารวิทยนิเวศน์พบคราบเลือดและเส้นผม และหลักฐานสำคัญที่เป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ในบ่อพักน้ำเสียของอาคารซึ่งตรงกับ DNA ของหมอผัสพร สอดคล้องกับพยานที่เห็นว่านายแพทย์วิสุทธิ์อยู่กับหมอผัสพรเป็นคนสุดท้ายรวมถึงเรื่องการฟ้องหย่าที่มีปัญหาขัดแย้งกันมานานจนนำไปสู่มูลเหตุจูงใจฆ่าในที่สุด คดีหมอต้น นายแพทย์ปุรนันท์โลหะนวกุลเจ้าของ โอเคคลีนิก ในสงขลา ตกเป็นผู้ต้องหาจ้างวานฆ่าภรรยาตนเองที่ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2551 เริ่มจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับทีมมือปืนได้ 4 คน และให้การซัดทอดว่าได้รับการว่าจ้างจากนายแพทย์ปุระนันท์5 แสนบาท ให้ลงมือสังหารชนวนขัดแย้งของเหตุสลดครั้งนี้ มาจากเรื่องความเจ้าชู้ของหมอปุรนันท์และเรื่องการตกลงผลประโยชน์สินสมรสที่ไม่ลงตัว คดีหมอสุพัฒน์ หรือ  พันตำรวจเอกนายแพทย์สุพัฒน์เลาหะวัฒนะ แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในคดีฆาตกรรมอำพราง 2 สามีภรรยา ชาวไร่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ที่วันนี้กำลังเป็นปริศนาว่าตำรวจจะสามารถหาพยานหลักฐานมาประกอบสำนวนส่งฟ้องได้อย่างไรเมื่อเริ่มเจอเงื่อนงำทางคดีที่ยากขึ้นโยงใยไปสู่คดีมรดกตามมา MThai News

สุดโหด!! โบโกฮารามฆ่าตัดคอเลียนแบบไอเอส
กลุุ่มไอเอส /  ฆ่าตัดคอ / 

สุดโหด กลุ่มก่อการร้ายโบโกฮารามในไนจีเรีย เผยแพร่คลิปวิดีโอการสังหารตัวประกันด้วยการตัดศีรษะ ซึ่งมีองค์ประกอบหลายอย่างที่บ่งชี้ได้ว่าเป็นการเลียนแบบกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรีย เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2558 สำนักข่าวเอพี รายงานจากเมืองไมดูกูรี ประเทศไนจีเรีย ว่า กลุ่มก่อการร้ายโบโกฮารามในไนจีเรีย เผยแพร่คลิปวีดีโอล่าสุดชื่อ "กำจัดสายลับ" (Harvest of Spies) ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นภาพการสังหารตัวประกันชาย 2 คน ในข้อหาเป็นสายลับให้กับเจ้าหน้าที่ คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นภาพของนายมูฮัมหมัด อวาลู และนายดาวูด มูฮัมหมัด จากเมืองบากาในรัฐบอร์โน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ถูกจับมัดมือไพล่หลังนั่งคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนจะถูกสอบสวนโดยชายในชุดลายพรางที่ถือมีด ขณะที่รายล้อมไปด้วยชายชุดดำอาวุธครบมือ โดยนายมูฮัมหมัดให้การรับสารภาพว่าเจ้าหน้าที่จ้างวานให้เขาเป็นสายส่งข่าวให้ด้วยเงิน 5,000 ไนรา (ประมาณ 800 บาท) พร้อมรับปากว่าจะช่วยให้เขาร่ำรวยขึ้นจนสามารถมีที่นาเป็นของตัวเองได้อีกครั้ง ภาพวิดีโอดังกล่าวถูกหยุดไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะเผยให้เห็นศพตัวประกันทั้ง 2 คน ที่มีศีรษะที่ถูกตัดออกมาวางไว้บนลำตัว ไม่มีการแสดงภาพช่วงเวลาขณะที่ทำการสังหาร โดยผู้เชี่ยวชาญจากไซต์ หน่วยข่าวกรองด้านก่อการร้ายวิเคราะห์ วิดีโอชิ้นนี้มีความเชี่ยวชาญมากกว่าที่ผ่านมา ทั้งการถ่ายทำและการสื่อสาร และเห็นได้ชัดว่ามีการเลียนแบบมาจากวิดีโอห่าตัดศีรษะของกลุ่มก่อการร้ายในอิรักและซีเรีย ทั้งองค์ประกอบและลูกเล่นในการนำเสนออย่างเสียงหัวใจเต้นและเสียงหอบหายใจก่อการตัดศีรษะ หรือแม้กระทั่งสัญลักษณ์ธงสีดำปลิวไสวที่มุมจอ โดยเมื่อเดือนที่แล้ว โบโกฮารามประกาศว่ากำลังพิจารณาการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับไอเอส ก่อนหน้านี้ กลุ่มโบโกฮารามเคยเผยแพร่วิดีโอการฆ่าตัดคอตัวประกันเพียงรายเดียวเท่านั้น คือทหารนักบินชาวไนจีเรียที่ถูกจับได้หลังเครื่องตกเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยตลอดระยะเวลา 6 ปีนับแต่โบโกฮารามเริ่มเหิมเกริมขึ้น และเข้ายึดหลายเมืองทางตอนเหนือของประเทศเพื่อสถาปนารัฐตามอุดมการณ์ของตน สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเผยว่า มีผู้เสียชีวิตที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงอย่างน้อย 10,000 คน ขณะที่อีกกว่า 1.6 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์เริ่มมีสัญญาณไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อกองกำลังผสมจากความร่วมมือของประเทศใกล้เคียง สามารถขับไล่และยึดคืนเมืองต่างๆ ได้จำนวนมาก. MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  เดลินิวส์ออนไลน์

