ห้ามดื่มเหล้า

ไมโล เปิดตัว “นวัตกรรมแพ็คพูดได้” ประสบการณ์เสมือนจริง 3 มิติ ครั้งแรกในไทย
ไมโล

ไมโลเปิดตัว “นวัตกรรมแพ็คพูดได้” ประสบการณ์เสมือนจริง 3 มิติ ครั้งแรกในไทย ชวนคุณพ่อคุณแม่สร้างลูกให้เป็นแชมป์เปี้ยนทุกวัน กรุงเทพฯ – 27 กรกฎาคม 2558 – ไมโล เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ยอดขายอันดับหนึ่งของโลก โดยบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกในด้านโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดี จัดงานเปิดตัว นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ 'แพ็คพูดได้จากไมโล'  เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ไมโลให้เป็นสุดยอดประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟเสมือนจริง 3 มิติครั้งแรกในเมืองไทย เพียงสแกนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ไมโลด้วยแอพพลิเคชั่น Blippar บนสมาร์ทโฟน ก็พร้อมนำคุณพ่อคุณแม่ไปสัมผัสกับประสบการณ์โลกเสมือนจริงที่อัดแน่นไปด้วย เคล็ดลับการสร้างลูกให้เป็นแชมป์เปี้ยน โดยมีเนื้อหาที่สนุก ปฏิบัติได้จริง และมีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ภายในงาน ผู้บริหารระดับสูงของเนสท์เล่ นำโดย นางออดรีย์ เลียว ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเนสท์เล่ ภูมิภาคอินโดไชน่า นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการ และ นายยูจีน ชาน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและบริการทางการตลาด ร่วมงานเปิดตัว โดยมี ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร แบรนด์แอมบาสเดอร์ของแพ็คไมโลแบบอินเตอร์แอคทีฟ พร้อมด้วยครอบครัวรุ่นใหม่ พอลล่า เทเลอร์ และ น้องไลลา เปิ้ล-นาคร จูน-กษมา ศิลาชัย และน้องออกัส ออก้า เปิ้ล-ชัชชฎา ก้องธรนินทร์ และ น้องริว คริสติน่า เศรษฐบุตร น้องไท และ น้องทีน่า มาร่วมสัมผัสปรากฏการณ์แพ็คพูดได้จากไมโลอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์   นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ไมโล ในฐานะเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ยอดขายอันดับหนึ่งของโลก เรายึดมั่นในการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีโภชนาการเหมาะสม ควบคู่กับการส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อให้เด็กวัยเรียนเจริญเติบโตอย่างสมวัยและมีพัฒนาการรอบด้านมาโดยตลอด วันนี้เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไมโล ด้วยการแนะนำบรรจุภัณฑ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ 'แพ็คพูดได้จากไมโล' ครั้งแรกในเมืองไทย โดยการใช้เทคโนโลยี AR – Augmented Reality ในการนำเสนอประสบการณ์เสมือนจริง  3 มิติ เพื่อจุดประกาย และถ่ายทอดเคล็ดลับการสร้างแชมป์เปี้ยนที่มีอยู่ในตัวเด็กๆ ทุกคน มาให้คุณพ่อคุณแม่ชาวไทยได้พิสูจน์และสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตนเอง” จุดเด่นของนวัตกรรม 'แพ็คพูดได้จากไมโล' คือ การใช้เทคโนโลยี AR มานำเสนอเรื่องราวของบุคคลต้นแบบที่ ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างนักเตะทีมชาติไทย อนาวิน จูจีน และอดีตนักว่ายน้ำขวัญใจคนไทย ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร มาสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่นำมาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงลูก โดยมีเนื้อหาและเรื่องราวที่หลากหลาย อาทิ เมนูมื้อเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการ  เคล็ดลับกีฬาเพื่อเสริมพัฒนาการ และเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจในการเอาชนะตัวเอง โดยจะอัพเดทเนื้อหาทุกสัปดาห์ ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร เล่าว่า “ดีใจมากค่ะที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ 'แพ็คพูดได้จากไมโล'  ในฐานะที่อายเป็นแม่คนหนึ่ง เรารู้ดีว่า ความปรารถนาของคนเป็นแม่ก็คืออยากเห็นลูกประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่ของเราก็คือ การส่งเสริมพัฒนาการลูกในด้านต่างๆ ที่เขาถนัด ซึ่งหากลูกท้อหรือเผชิญอุปสรรค เราก็ต้องให้กำลังใจให้ ลูกพยายามขึ้นอีกนิด อายว่า ไมโลไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์เท่านั้น แต่ได้ก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรกับ พ่อแม่ในการเลี้ยงดูลูก การมีบรรจุภัณฑ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ ทำให้ไมโลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพ่อแม่ ช่วยให้เราสะดวกมากขึ้น ทั้งสามารถเติมพลังให้ลูกด้วยโภชนาการที่เหมาะสม อีกทั้งยังสามารถนำเคล็ดลับการฝึกทักษะด้านร่างกายและจิตใจที่ปฏิบัติได้จริงไปประยุกต์ใช้กับลูกได้อย่างลงตัว”   ชัชชฎา ก้องธรนินทร์ บอกว่า “นวัตกรรมแพ็คพูดได้นี้จะเข้ามาช่วยคุณแม่สมัยใหม่ได้แน่นอนค่ะ พอได้ลองสแกน และพบกับเรื่องราวสาระต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เมนูอาหารที่มีประโยชน์ เปิ้ลคิดว่า เรื่องอาหารสำหรับลูกนี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก แค่บางครั้งเราเองก็นึกเมนูอาหารลูกไม่ออก ข้อมูลโภชนาการจากไมโลจะช่วยเราได้มากเลย และเดี๋ยวนี้น้องริวก็ชอบเล่นกีฬาแล้วก็คงจะดีที่เราจะสามารถเอาเคล็ดลับกีฬาจากไมโลมาช่วยให้ เขามีการพัฒนาการที่ดีขึ้นมีสมาธิมากขึ้น และจะได้รับรู้เรื่องราวจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจในการส่งเสริมให้ลูกได้อีกด้วยค่ะ”   คริสติน่า เศรษฐบุตร เล่าว่า “เราได้ข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ทุก ๆ ด้านจากแพ็คพูดได้จากไมโลจะช่วยให้ คุณแม่สมัยใหม่อย่างเรา ๆ ที่ต้องทำงานไม่ค่อยเวลาดูแลลูกเท่าไหร่นัก อย่างเรื่องเมนูอาหารนี้ก็ดีเลยค่ะ เราจะได้ให้เค้าเลือกได้เลยว่าอยากทานแบบไหน และแน่นอนว่าเค้าจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนแน่นอน ส่วนเรื่องเทคนิคกีฬาก็น่าจะช่วยให้เค้าได้พักสายตาจากเกมส์มือถือบ้าง ถ้าเค้าได้ลองทำตามพี่อนาวินดูเค้าน่าจะชอบค่ะ และบางครั้งสิ่งที่คุณแม่พูดกับเค้าในเด็กวัยตอนนี้ เด็กอาจจะไม่ค่อยจะฟังซักเท่าไหร่ การมีเรื่องราวแรงบันดาลใจจากพี่อนาวินหรือพี่ศรสวรรค์อาจจะช่วยเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกจดจำและลองทำตามดูค่ะ”   พอลล่า เทเลอร์ บอกว่า “นวัตกรรม 'แพ็คพูดได้จากไมโล'  เป็นมากกว่าเทคโนโลยีเลยนะคะ พอได้ลองสแกนแล้วท่องโลกดิจิตอล รู้สึกว่าเป็นบรรจุภัณฑ์อินเตอร์แอคทีฟที่สามารถพูดคุยให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ ที่ทำให้เราสนุก แล้วลูกก็สนุกไปด้วย เพราะเราพูดจาภาษาเดียวกัน ที่สำคัญไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถสแกนแล้วเข้าไปค้นหาเคล็ดลับดีๆ เพื่อจุดประกาย และสร้างแรงบันดาลใจในการส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกได้ตลอดเวลา”   เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย เล่าว่า “ชอบตรงที่ให้สาระความสนุกครบรส ที่มากกว่าเนื้อหาด้านโภชนาการหรือวิชาการ เพราะความท้าทายของพ่อแม่ก็คือ การส่งเสริมให้ลูกมีกำลังใจ เอาชนะตัวเองทุกวัน เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิต ซึ่งนอกจากสูตรอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมแล้ว 'แพ็คพูดได้จากไมโล'  ยังมี เคล็ดลับกีฬา เพื่อเสริมสร้างพัฒนาของลูก และเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจที่คุณอนาวิน และคุณศรสวรรค์ได้เข้ามาเติมรสชาติความสนุกมากขึ้น ครอบครัวเราจะติดตามสแกนแพ็คไมโลทุกสัปดาห์เลยครับ” ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/MILOThailand

ชุลมุน ผดส.เซินเจิ้นแอร์ฯ คลั่งจุดไฟเผาห้องโดยสาร
จุดไฟเผา /  เครื่องบิน / 

ผู้โดยสารของสายการบิน 'เซินเจิ้น แอร์ไลน์ส' ถูกจับกุมตัวเมื่อ ในข้อหาสร้างความวุ่นวายบนเครื่องบิน หลังจากเขาพยายามจุดไฟเผาห้องโดยสาร วันนี้ (27 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์สุดระทึก หลังเครือข่ายความปลอดภัยการบิน เปิดเผยว่า ผู้โดยสารชายรายหนึ่ง เกิดอาการคลุ้มคลั่ง พยายามสร้างความเสียหายแก่ห้องโดยสารของเครื่องบินแอร์บัส เอ320-200 เที่ยวบินที่ แซดเอช 9648 (ZH 9648) ในขณะที่เครื่องบินกำลังจะลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติ กวางโจว ไป่หยุน เมื่อเวลาประมาณ 1:00น. วันอาทิตย์ (26 ก.ค.) หลังจากทะยานมุ่งหน้าจากเมืองไถโจว และมีที่หมายไปยังกว่างโจว ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเกาะฮ่องกง หลังจากเที่ยวบินดังกล่าว ลงจอดฉุกเฉินเรียบร้อยแล้ว ทางด้านเจ้าหน้าที่ของสนามบินก็ใช้มาตรการฉุกเฉินและดำเนินการอพยพผู้โดยสารจำนวน 95 ชีวิต และลูกเรืออีก 9 คนบนเครื่องบินลำนี้ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ถูกส่งไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลบริเวณใกล้เคียง ส่วนผู้ต้องสงสัยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวน อย่างไรก็ตาม สายการบิน 'เซินเจิ้น แอร์ไลน์ส' ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง และไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆเพิ่ม รวมทั้งยังปกปิดชื่อของชายผู้ต้องสงสัยและวิธีการที่เขาใช้จุดไฟ แต่ในสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพภายในห้องโดยสารซึ่งเผยแพร่ลงบนโลกโซเชียล แสดงให้เห็นว่าบางส่วนของเก้าอี้โดยสารและประตูฉุกเฉิน มีรอยดำเหมือนถูกไฟไหม้จริง ซึ่งจากกรณีดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ เครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว ถือเป็นการฝ่าฝืน กฏระเบียบ และทำให้ภาพลักษณ์ของสายการบินได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุผลที่ว่า สนามบินในไถโจว มีกฏเหล็กในการห้ามจุดไฟ และดื่มสุราบนเที่ยวบินใด ๆ ในทุกกรณี ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา travelpulse

นิทานไก่แก้วหอมชู เรื่องราวที่นายบอยจ๊อดจะพาเราไปสืบค้น
Mystery Unsolved /  นิทานพื้นบ้าน / 

นิทานพื้นบ้านบางเรื่องก็มาจากจินตนาการล้วนๆ ไม่มีอะไรยืนยัน แต่นิทานบางเรื่องกลับมีสถานที่จริง และหลักฐานอ้างอิงประกอบจนน่าฉงน เหมือนกับเรื่องราวต่อไปนี้ ที่นายบอยจ๊อดนักสืบหน้าหนวดจะพาเราไปทำความรู้จักกับนิทานพื้นบ้านซึ่งมีสถานที่จริงระบุให้เราต้องสืบค้น และนั่นก็คือเรื่องราวของ นิทานไก่แก้วหอมชู นายบอยจ๊อด พร้อมที่จะพาเราไปพิสูจน์แล้ว นายบอยจ๊อดหน้าหนวดได้พาเรามายัง ปรางค์บ้านสีดาหรือปรางค์สีดา ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดพระปรางค์สีดา ตำบลสีดา อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา เป็นอาคารที่ใช้หินศิลาแลง และอิฐเป็นโครงสร้างหลัก ลักษณะเป็นปราสาทหลังเดี่ยวทรงวิมาน - ศิขร (ะ) (ลดหลั่นขึ้นไป) แผนผังจัตุรมุข มีมุขซุ้มประตูสั้นๆ ปิดทึบด้วยประตูหลอกทั้งสี่ด้าน มีกำแพงศิลาแลง และคูน้ำล้อมรอบ ลักษณะเป็นปราสาทแบบ “สรุก” หรือศาสนสถานตามคติความเชื่อแบบฮินดู (Hinduism) ประจำชุมชนโบราณ ที่มักจะมีบาราย (สระน้ำขนาดใหญ่) อยู่ทางด้านหน้าทิศตะวันออก ฐานไพทีของตัวปราสาทเป็นชั้นบัวลูกฟักศิลาแลงเพิ่มมุม (หยักที่มุม) ที่ชั้นฐานของตัวเรือนธาตุปราสาทก่อด้วยศิลาแลงขึ้นไปถึงชั้นเหนือประตู เหนือขึ้นไปก่อด้วยอิฐ ฉาบปูนและปั้นปูนขาวฉาบประดับทั้งองค์ปราสาท วัดพระปรางค์สีดา ที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งรูปปั้นนางสีดา กับท้าวกำพร้า สภาพของปราสาทปรางค์บ้านสีดา ตามภาพถ่ายเก่าเมื่อปี 2504 ชั้นเรือนยอดที่ก่อด้วยอิฐน่าจะพังทลายลงมาทั้งหมดในยุคก่อนหน้า คงเหลือเพียงชั้นของเรือนธาตุกับปูนปั้นประดับกลุ่มบัวเชิงธาตุและปูนปั้นหัวเสาติดอยู่กับตัวอาคารเรือนธาตุที่แตกร่วงหล่นกระจัดกระจาย ส่วนที่คงเหลืออยู่เห็นเป็นเด่นชัดเป็นภาพปูนปั้นประดับบนส่วนของทับหลังและหน้าบันทางฝั่งทิศตะวันตก ที่เป็นภาพของนางอัปสรา 7 นางกำลังร่ายรำ และภาพของกลุ่มบุคคลรายล้อมเทพเจ้าสำคัญ ที่ประทับอยู่บนดอกบัวตรงกลางภาพหน้าบัน จากร่องรอยหลักฐานที่เหลืออยู่ของซากปราสาทปรางค์บ้านปรางค์ ฐานบัวเชิงเรือนธาตุที่เหลืออยู่มีลักษณะยกชั้นสูงกว่าชั้นลวดบัวเชิงเสาประดับผนัง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมในยุคปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นสถานที่ทีเต็มไปด้วยรูปปั้นที่สื่อถึงนรกกับสวรรค์ ประกอบกับภาพลวดลายปูนปั้นบนทับหลังหรือหน้าบัน ที่มีลักษณะเป็นเรื่องราวของภาพบุคคลโดด ๆ ไม่มีลายหน้ากาลเกียรติมุข หรือลายพรรณพฤกษามาประกอบ เป็นความนิยมทางศิลปะในช่วงหลังต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งก็หมายความว่า ปรางค์บ้านสีดาอาจกำหนดอายุการก่อสร้างได้ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ถึงลักษณะของบุคคล รวมทั้งลวดลายเครื่องแต่งกายของภาพปูนปั้นที่มีอยู่นั้นมีความโดดเด่นแบบศิลปะขอม – เขมรโบราณ แต่ก็ยังมีความเป็น “ท้องถิ่น” ผสมผสานอยู่มาก ซึ่งก็อาจจะเป็นภาพปูนปั้นที่เพิ่งปั้นแต่ง เพิ่มเติมเข้าไปในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ในช่วงซ่อมแซมปราสาทครั้งใดครั้งหนึ่งก็เป็นได้ บ่อที่ถูกอ้างอิงว่าเป็นบ่อไก่แก้วตามตำนาน "ไก่แก้วหอมชู" ชื่อของ “ปรางค์บ้านสีดา” นั้น อาจมาจากชื่อ“นางสีดา” นางเอกสำคัญในวรรณกรรมรามเกียรติ์ และยังปรากฏอยู่ ในนิทานพื้นบ้านลาว เรื่อง "ไก่แก้วหอมชู" ซึ่งเล่าต่อกันในท้องถิ่นว่านางสีดาเป็นพระธิดาของท้าวกะโยงคำพญานาคเจ้าเมืองบาดาล วันหนึ่งแอบขึ้นมาเที่ยวบนโลกมนุษย์ โดยเนรมิตกายให้เป็น “ไก่แก้ว” (ไก่เผือก) ท้าวกำพร้า (ผู้มีวิชาต่อไก่ บุตรของผัวเมียกำพร้า) ได้มาพบไก่แก้ว จึงเข้าต่อไก่ไล่จับ คว้าไว้ได้แต่เพียงปลายหางเส้นหนึ่งของไก่แก้ว แต่นางสีดา (ไก่แก้วจำแลง)ก็สามารถหนีลง “รู” กลับไปเมืองบาดาลได้ ปลายขนหางไก่แก้วที่ท้าวกำพร้านำกลับมา ได้ส่งกลิ่นหอมชูฟุ้งไปทั่วเขตคราม หอมโชยไปจนถึงวังของพญาจาตูม (พญากุญชโร) พระองค์จึงมีรับสั่งให้ออกตามหาที่มาของกลิ่นหอมชู เมื่อทราบความแน่แล้วจึงให้ทหารขุดรูลงไปหาไก่แก้ว แต่จะขุดลึกลงไปมากเท่าใดก็ยังไม่ถึงเมืองบาดาล แม้จะเอาด้ายหย่อนลงไปก็ไม่ถึง พญาจาตูมจึงให้นายช่างหลวงทำสายยนต์เป็นเชือกโซ่เหล็ก ใช้เวลาตีสายเชือกยนต์เจ็ดปีเจ็ดเดือนจนมีความยาวมากพอ แต่ก็ไม่มีใครอาสาลงรูไปตามไก่แก้ว พญาจาตูมจึงขอให้ท้าวกำพร้า เป็นผู้ลงไปตามหาไก่แก้ว โดยสัญญาว่า จะดูแลมารดาของท้าวกำพร้าไว้ให้ (บ่อที่ขุดตามรูก็เรียกว่า "บ่อไก่แก้ว" ช่องหินศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยม (ที่ปักเสาจารึกแบบเขมรโบราณ) ในวัดบ่อไก่แก้ว ที่จะมีงานประจำปีทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี) หน้าปราสาทที่ว่ากันว่า พญาจาตูมสร้างให้แก่นางสีดา ด้านหน้าจะมีรูปปั้นนางสีดาอยู่ เมื่อตั้งหลักยนต์ไว้ข้างบ่อแล้วจึงผูกสายยนต์หย่อนลงไป ให้ท้าวกำพร้าอยู่ในยนต์ โดยแจ้งสัญญาณว่าถ้าต้องการขึ้นมา จะให้ดึงขึ้น ก็ขอให้กระตุกสายยนต์ เมื่อหย่อนลงไปถึงเมืองบาดาล ท้าวกำพร้าก็ได้พบนางสีดา (ไก่แก้วจำแลง) ซึ่งเป็นพระธิดาพญานาค แต่ด้วยเพราะอดีตชาติเป็นคู่ตุนาหงัน ทั้งสองจึงตกลงปลงใจแต่งงานกัน ต่อมาท้าวกำพร้าคิดถึงมารดาที่ฝากพญาจาตูมดูแลไว้ จึงขอพญานาคเจ้าเมืองบาดาลเดินทางกลับขึ้นมาพร้อมกับนางสีดาแต่เมื่อมาจะขึ้นยนต์ นางสีดาลืมของใช้ จึงขอให้ท้าวกำพร้ากลับไปเอามาให้ ท้าวกำพร้าสั่งกำชับนางสีดาว่า ห้ามถูกต้องสายเชือกยนต์โดยเด็ดขาด แต่นางสีดาก็เผลอขึ้นไปนั่งบนยนต์ ทำให้สายเชือกยนต์กระตุก ทหารข้างบนจึงชักสายยนต์ขึ้น ท้าวกำพร้าวิ่งกลับมาไม่ทันจึงขึ้นมาไม่ได้ และต้องย้อนกลับไปยังเมืองบาดาล เพื่อขอให้เจ้าเมืองบาดาลหาหนทางช่วยให้กลับขึ้นมาเบื้องบนเมื่อนางสีดาถูกยนต์ชักขึ้นมาแล้ว พวกทหารที่เฝ้ายนต์ จึงนำตัวนางไปถวายพญาจาตูม พญาจาตูมทรงโปรดและหลงรักนางสีดา หวังจะอภิเษกให้เป็นมเหสีด้วย แต่ด้วยเพราะพญาจาตูมไม่ใช่เนื้อคู่จึงไม่อาจเข้าใกล้ตัวนางสีดาและหากเข้าใกล้ถูกเนื้อต้องตัวนางสีดาก็จะลุกร้อนเป็นไฟ ด้านหน้าของตัวปราสาท "ปรางค์บ้านสีดา" นางสีดาขอเวลา 3 ปี รอให้ท้าวกำพร้ากลับมา ถ้าท้าวกำพร้าไม่กลับ ก็จะยอมเป็นมเหสีของพญาจาตูม แต่ขอให้สร้างปราสาทแยกให้ไปประทับอยู่ห่างๆพญาจาตูมจึงทำตามที่นางสีดาขอ โดยสร้างปราสาทให้นางสีดา (ปรางค์บ้านสีดา) หลังหนึ่ง และเมื่อท้าวกำพร้าสามารถเดินทางกลับขึ้นมาจากบาดาลจนได้มาพบกับนางสีดาและกลับมาอยู่ด้วยกัน เมื่อพญาจาตูมรู้เข้าจึงส่งคนมารับนางกลับไป แต่ท้าวกำพร้าไม่ให้ เพราะพญาจาตูมผิดคำสัญญาที่จะดูแลมารดาให้ดี แต่กลับปล่อยปะละเลยจนเสียชีวิต เกิดการรบพุ่งกันระหว่างพญาจาตูมกับท้าวกำพร้า ท้าวกำพร้าเสกให้พญาจาตูมตัวแข็งเป็นหิน เสกให้น้ำท่วมเมือง จนพ่ายแพ้ พญาจาตูมยอมรับผิด ยกบ้านเมืองให้ท้าวกำพร้าครอบครอง แต่ท้าวกำพร้าปฏิเสธ จึงยกเมืองคืนให้กับพญาจาตูม ครอบครองดังเดิม พร้อมกับสั่งสอนให้ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม ส่องใหญ่เลยนะนายบอยจ๊อด ประตูทิศใต้ ที่มีเรื่องเล่าแตกต่างกันมากมาย เกี่ยวกับปรางค์บ้านสีดา ถูใหญ่เลยนะหนวด นอกจากซากของปราสาทร้างในยุควัฒนธรรมเขมรที่บ้านสีดาแล้ว โดยรอบของชุมชนยังปรากฏร่องรอยของเนินเมืองที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ คูน้ำคันเมืองรูปวงกลมและวัตถุโบราณในวัฒนธรรมแบบทวารวดี (ใบเสมาหินแบบทวารวดี) ที่บ้านโนนเมือง (ทางทิศเหนือของปรางค์บ้านสีดา)แสดงให้เห็น”ร่องรอยหลักฐาน” ของพัฒนาการผู้คน – วัฒนธรรมที่ทับซ้อน ต่างกาลเวลากันมายาวนานจากชุมชนยุคเหล็กมาถึงวัฒนธรรมทวารวดีกลายมาเป็นชุมชนเขมรตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมาได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีสถานที่อ้างอิงจริง แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรื่องเล่านิทานนี้จะเคยเกิดขึ้นจริงด้วย และถึงแม้ว่ามันจะเป็นอย่างนั้น นายบอยจ๊อดก็ยังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ชัดเจนต่อไป เอาน่ะ อย่าเพิ่งไปคิดมากเลยพ่อหนวด.. Did you know - ประเพณีแห่ช้างบ่อไก่แก้วเมืองสีดาใช้ช้างแห่จำนวน ๙ เชือกในช่วงตรุษสงกรานต์ โดยมีความเชื่อว่าเมื่อท้าวกำพร้ารบชนะพระยาจาตูม และชิงตัวนาง - ชาวบ้านมีความเชื่อว่าตรงบริเวณบ่อไก่แก้วมี “รู” หรือ “ทางน้ำ” ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ - ปูนปั้นในวัดบ่อไก่แก้วเป็นศิลปะแบบขอม – เขมรโบราณ ระบุว่าเป็นปูนปั้นประดับปราสาทก่ออิฐหลังหนึ่งในจังหวัดโคราช เรียกว่า “กู่สีดา” หรือ “ปรางค์บ้านสีดา” - ที่บ้านโนนเมือง (ทางทิศเหนือของปรางค์บ้านสีดา) แสดงให้เห็น”ร่องรอยหลักฐาน” ของพัฒนาการผู้คน – วัฒนธรรมที่ทับซ้อน ต่างกาลเวลากันมายาวนานจากชุมชนยุคเหล็กมาถึงวัฒนธรรมทวารวดีกลายมาเป็นชุมชนเขมรตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#64 Dec

รวมฮิตกรามค้าง เมื่อของสองสิ่งวางผิดที่ ความฮามันจึงบังเกิด
เรื่องตลก /  ไอเดีย

เมื่อของสองสิ่งวางผิดที่ ผิดทาง ความฮาหัวทิ่มจึงไม่ปราณีใคร เชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้คงเคยเกิดขึ้นกับหลายๆ คนที่แบบว่ามุมผิดชีวิตเปลี่ยน จากเหตุการณ์ที่ เมื่อของสองสิ่งวางผิดที่ แบบว่าจากที่ให้ความหมายอีกอย่างกลับกลายเป็นอีกอย่างไปซะงั้นเลยก็ว่าได้ ซึ่งโชคดีของเราหน่อยที่เราอยู่ในยุคแห่งดิจิตอล ที่เวลาทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็มักที่จะถูกมนุษย์กล้องจับภาพด้วยกล้องมือถือมาแชร์กันให้หัวเราะกันเรื่อยๆ และนี่คือสุดยอดภาพสุดเฟลจากเหตุการณ์ เมื่อของสองสิ่งวางผิดที่ ที่ทาง Men.MThai คัดมาให้เราได้ร่วมขำกันครับ พวกเราชาวทหาร เข้ามาเพื่อ ไม่ สร้างสันติภาพนะครัชชชช เทย์เลอร์ สวิฟต์!!!!!!! คุกกี้ มอนส์เตอร์!!! ร้องเพลง ไอดรีมอะดรีม แบบน้องแอนน์แปร๊บนะ มันใช่อะ ไม่ต้องสืบต่อเลย แวมไพร์ มา ธนาคารบริจาคเลือด????? รับเครื่องดื่มซักอแก้วมั้ยเอ่ย? รองเท้าล่องหนหรอเนี่ย 55555555555555555555555+ เปรอะหมดเบยยยย สปอล์ยได้ตรงมากๆ //ร้องไห้แป๊ป ถ้ามันไม่แตก เราก็ทำมันให้แตกซะสิ เลียติม!!! Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาต้นฉบับจาก http://www.boredpanda.com/funny-placement-fails/

10 สาว FHM GND 2015 ดีกรีร้อนก่อนปาร์ตี้ครั้งแรกของเมืองไทย
FHM /  gnd / 

10 สาวข้างบ้าน FHM GND 2015 ได้เผยถึงความเซ็กซี่ให้ได้ยลโฉมกันเต็มๆ อีกครั้ง ก่อนที่จะเข้าสู่ปาร์ตี้ EP 3: THE GRAND FINALE ห้ามพลาด! เปิดประสบการณ์มันส์ๆให้สุดขั้วกับ David Gravell ศิษย์เอก Armin Van Burren สุดยอดดีเจชื่อดังระดับโลกจากค่าย Armada Music จัดหนักทั้งคืนด้วยเหล่าศิลปินดังที่มารวมตัวส่งท้ายปาร์ตี้ไตรภาคครั้งนี้กันให้สนั่นทั้ง บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ & The old school all stars,  Southside และ  THAITANIUM กลุ่มศิลปินฮิบฮอบอันดับหนึ่งของเมืองไทยที่จะมาพร้อมโชว์ที่พิเศษกว่าครั้งไหนๆ ร่วมด้วยดีเจสุดเซ็กซี่ Roxy June, ฟ้าใส สุดยอดดีเจ EDM ชั้นนำ จาก OKB กระชากใจเร่งจังหวะความเร่าร้อนสาวข้างบ้านสุดเซ็กซี่ FHM GND 2015 และ รุ่นพี่ FHM GND  พร้อมเหล่า สาวเซ็กซี่กว่า 100 คน  เรียกว่าปาร์ตี้ EP 3: THE GRAND FINALE จะปฏิวัติทุกรูปแบบปาร์ตี้อย่างแท้จริงส่งท้ายให้กระหึ่ม! โค้งสุดท้าย เซ็กซี่ร้อนแรง ที่สุดแห่งปาร์ตี้ยิ่งใหญ่สุดอลังการที่จะรวมทั้งความมันส์ ความสนุก ความเซ็กซี่ร้อนแรง กำลังจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก! ของเมืองไทยจากแคมเปญดังเมืองไทย ส่งท้ายปาร์ตี้ไตรภาคคครั้งนี้พร้อมการประกาศผล WINNER FHM GND 2015 ที่สุดเซอร์ไพร์ส ด่วน!!!  วันนี้ นิตยสาร FHM มอบส่วนลดพิเศษ บัตร Early bird ราคาเพียง 900 บาท ถึง 3 สิงหาคมนี้เท่านั้น!!!

ละครนางร้ายที่รัก  , เรื่องย่อนางร้ายที่รัก
บอย ปกรณ์ นางร้ายที่รัก /  คิมเบอร์ลี่ นางร้ายที่รัก / 

