หางเครื่อง

ละครหางเครื่อง , เรื่องย่อหางเครื่อง
หางเครื่อง /  ละครหางเครื่อง / 

บทโทรทัศน์โดย : พิง ลำพระเพลิงกำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์ออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี หางเครื่อง เรื่องราวของหญิงสาวหลายคนที่ก้าวไปบนถนนสายบันเทิงด้วยความฝันและความหวังแตกต่างกันไป แต่ผู้ที่จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้คือผู้ที่ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท รู้เท่าทันและดำเนินชีวิตด้วยสติเท่านั้นจึงจะอยู่บนเส้นทางสายนี้ได้ หางเครื่อง เป็นละครแนวตลกปนดราม่า-แอ็คชั่น เข้มข้นผสานเสียงเพลงไพเราะ เสนอให้เห็นอุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา แม้จะก้าวพลาดแต่ไม่ยอมให้ความผิดพลาดมาเป็นอุปสรรค เพื่อก้าวเดินสู่ความสำเร็จในชีวิตและสมปรารถนาของความรักในบั้นปลายของชีวิต เสียงซ้อมร้องเพลงและเสียงดนตรีจากวงของน้ำฝน เมืองบาดาลที่ดังมาจากท้ายซอย ทำให้ เดือน งามพร้อม (กรีน อัษฎาพร) เด็กสาวในซอยใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องมีชื่อเสียงเจิดจรัสอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่ง แม้ว่า ช้อย (ศิรินทรา นิยากร) ผู้เป็นแม่จะเตือนว่าอาชีพเต้นกินรำกินไม่ยั่งยืน แถมเสี่ยงกับการเสียชื่อได้ง่าย ๆ รวิ (เติ้ล ธนพล) พระเอกลิเกหนุ่มลูกเจ้าของคณะในซอย ซึ่งชอบพอกับเดือนอยู่ก็ทัดทาน แต่ก็ไม่อาจห้ามความปรารถนาของเดือนได้ โดยที่รวิไม่รู้เลยว่าเดือนต้องการเป็นนักร้อง ไม่ใช่เพราะต้องการทำความฝันของตนให้สำเร็จเท่านั้น แต่ต้องการสร้างฐานะให้คู่ควรกับรวิและเพื่อเอาชนะ ศิริพร (หยก ธัญยกันต์) นางเอกงิ้ววิกเดียวกันกับตลาดรวิที่ทำการแสดงอยู่ และเธอก็แอบรักรวิอยู่ และเห็นเดือนเป็นคู่แข่ง ด้วยความรู้อันน้อยนิด อ่อนต่อโลก และทะเยอทะยานอยากสร้างฐานะ ทำให้เดือนก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นช้อย มีอาชีพเป็นแม่ค้าผลไม้ ร้านของช้อยเป็นคู่แข่งกับ กิม (ก้อย ศิรินุช) ทำให้ แก้ว (แพรวา ฉัตรธิดา) ลูกสาวของกิม อยากแข่งขันกับเดือน เมื่อเดือนสนใจจะไปเป็นนักร้องลูกทุ่ง แก้วก็ใฝ่ฝันจะไปเป็นนักร้องวงสตริงของค่ายเพลงดัง ๆ แม้ว่าเดือนจะชวนแก้วไปสมัครเป็นนักร้องที่วงดนตรีของน้ำฝน เมืองบาดาล ที่ท้ายซอยกับตน แต่แก้วก็ไม่สนใจ เดือนจึงชวน ขำ (เพชร ปรัชญ์) เพื่อชายคนสนิทที่คบหากันมาแต่เด็กไปด้วย ขำอยากเป็นโฆษกวงดนตรีลูกทุ่ง จึงไปสมัครด้วย พิมุก (ไม้ นนทพันท์) นักมวยหนุ่มลูกเจ้าของค่ายในตลาด มีนิสัยเกกมเรกเกเร ก็แอบชอบเดือนอยู่เหมือนกัน และมักจะมีเรื่องกับคณะลิเกของรวิอยู่บ่อย ๆ พิมุกเป็นเจ้าหนี้ของโรจน์กับประทีป ซึ่งอยู่วงดนตรี พิมุกกลัวว่าถ้าเดือนเด่นดังแล้ว ความรักของเขาจะห่างออกไปอีก จึงพยายามยื้อเดือนเอาไว้ ด้วยการถ่วงไม่ให้เดือนเจริญรุ่งเรืองในการเป็นนักร้อง ที่วงดนตรีของน้ำฝน เมืองบาดาล เธอได้พบกับ โรจน์ (รุ่ง สุริยา) หัวหน้าวงและ ประทีป (แจ็ค ธนพล) ครูฝึกประจำวง ทั้งสองพึงใจในความงามของเดือน แม้ว่าเดือนจะเสียงดี เคยชนะการประกวดร้องเพลงตามเวทีต่าง ๆ มาบ้าง แต่ทั้งโรจน์และประทีป ซึ่งถูกกดดันทั้งอำนาจเถื่อนและอำนาจเงินก็ร่วมมือกันกดเดือนให้เป็นแค่หางเครื่องประจำวงเพื่อคอยหาเศษหาเลยให้พิมุกอยู่เนือง ๆ และให้เธอคอยรับใช้ในโอกาสต่าง ๆ ขำไปบอกรวิ ทำให้เขาเป็นห่วงและกล่าวเตือนเดือน แต่ศิริพรก็ใช้ความเป็นนางเอกงิ้วตีสนิทกับรวิให้เดือนเห็นอยู่บ่อยครั้ง เดือนจึงไม่ยอมเชื่อฟังรวิ และยอมเป็นหางเครื่องในวงของโรจน์ ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะเป็นนักร้องลูกทุ่งที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้า รวิรู้ว่าพิมุกพยายามเก็บเดือนเอาไว้ไม่ให้ประสบความสำเร็จ เขาจึงมาเตือนว่าหากรักควรจะปล่อยและสนับสนุนคนที่เรารัก แต่พิมุกรักแล้วต้องการครอบครอง พวกคณะลิเกกับค่ายมวยยกพวกตีกัน ในงานที่เดือนกำลังจะมีโอกาสได้แสดงความสามารถ เดือนโอกาสพังทลาย เธอเข้าในผิดคิดว่าเป็นเพราะรวิไม่อยากให้เธอได้ดี และต้องการเก็บเธอไว้ (เหตุที่เดือนเข้าใจผิดเป็นเพราะแผนของพิมุกร่วมมือกับศิริพร) ลิ้นจี่(เจเน็ท เขียว) หางเครื่องรุ่นปลดระวางแต่ก็ยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของบรรดาหางเครื่องอยู่ไม่พอใจเดือนมากเพราะลิ้นจี่เป็นเมียของโรจน์ จึงหึงหวงและคอยกลั่นแกล้งเดือนอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่มี ป้อม(อ๋อง พัฒนะ) หางเครื่องวัยเดียวกับลิ้นจี่คอยช่วยเหลือและชี้แนะทางออกให้เดือน นอกจากนี้เดือนยังสนิทสนมกับแก้ว ที่มาสมัครหางเครื่องวัยเดียวกับเธอ และถูกถูกโรจน์บังคับให้นำความสาวไปเช่นสังเวยผู้มีอิทธิพลตามที่ต่าง ๆ โดยที่นางกิมผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องเลย รวมทั้งพิมุกเองก็ได้แก้วเป็นเมีย แต่ด้วยความรู้สึกบางอย่างแก้วกลับหลงรักพิมุกอย่างเทิดทูนแม้ว่าพิมุกจะเลวสักเท่าไหร่ก็ตาม เธอก็ยังคงรักคงหวังดีอยู่นั่นแหละ ในที่สุดด้วยความซื่อและอ่อนโลกของเดือน ทำให้เดือนหลงเชื่อว่าพิมุกจะใช้เส้นสายปั้นเธอเป็นนักร้องดังได้ เธอจึงเกือบยอมตกเป็นของพิมุก แต่ว่ารวิมาขัดจังหวะเอาไว้ได้ทัน รวิรู้ดีว่าเป็นแผนของศิริพรที่ร่วมมือด้วย คณะลิเกกับคณะงิ้วจึงประกาศตัวเป็นศัตรู และมักมีเรื่องตีกันอยู่บ่อย ๆ โดยที่ทางค่ายงิ้วเข้าร่วมกับค่ายมวย ปล่อยให้คณะลิเกของรวิอยู่โดดเดี่ยว โชคดีที่ขำมักแอบขนเอาหางเครื่องกระเทยมาช่วยต่อยตียามมีทัพใหญ่ราวีกันอยู่ประปราย ช้อยรู้ว่าเดือนเกือบเสียตัวก็เสียใจที่รู้ว่าเดือนถึงขนาดเอาตัวเข้าแลก ช้อยขอร้องให้เดือนเลิกอาชีพหางเครื่องแล้วมาเป็นแม่ค้าขายขนม แต่เดือนก็ยังมีความหวังอยู่ ทว่านานเข้า ความฝันของเธอก็ลางเลือนเมื่อโรจน์ผัดผ่อนไม่ยอมปั้นให้เธอเป็นนักร้องเสียที ประกอบกับชาวบ้านก็เริ่มเข้าใจผิด พูดกันถึงเรื่องที่เดือนใช้ความสาวเพื่อไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จ คงมีเพียงรวิคนเดียวเท่านั้นที่ยังแอบช่วยเหลือเดือนอยู่ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ระหว่างนี้เอง รวิซึ่งแอบซุ่มเรียน และฝึกซ้อมเล่นดนตรีจนเกิดความชำนาญ ประกอบกับคณะลิเกซบเซา เพื่อความอยู่รอดเขาจึงตั้งวงดนตรี หันเหชีวิตไปเล่นดนตรีอยู่กับวงของเทพ (ยิ่งยง ยอดบัวงาม) รวิได้มีโอกาสพบเดือนและขอร้องให้เดือนไปอยู่วงของเทพ ทางโรจน์ไม่พอใจ จึงอาศัยไหว้วานให้พิมุกยกพวกมาท้าตีท้าต่อยกับรวิ รวิได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถเล่นเครื่องดนตรีที่ตนถนัดได้ ด้วยความเห็นใจ และความหวังว่าวงดนตรีของเทพกับระวิจะให้เธอเป็นนักร้อง เธอจึงตัดสินใจหนีจากวงของโรจน์มา ทั้งที่รู้ว่าโรจน์เป็นนักเลงและไม่ยอมแน่ เดือนถูกโรจน์และพิมุกตามทำร้าย หลายครั้งก็เจ็บตัวจวนเจียนจะถูกพิมุกกับคณะงิ้วจับตัวไป แต่รวิก็มาช่วยไว้ได้ทุกครั้ง ในที่สุดเดือนก็ได้ย้ายไปอยู่วงดนตรีของเทพในฐานะนักร้อง ช่วงนี้เองที่เดือนมีโอกาสใกล้ชิดกับรวิอีกครั้ง