โคตรคลาสสิค! ไนกี้ ส่งเทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม สตั๊ดที่ออกแบบเพื่อต็อตติ
ฟุตบอล /  รองเท้าสตั๊ด / 

ไนกี้ เทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม สุดยอดรองเท้าฟุตบอลระดับตำนาน ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบ จาก “ฟรานเชสโก้ ต๊อดติ” และ “ความแข็งแกร่งของนักรบโรมัน” ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่นพิเศษ     “ไนกี้ เทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม” ที่ได้รับการออกแบบให้มีลิ้นรองเท้าขนาดใหญ่ เพื่อสดุดีถึงความยอดเยี่ยมของฟรานเชสโก้ ต๊อดติและความแข็งแกร่งของนักรบโรมัน หลังจากที่รองเท้าฟุตบอลตระกูลเทียมโป้ รุ่นเทียมโป้ ดี ได้ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1985 และได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นรองเท้าที่มีความโดดเด่นของลิ้นรองเท้าที่เป็นวงโค้งขนาดใหญ่และมีผิวเรียบ และมีนักฟุตบอลทีมชาติบราซิลสวมใส่ถึง 8 คนในช่วงการแข่งขันมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (รอบชิงชนะเลิศ) เมื่อปี1994 ล่าสุด ไนกี้ ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกและผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอล จึงได้ทำการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่น           “เทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม” (Nike Tiempo Legend V Premium) ที่ได้ดึงเอกลักษณ์ในส่วนลิ้นรองเท้าจากรองเท้ารุ่นเทียมโป้ ดี มาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไนกี้ได้เลิกใช้ลิ้นรองเท้าลักษณะดังกล่าวตั้งแต่ปี 2011 หรือนับตั้งแต่รองเท้ารุ่นเทียมโป้ โฟว์ ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก เทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ ได้รับการพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของนักกีฬาอย่างแท้จริง        ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ฟรานเชสโก้ ต๊อดติ ดาวเตะทีมโรม่า ที่ต้องการให้ไนกี้คงไว้เอกลักษณ์ของลิ้นรองเท้าขนาดใหญ่ ที่เขาชื่นชอบอยู่ตลอดเวลา “ผมเล่นฟุตบอลโดยใส่รองเท้าที่มีลิ้นรองเท้าเสมอ สำหรับผม ทุกรายละเอียดบนรองเท้าเป็นเรื่องสำคัญ ผมใส่รองเท้ารุ่นเทียมโป้เพราะมันใส่สบาย มันมีหน้ารองเท้าที่ทำจากหนังและเปลี่ยนเข้ารูปเข้ากับเท้าของผมได้ดี อีกทั้งยังให้ความรู้สึกขณะจับบอลที่ดีเยี่ยม และช่วยให้ผมเล่นได้อย่างเต็มที่เมื่ออยู่ในสนาม” ฟรานเชสโก้ ต๊อดติกล่าว ตลอดระยะเวลาการเล่นฟุตบอลอาชีพของต๊อดติ เขาเล่นให้กับทีมอาเอส โรม่ามาโดยตลอด ปัจจุบัน ต๊อดติคือผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของสโมสร และยังเป็นนักฟุตบอลที่ลงเล่นให้กับสโมสรมากที่สุดอีกด้วย ต๊อดติได้รับการยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลที่มีร่างกายแข็งแกร่งราวกับนักรบ ซึ่งทำให้เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญให้แก่ทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ของไนกี้ในการดีไซน์ตราสัญลักษณ์พิเศษบนพื้นรองเท้า ซึ่งผสมผสานเสื้อหมายเลข 10 ของต๊อดติไว้ด้วย โดยลิ้นรองเท้าและตราสัญลักษณ์ของไนกี้ที่ใช้ในรองเท้ารุ่นนี้ยังได้รับการตกแต่งด้วยสีโทนเมทัลลิกให้ดูเหมือนเกราะของนักรบโบราณอีกด้วย “รองเท้าฟุตบอลเทียมโป้รุ่นพิเศษนี้มีสีสันสวยมาก เพราะมันผสานความคลาสสิกกับแนวคิดการออกแบบยุคใหม่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เช่นการใช้หน้ารองเท้าสีดำกับลวดลายสีโครเมี่ยมบริเวณตราสัญลักษณ์ของไนกี้และลิ้นรองเท้า ขณะเดียวกันลิ้นรองเท้าก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ดูพิเศษและมันยังเป็นหัวใจสำคัญในการเล่นฟุตบอลของผมด้วย” ดาวยิงโรม่า กล่าวเพิ่มเติม รองเท้าฟุตบอลเทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยงานฝีมือชั้นยอดและตัดเย็บจากวัสดุหนังชั้นดี (Alegria) โดยมีเทคโนโลยีไฮเปอร์ชีลด์และเพิ่มคุณสมบัติปกป้องการยืด เพื่อให้รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เป็นเสมือนรองเท้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและมีความงดงามเหนือกาลเวลา  รองเท้าฟุตบอลเทียมโป้ เลเจนท์ ไฟว์ พรีเมี่ยม ผลิตเพียง 3,000 คู่ทั่วโลก และจะออกวางจำหน่าย ที่ร้านอาริ ฟุตบอล คอนเซปต์สโตร์ สาขาสยามสแควร์ และร้านไนกี้ สาขาสยามเอสคิววัน หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com\nikefootballTH

ย้อนหลัง Bao Young Blood รอบออดิชั่น EP4
Bao Young Blood /  Bao Young Blood ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิต / 

เวทีของหัวใจนักสู้ฝัน คนวัยมันส์พันธุ์บาว เยาวชนคนดนตรี สายเลือดใหม่ ร่วมร้อง ร่วมบรรเลงบทเพลงคาราบาว ในแบบไลฟ์สไตล์ ไร้ขีดจำกัด!!! กับ รายการ Bao Young Blood ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิต การประกวดวงดนตรีเยาวชนระดับประเทศในบทเพลงคาราบาว โดยมูลนิธิคาราบาวและคาราบาวแดง ร่วมกับช่อง 1 เวิร์คพอยท์ เฟ้นหา สายเลือดใหม่ คนพันธุ์บาว โดยคณะกรรมการทั้ง 3 ท่าน ประกอบไปด้วย พี่เขียว คาราบาว – พี่แมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม และ พลพล พลกองเส็ง จาก 80 วงดนตรี ที่ผ่านเข้ามาในรอบ ออดิชั่น ณ เวิร์คพอยท์ สตูดิโอ จะมีกี่วง ที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป หรือจะมีวงไหนทำ Perfect Score เพื่อฟาสท์แทร็คไปรอบ Semi-Final ได้อีก กติกา Bao Young Blood ในรอบ ออดิชั่น คณะกรรมการแต่ละท่าน จะมีคะแนนทั้งหมด 4 คะแนน (รวมเป็น 12 คะแนน) ซึ่งในระหว่างที่แต่ละวง กำลังทำการแสดง กรรมการมีสิทธิ์ที่จะให้ หรือ ไม่ให้ คะแนนก็ได้ วงไหนได้คะแนนจากทั้ง 3 คณะกรรมการเกิน 9 คะแนนขึ้นไป ถือว่า “ผ่าน” และเมื่อการแสดงจบลง กรรมการแต่ละท่านสามารถ เปลี่ยนใจได้ โดยการ เพิ่ม หรือ ลดคะแนนลง และถ้าวงไหน ที่ได้ 9 คะแนน ขึ้นไป จะต้องทำการแข่งขันอีกครั้ง เพื่อหาวงที่ได้ไปต่อในรอบ Semi-Final และพิเศษ วงไหนทำคะแนน Perfect Score (12 คะแนนเต็ม) วงนั้นจะผ่านเข้าไปรอแข่งขันในรอบ Semi-Final ทันที วงไหนจะผ่านเข้ารอบ ออดิชั่น ต้องติดตามใน Bao Young Blood ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิต ย้อนหลัง รายการ Bao Young Blood ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิต รอบออดิชั่น ep4 — 1/4 ย้อนหลัง รายการ Bao Young Blood ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิต รอบออดิชั่น ep4 — 2/4 ย้อนหลัง รายการ Bao Young Blood ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิต รอบออดิชั่น ep4 — 3/4 ย้อนหลัง รายการ Bao Young Blood ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิต รอบออดิชั่น ep4 — 4/4 ติดตามชม รายการ Bao Young Blood ดนตรีสร้างคุณค่าชีวิต ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 16.30 น. ทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์

ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ /  ดาราวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ กับ 6 หนุ่มแก๊งหินกลิ้ง และแก๊งสาวบัวชมพูกัน และรู้หรือไม่ว่า แก๊งวัยรุ่นในตำนานนี้ ถูกนำมาสร้างแล้วถึง 3 รุ่น แต่ใครจะทันยุคไหนสมัยไหนกันบ้าง และจำพวกเขาคิดถึงพวกเขาขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ   ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เริ่มต้นกันด้วยรุ่นแรก กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยครั้งแรก เมื่อกลางปี พ.ศ. 2534 เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่โด่งดังมากมาก สร้างสถิติภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาตร์ในเวลานั้น โดยเรื่องราวของ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เป็นเรื่องของ 4 หนุ่มนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหินกลิ้ง ที่เป็นก๊วนแสบประจำโรงเรียน นักเรียนรุ่นน้องชั้น ม.5 อยากสืบทอดเจตนารมณ์ ซึ่งในอีกหลายปีต่อมา คิง สมจริง ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บริหาร โพลีพลัส ได้หยิบหนังเรื่องนี้มาปัดฝุ่นทำใหม่ในรูปแบบละครโดยในตอนแรกๆ ของเรื่อง มอส ปฏิภาณ นักแสดงจากเวอร์ชันหนังได้ให้เกียรติมาร่วมรับเชิญในฐานะรุ่นพี่หินกลิ้งและยังมี ชาตรี ชมพู นักแสดงอีกคนจากในหนังก็กลับมารับบทเดิมอีกครั้งคือ อาจารย์ฝ่ายปกครอง โดยหลายอย่างจากเวอร์ชันหนังยังคงอยู่แต่ได้มีการดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น โดย กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหนึ่ง ชื่อ แก็งหินกลิ้ง มีสมากชิก ดังนี้ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์(มอส)  รับบท  ก้าน @mospatiparn  ประธานกลุ่มหินกลิ้ง ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ชอบใช้ในทางที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง(แท่ง) รับบท หมี @tangsaksitdotcom เป็นนักรัก แต่อกหักตลอดเรื่อง ธีรวัฒน์ อรัญยะนาค (โป๋) รับบท บิ๊ก  ประธานชมรมบาสเก็ตบอลหน้าตาดี แต่ตดเหม็นมาก ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ รับบท ก๋อย ผู้มีความสามารถทางด้านภาษาไทย คือพูดติดอ่างทุกคำพวกเขาทั้งสี่เป็นกลุ่มนักเรียนแสบซ่า สร้างปัญหาให้กับโรงเรียนทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรุ่นน้อง ม.5 ชื่อ ปราโมทย์ แสงศร(โมทย์) รับบท แฉก ที่ขอสืบทอดเจนารมย์ของกลุ่มหินกลิ้งต่อไป กลุ่มหินกลิ้งถูกสบประมาทจากกลุ่มเพื่อนผู้หญิงว่า เป็นกลุ่มบ๊วย ไม่มีอนาคต อยู่เสมอ แต่กลุ่มหินกลิ้งก็ไม่หยุดซ่า สร้างวีรกรรมมิได้หยุดหย่อน พวกเขาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวิทกับนักเรียนต่างโรงเรียนเพราะไปแย่งจีบหญิงคนเดียวกัน ทำให้พวกเขาถูกทำทัณฑ์บน และพวกเขาได้ไปมีเรื่องกับเด็กนักเรียนต่างห้องที่เกเรไม่แพ้กัน วิทิต แลด(เอ) รับบท กรด มีฝีมือในการชู้ตบาสที่ไม่มีใครเหมือน การมีเรื่องในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธภาพระหว่างเพื่อน กรด ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มหินกลิ้งในเวลาต่อมา นอกจากนี้ก็ยังมี กลุ่มสาวๆ 2 คนในเรื่อง ณัฐสิมา คุปตะวาทิน(หมอก) รับบท นิ่ม ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 จากอาการโรคเอสแอลอี ลักษณะคล้ายกับพุ่มพวง ดวงจันทร์ สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ (ปิงปอง) รับบท หญิงแอ๋ว วันหนึ่ง แฉกถูกคู่อริที่เคยมีเรื่องกันครั้งก่อนตีหัวสลบเกือบเอาชีวิตไม่รอด และกรด ต้องลาออกจากโรงเรียนไปทำงานเพราะไม่มีเงินเรียน ก้านเริ่มตระหนักถึงเรื่องความไม่แน่นอน และอนาคตของตัวเอง พวกเขากลับตัวกลับใจ เริ่มต้นเป็นคนดีของพ่อแม่ ครู อาจารย์ และเพื่อน ก่อนจบการศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครบรอบ 25 ปีของโรงเรียน ก่อนถึงวันงาน ก้านตั้งปณิธานกับตัวเองและเพื่อนๆ ว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" วันงานพวกเขาตั้งใจทำอย่างดีที่สุด และแล้วทุกกิจกรรมที่พวกเขาทำล้วนประสบความสำเร็จสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวของพวกเขาเอง ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนที่พวกเขารักเช่นกัน หลังจากนี้พวกเขาจะต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พวกเขามีฝันความฝันและต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 2 ในรูปแบบละคร ทางช่อง 7 ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม  2545   ตอนนี้นักแสดงรุ่นนี้ ก็อายุ 30 อัพกันแล้ว ใครทันกันบ้าง นำโดย แก็งค์หินกลิ้ง สุวินิต ปัญจมะวัต ( หนุ่ม ) รับบท กล้า หรือต้นกล้า พงศกร มหาเปารยะ ( แต๊ง ) รับบท ปกป้อง หรือ ป้อง  @thankpm ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล ( เบ็น ) รับบท พี หรือพีศิลป์ อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ( ฟาน) รับบทกร๋อย หรือยินดี @fanarista (^^หล่อมว๊ากกก) ดนัย ตันธนะศิริวงศ์ ( เจสซี่ ) รับบท กรดหรือมงกรด จิตตริน กุลกัลยาดี  ( ดีเจเจมส์ ) รับบท โมน   @djjem_efm 3 สาว บัวชมพู เบญจณัฎฐ์ อักษรนันทน์ (จิ๊บ) รับบท เดือนสิบ @jibbenjanat ญาดานุช โรจจนวัฒน์ ( เตย ) รับบท เกี๊ยวซ่า @th_toeyhom กาญจน์คนึง  เนตรสีทอง (มีน) หรือ มีน AF 7 รับบท จงรัก  @nongmeenn หลังจากนั้น ความแตกต่างจากภาคแรกก็คือ การเพิ่มสมาชิก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นกลิ้งจูเนียร์ หรือ หินกลิ้งจูเนียร์ (ละคร) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2547  โดยมี 3 หนุ่ม กลิ้งจูเนียร์/หินกลิ้งจูเนียร์ ดังนี้ โชคชัย  บุญวรเมธี (บอย) รับบท บอยไท หรือ บอย @boy_chokchai บุญฤทธิ์  ดุจพิบูลย์ผล (แม็ก) รับบท เก่งกาจ หรือ เก่ง ภานุรุจ ภานุรุจ เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ตามมาด้วย 3 สาว บัวชมพูจูเนียร์ ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า  ชโลทร  กาหลง(กระต่าย) รับบทไวไว  @rabbiitch พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่  ต่อมา ก็ถึงรุ่น กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 3 (ละคร) ปี 2549 นำโดยแก็งหินกลิ้งกลุ่มใหม่ กับ จูเนียร์เดิม ผสมกัน ภานุรุจ  เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ธอร์น  (แก๊งหินกลิ้งจูเนียร์เดิม) จินดาโชติ (ฌอห์ณ) รับบท กึกก้อง หรือ ก้อง @seanjindachot อลัน ยงยืนนาน(แอมเมอร์) หรือ ศิลปินดูโอ ลาฟเฟอร์ แอมเมอร์ รับบท ยูยะ  มิตรชัย ใจสงฆ์(มิกซ์) รับท กัมพ์  ภาณุพงศ์ เศรษฐเสถียร(โอ๊ค) รับบท เดี่ยว หรือ เดี่ยวไฮเทค @oakz_panupong พชร กระต่ายทอง(ใหม่) รับบท ชายน้อย    และที่ขาดไม่ได้  3 สาว บัวชมพู ซึ่งต่อจาก บัวชมพูจูเนียร์ เดิม พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่ ชโลทร กาหลง (กระต่าย) รับบท ไวไว ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า หลังจากนั้น "แก๊งหินกลิ้ง" ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย ชายน้อย, กัมพ์, แน่วแน่ ไม่พร้อมที่จะแสดงต่อไป จึงทำให้ต้องทำการหานักแสดงใหม่ด้วยโครงการ “ชวนน้องมาลองกลิ้ง” จนได้ทั้งสามคนใหม่ ดังนี้ ลูกหมู วิริยะ จิตภักดี  รับบท "ชายพจน์" ที่มีคาแรกเตอร์เป็นเด็กเรียน แอบซนนิดๆ     คิก ภูมิมสิทธิ์ ตั้งพินิจการ พัตเตอร์ ภัทรนันท์ จามิกรณ์ น้องชายแพนเค้ก-เขมนิจ รับบทเป็น "เคนโด้" @putteros เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนสมัยเรียน อย่างห้องเรียน กระดานดำ การเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ชั่วโมงโฮมรูม หรือจะเป้นการลอกการบ้าน แอบเล่น MSN โดดเรียนจนต้องเข้าฝ่ายปกครองบ่อยๆ คิดถึงจัง^^ แต่แบบไหนที่ไม่ดี ก็อย่าเอาไปเป็นแบบอย่างนะคะ เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ วิกิพีเดีย, sharerice, 70-90memory.blogspot.com

หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!!
อั้ม อธิชาติ /  เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

หวาดเสียวไปตามๆ กัน!! เมื่อพระเอกกล้ามปู อั้ม อธิชาติ โชว์ท่ายากโหนผ้าจากชั้น 4 กลางเซ็นทรัลเวิลด์ ลงมาช่วยนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ จากเหล่าผู้ร้าย พร้อมควงคู่บู๊สนั่นกลางงานเปิดตัว Ati Power ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของ หนุ่มอั้ม ที่นั่งแท่น CEO และแบรนด์แอมบาสเดอร์ ภายในงานมีทั้งเพื่อนฝรั่งคนสนิทของ สาวเจนี่ อย่าง หนุ่มเจสัน และภรรยาคนสวยของ หนุ่มอั้ม อย่าง นัท มีเรีย รวมถึงเพื่อนรักอีกคนอย่าง แอน ทองประสม มาร่วมให้กำลังใจติดขอบเวทีเลยทีเดียว!! งานนี้สองพี่น้องห้อยโหนกำลังใจล้น เข้าขากันเป๊ะเว่อร์สุดๆ เรื่องบู๊ขอให้บอกชิมิ อั้ม-เจนี่ !! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! เจนี่-อั้ม หนุ่มเจสัน มาให้กำลังใจ เจนี่ แอน ทองประสม มาให้กำลังใจ หนุ่มอั้ม นัท มีเรีย มาให้กำลังใจสามี

สยอง!! เจ้าลัทธิเก๊ ลวงชาย 400 คนตัดเจ้าโลกทิ้ง
ตัดอวัยวะเพศทิ้ง /  สื่ออินเดียแฉ / 

แฉพฤติกรรมสุดสยอง  เจ้าลัทธิลวงโลก หลอกชาย 400 คน ตัดอวัยวะเพศทิ้ง อ้างวิธีนี้สามารถทำให้ใกล้ชิดเทพเจ้า วันที่ 1 มี.ค.2558 เว็บไซต์ข่าวอังกฤษ “เดอะ เมโทร” รายงานจากประเทศอินเดีย ว่า สื่ออินเดียแฉ นายเกอร์มีต ราม ราฮิม ซิงห์ ชาวอินเดีย เจ้าลัทธิลวงโลก “เดรา ซาชา เซาดา” ที่มีผู้เชื่อถือทั่วโลกถึงราว 40-50 ล้านคน หลอกผู้ชายจำนวน 400 คน ให้จัดการจัดอวัยวะเพศตนเองทิ้ง อ้างการตอนจะเป็นวิธีให้สามารถเข้าใกล้เทพเจ้ามากขึ้นได้ ทำให้มีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมากและเข้ารับการตัดอวัยวะเพศที่โรงพยาบาลที่มีเขาเป็นเจ้าของ ทั้งนี้ การประกาศให้ชายซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดียตัดอวัยวะเพศเกิดขึ้นเมื่อราวปี 2543 หรือเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่เหยื่อที่หลงเชื่อเพิ่งจะกล้าที่จะออกมาเปิดเผยข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อไม่นานมานี้ นายซิงห์เป็นเจ้าลัทธิที่มีอำนาจและทรัพย์สินรวมกันแล้วมากถึง 26ล้านปอนด์อังกฤษ (ราว 1,300 ล้านบาท) นอกจากนี้ ยังผันตัวเองมาเป็นนักแสดงในภาพยนตร์ของเขาเองอีกด้วย ขณะนี้ตำรวจกำลังสืบสวนเรื่องราวจากคำฟ้องร้องของชายที่หลงเชื่อนายซิงห์เมื่อ 15 ปีก่อน และยังออกหมายจับนายซิงห์ด้วยข้อหาเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนักข่าวที่ตามสืบเรื่องของเขาเมื่อ ปี 2545 รวมทั้งดคีล่วงละเมิดทางเพศสาวกที่เป็นหญิงหลายราย ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เจ้าหน้าที่เผยว่า เคยได้รับแจ้งหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีใครเอาผิดนายซิงห์อย่างจริงจังได้ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก  เดลินิวส์ออนไลน์

เก็บตก!! พรมแดงสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24
ใหม่ ดาวิกา /  เต้ย จรินทร์พร / 

ผ่านพ้นไปอย่างสวยงาม สำหรับงานประกาศรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2557 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเย็นวานนี้ (1 มี.ค.) ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีเหล่าซุปตาร์ตบเท้าร่วมงานมากมาย อาทิ ใหม่ ดาวิกา, เก้า จิรายุ, เต้ย จรินทร์พร, ไอซ์ ปรีชญา, หนูนา หนึ่งธิดา, สายป่าน อภิญญา, เก้า สุภัสสรา และคนอื่นๆ อีกมากมาย โดยปีนี้รางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยมได้แก่ เก้า จิรายุ จากหนัง ตุ๊กแกรักแป้งมาก และผู้แสดงนำหญิงได้แก่ เต้ย จรินทร์พร จาก Timeline จดหมาย ความทรงจำ ส่วนผู้แสดงสมทบหญิงตกเป็นของ สายป่าน อภิญญา จากหนัง ภวังค์รัก ฝ่ายสมทบชายตกเป็นของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ จากหนัง แผลเก่า และหนังทำเงิน 100 ล้านอย่าง คิดถึงวิทยา กวาดไปทั้งหมด 6 รางวัล ส่วนภาพยนตร์ยอดเยี่ยมได้แก่ ภวังค์รัก จ้าาาา!! เต้ย-เก้า-สายป่าน ใหม่ ดาวิกา เต้ย จรินทร์พร ไอซ์ ปรีชญา หนูนา หนึ่งธิดา สายป่าน อภิญญา เจนสุดา ปานโต เก้า สุภัสสรา นก สินจัย เพลง-เก้า เจ้าสัวบุญชัย-ตั๊ก บงกช