หอยนางรม

สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12
คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 /  คมชัดลึกอวอร์ด 2015

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงาน คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 เรียกได้ว่าคนบังเทิงต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ขนแฟชั่นเสื้อผ้าสุดหรู บวกกับความสวยและความหล่อกันมาแบบกินกันไม่ลงเลยทีเดียว!! โดยผลรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด 2015 มีดังนี้ รางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 ประเภทละครโทรทัศน์ - สาขาบทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ นายนุกูล (เขียนบทโดย ปาจรีย์ ณ นคร) จากเรื่อง รักนี้เจ้จัดให้ - สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ สินจัย เปล่งพานิช จากละคร อีสา-รวีช่วงโชติ - สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ได้แก่ เสนาหอย เกียรติศักดิ์ จากละคร พราว - สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ โดนัท มนัสนันท์ จากละคร เวียงร้อยดาว - สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ โอ๊ต วรวุฒิ จากละคร มาลีเริงระบำ - สาขาผู้กำกับละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ อำไพพร จิตต์ไมงง จากละครเรื่อง สามีตีตรา - สาขาละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ สามีตีตรา โดยบริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด รางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 ประเภทป๊อปปูลาร์โหวต (Popular Vote) - สาขานักแสดงชายยอดนิยม ได้แก่ ณเดชน์ คูกิมิยะ - สาขายอดนิยมขวัญใจมหาชนฝ่ายหญิง ได้แก่ ญาญ่า อุรัสยา - สาขานักแสดงหญิงยอดนิยม ได้แก่ เบลล่า ราณี - สาขายอดนิยมขวัญใจมหาชนฝ่ายชาย ได้แก่ กัน นภัทร - สาขานักร้องเพลงไทยสากลยอดนิยม ได้แก่ เอม สาธิดา หรือ เอม เอเอฟ 11 - สาขาละครไทยยอดนิยม ได้แก่ อย่าลืมฉัน - สาขาภาพยนตร์ยอดนิยม ได้แก่ Timeline จดหมาย ความทรงจำ สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12

เหมือนมว๊ากก ซุปตาร์แฝดคนละฝา!!
แฝดคนละฝา /  นางเอก / 

รวมพลแฝดคนละฝาซุปตาร์บันเทิง คนละพ่อคนละแม่แต่บังเอิ๊ญ! มาหน้าตาเหมือนกันซะอย่างนั้น โดยว่ากันว่าแต่ละคู่หน้าคล้ายกันมว๊ากกกกก บ้างเจอคนทักถูกทักผิดมาจนชิน เพราะเจ้าตัวเองยังไม่กล้าเถียง ถ้าได้มาป๊ะหน้ากันนี่อย่างกับส่องกระจก วันนี้เรามาเปรียบเทียบกันจะๆ ไปเลยแต่ละคู่ เหมือน หรือ ไม่เหมือน แค่ไหนมาดูกัน แต่ความสวย-หล่อนี่กินกันไม่ลงแน่นอน.... แอฟ ทักษอร - แต้ว ณฐพร อั้ม พัชราภา - มิน พีชญา บีม กวี - รุจ ศุภรุจ แพทริเซีย - วิกกี้ สุนิสา เปปเปอร์ รัฐศาสตร์ - ไผ่ พงศธร แพท ณปภา - เอมมี่ รัชฎา ญาญ่า อุรัสยา - เทย่า โรเจอร์ นัท มีเรีย - แมท ภีรนีย์ เอ ศุภชัย - เสนาหอย เต้ย จรินทร์พร - นท เดอะสตาร์ เมย์ พิชญ์นาฏ - ซูฉี เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา - พลอย ภัทรากร

จากตำนานเก่าแก่ชาวไอริซ สู่การผจญภัยสุดตระการตา ใน Song of the Sea
Song of the Sea /  การ์ตูน / 

เตรียมพบกับการผจญภัยเหนือจินตนาการ อนิเมชั่นสุดยิ่งใหญ่ตะการตาแห่งปี Song of the Sea เจ้าหญิงมหาสมุทร ภาพยนตร์ที่ถูกดัดแปลงมาจากเรื่องเล่าขานในตำนานของชาวไอริซเกี่ยวกับตัว "เซลกี้" สิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างเป็นแมวน้ำเมื่ออาศัยในทะเล แต่เมื่ออยู่บนบก ร่างกายก็จะลอกผิวหนังออกมาเป็นมนุษย์รูปงาม Song of the Sea เป็นฝีมือการกำกับโดย ทอมม์ มัวร์ ผู้สร้าง The Secret of Kells ที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ในปี 2010 มาแล้ว และกับ Song of the Sea นี้ ยังเป็นหนึ่งในผลงานที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยมประจำปี 2015 อีกด้วย  Song of the Sea เจ้าหญิงมหาสมุทร เรื่องของ "เบน" เด็กหนุ่มที่ต้องจำใจดูแล "เซียร์ช่า" น้องสาวคนใหม่ หลังจากแม่ของเขาจากไป วันหนึ่งเซียร์ช่าค้นพบเปลือกหอยที่แม่ของเธอทิ้งไว้ ซึ่งแฝงปริศนาบางอย่างเกี่ยวกับแม่ของเธอ และเสื้อโค้ทที่ใส่แล้วสามารถแปลงกายเป็นเซลกี้ สัตว์ในตำนานพื้นบ้านที่มีลักษณะครึ่งคนครึ่งแมวน้ำ จนกระทั่งสองพี่น้องต้องไปอยู่กับคุณย่าในเมือง การผจญภัยของสองพี่น้องเพื่อหาทางกลับถิ่นฐาน และค้นหาอัตลักษณ์เกี่ยวกับตำนานเซลกี้จึงเริ่มต้นขึ้น ร่วมสัมผัสการผจญภัยสุดพิศวง ในดินแดนที่สุดแสนจะอัศจรรย์ ไปกับ Song of the Sea เจ้าหญิงมหาสมุทร ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Song of the Sea ได้ที่นี่เลย ------------------------------

ผัดพิกแกงหมูสับ
เมนูอาหาร /  ผัดพริกแกงหมูสับ

ติดตามเมนูอื่นๆได้ที่นี่ค่ะ https://www.youtube.com/channel/UCwq4ufiUXWWmD__JntN8Sgw เมนูผัดพริกแกงหมูสับ ส่วนประกอบ หมูสับ ถั่วฝักยาว พริแกงเผ็ด น้ำตาล น้ำมันหอย ใบมะกรูด กระเทียม

อะเมซิ่ง..!! เทคนิค แกะปูนึ่ง ด้วยด้ามช้อน
แกะปู /  เทคนิคการแกะปู / 

เคยเห็นวิธีแกะหอยแครงด้วยช้อนมาแล้ว (เคยทำตามแต่ไม่สำเร็จ) แล้วเคยเห็นวิธีแกะปูด้วยช้อนกันหรือยังจ๊ะ? รู้สึกเหมือนยืนอยู่ปลายอุโมงค์ แล้วพบแสงสว่างอยู่ปลายทาง ที่ผ่านมา ใช้ฟันกัดมาตลอด ก้ามตำมือบ้างให้เลือดออกกันไป.. วิธีต่อไปนี้ เรียกได้ว่า.. เสียเงินไป สิ่งได้กลับมา .. โคตรคุ้มค่าอ่ะ   คือแกะมันทุกอณูปูเลยจนรู้สึกเหมือนได้กินยันขี้เล็บปูเลยทีเดียว

20 เมนูต้องห้าม สาวๆที่กำลัง ลดความอ้วน ห้ามแตะ!!
ลดความอ้วน /  ลดน้ำหนัก / 

        เมนูลดน้ำหนัก ที่สาวๆ women mthai ควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากอ้วนไปกว่านี้ เพราะมันเป็นเมนูทำน้ำหนักเห็นผลภายในพริบตา อาหารส่วนใหญ่จะเป็นเมนูสิ้นคิด เช่น ข้าวผัด ข้าวกระเพรา กินบ่อยๆรับรองน้ำหนักพุ่งปรี๊ดแน่ๆ ขอให้สาวๆ ที่กำลัง ลดความอ้วน ถอยห่างจากเมนูอันตรายเหล่านี้ ถ้าไม่อยากอ้วนจนตัวแตกล่ะก็ห่างให้ไกลเลย นี่คือเมนูอาหารที่เราคัดมาแล้วว่าแคลอรี่สูงม๊าก.... ข้าวกระเพราไข่ดาว 630 แคลอรี่ ข้าวซอย 410 แคลอรี่ หอยทอดใส่ไข่ 580 กิโลแคลอรี่ ข้าวผัดกุ้งใส่ไข่ 600 แคลอรี่ บะหมี่กรอบราดหน้ารวมมิตร 690 แคลอรี่ บะหมี่กรอบราดหน้าหมู 560 แคลอรี่ ข้าวผัดอเมริกัน 790 แคลอรี่ ข้าวมันไก่ทอด 695 แคลอรี่ ผัดไทยกุ้งสด 585 แคลอรี่ ข้าวมันไก่ 596 แคลอรี่ ข้าวขาหมู 600 แคลอรี่ ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วใส่ไข่ 600 แคลอรี่ ขนมจีนแกงไก่ใส่ฟัก 600 กิโลแคลอรี่ ข้าวคะน้าหมูกรอบ 650 แคลอรี่ ไก่ทอด 1 จาน 670 แคลอรี่ ข้าวห่อไข่ 650 แคลอรี่ ข้าวไข่เจียวหมูสับ 470 กิโลแคลอรี่ หมูสะเต๊ะ 5 ไม้ 580 แคลอรี่ ปอเปี๊ยะทอด 4 ชิ้น 630 แคลอรี่ หมูปิ้ง 3 ไม้  500 แคลอรี่ เห็นแคลอรี่แล้วจะเป็นลม ถ้าใครชอบกินอาหารทอดหรือผัด ควรหันไปมากินอาหารประเภทต้มหรือนึ่ง  ก็จะช่วยให้การ ลดน้ำหนัก ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

รู้ไหม โรคภูมิแพ้อาหาร มี2แบบ คือ เฉียบพลัน กับ แอบแฝง คุณล่ะแพ้แบบไหน?
ภูมิแพ้ /  อาการ / 

จริงอยู่ที่การเพลิดเพลินไปกับอาหารเลิศรสนานาชนิดเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตคนเรา แต่ทว่าบางคนกลับมีอาการเจ็บ ป่วย หรือความไม่สบายตัว หลังจากที่ได้รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิด เช่น อาการปวดหัวหลังรับประทานช็อกโกแลต หรือ อาการบวมหลังจากรับประทานบะหมี่เกี๊ยวแสนอร่อย เป็นต้น นายแพทย์นาวิน จิตเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และเวชศาสตร์ฟื้นฟูภาวะเสื่อม ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (Vitallife) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า อาการเจ็บปวดและไม่สบายเนื้อตัวเหล่านี้เป็น อาการ แพ้อาหาร ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถรักษาได้ “อันดับแรก ต้องระบุให้ได้ก่อนว่าคนๆ นั้นเป็น โรคภูมิแพ้อาหาร แบบเฉียบพลันหรือแบบแอบแฝง” นายแพทย์นาวิน กล่าว และยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่ามีโรคภูมิแพ้อาหารทั้งแบบเฉียบพลับและแอบแฝง หรือไม่ก็คิดว่ามันก็คือ โรคภูมิแพ้อาหาร เหมือนๆ กัน แต่ในความจริงแล้ววิธีรับมือโรคภูมิแพ้อาหารทั้ง 2 ประเภทนี้ ต่างกันมาก” “คนที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหารบางชนิดอย่างเฉียบพลัน จะต้องหยุดรับประทานอาหารชนิดนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ แต่สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหารแอบแฝง ส่วนใหญ่แล้วสามารถรักษาด้วยยาเพื่อเรียกสมดุลของร่างกายกลับคืนมา ซึ่งจะทำให้คนคนนั้นสามารถต้านทานอาหารที่ตนแพ้ได้ และภายในระยะเวลาไม่นานก็จะสามารถรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดนั้นได้ในที่สุด โดยไม่มีอาการแพ้ใดใด” โรคภูมิแพ้อาหารเฉียบพลันและโรคภูมิแพ้อาหารแอบแฝงต่างกันอย่างไร? อาการแพ้ในโรคภูมิแพ้อาหารเฉียบพลัน ซึ่งเป็นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ออาหารที่รับประทานเข้าไป จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉียบพลัน และในบางครั้งเป็นอันตรายมาก โดยอาการที่บ่งชี้ว่าแพ้อาหาร ได้แก่ มีผื่นขึ้นตามร่างกาย ใบหน้าบวม หายใจลำบาก เป็นลมพิษ คันตามร่างกาย และมีภาวะหายใจหอบเร็วและสั้น เป็นต้น นอกจากนี้ หากเป็นกรณีที่มีปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรง อาจเกิดภาวะช็อกและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ คำอธิบายทางการแพทย์ง่ายๆ ของโรคภูมิแพ้อาหารเฉียบพลัน คือ ผู้ป่วยจะมีอาการเกิดขึ้นโดยเฉียบพลันทันที หลังจากรับประทานอาหารที่แพ้เข้าไป โดยส่วนมากเกิดจากภูมิต้านทานอิมโมโนโกลบุลิน ชนิดอี (IgE) ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาเมื่อร่างกายพบกับสิ่งแปลกปลอม เช่น โปรตีนบางชนิด ปลา หอย ถั่ว (เช่น ถั่วลิสง วอลนัท เฮเซลนัท บราซิลนัท) เป็นประเภทอาหารที่คนเราจะแพ้มากที่สุด และบ่อยครั้งที่เด็กเล็กๆ จะแพ้อาหารประเภทนมและไข่ด้วยเช่นกัน ในทางกลับกัน อาการแพ้ ใน โรคภูมิแพ้อาหารแอบแฝง จะเกิดขึ้นอย่างล่าช้าหลังจากที่กินหรือดื่มเข้าไปแล้ว โดยอาการที่บ่งชี้ว่ามีการแพ้อาหาร ได้แก่ อาการบวม และ ปวดท้อง เป็นต้น การแพ้อาหารแบบแอบแฝงมีหลายสาเหตุ เช่น การขาดเอนไซม์ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยย่อยอาหารอย่างสมบูรณ์ โรคอาหารเป็นพิษ โรคลําไส้ทํางานแปรปรวนซึ่งเป็นโรคของลําไส้ที่ทํางานผิดปกติ ทําให้เกิดการปวดท้อง ท้องเสียและท้องผูก หรืออาจท้องเสียและท้องผูกสลับกัน นอกจากนี้ วัตถุเจือปนในอาหารและความเครียดก็มีผลด้วยเช่นกัน ผู้คนส่วนใหญ่ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหารแอบแฝง มักจะแพ้อาหารที่มีกูลเทนซึ่งเป็นโปรตีนจากข้าว เช่น แป้ง ข้าวไรย์ ข้าวสาลี และอาหารที่มีแลกโตส ซึ่งเป็นอาหารจำพวกนมและผลิตภัฑณ์จากนม การตรวจและรักษา สามารถทำได้ผ่านทั้งการ ตรวจเลือด และการตรวจสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง ในอดีต ผู้คนที่เจ็บป่วยอาจไม่รู้ตัวว่าการเจ็บป่วยนั้นมีสาเหตุมากจากการแพ้อาหารแบบแอบแฝง แต่ทุกวันนี้ เราสามารถตรวจสอบและพัฒนาโปรแกรมรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้แล้ว โดยปกติแล้ว ก็จะมีการให้ผู้รับการรักษางดอาหารบางชนิดเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อระบุว่าแพ้อาหารชนิดใด หลังจากนั้น ก็จะสร้างสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ให้ร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น รับประทานอาหารที่มีกากใยให้มากขึ้น รับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่น โยเกิร์ต หรือรับประทานสมุนไพร เป็นต้น ภายในเวลาไม่นานคนไข้ก็จะสามารถกลับมารับประทานอาหารได้อย่างเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่เคยแพ้ อาจต้องรับประทานในปริมาณน้อยๆ ก่อน ในช่วงแรก ในกรณีที่คนไข้รู้ว่าตนมีอาการแพ้อย่างรุนแรง มักจะจบลงที่การหลีกเลี่ยงไม่รับประทานอาหารชนิดนั้นๆอย่างถาวร นอกจากนี้ คนที่รู้ตัวว่าแพ้อาหารทั้งในแบบเฉียบพลันและแอบแฝง ต้องระวังเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดีและอ่านฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดทุกครั้งว่ามีส่วนผสมของสิ่งที่ตนแพ้หรือไม่ ก่อนจะซื้อสินค้าจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าต่างๆ รวมถึง ใครที่ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคภูมิแพ้อาหารหรือไม่ หากแต่ว่ามีอาการเจ็บป่วยหรือความผิดปกติทางร่างกายเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหาร ควรให้ลองทำการทดสอบเพื่อตรวจหาภูมิแพ้อาหารทั้งแบบเฉียบพลันและแอบแฝงเพื่อรักษาให้หายขาด ให้ข้อมูลบทความ โดย นายแพทย์นาวิน จิตเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และเวชศาสตร์ฟื้นฟูภาวะเสื่อม ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (Vitallife) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

6 อาหารเพิ่มพลังเซ็กซ์ พอกันที เอะอะก็กินแต่ หอยนางรม ลองอย่างอื่นบ้างเถ๊อะ
สมรรถภาพทางเพศ /  อาหาร / 

หอยนางรม เพิ่มพลังกันจนเบื่อรึยัง วันนี้ลองสูตรใหม่กับอาหาร 6 ชนิด ที่จะมาช่วยอัพเกรดพลังรักของคุณให้สุขยาวขึ้น มาดูกันเลยว่า อาหารเพิ่มพลังเซ็กซ์ ที่ว่ามีอะไรบ้าง 1. อะโวคาโด กรดไขมันไม่อิ่มตัวจำนวนมากในอะโวคาโด จะทำให้หัวใจและหลอดเลือกของคุณทำงานได้ดี เมื่อหัวใจแข็งแรง สมรรถภาพทางเพศก็ดีขึ้นตามไปด้วย 2. อัลมอนด์ เตรียมจดไว้ในลิสต์กระดาษ ให้อัลมอนด์เป็นเมนูท้อปปิ้งสุดโปรดของคุณได้เลย เพราะอัลมอนด์จะไปช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกทางเพศ และช่วยเรื่องการมีบุคยากเช่นเดียวกับหน่อไม้ฝรั่ง เมล็ดอัลมอนด์มีแร่ธาตุมากมายที่สำคัญต่อสุขภาพทางเพศ เช่น สังกะสี ซีลิเนียม และวิตามินอี 3.สตรอเบอรี่ ที่ผ่านมาจากการวิจับพบว่า สีแดงช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศได้ดี รวมไปถึงยังเปี่ยมไปด้วยวิตามินซี โปแตสเซียม เหล็ก และ ใยอาหาร แถมยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขณะทำกิจกรรม 4.อาหารทะเล ที่ผ่านมาเราอาจรู้เพียงแค่ว่า หอยนางรมคืออาหารที่ช่วยกระตุ้นต่อเช็กซ์ได้เป็นอย่างดี แต่แท้ที่จริงแล้ว อาหารทะเลหลากหลายประเภทยังอุดมไปด้วย สังกะสี แร่ธาตุ ช่วยส่งเสริมการปล่อยฮอร์โมนเพศแบบจัดเต็ม 5.ผักร็อกเก็ต เป็นผักที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ช่วยชั้นดี ในการสร้างความตื่นตัวทางเพศตั้งแต่ศตรวรรษก่อนๆ วันนี้การวิจัยแสดงให้เห็นว่า แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อยู่ในผักใบเชียวมีความจำเป็นสำหรับสุขภาพทางเพศ เพราะจะช่วยให้การดูดซึมของบางส่วนและการปนเปื้อนต่างๆ ถูกบล็อกไว้ 6. มะเดื่อ ผลไม้รูปร่างหน้าตาประหลาดที่ได้รับการดีค่าว่าเป็น อาหารที่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ อีกทั้งยังมีค่านิยมและความเชื่อว่ามะเดื่อนั้นมีส่วนช่วยในการเจริญพันธุ์อีกด้วย รายงานโดย Health Mthai Team ข้อมูลจาก Women+

เล็บ บอกได้ ว่าเป็นโรคอะไรอยู่ ส่องซิ๊ เล็บคุณเป็นแบบไหน!!
บอกโรค /  อาการโรค / 

เล็บ เป็น อวัยวะที่ช่วยปกคุลมร่างกายบริเวณปลายนิ้วและมือนิ้วเท้า เล็บสามารถเจริญเติบโตงอกออกมาได้เรื่อย ๆ และเป็นอวัยวะอย่างหนึ่งที่สามารถบ่งบอกถึงสุขภาพร่างกายของเราได้ หลายคนอาจปล่อยปะละเลยที่จะสนใจเล็บ ซึ่งอาการผิดปกติของเล็บมักเกิดขึ้นบ่อยและถูกมองข้ามไป แต่รู้หรือไม่ว่า เราสามารถสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายได้จากเล็บที่อยู่บนนิ้วของเรานี่เอง… โดยการ แพทย์จีน ได้มีการบันทึกเรื่องเกี่ยวกับเล็บไว้ด้วยเช่นกัน จากการรวบรวมและเฝ้าสังเกตศึกษาเป็นเวลายาวนาน ทำให้ทราบว่าเล็บเป็นสิ่งที่แสดงให้ทราบถึงความสมบูรณ์หรือผิดปกติของร่างกายภายในได้ ดังนี้ 1. ตัวเล็บเป็นร่อง 1.1 ถ้าผิวเล็บบริเวณใดบริเวณหนึ่งเป็นร่องขวาง แสดงว่าผู้ที่มีเล็บดังกล่าวเคยได้รับผลกระทบทางด้านอารมณ์อย่างรุนแรง ก่อให้เกิดอาการขาดสารอาหาร หรือเคยเจ็บป่วยค่อนข้างหนักก่อนหน้านี้ 1.2 ถ้าตัวเล็บเป็นร่องหลายร่อง มักพบในผู้ป่วยที่ เป็นพยาธิหรือการทำงานของลำไส้ไม่ดี ถ้าเป็นที่หัวแม่มือมักเป็นผู้ที่ไม่กระฉับกระเฉง ถ้าเป็นที่นิ้วชี้แสดงว่าเป็นโรคผิวหนัง ถ้าเป็นที่นิ้วกลางมักเป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อไม่มีแรง ถ้าเป็นที่นิ้วนิ้วนาง มักเกิดโรคเกี่ยวกับตา หลอดลมอักเสบ โรงทางเดินหายใจ ถ้าเป็นที่นิ้วก้อยมักเป็นโรคที่เกี่ยวกับคออักเสบ โรคประสาท หรือถุงน้ำดีได้ 2. เล็บงุ้มหรืองอน 2.1 ถ้าเล็บงุ้ม มักเป็นโรคเกี่ยวกับ กระดูกสันหลัง หรือพิษสุราเรื้อรัง หรือโรคเกี่ยวกับข้อ 2.2 ถ้าเล็บงอน มักเป็นโรคเกี่ยวกับ หลอดเลือดหัวใจ อาการห้อเลือดเรื้อรัง อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือขาดธาตุแคลเซียม 3. นิ้วเล็บเปลี่ยนแปลง 3.1 เล็บสั้นและเป็นเหลี่ยม มักเป็น โรคหัวใจ ที่เกิดจากอารมณ์ฉุนเฉียว โมโหง่าย ยิ่งถ้ามีเนื้อเล็บรูปครึ่งวงกลมเล็ก ๆ สีขาวบริเวณโคนเล็บ หรือไม่มี อาการของโรคก็จะชัดเจน และรุนแรงมากขึ้น 3.2 ถ้าโคนเล็บเล็ก ปลายเล็บใหญ่มีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยม มักเป็นโรคเกี่ยวกับ กระดูกสันหลัง มีอาการชาและปวดได้ง่าย ถ้าเล็บซีด หรือเหลืองคล้ำ แสดงว่าอาการของโรคกำเริบ 3.3 เล็บสั้น มักเป็น โรคขาดสารอาหาร หรือเป็นผู้ที่มีความไวต่อความรู้สึกต่าง ๆ 3.4 ตัวเล็บกว้างแต่สั้น แสดงว่าเป็น ผู้ที่หัวใจค่อนข้างอ่อนแอ และมักเกิดโรคบริเวณท้องและเอว หรือช่วงล่างของร่างกาย ถ้าปลายเล็บเรียบและลึกเข้าไปในเนื้อมักกิดโรคเกี่ยวกับประสาท โรคปวดข้อ ถ้าเป็นหญิงมักเป็นโรคเกี่ยวกับมดลูก ถ้าผิวเล็บด้านไม่แวว มักตั้งครรภ์ได้ยาก 3.5 ฐานและปลายเล็บเล็ก ตรงกลางใหญ่คล้ายรักบี้ แสดงว่า หลอดเลือดหัวใจมีปัญหา หรือ เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง 3.6 เล็บเป็นรอยเส้นตามความยาวของเล็บ เนื้อเล็บส่วนกลางบาง มักมีพยาธิปากขอ หรือขาดแคลเซียม 3.7 เล็บตรงกลางนูนขึ้นปลายงุ้มลง ถ้าเป็นทั้งสิบนิ้ว(ในระดับต่าง ๆ กัน) แสดงว่าเป็น โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ เช่น วัณโรคปอด หืด เป็นต้น 3.8 เล็บรูปจันทร์เสี้ยว แสดงว่า เป็นโรคเกี่ยวกับเนื้องอกได้ง่าย 3.9 เล็บแบนเรียบ(ไม่โค้ง) เหมือนแผ่นกระดานติดอยู่บนนิ้ว มักเป็นผู้ที่ มีภูมิต้านทานร่ากายน้อย ร่างกายอ่อนแอขี้โรค 3.10 ฐานเล็บเล็กปลายกว้างคล้ายเปลือกหอย มักเป็นผู้ที่ มีร่างกายอ่อนแอ หลอดเลือดสมองแตกหรือเป็นอัมพาตได้ง่าย หรือเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง 3.11 เล็บมีรอยยาวและเนื้อเล็บแตกง่าย มักมีร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคผิวหนังได้ง่าย ถ้าปรากฏที่หัวแม่มือ แสดงว่ามักเป็นคนที่กินอาหารจำเจ จนเป็นเหตุให้เกิดโรค 3.12 เล็บยาว มักเป็นผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ ระบบหายใจไม่แข็งแรง ถ้าเล็บสีคล้ำ ผิวเล็บเป็นรอยเส้น ยาวเห็นได้ชัดเจน อาการโรคเกี่ยวกับระบบหายใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น 3.13 เล็บยาวแต่แคบ เล็บซีดหรือสีคล้ำ มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกโดยเฉพาะกระดูกสันหลัง และมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย 3.14 เล็บเป็นร่อง มักเป็นโรคขาดอาหาร หรือเป็นผู้ที่ตรากตรำทำงานหนัก หรือเป็นผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ ระบบหายใจไม่แข็งแรง ที่มาเนื้อหาจาก http://www.vcharkarn.com

สร CLC เผยอาชีพของคุณพ่อ 'ทำงานกับนายกฯ ประเทศไทย'
CLC /  ชลนสร สัจจกุล / 

สร สมาชิกชาวไทยของเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่วง CLC (ซีแอลซี) เปิดเผยอาชีพปัจจุบันของคุณพ่อ ซึ่งทำเอาพิธีกรชื่อดังถึงกับตกใจ! สร (ชลนสร สัจจกุล) พร้อมเพื่อนสมาชิกร่วมวงเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่ CLC วงน้องสาวร่วมค่ายของ B2ST และ 4minute ได้ไปร่วมรายการวาไรตี้ยอดนิยม Weekly Idol ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง MBCevery1 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งช่วงหนึ่งนักร้องสาวก็ทำเอาพิธีกรของรายการถึงกับตกใจ สร ได้ชี้แจงข่าวลือในอินเตอร์เน็ตที่กล่าวว่า คุณแม่ของเธอเป็นนักแสดงและคุณพ่อเป็นนักการเมืองว่า "คุณแม่ของหนูเป็นแม่บ้านธรรมดาค่ะ ส่วนคุณพ่อท่านเคยเป็นนักแสดง" ก่อนอธิบายต่อ "แต่ปัจจุบันคุณพ่อมีโอกาสได้ทำงานช่วยท่านนายกรัฐมนตรีประเทศไทยอยู่ค่ะ" หลังจากได้ยิน เดฟคอน หนึ่งในพิธีกรของรายการก็ถึงแสดงรีแอ็คชั่นด้วยการลุกจากที่นั่งแล้วมาคุกเข่าตรงหน้าสรอย่างนอบน้อม ฟากพิธีกร ฮยองดน ก็ฝากข้อความผ่านคลิปวิดีโอไปยังคุณพ่อของสรว่า "ไม่ต้องเป็นห่วงสรนะครับ แล้วถ้าผมได้ไปถ่ายรายการที่เมืองไทย โปรดเลี้ยงปูผัดผงกะหรี่ด้วยนะครับ" สร ชลนสร สัจจกุล สมาชิกชาวไทยของวง CLC วัย 19 ปี เป็นลูกสาวของคุณพ่อ บิ๊กหอย วนัสธนา สัจจกุล (ชื่อเดิม ธวัชชัย สัจจกุล) โดยเธอก้าวเข้าสู่วงการ K-POP ด้วยการเป็นผู้ชนะจากรายการ TVN K-POP STARHUNT Season 1 ทำให้ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินของสังกัด Cube Entertainment ข้อมูลจาก sports.donga ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

กินอะไร ช่วยลดปัญหา ผมหงอก ก่อนวัยอันควร
ผมหงอก /  ลดปัญหา / 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องเจอะเจอปัญหา ผมหงอก ขาวก่อนวัย ส่วนใหญ่มักแก้ไขด้วยการย้อมสีผม ซึ่งพอช่วยได้บ้าง แต่แน่นอนว่าต้องย้อมกันเป็นประจำตลอดไป แต่คุณทราบหรือไม่ว่า การกินอาหารช่วยคุณได้ เพราะในอาหารบางชนิดมีคุณสมบัติช่วยบำรุงเส้นผม เล็บมือ และผิวของเราอย่างได้ผล สารอาหาร 4 ชนิด ที่เราอยากแนะนำให้คุณกินต้านผมหงอกก่อนวัย มีดังนี้คะ ทองแดง พบมากใน หอยนางรม อาหารทะเล และเมล็ดทานตะวัน (หอยนางรมและอาหารทะเล ต้องระวังคอเลสเตอรอลด้วยค่ะ) กรดโฟลิก พบมากใน ผักใบเขียวเข้ม แครอท ฟักทอง และถั่วต่างๆ กรดแพนโทเทนิก หรือวิตามินบี 5 พบมากใน ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด แอปเปิ้ล และเมล็ดงา พาบา เป็นสมาชิกในกลุ่มวิตามินบีรวม และถือว่าเป็นวิตามินเทียมสามารถละลายน้ำได้ โดยมักอยู่รวมกับกรดโฟลิค พบมากในจมูกข้าวสาลี ข้าวกล้อง โยเกิร์ตและผักใบเขียว ถ้าสังเกตดีๆ เราก็จะพบว่าอาหารที่กล่าวมาข้างต้น คืออาหารที่ชาวชีวจิตเรากินกันนี่แหละ ดังนั้น ถ้าอยากผมดำสนิท ลองเริ่มจากอาหารที่กินกันดูไหมคะ ที่มาบทความจาก นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 158

โคตรเจ๋ง! 23 สเก็ตช์บุคสุดครีเอทของนักเรียนศิลปะเมืองนอก
ความคิดสร้างสรรค์ /  ต่างประเทศ / 

นักเรียนศิลปะหลายๆ คนจะต้องมี  "สเก็ตช์บุค" ประจำตัวกันแทบทุกคน ซึ่งในนั้นก็จะรวบรวม เก็บบันทึกสิ่งที่เราจินตนาการ สร้างสรรค์ออกมาเป็นเส้นวาด รูปภาพต่างๆ รูปสิ่งของ รูปคน .. นอกจากนี้ก็ยังใช้เป็นพอร์ตโฟลิโอชั้นเยี่ยมของเราอีกด้วย ได้เห็นได้เรียนรู้พัฒนาการของตนเองตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเริ่มบันทึก ^^ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี โคตรเจ๋ง! 23 สเก็ตช์บุคสุดครีเอทของนักเรียนศิลปะเมืองนอก มาฝากกันบอกเลยว่า ครีเอทสุดๆ >,< โคตรเจ๋ง! 23 สเก็ตช์บุคสุดครีเอทของนักเรียนศิลปะเมืองนอก 1. ผลงานของ Louis Trew : ศึกษาอยู่ที่ Bideford College เมือง Devon สหราชอาณาจักร งานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากงานของ Russ Mills กราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดัง ทุกลายเส้น ทุกสี และทุกรอยฉีกกระดาษ จัดวางอย่างพิถีพิถัน แม้จะมีองค์ประกอบหลากหลายแต่ก็ลงตัวสวยงาม คอร์ส Arts and Design by Independent Project MA ,Brighton University คอร์ส MA Media and Creative Industries, Loughborough University 2. ผลงานของ Ruth Beeley ชิ้นนี้เป็นผลงานของเด็กมัธยมที่โดดเด่นมาก ทั้งในแง่ไอเดียและเทคนิคในการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ modrock (ผ้าพันแผลกับปูนปลาสเตอร์) กาว ลวด หมึก และปากกาลูกลื่น คอร์ส Illustration MA , Portsmouth University 3. ผลงานของ Lucy Luu นักเรียนศิลปะสามารถเรียนรู้เทคนิคจากงานของศิลปินอื่น เพื่อนำไปต่อยอดสร้างสรรค์งานของตัวเองในอนาคตได้ อย่างเช่นงานชิ้นนี้ที่เป็นการวาดเลียนแบบเพื่อศึกษาเทคนิคในงานของ Jonathan Yeo ศิลปินแนวพอร์ตเทรตร่วมสมัยชื่อดัง 4. ผลงานของ Lisa Jiang นี่เป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่น่าสนใจในเรื่องการลงสี ที่มองเผินๆ บางชิ้นเหมือนจะเลอะเทอะ แต่จริงๆ แล้วเป็นความตั้งใจจนได้ออกกมาเป็นผลงานอันงดงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิคพิเศษเข้ามาช่วยให้งานมีความแปลกตามากยิ่งขึ้นอีกด้วย   5. ผลงานของ Charlotte Taylor งานสเก็ตช์ลายเส้นด้วยปากกาลงบนเศษกระดาษเหล่านี้ มีความละเอียดยิบกว่าบางงานที่บรรจงวาดในสมุดสเก็ตช์จริงจังเสียอีก Charlotte ทำให้เราเห็นว่างานศิลปะดีๆ เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ 6. ผลงานของ Sally Al Nasser งานหลากสีสันชิ้นนี้ มีระดับฝีแปรงที่หลากหลาย จะบอกว่าดูสนุกสนานก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะก็มีความหม่นเศร้าแฝงอยู่ในนั้นด้วย เรียกได้ว่าเป็นงานที่ซับซ้อนและมีสไตล์เฉพาะตัวไม่น้อย 7. ผลงานของ David Wasserman : ศึกษาอยู่ที่ Monks Dyke Tennyson College เมือง Lincolnshire สหราชอาณาจักร สเก็ตช์บุ๊คเล่มนี้ นอกจากจะทำหน้าที่เก็บรวบรวมผลงานแล้ว ศิลปินยังอธิบายกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน และที่มาของแนวความคิดไว้ด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก หากต้องการย้อนกลับมาศึกษาผลงานของตนเองในภายหลัง 8. ผลงานของ Amiria Robinson สีโทนหม่นๆ ที่นำมาใช้ในงานชิ้นนี้ เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับลายเส้น และช่วยขับให้ผลงานมีอารมณ์ที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้น 9. ผลงานของ Robyn Yeang : ศึกษาอยู่ที่ Queen's College London สหราชอาณาจักร นี่คือภาพพอร์ตเทรตที่พิถีพิถันในองค์ประกอบ และเลือกใช้ลายเส้นได้พอเหมาะพอควร ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป 10. ผลงานของ Sarah Loh : ศึกษาอยู่ที่ ACG Strathallan College เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ งานวาดภาพเปลือกหอยจากแกรไฟต์และดินสอสีที่พิถีพิถัน และมีคำอธิบายอย่างละเอียด 11. ผลงานของนักเรียนจาก Chalfonts Community College เมือง Buckinghamshire สหราชอาณาจักร อีกหนึ่งตัวอย่างผลงานที่นำงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง มาทดลองวาดเลียนแบบเพื่อศึกษาเทคนิค  12. ผลงานของ Evie Sudlow สเก็ตช์บุ๊คสองหน้านี้ ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองเรื่องเทคนิค พื้นผิว และวัสดุในการสร้างสรรค์งานศิลปะได้เป็นอย่างดี 13. ผลงานของ Adebanji Alade งานสเก็ตช์ง่ายๆ วาดภาพผู้คนรอบตัวที่พบเจอขณะใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ สามารถเป็นพื้นที่ฝึกปรือวิทยายุทธ์ของนักเรียนศิลปะได้เป็นอย่างดี 14. ผลงานของ Rebecca Betts : ศึกษาอยู่ที่ ACG Strathallan College เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พื้นหลังลงสีอะคริลิคปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง ก่อนจะร่างภาพด้วยแกรไฟต์ และใช้สีขาวไฮไลท์เพิ่มมิติของแสงเงา เป็นงานอีกชิ้นหนึ่งที่มีเทคนิคน่าสนใจทีเดียว 15. ผลงานอีกชิ้นของ Rebecca Betts เป็นการสำรวจพื้นผิววัสดุแบบ Close-up 16. ผลงานของ Catherine Larsson-Wolfe เป็นตัวอย่างการใช้สเก็ตช์บุคเพื่อพัฒนาไอเดียที่น่าสนใจมาก งานแต่ละหน้าในสเก็ตช์บุคควรจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับแบบนี้แหละใช่เลย 17. ผลงานของนักเรียนจาก NZQA นี่คือผลงานของนักเรียนทุน ที่อธิบายถึงกระบวนการในการพัฒนาไอเดีย และการแก้ปัญหาที่พบในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน รวมถึงเทคนิคต่างๆ อย่างละเอียด จึงอาจจะมีตัวหนังสือเยอะไปสักหน่อย แต่มันก็เป็นประโยชน์มากเชียวล่ะ 18. ผลงานของ Jack Broad สเก็ตช์บุคของนักเรียนศิลปะบางคนเต็มไปด้วยรายละเอียดฟุ่มเฟือย ลองดูตัวอย่างงานสะอาดตาของ Jack ชิ้นนี้สิ เรียบง่ายแต่ก็ดูดีไม่น้อย 19. ผลงานของ Georgia Shattky : ศึกษาอยู่ที่ ACG Parnell College เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ลายเส้นเรียบร้อยเป็นระเบียบและเก็บรายละเอียดได้อย่างดีเยี่ยม สมกับเป็นนักเรียนสาขาวิชาออกแบบ 20. ผลงานของ Sophie Antoniou : ศึกษาอยู่ที่ King Alfred School กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อีกหนึ่งผลงานสเก็ตช์บุควิเคราะห์งานศิลปะของศิลปินชื่อดัง ซึ่งทำออกมาได้ครบถ้วนสมบูรณ์ทีเดียว 21. ผลงานของ Imogen Reeves งานชิ้นนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวือหวา จากการผสมผสานหลายเทคนิคเข้าด้วยกัน เช่น การนำกระดาษไปแช่ในหมึกและกาว PVA ทำให้ได้ผลงานที่แปลกตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 22. ผลงานของ Iona Skinner การสเก็ตช์ภาพเลียนแบบลายเส้นต้นฉบับชิ้นนี้ ทำออกมาได้ดีเยี่ยม เห็นได้ชัดว่า Iona เข้าใจเทคนิคที่ศิลปินต้นแบบใช้ และเก็บทุกรายละเอียดอย่างตั้งใจ 23. ผลงานของ Heather Garland การศึกษาสไตล์ของชิ้นงานต้นฉบับ และถ่ายทอดเป็นงานของตัวเองโดยใช้เทคนิคแบบเดียวกัน ทำให้นักเรียนได้ฝึกคิดวิเคราะห์ ภาพและข้อมูลจาก: studentartguide.com, http://www.hotcourses.in.th/

ได้รับเชื้อโรคจากอาหาร ทำให้ต้อง ตัดขา เพียงแค่3วัน (คำเตือนมีภาพน่ากลัวอยู่)
ถูกตัดขา /  ท้องร่วง / 

อยากมาแชร์ประสบการณ์ให้อ่านกันค่ะ ตอนนี้คุณพ่อของฉันได้นอนอยู่ไอซียู โดยต้อง ตัดขา ไปข้างนึง เพื่อรักษาชีวิตไว้ โรคนี้มาจากการทานอาหาร(ประเภทของสด)ที่มีเชื้อตัวนี้อยู่ คุณหมอบอกว่าในประเทศพบยังไม่ถึง 50 ราย เชื้อตัวนี้จะทำให้ปวดขามาก และทำให้เซลล์ตายไวมากๆ จนคาดไม่ถึง ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเชื้ออะไร ตอนแรกที่คุณหมอคิดไว้ ว่าเป็น 'เชื้อวิบริโอ' แต่ผลตรวจออกมาแล้วว่าไม่ใช่ และในตอนนี้ก็ยังไม่ทราบเชื้อแน่ชัด คุณหมอบอกว่าที่แน่ๆมีเชื้อ 'อีโคไล' (ซึ่งตอนแรกตกใจมาก อีโคไล มันคือเชื้อท้องร่วงธรรมดานี่หน่า?) เลยได้ถามคุณหมอว่ามันคือเชื้อท้องร่วงหรือเปล่า คุณหมอให้คำตอบว่า  เชื้อตัวนี้มีหลายชนิด และยังมีเชื้อตัวอื่นอีก วันที่มีอาการ คือวันที่ 15 เมษา 58 อาการเริ่มแรกที่คุณพ่อเป็นคือ ขาบวม จากนั้นจะปวดขามาก ปวดจนเดินไม่ได้ ตอนแรกนึกว่าเกิดจากการที่คุณพ่อเป็นโรคตับแข็งอยู่แล้ว เลยไม่ได้เอะใจอะไรมากมาย คืนวันที่ 16 เมษา 58 ได้พาคุณพ่อส่งรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง คุณพ่อมีอาการหายใจไม่ทัน น้ำตาลขึ้นจนเกือบช็อค เมื่อถึงรพ.คุณหมอให้ยาแก้ปวด ทั้งฉีดทั้งกินเยอะมาก แต่คุณพ่อก็ยังร้องขอยาอยู่ เพราะปวดมากๆ เช้าวันที่ 17 เมษา 58 สีของเนื้อเริ่มเปลี่ยน  ยังปวดมากเช่นกัน แต่เนื่องจากคุณพ่อเกล็ดเลือดน้อย ทำให้ไม่สามารถตัดได้ ต้องขอเลือดจากสภากาชาด บ่ายวันที่ 18 เมษา 58 สีของขาแย่มากๆและเริ่มลาม ขึ้นไปถึงท่อนขาบน และขาเริ่มไม่รู้สึกอะไรแล้ว เนื้อที่ขาเริ่มปริ จนเห็นเนื้อข้างใน ในที่สุดเลือดที่ขอมาถึงรพ.แล้ว คุณหมอรีบเปิดห้องผ่าตัดแล้วรีบ ตัดขา ทันที การ ตัดขา คุณหมอขอตัดต่ำกว่าเข่า โดยให้เหตุผลว่า หากมีชีวิตรอดจะได้ใส่ขาเทียมได้ แต่ตอนนี้ต้องรอดูอาการ ว่ายาฆ่าเชื้อได้ผลหรือไม่เพราะที่ท่อนขาบน ยังมีเชื้ออยู่ ดังภาพที่เห็น คุณหมอบอกว่ารอลุ้นวันต่อวัน โอกาสเสี่ยงยังมีเพราะเชื้อตัดออกไม่หมด เชื้อตัวนี้มันลามไวมากใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน น่ากลัวจริงๆ  เลยอยากให้ทุกๆคนช่วยกันแชร์ ว่ามันอันตรายจริงๆ สามารถฆ่าคนได้เพียงไม่กี่ชม. อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัว เพราะเชื้อตัวนี้มาจากอาหารที่เราทาน ที่สำคัญ 'น้ำแข็ง' ถ้าเราไปทานร้านข้างนอก ไม่จำเป็นอย่าทานเลยค่ะ ในตู้น้ำแข็ง เราไม่รู้เขาแช่อะไรลงไปบ้าง ทั้งของสด ผัก ฯลฯ และมันก็คลุกกันอยู่ในนั้น แล้วเรานำมาทาน หากภูมิคุ้มกันต่ำ เหมือนพ่อของฉัน โรคนี้ อาจทำร้ายคุณ จนทำให้คุณพิการ หรือเสียชีวิต  มันไม่คุ้มหรอกค่ะ ไม่มีอะไรคุ้มเลย กับการทานอะไรที่เราอยากกิน เช่น ปลาดิบ อาจเป็นต้นเหตุทำให้เราต้องเสียขา ก็ได้ ฝากด้วยน่ะค่ะ ปล.ผลสรุปเชื้อทั้งหมดยังไม่แน่ชัด แต่ถ้าผลมาแล้ว จะรีบแก้ไขกระทู้ให้ด่วนที่สุด ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก  http://m.pantip.com/topic/33533421? หากได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับโรคนี้อย่างชัดเจน ทีมงานจะรายงานให้ทราบอีกครั้งค่ะ ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่มาเตือนภัยในครั้งนี้ค่ะ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เชื้อ Vibrio vulnificus โรคร้าย ที่มากับ อาหารทะเล โดยเฉพาะ หอยนางรม ในคนที่มีภูมิคุ้มกันไม่ปกติ จะติดเชื้อในกระแสเลือดขั้นรุนแรง

ระงับใบลาออก! แม่หลวงกุ้ง นภอ.ให้เวลาทบทวน7วัน
ผู้ใหญ่บ้านสวยสุดในประเทศ /  เชียงใหม่ / 

นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เรียก 'แม่หลวงกุ้ง' เข้าพบ เสนอให้เวลาทบทวนเรื่องการลาออก 7 วัน ขณะเจ้าตัวยืนยันขอออก เลี่ยงความเดือดร้อนของลูกบ้าน จากกรณี น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ อายุ 35 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "แม่หลวงกุ้ง" ผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศไทย ได้ยื่นหนังสื่อลาออกต่อเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังถูกกดดันทางการเมืองนั้น ความคืบหน้าล่าสุด นายประจวบ กันธิยะ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้เรียกตัว น.ส.สุพัตรวี เข้าพบโดยมีการพูดคุยกันนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยนายอำเภอพยายามเกลี้ยกล่อมน.ส.สุพัตรวี ให้ทำงานต่อ เพราะเป็นแม่หลวงที่ทำงานเก่ง ทำงานเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง จึงอยากให้ตัดสินใจใหม่อีกครั้ง การเป็นข้าราชการทำงานเพื่อแผ่นดิน เพื่อประชาชนต้องอดทน ต้องค่อยๆ แก้ไขปัญหา โดยทางอำเภอจะเป็นผู้ช่วยเหลือ โดยเสนอให้น.ส.สุพัตรวี กลับไปคิดทบทวนอีก 1 สัปดาห์ และหากยังยืนยันจะลาออก ก็จะได้นำเรื่องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ต่อไป ด้าน น.ส.สุพัตรวี เปิดเผยว่า การลาออกครั้งนี้ เนื่องจากถูกกดดันจากการเมืองท้องถิ่น แม้ท่านนายอำเภอจะเรียกไปคุยแล้ว และอยากให้ทำงานต่อ ยอมรับว่าที่ผ่านมาตนทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ แต่หากยังอยู่ในตำแหน่ง ประชาชนในพื้นที่ก็จะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นตนยังยืนยันจะลาออก ตนไม่ชอบที่มีคนนำลูกบ้านทั้งหมดมาเป็นตัวประกัน ขยะในหมู่บ้าน 22 วันไม่มีหน่วยงานไหนมาเก็บ ส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่รับผิดชอบใดๆ ทำให้ชาวบ้านมาบอก ตนก็พยายามช่วยเหลือ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ดำเนินการ ที่ผ่านมาไม่ได้รับความร่วมมือเกือบทุกเรื่อง หากตัวตนยังอยู่ในตำแหน่งคนในหมู่บ้านจะอึดอัดได้รับความเดือดร้อน ให้คนของเขามาทำงานแทน ชาวบ้านจะได้รับการช่วยเหลือแบบเต็มที่ บ้านเมืองจะได้พัฒนา ตนคิดว่าหนทางนี้เป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้ว ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

ละครสุดแค้นแสนรัก , เรื่องย่อสุดแค้นแสนรัก
เรื่องย่อละคร สุดแค้นแสนรัก /  ละครสุดแค้นแสนรัก / 

เรื่องย่อละคร สุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์: จุฬามณีบทโทรทัศน์: ยิ่งยศ ปัญญาสร้างโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัดกำกับโดย: กฤษณ์ ศุกระมงคล, อดุลย์ ประยันโต ภาคสุดแค้น พ.ศ.2515 เรื่องราวความรัก ความแค้น ระหว่างสองครอบครัว ที่รอยแค้นฝังลึกมิอาจคืนดีกันได้ ทำให้ความรักแท้ของหนุ่มสาวถูกอำนาจของความแค้นของคนๆ เดียว กีดกัน ทำลายจนพังพินาศไปอย่างน่าเสียดาย…เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านหนองนมวัว จ.นครสวรรค์ เมื่อปี 2515 ซึ่งยังเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยบรรยากาศท้องทุ่ง ชาวบ้านต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันดีเสมอมา…จนกระทั่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อสองครอบครัว คือ ครอบครัว “นางแย้ม”(รัดเกล้า อามระดิษ) กับ ตาเทือง (นึกคิด บุญทอง) ที่มีลูกชายคือ ประยงค์ (พัชฏะ นามปาน) ได้แต่งงานกับ อัมพร (มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล) ลูกสาวของ ตาขัน (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) กับ นางอ่ำ (จินตหรา สุขพัฒน์) ชาวบ้านหมู่บ้านเดียวกัน ทั้งๆ ที่นางแย้มเองก็ไม่ค่อยถูกใจลูกสะใภ้คนนี้สักเท่าไหร่ แต่เธอก็ต้องตัดใจให้ทั้งคู่แต่งงานกัน เพราะประยงค์รักอัมพรมาก พร้อมกับตอนนี้อัมพรเองก็กำลังตั้งท้องลูกของประยงค์อยู่… สุดแค้นแสนรัก แต่เหตุการณ์กลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อตาเทือง สามีนางแย้มตายกะทันหันจากฝีมือของ ตาขัน พ่อของอัมพร เนื่องจากทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องปล่อยน้ำเข้านา นางแย้มโกรธแค้นเป็นอย่างมาก สาปแช่งตาขันให้ถูกฟ้าผ่าตายทันทีที่รู้เรื่อง และคำสาปแช่งดูเหมือนจะได้ผล เพราะคืนนั้นเองตาขันก็ถูกฟ้าผ่าตายตามตาเทืองไป สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวของอัมพรเป็นอย่างมาก และวันนั้นอัมพรก็ปวดท้องคลอดลูกพอดีความโกรธแค้นของนางแย้มที่มีต่อครอบครัวอัมพร เพิ่มขึ้นทวีคูณ นางแย้มเกลียดชังลูกสะใภ้มากกว่าเดิม ขัดขวางไม่ให้ประยงค์ไปดูแลอัมพรและลูกที่โรงพยาบาล นางแย้มยังไม่ยอมให้ศพของตาขันสวดและเผาวัดเดียวกับตาเทือง อุไร (พรชิตา ณ สงขลา) น้องสาวของอัมพร ทนไม่ได้ไปด่ากราดถอนหงอกแย้มถึงศาลาสวดศพตาเทือง จนเป็นที่ร่ำลือถึงความปากจัดของอุไรที่กำลังปลูกต้นรักกับ ลือพงษ์ (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์) เจ้าของคิวรถประจำทางและกิจการห้องเช่าประจำหมู่บ้าน ทำให้เป็นช่องทางของแย้มที่ยุยง โกตา (สุทธิพงษ์ วัฒนจัง) และ นกเล็ก (ไปรมา รัชตะ) พ่อแม่ของลือพงษ์ให้เกลียดชังอุไร พร้อมทั้งหมายตาลือพงษ์ไว้ให้ พะยอม (น้ำฝน กุลณัฐ) ลูกสาวคนเล็กที่แอบชอบลือพงษ์ หลังจากอัมพรคลอดลูกชาย แย้มตั้งชื่อให้ว่า ยงยุทธ (คณิน ชอบประดิถ) อัมพรกล้ำกลืนกลับมาอยู่ที่บ้านประยงค์ แย้มก็คอยด่าว่าเหน็บแนมไม่หยุดหย่อน อัมพรพยายามอดทน แต่ความอดทนของอัมพรก็สิ้นสุดลง เมื่อแย้มพยายามจับคู่ประยงค์ให้กับ สุดา (รฐา โพธิ์งาม) ลูกสาวของเพื่อนรัก เมื่ออัมพรรู้เรื่องจึงเกิดความหึงหวง และทะเลาะวิวาทอย่างหนัก เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้แย้มถือโอกาสไล่อัมพรกลับบ้านและไม่ให้กลับมาอีก อัมพรกลับบ้านด้วยความชอกช้ำ และคิดหาทางเอาลูกที่ยังอยู่กับนางแย้มคืนด้านอุไรก็เผลอใจแอบได้เสียกับลือพงษ์ ซึ่งมิอาจรอดพ้นสายตาของแย้ม อุไรกลัวแย้มจะเอาไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้ สุดแค้นแสนรัก จึงขอร้องให้ลือพงษ์รีบบอกพ่อแม่มาสู่ขอโดยเร็ว ลือพงษ์รับปากไปทั้งๆ ที่รู้แก่ใจว่าพ่อแม่ไม่ยอม เพราะทั้งคู่ไม่ชอบอุไร ส่วนประยงค์ทนความคิดถึงอัมพรไม่ไหว ดื่มเหล้าย้อมใจเมาเละที่กระท่อมปลายนา จนอัมพรไปเจอ เธอช่วยเช็ดตัวและหาอาหารให้สามีกิน ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน อัมพรขอลูกคืน แต่ประยงค์ขอลูกไว้เพื่อเป็นตัวแทนรักของอัมพร และสัญญาว่าจะไม่แต่งงานใหม่ หากวันใดเขาแต่งงาน อัมพรจะได้ลูกคืน อัมพรตัดสินใจยกลูกให้ประยงค์และให้รักษาสัญญาให้ดี ด้านแย้มยังไม่หยุดความแค้น วางแผนให้ ประยูร (พิษณุ นิ่มสกุล) ลูกชายคนกลาง ทำให้อุไรกับลือพงษ์เข้าใจผิดและเลิกกัน โดยมีรถยนต์เป็นรางวัลหนึ่งคัน ประยูรรับปากอย่างไม่กลัวบาปกรรม และทำตามแผนของแม่ ตามพัวพันอุไร จนลือพงษ์เข้าใจผิด อุไรเสียใจ คิดว่าลือพงษ์ได้เธอแล้วก็ไม่ใยดี ทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรง แย้มพอใจมาก เวลาผ่านไป อัมพรยังแอบเอาข้าวไปส่งให้ประยงค์ทุกกลางวัน ความรักของทั้งคู่ยังเหมือนเดิม ทั้งอัมพรเองก็ยังแอบไปหายงยุทธ โดยพะยอมคอยช่วย ในที่สุดแย้มก็จับได้ ทำให้แย้มและอัมพร มีเรื่องตบตีกันจนต้องขึ้นโรงพัก ทำให้อุไรและอัมพรได้พบกับ ร้อยตำรวจตรีทวี (ปฏิภาณ ปฐวีกานต์) ร้อยเวรบันทึกการแจ้งความ ชายหนุ่มถูกชะตากับสองพี่น้องมาก อาสาไปส่งถึงบ้าน แย้มจึงวางแผนทำให้ลือพงษ์กับอุไรประกาศตัดขาดกัน ลือพงษ์เองก็เผลอไผลมีอะไรกับพะยอม สุดท้ายลือพงษ์ต้องเแต่งงานกับพะยอมอย่างไม่เต็มใจ ส่วนอุไรก็รู้ว่าตัวเองท้องประยงค์ถูกหมากัดและเป็นไข้สูงจนต้องไปโรงพยาบาล และได้รู้ว่าประยงค์เป็นโรคพิษสุนัขบ้าระยะสุดท้ายและคงไม่รอดแน่ อัมพรมาดูใจประยงค์ทันในนาทีสุดท้าย ก่อนที่ประยงค์ก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากประยงค์ตาย อัมพรก็แน่ใจแล้วว่าไม่มีทางได้ลูกชายคืน ตัดสินใจจะพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อื่นโดยมีทวีช่วยเหลือพาทั้งหมดไปหาทำเลค้าขายอยู่ในเมือง เพื่อตั้งหลักชีวิตใหม่ต่อไป ภาคแสนรัก พ.ศ. 2534 หลังจากตัดสินใจย้ายมาอยู่ในตัวเมือง อุไรก็หาทำเลเปิดร้านข้าวแกง ส่วนทวีพลาดรักจากอุไร ก็ได้ตกลงปลงใจแต่งงานกับอัมพร มีลูกสองคน คือ ธนา (ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์) กับ มยุรีย์ (พรรณปพร ศรีดุรงคธรรม) ส่วนอุไรก็คลอดลูกสาว ชื่อ ระพีพรรณ(อนุธิดา อิ่มทรัพย์) และฝ่ายครอบครัวของลือพงษ์กับพะยอม มีลูกชายชื่อ ลือชัย(อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) ส่วนประยูรลูกชายคนเล็ก แย้มก็ให้แต่งงานกับสุดามีลูกด้วยกันสองคน คือ ปวริศ(เศรษฐพงศ์ เพียงพอ) และ ลลดา(ชุติมณฑน์ สกุลไทย)ยงยุทธนั้น แย้มไม่เคยคิดจะให้เจอกับแม่อย่างอัมพร แถมยังเสี้ยมสอนให้เกลียดแม่ โดยบอกว่าอัมพรมีคนมาติดพันจนทิ้งสามี แล้วพ่อก็ตรอมใจตาย เด็กชายถูกกรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้ฝังหัวว่าแม่ตัวเองเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย เมื่อเวลาผ่านไปจนทุกชีวิตเติบโตและรู้จักกันในฐานะนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน สร้างความระทมทุกข์ให้กับอัมพรเป็นอย่างมาก เพราะเวลาเจอลูกที่โรงเรียนตอนไปรับธนากับมยุรีย์ ยงยุทธจะหลบลี้หนีหน้า เมินเฉย ไม่สนใจใยดี เพราะแย้มกีดกันทุกวิถีทางและบอกว่าแม่ตนมีครอบครัวใหม่อย่างมีความสุขและไม่คิดเหลียวแลตน สำหรับธนากับมยุรีย์ ก็ไม่เคยนับถือยงยุทธเป็นพี่ชายเพราะเห็นการกระทำที่ยงยุทธแสดงกับอัมพรและไม่เคยเห็นเขากับมยุรีย์อยู่ในสายตาว่าเป็นพี่เป็นน้องด้วย ความห่างเหินทำให้น้อยคนนักจะรู้ว่าเป็นพี่น้องกัน ส่วนยงยุทธเองก็มีโรคประจำตัวคือ หอบหืดตั้งแต่เด็ก ทำให้เขากลายเป็นคนอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ยังดีที่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ยงยุทธเหนือกว่าธนาพี่น้องต่างพ่อ ก็คือ หทัยรัตน์ (ศิรินทร์ ปรีดียานนท์) สุดแค้นแสนรักลูกสาวเจ้าของกิจการร้านทอง ที่มีใจให้เขาคนเดียวมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่ธนาก็หลงรักหทัยรัตน์อย่างหัวปักหัวปำ และพยายามตามตื้อหทัยรัตน์ทุกวิถีทางจนฝ่ายหญิงรำคาญ หทัยรัตน์ไม่เคยรู้ความสัมพันธ์ของยงยุทธกับธนา ส่วนปวริศลูกชายประยูรก็มาตามจีบระพีพรรณ โดยที่อุไรไม่เคยชอบใจสักนิด ทำให้ระพีพรรณคิดเรื่องของตนเองไม่ตก กระทั่งช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัย แย้มอยากให้ยงยุทธติดคณะแพทยศาสตร์ แต่ยงยุทธอยากเรียนวิศวกรรมศาสตร์มากกว่า ผลออกมายงยุทธสอบไม่ติดคณะแพทย์สร้างความเสียใจให้แย้มจนเป็นลมพับ ส่วนระพีพรรณก็ทำให้อุไรสมหวังเพราะเธอคือแพทย์หญิงในอนาคต เคียงคู่ไปกับหทัยรัตน์ที่ติดคณะแพทย์เหมือนกัน แต่ในที่สุดยงยุทธสอบติดที่เชียงใหม่ ส่วนปวริศ สอบติดนายร้อยทำให้นางแย้มปลื้มนักหนา และธนาก็ได้โควตาด้านกีฬาของมหาลัยแห่งหนึ่ง สุดแค้นแสนรัก ส่วนลือชัยเรียน วิทยาลัยเทคนิค คบเพื่อนไม่ดี วันๆ ไม่สนใจการเรียน เข้าไปพัวพันกับยาเสพติดทำให้ถูกตำรวจจับติดคุกเสียผู้เสียคน สร้างความเสียใจให้กับพะยอมและลือพงษ์มาก ลือพงษ์เองก็ทำตัวเป็นเสี่ยยุ่งกับสาวๆ มากหน้าหลายตา ด้านอุไรเองก็สั่งระพีพรรณเด็ดขาดว่าห้ามไปข้องเกี่ยวกับลือพงษ์ที่แอบมาหาลูกอยู่บ่อยๆ ส่วนระพีพรรณกลุ้มใจที่อุไรขอให้เธอแกล้งทำดีกับปวริศแล้วตีจากเพื่อให้ปวริศเจ็บช้ำมากที่สุด เพราะระพีพรรณอ่อนไหวทุกครั้งที่ได้เจอปวริศ และปวริศก็รักระพีพรรณจนถอนใจไม่ขึ้น ธนายังตามรักหทัยรัตน์ไม่เสื่อมคลาย -จบภาคแสนรัก- ภาคสุดแค้นแสนรัก พ.ศ. 2544 เวลาผ่านไปธนากลายเป็นนักร้องนักแสดงที่มีชื่อเสียง เช่นเดียวกับลลดาซึ่งกลายเป็นดาราสาวสุดฮอต ลลดาแอบชอบธนามานานแล้ว แต่ธนาไม่เคยสนใจ ส่วนมยุรีย์เรียนจบกลับมาเป็นคุณครู ยงยุทธเองก็ได้เป็นผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง หทัยรัตน์กับระพีพรรณเรียนจบแพทย์ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน ความสัมพันธ์ของหทัยรัตน์กับยงยุทธนับวันยิ่งห่างเหิน ผิดกับธนาที่ยังรักมั่นคงเสมอต้นเสมอปลายกับหทัยรัตน์จนทำให้หทัยรัตน์หวั่นไหวขึ้นทุกวัน พอๆ กับ ปวริศที่ยังมั่นคงเหนียวแน่นต่อระพีพรรณ ซึ่งยิ่งทำให้ระพีพรรณหนักใจเพราะอุไรไม่ยอมรับในตัวปวริศแน่นอน คนที่สร้างปัญหาให้ระพีพรรณอีกคนคือ ลือชัย ที่หลังออกจากคุกก็ติดยาบ้า ทำให้พะยอมผู้เป็นแม่เครียด ระพีพรรณต้องทำหน้าที่พาน้องต่างมารดาไปบำบัด และคอยดูแล ทำให้พะยอมซาบซึ้งใจระพีพรรณมาก ส่วนอัมพรเองก็ตรอมใจเรื่องยงยุทธหนักขึ้นทุกวัน ในที่สุดก็ล้มป่วยหนัก ทุกคนพยายามให้ยงยุทธมาเยี่ยมอัมพรทำให้หทัยรัตน์รู้ความจริงว่ายงยุทธกับธนาเป็นพี่น้องแม่เดียวกัน จากระพีพรรณเพราะมาขอร้องให้หทัยรัตน์พายงยุทธมาหาอัมพรให้ได้ หลังจากหทัยรัตน์พยายามอย่างหนัก สุดท้ายยงยุทธก็ใจอ่อนยอมมาเยี่ยมอัมพรจนได้เมื่ออัมพรเจอยงยุทธก็ดีใจมาก สั่งเสียให้พี่น้องอย่าทอดทิ้งกัน ช่วยเหลือกันเวลามีเรื่องเดือดร้อน ให้รักย่าให้มากๆ และขอร้องอุไรไม่ให้ขัดขวางความรักของปวริศกับระพีพรรณ อุไรจำใจตอบตกลงเห็นแก่พี่สาวที่กำลังจะจากโลกนี้ไป อัมพรสิ้นใจอย่างสงบ… สุดาตัดสินใจบอกเรื่องราวต่างๆ ในอดีตที่เป็นปมขัดแย้งระหว่างย่าแย้มกับอัมพรให้ยงยุทธรู้ เพื่อกำจัดคนที่จะได้รับมรดกจากแย้มได้อีกหนึ่งคน เมื่อยงยุทธรู้เรื่องราวแล้วก็รับไม่ได้กับการกระทำของผู้เป็นย่า เขาโกรธย่ามากกลับไปทะเลาะกับแย้มยกใหญ่ และเก็บเสื้อผ้าหนีออกจากบ้าน ยอมทิ้งทุกอย่างมุ่งหน้าไปเชียงใหม่ ทำให้แย้มเกือบหัวใจสลาย งานศพอัมพร แย้มตามหายงยุทธในงาน แต่ก็ไม่พบเพราะเขาไม่ได้มางานศพ ปวริศเองก็ตัดสินใจไปหาอุไรขอแต่งงานกับระพี อุไรรับปากง่ายดาย แต่ก็มีเงื่อนไขคือนางแย้มย่าของปวริศต้องตายก่อน ทำให้ระพีพรรณไม่พอใจที่อุไรทำร้ายจิตใจปวริศแบบนั้น ความขุ่นใจเรื่องนี้ไม่ทันหาย ระพีพรรณก็ได้รับข่าวร้ายเรื่องพ่อคือลือพงษ์ขับรถลงข้างทางเข้าห้องฉุกเฉินและถึงขั้นเป็นอัมพาต สร้างความทุกข์ให้พะยอมเพิ่มขึ้น ส่วนยงยุทธหลังจากออกจากบ้านไป ก็ได้ไปเป็นผู้จัดการรีสอร์ทที่ลำปาง ซึ่งเป็นของวสันต์เพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้สนใจครอบครัวอีกเลย โดยเฉพาะแย้มที่ตอนนี้กำลังเกิดปัญหากับลูกหนี้ ไม่ยอมผ่อนดอกเบี้ยทะเลาะตบตีกันจนทำให้นางแย้มแค้นและจ้างคนไปแก้แค้นลูกหนี้คนนี้จนเรื่องถึงตำรวจ ทำให้ประยูรหนักใจ ธนาอยากพาหทัยรัตน์ไปพักผ่อนต่างจังหวัด จึงชวนปวริศ ระพีพรรณ ไปด้วยกัน บังเอิญมาพักรีสอร์ทที่ยงยุทธทำงานอยู่ ทำให้ยงยุทธเห็นความสนิทสนมของธนากับหทัยรัตน์และนึกน้อยใจว่าหทัยรัตน์คงคิดเปลี่ยนใจจากเขาแน่ ยงยุทธก็ได้พูดคุยกับหทัยรัตน์ที่รีสอร์ท เขาถามให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ หทัยรัตน์รู้ใจตัวเองว่าไขว้เขวมาทางธนา แต่ตอนนี้ก็ไม่อาจทำร้ายใจยงยุทธได้ จึงถนอมใจว่ายังคงเหมือนเดิม สุดแค้นแสนรัก ลลดาขับรถชนมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ตกใจโทรหาก้องภพ ทำให้ลลดารู้สึกดีกับก้องภพมากที่มาช่วยเหลือ ข่าวร้ายของประยูรก็มาถึงเมื่อแย้มเกิดป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทำให้ต้องพยายามตามหายงยุทธกลับมาเป็นกำลังใจให้ย่า ส่วนธนาดูท่าทางแล้วว่าหทัยรัตน์คงจะยังตัดสินใจไม่เด็ดขาดว่าจะเลือกใคร เขาเลือกจะเป็นฝ่ายไปโดยจะไปเรียนต่อเมืองนอก หทัยรัตน์ใจหายรีบเผยความรู้สึกที่แท้จริงในใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปเพราะเธอรู้ใจตัวเองแล้วว่าเธอรักธนาไม่ใช่ยงยุทธอีกต่อไป นาดีใจมากและไม่ไปเรียนต่อยอมทำตามใจหทัยรัตน์ทุกอย่างเพียงเธอต้องการอาการแย้มไม่ดีขึ้นและยังคิดถึงหลานมาก ในที่สุดยงยุทธก็ติดต่อกลับมาที่หทัยรัตน์และคิดจะกลับมาเยี่ยมย่า แต่พอดีเขามีอาการหอบหืดกำเริบเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ระพีพรรณกับลลดาจึงมาตามเขา พาเขากลับมาหาย่าจนได้ แต่เมื่อมาถึงยงยุทธกลับตัดพ้อเรื่องในอดีต และบอกว่าเกลียดย่า ทำให้แย้มเสียใจ ในขณะที่สุดาสะใจที่ได้เห็นภาพสุดแค้นแสนรักของย่าหลาน และหวังว่าครอบครัวตนจะได้ครอบครองสมบัติแต่เพียงผู้เดียว พะยอมต้องกลับไปดูแลลือพงษ์แทนอ้อย เมียของลือชัยที่กำลังแพ้ท้อง ทำให้หน้าที่ดูแลแย้มเป็นของสุดา ซึ่งเป็นโอกาสดีที่สุดาจะเป่าหูแย้มเรื่องที่ยงยุทธเนรคุณและยุยงให้เปลี่ยนพินัยกรรม แย้มเมื่อฟังสุดาให้ร้ายหลานรักก็นึกอยากเปลี่ยนพินัยกรรมใหม่โดยไม่บอกอะไรกับสุดา คือ ยกที่นาต.หนองกะโดนหกสิบห้าไร่ที่จะยกให้ประยูรกับสุดาเปลี่ยนให้เป็นยงยุทธแทน ยงยุทธพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหทัยรัตน์ เพราะเริ่มรู้สึกแล้วว่าหทัยรัตน์เปลี่ยนไปและคงเป็นเพราะธนา ยงยุทธรุกหนักโทรคุยเรื่องแต่งงานกับหทัยรัตน์ ทำให้เธอตัดสินใจบอกความจริง แต่ไม่ทันพูดอะไรยงยุทธก็มีอาการหอบหืดกำเริบเพราะเขาดื่มเหล้าย้อมใจ ลลดารีบช่วยพาส่งโรงพยาบาล หลังจากหายป่วยยงยุทธกลับบ้านมาเห็นรองเท้าคู่เท่าฝาหอยคู่เก่าเก็บของเขาวางบนเตียง ทำให้เขาสำนึกในบุญคุณที่ย่าเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กจึงรีบไปหาย่า ทำให้สุดาระแวงว่าแย้มจะเปลี่ยนใจยกสมบัติให้ยงยุทธอีก ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าพินัยกรรมที่แย้มเปลี่ยนไปนั้นตัวเองได้เสียผลประโยชน์แล้ว สุดาจึงลักลอบเพิ่มความเร็วของสายน้ำเกลือให้เร็วขึ้นจนแย้มหัวใจวายตาย ยงยุทธเสียใจมาก แต่สุดากลับไล่เขาทางอ้อมให้ขยับขยายเพราะย่าอาจจะไม่ยกสิ่งใดให้เขาเลยก็ได้ แต่เมื่อพินัยกรรมของแย้มเปิด สุดาเองที่ต้องกลายเป็นคนที่ได้น้อยที่สุด ยงยุทธทำให้เขาตื้นตันใจที่ย่ารักเขามากถึงเพียงนี้ สุดาเจ็บใจที่สมบัติที่ตนจะได้กลายเป็นของยงยุทธจากความโลภของตนเองหทัยรัตน์ตัดสินใจบอกเลิกยงยุทธทางจดหมาย เพราะไม่กล้าที่จะบอกต่อหน้าเนื่องจากยงยุทธต้องเจอกับเรื่องสะเทือนใจมากมาย แต่ถ้าไม่บอกตอนนี้ปัญหาก็จะคาราคาซังต่อไปไม่จบ ยงยุทธอ่านจดหมายแล้วเสียใจมาก เขาเขียนพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้กับลลดาลูกของประยูรกับสุดาที่มักจะคอยห่วงใยเขาเสมอ และตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่ ลลดา ธนา และหทัยรัตน์ช่วยไว้ได้ทัน สุดแค้นแสนรัก ธนารู้สึกผิดที่เขาได้ทำร้ายยงยุทธจึงขอให้หทัยรัตน์เลือกยงยุทธเสีย แต่หทัยรัตน์ไม่ยอมเพราะยงยุทธน่าจะค่อยๆ เรียนรู้การสูญเสีย แต่ธนากลัวว่ายงยุทธจะคิดสั้นอีก ธนาจึงพยายามออกห่างหทัยรัตน์ แต่ยงยุทธรู้แล้วว่าหทัยรัตน์ไม่ได้รักเขาต้นเหตุก็เกิดจากตัวเขาเอง และเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นทำให้เขาตัดสินใจบวช หทัยรัตน์กับธนาจึงมาขอขมายงยุทธในงานบวชส่วนปวริศกับระพีพรรณ ธนาก็ช่วยพาสุดาและประยูรไปสู่ขอกับอุไร อุไรตอบตกลงแต่มีข้อแม้ให้ใช้นามสกุลