ห้ามดื่มเหล้า

บุก ลดความอ้วน เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จริงหรือไม่?
บุก /  ลดความอ้วน / 

หัวบุก สมุนไพรไทยบ้านเรา ต่างหาก และที่ต้องหนี ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นโรคฮอตฮิตในปัจจุบันอย่างโรคอ้วน โรคเบาหวาน ต่างหากที่ต้องหนีไป ทีแรกเรื่องของบุกในเมืองไทย มันก็ไม่ได้แพร่หลายหรือเป็นที่ได้รับความนิยมเหมือนทุกวันนี้เพราะจริงๆ ทีแรกมันก็เป็นพืชพื้นบ้านอยู่ดี คนในท้องถิ่นก็นำบุกมาประกอบอาหาร เหมือนเผือก เหมือนมันทั่วไป พอเริ่มมีคนมาวิจัย สรรพคุณต่างๆของมัน เลยกลายเป็นพืชสมุนไพรไทยยอดนิยม มีการแปรรูปเป็นรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่สารสกัด บุกผง วุ้นบุก และอื่นๆอีกมาก หัวบุกมีรสเผ็ด เป็นยาร้อน มีพิษ ออกฤทธิ์ต่อม้าม ตับ และระบบทางเดินอาหาร มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด จากการศึกษาพบว่า แป้งบุกเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน พวกกลูโคแมนแนน (glucomannan) เป็นสารโมเลกุลใหญ่ (polysaccharides)ที่ประกอบด้วยน้ำตาล 2 ชนิด คือ ดี-กลูโคส (D-glucose) และ (D-mannose) เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในรูปของใยอาหาร (dietary fiber) ซึ่งดูดน้ำได้มาก แต่ร่างกายย่อยสลายได้ยาก ดูดซึมได้ช้า จึงให้พลังงานและสารอาหารน้อย เหลือกากมาก ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดี ผู้ที่ต้องการลดความอ้วนนิยมกินอาหารจากแป้งบุก เช่น วุ้นเส้นบุก เส้นหมี่แป้งหัวบุก เพราะกินอิ่มได้ ระบายท้อง แต่ไม่ทำให้อ้วน หัวบุก ลดความอ้วน ได้จริงหรือ? หัวบุก ถือเป็นสมุนไพรลดความอ้วนชนิดหนึ่ง เพราะอุดมไปด้วย “กลูโคแมนแนน” ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถพองตัวในน้ำได้มากถึง 50-60 เท่า หากกินบุกสกัดเข้าไปหนึ่งช้อน ก่อนเวลาอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง มันจะขยายตัวได้ถึง 50 ช้อนเป็นอย่างต่ำ ทำให้รู้สึกอิ่ม แถมคลอเลสเทอรอลและน้ำตาลจากอาหารยังถูกบุกสกัดจับไว้ไม่ให้เล็ดลอเข้าไปในร่างกายและถ่ายออกมาจนหมด แต่ กลูโคแมนแนน ก็ช่วยลดความอ้วนได้เพียงเล็กน้อย เพราะไฟเบอร์นี้สามารถพองตัวอยู่ในกระเพาะอาหารเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น การกินบุกโดยไม่กินอาหารอย่างอื่นเลยติดต่อกันเป็นเวลานานๆนั้น อาจทำให้ร่างกายขาดวิตามินและสารอาหารบางอย่าง โดยเฉพาะพวกที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ ดี เค และ แคโรทีนอยด์ประเภทเบต้าแคโรทีน เพราะเมื่อกลูโคแมนแนนไปดูดซึมไขมันเอาไว้จึงไม่มีตัวทำละลาย ร่างกายก็จะดูดซึมสารอาหารเหล่านี้ไปใช้ได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งสารสกัดจากบุกชนิดแคปซูลยังเป็นอันตรายอย่างมากด้วย เพราะหากแคปซูลเข้าไปติดอยู่นทางเดินอาหารก็จะพองตัว ทำให้ทางเดินอาหารอุดตัน เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากจะเลือกใช้บุกเพื่อเป็นตัวช่วยในการลดความอ้วน ควรเลือกชนิดผงละลายน้ำจะปลอดภัยกว่า ขนาดที่เหมาะสมคือ ไม่ควรเกิน 1-4 กรัมต่อวัน ดื่มน้ำตามมากๆ ไม่ควรกินก่อนอาหารเช้า เพราะร่างกายควรได้รับสารอาหาราและพลังงานอย่างครบถ้วนจากอาหารมื้อแรกของวัน สรรพคุณน่าทึ่งของบุก นอกเหนือจากคุณสมบัติลดความอ้วนของบุกแล้ว สารกลูโคแมนแนน ในบุก ก็สามารถลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ ก็เนื่องจากความเหนี่ยว ซึ่งยับยั้งการดูดซึมของกลูโคลสจากทางเดินอาหาร ยิ่งหนืดมาก็ยิ่งมีผลลดการดูดซึมกลูโคลส ดังนั้น กลูโคแมนแนนช่วยลดน้ำตาลได้ดีมาก ปัจจุบันจึงใช้แป้งเป็นวุ้นเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคมีไขมันในเลือดสูง และกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ให้เคลื่อนไหวขับอุจจาระที่ตกค้าง และขจัดสารพิษหรือแก๊สออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ บุก ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศชั้นยอด ยิ่งกว่าไวอากร้า บุกเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณยิ่งกว่าไวอากร้า หรือเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ โดยคุณนิล ปักษา (บ้านหนองพลวง ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์) แนะนำให้ลองพิสูจน์ ด้วยการเอาไม้พาดปากหม้อแล้วนำสมุนไพรบุกคางคก เอาพวงเมล็ดนำมาย่างไฟให้หอมก่อน แล้วใช้ผูกกับไม้ห้อยจุ่มลงไปในหม้อต้มใส่น้ำพอท่วมเมล็ดบุก ต้มจนเมล็ดบุกร่วงลงหม้อ ตัวยาก็จะไหลลงมาด้วย เมื่อเดือดแล้วก็ให้เติมน้ำตาลทรายแดงพอประมาณลงไปต้มให้พอหวาน หลังจากนั้นลองชิมดู ถ้ายังมีอาการคันคออยู่ก็ให้เติมน้ำตาลเพิ่มแล้วค่อยชิมใหม่ ถ้าไม่มีอาการคันคอก็แสลงว่าใช้ได้ และให้นำสมุนไพรโด่ไม่รู้ล้มใส่เข้าไปด้วยประมาณ 1 กำมือ แล้วต้มให้เดือด ปล่อยให้เย็นและเก็บไว้ในตู้เย็น ใช้ดื่ม 1 เป็ก ประมาณ 30 นาที จะปวดปัสสาวะโดยธรรมชาติ หลังจากอาวุธนั้นจะพร้อมสู้ทันที นี่แหละครับคือประโยชน์จากบุก ลองหามาทานกันนะครับ มีประโยชน์ขนาดนี้ สมัยนี้ไม่หายาก จะทานเป็นอาหารก็ได้ ทานเป็นยาสมุนไพรก็ดีนะครับ ที่มาจาก emaginfo

ครูผู้ไม่แพ้! ครูจีนใจสู้ ร่างไม่ไหวแต่ใจไหว ใช้เชือกผูกแขนสอนนักเรียน
ครูจีน /  ครูจีนใจสู้ / 

เมื่อจิตวิญญาณความเป็นครูกับร่างกายของเธอไปด้วยกันไม่ได้ แทนที่เธอจะยอมแพ้ แต่เธอกลับสู้เพื่ออนาคตของชาติ โดยครูผู้ไม่แพ้จากมณฑลหูเป่ย์ คนนี้ ใช้เชือกผูกแขนของเธอ เพื่อสอนนักเรียนในห้องมากว่า 3 ปี เพื่อพยุงร่ายกายตัวเองที่ป่วยหนัก!!! ครูวัย 49 ปี  ในมณฑลหูเปย์คนนี้ ป่วยเป็นโรค Spinocerebellar Ataxia (SCA) โดยโรคนี้ส่งผลกับความสามารถในการใช้มือ การพูดจา และการเคลื่อนไหวของดวงตา ชื่อ ยู่ ฟาง (Zhu Youfang) ตรวจพบว่าเธอป่วยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่เธอก็ยังจะยืนกรานที่จะสอนที่โรงเรียน Shangluo ในเมืองเฉิงกุย แม้ว่าร่างกายเธอจะไม่ไหวแล้วก็ตาม หลังจากที่ทุกคนรู้ว่าเธอติดต่อโรคนี้จากคุณพ่อของเธอ โรงเรียนก็เสนอให้เธอหาเวลาพักผ่อน พร้อมทั้งสัญญาว่าจะให้เงินเดือนเธอในอัตราเท่าเดิม แต่ครูผู้ไม่แพ้ประสบการณ์สอน 31 ปีคนนี้กลับไม่รับข้อเสนอนั้นและยังยืนยันจะสอนต่อไป สามีของเธอก็เป็นคุณครูที่โรงเรียนนี้เช่นกัน และก็คือผู้ที่ห้อยเชือกที่ด้านบนของห้องเรียนที่กระดานดำ เพื่อให้เธอสามารถพยุงร่างกายของเธอไว้ได้นั่นเอง  แต่เธอก็สามารถพยุงร่างกายได้ไม่นานนัก เธอก็ต้องนั่งพักที่เก้าอี้ในห้องเรียน ถือเป็นความโชคดีที่ เธอมีสามีที่ดี เพราะเขามักจะคอยช่วยเหลือเธออยู่เสมอ ยามที่เธออยู่ที่โรงเรียน และคอยดูแลยามที่เธอต้องออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อขา 10 นาทีต่อวัน หรือประมาณ 1.6 กม.ต่อชั่วโมง ด้านลูกศิษย์เมื่อรู้ว่าอาจารย์ ชื่อ ยู่ ฟาง ป่วย ก็พากันกลับมาเยี่ยมครูคนนี้ บ้างก็ส่งเมสเสชมาให้กำลังใจเสมอ  นอกจากนั้นครูสู้ชีวิตคนนี้ก็ยังบอกอีกว่า ”จะยังสอนต่อไป จนกว่าโรคนี้จะทำให้เธอพูดไม่ได้ เธอถึงจะเลิก “ พลังของผู้หญิงเนี่ย ห้ามดูถูกกันเลยนะเธอ จิตวิญญาณครูนั้นจะไม่มีวันพรากเธอไปได้ ตราบใดที่เธอยังมีแรง ช่างน่านับถือจิตใจเธอจริงๆเนอะ ว่ามั้ย ที่มา Shanghaiist เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ห้ามตัดผมวันพุธ ความเชื่อโบราณ หรือ กุศโลบาย ?
ข้อห้าม /  ความเชื่อโบราณ / 

ห้ามตัดผมวันพุธ จริงหรือไม่ ? ในสมัยก่อน คนโบราณมักจะมีข้อห้ามต่างๆออกมามากมาย เพื่อให้เด็กๆหรือคนรุ่นหลังเกิดความเชื่อ ไม่กล้าที่จะทำ เช่น การห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน จะทำให้ผีบรรพบุรุษกังวลใจ แต่ความจริงคือ แสงในช่วงกลางคืนไม่เพียงพอ อาจจะเกิดอุบัติเหตุพลาดตัดโดนเนื้อเล็บเอาได้ หรือจะเป็น ห้ามคนท้องแอบไปดูคนคลอดลูก จะทำให้คลอดลูกยาก ความจริงก็คือ ไม่อยากให้คนท้องมาเห็นความทรมานของการคลอดลูก จนเกิดอาการขวัญเสียเอาได้ ซึ่งความเชื่อโบราณยังมีอยู่ในเห็นอีกมาก จนปัจจุบันก็ยังมีการสอนลูกหลานอยู่บ้างแต่ก็น้อยลง เพราะจริงๆแล้วส่วนใหญ่ ความเชื่อโบราณเหล่านี้ จะเป็นกุศโลบายที่คนโบราณไว้คอยเตือนไม่ให้เกิดอันตราย ทุกอย่างมีเหตุและผล ความเชื่อเรื่องการ ห้ามตัดผมวันพุธ ก็มีหลายเหตุผลที่คนโบราณบอกไว้ เช่น 1. ในสมัยก่อน วันพุธจะเป็นวันที่พระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์จะทำการตัดผม (ปลงพระเกศา) ในวันพุธ ประชาชนทั่วไปจึงไม่นิยมตัดผมวันพุธซึ่งเป็นวันเดียวกัน เพราะจะเป็นการตีตนเสมอเจ้านาย บางรายก็ว่าการตัดผมวันเดียวกับเจ้านายนั้นอาจจะนำสิ่งไม่ดีมาสู่ตน เนื่องมาจากเรามีบารมีน้อยกว่าเจ้านายทั้งหลาย 2. คนโบราณสอนกันมาตลอดว่าการตัดผมวันพุธนั้นไม่เป็นมงคลกับตัวเอง จะนำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่น 3. วันพุธถือว่าเป็นวันเกษตร ดังนั้นจึงไม่นิยมทำการตัดใดๆ เพราะจะขัดแย้งกับการเจริญงอกงาม แต่ในปัจจุบันร้านตัดผมก็เปิดให้บริการวันพุธ และคนก็ไปตัดผมวันพุธ เป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่บางร้านก็ยังคงมีความเชื่อเรื่องนี้อยู่ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลจริงๆ เรามาดูกันดีกว่าจะตัดผมวันไหนดี ? วันอาทิตย์ ตัดผมวันอาทิตย์ ท่านว่าดีนักแล จะมีอายุยืนยาว ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยเป็นไข้ออดๆแอดๆ วันจันทร์ ตัดผมวันจันทร์ ท่านว่าจะมีแต่โชคลาภ ได้ของมีค่า การค้าขายคล่องตัว ไม่อดไม่จน วันอังคาร ตัดผมวันอังคาร ท่านว่าไม่ดี มีแต่โทษ มีแต่คนปองร้าย ศัตรูจะทำให้ได้เจ็บ เลี่ยงได้จงเลี่ยงการตัดผมวันอังคาร วันพุธ ตัดผมวันพุธ ท่านว่าวันพุธเป็นวันของเจ้าของนายท่าน เราไม่ควรตีตนเสมอ การงานจะมีแต่ตกต่ำ มีแต่เรื่องทะเลาะวิวาทขัดแย้ง ทั้งกับผู้อื่นและคนในครอบครัว คนโบราณท่านไม่แนะนำให้ตัดผมวันนี้ วันพฤหัสบดี ตัดผมวันพฤหัสบดี ท่านว่าเป็นวันครู เป็นวันมงคลยิ่งนัก เหล่าเทวดาจะมาปกปักรักษาให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง เป็นวันสิริมงคลยิ่ง ถ้าไม่ติดธุระสำคัญหนักหนา ให้ตัดผมวันพฤหัสบดีนี้ วันศุกร์ ตัดผมวันศุกร์ ท่านว่าเป็นวันธงชัย ทำอะไรเจริญรุ่งเรือง ตัดผมวันนี้จะมีแต่โชคลาภ การค้าการขายดี มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ ใครทำค้าขายโบราณท่านว่า ตัดผมวันศุกร์จะดีที่สุด วันเสาร์ ตัดผมวันเสาร์ ท่านว่าเป็นวันมงคลนัก ตัดผมแล้วจะได้ดังสิ่งที่หวัง ประสงค์สิ่งใดไว้ก็จะได้สิ่งนั้น เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

จริงสุดๆ ! 18 ข้อ แตกต่างระหว่าง ช่วงจีบใหม่ กับตอนเป็นแฟนแล้ว
ความแตกต่างตอนจีบกับเป็นแฟนแล้ว /  คู่รัก / 

คู่รักนี่เวลาคบกันช่วงแรกๆ หรือช่วงดูใจเนี่ยนะ อะไรๆก็ดีไปหมด ฃี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ แต่พอนานวันไป น้ำผักที่เคยหวานมันก็ดันขมแบบไร้เหตุผลขึ้นมาเสียอย่างนั้น เรามาดูข้อแตกต่างดีกว่าว่า คนเราเวลาจีบกันใหม่ๆ กับ คบไปนานๆแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง 1.โทรศัพท์ ช่วงจีบ: สองชั่วโมงหรอ .. จิ๊บๆย่ะ  คุยได้ยาวๆ บางทีมีนอนพร้อมกันด้วยนะ ไม่กดวาง ตื่นมาตอนเช้าจะได้คุยเป็นคนแรก เป็นแฟนแล้ว : มีอะไรว่ามา พอยัง นอนมั้ย ง่วง 2.กินข้าว ช่วงจีบ : ร้านต้องดี งานถ่ายรูปสวยต้องมา ดินเนอร์แสงไฟน่ารัก พากินของแพงตล๊อด เป็นแฟนแล้ว : ทำกินเอง ไม่ก็กินแถวบ้าน ร้านตามสั่งแล้วกันแก 3.ชื่อเรียก ช่วงจีบ : เรียกชื่อดีๆอยู่หรอก เสียงหวานอ่อนโยน เป็นแฟนแล้ว : อีอ้วน , อีหมู , ชื่อที่ตั้งให้โดยที่ชั้นยังไม่ได้ยอมรับเลยนะยะ! 4.เจอเพื่อนแฟน ช่วงจีบ : เก้ๆกังๆคุยอะไรดี เขินจัง จะวางมือไม้ที่ไหนดี เป็นแฟนแล้ว : สนิทกว่าเพื่อนตัวเองอีก เม้าท์ยาวไปสิ 5.แต่งตัว ช่วงจีบ : ทุกระเบียดนิ้วต้องเป๊ะ ห้ามให้ใครว่าได้เด็ดขาดว่า ไม่เป๊ะ โทรม เป็นแฟนแล้ว : หยิบชุดไหนได้ ก็ไปเถอะ 6.กินอาหาร ช่วงจีบ : เรียบร้อยผิดปกติมนุษย์ ห้ามกระเด็น จัดอาหารเข้าช้อนแล้วเข้าช้อนอีก กว่าจะเข้าปากต้องเรียบร้อยห้ามหก เป็นแฟนแล้ว : กินที่บ้านยังไง กินต่อหน้าแฟนอย่างนั้น 7.รอ ช่วงจีบ : นานแค่ไหนก็ได้ค่ะ รอได้ เพื่อคนสำคัญน่ะรอได้อยู่แล้ว เป็นแฟนแล้ว : นี่อีกนานป่ะ จะได้กลับบ้านไปรอ 8.เวลาในการคุยกับเพื่อน ช่วงจีบ : แกๆๆ มีผู้ชายเข้าหาว่ะ นู่นนี่นั่น เม้าท์ยาวเป็นชั่วโมง เป็นแฟนแล้ว : แก แค่นี้นะ อยู่กับแฟนว่ะ 9.เมื่อต้องไปเจอครอบครัวอีกฝ่าย ช่วงจีบ : หิ้วของฝากให้เยอะที่สุด แม่จะได้รักจะได้หลง เป็นแฟนแล้ว : ไปหาพ่อแม่ให้บ่อยก็พอ 10. ความสุขในชีวิต ช่วงจีบ : กินข้าวนอกบ้าน ช็อปปิ้ง ใช้เงิน หรูหราฮาวายไปให้สุด วู้ว เป็นแฟนแล้ว : นอนเล่นด้วยกัน มุ้งมิ้ง ดูหนังในห้องนอนกันสองคนก็แฮปปี้สุดๆแล้ว 11. รถคุณผู้ชาย ช่วงจีบ : สะอาดอ่อง ล้างเป็นประจำ เป็นแฟนแล้ว : นั่งได้ป่ะ นั่งได้ งั้นไม่ล้างนะ 12. กลับบ้าน ช่วงจีบ : ไม่อยากจากกันเลย ลงจากรถปุ๊บโทรหาทันที ขับรถดีๆนะคะ เป็นแฟนแล้ว : ไปละ บาย 13. เที่ยวกลางคืน ช่วงจีบ : ไปด้วยได้ป่าวครับ จะตามไปดูแลให้ถึงที่เลย ส่งถึงบ้านแน่นอน เป็นแฟนแล้ว : จะไปทำไมที่แบบนั้น มันดีที่ไหน ไม่ต้องไป อยู่บ้านนี่แหละ 14. วาเลนไทน์ ช่วงจีบ : ดอกที่ใหญ่ที่สุดในร้านจัดไป งานดินเนอร์หรูก็ต้องมี เป็นแฟนแล้ว : วันนี้วาเลนไทน์หรอ? 15.น้ำหนัก ช่วงจีบ : ไม่อ้วน เพราะฉันรักษาหุ่นอย่างดี เป็นแฟนแล้ว : คุณแฟนพากิน ตอนนี้เปลี่ยนจากคนเป็นตุ่ม 16. พูดจา ช่วงจีบ : หวานเป็นประจำ ถนอมน้ำใจสุดๆ  เธอคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เป็นแฟนแล้ว : จิก กัด ประชด เหน็บแนม  (นี่อ้วนไปป่ะเนี่ย , พูดอยู่นั่นล่ะจะลดความอ้วนก็เห็นกินจัง , สิวขึ้นเยอะเชีย , ถ้าจะมาช้าขนาดนี้ไม่ต้องมาแล้วมั้ง) 17.เวลาพูดถึงผู้ชายคนนี้ให้เพื่อนฟัง ช่วงจีบ : เขิน ม้วน บ้าแก เขาไม่ได้เป็นแฟนฉัน แค่ดูๆอยู่ อย่าแซวสิ เป็นแฟนแล้ว : ก็ดีแก ไม่ต้องถามมาก ไม่หวือหวาและ 18. กิจกรรมที่ทำร่วมกัน ช่วงจีบ : ดูหนัง เที่ยวกลางคืน ช็อปปิ้ง เดินเล่นห้าง เป็นแฟนกัน : ขัดห้องน้ำ แปรงฟัน ออกกำลังกาย กินข้าวข้างทาง ทำทุกอย่างได้ ไม่ห่วงภาพลักษณ์แล้ว   สาวๆ Women Mthai ว่าไงคะ ตรงกันบ้างหรือเปล่า ? ภาพจาก Elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ซึ้ง! สาวเร่ขายกอด หาเงินรักษาแฟนหนุ่มป่วยหนัก
ขายกอด /  ป่วยหนัก / 

ซึ้งในรักแท้ สาวจีนเร่ขายกอดกลางถนน เพื่อหาเงินรักษาแฟนหนุ่มที่ป่วยหนัก แฟนรู้เข้ามาห้ามหวังให้เลิกทำ ก่อนจะปล่อยโฮกันทั้งคู่ เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานเรื่องราวของ "หยวน หยวน" สาวชาวจีนที่ต้องมานั่งขายกอดในราคา 10 หยวน (ราว 50 บาท) กลางถนนในมณฑลเหอเป่ย์ เพื่อเรี่ยไรเงินไปเป็นค่าผ่าตัดให้ "เจีย" แฟนหนุ่มที่กำลังป่วยหนัก "เจีย"มีความจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนไขกระดูกโดยด่วน ซึ่งทางโรงพยาบาลขอให้วางเงินมัดจำไว้ 250,000 หยวน (ราว 1,300,000 บาท) เพราะไม่มีเงินมากพอจึงต้องเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อน ทางด้านหยวนหยวนหยวน ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเขียนป้ายไปวางกลางถนนว่า "ฉันจะกอดคุณนาทีละ 10 หยวน เพื่อช่วยชีวิตแฟนของฉัน"  หลังจากนั้นเจียรู้เรื่องดังกล่าว ก็รีบมาหยุดเธอในทันที คนในเหตุการณ์บอกว่า ทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่สักพัก ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะลงเอยด้วยการร้องไห้โฮ ขอบคุณ tnn MThai News

10 เรื่องต้องรู้! เกี่ยวกับ vagina ( น้องสาว ) ที่คุณสาวควรรู้เอาไว้
vagina /  ของสงวน / 

สาวๆทุกคน เกิดมาพร้อมกับสิ่งๆหนึ่งที่เอาไว้บ่งบอกว่าคุณเป็นผู้หญิง แหม่ .. สิ่งนั้นแหละค่ะ แต่คุณรู้จักน้องสาวสุดที่รักของคุณมากแค่ไหนกันเชียว แม้น้องสาว (Vagina) คนนี้อยู่กับเรามาตั้งแต่ในท้องแม่  แต่หลายคนคงไม่ค่อยรู้เรื่องมากนักหรอก แต่ห้ามชะล่าใจค่ะ  วันนี้เรานำ 10 เรื่องราวที่คุณคง"ต้องเรียนรู้ " เกี่ยวกับน้องสาว ลองดูกันว่าคุณจะรู้กี่ข้อ 1. คำว่า vagina (วาไจน่า) มาจากภาษาลาติน vaginae แปลว่าปลอมหุ้ม (พวกซองหนังใส่ปืน ใส่มีด) 2. น้องสาว เป็นอวัยวะที่มหัศจรรย์ เพราะสามารถขยายความกว้างได้อย่างน้อย 200 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว 3. น้องสาว กับ ปลาฉลามมีบางอย่างที่เหมือนกัน  สารหล่อลื่นภายในน้อยสาวนั้นเป็นสารเดียวกับน้ำมันตับปลาฉลาม 4. ตามสถิติโลกแล้ว มีคนเคยใช้กล้ามเนื่อน้องสาวยกของหนัก 14 กิโล (เอ่อ.... แข็งแรงจริงๆเลย) 5. คลิตอริส นั้นเหมือนภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่คุณเห็นอาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ยังมีส่วนอื่นๆที่สามารถกระตุ้นความรู้สึกได้เช่นเดียวกัน เช่นด้านข้างและบริเวณใต้ผิวหนัง 6. สถิติ biggest vagina เป็นของ Anna Swan ผู้ให้กำเนิดทารกที่หนักร่วม 12 กิโลกรัม ขนาดของหัวเด็กใหญ่ ถึง 19 นิ้ว 7. การกินจะส่งผลต่อกลิ่นของน้องสาว ถ้ากินของฉุนเช่น กระเทียม น้องสาวจะมีกลิ่น 8. ต่อมที่สร้างสารหล่อลื่นให้น้องสาว มีชื่อว่า ต่อม บาร์โธลิน (Bartholin's grand) 9. น้องสาวทุกคนไม่เหมือนกัน ทั้งตำแหน่ง ขนาด สี และวิธีการกระตุ้น (เพราะฉะนั้นจะมาว่าว่าของเราไม่สวย ไม่เหมือนคนนู้นคนนี้ หรือ หวังจะให้เหมือนดาราหนังโป๊ไม่ได้นะยะ) 10. น้องสาว มีปลายประสาท มากกว่าน้องชาย 2 เท่า และมีมากถึง 8,000 จุด 11. เวลาสำเร็จความฟิน (สำเร็จความใคร่) ที่เร็วที่สุดของน้องสาว คือ 3 นาที ตามสถิติของงาน Masturbate-a-thon ในเดนมาร์ก ที่มา metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ด่ายับ! ป้ายแดงไร้จิตสำนึก จอดทับกรวยขวางที่ดับเพลิง
จอดทับกรวย /  ป้ายแดง / 

ด่ายับ! ป้ายแดงไร้จิตสำนึก จอดทับกรวยขวางที่ดับเพลิง กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกทวิตเตอร์ชื่อคุณ ‏@jew_liew ได้โพสต์ภาพของรถยนต์คันหนึ่งจอดในที่ห้ามจอดซึ่งมีการตีเส้นกรอบไว้ชัดเจนรวมถึงมีกรวยมาตั้งไว้ด้วย แต่รถคันดังกล่าวก็ยังฝ่าฝืนไปจอดจนได้ ซึ่งสาเหตุที่ไม่ให้จอดตรงนั้นเพราะว่าอยู่ตรงจุดติ้งตั้งสายยางดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงฉุกเฉิน ซึ่งหลายคนมองว่าหากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้จะไม่สามารถช่วยระงับเหตุให้ทันการณ์ได้ โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ภาพต่อออกไป โดยหลายคนบอกว่าเป็นพฤติกรรมมักง่ายที่ไม่คำนึงถึงสาธารณะคิดแต่ว่าตัวเองจะต้องหาที่จอดรถได้เท่านั้น ซึ่งอยากให้คนที่มีรถช่วยคำนึงถึงตรงนี้ด้วย รวมถึงการจอดรถในที่จอดรถคนพิการก็เช่นเดียวกัน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวสามารถสะท้อนนิสัยส่วนบุคคลของเจ้าของรถได้เป็นอย่างดี MThai News ภาพจาก สมาชิกทวิตเตอร์ชื่อคุณ ‏@jew_liew

