อดีตนางแบบโป๊

แต้ว เนื้อหอม หนุ่มๆ รุมขายขนมจีบเพียบ หวานใจ ต้น แอบมีเคือง
แต้ว /  แต้ว ณฐพร / 

รู้สึกว่าช่วงนี้จะเนื้อหอมเกินหน้าเกินตานางเอกร่วมช่องหลายต่อหลายคนไปซะแล้ว สำหรับนางเอกสาวหน้าหวานอย่าง แต้ว ณฐพร ที่ตอนนี้มีข่าวว่ามีหนุ่มหลายคนแอบปลื้มจ้องจะขายขนมจีบกันเป็นพรวน แต่ติดตรงที่สาวแต้วนั้นมีหวานใจอย่างหนุ่ม ต้น อาชว์ ที่คบหาดูใจกันมาร่วม 9 ปีแล้วนี่ล่ะสิ แถมทั้งคู่ก็ยังรักกันสุดๆ เรียกว่าไม่สามารถมีมือที่ 3-4-5 เข้ามาแทรกกลางได้เลย ทำให้บรรดาหนุ่มๆ ที่จ้องนั้นได้แต่มองตาปริบๆ ไปตามระเบียบ แถมตอนนี้หนุ่มต้นยังทำหน้าที่แฟนที่ดี คอยตามรับตามส่งอยู่ตลอดเวลา ก็ไม่รู้ว่าที่ทำแบบนี้เป็นเพราะออกมาแสดงความเป็นเจ้าของรึเปล่าน่ะสิ เพราะช่วงนี้สาวแต้วนางก็ฮอตใช่ย่อย ซึ่งสาวแต้วก็รับว่า “ทางต้นก็มีหวงบ้างนะ เป็นเรื่องปกติ มีแฟนสวย เขาก็ถามว่าทำไมช่วงนี้แต้วมีข่าวในทำนองแบบนี้เยอะจัง แต่เขาไม่ได้ซีเรียสอะไรนะ ก็หวงไปตามเรื่องตามราว คบกันมา 9 ปี ก็เข้าใจกันเป็นปกติ รู้อยู่ว่าอะไรเป็นอะไร” ต้น-แต้ว แต้ว ณฐพร แต้ว ณฐพร

เชลซี ตกลงปล่อย ตอร์เรส ให้ มิลาน ยืมตัวนาน 2 ปีเต็ม
กระทิงดุ /  ตอร์เรส / 

เว็บไซต์ทางการของสโมสร เชลซี ยืนยันว่าพวกเขาตกลงปล่อย เฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกไร้ความมั่นใจ ไปอยู่กับ เอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวนานถึง 2 ปีเต็ม ศูนย์หน้าเลือด กระทิงดุ วัย 30 ปี ตกลงเงื่อนไขส่วนตัว และตรวจร่างกายกับต้นสังกัดใหม่ผ่านฉลุย โดยพร้อมชูเสื้อและเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ ซึ่งการย้ายทัพของ ตอร์เรส ถือเป็นการเข้าไปเพื่อรับหน้าที่แทน มาริโอ บาโลเตลลี่ อดีตดาวยิงตัวเก่งที่เพิ่งเก็บข้าวของมาอยู่ ลิเวอร์พูล เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งนี้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ลงสนามรับใช้ เชลซี ไปแล้วทั้งหมด 172 นัด กดสกอร์ได้ 45 ประตู ตั้งแต่ถูกซื้อเข้ามาด้วยเม็ดเงิน 50 ล้านปอนด์จาก ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2010 ต้องมาดูกันว่าผลงานใน กัลโช่ เซเรีย อา ต่อจากนี้ของเจ้าตัวจะสามารถเรียกความมั่นใจกลับคืนมาเพื่อถล่มประตูแบบเป็นกอบเป็นกำได้เหมือนเดิมหรือเปล่า

ชายโสดฟังทางนี้ สาวบราซิลรับสมัครสามี 600 อัตรา
ข่าว /  ข่าวต่างประเทศ / 

สาวโสดกว่า 600 คน อายุระหว่าง 20-35 ปี ในเมืองนอยวา โด คอร์เดโร ในประเทศบราซิลประกาศหาสามี หลังทั้งเมืองมีแต่ผู้หญิง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับเรื่อง สาวบราซิลรับสมัครสามี ว่า หญิงสาวกว่า 600 คนในเมืองนอยวา โด คอร์เดโร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล กำลังประกาศหาชายโสดเพื่อมาแต่งงานกับเธอ แต่มีกฏอยู่ว่า ชายคนใดแต่งงานอยู่กินกันจะต้องเคารพกฎของเมืองและทำตามในสิ่งที่พวกเธอแนะนำ โดยกฏของเมืองนี้คือห้ามผู้ชายอาศัยอยู๋ในเมืองหากอายุเกิน 18 ปี โดยที่ชายที่จะมาแต่งงานกับสาวในเมืองนี้จะต้องทำตามกฏของเมือง คือสามีสามารถมาหาภรรยาได้ แต่ไม่สามารถอาศัยอยู๋ด้วยกันในเมือง และผู้หญิงคนใดมีลูกชาย เมื่อลูกชายอายุ 18 ปีจะต้องให้ลูกชายย้ายออกไปจากเมืองทันที โดยกฏแปลกแหวกโลกดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อนางมาเรีย เซนโฮรินฮา เดอ ลิมา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้ และสังคมขับไล่เธอ หลังจากหนีการแต่งงานแบบคลุมถุงชน เมื่อเธอพบผู้หญิงที่ถูกขับไล่ในลักษณะเดียวกัน ทั้งหมดจึงร่วมกันจัดตั้งเมืองดังกล่าวขึ้นมา ขอบคุณภาพจากเดลินิวส์ MThai News

งานช้าง! เจ็ดโด้ ยอมรับเกมเยือนรัง หงส์ ยากเป็นพิเศษ
คริสเตีนโน่ โรนัลโด้ /  ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก / 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกระดับโลกของ เรอัล มาดริด ยอมรับว่าการจับสลากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาเจอทีมแชมป์ 5 สมัยอย่าง ลิเวอร์พูล ไม่ใช่งานง่ายของ "ราชันชุดขาว" เลย เพราะตัวเขารู้ดีว่ารัง แอนฟิลด์ มีมนต์ขลัง และยากแค่ไหนที่จะเข้าไปแล้วหยิบ 3 แต้มออกมาได้ ซุปเปอร์สตาร์วัย 29 ปี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า "เป้าหมายของเราคือการกวาดทุกถ้วยในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น แชมเปี้ยนส์ลีก, ลาลีกา หรือบอลถ้วย" "ฤดูกาลที่ผ่านมาเราเป็นแชมป์ แล้วปีนี้เราก็จะทำแบบนั้นอีก ตอนนี้ทุกคนรู้ว่าการกลับมาป้องกันตำแหน่งมันยากแค่ไหน แต่บอกไว้ก่อนถ้าได้ขึ้นชื่อว่า เรอัล มาดริด ทุกอย่างจะต้องคิดการใหญ่อยู่ตลอด" "ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่สุดยอด ดูจากปีที่แล้วพวกเขาเกือบได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก พวกเราทุกคนรู้ดีว่าการไปเยือน แอนฟิลด์ มันยากแค่ไหน แต่ถ้ามองภาพรวมถือว่าเราได้อยู่ในกลุ่มที่โอเคเลยนะ" อดีตแข้งดัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทิ้งท้าย

จับตา สามวันอันตราย 10นักเตะที่มีโอกาสย้ายก่อน ตลาดซื้อขายนักเตะ วาย
ชินจิ คากาวะ /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

เหลือเวลาอีกเพียงแค่ ไม่กี่วันเท่านั้น ตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ก็จะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ โดยในปีนี้ถือว่าเป็นอีกปีที่มีบิ๊กดีลเกิดขึ้นมากมาย ก็ด้วยส่วนหนึ่งเพราะมีนักเตะหลายรายที่ใช้เวลทีฟุตบอลโลกแจ้งเกิดอัพค่าตัว เลยทำให้ตลาดคึกคักกว่าที่ผ่านมา แต่แม้จะมีไปแล้วหลายบิ๊กดีล แต่ว่ายังมีอีกหลายทีมที่ต้องการเสริมทีมให้พร้อมที่สุดก่อนสู้ศึกฤดูกาลใหม่ มาดูกันว่า 10 นักเตะที่มีโอกาสย้ายทีมก่อนตลาดวายรอบนี้มีใครบ้าง  1.ปีเตอร์ เช็ก ชัดเจนแล้วว่าฤดูกาลนี้ โจเซ่ มูรินโญ่ เลือกความสดใสเลยมอบหมายให้ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ นายทวารวัย 22 ปีเป็นมือหนึ่ง งานนี้มีหรือจอมเก๋าแบบปีเตอร์ เช็ก จะยอมก้มหัวให้ ดูแล้วเสือเฒ่าน่าจะไม่ยอมอยู่เป็นมือสองเป็นแน่แท้ ปลายทาง โมนาโก, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2. อาร์ตูโร วิดัล กองกลางชาวชิลี เป็นเป้าหมายลำดับต้นๆของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ดูเหมือนว่าดีลไม่มีอะไรคืบหน้าเลย และปล่อยให้ดีลอื่นๆเรียบร้อยไปก่อนหน้านี้แล้ว ดูเหมือนทางปีศาจแดงจะยังหวั่นๆ เรื่องสภาพร่างกายของนักเตะรายนี้อยู่ แต่ด้วยถ้อยคำปริศนา ที่ หลุยส์ ฟาน กัล ได้แย้มเอาไว้ว่าจะมีนักเตะมาเสริมอีกแน่ บวกกับบุคลิก ในตลาดนักเตะของ แมนยูฯ ที่กลายเป็นทีมจอมทุ่มไปแล้ว ติดตามให้ดีอาจมีเซอร์ไพร์ในวันสุดท้ายก็เป็นได้ ปลายทาง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3.โรอิก เรมี่ ดาวยิงชาวฝรั่งเศสคงมองว่า ควีนปาร์คเรนเจอร์ สังกัดเดิมเล็กเกินไป ซึ่งทางสโมสรก็ไม่ได้ว่าอะไรและพร้อมปล่อยตัวให้กับทีมไหนก็ได้ที่พร้อมที่จะจ่ายค่าตัวประมาณ 9 ล้านปอนด์ ดูเหมือน เรมี่ จะได้ย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อลตั้งแต่ท้ายฤดูกาลก่อน และเกือบจะได้เป็นนักเตะของลิเวอร์พูล แต่ดันตรวจร่างกายไม่ผ่านจนต้องหันไปเซ็นกับ "เกรียนโอ้" ล่าสุด ทีมของ เวนเกอร์ น่าจะหวนกลับมาสนใจอีกครั้งเพราะ การบาดเจ็บยาวของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ปลายทาง อาร์เซน่อล 4. แดนนี่ เวลเบ็ค ศูนย์หน้าตัวความหวังของทีมอื่นดูแล้วไม่น่าจะมีอนาคตที่สดใสกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะไม่มีตำแหน่งให้ลงเป็นตัวจริง ไอ้ครั้นจะยอมนั่งสำรองต่อไปมันก็อาจจะไม่ส่งผลดีต่ออาชีพการค้าแข้ง การย้ายครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่การย้ายแบบถาวร เพราะทีมที่สนใจพร้อมยื่นข้อเสนอแบบยืมตัวระยะยาว 1 ฤดูกาลเข้ามาให้ลองทบทวนดู ปลายทาง อาร์เซน่อล, ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, เอฟเวอร์ตัน 5. ดาลี่ย์ บลินด์ แผงหลังที่เจิดจรัสในศึกฟุตบอลโลก 2014 ทำท่าทางแบะท่าอยากย้ายมาอยู่กับนายเก่าในทีมชาติอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล มาตลอดแต่จนแล้วจนรอดในเวลาที่ตลาดกำลังจะปิดลงในอีกไม่กี่ชั่วโมง กลับไม่มีอะไรที่คืบหน้า แมนยูก็เพิ่งจะได้ มาร์กอส โรโฮ ไปเสริมแค่คนเดียว และไม่รู้เมื่อไรจะได้ลงเล่น เพราะติดปัญหาเรื่องใบรับรองเพราะยังอีรุงตุงนังกับ สโมสรเก่าและเจ้าของกรรมสิทธิ์ของนักเตะคล้ายๆ กรณีของคาร์ลอส เตเบซ กับ เคีย ชูรับเชียน เลย  บางทีการสอยนักเตะใหม่เข้ามาเพิ่มซักคนน่าจะทำให้แฟนๆอุ่นใจมากขึ้นในแผงหลัง ปลายทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6. เฟอร์นันโด ตอร์เรส อดีตดาวยิงค่าตัว 50 ล้านปอนด์ที่ทำความมั่นใจหล่นหายตอนเดินทางจาก แอนฟิลด์ มายัง สแตมฟอร์ดบริดจ์ จนสามฤดูกาลที่ผ่านมาบอกได้เลยว่ามีแต่ความว่างเปล่า แม้จะมีแชมป์ติดไม้ติดมือ แต่ด้วยฟอร์มของศูนย์หน้าค่าตัวขนาดนั้น ถือว่าน่าผิดหวังอย่างแรง ประกอบกับฟอร์มที่แสนจะเปล่งปลั่งของคนที่ย้ายมาใหม่อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า น่าจะเป็นการบ่งบอกว่า เวลาของ ตอร์เรส กับเชลซีได้หมดลงแล้ว ปลายทาง เอซี มิลาน, แอตเลติโก้ มาดริด 7.ราดาเมล ฟัลเกา บางทีดาวยิงชาวโคลัมเบีย อาจจะรู้ตัวว่าพลาดแล้วที่เลือกไปอยู่ลีกเอิง ที่ไม่ค่ยมีความท้าทายอะไรทำให้แสดงท่าทีว่าต้องการที่จะตามหาความท้าทายใหม่ๆในอาชีพ และแน่นอนว่าศูนย์หน้าระดับนี้ย่อมมีหลายทีมที่อยากสนอง Need อยู่แล้วมีทั้งแบบออปชั่นซื้อขาดเลย หรือแบบยืมตัว อยู่ที่ว่า โมนาโก ต้นสังกัดจะพึงใจแบบไหน ปลายทาง เรอัล มาดริด, อาร์เซน่อล 8. ชินจิ คากาวะ เพลย์เมกเกอร์ชาวญี่ปุ่น ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ กับตลอด 2 ปีที่ผ่านมากับ แมนฯยูไนเต็ด เพราะไม่ได้รับโอกาสให้เล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัด และด้วยจังหวะและโอกาสหลายๆอย่าง งานนื้ทีมเก่าอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมอย่างเต็มที่ที่จะอ้าแขนรับ แข้งวัย 25 ปีให้กลับไปรำลึกถึงวันคืนเก่าๆ ปลายทาง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 9.ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ น่าจะเป็นดาวยิงอีกคนที่น่าจะต้องเก็บข้าวเก็บของออกจากโอลด์แทร็ฟฟอร์ดไป ก่อนตลาดปิดรอบนี้ โดยมีหลายทีมยื่นข้อเสนอมาโดยเฉพาะทีมจากต่างแดน ซึ่งจากฟอร์มในช่วงหลังๆ แฟนบอลผีแดงก็คงจะถอนหายใจแล้วบอกว่า โชคดีนะถั่ว ปลายทาง บาเลนเซีย, ยูเวนตุส 10. อเล็กซ์ ซง ถือเป็นอีกดีลที่มาแรงเอาในช่วงปลายก่อนตลาดปิด เพราะเหมือนว่า แบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะรู้แล้วว่า กองกลางตัวรับที่ซื้อมาก่อนหน้านี้อย่าง เอ็มเร่ ชาน ยังไม่น่าจะไหว กับศึกหนักในพรีเมียร์ลีก ไหนจะเวทียุโรปอย่าง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก การเลือกคนที่มีประสบการณ์กับทั้ง พรีเมียร์และ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แถมยังมีความแข็งแกร่งแบบซงเข้ามาในราคาที่จับต้องได้ น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ปลายทาง ลิเวอร์พูล 

จิกกัดไม่เลิก สปอนเซอร์ MK ดอนส์ ทำป้ายล้อผีถึงโอลด์แทรฟฟอร์ด
4-0 /  MK ดอนส์ / 

จิกกัดไม่เลิก สปอนเซอร์ MK ดอนส์ ทำป้ายล้อผีถึงโอลด์แทรฟฟอร์ด เป็นวัฒนธรรมของแฟนบอลชาวอังกฤษอยู่แล้วกับการล้อเลียนแบบแสบๆคันๆโดยเฉพาะการพ่ายแพ้ของทีมใหญ่ให้กับทีมเล็กๆ และล่าสุดกับแมตช์การแข่งขันเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาในศึกแคปตัลวันคัพรอบ 2 แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปพ่ายแพ้ทีมรองบ่อนอย่าง เอ็มเค ดอนส์ ทีมจากดิวิชั่น 3 ของอังกฤษถึง 4-0 ชนิดที่รูปเกมเป็นรองแบบสู้ไม่ได้ ซึ่งจากผลการพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้ เดฟ นิวเบอรี่ หัวหน้าทีมดูแลภาพลักษณ์สิ้นค้า Sondico (ซอนดิโก้) ผู้สนับสนุนเสื้อแข่งของทีม เอ็มเค ดอนส์ เกิดไอเดียสร้างป้ายโษณาล้อเลียนแบบเคลื่อนที่ได้ ไปวางไว้ที่หน้าสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด รังเหย้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยป้ายโฆษณาตัวแรกเป็นภาพแอ็กชั่นหลังการทำประตูของ เบนิก อโฟเบ้ พร้อมกับคำบรรยายแสบๆว่า "YOU'VE BEEN DON!" (คุณรู้จักดอนป่ะ!) ส่วนอีกป้ายเป็นภาพใบหน้าของ เดวิด มอยส์ อดีตกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่พาแชมป์ 20 สมัยจบที่อันดับ 7 เมื่อซีซั่นก่อน พร้อมกับคำบรรยาที่ว่า "BRING BACK THE MESSIAH" (เทพพระเจ้าจะกลับมา) "แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ แต่พวกเขากับพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ เอ็มเค ดอนส์" "เวลานี้เป็นจังหวะที่แฟนบอลทั่วโลกจะได้เห็นสิ้นค้าของเรา เราสามารถล้มยักษ์ได้" "ผมสนุกมากนะกับการจ่ายเงินทำป้ายโฆษณาตัวนี้" "และผมหวังว่า เอ็มเค ดอนส์ จะไปได้สวยในรอบต่อไปนะ" เดฟ นิวเบอรี่ หัวหน้าทีมดูแลภาพลักษณ์สิ้นค้า Sondico กล่าวตบท้าย

ยุทธจักรลูกหนังไทย คนกันเอง...ฟัดกันให้ตายกันไปข้าง!
กิเลนผยอง /  คนกันเอง...ฟัดกันให้ตายกันไปข้าง! / 

ยุทธจักรลูกหนังไทย By...ปากบอน คนกันเอง...ฟัดกันให้ตายกันไปข้าง! สวัสดีแฟนบอลไทย สวัสดีแฟนเอ็มไทย วันนี้ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะบอกว่า...วงการฟุตบอลบ้านเราดำมืดไปกันใหญ่แล้ว ที่ผ่านมาเราจะได้ยินคำพูดที่ว่า "คนวงการฟุตบอลไทย ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นเพื่อนเป็นน้องกัน" คำพูดนี้หากเอามาคิด และดูภาพรวมวงการฟุตบอลไทยดีๆ บอกเลยว่า ตอแห....ล เพราะอะไรนะหรือ...? เพราะวงการฟุตบอลไทยกำลังชิงดีชิงเด่น และเกิดปัญหาทั้งในสนาม และนอกสนามแบบไม่เว้นวัน และทุกปัญหานั้นไร้ซึ่งสปิริตกีฬา ดีแต่จะเอาชนะกันแบบไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หรือเรียกอีกความว่า ปากกับใจไม่ตรงกัน จะเห็นได้จากเวลานี้เกิดศึกใหญ่ เรียกว่ามหาศึกเลยกก็ว่าได้ ระหว่างฝ่ายแดง ส.ลูกหนัง+ ทีมใหญ่ อดีตแชมป์ผู้เกรียงไกร กับ ทีมใหญ่จากถิ่นภูธร พูดกันตรงๆเลยแล้วกัน สมาคมฟุตบอลไทย กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เกิดมาจากฝ่ายหลังได้รับความไม่เป็นธรรมหลายครั้ง ซึ่งอดทนแล้วอดทนอีกจนทนไม่ไหว จึงเกิดการฟ้องร้องไปยังศาลปกครองขึ้น เนื่องจากตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการแบนนักเตะ (ประเด็นหลัก) จากนั้นก็ตามมาเรื่องชูป้าย และเชียร์ ที่ดูเหมือน นักเลงถิ่นภูธร จะทำอะไรก็ผิดไปหมด ซึ่งตรงข้ามกับทีมผู้ดีจากย่านกรุงเทพ-นนทบุรี ที่ไม่ว่าจะทำผิดอย่างไรก็แทบจะไม่มีบทลงโทษอะไรเลย เพียงแค่ตักเตือนกันเท่านั้น จนหลายคน หลายทีมที่มองอยู่ข้างนอกเกิดความเห็นใจทีมจากแดนเซาะกราว เพราะอะไรนะหรือก็เพราะทีมเขาก็โดนเหมือนกัน แต่ไม่กล้าที่จะมีปากเสียง พอมีทีมกล้าที่จะชนก็แอบมอง และให้กำลงใจอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ซึ่งมหาศึกนี้ก็ไม่รูว่าจะไปจบลงตรงไหน....? ยิ่งไปกว่านั้นมหาศึกนี้นับวันยิ่งใหญ่ และรุนแรงข้ึ้นเรื่อยๆ นับจากจบศึกใหญ่ระหว่าง ทีมดังอดีตแชมป์ผู้เกรียงไกร(มั้ง) กับ ทีมเก่งแดนบ้านนา เจ้าของลูกเล่นน่าขบขันในสังเวียนฟุตบอล ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นทีมที่สร้างสีสันดีมากในสนามฟุตบอล ไม่ใช่เอาแต่ตะโกนด่าคู่แข่งเหมือนทีมบางทีม แถมสุดท้ายไม่โดนปรับ ไม่โดนเตือนห่าเหวอะไรเลย (เจริญล่ะพ่อ) บอกเลยว่า...แม่ง 2 มาตรฐาน ปกป้องกันจนออกนอกหน้า โดยเฉพาะพวกลิ้วล้อ ที่นับวันจะเป็นใหญ่ ยิ่งใหญ่ ยิ่งกร่าง โดยไม่คิดจะรู้จักผิดชอบชั่วดี โดยไม่คิดที่จะคิดย้อนว่ายังไงก็เป็นเพื่อนรวมวงการ หรือคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมชาติก็ยังดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นการกระทำที่คอยจะเหยียบย่ำคู่แข่งที่แข็งแกร่งด้วยวิธีสกปรก เพื่อที่จะให้ทีมในคาถา หรือทีมของพวกพ้องตัวเองยิ่งใหญ่เกรียงไกรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนลืมไปว่าที่ผ่านมาเคยสบถคำพูดที่ว่า "คนวงการฟุตบอลไทย ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นเพื่อนเป็นน้องกัน" นี้หรือคือการกระทำของ คนกันเอง คนที่บอกว่าคือครอบครัว คนที่บอกว่าเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง บอกเลยว่าไม่มีใคร เขาอยากเป็นเพื่อนกับพวกท่านหรอก เพราะเขากลัวถูกมองว่า "ซี่โครง" หรือที่เรียกง่ายๆว่า "ขี้โกง" โดยสิ่งที่ผู้มีอำนาจในเวลานี้กระทำมันเหมือนกับการเป็นการตัดตอน และฆ่าคู่แข่งที่สู้ด้วยพลังศรัทธา ของคนลูกหนัง ของแฟนบอลชาวทยผู้ใสซื่อตาดำๆ เพื่อให้ตนเองได้ผลประโยชน์มากที่สุด ดีไม่ดีทีม "แชมป์เซาะกราว" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กำลังสู้กับพลังอำนาจบางอย่าง เพื่อปกป้องตัวเองจากสิ่งที่ไม่เป็นธรรม อาจจะโดนเล่นงานแบบคาดไม่ถึงอีกครา (แบนทีมหรือตัดสิทธิ์) หลังจากท่านผู้นำสูงสุดโลกลูกหนังไทย ออกมาเผยว่า "สิ่งที่ทีมบุรีรัมย์ กระทำอยู่ผิดต่อกฎของฟีฟ่า และเอเอฟซี ที่เอาเรื่องภายในฟ้องร้องต่อศาล" เมื่อมีคำพูดเช่นนี้ออกมา คนปากบอนอย่างผม ก็อดคิดไม่ได้ว่า ท่านผู้นำจะเล่นแรงถึงขนาดที่จะแบนทีมเลยหรือเปล่านะ ซึ่งถ้าเป็นแบบที่ผมคิดจริงๆ บอกเลยวว่า "เฮียขึ้นบ้าน" เป็นการกระทำที่สกปรกเกินจะรับได้จริงๆ เอาเป็นว่าเรื่องยังไม่เกิดก็ไม่อยากที่จะมองในแง่ลบเกินไป คอยติดตามดูกันอย่างใกล้ชิดก็แล้วกัน ว่าบทลงโทษต่างๆ นาๆ ที่ ปราสาทสายฟ้า ได้รับนั้นจะมีผลต่อการลุ้นแชมป์ของพวกเขาหรือไม่ แต่ที่ไม่ต้องรอ แฟนบอลได้ออกมารวมพลัง จนมีการเดินขบวรชูป้ายต่างๆ ไม่ได้ขับไล่นายกสมาคมนะครับคราวนี้ แต่ต้องการเห็นความรับผิดชอบของบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ ออกมาแสดงความเห็น หรือถอดถอนการสนับสนุนทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงสปิริต และเป็นการรักษาภาพรักความเป็นองค์กรที่ทำเพื่อสั่งคม และเป็นการป้องกันองค์กรจากข้อครหาที่ว่าอยู่เบื้องหลังการทำเรื่องที่ผิด จึงมีการเดินขบวนให้ท่านได้ฉุกคิด เอาเป็นว่าท่านผู้นำองค์กรใหญ่ระดับประเทศจะคิดอย่างไรก็มิอาจทราบได้ ตัวผู้เขียนบอกเลยว่า ถ้าเป็นผมถอนการสนับสนุนทีมที่มีข้อครหาไปนานแล้ว เอาเงินมหาศาลไปช่วยทีมเล็กๆได้อีกหลายทีม เพื่อเป็นการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืนต่อไป ทั้งหมดทั้งมวลของวงการฟุตบอลไทยเวลานี้ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีการเอากันให้ตายไปข้างหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ก็อย่าลืมว่าทุกคนคือคนวงการเดียวกัน ก็ควรที่จะใช้หลักการและเหตุผลที่เหมือนกัน ไม่ใช่มาแบ่งแยก เพราะสุดท้ายเรื่องทั้งหมดก็จะย้อนกลับสู่ตัวท่าน ตามกฎแห่งกรรม (ไม่เชื่อก็คอยดู) ขอบคุณภาพการเดินขบวนจาก : เฟสบุ๊ค PLA 2 Facebook

ถูกปลด!! นางงามพม่า เม เมียต โน หลังครองมงกุฎ มิสเอเชีย แปซิฟิกเวิล์ด 2014
miss asia pacific /  นางงาม / 

       หลังจากที่ นางงามพม่า อย่าง May Myat Noe ได้รับตำแหน่ง มิสพม่า และเป็นตัวแทนสาวพม่าที่เข้าร่วมการประกวด เวที Miss asia Pacific World 2014 จนคว้ามงกุฎ ไปครอบครองแล้วนั้น ระหว่างที่อยู่ในตำแหน่งนางงามเพียงแค่ 3 เดือนที่ผ่านมา อยู่ๆ กองประกวด มิสเอเชีย แปซิฟิก เวิล์ด 2014 ก็ได้มีการประกาศ ปลด นางงามพม่า เม เมียต โน หรือ May Myat Noe อย่างกระทันหัน โดยให้เหตุผลว่า ตัวนางงามไม่มีทัศนคติที่ดีพอในการเป็นนางงาม และยังทำผิดกฎของทางการประกวดหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นการพูดโกหกบ่อยๆ รวมถึงยังไม่เชื่อฟังกองประกวด จึงทำให้กองประกวด ตัดสินใจ ปลดนางงามคนนี้ เวทีนางงามปีนี้ ดราม่ากันแทบทุกประเทศเลยเชียว หรือว่ามายาคติคำว่านางงามในอดีต กับ ปัจจุบัน มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ???? เม เมียต โน นางงามพม่า ที่เป็นข่าว โดยปลดตำแหน่ง นางงามพม่า May Myat Noe รวมภาพ นางงามพม่า May Myat Noe ถูกปลดออกจากตำแหน่ง Miss asia Pacific World 2014 นางงามพม่า มิติใหม่ ชาวเน็ตยก สวยกว่า นางงามไทย แต่ยังไงก็ตาม อย่ามัวแต่ชื่นชม มีสพม่า จนลืมเชียร์สาวไทยของเรานะคะ  รวมภาพ นางงามพม่า เม เมียต โน (May Myat Noe) เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก Miss Asia Pacific World 2014

คนมะกันแห่แชร์ภาพ ตำรวจหญิงสุดสวย ก่อนเพ้ออยากโดนจับ!
ข่าววันนี้ /  ข่าวสหรัฐ / 

ชาวเน็ตในอเมริการ้องอยากโดนจับ หลังมีคนแห่แชร์ภาพสุดฮือฮา ตำรวจหญิงสวย สุดเซ็กซี่  สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่สหรัฐอเมริกาได้เกิดเรื่องสุดฮือฮาขึ้น เมื่อเว็บไซต์ Reddit ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวมเรื่องราวสุดแปลกของประเทศ ได้มีการเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าตำรวจหญิงรายหนึ่ง ที่มีรูปร่างหน้าตาสละสวยเข้าขั้นดารานางแบบ กำลังยืนทำหน้าที่สืบสวนในคดีอาชญากรรมอยู่ ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่อยากเข้าไปอยู่กลางใจเธอ รวมถึงอยากจะทำผิดกฎหมายเป็นผู้ร้ายสักครั้ง เพื่อให้เธอเข้ามาจับกุม อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้เว็บไซต์ Reddit ก็ได้สร้างความฮือฮามาแล้ว ด้วยการโพสต์ภาพผู้กระทำผิดในข้อหาเมาแล้วขับ ที่มีหน้าตาสวยงาม จนทำให้มีผู้คนจำนวนมากเข้าไปขอเธอแต่งงานหลังจกได้เห็นภาพดังกล่าว MThai news

ส่อง! สาวๆคนดังที่ยอมรับว่าเป็น เลสเบี้ยน
ทอมหล่อ /  เลสเบี้ยน / 

จากข่าว สาวงามจากประเทศสเปน  Patricia Yurena Rodríguez ออกมายอมรับต่อสาธารณะว่าเธอเป็น " เลสเบี้ยน "คนแรกของวงการนางงามโลก หลังจากเธอได้โพสรูปมองตาหวานบนเตียงกับ ดีเจสาวชาวสเปนนามว่า " Vanesa Cortes " ผ่านอินสตราแกรม  วันนี้เรานำภาพของคู่ เลสเบี้ยน คนดังในวงการทั้งไทยและเทศมาให้ชมกัน มีใครกันบ้างไปดูกันเล้ย ... Patricia Yurena Rodríguez Samanta Ronson - Lindsay Lohan  Ellen Page - Evan Rachel Wood Amber Heard - Tasya Van Ree  Portia de Rossi และพิธีกรสาวชื่อดัง  Ellen Degeneres  อดีตคู่รัก Cara Delevingne และ  Michelle Rodriguez Alexandra Taylor - Jodie Foster ดาราสาวรางวัลออสการ์  มาฝั่งสาวๆไทยกันบ้างจ้าาาาา   จิ๊บ ปกฉัตร และอดีตแฟนทอม ปุ้ม มือกลอง ทอมแอนด์ สตรอเบอรรี่  โม อมีนา อำภา ภูษิต ยายแลจากทองเนื้อเก้า ก็คบผู้หญิงนะจ๊าาา  เอ้ ชุติมา นัยนา  ฝน ธนสุนทร  เรื่องโดย  Woman Mthai Team  ภาพโดย  Instagram

สู่สภาวะปกติ เจนี่ แฮปปี้…แก๊งนางฟ้า ก็แฮปปี้
เจนี่ เทียนโพธ์สุวรรณ /  นานา ไรบีนา / 

กลับมาลั้ลลาเป็น เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ คนเก่าแล้วเจ้าค้าาา...สำหรับนางเอกตาแป๋ว (อดีต) มาดามปากน้ำ ที่ได้หย่าร้างกับ (อดีต) สามี เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม กลับมาใช้นามสกุลเดิมของเจ้าตัวเป็นที่เรียบร้อย งานนี้ไม่รู้จะเรียกว่าเข็ดรักได้หรือเปล่า เพราะดูจากกระแสข่าวแล้ว สาวเจนี่คนสวยโดนพิษรักไปเยอะเหมือนกัน แต่เวลานี้ก็ถือว่าดีขึ้นมาก ร่างกายและจิตใจฟื้นฟูดีขึ้นตามลำดับอย่างน่าทึ่ง อ๊ะๆๆ จุดนี้เมื่อเจนี่กลับมาแฮปปี้ ดูเหมือนเพื่อนๆ แก๊งนางฟ้า ของนางก็คงจะแฮปปี้ไปด้วย เพราะรู้ๆ กันว่าช่วงที่เจอมรสุมนั้นบรรดาสหายทั้งหลายต้องคอยตอบ คอยโต้ คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวของสาวเจ้าตลอดๆๆๆ นั่นก็เป็นเพราะเจ้าตัวหายเข้ากลีบเมฆ หาตัวไม่เจอ อีเว้นต์ไม่ออก ติดต่อไม่ได้ ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ นอกจากภาพตัวเขียวช้ำที่หลุดมาให้ประชาชีได้เวทนาสงสารและเห็นใจเป็นระลอก ซึ่งหากจะกล่าวว่าคุณเธออยู่รอดปลอดภัยจากปากเหยี่ยวปากกาได้เพราะเพื่อนๆ ก็คงไม่ผิด เพราะคอยตามล้างตามเช็ด อุ๊ย!!! ตามเคลียร์ตามแก้ให้เสมอๆ ล่าสุดกลับมาแฮปปี้ใช้ชีวิตดีๆ อัพไอจีให้หลายๆ คนได้รู้ความเคลื่อนไหวของชีวิตอีกครั้ง คงจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว งานนี้ก็ได้แต่หวังและลุ้นให้เจ้าตัวได้พบรักใหม่ พบคนแสนดี๊...แสนดี ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขทุกคืน โดยเร็วพลัน ชีวิตหนูเจนี่จะได้แฮปปี้และชีวิตเพื่อนๆ แก๊งนางฟ้าก็จะได้แฮปปี้ตามไปด้วยอย่างมากมายจ้า

ย้อนดูผลงานของ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ จากพ่อมดเด็กพะบู๊ สู่หนุ่มผู้แอบชอบเพื่อนใน What If
Brooklyn Bridge /  David Copperfield / 

สำหรับแฟนๆหนัง บางครั้งหากเราพูดถึง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ พระเอกหนุ่มจากภาพยนตร์  What If รักได้มั๊ย ถ้าหัวใจแอบรัก ก็อาจจะถึงกับมึนงงว่านายเป็นใครหว่า? แต่ถ้าเราบอกว่าคนนี้แหละ คือ อดีตพ่อมดแว่นน้อย ที่มีแผลเป็นสายฟ้าอยู่กลางหัวนาม แฮร์รี่ พอตเตอร์ แล้วล่ะก็ ทุกคนต้องร้องอ๋อแน่นอน! และวันนี้ Movie.Mthai จะอาสาพาคุณผู้ชมไปทำความรู้จักกับพระเอกคนนี้ ทั้งประวัติโดยคร่าวๆ และผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาของเขากัน พร้อมแล้วก็ไปกันเลย อดีตพ่อมดน้อย พ่อหนุ่ม แดเนียล แรดคลิฟฟ์ คนนี้มีชื่อเสียงเรียงนามเต็มๆว่า แดเนียล จาคอบ แรดคลิฟฟ์ ลืมตามาดูโลกมักเกิ้ลเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ปี 1989 ที่เมืองฟูแลม ลอนดอน โดยเป็นลูกชายคนเดียวของ อลัน แรดคลิฟฟ์ กับ มาร์เซีย เกรส์แฮม แต่ในตอนแรกทั้งพ่อแม่ของเขา  ดูไม่ค่อยอยากให้ลูกชาย เข้าวงการบันเทิงสักเท่าไหร่หรอกนะ แต่โชคชะตาก็นำพาให้ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ในวัยกระเตาะ ได้แสดงฝีมือเป็นครั้งแรก ซึ่งไม่ใช่บทพ่อมดแว่นอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นภาพยนตร์ที่ฉายทางโทรทัศน์เรื่อง David Copperfield โดยรับบทเป็นพระเอกในวัยเด็ก แต่ที่พิเศษคือ การแสดงหนังเรื่องนี้ทำให้ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ได้มีโอกาสพบกับ แม็กกี้ สมิธ เป็นครั้งแรก หรือที่ในอนาคตเธอคือผู้รับบท ศาสตราจารย์มักกอลนานัล ในหนังชุดแฮร์รี่พอตเตอร์อันโด่งดังนั่นเอง David Copperfield เมื่อได้แสดงเรื่องแรกแล้วดูมีแวว แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็มีผลงานชิ้นต่อมาตามมาไม่ให้ห่าง ซึ่งไม่ใช่พ่อมดแว่น (อีกละ?!) แต่เป็นภาพยนตร์แนวสายลับเรื่อง The Tailor of Panama ในบทของเด็กชายนาม มาร์ค เพนเดล The Tailor of Panama หลังจากที่แสดงมาถึงสองเรื่อง ก็ยังไม่มีท่าว่าจะแจ้งเกิดสักกะที แต่อย่างไรก็ตาม โอกาสก็มาถึงหนุ่มน้อย แดเนียล แรดคลิฟฟ์ อีกครั้ง เมื่อโปรเจ็คภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายขายดีประกาศหานักแสดงเด็ก แน่นอนครับ คุณคิดถูกแล้ว นั่นคือหนังเรื่อง Harry Potter and the Sorcerer's Stone จากปลายปากกาของ เจ.เค.โรว์ลิงค์ นั่นเอง ซึ่ง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็เข้าตากรรมการ รับบท แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไปครองตั้งแต่ภาค 1 ถึง ภาค 7 พร้อมแจ้งเกิดโด่งดังเป็นพลุแตก ชนิดที่ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลก ก็ต้องรู้จักพ่อมดน้อยคนนี้แน่นอน อีกทั้งคุณผู้ชมยังได้เห็นพัฒนาการเติบโตของหนุ่มคนนี้ไปพร้อมๆกับตัวละครเลยทีเดียวเชียว เด็กจนโตแค่ไหน ลองไล่ดูข้างล่างนี้ดูสิ Harry Potter and the Sorcerer's Stone Harry Potter and the Chamber of Secrets Harry Potter and the Prisoner of Azkaban Harry Potter and the Goblet of Fire Harry Potter and the Order of the Phoenix Harry Potter and the Half-Blood Prince Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 1 Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 2 ซึ่งในช่วงระหว่างถ่ายทำมหากาพย์ภาพยนตร์ชุดแฮรรี่ พอตเตอร์ อันแสนจะคิวแน่นเอี้ยดนี้ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็ยังได้ปลีกตัวไปแสดงหนังออสเตรเลีย ที่ว่าด้วยกลุ่มเด็กชายที่หนีออกจากาถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เรื่อง December Boys  ในบท  แม็ปส์ อีกด้วย แหม่! ขยันจริงๆ พ่อคุณ December Boys ไล้เรียงมาตั้งแต่พ่อมดรุ่นเด็ก ที่ใช้สติปัญญาแก้ปัญหา จนเริ่มใช้กำลังและมีด้านมืดขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนภาคในบทแฮร์รี่ พอตเตอร์ ผ่านไป แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็ดูท่าจะยังติดใจกลิ่นอายมืดหม่นอยู่ เขาจึงได้รับบท อาร์เธอร์ กิ๊ปป์ ในภาพยนตร์สยองขวัญ กลิ่นอายกอธิคเข้มข้น เรื่อง The Woman in Black ที่คราวนี้เลิกเผชิญหน้ากับพ่อมดศาสตร์มืด แต่ไปเจอกับผีแทน!! The Woman in Black ถัดจากงานล่าท้าผี แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็ยังสรรหาบทท้าทายตัวเองมิได้หยุดไม่หย่อน นัยหนึ่งเพื่อสลัดภาพพ่อมดแว่น ที่ติดตามคนดู และอีกนัยหนึ่ง เพื่อพัฒนาฝีมือการแสดงของตัวเองด้วย และความท้าทายแบบสุดๆ ก็มาถึงมือ เมื่อเขาได้รับบท อัลเลน กินสเบิร์ก ในหนังความรักชาย-ชาย เรื่อง Kill Your Darlings ที่เรียกเสียงฮือฮา จากฉากสองเกย์บนเตียงแบบไม่มีเซนเซอร์ งานนี้ ฝีมือพระเอกของเราไปไกลมากเลยทีเดียวเชียว!! Kill Your Darlings รับบทใหม่ๆ มาก็หลายแนว แต่ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็ยังไม่หยุด เพราะครั้งนี้เขาได้ไปสวมบท ปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ กับภาพยนตร์ที่มีกำหนดฉายในบ้านเราช่วง พ.ย. นี้ อย่าง Horns ในบท อิก เพอร์ริช ที่นอกจากจะกลับมาแนวมืดหม่นอีกครั้ง งานนี้ ยังมีเขางอกออกมาจากกบาลอีกต่างหาก! Horns ในที่สุดหลังจากที่เป็นทั้งพ่อมด เด็กกำพร้า เกย์ ชายเขางอก อะไรเยอะแยะมาแล้ว แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็กลับมาเป็นชายหนุ่มธรรมดาเสียที แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดให้ต้องแอบรักเพื่อนตัวเองเข้าเสียฉิบ ในภาพยนตร์โรแมนติก คอมเมดี้เรื่อง What If ที่ฉายให้ได้ชมในไทยอยู่ในตอนนี้ กับบทบาท วอลเลซ ว่าที่แพทย์หนุ่ม ที่อกหักรักคุดเสียจนชินชา น่าสงสารซะจริง! What If นอกจากผลงานภาพยนตร์ทั้งหมดนี้แล้ว แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็ยังได้ไปแสดงในหนังและละครซีรีย์ที่ฉายทางโทรทัน์อีกมากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Extras, My Boy Jack, Late Show with David Letterman และ A Young Doctor's Notebook และยังได้ไปพากย์เสียงการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง The Simpsons และ Robot Chicken อีกทั้งยังเคยไปแสดงละครบรอดเวย์ เรื่อง Equus จนกวาดรางวัลมาให้อิ่มใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว  และสำหรับแฟนๆ พ่อหนุ่ม แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็เตรียมรอชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาได้เลย ซึ่งทั้งหมดล้วแยู่ในขั้นตอนการถ่ายทำและตัดต่อ ไม่ว่าจะเป็น Frankenstein และ Brooklyn Bridge แต่ที่ดูจะฮือฮาที่สุดคงหนีไม่พ้นภาพยนตร์คอมเมดี้ เรื่อง Trainwreck ที่มีภาพ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ เดินนอยู๋ริมถนนพร้อมสายจูงหมานานาพันธุ์นับสิบตัว ทำเอาหลายต่างครหาว่าอีตานี่ ท่าจะบ้าไปแล้วสินะ ก่อนจะรู้ความจริงในภายหลังว่า นั่นน่ะเป็นฉากในหนังต่างหากล่ะทุกคน Trainwreck ส่วนคุณผู้ชมท่านใด ยังอยากชมภาพของหนุ่ม แดเนียล แรดคลิฟฟ์ กันมากกว่านี้ล่ะก็ เราก็จัดมาให้อีกชุดใหญ่ ตามต่อไปด้านล่างสุดได้เลย เห็นทั้งบทบาท และฝีมือของ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ กันไปแล้ว ก็อย่าลืมไปติดตามบทบาท หนุ่มรักคุด ที่ดันสะดุดแอบหลงรักเพื่อนตัวเองในภาพยนตร์ What If รักได้มั๊ย ถ้าหัวใจแอบรัก ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ What If ได้ที่นี่ -------------------------------------------

นักธุรกิจดังเชียงใหม่ท้า ยิ่งลักษณ์ ทำไอซ์บักเก็ต
Ice Bucket /  ice bucket challenge / 

นักธุรกิจดังเชียงใหม่ท้า อดีตนายกฯ  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำ ไอซ์บักเก็ต  หลังโชว์ราดน้ำมนต์ 7 บาตร ที่ผ่านพิธีพุทธาภิเษกจากครูบาน้อย เกจิดังเมืองเชียงใหม่ แถมยังท้าม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีต ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ และพิธีกรคนดัง ร่วมทำไอซ์บักเก็ตชาลเลนจ์ พร้อมบริจาคเพื่อการกุศล วันที่ 27 ส.ค. ที่วัด ศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ นายณกรณ์ กรณ์หิรัญ หรือเอก นักธุรกิจชื่อดังของเชียงใหม่-กรุงเทพ และอดีตผู้บริหารสูงสุดของ "วุฒิศักดิ์คลินิก" เดินทางมานิมนต์ ครูบาน้อยเตชปัญโญ ครูบาชื่อดังแห่งล้านนา เพื่อขอให้ทำน้ำมนต์และอาบน้ำมนต์ให้กับตนเอง โดยใช้วิธีอาบน้ำมนต์แบบไอซ์บักเก็ต ชาลเลนจ์ ทางวัด ศรีดอนมูลจึงจัดทำพิธีอาบน้ำมนต์ด้วยวิธี ดังกล่าว โดยใช้น้ำบ่อจาก 7 บ่อ ใส่บาตรและใส่น้ำแข็งหลอด ใส่ลงไปในบาตร 7 บาตร ครูบาน้อยทำพิธีพุทธาภิเษก เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับนายณกรณ์ จากนั้นก็ได้อาบน้ำมนต์แบบไอซ์บักเก็ตชาลเลนจ์ โดยยกบาตรน้ำมนต์ที่มีน้ำแข็งอยู่ราดศีรษะ ลงไปพร้อมทั้งให้พรตลอดที่ยกบาตรแต่ละบาตรราดลงไปที่นายณกรณ์ จนครบ 7 บาตร หลังจากเสร็จพิธีการอาบน้ำมนต์ นาย ณกรณ์ ประกาศขอท้าเชิญชวนให้บุคคลสำคัญที่เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ และเคยมาอยู่เชียงใหม่และเคยทำประโยชน์ให้กับจังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมทำบุญซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ร่วมกับทางวัดศรีดอนมูล ให้กับโรงพยาบาลสารภี 2 ประกอบด้วย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกฯ อดีตผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ปุ้ย-พิมลวัลย์ หุ่นทองคำ อดีตพิธีกรรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง ซึ่งเป็นคนเชียงใหม่ และน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย และเป็นคนเชียงใหม่เช่นกัน นาย ณกรณ์เผยว่า สาเหตุที่ตนได้มาทำพิธีอาบน้ำมนต์แบบไอซ์บักเก็ต ชาลเลนจ์ เนื่องจาก น.ส.สุพิชชา รามสูตร นักธุรกิจสาวเป็นคนท้า ตนซึ่งอยากทำบุญอยู่แล้วประกอบกับทราบมาว่าทางวัดศรีดอนมูล โดยครูบาน้อยเตชปัญโญ ครูบาชื่อดังแห่งล้านนา ร่วมกับคณะศรัทธาจากทั่วประเทศ และหน่วยงานสาธารณสุข ร่วมกันสร้างโรงพยาบาลสารภี 2 เพื่อประชาชนที่เจ็บป่วย และกำลังระดมทรัพย์เพื่อจัดหาซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ตนจึงนิมนต์ครูบาน้อยเตชปัญโญ ให้ท่านได้ทำพิธีอาบน้ำมนต์แบบไอซ์บักเก็ต ชาลเลนจ์และร่วมทำบุญบริจาคเงินและบริจาครถยนต์เพื่อใช้ในกิจกรรมของสงฆ์ เป็นเงิน 5 หมื่นบาท สำหรับ ที่ต้องใช้น้ำจากน้ำบ่อ ถึง 7 บ่อ ใส่ลงไปในบาตร 7 บาตร ความหมายก็คือ "คำว่า 7 แปลว่าอภิธรรม 7 คัมภีร์" สังฆิคาอุปยะสะ เพื่อดับทุกข์ โศก โรคภัยดับกิเลส ดับพวกของร้าย พวกความอิจฉาริษยา ความรักและความชัง ทั้งมวลทั้งหลายจากทิศทั้ง 4 ทิศ 6 ทิศ 8 ทิศ ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง เบื้องซ้ายเบื้องขวา เบื้องล่างและเบื้องบน หนักจะได้เป็นเบา ร้อนได้เป็นเย็น มืดได้สว่าง ขุ่นมัวจะได้แจ่มใส โอกาสต่อไปจะได้คลี่คลายไปในทางที่ดี และเมื่ออาบน้ำมนต์ดังกล่าวแล้ว คิดเงินก็จะได้เงิน คิดทองก็จะได้ทอง การทำมาค้าขายดีขึ้น คล้องจองถูกต้อง เกิดความร่มเย็นเป็นสุข อายุมั่นขวัญยืน เจริญด้วยลาภยศ คำสรรเสริญ สุขยิ่งๆ ขึ้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจังหวัดเชียงใหม่ มีนักธุรกิจ เยาวชน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ทยอยออกมาทำไอซ์บักเก็ตชาลเลนจ์กันและนำลงในยูทูบและเฟซบุ๊ก โดยดัดแปลงวิธีการทำบุญบางแห่งก็นำเงินบริจาคช่วยเหลือคนชรา บางคนก็นำเงินบริจาคให้กับทางมูลนิธิโรงพยายาลมหาราช (สวนดอก) เพื่อผู้สูงอายุ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ข่าวสด

จิ๊บ ติดใจชายแท้ สาวหล่อ หมดสิทธิ์!!!
จิ๊บ ปกฉัตร /  ข่าวบันเทิงวันนี้

และแล้วในที่สุดสาว จิ๊บ ปกฉัตร ก็ค้นพบตัวเองเสียที หลังจากที่เลิกรากับ สาวปุ้ม อดีตแฟนทอมที่รักกันมานานหลายปี แต่ก็ต้องมายุติความสัมพันธ์ ลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อนคนนึงเท่านั้น จุดนี้ต้องบอกเลยว่าพอเลิกกับสาวหล่อปุ๊บนางก็มีหนุ่มมาอาสาดามหัวใจให้ปั๊บ แหม...เสน่ห์แรงจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ แถมรักครั้งใหม่กับชายแท้ๆ ก็ดูจะสวีทหวานไม่แคร์สื่อซะด้วย เพราะเห็นควงกันไปไหนมาไหนอวดสายตาประชาชีให้เห็นบ๊อย...บ่อย แต่ถึงยังไงสาวจิ๊บก็ยังไม่ยอมเปิดตัวสักทีว่าหนุ่มคนนี้คือใคร ยิ่งคุณเธอปกปิดมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ชาวเผือกอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นเท่านั้น งานนี้สงสัยว่าบรรดาสาวหล่อที่คิดจะมาขายขนมจีบคงจะหมดสิทธิ์แล้วละค่ะ เพราะดูท่าทางสาวจิ๊บจะยิงยาวคบชายแท้อกสามศอกแบบจริงจัง แถมดูเธอจะมีความสุขกับรักครั้งนี้มากเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะว่าทั้งสองมีเคมีที่ตรงกัน เอ้า!!! ไม่ว่าจะคบกับเพศไหนเราก็ต้องขอส่งเสริมให้รักกันยาวๆ ยังไงซะก็อย่าลืมควงแฟนหนุ่มออกมาเปิดตัวเร็วๆ นะจ๊ะสาวจิ๊บ จิ๊บ ปกฉัตร จิ๊บ ปกฉัตร จิ๊บ ปกฉัตร

คนร้ายป่วนใต้ บึ้มชุดรปภ.ครู ที่ปัตตานี
ข่าวจังหวัดปัตตานี /  ข่าวภาคใต้ / 

กลุ่มก่อความไม่สงบลอบวาง ระเบิดชุดรปภ.ครู อ.โคกโพธิ์ ทำให้ครูเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 1 คน ส่วนตำรวจในชุดบาดเจ็บ 1 นาย รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้วางระเบิดชุด รปภ. ครูในพื้นที่ ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นเหตุทำให้มีครูเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 1 คน และเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บ 1 นาย ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นางปาตีเมาะ แซมะแซ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/1 ม.3 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ เป็นครูอัตราจ้าง โรงเรียนบ้านท่าเรือ ถูกสะเก็ดระเบิดทั่วร่างกาย ส่วนครูรายที่บาดเจ็บคือ นางลำดวน ชูดวง ครูโรงเรียน บ้านท่าเรือ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/1 ม.4 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขา ลำตัว ส่วนตำรวจที่บาดเจ็บทราบชื่อคือ ด.ต.ประดิษฐ์ เอี่ยมศรี อายุ 44 ปี ตำรวจ นปพ.ชุด รปภ.ครูอำเภอโคกโพธิ์ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขอบตา บาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งนี้จากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด รปภ.ครู จำนวน 8 นาย ที่ทำหน้าที่อารักขาครู ได้ความว่าเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุก่อนถึงโรงเรียนประมาณ 5 กม. คนร้ายไม่ทราบจำนวนที่ดักซุ่มดูอยู่ ได้กดชนวนระเบิดทันทีด้วยวิทยุสื่อสาร เนื่องจากได้นำมาแอบวางไว้ข้างถนนก่อนแล้ว โดยบรรจุในถังแก๊สปิกนิก หนัก 20-25 กก. แรงระเบิดทำให้ครูเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าเป็นการป่วนสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป MThai news

รักเด็กแซบหลาย!! บุ๋ม ไม่แคร์ถูกเม้าท์หลง เอก
บุ๋ม ปนัดดา

ความรักกำลังสุกงอมได้ที่ งานนี้ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่าง บุ๋ม ปนัดดา ถึงกับยอมศิโรราบให้กับแฟนหนุ่มรุ่นน้องกล้ามปูอย่าง เอก เอกริน ทั้งที่คบหาดูใจกันเพียงเวลาไม่นาน แต่กลับออกมาประกาศแต่งงานรอบสองแล้วจ้า ในวันที่ 18 ม.ค. 58 งานนี้หลายคนต่างสงสัยว่า หนุ่มกล้ามปูทำมนต์เสน่ห์อะไรใส่สาวใหญ่ชั่วโมงบินสูงอย่างบุ๋ม ถึงทำให้ฝ่ายหญิงตกปากรับคำยอมขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงแต่งงานรอบสองได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะคบใครมา ม่ายสาวก็บ่ายเบี่ยงที่จะหาห่วงผูกคอตลอด ลื่นไปไหลมาจนหนุ่มๆ ท้อถอยไปตามๆ กัน ขนาดว่าอดีตคนรักนักซิ่งรุ่นน้องที่คบหาดูใจกันมานานอย่าง ติ๊งโน้ต ก็ยังทำไม่สำเร็จ แต่ไหงหนุ่มกล้ามโตโนเนมที่รู้จักและจีบกันผ่านอินสตาแกรมอย่าง เอก กลับมาคว้าชิ้นปลามันไปซะงั้น หลายคนกังขาและเม้าท์กันปากต่อปากว่า สาวบุ๋มหลงเสน่ห์รักรสแซบของแฟนหนุ่มรุ่นน้องจนถอนตัวไม่ขึ้น เรียกว่านางทั้งรักทั้งหลงแฟนหนุ่มกล้ามปูยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ใครเตือนก็ไม่ฟัง แต่จะหลงไปได้นานสักเท่าไหร่? อันนี้ที่หลายคนยังกังขาและสงสัยแต่หาคำตอบไม่ได้ แต่ดูท่า บุ๋มจะไม่แคร์เสียงนกเสียงกาที่เม้าท์เรื่องนางกันอย่างสนุกปาก ในเมื่อคุณพ่อคุณแม่สุดที่รักยังไม่ว่า คนอื่นจะเม้าท์อะไรนางก็ไม่แคร์ เพราะรักครั้งนี้แซบกว่าครั้งไหนๆ จริงๆ นะเออ บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก

11 นิสัยสุดแปลก ของคนดังระดับโลก
ประวัติคนดัง /  เกร็ดความรู้ / 

เรื่องน่ารู้วันนี้ขอบอกว่า แปลกแต่จริงค่ะ สำหรับบุคคลดังระดับโลก ที่มีความสามารถสร้างสรรค์ผลงานไอเดียออกมาจนน่าทึ่ง มักจะมีความคิดนิสัยแปลกๆ ไม่เหมือนกับคนทั่วไป (ก็แหมระหับหัวกะทิซะขนาดนั้น จะมาคิดธรรมดาๆ ได้ยังไง จริงไหมค่ะ) ทุกอย่างต้องมีการครีเอทความแปลกใหม่ไปซะหมด พูดมาขนาดนี้แล้ว ยังไม่เชื่อใช่ไหมค่ะ ว่าพวกเขามีนิสัยไม่ธรรมดาจริงจริ๊ง ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามนิสัยตัวตนที่แท้จริงของพวกเขากันเลย...11 นิสัยสุดแปลก ของคนดังระดับโลก 11 นิสัยสุดแปลก ของคนดังระดับโลก เริ่มจากคนที่ 1. บิล เกตส์ (Bill Gates) จำได้ไหมคะ? ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของไมโครซอฟต์ ผู้สร้างไอเดียเทคโนโลยีระดับสูง โดยใช้เพียงกระดานไวท์บอร์ดธรรมดาๆ เท่านั้น และเขามักจะมีนิสัย ชอบพกปากกาเจ๋งๆ ดีๆ เสมอ เพราะมันจะช่วยทำให้เขาเกิดการ Brainstorm หรือเกิดความคิดทันที ถ่ายทอดออกมาได้ดีเยี่ยม ทั้งกับคนอื่นๆ และในบางครั้งกับตัวเขาเอง" คนที่ 2 โยะชิโระ นะกะมะสึ (Yoshiro Nakamatsu) คนนี้ คือผู้คิดค้น แผ่นดิสก์แบบอ่อน หรือ ฟลอปปีดิสก์ (Floppy Disk) หรือเรามักนิยมเรียกว่า แผ่นดิสก์ หรือ ดิสเกตต์ อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ไม่ค่อยได้เห็นแล้วในสมัยนี้ ไม่รู้ว่า...ใครทันได้ใช้บ้างไหมคะ (ขุดความแก่มาโชว์กันอีกแล้ว อิอิ) สำหรับนิสัยสุดแปลกของ โยะชิโระ ก็คือในแต่ละเย็น เขามักจะพักผ่อนด้วยการเข้าไปอยู่ในห้อง Calm Room ที่อลังการงานสร้างมากๆ ทำด้วยทอง 24 กะรัต (โอ้ว มายก็อต) โดยเขาให้เหตุผลว่า ทองจะช่วยป้องกันคลื่นวิทยุและสัญญาณทีวีได้ ดังนั้น มันจึงทำให้จินตนาการของเราโลดแล่นยิ่งขึ้น ต่อมาคนที่ 3 มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เล่น Facebook กันทั่วประเทศขนาดนี้ เพราะเขาก็คือ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟสบุ๊ค โดยนิสัยส่วนตัวของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็คือเขาชอบทำสิ่งท้าทายใหม่ๆ ทุกปี ตั้งแต่การเรียนภาษาจีน ไปจนกระทั่งการกินแต่เนื้อสัวต์ที่ตัวเองฆ่าเท่านั้น เพราะเขามักใช้เวลาแทบทั้งหมดไปกับการทำเฟสบุ๊ค ดังนั้น ความท้าทายเหล่านี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดี ซึ่งปกติแล้วเขาไม่เคยได้รับ คนที่ 4 เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) เขาคนนี้คือ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Amazon ค่ะ สำหรับนิสัยแปลกแตกต่างของเขา ก็คือ ชอบการทำงานคิดไว้ล่วงหน้า เพราะเขาหวังว่า สิ่งที่จะได้รับคือขีดความสามารถใหม่ๆ โดยไม่ต้องไปแคร์ว่ามันจะยากลำบากในขั้นแรก คนที่ 5 นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) ผู้คิดค้น AC Electric System โดยเขาคนนี้มีนิสัยแปลกแต่ดี ตรงที่ เขามักจะฝึกซ้อมควบคุมการสูบบุหรี่ การดื่ม และการกินอาหาร อย่างระมัดระวัง เพราะเขาคิดว่า คนส่วนใหญ่มักถูกกลืนกินจากการไตร่ตรองใคร่ครวญเรื่องราวภายนอกมากจนเกินไป จนอาจหลงลืมสิ่งที่ผ่านเข้ามาภายในตัวพวกเขาเอง คนที่ 6 จอห์น ซี เฮฟเว่น (John C. Havens) ผู้ก่อตั้ง H(App)athon Project ค่ะ เขาคนนี้ชอบมีนิสัย แจกแจงสิ่งต่างๆ ในชีวิตด้วยเครื่องมือและแอพลิเคชั่น เพื่อความเข้าใจกลไกแห่งความสุข (คนแบบนี้ก็มีด้วยอ่ะ) คนที่ 7 เควิน ซิสตรอม (Kevin Systrom) ผู้ก่อตั้ง app ยอดฮิต Instagram เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าทำไมเขาถึงคิดสร้าง Instagram ขึ้นมา นั้นก็เพราะว่า กล้องคือสิ่งมีค่าที่สุดสิ่งหนึ่งในชีวิตเขม เขามีนิสัยรักหรือเรียกว่า บ้าการถ่ายภาพรูปทุกๆ คริสต์มาส มาก่อน และปัจจุบันก็ยังคงรักการถ่ายภาพอยู่เสมอ จึงทำให้เขาเข้าใจและสร้าง App ออกมาได้โดนใจนักถ่ายภาพเป็นอย่างดี คนที่ 8 ชิเงะรุ มิยะโมะโตะ (Shigeru Miyamoto) เขาคนนี้ไม่น่าเชื่อว่า จะเป็นผู้ดีไซเนอร์เกมส์ในตำนานแห่ง Nintendo ได้ เพระานิสัยสุดแปลกที่เขาชอบทำบ่อยๆ ก็คือ การวัดความยาวสิ่งของต่างๆ อยู่เป็นประจำ "ผมมักจะสนุกกับการคาดเดาความยาวของวัตถุ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมผมถึงพกสาววัดติดตัวตลอดเวลา" คนที่ 9 สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ผู้คิดค้น และอดีตซีอีโอ Apple ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว แต่หลายคนก็ยังจดจำ คำพูดต่างๆ ของเขาได้ดี "หากคุณพยายามที่จะออกแบบคอมพิวเตอร์สักเครื่อง คุณจะต้องให้ตัวเองจมอยู่กับรายละเอียดต่างๆ เป็นพันๆ จุด และทันใดที่มันถูกคิดไตร่ตรองออกมาได้มากพอ นั่นแหละเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มันคือประสบการณ์ที่มีท่วงทำนองจังหวะ เป็นประสบการณ์ที่ทุกๆ สิ่งเชื่อมโยงกันเป็นประสบการณ์ที่เปราะบางละเอียดอ่อน ซึ่งช่างเหมือนกับดนตรีเหลือเกิน" ว้าวววล้ำลึกทางความคิด คนที่ 10 Anna Akbari คราวนี้เป็นผู้หญิงกันบ้าง เธอคือผู้ก่อตั้ง Sociologyofstyle.com ค่ะ เป็นเรื่องปกติที่นิสัยของผู้หญิงต้องห่วงเรื่องการทานอาหารเป็นหลัก และเธอคิดว่าการกินอาหารเช้ากับอาหารกลางวันเหมือนกันทุกวันเสมอ "ยิ่งตัวเลือกมาก ยิ่งต้องการพลังงานและมันจะทำให้เราหลุดโฟกัสจากสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า ตัวเลือกที่มากยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลในการเลือกตัวเลือกที่ถูกต้อง" เป็นแนวคิดที่เปรียบเทียบกับการทานอาหารทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยจริงไหมค่ะ สุดท้ายคนที่ 11 Joel Gascoigne ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Buffer โดยนิสัยของเขา เขามักจะตัดสินใจโดยปราศจากความมั่นใจที่สมบูรณ์ โดยเขาจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่ควรให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แม้ว่าประสบการณ์ส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการจะต้องใช้ความคิดที่สดใหม่อยู่เสมอ สำหรับการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ ก็ตาม ทั้งหมดนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จของเมืองนอก ที่มีนิสัยและแนวทางแปลกๆ แต่เจ๋งสุดๆ เพียงบางส่วนเท่านั้นนะคะ แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายท่านมากมาย อย่างในเมืองไทยบ้านเราเอง ก็มีผู้ประสบความสำเร็จและเก่งไม่แพ้กัน จากจุดเล็กๆ ในวันวาน สู่ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการชื่อดัง (สุดยอด) ยกตัวอย่างเช่น 1. คุณตัน ภาสกรนที ผู้ทำธุรกิจเครื่องดื่มชาเขียว  จนได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพียงไม่กี่ปี 2. คุณต๊อบ เถ้าแก่น้อย จากวัยรุ่นที่หมกหมุ่นเล่นเกมส์ หันมาจับธุรกิจตั้งแต่ยังหนุ่ม จนสาหร่ายเถ้าแก่น้อยได้รับความนิยม 3.  นักธุรกิจสาว อายุน้อย คุณเมย์ เจ้าของร้านเบเกอร์รี่  After you จากนิสัยที่เริ่มจากการชอบทานขนม และไม่หยุดคิดที่จะทำธุรกิจต่อยอดจนได้รับความนิยมอย่างมาก 4. คุณออม ดิษยา ดีไซเนอร์สาวไทยเจ้าของแบรนด์ Disaya  ที่สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับอินเตอร์ตั้งแต่ปี 2006 เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ brandbuffet, designtaxi.com

เรื่องจริง Hello Kitty ไม่ใช่แมวแต่เป็นคน
Hello Kitty /  เกร็ดความรู้ / 

ไม่กี่วันมานี้เพื่อนๆ หลายคนคงอึ้งไปตามๆ กัน เพราะทางซานริโอ้ ได้ออกมาเปิดเผยว่า HELLO KITTY แมวน้อยสีชมพูน่ารักที่เป็นไอดอล ของสะสมของสาวๆ หรือผู้คนทั่วโลกนั้น ความจริงแล้วนางไม่ใช่ "แมว" แต่นางเป็น "คน" .. เรื่องจริง Hello Kitty ไม่ใช่แมวแต่เป็นคน เรื่องจริง Hello Kitty ไม่ใช่แมวแต่เป็นคน เนื่องจาก Christine R. Yano นักมานุษยวิทยา ได้จัดนิทรรศการ เกี่ยวกับ  "Hello Kitty" ขึ้น ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสหรัฐฯในลอสแองเจลิส ซึ่งในข้อมูลที่เธอได้จัดแสดงนั้นได้บอกไว้ว่า คิตตี้หน่ะคือแมวเหมียว เหมี๊ยว เหมี๊ยว .. ว แต่แล้วผู้บริหาร Sanario เขาได้ออกมาแถลงใให้เธอและหลายๆ คนได้ทราบถึงเรื่องจริงของ  HELLO KITTY ว่า  Hello Kitty ไม่ใช่แมวอย่างที่คุณเข้าใจ แต่เธอคือมนุษย์” หลังจากนั้นทางบริษัทได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมข้อมูลว่า ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่า Hello Kitty เดินสองขาเหมือนมนุษย์ นั่ง เดินเหมือนคนทั่วไป (หรือใครเคยเห็นคิตตี้เดิน 4 ขา?) ชื่อจริงของเธอก็คือ “Kitty White” เป็นชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่นอกกรุงลอนดอน (โอ๊ะ! นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความรู้ นึกว่าเธอเป็นคนญี่ปุ่นซะอีก >,<) เธอเป็นเด็กผู้หญิง อยู่ชั้น ป.3 ราศีประจำตัวของเธอคือพิจิก (Scorpio) ชอบกินพายแอปเปิลเป็นชีวิตจิตใจ มีฝาแฝด ชื่อ Mimi White หากแต่มีมี่ผูกโบว์สีเหลือง ส่วนคิตตี้นั้นโบว์สีแดง  คิตตี้ชอบทำขนมและชอบเล่นเปียโน เธอมีความใฝ่ฝันว่า เธออยากเป็นนักเปียโน คิตตี้มีความสูงเท่าแอปเปิ้ล 5 ผล และมีน้ำหนักเท่ากับแอปเปิ้ล 3 ผล เลี้ยงแมวประจำตัวที่มีชื่อว่า Charmmy Kitty ข้อความ “I was corrected — very firmly,” she told the Los Angeles Times. “That’s one correction Sanrio made for my script for the show. Hello Kitty is not a cat. She’s a cartoon character. She is a little girl. She is a friend. But she is not a cat. She’s never depicted on all fours. She walks and sits like a two-legged creature. She does have a pet cat of her own, however, and it’s called Charmmy Kitty.”