หางเครื่อง

ภรรยาสายัณห์แถลงเล็งตั้งมูลนิธิ-เผา19ธ.ค.
ข่าวสายัณห์ สัญญา /  งานศพสายัณห์ สัญญา / 

ผจก.-ภรรยา แถลง สวด "สายัณห์" ถึง 30 ก.ย. เผา 19 ธ.ค. วัดป่าเลไลยก์ เล็งตั้งมูลนิธิ สายัณห์ ให้ทนายดูแลเงินบริจาค ขอบคุณ "เสก โลโซ" ทำอัลบั้มให้ นายมานิตย์ อังกินันทน์ ผู้จัดการส่วนตัว และ นางวรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยาและลูกๆ ของ "พี่เป้า" สายัณห์ สัญญา แถลงข่าวเปิดเผยว่า จะมีการตั้งสวดพระอภิธรรมศพ พี่เป้า สายัณห์ ที่วัดไร่ขิง ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน และตั้งศพ 100 วัน ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายศพไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี ในวันที่ 10 ธันวาคม และทำการฌาปนกิจ ในวันที่ 19 ธันวาคม พร้อมกับแต่งตั้ง นายปรัชญา ก้อนจันทร์ ทนายความ เพื่อมาดูแลในเรื่องของเงินบริจาคและทรัพย์สินอื่นๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสขึ้น ส่วนในเรื่องการจัดทำแสตมป์ของพี่เป้า สายัณห์ นั้น เบื้องต้นได้มีการรวบรวมรูปภาพของพี่เป้า ให้กับกรมไปรษณีย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับขอบคุณเสก โลโซ และเพื่อนๆ ที่ได้มีการจัดทำอัลบั้มพิเศษให้กับพี่เป้า สายัณห์ และจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้อีกครั้ง ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ที่โรงเบียร์เยอรมัน ตะวันแดง เลียบด่วนรามอินทรา และเผยว่า จะมีการจัดตั้งมูลนิธิ สายัณห์ สัญญา ขึ้นด้วย แต่รายละเอียดอื่นๆ นั้น ยังอยู่ในระหว่างการพูดคุยตกลงกัน และในส่วนของการสวดพระอภิธรรม ในค่ำนี้เวลา 19.00 น. จะมีวงดนตรี หางเครื่อวงสายัณห์ สัญญา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ก่อนที่จะมีการแสดงโชว์วงดนตรีย้อนยุคแบบสายัณห์ สัญญา ในคอนเสิร์ตค่ำนี้ เรียกว่าเป็นการรวมนักดนตรี หางเครื่อง และทีมงานกว่า 100 ชีวิต เพื่อมาร่วมไว้อาลัยให้กับ พี่เป้า สายัณห์ เป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางวรรณพร ภรรยาและลูกๆ ของ พี่เป้า สายัณห์ รวมถึงคนใกล้ชิดและมิตรรักแฟนเพลง ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุ 100 รูป เพื่อเป็นการทำบุญครบรอบ 7 วัน ของการเสียชีวิตของพี่เป้า สายัณห์ ด้วย

แฟนๆวงออกัส กรี๊ดสนั่น 13 หนุ่ม เต้นยับ เต็มวงสวิง
August Let's Swing Aha Aha Concert /  กู๋ / 

แฟนๆวงออกัส กรี๊ดสนั่น 13 หนุ่ม เต้นยับ เต็มวงสวิง เรื่อง และ ภาพ โดย SuperRyu -- เต้นยับเต็มวงสวิง สมชื่อ Let's Swing Aha Aha กับคอนเสิร์ตใหญ่ แบบเต็มโชว์ครั้งแรก ของ 13 หนุ่มวงออกัส นำทีมโดย พิช,นน,นายน์,อ๋อง,แมค,โจ้,เติ้ล,อาร์ม,แวน,ไมค์,เพชร,ต่อ และ กู๋ (ครบแล้วทุกคน ฮิ) ในคอนเสิร์ต August Let's Swing Aha Aha Concert ที่ เจเจมอลล์ เมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมา งานนี้บอกได้คำเดียวเลยครับว่า แดนซ์กระจาย มันส์สุดเหวี่ยง เต็มวงสวิง พร้อมกับโชว์สุดพิเศษแบบที่คุณไม่เคยเห็น พร้อมคลิป จากงานคอนเสิร์ต ในครั้งนี้แบบเต็มอิ่ม เต็มตา (ฉบับ Director Cut) 14 นาที 17 วินาที มาดูบรรยากาศหน้างานก่อนคอนเสิร์ตเริ่มกันก่อนนะครับ นอกจากจะมีของที่ระลึกจาก ออกัส จำหน่ายแล้ว ยังมีการประมูล ภาพ 13 หนุ่มออกัส อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เฟรมภาพหน้าปก RadioDrome พร้อมลายเซ็น,ภาพๆของ สมาชิกวงออกัส ทั้งจากในหนัง และ จากมินิคอนเสิร์ตต่างๆ โดยรายได้มอบให้เป็นการกุศลอีกด้วย จะเข้าไปดูคอนเสิร์ตออกัสน่ะ มีบัตรยัง 555 แอบเนียนกับแฟนคลับ 13 คน 13 บ้าน อันนี้รู้สึก จะรวมทุกบ้าน ออกแนว แอบถ่ายบ้างอะไรบ้าง ก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม มาร่วมทำบุญกันดีกว่า ด้วยการ ประมูลภาพของ หนุ่มๆ วงออกัส ตัวนี้คุ้นๆนะ กุ๊บกิ๊บ ก็มา อันนี้แบบเดี่ยวๆ มาริโอ้ ตามมาสมทบทีหลัง อันนี้ถ่ายตอนที่ ตัวอย่างหนัง บุปผาราตรี 3 กำลังฉาย เริ่มต้นคอนเสิร์ตของ 13 หนุ่ม วงออกัส ด้วยโชว์เต้นยับแบบนันสต็อป โดยขนเพลงเด็ดๆ จากอัลบั้ม Radiodrome มาให้แฟนๆได้แดนซ์กันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เพลง Radio,เช้า-เย็น,อาจจะเป็น,ฉันและเธอ รวมทั้ง คุณยังจะได้ฟังเพลง "หลับตา" (Ost.ฝัน หวาน อาย จูบ) เวอร์ชั่นพิเศษ เฉพาะในคอนเสิร์ตนี้เท่านั้น ความสนุก ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านั้น เพราะทันทีที่ พีเจจั๊ด (Max 103) เข้ามาทักทายหนุ่มๆ ในแบบ พี่เบิร์ด (จากหนังเรื่อง ฝัน) ก็เรียกเสียงฮาเป็นระยะ ระยะ พร้อมเซอร์ไพร์สเด็ดๆ จาก "มาริโอ้" ที่มาพร้อมมาลัยคล้องคอ และประโยคเด็ดๆ จากหนัง "รักแห่งสยาม" ดังในใจความของหนังตอนหนึ่ง เอ่ยว่า "เพลงเพราะดีนะ" งานนี้บรรดาแฟนคลับถึงกับกรี๊ดสนั่น เจเจมอลล์กันเลยทีเดียว จากนั้น "มะเดี่ยว" พี่ใหญ่ประจำวง ก็ขอบรรเลงเพลงรัก(แห่งสยาม) ให้แฟนคลับได้กรี๊ดบ้างอะไรบ้าง ในเพลง "Ticket (Round Trip)" ก่อนที่จะมาถึงคิวของ พีเจจั๊ด อีกครั้ง พร้อมลีลาเต้นยับเต็มวงสวิง ในเพลง "เจงกิสข่าน" ย่อหน้าแรกว่าสนุก ย่อหน้านี้ สนุกกว่า เมื่อเทพเจ้าเท้าไฟอย่าง พี่โต้ ชีริค ติ๊ก ชีโร่ ขอโชว์Step สหวีวี่วี บนเวที งานนี้ไม่เต้นไม่ได้แล้วล่ะ เพราะเพลงที่พี่ติ๊กขนมาแต่ละเพลง ชวนขยับทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ค้างคาว,ไชโย และ ออกมาเต้น เรียกเสียงกรี๊ด และ เรียกเหงื่อเมื่อยามเต้นในเวลาเดียวกัน แดนซ์ติดกันมาหลายเพลงแล้ว อาจจะเริ่มเหนื่อย พักเบรคด้วยเพลงช้าๆ เพราะๆ จากอีกหนึ่งแขกรับเชิญ พลอย ณัฐชา ในเพลง คืนอันเป็นนิรันดร์,ฝันหวานอายจูบ ก่อนที่หนุ่มๆ กลับมาอีกครั้ง กับ 3 เพลงเพราะๆ อย่าง เพียงเธอ,จำได้ไหม และ ยังคง คอนเสิร์ตเริ่มแล้ว เตรียมตัว และ เตรียมเต้น พี่มะเดี่ยว พี่ใหญ่ของน้องๆ ออกัส ก็ขอร่วมด้วยช่วยโชว์ พิช : พี่เบิร์ด ผมคืนแหวนให้พี่ไปแล้วตั้งแต่ในหนัง ฮิพีเจจั๊ด หรือ พี่เบิร์ด ในหนัง "ฝัน" : จุ๊ จุ๊ มีเซอร์ไพร์ส มาริโอ้ มาเป็นแขกเซอร์ไพร์สบนเวที เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้อย่างมาก ถึง มากที่สุด พี่โต้ ชีริก ติ๊ก ชีโร่ แม้จะไม่ได้โชว์เพลง สหวีวี่วี แต่ความสนุกบนเวที มิได้จางหาย เต้นกระจาย ทั้งแฟนคลับ และนักข่าว 555 ปิดท้ายความสนุกเต็มวงสวิง ด้วยโชว์ชวนโจ๊ะจาก ตัวแม่ของวงการเพลงลูกทุ่ง อาภาพร นครสวรรค์ และทีมหางเครื่องแบบเต็มโชว์ รวมทั้งอีกหนึ่งเซอร์ไพร์สที่คาดไม่ถึงของหนุ่มๆ วงออกัส นั่นก็คือ โชว์แบบลูกทุ่ง งานนี้เรียกเหงื่อกันอีกซักรอบ ด้วยเพลง จ้างพี่ก็ไม่รัก,อารมณ์เสีย รวมทั้ง เพลง ดวงตะวัน ที่เรียบเรียงใหม่ให้แดนซ์ได้มันสะใจมากยิ่งขึ้น ปิดท้ายความมันส์กันด้วยเพลง "แสงสว่าง" เพลงใหม่จากวงออกัส และ เพลง ขอบคุณกันและกัน เป็นการขอบคุณแฟนเพลงที่ให้การสนับสนุนผลงานของวงออกัสด้วยดีตลอดมา เห็น นน แซวว่า นายน์ จะดูเท่มาก เมื่อเวลาเป่าแซ็ก จริงรึเปล่า ถามแฟนคลับล่ะกัน ปิดท้ายที่ น้องโจ้ คอนเฟิร์มได้ ว่าไม่ได้ใบ้หวยแต่อย่างใด มาดูคลิปบางส่วนจากคอนเสิร์ต August Let's Swing Aha Aha แบบเต็มๆ 14 นาที 17 วินาที ออกัส คอนเสิร์ต Let Swing Aha Aha - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ ภาพคอนเสิร์ต ยังมีให้ดูอีกเพียบ ตามดูต่อได้ที่ Gallery ด้านล่างนะครับ

เบื้องหลังกองละครหางเครื่อง ปรัชญ์ - อ๋อง แต่งชุดหางเครื่อง
คันปาก

คันปาก - วันนี้คันปากมีภาพเบื้องหลังของนักแสดงหางเครื่องในแต่งตัวมาฝาก บรรยากาศจะเป็นอย่างไรไปชม...

หางเครื่อง - ปรัชญ์ ปรมิณ กับฉากอุ้มน้องแดนซ์เซอร์
หางเครื่อง /  ปรัชญ์ ปรมิณ / 

เส้นทางบันเทิง - กองถ่ายละคร หางเครื่อง คืนนี้มีฉากเด็ดที่ ปรัชญ์ ปรมิณ บอกได้คำเดียวว่า "ช้อบ..ชอบ" เหตุเพราะน้องแดนซ์เซอร์ลูกทีมของนางเอก "กรีน อัษฎาพร" คนนี้ล่ะที่ปรัชญ์ ยืนยันกับผุ้กำกับด้วยตัวเองว่าสู้ตายทุดเทค ยังไงก็ไหว

กุยช่ายร้านเจ๊มล ตลาดน้ำ วัดศาลเจ้า ของอร่อย ย่านปทุมธานี
กุยช่าย /  วัดศาลเจ้า

ไปวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ทีไร เป็นต้องแวะตลาดน้ำวัดศาลเจ้า ที่นี่รวมของอร่อยๆ เยอะมากๆ วันนี้ขอแนะนำ กุยช่ายร้านเจ๊มล ซึ่งต้องบอกว่า กว่าจะได้ทาน ต้องต่อแถวยาวๆ (เทรนด์นี้ มาก่อน กาเร็ตป๊อปคอร์นซะอีก) ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย แถวยาวมากๆ สำหรับร้านกุยช่ายเจ๊มล เปิดมานานมากๆ คนก็เข้าแถวซื้อแบบนี้แหละ สังเกตดูรูป ดารา ออกรายการทีวี หนังสือพิมพ์มาสารพัดจริงๆ ของอร่อยต้องใจเย็นๆ รอกันนิดหนึ่งนะ กุยช่าย มีทั้งทอด ไม่ทอดนะ อันนี้ไม่ได้ทอด อร่อยกันคนแบบ แล้วแต่ใครชอบ กุยช่ายร้านเจ๊มล อยู่ใกล้กับวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ขายกันมามากว่า 30 ปี แล้ว กุยช่ายแป้งบางๆ มีหลากหลายไส้ เช่น เผือก กุยช่าย มันแก้ว มีทั้งแบบนึงและทอด ใส่ไส้เยอะห่อด้วยแป้งบางๆจนเห็นไส้ข้างใน นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นอีก เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอดหางเครื่อง กุยช่ายปากหม้อ สาคูไส้หมู ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขายหน้าร้านแล้วยังมีบริการส่งถึงบ้านและรับจัดนอกสถานที่อีกด้วยนะ แผนที่ร้าน กุยช่านเจ๊มล

เพลงฮิต ละครดัง เพลงประกอบละคร
ฟังเพลงออนไลน์ /  เพลงประกอบละคร / 

หลากหลาย เพลงประกอบละคร สุดฮิต รวบรวมมาให้ได้ฟังกับต่อเนื่อง ที่สถานี เพลงฮิตละครดัง รวมเพลงประกอบละคร หลากหลายเรื่อง หลากหลายแนว สามารถแนะนำเพลงให้กำลังใจกันได้ทางอีเมล์ music@mthai.com Playlist สถานี เพลงฮิตละครดัง 1. เธอไม่ต้อง - โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ - รักออกฤทธิ์ 2. รักออกฤทธิ์ - โย่ง อาร์มแชร์ - รักออกฤทธิ์ 3. มีใจก็พอ - กลม อรวี - ครีบนี้หัวใจมีเธอ 4. หนีก็รัก - ชิน ชินวุฒ;วริฎฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร - หนีก็ล่า ซ่าก็รัก 5. อาจเป็นคนนี้ - ดีลิเลียน อัลฟอร์ด (ดี The Star) - เล่ห์นางฟ้า 6. เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่ - Yes'sir Days feat.ฟิล์ม บงกช - อย่าลืมฉัน 7. ยิ่งเกลียดยิ่งรัก - โดม ปกรณ์ ลัม - เสน่หาสัญญาแค้น 8. คนแพ้ที่ไม่มีน้ำตา - เบิร์ด ธงไชย - อย่าลืมฉัน 9. ยิ่งรักยิ่งห่าง - สิงโต นำโชค - CLUB FRIDAY THE SERIES 4 หรือรักแท้จะแพ้ความต่าง 10. ฉันก็รักของฉัน - นิว จิ๋ว - สามีตีตรา 11. ไม่เจ็บอย่างฉันใครจะเข้าใจ - ฟิล์ม บงกช - สามีตีตรา 12. ยกเว้นเรื่องเธอ - แพรว คณิตกุล - คิวบิก 13. ผู้หญิงในเงา - เอมี่ กลิ่นประทุม - แหม่มจ๋า 14. ที่สุดท้าย - เจนนิเฟอร์ คิ้ม - สุสานคนเป็น 15. คมพยาบาท - รังสิมา มีพันธุ์ - คมพยาบาท 16. กรุณาฟังให้จบ - เติ้ล ธนพล - หางเครื่อง 17. มามะ มาเลย - แคทรียา อิงลิช - สาวน้อยคาเฟ่ 18. IG หลายใจ - เรยา ไวยาวัจกร - สัญญาเมื่อสายัณห์ 19. Your Garden - ตู่ ภพธร - ในสวนขวัญ 20. หรือเพียงแค่เหงา - มาร์กี้ ราศรี - ในสวนขวัญ

10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้กับราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์
พุ่มพวง ดวงจันทร์ /  ราชินีลูกทุ่ง

"ไม่เด่นไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับไป" ตัวอย่างคำโปรยของภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง (The Moon)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องของราชินีผู้สร้างตำนานให้กับวงการเพลงลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” คำโปรยนี้ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นมาของ พุ่มพวงได้อย่างดี จากเด็กสาวบ้านนอกที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องลูกทุ่ง ซึ่งในที่สุดเธอก็ทำได้ อีกทั้งยังเป็นนักร้องลูกทุ่งที่เรียกได้ว่า  ราชินีแห่งวงการลูกทุ่งไทยเลยทีเดียว     หลายๆคนอาจจะสงสัย โดยเฉพาะเด็กรุ่นหลังๆที่ไม่ทันอยู่ในยุคที่ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ดังที่สุด และอาจสงสัยที่มาที่ไปของ ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลคนนี้ เธอเป็นใคร แล้วทำไมเธอถึงดังระดับตำนาน และนี่คือ 10 เรื่องทึ่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ พุ่มพวง ดวงจันทร์     1.ชื่อจริง และครอบครัว ---ความจริงแล้ว ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ มีชื่อจริงว่า รำพึง จิตรหาญ เกิดที่ บ้านหนองนกเขา ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทโตที่ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นบุตรีของนายสำราญ และนางเล็ก จิตรหาญ ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย เกิดในครอบครัวยากจน เป็นลูกคนที่ 5 ของบ้านในจำนวน 12 คน         2.อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ --- เธอเรียนที่โรงเรียนบ้านดอนตำลึง แต่ด้วยความที่เธอมีน้องอีก 6 คน ประกอบกับค่านิยมของแม่นั้นเห็นว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนมา เธอไม่จบแม้แต่ชั้น ป.2 ในวัยเด็กพอน้องหลับหมด เธอไปหาของขาย เก็บผัก หาดอกไม้ป่า หาบไปขายตามโรงงาน นั่นจึงทำให้เธออ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ 3.เคยถูกแบนไม่ให้ขึ้นประกวด --- พุ่มพวง ชื่นชอบการร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าเธอจะอ่านหนังสือไม่ออกแต่ก็มีความจำดีเยี่ยม เธอเริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่าง ๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย เธอเข้าประกวดล่ารางวัลไปทั่ว ตั้งแต่อำเภอศรีประจันต์ บางปลาม้า แล้วข้ามจังหวัดไปถึงอำเภอเสนา ผักไห่ มหาราช วิเศษชัยชาญ บ้านแพรก หนองโดน พระพุทธบาท สระบุรี ด้วยเหตุนี้หลังๆคนที่เข้าประกวดจึงมีการแบนเธอเกิดขึ้น ถึงขนาดว่าจะไม่ยอมขึ้นประกวดถ้า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ขึ้นแข่งด้วย เพราะแข่งไปก็ไม่ชนะ   4.เพลงแรกของพุ่มพวง --- เมื่ออายุได้ 15 ปี ไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน เธอได้ร่วมร้องเพลงและแสดงความสามารถจนไวพจน์เห็นความสามารถ เกิดความเมตตา จึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นหางเครื่องและนักร้องพลาง ๆ ก่อนที่ไวพจน์ จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง "แก้วจ๋า" โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ 5.คนจะดังฉุดไม่อยู่ --- ชื่อเสียงของพุ่มพวงดังระดับประเทศครั้งแรก เมื่อบังเอิญได้มาร้องเพลงสาวนาสั่งแฟน ของครูลพ บุรีรัตน์  ซึ่งเพลงนี้ความจริงครูลพ แต่งให้กับศิรินทรา  นิยากร แต่ในช่วงการคัดเลือกเพลง ทางอาโซนาต้นสังกัด  หยิบเพลงนี้ออกมาให้พุ่มพวงร้อง  และนำเพลงของครูกานต์ เข้าไปแทนในชุดของศิรินทรา  คนจะดังนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ  เพลงนี้เปิดเชียร์อยู่ไม่นานนัก ก็ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า  "...ซื้อผ้าตาๆ มาฝากน้องบ้างเน้อ... เออ..." จะมีคนฟังร้องรับทุกครั้ง             6.มีพรสวรรค์แล้วต้องมีพรแสวงด้วย --- การที่จะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ราชินีลูกทุ่งนั้นแค่พรสววรรค์และน้ำเสียงอย่างเดียวไม่พอส่วนประกอบอื่นๆก็สำคัญไม่แพ้กัน พุ่มพวง ดวงจันทร์ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของวงการลูกทุ่งบุกเบิก เพราะว่าเธอลงทุนไปดูโชว์ถึง ลาสเวกัส ประเทศ สหรัฐอเมริกา ซื้อมิวสิควิดีโอนักร้องต่างชาติมาดูแล้วก็เก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาพัฒนาต่อยอดจนทำให้เวทีคอนเสิร์ตของเธอมีสีสันต่างจากศิลปินลูกทุ่งรุ่นเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งลีลาแดนเซอร์ เสื้อผ้าการแต่งกายทั้งของเธอเอง และของแดนเซอร์ ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้งที่ปรากกตัวบนเวที           7.ยกระดับเพลงลูกทุ่ง --- พุ่มพวง ดวงจันทร์ นับเป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรก ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างเพลงของคนเมือง และคนชนบทเข้ามาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เมื่อพุ่มพวง ดวงจันทร์ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขึ้นเวทีใหญ่ร้องเพลงที่โรงแรมดุสิตธานีในการแสดงดนตรีการกุศล “พุ่มพวง ดวงจันทร์ อินคอนเสิร์ต” ท่ามกลางกลุ่มคนชั้นสูงทั้งหลาย ซึ่งในสมัยนั้นเวทีโรงแรมดุสิตธานีเป็นเวทีที่มักจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อให้เหล่าชนชั้นสูงมาดูกัน และที่สำคัญกว่านั้นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาธินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีครั้งนี้ด้วย และเกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่นึกฝันนั่นคือ องค์ภาเสด็จสู่หน้าเวทีเพื่อพระราชทานมาลัย หากการพระราชทานครั้งนี้จะให้เลือกใช้ศัพท์ “สวม”มาลัย หรือ “เสี่ยง” มาลัย ขอเลือกใช้ประการหลัง เพราะกิริยาการพระราชทานครั้งนี้มีลักษณะเหมือนโยนเข้าคอ-คงเป็นเพราะไม่ทรงเคยชิน นับแต่เริ่มแสดงพุ่มพวง ดวงจันทร์โชว์ผลงานเพลงไม่น้อยกว่า 15 เพลง ทั้งช้าเร็ว เก่า-ใหม่ แต่ที่พอพระราชหฤทัยองค์ภามากที่สุดคือ “กระแซะเข้ามาซิ” เพราะพุ่มพวง ดวงจันทร์ ต้องร้องเพลงนี้ให้ใคร ๆ ฟังซ้ำอีกครั้งหนึ่ง “เป็นต้องพระประสงค์” เธอว่าอย่างนั้น 8.เข้าสู่วงการภาพยนตร์ --- พุ่มพวงเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2526 และแสดงหนังเรื่องแรก สงครามเพลง สร้างโดยฉลอง ภักดีวิจิตร และอีกหลายเรื่อง ในช่วงที่แสดงภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักนักเพลง ได้พบกับ (ไกรสร แสงอนันต์) ผลงานการแสดงของเธอในฐานะนางเอก อย่างเช่น สงครามเพลง, รอยไม้เรียว, ผ่าโลกบันเทิง, นักร้อง นักเลง, นางสาวกะทิสด, มนต์รักนักเพลง, ลูกสาวคนใหม่, อีแต๋น ไอเลิฟยู, หลงเสียงนาง, จงอางผงาด, ขอโทษทีที่รัก, คุณนาย ป.4, อาจารย์เด๋อเจอพุ่มพวง, สาวนาสั่งแฟน, เสน่ห์นักร้อง, นางสาวยี่ส่าย (ภาพยนตร์โทรทัศน์) เป็นต้น     9.รางวัลอันทรงเกียรติ --- พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี         10.จากไปด้วยโรค เอสแอลอี --- โรคเอสแอลอี (Systemic Lupus Erythematosus - SLE)หรือ โรคลูปัส จัดเป็นโรคที่เรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มภูมิคุ้มกันเพี้ยน โรคเอสแอลอีเกิดจากการที่ผู้ป่วยมีการผลิตโปรตีนของภูมิคุ้มกันในเลือดที่เรียกว่า “แอนติบอดี้” ขึ้นมามากเกินปกติ  จากปกติที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรีย หรือไวรัสจากภายนอกร่างกาย  แต่กลับต่อต้านร่างกายของตัวเอง จนทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆ  ถ้าเป็นรุนแรงจะมีการทำลายอวัยวะภายในด้วย เช่น ไต หัวใจ ปอด และระบบประสาทและพุ่มพวง เธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอีหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต เธอรักษาอยู่โรงพบาลอยู่นานครั้นเมื่อพุ่มพวงอาการดีขึ้น ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์ เนื่องจากเชื่อว่าถูกปองร้ายด้วยไสยศาสตร์ด้วยวิธีการคุณไสย จึงเดินทางออกจากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ ไปจังหวัดพิษณุโลกโดยเดินทางด้วยรถตู้ แต่หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช  ก็เกิดอาการช็อคและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบ                 น่าเสียดายที่คนรุ่นหลังๆ ได้เพียงแต่สัมผัสความเป็นตำนานของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ผ่านบทเพลงที่เธอถ่ายทอดไว้ เธอจากไปด้วยวัยเพียง 31 ปี เท่าั้นั้น ชีวิตของเธอจริงๆแล้วน่าสงสาร บนเวทีเธอสร้างความสุขให้กับผู้ชมผู้ฟังจนใครๆก็ยกย่องเธอ เบื้องหลังเวทีเมื่อเธอทุกข์ใจ ก็ต้องแอบร้องไห้ข้างเวที แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอทิ้งไว้นั้นช่างมีคุณค่าและก็คงไม่มีใครขึ้นมาแทนที่เธอได้ทั้งจากวงการเพลงลูกทุ่ง และจากใจของผู้ฟังทุกคน   "นักร้องบ้านนอกคนนี้ จะกล่อมน้องพี่และแฟนเพลง"         ขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย / คุณ พุธสิบ บนเว็บไซต์ Pantip.com -------------------------------------------------------------------------------------- สถานี ดวงจันทร์ในดวงใจ รวมเพลงฮิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร่วมรำลึก 22 ปี “พุ่มพวง ดวงจันทร์” กับ Playlist สถานี ดวงจันทร์ในดวงใจ รวมเพลงฮิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ โดย musicmthai เปาวลี นำทีม ศิลปิน ร่วมคอนเสิร์ต รำลึก 21 ปี พุ่มพวง ดวงจันทร์ ทุกวันที่ 13 มิถุนายน ของทุกปี ศิลปินในสังกัดแกรมมี่ โกลด์ จะตบเท้าไปร่วมคอนเสิร์ต รำลึก พุ่มพวง ดวงจันทร์ ณ วัดทับกระดาน จ.สุพรรณบุรี อยู่เสมอ "เปาวลี" จัดเต็ม ชุดคอนเสิร์ตสมจริง หน้าผม-หางเครื่อง พร้อมโชว์เพลง "พุ่มพวง" มาถึงฉากคอนเสิร์ตแต่ละฉากในภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง” เป็นการรวบรวมคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ และสุดประทับใจหวนคืนกลับมาอีกครั้ง ย้อนอดีตละคร ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ละครดังในอดีต สู่ภาพยนตร์จอเงิน เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบการจากไป ของคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ
นกน้อย อุไรพร /  หมอลำเสียงอิสาน

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ ถ้าพูดถึงคณะหมอลำที่มีชื่อเสียงในภาคอีสาน หลายคนก็คงนึกถึงวงดนตรีเสียงอิสาน ของ “แม่นกน้อย อุไรพร” (ฉิมหลวง) เพราะวงเสียงอิสานนั้น ถือได้ว่าเป็นวงดนตรีหมอลำที่มีการแสดงที่อลังการ หางเครื่องพร้อม ทีมงานที่อัดแน่นมาเต็มวงเกือบ 500 ชีวิต สร้างความสนุกสนานแก่บรรดาแฟนๆ ทางภาคอีสานได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน คณะเสียงอิสาน ที่มีหัวเรืออย่างแม่นกน้อยนั้น เคยมีงานรุมไม่ขาดสาย ซึ่งถ้าใครจะติดต่อให้ทำการแสดงต้องจองล่วงหน้าถึง 2 ปีเลยทีเดียว โดยช่วงที่วงดนตรียืนอยู่จุดสูงสุดนั้น เคยรับงานสูงถึงปีละ 240 งาน นับได้ว่ารายได้นั้นไม่ต่ำกว่าหลัก 50 ล้านบาท แต่เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ใครจะเชื่อว่า วงดนตรีชื่อดังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ถึงคิดจะยุบวงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง หนักที่สุดก็เห็นจะปี 2553 ที่ผ่านมา วงเสียงอิสานต้องพบเจอกับปัญหาหลายๆ ด้าน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และความไม่สงบของสถานการณ์บ้านเมือง เทปผีซีดีเถื่อน เป็นเหตุทำงานที่เคยจ้างล่วงหน้าไว้ต้องยกเลิกไปกว่า 40 งาน และลดลงเรื่อยๆ จนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ด้วยสมาชิกภายในวงเกือบ 500 ชีวิต ที่ต้องเลี้ยงดู หรือแม้กระทั่งค่าน้ำมันรถในวงที่ต้องเติมในแต่ละเดือนอีกเกือบ 5 ล้านบาท แม่นกน้อยต้องรับภาระในส่วนนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน ยิ่งพอนานเข้างานก็น้อยลงไม่พอเลี้ยงปากท้องให้ลูกวง จึงจำเป็นต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างบ้านและที่ดินเกือบ 50 ไร่ เอาไปจำนองให้กับธนาคาร 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาทำทุนต่อ แต่เมื่อรายได้ที่เข้ามามันก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่าย ส่งผลทำให้แม่นกน้อยเริ่มมีหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ได้มีกระแสข่าวออกมาว่า แม่นกน้อย อุไรพร เจ้าของวงดนตรีเสียงอิสานชื่อดัง ถึงกับเครียดจะยุบวง และได้หนีไปบวชชีพร้อมกับได้ลอยแพลูกน้องกว่า 500 ชีวิต และเมื่อมีกระแสดังกล่าวออกมาเช่นนี้ เจ้าตัวพร้อมกับสามี “พ่อใหญ่หลอด มัยกิจ ฉิมหลวง” จึงได้เดินทางมาออกรายการเจาะใจ ที่จะออกอากาศในคืนวันที่ 21 กรกฎาคม ทาง ททบ.5 นี้ หลังจากที่เจ้าตัวได้ไปบวชชีมา พร้อมกับชี้แจงเรื่องราวกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แม่นกน้อย : “เราเกิดมาเป็นลูกชาวนาไม่มีพ่อ เป็นกำพร้า และก็ลำบาก เห็นความลำบากของแม่เรา สงสารแม่ที่ต้องเอาข้าวไปแลกหัวมัน แลกปลาร้าให้ลูกกิน หาบกระบุงอยู่ในทุ่งนา เก็บรวงข้าวที่มันขาด มันร่วงอยู่ในทุ่งนา และชีวิตที่เราเห็นนี่คือชีวิตของแม่ เราเลยอยากจะอยากมีฐานะที่ดีกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝันของเด็ก คือ จะบอกว่าเราฝันว่าเราอยากได้ดี อยากรวยมันก็ไม่ใช่นะ แต่ความหมายคือในความรู้สึก อยากเป็นศิลปิน ชอบร้องเพลง เปิดฟังเพลงตามวิทยุทรานซิสเตอร์ ซึ่งแม่เราก็ชอบพาไปประกวดหลายๆ เวที ไม่ค่อยชนะหรอก ส่วนใหญ่ได้ที่ 2 ที่ 3” “แม่เขาเสียงดี ช่วยต่อเพลงให้ตลอด แม่เอาพลังมาใส่ให้ลูกหมด ที่ได้ดีทุกวันนี้น่าจะได้ดีเพราะปากของแม่ แม่เราชอบพูดแบบว่าหนูเสียงดีมาก หนูเก่ง หนูต้องทำได้ หนูต้องๆๆ….จนเราร้องไห้” เส้นทางสู่การเป็นนักร้องหมอลำ ครั้งแรกในวงดนตรีเพชรพิณทอง แม่นกน้อย : “ตอนนั้นวงเพชรพิณทองรับสมัครนักร้องคนมาสมัครเยอะ เราก็ไป เจ้าของวงก็พูดขึ้นว่า “เฮ้ย อีดำๆ นี่มึงมาอะไร” แล้วเราก็มีลังกระดาษมีมุ้ง มีผ้าถุง มีเสื้อผ้าเก่าๆ คือ จัดไปหมด แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรับหรือเปล่า ท่านถามแล้วก็มองขำๆ “ลังใครน่ะ” แม่ของเราก็บอกว่าของเขานี่แหละพาลูกมาสมัคร เจ้าของวงเขาก็ถามต่อว่า“ไหนล่ะลูกเธอ” แม่ก็ชี้มาที่เรา “แล้วมึงนึกยังไงถึงได้ขนเสื้อผ้ามา..กูจะรับมึงไหม มึงมั่นใจยังไง แล้วมึงจะไปพักไหน” แม่เราก็ตอบไปว่า “ไม่มี ไม่รู้จักใครเลย ท่านก็เลยพูดคำๆหนึ่ง “พวกมึงน่ะ…มาพาอีนี้ไปพักด้วย” แล้วก็ให้ร้องเพลงให้ฟัง เสียงโดนมือพิณของวง ท่านบอกว่าให้รับไว้ เพราะดูแล้วอนาคตน่าจะไปได้ไกล” เริ่มก้าวออกมาทำวงดนตรีเอง แต่เริ่มจากวงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งสมัยก่อนคนดูยังไม่ยอมรับ แม่นกน้อย : “จากนั้นก็มาเป็นนกน้อย เสียงอิสาน ต่อมาเราก็มาทำเป็นวงลูกทุ่ง ตอนปี 2519 ทำ 3 ปี ก็มีปัญหา คนดูไม่ยอมรับเพราะสู้หมอลำไม่ได้ หมอลำเล่นถึงสว่าง แต่ลูกทุ่งเล่นแค่สองยามก็เลิก เมื่อก่อนอิสานถนนยังเป็นดินแดงลูกรัง ชาวบ้านเขามากันไกลมาดูทีก็ต้องสว่าง พฤติกรรมของคนคือมาดูกันถึงเช้า วงลูกทุ่งเลิกแค่ 2 ยามเลยไม่มีใครอยากมาดู ครั้งที่สองก็เลยปรับเป็นวงหมอลำ ฝึกร้องหมอลำ” “แต่พอปรับเป็นหมอลำแล้วถึงงานเยอะ แต่มีปัญหาอยู่ ตรงที่นักดนตรีส่วนมากไม่ยอมรับหัวหน้าวงที่เป็นผู้หญิง นักดนตรีก็เลยพากันออกหมด ไม่ยอมทำงาน เราก็คุยกับเขาแต่คุยกันไม่รู้เรื่องนักดนตรียังไงก็ไม่ยอมเล่น บนเวทีก็จะมีแต่แคนแล้วก็ร้องไป มีทีมหมอลำรำไปกับแคนมันก็เล่นได้ สักพักหมอลำจะขอขึ้นค่าตัวอีก แล้วก็ปัญหาส่วนตัวของลูกวงกันเองเยอะมาก ก็คุยกันกว่าจะเข้าใจกัน กว่าจะยอมรับกันก็นานทีเดียว” ยุคนั้นมีคู่แข่งเยอะถือคติต้องเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม แม่นกน้อย:“พอหันมาทำวงหมอลำหางเครื่องอย่างต่ำต้อง 8-10 คน เราก็ปรับครั้งแรกก็เพิ่มเลยเป็น 24 คน ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดแล้ว เพราะปกติถ้าเป็นวงลูกทุ่งสูงสุดไม่เกิน 18-20 คน ส่วนเรื่องชุดโป๊ หมอลำเขาก็เริ่มทำจะฮือฮามากคณะไหนกล้าใส่แค่กางเกงขาสั้นโชว์ เราก็เลยไปเดินซื้อแค่กางเกงใน บีกินี่ ที่กรุงเทพฯ มาให้หางเครื่องใส่ บอกกับลูกวงว่าถ้าคณะไหนใส่ขาสั้นพวกมึงต้องใส่บิกีนี่ เพราะอะไร..เพราะเราไปดูโชว์และเอาโชว์มาให้พวกมันดู คือมันต้องพัฒนา เราตามไม่ได้ต้องเป็นผู้นำ สุดท้ายไปแข่งกันที่หนองบัวละเว้ กับดาวบ้านดอน ตอนนั้นดาวบ้านดอนเขาฮอต มึงใส่ขาสั้น กูใส่ชุดสูทไอ้ที่บางๆ สีเนื้อ แล้วไม่ใส่กางเกงใน มันต้องแข่งกัน” “นอกจากจะแข่งกันในเรื่องของหางเครื่องยังมีการแข่งกันรูปแบบอื่นเยอะมาก บางคณะก็ใช้วิธีแกล้งกัน บางครั้งเรากำลังแสดงอยู่ เขามาตัดเครื่องปั่นไฟหรือสายไฟ บางทีก็มีการเสกคุณไสยใส่กันก็มี อย่างวงเราก็เคยโดน มีลูกน้องร้องเพลง อยู่ดีๆ เลือดออกปาก” บอกปี 2526 ถือว่าวงเสียงอิสานประสบความสำเร็จสูงสุด พ่อหลอด : “ตอนปี 2526 ดังสุดๆ คนจะพูดถึงทั้งทีม หางเครื่องเยอะ นับไม่ไหว อย่างตอนปี 26 อยู่ที่ประมาณ 50 คน ปี 2530 ผมเริ่ม 100 ขึ้นเลย คนก็เลยพูดถึง เจ้าภาพคนไหนอยากให้เสียงอิสานไปเล่น ต้องจองกันข้ามปีเวลาการแสดงในแต่ละครั้งต้องใช้ทีมงานในวงกว่า เกือบ 500 คน ในชีวิตของพวกผม เราไม่มีทายาท ไม่เคยนอนโรงแรม ไม่เคยกินอยู่ปกติสองคนส่วนตัว ลูกกินอะไรเรากินด้วย ลูกนอนไหนเรานอนด้วย ตั้งแต่ทำวงมาไม่เคยว่าพอพักวงแล้วไปนอนโรงแรมนะ ไม่มี แล้วกฎเหล็กของผมนั่นก็คือการพนัน ดื่มเหล้า แล้วก็ชู้สาวผิดตักเตือนครั้งแรก ผิดครั้งที่2ภาคทัณฑ์ ผิดครั้งที่3ก็คือออกไป ยิ่งลูกคนไหนเป็นผู้หญิงยิ่งต้องดูแล ต้องให้ความรักมากกว่าพ่อกว่าแม่เขาด้วย แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยี ปัญหามาก็เยอะ อยู่มุมไหนก็โทรศัพท์ โกหกกันได้ ยุคนั้นใครทำผิดต้องเฆี่ยน เรายังยึดคติเรื่องรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี บางครั้งตีลูกจนไข้ขึ้น” แม่นกน้อย : “อย่างบางคืนเราแสดงอยู่บนเวที แล้วมันมีจอหนังกลางแปลงฉายอยู่ข้างๆ เวที ลูกมันขอไปเข้าห้องน้ำ ไปแล้วไปนั่งสุมหัวกันดูหนัง เราก็แต่งชุดหมอลำลงจากเวทีได้ไม้เรียวเดินไปไล่ลูกมาจากจอหนัง สห. เห็นก็วิ่งตามนึกว่าคนตีกัน ที่แท้เราตีลูกวงของเราเอง” จากที่เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็เริ่มเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ แม่นกน้อย : “มันมาตั้งแต่ปี 36 เริ่มมาเรื่อยๆ งานมันก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังรับได้ แต่มา2-3ปีหลังมานี้ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของภัยธรรมชาติ ทั้งเรื่องของการจัดระเบียบสังคม ที่ห้ามคนออกมาตอนกลางคืนแล้วคนที่ไหนจะมาดู ไหนจะเรื่องเทปผีซีดีเถื่อน หลายๆ อย่างรวมกัน ที่แย่สุดๆ เมื่อปีที่แล้วเจ้าภาพโทร.มายกเลิก 40 กว่างาน ก็เลยยิ่งเครียด คิดไม่ออกเลยว่าฤดูการแสดงนี้จะมีงานเข้ามาไหม ถ้าไม่มีหรือมีน้อยจะเอาเงินที่ไหนดูแลลูกๆ เพราะไม่มีการแสดงเขาก็ต้องอยู่กินกับเรา ถามว่าขาดทุนไหมขาดทุนแน่นอน จนมันเริ่มเข้าเนื้อ ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้” “จากปีนึงมีงาน 240 งานต่อปี ใครจะจ้างต้องจองข้ามสองปีสามปี แต่ปีที่ผ่านมางานลดลง ประมาณ 70เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการออกทัวร์การแสดงแต่ละเดือนก็จะมีค่าน้ำมันตกเดือนละ 4-5 ล้านบาท ค่าทำชุด ค่ากินค่าอยู่แต่เราก็ยังต้องลงทุนเพิ่มอีก 10 ล้าน เพราะต้องเอามาทำเวที ทำไฟ ทำรถ เพราะการแสดงมันต้องมีพัฒนา คนดูจะได้ไม่เบื่อ อีกอย่างตอนที่ลงทุนก็ไม่ได้คิดว่าจะมีการยกเลิกคิวไปตั้ง 40 คิว ที่นี้เงินที่คิดว่าจะได้มาจ่ายหนี้ก็ไม่มี” ที่ไปบวชชีเพราะแก้บนให้มีงานแต่ไม่ได้หนีปัญหา แม่นกน้อย: “ที่ไปบวชไม่ใช่เพราะเจอปัญหา มันไม่ใช่ทั้งหมด ไปบนไว้ว่าถ้าปีนี้สถานการณ์ดีขึ้น ก็จะบวชแก้บน พอช่วงตอนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาก็มีคนโทร.มาจองคิว แสดงว่าบนแล้วได้ผลก็เลยตัดสินใจบวช อีกอย่างอยู่ในช่วงพักวงจะได้พักผ่อนให้จิตใจสงบ” บอกกระแสขยุบวงมาจากความคลาดเคลื่อนของข่าว ยังไงก็จะขอลองสู้อีก 5 ปี แม่นกน้อย : “ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะยุบวงนั้นมันมาจากการที่มีผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ ซึ่งเขาตัดคำว่า...จะลองสู้อีกตั้งออก ข่าวมันก็เลยกระพือไป แต่ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่ว่าถ้ามันไม่ดีขึ้นก็จะยุบจริงๆ เราเคยลองโหวตเสียงของแฟนเพลงแฟนคลับอยู่หน้าเวทีว่าจะให้เราทำวงต่อไหมแทบจะทุกเวที แต่เสียงตอบรับคือพวกเขาไม่ยอม ยิ่งมีข่าวว่า เสียงอิสานจะยุบ มีคนโทร.มาร้องไห้ มาเยี่ยมถึงบ้านเอาของมาฝาก น่ารักมาก เขาอยากให้เราทำต่อ เพราะไม่มีอีกแล้วที่จะหาวงหมอลำที่ใหญ่ขนาดนี้ มันกลายเป็นวัฒนธรรมที่หาดูที่ไหนไม่ได้” “ด้วยความที่เป็นวงใหญ่คนเยอะ และปัญหาใหญ่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจ ถ้าจะให้ตัดค่าใช้จ่ายบางส่วนออก เช่นคนหรือความอลังการบนเวทีเรื่องนี้เราก็เคยคุยกันแต่ไม่รู้จะตัดอะไร เพราะถ้าพูดถึงเสียงอิสาน มันหมายถึงความยิ่งใหญ่ ความอลังการ เลยตัดไม่ได้สักอย่าง แต่ถ้าในอนาคตถ้าหากต้องมีการยุบวงจริงๆ เราก็จะพยายามให้ลูกๆ ยืนด้วยตัวเอง มีดันเด็กใหม่ขึ้นมา เริ่มปล่อยตั้งแต่ปีที่แล้ว พ่อจะคอยดูแล แม่จะอยู่เบื้องหลังตลอด แต่แม่ว่าถ้ายังไม่ถึงนาทีที่จะต้องปิดตำนาน นกน้อย อุไรพร ก็ยังคงเป็นโชว์ต่อไป แต่ระหว่างนี้ลูกทีมทุกคนก็พูดเสียงเดียวกันว่าอย่ายุบเลย” “ยังไงปีหน้าถ้าสถานการณ์มันไม่ดีขึ้นเราก็จะประชุมกับลูกวงว่าจะหยุดหรือสู้ต่ออีกสักตั้ง แต่ลูกๆ ก็บอกว่าจะไม่ไปไหน ไม่หนี คำว่าสักตั้งมันอาจจะปีเดียว หรือ 5 ปีก็ได้ ขนาดเราสัญญากับพ่อเมื่อ 9 ปีที่แล้วว่าทำอีกปีเดียวจะเลิก เรายังโกงเลย เพราะมันอยู่ในสายเลือดเรา นี่คือความสุขของเราที่ได้เห็นแฟนเพลงได้ออกหน้าเวที แล้วอยู่ๆ จะให้ไปทำไร่ไถนาเราทำไม่เป็น” พ่อหลอด : “ชีวิตของเราไม่มีลูก อสังหาริมทรัพย์เราก็สร้างมา ถ้าแม่เขาอยากได้ผมพร้อม ผมจะทุ่มให้ทั้งหมด มันก็สุดแค่นี้สองคนผัวเมีย ถามว่าเงินสดเรามีไหม ไม่มีนะ ถ้าต้องเอาบ้านหลังนี้เข้าแบงค์สัก50ล้าน แล้วเอาเงินให้แม่ก็ทำไป ผมก็ยอม ผมเคยนะครับ ปีที่เรายุบครั้งแรก ครั้งสองมาครั้งที่สาม ขอโทษนะคือตระกูลของคุณนก ผมเอามาหมดเลย ไร่นาสวนบ้านเอามาเข้าแบงค์ ตระกูลผมเอามาหมดเลย ผมจะทุ่มเงินไปกับชุด เวที เครื่องเสียง สุดท้ายถ้าผมพลาด สองตระกูลถือกะลาขอทานได้เลย หมดตัวทั้งสองตระกูลแน่นอนผมบ้าถึงขนาดนั่นนะครับ” ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000089050 และคลิปจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

อีสัม สมหวัง
อีส้ม สมหวัง /  สุวนันท์ คงยิ่ง / 

เสียงประกาศจากรถแห่งวงลูกทุ่งชื่อดัง ยอดรัก สลักใจ ที่มาพร้อมกับเสียงเพลงฮิตติดหู ทำให้ชาวบ้านที่กำลังเร่งมือทำงานต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงยังต้องหยุดร้องไห้ เพื่อฟังให้แน่ใจว่าคืนนี้ วงลูกทุ่งขวัญใจของพวกเขา จะไปเปิดวิกการแสดงที่ไหน เสียงรถแห่วิ่งผ่านไปแล้ว ภาพชาวบ้านที่หยุดนิ่งเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกคนเร่งมือทำงานเพื่อหวังจะไปดูการแสดงในคืนนี้ จะมีก็แต่ สมหวัง (ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) เท่านั้นที่ยังยืนมองตามหลังรถแห่ของวงลูกทุ่งไปจนลับตา ในหัวของสมหวังไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้วนอกจากทำนองเพลงลูกทุ่งและเสียงงี่ดังแว่วอยู่ในหู “เอ็งต้องร้องเพลงลูกทุ่ง เอ็งจะยิ่งใหญ่ เอ็งจะกลายเป็นเทพบุตรลูกทุ่งคนต่อไป. หลังเวทีลูกทุ่งชายหนุ่มหลายคนเข้าคิวสมัครงานชะเง้อมองอย่างสนใจ โดยเฉพาะตอนหางเครื่องหญิงเปลี่ยนเสื้อผ้า โฆษกประจำเวทีเริ่มเอื้อนเอ่ยประโยคหวานก่อนเปิดตัวนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง สมหวังเดินออกจากแถวสมัครมายืนเหม่อข้างเวที จนกระทั่งมีเสียงเรียกให้เขาขนของขึ้นรถ เหตุนี้ทำให้สมหวังได้งานในวงลูกทุ่ง และเป็นจุดเริ่มต้นแรกของชีวิตคนลูกทุ่งของสมหวัง และทำให้เขาได้พบกับ ส้ม (สุวนันท์ คงยิ่ง) หางเครื่องสาวสวยประจำคณะ เรื่องราวความสนุกสนานภายในวงดนตรีลูกทุ่งจึงเกิดขึ้น........

จัดประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลดปัญหา นักเรียนตีกัน
การแก้ปัญหานักเรียนตีกัน /  นักเรียนตีกัน / 

ภาพประกอบจาก http://www.obt-bangsaotong.go.thไม่เีกี่ยวข้องกับข่าว สืบเนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทกันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา วันนี้ (23 มิ.ย.) พรรคเพื่อไทยจึงจัดแถลงข่าว ประกวดโครงการ "มนต์เพลงลูกทุ่ง" โดยมี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 "ครูเป็ด" หรือนายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร คอมเมนเตเตอร์ประจำรายการเอเอฟ อคาเดมี แฟนตาเซีย และ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ ดาราสาวชื่อดัง และมีหางเครื่องจากนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แชมป์จากรายการชิงช้าสวรรค์ ประกอบการแถลงข่าว นายพลภูมิกล่าวว่า   เชื่อว่าเมื่อเด็กมีกิจกรรมร่วมกัน มีการสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะช่วยลดปัญหาทะเลาะวิวาทลงได้มาก สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ  ภายใน 1 ทีมประกอบด้วย นักร้อง 1 คน หางเครื่อง 6-12 คนคละโรงเรียนกันได้ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน-20 กรกฎาคม 2555 เกณฑ์ในการตัดสินจะพิจารณาทั้งการร้องเพลง การเต้นของหางเครื่อง แต่ไม่เน้นเรื่องการแต่งกาย เพื่อไม่ให้เกิดความสิ้นเปลืองแก่ผู้เข้าแข่งขัน ส่วนการแข่งขันแบ่งเป็นรอบรองชนะเลิศ วันที่ 18 สิงหาคม และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยรางวัลที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 5 หมื่นบาท พร้อมถ้วยรางวัลจาก รมว.ศึกษาธิการ และรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 3 หมื่นบาท พร้อมถ้วยจากสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยมีโครงการจัดอบรม "สายลับ 2 ล้อ" ให้แก่วินมอร์เตอร์ไซค์ 2 แสนคันทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ประสงค์เข้าอบรมจะต้องขึ้นทะเบียนชื่อผู้ขับขี่ วินที่ประจำ การสแกนลายนิ้วมือ การตรวจสอบประวัติก่อนเข้าอบรม และเมื่อผ่านแล้วก็จะได้รับเสื้อวินในโครงการ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากวินสายลับนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอาศัยเป็นช่องทางในการปราบปรามและลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ได้ ขณะนี้จัดทำโครงการนำร่องที่เขตมีนบุรี โดยการประสานงานกับ บก.น.3 จัดอบรมสายลับ 2 ล้อไปแล้วจำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 1 พันคน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

The voice Thailand รอบ Live Round Quarter Final
The Voice /  The Voice Thailand

The voice Thailand รอบ Live Round Quarter Final สุดเข้มข้น ต๊ะ-แต๊ก-นนท์-สวย ผ่านเข้ารอบ นนท์ ธนนท์ The Voice ทีมก้อง สหรัถ (ภาพจาก Facebook The Voice Thailand) ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการแข่งขัน The Voice เสียงจริง ตัวจริง กับการแข่งขันรอบ Live Round Quarter Final ซึ่งในแต่ละทีมตอนนี้ เหลือลูกทีม ทีม ละ 4 คน สำหรับ กติกาในรอบนี้คือ ผู้เข้าแข่งขัน 1 คนที่ได้รับการโหวตมากที่สุดจากผู้ชม ทาง SMS และจากโค้ชเป็นผู้คัดเลืิอก 1 คน เท่านั้น ที่จะได้ไปต่อ ซึ่งการแข่งขัน The Voice รอบ Live Round Quarter Final ในวันนี้ เป็นคิวของทีมโค้ชคิ้ม และโค้ชก้อง.. ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขัน มาดูโชว์พิเศษจากทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม กันก่อน กับเพลง หางเครื่อง กบ วีระศักดิ์ ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง ฤดูที่แตกต่าง แอนนี่ นวัชภัทร์ ทีม ก้อง สหรัถ เพลง โปรดส่งใครมารักฉันที ตุลย์ ตุลรยา ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง I Love the Nightlife นนท์ ธนนท์ ทีม ก้อง สหรัถ เพลง ขอบใจจริงๆ ครึ่งแรกผ่านไป ก่อนที่จะไปชมการแข่งขันต่อในครึ่งหลัง เรามาดูโชว์พิเศษของทีมโค้ชก้อง กัน แต๊ก วิชย ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง เงียบเงียบ คนเดียว นัท ณัฐวดี ทีม ก้อง สหรัถ เพลง ควักหัวใจ สวย สโรชา ทีม ก้อง สหรัถ เพลง รักเธอจริงๆ ต๊ะ ตระการ ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง สาวจันทร์กั้งโกบ แถมท้าย ในรอบ Live Round อาทิตย์นี้ ด้วยการเปิดตัวเพลงใหม่ล่าสุดของโค้ชแสตมป์ "โอมจงเงย" ที่แต่งเองร้องเอง ได้ตู่ ภพธร และโค้ชโจอี้ ร่วมแจมในขั้นตอนการบันทึกเสียง The Voice สัปดาห์นี้ถือเป็นที่แรกที่เราจะได้ฟังเพลง "โอมจงเงย" นี้ กันแบบเต็มๆ แล้วก็มาถึงช่วงระทึกใจ กับการประกาศผล โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบ ของทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม ได้แก่ ต๊ะ ตระการ (จากคะแนนโหวต SMS) และ แต๊ก วิชย (จากการเลือกโดยโค้ช) ส่วนทีม ก้อง สหรัถ ผู้ผ่านเข้ารอบ ได้แก่ นนท์ ธนนท์ (จากคะแนนโหวต SMS) และ สวย สโรชา (จากการเลือกโดยโค้ช) และสำหรับการแข่งขัน The voice รอบ Live Round Quarter Final วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคมนี้ จะเป็นการแข่งขันของทีม โจอี้ บอย และ ทีมแสตมป์ ใครจะอยู่ ใครจะไป และใครจะคว้าตำแหน่ง The Voice คนแรกของประเทศไทย ไม่ควรพลาด ทุกวันอาทิตย์เวลา 17.45 - 19.30 น. ทางช่อง 3 และสำหรับแฟนๆ ที่อยากได้เพลงของผู้แข่งขัน ดาวน์โหลดได้ผ่าน APP The Voice Thailand และทาง www.thevoicethailand.com พร้อมอัพเดทความเคลื่อนไหวได้ใน Facebook และ Twitter อีกด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องตัวน้อยได้เวลาทำงาน
ทารก /  11เดือน / 

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องตัวน้อยได้เวลาทำงาน

หางเครื่อง - กรีน ชวน เติ้ล เต้นน่ารักๆวันเปิดร้าน
เส้นทางบันเทิง /  กรีน อัษฎาพร / 

เส้นทางบันเทิง - กรีน อัษฎาพร มีเรื่องน่ารักๆของพระเอก เติ้ล ธนพล จากละครหางเครื่อง มาฝาก เรื่องเนี้ย...เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในกองเลยล่ะค่ะ ใครไม่เคยเห็น เติ้ล เขินหูแดง หน้าแดงล่ะก็ ต้องดูฉากนี้เลยค่ะ ผู้กำกับและเพื่อนๆนักแสดงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อารมณ์อายม้วนออกสเตปไม่ค่อยจะเป็นท่าทางเท่าไหร่เนี่ย น่ารักไปอีกแบบนะคะเติ้ล ละครหางเครื่อง แฟนๆได้ยิ้มตามพระนางคู่นี้กันแน่ รอติดตามทางช่อง 7 สี คืนพรุ่งนี้นะคะ

ประวัติดาราวัยรุ่น ปรัชญ์ ปรมิณ ศิระวนาดร จากละครวัยมันส์พันธุ์อสูร
ดาราวัยรุ่น /  ประวัติ / 

หนุ่มหล่อหน้าใส มากความสามารถ "ปรัชญ์ ปรมิณ ศิระวนาดร" ที่มีผลงานละครให้เราได้ผ่านตาอย่างเรื่อง คือหัตถาครองพิภพ รับบท เป็น "พฤกษ์" และเรื่อง หางเครื่อง รับบทเป็น "ขำ" ล่าสุดหนุ่มคนนี้ ก็กำลังถ่ายทำละครเรื่องใหม่ อย่าง วัยมันส์พันธุ์อสูร รับบท ไวกูณฐ์ ประกบคู่กับสาวสวยลูกครึ่ง โซฟี่ อัปสรสิริ อินทรคูสิน ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วจากเรื่อง คือหัตถาครองพิภพ นั่นเอง...ประวัติดาราวัยรุ่น ปรัชญ์ ปรมิณ ศิระวนาดร จากละครวัยมันส์พันธุ์อสูร   ประวัติดาราวัยรุ่น ปรัชญ์ ปรมิณ ศิระวนาดร จากละครวัยมันส์พันธุ์อสูร ชื่อ : ปรมิณ ศิระวนาดร ชื่อเล่น : ปรัชญ์ วันเกิด : 22 สิงหาคม 2534 อายุ : 21 ปี กรุ๊ปเลือด : O การศึกษา : ประถม โรงเรียนประภาคาร : มัธยม โรงเรียนปทุมคงคา : ปริญญาตรี มัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออกจักรพงษ์ภูวนารถ ชั้นปีที่ 4 นิสัยส่วนตัว : เป็นคนนิ่งๆ แต่เฟรนด์ลี่ เข้ากับคนอื่นง่าย งานอดิเรก : ถ่ายภาพ สิ่งที่ชื่นชอบ : ซีรีย์เกาหลี สีที่ชอบ : แดง อาหารที่ชอบ : ยำหอยนางรม ดาราที่ชื่นชอบ : แอม ปฎิญญา วิโรจน์แสงประทีบ,ต่าย ชัชฎาภรณ์ ธนันทา ตัวการ์ตูนที่ชอบ : โคนัน ความไฝ่ฝัน : อยากเป็นสจ๊วตขับเครื่องบิน คติประจำใจ : สวรรค์สร้างจินตนาการ และความรู้มุ่งไปสู่จุดหมายที่ใฝ่ฝัน สังกัด : ช่อง 7 ผลงานภาพยนตร์ - แต๋วเตะตีนระเบิด (ตัวประกอบ) - หอแต๋วแตก แหกกระเจิง 2 - หอแต๋วแตก แหกมว๊ากมว๊ากก 4 ผลงานละคร - พริกกับเกลือ รับบท ทันวิทย์ - ลูกไม้หลากสี รับบท สุรเดช - เจ้าสาวสลาตัน รับบท บอม (รับเชิญ) - หางเครื่อง รับบท ขำ - คือหัตถาครองพิภพ รับบท พฤกษ์ - ลีลาวดีเพลิง รับบท ศักดิ์สิทธิ์ - วัยมันส์พันธุ์อสูร รับบท ไวกูณฐ์ ผลงานละครซิทคอม - ฉก.น้ำหวานอันธพาลหลบไป รับบท ต้อง - ยมบาลเจ้าขา รับบท ชัยทัศน์ - คู่ปรับตำหรับเฮี้ยน รับบท โชค ผลงานโฆษณา - KFC รอยยิ้ม ผลงานมิวสิควิดีโอ - MV ความเหงาเริ่มก่อน ของ แคท AF9 IG : @prachprm ข้อมูลและรูป FB : prachforfans

ตุ๊กกี้ ชิงร้อย /  ปัญญาเรณู 2 / 

เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ บิณฑ์ทำ จัดหนักในภาพยนตร์ม่วนซื่นระรื่นฮา “ปัญญาเรณู 2” แทบทุกฉาก โดยฉากร้องเล่นเต้นเพลง “กะละมัง” นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งฉากใหญ่ของเรื่อง ที่เป็นจุดเริ่มต้นความสนิทสนมอันแนบแน่นของสองสาว “อภัสรา” (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย) กับ “เรณู” (สุธิดา หงษา) ที่ซักผ้าไปก็ให้คำมั่นสัญญากันไปว่าจะไม่ทิ้งกันไปไหน จะเป็นพี่น้องกันตลอดไป แล้วความสนุกสนานเฮฮาของเพลงกะละมังก็ถูกบรรเลงขึ้นกลางทุ่งริมน้ำ พร้อมสีสันเสื้อผ้าหน้าผมของสองสาวและหางเครื่องสุดสวิงที่จัดเต็มทั้งร้องทั้งเต้นแบบสุดๆ ไปเลย สาวตุ๊กกี้พูดถึงฉากใหญ่นี้ว่า “ฉากนี้มันเป็นฉากซักผ้าตรงท่าน้ำ แล้วก็มีการพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกัน อภัสราที่ตุ๊กกี้เล่นต้องฝากเนื้อฝากตัวกับน้องเรณู เพราะทั้งชีวิตนี้ไม่เหลือใครแล้ว เพราะเรณูจะเป็นคนช่วยให้พี่อภัสราได้มีเพื่อน มีที่อยู่อาศัย มีความสุขมากยิ่งขึ้น ก็เลยเหมือนกับว่าเราได้ปรับทุกข์และได้ร่วมสุขกัน ฉากนี้ก็เป็นฉากใหญ่ที่ตุ๊กกี้กับน้องน้ำขิงต้องร้องเพลง ‘กะละมัง’ ร่วมกันด้วยค่ะ เป็นเพลงที่ 2 ตั้งแต่เล่นหนังมาแล้วได้ร้องเองนะคะ ก็ดีใจมากค่ะ เพลงนี้มันเพราะมาก ฟังแค่ 2-3 รอบก็ร้องได้แล้ว และก็ยังได้ครูดีอย่างน้ำขิงที่ร้องเพลงเก่งอยู่แล้ว และเป็นเพลงภาคอีสานบ้านตุ๊กกี้เอง บอกได้คำเดียวว่าฉลุยค่ะ มันสำคัญตรงที่ว่า มันไม่ได้ร้องอย่างเดียวนะคะ มันต้องมีเต้นร่วมกับแดนเซอร์หรือหางเครื่องร่วมครึ่งร้อยชีวิตด้วยค่ะ ยิ่งใหญ่มาก ดังนั้นเราจะไปถ่ายที่สตูดิโอแคบๆ ไม่ได้ค่ะ คุณบิณฑ์และทีมงานก็เลยยกมาถ่ายที่อุบลฯ ให้เห็นสระน้ำ ทุ่งนา ป่าไม้ ธรรมชาติของภาคอีสานให้เห็นกันเลยค่ะว่าอุดมสมบูรณ์ขนาดไหน วันนี้ก็ถือว่าเต็มที่ค่ะ ครึ่งวันของการถ่ายทำฉากนี้ ด้วยความชำนาญในการเซิ้งกะละมังของตุ๊กกี้บวกความเก่งของน้องน้ำขิง แหม 2-3 เทคเองค่ะ ผ่านโลดค่ะ เพลงสนุก เต้นมันส์ฮามากๆ ต้องมาดูว่าจะยิ่งใหญ่อลังการ สนุกสนานมากน้อยแค่ไหนนะคะ”   เตรียมชมอีกหนึ่งฉากใหญ่สุดสนุกสนานสีสันจัดจ้านของ “ปัญญาเรณู 2” ได้ 26 มกรา ฮาเอาอยู่ทุกโรงภาพยนตร์

รักเว้ยเฮ้ย /  วีเจอิ๊งค์ ชญานุช / 

นับว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มนักร้องขัวญใจวัยรุ่นอย่าง “สิงโต นำโชค” หนุ่มที่มีเสียงนุ่มละมุน กับเครื่องดนตรีคู่กายเป็นอูคุเลเล่ และด้วยความฮ๊อตแถมโดนใจวัยรุ่นแนวๆ ยุคนี้ “เปิ้ล นาคร” จึงขอจีบหนุ่มสิงโต มาช่วยแต่งเนื้อร้อง และขับร้องคู่กันให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ แถมยังตั้งชื่อเพลงว่า รักเว้ยเฮ้ย! ชื่อเดียวกับหนังอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ เปิ้ล นาคร ยังขอควงทั้ง สตาร์บัค สาระแน, วีเจอิ๊งค์ ชญานุช และสิงโต นำโชค มาร่วมเล่นมิวสิกวิดีโออย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งบรรยากาศเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ เปิ้ล นาคร  เปิ้ล นาคร เล่าอย่างสนุกสนานว่า “สนุกสนานมากครับ บรรยากาศเป็นแบบงานวัดที่มีร้านค้า ร้านยิงปืน ปาโป่ง ก็เป็นอารมณ์แบบเดินไปร้านไหนก็ขอเข้าไปเล่นและถ่ายเอ็มวีเลย อย่างร้านหอยทอดก็โชว์ลีลาทำอาหาร สตาร์บัค กับอิ๊งค์ก็ยืนมองตาปริบๆ หรือจะบนเวทีนักร้องหางเครื่องที่กำลังร้องอยู่เต้นกันอยู่ ก็เดินขึ้นไปเต้นบนเวทีกับเขาหน้าตาเฉยเลยเว้ยเฮ้ย (หัวเราะ) แต่ดูเหมือนสตาร์บัคจะสนุกมากเต้นไม่หยุดอยู่คนเดียวเลยนะ ต้องติดตามชมกันครับกับเอ็มวีเพลงประกอบภาพยนตร์รักเว้ยเฮ้ย และอยากบอกว่าเราโชคดีมากครับที่ได้นักร้องขวัญใจวัยรุ่น สิงโต นำโชค มาร้องเพลงและยังมาร่วมเล่นเอ็มวีกับพวกเราด้วยครับ”   สิงโต นำโชค ก็ไม่รู้ว่าเปิ้ล นาคร ไปจีบด้วยวิธีและลีลาอย่างไรกันนักร้องหนุ่ม สิงโต นำโชค ถึงยอมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ รักเว้ยเฮ้ย! ในครั้งนี้ แต่ที่แน่ๆ ทั้งร่วมแต่งเพลง ทั้งร่วมร้องเพลง และร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ แบบทุ่มสุดตัวกันไปเลย “ตอนแรกพี่เปิ้ลเขามาเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับวิธีจีบสาวหลายๆแบบ และผู้หญิงแต่ละคนจะมีสเปคที่แตกต่างกันไปทั้งชอบหน้าตาดี หรือบางคนก็ไม่ได้ชอบหน้าตาแต่ชอบที่มี option บางคนก็ชอบต่างชาติ ก็ไม่รู้จะทำยังไงจะต้องเข้าไปจีบผู้หญิงยังไงดี ประมาณนี้ครับ แล้วผมก็เขียนเพลงออกมา ตั้งชื่อเพลงว่า รักเว้ยเฮ้ย ซึ่งเพลงนี้ผมกับพี่เปิ้ลก็ร่วมเขียนเนื้อร้อง และร้องเพลงร่วมกันอีกด้วย ฝากติดตามผลงานเพลงและเอ็มวีประกอบภาพยนตร์ รักเว้ยเฮ้ย! กันด้วยนะครับ” จากซ้าย สตาร์บัค สาระแน, สิงโต นำโชค, เปิ้ล นาคร, วีเจอิ๊งค์ ชญานุช

แอ๊คเทอร์ ขอมอบโอกาสให้ผู้กำกับจบใหม่ ไร้ประสบการณ์ ลงทำหนังใหญ่
ผีสางหางเครื่อง /  ผู้กำกับหนัง / 

บริษัท แอ๊คเทอร์ จำกัด เป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ที่ต้องการสร้างความแตกต่างในด้านการสร้างภาพยนตร์ โดยมุ่งเน้นความแปลกใหม่เป็นหลัก สิ่งที่บริษัทฯพบเห็นจากประสบการณ์ในธุรกิจ คือมีนักศึกษาจบใหม่ด้านภาพยนตร์ และประชาชนทั่วไปที่รักการทำภาพยนตร์นำบทไปนำเสนอกับค่ายต่างๆ และมักจะไม่ได้รับพิจารณารวมทั้งไม่เปิดโอกาสเสี่ยงทางธุรกิจกับผู้กำกับที่ไม่มีประสบการณ์ ในภาวะธุรกิจภาพยนตร์ไทยในปัจจุบัน ถือเป็นธุรกิจที่ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับอเมริกา ยุโรป หรือแม้แต่ในภูมิภาคเอเชียด้วยกันเอง อีกทั้งยังขาดความต่อเนื่องในการช่วยเหลือจากภาครัฐ จึงยิ่งส่งผลให้โอกาสของผู้กำกับหน้าใหม่ที่จะได้รับการอนุมัติงานสร้างภาพยนตร์ยิ่งมีน้อยลง สิ่งสำคัญที่บริษัทต้องการเน้นย้ำ คือ แทบจะไม่มีใครในอุตสาหกรรมกล้ามอบโอกาสให้กับคนเหล่านั้น บริษัท แอ๊คเทอร์ จำกัด จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นผู้เริ่มต้น โดยขอสร้างรากฐานความเข้าใจในขั้นตอนการทำงานเบื้องหลังอย่างมืออาชีพให้แก่ผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ ด้วยความเชื่อว่ายังมีคนอีกมากที่มีความคิดใหม่ๆมาสร้างสรรค์ภาพยนตร์และอุตสาหกรรมให้มีความแปลกใหม่มากขึ้นกว่าเดิม วัตถุประสงค์ 1. ต้องการสรรหาผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่มาทำงานในอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง จำนวน 3 คน 2. เปิดโอกาสผู้ไม่มีประสบการณ์ เข้ามาเรียนรู้ระบบการทำงานขั้นตอนเบื้องหลังตั้งแต่ก่อนเปิดกล้อง ปิดกล้องและหลังปิดกล้อง 3. สร้างความเข้าใจระบบธุรกิจของภาพยนตร์ในขั้นตอนการจัดจำหน่ายและเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เพื่อการพาณิชย์ 4. สร้างมิติใหม่ในการสร้างภาพยนตร์เพื่อยกระดับภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ 1. ผู้จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่เกินหนึ่งปี ไม่จำกัดอายุ หรือ 2. บุคคลธรรมดาอายุไม่เกิน 35 ปี 3. มีไอเดียดี มีพลังสร้างสรรค์ มีความอดทนมุ่งมั่นในการสร้างภาพยนตร์ 4. ต้องการก้าวเดินบนเส้นทางผู้กำกับภาพยนตร์อย่างเต็มตัว 5. ไม่เคยผ่านงานสร้างภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ในตำแหน่งผู้กำกับภาพยนตร์ และผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ รวมทั้งไม่มีตำแหน่งเป็นพนักงาน หรือทีมงานสร้างภาพยนตร์แบบประจำของค่ายภาพยนตร์ไทยอื่น กติกาการสมัคร 1. ผู้สมัครเริ่มต้น มากดไลค์ที่ fan page : Nfd.new Directors พร้อมแนะนำตัว 2. ผู้สมัครพิมพ์ใบสมัครด้วยตนเองโดยมีชื่อจริง นามสกุลจริง ชื่อเล่น สถาบันตั้งแต่ประถม ถึงมหาวิทยาลัยและผลงานที่เคยทำ เล่าความรู้สึกแรงบันดาลใจอยากกำกับภาพยนตร์สั้นๆ 4 บรรทัด และความรู้สึกต่อโครงการที่สมัครในครั้งนี้ ส่งที่ email : actornfd@gmail.com 3. ผู้สมัครประเภทจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่เกินหนึ่งปี เอกสารการสมัครประกอบด้วย บัตรประชาชน ,ใบรับรองจบการศึกษา ส่งที่ email 4. ผู้สมัครประเภทบุคคลทั่วไปอายุไม่เกิน 35 ปี เอกสารการสมัครประกอบด้วย บัตรประชาชน ,วุฒิการศึกษา ….ส่งที่ email 5. ผู้สมัครทุกประเภทจะต้องส่งโครงเรื่อง(สำหรับพัฒนาต่อเป็นบทภาพยนตร์) เพื่อการสร้างเป็นภาพยนตร์ 30 นาที ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ ส่งที่ email 6. โครงเรื่องในข้อ 5 ต้องอยู่ภายใต้โจทย์หลักของภาพยนตร์เรื่อง "ผีสางหางเครื่อง" โดยต้องมีผีสาวหางเครื่องอยู่ในเรื่อง และต้องมีตัวแสดงตั้งแต่สามคนถึงห้าคน ตามความเหมาะสมสำหรับภาพยนตร์ 30 นาที 7. ผู้สมัครต้องแนบภาพยนตร์สั้นที่เคยสร้างและคิดว่าดีที่สุดนำส่งพร้อมโครงบท ….ส่งที่ email กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. กำหนด เริ่มส่งโครงบท และหนังสั้นที่เคยทำไว้แล้ว ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2558 ถึง วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. 2558 2. ประกาศผล ผู้ผ่านการคัดเลือก 3 ท่าน วันจันทร์ที่ 9 มี.ค. 2558 กำหนดการสร้างและถ่ายทำ หลังได้รับการคัดเลือก 1. ผู้ผ่านการคัดเลือก เข้าอบรมเรียนรู้กระบวนการเบื้องผลิตที่แล็ปกันตนาฯก่อนเปิดกล้อง วันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. ถึง วันเสาร์ที่ 14 มี.ค. 2558 2. หลังการอบรม ผู้ผ่านการคัดเลือกจัดทำบทภาพยนตร์โดยพิจารณาร่วมกับค่ายแอ๊คเทอร์ วันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค. ถึง วันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. 2558 3. ส่งบทภาพยนตร์พร้อมปรับปรุงร่วมกันกับค่ายแอ๊คเทอร์ วันจันทร์ที่ 23 มี.ค. ถึง วันเสาร์ที่ 4 เม.ย. 2558 4. กำหนดการเปิดกล้องภาพยนตร์ วันพฤหัสบดีที่ 16 เม.ย. 2558 5. ผู้กำกับฯทำงานภายใต้การควบคุมจากค่ายแอ๊คเทอร์ 6. ภาพยนตร์ดำเนินการถ่ายทำเรื่องละ 5 คิวการ รวม15 คิว รายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม 1. โจทย์หลักคือ ภาพยนตร์ "ผีสางหางเครื่อง" มี 3 เรื่อง 3 ผู้กำกับฯรวมความยาวภาพยนตร์ หนึ่งชั่วโมงสามสิบนาที 2. ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ได้รับคัดเลือกสามท่านต้องทำสัญญากับค่ายเป็นเวลาหนึ่งปี 3. ผู้กำกับเจ้าของเรื่องที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด จะได้รับโอกาสทำภาพยนตร์แบบเต็มเรื่องกับค่ายเป็นคนแรก 4. ผู้สมัครที่ส่ง email จะต้องระบุชื่อจริง นามสกุลจริง ที่หัวข้อเรื่องของ email เพื่อให้พนักงานรับข้อมูลได้เห็นชื่อผู้สมัครอย่างชัดเจน 5. ผู้สมัครต้องเข้าใจตามกติกาทั้งหมด และเมื่อได้รับคัดเลือกจะต้องจัดการตัวท่านเองตามวันเวลาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด 6. หากเกิดปัญหาใดๆอันก่อให้เกิดอุปสรรคความเสียหายของการผลิตภาพยนตร์ทางค่ายขอสงวนสิทธิ์ที่จะตัดสิทธิ์ผู้กำกับฯได้ทุกกรณี 7. บทและภาพยนตร์จากผู้สมัครที่ได้รับคัดเลือกถือเป็นลิขสิทธิ์ของค่ายแอ๊คเทอร์ 8. ภาพยนตร์เรื่อง "ผีสางหางเครื่อง" กำหนดการเข้าฉาย เดือนมิถุนายน 2558 พร้อมกันทั่วประเทศ หมายเหตุ : ชมโปสเตอร์ภาพยนตร์ได้ที่ fan page : Nfd.new Directors ------------------------------------