หางเครื่อง

ทีเซอร์ หางเครื่อง
ทีเซอร์ /  หางเครื่อง

ทีเซอร์ หางเครื่อง เร็วๆนี้ ออกอากาศทางช่อง7สี ผลิตโดย กันตนา

หางเครื่อง - เบื้องหลังฉากต่อยมวยของ เติ้ล ธนพล - ไม้ นนทพันธ์
หางเครื่อง /  เส้นทางบันเทิง / 

เส้นทางบันเทิง - แฟนๆละครหางเครื่อง ต้องส่งใจช่วย รวิ (เติ้ล ธนพล) กันเยอะๆ ศึกครั้งนี้ รวิ เสียท่า พิมุก (ไม้ นนทพันธ์) เต็มๆ เสียงเชียร์พระเอกยิ่งดังเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งเป็นใจให้ ไม้ นนทพันธ์ลงมือยิ่งขึ้น ละครหางเครื่องคืนนี้ เข้มข้นมากๆ

นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด
สายการบิน /  เครื่องบิน / 

อุบัติเหตุเครื่องบินแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะมีผู้รอดชีวิตมากน้อยแค่ไหน ก็ล้วนสะเทือนขวัญผู้คนไม่น้อย และทุกครั้งที่มีผู้รอดชีวิต ก็มักจะถามไถ่กันเสมอว่า นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด นั่งตรงไหน รอดมาได้อย่างไร หากต้องเผชิญกับอุบัติภัยต่างๆ นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด “นั่งตรงไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น” หลายๆ ความเห็นอาจจะคิดเช่นนี้ หรือไม่ก็ “แล้วแต่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดตรงไหน” นี่ก็พิจารณาตามสถานการณ์ นิตยสารป็อบปูลา มาแคนนิกส์ (The Popular Mechanics) เคยวิจัยโดยการวิเคราะห์ทางสถิติไว้ว่า ที่นั่งบนเครื่องบิน... นั่งด้านท้ายปลอดภัยกว่า จากการศึกษาสถิติจากอุบัติเหตุต่างๆ ของสารพัดสายการบินที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาได้นำข้อมูลอุบัติเหตุ 20 ครั้ง พร้อมทั้งแผนผังที่นั่งของผู้โดยสารมาวิเคราะห์ โดยแบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน สรุปได้ว่า ยิ่งอยู่ห่างจากหัวเครื่องบินเท่าใด ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น โดยสถิติผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินส่วนใหญ่ 40% มีที่นั่งบริเวณหางเครื่องบิน   นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ? ........................................................................................ วิเคราะห์ได้ดังนี้ อุบัติเหตุ 11 ใน 20 ครั้ง ผู้โดยสารที่นั่งแถวท้ายๆ ส่วนใหญ่ปลอดภัย หรือประสบเหตุเบากว่า โดยใน 7 กรณีของกลุ่มนี้ผู้โดยสารที่ปลอดภัยนั่งอยู่ในแถวท้ายๆ อีกทั้งได้ยกตัวอย่างอุบัติเหตุในปี 2525 กับสายการบินฟลอริดา (Air Florida) ที่เกิดขึ้นในวอชิงตันดีซี และปี 2515 กับอีสเทิร์น 727 (Eastern 727) ที่ท่าอากาศยานเคนนาดี ในนิวยอร์ก ซึ่งผู้โดยสารของทั้ง 2 กรณีที่รอดชีวิตล้วนนั่งอยู่บริเวณหางของเครื่องบิน อีกทั้งยังมีกรณี ดีซี-8 ของสายการบินยูไนเต็ด (United DC-8) เกิดน้ำมันหมดกลางอากาศใกล้กับพอร์ตแลนด์ ในปี 2519 มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ทั้งหมดล้วนนั่งอยู่ใน 4 แถวแรก นอกจากนี้ มีอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งเท่านั้นที่ผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าประสบเหตุเบากว่า เพราะเหตุเกิดที่บริเวณปีก ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 5 เกิดระหว่างปี 2531-2535 อย่างอุบัติเหตุในปี 2532 ที่ไอโอวากับสายการบินยูไนเต็ด มีผู้โดยสารรอดชีวิต 175 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ห้องผู้โดยสารส่วนหน้าปีกและส่วนหัว และอีก 3 ครั้งที่ทั้งผู้นั่งส่วนหัวและท้ายเครื่องมีโอกาสรอดชีวิตพอๆ กัน ส่วนผู้ที่นั่งบริเวณหัวลำปลอดภัยนั้น มีเพียง 1 กรณีเท่านั้น ในปี 2532 เครื่องโบอิง 737-400 ของสายการบินยูเอสแอร์ (USAir) เกิดอุบัติเหตุบนทางวิ่ง (รันเวย์) มีผู้โดยสารเสียชีวิตเพียง 2 รายคือ ผู้ที่นั่งในแถวที่ 21 และ 25 ........................................................................................ เมื่อคำณวนตามอัตราการรอดชีวิตแล้ว สรุปว่า ผู้ที่นั่งเคบินท้ายมีอัตราการรอดชีวิตถึง 69% หากเกิดอุบัติเหตุ และไล่ขึ้นมาในเคบินส่วนปีกโอกาสรอด 56% เสมอกับเคบินส่วนหน้าปีก **** เคบินที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำสุดคือเคบินแรก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ โดยมีอัตราการรอดชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุเพียง 49% ........................................................................................ ประเมินภาพรวมแล้ว อัตราการรอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนของเครื่องก็ตาม เมื่อแน่ใจว่ารัดเข็มขัดแน่นแล้ว ก็ทำใจให้สบาย ตั้งใจฟังลูกเรือแนะนำกรณีฉุกเฉินต่างๆ และประคองสติให้มั่นขณะเกิดเหตุ อุบัติเหตุเมื่อปี 2531 กับเครื่องบินโบอิง 737 ที่สหรัฐอเมริกา มีผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่อยู่ส่วนเคบินแรก ซึ่งนับเป็นอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งที่ผู้โดยสารส่วนหน้ารอดชีวิต จากกลุ่มตัวอย่างมา 20 กรณี (ภาพ : AP/Wide World Photos)   ภาพจากป็อบปูลา มาแคนนิกส์ที่แบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน เมื่อวิเคราะห์ตามสถิติ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สีเขียว-ห้องผู้โดยสารส่วนท้าย (Rear Cabin) คือส่วนที่มีโอกาสรอดถึง 69%, สีเหลืองประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือห้องผู้โดยสารที่บริเวณปีกและหน้าปีก มีอัตรการรอดชีวิต 56% และส่วนสีแดง-ห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ (First/Bussiness Class) มีโอกาสรอดชีวิต 49% (และยิ่งอยู่แถวหน้าโอกาสรอดต่ำลงไปอีก) ...............................................................  นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ที่มา : ผู้จัดการ สิ่งที่ควรรู้เมื่ออยู่บนเครื่องบิน

มาดูกัน ปลอดภัยแค่ไหน เมื่อโดยสารเครื่องบิน
ความปลอดภัย /  ป้องกันเครื่องบินตก / 

การโดยสารโดยเครื่องบิน ถือว่าเป็นการเดินทางที่มีความปลอดภัยมากที่สุดเมื่อเทียบกับการเดินทางโดยวิธีอื่นๆ แต่ในทางกลับกัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็เรียกได้ว่า มีความเสี่ยงที่ถึงขั้นเสียชีวิต และในช่วงปีที่ผ่านมาก็จะพบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดความขัดข้องบ่อยครั้ง สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้โดยสาร หวั่นว่าเหตุสะเทือนขวัญจะประสบกับตนเอง และญาติพี่น้อง เมื่อเครื่องบินตก จะมีสักกี่รายที่จะรอดตาย คนส่วนใหญ่จึง มีความรู้สึกวิตกกังวลเวลาขึ้นเครื่องบิน บางรายเป็นหนัก กลายเป็นโรคกลัวการขึ้นเครื่องบิน ที่เรียกว่า Aerophobia เพราะรู้สึกว่า ชีวิตอยู่เหนือการควบคุมของตัวเอง ต้องฝากชีวิตไว้กับกัปตันขับเครื่องบิน บางรายกลัวความสูง กลัวการก่อการร้าย เวลาเกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบินเมื่อไหร่ ผู้โดยสารตายสถานเดียว ส่วนใหญ่ก็จะคิดแบบนั้น จะมีทางใด ที่จะสามารถเอาตัวรอดได้ไหม หากเกิดเหตุร้ายขึ้น จริงๆแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัย และอุปกรณ์ชูชีพทั้งหลายบนเครื่องบินมีการเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว ทั้งเสื้อชูชีพ หรือหน้ากากออกซิเจน เวลาแอร์โฮสเตส หรือสจ๊วร์ตสอนวิธีใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตยามฉุกเฉิน ก็ควรตั้งใจฟัง มองหาทางออกฉุกเฉิน หรือศึกษาแผ่นพับที่กระเป๋าหน้าที่นั่งซึ่งอธิบายเรื่องความปลอดภัยในการ ปฏิบัติตัวยามเกิดเหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน รวมแล้วกินเวลาไม่เกิน 10 นาที อาจช่วยให้เอาชีวิตรอดจากอุบัติเหตุทางเครื่องบินได้ นอกจากนี้ สายการบินส่วนใหญ่ก็มักจะบอกกับผู้โดยสารเสมอว่า ให้ดูที่ตั้งของประตูฉุกเฉิน เผื่อเอาไว้ว่าประตูไหนใกล้ที่นั่งเราที่สุด ซึ่งอาจจะอยู่ติดด้านหลังที่นั่งของเรา หากจะเลือกว่า ที่นั่งไหนปลอดภัยที่สุด ก็คงต้องเลือกที่นั่งใกล้ประตูฉุกเฉินเอาไว้ก่อน ข้อมูลของนิตยสารป็อบปูลา มาแคนนิกส์ ได้ให้ข้อมูลด้วยว่า หากที่นั่ง ยิ่งอยู่ห่างจากหัวเครื่องบินเท่าใด ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น โดยสถิติผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินส่วนใหญ่ 40% มีที่นั่งบริเวณหางเครื่องบิน เพื่อความไม่ประมาท การรู้จักเอาตัวรอดก็เป็นหนทางที่ดีที่สุด หากมั่นใจแล้วว่า เครืองบินที่โดยสารอยู่กำลังจะตก อย่าเพิ่งสวดมนต์รอความตาย ให้สู้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น นั่งยึดเก้าอี้ให้แน่น ปกป้องลำตัวส่วนบนไม่ให้ถูกกระแทก ซ่อนใบหน้า ศีรษะเอาไว้ ลดแรงกระแทกที่อาจทำให้หมดสติ ท่าก้มตัวไปข้างหน้าจึงเป็นท่าที่ค่อนข้างปลอดภัย ตามคู่มือบนเครื่องบินแนะนำไว้ หากเคราะห์ร้าย เครื่องบินตกร่วงลงมาจากเพดานบินหลักหมื่นฟุต ก็ต้องวัดดวงกันว่าจะรอดหรือไม่รอด ด้วยแรงกระแทกที่มหาศาล ซึ่งความเป็นจริงก็มีโอกาสรอดน้อย ส่วนหากตกแบบระยะไม่สูงมาก กัปตันยังพอควบคุมอะไรได้บ้าง ก็พอจะมีชีวิตรอดมาได้ แม้ว่าจากสถิติ โอกาสที่เครื่องบินพาณิชย์ตกนั้นมีเพียง 1 ใน 11 ล้านเที่ยวบิน และการสำรวจของ National Transportation Safety Board ซึ่งเป็นหน่วยงานสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ มีสำนักงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเผยว่า อุบัติเหตุทางเครื่องบินระหว่างปี 1983 ถึงปี 2000 พบว่าผู้โดยสารที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางเครื่องบิน 53,487 คน มีจำนวนถึง 51,207 คน รอดชีวิต เสียชีวิต 2,280 คน ฉะนั้น ผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุทางเครื่องบินก็ยังคง มีสูงถึง 95.7 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก้ตาม ขึ้นชื่อว่า "อุบัติเหตุ" ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง วันไหน เวลาใด หากต้องโดยสารเครื่องบิน ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ หากมองตามสถิติขางต้น เพราะในแต่ละวัน มีเครื่องบินพาณิชย์ขึ้นบินเป็นหมื่นๆเที่ยว นานๆ ที กว่าจะมีเหตุเครื่องบินตกให้เห็น โอกาสที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองมีแค่ไม่ถึง 1 ในล้าน หากเทียบกันจริงๆ การขับรถบนท้องถนน ยังมีความเสี่ยงตายจากรถชนด้วยซ้ำไป เพชรพิริยะ

กรีน พูดถึง เคลลี่ เป็นแฟนคลับเจ๊ป้อมจากละครหางเครื่อง
กรีน /  เคลลี่ / 

สะกิดบันเทิง 19 มีนาคม 2557 - บ่ายๆแบบนี้ เริ่มที่ "เดือน งามพร้อม" กรีน อัษฎาพร จากละครหางเครื่อง ที่คู่หู "เจ๊ป้อม" อ๋อง พัฒนะ ลีลาโดนใจ เคลลี่ ธนะพัฒน์ หนุ่มข้างกายของสาวกรีนอย่างจัง จนมีเสียงกระซิบฝากมาถามว่า เอ๊ะ อาการสาวแบบนี้ มันการแสดงหรือของจริง เอ้า เคลียร์ด่วนค่ะ อ๋อง

กิจกรรมตอบคำถามจากละคร หางเครื่อง กับ ปรัชญ์ ปรมิณ-อ๋อง พัฒนะ
คันปาก

คันปาก - พบกับกิจกรรมตอบคำถามจากละคร หางเครื่อง วันนี้เป็นคำถามของ ปรัชญ์ ปรมิณ และ อ๋อง พัฒนะ ไปติตดาม

