หางเครื่อง

ภรรยาสายัณห์แถลงเล็งตั้งมูลนิธิ-เผา19ธ.ค.
ข่าวสายัณห์ สัญญา /  งานศพสายัณห์ สัญญา / 

ผจก.-ภรรยา แถลง สวด "สายัณห์" ถึง 30 ก.ย. เผา 19 ธ.ค. วัดป่าเลไลยก์ เล็งตั้งมูลนิธิ สายัณห์ ให้ทนายดูแลเงินบริจาค ขอบคุณ "เสก โลโซ" ทำอัลบั้มให้ นายมานิตย์ อังกินันทน์ ผู้จัดการส่วนตัว และ นางวรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยาและลูกๆ ของ "พี่เป้า" สายัณห์ สัญญา แถลงข่าวเปิดเผยว่า จะมีการตั้งสวดพระอภิธรรมศพ พี่เป้า สายัณห์ ที่วัดไร่ขิง ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน และตั้งศพ 100 วัน ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายศพไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี ในวันที่ 10 ธันวาคม และทำการฌาปนกิจ ในวันที่ 19 ธันวาคม พร้อมกับแต่งตั้ง นายปรัชญา ก้อนจันทร์ ทนายความ เพื่อมาดูแลในเรื่องของเงินบริจาคและทรัพย์สินอื่นๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสขึ้น ส่วนในเรื่องการจัดทำแสตมป์ของพี่เป้า สายัณห์ นั้น เบื้องต้นได้มีการรวบรวมรูปภาพของพี่เป้า ให้กับกรมไปรษณีย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับขอบคุณเสก โลโซ และเพื่อนๆ ที่ได้มีการจัดทำอัลบั้มพิเศษให้กับพี่เป้า สายัณห์ และจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้อีกครั้ง ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ที่โรงเบียร์เยอรมัน ตะวันแดง เลียบด่วนรามอินทรา และเผยว่า จะมีการจัดตั้งมูลนิธิ สายัณห์ สัญญา ขึ้นด้วย แต่รายละเอียดอื่นๆ นั้น ยังอยู่ในระหว่างการพูดคุยตกลงกัน และในส่วนของการสวดพระอภิธรรม ในค่ำนี้เวลา 19.00 น. จะมีวงดนตรี หางเครื่อวงสายัณห์ สัญญา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ก่อนที่จะมีการแสดงโชว์วงดนตรีย้อนยุคแบบสายัณห์ สัญญา ในคอนเสิร์ตค่ำนี้ เรียกว่าเป็นการรวมนักดนตรี หางเครื่อง และทีมงานกว่า 100 ชีวิต เพื่อมาร่วมไว้อาลัยให้กับ พี่เป้า สายัณห์ เป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางวรรณพร ภรรยาและลูกๆ ของ พี่เป้า สายัณห์ รวมถึงคนใกล้ชิดและมิตรรักแฟนเพลง ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุ 100 รูป เพื่อเป็นการทำบุญครบรอบ 7 วัน ของการเสียชีวิตของพี่เป้า สายัณห์ ด้วย

ทีเซอร์ หางเครื่อง
ทีเซอร์ /  หางเครื่อง

ทีเซอร์ หางเครื่อง เร็วๆนี้ ออกอากาศทางช่อง7สี ผลิตโดย กันตนา

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม
คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม

คณะดนตรีร่วมสมัยฯคณะมะขามป้อม ตั้ม (กลาง)- ร้องนำ เป่าคาซู่ ตีเปอร์ เขย่าแทมบูรีน เชคไข่ หางเครื่อง เตอร์(ขวา) - กีต้าร์ เบส พูดด้วย เงียบด้วย และร้องนำ ปาร์ค (ซ้าย) - ตีกลอง พูดด้วย โวยวาย และร้องด้วย มะขามป้อมเริ่มมาจากการแจมกันในกลุ่มพี่น้องศิลปินในโปรเจกต์ของตั้ม โดยตอนนั้นเตอร์กับปาร์คที่อยู่วงเดียวกัน และตั้ม ก็ต่างมีวงต่างแนวกันอยู่แล้ว แต่ได้มาร่วมแจมกันเมื่อเตอร์มาเล่นดนตรีใกล้บ้านตั้มและสะดวกมาดูสำหรับปาร์ค โดยเริ่มจากการตามไปดู เพราะน้อง, เพื่อน พึ่งย้ายมาเล่นใกล้ๆ โดยแรกสุดเริ่มจากปาร์ค ที่จะมาพร้อมกับมุขตลกๆ ตามด้วยตั้ม ที่มาพร้อมกับท่าเต้นหลุดโลกที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ จนพอเล่นกันบ่อยเข้า จึงตัดสินใจฟอร์มวงและใช้ชื่อมะขามป้อมแต่นั้นมา โดยปาร์คเป็นคนตั้งชื่อนี้ หลังจากก่อตั้งวง มะขามป้อมนำพาความกล้าบ้าบิ่นแหวกแนววงทั่วไป ขึ้นเหนือล่องใต้ ทั้งร้านทั้งปาร์ตี้ ทั้งฟรีทั้งได้ตังค์ ต่อมาวงรู้สึกว่าน่าจะเอาความบ้าตรงนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการลงประกวดดนตรี ประกอบกับช่วงนั้นมีการประกวด Wall's Cornetto โคน ค้น คน ในงาน Fat Festival พอดี จึงตัดสินใจประเดิมลงประกวดงานแรก และพวกเขาก็ตอกย้ำว่าคิดไม่ผิดด้วยการคว้าแชมป์มาครองในที่สุด

เบื้องหลังกองละครหางเครื่อง ปรัชญ์ - อ๋อง แต่งชุดหางเครื่อง
เบื้องหลัง /  กองละคร / 

คันปาก - วันนี้คันปากมีภาพเบื้องหลังของนักแสดงหางเครื่องในแต่งตัวมาฝาก บรรยากาศจะเป็นอย่างไรไปชม...

รักเว้ยเฮ้ย /  วีเจอิ๊งค์ ชญานุช / 

นับว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มนักร้องขัวญใจวัยรุ่นอย่าง “สิงโต นำโชค” หนุ่มที่มีเสียงนุ่มละมุน กับเครื่องดนตรีคู่กายเป็นอูคุเลเล่ และด้วยความฮ๊อตแถมโดนใจวัยรุ่นแนวๆ ยุคนี้ “เปิ้ล นาคร” จึงขอจีบหนุ่มสิงโต มาช่วยแต่งเนื้อร้อง และขับร้องคู่กันให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ แถมยังตั้งชื่อเพลงว่า รักเว้ยเฮ้ย! ชื่อเดียวกับหนังอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ เปิ้ล นาคร ยังขอควงทั้ง สตาร์บัค สาระแน, วีเจอิ๊งค์ ชญานุช และสิงโต นำโชค มาร่วมเล่นมิวสิกวิดีโออย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งบรรยากาศเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ เปิ้ล นาคร  เปิ้ล นาคร เล่าอย่างสนุกสนานว่า “สนุกสนานมากครับ บรรยากาศเป็นแบบงานวัดที่มีร้านค้า ร้านยิงปืน ปาโป่ง ก็เป็นอารมณ์แบบเดินไปร้านไหนก็ขอเข้าไปเล่นและถ่ายเอ็มวีเลย อย่างร้านหอยทอดก็โชว์ลีลาทำอาหาร สตาร์บัค กับอิ๊งค์ก็ยืนมองตาปริบๆ หรือจะบนเวทีนักร้องหางเครื่องที่กำลังร้องอยู่เต้นกันอยู่ ก็เดินขึ้นไปเต้นบนเวทีกับเขาหน้าตาเฉยเลยเว้ยเฮ้ย (หัวเราะ) แต่ดูเหมือนสตาร์บัคจะสนุกมากเต้นไม่หยุดอยู่คนเดียวเลยนะ ต้องติดตามชมกันครับกับเอ็มวีเพลงประกอบภาพยนตร์รักเว้ยเฮ้ย และอยากบอกว่าเราโชคดีมากครับที่ได้นักร้องขวัญใจวัยรุ่น สิงโต นำโชค มาร้องเพลงและยังมาร่วมเล่นเอ็มวีกับพวกเราด้วยครับ”   สิงโต นำโชค ก็ไม่รู้ว่าเปิ้ล นาคร ไปจีบด้วยวิธีและลีลาอย่างไรกันนักร้องหนุ่ม สิงโต นำโชค ถึงยอมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ รักเว้ยเฮ้ย! ในครั้งนี้ แต่ที่แน่ๆ ทั้งร่วมแต่งเพลง ทั้งร่วมร้องเพลง และร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ แบบทุ่มสุดตัวกันไปเลย “ตอนแรกพี่เปิ้ลเขามาเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับวิธีจีบสาวหลายๆแบบ และผู้หญิงแต่ละคนจะมีสเปคที่แตกต่างกันไปทั้งชอบหน้าตาดี หรือบางคนก็ไม่ได้ชอบหน้าตาแต่ชอบที่มี option บางคนก็ชอบต่างชาติ ก็ไม่รู้จะทำยังไงจะต้องเข้าไปจีบผู้หญิงยังไงดี ประมาณนี้ครับ แล้วผมก็เขียนเพลงออกมา ตั้งชื่อเพลงว่า รักเว้ยเฮ้ย ซึ่งเพลงนี้ผมกับพี่เปิ้ลก็ร่วมเขียนเนื้อร้อง และร้องเพลงร่วมกันอีกด้วย ฝากติดตามผลงานเพลงและเอ็มวีประกอบภาพยนตร์ รักเว้ยเฮ้ย! กันด้วยนะครับ” จากซ้าย สตาร์บัค สาระแน, สิงโต นำโชค, เปิ้ล นาคร, วีเจอิ๊งค์ ชญานุช

ณัฐวุฒิ-เนาวรัตน์ ร่ายกลอนแลกหมัดปมนโยบายรัฐบาล
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ /  เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ณัฐวุฒิ-เนาวรัตน์ ร่ายกลอนแลกหมัดปมนโยบายรัฐบาล ซัดทุกเรื่องทำคนไทยเกิดปัญหา ขณะที่อีกฝ่ายบอกทุกเรื่องประชาชนได้ประโยชน์ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในบล็อกoknation.net นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรท์ได้ร่ายกลอนเรื่อง "ร้อน" วิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ที่ทำให้ประเทศชายเกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนำข้าว, ไฟใต้, พ.ร.บ.กู้เงิน 2.2ล้านล้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ รวมไปถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น โดยบทกลอนดังกล่าวมีใจความว่า "ร้อน" @ ร้อนไฟใต้ไหม้ลามที่ด้ามขวาน ร้อนตำนานกร้านศึกจารึกสมัย ร้อนที่ยังไม่ระงับไม่ดับไฟ ร้อนที่รุมสุมไหม้ประชาชน @ ร้อนโกดังข้าวทำจำนำเน่า ร้อนที่ยังสั่งเข้าข้าวปี้ป่น ร้อนที่กินข้าวย้อมข้าวปลอมปน ร้อนกระเป๋ารั่วจนขอดก้นคลัง @ ร้อนตัวเลขเงินกู้บู๊ล้างผลาญ ร้อนเป็นล้านล้านทะลายขายความหวัง ร้อนชาตินี้ใช้หนี้ชาติหน้ายัง ร้อนเรื้อรังอาละวาดถึงชาติโน้น @ ร้อนกฎหมายร้อนร้อนไม่ผ่อนเพลา ร้อนเหมือนเข้าเครื่องบังคับจับเต้นโขน ร้อนปรองดองปองดูน้องปูโดน ร้อนตุ้มเป๊ะเตะกระโถนโดนตะเกียง @ ร้อนอำนาจบาตรใหญ่ใช้บาตรทุ่ม ร้อนเพราะอุ้มจงอางอย่างสุ่มเสี่ยง ร้อนเพราะคอยแต่ฟังคนข้างเคียง ร้อนเพราะไม่ฟังเสียงประชาชน! เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ พฤ. ๒๘/๓/๒๕๕๖ ทั้งนี้เมื่อบทกลอนดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้ฝั่งรัฐบาลโดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เขียนบทกลอนตอบโต้ โดยให้ชื่อว่า"เย็น" เขียนโดย "กวีซีไพร่" ระบุว่า "เย็น" @เย็นจากปลายด้ามขวานงานคืบหน้า เย็นด้วยวงเจรจาหาเหตุผล เย็นด้วยรัฐเคียงข้างประชาชน เย็นน้ำใจดั่งฝนช่วยดับไฟ @เย็นมีจำนำข้าวรายได้เพิ่ม เย็นเงินเติมกระเป๋าตุงทุ่งสดใส เย็นภาษีขยายตัวจากภายใน เย็นลืมตาอ้าปากได้แล้วชาวนา @เย็นลงทุนครั้งใหญ่ใช้สร้างชาติ เย็นความหวังเคยวาดสมปรารถนา เย็นขนส่งทั้งบกน้ำกำลังมา เย็นไม่เสียเวลาตั้งตาคอย @เย็นแก้รัฐธรรมนูญเครื่องหมุนแล้ว เย็นดวงแก้ว′ธิปไตย ไม่เกินสอย เย็นทุกข้อกล่าวหาล้วนหลักลอย เย็นหิ่งห้อยจะส่องแสงด้วยแรงตน @เย็นอำนาจนอกระบบต้องหลบหน้า เย็นหางเครื่องอำมาตยายังสับสน เย็นจับใจเพราะรับใช้ประชาชน เย็นเพราะเดินบนถนนประชาธิปไตย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กวีซีไพร่ วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2556 Mthai News

กุยช่ายร้านเจ๊มล ตลาดน้ำ วัดศาลเจ้า ของอร่อย ย่านปทุมธานี
กุยช่าย /  วัดศาลเจ้า

ไปวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ทีไร เป็นต้องแวะตลาดน้ำวัดศาลเจ้า ที่นี่รวมของอร่อยๆ เยอะมากๆ วันนี้ขอแนะนำ กุยช่ายร้านเจ๊มล ซึ่งต้องบอกว่า กว่าจะได้ทาน ต้องต่อแถวยาวๆ (เทรนด์นี้ มาก่อน กาเร็ตป๊อปคอร์นซะอีก) ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย แถวยาวมากๆ สำหรับร้านกุยช่ายเจ๊มล เปิดมานานมากๆ คนก็เข้าแถวซื้อแบบนี้แหละ สังเกตดูรูป ดารา ออกรายการทีวี หนังสือพิมพ์มาสารพัดจริงๆ ของอร่อยต้องใจเย็นๆ รอกันนิดหนึ่งนะ กุยช่าย มีทั้งทอด ไม่ทอดนะ อันนี้ไม่ได้ทอด อร่อยกันคนแบบ แล้วแต่ใครชอบ กุยช่ายร้านเจ๊มล  อยู่ใกล้กับวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ขายกันมามากว่า 30 ปี แล้ว กุยช่ายแป้งบางๆ มีหลากหลายไส้ เช่น เผือก กุยช่าย มันแก้ว มีทั้งแบบนึงและทอด ใส่ไส้เยอะห่อด้วยแป้งบางๆจนเห็นไส้ข้างใน นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นอีก เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอดหางเครื่อง กุยช่ายปากหม้อ สาคูไส้หมู ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขายหน้าร้านแล้วยังมีบริการส่งถึงบ้านและรับจัดนอกสถานที่อีกด้วยนะ แผนที่ร้าน กุยช่านเจ๊มล

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องน้อยได้เวลาทำงาน
ทารก /  11เดือน / 

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องน้อยได้เวลาทำงาน

เพลงฮิต ละครดัง เพลงประกอบละคร
ฟังเพลงออนไลน์ /  เพลงประกอบละคร / 

หลากหลาย เพลงประกอบละคร สุดฮิต รวบรวมมาให้ได้ฟังกับต่อเนื่อง ที่สถานี เพลงฮิตละครดัง รวมเพลงประกอบละคร หลากหลายเรื่อง หลากหลายแนว สามารถแนะนำเพลงให้กำลังใจกันได้ทางอีเมล์ music@mthai.com Playlist สถานี เพลงฮิตละครดัง 1. เธอไม่ต้อง - โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ - รักออกฤทธิ์ 2. รักออกฤทธิ์ - โย่ง อาร์มแชร์ - รักออกฤทธิ์ 3. มีใจก็พอ - กลม อรวี - ครีบนี้หัวใจมีเธอ 4. หนีก็รัก - ชิน ชินวุฒ;วริฎฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร - หนีก็ล่า ซ่าก็รัก 5. อาจเป็นคนนี้ - ดีลิเลียน อัลฟอร์ด (ดี The Star) - เล่ห์นางฟ้า 6. เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่ - Yes'sir Days feat.ฟิล์ม บงกช - อย่าลืมฉัน 7. ยิ่งเกลียดยิ่งรัก - โดม ปกรณ์ ลัม - เสน่หาสัญญาแค้น 8. คนแพ้ที่ไม่มีน้ำตา - เบิร์ด ธงไชย - อย่าลืมฉัน 9. ยิ่งรักยิ่งห่าง - สิงโต นำโชค - CLUB FRIDAY THE SERIES 4 หรือรักแท้จะแพ้ความต่าง 10. ฉันก็รักของฉัน - นิว จิ๋ว - สามีตีตรา 11. ไม่เจ็บอย่างฉันใครจะเข้าใจ - ฟิล์ม บงกช - สามีตีตรา 12. ยกเว้นเรื่องเธอ - แพรว คณิตกุล - คิวบิก 13. ผู้หญิงในเงา - เอมี่ กลิ่นประทุม - แหม่มจ๋า 14. ที่สุดท้าย - เจนนิเฟอร์ คิ้ม - สุสานคนเป็น 15. คมพยาบาท - รังสิมา มีพันธุ์ - คมพยาบาท 16. กรุณาฟังให้จบ - เติ้ล ธนพล - หางเครื่อง 17. มามะ มาเลย - แคทรียา อิงลิช - สาวน้อยคาเฟ่ 18. IG หลายใจ - เรยา ไวยาวัจกร - สัญญาเมื่อสายัณห์ 19. Your Garden - ตู่ ภพธร - ในสวนขวัญ 20. หรือเพียงแค่เหงา - มาร์กี้ ราศรี - ในสวนขวัญ

จัดประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลดปัญหา นักเรียนตีกัน
การแก้ปัญหานักเรียนตีกัน /  นักเรียนตีกัน / 

ภาพประกอบจาก http://www.obt-bangsaotong.go.thไม่เีกี่ยวข้องกับข่าว สืบเนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทกันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา วันนี้ (23 มิ.ย.) พรรคเพื่อไทยจึงจัดแถลงข่าว ประกวดโครงการ "มนต์เพลงลูกทุ่ง" โดยมี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 "ครูเป็ด" หรือนายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร คอมเมนเตเตอร์ประจำรายการเอเอฟ อคาเดมี แฟนตาเซีย และ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ ดาราสาวชื่อดัง และมีหางเครื่องจากนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แชมป์จากรายการชิงช้าสวรรค์ ประกอบการแถลงข่าว นายพลภูมิกล่าวว่า   เชื่อว่าเมื่อเด็กมีกิจกรรมร่วมกัน มีการสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะช่วยลดปัญหาทะเลาะวิวาทลงได้มาก สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ  ภายใน 1 ทีมประกอบด้วย นักร้อง 1 คน หางเครื่อง 6-12 คนคละโรงเรียนกันได้ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน-20 กรกฎาคม 2555 เกณฑ์ในการตัดสินจะพิจารณาทั้งการร้องเพลง การเต้นของหางเครื่อง แต่ไม่เน้นเรื่องการแต่งกาย เพื่อไม่ให้เกิดความสิ้นเปลืองแก่ผู้เข้าแข่งขัน ส่วนการแข่งขันแบ่งเป็นรอบรองชนะเลิศ วันที่ 18 สิงหาคม และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยรางวัลที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 5 หมื่นบาท พร้อมถ้วยรางวัลจาก รมว.ศึกษาธิการ และรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 3 หมื่นบาท พร้อมถ้วยจากสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยมีโครงการจัดอบรม "สายลับ 2 ล้อ" ให้แก่วินมอร์เตอร์ไซค์ 2 แสนคันทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ประสงค์เข้าอบรมจะต้องขึ้นทะเบียนชื่อผู้ขับขี่ วินที่ประจำ การสแกนลายนิ้วมือ การตรวจสอบประวัติก่อนเข้าอบรม และเมื่อผ่านแล้วก็จะได้รับเสื้อวินในโครงการ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากวินสายลับนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอาศัยเป็นช่องทางในการปราบปรามและลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ได้ ขณะนี้จัดทำโครงการนำร่องที่เขตมีนบุรี โดยการประสานงานกับ บก.น.3 จัดอบรมสายลับ 2 ล้อไปแล้วจำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 1 พันคน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ
นกน้อย อุไรพร /  หมอลำเสียงอิสาน

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ ถ้าพูดถึงคณะหมอลำที่มีชื่อเสียงในภาคอีสาน หลายคนก็คงนึกถึงวงดนตรีเสียงอิสาน ของ “แม่นกน้อย อุไรพร” (ฉิมหลวง) เพราะวงเสียงอิสานนั้น ถือได้ว่าเป็นวงดนตรีหมอลำที่มีการแสดงที่อลังการ หางเครื่องพร้อม ทีมงานที่อัดแน่นมาเต็มวงเกือบ 500 ชีวิต สร้างความสนุกสนานแก่บรรดาแฟนๆ ทางภาคอีสานได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน คณะเสียงอิสาน ที่มีหัวเรืออย่างแม่นกน้อยนั้น เคยมีงานรุมไม่ขาดสาย ซึ่งถ้าใครจะติดต่อให้ทำการแสดงต้องจองล่วงหน้าถึง 2 ปีเลยทีเดียว โดยช่วงที่วงดนตรียืนอยู่จุดสูงสุดนั้น เคยรับงานสูงถึงปีละ 240 งาน นับได้ว่ารายได้นั้นไม่ต่ำกว่าหลัก 50 ล้านบาท แต่เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ใครจะเชื่อว่า วงดนตรีชื่อดังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ถึงคิดจะยุบวงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง หนักที่สุดก็เห็นจะปี 2553 ที่ผ่านมา วงเสียงอิสานต้องพบเจอกับปัญหาหลายๆ ด้าน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และความไม่สงบของสถานการณ์บ้านเมือง เทปผีซีดีเถื่อน เป็นเหตุทำงานที่เคยจ้างล่วงหน้าไว้ต้องยกเลิกไปกว่า 40 งาน และลดลงเรื่อยๆ จนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ด้วยสมาชิกภายในวงเกือบ 500 ชีวิต ที่ต้องเลี้ยงดู หรือแม้กระทั่งค่าน้ำมันรถในวงที่ต้องเติมในแต่ละเดือนอีกเกือบ 5 ล้านบาท แม่นกน้อยต้องรับภาระในส่วนนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน ยิ่งพอนานเข้างานก็น้อยลงไม่พอเลี้ยงปากท้องให้ลูกวง จึงจำเป็นต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างบ้านและที่ดินเกือบ 50 ไร่ เอาไปจำนองให้กับธนาคาร 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาทำทุนต่อ แต่เมื่อรายได้ที่เข้ามามันก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่าย ส่งผลทำให้แม่นกน้อยเริ่มมีหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ได้มีกระแสข่าวออกมาว่า แม่นกน้อย อุไรพร เจ้าของวงดนตรีเสียงอิสานชื่อดัง ถึงกับเครียดจะยุบวง และได้หนีไปบวชชีพร้อมกับได้ลอยแพลูกน้องกว่า 500 ชีวิต และเมื่อมีกระแสดังกล่าวออกมาเช่นนี้ เจ้าตัวพร้อมกับสามี “พ่อใหญ่หลอด มัยกิจ ฉิมหลวง” จึงได้เดินทางมาออกรายการเจาะใจ ที่จะออกอากาศในคืนวันที่ 21 กรกฎาคม ทาง ททบ.5 นี้ หลังจากที่เจ้าตัวได้ไปบวชชีมา พร้อมกับชี้แจงเรื่องราวกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แม่นกน้อย : “เราเกิดมาเป็นลูกชาวนาไม่มีพ่อ เป็นกำพร้า และก็ลำบาก เห็นความลำบากของแม่เรา สงสารแม่ที่ต้องเอาข้าวไปแลกหัวมัน แลกปลาร้าให้ลูกกิน หาบกระบุงอยู่ในทุ่งนา เก็บรวงข้าวที่มันขาด มันร่วงอยู่ในทุ่งนา และชีวิตที่เราเห็นนี่คือชีวิตของแม่ เราเลยอยากจะอยากมีฐานะที่ดีกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝันของเด็ก คือ จะบอกว่าเราฝันว่าเราอยากได้ดี อยากรวยมันก็ไม่ใช่นะ แต่ความหมายคือในความรู้สึก อยากเป็นศิลปิน ชอบร้องเพลง เปิดฟังเพลงตามวิทยุทรานซิสเตอร์ ซึ่งแม่เราก็ชอบพาไปประกวดหลายๆ เวที ไม่ค่อยชนะหรอก ส่วนใหญ่ได้ที่ 2 ที่ 3” “แม่เขาเสียงดี ช่วยต่อเพลงให้ตลอด แม่เอาพลังมาใส่ให้ลูกหมด ที่ได้ดีทุกวันนี้น่าจะได้ดีเพราะปากของแม่ แม่เราชอบพูดแบบว่าหนูเสียงดีมาก หนูเก่ง หนูต้องทำได้ หนูต้องๆๆ….จนเราร้องไห้” เส้นทางสู่การเป็นนักร้องหมอลำ ครั้งแรกในวงดนตรีเพชรพิณทอง แม่นกน้อย : “ตอนนั้นวงเพชรพิณทองรับสมัครนักร้องคนมาสมัครเยอะ เราก็ไป เจ้าของวงก็พูดขึ้นว่า “เฮ้ย อีดำๆ นี่มึงมาอะไร” แล้วเราก็มีลังกระดาษมีมุ้ง มีผ้าถุง มีเสื้อผ้าเก่าๆ คือ จัดไปหมด แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรับหรือเปล่า ท่านถามแล้วก็มองขำๆ “ลังใครน่ะ” แม่ของเราก็บอกว่าของเขานี่แหละพาลูกมาสมัคร เจ้าของวงเขาก็ถามต่อว่า“ไหนล่ะลูกเธอ” แม่ก็ชี้มาที่เรา “แล้วมึงนึกยังไงถึงได้ขนเสื้อผ้ามา..กูจะรับมึงไหม มึงมั่นใจยังไง แล้วมึงจะไปพักไหน” แม่เราก็ตอบไปว่า “ไม่มี ไม่รู้จักใครเลย ท่านก็เลยพูดคำๆหนึ่ง “พวกมึงน่ะ…มาพาอีนี้ไปพักด้วย” แล้วก็ให้ร้องเพลงให้ฟัง เสียงโดนมือพิณของวง ท่านบอกว่าให้รับไว้ เพราะดูแล้วอนาคตน่าจะไปได้ไกล” เริ่มก้าวออกมาทำวงดนตรีเอง แต่เริ่มจากวงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งสมัยก่อนคนดูยังไม่ยอมรับ แม่นกน้อย : “จากนั้นก็มาเป็นนกน้อย เสียงอิสาน ต่อมาเราก็มาทำเป็นวงลูกทุ่ง ตอนปี 2519 ทำ 3 ปี ก็มีปัญหา คนดูไม่ยอมรับเพราะสู้หมอลำไม่ได้ หมอลำเล่นถึงสว่าง แต่ลูกทุ่งเล่นแค่สองยามก็เลิก เมื่อก่อนอิสานถนนยังเป็นดินแดงลูกรัง ชาวบ้านเขามากันไกลมาดูทีก็ต้องสว่าง พฤติกรรมของคนคือมาดูกันถึงเช้า วงลูกทุ่งเลิกแค่ 2 ยามเลยไม่มีใครอยากมาดู ครั้งที่สองก็เลยปรับเป็นวงหมอลำ ฝึกร้องหมอลำ” “แต่พอปรับเป็นหมอลำแล้วถึงงานเยอะ แต่มีปัญหาอยู่ ตรงที่นักดนตรีส่วนมากไม่ยอมรับหัวหน้าวงที่เป็นผู้หญิง นักดนตรีก็เลยพากันออกหมด ไม่ยอมทำงาน เราก็คุยกับเขาแต่คุยกันไม่รู้เรื่องนักดนตรียังไงก็ไม่ยอมเล่น บนเวทีก็จะมีแต่แคนแล้วก็ร้องไป มีทีมหมอลำรำไปกับแคนมันก็เล่นได้ สักพักหมอลำจะขอขึ้นค่าตัวอีก แล้วก็ปัญหาส่วนตัวของลูกวงกันเองเยอะมาก ก็คุยกันกว่าจะเข้าใจกัน กว่าจะยอมรับกันก็นานทีเดียว” ยุคนั้นมีคู่แข่งเยอะถือคติต้องเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม แม่นกน้อย:“พอหันมาทำวงหมอลำหางเครื่องอย่างต่ำต้อง 8-10 คน เราก็ปรับครั้งแรกก็เพิ่มเลยเป็น 24 คน ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดแล้ว เพราะปกติถ้าเป็นวงลูกทุ่งสูงสุดไม่เกิน 18-20 คน ส่วนเรื่องชุดโป๊ หมอลำเขาก็เริ่มทำจะฮือฮามากคณะไหนกล้าใส่แค่กางเกงขาสั้นโชว์ เราก็เลยไปเดินซื้อแค่กางเกงใน บีกินี่ ที่กรุงเทพฯ มาให้หางเครื่องใส่ บอกกับลูกวงว่าถ้าคณะไหนใส่ขาสั้นพวกมึงต้องใส่บิกีนี่ เพราะอะไร..เพราะเราไปดูโชว์และเอาโชว์มาให้พวกมันดู คือมันต้องพัฒนา เราตามไม่ได้ต้องเป็นผู้นำ สุดท้ายไปแข่งกันที่หนองบัวละเว้ กับดาวบ้านดอน ตอนนั้นดาวบ้านดอนเขาฮอต มึงใส่ขาสั้น กูใส่ชุดสูทไอ้ที่บางๆ สีเนื้อ แล้วไม่ใส่กางเกงใน มันต้องแข่งกัน” “นอกจากจะแข่งกันในเรื่องของหางเครื่องยังมีการแข่งกันรูปแบบอื่นเยอะมาก บางคณะก็ใช้วิธีแกล้งกัน บางครั้งเรากำลังแสดงอยู่ เขามาตัดเครื่องปั่นไฟหรือสายไฟ บางทีก็มีการเสกคุณไสยใส่กันก็มี อย่างวงเราก็เคยโดน มีลูกน้องร้องเพลง อยู่ดีๆ เลือดออกปาก” บอกปี 2526 ถือว่าวงเสียงอิสานประสบความสำเร็จสูงสุด พ่อหลอด : “ตอนปี 2526 ดังสุดๆ คนจะพูดถึงทั้งทีม หางเครื่องเยอะ นับไม่ไหว อย่างตอนปี 26 อยู่ที่ประมาณ 50 คน ปี 2530 ผมเริ่ม 100 ขึ้นเลย คนก็เลยพูดถึง เจ้าภาพคนไหนอยากให้เสียงอิสานไปเล่น ต้องจองกันข้ามปีเวลาการแสดงในแต่ละครั้งต้องใช้ทีมงานในวงกว่า เกือบ 500 คน ในชีวิตของพวกผม เราไม่มีทายาท ไม่เคยนอนโรงแรม ไม่เคยกินอยู่ปกติสองคนส่วนตัว ลูกกินอะไรเรากินด้วย ลูกนอนไหนเรานอนด้วย ตั้งแต่ทำวงมาไม่เคยว่าพอพักวงแล้วไปนอนโรงแรมนะ ไม่มี แล้วกฎเหล็กของผมนั่นก็คือการพนัน ดื่มเหล้า แล้วก็ชู้สาวผิดตักเตือนครั้งแรก ผิดครั้งที่2ภาคทัณฑ์ ผิดครั้งที่3ก็คือออกไป ยิ่งลูกคนไหนเป็นผู้หญิงยิ่งต้องดูแล ต้องให้ความรักมากกว่าพ่อกว่าแม่เขาด้วย แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยี ปัญหามาก็เยอะ อยู่มุมไหนก็โทรศัพท์ โกหกกันได้ ยุคนั้นใครทำผิดต้องเฆี่ยน เรายังยึดคติเรื่องรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี บางครั้งตีลูกจนไข้ขึ้น” แม่นกน้อย : “อย่างบางคืนเราแสดงอยู่บนเวที แล้วมันมีจอหนังกลางแปลงฉายอยู่ข้างๆ เวที ลูกมันขอไปเข้าห้องน้ำ ไปแล้วไปนั่งสุมหัวกันดูหนัง เราก็แต่งชุดหมอลำลงจากเวทีได้ไม้เรียวเดินไปไล่ลูกมาจากจอหนัง สห. เห็นก็วิ่งตามนึกว่าคนตีกัน ที่แท้เราตีลูกวงของเราเอง” จากที่เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็เริ่มเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ แม่นกน้อย : “มันมาตั้งแต่ปี 36 เริ่มมาเรื่อยๆ งานมันก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังรับได้ แต่มา2-3ปีหลังมานี้ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของภัยธรรมชาติ ทั้งเรื่องของการจัดระเบียบสังคม ที่ห้ามคนออกมาตอนกลางคืนแล้วคนที่ไหนจะมาดู ไหนจะเรื่องเทปผีซีดีเถื่อน หลายๆ อย่างรวมกัน ที่แย่สุดๆ เมื่อปีที่แล้วเจ้าภาพโทร.มายกเลิก 40 กว่างาน ก็เลยยิ่งเครียด คิดไม่ออกเลยว่าฤดูการแสดงนี้จะมีงานเข้ามาไหม ถ้าไม่มีหรือมีน้อยจะเอาเงินที่ไหนดูแลลูกๆ เพราะไม่มีการแสดงเขาก็ต้องอยู่กินกับเรา ถามว่าขาดทุนไหมขาดทุนแน่นอน จนมันเริ่มเข้าเนื้อ ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้” “จากปีนึงมีงาน 240 งานต่อปี ใครจะจ้างต้องจองข้ามสองปีสามปี แต่ปีที่ผ่านมางานลดลง ประมาณ 70เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการออกทัวร์การแสดงแต่ละเดือนก็จะมีค่าน้ำมันตกเดือนละ 4-5 ล้านบาท ค่าทำชุด ค่ากินค่าอยู่แต่เราก็ยังต้องลงทุนเพิ่มอีก 10 ล้าน เพราะต้องเอามาทำเวที ทำไฟ ทำรถ เพราะการแสดงมันต้องมีพัฒนา คนดูจะได้ไม่เบื่อ อีกอย่างตอนที่ลงทุนก็ไม่ได้คิดว่าจะมีการยกเลิกคิวไปตั้ง 40 คิว ที่นี้เงินที่คิดว่าจะได้มาจ่ายหนี้ก็ไม่มี” ที่ไปบวชชีเพราะแก้บนให้มีงานแต่ไม่ได้หนีปัญหา แม่นกน้อย: “ที่ไปบวชไม่ใช่เพราะเจอปัญหา มันไม่ใช่ทั้งหมด ไปบนไว้ว่าถ้าปีนี้สถานการณ์ดีขึ้น ก็จะบวชแก้บน พอช่วงตอนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาก็มีคนโทร.มาจองคิว แสดงว่าบนแล้วได้ผลก็เลยตัดสินใจบวช อีกอย่างอยู่ในช่วงพักวงจะได้พักผ่อนให้จิตใจสงบ” บอกกระแสขยุบวงมาจากความคลาดเคลื่อนของข่าว ยังไงก็จะขอลองสู้อีก 5 ปี แม่นกน้อย : “ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะยุบวงนั้นมันมาจากการที่มีผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ ซึ่งเขาตัดคำว่า...จะลองสู้อีกตั้งออก ข่าวมันก็เลยกระพือไป แต่ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่ว่าถ้ามันไม่ดีขึ้นก็จะยุบจริงๆ เราเคยลองโหวตเสียงของแฟนเพลงแฟนคลับอยู่หน้าเวทีว่าจะให้เราทำวงต่อไหมแทบจะทุกเวที แต่เสียงตอบรับคือพวกเขาไม่ยอม ยิ่งมีข่าวว่า เสียงอิสานจะยุบ มีคนโทร.มาร้องไห้ มาเยี่ยมถึงบ้านเอาของมาฝาก น่ารักมาก เขาอยากให้เราทำต่อ เพราะไม่มีอีกแล้วที่จะหาวงหมอลำที่ใหญ่ขนาดนี้ มันกลายเป็นวัฒนธรรมที่หาดูที่ไหนไม่ได้” “ด้วยความที่เป็นวงใหญ่คนเยอะ และปัญหาใหญ่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจ ถ้าจะให้ตัดค่าใช้จ่ายบางส่วนออก เช่นคนหรือความอลังการบนเวทีเรื่องนี้เราก็เคยคุยกันแต่ไม่รู้จะตัดอะไร เพราะถ้าพูดถึงเสียงอิสาน มันหมายถึงความยิ่งใหญ่ ความอลังการ เลยตัดไม่ได้สักอย่าง แต่ถ้าในอนาคตถ้าหากต้องมีการยุบวงจริงๆ เราก็จะพยายามให้ลูกๆ ยืนด้วยตัวเอง มีดันเด็กใหม่ขึ้นมา เริ่มปล่อยตั้งแต่ปีที่แล้ว พ่อจะคอยดูแล แม่จะอยู่เบื้องหลังตลอด แต่แม่ว่าถ้ายังไม่ถึงนาทีที่จะต้องปิดตำนาน นกน้อย อุไรพร ก็ยังคงเป็นโชว์ต่อไป แต่ระหว่างนี้ลูกทีมทุกคนก็พูดเสียงเดียวกันว่าอย่ายุบเลย” “ยังไงปีหน้าถ้าสถานการณ์มันไม่ดีขึ้นเราก็จะประชุมกับลูกวงว่าจะหยุดหรือสู้ต่ออีกสักตั้ง แต่ลูกๆ ก็บอกว่าจะไม่ไปไหน ไม่หนี คำว่าสักตั้งมันอาจจะปีเดียว หรือ 5 ปีก็ได้ ขนาดเราสัญญากับพ่อเมื่อ 9 ปีที่แล้วว่าทำอีกปีเดียวจะเลิก เรายังโกงเลย เพราะมันอยู่ในสายเลือดเรา นี่คือความสุขของเราที่ได้เห็นแฟนเพลงได้ออกหน้าเวที แล้วอยู่ๆ จะให้ไปทำไร่ไถนาเราทำไม่เป็น” พ่อหลอด : “ชีวิตของเราไม่มีลูก อสังหาริมทรัพย์เราก็สร้างมา ถ้าแม่เขาอยากได้ผมพร้อม ผมจะทุ่มให้ทั้งหมด มันก็สุดแค่นี้สองคนผัวเมีย ถามว่าเงินสดเรามีไหม ไม่มีนะ ถ้าต้องเอาบ้านหลังนี้เข้าแบงค์สัก50ล้าน แล้วเอาเงินให้แม่ก็ทำไป ผมก็ยอม ผมเคยนะครับ ปีที่เรายุบครั้งแรก ครั้งสองมาครั้งที่สาม ขอโทษนะคือตระกูลของคุณนก ผมเอามาหมดเลย ไร่นาสวนบ้านเอามาเข้าแบงค์ ตระกูลผมเอามาหมดเลย ผมจะทุ่มเงินไปกับชุด เวที เครื่องเสียง สุดท้ายถ้าผมพลาด สองตระกูลถือกะลาขอทานได้เลย หมดตัวทั้งสองตระกูลแน่นอนผมบ้าถึงขนาดนั่นนะครับ” ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000089050 และคลิปจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

Thestar 7 ม่วน แซ่บ ถึงใจ ในโจทย์เพลงลูกทุ่ง
The Star 7 /  กวาง / 

Thestar 7 ม่วน แซ่บ ถึงใจ ในโจทย์เพลงลูกทุ่งม่วน แซ่บ ซึ้ง ตรึงใจคนไทยทั่วประเทศ สำหรับ "The Star 7" กับ "โจทย์เพลงลูกทุ่ง" ที่แต่ละคนทั้ง "ตูมตาม" หมายเลข1 "กวาง" หมายเลข3 "ซิลวี่" หมายเลข4 "แอมป์" หมายเลข5 "นท" หมายเลข 6 และ "เนส" หมายเลข 8 ต่างงัดไม้เด็ดมาโชว์ ท่ามกลางผู้ชมที่มากันอย่างหนาแน่น ณ มูนสตาร์ สตูดิโอ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้ทั้ง 6 คน ต่างก็รับพวงมาลัยเงินสดกันไปจนล้นคอ!!! ด้านคนดังรับเชิญที่มาให้มุมมองกับผู้เข้าแข่งขันในสัปดาห์นี้คือลูกทุ่งสาวเชพบ๊ะ "ฮาย" อาภาพร นครสวรรค์ เริ่มต้นประเดิมเวทีด้วย "ซิลวี่" ที่โชว์ลีลามันส์ๆ ใน "แม่ดอกนีออนบานค่ำ" พร้อมหางเครื่องครบเซ็ต หลังจากจัดเพลงช้ามาหลายสัปดาห์ ต่อด้วย "แอมป์" ในเพลง "เธอคือดวงใจ" ที่ซาบซึ้งจนทำเอาคุณพ่อที่มาเชียร์น้ำตาซึม ก่อนที่ "นท" จะออกมาร่ายลีลาเซิ้งเฉพาะตัวในเพลง "ผู้ชายในฝัน" ต่อจากนั้น "เนส" ขอจัดท่าโจ๊ะๆ อีกครั้งกับเพลง "ปูไข่ไก่หลง" ต่อด้วย "ตูมตาม" จะมาโชว์ลูกคอ-น้ำเสียงสุดอลังในเพลง "หยาดเหงื่อเพื่อแม่" ปิดท้ายด้วยลีลาโดนๆ เต้นกระจายจาก "กวาง" ซึ่งงานนี้ต้องบอกว่าแต่ละคนได้รับคำชมจากพี่ๆ ทั้งสาม "ม้า-เพชร-โจ้" ไปอย่างสูสีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม คะแนนร้อยเสียงในห้องส่งที่คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนทั้งหมด ปรากฏว่าเป็น "ตูมตาม" โกยคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ที่ 35 คะแนน ต่อด้วย "แอมป์" 24 คะแนน ส่วน "นท" คว้าไป 16 คะแนน ตามมาด้วย "เนส" 11 คะแนน "ซิลวี่" 10 คะแนน ด้าน "กวาง" รั้งท้ายที่ 4 คะแนน และแน่นอนว่า คะแนนนี้ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ร่วมโหวตให้คนที่คุณเชียร์ไปต่อ โดย SMS เครื่องหมาย * ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าแข่งขันแล้วส่งมาที่ 4242899 หรือกด*4930 ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าแข่งขัน แล้วโทรออก ปิดรับคะแนนโหวตวันนี้ (27 มี.ค.) เวลา 18.00 น. The Star 7 ดุประวัติ 8คน สุดท้าย The Star ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 7 คลิกที่ชื่อได้เลยครับตูมตาม The Star 7 | จูเนียร์ The Star 7 | กวาง The Star 7 | ซิลวี่ The Star 7แอมป์ The Star 7 | นท The Star 7 | แอปเปิ้ล The Star 7 | เนส The Star 7 ตามติดชีวิตของ 8 คนสุดท้าย The Star ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 7 ทาง the Star Daily ได้สองช่องทาง ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ทาง ACTS Channel 20.00-21.00 น. (Rerun 23.00น. และ 07.00น.) และชมถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตเวลา 21.30 - 23.30 น. ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ที่มาจาก : thestar.gmember.com

ละครเวที ลำซิ่งซิงเกอร์ เต๋อ-แพนเค้ก-โอปอล์
GTH /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

ครั้งแรกของ GTH?กับ ละครเวที ลำซิ่งซิงเกอร์ ที่จะทำให้คุณ ?ขำกลิ้ง? และ ?แดนซ์กระจาย? ขบวน ?ความสุข??สนุก ?สุดซิ่ง??กำลังจะ ?วิ่ง? มาหา นำขบวนความสนุกโดย ?เต๋อ-ฉันทวิชช์ / แพนเค้ก-เขมนิจ / โอปอล์-ปณิสรา?? กำกับการแสดงโดย มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ? เปิดการแสดง 21 ธันวาคม 2555 ถึง กลางเดือนมกราคม 2556 ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์? ค่ายหนังอารมณ์ดี?? ?จีทีเอช???? เปิดโปรเจ็คพิเศษ?? ต้อนรับปลายปี??? เตรียมทำละครเวทีเรื่องแรก ?ลำซิ่งซิงเกอร์? ได้นางเอกสุดฮอตของวงการ ?แพนเค้ก - เขมนิจ จามิกรณ์? มาประชันบทบาทกับพระเอก 300 ล้าน ?เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี?? ร่วมด้วย ?โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ?? มาร่วมเรียกเสียงฮา สนุก สุดมันส์รับปลายปีนี้ และเพราะเป็นละครเวทีเรื่องแรก GTH จึงทุ่มทุนสร้างทั้งกำลังคนและระยะเวลาในการฝึกซ้อม เพื่อจะพาผู้ชมไปพบกับละครเวทีที่นำเอาอารมณ์ขันมาผสมผสานกับความมันส์ของดนตรี ลำซิ่ง? เปิดจำหน่ายบัตรวันแรก วันที่ 22 ตุลาคม เป็นต้นไป ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ บัตรราคา 500 1,000 1,500 1,800 2,300 2,500 บาท? เรื่องย่อ?ละครเวที?ลำซิ่งซิงเกอร์ ย้อนกลับไปสู่ปี พ.ศ.2538 ในยุคที่โซเชียลเน็ตเวิร์กยังไม่แพร่หลาย ICQ ถือว่าเป็นของใหม่ ทาทา ยัง ยังเป็นอีหนูมหัศจรรย์และโด่งดังสุดๆ กับบทเพลงโอ๊ะ..โอ๊ย และรบกวนมารักกัน โลกดนตรียังเป็นฟรีคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยมแบบสุดๆ .... ??????????? แววตา (แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์) สาวบ้านนาแห่งหมู่บ้านนกกระจิบ ผู้มีทั้งพรสวรรค์และความใฝ่ฝันอย่างแรงกล้าที่จะเป็นนักร้องหมอลำ เพียงแต่?ความฝันของเธอดันสวนทางกับความต้องการของผู้เป็นแม่ เพราะมารวย (นันทิดา แก้วบัวสาย) ดันเกลียดอาชีพนักร้องแบบเข้าไส้!! แววตาตัดสินใจทิ้งบ้านเกิด โกหกแม่ว่ามาทำงานเป็นสาวออฟฟิศอยู่ในกรุงเทพฯ แต่แท้จริงแล้ว เธอโมดิฟายด์ตัวเองใหม่จนกลายเป็น ?มีแวว แก้วอีสาน? นักร้องสาวชื่อดัง ประจำคณะลำซิ่ง เดอะ กลาส ออฟ ภูธร ที่มีเฮียเขี้ยว (ตู้-ดิเรก อมาตยกุล) เป็นหัวหน้าคณะ และพี่สาวคนสนิทเป็น เจ๊แกร่ง (ซันนี่ ยูโฟร์) กระเทยร่างใหญ่ใจแมน ??????????? ...แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อคณะลำซิ่งที่เธอสังกัดอยู่ดันมีคิวต้องมาเปิดการแสดงที่หมู่บ้านนกกระจิบ อันเป็นบ้านเกิดของเธอ ซึ่งงานนี้ นอกจากแม่แล้ว เธอยังต้องรับมือกับน้อยหน่า(โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ) คู่ปรับเก่าตั้งแต่วัยเด็ก แน่งน้อย (สาวิตรี สามิภักดิ์) แม่ของน้อยหน่าผู้เป็นคู่แข่งกับแม่เธอตั้งแต่สมัยยังสาว รวมถึง เจ๊ฮั้ว (ปุ๊กกี้-ปวีณ์นุช แพ่งนคร) เจ้าของร้านชำจอมสอดรู้สอดเห็น และที่สำคัญก็คือ ปลัดขิก (เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ปลัดหนุ่มหน้ามนคนซื่อ เพื่อนชายคนสนิทที่แอบชอบเธอมาตั้งแต่ ป.1 ดันจำมีแววได้ตั้งแต่แรกเห็น !!! ??????????? มีแววจะเอาตัวรอดกับเรื่องนี้อย่างไร?? ความลับของมีแววจะเก็บงำต่อไปได้หรือไม่? ??????????? แล้วทำไม? แม่ของเธอถึงได้จงเกลียดจงชังอาชีพหมอลำซิ่งนี้นักหนา ??????????? พบกับละครเวทีที่มาพร้อมเสียงฮาและฉากเต้นสุดซิ่ง ที่จะชวนให้คุณลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาออกลีลาไปพร้อมกับทุกชีวิตบนเวที! ??????????? ? ลำซิ่งซิงเกอร์ ? ??????????? ขบวนความสุข สนุกสุดซิ่ง กำลังจะวิ่งมาหา... เปิดการแสดง 20 ธันวาคม 2555 ถึงกลางเดือนมกราคม 2556 ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ คาแรคเตอร์นักแสดง ใน?ละครเวที?ลำซิ่งซิงเกอร์ มีแวว ????????????? ชื่อเดิมคือแววตา เด็กสาวบ้านนาจากหมู่บ้านนกกระจิบ ด้วยแก้วเสียงที่หวานใสไม่แพ้ใบหน้า และใจรักในบทเพลงหมอลำซิ่ง ทำให้เธอทิ้งบ้านเกิดมาเป็นนักร้องหมอลำอยู่ในกรุงเทพฯ จนได้ฉายา ??มีแวว แก้วอีสาน? ผู้มีผลงานโด่งดังและคิวโชว์ตัวไปทั่วประเทศ CAST: แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์? ปลัดขิก? ????????? ปลัดหนุ่มไฟแรง ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับหมู่บ้านทุ่งนกกระจิบให้มีความเจริญทัดเทียมนานาอารยจังหวัด? แม้ภายนอกจะดูเฉิ่มเชย แต่ภายใต้แว่นสายตากรอบหนาเนิร์ดคือความหล่อแบบละลายใจสาว แต่หญิงเดียวที่เขาหมายปองคือ ?แววตา? เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่?? ประถม 1 !!! CAST: เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี? น้อยหน่า? ??????? ลูกสาววัยทีนของแน่งน้อย เตี้ย อ้วน ล่ำ ดำ ป้อม จอมแอ๊บแบ๊ว เพราะคิดว่าตัวเองสวยที่สุดในหมู่บ้าน? เกิดมาเพื่ออิจฉาแต่ไม่มีพิษไม่มีภัย มีความใฝ่ฝันสูงสุดที่จะได้ปลัดขิกมาทำผัวและเจอทาทา ยังตัวจริง CAST: โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ? ? ฝั่งหมู่บ้านทุ่งนกกระจิบ 3 สตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งสหกรณ์หมู่บ้านทุ่งนกกระจิบ มารวย?? ?????????? หญิงม่ายผัวตาย? เลยกลายเป็นซิงเกิ้ลมัมที่เลี้ยงลูก 2 คนคือมีแวว และสมหวังมาเพียงลำพัง รักและตามใจลูกทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวที่รับไม่ได้คือเรื่องที่ลูกสาวจะกลายเป็นนักร้องหมอลำ! CAST: นันทิดา แก้วบัวสาย แน่งน้อย? ????? คู่แข่งผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับมารวยมาตั้งแต่ยังสาว เพราะในอดีตเคยหลงรักชายหนุ่มคนเดียวกัน แถมในปัจจุบัน เธอยังพยายามผลักดันน้อยหน่า ลูกสาวคนเดียวให้เป็นดาวเด่นประจำหมู่บ้านแข่งกับแววตา ลูกสาวมารวยอีกตะหาก CAST: สาวิตรี สามิภักดิ์? เจ๊ฮั้ว? ????????????? สาวทึนทึกเจ้าของร้านชำ ผู้คลั่งหมอลำเข้าไส้และชอบสอดรู้สอดเห็นเป็นชีวิตจิตใจ CAST: ปุ๊กกี้-ปวีณ์นุช แพ่งนคร ฝั่งรถทัวร์ลำซิ่ง เฮียเขี้ยว????? ? หัวหน้าคณะลำซิ่งเหลี่ยมจัด ผู้ทั้งเห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ? บ้าอำนาจ ชอบบงการคนอื่น ชอบวางท่าใหญ่ แต่จริงๆ แล้วใจปลาซิว? CAST: ตู้-ดิเรก อมาตยกุล? เจ๊แกร่ง????????? ? กระเทยร่างใหญ่ใจแมน? รับหน้าที่ทำทุกอย่างตั้งแต่ชุนชุดหางเครื่อง ยันขับรถทัวร์พาคณะไปตระเวณแสดงตามที่ต่างๆ? เป็นเสมือนเสาหลักและที่รักของทุกคนในวง เพราะเป็นคนเดียวที่สามารถออกโรงงัดข้อกับเฮียเขี้ยวได้ CAST: ซันนี่ ยูโฟร์

งานเปิดตัว /  ถนอม สามโทน / 

สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ บาแรมยู ร่วมกับภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง” จัดงานรอบปฐมทัศน์ด้วยการโชว์มินิคอนเสิร์ตรำลึกบทเพลงอมตะของ “ราชินีลูกทุ่ง-พุ่มพวง ดวงจันทร์” ด้วยน้ำเสียงสุดไพเราะจากนางเอกดาวรุ่งมาแรง เปาวลี พรพิมล ร่วมด้วยนักแสดงนำคุณภาพอย่าง ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ, บุญโทน คนหนุ่ม, ถนอม สามโทน และผู้กำกับภาพยนตร์ บัณฑิต ทองดี ณ ลานอินฟินิซิตี้ ชั้น 5 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา คนเยอะ คนแยะ แฟนคลับพี่ป๋อ น้องเปา มีจัดแสดงของที่ทำให้นึกถึง พุ่มพวง ดวงจันทร์ อุปกรณ์ ชุดหางเครื่อง เวทีงาน ดูพรีเซนต์ที่เปิดในงานครับ หลายความเห็นที่พูดถึง พุ่มพวง ดวงจันทร์ บรรยากาศงานชวนให้หวนรำลึกถึงนักร้องสาวในดวงใจ “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศ ก่อนเริ่มงานด้วยการโชว์แสดงมินิคอนเสิร์ต เปิดเวทีด้วยบทเพลง นักร้องบ้านนอก, ผู้ชายในฝัน, กระแซะเข้ามาสิ และโลกของผึ้ง จัดเต็มทั้งหมด 4 เพลงรวดเป็นครั้งแรก ที่ยังไม่เคยโชว์เต็มขนาดนี้บนเวทีแห่งไหนมาก่อน จากน้ำเสียงคุณภาพอันไพเราะของ น้องเปา-เปาวลี พรพิมล ร่วมด้วยบรรดาแดนเซอร์ครบเซ็ทที่ออกมาวาดลวดลาย และโชว์ลีลาอย่างสวยงามสุดอลังการทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว ไหว้ บอกแม่ผึ้งกันก่อน มินิคอนเสิร์ตย่อยๆ เปิดตัวด้วยเพลง นักร้องบ้านนอก สลับกับเพลงไวๆ สนุกๆ ร้องไปสี่เพลงนะ แต่ตอนดูหนัง เพลงจะเยอะกว่านี้อีก จากนั้นร่วมพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อ พุ่มพวง ดวงจันทร์ และการนำเรื่องราวชีวประวัติที่น่ายกย่องและเชิดชู มาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง จากเหล่านักแสดงนำที่นำทีมด้วยพระเอกหล่อเจ้าเสน่ห์ ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ, บุญโทน คนหนุ่ม, ถนอม สามโทน และผู้กำกับภาพยนตร์ บัณฑิต ทองดี พร้อมทั้งเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์แสดงพลังรักและศรัทธา แด่ราชินีลูกทุ่ง หนึ่งเดียวของไทย ในวันที่ 21 กรกฏาคมนี้ที่โรงภาพยนตร์ น้อเปา เข้าไปเปลี่ยนชุด พี่ป๋อ ออกมาต่อ จากซ้าย ผู้กำกับภาพยนตร์ บัณฑิต ทองดี, ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ, บุญโทน คนหนุ่ม และ ถนอม สามโทน ปิดท้ายด้วยการได้รับเกียรติจากเหล่าผู้บริหาร บ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บ.โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล, บ.ไทยประกันชีวิต, ธ.ออมสิน, โรงภาพยนตร์ พารากอนซีนีเพล็กซ์, ทีมงานภาพยนตร์ทั้งโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ นักแสดง, ครอบครัวของพุ่มพวง ดวงจันทร์ รวมถึงคุณไกรสร แสงอนันต์, ครูมนต์ เมืองเหนือ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก ก่อนที่แฟน(คลับ)ของป๋อ-ณัฐวุฒิ จะแห่มาร่วมกันแสดงความยินดีมอบช่อดอกไม้ ด้านน้องเปา-เปาวลี ถึงจะเป็นนางเอกหน้าใหม่ แต่บรรดาแฟนคลับมากันล้นงานเช่นกันมอบช่อดอกไม้ ส่งเสียงกรี๊ดร่วมยินดีในงานรอบปฐมทัศน์ครั้งนี้ “พุ่มพวง” ภาพยนตร์แห่ง น้ำตาหยดแรก บทเพลงแห่งแรก และความรักครั้งแรก ร่วมสร้างแรงบันดาลใจและการกลับมาของราชินีลูกทุ่งผู้โด่งดัง พร้อมสร้างความประทับใจ 21 กรกฎาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ --------------------------------- น้องเปา - เปาวลี พรพิมล ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ  และ น้องเปา - เปาวลี พรพิมล น้องเปา - เปาวลี พรพิมล

บทสัมภาษณ์
ของราชินีลูกทุ่ง /  น้องเปา / 

บทสัมภาษณ์ “เปาวลี พรพิมล” ผู้ถ่ายทอดภาพชีวิตของราชินีลูกทุ่ง โดยรับบทเป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ในภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง” ผลงานการแสดงครั้งแรกในชีวิต แนะนำตัวหน่อยจ้า สวัสดีค่ะ เปา-เปาวลี พรพิมล  รับบทเป็น พุ่มพวง ดวงจันทร์ ในเรื่อง พุ่มพวง ค่ะ เล่าประวัติของเปาคร่าวๆ สักหน่อย เปาก็เริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เพลงที่ได้ยินตั้งแต่เด็กก็จะเป็นเพลงของแม่ผึ้ง (พุ่มพวง ดวงจันทร์)ทั้งนั้น  เพราะที่บ้านชอบเพลงลูกทุ่ง และเป็นแฟนเพลงของแม่ผึ้งด้วย  พ่อกับแม่เริ่มส่งเปาเข้าประกวด ตอนอายุประมาณ 9 ขวบ ไม่ว่าจะเป็นงานวัด งานอำเภอ งานประจำปี งานแต่ล่ะจังหวัดก็ไปมาหมดเลยค่ะ และเวทีใหญ่ๆ ที่เข้ามาประกวดในกรุงเทพจะเป็นชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นเวทีแรกเลยก็ได้ชนะเลิศรอบสัปดาห์ค่ะ แล้วก็เริ่มประกวดร้องเพลงตามรายการทีวีบ้าง อย่างรายการชิงช้าสวรรค์  แล้วก็รายการชุมทางเสียงทอง ล่าสุดก็ประกวดของรายการคว้าไมค์คว้าแชมป์ ช่องแฟนทีวี ได้แชมป์ออฟเดอะเยียร์ แล้วตอนนี้เปาก็กำลังเตรียมตัวทำเพลงเป็นนักร้องของค่ายแกรมมี่โกลด์อยู่ด้วยค่ะ ต้องผ่านการคัดเลือกจากหลายร้อยคนทั้งแคสติ้งและร้องเพลง ตอนที่ไปแคสติ้งครั้งแรกเปาเพิ่งเซ็นสัญญากับค่ายแกรมมี่โกลด์ไปไม่กี่อาทิตย์เองค่ะ  ทางค่ายก็บอกให้เปาไปลองแคสติ้งภาพยนตร์เรื่องพุ่มพวง  ได้ไม่ได้ไม่เป็นไรแต่อยากให้ไปลองดูก่อน ตอนไปแคสติ้งครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นมากๆ เพราะว่ายังไม่รู้จักใครเลย และก็ไม่มีพื้นฐานทางด้านการแสดงด้วย แล้วทางทีมงานก็ขอให้ร้องเพลง 4 เพลง และก็ลองให้แสดงบทที่ทีมงานให้มาประมาณ 3 หน้า ยากมากเพราะต้องจำบทได้ทีเดียว 3 หน้า แต่เปาก็ทำเต็มที่ค่ะ แล้วน้องเปาโชว์เพลงอะไรไปบ้าง ก็มีเพลงนักร้องบ้านนอก เพลงกระแซะ เพลงตั๊กแตนผูกโบว์ และก็เพลงโลกของผึ้งค่ะ ความรู้สึกเมื่อรู้ว่าเป็นสาวน้อยผู้โชคดีถูกเลือกให้มารับบทเป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ตอนที่รู้ข่าวว่าได้แสดงเรื่องนี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างมากที่ได้รับบทเป็น แม่ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์  เพราะว่าแม่ผึ้งถือว่าเป็นราชินีลูกทุ่งที่ใครๆ ก็รู้จัก เป็นต้นฉบับและต้นแบบของนักร้องลูกทุ่งในรุ่นต่อๆ มาอีกด้วย ตั้งแต่เล็กจนโตเปาก็คุ้นเคยกับเสียงเพลงของแม่ผึ้งมาโดยตลอด  รวมถึงชีวิตของแม่ผึ้งกว่าจะก้าวมาเป็นราชินีลูกทุ่งได้นั้น ต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรมามากมาย กว่าจะโด่งดังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้กจักจนถึงทุกวันนี้ค่ะ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้แสดงภาพยนตร์ เป็นครั้งแรกและเป็นเรื่องแรกในชีวิตเลยค่ะ มีการเตรียมตัว และเตรียมความพร้อมก่อนถ่ายทำภาพยนตร์อย่างไรบ้าง มีการเตรียมตัวอย่างหนักพอสมควร  เพราะว่าไม่เคยผ่านการแสดงที่ไหนมาก่อนเลย  เปาจึงต้องไปเรียนแอคติ้ง เรียนร้องเพลง และก็เรียนเต้น จะเรียน 3 อย่างในวันเดียวกัน โดยจะเรียนร้องก่อน 1 ชั่วโมง แล้วก็เรียนเต้น 2 ชั่วโมง ต่อด้วยเรียนแอคติ้งการแสดง 3 ชั่วโมง ค่ะ เล่าถึงคาแร็คเตอร์ของ พุ่มพวงหน่อย เป็นเด็กผู้หญิงคนนึงที่มีความมุ่งมั่นทำตามฝันอยากเป็นนักร้องมาก ด้วยฐานะทางบ้านยากจนเธอจึงไม่ได้เรียนหนังสือ ก็จะอ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่มีความมานะอดทน เป็นคนมุ่งมั่นจริงจัง ต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไม่เคยย่อท้อ จนในที่สุดก็ได้กลายเป็นนักร้องราชินีลูกทุ่งที่โด่งดัง ขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศ เล่าเรื่องย่อ พุ่มพวงหน่อยจ้า เรื่องราวของเด็กหญิงน้ำผึ้ง ที่ฝันว่าจะต้องเป็นนักร้องให้ได้ เรียนจบเพียงชั้นป.2 เพราะฐานะทางบ้านยากจนไม่มีเงินส่งเรียน อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่เธอมุ่งมั่นทำตามความฝันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอเองก็ตาม ก่อนตัดสินใจเข้ามาเผชิญโชคชะตากรรมในกรุงเทพ เริ่มเป็นหางเครื่องในวงของไวพจน์ เพชรสุพรรณ และทำให้ได้พบรักกับ ธีระพล นักดนตรีหนุ่ม ทำให้ชีวิตเกิดการพลิกผันจนได้พบกับครูมนต์ เมืองเหนือ ทำให้ความฝันเป็นจริงคือได้เป็นนักร้อง ซึ่งชีวิตก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่หวังไว้ ยังต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มากมาย ต้องเสียน้ำตา ต้องเสียคนรัก แถมยังป่วยเป็นโรคร้ายอีก แต่ด้วยความที่เป็นคนสู้ชีวิต ไม่เคยย่อท้อ ในที่สุดก็ได้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดัง นอกจากจะได้ชมฝีมือการแสดงของน้องเปาแล้ว ยังได้ฟังน้ำเสียงร้องเพลงประกอบในภาพยนตร์อีกด้วย นอกจากจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องราวชีวิตของแม่ผึ้งตั้งแต่เด็กจนโตแล้ว ก็ยังเต็มอิ่มกับบทเพลงของแม่ผึ้ง เป็นบทเพลงที่ทุกคนต้องรู้จักและเคยฟังกันมาแล้วทั่วประเทศ ซึ่งเปาเองก็ขอเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดน้ำเสียงในครั้งนี้ค่ะ  มีหลายบทเพลงประมาณ 20 กว่าเพลงได้ เช่นเพลง กระแซะ นักร้องบ้านนอก โลกของผึ้ง ตั๊กแตนผูกโบว์ ผู้ชายในฝัน และอีกหลายๆ เพลงมากมาย ความอลังการเรื่องชุดเสื้อผ้ารวมถึงหน้าผมในแต่ละฉากคอนเสิร์ตเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนอื่นต้องบอกว่าขอยกให้แม่ผึ้งเป็นผู้นำแฟชั่นเลยค่ะ ชุดสมัยนั้นมีทั้งเลกกิ้ง มีทั้งที่คาดผมเป็นโบว์ใหญ่ๆ ปัจจุบันนี้ก็ยังฮิตกันอยู่นะคะ แล้วยิ่งชุดขึ้นคอนเสิร์ตในแต่ละครั้งแต่ละฉากอลังการ และสวยงามมาก ก็ต้องขอบคุณพี่ป็อป สไตลิสต์ ที่ทำชุดในเรื่องพุ่มพวงออกมาได้ไม่ซ้ำกันเลยค่ะ ทำออกมาแล้วเหมือนมากๆ ในเรื่องนี้เปาได้ใส่ชุดไม่ต่ำกว่า 20 ชุดเลยนะคะ นี่ยังไม่รวมชุดหางเครื่องหรือชุดของนักแสดงคนอื่นๆ ส่วนเรื่องหน้าผมเปาก็ชอบมากค่ะ ในแต่ละชุดการแต่งหน้าทำผมก็จะเป็นอีกแบบ วันไหนที่มีฉากคอนเสิร์ตหลายคอนเสิร์ต เปาก็ต้องเปลี่ยนชุดเปลี่ยนหน้าผมทั้งวันเลยค่ะ มีวันหนึ่งเปาเปลี่ยนไปประมาณ 10 ครั้งได้ ส่วนตัวแล้วเปาชอบผมสั้นคิดว่าสักวันเปาจะตัดทรงนี้ให้ได้(ยิ้ม) มีชุดไหนที่ชอบและถูกใจน้องเปามากที่สุด ชุดที่ชอบมากที่สุดจะเป็นชุดลายเสือค่ะ ส่วนตัวเปาชอบสีเหลืองก็เลยถูกใจชุดนี้ ฉากประทับใจในเรื่อง พุ่มพวง เป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก แล้วยังได้รับบทเป็น พุ่มพวง ก็ชอบทุกๆ ฉากและอยากจะจดจำทุกฉากไปตลอดชีวิตเลยค่ะ โดยเฉพาะฉากขึ้นคอนเสิร์ตในแต่ละครั้ง แล้วในเรื่องจะมีช่วงที่แม่ผึ้งเริ่มป่วยไม่สบาย แต่ด้วยความที่รักการร้องเพลง ก็ยังที่จะพยามขึ้นคอนเสิร์ตเพื่อแฟนเพลงของแม่ผึ้ง ยกตัวอย่าง ฉากโลกดนตรี ฉากนี้พุ่มพวงทำงานหนักมากก่อนขึ้นคอนเสิร์ตก็ต้องถ่ายหนังข้างเวที แล้วค่อยขึ้นไปร้องเพลง ทั้งที่ตัวเองก็ไม่สบายแต่ก็ยังสู้จนสุดท้ายตัวเองก็เป็นลม ล้มกลางเวที สำหรับเปาแล้วฉากนี้ค่อนข้างยากเปาจะต้องร้องเพลงไปด้วย ร้องไห้ไปด้วย และต้องเป็นลม หลายเทคอยู่เหมือนกันค่ะ หมดน้ำตาไปหลายรอบมาก แล้วก็ล้มเป็นลมหลายรอบเช่นกันค่ะ ร่วมงานกับพระเอกหล่อมาดเข้ม ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ เป็นอย่างไรบ้าง ตอนแรกยังไม่รู้ว่าใครเป็นพระเอก  แล้วพี่ทีมงานมาบอกว่าพระเอกคือ พี่ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ตอนนั้นเปาเองก็ยังอยู่ที่สุพรรณบุรี ก็รุ้สึกตื่นเต้นมาก ดีใจมาก ยังคิดว่าจริงหรอเป็นพี่ป๋อจริงๆ หรอ เปาจะได้เจอพี่ป๋อตัวจริงแล้ว (หัวเราะ) และความรู้สึกต่อมาก็คือ เปาเป็นหน้าใหม่ไม่เคยแสดงอะไรมาก่อนเลย แล้วถ้าเราเล่นไม่ดีเนี่ยพี่เขาจะว่าไหม ก็เริ่มรู้สึกกดดันตัวเองล่ะ แต่พอได้มาร่วมงานกันพี่ป๋อเป็นคนกันเองมาก คิวแรกเจอกันพี่ป๋อก็เข้ามาแกล้งแล้ว และเวลาอยู่ในกองก็ชอบขอให้เปาร้องเพลงให้ฟัง แล้วพี่ๆ ในกองก็จะขำกัน ส่วนเรื่องการแสดงก็ต้องขอขอบคุณพี่ป๋อนะคะ ที่ช่วยแนะนำเทคนิคการแสดงให้กับเปา นับว่าเป็นครูด้านการแสดงคนหนึ่งเลยค่ะ การร่วมงานกับผู้กำกับ บัณฑิต ทองดี เป็นอย่างไรบ้าง ตอนที่เปาไปแคสติ้งครั้งแรกดูไม่รู้เลยว่าพี่เขาเป็นผู้กำกับ เพราะพี่อ็อดเขาจะนิ่งมาก แต่พอวันเข้าฉากวันแรกพี่อ็อดเข้ามาคุยด้วย พี่อ็อดใจดีมากเลยค่ะ บางฉากเปาแสดงไม่ได้ พี่อ็อดก็จะแนะนำว่าเปาลองทำแบบนี้ดู หรือลองทำแบบนั้นสิ อยู่ในกองพี่อ็อดเป็นคนขี้เล่น สนุกสนาน ทำให้ทีมงานในกองถ่ายยิ้มและหัวเราะตลอดค่ะ ความประทับใจที่มีต่อ แม่ผึ้ง หรือพุ่มพวง ดวงจันทร์ แม่ผึ้งนับว่าเป็นราชินีลูกทุ่งที่เปาศรัทธามาตลอด  ฟังเพลงของแม่ผึ้งแล้วก็ซึบซับมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะกี่บทเพลงก็ตาม เวลาที่เปานำเพลงของแม่ผึ้งไปร้องก่อนที่จะร้อง เปาจะยกมือไหว้แม่ผึ้งก่อนทุกครั้ง เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจ เพราะแม่ผึ้งเป็นสุดยอดของราชินีลูกทุ่ง และยังเป็นแรงบันดาลใจต้นๆ เลยที่ทำให้เปาได้ประกวดร้องเพลงค่ะ บทเพลงที่ชื่นชอบที่สุดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องบ้านนอก จะเป็นเพลงที่ชอบมากที่สุดค่ะ คิดว่าเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ คือความอัจฉริยะของแม่ผึ้ง ที่เรียนจบมาแค่ ป.2 สามารถร้องเพลงและจดจำบทเพลงได้กว่า  500 เพลง และเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น เข้มแข็งอดทนอย่างมาก ยอมฝ่าฟันอุปสรรคเรื่องราวต่างๆ เพื่อความฝันของตัวเอง จนกลายเป็นราชินีลูกทุ่งของคนไทยทั้งประเทศ สิ่งที่คนดูจะได้จากการชมภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง เปาเชื่อและมั่นใจว่าถ้าได้ชมภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง แล้ว จะเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กับหลายๆ คนที่มีความฝันของตัวเอง หรือใครที่กำลังมีปัญหา ท้อแท้ในชีวิต ก็จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่อไปได้ค่ะ ฝากผลงาน ขอฝากภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง ด้วยนะคะ เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเปาเลย เปาเองก็ตั้งใจและเต็มที่อย่างมาก และอยากจะเชิญชวนแฟนเพลงของแม่ผึ้ง คนที่รักเพลงลูกทุ่ง รวมถึงทุกๆ คนที่มีความฝัน มาชมภาพยนตร์เรื่องนี้กัน รับรองว่านำไปเป็นแรงบันดาลใจได้อย่างแน่นอน 21 กรกฎาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์นะคะ --------------------------------------

10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้กับราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์
พุ่มพวง ดวงจันทร์ /  ราชินีลูกทุ่ง

"ไม่เด่นไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับไป" ตัวอย่างคำโปรยของภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง (The Moon)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องของราชินีผู้สร้างตำนานให้กับวงการเพลงลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” คำโปรยนี้ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นมาของ พุ่มพวงได้อย่างดี จากเด็กสาวบ้านนอกที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องลูกทุ่ง ซึ่งในที่สุดเธอก็ทำได้ อีกทั้งยังเป็นนักร้องลูกทุ่งที่เรียกได้ว่า  ราชินีแห่งวงการลูกทุ่งไทยเลยทีเดียว     หลายๆคนอาจจะสงสัย โดยเฉพาะเด็กรุ่นหลังๆที่ไม่ทันอยู่ในยุคที่ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ดังที่สุด และอาจสงสัยที่มาที่ไปของ ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลคนนี้ เธอเป็นใคร แล้วทำไมเธอถึงดังระดับตำนาน และนี่คือ 10 เรื่องทึ่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ พุ่มพวง ดวงจันทร์     1.ชื่อจริง และครอบครัว ---ความจริงแล้ว ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ มีชื่อจริงว่า รำพึง จิตรหาญ เกิดที่ บ้านหนองนกเขา ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทโตที่ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นบุตรีของนายสำราญ และนางเล็ก จิตรหาญ ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย เกิดในครอบครัวยากจน เป็นลูกคนที่ 5 ของบ้านในจำนวน 12 คน         2.อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ --- เธอเรียนที่โรงเรียนบ้านดอนตำลึง แต่ด้วยความที่เธอมีน้องอีก 6 คน ประกอบกับค่านิยมของแม่นั้นเห็นว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนมา เธอไม่จบแม้แต่ชั้น ป.2 ในวัยเด็กพอน้องหลับหมด เธอไปหาของขาย เก็บผัก หาดอกไม้ป่า หาบไปขายตามโรงงาน นั่นจึงทำให้เธออ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ 3.เคยถูกแบนไม่ให้ขึ้นประกวด --- พุ่มพวง ชื่นชอบการร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าเธอจะอ่านหนังสือไม่ออกแต่ก็มีความจำดีเยี่ยม เธอเริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่าง ๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย เธอเข้าประกวดล่ารางวัลไปทั่ว ตั้งแต่อำเภอศรีประจันต์ บางปลาม้า แล้วข้ามจังหวัดไปถึงอำเภอเสนา ผักไห่ มหาราช วิเศษชัยชาญ บ้านแพรก หนองโดน พระพุทธบาท สระบุรี ด้วยเหตุนี้หลังๆคนที่เข้าประกวดจึงมีการแบนเธอเกิดขึ้น ถึงขนาดว่าจะไม่ยอมขึ้นประกวดถ้า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ขึ้นแข่งด้วย เพราะแข่งไปก็ไม่ชนะ   4.เพลงแรกของพุ่มพวง --- เมื่ออายุได้ 15 ปี ไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน เธอได้ร่วมร้องเพลงและแสดงความสามารถจนไวพจน์เห็นความสามารถ เกิดความเมตตา จึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นหางเครื่องและนักร้องพลาง ๆ ก่อนที่ไวพจน์ จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง "แก้วจ๋า" โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ 5.คนจะดังฉุดไม่อยู่ --- ชื่อเสียงของพุ่มพวงดังระดับประเทศครั้งแรก เมื่อบังเอิญได้มาร้องเพลงสาวนาสั่งแฟน ของครูลพ บุรีรัตน์  ซึ่งเพลงนี้ความจริงครูลพ แต่งให้กับศิรินทรา  นิยากร แต่ในช่วงการคัดเลือกเพลง ทางอาโซนาต้นสังกัด  หยิบเพลงนี้ออกมาให้พุ่มพวงร้อง  และนำเพลงของครูกานต์ เข้าไปแทนในชุดของศิรินทรา  คนจะดังนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ  เพลงนี้เปิดเชียร์อยู่ไม่นานนัก ก็ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า  "...ซื้อผ้าตาๆ มาฝากน้องบ้างเน้อ... เออ..." จะมีคนฟังร้องรับทุกครั้ง             6.มีพรสวรรค์แล้วต้องมีพรแสวงด้วย --- การที่จะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ราชินีลูกทุ่งนั้นแค่พรสววรรค์และน้ำเสียงอย่างเดียวไม่พอส่วนประกอบอื่นๆก็สำคัญไม่แพ้กัน พุ่มพวง ดวงจันทร์ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของวงการลูกทุ่งบุกเบิก เพราะว่าเธอลงทุนไปดูโชว์ถึง ลาสเวกัส ประเทศ สหรัฐอเมริกา ซื้อมิวสิควิดีโอนักร้องต่างชาติมาดูแล้วก็เก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาพัฒนาต่อยอดจนทำให้เวทีคอนเสิร์ตของเธอมีสีสันต่างจากศิลปินลูกทุ่งรุ่นเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งลีลาแดนเซอร์ เสื้อผ้าการแต่งกายทั้งของเธอเอง และของแดนเซอร์ ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้งที่ปรากกตัวบนเวที           7.ยกระดับเพลงลูกทุ่ง --- พุ่มพวง ดวงจันทร์ นับเป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรก ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างเพลงของคนเมือง และคนชนบทเข้ามาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เมื่อพุ่มพวง ดวงจันทร์ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขึ้นเวทีใหญ่ร้องเพลงที่โรงแรมดุสิตธานีในการแสดงดนตรีการกุศล “พุ่มพวง ดวงจันทร์ อินคอนเสิร์ต” ท่ามกลางกลุ่มคนชั้นสูงทั้งหลาย ซึ่งในสมัยนั้นเวทีโรงแรมดุสิตธานีเป็นเวทีที่มักจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อให้เหล่าชนชั้นสูงมาดูกัน และที่สำคัญกว่านั้นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาธินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีครั้งนี้ด้วย และเกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่นึกฝันนั่นคือ องค์ภาเสด็จสู่หน้าเวทีเพื่อพระราชทานมาลัย หากการพระราชทานครั้งนี้จะให้เลือกใช้ศัพท์ “สวม”มาลัย หรือ “เสี่ยง” มาลัย ขอเลือกใช้ประการหลัง เพราะกิริยาการพระราชทานครั้งนี้มีลักษณะเหมือนโยนเข้าคอ-คงเป็นเพราะไม่ทรงเคยชิน นับแต่เริ่มแสดงพุ่มพวง ดวงจันทร์โชว์ผลงานเพลงไม่น้อยกว่า 15 เพลง ทั้งช้าเร็ว เก่า-ใหม่ แต่ที่พอพระราชหฤทัยองค์ภามากที่สุดคือ “กระแซะเข้ามาซิ” เพราะพุ่มพวง ดวงจันทร์ ต้องร้องเพลงนี้ให้ใคร ๆ ฟังซ้ำอีกครั้งหนึ่ง “เป็นต้องพระประสงค์” เธอว่าอย่างนั้น 8.เข้าสู่วงการภาพยนตร์ --- พุ่มพวงเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2526 และแสดงหนังเรื่องแรก สงครามเพลง สร้างโดยฉลอง ภักดีวิจิตร และอีกหลายเรื่อง ในช่วงที่แสดงภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักนักเพลง ได้พบกับ (ไกรสร แสงอนันต์) ผลงานการแสดงของเธอในฐานะนางเอก อย่างเช่น สงครามเพลง, รอยไม้เรียว, ผ่าโลกบันเทิง, นักร้อง นักเลง, นางสาวกะทิสด, มนต์รักนักเพลง, ลูกสาวคนใหม่, อีแต๋น ไอเลิฟยู, หลงเสียงนาง, จงอางผงาด, ขอโทษทีที่รัก, คุณนาย ป.4, อาจารย์เด๋อเจอพุ่มพวง, สาวนาสั่งแฟน, เสน่ห์นักร้อง, นางสาวยี่ส่าย (ภาพยนตร์โทรทัศน์) เป็นต้น     9.รางวัลอันทรงเกียรติ --- พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี         10.จากไปด้วยโรค เอสแอลอี --- โรคเอสแอลอี (Systemic Lupus Erythematosus - SLE)หรือ โรคลูปัส จัดเป็นโรคที่เรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มภูมิคุ้มกันเพี้ยน โรคเอสแอลอีเกิดจากการที่ผู้ป่วยมีการผลิตโปรตีนของภูมิคุ้มกันในเลือดที่เรียกว่า “แอนติบอดี้” ขึ้นมามากเกินปกติ  จากปกติที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรีย หรือไวรัสจากภายนอกร่างกาย  แต่กลับต่อต้านร่างกายของตัวเอง จนทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆ  ถ้าเป็นรุนแรงจะมีการทำลายอวัยวะภายในด้วย เช่น ไต หัวใจ ปอด และระบบประสาทและพุ่มพวง เธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอีหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต เธอรักษาอยู่โรงพบาลอยู่นานครั้นเมื่อพุ่มพวงอาการดีขึ้น ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์ เนื่องจากเชื่อว่าถูกปองร้ายด้วยไสยศาสตร์ด้วยวิธีการคุณไสย จึงเดินทางออกจากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ ไปจังหวัดพิษณุโลกโดยเดินทางด้วยรถตู้ แต่หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช  ก็เกิดอาการช็อคและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบ                 น่าเสียดายที่คนรุ่นหลังๆ ได้เพียงแต่สัมผัสความเป็นตำนานของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ผ่านบทเพลงที่เธอถ่ายทอดไว้ เธอจากไปด้วยวัยเพียง 31 ปี เท่าั้นั้น ชีวิตของเธอจริงๆแล้วน่าสงสาร บนเวทีเธอสร้างความสุขให้กับผู้ชมผู้ฟังจนใครๆก็ยกย่องเธอ เบื้องหลังเวทีเมื่อเธอทุกข์ใจ ก็ต้องแอบร้องไห้ข้างเวที แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอทิ้งไว้นั้นช่างมีคุณค่าและก็คงไม่มีใครขึ้นมาแทนที่เธอได้ทั้งจากวงการเพลงลูกทุ่ง และจากใจของผู้ฟังทุกคน   "นักร้องบ้านนอกคนนี้ จะกล่อมน้องพี่และแฟนเพลง"         ขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย / คุณ พุธสิบ บนเว็บไซต์ Pantip.com -------------------------------------------------------------------------------------- สถานี ดวงจันทร์ในดวงใจ รวมเพลงฮิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร่วมรำลึก 22 ปี “พุ่มพวง ดวงจันทร์” กับ Playlist สถานี ดวงจันทร์ในดวงใจ รวมเพลงฮิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ โดย musicmthai เปาวลี นำทีม ศิลปิน ร่วมคอนเสิร์ต รำลึก 21 ปี พุ่มพวง ดวงจันทร์ ทุกวันที่ 13 มิถุนายน ของทุกปี ศิลปินในสังกัดแกรมมี่ โกลด์ จะตบเท้าไปร่วมคอนเสิร์ต รำลึก พุ่มพวง ดวงจันทร์ ณ วัดทับกระดาน จ.สุพรรณบุรี อยู่เสมอ "เปาวลี" จัดเต็ม ชุดคอนเสิร์ตสมจริง หน้าผม-หางเครื่อง พร้อมโชว์เพลง "พุ่มพวง" มาถึงฉากคอนเสิร์ตแต่ละฉากในภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง” เป็นการรวบรวมคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ และสุดประทับใจหวนคืนกลับมาอีกครั้ง ย้อนอดีตละคร ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ละครดังในอดีต สู่ภาพยนตร์จอเงิน เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบการจากไป ของคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์