ห้ามดื่มเหล้า

รู้ตัวป่ะ ว่าอารมณ์ไหน ที่ทำให้เธอ ต้องการเซ็กซ์
ความต้องการทางเพศ /  ต้องการเซ็กซ์ / 

เซ็กซ์ หรือ ความต้องการทางเพศนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่ มักจะไม่ค่อยทราบเลยว่า ผู้หญิงนั้นก็มีความต้องการทางเพศไม่ต่างจากผู้ชาย แต่อารมณ์ไหนบ้าง ที่ผู้หญิงเรานั้นจะ ต้องการเซ็กซ์ เหมือนเช่นคุณผู้ชายบ้าง   1. เมื่อมีความสุข ไม่ว่าจากความสำเร็จในหน้าที่การงาน จนไปถึงการถูกลอตเตอรี่ คุณผู้หญิงจะมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้น   2. เมื่ออยู่ในบรรยากาศดีๆ ถ้าบ้านมีเสียงโครมคราม เสียงร้องไห้ทะเลาะกันของลูกหลาน อารมณ์ทางเพศของคุณผู้หญิงจะพลอยหดหาย วาระที่สำคัญ เช่น วันวาเลนไทน์ วันขึ้นปีใหม่ วันลอยกระทง ฯลฯ ในบรรยากาศที่โรแมนติก จะช่วยสร้างอารมณ์อย่างว่าได้เป็นอย่างดี   3. หลังจากทะเลาะกัน โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิด เธอมักจะง้อด้วยเรื่องเซ็กส์   4. เมื่อรู้ว่ามีคู่แข่ง หากคุณผู้ชายมีใครมาทำท่าอี๋อ๋อ ฝ่ายหญิงมักจะเตือนว่า คุณมีฉันอยู่แล้วด้วยเซ็กส์ แต่อย่าอี๋อ๋อมากเกินไป เพราะแทนที่จะเพิ่มเซ็กส์ ฝ่ายชายอาจจะต้องถึงกับหัวร้างข้างแตกได้   5. เมื่อได้ดื่ม เชื่อว่าไวน์หรือแอลกอฮอล์เล็กๆ น้อยๆ เพิ่มความต้องการทางเพศทั้งหญิงและชาย ส่วนถ้ามอมจนเมานั้น จะลดความต้องการทางเพศ   6. เมื่อได้เห็นพระเอกที่เธอชอบ ขณะ ที่ผู้ชายดูหนังโป๊จึงจะเกิดอารมณ์ แต่ผู้หญิงนั้นแค่เห็นหน้าติ๊ก หรือบีม หรือฉัตรชัย หรือพระเอกที่เธอชอบก็สามารถเพิ่มความต้องการทางเพศได้   7. วันที่ 10-14 ของรอบประจำเดือน ช่วงนี้เป็นช่วงไข่ตกของคุณผู้หญิง ธรรมชาติทำให้เกิดความต้องการทางเพศมากในช่วงนี้   8. เมื่ออ้อนด้วยคำหวานๆ พูดจาหรือเขียนการ์ดด้วยคำไพเราะแสดงให้รู้ว่ารักเธอมากเพียงใด มักจะสร้างอารมณ์ได้   9. เมื่ออยู่ห่างกันคนละทิศ นานๆ เจอกันครั้ง เป็นสิ่งที่เร้าอารมณ์ทางเพศของเธอให้เกิดขึ้น   10. เมื่อได้พักผ่อนเพียงพอ คุณผู้หญิงที่หัวยุ่งทั้งวันทั้งคืน จะหวังให้มีอารมณ์นั้นยากนัก   11. เมื่อว่างเว้นจากกิจกรรมเพศไปนานๆ ของอะไรกินมากไปก็แน่นท้อง ต้องกินพอเหมาะไม่ถี่หรือบ่อยมากเกินไป   12. เมื่อเปลี่ยนรูปแบบการมีเซ็กส์ ของอะไรกินแบบเดิมก็ซ้ำซากจำเจ เปลี่ยนแบบ เปลี่ยนท่า เปลี่ยนสถานที่บ้าง   13. เมื่อกำลังมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่น่าเชื่อว่าคุณผู้หญิงบางท่านนั้นจะมีอารมณ์อย่างว่าเป็นอย่างมากเมื่อ กำลังมีความคิดสร้างสรรค์งานอดิเรก ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง นางเอกมีงรานอดิเรกในการปั้น ขณะกำลังปั้นแจกันพระเอกก็มาช่วยและมีเซ็กส์กัน แต่เรื่องนี้ก็ต้องดูคู่ของเราให้ดี บางคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานอดิเรกด้วยความคิดอันบรรเจิด ขืนพรวดพราดเข้าไป อาจจะถูกถีบออกมาไม่ทันก็เป็นไปได้   14. เมื่อมีความเครียด เมื่อคุณผู้หญิงมีความเครียด คุณผู้ชายอาจจะช่วยได้โดยการนวดผ่อนคลายความเครียดให้ และเรื่องทั้งหมดก็มักจะลงเอยด้วยเรื่องอย่างว่า โดยรวมก็อาจจะสรุปได้ว่า อารมณ์ที่ทำให้ผู้หญิงมีความ ต้องการเซ็กซ์ นั้น จะต้องให้ถูกวัย ถูกเวลา ถูกกาลเทศะ และถูกสถานที่ด้วยนะคะ ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

เลย เมืองแห่งทะเลภูเขา ที่ไม่ควรมองเลยผ่าน
ทะเลหมอก /  เที่ยวหน้าหนาว / 

เมื่อย่างเข้าช่วงปลายปี เมื่อลมหนาวเริ่มมาเยือน เชื่อว่าหลายคนที่ต้องการสัมผัสอากาศเย็น ย่อมต้องรีบเก็บกระเป๋าแล้วหนีเมืองกรุงเพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ หรือภาคอีสานกันแน่ๆ และหนึ่งในจังหวัดยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างต้องการมุ่งหน้ามาสัมผัสความหนาวเย็น และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ย่อมต้องมี จังหวัดเลย เป็นจุดมุ่งหมายอย่างแน่นอน เลย เมืองแห่งทะเลภูเขา ที่ไม่ควรมองเลยผ่าน จังหวัดเลย เป็นจังหวัดชายแดนตั้งอยู่เกือบจะเหนือสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับประเทศลาว และด้วยภูมิประเทศที่ประกอบไปด้วยภูเขาใหญ่น้อยประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเลยส่วนใหญ่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ดังคำขวัญของจังหวัดที่ว่า "เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู” เริ่มกันที่สถานที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางหัวใจรักธรรมชาติต่างต้องการมาสัมผัสกันให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิตอย่าง ภูกระดึง หรืออุทยานแห่งชาติภูกระดึง ที่มีจุดท้าทายนักท่องเที่ยวอยู่ที่ระยะทางการเดินป่า ขึ้นเขาเพื่อพิชิตยอดภูกระดึงถึง 9 กิโลเมตร ตลอดระยะทางไปจนถึงยอดภูนั้นประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด สัตว์ป่านานาพันธุ์ หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก โดยในช่วงฤดูหนาวนั้น อุณหภูมิบริเวณยอดภูอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดบนภูกระดึงเช่น ผานกแอ่น ผาหล่มสัก น้ำตกวังกวาง และน้ำตกถ้ำสอเหนือ เป็นต้น อีกหนึ่งภูที่มีความสำคัญไม่แพ้กับภูกระดึงคือ ภูเรือ มีลักษณะโดดเด่นคือ รูปพรรณสัณฐานที่คล้ายเรือใหญ่ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่โดยรอบ และป่านสนที่มีความสวยงาม สลับกับลานหินธรรมชาติ รวมไปถึงแม่คะนิ้ง หรือน้ำค้างบนยอดหญ้าที่สามารถพบเห็นได้ในช่วงฤดูหนาว นอกจากนั้นบริเวณยอดภูยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาวาบรรพต ซึ่งชาวซึ่งชาวภูเรืออัญเชิญมาจากอยุธยา นอกจากสองภูดังที่กล่าวไปแล้วนั้น จังหวัดเลยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างอำเภอเชียงคาน ที่ไม่ไกลจากเชียงคานนักเป็นที่ตั้งของภูทอก ภูเขาสูงที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เป็นจุดชมวิว และจุดชมหมอกยามพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดในจังหวัด อีกหนึ่งความงดงามของธรรมชาติที่อยู่ถัดจากภูทอกไม่ไกลคือ แก่งคุดคู้ หรือแก่งหินที่ตั้งขวางอยู่กลางแม่น้ำโขง ยามหน้าแล้งจะสามารถมองเห็นความกว้างใหญ่ และสีสันของแก่งได้อย่างชัดเจน เมื่ออิ่มใจจากเชียงคานแล้ว ก็ได้เวลาขยับขยายออกมาที่อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง ที่ตั้งอยู่ในวนอุทยานหริรักษ์ อำเภอเมือง แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ที่สำคัญมีกิจกรรมพิเศษคือ การล่องแพในอ่างเก็บน้ำ สัมผัสสายน้ำเย็นชื่นใจและบรรยากาศสบายๆ หรือจะลงไปนั่งกินข้าวในแพก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ และหากใครต้องการชมภาพความงามของธรรมชาติในมุมมองแปลกตา ไม่ควรพลาดภูป่าเปาะ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภูหอ หรือฟูจิเมืองเลย ได้อย่างชัดเจน และยิ่งเมื่อมีเมฆบางๆปกคลุมก็จะยิ่งคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นบนภูป่าเปาะในวันที่ฟ้าเปิด ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูหินร่องกล้า ภูหอ ภูหลวง ภูกระดึง ภูผาจิต ภูผาม่าน สวนหินผางาม และเขาค้อ ได้อีกด้วย ไม่ไกลจากภูป่าเปาะก็มีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของ อ.หนองหิน นั่นคือ สวนผาหินงาม หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า คุนหมิงเมืองเลย ภายในสวนหินผางามนั้น มีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงมีบรรยากาศลึกลับน่าตื่นเต้น และไฮไลท์เด่นคือบริเวณจุดชมวิว ที่สามารถมองหินงามน้อยใหญ่ได้อย่างงดงามสมฉายา และที่ห้ามพลาดก็คืองาน เทศกาลต้นคริสต์มาสภูเรือ ครั้งที่ 3 จัดระหว่างวันที่ 28 พ.ย. 57 – 3 มกราคม 2558 อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว คงไม่ต้องบอกแล้วใช่ไหมว่า หนาวนี้ควรเก็บกระเป๋าไปสัมผัสธรรมชาติ และอากาศเย็นๆ ที่ไหนดี ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : หนองแซง สระบุรี เสน่ห์ชนบทที่น่าหลงใหล , นนทบุรี จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

