ห้ามดื่มเหล้า

น่ารัก! พิพิธภัณฑ์สนูปี้ (Snoopy Museum Tokyo) แห่งแรกของโลก เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
Snoopy Museum Tokyo /  ที่เที่ยวญี่ปุ่น / 

แน่นอนว่าถ้าพูดถึง สนูปี้ (Snoopy) ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นการ์ตูนที่โด่งดังทั่วโลก เป็น หมาสุดแนว เป็นตัวของตัวเอง วันๆ ก็เอาแต่แพลงกิ้งอยู่บนบ้านหลังคาสีแดง ที่มาพร้อมกับเหล่าแก๊งพีนัต ล่าสุดตอนนี้ก็ได้มี  พิพิธภัณฑ์สนูปี้ (Snoopy Museum Tokyo) แห่งแรกของโลก เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น น่ารัก! พิพิธภัณฑ์สนูปี้ (Snoopy Museum Tokyo) แห่งแรกของโลก เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สนูปี้ (Snoopy) หมาสุดแนวตัวนี้เป็นตัวการ์ตูนที่โด่งดังและได้รับความนิยมทั่วโลก มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา คนที่ให้กำเนิดสนูปี้คือ ชาร์ลส์ ชูซ (Charles M. Schulz) สนูปี้เป็นการ์ตูนตลกของฝรั่ง อารมณ์เหมือนแมวการ์ฟิลด์ มันเป็นหมาของ เด็กผู้ชาย ที่ชื่อชาร์ลี บราวน์ สมาชิกหลักของแก๊งพีนัต เรื่องราวก็จะเป็นเรื่องตลกแบบเด็กๆ ออกครั้งแรกเป็นหนังสือ น่ารักน่าอ่าน จนต่อมากลายสร้างเป็นการ์ตูนทางโทรทัศน์ Charles M. Schulz Museum (พิพิธภัณฑ์ชาร์ลส์ เอ็ม ชูซ) และ Research Center in Santa Rosa, California ได้ร่วมมือกันเปิด พิพิธภัณฑ์สนูปี้ Snoopy Museum Tokyo スヌーピーミュージアム ขึ้น ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อซื้อตั๋วเสร็จแล้ว เข้ามาข้างใน เราสามารถนำตั๋วไปแลกกับทางพิพิธภัณฑ์ เป็นตั๋วที่ระลึก มีลาย 4 แบบ ภายในพิพิธภัณฑ์สนูปี้ มีโซนต่างๆ ที่น่าสนใจหลายที่ อาทิ โซนห้องนิทรรศการภาพวาด เจ้าสนูปี้และแก๊งค์ Peanuts, โซน Gallery ภาพวาดสนูปี้กับเหล่าคนดังต่างๆ, ต้นกำเนิดของสนูปปี้ รวมถึงผลงานการ์ตูนต้นฉบับของ Charles M. Schulz Museum ที่หายาก และบางชิ้นก็ยังไม่เคยตีพิมพ์ นำมาจัดให้ชมกันที่นี่ด้วย และที่น่าสนใจไปกว่าก็คือ พิพิธภัณฑ์สนูปี้ จะเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่ทุกๆ 6 เดือน โดยคอนเซ็ปต์แรกใช้ชื่อว่า My Favorite Peanuts : Peanuts of Love เป็นการนำเอาต้นฉบับของการ์ตูน Peanut 60 มาจัดแสดงให้ชมกัน ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน ถึงวันที่ 25 กันยายน 2016 เมื่อสิ้นสุดก็จะเป็นเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ที่สอง คือ Hello again, Snoopy เริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม ถึงวันที่ 9 เมษายน ปี 2017 ค่ะ ภายในพิพิธภัณฑ์สนูปี้ มี Cafe Blanket คาเฟ่สุดน่ารัก ภายในมีทั้งอาหาร พิซซ่า แพนเค้ก ของหวาน เครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย แถมการตกแต่งและสีสันน่าทานมากๆ ตอนนี้มีเมนูหลักเป็นแซนด์วิชและเฟรนฟรายด์ เสริฟพร้อมซอสพีนัทบัตเตอร์ ตามคอนเซปต์ My Favorite Peanuts ส่วนราคาก็สูงพอสมควร อย่างแซนวิชก็เริ่มต้นที่ 1,500 เยน มีโซนโต๊ะนั่งแบบ indoor และ outdoor Brown’s Store ร้านขายของที่ระลึกสนูปี้และแก๊งค์พีนัต สิ่งของเครื่องใช้น่ารักกุ๊กกิ๊ก เช่น ถ้วย ชา กาแฟ ของตกแต่ง artwork เสื้อยืด นาฬิกา แก้วน้ำ กระเป๋า คุ้กกี้ และบางชิ้นสามารถหาซื้อได้แค่ในชอปนี้เท่านั้น และเป็น Limited Edition ที่อื่นไม่มีนะจ๊ะ ที่ตั้ง : Tokyo-to, Minato-ku, Roppongi 5-6 ขึ้นรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro มาลงสถานี Roppongi และเดินต่ออีก 7 นาที เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 20.00 น. (เข้าได้จนถึง 19.30 น.) กำหนดเข้าได้ 5 รอบต่อวัน คือ 10:00-11:30, 12:00-13:30, 14:00-15:30, 16:00-17:30 และ 18:00-19:30 ราคาค่าเข้า : ตั๋วล่วงหน้า : ผู้ใหญ่ 1,800 เยน / นักศึกษา 1,200 เยน / เด็กมัธยม 800 เยน / เด็กเล็ก 4 ขวบขึ้นไป 400 เยน (ถ้าซื้อตั๋ววันที่เข้าชม ราคาจะสูงกว่า 200 เยน ทุกประเภท) ข้อมูลและรูปภาพจาก: www.snoopymuseum.tokyo ติดตามเพิ่มเติม : Facebook Page, Instagram : Snoopy Museum Tokyo

สาวๆ ห้ามพลาด! เคล็ดลับ เสริมความงาม ตามธาตุเกิด
ธาตุเกิด /  เคล็ดลับความงาม / 

ธาตุเกิดสามารถบอกนิสัยหรือบุคลิกของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้เราจะเน้นไปทาง เรื่องความสวยความงาม การแต่งกายให้เหมาะกับบุคลิกและตรงกับธาตุเกิดของตัวเอง หากสาวคนไหนที่อ่านเนื้อหานี้แล้วนำไปทำตาม รับรองว่าจะต้องเป็นสาวสวย สาวมั่นอย่างแน่นอนจ้า คนธาตุดิน (ราศีมังกร, ราศีพฤษภ และราศีกันย์) บุคลิกของคนธาตุดิน จะเป็นคนหนักแน่น แต่มีความนุ่มนวล แฝงด้วยความอบอุ่น และเอื้ออาทร คนธาตุดินจะเป็นคนที่มีอารมณ์มั่นคง ฉะนั้นสาวธาตุดินควร เสริมความงาม โดยแต่งกายด้วยสีโทนร้อนเช่น เฉดสีแดง ส้ม โอโรสสีเหลืองไพร เป็นต้น เป็นการเสริมให้ดินอุ่น มีพลัง และน่าเสน่หา ส่วนการแต่งหน้าให้เน้นโทนสีส้ม อมชมพู ดูอบอุ่น มีมนต์ขลัง ดวงตาควรเป็นสีสว่าง และริมฝีปากเป็นโทนสีอบอุ่น เพื่อเพิ่มพลังชีวิต คนธาตุน้ำ (ราศีมีน, ราศีกรกฎ, ราศีพิจิก) บุคลิกของคนธาตุน้ำ จะเป็นคนอ่อนหวาน ชวนฝัน มีจินตนาการมีความนุ่มละมุน ช่างคิด มีน้ำใจและเอื้ออารี และขี้สงสาร มักจะแสดงออกทางรอยยิ้ม สาวธาตุน้ำจึงควร เสริมความงาม โดยแต่งกายด้วยโทนสีของทองเป็นการเพิ่มความสง่างาม มีคุณค่าและสูงส่ง เพื่อเสริมบุคลิกให้งามสง่า และมีความมั่นใจ ได้ทั้งแนวสีเหลืองสว่าง สีฟ้าอ่อน เทา ตองอ่อน น้ำเงิน ประกายเหลืองมุกสีบรอนช์ตะกั่ว ส่วนการแต่งหน้าควรเน้นโทนสีสดใส ประกายทอง เช่น โทนสีฟ้าอม เขียว สีม่วง-คราม และน้ำเงิน เติมริมฝีปากและแก้มด้วยสีสดใส คนธาตุลม (ราศีกุมภ์, ราศีเมถุน, ราศีตุลย์) บุคลิกของคนธาตุตุลม จะเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนไหว บอบบาง อารมณ์ผันแปรได้โดยง่าย ดังนั้นสาวธาตุลมควร เสริมความงาม โดยแต่งกายด้วยโทนสีสว่าง ดูสดใสเป็นการแสดงให้เห็นความหนักแน่น ดูมั่นคง เช่น สีชมพู สีเขียวสดใส สีฟ้าน้ำทะเล และสีสันของธรรมชาติ ควรแต่งหน้าด้วยโทนสีสว่าง เช่น แดง ชมพู สีสันของธรรมชาติและดอกไม้ จะทำให้ดวงตาดูสดใสและคมเข้มเป็นพิเศษ ทั้งยังช่วยเสริมให้ดูเป็นคนหนักแน่นมั่นคง และควรแต่งริมฝีปากสีแดงสด สีรูธ และสีสดใส คนธาตุไฟ (ราศีเมษ, ราศีสิงห์, ราศีธนู) บุคลิกของคนธาตุไฟเป็นผู้ที่มีพลังในตัวตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง ชอบคิดค้น มีความมุ่งมั่นสูง มั่นใจในตัวเอง และ รสนิยมไม่เหมือนใคร จึงควร เสริมความงาม โดยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีเขียวของพรรณไม้ เพื่อเสริมพลังในตัวให้มีเสน่ห์น่าค้นหา สีเอิร์ทโทน ช่วยจุดประกายแห่งความคิด อีกทั้งการแต่งหน้าที่จะเสริมพลังและเสน่ห์ควรใช้สีเอิร์ทโทน ริมฝีปากใช้สีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาล สีเบจ เพื่อให้ดูมีมนต์ขลัง ดวงตาเป็นประกายสีสว่างเป็นการเพิ่มไฟในตัว สรุปคือ ใช้เอิร์ทโทนเป็นหลักแล้วก็เสริมด้วยสีเข้มสดขอธาตุไฟก็จะดี   รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

จบดราม่าแย่งที่จอดฟิตเนส เจนี่ ยอมจ่าย 3 ล้านให้ บุ๋ม ปนัดดา ย้ายออก!!
เจนี่ บุ๋ม แย่งที่จอดฟิตเนส /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

