อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ

พีช พชร รู้ซึ้งถึงความรัก!! มีแฟนอยู่แล้วแฟนดันไปชอบคนอื่น มันสามารถเกิดขึ้นได้
พีช พชร

               ผลงานมีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับหนุ่มหล่อมาดติสต์ พีช พชร ล่าสุดร่อนภาพยนตร์เรื่อง รักของเรา The Moment มาให้คอหนังได้ชื่นชมกัน เรียกว่าส่งผลงานมากี่เรื่องโดนใจแฟนคลับตลอดๆ แต่ไม่รู้ว่าผลงานเรื่องไหนที่โดนอกโดนใจหนุ่มเจ้าที่สุด วันก่อนเจอะเจอตัวเป็นๆ เลยตรงเข้าไปถามไถ่ซะหน่อย ซึ่งหนุ่มพีชก็ตอบมาว่า...ผลงานการแสดงเรื่องไหนโดนใจพีชที่สุด?               "ล่าสุดเลยครับ 'รักของเรา The Moment' แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ อยู่นะ คือมันก็เป็นหนังรักแหละ แต่มันไม่ได้เหมือนหนังรักทั่วไป มันมีความเป็นเรื่องจริงมากขึ้น ไม่ได้แฟนตาซี หนังรักส่วนใหญ่มันจะมีเหตุการณ์ให้รักกัน แต่เรื่องนี้ทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริงหมด สามารถเกิดเรื่องรักแบบนี้ได้ในความเป็นจริง ผมเลยรู้สึกว่ามันต่างจากหนังรักเรื่องอื่นๆ ต่าง...แต่ไม่ได้ยากไปกว่ากัน ผมมองว่าสุดท้ายแล้วความรักมันก็เข้าใจได้ทุกคน เข้าใจง่ายเพราะว่ามันไม่แฟนตาซีเลย ทุกคนสามารถเจอได้ เราสามารถมีความรู้สึกแบบนี้ได้"รับบทเป็นใครในเรื่อง?              "ในเรื่องผมรับบทเป็นคนไทยที่ทำงานแล้วเดินทางไปหาแฟนที่เรียนอยู่เมืองนอก แล้วไปรับรู้ว่าแฟนตัวเองมีชู้ จากนั้นก็ได้เจอกับ เก้า สุภัสรา ซึ่งแฟนเขาก็ดันเป็นชู้กับแฟนเรา เรื่องมันเลยเริ่มต้นขึ้น ต้องช่วยกันตามหาแฟน คือแฟนเราหายตัวกันไปทั้งคู่ ออกตามหาว่าเรื่องราวมันคืออะไร คือทุกคนมาจากเมืองไทยแล้วไม่มีใครรู้อะไรเลย สุดท้ายพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ คนเราไปอยู่เมืองนอกมันก็อยู่คนเดียวไง คนที่เราเจอเป็นแค่คนไทยคนเดียวที่เรารู้จักที่โน่น ทุกอย่างมันเลยทำให้เกิดคำถามที่ว่า จริงๆ แล้วเราอยู่ด้วยกันนี่คือเราชอบกันหรือเปล่า มันมีเหตุการณ์เยอะอยู่ครับ"ชีวิตจริงเคยเหตุการณ์แบบในหนังไหม?               "เคยนะครับ บางทีเราอยู่ด้วยกันมากๆ ผ่านเวลามาด้วยกันเยอะ มันจะรู้สึกได้เองโดยธรรมชาติ แต่เรื่องแฟนมีชู้อันนี้ยังไม่เคยเจอ (ยิ้ม)"ประทับใจอะไรในหนังเรื่องนี้?               "ผมชอบในตัวเรื่องของหนัง ผมคิดว่ามันมีความเป็นไปได้ สุดท้ายแล้วความรักมันไม่เลือกอะไรเลย มันจะเกิดขึ้นเวลาไหนก็ได้ เกิดกับใครก็ได้ สามารถเกิดขึ้นแม้กระทั่งตอนที่เรามีแฟนก็ได้ ทุกอย่างมันเกิดได้หมด เราสามารถไปชอบคนอื่นได้ มันเป็นเรื่องของใจมนุษย์ ผมเลยรู้สึกว่า เฮ้ย!!! มันจริงว่ะ สมมุติว่าเรามีแฟนอยู่ แล้วแฟนดันไปชอบคนอื่น มันก็สามารถเกิดขึ้นได้ เกิดกับใครก็ได้ ผมรู้สึกว่าผมอินกับเรื่องนี้"ได้ร่วมงานกับ เก้า สุภัสรา อีกแล้ว?                "คือทำงานด้วยกันมา 3 ปีแล้วกับเก้า ในซีรีส์ ฮอร์โมน เราไม่ได้โคจรมาเจอกันมากขนาดนี้ เก้าจะไปอยู่กับ ต่อ ธนภพ ซะเยอะ ซีนที่เกี่ยวข้องกันมันก็จะน้อยมาก เลยไม่ค่อยได้ทำงานในซีนเดียวกัน เรื่องนี้พอมาเล่นด้วยกันมันก็ต้องเวิร์กช็อปด้วยกันเยอะ ตอนฮอร์โมนเวิร์กช็อปกันเป็น 10 คน แล้วแยกตามคู่ตัวเอง ซึ่งผมจะอยู่กับ แพทตี้ อังศุมาลิน ซะเยอะ ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกับเก้าแบบเป็นจริงเป็นจัง เรื่องนี้มาทำร่วมกันเลยรู้สึกว่าเจ๋งดี เก้าเป็นนักแสดงที่ดีมาก ผมไม่เคยเห็นเขาเล่นหนังมาก่อน คือหมายถึงในแง่มุมตอนถ่ายทำ เขาโตขึ้นกว่าตอนที่เราเล่นซีนแรกด้วยกันในฮอร์โมนเยอะ (ตอนที่เขาเป็นสไปรท์ในห้องน้ำ) จากวันนั้นเก้าเก่งขึ้นเยอะ เขาพาผมไปในที่ที่ผมไปไม่ถึง เวลาผมแสดงบางทีผมจะมีนิสัยเสียคือชอบคิดภาพล่วงหน้า พอผมได้เล่นกับเก้ามันรู้สึกว่าซีนนี้สามารถไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ มันดราม่ากันได้ขนาดนี้เลยนะ เก้าเป็นนักแสดงที่ผมค่อนข้างแฮปปี้ที่สุดเท่าที่เคยร่วมงานกับใครมาเลยครับ"มีซีนไหนที่ประทับใจไหม?               "มีครับ ผมชอบช่วงถ่ายทำที่ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก ผมเป็นคนที่ดวงดีมากนะ ทำงานกี่เรื่องก็ไปลงนิวยอร์กทุกเรื่อง (ยิ้ม) ชอบครับ มันถ่ายยากมาก ยากที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานมา ยากตรงที่มันเป็นกล้องที่ตามเราไปเรื่อยๆ คนแถวนั้นถ้าเขาหันมองกล้องปุ๊บ คือทุกอย่างพังหมดต้องเริ่มใหม่ แล้วซีนนั้นมันประมาณ 15 นาที ต้องเดินแหวกผู้คนอยู่ในไทม์สแควร์ กล้องก็ต้องเหวี่ยงมารับหลังเรา แล้วก็เหวี่ยงมารับหน้าเรา ทุกอย่างไม่มีการเซฟโดยการคัท มันไม่มีจังหวะคัทช่วยเราเลย เพราะฉะนั้นเราต้องแบกตัวเองให้ได้ทั้งหมด 15 นาที แล้วซีนนี้อารมณ์ต้องเยอะมาก ผมชอบเพราะเวลาที่ผมทำได้ แล้วผมหันไปมองทีมงานทุกคนมันจะแฮปปี้มาก คือทุกคนเหนื่อย พอทำได้มันจะแฮปปี้ เราไม่สามารถขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวจำนวน 400-500 คน ในเวลาเดียวกันได้ โอเคว่าถ้าโปรดักชั่นเราใหญ่เหมือนฮอลลีวู้ด เราเซตเอ็กซ์ตร้าได้สบายๆ แต่นี่มันไม่ใช่ จะบอกว่าเราเจ๋งกว่าฮอลลีวู้ดก็คงไม่ใช่อีก เพราะมันยากคนละแบบ อันนี้ก็แค่ต้องอาศัยหลายเทคหน่อย มีการวัดดวงด้วย (ยิ้ม) ประทับใจครับ"ย้อนไปตอนที่ถ่ายทำเสร็จ คาดหวังถึงกระแสตอนหนังเข้าโรงไหม?               "ตั้งแต่ทำงานมา ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องกระแสเลยนะ คืองานมันทำออกไปแล้ว เราจะมาหวังอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้ ได้แต่คิดว่าทำให้มันออกมาดีที่สุดก็พอ คือคนดูแฮปปี้ที่สุด คนที่เขาเสียเงินเข้าไปนั่งดู ออกมาแล้วเขาแฮปปี้เหมือนกับตอนที่ผมถ่ายทำก็โอเคแล้ว"ถ้าเลือกบทได้อยากเล่นแบบไหน?               "ได้หมดครับ อยู่ที่ว่าอ่านบทแล้วชอบหรือเปล่า"ขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจากภาพยนตร์เรื่อง รักของเรา The Moment  พีช พชร   พีช - เก้า   เก้า - พีช   พีช - เก้า   พีช พชร   พีช - เก้า

แอน ทอง ยันอีกเสียง!! ณเดชน์-ญาญ่า แค่พี่น้อง ไม่มีกุ๊กกิ๊กกลางกองถ่าย
แอน ทองประสม /  ณเดชน์ ญาญ่า / 

  เรียกได้ว่าเป็นผู้จัดมืองทองอีกคนที่มีผลงานออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับสาว แอน ทองประสม ที่มีผลงานที่เพิ่งลาจอไปอย่าง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ทำเอาเรตติ้งถล่มทลาย ถูกใจแฟนคลับมาก ทั้งนี้สาวเจ้ายังไม่หยุดพักลุยงานผู้จัดกองละคร ลิขิตรัก ซึ่งได้ หนุ่มณเดชน์ คูกิมิยะ กับ สาวญาญ่า อุรัสยา มาเป็นคู่พระ-นาง เรียกได้ว่าเป็นการร่วมงานครั้งแรกระหว่างผู้จัดสาวกับคู่จิ้นฟินเว่อร์ ล่าสุดได้เจอตัวผู้จัดสาว แอน ทองประสม ในงาน "L'Oreal Youth Code, Swith On Your Skin...เปิดสวิตช์ความอ่อนเยาว์ให้ผิวด้วยลอรีอัล ยูธโค้ด" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวได้เผยว่าวาเลนไทน์ที่ผ่านมาไม่ได้ให้อะไรเป็นพิเศษกับแฟนหนุ่ม เอ ทินพันธ์ เพราะคบกันมา 15 ปี เข้าใจกันดีอยู่แล้ว ส่วนที่มีดราม่าเรื่องรูปที่โพสต์ลงไอจีนั้นไม่มีอะไร ภาพที่ออกมาเป็นเพียงมุมกล้อง ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง สำหรับการร่วมงานกับพระ-นางละครเรื่องใหม่เป็นเรื่องที่ดี ทั้งคู่เป็นมืออาชีพ ดูแลง่าย ส่วนที่ว่ามีสวีทกันในกองหรือไม่นั้น สาวแอน ตอบว่ายังปกติ ไม่กลัวคนนักแสดงคนอื่นน้อยใจที่ดูแล ณเดชน์-ญาญ่า เป็นพิเศษ เพราะตนดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม ส่วนเรื่องแพลนแต่งงานเมื่อไหร่นั้นเจ้าตัวจะบอกอีกที วาเลนไทน์ที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง   "ของแอนอยู่กองถ่าย กองลิขิตรัก พี่เอก็ไม่ได้มีเซอร์ไพรส์อะไร ก็ทำงานอยู่กับน้องญาญ่า น้องณเดชน์ น้องกระทิง อยู่แต่กับเด็กวัยรุ่นทุกคนก็โอดครวญว่าพี่แอนใจร้ายทำไมลงคิวถ่ายวันวาเลนไทน์ จริงๆ คือคิวทุกคนมันได้วันนั้นพอดี แล้วทุกคนก็จะแบบ โอ๊ย อยากกลับบ้าน อยากไปเที่ยว มีให้ดอกไม้ไหม ก็ไม่มีนะ แต่แอนก็จะบอกเขาว่าแฮปปี้วาเลนไทน์ไม่ลืม ก็บอก ที่เห็นในไอจีมีรูปดอกไม้ อันนั้นเป็นเพื่อนแอน เพื่อนทำร้านดอกไม้ แล้วเขาก็ทำให้แอนทุกปี ก็ขอบคุณเขา เพราะว่าเป็นดอกเดียวที่ได้ มีคำหวานๆ ให้กันไหม   "ไม่มีค่ะ ก็มีแค่แฮปปี้วาเลนไทน์นะเอ แค่นั้น เขาก็รู้แล้วแหละว่าหมายถึงทุกอย่าง ไม่ต้องบรรยายเยอะ ไม่มีย้อนหลัง 15 ปีแล้ว มันเป็นมากกว่าแฟน เป็นเพื่อน เป็นทุกอย่าง ซึ่งเราก็มีความปรารถนาดีให้กัน" ไม่มีปัญหาอะไร   "ไม่มี ก็พยายามประคองให้มันไม่มี" เรื่องโยคะที่มีดราม่าเป็นยังไง   "มีดราม่าด้วยเหรอ จริงๆ มันเป็นมุมกล้องที่แอบหลอกตา แอนกับน้องยืนอยู่บนโขดหิน ซึ่งข้างล่างเป็นพื้นห่างไปประมาณ 5-6 ศอก เราถ่ายเสยขึ้นฟ้าก็เลยดูเหมือนเราอยู่บนผา แต่จริงๆ ไม่ใช่ แอนก็ไม่กล้าไปเล่นอย่างนั้น ไม่เซียนพอ" ตอนที่โพสต์กลัวไหมว่าจะเป็นดราม่าได้   "ไม่ๆ ไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนเราถ่ายมันก็เหมือนสนามฟุตบอล แต่มันมีหินก้อนนึงโผล่ขึ้นมา แล้วเวลายิงออกไป มุมกล้องมันทำให้รู้สึกเหมือนมันเวิ้งว้างมากกว่า จริงๆ แอนเล่นโยคะ เรามีความปรารถนาดีให้คนโฟกัสว่ามันสนุก มันทำที่ไหนก็ได้ เรามาโฟกัสในที่ๆ ไม่ต้องไปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม เราไม่ได้อยากให้โฟกัสในเรื่องตกผาตกเขา เพราะเราไม่อยากชี้แนะในเรื่องที่มันล่อแหลม แต่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่จะไปโฟกัสตรงนั้น ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่จริงๆ ไม่มีอะไร ต้องระวังในการโพสต์อะไรไหม ก็ไม่นะ คนที่เห็นอาจจะตกใจ เพราะเขาไม่ได้เห็นพื้นที่จริง แต่จริงๆ มันเป็นอะไรที่ดีนะ แอนอยากแชร์ให้ทุกคนเล่น" เห็นว่าเลือกสถานที่สวยๆ ถ่าย   "ใช่ค่ะ เพราะโยคะมันเล่นที่ไหนก็ได้ เพราะเราใช้แค่ร่างกายเรา แล้วเราก็พาเขาไป ไปหายใจ ไปเอาออกซิเจน แอนอยากให้ทุกคนมีความสุขกับการเล่นแค่นั้นเอง" กับละคร น้องณเดชน์-ญาญ่า เป็นยังไงบ้าง   "ถ่ายทำอยู่ยังไม่เสร็จเลย อีกเยอะมาก ยังไม่ถึง 50 % เลยมั้ง หรือ 50 แล้วก็ไม่รู้ ไม่ได้นับ ถ่ายไปเรื่อยๆ ทั้งสองคนเป็นเด็กที่น่ารักมาก ดูแลง่ายมาก กินง่ายอยู่ง่ายมาก แล้วก็อึด ถึก ทนมาก ซึ่งยอมรับหัวใจเลย เขาทำงานกันเยอะ ไม่มีหงุดหงิดเหนื่อยล้า เวลาเราขอให้ทำนั่นทำนี่ เขามืออาชีพมาก" ก่อนหน้านี้พี่เอพูดว่าน้องสองคนเป็นพี่น้องกัน แต่ญาญ่าเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอนุญาตให้ณเดชน์เรียกว่าแฟนได้สุดท้ายสองคนนั้นเป็นยังไง   "ก็เป็นพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้วยกันอย่างคล่องและรู้จักกันดี หมายความว่ามันเหมือนคุ้นมือกัน เคยเล่นกันมาหลายเรื่อง ก็จะรู้จักจังหวะกัน เป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือกันได้ดี ในทางการแสดงเวลาเราเล่นคู่กับใคร มันจะลงตัว" เขาดูเหมือนแฟนกันไหม   "ไม่มีค่ะ ก็ดูปกติมาก ใช้ชีวิตปกติ" อย่างวันวาเลนไทน์เขามีให้ของขวัญอะไรกันไหม   "ไม่มีค่ะ เขายิงปืนใส่กันอย่างเดียว เพราะมีฉากบู๊แอนก็ไม่เห็นอะไร" กลัวนักแสดงคนอื่นน้อยใจไหมที่เห็นพี่แอนประคบประหงมสองคนนี้   "ไม่เลยค่ะ สองคนนี้ดูแลง่ายมาก ส้มตำจานนึงก็อยู่กันได้แล้ว ยังแซวญาญ่าเลยว่าแสดงอะไรบ้างไหมที่แสดงออกว่าเหนื่อย เขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เลย เก่งมาก ไม่มีอะไรอย่างอื่นนะ ปกติ กับนักแสดงคนอื่นๆ เท่าเทียมกันหมด โต๊ะก็นั่งเหมือนกันหมด กินก็กินเหมือนกันหมด ไม่กลัวคนอื่นไม่พอใจนะ เพราะว่าทั้งสองคนนี้อาจจะเข้าฉากด้วยกันถี่ ก็จะเจอเราบ่อย" เอามาร่วมงานครั้งแรกก็ประทับใจเลย   "ประทับใจ จริงๆ ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ เพราะว่ายังไม่เคยทำงานกับน้อง แล้วเขาก็อยู่ในกองที่ผู้จัด ผู้ใหญ่ดูแลมาอย่างดี มืออาชีพมาตลอด เราเป็นผู้จัดใหม่ บางทีการดูแลอาจจะตกๆ หล่นๆ เราพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ตรงนั้น เวลาเราเป็นนักแสดงเราต้องการอะไร บางทีเราไม่ต้องการอะไรมากแค่น้ำเย็นๆ สักแก้วในเวลาที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องของแพง อันนี้มากกว่าที่เรารู้สึกว่าเราจะดูแลเขาได้พอเหมาะในจังหวะที่ต้องการหรือเปล่า กลัวเขาเหนื่อย แต่เขาไม่กล้าร้องขอ แต่ขอปรบมือให้จริงๆ รวมทั้งนักแสดงคนอื่นที่แอนแคสมาด้วย เรื่องลิขิตรัก ทุกคนมาทำงานที่มันยาก เด็กรุ่นใหม่เขาพร้อมที่จะเปิดรับทุกสิ่ง ไม่มีอีโก้ จะเสร็จเมื่อไหร่ อยากให้เสร็จกลางปี จะได้มีเวลาเที่ยว พักผ่อน ใช้ชีวิตส่วนตัวบ้าง เรื่องต่อไปยังไม่มีเเพลน เอาเรื่องนี้ก่อน เรื่องแต่งงานเดี๋ยวบอกอีกที" แอน ทองประสม   แอน ทองประสม   แอน ทองประสม   ณเดชน์ ญาญ่า   แอน ณเดชน์ ญาญ่า  

ลูกตาล ชโลมจิต แหวกอกยังโสดสนิทหลังเลิกสามีฝรั่ง ถึงจะ 44 กะรัตก็เลือกผู้นะ!!
ลูกตาล ชโลมจิต /  ข่าวบันเทิง / 

หลังเลิกราแบบจบไม่สวยกับสามีนายแบบฝรั่งชาวฮังการี อดัม ซีมา ไปเมื่อ 2 ปีก่อน สำหรับนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ลูกตาล ชโลมจิต วัย 44 กะรัต ที่ล่าสุดจัดเต็มออกสื่อมาในชุดเซ็กซี่รัดรูปแนบเนื้อแหวกอกโชว์อึ๋มลึกไปถึงหน้าท้อง พร้อมจับมือหุ้นส่วนอย่าง อองตวน ปินโต เปิดตัวธุรกิจ Hotman Factory อาณาจักรสถานที่ออกกำลังกายย่าน RCA มีโอกาสอัปเดตสถานะหัวใจว่า ตอนนี้โสดสนิท 100% ยังไม่มีหนุ่มๆ มาดูแล ซึ่งก็เปิดรับอยู่ ความสัมพันธ์กับอดีตสามีเป็นเพื่อนกันได้ เจอกันบ่อยเพราะฝ่ายชายมาเป็นที่ปรึกษาให้ในเรื่องธุรกิจ แต่ไม่มีโอกาสรีเทิร์นแน่นอน "วันนี้งานเปิดตัว Hotman เมื่อก่อนเราเปิดสาขาที่ Factory เป็นยิมสตูดิโอเล็กๆ ตอนนี้เรารู้สึกว่าลูกค้าเราเยอะมากขึ้น เราก็เลยขยายมาเป็นใหญ่ขึ้นค่ะ เราก็นำเทคโนโลยีแบบใหม่ เช่นรองเท้า Kangoo Jumps ซึ่งเป็นรองเท้ากระโดดเป็นที่แรกของเอเชียแล้วก็ของประเทศไทย เห็นว่าตรงนี้มันเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการออกกำลังกายได้ดีแล้ว คุณอองตวนมียิมมวยสาขาแรกอยู่แล้วก็เลยเชิญมาเปิดด้วยกันข้างๆ จะได้เป็นอาณาจักรการออกกำลังกายร่วมกัน เราเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วค่ะ ย้ายมาเราก็ทำประมาณ 5-6 เดือน ส่วนที่เก่าปรับปรุงเปลี่ยนแปรงใหม่หมดเลยนะคะ" "ความสัมพันธ์กับอดีตสามี ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกันค่ะ คุณอดัมไปเมืองนอก ด้วยความที่เขาเป็นเทรนเนอร์เขาก็ได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา ก็นำมาพัฒนา Hotman เรื่อยๆ ค่ะ หลังจากที่เลิกรากันไปเข้าก็มาช่วยเหลือในเรื่องธุรกิจ ไม่ได้รีเทิร์นค่ะ คงไม่มีโอกาสอย่างนั้นหรอกค่ะ แต่เรื่องทำงานคงได้เจอกันบ่อย หลังจากนี้เราก็จะมีสาขาจากในห้างขึ้นมา คิดว่าปีนี้จะมีเพิ่มเวทอีก 3 สาขาด้วยค่ะ ทำงานด้วยกันคงไม่มีปัญหาแล้วค่ะ ตอนนี้เขาเป็นที่ปรึกษาแล้วค่ะ ไม่เหมือนเมื่อก่อน เจ้าของหัวใจคนใหม่ยังไม่มีค่ะ ยังเปิดรับอยู่โสด 100% ก็มีคนเข้ามาคุยบ้างนิดหน่อย แต่เป็นแฟนยังไม่มี สเปกอะไรก็ได้ไม่จำเป็น แต่อายุมากขึ้นก็ยังเลือกนะ หนุ่มๆ ที่เห็นไปด้วยกันเยอะๆ คือเทรนเนอร์ของเราเองค่ะ ที่ยิมเรามีแต่เพื่อนๆ เวลาไปกินข้าวที่ไหนคนจะเข้าใจผิด" "โอกาสสลัดผ้าถ่ายแบบ พี่ก็สลัดอยู่บ่อยๆ ยังไม่มีถ่ายเซ็กซี่ขึ้นปก แต่ก็มีจ้างเข้ามา แต่คิดว่าถ่ายสนุกๆ ดีกว่า จริงๆ เราถ่ายเพื่อพีอาร์หรือประชาสัมพันธ์ แต่ที่รับงานคงไม่มี หนังสือคงไม่ได้เห็น จริงๆ ที่เราถ่ายรูปเซ็กซี่เนี่ย คือทำเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า 40 กว่าแล้วยังดูแลตัวเองอยู่ ก็อยากให้คนอื่นดูแลตัวเองเหมือนเราบ้างนะคะ กลัวคอมเม้นท์มั้ยเหรอ เรามีดีก็ต้องโชว์สิ คนติก็มี คนชมก็มีเป็นปกติค่ะ ก็เอาให้เหมาะสมกับงานให้พอดี ปกติที่อยู่บ้านก็จะใส่ชุดกีฬามากกว่า งานในวงการบันเทิงตอนนี้มีละครติดต่อมา ยังไงเดี๋ยวจะแจ้งอีกทีค่ะ" ลูกตาล กล่าว อองตวน-ลูกตาล-ลีโอ ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต ลูกตาล ชโลมจิต

เงินน้องก็เอาหรอ?? เมย์ มีแววสละโสดก่อน เตรียมเสียเงินแสน ให้ อั้ม-หนิง!!
เมย์-เจ /  ข่าว เมย์ พิชญ์นาฏ / 

  อ๊ะๆๆๆ คาดว่างานนี้นางร้ายชื่อดังอย่าง เมย์ พิชญ์นาฎ จะต้องเตรียมจ่ายเงิน 100,000 บาทให้กับพี่สาวสุดเลิฟอย่าง หนิง ปณิตา และ อั้ม พัชราภา แล้วล่ะสิ....เพราะล่าสุดหนิงเล่นแซวสาวเมย์ พิชญ์ โพสต์คลิปที่หนุ่ม เจ ชนาธิป นักฟุตบอลทีมชาติไทยคุกเข่าขอหมั้นคุณเธอ พร้อมแคปชั่นเด็ดๆ ว่า "เป็นคลิปที่ต้องดู เห็นปะกล่องแดง วี๊ดวิ้ว .... @jaychanathip รีบมาไถ่ด้วยนะคะ ยินดีด้วย @maypitchy #มีแฟนแล้วรักแฟนมาก#มีแฟนแล้วแฟนจองแล้ว ( ถ้าไม่มาไถ่ไป โดนหลายลูกแน่) #ว่าแต่มีคนขอแล้วก้อจ่ายมาซะดีๆที่พนันกันไว้ #เคยตกลงว่า#ถ้าไม่มีใคร#พี่ดูแลเอง#แต่มีใคร#จ่ายมา50,000#อ้อ#ของพี่อั้มด้วยนะ @aum_patchrapa"   เพราะก่อนหน้านี้สาวเมย์เคยให้สัมภาษณ์ถึงสาวโสดในแก๊งของ She ว่าสองคนที่ยังไม่ได้แต่งงานคือสาวอั้มและตน ซึ่งถ้าสองคนนี้ใครที่ได้แต่งงานก่อน จะต้องเสียเงินให้อีกฝ่ายจำนวน 1 แสนบาท และสาวเมย์ก็มั่นอกมั่นใจว่าจะได้เงินตรงนี้จากสาวอั้ม แต่แล้วเกมส์ก็พลิก กลับกลายเป็นสาวเมย์ที่ได้สวมแหวนหมั้นซะก่อน งานนี้สาวอั้มก็ไม่รอช้ารีบมาคอมเม้นต์ในคลิปของสาวหนิงทันทีว่า "@ningpanita เราจะเอาเงินไปซื้อไรดีอ่ะ เงินน้องคงช๊อปมันส์" และสาวเมย์ก็ตามมาคอมเม้นต์อีกว่า "@ningpanita @aum_patchrapa เงินน้องก็เอาหรอ" เอ้าาา งานนี้สาวเมย์จะจ่ายตามที่เดิมพันกันไว้หรือไม่ต้องติดตาม ขอบคุณรูปภาพจากไอจี: @ningpanita เมย์ - เจ

ละครอกธรณี (ละครเย็น) , เรื่องย่ออกธรณี (ละครเย็น)
ละคร อกธรณี /  เรื่องย่อละคร อกธรณี / 

อกธรณี ผู้ประพันธ์โดย : ธม ธาตรี (เชิด ทรงศรี)บทโทรทัศน์โดย : วรพันธ์ รวีกำกับการแสดงโดย : ประทุม มิตรภักดีออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร อกธรณี รถสามล้อถีบที่ชายหนุ่มชาวกรุง ลอย(เขตต์ ฐานทัพ) นั่ง กำลังผ่านโบสถ์พราหมณ์และหอพระอิศวรมาถึงตลาดท่าม้าและเบรกหยุดลงทันทีทันใดนั้น กำไล(ทับทิมอัญรินทร์) ที่กำลังรำนำหัวขบวนได้เจอกับลอย ด้วยความดีใจเธอทิ้งขบวนมาหาเขา และบอกว่าลอยมาได้เวลาดอกนุ่นบานพอดี คำพูดนั้นดึงให้ภาพในอดีตหวนกลับมาสู่ลอย คืนดอกนุ่นบานมีความหมายกับเขายิ่งนัก ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ลอย บุญลือ เด็กชายผู้ไม่มีพ่อแม่อาศัยอยู่กับ ย่าจันทร์(เมตตา รุ่งรัตน์) ลอยเป็นคนขี้เกียจเรียน แต่ย่าก็ไม่ได้ให้เลิกเรียน ในชีวิตรั้วโรงเรียนลอยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหัวโจกลูกนายอำเภอ ถวิล วิทยพันธุ์ (อู-ภาณุ สุวรรณโณ) และลูกไล่ 2 คนชื่อ สมพงษ์(วรพรต ชะเอม) กับ เอียด (ฉัตรมงคล บำเพ็ญ) ตลอดเวลา วันหนึ่ง โฉม (ปิยะดา เพ็ญจินดา) แม่ของลอยจะมารับไปอยู่ด้วย ย่าจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของพ่อแม่ให้ลอยฟัง ว่าลอยเป็นลูกนายอำเภอพ่อเดียวกับถวิลทำให้ลอยรู้สึกตกใจมาก ละคร อกธรณี ด้านชีวิตการเรียนลอยโชคดีที่มี สารภี (ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก) พี่สาวของกำไลคอยช่วยติวหนังสือให้ ความสนิทสนมของทั้งคู่กลายเป็นความรักเมื่อทั้งคู่โตเป็นหนุ่มสาว ชีวิตของลอยกำลังดำเนินไปด้วยดี จนวันหนึ่งลอยได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิตว่าย่าจันทร์ตาย ลอยจึงต้องใช้ความรู้ในการทำขนมจากย่าจันทร์ทำขนมขาย โดยมีสารภีและกำไลเป็นผู้ช่วย ลอยส่งเสียตัวเองจนเรียนจบมัธยม 6 เขาบอกสารภีว่าจะไปเรียนต่อที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย กรุงเทพฯ เพื่อให้มีความรู้สูง ๆ จะได้กลับมาสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นหน้าเป็นตาแก่สารภี ตลอดเวลาที่อยู่กรุงเทพฯ ลอยและสารภีเขียนจดหมายรักถึงกันเสมอ ณ วันนี้ ลอยกลับมาบ้านเกิด ลอยให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอสารภีจาก ผู้ใหญ่คล้อย (วันชัย เผ่าวิบูล) พ่อของสารภีและกำไล แม้ผู้ใหญ่คล้อยจะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่ขัดขวางความรักของลูกสาว ก่อนถึงวันแต่งงาน ครูสมพงษ์ ผู้ที่แอบรักสารภีก็ยังไม่เลิกหาทางช่วงชิงสารภีจากลอยทุกวิถีทาง วันหนึ่งคล้อยมีธุระไม่อยู่บ้านแต่ด้วยความเป็นห่วงภรรยา นางผ่อง(วรารัตน์ เทพโสธร) แม่ของสารภีกับกำไล เพราะเป็นโรคหัวใจเจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่ นายคล้อยจึงย้ำให้สารภีดูแลแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น สารภีกีดกันไม่ให้กำไลดูแลแม่ กำไลร้องไห้หนักมากจนเผลอหลับไป กำไลตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องเธอจึงเดินไปห้องสารภี เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในความมืด เมื่อลอยเข้าใจผิดคิดว่ากำไลเป็นสารภีจึงกอดจูบ ซึ่งด้วยความรักที่ฝังลึกในใจทำให้กำไลยินยอมมอบความสาวให้แก่ชายที่เธอรักโดยมิหวังผลตอบแทนใด ๆ และจะไม่มีวันที่ใครจะรู้ นอกจากเธอคนเดียว ละคร อกธรณี แต่เมื่อรุ่งสางทันทีที่สารภีเปิดประตูกลับเข้าห้องนอนตนเองภาพที่เห็น คือ ลอยนอนกอดกำไลอยู่บนเตียงของเธอ ! เธอถอดแหวนหมั้นปาใส่หน้าลอย ประกาศตัดขาดลอย ทำให้นางผ่องโรคหัวใจกำเริบเสียชีวิต คล้อยและสารภีโกรธกำไลและลอยมาก ถึงกับประกาศไล่กำไลออกจากบ้านและห้ามมาร่วมงานศพผู้เป็นแม่ กำไลร้องไห้ซบลงกับผืนดินกราบศพแม่ น้าแม้น (ครูมืด ประสาท ทองอร่าม) มาชวนกำไลให้ไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน ลอยรู้สึกผิดขอโอกาสชดใช้สิ่งที่เขาทำด้วยการขอกำไลแต่งงาน กำไลไม่ตกลงและหนีไปโดยทิ้งจดหมายบอกว่าเธอไม่มีวันแต่งงานกับลอยเด็ดขากำไลไปอยู่บ้าน เมี้ยน น้องสาวของแม้นอีกหมู่บ้านหนึ่ง วันหนึ่งสารภีรู้สึกตัวว่าท้องจึงต้องยอมแต่งงานกับลอยทั้งที่ความรักกลายเป็นความเกลียดไปแล้ว เป็นช่วงเดียวกับลอยได้งานที่กรุงเทพฯ คล้อยจึงขายที่นาตามลอยและสารภีไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ที่กรุงเทพฯ ชีวิตคู่ของลอยกับสารภีไม่สู้ดีนัก เพราะความฟุ้งเฟ้อของสารภี เงินเดือนลอยไม่พอให้เธอใช้ สารภีจึงต้องไปทำงานเป็นพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า ทำให้ได้เจอกับ ถวิล วิทยพันธุ์ หุ้นส่วนใหญ่ของห้างฯ สารภีฟุ้งเฟ้อเผลอใจไปกับถวิล เมื่อสารภีคลอดลูกสาวเธอไม่สนใจลูกเลย ลอยรู้สึกผิดหวังมากเขาขอให้สารภีเลี้ยงดูลูกบ้างเพื่อต่อไปลูกจะได้รัก สารภีหัวเราะเยาะ สารภีบอกจะให้เงินซื้อนมแลกกับใบหย่า และบอกว่าลอยเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารจะอยู่ได้อีกไม่เกินสองปี ลอยโกรธทำร้ายสารภี แต่เมื่อได้ยินเสียงลูกร้องลอยจึงได้สติ ลอยตัดสินใจหย่าเพื่อลูก สารภีแถมเงินให้หนึ่งหมื่นบาทสำหรับใบหย่า ละคร อกธรณี ขณะที่กำไลอธิษฐานขอพรให้ลอยที่พระประธาน เมื่ออธิษฐานเสร็จกำไลได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่ด้านหลังพระประธาน แล้วลอยก็ปรากฏตัว ลอยเล่าเรื่องสารภีให้กำไลฟัง ลอยบอกกำไลว่าเขาเป็นมะเร็งจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานกำไลตกใจแทบสิ้นสติ เธอบอกว่าชีวิตลอยมีค่าสำหรับเธอ เธอขอให้ลอยแต่งงานกับเธอ แม้ลอยจะมีชีวิตอยู่ได้แม้อีกเพียงวันเดียวก็มีค่ายิ่งสำหรับเธอ ลอยกอดกำไลร้องไห้ซาบซึ้งในความดีอันเสมอต้นเสมอปลายของเธอ ลูกของลอย หลวงพ่อที่วัดป่าขอมตั้งชื่อให้ว่า ฬุริยา ชื่อเล่น ไผ่ (ชิงชิง-คริษฐา สังสะโอภาส) กำไลเป็นคนทำงานหาเงินเข้าบ้าน วันหนึ่งในขณะกำไลและลูกหลับ ลอยตัดสินใจออกจากบ้านเพราะทนให้กำไลต้องหาเลี้ยงตนเองต่อไปไม่ได้ เขาเขียนจดหมายขอให้กำไลเลี้ยงลูกให้ด้วย การจากไปของคนที่เธอรักทำให้กำไลทุกข์อย่างที่สุด ทุกวันกำไลจะเฝ้าอธิษฐานกับพระประธานที่โบสถ์ และที่รองรับทุกข์อีกแห่งของกำไล คือ ผืนแผ่นดิน กำไลได้แต่ซบหน้าร้องไห้กับแผ่นดิน เหมือนซบหน้ากับอกแม่ แต่นี่คือ อกแม่ธรณี….