นางร้ายที่รัก บทประพันธ์โดย : ดวงมาลย์บทโทรทัศน์โดย : ชลนภัสส์ จันทรังษี, จีรนุช ณ น่าน, วรรณพร รัฐพิทักษ์สันติกำกับการแสดงโดย : สำรวย รักชาติ ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 พิมพ์ชนก (คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ) ดารานางร้ายสุดฮอตในวงการบันเทิง ได้รับมรดก มหาศาลในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ทรัพย์ไพศาลอนันต์ หลังจากสูญเสีย พรรณราย (อรสา พรหมประทาน) แม่ที่เลี้ยงเธอมาอย่างเอาอกเอาใจราวกับเธอเป็นราชินีองค์น้อย ๆ ทำให้เธอ เติบโตมาอย่างหรูหรา หยิ่งทะนง เหวี่ยงวีนไม่ไว้หน้าใคร และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด พิมพ์ชนกก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการทาบทามของ ชาร์ลี แมวมองหน้าใหม่หัวใจสีม่วง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี ชาร์ลีหวังปั้นให้พิมพ์ชนกเป็นนางเอกดาวรุ่งดวงใหม่ แต่ด้วยความ ปราดเปรียว สวยเฉี่ยว มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ทำให้พิมพ์ชนกโด่งดังและมีชื่อเสียงจากการพลิกบทบาทเป็นนางร้ายในละครโทรทัศน์มากกว่า แท้จริงแล้ว พิมพ์ชนกไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อชื่อเสียง แต่เพราะเธอต้องการแสดง ตัวตนให้ใครคนหนึ่งได้รับรู้ ใครคนที่เธอรอคอยจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง พิมพ์ชนกใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูตามลำพังคนเดียว โดยให้ ป้าศัลย์ (ดีใจ ดีดีดี) แม่บ้าน เก่าแก่ และสาวใช้คนอื่นแยกออกไปอยู่เรือนเล็กหลังคฤหาสน์ เพราะไม่ต้องการเห็นใครเข้ามาเดิน วุ่นวายให้รำคาญตาเวลาเธออยู่บ้าน แม่บ้านและสาวใช้จึงต้องเตรียมทำอาหารเช้าไว้ให้พิมพ์ชนก ก่อนตื่นนอน จัดการงานบ้านและเตรียมอาหารเย็นก่อนพิมพ์ชนกกลับจากเลิกงาน หลายคืนติดต่อกัน พิมพ์ชนกฝันกึงผู้หญิงคนหนึ่งในบึงใหญ่ เวิ้งว้าง เสียงเรียกของเธอเต็มไป ด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน พิมพ์ชนกพยายามเพ่งมองใบหน้าหญิงสาวคนนั้น แต่ก็ถูกม่าน หมอกบดบังให้มองไม่เห็นทุกที... ชาร์ลีบอกว่าพิมพ์ชนกเครียดกับละครผีเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิด กล้อง จึงทำให้เก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ แต่พิมพ์ชนกกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เสียงเรียกของผู้หญิงคนนั้น ยังดังแว่วในความคิดตลอดเวลา นางร้ายที่รัก นที สิงห์หฤทธิ์ (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ผู้กองหนุ่มฝีมือดีจากกองปราบ กับ ศาตรา (จิตรกาณุ กลมแก้ว) ตำรวจลูกพี่ลูกน้องของเขา ได้รับคำลังให้นำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ มาดูแลความเรียบร้อยในงานประกาศรางวัล มาลาทองคำ ที่จัดขึ้นสำหรับดารานักแสดง โดยมีภรรยาท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในงาน และแขกผู้มีชื่อเสียงทางธุรกิจและวงการบันเทิงมา ร่วมงานอย่างดับคั่ง นทีเบื่อหน่ายงานโชว์หรู ที่ต้องปั้นหน้าแสแสร้งเข้าหากันอย่างนี้มาก ผิดกับศาตราที่ดูจะมี ความสุขกับการมองดาราสาวสวยแต่งชุดหวือหวาประชันความสวย เดินกรดกรายมาบนพรมแดง พิมพ์ชนกเข้างานมาดุจนางพญาหงส์ในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงยาวกรอมพื้น กลบรัศมี ดาราคนอื่นจนหมดสิน แสงแฟลชวูบวาบจากนักข่าวทุกคนพุ่งความสนใจไปเธอเพียงคนเดียว แล้ว สายตาคมกริบของนที ก็ชะงักค้าง ในความงดงามและมีเสน่ห์ของพิมพ์ชนก จนศาตราออกปากแซวว่าอินทรีหนุ่มต้องมนต์สะกดนางพญาหงส์เข้าแล้ว พิมพ์ชนกได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี ตามที่สื่อบันเทิงหลายสำนัก คาดการณ์ไว้ เนตรกมล (หยาดทิพย์ ราชปาล) นางเอกแสนหวานผู้ร่วมวงการฯ แสดงความยินดีกับ พิมพ์ชนกอย่างชื่นชม ต่างจาก ดวงแข (ธนิดี กาญจนวัฒน์) และ พิไล (เวธกา ศิริวัฒนา) สองเพื่อนซี้ นางร้ายในวงการรุ่นเก่า ที่ถูกรัศมีของพิมพ์ชนกเขี่ยจนเกือบตกกระป๋อง ได้แต่เฝ้ามองพิมพ์ชนกด้วย ความอิจฉาตาร้อน คิดหาทางเขี่ยพิมพ์ชนกกระเด็นออกจากวงการไปให้ได้ นางร้ายที่รัก ผู้หญิงในบึงใหญ่ยังคงร้องเรียกพิมพ์ชนกในฝัน คราวนี้พิมพ์ชนกกำลังจะได้เห็นใบหน้าที่ ชัดเจนของเธอ ถ้าไม่ถูกชาร์ลีปลุกขึ้นมาดูพาดหัวข่าวบันเทิงทุกฉบับ ที่มีรูปพิมพ์ชนกสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรติ พิมพ์ชนกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ต้องสะดุดตากับข่าวกรอบเล็กมีรูปพบศพผู้หญิงในบึงร้างแห่งหนึ่งแถวรังสิต ระบุชื่อ นางสาวสายธาร ประเสริฐวรกาญจน์ จมน้ำเสียชีวิตไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ พิมพ์ชนกมองรูปและชื่อในข่าวนั้นด้วยความตกใจสุดขีด พิมพ์ชนกหยิบกล่องลายลูกไม้เก่าที่เก็บซ่อนในตู้เสื้อผ้าชั้นบนสุดลงมา เปิดกล่องดูรูปถ่ายสี ซีดจางขึ้นมาดูอย่างใจหาย เห็นเด็กหญิงตัวเล็กวัย 7 ขวบที่มีแววตาเศร้า ถ่ายรูปคู่กับเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ยิ้มร่าเริงสดใส ด้านหลังรูปถ่ายเขียนชื่อด้วยลายมือเด็ก พี่พิมกับน้องน้ำ ภาพในวันเด็กของพิมพ์ชนกย้อนกลับมาในความคิด พิมพ์ชนกกับ สายธาร (นันทิกานต์ สิงหา) คือพี่น้องต่างสายเลือดร่วมสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านแสงประทีป ทั้งสองผูกพันกันมาก พิมพ์ชนกรักและปกป้องสายธารดุจพี่น้องแท้ ๆ แต่ทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกันเพราะมีพ่อแม่ใหม่มารับ อุปการะสายธารไปก่อน จากนั้นไม่นาน พรรณราย หญิงหม้ายเศรษฐีนีผู้ไม่มีทายาทสืบสกล ก็มาขอรับพิมพ์ชนกไปเป็นบุตรบุญธรรม ความลับในวัยเด็กของพิมพ์ชนก มีเพียงชาร์ลีกับปาศัลย์เท่านั้นที่รู้ ใครคนนั้นที่พิมพ์ชนกหวังจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง คงไม่มีวันเป็นจริง... เมื่อสายธาร น้องสาวที่เธอให้ชาร์ลีจ้างนักสืบเอกชน ตามหามานาน ได้เสียชีวิตแล้ว!! สายธารกับชาร์ลีไปงานศพสายธารในคืนสุดท้าย แอบเฝ้ามองบรรยากาศงานศพอยู่ในรถเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ จนแขกเหรอทยอยกลับจนหมด พิมพ์ชนกจึงเข้าไปเคารพสายธาร ด้วยหัวใจแหลกสลาย ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเจอกมลเนตรกับ พิพัฒน์ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) น้องชายเนตรกมล ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของสายธาร หลังกลับจากงานศพสายธาร พิมพ์ชนกร้องไห้จนหลับไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะมีมือเย็นเฉียบแตะขาเธอ พิมพ์ชนกเห็นร่างสายธารร้องไห้อยู่ปลายเตียงของเธอ เธอไม่ได้ฝัน เธอเห็นสายธารอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เสียงโทรศัพท์ของพิพัฒน์ปลุกพิมพ์ชนกให้ตื่นจากภวังค์สายธารหายไปแล้ว พิพัฒน์นัดเจอพิมพ์ชนกบอกความจริงเรื่องสายธารเป็นผู้หญิงไซด์ไลน์ ตอนแรกพิพัฒน์เจ็บปวดและรับไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ให้อภัยเพราะความรักที่เขามีต่อสายธาร และวางแผนที่จะแต่งงาน กันแต่ ดนัย (กรุณพล เทียนสุวรรณ) กับ สมภพ (วริษฐ์ ทิพโกมุท) สองพี่น้องนายทุนและเจ้าพ่อแห่งวงการบันเทิง ที่เคยใช้บริการสายธารบ่อย ๆ ไม่ยอมเลิกกับสายธาร ทั้งสองขู่เอาชีวิตสายธาร ทำให้สายธารหวาดกลัวและอัดคลิปเสียงขู่ฆ่า และคลิปเสียงของดนัยที่โทรนัดให้สายธารไปพบที่บึงร้าง ไม่งั้นจะแฉรูปโป๊ของสายธารที่แอบถ่ายเอาไว้ สายธารจึงขู่กลับว่าจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดกับสื่อฯ หลังจากสายธารตาย มือถือของเธอก็หายไป พิพัฒน์มั่นใจว่าดนัยกับสมภพร่วมมือกันฆ่าปิดปาก สายธาร พิมพ์ชนกหดหู่กับเรื่องของสายธารที่เธอได้รับรู้ ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจของพี่สาวต่างสายเลือด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...สายธารก็คงไม่มีชะตากรรมแบบนี้ เพราะเธอไปอ้อนวอนขอร้องให้สามีภรรยาคู่นั้นรับสายธารไปอยู่ด้วย สามีภรรยาครอบครัวประเสริฐวรกาญจน์ถูกใจและเลือกรับอุปการะพิมพ์ชนก แต่พิมพ์ชนกอยากให้สายธารได้อยู่สุขสบายมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงเสียสละโอกาสนั้นให้น้อง โดยหารู้ไม่ว่า เธอได้ส่งสายธารไปสู่เงื้อมือพญามัจจุราช ครอบครัววรกาญจน์ย้ายที่อยู่ทันทีที่ได้ตัวสายธารไป ทำให้บ้านแสงประทีปติดต่อไม่ได้ พิมพ์ชนกขาดการติดต่อกับสายธารทั้งที่ทั้งสองสัญญาจะไม่ทิ้งกัน นางรายที่รัก สายธารถูกเลียงให้เติบโตมาอย่างดี และถูกพ่อแม่ใจยักษ์บังคับให้สายธารขายตัวกับเสี่ยกระเป๋าหนักมากหน้าหลายตา โดยที่เธอไม่อาจขัดขืนได้ หลังจากพ่อแม่สายธารติดหนีพนัน จึงพากันหลบหนีไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สายธารหลุดพ้นจากวังวนอุบาทว์ คิดเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพิพัฒน์ แต่ต้องมาเจอเวรกรรมเก่าจากดนัยและสมภพตามหลอกหลอนไม่หยุด พิมพ์ชนกคิดแก้แค้นแทนสายธาร เพื่อกระชากหน้ากากนายทุนชั่วในวงการบันเทิงของดนัยกับสมภพให้สาสมกับที่สายธารถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เสียงลมหวีดหวิวและเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายธารเตือนพิมพ์ชนกว่า อันตราย แต่พี่สาวผู้รักน้องสุดหัวใจ มุ่งมั่นจะทวงความยุติธรรมให้สายธาร โดยไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น พิมพ์ชนกก็ได้รับจดหมายลึกลับขู่เอาชีวิต ให้พิมพ์ชนกเลิกตามสืบเรื่องสายธาร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพิมพ์ชนกในกองถ่ายและระหว่างทางกลับบ้านหลายครั้ง พิมพ์ชนกคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากดวงแขกับพิไล ศัตรูคู่แค้นในวงการ แต่ชาร์ลีมั่นใจว่าเหตุรุนแรงหลายครั้งเป็นฝีมือฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของสายธาร ชาลีติดต่อกองปราบขอตำรวจมือดีมาช่วยคุ้มกันพิมพ์ชนก สารวัตรชินกริช (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) จึงมอบหมายให้ นทีผู้กองหนุ่มนักบู๊ไปเป็นเป็นบอดีการ์ดดูแลความบัลอดภัย และสืบเรื่องคนที่ส่งจดหมายขู่ทำร้ายพิมพ์ชนก นทีเดือดดาลไม่พอใจ เพราะฝีมือระดับอินทรีเหล็กอย่างเขาควรได้รับมอบหมายงานที่เสี่ยง อันตรายและได้ออกแรง มากกว่าการเฝ้าติดตามดาราไฮโชอารมณ์ร้ายอย่างพิมพ์ชนก แต่เขาก็ จำเป็นต้องทำตามคำลังเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางร้ายที่รัก มธุรส (กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) บุกมาอาละวาดพิมพ์ชนกถึงกองถ่ายละคร เพราะรู้ข่าวว่า พิมพ์ชนกนัดพบดนัยสามีของเธอบ่อย ๆ เพื่อพูดคุยเรื่องงานที่ดนัยเป็นนายทุนใหญ่ผลิตละครและรายการโทรทัศน์ เนตรกมลเข้ามาช่วยอธิบาย ก็ถูกมธุรสตบจนเสียหลัก เคราะห์ดีที่นทีเข้ามารับตัวเนตรกมลไว้ทัน นทีประกาศตัวเป็นบอดีการ์ดดูแลพิมพ์ชนก และขัดขวางมธุรสไม่ให้ทำร้ายพิมพ์ชนกกับเนตรกมลจนมธุรสต้องล่าถอยไป พิมพ์ชนกโวยวายชาร์ลี ไม่ยอมรับนทีเป็นบอดี้การ์ด เพราะต้องการเข้าถึงตัวดนัยกับสมภพโดยไม่มีใครล่วงรู้แผนของเธอ แต่ชฺาร์ลียื่นคำขาดให้พิมพ์ชนกมีบอดีการ์ดเพื่อความปลอดภัย ถ้าคิดจะหาหลักฐานเล่นงานตัวฆาตกร โดยจะมีเพียงพิมพ์ชนกชาร์ลี และพิพัฒน์เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ พิมพ์ชนกแกล้งรับปากชาร์ลี แต่ในใจคิดหาวิธีที่จะให้นทีทนเธอไม่ได้จนลาออกไปเอง ชาร์ลีให้นทีย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของพิมพ์ชนก และพักห้องนอนติดกันพับพิมพ์ชนกสร้างความเหวี่ยงวีนให้กับพิมพ์ชนกที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตน ชาร์ลีเกลียกล่อมและย้ำเรื่องข้อตกลงของเขากับพิมพ์ชนก จนพิมพ์ชนกค้านไม่ได้ นทีแอบสงสัยว่าชาร์ลีกับพิมพ์ชนกมีข้อตกลงอะไรที่เขาไม่รู้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีที่เค้ารับหน้าที่ตามสืบด้วย พิมพ์ชนกฝันเห็นสายธารถูกใครคนหนึ่งซึงมองไม่ขัด จับเธอกดน้ำในบึง สายธารตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับกดน้ำไปด้วย เธอเริ่มสำลัก และหายใจไม่ออก ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียง... จนสะดุ้งตื่น พิมพ์ชนกทบทวนความฝันร้องไห้รู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้ชะตากรรมของสายธารเป็นแบบนี้ เธอคร่ำครวญโทษตัวเอง นทีได้ยินเสียงพิมพ์ชนกร้องไห้คิดว่าพิมพ์ชนกตกอยู่ในอันตราย จึงรีบเข้าไปช่วย เป็นครั้งแรกที่นทีได้เห็นน้ำตาของนางพญาหงส์ พิมพ์ชนกอ้างว่าร้องไห้คิดถึงแม่ ไล่ให้นทีออกไปจากพื้นที่หวงห้ามในห้องนอน และไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง นทีตามมาเฝ้าพิมพ์ชนกที่ห้องถ่ายรายการสดตอนเช้า มีมอเตอร์ไซค์ลึกลับตั้งใจพุ่งมาชนมาชนพิมพ์ชนกขณะเดินเข้าห้องถ่ายรายการ นทีเล่นงานคนร้าย และช่วยพิมพ์ชนกไว้ได้ แต่จับตัวคนร้ายไว้ไม่ทัน พิมพ์ชนกตื่นตระหนกและพยายามกลบความรู้สึกกลัวเอาไว้ ก่อนเริ่มถ่ายรายการ อาจารย์พิมาน (ฝันเด่น จรรยาธนากร) ญาณสัมผัส ถูกเชิญเข้ามาทำพิธีบรวงสรวงให้ทีมงานในกองถ่าย ได้ทักพิมพ์ชนกให้ระวังอันตรายบางอย่างที่คิดจะทำ พิมพ์ชนกปฏิเสธไม่เข้าใจเพราะไม่อยากให้นทีหรือคนอื่นรู้เรื่องขณะให้สัมภาษณ์รายการสดกับพิธีกรหน้าใหม่สองคน พิมพ์ชนกเห็นใบหน้าพิธีกรคนหนึ่งเหมือนสายธาร ถึงกับอึงไป พิมพ์ชนกจึงหันความสนใจมาคุยกับพิธีกรคนแรกคนเดียว ไม่ว่าพิธีกรสาวอีกคนจะถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ ไม่มองหน้า จนจบรายการก็หนีเข้าห้องแต่งตัวไป พิธีกรหน้าคล้ายสายธารถึงกับร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าพิมพ์ชนกเกลียดอะไรตน ทีมงานพากันซุบซิบนินทาถึงความร้ายกาจของพิมพ์ชนกให้นทีได้ยิน นทีตามพิมพ์ชนกเข้าไปในห้องแต่งตัว ทันเห็นเห็นพิมพ์ชนกปาดนาตาแวบหนึ่ง แต่กลับหันหน้าสวยเชิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาสั่งนทีว่าจะเดินทางไปทำสปาต่อ เพื่อเตรียมตัวถ่ายโฆษณาตัวใหม่ในวันรุ่งขึ้น ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งแอบส่งข่าวไปบอกดวงแขกับพิไลทันที ดวงแขสบโอกาส คิดหาทางแก้แค้นพิมพ์ชนกที่แย่งโฆษณาชิ้นนี้ไปจากตน ดวงแขกับพิไลทำทีมาทำสปาก่อนพิมพ์ชนกจะมาถึง และแอบใส่ครีมกำจัดขนลงในครีมบำรุงคิว พิมพ์ชนกเดินทางมาถึงปะทะคารมกับดวงแขคู่อริ นทีคอยสังเกตพิรุธของดวงแขกับพิไล ว่าอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยขู่ทำร้ายพิมพ์ชนกรึเปล่า มยุรี (สุวรัฎฐิภา โยคะกุล) เจ้าของสปาชื่อดัง ขอร้องให้ทั้งสามอย่ามีเรื่องกัน เพราะมีนักข่าวเป็นลูกค้าในร้าน ไม่อยากให้เป็นข่าวดังตามหน้าสื่อบันเทิงก่อนกลับดวงแขชื่นชมครีมบำรุงคิ้วตัวใหม่ของมยุรี ทำให้พิมพ์ชนกสนใจอยากลองบ้าง ศาตราโทรบอกนทีเรื่องทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์คนร้ายเป็นทะเบียนปลอม ทำให้ติดตามตัวคนร้ายยาก และจดหมายขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกิตรวจไม่พบรอยนิ้วมือ ตัวหนังสือก็ใช้พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ นางร้ายที่รัก อิงอร (ปารีณา บุศยศิริ) ลูกสาวสารวัตรชินกริช ส่งข้อความและโทรจิกนที จนนทีจำต้องรับสายและหลอกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจในซ่องโสเภณี ทำให้อิงอรโวยวายไม่พอใจมาก นทีรู้จักอีกแง่มุมดี ๆ ของพิมพ์ชนกจากป้าศัลย์ หรือป้าศรี แม่บ้านวัย 40 ที่ถูกสามีทำร้ายจนเสียโฉม พิมพ์ชนกจึงออกเงินให้ป้าศัลย์ไปทำศัลยกรรมจนหน้าสวย และช่วยป้าศัลย์ให้รอดพ้นจากสามีใจร้าย นทีสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างพิมพ์ชนกกับดนัย ที่ทำให้มธุรสหึงหวงจนต้องตามมาอาละวาดบ่อย ๆ พิมพ์ชนกโกรธนทีเพราะคิดว่าเขากำลังดูถูกเธอว่าใช้ร่างกายเป็นสะพานให้ได้งานจากดนัย แต่เธอไม่ยอมอธิบายว่าทำไมต้องหาโอกาสเข้าใกล้ดนัยบ่อยครั้ง กลางดึก...พิมพ์ชนกกรีดร้องลั่นคฤหาสน์ เมื่อพบว่าขนคิ้วของเธอร่วงจนหมด สร้างความขำระคนปวดหัวให้นที ที่ต้องหาทางแก้ปัญหาให้พิมพ์ชนกโดยด่วน นทีตัดผมหน้าม้าปิดบังคิ้วให้พิมพ์ชนก เป็นทรงที่แปลกตาแตกน่ารักดีสำหรับเธอ แนะนำให้พิมพ์ชนกสั่งชาร์ลีแทรกคิวแอนนาช่างแต่งหน้าเทพจอมวีนด่วน แม้จะยากลำบากแค่ไหน ชาร์ลีก็ต้องได้คิวแต่งหน้าของแอนนามาให้ได้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านไปด้วยดี งานถ่ายโฆษณาราบรื่น พิมพ์ชนกอารมณ์ดีและรู้สึก ดีกับนทีจนชาร์ลีผิดสังเกต ที่ผู้กองขี้เก๊กกับคุณนายเอาแต่ใจญาติดีกันได้ ศาตราตามชาร์ลีไปหาหลักฐานและตรวจสิ่งผิดปกติที่สปาของมยุรี เพื่อหาว่าใครกลั่นแกล้งพิมพ์ชนก จึงรู้ว่ามยุรีกำลังถูกลูกค้าหลายคนรุมเอาเรื่องเพราะขนคิ้วร่วงเหมือนพิมพ์ชนก แต่ดวงแขและพิไลกลับไม่เป็นอะไร ทิ้งที่เริ่มใช้ครีมยี่ห้อนี้เป็นสองคนแรก พิมพ์ชนกมั่นใจว่าดวงแขกลั่นแกล้งเธอ จึงคิดเอาคืนด้วยการติดต่อขอพบดนัย เพื่อใช้เสน่ห์อ้อนขอเสียบงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้เพราะไม่อยากให้พิมพ์ชนกสร้างศัตรูและไม่อยากให้พิมพ์ชนกเปลืองตัวแต่พิมพ์ชนกมั่นใจว่ามีนทีคอยปกป้องแล้วจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ทำให้นทีรู้สึกหวั่นไหวกับความไว้วางใจของพิมพ์ชนก ดนัยยอมให้พิมพ์ชนกมาทำงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่พอใจที่พิมพ์ชนกแต่งตัวยั่วยวนดนัยจนเกินงาม จึงมีปากเสียงกันหลังจากกลับถึงคฤหาสน์ ทั้งสองพ่อแง่แม่งอนกัน และต่างคนต่างหนีเข้าห้องของตัวเอง มธุรสอาละวาดดนัยทันทีที่กลับถึงบ้าน เพราะรู้ว่าดนัยแอบนัดเจอกับพิมพ์ชนก ดนัยจึงออกไปดื่มเหล้าและปรับทุกข์กับสมภพน้องชาย ดนัยพูดเป็นนัยว่ารักพิมพ์ชนกจริง และสั่งห้ามสมภพยุ่งวุ่นวายกับพิมพ์ชนกเด็ดขาด แม้สองพี่น้องจะผลัดเปลี่ยนกันเชยชมผู้หญิงคนเดียวกันมาตลอด แต่สำหรับพิมพ์ชนกคือข้อยกเว้น ดวงแขถูกสื่อบ้านเทิงเล่นงานอย่างหนักจนถูกถอดจากงานละครและงานพิธีกร ดวงแขวางแผนกับพิไล หาทางแก้แค้นพิมพ์ชนก พิมพ์ชนกแนะนำเนตรกมลให้รู้จักนทีบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ เนตรกมลถูกใจนทีตั้งแต่ที่เคยช่วยเธอคราวก่อน จึงชวนนทีพูดคุยด้วย แต่นทีกลับพูดถึงแต่พิมพ์ชนกในแง่มุมที่คนอื่นไม่เคยรู้ เพราะเขาอยู่ใกล้ชิดกับพิมพ์ชนกมาหลายอาทิตย์ ดวงแขกับพิไลเป็นแค่ นักแสดงรับเชิญ เห็นบอดีการ์ดอย่างนทีคุยอยู่กับกมลเนตร จึงยิ้มร้ายสบโอกาส พิมพ์ชนกอยู่ในห้องเก็บของที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวชั่วคราว ในห้องทึบและอับแทบไม่มีอากาศหายใจเสียงสายธารแว่วเตือนพิมพ์ชนกพร้อมเสียงลมหวีดหวิวให้ระวังตัวจู่ ๆ ก็มีมือลึกลับล็อกประตูห้องแต่งตัวจากด้านนอก พิมพ์ชนกตกใจทุบประตูเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะทีมงานคนอื่นวุ่นวายกับการเซ็ตฉาก เซ็ตไฟ แต่งหน้าแต่งตัวนักแสดงคนอื่น นทีตามหาพิมพ์ชนก ก่อนจะพังประดูห้องแต่งตัวเข้าไปพบว่าพิมพ์ชนกเป็นลมอยู่ในนั้น ชาร์ลีกับเนตรกมลเอายาดมและพัดให้พิมพ์ชนกจนฟื้นคืนสติ ทีมงานต่างโจษจันกันว่าพิมพ์ชนกโดนอาถรรพ์จากละครผีเรื่องนี้ จากการปล่อยข่าวของดวงแขกับพิไล พิมพ์ชนกมั่นใจว่าเป็นฝีมือดวงแขกับพิไล แต่ทั้งสองปฏิเสธแกล้งบีบน้ำตาดราม่าว่าชีวิตกำลังย่ำแย่ ยังจะถูกพิมพ์ชนกกล่าวหาอีก นทีเห็นมธุรสแอบชุ่มดูพิมพ์ชนกมุมหนึ่งด้วยแววตาร้าย มธุรสรบหนีไปทันทีที่ตกเป็นเป้าสายตานที ทำให้นทีสงสัยว่า ดวงแข หรือ มธุรส ที่เป็นคนขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกันแน่ นางร้ายที่รัก ชาร์ลีพาพิมพ์ชนกมาหาอาจารย์พิมาน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับวิญญาณของสายธารมีจริงหรือเปล่า อาจารย์พิมานพูดแต่เรื่องเวรกรรมที่ต้องชดใช้ ทำให้พิมพ์ชนกปักใจว่าเธอต้องชดใช้หนี้ชีวิตของสายธารให้ได้ นทีเฝ้ารออยู่นอกบ้านอาจารย์พิมานอย่างเอือมระอา เพราะไม่เชื่อเรื่องงมงายแบบนี้ พิพัฒน์หลบเนตรกมลมาหาพิมพ์ชนกที่กองถ่าย บอกว่าแอบเข้าไปค้นมือถือสายธารในบ้านดนัยกับสมภพไม่สำเร็จ อยากให้พิมพ์ชนกหาทางเข้าไปหาหลักฐานที่ห้องทำงานดนัยกับสมภพในบริษัท ลมกรรโชกแรง...พิมพ์ชนกไดยินเสียงสายธารชัดเจนว่า อันตราย พิมพ์ชนกเข้าใจว่าสายธารต้องการมาเตือนเรื่องที่เธอกำลังสืบ ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอมุ่งมั่นจะจับตัวดนัยเข้าคุกให้ได้ นทีสงสัยว่าพิพัฒน์กับพิมพ์ชนกมีลับลมคมในอะไรกัน ทำไมน้องชายถึงไม่ไปหาเนตรกมลพี่สาว แต่กลับมาคุยกับพิมพ์ชนกแทน พิมพ์ชนกแก้ตัวว่าพิพัฒน์เป็นแฟนคลับละคร แต่นทีไม่เชื่อ เนตรกมลรักน้องชายมาก จึงเตือนพิพัฒน์เรื่องชอบพิมพ์ชนก เพราะไม่อยากให้พิพัฒน์เสียใจ เพราะคนอย่างพิมพ์ชนกอยู่สูงเกินกว่าที่จะมองพิพัฒน์ พิพัฒน์ปฏิเสธหาว่าเนตรกมลเล่นละครมากเกินไปจนผูกเรื่องเองคิดไปเอง ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไร ดนัยกับสมภพแจงรายละเอียดงานพิธีกรเทปแรก พิมพ์ชนกตกใจมากเมื่อรู้ว่าจะต้องไปเป็นพิธีกรถ่ายทำรายการที่ บ้านแสงประทีป อดีตที่พิมพ์ชนกพยายามลืมมาสิบกว่าปี สมภพแอบลอบมองความสวยสง่าของพิมพ์ชนกอย่างน่าชื่นชม อย่างนี้นี่เอง...พี่ชายของเขาถึงกับหวงแหนและอยากจะครอบครองพิมพ์ชนกไว้คนเดียว ดนัยเห็นสายตากรุ้มกรมของสมภพ เริ่มไม่ไว้ใจ พิมพ์ชนกยังโดนลอบทำร้ายอยู่ตลอด แม้นทีจะช่วยเธอรอดพ้นอันตราย แต่ก็ไม่สามารถสืบหาได้ว่าใครเป็นจอมบงการและฆาตกรที่แท้จริง แต่พิมพ์ชนกก็ยังดือที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตลอด สุดท้ายใครคือฆาตรกรที่ฆ่าสายธาร และบงการฆ่าพิมพ์ชนก ก็ต้องติดตามชมใน ละครนางร้ายที่รัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนัแสดง นางร้ายที่รัก คิมเบอร์ลี แอน เทียมคิริ รับบท พิมพ์ชนก ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท นที หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท เนตรกมล จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ศาสตรา วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท ชาร์ลี ปารีณา บุศยศิริ รับบท อิงอร โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ รับบท พิพัฒน์ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ดนัย วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท สมภพ ธนิดี กาญจนวัฒน์ รับบท ดวงแข เวธกา คิริวัฒนา รับบท พิไล กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท มธุรส

แอร์เอเชียและแอร์เอเชียเอ็กซ์ จัดหนัก ลด 20% ทุกที่นั่ง!
แอร์เอเชีย /  แอร์เอเชีย เอ็กซ์ / 

สายการบินแอร์เอเชียและแอร์เอเชียเอ็กซ์ จัดโปรโมชั่นใหญ่ลด 20 % ทุกที่นั่งทุกเที่ยวบิน คลิกเลยที่ AirAsia.com หรือแอพพลิเคชั่นบนมือถือทั้งระบบ IOS และ Android ตลอดจนเว็ปไซต์บนมือถือ mobile.airasia.com จองด่วนวันนี้- 2 สิงหาคม 2558 สัปดาห์เดียวเท่านั้น เดินทางได้เลยตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม2558 ถึง 30 พฤศจิกายน 2558 เพื่อลุ้นเป็นผู้โดยสารคนที่ 300ล้านของกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย แอร์เอเชียและแอร์เอเชียเอ็กซ์ จัดหนัก ลด 20% ทุกที่นั่ง! ร่วมลุ้นนับถอยหลังสู่ผู้โดยสารคนที่ 300 ล้าน จองวันนี้-2 สิงหาคม 2558 เท่านั้น บินได้ทันที ทั้งนี้โปรโมชั่นราคาพิเศษ ได้จัดครอบคลุมทุกที่นั่งในทุกเที่ยวบินของกลุ่มสายการบินแอร์เอเชียและกลุ่มสายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์  ตลอดจนบริการต่อเที่ยวบิน(Fly-Thru) ทั้งเที่ยวบินรหัส AK (แอร์เอเชียมาเลเชีย) D7 (แอร์เอเชียเอ็กซ์มาเลเชีย) FD (ไทยแอร์เอเชีย) DJ (ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์) QZ (แอร์เอเชียอินโดนีเซีย) I5 (แอร์เอเชียอินเดีย) XT (อินโดนีเซียแอร์เอเชีย เอ็กซ์ตร้า)PQ และ Z2 (แอร์เอเชียฟิลิปปินส์) นายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า เรารู้สึกตื่นเต้นกับการร่วมเฟ้นหาผู้โดยสารคนที่ 300 ล้านของพวกเรา เพราะนี้ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญของทั้งกลุ่มสายการบินแอร์เอเชียและแอร์เอเชียเอ็กซ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเราที่ตั้งใจมาตลอดเพื่อสานฝันให้กับผู้คนที่อยากเดินทางเพื่อท่องโลก และเราได้เตรียมเซอไพรส์ไว้ให้กับผู้โดยสารคนที่ 300 ล้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะทราบว่าใครจะเป็นผู้โชคดีในเร็วๆนี้ ซึ่งอาจจะเป็นคุณเองก็ได้ เพราะฉะนั้นห้ามพลาดกับโปรโมชั่นครั้งนี้เพื่อสำรองที่นั่งให้กับวันหยุดครั้งต่อไปในราคาที่แสนพิเศษ แอร์เอเชียโก  แหล่งรวมที่พักราคาแสนพิเศษเองก็ได้ร่วมเฉลิมฉลองโอกาศพิเศษครั้งนี้ด้วยการนำเสนอแพ้คเกจสุดคุ้มสำหรับลูกค้าทั้งของกลุ่มแอร์เอเชียและแอร์เอเชียเอ็กซ์ โดยหากทำการสำรอบที่นั่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้เริ่มต้นเพียง 2,999 บาทต่อท่านสำหรับแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน หรือเริ่มต้นเพียง  669 บาทสำหรับการสำรองเพียงที่พักอย่างเดียว จองได้แล้วผ่านAirAsiaGo.com โดยระยะเวลาสำรองที่พักตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 ถึง 2 สิงหาคม 2558 เพื่อเข้าพักตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 ถึง 30 พฤศจิกายน 2558 และสำหรับสมาชิก AirAsia BIG Loyalty Programme ยังสามารถสะสมแต้มได้เพื่อแลกตั๋วเครื่องบินและสิทธิที่เศษอีกมากมายจากพันธมิตรสินค้าและบริการในเครือ Tune อีกด้วย ผู้สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกและรับสิทธิพิเศษอีกมากมายได้ที่ airasiabig.com สำหรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมสามารถติตตามได้ที่เว็ปไซต์ airasia.com เฟซบุ๊ก (facebook.com/AirAsiaThailand) และทวิตเตอร์(twitter.com/AirAsiaThailand) หมายเหตุ : ราคาพิเศษลด 20% ในทุกที่นั่งและทุกเที่ยวบิน ยกเว้นเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ซัปโปโร ของ ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (รหัส XJ) และเที่ยวบิน ระหว่างกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)- สุราบายา ของแอร์เอเชียอินโดนีเชีย (รหัส QZ)

10 เรื่องน่ารู้ประเทศจีน เมืองที่ไม่เหมือนใครในโลก
ฉงชิ่ง /  เกร็ดข้อมูล / 

การเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก ย่อมมีเรื่องราวและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป ทั้งวิถีชีวิต ทัศนคติ ประเพณี สังคม สิ่งปลูกสร้าง อาหาร ฯลฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ แอดมิน travel.mthai.com ได้มีโอกาสไปเยือนเมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงไมพลาดที่จะสังเกตและรวบรวมในสิ่งที่ได้ไปประสบพบเจอ กลับมาถ่ายทอดให้ทุกท่านได้รับรู้กัน ว่า 10 เรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ในอีกแง่มุมหนึ่งของประเทศนี้ มีอะไรพิเศษบ้าง 10 เรื่องน่ารู้ประเทศจีน เมืองที่ไม่เหมือนใครในโลก 1. ประเทศจอมสร้าง  แอดมินอยู่มา 5 วัน เดินทางไปแต่ละแห่ง ไม่มีจุดไหนที่ไม่มีงานก่อสร้าง พวกเขาไม่ปล่อยให้ที่ดินรกร้าง ทุกตารางเมตรสามารถทำเป็นเงินเป็นทองได้หมด เรียกว่ามีโปรเจ็คท์อยู่ตลอดเวลาจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ที่อยู่อาศัยหรือคอมมูนิตี้มอลล์ 2. งานสถาปัตยกรรมชวนอึ้ง แอดมินไปเจอ Art Gallery อยู่แห่งหนึ่งในเมืองฉงชิ่งต้องบอกเลยว่าอึ้งมากกับงานออกแบบที่เฟี้ยวฟ้าวสุด ๆ และไหนจะสะพานกระจกรูปเกือกม้าที่ยาวที่สุดในโลกอีก สุดติ่งมากครับ สร้างแต่ละอย่างออกมาให้ชาวโลกอ้าปากค้างกันมาหลายเจเนอเรชั่นละ 3. เที่ยวแต่ละที่ เดินกันขาลาก ไม่ว่าคุณจะไปเยือนถิ่นไหน ที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะไม่ยอมให้คุณสบาย เพราะคุณต้องเดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน เรียกว่าไป 5 วัน เดินรวมกันร่วมร้อยกิโล ฮ่า ๆ เนื่องจากสถานที่ส่วนมากเป็นภูเขาสูง 4. เมืองที่สร้างบนภูเขา จีนเก่งมาก ที่สามารถสร้างเมืองบนภูเขาได้ หมายถึงสร้างตึกสูงเสียดฟ้า สร้างย่านการค้า ชุมชน และระบบเศรษฐกิจบนภูเขาสูงได้ เมื่อนั่งรถข้ามระหว่างเมือง คุณจะได้เห็นเมืองบนภูเขาเยอะมาก ๆ 5. สิ่งปลูกสร้างที่โอ่อ่า และแข็งแรงสุด ๆ สิ่งปลูกสร้างแต่ละแห่งของที่นี่ ล้วนแล้วแต่ใหญ่โตโอ่อ่า สร้างด้วยวัสดุที่แข็งแรงทนทาน สังเกตจากเสา กำแพง ทั้งจากโรงแรมที่พัก ตึกรามบ้านช่อง อาคารสำนักงานหรือแม้แต่วัด เรียกว่าอลังการทุกหย่อมหญ้าจริง ๆ ฮะ 6. หมาล่า เครื่องเทศตัวฉกาจ หากคุณมาเมืองจีน โดยเฉพาะมณฑลเสฉวน ขอแนะนำว่าคุณจะต้องลองชิมอาหารที่มีเจ้า "หมาล่า" เป็นส่วนประกอบที่นิยมใส่ลงในอาหารประเภทต้มและผัด มันคือเครื่องเทศที่มีรสชาติเผ็ดร้อน มีรสเฝื่อนๆ ทำให้ลิ้นชาเลยทีเดียว คุณจะเจอมันในทุกร้านอาหาร แอดมินขอท้าให้คุณลอง!! 7. น้ำดื่มเย็น ๆ เป็นของหายากไปซะงั้น แอดมินแปลกใจมาก ที่ทุกร้านอาหารเสิร์ฟแต่ของเผ็ดร้อน แต่ไม่มีน้ำเปล่าเย็น ๆ ให้ ทุกร้านจะมีแต่น้ำชาร้อน ๆ หรือไม่ก็น้ำผลไม้ที่ไม่เย็น เป้นเพราะว่าอาหารจีนมีความมัน เขาจึงต้องกินชาร้อนเพื่อล้าง แต่ความที่เราเป็นคนไทยมันไม่ชิน ก็เลยดูเป็นเรื่องไม่น่าอภิรมณ์สักเท่าไร 8. พบกับเลย์ รสแตงกวาได้ที่นี่ที่เดียว! แอดมินไปเจอเลย์ รสแตงกวา เลยอดไม่ได้ที่จะซื้อมาลองชิม เป็นรส signature ของที่นี่เลย เหมือนบ้านเราที่มีรสน้ำพริกเผานั่นแหละ ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อเอาเข้าปากไปแล้ว กลิ่นแตงกวานี่ถึงมาก ๆ เหมือนกินแตงกวาเลยฮะ และที่แปลกที่สุดคือรู้สึกสดชื่นขึ้นได้ด้วย เออ ทำได้ไง ? 9. เดินชนกัน ไม่มีใครโกรธกัน คนจีน เป็นคนทำอะไรรวดเร็ว เวลาเดินบนทางเท้า แทบไม่มีใครเดินเกะกะให้เห็น ทุกคนเดินกันฉับไวมาก เวลาชนกันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่มีการเคืองกัน แอดมินนี่ลองจงใจชนมาแล้ว เพราะเราเห็นมาจึงต้องมาพิสูจน์ แล้วพบว่าจริง เขาไม่โกรธ ไม่หันมามอง ไม่สนใจ แต่ถ้าเป็นเมืองไทยนะ มีจิกสายตาแน่นอน ฮ่า ๆ 10. ใครจะอะไรก็ช่าง พี่ไม่แยแส  แอดมินไม่อยากให้มองเป็นเรื่องไม่ดี คนจีนมักไม่แคร์อะไรมากมาย อยากทำอะไรทำ ไม่ต้องมีพิธีเยอะ เขาก็อยู่กันมาแบบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ไม่ว่าจะการใช้ห้องน้ำหรือเรื่องอื่นก็ตาม นี่เป็นการนำเสนอมุมมองที่แตกต่าง ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง เรื่องและถ่ายภาพโดย : muzTong : Travel MThai

ทิ้งฉันเพราะอยากสบาย คุณมันผู้ชายเห็นแก่ตัว !
ดราม่า /  ทิ้ง / 

มือทาบอก พร้อมถอนหายใจยาว ๆ เมื่อได้อ่านเรื่องราวของน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ส่งผ่านมาทางอีเมล ช่างใจร้ายกับเธอเสียจริง เธอเล่าว่า หลังจากเธอแต่งงานใช้ชีวิตคู่กับสามีอย่างมีความสุขได้ไม่นาน พ่อแม่ทางสามีเกิดล้มป่วยกระทันหัน และก่อนที่พ่อแม่จะจากไป เขาอยากพ่อแม่เห็นหน้าหลานก่อน ฉันจึงต้องตัดสินใจเลือกที่มีลูกให้เขาตามความต้องการของพ่อแม่สามี จนในที่สุดก็เริ่มตั้งท้อง แต่ด้วยความไม่พร้อมด้านการเงิน ทำให้ชีวิตคู่เกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งภาระค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพ่อแม่ ค่ารถค่าบ้าน มันซัดเข้าจนหาทางออกไม่ทัน สุดท้ายสามีเริ่มหนีปัญหาด้วยการดื่มสุรา จนมีปากเสียงทะเลาะกับฉันมาตลอดจนลูกคลอด และหลังจากที่แม่เขาหน้าหลานได้ไม่นานแม่เขาก็จากไป ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกชีวิตคู่ของฉันสั่นคลอ เขาเริ่มมีผู้หญิงอื่นเข้ามาเรื่อย ๆ จนฉันจับได้ และสารภาพตามตรงกับฉันว่า "พี่ขอโทษ พี่อยากวัดดวงดูสักครั้ง เพื่อพี่กับลูกจะสบาย ผู้หญิงคนนั้นดีกับพี่เหลือเกิน เพียบพร้อมทั้งฐานะ และเอาใจใส่" หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้นคำถามมากมายก็ผุดขึ้นในหัวฉัน ผู้ชายที่เคยดีกับฉันก่อนหน้านั้นหายไปไหน ทำไม เพราะอะไร  และคำพูดที่ทำให้ฉันแทบล้มทั้งยืนอย่างไม่น่าเชื่อกว่านั้น เขาบอกว่าเลือกผู้หญิงคนนั้นเพราะอยากสบาย ไม่อยากอยู่กับฉันแล้วลำบาก ไม่มีอะไรทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น ตบท้ายด้วยถ้อยคำเห็นแก่ตัวอีกว่า อย่าเพิ่งไปมีใคร เผื่อเขาไปไม่รอดเขาจะกลับมา หลังจากผ่านไป 3  เดือนที่เขาทิ้งฉันไป เขากลับมาบอกฉันว่าต่อให้วันข้างหน้าเขาจะเป็นยังไง เขาจะไม่มีวันกลับมาหาฉันอีก เรื่องที่เราทั้งสองจะคุยกันได้มีแค่เรื่องลูกเท่านั้น หากพูดไม่รู้เรื่อง ฉันจะไม่มีทางได้ติดต่อกับเขาเลย โถ ความรักทำไมถึงได้ใจร้ายได้ขนาดนี้ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่การตัดสินใจ กลัวไปไม่รอดก็ขอให้รอ แต่เชื่อเถอะค่ะ กอดลูกไว้แน่น ๆ ให้เขาเป็นกำลังใจให้คุณต่อสู้กับอุปสรรคต่อไป ถ้าการมีเขาแล้วมันเศร้า อยู่แบบโสด ๆ อาจจะสุขกว่า วันเวลาจะช่วยรักษาแผลใจคุณเอง ส่วนผู้ชายที่ได้อยากเงินจากผู้หญิงมันไม่ได้มีค่ามากกว่าราคา เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งมีใครซื้อเขาแพงกว่าเขาก็คงอาจเลือกคน ๆ นั้นไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะพอใจเอง ขอบคุณภาพ sleighbelles.deviantart.com

