หางเครื่อง

ละครหางเครื่อง , เรื่องย่อหางเครื่อง
หางเครื่อง /  ละครหางเครื่อง / 

บทโทรทัศน์โดย : พิง ลำพระเพลิงกำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์ออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี หางเครื่อง เรื่องราวของหญิงสาวหลายคนที่ก้าวไปบนถนนสายบันเทิงด้วยความฝันและความหวังแตกต่างกันไป แต่ผู้ที่จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้คือผู้ที่ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท รู้เท่าทันและดำเนินชีวิตด้วยสติเท่านั้นจึงจะอยู่บนเส้นทางสายนี้ได้ หางเครื่อง เป็นละครแนวตลกปนดราม่า-แอ็คชั่น เข้มข้นผสานเสียงเพลงไพเราะ เสนอให้เห็นอุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา แม้จะก้าวพลาดแต่ไม่ยอมให้ความผิดพลาดมาเป็นอุปสรรค เพื่อก้าวเดินสู่ความสำเร็จในชีวิตและสมปรารถนาของความรักในบั้นปลายของชีวิต เสียงซ้อมร้องเพลงและเสียงดนตรีจากวงของน้ำฝน เมืองบาดาลที่ดังมาจากท้ายซอย ทำให้ เดือน งามพร้อม (กรีน อัษฎาพร) เด็กสาวในซอยใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องมีชื่อเสียงเจิดจรัสอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่ง แม้ว่า ช้อย (ศิรินทรา นิยากร) ผู้เป็นแม่จะเตือนว่าอาชีพเต้นกินรำกินไม่ยั่งยืน แถมเสี่ยงกับการเสียชื่อได้ง่าย ๆ รวิ (เติ้ล ธนพล) พระเอกลิเกหนุ่มลูกเจ้าของคณะในซอย ซึ่งชอบพอกับเดือนอยู่ก็ทัดทาน แต่ก็ไม่อาจห้ามความปรารถนาของเดือนได้ โดยที่รวิไม่รู้เลยว่าเดือนต้องการเป็นนักร้อง ไม่ใช่เพราะต้องการทำความฝันของตนให้สำเร็จเท่านั้น แต่ต้องการสร้างฐานะให้คู่ควรกับรวิและเพื่อเอาชนะ ศิริพร (หยก ธัญยกันต์) นางเอกงิ้ววิกเดียวกันกับตลาดรวิที่ทำการแสดงอยู่ และเธอก็แอบรักรวิอยู่ และเห็นเดือนเป็นคู่แข่ง ด้วยความรู้อันน้อยนิด อ่อนต่อโลก และทะเยอทะยานอยากสร้างฐานะ ทำให้เดือนก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นช้อย มีอาชีพเป็นแม่ค้าผลไม้ ร้านของช้อยเป็นคู่แข่งกับ กิม (ก้อย ศิรินุช) ทำให้ แก้ว (แพรวา ฉัตรธิดา) ลูกสาวของกิม อยากแข่งขันกับเดือน เมื่อเดือนสนใจจะไปเป็นนักร้องลูกทุ่ง แก้วก็ใฝ่ฝันจะไปเป็นนักร้องวงสตริงของค่ายเพลงดัง ๆ แม้ว่าเดือนจะชวนแก้วไปสมัครเป็นนักร้องที่วงดนตรีของน้ำฝน เมืองบาดาล ที่ท้ายซอยกับตน แต่แก้วก็ไม่สนใจ เดือนจึงชวน ขำ (เพชร ปรัชญ์) เพื่อชายคนสนิทที่คบหากันมาแต่เด็กไปด้วย ขำอยากเป็นโฆษกวงดนตรีลูกทุ่ง จึงไปสมัครด้วย พิมุก (ไม้ นนทพันท์) นักมวยหนุ่มลูกเจ้าของค่ายในตลาด มีนิสัยเกกมเรกเกเร ก็แอบชอบเดือนอยู่เหมือนกัน และมักจะมีเรื่องกับคณะลิเกของรวิอยู่บ่อย ๆ พิมุกเป็นเจ้าหนี้ของโรจน์กับประทีป ซึ่งอยู่วงดนตรี พิมุกกลัวว่าถ้าเดือนเด่นดังแล้ว ความรักของเขาจะห่างออกไปอีก จึงพยายามยื้อเดือนเอาไว้ ด้วยการถ่วงไม่ให้เดือนเจริญรุ่งเรืองในการเป็นนักร้อง ที่วงดนตรีของน้ำฝน เมืองบาดาล เธอได้พบกับ โรจน์ (รุ่ง สุริยา) หัวหน้าวงและ ประทีป (แจ็ค ธนพล) ครูฝึกประจำวง ทั้งสองพึงใจในความงามของเดือน แม้ว่าเดือนจะเสียงดี เคยชนะการประกวดร้องเพลงตามเวทีต่าง ๆ มาบ้าง แต่ทั้งโรจน์และประทีป ซึ่งถูกกดดันทั้งอำนาจเถื่อนและอำนาจเงินก็ร่วมมือกันกดเดือนให้เป็นแค่หางเครื่องประจำวงเพื่อคอยหาเศษหาเลยให้พิมุกอยู่เนือง ๆ และให้เธอคอยรับใช้ในโอกาสต่าง ๆ ขำไปบอกรวิ ทำให้เขาเป็นห่วงและกล่าวเตือนเดือน แต่ศิริพรก็ใช้ความเป็นนางเอกงิ้วตีสนิทกับรวิให้เดือนเห็นอยู่บ่อยครั้ง เดือนจึงไม่ยอมเชื่อฟังรวิ และยอมเป็นหางเครื่องในวงของโรจน์ ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะเป็นนักร้องลูกทุ่งที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้า รวิรู้ว่าพิมุกพยายามเก็บเดือนเอาไว้ไม่ให้ประสบความสำเร็จ เขาจึงมาเตือนว่าหากรักควรจะปล่อยและสนับสนุนคนที่เรารัก แต่พิมุกรักแล้วต้องการครอบครอง พวกคณะลิเกกับค่ายมวยยกพวกตีกัน ในงานที่เดือนกำลังจะมีโอกาสได้แสดงความสามารถ เดือนโอกาสพังทลาย เธอเข้าในผิดคิดว่าเป็นเพราะรวิไม่อยากให้เธอได้ดี และต้องการเก็บเธอไว้ (เหตุที่เดือนเข้าใจผิดเป็นเพราะแผนของพิมุกร่วมมือกับศิริพร) ลิ้นจี่(เจเน็ท เขียว) หางเครื่องรุ่นปลดระวางแต่ก็ยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของบรรดาหางเครื่องอยู่ไม่พอใจเดือนมากเพราะลิ้นจี่เป็นเมียของโรจน์ จึงหึงหวงและคอยกลั่นแกล้งเดือนอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่มี ป้อม(อ๋อง พัฒนะ) หางเครื่องวัยเดียวกับลิ้นจี่คอยช่วยเหลือและชี้แนะทางออกให้เดือน นอกจากนี้เดือนยังสนิทสนมกับแก้ว ที่มาสมัครหางเครื่องวัยเดียวกับเธอ และถูกถูกโรจน์บังคับให้นำความสาวไปเช่นสังเวยผู้มีอิทธิพลตามที่ต่าง ๆ โดยที่นางกิมผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องเลย รวมทั้งพิมุกเองก็ได้แก้วเป็นเมีย แต่ด้วยความรู้สึกบางอย่างแก้วกลับหลงรักพิมุกอย่างเทิดทูนแม้ว่าพิมุกจะเลวสักเท่าไหร่ก็ตาม เธอก็ยังคงรักคงหวังดีอยู่นั่นแหละ ในที่สุดด้วยความซื่อและอ่อนโลกของเดือน ทำให้เดือนหลงเชื่อว่าพิมุกจะใช้เส้นสายปั้นเธอเป็นนักร้องดังได้ เธอจึงเกือบยอมตกเป็นของพิมุก แต่ว่ารวิมาขัดจังหวะเอาไว้ได้ทัน รวิรู้ดีว่าเป็นแผนของศิริพรที่ร่วมมือด้วย คณะลิเกกับคณะงิ้วจึงประกาศตัวเป็นศัตรู และมักมีเรื่องตีกันอยู่บ่อย ๆ โดยที่ทางค่ายงิ้วเข้าร่วมกับค่ายมวย ปล่อยให้คณะลิเกของรวิอยู่โดดเดี่ยว โชคดีที่ขำมักแอบขนเอาหางเครื่องกระเทยมาช่วยต่อยตียามมีทัพใหญ่ราวีกันอยู่ประปราย ช้อยรู้ว่าเดือนเกือบเสียตัวก็เสียใจที่รู้ว่าเดือนถึงขนาดเอาตัวเข้าแลก ช้อยขอร้องให้เดือนเลิกอาชีพหางเครื่องแล้วมาเป็นแม่ค้าขายขนม แต่เดือนก็ยังมีความหวังอยู่ ทว่านานเข้า ความฝันของเธอก็ลางเลือนเมื่อโรจน์ผัดผ่อนไม่ยอมปั้นให้เธอเป็นนักร้องเสียที ประกอบกับชาวบ้านก็เริ่มเข้าใจผิด พูดกันถึงเรื่องที่เดือนใช้ความสาวเพื่อไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จ คงมีเพียงรวิคนเดียวเท่านั้นที่ยังแอบช่วยเหลือเดือนอยู่ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ระหว่างนี้เอง รวิซึ่งแอบซุ่มเรียน และฝึกซ้อมเล่นดนตรีจนเกิดความชำนาญ ประกอบกับคณะลิเกซบเซา เพื่อความอยู่รอดเขาจึงตั้งวงดนตรี หันเหชีวิตไปเล่นดนตรีอยู่กับวงของเทพ (ยิ่งยง ยอดบัวงาม) รวิได้มีโอกาสพบเดือนและขอร้องให้เดือนไปอยู่วงของเทพ ทางโรจน์ไม่พอใจ จึงอาศัยไหว้วานให้พิมุกยกพวกมาท้าตีท้าต่อยกับรวิ รวิได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถเล่นเครื่องดนตรีที่ตนถนัดได้ ด้วยความเห็นใจ และความหวังว่าวงดนตรีของเทพกับระวิจะให้เธอเป็นนักร้อง เธอจึงตัดสินใจหนีจากวงของโรจน์มา ทั้งที่รู้ว่าโรจน์เป็นนักเลงและไม่ยอมแน่ เดือนถูกโรจน์และพิมุกตามทำร้าย หลายครั้งก็เจ็บตัวจวนเจียนจะถูกพิมุกกับคณะงิ้วจับตัวไป แต่รวิก็มาช่วยไว้ได้ทุกครั้ง ในที่สุดเดือนก็ได้ย้ายไปอยู่วงดนตรีของเทพในฐานะนักร้อง ช่วงนี้เองที่เดือนมีโอกาสใกล้ชิดกับรวิอีกครั้ง รวิเข้าใจสภาพของเดือนและพร้อมจะให้กำลังใจเธอต่อไป ทำให้เดือนรู้ว่าเธอไม่ได้รักเขาฝ่ายเดียว แต่ช้อยห้ามปรามมิให้เดือนคบหากับรวิ เพราะช้อยไม่ต้องการให้เดือนมีสามีกลัวว่าจะตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน และก็สงสารศิริพร ซึ่งมีพระคุณต่อนางด้วย (ด้วยมายาของศิริพร) แต่ด้วยความรักและความใกล้ชิดทำให้เธอตกหลุมรักกับรวิ อีกทั้งใช้รวิเป็นเกราะกำบังมิให้ ก้อง(เต้ นันทศัย) กับขจร นักร้องนำในวงมายุ่งเกี่ยวกับเธอ ศิริพรซึ่งหลงรักรวิ เธอเสียใจมาก เธอเริ่มเห็นเดือนเป็นคู่แข่ง ศิริพรเริ่มเรียนร้องเพลงอย่างจริงจัง และได้มีโอกาสพบกับแก้ว ซึ่งเป็นแดนเซอร์อยู่ค่ายเพลงแห่งหนึ่ง กิมแม่ของแก้วเป็นลูกหนี้ศิริพรอยู่ แก้วจึงเอาใจศิริพรด้วยการร่วมมือกับศิริพรทุกอย่างเพื่อทำลายเดือน ศิริพรเข้ามาพัวพันกับรวิอีกครั้งในฐานะนักร้องประจำวงของเทพ รวิแสดงความสนิทสนมจนเดือนน้อยใจ ศิริพรใช้คราบความดีกลั่นแกล้งใส่ร้ายเดือนทำให้รวิมีปากเสียงกับเดือนเป็นประจำ แม้ว่าป้อมกับขำจะคอยเป็นกำลังใจติดตามมาคอยดูแลเป็นเพื่อนเดือน แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เดือนตัดสินใจไปพบกับ ชูเกียรติ(ปั๋ง ประกาศิต) ผู้ติดการพนัน เจ้าของโมเดลลิ่ง และเป็นนักปั้นศิลปินมือทอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าชูเกียรติเองก็เป็นญาติกับพิมุก พิมุกสัญญากับชูเกียรติว่าจะล้มมวยให้ ถ้าชูเกียรติจะร่วมมือกลั่นแกล้งระวิกับตน ชูเกียรติแบ่งรับแบ่งสู้เพราะตนเองก็อยากได้เดือนขึ้นมาเหมือนกัน ในขณะที่แก้วเป็นแดนเซอร์ที่ชูเกียรติหมายมั่นปั้นมือว่าจะปั้นให้เป็นนักร้องด้วยเช่นกัน แก้วได้พบกับเดือน ทั้งสองกลายเป็นคู่แข่งกัน แก้วนำเรื่องเสื่อมเสียมาประจานเดือน ทำให้เดือนโกรธและต้องการเอาชนะ รวิเตือนสติเดือน แต่ก็ถูกศิริพรกับแก้วใส่ร้ายอีก รวิพลั้งปากเพราะหึงเดือนจึงมีเหตุให้ต้องต่อยมวยกับพิมุกในงานวัดครั้งหนึ่งจนได้ เดือนเป็นห่วงรวิ แต่ชูเกียรติรับปากว่าถ้าเดือนยอมสนิทสนมกับตนบ้าง เขาจะสามารถพูดให้พิมุกล้มมวยได้ ในที่สุดเดือนก็ยอมรับข้อเสนอของชูเกียรติว่าต้องเอาความสนิทสนมเข้าแลก เดือนยอมรับข้อเสนอ ทั้งที่ยังใช้ชีวิตอยู่กับรวิ แก้วโพนทะนาข่าวนี้ไปทั่วตลาด ช้อยเสียใจถึงกับฆ่าตัวตาย เดือนกลับมาทำศพแม่ท่ามกลางเสียงประจานจากชาวบ้าน ศิริพรอำนาจเงินว่าจ้างแก้วให้ติดต่อนักข่าวเพื่อเผยแพร่ข่าวนักร้องสาวหน้าใหม่ที่ใช้เรือนร่างไต่เต้าและอกตัญญูจนแม่ต้องฆ่าตัวตาย เดือนเสียใจมาก ร้องไห้กับศพของแม่ที่ยังไม่ได้เผา ระหว่างนั้นเองแก้วก็ใช้ขี้ยาประจำซอยสองคนมาดักทำร้ายเดือน แต่รวิกับขำก็มาช่วยไว้ได้ทันรวิเข้าใจว่าเดือนมีอะไรกับชูเกียรติและพิมุกในเวลาเดียวกัน รวิเสียใจผิดหวังเขาขอเลิกและอวยพรให้เดือนโชคดี ส่วนเขาคงลงเอยกับศิริพร เดือนเก็บความเสียใจไว้เงียบ ๆ ความฝันที่จะสร้างฐานะเพื่อเอชนะใจเขากลับส่งผลในทางเลวร้ายลงทุกที แต่ไม่ว่ามรสุมของชีวิตจะโหมกระหน่ำใส่เดือนอย่างไร เดือนก็ไม่ยอมกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกแล้ว เธอยอมก้าวพลาดเพื่อความสำเร็จในวันหน้า เดือนสัญญาทั้งกับชูเกียรติ และพิมุกว่าจะยอมเป็นเมียของทั้งคู่ โดยที่ทั้งชูเกียรติและพิมุกไม่รู้เลยว่าเดือนทำสัญญานี้กับทั้งสองคน ชูเกียรติกับพิมุกเริ่มแตกคอกันและมีเรื่องราว โดยมีเหตุให้รวิต้องมาอยู่ตรงกลาง และมีเรื่องกับทั้งสองก๊กนั่นอยู่บ่อย ๆ ชูเกียรติเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้เดือน ดาวน์รถให้เดือน แต่เดือนต้องผ่อนส่งเอง เดือนมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในใจลึก ๆ ก็เสียใจที่ทำให้รวิผิดหวัง ชูเกียรติติดต่อให้เดือนเข้าไปอยู่สังกัดค่ายเพลงของเสี่ยวาทิน ข่าวแจกเกี่ยวกับเดือนทั้งดีและไม่ดีถูกตีพิมพ์และเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ จนทำให้มีคนรู้จักเดือนมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยฝีมือของแดนเซอร์ที่ชื่อแก้ว แต่ไม่ว่าจะดังในทางดีหรือทางลบ ข่าวคราวของเดือนก็เป็นที่สนใจของเสี่ยทวีศักดิ์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เขาขอให้เดือนไปแสดงภาพยนตร์ เดือนตกลงเพราะหวังเงินก้อนโตไว้ใช้ชีวิตในบั้นปลาย แต่แล้วเธอก็ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากชูเกียรติ เพราะเขาตั้งตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวและขูดรีดผลประโยชน์จากเธอจนแทบไม่เหลืออะไร พิมุกเองก็พลาดท่าจนต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ เพราะแก้วเป็นคนทำคนที่เธอรักตายด้วยความไม่ตั้งใจ แต่เป็นเพราะเธอ เผลอไปร่วมมือกับชูเกียรตินั่นเอง เดือนต้องการหนีจากชูเกียรติ จึงยื่นข้อเสนอเป็นเมียเก็บของทวีศักดิ์ โดยแลกกับบ้านหลังใหญ่ไว้คุ้มชีวิต เธอไม่ทราบเลยว่าทั้งหมดนี้เกิดจากชูเกียรตินำเธอมาขายสัญญาทาสให้ทวีศักดิ์ ศิริพรนำข่าวนี้มาบอกรวิ ยิ่งทำให้รวิเสียใจและชิงชังเดือนมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจลืมเดือนได้ ทำให้ศิริพรยิ่งเกลียดชังและต้องการหาทางทำลายเดือนให้หนักยิ่งขึ้น สายสมร ภรรยาของทวีศักดิ์รู้ข่าวเรื่องเดือนจึงตามมาอาละวาด ด่าทอให้เป็นที่อับอายท่ามกลางสายตาแฟนเพลงจำนวนมาก เดือนวิ่งหนีหลบหน้าผู้คนจนกลายเป็นข่าวใหญ่ เดือนฮึดสู้อีกครั้งโดยมีป้อมกับขำเป็นคู่คิด การที่เดือนถูกรังแกทำให้ทวีศักดิ์สงสารและรักเดือนอย่างจริงใจ เดือนได้รับเงินจากทวีศักดิ์จำนวนหาศาล ขณะที่ศิริพรถูกแก้วกับกิมปอกลอกจนแทบหมดตัว วงดนตรีของเทพแตก ศิริพรมาสมัครเป็นนักร้องในค่ายของเสี่ยวาทิน โดยการชักชวนของนันทนา ภรรยาเสี่ยวาทิน ส่วนรวิใช้เงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ โดยมีตนเป็นนักร้องโฟล์คซองขับกล่อมแขกในร้าน ขณะที่ชีวิตของเดือนกำลังจะดีขึ้นนั้น มรสุมลูกใหญ่ก็ซ้ำเติมเข้ามาอีก เสี่ยทวีศักดิ์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต บ้านหลังใหญ่และรถยนต์คันหรูยังผ่อนไม่หมด เดือนหันหน้าไปหาชูเกียรติแต่ก็ถูกปอกลอกเงินก้อนสุดท้ายไป เมื่อกลับไปหาเสี่ยวาทินก็ถูกนันทนาตบตีด้วยความหึงหวง โดยที่นันทนาหารู้ไม่ว่าศิริพรซึ่งไม่อยากทนใช้ชีวิตอยู่ในร้านอาหารเล็ก ๆ รายได้น้อยนิด ต้องมีชีวิตสมถะอีกต่อไป เธอหันหลังให้รวิและยอมเป็นเมียเก็บของวาทิน แก้วซึ่งเป็นเมียเก็บของวาทินหึงหวงจึงมีปากเสียงกับศิริพร แก้วยิงศิริพรตาย และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เดือนกลับมาที่โลงศพแม่ ซึ่งเก็บไว้รอวันฌาปนกิจ เธอได้พบกับรวิ ในขณะที่รวิกำลังจัดงานศพของศิริพร ทั้งสองได้พบกัน รวิบอกว่าตลอดเวลาเขารอคอยเดือนอยู่ เดือนขอโทษและรับปากว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขาอีกครั้งด้วยชีวิตแบบพอเพียงและลืมเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมาให้หมดสิ้นไป ติดตามชม ละครหางเครื่อง ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละครหางเครื่อง เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557

10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้กับราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์
พุ่มพวง ดวงจันทร์ /  ราชินีลูกทุ่ง

"ไม่เด่นไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับไป" ตัวอย่างคำโปรยของภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง (The Moon)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องของราชินีผู้สร้างตำนานให้กับวงการเพลงลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” คำโปรยนี้ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นมาของ พุ่มพวงได้อย่างดี จากเด็กสาวบ้านนอกที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องลูกทุ่ง ซึ่งในที่สุดเธอก็ทำได้ อีกทั้งยังเป็นนักร้องลูกทุ่งที่เรียกได้ว่า  ราชินีแห่งวงการลูกทุ่งไทยเลยทีเดียว     หลายๆคนอาจจะสงสัย โดยเฉพาะเด็กรุ่นหลังๆที่ไม่ทันอยู่ในยุคที่ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ดังที่สุด และอาจสงสัยที่มาที่ไปของ ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลคนนี้ เธอเป็นใคร แล้วทำไมเธอถึงดังระดับตำนาน และนี่คือ 10 เรื่องทึ่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ พุ่มพวง ดวงจันทร์     1.ชื่อจริง และครอบครัว ---ความจริงแล้ว ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ มีชื่อจริงว่า รำพึง จิตรหาญ เกิดที่ บ้านหนองนกเขา ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทโตที่ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นบุตรีของนายสำราญ และนางเล็ก จิตรหาญ ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย เกิดในครอบครัวยากจน เป็นลูกคนที่ 5 ของบ้านในจำนวน 12 คน         2.อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ --- เธอเรียนที่โรงเรียนบ้านดอนตำลึง แต่ด้วยความที่เธอมีน้องอีก 6 คน ประกอบกับค่านิยมของแม่นั้นเห็นว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนมา เธอไม่จบแม้แต่ชั้น ป.2 ในวัยเด็กพอน้องหลับหมด เธอไปหาของขาย เก็บผัก หาดอกไม้ป่า หาบไปขายตามโรงงาน นั่นจึงทำให้เธออ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ 3.เคยถูกแบนไม่ให้ขึ้นประกวด --- พุ่มพวง ชื่นชอบการร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าเธอจะอ่านหนังสือไม่ออกแต่ก็มีความจำดีเยี่ยม เธอเริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่าง ๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย เธอเข้าประกวดล่ารางวัลไปทั่ว ตั้งแต่อำเภอศรีประจันต์ บางปลาม้า แล้วข้ามจังหวัดไปถึงอำเภอเสนา ผักไห่ มหาราช วิเศษชัยชาญ บ้านแพรก หนองโดน พระพุทธบาท สระบุรี ด้วยเหตุนี้หลังๆคนที่เข้าประกวดจึงมีการแบนเธอเกิดขึ้น ถึงขนาดว่าจะไม่ยอมขึ้นประกวดถ้า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ขึ้นแข่งด้วย เพราะแข่งไปก็ไม่ชนะ   4.เพลงแรกของพุ่มพวง --- เมื่ออายุได้ 15 ปี ไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน เธอได้ร่วมร้องเพลงและแสดงความสามารถจนไวพจน์เห็นความสามารถ เกิดความเมตตา จึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นหางเครื่องและนักร้องพลาง ๆ ก่อนที่ไวพจน์ จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง "แก้วจ๋า" โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ 5.คนจะดังฉุดไม่อยู่ --- ชื่อเสียงของพุ่มพวงดังระดับประเทศครั้งแรก เมื่อบังเอิญได้มาร้องเพลงสาวนาสั่งแฟน ของครูลพ บุรีรัตน์  ซึ่งเพลงนี้ความจริงครูลพ แต่งให้กับศิรินทรา  นิยากร แต่ในช่วงการคัดเลือกเพลง ทางอาโซนาต้นสังกัด  หยิบเพลงนี้ออกมาให้พุ่มพวงร้อง  และนำเพลงของครูกานต์ เข้าไปแทนในชุดของศิรินทรา  คนจะดังนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ  เพลงนี้เปิดเชียร์อยู่ไม่นานนัก ก็ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า  "...ซื้อผ้าตาๆ มาฝากน้องบ้างเน้อ... เออ..." จะมีคนฟังร้องรับทุกครั้ง             6.มีพรสวรรค์แล้วต้องมีพรแสวงด้วย --- การที่จะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ราชินีลูกทุ่งนั้นแค่พรสววรรค์และน้ำเสียงอย่างเดียวไม่พอส่วนประกอบอื่นๆก็สำคัญไม่แพ้กัน พุ่มพวง ดวงจันทร์ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของวงการลูกทุ่งบุกเบิก เพราะว่าเธอลงทุนไปดูโชว์ถึง ลาสเวกัส ประเทศ สหรัฐอเมริกา ซื้อมิวสิควิดีโอนักร้องต่างชาติมาดูแล้วก็เก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาพัฒนาต่อยอดจนทำให้เวทีคอนเสิร์ตของเธอมีสีสันต่างจากศิลปินลูกทุ่งรุ่นเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งลีลาแดนเซอร์ เสื้อผ้าการแต่งกายทั้งของเธอเอง และของแดนเซอร์ ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้งที่ปรากกตัวบนเวที           7.ยกระดับเพลงลูกทุ่ง --- พุ่มพวง ดวงจันทร์ นับเป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรก ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างเพลงของคนเมือง และคนชนบทเข้ามาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เมื่อพุ่มพวง ดวงจันทร์ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขึ้นเวทีใหญ่ร้องเพลงที่โรงแรมดุสิตธานีในการแสดงดนตรีการกุศล “พุ่มพวง ดวงจันทร์ อินคอนเสิร์ต” ท่ามกลางกลุ่มคนชั้นสูงทั้งหลาย ซึ่งในสมัยนั้นเวทีโรงแรมดุสิตธานีเป็นเวทีที่มักจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อให้เหล่าชนชั้นสูงมาดูกัน และที่สำคัญกว่านั้นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาธินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีครั้งนี้ด้วย และเกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่นึกฝันนั่นคือ องค์ภาเสด็จสู่หน้าเวทีเพื่อพระราชทานมาลัย หากการพระราชทานครั้งนี้จะให้เลือกใช้ศัพท์ “สวม”มาลัย หรือ “เสี่ยง” มาลัย ขอเลือกใช้ประการหลัง เพราะกิริยาการพระราชทานครั้งนี้มีลักษณะเหมือนโยนเข้าคอ-คงเป็นเพราะไม่ทรงเคยชิน นับแต่เริ่มแสดงพุ่มพวง ดวงจันทร์โชว์ผลงานเพลงไม่น้อยกว่า 15 เพลง ทั้งช้าเร็ว เก่า-ใหม่ แต่ที่พอพระราชหฤทัยองค์ภามากที่สุดคือ “กระแซะเข้ามาซิ” เพราะพุ่มพวง ดวงจันทร์ ต้องร้องเพลงนี้ให้ใคร ๆ ฟังซ้ำอีกครั้งหนึ่ง “เป็นต้องพระประสงค์” เธอว่าอย่างนั้น 8.เข้าสู่วงการภาพยนตร์ --- พุ่มพวงเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2526 และแสดงหนังเรื่องแรก สงครามเพลง สร้างโดยฉลอง ภักดีวิจิตร และอีกหลายเรื่อง ในช่วงที่แสดงภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักนักเพลง ได้พบกับ (ไกรสร แสงอนันต์) ผลงานการแสดงของเธอในฐานะนางเอก อย่างเช่น สงครามเพลง, รอยไม้เรียว, ผ่าโลกบันเทิง, นักร้อง นักเลง, นางสาวกะทิสด, มนต์รักนักเพลง, ลูกสาวคนใหม่, อีแต๋น ไอเลิฟยู, หลงเสียงนาง, จงอางผงาด, ขอโทษทีที่รัก, คุณนาย ป.4, อาจารย์เด๋อเจอพุ่มพวง, สาวนาสั่งแฟน, เสน่ห์นักร้อง, นางสาวยี่ส่าย (ภาพยนตร์โทรทัศน์) เป็นต้น     9.รางวัลอันทรงเกียรติ --- พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี         10.จากไปด้วยโรค เอสแอลอี --- โรคเอสแอลอี (Systemic Lupus Erythematosus - SLE)หรือ โรคลูปัส จัดเป็นโรคที่เรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มภูมิคุ้มกันเพี้ยน โรคเอสแอลอีเกิดจากการที่ผู้ป่วยมีการผลิตโปรตีนของภูมิคุ้มกันในเลือดที่เรียกว่า “แอนติบอดี้” ขึ้นมามากเกินปกติ  จากปกติที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรีย หรือไวรัสจากภายนอกร่างกาย  แต่กลับต่อต้านร่างกายของตัวเอง จนทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆ  ถ้าเป็นรุนแรงจะมีการทำลายอวัยวะภายในด้วย เช่น ไต หัวใจ ปอด และระบบประสาทและพุ่มพวง เธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอีหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต เธอรักษาอยู่โรงพบาลอยู่นานครั้นเมื่อพุ่มพวงอาการดีขึ้น ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์ เนื่องจากเชื่อว่าถูกปองร้ายด้วยไสยศาสตร์ด้วยวิธีการคุณไสย จึงเดินทางออกจากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ ไปจังหวัดพิษณุโลกโดยเดินทางด้วยรถตู้ แต่หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช  ก็เกิดอาการช็อคและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบ                 น่าเสียดายที่คนรุ่นหลังๆ ได้เพียงแต่สัมผัสความเป็นตำนานของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ผ่านบทเพลงที่เธอถ่ายทอดไว้ เธอจากไปด้วยวัยเพียง 31 ปี เท่าั้นั้น ชีวิตของเธอจริงๆแล้วน่าสงสาร บนเวทีเธอสร้างความสุขให้กับผู้ชมผู้ฟังจนใครๆก็ยกย่องเธอ เบื้องหลังเวทีเมื่อเธอทุกข์ใจ ก็ต้องแอบร้องไห้ข้างเวที แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอทิ้งไว้นั้นช่างมีคุณค่าและก็คงไม่มีใครขึ้นมาแทนที่เธอได้ทั้งจากวงการเพลงลูกทุ่ง และจากใจของผู้ฟังทุกคน   "นักร้องบ้านนอกคนนี้ จะกล่อมน้องพี่และแฟนเพลง"         ขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย / คุณ พุธสิบ บนเว็บไซต์ Pantip.com -------------------------------------------------------------------------------------- สถานี ดวงจันทร์ในดวงใจ รวมเพลงฮิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร่วมรำลึก 22 ปี “พุ่มพวง ดวงจันทร์” กับ Playlist สถานี ดวงจันทร์ในดวงใจ รวมเพลงฮิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ โดย musicmthai เปาวลี นำทีม ศิลปิน ร่วมคอนเสิร์ต รำลึก 21 ปี พุ่มพวง ดวงจันทร์ ทุกวันที่ 13 มิถุนายน ของทุกปี ศิลปินในสังกัดแกรมมี่ โกลด์ จะตบเท้าไปร่วมคอนเสิร์ต รำลึก พุ่มพวง ดวงจันทร์ ณ วัดทับกระดาน จ.สุพรรณบุรี อยู่เสมอ "เปาวลี" จัดเต็ม ชุดคอนเสิร์ตสมจริง หน้าผม-หางเครื่อง พร้อมโชว์เพลง "พุ่มพวง" มาถึงฉากคอนเสิร์ตแต่ละฉากในภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง” เป็นการรวบรวมคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ และสุดประทับใจหวนคืนกลับมาอีกครั้ง ย้อนอดีตละคร ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ละครดังในอดีต สู่ภาพยนตร์จอเงิน เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบการจากไป ของคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์

กรีน พูดถึง เคลลี่ เป็นแฟนคลับเจ๊ป้อมจากละครหางเครื่อง
กรีน /  เคลลี่ / 

สะกิดบันเทิง 19 มีนาคม 2557 - บ่ายๆแบบนี้ เริ่มที่ "เดือน งามพร้อม" กรีน อัษฎาพร จากละครหางเครื่อง ที่คู่หู "เจ๊ป้อม" อ๋อง พัฒนะ ลีลาโดนใจ เคลลี่ ธนะพัฒน์ หนุ่มข้างกายของสาวกรีนอย่างจัง จนมีเสียงกระซิบฝากมาถามว่า เอ๊ะ อาการสาวแบบนี้ มันการแสดงหรือของจริง เอ้า เคลียร์ด่วนค่ะ อ๋อง

ละครเวที ลำซิ่งซิงเกอร์ เต๋อ-แพนเค้ก-โอปอล์
GTH /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

ครั้งแรกของ GTH?กับ ละครเวที ลำซิ่งซิงเกอร์ ที่จะทำให้คุณ ?ขำกลิ้ง? และ ?แดนซ์กระจาย? ขบวน ?ความสุข??สนุก ?สุดซิ่ง??กำลังจะ ?วิ่ง? มาหา นำขบวนความสนุกโดย ?เต๋อ-ฉันทวิชช์ / แพนเค้ก-เขมนิจ / โอปอล์-ปณิสรา?? กำกับการแสดงโดย มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ? เปิดการแสดง 21 ธันวาคม 2555 ถึง กลางเดือนมกราคม 2556 ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์? ค่ายหนังอารมณ์ดี?? ?จีทีเอช???? เปิดโปรเจ็คพิเศษ?? ต้อนรับปลายปี??? เตรียมทำละครเวทีเรื่องแรก ?ลำซิ่งซิงเกอร์? ได้นางเอกสุดฮอตของวงการ ?แพนเค้ก - เขมนิจ จามิกรณ์? มาประชันบทบาทกับพระเอก 300 ล้าน ?เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี?? ร่วมด้วย ?โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ?? มาร่วมเรียกเสียงฮา สนุก สุดมันส์รับปลายปีนี้ และเพราะเป็นละครเวทีเรื่องแรก GTH จึงทุ่มทุนสร้างทั้งกำลังคนและระยะเวลาในการฝึกซ้อม เพื่อจะพาผู้ชมไปพบกับละครเวทีที่นำเอาอารมณ์ขันมาผสมผสานกับความมันส์ของดนตรี ลำซิ่ง? เปิดจำหน่ายบัตรวันแรก วันที่ 22 ตุลาคม เป็นต้นไป ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ บัตรราคา 500 1,000 1,500 1,800 2,300 2,500 บาท? เรื่องย่อ?ละครเวที?ลำซิ่งซิงเกอร์ ย้อนกลับไปสู่ปี พ.ศ.2538 ในยุคที่โซเชียลเน็ตเวิร์กยังไม่แพร่หลาย ICQ ถือว่าเป็นของใหม่ ทาทา ยัง ยังเป็นอีหนูมหัศจรรย์และโด่งดังสุดๆ กับบทเพลงโอ๊ะ..โอ๊ย และรบกวนมารักกัน โลกดนตรียังเป็นฟรีคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยมแบบสุดๆ .... ??????????? แววตา (แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์) สาวบ้านนาแห่งหมู่บ้านนกกระจิบ ผู้มีทั้งพรสวรรค์และความใฝ่ฝันอย่างแรงกล้าที่จะเป็นนักร้องหมอลำ เพียงแต่?ความฝันของเธอดันสวนทางกับความต้องการของผู้เป็นแม่ เพราะมารวย (นันทิดา แก้วบัวสาย) ดันเกลียดอาชีพนักร้องแบบเข้าไส้!! แววตาตัดสินใจทิ้งบ้านเกิด โกหกแม่ว่ามาทำงานเป็นสาวออฟฟิศอยู่ในกรุงเทพฯ แต่แท้จริงแล้ว เธอโมดิฟายด์ตัวเองใหม่จนกลายเป็น ?มีแวว แก้วอีสาน? นักร้องสาวชื่อดัง ประจำคณะลำซิ่ง เดอะ กลาส ออฟ ภูธร ที่มีเฮียเขี้ยว (ตู้-ดิเรก อมาตยกุล) เป็นหัวหน้าคณะ และพี่สาวคนสนิทเป็น เจ๊แกร่ง (ซันนี่ ยูโฟร์) กระเทยร่างใหญ่ใจแมน ??????????? ...แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อคณะลำซิ่งที่เธอสังกัดอยู่ดันมีคิวต้องมาเปิดการแสดงที่หมู่บ้านนกกระจิบ อันเป็นบ้านเกิดของเธอ ซึ่งงานนี้ นอกจากแม่แล้ว เธอยังต้องรับมือกับน้อยหน่า(โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ) คู่ปรับเก่าตั้งแต่วัยเด็ก แน่งน้อย (สาวิตรี สามิภักดิ์) แม่ของน้อยหน่าผู้เป็นคู่แข่งกับแม่เธอตั้งแต่สมัยยังสาว รวมถึง เจ๊ฮั้ว (ปุ๊กกี้-ปวีณ์นุช แพ่งนคร) เจ้าของร้านชำจอมสอดรู้สอดเห็น และที่สำคัญก็คือ ปลัดขิก (เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ปลัดหนุ่มหน้ามนคนซื่อ เพื่อนชายคนสนิทที่แอบชอบเธอมาตั้งแต่ ป.1 ดันจำมีแววได้ตั้งแต่แรกเห็น !!! ??????????? มีแววจะเอาตัวรอดกับเรื่องนี้อย่างไร?? ความลับของมีแววจะเก็บงำต่อไปได้หรือไม่? ??????????? แล้วทำไม? แม่ของเธอถึงได้จงเกลียดจงชังอาชีพหมอลำซิ่งนี้นักหนา ??????????? พบกับละครเวทีที่มาพร้อมเสียงฮาและฉากเต้นสุดซิ่ง ที่จะชวนให้คุณลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาออกลีลาไปพร้อมกับทุกชีวิตบนเวที! ??????????? ? ลำซิ่งซิงเกอร์ ? ??????????? ขบวนความสุข สนุกสุดซิ่ง กำลังจะวิ่งมาหา... เปิดการแสดง 20 ธันวาคม 2555 ถึงกลางเดือนมกราคม 2556 ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ คาแรคเตอร์นักแสดง ใน?ละครเวที?ลำซิ่งซิงเกอร์ มีแวว ????????????? ชื่อเดิมคือแววตา เด็กสาวบ้านนาจากหมู่บ้านนกกระจิบ ด้วยแก้วเสียงที่หวานใสไม่แพ้ใบหน้า และใจรักในบทเพลงหมอลำซิ่ง ทำให้เธอทิ้งบ้านเกิดมาเป็นนักร้องหมอลำอยู่ในกรุงเทพฯ จนได้ฉายา ??มีแวว แก้วอีสาน? ผู้มีผลงานโด่งดังและคิวโชว์ตัวไปทั่วประเทศ CAST: แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์? ปลัดขิก? ????????? ปลัดหนุ่มไฟแรง ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับหมู่บ้านทุ่งนกกระจิบให้มีความเจริญทัดเทียมนานาอารยจังหวัด? แม้ภายนอกจะดูเฉิ่มเชย แต่ภายใต้แว่นสายตากรอบหนาเนิร์ดคือความหล่อแบบละลายใจสาว แต่หญิงเดียวที่เขาหมายปองคือ ?แววตา? เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่?? ประถม 1 !!! CAST: เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี? น้อยหน่า? ??????? ลูกสาววัยทีนของแน่งน้อย เตี้ย อ้วน ล่ำ ดำ ป้อม จอมแอ๊บแบ๊ว เพราะคิดว่าตัวเองสวยที่สุดในหมู่บ้าน? เกิดมาเพื่ออิจฉาแต่ไม่มีพิษไม่มีภัย มีความใฝ่ฝันสูงสุดที่จะได้ปลัดขิกมาทำผัวและเจอทาทา ยังตัวจริง CAST: โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ? ? ฝั่งหมู่บ้านทุ่งนกกระจิบ 3 สตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งสหกรณ์หมู่บ้านทุ่งนกกระจิบ มารวย?? ?????????? หญิงม่ายผัวตาย? เลยกลายเป็นซิงเกิ้ลมัมที่เลี้ยงลูก 2 คนคือมีแวว และสมหวังมาเพียงลำพัง รักและตามใจลูกทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวที่รับไม่ได้คือเรื่องที่ลูกสาวจะกลายเป็นนักร้องหมอลำ! CAST: นันทิดา แก้วบัวสาย แน่งน้อย? ????? คู่แข่งผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับมารวยมาตั้งแต่ยังสาว เพราะในอดีตเคยหลงรักชายหนุ่มคนเดียวกัน แถมในปัจจุบัน เธอยังพยายามผลักดันน้อยหน่า ลูกสาวคนเดียวให้เป็นดาวเด่นประจำหมู่บ้านแข่งกับแววตา ลูกสาวมารวยอีกตะหาก CAST: สาวิตรี สามิภักดิ์? เจ๊ฮั้ว? ????????????? สาวทึนทึกเจ้าของร้านชำ ผู้คลั่งหมอลำเข้าไส้และชอบสอดรู้สอดเห็นเป็นชีวิตจิตใจ CAST: ปุ๊กกี้-ปวีณ์นุช แพ่งนคร ฝั่งรถทัวร์ลำซิ่ง เฮียเขี้ยว????? ? หัวหน้าคณะลำซิ่งเหลี่ยมจัด ผู้ทั้งเห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ? บ้าอำนาจ ชอบบงการคนอื่น ชอบวางท่าใหญ่ แต่จริงๆ แล้วใจปลาซิว? CAST: ตู้-ดิเรก อมาตยกุล? เจ๊แกร่ง????????? ? กระเทยร่างใหญ่ใจแมน? รับหน้าที่ทำทุกอย่างตั้งแต่ชุนชุดหางเครื่อง ยันขับรถทัวร์พาคณะไปตระเวณแสดงตามที่ต่างๆ? เป็นเสมือนเสาหลักและที่รักของทุกคนในวง เพราะเป็นคนเดียวที่สามารถออกโรงงัดข้อกับเฮียเขี้ยวได้ CAST: ซันนี่ ยูโฟร์

จัดประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลดปัญหา นักเรียนตีกัน
การแก้ปัญหานักเรียนตีกัน /  นักเรียนตีกัน / 

ภาพประกอบจาก http://www.obt-bangsaotong.go.thไม่เีกี่ยวข้องกับข่าว สืบเนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทกันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา วันนี้ (23 มิ.ย.) พรรคเพื่อไทยจึงจัดแถลงข่าว ประกวดโครงการ "มนต์เพลงลูกทุ่ง" โดยมี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 "ครูเป็ด" หรือนายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร คอมเมนเตเตอร์ประจำรายการเอเอฟ อคาเดมี แฟนตาเซีย และ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ ดาราสาวชื่อดัง และมีหางเครื่องจากนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แชมป์จากรายการชิงช้าสวรรค์ ประกอบการแถลงข่าว นายพลภูมิกล่าวว่า   เชื่อว่าเมื่อเด็กมีกิจกรรมร่วมกัน มีการสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะช่วยลดปัญหาทะเลาะวิวาทลงได้มาก สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ  ภายใน 1 ทีมประกอบด้วย นักร้อง 1 คน หางเครื่อง 6-12 คนคละโรงเรียนกันได้ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน-20 กรกฎาคม 2555 เกณฑ์ในการตัดสินจะพิจารณาทั้งการร้องเพลง การเต้นของหางเครื่อง แต่ไม่เน้นเรื่องการแต่งกาย เพื่อไม่ให้เกิดความสิ้นเปลืองแก่ผู้เข้าแข่งขัน ส่วนการแข่งขันแบ่งเป็นรอบรองชนะเลิศ วันที่ 18 สิงหาคม และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยรางวัลที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 5 หมื่นบาท พร้อมถ้วยรางวัลจาก รมว.ศึกษาธิการ และรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 3 หมื่นบาท พร้อมถ้วยจากสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยมีโครงการจัดอบรม "สายลับ 2 ล้อ" ให้แก่วินมอร์เตอร์ไซค์ 2 แสนคันทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ประสงค์เข้าอบรมจะต้องขึ้นทะเบียนชื่อผู้ขับขี่ วินที่ประจำ การสแกนลายนิ้วมือ การตรวจสอบประวัติก่อนเข้าอบรม และเมื่อผ่านแล้วก็จะได้รับเสื้อวินในโครงการ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากวินสายลับนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอาศัยเป็นช่องทางในการปราบปรามและลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ได้ ขณะนี้จัดทำโครงการนำร่องที่เขตมีนบุรี โดยการประสานงานกับ บก.น.3 จัดอบรมสายลับ 2 ล้อไปแล้วจำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 1 พันคน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

เพลงฮิต ละครดัง เพลงประกอบละคร
ฟังเพลงออนไลน์ /  เพลงประกอบละคร / 

หลากหลาย เพลงประกอบละคร สุดฮิต รวบรวมมาให้ได้ฟังกับต่อเนื่อง ที่สถานี เพลงฮิตละครดัง รวมเพลงประกอบละคร หลากหลายเรื่อง หลากหลายแนว สามารถแนะนำเพลงให้กำลังใจกันได้ทางอีเมล์ music@mthai.com Playlist สถานี เพลงฮิตละครดัง 1. เธอไม่ต้อง - โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ - รักออกฤทธิ์ 2. รักออกฤทธิ์ - โย่ง อาร์มแชร์ - รักออกฤทธิ์ 3. มีใจก็พอ - กลม อรวี - ครีบนี้หัวใจมีเธอ 4. หนีก็รัก - ชิน ชินวุฒ;วริฎฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร - หนีก็ล่า ซ่าก็รัก 5. อาจเป็นคนนี้ - ดีลิเลียน อัลฟอร์ด (ดี The Star) - เล่ห์นางฟ้า 6. เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่ - Yes'sir Days feat.ฟิล์ม บงกช - อย่าลืมฉัน 7. ยิ่งเกลียดยิ่งรัก - โดม ปกรณ์ ลัม - เสน่หาสัญญาแค้น 8. คนแพ้ที่ไม่มีน้ำตา - เบิร์ด ธงไชย - อย่าลืมฉัน 9. ยิ่งรักยิ่งห่าง - สิงโต นำโชค - CLUB FRIDAY THE SERIES 4 หรือรักแท้จะแพ้ความต่าง 10. ฉันก็รักของฉัน - นิว จิ๋ว - สามีตีตรา 11. ไม่เจ็บอย่างฉันใครจะเข้าใจ - ฟิล์ม บงกช - สามีตีตรา 12. ยกเว้นเรื่องเธอ - แพรว คณิตกุล - คิวบิก 13. ผู้หญิงในเงา - เอมี่ กลิ่นประทุม - แหม่มจ๋า 14. ที่สุดท้าย - เจนนิเฟอร์ คิ้ม - สุสานคนเป็น 15. คมพยาบาท - รังสิมา มีพันธุ์ - คมพยาบาท 16. กรุณาฟังให้จบ - เติ้ล ธนพล - หางเครื่อง 17. มามะ มาเลย - แคทรียา อิงลิช - สาวน้อยคาเฟ่ 18. IG หลายใจ - เรยา ไวยาวัจกร - สัญญาเมื่อสายัณห์ 19. Your Garden - ตู่ ภพธร - ในสวนขวัญ 20. หรือเพียงแค่เหงา - มาร์กี้ ราศรี - ในสวนขวัญ

พระราชทานเพลิงศพ'สายัณห์'แฟนเพลงแห่ร่วมอำลา
ข่าวสายัณห์ สัญญา /  งานศพสายัณห์ สัญญา / 

เศร้า! พระราชทานเพลิงศพ สายัณห์ สัญญา ศิลปิน-ดารา นักร้องลูกทุ่ง แฟนเพลงร่วมส่งดวงวิญญาณ แน่นวัดป่าเลไลยก์ ภรรยาเล็งซื้อบ้านให้ครอบครัวตามต้องการของพี่เป้า พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ หลังจากที่ “ขวัญใจคนเดิม เป้า-สายัณห์ สัญญา” หรือ นายพรสายัณห์ มีโชคดีเสมอ ขุนพลเพลงลูกทุ่งชื่อดังเจ้าของฉายา “แหบมหาเส่นห์” เจ้าของบทเพลงสุดฮิตในอดีต อาทิ ไก่จ๋า ล้นเกล้าเผ่าไทย  เสียความรู้สึก รักเธอเท่าฟ้า กินอะไรถึงสวย ห้องนอนคนจน ฯลฯ ต้องจบชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ที่โรงพยาบาลธนบุรี เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความอาลัยของแฟนเพลง โดยญาติได้นำศพไปตั้งไว้ที่วัดไร่ขิง จ.นครปฐม จนครบ 100 วัน ก่อนเคลื่อนย้ายกลับสู่บ้านเกิดที่ จ.สุพรรณบุรี โดยนำมาตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ก่อนที่จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี เหล่าบรรดามิตรรักแฟนเพลงจำนวนมากจากทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมไว้อาลัย “ขวัญใจคนเดิม” เป็นครั้งสุดท้าย โดยมี นางวรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยาสายัณห์ และลูกๆ ทั้ง 4 คน นายมานิตย์ อังกินันทน์ หรือ อ้อ ผู้จัดการส่วนตัว เป้า-สายัณห์ นายทองคำ ดีเสมอ นางสด ดีเสมอ พี่ชายและพี่สาวเป้า-สายัณห์ นางลัดดา ไพรวัลย์ ภรรยายอดรัก สลักใจ อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังผู้ล่วงลับ ทีมงาน 7 พลังหนุ่ม อดีตหางเครื่องวงดนตรีลูกทุ่งสายัณห์ และบุคคลในวงการเพลงลูกทุ่งร่วมทำพิธีเลี้ยงพระเพล กระทั่งเวลา 13.15 น. นางวรรณพร ภรรยาเป้า-สายัณห์ พร้อมด้วยลูกๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแฟนเพลงนับพันคน ช่วยกันเคลื่อนย้ายร่างไร้วิญญาณขุนพลเพลงลูกทุ่ง ลงจากศาลามาตั้งไว้ที่เมรุลอย ที่ประดับประดาด้วยกระดาษเงิน-ทอง และดอกไม้สดอย่างสวยงาม บริเวณลานหน้าพระอุโบสถหลังใหม่ โดยมี หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุติมธโร หรือ หลวงพ่อเสือดำ วัดศรีนวลธรรมวิมล เขตหนองแขม กทม. เดินจูงศพ และมี ปุ๋ม-อนุสรณ์ มุสิกะสินธุ์ ลูกชายที่เกิดจากภรรยาอดีตหางเครื่องประจำวง และ กิ๊บ โคกคูณ ตลกประจำวง บวชจูงหน้าศพ ต่อจากนั้นช่วงเวลา 15.30 น. ไฟพระราชทานได้เดินทางมาถึงยัง วัดป่าเลไลยก์ โดยมี นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ท่ามกลางแฟนเพลงหลายพันคนที่มาร่วมไว้อาลัยอย่างเนืองแน่น ส่วนคนลูกทุ่งที่เดินทางมาสมทบเพื่อร่วมไว้อาลัยกับขุนพลเพลงลูกทุ่ง ก็มีจำนวนมากเช่นกัน อาทิ ศรชัย เมฆวิเชียร, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, สัญญา พรนารายณ์, มุณี อังกินันทน์ หรือ สายธาร ศรัทธา อดีตนักร้องลูกทุ่ง นายประยงค์ ชื่นเย็, ชัยชนะ บุณนะโชติ, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, ขวัญจิตร ศรีประจันท์ ศิลปินแห่งชาติ อ.ชลธี ธารทอง, แสนรัก เมืองโคราช โฆษกประจำวง หม่ำ จ๊กมก โหน่ง 3 ช่า ยาว อยุธยา ตลกชื่อดัง เป็นต้น นางวรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยาเป้า-สายัณห์ กล่าวด้วยสีหน้าโศกเศร้า โดยกล่าวขอบคุณแฟนเพลง พี่เป้า-สายัณห์ ที่ให้ความเมตตา พี่เป้า ผู้สื่อข่าวถามว่า พี่เป้า-สายัณห์ ได้ส่งสัญญาณอะไรมาบ้างหรือไม่ ภรรยาเป้า-สายัณห์ กล่าวว่า คืนสุดท้ายที่สวดวัดไร่ขิง ได้เห็นกลุ่มควันธูปเป็นรูป ส.เสือ ลอยอยู่บนโลงศพ แล้วค่อยๆ หายไป และขณะที่ น้องเบส-สวามินี ดีเสมอ ลูกสาวคนโต ได้จูดธูปบอกพี่เป้าตอนที่น้องบิ๊ก-เวสารัช ดีเสมอ ลูกชายจะบวชให้ คืนนั้นเจ้าตัวฝันว่า พ่อไปรออยู่ที่วัดพระธรรมกาย ที่น้องบิ๊ก จะบวช เชื่อว่าพี่เป้าได้รับบุญกุศลที่ลูกๆ และครอบครัวทำไปให้ ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะดำเนินชีวิตอย่างไร นางวรรณพร กล่าวว่า หลังจากเสร็จงานจะดำเนินการเรื่องชื้อบ้าน ทำตามประสงค์ของ พี่เป้า ตั้งใจไว้ก่อนที่จะเข้าโรงพยาบาล อยากจะบอกกับ พี่เป้า ว่า ทุกคนรักพ่อ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น ลูกๆ เป็นคนดีทุกคน ตนก็จะเป็นหลักให้ลูกๆ จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด บุญใดที่ครอบครัวได้ทำ ขอให้ พี่เป้า ได้รับและไปสู่สุขคติ ให้อยู่ในภพที่สูงยิ่งๆ ขึ้นไป สำหรับในส่วนของการลอยอังคาร ภรรยาสายัณห์ กล่าวว่า ทางครอบครัวจะไม่มีการทำพิธีลอยอังคาร แต่จะเก็บไว้ที่บ้านและฝากไว้ที่เจดีย์ยังวัดบ้านเกิด ขณะที่ นายมานิตย์ อังกินันทน์ ผู้จัดการส่วนตัวเป้า-สายัณห์ กล่าวว่า สำหรับหุ่นของ เป้า-สายัณห์ ครอบครัวได้ตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะมีทั้งหมด 2 ตัว คือ ทำด้วยทองเหลืองโดยช่างพรหม จันทรางกุล เจ้าของโรงหล่อพรหมวิจิตรโลหะภัณฑ์ ย่านพุทธมณฑลสาย 5 โดยจะนำมาไว้ที่วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี และอีกตัวเป็นหุ่นขี้ผึ้ง โดยกรมศิลปากร เป็นผู้จัดทำขึ้น ร่วมกับ จ.สุพรรณบุรี จะนำมาตั้งไว้ที่ลานวัฒนธรรมของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ลานวัดวรจันทร์ ส่วนของที่ระลึกนั้น ครอบครัวได้จัดพิมพ์หนังสือประวัติ เป้า-สายัณห์ หนังสือธรรมะ และเทปคาสเซ็ท ชุดไถนาดีกว่าไถคน และมนต์รักไอซียู ที่พี่เป้า-สายัณห์ ได้จัดทำไว้เมื่อปี 2541 ขณะนั้นได้ตั้งค่ายเพลงชื่อ เอสวาย โปรโมชั่น ออกมาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จำนวนหมื่นชุด นำมาแจกให้แฟนเพลงที่ร่วมงานได้เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย ส่วนอัฐิของ สายัณห์ นั้น จะแบ่งไว้เป็น 2 ส่วน โดยจะนำไปบรรจุไว้ที่เจดีย์แม่ของ สายัณห์ ที่วัดป่าเลไลยก์ และอีกส่วนจะครอบครัวนำไปเก็บไว้ที่บ้าน โดยโกศเบญจรงค์ที่ใช้บรรจุกระดูกนั้น ปริศนา วงศ์ศิริ อดีตนักร้องชื่อดัง ได้จัดทำมาให้ พี่เป้า โดยเฉพาะด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จสิ้นในส่วนของพิธีการเป็นที่เรียบร้อย ในช่วง 19.00 น. จะมีคอนเสิร์ตอำลา สายัณห์ จากเพื่อนศิลปินในวงการลูกทุ่ง โดยไฮไลท์อยู่ที่การขึ้นเวทีเพื่อร้องเพลงของ น้องเกรซ ศิรประภา ดีเสมอ ลูกสาวคนรองที่ได้ทำอัลบั้มพิเศษ ที่ชื่อชุดว่า "วันนี้ไม่มีพ่อ" ถือเป็นการเปิดตัวอัลบั้มของทายาทลูกทุ่งคนดังอย่างเป็นทางการครั้งแรก

ตัวอย่างแรกออนไลน์กับหนังไทยเด็กอารมณ์ดี ที่ครองใจทุกคนใน ปัญญา เรณู 2
ข้อมูล /  ตุ๊กกี้ / 

ออนไลน์มาได้สักพักแล้วกับตัวอย่างในหนังไทยเด็กอารมณ์ใน ปัญญา เรณู 2 ที่มาคราวนี้นั้นได้บริษัท สหมงคลฟีลม์ เป็นคนดูแลหนังเรื่องนี้ เนื่องจากในภาคแรกนั้นอาจจะไม่ได้เงินไปมากนัก แต่ว่าได้ใจคนดูไปเต็มๆ โดยเฉพาะที่พันทิพ ห้องเฉลิมไทย ผู้กำกับอย่าง คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มารับหน้าที่อีกครั้ง หลังจากในภาคแรกนั้นก็ได้ใจคนดูไปเต็มๆอยู่แล้ว ซึ่งในภาคนี้ทั้งนักแสดงที่เล่นเป็น ปัญญา และ เรณู ก็กลับมากับพร้อมหน้า ร่วมด้วยตัวละครใหม่มากมายไม่ว่าจะเป็น ตัวละครของ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ ตัวละครของ หม่ำ จ๊กม๊ก ที่ในภาคนี้ได้มีบทบาทมากขึ้นแน่นอน หลังเหตุการณ์ร้ายๆ ที่ผ่านมา และแม้จะไม่ได้เข้าแข่งขันในระดับจังหวัด ปัญญาและเรณูก็กลับมาใช้ชีวิตในวัยเด็กอย่างสนุกสนาน แต่เรื่องวุ่นๆ ของรักรุ่นเล็กก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเรณูอยากจะใกล้ชิดกับปัญญามากขึ้น และได้พบกับอภัสรา (ตุ๊กกี้) สาวหางเครื่องผู้มั่นใจในความสวยของตนเอง ที่บังเอิญได้มีเหตุมาอยู่บ้านเดียวกับเรณู แผนการเอาชนะใจปัญญา จึงเริ่มต้นขึ้น เพราะไม่ว่าปัญญาจะทำอะไร อยู่ที่ไหน เรณูและอภัสราจะต้องเข้าสร้างความหงุดหงิดให้ปัญญาได้ทุกครั้ง หลวงพ่อ และ ผอ.เห็นว่า เด็กๆ ปิดเทอมอยู่ว่างๆ เลยคิดว่าน่าจะสร้างความสามัคคีให้เกิดในครอบครัวและชุมชน จึงจัดการแข่งขันจับปลาไหลขึ้นในหมู่บ้าน และในจังหวะนี้เองที่อภัสรา ได้พบกับหม่ำ (หม่ำ จ๊กมก) ชายหนุ่มผู้เคยผ่านทางขับรถไปส่งปัญญาเพื่อบอกลามิว ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านนี้เช่นกัน หม่ำเองก็หาทางใกล้ชิดอภัสรา ด้วยการไปสนิทกับปัญญา เพราะรู้ว่า เมื่อเรณูมาหาปัญญา ก็จะมีอภัสรามาด้วยทุกครั้งไป ในการแข่งขันจับปลาไหล เรณูจับคู่กับปัญญา และอภัสราจับคู่กับหม่ำ เรื่องฮาๆ จึงเกิดขึ้น เรื่องราวดูเหมือนจะ ดำเนินไปด้วยดี ก็ดันมีเหตุ ให้วุ่นวายหัวใจเมื่อน้องมิวสาวสวยจากกรุงเทพฯ ได้เข้าร่วมประกวดเต้นและร้องเพลง และต้องการความช่วยเหลือจากปัญญาและเรณู จึงเดินทางมาที่หมู่บ้านเพื่อเอาเพลงและท่าเต้นมาให้เรณูซ้อม และช่วงนี้เองที่เรณูได้พามิวและกี่ไปเที่ยวตามสถานที่สวยงามใน อุบล และเกิดหมั่นไส้จอบที่พยายามจับคู่ให้มิวและปัญญา จนเรณูต้องคิดแผนแกล้งจอบอย่างสาสม โดยมีอภัสราคอยช่วย ปัญญา เรณู 2 มีกำหนดฉายในไทยวันที่ 26 มกราคม 2555 ครับ

หางเครื่อง - เบื้องหลังฉากต่อยมวยของ เติ้ล ธนพล - ไม้ นนทพันธ์
หางเครื่อง /  เส้นทางบันเทิง / 

เส้นทางบันเทิง - แฟนๆละครหางเครื่อง ต้องส่งใจช่วย รวิ (เติ้ล ธนพล) กันเยอะๆ ศึกครั้งนี้ รวิ เสียท่า พิมุก (ไม้ นนทพันธ์) เต็มๆ เสียงเชียร์พระเอกยิ่งดังเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งเป็นใจให้ ไม้ นนทพันธ์ลงมือยิ่งขึ้น ละครหางเครื่องคืนนี้ เข้มข้นมากๆ

ไอซ์ สุดยอดเอนเตอร์เทนเนอร์ ครบเครื่องใน “รวมมิตรใส่น้ำแข็ง”
Nobody /  รวมมิตรใส่น้ำแข็ง วาไรตี้ ไลฟ์ โชว์ ไอซ์ ศรัณยู บาย ม็อคโคน่า / 

ไอซ์ สุดยอดเอนเตอร์เทนเนอร์ ครบเครื่องใน “รวมมิตรใส่น้ำแข็ง”ถือเป็นสุดยอดของคอนเสิร์ตที่แดนซ์กันสนั่นเวทีประจำปีทีเดียวสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่“รวมมิตรใส่น้ำแข็ง วาไรตี้ ไลฟ์ โชว์ ไอซ์ ศรัณยู บาย ม็อคโคน่า”ที่เพิ่งผ่านไปของเจ้าชายแห่งรอยยิ้ม “ไอซ์” ศรัณยู วินัยพานิช ค่ายแกรมมี่ฯซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่เรียกว่ารวมมิตรความสนุก มันส์ ซึ้ง สมชื่อจริงๆเมื่อค่ำวันก่อนที่อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก ท่ามกลางคนดูเหยียบสามพันคนที่กรี๊ดรับความสนุกครั้งนี้กันสนั่นฮอลล์ ถึงเวลาแค่เปิดฉากคอนเสิร์ตด้วยซีนกำเนิดไอซ์ด้วยวีทีอาร์ก็เรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่น ก่อนที่หนุ่มไอซ์จะออกมาวาดลวดลายโชว์พลังแดนซ์แบบสุดตัวกับแดนซ์เซอร์เต็มเวที ขนเพลงฮิตชวนคนทั้งฮอลล์ลุกแดนซ์สนั่นอาทิเพลง I see U, คนมันรัก, หมอนสองใบกับใจเหงาๆ , บอกได้ไหม และ บอกว่าอย่าน่ารัก รวดเดียว ก่อนแดนซ์ต่อด้วย ชอบคนเจ้าชู้ ที่ตรึงสายตาคนดูไว้ทั้งฮอลล์ แล้ว “ไอซ์” ได้ทีจู่โจมให้คนดูกรี๊ดสนั่นเปิดตัวสาวฮอต “พิ้งค์กี้-สาวิกา ไชยเดช” ออกมาปะทะสเต็ปแดนซ์กันในเพลง “อย่าเล่นตัว” ก่อนที่ดีกรีเสียงกรี๊ดจะสนั่นเป็นสิบเท่าเมื่อไอซ์เซอร์ไพร์สคนดูเปิดตัวดูโอหนุ่มสุดฮอตเมืองไทย “กอล์ฟ-ไมค์” มาแท็คทีมแดนซ์ด้วยกันในเพลง “Inspiration” อย่างเมามันส์ ก่อนจะมอบเวทีให้ “กอล์ฟ-ไมค์” โชว์สเต็ปแดนซ์ให้คนดูร้องตามสนั่นในเพลง “YOU” และ “My Superstar” ที่ทำเอาคนดูในอินดอร์กรี๊ดจนคอแทบแตก จากนั้นถึงคิวของสาวมั่น “กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ” ที่ออกมาลับฝีปากกับกับเจ้าของคอนเสิร์ตได้อย่างแสบๆคันๆ ด้วยมุขเด็ดแบบฮาไม่ยั้ง แถมหนุ่ม “ไอซ์” ยังโชว์ขำแต่งตัวหลากชาติออกมาร้องเพลง “คนใจง่าย” ทั้งเวอร์ชั่น อังกฤษ , ญี่ปุ่น และเกาหลี กระตุกต่อมฮาคนดูยิ้มตลอด แถมยังได้โชว์ร้องเพลง “Wait a minute” และเพลง “Tick tock” ในสไตล์ลูกทุ่งและหมอลำ เล่นเอาคนทั้งฮอลล์ท้องแข็งไปตามกันก่อนที่ไอซ์จะขนหางเครื่องสุดอลังการมาในมาดเจ้าชายลูกทุ่งโชว์ “รักคุณยิ่งกว่าใคร” งัดลูกคอ 7 ชั้นร้องสะกดคนดูทั้งอินดอร์ฯ จนแฟนๆต่างทึ่งกับความสามารถของหนุ่ม “ไอซ์” กันเลยทีเดียว และมาถึงช่วงวาไรตี้ออฟเลิฟที่ “ไอซ์” ขอพักเต้นมาโชว์พลังเสียงสุดซึ้งๆทั้ง คนน่าสงสาร , กลับมาได้ไหม , คนดีๆทำไมไม่รัก , ใจฉันเป็นของเธอ , ฝุ่น และ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แถมดันอินจัดต่อมน้ำตาแตก เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น ก่อนไปเพิ่มดีกรีความซึ้งสุดๆต่อชวนสาว “โรส-ศิรินทิพย์” ออกมาแจมเพลงซึ้งในเพลง “Perhaps love” และ “ความรักบังตา” เพลงเดี่ยวจากเสียงสวยของโรสที่สะกดอารมณ์คนดูทั้งฮอลล์ จากนั้นไอซ์ให้คนดูพักซึ้งได้ไม่นาน ถึงคิวสามนางเอกสุดฮอต “หยาด-พีค-เป้ย” ออกมาชวนเต้นสุดมันส์กันชุดใหญ่ไปเลยใน ชอบคนเจ้าชู้ , I SEE U , คนใจง่าย ก่อนที่อีกสองสาว “พิ้งค์กี้” กับ “กาละแมร์” ออกมาสบทบแล้วถึงเพิ่มความฮอตของเสียงกรี๊ดด้วยเซอร์ไพร์สโชว์เต้นร่วมกันในเพลง “Nobody” ของวันเดอร์เกิร์ลส์ ทำเอาคนดูแดนซ์ตามกันทั้งฮอลล์ และไอซ์ถึงคืนเวทีมาปลุกอารมณ์คนดูให้นั่งไม่ติดเก้าอี้ลุกแดนซ์ทั้งฮอลล์แบบเมดเล่ย์นันสต๊อปด้วย น่ารักน่าเลิฟ, ด้วยรักและปลาทู , โอ๊ะโอ๊ย ,เพียงพอ และ เพียงกระซิบ ก่อนปิดท้ายกับเพลงชาติของไอซ์ด้วยเพลง “คนใจง่าย” ที่ทำเอาคนดูแดนซ์จนอินดอร์ฯลุกเป็นไฟเป็นการสั่งลา สมตำแหน่ง prince of pop dance ของเมืองไทยในวันนี้ เผื่อใครพลาด เรามีคลิปมาให้ได้ชมกัน โชว์นี้ อย่ากระพริบตา เมื่อ 3 สาว สุดฮ็อต หยาด - พีค - เป้ย เผยท่าเด็ด ในคอนเสิร์ต งานนี้คงมีตาค้างกันบ้างล่ะ Clip Concert : หยาด - พีค - เป้ย เผยท่าเด็ด ในคอนเสิร์ตไอซ์ - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ ลืม Nobody ทุกเวอร์ชั่นที่คุณเคยดู เมื่อเจอคลิปนี้ มาดู Nobody เวอร์ชั่นนี้ ล่าสุดจากคอนเสิร์ต ไอซ์ ศรัณยู - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ ที่มาจาก

นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด
สายการบิน /  เครื่องบิน / 

อุบัติเหตุเครื่องบินแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะมีผู้รอดชีวิตมากน้อยแค่ไหน ก็ล้วนสะเทือนขวัญผู้คนไม่น้อย และทุกครั้งที่มีผู้รอดชีวิต ก็มักจะถามไถ่กันเสมอว่า นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด นั่งตรงไหน รอดมาได้อย่างไร หากต้องเผชิญกับอุบัติภัยต่างๆ นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด “นั่งตรงไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น” หลายๆ ความเห็นอาจจะคิดเช่นนี้ หรือไม่ก็ “แล้วแต่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดตรงไหน” นี่ก็พิจารณาตามสถานการณ์ นิตยสารป็อบปูลา มาแคนนิกส์ (The Popular Mechanics) เคยวิจัยโดยการวิเคราะห์ทางสถิติไว้ว่า ที่นั่งบนเครื่องบิน... นั่งด้านท้ายปลอดภัยกว่า จากการศึกษาสถิติจากอุบัติเหตุต่างๆ ของสารพัดสายการบินที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาได้นำข้อมูลอุบัติเหตุ 20 ครั้ง พร้อมทั้งแผนผังที่นั่งของผู้โดยสารมาวิเคราะห์ โดยแบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน สรุปได้ว่า ยิ่งอยู่ห่างจากหัวเครื่องบินเท่าใด ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น โดยสถิติผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินส่วนใหญ่ 40% มีที่นั่งบริเวณหางเครื่องบิน   นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ? ........................................................................................ วิเคราะห์ได้ดังนี้ อุบัติเหตุ 11 ใน 20 ครั้ง ผู้โดยสารที่นั่งแถวท้ายๆ ส่วนใหญ่ปลอดภัย หรือประสบเหตุเบากว่า โดยใน 7 กรณีของกลุ่มนี้ผู้โดยสารที่ปลอดภัยนั่งอยู่ในแถวท้ายๆ อีกทั้งได้ยกตัวอย่างอุบัติเหตุในปี 2525 กับสายการบินฟลอริดา (Air Florida) ที่เกิดขึ้นในวอชิงตันดีซี และปี 2515 กับอีสเทิร์น 727 (Eastern 727) ที่ท่าอากาศยานเคนนาดี ในนิวยอร์ก ซึ่งผู้โดยสารของทั้ง 2 กรณีที่รอดชีวิตล้วนนั่งอยู่บริเวณหางของเครื่องบิน อีกทั้งยังมีกรณี ดีซี-8 ของสายการบินยูไนเต็ด (United DC-8) เกิดน้ำมันหมดกลางอากาศใกล้กับพอร์ตแลนด์ ในปี 2519 มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ทั้งหมดล้วนนั่งอยู่ใน 4 แถวแรก นอกจากนี้ มีอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งเท่านั้นที่ผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าประสบเหตุเบากว่า เพราะเหตุเกิดที่บริเวณปีก ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 5 เกิดระหว่างปี 2531-2535 อย่างอุบัติเหตุในปี 2532 ที่ไอโอวากับสายการบินยูไนเต็ด มีผู้โดยสารรอดชีวิต 175 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ห้องผู้โดยสารส่วนหน้าปีกและส่วนหัว และอีก 3 ครั้งที่ทั้งผู้นั่งส่วนหัวและท้ายเครื่องมีโอกาสรอดชีวิตพอๆ กัน ส่วนผู้ที่นั่งบริเวณหัวลำปลอดภัยนั้น มีเพียง 1 กรณีเท่านั้น ในปี 2532 เครื่องโบอิง 737-400 ของสายการบินยูเอสแอร์ (USAir) เกิดอุบัติเหตุบนทางวิ่ง (รันเวย์) มีผู้โดยสารเสียชีวิตเพียง 2 รายคือ ผู้ที่นั่งในแถวที่ 21 และ 25 ........................................................................................ เมื่อคำณวนตามอัตราการรอดชีวิตแล้ว สรุปว่า ผู้ที่นั่งเคบินท้ายมีอัตราการรอดชีวิตถึง 69% หากเกิดอุบัติเหตุ และไล่ขึ้นมาในเคบินส่วนปีกโอกาสรอด 56% เสมอกับเคบินส่วนหน้าปีก **** เคบินที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำสุดคือเคบินแรก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ โดยมีอัตราการรอดชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุเพียง 49% ........................................................................................ ประเมินภาพรวมแล้ว อัตราการรอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนของเครื่องก็ตาม เมื่อแน่ใจว่ารัดเข็มขัดแน่นแล้ว ก็ทำใจให้สบาย ตั้งใจฟังลูกเรือแนะนำกรณีฉุกเฉินต่างๆ และประคองสติให้มั่นขณะเกิดเหตุ อุบัติเหตุเมื่อปี 2531 กับเครื่องบินโบอิง 737 ที่สหรัฐอเมริกา มีผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่อยู่ส่วนเคบินแรก ซึ่งนับเป็นอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งที่ผู้โดยสารส่วนหน้ารอดชีวิต จากกลุ่มตัวอย่างมา 20 กรณี (ภาพ : AP/Wide World Photos)   ภาพจากป็อบปูลา มาแคนนิกส์ที่แบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน เมื่อวิเคราะห์ตามสถิติ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สีเขียว-ห้องผู้โดยสารส่วนท้าย (Rear Cabin) คือส่วนที่มีโอกาสรอดถึง 69%, สีเหลืองประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือห้องผู้โดยสารที่บริเวณปีกและหน้าปีก มีอัตรการรอดชีวิต 56% และส่วนสีแดง-ห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ (First/Bussiness Class) มีโอกาสรอดชีวิต 49% (และยิ่งอยู่แถวหน้าโอกาสรอดต่ำลงไปอีก) ...............................................................  นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ที่มา : ผู้จัดการ สิ่งที่ควรรู้เมื่ออยู่บนเครื่องบิน

ปุ้ม ลูกสายัณห์ โต้ อยากดัง
คนดังนั่งเคลียร์ /  ปุ้ม / 

คนดังนั่งเคลียร์ เปิดหมดเปลือก “ปุ้ม” ลูกสายัณห์ สัญญา โต้! อยากดัง พร้อมบวชแทนพระคุณพ่อ (O/A 21 ก.ย.) คนดังนั่งเคลียร์ ปุ้ม ลูกสายัณห์ ฮือฮาและเป็นที่จับตามองของทุกสื่อ เมื่อในงานศพของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “สายัณห์ สัญญา” มีหนุ่มนามว่า “ปุ้ม-อนุสรณ์ มุสิกะสินธุ์” ซึ่งระบุว่าเป็นลูกอีกคนของสายัณห์ ได้เดินทางมาที่งานด้วย ซึ่ง “ปุ้ม” ได้ชี้แจงทุกอย่าง และเปิดใจถึงความรักระหว่างพ่อกับลูกแบบหมดเปลือกในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางช่อง “สตาร์แม็กซ์” แซ่บทั้งช่อง พอมีคนรู้ว่าเป็นลูกสายันห์ คำถามแรกที่เจอ ? “คำถามแรกที่ผมเจอคือเป็นลูกชายของพ่อจริงหรือเปล่า ผมใช้นามสกุลของพ่อเองครับ เพราะว่ายังไม่เคยได้ขออนุญาตพ่อในการใช้นามสกุล คุณพ่อก็ไม่ได้รับจดทะเบียนเป็นพ่อตั้งแต่ตอนแรก” กี่ปี แม่ถึงมีสามีใหม่ ? “แม่เลี้ยงผมมา 10 หรือ 20 ปีถึงมีพ่อเลี้ยง ตอนนั้นผมใช้นามสกุลแม่” ตอนนี้ยังอยู่กับพ่อเลี้ยงไหม ? “ไม่ครับ แม่กับพ่อเลี้ยงแยกทางกันนานมากแล้ว และก็ได้ข่าวว่าพ่อเลี้ยงเสียแล้ว” ทำไมนักร้องลูกทุ่งสมัยก่อนถึงกลัวเรตติ้งตก เปิดเผยไม่ได้ว่ามีลูก มีเมีย ? “ผมคิดว่าอาจจะเป็นที่สมัยก่อน ที่เวลาเราชื่นชอบศิลปินดารา เราก็อยากให้ศิลปินดาราคนนั้นมีผลงานต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้ามีครอบครัวก็อาจจะไม่ค่อยมีเวลามาทำงานให้ได้เห็นกัน เพราะว่าต้องคอยดูแลครอบครัว” แม่เป็นรักครั้งแรกของพ่อ ? “อันนี้ไม่แน่ใจนะครับ คุณแม่เป็นหางเครื่องอยู่ในวงพ่อครับ ถามว่าคุณแม่สวยไหม ตามที่ฟังคนอื่นเขาพูดมา เห็นเขาเรียกคุณแม่ว่าเป็นนางกวักประจำวง อาจจะเป็นที่คุณแม่เขาวางตัวเรียบร้อยเวลาอยู่ในวง แม่เล่าให้ฟังสมันก่อนหางเครื่องเขาจะมีท่าที่เด้งไปเด้งมา แม่ก็จะไม่ค่อยทำ(ยิ้ม)” รู้สึกไหมว่าพ่อเป็นคนเจ้าชู้ ? “ผมว่าด้วนความเป็นคนมีชื่อเสียง ก็อาจจะมีผู้หญิงเข้ามาดูดคุยเยอะแยะตามปกติ” มีคนมองว่าออกมาตอนนี้ เหมือนสร้างเรตติ้ง ? “โดยปกติผมทำงานอยู่ในสายวงการบันเทิงอบยู่แล้วครับ อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากแต่ว่าก็พอมีคนรู้จักอยู่บ้าง ผมไม่ได้หวังว่าจะมาเอาเรตติ้ง หรือว่าทำให้ตัวเองมีชื่อเสียงจากการตายของพ่อ สิ่งที่ผมทำก็คือผมแค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าผมจะทำอะไร อย่างที่บอกว่าไม่อยากให้ไปขุดคุ้ยประวัติพ่อ เรื่อเก่าๆจริงๆ มันก็ไม่ได้มีเรื่ออะไรเสียหาย แต่ไม่อยากให้วิญญาณพ่อไม่สงบ ก็เลยต้องบอกผู้สื่อข่าวให้รู้ก่อน แล้วก็บอกทุกคนให้เคลียร์ไปในตัวเองว่าเราเป็นใคร ทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้” คำสอนคำเดียว และคำสุดท้ายก่อนพ่อจากไป ? “พ่อบอกว่าให้เป็นคนดี ลำทำดีกับคนรอบข้าง” รู้สึกพ่อเป็นฮีโร่ ? “พ่อเป็นคนที่ทรนง เขาเป็นคนไม่ง้อคน ผมก็ชื่นชอบพ่อในจุดนี้” ติดตามบทสัมภาษณ์เต็มๆ การเปิดใจอย่างหมดเปลือกได้ในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” วันเสาร์ที่ 21 กันยายน ทางช่อง “สตาร์แม็กซ์” แซ่บทั้งช่อง เวลา 07.00/10.00/16.00/20.00/23.00น. ________________________________________ Link ที่เกี่ยวข้องกับ สายัณห์ สัญญา สายัณห์ สัญญา 5 เพลงฮิต มหานิยม สายัณห์ สัญญา  สายัณห์ ขายใจ ใครจะซื้อ..... นี่คือท่อนหนึ่งของเพลง "สายัณห์ขายใจ" ของนักร้องลูกทุ่งเสียงแหบเสน่ห์ สายัณห์ สัญญา ที่เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อ สายัณห์ สัญญา ครวญเพลง ไก่จ๋า กับ เสก โลโซ เพราะไปอีกแบบ เมื่อเพลง ไก่จ๋า ของนักร้องลูกทุ่งผู้ล่วงลับ สายัณห์ สัญญา ถูกนำมามิกซ์ดนตรีใหม่ ด้วยการนำเสียงต้นฉบับของ พี่เป้า และ เวอร์ชั่น Cover โดยพี่เสก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

รักเว้ยเฮ้ย /  วีเจอิ๊งค์ ชญานุช / 

นับว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มนักร้องขัวญใจวัยรุ่นอย่าง “สิงโต นำโชค” หนุ่มที่มีเสียงนุ่มละมุน กับเครื่องดนตรีคู่กายเป็นอูคุเลเล่ และด้วยความฮ๊อตแถมโดนใจวัยรุ่นแนวๆ ยุคนี้ “เปิ้ล นาคร” จึงขอจีบหนุ่มสิงโต มาช่วยแต่งเนื้อร้อง และขับร้องคู่กันให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ แถมยังตั้งชื่อเพลงว่า รักเว้ยเฮ้ย! ชื่อเดียวกับหนังอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ เปิ้ล นาคร ยังขอควงทั้ง สตาร์บัค สาระแน, วีเจอิ๊งค์ ชญานุช และสิงโต นำโชค มาร่วมเล่นมิวสิกวิดีโออย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งบรรยากาศเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ เปิ้ล นาคร  เปิ้ล นาคร เล่าอย่างสนุกสนานว่า “สนุกสนานมากครับ บรรยากาศเป็นแบบงานวัดที่มีร้านค้า ร้านยิงปืน ปาโป่ง ก็เป็นอารมณ์แบบเดินไปร้านไหนก็ขอเข้าไปเล่นและถ่ายเอ็มวีเลย อย่างร้านหอยทอดก็โชว์ลีลาทำอาหาร สตาร์บัค กับอิ๊งค์ก็ยืนมองตาปริบๆ หรือจะบนเวทีนักร้องหางเครื่องที่กำลังร้องอยู่เต้นกันอยู่ ก็เดินขึ้นไปเต้นบนเวทีกับเขาหน้าตาเฉยเลยเว้ยเฮ้ย (หัวเราะ) แต่ดูเหมือนสตาร์บัคจะสนุกมากเต้นไม่หยุดอยู่คนเดียวเลยนะ ต้องติดตามชมกันครับกับเอ็มวีเพลงประกอบภาพยนตร์รักเว้ยเฮ้ย และอยากบอกว่าเราโชคดีมากครับที่ได้นักร้องขวัญใจวัยรุ่น สิงโต นำโชค มาร้องเพลงและยังมาร่วมเล่นเอ็มวีกับพวกเราด้วยครับ”   สิงโต นำโชค ก็ไม่รู้ว่าเปิ้ล นาคร ไปจีบด้วยวิธีและลีลาอย่างไรกันนักร้องหนุ่ม สิงโต นำโชค ถึงยอมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ รักเว้ยเฮ้ย! ในครั้งนี้ แต่ที่แน่ๆ ทั้งร่วมแต่งเพลง ทั้งร่วมร้องเพลง และร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ แบบทุ่มสุดตัวกันไปเลย “ตอนแรกพี่เปิ้ลเขามาเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับวิธีจีบสาวหลายๆแบบ และผู้หญิงแต่ละคนจะมีสเปคที่แตกต่างกันไปทั้งชอบหน้าตาดี หรือบางคนก็ไม่ได้ชอบหน้าตาแต่ชอบที่มี option บางคนก็ชอบต่างชาติ ก็ไม่รู้จะทำยังไงจะต้องเข้าไปจีบผู้หญิงยังไงดี ประมาณนี้ครับ แล้วผมก็เขียนเพลงออกมา ตั้งชื่อเพลงว่า รักเว้ยเฮ้ย ซึ่งเพลงนี้ผมกับพี่เปิ้ลก็ร่วมเขียนเนื้อร้อง และร้องเพลงร่วมกันอีกด้วย ฝากติดตามผลงานเพลงและเอ็มวีประกอบภาพยนตร์ รักเว้ยเฮ้ย! กันด้วยนะครับ” จากซ้าย สตาร์บัค สาระแน, สิงโต นำโชค, เปิ้ล นาคร, วีเจอิ๊งค์ ชญานุช

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม
คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม ตั้ม (กลาง)- ร้องนำ เป่าคาซู่ ตีเปอร์ เขย่าแทมบูรีน เชคไข่ หางเครื่อง เตอร์(ขวา) - กีต้าร์ เบส พูดด้วย เงียบด้วย และร้องนำ ปาร์ค (ซ้าย) - ตีกลอง พูดด้วย โวยวาย และร้องด้วย มะขามป้อมเริ่มมาจากการแจมกันในกลุ่มพี่น้องศิลปินในโปรเจกต์ของตั้ม โดยตอนนั้นเตอร์กับปาร์คที่อยู่วงเดียวกัน และตั้ม ก็ต่างมีวงต่างแนวกันอยู่แล้ว แต่ได้มาร่วมแจมกันเมื่อเตอร์มาเล่นดนตรีใกล้บ้านตั้มและสะดวกมาดูสำหรับปาร์ค โดยเริ่มจากการตามไปดู เพราะน้อง, เพื่อน พึ่งย้ายมาเล่นใกล้ๆ โดยแรกสุดเริ่มจากปาร์ค ที่จะมาพร้อมกับมุขตลกๆ ตามด้วยตั้ม ที่มาพร้อมกับท่าเต้นหลุดโลกที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ จนพอเล่นกันบ่อยเข้า จึงตัดสินใจฟอร์มวงและใช้ชื่อมะขามป้อมแต่นั้นมา โดยปาร์คเป็นคนตั้งชื่อนี้ หลังจากก่อตั้งวง มะขามป้อมนำพาความกล้าบ้าบิ่นแหวกแนววงทั่วไป ขึ้นเหนือล่องใต้ ทั้งร้านทั้งปาร์ตี้ ทั้งฟรีทั้งได้ตังค์ ต่อมาวงรู้สึกว่าน่าจะเอาความบ้าตรงนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการลงประกวดดนตรี ประกอบกับช่วงนั้นมีการประกวด Wall's Cornetto โคน ค้น คน ในงาน Fat Festival พอดี จึงตัดสินใจประเดิมลงประกวดงานแรก และพวกเขาก็ตอกย้ำว่าคิดไม่ผิดด้วยการคว้าแชมป์มาครองในที่สุด

แฟนๆวงออกัส กรี๊ดสนั่น 13 หนุ่ม เต้นยับ เต็มวงสวิง
August Let's Swing Aha Aha Concert /  กู๋ / 

แฟนๆวงออกัส กรี๊ดสนั่น 13 หนุ่ม เต้นยับ เต็มวงสวิง เรื่อง และ ภาพ โดย SuperRyu -- เต้นยับเต็มวงสวิง สมชื่อ Let's Swing Aha Aha กับคอนเสิร์ตใหญ่ แบบเต็มโชว์ครั้งแรก ของ 13 หนุ่มวงออกัส นำทีมโดย พิช,นน,นายน์,อ๋อง,แมค,โจ้,เติ้ล,อาร์ม,แวน,ไมค์,เพชร,ต่อ และ กู๋ (ครบแล้วทุกคน ฮิ) ในคอนเสิร์ต August Let's Swing Aha Aha Concert ที่ เจเจมอลล์ เมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมา งานนี้บอกได้คำเดียวเลยครับว่า แดนซ์กระจาย มันส์สุดเหวี่ยง เต็มวงสวิง พร้อมกับโชว์สุดพิเศษแบบที่คุณไม่เคยเห็น พร้อมคลิป จากงานคอนเสิร์ต ในครั้งนี้แบบเต็มอิ่ม เต็มตา (ฉบับ Director Cut) 14 นาที 17 วินาที มาดูบรรยากาศหน้างานก่อนคอนเสิร์ตเริ่มกันก่อนนะครับ นอกจากจะมีของที่ระลึกจาก ออกัส จำหน่ายแล้ว ยังมีการประมูล ภาพ 13 หนุ่มออกัส อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เฟรมภาพหน้าปก RadioDrome พร้อมลายเซ็น,ภาพๆของ สมาชิกวงออกัส ทั้งจากในหนัง และ จากมินิคอนเสิร์ตต่างๆ โดยรายได้มอบให้เป็นการกุศลอีกด้วย จะเข้าไปดูคอนเสิร์ตออกัสน่ะ มีบัตรยัง 555 แอบเนียนกับแฟนคลับ 13 คน 13 บ้าน อันนี้รู้สึก จะรวมทุกบ้าน ออกแนว แอบถ่ายบ้างอะไรบ้าง ก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม มาร่วมทำบุญกันดีกว่า ด้วยการ ประมูลภาพของ หนุ่มๆ วงออกัส ตัวนี้คุ้นๆนะ กุ๊บกิ๊บ ก็มา อันนี้แบบเดี่ยวๆ มาริโอ้ ตามมาสมทบทีหลัง อันนี้ถ่ายตอนที่ ตัวอย่างหนัง บุปผาราตรี 3 กำลังฉาย เริ่มต้นคอนเสิร์ตของ 13 หนุ่ม วงออกัส ด้วยโชว์เต้นยับแบบนันสต็อป โดยขนเพลงเด็ดๆ จากอัลบั้ม Radiodrome มาให้แฟนๆได้แดนซ์กันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เพลง Radio,เช้า-เย็น,อาจจะเป็น,ฉันและเธอ รวมทั้ง คุณยังจะได้ฟังเพลง "หลับตา" (Ost.ฝัน หวาน อาย จูบ) เวอร์ชั่นพิเศษ เฉพาะในคอนเสิร์ตนี้เท่านั้น ความสนุก ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านั้น เพราะทันทีที่ พีเจจั๊ด (Max 103) เข้ามาทักทายหนุ่มๆ ในแบบ พี่เบิร์ด (จากหนังเรื่อง ฝัน) ก็เรียกเสียงฮาเป็นระยะ ระยะ พร้อมเซอร์ไพร์สเด็ดๆ จาก "มาริโอ้" ที่มาพร้อมมาลัยคล้องคอ และประโยคเด็ดๆ จากหนัง "รักแห่งสยาม" ดังในใจความของหนังตอนหนึ่ง เอ่ยว่า "เพลงเพราะดีนะ" งานนี้บรรดาแฟนคลับถึงกับกรี๊ดสนั่น เจเจมอลล์กันเลยทีเดียว จากนั้น "มะเดี่ยว" พี่ใหญ่ประจำวง ก็ขอบรรเลงเพลงรัก(แห่งสยาม) ให้แฟนคลับได้กรี๊ดบ้างอะไรบ้าง ในเพลง "Ticket (Round Trip)" ก่อนที่จะมาถึงคิวของ พีเจจั๊ด อีกครั้ง พร้อมลีลาเต้นยับเต็มวงสวิง ในเพลง "เจงกิสข่าน" ย่อหน้าแรกว่าสนุก ย่อหน้านี้ สนุกกว่า เมื่อเทพเจ้าเท้าไฟอย่าง พี่โต้ ชีริค ติ๊ก ชีโร่ ขอโชว์Step สหวีวี่วี บนเวที งานนี้ไม่เต้นไม่ได้แล้วล่ะ เพราะเพลงที่พี่ติ๊กขนมาแต่ละเพลง ชวนขยับทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ค้างคาว,ไชโย และ ออกมาเต้น เรียกเสียงกรี๊ด และ เรียกเหงื่อเมื่อยามเต้นในเวลาเดียวกัน แดนซ์ติดกันมาหลายเพลงแล้ว อาจจะเริ่มเหนื่อย พักเบรคด้วยเพลงช้าๆ เพราะๆ จากอีกหนึ่งแขกรับเชิญ พลอย ณัฐชา ในเพลง คืนอันเป็นนิรันดร์,ฝันหวานอายจูบ ก่อนที่หนุ่มๆ กลับมาอีกครั้ง กับ 3 เพลงเพราะๆ อย่าง เพียงเธอ,จำได้ไหม และ ยังคง คอนเสิร์ตเริ่มแล้ว เตรียมตัว และ เตรียมเต้น พี่มะเดี่ยว พี่ใหญ่ของน้องๆ ออกัส ก็ขอร่วมด้วยช่วยโชว์ พิช : พี่เบิร์ด ผมคืนแหวนให้พี่ไปแล้วตั้งแต่ในหนัง ฮิพีเจจั๊ด หรือ พี่เบิร์ด ในหนัง "ฝัน" : จุ๊ จุ๊ มีเซอร์ไพร์ส มาริโอ้ มาเป็นแขกเซอร์ไพร์สบนเวที เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้อย่างมาก ถึง มากที่สุด พี่โต้ ชีริก ติ๊ก ชีโร่ แม้จะไม่ได้โชว์เพลง สหวีวี่วี แต่ความสนุกบนเวที มิได้จางหาย เต้นกระจาย ทั้งแฟนคลับ และนักข่าว 555 ปิดท้ายความสนุกเต็มวงสวิง ด้วยโชว์ชวนโจ๊ะจาก ตัวแม่ของวงการเพลงลูกทุ่ง อาภาพร นครสวรรค์ และทีมหางเครื่องแบบเต็มโชว์ รวมทั้งอีกหนึ่งเซอร์ไพร์สที่คาดไม่ถึงของหนุ่มๆ วงออกัส นั่นก็คือ โชว์แบบลูกทุ่ง งานนี้เรียกเหงื่อกันอีกซักรอบ ด้วยเพลง จ้างพี่ก็ไม่รัก,อารมณ์เสีย รวมทั้ง เพลง ดวงตะวัน ที่เรียบเรียงใหม่ให้แดนซ์ได้มันสะใจมากยิ่งขึ้น ปิดท้ายความมันส์กันด้วยเพลง "แสงสว่าง" เพลงใหม่จากวงออกัส และ เพลง ขอบคุณกันและกัน เป็นการขอบคุณแฟนเพลงที่ให้การสนับสนุนผลงานของวงออกัสด้วยดีตลอดมา เห็น นน แซวว่า นายน์ จะดูเท่มาก เมื่อเวลาเป่าแซ็ก จริงรึเปล่า ถามแฟนคลับล่ะกัน ปิดท้ายที่ น้องโจ้ คอนเฟิร์มได้ ว่าไม่ได้ใบ้หวยแต่อย่างใด มาดูคลิปบางส่วนจากคอนเสิร์ต August Let's Swing Aha Aha แบบเต็มๆ 14 นาที 17 วินาที ออกัส คอนเสิร์ต Let Swing Aha Aha - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ ภาพคอนเสิร์ต ยังมีให้ดูอีกเพียบ ตามดูต่อได้ที่ Gallery ด้านล่างนะครับ

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องตัวน้อยได้เวลาทำงาน
ทารก /  11เดือน / 

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องตัวน้อยได้เวลาทำงาน

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ
นกน้อย อุไรพร /  หมอลำเสียงอิสาน

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ ถ้าพูดถึงคณะหมอลำที่มีชื่อเสียงในภาคอีสาน หลายคนก็คงนึกถึงวงดนตรีเสียงอิสาน ของ “แม่นกน้อย อุไรพร” (ฉิมหลวง) เพราะวงเสียงอิสานนั้น ถือได้ว่าเป็นวงดนตรีหมอลำที่มีการแสดงที่อลังการ หางเครื่องพร้อม ทีมงานที่อัดแน่นมาเต็มวงเกือบ 500 ชีวิต สร้างความสนุกสนานแก่บรรดาแฟนๆ ทางภาคอีสานได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน คณะเสียงอิสาน ที่มีหัวเรืออย่างแม่นกน้อยนั้น เคยมีงานรุมไม่ขาดสาย ซึ่งถ้าใครจะติดต่อให้ทำการแสดงต้องจองล่วงหน้าถึง 2 ปีเลยทีเดียว โดยช่วงที่วงดนตรียืนอยู่จุดสูงสุดนั้น เคยรับงานสูงถึงปีละ 240 งาน นับได้ว่ารายได้นั้นไม่ต่ำกว่าหลัก 50 ล้านบาท แต่เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ใครจะเชื่อว่า วงดนตรีชื่อดังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ถึงคิดจะยุบวงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง หนักที่สุดก็เห็นจะปี 2553 ที่ผ่านมา วงเสียงอิสานต้องพบเจอกับปัญหาหลายๆ ด้าน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และความไม่สงบของสถานการณ์บ้านเมือง เทปผีซีดีเถื่อน เป็นเหตุทำงานที่เคยจ้างล่วงหน้าไว้ต้องยกเลิกไปกว่า 40 งาน และลดลงเรื่อยๆ จนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ด้วยสมาชิกภายในวงเกือบ 500 ชีวิต ที่ต้องเลี้ยงดู หรือแม้กระทั่งค่าน้ำมันรถในวงที่ต้องเติมในแต่ละเดือนอีกเกือบ 5 ล้านบาท แม่นกน้อยต้องรับภาระในส่วนนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน ยิ่งพอนานเข้างานก็น้อยลงไม่พอเลี้ยงปากท้องให้ลูกวง จึงจำเป็นต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างบ้านและที่ดินเกือบ 50 ไร่ เอาไปจำนองให้กับธนาคาร 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาทำทุนต่อ แต่เมื่อรายได้ที่เข้ามามันก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่าย ส่งผลทำให้แม่นกน้อยเริ่มมีหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ได้มีกระแสข่าวออกมาว่า แม่นกน้อย อุไรพร เจ้าของวงดนตรีเสียงอิสานชื่อดัง ถึงกับเครียดจะยุบวง และได้หนีไปบวชชีพร้อมกับได้ลอยแพลูกน้องกว่า 500 ชีวิต และเมื่อมีกระแสดังกล่าวออกมาเช่นนี้ เจ้าตัวพร้อมกับสามี “พ่อใหญ่หลอด มัยกิจ ฉิมหลวง” จึงได้เดินทางมาออกรายการเจาะใจ ที่จะออกอากาศในคืนวันที่ 21 กรกฎาคม ทาง ททบ.5 นี้ หลังจากที่เจ้าตัวได้ไปบวชชีมา พร้อมกับชี้แจงเรื่องราวกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แม่นกน้อย : “เราเกิดมาเป็นลูกชาวนาไม่มีพ่อ เป็นกำพร้า และก็ลำบาก เห็นความลำบากของแม่เรา สงสารแม่ที่ต้องเอาข้าวไปแลกหัวมัน แลกปลาร้าให้ลูกกิน หาบกระบุงอยู่ในทุ่งนา เก็บรวงข้าวที่มันขาด มันร่วงอยู่ในทุ่งนา และชีวิตที่เราเห็นนี่คือชีวิตของแม่ เราเลยอยากจะอยากมีฐานะที่ดีกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝันของเด็ก คือ จะบอกว่าเราฝันว่าเราอยากได้ดี อยากรวยมันก็ไม่ใช่นะ แต่ความหมายคือในความรู้สึก อยากเป็นศิลปิน ชอบร้องเพลง เปิดฟังเพลงตามวิทยุทรานซิสเตอร์ ซึ่งแม่เราก็ชอบพาไปประกวดหลายๆ เวที ไม่ค่อยชนะหรอก ส่วนใหญ่ได้ที่ 2 ที่ 3” “แม่เขาเสียงดี ช่วยต่อเพลงให้ตลอด แม่เอาพลังมาใส่ให้ลูกหมด ที่ได้ดีทุกวันนี้น่าจะได้ดีเพราะปากของแม่ แม่เราชอบพูดแบบว่าหนูเสียงดีมาก หนูเก่ง หนูต้องทำได้ หนูต้องๆๆ….จนเราร้องไห้” เส้นทางสู่การเป็นนักร้องหมอลำ ครั้งแรกในวงดนตรีเพชรพิณทอง แม่นกน้อย : “ตอนนั้นวงเพชรพิณทองรับสมัครนักร้องคนมาสมัครเยอะ เราก็ไป เจ้าของวงก็พูดขึ้นว่า “เฮ้ย อีดำๆ นี่มึงมาอะไร” แล้วเราก็มีลังกระดาษมีมุ้ง มีผ้าถุง มีเสื้อผ้าเก่าๆ คือ จัดไปหมด แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรับหรือเปล่า ท่านถามแล้วก็มองขำๆ “ลังใครน่ะ” แม่ของเราก็บอกว่าของเขานี่แหละพาลูกมาสมัคร เจ้าของวงเขาก็ถามต่อว่า“ไหนล่ะลูกเธอ” แม่ก็ชี้มาที่เรา “แล้วมึงนึกยังไงถึงได้ขนเสื้อผ้ามา..กูจะรับมึงไหม มึงมั่นใจยังไง แล้วมึงจะไปพักไหน” แม่เราก็ตอบไปว่า “ไม่มี ไม่รู้จักใครเลย ท่านก็เลยพูดคำๆหนึ่ง “พวกมึงน่ะ…มาพาอีนี้ไปพักด้วย” แล้วก็ให้ร้องเพลงให้ฟัง เสียงโดนมือพิณของวง ท่านบอกว่าให้รับไว้ เพราะดูแล้วอนาคตน่าจะไปได้ไกล” เริ่มก้าวออกมาทำวงดนตรีเอง แต่เริ่มจากวงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งสมัยก่อนคนดูยังไม่ยอมรับ แม่นกน้อย : “จากนั้นก็มาเป็นนกน้อย เสียงอิสาน ต่อมาเราก็มาทำเป็นวงลูกทุ่ง ตอนปี 2519 ทำ 3 ปี ก็มีปัญหา คนดูไม่ยอมรับเพราะสู้หมอลำไม่ได้ หมอลำเล่นถึงสว่าง แต่ลูกทุ่งเล่นแค่สองยามก็เลิก เมื่อก่อนอิสานถนนยังเป็นดินแดงลูกรัง ชาวบ้านเขามากันไกลมาดูทีก็ต้องสว่าง พฤติกรรมของคนคือมาดูกันถึงเช้า วงลูกทุ่งเลิกแค่ 2 ยามเลยไม่มีใครอยากมาดู ครั้งที่สองก็เลยปรับเป็นวงหมอลำ ฝึกร้องหมอลำ” “แต่พอปรับเป็นหมอลำแล้วถึงงานเยอะ แต่มีปัญหาอยู่ ตรงที่นักดนตรีส่วนมากไม่ยอมรับหัวหน้าวงที่เป็นผู้หญิง นักดนตรีก็เลยพากันออกหมด ไม่ยอมทำงาน เราก็คุยกับเขาแต่คุยกันไม่รู้เรื่องนักดนตรียังไงก็ไม่ยอมเล่น บนเวทีก็จะมีแต่แคนแล้วก็ร้องไป มีทีมหมอลำรำไปกับแคนมันก็เล่นได้ สักพักหมอลำจะขอขึ้นค่าตัวอีก แล้วก็ปัญหาส่วนตัวของลูกวงกันเองเยอะมาก ก็คุยกันกว่าจะเข้าใจกัน กว่าจะยอมรับกันก็นานทีเดียว” ยุคนั้นมีคู่แข่งเยอะถือคติต้องเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม แม่นกน้อย:“พอหันมาทำวงหมอลำหางเครื่องอย่างต่ำต้อง 8-10 คน เราก็ปรับครั้งแรกก็เพิ่มเลยเป็น 24 คน ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดแล้ว เพราะปกติถ้าเป็นวงลูกทุ่งสูงสุดไม่เกิน 18-20 คน ส่วนเรื่องชุดโป๊ หมอลำเขาก็เริ่มทำจะฮือฮามากคณะไหนกล้าใส่แค่กางเกงขาสั้นโชว์ เราก็เลยไปเดินซื้อแค่กางเกงใน บีกินี่ ที่กรุงเทพฯ มาให้หางเครื่องใส่ บอกกับลูกวงว่าถ้าคณะไหนใส่ขาสั้นพวกมึงต้องใส่บิกีนี่ เพราะอะไร..เพราะเราไปดูโชว์และเอาโชว์มาให้พวกมันดู คือมันต้องพัฒนา เราตามไม่ได้ต้องเป็นผู้นำ สุดท้ายไปแข่งกันที่หนองบัวละเว้ กับดาวบ้านดอน ตอนนั้นดาวบ้านดอนเขาฮอต มึงใส่ขาสั้น กูใส่ชุดสูทไอ้ที่บางๆ สีเนื้อ แล้วไม่ใส่กางเกงใน มันต้องแข่งกัน” “นอกจากจะแข่งกันในเรื่องของหางเครื่องยังมีการแข่งกันรูปแบบอื่นเยอะมาก บางคณะก็ใช้วิธีแกล้งกัน บางครั้งเรากำลังแสดงอยู่ เขามาตัดเครื่องปั่นไฟหรือสายไฟ บางทีก็มีการเสกคุณไสยใส่กันก็มี อย่างวงเราก็เคยโดน มีลูกน้องร้องเพลง อยู่ดีๆ เลือดออกปาก” บอกปี 2526 ถือว่าวงเสียงอิสานประสบความสำเร็จสูงสุด พ่อหลอด : “ตอนปี 2526 ดังสุดๆ คนจะพูดถึงทั้งทีม หางเครื่องเยอะ นับไม่ไหว อย่างตอนปี 26 อยู่ที่ประมาณ 50 คน ปี 2530 ผมเริ่ม 100 ขึ้นเลย คนก็เลยพูดถึง เจ้าภาพคนไหนอยากให้เสียงอิสานไปเล่น ต้องจองกันข้ามปีเวลาการแสดงในแต่ละครั้งต้องใช้ทีมงานในวงกว่า เกือบ 500 คน ในชีวิตของพวกผม เราไม่มีทายาท ไม่เคยนอนโรงแรม ไม่เคยกินอยู่ปกติสองคนส่วนตัว ลูกกินอะไรเรากินด้วย ลูกนอนไหนเรานอนด้วย ตั้งแต่ทำวงมาไม่เคยว่าพอพักวงแล้วไปนอนโรงแรมนะ ไม่มี แล้วกฎเหล็กของผมนั่นก็คือการพนัน ดื่มเหล้า แล้วก็ชู้สาวผิดตักเตือนครั้งแรก ผิดครั้งที่2ภาคทัณฑ์ ผิดครั้งที่3ก็คือออกไป ยิ่งลูกคนไหนเป็นผู้หญิงยิ่งต้องดูแล ต้องให้ความรักมากกว่าพ่อกว่าแม่เขาด้วย แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยี ปัญหามาก็เยอะ อยู่มุมไหนก็โทรศัพท์ โกหกกันได้ ยุคนั้นใครทำผิดต้องเฆี่ยน เรายังยึดคติเรื่องรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี บางครั้งตีลูกจนไข้ขึ้น” แม่นกน้อย : “อย่างบางคืนเราแสดงอยู่บนเวที แล้วมันมีจอหนังกลางแปลงฉายอยู่ข้างๆ เวที ลูกมันขอไปเข้าห้องน้ำ ไปแล้วไปนั่งสุมหัวกันดูหนัง เราก็แต่งชุดหมอลำลงจากเวทีได้ไม้เรียวเดินไปไล่ลูกมาจากจอหนัง สห. เห็นก็วิ่งตามนึกว่าคนตีกัน ที่แท้เราตีลูกวงของเราเอง” จากที่เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็เริ่มเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ แม่นกน้อย : “มันมาตั้งแต่ปี 36 เริ่มมาเรื่อยๆ งานมันก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังรับได้ แต่มา2-3ปีหลังมานี้ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของภัยธรรมชาติ ทั้งเรื่องของการจัดระเบียบสังคม ที่ห้ามคนออกมาตอนกลางคืนแล้วคนที่ไหนจะมาดู ไหนจะเรื่องเทปผีซีดีเถื่อน หลายๆ อย่างรวมกัน ที่แย่สุดๆ เมื่อปีที่แล้วเจ้าภาพโทร.มายกเลิก 40 กว่างาน ก็เลยยิ่งเครียด คิดไม่ออกเลยว่าฤดูการแสดงนี้จะมีงานเข้ามาไหม ถ้าไม่มีหรือมีน้อยจะเอาเงินที่ไหนดูแลลูกๆ เพราะไม่มีการแสดงเขาก็ต้องอยู่กินกับเรา ถามว่าขาดทุนไหมขาดทุนแน่นอน จนมันเริ่มเข้าเนื้อ ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้” “จากปีนึงมีงาน 240 งานต่อปี ใครจะจ้างต้องจองข้ามสองปีสามปี แต่ปีที่ผ่านมางานลดลง ประมาณ 70เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการออกทัวร์การแสดงแต่ละเดือนก็จะมีค่าน้ำมันตกเดือนละ 4-5 ล้านบาท ค่าทำชุด ค่ากินค่าอยู่แต่เราก็ยังต้องลงทุนเพิ่มอีก 10 ล้าน เพราะต้องเอามาทำเวที ทำไฟ ทำรถ เพราะการแสดงมันต้องมีพัฒนา คนดูจะได้ไม่เบื่อ อีกอย่างตอนที่ลงทุนก็ไม่ได้คิดว่าจะมีการยกเลิกคิวไปตั้ง 40 คิว ที่นี้เงินที่คิดว่าจะได้มาจ่ายหนี้ก็ไม่มี” ที่ไปบวชชีเพราะแก้บนให้มีงานแต่ไม่ได้หนีปัญหา แม่นกน้อย: “ที่ไปบวชไม่ใช่เพราะเจอปัญหา มันไม่ใช่ทั้งหมด ไปบนไว้ว่าถ้าปีนี้สถานการณ์ดีขึ้น ก็จะบวชแก้บน พอช่วงตอนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาก็มีคนโทร.มาจองคิว แสดงว่าบนแล้วได้ผลก็เลยตัดสินใจบวช อีกอย่างอยู่ในช่วงพักวงจะได้พักผ่อนให้จิตใจสงบ” บอกกระแสขยุบวงมาจากความคลาดเคลื่อนของข่าว ยังไงก็จะขอลองสู้อีก 5 ปี แม่นกน้อย : “ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะยุบวงนั้นมันมาจากการที่มีผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ ซึ่งเขาตัดคำว่า...จะลองสู้อีกตั้งออก ข่าวมันก็เลยกระพือไป แต่ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่ว่าถ้ามันไม่ดีขึ้นก็จะยุบจริงๆ เราเคยลองโหวตเสียงของแฟนเพลงแฟนคลับอยู่หน้าเวทีว่าจะให้เราทำวงต่อไหมแทบจะทุกเวที แต่เสียงตอบรับคือพวกเขาไม่ยอม ยิ่งมีข่าวว่า เสียงอิสานจะยุบ มีคนโทร.มาร้องไห้ มาเยี่ยมถึงบ้านเอาของมาฝาก น่ารักมาก เขาอยากให้เราทำต่อ เพราะไม่มีอีกแล้วที่จะหาวงหมอลำที่ใหญ่ขนาดนี้ มันกลายเป็นวัฒนธรรมที่หาดูที่ไหนไม่ได้” “ด้วยความที่เป็นวงใหญ่คนเยอะ และปัญหาใหญ่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจ ถ้าจะให้ตัดค่าใช้จ่ายบางส่วนออก เช่นคนหรือความอลังการบนเวทีเรื่องนี้เราก็เคยคุยกันแต่ไม่รู้จะตัดอะไร เพราะถ้าพูดถึงเสียงอิสาน มันหมายถึงความยิ่งใหญ่ ความอลังการ เลยตัดไม่ได้สักอย่าง แต่ถ้าในอนาคตถ้าหากต้องมีการยุบวงจริงๆ เราก็จะพยายามให้ลูกๆ ยืนด้วยตัวเอง มีดันเด็กใหม่ขึ้นมา เริ่มปล่อยตั้งแต่ปีที่แล้ว พ่อจะคอยดูแล แม่จะอยู่เบื้องหลังตลอด แต่แม่ว่าถ้ายังไม่ถึงนาทีที่จะต้องปิดตำนาน นกน้อย อุไรพร ก็ยังคงเป็นโชว์ต่อไป แต่ระหว่างนี้ลูกทีมทุกคนก็พูดเสียงเดียวกันว่าอย่ายุบเลย” “ยังไงปีหน้าถ้าสถานการณ์มันไม่ดีขึ้นเราก็จะประชุมกับลูกวงว่าจะหยุดหรือสู้ต่ออีกสักตั้ง แต่ลูกๆ ก็บอกว่าจะไม่ไปไหน ไม่หนี คำว่าสักตั้งมันอาจจะปีเดียว หรือ 5 ปีก็ได้ ขนาดเราสัญญากับพ่อเมื่อ 9 ปีที่แล้วว่าทำอีกปีเดียวจะเลิก เรายังโกงเลย เพราะมันอยู่ในสายเลือดเรา นี่คือความสุขของเราที่ได้เห็นแฟนเพลงได้ออกหน้าเวที แล้วอยู่ๆ จะให้ไปทำไร่ไถนาเราทำไม่เป็น” พ่อหลอด : “ชีวิตของเราไม่มีลูก อสังหาริมทรัพย์เราก็สร้างมา ถ้าแม่เขาอยากได้ผมพร้อม ผมจะทุ่มให้ทั้งหมด มันก็สุดแค่นี้สองคนผัวเมีย ถามว่าเงินสดเรามีไหม ไม่มีนะ ถ้าต้องเอาบ้านหลังนี้เข้าแบงค์สัก50ล้าน แล้วเอาเงินให้แม่ก็ทำไป ผมก็ยอม ผมเคยนะครับ ปีที่เรายุบครั้งแรก ครั้งสองมาครั้งที่สาม ขอโทษนะคือตระกูลของคุณนก ผมเอามาหมดเลย ไร่นาสวนบ้านเอามาเข้าแบงค์ ตระกูลผมเอามาหมดเลย ผมจะทุ่มเงินไปกับชุด เวที เครื่องเสียง สุดท้ายถ้าผมพลาด สองตระกูลถือกะลาขอทานได้เลย หมดตัวทั้งสองตระกูลแน่นอนผมบ้าถึงขนาดนั่นนะครับ” ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000089050 และคลิปจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

ภรรยาสายัณห์แถลงเล็งตั้งมูลนิธิ-เผา19ธ.ค.
ข่าวสายัณห์ สัญญา /  งานศพสายัณห์ สัญญา / 

ผจก.-ภรรยา แถลง สวด "สายัณห์" ถึง 30 ก.ย. เผา 19 ธ.ค. วัดป่าเลไลยก์ เล็งตั้งมูลนิธิ สายัณห์ ให้ทนายดูแลเงินบริจาค ขอบคุณ "เสก โลโซ" ทำอัลบั้มให้ นายมานิตย์ อังกินันทน์ ผู้จัดการส่วนตัว และ นางวรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยาและลูกๆ ของ "พี่เป้า" สายัณห์ สัญญา แถลงข่าวเปิดเผยว่า จะมีการตั้งสวดพระอภิธรรมศพ พี่เป้า สายัณห์ ที่วัดไร่ขิง ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน และตั้งศพ 100 วัน ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายศพไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี ในวันที่ 10 ธันวาคม และทำการฌาปนกิจ ในวันที่ 19 ธันวาคม พร้อมกับแต่งตั้ง นายปรัชญา ก้อนจันทร์ ทนายความ เพื่อมาดูแลในเรื่องของเงินบริจาคและทรัพย์สินอื่นๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสขึ้น ส่วนในเรื่องการจัดทำแสตมป์ของพี่เป้า สายัณห์ นั้น เบื้องต้นได้มีการรวบรวมรูปภาพของพี่เป้า ให้กับกรมไปรษณีย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับขอบคุณเสก โลโซ และเพื่อนๆ ที่ได้มีการจัดทำอัลบั้มพิเศษให้กับพี่เป้า สายัณห์ และจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้อีกครั้ง ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ที่โรงเบียร์เยอรมัน ตะวันแดง เลียบด่วนรามอินทรา และเผยว่า จะมีการจัดตั้งมูลนิธิ สายัณห์ สัญญา ขึ้นด้วย แต่รายละเอียดอื่นๆ นั้น ยังอยู่ในระหว่างการพูดคุยตกลงกัน และในส่วนของการสวดพระอภิธรรม ในค่ำนี้เวลา 19.00 น. จะมีวงดนตรี หางเครื่อวงสายัณห์ สัญญา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ก่อนที่จะมีการแสดงโชว์วงดนตรีย้อนยุคแบบสายัณห์ สัญญา ในคอนเสิร์ตค่ำนี้ เรียกว่าเป็นการรวมนักดนตรี หางเครื่อง และทีมงานกว่า 100 ชีวิต เพื่อมาร่วมไว้อาลัยให้กับ พี่เป้า สายัณห์ เป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางวรรณพร ภรรยาและลูกๆ ของ พี่เป้า สายัณห์ รวมถึงคนใกล้ชิดและมิตรรักแฟนเพลง ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุ 100 รูป เพื่อเป็นการทำบุญครบรอบ 7 วัน ของการเสียชีวิตของพี่เป้า สายัณห์ ด้วย