อกธรณี…ที่คอยซับน้ำตาให้กำไล กำไลเลี้ยงไผ่ด้วยความหวังว่าสักวันลอยจะกลับมา เมื่อไผ่โตเป็นสาว ไผ่มีความแก่นแก้วห้าวเฮี้ยว มีคู่หูเป็นชายรุ่นโตกว่าชื่อ ลออ (เติมมงคล หวังในธรรม) พลตรีมหศักดิ์สุนทร (ตฤณ เศรษฐโชค) และ คุณหญิง (รัตนา ข้องตระกูล) ต่อว่า วิมาน (บิว-วรพล จินตโกศล) ลูกชายที่ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กและจบเกษตรกลับมา แต่ยังทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญไม่ยอมทำงาน คุณหญิงต้องการให้วิมานแต่งงานกับ โลมตา (ฟิลม์-ฉัตรดาว สิทธิผล) สาวนักเรียนนอกลูกสาว ถวิล วิทยพันธุ์ ละคร อกธรณี วิมานไม่เต็มใจและหนีงานแต่งงานโดยเขียนจดหมายบอกสาเหตุที่หนีพิธีแต่งงานว่า เพราะเขาได้ยินโลมตาพูดกับเพื่อนว่าเธอแต่งงานกับวิมานเพื่อเงิน เพราะตอนนี้บ้านเธอกำลังล้มละลาย วิมานบอกพ่อว่าเขาขอใช้ชีวิตอย่างคนจนอย่างไม่เป็นลูกพลตรี เพื่อจะพบผู้หญิงที่รักตัวเขาไม่ใช่รักเงิน วิมานไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ จ.นครศรีธรรมราช เพราะ นพ.สินสิริ (นคินธร ภาษยวรรณ์) เพื่อนสนิทเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่นั่น ที่นี่วิมานได้พบกับ ฬุริยา หรือ ไผ่ เพียงครั้งแรกที่เจอกันวิมานก็คิดถึงเธออย่างฝังใจ เมื่อกำไลได้เจอกับวิมานกำไลรู้สึกทันทีว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรกับลูกสาวของตนแน่ กำไลได้พูดคุยถามประวัติวิมานว่าเป็นใคร พักที่ไหน วิมานตอบข้อซักถามของกำไลว่าเขาชื่อ ธง มีฐานะยากจนจึงมาขออาศัยอยู่กับพระที่วัดป่าขอม แต่แล้วความจริงของวิมานถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อวิมานถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสต้องเข้ามารักษาตัวที่กรุงเทพฯ ไผ่เป็นห่วงวิมาน จึงหาทางไปเยี่ยมไผ่ที่กรุงเทพฯ ทันทีที่ไปถึงห้องพักของวิมานไผ่พบกับโลมตา โลมตาไม่ยอมให้ไผ่เยี่ยมวิมาน ไผ่จึงบอกว่าเธอเป็นคนรักของเขา โลมตาเหยียดเย้ยไผ่ว่าวิมานไม่มีวันมีคนรักเป็นสาวบ้านนอกเป็นอันขาด ไผ่และกำไลช็อกเมื่อรู้ว่า ธง เด็กวัดคนนั้นแท้จริงเป็นหนุ่มนักเรียนนอกลูกมหาเศรษฐี โลมตาบอกว่าวิมานกับเธอกำลังจะแต่งงานกัน ไผ่ร้องไห้ชวนกำไลกลับ โลมตาเล่าเรื่องไผ่ให้ถวิลและสารภีฟัง สารภีคิดว่าสาวบ้านนอกนั้นเป็นลูกสาวของกำไลน้องสาวของเธอ โดยที่เธอไม่ได้คิดว่าแท้จริงแล้วไผ่คือลูกสาวของเธอที่เกิดกับลอย สารภีจึงช่วยโลมตาลูกเลี้ยงอย่างเต็มที่ โดยให้เอียดคนที่ทำร้ายวิมานไปทำร้ายไผ่และกำไลขั้นรุนแรง กำไลได้งานทำที่บ้านฝรั่ง เอียดลอบวางยาไผ่และกำไลจนหมดสติแล้วราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้าน แต่ฝนตกลงมาอย่างหนักดับไฟก่อนที่จะไหม้สองแม่ลูก ละคร อกธรณี ทนายของ โฉม (ปิยะดา เพ็ญจินดา) แจ้งสารภีว่าโฉมได้ทำพินัยกรรมยกเงินจำนวนมากให้ลอย สารภีดีใจมากบอกว่าลอยตายแล้ว ทนายบอกว่าสารภีไม่มีสิทธิ์รับเพราะแต่งงานใหม่ ผู้ได้รับมรดกคือ ลูกของลอยเท่านั้น สารภีบอกว่าลอยไม่มีลูก แต่ทนายบอกว่าสืบมาแล้วว่าลอยมีลูกสาวกับสารภีชื่อไผ่ และให้สารภีตามไผ่มายืนยัน สารภีอ้อนวอนขอไผ่คืนจากกำไล แต่กำไลปฏิเสธและด่าอย่างเจ็บแสบ สารภีหว่านล้อมให้เห็นแก่อนาคตของไผ่ กำไลขอสารภีพบพ่อ อยากกราบเท้าขออภัยพ่อ แต่สารภีโกหกว่าพ่อไม่เคยอยากพบกำไล พ่อไม่ยกโทษให้กำไล ทั้ง ๆ ที่นายคล้อยพูดตลอดเวลาที่มาอยู่กรุงเทพฯ ว่าอยากพบกำไล และไม่ถือโทษกำไลแล้ว กำไลตัดสินใจจากไผ่ไปทิ้งจดหมายเขียนด้วยถ้อยคำที่ไร้เยื่อใย และให้นามบัตรของสารภีสั่งให้ไผ่ไปอยู่กับสารภี กำไลเดินทางโดยทางเรือ พายุฝนฟ้าคะนองหนักมาก จนเรือที่กำไลโดยสารถูกพายุพัดจมทะเลเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ไผ่ร้องไห้ปิ้มว่าจะขาดใจ สารภีปลอบใจไผ่ ทนายของโฉมบอกไผ่ว่า ไผ่คือลูกของลอยกับสารภีจะเป็นผู้ได้รับเงินมรดกห้าล้านบาท ไผ่ไม่ต้องการเงินทองใด ๆ มากไปกว่าแม่กำไล จึงไม่ยอมรับสารภีว่าเป็นแม่ ทำให้สารภีไม่ได้มรดก สารภีโกรธมากจึงใช้งานหนักสารพัดเพื่อให้ไผ่ทนไม่ได้ และยอมรับว่าเธอเป็นแม่จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก แต่ไผ่ขอก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่นเลย เหตุการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อโลมตา สารภี และถวิลไล่ยิงไผ่ สารภีห้ามแต่โลมตาไม่ฟัง สารภีจึงยิงโลมตาโดยไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า แต่โลมตาตาย ถวิลจึงยิงสารภี วิมานและถวิลต่อสู้กันถวิลสู้วิมานไม่ได้ ทันใดนั้นลอยปรากฏตัวขึ้น สารภีสำนึกผิดขอให้ลอยบอกว่าไผ่คือลูกของเธอ ลอยบอกว่าไม่ใช่ ไผ่เป็นลูกของกำไล สารภีตายไปทั้งที่ยังพร่ำหาลูก ส่วนถวิลถูกตำรวจจับ ลอยบอกกำไลว่าหลังจากหนีกำไลไป เขาเจอกับพ่อค้าจีนพาไปรักษาตัวที่ไต้หวันและรับเป็นลูกบุญธรรม เมื่อพ่อค้าจีนตายได้ยกมรดกให้ เขาจึงกลับมาหากำไล กำไลแนะนำให้ไผ่รู้จักลอย พ่อลูกโผเข้าหากัน ลอยโอบไผ่ไว้ข้างหนึ่ง โอบกำไลอีกข้างหนึ่ง ครอบครัวมีความครบบริบูรณ์ พ่อ-แม่-ลูก ติดตามชมความเข้มข้นของละคร อกธรณี ได้ทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สี ละคร อกธรณี เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 รายชื่อนักแสดง ละคร อกธรณี เขตต์ ฐานทัพ รับบท ลอยอัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท กำไล ศรีเสวก รับบท สารภี วรพล จินตโกศล รับบท วิมาน คริษฐา สังสะโอภาส รับบท ไผ่ภาณุ สุวรรณโณ รับบท ถวิลฉัตรดาว สิทธิผล รับบท โลมตา สมิท ธนโชติ รับบท นายอำเภอบุญสมเมตตา รุ่งรัตน์ รับบท ย่าจันทร์วันชัย เผ่าวิบูล รับบท ผู้ใหญ่คล้อยวรารัตน์ เทพโสธร รับบท นางผ่องตฤณ เศรษฐโชค รับบท พลตรีมหศักดิ์สุนทร สุรัตนา ข้องตระกูล รับบท คุณหญิงนคินธร ภาษยวรรณ์ รับบท นายแพทย์ สินธรศรุฒ สุวรรณภักดี รับบท เย็น ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ขอบคุณภาพจาก :IG #อกธรณี