รวิเข้าใจสภาพของเดือนและพร้อมจะให้กำลังใจเธอต่อไป ทำให้เดือนรู้ว่าเธอไม่ได้รักเขาฝ่ายเดียว แต่ช้อยห้ามปรามมิให้เดือนคบหากับรวิ เพราะช้อยไม่ต้องการให้เดือนมีสามีกลัวว่าจะตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน และก็สงสารศิริพร ซึ่งมีพระคุณต่อนางด้วย (ด้วยมายาของศิริพร) แต่ด้วยความรักและความใกล้ชิดทำให้เธอตกหลุมรักกับรวิ อีกทั้งใช้รวิเป็นเกราะกำบังมิให้ ก้อง(เต้ นันทศัย) กับขจร นักร้องนำในวงมายุ่งเกี่ยวกับเธอ ศิริพรซึ่งหลงรักรวิ เธอเสียใจมาก เธอเริ่มเห็นเดือนเป็นคู่แข่ง ศิริพรเริ่มเรียนร้องเพลงอย่างจริงจัง และได้มีโอกาสพบกับแก้ว ซึ่งเป็นแดนเซอร์อยู่ค่ายเพลงแห่งหนึ่ง กิมแม่ของแก้วเป็นลูกหนี้ศิริพรอยู่ แก้วจึงเอาใจศิริพรด้วยการร่วมมือกับศิริพรทุกอย่างเพื่อทำลายเดือน ศิริพรเข้ามาพัวพันกับรวิอีกครั้งในฐานะนักร้องประจำวงของเทพ รวิแสดงความสนิทสนมจนเดือนน้อยใจ ศิริพรใช้คราบความดีกลั่นแกล้งใส่ร้ายเดือนทำให้รวิมีปากเสียงกับเดือนเป็นประจำ แม้ว่าป้อมกับขำจะคอยเป็นกำลังใจติดตามมาคอยดูแลเป็นเพื่อนเดือน แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เดือนตัดสินใจไปพบกับ ชูเกียรติ(ปั๋ง ประกาศิต) ผู้ติดการพนัน เจ้าของโมเดลลิ่ง และเป็นนักปั้นศิลปินมือทอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าชูเกียรติเองก็เป็นญาติกับพิมุก พิมุกสัญญากับชูเกียรติว่าจะล้มมวยให้ ถ้าชูเกียรติจะร่วมมือกลั่นแกล้งระวิกับตน ชูเกียรติแบ่งรับแบ่งสู้เพราะตนเองก็อยากได้เดือนขึ้นมาเหมือนกัน ในขณะที่แก้วเป็นแดนเซอร์ที่ชูเกียรติหมายมั่นปั้นมือว่าจะปั้นให้เป็นนักร้องด้วยเช่นกัน แก้วได้พบกับเดือน ทั้งสองกลายเป็นคู่แข่งกัน แก้วนำเรื่องเสื่อมเสียมาประจานเดือน ทำให้เดือนโกรธและต้องการเอาชนะ รวิเตือนสติเดือน แต่ก็ถูกศิริพรกับแก้วใส่ร้ายอีก รวิพลั้งปากเพราะหึงเดือนจึงมีเหตุให้ต้องต่อยมวยกับพิมุกในงานวัดครั้งหนึ่งจนได้ เดือนเป็นห่วงรวิ แต่ชูเกียรติรับปากว่าถ้าเดือนยอมสนิทสนมกับตนบ้าง เขาจะสามารถพูดให้พิมุกล้มมวยได้ ในที่สุดเดือนก็ยอมรับข้อเสนอของชูเกียรติว่าต้องเอาความสนิทสนมเข้าแลก เดือนยอมรับข้อเสนอ ทั้งที่ยังใช้ชีวิตอยู่กับรวิ แก้วโพนทะนาข่าวนี้ไปทั่วตลาด ช้อยเสียใจถึงกับฆ่าตัวตาย เดือนกลับมาทำศพแม่ท่ามกลางเสียงประจานจากชาวบ้าน ศิริพรอำนาจเงินว่าจ้างแก้วให้ติดต่อนักข่าวเพื่อเผยแพร่ข่าวนักร้องสาวหน้าใหม่ที่ใช้เรือนร่างไต่เต้าและอกตัญญูจนแม่ต้องฆ่าตัวตาย เดือนเสียใจมาก ร้องไห้กับศพของแม่ที่ยังไม่ได้เผา ระหว่างนั้นเองแก้วก็ใช้ขี้ยาประจำซอยสองคนมาดักทำร้ายเดือน แต่รวิกับขำก็มาช่วยไว้ได้ทันรวิเข้าใจว่าเดือนมีอะไรกับชูเกียรติและพิมุกในเวลาเดียวกัน รวิเสียใจผิดหวังเขาขอเลิกและอวยพรให้เดือนโชคดี ส่วนเขาคงลงเอยกับศิริพร เดือนเก็บความเสียใจไว้เงียบ ๆ ความฝันที่จะสร้างฐานะเพื่อเอชนะใจเขากลับส่งผลในทางเลวร้ายลงทุกที แต่ไม่ว่ามรสุมของชีวิตจะโหมกระหน่ำใส่เดือนอย่างไร เดือนก็ไม่ยอมกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกแล้ว เธอยอมก้าวพลาดเพื่อความสำเร็จในวันหน้า เดือนสัญญาทั้งกับชูเกียรติ และพิมุกว่าจะยอมเป็นเมียของทั้งคู่ โดยที่ทั้งชูเกียรติและพิมุกไม่รู้เลยว่าเดือนทำสัญญานี้กับทั้งสองคน ชูเกียรติกับพิมุกเริ่มแตกคอกันและมีเรื่องราว โดยมีเหตุให้รวิต้องมาอยู่ตรงกลาง และมีเรื่องกับทั้งสองก๊กนั่นอยู่บ่อย ๆ ชูเกียรติเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้เดือน ดาวน์รถให้เดือน แต่เดือนต้องผ่อนส่งเอง เดือนมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในใจลึก ๆ ก็เสียใจที่ทำให้รวิผิดหวัง ชูเกียรติติดต่อให้เดือนเข้าไปอยู่สังกัดค่ายเพลงของเสี่ยวาทิน ข่าวแจกเกี่ยวกับเดือนทั้งดีและไม่ดีถูกตีพิมพ์และเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ จนทำให้มีคนรู้จักเดือนมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยฝีมือของแดนเซอร์ที่ชื่อแก้ว แต่ไม่ว่าจะดังในทางดีหรือทางลบ ข่าวคราวของเดือนก็เป็นที่สนใจของเสี่ยทวีศักดิ์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เขาขอให้เดือนไปแสดงภาพยนตร์ เดือนตกลงเพราะหวังเงินก้อนโตไว้ใช้ชีวิตในบั้นปลาย แต่แล้วเธอก็ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากชูเกียรติ เพราะเขาตั้งตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวและขูดรีดผลประโยชน์จากเธอจนแทบไม่เหลืออะไร พิมุกเองก็พลาดท่าจนต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ เพราะแก้วเป็นคนทำคนที่เธอรักตายด้วยความไม่ตั้งใจ แต่เป็นเพราะเธอ เผลอไปร่วมมือกับชูเกียรตินั่นเอง เดือนต้องการหนีจากชูเกียรติ จึงยื่นข้อเสนอเป็นเมียเก็บของทวีศักดิ์ โดยแลกกับบ้านหลังใหญ่ไว้คุ้มชีวิต เธอไม่ทราบเลยว่าทั้งหมดนี้เกิดจากชูเกียรตินำเธอมาขายสัญญาทาสให้ทวีศักดิ์ ศิริพรนำข่าวนี้มาบอกรวิ ยิ่งทำให้รวิเสียใจและชิงชังเดือนมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจลืมเดือนได้ ทำให้ศิริพรยิ่งเกลียดชังและต้องการหาทางทำลายเดือนให้หนักยิ่งขึ้น สายสมร ภรรยาของทวีศักดิ์รู้ข่าวเรื่องเดือนจึงตามมาอาละวาด ด่าทอให้เป็นที่อับอายท่ามกลางสายตาแฟนเพลงจำนวนมาก เดือนวิ่งหนีหลบหน้าผู้คนจนกลายเป็นข่าวใหญ่ เดือนฮึดสู้อีกครั้งโดยมีป้อมกับขำเป็นคู่คิด การที่เดือนถูกรังแกทำให้ทวีศักดิ์สงสารและรักเดือนอย่างจริงใจ เดือนได้รับเงินจากทวีศักดิ์จำนวนหาศาล ขณะที่ศิริพรถูกแก้วกับกิมปอกลอกจนแทบหมดตัว วงดนตรีของเทพแตก ศิริพรมาสมัครเป็นนักร้องในค่ายของเสี่ยวาทิน โดยการชักชวนของนันทนา ภรรยาเสี่ยวาทิน ส่วนรวิใช้เงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ โดยมีตนเป็นนักร้องโฟล์คซองขับกล่อมแขกในร้าน ขณะที่ชีวิตของเดือนกำลังจะดีขึ้นนั้น มรสุมลูกใหญ่ก็ซ้ำเติมเข้ามาอีก เสี่ยทวีศักดิ์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต บ้านหลังใหญ่และรถยนต์คันหรูยังผ่อนไม่หมด เดือนหันหน้าไปหาชูเกียรติแต่ก็ถูกปอกลอกเงินก้อนสุดท้ายไป เมื่อกลับไปหาเสี่ยวาทินก็ถูกนันทนาตบตีด้วยความหึงหวง โดยที่นันทนาหารู้ไม่ว่าศิริพรซึ่งไม่อยากทนใช้ชีวิตอยู่ในร้านอาหารเล็ก ๆ รายได้น้อยนิด ต้องมีชีวิตสมถะอีกต่อไป เธอหันหลังให้รวิและยอมเป็นเมียเก็บของวาทิน แก้วซึ่งเป็นเมียเก็บของวาทินหึงหวงจึงมีปากเสียงกับศิริพร แก้วยิงศิริพรตาย และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เดือนกลับมาที่โลงศพแม่ ซึ่งเก็บไว้รอวันฌาปนกิจ เธอได้พบกับรวิ ในขณะที่รวิกำลังจัดงานศพของศิริพร ทั้งสองได้พบกัน รวิบอกว่าตลอดเวลาเขารอคอยเดือนอยู่ เดือนขอโทษและรับปากว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขาอีกครั้งด้วยชีวิตแบบพอเพียงและลืมเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมาให้หมดสิ้นไป ติดตามชม ละครหางเครื่อง ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละครหางเครื่อง เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557

จัดประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลดปัญหา นักเรียนตีกัน
การแก้ปัญหานักเรียนตีกัน /  นักเรียนตีกัน / 

ภาพประกอบจาก http://www.obt-bangsaotong.go.thไม่เีกี่ยวข้องกับข่าว สืบเนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทกันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา วันนี้ (23 มิ.ย.) พรรคเพื่อไทยจึงจัดแถลงข่าว ประกวดโครงการ "มนต์เพลงลูกทุ่ง" โดยมี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 "ครูเป็ด" หรือนายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร คอมเมนเตเตอร์ประจำรายการเอเอฟ อคาเดมี แฟนตาเซีย และ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ ดาราสาวชื่อดัง และมีหางเครื่องจากนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แชมป์จากรายการชิงช้าสวรรค์ ประกอบการแถลงข่าว นายพลภูมิกล่าวว่า   เชื่อว่าเมื่อเด็กมีกิจกรรมร่วมกัน มีการสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะช่วยลดปัญหาทะเลาะวิวาทลงได้มาก สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ  ภายใน 1 ทีมประกอบด้วย นักร้อง 1 คน หางเครื่อง 6-12 คนคละโรงเรียนกันได้ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน-20 กรกฎาคม 2555 เกณฑ์ในการตัดสินจะพิจารณาทั้งการร้องเพลง การเต้นของหางเครื่อง แต่ไม่เน้นเรื่องการแต่งกาย เพื่อไม่ให้เกิดความสิ้นเปลืองแก่ผู้เข้าแข่งขัน ส่วนการแข่งขันแบ่งเป็นรอบรองชนะเลิศ วันที่ 18 สิงหาคม และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยรางวัลที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 5 หมื่นบาท พร้อมถ้วยรางวัลจาก รมว.ศึกษาธิการ และรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 3 หมื่นบาท พร้อมถ้วยจากสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยมีโครงการจัดอบรม "สายลับ 2 ล้อ" ให้แก่วินมอร์เตอร์ไซค์ 2 แสนคันทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ประสงค์เข้าอบรมจะต้องขึ้นทะเบียนชื่อผู้ขับขี่ วินที่ประจำ การสแกนลายนิ้วมือ การตรวจสอบประวัติก่อนเข้าอบรม และเมื่อผ่านแล้วก็จะได้รับเสื้อวินในโครงการ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากวินสายลับนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอาศัยเป็นช่องทางในการปราบปรามและลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ได้ ขณะนี้จัดทำโครงการนำร่องที่เขตมีนบุรี โดยการประสานงานกับ บก.น.3 จัดอบรมสายลับ 2 ล้อไปแล้วจำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 1 พันคน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ประวัติดาราวัยรุ่น ปรัชญ์ ปรมิณ ศิระวนาดร จากละครวัยมันส์พันธุ์อสูร
ดาราวัยรุ่น /  ประวัติ / 

หนุ่มหล่อหน้าใส มากความสามารถ "ปรัชญ์ ปรมิณ ศิระวนาดร" ที่มีผลงานละครให้เราได้ผ่านตาอย่างเรื่อง คือหัตถาครองพิภพ รับบท เป็น "พฤกษ์" และเรื่อง หางเครื่อง รับบทเป็น "ขำ" ล่าสุดหนุ่มคนนี้ ก็กำลังถ่ายทำละครเรื่องใหม่ อย่าง วัยมันส์พันธุ์อสูร รับบท ไวกูณฐ์ ประกบคู่กับสาวสวยลูกครึ่ง โซฟี่ อัปสรสิริ อินทรคูสิน ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วจากเรื่อง คือหัตถาครองพิภพ นั่นเอง...ประวัติดาราวัยรุ่น ปรัชญ์ ปรมิณ ศิระวนาดร จากละครวัยมันส์พันธุ์อสูร   ประวัติดาราวัยรุ่น ปรัชญ์ ปรมิณ ศิระวนาดร จากละครวัยมันส์พันธุ์อสูร ชื่อ : ปรมิณ ศิระวนาดร ชื่อเล่น : ปรัชญ์ วันเกิด : 22 สิงหาคม 2534 อายุ : 21 ปี กรุ๊ปเลือด : O การศึกษา : ประถม โรงเรียนประภาคาร : มัธยม โรงเรียนปทุมคงคา : ปริญญาตรี มัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออกจักรพงษ์ภูวนารถ ชั้นปีที่ 4 นิสัยส่วนตัว : เป็นคนนิ่งๆ แต่เฟรนด์ลี่ เข้ากับคนอื่นง่าย งานอดิเรก : ถ่ายภาพ สิ่งที่ชื่นชอบ : ซีรีย์เกาหลี สีที่ชอบ : แดง อาหารที่ชอบ : ยำหอยนางรม ดาราที่ชื่นชอบ : แอม ปฎิญญา วิโรจน์แสงประทีบ,ต่าย ชัชฎาภรณ์ ธนันทา ตัวการ์ตูนที่ชอบ : โคนัน ความไฝ่ฝัน : อยากเป็นสจ๊วตขับเครื่องบิน คติประจำใจ : สวรรค์สร้างจินตนาการ และความรู้มุ่งไปสู่จุดหมายที่ใฝ่ฝัน สังกัด : ช่อง 7 ผลงานภาพยนตร์ - แต๋วเตะตีนระเบิด (ตัวประกอบ) - หอแต๋วแตก แหกกระเจิง 2 - หอแต๋วแตก แหกมว๊ากมว๊ากก 4 ผลงานละคร - พริกกับเกลือ รับบท ทันวิทย์ - ลูกไม้หลากสี รับบท สุรเดช - เจ้าสาวสลาตัน รับบท บอม (รับเชิญ) - หางเครื่อง รับบท ขำ - คือหัตถาครองพิภพ รับบท พฤกษ์ - ลีลาวดีเพลิง รับบท ศักดิ์สิทธิ์ - วัยมันส์พันธุ์อสูร รับบท ไวกูณฐ์ ผลงานละครซิทคอม - ฉก.น้ำหวานอันธพาลหลบไป รับบท ต้อง - ยมบาลเจ้าขา รับบท ชัยทัศน์ - คู่ปรับตำหรับเฮี้ยน รับบท โชค ผลงานโฆษณา - KFC รอยยิ้ม ผลงานมิวสิควิดีโอ - MV ความเหงาเริ่มก่อน ของ แคท AF9 IG : @prachprm ข้อมูลและรูป FB : prachforfans

เพลงฮิต ละครดัง เพลงประกอบละคร
ฟังเพลงออนไลน์ /  เพลงประกอบละคร / 

หลากหลาย เพลงประกอบละคร สุดฮิต รวบรวมมาให้ได้ฟังกับต่อเนื่อง ที่สถานี เพลงฮิตละครดัง รวมเพลงประกอบละคร หลากหลายเรื่อง หลากหลายแนว สามารถแนะนำเพลงให้กำลังใจกันได้ทางอีเมล์ music@mthai.com Playlist สถานี เพลงฮิตละครดัง 1. เธอไม่ต้อง - โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ - รักออกฤทธิ์ 2. รักออกฤทธิ์ - โย่ง อาร์มแชร์ - รักออกฤทธิ์ 3. มีใจก็พอ - กลม อรวี - ครีบนี้หัวใจมีเธอ 4. หนีก็รัก - ชิน ชินวุฒ;วริฎฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร - หนีก็ล่า ซ่าก็รัก 5. อาจเป็นคนนี้ - ดีลิเลียน อัลฟอร์ด (ดี The Star) - เล่ห์นางฟ้า 6. เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่ - Yes'sir Days feat.ฟิล์ม บงกช - อย่าลืมฉัน 7. ยิ่งเกลียดยิ่งรัก - โดม ปกรณ์ ลัม - เสน่หาสัญญาแค้น 8. คนแพ้ที่ไม่มีน้ำตา - เบิร์ด ธงไชย - อย่าลืมฉัน 9. ยิ่งรักยิ่งห่าง - สิงโต นำโชค - CLUB FRIDAY THE SERIES 4 หรือรักแท้จะแพ้ความต่าง 10. ฉันก็รักของฉัน - นิว จิ๋ว - สามีตีตรา 11. ไม่เจ็บอย่างฉันใครจะเข้าใจ - ฟิล์ม บงกช - สามีตีตรา 12. ยกเว้นเรื่องเธอ - แพรว คณิตกุล - คิวบิก 13. ผู้หญิงในเงา - เอมี่ กลิ่นประทุม - แหม่มจ๋า 14. ที่สุดท้าย - เจนนิเฟอร์ คิ้ม - สุสานคนเป็น 15. คมพยาบาท - รังสิมา มีพันธุ์ - คมพยาบาท 16. กรุณาฟังให้จบ - เติ้ล ธนพล - หางเครื่อง 17. มามะ มาเลย - แคทรียา อิงลิช - สาวน้อยคาเฟ่ 18. IG หลายใจ - เรยา ไวยาวัจกร - สัญญาเมื่อสายัณห์ 19. Your Garden - ตู่ ภพธร - ในสวนขวัญ 20. หรือเพียงแค่เหงา - มาร์กี้ ราศรี - ในสวนขวัญ

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม
คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม ตั้ม (กลาง)- ร้องนำ เป่าคาซู่ ตีเปอร์ เขย่าแทมบูรีน เชคไข่ หางเครื่อง เตอร์(ขวา) - กีต้าร์ เบส พูดด้วย เงียบด้วย และร้องนำ ปาร์ค (ซ้าย) - ตีกลอง พูดด้วย โวยวาย และร้องด้วย มะขามป้อมเริ่มมาจากการแจมกันในกลุ่มพี่น้องศิลปินในโปรเจกต์ของตั้ม โดยตอนนั้นเตอร์กับปาร์คที่อยู่วงเดียวกัน และตั้ม ก็ต่างมีวงต่างแนวกันอยู่แล้ว แต่ได้มาร่วมแจมกันเมื่อเตอร์มาเล่นดนตรีใกล้บ้านตั้มและสะดวกมาดูสำหรับปาร์ค โดยเริ่มจากการตามไปดู เพราะน้อง, เพื่อน พึ่งย้ายมาเล่นใกล้ๆ โดยแรกสุดเริ่มจากปาร์ค ที่จะมาพร้อมกับมุขตลกๆ ตามด้วยตั้ม ที่มาพร้อมกับท่าเต้นหลุดโลกที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ จนพอเล่นกันบ่อยเข้า จึงตัดสินใจฟอร์มวงและใช้ชื่อมะขามป้อมแต่นั้นมา โดยปาร์คเป็นคนตั้งชื่อนี้ หลังจากก่อตั้งวง มะขามป้อมนำพาความกล้าบ้าบิ่นแหวกแนววงทั่วไป ขึ้นเหนือล่องใต้ ทั้งร้านทั้งปาร์ตี้ ทั้งฟรีทั้งได้ตังค์ ต่อมาวงรู้สึกว่าน่าจะเอาความบ้าตรงนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการลงประกวดดนตรี ประกอบกับช่วงนั้นมีการประกวด Wall's Cornetto โคน ค้น คน ในงาน Fat Festival พอดี จึงตัดสินใจประเดิมลงประกวดงานแรก และพวกเขาก็ตอกย้ำว่าคิดไม่ผิดด้วยการคว้าแชมป์มาครองในที่สุด

หางเครื่อง - ปรัชญ์ ปรมิณ กับฉากอุ้มน้องแดนซ์เซอร์
หางเครื่อง /  ปรัชญ์ ปรมิณ / 

เส้นทางบันเทิง - กองถ่ายละคร หางเครื่อง คืนนี้มีฉากเด็ดที่ ปรัชญ์ ปรมิณ บอกได้คำเดียวว่า "ช้อบ..ชอบ" เหตุเพราะน้องแดนซ์เซอร์ลูกทีมของนางเอก "กรีน อัษฎาพร" คนนี้ล่ะที่ปรัชญ์ ยืนยันกับผุ้กำกับด้วยตัวเองว่าสู้ตายทุดเทค ยังไงก็ไหว

เจ๋งทั้งคู่ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ ไล่จับหางเครื่องบิน
เจ๋งทั้งคู่ /  ซิ่งมอเตอร์ไซค์ / 

เจ๋งทั้งคู่ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ ไล่จับหางเครื่องบิน

เบื้องหลังกองละครหางเครื่อง ปรัชญ์ - อ๋อง แต่งชุดหางเครื่อง
คันปาก

คันปาก - วันนี้คันปากมีภาพเบื้องหลังของนักแสดงหางเครื่องในแต่งตัวมาฝาก บรรยากาศจะเป็นอย่างไรไปชม...

มาดูกัน ปลอดภัยแค่ไหน เมื่อโดยสารเครื่องบิน
ความปลอดภัย /  ป้องกันเครื่องบินตก / 

การโดยสารโดยเครื่องบิน ถือว่าเป็นการเดินทางที่มีความปลอดภัยมากที่สุดเมื่อเทียบกับการเดินทางโดยวิธีอื่นๆ แต่ในทางกลับกัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็เรียกได้ว่า มีความเสี่ยงที่ถึงขั้นเสียชีวิต และในช่วงปีที่ผ่านมาก็จะพบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดความขัดข้องบ่อยครั้ง สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้โดยสาร หวั่นว่าเหตุสะเทือนขวัญจะประสบกับตนเอง และญาติพี่น้อง เมื่อเครื่องบินตก จะมีสักกี่รายที่จะรอดตาย คนส่วนใหญ่จึง มีความรู้สึกวิตกกังวลเวลาขึ้นเครื่องบิน บางรายเป็นหนัก กลายเป็นโรคกลัวการขึ้นเครื่องบิน ที่เรียกว่า Aerophobia เพราะรู้สึกว่า ชีวิตอยู่เหนือการควบคุมของตัวเอง ต้องฝากชีวิตไว้กับกัปตันขับเครื่องบิน บางรายกลัวความสูง กลัวการก่อการร้าย เวลาเกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบินเมื่อไหร่ ผู้โดยสารตายสถานเดียว ส่วนใหญ่ก็จะคิดแบบนั้น จะมีทางใด ที่จะสามารถเอาตัวรอดได้ไหม หากเกิดเหตุร้ายขึ้น จริงๆแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัย และอุปกรณ์ชูชีพทั้งหลายบนเครื่องบินมีการเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว ทั้งเสื้อชูชีพ หรือหน้ากากออกซิเจน เวลาแอร์โฮสเตส หรือสจ๊วร์ตสอนวิธีใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตยามฉุกเฉิน ก็ควรตั้งใจฟัง มองหาทางออกฉุกเฉิน หรือศึกษาแผ่นพับที่กระเป๋าหน้าที่นั่งซึ่งอธิบายเรื่องความปลอดภัยในการ ปฏิบัติตัวยามเกิดเหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน รวมแล้วกินเวลาไม่เกิน 10 นาที อาจช่วยให้เอาชีวิตรอดจากอุบัติเหตุทางเครื่องบินได้ นอกจากนี้ สายการบินส่วนใหญ่ก็มักจะบอกกับผู้โดยสารเสมอว่า ให้ดูที่ตั้งของประตูฉุกเฉิน เผื่อเอาไว้ว่าประตูไหนใกล้ที่นั่งเราที่สุด ซึ่งอาจจะอยู่ติดด้านหลังที่นั่งของเรา หากจะเลือกว่า ที่นั่งไหนปลอดภัยที่สุด ก็คงต้องเลือกที่นั่งใกล้ประตูฉุกเฉินเอาไว้ก่อน ข้อมูลของนิตยสารป็อบปูลา มาแคนนิกส์ ได้ให้ข้อมูลด้วยว่า หากที่นั่ง ยิ่งอยู่ห่างจากหัวเครื่องบินเท่าใด ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น โดยสถิติผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินส่วนใหญ่ 40% มีที่นั่งบริเวณหางเครื่องบิน เพื่อความไม่ประมาท การรู้จักเอาตัวรอดก็เป็นหนทางที่ดีที่สุด หากมั่นใจแล้วว่า เครืองบินที่โดยสารอยู่กำลังจะตก อย่าเพิ่งสวดมนต์รอความตาย ให้สู้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น นั่งยึดเก้าอี้ให้แน่น ปกป้องลำตัวส่วนบนไม่ให้ถูกกระแทก ซ่อนใบหน้า ศีรษะเอาไว้ ลดแรงกระแทกที่อาจทำให้หมดสติ ท่าก้มตัวไปข้างหน้าจึงเป็นท่าที่ค่อนข้างปลอดภัย ตามคู่มือบนเครื่องบินแนะนำไว้ หากเคราะห์ร้าย เครื่องบินตกร่วงลงมาจากเพดานบินหลักหมื่นฟุต ก็ต้องวัดดวงกันว่าจะรอดหรือไม่รอด ด้วยแรงกระแทกที่มหาศาล ซึ่งความเป็นจริงก็มีโอกาสรอดน้อย ส่วนหากตกแบบระยะไม่สูงมาก กัปตันยังพอควบคุมอะไรได้บ้าง ก็พอจะมีชีวิตรอดมาได้ แม้ว่าจากสถิติ โอกาสที่เครื่องบินพาณิชย์ตกนั้นมีเพียง 1 ใน 11 ล้านเที่ยวบิน และการสำรวจของ National Transportation Safety Board ซึ่งเป็นหน่วยงานสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ มีสำนักงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเผยว่า อุบัติเหตุทางเครื่องบินระหว่างปี 1983 ถึงปี 2000 พบว่าผู้โดยสารที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางเครื่องบิน 53,487 คน มีจำนวนถึง 51,207 คน รอดชีวิต เสียชีวิต 2,280 คน ฉะนั้น ผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุทางเครื่องบินก็ยังคง มีสูงถึง 95.7 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก้ตาม ขึ้นชื่อว่า "อุบัติเหตุ" ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง วันไหน เวลาใด หากต้องโดยสารเครื่องบิน ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ หากมองตามสถิติขางต้น เพราะในแต่ละวัน มีเครื่องบินพาณิชย์ขึ้นบินเป็นหมื่นๆเที่ยว นานๆ ที กว่าจะมีเหตุเครื่องบินตกให้เห็น โอกาสที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองมีแค่ไม่ถึง 1 ในล้าน หากเทียบกันจริงๆ การขับรถบนท้องถนน ยังมีความเสี่ยงตายจากรถชนด้วยซ้ำไป เพชรพิริยะ

ทีเซอร์ หางเครื่อง
ทีเซอร์ /  หางเครื่อง

ทีเซอร์ หางเครื่อง เร็วๆนี้ ออกอากาศทางช่อง7สี ผลิตโดย กันตนา

ตุ๊กกี้ ชิงร้อย /  ปัญญาเรณู 2 / 

เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ บิณฑ์ทำ จัดหนักในภาพยนตร์ม่วนซื่นระรื่นฮา “ปัญญาเรณู 2” แทบทุกฉาก โดยฉากร้องเล่นเต้นเพลง “กะละมัง” นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งฉากใหญ่ของเรื่อง ที่เป็นจุดเริ่มต้นความสนิทสนมอันแนบแน่นของสองสาว “อภัสรา” (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย) กับ “เรณู” (สุธิดา หงษา) ที่ซักผ้าไปก็ให้คำมั่นสัญญากันไปว่าจะไม่ทิ้งกันไปไหน จะเป็นพี่น้องกันตลอดไป แล้วความสนุกสนานเฮฮาของเพลงกะละมังก็ถูกบรรเลงขึ้นกลางทุ่งริมน้ำ พร้อมสีสันเสื้อผ้าหน้าผมของสองสาวและหางเครื่องสุดสวิงที่จัดเต็มทั้งร้องทั้งเต้นแบบสุดๆ ไปเลย สาวตุ๊กกี้พูดถึงฉากใหญ่นี้ว่า “ฉากนี้มันเป็นฉากซักผ้าตรงท่าน้ำ แล้วก็มีการพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกัน อภัสราที่ตุ๊กกี้เล่นต้องฝากเนื้อฝากตัวกับน้องเรณู เพราะทั้งชีวิตนี้ไม่เหลือใครแล้ว เพราะเรณูจะเป็นคนช่วยให้พี่อภัสราได้มีเพื่อน มีที่อยู่อาศัย มีความสุขมากยิ่งขึ้น ก็เลยเหมือนกับว่าเราได้ปรับทุกข์และได้ร่วมสุขกัน ฉากนี้ก็เป็นฉากใหญ่ที่ตุ๊กกี้กับน้องน้ำขิงต้องร้องเพลง ‘กะละมัง’ ร่วมกันด้วยค่ะ เป็นเพลงที่ 2 ตั้งแต่เล่นหนังมาแล้วได้ร้องเองนะคะ ก็ดีใจมากค่ะ เพลงนี้มันเพราะมาก ฟังแค่ 2-3 รอบก็ร้องได้แล้ว และก็ยังได้ครูดีอย่างน้ำขิงที่ร้องเพลงเก่งอยู่แล้ว และเป็นเพลงภาคอีสานบ้านตุ๊กกี้เอง บอกได้คำเดียวว่าฉลุยค่ะ มันสำคัญตรงที่ว่า มันไม่ได้ร้องอย่างเดียวนะคะ มันต้องมีเต้นร่วมกับแดนเซอร์หรือหางเครื่องร่วมครึ่งร้อยชีวิตด้วยค่ะ ยิ่งใหญ่มาก ดังนั้นเราจะไปถ่ายที่สตูดิโอแคบๆ ไม่ได้ค่ะ คุณบิณฑ์และทีมงานก็เลยยกมาถ่ายที่อุบลฯ ให้เห็นสระน้ำ ทุ่งนา ป่าไม้ ธรรมชาติของภาคอีสานให้เห็นกันเลยค่ะว่าอุดมสมบูรณ์ขนาดไหน วันนี้ก็ถือว่าเต็มที่ค่ะ ครึ่งวันของการถ่ายทำฉากนี้ ด้วยความชำนาญในการเซิ้งกะละมังของตุ๊กกี้บวกความเก่งของน้องน้ำขิง แหม 2-3 เทคเองค่ะ ผ่านโลดค่ะ เพลงสนุก เต้นมันส์ฮามากๆ ต้องมาดูว่าจะยิ่งใหญ่อลังการ สนุกสนานมากน้อยแค่ไหนนะคะ”   เตรียมชมอีกหนึ่งฉากใหญ่สุดสนุกสนานสีสันจัดจ้านของ “ปัญญาเรณู 2” ได้ 26 มกรา ฮาเอาอยู่ทุกโรงภาพยนตร์

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ
นกน้อย อุไรพร /  หมอลำเสียงอิสาน

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ ถ้าพูดถึงคณะหมอลำที่มีชื่อเสียงในภาคอีสาน หลายคนก็คงนึกถึงวงดนตรีเสียงอิสาน ของ “แม่นกน้อย อุไรพร” (ฉิมหลวง) เพราะวงเสียงอิสานนั้น ถือได้ว่าเป็นวงดนตรีหมอลำที่มีการแสดงที่อลังการ หางเครื่องพร้อม ทีมงานที่อัดแน่นมาเต็มวงเกือบ 500 ชีวิต สร้างความสนุกสนานแก่บรรดาแฟนๆ ทางภาคอีสานได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน คณะเสียงอิสาน ที่มีหัวเรืออย่างแม่นกน้อยนั้น เคยมีงานรุมไม่ขาดสาย ซึ่งถ้าใครจะติดต่อให้ทำการแสดงต้องจองล่วงหน้าถึง 2 ปีเลยทีเดียว โดยช่วงที่วงดนตรียืนอยู่จุดสูงสุดนั้น เคยรับงานสูงถึงปีละ 240 งาน นับได้ว่ารายได้นั้นไม่ต่ำกว่าหลัก 50 ล้านบาท แต่เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ใครจะเชื่อว่า วงดนตรีชื่อดังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ถึงคิดจะยุบวงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง หนักที่สุดก็เห็นจะปี 2553 ที่ผ่านมา วงเสียงอิสานต้องพบเจอกับปัญหาหลายๆ ด้าน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และความไม่สงบของสถานการณ์บ้านเมือง เทปผีซีดีเถื่อน เป็นเหตุทำงานที่เคยจ้างล่วงหน้าไว้ต้องยกเลิกไปกว่า 40 งาน และลดลงเรื่อยๆ จนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ด้วยสมาชิกภายในวงเกือบ 500 ชีวิต ที่ต้องเลี้ยงดู หรือแม้กระทั่งค่าน้ำมันรถในวงที่ต้องเติมในแต่ละเดือนอีกเกือบ 5 ล้านบาท แม่นกน้อยต้องรับภาระในส่วนนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน ยิ่งพอนานเข้างานก็น้อยลงไม่พอเลี้ยงปากท้องให้ลูกวง จึงจำเป็นต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างบ้านและที่ดินเกือบ 50 ไร่ เอาไปจำนองให้กับธนาคาร 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาทำทุนต่อ แต่เมื่อรายได้ที่เข้ามามันก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่าย ส่งผลทำให้แม่นกน้อยเริ่มมีหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ได้มีกระแสข่าวออกมาว่า แม่นกน้อย อุไรพร เจ้าของวงดนตรีเสียงอิสานชื่อดัง ถึงกับเครียดจะยุบวง และได้หนีไปบวชชีพร้อมกับได้ลอยแพลูกน้องกว่า 500 ชีวิต และเมื่อมีกระแสดังกล่าวออกมาเช่นนี้ เจ้าตัวพร้อมกับสามี “พ่อใหญ่หลอด มัยกิจ ฉิมหลวง” จึงได้เดินทางมาออกรายการเจาะใจ ที่จะออกอากาศในคืนวันที่ 21 กรกฎาคม ทาง ททบ.5 นี้ หลังจากที่เจ้าตัวได้ไปบวชชีมา พร้อมกับชี้แจงเรื่องราวกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แม่นกน้อย : “เราเกิดมาเป็นลูกชาวนาไม่มีพ่อ เป็นกำพร้า และก็ลำบาก เห็นความลำบากของแม่เรา สงสารแม่ที่ต้องเอาข้าวไปแลกหัวมัน แลกปลาร้าให้ลูกกิน หาบกระบุงอยู่ในทุ่งนา เก็บรวงข้าวที่มันขาด มันร่วงอยู่ในทุ่งนา และชีวิตที่เราเห็นนี่คือชีวิตของแม่ เราเลยอยากจะอยากมีฐานะที่ดีกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝันของเด็ก คือ จะบอกว่าเราฝันว่าเราอยากได้ดี อยากรวยมันก็ไม่ใช่นะ แต่ความหมายคือในความรู้สึก อยากเป็นศิลปิน ชอบร้องเพลง เปิดฟังเพลงตามวิทยุทรานซิสเตอร์ ซึ่งแม่เราก็ชอบพาไปประกวดหลายๆ เวที ไม่ค่อยชนะหรอก ส่วนใหญ่ได้ที่ 2 ที่ 3” “แม่เขาเสียงดี ช่วยต่อเพลงให้ตลอด แม่เอาพลังมาใส่ให้ลูกหมด ที่ได้ดีทุกวันนี้น่าจะได้ดีเพราะปากของแม่ แม่เราชอบพูดแบบว่าหนูเสียงดีมาก หนูเก่ง หนูต้องทำได้ หนูต้องๆๆ….จนเราร้องไห้” เส้นทางสู่การเป็นนักร้องหมอลำ ครั้งแรกในวงดนตรีเพชรพิณทอง แม่นกน้อย : “ตอนนั้นวงเพชรพิณทองรับสมัครนักร้องคนมาสมัครเยอะ เราก็ไป เจ้าของวงก็พูดขึ้นว่า “เฮ้ย อีดำๆ นี่มึงมาอะไร” แล้วเราก็มีลังกระดาษมีมุ้ง มีผ้าถุง มีเสื้อผ้าเก่าๆ คือ จัดไปหมด แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรับหรือเปล่า ท่านถามแล้วก็มองขำๆ “ลังใครน่ะ” แม่ของเราก็บอกว่าของเขานี่แหละพาลูกมาสมัคร เจ้าของวงเขาก็ถามต่อว่า“ไหนล่ะลูกเธอ” แม่ก็ชี้มาที่เรา “แล้วมึงนึกยังไงถึงได้ขนเสื้อผ้ามา..กูจะรับมึงไหม มึงมั่นใจยังไง แล้วมึงจะไปพักไหน” แม่เราก็ตอบไปว่า “ไม่มี ไม่รู้จักใครเลย ท่านก็เลยพูดคำๆหนึ่ง “พวกมึงน่ะ…มาพาอีนี้ไปพักด้วย” แล้วก็ให้ร้องเพลงให้ฟัง เสียงโดนมือพิณของวง ท่านบอกว่าให้รับไว้ เพราะดูแล้วอนาคตน่าจะไปได้ไกล” เริ่มก้าวออกมาทำวงดนตรีเอง แต่เริ่มจากวงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งสมัยก่อนคนดูยังไม่ยอมรับ แม่นกน้อย : “จากนั้นก็มาเป็นนกน้อย เสียงอิสาน ต่อมาเราก็มาทำเป็นวงลูกทุ่ง ตอนปี 2519 ทำ 3 ปี ก็มีปัญหา คนดูไม่ยอมรับเพราะสู้หมอลำไม่ได้ หมอลำเล่นถึงสว่าง แต่ลูกทุ่งเล่นแค่สองยามก็เลิก เมื่อก่อนอิสานถนนยังเป็นดินแดงลูกรัง ชาวบ้านเขามากันไกลมาดูทีก็ต้องสว่าง พฤติกรรมของคนคือมาดูกันถึงเช้า วงลูกทุ่งเลิกแค่ 2 ยามเลยไม่มีใครอยากมาดู ครั้งที่สองก็เลยปรับเป็นวงหมอลำ ฝึกร้องหมอลำ” “แต่พอปรับเป็นหมอลำแล้วถึงงานเยอะ แต่มีปัญหาอยู่ ตรงที่นักดนตรีส่วนมากไม่ยอมรับหัวหน้าวงที่เป็นผู้หญิง นักดนตรีก็เลยพากันออกหมด ไม่ยอมทำงาน เราก็คุยกับเขาแต่คุยกันไม่รู้เรื่องนักดนตรียังไงก็ไม่ยอมเล่น บนเวทีก็จะมีแต่แคนแล้วก็ร้องไป มีทีมหมอลำรำไปกับแคนมันก็เล่นได้ สักพักหมอลำจะขอขึ้นค่าตัวอีก แล้วก็ปัญหาส่วนตัวของลูกวงกันเองเยอะมาก ก็คุยกันกว่าจะเข้าใจกัน กว่าจะยอมรับกันก็นานทีเดียว” ยุคนั้นมีคู่แข่งเยอะถือคติต้องเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม แม่นกน้อย:“พอหันมาทำวงหมอลำหางเครื่องอย่างต่ำต้อง 8-10 คน เราก็ปรับครั้งแรกก็เพิ่มเลยเป็น 24 คน ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดแล้ว เพราะปกติถ้าเป็นวงลูกทุ่งสูงสุดไม่เกิน 18-20 คน ส่วนเรื่องชุดโป๊ หมอลำเขาก็เริ่มทำจะฮือฮามากคณะไหนกล้าใส่แค่กางเกงขาสั้นโชว์ เราก็เลยไปเดินซื้อแค่กางเกงใน บีกินี่ ที่กรุงเทพฯ มาให้หางเครื่องใส่ บอกกับลูกวงว่าถ้าคณะไหนใส่ขาสั้นพวกมึงต้องใส่บิกีนี่ เพราะอะไร..เพราะเราไปดูโชว์และเอาโชว์มาให้พวกมันดู คือมันต้องพัฒนา เราตามไม่ได้ต้องเป็นผู้นำ สุดท้ายไปแข่งกันที่หนองบัวละเว้ กับดาวบ้านดอน ตอนนั้นดาวบ้านดอนเขาฮอต มึงใส่ขาสั้น กูใส่ชุดสูทไอ้ที่บางๆ สีเนื้อ แล้วไม่ใส่กางเกงใน มันต้องแข่งกัน” “นอกจากจะแข่งกันในเรื่องของหางเครื่องยังมีการแข่งกันรูปแบบอื่นเยอะมาก บางคณะก็ใช้วิธีแกล้งกัน บางครั้งเรากำลังแสดงอยู่ เขามาตัดเครื่องปั่นไฟหรือสายไฟ บางทีก็มีการเสกคุณไสยใส่กันก็มี อย่างวงเราก็เคยโดน มีลูกน้องร้องเพลง อยู่ดีๆ เลือดออกปาก” บอกปี 2526 ถือว่าวงเสียงอิสานประสบความสำเร็จสูงสุด พ่อหลอด : “ตอนปี 2526 ดังสุดๆ คนจะพูดถึงทั้งทีม หางเครื่องเยอะ นับไม่ไหว อย่างตอนปี 26 อยู่ที่ประมาณ 50 คน ปี 2530 ผมเริ่ม 100 ขึ้นเลย คนก็เลยพูดถึง เจ้าภาพคนไหนอยากให้เสียงอิสานไปเล่น ต้องจองกันข้ามปีเวลาการแสดงในแต่ละครั้งต้องใช้ทีมงานในวงกว่า เกือบ 500 คน ในชีวิตของพวกผม เราไม่มีทายาท ไม่เคยนอนโรงแรม ไม่เคยกินอยู่ปกติสองคนส่วนตัว ลูกกินอะไรเรากินด้วย ลูกนอนไหนเรานอนด้วย ตั้งแต่ทำวงมาไม่เคยว่าพอพักวงแล้วไปนอนโรงแรมนะ ไม่มี แล้วกฎเหล็กของผมนั่นก็คือการพนัน ดื่มเหล้า แล้วก็ชู้สาวผิดตักเตือนครั้งแรก ผิดครั้งที่2ภาคทัณฑ์ ผิดครั้งที่3ก็คือออกไป ยิ่งลูกคนไหนเป็นผู้หญิงยิ่งต้องดูแล ต้องให้ความรักมากกว่าพ่อกว่าแม่เขาด้วย แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยี ปัญหามาก็เยอะ อยู่มุมไหนก็โทรศัพท์ โกหกกันได้ ยุคนั้นใครทำผิดต้องเฆี่ยน เรายังยึดคติเรื่องรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี บางครั้งตีลูกจนไข้ขึ้น” แม่นกน้อย : “อย่างบางคืนเราแสดงอยู่บนเวที แล้วมันมีจอหนังกลางแปลงฉายอยู่ข้างๆ เวที ลูกมันขอไปเข้าห้องน้ำ ไปแล้วไปนั่งสุมหัวกันดูหนัง เราก็แต่งชุดหมอลำลงจากเวทีได้ไม้เรียวเดินไปไล่ลูกมาจากจอหนัง สห. เห็นก็วิ่งตามนึกว่าคนตีกัน ที่แท้เราตีลูกวงของเราเอง” จากที่เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็เริ่มเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ แม่นกน้อย : “มันมาตั้งแต่ปี 36 เริ่มมาเรื่อยๆ งานมันก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังรับได้ แต่มา2-3ปีหลังมานี้ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของภัยธรรมชาติ ทั้งเรื่องของการจัดระเบียบสังคม ที่ห้ามคนออกมาตอนกลางคืนแล้วคนที่ไหนจะมาดู ไหนจะเรื่องเทปผีซีดีเถื่อน หลายๆ อย่างรวมกัน ที่แย่สุดๆ เมื่อปีที่แล้วเจ้าภาพโทร.มายกเลิก 40 กว่างาน ก็เลยยิ่งเครียด คิดไม่ออกเลยว่าฤดูการแสดงนี้จะมีงานเข้ามาไหม ถ้าไม่มีหรือมีน้อยจะเอาเงินที่ไหนดูแลลูกๆ เพราะไม่มีการแสดงเขาก็ต้องอยู่กินกับเรา ถามว่าขาดทุนไหมขาดทุนแน่นอน จนมันเริ่มเข้าเนื้อ ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้” “จากปีนึงมีงาน 240 งานต่อปี ใครจะจ้างต้องจองข้ามสองปีสามปี แต่ปีที่ผ่านมางานลดลง ประมาณ 70เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการออกทัวร์การแสดงแต่ละเดือนก็จะมีค่าน้ำมันตกเดือนละ 4-5 ล้านบาท ค่าทำชุด ค่ากินค่าอยู่แต่เราก็ยังต้องลงทุนเพิ่มอีก 10 ล้าน เพราะต้องเอามาทำเวที ทำไฟ ทำรถ เพราะการแสดงมันต้องมีพัฒนา คนดูจะได้ไม่เบื่อ อีกอย่างตอนที่ลงทุนก็ไม่ได้คิดว่าจะมีการยกเลิกคิวไปตั้ง 40 คิว ที่นี้เงินที่คิดว่าจะได้มาจ่ายหนี้ก็ไม่มี” ที่ไปบวชชีเพราะแก้บนให้มีงานแต่ไม่ได้หนีปัญหา แม่นกน้อย: “ที่ไปบวชไม่ใช่เพราะเจอปัญหา มันไม่ใช่ทั้งหมด ไปบนไว้ว่าถ้าปีนี้สถานการณ์ดีขึ้น ก็จะบวชแก้บน พอช่วงตอนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาก็มีคนโทร.มาจองคิว แสดงว่าบนแล้วได้ผลก็เลยตัดสินใจบวช อีกอย่างอยู่ในช่วงพักวงจะได้พักผ่อนให้จิตใจสงบ” บอกกระแสขยุบวงมาจากความคลาดเคลื่อนของข่าว ยังไงก็จะขอลองสู้อีก 5 ปี แม่นกน้อย : “ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะยุบวงนั้นมันมาจากการที่มีผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ ซึ่งเขาตัดคำว่า...จะลองสู้อีกตั้งออก ข่าวมันก็เลยกระพือไป แต่ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่ว่าถ้ามันไม่ดีขึ้นก็จะยุบจริงๆ เราเคยลองโหวตเสียงของแฟนเพลงแฟนคลับอยู่หน้าเวทีว่าจะให้เราทำวงต่อไหมแทบจะทุกเวที แต่เสียงตอบรับคือพวกเขาไม่ยอม ยิ่งมีข่าวว่า เสียงอิสานจะยุบ มีคนโทร.มาร้องไห้ มาเยี่ยมถึงบ้านเอาของมาฝาก น่ารักมาก เขาอยากให้เราทำต่อ เพราะไม่มีอีกแล้วที่จะหาวงหมอลำที่ใหญ่ขนาดนี้ มันกลายเป็นวัฒนธรรมที่หาดูที่ไหนไม่ได้” “ด้วยความที่เป็นวงใหญ่คนเยอะ และปัญหาใหญ่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจ ถ้าจะให้ตัดค่าใช้จ่ายบางส่วนออก เช่นคนหรือความอลังการบนเวทีเรื่องนี้เราก็เคยคุยกันแต่ไม่รู้จะตัดอะไร เพราะถ้าพูดถึงเสียงอิสาน มันหมายถึงความยิ่งใหญ่ ความอลังการ เลยตัดไม่ได้สักอย่าง แต่ถ้าในอนาคตถ้าหากต้องมีการยุบวงจริงๆ เราก็จะพยายามให้ลูกๆ ยืนด้วยตัวเอง มีดันเด็กใหม่ขึ้นมา เริ่มปล่อยตั้งแต่ปีที่แล้ว พ่อจะคอยดูแล แม่จะอยู่เบื้องหลังตลอด แต่แม่ว่าถ้ายังไม่ถึงนาทีที่จะต้องปิดตำนาน นกน้อย อุไรพร ก็ยังคงเป็นโชว์ต่อไป แต่ระหว่างนี้ลูกทีมทุกคนก็พูดเสียงเดียวกันว่าอย่ายุบเลย” “ยังไงปีหน้าถ้าสถานการณ์มันไม่ดีขึ้นเราก็จะประชุมกับลูกวงว่าจะหยุดหรือสู้ต่ออีกสักตั้ง แต่ลูกๆ ก็บอกว่าจะไม่ไปไหน ไม่หนี คำว่าสักตั้งมันอาจจะปีเดียว หรือ 5 ปีก็ได้ ขนาดเราสัญญากับพ่อเมื่อ 9 ปีที่แล้วว่าทำอีกปีเดียวจะเลิก เรายังโกงเลย เพราะมันอยู่ในสายเลือดเรา นี่คือความสุขของเราที่ได้เห็นแฟนเพลงได้ออกหน้าเวที แล้วอยู่ๆ จะให้ไปทำไร่ไถนาเราทำไม่เป็น” พ่อหลอด : “ชีวิตของเราไม่มีลูก อสังหาริมทรัพย์เราก็สร้างมา ถ้าแม่เขาอยากได้ผมพร้อม ผมจะทุ่มให้ทั้งหมด มันก็สุดแค่นี้สองคนผัวเมีย ถามว่าเงินสดเรามีไหม ไม่มีนะ ถ้าต้องเอาบ้านหลังนี้เข้าแบงค์สัก50ล้าน แล้วเอาเงินให้แม่ก็ทำไป ผมก็ยอม ผมเคยนะครับ ปีที่เรายุบครั้งแรก ครั้งสองมาครั้งที่สาม ขอโทษนะคือตระกูลของคุณนก ผมเอามาหมดเลย ไร่นาสวนบ้านเอามาเข้าแบงค์ ตระกูลผมเอามาหมดเลย ผมจะทุ่มเงินไปกับชุด เวที เครื่องเสียง สุดท้ายถ้าผมพลาด สองตระกูลถือกะลาขอทานได้เลย หมดตัวทั้งสองตระกูลแน่นอนผมบ้าถึงขนาดนั่นนะครับ” ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000089050 และคลิปจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องตัวน้อยได้เวลาทำงาน
ทารก /  11เดือน / 

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องตัวน้อยได้เวลาทำงาน

กุยช่ายร้านเจ๊มล ตลาดน้ำ วัดศาลเจ้า ของอร่อย ย่านปทุมธานี
กุยช่าย /  วัดศาลเจ้า

ไปวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ทีไร เป็นต้องแวะตลาดน้ำวัดศาลเจ้า ที่นี่รวมของอร่อยๆ เยอะมากๆ วันนี้ขอแนะนำ กุยช่ายร้านเจ๊มล ซึ่งต้องบอกว่า กว่าจะได้ทาน ต้องต่อแถวยาวๆ (เทรนด์นี้ มาก่อน กาเร็ตป๊อปคอร์นซะอีก) ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย แถวยาวมากๆ สำหรับร้านกุยช่ายเจ๊มล เปิดมานานมากๆ คนก็เข้าแถวซื้อแบบนี้แหละ สังเกตดูรูป ดารา ออกรายการทีวี หนังสือพิมพ์มาสารพัดจริงๆ ของอร่อยต้องใจเย็นๆ รอกันนิดหนึ่งนะ กุยช่าย มีทั้งทอด ไม่ทอดนะ อันนี้ไม่ได้ทอด อร่อยกันคนแบบ แล้วแต่ใครชอบ กุยช่ายร้านเจ๊มล อยู่ใกล้กับวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ขายกันมามากว่า 30 ปี แล้ว กุยช่ายแป้งบางๆ มีหลากหลายไส้ เช่น เผือก กุยช่าย มันแก้ว มีทั้งแบบนึงและทอด ใส่ไส้เยอะห่อด้วยแป้งบางๆจนเห็นไส้ข้างใน นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นอีก เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอดหางเครื่อง กุยช่ายปากหม้อ สาคูไส้หมู ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขายหน้าร้านแล้วยังมีบริการส่งถึงบ้านและรับจัดนอกสถานที่อีกด้วยนะ แผนที่ร้าน กุยช่านเจ๊มล

อีสัม สมหวัง
phranakornfilm /  สุวนันท์ คงยิ่ง / ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ / ยอดรัก สลักใจ

เสียงประกาศจากรถแห่งวงลูกทุ่งชื่อดัง ยอดรัก สลักใจ ที่มาพร้อมกับเสียงเพลงฮิตติดหู ทำให้ชาวบ้านที่กำลังเร่งมือทำงานต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงยังต้องหยุดร้องไห้ เพื่อฟังให้แน่ใจว่าคืนนี้ วงลูกทุ่งขวัญใจของพวกเขา จะไปเปิดวิกการแสดงที่ไหน เสียงรถแห่วิ่งผ่านไปแล้ว ภาพชาวบ้านที่หยุดนิ่งเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกคนเร่งมือทำงานเพื่อหวังจะไปดูการแสดงในคืนนี้ จะมีก็แต่ สมหวัง (ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) เท่านั้นที่ยังยืนมองตามหลังรถแห่ของวงลูกทุ่งไปจนลับตา ในหัวของสมหวังไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้วนอกจากทำนองเพลงลูกทุ่งและเสียงงี่ดังแว่วอยู่ในหู “เอ็งต้องร้องเพลงลูกทุ่ง เอ็งจะยิ่งใหญ่ เอ็งจะกลายเป็นเทพบุตรลูกทุ่งคนต่อไป. หลังเวทีลูกทุ่งชายหนุ่มหลายคนเข้าคิวสมัครงานชะเง้อมองอย่างสนใจ โดยเฉพาะตอนหางเครื่องหญิงเปลี่ยนเสื้อผ้า โฆษกประจำเวทีเริ่มเอื้อนเอ่ยประโยคหวานก่อนเปิดตัวนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง สมหวังเดินออกจากแถวสมัครมายืนเหม่อข้างเวที จนกระทั่งมีเสียงเรียกให้เขาขนของขึ้นรถ เหตุนี้ทำให้สมหวังได้งานในวงลูกทุ่ง และเป็นจุดเริ่มต้นแรกของชีวิตคนลูกทุ่งของสมหวัง และทำให้เขาได้พบกับ ส้ม (สุวนันท์ คงยิ่ง) หางเครื่องสาวสวยประจำคณะ เรื่องราวความสนุกสนานภายในวงดนตรีลูกทุ่งจึงเกิดขึ้น........

ได้เวลา . . . เจมส์ เสิร์ฟ ครบรส สนุก เศร้า ซึ้ง จน ไม่อาจเปลี่ยนใจ
James /  James Ruangsak Concert ได้เวลา...เจมส์ / 

เปิดสัญญาณความสนุก  สนั่นฮอลล์อิมแพค  สมกับเป็นคอนเสิร์ตส่งท้ายปลายปี  “James  Ruangsak  Concert  ได้เวลา...เจมส์”  คอนเสิร์ตใหญ่ในชีวิต  “เจมส์ – เรืองศักดิ์  ลอยชูศักดิ์”   ที่เจ้าตัวทำตามสัญญาเททั้งหัวใจ เล่นด้วยชีวิต โดยมี คุณสุรชัย – คุณสุจีรา เชษฐโชติศักดิ์  มอบดอกไม้เป็นกำลังใจ  ร่วมด้วย พลพรรคคนรักเจมส์  ทั้งศิษย์ใหม่ และ เก่า ตบเท้าเข้าร่วมกางแขนอ้ารับความสนุกพรึ่บพรั่บ อาทิ  โฟร์ ศกลรัตน์ , แนนนี่  เกิร์ลลี่ เบอร์รี่  , รูกกี้บีบี , ใบเตย อาร์สยาม , เต๋า สมชาย , ลิฟท์ สุพจน์                  ส่งสัญญาณเลิฟ  ด้วยเพลงเปิดตัว “ไซเรน เลิฟ”  “ได้เวลา...แจม”  “ข้าวมันไก่”   ที่ชวนแฟนเพลงโยกย้าย ส่ายเอว กระจายความมันส์เต็มพื้นที่  ตามด้วยเพลงย้อนความทรงจำซุปเปอร์ฮิต “คนแรก” “โทรหากันหน่อย”  “หนึ่งนาทีของเราไม่เท่ากัน” ที่ชวนกันซึ้งถ้วนหน้า  จากนั้นกระชากอารมณ์ด้วยเพลงสนุกๆ  “ดีมากเลย”  และ โชว์สุดเท่ห์กับลีลาตีกลองทิมพานีของเจมส์ ในเพลง “ฉันไม่ยอม”  ที่รัวความมันส์ใส่คนดูไม่ยั้ง  ต่อเนื่องความโจ๊ะ โป๊งชึ่ง ด้วย ลูกทุ่ง 3 ช่า  “ชับ..ชับ..ชับ”  กับทัพหางเครื่องสุดอลังการ  ออกมาวาดลีลาแดนซ์สะบัดแน่นเวที เปิดตัว แขกรับเชิญกลุ่มแรก โมเม-อ้อน ลัคนา-นุ๊ก สุทธิดา ชอบกระดุ๊ก ชอบกระดิ๊ก อยู่อย่างนั้น โหมด โมเมพาเพลิน ถอนสายบัวเลย และจู่โจมความเร้าใจต่อเนื่องด้วยแขกรับเชิญ 3 สาว หน้าละอ่อน ที่หยิบเพลงประจำตัว ท่าประทับใจยอดฮิต มาสนองแฟนเพลงเต็มเหนี่ยว ไม่ว่าจะเป็น “กระดุ๊ก กระดิ๊ก”  ของโมเม นภัสสร  “อ้อนไว้”  ของอ้อน ลัคนา  และ  “ถอนสายบัว”   ของนุ๊ก สุทธิดา  ก่อนจะรวมพลังฟีเจอริ่งกัน  ในเพลง  “UFO”  เรียกว่าร่อนความน่ารัก สดใส ได้เจ๋งไม่แพ้วันวานเลยทีเดียว ต่อด้วย  คลอรัสสุดซ่าส์  “โจอี้ บาซู”  ที่มาเป็นแขกรับเชิญคลอรัสให้เจมส์  ในเพลง “STAR”  “ด้วยไอรัก”  จากนั้น เจมส์ขอโชว์เดี่ยวซีนอบอุ่น  “ตะเกียงหัวใจ” โจอี้ บาซู ร่วมคอรัส ในเพลง ด้วยไอรัก บอยสเก๊าท์ พร้อมแล้วครับ ก่อนจะส่งต่อให้ แขกรับเชิญ 3 หนุ่ม “บอยสเก๊าท์” โจ – ต๊ะ - ดิ๊บ  ที่คงความกวน  มาดเก๋า  มาเขย่าความสนุกรับเสียงกรี๊ด ด้วยเพลง  “ปอด ปอด”  “คิขุอาโนเนะ”  “ขอคืน”  และส่งต่อเวทีคืนให้เจมส์มาโซโล่เพลงอกหักรักคุด อย่าง “ไร้ตัวตน”  “คนโง่ ๆ”  “คนมันรัก”  จบด้วยซีนซาบซึ้ง  “ทุกวินาที”  ที่กางแขนปล่อยความรัก ส่งพลังความอบอุ่นให้กับแฟนเพลงทุกคนได้อินกันทั้งฮอลล์  และปิดท้ายด้วยพลังเฮือกสุดท้ายที่ขาแดนซ์ต้องพับเก้าอี้  ลุกขึ้นมาเหวี่ยงแบบนันสต๊อป  “อกหักมารักกับผม”  “เดลิเวอรี่”  “เทศกาลคนเจ็บอก”  “ข้าวมันไก่”  และแถมท้ายด้วยเซอร์ไพรส์สุดประทับใจจากเจมส์ ในเพลง “ไม่อาจเปลี่ยนใจ” ที่ทั้งซึ้ง และ อิน กระแทกใจแฟนเพลง จนน้ำตาซึม  เรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ประทับใจแฟนเพลงให้หลงรัก  จนไม่อาจเปลี่ยนใจ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด
สายการบิน /  เครื่องบิน / 

อุบัติเหตุเครื่องบินแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะมีผู้รอดชีวิตมากน้อยแค่ไหน ก็ล้วนสะเทือนขวัญผู้คนไม่น้อย และทุกครั้งที่มีผู้รอดชีวิต ก็มักจะถามไถ่กันเสมอว่า นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด นั่งตรงไหน รอดมาได้อย่างไร หากต้องเผชิญกับอุบัติภัยต่างๆ นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด “นั่งตรงไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น” หลายๆ ความเห็นอาจจะคิดเช่นนี้ หรือไม่ก็ “แล้วแต่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดตรงไหน” นี่ก็พิจารณาตามสถานการณ์ นิตยสารป็อบปูลา มาแคนนิกส์ (The Popular Mechanics) เคยวิจัยโดยการวิเคราะห์ทางสถิติไว้ว่า ที่นั่งบนเครื่องบิน... นั่งด้านท้ายปลอดภัยกว่า จากการศึกษาสถิติจากอุบัติเหตุต่างๆ ของสารพัดสายการบินที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาได้นำข้อมูลอุบัติเหตุ 20 ครั้ง พร้อมทั้งแผนผังที่นั่งของผู้โดยสารมาวิเคราะห์ โดยแบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน สรุปได้ว่า ยิ่งอยู่ห่างจากหัวเครื่องบินเท่าใด ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น โดยสถิติผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินส่วนใหญ่ 40% มีที่นั่งบริเวณหางเครื่องบิน   นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ? ........................................................................................ วิเคราะห์ได้ดังนี้ อุบัติเหตุ 11 ใน 20 ครั้ง ผู้โดยสารที่นั่งแถวท้ายๆ ส่วนใหญ่ปลอดภัย หรือประสบเหตุเบากว่า โดยใน 7 กรณีของกลุ่มนี้ผู้โดยสารที่ปลอดภัยนั่งอยู่ในแถวท้ายๆ อีกทั้งได้ยกตัวอย่างอุบัติเหตุในปี 2525 กับสายการบินฟลอริดา (Air Florida) ที่เกิดขึ้นในวอชิงตันดีซี และปี 2515 กับอีสเทิร์น 727 (Eastern 727) ที่ท่าอากาศยานเคนนาดี ในนิวยอร์ก ซึ่งผู้โดยสารของทั้ง 2 กรณีที่รอดชีวิตล้วนนั่งอยู่บริเวณหางของเครื่องบิน อีกทั้งยังมีกรณี ดีซี-8 ของสายการบินยูไนเต็ด (United DC-8) เกิดน้ำมันหมดกลางอากาศใกล้กับพอร์ตแลนด์ ในปี 2519 มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ทั้งหมดล้วนนั่งอยู่ใน 4 แถวแรก นอกจากนี้ มีอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งเท่านั้นที่ผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าประสบเหตุเบากว่า เพราะเหตุเกิดที่บริเวณปีก ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 5 เกิดระหว่างปี 2531-2535 อย่างอุบัติเหตุในปี 2532 ที่ไอโอวากับสายการบินยูไนเต็ด มีผู้โดยสารรอดชีวิต 175 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ห้องผู้โดยสารส่วนหน้าปีกและส่วนหัว และอีก 3 ครั้งที่ทั้งผู้นั่งส่วนหัวและท้ายเครื่องมีโอกาสรอดชีวิตพอๆ กัน ส่วนผู้ที่นั่งบริเวณหัวลำปลอดภัยนั้น มีเพียง 1 กรณีเท่านั้น ในปี 2532 เครื่องโบอิง 737-400 ของสายการบินยูเอสแอร์ (USAir) เกิดอุบัติเหตุบนทางวิ่ง (รันเวย์) มีผู้โดยสารเสียชีวิตเพียง 2 รายคือ ผู้ที่นั่งในแถวที่ 21 และ 25 ........................................................................................ เมื่อคำณวนตามอัตราการรอดชีวิตแล้ว สรุปว่า ผู้ที่นั่งเคบินท้ายมีอัตราการรอดชีวิตถึง 69% หากเกิดอุบัติเหตุ และไล่ขึ้นมาในเคบินส่วนปีกโอกาสรอด 56% เสมอกับเคบินส่วนหน้าปีก **** เคบินที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำสุดคือเคบินแรก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ โดยมีอัตราการรอดชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุเพียง 49% ........................................................................................ ประเมินภาพรวมแล้ว อัตราการรอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนของเครื่องก็ตาม เมื่อแน่ใจว่ารัดเข็มขัดแน่นแล้ว ก็ทำใจให้สบาย ตั้งใจฟังลูกเรือแนะนำกรณีฉุกเฉินต่างๆ และประคองสติให้มั่นขณะเกิดเหตุ อุบัติเหตุเมื่อปี 2531 กับเครื่องบินโบอิง 737 ที่สหรัฐอเมริกา มีผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่อยู่ส่วนเคบินแรก ซึ่งนับเป็นอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งที่ผู้โดยสารส่วนหน้ารอดชีวิต จากกลุ่มตัวอย่างมา 20 กรณี (ภาพ : AP/Wide World Photos)   ภาพจากป็อบปูลา มาแคนนิกส์ที่แบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน เมื่อวิเคราะห์ตามสถิติ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สีเขียว-ห้องผู้โดยสารส่วนท้าย (Rear Cabin) คือส่วนที่มีโอกาสรอดถึง 69%, สีเหลืองประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือห้องผู้โดยสารที่บริเวณปีกและหน้าปีก มีอัตรการรอดชีวิต 56% และส่วนสีแดง-ห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ (First/Bussiness Class) มีโอกาสรอดชีวิต 49% (และยิ่งอยู่แถวหน้าโอกาสรอดต่ำลงไปอีก) ...............................................................  นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ที่มา : ผู้จัดการ สิ่งที่ควรรู้เมื่ออยู่บนเครื่องบิน

ใบเตย พลาดท่า ถูก ป๊อปปี้ 3.2.1 เหวี่ยงใส่ไม่ยั้ง
ทรีทูวัน /  ป๊อปปี้ 3.2.1 / 

ไปไม่ถูกทีเดียว เมื่อสาวสุดฮอตอย่าง ใบเตย อาร์สยาม ต้องพลาดท่าถูกศิลปินสาวรุ่นน้องอย่าง ป๊อปปี้ วง “ทรี ทู วัน 3.2.1” มาท้าดวลความเฮี้ยวเปรี้ยวจี๊ดซะแล้ว หลังถูกรับเชิญให้ข้ามค่ายไปร่วมฟีทเจอริ่ง ในเพลง “รักต้องเปิด (แน่นอก)” ของ วง “ทรี ทู วัน 3.2.1” จากค่าย กามิกาเซ่ เพลงมันส์ๆ เอาใจหนุ่มแรงงานให้กระชุ่มกระชวย ก่อนไปตะลุยต่อถ่ายมิวสิควิดีโอสุดร้อนฉ่า    วันนี้กองเอ็มวียกกองถ่ายไปยังโกดัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านราษฎร์บูรณะ แม้แดดจะร้อนมากมายแต่คงจะสู้ความร้อนแรงของสาวสุดฮอตในยุคนี้อย่าง “ใบเตย อาร์สยาม” ไม่ได้ เพราะวันนี้สาวใบเตยมาในชุดนุ่งสั้นเสมอหูจัดเต็มสุดๆ สมฉายาใหม่ “ไม่สั้นเสมอหู อย่าเรียกหนูใบเตย” พร้อมด้วยหางเครื่องชายนะย่ะที่ขนกันมาเต็มคันรถ แต่รถเดินสายใบเตยต้องเบรกเอี๊ยดด..เกือบชนกลางสี่แยกกับคณะรถบัสเดินทางของศิลปินวง ทรี.ทู.วัน พร้อมกลุ่มแดนเซอร์ขาโจ๋ ซึ่งด้วยความเก๋าของทั้งสองฝ่าย ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมหลีกทางให้ใคร จึงเปิดศึกความมันส์ระดมเต้นใส่กันไม่มียั้ง!!! สาว “ป๊อปปี้ ทรี.ทู.วัน” เจ้าของฉายาสุดเปรี้ยว!!! “สาวแรงทรงสะบึ้ม พลังเสียงกระหึ่มโลก” พลิกบทบาท...เหวี่ยงใส่สาวรุ่นพี่ “ใบเตย อาร์สยาม” อย่างไม่มีเกรงใจ พร้อมออกโรงสู้!!! เต้นใส่ลีลาเด็ดดวงพลิ้วและแข็งแรง ทำคะแนนนำ “ใบเตย” ก่อน!!! ทำสาวแรงนุ่งสั้น “ใบเตย” ยอมไม่ได้!!! จัดเต็มให้เห็นลีลาการเต้นยิ่งกว่า ด้วยท่าสกัดดาวยั่ว, เช็กเรต ติ้ง, รกอก ฯลฯ รวมกัน ท่ามกลางแดดร้อนระอุ ทำเอาทั้ง ป๊อปปี้-ใบเตย ต่างเพลียแดดเพลียลม เต้นเสร็จเลยถามหายาดมกันยกใหญ่ .. โถนึกว่าจะแน่ .. ศึกประชันความมันส์นี้จะลงเอยอย่างไร อย่าพลาด!!! มิวสิกวิดีโอเพลง “รักต้องเปิด (แน่นอก) 3.2.1 กามิกาเซ่ feat. ใบเตย อาร์สยาม” ทั่วประเทศวันนี้ และติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.ilovekamikaze.com ดูกันรึยัง MV รักต้องเปิด (แน่นอก) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ปุ้ม ลูกสายัณห์ โต้ อยากดัง
คนดังนั่งเคลียร์ /  ปุ้ม / 

คนดังนั่งเคลียร์ เปิดหมดเปลือก “ปุ้ม” ลูกสายัณห์ สัญญา โต้! อยากดัง พร้อมบวชแทนพระคุณพ่อ (O/A 21 ก.ย.) คนดังนั่งเคลียร์ ปุ้ม ลูกสายัณห์ ฮือฮาและเป็นที่จับตามองของทุกสื่อ เมื่อในงานศพของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “สายัณห์ สัญญา” มีหนุ่มนามว่า “ปุ้ม-อนุสรณ์ มุสิกะสินธุ์” ซึ่งระบุว่าเป็นลูกอีกคนของสายัณห์ ได้เดินทางมาที่งานด้วย ซึ่ง “ปุ้ม” ได้ชี้แจงทุกอย่าง และเปิดใจถึงความรักระหว่างพ่อกับลูกแบบหมดเปลือกในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางช่อง “สตาร์แม็กซ์” แซ่บทั้งช่อง พอมีคนรู้ว่าเป็นลูกสายันห์ คำถามแรกที่เจอ ? “คำถามแรกที่ผมเจอคือเป็นลูกชายของพ่อจริงหรือเปล่า ผมใช้นามสกุลของพ่อเองครับ เพราะว่ายังไม่เคยได้ขออนุญาตพ่อในการใช้นามสกุล คุณพ่อก็ไม่ได้รับจดทะเบียนเป็นพ่อตั้งแต่ตอนแรก” กี่ปี แม่ถึงมีสามีใหม่ ? “แม่เลี้ยงผมมา 10 หรือ 20 ปีถึงมีพ่อเลี้ยง ตอนนั้นผมใช้นามสกุลแม่” ตอนนี้ยังอยู่กับพ่อเลี้ยงไหม ? “ไม่ครับ แม่กับพ่อเลี้ยงแยกทางกันนานมากแล้ว และก็ได้ข่าวว่าพ่อเลี้ยงเสียแล้ว” ทำไมนักร้องลูกทุ่งสมัยก่อนถึงกลัวเรตติ้งตก เปิดเผยไม่ได้ว่ามีลูก มีเมีย ? “ผมคิดว่าอาจจะเป็นที่สมัยก่อน ที่เวลาเราชื่นชอบศิลปินดารา เราก็อยากให้ศิลปินดาราคนนั้นมีผลงานต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้ามีครอบครัวก็อาจจะไม่ค่อยมีเวลามาทำงานให้ได้เห็นกัน เพราะว่าต้องคอยดูแลครอบครัว” แม่เป็นรักครั้งแรกของพ่อ ? “อันนี้ไม่แน่ใจนะครับ คุณแม่เป็นหางเครื่องอยู่ในวงพ่อครับ ถามว่าคุณแม่สวยไหม ตามที่ฟังคนอื่นเขาพูดมา เห็นเขาเรียกคุณแม่ว่าเป็นนางกวักประจำวง อาจจะเป็นที่คุณแม่เขาวางตัวเรียบร้อยเวลาอยู่ในวง แม่เล่าให้ฟังสมันก่อนหางเครื่องเขาจะมีท่าที่เด้งไปเด้งมา แม่ก็จะไม่ค่อยทำ(ยิ้ม)” รู้สึกไหมว่าพ่อเป็นคนเจ้าชู้ ? “ผมว่าด้วนความเป็นคนมีชื่อเสียง ก็อาจจะมีผู้หญิงเข้ามาดูดคุยเยอะแยะตามปกติ” มีคนมองว่าออกมาตอนนี้ เหมือนสร้างเรตติ้ง ? “โดยปกติผมทำงานอยู่ในสายวงการบันเทิงอบยู่แล้วครับ อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากแต่ว่าก็พอมีคนรู้จักอยู่บ้าง ผมไม่ได้หวังว่าจะมาเอาเรตติ้ง หรือว่าทำให้ตัวเองมีชื่อเสียงจากการตายของพ่อ สิ่งที่ผมทำก็คือผมแค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าผมจะทำอะไร อย่างที่บอกว่าไม่อยากให้ไปขุดคุ้ยประวัติพ่อ เรื่อเก่าๆจริงๆ มันก็ไม่ได้มีเรื่ออะไรเสียหาย แต่ไม่อยากให้วิญญาณพ่อไม่สงบ ก็เลยต้องบอกผู้สื่อข่าวให้รู้ก่อน แล้วก็บอกทุกคนให้เคลียร์ไปในตัวเองว่าเราเป็นใคร ทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้” คำสอนคำเดียว และคำสุดท้ายก่อนพ่อจากไป ? “พ่อบอกว่าให้เป็นคนดี ลำทำดีกับคนรอบข้าง” รู้สึกพ่อเป็นฮีโร่ ? “พ่อเป็นคนที่ทรนง เขาเป็นคนไม่ง้อคน ผมก็ชื่นชอบพ่อในจุดนี้” ติดตามบทสัมภาษณ์เต็มๆ การเปิดใจอย่างหมดเปลือกได้ในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” วันเสาร์ที่ 21 กันยายน ทางช่อง “สตาร์แม็กซ์” แซ่บทั้งช่อง เวลา 07.00/10.00/16.00/20.00/23.00น. ________________________________________ Link ที่เกี่ยวข้องกับ สายัณห์ สัญญา สายัณห์ สัญญา 5 เพลงฮิต มหานิยม สายัณห์ สัญญา  สายัณห์ ขายใจ ใครจะซื้อ..... นี่คือท่อนหนึ่งของเพลง "สายัณห์ขายใจ" ของนักร้องลูกทุ่งเสียงแหบเสน่ห์ สายัณห์ สัญญา ที่เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อ สายัณห์ สัญญา ครวญเพลง ไก่จ๋า กับ เสก โลโซ เพราะไปอีกแบบ เมื่อเพลง ไก่จ๋า ของนักร้องลูกทุ่งผู้ล่วงลับ สายัณห์ สัญญา ถูกนำมามิกซ์ดนตรีใหม่ ด้วยการนำเสียงต้นฉบับของ พี่เป้า และ เวอร์ชั่น Cover โดยพี่เสก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com