รู้ยัง...คนเกาหลีก็มี ความเชื่อโบราณ ที่เหมือนไทยนะ
คนเกาหลี /  ความเชื่อ / 

 ความเชื่อโบราณ สุดแปลก ของคนเกาหลี 안녕하세요 อันนยองฮาเซโย แม่หมอมาทักทายคุณผู้อ่านทางบ้านด้วยภาษาเกาหลี เพราะวันนี้จะนำความเชื่อแปลกๆของคนเกาหลีมาฝากค่ะ ว่าความจริงแล้ว ไม่ได้มีแค่เพียงคนไทยเท่านั้นนะคะ ที่จะมี ความเชื่อโบราณ คนเกาหลีก็มีเหมือนกัน แถมบางอย่างยังคล้ายกับไทยอีกด้วยจ้า ความเชื่อโบราณ ของไทยที่หลายคนรู้จักและมักคุ้นเป็นอย่างดีมีอยู่ เช่น จิ้งจกทักอย่าออกจากบ้าน ตากระตุกจะเกิดโชคร้าย ห้ามตัดผมวันพุธ ห้ามทักเด็กทารกว่าน่ารักเพราะผีจะมาขโมยเด็กไป และอื่นๆอีกมาก ความเชื่อเหล่านี้บางอย่างก็หาที่มาไม่ได้ บางอย่างก็เป็นกุศโลบาย ไว้คอยห้ามปรามเด็กๆ คนเกาหลีก็มี ความเชื่อโบราณ เหมือนกัน บางอย่างก็คล้ายคลึงกับไทย อย่างก็แปลกแหวกแนว มาดูกันค่ะ ว่าข้อห้าม หรือ ความเชื่อของคนเกาหลี จะมีอะไรบ้าง 1. ห้ามคู่รัก เดินข้างกำแพงวังด็อกชูกุง ในอดีตปลายถนน เส้นรอบกำแพงวังแห่งนี้ มีศาลครอบครัวแห่งกรุงโซลตั้งอยู่ ซึ่งหากคู่สามีภรรยาที่ต้องการจะหย่าร้างกัน ต้องเดินทางบริเวณนี้เพื่อไปขึ้นศาล จึงเกิดเป็นความเชื่อว่าถ้าหากคู่รักเดินข้างกำแพงวังด๊อกซูกุง จะต้องมีเหตุให้ต้องเลิกกันไป 2. ห้ามกินซุปสาหร่ายก่อนสอบ คนเกาหลีให้ความสำคัญและจริงจังกับการสอบเป็นอย่างมาก นอกจากระเบียนวินัยในการอ่านหนังสือสอบแล้ว ยังมีความเชื่อเรื่องข้อห้ามก่อนสอบที่ทำกันมาอย่างเคร่งครัดอีกด้วย นั่นคือการห้ามกินซุปสาหร่าย เพราะมีความเชื่อว่าความรู้ที่ได้อ่านมา จะลื่นไหลออกไปจากสมองเหมือนคววามลื่นของสาหร่ายในถ้วยซุป และนอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้อาบน้ำก่อนไปสอบ เพราะความรู้จะถูกชะล้างออกไป แต่ในทางตรงกันข้าม หากอยากให้คะแนนออกมาดี ทำข้อสอบได้ จะต้องกินขนมที่มีความเหนียว อย่างเช่นท้อฟฟี่ หรือขนมโมจิ 3. ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน ในความเชื่อของคนไทย ก็มีข้อมห้ามนี้รวมอยู่ด้วย ซึ่งของไทยเรานั้นให้เหตุผลว่าตัดเล็บตอนกลางคืน จะทำให้วิญญาณบรรพบุรุษอยู่ไม่เป็นสุข แต่คนเกาหลีให้เหตุสุดประหลาด ว่าหากตัดเล็บตอนกลางคืน จะทำให้หนูมาแอบกินเศษเล็บ และจะกลายร่างมาเป็นมนุษย์หน้าตาเหมือนกับคุณ แล้วตัวคุณเองก็จะหายสาบสูญไป แต่ถ้าให้สันนิฐานคงเป็นกุศโลบายเหมือนกับคนไทยเรา ว่าการตัดเล็บตอนกลางคืน อาจจะทำให้เราพลาดไปโดนเนื้อตัวเองได้ 4. ห้ามผิวปากหรือเป่าขลุ่ย ตอนกลางคืน ความเชื่อข้อนี้ก็มีความคล้ายกับความเชื่อโบราณ ของไทย ที่ว่าจะเป็นการเรียกบรรดา ภูติผีหรือพวกงูให้มารวมตัวกัน 5.ย้ายบ้านในวันปลอดภูติผี บริษัทรับจ้างย้ายบ้านส่วนใหญ่ จะรู้วันที่เหล่านี้กันดีค่ะ พวกเขาจะบอกคุณได้ว่าในเดือนนั้น มีวันไหนบ้างที่จะปลอดภัย ต่อการย้ายบ้าน โดยไม่มีวิญญาณร้ายจากที่เก่าติดตามไปรบกวนคุณที่บ้านใหม่ด้วย และหลังจากที่คุณเก็บของออกมาแล้ว ไม่ต้องทำความสะอาด เพราะจะทำให้ผีร้ายหลงคิดว่าคุณยังอยู่ในบ้านหลังเดิม ไม่ได้ย้ายไปไหน 6. ห้ามให้รองเท้าเป็นของขวัญ ในเกาหลีจะมีความเชื่อว่าหากให้รองเท้าเป็นของขวัญ คนๆนั้นจะหนีหายจากเราไป แต่ถ้าหากว่าคุณพลาดซื้อรองเท้าให้ไปแล้ว ก็มีวิธีแก้ด้วยการจ่ายเงินให้กับคนที่ให้ของขวัญ อาจจะไม่ต้องมาก แค่ให้เหมือนกับว่าซื้อรองเท้าคู่นี้มาเอง 7.อย่าหลงเสน่ห์คนที่มีไฝอยู่ใกล้ปาก คนเกาหลีเชื่อว่า คนที่มีใฝอยู่ใกล้ปากนั้น จะเป็นคนเจ้าชู้เหลือร้าย ให้อยู่ห่างเข้าไว้ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนหรือเสียใจ 8.ห้ามป้อนไก่ให้สามี ความเชื่อนี้บอกต่อกันมาว่าถ้าหากภรรยา ป้อนไก่หรือสัตว์ปีกให้สามีกิน จะต้องเลิกรากัน และสามีจะหนีไป เหมือน สัต์ที่มีปีก แปลกมั้ยล่ะคะ 9.ห้ามกระโดดข้ามตัวลูก ถ้าอยากให้ลูกตัวสูง คนเกาหลีก็รูปร่างไม่ต่างจากคนไทย คือไม่สูงมากนัก เพราะฉะนั้นถ้าหากต้องการให้ลูกตัวสูง พ่อกับแม่ห้ามกระโดดข้ามตัวลูกเด็ดขาด และนอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าถ้าตัดผมสั้นเท่าไหร่ตัวก็จะสูงขึ้นเรื่อย 10.ห้ามเอามือมาจับตา ถ้าหากว่าผีเสื้อหรือแมลงเม่าบินมาโดนตาเรา คนเกาหลีมีความเชื่อว่าห้ามเอามือมาโดนตาเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตาบอด แต่อันนี้น่าจะเป็นกุศโลบายมากกว่า เพราะผีเสื้อมีละอองเกสรอยู่ ถ้าหากเข้าตาอาจจะติดเชื้อได้ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ที่มาจาก : http://hellomiki.com

ไม่ควรพลาด 24 วิธีเปลี่ยนคุณเป็น ฮิปสเตอร์
Hipster /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

หลายคนอาจยังไม่รู้จักว่า  “ฮิปสเตอร์” (Hipster) คืออะไร? มันก็คือ “เด็กแนว” หรือคล้ายๆ กับ “ฮิปปี้” ในยุคหลาย 10 ปีก่อนนั่นเอง ไม่จำกัดอายุ เพศ หรือวัย ซึ่งช่วงนี้วัยรุ่นให้ความสนใจกันมาก แต่ยังไม่รู้ว่าการเป็นฮิปสเตอร์ นั้นเป็นอย่างไร หรือว่าเผลอๆ คุณอาจจะเป็นฮิปสเตอร์อยู่แล้วโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ดังนั้นไม่ควรพลาด 24 วิธีเปลี่ยนคุณเป็น ฮิปสเตอร์ เด็กแนวยุคใหม่บนโลกออนไลน์...ที่เราควรทำความรู้จักกัน  ไม่ควรพลาด 24 วิธีเปลี่ยนคุณเป็น ฮิปสเตอร์ 1. ฮิปสเตอร์ไม่เน้นถ่ายเซลฟี่ ถ้าจะถ่ายหน้าตัวเองต้องเห็นหน้าให้น้อยที่สุด หรือไม่มองกล้อง ถ่ายภาพหน้าสวย หน้าเนียนฟรุ้งฟริ้ง ไม่ใช่สิ่งที่ฮิปสเตอร์พึงกระทำ ฮิปสเตอร์ไม่ชอบใช้สายตาในการสื่อความหมายและไม่ขายหน้าตา ดังนั้นเวลาถ่ายภาพก็จะหันไปหนีไปคนละทิศกับกล้อง ไม่ก็ปาดผมลงมาบังหน้า หรือว่าทำผมยุ่งๆ มาปิดเพื่อให้เห็นพื้นที่ของหน้าให้น้อยที่สุด 2. INSTAGRAM และ VSCO CAM แหล่งปล่อยภาพแนวฮิปสเตอร์และ Social Media ที่ Hipster ใช้กันมากที่สุดยังไงก็หนีไม่พ้น Instagram เพราะแอปมีฟิลเตอร์สีซีดๆ นัวร์ๆ อาร์ตๆ ให้เลือกใช้ แต่ก็มีแอปแต่งภาพอื่นๆ ที่ให้เราแต่งภาพสไตล์วินเทจได้อีกที่ฮิปสเตอร์ไทยนิยมใช้กันนั่นคือ VSCO Cam ที่มีฟิลเตอร์ย้อนยุคสุดอาร์ตมากมายให้เลือกใช้ (และเลือกซื้อเพิ่ม) โดยเฉพาะลาย 3 เหลี่ยม geographic อันนี้คือไม้ตายที่ใส่กับรูปอะไรก็ดูฮิปสเตอร์ขึ้นมาทันที 3. เล่น TWITTER / วลีสั้นๆ / HASHTAG รัวๆ คำพูดลอยๆ แบบไม่มีที่มาที่ไป บางทีอ่าน 3 รอบก็ยังไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร ถ้าโพสต์แบบบ่อยๆ ใน Facebook อาจจะโดนเพื่อนรำคาญได้ แต่ใน Twitter นั้นทุกคนพร้อมที่จะอ่านประโยคสั้นๆ ของคุณอยู่แล้ว และอย่าลืมใส่ hashtag # ต่อท้ายไปด้วย แท็กอะไรก็ได้ #ท้องฟ้า #อากาศ #ชีวิตดี๊ดี #ความรักก็เช่นกัน ฯลฯ 4. ถ่ายรูปเท้า ฮิปสเตอร์สามารถใช้เท้าสื่อความหมายได้ทุกอารมณ์ มุมยอดนิยมในการถ่ายภาพเท้าคือก้มถ่ายเท้าตัวเอง (ถ้ายืนบนใบไม้แห้งจะฮิปสเตอร์มากขึ้น) ไม่ก็ยืนถ่ายคู่ 2 คน รูปเท้านั้นใช้ได้ทั้งเท้าเปล่า หรือถ้าใส่รองเท้าก็เป็นแนวแฟชั่นเรียบๆ และไม่ใช่รองเท้ากีฬา 5. ถ่ายรูปเต็มตัว เหลือฉากหลังไว้เยอะๆ การจัดองค์ประกอบในการถ่ายภาพบุคคลเต็มตัวของฮิปสเตอร์นั้น ขนาดของคนจะอยู่ประมาณ 10-20% ของภาพ ยืนในท่าตรงอยู่ในตำแหน่งช่วงกลางของภาพ โดยจะเหลือวิวและบรรยากาศรอบด้านไว้มากมายมหาศาล 6. ถ่ายรูปหันหลัง ภาพแผ่นหลังของฮิปสเตอร์ดูน่าหลงไหลกว่าการถ่ายด้านหน้า สำหรับการถ่ายมุมนี้จะสมบูรณ์สุดๆ เมื่อถ่ายย้อนแสงพระอาทิตย์สะท้อนเข้ามา และโลเกชั่นเป็นวิวธรรมชาติ 7 .ใส่แว่นกันแดดแฟชั่น ไม่ก็แว่นที่มีแต่กรอบ แว่นเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้พื้นที่ของใบหน้าเหลือน้อยลง (ตามข้อที่ 1) แว่นกันแดดทรงใหญ่ๆ แบบแทบจะครอบหมดทั้งหน้าแล้วได้ยิ่งดี แต่ถ้าจะใส่แค่กรอบแว่นดีไซน์เก๋ๆ ไม่มีเลนส์ก็ถือว่าไม่ผิด 8. มีแสงแยงเข้ามาในภาพ ไม่ว่าจะถ่ายเวลากลางวัน กลางคืน กลางแจ้งหรือในร่ม การมีแสงไฟย้อนเข้าในกล้องให้ดูสว่างวาบเป็นประกาย เมื่อนำไปประกอบกับการถ่ายภาพใดๆ จะช่วยทำให้ภาพมีพลังขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ และต้องใช้แสงธรรมชาติจริงๆ ห้ามใช้แอปแต่งเพิ่มเข้ามาเพราะว่ามัน….. อิท น๊อท โซ เรียล 9. ดอกไม้-ดอกหญ้าช่วยให้คุณดูเป็นฮิปสเตอร์เพิ่มขึ้น 120% ดอกไม้เป็นเสมือนตัวแทนความสวยงามของธรรมชาติ แค่ถ่ายภาพของดอกเล็กๆ กับฉากหลังเบลอๆ ก็ดูฮิปสเตอร์แล้ว 10. ถ่ายรูปท้องฟ้า แล้วมีวัตถุมาเกะกะ ท้องฟ้าในบรรยากาศแจ่มใส มีเมฆอยู่พองามคือฉากหลังชั้นดีสำหรับการถ่ายภาพ แต่จะถ่ายฟ้าโล่งๆ อย่างเดียวไม่ได้ ให้หาอะไรโผล่เข้ามาในฉากด้วยเช่น หัวของเรา หรือไอศกรีมสีสวยๆ (ห้ามเป็นไอศกรีมโคนวนิลาสีจืดๆ เด็ดขาด) 11. ใช้กล้องมือถือถ่ายรูปตัวเองที่ใช้กล้องโพราลอยด์, กล้องรุ่นเก่า อาจจะดูลักลั่นย้อนแย้ง แต่การทำอย่างนี้ทำให้โลกรู้ว่าคุณเป็นฮิปสเตอร์ขั้น Advance ไม่ใช่มือใหม่ บางครั้งก็ใช้วิธีถ่ายภาพจากหน้าจอมือถืออีกเครื่องนึงแล้วมาโพสต์ก็ได้ 12. ถ้าอยากโพสต์ข้อความ ให้เขียนลงกระดาษแล้วถ่ายภาพไปโพสต์ ประโยคบ่นๆ คำคมปรัชญา ที่จริงๆ ใช้ Twitter หรือโพสต์สเตตัสเอาก็ได้ ลองเปลี่ยนวิธีมาเขียนลงบนกระดาษจริงๆ ด้วยลายมือของคุณเอง แถมตบท้ายด้วยลายเซนต์ แค่นี้ข้อความเดิมๆ จะดูเท่กว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวอย่างไม่มีเหตุผล 13. ตั้งชื่อตัวเอง แล้วตามด้วย ” IS HAPPY” แล้วเวลาโพสต์สเตตัสก็อย่าลืมใส่ hashtag #ชีวิตดี๊ดี ไว้ด้วยนะ 14. พิมพ์ คำ เว้น คำ เรา ว่า . . . บาง ที ก็ ไม่ เข้า ใจ ว่า สิ่ง นี้ ใคร เริ่ม และ มัน ดู ฮิป ส เตอร์ ตรง ไหน แต่ เมื่อ คุณ พิมพ์ แบบ นี้ แล้ว มัน ทำให้ ชี วิต คุณ สโลว์ ไลฟ์ ลง ไป ได้ เกือบ เท่า ตัว เลย 15. เริ่มต้นประโยคด้วยคำว่า “เราว่า…” ฮิปสเตอร์ไม่แทนตัวเองว่า ผม ชั้น ชื่อเล่น ฯลฯ ฮิปสเตอร์จะใช้ “เรา” เพราะมันดูเป็นมิตรกับคนทั้งโลก 16. กินกาแฟดริป ลาเต้อาร์ต ไม่กินสตาร์บัค กาแฟซอง 3 in 1 หรือกาแฟร้านแฟรนชายทั้งหลายมันไร้ซึ่งเสน่ห์ กาแฟดริปที่เทน้ำร้อนรอให้ค่อยๆ หยดลงมานี่สิถึงเรียกว่ากาแฟ แต่ถ้ากินกาแฟดำไม่เป็น ลองเป็นกาแฟลาเต้ที่แต่งฟองนมอย่างสวยงามแทนดู 17. อาหารคลีน รักสุขภาพ นั่งร้านอาหารฟิวชั่น ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ บุฟเฟ่อาหารญี่ปุ่น พิซซ่า อาหารทะเล ฯลฯ ฮิปสเตอร์จะไม่ถ่ายมันขึ้นไปโชว์บนโลกโซเชียล พวกเขาจะลงมือเข้าครัวหั่นผัก หั่นอกไก่ หุงข้าวไรซ์เบอรี่ ผัดด้วยน้ำมันมะกอก จัดจานอย่างสวยงาม วางบนโต๊ะพื้นไม้ แล้วถ่ายขึ้นไปแชร์ หรือถ้าไปกินข้าวนอกบ้าน ร้านที่เป็นเมนูผสมผสานจะเป็นอะไรที่ฮิปสเตอร์มาก รวมถึงบรรยากาศร้านต้องจัดแบบนั่งสบายคล้ายบ้านเพื่อน 18. ต้นกระบองเพชร นอกจากดอกหญ้าและใบไม้แห้งแล้ว ต้นกระบองเพชรถือเป็นพืชประจำชาติของเหล่าฮิปสเตอร์ที่ควรมีไว้ประดับบ้าน โต๊ะทำงาน หรือว่าพกติดตัวไปถ่ายตามที่ต่างๆ 19. ปั่นจักรยานวินเทจ หรือฟิกเกียร์ เราไม่ขับรถ เราไม่ขี่มอเตอร์ไซค์ พาหนะที่เหมาะกับชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ของฮิปสเตอร์คือจักรยาน แต่ต้องเป็นจักรยานทรงย้อนยุควินเทจพร้อมตะกร้าหน้า หรือฟิกเกียร์สีสันสวยงามเท่านั้น จักรยานพวกเสือภูเขา, เสือหมอบไม่ถือว่าเป็นฮิปสเตอร์เพราะว่ามันยังสโลว์ไม่พอ 20. ดูหนังนอกกระแส โรงภาพยนตร์ House RCA, ลิโด้, สกาล่า และ “แมรี่ อีส แฮปปี้” คือหนังที่คุณต้องดู 21. เครื่องเล่นแผ่นเสียง แม้ยุคนี้เป็นยุคดิจิทัล ฟังเพลงจากสมาร์ทโฟนและซื้อเพลงจาก iTunes Store แต่การฟังเพลงจากเทคโนโลยียุคบุกเบิกอย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียงไวนิล นั้นสร้างความสุนทรีย์ได้อย่างแปลกประหลาดใจ และถึงแม้ว่าคุณจะหาซื้อเครื่องเล่นมาได้แต่หาแผ่นมาเปิดไม่ได้ อย่างน้อยคุณก็ได้พร็อบเอาไว้ถ่ายภาพที่บ้านคุณเพิ่มอีกชิ้นนึงล่ะ 22. อ่านหนังสือเรื่องสั้น วรรณกรรม และปรัชญา พ็อกเกตบุ้คเล่มหนาๆ สำหรับมือใหม่หัดฮิปสเตอร์แนะนำของสำนักพิมพ์ abook หรือสมัครสมาชิกนิตยสาร aday ซึ่งขึ้นชื่อถึงความเป็นเด็กแนวชาวไทยมายาวนานร่วม 10 ปี 23. เสพงานศิลปะ ฮิปสเตอร์จะไม่เสียเวลาไปเดินห้างช็อปปิ้ง แต่หอศิลป์และงานนิทรรศการศิลปะคือดินแดนสวรรค์ที่สามารถขลุกอยู่ในนั้นได้เป็นวันๆ 24. จดบันทึกในสมุด ถึงแม้ว่าคุณจะใช้ Samsung Galaxy Note ที่มีปากกาสำหรับจดบันทึกในสมาร์ทโฟนของคุณได้ แต่ฮิปสเตอร์ต้องมีสมุดบันทึกพร้อมปากกาดินสอเอาไว้จดบันทึกสิ่งต่างๆ หรือวลีเด็ดๆ ที่แว๊บขึ้นมาในสมอง ข้อมูลจาก : whatphone ภาพจาก pinterest.com

ลุ้น!! ชัยชนะแห่งน้ำตา สัปดาห์ที่ 3 The Winner IS Season 2
The Winner Is /  The Winner IS Season 2 / 

สนุก ตื่นเต้น ซึ้ง!! ครบทุกรสชาติจริงๆ สัปดาห์ที่ 3 กับการค้นหา 1 ใน 8 สู่รอบแกรนด์ ฟินาเล่ ในรายการ เดอะวินเนอร์ อีส ซีซั่น 2 พรีเซนเต็ด บาย ลิสเตอรีน ผู้เข้าแข่งขัน ต่างขนพลังความสามารถการร้องเพลง การเต้น ลีลาแพรวพราว พร้อมกับความซึ้งใจบนเวทีนี้กันสุดๆ สร้างความลำบากใจให้กับตัวแทน 101 เสียงบนตัว W สัปดาห์นี้มีทั้ง ข้าราชการ นักร้อง ครูสอนร้องเพลง คู่แฟน  ซึ่งล้วนมีดีกรีที่เท่ากัน เพื่อเป้าหมาย เงินรางวัล 10 ล้านบาท ขนาด อ้น-สราวุธ มาตรทอง พิธีกรรายการยังเอ่ยว่า “เป็นอีกวีคที่ผมลุ้น จนทรุดลงไปกับพื้น” เมื่อผู้เข้าแข่งขันพกพาพลังชนิดที่ห้ามกระพริบตา ดวลกันเพลงต่อเพลง อาทิ เจมส์บอน-ชานนท์ บุตรพุ่ม ลูกทุ่งจอมลีลา, สาวเสียงห้าว ณัฐฐ์-ธัญญธร สุขเสถียร และคู่เดวิล-ดีว่าส์ ทีม Meal6 สุดท้าย ใคร?? จะเลือกหยิบเงินที่อยู่ตรงหน้า แล้วเดินกลับบ้านไป หรือว่า ใคร?? ที่เลือกจะสู้ต่อ เพื่อเดินตามความฝัน คว้า 10 ล้านบาท ต้องติดตาม เกาะติดหน้าจอ รอดู เดอะวินเนอร์ อีส ซีซั่น 2 พรีเซนเต็ด บาย ลิสเตอรีน ได้ ในวันอาทิตย์ที่ 19 เม.ย. 58 นี้ เวลา 17.30 -19.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และ สำหรับผู้ที่พลาดชม สามารถติดตามย้อนหลังได้ทางช่อง True4U ทุกวันพุธเวลา 21.15 น. รับรอง มันส์หยด ครบรส ปาดน้ำตาแน่นอน!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

DJ. Mod ผู้หลงใหลใน แผ่นเสียงไวนิล
dj /  นักสะสมแผ่นเสียง / 

 มาทำความรู้เสน่ห์ ของ แผ่นเสียงไวนิล กับ DJ. Mod  Vinyl Lover ‘แผ่นเสียงไวนิส’ สำหรับบางคนถือว่าเป็นสิ่งไกลตัวเมื่อเทียบกับซีดีหรือแม้กระทั่ง MP3 แต่ใครจะรู้ว่ายังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่รักเจ้าแผ่นไวนิลทรงกลมสุดคลาสสิกแบบถอนตัวไม่ขึ้น และชายที่อยู่ต่อหน้าเราเป็นหนึ่งในคนที่คลั่งไคล้แผ่นเสียงแบบถอนตัวไม่ขึ้น คุณมด – วรนนท์  ไพรัชเวทย์ ที่ประกาศตัวว่าเป็นมิวสิคเลิฟเวอร์ตัวยงและ 10 ปีกับอาชีพดีเจและแผ่นเสียงที่นับไม่ถ้วนของเขาจะทำให้คุณหลงรักมันเช่นเดียวกับเรา เสน่ห์ของ แผ่นเสียงไวนิส สำหรับคุณ? ผมชอบมันเพราะว่ามันเรียล แผ่นเสียงคือฟอร์แมทที่ดีที่สุดของการฟังเพลงของโลกใบนี้ ทุกวันนี้เรามี 3 ฟอร์แมทด้วยกันคือ แผ่นเสียง ซีดี และMP3 เมืองนอกออกมา 3 แบบลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าอยากซื้ออะไร เราเห็นมันทุกอย่างของการเคลื่อนไหวมันหมุนจริงๆ อยู่บนแท่นเครื่อง แผ่นเสียงคุณเห็นซองมัน คุณเปิดมันออกมาหยิบมัน สัมผัสมัน ทุกอย่างมันต้องใช้มือหมดเลยแล้วเสียงของมันมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน นุ่มเป็นธรรมชาติมาก เป็นสิ่งที่คุณสามารถเก็บสะสมไปได้ตลอดชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ซื้อ แผ่นเสียงไวนิส แต่ละครั้งดูอะไรเป็นอันดับแรก? พูดง่ายๆ อยากได้ไปหมดเลย แต่มันก็ต้องเลือกเดือนนึงอาจซื้อแนวร็อคสักสามแผ่น โซลฟังก์ 3 แผ่น อิเลคทรอนิคบ้างนิดหน่อยเกลี่ยๆ กันไป ตอนนี้ถ้าผมซื้อจะรู้ละว่าจะไปอยู่ส่วนไหนของสมองและกระเป๋าทำงาน วิธีดูแลรักษา? ผมซื้อแผ่นมาเพราะต้องการใช้มันจริงๆ ทุกแผ่นเอาไปเปิดเล่นจริงๆ โดยไม่ได้หวงมากมายแต่ดูแลรักษามันเต็มที่เท่าที่ผมทำได้ เมื่อได้มาใหม่ๆ ก็ล้างมันด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ เสร็จแล้วนำไปผึ่งลม ห้ามโดนแดดไม่อย่างนั้นมันจะงอทันที จำนวนแผ่นเสียงที่มีอยู่? ไม่เคยนับจริงจังสักทีเพราะซื้อเข้ามาเรื่อยๆ น่าจะใกล้พันแผ่นแล้ว วิธีดูแลรักษา? ผมซื้อแผ่นมาเพราะต้องการใช้มันจริงๆ ทุกแผ่นเอาไปเปิดเล่นจริงๆ โดยไม่ได้หวงมากมายแต่ดูแลรักษามันเต็มที่เท่าที่ผมทำได้ เมื่อได้มาใหม่ๆ ก็ล้างมันด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ เสร็จแล้วนำไปผึ่งลม ห้ามโดนแดดไม่อย่างนั้นมันจะงอทันที จำนวนแผ่นเสียงที่มีอยู่? ไม่เคยนับจริงจังสักทีเพราะซื้อเข้ามาเรื่อยๆ น่าจะใกล้พันแผ่นแล้ว แหล่งช็อปของคุณ? ซื้อออนไลน์เป็นหลัก ร้านขายแผ่นเสียงดีๆ ในเมืองไทยก็เยอะเหมือนกัน เวลาอยู่บนบูธดีเจคุณจะมีความสุขเมื่อ... หนึ่งคือเราได้เล่นเพลงที่เรารัก ได้เป็นตัวของตัวเอง สองคือไม่ว่าแขกที่เต้นรำหรือนั่งฟังอยู่เค้าเข้าใจเรารู้สึกดีกับเราแค่นั้นเอง ยังมี แผ่นเสียงไวนิส ที่อยากได้อีกมั้ย? วง Sonic Youth ทุกชุดซึ่งหายากและแพงมาก เพลงแบบไหนที่คุณจะเปิดให้กับสาวสวยสุดเร่าร้อนที่อยู่ต่อหน้า? น่าจะเป็นของ Coldplay อัลบั้ม parachute ผมอยากจะดับความเร่าร้อนของเธอด้วยความละมุนละไมของธรรมชาติ เพราะเพลงอัมบั้มนี้ของ Coldplay มันไม่ประดิษฐ์เลยเป็นดนตรีร็อคที่มีกลิ่นอายของโฟล์คค่อนข้างเยอะ กระแสการเล่นแผ่นเสียงของบ้านเราเป็นยังไงบ้าง? ตอนนี้สังคมแผ่นเสียงในบ้านเรากลับมาแล้วกระแสค่อนข้างดีทีเดียวและอย่ามองว่าแค่คนมีอายุเล่นกันเพราะที่ผมเห้นมีวัยรุ่นหามาเล่นเยอะมากแล้ว อยู่ดีๆ ทุกอย่างก็แฟลชแบ็คกลับไปอีกโลกนึงที่ของพวกนี้กลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างรถคลาสสิก มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ก็วนกลับมาอีกครั้งแผ่นเสียงก็เช่นเดียวกัน แผ่นเสียงทั้งหมดนี้ให้อะไรกับคุณ? ให้ชีวิตผม ให้แรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์งานต่อไป ทุกครั้งที่ได้แผ่นเสียงมาใหม่ผมจะมีความสุขมากอารมณ์เหมือนเด็กได้ของเล่น เมื่อได้พัศดุที่ส่งมาจากต่างประเทศจะค่อยๆ แกะเอาไปใส่เครื่องเล่นอยู่กับมันได้ทั้งวัน เหมือนที่นักเขียนชื่อ Paulo Coelho บอกไว้ว่า ‘สิ่งที่เราทำทุกวัน มันไม่ได้ช่วยพัฒนาในการงานอาชีพมากมาย แต่มันทำให้สิ่งที่คุณเป็นชัดเจนยิ่งขึ้น’ DJ Mod Recommend Massive Attack  เป็นวงอิเลคทรอนิค ทริปฮอพจากเมืองบริสตอลประเทศอังกฤษ เป็นวงที่ดาร์คแต่มีความสวยงามอยู่ในนั้นและก็บีทหนักๆ  แน่นๆ ที่เลือกชุดนี้เพราะเป็นชุดที่ผมชอบเป็นพิเศษ The Avalanches  เป็นวงดนตรีอิเลคทรอนิกที่สนุกมากตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้ายมันจะไหลต่อกันไปเลย สนุกสวยงาม ปกเป็นภาพสีน้ำมันสวยมาก แผ่นนี้ฝากเพื่อนซื้อจากอังกฤษมา Radio Head ok computer เป็นวงดนตรีที่ผมรักมาก มีแผ่นเสียงทุกชุด อัลบั้มนี้ทำให้ Radio Head ก้าวขึ้นไปสู่การเป็นวงดนตรีร็อคระดับโลก  The Beatle ถ้าไม่รู้จักวงนี้ก็ไม่สมควรอยู่ในวงการดนตรีแล้ว คุณสามารถฟังเพลงของวงนี้ได้ตั้งแต่ชาตินี้ยันชาติหน้าเลยเป็นปรมาจารย์ของดนตรีพ็อพร็อคที่เกิดมาบนโลกนี้ อัลบั้ม Rubber Soul เป็นอัลบั้มที่ผมรักมากและชอบทุกเพลงที่อยู่ในนั้น ข้อมูล จาก A'lure Magazine  

ชมใบปิดแรก Descendants หนังรวมรุ่นลูกของดาวร้าย จากเทพนิยายดิสนี่ย์
Descendants /  Disney Channel / 

ถึงแม้อาจจะเป็นเพียงหนังที่ทำขึ้นเพื่อฉายในทีวีทางช่อง Disney Channel แต่ก็อย่าลืมว่าวิธีการทำหนังแบบนี้เคยทำให้ High School Musical โด่งดังมา และเรื่องนี้ก็นับว่ามีพล็อตที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับ Descendants หนังรวมลูกๆของดาวร้ายจากเทพนิยายชื่อดังของดิสนี่ย์ ที่จะมาในรูปแบบโมเดิร์น และปรับให้เข้ากับยุคสมัยโซเชี่ยลอย่างแท้จริง โดยงานนี้จากใบปิดแรกที่หนังปล่อยออกมาก็น่าจะคุ้นหน้าค่าตากันทีเดียวนะ ว่าใครเป็นลูกใครกันบ้าง ซึ่งงานนี้ตัวละครหลักทั้ง 4 ตัวของหนังเรื่องนี้ ประกอบไปด้วย ลูกสาวของ มาเลฟิเซนต์, ลูกสาวของ อีวิล ควีน, ลูกชายของ จาฟาร์ และ ลูกชายของ ครูเอลา เด วิล ตัวร้ายจาก 101 Dalmatians นั่นเอง ซึ่งงานนี้ทิศทางของพล็อตเรื่องจะเป็นแบบการพูดถึงวิธีการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตปัจจุบันของเหล่าตัวร้ายรุ่นลูก และรวมถึงเรื่องราวของการไถ่บาป และ สำนึกผิดนั่นเองครับ ซึ่งตัวหนังมีกำหนดออนแอร์ ช่วงกลางปีนี้แน่นอน ใครที่เป็นแฟนๆดิสนี่ย์ก็ห้ามพลาดเด็ดขาดเลย

อย่าได้ทำเชียว! 10 การ แต่งหน้าเฟล ที่ผู้ชายเห็นแล้วต้องส่ายหน้า
แต่งหน้า /  แต่งหน้าผู้ชายไม่ชอบ / 

เวลาแต่งหน้าเนี่ย ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันสร้างความมั่นใจให้เราได้หลายร้อยเท่าเลยล่ะ แต่สาวๆเอ๋ย เธอจะรู้มั้ยว่า ความพอดีน่ะมันเป็นเรื่องสำคัญนะ และคุณหนุ่มๆเนี่ยเขาไม่ได้มองเราแค่ภายนอกอย่างเดียวหรอกนะ บางคนนะหูตาไวยิ่งกว่าเหยี่ยว ชอบสังเกตชอบทักดีนัก เพราะฉะนั้น อย่าให้งามหน้าค่ะ มาเช็คดีกว่าว่า การแต่งหน้าแบบไหนที่เรียกว่า " แต่งหน้าเฟล" ที่ผู้ชายเห็นแล้วร้องว่า "ไม่โออ่ะเธอ" 1. รองพื้นหนา หน้าที่ของรองพื้นคือการซ่อนริ้วรอยและข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆ ทำให้คุณสาวๆดูสุขภาพผิวดีและหน้าเรียบเนียนเท่านั้น แต่ถ้าจัดเยอะเกินจนหนา รับรองว่าแบบนี้ไม่ดีแน่อย่าว่าแต่หนุ่มๆมองเลย สาวๆบางคนยังไม่ชอบเลยจ้า 2. กลิตเตอร์กับชิมเมอร์ ถ้าคุณสาวไม่ใช่ช่างแต่งหน้ามืออาชีพ อย่าแต่งแนวนี้เลยนะคะคุณสาวๆ เพราะโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมันช่างน้อยนิดเหลือเกินถ้าไม่แน่จริง เพราะมันจะร่วงกราวลงมาที่หน้าสร้างความรำคาญ และดูเหมือนงานวัดมากกว่าจะเป็นสาวบนรันเวย์ อย่าดีกว่านะจ๊ะ 3. มาสคาร่าเยิ้ม ใช่ว่าปัดมาสคาร่าเยอะๆแล้วจะดีนะคะคุณสาวๆ ถ้าปัดแล้วมันเยิ้มจนขนตามาติดกันอันนี้ ขอบั๊ย อ่ออีกเรื่องนะคะใช้มาสคาร่าก็ขอแบบดีๆหน่อย ขนตาจะได้สวยเด้ง จนหนุ่มๆหันมอง ถ้าใช้ของห่วยระวังหนุ่มๆหันหนี เพราะความเยิ้มของมันล่ะ 4. โกนขนชุ่ยๆ ชายหนุ่มหน่ะชอบผิวเรียบเนียนสวยงาม ถ้าคุณสาวๆ โกนขนแบบชุ่ยๆ มันจะทิ้งซากปรักหักพังและความไม่เป็นระเบียบอยู่นะจ๊ะ ถ้าไม่ชอบการโกนขนแนะนำว่าเข้าร้านแว๊กซ์หรือเลเซอร์ไปเลยจ้า จบ! 5. ผิวแห้ง ทาเข้าไปเลยจ้าโลชั่น มอยเจอร์ไรเซอร์ ตีต่อผิว ผิวที่สวยๆเนียนของคุณสาวๆจะได้ไม่แห้งแตก เพราะเวลาหนุ่มๆจับไปจะได้รู้สึกว่าจับคนอยู่ ไม่ได้จับดินแห้งแกรกนะ 6. ลมหายใจและสีฟัน สาวลองเช็คดูบ้างนะจ๊ะ กลิ่นปากเอย สีฟันเอย ถ้าปากเหม็น ฟันเหลือง อันนี้ต้องแก้ไขนะ 7. Lip Liner สีตัดกันกับลิปสติกเกินไป ถ้าจะใช้ต้องดูดีๆนะคุณสาวๆ เพราะบางทีเนี่ยเวลาเจอหนุ่มๆ มักจะเป็นเวลากินข้าวพอดิบพอดี แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ก็ปากเลอะหน่ะสิ สิ่งที่ทามาสวยๆ มันจะดูแย่ไปหมด แนะนำว่าให้เลือกสีที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติปากคุณนะคะมันจะช่วยได้มากเลยทีเดียว 8. น้ำหอมเยอะเกิน นิดหน่อยพอโอเคนะจ๊ะ แต่ถ้าจัดมาเยอะเกินนี่ก็ไม่ไหวนะ ยิ่งถ้าอยู่ในลิฟต์ด้วยแล้ว แทบจะขาดอากาศหายใจกันเลยทีเดียว และบางทีทำให้คนข้างๆเผลอๆอาจจะเวียนหัวเป็นลมได้ 9. ทรงผมเว่อวังอลังการ ทรงผมที่ดูเก๋ๆแปลก เหมาะจะไปเฉพาะงานแฟชั่น เดินสวยๆเท่านั้นจ้า ถ้าไปกับหนุ่มๆปล่อยตามธรรมชาติเล็กๆจะสวยกว่านะจ๊ะ ไม่เชื่ออาจจะลองถามเพื่อนๆคุณที่เป็นผู้ชายดูก็ได้ว่าส่วนใหญ่แล้วหน่ะผู้ชายชอบทรงผมแบบไหน 10. แต่งหน้าในที่สาธารณะ การแต่งหน้าน่ะเป็นหลักสูตรบังคับให้ทำเฉพาะที่บ้านเท่านั้น ห้ามทำข้างนอกโดยเฉพาะต่อหน้าหนุ่มๆ ลองคิดดูสิ ขณะที่คุณแต่งหน้าหน้าคุณเป็นอย่างไร รับรองไม่สวยแน่ๆ ยิ่งสาวๆบางคนนี่ปากเบ้แทบจะ 360 องศากันเลยทีเดียว ทางที่ดีเก็บไว้ทำที่บ้านหรือในห้องน้ำดีกว่านะเธอ ที่มา wmnlife เรียบเรียงโดย Women  Mthai Team

สะเดาะเคราะห์ ต่ออายุ  กับสะพานวัดจงไถฉานซื่อ (ไต้หวัน)
ต่อดวงชะตา /  ต่ออายุ / 

สะเดาะเคราะห์ ในต่างแดน หากคุณเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ชื่นชอบการเดินทางไปต่างประเทศ ถ้าเป็นคนไทยแท้ที่มีความเชื่อ ความศรัทธา จะต้องวางแผนสถานที่ท่องเที่ยงแล้วแวะไหว้พระ สักการะ ตามวัดในต่างประเทศอย่างแน่นอน และในปัจจุบัน ไม่ว่าจะที่ไหน มักจะต้องมีวัดหรือศาลเจ้า ไว้เปิดรับนักท่องเที่ยว ให้ไปไหว้ขอพรกันมากมาย เริ่มต้นกันด้วยโซนเอเชีย ไม่ไกลไปจากประเทสไทยมากนัก กับไต้หวัน เกาะเล็กๆที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมที่สวยงาม ความน่ารักและเป็นมิตรของที่นี่ ทำให้ไต้หวันเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ใครหลายคนอยากจะไปเยือนให้ได้สักครั้ง ในไต้หวันมีวัดมากมายให้เราได้เลือกไปหว้พระ ขอพร แต่มีอยู่วัดหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยวัดนี้มีชื่อว่า " จงไถฉานซื่อ " ภายในบริเวณวัดมีพื้นที่กว้างขวาง อาคารที่สร้างใหญ่โตและแข็งแรง เมื่อมาที่นี่สิ่งที่ห้ามพลาดคือการ ข้ามสะพานทองคำ จงไถฉานซื่อ  ซึ่งมีความเชื่อกันว่า จะช่วยต่อชะตาอายุได้อีก 3 ปี และยังเป็นการสะเดาะเคราะห์ สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ชงให้ตัวเองอีกด้วยค่ะ ระหว่างข้ามสะพาน อย่าลืมที่จะพูดชื่อตัวเองและพรที่ขอด้วยนะคะ จะได้อายุยืนยาวออกไปจากเดิมจ้า  เรียบเรียงโดย : Horoscop.mthai.com

หรือโรคที่คุณเป็น จะมาจาก...กรรมเก่า ?
กรรมเก่า /  ผลกรรม / 

กรรมเก่า ส่งผลต่อโรคที่เราเป็นอยู่ จริงหรือไม่ ? เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ ตามที่พระพุทธเจ้าได้เคยสอนเอาไว้ แต่ช่วงระหว่างที่คนเราเจ็บป่วยนั้น เกิดได้หลายช่วงอายุ และหลายโรค โรคบางโรคบางคนเป็นตั้งแต่อายุยังน้อย บางคนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยโรคร้าย หรือบางคนต้องทนทรมานจากโรคที่เป็น กว่าจะหมดลมหายใจสุดท้ายไป แม่หมออ่านเจอ บทความที่กล่าวถึงโรคที่เกิดจาก กรรมเก่า จากหนังสือเรื่อง เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ 5 บุญฤทธิ์ พิชิตโรคร้าย (โรคเวรโรคกรรม)โดย ฤทธิญาโณ และจิตตวชิระ เห็นว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เลยอยากนำมาบอกต่อให้ผู้อ่านทางบ้านได้ทราบกันค่ะ 1. โรคมะเร็ง โรคมะเร็งนั้นมีอยู่หลากหลายชนิดซึ่งจะขอกล่าวโดยรวม เนื่องจากอาการของโรคมะเร็งนั้นมีลักษณะไปในทิศทางเดียวกัน คือสร้างความทุกข์ทรมานให้เกิดแก่ร่างกายในส่วนอวัยวะที่เป็นแล้ว ยังลุกลามไปยังส่วนอื่น เมื่อเป็นมะเร็งอย่างรุนแรงจนถึงขั้นลงถึงระดับน้ำเหลืองก็จะทำให้ผู้ป่วย เสียชีวิตได้ในที่สุด โรคนี้เกิดจากกรรมของคนผู้นั้นที่ได้เบียดเบียนฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเอาไว้ เป็นจำนวนมาก ผลกรรมจึงย้อนรอยกลับมาส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บเรื้อรังรักษาไม่หายคือ มะเร็งร้ายแรง เกิดจากกรรมเก่าและกรรมใหม่ที่ได้เคยสร้างเอาไว้ในลักษณะดังต่อไปนี้ ได้เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเอาไว้ ทั้งในชาติอดีต และในปัจจุบัน หรือได้ทำธุรกิจที่เกี่ยวกับการทำลายชีวิตทั้งสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ เช่นโรงฆ่าสัตว์ ผลิตยาฆ่าแมลง จึงได้ส่งผลให้เกิดโรคร้ายกับร่างกายที่รักษาไม่ได้ เป็นผู้ที่มีจิตใจเหี้ยมโหดมาตั้งแต่ในอดีตชาติ เคยสั่งฆ่าคนและทำร้ายคนให้บาดเจ็บถึงกับปางตาย หรือพิการ ได้เคยทำแท้งคือ คร่าบุตรของตนเองหรือให้เงินให้ความช่วยเหลือผู้อื่นเพื่อให้ทำแท้งได้สำเร็จเอาไว้หลายครั้ง ได้เคยเบียดเบียนเงินทองจากคนมากมายบนความทุกข์ของคนอื่นทั้งในอดีตชาติและในชาติปัจจุบัน 2. โรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ผู้ที่ต้องเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ตลอดเวลา อาจจะเคยสร้างกรรมที่ชอบกินเนื้อสัตว์ ที่ใช้ทำเป็นอาหาร แบบที่ยังเป็นๆ คือไม่ฆ่าสัตว์นั้นให้ตายสนิท หัวใจของเขายังทำงานอยู่แต่ ก็ยังไม่อยากจะฆ่าเพราะมีความเชื่อที่ผิดๆ ว่าการรับประทานเนื้อสัตว์แบบที่ยังมีลมหายใจ จะช่วยให้เป็นยาบำรุงร่างกายหรือบำรุงเรื่องทางเพศ ด้วยผลกรรมนี้จึงทำให้คนผู้นั้นต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกรรมต้องทนทุกข์ทรมาน ด้วยหัวใจผิดปกติ หรือพิการ 3. โรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคทางเดินหายใจนั้นครอบคลุมอยู่หลายประเภท เช่น ป่วยเป็นโรคเนื้องอกที่หลอดลม หอบหืด ถุงลมโป่งพอง หายใจไม่ทันและเหนื่อยง่าย หากเป็นกรรมเก่าที่ติดมาในอดีตชาติ อาจจะเกิดจากกรรมเหล่านี้ได้แก่ เคยใช้แรงงานคน หรือ สัตว์หนักเกินไป เคยเป็นผู้รมควันสัตว์ให้ตายอย่างทรมาน ประกอบอาชีพที่หาประโยชน์ด้วยความทรมานของผู้อื่นทางการหายใจ เช่น ขายใบยาสูบ หรือ บุหรี่ ทรมาน แกล้งจับคนหรือ สัตว์กดน้ำ หากป่วยเป็นโรคปอด เช่นเป็นโรคน้ำท่วมปอด ปอดติดเชื้อ ปอดบวม เนื้องอกที่ปอด ปอดเป็นจุด วัณโรค เชื้อไวรัสลงปอด ก็อาจมีสาเหตุอย่างเดียวกัน และเคยกักขังคนหรือ สัตว์ในที่อับชื้น เลี้ยงสัตว์โดยไม่ดูแลเอาใจใส่ หากเป็นอาการที่เกี่ยวกับจมูก เช่น เนื้องอกในโพรงจมูก เลือดออกทางจมูกทุกวัน ริดสีดวงจมูกผ่าตัดจมูก ปวดจมูกเป็นประจำ คัดจมูกน้ำมูกไหล จมูกไม่รับกลิ่น กระดูกที่จมูกคด และไซนัส อาจมีกรรมเก่าที่ติดมาคือ ฆ่า ทุบตีที่ศีรษะและจมูกอย่างรุนแรง  ปล่อยสัตว์เลี้ยงให้ตากแดดตากฝนไม่ดูแล 4.โรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร เป็นโรคที่เกี่ยวกับ กระเพาะอาหาร ระบบย่อยไม่ดี ลำไส้อุดตัน ลำไส้ทะลุ ลำไส้อักเสบถ่ายเป็นเลือด ลำไส้ใหญ่สั้นมาก ไส้ติ่งอักเสบ ไส้เลื่อน หรือต้องเสียชีวิตด้วยโรคอหิวาตกโรค เพราะได้สร้างกรรมไว้ในลักษณะต่างๆ กัน หากป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารอยู่เป็นประจำ เมื่อมองในแง่กรรมเก่าอาจเป็นเพราะ อดีตชาติ เคย ฆ่าสัตว์เล็กและสัตว์ใหญ่เป็นอาชีพ โดยต้องฆ่าด้วยการผ่าท้อง ชอบใช้ฉมวกแทงพุงปลา หรือ เคยสั่งลงโทษนักโทษที่เป็นเชลยศึกให้ต้องอดอาหารและตายอย่างทรมาน หากป่วยด้วยอาการระบบย่อยไม่ดีเรื้อรังเช่นอาการลำไส้อุดตัน ในอดีตชาติอาจเคยเป็นผู้ที่ ทรมานข้าศึก ทุบซ้อมข้าศึก ฆ่าสัตว์ทำอาหารเป็นประจำ เหนียวหนี้ หากป่วยด้วยอาการลำไส้ทะลุ อาจเคยทรมานสัตว์โดยการ จับสัตว์เหล่านั้นมากัดกัน หรือพูดคำหยาบกับผู้ใหญ่ในตระกูลและผู้มีศีล หากป่วยด้วยอาการลำไส้อักเสบถ่ายเป็นเลือด อดีตชาติเคยทำร้ายผู้อื่นที่ท้องจนถึงแก่ความตายโดยเจตนา หากเป็นผู้ที่มีลำไส้ใหญ่สั้นมากในอดีตชาติอาจเป็นผู้ที่ชอบ ดื่มสุราแกล้มไส้หมูที่ตนเองสั่งฆ่าเพื่อนำมาตอบสนองตัณหาของตนเอง หากต้องป่วยเป็นไส้เลื่อนในอดีตชาติ อาจเคยเป็นผู้ที่ใช้แรงงานสัตว์และผู้ที่เป็นทาสแบบหนักหนาทารุณ และกรรมที่ชอบพูดจาหยาบคายให้ของลับคนอื่น กรรมหนักที่สุดเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารก็คือ ต้องตายด้วยโรคอหิวาตกโรค ในอดีตชาติอาจเคยเป็นผู้ที่ฆ่าสัตว์เพื่อนำเนื้อสัตว์เหล่านั้นมาทำอาหารขาย หรือเคยแอบเอายาถ่ายใส่อาหารของผู้อื่นจนทำให้ผู้อื่นต้องถึงแก่ชีวิตเพราะ ความอิจฉาริษยา 5. โรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง โรคที่เกี่ยวกับผิวหนังนั้นมีอยู่มากมาย ซึ่งเกือบทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นได้และสามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็มีบางรายที่มีอาการหนักมากจนเป็นโรคเรื้อรังเช่น เป็นหิดน้ำเหลืองเต็มตัว ลมพิษ หัด ผิวดำ ผื่นแดงเต็มคันทั้งตัว มีปานที่กลางหลัง สะเก็ดเงินที่เท้า บวมแดงไปทั้งตัว บางรายก็มีร่างกายที่มีกลิ่นเน่าเหม็น คือมีตุ่มหนองขึ้นเต็มตัว ผิวหนังพุพองเหมือน ถูกไฟไหม้ถูกไฟเผาตามร่างกาย แผลแห้งตกสะเก็ด ผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน เป็นสิวทั้งตัวลมพิษฝีดาษ มีจิตใฝ่ไปในการสักผิวหนังตามตัว ศีรษะมีกลิ่นเหม็นมาก บางรายมีอาการหนักจนเป็นเหตุให้ร่างกายอัปลักษณ์เป็น ท้าวแสนปมก็เพราะสร้างวิบากกรรมไม่ดีมากมาย โดยเฉพาะกรรมที่เกิดจากวาจา วิบากกรรมเหล่านั้นอาจเกิดจากการฆ่าหรือทำร้ายผู้อื่นให้ทุกข์ทรมานที่ผิวหนัง 6.โรคที่เกี่ยวกับสติปัญญา โรคที่เกี่ยวกับสติปัญญาได้แก่ อาการเลื่อนลอย ความจำเสื่อม หลงลืม สติปัญญาไม่ดี ปัญญาทึบ ปัญญาอ่อน เป็นออทิสติก หรือกระทั่งหนักที่สุดคือ เป็นบ้า ล้วนเกิดจากกรรมที่ชอบผิดศีลข้อ 1 ข้อ 4 และข้อ 5 คือ ชอบฆ่าสัตว์ ชอบพูดเท็จ และดื่มสุราอยู่เป็นประจำ การฆ่าสัตว์นั้นคือเป็นผู้ที่ชอบฆ่าสัตว์ด้วยความเชื่อที่ผิด ว่าการเซ่นสรวงชีวิตของสัตว์นั้นเป็นสิ่งที่ดีจึงฆ่าสัตว์ได้โดยไม่กลัวบาป อาจเคยจ้างหมอคุณไสยดำ เพื่อไปทำร้ายผู้อื่นให้เสียสติ หากเป็นผู้ที่เคยทำบุญอยู่บ้างก็อาจมีอาการประสาทอ่อนๆ อยู่ตลอดเวลา แต่เป็นเพราะเวลาทำบุญมักมีจิตคิดวิตกกังวลและเสียดายทานที่ทำ เป็นต้น โรคร้ายต่างๆ ที่แม่หมอหยิบยกมานี้เป็นเพียงแง่มุมของ “กรรมเก่า” ที่ติดมาจากในอดีตชาติเท่านั้น ซึ่งต้องมีความละเอียดรอบคอบในการพิจารณาเรื่องของกรรม เพราะทุกโรคสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ด้วยการกระทำในปัจจุบันของเราเองเป็นเหตุด้วย คือการไม่ดูแลรักษาสุขภาพอย่างที่ควรจะเป็น ปล่อยปละละเลย ใช้ชีวิตไม่เหมาะสม ก็เป็นเหตุและปัจจัยให้เกิดโรคร้ายแรงกับตัวได้เช่นกันค่ะ  ที่มาจาก : หนังสือเรื่อง เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ 5 บุญฤทธิ์ พิชิตโรคร้าย (โรคเวร โรคกรรม) โดย ฤทธิญาโณ และจิตตวชิระ