หางเครื่อง

10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้กับราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์
พุ่มพวง ดวงจันทร์ /  ราชินีลูกทุ่ง

"ไม่เด่นไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับไป" ตัวอย่างคำโปรยของภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง (The Moon)” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องของราชินีผู้สร้างตำนานให้กับวงการเพลงลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” คำโปรยนี้ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นมาของ พุ่มพวงได้อย่างดี จากเด็กสาวบ้านนอกที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องลูกทุ่ง ซึ่งในที่สุดเธอก็ทำได้ อีกทั้งยังเป็นนักร้องลูกทุ่งที่เรียกได้ว่า  ราชินีแห่งวงการลูกทุ่งไทยเลยทีเดียว     หลายๆคนอาจจะสงสัย โดยเฉพาะเด็กรุ่นหลังๆที่ไม่ทันอยู่ในยุคที่ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ดังที่สุด และอาจสงสัยที่มาที่ไปของ ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลคนนี้ เธอเป็นใคร แล้วทำไมเธอถึงดังระดับตำนาน และนี่คือ 10 เรื่องทึ่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ พุ่มพวง ดวงจันทร์     1.ชื่อจริง และครอบครัว ---ความจริงแล้ว ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ มีชื่อจริงว่า รำพึง จิตรหาญ เกิดที่ บ้านหนองนกเขา ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทโตที่ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นบุตรีของนายสำราญ และนางเล็ก จิตรหาญ ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย เกิดในครอบครัวยากจน เป็นลูกคนที่ 5 ของบ้านในจำนวน 12 คน         2.อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ --- เธอเรียนที่โรงเรียนบ้านดอนตำลึง แต่ด้วยความที่เธอมีน้องอีก 6 คน ประกอบกับค่านิยมของแม่นั้นเห็นว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนมา เธอไม่จบแม้แต่ชั้น ป.2 ในวัยเด็กพอน้องหลับหมด เธอไปหาของขาย เก็บผัก หาดอกไม้ป่า หาบไปขายตามโรงงาน นั่นจึงทำให้เธออ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ 3.เคยถูกแบนไม่ให้ขึ้นประกวด --- พุ่มพวง ชื่นชอบการร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าเธอจะอ่านหนังสือไม่ออกแต่ก็มีความจำดีเยี่ยม เธอเริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่าง ๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย เธอเข้าประกวดล่ารางวัลไปทั่ว ตั้งแต่อำเภอศรีประจันต์ บางปลาม้า แล้วข้ามจังหวัดไปถึงอำเภอเสนา ผักไห่ มหาราช วิเศษชัยชาญ บ้านแพรก หนองโดน พระพุทธบาท สระบุรี ด้วยเหตุนี้หลังๆคนที่เข้าประกวดจึงมีการแบนเธอเกิดขึ้น ถึงขนาดว่าจะไม่ยอมขึ้นประกวดถ้า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ขึ้นแข่งด้วย เพราะแข่งไปก็ไม่ชนะ   4.เพลงแรกของพุ่มพวง --- เมื่ออายุได้ 15 ปี ไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน เธอได้ร่วมร้องเพลงและแสดงความสามารถจนไวพจน์เห็นความสามารถ เกิดความเมตตา จึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นหางเครื่องและนักร้องพลาง ๆ ก่อนที่ไวพจน์ จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง "แก้วจ๋า" โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ 5.คนจะดังฉุดไม่อยู่ --- ชื่อเสียงของพุ่มพวงดังระดับประเทศครั้งแรก เมื่อบังเอิญได้มาร้องเพลงสาวนาสั่งแฟน ของครูลพ บุรีรัตน์  ซึ่งเพลงนี้ความจริงครูลพ แต่งให้กับศิรินทรา  นิยากร แต่ในช่วงการคัดเลือกเพลง ทางอาโซนาต้นสังกัด  หยิบเพลงนี้ออกมาให้พุ่มพวงร้อง  และนำเพลงของครูกานต์ เข้าไปแทนในชุดของศิรินทรา  คนจะดังนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ  เพลงนี้เปิดเชียร์อยู่ไม่นานนัก ก็ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า  "...ซื้อผ้าตาๆ มาฝากน้องบ้างเน้อ... เออ..." จะมีคนฟังร้องรับทุกครั้ง             6.มีพรสวรรค์แล้วต้องมีพรแสวงด้วย --- การที่จะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ราชินีลูกทุ่งนั้นแค่พรสววรรค์และน้ำเสียงอย่างเดียวไม่พอส่วนประกอบอื่นๆก็สำคัญไม่แพ้กัน พุ่มพวง ดวงจันทร์ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของวงการลูกทุ่งบุกเบิก เพราะว่าเธอลงทุนไปดูโชว์ถึง ลาสเวกัส ประเทศ สหรัฐอเมริกา ซื้อมิวสิควิดีโอนักร้องต่างชาติมาดูแล้วก็เก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาพัฒนาต่อยอดจนทำให้เวทีคอนเสิร์ตของเธอมีสีสันต่างจากศิลปินลูกทุ่งรุ่นเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งลีลาแดนเซอร์ เสื้อผ้าการแต่งกายทั้งของเธอเอง และของแดนเซอร์ ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้งที่ปรากกตัวบนเวที           7.ยกระดับเพลงลูกทุ่ง --- พุ่มพวง ดวงจันทร์ นับเป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรก ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างเพลงของคนเมือง และคนชนบทเข้ามาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เมื่อพุ่มพวง ดวงจันทร์ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขึ้นเวทีใหญ่ร้องเพลงที่โรงแรมดุสิตธานีในการแสดงดนตรีการกุศล “พุ่มพวง ดวงจันทร์ อินคอนเสิร์ต” ท่ามกลางกลุ่มคนชั้นสูงทั้งหลาย ซึ่งในสมัยนั้นเวทีโรงแรมดุสิตธานีเป็นเวทีที่มักจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อให้เหล่าชนชั้นสูงมาดูกัน และที่สำคัญกว่านั้นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาธินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้เสด็จทอดพระเนตรการแสดงดนตรีครั้งนี้ด้วย และเกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่นึกฝันนั่นคือ องค์ภาเสด็จสู่หน้าเวทีเพื่อพระราชทานมาลัย หากการพระราชทานครั้งนี้จะให้เลือกใช้ศัพท์ “สวม”มาลัย หรือ “เสี่ยง” มาลัย ขอเลือกใช้ประการหลัง เพราะกิริยาการพระราชทานครั้งนี้มีลักษณะเหมือนโยนเข้าคอ-คงเป็นเพราะไม่ทรงเคยชิน นับแต่เริ่มแสดงพุ่มพวง ดวงจันทร์โชว์ผลงานเพลงไม่น้อยกว่า 15 เพลง ทั้งช้าเร็ว เก่า-ใหม่ แต่ที่พอพระราชหฤทัยองค์ภามากที่สุดคือ “กระแซะเข้ามาซิ” เพราะพุ่มพวง ดวงจันทร์ ต้องร้องเพลงนี้ให้ใคร ๆ ฟังซ้ำอีกครั้งหนึ่ง “เป็นต้องพระประสงค์” เธอว่าอย่างนั้น 8.เข้าสู่วงการภาพยนตร์ --- พุ่มพวงเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2526 และแสดงหนังเรื่องแรก สงครามเพลง สร้างโดยฉลอง ภักดีวิจิตร และอีกหลายเรื่อง ในช่วงที่แสดงภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักนักเพลง ได้พบกับ (ไกรสร แสงอนันต์) ผลงานการแสดงของเธอในฐานะนางเอก อย่างเช่น สงครามเพลง, รอยไม้เรียว, ผ่าโลกบันเทิง, นักร้อง นักเลง, นางสาวกะทิสด, มนต์รักนักเพลง, ลูกสาวคนใหม่, อีแต๋น ไอเลิฟยู, หลงเสียงนาง, จงอางผงาด, ขอโทษทีที่รัก, คุณนาย ป.4, อาจารย์เด๋อเจอพุ่มพวง, สาวนาสั่งแฟน, เสน่ห์นักร้อง, นางสาวยี่ส่าย (ภาพยนตร์โทรทัศน์) เป็นต้น     9.รางวัลอันทรงเกียรติ --- พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี         10.จากไปด้วยโรค เอสแอลอี --- โรคเอสแอลอี (Systemic Lupus Erythematosus - SLE)หรือ โรคลูปัส จัดเป็นโรคที่เรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มภูมิคุ้มกันเพี้ยน โรคเอสแอลอีเกิดจากการที่ผู้ป่วยมีการผลิตโปรตีนของภูมิคุ้มกันในเลือดที่เรียกว่า “แอนติบอดี้” ขึ้นมามากเกินปกติ  จากปกติที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรีย หรือไวรัสจากภายนอกร่างกาย  แต่กลับต่อต้านร่างกายของตัวเอง จนทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆ  ถ้าเป็นรุนแรงจะมีการทำลายอวัยวะภายในด้วย เช่น ไต หัวใจ ปอด และระบบประสาทและพุ่มพวง เธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอีหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต เธอรักษาอยู่โรงพบาลอยู่นานครั้นเมื่อพุ่มพวงอาการดีขึ้น ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์ เนื่องจากเชื่อว่าถูกปองร้ายด้วยไสยศาสตร์ด้วยวิธีการคุณไสย จึงเดินทางออกจากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ ไปจังหวัดพิษณุโลกโดยเดินทางด้วยรถตู้ แต่หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช  ก็เกิดอาการช็อคและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบ                 น่าเสียดายที่คนรุ่นหลังๆ ได้เพียงแต่สัมผัสความเป็นตำนานของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ผ่านบทเพลงที่เธอถ่ายทอดไว้ เธอจากไปด้วยวัยเพียง 31 ปี เท่าั้นั้น ชีวิตของเธอจริงๆแล้วน่าสงสาร บนเวทีเธอสร้างความสุขให้กับผู้ชมผู้ฟังจนใครๆก็ยกย่องเธอ เบื้องหลังเวทีเมื่อเธอทุกข์ใจ ก็ต้องแอบร้องไห้ข้างเวที แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอทิ้งไว้นั้นช่างมีคุณค่าและก็คงไม่มีใครขึ้นมาแทนที่เธอได้ทั้งจากวงการเพลงลูกทุ่ง และจากใจของผู้ฟังทุกคน   "นักร้องบ้านนอกคนนี้ จะกล่อมน้องพี่และแฟนเพลง"         ขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย / คุณ พุธสิบ บนเว็บไซต์ Pantip.com -------------------------------------------------------------------------------------- สถานี ดวงจันทร์ในดวงใจ รวมเพลงฮิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร่วมรำลึก 22 ปี “พุ่มพวง ดวงจันทร์” กับ Playlist สถานี ดวงจันทร์ในดวงใจ รวมเพลงฮิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ โดย musicmthai เปาวลี นำทีม ศิลปิน ร่วมคอนเสิร์ต รำลึก 21 ปี พุ่มพวง ดวงจันทร์ ทุกวันที่ 13 มิถุนายน ของทุกปี ศิลปินในสังกัดแกรมมี่ โกลด์ จะตบเท้าไปร่วมคอนเสิร์ต รำลึก พุ่มพวง ดวงจันทร์ ณ วัดทับกระดาน จ.สุพรรณบุรี อยู่เสมอ "เปาวลี" จัดเต็ม ชุดคอนเสิร์ตสมจริง หน้าผม-หางเครื่อง พร้อมโชว์เพลง "พุ่มพวง" มาถึงฉากคอนเสิร์ตแต่ละฉากในภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง” เป็นการรวบรวมคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ และสุดประทับใจหวนคืนกลับมาอีกครั้ง ย้อนอดีตละคร ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ละครดังในอดีต สู่ภาพยนตร์จอเงิน เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบการจากไป ของคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์

มาดูกัน ปลอดภัยแค่ไหน เมื่อโดยสารเครื่องบิน
ความปลอดภัย /  ป้องกันเครื่องบินตก / 

การโดยสารโดยเครื่องบิน ถือว่าเป็นการเดินทางที่มีความปลอดภัยมากที่สุดเมื่อเทียบกับการเดินทางโดยวิธีอื่นๆ แต่ในทางกลับกัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็เรียกได้ว่า มีความเสี่ยงที่ถึงขั้นเสียชีวิต และในช่วงปีที่ผ่านมาก็จะพบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดความขัดข้องบ่อยครั้ง สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้โดยสาร หวั่นว่าเหตุสะเทือนขวัญจะประสบกับตนเอง และญาติพี่น้อง เมื่อเครื่องบินตก จะมีสักกี่รายที่จะรอดตาย คนส่วนใหญ่จึง มีความรู้สึกวิตกกังวลเวลาขึ้นเครื่องบิน บางรายเป็นหนัก กลายเป็นโรคกลัวการขึ้นเครื่องบิน ที่เรียกว่า Aerophobia เพราะรู้สึกว่า ชีวิตอยู่เหนือการควบคุมของตัวเอง ต้องฝากชีวิตไว้กับกัปตันขับเครื่องบิน บางรายกลัวความสูง กลัวการก่อการร้าย เวลาเกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบินเมื่อไหร่ ผู้โดยสารตายสถานเดียว ส่วนใหญ่ก็จะคิดแบบนั้น จะมีทางใด ที่จะสามารถเอาตัวรอดได้ไหม หากเกิดเหตุร้ายขึ้น จริงๆแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัย และอุปกรณ์ชูชีพทั้งหลายบนเครื่องบินมีการเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว ทั้งเสื้อชูชีพ หรือหน้ากากออกซิเจน เวลาแอร์โฮสเตส หรือสจ๊วร์ตสอนวิธีใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตยามฉุกเฉิน ก็ควรตั้งใจฟัง มองหาทางออกฉุกเฉิน หรือศึกษาแผ่นพับที่กระเป๋าหน้าที่นั่งซึ่งอธิบายเรื่องความปลอดภัยในการ ปฏิบัติตัวยามเกิดเหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน รวมแล้วกินเวลาไม่เกิน 10 นาที อาจช่วยให้เอาชีวิตรอดจากอุบัติเหตุทางเครื่องบินได้ นอกจากนี้ สายการบินส่วนใหญ่ก็มักจะบอกกับผู้โดยสารเสมอว่า ให้ดูที่ตั้งของประตูฉุกเฉิน เผื่อเอาไว้ว่าประตูไหนใกล้ที่นั่งเราที่สุด ซึ่งอาจจะอยู่ติดด้านหลังที่นั่งของเรา หากจะเลือกว่า ที่นั่งไหนปลอดภัยที่สุด ก็คงต้องเลือกที่นั่งใกล้ประตูฉุกเฉินเอาไว้ก่อน ข้อมูลของนิตยสารป็อบปูลา มาแคนนิกส์ ได้ให้ข้อมูลด้วยว่า หากที่นั่ง ยิ่งอยู่ห่างจากหัวเครื่องบินเท่าใด ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น โดยสถิติผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินส่วนใหญ่ 40% มีที่นั่งบริเวณหางเครื่องบิน เพื่อความไม่ประมาท การรู้จักเอาตัวรอดก็เป็นหนทางที่ดีที่สุด หากมั่นใจแล้วว่า เครืองบินที่โดยสารอยู่กำลังจะตก อย่าเพิ่งสวดมนต์รอความตาย ให้สู้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น นั่งยึดเก้าอี้ให้แน่น ปกป้องลำตัวส่วนบนไม่ให้ถูกกระแทก ซ่อนใบหน้า ศีรษะเอาไว้ ลดแรงกระแทกที่อาจทำให้หมดสติ ท่าก้มตัวไปข้างหน้าจึงเป็นท่าที่ค่อนข้างปลอดภัย ตามคู่มือบนเครื่องบินแนะนำไว้ หากเคราะห์ร้าย เครื่องบินตกร่วงลงมาจากเพดานบินหลักหมื่นฟุต ก็ต้องวัดดวงกันว่าจะรอดหรือไม่รอด ด้วยแรงกระแทกที่มหาศาล ซึ่งความเป็นจริงก็มีโอกาสรอดน้อย ส่วนหากตกแบบระยะไม่สูงมาก กัปตันยังพอควบคุมอะไรได้บ้าง ก็พอจะมีชีวิตรอดมาได้ แม้ว่าจากสถิติ โอกาสที่เครื่องบินพาณิชย์ตกนั้นมีเพียง 1 ใน 11 ล้านเที่ยวบิน และการสำรวจของ National Transportation Safety Board ซึ่งเป็นหน่วยงานสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ มีสำนักงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเผยว่า อุบัติเหตุทางเครื่องบินระหว่างปี 1983 ถึงปี 2000 พบว่าผู้โดยสารที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางเครื่องบิน 53,487 คน มีจำนวนถึง 51,207 คน รอดชีวิต เสียชีวิต 2,280 คน ฉะนั้น ผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุทางเครื่องบินก็ยังคง มีสูงถึง 95.7 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก้ตาม ขึ้นชื่อว่า "อุบัติเหตุ" ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง วันไหน เวลาใด หากต้องโดยสารเครื่องบิน ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ หากมองตามสถิติขางต้น เพราะในแต่ละวัน มีเครื่องบินพาณิชย์ขึ้นบินเป็นหมื่นๆเที่ยว นานๆ ที กว่าจะมีเหตุเครื่องบินตกให้เห็น โอกาสที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองมีแค่ไม่ถึง 1 ในล้าน หากเทียบกันจริงๆ การขับรถบนท้องถนน ยังมีความเสี่ยงตายจากรถชนด้วยซ้ำไป เพชรพิริยะ

หางเครื่อง - กรีน ชวน เติ้ล เต้นน่ารักๆวันเปิดร้าน
เส้นทางบันเทิง /  กรีน อัษฎาพร / 

เส้นทางบันเทิง - กรีน อัษฎาพร มีเรื่องน่ารักๆของพระเอก เติ้ล ธนพล จากละครหางเครื่อง มาฝาก เรื่องเนี้ย...เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในกองเลยล่ะค่ะ ใครไม่เคยเห็น เติ้ล เขินหูแดง หน้าแดงล่ะก็ ต้องดูฉากนี้เลยค่ะ ผู้กำกับและเพื่อนๆนักแสดงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อารมณ์อายม้วนออกสเตปไม่ค่อยจะเป็นท่าทางเท่าไหร่เนี่ย น่ารักไปอีกแบบนะคะเติ้ล ละครหางเครื่อง แฟนๆได้ยิ้มตามพระนางคู่นี้กันแน่ รอติดตามทางช่อง 7 สี คืนพรุ่งนี้นะคะ

ไอซ์ สุดยอดเอนเตอร์เทนเนอร์ ครบเครื่องใน “รวมมิตรใส่น้ำแข็ง”
Nobody /  รวมมิตรใส่น้ำแข็ง วาไรตี้ ไลฟ์ โชว์ ไอซ์ ศรัณยู บาย ม็อคโคน่า / 

ไอซ์ สุดยอดเอนเตอร์เทนเนอร์ ครบเครื่องใน “รวมมิตรใส่น้ำแข็ง”ถือเป็นสุดยอดของคอนเสิร์ตที่แดนซ์กันสนั่นเวทีประจำปีทีเดียวสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่“รวมมิตรใส่น้ำแข็ง วาไรตี้ ไลฟ์ โชว์ ไอซ์ ศรัณยู บาย ม็อคโคน่า”ที่เพิ่งผ่านไปของเจ้าชายแห่งรอยยิ้ม “ไอซ์” ศรัณยู วินัยพานิช ค่ายแกรมมี่ฯซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่เรียกว่ารวมมิตรความสนุก มันส์ ซึ้ง สมชื่อจริงๆเมื่อค่ำวันก่อนที่อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก ท่ามกลางคนดูเหยียบสามพันคนที่กรี๊ดรับความสนุกครั้งนี้กันสนั่นฮอลล์ ถึงเวลาแค่เปิดฉากคอนเสิร์ตด้วยซีนกำเนิดไอซ์ด้วยวีทีอาร์ก็เรียกเสียงกรี๊ดกันสนั่น ก่อนที่หนุ่มไอซ์จะออกมาวาดลวดลายโชว์พลังแดนซ์แบบสุดตัวกับแดนซ์เซอร์เต็มเวที ขนเพลงฮิตชวนคนทั้งฮอลล์ลุกแดนซ์สนั่นอาทิเพลง I see U, คนมันรัก, หมอนสองใบกับใจเหงาๆ , บอกได้ไหม และ บอกว่าอย่าน่ารัก รวดเดียว ก่อนแดนซ์ต่อด้วย ชอบคนเจ้าชู้ ที่ตรึงสายตาคนดูไว้ทั้งฮอลล์ แล้ว “ไอซ์” ได้ทีจู่โจมให้คนดูกรี๊ดสนั่นเปิดตัวสาวฮอต “พิ้งค์กี้-สาวิกา ไชยเดช” ออกมาปะทะสเต็ปแดนซ์กันในเพลง “อย่าเล่นตัว” ก่อนที่ดีกรีเสียงกรี๊ดจะสนั่นเป็นสิบเท่าเมื่อไอซ์เซอร์ไพร์สคนดูเปิดตัวดูโอหนุ่มสุดฮอตเมืองไทย “กอล์ฟ-ไมค์” มาแท็คทีมแดนซ์ด้วยกันในเพลง “Inspiration” อย่างเมามันส์ ก่อนจะมอบเวทีให้ “กอล์ฟ-ไมค์” โชว์สเต็ปแดนซ์ให้คนดูร้องตามสนั่นในเพลง “YOU” และ “My Superstar” ที่ทำเอาคนดูในอินดอร์กรี๊ดจนคอแทบแตก จากนั้นถึงคิวของสาวมั่น “กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ” ที่ออกมาลับฝีปากกับกับเจ้าของคอนเสิร์ตได้อย่างแสบๆคันๆ ด้วยมุขเด็ดแบบฮาไม่ยั้ง แถมหนุ่ม “ไอซ์” ยังโชว์ขำแต่งตัวหลากชาติออกมาร้องเพลง “คนใจง่าย” ทั้งเวอร์ชั่น อังกฤษ , ญี่ปุ่น และเกาหลี กระตุกต่อมฮาคนดูยิ้มตลอด แถมยังได้โชว์ร้องเพลง “Wait a minute” และเพลง “Tick tock” ในสไตล์ลูกทุ่งและหมอลำ เล่นเอาคนทั้งฮอลล์ท้องแข็งไปตามกันก่อนที่ไอซ์จะขนหางเครื่องสุดอลังการมาในมาดเจ้าชายลูกทุ่งโชว์ “รักคุณยิ่งกว่าใคร” งัดลูกคอ 7 ชั้นร้องสะกดคนดูทั้งอินดอร์ฯ จนแฟนๆต่างทึ่งกับความสามารถของหนุ่ม “ไอซ์” กันเลยทีเดียว และมาถึงช่วงวาไรตี้ออฟเลิฟที่ “ไอซ์” ขอพักเต้นมาโชว์พลังเสียงสุดซึ้งๆทั้ง คนน่าสงสาร , กลับมาได้ไหม , คนดีๆทำไมไม่รัก , ใจฉันเป็นของเธอ , ฝุ่น และ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แถมดันอินจัดต่อมน้ำตาแตก เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น ก่อนไปเพิ่มดีกรีความซึ้งสุดๆต่อชวนสาว “โรส-ศิรินทิพย์” ออกมาแจมเพลงซึ้งในเพลง “Perhaps love” และ “ความรักบังตา” เพลงเดี่ยวจากเสียงสวยของโรสที่สะกดอารมณ์คนดูทั้งฮอลล์ จากนั้นไอซ์ให้คนดูพักซึ้งได้ไม่นาน ถึงคิวสามนางเอกสุดฮอต “หยาด-พีค-เป้ย” ออกมาชวนเต้นสุดมันส์กันชุดใหญ่ไปเลยใน ชอบคนเจ้าชู้ , I SEE U , คนใจง่าย ก่อนที่อีกสองสาว “พิ้งค์กี้” กับ “กาละแมร์” ออกมาสบทบแล้วถึงเพิ่มความฮอตของเสียงกรี๊ดด้วยเซอร์ไพร์สโชว์เต้นร่วมกันในเพลง “Nobody” ของวันเดอร์เกิร์ลส์ ทำเอาคนดูแดนซ์ตามกันทั้งฮอลล์ และไอซ์ถึงคืนเวทีมาปลุกอารมณ์คนดูให้นั่งไม่ติดเก้าอี้ลุกแดนซ์ทั้งฮอลล์แบบเมดเล่ย์นันสต๊อปด้วย น่ารักน่าเลิฟ, ด้วยรักและปลาทู , โอ๊ะโอ๊ย ,เพียงพอ และ เพียงกระซิบ ก่อนปิดท้ายกับเพลงชาติของไอซ์ด้วยเพลง “คนใจง่าย” ที่ทำเอาคนดูแดนซ์จนอินดอร์ฯลุกเป็นไฟเป็นการสั่งลา สมตำแหน่ง prince of pop dance ของเมืองไทยในวันนี้ เผื่อใครพลาด เรามีคลิปมาให้ได้ชมกัน โชว์นี้ อย่ากระพริบตา เมื่อ 3 สาว สุดฮ็อต หยาด - พีค - เป้ย เผยท่าเด็ด ในคอนเสิร์ต งานนี้คงมีตาค้างกันบ้างล่ะ Clip Concert : หยาด - พีค - เป้ย เผยท่าเด็ด ในคอนเสิร์ตไอซ์ - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ ลืม Nobody ทุกเวอร์ชั่นที่คุณเคยดู เมื่อเจอคลิปนี้ มาดู Nobody เวอร์ชั่นนี้ ล่าสุดจากคอนเสิร์ต ไอซ์ ศรัณยู - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ ที่มาจาก

The voice Thailand รอบ Live Round Quarter Final
The Voice /  The Voice Thailand

The voice Thailand รอบ Live Round Quarter Final สุดเข้มข้น ต๊ะ-แต๊ก-นนท์-สวย ผ่านเข้ารอบ นนท์ ธนนท์ The Voice ทีมก้อง สหรัถ (ภาพจาก Facebook The Voice Thailand) ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการแข่งขัน The Voice เสียงจริง ตัวจริง กับการแข่งขันรอบ Live Round Quarter Final ซึ่งในแต่ละทีมตอนนี้ เหลือลูกทีม ทีม ละ 4 คน สำหรับ กติกาในรอบนี้คือ ผู้เข้าแข่งขัน 1 คนที่ได้รับการโหวตมากที่สุดจากผู้ชม ทาง SMS และจากโค้ชเป็นผู้คัดเลืิอก 1 คน เท่านั้น ที่จะได้ไปต่อ ซึ่งการแข่งขัน The Voice รอบ Live Round Quarter Final ในวันนี้ เป็นคิวของทีมโค้ชคิ้ม และโค้ชก้อง.. ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขัน มาดูโชว์พิเศษจากทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม กันก่อน กับเพลง หางเครื่อง กบ วีระศักดิ์ ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง ฤดูที่แตกต่าง แอนนี่ นวัชภัทร์ ทีม ก้อง สหรัถ เพลง โปรดส่งใครมารักฉันที ตุลย์ ตุลรยา ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง I Love the Nightlife นนท์ ธนนท์ ทีม ก้อง สหรัถ เพลง ขอบใจจริงๆ ครึ่งแรกผ่านไป ก่อนที่จะไปชมการแข่งขันต่อในครึ่งหลัง เรามาดูโชว์พิเศษของทีมโค้ชก้อง กัน แต๊ก วิชย ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง เงียบเงียบ คนเดียว นัท ณัฐวดี ทีม ก้อง สหรัถ เพลง ควักหัวใจ สวย สโรชา ทีม ก้อง สหรัถ เพลง รักเธอจริงๆ ต๊ะ ตระการ ทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง สาวจันทร์กั้งโกบ แถมท้าย ในรอบ Live Round อาทิตย์นี้ ด้วยการเปิดตัวเพลงใหม่ล่าสุดของโค้ชแสตมป์ "โอมจงเงย" ที่แต่งเองร้องเอง ได้ตู่ ภพธร และโค้ชโจอี้ ร่วมแจมในขั้นตอนการบันทึกเสียง The Voice สัปดาห์นี้ถือเป็นที่แรกที่เราจะได้ฟังเพลง "โอมจงเงย" นี้ กันแบบเต็มๆ แล้วก็มาถึงช่วงระทึกใจ กับการประกาศผล โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบ ของทีม เจนนิเฟอร์ คิ้ม ได้แก่ ต๊ะ ตระการ (จากคะแนนโหวต SMS) และ แต๊ก วิชย (จากการเลือกโดยโค้ช) ส่วนทีม ก้อง สหรัถ ผู้ผ่านเข้ารอบ ได้แก่ นนท์ ธนนท์ (จากคะแนนโหวต SMS) และ สวย สโรชา (จากการเลือกโดยโค้ช) และสำหรับการแข่งขัน The voice รอบ Live Round Quarter Final วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคมนี้ จะเป็นการแข่งขันของทีม โจอี้ บอย และ ทีมแสตมป์ ใครจะอยู่ ใครจะไป และใครจะคว้าตำแหน่ง The Voice คนแรกของประเทศไทย ไม่ควรพลาด ทุกวันอาทิตย์เวลา 17.45 - 19.30 น. ทางช่อง 3 และสำหรับแฟนๆ ที่อยากได้เพลงของผู้แข่งขัน ดาวน์โหลดได้ผ่าน APP The Voice Thailand และทาง www.thevoicethailand.com พร้อมอัพเดทความเคลื่อนไหวได้ใน Facebook และ Twitter อีกด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

บอดี้สแลม ไลฟ์ อิน คราม แฟนเพลงโดดมันส์ สนั่น ราชมัง
Bodyslam /  SODA CHANG presents BODYSLAM LIVE IN คราม by AIR ASIA / 

บอดี้สแลม ไลฟ์ อิน คราม แฟนเพลงโดดมันส์ สนั่น ราชมังและแล้วคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยปิดท้ายปลายปี "SODA CHANG presents BODYSLAM LIVE IN คราม by AIR ASIA" (โซดาช้าง พรีเซ้นท์ บอดี้สแลม ไลฟ์ อิน คราม บาย แอร์เอเชีย) ที่จัดโดย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ genie records ก็จบลงอย่างสวยงามและสุดประทับใจ แฟนเพลงของ 4 หนุ่ม “ตูน , ปิ๊ด , ชัด , ยอด” วง บอดี้สแลม กว่า 65,000 คน พร้อมใจกันมามันส์เต็มความจุของ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน งานนี้นอกจาก บอดี้สแลม จะใส่กันเต็มสูบแล้ว ยังพ่วงแขกรับเชิญอย่าง วงบิ๊กแอส , ศิริพร อำไพพงษ์ , อุ๋ย บุดดาเบลส และ กอล์ฟ สิงห์เหนือ มาแจมบนเวทีเติมดีกรีความมันส์ชนิดราชมังคลากีฬาสถานสั่นสะเทือนกันไปทีเดียว แค่เปิดฉาก เสียงกรี๊ดดังสนั่น ต้อนรับวง บอดี้สแลมที่ใช้เพลง แสงสุดท้าย , ให้รักคุ้มครอง , Bodyslam , คนที่ถูกรัก เปิดเวทีกระตุกต่อมเต้นของแฟนเพลง แถมเซอร์ไพร์สด้วยผมทรงใหม่เก๋ไก๋ของหนุ่มตูน พร้อมเล่นมุขให้แบ็คสเตจออกมาเพ่นพ่านเดินซาวน์เช็คบนเวทีทำเอาคนดูงง พอจบซีนนี้ ตูน พักหายใจพูดทักทายแฟนเพลงแล้วต่อด้วยเพลงมันส์ ๆ อีกชุดใหญ่ จากนั้นเพิ่มความอลังการบนเวทีเมื่อจอภาพด้านหลังค่อย ๆ เปิดขึ้นพร้อมกับการประสานเสียงเครื่องดนตรีเพราะ ๆ กว่า 40 ชิ้นของวงออร์เคสตร้าวงใหญ่ เพิ่มความขลังให้กับเพลง เปราะบาง , เงา , ปล่อย , งมงาย , ปลายทาง , ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ , แค่หลับตา ที่คนดูต่างก็ช่วยร้องตามเนื้อเพลงคาราโอเกะทำให้ขนลุกเกรียวทั้งสนาม พี่ตูน ลุคส์ใหม่ ผมสีทอง พี่นาง ศิริพร ก็มา ให้มันเป็น สีชมพู ถึงคิวโชว์เซอร์ไพร์สเมื่อทั้งสนามราชมังคลากีฬาสถานถูกไฟย้อมเป็นเป็นสีชมพ ูพร้อมกับเสียงกรี๊ดดังสนั่นต้อนรับแขกรัเบชิญคู่แรก อุ๋ย บุดดาเบลส และ กอล์ฟ สิงห์เหนือ ที่ต่างก็ใส่ชุดสีชมพูออกมาโชว์ท่อนแร๊พบนเวทีในเพลง สติ๊กเกอร์ เวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งคนดูก็รีบงัดเอาอุปกรณ์สีชมพูออกมาเล่นอย่างสนุกสนาน เท่านั้นยังไม่หนำใจตูนทำให้คนดูมันส์ต่อเนื่องด้วยการควง พี่นาง-ศิริพร อำไพพงษ์ ยกทีมหางเครื่อง 30 ชีวิตพร้อมเครื่องดนตรีอีสานทั้ง พิณ , แคน , โหวด ออกมาเซิ้งกันสนั่นสนามในเพลง คิดฮอด แถมพี่นางโผกอดตูนเรียกเสียงกรี๊ดสนั่น และไปมันส์ต่อด้วยเพลง คราม , ยาพิษ ให้ทุกคนลุกโดดทั้งร้องทั้งเต้นกันชนิดสนามสั่นสะเทือนแบบสะใจการรอคอยสำหรับเพลงนี้ ก่อนที่จะยกเวทีให้รุ่นพี่ วงบิ๊กแอส ออกมาโซโล่เพลง อย่างน้อย , เล่นของสูง , คนไม่เอาถ่าน พร้อมภาพเก่า ๆ ของทั้งสองวงที่ทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนานก็ถูกฉายขึ้นจอด้วย และก็มาถึงโค้งสุดท้ายที่ ตูน , ปิ๊ด , ชัด , ยอด กลับขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อมเพลงที่ไม่ร้องไม่ได้อย่าง ความรัก , อกหัก ให้คนร้องตามกันสนั่น ก่อนจะไปปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลงอังกอร์สุดมัน ความเชื่อ ที่มีการจุดพลุประกอบอย่างอลังการ เล่นเสร็จทั้ง 4 หนุ่มก็ออกมาขอบคุณแฟนเพลงพร้อมส่งแฟนกลับบ้าน เชื่อแล้วล่ะว่าพวกนายทำได้จริง ๆ” --- ข่าวและภาพ จาก Genie Records ยังมีภาพจากงาน BODYSLAM LIVE IN คราม อีกเพียบ ที่ Gallery ด้านล่าง ร่วมเป็นแฟน มิวสิคเอ็มไทย บน Facebook กันได้แล้ว คลิกที่นี่ แนะนำ - ติชม แจ้งปัญหาเรื่องการใช้งาน หรือส่งข่าว ประชาสัมพันธ์วงการเพลงลงเว็บไซต์ มิวสิคเอ็มไทย ที่ อีเมล์music@mthai.com

หางเครื่อง - เบื้องหลังฉากต่อยมวยของ เติ้ล ธนพล - ไม้ นนทพันธ์
หางเครื่อง /  เส้นทางบันเทิง / 

เส้นทางบันเทิง - แฟนๆละครหางเครื่อง ต้องส่งใจช่วย รวิ (เติ้ล ธนพล) กันเยอะๆ ศึกครั้งนี้ รวิ เสียท่า พิมุก (ไม้ นนทพันธ์) เต็มๆ เสียงเชียร์พระเอกยิ่งดังเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งเป็นใจให้ ไม้ นนทพันธ์ลงมือยิ่งขึ้น ละครหางเครื่องคืนนี้ เข้มข้นมากๆ

กิจกรรมตอบคำถามจากละคร หางเครื่อง กับ ปรัชญ์ ปรมิณ-อ๋อง พัฒนะ
คันปาก

คันปาก - พบกับกิจกรรมตอบคำถามจากละคร หางเครื่อง วันนี้เป็นคำถามของ ปรัชญ์ ปรมิณ และ อ๋อง พัฒนะ ไปติตดาม

ปุ้ม ลูกสายัณห์ โต้ อยากดัง
คนดังนั่งเคลียร์ /  ปุ้ม / 

คนดังนั่งเคลียร์ เปิดหมดเปลือก “ปุ้ม” ลูกสายัณห์ สัญญา โต้! อยากดัง พร้อมบวชแทนพระคุณพ่อ (O/A 21 ก.ย.) คนดังนั่งเคลียร์ ปุ้ม ลูกสายัณห์ ฮือฮาและเป็นที่จับตามองของทุกสื่อ เมื่อในงานศพของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “สายัณห์ สัญญา” มีหนุ่มนามว่า “ปุ้ม-อนุสรณ์ มุสิกะสินธุ์” ซึ่งระบุว่าเป็นลูกอีกคนของสายัณห์ ได้เดินทางมาที่งานด้วย ซึ่ง “ปุ้ม” ได้ชี้แจงทุกอย่าง และเปิดใจถึงความรักระหว่างพ่อกับลูกแบบหมดเปลือกในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทางช่อง “สตาร์แม็กซ์” แซ่บทั้งช่อง พอมีคนรู้ว่าเป็นลูกสายันห์ คำถามแรกที่เจอ ? “คำถามแรกที่ผมเจอคือเป็นลูกชายของพ่อจริงหรือเปล่า ผมใช้นามสกุลของพ่อเองครับ เพราะว่ายังไม่เคยได้ขออนุญาตพ่อในการใช้นามสกุล คุณพ่อก็ไม่ได้รับจดทะเบียนเป็นพ่อตั้งแต่ตอนแรก” กี่ปี แม่ถึงมีสามีใหม่ ? “แม่เลี้ยงผมมา 10 หรือ 20 ปีถึงมีพ่อเลี้ยง ตอนนั้นผมใช้นามสกุลแม่” ตอนนี้ยังอยู่กับพ่อเลี้ยงไหม ? “ไม่ครับ แม่กับพ่อเลี้ยงแยกทางกันนานมากแล้ว และก็ได้ข่าวว่าพ่อเลี้ยงเสียแล้ว” ทำไมนักร้องลูกทุ่งสมัยก่อนถึงกลัวเรตติ้งตก เปิดเผยไม่ได้ว่ามีลูก มีเมีย ? “ผมคิดว่าอาจจะเป็นที่สมัยก่อน ที่เวลาเราชื่นชอบศิลปินดารา เราก็อยากให้ศิลปินดาราคนนั้นมีผลงานต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้ามีครอบครัวก็อาจจะไม่ค่อยมีเวลามาทำงานให้ได้เห็นกัน เพราะว่าต้องคอยดูแลครอบครัว” แม่เป็นรักครั้งแรกของพ่อ ? “อันนี้ไม่แน่ใจนะครับ คุณแม่เป็นหางเครื่องอยู่ในวงพ่อครับ ถามว่าคุณแม่สวยไหม ตามที่ฟังคนอื่นเขาพูดมา เห็นเขาเรียกคุณแม่ว่าเป็นนางกวักประจำวง อาจจะเป็นที่คุณแม่เขาวางตัวเรียบร้อยเวลาอยู่ในวง แม่เล่าให้ฟังสมันก่อนหางเครื่องเขาจะมีท่าที่เด้งไปเด้งมา แม่ก็จะไม่ค่อยทำ(ยิ้ม)” รู้สึกไหมว่าพ่อเป็นคนเจ้าชู้ ? “ผมว่าด้วนความเป็นคนมีชื่อเสียง ก็อาจจะมีผู้หญิงเข้ามาดูดคุยเยอะแยะตามปกติ” มีคนมองว่าออกมาตอนนี้ เหมือนสร้างเรตติ้ง ? “โดยปกติผมทำงานอยู่ในสายวงการบันเทิงอบยู่แล้วครับ อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากแต่ว่าก็พอมีคนรู้จักอยู่บ้าง ผมไม่ได้หวังว่าจะมาเอาเรตติ้ง หรือว่าทำให้ตัวเองมีชื่อเสียงจากการตายของพ่อ สิ่งที่ผมทำก็คือผมแค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าผมจะทำอะไร อย่างที่บอกว่าไม่อยากให้ไปขุดคุ้ยประวัติพ่อ เรื่อเก่าๆจริงๆ มันก็ไม่ได้มีเรื่ออะไรเสียหาย แต่ไม่อยากให้วิญญาณพ่อไม่สงบ ก็เลยต้องบอกผู้สื่อข่าวให้รู้ก่อน แล้วก็บอกทุกคนให้เคลียร์ไปในตัวเองว่าเราเป็นใคร ทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้” คำสอนคำเดียว และคำสุดท้ายก่อนพ่อจากไป ? “พ่อบอกว่าให้เป็นคนดี ลำทำดีกับคนรอบข้าง” รู้สึกพ่อเป็นฮีโร่ ? “พ่อเป็นคนที่ทรนง เขาเป็นคนไม่ง้อคน ผมก็ชื่นชอบพ่อในจุดนี้” ติดตามบทสัมภาษณ์เต็มๆ การเปิดใจอย่างหมดเปลือกได้ในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” วันเสาร์ที่ 21 กันยายน ทางช่อง “สตาร์แม็กซ์” แซ่บทั้งช่อง เวลา 07.00/10.00/16.00/20.00/23.00น. ________________________________________ Link ที่เกี่ยวข้องกับ สายัณห์ สัญญา สายัณห์ สัญญา 5 เพลงฮิต มหานิยม สายัณห์ สัญญา  สายัณห์ ขายใจ ใครจะซื้อ..... นี่คือท่อนหนึ่งของเพลง "สายัณห์ขายใจ" ของนักร้องลูกทุ่งเสียงแหบเสน่ห์ สายัณห์ สัญญา ที่เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อ สายัณห์ สัญญา ครวญเพลง ไก่จ๋า กับ เสก โลโซ เพราะไปอีกแบบ เมื่อเพลง ไก่จ๋า ของนักร้องลูกทุ่งผู้ล่วงลับ สายัณห์ สัญญา ถูกนำมามิกซ์ดนตรีใหม่ ด้วยการนำเสียงต้นฉบับของ พี่เป้า และ เวอร์ชั่น Cover โดยพี่เสก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สายัณห์ สัญญา สิ้นใจแล้ว ด้วยโรคมะเร็งตับ
ประวัติ สายัณห์ สัญญา /  สายัณห์ สัญญา / 

เศร้า สายัณห์ สัญญา สิ้นใจแล้ว ด้วยโรคมะเร็งตับ สายัณห์ สัญญา ภาพจาก moradokplangthai.com วงการบันเทิงเศร้า เมื่อนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง สายัณห์ สัญญา วัย 60 ปี เสียชีวิตด้วยอาการมะเร็งตับ เมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้ (11 ก.ย. 2556) หลังจากต่อสู้กับมะเร็งตับระยะที่ 4 มานานหลายเดือน ซึ่งทางครอบครัว จะตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดไร่ขิง จ.นครปฐม เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ สายัณห์ สัญญา สายัณห์ สัญญา มีชื่อจริงเดิมว่า สายัณห์ ดีเสมอ มีชื่อเล่นว่า "เป้า" เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2496 ที่ ต. ป่าสะแก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี สายัณห์ชอบการร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็ก เคยประ กวดร้องเพลงมามากมาย ต่อมาเขาไปสมัครเป็นนักร้องอยู่วงดนตรีเทียนชัย สมยาประเสริฐ(สามี ผ่องศรี วรนุช)แต่ยังไม่ได้ออกหน้าเวที จากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับวงดนตรีผ่องศรี วรนุช (ซึ่งแยกตัวออกมาจากเทียนชัย)ตามคำชักชวนของราเชนทร์ เรืองเนตร ที่นี่สายัณห์เริ่มออกเวทีในฐานะหางเครื่อง ต่อมาก็ได้มีโอกาสร้องเพลงด้วย ช่วงนี้เขาร้องเพลงแนวศรคีรี ศรีประจวบ เป็นหลัก สายัณห์อยู่ที่นี่ได้ 3 ปี วงก็ยุบ จากนั้นว่าที่นักร้องดังแห่งยุค ก็ไปอยู่กับวงดนตรีอีกมากมายหลายวง อย่าง "รวมดาวกระจาย" ของครูสำเนียง ม่วงทอง , บรรจบ เจริญพร , ก้าน แก้วสุพรรณ และชินกร ไกรลาศ โดยในยุคนี้ สายัณห์ ใช้ชื่อว่า "กัมชัย ลูกราษฎร์บำรุง" ต่อมาสายัณห์มาอยู่กับวง" รวมพร " ของคุณเล็ก และคุณน้อยศรี อิงคะนันท์ เจ้าของปั๊มน้ำมันพรรุ่งโรจน์ ย่านบุคคโล และได้รับการสนับสนุนจากคนทั้งสองให้บันทึกเสียงเป็นครั้งแรก คือ" รักเธอเท่าฟ้า " ของครูฉลอง การะเกต ซึ่งทำให้เขาพอจะเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงอยู่บ้าง วันหนึ่งขณะที่สายัณห์ ช่วยงานล้างรถอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน ชลธี ธารทอง ครูเพลงชื่อดังที่ตอนนั้นยังเป็นนักร้อง และนักแต่งเพลงที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง และตัดสินใจจะกลับไปใช้ชีวิตชาวไร่ที่บ้านนอก เพราะไม่ประสบความสำเร็จในวงการเพลง ได้แวะมาเข้า ห้องน้ำที่ปั้มแห่งนี้ และได้ยินสายัณห์ ร้องเพลงของศรคีรีได้ถูกใจ หลังได้คุยกัน สายัณห์บอกว่า เขาอยากเป็นนักร้อง และมีนายทุน ซึ่งก็คือ เจ้าของปั้ม ชลธี จึงมอบเพลง"ลูกสาวผู้การ" และ" แหม่มปลาร้า" ให้สายัณห์ฟรีๆ โดยเดิมที 2 เพลงนี้ชลธีกะแต่งให้ศรคีรี แต่ศรคีรีโชคร้าย ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไปก่อน และ 2 เพลงนี้นี่เอง ที่ทำให้สายัณห์ได้แจ้งเกิดในวงการเต็มตัว และนำหนุ่มชาวไร่ข้าวโพดอย่างชลธี ธารทองกลับมาโลดแล่นในวงการลูกทุ่งเมืองไทย หลังจาก 2 เพลงแรกโด่งดัง ก็ทำให้แพลงแรกของสายัณห์อย่าง " รักเธอเท่าฟ้า " โด่งดังตามไปด้วย ปี 2516 มีการตั้งวงดนตรีสายัณห์ สัญญา และ นับตั้งแต่นั้น สายัณห์ ก็ผลิตผลงานออกมาประดับวงการลูกทุ่งเมืองไทยมากมาย --- ขอบคุณเนื้อหาจาก วิกิพีเดีย สำหรับผลงานเพลง ของ สายัณห์ สัญญา จะมีเพลงอะไรบ้าง ติดตามได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง สายัณห์ สัญญา 5 เพลงฮิต มหานิยม สายัณห์ สัญญา ขายใจ ใครจะซื้อ..... นี่คือท่อนหนึ่งของเพลง "สายัณห์ขายใจ" ของนักร้องลูกทุ่งเสียงแหบเสน่ห์ สายัณห์ สัญญา ที่ล่าสุด ทำเอาแฟนเพลงถึงกับช็อค มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องตัวน้อยได้เวลาทำงาน
ทารก /  11เดือน / 

เอ้า เพลงมา! หางเครื่องตัวน้อยได้เวลาทำงาน

รักเว้ยเฮ้ย /  วีเจอิ๊งค์ ชญานุช / 

นับว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มนักร้องขัวญใจวัยรุ่นอย่าง “สิงโต นำโชค” หนุ่มที่มีเสียงนุ่มละมุน กับเครื่องดนตรีคู่กายเป็นอูคุเลเล่ และด้วยความฮ๊อตแถมโดนใจวัยรุ่นแนวๆ ยุคนี้ “เปิ้ล นาคร” จึงขอจีบหนุ่มสิงโต มาช่วยแต่งเนื้อร้อง และขับร้องคู่กันให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ แถมยังตั้งชื่อเพลงว่า รักเว้ยเฮ้ย! ชื่อเดียวกับหนังอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ เปิ้ล นาคร ยังขอควงทั้ง สตาร์บัค สาระแน, วีเจอิ๊งค์ ชญานุช และสิงโต นำโชค มาร่วมเล่นมิวสิกวิดีโออย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งบรรยากาศเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ เปิ้ล นาคร  เปิ้ล นาคร เล่าอย่างสนุกสนานว่า “สนุกสนานมากครับ บรรยากาศเป็นแบบงานวัดที่มีร้านค้า ร้านยิงปืน ปาโป่ง ก็เป็นอารมณ์แบบเดินไปร้านไหนก็ขอเข้าไปเล่นและถ่ายเอ็มวีเลย อย่างร้านหอยทอดก็โชว์ลีลาทำอาหาร สตาร์บัค กับอิ๊งค์ก็ยืนมองตาปริบๆ หรือจะบนเวทีนักร้องหางเครื่องที่กำลังร้องอยู่เต้นกันอยู่ ก็เดินขึ้นไปเต้นบนเวทีกับเขาหน้าตาเฉยเลยเว้ยเฮ้ย (หัวเราะ) แต่ดูเหมือนสตาร์บัคจะสนุกมากเต้นไม่หยุดอยู่คนเดียวเลยนะ ต้องติดตามชมกันครับกับเอ็มวีเพลงประกอบภาพยนตร์รักเว้ยเฮ้ย และอยากบอกว่าเราโชคดีมากครับที่ได้นักร้องขวัญใจวัยรุ่น สิงโต นำโชค มาร้องเพลงและยังมาร่วมเล่นเอ็มวีกับพวกเราด้วยครับ”   สิงโต นำโชค ก็ไม่รู้ว่าเปิ้ล นาคร ไปจีบด้วยวิธีและลีลาอย่างไรกันนักร้องหนุ่ม สิงโต นำโชค ถึงยอมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ รักเว้ยเฮ้ย! ในครั้งนี้ แต่ที่แน่ๆ ทั้งร่วมแต่งเพลง ทั้งร่วมร้องเพลง และร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ แบบทุ่มสุดตัวกันไปเลย “ตอนแรกพี่เปิ้ลเขามาเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับวิธีจีบสาวหลายๆแบบ และผู้หญิงแต่ละคนจะมีสเปคที่แตกต่างกันไปทั้งชอบหน้าตาดี หรือบางคนก็ไม่ได้ชอบหน้าตาแต่ชอบที่มี option บางคนก็ชอบต่างชาติ ก็ไม่รู้จะทำยังไงจะต้องเข้าไปจีบผู้หญิงยังไงดี ประมาณนี้ครับ แล้วผมก็เขียนเพลงออกมา ตั้งชื่อเพลงว่า รักเว้ยเฮ้ย ซึ่งเพลงนี้ผมกับพี่เปิ้ลก็ร่วมเขียนเนื้อร้อง และร้องเพลงร่วมกันอีกด้วย ฝากติดตามผลงานเพลงและเอ็มวีประกอบภาพยนตร์ รักเว้ยเฮ้ย! กันด้วยนะครับ” จากซ้าย สตาร์บัค สาระแน, สิงโต นำโชค, เปิ้ล นาคร, วีเจอิ๊งค์ ชญานุช

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ
นกน้อย อุไรพร /  หมอลำเสียงอิสาน

นกน้อย อุไรพร ขอ 5 ปีฮึดสู้ทำวงหมอลำเสียงอิสานต่อ ถ้าพูดถึงคณะหมอลำที่มีชื่อเสียงในภาคอีสาน หลายคนก็คงนึกถึงวงดนตรีเสียงอิสาน ของ “แม่นกน้อย อุไรพร” (ฉิมหลวง) เพราะวงเสียงอิสานนั้น ถือได้ว่าเป็นวงดนตรีหมอลำที่มีการแสดงที่อลังการ หางเครื่องพร้อม ทีมงานที่อัดแน่นมาเต็มวงเกือบ 500 ชีวิต สร้างความสนุกสนานแก่บรรดาแฟนๆ ทางภาคอีสานได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน คณะเสียงอิสาน ที่มีหัวเรืออย่างแม่นกน้อยนั้น เคยมีงานรุมไม่ขาดสาย ซึ่งถ้าใครจะติดต่อให้ทำการแสดงต้องจองล่วงหน้าถึง 2 ปีเลยทีเดียว โดยช่วงที่วงดนตรียืนอยู่จุดสูงสุดนั้น เคยรับงานสูงถึงปีละ 240 งาน นับได้ว่ารายได้นั้นไม่ต่ำกว่าหลัก 50 ล้านบาท แต่เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ใครจะเชื่อว่า วงดนตรีชื่อดังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ถึงคิดจะยุบวงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง หนักที่สุดก็เห็นจะปี 2553 ที่ผ่านมา วงเสียงอิสานต้องพบเจอกับปัญหาหลายๆ ด้าน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และความไม่สงบของสถานการณ์บ้านเมือง เทปผีซีดีเถื่อน เป็นเหตุทำงานที่เคยจ้างล่วงหน้าไว้ต้องยกเลิกไปกว่า 40 งาน และลดลงเรื่อยๆ จนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ด้วยสมาชิกภายในวงเกือบ 500 ชีวิต ที่ต้องเลี้ยงดู หรือแม้กระทั่งค่าน้ำมันรถในวงที่ต้องเติมในแต่ละเดือนอีกเกือบ 5 ล้านบาท แม่นกน้อยต้องรับภาระในส่วนนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน ยิ่งพอนานเข้างานก็น้อยลงไม่พอเลี้ยงปากท้องให้ลูกวง จึงจำเป็นต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างบ้านและที่ดินเกือบ 50 ไร่ เอาไปจำนองให้กับธนาคาร 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาทำทุนต่อ แต่เมื่อรายได้ที่เข้ามามันก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่าย ส่งผลทำให้แม่นกน้อยเริ่มมีหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ได้มีกระแสข่าวออกมาว่า แม่นกน้อย อุไรพร เจ้าของวงดนตรีเสียงอิสานชื่อดัง ถึงกับเครียดจะยุบวง และได้หนีไปบวชชีพร้อมกับได้ลอยแพลูกน้องกว่า 500 ชีวิต และเมื่อมีกระแสดังกล่าวออกมาเช่นนี้ เจ้าตัวพร้อมกับสามี “พ่อใหญ่หลอด มัยกิจ ฉิมหลวง” จึงได้เดินทางมาออกรายการเจาะใจ ที่จะออกอากาศในคืนวันที่ 21 กรกฎาคม ทาง ททบ.5 นี้ หลังจากที่เจ้าตัวได้ไปบวชชีมา พร้อมกับชี้แจงเรื่องราวกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แม่นกน้อย : “เราเกิดมาเป็นลูกชาวนาไม่มีพ่อ เป็นกำพร้า และก็ลำบาก เห็นความลำบากของแม่เรา สงสารแม่ที่ต้องเอาข้าวไปแลกหัวมัน แลกปลาร้าให้ลูกกิน หาบกระบุงอยู่ในทุ่งนา เก็บรวงข้าวที่มันขาด มันร่วงอยู่ในทุ่งนา และชีวิตที่เราเห็นนี่คือชีวิตของแม่ เราเลยอยากจะอยากมีฐานะที่ดีกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝันของเด็ก คือ จะบอกว่าเราฝันว่าเราอยากได้ดี อยากรวยมันก็ไม่ใช่นะ แต่ความหมายคือในความรู้สึก อยากเป็นศิลปิน ชอบร้องเพลง เปิดฟังเพลงตามวิทยุทรานซิสเตอร์ ซึ่งแม่เราก็ชอบพาไปประกวดหลายๆ เวที ไม่ค่อยชนะหรอก ส่วนใหญ่ได้ที่ 2 ที่ 3” “แม่เขาเสียงดี ช่วยต่อเพลงให้ตลอด แม่เอาพลังมาใส่ให้ลูกหมด ที่ได้ดีทุกวันนี้น่าจะได้ดีเพราะปากของแม่ แม่เราชอบพูดแบบว่าหนูเสียงดีมาก หนูเก่ง หนูต้องทำได้ หนูต้องๆๆ….จนเราร้องไห้” เส้นทางสู่การเป็นนักร้องหมอลำ ครั้งแรกในวงดนตรีเพชรพิณทอง แม่นกน้อย : “ตอนนั้นวงเพชรพิณทองรับสมัครนักร้องคนมาสมัครเยอะ เราก็ไป เจ้าของวงก็พูดขึ้นว่า “เฮ้ย อีดำๆ นี่มึงมาอะไร” แล้วเราก็มีลังกระดาษมีมุ้ง มีผ้าถุง มีเสื้อผ้าเก่าๆ คือ จัดไปหมด แต่ไม่รู้ว่าท่านจะรับหรือเปล่า ท่านถามแล้วก็มองขำๆ “ลังใครน่ะ” แม่ของเราก็บอกว่าของเขานี่แหละพาลูกมาสมัคร เจ้าของวงเขาก็ถามต่อว่า“ไหนล่ะลูกเธอ” แม่ก็ชี้มาที่เรา “แล้วมึงนึกยังไงถึงได้ขนเสื้อผ้ามา..กูจะรับมึงไหม มึงมั่นใจยังไง แล้วมึงจะไปพักไหน” แม่เราก็ตอบไปว่า “ไม่มี ไม่รู้จักใครเลย ท่านก็เลยพูดคำๆหนึ่ง “พวกมึงน่ะ…มาพาอีนี้ไปพักด้วย” แล้วก็ให้ร้องเพลงให้ฟัง เสียงโดนมือพิณของวง ท่านบอกว่าให้รับไว้ เพราะดูแล้วอนาคตน่าจะไปได้ไกล” เริ่มก้าวออกมาทำวงดนตรีเอง แต่เริ่มจากวงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งสมัยก่อนคนดูยังไม่ยอมรับ แม่นกน้อย : “จากนั้นก็มาเป็นนกน้อย เสียงอิสาน ต่อมาเราก็มาทำเป็นวงลูกทุ่ง ตอนปี 2519 ทำ 3 ปี ก็มีปัญหา คนดูไม่ยอมรับเพราะสู้หมอลำไม่ได้ หมอลำเล่นถึงสว่าง แต่ลูกทุ่งเล่นแค่สองยามก็เลิก เมื่อก่อนอิสานถนนยังเป็นดินแดงลูกรัง ชาวบ้านเขามากันไกลมาดูทีก็ต้องสว่าง พฤติกรรมของคนคือมาดูกันถึงเช้า วงลูกทุ่งเลิกแค่ 2 ยามเลยไม่มีใครอยากมาดู ครั้งที่สองก็เลยปรับเป็นวงหมอลำ ฝึกร้องหมอลำ” “แต่พอปรับเป็นหมอลำแล้วถึงงานเยอะ แต่มีปัญหาอยู่ ตรงที่นักดนตรีส่วนมากไม่ยอมรับหัวหน้าวงที่เป็นผู้หญิง นักดนตรีก็เลยพากันออกหมด ไม่ยอมทำงาน เราก็คุยกับเขาแต่คุยกันไม่รู้เรื่องนักดนตรียังไงก็ไม่ยอมเล่น บนเวทีก็จะมีแต่แคนแล้วก็ร้องไป มีทีมหมอลำรำไปกับแคนมันก็เล่นได้ สักพักหมอลำจะขอขึ้นค่าตัวอีก แล้วก็ปัญหาส่วนตัวของลูกวงกันเองเยอะมาก ก็คุยกันกว่าจะเข้าใจกัน กว่าจะยอมรับกันก็นานทีเดียว” ยุคนั้นมีคู่แข่งเยอะถือคติต้องเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม แม่นกน้อย:“พอหันมาทำวงหมอลำหางเครื่องอย่างต่ำต้อง 8-10 คน เราก็ปรับครั้งแรกก็เพิ่มเลยเป็น 24 คน ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดแล้ว เพราะปกติถ้าเป็นวงลูกทุ่งสูงสุดไม่เกิน 18-20 คน ส่วนเรื่องชุดโป๊ หมอลำเขาก็เริ่มทำจะฮือฮามากคณะไหนกล้าใส่แค่กางเกงขาสั้นโชว์ เราก็เลยไปเดินซื้อแค่กางเกงใน บีกินี่ ที่กรุงเทพฯ มาให้หางเครื่องใส่ บอกกับลูกวงว่าถ้าคณะไหนใส่ขาสั้นพวกมึงต้องใส่บิกีนี่ เพราะอะไร..เพราะเราไปดูโชว์และเอาโชว์มาให้พวกมันดู คือมันต้องพัฒนา เราตามไม่ได้ต้องเป็นผู้นำ สุดท้ายไปแข่งกันที่หนองบัวละเว้ กับดาวบ้านดอน ตอนนั้นดาวบ้านดอนเขาฮอต มึงใส่ขาสั้น กูใส่ชุดสูทไอ้ที่บางๆ สีเนื้อ แล้วไม่ใส่กางเกงใน มันต้องแข่งกัน” “นอกจากจะแข่งกันในเรื่องของหางเครื่องยังมีการแข่งกันรูปแบบอื่นเยอะมาก บางคณะก็ใช้วิธีแกล้งกัน บางครั้งเรากำลังแสดงอยู่ เขามาตัดเครื่องปั่นไฟหรือสายไฟ บางทีก็มีการเสกคุณไสยใส่กันก็มี อย่างวงเราก็เคยโดน มีลูกน้องร้องเพลง อยู่ดีๆ เลือดออกปาก” บอกปี 2526 ถือว่าวงเสียงอิสานประสบความสำเร็จสูงสุด พ่อหลอด : “ตอนปี 2526 ดังสุดๆ คนจะพูดถึงทั้งทีม หางเครื่องเยอะ นับไม่ไหว อย่างตอนปี 26 อยู่ที่ประมาณ 50 คน ปี 2530 ผมเริ่ม 100 ขึ้นเลย คนก็เลยพูดถึง เจ้าภาพคนไหนอยากให้เสียงอิสานไปเล่น ต้องจองกันข้ามปีเวลาการแสดงในแต่ละครั้งต้องใช้ทีมงานในวงกว่า เกือบ 500 คน ในชีวิตของพวกผม เราไม่มีทายาท ไม่เคยนอนโรงแรม ไม่เคยกินอยู่ปกติสองคนส่วนตัว ลูกกินอะไรเรากินด้วย ลูกนอนไหนเรานอนด้วย ตั้งแต่ทำวงมาไม่เคยว่าพอพักวงแล้วไปนอนโรงแรมนะ ไม่มี แล้วกฎเหล็กของผมนั่นก็คือการพนัน ดื่มเหล้า แล้วก็ชู้สาวผิดตักเตือนครั้งแรก ผิดครั้งที่2ภาคทัณฑ์ ผิดครั้งที่3ก็คือออกไป ยิ่งลูกคนไหนเป็นผู้หญิงยิ่งต้องดูแล ต้องให้ความรักมากกว่าพ่อกว่าแม่เขาด้วย แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยี ปัญหามาก็เยอะ อยู่มุมไหนก็โทรศัพท์ โกหกกันได้ ยุคนั้นใครทำผิดต้องเฆี่ยน เรายังยึดคติเรื่องรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี บางครั้งตีลูกจนไข้ขึ้น” แม่นกน้อย : “อย่างบางคืนเราแสดงอยู่บนเวที แล้วมันมีจอหนังกลางแปลงฉายอยู่ข้างๆ เวที ลูกมันขอไปเข้าห้องน้ำ ไปแล้วไปนั่งสุมหัวกันดูหนัง เราก็แต่งชุดหมอลำลงจากเวทีได้ไม้เรียวเดินไปไล่ลูกมาจากจอหนัง สห. เห็นก็วิ่งตามนึกว่าคนตีกัน ที่แท้เราตีลูกวงของเราเอง” จากที่เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็เริ่มเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ แม่นกน้อย : “มันมาตั้งแต่ปี 36 เริ่มมาเรื่อยๆ งานมันก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังรับได้ แต่มา2-3ปีหลังมานี้ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของภัยธรรมชาติ ทั้งเรื่องของการจัดระเบียบสังคม ที่ห้ามคนออกมาตอนกลางคืนแล้วคนที่ไหนจะมาดู ไหนจะเรื่องเทปผีซีดีเถื่อน หลายๆ อย่างรวมกัน ที่แย่สุดๆ เมื่อปีที่แล้วเจ้าภาพโทร.มายกเลิก 40 กว่างาน ก็เลยยิ่งเครียด คิดไม่ออกเลยว่าฤดูการแสดงนี้จะมีงานเข้ามาไหม ถ้าไม่มีหรือมีน้อยจะเอาเงินที่ไหนดูแลลูกๆ เพราะไม่มีการแสดงเขาก็ต้องอยู่กินกับเรา ถามว่าขาดทุนไหมขาดทุนแน่นอน จนมันเริ่มเข้าเนื้อ ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้” “จากปีนึงมีงาน 240 งานต่อปี ใครจะจ้างต้องจองข้ามสองปีสามปี แต่ปีที่ผ่านมางานลดลง ประมาณ 70เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการออกทัวร์การแสดงแต่ละเดือนก็จะมีค่าน้ำมันตกเดือนละ 4-5 ล้านบาท ค่าทำชุด ค่ากินค่าอยู่แต่เราก็ยังต้องลงทุนเพิ่มอีก 10 ล้าน เพราะต้องเอามาทำเวที ทำไฟ ทำรถ เพราะการแสดงมันต้องมีพัฒนา คนดูจะได้ไม่เบื่อ อีกอย่างตอนที่ลงทุนก็ไม่ได้คิดว่าจะมีการยกเลิกคิวไปตั้ง 40 คิว ที่นี้เงินที่คิดว่าจะได้มาจ่ายหนี้ก็ไม่มี” ที่ไปบวชชีเพราะแก้บนให้มีงานแต่ไม่ได้หนีปัญหา แม่นกน้อย: “ที่ไปบวชไม่ใช่เพราะเจอปัญหา มันไม่ใช่ทั้งหมด ไปบนไว้ว่าถ้าปีนี้สถานการณ์ดีขึ้น ก็จะบวชแก้บน พอช่วงตอนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาก็มีคนโทร.มาจองคิว แสดงว่าบนแล้วได้ผลก็เลยตัดสินใจบวช อีกอย่างอยู่ในช่วงพักวงจะได้พักผ่อนให้จิตใจสงบ” บอกกระแสขยุบวงมาจากความคลาดเคลื่อนของข่าว ยังไงก็จะขอลองสู้อีก 5 ปี แม่นกน้อย : “ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะยุบวงนั้นมันมาจากการที่มีผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ ซึ่งเขาตัดคำว่า...จะลองสู้อีกตั้งออก ข่าวมันก็เลยกระพือไป แต่ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่ว่าถ้ามันไม่ดีขึ้นก็จะยุบจริงๆ เราเคยลองโหวตเสียงของแฟนเพลงแฟนคลับอยู่หน้าเวทีว่าจะให้เราทำวงต่อไหมแทบจะทุกเวที แต่เสียงตอบรับคือพวกเขาไม่ยอม ยิ่งมีข่าวว่า เสียงอิสานจะยุบ มีคนโทร.มาร้องไห้ มาเยี่ยมถึงบ้านเอาของมาฝาก น่ารักมาก เขาอยากให้เราทำต่อ เพราะไม่มีอีกแล้วที่จะหาวงหมอลำที่ใหญ่ขนาดนี้ มันกลายเป็นวัฒนธรรมที่หาดูที่ไหนไม่ได้” “ด้วยความที่เป็นวงใหญ่คนเยอะ และปัญหาใหญ่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจ ถ้าจะให้ตัดค่าใช้จ่ายบางส่วนออก เช่นคนหรือความอลังการบนเวทีเรื่องนี้เราก็เคยคุยกันแต่ไม่รู้จะตัดอะไร เพราะถ้าพูดถึงเสียงอิสาน มันหมายถึงความยิ่งใหญ่ ความอลังการ เลยตัดไม่ได้สักอย่าง แต่ถ้าในอนาคตถ้าหากต้องมีการยุบวงจริงๆ เราก็จะพยายามให้ลูกๆ ยืนด้วยตัวเอง มีดันเด็กใหม่ขึ้นมา เริ่มปล่อยตั้งแต่ปีที่แล้ว พ่อจะคอยดูแล แม่จะอยู่เบื้องหลังตลอด แต่แม่ว่าถ้ายังไม่ถึงนาทีที่จะต้องปิดตำนาน นกน้อย อุไรพร ก็ยังคงเป็นโชว์ต่อไป แต่ระหว่างนี้ลูกทีมทุกคนก็พูดเสียงเดียวกันว่าอย่ายุบเลย” “ยังไงปีหน้าถ้าสถานการณ์มันไม่ดีขึ้นเราก็จะประชุมกับลูกวงว่าจะหยุดหรือสู้ต่ออีกสักตั้ง แต่ลูกๆ ก็บอกว่าจะไม่ไปไหน ไม่หนี คำว่าสักตั้งมันอาจจะปีเดียว หรือ 5 ปีก็ได้ ขนาดเราสัญญากับพ่อเมื่อ 9 ปีที่แล้วว่าทำอีกปีเดียวจะเลิก เรายังโกงเลย เพราะมันอยู่ในสายเลือดเรา นี่คือความสุขของเราที่ได้เห็นแฟนเพลงได้ออกหน้าเวที แล้วอยู่ๆ จะให้ไปทำไร่ไถนาเราทำไม่เป็น” พ่อหลอด : “ชีวิตของเราไม่มีลูก อสังหาริมทรัพย์เราก็สร้างมา ถ้าแม่เขาอยากได้ผมพร้อม ผมจะทุ่มให้ทั้งหมด มันก็สุดแค่นี้สองคนผัวเมีย ถามว่าเงินสดเรามีไหม ไม่มีนะ ถ้าต้องเอาบ้านหลังนี้เข้าแบงค์สัก50ล้าน แล้วเอาเงินให้แม่ก็ทำไป ผมก็ยอม ผมเคยนะครับ ปีที่เรายุบครั้งแรก ครั้งสองมาครั้งที่สาม ขอโทษนะคือตระกูลของคุณนก ผมเอามาหมดเลย ไร่นาสวนบ้านเอามาเข้าแบงค์ ตระกูลผมเอามาหมดเลย ผมจะทุ่มเงินไปกับชุด เวที เครื่องเสียง สุดท้ายถ้าผมพลาด สองตระกูลถือกะลาขอทานได้เลย หมดตัวทั้งสองตระกูลแน่นอนผมบ้าถึงขนาดนั่นนะครับ” ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000089050 และคลิปจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

รับปริญญาแล้วจ้า สาวสวย กรีน อัษฎาพร หรือกรีน AF5
กรีน AF5 /  กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล / 

ขอแสดงความยินดีกับสาวสวยมากความสามารถ กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล หรือกรีน AF5 นักแสดงจากช่อง 7 สี ที่ได้เข้ารับปริญญาคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 จ้ะ และวันนี้ทีนเอ็มไทยจึงได้นำภาพบรรยากาศการวันรับปริญญาจาก @green_ausadaporn และประวัติของสาวกรีน อัษฎาพร มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ...รับปริญญาแล้วจ้า สาวสวย กรีน อัษฎาพร หรือกรีน AF5 รับปริญญาแล้วจ้า สาวสวย กรีน อัษฎาพร หรือกรีน AF5 ประวัติดาราวัยรุ่น  กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล หรือกรีน AF5   ชื่อ : อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ชื่อเล่น :  กรีน ฉายาว่า : รั่ว, โย่ง, กรีนใบเขียว เกิดวันที่ :  14 กันยายน พ.ศ. 2532 การศึกษา : จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 จากโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาออกแบบตกแต่งภายใน คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผลงาน : - นักล่าฝัน ในรายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 5 มีรหัสประจำตัวคือ V 16 - ละครเรื่อง เศรษฐีข้างเขียง ทางช่อง 3 - ละครซิทคอมทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี เรื่อง สลัดโสดคอมปานี - ดาราช่อง 7 กับซิทคอมเรื่องแรก อภินิหารคุณยายทองคำ,  ต่อด้วย หอบรักมาห่มป่า  และละครที่สร้างชื่อเสียงคือเรื่อง ขุนเดช คู่กับวีรภาพ สุภาพไพบูลย์ บทรองเรื่อง หยกเลือดมังกร และได้รับบทนางเอกเดี่ยวครั้งแรกเรื่อง มายาสีมุก คู่กับ วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ อีกครั้ง, ละครโคกอีเลิ้งเริงร่า, ละครหางเครื่อง และเรื่องล่าสุด คีตโลกา - นอกจากนี้กรีนยังมีผลงานทางโฆษณาหลายชื้น เดินแบบ เล่นมิวสิควิดีโอ ร้องเพลงและยังแสดงละครเวทีหลายเรื่อง รวมทั้งแสดงภาพยนตร์เรื่อง มิดไมล์ IG : @green_ausadaporn @green_ausadaporn :  my family  วันถ่ายรูปหมู่มาครบกันทั้งครอบครัวแต่วันรับจริงอาจจะมากันไม่ครบเพราะหลายคนก็ติดงานเพราะเป็นวันพุธวันทำงาน พ่อกรีนท่านก็ติดงานต้องกลับลงใต้เช่นกันไปทำงาน แต่แค่ได้ถ่ายรูปร่วมกัน อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาก็พอแล้ว #เราเป็นครอบครัวธรรมดา#ที่พอเพียง#เพียงพอแล้ว #ความรักใดก็ไม่เท่ารักของพ่อและแม่#ฉันรักสิริวัฒน์ธนกุลและจีระเวทยะนันท์  ของขวัญจากแฟนๆอีกส่วนหนึ่งค่ะ ดูกันสิว่าของใครเป็นของใครกันบ้างเอ่ย เหอๆๆๆๆ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพจาก : วิกิพีเดีย, @green_ausadaporn, คุณสมเกษ ประชาสัมพันธ์ มจพ. ในหน้าเพจ GreenAusadapornFanclub

แฟนๆวงออกัส กรี๊ดสนั่น 13 หนุ่ม เต้นยับ เต็มวงสวิง
August Let's Swing Aha Aha Concert /  กู๋ / 

แฟนๆวงออกัส กรี๊ดสนั่น 13 หนุ่ม เต้นยับ เต็มวงสวิง เรื่อง และ ภาพ โดย SuperRyu -- เต้นยับเต็มวงสวิง สมชื่อ Let's Swing Aha Aha กับคอนเสิร์ตใหญ่ แบบเต็มโชว์ครั้งแรก ของ 13 หนุ่มวงออกัส นำทีมโดย พิช,นน,นายน์,อ๋อง,แมค,โจ้,เติ้ล,อาร์ม,แวน,ไมค์,เพชร,ต่อ และ กู๋ (ครบแล้วทุกคน ฮิ) ในคอนเสิร์ต August Let's Swing Aha Aha Concert ที่ เจเจมอลล์ เมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมา งานนี้บอกได้คำเดียวเลยครับว่า แดนซ์กระจาย มันส์สุดเหวี่ยง เต็มวงสวิง พร้อมกับโชว์สุดพิเศษแบบที่คุณไม่เคยเห็น พร้อมคลิป จากงานคอนเสิร์ต ในครั้งนี้แบบเต็มอิ่ม เต็มตา (ฉบับ Director Cut) 14 นาที 17 วินาที มาดูบรรยากาศหน้างานก่อนคอนเสิร์ตเริ่มกันก่อนนะครับ นอกจากจะมีของที่ระลึกจาก ออกัส จำหน่ายแล้ว ยังมีการประมูล ภาพ 13 หนุ่มออกัส อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เฟรมภาพหน้าปก RadioDrome พร้อมลายเซ็น,ภาพๆของ สมาชิกวงออกัส ทั้งจากในหนัง และ จากมินิคอนเสิร์ตต่างๆ โดยรายได้มอบให้เป็นการกุศลอีกด้วย จะเข้าไปดูคอนเสิร์ตออกัสน่ะ มีบัตรยัง 555 แอบเนียนกับแฟนคลับ 13 คน 13 บ้าน อันนี้รู้สึก จะรวมทุกบ้าน ออกแนว แอบถ่ายบ้างอะไรบ้าง ก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม มาร่วมทำบุญกันดีกว่า ด้วยการ ประมูลภาพของ หนุ่มๆ วงออกัส ตัวนี้คุ้นๆนะ กุ๊บกิ๊บ ก็มา อันนี้แบบเดี่ยวๆ มาริโอ้ ตามมาสมทบทีหลัง อันนี้ถ่ายตอนที่ ตัวอย่างหนัง บุปผาราตรี 3 กำลังฉาย เริ่มต้นคอนเสิร์ตของ 13 หนุ่ม วงออกัส ด้วยโชว์เต้นยับแบบนันสต็อป โดยขนเพลงเด็ดๆ จากอัลบั้ม Radiodrome มาให้แฟนๆได้แดนซ์กันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เพลง Radio,เช้า-เย็น,อาจจะเป็น,ฉันและเธอ รวมทั้ง คุณยังจะได้ฟังเพลง "หลับตา" (Ost.ฝัน หวาน อาย จูบ) เวอร์ชั่นพิเศษ เฉพาะในคอนเสิร์ตนี้เท่านั้น ความสนุก ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านั้น เพราะทันทีที่ พีเจจั๊ด (Max 103) เข้ามาทักทายหนุ่มๆ ในแบบ พี่เบิร์ด (จากหนังเรื่อง ฝัน) ก็เรียกเสียงฮาเป็นระยะ ระยะ พร้อมเซอร์ไพร์สเด็ดๆ จาก "มาริโอ้" ที่มาพร้อมมาลัยคล้องคอ และประโยคเด็ดๆ จากหนัง "รักแห่งสยาม" ดังในใจความของหนังตอนหนึ่ง เอ่ยว่า "เพลงเพราะดีนะ" งานนี้บรรดาแฟนคลับถึงกับกรี๊ดสนั่น เจเจมอลล์กันเลยทีเดียว จากนั้น "มะเดี่ยว" พี่ใหญ่ประจำวง ก็ขอบรรเลงเพลงรัก(แห่งสยาม) ให้แฟนคลับได้กรี๊ดบ้างอะไรบ้าง ในเพลง "Ticket (Round Trip)" ก่อนที่จะมาถึงคิวของ พีเจจั๊ด อีกครั้ง พร้อมลีลาเต้นยับเต็มวงสวิง ในเพลง "เจงกิสข่าน" ย่อหน้าแรกว่าสนุก ย่อหน้านี้ สนุกกว่า เมื่อเทพเจ้าเท้าไฟอย่าง พี่โต้ ชีริค ติ๊ก ชีโร่ ขอโชว์Step สหวีวี่วี บนเวที งานนี้ไม่เต้นไม่ได้แล้วล่ะ เพราะเพลงที่พี่ติ๊กขนมาแต่ละเพลง ชวนขยับทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ค้างคาว,ไชโย และ ออกมาเต้น เรียกเสียงกรี๊ด และ เรียกเหงื่อเมื่อยามเต้นในเวลาเดียวกัน แดนซ์ติดกันมาหลายเพลงแล้ว อาจจะเริ่มเหนื่อย พักเบรคด้วยเพลงช้าๆ เพราะๆ จากอีกหนึ่งแขกรับเชิญ พลอย ณัฐชา ในเพลง คืนอันเป็นนิรันดร์,ฝันหวานอายจูบ ก่อนที่หนุ่มๆ กลับมาอีกครั้ง กับ 3 เพลงเพราะๆ อย่าง เพียงเธอ,จำได้ไหม และ ยังคง คอนเสิร์ตเริ่มแล้ว เตรียมตัว และ เตรียมเต้น พี่มะเดี่ยว พี่ใหญ่ของน้องๆ ออกัส ก็ขอร่วมด้วยช่วยโชว์ พิช : พี่เบิร์ด ผมคืนแหวนให้พี่ไปแล้วตั้งแต่ในหนัง ฮิพีเจจั๊ด หรือ พี่เบิร์ด ในหนัง "ฝัน" : จุ๊ จุ๊ มีเซอร์ไพร์ส มาริโอ้ มาเป็นแขกเซอร์ไพร์สบนเวที เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้อย่างมาก ถึง มากที่สุด พี่โต้ ชีริก ติ๊ก ชีโร่ แม้จะไม่ได้โชว์เพลง สหวีวี่วี แต่ความสนุกบนเวที มิได้จางหาย เต้นกระจาย ทั้งแฟนคลับ และนักข่าว 555 ปิดท้ายความสนุกเต็มวงสวิง ด้วยโชว์ชวนโจ๊ะจาก ตัวแม่ของวงการเพลงลูกทุ่ง อาภาพร นครสวรรค์ และทีมหางเครื่องแบบเต็มโชว์ รวมทั้งอีกหนึ่งเซอร์ไพร์สที่คาดไม่ถึงของหนุ่มๆ วงออกัส นั่นก็คือ โชว์แบบลูกทุ่ง งานนี้เรียกเหงื่อกันอีกซักรอบ ด้วยเพลง จ้างพี่ก็ไม่รัก,อารมณ์เสีย รวมทั้ง เพลง ดวงตะวัน ที่เรียบเรียงใหม่ให้แดนซ์ได้มันสะใจมากยิ่งขึ้น ปิดท้ายความมันส์กันด้วยเพลง "แสงสว่าง" เพลงใหม่จากวงออกัส และ เพลง ขอบคุณกันและกัน เป็นการขอบคุณแฟนเพลงที่ให้การสนับสนุนผลงานของวงออกัสด้วยดีตลอดมา เห็น นน แซวว่า นายน์ จะดูเท่มาก เมื่อเวลาเป่าแซ็ก จริงรึเปล่า ถามแฟนคลับล่ะกัน ปิดท้ายที่ น้องโจ้ คอนเฟิร์มได้ ว่าไม่ได้ใบ้หวยแต่อย่างใด มาดูคลิปบางส่วนจากคอนเสิร์ต August Let's Swing Aha Aha แบบเต็มๆ 14 นาที 17 วินาที ออกัส คอนเสิร์ต Let Swing Aha Aha - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ ภาพคอนเสิร์ต ยังมีให้ดูอีกเพียบ ตามดูต่อได้ที่ Gallery ด้านล่างนะครับ

อินโดฯ ตรวจเจอสัญญาณปิงกล่องดำ เที่ยวบิน QZ8501
QZ8501 /  กล่องดำ / 

อินโดนีเซีย เผย พบสัญญาณจากกล่องดำ แอร์เอเชีย QZ8501 แล้ว ใกล้จุดที่พบหางเครื่องบิน นักประดาน้ำเร่งค้นหา วานนี้ (8ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายเจน โมโดโก ผู้บัญชาการของกองกำลังติดอาวุธอินโดนีเซีย จากหน่วยค้นหาและกู้ภัยอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า เรือค้นหาได้ตรวจพบสัญญาณจากกล่องดำของเครื่องแอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ8501 ที่ทำหน้าที่ในการบันทึกประวัติการบินแล้วและสามารถบอกได้ว่า เกิดอะไรขึ้นก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่นี้ ซึ่งนักประดาน้ำกำลังพยายามเร่งค้นหา อย่างไรก็ตาม จุดที่ตรวจพบสัญญาณนั้นอยู่ใกล้จุดที่พบชิ้นส่วนหางเครื่องบิน ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำที่ระดับความลึก 30 เมตร ห่างจากจุดที่ QZ8501 ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศไปราว 30 กิโลเมตร  MThai News ที่มา BBC

แอ๊คเทอร์ ขอมอบโอกาสให้ผู้กำกับจบใหม่ ไร้ประสบการณ์ ลงทำหนังใหญ่
ผีสางหางเครื่อง /  ผู้กำกับหนัง / 

บริษัท แอ๊คเทอร์ จำกัด เป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ที่ต้องการสร้างความแตกต่างในด้านการสร้างภาพยนตร์ โดยมุ่งเน้นความแปลกใหม่เป็นหลัก สิ่งที่บริษัทฯพบเห็นจากประสบการณ์ในธุรกิจ คือมีนักศึกษาจบใหม่ด้านภาพยนตร์ และประชาชนทั่วไปที่รักการทำภาพยนตร์นำบทไปนำเสนอกับค่ายต่างๆ และมักจะไม่ได้รับพิจารณารวมทั้งไม่เปิดโอกาสเสี่ยงทางธุรกิจกับผู้กำกับที่ไม่มีประสบการณ์ ในภาวะธุรกิจภาพยนตร์ไทยในปัจจุบัน ถือเป็นธุรกิจที่ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับอเมริกา ยุโรป หรือแม้แต่ในภูมิภาคเอเชียด้วยกันเอง อีกทั้งยังขาดความต่อเนื่องในการช่วยเหลือจากภาครัฐ จึงยิ่งส่งผลให้โอกาสของผู้กำกับหน้าใหม่ที่จะได้รับการอนุมัติงานสร้างภาพยนตร์ยิ่งมีน้อยลง สิ่งสำคัญที่บริษัทต้องการเน้นย้ำ คือ แทบจะไม่มีใครในอุตสาหกรรมกล้ามอบโอกาสให้กับคนเหล่านั้น บริษัท แอ๊คเทอร์ จำกัด จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นผู้เริ่มต้น โดยขอสร้างรากฐานความเข้าใจในขั้นตอนการทำงานเบื้องหลังอย่างมืออาชีพให้แก่ผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ ด้วยความเชื่อว่ายังมีคนอีกมากที่มีความคิดใหม่ๆมาสร้างสรรค์ภาพยนตร์และอุตสาหกรรมให้มีความแปลกใหม่มากขึ้นกว่าเดิม วัตถุประสงค์ 1. ต้องการสรรหาผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่มาทำงานในอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง จำนวน 3 คน 2. เปิดโอกาสผู้ไม่มีประสบการณ์ เข้ามาเรียนรู้ระบบการทำงานขั้นตอนเบื้องหลังตั้งแต่ก่อนเปิดกล้อง ปิดกล้องและหลังปิดกล้อง 3. สร้างความเข้าใจระบบธุรกิจของภาพยนตร์ในขั้นตอนการจัดจำหน่ายและเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เพื่อการพาณิชย์ 4. สร้างมิติใหม่ในการสร้างภาพยนตร์เพื่อยกระดับภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ 1. ผู้จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่เกินหนึ่งปี ไม่จำกัดอายุ หรือ 2. บุคคลธรรมดาอายุไม่เกิน 35 ปี 3. มีไอเดียดี มีพลังสร้างสรรค์ มีความอดทนมุ่งมั่นในการสร้างภาพยนตร์ 4. ต้องการก้าวเดินบนเส้นทางผู้กำกับภาพยนตร์อย่างเต็มตัว 5. ไม่เคยผ่านงานสร้างภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ในตำแหน่งผู้กำกับภาพยนตร์ และผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ รวมทั้งไม่มีตำแหน่งเป็นพนักงาน หรือทีมงานสร้างภาพยนตร์แบบประจำของค่ายภาพยนตร์ไทยอื่น กติกาการสมัคร 1. ผู้สมัครเริ่มต้น มากดไลค์ที่ fan page : Nfd.new Directors พร้อมแนะนำตัว 2. ผู้สมัครพิมพ์ใบสมัครด้วยตนเองโดยมีชื่อจริง นามสกุลจริง ชื่อเล่น สถาบันตั้งแต่ประถม ถึงมหาวิทยาลัยและผลงานที่เคยทำ เล่าความรู้สึกแรงบันดาลใจอยากกำกับภาพยนตร์สั้นๆ 4 บรรทัด และความรู้สึกต่อโครงการที่สมัครในครั้งนี้ ส่งที่ email : actornfd@gmail.com 3. ผู้สมัครประเภทจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่เกินหนึ่งปี เอกสารการสมัครประกอบด้วย บัตรประชาชน ,ใบรับรองจบการศึกษา ส่งที่ email 4. ผู้สมัครประเภทบุคคลทั่วไปอายุไม่เกิน 35 ปี เอกสารการสมัครประกอบด้วย บัตรประชาชน ,วุฒิการศึกษา ….ส่งที่ email 5. ผู้สมัครทุกประเภทจะต้องส่งโครงเรื่อง(สำหรับพัฒนาต่อเป็นบทภาพยนตร์) เพื่อการสร้างเป็นภาพยนตร์ 30 นาที ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ ส่งที่ email 6. โครงเรื่องในข้อ 5 ต้องอยู่ภายใต้โจทย์หลักของภาพยนตร์เรื่อง "ผีสางหางเครื่อง" โดยต้องมีผีสาวหางเครื่องอยู่ในเรื่อง และต้องมีตัวแสดงตั้งแต่สามคนถึงห้าคน ตามความเหมาะสมสำหรับภาพยนตร์ 30 นาที 7. ผู้สมัครต้องแนบภาพยนตร์สั้นที่เคยสร้างและคิดว่าดีที่สุดนำส่งพร้อมโครงบท ….ส่งที่ email กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. กำหนด เริ่มส่งโครงบท และหนังสั้นที่เคยทำไว้แล้ว ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2558 ถึง วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. 2558 2. ประกาศผล ผู้ผ่านการคัดเลือก 3 ท่าน วันจันทร์ที่ 9 มี.ค. 2558 กำหนดการสร้างและถ่ายทำ หลังได้รับการคัดเลือก 1. ผู้ผ่านการคัดเลือก เข้าอบรมเรียนรู้กระบวนการเบื้องผลิตที่แล็ปกันตนาฯก่อนเปิดกล้อง วันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. ถึง วันเสาร์ที่ 14 มี.ค. 2558 2. หลังการอบรม ผู้ผ่านการคัดเลือกจัดทำบทภาพยนตร์โดยพิจารณาร่วมกับค่ายแอ๊คเทอร์ วันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค. ถึง วันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. 2558 3. ส่งบทภาพยนตร์พร้อมปรับปรุงร่วมกันกับค่ายแอ๊คเทอร์ วันจันทร์ที่ 23 มี.ค. ถึง วันเสาร์ที่ 4 เม.ย. 2558 4. กำหนดการเปิดกล้องภาพยนตร์ วันพฤหัสบดีที่ 16 เม.ย. 2558 5. ผู้กำกับฯทำงานภายใต้การควบคุมจากค่ายแอ๊คเทอร์ 6. ภาพยนตร์ดำเนินการถ่ายทำเรื่องละ 5 คิวการ รวม15 คิว รายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม 1. โจทย์หลักคือ ภาพยนตร์ "ผีสางหางเครื่อง" มี 3 เรื่อง 3 ผู้กำกับฯรวมความยาวภาพยนตร์ หนึ่งชั่วโมงสามสิบนาที 2. ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ได้รับคัดเลือกสามท่านต้องทำสัญญากับค่ายเป็นเวลาหนึ่งปี 3. ผู้กำกับเจ้าของเรื่องที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด จะได้รับโอกาสทำภาพยนตร์แบบเต็มเรื่องกับค่ายเป็นคนแรก 4. ผู้สมัครที่ส่ง email จะต้องระบุชื่อจริง นามสกุลจริง ที่หัวข้อเรื่องของ email เพื่อให้พนักงานรับข้อมูลได้เห็นชื่อผู้สมัครอย่างชัดเจน 5. ผู้สมัครต้องเข้าใจตามกติกาทั้งหมด และเมื่อได้รับคัดเลือกจะต้องจัดการตัวท่านเองตามวันเวลาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด 6. หากเกิดปัญหาใดๆอันก่อให้เกิดอุปสรรคความเสียหายของการผลิตภาพยนตร์ทางค่ายขอสงวนสิทธิ์ที่จะตัดสิทธิ์ผู้กำกับฯได้ทุกกรณี 7. บทและภาพยนตร์จากผู้สมัครที่ได้รับคัดเลือกถือเป็นลิขสิทธิ์ของค่ายแอ๊คเทอร์ 8. ภาพยนตร์เรื่อง "ผีสางหางเครื่อง" กำหนดการเข้าฉาย เดือนมิถุนายน 2558 พร้อมกันทั่วประเทศ หมายเหตุ : ชมโปสเตอร์ภาพยนตร์ได้ที่ fan page : Nfd.new Directors ------------------------------------