สนช. ผ่านกม.ยึดสนามบิน มีโทษประหาร-ติดคุกตลอดชีวิต
กฎหมายการบิน /  ข่าววันนี้ / 

สนช. เห็นชอบร่างพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดทางการบิน เจอคุกแน่หากใช้วาจาลวนลาม-สูบบุหรี่-ทำร้ายร่างกายขณะอยู่บนเครื่อง ยึดสนามบิน มีโทษประหาร-ติดคุกตลอดชีวิต  การประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันนี้ (21 พ.ย. 57) ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ ให้เป็นกฎหมาย ด้วยจำนวน 174เสียง ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการแก้ไขปรับปรุงจากพระราชบัญญัติที่ใช้ในปัจจุบันมาตั้งแต่ปี 2521 ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หลังพบว่ามีผู้โดยสารประพฤติตนไม่เหมาะสมบนอากาศยานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันครอบคลุมไปถึงการยึดอากาศยาน การทำลายอากาศยาน หรือทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยานที่ให้บริการพลเรือน หากมีการฝ่าฝืนจะถูกลงโทษสถานหนักถึงขั้นประหาร หรือจำคุกตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังได้แก้ไขเพิ่มเติมการกระทำที่เป็นความผิดแก่ผู้โดยสารประพฤติไม่เหมาะสมในอากาศยาน เช่น การสูบบุหรี่ในห้องน้ำ ใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น ใช้วาจาลวนลาม ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเวลาที่ห้ามใช้ เป็นต้น โดยมีบทลงโทษตั้งแต่จำคุกไม่เกิน 1 ปีจนถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทจนถึงสองแสนบาท ซึ่งโทษจะขึ้นอยู่กับลักษณะของความผิด พร้อมกันนี้ สนช. ยังเห็นชอบ ให้ร่างพ.ร.บ.ร่างพ.ร.บ.จรจราจรทางบก เรื่องการให้ส่งใบสั่งทางไปรษณีย์ และ การกำหนดสัญญาณจราจรเพิ่มเติมกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ไฟฉายเรืองแสงในการแสดงสัญญาณจรจารได้ และร่างพ.ร.บ.บัณฑิตย์สภาด้วย ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "สนามบินสุวรรณภูมิ" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

รับตรง รอบสอบคัดเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ปี 58
การศึกษา /  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต / 

มาแล้วค่ะ สำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังรอคอยการสมัครรับตรง รอบสอบคัดเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ปี 58 วันนี้ห้ามพลาด!!! ติดตามรายละเอียดดังนี้ รับตรง รอบสอบคัดเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ปี 58 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ประกาศรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาผ่านรับตรง รอบสอบคัดเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ปีการศึกษา 2558 มีรายละเอียดดังนี้ กำหนดการคัดเลือก คณะสาขาที่เปิดรับและจำนวนที่รับ คุณสมบัติผู้สมัคร - กำลังศึกษา ม.6 หรือ สำเร็จการศึกษา ม. 6 หรือ เทียบเท่า - คุณสมบัติเฉพาะสาขา ดูรายละเอียด คลิกที่นี่ การรับสมัคร - ผู้สมัครเลือกสมัครได้ไม่เกิน 2 อันดับสาขาวิชา - ค่าสมัคร 300 บาท กรณีเลือก 1 อันดับสาขาวิชา และ 500 บาท กรณีเลือก 2 อันดับสาขาวิชา การสอบคัดเลือก - วิชาพื้นฐานทั่วไป 1 (จำนวน 100 ข้อ) เนื้อหาวิชา : ภาษาไทย, สังคม, วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ความรู้ทั่วไป สำหรับทดสอบผู้สมัครทุกสาขาวิชา ยกเว้น : สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์, เทคโนโลยีเคมี, วิทยาศาสตร์ เครื่องสำอาง, สิ่งแวดล้อมเมืองและอุตสาหกรรม, อาชีวอนามัยและความ ปลอดภัย, Hospitality Management (International Programme) - วิชาพื้นฐานทั่วไป 2 (จำนวน 100 ข้อ) เนื้อหาวิชา : ภาษาไทย, สังคม, วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ความรู้ทั่วไป สำหรับทดสอบผู้สมัครสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์, เทคโนโลยีเคมี, วิทยาศาสตร์ เครื่องสำอาง, สิ่งแวดล้อมเมืองและอุตสาหกรรม, อาชีวอนามัยและความปลอดภัย - วิชาความถนัดทางวิชาชีพครู (จำนวน 100 ข้อ) เนื้อหาวิชา : ความถนัดทางวิชาชีพครู สำหรับทดสอบผู้สมัครสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย, การประถมศึกษา, ฟิสิกส์, คณิตศาสตร์ - วิชาความถนัดทางวิทยาศาสตร์ (จำนวน 80 ข้อ) เนื้อหาวิชา : วิชาวิทยาศาสตร์ สำหรับทดสอบผู้สมัครสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์, เทคโนโลยีเคมี, วิทยาศาสตร์ เครื่องส าอาง, สิ่งแวดล้อมเมืองและอุตสาหกรรม, อาชีวอนามัยและความปลอดภัย - วิชาความถนัดทางคณิตศาสตร์ (จำนวน 80 ข้อ) เนื้อหาวิชา : คณิตศาสตร์ สำหรับทดสอบผู้สมัครสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ, การบัญชี, วิทยาการคอมพิวเตอร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ,คณิตศาสตร์, การเงิน - วิชาภาษาอังกฤษ 1 (SDU-TEST) (จำนวน 100 ข้อ) เนื้อหาวิชา : ภาษาอังกฤษ สำหรับทดสอบผู้สมัครทุกสาขาวิชา ยกเว้น : สาขาวิชา Hospitality Management (International programme) - วิชาภาษาอังกฤษ 2 (จำนวน 100 ข้อ) เนื้อหาวิชา : ทักษะภาษาอังกฤษ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน สำหรับทดสอบผู้สมัครสาขาวิชา Hospitality Management (International programme) - วิชาฟิสิกส์ เนื้อหาวิชา : ฟิสิกส์ สำหรับทดสอบผู้สมัครสาขาวิชาฟิสิกส์ - Website : การรับสมัครนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คลิกที่นี่ - Facebook : การรับสมัครนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คลิกที่นี่ ข้อมูลและภาพ blog.eduzones.com

มะเร็ง หากตรวจพบเร็ว รักษาให้หายขาดได้
มะเร็ง /  มะเร็งรักษาได้ / 

สถาบัน มะเร็ง แห่งชาติ ระดมแพทย์ทั่วประเทศ พัฒนาศักยภาพรักษาผู้ป่วย มะเร็ง พร้อมระบุมะเร็งหลายชนิด  อาทิ มะเร็งเต้านม  มะเร็งลูกอัณฑะ  มะเร็งรังไข่ชนิดเนื้อเยื่อบุผิว หากตรวจพบในระยะเริ่มแรกสามารถรักษาหายได้ นายแพทย์ภาสกรชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการโรค มะเร็ง แห่งชาติ ครั้งที่ 12 ว่า  โรค มะเร็ง เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย จากรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2554 พบว่า ปัจจุบันคนไทยเสียชีวิต  จากโรค มะเร็ง ปีละประมาณ 60,000 รายหรือเฉลี่ย 7   รายต่อชั่วโมง และยังคงพบอัตราการเกิดโรค มะเร็ง เพิ่มขึ้นทุกปีโดย มะเร็ง ที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรกในเพศชาย คือ มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ส่วน  3  อันดับแรกในเพศหญิง คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก  มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี  ซึ่งการรักษาผู้ป่วยโรค มะเร็ง ต้องใช้ระยะเวลาต่อเนื่อง และเสียค่าใช้จ่ายสูง  จึงส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม และเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาโรค มะเร็ง  รวมทั้งเพื่อให้ผลลัพธ์จากความก้าวหน้าทางวิชาการ  มีความเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์การควบคุมโรค มะเร็ง ระดับชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินงานของแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข  คือ การลดอัตราการเกิด และการตายจากโรค มะเร็ง ทำให้ประชาชนชาวไทยห่างไกลจากโรค มะเร็ง ยกระดับการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาประเทศอีกทางหนึ่ง ดังนั้น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ  จึงร่วมกับโรงพยาบาลมะเร็งภูมิภาค 7 แห่ง ของกรมการแพทย์ จัดประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติในหัวข้อ “National Strategies to Nationwide Cancer Care” โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล นักวิชาการ นักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับโรค มะเร็ง ในหลากหลายสาขา จำนวน 800 คน จากทั่วประเทศ   มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับโรค มะเร็ง ได้ทราบถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และวิทยาการต่าง ๆ ในการป้องกัน ควบคุม และรักษาโรค มะเร็ง  รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำไปพัฒนาการป้องกัน ควบคุม และรักษาโรค มะเร็ง ให้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น นายแพทย์วีรวุฒิ  อิ่มสำราญ  ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ  กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นกลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโต มีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ มากกว่าปกติ ให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง หลอดเลือดและหลอดน้ำเหลืองและในที่สุดก็จะทำให้เกิดการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะเหล่านั้นผิดปกติโดยมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง ที่สำคัญ 3 ประการ คือ หนึ่ง ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม  ยารักษาโรค  รวมทั้งการได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด สอง ปัจจัยจากพฤติกรรม  เช่น การสูบบุหรี่  ดื่มสุราเป็นประจำ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือเค็มจัด อาหารที่มีส่วนผสมดินประสิวและไหม้เกรียมเป็นประจำและสุดท้ายปัจจัยทางพันธุกรรม เช่น ความผิดปกติของยีน  และความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน ในปัจจุบันแพทย์สามารถรักษามะเร็งหลายชนิดให้หายได้ และทำให้ผู้ป่วยมะเร็งมีอัตรารอดชีวิตที่ยาวนานมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของมะเร็งที่พบ  เพราะมะเร็งระยะเริ่มแรกย่อมมีการตอบสนองต่อการรักษาหรือมีโอกาสหายขาดมากกว่าระยะลุกลาม หรือระยะสุดท้าย  ดังนั้น  การตรวจค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรกจึงมีความสำคัญ สำหรับการป้องกันโรคมะเร็ง มีหลักการง่าย ๆ คือ  ออกกำลังกายประจำ ทำจิตแจ่มใส กินผักผลไม้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของมื้ออาหาร  กินอาหารให้หลากหลาย ไม่ซ้ำซาก จำเจ และใหม่สด สะอาด ปราศจากเชื้อรา ไม่กินอาหารที่มีไขมันสูง  อาหารปิ้งย่างหรือทอดไหม้เกรียม  อาหารหมักดองเค็ม และปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดดิบ ๆ รวมทั้งไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา  ไม่มีเซ็กซ์มั่วหรือไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย  ไม่อยู่กลางแดดนานๆ  และที่สำคัญคือตรวจร่างกายเพื่อค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก เป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง ขอบคุณที่มาจาก : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมการแพทย์

เอาจริง! เสนอแก้กม.บุหรี่ ห้ามขายเด็กอายุต่ำกว่า20ปี
กฎหมายยาสูบ /  บุหรี่ / 

รมช.สาธารณสุข เตรียมเสนอแก้ กม.เกี่ยวกับบุหรี่ใหม่ เข้า ครม.สัปดาห์หน้า หลังใช้บังคับมากว่า 25 ปี นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหาร และ ศาสตราจารย์นาย แพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านยาสูบ หารือกับ ดร.ลูมินตา ซานดา (Dr.Luminita Sanda) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันโรคไม่ติดต่อและคณะ จากสำนักงานใหญ่ กรุงเจนีวา จากภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานด้านการควบคุมยาสูบของประเทศไทยตาม กรอบพันธอนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบของโลก ที่ออกโดยองค์การอนามัยโลก นาย แพทย์สมศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่องค์การอนามัยโลก ได้ให้ข้อแนะนำในการดำเนินงานด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบเมื่อปี 2551 และ 2553 พบว่าประเทศไทยมีความคืบหน้า ทำให้อัตราการบริโภคยาสูบของคนไทยลดลงเหลือร้อยละ 20 ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา พบคนไทยสูบบุหรี่ประมาณ 11 ล้านคน ผู้ชายยังสูบในอัตราสูงร้อยละ 40 ของผู้ที่สูบบุหรี่ทั้งหมด โดยอัตราการสูบบุหรี่ในเขตเมืองลดลง แต่ยังพบมากในชนบท และยังเตรียม แก้กฎหมายควบคุมการบริโภคยาสูบที่ใช้มาเกือบ 25 ปี ทั้ง 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีตามอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมการบริโภคยาสูบของ โลก เช่น การอนุญาตผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาสูบซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญในการช่วยลดผู้บริโภคยาสูบควบ คู่กับการขึ้นภาษี จะครอบคลุมถึงสินค้าที่ทันสมัยขึ้น เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ การจำกัดอายุผู้ซื้อบุหรี่ จากเดิม 18 ปี เป็น 20 ปี เป็นต้น เพื่อป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า

หนุ่มเมาซิ่งจยย. เกี่ยวกันคว่ำเจ็บปางตาย
ซิ่งมอเตอร์ไซค์ /  ประจันตคาม / 

หนุ่มเมาซิ่งขับ จยย.เคียงคู่ เกี่ยวกันคว่ำปางตาย หลังดื่มเมาฉลองดูกีฬาวอลเลย์บอล บริเวณ ถ.สุวรรณศร จ.ปราจีนบุรี เมื่อเวลา 01.30 น. หน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู จุด อ.ประจันตคาม ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถ จยย.เฉี่ยวชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 2 คนบริเวณบ้านต้นหมู่ 18  ถนนสุวรรณศร ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พบรถ จยย. 2 คัน ล้มกลางถนนเป็น รถ จยย. สีดำยี่ห้อฮอนด้ารุ่น เทน่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กับ ฮอนด้า สีดำรุ่นเวฟ 100 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผู้บาดเจ็บนอนหมดสติไมรู้สึกตัว หน่วยกู้ภัยต้องช่วยปฐมพยาบาลให้ฟื้นทราบชื่อ นายวินัย   ประเวศวงษ์ อายุ 34 ปี ตรวจสอบขาขวาผิดรูป  หมู่ 4 ต.โพธิ์งาม และผู้บาดเจ็บอีกนายชื่อนายอำนวย  รักษาผล อายุ 35  ปีเลขที่ 18 หมู่ 4 ต.โพธิ์งามนายอำนวย  กล่าวว่า “ก่อนเกิดเหตุตนเองพร้อมด้วยนายวินัย และเพื่อนอีก 1 คนรวมทั้งหมด 4 คน ไปดูกีฬาวอลเลย์บอล ที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลโพธิ์งาม และดื่มกินพร้อมเชียร์จนเมา  เมื่อกีฬาเลิกจึงพากันขับขี่รถ จยย.ตีคู่กันมา เพื่อออกไปหาดื่มกิน  ที่ร้านอาหารในตัวอำเภอประจันตคาม  แต่ระหว่างขับขี่  รถเซเสียหลักเกี่ยวกันเองจนล้มกลางถนนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่  โชคดีที่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวช่วยดึงให้พ้นรถที่ขับขี่ไป-มาไม่ให้เกิด อุบัติเหตุซ้ำซ้อน  และกู้ภัยนำส่ง รพ.ประจันตคาม”

งานหมั้น ซี ฉัตรปวีณ์ กับ แฟนหนุ่ม ก้อง อดิศักดิ์ จัดขึ้นเช้านี้
งานหมั้น /  งานแต่งซี ฉัตรปวีณ์ / 

หลังจากที่ ซี ฉัตรปวีณ์ ออกมาประกาศช็อคแฟนคลับทั้งประเทศ โดยเฉพาะหนุ่มๆ ที่ถึงกับอกหักกันถ้วนหน้า ว่าเธอกำลังจะเข้าพิธี แต่งงาน กับ หนุ่มนอกวงการ ที่มีชื่อว่า ก้อง อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์  นักธุรกิจใหญ่ วัย 37 ปี เจ้าของ เครื่องดื่มเซ็ปเป้ และล่าสุด เมื่อเช้าวันนี้  ( 20 พฤศจิกายน 2557 ) ซี ฉัตรปวีณ์ หมั้น แบบพิธีไทย บรรยากาศเป็นไปแบบอบอุ่น และผู้ที่รับหน้าที่เก็บภาพความทรงจำ งานหมั้น ซี ฉัตรปวีณ์ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นทีมช่างภาพระดับแนวหน้าของเมืองไทย อย่าง Vin เช่นเคย มาชมภาพบรรยากาศ งานหมั้น ซี ฉัตรปวีณ์ กับ แฟนหนุ่ม ก้อง อดิศักดิ์ กันค่ะ ทีมงาน Women Mthai ขอแสดงความยินดี กับ ครอบครัวใหม่ด้วยค่ะ รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก www.facebook.com/VinBuddyWedding ก้อง อดิศักดิ์ ธุรกิจเซ็ปเป้ หล่อรวย เจ้าบ่าว ซี ฉัตรปวีณ์ ก้อง อดิศักดิ์ นักธุรกิจใหญ่หล่อรวย ที่ ซี ฉัตรปวีณ์ ประกาศแต่งงาน ภาพจาก facebook WE Magazine ถ้าเราจะพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับอุปกรณ์ IT หรือ เทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ ให้อัพเดตกัน แน่นอนว่าหนุ่มๆ  >> เปิดประวัติ เจ้าสาวไอที ซี ฉัตรปวีณ์ << >> ก้อง อดิศักดิ์ เจ้าของธุรกิจ หวานใจของ ซี ฉัตรปวีณ์ <<

ฮีโร่ คุณแม่!!  เข้าช่วยลูกสาวท่ามกลางกลุ่มหัวรุนแรง isis
กลุ่มหัวรุนแรง /  ฮีโร่ / 

เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย ฮีโร่ คุณแม่ชาวดัชต์ (โมนิค) เดินทางเข้าไปยังใจกลางกลุ่มหัวรุนแรง isis โดยไม่สนอันตรายและคำเตือนจากทางการ เธอเดินทางไปยังตุรกีและแอบลักลอบเข้าไปยังเมือง Raqqa ทางตอนเหนือของซีเรีย  เพื่อที่จะช่วย “ไอช่า ”  ลูกสาววัย 19 ปี ที่หนีจากฮอลแลนด์เพื่อมาแต่งงานกับ “โอมาร์ ยิลมาซ” อดีตทหารดัชต์หนุ่มลูกครึ่งฮอลแลนด์-ตุรกี หัวรุนแรงในกลุ่ม isis ที่รู้จักทางสื่อออนไลน์  แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่ ไอช่า คิด เธอต้องอยู่ที่นี่ด้วยความทรมาน และจะออกจากที่นี่ไม่ได้หากปราศจากความช่วยเหลือ (โดย กลุ่ม isis ย่อมาจาก "Islamic State of Iraq and Greater Syria” เป็นกลุ่มของมุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่ง และได้ชื่อว่าป่าเถื่อนและกระหายเลือดที่เข่นฆ่ามุสลิมด้วยกันและชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ รวมทั้งชาวคริสต์และอลาวิตส์ ต่อต้านประธานาธิบดี บาชาร์ อัสซาด ของซีเรีย เผาโบสถ์และมัสยิสของชีไอท์  รับผิดชอบระเบิดฆ่าตัวตายยังตลาดและสถานที่มากมาย ซึ่งทำให้พลเรือนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก โดยกลุ่มนี้มีกำเนิดมาจากที่เดียวกับอัลกอห์อิดะห์นั้่นเอง) ทันทีที่โมนิครู้ข่าว โมนิคได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจชาวดัชต์ แต่ เจ้าหน้าที่บอกเธอว่า “มันอันตรายเกินไป เราคงยังช่วยคุณไม่ได้” แต่เธอไม่คิดเช่นนั้น เธอตัดสินใจแอบติดต่อกับไอช่าอย่างลับๆผ่านทางเฟสบุคเพื่อนัดแนะจุดนัดพบในการช่วยเหลือ หลังจากที่เธอพบไอช่า เธอก็พาไอช่าออกมาจากเมืองนรก (Raqqa) มายังตุรกี เหตุการณ์ดูเหมือนจะราบรื่นดีแต่ก็มาสะดุดลงเมื่อไอช่าถูกจับเนื่องจากเธอไม่มีพาสปอร์ต แต่ไม่นานเจ้าหน้าที่ของดัชต์ได้เข้าช่วยเหลือเธอทั้งสองให้กลับบ้านได้สวัสดิภาพ         วลีเด็ดของคุณแม่โมนิคที่บอกกับคนที่ห้ามเธอไม่ให้ไปช่วยลูกสาวคือ  “Sometimes you gotta do what you gotta do”  บางครั้งคุณต้องทำสิ่งที่คุณจำต้องทำ ถึงจะต้องพาตัวเองไปอยู่ในสภานการณ์เลวร้าย คุณแม่ก็ยอม .. รักของแม่คือเรื่่องที่น่าทึ่ง และ ช่างยิ่งใหญ่จริงๆเลยนะคะ ที่มา bbc.com เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

คิดยังไง? คลิป2สาว ตบกันกลางสี่แยก สุดท้ายเป็นไวรัลรณรงค์
คลิปไวรัล /  ตบกลางสี่แยก / 

คิดยังไง? คลิป2สาว ตบกันกลางสี่แยก สุดท้ายเป็นไวรัลรณรงค์  วันนี้(21 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการแชร์คลิปชื่อ ตบกันกลางสี่แยก โดยเป็นเหตุการณ์ที่ถ่ายให้เห็นสองสาวหน้าตาดีทะเลาะวิวาทกันบนถนนโดยมีการจอดรถตรงจุดสี่แยกในขณะที่รถกำลังติดไฟแดงจากนั้นได้เปิดประตูมาพูดคุยกันว่าขับรถภาษาอะไร จนสุดท้ายก็มีการตบตีกันเกิดขึ้นก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาทำการห้ามไม่ให้ตบกัน แต่เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นการจัดฉากเพราะสุดท้ายของคลิปสองสาวไปยืนตบกันกลางถนนและมีแตรวงเข้ามาบรรเลงพร้อมมีการถือป้ายขับรถอย่างมีสติ มีน้ำใจให้กันและกัน อภัยให้กัน เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาทะเลาะวิวาทบนท้องถนน อย่างไรก็ตามหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากบางคนมองว่าจุดมุ่งหมายของคลิปเพื่อการรณรงค์ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่มองว่าการนำเสนอยังไม่ถูกต้องตรงจุดเท่าที่ควร รวมถึงมองว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนด้วย ขอบคุณคลิปจากสมาชิกยูทูป tapanat sarawitthaya MThai News

นศ.ม.ขอนแก่น ต้านประยุทธ์ไม่รับข้อกล่าวหา
The Hunger Game /  ขอนแก่น / 

น.ศ.มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้าน “ประยุทธ์” ไม่รับข้อกล่าวหา ขณะที่สถาบันต้นสังกัด ยืนยัน ไม่คัดชื่อออก นายกิตติบดี ใยพูล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การเจรจาร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยฯ, จังหวัด และฝ่ายทหาร กรณีการออกมาต่อต้านการปฏิบัติภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี ขณะลงปฏิบัติภารกิจที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวานนี้ของกลุ่มนักศึกษา 5 คนในชื่อกลุ่มดาวดิน ซึ่ง 3 ใน 5 ไม่รับทราบข้อกล่าวหาและไม่ยินยอมตามข้อตกลงตามที่ฝ่ายทหารระบุ โดยเฉพาะการห้ามออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านกฎอัยการศึก เพราะการออกมาเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสิทธิและเสรีภาพ นายกิตติบดี กล่าวต่ออีกว่า ทางจังหวัดและทหารไม่ได้เอาผิดการกระทำของนักศึกษาดังกล่าวทั้งหมด และยังคงให้โอกาสกลับเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย ตามเดิม อย่างไรก็ดี หากนักศึกษากลุ่มดังกล่าวยังคงมีการต่อต้านเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามกรอบของกฎหมายได้ทันที โดยไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

ครม. ผ่านร่าง พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ
ข่าววันนี้ /  คณะรัฐมนตรี / 

ครม. เห็นชอบ ผ่านร่าง พ.ร.บ.ชุมนุม เข้มห้ามชุมนุม ทำเนียบ-สถานที่ราชการ-ท่าอากาศยาน ต้องแจ้งล่วงหน้า 24ชั่วโมง ฝ่าฝืนมีโทษคุก 2-10 ปี การประชุมครม.เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 57 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ. การชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ... ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการเสนอพิจารณา โดยร่างพ.ร.บ. ดังกล่าวมีใจความสำคัญ กำหนดขอบเขตและสถานที่ต้องห้ามในการจัดชุมนุมไว้อย่างชัดเจน เช่น ทำเนียบรัฐบาล สถานที่ราชการ ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟและสถานีขนส่งสาธารณะ เป็นต้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และความสะดวกแก่ประชาชนในการชุมนุมในที่สาธารณะ พร้อมกันนี้ยังห้ามจัดชุมนุมสาธารณะในพื้นที่ระยะรัศมี 150 เมตร จากสถานที่ประทับพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป รวมทั้งสถานที่พำนักของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ สถานที่พำนักของพระราชอาคันตุกะ และศาลด้วย นอกจากนี้ พ.ร.บ. ดังกล่าว ยังห้ามการจัดปราศรัย เดินขบวน หรือการเคลื่อนย้าย ในช่วงเวลา 22.00 น. - 06.00 น. ซึ่งจากจะมีการจัดกิจกรรมชุมนุม จะต้องแจ้งวัน เวลา ต่อหัวหน้าสถานีตำรวจที่รับผิดชอบท้องที่นั้นๆ ก่อนเริ่มการชุมนุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง สำหรับการกำหนดโทษ หากมีการฝ่าฝืนจัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่จัดการชุมนุมทราบ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ การชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมาย จะมีโทษจำคุก 2-10 ปีปรับ 40,000 -200,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่เชิญตัวออกจากการชุมนุม แต่ยังฝ่าฝืน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท MThai news

กลูต้า ทำให้ผิวขาวขึ้นจริงหรือ?
กลูต้า /  กลูต้าไธโอน / 

กระแส กลูต้า ไม่เคยลงต่ำแบบราคาทองแม้จะเป็นที่พูดถึงกันมาหลายปีแล้ว นั่นเป็นเพราะ “ใช้ดีแล้วบอกต่อ” ตามหลักการตลาด ซึ่งคำถามในเวลานี้คือ มันดีจริงหรือ? ทุกวันนี้ความขาวกลายเป็นมาตรฐานความงามของสาวไทยไปแล้ว แต่ไม่ใช่แค่ขาวธรรมดา ต้องขอ “ขาววิ้ง”, “ขาวอมชมพู”, “ขาวออร่า” และ “ขาวโอโม่” แบบดาราสาวเกาหลี ซึ่งวิธีทำให้ขาวก็รุดหน้าตามเทคโนโลยีที่อะไรก็ได้ขอให้ขาวไวที่สุด ทางลัดอย่างการกินอาหารเสริมจนกระทั่งถึงขั้นฉีดสารอันจะเรียกว่ายาทางการแพทย์ก็ได้นั้น จึงกลายเป็นที่นิยมของสาวไทยยุคนี้อย่างมาก และ กลูต้า ไธโอน (Glutathione) ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อกันมาทำให้ผิวขาวได้ตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีข่าวฉีดสารแล้วช็อกเสียชีวิต หรือราคากลูต้า บางตัวที่แพงมาก ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของจริงหรือไม่ แต่สาวไทยตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงานก็ยังติดต่อขอซื้อผ่านทางโซเชียลมีเดียกันง่ายๆ เพราะคนที่ใช้ได้ผลมีมากกว่าคนที่ผิดหวัง…แล้วเรื่องทั้งหมดที่ว่ามาเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ พิสูจน์ความขาวแบบโอโม่ จะใช้ กลูต้า ก็ควรรู้จักกันหน่อยว่า กลูต้า เป็นโปรตีนขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิดคือ ซิสเทอีน (Cysteine), กลูตามิค (Glutamic Acid) และไกลซีน (Glycine) พบได้ทุกเซลล์ในร่างกายมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึ่มของเซลล์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและช่วยตับในการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทางการแพทย์มีการนำกลูต้าฯ มาศึกษา และใช้เสริมการรักษาโรคอย่างมะเร็ง ถุงลมโป่งพอง พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรคตับ เอดส์ เป็นต้น หลังพบว่าผู้ป่วยโรคเหล่านี้จะมีระดับ กลูต้า ลดลง อย่างไรก็ตามหลังนำไปใช้กับผู้ป่วยผลปรากฏว่า พวกเขามีผิวขาวขึ้น! ด้วยคุณสมบัติ ทางอ้อมที่ไปยับยั้งการทำงานของเซลล์เม็ดสี นี่เองจึงเป็นที่มาของการนำกลูต้าฯ มาใช้ในวงการความงาม สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้จำหน่ายได้เฉพาะรูปแบบรับประทาน (กรดอะมิโน) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและครีมทาผิวเท่านั้น ส่วนรูปแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ กระนั้นก็ตาม ประสิทธิภาพและประโยชน์ของ กลูต้า ในการทำให้ผิวขาวก็ยังไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือยืนยัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ กลูต้า ไม่ผ่านการรับรองข้อบ่งใช้โดยองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาว่าทำให้ผิวขาวได้ แต่ที่แน่นอนก็คือ การกินกลูต้าฯ โดยตรงแทบจะไม่ให้ผลอะไรเลย ส่วนการฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อก็เสี่ยงต่อชีวิตที่ไม่คุ้มกัน เราเชื่อว่า สาว Lisa ก็รักสุขภาพ ไม่อยากพาตัวเองไปเสี่ยงเหมือนกัน จริงมั้ย กินอย่างไร ขาวได้จริง แพทย์และเภสัชกรต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การกิน กลูต้า โดยตรงให้ผลไม่มากไปกว่า “สูญ” คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ให้ข้อมูลไว้ในเว็บไซต์ว่า กลูต้าฯ สามารถถูกทำลายได้ในทางเดินอาหารของมนุษย์ ขณะที่ นพ. สมนึก อมรสิริพาณิชย์ แพทย์อเมริกันบอร์ดทางด้านเส้นผม ผิวหนัง/เลเซอร์ บอกว่าการกินสาร กลูต้า โดยตรงจะไม่สามารถดูดซึมได้ดีเท่าที่ควร การกินอาหารที่มีสารวัตถุดิบอย่าง N-Acetyl Cysteine กลับช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง กลูต้า เองได้ดีกว่า และสารนี้มีอยู่ในอาหารอย่างโยเกิร์ต กราโนล่า ข้าวโอ๊ต จมูกข้าวสาลี และคอตเทจชีส หรือจะกินสารนี้ในรูปแบบเม็ดอาหารเสริมก็ได้ ซึ่งสอดคล้องกับที่ Mark Hyman เขียนไว้ในเว็บข่าว Huffingtonpost ตั้งแต่เมื่อกลางปี 2010 ว่า หากร่างกายย่อยโปรตีน มันจะไม่ได้ผลหากเรากิน กลูต้า โดยตรงซึ่งก็เป็นโปรตีนเช่นกัน ทั้งนี้ เขายังให้เคล็ดลับ 4 ข้อในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง กลูต้า เพื่อสุขภาพที่ดี (แต่เราหวังผลมากกว่านั้นคือเรื่องความขาวออร่านั่นเอง) นั่นก็คือ หมั่นกินอาหารที่อุดมด้วยซัลเฟอร์อย่างกระเทียม หัวหอม และ ผักตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ บร็อกโคลี่ คะน้า ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี วอเตอร์เครส เป็นต้น กินเวย์โปรตีนประเภท Bioactive ซึ่งเป็นแหล่งกรดอะมิโนซิสเทอีน ออกกำลังเป็นประจำครั้งละ 50 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์โดยแอโรบิกบำรุงหัวใจ 30 นาที เช่น เดินเร็ว จ็อกกิ้ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน สลับกันไป และออกกำลังเสริมความแข็งแรงของร่างกายด้วยการยกเวตอีก 20 นาที กินอาหารเสริมอย่าง N-AcetylCysteine, Alpha Lipoic Acid, วิตามินบี 6 และ 12, ซีลีเนียม, วิตามินซีและอี และ Milk Thistle ถึงตรงนี้ก็อาจจะมีคนแย้งว่าเคยกินกลูต้าฯ แล้วได้ผลจริง หรือเพื่อนกินแล้วขาวมาก ถ้าอย่างนั้นคงต้องถามกลับว่ามีการดูแลตัวเองด้านอื่นร่วมด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนั้นเครียดน้อยลง และพักผ่อนเพียงพอด้วยใช่มั้ย เพราะความเครียดมีผลต่อกลูต้าฯ ที่ลดลงเช่นกัน ที่สำคัญความขาวที่เห็นนั้นดูเป็นธรรมชาติดีหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเราต้องพึ่งยา กลูต้า ไปตลอด การบริโภคอะไรที่มากไป โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวแน่ หันมาเสริมความงามของผิวพรรณด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำ พักผ่อน และไม่เครียดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จะดีกว่า รับรองว่ากลูต้าฯ ในร่างกายจะผลิตแทบไม่ทัน และมากกว่านั้น ยอมรับสีผิวที่เกิดจากเมลานินตามธรรมชาติแล้วสวยในแบบของเรากันเถอะ ขอบคุณที่มาจาก : www.lisaguru.com