อดีตนางแบบโป๊

เอ็นริเก้แถไม่กลัว เมสซี่ อ้างข้างๆคูๆต้องถามนักเตะก่อนเปลี่ยนตัว
บาร์เซโลน่า /  ลิโอเนล เมสซี่ / 

หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือ บาร์เซโลน่า ออกมาแก้ต่างกรณีที่สื่อในสเปนเล่นข่าวว่าเขาไร้บารมีจนไม่สามารถเปลี่ยนตัว ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะชาวอาร์เจนติน่าออกจากสนามได้ เอ็นริเก้ อ้างว่าเขาต้องถามนักเตะก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกเสมอ เขาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมถามนักเตะเสมอว่าพวกเขาโอเคมั้ยที่จะถูกเปลี่ยนตัวออก ผมถาม เนย์มาร์ และก่อนหน้านั้นผมก็ถาม เมสซี่ เราจดบันทึกทุกอย่างไว้ ไม่ว่านักเตะจะถูกใบเหลือง บาดเจ็บ หรืออะไรก็ตามที่เห็นว่าสำคัญ” อดีตลูกหม้อ บาร์ซ่า ตอบโต้สื่อด้วยว่า “คุณจะเอาไปตีความยังไงก็ได้ตามที่คุณชอบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากให้มันเป็นอย่างไร แต่ผมจะทำแบบนี้ต่อไป(ถามนักเตะก่อนเปลี่ยนตัวออก) ผมไม่สนใจหรอก” ข่าวที่เกี่ยวข้อง - ใหญ่กว่าโค้ช! สื่อสเปนแฉเมสซี่ไม่ยอมถูกเปลี่ยนตัวออก

เย็นนี้รู้ผล! สุริยัน ลั่นน็อก ชินซึเกะ แย่งแชมป์โลกWBCกลับไทย
wbc /  ชินสึเกะ / 

ความเคลื่อนไหวของ เจ้าไมค์ สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ผู้ท้าชิงรองแชมป์โลกอันดับ 1 ชาวไทย ที่เตรียมทำศึกชิงแชมป์โลก ไฟต์บังคับ รุ่นแบนตั้มเวต (118 ปอนด์) สภามวยโลก (WBC) กับ ชินสึเกะ ยามานากะ แชมป์โลกชาวญี่ปุ่น วันนี้ (22 ต.ค.57) เวลา 18.00 น. ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสด ล่าสุดเมื่อ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ ปรากฎว่า สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ขึ้นชั่งครั้งเดียวผ่านสบาย 117.25 ปอนด์ ส่วน ชินสุเกะ ชั่งครั้งเดียวผ่านเช่นกันที่ 118 ปอนด์เท่าพิกัด โดย สุริยัน เปิดใจว่า ซ้อมมาดีที่สุดในชีวิต พร้อมแล้วที่จะพิชิตแชมป์โลกชาวญี่ปุ่น และเตรียมได้แก้ทางมวยซ้ายมาแล้ว ตนไม่หวั่นที่เสียเปรียบทุกอย่าง ตนจะน็อกแชมป์โลกให้ได้เป็นคนแรก สำหรับสถิติการชกของทั้งคู่ ชินสึเกะ ยามานากะ ชนะ 21 ครั้ง (น็อก 16) เสมอ 2 ครั้ง ยังไม่เคยแพ้ใคร ป้องกันแชมป์ชนะรวด 6 ครั้ง 5 ครั้งหลังสุดชนะน็อกทั้งหมด ด้าน สุริยัน ซึ่งเป็นอดีตแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์) สภามวยโลก (WBC) ชนะ 37 ครั้ง (น็อก 16) แพ้ 5 ขอบคุณภาพจาก : มวยโลกในสายเลือด2554

ทนายยิ่งลักษณ์ อัด วิชา ชี้นำสังคมพูดนอกสำนวนจำนำข้าว
จำนำข้าว /  ทนายยิ่งลักษณ์ / 

นรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายของยิ่งลักษณ์ อัด วิชา มหาคุณ อย่าชี้นำสังคม พูดนอกสำนวนจำนำข้าว ท้า หากมีหลักฐานว่าใครโกง ควรส่งให้อัยการและป.ป.ช.พิจารณา วันนี้(21 ต.ค.) นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.ระบุถึงโครงการรับจำนำข้าวเป็นสุดยอดความชั่วร้าย และมีการจ่ายเงิน 7 แสนล้านบาท เข้ากระเป๋าพรรคพวก โดยเงินส่วนใหญ่ถูกขนถ่ายออกนอกประเทศไปแล้วว่า เป็นการพูดนอกสำนวน ชี้นำสังคม ทำให้ลูกความตนได้รับความเสียหาย ในทางที่ถูกต้องแล้ว หากมีหลักฐานว่า มีใครโกงจริง ก็ควรส่งหลักฐานให้คณะทำงานร่วมระหว่างอัยการสูงสุดกับ ป.ป.ช.ดีกว่าที่จะมาพูดนอกสำนวน ชี้นำสังคม ทำให้สังคมเกิดความสับสนเข้าใจผิด เท่าที่ปรากฎหลักฐานในการแจ้งข้อกล่าวหากับลูกความของตนก็มีเพียงรายงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเท่านั้นที่เป็นพยาน หลักฐาน ส่วนที่นายวิชาระบุว่า มีการโกงเงิน7 แสนล้านบาท และมีการขนเงินออกนอกประเทศนั้น นายวิชาเพิ่งจะมาพูดนอกสำนวนในครั้งนี้ จึงขอให้นายวิชาหยุดพูดนอกสำนวน และชี้นำสังคม เพื่อมิให้สังคมเกิดความสับสนเข้าใจผิด ขอให้ไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรมจะดีกว่า MThai News

ให้ประกันตัวชั่วคราวสมชายปลุกระดมม็อบปี53
ข่าวล่าสุด /  นปช / 

ศาลอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว "สมชาย" อดีต ส.ข.เขตบางบอน ปลุกระดมม็อบปี 53 ต่อสู้ในชั้นฎีกาห้ามเดินทางออกนอกประเทศ  ที่ ศาลอาญารัชดา ภายหลังศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี นายสมชาย ไพบูลย์ อายุ 45 ปี อดีต ส.ข.เขตบางบอน พรรคไทยรักไทย และแนวร่วม นปช. เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิกนั้น ต่อมาทางทนายความส่วนตัวของ นายสมชาย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 1 แสนบาท ขอปล่อยคราวต่อศาล โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยให้การปฏิเสธมาตั้งแต่แรก และได้รับการปล่อยชั่วคราวมาตลอด รวมถึงไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี ประกอบความหนักเบาตามคำพิพากษา เห็นควรให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างฎีกา แต่ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากศาล

ฟอร์มงี้ใครจะอยากพูด? โมเรโน่ เผยตัวจริง เกรียนโอ้ โคตรเงียบ
บาโลเตลลี่ /  มาริโอ บาโลเตลลี่ / 

อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายเด็กใหม่ของ ลิเวอร์พูล เผยนิสัยหลังม่านของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงสนิมเกาะของทีมว่าจริงๆแล้วไอ้หนุ่ม "เกรียนโอ้" เป็นคนที่เงียบมากๆ ไม่ได้เฟี้ยว หรือกร่าง อย่างที่คนอื่นมโน เชื่อว่าถ้าใครเห็นได้เห็นพฤติกรรมในห้องแต่งตัวของหัวหอกชาว อิตาเลี่ยน จะเปลี่ยนความคิดไปอีกแบบแน่นอน แนวรับเลือดกระทิงดุวัย 22 ปี ให้สัมภาษณ์กับ IBTimes ถึงเพื่อนร่วมทีมว่า "บาโลเตลลี่ นี่ทำให้ผมอึ้งไปเลย เชื่อรึเปล่าความจริงแล้วเขาเป็นคนที่เงียบมากๆเลยนะ หลายคนอาจจะไม่คิดแบบนั้น แต่ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นเขาในห้องแต่งตัวจริงๆ แล้วพวกคุณจะเปลี่ยนความคิดที่มีในตัวเขา" "เวลาอยู่ในสนามคุณอาจเห็นบุคลิกของเขาที่ต่างออกไป แต่ความจริงแล้ว บาโลเตลลี่ โคตรนิ่งเลยล่ะ" อดีตแข้ง เซบีย่า ตบท้าย

อึ้ง! ปูมหลังสุดอื้อฉาว 'นางพรชนก' สาวใหญ่คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น
ข่าวล่าสุด /  คดีครูญี่ปุ่น / 

อึ้ง! ปูมหลังสุดอื้อฉาว 'นางพรชนก' สาวใหญ่คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น จากคดีการหายตัวไปของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 57 ทำให้นายเท็ตสึโอะ ชิมาโตะ อายุ 47 ปี บุตรชาย เดินทางมาตามหาและแจ้งความไว้ที่สน.ห้วยขวาง จนล่าสุดนางพรชนก ไชยะปะ เพื่อนสาวคนสนิท ได้ยอมรับสารภาพว่า ว่าเธอและสามีได้นำร่างของนายโยชิโนริ มาชำแหละในบ้านพักที่หมู่บ้านออร์คิด แบ่งชิ้นส่วนบรรจุใส่กระสอบปุ๋ย จำนวน 4 กระสอบ ก่อนจะนำใส่รถแท็กซี่มาทิ้งบริเวณใต้สะพานคลองนางทิ้มเพื่ออำพรางคดี จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทีมข่าว MThai News ขอนำปูมหลังของ นางพรชนก มาให้อ่านกัน ซึ่งไม่ธรรมดาเลยทีเดียว นางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี เคยมีชาวญี่ปุ่นมาพัวพันด้วยทั้งหมด 4 คน ซึ่งเธอมีทักษะด้านภาษาญี่ปุ่น สามารถคุยกับชาวญี่ปุ่นรู้เรื่อง ชายญี่ปุ่นคนแรกที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพรชนกคือ นายคาชิโตชิ ทานากะ เคยคบหากับนางพรชนกจนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ในปี 2546 นายคาชิโตชิ ประสบอุบัติเหตุตกบันไดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปความเห็นคดีดังกล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งจากการเสียชีวิตของนายคาชิโตชิ นางพรชนกได้รับเงินประกันชีวิตกว่า3ล้านบาท ต่อมานางพรชนกได้รู้จักกับ นายโนบูรุ อิฮิซาวะ ซึ่งเธอได้ยักยอกทรัพย์ชายผู้นี้จนกลายเป็นคดีความและตกเป็นจำเลยในที่สุด ในปี2553 ชายญี่ปุ่นชื่อ คามาการิ  ได้ส่งจดหมายมาหานางพรชนกที่บ้าน แต่เธอไม่อยู่เพื่อนบ้านจึงได้เก็บจดหมายไว้ โดยจดหมายลงวันที่ 25 มกราคม 2553 ระบุว่านายคามิการิ  ได้พบกับเพ็ญศรี ลูกสาวของนางพรชนกและอยู่ด้วยกันที่บ้านพักย่านบางนา คามิการิไว้ใจเพ็ญศรีมากถึงขนาดฝากเงินไว้ให้เป็นจำนวนเงินกว่า 3 ล้านบาท แต่สุดท้ายนางเพ็ญศรีก็หอบเงินหนีหายไป ทำให้นายคามิการิสิ้นเนื้อประดาตัว ชายญี่ปุ่นคนสุดท้ายคือนายโยชิโนริ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่นที่หายตัวไปอย่างปริศนา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบทราบว่านายโยชิโนริได้มาสนิทกับนางพรชนก จนกระทั่งสอบสวนและเธอยอมรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าหั่นศพชายชาวญี่ปุ่นเอง ทั้งนี้ตลอดเวลาที่นางพรชนกเข้าไปพัวพันกับชายญี่ปุ่นทั้ง4คน เธอก็มีสามีอยู่แล้วคือ นายสมชาย แก้วบางยาง อยู่กินกันมานานและมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คดีครูญี่ปุ่น คดีครูญี่ปุ่นหายตัว MThai News

คืนนี้จะรอดมั๊ย? เช็คแผนการเล่น ลิเวอร์พูล VS มาดริด คืนนี้
คาร์ราเกอร์ /  ฟุตบอล / 

เป็นอีกเกมที่แฟนบอลหงส์แดงห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ลิเวอร์พูล เปิดบ้านแอนฟิลด์รับการมาเยือน เรอัล มาดริด โคตรทีมจากลาลีก้า สเปน ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B นัดที่ 3 คืนนี้เวลา 01.45 น. ทรูสปอร์ท HD 2 ถ่ายทอดสด โดยก่อนเกม เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังของ ลิเวอร์พูล ที่ปัจจุบันหันไปเอาดีด้านนักวิเคราะห์ฟุตบอลให้กับช่อง Sky Sport ของประเทษกฤษ ล่าสุดออกมาจัดแจงวางแผนการเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในเกมบิ๊กแมตช์กับ เรอัล มาดริด คืนวันนี้ โดยประเด็นหลักๆ คือการแนะนำให้ ร็อดเจอร์ส ดร็อป มาริโอ บาโลเตลลี่ และขยับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นกองหน้าตัวเป้าในกรอบเขตโทษ และแนะนำให้ ร็อดเจอร์ส แพ็คเกมแดนกลางให้แน่น และถ่าง อดัม ลัลลาน่า รวมถึง คูตินโญ่ ไปเล่นริมเส้นซ้าย-ขวา คาร์ราเกอร์ แนะว่าเกมนี้ ลิเวอร์พูล ต้องเล่นเกมส่วนกลับเข้าโจมตี เรอัล มาดริด โดยให้ สเตอร์ลิ่ง เป็นหน้าเป้าที่วิ่งส่ายไปมา และลงมาล้วงบอลหรือสลับตำแหน่งกับ คูตินโญ่ ได้ พร้อมกับให้ โจ อัลเลน และ เฮนเดอร์สัน เป็นตัวขยันไล่บีบเกมของ เรอัล มาดริด ส่วน เจอร์ราร์ด เป็นตัวบัญชาเกมคุมจังหวะ คาร์ราเกอร์ ให้เหตุผลว่า บาโลเตลลี่ นั้นขาดความมั่นใจในการทำประตูอย่างมาก ยิ่งต้องเจอกับเกมที่มีความสำคัญกับ เรอัล มาดริด แบบนี้โอกาสที่จะเรียกฟอร์มเก่งนั้นยิ่งยากเป็นหลายเท่า สู้ส่งแนวรุกที่มีความคล่องตัว มีความเร็วและจบสกอร์ดีอย่าง สเตอร์ลิ่ง ลงเล่นป่วน รามอส และ เปเป้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงเล่นคืนนี้ ลิเวอร์พูล : มิโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, อัลเลน, เฮนเดอร์สัน, คูตินโญ่, ลัลลาน่า, สเตอร์ลิ่ง เรอัล มาดริด : คาสิยาส, การ์บาฆาล, รามอส, เปเป้, มาร์เซโล่, โมดริช, โทนี่ โครส, โรดริเกซ, อิสโก้, โรนัลโด้, เบนเซม่า

คลิปตาดูดาว เท้าติดดิน3 /  ตกเหวคอนโดมิเนียม / 

"พานทองแท้" แพร่คลิป "ตาดูดาว เท้าติดดิน 3" ตอน “ตกเหวคอนโดมิเนียม” ปลุกคนแพ้ให้ลุกขึ้นสู้ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเพจ “Oak Panthongtae Shinawatra” พร้อมเผยแพร่คลิป “การ์ตูนอะนิเมชั่น” เรื่อง “ตาดูดาวเท้าติดดิน” ตอนที่ 3 “ตกเหวคอนโดมิเนียม” โดยนายพานทองแท้ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นเรื่องราวของการทำธุรกิจที่ล้มเหลวของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เมื่อล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ใหม่ อยู่ที่ตัวเราจะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ หรือจะลุกขึ้นมาสู้กับมันใหม่ โดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ทุกคนย่อมมีโอกาส ที่ตัวเองจะไขว่คว้าเอาไว้ และภายใต้โอกาสนั้นๆอาจเจออุปสรรค จนกระทั่งประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จมาด้วยตัวเอง ร้อยทั้งร้อยต่างก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงที่ล้มลุกคลุกคลาน ของชีวิตมาแล้วทั้งนั้น "คุณพ่อผมเป็นคนคิดอะไรเร็ว สนใจในวิทยาการใหม่ๆ และมักจะเป็นผู้ที่ริเริ่มทำอะไรใหม่ เป็นรายแรกๆเสมอ" ก่อนที่คุณพ่อจะมาจับธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ได้เคยลองผิดลองถูก โดยสร้างโรงหนังที่เชียงใหม่แล้วขาดทุน มาอยู่กรุงเทพฯ หันมาสร้างคอนโดมิเนียมขาย นับเป็นรายแรกๆของไทย แต่โอกาสไม่เอื้ออำนวย กลับประสบปัญหาขาดทุนซ้ำสองเข้าไปอีก สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คุณพ่อผมถือว่าเป็น "โอกาสและอุปสรรคของรายแรก” ที่มีโอกาส "แจ้งเกิด" และ "แจ้งดับ" มากกว่าธุรกิจที่ทำตามคนอื่น ซึ่งมีผู้ "ทดสอบตลาด" ให้เรียบร้อยแล้ว ความเสี่ยงอาจจะน้อย แต่ผลตอบแทนก็จะน้อยลงตามไปด้วย คุณพ่อสอนผมเสมอว่า "ถ้าเราประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้ริเริ่มรายแรก ผลตอบแทนและความมั่นคง ในการดำเนินธุรกิจ ย่อมสูงกว่าผู้ที่ดำเนินการตามเรา เป็นรายที่ 2,3,4.." ทุกคนย่อมมีโอกาส ที่ตัวเองจะไขว่คว้าเอาไว้ และภายใต้โอกาสนั้นๆอาจเจออุปสรรค จนกระทั่งประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จมาด้วยตัวเอง ร้อยทั้งร้อยต่างก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงที่ล้มลุกคลุกคลาน ของชีวิตมาแล้วทั้งนั้น "อยู่ที่ตัวเราจะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ หรือจะลุกขึ้นมาสู้กับมันใหม่ โดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา" MThai News

ไอเดียแต่งบ้าน สไตล์ Contemporary Italian
Contemporary

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ ไอเดียแต่งบ้าน สไตล์ Contemporary Italian กันค่ะ บ้าน สไตล์ Contemporary Italian บ้านสไตล์นี้จะมีการตกแต่งแบบร่วมสมัย โดยการนำรูปแบบปัจจุบันมาผสมอย่างกลมกลืนกับรูปแบบต่างๆ ในอดีตค่ะ ไอเดียแต่งบ้าน สไตล์ Contemporary Italian Contemporary Style หมายถึงรูปแบบการตกแต่งแบบร่วมสมัย ซึ่งได้แก่การนำเอางานออกแบบที่เป็นที่นิยมในรูปแบบปัจจุบันมาผสมอย่างกลมกลืนกับรูปแบบต่างๆ ในอดีตอีกอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบโดยมีจุดประสงค์เพื่อการดึงเอาความรู้สึกหรืออารมณ์ จากรูปแบบในอดีตมาแต่งกลิ่น หรือเพิ่มรสให้กับงานออกแบบนั้นๆ และเป็นการทำให้งานออกแบบนั้นมีลักษณะข้ามกาลเวลา คือให้ความรู้สึกที่สมดุลกันทั้งสองยุค อย่างลงตัวและกลมกลืน โดยปกติแล้ว รูปแบบร่วมสมัยนี้ มักจะมีรูปแบบพื้นฐานเป็นงานออกแบบที่เรียบง่าย ไม่มีลวดลายซับซ้อน จากนั้นจะตกแต่งให้สวยงามขึ้น หรือเพิ่มความรู้สึกหรือแต่งรสด้วยของตกแต่ง หากจะกล่าวอย่างจริงจัง รูปแบบร่วมสมัยจะเหมาะสำหรับผู้ที่รักศิลปะในยุคต่างๆ ในอดีต แต่ไม่ต้องการนำมาใช้ทั้งหมด โดยอาจจะมี สาเหตุมาจากความไม่เหมาะสมในด้านประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมทั้งการนำเอารูปแบบในอดีตมาใช้ทั้งหมดอาจจะทำให้ดูมากจนเกินไป ในปัจจุบันมักจะเน้นที่การให้ความรู้สึกเรียบง่าย สบาย และอบอุ่น และมีการประยุกต์ประโยชน์ใช้สอยต่างๆ ให้เข้ากับ ความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นหลัก อาจจะมีการปรับแต่ง เฟอร์นิเจอร์หรือของประดับตกแต่งให้มีประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างไป การออกแบบรูปแบบร่วมสมัยจะต้องมีการกำหนดจุดมุ่งหมายหรือทิศทางเสียก่อนว่าต้องการ ให้งานออกแบบตอบสนองต่อความต้องการใด จากนั้น จึงต้องมีการกำหนดรูปแบบหลัก และรูปแบบรองที่จะนำมาผสมกันโดยรูปแบบหนึ่งในสองรูปแบบนี้ จะต้องสามารถตอบสนองหรือสร้างความรู้สึกตามจุดประสงค์หลักที่ได้วางไว้ในข้างต้น จากนั้นจึงจะถึงขั้นตอนของการสร้างความสวยงามโดยการใช้แสง เสียงหรือแม้กระทั่งกลิ่นเพื่อ เพิ่มความน่าอยู่และน่าสบายให้กับงานออกแบบชิ้นนั้นๆ จะเห็นได้ชัดว่าสไตล์นี้เป็นสไตล์ที่ออกแบบเรียบง่ายแต่ดูดี การเลือกใช้วัสดุให้ดูเหมาะสมตามความต้องการของประโยชน์ใช้สอยก็เป็นเรื่องที่สำคัญ งานออกแบบสไตล์นี้ค่อนข้างแพร่หลายมากและจัดว่าเป็นรูปแบบที่นิยม มากที่สุดรูปแบบหนึ่งในปัจจุบันเลยทีเดียว ถ้าเพื่อนๆ สนใจไอเดียการแต่งบ้านสไตล์ Contemporary ก็ลองนำไปศึกษา และปรับใช้กับบ้านของเพื่อนๆ ดูได้นะคะ การแต่งบ้านสไตล์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ได้รับการนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ขอบคุณ :  decoist.com

ไม่ผลิกโผ! มติเอกฉันท์ เทียนฉาย ปธ.สปช บวรศักดิ์-ทัศนา รอง.ปธ.
ทัศนา บุญทอง /  บวรศักดิ์ อุวรรณโณ / 

ไม่ผลิกโผ! มติเอกฉันท์ เทียนฉาย ปธ.สปช บวรศักดิ์-ทัศนา รอง.ปธ. ล่าสุดเมื่อเวลา12.50 น.ผลการนับคะแนนเลือก รองประธาน สปช.คนที่ 2 ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งสิ้น 2 คน นางสาวทัศนา บุญทอง และนายประชา เตรัตน์ ที่ประชุมมีมติเลือกนางสาวทัศนา 151 คะแนน นายประชา 88 ตะแนน งดออกเสียง 3 คะแนน บัตรเสีย 1ใบ สำหรับประวัติ นางสาวทัศนา บุญทอง เกิดเมื่อ 8 มิ.ย. 2485 จบการศึกษา อนุปริญญาพยาบาลและอนามัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ครุศาสตรบัณฑิต สาขาสุขภาพจิตและพยาบาลจิตเวชชั้นสูง จุฬาฯ ปี 2517 ปริญญาโท (Adult Psychiatry) มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐ และปริญญาเอกสาขาการศึกษาด้านสุขภาพและการอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยบอสตัน และปรอ. รุ่นที่ 6 เป็นอดีตนายกสภาการพยาบาล 2 วาระ และคณบดีของคณะพยาบาลศาสตร์ในสถานศึกษาหลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ริเริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติการพยาบาลไทย มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพยาบาลศาสตร์ในประเทศไทย ข้าราชการบำนาญ อดีตนายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ และคณบดีสำนักวิชาพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เคยเป็นส.ว.แต่งตั้งปี 2535 และในปี 2551 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นส.ว.สรรหา และอยู่ในกลุ่ม 40 ส.ว. ต่อมาได้รับเลือกเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ..................................................... "เทียนฉาย" นั่งปธ.สปช.ตามโผ ที่ประชุมเสนอชื่อเดียว สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประชุมนัดแรกเลือก "เทียนฉาย กีระนันทน์" นั่งแท่นประธานตามคาด  วันนี้ (21 ต.ค.) นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้นัด สปช.ประชุมนัดแรก ภายหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สปช. ทั้ง 250 คน โดยมีเรื่องตามระเบียบวาระการประชุม คือ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งสปช. และให้สปช. ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้ง กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุม จากนั้นจะเป็นการเลือกประธาน สปช. และรองประธานสปช. ซึ่งมีนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมชั่วคราว ล่าสุด ที่ประชุม สปช.ได้มีมติเลือก นายเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธาน สปช.ขณะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้รับเลือกเป็นรองประธาน คนที่ 1 โดยขณะนี้ที่ประชุมสปช.กำลังอยู่ระหว่างคัดเลือก รองประธาน สปช.คนที่ 2 ที่มีการเสนอมา2 รายชื่อคือ  น.ส.ทัศนา บุญทอง และ นายประชา เตรัตน์ ประวัติดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2487 จบการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, M.A. (Economics & Demography) มหาวิทยาลัยฮาวาย, A.M. และ Ph.D. ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยดุ๊ก หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ว.ป.อ.รุ่น 37 ปัจจุบัน เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ สรรหามาจากด้านอื่นๆ และรองประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประวัติการทำงาน เคยเป็นอาจารย์จุฬาฯ ในปี 2514-2547 หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ริเริ่มโครงการโรงพิมพ์และโครงการสวัสดิการข้าราชการจุฬาฯ ต่อมาได้รับเชิญให้ช่วยราชการตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, เป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, และอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังเคยได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2538 จากคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ, บุคคลดีเด่นของชาติ ด้านเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์ ประจำปี 2539 จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ และดำรงตำแหน่งอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ดำรงตำแหน่ง อ.ก.พ.สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย , กรรมการประเมินผลรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล , กรรมการทบวงมหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ , นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย , กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) แทนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ขอถอนตัว เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2538 จากคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ และบุคคลดีเด่นของชาติด้านเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์ ประจำปี 2539 จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ (ต.ค.2540) สำหรับประวัติ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เกิดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2497 ที่ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ 7 ของนายวิภัทร และนางอารีย์ อุวรรณโณ เป็นญาติกับ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมรสกับ ดร.ปาริชาติ ชุมสาย ณ อยุธยา มีบุตรสาว 2 คน ปัจจุบันหย่ากันแล้ว ด้านการศึกษา จบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาฯ เป็นอาจารย์สอนที่จุฬาฯ ก่อนสอบได้ทุนก.พ.ไปเรียนต่อปริญญาโท ด้านกฎหมายปกครอง และปริญญาเอก กฎหมายมหาชน จากมหาวิทยาลัยปารีส ฝรั่งเศส กลับมาเป็นอาจารย์สอนที่เดิม เคยเป็นกุนซือทีมงานบ้านพิษณุโลกยุคพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ จากนั้นได้กลับเข้ารับราชการ ได้เป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ต่อมาย้ายไปเป็นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และย้ายกลับมาเป็นเลขาธิการ ครม. คนที่ 18 ต่อจากนายวิษณุ เครืองาม ทำหน้าที่ได้ 3 ปีเศษประกาศลาออก ทั้งที่ยังเหลืออายุราชการ 9 ปี   ปัจจุบันกลับไปเป็นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าอีกครั้ง ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราภิชานแห่งจุฬาฯ MThai News

ย้อนรอย 5 โรคร้ายที่เคย ระบาด คร่าชีวิตผู้คนไปทั่วโลก!
กาฬโรค /  ติดเชื้ออีโบลา / 

ในปี 2557 นี้ โรคระบาดที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างหวาดกลัวคงจะหนีไม่พ้น โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ที่เริ่ม ระบาด ในทวีปแอฟริกา มาตั้งแต่กลางปีจนถึงปัจจุบันก็ยังมีผู้ติดเชื้ออยู่ และเริ่มหลุดรอดกระจายไปยังทวีปอื่นๆ ซึ่งทำให้เป็นที่วิตกกังวลของผู้คนทั่วโลก เนื่องจากยังไม่มียารักษาที่ได้ผล 100% ทำให้องค์การอนามัยโลกและสาธารณสุขของทุกประเทศเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง นอกจาก โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ที่เราติดตามกันอยู่ในขณะนี้ ในอดีตก็เคยมีโรค ระบาด ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น และได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปเป็นจำนวนมาก วันนี้เราจะพาไปย้อนรอยโรคร้ายที่เคย ระบาด บนโลกใบนี้กันค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์สเปน (Spanish flu) Spanish flu ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ สเปน ที่ระบาดในปี 1918 คือ การแพร่ ระบาด ของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสาเหตุมาจาก เชื้อไวรัส (Virulent) ที่มีอันตรายถึงตายสายพันธุ์ A สายพันธุ์ย่อย H1N1 โดยเริ่มมีการ ระบาด ในช่วงแรกเมื่อ เดือนมีนาคม 1918 ถึง มิถุนายน 1920 โดยเริ่มแพร่ระบาดจาก ฝั่งอาร์กติกข้ามมายังฝั่ง แปซิฟิกและมีการประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิต จากไข้หวัดใหญ่ ครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 50 - 100 ล้านคนทั่วทั้งโลก หรือเท่ากับประชากร 1 ใน 3 ของทวีปยุโรปในยุคนั้น และประมาณ 500 ล้านคน หรือ ประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรทั่วทั้งโลกในขญะนั้นเป็นผู้ติดเชื้อ นักวิทยาศาสตร์ได้เก็บกระดาษทิชชู่ที่เปื้ยนเชื้อโรค ทำการแช่แข็งไว้ เพื่อไว้เป็นตัวอย่างสำหรับการศึกษาเชื้อโรค และพัฒนาการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นหนึ่งในการแพร่ ระบาด ของเชื้อโรคครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในโลกที่สุดสยอง ลักษณะโรคเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยอาการจะมีไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่มีบางรายที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ ปอดบวม ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิต ได้แก่ ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ความน่ากลัวของโรค : แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์สเปนจะหายไปนานถึง 96 ปีแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถกลับมาได้อีก เพราะเคยกลับมา ระบาด ในช่วงปี 1977 เช่นกัน และเพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่ไม่ได้มีแค่สายพันธุ์นี้อย่างเดียว ดังเช่นที่ผ่านมามีทั้ง ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กาฬโรค (Plague) โรคกาฬโรคเป็นโรคติดต่อเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Yersinia pestis เกิดจากหมัดหนูที่มีเชื้อกัด เมื่อมีการ ระบาด ของโรคหนูจะตายก่อน หมัดหนูจะกระโดดมายังสัตว์อื่น และกัดทำให้เกิดโรคขึ้นมา การดูแลเรื่องความสะอาด และควบคุมการแพร่พันธ์ของหนูทำให้โรคนี้มีการระบาดน้อยลง โดยอาการของกาฬโรคแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ ติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลือง ติดเชื้อในกระแสเลือด และติดเชื้อจากการสูดเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศเข้าปอด ผู้ป่วยจะมีอาการ ไข้สูง หนาวสั่น ต่อมน้ำเหลืองโต เลือดออกในปาก จมูก ก้น เกิดภาวะช็อก shock ปวดท้อง คลื่นไส้ และท้องเสีย ความน่ากลัวของโรค : ในอดีตกาล การ ระบาด ของกาฬโรคเกิดขึ้นหลายครั้งในหลายทวีป และทำให้ผู้ป่วยหลายล้านคนเสียชีวิต จึงจัดเป็นโรคติดต่อที่อันตรายร้ายแรงที่สุดโรคหนึ่ง แต่ในปัจจุบันพบผู้ ป่วยเพียงประปรายเฉพาะในพื้นที่แถบชนบทของบางประเทศเท่านั้น และในประเทศไทยก็ไม่พบผู้ป่วยมากว่า 60 ปีแล้ว โรคไทฟอยด์ แมรี่ (Typhoid Mary) ไทฟอยด์ เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Salmonella Typhi และ  และ Samonella paratyphi เชื้อนี้จะอยู่ในน้ำและอาหาร สามารถติดต่อโดยการดื่มน้ำและกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ หลังจากได้รับเชื้อนี้1-2 สัปดาห์ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดตามตัว มีไข้สูงไข้จะสูงขึ้นเรื่อยๆสูงได้ถึง 40.5 องศาโดยไข้จะคงที่หลังจากเกิดไข้แล้ว 7 วัน มีอาการท้องร่วง บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาจจะมีอาการแน่นท้อง หากไม่รักษาผู้ป่วยบางรายหายเองได้ใน3-4 สัปดาห์ แต่ก็มีบางส่วนที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ทะลุ หรืออาจแพร่กระจายไปตามอวัยวะเกิดถุงน้ำดีอักเสบ เยื่อบุหัวใจอักเสบ และเกิดภาวะเลือดเป็นพิษในที่สุด ในประวัติศาสตร์ของอเมริกา โรคไทฟอยด์ แมรี่ เป็นที่โด่งดังมาก "แมรี่ มัลลอน" หญิงสาวที่อพยพจากไอร์แลนด์เหนือมาอยู่ที่นิวยอร์ค ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โรคไทฟอยด์ กำลังแพร่ ระบาด ในอเมริกา ครอบครัวที่แมรี่ทำงานด้วยก็ป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน หลังจากนั้นเธอก็เปลี่ยนที่ทำงานไปหลายที่มากๆ ในระหว่างนี้มีผู้ป่วยไทรอยด์เพิ่มขึ้นอีก 22 ราย และจากการตรวจสอบแทบทุกครอบครัวจะป่วยเป็นโรคไทฟอยด์หลังจากที่แมรี่เข้ามา ทำงานได้ไม่นานนัก หลังจากนั้นเธอถูกจับและกักตัวไว้เพื่อตรวจ พบว่าเธอมีเชื้อไทฟอยด์จริง แต่เชื้อกลับไม่แสดงอาการใดใด เธอจึงใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่เธอคือพาหะของโรคนี้ หลังจากเธอถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 3 ปี เธอจึงขอออกมาใช้ชีวิตข้างนอกโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่ทำงานเกี่ยวกับอาหาร และจะรายงานตัวว่าเธออยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่เป็นระยะ แต่ 5 ปีให้หลังเธอก็ขาดการติดต่อไป เธอปลอมชื่อและเข้าไปทำงานที่ฝ่ายการครัว อยู่ในโรงพยาบาลสูตินารีของนิวยอร์ค ทำให้ในโรงพยาบาล มีผู้ป่วยด้วยโรคไทฟอยด์ 25 คนและเสียชีวิต 2 คน ด้วยเหตุนี้ แมรี่จึงถูกกักตัวอีกครั้งและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาลจนกระทั่งเสีย ชีวิตไปในปี 1938 ความน่ากลัวของโรค : หาก คุณรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ไม่ปรุงสุกและผ่านความร้อนมาแล้ว อาจจะติดเชื้อโรคไทฟอยด์ได้ และการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับ เชื้อเช่นกันเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครบ้างที่เป็นพาหะของโรคนี้ดัง เช่น แมรี่ มัลลอน โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) โรคซาร์ส หรือโรคไข้หวัดมรณะ เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใหม่ ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับ"โคโรน่าไวรัส" ที่เป็นตัวการก่อไข้หวัด  ผู้ติดเชื้อไวรัสจนเป็นโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงจะมีอาการไข้ขึ้นสูง 38-40 องศาเซลเซียส, ไอแหบแห้ง, หายใจขัดและเป็นช่วงสั้นๆ เมื่อนำตัวผู้ป่วยไปเอกซเรย์ จะพบความผิดปกติที่ปอด ซึ่งดูคล้ายเป็นปอดบวม สามารถติดต่อได้ทางละอองน้ำลาย หรือการไอ จาม เชื้อไวรัสซาร์สยังสามารถลอยตัวอยู่ในอากาศนอกตัวคนไข้ได้นานราว 3-6 ชั่วโมง การรักษาควรแยกผู้ป่วยไว้อีกห้อง และผู้ดูแลควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากป้องกันการติดเชื้อ แว่นตา ผ้ากันเปื้อน ผ้าคลุมศีรษะ และถุงมือ เพื่อป้งกันการติดเชื้อ ความน่ากลัวของโรค : ในปีพ.ศ. 2546 โรคซาร์ส หรือโรคไข้หวัดมรณะ ได้มีการแพร่ ระบาด ไปยัง 29 ประเทศ รวมมีรายงานป่วย 8,098 ราย และเสียชีวิต 774 ราย ถึงแม้ว่าโรคซาร์สจะหายไปนานเป็น 10 ปีแล้ว แต่เมื่อปี 2556 ก็มีผู้ป่วยต้องสงสัยที่มีอาการคล้ายโรคซาร์สเช่นกัน องค์การอนามัยโรคบอกว่า มันคือ “ไวรัสโคโรนาใหม่ 2012” และล่าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2557 องค์การอนามัยโรคออกมาประกาศว่ามีการระบาดของโรคไวรัสโคโรนาใหม่ 2012 อีกครั้ง ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 896 ราย เสียชีวิต 357 ราย แต่ยังไม่พบการ ระบาด นี้ในประเทศไทย โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา (Ebola Virus Disease : EVD) ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาจะมีไข้สูงทันทีทันใด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว ในรายที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต จะพบมีเลือดออกง่าย โดยเกิดทั้งเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย มักเกิดร่วมกับภาวะตับถูกทำลาย ไตวาย หรือก่อให้เกิดอาการของระบบประสาทส่วนกลาง ช็อก และเสียชีวิตได้ ไวรัสนี้สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ได้แก่ เลือด น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ของใช้ของผู้ป่วย หรือสัตว์ที่ป่วย รวมทั้งการนำสัตว์ที่ป่วยมาทำเป็นอาหาร โดยผ่านทางเยื่อบุในปากและทางเดินอาหาร, เยื่อบุตา และรอยแยกหรือแผลบนผิวหนัง3 ระยะที่เกิดการติดต่อได้เริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการนำ (ประมาณ 7 วัน) ซึ่งในระยะนี้ยังจัดเป็นความเสี่ยงต่ำ การติดต่อจะติดได้ง่ายขึ้นเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระยะท้ายของโรค การรักษาไม่มีการรักษาจําเพาะ ในรายที่มีอาการรุนแรงต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ให้สารนํ้าอย่างเพียงพอ ความน่ากลัวของโรค : อย่างที่ทราบกันดีว่าโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ยังไม่มียาป้องกันและรักษาที่มั่นใจได้ 100% ตัวยาต่างๆยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ ทำให้โรคนี้น่ากลัวมากหากได้รับเชื้อ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องเสียชีวิต องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า พบโรคติดเชื้ออีโบลา ระบาด ในวงกว้าง จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน รวมทั้งสิ้น 9,191 ราย เสียชีวิต 4,546 ราย และพบในประเทศที่มีผู้ป่วยรายแรกหรือมีการ ระบาด ในพื้นที่จำกัด จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ ไนจีเรีย เซเนกัล สเปน และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งสิ้น 25 ราย เสียชีวิต 9 ราย ตอนนี้ทางองค์การอนามัยโลกและสาธารณสุขของประเทศต่างๆก็ต่างเฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เชื้อกระจายไปในประเทศต่างๆมากขึ้น เรียบเรียงโดย : health.mthai.com ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักระบาดวิทยา สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ สารานุกรมเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ www.siamhealth.net/ wowboom.blogspot.com

ปานเทพ ยัน สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ดอดพบทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ที่ญี่ปุ่น
ข่าววันนี้ /  ทักษิณไปญี่ปุ่น / 

ปานเทพ แจง ยัน สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ดอดพบ ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ที่ ญี่ปุ่น บอกไปรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ เหตุถูกลอบยิงด้วยอาวุธสงครามเมื่อหลายปีก่อน จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางไปเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เป็นการเดินทางไปเพื่อพบปะพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากมีการเดินทางไปในช่วงเวลาเดียวกันนั้น นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นักวิชาการอิสระ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่น 2 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงการเดินทางไปญี่ปุ่นของนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยยืนยันว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ได้มีการแอบไปพบกับพ.ท.ทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่มีกระแสข่าวออกมาแต่อย่างใด เรื่องการเดินทางไปญี่ปุ่นของ สนธิ ลิ้มทองกุล คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำครับ โดยเฉพาะในช่วงหลังเหตุการณ์ที่รอดชีวิตจากการถูกรุมยิงด้วยอาวุธสงครามใจกลางพระนคร ก็ได้รับผลกระทบทำให้ปวดต่อการยืนและนั่ง และต้องรักษาจากแพทย์หลายแขนง ทั้งการนวดจากแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน และแพทย์แผนปัจจุบัน บ่อยครั้งเวลาผมมาที่บ้านพระอาทิตย์ ก็จะเห็นคุณสนธิต้องรักษาตัวอยู่กับแพทย์แผนไทยเป็นประจำ และหลายครั้งคุณสนธิต้องเดินทางไปรักษาตัวกับแพทย์ที่ประเทศจีน รวมถึงไปรักษาตัวโดยการแช่น้ำร้อนที่ญี่ปุ่น จนเป็นเรื่องปกติของบ้านพระอาทิตย์ไปแล้ว และเพื่อให้ทราบเป็นข้อมูลว่าคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ใช้เงินส่วนตัวในการเดินทาง ไม่ใช่เอาเงินบริษัทหรือเงินบริจาคมาใช้เดินทาง เพราะเงินบริษัทที่จะจ่ายเงินเดือนยังล่าช้าอยู่เลย ในทางตรงกันข้ามทุกวันนี้ครอบครัวลิ้มทองกุลยังต้องวิ่งหาเงินแลกเช็ค กู้หนี้ยืมสินมาประคับประคองสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม นิวส์ วันอยู่เลยครับ (ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้) จากเหตุผลดังกล่าวการใส่ร้ายคุณสนธิ ลิ้มทองกุล (อีกครั้งหนึ่ง) จึงเป็นการมโนไปเต้าข่าวว่าเพื่อเดินทางไปเจรจากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้น จึงเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น หลายครั้งยุทธวิธีนี้ยังคงใช้เพื่อเป้าประสงค์เดิมจากผู้ที่มีอำนาจหรืออิจฉาจุดยืนที่ฝ่ายตัวเองทำไม่ได้ จึงคิดแต่ทำลายความน่าเชื่อถือสิ่งที่คุณสนธิได้ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมาในทุกรัฐบาล แต่ผมรู้ว่า คนอย่างคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่มานั่งเสียเวลาอธิบายเรื่องไร้สาระเช่นนี้หรอกครับ เพราะเวลาผ่านมาหลายปี เราถูกใส่ร้ายมามาก ตั้งแต่ การใส่ร้ายว่าสนธิรับเงินทักษิณ, การใส่ร้ายว่า ASTV จะขายให้ทักษิณให้แกนนำเสื้อแดงมาจัดรายการ, ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องเท็จที่ใส่ร้ายโดยไม่เคยมีการรับผิดชอบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี แล้วมาทบทวนดูว่าสิ่งที่คุณสนธิพูดและแสดงความเห็นนั้น "ถูกหรือผิด" วิญญูชนเท่านั้นที่จะเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ ให้เสียเวลา News 1 หรือ ASTV เดิม ก็ยังคงจุดยืนเดิมในการทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อประชาชนที่สนับสนุนเรามาเป็นปีที่ 10 แล้ว และหลายครั้งก็ทำหน้าที่ไปจนถึงเป็นผู้นำมวลชนเสียเอง วันนี้เรายังคงเป็นสถานีโทรทัศน์เล็ก ๆ ที่ยังยากจนอยู่ ถ้าเราหวังจะได้ร่ำรวยจากทุนและอำนาจจากข้างใดข้างหนึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็คงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่เราต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ "ทุกรัฐบาล" เพื่อประโยชน์ของประชาชนเหมือนทุกวันนี้ จริงไหมครับ ? และถ้าเราจะยอมสยบกับกลุ่มทุนทุกขั้วอำนาจที่ต่างมีกลุ่มทุนพลังงานหนุนหลังอยู่ เราคงไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในด้านการปฏิรูปพลังงานมากเช่นนี้ และลองดูสิครับว่ามีสื่อมวลชนกี่แห่งที่ยังช่วยและสนับสนุนในการปฏิรูปพลังงานของภาคประชาชนมากเช่นนี้ และถ้าเราเป็นสื่อมวลชนที่ขายตัวเพื่อความร่ำรวย ป่านนี้เราคงไม่ต้องเป็นห่วงการจ่ายเงินเดือนล่าช้าของพนักงานที่นี่ เราคงไม่ต้องทุ่มเทออกมาขายสินค้าต่าง ๆ เพื่อรักษาทีวี พนักงานหลายคนที่มีทีวีดิจิตอลมาดึงตัวไปก็คงไม่ยืนหยัดอยู่ที่นี่ ตัวผมเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำงานอยู่ที่นี่ แม้แต่ลุงจำลอง ศรีเมือง ก็คงไม่เป็นผู้นำจัดกิจกรรมหารายได้มาสนับสนุนทีวีแห่งนี้อยู่จนถึงทุกวันนี้ จริงไหมครับ ? มีบางท่านเป็นห่วงใยว่าเรามีพวกและเพื่อนน้อย มีศัตรูมาก เพราะวิพากษ์วิจารณ์ทุกฝ่าย จึงจะอยู่รอดได้ยากในทางธุรกิจเพราะขาดการสนับสนุนจากกลุ่มทุนใด หรือแม้แต่อาจจะต้องสูญเสียประชาชนที่ยังหลงรักหรือสนับสนุนขั้วอำนาจทางการเมืองของตัวเองด้วยซ้ำไป เราขอขอบคุณความห่วงใยนั้น และผมก็เชื่อว่าเราทุกคนรับทราบและตระหนักกับความเสี่ยงเหล่านั้นดีอยู่แล้ว แต่ผมกลับเห็นด้วยกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ว่า "เราเป็นสื่อมวลชน" และสื่อมวลชนแห่งนี้มีศรัทธาจากประชาชนกำเนิดขึ้นเพราะจุดยืนที่ยืนหยัดอยู่ข้าง "ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่" ไม่ใช่ผลประโยชน์ของขั้วอำนาจใดอำนาจหนึ่งเป็นใหญ่ เมื่อรากฐานและวัฒนธรรมองค์กรถูกหล่อหลอมมาด้วย "ศรัทธา" ที่มาพร้อมกับ "การเสียสละ" เงินทอง หยาดเหงื่อ และแม้แต่ชีวิตของพี่น้องประชาชนเช่นนี้ เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไปให้ดีที่สุด ถ้าวันหนึ่งมันมีความเจริญก้าวหน้าก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ขรุขระกันบ้างก็ช่วยกันฝ่าฟันไป แต่ถ้ามันมีความจำเป็นต้องดับไปเพราะรักษาจุดยืนที่เรากำเนิดมาก็ถือว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้ม หน้าไม่อายดิน MThai news

สาวจีน เลิกแฟน ประชดรัก นั่งกินไก่ที่ KFC ทั้งอาทิตย์!
ประชดรัก /  สาวโสด / 

สาวๆเคยอกหักแล้วทำอะไรบ้าๆบอๆบ้างมั้ยคะ เช่น กินเยอะมาก ปาร์ตี้ลืมวันลืมคืน ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า หรือเมาแล้วทำอะไรรั่วๆ ที่คาดไม่ถึง วันนี้เรามีไอดอลสาวคนหนึ่งจากประเทศจีน ที่อกหักแล้วไปนั่งซัดไก่ที่ร้านเคเอฟซีเกือบ 1 อาทิตย์!!!! เรียกได้ว่า แหกทุกกฏ ประชดรัก ที่สาวๆเคยทำแน่นอน สาวน้อยนางนี้ มีนามว่า Tan Shen อายุ 26 ปี เศร้าหนักหลังถูกแฟนหนุ่มสะบั้นรัก จึงทิ้งตัวเองในร้านเคเอฟซีเป็นเวลากว่า หนึ่งอาทิตย์ โดยเธอได้เข้าไปอยู่ในร้านกับเหตุผลง่ายๆที่ว่า ไม่อยากจะกลับไปที่อพาร์ทเม้นท์ เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยเรื่องราวของเธอและแฟน ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้หรอกว่า เธอจะครองแชมป์อยู่ในร้านได้นานเป็นอาทิตย์ ขนาดนี้  โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ณ แหล่งอาหารฟาสต์ฟู๊ดที่สถานีรถไฟในเมือง เฉิงตู ของประเทศจีน พนักงานในร้านได้สังเกตเธอและพบว่าเธอไม่ไปไหนสักที ได้แต่นั่งอยู่ในร้าน จึงเข้าไปสอบถาม เธอก็ให้คำตอบมาว่า " ฉันแค่อยากมีเวลาคิดอะไรหน่อย" และก็สั่งไก่ทอดชุดใหญ่ กับ เฟรนช์ฟรายบิ๊กไซส์ มากินเกือบทั้งสัปดาห์ โดยพนักงานในร้านก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ปล่อยให้เธอได้คิด ได้ทำอย่างที่เธอต้องการ แต่เมื่อสื่อท้องถิ่นเข้ามาสัมภาษณ์เธอ เธอก็บอกว่า เธอจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว เธอจะขอหนีไปอยู่กับพ่อแม่ของเธออีกเมือง พนักงานในร้าน  Jiang Li Lung บอกว่า " พวกเราในร้านคงจะคิดถึงเธอมาก เพราะเธอทำให้ร้านของเรามีสีสันมากขึ้นจริงๆ" เอาเป็นว่า ถ้าอกหักก็ทำอะไรที่พอดีๆแล้วกันนะคะสาวๆ ให้สบายใจและปลอดภัยกับตัวเองและคนอื่น จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง จะโศกเศร้า หรือทำอะไร ก็ขอให้มีสติคิดให้รอบคอบนะคะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มา Metro.co.uk

ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน
ประวัติศาสตร์ /  ส้วม / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยชวนเพื่อนๆ ให้มาย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน กันค่ะ ฟังชื่อแล้วอย่าเพิ่งร้องอี้ นะคะ เพราะคอนเฟิร์มว่าเรื่องราวที่มาที่ไปของส้วมนี้ น่าสนใจมากเป็นเหมือนประวัติศาสตร์แปลกๆ หน้าหนึ่งได้เลยทีเดียว อิอิ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นอย่ารอช้าไปติดตามกันเลย... ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน เรื่อง "ส้วม" สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ผศ.อุดร จารุรัตน์ บรรณาธิการต่วยตูนพิเศษ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวบรวมและเรียบเรียงไว้เป็นความรู้ว่า ชาติที่มีอารยธรรมในด้านการขับถ่ายครั้งอดีตไม่มีใครเกินโรมัน จากซากเมืองเมอริดาในสเปน ที่ชนโรมันสร้างไว้ ยังมีหลักฐานเด่นชัดอยู่ด้านหลังของโรงละครแห่งหนึ่ง เป็นสุขากลางแจ้งที่มี ๒๕ ที่นั่งตั้งอยู่เหนือท่อระบายน้ำใหญ่ของเมือง พออึหล่นปุ๊ลงไป น้ำเบื้องล่างก็จะพัดพาเอามันไป ที่นั่งเดิมนั้นเป็นหินตั้งอยู่ในกรอบโลหะ แต่ทางการได้บูรณะโดยหล่อด้วยคอนกรีต เบื้องหน้าของแถวที่นั่งมีรางน้ำทำด้วยหินอ่อน ชาวโรมันจะใช้ไม้ติดฟองน้ำยื่นลงไปจุ่มน้ำในรางแล้วยกมาใช้ชำระก้น โรมันรู้จักการนำน้ำจากบนเขาสูงโดยใช้รางลำเลียงลงมา เรียกว่าระบบอาควีดักต์ (Aqueduct) ระบบท่อน้ำจ่ายน้ำในเมอริดามีความยาวทั้งสิ้น ๕ กิโลเมตร หลังจากล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ชนชาวยุโรปก็ทอดทิ้งคุณค่าที่โรมันสร้างสรรค์ไว้อย่างสิ้นเชิง ทั้งที่งานสุขาภิบาลเหล่านี้โรมันสร้างไว้ให้เห็นเกือบทุกหนแห่ง แม้แต่ที่บริเวณกำแพงเมืองฮาเดรียนในบริเทนก็มีสุขาเหลือซากอยู่ และชนบริเทนหรืออังกฤษก็มิได้ใส่ใจบำรุงรักษา ปล่อยให้แตกหักไร้ประโยชน์ ยุโรปทั้งหมดหันกลับไปหาวิธีถ่ายทุกข์แบบเดียวกับที่ใช้ในยุคมืด คือนับเป็นเวลานานยาวถึงพันปีหลังยุคโรมันที่พวกเขาออกไปปลดทุกข์ในพื้นนาพื้นสวน เหมือนที่คนไทย "ไปทุ่ง" นั่นเอง จวบจนเข้าสู่ยุโรปสมัยกลาง จึงเริ่มการสร้างสุขาให้เห็นบ้าง หลักฐานสมัยศตวรรษที่ ๑๓ การขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ จะระบายทิ้งลงตามช่องกำแพงเมือง ซึ่งเรียกเป็นภาษานอร์มันว่า "การ์เดโรบส์" (Garderobes) ความหมายเดิมคือที่ใช้เก็บเสื้อผ้า โดยคิดกันว่าก๊าซแอมโมเนียจากปัสสาวะนั้นมีประโยชน์ในการขับไล่ตัวมอดตัวแมลงต่างๆ ไปจากผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของขุนนางเจ้าของปราสาท การ์เดโรบส์มักจะมีที่นั่งถ่ายเป็นกรอบไม้ ข้อเสียของการระบายคือทำให้เบื้องล่างของผนังกำแพงเหม็นคลุ้ง ส่งกลิ่นขึ้นมายามนั่งถ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็มีลมพัดขึ้นมาทำให้ก้นเย็นฉียบ เมื่ออุจจาระกองสุมกันเป็นเนิน ก็จะมีคนจัดการเอาพลั่วตักใส่ถังไปทิ้งที่อื่น จนถึงสมัยทิวดอร์ เริ่มมีการใช้ส้วมตามบ้านคนรวย แต่ก็ยังไม่ถูกสุขลักษณะและมีกลิ่นเหม็นอยู่ดี นั่นคือมีลักษณะเป็นส้วมหลุมที่ขุดลงไปในดิน อาจมีก่ออิฐกันหลุมพัง ส่วนที่นั่งถ่ายก็เป็นแบบหยาบๆ เจาะเป็นรูแล้วถ่ายอุจจาระตกลงไปในหลุมโดยตรง เมื่อหลุมเต็มก็ต้องขนถ่ายปฏิกูลเบื้องล่างออกไปเป็นคราวๆ ที่มีการระบายดีกว่าและปราศจากกลิ่นเหม็นได้แก่บ้านในชนบททางตอนเหนือของเวลส์ สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ลำธารจะปลูกสร้างคร่อมทางน้ำ ใช้กระแสน้ำเป็นตัวพัดพาอุจจาระให้ลอยหรือชะไป แต่ก็น่าจะคำนึงถึงบ้านหรือชุมชนที่อยู่ทางท้ายน้ำซึ่งต้องใช้ลำธารในการอุปโภคเช่นกัน สำหรับส้วมทันสมัยรุ่นแรกๆ กำเนิดขึ้นในปี ๑๕๙๔ ออกแบบสร้างโดย เซอร์ จอห์น ฮาร์ริงตัน ส้วมนี้มีถังเก็บน้ำอยู่เหนือที่นั่ง เมื่อยกก้านวาล์วจะมีน้ำชำระพุ่งลงมาอยู่ในโถ พออึเสร็จก็ยกก้านอันที่สอง น้ำและอุจจาระในโถก็จะระบายลงสู่หลุมเบื้องล่าง และนี่อาจเรียกได้ว่า เป็นส้วมระบบชักโครก (Flush toilet) อันแรกของโลก ฮาริงตันประดิษฐ์ส้วมชนิดนี้เพียง ๒ ชุด ชุดหนึ่งสำหรับตนเอง และอีกชุดถวายแด่แม่ทูนหัวของเขา คือ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ ๑ กระทั่งอีก ๑๗๐ ปี ต่อมา ค.ศ. ๑๗๗๕ ช่างทำนาฬิกา อเล็กซานเดอร์ คัมมิงส์ ได้จดลิขสิทธิ์ส้วมชักโครกเป็นรายแรก โดยใช้คอห่านเพื่อป้องกันกลิ่นมิให้ย้อนขึ้นมา แม้จะมีวาล์วระบายทิ้งจากโถ แต่ก็ใช้งานไม่ค่อยดี บางทีอุจจาระลอยสวนขึ้นมาทำให้มีกลิ่น และท่ออุดตัน งานของคัมมิงส์ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นในปี ๑๗๗๘ โดย โจเซฟ บรามาห์ ด้วยการติดตั้งวาล์วกระดกที่ปล่อยน้ำชำระแบบอัตโนมัติ ทำให้การระบายของเสียหมดจดขึ้น และมีน้ำขังอยู่ในโถตลอดเวลา เป็นการดักกลิ่น ผลงานชิ้นนี้เป็นที่นิยมใช้กันยาวนานกว่า ๑๕๐ ปี มีการติดตั้งในสถานที่ราชการ รวมถึงวังเวสต์มินสเตอร์ และมีผู้ขนานนามว่าเป็น "โรลล์ซรอยส์แห่งส้วม" กระนั้นก็ยังมีชนผู้ดีอีกมากที่ยังคงใช้หม้ออุจจาระตามเดิม ชนชั้นสูงมีโถอุจจาระประจำไว้แม้แต่ในห้องดินเนอร์ โดยเก็บในตู้ถ้วยชาม ล่วงเข้า ค.ศ.๑๘๘๐ จึงมีผลิตภัณฑ์ส้วมชักโครกสำเร็จรูปยูนิทาส (Unitas) ออกจำหน่าย ทำด้วยเซรามิกรูปทรงสวยงามแบบชิ้นเดียว โดยซ่อนคอห่านไว้ภายในมิดชิด ไม่รั่วไม่ซึม และด้วยการผลิตปริมาณมากจึงราคาถูก ขายดีนับล้านชุดทั่วโลก ปี ๑๘๕๔ จอร์จ เจนนิงส์ ออกแบบส้วมสาธารณะสำหรับชาวลอนดอนทั่วไปใช้โดยเสียเงิน ๑ เพนนี เลยเกิดเป็นสำนวน ไปจ่ายหนึ่งเพนนี (to spend a penny) เวลาจะไปส้วมสาธารณะ ราคานี้ใช้อยู่จนถึง ค.ศ.๑๙๗๑ นับว่าน่าทึ่งที่คงอยู่ยาวนานถึง ๑๒๐ ปี เมื่อโถส้วมเซรามิกเก็บท่อไว้ภายในไม่รุงรัง ผู้ผลิตก็เริ่มแข่งขันในด้านออกแบบให้เตะตาน่าจูงใจ เช่น เป็นรูปชามซุป เป็นรูปปลา ส่วนโถฉี่ของสุภาพบุรุษซึ่งมักเป็นรูปกลมเพื่อกันกระเด็นก็อาจออกแบบเป็นรูปลูกกอล์ฟเช่นในอัมสเตอร์ดัม หรือที่โตเกียวก็มีโถฉี่ที่เชิญชวนให้ฉี่ลงไปดับไฟ ส่วนการชำระล้าง ผู้คนใช้วัสดุแปลกๆ แตกต่างกันไป ตั้งแต่หญ้า ขนเป็ด ขนไก่ ซังข้าวโพด บางคนคุ้นเคยกับการใช้เปลือกหอยซึ่งแข็งบางจับถนัดถนี่กว่า กระทั่งปี ๑๘๕๗ โจเซฟ คาเยตตี้ ชาวอเมริกัน จึงประดิษฐ์กระดาษชำระให้ใช้กัน แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากที่นิยมใช้น้ำชำระล้าง เช่นเดียวกับวิธีการนั่งถ่าย ทุกวันนี้ก็ยังแบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถนัดแบบนั่งบนขอบโถชักโครก แต่อีกฝ่ายหนึ่งชอบนั่งยองๆ จุงโก โคบายาชิ สถาปนิกโถส้วมชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า เขาจะออกแบบให้มีส้วมนั่งยองไว้อย่างน้อยหนึ่งที่ในศูนย์การค้าสำหรับลูกค้าสูงอายุ และคิดค้นวิธีการสร้างเสียงชักโครกโดยไม่มีน้ำไหลสำหรับลูกค้าหน้าบางที่ชอบกดชักโครกกลบเสียงไม่พึงประสงค์ การอำนวยความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้จึงมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการให้ที่นั่งส้วมอบอุ่นก่อนจะหย่อนก้นลงไปนอกจากนี้ยังมีปุ่มกดให้มีน้ำฉีดพุ่งออกมาชำระล้างก้นโดยไม่ต้องใช้มือให้เปรอะเปื้อน ส้วมที่ถูกสุขลักษณะมีส่วนช่วยลดโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิบิลกับเมลินดา เกตส์ จึงจัดตั้งทุนสำหรับผู้ค้นคิดพัฒนาส้วม เช่น มหาวิทยาลัยเดลฟต์ ในเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในองค์กรที่ได้รับทุน กำลังค้นคิดติดตั้งอุปกรณ์ที่จะไมโครเวฟอุจจาระให้เกิดก๊าซเร็วขึ้น และนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน โอ้โฮ้วเรื่องของส้วมนี่เข้มข้นและมีที่มาอย่างยาวนานจริงๆ เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า ส้วมจะต้องถูกพัฒนาให้มีความทันสมัย และสะดวกสบายมากขึ้นกว่านี้อีกแน่ๆ ยังไงก็อย่าลืมติดตามวิวัฒนาการของส้วมกันต่อไปนะคะ ข้อมูลและภาพ : sookjai.com

ยินดีด้วย! บัวขาว ซ้อมรับปริญญาปรัชญาดุษฏีบัณฑิตกิติมศักดิ์
ซ้อมใหญ่รับปริญญา /  ดำดอทคอม / 

ความเคลื่อนไหวของ “ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ หรือ สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทยชื่อดัง ที่เวลานี้มีข่าวมากมาย ทั้งเรื่องการชกมวย และเรื่องของความรักกับอดีตนางงามไร้บัลลังก์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค.57 บัวขาว บัญชาเมฆ ได้เข้าร่วมพิธีซ้อมใหญ่รับปริญญา ปรัชญาดุษฏีบัณฑิตกิติมศักดิ์ สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (กลุ่มการศึกษาและการจัดการภูมิปัญญา) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ก่อนจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2557 จังหวัดสกลนคร สำหรับการอนุมัติปริญญาเอก หรือปริญญาปรัชญาดุษฎีกิตติมศักดิ์แก่ บัวขาว ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พิจารณาจากเหตุผลที่ว่า บัวขาวเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงสูงสุดในวงการกีฬาทั้งในไทยและระดับโลก อีกทั้งยังเป็นทูตวัฒนธรรม โดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ ศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีมาแต่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ รวมถึงการเป็นครูวิชามวยไทยที่ดีแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงสมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่าง ทั้งนี้ปีที่แล้ว บัวขาว ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาโท หรือ ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอบคุณภาพจาก : Banchamek Gym

โต้! เป็นชู้ บีม ลิขิตชีวิตเอง เลือกเป็นซิงเกิ้ลมัม!!
บีม พรรณวรินทร์ /  บีม วรานิษฐ์ ซิงเกิลมัม / 

บีม วรานิษฐ์ ลูกสาวคนสวยของตลกชื่อดัผู้ล่วงลับ ดี๋ ดอกมะดัน ควงคุณแม่เสาวลักษณ์ ศรีสวัสดิ์ พร้อมด้วยน้องสาว เบลล์ ชยานิษฐ์ ตั้งโต๊ะแถลง ท้องลูกชายอายุครรภ์ 4 เดือน แจงตัดสินใจเป็นซิงเกิ้ลมัมเพราะไปกันกับอดีตแฟนหนุ่มนอกวงการไม่ได้ ทัศนคติไม่ตรงกันหลังคบกันมานาน ซึ่งการแต่งงานนั้นไม่ใช่ทางออก ปัดอีกฝ่ายมีครอบครัวอยู่แล้ว เปรยไม่ได้โกรธ สถานะยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ ดีกว่าแต่งไปแล้วเลิก ยันไม่กีดกันพ่อเด็กมาเจอลูก รับตกใจ! ตอนรู้ว่าตั้งท้อง โดยได้มีการปรึกษาคุณแม่ และน้องสาว ส่วนครอบครัวฝ่ายชายก็รับรู้เรื่องมีลูก และโอเคกับการตัดสินใจของเธอ เปรยต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ยังไม่ได้คิดเรื่องจดทะเบียนรับเป็นบุตร ยืนยันครั้งนี้ไม่ใช่มรสุมชีวิต ถือเป็นเรื่องที่ดี แค่ไม่ได้เป็นไปตามขนบธรรมเนียม ตอนนี้สุขภาพโอเค ไม่แพ้ท้อง ลูกแข็งแรง ไปฝากท้องมาเรียบร้อยแล้ว เผยฝ่ายชายก็พยายามถามไถ่ เข้ามาดูแลตลอด แต่ก็ไม่ได้เจอกัน มีการโทรศัพท์คุยเรื่องลูก ส่วนเรื่องค่าเลี้ยงดูยังไม่ลงรายละเอียด หากพ่อดี๋ยังอยู่เชื่อคงดีใจ ต่อไปนี้จะมีผู้ชายมาอยู่ในครอบครัว ทุกวันนี้ก็ยังทำงานหนักอยู่ แต่มีความสุข ไม่ต้องใช้หนี้แล้ว มีเป้าหมายทำงานเพื่อดูแลลูก วางรากฐานงานบันเทิงและธุรกิจอาหารเสริมด้วย ยอมรับกังวลเรื่องกระแสสังคม ท้องก่อนแต่ง! กลัวเสียชื่อเสียงที่พ่อสร้างมา แต่เมื่อเกิดขึันมาแล้วก็แก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ลูกสำคัญที่สุด ขอความเห็นใจ ขอโอกาสจากทุกคน ซึ่งเธอยอมรับผิด ลั่นจะไม่ทำผิดต่อลูกอีก ยืนยันฝ่ายชายไม่ได้มีครอบครัวอยู่แล้วจึงไม่แต่งงาน เป็นคนนอกวงการ ขอไม่เปิดเผยชื่อ เปรยการมีลูกคนนี้ไม่ใช่ความผิดพลาด แค่ลูกมาผิดจังหวะไปนิดนึง ทุกอย่างฟ้าประทานสิ่งมีค่าที่สุดให้เธอ ซึ้งมีคนให้กำลังใจเยอะมากจนน่าตกใจ ตื้นตันที่คนเข้าใจ สำหรับเรื่องหัวใจตอนนี้ยังไม่คิดมีคนใหม่ ขอทำหน้าที่เป็นซิงเกิ้ลมัมดูแลลูกอย่างเดียว โดยตั้งใจจะทำงานจนกว่าจะคลอด.... "ตอนนี้เนี่ยบีมกำลังตั้งครรภ์ มีน้องนะคะ ตั้งครรภ์ได้ 4 เดือนกว่าแล้วค่ะ อยากให้ทุกคนได้ยินจากปากบีมมากกว่า เพราะว่าบีมก็ไม่ได้ไปไหนก็ยังทำงานอยู่ตรงนี้ แล้วก็ไม่อยากให้แบบมีการพูดกันไปเองก่อน อันนี้เป็นความตั้งใจจริงที่บีมอยากจะออกมาบอกกับทุกๆ คน ในเรื่องนี้น่ะค่ะแล้วก็เป็นเรื่องที่ดี" "ในเรื่องราวที่บีมเป็นซิงเกิ้ลมัมแล้วก็ไม่ได้แต่งงาน อันนี้เป็นความตั้งใจ แล้วก็เป็นการคิดไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วน่ะค่ะ คือเริ่มจากบีมกับคุณพ่อของน้องนะคะ เราก็รู้จักกันมานานแล้วน่ะค่ะ แล้วก็คบๆ อาจจะมีช่วงเวลาที่ไม่ดี ไม่เข้าใจกันหลายๆ ครั้งนะคะ เราก็พยายามอย่างที่สุดที่จะเป็นคนรักกันแต่ว่าในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ก็เลยตัดสินใจที่จะเลิกกัน" "แต่พอดีว่าเกิดเรื่องราวตรงนี้ขึ้นมาค่ะ เราก็หันกลับมาพยายามอย่างดีที่สุดแล้วที่จะทำให้เรากลายเป็นครอบครัวกันได้นะคะ เพราะว่าเรามีลูกด้วยกัน แต่พอถึงเวลานึงแล้วเนี่ยบีมก็มาคิดอีกทีน่ะค่ะ อันนี้เป็นความคิดตัดสินใจของบีมๆ ก็ปรึกษากับเขานะคะว่าในเมื่อเราไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตร่วมกันได้ เป็นสามี-ภรรยากัน หรือว่าจะแต่งงานกัน ถ้าเกิดว่าจะแต่งงานกันเพราะว่าเรามีลูกด้วยกันบีมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับลูกบีม" "แล้วก็วิธีนี้ บีมปรึกษาทั้งเบลล์ ทั้งแม่แล้วค่ะ ทุกคนก็เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้ แล้วเราก็ตื่นเต้นกันมากที่จะมีสมาชิกใหม่ เพราะว่าบีมก็สูญเสียพ่อไป เราก็เป็นผู้หญิงสามคนอยู่ในบ้าน ตอนนี้เรากำลังจะมีผู้ชายในบ้านแล้ว และก็จะเป็นคนที่จะมาดูแล ทั้งแม่ ทั้งยาย ทั้งคุณน้า จะได้มีความสุขกัน แล้วบีมก็ไม่ได้กีดกันคุณพ่อนะคะ คุณพ่อของน้องก็ยังช่วยกันรับผิดชอบ ทำหน้าที่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ก็คือการเป็นพ่อ เป็นแม่ แล้วก็ดูแลลูก เขาก็มาเยี่ยมลูกได้นะคะ" "พ่อของน้องเป็นคนโสดค่ะ ไม่ได้แต่งงาน เป็นการตัดสินใจของบีมค่ะ เราก็มีแนวคิดการตัดสินใจของเราแล้วก็ไปปรึกษากันว่าอันนี้เป็นทางออกที่เราเห็นว่าดีที่สุดสำหรับลูกเราน่ะค่ะ เขาก็โอเคน่ะค่ะ เพราะว่าเป็นการตัดสินใจที่ทำเพื่อลูก คือตอนนี้เราไม่ได้เล็งเห็นถึงตัวเองน่ะค่ะ เราก็ต้องนึกถึงลูกเป็นคนสำคัญที่สุด" "ครอบครัวฝ่ายชายรับรู้ค่ะ ก็ตอนนี้ก็โอเคนะคะทุกฝ่าย กับการตัดสินใจตรงนี้ เพราะว่าอย่างที่บอกว่าคนที่สำคัญที่สุดคือเด็ก คือลูกในท้อง ข้อตกลง ก็ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองน่ะค่ะ ก็เป็นพ่อ เป็นแม่ ช่วยกันรับผิดชอบค่ะ จดทะเบียนรับเป็นบุตรยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลยค่ะ คงอีกสักพักน่ะค่ะ เรื่องรายละเอียดยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากค่ะ" "อันนี้ไม่ใช่มรสุมนะ คือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีค่ะ อาจจะผิดตรงที่ว่าไม่ได้ตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ไม่ได้แต่งงานแล้วก็มีลูก แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีค่ะ ไม่ได้แบบเป็นเรื่องที่เป็นมรสุมอีกอย่างนึง" "ถ้าวันนี้คุณพ่อยังอยู่ ก็คงดีใจน่ะค่ะ เพราะว่าคือ ทุกวันนี้บ้านเราไม่มีผู้ชายที่มาดูแลผู้หญิงสามคนนะคะ เขาก็น่าจะดีใจที่ต่อจากนี้เราก็จะมีผู้ชายอีกหนึ่งคนที่จะมาดูแลแทนคุณพ่อค่ะ" "กระแสสังคม ตอนแรกก็มีกังวลเพราะว่าด้วยความที่เป็นลูกพ่อดี๋ แล้วพ่อก็เป็นคนที่มีคนรู้จัก เราก็เอ๊จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของพ่อหรือเปล่า แต่ว่าในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วน่ะค่ะ บีมก็ต้องแก้ไขปัญหาให้มันดีที่สุด ตรงนี้คือลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ เราก็ต้องแก้ไขให้เขามีชีวิตที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความสุข" "และบีมก็อยากที่จะขอความเห็นใจ ขอโอกาสกับทุกๆ คนว่า บีมก็ยอมรับว่าบีมอาจจะทำผิดขนบธรรมเนียมประเพณี แต่ว่าจะไม่ทำผิดอีกน่ะค่ะ จะไม่ทำผิดต่อลูก บีมกล้าที่จะออกมาบอกกับทุกๆ คนว่าบีมจะเลี้ยงลูก จะไม่แต่งงาน เพราะฉะนั้นเนี่ยอยากให้เข้าใจว่ามันเป็นการแก้ไขปัญหาของบีมอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ" บีม กล่าว บีม วรานิษฐ์ บีม วรานิษฐ์ บีม วรานิษฐ์ - น้องสาว บีม วรานิษฐ์ บีม วรานิษฐ์ บีม วรานิษฐ์ - คุณแม่ - น้องสาว

ตร.รับคุมเพื่อนสาวครูยุ่น-สามีเค้นสอบตามอัยการศึก
ครูญี่ปุ่น /  ครูญี่ปุ่นหายตัว / 

"เรืองศักดิ์" รับ คุมตัวเพื่อนสาวครูสอนภาษาญี่ปุ่นและสามีไว้สอบตามกฎอัยการศึก - พร้อมเร่งหาหลักฐานเพิ่ม พล.ต.ท. เรืองศักดิ์ จริตเอก รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรงจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีคดีการหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ว่า จากกระแสข่าวที่มีการควบคุมตัว นางพรชนก ไชยะปะ สาวคนสนิท พร้อมแฟนหนุ่มไว้ในค่ายทหารแห่งหนึ่งตามกฎอัยการศึกนั้น ตำรวจปฏิเสธที่จะตอบคำถามต่อสื่อมวลชน โดยระบุเพียงว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นความลับทางคดี แต่สำหรับ นางพรชนก ได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์รับของโจร และอยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะเร่งหาหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับ นางพรชนก อีก 1 ข้อหา ฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว เพราะพบว่าเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับ นายโยชิโนริ ก่อนหายตัวไป อย่างไรก็ตาม วันนี้ชุดสืบสวนจะส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบตามเส้นทางตั้งแต่โรงพยาบาลบางนา 2 ไปยังสถานีรถไฟฟ้าอุดุมสุข ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายที่ นางพรชนก ยืนยันว่าได้ส่ง นายโยชิโนริ ก่อนหายตัวไป แต่ นางพรชนก ไม่ให้ปากคำว่าหลังจากส่ง นายโยชิโนริ แล้ว ได้เดินทางไปไหนต่อ โดยเจ้าหน้าที่จะปูพรมค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม มุ่งหน้าไปทางหมูบ้านออร์คิดวิลล่า และเคหะบางพลี ซึ่งเป็นบ้านพักของ นางพรชนก

วัยรุ่นเลือดร้อน ทะเลาะสาวใหญ่ เดือดจุดไฟย่างสดคารถไฟ
ข่าวอินเดีย /  ย่างสด / 

หนุ่มวัยรุ่นเลือดร้อน เดือดจัดสาวใหญ่หลังมีปากเสียงรุนแรง สุดท้ายจุดไฟเผาเหยื่อเสียชีวิตคารถไฟในอินเดีย วานนี้ (21ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หนุ่มวัยรุ่นชายจุดไฟเผาสาวใหญ่ทั้งเป็นบนตู้รถไฟโดยสารหมายเลขที่ 13 ของรถไฟขบวนด่วนพิเศษเส้นทางกันนูระ-คายัมคุลัม ที่สถานีรถไฟในเมืองกันนูระ รัฐเกรละ ซึ่งทราบภายหลังว่า เหยื่อคือ นางฟาติมา วัย 45 ปี พยานให้การว่า นางฟาติมา มีปากเสียงกับชายหนุ่มคนหนึ่ง อายุประมาณ 22-25 ปี เป็นเวลานาน ที่บริเวณชานชาลา แต่หลังจากนั้น เธอได้เดินเลี่ยงขึ้นตู้โดยสารรถไฟหมายเลข 13 ซึ่งขณะนั้นยังคงว่างเปล่า ไม่มีผู้โดยสารคนอื่น จากนั้น วัยรุ่นชายที่ก่อเหตุได้เดินตามขึ้นไปและมีปากเสียงกันต่อ ก่อนจะสาดของเหลวบางอย่างใส่นางฟาติมาแล้วจุดไฟ เหยื่อรีบวิ่งลงจากรถในสภาพที่ไฟลุกท่วมตัวพร้อมกรีดร้องด้วยความทรมาน นางฟาติมา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบริเวณใกล้เคียง แต่เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างกายถูกไฟไหม้ถึงร้อยละ 40 จึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในที่สุด หลังเกิดเหตุคนร้ายอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ร่างภาพเสก็ตซ์คนร้ายจากคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์ และเร่งดำเนินการติดตามจับกุมมาลงโทษ นี่คือหนึ่งในการตอกย้ำ การใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงที่เกิดขึ้นเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการสาดน้ำกรด การข่มขืน และการก่ออาชญากรรมทางเพศซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอินเดีย ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง 2 พี่น้อง จุดเทียนทำการบ้าน ถูกย่างสด ผลชันสูตรย่างสดตา-ยายศรีสะเกษ ตายก่อนเผา สยอง! ย่างสด 2 ศพ คาเก๋ง พระราม 9 สยอง! ไฟไหม้โอเกะ เพชรบุรี ย่างสด2ศพ Mthai News