อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ

'แกรมมี่' ฟ้องหมิ่นประมาท 'มิวสิคบักส์' ยันเซ็นสัญญาเพลงลาบานูนถูกต้อง !
มิวสิคบักส์ /  ละเมิดลิขสิทธิ์ / 

'แกรมมี่' แจ้งความฟ้องหมิ่นประมาท 'มิวสิคบักส์' หลังกล่าวหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง 'ลาบานูน' ยันเซ็นสัญญาถูกต้อง ! วันนี้ (12 ก.พ. 59) นายกษม อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการบริษัทจีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมนายประธาน สมฤดี ผู้อำนวยการสายงานกฎหมายของ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เข้าแจ้งความ นายชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ กรรมการบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด ที่ดูแลค่ายเพลง มิวสิคบักส์ ในข้อหาหมิ่นประมาท เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย เนื่องจากก่อนหน้านี้ มิวสิคบักส์ ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก แกรมมี่และวงลาบานูน เป็นเงิน 50 ล้านบาท ทั้งนี้ นายกษม กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา13 ปี บริษัทจีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด หรือมิวสิคบั๊กส์ ได้ทำธุรกรรมร่วมกันมา โดยมิวสิคบั๊กส์ อนุญาตสิทธิในการเผยแพร่ และจัดเก็บค่าตอบแทนในการเผยแพร่งาน ด้านต่าง ๆ รวมถึงการแสดงสดด้วย และตกลงว่าบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะจ่ายค่าตอบแทนให้กับมิวสิคบักส์ ในลักษณะเหมาจ่าย ซึ่งได้มีการชำระค่าตอบแทนให้หมดแล้ว โดยสัญญาฉบับล่าสุดทำเมื่อปี 2557 และจะสิ้นสุดในวันที่ 4 ก.ค. 60 ซึ่งมี นายธเนศ วรากุลนุเคราะห์ เป็นผู้ตรวจสอบข้อตกลงของสัญญาและลงนามในสัญญาทุกฉบับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัท เป็นคู่ค้าที่ดีต่อกันเสมอมา ไม่มีเรื่องขัดแย้งหรือปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในการอนุญาตเผยแพร่และเก็บค่าตอบแทนดังกล่าว จนกระทั่งปี 2558 ที่ผ่านมา มิวสิคบั๊กส์ เปลี่ยนผู้บริหาร จาก นายธเนศ มาเป็น นายชนินทร์ จึงมีการโต้แย้งเรื่องสิทธิในการใช้งานสำหรับการแสดงสดขึ้น ซึ่งได้มีการพูดคุยและชี้แจงหลายครั้ง ทั้งนี้ทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยืนยันเจตนารมณ์ในการทำสัญญาระหว่างกันไว้อย่างชัดเจน โดยจะยึดสิทธิตามข้อตกลงของนิติกรรมสัญญาที่มีต่อกันมานานกว่า 10 ปี อย่างเคร่งครัด หากมิวสิคบั๊กส์ ต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องรอให้สัญญาสิ้นสุดลงก่อน ขอบคุณข้อมูล มติชนออนไลน์ / ภาพ แฟนเพจ LABANOON MThai News ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'มิวสิคบักส์' ฟ้อง 'แกรมมี่-ลาบานูน' ละเมิดลิขสิทธิ์ เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท พร้อมขอห้ามใช้เพลงใน 7 อัลบั้ม วันนี้ (11 ก.พ. 59) นายชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ กรรมการบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด ค่ายเพลงมิวสิคบักส์ เผยได้ยื่นฟ้องบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งศิลปินวงลาบานูน กับพวกรวม 6 คน ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เพลงทั้ง 7 อัลบั้มของวงลาบานูน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของบริษัท โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี พร้อมทั้งให้จำเลยทั้งหมดระงับการนำผลงานเพลงลิขสิทธิ์โจทก์ทั้ง 7 อัลบั้ม ไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้าในรูปแบบใด ๆ โดยเด็ดขาด ซึ่งตนได้ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อห้ามนำเพลงทั้ง 7 อัลบั้มไปใช้ ซึ่งศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 4 เมษายน นี้ จากกรณีที่ จำเลยที่ 1 ได้มีนิติสัมพันธ์ต่อกันโดยโจทก์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บค่าตอบแทนและค่าเผยแพร่ผลงานด้านดนตรี สิ่งบันทึกเสียงและโสตทัศน์วัสดุ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ จากสถานประกอบการร้านค้าหรือผู้ใช้งานดนตรีกรรม โดยได้ทำหนังสื่ออนุญาตให้จัดเก็บค่าเผยแพร่งานอันมีลิขสิทธิ์ต่อสาธารณะ จนถึงปัจจุบันจำนวน 3 ฉบับ ในปี 2545 , 2547 และ 2549 โดยอายุสัญญาฉบับที่ 3 จะหมดในวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ซึ่งเจตนารมณ์ของสัญญาคือการที่โจทก์ได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือจำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดเก็บค่าตอบแทนจากบุคคลภายนอกเท่านั้น แต่ปลายเดือนสิงหาคม 2558 หลัง วงลาบานูน ที่ได้ย้ายค่ายสังกัดจีนี่ เรคคอร์ด และเมื่อประมาณต้นเดือนตุลาคม 2557 ได้ออกผลงานเพลงเชือกวิเศษ แล้วได้นำงานเพลงทั้ง 7 อัลบั้ม คือ นมสด , 191 , คนตัวดำ , 24 ชั่วโมง , Clear, Keep Rocking และสยามเซ็นเตอร์ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทโจทก์ไปใช้ประกอบการแสดงในแต่ละครั้ง ไม่น้อยกว่า 10 เพลงต่อรอบ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงวันฟ้องวงลาบานูนได้จัดการแสดงเพื่อประโยชน์การค้ามาถึง 250 รอบ จึงเป็นการกระทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับความเสียหาย ก่อนฟ้องโจทก์ได้ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งจำเลยทั้ง 6 ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมให้ยุติการกระทำที่ละเมิดลิขสิทธิ์โจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้ง 6 ยังเพิกเฉย โดยศาลประทับรับฟ้องไว้ และนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 23 พฤษภาคม นี้ 09.00 น. ที่มา : INN MThai News

ส่อง 3 ดาวร้ายมาแรง มีลูก-เมียแล้วยิ่งฮอตเวอร์!!!
โอ๊ต วรวุฒิ /  จีน่า อันนา / 

ในละครถ้าขาดตัวร้ายเนื้อเรื่องก็คงจะไม่สนุกไม่เข้มข้น แต่ในชีวิตจริงตัวร้ายที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันในละครนี่แหละค่า คือพระเอกนอกจอที่อยู่ในใจใครหลายๆ คน เพราะเขาเหล่านี้กลับกลายเป็นผู้ชายที่แสนดี๊ดี แสนจะอบอุ่นและรักครอบครัวเอามากๆ ยิ่งมีลูกมีภรรยาแล้วก็ยิ่งดูดีราศีจับและยิ่งฮอตมากกว่าเก่า มาดูกันว่าดาวร้ายหน้าหล่อคนใดบ้าง ที่แม้จะออกเหย้าออกเรือนมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนแล้วก็แต่ยังฮอตเวอร์!!! โอ๊ต วรวุฒิ นักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่มากความสามารถ เข้าสู่วงการบันเทิงจากการประกวดโดมอนแมน มีผลงานโฆษณา ถ่ายแบบ เล่นละครเวที และละครโทรทัศน์ตามมาติดๆ ปัจจุบัน หนุ่มโอ๊ต ยังรับบทตัวร้ายขวัญใจประชาชน จนกวาดรางวัลมาหลายเวที ล่าสุดกระแสของ โอ๊ต วรวุฒิ นักแสดงหนุ่มวัย 43 ปี แรงเวอร์ติดโซเชี่ยลกันเลยทีเดียว หลังจากที่คบหาดูใจกับแฟนสาววัย 24 ปี จีน่า อันนา ได้เพียงแค่ 9 เดือน ก็เซอร์ไพร์สด้วยการขอหมั้นแบบสายฟ้าแลบ แถมยังออกมาเปิดใจว่าแฟนสาวซึ่งอายุห่างกัน 21 ปี กำลังตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้ว และแพลนงานแต่งงานไว้ตอนลูกอายุ 2 ขวบ แหม...ช่างเป็นดาวร้ายไฟแรงเวอร์ซะจริงๆ โอ๊ต วรวุฒิ โอ๊ต วรวุฒิ โอ๊ต วรวุฒิ - จีน่า แฟนสาว โอ๊ต วรวุฒิ - จีน่า แฟนสาว โอ๊ต วรวุฒิ - จีน่า แฟนสาว โอ๊ต วรวุฒิ - จีน่า แฟนสาว เอ พศิน อีกหนึ่งดาวร้ายที่สร้างความฮือฮาแก่คนในวงการบันเทิงไม่น้อย สำหรับ หนุ่มเอ พศิน ดาวร้ายวัย 41 ที่จู่ๆ ก็ออกมายอมรับว่ามีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนเรียบร้อย พร้อมโต้กระแสข่าวซุกลูกเมียไว้ที่บ้าน ด้วยการเปิดตัว น้องแตงกวา จิราพร แฟนสาววัย 19 ปี ซึ่งอายุห่างกันถึง 22 ปีโดยพบรักกลางกองถ่ายละคร และได้จัดพิธีหมั้นพร้อมจดทะเบียนสมรสไปก่อนหน้านี้แล้ว ในขณะนั้น น้องแตงกวา ตั้งครรค์ได้ 7 เดือนกว่าแล้วค่า แต่ดาวร้ายอย่าง หนุ่มเอ ยิ่งได้รับความสนใจยิ่งขึ้นไปอีกก็ตอนที่โพสต์ภาพ น้องเลโก้ เจ้าพระยา ลูกชายคนสุดหล่อลงอินสตาแกรมแบบถี่ยิบ ก็จะไม่ให้ฮอตได้อย่างไรละจ๊ะ น้องเลโก้ ทั้งน่ารักน่าชังดั้งโด่งฉายแววหล่อกว่าพ่อซะอีก ใครเห็นก็ยิ่งหลงรักทั้งพ่อทั้งลูก งานนี้ น้องเลโก้ เรียกเรตติ้งให้ พ่อเอ ไปเต็มๆ เลยล่ะจ้า เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องเลโก้ เอ พศิน - น้องแตงกวา และ น้องเลโก้ น้องเลโก้ เจ้าพระยา ลูกพ่อเอ พศิน น้องเลโก้ เจ้าพระยา ลูกพ่อเอ พศิน เอ็ม อภินันท์ ฝีมือขั้นเทพอีกราย สำหรับนักแสดงหนุ่มที่ติดโผตัวร้ายระดับแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย แม้จะปาดหน้าเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงเข้าพิธีวิวาห์กับ มิลค์ บุสกร สาวสวยทายาท ปากเมงรีสอร์ท จ.ตรัง หลังบ่มเพาะต้นรักมายาวนาน 6 ปี ไปก่อนใคร ด้วยฝีมือดาวร้ายขั้นเทพที่ใครเห็นก็ต้องยกนิ้วให้อย่างนี้ แต่นอกจอ หนุ่มเอ็ม กลายเป็นคุณพ่อแสนดี๊ดีเลี้ยงลูกสาวฝาแฝด น้องฌานา และ น้องฌารีณ ด้วยความอบอุ่น พอเสร็จงานปุ๊บก็รีบบึ่งกลับบ้านเพื่อให้ทันเวลาก่อนนอนของลูก ด้วยภาพมุ้งมิ้งสุดประทับใจที่แสนจะอบอุ่นระหว่างพ่อ-ลูก ยิ่งทำให้ดาวร้ายในละครกลายเป็นหนุ่มแฟมิลี่แมนที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แถม น้องฌานา-น้องฌารีณ ก็กลายเป็นแฝดหญิงตัวน้อยที่น่ารักที่สุดของพ่อเอ็มและแฟนคลับไปซะแล้ว ขอบคุณภาพจาก IG oat_voravudh, jenaanna, m_apinan, apassin เอ็ม อภินันท์ - น้องฌานา - น้องฌารีณ เอ็ม อภินันท์ - น้องฌานา - น้องฌารีณ เอ็ม อภินันท์ - น้องฌานา - น้องฌารีณ เอ็ม อภินันท์ - มิลค์ บุสกร และ น้องฌานา - น้องฌารีณ น้องฌานา - น้องฌารีณ ลูกสาวฝาแฝดของพ่อเอ็ม อภินันท์ น้องฌานา - น้องฌารีณ ลูกสาวฝาแฝดของพ่อเอ็ม อภินันท์

รวบไอ้หื่น! ข่มขืน 2 ขวบ ชาวบ้านเห็นรุมประชาทัณฑ์ยับ
ข่มขืนเด็ก /  คนงานก่อสร้าง / 

รวบ! หนุ่มใบ้วัย 23 ปี คนงานก่อสร้าง ข่มขืนเด็ก 2 ขวบ เพื่อนคนงานมาเห็นรุมประชาทัณฑ์ ก่อนนำส่งตำรวจ วันนี้ 12 ก.พ. ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ควบคุมตัวนายวาที ไรสูงเนิน อายุ 23 ปี ซึ่งพิการเป็นใบ้ ภายในแคมป์คนงานก่อสร้างในวัดสนามไชย หมู่ 3 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี หลังนายแมน (นามสมมติ) อายุ 47 ปี หัวหน้าคนงานก่อสร้าง และภรรยาพา ด.ญ.ยุ้ย (นามสมมติ) ลูกสาววัย 2 ขวบ 3 เดือน เข้าแจ้งความ จากการสอบถาม นายแมน กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำพวกคนงานนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่แคมป์ ซึ่งนายวาทีก็รวมอยู่ด้วย สักพักลูกสาวของตนที่วิ่งเล่นอยู่ได้หายตัวไป มีคนงานผ่านไปเห็นนายวาทีกำลังนอนค่อมตัวน้องยุ้ย ถอดกางเกงลงมาถึงหัวเข่า จึงได้กระโดดเตะและช่วยด.ญ.ยุ้ยออกมาได้ ก่อนแจ้งตำรวจมาควบคุมตัว ทั้งนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา สังเกตเห็นอวัยวะเพศของน้องยุ้ยบวมแดง แต่ไม่คิดว่าเป็นอะไรมากจึงไม่ได้พาไปพบแพทย์ สำหรับนายวาที ตนช่วยเหลือให้มาทำงานด้วย 8 เดือนแล้ว เพราะสงสารเห็นเป็นใบ้เดินอยู่ริมถนน ซึ่งนายวาทีก็มาช่วยงานทั่วไปและชอบมาเล่นกับลูกสาว เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา นายวาทีไปยืนสำเร็จความใคร่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งจนถูกชาวบ้านและพนักงานรุมทำร้ายบาดเจ็บมา แต่ตนก็ไม่ได้เอะใจจนกระทั่งมาเกิดเรื่องขึ้น ด้านเจ้าหน้าที่พยายามสื่อสารเพื่อสอบถามผู้ต้องหาแต่ก็ไม่รู้เรื่อง เนื่องจากยังอยู่ในอาการเมาและโวยวายตลอดเวลา ต้องควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์และประสานผู้เชี่ยวชาญภาษามือมาสอบสวนดำเนินคดี พร้อมจะส่งตัว ด.ญ.ยุ้ย ตรวจร่างกายและสอบ ป.วิอาญาต่อไป ขอบคุณ เดลินิวส์ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

BANGSAEN TRIATHLON TOUR SERIES 2016 BY MAMA
BANGSAEN TRIATHLON TOUR SERIES 2016 BY MAMA /  Mono29 / 

ไทยแลนด์ไตรลีก จับมือเทศบาลแสนสุข ช่องโมโน29 และผลิตภัณฑ์มาม่า จัดใหญ่ ไตรกีฬานานาชาติ BANGSAEN TRIATHLON TOUR SERIES 2016 BY MAMA เพื่อสานต่อนโยบายรัฐบาล ชูกีฬาและการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงสุดในปัจจุบัน “ว่าย ปั่น วิ่ง” นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันไทยแลนด์ไตรลีก กล่าวถึงความสำเร็จในการจัดการแข่งขันตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา “ไทยแลนด์ไตรลีก เป็นการแข่งขันไตรกีฬาสะสมคะแนนเพื่อจัดอันดับนักไตรกีฬาเป็นรายการแรกของประเทศไทย โดยครั้งนี้ถือเป็นซีรี่ย์ที่ 4 ซึ่งในซีรี่ย์ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับความสนใจจากนักไตรกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้ ทางไตรลีกจะจัดให้มีการแข่งขันขึ้นทั้งสิ้น 4 รายการ คือ เมืองบางแสน, เมืองพัทยา, อำเภอสัตหีบ และจังหวัดภูเก็ต สำหรับบางแสนถือว่าเป็นสนามใหม่ จึงต้องให้ความสำคัญด้านความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภทว่ายน้ำ นอกจากนี้แล้วเส้นทางจักรยานและเส้นทางวิ่งของสนามนี้ ถือว่าเป็นไฮไลท์ เนื่องจากผู้แข่งขันจะได้ปั่นบนถนนข้าวหลามตัดใหม่ ระยะทางร่วม 42 กิโลเมตร แล้วยังจะได้วิ่ง 10 กิโลเมต เลียบชายหาดบางแสน ผ่านแหลมแท่นและขึ้นเขาสามมุก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองบางแสนอีกด้วย” นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข กล่าวถึงการร่วมเป็นเจ้าภาพใจการจัดการแข่งขันครั้งนี้ว่า “ต้องการผลักดันให้บางแสนเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยตั้งเป้าไว้ในปี 2559 ว่าจะจัดกีฬาระดับนานาชาติที่ได้รับความนิยิมสูงสุดให้ครบ อาทิ แช่งรถแบบซิตี้เรซ รายการบางแสนสปีดเฟสติวัล ,การแข่งขันจักรยานแบบเซอร์กิต, การแข่งขันวิ่งมาราธอน รวมถึงไตรกีฬาที่กำลังได้รับนิยมอย่างสูงสุด และหวังว่า การแข่งขันไทยแลนด์ไตรลีกที่เมืองบางแสน จะเป็นจุดเริ่มต้นของเมืองที่จะก่าวเข้าสู่เมืองกีฬาที่สมบูรณ์แบบในอนาคตต่อไป” นายธนพัฒน์ โรจนไพบูลย์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) ผุ้สนับสนุนหลังของการแข่งขันกล่าวว่า “ทางสหพัฒนพิบูลฯ โดยผลิตภัณฑ์มาม่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักและมีส่วนพลักดันวงการกีฬาทั้ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วิ่ง หรือ ไตรกีฬา ให้ก้าวหน้าไปพร้อมๆกับผลิตภัณฑ์มาม่า ที่ถือว่าอยู่เคียงข้างกับสังคมไทยและชาวไทยทุกเพศทุกวัย ทีมบริหารเล็งเห็นว่า กีฬาประเภทนี้จะเป็นการวาง Position แบบใหม่ของมาม่า เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือคนทำงานที่มีใจรักความท้าทายหรือความแปลกใหม่ของชีวิต" การแข่งขัน BANGSAEN TRIATHLON TOUR SERIES 2016 BY MAMA จะจัดขึ้นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ ณ บริเวณชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี โดยการแข่งขันจะมี 3 ประเภท คือ ประเภทไตรกีฬาระยะโอลิมปิค (เดี่ยวและทีม) ว่ายน้ำ 1.5 กิโลเมตร จักรยาน 42 กิโลเมตร และวิ่ง 10 กิโลเมตร โดยมีการชิงรางวัลรวมมากกว่า 5 แสนบาท

แห่จดทะเบียนสมรสในเขตกรุงเทพฯ บางรักอันดับ 1
จดทะเบียนสมรส /  วันวาเลนไทน์‬ / 

สรุปสถิติการจดทะเบียนสมรสเนื่องใน 'วันวาเลนไทน์' ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 3,486 คู่ อันดับ 1 เขตบางรัก วันนี้ 14 ก.พ. กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ในปีนี้สำนักงานเขตของกทม.ได้เปิดให้บริการจดทะเบียนสมรสเนื่องในวันแห่งความรัก จำนวน 38 เขต สรุปมีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสจำนวน 3,486 คู่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 578 คู่ สำนักงานเขตที่มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสมากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ เขตบางรัก 1,054 คู่ รองลงมาคือเขตหลักสี่ 173 คู่ เขตบางซื่อ 160 คู่ เขตสะพานสูง 136 คู่ และเขตดอนเมือง 125 คู่ ส่วนเขตที่มีคู่รักมาจดทะเบียนน้อยที่สุด คือ สำนักงานเขตปทุมวัน จำนวน 14 คู่ ทั้งนี้ไม่มีประชาชนมาจดทะเบียนหย่าแต่อย่างใด ขอบคุณข้อมูล กรุงเทพธุรกิจ ____________________________________________________ บรรดาคู่รักทยอยจดทะเบียนสมรสวันแห่งความรัก ที่บางรัก คับคั่ง เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกเต็มที่ บรรยากาศที่ไปรษณีกลาง บางรัก ถนนเจริญกรุง ตั้งเเต่ช่วงเช้า มีคู่บ่าวสาวทยอยมาลงทะเบียนอย่างต่อเพื่อร่วมจดทะเบียนสมรสเนื่องในวันเเห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ ซึ่ง ตั้งเเต่เวลา 07.30 น. ได้มีพิธีรดน้ำสังข์ โดยนายแพทย์พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกรุงกรุงเทพมหานครเป็นประธานในพิธี ก่อนที่จะมีการเปิดพิธีอย่างเป็นทางการ ในเวลา 07.40 น นอกจากนี้เวลา 8.00 น ได้มีการจับรางวัลทะเบียนสมรสทองคำ ซึ่งมีทั้งหมด 9 ใบ และจับรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม มีคู่บ่าวสาวที่มาร่วมจดทะเบียนสมรสในวันนี้เป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากต่อแถวยาวออกมานอกตัวอาคารไปรษณ์กลางซึ่งเจ้าหน้าในงานต่างเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ที่มา : INN MThai News

โปรอาร์ม จูงมือน้องแฟน จดทะเบียนสมรส พร้อมขึ้นบอลลูน ชมบรรยากาศโรแมนติก
กิรเดช อภิบาลรัตน์ /  จดทะเบียนสมรส / 

สุดโรแมนติก "โปร์อาร์ม" กิรเดช อภิบาลรัตน์ โปรกอล์ฟชาวไทย มือ 42 ของโลก แชมป์ยูโรเปี้ยน 2 รายการ จูงมือ "น้องแฟน" ธัญญาธร ไชยรัชต์ แฟนสาวคนสวยที่เตรียมจะเข้าพิธีวิวาห์ในเร็วๆ จดทะเบีนทะเบียนสมรสหมู่พร้อมคู่รักอีก 19 คู่ ในกิจกรรม "วันแห่งความรัก" ภายใต้ชื่อ “บอลลูนเลิฟ” ขึ้นภายในงาน "การแข่งขันบอลลูนนานาชาติ สิงห์ ปาร์ค เชียงราย อินเตอร์เนชั่นแนล บอลลูน เฟียสต้า 2016"  ที่ ไร่ สิงห์ ปาร์ค เชียงราย พร้อมขึ้นบอลลูนยักษ์รูปหัวจสีแดงสด ไปบอกรักกันบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก

บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ แล้วไง! ไม่เหมาะแต่รักจริง 3 คู่พิสูจน์รักแท้ ไม่ใช่แค่ที่หน้าตา
กบ ปภัสรา /  คู่รัก / 

     เรื่องของหัวใจ อย่าได้ตัดสินกันที่หน้าตา ! เรื่องแบบนี้ไม่เจอกับตัวคงไม่มีใครเข้าใจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะบรรดาขาเม้าท์ทั้งหลาย ที่เห็นใครรักกันก็มักจะหมั่นออกนอกหน้าไปซะทู๊กที..ดังเช่น คู่รักที่เรากำลังจะพูดถึงวันนี้ เพราะพวกเธอต้องฝ่าด่านอรหันต์มาเพียบ กว่าจะพิสูจน์ได้ว่า รักแท้ไม่ใช่ที่หน้าตา... อริสรา ทองบริสุทธิ์ กับ ไผ่ วันพอยท์       ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ กับ ไผ่ วันพอยท์ ที่คบหาดูใจ พิสูจน์ความรักมาเกือบ 4 ปี นับเป็นคู่ที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะ ฝ่ายหญิงนั้นเป็นดาราสาวเซ็กซี่ระดับต้นๆ ของวงการ ในขณะที่ถูกมองว่า คบหากับ ไผ่ วันพอยท์ เพราะฐานะของฝ่ายชาย แถมยังหน้าตาธรรมดาไม่เหมาะกับเธอเลยซักนิด แต่นั่นก็เป็นแค่คำพูดของคนอื่นๆ เมื่อ ดิว อริสรา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คำครหาเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องจริง เพราะนอกจากเธอจะชนะใจฝ่ายชายแบบหมดข้อสงสัยแล้ว ครอบครัวฝ่ายชายยังเลิฟเธอสุดๆอีกด้วย เหลือก็แต่รอลุ้นข่าวดีเท่านั้นล่ะคร๊า แพนเค้ก เขมนิจ กับ สารวัตหมี           หลังจากผ่านมรสุมต่างๆ เมื่อแยกทางกับอดีตแฟนหนุ่ม ที่แฟนๆเชียร์กันทั้งประเทศอย่าง เวียร์ ศุกลวัฒน์ นางเอกสาววิก7สี อย่าง แพนเค้ก เขมนิจ ก็เปิดตัวอย่างมั่นใจอีกครั้งหลังจากมั่นใจแล้วว่ากำลังคบหาดูใจกับ หนุ่มรุ่นพี่ ดีกรีสารวัตร ที่มีนามว่า สารวัตรหมี - พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ ทำเอาแฟนๆละครตามลุ้นกันยกใหญ่ แต่พอปรากฎตัวออกมา กลับโดนขาเม้าท์บ่นพึมพำกันให้แซดว่า แฟนคนนี้ไม่ค่อยปลื้ม เพราะระดับหน้าตาเทียบกับดีกรีนางเอกเบอร์ต้นๆอย่างเธอ มันไม่โออ่ะ.. แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ ความรักของทั้งคู่สะดุดสะเทือนได้ และด้วยความที่ทั้งคู่เป็นสายบุญสายธรรมะ เข้ากันได้ดีเหมือนปาท่องโก๋กับนมข้นหวานขนาดนี้ ผ่านมา 4 ปี ทั้งคู่ก็แว่วๆว่ากำลังจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ ก็นะ คลิกกันซะขนาดนี้ แล้วจะหนีกันไปไหนร๊อด   กบ ปภัสรา และ เอ๋ พรเทพ เตชะไพบูลย์        ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน เมื่อ กบ ปภัสรา สาวงามผู้พิชิตมงกุฎ มิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 1988 เปิดเผยว่ากำลังคบหาและ กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับ เอ๋ พรเทพ เตชะไพบูลย์ แบบสายฟ้าแล่บ ทั้งที่คบหากันได้เพียงแค่ 2 เดือน นั่นทำให้เธอกลายเป็น ซินเดอเรลล่า เพียงข้ามคืน แต่ขาเม้าท์ก็ไม่วายต้องทำหน้าที่เช่นเคย เพราะนอกเหนือจากความรวยแล้ว ดูเหมือนว่า สาวผู้เลอโฉม กับ หนุ่มใหญ่ที่เคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว แถมยังอายุมากกว่าเธอถึง 16 ปี ทำให้หลายคนกังขาในความรักของทั้งคู่ ...ย้อนกลับมาที่ปัจจุบัน กบ ปภัสรา และ เอ๋ พรเทพ แต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 15 ปี และมีลูกสาวที่น่ารักอีกคน นี่คงจะต้องยกเป็นตัวอย่างคู่รักแท้ ตัวจริงของจริง แบบอย่างคนรุ่นนี้เลยเชียวล่ะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก @paionepoint @duearisara @khemanito @khunnaisailub

