หางเครื่อง

จัดประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลดปัญหา นักเรียนตีกัน
การแก้ปัญหานักเรียนตีกัน /  นักเรียนตีกัน / 

ภาพประกอบจาก http://www.obt-bangsaotong.go.thไม่เีกี่ยวข้องกับข่าว สืบเนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทกันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา วันนี้ (23 มิ.ย.) พรรคเพื่อไทยจึงจัดแถลงข่าว ประกวดโครงการ "มนต์เพลงลูกทุ่ง" โดยมี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 "ครูเป็ด" หรือนายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร คอมเมนเตเตอร์ประจำรายการเอเอฟ อคาเดมี แฟนตาเซีย และ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ ดาราสาวชื่อดัง และมีหางเครื่องจากนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แชมป์จากรายการชิงช้าสวรรค์ ประกอบการแถลงข่าว นายพลภูมิกล่าวว่า   เชื่อว่าเมื่อเด็กมีกิจกรรมร่วมกัน มีการสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะช่วยลดปัญหาทะเลาะวิวาทลงได้มาก สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ  ภายใน 1 ทีมประกอบด้วย นักร้อง 1 คน หางเครื่อง 6-12 คนคละโรงเรียนกันได้ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน-20 กรกฎาคม 2555 เกณฑ์ในการตัดสินจะพิจารณาทั้งการร้องเพลง การเต้นของหางเครื่อง แต่ไม่เน้นเรื่องการแต่งกาย เพื่อไม่ให้เกิดความสิ้นเปลืองแก่ผู้เข้าแข่งขัน ส่วนการแข่งขันแบ่งเป็นรอบรองชนะเลิศ วันที่ 18 สิงหาคม และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยรางวัลที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 5 หมื่นบาท พร้อมถ้วยรางวัลจาก รมว.ศึกษาธิการ และรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 3 หมื่นบาท พร้อมถ้วยจากสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยมีโครงการจัดอบรม "สายลับ 2 ล้อ" ให้แก่วินมอร์เตอร์ไซค์ 2 แสนคันทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ประสงค์เข้าอบรมจะต้องขึ้นทะเบียนชื่อผู้ขับขี่ วินที่ประจำ การสแกนลายนิ้วมือ การตรวจสอบประวัติก่อนเข้าอบรม และเมื่อผ่านแล้วก็จะได้รับเสื้อวินในโครงการ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากวินสายลับนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอาศัยเป็นช่องทางในการปราบปรามและลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ได้ ขณะนี้จัดทำโครงการนำร่องที่เขตมีนบุรี โดยการประสานงานกับ บก.น.3 จัดอบรมสายลับ 2 ล้อไปแล้วจำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 1 พันคน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ละครหางเครื่อง , เรื่องย่อหางเครื่อง
หางเครื่อง /  ละครหางเครื่อง / 

บทโทรทัศน์โดย : พิง ลำพระเพลิงกำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์ออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี หางเครื่อง เรื่องราวของหญิงสาวหลายคนที่ก้าวไปบนถนนสายบันเทิงด้วยความฝันและความหวังแตกต่างกันไป แต่ผู้ที่จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้คือผู้ที่ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท รู้เท่าทันและดำเนินชีวิตด้วยสติเท่านั้นจึงจะอยู่บนเส้นทางสายนี้ได้ หางเครื่อง เป็นละครแนวตลกปนดราม่า-แอ็คชั่น เข้มข้นผสานเสียงเพลงไพเราะ เสนอให้เห็นอุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา แม้จะก้าวพลาดแต่ไม่ยอมให้ความผิดพลาดมาเป็นอุปสรรค เพื่อก้าวเดินสู่ความสำเร็จในชีวิตและสมปรารถนาของความรักในบั้นปลายของชีวิต เสียงซ้อมร้องเพลงและเสียงดนตรีจากวงของน้ำฝน เมืองบาดาลที่ดังมาจากท้ายซอย ทำให้ เดือน งามพร้อม (กรีน อัษฎาพร) เด็กสาวในซอยใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องมีชื่อเสียงเจิดจรัสอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่ง แม้ว่า ช้อย (ศิรินทรา นิยากร) ผู้เป็นแม่จะเตือนว่าอาชีพเต้นกินรำกินไม่ยั่งยืน แถมเสี่ยงกับการเสียชื่อได้ง่าย ๆ รวิ (เติ้ล ธนพล) พระเอกลิเกหนุ่มลูกเจ้าของคณะในซอย ซึ่งชอบพอกับเดือนอยู่ก็ทัดทาน แต่ก็ไม่อาจห้ามความปรารถนาของเดือนได้ โดยที่รวิไม่รู้เลยว่าเดือนต้องการเป็นนักร้อง ไม่ใช่เพราะต้องการทำความฝันของตนให้สำเร็จเท่านั้น แต่ต้องการสร้างฐานะให้คู่ควรกับรวิและเพื่อเอาชนะ ศิริพร (หยก ธัญยกันต์) นางเอกงิ้ววิกเดียวกันกับตลาดรวิที่ทำการแสดงอยู่ และเธอก็แอบรักรวิอยู่ และเห็นเดือนเป็นคู่แข่ง ด้วยความรู้อันน้อยนิด อ่อนต่อโลก และทะเยอทะยานอยากสร้างฐานะ ทำให้เดือนก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นช้อย มีอาชีพเป็นแม่ค้าผลไม้ ร้านของช้อยเป็นคู่แข่งกับ กิม (ก้อย ศิรินุช) ทำให้ แก้ว (แพรวา ฉัตรธิดา) ลูกสาวของกิม อยากแข่งขันกับเดือน เมื่อเดือนสนใจจะไปเป็นนักร้องลูกทุ่ง แก้วก็ใฝ่ฝันจะไปเป็นนักร้องวงสตริงของค่ายเพลงดัง ๆ แม้ว่าเดือนจะชวนแก้วไปสมัครเป็นนักร้องที่วงดนตรีของน้ำฝน เมืองบาดาล ที่ท้ายซอยกับตน แต่แก้วก็ไม่สนใจ เดือนจึงชวน ขำ (เพชร ปรัชญ์) เพื่อชายคนสนิทที่คบหากันมาแต่เด็กไปด้วย ขำอยากเป็นโฆษกวงดนตรีลูกทุ่ง จึงไปสมัครด้วย พิมุก (ไม้ นนทพันท์) นักมวยหนุ่มลูกเจ้าของค่ายในตลาด มีนิสัยเกกมเรกเกเร ก็แอบชอบเดือนอยู่เหมือนกัน และมักจะมีเรื่องกับคณะลิเกของรวิอยู่บ่อย ๆ พิมุกเป็นเจ้าหนี้ของโรจน์กับประทีป ซึ่งอยู่วงดนตรี พิมุกกลัวว่าถ้าเดือนเด่นดังแล้ว ความรักของเขาจะห่างออกไปอีก จึงพยายามยื้อเดือนเอาไว้ ด้วยการถ่วงไม่ให้เดือนเจริญรุ่งเรืองในการเป็นนักร้อง ที่วงดนตรีของน้ำฝน เมืองบาดาล เธอได้พบกับ โรจน์ (รุ่ง สุริยา) หัวหน้าวงและ ประทีป (แจ็ค ธนพล) ครูฝึกประจำวง ทั้งสองพึงใจในความงามของเดือน แม้ว่าเดือนจะเสียงดี เคยชนะการประกวดร้องเพลงตามเวทีต่าง ๆ มาบ้าง แต่ทั้งโรจน์และประทีป ซึ่งถูกกดดันทั้งอำนาจเถื่อนและอำนาจเงินก็ร่วมมือกันกดเดือนให้เป็นแค่หางเครื่องประจำวงเพื่อคอยหาเศษหาเลยให้พิมุกอยู่เนือง ๆ และให้เธอคอยรับใช้ในโอกาสต่าง ๆ ขำไปบอกรวิ ทำให้เขาเป็นห่วงและกล่าวเตือนเดือน แต่ศิริพรก็ใช้ความเป็นนางเอกงิ้วตีสนิทกับรวิให้เดือนเห็นอยู่บ่อยครั้ง เดือนจึงไม่ยอมเชื่อฟังรวิ และยอมเป็นหางเครื่องในวงของโรจน์ ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะเป็นนักร้องลูกทุ่งที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้า รวิรู้ว่าพิมุกพยายามเก็บเดือนเอาไว้ไม่ให้ประสบความสำเร็จ เขาจึงมาเตือนว่าหากรักควรจะปล่อยและสนับสนุนคนที่เรารัก แต่พิมุกรักแล้วต้องการครอบครอง พวกคณะลิเกกับค่ายมวยยกพวกตีกัน ในงานที่เดือนกำลังจะมีโอกาสได้แสดงความสามารถ เดือนโอกาสพังทลาย เธอเข้าในผิดคิดว่าเป็นเพราะรวิไม่อยากให้เธอได้ดี และต้องการเก็บเธอไว้ (เหตุที่เดือนเข้าใจผิดเป็นเพราะแผนของพิมุกร่วมมือกับศิริพร) ลิ้นจี่(เจเน็ท เขียว) หางเครื่องรุ่นปลดระวางแต่ก็ยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของบรรดาหางเครื่องอยู่ไม่พอใจเดือนมากเพราะลิ้นจี่เป็นเมียของโรจน์ จึงหึงหวงและคอยกลั่นแกล้งเดือนอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่มี ป้อม(อ๋อง พัฒนะ) หางเครื่องวัยเดียวกับลิ้นจี่คอยช่วยเหลือและชี้แนะทางออกให้เดือน นอกจากนี้เดือนยังสนิทสนมกับแก้ว ที่มาสมัครหางเครื่องวัยเดียวกับเธอ และถูกถูกโรจน์บังคับให้นำความสาวไปเช่นสังเวยผู้มีอิทธิพลตามที่ต่าง ๆ โดยที่นางกิมผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องเลย รวมทั้งพิมุกเองก็ได้แก้วเป็นเมีย แต่ด้วยความรู้สึกบางอย่างแก้วกลับหลงรักพิมุกอย่างเทิดทูนแม้ว่าพิมุกจะเลวสักเท่าไหร่ก็ตาม เธอก็ยังคงรักคงหวังดีอยู่นั่นแหละ ในที่สุดด้วยความซื่อและอ่อนโลกของเดือน ทำให้เดือนหลงเชื่อว่าพิมุกจะใช้เส้นสายปั้นเธอเป็นนักร้องดังได้ เธอจึงเกือบยอมตกเป็นของพิมุก แต่ว่ารวิมาขัดจังหวะเอาไว้ได้ทัน รวิรู้ดีว่าเป็นแผนของศิริพรที่ร่วมมือด้วย คณะลิเกกับคณะงิ้วจึงประกาศตัวเป็นศัตรู และมักมีเรื่องตีกันอยู่บ่อย ๆ โดยที่ทางค่ายงิ้วเข้าร่วมกับค่ายมวย ปล่อยให้คณะลิเกของรวิอยู่โดดเดี่ยว โชคดีที่ขำมักแอบขนเอาหางเครื่องกระเทยมาช่วยต่อยตียามมีทัพใหญ่ราวีกันอยู่ประปราย ช้อยรู้ว่าเดือนเกือบเสียตัวก็เสียใจที่รู้ว่าเดือนถึงขนาดเอาตัวเข้าแลก ช้อยขอร้องให้เดือนเลิกอาชีพหางเครื่องแล้วมาเป็นแม่ค้าขายขนม แต่เดือนก็ยังมีความหวังอยู่ ทว่านานเข้า ความฝันของเธอก็ลางเลือนเมื่อโรจน์ผัดผ่อนไม่ยอมปั้นให้เธอเป็นนักร้องเสียที ประกอบกับชาวบ้านก็เริ่มเข้าใจผิด พูดกันถึงเรื่องที่เดือนใช้ความสาวเพื่อไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จ คงมีเพียงรวิคนเดียวเท่านั้นที่ยังแอบช่วยเหลือเดือนอยู่ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ระหว่างนี้เอง รวิซึ่งแอบซุ่มเรียน และฝึกซ้อมเล่นดนตรีจนเกิดความชำนาญ ประกอบกับคณะลิเกซบเซา เพื่อความอยู่รอดเขาจึงตั้งวงดนตรี หันเหชีวิตไปเล่นดนตรีอยู่กับวงของเทพ (ยิ่งยง ยอดบัวงาม) รวิได้มีโอกาสพบเดือนและขอร้องให้เดือนไปอยู่วงของเทพ ทางโรจน์ไม่พอใจ จึงอาศัยไหว้วานให้พิมุกยกพวกมาท้าตีท้าต่อยกับรวิ รวิได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถเล่นเครื่องดนตรีที่ตนถนัดได้ ด้วยความเห็นใจ และความหวังว่าวงดนตรีของเทพกับระวิจะให้เธอเป็นนักร้อง เธอจึงตัดสินใจหนีจากวงของโรจน์มา ทั้งที่รู้ว่าโรจน์เป็นนักเลงและไม่ยอมแน่ เดือนถูกโรจน์และพิมุกตามทำร้าย หลายครั้งก็เจ็บตัวจวนเจียนจะถูกพิมุกกับคณะงิ้วจับตัวไป แต่รวิก็มาช่วยไว้ได้ทุกครั้ง ในที่สุดเดือนก็ได้ย้ายไปอยู่วงดนตรีของเทพในฐานะนักร้อง ช่วงนี้เองที่เดือนมีโอกาสใกล้ชิดกับรวิอีกครั้ง รวิเข้าใจสภาพของเดือนและพร้อมจะให้กำลังใจเธอต่อไป ทำให้เดือนรู้ว่าเธอไม่ได้รักเขาฝ่ายเดียว แต่ช้อยห้ามปรามมิให้เดือนคบหากับรวิ เพราะช้อยไม่ต้องการให้เดือนมีสามีกลัวว่าจะตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน และก็สงสารศิริพร ซึ่งมีพระคุณต่อนางด้วย (ด้วยมายาของศิริพร) แต่ด้วยความรักและความใกล้ชิดทำให้เธอตกหลุมรักกับรวิ อีกทั้งใช้รวิเป็นเกราะกำบังมิให้ ก้อง(เต้ นันทศัย) กับขจร นักร้องนำในวงมายุ่งเกี่ยวกับเธอ ศิริพรซึ่งหลงรักรวิ เธอเสียใจมาก เธอเริ่มเห็นเดือนเป็นคู่แข่ง ศิริพรเริ่มเรียนร้องเพลงอย่างจริงจัง และได้มีโอกาสพบกับแก้ว ซึ่งเป็นแดนเซอร์อยู่ค่ายเพลงแห่งหนึ่ง กิมแม่ของแก้วเป็นลูกหนี้ศิริพรอยู่ แก้วจึงเอาใจศิริพรด้วยการร่วมมือกับศิริพรทุกอย่างเพื่อทำลายเดือน ศิริพรเข้ามาพัวพันกับรวิอีกครั้งในฐานะนักร้องประจำวงของเทพ รวิแสดงความสนิทสนมจนเดือนน้อยใจ ศิริพรใช้คราบความดีกลั่นแกล้งใส่ร้ายเดือนทำให้รวิมีปากเสียงกับเดือนเป็นประจำ แม้ว่าป้อมกับขำจะคอยเป็นกำลังใจติดตามมาคอยดูแลเป็นเพื่อนเดือน แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เดือนตัดสินใจไปพบกับ ชูเกียรติ(ปั๋ง ประกาศิต) ผู้ติดการพนัน เจ้าของโมเดลลิ่ง และเป็นนักปั้นศิลปินมือทอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าชูเกียรติเองก็เป็นญาติกับพิมุก พิมุกสัญญากับชูเกียรติว่าจะล้มมวยให้ ถ้าชูเกียรติจะร่วมมือกลั่นแกล้งระวิกับตน ชูเกียรติแบ่งรับแบ่งสู้เพราะตนเองก็อยากได้เดือนขึ้นมาเหมือนกัน ในขณะที่แก้วเป็นแดนเซอร์ที่ชูเกียรติหมายมั่นปั้นมือว่าจะปั้นให้เป็นนักร้องด้วยเช่นกัน แก้วได้พบกับเดือน ทั้งสองกลายเป็นคู่แข่งกัน แก้วนำเรื่องเสื่อมเสียมาประจานเดือน ทำให้เดือนโกรธและต้องการเอาชนะ รวิเตือนสติเดือน แต่ก็ถูกศิริพรกับแก้วใส่ร้ายอีก รวิพลั้งปากเพราะหึงเดือนจึงมีเหตุให้ต้องต่อยมวยกับพิมุกในงานวัดครั้งหนึ่งจนได้ เดือนเป็นห่วงรวิ แต่ชูเกียรติรับปากว่าถ้าเดือนยอมสนิทสนมกับตนบ้าง เขาจะสามารถพูดให้พิมุกล้มมวยได้ ในที่สุดเดือนก็ยอมรับข้อเสนอของชูเกียรติว่าต้องเอาความสนิทสนมเข้าแลก เดือนยอมรับข้อเสนอ ทั้งที่ยังใช้ชีวิตอยู่กับรวิ แก้วโพนทะนาข่าวนี้ไปทั่วตลาด ช้อยเสียใจถึงกับฆ่าตัวตาย เดือนกลับมาทำศพแม่ท่ามกลางเสียงประจานจากชาวบ้าน ศิริพรอำนาจเงินว่าจ้างแก้วให้ติดต่อนักข่าวเพื่อเผยแพร่ข่าวนักร้องสาวหน้าใหม่ที่ใช้เรือนร่างไต่เต้าและอกตัญญูจนแม่ต้องฆ่าตัวตาย เดือนเสียใจมาก ร้องไห้กับศพของแม่ที่ยังไม่ได้เผา ระหว่างนั้นเองแก้วก็ใช้ขี้ยาประจำซอยสองคนมาดักทำร้ายเดือน แต่รวิกับขำก็มาช่วยไว้ได้ทันรวิเข้าใจว่าเดือนมีอะไรกับชูเกียรติและพิมุกในเวลาเดียวกัน รวิเสียใจผิดหวังเขาขอเลิกและอวยพรให้เดือนโชคดี ส่วนเขาคงลงเอยกับศิริพร เดือนเก็บความเสียใจไว้เงียบ ๆ ความฝันที่จะสร้างฐานะเพื่อเอชนะใจเขากลับส่งผลในทางเลวร้ายลงทุกที แต่ไม่ว่ามรสุมของชีวิตจะโหมกระหน่ำใส่เดือนอย่างไร เดือนก็ไม่ยอมกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกแล้ว เธอยอมก้าวพลาดเพื่อความสำเร็จในวันหน้า เดือนสัญญาทั้งกับชูเกียรติ และพิมุกว่าจะยอมเป็นเมียของทั้งคู่ โดยที่ทั้งชูเกียรติและพิมุกไม่รู้เลยว่าเดือนทำสัญญานี้กับทั้งสองคน ชูเกียรติกับพิมุกเริ่มแตกคอกันและมีเรื่องราว โดยมีเหตุให้รวิต้องมาอยู่ตรงกลาง และมีเรื่องกับทั้งสองก๊กนั่นอยู่บ่อย ๆ ชูเกียรติเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้เดือน ดาวน์รถให้เดือน แต่เดือนต้องผ่อนส่งเอง เดือนมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในใจลึก ๆ ก็เสียใจที่ทำให้รวิผิดหวัง ชูเกียรติติดต่อให้เดือนเข้าไปอยู่สังกัดค่ายเพลงของเสี่ยวาทิน ข่าวแจกเกี่ยวกับเดือนทั้งดีและไม่ดีถูกตีพิมพ์และเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ จนทำให้มีคนรู้จักเดือนมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยฝีมือของแดนเซอร์ที่ชื่อแก้ว แต่ไม่ว่าจะดังในทางดีหรือทางลบ ข่าวคราวของเดือนก็เป็นที่สนใจของเสี่ยทวีศักดิ์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เขาขอให้เดือนไปแสดงภาพยนตร์ เดือนตกลงเพราะหวังเงินก้อนโตไว้ใช้ชีวิตในบั้นปลาย แต่แล้วเธอก็ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากชูเกียรติ เพราะเขาตั้งตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวและขูดรีดผลประโยชน์จากเธอจนแทบไม่เหลืออะไร พิมุกเองก็พลาดท่าจนต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ เพราะแก้วเป็นคนทำคนที่เธอรักตายด้วยความไม่ตั้งใจ แต่เป็นเพราะเธอ เผลอไปร่วมมือกับชูเกียรตินั่นเอง เดือนต้องการหนีจากชูเกียรติ จึงยื่นข้อเสนอเป็นเมียเก็บของทวีศักดิ์ โดยแลกกับบ้านหลังใหญ่ไว้คุ้มชีวิต เธอไม่ทราบเลยว่าทั้งหมดนี้เกิดจากชูเกียรตินำเธอมาขายสัญญาทาสให้ทวีศักดิ์ ศิริพรนำข่าวนี้มาบอกรวิ ยิ่งทำให้รวิเสียใจและชิงชังเดือนมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจลืมเดือนได้ ทำให้ศิริพรยิ่งเกลียดชังและต้องการหาทางทำลายเดือนให้หนักยิ่งขึ้น สายสมร ภรรยาของทวีศักดิ์รู้ข่าวเรื่องเดือนจึงตามมาอาละวาด ด่าทอให้เป็นที่อับอายท่ามกลางสายตาแฟนเพลงจำนวนมาก เดือนวิ่งหนีหลบหน้าผู้คนจนกลายเป็นข่าวใหญ่ เดือนฮึดสู้อีกครั้งโดยมีป้อมกับขำเป็นคู่คิด การที่เดือนถูกรังแกทำให้ทวีศักดิ์สงสารและรักเดือนอย่างจริงใจ เดือนได้รับเงินจากทวีศักดิ์จำนวนหาศาล ขณะที่ศิริพรถูกแก้วกับกิมปอกลอกจนแทบหมดตัว วงดนตรีของเทพแตก ศิริพรมาสมัครเป็นนักร้องในค่ายของเสี่ยวาทิน โดยการชักชวนของนันทนา ภรรยาเสี่ยวาทิน ส่วนรวิใช้เงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ โดยมีตนเป็นนักร้องโฟล์คซองขับกล่อมแขกในร้าน ขณะที่ชีวิตของเดือนกำลังจะดีขึ้นนั้น มรสุมลูกใหญ่ก็ซ้ำเติมเข้ามาอีก เสี่ยทวีศักดิ์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต บ้านหลังใหญ่และรถยนต์คันหรูยังผ่อนไม่หมด เดือนหันหน้าไปหาชูเกียรติแต่ก็ถูกปอกลอกเงินก้อนสุดท้ายไป เมื่อกลับไปหาเสี่ยวาทินก็ถูกนันทนาตบตีด้วยความหึงหวง โดยที่นันทนาหารู้ไม่ว่าศิริพรซึ่งไม่อยากทนใช้ชีวิตอยู่ในร้านอาหารเล็ก ๆ รายได้น้อยนิด ต้องมีชีวิตสมถะอีกต่อไป เธอหันหลังให้รวิและยอมเป็นเมียเก็บของวาทิน แก้วซึ่งเป็นเมียเก็บของวาทินหึงหวงจึงมีปากเสียงกับศิริพร แก้วยิงศิริพรตาย และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เดือนกลับมาที่โลงศพแม่ ซึ่งเก็บไว้รอวันฌาปนกิจ เธอได้พบกับรวิ ในขณะที่รวิกำลังจัดงานศพของศิริพร ทั้งสองได้พบกัน รวิบอกว่าตลอดเวลาเขารอคอยเดือนอยู่ เดือนขอโทษและรับปากว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขาอีกครั้งด้วยชีวิตแบบพอเพียงและลืมเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมาให้หมดสิ้นไป ติดตามชม ละครหางเครื่อง ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละครหางเครื่อง เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557

ทีเซอร์ หางเครื่อง
ทีเซอร์ /  หางเครื่อง

ทีเซอร์ หางเครื่อง เร็วๆนี้ ออกอากาศทางช่อง7สี ผลิตโดย กันตนา

หางเครื่อง - ปรัชญ์ ปรมิณ กับฉากอุ้มน้องแดนซ์เซอร์
หางเครื่อง /  ปรัชญ์ ปรมิณ / 

เส้นทางบันเทิง - กองถ่ายละคร หางเครื่อง คืนนี้มีฉากเด็ดที่ ปรัชญ์ ปรมิณ บอกได้คำเดียวว่า "ช้อบ..ชอบ" เหตุเพราะน้องแดนซ์เซอร์ลูกทีมของนางเอก "กรีน อัษฎาพร" คนนี้ล่ะที่ปรัชญ์ ยืนยันกับผุ้กำกับด้วยตัวเองว่าสู้ตายทุดเทค ยังไงก็ไหว

ภรรยาสายัณห์แถลงเล็งตั้งมูลนิธิ-เผา19ธ.ค.
ข่าวสายัณห์ สัญญา /  งานศพสายัณห์ สัญญา / 

ผจก.-ภรรยา แถลง สวด "สายัณห์" ถึง 30 ก.ย. เผา 19 ธ.ค. วัดป่าเลไลยก์ เล็งตั้งมูลนิธิ สายัณห์ ให้ทนายดูแลเงินบริจาค ขอบคุณ "เสก โลโซ" ทำอัลบั้มให้ นายมานิตย์ อังกินันทน์ ผู้จัดการส่วนตัว และ นางวรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยาและลูกๆ ของ "พี่เป้า" สายัณห์ สัญญา แถลงข่าวเปิดเผยว่า จะมีการตั้งสวดพระอภิธรรมศพ พี่เป้า สายัณห์ ที่วัดไร่ขิง ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน และตั้งศพ 100 วัน ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายศพไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี ในวันที่ 10 ธันวาคม และทำการฌาปนกิจ ในวันที่ 19 ธันวาคม พร้อมกับแต่งตั้ง นายปรัชญา ก้อนจันทร์ ทนายความ เพื่อมาดูแลในเรื่องของเงินบริจาคและทรัพย์สินอื่นๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสขึ้น ส่วนในเรื่องการจัดทำแสตมป์ของพี่เป้า สายัณห์ นั้น เบื้องต้นได้มีการรวบรวมรูปภาพของพี่เป้า ให้กับกรมไปรษณีย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับขอบคุณเสก โลโซ และเพื่อนๆ ที่ได้มีการจัดทำอัลบั้มพิเศษให้กับพี่เป้า สายัณห์ และจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้อีกครั้ง ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ที่โรงเบียร์เยอรมัน ตะวันแดง เลียบด่วนรามอินทรา และเผยว่า จะมีการจัดตั้งมูลนิธิ สายัณห์ สัญญา ขึ้นด้วย แต่รายละเอียดอื่นๆ นั้น ยังอยู่ในระหว่างการพูดคุยตกลงกัน และในส่วนของการสวดพระอภิธรรม ในค่ำนี้เวลา 19.00 น. จะมีวงดนตรี หางเครื่อวงสายัณห์ สัญญา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ก่อนที่จะมีการแสดงโชว์วงดนตรีย้อนยุคแบบสายัณห์ สัญญา ในคอนเสิร์ตค่ำนี้ เรียกว่าเป็นการรวมนักดนตรี หางเครื่อง และทีมงานกว่า 100 ชีวิต เพื่อมาร่วมไว้อาลัยให้กับ พี่เป้า สายัณห์ เป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางวรรณพร ภรรยาและลูกๆ ของ พี่เป้า สายัณห์ รวมถึงคนใกล้ชิดและมิตรรักแฟนเพลง ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุ 100 รูป เพื่อเป็นการทำบุญครบรอบ 7 วัน ของการเสียชีวิตของพี่เป้า สายัณห์ ด้วย

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม
คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม ตั้ม (กลาง)- ร้องนำ เป่าคาซู่ ตีเปอร์ เขย่าแทมบูรีน เชคไข่ หางเครื่อง เตอร์(ขวา) - กีต้าร์ เบส พูดด้วย เงียบด้วย และร้องนำ ปาร์ค (ซ้าย) - ตีกลอง พูดด้วย โวยวาย และร้องด้วย มะขามป้อมเริ่มมาจากการแจมกันในกลุ่มพี่น้องศิลปินในโปรเจกต์ของตั้ม โดยตอนนั้นเตอร์กับปาร์คที่อยู่วงเดียวกัน และตั้ม ก็ต่างมีวงต่างแนวกันอยู่แล้ว แต่ได้มาร่วมแจมกันเมื่อเตอร์มาเล่นดนตรีใกล้บ้านตั้มและสะดวกมาดูสำหรับปาร์ค โดยเริ่มจากการตามไปดู เพราะน้อง, เพื่อน พึ่งย้ายมาเล่นใกล้ๆ โดยแรกสุดเริ่มจากปาร์ค ที่จะมาพร้อมกับมุขตลกๆ ตามด้วยตั้ม ที่มาพร้อมกับท่าเต้นหลุดโลกที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ จนพอเล่นกันบ่อยเข้า จึงตัดสินใจฟอร์มวงและใช้ชื่อมะขามป้อมแต่นั้นมา โดยปาร์คเป็นคนตั้งชื่อนี้ หลังจากก่อตั้งวง มะขามป้อมนำพาความกล้าบ้าบิ่นแหวกแนววงทั่วไป ขึ้นเหนือล่องใต้ ทั้งร้านทั้งปาร์ตี้ ทั้งฟรีทั้งได้ตังค์ ต่อมาวงรู้สึกว่าน่าจะเอาความบ้าตรงนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการลงประกวดดนตรี ประกอบกับช่วงนั้นมีการประกวด Wall's Cornetto โคน ค้น คน ในงาน Fat Festival พอดี จึงตัดสินใจประเดิมลงประกวดงานแรก และพวกเขาก็ตอกย้ำว่าคิดไม่ผิดด้วยการคว้าแชมป์มาครองในที่สุด

อินโดฯ ตรวจเจอสัญญาณปิงกล่องดำ เที่ยวบิน QZ8501
QZ8501 /  กล่องดำ / 

อินโดนีเซีย เผย พบสัญญาณจากกล่องดำ แอร์เอเชีย QZ8501 แล้ว ใกล้จุดที่พบหางเครื่องบิน นักประดาน้ำเร่งค้นหา วานนี้ (8ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายเจน โมโดโก ผู้บัญชาการของกองกำลังติดอาวุธอินโดนีเซีย จากหน่วยค้นหาและกู้ภัยอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า เรือค้นหาได้ตรวจพบสัญญาณจากกล่องดำของเครื่องแอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ8501 ที่ทำหน้าที่ในการบันทึกประวัติการบินแล้วและสามารถบอกได้ว่า เกิดอะไรขึ้นก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่นี้ ซึ่งนักประดาน้ำกำลังพยายามเร่งค้นหา อย่างไรก็ตาม จุดที่ตรวจพบสัญญาณนั้นอยู่ใกล้จุดที่พบชิ้นส่วนหางเครื่องบิน ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำที่ระดับความลึก 30 เมตร ห่างจากจุดที่ QZ8501 ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศไปราว 30 กิโลเมตร  MThai News ที่มา BBC

ด่วน !! พบแล้วซากส่วนหางแอร์เอเชียที่สูญหาย ใต้ทะเลชวา
ซากเครื่องบินแอร์เอเชีย /  ทะเลชวา / 

ทีมกู้ซากเครื่องบินแอร์เอเชีย พบวัตถุส่วนหาง ของเครื่องบินบริเวณใต้ผืนน้ำทะเลชวา วันนี้ (7 ม.ค.) สำนักข่าว สเตรท ไทม์ รายงานข่าว จากจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ว่าได้พบซากของเครื่องบินสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ8501 ส่วนหาง บริเวณใต้ผืนน้ำทะเลชวา  หลังจากประสบเหตุตกและจมน้ำในทะเลชวา เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางด้าน นายบัมบัง ซูลิสต์โย หัวหน้าทีมค้นหาและหน่วยกู้ภัย ของอินโดนีเซีย กล่าวว่า วานนี้เข้าสู่วันที่ 11 ของการดำเนินงานเพื่อค้นหาซากเครื่องบินลำดังกล่าว พร้อมทั้งยืนยันว่าได้ค้นพบซากเครื่องบินแอร์เอเชีย ในส่วนของหางเครื่องบินทีมีกล่องดำติดตั้งอยู่ ซึ่งกล่องดำนี้ทำหน้าที่ในการบันทึกข้อมูลการบินไว้ กล้องใต้น้ำที่ติดอยู่อุปกรณ์ได้ส่งภาพกลับมาถึงเจ้าหน้าที่ เปิดเผยให้โลโก้แอร์เอเชียอย่างชัดเจน ทั้งนี้ นายโทนี่ เฟอร์นันเด ผู้บริหารสายการบินแอร์เอเชีย เผยแพร่ข้อความผ่านมางทวิตเตอร์ ความ 'ผมเชื่อว่ากล่องดำจะติดตั้งอยู่บริเวณส่วนหางของชิ้นส่วนที่พบ โดยทางเราจะทำการค้นหาชิ้นส่วนทั้งหมดให้เจอในเร็วๆนี้ เนื่องจากเราคำนึงถึงจิตใจของญาติผู้สูญหาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก' ซึ่งจากรายงานระบุ หลายฝ่ายเชื่อว่ายังมีร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในลำเครื่องบินดังกล่าว อย่างไรก็ตามปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตจากเที่ยวบินมรณะ QZ8501 ผ่านไป 11 วัน ยังไม่พบผู้รอดชีวิตแต่อย่างใด โดยขณะนี้ตัวเลขศพผู้เสียชีวิต ล่าสุดอยู่ที่ 41 ศพ และกำลังทยอยลำเลียงกลับเมืองสุราบายาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและส่งมอบให้ญาติต่อไป MThai News ที่มา straitstimes

เจ๋งทั้งคู่ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ ไล่จับหางเครื่องบิน
เจ๋งทั้งคู่ /  ซิ่งมอเตอร์ไซค์ / 

เจ๋งทั้งคู่ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ ไล่จับหางเครื่องบิน

เพลงฮิต ละครดัง เพลงประกอบละคร
ฟังเพลงออนไลน์ /  เพลงประกอบละคร / 

หลากหลาย เพลงประกอบละคร สุดฮิต รวบรวมมาให้ได้ฟังกับต่อเนื่อง ที่สถานี เพลงฮิตละครดัง รวมเพลงประกอบละคร หลากหลายเรื่อง หลากหลายแนว สามารถแนะนำเพลงให้กำลังใจกันได้ทางอีเมล์ music@mthai.com Playlist สถานี เพลงฮิตละครดัง 1. เธอไม่ต้อง - โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ - รักออกฤทธิ์ 2. รักออกฤทธิ์ - โย่ง อาร์มแชร์ - รักออกฤทธิ์ 3. มีใจก็พอ - กลม อรวี - ครีบนี้หัวใจมีเธอ 4. หนีก็รัก - ชิน ชินวุฒ;วริฎฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร - หนีก็ล่า ซ่าก็รัก 5. อาจเป็นคนนี้ - ดีลิเลียน อัลฟอร์ด (ดี The Star) - เล่ห์นางฟ้า 6. เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่ - Yes'sir Days feat.ฟิล์ม บงกช - อย่าลืมฉัน 7. ยิ่งเกลียดยิ่งรัก - โดม ปกรณ์ ลัม - เสน่หาสัญญาแค้น 8. คนแพ้ที่ไม่มีน้ำตา - เบิร์ด ธงไชย - อย่าลืมฉัน 9. ยิ่งรักยิ่งห่าง - สิงโต นำโชค - CLUB FRIDAY THE SERIES 4 หรือรักแท้จะแพ้ความต่าง 10. ฉันก็รักของฉัน - นิว จิ๋ว - สามีตีตรา 11. ไม่เจ็บอย่างฉันใครจะเข้าใจ - ฟิล์ม บงกช - สามีตีตรา 12. ยกเว้นเรื่องเธอ - แพรว คณิตกุล - คิวบิก 13. ผู้หญิงในเงา - เอมี่ กลิ่นประทุม - แหม่มจ๋า 14. ที่สุดท้าย - เจนนิเฟอร์ คิ้ม - สุสานคนเป็น 15. คมพยาบาท - รังสิมา มีพันธุ์ - คมพยาบาท 16. กรุณาฟังให้จบ - เติ้ล ธนพล - หางเครื่อง 17. มามะ มาเลย - แคทรียา อิงลิช - สาวน้อยคาเฟ่ 18. IG หลายใจ - เรยา ไวยาวัจกร - สัญญาเมื่อสายัณห์ 19. Your Garden - ตู่ ภพธร - ในสวนขวัญ 20. หรือเพียงแค่เหงา - มาร์กี้ ราศรี - ในสวนขวัญ

เชิญเที่ยว งานสงกรานต์เมืองน่าน และอุตรดิตถ์
งานสงกรานต์เมืองน่าน /  เที่ยวสงกรานต์ / 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีสงกรานต์จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 12 – 16 เมษายน 2557 ณ บริเวณวัดสวนตาล วัดมิ่งเมือง และสนามยิงปืน บ้านผาสิงห์ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน และประเพณีสงกรานต์จังหวัดอุตรดิตถ์ ระหว่างวันที่ 12 – 15 เมษายน 2557 ณ บริเวณถนนเปรมฤดี อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เชิญเที่ยว งานสงกรานต์เมืองน่าน และอุตรดิตถ์ นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เทศบาลเมืองน่าน ได้จัดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 12 – 16 เมษายน 2557 ณ บริเวณวัดสวนตาล วัดมิ่งเมือง และสนามยิงปืน บ้านผาสิงห์ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นที่ได้ ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านานให้คงไว้สืบไป โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้ วันที่ 12 เมษายน 2557 มีการจัดซุ้มเล่นน้ำถนนวัฒนธรรม (ถนนข้าวแต๋น) “นุ่งผ้าเมือง ปลอดเหล้า - เบียร์” เล่นน้ำวันสงกรานต์ ณ บริเวณสามแยกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ถึงสามแยกสวนตาลบน (ถนนสุมนเทวราช) ขบวนรับน้ำสรงพระราชทานฯ และประกอบพิธีสมโภชน้ำสรงพระราชทานฯ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ณ พระวิหารพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล วันที่ 13 เมษายน 2557 มีการประกอบพิธีน้ำสรงพระราชทานฯ สำหรับสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ พิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตาเมือง พิธีทำบุญตักบาตร ณ วัดสวนตาล การประกวดซุ้มเล่นน้ำวัฒนธรรม (ถนนข้าวแต๋น) “นุ่งผ้าเมือง ปลอดเหล้า - เบียร์” ขบวนแห่นางสงกรานต์ การประกวดนางสงกรานต์ การแสดงดนตรี การแสดงของชุมชนต่างๆ การแสดงรำวงมะเก่า และการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง – หางเครื่อง วันที่ 14 เมษายน 2557 การแสดงดนตรี การแสดงของชุมชนต่างๆ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง – หางเครื่อง การประชันการตีกลองสะบัดชัย การแข่งขันบอกไฟดอก การประชันการตีกลองแอว ณ บริเวณวัดสวนตาล วันที่ 15 เมษายน 2557 พิธีบวงสรวงเสาหลักเมืองน่าน และพิธีทำบุญสืบชะตาหลวงเมืองน่านวันพญาวัน ณ วัดมิ่งเมือง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น ละครซอ มีการแข่งขันตีกลองแอว ตีกลองสะบัดชัย ตีกลองบูชา ประกอบพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2557 วันที่ 16 เมษายน 2557 ขบวนแห่บ้องไฟขึ้นจาก 31 ชุมชน ถวายบูชาพระเจ้าทองทิพย์ ณ วัดสวนตาล และการแข่งขันบ้องไฟขึ้น ณ สนามยิงปืน บ้านผาสิงห์ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน นอกจากนั้นแล้ว  จังหวัดอุตรดิตถ์ ก็ได้มีการจัดงานประเพณีสงกรานต์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยในปีนี้ เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จัดงาน “ประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2557” ณ บริเวณถนนเปรมฤดี อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ในระหว่างวันที่ 12 – 15 เมษายน 2557 กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ชมการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง ปาร์ตี้โฟม อุโมงค์น้ำ ม่านน้ำ และเทศกาลอาหาร มีการจำหน่ายอาหาร และสินค้าพื้นเมืองตลอดงานด้วย ททท. สำนักงานแพร่ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวภาคเหนือในช่วงประเพณีสงกรานต์ แวะมาแอ่วงานสงกรานต์เมืองน่าน และสงกรานต์เมืองอุตรดิตถ์ ได้ตามวันและเวลาดังกล่าว สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลเมืองน่าน (กองการศึกษา) โทร. 054-710-234 ต่อ 138-139 และเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ (กองการศึกษา) โทร. 055-413-185 หรือสอบถามข้อมูลการเดินทาง และการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทร. 054-521-127 ขอบคุณข่าวสารจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคอีสาน

ณัฐวุฒิ-เนาวรัตน์ ร่ายกลอนแลกหมัดปมนโยบายรัฐบาล
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ /  เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ณัฐวุฒิ-เนาวรัตน์ ร่ายกลอนแลกหมัดปมนโยบายรัฐบาล ซัดทุกเรื่องทำคนไทยเกิดปัญหา ขณะที่อีกฝ่ายบอกทุกเรื่องประชาชนได้ประโยชน์ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในบล็อกoknation.net นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรท์ได้ร่ายกลอนเรื่อง "ร้อน" วิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ที่ทำให้ประเทศชายเกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนำข้าว, ไฟใต้, พ.ร.บ.กู้เงิน 2.2ล้านล้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ รวมไปถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น โดยบทกลอนดังกล่าวมีใจความว่า "ร้อน" @ ร้อนไฟใต้ไหม้ลามที่ด้ามขวาน ร้อนตำนานกร้านศึกจารึกสมัย ร้อนที่ยังไม่ระงับไม่ดับไฟ ร้อนที่รุมสุมไหม้ประชาชน @ ร้อนโกดังข้าวทำจำนำเน่า ร้อนที่ยังสั่งเข้าข้าวปี้ป่น ร้อนที่กินข้าวย้อมข้าวปลอมปน ร้อนกระเป๋ารั่วจนขอดก้นคลัง @ ร้อนตัวเลขเงินกู้บู๊ล้างผลาญ ร้อนเป็นล้านล้านทะลายขายความหวัง ร้อนชาตินี้ใช้หนี้ชาติหน้ายัง ร้อนเรื้อรังอาละวาดถึงชาติโน้น @ ร้อนกฎหมายร้อนร้อนไม่ผ่อนเพลา ร้อนเหมือนเข้าเครื่องบังคับจับเต้นโขน ร้อนปรองดองปองดูน้องปูโดน ร้อนตุ้มเป๊ะเตะกระโถนโดนตะเกียง @ ร้อนอำนาจบาตรใหญ่ใช้บาตรทุ่ม ร้อนเพราะอุ้มจงอางอย่างสุ่มเสี่ยง ร้อนเพราะคอยแต่ฟังคนข้างเคียง ร้อนเพราะไม่ฟังเสียงประชาชน! เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ พฤ. ๒๘/๓/๒๕๕๖ ทั้งนี้เมื่อบทกลอนดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้ฝั่งรัฐบาลโดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เขียนบทกลอนตอบโต้ โดยให้ชื่อว่า"เย็น" เขียนโดย "กวีซีไพร่" ระบุว่า "เย็น" @เย็นจากปลายด้ามขวานงานคืบหน้า เย็นด้วยวงเจรจาหาเหตุผล เย็นด้วยรัฐเคียงข้างประชาชน เย็นน้ำใจดั่งฝนช่วยดับไฟ @เย็นมีจำนำข้าวรายได้เพิ่ม เย็นเงินเติมกระเป๋าตุงทุ่งสดใส เย็นภาษีขยายตัวจากภายใน เย็นลืมตาอ้าปากได้แล้วชาวนา @เย็นลงทุนครั้งใหญ่ใช้สร้างชาติ เย็นความหวังเคยวาดสมปรารถนา เย็นขนส่งทั้งบกน้ำกำลังมา เย็นไม่เสียเวลาตั้งตาคอย @เย็นแก้รัฐธรรมนูญเครื่องหมุนแล้ว เย็นดวงแก้ว′ธิปไตย ไม่เกินสอย เย็นทุกข้อกล่าวหาล้วนหลักลอย เย็นหิ่งห้อยจะส่องแสงด้วยแรงตน @เย็นอำนาจนอกระบบต้องหลบหน้า เย็นหางเครื่องอำมาตยายังสับสน เย็นจับใจเพราะรับใช้ประชาชน เย็นเพราะเดินบนถนนประชาธิปไตย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กวีซีไพร่ วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2556 Mthai News

มาราธอน! กรีนคอนเสิร์ต #19 ย้อนเพลงรักที่เราคิดถึงเต็มอิ่ม 7 ชั่วโมง
Green Concert /  Green Concert # 19 / 

หายคิดถึง! Green Concert # 19 The Lost Love Songs To Be Continued รวม 50 ศิลปินต้นฉบับ ถ่ายทอด ร้อยเพลงรักที่กลับมา จุใจด้วยคอนเสิร์ตนานกว่า 7 ชั่วโมง!! บอกเลยว่าหายคิดถึง! สำหรับคอนเสิร์ตที่สุดแห่งปีที่ทุกคนรอคอย Green Concert # 19 The Lost Love Songs To Be Continued ร้อยเพลงรักที่กลับมา ที่ครั้งนี้คลื่น กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม สร้างปรากฎการณ์ขายบัตรหมดเกลี้ยงหลังเปิดขายเพียง 7 วัน กับการรวมสุดยอดศิลปินกว่า 50 ชีวิตมายืนรวมกันบนเวทีคอนเสิร์ตอีกครั้ง ทั้งตัวแทนศิลปินคุณภาพรุ่นใหม่ อย่าง ป๊อป ปองกูล, ไอซ์ ศรัณยู, ณัฐ ศักดาทร, โรส ศิรินทิพย์ และศิลปินคุณภาพรุ่นใหญ่ที่คุณคิดถึง ได้แก่ ปุ๊ อัญชลี, สุชาติ ชวางกูร, นราธิป ชาตรี, อ๊อด คีรีบูน, ชมพู ฟรุ๊ตตี้, บุ๋ม ปุยฝ้าย, โอ ปุยฝ้าย, ไก่ พรรณนิภา, มิคกี้, บุปผา ธรรมบุตร, ชรัส เฟื่องอารมย์, มิ้นท์ มาลีวัลย์, แหวน ฐิติมา, ตุ๊ก วิยะดา, อุ้ย รวิวรรณ, ออดี้, เท่ห์ อุเทน, เอ๋ พัณนิดา, เจี๊ยบ ปวีณา, ป้อม ออโตบาห์น, ฟอร์ด สบชัย, อ้อม สุนิสา, อัยย์ พรรณี, สุกัญญา มิเกล, ตุ๊ดตู่-ทินกร นกแล, ลานนา คัมมินส์, นันทนา บุญหลง, ตั๊ก ศิริพร, ตั้ม สมประสงค์, เป้ สีน้ำ, สุเมธ & เดอะปั๋ง, เป็ด มนต์ชีพ, กบ ทรงสิทธิ์, รามจิตติ, เขียว คาราบาว, อ้อย กะท้อน, อิน บูโดกัน, แอน-แพรว คูณสามซูเปอร์แก๊งค์, พิมพ์-น้ำหวาน ซาซ่า, เต็ม วุฒิสิทธิ์ และ เจสัน ยัง เพื่อถ่ายทอดกว่า 100 บทเพลงรักที่คิดถึงต่อเนื่องยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง แบบจุใจ และตามหัวใจหลักของการจัด กรีน คอนเสิร์ต ที่จะนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับองค์กรการกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆต่อไป ซึ่งครั้งนี้ได้มอบให้กับ มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านม เฉลิมพระเกียรติ ส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้ป่วยยากไร้ต่อไปอีกด้วย เปิดเวทีอย่างยิ่งใหญ่ตามธรรมเนียม กรีน คอนเสิร์ต ด้วยเพลง วันวานยังหวานอยู่ จาก ป๊อบ, ไอซ์, ณัฐ, โรส ตัวแทน 4 ศิลปินรุ่นใหม่ ทำหน้าที่พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่เพลงไทยยุค 80-90 ที่ทุกคนคิดถึง พร้อมสลับท่อนร้องกับ 4 ตัวแทนศิลปินรุ่นใหญ่ในเพลง ใจรัก(สุชาติ ชวางกูล) รอวันฉันรักเธอ(อ๊อด คีรีบูน) ปาฏิหาริย์(กบ ทรงสิทธิ์) ฝ่ายเดียว(ปุ๊ อัญชลี) สร้างความประทับใจตั้งแต่เริ่มต้นคอนเสิร์ต จากนั้นถึงคิวของกลุ่มศิลปินทีนไอดอล ในยุค 90 ทยอยเรียงแถวกันขึ้นมาโชว์เพลงดัง ตะโกนบอกฟ้า(เจสัน ยัง) ก็พอ(เต็ม วุฒิสิทธิ์) ฝันไปหรือเปล่า(แอน&แพรว คูณสามซูเปอร์แก๊ง) นอนไม่หลับ(พิมพ์&หวาน ซาซ่า) แถมหนุ่ม ไอซ์ ยังขอขึ้นมาสร้างความสนุก แจมร้อง-แจมเต้นกับ ซาซ่า ในเพลง เหรอ และ คูณสามซูเปอร์แก๊ง ในเพลง L.O.V.E. เป็นการอุ่นเครื่อง ต่อด้วยกลุ่มศิลปินที่ยุคหนึ่งพวกเราเคยเรียกแนวเพลงของพวกเขาว่า อินดี้ อย่าง บอกเขาว่าเจอฉัน(อัยย์ พรรณี) รอจนกว่า(ออดี้) และ ดีๆ กันไว้(มิเกล) ตามด้วยเซ็ทเพลงรักแบบเต็มอิ่มจากศิลปินต้นฉบับ อาทิ เธอบอกให้ลืม(โอ๋ บุปผา) ฉากสุดท้าย(เอ๋ พัณนิดา) กุหลาบแดง(ไก่ พรรณนิภา) รักเธอคนเดียว(แอน นันทนา) ขอเป็นฝ่ายไป(เจี๊ยบ ปวีณา) ไม่มีฝีมือ(ตั๊ก ลีลา) ครั้งนั้น(อุ้ย รวิวรรณ) ขอให้เหมือนเดิม(อิน บูโดกัน) รักเองช้ำเอง(ชรัส) ทนได้ทนไป(ป้อม ออโตบาห์น) ฝากรัก(เป้ สีน้ำ) คำตอบ(เป็ด มนต์ชีพ) ดอกไม้ยังงดงาม(รามจิตติ) ไม่เสียใจที่รักเธอ(สุเมธ&เดอะปั๋ง) รักเราไม่เก่าเลย(กบ ทรงสิทธิ์) ที่ฟังแล้วต้องขนลุก! เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เสียงร้องของศิลปินทุกคนก็ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ทำเอาคนดูนั่งฟังเพลงเพราะกันเพลินเลยทีเดียว จากนั้นถึงคิวสายเพื่อชีวิต เขียว คาราบาว หยิบเพลงดัง ไม่เคย, สัญญาหน้าฝน ขึ้นมาให้ได้ร้องตามกัน เท่านั้นไม่พอยังมีเพลงฮิตติดหูที่นำมาร้องกันติดปากกันจนถึงปัจจุบัน อย่างเพลง สาวรำวง ของ อ้อย กะท้อน ที่ 2 หนุ่ม ป๊อป และ ไอซ์ อดใจไม่ไหว ต้องกระโดดขึ้นเวทีมาร่วมส่ายสะโพกในเพลงทำนองสนุก หางเครื่อง ด้วยซะเลย ส่งไมค์ต่อให้กลุ่มศิลปินจาวเหนือโชว์เพลง ไว้ใจ๋ได้กา(ลานนา) อย่าลืมน้องสาว(ตุ๊ดตู่ นกแล) หนุ่มดอยเต่า(ทินกร นกแล) และเพลง คอนเสิร์ตคนจน ที่ได้หนุ่ม ณัฐ ออกมาแจมด้วย พร้อมขอขนานนามศิลปินกลุ่มนี้ว่าเป็น เลเจ้นล้านนาป๊อป กันเลย แถมอู้กำเมืองกันไปมาน่าฮักขนาด!! ตามด้วยศิลปินคุณภาพระดับดีโว่ส์-ดีว่าส์ (Divos-Divas) ทยอยกันออกมาโชว์พลังเสียง ช่างไม่รู้เลย(ตั้ม สมประสงค์) อย่ามองฉันเป็นคนอื่น(มิคกี้) ตราบใด(ฟอร์ด สบชัย) ฟ้ายังมีฝน(แหวน ฐิติมา) เพียงแค่ใจเรารักกัน(ตุ๊ก วิยะดา) สงสารกันหน่อย(มิ้นท์ มาลีวัลย์) ก่อนที่ แหวน ฐิติมา และ พิมพ์ ซาซ่า จะขอเป็นตัวแทนผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง ส่งต่อกำลังใจไปให้ผู้ป่วยจากโรคนี้ให้เข้มแข็งและมีกำลังใจต่อไปกับเพลง เรามีเรา และพิเศษสุดเพราะเพลงนี้ได้ น้องปันปัน ลูกสาวคนสวยคนเดียวของแหวนออกมาร่วมร้องด้วยกัน ไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงเพราะและศิลปินที่คิดถึงเรียงแถวออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่าง เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป(สุชาติ ชวางกูล) โกหกหน้าตาย(เท่ห์ อุเทน) แฟนฉัน(นราธิป) สลับขึ้นมาโชว์ให้หายคิดถึง ต่อด้วยเซ็ทเพลงคู่ขวัญที่สร้างคู่จิ้นในอดีต นกเขาคูรัก, พ่อแง่แม่งอน (ชมพู ฟรุ๊ตตี้+บุ๋ม ปุยฝ้าย) อ้อยใจ, ใต้ร่มมลุลี (อ๊อด คีรีบูน+โอ ปุยฝ้าย) เรียกว่าเป็นเพลงคู่อมตะที่ไม่มีใครไม่รู้จักจริงๆ ก่อนถึงไฮไลท์สำคัญที่ทุกคนรอคอย สำหรับคู่ ปุ๊ อัญชลี และ อ้อม สุนิสา ที่ออกมาเรียกเสียงกรี๊ดได้กระหึ่มฮอลล์กับเพลง หนึ่งเดียวคนนี้, ฉันเหงา, อยู่ไปวันวัน(ปุ๊ อัญชลี) อย่ายอมแพ้, หน่อไม้, มนัสจัง(อ้อม สุนิสา) พร้อมมาดเท่ห์ๆ ชวนคนดูกรี๊ดคอแทบแตก และเซอร์ไพร้ส์สุดๆ กับเพลง ถอยดีกว่า ที่ 3 สาวห้าว อ้อม – ปุ๊ – โรส ออกมาทิ้งทวนความสนุกกับท่าเต้นกวนๆ ชวนหยิกแก้ม กรี๊ดวนไปสิคะ!! ปิดท้ายอย่างประทับใจจากศิลปินทั้ง 50 ชีวิตด้วยเซ็ตเพลงเพราะทุกคนที่คิดถึง ลมหายใจแห่งความคิดถึง(อู๋ แมคอินทอช) ลืมเสียเถิด(เอ๋ พัชรา แวงวรรณ) รักเธอทั้งหมดของหัวใจ(โจ้ อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์) แด่คนเคยรัก(ผี ศุภวัฒน์ รัตนโกเมน) รางวัลแด่คนช่างฝัน(จรัล มโนเพ็ชร) และ ยิ่งสูงยิ่งหนาว(เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์) เพื่อรำลึกถึงการจากไปของศิลปินคนสำคัญของวงการเพลงไทย เรียกว่า Green Concert # 19 The Lost Love Songs To Be Continued ร้อยเพลงรักที่กลับมา ถือเป็นคอนเสิร์ตที่ครบทุกอารมณ์ที่คิดถึงจริงๆ!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

หางเครื่อง - กรีน ชวน เติ้ล เต้นน่ารักๆวันเปิดร้าน
เส้นทางบันเทิง /  กรีน อัษฎาพร / 

เส้นทางบันเทิง - กรีน อัษฎาพร มีเรื่องน่ารักๆของพระเอก เติ้ล ธนพล จากละครหางเครื่อง มาฝาก เรื่องเนี้ย...เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในกองเลยล่ะค่ะ ใครไม่เคยเห็น เติ้ล เขินหูแดง หน้าแดงล่ะก็ ต้องดูฉากนี้เลยค่ะ ผู้กำกับและเพื่อนๆนักแสดงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อารมณ์อายม้วนออกสเตปไม่ค่อยจะเป็นท่าทางเท่าไหร่เนี่ย น่ารักไปอีกแบบนะคะเติ้ล ละครหางเครื่อง แฟนๆได้ยิ้มตามพระนางคู่นี้กันแน่ รอติดตามทางช่อง 7 สี คืนพรุ่งนี้นะคะ

ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น (ละครเย็น) , เรื่องย่อนางฟ้าเปื้อนฝุ่น (ละครเย็น)
ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น /  เรื่องย่อละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น / 

นางฟ้าเปื้อนฝุ่น บทประพันธ์โดย : ปีย์วราบทโทรทัศน์โดย : พิง ลำพระเพลิง และ ดรีมทีมกำกับการแสดงโดย : อัษฎาวุธ เหลืองสุนทรผลิตโดยโดย : บริษัท ดูมันดี จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น พาขวัญ (โซฟี่ อัปสรสิริ อินทรคูสิน) เข้ามานำเสนอผลงานสารนิพนธ์เกี่ยวกับการเต้นหางเครื่องที่มหาวิทยาลัยเกือบไม่ทัน โชคดีที่เพื่อนสนิทคือ นัชชา (ณัฎฐกันย์ อัมพรพงษ) กับ ธีรวิทย์ (ไดสุเกะ สุกี้คาวา) ช่วยถ่วงเวลา อาจารย์เอก (มาฬิศร์ เชยโสภณ) ไว้โดยมี ธนัญญา(ช้องมาศ บางชะวง) กับลูกคู่อย่าง ปานจิต (ณัฐชยกานต์ ปากหวาน) และ ลักษมี (แพร อริศรา) ขอให้พาขวัญหมดสิทธิ์ส่งงานและไปจบปีหน้าแทนเนื่องจากมาสาย ด้วยต้องการกำจัดคู่แข่งในการแย่งเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง สุดท้ายอาจารย์เอกบอกว่างานที่พาขวัญทำมาเสนอในเบื้องต้น ยังขาดวิญญาณ ของหางเครื่องไป และแนะนำว่าให้ส่งเป็นงานเต้นประเภทอื่นที่เธอถนัดกว่าอย่าง บัลเล่ต์ คอนเทมฯ หรือฮิปฮอป แต่พาขวัญไม่อยากเปลี่ยน เมื่อออกมาจากห้องนำเสนอผลงาน พาขวัญพบ ศรุต (ณรงค์ฤทธิ์ รัตนภักดี) ชายหนุ่มเจ้าของกิจการร้านอาหารและไร่ผักออร์แกนิคส์ คนที่ ดวงกมล (ภัสสร บุณยเกียรติ) แม่ของเธอต้องการจะให้ลงเอยด้วย เพราะเหมาะสมกันทั้งฐานะและชาติตระกูล มารอรับเธออยู่ เธอจึงปลอมตัวโดยอาศัยชุดขอทานจาก ละครดาวพระศุกร์เดอะมิวสิคัลของนัชชา จนเกือบรอดสายตาศรุตไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะกลุ่มธนัญญาเห็นเสียก่อน ขณะวิ่งหนีศรุตออกมาถึงหน้ามหาวิทยาลัย พาขวัญเกือบถูกรถแท็กซี่ของ นันทพงศ์ (กฤษฎี พวงประยงค์) ที่เพิ่งไปรับ ชลธี (ปรัชญ์ ปรมิณ) หนุ่มนักเรียนนอก ทายาทเจ้าของวงดนตรีลูกทุ่งชาญชลธีชน เธอฉวยโอกาสรีบขึ้นรถแท็กซี่หนีศรุตไป ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ในรถแท็กซี่ พาขวัญไม่พอใจทีท่าของชลธีที่เหมือนดูถูกเธอ ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกัน พาขวัญทำโทรศัพท์มือถือหล่นในรถแท็กซี่โดยไม่รู้ตัว ขณะที่รอน้องชายที่จบการบริหารด้านดนตรีกลับมาช่วยกอบกู้วง ชาญชัย (โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ก็ถูก เจ๊หอม (ดีใจ ดีดีดี) และ นกเขา (ชาญณรงค์ ขันทีท้าว) โทรมาทวงหนี้ก้อนใหญ่ ส่วนทางลูกวงที่เตรียมงานต้อนรับชลธีก็ถูกร้านค้าต่างๆ ยื่นคำขาดว่าไม่ให้เชื่อของอีกต่อไป สถานการณ์ด้านการเงินของวงกำลังย่ำแย่ ชลธีคาดคั้นเอาความจริงจากนันทพงศ์ขณะนั่งรถกลับบ้าน แต่นันทพงศ์ก็ตอบเลี่ยงไปว่าเป็นเพราะหน้าฝน งานจ้างเลยน้อย เนื่องจากศรุตมาเล่าให้ดวงกมลฟัง พาขวัญจึงถูกแม่สั่งไม่ให้ทำธีสิสเรื่องหางเครื่อง เพราะมองว่าไม่เหมาะสมกับฐานะลูกสาวของรัฐมนตรี อรรถพล (นงค์ เชิญยิ้ม) และอนาคตผู้บริหารกิจการของเธอ พาขวัญเสียใจ แต่ก็ได้กำลังใจจาก วิไล (หลิว-อาราดา พรหมพฤกษ์) เลขานุการส่วนตัวของแม่เธอช่วยปลอบเมื่อชลธีมาถึงบ้าน ก็มีสาวๆ ในวงมาต้อนรับ ทั้ง ภารวี (แพร เอมเมอรี่) นักร้องนำ มณีรัตน์ (เอี๊ยม-วรรษพร วัฒนากุล) หัวหน้าหางเครื่อง และ รสริน (หทัยชนก สวนศรี) หางเครื่องสาวสุดเซ็กซี่ ชลธีต้องการจะคุยเรื่องสถานการณ์ของวงกับชาญชัย ชาญชัยบอกให้คุยทีหลังเพราะทุกคนในวงรอเจอชลธีอยู่ สุดท้ายเมื่อชลธีเข้าไปเห็นตารางงานของวงในห้องทำงานชาญชัย เขาก็บอกให้ชาญชัยยุบวงชาญชลธี ชาญชัยโกรธมาก ทุกอย่างที่พี่น้องสองคนโต้เถียงกันอยู่ภายใต้การรับรู้ของ เพทาย (นวพล ภูวดล) ผู้จัดการวงชาญชลธีที่แอบฟังอยู่ ในงานเลี้ยงต้อนรับชลธี ขณะที่ทุกคนสนุกสนานอยู่ ชาญชัยเข้าไปถามชลธีว่าแน่ใจนะที่จะทำให้ทุกคนที่กำลังมีความสุขนี้ตกงาน ชลธีลังเล หลังงานเลี้ยงเลิกรา นกเขารอจังหวะจะมาขโมยแท็กซี่ของนันทพงศ์ไป เพื่อเป็นการประกันเงินกู้ให้กับทางเจ๊หอม เพื่อเอาใจเจ้านาย แต่กลับพบว่ามีแสงวาบๆ ออกมาจากในรถ นกเขาเข้าใจว่าเป็น ผีดอกคูน (โย่ง เชิญยิ้ม) พ่อของชาญชัยและชลธีที่ตายไปแล้ว แต่ที่จริงแล้วคือแสงจากโทรศัพท์มือถือของพาขวัญวันรุ่งขึ้น ก่อนออกจากบ้านชลธีได้เจอชาญชัย ชลธีบอกจะช่วยปรับปรุงวงให้ดีขึ้น ชาญชัยดีใจและขอเวลาชลธี 4 เดือนเพื่อจะฟื้นฟูวงให้กลับมาเหมือนเดิม ถ้าไม่สำเร็จจะยอมให้ชลธีขายวง ชลธีตอบตกลง แต่จริงๆ แล้วชาญชัยต้องการจะส่งวงชาญชลธีเข้าประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลก้อนใหญ่และสัญญาว่าจ้างหลายปี ในอีก 4 เดือนข้างหน้า พาขวัญยืมโทรศัพท์ของวิไลโทรเข้ามือถือตัวเอง จังหวะเดียวกับที่ชลธียืมรถแท็กซี่ของนันทพงศ์เพื่อออกไปทำธุระพอดีเลยเป็นคนรับสาย พาขวัญเข้าใจผิดคิดว่าชลธีเป็นคนขโมยมือถือของเธอ เธอจึงขู่ให้ชลธีเอาโทรศัพท์มาคืนให้ที่มหาวิทยาลัย เมื่อชลธีมาถึงก็เจอกับธนัญญาที่ขึ้นมาบนแท็กซี่เพราะจะไปพบ วงศกร (นิกกี้-สิรภพ สมผล) นักลีลาศหนุ่มเพลย์บอย เพื่อจะเชิญมาเป็นคู่เต้นในงานธีสิสของเธอ ด้วยหวังว่าจะทำให้ชนะพาขวัญได้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ชาญชัยบอกพาขวัญว่าวิไลเคยเป็นหางเครื่องในวงของเขา พาขวัญดีใจมากจึงขอชาญชัยไปเป็นหางเครื่องที่วงด้วย ท่ามกลางความตกใจของวิไล ชาญชัยบอกให้พาขวัญไปขอแม่มาก่อน เมื่อกลับบ้านไป พาขวัญโทรไปวางแผนกับอรรถพลเพื่อหลอกดวงกมลให้อนุญาตให้เธอไปฝึกบัลเล่ต์เพิ่มเติมกับมาดามเลอคาบูซิเยร์ เพื่อทำธีสิสบัลเล่ต์ให้ดีที่สุด เป็นเวลา 4 เดือน แต่ที่จริงเธอจะไปอยู่ในวงชาญชลธี ดวงกมลตกหลุมพรางเลยอนุญาต แต่ก็ไม่วายเป็นห่วง อรรถพลจึงบอกว่าให้วิไลตามไปดูแลด้วยเพื่อความสบายใจของดวงกมลวิไลอึดอัดใจที่ต้องกลับมาเจอกับชาญชัยอีกครั้งเพราะเคยมีความหลังครั้งอดีตกันอยู่ แต่ก็ยอมปลอมมาเป็น น้าวิไล กับหลานขวัญใจ เข้ามาในวง เพราะรักและเห็นใจพาขวัญ ชลธีดีใจที่ได้เจอวิไลแล้วก็ต้องตกใจเมื่อวิไลพาพาขวัญมาด้วยชลธีผิดหวังจากการออกไปสมัครงานที่โรงเรียนสอนดนตรีเพราะคุณวุฒิสูงเกินไป ประกอบกับการเห็นวงดนตรีมีแต่งานจ้างห่วยๆ เลยตัดสินใจโทรหา เอกภพ (จิณณะ จอมขันเงิน) เจ้าของค่ายเพลงที่เพทายแอบให้นามบัตรมา เพราะต้องการขายวงชาญชลธีเพื่อความอยู่รอด เช้าวันรุ่งขึ้น รสรินปล่อยข่าวเรื่องชลธีถูกทำร้ายเพราะพาขวัญ และเห็นวิไลอยู่กับชาญชัยสองต่อสองในยามวิกาล ทำให้คนในวงส่วนใหญ่ไม่พอใจ นอกจาก ชดช้อย (ค่อม ชวนชื่น) อดีตหางเครื่องวัยดึก หวด (อู๊ด เป็นต่อ) และ ป้าน้อย (วันทนา บุญบันเทิง) แม่ครัว ทุกคนสุมหัวกันเม้าท์สองน้าหลานคู่นี้ว่าจะเข้ามาทำให้วงชาญชลธีเปลี่ยนไป รสรินเป่าหูมณีรัตน์ว่าวิไลจะมาเขี่ยเธอออก และเสี้ยมภารวีต่อว่าขวัญใจน่าจะมาเสียบแทนตำแหน่งนักร้องนำเพราะสาวกว่า ภารวีเหม็นหน้าพาขวัญขึ้นมาทันทีที่มหาวิทยาลัย เป็นวันสุดท้ายที่จะเปลี่ยนหัวข้อธีสิสได้ ธนัญญาเห็นธีรวิทย์กับนัชชาเข้ามาคุยกับครูเอก จึงเข้าใจว่าพาขวัญส่งมาให้แจ้งเปลี่ยนหัวข้อแทน เธอจึงพยายามถามครูเอกว่าพาขวัญเปลี่ยนหัวข้อธีสิสเป็นอะไร แต่ครูเอกไม่ยอมบอก แต่ก็กำชับนัชชากับธีรวิทย์ว่าคราวหน้าต้องให้พาขวัญมาด้วยตัวเองพาขวัญถูกมณีรัตน์และหางเครื่องในวงใช้ให้ซักเสื้อผ้าเพราะเป็นหางเครื่องน้องใหม่ ระหว่างนั้นวิไลก็ถือโอกาสซักไซ้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พาขวัญไม่ยอมบอก จนกระทั่งวิไลขู่จะบอกดวงกมล พาขวัญจึงเล่าความจริงทั้งหมด ที่บ้านพาขวัญ ดวงกมลเชิญศรุตมาคุยและขอให้ตามหาที่อยู่ของมาดามเลอคาบูซิเยร์ให้ เพราะเธออยากจะไปเยี่ยมลูกมาก ศรุตรับปากว่าจะหาให้ เพทายพยายามลวนลามพาขวัญและเสนอว่าจะช่วยผลักดันให้เป็นนักร้อง ถ้ายอมเป็นของตน แต่ ผ่องศรี (ณัฐรินทภรณ์ ยืนยง) โผล่มาขัดจังหวะพอดี พาขวัญเลยรอดไปได้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น เจ๊หอมส่งนกเขาปลอมตัวเป็นแม่ค้าขายขนมมาสืบเรื่องงานของวง ได้ความว่าจะมีงานที่วัดหลวงตาเผือกวันเสาร์นี้ เจ๊หอมโกรธที่ชาญชัยไม่แจ้ง คิดว่าจะเม้มเงินที่จะมาใช้หนี้ ชลธีเห็นชาญชัยเอารถแท็กซี่ไปขับหารายได้ เลยคาดคั้นว่าเป็นเพราะต้องส่งตัวเองไปเรียนเมืองนอกใช่หรือไม่ สถานการณ์ทางการเงินของวงถึงได้ย่ำแย่ ชาญชัยบอกว่าเป็นสิ่งที่ตนรับปากพ่อไว้และต้องทำให้ได้งานทำบุญวัดหลวงตาเปลี่ยนเป็นงานโชว์แรกของวงตั้งแต่พาขวัญปลอมตัวเข้ามา ถึงจะไม่ได้ขึ้นเต้นแต่พาขวัญก็ตื่นเต้น แต่แล้วที่หน้าเวทีกลับมีคนดูไม่ถึง 3 คน พาขวัญช็อคมาก ในขณะที่ลูกวงทุกคนโชว์กันอย่างเต็มที่เหมือนเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ก็ไม่ปานพาขวัญงงกับการที่ทุกคนไม่รู้สึกอะไรที่แสดงไปโดยแทบไม่มีคนดู แต่ ผ่องศรี อดีตหางเครื่องที่ผันตัวมาทำเสื้อผ้าบอกว่าเป็นเรื่องปกติที่การแสดงจะต้องเต็มที่ไม่ว่าจะมีคนดูมากน้อยแค่ไหน ด้วยความสนิทสนมกันเพราะพาขวัญต้องมาช่วยซ่อมแซมชุดหางเครื่อง พาขวัญจึงค่อยๆ ใส่ความคิดเรื่องเปลี่ยนสไตล์ชุดหางเครื่องให้ทันสมัยกับผ่องศรี ผ่องศรีเห็นดีด้วย เข้าทางชลธีพอดีที่อยากให้งานโชว์วันเปิดบ่อปลาคาร์ฟออกมาดูดีขึ้น เพราะเอกภพเจ้าของค่ายเพลงพี่ไอจีจะมาดูตามที่นัดไว้ ถึงกับเอาเงินเก็บสมัยเสิร์ฟอยู่ที่เมืองนอกมาช่วยค่าชุดหางเครื่อง ท่ามกลางความดีใจปนแปลกใจของชาญชัยที่เห็นน้องลงทุนพัฒนาวง วันคอนเสิร์ตเปิดบ่อปลาคาร์ฟ ทุกคนที่พาขวัญปกปิดความลับ มาร่วมประชุมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งธนัญญา ศรุต อรรถพล ดวงกมล วงศกร พาขวัญได้แต่แอบอยู่หลังเวทีที่คิดว่าปลอดภัย แต่เเล้วก็เกิดเรื่องเมื่อธนัญญาแกล้งขัดขามณีรัตน์ เพราะหมั่นไส้ที่มาอ่อยวงศกร จนมณีรัตน์ไม่สามารถเต้นเพลงต่อไปได้ ผ่องศรีบอกให้พาขวัญออกไปเต้นแทน เพราะรู้ว่าเธอแอบดูการซ้อมอยู่ตลอดวันงานเทศกาลดนตรีมันแผล็บมากจึงนับเป็นหายนะของพาขวัญโดยแท้ เธอต้องขึ้นเต้นด้วย แล้วยังต้องเปลี่ยนชุดไปกินข้าวกับครอบครัวที่มีศรุตมาด้วย สลับกับกินกาแฟกับครูเอกที่เธอนัดอยู่ร้านติดๆ กัน พาขวัญเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาวิ่งรอกจนเกือบแผนแตก แต่ก็รอดมาได้ด้วยความช่วยเหลือของวิไล ที่เกือบจะทำพังไปเหมือนกันเพราะดันมีเซอร์ไพร์ส แต่ก็กลายเป็นเซอร์ไพร์สนั้นเองที่ช่วยให้พาขวัญรอดมาได้เอกภพถูกใจการแสดงของวงชาญชลธีแต่ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ ไม่ยอมรับปากว่าจะเทคโอเวอร์วงชาญชลธีต่อหรือไม่ พาขวัญมารู้ทีหลังว่าตนแอบถูกชลธีหลอกใช้เพราะต้องการให้คนของพีไอจีมาดูการแสดง เธอเคืองชลธีเป็นอย่างมาก และประกาศว่าจะต่อต้านการขายชาญชลธีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ชลธีได้รับการเชิญจากครูเอกผ่านทางเจ้าของโรงเรียนดนตรีที่เคยไปสมัครงาน แต่คุณวุฒิสูงเกินไป ให้มาช่วยวิจารณ์งานธีสิสเด็กที่ส่งงานด้านดนตรี เป็นโอกาสให้ชลธีได้ยินซาวด์เพลงของธีรวิทย์แล้วรู้สึกชอบ นัชชารู้ว่าชลธีมาจากวงชาญชลธีจึงรีบส่งข้อความไปบอกพาขวัญ พาขวัญจึงวางแผนจะดึงเพื่อนๆ เข้ามาช่วยเธอปรับปรุงวงอีกแรงพาขวัญวางแผนให้ธีรวิทย์เข้ามาทำทีเป็นขอชลธีฝึกงานที่วงชาญชลธี และให้นัชชาปลอมเป็นแฟนขี้หึงของธีรวิทย์ติดตามมาด้วย ชลธีที่ชอบงานของธีรวิทย์อยู่แล้วก็ช่วยพูดกับชาญชัยให้เห็นดีเห็นงามและรับธีรวิทย์เข้ามา เพทายไม่พอใจที่มีคนเข้ามาวุ่นวายในวงมากขึ้น ทำให้แผนการที่เขาวางไว้ในใจจะยุ่งยากขึ้นไปอีก ถ้าวงพัฒนาอย่างนี้ต่อไป ชลธีอาจล้มเลิกความตั้งใจจะขายก็ได้วงชาญชลธีเริ่มดีขึ้น พาขวัญแอบปลื้มใจอยู่ลึกๆ ที่เธอทำให้ชาญชลธี สดชื่น มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เธอเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เป็นหางเครื่องอย่างเต็มตัวบนเวทีบนเวทีคอนเสิร์ตเกิดมาไม่เคยเจอ อันเป็นงานเลี้ยงพนักงานของค่ายเพลงพีไอจี ที่เอกภพอยากให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ดูการเเสดงของวงชาญชลธีก่อนตัดสินใจซื้อ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น เช้าวันเกิดเหตุรสรินแอบใส่สลอดลงไปในอาหารของพาขวัญ แต่บังเอิญมณีรัตน์กลายมาเป็นผู้รับเคราะห์แทน ในขณะที่พาขวัญก็เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเช่นกัน เพทายจึงรีบนำทั้งสองส่งโรงพยาบาล รสรินแอบสะใจ คิดว่าแผนการของเธอนั้นสัมฤทธิ์ผลธนัญญาซึ่งสืบรู้มาแล้วว่าวันนี้พาขวัญจะต้องรีบกลับไปเพื่อทำภารกิจสำคัญมากบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร เธอจึงคิดแกล้งเพื่อนด้วยการถ่วงเวลาในการบรรยายงาน เพราะพาขวัญได้บรรยายเป็นอันดับสุดท้ายต่อจากเธอ ด้วยเลขประจำตัวของพาขวัญนั้นอยู่หลังธนัญญาแม้พาขวัญจะกลับมาที่เวทีอย่างฉิวเฉียด และทำให้รสรินตกใจอยู่ไม่น้อยที่เธอมีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาเต้นได้ แต่คอนเสิร์ตก็ยังไม่สามารถเริ่มทำการแสดงได้ เพราะภารวีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่เหตุการณ์กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ก็ปรากฏว่ามีนักร้องลูกทุ่งชื่อดังแนวหน้าของวงการปรากฏตัวขึ้นกลางเวทีคอนเสิร์ต สร้างความพอใจให้กับพนักงานของพีไอจีเป็นอย่างยิ่ง แถมยังดึงพาขวัญออกมาร้องเพลงคู่อีกด้วย ซึ่งพาขวัญก็ทำได้ดีมากจนทุกคนในวงตกภารวีกลับมายังวงชาญชลธีแล้วบอกว่าเธอถูกวางยาลักพาไปขังไว้โดยใครก็ไม่รู้ รสรินกับมณีรัตน์ใส่ร้ายพาขวัญว่าเป็นคนทำ เพื่อที่จะได้ขึ้นโชว์ร้องเพลงแทนภารวีในงานเมื่อคืน ภารวีเริ่มลังเล ฐานะอันแท้จริงของพาขวัญเกือบถูกเปิดเผย เมื่อวันหนึ่งขณะที่เธอต้องลอบออกไปมหาวิทยาลัย เพื่อรายงาน ความคืบหน้าของงานในช่วงเช้า ทานอาหารกับศรุตในมื้อค่ำ ชลธีแอบสะกดรอยตามพาขวัญไปติดๆ แต่พาขวัญ ก็คลาดสายตาเขาไปอย่างหวุดหวิดทุกครั้ง พาขวัญช่วย จีน่า (บั๊บเบิ้ล-กรกฎ พวงสวัสดิ์) หางเครื่องชายใจหญิงของวง แก้ไขสถานการณ์บางอย่างที่บีบคั้นได้ขณะเข้าตาจน เธอทำโดยไม่ให้จีน่ารู้ แต่ชลธีเห็น เขามั่นใจว่าพาขวัญเป็นคนดีที่ไม่เอาเปรียบใคร พาขวัญกลายเป็นทั้งศิราณีและแม่พระที่คอยให้ความช่วยเหลือและชี้แนะกับทุกคนในวงยามประสบปัญหาจึงยิ่งทำให้ความสัมพันธ์และมิตรภาพของเธอกับเพื่อนๆ ในวงแน่นแฟ้นจนยากที่จะแยกขาดออกจากกัน ส่งผลให้การเก็บข้อมูลเพื่อทำโปรเจ็กต์ของเธอเป็นไปอย่างราบรื่น ชาญชัยพอเก็บเงินก้อนเล็กๆ จากการที่วงมีงานเพิ่มขึ้นได้บ้าง เขาจึงนำไปไถ่แหวนที่ครั้งหนึ่งตั้งใจจะใช้หมั้นหมายกับวิไล แต่ก็มีอันต้องเข้าใจผิดไปเสียก่อน เมื่อออกมาจากร้านทองด้วยความดีใจจะรีบเอาแหวนไปมอบให้หญิงที่ตนรัก โดยไม่ทันระวังชาญชัยถูกรถชนที่หน้าร้านทองนั่นเอง ชาญชัยเสียเลือดไปเป็นจำนวนมากจึงต้องการเลือดโดยด่วน ลูกวงในคณะทุกคนต่างแย่งกัน บริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือเจ้าของวง สร้างความประทับใจให้กับพาขวัญและชลธีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชลธีที่นึกไม่ถึง ว่าทุกคนจะรักและเสียสละให้กับพี่ชายของเขาได้ถึงเพียงนี้การที่ชาญชัยประสบอุบัติเหตุขั้นโคม่าทำให้ต้องใช้เงินมาก ประกอบกับข่าวที่วงโดนจับเรื่องเล่นการพนัน ทำให้ฉาวโฉ่จนถูกแคนเซิลงานจ้างจนเกือบหมด เพทายจึงหลอกให้ชลธีเซ็นเอกสารกู้เงินนอกระบบเพื่อเอาเงินมารักษาพี่ชาย ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ลูกวงชาญชลธีก็ได้ชุ่มชื่นหัวใจอีกครั้ง เมื่อได้รับภาพถ่ายเก่าแก่ ตอนที่หัวหน้าดอกคูณเคยเป็นนักเลงถ่ายคู่กับสมบัติที่ซ่อนเอาไว้ ปัญหาคือมันถูกส่งมาโดยใคร แต่อย่างน้อยข่าวลือที่บอกว่าหัวหน้าดอกคูณเคยเป็นนักเลงมาก่อนก็เป็นความจริง เมื่อถึงตอนลำบากอย่างนี้พอดี ใครบางคนก็พูดถึงขุมทรัพย์ของดอกคูนขึ้นมา เพทายถึงกับหงุดหงิด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นคนเดียวที่พยายามแอบหาที่ซ่อนสมบัติของดอกคูน แต่ตอนนี้ทั้งวงจะลุกขึ้นมาหาสมบัตินี้กันหมด เขาจึงแกล้งบอกว่าเรื่องสมบัติไม่น่าจะมีจริง เป็นเพียงกุศโลบายของดอกคูนที่ต้องการให้ทุกคนอยู่กับวงชาญชลธีไม่หนีหายไปไหน แต่แทบทุกคนก็ไม่เชื่อเพทาย ชดช้อยจำได้เลาๆ ว่าเป็นตัวเลขที่ต้องถอดรหัส ป้าน้อยบอกว่าเป็นรหัสของตู้เซฟที่ยังหาตัวตู้ไม่เจอ ส่วน เบลเบล (เพ็ญนภางค์ ชายด่าน) หางเครื่องรุ่นเดอะที่ยังเต้นอยู่บอกคับคล้ายคับคลาว่าเป็นเบอร์บัญชีธนาคาร แต่ไม่มีใครจำตัวเลขเหล่านั้นได้สักคน เหมือนจะมีการจดไว้ แต่พอไม่รู้ความหมายก็เลิกสนใจกันไป ปฏิบัติการตามล่าพลิกหาตัวเลขจึงเกิดขึ้น คืนนั้นพาขวัญฝันถึงดอกคูนจนตกใจตื่น จึงมายืนมองรูปดอกคูนในห้องของตัวเอง พาขวัญเห็นสายตาของดอกคูนในรูปมองไปที่มุมห้องด้านหนึ่งจึงเดินไปดู เห็นเลขลางๆ บนเสามุมห้อง จนเมื่อปัดฝุ่นแถวนั้นออกจึงเห็นเป็นชุดตัวเลข 8188216832 พาขวัญตื่นเต้นมากจนอยากจะโทรปลุกวิไลที่นอนเฝ้าชาญชัยอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ก็ไม่กล้าชลธียอมรับว่าพีไอจีสนใจอยากให้พาขวัญเซ็นสัญญาเป็นนักร้องจริง แล้วย้อนถามพาขวัญกลับไปว่าเธอจะยอมทำหรือไม่เพื่อช่วยวง พาขวัญปฏิเสธเพราะไม่คิดว่าวิธีนี้จะเป็นทางออก วงชาญชลธีจะต้องกลับมาได้ด้วยตัวเองไม่ใช่เพราะแลกกับตัวของเธอ แล้วถ้าพีไอจีเห็นความสามารถของเธอ ทำไมวงถึงไม่ใช้ประโยชน์จากตรงนี้มาช่วยวง แทนที่จะหาทางออกง่ายๆ ด้วยการขายเธอออกไป เมื่อภารวีออกจากวงไป คนในวงก็เริ่มระส่ำระสาย แต่ก็ยังคงพยายามหาปริศนาตัวเลขต่อไป เมื่อยังคิดไม่ออก หลายคนเริ่มท้อแท้ และคิดจะไปจากวงชาญชลธี แม้ชลธีจะยืนยันว่าถ้าพบสมบัติและนำไปใช้หนี้แล้วก็จะแบ่งให้ลูกวงทุกคนเท่าๆ กัน แต่ก็มีหลายคนตัดสินใจไม่รอ เริ่มจากรสรินที่มีเสี่ยมาติดพันที่ผับที่ไปเป็นโคโยตี้ หลังจากถูกตามตื๊อมานานและเอาเงินมาล่อ รสรินจึงตอบตกลงทิ้งนันทพงศ์ไปอยู่ด้วย ตามด้วยมณีรัตน์ที่พาหางเครื่องกลุ่มหนึ่งออกไปเต้นให้กับวงอื่น โดยทิ้งเพทายไว้ที่นี่ เผื่อเจอสมบัติก็ยังจะมีเอี่ยว แต่แท้จริงแล้วเป้าหมายของมณีรัตน์คือการเข้าไปเป็นนักร้องของค่ายพีไอจี โดยผ่านการช่วยเหลือของเพทายนันทพงศ์เสียใจเรื่องรสรินมาก พาขวัญเข้าไปปลอบจนชลธีมาเห็นเลยเข้าใจผิด คิดว่าพาขวัญโกรธเรื่องที่จะขอให้เธอเซ็นสัญญาเป็นนักร้อง เลยเปลี่ยนใจไปหานันทพงศ์คนซื่อที่แสนดี ระหว่างที่ลูกวงทยอยกันออกไป พาขวัญได้ยินเด็กท่องสูตรคูณเดินผ่านไปเลยนึกออกว่าที่แท้เลขรหัสนั้นคือ สูตรคูณแม่ 8 นั่นเอง เพราะฉะนั้นลายแทงสมบัติจึงน่าจะอยู่ใน สูท(ของดอก)คูน ผ่องศรีจึงไปเอาสูททุกตัวของดอกคูนที่เก็บไว้มาหา แต่ก็ยังไม่พบ และยังคงตีไม่ออกว่า แม่ 8 เกี่ยวข้องอะไรด้วย ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ป้าน้อยนึกขึ้นได้ถึงสูทตัวเก่งของดอกคูนในอดีตที่อยู่ในบ้านชาญชัย ผ่องศรีจึงไปขอชลธีให้เอาออกมาให้ เมื่อตรวจดูก็พบว่าที่ด้านซับในตะเข็บสูทตัวนั้นมีกระดาษแผ่นเล็กซ่อนอยู่ในซองพลาสติกมีคำใบ้เขียนว่า ถนนปลอดทุกข์ ทุกคนแยกย้ายไปตามหาตามความเข้าใจของตน พาขวัญไปหาในห้องพระ ชดช้อยไปหาที่หน้าห้องสุขา หวดไปหาที่ถนนหน้าบ้าน มีเพียงชลธีที่พุ่งไปที่ห้องทำงานเก่าของพ่อที่พาขวัญอาศัยเป็นห้องนอน เพราะเชื่อมโยงได้ว่า จากสูตรคูณแม่ 8 เมื่อรวมกับคำใบ้ถนนปลอดทุกข์ซึ่งคือทางดับทุกข์ หรือ มรรค 8 นั่นเอง และหนทางปฏิบัติมรรค 8 ก็คือ การเดินสายกลาง และที่ดอกคูนชอบเดินก็คือในห้องทำงานเพื่อแต่งเพลง ดังนั้นใต้พื้นไม้กระดานชิ้นที่อยู่ตรงกลางห้องพอดี เขาจึงพบกล่องใส่ซิมการ์ดซ่อนอยู่ที่นั่นด้วยความที่เป็นซิมการ์ดรุ่นเก่า ทุกคนอยากรู้ว่ามันเป็นซิมของใคร อะไร ยังไง แต่ไม่มีใครมีโทรศัพท์รุ่นที่ใส่ซิมแบบนั้นได้เลยมาหาตู้ขายเครื่องโทรศัพท์มือสองที่ตลาดนัดจนได้ไป แล้วพยายามโทรออกไปเบอร์ที่เมมไว้เพียงเบอร์เดียวในซิมนั้น เสียงมือถือของพาขวัญดังขึ้น ทุกคนตกใจคิดว่าเป็นซิมนั้นโทรหาพาขวัญ ปรากฏว่าเป็นวิไลที่โทรมาบอกเรื่องชาญชัยพ้นจากอาการโคม่าแล้ว หลังจากนั้นพอใช้ซิมโทรไปอีกรอบ สัญญาณเลขหมายปลายทางก็บอกเป็นว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก ระหว่างที่ทุกคนง่วนกับการหาขุมทรัพย์ ก็มีคุณหญิงคนหนึ่งโทรมาหาเพทายเรื่องจะจ้างวงไปโชว์ในงานการกุศลหาทุนช่วยเด็กกำพร้าที่โรงแรมละแวกชานเมือง เพทายขอเงินมัดจำล่วงหน้า คุณหญิงบ่ายเบี่ยง อ้างว่าเป็นสมาคมด้านการกุศลใหญ่โต ขอจ่ายที่งานทีเดียว ด้วยความร้อนเงิน ชลธีบอกเพทายว่าอนุญาตตามที่คุณหญิงขอมา พาขวัญไปตามวิไลและรุ่นน้องนักเต้นที่มหาวิทยาลัยมาเสริมในส่วนหางเครื่องที่หายไป ชลธียังคงพยายามโทรตามเบอร์ในซิมของดอกคูนวันละเป็นสิบรอบ แต่ก็ยังไม่มีคนรับสายเมื่อถึงวันงาน วงชาญชลธีไปถึงไม่เจอเจ้าภาพ แถมยังถูกโรงแรมกักตัวไว้ให้จ่ายเงินค่าเช่าห้องจัดเลี้ยง เพราะมีการแจ้งมาว่าวงจะมาเช่าสถานที่เปิดอัลบั้มใหม่ ไม่ใช่เป็นงานการกุศลอย่างที่ว่า ทั้งหมดเป็นแผนการของ 2 แม่ลูก ทิพา (นันทนา บุญหลง) ธนัญญา ทำให้คราวนี้วงชาญชลธีหมดตัวจริงๆ ต้องขายเครื่องดนตรี ไปทั้งวง และเมื่อกลับมาก็พบว่าโทรศัพท์พร้อมซิมที่เสียบชาร์จไว้ในห้องทำงานชาญชัยก็หายไปเจ้าหนี้นอกระบบส่งสมุนมาเตือนชลธีว่าใกล้กำหนดจ่ายเงินแล้ว พาขวัญช็อคเมื่อรู้ว่าชลธีไปกู้หนี้มาเพื่อรักษาชาญชัย ชลธีบอกว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณพี่ชายที่เสียสละหาเงินส่งเขาเรียนเมืองนอก เมื่อพี่ชายประสบอุบัติเหตุแบบนี้ เขาจะนิ่งดูดายไม่ได้ พาขวัญเริ่มคิดเรื่องเซ็นสัญญากับค่ายพีไอจีเพื่อช่วยชลธี ชลธีเสียใจจนหมดแรงที่จะทำอะไรได้ เขาบอกพาขวัญให้กลับไปอยู่บ้าน แต่พาขวัญอาสาจะอยู่เป็นเพื่อนชลธี ชายหนุ่มซึ้งในน้ำใจพาขวัญ ตกดึกพาขวัญนั่งรวบรวมข้อมูลธีสิสที่ได้จากการเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกในวงชาญชลธีมาร่วมสามเดือน เธอเห็นไฟในห้องนอนชลธีเปิดอยู่จึงไปอุ่นนมร้อนมาให้ แต่คลาดกับชลธีที่เดินไปหาพาขวัญที่ห้องทำงานดอกคูน พาขวัญเดินกลับมาที่ห้องก็พบว่าชลธีกำลังอ่านข้อมูลที่ในแล็ปท็อปของเธออยู่ชลธีเสียใจและผิดหวังมากที่มองพาขวัญผิดไป ที่แท้เธอก็เข้ามาในวงชาญชลธีเพียงเพื่อต้องการข้อมูลในการทำธีสิสแค่นั้นเอง พาขวัญพยายามอธิบาย แต่ชลธีก็ไม่ฟัง ไล่ให้พาขวัญกลับบ้านไป เจ้าหนี้นอกระบบมาทวงหนี้แต่ชลธีไม่มีให้ เลยถูกขนของไปจนหมดบ้าน นกเขามาเห็นพอดีจึงรีบโทรบอกเจ๊หอมให้รีบมาเอาของไปบ้าง เดี๋ยวจะไม่เหลืออะไร ด้วยพอจะรู้ลู่ทาง นกเขาจึงเข้าไปขนเครื่องดนตรีและของที่จะพอมีเหลือในห้องดอกคูน นกเขาถึงจะกลัวแต่ก็เข้าไปขนของในห้องนั้นจนเกลี้ยง โดยขนขึ้นรถนันทพงศ์ที่จอดอยู่นอกรั้วบ้านไป ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น พาขวัญโทรบอกวิไลเรื่องทั้งหมด และฝากวิไลกลับไปดูชลธีบ้างแต่อย่าเพิ่งบอกชาญชัยว่าวงแตกแล้ว ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลเธอจะขอให้อรรถพลช่วยออกให้ วิไลรับปากด้วยความเป็นห่วงทั้งพาขวัญและชลธีชลธีนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ในบ้านที่ไม่เหลืออะไร มีเพียงกองใบแจ้งหนี้สุมเต็มไปหมด แก๊งทวงหนี้นอกระบบบุกเข้ามาแล้วอุ้มชลธีไป ชลธีถูกพาไปรุมซ้อมในเซฟเฮ้าส์และบังคับให้เลือกระหว่างส่งยาเสพติดใช้หนี้ หรือจะยอมขายตัวให้กะเทย ชลธีไม่ยอมทั้งสองอย่างเลยถูกซ้อมจนสลบไป นันทพงศ์ตัดสินใจจะบวช แต่หลวงตาเผือกเห็นว่าจิตใจยังไม่สงบ จึงบอกให้อาศัยเป็นเด็กวัดไปก่อน จนกว่าจะตัดทางโลกได้จริง ชลธีฟื้นขึ้นมาในห้องนอนของแจ๊คเกอลีน เศรษฐีกะเทยไทยวัยดึก เขาขอให้แจ๊คเกอลีนปล่อยเขาไป แต่แจ๊คเกอลีนปฏิเสธ หลังจากที่แจ๊คเกอลีนได้รับรู้ราวเรื่องชีวิตของชลธี จึงวางแผนให้ชลธีอาศัยอยู่ในบ้านเธอไปก่อน โดยอ้างกับทางเจ้าหนี้ว่าติดใจในตัวชลธี ทั้งที่ความจริงไม่ได้มีอะไรกัน แต่เพื่อให้เขาหลบจากการตามของทีมทวงหนี้ ในระหว่างที่เธอจะจัดการเคลียร์หนี้ทั้งหมดกับทางเจ้าหนี้นอกระบบให้ โดยมีสัญญาใจกันบางอย่างกับชลธี วิไลถ่วงเวลาให้ชาญชัยอยู่โรงพยาบาลให้นานที่สุด เพราะไม่อยากให้ออกมารับรู้เรื่องชาญชลธีวงแตก จึงขอให้พาขวัญมาเยี่ยมชาญชัยแล้วเล่าเรื่องความเป็นไปในวงเพื่อให้ชาญชัยสบายใจขึ้นรสรินถูกเสี่ยโรคจิตจับขังล่ามโซ่ไว้ในบ้านเหมือนสัตว์เลี้ยง ไม่ยอมให้ออกไปไหน และไม่ให้ติดต่อใครเด็ดขาด คืนหนึ่งรสรินเห็นพาขวัญไปรับโทรศัพท์ในงานการกุศลออกทีวี เลยออกอุบายเอามือถือจากคนรับใช้ของเสี่ยที่คอยเฝ้าเธออยู่มาโทรไปขอให้พาขวัญช่วย พาขวัญโทรบอกนันทพงศ์ให้ไปด้วยกัน ในที่สุดก็ช่วยรสรินออกมาได้ พาขวัญพารสรินมาพักอยู่ที่บ้านของเธอ ในฐานะญาติของวิไล ชาญชัยตื่นขึ้นมาเห็นข่าวไฟไหม้สำนักงานของตัวเองจึงหนีออกจากโรงพยาบาล เพื่อกลับไปดู ขณะที่วิไลกำลังออกมารับสายดวงกมล ที่โทรมาต่อว่าเรื่องที่สมรู้ร่วมคิดกับพาขวัญไปอยู่ในวงดนตรีลูกทุ่ง วิไลตกใจมากว่าดวงกมลรู้ได้ยังไง ดวงกมลบอกให้วิไลดูข่าวทีวี เธอจึงได้เห็นคลิปหลุดลูกสาวรัฐมนตรีเต้นหางเครื่อง ซึ่งถูกปล่อยออกมาโดยธนัญญา ดวงกมลโกรธมากจนสั่งวิไลไม่ต้องกลับมาทำงานกับเธออีก เมื่อกลับเข้ามาที่ในห้องคนป่วย ชาญชัยก็หายไปแล้ว วิไลทำอะไรไม่ถูกดวงกมลไล่รสรินออกจากบ้านไปเพราะรู้ว่าเป็นหางเครื่องที่อยู่ในคลิปกับพาขวัญ พาขวัญแอบหนีตามรสรินไปด้วยโดยความร่วมมือของ จิ๋วหลิว (จุ๊กกะดุ๋ย-ดนยา รัตนธาดา) คนรับใช้ร่างอวบ ทั้งคู่มาหานันทพงศ์ที่วัดหลวงตาเผือก นันทพงศ์บอกว่ากำลังจะไปที่สำนักงานเพราะเพิ่งรู้ข่าวจากหลวงตาว่าเกิดไฟไหม้ที่สำนักงานชาญชลธี เหล่าบรรดาผู้แพ้ทั้งหลายได้มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย ทั้งชาญชัย พาขวัญ นันทพงศ์ รสริน ภารวี จีน่าและวิไลที่ตามมาทีหลัง ภารวีขอโทษวิไลที่หลงเชื่อและทำตามแผนการณ์ของมณีรัตน์ ทำให้ชาญชัยและวิไลเข้าใจผิดกัน ชลธีขอแจ๊คเกอลีนกลับมาดูบ้าน และได้พบกับชาญชัย สองพี่น้องโผเข้ากอดกัน ชลธีขอโทษที่รักษาวงของพ่อไม่ได้ ชาญชัยบอกไม่เป็นไรยังพอมีอีกทางคือเขาได้สมัครส่งวงเข้าประกวดชิงเงินรางวัล 5 ล้านบาทไว้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ชลธีแนะนำให้ชาญชัยรู้จักกับแจ๊คเกอลีน แฟนคลับของดอกคูนตั้งแต่เริ่มตั้งวงใหม่ๆ พอรู้ว่าชลธีเป็นลูกของดอกคูนก็เลยช่วยเหลือและเคลียร์กับเจ้าหนี้นอกระบบให้ แจ๊คเกอลีนบอกว่าจะช่วยชุบชีวิตของวงชาญชลธีขึ้นใหม่ ให้ไปตามทุกคนกลับมาให้ทันประกวดชลธีอาสาแต่งเพลงสุดท้ายที่ยังแต่งไม่จบของพ่อให้สำเร็จ โดยมีธีรวิทย์ช่วยเข้ามาทำซาวน์ดนตรีให้ทันสมัยแต่ก็ยังมีความเป็นลูกทุ่งชัดเจนอยู่ในเพลง และที่เซอร์ไพรซ์สุดๆ ก็คือ เจ๊หอมเข้ามาประกาศยกหนี้ให้และยกโกดังเก่าของเธอให้เป็นที่ซ้อมพร้อมคืนเครื่องดนตรีที่ยึดมาให้กับวงอีกด้วย โดยมีข้อแม้ว่าชาญชัยจะต้องยอมหอมแก้มเธอแล้วถ่ายเซลฟี่ ชาญชัยทำตามด้วยความยินดี และบอกว่าถ้าชนะแล้วได้เงินรางวัลมาจะเอาไปใช้หนี้เจ๊หอมทุกบาททุกสตางค์...แสงสว่างเริ่มปรากฏที่ปลายอุโมงค์ในวันประกวดซึ่งเป็นวันเดียวกับที่พาขวัญต้องส่งงานธีสิสจบการศึกษาของเธอ วงชาญชลธีจับสลากได้เป็นวงสุดท้ายในการขึ้นประกวด ด้วยเพลงที่แต่งใหม่ของชลธี โดยมีพาขวัญเป็นคนร้อง นัชชาออกแบบชุดให้ เจ๊หอมเป็นแม่ยกร่วมกับแจ๊คเกอลีน ส่วนค่ายพีไอจีโดยเอกภพก็ส่งมณีรัตน์ขึ้นโชว์ในงานเพื่อเป็นการเปิดตัวศิลปินใหม่ในงานนี้ด้วย โดยมณีรัตน์ลิปซิงค์เสียงของภารวี แจ๊คเกอลีนเป็นคนซื้อเพลงของดอกคูนทั้งหมดจากเพทายตอนเพทายร้อนเงินเพราะเสียพนันในบ่อน แล้วให้ชลธีเอามาคืนชาญชัย พาขวัญรีบกลับมาเพื่อให้ทันส่งงานที่คณะ แต่ก็ถูกสื่อมวลชนรุมขอสัมภาษณ์ ทำให้กลับมาที่มหาวิทยาลัยไม่ทัน ครูเอกบอกให้เธอรอส่งงานใหม่ปีหน้า ธนัญญาถูกเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายมาทวงวงศกรคืนในงานส่งธีสิส โดยที่ลักษมีเป็นคนหักหลังให้ข้อมูลของธนัญญากับเมียหลวง ศรุตตามไปช่วยปลอบใจธนัญญาพาขวัญตัดสินใจแสดงงานของตัวเองที่ในโรงอาหาร ไม่ว่าครูเอกจะตัดสินให้คะแนนผลงานของเธอหรือไม่ คนในวงชาญชลธีตามมาทันและช่วยประกอบร่างโชว์ของพาขวัญให้ออกมาจนได้ นักการภารโรง รปภ. แม่ค้า ตลอดจนนักศึกษาต่างสนุกสนานไปกับโชว์ของพาขวัญ อรรถพลขึ้นไปร่วมแสดงกับลูกสาวแบบที่ไม่ได้เตรียมตัวกันมาก่อน สร้างความตื่นเต้นให้คนดูมาก นักแสดง ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น อัปสรสิริ อินทรคูสิน รับบท พาขวัญปรัชญ์ ปรมิณ รับบท ชลธีอาราดา พรหมพฤกษ์ รับบท วิไลวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท ชาญชัยนวพล ภูวดล รับบท เพทายแพร เอมเมอรี่ รับบท ภารวี นทีกาลวรรษพร วัฒนากุล รับบท มณีรัตน์ณัฐรินทภรณ์ ยืนยง (อิน บูโดกัน) รับบท ผ่องศรีหทัยชนก สวนศรี (ทราย KPN) รับบท รสรินกฤษฎี พวงประยงค์ รับบท นันทพงศ์

เบื้องหลังกองละครหางเครื่อง ปรัชญ์ - อ๋อง แต่งชุดหางเครื่อง
คันปาก

คันปาก - วันนี้คันปากมีภาพเบื้องหลังของนักแสดงหางเครื่องในแต่งตัวมาฝาก บรรยากาศจะเป็นอย่างไรไปชม...

นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด
สายการบิน /  เครื่องบิน / 

อุบัติเหตุเครื่องบินแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะมีผู้รอดชีวิตมากน้อยแค่ไหน ก็ล้วนสะเทือนขวัญผู้คนไม่น้อย และทุกครั้งที่มีผู้รอดชีวิต ก็มักจะถามไถ่กันเสมอว่า นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด นั่งตรงไหน รอดมาได้อย่างไร หากต้องเผชิญกับอุบัติภัยต่างๆ นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด “นั่งตรงไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น” หลายๆ ความเห็นอาจจะคิดเช่นนี้ หรือไม่ก็ “แล้วแต่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดตรงไหน” นี่ก็พิจารณาตามสถานการณ์ นิตยสารป็อบปูลา มาแคนนิกส์ (The Popular Mechanics) เคยวิจัยโดยการวิเคราะห์ทางสถิติไว้ว่า ที่นั่งบนเครื่องบิน... นั่งด้านท้ายปลอดภัยกว่า จากการศึกษาสถิติจากอุบัติเหตุต่างๆ ของสารพัดสายการบินที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาได้นำข้อมูลอุบัติเหตุ 20 ครั้ง พร้อมทั้งแผนผังที่นั่งของผู้โดยสารมาวิเคราะห์ โดยแบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน สรุปได้ว่า ยิ่งอยู่ห่างจากหัวเครื่องบินเท่าใด ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น โดยสถิติผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินส่วนใหญ่ 40% มีที่นั่งบริเวณหางเครื่องบิน   นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ? ........................................................................................ วิเคราะห์ได้ดังนี้ อุบัติเหตุ 11 ใน 20 ครั้ง ผู้โดยสารที่นั่งแถวท้ายๆ ส่วนใหญ่ปลอดภัย หรือประสบเหตุเบากว่า โดยใน 7 กรณีของกลุ่มนี้ผู้โดยสารที่ปลอดภัยนั่งอยู่ในแถวท้ายๆ อีกทั้งได้ยกตัวอย่างอุบัติเหตุในปี 2525 กับสายการบินฟลอริดา (Air Florida) ที่เกิดขึ้นในวอชิงตันดีซี และปี 2515 กับอีสเทิร์น 727 (Eastern 727) ที่ท่าอากาศยานเคนนาดี ในนิวยอร์ก ซึ่งผู้โดยสารของทั้ง 2 กรณีที่รอดชีวิตล้วนนั่งอยู่บริเวณหางของเครื่องบิน อีกทั้งยังมีกรณี ดีซี-8 ของสายการบินยูไนเต็ด (United DC-8) เกิดน้ำมันหมดกลางอากาศใกล้กับพอร์ตแลนด์ ในปี 2519 มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ทั้งหมดล้วนนั่งอยู่ใน 4 แถวแรก นอกจากนี้ มีอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งเท่านั้นที่ผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าประสบเหตุเบากว่า เพราะเหตุเกิดที่บริเวณปีก ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 5 เกิดระหว่างปี 2531-2535 อย่างอุบัติเหตุในปี 2532 ที่ไอโอวากับสายการบินยูไนเต็ด มีผู้โดยสารรอดชีวิต 175 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ห้องผู้โดยสารส่วนหน้าปีกและส่วนหัว และอีก 3 ครั้งที่ทั้งผู้นั่งส่วนหัวและท้ายเครื่องมีโอกาสรอดชีวิตพอๆ กัน ส่วนผู้ที่นั่งบริเวณหัวลำปลอดภัยนั้น มีเพียง 1 กรณีเท่านั้น ในปี 2532 เครื่องโบอิง 737-400 ของสายการบินยูเอสแอร์ (USAir) เกิดอุบัติเหตุบนทางวิ่ง (รันเวย์) มีผู้โดยสารเสียชีวิตเพียง 2 รายคือ ผู้ที่นั่งในแถวที่ 21 และ 25 ........................................................................................ เมื่อคำณวนตามอัตราการรอดชีวิตแล้ว สรุปว่า ผู้ที่นั่งเคบินท้ายมีอัตราการรอดชีวิตถึง 69% หากเกิดอุบัติเหตุ และไล่ขึ้นมาในเคบินส่วนปีกโอกาสรอด 56% เสมอกับเคบินส่วนหน้าปีก **** เคบินที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำสุดคือเคบินแรก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ โดยมีอัตราการรอดชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุเพียง 49% ........................................................................................ ประเมินภาพรวมแล้ว อัตราการรอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนของเครื่องก็ตาม เมื่อแน่ใจว่ารัดเข็มขัดแน่นแล้ว ก็ทำใจให้สบาย ตั้งใจฟังลูกเรือแนะนำกรณีฉุกเฉินต่างๆ และประคองสติให้มั่นขณะเกิดเหตุ อุบัติเหตุเมื่อปี 2531 กับเครื่องบินโบอิง 737 ที่สหรัฐอเมริกา มีผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่อยู่ส่วนเคบินแรก ซึ่งนับเป็นอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งที่ผู้โดยสารส่วนหน้ารอดชีวิต จากกลุ่มตัวอย่างมา 20 กรณี (ภาพ : AP/Wide World Photos)   ภาพจากป็อบปูลา มาแคนนิกส์ที่แบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน เมื่อวิเคราะห์ตามสถิติ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สีเขียว-ห้องผู้โดยสารส่วนท้าย (Rear Cabin) คือส่วนที่มีโอกาสรอดถึง 69%, สีเหลืองประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือห้องผู้โดยสารที่บริเวณปีกและหน้าปีก มีอัตรการรอดชีวิต 56% และส่วนสีแดง-ห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ (First/Bussiness Class) มีโอกาสรอดชีวิต 49% (และยิ่งอยู่แถวหน้าโอกาสรอดต่ำลงไปอีก) ...............................................................  นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ที่มา : ผู้จัดการ สิ่งที่ควรรู้เมื่ออยู่บนเครื่องบิน