เป็นอันแยกย้าย... นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจ้าของฟิสเนส 911 by JT ควงทนายออกมาชี้แจงปมดราม่าแย่งที่จอดรถกันกับ สแมชยิม ฟิตเนสของ บุ๋ม ปนัดดา โดยสาวเจนี่ยอมจ่าย 3 ล้านตามที่สาวบุ๋มยื่นข้อเสนอมา พร้อมเผยรู้สึกลำบากใจที่จะทำธุรกิจร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่ระบุว่าทางสาวบุ๋มจะต้องออกจากที่นี่เมื่อไหร่ แต่โดยส่วนตัวเธอบอกยังเคารพดารารุ่นพี่เหมือนเดิม ตอนนี้มีวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นคือเช่าพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น บอกทั้งหมดมีปัญหาเรื่องที่จอดรถแค่ 1 ชม. ต่อวัน ไม่ได้มีปัญหาตลอด 24 ชม. พื้นที่ที่ซื้อมายังไม่รู้จะทำอะไรต่อ นอกจากนั้น สาวเจนี่ยังบอกอีกว่า ทางฝั่งของสาวบุ๋มทำธุรกิจทับซ้อน มีการเปิดขายอาหารคลีน ขายน้ำ เปิดคลาสโยคะเพิ่ม ซึ่งทับซ้อนกับของเธอ เปรยเรื่องการฟ้องร้องเป็นเรื่องในอนาคต ไม่เน้นดำเนินคดี จะคุยกันก่อน ทนายได้มีการคุยทางโทรศัพท์แล้ว ยังไงก็ตามสาวเจนี่บอกไม่อยากให้มาทะเลาะกันเอง อยากให้สิ่งที่เธอพูดในวันนี้เป็นข้อมูลให้อีกฝั่งนึง พูดข้อเท็จจริงอีกฝั่งนึง ขอให้คุณผู้ชมตัดสินเอง ตอนนี้เลยจุดที่จะนัดคุยกันแล้ว ต่อจากนี้เข็ดกับการทำธุรกิจร่วมกับคนอื่น แพลนไว้ว่าที่ตรงนั้นอาจจะทำยิมต่อ หรือเป็นศูนย์อาหารก็ได้ โดยทั้งหมดเป็นเรื่องในอนาคตอีกที... รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ เจนี่ “เข้าเรื่องปัญหาหลักกันเลยดีกว่าคือเรื่องที่จอดรถ ตัวเจนี่ และ 911 เราพยายามแก้ไขมาโดยตลอด เราหาทางออกด้วยการไปเช่าที่ข้างๆ แต่ต้องบอกว่าคลาสที่มีปัญหาคือคลาสซุมบ้า ใน 1 อาทิตย์มีคลาสซุมบ้า 4 คลาส คลาสละ 1 ชั่วโมง แล้วของพี่บุ๋มเองเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนถึง 5 ทุ่ม คลาสที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถคือคลาสของซุมบ้า ในชั่วโมงอื่นๆ สามารถจอดรถได้ตามปกติ แล้วเจนี่ไม่ได้มีนโยบายกันที่ไว้ แต่ยังไงตัวเจนี่ก็ขอโทษลูกค้า สแมชยิม ทุกๆ คนด้วยที่ทำให้เกิดปัญหานี้ เจนี่เชื่อว่าเป็นปัญหาที่เกิดกับทุกๆ คนและทุกๆ ที่คือปัญหาที่จอดรถ ส่วนประเด็นที่ 2 คือเรื่องสัญญาเช่า” ทนาย “เรื่องสัญญาเช่าระหว่างคุณอาทิตย์กับคุณเจนี่เป็นสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อต่อเติมสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำสถานที่ออกกำลัง ในการประกอบธุรกิจทางเจนี่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้เช่ากับคุณอาทิตย์หรือหุ้นส่วนของคุณบุ๋มได้ใช้พื้นที่แล้วโดยการต่อเติมตกแต่งสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา ในระยะเวลาที่มีการตกแต่งต่อเติมอาคารทางคุณเจนี่เองก็ไม่ได้เก็บค่าเช่า สัญญาเช่ามีข้อตกลงกันว่าจะเริ่มเก็บเมื่อพร้อมที่จะเปิดธุรกิจ ในระยะเวลที่ผ่านมามีการวางบิลเรียกเก็บเงินมาตั้งแต่เดือนมีนา-มิถุนา แต่ก็ยังไม่มีการชำระทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบริการจากฝั่งของสแมชยิม ในสัญญาเช่าหลักกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากมีหากมีการผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า 2 งวดฝ่ายของผู้ให้เช่าสามารถยกเลิกสัญญาได้ 2. ทั้งสองฝ่ายจะไม่ทำให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเสียชื่อเสียง ถ้ามีฝ่ายใดทำให้เสียชื่อเสียง อีกฝ่ายสามารถขอยกเลิกสัญญาเช่าได้ และ ข้อ 3. คือบุ๋มได้มีการประกอบธุรกิจอื่นนอกเหนือฟิตเนส” เจนี่ “เจนี่ขอขยายความเองแล้วกันค่ะว่าเจนี่เป็นเจ้าบ้านซึ่งมีลูกบ้านหลายคน แต่ละบ้านจะทำธุรกิจไม่เหมือนกัน ส่วนธุรกิจหลักของสแมชยิมคือการยกเวทจะไม่มีการทำอย่างอื่น ล่าสุดตัวพี่บุ๋มมีการทำคลาสเต้นขึ้นมามันตรงกับคลาสซุมบ้าของเจนี่ เจนี่มีอยู่ใน 911 อยู่แล้ว แล้วก็ยังมีโยคะ ซึ่ง 911 ก็มี อีกเรื่องเลยคือเรื่องของอาหารคลีนและเครื่องดื่ม ในตัว 911 ก็มีขายอาหารคลีน แล้วตอนนี้พี่บุ๋มก็มีขายน้ำและอาหารคลีนด้วยเหมือนกัน” ทนาย “ระหว่างที่เจนี่เงียบหายไปเขาได้มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว ขอตกลงหลักๆ คือจบแล้วว่าลำบากใจที่จะทำธุรกิจร่วมกัน ก็อาจจะมีการยกเลิกสัญญาเช่า อาจจะมีการชดเชยในส่วนที่คุณบุ๋มก่อสร้างไปตามที่บุ๋มได้เสนอมาก่อนหน้านี้ เจนี่ตัดสินใจจะยุติปัญหาไม่อยากให้ลำบากใจทั้งสองฝ่าย คุณเจนี่เลยตอบตกลงคุณบุ๋มไปว่าจะซื้ออาคารทั้งหมดในราคา 3 ล้านบาทตามที่เสนอมา” แล้วบุ๋มต้องย้ายออกเมื่อไหร่? ทนาย “อันนั้นเป็นข้อปลีกย่อยที่ยังไม่สรุปกัน” บุ๋มบอกรอเคลียร์สัญญาเลยยังไม่ได้จ่ายเงินค่าเช่า? ทนาย “ต้องบอกว่าสัญญาหลักยังมีอยู่ มันไม่ได้ตกเป็นโมฆะ สัญญาหลักจะตกเป็นโมฆะได้ก็ต่อเมื่อเซ็นชัดแจ้งด้วยกฎหมายของระหว่างผู้เช่ากับผู้เช่าถึงจะสมบูรณ์ ฉะนั้นสัญญาเช่าหลักที่เซ็นกันไว้สามารถนำไปใช้ประกอบบัญชีในการวางบิลสั่งจ่ายชำระค่าเช่าได้ครับ” อันนี้เป็นการตกลงกันแล้วหรือเป็นว่าเราตัดสินใจคนเดียว? ทนาย “มีการคุยกันเบื้องต้นแล้ว จบหมดแล้ว เหลือแค่รายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้นว่าจะย้ายกันยังไงเมื่อไหร่เท่านั้นเอง” เหมือนเขายื่นขอเสนออยู่ต่อ 6 เดือน? ทนาย “ผมขอไม่พูดดีกว่าครับ อันนี้เป็นรายละเอียดไปแล้ว หลักๆ คือลำบากใจที่จะอยู่ด้วยกันแล้ว” ในเรื่องมิตรภาพที่มีต่อกัน? เจนี่ “เจนี่ยังเคารพพี่บุ๋มเป็นพี่คนนึง ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของธุรกิจระหว่าง 911 กับ สแมชยิม ตัวเจนี่ยังเคารพพี่บุ๋มเป็นพี่สาวคนนึง พร้อมขอโทษลูกค้าสแมชยิมจริงๆ ที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ต่อไปนี้เจนี่จะจัดการให้ดีขึ้น จะหาคนมาช่วยดูที่จอดรถเพิ่มขึ้นด้วย” ทนาย “ตัวคุณเจนี่เองพยายามแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว พยายามจ้างคน เช่าพื้นที่จอดรถมากขึ้น เรื่องเช่าพื้นที่จอดรถทางคุณเจนี่เช่ามาก่อนหน้านี้แล้ว” เจนี่ “มันมีปัญหาแค่ 1 ชั่วโมงใน 4 วัน ไม่ใช่เป็นปัญหา 24 ชั่วโมง หรือช่วงระหว่างเปิดยิมตั้งแต่เช้าจรดเย็น ต้องบอกว่าคลาสที่ฮอตฮิตจริงๆ คือคลาสของครูหนุ่ม มี 4 วันใน 1 อาทิตย์ 1 วันก็จะมีปัญหาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง” หลังจากได้พื้นที่แล้วจะเอาไปทำอะไรต่อ? เจนี่ “ยังไม่ได้คิดค่ะ” มีการแจ้งความเรื่องภาพวงจรปิดที่มีคลิปออกมา? ทนาย “ต้องเรียนก่อนว่าน้องที่เขาไปโพสต์คลิปไม่เกี่ยวกับ 911 อันนั้นคือเรื่องส่วนตัวของเขา น้องแนตเขาเป็นคนที่ทำงานอยู่ที่นี่อยู่แล้ว เขาจะไปดูกล้องวงจรปิดตอนไหนเขาก็ไปดูได้ เท่าที่ทราบเขาไปถ่ายจากจอมอนิเตอร์อีกทีนึง” เจนี่ “ซึ่งกล้องวงจรปิดไม่มีเสียงนะคะ” จะเอาเรื่องเขาไหมเขาทำให้เราเสียชื่อเสียง? เจนี่ “เป็นเรื่องที่เราไปตกลงกันเองได้ วันนี้ขอพูดเรื่องหลักๆ ดีกว่า” ในส่วนของการทำธุรกิจทับซ้อนกันตรงนี้ได้คุยกันบ้าง? เจนี่ “พี่เขาได้พูดค่ะว่าจะเป็นคลาสแต่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตัวเจนี่ไม่ขอเป็นคนตัดสินแล้วกัน ให้ทุกคนตัดสินว่าถ้าเห็นคลาสแบบนี้อยู่ด้วยกันจะคิดว่าเป็นคลาสเดียวกันไหม คลาสพี่บุ๋มเขียนโยคะ ของเจนี่ก็มีเขียนโยคะ จริงๆ การทำธุรกิจอยู่ในบ้านเดียวกันโดยพื้นฐานก็น่าจะรู้ว่าไม่ควรทำอะไรเป็นคู่แข่งกัน อยู่ในบ้านเดียวกันต้องช่วยเหลือกันและกัน ช่วยกันทำคลาสที่มันแตกต่างกัน แต่ที่ชัดเจนก็คืออาหารคลีนที่มีอยู่ เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อเดือนที่แล้ว เจนี่ก็มีลูกบ้านของเจนี่ด้วยก็ไม่อยากให้เขารู้สึกว่ามาอยู่บ้านเจนี่แล้วเขาลำบากใจ เจนี่ก็เพิ่งเห็นในไอจีเหมือนกันว่ามีอาหารคลีนด้วย มีลูกค้าฝั่งเราไปซื้ออาหารคลีนฝั่งนั้น เลยรู้สึกว่าเราไม่อยากให้คนที่เขามาเช่าพื้นที่เราเขาไม่สบายใจว่ามีของเหมือนกันแต่มาขายในราคาที่ต่างกัน” สามารถเจรจาได้ไหมหรือจะไม่ทำร่วมกันเลย? เจนี่ “สิ่งที่วันนี้เกิดขึ้นคือสิ่งที่เจนี่ได้ตัดสินใจแล้ว ถ้าไม่ตัดสินใจคงไม่มาพูดวันนี้ เจนี่ไม่รู้หรอกว่าข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่เจนี่อยากให้คนที่อยู่ในบ้าน 911 มีความสุข ทำธุรกิจแล้วยิ้มไปด้วยกัน” คิดว่าจะเจรจาลงตัวไหมกลัวจะถึงขั้นฟ้องร้องไหม? ทนาย “ในแนวดำเนินคดีของผมไม่แนะนำให้ฟ้องร้องคดี จะให้คุยกันมากกว่า คนฟ้องกันเขาไม่คุยกันเท่านั้นเอง จะเอาเวลาไปรบกวนศาลผมว่าคงไม่จำเป็น” ที่เจรจานี่คือเจนี่เจรจาด้วยตัวเอง? ทนาย “ผมเป็นคนคุยครับ” บุ๋มเขาบอกว่าเราพยายามติดต่อเจรจาเรื่องสัญญากับเรามาโดยตลอด? เจนี่ “เขาไม่ได้ติดต่อเจนี่ส่วนตัวค่ะแต่ติดต่อทีมงาน ตัวพี่บุ๋มไม่เคยมาเล่าด้วยตัวพี่บุ๋มเองให้เจนี่ฟัง แต่เจนี่เคยคุยกับคุณเอก เจนี่รับรู้เรื่องที่จอดเจนี่เลยไปแก้ปัญหาไปเช่าที่จอดข้างๆ แต่มันก็แค่ชั่วโมงเดียวไงค่ะ แล้วเช่าที่เพิ่มให้ที่จอดรถเจนี่ไม่ได้เช่าให้แค่ลูกค้าของเจนี่แต่เจนี่ทำเพื่อทุกๆ คน” มีข่าวลือว่าคนรถเราเลือกปฎิบัติแต่กับ 911 เท่านั้น? เจนี่ “ต้องบอกว่าเจนี่ไม่ได้อยู่ 911 ทุกวัน เจนี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ทุกๆ เรื่อง เจนี่เข้ามา 911 เดือนละ 2 ครั้งฉะนั้นปัญหามันจะไม่ได้เข้ามาถึงตัวเจนี่ ทางเราแก้ปัญหาให้ดีที่สุดด้วยการจ้างคนเพิ่มขึ้นและเช่าพื้นที่เพิ่ม” บุ๋มย้ำตลอดว่ารอสัญญาจากเจนี่? “เรื่องสัญญาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มันเป็นธุรกิจแรกในชีวิตของเจนี่ จะให้เจนี่ทำสัญญาขึ้นมาใหม่เจนี่ต้องดูอย่างละเอียดรอบคอบ เจนี่เพิ่งเปิดยิมได้ 2 เดือนกว่า สัญญามันเลยเหมือนชีวิตของเจนี่ทั้งชีวิต แล้วตัวเจนี่ได้คุยกับพี่ทนายว่าสัญญาก็น่าจะมีผลอยู่ไม่ได้เป็นโมฆะ พอจะมาเริ่มทำสัญญาใหม่ เจนี่มาเห็นคลาสที่ตรงกัน หรือเห็นที่เราวางบิลไปแล้วแต่ยังไม่ได้จ่าย ฉะนั้นถ้าจะให้เจนี่เขียนสัญญาใหม่เจนี่ต้องคิดทบทวนให้ดี มันต้องมีเยอะขึ้น ไม่ใช่ว่าทวงวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะให้เลย มันก็คือชีวิตเจนี่ด้วยเหมือนกัน อยากให้ทุกคนได้รู้ในข้อทุกคนไม่ได้รู้” แต่หลายคนก็มองว่าเหมือนเราสองคนเริ่มต้นด้วยกันมาตั้งแต่แรก? เจนี่ “เจนี่มาทีหลังค่ะ แต่ด้วยอะไรก็แล้วแต่กลับกลายเป็นว่าเจนี่มาเช่าพื้นที่ตรงนี้คนเดียว 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพี่บุ๋มก็เป็นผู้เช่า ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น” รู้สึกผิดหวังไหมที่ได้มาทำธุรกิจร่วมกัน? เจนี่ “ไม่ค่ะ เพราะเจนี่ก็คิดที่จะทำต่อไป มันคือสิ่งที่เจนี่รัก และมันคือความฝันของเจนี่ เนื่องจากเจนี่เป็นคนชอบออกกำลังกาย” กระแสข่าวที่ออกมากระทบกับภาพลักษณ์ของธุรกิจเราไหม? เจนี่ “ย่อมมีค่ะ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องแก้ไข เพราะธุรกิจทุกอย่างมันก็มีปัญหาเป็นรายวัน ดังนั้นเราก็ต้องแก้ปัญหาเป็นรายวันไป” ที่เราบอกว่าได้วางบิลไปแล้ว เดือนแรกเขาไม่จ่าย เดือนที่สองเราได้มีการทวงถามไหม? ทนาย “อันนี้เป็นในส่วนของออฟฟิศนะครับ ออฟฟิศจะเป็นคนติดตามทวงถาม” เจนี่สามารถยืนยันได้ไหมว่าเราไม่ได้ให้พนักงานกั้นที่จอดรถสำหรับลูกค้าเราโดยเฉพาะ? เจนี่ “ไม่มีค่ะ” เครียดไหมเกิดปัญหาแบบนี้? เจนี่ “ก็ต้องเครียดเป็นปกติค่ะ ยิ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแรกของเจนี่ด้วย” เราอยากให้เรื่องนี้จบยังไง? เจนี่ “ไม่อยากให้ทะเลาะกันเอง และเจนี่ก็จะไม่ตัดสินอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เจนี่พูดวันนี้เป็นเพียงข้อมูลนึง นอกเหนือจากที่พี่บุ๋มได้พูดในส่วนของพี่บุ๋ม ดังนั้นเจนี่ก็ต้องพูดในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงของฝั่งเจนี่ด้วย เพื่อให้คนที่ติดตามข่าวได้ตัดสินดีกว่ามาบอกว่าอันไหนถูกอันไหนผิด” ตั้งใจจะนัดคุยกันเลยไหมเพื่อให้ปัญหามันจบ? เจนี่ “เจนี่คิดว่ามันเลยจุดนั้นมาแล้วค่ะ และอีกอย่างเจนี่ก็ได้ให้พี่ทนายเข้าไปคุยแล้วด้วยค่ะ” คิดว่าหลังจากนี้จะยังอยากทำธุรกิจร่วมกับใครอีกไหม? เจนี่ “ไม่ค่ะ ต่อจากนี้ขอทำธุรกิจคนเดียวดีกว่า” ถ้าหากพี่บุ๋มย้ายออกแล้วเราจะทำยิมต่อไปไหม? เจนี่ “ทำค่ะ แต่ส่วนรายละเอียดขอไม่ตอบดีกว่า เพราะเอาจริงๆ เจนี่ก็ยังไม่ได้คิดด้วยว่าจะทำอะไร” ทนาย “จากที่ได้คุยกับน้องเขาก็อาจจะปล่อยให้เช่าต่อ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะมาเช่า หรือไม่แน่ก็อาจจะทำเป็นศูนย์อาหารก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วมันก็เป็นเรื่องในอนาคต” ถามย้อนกลับไป เรื่องที่เราบอกว่ามีการทำธุรกิจทับซ้อน จริงๆ ฝั่งพี่บุ๋มออกมาพูดว่ามีการทวงถามไปแล้วว่าเราจะทำอะไรบ้าง จะได้ไม่มีการทำทับซ้อนกัน? เจนี่ “ไม่มีค่ะ คือตอนแรกพี่บุ๋มบอกว่าจะมีห้องเทควันโด เนื่องจากหุ้นส่วนเก่าของเจนี่ เขาเป็นครูเทควันโด และเจนี่มาทีหลัง ซึ่งตอนนั้นเจนี่มีแพลนเอาไว้ด้วยว่าจะทำคลาสเต้นซุมบ้า” เรามองไหมว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะคนกลางที่พี่บุ๋มติดต่อมา แต่เขาไม่เคยนำเรื่องมาถึงเรา มันถึงได้กลายเป็นปัญหา? เจนี่ “ก็อาจจะด้วยค่ะ” คิดว่าจากนี้จะมีการเปลี่ยนอะไรกับคนกลางที่ว่าไหมเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต? เจนี่ “เรื่องอนาคตเจนี่ขอไม่ตอบนะคะ เพราะมันยังไม่ได้เกิดขึ้น เจนี่ขอตอบเรื่องในวันนี้ก่อนแล้วกัน” มีอะไรอยากฝากถึงพี่บุ๋มไหม? เจนี่ “ไม่มีค่ะ” เราเห็นหรือยังที่พี่เขามาโพสต์ไอค่อนชูสองนิ้วในไอจีเรา? เจนี่ “เห็นแล้วค่ะ จริงๆ มันก็เป็นรูปปกตินะคะ เพราะส่วนตัวเจนี่ก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรืออะไร” ยังสามารถคุยกับพี่บุ๋มได้เหมือนเดิมไหม? เจนี่ “พี่บุ๋มยังเป็นพี่ของเจนี่อยู่ค่ะ ต้องแยกนะคะเรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว ปัญหาธุรกิจคือปัญหาธุรกิจ และวันนี้เจนี่ก็มาในฐานะตัวแทนของ 911 ค่ะ” เจนี่ - ทนาย เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ บุ๋ม - เอก

เงิน 2,000 บาท กับ ว่าง 2 วัน ไปชิลใกล้กรุง ที่ เขาเขียว - เกาะสีชัง!
เขาเขียว /  เที่ยวชลบุรี / 

เมื่อเรากับเพื่อนมีวันว่างตรงกันสองวัน ทริปปล่อยเบลอเที่ยววันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจึงเกิดขึ้น พร้อมแล้วไปชิลกัน ทริปนี้เกิดขึ้นเพราะเราอยากไปพักเต้นท์ติดแอร์ที่เอสตาเต้รีสอร์ทในเขาเขียว + อยากปั่นจักรยานชิลๆ ชมวิว ให้อาหารสัตว์ ส่วนอีกหนึ่งวันกะว่าไปหาที่ชิลเอาดาบหน้า จนมาลงเอยที่เกาะสีชัง บางอย่างแพลนบางอย่างไม่ได้แพลน จึงเกิดทริปสนุกๆ นี้ขึ้น ^^ เงิน 2,000 บาท กับ ว่าง 2 วัน ไปชิลใกล้กรุง ที่ เขาเขียว - เกาะสีชัง! Budget : 2,000 บาท/คน (รวมทุกอย่างแล้ว) Accommodation : Estate Camping Resort & Safari Transportation : รถยนต์ + เรือโดยสารข้ามไปเกาะสีชัง + เหมาสามล้อเที่ยวรอบเกาะ Day1 : กรุงเทพฯ-เขาเขียว Day2 : เขาเขียว-เกาะสีชัง-กรุงเทพฯ ขับรถจากกรุงเทพฯราวสองชั่วโมงก็มาถึงที่พัก Estate Camping Resort & Safari ถ้าจองตรงกับรีสอร์ทจะราคาสองพันต้นๆ เราจองผ่าน Booking มาได้ราคา 1950 บาท/คืน รวมอาหารเช้าค่ะ รอบๆเต้นท์มีกวางน้อยวิ่งเล่นทั้งวันทั้งคืนค่ะ เราสามารถให้อาหารได้ แต่น้องกวางเค้าขี้อาย ต้องค่อยๆย่องเข้าหาไม่ให้เค้าตกใจ กระโจมอาบน้ำโอเพ่นแอร์ มีน้ำอุ่นบริการ คืนนี้เราจะอาบน้ำใต้แสงดาว ภายในเต้นท์สะอาด สะดวก สะบาย มีแอร์เย็นฉ่ำ มีตู้เย็นจิ๋ว แค่นอนกลิ้งไปมาก็เพลินแล้ว โซนห้องน้ำแยกฝั่งหญิง-ชาย มีตู้ล็อคเกอร์แล้วก็ที่อ่างล้างหน้าและกระจกไว้รองรับแขกได้เยอะเลย สำรวจที่พักโดยรอบเสร็จแล้ว ได้เวลาแวะไปเยี่ยมเยียนสัตว์น้อยใหญ่ในเขาเขียวกัน เนื่องจากว่าเราพักกับรีสอร์ทข้างในสวนสัตว์ จึงไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชมเพิ่ม ยกเว้นพวกโชว์สัตว์ต่างๆที่จะเก็บเงินแยกอยู่แล้วรอบละประมาน 50 บาท เราตั้งใจมาเช่าจักรยานขี่ไปรอบๆ แต่วันนี้ที่เช่าจักรยานไม่เปิดให้บริการ เรากับเพื่อนลังเลว่าจะเช่ารถกอล์ฟดีไหมเพราะค่าเช่าชั่วโมงละ 350 บาท สุดท้ายเลยตัดสินใจขับรถวนไปรอบๆเอาค่ะ รถเราใช้แก๊ส ประหยัดเงินในกระเป๋าไว้เที่ยวอย่างอื่นดีกว่า จริงๆเราว่าในสวนสัตว์ก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรมากค่ะ ออกจะหดหู่หน่อยๆด้วยซ้ำ เพราะสัตว์ส่วนใหญ่ดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา อาจเป็นเพราะเค้าโดนขัง ไม่ได้อยู่ตามธรรมชาติที่ควรอยู่ แต่อย่างที่บอกว่าเราอยากมาพักบรรยากาศเงียบๆ นอนเต้นท์ติดแอร์ ใกล้ชิดธรรมชาติ ก็เลยไม่รู้สึกผิดหวังอะไรค่ะ บริเวณที่พักมีมีชิงช้าให้เล่น อยู่ใกล้ๆร้านอาหารของรีสอร์ท กินข้าวเช้าเสร็จเรามานั่งชิลซักพัก หลังจากนั้นก็เช้คเอาท์ เก็บของพร้อมออกเดินทางไปเกาะสีชัง ขับรถจากเขาเขียวไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็มาถึงเกาะสีชัง เราจอดรถไว้ที่สวนสาธารณะใกล้ๆท่าเรือ เพราะต้องนั่งเรื่อไปที่เกาะประมาณ 45 นาที ค่าเรือเที่ยวละ 50 บาท/คน วิวระหว่างที่อยู่บนเรือ เราโชคดีที่มาในวันที่ฟ้าสวย ลมดี ถึงแดดจะแรงแต่ก็สู้ไหวค่ะ มาถึงท่าเรือเราใช้บริการเหมาสามล้อเที่ยวรอบเกาะ ที่นี่เค้าเรียกว่าสกายแล็ป พอลงท่าเรือจะมีคนมาคอยถามว่า เช่าสามล้อไหม? เช่ามอไซค์ไหม? เรากับเพื่อนขี่มอไซค์ไม่แข็งทั้งคู่ เลยเหมาสามล้อค่ะ ราคา 250 บาท เขาจะอยู่กับเราทั้งวัน หลักๆ จะพาเที่ยวสถานที่ไฮไลท์ของเกาะ 4 จุด คือ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่, จุดชมวิวช่องเขาขาด, พระจุฑาธุชราชฐาน(พระราชวังบนเกาะ), หาดถ้ำพัง เลือกใช้บริการกับคนไหนก็ได้ค่ะ ชาวบ้านน่ารักทุกคน ดูเป็นเกาะเล็กๆเงียบๆ หรือเพราะเรามาวันธรรมดารึเปล่าไม่แน่ใจ อยากชวนมาอุดหนุนการท่องเที่ยวที่นี่กันเยอะๆ เกาะนี้ไม่โก่งราคาค่ะ 1.วิวจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ สถานที่แรกที่พี่สามล้อพามาไหว้พระทำบุญซักสิบนาทีเสริมความเป็นสิริมงคล จะได้ไปเที่ยวต่อแบบสบายใจกัน วิวอีกมุมจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ 2. จุดชมวิวช่องเขาขาด ตรงนี้ถ่ายรูปสวยมากกกกก นั่งชิวได้เป็นชั่วโมงเลย ถึงแดดจะแรงแต่ลมดีจริงๆค่ะวันนี้ ฟ้าใสน้ำสวยเชียว ถ้าไม่เกี่ยงแดดก็เดินเล่นไปได้ถึงโขดหินนู่น อีกมุมนึงของจุดชมวิวช่องเขาขาด มองคลื่นกระทบฝั่งก็เพลินดีนะ สวีทกับเพื่อนซักหน่อย มาด้วยกันต้องรักกันเข้าไว้ 3.มาถึงพระราชวังแล้ว จุดที่ห้ามพลาดในการไปถ่ายรูปคือ สะพานอัษฎางค์ ถ่ายรูปก็สวยนั่งชิลก็สบายนะ ได้รูปที่พอใจแล้วก็เดินสำรวจรอบๆพระราชวังต่อ เงียบ สงบ ประทับใจไม่น้อยเลย 4. หาดถ้ำพัง ที่สุดท้ายของวันนี้แล้ว ที่นี่มีเตนท์ผ้าใบให้เช่า นั่งกิน นอนชิล ลงเล่นน้ำได้ตามอัธยาศัย แต่เราไม่ได้เตรียมตัวมาเล่นน้ำเลยแค่เดินถ่ายรูปเล่นเลียบหาด แล้วก็เดินขึ้นมาเก็บภาพจากมุมสูง น้ำสีสวยมากกก ฟ้าก็มากกกก เราจะขึ้นเรือรอบสี่โมงเพื่อออกจากเกาะ ระหว่างทางกลับไปท่าเรือก็จะได้เห็นบ้านเรือนและการใช้ชีวิตของชาวบ้านบนเกาะในวันธรรมดาที่ไม่เร่งรีบ เป็นเกาะที่น่ารักจริงๆค่ะ จบทริปด้วยความประทับใจ ขอบคุณที่ตามอ่านจนจบนะคะ ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ https://www.facebook.com/theneverlonelyjourney/

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว
ดอยหลวงเชียงดาว /  ที่เที่ยวหน้าฝน / 

ฝนตก นํ้าท่วม รถติด ลองหาเวลาพักผ่อนกันบ้างมั้ย เป็นห่วง ผมคิดว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคย เห็นภาพ โฮมสเตย์ที่ดอยหลวงเชียงดาว มากันบ้างแล้ว บรรยากาศที่นั่นสุดยอดมาก ผมได้ข่าวจากกลุ่มในเฟสบุคว่ามีโฮมสเตย์เปิดใหม่ วิวแจ่มมาก ผมเห็นรูปแล้วไม่รอช้า ออกเดินทางไปสัมผัส แล้วนำมารีวิวให้ได้ชมกันครับ หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว เริ่มต้นกันก่อนที่การเดินทางครับ อันดับแรกเลย พาตัวเองไปที่เชียงใหม่ครับ จะรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน รถส่วนตัว ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์และความสะดวกเลยครับ ส่วนใครที่อยู่เชียงใหม่อยู่แล้ว ก็นะ (อิจฉา) ผมเลือกไปรถทัวร์ครับ ป.2 379 บาท (งก) 555 ออกจากหมอชิต 19.50 ครับ ถึงเชียงใหม่ ประมาณ 7 โมงเช้ากว่าๆ จากนั้นก็พาตัวเองไปสถานีขนส่งช้างเผือกครับ จะโบกรถแดง ก็ประมาณ 40 บาท หรือจะไปรถคิว 20 บาท ครับ ขนส่งช้างเผือกอยู่ไม่ไกลครับ ถ้ารถแดงไม่พาอ้อม ฮาาาาา ถึงแล้ว จากนั้นเดินเข้าไปเลยครับ มองหารถสีส้มที่เขียนว่า เชียงใหม่-ท่าตอน เขียนง่ายมาก รถออกทุกครึ่งขั่วโมงครับ เจอรถแล้ว ยังขึ้นไม่ได้ ไปซื้อตั๋วก่อนนะครับ ใกล้ๆกันเลย บอกไปเชียงดาวโลด 40 บาท ได้ตั๋วแล้วขึ้นรถโลดดดด อย่าลืมบอกเด็กรถด้วยนะครับ ว่าจอดโลตัสเชียงดาวให้ด้วยโว้ยยยยยยย (อย่าโว้ยตามผมนะ เดี๋ยวโดนถีบลงรถ) จากนั้นก็ตามสะดวกครับ จะนอน ฟังเพลง ชมวิว ก็ตามใจ รถวิ่งประมาณ 1.30 ชม. ก็ถึงแล้วครับ ลงตรงโลตัส ได้เลย แนะนำให้หาข้าวกินก่อนครับ หรือจะหาซื้อขนมไปกินก็ได้ แต่รีบๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวจะไม่มีรถขึ้น ไม่งั้นได้เหมารถล่ะ ค่าใช้จ่ายบาน ถ้าพร้อมแล้วก็ให้เดินตรงมาอีกนิดนึงครับ จะเจอสี่แยก ให้มองหาร้านแสงจันทร์ครับ แล้วเลี้ยวขวาไปอีกนิด จะเจอคิวรถที่ไปเมืองคองครับ ลองถามชาวบ้านเค้าจะแนะนำและช่วยหารถชาวบ้านที่ขึ้นไปครับ พูดง่ายๆ ติดรถชาวบ้านไปนั่นล่ะ บอกว่า จะไปบ้านระเบียงดาวก็ได้ครับ แถวนั้นเค้ารู้กัน ช่วยค่ารถให้สัก 50 บาทครับ ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่ถนนดีครับ ตัดภาพมาอยู่บนรถเลยละกัน ทริปนี้ผมไปคนเดียวครับ ได้เพื่อนใหม่มาด้วย นั่งกินลมชมวิวอยู่หลังกระบะกันเพลินเลย จุดนี้ผมเห็นตอนขากลับ ทะเลหมอกตรงนี้สวยมากครับ แต่แวะไม่ได้ ติดรถเค้ามา T_T เกรงใจ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วครับ ทางลงบ้านระเบียงดาว เดินไปจะเจอบ้านระเบียงดาวเลยครับ แต่ที่ผมจองไว้ต้องเดินลงเนินไปอีกนิด ไม่ไกลครับผม เดินลงเนินมานิดนึงสังเกตทางซ้ายตามรูปเลยครับ จะเป็นทางลงไปบ้านลีซู หรือเดินเลยไปถามที่บ้านสายหมอกก็ได้ครับ เค้าซี้กัน หรือก่อนขึ้นก็โทรหาน้องต้าก็ได้ครับ เค้าดูแลอยู่ที่นั่น บริการและดูแลดีมากครับ จากนั้นก็ไปที่บ้านพักกันเลย ที่นี่เพิ่งเปิดได้ 3 อาทิตย์ครับ เลยยังใหม่มาก ^^ มีที่นอนนุ่มๆ กับผ้าห่มหนาๆ อย่าคิดว่ามันหนาเกินนะครับ ถ้าฝนตกนี่ หนาวเลยทีเดียว มีห้องนํ้าในตัวครับ เตรียมผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟันมาเองนะครับ วันที่ผมไปนี่ เหมือนเป็นเจ้าของโฮมสเตย์เลยครับ พักอยู่คนเดียว 555 เงียบ สงบมาก พระอาทิตย์จะตกด้านหลังโฮมสเตย์ครับ ทำให้ระเบียงข้างหน้านี่ร่มรื่นครับ มีเสื่อ มาปูนอนได้เลยครับ ลมเย็น มีโต๊ะไว้ทานข้าว หรือวางของได้ครับ ลมเย็นเกินจนผมเผลอหลับครับ T_T ตื่นมาอีกทีช่วงเย็นๆ เลยลองออกไปเดินชมวิวครับ ที่นี่เค้าเป็นเครือญาติกัน ลองเดินเข้าไปชมวิวได้ทุกที่ครับ ลองขึ้นไปที่บ้านสายหมอกครับ ช่วงนี้กำลังปรับปรุง น้องต้าแอบกระซิบ จะเปิดให้บริการเดือนหน้าครับผม แสงเปลี่ยนตลอดเวลาครับ เกิดจากแสงที่ลอดผ่านเมฆ ทำให้เพลินเลยครับกับการถ่ายรูป เพลินจนน้องต้าต้องมาบอกว่า ทานข้าวได้แล้ว เตรียมข้าวไว้ที่บ้านพักแล้วครับ ช่วงนั้นฝนตั้งเค้ามาพอดี แจ่มเลย ทานข้าวเคล้าสายฝน มื้อเย็นครับ อิ่มแปล้ กินคนเดียว สักพักนึงฝนหยุดครับ พอมีแสงเย็นโผล่ออกมาอีกนิด นิดเดียวจริงๆครับ แล้วฝนก็เทลงมาต่อ ผมอยู่ถ่ายรูปต่อถึงประมาณ 1 ทุ่มครับ ฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ตอนผมไปยังไม่มีไฟฟ้าครับ แต่ตอนนี้ทางน้องต้ากำลังติดตั้งระบบไฟให้ครับ เพิ่มความสะดวกสะบาย แต่คงไม่ปล่อยไฟทั้งวันครับ คงปล่อยแค่ช่วงกลางคืน เพราะอยากให้พักผ่อนกันจริงๆครับ ลาคืนแรกด้วยภาพนี้ละกันครับ 2 ทุ่ม นอนได้ ชาร์จแบตจริงๆ หรือจะมานั่งที่ระเบียงก็ได้ครับ มีตะเกียงไฟฟ้าให้ เอาเสื่อมาปูนอน ดูหิ่งห้อยก็เพลินดีครับ แต่ของผมฝนตก นอนนนนนนน หลังจากผ่านคืนแรก ด้วยการหลับสนิท มาสะดุ้งตื่นตอนเที่ยงคืน ที่ฝนหนักขึ้น แล้วก็หลับต่อ มาตื่นอีกทีตอน 05.30 ตามเสียงนาฬิกาที่ปลุก แต่ด้วยอากาศเย็นๆ เสียงฝนเบา เลยนอนต่อไปถึง 6 โมง ถึงได้มีสติลุกจากเตียง พอเลื่อนประตูห้องออกเท่านั้นแหละ อื้อหืออออ ฝนตก 5555 หมอกเพียบเลยย เป็นไงล่ะ ฟินมั้ยย หลังจากจิบกาแฟ ที่น้องต้าได้เอามาวางไว้ให้ ก็ออกไปดื่มดํ่ากับสายฝน สายหมอกกัน เปียกช่างมัน บรรยากาศเป็นใจ 555 หมอกมหาศาลเลยล่ะ ข้อดีของฝนตกเค้าล่ะ หลังจากถ่ายรูปจนหนำใจ กลับไปที่ห้องพัก ข้าวต้มร้อนๆ ก็รออยู่แล้วว หิวพอดีเลย บอกตรงๆ เป็นมื้อเช้าที่สุดจริงๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปต่อ ภาพนี้เวลา 09.30 ฝนหยุดแล้ว แต่หมอกก็มาเรื่อยๆ หลังจากเสพบรรยากาศจนอิ่มแล้ว ก็ให้น้องที่โฮมสเตย์พามาส่งที่ปากทาง รอโบกรถกลับเชียงดาวครับ ก็ตรงที่เราลงรถขามานั่นแหละ หลังจากไปคุยตีซี้กับชาวบ้าน ได้นิดนึง เค้าก็ช่วยไปคุยกับชาวบ้านที่จะลงไปเชียงดาวให้ครับ รอดละ ได้รถกลับ ชาวบ้านที่นั่นใจดีครับ ขอแค่เรากล้าที่จะไปคุย สอบถาม ^^ แล้วก็ได้น้องใจดีพาไปส่งถึงจุดพักรถเลยครับ ขอบคุณมากคร้าบบบบ รอดละๆ ถึงตรงนี้ก็สบายแล้ววว รอรถกลับเชียงดาวได้เลยครับ ไปรอตรงรถบัสขาล่องนะครับ ถามก่อนขึ้นนิดนึง ว่าไปเชียงใหม่ใช่มั้ย ถ้าใช่ก็ขึ้นโลดดดด 40 บาท ยาวไปครับ ถึงตอนนี้ ยังจำบรรยากาศตอนนั้นได้เลยครับ ยังไงถ้าจะไป ลองโทรไปคุยกับน้องต้าได้เลยครับ 091-724-7536 สอบถามการเดินทาง ได้ทุกอย่างครับ อ้อ ลืมบอกไป ค่าที่พัก 500 บาท/ 1คน + อาหาร 2 มื้อ (มื้อเย็น-มื้อเช้า) ครับ ขอบคุณที่ติดตามกันครับ ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ ถูกใจแชร์ได้น้าาา สวัสดีครับ ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ https://www.facebook.com/thaibackpack ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ : facebook ไป เที่ยว ทำ ไม

แฟนคลับไทยเตรียมตัวให้พร้อม! เซีย จุนซู มาแน่ 23 ก.ค. นี้
2016 XIA 5th ASIA TOUR CONCERT IN BANGKOK ‘XIGNATURE’ /  2016 XIA 5th ASIA TOUR CONCERT ‘XIGNATURE’ / 

เซีย จุนซู คัมแบ็คไทยอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งกับเอเชียทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 5 2016 XIA 5th ASIA TOUR CONCERT IN BANGKOK เสาร์ที่ 23 กรกฎาคมนี้ แฟนคลับพันธุ์แท้ ห้ามพลาด! 2016 XIA 5th ASIA TOUR Concert in Bangkok Xignature Greeting Thai Fan youtube channel : XIA Xignature in BKK เซีย จุนซู (XIA JUNSU) นักร้องหนุ่มเจ้าของเสียงร้องคุณภาพระดับเฟิร์สคลาสแห่งวงการเพลงเกาหลี ที่นอกจากจะมีความสามารถครบรสรอบด้าน สมบูรณ์แบบ ทั้งด้านการร้อง การเต้น การแสดงบนเวที และยังเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์มืออาชีพที่สะกดทุกสายตาของผู้ชมไว้ได้อย่างอยู่หมัดในทุกท่วงท่าการแสดง เมื่อเร็วๆ นี้ เซีย จุนซู ก็เพิ่งตอกย้ำความเป็นนักร้องหนุ่มผู้เปี่ยมความสามารถอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวอัลบั้ม ซิกเนเจอร์ (XIGNATURE) ผลงานอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 ที่เขาได้มีส่วนร่วมทั้งการแต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเอง อัดแน่นด้วย 13 บทเพลงคุณภาพอันเต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของดนตรีหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแนว แดนซ์, บัลลาด, ฮิพฮอพ, อีดีเอ็ม, อาร์แอนด์บี, แทงโก้ ฯลฯ ที่ทั้งโดดเด่น มีเอกลักษณ์ แต่ฟังได้อย่างรื่นหู สมดั่งชื่ออัลบั้ม XIGNATURE ซึ่งมีความหมายว่า 'นี่คือเพลงที่มีเพียง XIA คนเดียวเท่านั้นที่ทำได้!' และท่ามกลางการตอบรับสุดร้อนแรง เซีย จุนซู ได้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวของตนเองขึ้นอีกครั้งในชื่อ 2016 เซีย ฟิฟธ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต ซิกเนเจอร์ (2016 XIA 5th ASIA TOUR CONCERT ‘XIGNATURE’) โดยเริ่มต้น ณ โอลิมปิก ยิมนาสติก สเตเดี้ยม กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 11-12 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งบัตรก็จำหน่ายหมด(Sold out) ภายใน 10 นาที! กลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ถึงความสามารถอันไร้ขีดจำกัดและความร้อนแรงที่พุ่งถึงขีดสุดของ เซีย จุนซู เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ศิลปินเดี่ยวจะสามารถจัดคอนเสิร์ตได้เต็มความจุของฮออล์ขนาดใหญ่ ได้ถึง 2 รอบเต็มเช่นนี้!! ซึ่งนักร้องหนุ่มก็จะเดินสายทัวร์ทั่วเอเชียในอีก 4 ประเทศ 7 เมือง ได้แก่ นาโกยา, โกเบ, โยโกฮาม่า, กวางโจว, กรุงเทพฯ เซี่ยงไฮ้ และ ฮ่องกง การรอคอยของแฟนเพลงที่ประเทศไทยกำลังจะสิ้นสุด เมื่อเป็นที่ยืนยันแล้วว่า 2016 เซีย ฟิฟธ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อิน แบงคอก ซิกเนเจอร์ (2016 XIA 5th ASIA TOUR CONCERT IN BANGKOK ‘XIGNATURE’) มีกำหนดจัดการแสดงในวันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม นี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี!!... แฟนเพลงตัวจริงเสียงจริงของหนุ่มพลังเสียงทรงเสน่ห์ เซีย จุนซู เตรียมตัวให้พร้อม! ออมเงินอย่างเร่งด่วน! เตรียมจองบัตรพร้อมกันในเสาร์ที่ 2 กรกฎาคมนี้ บัตรราคา 5,500 / 4,500 / 3,800 / 2,800 และ 1,800 บาท ผ่านช่องทางจำหน่าย http://www.xiaxignatureinbkk.com และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: http://www.facebook.com/xiaxignatureinbkk มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครลูกไม้ไกลต้น , เรื่องย่อลูกไม้ไกลต้น
ละคร ลูกไม้ไกลต้น /  เรื่องย่อละคร ละคร ลูกไม้ไกลต้น / 

บทประพันธ์โดย : โสภี พรรณรายกำกับการแสดงโดย : ปัญญา ชุ่มฤทธิ์ผลิตโดย : บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครลูกไม้ไกลต้น รสา หญิงสาวที่เกิดมาในครอบครัวหาเข้ากินค่ำ ลูกสาวของนางสุภา หญิงม่ายสามีตาย หลังจากที่นายสาน สามีของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ความเป็นอยู่ก็แย่ลง แต่ด้วยความที่ รสาเป็นคนสู้งาน ขยันขันแข็ง จึงทำให้ครอบครัวผ่านวิกฤตไปได้ ผิดกับ มนัส พี่ชายที่มีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างหน้าตา และนิสัยใจคอ มนัสเป็นพี่ชายที่ไม่เอาไหน เกียจร้าน หนักไม่เอาเบาไม่สู้ ตัวของมนัสเอง ก็แอบมีปมในใจ ถึงความต่างของเขากับน้องสาว ที่เหมือนฟ้ากับเหว รสาสวยสง่านิสัยดี แต่มนัสขี้ริ้วขี้เหล่เกเร มนัสจึงแอบสงสัยมาตลอดว่ารสาไม่ใช่น้องแท้ ๆ เขาพยายามคาดคั้นแม่ให้บอกความจริงเรื่องนี้ แต่ไม่เคยได้รับคำตอบที่ต้องการ มนัสติดหนี้พนันบอล จึงไปหลอกแม่ว่ารสากำลังจะถูกเจ้าหนี้นอกระบบอุ้ม เนื่องจากไปลงทุนทำร้านเสื้อกับ บงกช และ มธุรส เพื่อนสนิทแล้วขาดทุน แต่ขอร้องไม่ให้แม่อย่าบอกเรื่องนี้กับรสา เพราะเกรงว่าน้องจะกลัว เขาจะเป็นคนช่วยน้องเอง สุภาเชื่อมนัสสนิทใจแม้จะห่วงรสา แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม จนทำให้ตัวเองล้มป่วย สุภาจึงพยายามรวบรวมเงินเพื่อเอาไปให้มนัสใช้หนี้แทนรสา เหตุการณ์วันนั้นจึงทำให้เธอได้พบแหวนวงหนึ่งที่เคยซุกอยู่ซอกลึกสุดในตู้ แหวนที่กลับมาตอกย้ำอดีตอันแสนเจ็บปวดของเธออีกครั้ง ในอดีต เมื่อยังสาว สุภาเคยทำงานเป็นคนรับใช้บ้าน เฉลิม และ เปรมจิต เจ้าของกิจการอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ด้วยความที่สุภาเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสะสวย จึงเป็นที่ถูกตาต้องใจ เฉลิมมาก เขาจึงออกอุบายหลอกลวงจนสุภาเชื่อและเสียท่ายอมตกเป็นของเขาเพื่อช่วยชีวิต นายสานสามี แต่สุภากลับมารู้ความจริงภายหลัง ว่าเรื่องทั้งหมดที่เฉลิมบอกล้วนเป็นเรื่องโกหก เธอทั้งอับอายและเสียใจน้ำตาแทบเป็นสายเลือด แต่เฉลิมกลับมองเป็นเรื่องเล็กน้อย ขอสุภาอย่าคิดมาก และจบปัญหาด้วยการให้แหวนที่ใส่ติดนิ้วมาเป็นค่าทำขวัญ สุภาไม่อาจทนต่อไปได้ จึงตัดสินใจหนี และโชคช่าง เล่นตลกกับเธอ เมื่อมารู้ภายหลังว่าตัวเองตั้งท้อง จึงตัดสินใจว่าเก็บความลับเรื่องเฉลิมนี้ไว้จนวันตาย ละคร ลูกไม้ไกลต้น ด้วยความเป็นห่วงลูกจึงทำให้สุภาป่วยหนัก ความหวังสุดท้ายที่เธอนึกถึงคือ เฉลิม เขาคือคนที่จะช่วยรสาให้พ้นภัยได้ ก่อนที่จะสิ้นใจ จึงได้เรียกรสาไปสั่งความสุดท้าย พร้อมทั้งบอกความลับที่ตั้งใจปิดมาทั้งชีวิตว่า รสาเป็นลูกของคุณเฉลิม และต้องหาแหวนวงนั้นไปแสดงตัวให้ได้ รสาได้ยินแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเธอไม่ใช่ลูกจริง ๆ ของพ่อสาน การเป็นลูกของเฉลิมหรือไม่ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เธอคาดหวัง แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ เธอต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีให้แม่ จึงไปหาแหวนตามที่แม่บอก เพื่อเอาไปแสดงว่าคุณเฉลิมทำผิดต่อแม่จริง แต่ก็พบว่าแหวนหายไปแล้ว เพราะมนัสเอาไปเสียก่อน ชานนท์ เป็นบุตรชายของคุณพาณิช เจ้าของกิจการอัญมณีแถวหน้าของประเทศไทย ชานนท์มีความหลังที่ฝังใจมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ คือ ภาพที่กัลยา แม่บังเกิดเกล้าหนีไปกับอรุณ นายช่างผู้ควบคุมการผลิตอัญมณีในโรงงานของบิดา โดยไม่ใยดีกับเสียงร้องให้เรียกหาแม่ของอภิรักษ์ น้องชายวัย 7 ขวบ เลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นพ่อจึงกลายเป็นคนเงียบเหงาเศร้าซึม ภาพอภิรักษ์ร้องไห้โหยหาอกแม่ทุกวันคืน ทำให้ชานนท์ต้องเป็นคนเข้มแข็งกลายเป็นที่พึ่งให้ทั้งพ่อและน้องชายที่ อ่อนแอ เขาบ่มเพาะความเกลียดชังแม่ตลอดมาจนโต และให้สัญญากับตัวเองว่าหลังจากนี้ไปชีวิตของเขาจะต้องอยู่โดยไม่มีแม่ จึงพยายามพูดฝังหัวอภิรักษ์ว่าแม่โหดร้ายที่ทิ้งลูกเล็ก ๆ ไปได้ลงคอ สองคนพี่น้องเติบโตขึ้นมา โดยมีแต่พ่อคนเดียว พ่อผู้ซึ่งครองความเป็นม่ายโดยไม่หาหญิงใหม่มาดามใจ พ่อที่เลี้ยงดูสองพี่น้องมาจนโต ชานนท์พร่ำบอกอภิรักษ์ว่า หากวันใดวันหนึ่งแม่เกิดกลับมาหาเราสองคนพี่น้อง ก็ต้องไม่ให้อภัยและไม่ยอมรับแม่เรื่องนี้กลายเป็นปมฝังใจที่ทำให้เค้ามอง โลกในแง่ร้าย และมีอคติโดยไม่รู้ตัวโดยเฉพาะกับผู้หญิง วันหนึ่งขณะที่ชานนท์อยู่ที่บ้าน แม่บ้านมาแจ้งว่ามีหญิงกลางคนมาขอพบอภิรักษ์ ชื่อ กัลยา ชานนท์ออกอาการฉุนเฉียวไม่ให้พบและห้ามคนในบ้านบอกเรื่องนี้กับพาณิชและ อภิรักษ์ พร้อมทั้งออกคำสั่งห้ามเปิดประตูให้กัลยาเด็ดขาด ชานนท์รีบบึ่งรถออกจากบ้าน เขาขับรถผ่านกัลยาที่ยังรออยู่หน้าบ้าน แม้กัลยาจะวิ่งตามเคาะกระจกรถ ชานนท์ก็ไม่ยอมจอด กัลยาเสียใจมาก ส่วนชานนท์ พอพ้นกัลยามา เขาเองก็ต้องจอดรถเพราะต่อสู้กับความรู้สึกตัวเองไม่ไหว ที่ผสมปนเปทั้งตกใจ แค้นใจ เสียใจ จนแทบจะระเบิดออกมาจากอก กัลยากลับมาบ้านเจอ อรุณ ชายชู้ของเธอ ทั้งคู่วางแผนกันเรื่องที่ต้องพยายามเข้าหาอภิรักษ์ให้ได้ จุดประสงค์ของทั้งคู่คือ เบื่อการทำงาน เกลียดความลำบาก จึงต้องการเอาเงินมาเสวยสุข และทำชีวิตที่ให้สุขสบายขึ้น ชานนท์แอบตามกัลยามาจึงได้ยินเรื่องราวทั้งหมดว่าแท้จริงแล้วกัลยาไม่ได้มา หาเพราะคิดถึงลูกแต่อย่างใด ก็ยิ่งชิงชังกัลยาอย่างเต็มที่ รสาตัดสินใจเข้าไปหาคุณเฉลิมที่บริษัท ตามคำแนะนำของบงกช และมธุรส ไม่ใช่เพื่อจะแสดงตัวเป็นลูกและเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ที่เธอควรจะได้ รสาไม่เคยต้องการข้องเกี่ยวกับชีวิตแบบเศรษฐีที่เธอไม่คุ้นเคย ละคร ลูกไม้ไกลต้น จุดประสงค์เดียวของรสา คือต้องการให้เฉลิมไปขออโหสิเป็นครั้งสุดท้ายต่อหน้าศพแม่ของเธอ แต่ผิดพลาด...คุณเฉลิมกลับไม่ใส่ใจในสิ่งที่เธอร้องขอสักนิด แต่กลับเห็นรสาเป็นแค่ใครก็ไม่รู้คนนึงที่เข้ามาสร้างเรื่อง เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์จากเศรษฐีอย่างเค้า จริงอยู่เขาจำสุภาได้ แต่รสาไม่มีหลักฐานใด ๆ มาแสดง นอกจากคำพูดกล่าวอ้างลอย ๆ ประกอบกับเฉลิมเป็นคนมีลูกยาก เพราะมีภาวะเกือบเป็นหมันเป็นทุนเดิม ยิ่งทำให้เขาปฏิเสธรสาได้อย่างไม่แยแส รสาจำต้องออกจากบริษัทอัญมณีทองมาด้วยความผิดหวังที่คนเป็นพ่อแสดงท่าที่ไม่ ยอมรับเธอถึงขนาดนี้ ชานนท์ผู้ซึ่งเป็นคนรักของศศิกานต์ ลูกสาวคนเล็กของคุณเฉลิมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ชานนท์ระแวงว่ารสาอาจเป็นหนึ่งในขบวนการสิบแปดมงกุฎที่คิดจะมาหลอกเอาเงิน เศรษฐีอย่างเฉลิม ไม่ต่างอะไรกับกัลยาแม่ของเขา ด้วยอคติที่ในใจบวกกับบังเอิญได้ยินรสาคุยโทรศัพท์กับมนัสใจความเหมือนพวก มาตุ้มตุ๋น จึงยิ่งเข้าใจผิดมากขึ้น ชานนท์ตั้งใจว่าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้รสามาหลอกหลวงครอบครัวของศศิกานต์แฟน ตัวเองได้ เปรมจิตเฉลียวใจ เมื่อได้รู้จากวรรณฤดีลูกสาวคนโต ว่ามีคนมาแอบอ้างหลอกว่าเป็นลูกเฉลิม แถมศศิกานต์ยังเปรยว่าหน้าเหมือนคุณพ่อด้วย ทำให้เปรมจิตต์นึกย้อนไปถึงวันที่เธอแอบเห็นเฉลิมออกมาจากห้องของสุภาสาวใช้ หน้าตาสะสวยโดยบังเอิญ จึงไปปรึกษาแม่จัน ญาติผู้ใหญ่ที่เปรมจิตให้มาช่วยดูแลความเรียบร้อยในบ้าน แม่จันปลอบจนเปรมจิตสบายใจขึ้นว่าเป็นไปไม่ได้เพราะเฉลิมมีลูกยากกว่าจะมี วรรณฤดีกับศศิกานต์ก็พยายามแทบแย่ แต่ศศิกานต์สังหรณ์ว่า รสาอาจเป็นลูกคุณเฉลิมจริง ๆ เพราะเธอรู้สึกถูกชะตาและผูกพันอย่างประหลาดกับรสา ชานนท์ตัดบทไม่ให้คิดและยืนยันว่ารสาต้องเป็นพวก 18 มงกุฎ ส่วนวรรณฤดีก็เริ่มคิดหนัก ด้วยความกลัวว่าจะต้องถูกแบ่งสมบัติของพ่อไปให้คนอื่น ลึก ๆ ในใจ...วรรณฤดีต้องการครอบครองสมบัติทั้งหมดของพ่อแม่แต่เพียงผู้เดียว แม้กระทั่งน้องสาวแท้ ๆ อย่างศศิกานต์ เธอก็ไม่คิดที่จะแบ่งให้ ด้วยความที่เครียดมาก ทำให้เธอกินไม่ได้ นอนไม่หลับ รสาจึงเป็นลมระหว่างข้ามถนน จนเกือบโดนรถของอภิรักษ์ชน อภิรักษ์รีบลงมาช่วย และรู้สึกตกหลุมรักรสาในทันที ชานนท์จำรสาได้ จึงพยายามบอกอภิรักษ์ว่ารสาไม่ใช่คนดี มีเจตนาจะหลอกลวง แต่อภิรักษ์และคุณพานิชกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น และไม่เชื่อสิ่งที่ชานนท์บอก ชานนท์ใช้อำนาจความเป็นพี่สั่งอภิรักษ์ห้ามยุ่งเกี่ยวกับรสาเด็ดขาดเป็นเหตุ ให้มีปากเสียงกัน ทำให้ชานนท์ยิ่งไม่ชอบรสามากขึ้นไปอีก เขาจะไม่ยอมให้รสามาหลอกคนในครอบครัวเค้าเพิ่มเด็ดขาด ชานนท์พยายามสืบเรื่องของรสา ไปเลียบเคียงถามจากบงกช ซึ่งเป็นเลขาของเขา บงกชยืนยันรสาเป็นคนดี แต่ชานนท์กลับคิดว่าบงกชเข้าข้างเพื่อน ตั้งแต่นั้นบงกชพยายามคอยเป็นตัวเชื่อมไม่ให้ชานนท์เข้าใจรสาผิดไปมากกว่า นี้ เฉลิมนั่งรถกับจากงานเลี้ยง บังเอิญรถดับตรงหน้าวัดสตาร์ทไม่ติด เฉลิมจึงเดินเข้าไปในวัด เห็นรูปหน้าศพของสุภา เมื่อกลับถึงบ้านเฉลิมเดินเข้าบ้านไม่พูดจากับใคร เปรมจิตสงสัยจึงไปถามคนขับรถ ทำให้ยิ่งสงสัยว่ารสาต้องเป็นลูกเฉลิมแน่ ๆ ละคร ลูกไม้ไกลต้น เปรมจิตยิ่งกระวนกระวายใจเรื่องรสา จึงไปสืบประวัติรสาตามอินเตอร์เน็ต แต่ไม่พบข้อมูลที่อยากรู้มากนัก เมื่อสบโอกาสจึงแอบนำของเฉลิมและรสาไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อความแน่ใจ ผลการตรวจปรากฏว่ารสาเป็นลูกเฉลิมจริง เปรมจิตกลุ้มใจมาก ตัดสินใจเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว และกันทุกคนที่เสนอให้พิสูจน์ดีเอ็นเอของรสา ด้วยการอบกว่าคนระดับเฉลิมไม่จำเป็นต้องลดเกียรติลงไปให้ทำอะไรแบบนั้นให้ เสื่อมเสีย เพราะยังไงรสาก็ไม่ใช่ลูกเฉลิมแน่นอน เปรมจิตหาทางหยุดยั้งเรื่องของรสา ด้วยการเสนอให้เงินหนึ่งล้านบาท ชานนท์เฝ้าคอยดูว่าในที่สุด รสาจะยอมรับเงินหรือไม่ เมื่อรสาไม่รับ เขากลับเชื่อว่าเป็นเพราะรสาหวังสมบัติที่มากกว่านั้นของคุณเฉลิม รสาพยายามชี้แจงถึงความตั้งใจของตน แต่ชานนท์ไม่เชื่อ กัลยา มาหาชานนท์อีก รสาเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญ ว่าชานนท์ปฏิเสธไม่ยอมรับว่ากัลยาเป็นแม่ ชานนท์โกรธมาก ห้ามรสาไม่ให้ยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ และออกคำสั่งให้เธอปิดปากให้สนิท ห้ามบอกใครเด็ดขาดโดยเฉพาะอภิรักษ์ แต่รสาแอบคิดว่าอภิรักษ์ควรมีสิทธิตัดสินใจเองเพราะกัลยาก็เป็นแม่ของ อภิรักษ์เหมือนกัน เธอต่อว่าชานนท์มองคนแต่ในแง่ร้าย เหตุการณ์นี้ทำให้รสาได้รู้จักชานนท์มากขึ้นว่าเขามีบาดแผลคล้าย ๆ กับเธอ เขาไม่ยอมรับแม่ แต่รสา มีพ่อที่ไม่ยอมรับลูก กัลยาหลอกใช้ความเป็นคนดีของรสา เป็นตัวช่วยของเธอ กัลยาเล่นละครทำตัวเป็นคนที่น่าสงสารให้รสาเห็นใจและขอร้องให้รสารับปากว่า จะช่วยพูดกล่อมชานนท์ให้ รสาจำใจรับปากด้วยความสงสาร การที่รสาได้รู้เห็นในเรื่องส่วนตัวล้ำลึกของชานนท์ เป็นสิ่งที่ทำให้ชานนท์เข้ามาใกล้ชิดกับรสามากขึ้น เพราะเธอเป็นคนนอกคนเดียวที่รู้ แม้แต่ศศิกานต์ผู้หญิงพิเศษของเขายังไม่รู้ จึงเป็นเหตุที่ทำให้ทั้งชานนท์และรสาขัดแย้งกันยิ่งขึ้น รสายืนยันที่ว่าลูกจะต้องกตัญญูและให้อภัยแม่ ชานนท์ว่ารสาไม่รู้หรอกว่าเขาเจ็บปวดแต่ไหน ชานนท์กับรสาขัดแย้งกันจนเขาใช้กำลังปล้ำจูบเธอ แต่รสาก็มิได้ขัดขืนทั้งชานนท์และรสารู้สึกพอใจในจูบนั้นทั้งคู่ โดยไม่อยากนึกถึงสาเหตุว่าพอใจเพราะอะไร แล้วจากนั้น ทั้งคู่วิ่งหนีหัวใจตัวเองตลอด โดยอาศัยความขัดแย้งระหว่างกันเป็นเครื่องขวางกั้น ลึก ๆ ศศิกานต์เองรับรู้ได้ว่า ระหว่างชานนท์กับรสาต้องมีอะไรที่ปิดบังเธอและคนอื่นไว้ เพราะหลายครั้งที่เธอจับได้โดยบังเอิญว่าชานนท์ออกไปกับรสา แต่เมื่อเธอแกล้งลองถาม ชานนท์ก็ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นไม่มีอะไร ถึงแม้เธอจะพูดกับทุกคนว่าเธอเชื่อใจเขา และถ้าชานนท์จะเปลี่ยนใจ เธอก็ตามใจ ไม่อยากได้เขามาแค่ตัว แต่ไม่ได้หัวใจ แต่ลึก ๆ ศศิกานต์แอบหวั่นใจไม่น้อย จนเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับแม่จัน ธัชชัยเห็นแบบนี้ก็แอบดีใจ เพราะความจริงธัชชัยไม่ได้รักวรรณฤดี เขาแอบรักศศิกานต์มาโดยตลอด แต่ที่ต้องแต่งงานกับวรรณฤดีเพราะรู้ว่าเป็นลูกเขยคุณเฉลิมย่อมก้าวหน้าเร็ว กว่าการเป็นพนักงานกินเงินเดือนในบริษัท อย่างที่เค้าเคยเป็นมาก่อนแน่นอน กัลยามาทำบีบน้ำตาอ้อนรสาให้นัดอภิรักษ์ให้ รสาไม่รู้จะทำยังไง แต่ยอมนัดให้เพราะสงสาร เมื่ออภิรักษ์ได้เจอกัลยา ทีแรกอภิรักษ์จำไม่ได้ แต่พอรู้ว่ากัลยาเป็นใคร เขาก็ขับรถพุ่งหนีไปทันทีตามที่ชานนท์เคยสั่งไว้ แล้วสุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง เขาตัดสินใจขับรถกลับมาหาแม่ กัลยาบอกอภิรักษ์ว่าเธอรู้สึกสำนึกผิดแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยไปเจอชานนท์ แต่ชานนท์ใจแข็งมากไม่ยอมรับแม่ อภิรักษ์สงสารแม่ จึงให้เงินและชวนไปบ้าน กัลยาไม่กล้าไปอ้างว่าชานนท์เกลียดแม่ คงไม่อยากให้กลับไปเหยียบกลับบ้านอีก แต่อภิรักษ์กลับบอกว่าช่างพี่นนท์ แต่สำหรับเขายินดีให้แม่เข้าบ้านเสมอ กัลยาอึ้งไปพูดอะไรไม่ออกเลยวิ่งหนีไป อภิรักษ์น้ำตาซึม รสาจึงปลอบใจ อภิรักษ์ขอบคุณรสา ไม่งั้นคงไม่มีวันได้เจอและคุยกับแม่อีก อภิรักษ์กลับไปบอกพ่อว่าอยากขออนุญาตให้แม่เข้ามาในบ้าน พาณิชยอม แต่ชานนท์ขัดขวาง จนเกิดเรื่องทะเลาะกับอภิรักษ์ใหญ่โต ละคร ลูกไม้ไกลต้น อภิรักษ์สารภาพรักกับรสา รสาขอให้เป็นเพื่อนกัน อภิรักษ์ผิดหวังมากจนทำงานไม่ได้ ชานนท์โทษว่าเป็นความผิดของรสา รสาเหลืออดตอกหน้าชานนท์กลับไปบ้างว่าถ้าชานนท์เป็นคนใจกว้างเรื่องยุ่ง ๆ ในครอบครัวเขาก็จะไม่เกิดและให้เขาเคารพความคิดของอภิรักษ์บ้าง อย่าถือว่าตัวเองถูกไปเสียทุกอย่าง เพราะอภิรักษ์พร้อมที่จะอภัยให้แม่ แต่ชานนท์ไม่ยินยอม กัลยาได้เงินมาก็เอาไปใช้จ่ายซื้อของอย่างสุขสบายกับอรุณ การได้เงินมาง่าย ๆ ทำให้ทั้งคู่ไม่คิดที่จะออกไปทำงาน วัน ๆ จึงคิดแต่วางแผนเรื่องรีดไถเงิน คุณเฉลิมไม่สบายมาก แพทย์ตรวจพบว่าเป็นโรคไตพิการ แพทย์ลงความเห็นว่าคุณเฉลิมต้องเปลี่ยนไต แต่ลูกสาวสองคนคือ วรรณฤดีกับศศิกานต์ไม่อาจให้ไตแก่พ่อได้ เพราะเลือดไม่เข้ากัน ศศิกานต์สงสารพ่อจับใจ จึงเสนอหนทางสุดท้ายคือ ให้รสาไปตรวจเลือดดูว่า สามารถให้ไตแก่คุณเฉลิมได้หรือไม่ วรรณฤดีไม่เห็นด้วยและต่อด้านเต็มที่ ในขณะที่คุณเปรมจิตลังเล แต่ด้วยความรักที่มีต่อสามีอย่างมากในที่สุดคุณเปรมจิตก็ตัดสินใจยอมขอร้อง ให้รสามาตรวจเลือด ศศิกานต์ดีใจ ผิดกันกับวรรณฤดีที่ออกตัวคัดค้านเต็มที่ แต่ 1 เสียงคัดค้านของวรรณฤดีก็ไม่สำเร็จ ตั้งแต่คุณเฉลิมป่วย รสาไปเยี่ยมคุณเฉลิมบ่อยครั้ง เห็นสภาพของคุณเฉลิมที่ทรุดโทรมลงผิดตา ตอนนี้เธอไม่ต้องการอะไรจากคุณเฉลิมอีกแล้ว ไม่ต้องการให้คุณเฉลิมไปขอโทษแม่ก็ได้ ขอเพียงแต่ให้คุณเฉลิมหายดีก็พอ วรรณฤดี เริ่มหาทางออกให้กับตัวเองด้วยการบังคับให้ธัชชัยไปตรวจว่าเป็นหมันรึเปล่า เพราะเค้ากับเธอไม่มีหลานให้พ่อเสียที เฉลิมเคยบอกว่าถ้าวรรณฤดีมีหลายชายให้พ่อ พ่อจะแบ่งมรดกให้หลานมากกว่าใครแน่นอน วรรณฤดีขู่ว่าถ้าธัชชัยเป็นหมันเธอจะเลิกกับเขา ธัชชัยอึ้งที่รู้ว่าวรรณฤดีเห็นเขาเป็นแค่เครื่องมือที่จะทำให้ได้ครอบ ครองมรดกทั้งหมดเท่านั้น มนัส มาสมัครงานเป็นยามที่บริษัทของชานนท์ ต่อมามนัสเอาแหวนที่ขโมยไปมาขายชานนท์เพื่อหาทางรอดจากเจ้าหนี้ ชานนท์จึงรู้ว่านี่คือหลักฐานที่รสาเคยบอกว่ามีแต่ไม่รู้ทำไมไม่เคยนำมาแสดง ชานนท์เอาแหวนให้คุณเฉลิมดู เฉลิมเห็นแหวนก็จำได้ เขากล้ายอมรับกับชานนท์ว่าเคยหลอกหลวงสุภาจริง มาถึงตอนนี้เฉลิมละอายใจมาก แต่แม้รสามีแหวนก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นลูกของเฉลิมรึเปล่า แต่อย่างน้อยทั้งสองคนเริ่มมองรสาในแง่ดีขึ้นว่าเธอไม่ได้พูดลอย ๆ เรื่องเฉลิมทำผิดต่อสุภา เมื่อรสารู้ว่ามนัสเอาแหวนไปขายชานนท์ รสาไปขอซื้อแหวนคืน แต่เธอบอกว่ายังไม่มีเงินก้อนครบแสนตอนนี้ ชานนท์ให้แหวนมาก่อน และบอกรสาว่าคุณเฉลิมเห็นแหวนแล้ว รสาจึงเข้าใจว่าเพราะเหตุใดที่เธอไปเยี่ยมท่านระยะหลัง ๆ ท่านจึงดีกับเธอขึ้นมาก รสามองเพชรที่แหวนแล้วคิดถึงแม่มากคิดถึงสภาพจิตใจแม่ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ที่ต้องอุ้มท้องลูกของชายอื่นโดยบอกสามีไม่ได้ ความกดดันในใจทำให้รสาหน้ามืดวูบ ชานนท์เข้าประคองเธอไว้ทันก่อนที่จะล้ม ศศิกานต์ซึ่งจะเข้ามาในห้องเห็นเข้าพอดี เธอรีบปิดประตูไปอย่างเงียบเชียบ บัดนี้ ศศิกานต์แน่ใจแล้วว่าชานนท์รักรสาแน่นอน อภิรักษ์ทำใจได้เรื่องรสาไม่รับรักและขอเป็นเพื่อนที่ดีของรสา นัดเธอไปทานข้าวกับคุณกัลยา และพาคุณพาณิชไปด้วย คุณกัลยากับคุณพาณิชได้เจอกัน โดยคุณกัลยาไม่รู้ตัวล่วงหน้า เธออึ้งไปเหมือนกันเมื่อเจอสามีเก่า ความผูกพันใดอื่นของคุณพาณิชต่อคุณกัลยาไม่มีแล้ว นอกจากความห่วงใยว่าเธอจะลำบาก เมื่อทานอาหารเสร็จ พาณิชเซ็นเช็คจ่ายเงินให้คุณกัลยาไปหนึ่งแสนบาท ชานนท์รู้ดีทุกอย่างว่าแม่ต้องการอะไร และเขาก็พิสูจน์ให้รสาเห็นความจริงด้วยการพารสาไปบ้านแม่ ทำให้รสาก็ได้รู้ความจริงด้วยตนเองว่า แท้ที่จริงแล้วคุณกัลยามิได้อาลัยอาวรณ์กับลูก ๆ หรือสามีเก่าเลย เธอต้องการเพียงเงินจุนเจือตัวเองและนายอรุณที่เธอรักมากเท่านั้น รสาเข้าใจชานนท์มากขึ้น แต่เธอก็ยังยืนยันว่า ลูกควรกตัญญูต่อแม่บังเกิดเกล้า ชานนท์ว่ารสาคงอยากเห็นเขาเป็นคงโง่ เขาทำไม่ได้ รสาพยายามพูดโน้มน้าวจิตใจชานนท์ ในขณะเดียวกัน รสาและชานนท์ต่างเปิดใจตนเองต่อกัน และรู้ว่าต่างฝ่ายต่างรักกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำรัก ชานนท์รู้สึกผิดต่อศศิกานต์อย่างมาก อภิรักษ์บอกชานนท์ว่าเขาจะรับคุณกัลยามาที่บ้าน และคาดว่าชานนท์ต้องต่อต้านแน่ แต่ผิดคาด ชานนท์ยินยอม อภิรักษ์แน่ใจทันทีว่าเป็นเพราะรสาที่ทำให้ชานนท์เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ อภิรักษ์เจอกับศศิกานต์โดยบังเอิญ จึงได้รู้จากศศิกานต์ว่าชานนท์กับรสารักกัน ศศิกานต์แม้จะเจ็บปวด แต่เห็นด้วยกับอภิรักษ์ว่าควรยินดีกับทั้งสอง ทั้งคู่ตั้งใจว่าจะร่วมมือกันทำให้รสากับชานนท์สมหวัง ธัชชัยเป็นหมันจริง แต่ไม่กล้าบอกวรรณฤดี นุกูลเลยวางแผนสลับเชื้อของเขากับธัชชัย ในวันที่วรรณฤดีกับธัชชัยไปทำกิ๊ฟ เพราะหวังจะได้ส่วนแบ่งมรดก วรรณฤดีตั้งท้องดั่งหวัง จึงคาดคั้นเฉลิมให้เซ็นพินัยกรรมยกสมบัติให้หลานมากกว่าใคร ผลตรวจเลือดของรสาออกมาแล้ว เธอเป็นลูกของคุณเฉลิมจริง และยังสามารถเปลี่ยนไตให้คุณเฉลิมได้ด้วย ตอนแรกคุณเฉลิมไม่ยอมเปลี่ยนไต เพราะไม่ต้องการเอาเปรียบรสาไปมากกว่านี้ แต่รสากลับพูดจนคุณเฉลิมยอม ศศิกานต์ดีใจต่อน้องสาว ส่วนวรรณฤดีอาละวาดกับคุณเปรมจิตราวบ้าคลั่ง มนัสเมื่อรู้ว่ารสาเป็นลูกของคุณเฉลิมจริงก็ไปหาคุณเฉลิมที่โรงพยาบาล บอกว่าเขาเป็นคนเสียสละไม่ได้เรียนหนังสือเพื่อให้รสามีอนาคต คุณเฉลิมใจอ่อนเซ็นเช็คไปให้ รสารู้เข้าไปต่อว่ามนัสให้เอาเงินมาคืน แต่มนัสใช้ไปหมดแล้ว รสาจึงมาขอร้องไม่ให้คุณเฉลิมทำแบบนี้ แต่คุณเฉลิมบอกว่าจะออกทุนให้มนัสกับอรทัยเปิดร้านขายของชำจะทำได้พึ่งตัว เองได้ วันเผาสุภา คุณเฉลิมมาขออโหสิและขอให้สุภายกโทษให้สัญญาว่าจะดูแลรสาต่อไปอย่างดีที่สุด แล้วให้รสาเรียกเขาว่าพ่อ รสาปลื้มใจจนต้องร้องไห้ออกมาในที่สุดเธอก็กู้ศักดิ์ศรีให้แม่สำเร็จ วรรณฤดีรับไม่ได้กลัวพ่อเปลี่ยนใจแบ่งสมบัติให้รสา จึงคิดกำจัดรสาก่อนผ่าตัดเปลี่ยนไตให้คุณเฉลิม นุกูลส่งลูกน้องไปวางระเบิดร้านรสา วันที่ร้านระเบิดชานนท์มารับรสาไปข้างนอก รสาจึงรอดหวุดหวิด แต่มธุรสอยู่ร้านจึงโดยระเบิดบาดเจ็บสาหัส ตำรวจสาวมาถึงตัวนุกูล เขาชัดทอดต่อมาถึง ธัชชัยและวรรณฤดี และแฉเรื่องธัชชัยเป็นหมัน วรรณฤดีถึงกับช็อค ผิดหวังทุกเรื่อง จนคุ้มคลั่งทำร้ายตัวเองจนเสียลูกต้องเข้าโรงพยาบาลโรคจิต ธัชชัยและนุกูลเองต่างก็ต้องรับกรรมในคุก รสาผ่าตัดเปลี่ยนไตให้คุณเฉลิม เมื่อฟื้นขึ้นคนแรกที่รสาเห็นหน้าคือชานนท์ ซึ่งนั่งเฝ้าเธอตลอดเวลา เขาขอเธอแต่งงาน รสา บงกช มธุรสซ่อมร้านแล้วเปิดใหม่ ชานนท์ให้อภัยกัลยาได้ เขายอมพารสา อภิรักษ์ และพาณิช ไปกินข้าวกับกัลยาบ่อย ๆ และให้เงินเดือนกัลยาใช้จ่าย โดยกัลยาก็ยังอยู่กินกับอรุณเหมือนเดิม ชานนท์ขอบคุณรสา เขาเข้าใจแล้วว่าโลกนี้ไม่ได้มีแต่ด้านที่โหดร้าย เขาจะไม่ยอมให้อคติใด ๆ มาบังตาจนเกือบทำให้ชีวิตต้องจมอยู่แต่ในความทุกข์อีกต่อไปแล้ว ติดตามชม ละครลูกไม้ไกลต้น ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ลูกไม้ไกลต้น อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ชานนท์พีชญา วัฒนามนตรี รับบท รสากวิตา รอดเกิด รับบท ศศิกานต์ ธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท วรรณฤดีตากเพชร เลขาวิจิตร รับบท อภิรักษ์อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ รับบท เฉลิม

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ “MONO29 TOPKING WORLD SERIES 2016”
2016 /  จีน / 

เตรียมกลับมาระเบิดความยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังทนกระแสเรียกร้องจากแฟนหมัดมวยไทยทั่วโลก ที่อยากจะชมที่สุดของการต่อสู้ที่ดุเด็ดเผ็ดมัน   บนสังเวียนมวยไทยระดับโลกอย่าง “MONO29 TOPKING WORLD SERIES 2016”  (โมโนทเวนตี้ไนน์ ท็อปคิง เวิลด์ ซีรีส์2016) งานนี้สามองค์กรหลักของการจัดงาน สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย, ช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) ในเครือโมโนกรุ๊ป, บริษัท ท็อปคิงส์ สปอร์ต โฮลดิ้ง จำกัด  จึงผนึกกำลังกันอีกครั้ง เพื่อสร้างสรรค์โปรแกรมการแข่งขันศึกมวยไทยระดับโลกสุดยิ่งใหญ่ ให้แฟนมวยทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้ชมและเชียร์กันอย่างเต็มอิ่ม ตลอดทั้งทัวร์นาเม้นท์ การแข่งขัน  “MONO29 TOPKING WORLD SERIES 2016”  (โมโนทเวนตี้ไนน์ ท็อปคิง เวิลด์ ซีรีส์2016) พร้อมเริ่มต้นสนามแรกของปีหรือ TK9 ที่เมือง LUOYANG  สาธารณรัฐประชาชนจีน  ในวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559   โดยช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) เอาใจคนไทย ยิงสัญญาณสดมาให้ชมถึงบ้าน  ตั้งแต่เวลา 18.20 - 21.00 น.  โดยศึกครั้งนี้เป็นทัวร์นาเม้นท์   ในรุ่น 70 กิโลกรัม  4 คู่  และ SUPER FIGHT 4 คู่   โดยคู่ SUPER FIGHT  จะมี 2 คู่ที่ชิงเข็มขัด WPMF และ TOPKING CHAMPION SHIP รุ่นsuper light weight 63 kg และเข็มขัด TOPKING CHAMPIONSHIP รุ่นwelter weight 65 kg  โดยนักชกที่เข้าร่วมชิงชัยในครั้งนี้  มีนักชกจากไทย, จีน และประเทศอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับนักชกตัวแทนชาวไทยที่จะขึ้นชกในซีซั่นนี้  ได้แก่  ยอดขุนพล ม.รัตนบัณฑิต, ยอดวิชา เข้มมวยไทยยิม, เซาะกราว เพชรยินดี อะคาเดมี่, รุ่งรวี ศศิประภายิม,  แปดแสนเล็ก ราชานนท์      นักชกชาวจีน  ได้แก่  CHEN WEICHAO TC MUAYTHAIGYM , HAN ZIHAO  MAD MUAYTHAIGYM, ZHANG CHENG LONG , LI BAOMING , ZHANG GUANGQI และนักชกจากประเทศอื่นๆ  ได้แก่  LUKE KAEWPITAK MUAYTHAI , BRAD STANTON (อังกฤษ), CARLOS ROBERTO (บราซิล) , SERGIO MAZZETTI (เปรู) , KEVIN RENAHY (ฝรั่งเศส), ESTEBAN LOPEZ (โปรตุเกส), ALEKSEI SVIRIDENKO (รัสเซีย) นายนริศ ว่องประเสริฐการ  กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ท็อปคิงส์ สปอร์ต โฮลดิ้ง จำกัด  กล่าวว่า  “เราได้พิสูจน์แล้วว่าการจัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลกนั้นคนไทยทำได้  และยังทำได้ดีด้วย  ซึ่งในสนามแรกของการแข่งขัน MONO29 TOPKING WORLD SERIES 2016 จะมีนักมวยชื่อดังระดับแถวหน้าของวงการมวยไทยเข้าร่วมชิงชัยอย่างมากมาย  อย่าลืมร่วมเป็นกำลังใจให้กับพวกเขา  เพราะศึกนี้รับรองสนุกเข้มข้นดุเดือด ไม่แพ้ซีรีส์ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน”                       ด้าน นายบรรณสิทธิ์ รักวงษ์  ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์) กล่าวว่า  “ที่ผ่านมาโปรแกรมการ แข่งขัน โมโนทเวนตี้ไนน์ ท็อปคิงเวิลด์ซีรีส์ 2015  ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีจากผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีผู้ชมเข้าชมแน่นทุกสนาม ตั้งแต่สนามแรกจนถึงรอบชิงชนะเลิศที่ประเทศไทย 
การเปิดเวทีอีกครั้งในซีซั่นนี้   นอกจากจะเป็นการตอบรับกระแสความนิยมของผู้ที่ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทย ยังเป็นการนำเสนอศิลปะการต่อสู้ของชาติเพื่อเผยแพร่สู่สากล   ให้ทุกคนทั่วโลกได้รับรู้ว่าศักยภาพของมวยไทยนั้นน่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด  รวมทั้งยังได้แสดงให้ทุกคนเห็นว่าคนไทยนั้นมีศักยภาพ ในการสร้างสรรค์การจัดการแข่งขันมวยที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติใด  ทางช่องโมโนทเวนตี้ไนน์รู้สึกยินดีที่จะเป็นผู้ร่วมถ่ายทอดความภาคภูมิใจของคนไทยมาให้แฟนมวยไทยได้ชมกันทุกสนามเช่นเคย” สำหรับการแข่งขัน “MONO29 TOPKING WORLD SERIES 2016”  จะเริ่มต้นสนามแรก (หรือ TK9) ที่เมือง LUOYANG  สาธารณรัฐประชาชนจีน  ในวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคมนี้  ตั้งแต่เวลา18.20 - 21.00น.  พร้อมยิงสัญญาณสดข้ามประเทศให้แฟนๆหมัดมวยได้ชมกันติดจอทางช่อง MONO29 (โมโนทเวนตี้ไนน์)  ร่วมลุ้นและเอาใจเชียร์สุดยอดนักมวยชาวไทยได้เพียงกดรีโมทเลข 29 รอไว้ได้เลย  แฟนมวยชาวไทยห้ามพลาด

มาแล้วจ้า iPhone 7!! จีนเปิดตัวตัดหน้า Apple เรียบร้อย
iphone /  iPhone 7 / 

ต้องทำบุญกันหน่อยแล้วนะครับสำหรับ Apple ช่วงนี้ พี่จีนรุมซะเละเทะเลยทีเดียว โดยล่าสุดทางจีนได้เปิดตัว iPhone 7 ของปลอบตัดหน้าออกมาเรียบร้อย โดยมันมาพร้อมกล้องคู่และสีชมพู Rose Gold สวยสดงดงาม และระบบ Android ซะด้วย โดยภาพดังกล่าว ซึ่งภาพดังกล่าวได้ถูกโพสโดย Sonny Dickson ทวิตเตอร์ชื่อดัง ระบุว่า มันไม่ใช่ iPhone 7 ของจริง มันรันด้วยระบบ Android  โดยก่อนหน้านี้ทางจีนเองเคยสั่งห้ามขาย iPhone 6 มาแล้วด้วย ถ้า iPhone 7 ออกมาอีกทีนี้จะมีปัญหากันอีกหรือเปล่านะ  สีชมพู Rose Gold สวยสด กล้องคู่ซะด้วย ชัดๆ Designed by TAIWAN Made in CHINA ปวดหัวแทน Tim Cook จริงๆ ฮ่าๆ ที่มา twitter.com/SonnyDickson