อดีตนางแบบโป๊

แดนนี่ เมอร์ฟี่ สับเละแนวรับหงส์ อย่าริเป็นบาร์ซ่าที่จะขึ้นเกมจากแผงหลังอยู่ตลอด
บาร์เซโลน่า /  ลิเวอร์พูล / 

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตมิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล สับเละแนวรับทีมหงส์แดงผ่านรายการ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ในเกมที่บุกแพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยบอกว่าพยายามจะทำตัวเป็น บาร์เซโลน่า ที่จะขึ้นเกมจากแผงหลังอยู่ตลอด จนกระทั่งโดนฉกไป และเป็นที่มาของการเสียประตูแรกตั้งแต่ต้นเกมจนได้ "คุณคิดว่าพวกเขาดีพอแล้วเหรอที่จะขึ้นเกมจากแผงหลังอยู่ตลอดเวลาแบบนั้นน่ะ?" เมอร์ฟี่ กล่าว "พวกเขาไม่ใช่ บาร์เซโลน่า นะ พวกเขาจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจเกมกันกว่านี้อีกมาก" ขณะที่ ฟิล เนวิลล์ อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ร่วมผสมโรงด้วยเช่นกัน "ตอน เจอร์เก้น คล็อปป์ มา พรีเมียร์ ลีก เราต่างก็คิดว่าเขาจะเป็นคนที่เล่นบอลเร็ว เน้นเกมรุกซะอีก การจะเล่นระบบนี้คุณจะต้องมีเซ็นเตอร์แบ็คที่สามารถคุมเกมได้เป็นอย่างดี แต่ในเกมกับ เบิร์นลี่ย์ แล้ว พวกเขายังถือว่าอ่อนอยู่มาก"

เพื่อนกันมังกรไฟ! สิโรจน์ เผย “เจ-ต้น” อาสาช่วยเรื่องการปรับตัว
ชนาธิป สรงกระสินธ์ /  ช้างศึก / 

ดาวยิงตัวใหม่ทัพช้างศึก ไม่หวั่นเรื่องการปรับตัวหลังมีเพื่อนเก่าในเเคมป์บีอีซี เทโรศาสน หลายคนอยู่ในทีมชาติไทยชุดนี้ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าดาวรุ่งทีมอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด เเละความหวังคนใหม่ของทีมชาติไทย เผยไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวในแคมป์ช้างศึกอย่างเเน่นอน เนื่องจากมีเพื่อนเก่าสมัยอยู่ในทีมมังกรไฟอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ เเละ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม อยู่ในทีมด้วย แต่อย่างไรก็ตามขอเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ดาวยิงชาวสุรินทร์วัย 24 ปีเริ่มต้นค้าแข้งกับทีม นนทบุรี เอฟซี ในศึกดิวิชั่น 2 ก่อนไปอยู่กับ บีอีซี เทโร เอฟซี อดีตพันธมิตร บีอีซี เทโรศาสน ทว่าไม่เคยถูกดันขึ้นชุดใหญ่เเต่อย่างไรก็ตาม ได้คลุกคลีอยู่กับจอมทัพกิเลนผยอง เเละแบ๊กขวาของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาด้วยกันช่วงเเรกเริ่ม “ยอมรับว่าตื่นเต้นมากครับหลังจากที่ได้เข้ามารายงานตัวกับทีมชาติไทย ก่อนมาที่นี้ผมได้คุยกับ สก๊อตต์ คูเปอร์ เฮดโค้ชของอุบลฯ ก็บอกให้ผมตั้งใจทำผลงานให้ดีที่สุดเเละที่สำคัญของเป็นตัวของตัวเอง” “ส่วนการปรับตัวนั้นผมว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะเพื่อนๆผมหลายคนก็อยู่ในทีมชาติลชุดนี้อย่าง เจ (ชนาธิป) เเละ ต้น (นฤบดินทร์) ผมก็รู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งเค้าก็จะช่วยผมในเรื่องการปรับตัวด้วย เเละก็ดีใจที่จะได้เล่นกับพวกพี่อีกหลายคน” “เจ้าปีโป้” กล่าว

เดือดระดับ 10 หนิง ฉะ! เพจกุข่าว นางร้าย ป. ปากปลาร้า สามีมีกิ๊ก
ข่าว หนิง ปณิตา /  นางร้ายในจอ

     เจอแบบนี้ก็ต้องเดือด! สิคู้ณณณณณ นางร้ายในจอ หนิง ปณิตา ถูกเพจกุข่าวพาดพิงอ้างเป็น "นางร้าย ป. ปากปลาร้า สามีมีกิ๊กตั้งแต่คลอดลูกใหม่ๆ" ระดับขุ่นแม่หนิงเจอแบบนี้ก็ไม่อยู่เฉยแน่นอน โพสต์ตอกกลับด่วนจี๋ ปลอม!! ถ้าจะเขียนขนาดนี้ใช้ชื่อจริงไปเลย!! และถ้าไม่แก้ไขก็จะดำเนินคดีทางกฏหมาย ดังนี้    "ถ้าจะเขียนขนาดนี้ใช้ขื่อจริงไปเลยคร่า เหมือนที่หนิงใช้ชื่อตัวเองจริงๆไปเม้นต์ในข้อความ แล้วถ้าจะเขียนแบบนี้กล้าๆหน่อยแสดงตัวตนชัดเจนกันไปเลย ไม่ต้องสร้างเพจปดปิดตัวตนออกมาด่าดาราแรงๆแบบนี้ เดี่ยวนี้เพจแรงๆด่าดารา สร้างกระแสให้คนไปอ่าน เพื่อขายโฆษณา ผุดเป็นดอกเห็ด บางเพจก้อน่ารักดี จิกกัดกันเบาๆ (บางครั้งส่วนตัวยังไปเม้นต์คุยด้วย) แต่นี่ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบรรยายได้ ... ปลอม .. เอาเป็นว่าดำเนินการแก้ไขภายในวันพรุ่งนี้มิฉะนั้นขออนุญาติดำเนินคดีตามกฎหมาย (อย่าคิดว่าใช้อักษรย่อจะไม่โดน) อ้อ!!!ฝากถึงคนที่คอมเม้นต์ ทุกคนมีสิทธิในการวิพากษ์วิจารถ้าใช้คำพูดที่ดี และมีมารยาท ส่วนตัวมักจะเก็บคำพูดที่คนตำหนิกับไปพิจรณาเสมอว่าจริงรึเปล่า เพื่อปรับปรุงแก้ไข แต่พวกที่เขียนด้วยวาจาหยาบๆก้อเอาเหอะ เอาที่สบายใจ !! ขอโทษนะ บังเอิญเป็นคนชัดเจน ใครดีมาดีตอบใครร้ายมาถ้าไม่มากไปพอให้อภัย แต่ถ้าแบบไม่รู้สำนึก เชิญ คิดเอาเองนะ"    โดยล่าสุดเพจดังกล่าวก็ได้มีการลบกระทู้ข่าวนี้ไปแล้ว แต่ทางสาวหนิงเองกำลังรออยู่ว่าจะมีการ "ขอโทษ" เธอด้วยไหม?? ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ningpanita และข้อมูลจาก NingPanita Fanpage หนิง โพสต์ฉะเพจกุข่าว   หนิง ปณิตา   หนิง ปณิตา   หนิง ปณิตา   หนิง และครอบครัว  

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬  , เรื่องย่อบ่วงบรรจถรณ์‬
ละครบ่วงบรรจถรณ์ /  เรื่องย่อละครบ่วงบรรจถรณ์ / 

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬ ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัดกำกับการแสดง : ภวัต พนังคศิริควบคุมการดำเนินงาน : อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เรื่องยอ ละครบ่วงบรรจถรณ์ บ่วงบรรจถรณ์ เป็นเรื่องวราวของ แพรนวล บุตรสาวคหบดีชาวเชียงรายที่ตัดสินใจหลีกหนีจากสามีเจ้าชู้ ไปอยู่เชียงรายเพื่อรับมรดกบ้านโบราณของบิดา แพรนวลพบเตียงไม้โบราณสมัยเชียงตุงในห้องเก็บของมีความชอบใจจึงนำมาใช้นอน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแม่บ้าน การนอนคืนแรก แพรนวลนุ่งชุดไทเขินที่ชอบและนอนหลับไปบนเตียง เมื่อตื่นเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่สวนลั่นทมของหอคำในเมืองเชียงตุง ด้วยเวลาที่ย้อนกลับมาห้าสิบสี่ปี และ ได้พบกับหลาวเปิง บุตรบุญธรรมของเจ้ากองไท อดีตผู้ครองนครเชียงตุงและตองริ้วน้องสาวต่างบิดาของหลาวเปิง ละครบ่วงบรรจถรณ์นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท หลาวเปิงใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท แพรนวล ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์

เอิร์น จิรวรรณ โพสต์คลิป ลูกนั่งตักซิ่งรถ โดนดราม่า เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี
เอิร์น จิรวรรณ

     โดนชาวเน็ตท้วงติงกันมากมาย สำหรับอดีตนักร้องสาว เอิร์น จิรวรรณ ที่ตอนนี้กลายเป็นคุณแม่ยังสาว ที่มีลูกชายแล้วถึง 2 คน วัยกำลังน่ารักน่าชัง ล่าสุด เมื่อสาวเอิร์น โพสต์คลิปลูกชายคนโต น้องดี นั่งตักคนขับ พร้อมด้วยรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูง และแคปชั่นใต้คลิปว่า "กลัวความเร็วซะที่ไหนลูกแม่" งานนี้ ดูเหมือนว่าชาวเน็ตจะไม่เห็นด้วยอย่างแรง เพราะเห็นแล้วกลายเป็นหวาดเสียวแทน พร้อมทั้งบอกว่าเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี เป็นห่วงว่าอาจจะเกิดอันตรายได้ ซึ่งสาวเอิร์นก็ได้เข้ามาตอบคอมเม้นต์แล้วว่า "ขอบคุณมากๆ ที่เป็นห่วงน้องค่ะ พอดีพาน้องมาขับเล่นในซอยบ้านซึ่งช่วงสายๆปกติจะเงียบมากแทบไม่มีรถค่ะเพราะเด็กๆ ไปโรงเรียนผู้ใหญ่ไปทำงานหมดแล้วค่ะ จะเห็นได้ว่าที่ขับมีรถสวนคันเดียวค่า" กลัวความเร็วซะที่ไหนลูกแม่🚗🚗🚗 A video posted by 🎀✨EarN Techaruvichit✨ 🎀 (@earnie_chirawan) on Aug 21, 2016 at 9:26pm PDT

เปิดตัว! กูปรีรับเจรจา
กูปรีอันตราย /  ธเนศ เครือรัตน์ / 

ทัพกูปรีอันตรายเปิดตัวว่าได้เจรจากับอดีตกุนซือการท่าเรือ เอฟซีจริง เเละมีความเป็นไปได้สูงที่จะเข้ามาคุมทัพวันแรกในวันที่ 1 กันยายนนี้ ศรีสะเกษ เอฟซี ทีมในศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่ตกเป็นข่าวลือเตรียมทาบทาม "มาซาฮิโร่ วาดะ" อดีตกุนซือการท่าเรือ เอฟซี เข้ามาคุมทัพช่วงท้ายฤดูกาลนั้น ซึ่งเกมไทยลีกเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ส.ค.59 ที่ศรีสะเกษบุกเยือนราชนาวีนั้น ทาง "วาดะ" ได้เดินทางมาร่วมชมเกมที่ข้างสนามด้วย โดย "บิ๊กนาย" ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสรศรีสะเกษฯ ออกมาเปิดเผยว่า “ล่าสุดได้มีการเจรจากับ วาดะ เเล้ว เเละเจ้าตัวก็ดูโอเคที่จะมาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ช่วงวันที่ 1 กันยายนนี้ ส่วนเรื่องรายละเอียดของสัญญาเราจะไม่เปิดเผยตัวเลข โดยที่สัญญาถึงสิ้นปี" ทั้งนี้ มาซาฮิโร่ วาดะ จะถือเป็นโค้ชรายที่ 12 ของทีมศรีสะเกษ เอฟซี นับตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งสโมสรอาชีพ ซึ่งจะเข้าไปรับงานต่อจาก โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบียที่ถูกยกเลิกสัญญาไปก่อนหน้านี้

ขอพลังท่านลอร์ด! คิวพีอาร์สนดึง
คิวพีอาร์ /  นิคลาส เบนท์เนอร์ / 

มีแววได้งานได้การทำอีกครั้ง! สำหรับ "ท่านลอร์ด" นิคลาส เบนท์เนอร์ ศูนย์หน้าทีมชาติเดนมาร์ก ที่อยู่ในสถานะฟรีเอเย่นต์อยู่ในตอนนี้ หลัง ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส ทีมดังในลีกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ให้ความสนใจมาล่าตาข่ายในถิ่นลอฟตัน โร้ด หลังศูนย์หน้าวัย 28 ปีรายนี้โดน โวล์ฟบวร์ก ทีมดังในบุนเดสลีกา เยอรมัน ปล่อยตัวเมื่อปลายฤดูกาลที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาด้านพฤติกรรม ทำให้ เบนด์เนอร์ ยังคงไร้สังกัดมาจนถึงตอนนี้ โดยครั้งหนึ่ง อดีตศูนย์หน้าอาร์เซน่อล, ยูเวนตุส และโวล์ฟบวร์ก เคยบอกเอาไว้ว่าเขาคือ ศูนย์หน้าที่เก่งที่สุดแห่งย่านสแกนดิเนเวีย แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่าในชีวิตจริง คงต้องดูต่อไปว่าถ้าท่านลอร์ดย้ายมาคิวพีอาร์ เขาจะสามารถพาต้นสังกัดเลื่อนขึ้นชั้นกลับไปเล่น พรีเมียร์ ลีก ได้หรือไม่?

1916 Rebellion /  นรุตม์ เจียรสนอง / 

"นรุตม์ เจียรสนอง" บิ๊กบอส เอ็มบาสซีฯ ให้การต้อนรับคณะทูตนานาประเทศ โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส โดย นายนรุตม์ เจียรสนอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนายเบร็นเด็น รอเจอรส์ เอกอัคราชทูตไอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย และนางเควิน โดริส ภริยาเอกอัคราชทูตไอร์แลนด์ ที่ร่วมจัดงานชมภาพยนตร์แนวสารดคีประจำประเทศไอร์แลนด์ เรื่อง 1916 Rebellion พร้อมคณะเอกอัคราชทูตจากประเทศต่าง ๆ ที่ให้เกียรติมาร่วมชมภาพยนตร์สุดเอ็กคลูซีฟครั้งนี้ อาทิ นายเบน คิง เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย, และนางรีเบคคา คิง ภริยาเอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์, และนางโอ ฉุงฮวา ภริยาเอกอัคราชทูตเกาหลี ประจำประเทศไทย

จั๊กกะบุ๋ม งัดหลักฐาน 3,000 แผ่นเตรียมฟ้อง อึ้ง! ศร - สาวแบงค์ คู่กรณีโผล่งานแถลง!!
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม /  ศร อิจฉา / 

คู่กรณีโผล่!! งานแถลง โดยช่วงบ่ายวันนี้(24 ส.ค.) ทางตลกชื่อดัง จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ได้หอบหลักฐานกว่า 3,000 แผ่นตั้งโต๊ะชี้แจงกรณีที่ตนมีปัญหากับอดีตนักร้อง ศร อิจฉา หรือ ศร ศรศักดิ์ จากที่วันก่อนอีกฝ่ายได้ออกมาอ้างว่าถูกทางจั๊กกะบุ๋มขมขู่ และถ้าทางฝั่งตลกดังแถลงตนก็จะขอมาแจมด้วย ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากคำพูด เพราะทาง ศร อิจฉา โผล่มาร่วมวงแถลงด้วยจริงๆ บอกถ้าอีกฝ่ายไม่ท้าก็ไม่มีการวางมวยกันเกิดขึ้น ไม่เท่านั้นทางภรรยาของหนุ่มศร ยังพา ออม สาวแบงค์ คู่กรณีอีกคนหนึ่งของตลกจั๊กกะบุ๋ม ที่เคยไปแจ้งความดำเนินคดีกับอีกฝ่ายเนื่องจากตลกดังยืมเงินไป 50,000 บาทแล้วไม่คืนนั่นเอง... โดยตลกดัง จั๊กกะบุ๋ม เผยตนขอติดตามอดีตนักร้องไปต่างประเทศจริง หวังหาเงินมาใช้หนี้ แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดจึงไปทำงานกับอีกเจ้าหนึ่ง ซึ่งได้มีการขออนุญาติทางเจ้าของงานแล้ว และได้มีการไปขอโทษทางอดีตนักร้องแล้วเช่นกัน แต่กลับโดนโพสต์ใส่ร้ายในโซเชียลต่างๆ นาๆ แถมอีกฝ่ายยังโทรไปล้างสมองภรรยาของตน โดยได้มีการอัดคลิปเสียงไว้ จั๊กกะบุ๋ม กล่าวอีกว่า ตนถูกอดีตนักร้องคุกคาม ขุดขุ้ยประวัติต่างๆ เป็นหนี้ใครบ้าง และอีกฝ่ายยังมีการพาดพิงถึงบุพการีเรื่องเคยติดคุก ด้วยเหตุนี้ตนจึงต้องอัดคลิปข่มขู่อีกฝ่าย บอกใครกันแน่ที่ต้องการเกาะกระแส จากนี้ให้ศาลตัดสิน รับเป็นหนี้ ออม สาวแบงค์ จริงแต่จ่ายล่าช้า เนื่องจากอีกฝ่ายไปแจ้งความทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็ต้องใช้กฏหมายคุยกัน บอกตนเป็นคนเชิญมาฟังแถลงเอง ส่วนกับนักร้องรุ่นพี่ถ้าตนทำอะไรให้ไม่พอใจก็ขอโทษ แต่เรื่องกราบขอโทษไม่ทำเพราะตนไม่ผิด ไปเจอกันที่ศาล ไม่กลัวอีกฝ่ายแถลงกลับอีกรอบ พร้อมยืนยันจะหาเงินมาใช้หนี้กับเจ้าหนี้ทุกคน... รายละเอียดมีดังนี้ “จากกรณีที่คลิปที่ผมแสดงความไม่สุภาพออกไป ขอกราบอภัยด้วย แต่สาเหตุเพราะถูกกดดันต้องออกมาทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องแม่ แม่ถูกเหยียดหยาม ดูถูก ใช้คำพูดไม่สุภาพ เอาอดีตของแม่มาประจาน คงไม่ผิดที่ผมออกมาปกป้องบุพการี ผมต้องทำครับแม้ผมจะเรียนน้อย แต่ครอบครัวผมสอนว่าไม่ให้เอาประวัติใครมาเหยียบย่ำก่อน” “แต่สิ่งที่ผมเจอและเกิดขึ้นเกิดจากสิ่งที่เขาเหยียดหยามจนผมทนไม่ไหวแล้ว เรื่องเกิดขึ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปสวิสเซอร์แลนด์ เจอนักร้องที่สนิทกัน เขาจะไปสวิสเหมือนกัน ผมยอมรับว่าขอเขาไปสวิสด้วยในฐานะพี่น้อง จากนั้น 2-3 วันเขาบอกว่าเจ้าภาพที่นั่นยินดีให้ผมไปแสดงด้วย เพราะผมประสบปัญหาการเงินจากธุรกิจที่หัวหิน ต้องมีเงิน 400,000 บาททุกเดือนเพื่อเป็นการหมุน ค่าเช่าร้าน เงินเดือนพนักงาน 10 คน ค่าวัตถุดิบ คือทั้งร้านกาแฟและร้านสเต็ก มีค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าส่งเสียครอบครัว ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องไปกู้เงืนเพื่อนๆ มาและที่อยากไปสวิสเพราะต้องการเอาเงินมาปลดหนี้ที่มีและได้บอกเจ้าหนี้ทุกคนแล้วว่าหลังกลับจากสวิส 15 วันจะเอาเงินกลับมาใช้หนี้ มั่นใจว่าใช้หนี้ได้แน่นอน” “แต่ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะค่าเครื่องบินออกเอง ทำงานจริง 6 วัน ได้ค่าตอบแทนเป็นเงินไทย 15,000 บาท ว่างงานอยู่ 7 วัน แต่โชคดีที่ได้รับความเมตตากับคนไทยที่นั่น ได้คุยกันทางไลน์ เป็นพี่สาวที่น่ารักคนหนึ่ง พี่สาวคนนี้เลยชักชวนและแนะนำว่าถ้าหางานให้เล่นจะมีปัญหากับเจ้าของงานมั้ย ผมก็ขออนุญาติเจ้าของงานแล้ว และพี่สาวคนนั้นก็ไปขอด้วย” “แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือได้มีการติดตามเฟสบุ๊คของนักร้องที่ผมตามเขาไปสวิส เห็นเขาโพสต์แปลกๆ ผมก็ไม่สบายใจ เขาบอกว่าพาไปต่างแดนแต่กลับมาเนรคุณ นั่นหมายถึงคือผมนะ ผมก็ปรึกษาคนอื่น ก็บอกว่ารอให้ใจเย็นๆ ค่อยเข้าไปขอโทษ” “ตอนนั้นผมกับพี่นักร้องคนนั้นอยู่คนละบ้านแล้วตอนอยู่สวิส และผมก็เข้าไปขอโทษพี่เขาแล้ว จากนั้นไม่ถึง 5 นาทีผมก็เห็นที่เขาโพสต์” “นี่คือสิ่งที่คุณได้รับคำขอโทษจากผมแล้วมาโพสต์ ผมไม่โกรธ แต่ไม่เข้าใจ อีกเรื่องคือหายไป 3 วัน จะติดต่อครอบครัวได้เจอคำด่าจากครอบครัวหาว่าขายตัว มั่วผู้หญิง ไม่กลับบ้าน แต่โชคดีได้พิสูจน์ตัวเองจากที่สวิส วีดีโอคอลบอกว่าตอนนี้ผมทำอะไรอยู่ที่ไหน แต่ขณะนั้นมีสายเข้ามาที่บ้าน บอกว่าตอนนี้มันไปอยู่กับผู้หญิงแล้ว สบายไปแล้ว ไม่ต้องไปสนใจมัน” “ครอบครัวผมบอกแบบนั้น ผมถึงต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น และอัดเสียงว่าผมทำจริงหรือเปล่า ก็เลยเกิดคลิปเสียงขึ้น” (เปิดคลิปเสียงภรรยาตัวเองกับภรรยานักร้องที่มีปัญหาคุยกัน) “ผมมีเอกสารทุกอย่างที่เขาส่งมาล้างสมองแฟนผมว่าผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่แฟนผมก็อัดเสียงไว้ แล้วเอามาหักล้างกับสิ่งที่ผมมีทุกอย่างจนแฟนผมเข้าใจ หลังจากนั้นเขาก็ทวงเงินผมตลอด ขู่ผมว่าจะเอาผมให้ตาย ผมไม่ได้ติดเงินเขาด้วย แต่เขามาทวงแทนคนอื่นทำไม ผมไม่ได้ติดหนี้สินอะไรกับเขาเลย แต่เขาอาสามาทวงหนี้แทน แต่วิธีของเขามันเกินไปมาแอบถามจากภรรยาผม บอกเล่าเรื่องราวใส่ข้อมูลกับภรรยาผม ภรรยาผมถึงได้หลงบอกว่าผมเป็นหนี้ใครอะไรยังไงบ้าง” “หลังจากนั้นเขาจึงขุดผมทุกอย่างว่าผมเป็นหนี้ใคร ทำธุรกิจอะไรเจ๊งมาบ้างแล้วก็ยังมาโพสต์อะไรต่ออะไรอีกเยอะแยะ รู้ทุกอย่างว่าผมทำอะไรอยู่ที่ไหน รู้บ้าน รู้ทุกอย่าง เขาคุกคามผมมาก ตอนก่อนไปสวิสไม่เคยมีปัญหากันเลย แทบจะจูบปากกัน เขาเคยโพสต์ว่าเปิดบริษัทรับทวงหนี้ทั่วราชอาณาจักร แต่ลบไปแล้ว แบบนี้ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ เตรียมยื่นเรื่องทางกฎหมายต่อไป”(เปิดคลิปเสียงจั๊กกะบุ๋มคุยกับศร) “ที่ผมข่มขู่ เพราะเขามาพาดพิงว่าแม่ผมเคยติดคุกคดียาเสพติด ผมผิดมั้ยที่ออกมาปกป้องแม่ รู้เหรอว่าแม่ติดคุกเรื่องอะไร รู้เหรอว่าแม่เจ็บช้ำน้ำใจจากการถูกยัดข้อหา ติดคุก 2 ปี เขาช้ำขนาดไหน” “การที่ผมออกมาปกป้องบุพการีใช้คำไม่สุภาพ ผมกราบขออภัย คุณทำเพื่อจะโปรโมทอะไรหรือเปล่า อย่าทำเลย เขาบอกผมมาเกาะเขาดัง ผมเองมีงานมาตลอดนะ ทำงานมาตลอด 11 ปี แต่เขามีอะไร เขาหายจากจอทีวีมานานมาก ใครเกาะกระแสใครกันแน่” “ดำเนินการทางกฎหมายแน่นอน เอกสารมีมากกว่า 3,000 แผ่น จะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย จะฟ้องหมด พรบ.คอมฯ หมิ่นประมาท ขู่กรรโชก ข่มขู่คุกคาม ไม่ต้องแจ้งความแล้ว เข้าฟ้องศาลเลยฝ่ายโน้นบอกให้กราบเท้าขอขมา ผมถามหน่อย ผมผิดอะไร ถ้าผมผิดจริงผมพร้อมกราบต่อหน้านักข่าวเลย ไปเคลียร์กันที่ศาลเลย พูดไปก็เป็นการกล่าวโทษพาดพิง ไปศาลเลยดีกว่า ที่เขามาวันนี้มาทำไม ไม่ได้เชิญ เอาคนชื่อออมที่ว่าผมเป็นหนี้มาด้วย ผมเป็นคนเชิญมาเอง อยากให้มาคุยต่อหน้านักข่าว ยอมรับยืมเงินออมมาจริง แต่มีการจ่ายล่าช้า” “ตอนแรกคุยกันเองว่าจะจ่าย แต่พอดีเขาไปแจ้งความ หลังจากนี้ก็คงต้องใช้กฎหมายคุยกันจะฟ้องทุกเรื่องภายในอาทิตย์นี้ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไร เพียงแต่จะให้คนรู้ว่าผมเป็นยังไง สมาคมตลกไม่มีเรียกไปคุย มองเป็นตัวบุคคลดีกว่า อย่าไปพาดพิงถึงองค์กร ไม่มีองค์กรไหนสอนให้คนทำผิดพลาด ผมกราบขออภัยสมาคมตลกด้วย องค์กรก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง แต่นามสกุลเชิญยิ้มก็อาจจะทำให้มีผลบ้าง แต่ขอให้ผมได้ชี้แจงก่อนจะใช้หนี้ทุกคนแน่นอน มีการพูดคุยกับเจ้าหนี้ทุกคนตลอด จำนวนเงินติดหนี้ทั้งหมดประมาณ 120,000 บาท แต่เขาทำเป็นเรื่องใหญ่ ไปบอกผู้จัดว่าอย่าจ้างงาน แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้” “ถ้าเขาออกมาแถลงโต้ผมไม่ซีเรียส ผมทำมาหากิน ให้โอกาสผมเถอะ ผมใช้หนี้ทุกคนแน่นอน สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่มีการโพสต์พาดพิงถึงเขาอีก แต่ถ้าเขาโพสต์ถึงผมขอให้ทุกคนคิดเอาเองว่าใครกันที่ไม่จบ ฝากถึงเขาในฐานะที่ผมเป็นน้อง ถ้ามีสิ่งใดที่ผมทำให้พี่ไม่พอใจ ผมขอโทษ ทุกเรื่องทุกสิ่งผมพยายามบอกให้พี่หยุด ผมไม่โกรธ เพราะผมเข้าใจว่าพี่ทำเพราะอะไร แต่ผมขอให้ศาลเป็นคนดำเนินการแทน ผมขอโทษแล้วกัน ถ้าพี่คิดได้พี่ก็หยุดเถอะ ไม่นานคนไทยก็ลืม อย่าดื้อดึงเลย” จั๊กกะบุ๋ม กล่าว จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม - คุณแม่ จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม - คุณแม่ ศร อิจฉา ภรรยาของศร ภรรยาศร - ออม สาวแบงค์ จั๊กกะบุ๋ม และภรรยา ออม สาวแบงค์ มาทวงเงินจั๊กกะบุ๋มหลังแถลง ออม สาวแบงค์

ได้ทีคุยใหญ่! ริโอ เชื่อปีศาจแดงยุค มูรินโญ่ ชนะคู่แข่งได้ตั้งแต่ในอุโมงค์แล้ว
ปีศาจแดง /  มูรินโญ่ / 

ช่วงนี้ฟอร์มดีก็ต้องคุยเป็นธรรมดา ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาบอกว่าอดีตต้นสังกัดของเขา ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถขู่ให้คู่แข่งกลัวได้ตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่มีผิด "เมื่อคุณมองไปที่ทีมชุดนี้ในอุโมงค์ก่อนลงสนาม คุณจะพูดว่า 'โอ้นั่น ซลาตัน (อิบราฮิโมวิช)', 'โอ้นั่น (ปอล) ป็อกบา)' อารมณ์มันก็ประมาณนั้นแหละ" เฟอร์ดินานด์ ให้สัมภาษณ์กับ talkSPORT "บางทีคุณก็เอาชนะเกมได้ตั้งแต่ในอุโมงค์แล้วนะ พวกเขาก็ยังมีอะไรต้องพิสูจน์อยู่อีก แต่การเริ่มต้นด้วยการเอาคว้าแชมป์ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ (เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้) มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาทำได้" "ปัจจัยแห่งความกลัวสำหรับคู่แข่งแบบนี้มันจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น ตราบใดที่พวกเขาลงสนามแล้วเก็บชัยชนะได้เรื่อยๆ มันผิดกับช่วงที่ หลุยส์ ฟาน กัล เคยคุมทีมที่นี่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มันมีแต่อะไรในแง่ลบไปหมด ไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอลเท่านั้นนะ แต่ทั้งสถานที่นี้เลยแหละ"

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ฟิล์ม น้องใหม่ฯ เครียด! คิดฆ่าตัวตายหลังถูกอดีตเมียแฉ ขอโอกาสอีกครั้ง
ฟิล์ม น้องใหม่ /  ฟิล์ม ณัฐกวี

รับแล้ว! หนุ่ม ฟิล์ม ณัฐกวี นักแสดงจากเรื่องน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ควง คุณแม่ลิลลี่ ออกมาเผยว่าเคยแต่งงานกับสาวที่ลุกขึ้นมาแฉ หรือ แพร ชนิตา จริง! ตั้งแต่ตนยังไม่เข้าวงการ ตอนนั้นอายุ 19 ปี ส่วนปัจจุบันอายุ 21 ปี เปรยมีลูกผู้ชายด้วยกันก่อนที่จะแต่งงานเกือบปี ซึ่งลูกชายอายุ 2 ขวบไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา แจงที่ไม่บอกแม่ของตนว่าแต่งงานเพราะกลัวแม่จะเสียใจ ส่วนทางด้านครอบครัวของฝ่ายหญิงนั้นรับรู้ทุกอย่าง บอกที่แต่งงานเพื่อแสดงความรับผิดชอบและเป็นห่วงความรู้สึกของลูก ปัดทิ้งฝ่ายหญิงหลังเข้าวงการ ยอมรับว่ามีผู้หญิงอื่นเข้ามา ตอนอยู่กับอดีตภรรยา ด้านคุณแม่ของฟิล์ม บอกไม่ทราบว่าลูกชายแต่งงาน เข้าใจว่าลูกเรียนหนังสืออยู่ ที่ไม่รู้เพราะว่าไม่ได้อยู่ด้วยกัน เผยแม่รู้ข่าวพร้อมกับสื่อที่มีข่าวออกมา สภาพจิตใจแย่ ตกใจและเสียใจมาก ยิ่งมารู้เรื่องราวยิ่งเสียใจมาก(ร้องไห้) ส่วนกรณีที่ฝ่ายหญิงบอกว่าทำร้ายลูกตอน 3 เดือนนั้น หนุ่มฟิล์มบอกไม่ใช่เรื่องจริงแน่นอน บอกไม่เคยเห็นรูปที่อีกฝ่ายเอามาอ้างมาก่อน และตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ยอมรับว่าเคยตีลูกตอน 1 ขวบ เพื่อสั่งสอน แต่ตอน 3 เดือนไม่มีแน่นอน! เปรยหลังมีข่าวออกมาตนเครียดมาก เคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง!! ส่วนสาเหตุที่ฝ่ายหญิงออกมาแฉคาดว่าเป็นเพราะตนขอเลิก บอกแต่ตั้งแต่เลิกกับภรรยาก็ส่งเงินให้ลูกทุกเดือน นอกจากนั้นหนุ่มฟิล์มได้ขอโทษทุกๆ คน ขอโทษฝ่ายหญิงและครอบครัว รวมทั้งต้นสังกัด พร้อมวอนขอโอกาสกลับมาทำงานในวงการอีกครั้ง... รายละเอียดมีดังนี้ “ก่อนอื่นผมต้องขอโทษคุณแม่ ขอโทษสังคม ขอโทษเค้าและครอบครัวที่ทำได้ไม่ดีพอ ที่อยากขอโทษเพราะว่าผมรู้สึกผิดครับ ที่ทำไม่ดี ตอนนั้นยังเด็กด้วย คิดว่าจะขอโอกาสจากสังคม ยังไงผมก็รักลูกของผม และอยากทำงานเพื่อส่งเงินไปให้ลูก” “เจอกันกับแฟนที่โรงเรียน ตอนนั้นอยู่ ม.6 ผู้หญิงเป็นครูฝึกสอน จนได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน คุยกัน 2 เดือนจนมาเป็นแฟน ก็มีการมาติวกันที่บ้าน คบกันไปเรื่อยๆ จนมาทราบว่าเค้ามีน้องก่อนที่ผมจะเรียนจบ ม.6 เครียดมาก บอกใครไม่ได้จนออกมาอยู่ด้วยกัน ก็ทำงานไปเรื่อยๆ ไม่ได้บอกใคร แม่ก็ไม่รู้” “เหตุผลที่ปิดที่บ้าน เพราะคิดถึงความรู้สึกแม่ เค้าตั้งความหวังไว้สูง ไม่อยากให้เสียใจ อยู่กับแฟนมา 3 ปี มีปัญหาช่วงหลังถึงได้ตัดสินใจเดินออกมา เพราะมีปัญหาหลายอย่าง วัยรุ่นทะเลาะกันมีการหึงกัน” “แต่งงานกันตอนอายุ 19 ไม่ได้แจ้งทางครอบครัวผมเลย ทางครอบครัวฝ่ายหญิงจัดการให้หมด แต่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ทางผู้หญิงอยากให้ผู้ใหญ่ฝ่ายผมมา แต่ผมบอกว่าไม่ว่าง ไม่อยากให้ทางครอบครัวผมรู้” “ไม่ได้ทำอย่างที่เป็นข่าวออกมา ไม่ได้ทำร้ายลูก ยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายลูก ไม่ทราบว่าลูกตัวเขียวได้ยังไง เพราะผมก็ไม่อยู่ด้วย ไม่เคยเห็นรูปนี้เลย ยอมรับเสียใจ ยอมรับเป็นคนใจร้อน ไม่เคยทำร้ายใครถึงขั้นตัวเขียว ยอมรับทะเลาะกันมากกว่า มันยังวัยรุ่นอยู่ มีความผิดพลาดเรื่องการอยู่ด้วยกัน แต่ก็ยังรักลูกอยู่” “สาเหตุที่เลิกกันเพราะทะเลาะกันบ่อยมาก ไม่เกี่ยวกับที่ฝ่ายหญิงบอกว่าเพราะอยากเข้าวงการถึงอยากเลิก ที่ปกปิดเรื่องมีลูก อยากปกปิดแค่ครอบครัว ตอนนี้ยืนยันว่า พูดความจริง 100% ตอนนี้ยังส่งเสียลูกอยู่ 8000 - 12,000 ต่อเดือน ไม่เคยขอเงินคืน และฝ่ายหญิงก็พอใจ นี่คือการตกลงหลังเลิกกัน ตอนนี้ก็ไม่ได้เจอลูกแล้ว” “หลังเกิดเรื่อง ไม่ได้มีการโทรไปเคลียร์ เพราะฝ่ายหญิงบล๊อกเบอร์ อยากขอโทษทุกอย่างที่ทำผิดไป ยังไม่รู้ว่าทางผู้ใหญ่จะเบรคงาน เพราะยังไม่ได้คุยกัน คาดว่าจะส่งไลน์ไปขอโทษพี่หน่อง และจะเข้าไปขอโทษโดยตรง” ฟิล์ม ณัฐกวี กล่าว ทั้งนี้หนุ่มฟิล์มยอมรับว่าตนเครียดจนอยากจะฆ่าตัวตาย แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วเพราะได้กำลังใจจากครอบครัว พร้อมกับฝากเคสนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์กับทุกครอบครัว ว่ารักในวัยเรียนมันไม่พร้อม และขอโอกาสสังคม ด้านคุณแม่ของหนุ่มฟิล์ม บอกยินดีรับผิดชอบ เพราะรับรู้หมดแล้ว ไม่ได้โกรธลูกชาย บอกเห็นหน้าหลานแล้วก็รู้สึกรัก และขอบคุณหนุ่มฟิล์มที่อยู่ต่อได้ เปรยอยากให้ทุกฝ่ายจบเพราะที่ผ่านมาก็ต่างเจ็บปวดกันทุกคน... ฟิล์ม ณัฐกวี - แม่ ฟิล์ม ณัฐกวี - แม่ ฟิล์ม ณัฐกวี ฟิล์ม ณัฐกวี - แม่ ฟิล์ม ณัฐกวี - แม่ ฟิล์ม ณัฐกวี - แม่ ฟิล์ม ณัฐกวี ฟิล์ม ณัฐกวี แพร ชนิตา

จะไม่ล้าสมัย! เดวิด โลเวอรี เผยความตั้งใจในการทำภาพยนตร์ Pete’s Dragon
David Lowery /  Pete's Dragon / 

จะไม่ล้าสมัย! เดวิด โลเวอรี เผยความตั้งใจในการทำภาพยนตร์ Pete’s Dragon ไม่เพียงแต่จะเติมเต็มจินตนาการสำหรับเด็กและเยาวชนเท่านั้น ผู้ใหญ่เองก็สามารถได้รับความสนุกสนานและความบันเทิงจากภาพยนตร์เรื่อง Pete’s Dragon พีทกับมังกามหัศจรรย์ ที่จะเข้าฉายในบ้านเราวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ทางฟากฝั่งอเมริกาก็ได้รับกระแสการตอบรับจากผู้ชมกลุ่มครอบครัวไม่น้อยเลย ผู้กำกับ เดวิด โลเวอรี (David Lowery) ที่เจ้าตัวได้เคยใส่ความตั้งใจลงไปในภาพยนตร์เรื่องนี้ และได้บอกเล่าความรู้สึกในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาว่า “ผมพบว่าหนังที่ผมกลับไปดูและรักมากที่สุด จะเป็นหนังที่ไม่ให้ความรู้สึกล้าสมัย หนังที่เป็นอมตะ เพราะพวกมันไม่ได้จำกัดอยู่ที่เวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นในการกำหนดเรื่องราวนี้ให้เกิดขึ้นในอดีต โดยที่ไม่ไปเน้นย้ำถึงเรื่องนี้มันก็ทำให้ทุกอย่างตกผลึกอยู่ในห้วงเวลานี้ ที่ไม่ได้มีเวลาเฉพาะเจาะจง แต่ให้ความรู้สึกเป็นแค่เมื่อวานนี้เองน่ะครับ และมันจะปรากฏใน Pete’s Dragon พีทดราก้อน พีทกับมังกรมหัศจรรย์ ครับ”

Game Over! ส.บอลยันไม่รับสิทธิ์อุทธรณ์โทษขอนแก่น ยูฯ
ขอนแก่น ยูไนเต็ด /  ดิวิชั่น1 / 

นายกสมาคมฟุตบอล ยันชัดขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ยกเว้นที่ประชุมใหญ่จะยกเรื่องขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง สืบเนื่องจาก ขอนเเก่น ยูไนเต็ด พยายามยื่นหนังสือต่อ การกีฬาแห่งประเทศไทย และสภากรรมการฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนก่อนร้องเรียนถึงฟีฟ่า หลังถูกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ประกาศเพิกถอนสิทธิ์การเป็นสมาชิกสภาพในศึก ยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่น 1 ตลอดชีวิต หลังตรวจสอบพบการจ้างวานทำร้ายกรรมการหลังเกมพ่าย อ่างทอง เอฟซี 0-1 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา เเต่ล่าสุดทาง สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์กรณีถูกเพิกถอนสิทธิ์การแข่งขัน เนื่องจากเป็นมติของสภากรรมการที่ลงคะแนนกันอย่างเป็นเอกฉันท์ เเละทัพ “จงอางผยอง” ไม่มีสิทธิ์ที่จะอุทธรณ์ เนื่องจากไม่ใช่การลงโทษทางวินัย แต่เป็นการลงมติของสภากรรมการ "เราตรวจสอบพบว่าผู้บริหาร ขอนแก่น ยูไนเต็ด มีความเชื่อมโยงที่จะกำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้า จนก่อให้เกิดความรุนแรงในสนามแข่งขัน ตั้งแต่ก่อนผมเข้ามาเป็นนายกด้วยซ้ำ จากนั้นก็มีอีกหลายๆเหตุการณ์ที่มีการร้องเรียนเข้ามาตลอดว่า ผู้บริหารขอนแก่นกับอดีตผู้ตัดสินของไทยรายหนึ่งที่ถูกแบนตลอดชีวิต พยายามล็อคผลการแข่งขันล่วงหน้า ซึ่งมันเป็นผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อวงการฟุตบอลไทย รวมถึง สมาคมกีฬาถึงขั้นที่ผู้ตัดสินบางคนไม่กล้าเดินทางไปตัดสินเกมของขอนแก่น ยูไนเต็ด” "ส่วนที่มีผู้แสดงความเห็นว่าเรื่องต่างๆยังไม่จบสิ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีอาญา การอุทธรณ์ ผมต้องบอกอย่างนี้ว่าในเมื่อเป็นมติของสภากรรมการ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ครับ มันคนละเรื่องกับประเด็นที่ทีมถูกปรับเงิน เรื่องแบบนั้นร้องเรียนหรืออุทธรณ์เข้ามาได้" "แต่นี่ไม่ใช่ เพราะเป็นมติ ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ จนกว่าเรื่องนี้จะถูกนำเข้าไปพิจารณาในที่ประชุมใหญ่อีกครั้ง แล้วค่อยว่ากันอีกที แต่ ณ เวลานี้ขอทำความเข้าใจกับแฟนบอล รวมถึงขอนแก่น ยูไนเต็ด ว่าขณะนี้ท่านไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ครับ" “สมยศ” นายกสมาคมฟุตบอล กล่าว

ยังจำเขาได้ไหม? มิชู หอบกระเป๋ากลับทีมบ้านเกิด แฟนแห่ตอนรับกว่า 4,000 คน
มิชู /  สวอนซี ซิตี้ / 

แฟนๆ ฟุตบอลยังจำศูนย์หน้านามว่า "มิชู" ได้หรือไม่? ตอนนี้มีรายงานว่าอดีตศูนย์หน้า สวอนซี ซิตี้ ย้ายกลับไปเล่นให้กับ เรอัล โอเบียโด้ สโมสรบ้านเกิดและสโมสรแรกของเขาที่โลดแล่นใน เซกุนด้า ลีกา ของสเปน ในปัจจุบัน โดยมีแฟนบอลกว่า 4,000 ชีวิตออกมาให้การต้อนรับศูนย์หน้าตัวใหม่แต่หน้าเก่าของพวกเขาถึงสนาม ก่อนหน้านี้ในฤดูกาล 2012/13 มิชู พา สวอนซี ซิตี้ คว้าแชมป์ ลีก คัพ และเกือบย้ายไป อาร์เซน่อล ด้วยมูลค่า 30 ล้านปอนด์ หลังจบฤดูกาลดังกล่าว แต่กลายเป็นหมันในที่สุด แต่ในฤดูกาลถัดมา มิชู กลับงัดฟอร์มเก่งไม่ออก และย้ายไปเล่นให้กับ นาโปลี (ยืม) และร่วมงานกับพี่ชายของเข้าที่เป็นผู้จัดการทีมที่ ลานเกรโอ ก่อนจะหอบกระเป๋าย้ายกลับมาสโมสร เรอัล โอเบียโด้ ซึ่งเป็นสโมสรแรกของเขาอีกครั้ง โดย มิชู จะได้ร่วมงานกับ เฟร์นานโด เอียร์โร่ อดีตปราการหลังระดับตำนานของทีมชาติสเปนและเรอัลมาดริด ที่รับงานกุนซือให้กับทีมจากเซกุนด้า ลีกาทีมนี้

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ 4 คืน 5 วัน โดยวันที่ 1-2 นั้น แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ , ดาลัด ส่วนวันที่ 3 นี้ เก็บกระเป๋าจะพาไป มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล กันค่ะ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) มา มา มา มาต่อเช้าวันที่ 3 กันค่ะ ที่มุยเน่ (ออกเสียงว่า หมุยแน้) ใช้เวลาเดินทางจากดาลัด - มุยเน่ ประมาณ 5 ชั่วโมง คือระหว่างทาง เราจะได้ยินเสียง ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ตลอด  ประสานเสียงให้ฟังกันทั้งคัน พี่เวียดเขาอ้วกพุ่งกันค่ะ คือเส้นทางค่อนข้างเป็นเขา โค้งไปโค้งมา ขนาดเรายังต้องดมยาดม ไม่งั้นอาจมีสิทธิ์ ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ได้ ^^ รถจะจอดรับคนตามทาง จนมีช่วงนึงรถจอดพักค่ะ เราก็ไม่รู้เรื่องว่าเขาจอดให้กินข้าว จนคนขับรถมาเรียกเราบอกว่า "เบรคฟัทๆ" อ่อดีเลย สวรรค์สิคะ รีบลงรถเพราะหิวมาก เขาพาเราไปในร้าน THIEN TRANG ขายพวกเฝอ พวกบุ๋น คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ไอเราก็สั่งไม่เป็นเลยใช้กูเกิ้ลทรานเสลดเลยค่ะ ห้าาา ได้ผล และที่สำคัญเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เราชี้ๆ ไปที่ชามที่เขาเอามาเสริฟ เขาบอกว่า "นัมเบอร์วันๆ" เรานี่ตาลุกเป็นประกาย เป็นเนื้อด้วย สั่งเลยจ้ะ 1 ชามโตๆ มันคือ Bun Bo Hue  (ภาพกลาง-บน) ขนมจีนใส่น้ำซุปใสของเนื้อวัวและขาหมู ใส่มะเขือเทศ น้ำซุปจะใส่ตระใคร้ สีแดงได้จากเม็ด Hột Điều Màu เป็นเครื่องเทศผัดน้ำมัน ส่วนเพื่อนเราสั่งเหมือนกันแต่เป็นหมู ได้มาเป็นขาหมูโตๆเลย (ภาพล่าง-กลาง) เค้าจะเอาผัก และน้ำชาทั้งร้อนทั้งเย็นมาเสริฟด้วยค่ะ อยากบอกว่านัมเบอร์วัน นี่นัมเบอร์โคตรๆ เด็ดอ่ะ ต้องมาลองนะคะ ตั้งแต่กินอาหารเวียดนามมาแต่ละอย่างแทบจะไม่ปรุงเลย ประทับใจมาก แต่ถ้าปรุงเรากินเค็มอ่ะ ต้องเพิ่มน้ำปลา และน้ำปลาเวียดนามนี่ตัวเด็ดเลยค่ะ เป็นน้ำปลาที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ เค็มๆ หวานๆ มาลองนะ 3 ชาม หมดไป 150.000 ดอง ถือว่าสมราคาค่ะ เราเดินทางต่อจนถึงใจกลางมุยเน่ รถพาเรามาปล่อยไว้กลางทางจ้าาา บอกว่าให้นั่งแท็กซี่เข้าไป ตายๆๆ นึกว่าจะส่งตรงหน้าร้าน Lam Tong เหมือนที่เขารีวิวกัน อื้ม...มองหาแท็กซี่ เจอของ MaiLinh คันเขียว เราเลยถามราคาเข้าบอกว่า 150.000 ดอง ตามมิเตอร์ ก็ตกลงไป เสี่ยงอีกละแท็กซี่ แต่พอเอาเข้าจริง 150.000 ดองเป๊ะค่ะ ปรบมือรัวๆ เลย สงสัยมาส่งนักท่องเที่ยวบ่อย และแน่นอนอิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา ^^ ลงรถเสร็จอยู่ดีๆ ก็มีคนอาสาพาไปที่พักบอกว่าที่พักนี้ราคาถูก ของเพื่อนเขา ใจง่ายอีกละไปสิคะ ห้าาาา  คือไปนั่งค้นนามบัตรจนเจอเมื่อกี้เองโชคดีมาก อยากแชร์ มาพักที่นี่เหอะ ถูก ดี พนง.น่ารัก ห้องกว้าง มีมอไซค์ให้เช่าด้วย ที่ "MINH HUNG" ด้านหน้าจะเป็นร้านแว่นตา แต่ด้านในซ่อนที่พักไว้ ราคาห้องละ 250.000 ดอง/คืน (แค่ 375 บาทเอง หาร 3 อีกต่างหาก รู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ ห้าา) เราให้ พนง.จองทัวร์นั่งจิ๊บไปทะเลทรายแบบมีหลังคานะไม่งั้นไหม้ ราคา 6 USD/คน เฮ้ยยยถูกอ่า ส่วนใหญ่เหรดอยู่ที่ 7 USD/คน นะ และเราก็ให้เขาจองรถกลับโฮจิมินห์พรุ่งนี้ด้วย 8 USD/คน ค่ะ ป๊ะ !! เก็บข้าวของไปกินข้าวกัน  จิ๊บจะมารับตอน 13.00 น. เราออกหากินอีกแล้วค่ะ ผู้หญิงอัลไร กิน กิน และกิน ^O^ รอบนี้หาอาหารพื้นมืองกินยากนะคะ ที่นี่มีแต่ฝรั่ง อาหารก็จะออกกลางๆ นี่สั่งข้าวผัด ข้าวหน้าหมูมากิน รสมันๆ เลี่ยนๆ ไม่ค่อยถูกปาก มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 110.000 ดอง ค่ะ กินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาขึ้นรถ แวะซื้อน้ำซื้อขนมที่ร้านโชห่วยแบบเวียดนามสไตล์ค่ะ มาไกลถึงนี่ แต่ก็หนีไม่พ้นไทยแลนด์จริงๆ พบแผงขายแชมพู   ทั้งซัลซิล โดฟ รีจอยส์ เคลียร์ แพนทีน โหยยยกะขายทุกยี่ห้อเลยอ่า ห้าา รถมาแล้ว เงิบ..ทำไมเจอแต่เรื่องเงิบๆ จิ๊บเปิดประทุนจ๊ะ ตายๆ ไหนบอกมีหลังคาไง ดีนะทากันแดดกับใส่เสื้อแขนยาวมา ถึงว่าราคา 6  USD เองโปรแกรมวันนี้เราจอยกรุ๊ปกะฝรั่งอีก 4 คนค่ะ มีคู่หนุ่มสาว และคู่รุ่นตายาย(น่าร้ากกก) วันนี้เราจะไปที่... ซุยเตียน(Fairy Stream) หมู่บ้านชาวประมง(Fisherman Village) ทะเลทรายขาว(White Sand Dune) ทะเลทรายแดง(Red Sand dune) เดินทางไม่ไกล ก็ถึงซุยเตียน(Fairy Stream) หรือแกรนด์แคนยอนเวียดนาม เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม คล้ายๆกับแพะเมืองผีบ้านเราค่ะ จะมีลำธารเล็กๆ ระดับน้ำประมาณตาตุ่มด้วยค่ะ ซึ่งจะพัดพาตะกอนทรายสีแดงไหลออกไปสู่ทะเล คนขับรถให้เวลา 30 นาที (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เกือบทุกที่เลย เริ่มจากด้านหน้ารถจิ๊บจอดเต็มเลยค่ะ จิ๊บเขียวมะนาวคันนี้สีเจ็บมาก ชอบ เดินเข้ามาด้านในจะได้กลิ่นตุตุ เดาว่าน่าจะเป็นกลิ่นกะปิที่ชาวบ้านหมักไว้ในโอ่งมังกร ฝาปิดโอ่งเหมือนหมวกเวียดนามเลยอ่า ^^ ก่อนเดินลงไปตามพื้นทรายสีแดง จะมีกลุ่มเด็กเกรียนมาเรียกเก็บค่าเข้า 5.000 ดอง กรุ๊ปเราไม่จ่าย นำทีมโดยคู่คุณตาคุณยายชาวฝรั่ง ห้าา พอไม่จ่ายเท่านั้นแหนะ ฮีก็ด่าเรา  วดฟ. เราหาแคร์ไม่ ถอดรองเท้าหิ้วเดินชิวๆ ไปตามทางค่ะ ทรายนุ้มนุ่มอ่ะ ย่างไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นภาพนี้นะคะ นักท่องเที่ยวเดินเข้าออกสวนกันเยอะดี ซักพักจะเห็นเนินทรายอยู่ซ้ายมือ เราเคยอ่านเจอว่ามันเป็นทางขึ้นไปด้านบนแล้วจะเห็นเป็นท็อปวิวสวยๆ  พูดมาซะขนาดนี้ถามว่าได้ขึ้นไปมั้ย "ม่ายยยยย" เรายอมแพ้ค่ะ ทรายร้อนมาก ขืนไปเท้าคงสุกพอดี  ขึ้นไปนิดเดียวให้พอได้ภาพละกันน้อ ^^ เราเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยด้วย บางคนเพิ่งเดินเข้ามาครึ่งทางแล้วไกด์เรียกให้กลับ  ทำให้พลาด ไม่ได้เห็นมุมสวยๆ อีกมุมหนึ่งของซุยเตียน เสียดาย เสียดาย เสียดายแทน ยังไงถ้าใครมาที่นี่แล้วรีบเดินจ่ำอ้าวไปให้สุดทางเท่าที่จะทำได้นะคะ ซุยเตียนก็จะประมาณนี้ค่ะ สถานีต่อไป >> หมู่บ้านชาวประมง (Fisherman Village) เอาภาพระหว่างทางมาฝาก น้ำทะเลสีครามนวลๆ ^^ หมู่บ้านชาวประมงค่ะ(Fisherman Village) ที่นี่จะมีเรือหาปลานับร้อยลำที่พากันกลับเข้าฝั่งมาในตอนเย็นและยังมีเรือกระด้งลำกลมๆ  ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านของชาวดาลัดอีกด้วยค่ะ แสงอาทิตย์ระยับระยิบส่องต้องผิวน้ำ ระรอกคลื่นที่ซัดโถมเข้าฝั่ง สวยจนต้องยอมถอดแว่นกันแดดมองเลยทีเดียว โว๊ะ โหะ โหะ ^O^ สถานีต่อไป >> ทะเลทรายขาว (White Sand Dune) เห็นทางเข้าทะเลทรายแล้วใจเต้น ได้ยินเสียงอะไรมั้ย... ได้ยินเสียงเพลงนั้นมั้ย... ทำนอง... จังหวะ... เริ่มดังอยู่ในโซนประสาทหูแล้วสิ ^^ ขบวนรถจิ๊บพานักท่องเที่ยวมุ่งสู่ทะเลทรายขาว แนะนำให้หา Mask มาใส่ด้วยนะคะ ฝุ่นเยอะมาก มองไปด้านซ้ายจะเห็นทะเลทรายอยู่ไกลๆ ตื่นเต้นๆ ก่อนเข้าไปด้านในจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10.000 ดอง เราซื้อน้ำเปล่าติดตัวไปด้วย กันลงแดงเพราะขาดน้ำ ที่นี่จะมีรถ ATV ให้เช่า ราคา 200.000 - 300.00 ดอง จำกัดเวลาด้วย แพงนะ เดินดีกว่าประหยัดและได้ออกกำลังกาย จะบอกว่าเราใส่หูคีบเพื่อนยากมาแหละ เวลาเดินก็ถอดออกให้เท้าได้สัมผัสกับทรายนุ่มๆ อุ่นๆ แต่แดดอ่าร้อนมาก !! แต่ก็คุ้มนะ ทะเลทรายที่ใกล้ประเทศไทยแบบนี้ควรมาค่ะ และที่นี่ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องเราสองสามคน ที่เราเป็นนางเอก (แอร๊ยย ><) แต่เรื่องจริงเราทั้งหูไม่ดี ทั้งสายตาไม่ดีเลยนี่สิ ห้าา ฝรั่งคู่คุณตาคุณยายเดินเร็วมาก นำเราไปเรียบร้อย สงสัยเราขาสั้น เอิ๊กๆ หันหลังกลับไปจะได้วิวนี้ค่ะ สวยงาม เพื่อนเราโคตรเท่เลยรูปนี้ ผมยุ่งๆ ชอบอ่า >< ะเลทรายที่เวียดนามมีทะเลทรายขาวและทะเลทรายแดงอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ ซึ่งที่สุดท้ายเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่ทะเลทรายแดงกัน ใครไม่ได้เล่นสไลเดอร์เมื่อกี้ ที่นี่จะมีเด็กๆ คอยเดินตามตื้อให้ซื้อไปเล่นนะคะ รถจะจอดฝั่งที่ติดทะเล เราก็ข้ามมาอีกด้าน คราวนี้เดินไปไม่ไกลค่ะ ชิวๆ เราเดินทางกลับที่พักประมาณ 1 ทุ่มค่ะ โหยยเหนียวตัวมาก แดด ฝุ่น ทราย อาบน้ำด่วน แล้วเดินออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน สองข้างทางจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และโรมแรม เกสเฮ้าส์ เยอะค่ะ แต่ช่วงนั้น 3 ทุ่ม รู้สึกจะเริ่มเงียบ มาถึงมุยเน่ หลายรีวิวบอกว่าต้องมากินอาหารทะเลที่ร้าน Lam Tong ค่ะ  โดยเฉพาะล็อบสะเต้ออออ หาร้านอยู่นานในที่สุดก็เจอ เข้าไปด้านในเลือกที่นั่งติดระเบียงริมทะเล แต่รู้สึกเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งจะดังไป ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพง อย่างว่าย่านแหล่งท่องเที่ยว วิธีการสั่งถ้าเป็นอาหารทะเล เขาจะคิดเป็นกิโล ตักเอาสดๆ จากตู้เลย เห่อจะกินก็สงสาร ถ้ามัวแต่สงสารก็จะอดกิน สุดท้ายสั่งมา 3 อย่าง ล็อบสเตอร์ย่างได้มา 2 ตัว หอยนางรมอบชีส 4 ตัว และข้าวผัดซีฟู้ด 1 จานกลางๆ ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 1.305.000 ดอง หรือ 3 อย่าง 1,957 บาท แพงงงงงงงงงงอ่ะ แพงสุดเท่าที่กินมาละ กระเป๋านี่แห้งเลยค่ะ ที่อยากกินเพราะล็อบสเตอร์เลยย TT เราและเพื่อนสรุปกันว่าแพงไป และรสชาติก็งั้นๆ นะ ไปหาร้านอื่นเหอะ ใครมีร้านอร่อย ราคาโอเคกว่านี้ แนะนำมานะคะ วันที่ 3 ที่หมุยแน้ สนุก เหนื่อย แดด ลม ทราย แผดเผาร่าง คืนนี้ต้องพักฟื้นค่ะ เพื่อพรุ่งนี้ที่โฮจิมินห์ถิ่นลุงโฮ ราตรีสวัสดิ์ สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 "มุยเน่" ค่าใช้จ่ายรวม 2.157.000 VND + 42 USD = (2157 x 1.5) +  (42 x 32) = ประมาณ 4,579 บาท เฉลี่ยคนละ  4,579/3 = 1,526 บาทค่ะ ปล.ถ้าไม่เน้นกิน แนะนำกินอาหารข้างทาง บั๋นหมี่ก็มีค่ะ 20.000 ดองเอง ราคาแตนดาร์ด ประหยัดได้อีกเยอะ ^^ เช้าวันที่ 4 ก่อนไปโฮตอน 08.00 น. วันนี้เราตื่นกันเช้าค่ะ อยากไปเห็นแสงแรกที่ริมทะเล เกือบ 7 โมงได้ แต่ไม่ทันแสงแรกหรอก โน่น...แสงที่สอง สาม สี่ ห้า.... สว่างจ้าเลย แต่ก็ถือว่าได้ออกมารับอากาศตอนเช้าๆ ได้เห็นคนเอาเรือออกหาปลาด้วย น้องหมาก็ออกมาเดินเล่นนะคะ พอคลื่นซัดมาใกล้ๆ ก็วิ่งหนี มองดูแล้วอารมณ์ดีเลย ระหว่างไปหาของกิน ร้านไม่ค่อยเปิดเลย เงียบไปนะ เราเจอ "ฺBackpacker Village" คูลอ๊าาาา เจอรถเต่าด้วย หาเจอยากนะ >< ร้านอาหารที่นี่จะเปิด 07.00 น. แต่จะตั้งร้านไว้ก่อนหลอกล่อเรามาก เราตัดสินใจเดินไปร้านนึง หาพนง.นานอยู่ กว่าจะออกมา คือมื้อเช้านี่ต้องกินนะ ไม่งั้นหิวตาย กว่าจะถึงโฮจิมินห์ ก็ประมาณ 6 ชั่วโมง เราสั่งเบอร์เกอร์เวียดนาม ก๋วยเตี๋ยว(ได้เส้นมาม่าอีกละ U_U) และข้าว รสชาติก็งั้นๆ คือมุยเน่นี่ไม่มีอะไรอร่อยเลยหรอ ?! ค่าอาหารมื้อนี้ 215.000 ดองค่ะ อิ่มท้องแล้วจัดกระเป๋า โก ทู โฮจิมินห์ ค่ะ เราออกเดินทางจากมุยเน่ตอน 08.00 น. รถออกไปได้ซักพัก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเพื่อนเราลืมมือถือ !!! ขณะรถจอดรับผู้โดยสาร เพื่อนเรารีบออกไปบอกคนขับว่าลืมของ นังรีบโดดออกจากรถซ้อนท้ายพี่วินกลับไปเอาของที่ที่พัก งานนี้เป็นใครก็ใจเต้นรัวๆ ดีนะที่เพิ่งออกมาได้ไม่ไกล ฝากถึงทุกท่านโปรดเช็คสิ่งของมีค่าก่อนออกจากที่พักทุกครั้งค่ะ รถจะแวะพักให้ทานมื้อเที่ยงด้วยนะคะ ไม่อดตายแล้วเรา ^^ เวลา 13.30 น. เราถึงโฮจิมินห์ ใช้เวลา 5.30 ชม. และเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวเวียดนาม  ตอนนี้เงินดองไม่พอต้องเดินหาที่แลกตังค่ะ จำได้ว่าจะมีธนาคาร Dong A Bank อยู่ตรงถนนฟามงูเหลา ก็เดินไปหาดูปรากฏว่าปิด ผ่านเวียตซีก็ปิด คือวันเสาร์ที่โฮจิมินห์ บริษัท ร้านค้าจะปิดให้บริการ เงียบเหงาเลย จริงๆ ควรจะเปิดนะ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดังนั้นใครมาเที่ยวแล้วเจอแบบนี้โคตร ซอ อัว ยอ ซวยยยย เราเลยเดินไปที่ตลาดเบนถันเพราะข้อมูลที่หามาบอกว่ามีร้านรับแลกอยู่ และก็มีจริงๆ ข้ามทางม้าลายไปจะเจออยู่ด้านซ้ายมือ มีอยู่สองร้านอยู่ข้างๆกัน เราเลือกร้านขวาเหรดแลกเงินไทยเป็นดองดีกว่า (แต่ทำไมบางบทความบอกว่าถ้าแลกเงินกับร้านเพชรร้านทองเวียดนามผิดกฏหมายนะ) แลกเงินแล้ว เข้าไปที่ตลาดเบนถันกันค่ะ คล้ายจัตุจักรบ้านเราเลย ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ค่ะ สินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ อาหารสด ดอกไม้ บลาๆ ของทีนี่ถูกนะ ต่อราคาดีๆ แต่ผลไม้แช่อิ่มแพงกว่าที่เราซื้อที่ดาลัด จะให้ดีกลับไปซื้อกินที่ไทยเหอะค่ะ ห้าา (ตลาดเบนถันจะเปิดตอนเช้าจนถึงบ่ายๆ นะคะ มาตอนเย็นกินแห้วแน่ ) จากนั้นเราก็เดินเที่ยวรอบเมืองค่ะ แน่นอนว่าตามสไตล์นักท่องเที่ยวก็ต้องหยิบแผนที่ออกมากาง แล้วคลำๆ ทางไปด้านหลังตลาดเบนถัน พร้อมถามทางคนไปเรื่อยๆ เจอร้านตัดผมอยู่ในซอกในช่องเล็กๆ ด้วย ชอบอ่า ช่างกำลังตัดผมให้เด็กน้อยอยู่ และแล้วเราก็มาถึงที่แรกค่ะ พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) คนต่อแถวซื้อบัตรเยอะเลย ค่าเข้า 15.000 ดอง ข้างในอาคารจะจัดแสดงเครื่องมือการรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยสงครามเวียดนามมีทั้งของจีน เมกา พร้อมภาพถ่ายแนว Photo Essay ขอย้ำว่าฝีมือช่างภาพในสมัยนั้นเทพมาก โดยเฉพาะผลงานช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ใช้กล้อง Nikon ตัวสีดำ ภาพส่วนใหญ่เห็นแล้วสะเทือนใจค่ะ เราเห็นฝรั่งหลายคนยืนมองแล้วน้ำตาคลอ คงอินมาก เพราะแต่ละภาพถ่ายทอดความรู้สึกได้ดี สถานีต่อไป โบสถ์นอร์ทเธอดามค่ะ เก็บภาพระหว่างทางมาฝาก โบสถ์นอร์ทเธอดามสร้างขึ้นในสมัยเวียดนามอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส พ.ศ.2420 เป็นการจำลองมหาวิหาร Notre Dame กรุงปารีสมา มีหอคอยคู่ สูงๆ เป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล และยังเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดในเวียดนามใต้อีกด้วยค่ะ เดินมานิดเดียวก็เจออาคารสีเหลืองเข้มๆ ตั้งเด่นเป็นสง่า ภาพนี้เราถ่ายจากมือถือ ซัมซุงแกรนด์ 2 ไม่คิดว่าจะชัดขนาดนี้ ห้าาาา ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Central Post Office) เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยศิลปะโกธิคค่ะ สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เวียดนามยังอยู่ในการปกครองของฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้ออกแบบไปรษณีย์แห่งนี้คือ **Gustave Eiffel สถาปนิกระดับโลก ผู้ออกแบบหอไอเฟล ในตัวอาคาร    จะตกแต่งด้วยภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และมีภาพของอดีตผู้นำประเทศ "ลุงโฮ" นั่นเอง ใครจะส่งโปสการ์ดเชิญได้ที่นี่นะคะ เราจะใช้เวลาอยู่ในแต่ละที่ไม่นานมากค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกที่ เมื่อยมาก จนมาถึง Opera House หรือโรงละครยาฮดแถงห์โฝ (Nha hat Thanh Pho) สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2402 เพื่อใช้ในการแสดงต่างๆ เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาเเห่งชาติเวียดนามใต้ แต่ ณ บัดนาว เปิดใช้เป็นที่เเสดงเหมือนเดิมค่ะ สถานที่ต่อมา สภาประชาชน ตรงข้ามจะเป็นสวนที่เรียกว่า จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) มีอนุสาวรีย์ลุงโฮอยู่ด้วยนะคะ จุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของโฮจิมินห์ ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบเลยก็ว่าได้ ประเด็นฝั่งจัตุรัสโฮจิมินห์กำลังทำการปรับปรุงค่ะ โดนล้อมไว้หมดเลย มองไม่เห็นอะไรซักอย่าง TT ขณะนี้เวลา 18.30 น. รถเมล์สาย 152 ไปสนามบินหมดแล้ว เราอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าเพราะ เครื่องออก 21.35 น. ซึ่งเช็คอินในเว็บเรียบร้อยแล้ว  เลยว่าจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบินเอา ประมาณ 30 นาที ระหว่างนี้เพื่อรักษาเวลาเราไม่เดินละค่ะ นั่งแท็กซี่อย่างเดียว ไป ร้าน Quan an ngon ที่อยู่ 138 Nam KyKhoiNghia Street | District 1, Ho Chi Minh City, Vietnam ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ยิ่งเวลามีจำกัด อยากกินอาหารเวียดนามให้ครบต้องมาที่นี่เลย ทำกันให้ดูสดๆ ด้วยนะคะ เราสั่งอาหารมา 5 อย่าง จำชื่อไม่ได้ซักอย่าง ถามพนังงานให้แนะนำเมนูแบบเวียดนามสไตล์เอาค่ะ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง โหวตๆๆ ^^ หมายเลข 1 ข้าวผัดเวียดนามใส่หม้อดิน หมายเลข 2 เส้นขนมจีนเส้นแห้งกินกับปอเปี๊ยะทอดและหมูย่าง เด็ดมาก พูดเลย หมายเลข 3 คล้ายๆ สาคูไส้หมู แต่แป้งจะเหนียวๆ ใสๆ ข้างในใส่ไส้กุ้งหวานๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เปรี้ยวๆ ที่อยู่ในจาน ฟินมากก หมายเลข 4 ขนมเบื้องเวียดนามค่ะ อันใหญ่กว่าที่ไทยมาก แป้งจะกรอบ ข้างในเป็นถั่งงอก ผักต่างๆ และกุ้ง หมายเลข 5 ขนมหวานอันนี้คล้ายกล้วยบวชชีค่ะ ส่วนผสมมีกล้วยนึ่งฝานบางๆ สาคูเม็ดเล็ก เนื้อมะพร้าวอ่อน ราดด้วยกะทิแบบเจ้มจ้น และถั่วลิสง คือจานใหญ่มาก ดีนะสั่งมาแค่จานเดียว อิ่มอร่อยมากค่ะ ชอบ กลับบ้านต้องลองทำกินให้ได้ มื้อเย็นที่แสนอร่อยนี้ ราคาอยู่ที่ 1.907.000 ดอง หรือประมาณ 2,860 ค่ะ (แพงงงงงงงงอ่า แต่ไม่เป็นไรแลกกับเวลาที่ไม่ต้องไปเดินหาของกินแบบเวียดๆ แล้วยอมจ่าย) อิ่มกันแล้ว แต่เวลานี่ 2 ทุ่ม จวนจ้ำมาก เรานั่งแท็กซี่ให้ไปส่งที่ Night Market เพื่อเลือกซื้อของฝาก แบบเร่งๆ รีบๆ คราวนี้เวลาโคตรกระชั้น เราเลยเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน พอถึงสนามบินเราวิ่งไปที่ เคาเตอร์แอร์เอเชียแบบไม่คิดชีวิต แล้วยื่นเอกสารให้พนง. สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ จากที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก แต่วันนั้นฟังออกเต็มสองรูหู "ซอรี่" มาคำแรกและ "เลท" มาคำที่สอง "ทูม้อโร่ อะ เกน" คำที่สาม เราสองสามคมองหน้ากันทำตาปริบๆ โหยย ชีวิต ตกเครื่องข่าาาาา เราเสริจหาเที่ยวบินของวันนี้และวันพรุ่งนี้ในราคาที่ถูกที่สุด ได้ Vietjet Air ราคาดีสุดคือ 3,000 บาท รอบ 11.00 น. แต่เคาเตอร์ปิดแล้ว จองในเน็ตก็ไม่ได้ ตอนนั้นประมาณ 5 ทุ่มได้ เลยตัดสินใจเดินออกจากสนามบินไปหาที่พักใกล้ๆ แล้วค่อยมาจองตั๋ววันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้นการซื้อตั๋วสำร็จไปด้วยดี แต่ของฝากเราไม่อยู่แล้ว เศร้า... แต่จะเศร้าทำไม ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสสิ ไหน ๆ ก็มีเวลาอยู่ต่อแล้ว เลยนั่งรถเมล์สาย 152 กลับเข้าเมืองโฮจิมินห์อีกครั้ง และใช้เวลา 3 ชม. สุดท้ายให้คุ้มค่าที่สุด เราแวะตลาดเบนถันเพื่อซื้อของฝากใหม่ และหาของกินที่นี่เลย โชคดีก่อนกลับได้ลิ้มรสกาแฟและราเมงสูตรเวียดนามแสนอร่อย กาแฟรสเข้มมากและหวาน แต่มันกลมกล่อม อร่อยสุดๆ ราเมงเวียดนามนี่เด็ดมาก เส้นเด้ง น้ำซุปต้มยำ เเซ่บเวอร์  ต้องลองนะคะ !! ขากลับไปสนามบินให้ขึ้นรถเมล์ที่จุดเดิม แต่ให้ยืนรอที่ช่องรอรถด้านในนะคะ จะมีป้าย 152 บอกประจำจุดอยู่ค่ะ สาบานว่า จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ตกเครื่องซ้ำรอยอีก ต่อจากนี้เตรียมตัวกลับสู่ประเทศไทยและโลกแห่งความจริงของมนุษย์เงินเดือนต่อไป สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 และ 4 รวม 3.539.000 VND = 3539 x 1.5 ประมาณ 5,300 บาท/3คน เฉลี่ยคนละ 5,300/3 = 1,766 บาท ***สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน 4 - 8 มีนาคม 2558 ระยะเวลา 4 คืน 5 วัน*** ตั๋วเครืองบินไปกลับ 3,000 บาท วันที่ 1     : 1,056 บาท วันที่ 2     : 1,420 บาท วันที่ 3     : 1,526 บาท วันที่ 4-5   : 1,766 บาท รวม 8,768 บาทค่ะ ตีเป็นเลขกลมๆ สวยๆ ก็ 8,700 บาท (ขอไม่รวมค่าตั๋วที่ซื้อใหม่นะคะ) ถ้าไม่เน้นกิน เลือกแบบโลคอลตามข้างทาง และไม่ตกเครื่องเสียเงินนอนโรงแรมและค่าอื่นๆ เพิ่ม งบจะอยู่ที่ 7,500*** บาทค่ะ หากคุณต้องการเที่ยวแบบประหยัดในราคาสบายกระเป๋า การศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากค่ะ แล้วคุณจะไม่ถูกโกงงง !!!!  ^^ ปล.ใครอยากได้ข้อมูล หลังไมค์นะคะ มีแบบละเอียดค่ะ แต่ขอรวบรวมดีๆ แปรบบ สุดท้ายและท้ายสุดขอบคุณเพื่อนร่วมทริปเราสองสามคนที่ทำให้ทริปนี้มีสีสันและสนุกสุดเหวี่ยง ขอบคุณภาพสวยๆ จากกล้องอิดรูเพื่อนสาว ที่ทำให้ได้ภาพเพิ่มในหลายๆ มุม กระทู้มีสีสันขึ้นเยอะ สำคัญสุด ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบันทัดนี้ คือยาวมาก ทำเองยังเบื่อเลย คิดตลอดว่าเมื่อไหร่จะจบวะเนี้ย ห้าาาาา จบละนะ จบ. แต่ "เวียดนาม" พี่ไม่จบแน่ ต้องมีซ้ำ !!!! บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกดีใจสักเท่าไหร่ มากแค่ไหนก็ไม่รู้.... ^^ อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

โตโน่ รับคุย เมกัส แค่เพื่อน!! ออกตัวไม่ใช่เรื่องแปลกถ้ามีแฟนแล้วจะปิด!!
โตโน่ ภาคิน /  ข่าว โตโน่ ภาคิน / 

  ยังคงเป็นที่ถูกจับมองมาโดยตลอดสำหรับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของนักร้องหนุ่ม โตโน่ ภาคิน ที่เจ้าตัวออกมายอมรับว่ารู้จักและมีการพูดคุยกับสาวเซ็กซี่ เมกัส ภูษิตา นางแบบเพลย์บอยแสนสวยมาก่อนหน้านี้ ล่าสุด โตโน่ ยอมรับว่า ไม่อยากออกตัวแรงเพราะกลัวหญิงจะโดนถล่ม โดยสถานะตอนนี้แค่คุยกันเป็นเพื่อนเท่านั้นยังไม่มีอะไรคืบหน้า ย้ำชัดยังไม่อยากมีแฟน เปรยอายุ 30 ปีแล้ว หากมีแฟนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะปิด!! ถามถึงเรื่องถอดเสื้อเล่นคอนเสิร์ตวันแม่ “คุณบอย” เรียกไปพบหรือยัง?   “ตอนนี้ยัง เพราะผมก็ทำงานทุกวัน สำหรับในกรณีนั้นคือพอข่าวออกไป...จริงๆ ผมก็พูดไปแล้ว ว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและผมก็จะระวังให้มากขึ้น ส่วนเรื่องผู้ใหญ่จะเรียกไปเตือนไหมผมคิดว่าแล้วแต่ท่านเลยครับ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่ได้มีการติดต่อหรือพูดคุย แต่ผมคิดว่าข่าวออกไปเยอะขนาดนั้น ก็แล้วแต่ท่านดีกว่าครับ ถ้า “พี่บอย” อยากจะเรียกไปคุยก็ได้ครับ แต่สำหรับตัวผมเอง ผมค่อนข้างจะเข้าใจนะครับ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมก็จะปรับปรุงตัว” รู้สึกอย่างไรบ้างเหตุการณ์ครั้งนี้กระทบทั้ง “พี่บอย” และสังกัดที่เราอยู่?   “ไม่หรอกครับไม่กังวล เพราะว่าในองค์กรของผมคนดีๆ ก็มีเยอะ คงไม่กระทบหรอก ส่วนตัวผมเองอะไรที่ไม่ดีก็ถือเป็นตัวอย่าง ก็...ผมไม่รู้จะพูดยังไง คือผมไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นจริงๆ ผมอยากให้คนดูมีความสุข ผมอยากให้คนดูสนุก วันนั้นคนเยอะมากเลยพี่ ผมก็ไม่ทันได้เห็นข้างหลัง ผมก็ต้องขอโทษทุกคน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมเองก็รักท่านเหมือนกับทุกๆคน ผมรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และผมก็ภูมิใจในควงามเป็นไทยของผมมากๆ แต่ถ้าอะไรที่ผมทำลงไปแล้วมันไม่ถูกต้องมันไม่ควรผมก็ต้องขอโทษ” ถามถึง “เมกัส” หลังจากตกเป็นข่าวกับ “โตโน่” น้องว่ายังไงบ้าง?    “ไอ้เรื่องนี้จริงๆ มันยังไม่มีอะไรเลยนะครับ คือเราคุยกันเราเป็นเพื่อนกันและผมเองก็ยังไม่อยากมีแฟน ไว้ถามผมมีแฟนแล้วผมจะบอก แต่ผมก็ค่อนข้างเป็นหวงเวลาที่มีใครเป็นข่าวกับผมและเขาก็โดนข่าว ผมเลยไม่อยากที่จะพูดถึงเยอะเพราะมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ผมเลยค่อนข้างจะเป็นหวง ไม่อยากให้มาด่าหรือทะเลาะอะไรกัน” เขามาปรึกษาไหม?    “ก็จริงๆ ข่าวมันก็ลงเยอะนะครับ แต่ผมคิดว่าก็พอเข้าใจได้ เอาเป็นว่าถ้าหากมีอะไรคืบหน้าเดี๋ยวผมจะบอกดีกว่าครับ” แต่ก็ยังคุยกันอยู่ใช่ไหม?   “คุย ก็เป็นเพื่อนกันปกตินี่แหละครับ” สภาพจิตใจน้องเป็นยังไงบ้างเขาเป็นคนนอกวงการไม่เคยเจอข่าว?   “ผมคิดว่าถ้าเกิดสิ่งที่เราทำบริสุทธิ์ใจแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนมันไม่ใช่สิ่งผิด ผมคิดว่าเราก็ควรจะเข้มแข็งกับกระแสของสังคมกับคำพูด แต่ผมคิดว่าทุกคนก็น่าจะเข้าใจนะครับ” เดินหน้าจีบต่อไหม?   “ผมว่าเรารู้จักกันแบบนี้ เป็นเพื่อนกัน เป็นพี่น้องกันแบบนี้ ผมว่ามันก็ดีอยู่แล้ว พี่อย่าเพิ่งไปโฟกัสว่าผมจีบ หรือให้ใครมาเป็นแฟนผมเลยครับ เพราะเวลาตอนนี้ก็น้อยมากงานก็หนักดังนั้นผมโฟกัสในสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ดีกว่าครับ” รู้สึกยังไงที่ออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งก่อนแล้วคนเข้ามาคอมเม้นต์ว่าในไอจีเยอะว่าปิดบังทำไม ทำไมไม่พูดความจริง?   “ผมจะตอบยังไงได้หล่ะ คนพิมพ์ก็มีอยู่แค่ไม่กี่คน ถ้าเราจะจับเรื่องไม่ดีมาเป็นข่าวมันก็ไม่ดี ผมคิดว่าเรื่องนี้ตอบพอแล้ว เกี่ยวกับเรื่องของผมคุยกับใครผมค่อนข้างจะเกรงใจนะครับสำหรับคนที่เป็นข่าวกับผม ผมว่าเราคุยเรื่องอื่นดีกว่า” แต่ถ้าวันนึงเราชัดเจนแล้วก็จบอกสื่อใช่ไหม?   “ใช่ คือผมอายุก็จะ 30 แล้วแล้วถ้าผมมีแฟน มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผมจะปิด แต่เดี๋ยวผมบอก แล้วไอ้เรื่องที่ว่าผมมีคนคุยหรืออะไรผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ ถ้าเกิดผมไม่มีคนคุยเลยมันก็คงจะแปลก ผมก็เลยไม่รู้ว่าทำไมเรื่องนี้ทำไมถึงเป็นเรื่องใหญ่ได้” โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน เมกัส ภูษิตา เมกัส ภูษิตา เมกัส ภูษิตา