รวมทีเซอร์ละครึ่งปีแรกของ ช่อง 3
รวมทีเซอร์ละคร ช่อง3 /  งานเปิดวิกบิ๊ก 3

เปิดตัวอลังการสุดๆ สำหรับงาน เปิดวิกบิ๊ก3 Channel3 Runway 2016 พร้อมทั้งเปิดเผยรายชื่อละครที่จะออกอากาศในครึ่งปีแรกวันนี้เราเลยขอรวบรวมทีเซอร์ละครมาให้ชมเป็นน้ำจิ้มไปก่อนบอกเลยว่าแต่ละเรื่องนั้นน่าดูเป็นที่สุด เริ่มต้นที่เรื่องแรก ละครนางอาย นำแสดงโดย เกรท วรินทร - ณิชา ณัฏฐณิชา ละครบัลลังก์ดอกไม้ นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร้อ - เต้ย จรินทร์พร ละครนางทาส นำแสดงโดย ป๋อ ณัฐวุฒิ - แยม มทิรา-หยาดทิพย์-วุ้นเส้น วิริฒิพา ละครเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ นำแสดงโดยเจมส์ มาร์ - คิม คิมเบอร์ลี่ ละครบ่วงอธิฏฐาน นำแสดงโดย หมาก ปริญ-หยาด หยาดทิพย์-แพทริเซีย ธัญชนก ละครเล่ห์ลับสลับร่าง นำแสดงโดย ณเดชน์-ญาญ่า อุรัสยา ละครนาคี นำแสดงโดย เคน ภูภูมิ-แต้ว ณฐพร ละครคลื่นชีวิต นำแสดงโดย หมากปริญ-ญาญ่า อุรัสยา ละคร เดอะคิวปิด บริษัทรักอุตลุด นำแสดงโดยชมพู่-เคน,โตโน่-ณิชา,บอย-เต้ย ละคร สายลับรักป่วน นำแสดงโดย แอนดริว เกร็กสัน-พลอย เฌอมาลย์ ละครอังกอร์ นำแสดงโดย โอม อัชชา-บูม สุภาพร ละครเลือดรักทระนง นำแสดงโดย โป๊บ ธนวรรธน์-เดียร์น่า ฟลีโป ละครบุษบาเร่ฝัน นำแสดงโดย ชาคริต-ไม้ วฤษฎิ์-มาร์กี้ ราศรี ขอบคุณคลิปจาก Youtube :MemoryUnit,CutelyBearLoveHD 1

ผลบอล: ไปกินอะไรมา!สิงห์บูลเดินหน้าปูพรมถล่มสาลิกาพิการเละ
ดีเอโก้ คอสต้า /  นิวคาลเซิล / 

ผลบอล: พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 เชลซี 5-1 นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 ดีเอโก้ คอสต้า น.5, 2-0 เปโดร โรดริเกซ น.9, 3-0 วิลเลี่ยน น.17, 4-0 เปโดร โรดริเกซ น.59,5-0 เบอร์นานด์ ตราโอเร่ น.82,5-1 แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ น.90 เวลา:00.30 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: cthstadium4 // FT - VIDEO(Premier League): Chelsea Football Club 5-1 Newcastle UnitedAll Goals [HD]Pedro with a double. Posted by Football Goals & Highlights on 13 กุมภาพันธ์ 2016 "สิงห์บูล" เชลซี คืนฟอร์มโหดไล่ถลุง นิวคาลเซิล ที่มีนักเะตบาดเจ็บถึง 14 คนไปแบบขาดลอย 5-1 รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เชส ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช , เปโดร โรดริเกซ, วิลเลี่ยน, เอเดน ฮาซาร์ด,ดีเอโก้ คอสต้า นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด:ร็อบ เอลเลียต(GK),ดารีล ยันมาต, สตีเฟ่น เทย์เลอร์, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, โรลันโด้ อารอนส์,จอนโจ้ เชลวี่ย์, ชีค ติโอเต้, มุสซ่า ซิสโซโก้, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, อันดรอส ทาวน์เซ่น,อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช

เตือนเฝ้าระวัง ไวรัสซิกา หรือ ไข้ซิกา สาเหตุหลัก จากยุงลาย
ยุงลาย /  เชื้อไวรัสซิกา / 

วันนี้ (21 มกราคม 2559) นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไต้หวัน เฝ้าระวังและตรวจพบชายไทยที่กำลังเดินทางสู่ไต้หวันมี เชื้อไวรัสซิกา ที่กำลังระบาดในหลายประเทศในแถบลาตินอเมริกาและแคริบเบียน นั้น เมื่อวานนี้(20 มกราคม 2559) กรมควบคุมโรค ได้ประชุมปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญ เรื่อง โรคไข้ซิกา เพื่อเตรียมการเฝ้าระวังและหารือมาตรการป้องกันโรคดังกล่าว โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค เป็นประธาน พร้อมคณะที่ปรึกษากรมควบคุมโรค ผู้ทรงคุณวุฒิฯ กรมควบคุมโรค คณะแพทย์จากมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับสถานการณ์โรค ไข้ซิกา ประเทศไทยพบครั้งแรก พ.ศ.2555 พบกระจายทุกภาคและมีผู้ป่วยยืนยันเฉลี่ยปีละ 5 ราย สาเหตุหลักเกิดจากโดนยุงลายที่มีเชื้อไวรัสซิกากัด และช่องทางอื่นที่เป็นไปได้ เช่น การแพร่ผ่านการถ่ายเลือด แพร่จากจากมารดาที่ป่วยสู่ทารกในครรภ์ ทั้งนี้ ได้เตรียมการเฝ้าระวังโรค โดยแบ่งเป็น 4 ด้านสำคัญ ดังนี้ 1.การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2.การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3.การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด และ 4.การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท ด้านการรักษา โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนและยังไม่มียารักษาเฉพาะ จึงต้องรักษาตามอาการ คำแนะนำสำหรับประชาชน คือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และป้องกันไม่ให้ยุงกัด ด้วยการนอนในมุ้งหรือทายากันยุง ซึ่งเป็นการป้องกันควบคุมโรคเช่นเดียวกับไข้เลือดออก หากประชาชนมีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง หรือปวดข้อ อาจมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ได้ ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ยกเว้นในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งอาจทำให้เด็กทารกที่คลอดมามีสมองเล็ก หรือมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ แนะนำให้รับประทานยาพาราเซตามอล ห้ามรับประทานยาแอสไพริน หรือยากลุ่มลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์(NSAIDs) เพราะมียาบางชนิดที่เป็นอันตรายสำหรับการเป็นโรคนี้ อาจทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่ายขึ้น คำแนะนำสำหรับผู้เดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรคไข้ซิกา(ประเทศในแถบลาตินอเมริกาและแคริบเบียน) ขอให้ผู้เดินทางระมัดระวังป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวให้มิดชิด และใช้ยาทาป้องกันยุงกัด หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ก่อนเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรคควรปรึกษาแพทย์ ส่วนผู้เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาด รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในประเทศไทย มีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง หรือปวดข้อ สามารถมารับการรักษาและปรึกษาได้ที่คลินิกเวชศาสตร์การท่องเที่ยวและการเดินทาง สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และสามารถรับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ได้เตรียมจัดทำประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง“ โรคไข้ซิกา ” เพื่อให้ประชาชนตระหนักในมาตรการป้องกันโรคและช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง โดยเน้นใช้หลัก 3เก็บ ได้แก่ 1.เก็บบ้านให้สะอาดเรียบร้อย ปลอดโปร่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะ รอบๆบ้าน ทั้งใบไม้ กล่องโฟม จานรองกระถางต้นไม้ ต้องเก็บกวาด ฝัง เผา หรือทำลาย และ3.เก็บน้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริเวณครัวเรือน โรงเรียน เขตก่อสร้าง สถานีขนส่ง และหอพักรอบมหาวิทยาลัย เป็นต้น โดยให้ดำเนินการอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

แม่แก้ว สุดฟิน! ของขวัญวันเกิด?? จากลูก ณเดชน์ - ญาญ่า
ณเดชน์ ญาญ่า /  วันเกิด แม่แก้ว / 

ฉลองครบรอบวันคล้ายวันเกิดอายุ 54 ปีของ แม่แก้ว กันไปอย่างอบอุ่นแล้ววานนี้(10 ก.พ.) ซึ่งแน่นอนในปาร์ตี้นี้มีลูกชายสุดเลิฟอย่างหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ กับสาวคนสนิ๊ทสนิท ญาญ่า อุรัสยา ยกเค้กมาเซอร์ไพร้ส์แบบแพ็คคู่ เล่นเอาแม่แก้วเขินทำตัวไม่ถูก ยิ้มหน้าบานด้วยความปลื้มปริ่ม นอกจากนั้นก็ยังมีเหล่าคนสนิทของแม่แก้วมาร่วมทานข้าว และร้องเพลงเบิร์ธเดย์กันอย่างพร้อมหน้า ซึ่งนอกจากเค้กวันเกิดสุดแสนอร่อยแล้ว แน่นอนลูกณเดชน์ กับหนูญาญ่า ต้องมีของขวัญมาให้แม่แก้วกันด้วย ด้านลูกชายก็ได้ทำการ์ดอวยพรวันเกิดให้กับคุณแม่ด้วยถ้อยคำสุดประทับใจ มาดังนี้ "สุขสันต์วันเกิดนะครับแม่แก้ว มีความสุขมากๆ ลูกคนนี้ก็จะให้ทุกอย่างเท่าที่ชีวิตจะหาให้ได้ ขอให้ปราถนาสิ่งใด ก็สมดังใจหมายเด้อ... สาธุ" ส่วนสาวญาญ่าเองก็ออกแนวผู้หญิงๆ กันไป มอบเครื่องสำอางแบรนด์ชื่อดังให้กับแม่แก้วเป็นของขวัญ ยังไงทางทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอแฮปปี้เบิร์ธเดย์ย้อนหลังให้กับแม่แก้วมา ณ โอกาสนี้ สุขสันต์วันเกิดนะคะ ^^ ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากไอจี @keaw_jung วันเกิดครบรอบ 54 ปี แม่แก้ว วันเกิดครบรอบ 54 ปี แม่แก้ว วันเกิดครบรอบ 54 ปี แม่แก้ว วันเกิดครบรอบ 54 ปี แม่แก้ว วันเกิดครบรอบ 54 ปี แม่แก้ว วันเกิดครบรอบ 54 ปี แม่แก้ว วันเกิดครบรอบ 54 ปี แม่แก้ว วันเกิดครบรอบ 54 ปี แม่แก้ว

ยิ้มทั้งน้ำตา!!! ทับทิม ดี๊ด๊ารับน้องหมากลับบ้านแล้ว
ทับทิม ปลื้ม /  ทับทิม มัลลิกา / 

ปิดฉากคู่รัก VRZO เป็นที่เรียบร้อย ทั้ง ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ต่างออกมาประกาศเลิกรากันแล้วอย่างเป็นทางการ ซึ่งด้าน สาวทับทิม ได้ลาออกจากรายการ VRZO และย้ายกลับมาอยู่บ้านที่เพิ่งซื้อใหม่ของตัวเองพร้อมหน้าครอบครัว ล่าสุด สาวทับทิม น่าจะหายเหงาได้บ้าง เพราะเธอไปรับน้องหมาสุดรักสุดหวง เดค, ฟองดู และ ฮาจิ กลับมาอยู่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน แถมยังโพสต์คลิปเจ้าเดค ทักทายแฟนคลับที่คอยติดตามความเคลื่อนไหว ซึ่งดูจากคลิปแล้วนอกจาก สาวทับทิม จะคิดถึงน้องหมามากแล้ว ฝ่ายเจ้าเดคก็คิดถึงเจ้าของไม่แพ้กัน ถึงกับแสดงความรักและออกอาการดีใจด้วยการเลียแก้มและจมูกของสาวทับทิมหนักมาก!!! ด้านแฟนคลับสาวทับทิม ต่างตามเข้ามากดไลท์และให้กำลังใจอย่างล้นหลามที่เห็น สาวทับทิม กลับมาสตรองและยิ้มออกเพราะน้องหมาแสนรัก แต่ก็ยังมีแฟนคลับบางส่วนที่สังเกตเห็น สาวทับทิม ตาบวมอาจเป็นเพราะร้องไห้อย่างหนักมาเช่นกัน ซึ่งการที่มีน้องหมาอยู่ข้างๆ อย่างนี้ สาวทับทิม คงจะคลายเหงาหายเศร้าได้บ้างแล้วล่ะจ้า ขอบคุณภาพจาก IG tubtimofficial ทับทิม มัลลิกา ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา กับน้องหมาแสนรัก ทับทิม มัลลิกา ทับทิม มัลลิกา

น้องดีเจอาการดีขึ้น-จนท.นัดพูดคุยปมหายตัววันนี้
ข่าวจังหวัดภูเก็ต /  ข่าวภูเก็ต / 

ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต เผย อาการ "น้องดีเจ" ดีขึ้นตามลำดับ ด้านเจ้าหน้าที่เตรียมเข้าพูดคุยสาเหตุการหายตัววันนี้ นายแพทย์เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น ถึงความคืบหน้าอาการของน้องดีเจ หรือ ด.ช.เจษฎากร ไชโย อายุ 3 ขวบ 9 เดือน ที่หายไปเป็นเวลา 6 วัน ว่า อาการล่าสุดของน้องดีเจขณะนี้ถือว่าดีขึ้นมาก ซึ่งทางแพทย์ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจออก โดยน้องรู้สึกตัวดี ถือว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงต้องพักรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอีกระยะ ส่วนบาดแผลบริเวณขาและที่อื่น ๆ ดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม นายแพทย์เจษฎา กล่าวว่าในวันนี้ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และอัยการ จะเข้ามาพูดคุยกับน้องดีเจ เพื่อสอบถามรายละเอียดการหายตัวไป คาดว่า จะสามารถทราบรายละเอียดได้ในวันนี้ ข้อมูลข่าวจาก INN คืบหน้าอาการ "น้องดีเจ" ดีขึ้นต่อเนื่อง ทีมแพทย์เตรียมถอดเครื่องช่วยหายใจ คาดกลับมาพูดคุยได้อีกครั้งช่วงเย็นวันนี้ ส่วนเรื่องคดี ตำรวจคาด เด็กอาจพลัดหลง หรือ มีผู้นำพาออกจากบ้าน ความคืบหน้าล่าสุดของอาการน้องดีเจ เด็กหายนาน 6 วัน ในจังหวัดภูเก็ต นพ.เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เผยอาการน้องดีเจ หรือ ด.ช.เจษฎากร ไชโย วัย 3 ขวบ 10 เดือน ว่า อาการของน้องดีเจ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทีมแพทย์ที่ดูแลระบุว่าสัญญาณชีพขณะนี้ปกติดี อีกทั้งได้ลดยาบางตัวแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางคณะแพทย์จะทำการถอดเครื่องช่วยหายใจ ในช่วงก่อนเวลา 12.00 น. และน้องจะสามารถกลับมาพูดคุยตามปกติช่วงเย็นวันนี้ ส่วนความคืบหน้าในคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา ได้เข้าตรวจสอบป่าละเมาะในจุดที่พบน้องดีเจเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจากการตรวจสอบพบฝาขวดน้ำดื่มในจุดที่พบน้องดีเจ จำนวน 1 ฝา และจากการตรวจค้นเต็นท์เจ้าของสวนผลไม้ ซึ่งห่างจากจุดพบน้องดีเจ พบกล่องนม ตกใกล้เต็นท์ที่พัก จึงเก็บไว้ตรวจสอบ ส่วนการสอบเจ้าของสวนผลไม้ เบื้องต้นยังไม่พบพิรุธ ขณะเดียวกัน เตรียมเชิญตัว นายสุจิตร ไชโย ซึ่งเป็นตาน้องดีเจที่พบน้องดีเจคนแรกมาสอบสวนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายออกจากบ้านหรือไม่ ทั้งนี้ ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 2 ประเด็น คือ เด็กอาจพลัดหลง หรือ มีผู้นำพาออกจากบ้าน น้องดีเจ เด็กหายออกจากบ้านติดเชื้อกระแสเลือดหลังได้รับการช่วยเหลือ แพทย์ขอรับบริจาคกรุ๊ปเอด่วน!! ความคืบหน้าการเข้าช่วยเหลือ "น้องดีเจ" เด็กชายวัย 3 ขวบที่หายตัวออกจากบ้านที่ภูเก็ตนาน 6 วัน ก่อนจะพบตัวแช่อยู่ริมแม่น้ำในป่าบริเวณบ้านพักหลังญาติและเจ้าหน้าที่ต่างเร่งระดมกำลังค้นหานั้น ล่าสุดทีมแพทย์ที่ทำการรักษาน้องดีเจ ได้ประกาศขอรับ บริจาคเลือดกรุ๊ปเอ เป็นการด่วนหลังจาก "น้องดีเจ" เกิดอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องจากอ่อนเพลีย มีแผลที่เท้า 2 ข้าง เพราะแช่น้ำเป็นเวลานาน ตลอดจนตามผิวหนังร่างกายมีร่องรอยถูกยุงและแมลงกัดต่อยเป็นจำนวนมากประกอบกับมีอาการขาดน้ำและอาหารจนทำให้เกิดอาการดังกล่าว ทั้งนี้หากผู้ที่สนใจช่วยเหลือสามารถเข้าไปบริจาคเลือดได้ที่ รพ.วชิระภูเก็ต หรือ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดภูเก็ต ได้ในวันและเวลาราชการ พบแล้ว น้องดีเจ เด็ก 3 ขวบหายตัวออกจากบ้านที่ภูเก็ต หลังระดมกำลังเดินเท้าหาตามป่าละเมาะใกล้บ้าน ย่างเข้าวันที่ 6 จากรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพช่วยกันติดตามหาตัวน้องดีเจ อายุ 3 ปี 9 เดือน ที่หายตัวออกจากบ้านในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อ 5 วันก่อนนั้น ล่าสุดทางญาติ และเจ้าหน้าที่พบตัวน้องดีเจแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันนี้ (9 ก.พ. 59) หลังช่วยกันปูพรมค้นหา โดยพบน้องดีเจอยู่บริเวณป่าละเมาะใกล้บ้านพักใน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นผืนป่าต่อเนื่องยาวไปถึงภูเขา เบื้องต้นพบว่า น้องดีเจ อยู่ในสภาพอิดโรย ผอมโซ มีบาดแผลจากยุงและแมลงกัดต่อย จนเต็มแขนและขาทั้งสองข้าง โดยเจ้าหน้าที่ได้นำน้ำให้น้องดื่ม ก่อนเร่งช่วยเหลือนำน้องขึ้นมาจากหุบเขา ซึ่งจากการสอบถามเด็กยังไม่พูดอะไร คาดว่าอยู่ในอาการอ่อนเพลีย ท่ามกลางความดีใจของครอบครัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อทำการรักษาต่อไป ขอบคุณภาพจาก มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เบิร์ด ธงไชย ชวนแฟนเพลงบอกรัก ด้วย รักคำเดียว ต้อนรับวาเลนไทน์
ธงไชย แมคอินไตย์ /  รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต / 

เทศกาลแห่งความรักทั้งที ซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ นักร้องแกรมมี่ฯ มีกิจกรรมดีๆ ชวนแฟนเพลงสื่อสารความรักให้กันด้วยเพลงซึ้งๆความหมายดี รักคำเดียว กับกิจกรรม รักคำเดียวทำให้ใจฉันสว่าง รักคำเดียวทำให้ฉันได้ไปต่อ โดยชวนแฟนร่วมต่อเติมรักคำเดียวในแบบของทุกคนว่า “รักคำเดียวให้...คุณทำอะไร หรือเป็นอะไรได้บ้าง” ผ่านทาง 2 คลื่นวิทยุ อีเอฟเอ็ม และ กรีนเวฟ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงเพื่อลุ้นบัตรคอนเสิร์ต ธนาคารไทยพาณิชย์ พรีเซ้นท์ส รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต ตอน สุขใจนักเพราะ รักคำเดียว คอนเสิร์ตครั้งนี้ พี่เบิร์ด จะมาพร้อมกับแขกรับเชิญที่ไม่เคยขึ้นเวทีร่วมกันมาก่อน อาทิ โจอี้ บอย, ใหม่ ดาวิกา, พลอยชมพู, มาตัง, วง 25 HOURS(ทเวนตี้ไฟว์ อาวเวอร์ส), ต้า และ สอง PARADOX (พาราด็อกซ์) ในวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 รอบการแสดง 15.00 น. และ รอบ 19.30 น. และวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 รอบการแสดง 15.00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ธนาคารไทยพาณิชย์ presents รวมวง THONGCHAI CONCERT ตอน "สุขใจนักเพราะรักคำเดียว" youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL พี่เบิร์ด เผยความรู้สึกว่า "วันวาเลนไทน์เทศกาลแห่งความรักก็ใกล้จะมาถึงแล้ว คราวนี้ตรงจุดเลย รักคำเดียวของพี่เบิร์ดจะเป็นรักคำเดียวของทุกคนซึ่งมีให้กันมานานแล้ว ก็เลยอยากจะสรุปความว่า ความรักที่เรามีให้กันมาหรือสิ่งที่เราเดินกันมา มันเพราะอะไร ก็เพราะว่า 'รักคำเดียว' นั่นเอง แค่คำๆ เดียวนี้สามารถทำอะไรได้หมดเลย เพราะเพลงนี้เป็นเพลงให้กำลังใจสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มมีความรัก กำลังมี มีความรักมานานแล้ว หรือกำลังทำอะไรดีๆ เพราะว่าความรักก็สามารถใช้เพลงนี้กันดูครับ อยากให้ไปร่วมกันต่อเติมความรักกับกิจกรรมของเบิร์ดในครั้งนี้ แล้วไปแสดงความรักพร้อมกันในวันคอนเสิร์ตปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้พร้อมกันนะครับ" รวมวงทีมROCKโดด ซ้อมรวมเป็นวันแรกพี่เบิร์ด ธงไชย พร้อมกับ 25 HOURS และ ต้า สอง จาก PARADOX ร่วมซ้อมวงด้วยกันเป็นวันแรกเตรียมความสุขและความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น ใครยังไม่มีบัตร รีบจับจอง แล้วไปร่วมโดดกันในรวมวง THONGCHAI CONCERT ตอน "สุขใจนักเพราะรักคำเดียว"วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 รอบ 15:00 น. และ19:30 น. และ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 รอบ 15:00 น.อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีบัตรราคา 1,000 / 1,500 / 3,500 / 4,000 / 5,000 บาท และ VIP 6,000 บาทซื้อบัตรได้ที่ www.gmmlive.com 0 2669 8846 หรือwww.thaiticketmajor.com และ Thaiticketmajor ทุกสาขา Posted by GMM LIVE on 31 มกราคม 2016 เปิดจำหน่ายบัตร ธนาคารไทยพาณิชย์ พรีเซ้นท์ส รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต ตอน สุขใจนักเพราะรักคำเดียว แล้ววันนี้ บัตรราคา 1,000 / 1,500 / 3,500 / 4,000 / 5,000 บาท และ VIP 6,000 บาท (เฉพาะ VIP 6,000 บาท ทุกที่นั่งจะได้รับ VIP Gift set สำหรับคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะ) ที่ www.gmmlive.com : 0 2669 8846 รายละเอียดเพิ่มเติม: Facebook : GMM LIVE และ IG: gmmlive ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

3 สัปดาห์ในป่าอเมซอน! แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ต้องรอดใน Jungle
Conversations /  Daniel Radcliffe / 

จะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ (Daniel RadCliffe) จะต้องเข้าไปใช้ชีวิตในป่าอเมซอนถึง 3 สัปดาห์! ทุกก้าวย่างเต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต และเขาจะสามารถมีชีวิตเพื่อออกมาพบกับสิ่งที่เรียกว่าคอนกรีตอีกครั้งได้หรือไม่ Jungle โปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก อาร์คไลท์ฟิล์ม (Arclight Films) โดย แดเนียล แรดคลิฟฟ์ รับบทเป็น "กินสเบิร์ก" (Ghisberg) ชายหนุ่มที่ติดอยู่ในป่าอเมซอนนาน 3 สัปดาห์ เขาได้ลงมือเขียนบันทึกประจำวันบอกเล่าประสบการณ์เอาตัวรอดในป่าแห่งนี้ กระทั่งช่องดิสคัฟเวอรี่ได้นำไปสร้างเป็นสารคดีดราม่าในซีรีส์ชุด I Shoudn’t Be Alive ในปี 2005 กำกับโดยเกรก แมคลีน (Greg Mclean) และเขียนบทโดยจัสติน มอนโจ (Justin Monjo) กรรมการผู้จัดการอาร์คไลท์ฟิล์ม แกรี แฮมิลตัน (Gary Hamilton) ได้กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่แดเนียล แรดคลิฟฟ์เข้าร่วมแคสติ้งภาพยนตร์เรื่องนี้” และกล่าวอีกว่า “เขามีแฟน ๆ ทั่วโลกที่ตื่นเต้นกับบทบาทที่เขาจะได้รับ ซึ่งบทที่ได้รับในแต่ละเรื่องมันแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน และเป็นที่รู้กันว่าเขามีความเป็นตัวของตัวเองและนำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ” และภาพยนตร์เรื่อง Jungle จะเริ่มถ่ายทำในออสเตรเลียช่วงสิ้นปีนี้ ดูบทความต้นฉบับ : Daniel Radcliffe to star in survival drama 'Jungle'

ละครสารวัตรเถื่อน , เรื่องย่อสารวัตรเถื่อน
ละครสารวัตรเถื่อน /  เคลลี่ ธนะพัฒน์ สารวัตรเถื่อน / 

ละคร สารวัตรเถื่อน บทประพันธ์โดย : วสิษฐ เดชกุญชรผลิตโดย : บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัดควบคุมการผลิตโดย : นิรัตติศัย กัลย์จาฤกออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละครสารวัตรเถื่อน เชษฐ์ สารวัตรใหญ่แห่งวัฒนานิมิต กับ จ่าเที่ยง ตำรวจคู่ใจ รู้ข่าวการหักหลังกันในกลุ่มอิทธิพลของเมือง เกิดเหตุการณ์ต่อสู้ชุลมุนกันขึ้น ก็ปรากฏตัว ชายลึกลับ (ธนุส) เข้ามาช่วยตัวประกัน แต่สารวัตรเชษฐ์นั้นเสียชีวิต จ่าเที่ยงโกรธแค้น ทรงยศ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล เพราะเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง แต่จ่าเที่ยงก็มักจะถูกขัดขวางการทำงานจาก ธนสาร รองสารวัตร ที่ไปเข้ากับพวกทรงยศ ถาวร พาราไดซ์ แหล่งบันเทิงชั้นนำของเมือง ระมาดลูกน้องทรงยศชอบ ถมทอง ลูกสาวของถาวร แต่ถมทองไม่สนใจ ธนุส ปลอมตัวเป็นยมมาสังเกตการณ์ เกิดมีเรื่องกับลูกน้องของระมาด จนถูกจ่าเที่ยงจับ ถมทองมาช่วยประกัน และให้ยมพักที่โรงแรม อนงค์รัตน์ นักร้องสาวสวยที่หวังจะใช้อิทธิพลทรงยศช่วยให้โด่งดัง มาสมัครเป็นนักร้องที่ บาร์แองเจิลในเครือถาวรพาราไดซ์ วันหนึ่งยมได้ช่วยอนงค์รัตน์จากคนร้าย ทั้งสองจึงได้รู้จักกัน ในขณะที่จ่าเที่ยงโดนปลดเพราะถูกธนสารใส่ร้าย สะพายนักกีตาร์หนุ่มก็มาสมัครงานที่บาร์ในวันที่ทรงยศมาดูอนงรัตน์ร้องเพลง และรับปากจะช่วยปั้นอนงรัตน์ถ้าเธอเชื่อฟังเขา ระมาด และนักรบกำลังจะฆ่าลูกน้องคนขับรถส่งของผิดกฎหมาย แต่ยมมาช่วยไว้เพราะอยากเก็บไว้เป็นพยาน จากนี้ยมจึงเป็นเป้าหมายที่เหล่าร้ายจับตามองอย่างใกล้ชิด อนงค์รัตน์มาเรียนเต้นที่บริษัททรงยศ ราโพเลขาทรงยศรู้สึกไม่ชอบหน้า และบอกทรงยศว่าอนงค์รัตน์ดูไม่ชอบมาพากล ทรงยศจึงสั่งระมาดให้จับตาไว้ ส่วนจ่าเที่ยงพอจะได้กลับมาทำหน้าที่ก็ถูกทรงยศสั่งเก็บจนยมต้องมาช่วยอีกครั้ง ด้านสะพายได้แอบติดเครื่องดักฟังประเสริฐที่เป็นพวกของทรงยศ แต่ยมมาเห็นจึงคาดคั้นให้สะพายบอกสถานะ จึงรู้ว่าสะพายเป็นหน่วยปราบปรามที่ปลอมตัวมา ทรงยศสั่งให้นักรบไปฆ่าจ่าเที่ยงอีกครั้ง แต่ยมก็ช่วยไว้ได้อีกครา จ่าเที่ยงย้ายไปกบดานที่บ้านพิไร ภรรยาของเชษฐ์ และเป็นคนที่ธนสารแอบชอบมาตลอด ทรงยศสั่งให้สามสาวประเภทสองนักฆ่าไปจัดการจ่าเที่ยง ระหว่างนั้น อนงค์รัตน์ก็แอบไปถ่ายคลิปสินค้าของทรงยศ จ่าเที่ยงถูกสามสาวจับไปทรมาน จนยมมาช่วย จ่าเที่ยงจึงสงสัยว่าทำไมยมถึงรู้แผนของผู้ร้ายเสมอ พร้อมกับที่ระมาดก็เริ่มสงสัยอนงค์รัตน์ จึงให้ราโพสืบประวัติ ถึงรู้ว่าอนงค์รัตน์ต้องการแก้แค้นทรงยศ เพราะน้องชายต้องตายจากยาเสพติดของทรงยศ ทรงยศโกรธมากที่ถูกหลอก ทรงยศคาดคั้นจนอนงค์รัตน์ต้องเปิดเผยความจริง ราโพห้ามทรงยศไม่ให้ฆ่าอนงค์รัตน์เพราะอยากรู้เบื้องหลัง สะพายตามหาคลิปที่อนงค์รัตน์ถ่ายไว้แต่ถูกนักรบชิงไป ประเสริฐเริ่มปรึกษากับบอร์ดใหญ่ถึงวิธีที่จะจัดการทรงยศเมื่อเรื่องเริ่มบานปลาย ยมตามมาช่วยอนงค์รัตน์ และบอกให้ใจเย็น เพราะยังมีเบื้องหลังที่ใหญ่กว่าทรงยศ ยมสอนอนงค์รัตน์ยิงปืนเพื่อป้องกันตัว ยมช่วยจ่าเที่ยงจากคนร้าย และบอกให้จ่าเที่ยงย้ายไปที่อื่น เพราะกลัวจะทำให้เสียแผน แต่จ่าเที่ยงไม่ยอม ทั้งยังโทษว่ายมเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย รุ่งขึ้นจ่าเที่ยงไปที่โรงพัก และได้พบว่าสารวัตรคนใหม่ ธนุสก็คือยมนั่นเอง ทุกคนทราบเรื่องสารวัตรคนใหม่ แต่สะพายค่อนข้างแปลกใจ เพราะเขานั่นแหละที่เป็นสายสืบจากสารวัตรธนุส และเมื่อธนุสยังไม่ให้ความกระจ่าง สะพายจึงตีสนิทถมทองเพื่อถามความลับของธนุส ทรงยศจัดงานเลี้ยงต้อนรับสารวัตรธนุส แต่ธนุสก็ยืนยันจะปฏิบัติงานแบบตรงไปตรงมา ทำให้ทรงยศถึงกับไม่พอใจเพราะต่อไปนี้ศัตรูคนสำคัญของเขาก็คือ ธนุส นั่นเองสุดท้ายเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป เมืองวัฒนานิมิตจะหลุดจากอำนาจมืดได้หรือไม่ ติดตามชม ละครสารวัตรเถื่อน ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครสารวัตรเถื่อน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สารวัตรเถื่อน เคลลี่ ธนะพัฒน์ รับบท นายยมกาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบท อนงค์รัตน์ปิยพันธ์ ขำกฤษ รับบท สะพายพัชญา เพียรเสมอ รับบท ถมทองธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท นายทรงยศอานัส ฬาพานิช รับบท ระมาดธนายง ว่องตระกูล รับบท จ่าเที่ยงจาตุรงค์ โกลิมาศ รับบท ธนสารมาริสา แอนนิต้า รับบท ราโพสาริน บางยี่ขัน รับบท นักรบกลศ อัทธเสรี รับบท ถาวร

มิกซ์แอนด์แมทช์ ง่ายไม่แพ้สีดำ เสื้อยืดสีเทา ไอเทมสร้างลุคเท่แบบง่ายๆ
Snap Signature /  บอม ธนิน / 

แต่งตัวให้เรียบง่ายที่สุดสำหรับผู้ชายคงหนีไม่พ้นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ ที่ส่วนใหญ่มักจะเห็นหนุ่มๆ ยืนพื้นด้วยเสื้อยืดไม่สีขาว ก็สีดำ แต่อ่ะๆ อีกหนึ่งสีที่คุณหนุ่มๆ ต้องมีติดไว้ในตู้สักตัวสองตัวก็ต้องนี่เลย เสื้อยืดทีเทา ที่จะว่าไปแล้วก็เป็นไอเทมที่ช่วยสร้างลุคให้คุณหนุ่มๆ ทั้งหลายหล่อเท่ได้ในสไตล์ที่ง่ายๆ ไม่ต้องเยอะ เกริ่นมายาวแบบนี้แล้วเราอย่ารอช้ามาดูภาพกันดีกว่าว่าหนุ่มๆ ในวงการเขามามิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อยืดสีนี้กับการแต่งตัวอย่างไรบ้าง ใครเป็นแฟนคลับหนุ่มคนไหนมาดูกันเร็ววว 1.พิชญ์ กาไชย 1.พิชญ์ กาไชย หนุ่มสายวินเทจที่ขนาดแต่งไม่เยอะแต่ก็ยังคงความเป็นวินเทจด้วยกางเกงยีนส์เอวสูง ใส่กับ เสื้อยืดสีเทา และรองเท้าหนังคัชชู 2.แดน วรเวช 2.แดน วรเวช เลือกเป็นโทนเทาเข้มๆ ทั้งตัว แล้วดึงจุดเด่นด้วยรองเท้าบู้ทสีน้ำตาล 3.บอม ธนิน 3.บอม ธนิน ก็ง่ายๆ จบด้วยกางเกงยีนส์กับเสื้อยืดโทนสีเทาอ่อน กับรองเท้าผ้าใบจบ 4.เขื่อน ภัทรดนัย 4.เขื่อน ภัทรดนัย เสื้อยืดกางเกงยีนส์เรียบๆ แต่เพิ่มไอเทมด้วยหมวกแกป แว่นตา ก็ช่วยให้ลุคดูไม่เรียบขึ้นมาทันที 5.ไบร์เท เอเอฟ 5. ไบร์ท เอเอฟ เลือก เสื้อยืดสีเทา แบบมีลาย ใสคู่กางเกงยีนส์ทรงฟิตๆ เพิ่มไอเทมอย่างแว่นตาและรองเท้าบู้ทเข้าไปช่วยให้ลุคดูเท่ขึ้น 6.ไมค์ ภัทรเดช 6. ไมค์ ภัทรเดช เลือกเป็นเสื้อฟิตๆ ตัวหน่อยดูให้เห็นรูปร่าง เห็นกล้ามฟิตๆ สาวๆกรี้ดแน่นอน 7.หลุยส์ พงษ์พันธ์ 7.หลุยส์ พงษ์พันธ์ เท่ๆ แบบมีสไตล์ของนายหลุยส์คือหยิบหมวก Flatcap และแว่นตามาเพิ่มลุคให้การแต่งตัวดูสนุกมากขึ้น 8.บอย พิษณุ 8.บอย พิษณุ เลือกแบบสีเข้มผ้าบางๆใส่สบาย ก็เหมาะกับอากาศบ้านเราดี 9.อู๋ ธนากร 9.อู๋ ธนากร เอาใจสาวๆ กับน้ารามที่สาวๆ กรี้ดทั่วบ้านทั่วเมือง ในลุคสตรีทเท่ๆ เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ เพิ่มไอเทมด้วยหมวกแกป ติดตามเรื่องราวแฟชั่นได้ที่ https://www.facebook.com/SnapSignature/ และอ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.mbookstore.com/book-details/8136/Teen-Magazine-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99/Snap-Magazine-issue-22-:-Jan-2016/?v=2

หวั่นอันตราย! จับ
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย "อาตูร์" ฆ่าหั่นศพ นอนคุกวันแรก ไม่เครียด นอนหลับ กินได้ จับแยกขังเดี่ยวหวั่นอันตราย วันนี้ (11 ก.พ.) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังผัดแรก นายอาตูร์ เซการ์รา ปรินเซป หรือ นายอาร์เทอร์ อายุ 37 ปี ชาวสเปน ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ทรมาน ฆ่าคนตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ และรีดเอาทรัพย์สิน จากการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวสเปน และนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น โดยตลอดทั้งคืน นายอาตูร์ ถูกจับแยกขังเดี่ยวในแดนแรกรับของเรือนจำ เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องอาจเกิดอันตรายได้ โดย นายอาตูร์ รับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่เครียดอะไร อีกทั้ง ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรือนจำได้ปฏิบัติกับผู้ต้องหา ตามระเบียบของเรือนจำเหมือนคนอื่น สำหรับความคืบหน้าทางคดีในวันนี้ (11 ก.พ.) คาดว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะทำการสรุปผลการตรวจพยานหลักฐานที่เก็บมาได้จำนวนหลายชิ้น และทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด  เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

ม.ฮาร์เวิร์ดบล็อกชาวเน็ตไทยถล่มโพสต์กรณีทันตแพทย์
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

มหาวิทยาฮาร์เวิร์ด บล็อกบัญชีเฟซบุ๊กชาวไทย หลังหลั่งไหลโจมตีกรณีทันตแพทย์เหนียวหนี้หน้าเพจทางการ สำนักข่าว เอเซียน คอเรสพอนเด้นท์ รายงาน สั่งบล็อกการเข้าแสดงความเห็นของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวไทย ที่แฟนเพจทางการของมหาวิทยาลัย หลังชาวเน็ตไทยหลั่งไหลเข้าแสดงความเห็นแง่ลบเกี่ยวกับอาจารย์ทันตแพทย์ชาวไทย ที่ปฏิเสธการใช้ทุนรัฐบาลไทย โดยสื่อรายงานว่า เรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลัง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ ที่ปัจจุบันเป็นครูสอนที่มหาวิทยาฮาร์เวิร์ด ถูกกล่าวหาว่า กลบเลี่ยงการชำระหนี้รัฐบาลไทย จำนวน 30 ล้านบาท ทำให้ภาระการชำระหนี้ตกอยู่ที่ผู้ค้ำประกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางมหาวิทยาฮาร์เวิร์ดรับทราบเป็นอย่างดี แต่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือพร้อมระบุว่า เป็นปัญหาส่วนตัว ทำให้ชาวไทยที่ไม่พอใจเกี่ยวกับการแสดงท่าทีเฉยชาของมหาวิทยาฮาเวิร์ดเข้าไปแสดงความเห็นในแง่ลบจนทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ต้องจัดการบล็อกบัญชีผู้ใช้ชาวไทย เพื่อป้องกันการแสดงความเห็นที่ไม่ดีบนหน้าแฟนเพจ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ศาลยุติธรรม ชี้แจงคดีหมอฟันเบี้ยวหนี้  47 ล้าน ต้องมาศาลวันนัด14 มี.ค. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีล้มละลายที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นฟ้อง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ม.มหิดล)หลังจากได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ที่สหรัฐฯ เมื่อสำเร็จการศึกษา ดลฤดี ได้หลีกเลี้ยงไม่กลับมาใช้ทุนคืน รวมถึงแต่งงาน เปลี่ยนสัญชาติ และทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ม.มหิดล เป็นโจทก์ที่ 1 และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เป็นโจทก์ที่ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ดลฤดี ผู้รับทุน เป็นจำเลย ต่อศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำ ล.3603/2558 ทั้งนี้ทั้งนั้น คดีล้มละลายนี้ สืบเนื่องจากเป็นคดีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 47,853,435.88 บาท พร้อมกันนี้ ศาลได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 14 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องมาศาลตามนัด ซึ่งหากจำเลยเดินทางมาศาลต่อสู้คดีก็ต้อง พิจารณาไปตามกระบวนการ แต่หากจำเลยไม่มา ศาลจะมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและดำเนินคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งศาลจะนำความจริงมาพิจารณาว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ และมีหนี้สินจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทหรือไม่ หากศาลพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีคำสั่งพิจารณาพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อจำเลย หรือไม่ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ซึ่งในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็จะมีการประชุมเจ้าหนี้ หากเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยกับการประนอมหนี้ ศาลต้องพิพากษาให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย จากนั้นจะถึงกระบวนการในเรื่องที่เจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในกำหนดเวลา 2 เดือน แล้วมีการพิจารณาคำขอชำระหนี้ไปตามลำดับ เมื่อเสร็จแล้ว จะถึงกระบวนการที่สำคัญคือการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยซึ่งศาลจะต้อง ออกหมายเรียกจำเลย ให้มาศาลเพื่อสอบถามถึงมูลเหตุที่ทำให้ตกเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีทรัพย์สินในการชำระหนี้ หากจำเลยไม่มาศาลก็ถือเป็นการขัดขืนหมายเรียก ซึ่งศาลจะมีคำสั่งให้ 'ออกหมายจับ' หลังจากผ่านกระบวนการในการขอรับชำระหนี้ และศาลได้พิพากษาจนตกเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จากนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดี ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News