ละครหางเครื่อง , เรื่องย่อหางเครื่อง
หางเครื่อง /  ละครหางเครื่อง / 

บทโทรทัศน์โดย : พิง ลำพระเพลิงกำกับการแสดงโดย : อินทนนท์ รัตนกาญจน์ออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี หางเครื่อง เรื่องราวของหญิงสาวหลายคนที่ก้าวไปบนถนนสายบันเทิงด้วยความฝันและความหวังแตกต่างกันไป แต่ผู้ที่จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้คือผู้ที่ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท รู้เท่าทันและดำเนินชีวิตด้วยสติเท่านั้นจึงจะอยู่บนเส้นทางสายนี้ได้ หางเครื่อง เป็นละครแนวตลกปนดราม่า-แอ็คชั่น เข้มข้นผสานเสียงเพลงไพเราะ เสนอให้เห็นอุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา แม้จะก้าวพลาดแต่ไม่ยอมให้ความผิดพลาดมาเป็นอุปสรรค เพื่อก้าวเดินสู่ความสำเร็จในชีวิตและสมปรารถนาของความรักในบั้นปลายของชีวิต เสียงซ้อมร้องเพลงและเสียงดนตรีจากวงของน้ำฝน เมืองบาดาลที่ดังมาจากท้ายซอย ทำให้ เดือน งามพร้อม (กรีน อัษฎาพร) เด็กสาวในซอยใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องมีชื่อเสียงเจิดจรัสอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่ง แม้ว่า ช้อย (ศิรินทรา นิยากร) ผู้เป็นแม่จะเตือนว่าอาชีพเต้นกินรำกินไม่ยั่งยืน แถมเสี่ยงกับการเสียชื่อได้ง่าย ๆ รวิ (เติ้ล ธนพล) พระเอกลิเกหนุ่มลูกเจ้าของคณะในซอย ซึ่งชอบพอกับเดือนอยู่ก็ทัดทาน แต่ก็ไม่อาจห้ามความปรารถนาของเดือนได้ โดยที่รวิไม่รู้เลยว่าเดือนต้องการเป็นนักร้อง ไม่ใช่เพราะต้องการทำความฝันของตนให้สำเร็จเท่านั้น แต่ต้องการสร้างฐานะให้คู่ควรกับรวิและเพื่อเอาชนะ ศิริพร (หยก ธัญยกันต์) นางเอกงิ้ววิกเดียวกันกับตลาดรวิที่ทำการแสดงอยู่ และเธอก็แอบรักรวิอยู่ และเห็นเดือนเป็นคู่แข่ง ด้วยความรู้อันน้อยนิด อ่อนต่อโลก และทะเยอทะยานอยากสร้างฐานะ ทำให้เดือนก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นช้อย มีอาชีพเป็นแม่ค้าผลไม้ ร้านของช้อยเป็นคู่แข่งกับ กิม (ก้อย ศิรินุช) ทำให้ แก้ว (แพรวา ฉัตรธิดา) ลูกสาวของกิม อยากแข่งขันกับเดือน เมื่อเดือนสนใจจะไปเป็นนักร้องลูกทุ่ง แก้วก็ใฝ่ฝันจะไปเป็นนักร้องวงสตริงของค่ายเพลงดัง ๆ แม้ว่าเดือนจะชวนแก้วไปสมัครเป็นนักร้องที่วงดนตรีของน้ำฝน เมืองบาดาล ที่ท้ายซอยกับตน แต่แก้วก็ไม่สนใจ เดือนจึงชวน ขำ (เพชร ปรัชญ์) เพื่อชายคนสนิทที่คบหากันมาแต่เด็กไปด้วย ขำอยากเป็นโฆษกวงดนตรีลูกทุ่ง จึงไปสมัครด้วย พิมุก (ไม้ นนทพันท์) นักมวยหนุ่มลูกเจ้าของค่ายในตลาด มีนิสัยเกกมเรกเกเร ก็แอบชอบเดือนอยู่เหมือนกัน และมักจะมีเรื่องกับคณะลิเกของรวิอยู่บ่อย ๆ พิมุกเป็นเจ้าหนี้ของโรจน์กับประทีป ซึ่งอยู่วงดนตรี พิมุกกลัวว่าถ้าเดือนเด่นดังแล้ว ความรักของเขาจะห่างออกไปอีก จึงพยายามยื้อเดือนเอาไว้ ด้วยการถ่วงไม่ให้เดือนเจริญรุ่งเรืองในการเป็นนักร้อง ที่วงดนตรีของน้ำฝน เมืองบาดาล เธอได้พบกับ โรจน์ (รุ่ง สุริยา) หัวหน้าวงและ ประทีป (แจ็ค ธนพล) ครูฝึกประจำวง ทั้งสองพึงใจในความงามของเดือน แม้ว่าเดือนจะเสียงดี เคยชนะการประกวดร้องเพลงตามเวทีต่าง ๆ มาบ้าง แต่ทั้งโรจน์และประทีป ซึ่งถูกกดดันทั้งอำนาจเถื่อนและอำนาจเงินก็ร่วมมือกันกดเดือนให้เป็นแค่หางเครื่องประจำวงเพื่อคอยหาเศษหาเลยให้พิมุกอยู่เนือง ๆ และให้เธอคอยรับใช้ในโอกาสต่าง ๆ ขำไปบอกรวิ ทำให้เขาเป็นห่วงและกล่าวเตือนเดือน แต่ศิริพรก็ใช้ความเป็นนางเอกงิ้วตีสนิทกับรวิให้เดือนเห็นอยู่บ่อยครั้ง เดือนจึงไม่ยอมเชื่อฟังรวิ และยอมเป็นหางเครื่องในวงของโรจน์ ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะเป็นนักร้องลูกทุ่งที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้า รวิรู้ว่าพิมุกพยายามเก็บเดือนเอาไว้ไม่ให้ประสบความสำเร็จ เขาจึงมาเตือนว่าหากรักควรจะปล่อยและสนับสนุนคนที่เรารัก แต่พิมุกรักแล้วต้องการครอบครอง พวกคณะลิเกกับค่ายมวยยกพวกตีกัน ในงานที่เดือนกำลังจะมีโอกาสได้แสดงความสามารถ เดือนโอกาสพังทลาย เธอเข้าในผิดคิดว่าเป็นเพราะรวิไม่อยากให้เธอได้ดี และต้องการเก็บเธอไว้ (เหตุที่เดือนเข้าใจผิดเป็นเพราะแผนของพิมุกร่วมมือกับศิริพร) ลิ้นจี่(เจเน็ท เขียว) หางเครื่องรุ่นปลดระวางแต่ก็ยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของบรรดาหางเครื่องอยู่ไม่พอใจเดือนมากเพราะลิ้นจี่เป็นเมียของโรจน์ จึงหึงหวงและคอยกลั่นแกล้งเดือนอยู่ตลอดเวลา โชคดีที่มี ป้อม(อ๋อง พัฒนะ) หางเครื่องวัยเดียวกับลิ้นจี่คอยช่วยเหลือและชี้แนะทางออกให้เดือน นอกจากนี้เดือนยังสนิทสนมกับแก้ว ที่มาสมัครหางเครื่องวัยเดียวกับเธอ และถูกถูกโรจน์บังคับให้นำความสาวไปเช่นสังเวยผู้มีอิทธิพลตามที่ต่าง ๆ โดยที่นางกิมผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องเลย รวมทั้งพิมุกเองก็ได้แก้วเป็นเมีย แต่ด้วยความรู้สึกบางอย่างแก้วกลับหลงรักพิมุกอย่างเทิดทูนแม้ว่าพิมุกจะเลวสักเท่าไหร่ก็ตาม เธอก็ยังคงรักคงหวังดีอยู่นั่นแหละ ในที่สุดด้วยความซื่อและอ่อนโลกของเดือน ทำให้เดือนหลงเชื่อว่าพิมุกจะใช้เส้นสายปั้นเธอเป็นนักร้องดังได้ เธอจึงเกือบยอมตกเป็นของพิมุก แต่ว่ารวิมาขัดจังหวะเอาไว้ได้ทัน รวิรู้ดีว่าเป็นแผนของศิริพรที่ร่วมมือด้วย คณะลิเกกับคณะงิ้วจึงประกาศตัวเป็นศัตรู และมักมีเรื่องตีกันอยู่บ่อย ๆ โดยที่ทางค่ายงิ้วเข้าร่วมกับค่ายมวย ปล่อยให้คณะลิเกของรวิอยู่โดดเดี่ยว โชคดีที่ขำมักแอบขนเอาหางเครื่องกระเทยมาช่วยต่อยตียามมีทัพใหญ่ราวีกันอยู่ประปราย ช้อยรู้ว่าเดือนเกือบเสียตัวก็เสียใจที่รู้ว่าเดือนถึงขนาดเอาตัวเข้าแลก ช้อยขอร้องให้เดือนเลิกอาชีพหางเครื่องแล้วมาเป็นแม่ค้าขายขนม แต่เดือนก็ยังมีความหวังอยู่ ทว่านานเข้า ความฝันของเธอก็ลางเลือนเมื่อโรจน์ผัดผ่อนไม่ยอมปั้นให้เธอเป็นนักร้องเสียที ประกอบกับชาวบ้านก็เริ่มเข้าใจผิด พูดกันถึงเรื่องที่เดือนใช้ความสาวเพื่อไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จ คงมีเพียงรวิคนเดียวเท่านั้นที่ยังแอบช่วยเหลือเดือนอยู่ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ระหว่างนี้เอง รวิซึ่งแอบซุ่มเรียน และฝึกซ้อมเล่นดนตรีจนเกิดความชำนาญ ประกอบกับคณะลิเกซบเซา เพื่อความอยู่รอดเขาจึงตั้งวงดนตรี หันเหชีวิตไปเล่นดนตรีอยู่กับวงของเทพ (ยิ่งยง ยอดบัวงาม) รวิได้มีโอกาสพบเดือนและขอร้องให้เดือนไปอยู่วงของเทพ ทางโรจน์ไม่พอใจ จึงอาศัยไหว้วานให้พิมุกยกพวกมาท้าตีท้าต่อยกับรวิ รวิได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถเล่นเครื่องดนตรีที่ตนถนัดได้ ด้วยความเห็นใจ และความหวังว่าวงดนตรีของเทพกับระวิจะให้เธอเป็นนักร้อง เธอจึงตัดสินใจหนีจากวงของโรจน์มา ทั้งที่รู้ว่าโรจน์เป็นนักเลงและไม่ยอมแน่ เดือนถูกโรจน์และพิมุกตามทำร้าย หลายครั้งก็เจ็บตัวจวนเจียนจะถูกพิมุกกับคณะงิ้วจับตัวไป แต่รวิก็มาช่วยไว้ได้ทุกครั้ง ในที่สุดเดือนก็ได้ย้ายไปอยู่วงดนตรีของเทพในฐานะนักร้อง ช่วงนี้เองที่เดือนมีโอกาสใกล้ชิดกับรวิอีกครั้ง รวิเข้าใจสภาพของเดือนและพร้อมจะให้กำลังใจเธอต่อไป ทำให้เดือนรู้ว่าเธอไม่ได้รักเขาฝ่ายเดียว แต่ช้อยห้ามปรามมิให้เดือนคบหากับรวิ เพราะช้อยไม่ต้องการให้เดือนมีสามีกลัวว่าจะตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน และก็สงสารศิริพร ซึ่งมีพระคุณต่อนางด้วย (ด้วยมายาของศิริพร) แต่ด้วยความรักและความใกล้ชิดทำให้เธอตกหลุมรักกับรวิ อีกทั้งใช้รวิเป็นเกราะกำบังมิให้ ก้อง(เต้ นันทศัย) กับขจร นักร้องนำในวงมายุ่งเกี่ยวกับเธอ ศิริพรซึ่งหลงรักรวิ เธอเสียใจมาก เธอเริ่มเห็นเดือนเป็นคู่แข่ง ศิริพรเริ่มเรียนร้องเพลงอย่างจริงจัง และได้มีโอกาสพบกับแก้ว ซึ่งเป็นแดนเซอร์อยู่ค่ายเพลงแห่งหนึ่ง กิมแม่ของแก้วเป็นลูกหนี้ศิริพรอยู่ แก้วจึงเอาใจศิริพรด้วยการร่วมมือกับศิริพรทุกอย่างเพื่อทำลายเดือน ศิริพรเข้ามาพัวพันกับรวิอีกครั้งในฐานะนักร้องประจำวงของเทพ รวิแสดงความสนิทสนมจนเดือนน้อยใจ ศิริพรใช้คราบความดีกลั่นแกล้งใส่ร้ายเดือนทำให้รวิมีปากเสียงกับเดือนเป็นประจำ แม้ว่าป้อมกับขำจะคอยเป็นกำลังใจติดตามมาคอยดูแลเป็นเพื่อนเดือน แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้เดือนตัดสินใจไปพบกับ ชูเกียรติ(ปั๋ง ประกาศิต) ผู้ติดการพนัน เจ้าของโมเดลลิ่ง และเป็นนักปั้นศิลปินมือทอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าชูเกียรติเองก็เป็นญาติกับพิมุก พิมุกสัญญากับชูเกียรติว่าจะล้มมวยให้ ถ้าชูเกียรติจะร่วมมือกลั่นแกล้งระวิกับตน ชูเกียรติแบ่งรับแบ่งสู้เพราะตนเองก็อยากได้เดือนขึ้นมาเหมือนกัน ในขณะที่แก้วเป็นแดนเซอร์ที่ชูเกียรติหมายมั่นปั้นมือว่าจะปั้นให้เป็นนักร้องด้วยเช่นกัน แก้วได้พบกับเดือน ทั้งสองกลายเป็นคู่แข่งกัน แก้วนำเรื่องเสื่อมเสียมาประจานเดือน ทำให้เดือนโกรธและต้องการเอาชนะ รวิเตือนสติเดือน แต่ก็ถูกศิริพรกับแก้วใส่ร้ายอีก รวิพลั้งปากเพราะหึงเดือนจึงมีเหตุให้ต้องต่อยมวยกับพิมุกในงานวัดครั้งหนึ่งจนได้ เดือนเป็นห่วงรวิ แต่ชูเกียรติรับปากว่าถ้าเดือนยอมสนิทสนมกับตนบ้าง เขาจะสามารถพูดให้พิมุกล้มมวยได้ ในที่สุดเดือนก็ยอมรับข้อเสนอของชูเกียรติว่าต้องเอาความสนิทสนมเข้าแลก เดือนยอมรับข้อเสนอ ทั้งที่ยังใช้ชีวิตอยู่กับรวิ แก้วโพนทะนาข่าวนี้ไปทั่วตลาด ช้อยเสียใจถึงกับฆ่าตัวตาย เดือนกลับมาทำศพแม่ท่ามกลางเสียงประจานจากชาวบ้าน ศิริพรอำนาจเงินว่าจ้างแก้วให้ติดต่อนักข่าวเพื่อเผยแพร่ข่าวนักร้องสาวหน้าใหม่ที่ใช้เรือนร่างไต่เต้าและอกตัญญูจนแม่ต้องฆ่าตัวตาย เดือนเสียใจมาก ร้องไห้กับศพของแม่ที่ยังไม่ได้เผา ระหว่างนั้นเองแก้วก็ใช้ขี้ยาประจำซอยสองคนมาดักทำร้ายเดือน แต่รวิกับขำก็มาช่วยไว้ได้ทันรวิเข้าใจว่าเดือนมีอะไรกับชูเกียรติและพิมุกในเวลาเดียวกัน รวิเสียใจผิดหวังเขาขอเลิกและอวยพรให้เดือนโชคดี ส่วนเขาคงลงเอยกับศิริพร เดือนเก็บความเสียใจไว้เงียบ ๆ ความฝันที่จะสร้างฐานะเพื่อเอชนะใจเขากลับส่งผลในทางเลวร้ายลงทุกที แต่ไม่ว่ามรสุมของชีวิตจะโหมกระหน่ำใส่เดือนอย่างไร เดือนก็ไม่ยอมกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกแล้ว เธอยอมก้าวพลาดเพื่อความสำเร็จในวันหน้า เดือนสัญญาทั้งกับชูเกียรติ และพิมุกว่าจะยอมเป็นเมียของทั้งคู่ โดยที่ทั้งชูเกียรติและพิมุกไม่รู้เลยว่าเดือนทำสัญญานี้กับทั้งสองคน ชูเกียรติกับพิมุกเริ่มแตกคอกันและมีเรื่องราว โดยมีเหตุให้รวิต้องมาอยู่ตรงกลาง และมีเรื่องกับทั้งสองก๊กนั่นอยู่บ่อย ๆ ชูเกียรติเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้เดือน ดาวน์รถให้เดือน แต่เดือนต้องผ่อนส่งเอง เดือนมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในใจลึก ๆ ก็เสียใจที่ทำให้รวิผิดหวัง ชูเกียรติติดต่อให้เดือนเข้าไปอยู่สังกัดค่ายเพลงของเสี่ยวาทิน ข่าวแจกเกี่ยวกับเดือนทั้งดีและไม่ดีถูกตีพิมพ์และเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ จนทำให้มีคนรู้จักเดือนมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยฝีมือของแดนเซอร์ที่ชื่อแก้ว แต่ไม่ว่าจะดังในทางดีหรือทางลบ ข่าวคราวของเดือนก็เป็นที่สนใจของเสี่ยทวีศักดิ์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เขาขอให้เดือนไปแสดงภาพยนตร์ เดือนตกลงเพราะหวังเงินก้อนโตไว้ใช้ชีวิตในบั้นปลาย แต่แล้วเธอก็ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากชูเกียรติ เพราะเขาตั้งตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวและขูดรีดผลประโยชน์จากเธอจนแทบไม่เหลืออะไร พิมุกเองก็พลาดท่าจนต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ เพราะแก้วเป็นคนทำคนที่เธอรักตายด้วยความไม่ตั้งใจ แต่เป็นเพราะเธอ เผลอไปร่วมมือกับชูเกียรตินั่นเอง เดือนต้องการหนีจากชูเกียรติ จึงยื่นข้อเสนอเป็นเมียเก็บของทวีศักดิ์ โดยแลกกับบ้านหลังใหญ่ไว้คุ้มชีวิต เธอไม่ทราบเลยว่าทั้งหมดนี้เกิดจากชูเกียรตินำเธอมาขายสัญญาทาสให้ทวีศักดิ์ ศิริพรนำข่าวนี้มาบอกรวิ ยิ่งทำให้รวิเสียใจและชิงชังเดือนมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจลืมเดือนได้ ทำให้ศิริพรยิ่งเกลียดชังและต้องการหาทางทำลายเดือนให้หนักยิ่งขึ้น สายสมร ภรรยาของทวีศักดิ์รู้ข่าวเรื่องเดือนจึงตามมาอาละวาด ด่าทอให้เป็นที่อับอายท่ามกลางสายตาแฟนเพลงจำนวนมาก เดือนวิ่งหนีหลบหน้าผู้คนจนกลายเป็นข่าวใหญ่ เดือนฮึดสู้อีกครั้งโดยมีป้อมกับขำเป็นคู่คิด การที่เดือนถูกรังแกทำให้ทวีศักดิ์สงสารและรักเดือนอย่างจริงใจ เดือนได้รับเงินจากทวีศักดิ์จำนวนหาศาล ขณะที่ศิริพรถูกแก้วกับกิมปอกลอกจนแทบหมดตัว วงดนตรีของเทพแตก ศิริพรมาสมัครเป็นนักร้องในค่ายของเสี่ยวาทิน โดยการชักชวนของนันทนา ภรรยาเสี่ยวาทิน ส่วนรวิใช้เงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ โดยมีตนเป็นนักร้องโฟล์คซองขับกล่อมแขกในร้าน ขณะที่ชีวิตของเดือนกำลังจะดีขึ้นนั้น มรสุมลูกใหญ่ก็ซ้ำเติมเข้ามาอีก เสี่ยทวีศักดิ์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต บ้านหลังใหญ่และรถยนต์คันหรูยังผ่อนไม่หมด เดือนหันหน้าไปหาชูเกียรติแต่ก็ถูกปอกลอกเงินก้อนสุดท้ายไป เมื่อกลับไปหาเสี่ยวาทินก็ถูกนันทนาตบตีด้วยความหึงหวง โดยที่นันทนาหารู้ไม่ว่าศิริพรซึ่งไม่อยากทนใช้ชีวิตอยู่ในร้านอาหารเล็ก ๆ รายได้น้อยนิด ต้องมีชีวิตสมถะอีกต่อไป เธอหันหลังให้รวิและยอมเป็นเมียเก็บของวาทิน แก้วซึ่งเป็นเมียเก็บของวาทินหึงหวงจึงมีปากเสียงกับศิริพร แก้วยิงศิริพรตาย และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เดือนกลับมาที่โลงศพแม่ ซึ่งเก็บไว้รอวันฌาปนกิจ เธอได้พบกับรวิ ในขณะที่รวิกำลังจัดงานศพของศิริพร ทั้งสองได้พบกัน รวิบอกว่าตลอดเวลาเขารอคอยเดือนอยู่ เดือนขอโทษและรับปากว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขาอีกครั้งด้วยชีวิตแบบพอเพียงและลืมเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมาให้หมดสิ้นไป ติดตามชม ละครหางเครื่อง ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละครหางเครื่อง เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557

กุยช่ายร้านเจ๊มล ตลาดน้ำ วัดศาลเจ้า ของอร่อย ย่านปทุมธานี
กุยช่าย /  วัดศาลเจ้า

ไปวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ทีไร เป็นต้องแวะตลาดน้ำวัดศาลเจ้า ที่นี่รวมของอร่อยๆ เยอะมากๆ วันนี้ขอแนะนำ กุยช่ายร้านเจ๊มล ซึ่งต้องบอกว่า กว่าจะได้ทาน ต้องต่อแถวยาวๆ (เทรนด์นี้ มาก่อน กาเร็ตป๊อปคอร์นซะอีก) ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย แถวยาวมากๆ สำหรับร้านกุยช่ายเจ๊มล เปิดมานานมากๆ คนก็เข้าแถวซื้อแบบนี้แหละ สังเกตดูรูป ดารา ออกรายการทีวี หนังสือพิมพ์มาสารพัดจริงๆ ของอร่อยต้องใจเย็นๆ รอกันนิดหนึ่งนะ กุยช่าย มีทั้งทอด ไม่ทอดนะ อันนี้ไม่ได้ทอด อร่อยกันคนแบบ แล้วแต่ใครชอบ กุยช่ายร้านเจ๊มล อยู่ใกล้กับวัดศาลเจ้า ปทุมธานี ขายกันมามากว่า 30 ปี แล้ว กุยช่ายแป้งบางๆ มีหลากหลายไส้ เช่น เผือก กุยช่าย มันแก้ว มีทั้งแบบนึงและทอด ใส่ไส้เยอะห่อด้วยแป้งบางๆจนเห็นไส้ข้างใน นอกจากนี้ยังมีอย่างอื่นอีก เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอดหางเครื่อง กุยช่ายปากหม้อ สาคูไส้หมู ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขายหน้าร้านแล้วยังมีบริการส่งถึงบ้านและรับจัดนอกสถานที่อีกด้วยนะ แผนที่ร้าน กุยช่านเจ๊มล

ณัฐวุฒิ-เนาวรัตน์ ร่ายกลอนแลกหมัดปมนโยบายรัฐบาล
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ /  เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ณัฐวุฒิ-เนาวรัตน์ ร่ายกลอนแลกหมัดปมนโยบายรัฐบาล ซัดทุกเรื่องทำคนไทยเกิดปัญหา ขณะที่อีกฝ่ายบอกทุกเรื่องประชาชนได้ประโยชน์ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในบล็อกoknation.net นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรท์ได้ร่ายกลอนเรื่อง "ร้อน" วิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ที่ทำให้ประเทศชายเกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนำข้าว, ไฟใต้, พ.ร.บ.กู้เงิน 2.2ล้านล้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ รวมไปถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น โดยบทกลอนดังกล่าวมีใจความว่า "ร้อน" @ ร้อนไฟใต้ไหม้ลามที่ด้ามขวาน ร้อนตำนานกร้านศึกจารึกสมัย ร้อนที่ยังไม่ระงับไม่ดับไฟ ร้อนที่รุมสุมไหม้ประชาชน @ ร้อนโกดังข้าวทำจำนำเน่า ร้อนที่ยังสั่งเข้าข้าวปี้ป่น ร้อนที่กินข้าวย้อมข้าวปลอมปน ร้อนกระเป๋ารั่วจนขอดก้นคลัง @ ร้อนตัวเลขเงินกู้บู๊ล้างผลาญ ร้อนเป็นล้านล้านทะลายขายความหวัง ร้อนชาตินี้ใช้หนี้ชาติหน้ายัง ร้อนเรื้อรังอาละวาดถึงชาติโน้น @ ร้อนกฎหมายร้อนร้อนไม่ผ่อนเพลา ร้อนเหมือนเข้าเครื่องบังคับจับเต้นโขน ร้อนปรองดองปองดูน้องปูโดน ร้อนตุ้มเป๊ะเตะกระโถนโดนตะเกียง @ ร้อนอำนาจบาตรใหญ่ใช้บาตรทุ่ม ร้อนเพราะอุ้มจงอางอย่างสุ่มเสี่ยง ร้อนเพราะคอยแต่ฟังคนข้างเคียง ร้อนเพราะไม่ฟังเสียงประชาชน! เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ พฤ. ๒๘/๓/๒๕๕๖ ทั้งนี้เมื่อบทกลอนดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้ฝั่งรัฐบาลโดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เขียนบทกลอนตอบโต้ โดยให้ชื่อว่า"เย็น" เขียนโดย "กวีซีไพร่" ระบุว่า "เย็น" @เย็นจากปลายด้ามขวานงานคืบหน้า เย็นด้วยวงเจรจาหาเหตุผล เย็นด้วยรัฐเคียงข้างประชาชน เย็นน้ำใจดั่งฝนช่วยดับไฟ @เย็นมีจำนำข้าวรายได้เพิ่ม เย็นเงินเติมกระเป๋าตุงทุ่งสดใส เย็นภาษีขยายตัวจากภายใน เย็นลืมตาอ้าปากได้แล้วชาวนา @เย็นลงทุนครั้งใหญ่ใช้สร้างชาติ เย็นความหวังเคยวาดสมปรารถนา เย็นขนส่งทั้งบกน้ำกำลังมา เย็นไม่เสียเวลาตั้งตาคอย @เย็นแก้รัฐธรรมนูญเครื่องหมุนแล้ว เย็นดวงแก้ว′ธิปไตย ไม่เกินสอย เย็นทุกข้อกล่าวหาล้วนหลักลอย เย็นหิ่งห้อยจะส่องแสงด้วยแรงตน @เย็นอำนาจนอกระบบต้องหลบหน้า เย็นหางเครื่องอำมาตยายังสับสน เย็นจับใจเพราะรับใช้ประชาชน เย็นเพราะเดินบนถนนประชาธิปไตย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กวีซีไพร่ วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2556 Mthai News

ดูย้อนหลัง คอนเสิร์ตพี่เบิร์ด 'รวมวง ธงไชยฯ' สุขใจและฟินเว่อร์!
ธงไชย แมคอินไตย์ /  รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต / 

เบิร์ด จัดเต็ม 'รวมวง ธงไชยฯ' สุขใจและฟินเว่อร์! ครบรส โจ๊ะ - โดด – แดนซ์ มันมากมายกระจายความสุขทั้งอิมแพ็คฯ มันเต็มอิ่มสมการรอคอยกับความสนุกจัดเต็มเต็มอิ่มสมราคา กับคอนเสิร์ต ธนาคารไทยพาณิชย์ พริเซ้นท์ส “รวมวง ธงไชยคอนเสิร์ต” ตอน “สุขใจนักเพราะ รักคำเดียว” ที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ เมื่อวันก่อน ทำให้คนดูกว่า 3 หมื่นคนล้วนหอบความสุขใจกลับไปมีความสุขถึงบ้านกับโชว์สุดประทับใจของนักร้องซูเปอร์สตาร์ตลอดกาลของประเทศไทย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ที่ขนแขกรับเชิญตัวพ่อตัวแม่ทุกสายพันธุ์ ซึ่งไม่เคยขึ้นเวทีร่วมกันมาก่อน อาทิ โจอี้ บอย, ใหม่ ดาวิกา, พลอยชมพู, มาตัง, วง 25 HOURS, ต้า และ สอง PARADOX มาร่วมสร้างความสุขแบบเต็มอิ่ม 3 ชั่วโมงเต็ม ครบรส โจ๊ะ โดด แดนซ์ มันสนั่น อิมแพ็ค อารีน่าฯ!! RERUN "รวมวง THONGCHAI CONCERT" youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL คอนเสิร์ตเปิดตัวให้แฟนกรี๊ดสนั่นด้วยเพลง สบาย สบาย ก่อนที่เสียงกรี๊ดจะกระหึ่มเมื่อพี่เบิร์ดเปิดตัวออกมาชวนแฟนร้องตามด้วย บอกว่าอย่าน่ารัก ทักทายพอหอมปากหอมคอ ก่อนซูเปอร์สตาร์ตลอดกาลจะจัดหนักด้วยเมดเล่ย์ อยากบอกรัก, หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ, อยากบอกรัก, ช่วยรับที, หยดน้ำ และ คู่แท้ ให้แฟนๆ ร้องตามกันสนั่นสุดเสียง และจัดเต็มชวนแฟนแดนซ์ในเมดเล่ย์ เรามา SING, ครั้งเดียวไม่พอ, ลองซิจ๊ะ เล่นเอาคนลุกแดนซ์ตามสะเทือนทั้งฟลอร์ ก่อนนำเข้าคิวความสนุกพาร์ท 'โจ๊ะ' ที่เปิดเวทีรำวงกับเมดเล่ย์ของสองสาว มาตัง และ พลอยชมพู มาในเพลง สาวรำวง, โดเรเมี, หางเครื่อง ให้แฟนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ตามด้วยกรี๊ดสนั่นกับนายวงสายโจ๊ะ โจอี้ บอย ชวนแฟนทั้งฮอลล์ยกมือด้วย ยกมือขึ้น ต่อด้วยโชว์แท็คทีม เบิร์ด โจอี้บอย มาตัง พลอยชมพู ซัดเต็มในเพลง อย่าต่อรองหัวใจ, เหมือนเป็นคนอื่น, เงียบๆคนเดียว, ถ่านไฟเก่า, เสียงกระซิบ และให้นั่งไม่ติดต่อด้วย คนบ้านเดียวกัน, คิดฮอด ตามด้วยการให้ โจอี้บอย มาตัง พลอยชมพู ปิดพาร์ทโจ๊ะด้วยเพลงฮิต โอ้ละหนอ ...มายเลิฟ เสร็จปุ๊บไม่ปล่อยให้แฟนนั่งหายใจ เบิร์ดจัดต่อชุด 2 ด้วยพาร์ท 'โดด' ชวนวง 25 HOURS มาโชว์พลังเสียง คิดถึงทุกเวลา และ ไม่เคย ให้ร้องตามสนั่น ก่อนนำเข้าสู่เพลง รักคำเดียว และเปิดตัว ต้า-สอง PARADOX มาแจม ปลุกแฟนเพลงโดดพร้อมกันด้วยเพลง เธอที่รัก และ สุขใจ แบบไม่ให้แฟนหยุดหอบ ต่อด้วยเมดเล่ย์ คู่กัด และ พริกขี้หนู แล้วส่งเวทีให้ ต้า-สอง และ 25 HOURS ปิดพาร์ทด้วยเพลง ยินดีที่ไม่รู้จัก และ สบาย สบาย ให้โดดกันยับ จากนั้นถึงคิวที่ทุกคนรอคอยกับพาร์ท 'แดนซ์' ที่พี่เบิร์ดโชว์เมดเล่ย์เพลงสากลอลังการรวด ก่อนจะเปิดตัว ใหม่ ดาวิกา มาเปิดฟลอร์แดนซ์กันกระจายด้วย มาทำไม ท่ามกลางเสียงกรี๊ดสนั่น ตามด้วยใหม่โซโล่เดี่ยวด้วยโชว์ ควักหัวใจ สะกดสายตาคนดู ก่อนที่พี่เบิร์ดจะคัมแบ็กมาปลุกแฟนให้นั่งไม่ติดเก้าอี้ด้วยเมดเล่ย์ลูกทุ่ง สาวอีสานรอรัก, ฉันทนาที่รัก, สามสิบยังแจ๋ว, ภูมิแพ้กรุงเทพ เสร็จแล้วชวนใหม่กลับมาแจมอีกครั้งด้วย ขอใจแลกเบอร์โทร ที่ทำเอาแฟนแดนซ์กันชนิดฮอลล์สะเทือน แล้วโชว์พลังเสียงบอกรักแฟนทั้งหมดด้วย รักคำเดียว แบบซึ้งๆ ก่อนปิดงานด้วยการขนแขกรับเชิญมาฟินนาเล่ด้วยความสนุกของ ทูมัช โซมัช เวรี่มัช เล่นเอาแฟนๆ ลุกแดนซ์กันเหงื่อท่วมอิมแพ็คฯ กันเลยทีเดียว!... สมราคา 'รวมวงธงไชย ตอน สุขใจนักเพราะรักคำเดียว' ที่พี่เบิร์ดส่งความสุขใจกระจายความสุขแบบฟินกระจายไปถึงแฟนๆ ทั้งฮอลล์!! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จัดประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลดปัญหา นักเรียนตีกัน
การแก้ปัญหานักเรียนตีกัน /  นักเรียนตีกัน / 

ภาพประกอบจาก http://www.obt-bangsaotong.go.thไม่เีกี่ยวข้องกับข่าว สืบเนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทกันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา วันนี้ (23 มิ.ย.) พรรคเพื่อไทยจึงจัดแถลงข่าว ประกวดโครงการ "มนต์เพลงลูกทุ่ง" โดยมี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 "ครูเป็ด" หรือนายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร คอมเมนเตเตอร์ประจำรายการเอเอฟ อคาเดมี แฟนตาเซีย และ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ ดาราสาวชื่อดัง และมีหางเครื่องจากนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แชมป์จากรายการชิงช้าสวรรค์ ประกอบการแถลงข่าว นายพลภูมิกล่าวว่า   เชื่อว่าเมื่อเด็กมีกิจกรรมร่วมกัน มีการสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะช่วยลดปัญหาทะเลาะวิวาทลงได้มาก สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ  ภายใน 1 ทีมประกอบด้วย นักร้อง 1 คน หางเครื่อง 6-12 คนคละโรงเรียนกันได้ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน-20 กรกฎาคม 2555 เกณฑ์ในการตัดสินจะพิจารณาทั้งการร้องเพลง การเต้นของหางเครื่อง แต่ไม่เน้นเรื่องการแต่งกาย เพื่อไม่ให้เกิดความสิ้นเปลืองแก่ผู้เข้าแข่งขัน ส่วนการแข่งขันแบ่งเป็นรอบรองชนะเลิศ วันที่ 18 สิงหาคม และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยรางวัลที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 5 หมื่นบาท พร้อมถ้วยรางวัลจาก รมว.ศึกษาธิการ และรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 3 หมื่นบาท พร้อมถ้วยจากสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยมีโครงการจัดอบรม "สายลับ 2 ล้อ" ให้แก่วินมอร์เตอร์ไซค์ 2 แสนคันทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ประสงค์เข้าอบรมจะต้องขึ้นทะเบียนชื่อผู้ขับขี่ วินที่ประจำ การสแกนลายนิ้วมือ การตรวจสอบประวัติก่อนเข้าอบรม และเมื่อผ่านแล้วก็จะได้รับเสื้อวินในโครงการ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากวินสายลับนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอาศัยเป็นช่องทางในการปราบปรามและลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ได้ ขณะนี้จัดทำโครงการนำร่องที่เขตมีนบุรี โดยการประสานงานกับ บก.น.3 จัดอบรมสายลับ 2 ล้อไปแล้วจำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 1 พันคน Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

The voice Thailand รอบ Live Round Quarter Final
The Voice /  The Voice Thailand

The voice Thailand รอบ Live Round Quarter Final สุดเข้มข้น ต๊ะ-แต๊ก-นนท์-สวย ผ่านเข้ารอบ นนท์ ธนนท์ The Voice ทีมก้อง สหรัถ (ภาพจาก Facebook The Voice Thailand) ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการแข่งขัน The Voice เสียงจริง ตัวจริง กับการแข่งขันรอบ Live Round Quarter Final ซึ่งในแต่ละทีมตอนนี้ เหลือลูกทีม ทีม ละ 4 คน สำหรับ กติกาในรอบนี้คือ ผู้เข้าแข่งขัน 1 คนที่ได้รับการโหวตมากที่สุดจากผู้ชม ทาง SMS และจากโค้ชเป็นผู้คัดเลืิอก 1 คน เท่านั้น ที่จะได้ไปต่อ ซึ่งการแข่งขัน The Voice รอบ Live Round Quarter Final ในวันนี้ เป็นคิวของทีมโค้ชคิ้ม และโค้ชก้อง.. ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขัน มาดูโชว์พิเศษจากทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม กันก่อน กับเพลง หางเครื่อง กบ วีระศักดิ์ ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง ฤดูที่แตกต่าง แอนนี่ นวัชภัทร์ ทีม ก้อง สหรัถ เพลง โปรดส่งใครมารักฉันที ตุลย์ ตุลรยา ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง I Love the Nightlife นนท์ ธนนท์ ทีม ก้อง สหรัถ เพลง ขอบใจจริงๆ ครึ่งแรกผ่านไป ก่อนที่จะไปชมการแข่งขันต่อในครึ่งหลัง เรามาดูโชว์พิเศษของทีมโค้ชก้อง กัน แต๊ก วิชย ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง เงียบเงียบ คนเดียว นัท ณัฐวดี ทีม ก้อง สหรัถ เพลง ควักหัวใจ สวย สโรชา ทีม ก้อง สหรัถ เพลง รักเธอจริงๆ ต๊ะ ตระการ ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง สาวจันทร์กั้งโกบ แถมท้าย ในรอบ Live Round อาทิตย์นี้ ด้วยการเปิดตัวเพลงใหม่ล่าสุดของโค้ชแสตมป์ "โอมจงเงย" ที่แต่งเองร้องเอง ได้ตู่ ภพธร และโค้ชโจอี้ ร่วมแจมในขั้นตอนการบันทึกเสียง The Voice สัปดาห์นี้ถือเป็นที่แรกที่เราจะได้ฟังเพลง "โอมจงเงย" นี้ กันแบบเต็มๆ แล้วก็มาถึงช่วงระทึกใจ กับการประกาศผล โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบ ของทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม ได้แก่ ต๊ะ ตระการ (จากคะแนนโหวต SMS) และ แต๊ก วิชย (จากการเลือกโดยโค้ช) ส่วนทีม ก้อง สหรัถ ผู้ผ่านเข้ารอบ ได้แก่ นนท์ ธนนท์ (จากคะแนนโหวต SMS) และ สวย สโรชา (จากการเลือกโดยโค้ช) และสำหรับการแข่งขัน The voice รอบ Live Round Quarter Final วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคมนี้ จะเป็นการแข่งขันของทีม โจอี้ บอย และ ทีมแสตมป์ ใครจะอยู่ ใครจะไป และใครจะคว้าตำแหน่ง The Voice คนแรกของประเทศไทย ไม่ควรพลาด ทุกวันอาทิตย์เวลา 17.45 - 19.30 น. ทางช่อง 3 และสำหรับแฟนๆ ที่อยากได้เพลงของผู้แข่งขัน ดาวน์โหลดได้ผ่าน APP The Voice Thailand และทาง www.thevoicethailand.com พร้อมอัพเดทความเคลื่อนไหวได้ใน Facebook และ Twitter อีกด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แอ๊คเทอร์ ขอมอบโอกาสให้ผู้กำกับจบใหม่ ไร้ประสบการณ์ ลงทำหนังใหญ่
ผีสางหางเครื่อง /  ผู้กำกับหนัง / 

บริษัท แอ๊คเทอร์ จำกัด เป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ที่ต้องการสร้างความแตกต่างในด้านการสร้างภาพยนตร์ โดยมุ่งเน้นความแปลกใหม่เป็นหลัก สิ่งที่บริษัทฯพบเห็นจากประสบการณ์ในธุรกิจ คือมีนักศึกษาจบใหม่ด้านภาพยนตร์ และประชาชนทั่วไปที่รักการทำภาพยนตร์นำบทไปนำเสนอกับค่ายต่างๆ และมักจะไม่ได้รับพิจารณารวมทั้งไม่เปิดโอกาสเสี่ยงทางธุรกิจกับผู้กำกับที่ไม่มีประสบการณ์ ในภาวะธุรกิจภาพยนตร์ไทยในปัจจุบัน ถือเป็นธุรกิจที่ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับอเมริกา ยุโรป หรือแม้แต่ในภูมิภาคเอเชียด้วยกันเอง อีกทั้งยังขาดความต่อเนื่องในการช่วยเหลือจากภาครัฐ จึงยิ่งส่งผลให้โอกาสของผู้กำกับหน้าใหม่ที่จะได้รับการอนุมัติงานสร้างภาพยนตร์ยิ่งมีน้อยลง สิ่งสำคัญที่บริษัทต้องการเน้นย้ำ คือ แทบจะไม่มีใครในอุตสาหกรรมกล้ามอบโอกาสให้กับคนเหล่านั้น บริษัท แอ๊คเทอร์ จำกัด จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นผู้เริ่มต้น โดยขอสร้างรากฐานความเข้าใจในขั้นตอนการทำงานเบื้องหลังอย่างมืออาชีพให้แก่ผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ ด้วยความเชื่อว่ายังมีคนอีกมากที่มีความคิดใหม่ๆมาสร้างสรรค์ภาพยนตร์และอุตสาหกรรมให้มีความแปลกใหม่มากขึ้นกว่าเดิม วัตถุประสงค์ 1. ต้องการสรรหาผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่มาทำงานในอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง จำนวน 3 คน 2. เปิดโอกาสผู้ไม่มีประสบการณ์ เข้ามาเรียนรู้ระบบการทำงานขั้นตอนเบื้องหลังตั้งแต่ก่อนเปิดกล้อง ปิดกล้องและหลังปิดกล้อง 3. สร้างความเข้าใจระบบธุรกิจของภาพยนตร์ในขั้นตอนการจัดจำหน่ายและเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เพื่อการพาณิชย์ 4. สร้างมิติใหม่ในการสร้างภาพยนตร์เพื่อยกระดับภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ 1. ผู้จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่เกินหนึ่งปี ไม่จำกัดอายุ หรือ 2. บุคคลธรรมดาอายุไม่เกิน 35 ปี 3. มีไอเดียดี มีพลังสร้างสรรค์ มีความอดทนมุ่งมั่นในการสร้างภาพยนตร์ 4. ต้องการก้าวเดินบนเส้นทางผู้กำกับภาพยนตร์อย่างเต็มตัว 5. ไม่เคยผ่านงานสร้างภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ในตำแหน่งผู้กำกับภาพยนตร์ และผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ รวมทั้งไม่มีตำแหน่งเป็นพนักงาน หรือทีมงานสร้างภาพยนตร์แบบประจำของค่ายภาพยนตร์ไทยอื่น กติกาการสมัคร 1. ผู้สมัครเริ่มต้น มากดไลค์ที่ fan page : Nfd.new Directors พร้อมแนะนำตัว 2. ผู้สมัครพิมพ์ใบสมัครด้วยตนเองโดยมีชื่อจริง นามสกุลจริง ชื่อเล่น สถาบันตั้งแต่ประถม ถึงมหาวิทยาลัยและผลงานที่เคยทำ เล่าความรู้สึกแรงบันดาลใจอยากกำกับภาพยนตร์สั้นๆ 4 บรรทัด และความรู้สึกต่อโครงการที่สมัครในครั้งนี้ ส่งที่ email : actornfd@gmail.com 3. ผู้สมัครประเภทจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่เกินหนึ่งปี เอกสารการสมัครประกอบด้วย บัตรประชาชน ,ใบรับรองจบการศึกษา ส่งที่ email 4. ผู้สมัครประเภทบุคคลทั่วไปอายุไม่เกิน 35 ปี เอกสารการสมัครประกอบด้วย บัตรประชาชน ,วุฒิการศึกษา ….ส่งที่ email 5. ผู้สมัครทุกประเภทจะต้องส่งโครงเรื่อง(สำหรับพัฒนาต่อเป็นบทภาพยนตร์) เพื่อการสร้างเป็นภาพยนตร์ 30 นาที ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ ส่งที่ email 6. โครงเรื่องในข้อ 5 ต้องอยู่ภายใต้โจทย์หลักของภาพยนตร์เรื่อง "ผีสางหางเครื่อง" โดยต้องมีผีสาวหางเครื่องอยู่ในเรื่อง และต้องมีตัวแสดงตั้งแต่สามคนถึงห้าคน ตามความเหมาะสมสำหรับภาพยนตร์ 30 นาที 7. ผู้สมัครต้องแนบภาพยนตร์สั้นที่เคยสร้างและคิดว่าดีที่สุดนำส่งพร้อมโครงบท ….ส่งที่ email กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. กำหนด เริ่มส่งโครงบท และหนังสั้นที่เคยทำไว้แล้ว ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2558 ถึง วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. 2558 2. ประกาศผล ผู้ผ่านการคัดเลือก 3 ท่าน วันจันทร์ที่ 9 มี.ค. 2558 กำหนดการสร้างและถ่ายทำ หลังได้รับการคัดเลือก 1. ผู้ผ่านการคัดเลือก เข้าอบรมเรียนรู้กระบวนการเบื้องผลิตที่แล็ปกันตนาฯก่อนเปิดกล้อง วันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. ถึง วันเสาร์ที่ 14 มี.ค. 2558 2. หลังการอบรม ผู้ผ่านการคัดเลือกจัดทำบทภาพยนตร์โดยพิจารณาร่วมกับค่ายแอ๊คเทอร์ วันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค. ถึง วันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. 2558 3. ส่งบทภาพยนตร์พร้อมปรับปรุงร่วมกันกับค่ายแอ๊คเทอร์ วันจันทร์ที่ 23 มี.ค. ถึง วันเสาร์ที่ 4 เม.ย. 2558 4. กำหนดการเปิดกล้องภาพยนตร์ วันพฤหัสบดีที่ 16 เม.ย. 2558 5. ผู้กำกับฯทำงานภายใต้การควบคุมจากค่ายแอ๊คเทอร์ 6. ภาพยนตร์ดำเนินการถ่ายทำเรื่องละ 5 คิวการ รวม15 คิว รายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม 1. โจทย์หลักคือ ภาพยนตร์ "ผีสางหางเครื่อง" มี 3 เรื่อง 3 ผู้กำกับฯรวมความยาวภาพยนตร์ หนึ่งชั่วโมงสามสิบนาที 2. ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ได้รับคัดเลือกสามท่านต้องทำสัญญากับค่ายเป็นเวลาหนึ่งปี 3. ผู้กำกับเจ้าของเรื่องที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด จะได้รับโอกาสทำภาพยนตร์แบบเต็มเรื่องกับค่ายเป็นคนแรก 4. ผู้สมัครที่ส่ง email จะต้องระบุชื่อจริง นามสกุลจริง ที่หัวข้อเรื่องของ email เพื่อให้พนักงานรับข้อมูลได้เห็นชื่อผู้สมัครอย่างชัดเจน 5. ผู้สมัครต้องเข้าใจตามกติกาทั้งหมด และเมื่อได้รับคัดเลือกจะต้องจัดการตัวท่านเองตามวันเวลาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด 6. หากเกิดปัญหาใดๆอันก่อให้เกิดอุปสรรคความเสียหายของการผลิตภาพยนตร์ทางค่ายขอสงวนสิทธิ์ที่จะตัดสิทธิ์ผู้กำกับฯได้ทุกกรณี 7. บทและภาพยนตร์จากผู้สมัครที่ได้รับคัดเลือกถือเป็นลิขสิทธิ์ของค่ายแอ๊คเทอร์ 8. ภาพยนตร์เรื่อง "ผีสางหางเครื่อง" กำหนดการเข้าฉาย เดือนมิถุนายน 2558 พร้อมกันทั่วประเทศ หมายเหตุ : ชมโปสเตอร์ภาพยนตร์ได้ที่ fan page : Nfd.new Directors ------------------------------------

ปุ้ม ลูกสายัณห์ โต้ อยากดัง
คนดังนั่งเคลียร์ /  ปุ้ม / 

คนดังนั่งเคลียร์ เปิดหมดเปลือก “ปุ้ม” ลูกสายัณห์ สัญญา โต้! อยากดัง พร้อมบวชแทนพระคุณพ่อ (O/A 21 ก.ย.) คนดังนั่งเคลียร์ ปุ้ม ลูกสายัณห์ ฮือฮาและเป็นที่จับตามองของทุกสื่อ เมื่อในงานศพของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “สายัณห์ สัญญา” มีหนุ่มนามว่า “ปุ้ม-อนุสรณ์ มุสิกะสินธุ์” ซึ่งระบุว่าเป็นลูกอีกคนของสายัณห์ ได้เดินทางมาที่งานด้วย ซึ่ง “ปุ้ม” ได้ชี้แจงทุกอย่าง และเปิดใจถึงความรักระหว่างพ่อกับลูกแบบหมดเปลือกในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางช่อง “สตาร์แม็กซ์” แซ่บทั้งช่อง พอมีคนรู้ว่าเป็นลูกสายันห์ คำถามแรกที่เจอ ? “คำถามแรกที่ผมเจอคือเป็นลูกชายของพ่อจริงหรือเปล่า ผมใช้นามสกุลของพ่อเองครับ เพราะว่ายังไม่เคยได้ขออนุญาตพ่อในการใช้นามสกุล คุณพ่อก็ไม่ได้รับจดทะเบียนเป็นพ่อตั้งแต่ตอนแรก” กี่ปี แม่ถึงมีสามีใหม่ ? “แม่เลี้ยงผมมา 10 หรือ 20 ปีถึงมีพ่อเลี้ยง ตอนนั้นผมใช้นามสกุลแม่” ตอนนี้ยังอยู่กับพ่อเลี้ยงไหม ? “ไม่ครับ แม่กับพ่อเลี้ยงแยกทางกันนานมากแล้ว และก็ได้ข่าวว่าพ่อเลี้ยงเสียแล้ว” ทำไมนักร้องลูกทุ่งสมัยก่อนถึงกลัวเรตติ้งตก เปิดเผยไม่ได้ว่ามีลูก มีเมีย ? “ผมคิดว่าอาจจะเป็นที่สมัยก่อน ที่เวลาเราชื่นชอบศิลปินดารา เราก็อยากให้ศิลปินดาราคนนั้นมีผลงานต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้ามีครอบครัวก็อาจจะไม่ค่อยมีเวลามาทำงานให้ได้เห็นกัน เพราะว่าต้องคอยดูแลครอบครัว” แม่เป็นรักครั้งแรกของพ่อ ? “อันนี้ไม่แน่ใจนะครับ คุณแม่เป็นหางเครื่องอยู่ในวงพ่อครับ ถามว่าคุณแม่สวยไหม ตามที่ฟังคนอื่นเขาพูดมา เห็นเขาเรียกคุณแม่ว่าเป็นนางกวักประจำวง อาจจะเป็นที่คุณแม่เขาวางตัวเรียบร้อยเวลาอยู่ในวง แม่เล่าให้ฟังสมันก่อนหางเครื่องเขาจะมีท่าที่เด้งไปเด้งมา แม่ก็จะไม่ค่อยทำ(ยิ้ม)” รู้สึกไหมว่าพ่อเป็นคนเจ้าชู้ ? “ผมว่าด้วนความเป็นคนมีชื่อเสียง ก็อาจจะมีผู้หญิงเข้ามาดูดคุยเยอะแยะตามปกติ” มีคนมองว่าออกมาตอนนี้ เหมือนสร้างเรตติ้ง ? “โดยปกติผมทำงานอยู่ในสายวงการบันเทิงอบยู่แล้วครับ อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากแต่ว่าก็พอมีคนรู้จักอยู่บ้าง ผมไม่ได้หวังว่าจะมาเอาเรตติ้ง หรือว่าทำให้ตัวเองมีชื่อเสียงจากการตายของพ่อ สิ่งที่ผมทำก็คือผมแค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าผมจะทำอะไร อย่างที่บอกว่าไม่อยากให้ไปขุดคุ้ยประวัติพ่อ เรื่อเก่าๆจริงๆ มันก็ไม่ได้มีเรื่ออะไรเสียหาย แต่ไม่อยากให้วิญญาณพ่อไม่สงบ ก็เลยต้องบอกผู้สื่อข่าวให้รู้ก่อน แล้วก็บอกทุกคนให้เคลียร์ไปในตัวเองว่าเราเป็นใคร ทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้” คำสอนคำเดียว และคำสุดท้ายก่อนพ่อจากไป ? “พ่อบอกว่าให้เป็นคนดี ลำทำดีกับคนรอบข้าง” รู้สึกพ่อเป็นฮีโร่ ? “พ่อเป็นคนที่ทรนง เขาเป็นคนไม่ง้อคน ผมก็ชื่นชอบพ่อในจุดนี้” ติดตามบทสัมภาษณ์เต็มๆ การเปิดใจอย่างหมดเปลือกได้ในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” วันเสาร์ที่ 21 กันยายน ทางช่อง “สตาร์แม็กซ์” แซ่บทั้งช่อง เวลา 07.00/10.00/16.00/20.00/23.00น. ________________________________________ Link ที่เกี่ยวข้องกับ สายัณห์ สัญญา สายัณห์ สัญญา 5 เพลงฮิต มหานิยม สายัณห์ สัญญา  สายัณห์ ขายใจ ใครจะซื้อ..... นี่คือท่อนหนึ่งของเพลง "สายัณห์ขายใจ" ของนักร้องลูกทุ่งเสียงแหบเสน่ห์ สายัณห์ สัญญา ที่เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อ สายัณห์ สัญญา ครวญเพลง ไก่จ๋า กับ เสก โลโซ เพราะไปอีกแบบ เมื่อเพลง ไก่จ๋า ของนักร้องลูกทุ่งผู้ล่วงลับ สายัณห์ สัญญา ถูกนำมามิกซ์ดนตรีใหม่ ด้วยการนำเสียงต้นฉบับของ พี่เป้า และ เวอร์ชั่น Cover โดยพี่เสก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

หางเครื่องเต้นเพลงร็อค แต่ก็เต้นไปได้
หางเครื่องโชว์ /  นางแมว / 

วง Big door เล่นเกือบทุกแนวเพลง เป็นการรวมตัวของครูดนตรีใน กทม. รับงานนอกเกือบทุกประเภท ติดต่อได้ที่ https://th-th.facebook.com/pages/Boy-Anupong-Guitarist/300659379962430

เบื้องหลังกองละครหางเครื่อง ปรัชญ์ - อ๋อง แต่งชุดหางเครื่อง
คันปาก

คันปาก - วันนี้คันปากมีภาพเบื้องหลังของนักแสดงหางเครื่องในแต่งตัวมาฝาก บรรยากาศจะเป็นอย่างไรไปชม...

อีสัม สมหวัง
อีส้ม สมหวัง /  สุวนันท์ คงยิ่ง / 

เสียงประกาศจากรถแห่งวงลูกทุ่งชื่อดัง ยอดรัก สลักใจ ที่มาพร้อมกับเสียงเพลงฮิตติดหู ทำให้ชาวบ้านที่กำลังเร่งมือทำงานต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงยังต้องหยุดร้องไห้ เพื่อฟังให้แน่ใจว่าคืนนี้ วงลูกทุ่งขวัญใจของพวกเขา จะไปเปิดวิกการแสดงที่ไหน เสียงรถแห่วิ่งผ่านไปแล้ว ภาพชาวบ้านที่หยุดนิ่งเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกคนเร่งมือทำงานเพื่อหวังจะไปดูการแสดงในคืนนี้ จะมีก็แต่ สมหวัง (ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) เท่านั้นที่ยังยืนมองตามหลังรถแห่ของวงลูกทุ่งไปจนลับตา ในหัวของสมหวังไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้วนอกจากทำนองเพลงลูกทุ่งและเสียงงี่ดังแว่วอยู่ในหู “เอ็งต้องร้องเพลงลูกทุ่ง เอ็งจะยิ่งใหญ่ เอ็งจะกลายเป็นเทพบุตรลูกทุ่งคนต่อไป. หลังเวทีลูกทุ่งชายหนุ่มหลายคนเข้าคิวสมัครงานชะเง้อมองอย่างสนใจ โดยเฉพาะตอนหางเครื่องหญิงเปลี่ยนเสื้อผ้า โฆษกประจำเวทีเริ่มเอื้อนเอ่ยประโยคหวานก่อนเปิดตัวนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง สมหวังเดินออกจากแถวสมัครมายืนเหม่อข้างเวที จนกระทั่งมีเสียงเรียกให้เขาขนของขึ้นรถ เหตุนี้ทำให้สมหวังได้งานในวงลูกทุ่ง และเป็นจุดเริ่มต้นแรกของชีวิตคนลูกทุ่งของสมหวัง และทำให้เขาได้พบกับ ส้ม (สุวนันท์ คงยิ่ง) หางเครื่องสาวสวยประจำคณะ เรื่องราวความสนุกสนานภายในวงดนตรีลูกทุ่งจึงเกิดขึ้น........

ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น (ละครเย็น) , เรื่องย่อนางฟ้าเปื้อนฝุ่น (ละครเย็น)
ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น /  เรื่องย่อละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น / 

นางฟ้าเปื้อนฝุ่น บทประพันธ์โดย : ปีย์วราบทโทรทัศน์โดย : พิง ลำพระเพลิง และ ดรีมทีมกำกับการแสดงโดย : อัษฎาวุธ เหลืองสุนทรผลิตโดยโดย : บริษัท ดูมันดี จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น พาขวัญ (โซฟี่ อัปสรสิริ อินทรคูสิน) เข้ามานำเสนอผลงานสารนิพนธ์เกี่ยวกับการเต้นหางเครื่องที่มหาวิทยาลัยเกือบไม่ทัน โชคดีที่เพื่อนสนิทคือ นัชชา (ณัฎฐกันย์ อัมพรพงษ) กับ ธีรวิทย์ (ไดสุเกะ สุกี้คาวา) ช่วยถ่วงเวลา อาจารย์เอก (มาฬิศร์ เชยโสภณ) ไว้โดยมี ธนัญญา(ช้องมาศ บางชะวง) กับลูกคู่อย่าง ปานจิต (ณัฐชยกานต์ ปากหวาน) และ ลักษมี (แพร อริศรา) ขอให้พาขวัญหมดสิทธิ์ส่งงานและไปจบปีหน้าแทนเนื่องจากมาสาย ด้วยต้องการกำจัดคู่แข่งในการแย่งเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง สุดท้ายอาจารย์เอกบอกว่างานที่พาขวัญทำมาเสนอในเบื้องต้น ยังขาดวิญญาณ ของหางเครื่องไป และแนะนำว่าให้ส่งเป็นงานเต้นประเภทอื่นที่เธอถนัดกว่าอย่าง บัลเล่ต์ คอนเทมฯ หรือฮิปฮอป แต่พาขวัญไม่อยากเปลี่ยน เมื่อออกมาจากห้องนำเสนอผลงาน พาขวัญพบ ศรุต (ณรงค์ฤทธิ์ รัตนภักดี) ชายหนุ่มเจ้าของกิจการร้านอาหารและไร่ผักออร์แกนิคส์ คนที่ ดวงกมล (ภัสสร บุณยเกียรติ) แม่ของเธอต้องการจะให้ลงเอยด้วย เพราะเหมาะสมกันทั้งฐานะและชาติตระกูล มารอรับเธออยู่ เธอจึงปลอมตัวโดยอาศัยชุดขอทานจาก ละครดาวพระศุกร์เดอะมิวสิคัลของนัชชา จนเกือบรอดสายตาศรุตไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะกลุ่มธนัญญาเห็นเสียก่อน ขณะวิ่งหนีศรุตออกมาถึงหน้ามหาวิทยาลัย พาขวัญเกือบถูกรถแท็กซี่ของ นันทพงศ์ (กฤษฎี พวงประยงค์) ที่เพิ่งไปรับ ชลธี (ปรัชญ์ ปรมิณ) หนุ่มนักเรียนนอก ทายาทเจ้าของวงดนตรีลูกทุ่งชาญชลธีชน เธอฉวยโอกาสรีบขึ้นรถแท็กซี่หนีศรุตไป ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ในรถแท็กซี่ พาขวัญไม่พอใจทีท่าของชลธีที่เหมือนดูถูกเธอ ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกัน พาขวัญทำโทรศัพท์มือถือหล่นในรถแท็กซี่โดยไม่รู้ตัว ขณะที่รอน้องชายที่จบการบริหารด้านดนตรีกลับมาช่วยกอบกู้วง ชาญชัย (โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ก็ถูก เจ๊หอม (ดีใจ ดีดีดี) และ นกเขา (ชาญณรงค์ ขันทีท้าว) โทรมาทวงหนี้ก้อนใหญ่ ส่วนทางลูกวงที่เตรียมงานต้อนรับชลธีก็ถูกร้านค้าต่างๆ ยื่นคำขาดว่าไม่ให้เชื่อของอีกต่อไป สถานการณ์ด้านการเงินของวงกำลังย่ำแย่ ชลธีคาดคั้นเอาความจริงจากนันทพงศ์ขณะนั่งรถกลับบ้าน แต่นันทพงศ์ก็ตอบเลี่ยงไปว่าเป็นเพราะหน้าฝน งานจ้างเลยน้อย เนื่องจากศรุตมาเล่าให้ดวงกมลฟัง พาขวัญจึงถูกแม่สั่งไม่ให้ทำธีสิสเรื่องหางเครื่อง เพราะมองว่าไม่เหมาะสมกับฐานะลูกสาวของรัฐมนตรี อรรถพล (นงค์ เชิญยิ้ม) และอนาคตผู้บริหารกิจการของเธอ พาขวัญเสียใจ แต่ก็ได้กำลังใจจาก วิไล (หลิว-อาราดา พรหมพฤกษ์) เลขานุการส่วนตัวของแม่เธอช่วยปลอบเมื่อชลธีมาถึงบ้าน ก็มีสาวๆ ในวงมาต้อนรับ ทั้ง ภารวี (แพร เอมเมอรี่) นักร้องนำ มณีรัตน์ (เอี๊ยม-วรรษพร วัฒนากุล) หัวหน้าหางเครื่อง และ รสริน (หทัยชนก สวนศรี) หางเครื่องสาวสุดเซ็กซี่ ชลธีต้องการจะคุยเรื่องสถานการณ์ของวงกับชาญชัย ชาญชัยบอกให้คุยทีหลังเพราะทุกคนในวงรอเจอชลธีอยู่ สุดท้ายเมื่อชลธีเข้าไปเห็นตารางงานของวงในห้องทำงานชาญชัย เขาก็บอกให้ชาญชัยยุบวงชาญชลธี ชาญชัยโกรธมาก ทุกอย่างที่พี่น้องสองคนโต้เถียงกันอยู่ภายใต้การรับรู้ของ เพทาย (นวพล ภูวดล) ผู้จัดการวงชาญชลธีที่แอบฟังอยู่ ในงานเลี้ยงต้อนรับชลธี ขณะที่ทุกคนสนุกสนานอยู่ ชาญชัยเข้าไปถามชลธีว่าแน่ใจนะที่จะทำให้ทุกคนที่กำลังมีความสุขนี้ตกงาน ชลธีลังเล หลังงานเลี้ยงเลิกรา นกเขารอจังหวะจะมาขโมยแท็กซี่ของนันทพงศ์ไป เพื่อเป็นการประกันเงินกู้ให้กับทางเจ๊หอม เพื่อเอาใจเจ้านาย แต่กลับพบว่ามีแสงวาบๆ ออกมาจากในรถ นกเขาเข้าใจว่าเป็น ผีดอกคูน (โย่ง เชิญยิ้ม) พ่อของชาญชัยและชลธีที่ตายไปแล้ว แต่ที่จริงแล้วคือแสงจากโทรศัพท์มือถือของพาขวัญวันรุ่งขึ้น ก่อนออกจากบ้านชลธีได้เจอชาญชัย ชลธีบอกจะช่วยปรับปรุงวงให้ดีขึ้น ชาญชัยดีใจและขอเวลาชลธี 4 เดือนเพื่อจะฟื้นฟูวงให้กลับมาเหมือนเดิม ถ้าไม่สำเร็จจะยอมให้ชลธีขายวง ชลธีตอบตกลง แต่จริงๆ แล้วชาญชัยต้องการจะส่งวงชาญชลธีเข้าประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลก้อนใหญ่และสัญญาว่าจ้างหลายปี ในอีก 4 เดือนข้างหน้า พาขวัญยืมโทรศัพท์ของวิไลโทรเข้ามือถือตัวเอง จังหวะเดียวกับที่ชลธียืมรถแท็กซี่ของนันทพงศ์เพื่อออกไปทำธุระพอดีเลยเป็นคนรับสาย พาขวัญเข้าใจผิดคิดว่าชลธีเป็นคนขโมยมือถือของเธอ เธอจึงขู่ให้ชลธีเอาโทรศัพท์มาคืนให้ที่มหาวิทยาลัย เมื่อชลธีมาถึงก็เจอกับธนัญญาที่ขึ้นมาบนแท็กซี่เพราะจะไปพบ วงศกร (นิกกี้-สิรภพ สมผล) นักลีลาศหนุ่มเพลย์บอย เพื่อจะเชิญมาเป็นคู่เต้นในงานธีสิสของเธอ ด้วยหวังว่าจะทำให้ชนะพาขวัญได้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ชาญชัยบอกพาขวัญว่าวิไลเคยเป็นหางเครื่องในวงของเขา พาขวัญดีใจมากจึงขอชาญชัยไปเป็นหางเครื่องที่วงด้วย ท่ามกลางความตกใจของวิไล ชาญชัยบอกให้พาขวัญไปขอแม่มาก่อน เมื่อกลับบ้านไป พาขวัญโทรไปวางแผนกับอรรถพลเพื่อหลอกดวงกมลให้อนุญาตให้เธอไปฝึกบัลเล่ต์เพิ่มเติมกับมาดามเลอคาบูซิเยร์ เพื่อทำธีสิสบัลเล่ต์ให้ดีที่สุด เป็นเวลา 4 เดือน แต่ที่จริงเธอจะไปอยู่ในวงชาญชลธี ดวงกมลตกหลุมพรางเลยอนุญาต แต่ก็ไม่วายเป็นห่วง อรรถพลจึงบอกว่าให้วิไลตามไปดูแลด้วยเพื่อความสบายใจของดวงกมลวิไลอึดอัดใจที่ต้องกลับมาเจอกับชาญชัยอีกครั้งเพราะเคยมีความหลังครั้งอดีตกันอยู่ แต่ก็ยอมปลอมมาเป็น น้าวิไล กับหลานขวัญใจ เข้ามาในวง เพราะรักและเห็นใจพาขวัญ ชลธีดีใจที่ได้เจอวิไลแล้วก็ต้องตกใจเมื่อวิไลพาพาขวัญมาด้วยชลธีผิดหวังจากการออกไปสมัครงานที่โรงเรียนสอนดนตรีเพราะคุณวุฒิสูงเกินไป ประกอบกับการเห็นวงดนตรีมีแต่งานจ้างห่วยๆ เลยตัดสินใจโทรหา เอกภพ (จิณณะ จอมขันเงิน) เจ้าของค่ายเพลงที่เพทายแอบให้นามบัตรมา เพราะต้องการขายวงชาญชลธีเพื่อความอยู่รอด เช้าวันรุ่งขึ้น รสรินปล่อยข่าวเรื่องชลธีถูกทำร้ายเพราะพาขวัญ และเห็นวิไลอยู่กับชาญชัยสองต่อสองในยามวิกาล ทำให้คนในวงส่วนใหญ่ไม่พอใจ นอกจาก ชดช้อย (ค่อม ชวนชื่น) อดีตหางเครื่องวัยดึก หวด (อู๊ด เป็นต่อ) และ ป้าน้อย (วันทนา บุญบันเทิง) แม่ครัว ทุกคนสุมหัวกันเม้าท์สองน้าหลานคู่นี้ว่าจะเข้ามาทำให้วงชาญชลธีเปลี่ยนไป รสรินเป่าหูมณีรัตน์ว่าวิไลจะมาเขี่ยเธอออก และเสี้ยมภารวีต่อว่าขวัญใจน่าจะมาเสียบแทนตำแหน่งนักร้องนำเพราะสาวกว่า ภารวีเหม็นหน้าพาขวัญขึ้นมาทันทีที่มหาวิทยาลัย เป็นวันสุดท้ายที่จะเปลี่ยนหัวข้อธีสิสได้ ธนัญญาเห็นธีรวิทย์กับนัชชาเข้ามาคุยกับครูเอก จึงเข้าใจว่าพาขวัญส่งมาให้แจ้งเปลี่ยนหัวข้อแทน เธอจึงพยายามถามครูเอกว่าพาขวัญเปลี่ยนหัวข้อธีสิสเป็นอะไร แต่ครูเอกไม่ยอมบอก แต่ก็กำชับนัชชากับธีรวิทย์ว่าคราวหน้าต้องให้พาขวัญมาด้วยตัวเองพาขวัญถูกมณีรัตน์และหางเครื่องในวงใช้ให้ซักเสื้อผ้าเพราะเป็นหางเครื่องน้องใหม่ ระหว่างนั้นวิไลก็ถือโอกาสซักไซ้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พาขวัญไม่ยอมบอก จนกระทั่งวิไลขู่จะบอกดวงกมล พาขวัญจึงเล่าความจริงทั้งหมด ที่บ้านพาขวัญ ดวงกมลเชิญศรุตมาคุยและขอให้ตามหาที่อยู่ของมาดามเลอคาบูซิเยร์ให้ เพราะเธออยากจะไปเยี่ยมลูกมาก ศรุตรับปากว่าจะหาให้ เพทายพยายามลวนลามพาขวัญและเสนอว่าจะช่วยผลักดันให้เป็นนักร้อง ถ้ายอมเป็นของตน แต่ ผ่องศรี (ณัฐรินทภรณ์ ยืนยง) โผล่มาขัดจังหวะพอดี พาขวัญเลยรอดไปได้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น เจ๊หอมส่งนกเขาปลอมตัวเป็นแม่ค้าขายขนมมาสืบเรื่องงานของวง ได้ความว่าจะมีงานที่วัดหลวงตาเผือกวันเสาร์นี้ เจ๊หอมโกรธที่ชาญชัยไม่แจ้ง คิดว่าจะเม้มเงินที่จะมาใช้หนี้ ชลธีเห็นชาญชัยเอารถแท็กซี่ไปขับหารายได้ เลยคาดคั้นว่าเป็นเพราะต้องส่งตัวเองไปเรียนเมืองนอกใช่หรือไม่ สถานการณ์ทางการเงินของวงถึงได้ย่ำแย่ ชาญชัยบอกว่าเป็นสิ่งที่ตนรับปากพ่อไว้และต้องทำให้ได้งานทำบุญวัดหลวงตาเปลี่ยนเป็นงานโชว์แรกของวงตั้งแต่พาขวัญปลอมตัวเข้ามา ถึงจะไม่ได้ขึ้นเต้นแต่พาขวัญก็ตื่นเต้น แต่แล้วที่หน้าเวทีกลับมีคนดูไม่ถึง 3 คน พาขวัญช็อคมาก ในขณะที่ลูกวงทุกคนโชว์กันอย่างเต็มที่เหมือนเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ก็ไม่ปานพาขวัญงงกับการที่ทุกคนไม่รู้สึกอะไรที่แสดงไปโดยแทบไม่มีคนดู แต่ ผ่องศรี อดีตหางเครื่องที่ผันตัวมาทำเสื้อผ้าบอกว่าเป็นเรื่องปกติที่การแสดงจะต้องเต็มที่ไม่ว่าจะมีคนดูมากน้อยแค่ไหน ด้วยความสนิทสนมกันเพราะพาขวัญต้องมาช่วยซ่อมแซมชุดหางเครื่อง พาขวัญจึงค่อยๆ ใส่ความคิดเรื่องเปลี่ยนสไตล์ชุดหางเครื่องให้ทันสมัยกับผ่องศรี ผ่องศรีเห็นดีด้วย เข้าทางชลธีพอดีที่อยากให้งานโชว์วันเปิดบ่อปลาคาร์ฟออกมาดูดีขึ้น เพราะเอกภพเจ้าของค่ายเพลงพี่ไอจีจะมาดูตามที่นัดไว้ ถึงกับเอาเงินเก็บสมัยเสิร์ฟอยู่ที่เมืองนอกมาช่วยค่าชุดหางเครื่อง ท่ามกลางความดีใจปนแปลกใจของชาญชัยที่เห็นน้องลงทุนพัฒนาวง วันคอนเสิร์ตเปิดบ่อปลาคาร์ฟ ทุกคนที่พาขวัญปกปิดความลับ มาร่วมประชุมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งธนัญญา ศรุต อรรถพล ดวงกมล วงศกร พาขวัญได้แต่แอบอยู่หลังเวทีที่คิดว่าปลอดภัย แต่เเล้วก็เกิดเรื่องเมื่อธนัญญาแกล้งขัดขามณีรัตน์ เพราะหมั่นไส้ที่มาอ่อยวงศกร จนมณีรัตน์ไม่สามารถเต้นเพลงต่อไปได้ ผ่องศรีบอกให้พาขวัญออกไปเต้นแทน เพราะรู้ว่าเธอแอบดูการซ้อมอยู่ตลอดวันงานเทศกาลดนตรีมันแผล็บมากจึงนับเป็นหายนะของพาขวัญโดยแท้ เธอต้องขึ้นเต้นด้วย แล้วยังต้องเปลี่ยนชุดไปกินข้าวกับครอบครัวที่มีศรุตมาด้วย สลับกับกินกาแฟกับครูเอกที่เธอนัดอยู่ร้านติดๆ กัน พาขวัญเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาวิ่งรอกจนเกือบแผนแตก แต่ก็รอดมาได้ด้วยความช่วยเหลือของวิไล ที่เกือบจะทำพังไปเหมือนกันเพราะดันมีเซอร์ไพร์ส แต่ก็กลายเป็นเซอร์ไพร์สนั้นเองที่ช่วยให้พาขวัญรอดมาได้เอกภพถูกใจการแสดงของวงชาญชลธีแต่ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ ไม่ยอมรับปากว่าจะเทคโอเวอร์วงชาญชลธีต่อหรือไม่ พาขวัญมารู้ทีหลังว่าตนแอบถูกชลธีหลอกใช้เพราะต้องการให้คนของพีไอจีมาดูการแสดง เธอเคืองชลธีเป็นอย่างมาก และประกาศว่าจะต่อต้านการขายชาญชลธีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ชลธีได้รับการเชิญจากครูเอกผ่านทางเจ้าของโรงเรียนดนตรีที่เคยไปสมัครงาน แต่คุณวุฒิสูงเกินไป ให้มาช่วยวิจารณ์งานธีสิสเด็กที่ส่งงานด้านดนตรี เป็นโอกาสให้ชลธีได้ยินซาวด์เพลงของธีรวิทย์แล้วรู้สึกชอบ นัชชารู้ว่าชลธีมาจากวงชาญชลธีจึงรีบส่งข้อความไปบอกพาขวัญ พาขวัญจึงวางแผนจะดึงเพื่อนๆ เข้ามาช่วยเธอปรับปรุงวงอีกแรงพาขวัญวางแผนให้ธีรวิทย์เข้ามาทำทีเป็นขอชลธีฝึกงานที่วงชาญชลธี และให้นัชชาปลอมเป็นแฟนขี้หึงของธีรวิทย์ติดตามมาด้วย ชลธีที่ชอบงานของธีรวิทย์อยู่แล้วก็ช่วยพูดกับชาญชัยให้เห็นดีเห็นงามและรับธีรวิทย์เข้ามา เพทายไม่พอใจที่มีคนเข้ามาวุ่นวายในวงมากขึ้น ทำให้แผนการที่เขาวางไว้ในใจจะยุ่งยากขึ้นไปอีก ถ้าวงพัฒนาอย่างนี้ต่อไป ชลธีอาจล้มเลิกความตั้งใจจะขายก็ได้วงชาญชลธีเริ่มดีขึ้น พาขวัญแอบปลื้มใจอยู่ลึกๆ ที่เธอทำให้ชาญชลธี สดชื่น มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เธอเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เป็นหางเครื่องอย่างเต็มตัวบนเวทีบนเวทีคอนเสิร์ตเกิดมาไม่เคยเจอ อันเป็นงานเลี้ยงพนักงานของค่ายเพลงพีไอจี ที่เอกภพอยากให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ดูการเเสดงของวงชาญชลธีก่อนตัดสินใจซื้อ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น เช้าวันเกิดเหตุรสรินแอบใส่สลอดลงไปในอาหารของพาขวัญ แต่บังเอิญมณีรัตน์กลายมาเป็นผู้รับเคราะห์แทน ในขณะที่พาขวัญก็เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเช่นกัน เพทายจึงรีบนำทั้งสองส่งโรงพยาบาล รสรินแอบสะใจ คิดว่าแผนการของเธอนั้นสัมฤทธิ์ผลธนัญญาซึ่งสืบรู้มาแล้วว่าวันนี้พาขวัญจะต้องรีบกลับไปเพื่อทำภารกิจสำคัญมากบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร เธอจึงคิดแกล้งเพื่อนด้วยการถ่วงเวลาในการบรรยายงาน เพราะพาขวัญได้บรรยายเป็นอันดับสุดท้ายต่อจากเธอ ด้วยเลขประจำตัวของพาขวัญนั้นอยู่หลังธนัญญาแม้พาขวัญจะกลับมาที่เวทีอย่างฉิวเฉียด และทำให้รสรินตกใจอยู่ไม่น้อยที่เธอมีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาเต้นได้ แต่คอนเสิร์ตก็ยังไม่สามารถเริ่มทำการแสดงได้ เพราะภารวีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่เหตุการณ์กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ก็ปรากฏว่ามีนักร้องลูกทุ่งชื่อดังแนวหน้าของวงการปรากฏตัวขึ้นกลางเวทีคอนเสิร์ต สร้างความพอใจให้กับพนักงานของพีไอจีเป็นอย่างยิ่ง แถมยังดึงพาขวัญออกมาร้องเพลงคู่อีกด้วย ซึ่งพาขวัญก็ทำได้ดีมากจนทุกคนในวงตกภารวีกลับมายังวงชาญชลธีแล้วบอกว่าเธอถูกวางยาลักพาไปขังไว้โดยใครก็ไม่รู้ รสรินกับมณีรัตน์ใส่ร้ายพาขวัญว่าเป็นคนทำ เพื่อที่จะได้ขึ้นโชว์ร้องเพลงแทนภารวีในงานเมื่อคืน ภารวีเริ่มลังเล ฐานะอันแท้จริงของพาขวัญเกือบถูกเปิดเผย เมื่อวันหนึ่งขณะที่เธอต้องลอบออกไปมหาวิทยาลัย เพื่อรายงาน ความคืบหน้าของงานในช่วงเช้า ทานอาหารกับศรุตในมื้อค่ำ ชลธีแอบสะกดรอยตามพาขวัญไปติดๆ แต่พาขวัญ ก็คลาดสายตาเขาไปอย่างหวุดหวิดทุกครั้ง พาขวัญช่วย จีน่า (บั๊บเบิ้ล-กรกฎ พวงสวัสดิ์) หางเครื่องชายใจหญิงของวง แก้ไขสถานการณ์บางอย่างที่บีบคั้นได้ขณะเข้าตาจน เธอทำโดยไม่ให้จีน่ารู้ แต่ชลธีเห็น เขามั่นใจว่าพาขวัญเป็นคนดีที่ไม่เอาเปรียบใคร พาขวัญกลายเป็นทั้งศิราณีและแม่พระที่คอยให้ความช่วยเหลือและชี้แนะกับทุกคนในวงยามประสบปัญหาจึงยิ่งทำให้ความสัมพันธ์และมิตรภาพของเธอกับเพื่อนๆ ในวงแน่นแฟ้นจนยากที่จะแยกขาดออกจากกัน ส่งผลให้การเก็บข้อมูลเพื่อทำโปรเจ็กต์ของเธอเป็นไปอย่างราบรื่น ชาญชัยพอเก็บเงินก้อนเล็กๆ จากการที่วงมีงานเพิ่มขึ้นได้บ้าง เขาจึงนำไปไถ่แหวนที่ครั้งหนึ่งตั้งใจจะใช้หมั้นหมายกับวิไล แต่ก็มีอันต้องเข้าใจผิดไปเสียก่อน เมื่อออกมาจากร้านทองด้วยความดีใจจะรีบเอาแหวนไปมอบให้หญิงที่ตนรัก โดยไม่ทันระวังชาญชัยถูกรถชนที่หน้าร้านทองนั่นเอง ชาญชัยเสียเลือดไปเป็นจำนวนมากจึงต้องการเลือดโดยด่วน ลูกวงในคณะทุกคนต่างแย่งกัน บริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือเจ้าของวง สร้างความประทับใจให้กับพาขวัญและชลธีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชลธีที่นึกไม่ถึง ว่าทุกคนจะรักและเสียสละให้กับพี่ชายของเขาได้ถึงเพียงนี้การที่ชาญชัยประสบอุบัติเหตุขั้นโคม่าทำให้ต้องใช้เงินมาก ประกอบกับข่าวที่วงโดนจับเรื่องเล่นการพนัน ทำให้ฉาวโฉ่จนถูกแคนเซิลงานจ้างจนเกือบหมด เพทายจึงหลอกให้ชลธีเซ็นเอกสารกู้เงินนอกระบบเพื่อเอาเงินมารักษาพี่ชาย ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ลูกวงชาญชลธีก็ได้ชุ่มชื่นหัวใจอีกครั้ง เมื่อได้รับภาพถ่ายเก่าแก่ ตอนที่หัวหน้าดอกคูณเคยเป็นนักเลงถ่ายคู่กับสมบัติที่ซ่อนเอาไว้ ปัญหาคือมันถูกส่งมาโดยใคร แต่อย่างน้อยข่าวลือที่บอกว่าหัวหน้าดอกคูณเคยเป็นนักเลงมาก่อนก็เป็นความจริง เมื่อถึงตอนลำบากอย่างนี้พอดี ใครบางคนก็พูดถึงขุมทรัพย์ของดอกคูนขึ้นมา เพทายถึงกับหงุดหงิด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นคนเดียวที่พยายามแอบหาที่ซ่อนสมบัติของดอกคูน แต่ตอนนี้ทั้งวงจะลุกขึ้นมาหาสมบัตินี้กันหมด เขาจึงแกล้งบอกว่าเรื่องสมบัติไม่น่าจะมีจริง เป็นเพียงกุศโลบายของดอกคูนที่ต้องการให้ทุกคนอยู่กับวงชาญชลธีไม่หนีหายไปไหน แต่แทบทุกคนก็ไม่เชื่อเพทาย ชดช้อยจำได้เลาๆ ว่าเป็นตัวเลขที่ต้องถอดรหัส ป้าน้อยบอกว่าเป็นรหัสของตู้เซฟที่ยังหาตัวตู้ไม่เจอ ส่วน เบลเบล (เพ็ญนภางค์ ชายด่าน) หางเครื่องรุ่นเดอะที่ยังเต้นอยู่บอกคับคล้ายคับคลาว่าเป็นเบอร์บัญชีธนาคาร แต่ไม่มีใครจำตัวเลขเหล่านั้นได้สักคน เหมือนจะมีการจดไว้ แต่พอไม่รู้ความหมายก็เลิกสนใจกันไป ปฏิบัติการตามล่าพลิกหาตัวเลขจึงเกิดขึ้น คืนนั้นพาขวัญฝันถึงดอกคูนจนตกใจตื่น จึงมายืนมองรูปดอกคูนในห้องของตัวเอง พาขวัญเห็นสายตาของดอกคูนในรูปมองไปที่มุมห้องด้านหนึ่งจึงเดินไปดู เห็นเลขลางๆ บนเสามุมห้อง จนเมื่อปัดฝุ่นแถวนั้นออกจึงเห็นเป็นชุดตัวเลข 8188216832 พาขวัญตื่นเต้นมากจนอยากจะโทรปลุกวิไลที่นอนเฝ้าชาญชัยอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ก็ไม่กล้าชลธียอมรับว่าพีไอจีสนใจอยากให้พาขวัญเซ็นสัญญาเป็นนักร้องจริง แล้วย้อนถามพาขวัญกลับไปว่าเธอจะยอมทำหรือไม่เพื่อช่วยวง พาขวัญปฏิเสธเพราะไม่คิดว่าวิธีนี้จะเป็นทางออก วงชาญชลธีจะต้องกลับมาได้ด้วยตัวเองไม่ใช่เพราะแลกกับตัวของเธอ แล้วถ้าพีไอจีเห็นความสามารถของเธอ ทำไมวงถึงไม่ใช้ประโยชน์จากตรงนี้มาช่วยวง แทนที่จะหาทางออกง่ายๆ ด้วยการขายเธอออกไป เมื่อภารวีออกจากวงไป คนในวงก็เริ่มระส่ำระสาย แต่ก็ยังคงพยายามหาปริศนาตัวเลขต่อไป เมื่อยังคิดไม่ออก หลายคนเริ่มท้อแท้ และคิดจะไปจากวงชาญชลธี แม้ชลธีจะยืนยันว่าถ้าพบสมบัติและนำไปใช้หนี้แล้วก็จะแบ่งให้ลูกวงทุกคนเท่าๆ กัน แต่ก็มีหลายคนตัดสินใจไม่รอ เริ่มจากรสรินที่มีเสี่ยมาติดพันที่ผับที่ไปเป็นโคโยตี้ หลังจากถูกตามตื๊อมานานและเอาเงินมาล่อ รสรินจึงตอบตกลงทิ้งนันทพงศ์ไปอยู่ด้วย ตามด้วยมณีรัตน์ที่พาหางเครื่องกลุ่มหนึ่งออกไปเต้นให้กับวงอื่น โดยทิ้งเพทายไว้ที่นี่ เผื่อเจอสมบัติก็ยังจะมีเอี่ยว แต่แท้จริงแล้วเป้าหมายของมณีรัตน์คือการเข้าไปเป็นนักร้องของค่ายพีไอจี โดยผ่านการช่วยเหลือของเพทายนันทพงศ์เสียใจเรื่องรสรินมาก พาขวัญเข้าไปปลอบจนชลธีมาเห็นเลยเข้าใจผิด คิดว่าพาขวัญโกรธเรื่องที่จะขอให้เธอเซ็นสัญญาเป็นนักร้อง เลยเปลี่ยนใจไปหานันทพงศ์คนซื่อที่แสนดี ระหว่างที่ลูกวงทยอยกันออกไป พาขวัญได้ยินเด็กท่องสูตรคูณเดินผ่านไปเลยนึกออกว่าที่แท้เลขรหัสนั้นคือ สูตรคูณแม่ 8 นั่นเอง เพราะฉะนั้นลายแทงสมบัติจึงน่าจะอยู่ใน สูท(ของดอก)คูน ผ่องศรีจึงไปเอาสูททุกตัวของดอกคูนที่เก็บไว้มาหา แต่ก็ยังไม่พบ และยังคงตีไม่ออกว่า แม่ 8 เกี่ยวข้องอะไรด้วย ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ป้าน้อยนึกขึ้นได้ถึงสูทตัวเก่งของดอกคูนในอดีตที่อยู่ในบ้านชาญชัย ผ่องศรีจึงไปขอชลธีให้เอาออกมาให้ เมื่อตรวจดูก็พบว่าที่ด้านซับในตะเข็บสูทตัวนั้นมีกระดาษแผ่นเล็กซ่อนอยู่ในซองพลาสติกมีคำใบ้เขียนว่า ถนนปลอดทุกข์ ทุกคนแยกย้ายไปตามหาตามความเข้าใจของตน พาขวัญไปหาในห้องพระ ชดช้อยไปหาที่หน้าห้องสุขา หวดไปหาที่ถนนหน้าบ้าน มีเพียงชลธีที่พุ่งไปที่ห้องทำงานเก่าของพ่อที่พาขวัญอาศัยเป็นห้องนอน เพราะเชื่อมโยงได้ว่า จากสูตรคูณแม่ 8 เมื่อรวมกับคำใบ้ถนนปลอดทุกข์ซึ่งคือทางดับทุกข์ หรือ มรรค 8 นั่นเอง และหนทางปฏิบัติมรรค 8 ก็คือ การเดินสายกลาง และที่ดอกคูนชอบเดินก็คือในห้องทำงานเพื่อแต่งเพลง ดังนั้นใต้พื้นไม้กระดานชิ้นที่อยู่ตรงกลางห้องพอดี เขาจึงพบกล่องใส่ซิมการ์ดซ่อนอยู่ที่นั่นด้วยความที่เป็นซิมการ์ดรุ่นเก่า ทุกคนอยากรู้ว่ามันเป็นซิมของใคร อะไร ยังไง แต่ไม่มีใครมีโทรศัพท์รุ่นที่ใส่ซิมแบบนั้นได้เลยมาหาตู้ขายเครื่องโทรศัพท์มือสองที่ตลาดนัดจนได้ไป แล้วพยายามโทรออกไปเบอร์ที่เมมไว้เพียงเบอร์เดียวในซิมนั้น เสียงมือถือของพาขวัญดังขึ้น ทุกคนตกใจคิดว่าเป็นซิมนั้นโทรหาพาขวัญ ปรากฏว่าเป็นวิไลที่โทรมาบอกเรื่องชาญชัยพ้นจากอาการโคม่าแล้ว หลังจากนั้นพอใช้ซิมโทรไปอีกรอบ สัญญาณเลขหมายปลายทางก็บอกเป็นว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก ระหว่างที่ทุกคนง่วนกับการหาขุมทรัพย์ ก็มีคุณหญิงคนหนึ่งโทรมาหาเพทายเรื่องจะจ้างวงไปโชว์ในงานการกุศลหาทุนช่วยเด็กกำพร้าที่โรงแรมละแวกชานเมือง เพทายขอเงินมัดจำล่วงหน้า คุณหญิงบ่ายเบี่ยง อ้างว่าเป็นสมาคมด้านการกุศลใหญ่โต ขอจ่ายที่งานทีเดียว ด้วยความร้อนเงิน ชลธีบอกเพทายว่าอนุญาตตามที่คุณหญิงขอมา พาขวัญไปตามวิไลและรุ่นน้องนักเต้นที่มหาวิทยาลัยมาเสริมในส่วนหางเครื่องที่หายไป ชลธียังคงพยายามโทรตามเบอร์ในซิมของดอกคูนวันละเป็นสิบรอบ แต่ก็ยังไม่มีคนรับสายเมื่อถึงวันงาน วงชาญชลธีไปถึงไม่เจอเจ้าภาพ แถมยังถูกโรงแรมกักตัวไว้ให้จ่ายเงินค่าเช่าห้องจัดเลี้ยง เพราะมีการแจ้งมาว่าวงจะมาเช่าสถานที่เปิดอัลบั้มใหม่ ไม่ใช่เป็นงานการกุศลอย่างที่ว่า ทั้งหมดเป็นแผนการของ 2 แม่ลูก ทิพา (นันทนา บุญหลง) ธนัญญา ทำให้คราวนี้วงชาญชลธีหมดตัวจริงๆ ต้องขายเครื่องดนตรี ไปทั้งวง และเมื่อกลับมาก็พบว่าโทรศัพท์พร้อมซิมที่เสียบชาร์จไว้ในห้องทำงานชาญชัยก็หายไปเจ้าหนี้นอกระบบส่งสมุนมาเตือนชลธีว่าใกล้กำหนดจ่ายเงินแล้ว พาขวัญช็อคเมื่อรู้ว่าชลธีไปกู้หนี้มาเพื่อรักษาชาญชัย ชลธีบอกว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณพี่ชายที่เสียสละหาเงินส่งเขาเรียนเมืองนอก เมื่อพี่ชายประสบอุบัติเหตุแบบนี้ เขาจะนิ่งดูดายไม่ได้ พาขวัญเริ่มคิดเรื่องเซ็นสัญญากับค่ายพีไอจีเพื่อช่วยชลธี ชลธีเสียใจจนหมดแรงที่จะทำอะไรได้ เขาบอกพาขวัญให้กลับไปอยู่บ้าน แต่พาขวัญอาสาจะอยู่เป็นเพื่อนชลธี ชายหนุ่มซึ้งในน้ำใจพาขวัญ ตกดึกพาขวัญนั่งรวบรวมข้อมูลธีสิสที่ได้จากการเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกในวงชาญชลธีมาร่วมสามเดือน เธอเห็นไฟในห้องนอนชลธีเปิดอยู่จึงไปอุ่นนมร้อนมาให้ แต่คลาดกับชลธีที่เดินไปหาพาขวัญที่ห้องทำงานดอกคูน พาขวัญเดินกลับมาที่ห้องก็พบว่าชลธีกำลังอ่านข้อมูลที่ในแล็ปท็อปของเธออยู่ชลธีเสียใจและผิดหวังมากที่มองพาขวัญผิดไป ที่แท้เธอก็เข้ามาในวงชาญชลธีเพียงเพื่อต้องการข้อมูลในการทำธีสิสแค่นั้นเอง พาขวัญพยายามอธิบาย แต่ชลธีก็ไม่ฟัง ไล่ให้พาขวัญกลับบ้านไป เจ้าหนี้นอกระบบมาทวงหนี้แต่ชลธีไม่มีให้ เลยถูกขนของไปจนหมดบ้าน นกเขามาเห็นพอดีจึงรีบโทรบอกเจ๊หอมให้รีบมาเอาของไปบ้าง เดี๋ยวจะไม่เหลืออะไร ด้วยพอจะรู้ลู่ทาง นกเขาจึงเข้าไปขนเครื่องดนตรีและของที่จะพอมีเหลือในห้องดอกคูน นกเขาถึงจะกลัวแต่ก็เข้าไปขนของในห้องนั้นจนเกลี้ยง โดยขนขึ้นรถนันทพงศ์ที่จอดอยู่นอกรั้วบ้านไป ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น พาขวัญโทรบอกวิไลเรื่องทั้งหมด และฝากวิไลกลับไปดูชลธีบ้างแต่อย่าเพิ่งบอกชาญชัยว่าวงแตกแล้ว ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลเธอจะขอให้อรรถพลช่วยออกให้ วิไลรับปากด้วยความเป็นห่วงทั้งพาขวัญและชลธีชลธีนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ในบ้านที่ไม่เหลืออะไร มีเพียงกองใบแจ้งหนี้สุมเต็มไปหมด แก๊งทวงหนี้นอกระบบบุกเข้ามาแล้วอุ้มชลธีไป ชลธีถูกพาไปรุมซ้อมในเซฟเฮ้าส์และบังคับให้เลือกระหว่างส่งยาเสพติดใช้หนี้ หรือจะยอมขายตัวให้กะเทย ชลธีไม่ยอมทั้งสองอย่างเลยถูกซ้อมจนสลบไป นันทพงศ์ตัดสินใจจะบวช แต่หลวงตาเผือกเห็นว่าจิตใจยังไม่สงบ จึงบอกให้อาศัยเป็นเด็กวัดไปก่อน จนกว่าจะตัดทางโลกได้จริง ชลธีฟื้นขึ้นมาในห้องนอนของแจ๊คเกอลีน เศรษฐีกะเทยไทยวัยดึก เขาขอให้แจ๊คเกอลีนปล่อยเขาไป แต่แจ๊คเกอลีนปฏิเสธ หลังจากที่แจ๊คเกอลีนได้รับรู้ราวเรื่องชีวิตของชลธี จึงวางแผนให้ชลธีอาศัยอยู่ในบ้านเธอไปก่อน โดยอ้างกับทางเจ้าหนี้ว่าติดใจในตัวชลธี ทั้งที่ความจริงไม่ได้มีอะไรกัน แต่เพื่อให้เขาหลบจากการตามของทีมทวงหนี้ ในระหว่างที่เธอจะจัดการเคลียร์หนี้ทั้งหมดกับทางเจ้าหนี้นอกระบบให้ โดยมีสัญญาใจกันบางอย่างกับชลธี วิไลถ่วงเวลาให้ชาญชัยอยู่โรงพยาบาลให้นานที่สุด เพราะไม่อยากให้ออกมารับรู้เรื่องชาญชลธีวงแตก จึงขอให้พาขวัญมาเยี่ยมชาญชัยแล้วเล่าเรื่องความเป็นไปในวงเพื่อให้ชาญชัยสบายใจขึ้นรสรินถูกเสี่ยโรคจิตจับขังล่ามโซ่ไว้ในบ้านเหมือนสัตว์เลี้ยง ไม่ยอมให้ออกไปไหน และไม่ให้ติดต่อใครเด็ดขาด คืนหนึ่งรสรินเห็นพาขวัญไปรับโทรศัพท์ในงานการกุศลออกทีวี เลยออกอุบายเอามือถือจากคนรับใช้ของเสี่ยที่คอยเฝ้าเธออยู่มาโทรไปขอให้พาขวัญช่วย พาขวัญโทรบอกนันทพงศ์ให้ไปด้วยกัน ในที่สุดก็ช่วยรสรินออกมาได้ พาขวัญพารสรินมาพักอยู่ที่บ้านของเธอ ในฐานะญาติของวิไล ชาญชัยตื่นขึ้นมาเห็นข่าวไฟไหม้สำนักงานของตัวเองจึงหนีออกจากโรงพยาบาล เพื่อกลับไปดู ขณะที่วิไลกำลังออกมารับสายดวงกมล ที่โทรมาต่อว่าเรื่องที่สมรู้ร่วมคิดกับพาขวัญไปอยู่ในวงดนตรีลูกทุ่ง วิไลตกใจมากว่าดวงกมลรู้ได้ยังไง ดวงกมลบอกให้วิไลดูข่าวทีวี เธอจึงได้เห็นคลิปหลุดลูกสาวรัฐมนตรีเต้นหางเครื่อง ซึ่งถูกปล่อยออกมาโดยธนัญญา ดวงกมลโกรธมากจนสั่งวิไลไม่ต้องกลับมาทำงานกับเธออีก เมื่อกลับเข้ามาที่ในห้องคนป่วย ชาญชัยก็หายไปแล้ว วิไลทำอะไรไม่ถูกดวงกมลไล่รสรินออกจากบ้านไปเพราะรู้ว่าเป็นหางเครื่องที่อยู่ในคลิปกับพาขวัญ พาขวัญแอบหนีตามรสรินไปด้วยโดยความร่วมมือของ จิ๋วหลิว (จุ๊กกะดุ๋ย-ดนยา รัตนธาดา) คนรับใช้ร่างอวบ ทั้งคู่มาหานันทพงศ์ที่วัดหลวงตาเผือก นันทพงศ์บอกว่ากำลังจะไปที่สำนักงานเพราะเพิ่งรู้ข่าวจากหลวงตาว่าเกิดไฟไหม้ที่สำนักงานชาญชลธี เหล่าบรรดาผู้แพ้ทั้งหลายได้มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย ทั้งชาญชัย พาขวัญ นันทพงศ์ รสริน ภารวี จีน่าและวิไลที่ตามมาทีหลัง ภารวีขอโทษวิไลที่หลงเชื่อและทำตามแผนการณ์ของมณีรัตน์ ทำให้ชาญชัยและวิไลเข้าใจผิดกัน ชลธีขอแจ๊คเกอลีนกลับมาดูบ้าน และได้พบกับชาญชัย สองพี่น้องโผเข้ากอดกัน ชลธีขอโทษที่รักษาวงของพ่อไม่ได้ ชาญชัยบอกไม่เป็นไรยังพอมีอีกทางคือเขาได้สมัครส่งวงเข้าประกวดชิงเงินรางวัล 5 ล้านบาทไว้ ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น ชลธีแนะนำให้ชาญชัยรู้จักกับแจ๊คเกอลีน แฟนคลับของดอกคูนตั้งแต่เริ่มตั้งวงใหม่ๆ พอรู้ว่าชลธีเป็นลูกของดอกคูนก็เลยช่วยเหลือและเคลียร์กับเจ้าหนี้นอกระบบให้ แจ๊คเกอลีนบอกว่าจะช่วยชุบชีวิตของวงชาญชลธีขึ้นใหม่ ให้ไปตามทุกคนกลับมาให้ทันประกวดชลธีอาสาแต่งเพลงสุดท้ายที่ยังแต่งไม่จบของพ่อให้สำเร็จ โดยมีธีรวิทย์ช่วยเข้ามาทำซาวน์ดนตรีให้ทันสมัยแต่ก็ยังมีความเป็นลูกทุ่งชัดเจนอยู่ในเพลง และที่เซอร์ไพรซ์สุดๆ ก็คือ เจ๊หอมเข้ามาประกาศยกหนี้ให้และยกโกดังเก่าของเธอให้เป็นที่ซ้อมพร้อมคืนเครื่องดนตรีที่ยึดมาให้กับวงอีกด้วย โดยมีข้อแม้ว่าชาญชัยจะต้องยอมหอมแก้มเธอแล้วถ่ายเซลฟี่ ชาญชัยทำตามด้วยความยินดี และบอกว่าถ้าชนะแล้วได้เงินรางวัลมาจะเอาไปใช้หนี้เจ๊หอมทุกบาททุกสตางค์...แสงสว่างเริ่มปรากฏที่ปลายอุโมงค์ในวันประกวดซึ่งเป็นวันเดียวกับที่พาขวัญต้องส่งงานธีสิสจบการศึกษาของเธอ วงชาญชลธีจับสลากได้เป็นวงสุดท้ายในการขึ้นประกวด ด้วยเพลงที่แต่งใหม่ของชลธี โดยมีพาขวัญเป็นคนร้อง นัชชาออกแบบชุดให้ เจ๊หอมเป็นแม่ยกร่วมกับแจ๊คเกอลีน ส่วนค่ายพีไอจีโดยเอกภพก็ส่งมณีรัตน์ขึ้นโชว์ในงานเพื่อเป็นการเปิดตัวศิลปินใหม่ในงานนี้ด้วย โดยมณีรัตน์ลิปซิงค์เสียงของภารวี แจ๊คเกอลีนเป็นคนซื้อเพลงของดอกคูนทั้งหมดจากเพทายตอนเพทายร้อนเงินเพราะเสียพนันในบ่อน แล้วให้ชลธีเอามาคืนชาญชัย พาขวัญรีบกลับมาเพื่อให้ทันส่งงานที่คณะ แต่ก็ถูกสื่อมวลชนรุมขอสัมภาษณ์ ทำให้กลับมาที่มหาวิทยาลัยไม่ทัน ครูเอกบอกให้เธอรอส่งงานใหม่ปีหน้า ธนัญญาถูกเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายมาทวงวงศกรคืนในงานส่งธีสิส โดยที่ลักษมีเป็นคนหักหลังให้ข้อมูลของธนัญญากับเมียหลวง ศรุตตามไปช่วยปลอบใจธนัญญาพาขวัญตัดสินใจแสดงงานของตัวเองที่ในโรงอาหาร ไม่ว่าครูเอกจะตัดสินให้คะแนนผลงานของเธอหรือไม่ คนในวงชาญชลธีตามมาทันและช่วยประกอบร่างโชว์ของพาขวัญให้ออกมาจนได้ นักการภารโรง รปภ. แม่ค้า ตลอดจนนักศึกษาต่างสนุกสนานไปกับโชว์ของพาขวัญ อรรถพลขึ้นไปร่วมแสดงกับลูกสาวแบบที่ไม่ได้เตรียมตัวกันมาก่อน สร้างความตื่นเต้นให้คนดูมาก นักแสดง ละครนางฟ้าเปื้อนฝุ่น อัปสรสิริ อินทรคูสิน รับบท พาขวัญปรัชญ์ ปรมิณ รับบท ชลธีอาราดา พรหมพฤกษ์ รับบท วิไลวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท ชาญชัยนวพล ภูวดล รับบท เพทายแพร เอมเมอรี่ รับบท ภารวี นทีกาลวรรษพร วัฒนากุล รับบท มณีรัตน์ณัฐรินทภรณ์ ยืนยง (อิน บูโดกัน) รับบท ผ่องศรีหทัยชนก สวนศรี (ทราย KPN) รับบท รสรินกฤษฎี พวงประยงค์ รับบท นันทพงศ์

ละครสะใภ้รสแซ่บ  , เรื่องย่อสะใภ้รสแซ่บ
จิ๊บ ปกฉัตร /  ฟลุค จิระ / 

สะใภ้รสแซ่บ ผลิตโดย สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค อำนวยการผลิตโดย ดร.องอาจ สิงห์ลำพอง บทประพันธ์ อัญญาณี บทโทรทัศน์ พิมพ์ดารัตน์ ออกอากาศทาง : ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 8.00 / 13.15 / 19.45 น. ทางช่อง 8 พันกร นำตำรวจหน่วยปราบปราม บุกทะลายบาร์เบียร์ เลยได้เจอกับ ประภาพรรณ หรือ มิว อดีตนักต้มตุ๋นที่กลายเป็นสายลับสาวจากหน่วยงานสอบสวนคดีพิเศษ แต่ด้วยสถานการณ์ทำให้ทั้งสองช่วยกันต่อสู้กับผู้ร้ายจนสำเร็จ แต่พันกรกลับจับมิวล็อกกุญแจมือ เพราะมีข้อมูลเก่าว่ามิวเป็นแก๊งต้มตุ๋น แต่มิวก็ใช่จะยอมให้พันกรจับง่ายๆ ต่างท้าดวลกันดื่ม สุดท้ายพันกรคอพับแพ้มิว แต่ด้วยคุณธรรม มิวตัดสินใจลากพันกรไปส่งที่คอนโด ทั้งที่เมามาก เลยเผลอหลับไป พันกรฟื้นมาก่อน และรู้ว่าที่แท้มิวไม่ใช่แก๊งต้มตุ๋น ก็ถูกใจที่หน้าตาสวย พันกรเลยนอนกอดมิวจนเช้า มิวตื่นมาตกใจที่ตัวเองเปลือยเปล่าอยู่กับพันกรบนเตียง พันกรบอกจะรับผิดชอบทุกอย่าง ทั้งสองจึงเริ่มคบกัน เพียงแต่มิวขอสัญญาว่าพันกรจะไม่ล่วงเกินมากกว่ากอดจูบ รอครบ 1 ปี ถ้าได้แต่งงานกันแล้วจึงจะเป็นสามีภรรยากันโดยถูกต้อง 1 ปีผ่านไป งานแต่งงานของพันกร ลูกชายคนเดียวของรัฐมนตรี ปรีชาชาญกับคุณหญิงปทุมวดี นรินทร์จรรยา จัดอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความยินดีของปรีชาชาญผู้เป็นพ่อ ผิดกับคุณหญิงปทุมวดีผู้เป็นแม่ ที่ค้านหัวชนฝา เพราะไม่อยากให้ลูกชายคนเดียวแต่งงานกับลูกสะใภ้ไม่มีชาติตระกูล ปรีชาชาญเลยมอบเครื่องเพชร 120 ล้าน เป็นของปลอบใจ ทำให้คุณหญิงปทุมวดียอมสงบศึก และเล่นบทแม่สามีไปตามน้ำ แต่ก็เดินหน้าหาสะใภ้ใหม่อย่างไม่ลดละ ที่สมาคมอนุรักษ์ช้างไทย มีคุณหญิงอมราเป็นนายกสมาคม ยินดีต้อนรับคุณหญิงปทุมวดีเสมอเพราะบริจาคจัดหนักทุกครั้ง คุณหญิงราตรีรีบพาดวงแก้วและแพน ลูกสาวมาเปิดตัวให้คุณหญิงรู้จัก ดวงแก้วแนะนำตัวเองว่ามีเชื้อสายเจ้าทางเหนือ เป็นลูกของคำฟ้าที่เป็นลูกบุญธรรมของเจ้าวงเดือน เจ้าทางเหนือรุ่นสุดท้ายของเชียงราย ตอนนี้สองแม่ลูกเพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยในกรุงเทพฯ เพราะกำลังทำการซ่อมแซมคุ้มอยู่ (จริงๆ ขายกินไปนานแล้ว) แพนนั้นเรียนจบปริญญาจากอเมริกา เป็นดีไซเนอร์ ที่เตรียมจะเปิดห้องเสื้อหรูที่เน้นนำผ้าไหมไทยสไตล์ล้านนามาเป็นวัตถุดิบ คุณหญิงถูกชะตาความสวยและความเพียบพร้อมทางฐานะของแพนมาก บ่นออกมาว่าอยากจะได้แพนมาเป็นลูกสะใภ้ ราตรีจึงช่วยโน้มน้าวให้ทั้งสองแม่ลูกร่วมแผนการหาทางเขี่ยมิวออกจากตำแหน่งสะใภ้ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว ดวงแก้วติดการพนัน ส่วนแพนนั้นเป็นพวกเหลวไหลไม่รักดี มีสามีเป็นแค่ตลกหน้าม่านอย่างกล้า ที่มีดีแค่เป็นหลานชายเจ้าของวงดนตรี เลยดันแพนให้ได้เดินทางไปเมืองนอกในฐานะหางเครื่องได้ ไม่ได้ไปเรียนอย่างที่คุยโว แม้แพนจะรำคาญกล้าที่ยังไม่วายแวะเวียนมาหา แต่ก็หลอกใช้กล้าไปวันๆ ทางด้านพันกรได้รับมอบหมายภารกิจตามดูเสี่ยเป้ หรือ ปุริม มหาศาลสมบัติผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายยาเสพติดและค้าหญิงข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ กำลังมีแผนการจะขนยาเสพติดและค้าหญิงล็อตใหญ่ที่ร่วมมือกับจารชนต่างชาติ (ทอม) แถมยังเป็นเจ้าของบ่อนการพนันที่มีคุณหญิงคุณนายไฮโซไปรำพัดกันมากมาย แต่ไปจับกุมทีไรก็เส้นใหญ่ ไม่เคยมีหลักฐานให้จับได้สักที พันกรมุ่งมั่นตั้งใจกับการทำภารกิจนี้มาก ท่านรองวิเชียรได้ให้ชื่อและที่ติดต่อสายลับที่จะประสานงานเรื่องนี้ไปกับพันกร (คือ เอกราช) ในคดีนี้เพราะสืบในเชิงลึกเกี่ยวกับเสี่ยเป้มาระยะหนึ่งแล้ว ราตรีเสนอให้ใช้มาตรการเด็ดขาด ขอให้แพนและดวงแก้วเข้ามาพักอาศัยในบ้านด้วยกัน อ้างว่าคุ้มที่เชียงรายซ่อมแซมอยู่ บ้านคุณหญิงปทุมวดีก็มีห้องมากมายไม่ได้ใช้ ยินดีจะให้สองแม่ลูกพร้อมด้วยกล้า บอดี้การ์ดมาอยู่ด้วย ทั้งหมดรวมตัวกันแกล้งมิวสารพัดวิธี พันกรเลยพามิวไปพักผ่อน แก้เครียด บ้านพักที่ปราณบุรี มิวได้เจอนิโรบลหรือนิด เพื่อนร่วมแก๊งต้มตุ๋นในอดีต ซึ่งตอนนี้แต่งงานกับนักธุรกิจส่งออกอย่างภานุ มีชีวิตคู่ที่มีความสุข เพราะสามี พ่อแม่สามีต่างเปิดโอกาสให้ ระหว่างนั้นมิวได้เจอกับเอกราชโดยบังเอิญ (ที่แท้เอกราชก็ตามพันกรมาเพราะคือสายสืบเชิงลับเรื่องเสี่ยเป้นั่นเอง) มิวรีบหนี พันกรไม่รู้ว่ามิวเจอใคร แต่ก็แอบหึงใส่ มิวดีใจที่พันกรหึงตัวเอง แสดงว่าความรักยังดีอยู่ เอกราชตามจนเห็นว่ามิวอยู่กับนิด ดวงแก้วยังแอบมาเล่นการพนันเหมือนกัน แต่ไม่มีเงินจ่าย แพนเลยต้องขโมยของในบ้านคุณหญิงปทุมวดีไปขาย บังเอิญน้อยมาเห็น แต่ก็เก็บความสงสัยไว้ แต่แล้วก็มีเหตุทำให้พันกรเข้าใจผิด คิดว่ามิวขโมยเครื่องเพชรของแม่ไปขาย มิวพยายามอธิบาย แต่พันกรไม่ฟัง ราตรีจอมจุ้นแนะนำให้แพนใส่ยาปลุกเซ็กซ์ให้พันกรกิน แต่มิวแก้ไขสถานการณ์ได้ก่อน ทำให้กล้ากลายเป็นคนที่กินยาปลุกเซ็กซ์ไปแทน จนเกิดเรื่องวุ่นวายในเรือนคนใช้ แต้วโดนสมหมายและเดชจัดฉากทำให้ใครๆ คิดว่าแต้วกับกล้ามีอะไรกันแล้ว เมื่อแผนยาปลุกเซ็กซ์ผิดพลาด ราตรีก็วางแผนใหม่คือ การจัดทริปไปเที่ยวคุ้มที่เชียงราย ของแพน โดยให้พามิวไปด้วย เพราะอยากให้มิวเห็นชาติตระกูลที่สูงส่งของแพน มิวจะได้ถอดใจและไปจากพันกรซะที แพนตกใจมากเพราะคุ้มที่ได้รับมรดกมาก็ขายกินไปเรียบร้อยแล้ว แพนจึงต้องไปขอยืมบ้านลุงเกิด โดยอาสาจะเต้นเป็นหางเครื่องให้โดยไม่คิดค่าแรง ลุงเกิดยอมให้ยืมบ้าน กล้าคนซื่อก็ถูกหลอกใช้ ให้ไปจัดเตรียมบ้านที่เชียงรายให้เรียบร้อย ปทุมวดีหมั่นไส้ที่พันกร กับมิวสวีตกันมาก เลยอยากรวบรัดให้แพนเป็นเมียพันกรอย่างเร็วที่สุด ปทุมวดีจึงตัดสินใจวางยานอนหลับลูกชายกับมิว แล้วลากพันกรไปนอนกับแพน พอเช้ามาแพนแสร้งทำเป็นโวยวาย แต่ด้วยประสบการณ์ของมิวที่เคยเป็นแก๊งต้มตุ๋น ทำให้ดูออกทันทีสภาพพันกรเหมือนคนโดนวางยา มิวเลยท้าให้ไปตรวจฉี่ดูว่าโดนวางยามั้ยและพันกรรังแกแพนจริงมั้ย หรือถ้าพันกรมีอะไรกับแพนจริง แพนก็อายุเลยเด็กที่จะไม่รู้เรื่องแล้ว ถือว่าสมยอม เธอในฐานะเมียก็ไม่ถือ...แพนกรี๊ด...สุดท้าย ปทุมวดีก็ไม่ยอมให้พากันกรไปตรวจ ว่าแต่...เส้นทางชีวิตคู่ของพันกรและมิวจะลงเอยอย่างสวยงาม และแม่สามีจะยอมรับในตัวสะใภ้คนนี้หรือไม่ ต้องติดตาม ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 ดิจิตอลทีวี กดเลข 27 รายชื่อนักแสดง เกวลิน ศรีวรรณา รับบท ประภาพรรณ หรือ มิว สกุลรักดี จิระ ด่านบวรเกียรติ รับบท พันกร หรือ กร นรินทร์จรรยา จิ๊บ ปกฉัตร รับบท บุหงา หรือ แพน ณ น่านฟ้า ญาณี จงวิสุทธิ์ รับบท บุหงา หรือ แพน ณ น่านฟ้า สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ปรีชาชาญ นรินทร์จรรยา ท็อป ดารณีนุช รับบท ดวงแก้ว ศิระ แพทย์รัตน์ รับบท เสี่ยเป้ หรือ ปุริม มหาศาลสมบัติ อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม รับบท เอกราช ฌอร์ลชัญ วรรณประกาศิต รับบท นิโรบล สิทธิชัย ผาบชมพู รับบท กล้า