หนิง ปณิตา นอยด์ น้องณิริน ถูกวิจารณ์แก่แดด พร้อมปั๊มลูกคนที่ 2!!
หนิง ปณิตา /  ข่าว หนิง ปณิตา / 

  ถือว่าเป็นคุณแม่สายสตรองจริงๆ สำหรับ หนิง ปณิตา ที่ควงลูกสาวสุดน่ารัก น้องณิริน ปณิริน มาร่วมงาน "ศึกท้าซักสูตรเข้มข้น 1 ช้อนปะทะ สูตรมาตรฐาน 10 ช้อน ของบรีส เอกเซล" ณ บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า รัชดาภิเษก เจ้าตัวเผยว่ากรณีดราม่าที่มีคนวิจารณ์ลูกสาว น้องณิริน แก่แดดไม่มีมารยาทตนค่อนข้างเฟล ยันสั่งสอนลูกตลอด พร้อมเตรียมปั๊มลูกคนที่ 2 แต่ยังไม่สำเร็จเพราะมาป่วยซะก่อน ส่วนเรื่องทวงเงิน เมย์ พิชญ์นาฏ ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เพราะก่อนหน้านี้มีการตกลงกันว่าถ้าใครมาขอแต่งงาน เมย์ จะต้องจ่ายเงินให้ตนกับ อั้ม พัชราภา คนละหนึ่งแสนบาท!! พูดถึง เรื่องงานพรีเซ็นเตอร์คู่กับน้องณิริน   "จริงๆ แล้วเป็นปีที่ 2 แต่ว่าไม่ค่อยได้ออกอีเว้นท์" วันนี้คู่กับหนุ่มหล่อด้วย   "ตื่นเต้นมากแต่ว่าแสดงออกมาไม่ค่อยได้(หัวเราะ)" แอบเห็นน้องณิรินบนเวทีซักผ้าคล่องแคล่วมาก   "ที่จริงอยู่บ้านน้องจะเป็นคนค่อนข้างทำอะไรเองทุกอย่าง ทานข้าวเสร็จก็เก็บเองล้างเอง ซักผ้ากับพี่เลี้ยงก็ได้แต่ใช้แทนสบู่อีกกะละมังหนึ่ง" เวลาเลี้ยงน้อง จะค่อนข้างปล่อยให้น้องลุยเองจริงไหม   "น้องค่อนข้างลุยมาก ล่าสุดนางไปทำนา ปลูกข้าวเก็บไข่ น้องทำอะไรทุกอย่าง เราก็อยากให้ เวลาเราไม่ได้อยู่กับน้อง อยากให้น้องสามารถดูแลตัวเองได้ไม่เป็นภาระคนอื่น"   "ตอนนี้ก็ยังแอบลุ้นว่าน้องจะหงุดหงิดมากมั้ยเพราะว่าน้องอารมณ์ไม่ค่อยดีตั้งแต่บ่ายๆ เราก็คุยกันก่อนว่าณิริน มีมารยาทหน่อยนะลูกไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนเขียนด่าได้อีก รอบที่แล้วมีคนมาเขียนว่าน้องแก่แดดไม่มีมารยาท เราก็แอบเสียใจ แต่เราก็จะเล่าให้ลูกเราฟัง ว่ามีคนบอกว่าหนูไม่สวัสดี คนไม่ยิ้มไม่ทักทายใคร เราก็บอกว่ามันไม่ดีนะ"   "ก็เสียใจนะ เพราะเด็ก 3 ขวบกว่า เอาอะไรกับน้องมาก คาดหวังอะไรกับเด็กก็ไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราเข้าใจ ไม่เป็นไร แต่เรื่องที่ว่าก็เป็นแค่แว้บเดียวเท่านั้นและ ก็บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่คนเข้ามาคอมเม้นท์ในโซเชียล และหนึ่งก็เชื่อว่า 100% ไม่มีคนเห็นด้วยกลับ ที่เว็บออกมาเขียน" แล้วพี่จินเห็นหรือยัง   "เห็นแล้วว่าเขาโกรธมากก็บอกอย่าให้รู้ว่าเป็นใครเขียน เขาไม่ยอมแน่แล้วเขาก็ว่าหนูนะว่าเธอรู้แล้วนี่ว่าเป็นใครทำไมไม่ยอมบอกแต่เราก็รู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ไร้สาระ"   "แล้วต้องบอกก่อนว่าเด็ก 3 ขวบกับโซเชียล เป็นเรื่องอันตรายมากเพราะว่าเขาสามารถรับรู้ได้ไว ก็จะสอนเสมอว่า ถ้าณิรินทำไม่ดีคนก็ว่าณิริน ถ้าณิริน อยากให้คนรักก็ต้องทำตัวดีๆ จะให้ ณิริน เล่นโทรศัพท์ 15 นาทีต่อวันซึ่งน้อยมาก นี่ก็ติดหวัด น้องณิริน แอดมิดไป 4 วัน" เรื่องจะมีน้อง   "ตอนนี้ก็ยังไม่มี ยังอยู่ในขบวนการพบแพทย์ เราไม่สบายก็อาจจะทำให้ไม่สมหวัง ร่างกายไม่แข็งแรง แต่ก็ยังจะเดินหน้าต่อไปขออีกสักครั้งหนึ่ง" คุณหมอแนะนำว่ายังไง   "ก็แนะนำว่าให้พักผ่อน ให้เพียงพอตอนนี้ก็เหมือนเตรียมใส่ตัวอ่อน ให้เขาเจริญเติบโต แต่พอดีเราไม่สบายก่อน ก็ต้องมาดูแลตัวเราทำให้ไม่สำเร็จ ช่วงนี้ก็จะพยายามออกกำลังกาย ทำให้เราแข็งแรงเพราะว่าเราทำอะไรแบบนี้ ร่างกายเรามันก็จะอ่อนแอด้วยเรื่องของยา" น้องณิรินอยากมีน้องไหม ณิริน : "อยากมี น้องผู้ชาย ให้ชื่อปริญ" มีกำลังใจส่งให้เยอะไหม   "ก็มีเพื่อนๆ ในกลุ่มน่ารักๆ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะแย่มาก เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ดีขึ้น" เห็นล่าสุด โพสต์ทวงเงิน เมย์ พิชญ์นาฏ ห้าหมื่นบาท   "คือมันมีการตกลงกันเอาไว้ว่าสมมตินางได้แต่งงานหรือว่ามีคนมาขอ นางจะต้องจ่าย จริงๆ รู้สึกว่าจะต้องจ่าย หนึ่งแสนบาท ให้หนิงแสนนึงให้อั้มแสนนึงแต่ก็มีการขอกันจองกันเพราะว่าถึงเวลาอะไรนะที่จะต้องจ่ายแล้วเพราะตอนที่นางยังไม่มีใครเราก็ดูแลนางคราวนี้เราก็ต้องเรียกคืนได้" คุณเมย์ว่าไงยอมจ่ายไหม   "เขาก็บอกว่าเงินน้องพี่เอาได้ลงหรอ พี่ก็บอกว่าพี่เอาค่ะ เป็นค่ากลางของน้องณิริน ใช่ไหมคะ" ณิริน : "ใช่ค่ะ" หนิง : "ตอนนี้ก็ยินดีกับเขาอะไรที่เขามีความสุขเขาเล่าให้ฟังเวลาเราเห็นรอยยิ้มเขาเราก็ดีใจไปกับเขาด้วย ส่วนเรื่องเวลานี้หนิงยังไม่แน่ใจ"   "เรื่องความสัมพันธ์ของอั้มกับฟลุ๊ค อันนี้หนิงไม่ทราบเลย ตอนนี้ก็เดินหน้าดูแลตัวหนิงเอง" หนิง ปณิตา กล่าวทิ้งท้าย หนิง ปณิตา น้องณิริน   หนิง ปณิตา น้องณิริน   หนิง ปณิตา น้องณิริน   หนิง ปณิตา น้องณิริน   น้องณิริน ลูกสาว หนิง ปณิตา  

ละครเชลยศึก , เรื่องย่อเชลยศึก
ละครเชลยศึก /  ละครเชลยศึก ช่อง8

เชลยศึกบทประพันธ์อัครพล อัครเศรณี บทโทรทัศน์ สิริวัฒน์69,แสงแรกออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 9.00 และ 20.20 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 เรื่องย่อ ละครเชลยศึก กล้า (มังกร) ทาสในเรือนของขุนฟ้าลั่น ผู้มีพรสวรรค์ในศิลปะการต่อสู้ หลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่และครูมวย บวกกับความเฉลียวฉลาดและไหวพริบจึงทำให้กล้ากลายเป็นนักมวยที่ค่ายมวยต่างๆในยุคนั้น และรู้จักกันในนามนายขนมต้ม ซึ่งชื่อนายขนมต้มชื่อนี้ได้มาจาก เฟื้องฟ้า (ฝ้าย) ลูกสาวคนเล็กของขุนฟ้าลั่น ซึ่งเป็นคนที่กล้ารักและบูชา หลังจากกรุงศรีอยุธยาโดนพม่าตีแตกครั้งที่สอง กล้าได้รวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อหาทางกอบกู้บ้านเมือง โดยกล้าได้รู้จักกับ นิล(อาร์ต) และโหน(ต๊อบ) จนกลายเป็นพี่น้องต่างสายเลือดที่พร้อมจะตายแทนกันได้ มะขาม(ฟ้า)ลูกสาวของนายบ่อนเจ้าของบ่อนต้องบ้านแตกและเสียพ่อไป เกิดความประทับใจ และทำให้มะขามรู้สึกหลงรักกล้า กลุ่มของกล้าเริ่มเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ละครเชลยศึก เมื่อได้ ครูเที่ยง(เดี่ยว)ผู้ซึ่งเป็นทหารเอกและองครักษ์คู่บารมีของ เจ้าฟ้าอุทุมพร เข้ามาร่วมด้วยยิ่งทำให้กลุ่มของกล้าเข้มแข็งขึ้น ด้วยวิธีการรบแบบกองโจร ทำให้พวกเค้าสามารถช่วยให้คนไทยรอดพ้นจากการเป็นเชลยศึกของพวกพม่าได้เป็นจำนวนไม่น้อย มังจาเล(ปูไข่)ที่มีโทษถึงประหารชีวิตถูกลดโทษโดยพระเจ้ามังระให้กลายเป็นคนธรรมดา และยังถูกส่งตัวไปในบ่อนมวยใหญ่ของพวกพม่า นายขนมต้มหรือไอ้กล้าก็เป็นหนึ่งในนักมวยที่ถูกจับมาขังอยู่ที่ค่ายมวยนรกแห่งนี้ กล้าความจำเสื่อมจากการถูกจับ กลายเป็นสิ่งบันเทิงของชาวพม่าที่ได้พบเห็น มะเมียะ(โบว์ลิ่ง)น้องสาวของมังจาเลที่กล้าเคยช่วยเหลือไว้ คอยดูแลกล้าเท่าที่สามารถจะทำได้ มะขามออกตามหากล้าจนพบและรู้ว่ากล้าความจำเสื่อม มะขามคิดหาทางช่วยออกจากที่คุมขังมะขามได้รู้จักกับมะเมี๊ยะ ทั้งสองสาวช่วยกันเพื่อให้กล้าฟื้นจากความทรงจำจากเฟื้องฟ้าที่ตอนนี้เป็นคนรักของมังจาเร มะเมี๊ยกับมะขามช่วยกันหาทางพากล้าออกจากคุกไปช่วย แต่ไม่รอด เพราะทกยอ(เอ)มาพอดี ทกยอตกใจที่เจอมะเมี๊ย สั่งทหารคุมตัวมะเมี๊ยกับมะขาม และพาตัวกล้ากลับเข้าคุก ละครเชลยศึก กล้าความจำฟื้นแล้วและต้องสู้กับมังจาเร กล้าแกล้งแพ้มังจาเรอย่างราบคาบ มังจาเรเจ็บใจมาก ออกไปด้วยความแค้น กล้ารีบบอกมังจาเรเรื่องเฟื่องฟ้าตายแล้ว ทกยอกลัว รู้ว่ามังจาเรไม่ปล่อยเขาแน่ อะละแมเสนอให้อองซอ(บอส)ไปฆ่ามังจาเร ในการประลองในลานประตูผี มะเมี๊ยกับมะขามกบุกบ้านอองซอ ค้นหาตัวเมี๊ยด อองซอกับมังจาเร ต่างคนต่างน่วม อองซอพลาด โดนมังจาเรเล่นงานอย่างหนัก มังจาเรเสียเปรียบ กล้าทนไม่ไหว ลุยเข้าไปในสนาม ช่วยเหลือมังจาเร และฆ่าอองซอ(ด้วยมีดของอองซอ)ตายคาสนาม มังจาเรแค้นทกยอมาก คว้ามีดที่ปักท้องอองซอ เขวี้ยงขึ้นไปปักที่หัวใจทกยอ ตายคาอัฒจรรย์ อะละแมช็อค หนีออกจากสนาม พระเจ้ามังระรู้ความจริงทุกอย่างจากเมี๊ยดจึงรับสั่งให้ปล่อยตัวมังจาเร มังจาเรทำศพเฟื่องฟ้าอย่างโศกเศร้า อาละแม(หมิง)กลัวความผิดจนเป็นบ้าเสียสติ พระเจ้ามังระยื่นข้อเสนอให้กล้าลุยเดี่ยวกับทหารอังวะ 10 นายแล้วจะปล่อยตัวเชลยทุกคนกลับอโยธยา สุดท้ายพระเจ้ามังระทำตามที่ตกลงยอมปล่อยตัวกล้าและเชลยทั้งหมดกลับสู่ อโยธยาอย่างสมศักดิ์ศรี รายชื่อนักแสดงนำในละคร เชลยศึก ปภาวิน หงษ์ขจร รับบท กล้าษริกา สารทศิลป์ศุภา รับบท ช่อมะขามเวฬุรีย์ ดิษยบุตร รับบท เฟื่องฟ้าปริศนา กัมพูสิริ รับบท มะเมี๊ยะภัครมัย โปตระนันท์ รับบท มะลิพงศ์สิรี บรรลือวงศ์ รับบท มังจาเรพุทธิพงษ์ คล้ำจีนภาณุวงศ์ รับบท อองซออรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ รับบท อาละแมชัยวัฒน์ ทองแสง รับบท โหนพศิน เรืองวุฒิ รับบท ทกยออัศนี สุวรรณ รับบท นิล ชูพงษ์ ช่างปรุง รับบท ครูเที่ยง ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก ละครเชลยศึก

ไม่ใช่เรื่องแปลก!! เคน-เอสเธอร์-แม่ ใช้ชีวิตตัวติดกันตลอด แม้กระทั่งฉลองวาเลนไทน์!!
ข่าวเคน ภูภูมิ /  เคน ภูภูมิ / 

  เพิ่งมีดราม่ากันไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับ หนุ่มเคน ภูภูมิ แฟนหนุ่มสุดเลิฟของ สาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่โชว์ความหวานให้เห็นกันตลอด ล่าสุดวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ได้รับเซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ จากหวานใจเป็นสมุดภาพ แถมยังพาคุณแม่เอสเธอร์ไปร่วมโต๊ะฉลองวาเลนไทน์สุดหวานด้วย ส่วนเรื่องที่แม่ของแฟนสาวไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ตนก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะที่ผ่านก็ใช้เวลาด้วยกันตลอดจ้า วัน valentine's ที่ผ่านมาเห็นลงใน Instagram?   "ใช่ครับไม่ได้สวีทอะไรมากแค่ทานข้าวปกติ ก็มีให้ดอกไม้ครับ" มีอะไรให้นอกจากดอกไม้ไหมคะ?   "ก็มีเขียนการ์ดให้ครับ ส่วนน้องก็ให้เป็นสมุดรูปภาพน่ารักดีครับ ส่วนใหญ่เป็นรูปเราแล้วก็รูปวิวน้องเป็นคนทำให้ก็ surprise นะครับไม่รู้เอาเวลาที่ไหนไปทำ" ตื่นเต้นขนาดไหนขากลับ valentine's แรก?   "ก็จริงๆ ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากก็แค่รู้สึกแปลกแปลกนิดนึงแต่ก็ดีครับทุกอย่างก็โอเค" วัน valentine's คุณแม่เอสเธอร์ก็ไปด้วยเห็นนั่งอยู่ข้างๆ?   "ก็ใช่ครับรูปที่ถ่ายคุณแม่เป็นคนถ่ายจริงๆ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องปกติของเรามากๆ เลยคนอื่นอาจจะคิดว่าที่ไปกับแม่น้องด้วยสามคนแต่จริงๆ แล้วปกติมากที่ไปด้วยกันใช้ชีวิตแบบนี้กันมาตลอดอยู่กับแม่อยู่ด้วยกันทำอะไรด้วยกันมันไม่ใช่เรื่องแปลกกับพวกเรา มันไม่ใช่แค่วันสำหรับคนสองคนแต่มันเป็นวันแห่งความรักสำหรับทุกๆ คน" ณ ตอนนี้ต้องขอนุญาตคุณแม่น้องไปไหม?   "ไม่ละครับก็ไปด้วยกันนั่นแหละกินข้าวดูหนัง" มีโอกาสที่ครอบครัวเราเจอกับครอบครัวน้องบ้างไหม?   "ก็ดีครับก็มีโอกาสกินข้าวบ้างคุยกันบ้าง" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG ken_phupoom, esthersupree เคน ภูภูมิ เคน ภูภูมิ

สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!
เคน ภูภูมิ /  ข่าว เคน ภูภูมิ / 

  เรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับ สาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มีข่าวเรื่องเบี้ยวงาน ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้น หนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงของชาวโซเชียล รวมทั้งออแกไนเซอร์ผู้จัดงาน ดีเจเอกกี้ และแฟนหนุ่มอย่าง เคน ภูภูมิ แถมยังมีคนขุดภาพ หนุ่มเคน นั่งตักแม่เอสเธอร์ เอามาด่าอีกต่างหาก ล่าสุดเจอเจ้าตัวในงานแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Beautylabo Whip Hair Color ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวชี้แจงถึงประเด็นเบี้ยวงานว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ออแกไนเซอร์พูดทุกอย่าง ทั้งยังขอบคุณที่ออกมาชี้แจงด้วย ส่วนกับ หนุ่มฌอห์ณ เองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลังจากละครเงาอโศกจบไป ยอมรับว่าเครียด แต่ไม่คิดฟ้องคนที่คอมเม้นท์ในไอจี ส่วนประเด็นดราม่า หนุ่มเคน นั่งตักแม่ มองว่าเป็นเรื่องน่ารัก เชื่อคนที่เกลียดตนย่อมหาเรื่องมาด่าได้เสมอ ยันความรักยังหวานวาเลนไทน์มีให้ของขวัญกัน เป็นไงบ้างคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชี้แจงในมุมของเรา เริ่มต้นจากวันนั้นที่เขาติดต่อมา   "คือเริ่มแรกทางออแกไนเซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้นก็มีการโทรมาแคนเซิลกับทางคุณแม่ เราก็โอเค แคนเซิ้ลไม่เป็นไร ก็ไม่ได้คิดอะไร เฉยๆ ไม่เป็นไร ติดต่อมาอาจจะแคนเซิ้ลได้บ้าง อาจจะเพราะงานไม่ตรง อะไรอย่างนี้ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา มันกลายเป็นผลลัพธ์ว่าเราเบี้ยวงาน เราไม่ไปงาน ทีนี้คือเหมือนหนูก็กลายเป็นเราเสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน เราไม่ได้เป็นคนแคนเซิ้ลงาน แค่นี้เอง เราอยากจะชี้แจงว่าเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน ถ้าอย่างนี้มันกลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน เราไม่ไปตามงาน ถ้าอย่างนี้ใครจะกล้าจ้างเราอีกล่ะ มันก็เลยเป็นที่มาแบบนี้" ได้ถามไหมว่าตอนที่เขาแคนเซิลเพราะอะไร   "ก็ตามออแกไนเซอร์ชี้แจงค่ะ ซึ่งหนูก็ต้องขอบคุณออแกไนเซอร์มากๆ ค่ะ ด้วยการที่เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยข่าวที่มันค่อนข้างจะแรง แล้วหลายคนก็ตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันนั้นปุ๊บ ทางออแกไนเซอร์ก็เป็นคนคุยกับคุณแม่ว่าจะขอออกมาขอโทษด้วยตัวเอง แล้วก็ออกมาชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเราต้องขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ ทำให้พบว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน ทางออแกไนเซอร์เป็นคนแคนเซิลงาน" ตอนนั้นทางออแกไนเซอร์แคนเซิลงานเขาให้เหตุผลว่ายังไง   "เป็นอย่างที่เขาชี้แจงหมด ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไปเลย คือเขาคุยกับคุณแม่ ซึ่งรายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ คือบางทีหนูกับคุณแม่อาจจะไม่ได้คุยกันทุกรายละเอียดงาน" คุณแม่มาบอกเหตุผลเราว่าพี่ฌอห์ณไม่อยากร่วมงานกับเราไหม   "ไม่ได้บอกค่ะ บอกแค่ว่าแคนเซิล แล้วหลังจากนั้นเราก็รู้จากออแกไนเซอร์ชี้แจง" พอออแกไนเซอร์บอกว่าไม่อยากร่วมงานกับเรารู้สึกยังไง   "หนูก็อยู่อย่างนี้ (หน้าเหวอ) เหรอ เพราะว่าตัวเราไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะเราก็คอนเฟิร์มงานไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งรายละเอียดมาทุกอย่างแล้ว ในชื่อก็จะมีชื่อเราสองคนด้วย แต่ว่าพอออกมาแล้วหนูก็งงๆ น่ะค่ะ" แอบมีเสียความรู้สึกไหม   "นิดนึงค่ะ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว ก็โดนแคนเซิลงานอยู่แล้ว แล้วพอทราบเหตุผลแล้วก็ไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง อึนๆ แล้ว แต่ไม่เคยเจอ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต" ก่อนหน้านี้ได้คุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ไม่ได้คุยเลยค่ะ ไม่ได้คุยมานานมาก ตั้งแต่หลังจากที่ถ่ายเงาอโศก เป็นปีแล้ว" เรามีเรื่องบาดหมางกันหรือเปล่าถึงไม่คุยกัน   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหากันเลย เพราะตอนถ่ายเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้าย คืนละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่า เป็นยังไงบ้าง ได้ดูละครไหม ก็ตอบตามปกติว่า เฮ้ยดี ดู แล้วพี่ดูหรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลย" เครียดไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนมองว่าเราผิดด้วย   "เครียดมากเลย แบบ โอ๊ย อะไรเนี่ย รู้สึกแย่ เสียใจ รู้สึกว่าคนเรายังไม่ได้ออกมาพูดก็เลือกตัดสินจากแค่เห็นภาพข่าวแล้ว แล้วคือมันไม่ได้กระทบต่อตัวหนูด้วย ซึ่งมันกระทบต่ออีกหลายๆ ฝ่าย ช่างหน้า ช่างผมที่เราดีลไว้แล้ว เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแล เราก็ต้องยกเลิกกะทันหัน กลายเป็นรู้สึกเกรงใจ เพราะเขาต้องเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย" ทางออแกไนเซอร์ออกมาขอโทษกับคุณแม่ด้วย   "ใช่ ซึ่งน่ารักมาก อันนี้หนูต้องขอบคุณมากๆ รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ต้องออกมาด้วยตัวเอง" แต่คนมองว่าการที่เขามาขอโทษทำให้เกิดการเลือกทีม   "มองว่าอย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเรา อาชีพนักแสดง การทำงานของเรา เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของเราด้วย เพราะว่าเราต้องทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัวไปอีก ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย" เครียดไหม   "เครียด ยอมรับว่าเครียดมาก ทำตัวไม่ถูกเลย ช่วงนั้นหนูไม่เข้าโซเชียลเลย ไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไรเลย แต่หนูว่า คนแหละ ด้วยโซเซียลมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก ก็คนเราเลือกตัดสิน มันก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็เช็กง่ายมากเลย แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำโดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตาเขา เราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดแบบไหน จะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้" โดนโจมตีค่อนข้างหนักคุณแม่ว่าไง   "น่าสงสาร คุณแม่หนูแก่แล้ว 50 แล้วนะคะ อย่าอะไรกับแม่หนูเลย" จะโทรไปคุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ก็คงไม่ไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดีลกับแค่ออแกไนเซอร์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอร์นเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องโทรไปค่ะ" เราอยากถามเหตุผลไหมว่าพี่ฌอห์ณให้เหตุผลอย่างนั้นจริงไหม   "ถ้าขนาดนี้แล้วก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว" คนเขาว่าออแกไนเซอร์เข้าข้างเรา   "หนูว่าออแกไนเซอร์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้น เกี่ยวเราหนูไม่รู้ แต่ว่ากับออแกไนเซอร์ไม่ได้รู้จัก อย่างที่บอกไปคือเหรียญมันมีอยู่สองด้าน อยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรมันเป็นอะไร คือเราก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้นะความจริง ก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองว่ามันเป็นยังไง" เห็นว่าออแกไนซ์สนิทกับเคน   "ไม่สนิทค่ะ พี่เคนก็เพิ่งกับหนู เป็นติ่งหนู เพราะวันนั้นเราไปโบสถ์กัน" ข่าวนี้ให้อะไรกับเอสเทอร์บ้าง   "ให้เยอะเลยนะคะ อาชีพ การทำงาน ประสบการณ์การทำงาน เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งประสบว่าคนในโซเชียลมีผลต่อความรู้สึก จิตใจเรามากแค่ไหน เขากดแจกสตรอว์เบอร์รี่เรามา เราก็รู้สึกมาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกับคนในนั้นเลย แต่ว่าเรากลายเป็นเครียดได้ เป็นประสบการณ์ชีวิตค่ะ วันหลังก็จะระมัดระวังในการเล่นโซเชียลมากขึ้น" เราติดใจไหมที่คนมองเราในแง่ลบมากกว่าแง่บวก   "ใช่ คนมองเราในแง่ลบมากกว่า" พี่เอกกี้ก็ออกมาปกป้องฌอห์ณ   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้เจอพี่เอกกี้ แล้ววันนั้นก็ไม่ได้ไปทำงาน" อย่างนี้อนาคตจะร่วมงานกับพี่เอกกี้-พี่ฌอห์ณได้ไหม   "สำหรับตัวหนูอย่างที่บอกว่าตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ว่าถ้าตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้ว" เห็นบอกว่าจะมีละครด้วยกันอยู่   "อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ด้วยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีติดต่อมา เพราะว่าปีนี้แพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะคุยกับทางผู้ใหญ่ก็ไม่มี ละครคู่กันไม่มี ผลงานร่วมกันไม่มี" ล่าสุดมีดราม่าเคนนั่งตักคุณแม่   "คนมันเสียแล้วแหละ คนจะว่าเรายังไงก็ขุดเรื่องอื่นมาว่าได้ อยากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทน คือจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากนะคะ พี่นั่งตักแม่หนู เป็นภาพที่น่ารักนะ คือหนูว่าคนมันจะเกลียดมันก็เลือกที่จะด่าได้อยู่แล้วแหละ แต่ว่าถ้ามองกลับกันคนเป็นแม่ แม่หนูแก่แล้ว เขาเห็นลูก ลูกก็เป็นเด็กในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด แล้วหนูว่ามันเป็นการแสดงออกที่น่ารัก คนเราแสดงความรักกัน ไม่ได้กระทบกับคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย" คุณแม่ว่ายังไงบ้าง เพราะคนไปคอมเม้นท์ในไอจีค่อนข้างแรง   "ช่วงนั้นคุณแม่ก็ไม่เล่นโซเชียลเลย ปิดทั้งคู่ ไม่ได้ลบรูป" ต้องระวังตัวมากขึ้นไหม   "จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่ได้มีปัญหา คนก็ยังชมว่าน่ารัก พอตอนมีปัญหาคนก็มาด่า อย่างที่บอกคนจะด่าก็หาอะไรมาด่าได้อยู่แล้วแหละ" คุณแม่เป็นยังไงบ้าง   "ตอนนี้ดีขึ้นนิดนึงแล้ว แต่ว่าก็เป็นห่วงท่านอายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด เพราะเครียดแล้วสุขภาพก็จะตามมาด้วยไ แบบนี้คุณแม่จะเกร็งไม่กล้าถ่ายรูปแนบชิดแล้วไหม   "ไม่รู้ค่ะ ถึง ณ ตอนนั้น เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างที่บอกเราไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเลย" ส่วนตัวรู้สึกผิดไหมที่ทำแบบนี้แล้วให้แม่โดนด่า   "คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะ ด้วยอาชีพการงานเราก็เข้าใจแหละ ถ้าคิดกลับกันถ้าคุณเป็นคนโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยก็ต้องมีกระทบ เสียความรู้สึกกันบ้างแหละ เครียดอยู่แล้ว" เคยคิดจะฟ้องคนที่มาเขียนคำไม่สุภาพกับเราไหม   "อย่าเลย มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทัน เลือกที่จะไม่เสพดีกว่า หาความสุขกับคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย อย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากเลย แค่นี้ก็จะแย่แล้ว" เคยคิดจะตั้งไพรเวทตัวเองไหม   "ไม่เคยค่ะ" แล้วจะโชว์ความหวานกับเคนไปเรื่อยๆ ไหม   "ก็ลงรูปปกติ เมื่อวันที่ 14 ก็มาให้กำลังใจพี่เคนด้วย ทำให้เรารักกันมากขึ้นไหม จริงๆ แล้วพี่เขาก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีในตอนที่แย่มากๆ เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวติดยึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาก็ให้คำแนะนำที่ดี จับมือกันแน่นขึ้น" เห็นวันที่ 14 กุมภามีซื้อของให้กันด้วย   "ไม่มีอะไร เป็นแค่ดอกไม้" เคนบอกว่าแม่ถ่ายรูปคู่ให้   "ใช่ แม่มาถ่ายรูปให้ ไปกินข้าวด้วยกัน หนูว่าอบอุ่นดีค่ะ บางทีก็เกรงใจว่าคนอื่นมาถ่ายให้เกรงว่าเขาจะไม่รู้มุม เราไม่สามารถสั่งได้ แม่จะรู้มุมเรา เวลาแม่อยู่ด้วยไม่เขินค่ะ เป็นปกติทุกอย่าง เพราะถ้ารู้จักคุณแม่จริงๆ จะวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เป็นเพื่อนคุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ" เขาชนะใจแม่ก็ผ่านฉลุยเลย   "ก็เรียกว่าคุยกันแล้วคลิกกันมากกว่า สบายๆ ทั้งคู่" เห็นว่าทำโฟโต้บุ๊กให้เคนด้วย   "เป็นสแครบบุ๊กค่ะ เป็นเหมือนสมุดภาพให้เขาค่ะ เขาให้ดอกไม้ รูปโมเม้นท์หวานๆ ก็ไม่เยอะ ที่ไปเที่ยวถ่ายเก็บๆ มารวมให้เขาเอง" เสร็จงานแล้วจะไปไหนต่อ   "ไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีก็เลยรอกลับพร้อมกัน งานคู่ก็ยังไว้ก่อน จริงๆ ก็มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่พร้อมค่ะ" อ่านข่าว แรงเฟ่อร์!! ชาวโซเชียลถึงกับแจกยาแก้คัน แม่เอสเธอร์ หลังเห็นภาพถ่ายคู่ เคน ภูภูมิ แบบนี้!! เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา