หางเครื่อง

จัดประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลดปัญหา นักเรียนตีกัน
การแก้ปัญหานักเรียนตีกัน /  นักเรียนตีกัน / 

ภาพประกอบจาก http://www.obt-bangsaotong.go.thไม่เีกี่ยวข้องกับข่าว สืบเนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทกันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา วันนี้ (23 มิ.ย.) พรรคเพื่อไทยจึงจัดแถลงข่าว ประกวดโครงการ "มนต์เพลงลูกทุ่ง" โดยมี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 "ครูเป็ด" หรือนายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร คอมเมนเตเตอร์ประจำรายการเอเอฟ อคาเดมี แฟนตาเซีย และ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ ดาราสาวชื่อดัง และมีหางเครื่องจากนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แชมป์จากรายการชิงช้าสวรรค์ ประกอบการแถลงข่าว นายพลภูมิกล่าวว่า   เชื่อว่าเมื่อเด็กมีกิจกรรมร่วมกัน มีการสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะช่วยลดปัญหาทะเลาะวิวาทลงได้มาก สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ  ภายใน 1 ทีมประกอบด้วย นักร้อง 1 คน หางเครื่อง 6-12 คนคละโรงเรียนกันได้ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน-20 กรกฎาคม 2555 เกณฑ์ในการตัดสินจะพิจารณาทั้งการร้องเพลง การเต้นของหางเครื่อง แต่ไม่เน้นเรื่องการแต่งกาย เพื่อไม่ให้เกิดความสิ้นเปลืองแก่ผู้เข้าแข่งขัน ส่วนการแข่งขันแบ่งเป็นรอบรองชนะเลิศ วันที่ 18 สิงหาคม และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยรางวัลที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 5 หมื่นบาท พร้อมถ้วยรางวัลจาก รมว.ศึกษาธิการ และรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 3 หมื่นบาท พร้อมถ้วยจากสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยมีโครงการจัดอบรม "สายลับ 2 ล้อ" ให้แก่วินมอร์เตอร์ไซค์ 2 แสนคันทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ประสงค์เข้าอบรมจะต้องขึ้นทะเบียนชื่อผู้ขับขี่ วินที่ประจำ การสแกนลายนิ้วมือ การตรวจสอบประวัติก่อนเข้าอบรม และเมื่อผ่านแล้วก็จะได้รับเสื้อวินในโครงการ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากวินสายลับนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอาศัยเป็นช่องทางในการปราบปรามและลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ได้ ขณะนี้จัดทำโครงการนำร่องที่เขตมีนบุรี โดยการประสานงานกับ บก.น.3 จัดอบรมสายลับ 2 ล้อไปแล้วจำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 1 พันคน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ตุ๊กกี้ ชิงร้อย /  ปัญญาเรณู 2 / 

เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ บิณฑ์ทำ จัดหนักในภาพยนตร์ม่วนซื่นระรื่นฮา “ปัญญาเรณู 2” แทบทุกฉาก โดยฉากร้องเล่นเต้นเพลง “กะละมัง” นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งฉากใหญ่ของเรื่อง ที่เป็นจุดเริ่มต้นความสนิทสนมอันแนบแน่นของสองสาว “อภัสรา” (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย) กับ “เรณู” (สุธิดา หงษา) ที่ซักผ้าไปก็ให้คำมั่นสัญญากันไปว่าจะไม่ทิ้งกันไปไหน จะเป็นพี่น้องกันตลอดไป แล้วความสนุกสนานเฮฮาของเพลงกะละมังก็ถูกบรรเลงขึ้นกลางทุ่งริมน้ำ พร้อมสีสันเสื้อผ้าหน้าผมของสองสาวและหางเครื่องสุดสวิงที่จัดเต็มทั้งร้องทั้งเต้นแบบสุดๆ ไปเลย สาวตุ๊กกี้พูดถึงฉากใหญ่นี้ว่า “ฉากนี้มันเป็นฉากซักผ้าตรงท่าน้ำ แล้วก็มีการพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกัน อภัสราที่ตุ๊กกี้เล่นต้องฝากเนื้อฝากตัวกับน้องเรณู เพราะทั้งชีวิตนี้ไม่เหลือใครแล้ว เพราะเรณูจะเป็นคนช่วยให้พี่อภัสราได้มีเพื่อน มีที่อยู่อาศัย มีความสุขมากยิ่งขึ้น ก็เลยเหมือนกับว่าเราได้ปรับทุกข์และได้ร่วมสุขกัน ฉากนี้ก็เป็นฉากใหญ่ที่ตุ๊กกี้กับน้องน้ำขิงต้องร้องเพลง ‘กะละมัง’ ร่วมกันด้วยค่ะ เป็นเพลงที่ 2 ตั้งแต่เล่นหนังมาแล้วได้ร้องเองนะคะ ก็ดีใจมากค่ะ เพลงนี้มันเพราะมาก ฟังแค่ 2-3 รอบก็ร้องได้แล้ว และก็ยังได้ครูดีอย่างน้ำขิงที่ร้องเพลงเก่งอยู่แล้ว และเป็นเพลงภาคอีสานบ้านตุ๊กกี้เอง บอกได้คำเดียวว่าฉลุยค่ะ มันสำคัญตรงที่ว่า มันไม่ได้ร้องอย่างเดียวนะคะ มันต้องมีเต้นร่วมกับแดนเซอร์หรือหางเครื่องร่วมครึ่งร้อยชีวิตด้วยค่ะ ยิ่งใหญ่มาก ดังนั้นเราจะไปถ่ายที่สตูดิโอแคบๆ ไม่ได้ค่ะ คุณบิณฑ์และทีมงานก็เลยยกมาถ่ายที่อุบลฯ ให้เห็นสระน้ำ ทุ่งนา ป่าไม้ ธรรมชาติของภาคอีสานให้เห็นกันเลยค่ะว่าอุดมสมบูรณ์ขนาดไหน วันนี้ก็ถือว่าเต็มที่ค่ะ ครึ่งวันของการถ่ายทำฉากนี้ ด้วยความชำนาญในการเซิ้งกะละมังของตุ๊กกี้บวกความเก่งของน้องน้ำขิง แหม 2-3 เทคเองค่ะ ผ่านโลดค่ะ เพลงสนุก เต้นมันส์ฮามากๆ ต้องมาดูว่าจะยิ่งใหญ่อลังการ สนุกสนานมากน้อยแค่ไหนนะคะ”   เตรียมชมอีกหนึ่งฉากใหญ่สุดสนุกสนานสีสันจัดจ้านของ “ปัญญาเรณู 2” ได้ 26 มกรา ฮาเอาอยู่ทุกโรงภาพยนตร์

ละครเวที ลำซิ่งซิงเกอร์ เต๋อ-แพนเค้ก-โอปอล์
GTH /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

ครั้งแรกของ GTH?กับ ละครเวที ลำซิ่งซิงเกอร์ ที่จะทำให้คุณ ?ขำกลิ้ง? และ ?แดนซ์กระจาย? ขบวน ?ความสุข??สนุก ?สุดซิ่ง??กำลังจะ ?วิ่ง? มาหา นำขบวนความสนุกโดย ?เต๋อ-ฉันทวิชช์ / แพนเค้ก-เขมนิจ / โอปอล์-ปณิสรา?? กำกับการแสดงโดย มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ? เปิดการแสดง 21 ธันวาคม 2555 ถึง กลางเดือนมกราคม 2556 ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์? ค่ายหนังอารมณ์ดี?? ?จีทีเอช???? เปิดโปรเจ็คพิเศษ?? ต้อนรับปลายปี??? เตรียมทำละครเวทีเรื่องแรก ?ลำซิ่งซิงเกอร์? ได้นางเอกสุดฮอตของวงการ ?แพนเค้ก - เขมนิจ จามิกรณ์? มาประชันบทบาทกับพระเอก 300 ล้าน ?เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี?? ร่วมด้วย ?โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ?? มาร่วมเรียกเสียงฮา สนุก สุดมันส์รับปลายปีนี้ และเพราะเป็นละครเวทีเรื่องแรก GTH จึงทุ่มทุนสร้างทั้งกำลังคนและระยะเวลาในการฝึกซ้อม เพื่อจะพาผู้ชมไปพบกับละครเวทีที่นำเอาอารมณ์ขันมาผสมผสานกับความมันส์ของดนตรี ลำซิ่ง? เปิดจำหน่ายบัตรวันแรก วันที่ 22 ตุลาคม เป็นต้นไป ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ บัตรราคา 500 1,000 1,500 1,800 2,300 2,500 บาท? เรื่องย่อ?ละครเวที?ลำซิ่งซิงเกอร์ ย้อนกลับไปสู่ปี พ.ศ.2538 ในยุคที่โซเชียลเน็ตเวิร์กยังไม่แพร่หลาย ICQ ถือว่าเป็นของใหม่ ทาทา ยัง ยังเป็นอีหนูมหัศจรรย์และโด่งดังสุดๆ กับบทเพลงโอ๊ะ..โอ๊ย และรบกวนมารักกัน โลกดนตรียังเป็นฟรีคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยมแบบสุดๆ .... ??????????? แววตา (แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์) สาวบ้านนาแห่งหมู่บ้านนกกระจิบ ผู้มีทั้งพรสวรรค์และความใฝ่ฝันอย่างแรงกล้าที่จะเป็นนักร้องหมอลำ เพียงแต่?ความฝันของเธอดันสวนทางกับความต้องการของผู้เป็นแม่ เพราะมารวย (นันทิดา แก้วบัวสาย) ดันเกลียดอาชีพนักร้องแบบเข้าไส้!! แววตาตัดสินใจทิ้งบ้านเกิด โกหกแม่ว่ามาทำงานเป็นสาวออฟฟิศอยู่ในกรุงเทพฯ แต่แท้จริงแล้ว เธอโมดิฟายด์ตัวเองใหม่จนกลายเป็น ?มีแวว แก้วอีสาน? นักร้องสาวชื่อดัง ประจำคณะลำซิ่ง เดอะ กลาส ออฟ ภูธร ที่มีเฮียเขี้ยว (ตู้-ดิเรก อมาตยกุล) เป็นหัวหน้าคณะ และพี่สาวคนสนิทเป็น เจ๊แกร่ง (ซันนี่ ยูโฟร์) กระเทยร่างใหญ่ใจแมน ??????????? ...แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อคณะลำซิ่งที่เธอสังกัดอยู่ดันมีคิวต้องมาเปิดการแสดงที่หมู่บ้านนกกระจิบ อันเป็นบ้านเกิดของเธอ ซึ่งงานนี้ นอกจากแม่แล้ว เธอยังต้องรับมือกับน้อยหน่า(โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ) คู่ปรับเก่าตั้งแต่วัยเด็ก แน่งน้อย (สาวิตรี สามิภักดิ์) แม่ของน้อยหน่าผู้เป็นคู่แข่งกับแม่เธอตั้งแต่สมัยยังสาว รวมถึง เจ๊ฮั้ว (ปุ๊กกี้-ปวีณ์นุช แพ่งนคร) เจ้าของร้านชำจอมสอดรู้สอดเห็น และที่สำคัญก็คือ ปลัดขิก (เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ปลัดหนุ่มหน้ามนคนซื่อ เพื่อนชายคนสนิทที่แอบชอบเธอมาตั้งแต่ ป.1 ดันจำมีแววได้ตั้งแต่แรกเห็น !!! ??????????? มีแววจะเอาตัวรอดกับเรื่องนี้อย่างไร?? ความลับของมีแววจะเก็บงำต่อไปได้หรือไม่? ??????????? แล้วทำไม? แม่ของเธอถึงได้จงเกลียดจงชังอาชีพหมอลำซิ่งนี้นักหนา ??????????? พบกับละครเวทีที่มาพร้อมเสียงฮาและฉากเต้นสุดซิ่ง ที่จะชวนให้คุณลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาออกลีลาไปพร้อมกับทุกชีวิตบนเวที! ??????????? ? ลำซิ่งซิงเกอร์ ? ??????????? ขบวนความสุข สนุกสุดซิ่ง กำลังจะวิ่งมาหา... เปิดการแสดง 20 ธันวาคม 2555 ถึงกลางเดือนมกราคม 2556 ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ คาแรคเตอร์นักแสดง ใน?ละครเวที?ลำซิ่งซิงเกอร์ มีแวว ????????????? ชื่อเดิมคือแววตา เด็กสาวบ้านนาจากหมู่บ้านนกกระจิบ ด้วยแก้วเสียงที่หวานใสไม่แพ้ใบหน้า และใจรักในบทเพลงหมอลำซิ่ง ทำให้เธอทิ้งบ้านเกิดมาเป็นนักร้องหมอลำอยู่ในกรุงเทพฯ จนได้ฉายา ??มีแวว แก้วอีสาน? ผู้มีผลงานโด่งดังและคิวโชว์ตัวไปทั่วประเทศ CAST: แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์? ปลัดขิก? ????????? ปลัดหนุ่มไฟแรง ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับหมู่บ้านทุ่งนกกระจิบให้มีความเจริญทัดเทียมนานาอารยจังหวัด? แม้ภายนอกจะดูเฉิ่มเชย แต่ภายใต้แว่นสายตากรอบหนาเนิร์ดคือความหล่อแบบละลายใจสาว แต่หญิงเดียวที่เขาหมายปองคือ ?แววตา? เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่?? ประถม 1 !!! CAST: เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี? น้อยหน่า? ??????? ลูกสาววัยทีนของแน่งน้อย เตี้ย อ้วน ล่ำ ดำ ป้อม จอมแอ๊บแบ๊ว เพราะคิดว่าตัวเองสวยที่สุดในหมู่บ้าน? เกิดมาเพื่ออิจฉาแต่ไม่มีพิษไม่มีภัย มีความใฝ่ฝันสูงสุดที่จะได้ปลัดขิกมาทำผัวและเจอทาทา ยังตัวจริง CAST: โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ? ? ฝั่งหมู่บ้านทุ่งนกกระจิบ 3 สตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งสหกรณ์หมู่บ้านทุ่งนกกระจิบ มารวย?? ?????????? หญิงม่ายผัวตาย? เลยกลายเป็นซิงเกิ้ลมัมที่เลี้ยงลูก 2 คนคือมีแวว และสมหวังมาเพียงลำพัง รักและตามใจลูกทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวที่รับไม่ได้คือเรื่องที่ลูกสาวจะกลายเป็นนักร้องหมอลำ! CAST: นันทิดา แก้วบัวสาย แน่งน้อย? ????? คู่แข่งผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับมารวยมาตั้งแต่ยังสาว เพราะในอดีตเคยหลงรักชายหนุ่มคนเดียวกัน แถมในปัจจุบัน เธอยังพยายามผลักดันน้อยหน่า ลูกสาวคนเดียวให้เป็นดาวเด่นประจำหมู่บ้านแข่งกับแววตา ลูกสาวมารวยอีกตะหาก CAST: สาวิตรี สามิภักดิ์? เจ๊ฮั้ว? ????????????? สาวทึนทึกเจ้าของร้านชำ ผู้คลั่งหมอลำเข้าไส้และชอบสอดรู้สอดเห็นเป็นชีวิตจิตใจ CAST: ปุ๊กกี้-ปวีณ์นุช แพ่งนคร ฝั่งรถทัวร์ลำซิ่ง เฮียเขี้ยว????? ? หัวหน้าคณะลำซิ่งเหลี่ยมจัด ผู้ทั้งเห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ? บ้าอำนาจ ชอบบงการคนอื่น ชอบวางท่าใหญ่ แต่จริงๆ แล้วใจปลาซิว? CAST: ตู้-ดิเรก อมาตยกุล? เจ๊แกร่ง????????? ? กระเทยร่างใหญ่ใจแมน? รับหน้าที่ทำทุกอย่างตั้งแต่ชุนชุดหางเครื่อง ยันขับรถทัวร์พาคณะไปตระเวณแสดงตามที่ต่างๆ? เป็นเสมือนเสาหลักและที่รักของทุกคนในวง เพราะเป็นคนเดียวที่สามารถออกโรงงัดข้อกับเฮียเขี้ยวได้ CAST: ซันนี่ ยูโฟร์

งานเปิดตัว /  ถนอม สามโทน / 

สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ บาแรมยู ร่วมกับภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง” จัดงานรอบปฐมทัศน์ด้วยการโชว์มินิคอนเสิร์ตรำลึกบทเพลงอมตะของ “ราชินีลูกทุ่ง-พุ่มพวง ดวงจันทร์” ด้วยน้ำเสียงสุดไพเราะจากนางเอกดาวรุ่งมาแรง เปาวลี พรพิมล ร่วมด้วยนักแสดงนำคุณภาพอย่าง ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ, บุญโทน คนหนุ่ม, ถนอม สามโทน และผู้กำกับภาพยนตร์ บัณฑิต ทองดี ณ ลานอินฟินิซิตี้ ชั้น 5 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา คนเยอะ คนแยะ แฟนคลับพี่ป๋อ น้องเปา มีจัดแสดงของที่ทำให้นึกถึง พุ่มพวง ดวงจันทร์ อุปกรณ์ ชุดหางเครื่อง เวทีงาน ดูพรีเซนต์ที่เปิดในงานครับ หลายความเห็นที่พูดถึง พุ่มพวง ดวงจันทร์ บรรยากาศงานชวนให้หวนรำลึกถึงนักร้องสาวในดวงใจ “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศ ก่อนเริ่มงานด้วยการโชว์แสดงมินิคอนเสิร์ต เปิดเวทีด้วยบทเพลง นักร้องบ้านนอก, ผู้ชายในฝัน, กระแซะเข้ามาสิ และโลกของผึ้ง จัดเต็มทั้งหมด 4 เพลงรวดเป็นครั้งแรก ที่ยังไม่เคยโชว์เต็มขนาดนี้บนเวทีแห่งไหนมาก่อน จากน้ำเสียงคุณภาพอันไพเราะของ น้องเปา-เปาวลี พรพิมล ร่วมด้วยบรรดาแดนเซอร์ครบเซ็ทที่ออกมาวาดลวดลาย และโชว์ลีลาอย่างสวยงามสุดอลังการทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว ไหว้ บอกแม่ผึ้งกันก่อน มินิคอนเสิร์ตย่อยๆ เปิดตัวด้วยเพลง นักร้องบ้านนอก สลับกับเพลงไวๆ สนุกๆ ร้องไปสี่เพลงนะ แต่ตอนดูหนัง เพลงจะเยอะกว่านี้อีก จากนั้นร่วมพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อ พุ่มพวง ดวงจันทร์ และการนำเรื่องราวชีวประวัติที่น่ายกย่องและเชิดชู มาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง จากเหล่านักแสดงนำที่นำทีมด้วยพระเอกหล่อเจ้าเสน่ห์ ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ, บุญโทน คนหนุ่ม, ถนอม สามโทน และผู้กำกับภาพยนตร์ บัณฑิต ทองดี พร้อมทั้งเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์แสดงพลังรักและศรัทธา แด่ราชินีลูกทุ่ง หนึ่งเดียวของไทย ในวันที่ 21 กรกฏาคมนี้ที่โรงภาพยนตร์ น้อเปา เข้าไปเปลี่ยนชุด พี่ป๋อ ออกมาต่อ จากซ้าย ผู้กำกับภาพยนตร์ บัณฑิต ทองดี, ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ, บุญโทน คนหนุ่ม และ ถนอม สามโทน ปิดท้ายด้วยการได้รับเกียรติจากเหล่าผู้บริหาร บ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บ.โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล, บ.ไทยประกันชีวิต, ธ.ออมสิน, โรงภาพยนตร์ พารากอนซีนีเพล็กซ์, ทีมงานภาพยนตร์ทั้งโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ นักแสดง, ครอบครัวของพุ่มพวง ดวงจันทร์ รวมถึงคุณไกรสร แสงอนันต์, ครูมนต์ เมืองเหนือ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก ก่อนที่แฟน(คลับ)ของป๋อ-ณัฐวุฒิ จะแห่มาร่วมกันแสดงความยินดีมอบช่อดอกไม้ ด้านน้องเปา-เปาวลี ถึงจะเป็นนางเอกหน้าใหม่ แต่บรรดาแฟนคลับมากันล้นงานเช่นกันมอบช่อดอกไม้ ส่งเสียงกรี๊ดร่วมยินดีในงานรอบปฐมทัศน์ครั้งนี้ “พุ่มพวง” ภาพยนตร์แห่ง น้ำตาหยดแรก บทเพลงแห่งแรก และความรักครั้งแรก ร่วมสร้างแรงบันดาลใจและการกลับมาของราชินีลูกทุ่งผู้โด่งดัง พร้อมสร้างความประทับใจ 21 กรกฎาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ --------------------------------- น้องเปา - เปาวลี พรพิมล ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ  และ น้องเปา - เปาวลี พรพิมล น้องเปา - เปาวลี พรพิมล

Thestar 7 ม่วน แซ่บ ถึงใจ ในโจทย์เพลงลูกทุ่ง
The Star 7 /  กวาง / 

Thestar 7 ม่วน แซ่บ ถึงใจ ในโจทย์เพลงลูกทุ่งม่วน แซ่บ ซึ้ง ตรึงใจคนไทยทั่วประเทศ สำหรับ "The Star 7" กับ "โจทย์เพลงลูกทุ่ง" ที่แต่ละคนทั้ง "ตูมตาม" หมายเลข1 "กวาง" หมายเลข3 "ซิลวี่" หมายเลข4 "แอมป์" หมายเลข5 "นท" หมายเลข 6 และ "เนส" หมายเลข 8 ต่างงัดไม้เด็ดมาโชว์ ท่ามกลางผู้ชมที่มากันอย่างหนาแน่น ณ มูนสตาร์ สตูดิโอ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้ทั้ง 6 คน ต่างก็รับพวงมาลัยเงินสดกันไปจนล้นคอ!!! ด้านคนดังรับเชิญที่มาให้มุมมองกับผู้เข้าแข่งขันในสัปดาห์นี้คือลูกทุ่งสาวเชพบ๊ะ "ฮาย" อาภาพร นครสวรรค์ เริ่มต้นประเดิมเวทีด้วย "ซิลวี่" ที่โชว์ลีลามันส์ๆ ใน "แม่ดอกนีออนบานค่ำ" พร้อมหางเครื่องครบเซ็ต หลังจากจัดเพลงช้ามาหลายสัปดาห์ ต่อด้วย "แอมป์" ในเพลง "เธอคือดวงใจ" ที่ซาบซึ้งจนทำเอาคุณพ่อที่มาเชียร์น้ำตาซึม ก่อนที่ "นท" จะออกมาร่ายลีลาเซิ้งเฉพาะตัวในเพลง "ผู้ชายในฝัน" ต่อจากนั้น "เนส" ขอจัดท่าโจ๊ะๆ อีกครั้งกับเพลง "ปูไข่ไก่หลง" ต่อด้วย "ตูมตาม" จะมาโชว์ลูกคอ-น้ำเสียงสุดอลังในเพลง "หยาดเหงื่อเพื่อแม่" ปิดท้ายด้วยลีลาโดนๆ เต้นกระจายจาก "กวาง" ซึ่งงานนี้ต้องบอกว่าแต่ละคนได้รับคำชมจากพี่ๆ ทั้งสาม "ม้า-เพชร-โจ้" ไปอย่างสูสีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม คะแนนร้อยเสียงในห้องส่งที่คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมด ปรากฏว่าเป็น "ตูมตาม" โกยคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ที่ 35 คะแนน ต่อด้วย "แอมป์" 24 คะแนน ส่วน "นท" คว้าไป 16 คะแนน ตามมาด้วย "เนส" 11 คะแนน "ซิลวี่" 10 คะแนน ด้าน "กวาง" รั้งท้ายที่ 4 คะแนน และแน่นอนว่า คะแนนนี้ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ร่วมโหวตให้คนที่คุณเชียร์ไปต่อ โดย SMS เครื่องหมาย * ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าแข่งขันแล้วส่งมาที่ 4242899 หรือกด*4930 ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าแข่งขัน แล้วโทรออก ปิดรับคะแนนโหวตวันนี้ (27 มี.ค.) เวลา 18.00 น. The Star 7 ดุประวัติ 8คน สุดท้าย The Star ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 7 คลิกที่ชื่อได้เลยครับตูมตาม The Star 7 | จูเนียร์ The Star 7 | กวาง The Star 7 | ซิลวี่ The Star 7แอมป์ The Star 7 | นท The Star 7 | แอปเปิ้ล The Star 7 | เนส The Star 7 ตามติดชีวิตของ 8 คนสุดท้าย The Star ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 7 ทาง the Star Daily ได้สองช่องทาง ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ทาง ACTS Channel 20.00-21.00 น. (Rerun 23.00น. และ 07.00น.) และชมถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตเวลา 21.30 - 23.30 น. ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ที่มาจาก : thestar.gmember.com

The Winner is สัปดาห์ที่ 3 ล้มยักษ์!!! ดังโครม
The Winner Is /  สราวุธ มาตรทอง / 

The Winner is สัปดาห์ที่ 3 ล้มยักษ์!!! ดังโครม 101 โหวตบนดับเบิ้ลยูกดคะแนน จนกองเชียร์ถึงกับอึ้ง กันทั้งฮอลล์ กองเชียร์หัวใจแทบบวาย เมื่อ 101 โหวตบนดับเบิ้ลยูในรายการ The Winner is กดคะแนนให้ผู้เข้าแข่งขันชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำเอาอึ้ง!!! กันทั้งฮอลล์ สัปดาห์ที่ 3 เลยมีการ ล้มยักษ์ดังโครม!!! เกิดขึ้น จากนี้ความเข้มข้นบนเวที นอกจากเป็นบททดสอบความสามารถในการร้องเพลง โชคชะตา ไหวพริบในการตัดสินใจ เพื่อเป้าหมายใหญ่ เงินรางวัลจำนวน 10 ล้านบาทแล้ว จะประมาทไม่ได้อีกต่อไป ทำให้ยังได้เชียร์กันสนุกมันทุกนาทีเหมือนเดิม สัปดาห์นี้มีทั้ง อาจารย์มหาวิทยาลัย เพื่อนร่วมสถาบัน คู่พี่น้อง แม่บ้าน พนักงานออฟฟิต ซึ่งล้วนมีดีกรีที่เท่ากัน ทั้งเรื่องเสียงร้องและการเต้น บ้างก็จะเอาเงินไปแต่งงาน บางคนถึงขั้นอยากเปิดวิทยาลัยการใช้เสียง แม้กระทั่งจะเอาเงินรางวัลไปเปิดชมรมผู้สูงอายุก็มี ทุกกคนฝัน แต่ใคร?? จะได้ไปสู่ฝั่งฝัน เข้าใกล้เงินรางวัล 10 ล้านบาท แล้วที่ว่า ล้มยักษ์!!! เป็นใคร? อายุเท่าไหร่? จะใช่ The Winner is ประจำสัปดาห์ ตาม กวาง-อัญนรา จันทร์แก้ว และ พา-นภาดา สุขกฤต ไปเป็น 1 ใน 8 สู่รอบ แกรนด์ ฟินาเล่ การแข่งขัน The Winner Is รอบที่ 1 คู่ที่ 1 โบว์ - Set Fire To The Rain VS 4 สาวจันทร์เจ้าขา - L.O.V.E และ The Winner Is ก็คือ 4 สาวจันทร์เจ้าขา ด้วยคะแนน 52 : 49 คู่ที่ 2 โอ๊ต - รักแท้หรือแค่เหงา VS แนท - นกขมิ้น และ The Winner Is ก็คือ แนท บัณฑิตา ด้วยคะแนน 81 : 20 คู่ที่ 3 Two Tone - Someone Like You VS หนุ่ม - One More Night และ The Winner Is ก็คือ สองพี่น้อง Two Tone ด้วยคะแนน 99 : 2 คู่ที่ 4 เปี๊ยก - บ้านทรายทอง VS ว่าน - Something's Got A Hold On Me และ The Winner Is ก็คือ ว่าน ระพีพรรณ ด้วยคะแนน 69 : 32 การแข่งขัน The Winner Is รอบที่ 2 คู่ที่ 1 4 สาวจันทร์เจ้าขา - หางเครื่อง VS แนท - อะไรจะเกิดให้มันเกิด และเนื่องจาก 4 สาวจันทร์เจ้าขา กดเลือกข้อเสนอด้วยเงิน 100,000 บาท ทำให้ The Winner Is ก็คือ แนท บัณฑิตา ผ่านเข้ารอบ คู่ที่ 2 ว่าน - คิดถึงทุ่งลุยลาย VS Two Tone - ฤดูที่แตกต่าง และเนื่องจาก ว่าน กดเลือกข้อเสนอด้วยเงิน 100,000 บาท ทำให้ The Winner Is ก็คือ สองพี่น้อง Two Tone การแข่งขัน The Winner Is รอบ Final ระหว่าง แนท บัณฑิตา ครูสอนร้องเพลง กับเพลง เพลง Mercy, Mercy, Mercy และ Two Tone  คู่พี่น้องที่ร้องเพลงด้วยกันมาตั้งแต่เกิด กับเพลง I Don't Wanna Miss A Thing ใคร จะได้ผ่านเข้ารอบ แกรนด์ ฟินาเล่ เพื่อชิง 10 ล้านบาท ไปชม และการแข่งขันในรอบนี้ แนท บัณฑิตา เลือกรับข้อเสนอ เงินสด สองแสนบาท ทำให้ Two Tone เป็น The Winnner is ประจำสัปดาห์นี้ ด้วยคะแนน 77 : 24 Two Tone The Winner Is ประจำสัปดาห์ที่ 3 ชื่อ : โชกุน - กฤต ศิริสวัสดิ์ / ออมสิน - ชนินาถ ศิริสวัสดิ์ อาชีพ : นักเรียน Category Family Duo : นักเรียนเดินสายประกวด คู่พี่น้องที่ร้องเพลงด้วยกันมาตั้งแต่เกิด ติดตามชม The Winner is ทุกเย็นวันอาทิตย์ เวลา 17.45 น.ทางช่อง 3 และสามารถชมเทป Re-run ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 19.00-20.30 น.ทางช่อง True music HD ย้อนหลัง The Winner Is    มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Sugar Eyes (ชูการ์ อายส์) เปี๊ยนไป๋ กลายเป็นหางเครื่อง
Sugar Eyes / 

Sugar Eyes (ชูการ์ อายส์) เปี๊ยนไป๋ กลายเป็นหางเครื่องอะไรกันนี่ จู่ๆ 5 สาวตาหวาน นิต้า,คุ้กกี้,พิกเล็ท,ดาร์ลิ่ง,แพรวา Sugar Eyes (ชูการ์ อายส์) เปี๊ยนไป๋ จากนักร้องเกิร์ลแก็งค์ กลายเป็นหางเครื่อง ถ้าอยากรู้ ต้องติดตามชม รายการ ภารกิจ ซี๊ดสาด เสาร์ที่ 4 ธันวาคมนี้ กับ 2 พิธีกร เฟิร์น และ ดีเจคิว (Seed 97.5) ห้าทุ่มครึ่ง ทาง โมเดิร์นไนน์ทีวี รับรองว่า เพื่อนๆ จะไม่เคยเห็น Sugar Eyes (ชูการ์ อายส์) แบบนี้ แน่นอน อย่าพลาดนะคร๊าบบบบ -- ภาพประกอบ : Sugareyesgang ก่อนแปลงโฉม ใกล้แล้วน๊า เป็นยังไงบ้าง 5 สาว ชูการ์อายส์สไตล์หางเครื่อง ร่วมเป็นแฟน มิวสิคเอ็มไทย บน Facebook กันได้แล้ว คลิกที่นี่ แนะนำ - ติชม แจ้งปัญหาเรื่องการใช้งาน หรือส่งข่าว ประชาสัมพันธ์วงการเพลงลงเว็บไซต์ มิวสิคเอ็มไทย ที่ อีเมล์music@mthai.com

นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด
สายการบิน /  เครื่องบิน / 

อุบัติเหตุเครื่องบินแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะมีผู้รอดชีวิตมากน้อยแค่ไหน ก็ล้วนสะเทือนขวัญผู้คนไม่น้อย และทุกครั้งที่มีผู้รอดชีวิต ก็มักจะถามไถ่กันเสมอว่า นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด นั่งตรงไหน รอดมาได้อย่างไร หากต้องเผชิญกับอุบัติภัยต่างๆ นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด “นั่งตรงไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น” หลายๆ ความเห็นอาจจะคิดเช่นนี้ หรือไม่ก็ “แล้วแต่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดตรงไหน” นี่ก็พิจารณาตามสถานการณ์ นิตยสารป็อบปูลา มาแคนนิกส์ (The Popular Mechanics) เคยวิจัยโดยการวิเคราะห์ทางสถิติไว้ว่า ที่นั่งบนเครื่องบิน... นั่งด้านท้ายปลอดภัยกว่า จากการศึกษาสถิติจากอุบัติเหตุต่างๆ ของสารพัดสายการบินที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาได้นำข้อมูลอุบัติเหตุ 20 ครั้ง พร้อมทั้งแผนผังที่นั่งของผู้โดยสารมาวิเคราะห์ โดยแบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน สรุปได้ว่า ยิ่งอยู่ห่างจากหัวเครื่องบินเท่าใด ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น โดยสถิติผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินส่วนใหญ่ 40% มีที่นั่งบริเวณหางเครื่องบิน   นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ? ........................................................................................ วิเคราะห์ได้ดังนี้ อุบัติเหตุ 11 ใน 20 ครั้ง ผู้โดยสารที่นั่งแถวท้ายๆ ส่วนใหญ่ปลอดภัย หรือประสบเหตุเบากว่า โดยใน 7 กรณีของกลุ่มนี้ผู้โดยสารที่ปลอดภัยนั่งอยู่ในแถวท้ายๆ อีกทั้งได้ยกตัวอย่างอุบัติเหตุในปี 2525 กับสายการบินฟลอริดา (Air Florida) ที่เกิดขึ้นในวอชิงตันดีซี และปี 2515 กับอีสเทิร์น 727 (Eastern 727) ที่ท่าอากาศยานเคนนาดี ในนิวยอร์ก ซึ่งผู้โดยสารของทั้ง 2 กรณีที่รอดชีวิตล้วนนั่งอยู่บริเวณหางของเครื่องบิน อีกทั้งยังมีกรณี ดีซี-8 ของสายการบินยูไนเต็ด (United DC-8) เกิดน้ำมันหมดกลางอากาศใกล้กับพอร์ตแลนด์ ในปี 2519 มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ทั้งหมดล้วนนั่งอยู่ใน 4 แถวแรก นอกจากนี้ มีอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งเท่านั้นที่ผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าประสบเหตุเบากว่า เพราะเหตุเกิดที่บริเวณปีก ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 5 เกิดระหว่างปี 2531-2535 อย่างอุบัติเหตุในปี 2532 ที่ไอโอวากับสายการบินยูไนเต็ด มีผู้โดยสารรอดชีวิต 175 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ห้องผู้โดยสารส่วนหน้าปีกและส่วนหัว และอีก 3 ครั้งที่ทั้งผู้นั่งส่วนหัวและท้ายเครื่องมีโอกาสรอดชีวิตพอๆ กัน ส่วนผู้ที่นั่งบริเวณหัวลำปลอดภัยนั้น มีเพียง 1 กรณีเท่านั้น ในปี 2532 เครื่องโบอิง 737-400 ของสายการบินยูเอสแอร์ (USAir) เกิดอุบัติเหตุบนทางวิ่ง (รันเวย์) มีผู้โดยสารเสียชีวิตเพียง 2 รายคือ ผู้ที่นั่งในแถวที่ 21 และ 25 ........................................................................................ เมื่อคำณวนตามอัตราการรอดชีวิตแล้ว สรุปว่า ผู้ที่นั่งเคบินท้ายมีอัตราการรอดชีวิตถึง 69% หากเกิดอุบัติเหตุ และไล่ขึ้นมาในเคบินส่วนปีกโอกาสรอด 56% เสมอกับเคบินส่วนหน้าปีก **** เคบินที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำสุดคือเคบินแรก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ โดยมีอัตราการรอดชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุเพียง 49% ........................................................................................ ประเมินภาพรวมแล้ว อัตราการรอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนของเครื่องก็ตาม เมื่อแน่ใจว่ารัดเข็มขัดแน่นแล้ว ก็ทำใจให้สบาย ตั้งใจฟังลูกเรือแนะนำกรณีฉุกเฉินต่างๆ และประคองสติให้มั่นขณะเกิดเหตุ อุบัติเหตุเมื่อปี 2531 กับเครื่องบินโบอิง 737 ที่สหรัฐอเมริกา มีผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่อยู่ส่วนเคบินแรก ซึ่งนับเป็นอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งที่ผู้โดยสารส่วนหน้ารอดชีวิต จากกลุ่มตัวอย่างมา 20 กรณี (ภาพ : AP/Wide World Photos)   ภาพจากป็อบปูลา มาแคนนิกส์ที่แบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน เมื่อวิเคราะห์ตามสถิติ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สีเขียว-ห้องผู้โดยสารส่วนท้าย (Rear Cabin) คือส่วนที่มีโอกาสรอดถึง 69%, สีเหลืองประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือห้องผู้โดยสารที่บริเวณปีกและหน้าปีก มีอัตรการรอดชีวิต 56% และส่วนสีแดง-ห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ (First/Bussiness Class) มีโอกาสรอดชีวิต 49% (และยิ่งอยู่แถวหน้าโอกาสรอดต่ำลงไปอีก) ...............................................................  นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ที่มา : ผู้จัดการ สิ่งที่ควรรู้เมื่ออยู่บนเครื่องบิน

ตัวอย่างแรกออนไลน์กับหนังไทยเด็กอารมณ์ดี ที่ครองใจทุกคนใน ปัญญา เรณู 2
ข้อมูล /  ตุ๊กกี้ / 

ออนไลน์มาได้สักพักแล้วกับตัวอย่างในหนังไทยเด็กอารมณ์ใน ปัญญา เรณู 2 ที่มาคราวนี้นั้นได้บริษัท สหมงคลฟีลม์ เป็นคนดูแลหนังเรื่องนี้ เนื่องจากในภาคแรกนั้นอาจจะไม่ได้เงินไปมากนัก แต่ว่าได้ใจคนดูไปเต็มๆ โดยเฉพาะที่พันทิพ ห้องเฉลิมไทย ผู้กำกับอย่าง คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มารับหน้าที่อีกครั้ง หลังจากในภาคแรกนั้นก็ได้ใจคนดูไปเต็มๆอยู่แล้ว ซึ่งในภาคนี้ทั้งนักแสดงที่เล่นเป็น ปัญญา และ เรณู ก็กลับมากับพร้อมหน้า ร่วมด้วยตัวละครใหม่มากมายไม่ว่าจะเป็น ตัวละครของ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ ตัวละครของ หม่ำ จ๊กม๊ก ที่ในภาคนี้ได้มีบทบาทมากขึ้นแน่นอน หลังเหตุการณ์ร้ายๆ ที่ผ่านมา และแม้จะไม่ได้เข้าแข่งขันในระดับจังหวัด ปัญญาและเรณูก็กลับมาใช้ชีวิตในวัยเด็กอย่างสนุกสนาน แต่เรื่องวุ่นๆ ของรักรุ่นเล็กก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเรณูอยากจะใกล้ชิดกับปัญญามากขึ้น และได้พบกับอภัสรา (ตุ๊กกี้) สาวหางเครื่องผู้มั่นใจในความสวยของตนเอง ที่บังเอิญได้มีเหตุมาอยู่บ้านเดียวกับเรณู แผนการเอาชนะใจปัญญา จึงเริ่มต้นขึ้น เพราะไม่ว่าปัญญาจะทำอะไร อยู่ที่ไหน เรณูและอภัสราจะต้องเข้าสร้างความหงุดหงิดให้ปัญญาได้ทุกครั้ง หลวงพ่อ และ ผอ.เห็นว่า เด็กๆ ปิดเทอมอยู่ว่างๆ เลยคิดว่าน่าจะสร้างความสามัคคีให้เกิดในครอบครัวและชุมชน จึงจัดการแข่งขันจับปลาไหลขึ้นในหมู่บ้าน และในจังหวะนี้เองที่อภัสรา ได้พบกับหม่ำ (หม่ำ จ๊กมก) ชายหนุ่มผู้เคยผ่านทางขับรถไปส่งปัญญาเพื่อบอกลามิว ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านนี้เช่นกัน หม่ำเองก็หาทางใกล้ชิดอภัสรา ด้วยการไปสนิทกับปัญญา เพราะรู้ว่า เมื่อเรณูมาหาปัญญา ก็จะมีอภัสรามาด้วยทุกครั้งไป ในการแข่งขันจับปลาไหล เรณูจับคู่กับปัญญา และอภัสราจับคู่กับหม่ำ เรื่องฮาๆ จึงเกิดขึ้น เรื่องราวดูเหมือนจะ ดำเนินไปด้วยดี ก็ดันมีเหตุ ให้วุ่นวายหัวใจเมื่อน้องมิวสาวสวยจากกรุงเทพฯ ได้เข้าร่วมประกวดเต้นและร้องเพลง และต้องการความช่วยเหลือจากปัญญาและเรณู จึงเดินทางมาที่หมู่บ้านเพื่อเอาเพลงและท่าเต้นมาให้เรณูซ้อม และช่วงนี้เองที่เรณูได้พามิวและกี่ไปเที่ยวตามสถานที่สวยงามใน อุบล และเกิดหมั่นไส้จอบที่พยายามจับคู่ให้มิวและปัญญา จนเรณูต้องคิดแผนแกล้งจอบอย่างสาสม โดยมีอภัสราคอยช่วย ปัญญา เรณู 2 มีกำหนดฉายในไทยวันที่ 26 มกราคม 2555 ครับ

ไอซ์ สุดยอดเอนเตอร์เทนเนอร์ ครบเครื่องใน “รวมมิตรใส่น้ำแข็ง”
Nobody /  รวมมิตรใส่น้ำแข็ง วาไรตี้ ไลฟ์ โชว์ ไอซ์ ศรัณยู บาย ม็อคโคน่า / 

ไอซ์ สุดยอดเอนเตอร์เทนเนอร์ ครบเครื่องใน “รวมมิตรใส่น้ำแข็ง”ถือเป็นสุดยอดของคอนเสิร์ตที่แดนซ์กันสนั่นเวทีประจำปีทีเดียวสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่“รวมมิตรใส่น้ำแข็ง วาไรตี้ ไลฟ์ โชว์ ไอซ์ ศรัณยู บาย ม็อคโคน่า”ที่เพิ่งผ่านไปของเจ้าชายแห่งรอยยิ้ม “ไอซ์” ศรัณยู วินัยพานิช ค่ายแกรมมี่ฯซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่เรียกว่ารวมมิตรความสนุก มันส์ ซึ้ง สมชื่อจริงๆเมื่อค่ำวันก่อนที่อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก ท่ามกลางคนดูเหยียบสามพันคนที่กรี๊ดรับความสนุกครั้งนี้กันสนั่นฮอลล์ ถึงเวลาแค่เปิดฉากคอนเสิร์ตด้วยซีนกำเนิดไอซ์ด้วยวีทีอาร์ก็เรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่น ก่อนที่หนุ่มไอซ์จะออกมาวาดลวดลายโชว์พลังแดนซ์แบบสุดตัวกับแดนซ์เซอร์เต็มเวที ขนเพลงฮิตชวนคนทั้งฮอลล์ลุกแดนซ์สนั่นอาทิเพลง I see U, คนมันรัก, หมอนสองใบกับใจเหงาๆ , บอกได้ไหม และ บอกว่าอย่าน่ารัก รวดเดียว ก่อนแดนซ์ต่อด้วย ชอบคนเจ้าชู้ ที่ตรึงสายตาคนดูไว้ทั้งฮอลล์ แล้ว “ไอซ์” ได้ทีจู่โจมให้คนดูกรี๊ดสนั่นเปิดตัวสาวฮอต “พิ้งค์กี้-สาวิกา ไชยเดช” ออกมาปะทะสเต็ปแดนซ์กันในเพลง “อย่าเล่นตัว” ก่อนที่ดีกรีเสียงกรี๊ดจะสนั่นเป็นสิบเท่าเมื่อไอซ์เซอร์ไพร์สคนดูเปิดตัวดูโอหนุ่มสุดฮอตเมืองไทย “กอล์ฟ-ไมค์” มาแท็คทีมแดนซ์ด้วยกันในเพลง “Inspiration” อย่างเมามันส์ ก่อนจะมอบเวทีให้ “กอล์ฟ-ไมค์” โชว์สเต็ปแดนซ์ให้คนดูร้องตามสนั่นในเพลง “YOU” และ “My Superstar” ที่ทำเอาคนดูในอินดอร์กรี๊ดจนคอแทบแตก จากนั้นถึงคิวของสาวมั่น “กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ” ที่ออกมาลับฝีปากกับกับเจ้าของคอนเสิร์ตได้อย่างแสบๆคันๆ ด้วยมุขเด็ดแบบฮาไม่ยั้ง แถมหนุ่ม “ไอซ์” ยังโชว์ขำแต่งตัวหลากชาติออกมาร้องเพลง “คนใจง่าย” ทั้งเวอร์ชั่น อังกฤษ , ญี่ปุ่น และเกาหลี กระตุกต่อมฮาคนดูยิ้มตลอด แถมยังได้โชว์ร้องเพลง “Wait a minute” และเพลง “Tick tock” ในสไตล์ลูกทุ่งและหมอลำ เล่นเอาคนทั้งฮอลล์ท้องแข็งไปตามกันก่อนที่ไอซ์จะขนหางเครื่องสุดอลังการมาในมาดเจ้าชายลูกทุ่งโชว์ “รักคุณยิ่งกว่าใคร” งัดลูกคอ 7 ชั้นร้องสะกดคนดูทั้งอินดอร์ฯ จนแฟนๆต่างทึ่งกับความสามารถของหนุ่ม “ไอซ์” กันเลยทีเดียว และมาถึงช่วงวาไรตี้ออฟเลิฟที่ “ไอซ์” ขอพักเต้นมาโชว์พลังเสียงสุดซึ้งๆทั้ง คนน่าสงสาร , กลับมาได้ไหม , คนดีๆทำไมไม่รัก , ใจฉันเป็นของเธอ , ฝุ่น และ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แถมดันอินจัดต่อมน้ำตาแตก เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น ก่อนไปเพิ่มดีกรีความซึ้งสุดๆต่อชวนสาว “โรส-ศิรินทิพย์” ออกมาแจมเพลงซึ้งในเพลง “Perhaps love” และ “ความรักบังตา” เพลงเดี่ยวจากเสียงสวยของโรสที่สะกดอารมณ์คนดูทั้งฮอลล์ จากนั้นไอซ์ให้คนดูพักซึ้งได้ไม่นาน ถึงคิวสามนางเอกสุดฮอต “หยาด-พีค-เป้ย” ออกมาชวนเต้นสุดมันส์กันชุดใหญ่ไปเลยใน ชอบคนเจ้าชู้ , I SEE U , คนใจง่าย ก่อนที่อีกสองสาว “พิ้งค์กี้” กับ “กาละแมร์” ออกมาสบทบแล้วถึงเพิ่มความฮอตของเสียงกรี๊ดด้วยเซอร์ไพร์สโชว์เต้นร่วมกันในเพลง “Nobody” ของวันเดอร์เกิร์ลส์ ทำเอาคนดูแดนซ์ตามกันทั้งฮอลล์ และไอซ์ถึงคืนเวทีมาปลุกอารมณ์คนดูให้นั่งไม่ติดเก้าอี้ลุกแดนซ์ทั้งฮอลล์แบบเมดเล่ย์นันสต๊อปด้วย น่ารักน่าเลิฟ, ด้วยรักและปลาทู , โอ๊ะโอ๊ย ,เพียงพอ และ เพียงกระซิบ ก่อนปิดท้ายกับเพลงชาติของไอซ์ด้วยเพลง “คนใจง่าย” ที่ทำเอาคนดูแดนซ์จนอินดอร์ฯลุกเป็นไฟเป็นการสั่งลา สมตำแหน่ง prince of pop dance ของเมืองไทยในวันนี้ เผื่อใครพลาด เรามีคลิปมาให้ได้ชมกัน โชว์นี้ อย่ากระพริบตา เมื่อ 3 สาว สุดฮ็อต หยาด - พีค - เป้ย เผยท่าเด็ด ในคอนเสิร์ต งานนี้คงมีตาค้างกันบ้างล่ะ Clip Concert : หยาด - พีค - เป้ย เผยท่าเด็ด ในคอนเสิร์ตไอซ์ - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ ลืม Nobody ทุกเวอร์ชั่นที่คุณเคยดู เมื่อเจอคลิปนี้ มาดู Nobody เวอร์ชั่นนี้ ล่าสุดจากคอนเสิร์ต ไอซ์ ศรัณยู - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ ที่มาจาก

สายัณห์ สัญญา สิ้นใจแล้ว ด้วยโรคมะเร็งตับ
ประวัติ สายัณห์ สัญญา /  สายัณห์ สัญญา / 

เศร้า สายัณห์ สัญญา สิ้นใจแล้ว ด้วยโรคมะเร็งตับ สายัณห์ สัญญา ภาพจาก moradokplangthai.com วงการบันเทิงเศร้า เมื่อนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง สายัณห์ สัญญา วัย 60 ปี เสียชีวิตด้วยอาการมะเร็งตับ เมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้ (11 ก.ย. 2556) หลังจากต่อสู้กับมะเร็งตับระยะที่ 4 มานานหลายเดือน ซึ่งทางครอบครัว จะตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดไร่ขิง จ.นครปฐม เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ สายัณห์ สัญญา สายัณห์ สัญญา มีชื่อจริงเดิมว่า สายัณห์ ดีเสมอ มีชื่อเล่นว่า "เป้า" เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2496 ที่ ต. ป่าสะแก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี สายัณห์ชอบการร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็ก เคยประ กวดร้องเพลงมามากมาย ต่อมาเขาไปสมัครเป็นนักร้องอยู่วงดนตรีเทียนชัย สมยาประเสริฐ(สามี ผ่องศรี วรนุช)แต่ยังไม่ได้ออกหน้าเวที จากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับวงดนตรีผ่องศรี วรนุช (ซึ่งแยกตัวออกมาจากเทียนชัย)ตามคำชักชวนของราเชนทร์ เรืองเนตร ที่นี่สายัณห์เริ่มออกเวทีในฐานะหางเครื่อง ต่อมาก็ได้มีโอกาสร้องเพลงด้วย ช่วงนี้เขาร้องเพลงแนวศรคีรี ศรีประจวบ เป็นหลัก สายัณห์อยู่ที่นี่ได้ 3 ปี วงก็ยุบ จากนั้นว่าที่นักร้องดังแห่งยุค ก็ไปอยู่กับวงดนตรีอีกมากมายหลายวง อย่าง "รวมดาวกระจาย" ของครูสำเนียง ม่วงทอง , บรรจบ เจริญพร , ก้าน แก้วสุพรรณ และชินกร ไกรลาศ โดยในยุคนี้ สายัณห์ ใช้ชื่อว่า "กัมชัย ลูกราษฎร์บำรุง" ต่อมาสายัณห์มาอยู่กับวง" รวมพร " ของคุณเล็ก และคุณน้อยศรี อิงคะนันท์ เจ้าของปั๊มน้ำมันพรรุ่งโรจน์ ย่านบุคคโล และได้รับการสนับสนุนจากคนทั้งสองให้บันทึกเสียงเป็นครั้งแรก คือ" รักเธอเท่าฟ้า " ของครูฉลอง การะเกต ซึ่งทำให้เขาพอจะเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงอยู่บ้าง วันหนึ่งขณะที่สายัณห์ ช่วยงานล้างรถอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน ชลธี ธารทอง ครูเพลงชื่อดังที่ตอนนั้นยังเป็นนักร้อง และนักแต่งเพลงที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง และตัดสินใจจะกลับไปใช้ชีวิตชาวไร่ที่บ้านนอก เพราะไม่ประสบความสำเร็จในวงการเพลง ได้แวะมาเข้า ห้องน้ำที่ปั้มแห่งนี้ และได้ยินสายัณห์ ร้องเพลงของศรคีรีได้ถูกใจ หลังได้คุยกัน สายัณห์บอกว่า เขาอยากเป็นนักร้อง และมีนายทุน ซึ่งก็คือ เจ้าของปั้ม ชลธี จึงมอบเพลง"ลูกสาวผู้การ" และ" แหม่มปลาร้า" ให้สายัณห์ฟรีๆ โดยเดิมที 2 เพลงนี้ชลธีกะแต่งให้ศรคีรี แต่ศรคีรีโชคร้าย ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไปก่อน และ 2 เพลงนี้นี่เอง ที่ทำให้สายัณห์ได้แจ้งเกิดในวงการเต็มตัว และนำหนุ่มชาวไร่ข้าวโพดอย่างชลธี ธารทองกลับมาโลดแล่นในวงการลูกทุ่งเมืองไทย หลังจาก 2 เพลงแรกโด่งดัง ก็ทำให้แพลงแรกของสายัณห์อย่าง " รักเธอเท่าฟ้า " โด่งดังตามไปด้วย ปี 2516 มีการตั้งวงดนตรีสายัณห์ สัญญา และ นับตั้งแต่นั้น สายัณห์ ก็ผลิตผลงานออกมาประดับวงการลูกทุ่งเมืองไทยมากมาย --- ขอบคุณเนื้อหาจาก วิกิพีเดีย สำหรับผลงานเพลง ของ สายัณห์ สัญญา จะมีเพลงอะไรบ้าง ติดตามได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง สายัณห์ สัญญา 5 เพลงฮิต มหานิยม สายัณห์ สัญญา ขายใจ ใครจะซื้อ..... นี่คือท่อนหนึ่งของเพลง "สายัณห์ขายใจ" ของนักร้องลูกทุ่งเสียงแหบเสน่ห์ สายัณห์ สัญญา ที่ล่าสุด ทำเอาแฟนเพลงถึงกับช็อค มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เจ๋งทั้งคู่ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ ไล่จับหางเครื่องบิน
เจ๋งทั้งคู่ /  ซิ่งมอเตอร์ไซค์ / 

เจ๋งทั้งคู่ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ ไล่จับหางเครื่องบิน

เพลงฮิต ละครดัง เพลงประกอบละคร
ฟังเพลงออนไลน์ /  เพลงประกอบละคร / 

หลากหลาย เพลงประกอบละคร สุดฮิต รวบรวมมาให้ได้ฟังกับต่อเนื่อง ที่สถานี เพลงฮิตละครดัง รวมเพลงประกอบละคร หลากหลายเรื่อง หลากหลายแนว สามารถแนะนำเพลงให้กำลังใจกันได้ทางอีเมล์ music@mthai.com Playlist สถานี เพลงฮิตละครดัง 1. เธอไม่ต้อง - โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ - รักออกฤทธิ์ 2. รักออกฤทธิ์ - โย่ง อาร์มแชร์ - รักออกฤทธิ์ 3. มีใจก็พอ - กลม อรวี - ครีบนี้หัวใจมีเธอ 4. หนีก็รัก - ชิน ชินวุฒ;วริฎฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร - หนีก็ล่า ซ่าก็รัก 5. อาจเป็นคนนี้ - ดีลิเลียน อัลฟอร์ด (ดี The Star) - เล่ห์นางฟ้า 6. เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่ - Yes'sir Days feat.ฟิล์ม บงกช - อย่าลืมฉัน 7. ยิ่งเกลียดยิ่งรัก - โดม ปกรณ์ ลัม - เสน่หาสัญญาแค้น 8. คนแพ้ที่ไม่มีน้ำตา - เบิร์ด ธงไชย - อย่าลืมฉัน 9. ยิ่งรักยิ่งห่าง - สิงโต นำโชค - CLUB FRIDAY THE SERIES 4 หรือรักแท้จะแพ้ความต่าง 10. ฉันก็รักของฉัน - นิว จิ๋ว - สามีตีตรา 11. ไม่เจ็บอย่างฉันใครจะเข้าใจ - ฟิล์ม บงกช - สามีตีตรา 12. ยกเว้นเรื่องเธอ - แพรว คณิตกุล - คิวบิก 13. ผู้หญิงในเงา - เอมี่ กลิ่นประทุม - แหม่มจ๋า 14. ที่สุดท้าย - เจนนิเฟอร์ คิ้ม - สุสานคนเป็น 15. คมพยาบาท - รังสิมา มีพันธุ์ - คมพยาบาท 16. กรุณาฟังให้จบ - เติ้ล ธนพล - หางเครื่อง 17. มามะ มาเลย - แคทรียา อิงลิช - สาวน้อยคาเฟ่ 18. IG หลายใจ - เรยา ไวยาวัจกร - สัญญาเมื่อสายัณห์ 19. Your Garden - ตู่ ภพธร - ในสวนขวัญ 20. หรือเพียงแค่เหงา - มาร์กี้ ราศรี - ในสวนขวัญ

กุยช่ายร้านเจ๊มล ตลาดน้ำ วัดศาลเจ้า ของอร่อย ย่านปทุมธานี
กุยช่าย /  วัดศาลเจ้า

ไปวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ทีไร เป็นต้องแวะตลาดน้ำวัดศาลเจ้า ที่นี่รวมของอร่อยๆ เยอะมากๆ วันนี้ขอแนะนำ กุยช่ายร้านเจ๊มล ซึ่งต้องบอกว่า กว่าจะได้ทาน ต้องต่อแถวยาวๆ (เทรนด์นี้ มาก่อน กาเร็ตป๊อปคอร์นซะอีก) ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย แถวยาวมากๆ สำหรับร้านกุยช่ายเจ๊มล เปิดมานานมากๆ คนก็เข้าแถวซื้อแบบนี้แหละ สังเกตดูรูป ดารา ออกรายการทีวี หนังสือพิมพ์มาสารพัดจริงๆ ของอร่อยต้องใจเย็นๆ รอกันนิดหนึ่งนะ กุยช่าย มีทั้งทอด ไม่ทอดนะ อันนี้ไม่ได้ทอด อร่อยกันคนแบบ แล้วแต่ใครชอบ กุยช่ายร้านเจ๊มล  อยู่ใกล้กับวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ขายกันมามากว่า 30 ปี แล้ว กุยช่ายแป้งบางๆ มีหลากหลายไส้ เช่น เผือก กุยช่าย มันแก้ว มีทั้งแบบนึงและทอด ใส่ไส้เยอะห่อด้วยแป้งบางๆจนเห็นไส้ข้างใน นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นอีก เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอดหางเครื่อง กุยช่ายปากหม้อ สาคูไส้หมู ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขายหน้าร้านแล้วยังมีบริการส่งถึงบ้านและรับจัดนอกสถานที่อีกด้วยนะ แผนที่ร้าน กุยช่านเจ๊มล

บทสัมภาษณ์
ของราชินีลูกทุ่ง /  น้องเปา / 

บทสัมภาษณ์ “เปาวลี พรพิมล” ผู้ถ่ายทอดภาพชีวิตของราชินีลูกทุ่ง โดยรับบทเป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ในภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง” ผลงานการแสดงครั้งแรกในชีวิต แนะนำตัวหน่อยจ้า สวัสดีค่ะ เปา-เปาวลี พรพิมล  รับบทเป็น พุ่มพวง ดวงจันทร์ ในเรื่อง พุ่มพวง ค่ะ เล่าประวัติของเปาคร่าวๆ สักหน่อย เปาก็เริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เพลงที่ได้ยินตั้งแต่เด็กก็จะเป็นเพลงของแม่ผึ้ง (พุ่มพวง ดวงจันทร์)ทั้งนั้น  เพราะที่บ้านชอบเพลงลูกทุ่ง และเป็นแฟนเพลงของแม่ผึ้งด้วย  พ่อกับแม่เริ่มส่งเปาเข้าประกวด ตอนอายุประมาณ 9 ขวบ ไม่ว่าจะเป็นงานวัด งานอำเภอ งานประจำปี งานแต่ล่ะจังหวัดก็ไปมาหมดเลยค่ะ และเวทีใหญ่ๆ ที่เข้ามาประกวดในกรุงเทพจะเป็นชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นเวทีแรกเลยก็ได้ชนะเลิศรอบสัปดาห์ค่ะ แล้วก็เริ่มประกวดร้องเพลงตามรายการทีวีบ้าง อย่างรายการชิงช้าสวรรค์  แล้วก็รายการชุมทางเสียงทอง ล่าสุดก็ประกวดของรายการคว้าไมค์คว้าแชมป์ ช่องแฟนทีวี ได้แชมป์ออฟเดอะเยียร์ แล้วตอนนี้เปาก็กำลังเตรียมตัวทำเพลงเป็นนักร้องของค่ายแกรมมี่โกลด์อยู่ด้วยค่ะ ต้องผ่านการคัดเลือกจากหลายร้อยคนทั้งแคสติ้งและร้องเพลง ตอนที่ไปแคสติ้งครั้งแรกเปาเพิ่งเซ็นสัญญากับค่ายแกรมมี่โกลด์ไปไม่กี่อาทิตย์เองค่ะ  ทางค่ายก็บอกให้เปาไปลองแคสติ้งภาพยนตร์เรื่องพุ่มพวง  ได้ไม่ได้ไม่เป็นไรแต่อยากให้ไปลองดูก่อน ตอนไปแคสติ้งครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะว่ายังไม่รู้จักใครเลย และก็ไม่มีพื้นฐานทางด้านการแสดงด้วย แล้วทางทีมงานก็ขอให้ร้องเพลง 4 เพลง และก็ลองให้แสดงบทที่ทีมงานให้มาประมาณ 3 หน้า ยากมากเพราะต้องจำบทได้ทีเดียว 3 หน้า แต่เปาก็ทำเต็มที่ค่ะ แล้วน้องเปาโชว์เพลงอะไรไปบ้าง ก็มีเพลงนักร้องบ้านนอก เพลงกระแซะ เพลงตั๊กแตนผูกโบว์ และก็เพลงโลกของผึ้งค่ะ ความรู้สึกเมื่อรู้ว่าเป็นสาวน้อยผู้โชคดีถูกเลือกให้มารับบทเป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ตอนที่รู้ข่าวว่าได้แสดงเรื่องนี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างมากที่ได้รับบทเป็น แม่ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์  เพราะว่าแม่ผึ้งถือว่าเป็นราชินีลูกทุ่งที่ใครๆ ก็รู้จัก เป็นต้นฉบับและต้นแบบของนักร้องลูกทุ่งในรุ่นต่อๆ มาอีกด้วย ตั้งแต่เล็กจนโตเปาก็คุ้นเคยกับเสียงเพลงของแม่ผึ้งมาโดยตลอด  รวมถึงชีวิตของแม่ผึ้งกว่าจะก้าวมาเป็นราชินีลูกทุ่งได้นั้น ต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรมามากมาย กว่าจะโด่งดังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้กจักจนถึงทุกวันนี้ค่ะ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้แสดงภาพยนตร์ เป็นครั้งแรกและเป็นเรื่องแรกในชีวิตเลยค่ะ มีการเตรียมตัว และเตรียมความพร้อมก่อนถ่ายทำภาพยนตร์อย่างไรบ้าง มีการเตรียมตัวอย่างหนักพอสมควร  เพราะว่าไม่เคยผ่านการแสดงที่ไหนมาก่อนเลย  เปาจึงต้องไปเรียนแอคติ้ง เรียนร้องเพลง และก็เรียนเต้น จะเรียน 3 อย่างในวันเดียวกัน โดยจะเรียนร้องก่อน 1 ชั่วโมง แล้วก็เรียนเต้น 2 ชั่วโมง ต่อด้วยเรียนแอคติ้งการแสดง 3 ชั่วโมง ค่ะ เล่าถึงคาแร็คเตอร์ของ พุ่มพวงหน่อย เป็นเด็กผู้หญิงคนนึงที่มีความมุ่งมั่นทำตามฝันอยากเป็นนักร้องมาก ด้วยฐานะทางบ้านยากจนเธอจึงไม่ได้เรียนหนังสือ ก็จะอ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่มีความมานะอดทน เป็นคนมุ่งมั่นจริงจัง ต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไม่เคยย่อท้อ จนในที่สุดก็ได้กลายเป็นนักร้องราชินีลูกทุ่งที่โด่งดัง ขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศ เล่าเรื่องย่อ พุ่มพวงหน่อยจ้า เรื่องราวของเด็กหญิงน้ำผึ้ง ที่ฝันว่าจะต้องเป็นนักร้องให้ได้ เรียนจบเพียงชั้นป.2 เพราะฐานะทางบ้านยากจนไม่มีเงินส่งเรียน อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่เธอมุ่งมั่นทำตามความฝันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอเองก็ตาม ก่อนตัดสินใจเข้ามาเผชิญโชคชะตากรรมในกรุงเทพ เริ่มเป็นหางเครื่องในวงของไวพจน์ เพชรสุพรรณ และทำให้ได้พบรักกับ ธีระพล นักดนตรีหนุ่ม ทำให้ชีวิตเกิดการพลิกผันจนได้พบกับครูมนต์ เมืองเหนือ ทำให้ความฝันเป็นจริงคือได้เป็นนักร้อง ซึ่งชีวิตก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่หวังไว้ ยังต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มากมาย ต้องเสียน้ำตา ต้องเสียคนรัก แถมยังป่วยเป็นโรคร้ายอีก แต่ด้วยความที่เป็นคนสู้ชีวิต ไม่เคยย่อท้อ ในที่สุดก็ได้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดัง นอกจากจะได้ชมฝีมือการแสดงของน้องเปาแล้ว ยังได้ฟังน้ำเสียงร้องเพลงประกอบในภาพยนตร์อีกด้วย นอกจากจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องราวชีวิตของแม่ผึ้งตั้งแต่เด็กจนโตแล้ว ก็ยังเต็มอิ่มกับบทเพลงของแม่ผึ้ง เป็นบทเพลงที่ทุกคนต้องรู้จักและเคยฟังกันมาแล้วทั่วประเทศ ซึ่งเปาเองก็ขอเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดน้ำเสียงในครั้งนี้ค่ะ  มีหลายบทเพลงประมาณ 20 กว่าเพลงได้ เช่นเพลง กระแซะ นักร้องบ้านนอก โลกของผึ้ง ตั๊กแตนผูกโบว์ ผู้ชายในฝัน และอีกหลายๆ เพลงมากมาย ความอลังการเรื่องชุดเสื้อผ้ารวมถึงหน้าผมในแต่ละฉากคอนเสิร์ตเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนอื่นต้องบอกว่าขอยกให้แม่ผึ้งเป็นผู้นำแฟชั่นเลยค่ะ ชุดสมัยนั้นมีทั้งเลกกิ้ง มีทั้งที่คาดผมเป็นโบว์ใหญ่ๆ ปัจจุบันนี้ก็ยังฮิตกันอยู่นะคะ แล้วยิ่งชุดขึ้นคอนเสิร์ตในแต่ละครั้งแต่ละฉากอลังการ และสวยงามมาก ก็ต้องขอบคุณพี่ป็อป สไตลิสต์ ที่ทำชุดในเรื่องพุ่มพวงออกมาได้ไม่ซ้ำกันเลยค่ะ ทำออกมาแล้วเหมือนมากๆ ในเรื่องนี้เปาได้ใส่ชุดไม่ต่ำกว่า 20 ชุดเลยนะคะ นี่ยังไม่รวมชุดหางเครื่องหรือชุดของนักแสดงคนอื่นๆ ส่วนเรื่องหน้าผมเปาก็ชอบมากค่ะ ในแต่ละชุดการแต่งหน้าทำผมก็จะเป็นอีกแบบ วันไหนที่มีฉากคอนเสิร์ตหลายคอนเสิร์ต เปาก็ต้องเปลี่ยนชุดเปลี่ยนหน้าผมทั้งวันเลยค่ะ มีวันหนึ่งเปาเปลี่ยนไปประมาณ 10 ครั้งได้ ส่วนตัวแล้วเปาชอบผมสั้นคิดว่าสักวันเปาจะตัดทรงนี้ให้ได้(ยิ้ม) มีชุดไหนที่ชอบและถูกใจน้องเปามากที่สุด ชุดที่ชอบมากที่สุดจะเป็นชุดลายเสือค่ะ ส่วนตัวเปาชอบสีเหลืองก็เลยถูกใจชุดนี้ ฉากประทับใจในเรื่อง พุ่มพวง เป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก แล้วยังได้รับบทเป็น พุ่มพวง ก็ชอบทุกๆ ฉากและอยากจะจดจำทุกฉากไปตลอดชีวิตเลยค่ะ โดยเฉพาะฉากขึ้นคอนเสิร์ตในแต่ละครั้ง แล้วในเรื่องจะมีช่วงที่แม่ผึ้งเริ่มป่วยไม่สบาย แต่ด้วยความที่รักการร้องเพลง ก็ยังที่จะพยามขึ้นคอนเสิร์ตเพื่อแฟนเพลงของแม่ผึ้ง ยกตัวอย่าง ฉากโลกดนตรี ฉากนี้พุ่มพวงทำงานหนักมากก่อนขึ้นคอนเสิร์ตก็ต้องถ่ายหนังข้างเวที แล้วค่อยขึ้นไปร้องเพลง ทั้งที่ตัวเองก็ไม่สบายแต่ก็ยังสู้จนสุดท้ายตัวเองก็เป็นลม ล้มกลางเวที สำหรับเปาแล้วฉากนี้ค่อนข้างยากเปาจะต้องร้องเพลงไปด้วย ร้องไห้ไปด้วย และต้องเป็นลม หลายเทคอยู่เหมือนกันค่ะ หมดน้ำตาไปหลายรอบมาก แล้วก็ล้มเป็นลมหลายรอบเช่นกันค่ะ ร่วมงานกับพระเอกหล่อมาดเข้ม ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ เป็นอย่างไรบ้าง ตอนแรกยังไม่รู้ว่าใครเป็นพระเอก  แล้วพี่ทีมงานมาบอกว่าพระเอกคือ พี่ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ตอนนั้นเปาเองก็ยังอยู่ที่สุพรรณบุรี ก็รุ้สึกตื่นเต้นมาก ดีใจมาก ยังคิดว่าจริงหรอเป็นพี่ป๋อจริงๆ หรอ เปาจะได้เจอพี่ป๋อตัวจริงแล้ว (หัวเราะ) และความรู้สึกต่อมาก็คือ เปาเป็นหน้าใหม่ไม่เคยแสดงอะไรมาก่อนเลย แล้วถ้าเราเล่นไม่ดีเนี่ยพี่เขาจะว่าไหม ก็เริ่มรู้สึกกดดันตัวเองล่ะ แต่พอได้มาร่วมงานกันพี่ป๋อเป็นคนกันเองมาก คิวแรกเจอกันพี่ป๋อก็เข้ามาแกล้งแล้ว และเวลาอยู่ในกองก็ชอบขอให้เปาร้องเพลงให้ฟัง แล้วพี่ๆ ในกองก็จะขำกัน ส่วนเรื่องการแสดงก็ต้องขอขอบคุณพี่ป๋อนะคะ ที่ช่วยแนะนำเทคนิคการแสดงให้กับเปา นับว่าเป็นครูด้านการแสดงคนหนึ่งเลยค่ะ การร่วมงานกับผู้กำกับ บัณฑิต ทองดี เป็นอย่างไรบ้าง ตอนที่เปาไปแคสติ้งครั้งแรกดูไม่รู้เลยว่าพี่เขาเป็นผู้กำกับ เพราะพี่อ็อดเขาจะนิ่งมาก แต่พอวันเข้าฉากวันแรกพี่อ็อดเข้ามาคุยด้วย พี่อ็อดใจดีมากเลยค่ะ บางฉากเปาแสดงไม่ได้ พี่อ็อดก็จะแนะนำว่าเปาลองทำแบบนี้ดู หรือลองทำแบบนั้นสิ อยู่ในกองพี่อ็อดเป็นคนขี้เล่น สนุกสนาน ทำให้ทีมงานในกองถ่ายยิ้มและหัวเราะตลอดค่ะ ความประทับใจที่มีต่อ แม่ผึ้ง หรือพุ่มพวง ดวงจันทร์ แม่ผึ้งนับว่าเป็นราชินีลูกทุ่งที่เปาศรัทธามาตลอด  ฟังเพลงของแม่ผึ้งแล้วก็ซึบซับมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะกี่บทเพลงก็ตาม เวลาที่เปานำเพลงของแม่ผึ้งไปร้องก่อนที่จะร้อง เปาจะยกมือไหว้แม่ผึ้งก่อนทุกครั้ง เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจ เพราะแม่ผึ้งเป็นสุดยอดของราชินีลูกทุ่ง และยังเป็นแรงบันดาลใจต้นๆ เลยที่ทำให้เปาได้ประกวดร้องเพลงค่ะ บทเพลงที่ชื่นชอบที่สุดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องบ้านนอก จะเป็นเพลงที่ชอบมากที่สุดค่ะ คิดว่าเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ คือความอัจฉริยะของแม่ผึ้ง ที่เรียนจบมาแค่ ป.2 สามารถร้องเพลงและจดจำบทเพลงได้กว่า  500 เพลง และเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น เข้มแข็งอดทนอย่างมาก ยอมฝ่าฟันอุปสรรคเรื่องราวต่างๆ เพื่อความฝันของตัวเอง จนกลายเป็นราชินีลูกทุ่งของคนไทยทั้งประเทศ สิ่งที่คนดูจะได้จากการชมภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง เปาเชื่อและมั่นใจว่าถ้าได้ชมภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง แล้ว จะเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กับหลายๆ คนที่มีความฝันของตัวเอง หรือใครที่กำลังมีปัญหา ท้อแท้ในชีวิต ก็จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่อไปได้ค่ะ ฝากผลงาน ขอฝากภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง ด้วยนะคะ เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเปาเลย เปาเองก็ตั้งใจและเต็มที่อย่างมาก และอยากจะเชิญชวนแฟนเพลงของแม่ผึ้ง คนที่รักเพลงลูกทุ่ง รวมถึงทุกๆ คนที่มีความฝัน มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้กัน รับรองว่านำไปเป็นแรงบันดาลใจได้อย่างแน่นอน 21 กรกฎาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์นะคะ --------------------------------------

กิจกรรมตอบคำถามจากละคร หางเครื่อง กับ ปรัชญ์ ปรมิณ-อ๋อง พัฒนะ
กิจกรรมตอบคำถามจากละคร /  หางเครื่อง / 

คันปาก - พบกับกิจกรรมตอบคำถามจากละคร หางเครื่อง วันนี้เป็นคำถามของ ปรัชญ์ ปรมิณ และ อ๋อง พัฒนะ ไปติตดาม

The voice Thailand รอบ Live Round Quarter Final
The Voice /  The Voice Thailand

The voice Thailand รอบ Live Round Quarter Final สุดเข้มข้น ต๊ะ-แต๊ก-นนท์-สวย ผ่านเข้ารอบ นนท์ ธนนท์ The Voice ทีมก้อง สหรัถ (ภาพจาก Facebook The Voice Thailand) ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการแข่งขัน The Voice เสียงจริง ตัวจริง กับการแข่งขันรอบ Live Round Quarter Final ซึ่งในแต่ละทีมตอนนี้ เหลือลูกทีม ทีม ละ 4 คน สำหรับ กติกาในรอบนี้คือ ผู้เข้าแข่งขัน 1 คนที่ได้รับการโหวตมากที่สุดจากผู้ชม ทาง SMS และจากโค้ชเป็นผู้คัดเลืิอก 1 คน เท่านั้น ที่จะได้ไปต่อ ซึ่งการแข่งขัน The Voice รอบ Live Round Quarter Final ในวันนี้ เป็นคิวของทีมโค้ชคิ้ม และโค้ชก้อง.. ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขัน มาดูโชว์พิเศษจากทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม กันก่อน กับเพลง หางเครื่อง กบ วีระศักดิ์ ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง ฤดูที่แตกต่าง แอนนี่ นวัชภัทร์ ทีม ก้อง สหรัถ เพลง โปรดส่งใครมารักฉันที ตุลย์ ตุลรยา ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง I Love the Nightlife นนท์ ธนนท์ ทีม ก้อง สหรัถ เพลง ขอบใจจริงๆ ครึ่งแรกผ่านไป ก่อนที่จะไปชมการแข่งขันต่อในครึ่งหลัง เรามาดูโชว์พิเศษของทีมโค้ชก้อง กัน แต๊ก วิชย ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง เงียบเงียบ คนเดียว นัท ณัฐวดี ทีม ก้อง สหรัถ เพลง ควักหัวใจ สวย สโรชา ทีม ก้อง สหรัถ เพลง รักเธอจริงๆ ต๊ะ ตระการ ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง สาวจันทร์กั้งโกบ แถมท้าย ในรอบ Live Round อาทิตย์นี้ ด้วยการเปิดตัวเพลงใหม่ล่าสุดของโค้ชแสตมป์ "โอมจงเงย" ที่แต่งเองร้องเอง ได้ตู่ ภพธร และโค้ชโจอี้ ร่วมแจมในขั้นตอนการบันทึกเสียง The Voice สัปดาห์นี้ถือเป็นที่แรกที่เราจะได้ฟังเพลง "โอมจงเงย" นี้ กันแบบเต็มๆ แล้วก็มาถึงช่วงระทึกใจ กับการประกาศผล โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบ ของทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม ได้แก่ ต๊ะ ตระการ (จากคะแนนโหวต SMS) และ แต๊ก วิชย (จากการเลือกโดยโค้ช) ส่วนทีม ก้อง สหรัถ ผู้ผ่านเข้ารอบ ได้แก่ นนท์ ธนนท์ (จากคะแนนโหวต SMS) และ สวย สโรชา (จากการเลือกโดยโค้ช) และสำหรับการแข่งขัน The voice รอบ Live Round Quarter Final วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคมนี้ จะเป็นการแข่งขันของทีม โจอี้ บอย และ ทีมแสตมป์ ใครจะอยู่ ใครจะไป และใครจะคว้าตำแหน่ง The Voice คนแรกของประเทศไทย ไม่ควรพลาด ทุกวันอาทิตย์เวลา 17.45 - 19.30 น. ทางช่อง 3 และสำหรับแฟนๆ ที่อยากได้เพลงของผู้แข่งขัน ดาวน์โหลดได้ผ่าน APP The Voice Thailand และทาง www.thevoicethailand.com พร้อมอัพเดทความเคลื่อนไหวได้ใน Facebook และ Twitter อีกด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ
นกน้อย อุไรพร /  หมอลำเสียงอิสาน

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ ถ้าพูดถึงคณะหมอลำที่มีชื่อเสียงในภาคอีสาน หลายคนก็คงนึกถึงวงดนตรีเสียงอิสาน ของ “แม่นกน้อย อุไรพร” (ฉิมหลวง) เพราะวงเสียงอิสานนั้น ถือได้ว่าเป็นวงดนตรีหมอลำที่มีการแสดงที่อลังการ หางเครื่องพร้อม ทีมงานที่อัดแน่นมาเต็มวงเกือบ 500 ชีวิต สร้างความสนุกสนานแก่บรรดาแฟนๆ ทางภาคอีสานได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน คณะเสียงอิสาน ที่มีหัวเรืออย่างแม่นกน้อยนั้น เคยมีงานรุมไม่ขาดสาย ซึ่งถ้าใครจะติดต่อให้ทำการแสดงต้องจองล่วงหน้าถึง 2 ปีเลยทีเดียว โดยช่วงที่วงดนตรียืนอยู่จุดสูงสุดนั้น เคยรับงานสูงถึงปีละ 240 งาน นับได้ว่ารายได้นั้นไม่ต่ำกว่าหลัก 50 ล้านบาท แต่เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ใครจะเชื่อว่า วงดนตรีชื่อดังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ถึงคิดจะยุบวงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง หนักที่สุดก็เห็นจะปี 2553 ที่ผ่านมา วงเสียงอิสานต้องพบเจอกับปัญหาหลายๆ ด้าน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และความไม่สงบของสถานการณ์บ้านเมือง เทปผีซีดีเถื่อน เป็นเหตุทำงานที่เคยจ้างล่วงหน้าไว้ต้องยกเลิกไปกว่า 40 งาน และลดลงเรื่อยๆ จนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ด้วยสมาชิกภายในวงเกือบ 500 ชีวิต ที่ต้องเลี้ยงดู หรือแม้กระทั่งค่าน้ำมันรถในวงที่ต้องเติมในแต่ละเดือนอีกเกือบ 5 ล้านบาท แม่นกน้อยต้องรับภาระในส่วนนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน ยิ่งพอนานเข้างานก็น้อยลงไม่พอเลี้ยงปากท้องให้ลูกวง จึงจำเป็นต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างบ้านและที่ดินเกือบ 50 ไร่ เอาไปจำนองให้กับธนาคาร 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาทำทุนต่อ แต่เมื่อรายได้ที่เข้ามามันก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่าย ส่งผลทำให้แม่นกน้อยเริ่มมีหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ได้มีกระแสข่าวออกมาว่า แม่นกน้อย อุไรพร เจ้าของวงดนตรีเสียงอิสานชื่อดัง ถึงกับเครียดจะยุบวง และได้หนีไปบวชชีพร้อมกับได้ลอยแพลูกน้องกว่า 500 ชีวิต และเมื่อมีกระแสดังกล่าวออกมาเช่นนี้ เจ้าตัวพร้อมกับสามี “พ่อใหญ่หลอด มัยกิจ ฉิมหลวง” จึงได้เดินทางมาออกรายการเจาะใจ ที่จะออกอากาศในคืนวันที่ 21 กรกฎาคม ทาง ททบ.5 นี้ หลังจากที่เจ้าตัวได้ไปบวชชีมา พร้อมกับชี้แจงเรื่องราวกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แม่นกน้อย : “เราเกิดมาเป็นลูกชาวนาไม่มีพ่อ เป็นกำพร้า และก็ลำบาก เห็นความลำบากของแม่เรา สงสารแม่ที่ต้องเอาข้าวไปแลกหัวมัน แลกปลาร้าให้ลูกกิน หาบกระบุงอยู่ในทุ่งนา เก็บรวงข้าวที่มันขาด มันร่วงอยู่ในทุ่งนา และชีวิตที่เราเห็นนี่คือชีวิตของแม่ เราเลยอยากจะอยากมีฐานะที่ดีกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝันของเด็ก คือ จะบอกว่าเราฝันว่าเราอยากได้ดี อยากรวยมันก็ไม่ใช่นะ แต่ความหมายคือในความรู้สึก อยากเป็นศิลปิน ชอบร้องเพลง เปิดฟังเพลงตามวิทยุทรานซิสเตอร์ ซึ่งแม่เราก็ชอบพาไปประกวดหลายๆ เวที ไม่ค่อยชนะหรอก ส่วนใหญ่ได้ที่ 2 ที่ 3” “แม่เขาเสียงดี ช่วยต่อเพลงให้ตลอด แม่เอาพลังมาใส่ให้ลูกหมด ที่ได้ดีทุกวันนี้น่าจะได้ดีเพราะปากของแม่ แม่เราชอบพูดแบบว่าหนูเสียงดีมาก หนูเก่ง หนูต้องทำได้ หนูต้องๆๆ….จนเราร้องไห้” เส้นทางสู่การเป็นนักร้องหมอลำ ครั้งแรกในวงดนตรีเพชรพิณทอง แม่นกน้อย : “ตอนนั้นวงเพชรพิณทองรับสมัครนักร้องคนมาสมัครเยอะ เราก็ไป เจ้าของวงก็พูดขึ้นว่า “เฮ้ย อีดำๆ นี่มึงมาอะไร” แล้วเราก็มีลังกระดาษมีมุ้ง มีผ้าถุง มีเสื้อผ้าเก่าๆ คือ จัดไปหมด แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรับหรือเปล่า ท่านถามแล้วก็มองขำๆ “ลังใครน่ะ” แม่ของเราก็บอกว่าของเขานี่แหละพาลูกมาสมัคร เจ้าของวงเขาก็ถามต่อว่า“ไหนล่ะลูกเธอ” แม่ก็ชี้มาที่เรา “แล้วมึงนึกยังไงถึงได้ขนเสื้อผ้ามา..กูจะรับมึงไหม มึงมั่นใจยังไง แล้วมึงจะไปพักไหน” แม่เราก็ตอบไปว่า “ไม่มี ไม่รู้จักใครเลย ท่านก็เลยพูดคำๆหนึ่ง “พวกมึงน่ะ…มาพาอีนี้ไปพักด้วย” แล้วก็ให้ร้องเพลงให้ฟัง เสียงโดนมือพิณของวง ท่านบอกว่าให้รับไว้ เพราะดูแล้วอนาคตน่าจะไปได้ไกล” เริ่มก้าวออกมาทำวงดนตรีเอง แต่เริ่มจากวงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งสมัยก่อนคนดูยังไม่ยอมรับ แม่นกน้อย : “จากนั้นก็มาเป็นนกน้อย เสียงอิสาน ต่อมาเราก็มาทำเป็นวงลูกทุ่ง ตอนปี 2519 ทำ 3 ปี ก็มีปัญหา คนดูไม่ยอมรับเพราะสู้หมอลำไม่ได้ หมอลำเล่นถึงสว่าง แต่ลูกทุ่งเล่นแค่สองยามก็เลิก เมื่อก่อนอิสานถนนยังเป็นดินแดงลูกรัง ชาวบ้านเขามากันไกลมาดูทีก็ต้องสว่าง พฤติกรรมของคนคือมาดูกันถึงเช้า วงลูกทุ่งเลิกแค่ 2 ยามเลยไม่มีใครอยากมาดู ครั้งที่สองก็เลยปรับเป็นวงหมอลำ ฝึกร้องหมอลำ” “แต่พอปรับเป็นหมอลำแล้วถึงงานเยอะ แต่มีปัญหาอยู่ ตรงที่นักดนตรีส่วนมากไม่ยอมรับหัวหน้าวงที่เป็นผู้หญิง นักดนตรีก็เลยพากันออกหมด ไม่ยอมทำงาน เราก็คุยกับเขาแต่คุยกันไม่รู้เรื่องนักดนตรียังไงก็ไม่ยอมเล่น บนเวทีก็จะมีแต่แคนแล้วก็ร้องไป มีทีมหมอลำรำไปกับแคนมันก็เล่นได้ สักพักหมอลำจะขอขึ้นค่าตัวอีก แล้วก็ปัญหาส่วนตัวของลูกวงกันเองเยอะมาก ก็คุยกันกว่าจะเข้าใจกัน กว่าจะยอมรับกันก็นานทีเดียว” ยุคนั้นมีคู่แข่งเยอะถือคติต้องเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม แม่นกน้อย:“พอหันมาทำวงหมอลำหางเครื่องอย่างต่ำต้อง 8-10 คน เราก็ปรับครั้งแรกก็เพิ่มเลยเป็น 24 คน ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดแล้ว เพราะปกติถ้าเป็นวงลูกทุ่งสูงสุดไม่เกิน 18-20 คน ส่วนเรื่องชุดโป๊ หมอลำเขาก็เริ่มทำจะฮือฮามากคณะไหนกล้าใส่แค่กางเกงขาสั้นโชว์ เราก็เลยไปเดินซื้อแค่กางเกงใน บีกินี่ ที่กรุงเทพฯ มาให้หางเครื่องใส่ บอกกับลูกวงว่าถ้าคณะไหนใส่ขาสั้นพวกมึงต้องใส่บิกีนี่ เพราะอะไร..เพราะเราไปดูโชว์และเอาโชว์มาให้พวกมันดู คือมันต้องพัฒนา เราตามไม่ได้ต้องเป็นผู้นำ สุดท้ายไปแข่งกันที่หนองบัวละเว้ กับดาวบ้านดอน ตอนนั้นดาวบ้านดอนเขาฮอต มึงใส่ขาสั้น กูใส่ชุดสูทไอ้ที่บางๆ สีเนื้อ แล้วไม่ใส่กางเกงใน มันต้องแข่งกัน” “นอกจากจะแข่งกันในเรื่องของหางเครื่องยังมีการแข่งกันรูปแบบอื่นเยอะมาก บางคณะก็ใช้วิธีแกล้งกัน บางครั้งเรากำลังแสดงอยู่ เขามาตัดเครื่องปั่นไฟหรือสายไฟ บางทีก็มีการเสกคุณไสยใส่กันก็มี อย่างวงเราก็เคยโดน มีลูกน้องร้องเพลง อยู่ดีๆ เลือดออกปาก” บอกปี 2526 ถือว่าวงเสียงอิสานประสบความสำเร็จสูงสุด พ่อหลอด : “ตอนปี 2526 ดังสุดๆ คนจะพูดถึงทั้งทีม หางเครื่องเยอะ นับไม่ไหว อย่างตอนปี 26 อยู่ที่ประมาณ 50 คน ปี 2530 ผมเริ่ม 100 ขึ้นเลย คนก็เลยพูดถึง เจ้าภาพคนไหนอยากให้เสียงอิสานไปเล่น ต้องจองกันข้ามปีเวลาการแสดงในแต่ละครั้งต้องใช้ทีมงานในวงกว่า เกือบ 500 คน ในชีวิตของพวกผม เราไม่มีทายาท ไม่เคยนอนโรงแรม ไม่เคยกินอยู่ปกติสองคนส่วนตัว ลูกกินอะไรเรากินด้วย ลูกนอนไหนเรานอนด้วย ตั้งแต่ทำวงมาไม่เคยว่าพอพักวงแล้วไปนอนโรงแรมนะ ไม่มี แล้วกฎเหล็กของผมนั่นก็คือการพนัน ดื่มเหล้า แล้วก็ชู้สาวผิดตักเตือนครั้งแรก ผิดครั้งที่2ภาคทัณฑ์ ผิดครั้งที่3ก็คือออกไป ยิ่งลูกคนไหนเป็นผู้หญิงยิ่งต้องดูแล ต้องให้ความรักมากกว่าพ่อกว่าแม่เขาด้วย แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยี ปัญหามาก็เยอะ อยู่มุมไหนก็โทรศัพท์ โกหกกันได้ ยุคนั้นใครทำผิดต้องเฆี่ยน เรายังยึดคติเรื่องรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี บางครั้งตีลูกจนไข้ขึ้น” แม่นกน้อย : “อย่างบางคืนเราแสดงอยู่บนเวที แล้วมันมีจอหนังกลางแปลงฉายอยู่ข้างๆ เวที ลูกมันขอไปเข้าห้องน้ำ ไปแล้วไปนั่งสุมหัวกันดูหนัง เราก็แต่งชุดหมอลำลงจากเวทีได้ไม้เรียวเดินไปไล่ลูกมาจากจอหนัง สห. เห็นก็วิ่งตามนึกว่าคนตีกัน ที่แท้เราตีลูกวงของเราเอง” จากที่เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็เริ่มเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ แม่นกน้อย : “มันมาตั้งแต่ปี 36 เริ่มมาเรื่อยๆ งานมันก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังรับได้ แต่มา2-3ปีหลังมานี้ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของภัยธรรมชาติ ทั้งเรื่องของการจัดระเบียบสังคม ที่ห้ามคนออกมาตอนกลางคืนแล้วคนที่ไหนจะมาดู ไหนจะเรื่องเทปผีซีดีเถื่อน หลายๆ อย่างรวมกัน ที่แย่สุดๆ เมื่อปีที่แล้วเจ้าภาพโทร.มายกเลิก 40 กว่างาน ก็เลยยิ่งเครียด คิดไม่ออกเลยว่าฤดูการแสดงนี้จะมีงานเข้ามาไหม ถ้าไม่มีหรือมีน้อยจะเอาเงินที่ไหนดูแลลูกๆ เพราะไม่มีการแสดงเขาก็ต้องอยู่กินกับเรา ถามว่าขาดทุนไหมขาดทุนแน่นอน จนมันเริ่มเข้าเนื้อ ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้” “จากปีนึงมีงาน 240 งานต่อปี ใครจะจ้างต้องจองข้ามสองปีสามปี แต่ปีที่ผ่านมางานลดลง ประมาณ 70เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการออกทัวร์การแสดงแต่ละเดือนก็จะมีค่าน้ำมันตกเดือนละ 4-5 ล้านบาท ค่าทำชุด ค่ากินค่าอยู่แต่เราก็ยังต้องลงทุนเพิ่มอีก 10 ล้าน เพราะต้องเอามาทำเวที ทำไฟ ทำรถ เพราะการแสดงมันต้องมีพัฒนา คนดูจะได้ไม่เบื่อ อีกอย่างตอนที่ลงทุนก็ไม่ได้คิดว่าจะมีการยกเลิกคิวไปตั้ง 40 คิว ที่นี้เงินที่คิดว่าจะได้มาจ่ายหนี้ก็ไม่มี” ที่ไปบวชชีเพราะแก้บนให้มีงานแต่ไม่ได้หนีปัญหา แม่นกน้อย: “ที่ไปบวชไม่ใช่เพราะเจอปัญหา มันไม่ใช่ทั้งหมด ไปบนไว้ว่าถ้าปีนี้สถานการณ์ดีขึ้น ก็จะบวชแก้บน พอช่วงตอนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาก็มีคนโทร.มาจองคิว แสดงว่าบนแล้วได้ผลก็เลยตัดสินใจบวช อีกอย่างอยู่ในช่วงพักวงจะได้พักผ่อนให้จิตใจสงบ” บอกกระแสขยุบวงมาจากความคลาดเคลื่อนของข่าว ยังไงก็จะขอลองสู้อีก 5 ปี แม่นกน้อย : “ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะยุบวงนั้นมันมาจากการที่มีผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ ซึ่งเขาตัดคำว่า...จะลองสู้อีกตั้งออก ข่าวมันก็เลยกระพือไป แต่ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่ว่าถ้ามันไม่ดีขึ้นก็จะยุบจริงๆ เราเคยลองโหวตเสียงของแฟนเพลงแฟนคลับอยู่หน้าเวทีว่าจะให้เราทำวงต่อไหมแทบจะทุกเวที แต่เสียงตอบรับคือพวกเขาไม่ยอม ยิ่งมีข่าวว่า เสียงอิสานจะยุบ มีคนโทร.มาร้องไห้ มาเยี่ยมถึงบ้านเอาของมาฝาก น่ารักมาก เขาอยากให้เราทำต่อ เพราะไม่มีอีกแล้วที่จะหาวงหมอลำที่ใหญ่ขนาดนี้ มันกลายเป็นวัฒนธรรมที่หาดูที่ไหนไม่ได้” “ด้วยความที่เป็นวงใหญ่คนเยอะ และปัญหาใหญ่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจ ถ้าจะให้ตัดค่าใช้จ่ายบางส่วนออก เช่นคนหรือความอลังการบนเวทีเรื่องนี้เราก็เคยคุยกันแต่ไม่รู้จะตัดอะไร เพราะถ้าพูดถึงเสียงอิสาน มันหมายถึงความยิ่งใหญ่ ความอลังการ เลยตัดไม่ได้สักอย่าง แต่ถ้าในอนาคตถ้าหากต้องมีการยุบวงจริงๆ เราก็จะพยายามให้ลูกๆ ยืนด้วยตัวเอง มีดันเด็กใหม่ขึ้นมา เริ่มปล่อยตั้งแต่ปีที่แล้ว พ่อจะคอยดูแล แม่จะอยู่เบื้องหลังตลอด แต่แม่ว่าถ้ายังไม่ถึงนาทีที่จะต้องปิดตำนาน นกน้อย อุไรพร ก็ยังคงเป็นโชว์ต่อไป แต่ระหว่างนี้ลูกทีมทุกคนก็พูดเสียงเดียวกันว่าอย่ายุบเลย” “ยังไงปีหน้าถ้าสถานการณ์มันไม่ดีขึ้นเราก็จะประชุมกับลูกวงว่าจะหยุดหรือสู้ต่ออีกสักตั้ง แต่ลูกๆ ก็บอกว่าจะไม่ไปไหน ไม่หนี คำว่าสักตั้งมันอาจจะปีเดียว หรือ 5 ปีก็ได้ ขนาดเราสัญญากับพ่อเมื่อ 9 ปีที่แล้วว่าทำอีกปีเดียวจะเลิก เรายังโกงเลย เพราะมันอยู่ในสายเลือดเรา นี่คือความสุขของเราที่ได้เห็นแฟนเพลงได้ออกหน้าเวที แล้วอยู่ๆ จะให้ไปทำไร่ไถนาเราทำไม่เป็น” พ่อหลอด : “ชีวิตของเราไม่มีลูก อสังหาริมทรัพย์เราก็สร้างมา ถ้าแม่เขาอยากได้ผมพร้อม ผมจะทุ่มให้ทั้งหมด มันก็สุดแค่นี้สองคนผัวเมีย ถามว่าเงินสดเรามีไหม ไม่มีนะ ถ้าต้องเอาบ้านหลังนี้เข้าแบงค์สัก50ล้าน แล้วเอาเงินให้แม่ก็ทำไป ผมก็ยอม ผมเคยนะครับ ปีที่เรายุบครั้งแรก ครั้งสองมาครั้งที่สาม ขอโทษนะคือตระกูลของคุณนก ผมเอามาหมดเลย ไร่นาสวนบ้านเอามาเข้าแบงค์ ตระกูลผมเอามาหมดเลย ผมจะทุ่มเงินไปกับชุด เวที เครื่องเสียง สุดท้ายถ้าผมพลาด สองตระกูลถือกะลาขอทานได้เลย หมดตัวทั้งสองตระกูลแน่นอนผมบ้าถึงขนาดนั่นนะครับ” ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000089050 และคลิปจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม
คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม ตั้ม (กลาง)- ร้องนำ เป่าคาซู่ ตีเปอร์ เขย่าแทมบูรีน เชคไข่ หางเครื่อง เตอร์(ขวา) - กีต้าร์ เบส พูดด้วย เงียบด้วย และร้องนำ ปาร์ค (ซ้าย) - ตีกลอง พูดด้วย โวยวาย และร้องด้วย มะขามป้อมเริ่มมาจากการแจมกันในกลุ่มพี่น้องศิลปินในโปรเจกต์ของตั้ม โดยตอนนั้นเตอร์กับปาร์คที่อยู่วงเดียวกัน และตั้ม ก็ต่างมีวงต่างแนวกันอยู่แล้ว แต่ได้มาร่วมแจมกันเมื่อเตอร์มาเล่นดนตรีใกล้บ้านตั้มและสะดวกมาดูสำหรับปาร์ค โดยเริ่มจากการตามไปดู เพราะน้อง, เพื่อน พึ่งย้ายมาเล่นใกล้ๆ โดยแรกสุดเริ่มจากปาร์ค ที่จะมาพร้อมกับมุขตลกๆ ตามด้วยตั้ม ที่มาพร้อมกับท่าเต้นหลุดโลกที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ จนพอเล่นกันบ่อยเข้า จึงตัดสินใจฟอร์มวงและใช้ชื่อมะขามป้อมแต่นั้นมา โดยปาร์คเป็นคนตั้งชื่อนี้ หลังจากก่อตั้งวง มะขามป้อมนำพาความกล้าบ้าบิ่นแหวกแนววงทั่วไป ขึ้นเหนือล่องใต้ ทั้งร้านทั้งปาร์ตี้ ทั้งฟรีทั้งได้ตังค์ ต่อมาวงรู้สึกว่าน่าจะเอาความบ้าตรงนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการลงประกวดดนตรี ประกอบกับช่วงนั้นมีการประกวด Wall's Cornetto โคน ค้น คน ในงาน Fat Festival พอดี จึงตัดสินใจประเดิมลงประกวดงานแรก และพวกเขาก็ตอกย้ำว่าคิดไม่ผิดด้วยการคว้าแชมป์มาครองในที่สุด