จีนสั่งห้าม ขายวิดีโอเกม หวั่นครอบงำเยาวชน
จีน /  จีนห้ามขายวิดีโอเกม / 

ทางการจีนสั่งห้ามขายวิดีโอเกม ในเขตการค้าเสรี ย้ำชัดห่วงอนาคตเยาวชน สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จีนกำลังยกระดับควบคุมห้ามขายวิดีโอเกม ซึ่งจะส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรม และโรงงานใหม่ในแถบเซี่ยงไฮ้ โดยรัฐมนตรีวัฒนธรรม กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นในเขตปลอดภาษีการค้า ที่ได้รับการอนุญาตให้ขายได้อย่างเสรีนั้น ทำให้มีความกังวลว่า วิดีโอเกมดังกล่าวจะครอบงำ ส่งให้เยาวชนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นเกม ทั้งนี้ เขตการค้าปลอดภาษีในเซี่ยงไฮ้ถูกตั้งขึ้นเมื่อปี 2013 และมีมาตรการเพิ่มขึ้นอีก สำหรับบริษัทอุตสาหกรรมต่างชาติ รวมถึงเจ้าของกิจการเงินลงทุนรายใหญ่ และกิจกรรมต้องห้ามอื่น ๆ ในจีน ขณะที่บริษัท โซนี่ และไมโครชิพ ซึ่งทั้ง 2 บริษัทประกาศแผน เตรียมลงทุนผลิตเครื่องเล่นในเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ร่วมกับคู่ค้าชาวจีน

ไปงานแต่งงานแต่งตัวอย่างไร เทคนิค+วิธีแต่งให้หล่อในงานแต่ง
เทคนิคแต่งตัว /  แฟชั่น / 

รวมสุดยอดกลเม็ดเทคนิค ไขปัญหา ไปงานแต่งงานแต่งตัวอย่างไร มันเป็นเรื่องดีงาม ที่เราถูกเชิญไปร่วมเป็นสักขีพยานในงานมงคลอย่าง งานแต่งงาน ซึ่งนอกจากบรรยากาศที่อบอวนไปด้วยความรักแล้ว มันยังมีดนตรี เครื่องดื่ม ให้เราสนุกสนานกันอีกด้วยนะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการแต่งตัวนั่นเอง ผู้ชายหลายๆ คน ไม่รู้ว่าต้องแต่งตัวอย่างไรไปงานแต่งงาน ไปงานแต่งงานแต่งตัวอย่างไร เพราะมันยากที่จะหาชุดที่เหมาะสมนั่นเอง วันนี้ Men.MThai เราเลยจะขอเป็นตัวช่วยในการช่วยหนุ่มหลายๆ คนตัดสินใจเลือกเสื้อผ้าในการใส่ไปงานแต่งงาน เทคนิค+วิธีแต่งให้หล่อในงานแต่ง เช็คจดหมายเชิญซะก่อน ส่วนมากเราได้ซองมาเราก็ไม่ค่อยได้อ่านหรอก ไม่ก็อ่านกันเผินๆ สิ่งที่สำคัญนั้นคือเราควรอ่านเป็นอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ เพราะว่าในจดหมายนั้นมักมีข้อมูลธีมการแต่งตัวสำหรับงานอยู่แล้วเป็นส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็น black tie, casual หรือ โทนสีต่างๆ แต่ถ้าในจดหมายเชิญไม่มีระบุจริงๆ เราควรแต่งตัวโทนกึ่งทางการไปจะดีที่สุดครับ คิดถึงสถานที่จัดงานด้วย ถ้าจดหมายเชิญที่เราได้มาไม่ได้ระบุอะไรที่ระเอียดมากนักว่าต้องแต่งอะไรเลย เราควรมองที่สถานที่ ที่เขาจัดครับ เพราะว่าแน่นอนแหละมันต้องมีสถานที่มาอย่างแน่นอนในจดหมาย ซึ่งสถานที่นั้นจะคุมโทนของการแต่งตัวร่วมงานของเราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น จัดที่ชายหาด หรือสวนสาธารณะ โบสถ์ หรือ ห้องในโรงแรม เราก็สามารถเลือกชุดที่เข้ากับสถานที่ได้ไม่ยาก มันขึ้นอยู่กับเวลา งานแต่งงานที่จัดขึ้นในช่วงเวลากลางวันส่วนมากแล้ว งานจะเน้นอะไรที่สบายๆ เราควรแต่งตัวแบบไม่เป็นทางการซะมากกว่า ส่วนงานแต่งงานที่จัดขึ้นในเวลากลางคืนนั้นจะเป็นอะไรที่ทางการ เพราะฉะนั้นการแต่งตัวก็ควรที่คุมโทนเป็นทางการเรียบร้อยถึงจะเหมาะสม มันไม่น่าเกลียดที่จะถาม ถ้าคุณไม่ชัวร์ไม่แน่ใจจริงๆ ก็ถามเจ้าของงานเขาซะเลยสิครับ ไม่ว่าจะถามเจ้าบ่าว หรือ เจ้าสาวก็ได้ รับรองได้เรื่อง #จบข่าว เลย หรือถ้ากลัวรบกวนเจ้าของงานเกินไปไม่ก็ถามเพื่อนๆ ที่จะไปงานแต่งด้วยกัน อย่างน้อยแต่งไปหลายๆ คนกับเพื่อนถึงจะแต่งแปลกแหวกแนวไปมันก็ไม่อายมากเนอะ 5555555+ สิ่งที่ห้ามแต่งไปงานแต่งเด็ดขาด!!!! กางเกงยีนส์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรใส่ไปอย่างยิ่งสำหรับงานแต่งงาน เพราะว่ากางเกงยีนส์นั้นจะดูไม่สุภาพจริงๆ สำหรับงานมงคล นอกจากธีมการแต่งงานจะเป็นอะไรที่ไม่เป็นทางการก็ใส่ได้ไม่มีปัญหา แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วอย่าใส่เลยครับ ถ้าคุณไม่มี ก็เช่าเอาได้ ถ้าเราถูกเชิญไปงานแต่งานที่เป็นทางการ แบบหรูหราพิธีการจ๋า แบบใส่ทักซิโด้ราคาแพงเลยหล่ะก็ ไม่ต้องเครียดครับ ถ้าไม่มีเราสามารถเช่าเอาก็ได้ แถมราคาเช่าสูทนั้นมันถูกซะยิ่งกว่าไปซื้อหรือตัดใส่เลยซะด้วยนะ Dress Code สไตล์การแต่งตัวของผู้ชายเรา White Tie White tie นั้นจะมี Tailcoat ที่มีชายด้านหน้าสั้น ชายด้านหลังยาวสองชายที่ด้านหลัง สีดำ หรือสีกรม เหมือนนักมายากล นอกจาก Tailcoat ถุงเท้าและรองเท้าสีดำของผู้ชายแล้ว องค์ประกอบอื่นๆอย่างเสื้อเชิ๊ตซ้อนผ้าอัดพลีทบริเวณอก ปกคอสื้อแบบคอตั้งปลายพับ เสื้อกั๊ก หรือผ้าคาดเอว และหูกระต่าย หรือ โบว์ไท ล้วนต้องเป็นสีขาวทั้งหมด Black Tie Black Tie จะมีการแต่งการที่หลากหลายแบบกว่า เคร่งครัดน้อยกว่า White Tie ส่วนสำคัญของก็คือ ชุดสูทสีดำ หรือสีกรม ที่มีปกเสื้อทำจากผ้ามันเงา โดดเด่นจากส่วนตัวเสื้อแจ็กเก็ต รูปแบบของกางเกงไม่ต่างจาก white tie คือควรจะมีผ้ามันเป็นเส้นเย็บเป็นแนวยาวปิดตะเข็มกางเกงตลอดแนว ในส่วนที่แตกต่างออกไปก็คือ หูกระต่ายหรือ โบว์ไท ต้องเป็นสีดำและใส่กับเสื้อเชิ้ตซ้อนผ้าพลีทบริเวณช่วงอก ปกเสื้อแบบปิดลงมา หรือที่เรียกว่า turn-down collar เท่านั้น ไม่ใช่ ปกคอสื้อแบบคอตั้งปลายพับ ที่ใช้กับ White Tie นอกจากนี้ผ้าคาดเอว เสื้อกั๊กต้องเป็นสีดำเท่านั้น Formal Formal นั้นไม่ผิดถ้าเราจะหยิบทักซิโด้มาใส่ หรือ จะหยิบชุดสูทธรรมดามาใส่ก็ได้ ไม่ว่ากัน ซึ่งเราควรใส่สูทสีเข้ม ซึ่งต้องเป็นสีเดียวกับกางเกงโดยห้ามเป็นสีต่างกันหรือเหลื่อมกันเป็นอันขาด ควรเลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวข้างใน ไม่จำเป็นต้องใส่ Bow-ties ใส่เนคไทและถุงเท้าที่เป็นลายแพทเทิร์นได้ Semi-Formal Semi-Formal หรือ กึ่งทางการ แต่งสบายๆ แต่ดูหรู เป็นที่นิยมและรู้จักกันในมุมกว้าง โดยมันเป็นลูกผสมของการแต่งกายแบบเป็นทางการ และ ไม่เป็นทางการเอาไว้ด้วยกัน การแต่งสไตล์นี้ไม่มีอะไรที่เป็นข้อบังคับวุ่นวายเหมือนกับการแต่งเป็นทางการ เราสามารถใส่เสื้อเชิ้ตสี รองเท้าสีน้ำตาล เสื้อกับกางเกงสามารถเลือกใช้สีที่เหลื่อมกันได้ Casual Casual หรือ ไม่เป็นทางการ มาถึงในข้อนี้หลายๆ คนอาจจะคิดว่า ข้อนี้แหละ ใช้ยีนส์ได้ ...แต่นี่มันงานพิธีการนะครับ ถึงแม้ว่าการแต่งตัวมันจะมีชื่อว่า ไม่เป็นทางการก็เถอะ แต่นั่นไม่ได้หมายว่างานนั้นเป็นงานจัดเล่นๆ ไม่เป็นทางการนะ เราสามารถใส่กางเกงสแล็ค ที่เป็นสีน้ำตาล เสื้อโปโล เสื้อกั๊กๆ ทับกับเสื้อเชิ้ตสีได้ แต่หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงยีนส์เป็นดีที่สุด เนื้อหาโดย Men.MThai

นักมวยปล้ำดังเหยียดผิว โดนสองเด้ง ห้ามปล้ำเวที-แบนตัวละคร WWE 2K ทุกภาค
WWE 2K /  WWE 2K 16

หลังจากที่มีข่าวกรณีที่ Hulk Hogan นักมวยปล้ำชื่อดังพูดจาโผงผางถึงเรื่องการเหยียดผิว จนทำให้ค่ายมวยปล้ำในสังกัด WWE ต้องปลดออกกลางอากาศแล้ว ล่าสุด ค่ายเกมส์อย่าง 2KGames ได้ปลดตัวละคร Halk Hogan ออกจากเกมส์ WWE 2K16 และภาคใหม่ๆอย่างเป็นทางการ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงต่อประเด็นด้านภาพลักษณ์ของสังกัดเป็นมาก นอกจากทางต้นสังกัดลงโทษด้วยการไล่ออกแล้ว ค่ายเกมส์ยังปลดจำหน่าย DLC ทุกๆอย่างของ Hulk Hogan ทั้งหมด อย่างเช่น บรรดาชุดเครื่องแต่งกายและของประดับสีเหลือง-แดง ที่เป็นสัญลักษณ์เกี่ยวข้องกับตัวละครเกมส์ หนำซ้ำ ผู้เล่นที่เคยซื้อ DLC เกมส์ก็ไม่สามารถดาวน์โหลดมาเล่นได้อีกต่อไป ถึงแม้เคยซื้อเล่นมาแล้วก็ไม่ได้ดาวน์โหลด ก็เข้าข่ายกับผลกระทบครั้งนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นการร้องขอเงินคืนยังไม่มีความชัดเจนระหว่างค่ายเกมส์แต่อย่างใด ล่าสุด Hulk Hogan ออกมาขอโทษผ่านทางโซเซียลมีเดียถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ระบุว่า ไม่ตั้งใจที่จะเหยียดผิว แต่หากพลั้งเผลอไม่รู้เท่าถึงการณ์ที่พูดออกไปเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ถอดตัวละครออกจากสารบบเกมส์อย่างกระทันหันก็ไม่ใช่เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้น เหตุการณ์ที่นักมวยปล้ำชื่อดังอย่าง Chris Benoit เสียชีวิต เนื่องจากฆ่าตัวตายหลังจากฆาตกรรมยกครัวไป ทำให้ต้นสังกัดต้องนำตัวละครนักมวยปล้ำผู้นี้ออกจากเกมส์ WWE ทั้งหมด

วันใหม่ คุมเข้ม!! เฮียบอย ไม่กล้านอกลู่!
บอย ปกรณ์ /  น้องวันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ / 

ทำเอา 3 หนุ่มหล่อแห่งบ้านฉัตรบริรักษ์ไม่กล้าหนีเที่ยวเลยทีเดียว!! โดยเฉพาะพี่ชายคนโตอย่าง บอย ปกรณ์ ที่ทำงานเยอะไม่ค่อยมีเวลาให้ สาวน้อยวันใหม่ จนต้องโทรตามกลับบ้านทุกวัน แถมก่อนหน้านี้ คุณแม่งามทิพย์ ยังเคยโพสต์คลิป น้องวันใหม่ สั่ง เฮียบอย ว่า "ห้ามไปนอนบ้านเพื่อนนะ เด็ดขาด อันตราย กลับมานอนบ้านเลย" รวมถึงประโยคเด็ดสั่งห้ามมีแฟนซะด้วย ทั้งหวงและห่วง คุมความประพฤติหนุ่มๆ ของบ้านไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางขนาดนี้ บรรดาเฮียๆ ไม่กล้าเถลไถลที่ไหนแล้วล่ะจ้าาาา โหม่ยจ๋า!! ขอบคุณภาพจาก IG @boy_pakorn, momomama1234 IG บอย ปกรณ์ IG บอย ปกรณ์ บอย ปกรณ์-น้องวันใหม่ บอย ปกรณ์-น้องวันใหม่ บอย ปกรณ์-น้องวันใหม่ บอยกอนโปรดทราบ @boy_pakorn #lilwanmai วิดีโอที่โพสต์โดย @momomama1234 เมื่อ ม.ค. 25, 2015 เวลา 5:44am PST

เขาจะรู้บ้างไหม เพลงแรกจากโซโล่โปรเจค หนุ่ม กะลา
กฤตพจน์ แสงสุวรรณ /  ฟังเพลง เขาจะรู้บ้างไหม / 

กว่า 16 ปีที่นักร้องหนุ่มคนนี้คร่ำหวอดอยู่ในเส้นทางสายดนตรี ผ่านอุปสรรคมาแล้วมากมาย มีวงมาแล้ว 2 วง แต่ด้วยความชอบและเป้าหมายที่ต่างกัน หนุ่ม - กฤตพจน์ แสงสุวรรณ หรือ หนุ่ม KALA ยังขอยืนหยัดที่จะทำเพลงต่อไป กับนักดนตรีรุ่นน้องที่ถึงแม้จะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่พวกเขากลับมาช่วยจุดไฟของ หนุ่ม ให้ลุกโชนอีกครั้ง “การแยกวงทั้งสองครั้ง คือ จากกันด้วยดีนะครับ คือหลังจากเวลามันผ่านไป ความต้องการของแต่ละคนก็เริ่มเปลี่ยนไป ความทุ่มเทก็เริ่มไม่เท่ากัน แต่ผมยังรักและผูกพันกับดนตรี ผมยังมีความสุขกับการร้องเพลง ผมไม่ได้มองเรื่องตัวเงิน ผมจึงเริ่มปฏิวัติตัวเอง ผมหยุดทุกอย่าง หยุดเหล้า หยุดบุหรี่ เข้าฟิตเนส เปลี่ยนตัวเอง เพราะผมอยากยืนอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุดและยืนอย่างสมศักดิ์ศรีครับ จนมาเจอน้อง ๆ กลุ่มนี้ ความสดของพวกเขาทำให้ผมฮึดอีกครั้งครับ คือการเปลี่ยนครั้งนี้ มันอาจจะทำให้ผมเสียแฟนเก่าทั้งหมดได้เลย หรือผมก็อาจจะได้ใจแฟนใหม่ทั้งหมดก็ได้ มันเป็นความเสี่ยง แต่เป็นความเสี่ยงที่น่าตื่นเต้นครับ” นอกจากจะให้โอกาสตัวเองแล้ว คนที่ให้โอกาสกับ หนุ่ม ที่สำคัญคือ พี่นิค-วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้บริหารค่ายจีนี่ เรคคอร์ดส ต้นสังกัด กับวลีเด็ด “ถ้าทำไม่ได้...ก็ไม่ต้องออก” ซึ่งทำให้ หนุ่ม จับปากกาเขียนเพลงและแต่งทำนองด้วยตัวเองอีกครั้งจนเสร็จเรียบร้อยในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น “มันเป็นการไว้เนื้อเชื่อใจและเป็นการให้โอกาสแบบที่สุด จากที่ไม่เชื่อมั่นตัวเองเลยเพราะร้างราการแต่งเพลงไปหลายปี ผมต้องขอบคุณ พี่นิค มาก ๆ ครับ พี่นิคย้ำว่าอยากให้เพลงมาจากตัวผมทั้งหมด ซึ่งผมก็ทำได้จริง ๆ อย่างเพลง เขาจะรู้บ้างไหม มาจากการที่ผมเป็นศิราณีตอบคำถามเรื่องความรักให้น้อง ๆ ในเฟสบุ๊คเลยครับ ผมยังงงว่าทำไมน้อง ๆ เค้าถึงมาปรึกษาผม เพราะผมก็ไม่ใช่กูรูด้านความรักซะด้วย แต่หลาย ๆ ข้อความ หลาย ๆ ปัญหาของน้อง ๆ มันทำให้ผมคิดว่าที่พวกเค้ามาปรึกษา มาพร่ำพรรณาถึงคนอื่นเนี่ย คนนั้นเขาจะรู้ไหม นี่เลยเป็นที่มาของซิงเกิ้ล “เขาจะรู้บ้างไหม” ครับ ในเรื่องของทำนอง หลังจากที่ผมเสพเพลงมาตลอด ทั้งของบ้านเราหรือของเมืองนอก ความคิดของผมมันก็เปลี่ยนไปซึ่งผมก็อยากลองอะไรใหม่ ๆ ครับ คาดหวังเล็ก ๆ ให้เพลงสำเร็จครับ คาดหวังว่าอยากให้มีคนชอบในสิ่งที่ผมกำลังทำใน พ.ศ.นี้ ผมขอฝาก เขาจะรู้บ้างไหม ซิ้งเกิ้ลแรกใน NUM KALA Solo Project ด้วยนะครับ” หนุ่ม กะลา เผยถึงผลงาน โซโล่ครั้งแรก ได้แต่ปลอบใจ เมื่อเธอต้องมีน้ำตา เห็นเธอเสียใจ ให้ใครบางคนของเธอ คนที่เธอรักเขาคนนั้น ไม่เคยจะมาใส่ใจ ถูกทำร้ายหัวใจ ทุกวันซ้ำซ้ำอย่างนั้น กับฉันคนนี้ ก็เป็นแค่คนปลอบใจ ที่เธอระบาย ฉันทำได้เพียงรับฟัง คนที่เธอรักเขาคนนั้น เขาทำร้ายเธอเท่าไร คนที่เธอรักเขาแทบตาย แต่เธอจะตายเพราะเขา แล้วเขาคนนั้นจะรู้หรือเปล่า ว่าเธอรอเขาอยู่ตรงนี้ แล้วใครบางคนที่เธอรู้สึกดี วันนี้เขาอยู่ที่ไหน เหนื่อยล้ามานานเกินไปหรือเปล่า ที่ปวดร้าวและต้องเสียใจ เห็นเธอต้องนอนร้องไห้ รู้ไหมมันเจ็บเหลือเกิน กับฉันคนนี้ ก็เป็นแค่คนปลอบใจ แค่ที่ระบาย ฉันทำได้เพียงรับฟัง คนที่เธอรักเขาคนนั้น เขาทำร้ายเธอเท่าไร คนที่เธอรักเขาแทบตาย แต่เธอจะตายเพราะเขา แล้วเขาคนนั้นจะรู้หรือเปล่า ว่าเธอรอเขาอยู่ตรงนี้ แล้วใครบางคนที่เธอรู้สึกดี วันนี้เขาอยู่ที่ไหน เหนื่อยล้ามานานเกินไปหรือเปล่า ที่ปวดร้าวและต้องเสียใจ เห็นเธอต้องนอนร้องไห้ รู้ไหมมันเจ็บเหลือเกิน กับคนคนนี้ ที่มันรักเธอหมดใจ แต่ไม่เคยพูดไปให้เธอได้รู้ เจ็บปวดแค่ไหน ที่ฉันต้องทนดู คนที่ฉันรัก ต้องเจ็บเพราะคนอย่างเขา แล้วเขาคนนั้นจะรู้หรือเปล่า ว่าเธอรอเขาอยู่ตรงนี้ แล้วใครบางคนที่เธอรู้สึกดี วันนี้เขาอยู่ที่ไหน เหนื่อยล้ามานานเกินไปหรือเปล่า ที่ปวดร้าวและต้องเสียใจ เห็นเธอต้องนอนร้องไห้ รู้ไหมมันเจ็บเหลือเกิน เธอรู้ไหม... เธอรู้ไหม เธอรู้ไหม... -------------------------------------------------- เพลง เขาจะรู้บ้างไหม ศิลปิน NUM KALA (หนุ่ม กะลา) คำร้อง/ทำนอง กฤตพจน์ แสงสุวรรณ เรียบเรียง NKL BAND มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน  ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รัฐเตรียมประกาศใช้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฉบับ 2 มีผล 4 ส.ค.นี้
กฎหมาย /  พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ / 

รัฐบาลเตรียมประกาศใช้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์  ฉบับที่ 2 มีผล 4 ส.ค.นี้ เน้น ห้ามละเมิดงานผู้อื่นทางอินเตอร์เน็ต วันที่ 27 ก.ค.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลิขสิทธิ์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2558 เรื่องการคุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิและกำหนดข้อยกเว้นการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.นี้ว่า มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ผลงานทุกประเภทที่เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้สื่อที่เปลี่ยนแปลงไปของทั้งผู้สร้างสรรค์ผลงาน และผู้จ้องแสวงหาผลประโยชน์จากงานนั้น ซึ่งใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ มีการระบุโทษชัดเจน สำหรับพฤติกรรมความผิดการละเมิดทางอินเตอร์เน็ต โดย กฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุมมากขึ้นในกรณีที่ผู้ใช้งานโซเชียล เน็ตเวิร์ค นำภาพหรือวิดีโอ ที่ได้จากการค้นหาจากเว็บให้บริการค้นหาอื่นๆ แล้วนำมาตัดชื่อเครดิตออก เพื่อแอบอ้างว่าเป็นผลงานของตนเอง หรือใช้ในทางการค้า โดยเฉพาะนิติบุคคลอาจจะมีความผิดข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ จึงควรขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนจะนำภาพไปใช้ สำหรับบทลงโทษผู้กระทำผิด มีโทษปรับ 10,000-100,000 บาท หากกระทำเพื่อการค้า โทษจำคุก 3 เดือน - 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 - 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบสิ่งของละเมิดลิขสิทธิ์หรือศาลอาจสั่งให้ทำลายโดยผู้ละเมิดต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทำลาย ข้อมูล matichon ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อึ้ง! วัดดังขึ้นป้ายใหญ่ งดรับศพ - โยมทุกคนห้ามตาย
งดรับศพ /  วัดงดรับศพ / 

เจ้าอาวาสวัดเลียบสงขลา ทำป้ายผ้างดรับศพ  โยมทุกคนห้ามตาย ในวันที่ 28 ก.ค.- 11 ส.ค. เนื่องจากทางวัดมีการจัดกิจกรรมเตรียมงาน วันอาสาฬหบูชา วันนี้ (28ก.ค.) สร้างความฮือฮาให้กับ ประชาชน ชาว จ.สงขลา เป็นอย่างมาก เมื่อมีผู้นำป้ายประกาศขนาดใหญ่ ไปแขวนติดไว้บริเวณริมถนนสี่แยกไฟแดง ถนนสายบุรี เขตเทศบาลนครสงขลา บนป้ายได้ระบุข้อความว่า “28 ก.ค.- 11 ส.ค. งดรับศพ เตรียมงานวันอาสาฬหบูชา และอบรมสุขภาพหมอเขียว โยมทุกคนห้ามตาย” สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้ยังก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทางวัดสั่งห้ามตายได้ด้วยหรือ พระครูอนุวาที ภิกขุ เจ้าอาวาสวัดเลียบ อ.เมือง จ.สงขลา  กล่าวว่า สำหรับข้อความในป้ายผ้า ตนเป็นคนให้เขียนและนำไปแขวนไว้จริง เนื่องจากว่าในช่วงวันที่ 28 ก.ค.- 11ส.ค.2558 ทางวัดมีการจัดกิจกรรมเตรียมงาน วันอาสาฬหบูชา มีกิจกรรมที่จะจัดขึ้นมีทั้งทำบุญตักบาตร ฟังธรรม ฟังเทศน์พิเศษ และอบรมสุขภาพ เขียนโดยหมอเขียวหมอพื้นบ้าน ในวันเวลาดังกล่าวทางวัดจะงดรับศพชั่วคราว เนื่องจากไม่มีที่ตั้งศพ จึงสั่งลูกศิษย์วัดเขียนข้อความนำไปแขวนติดไว้ว่า งดรับศพและห้ามโยมตายในวันเวลาดังกล่าว หากโยมตาย ทางวัดเกรงว่าจะไม่มีที่ตั้งศพ โดยไม่มีเจตนาอย่างอื่น MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด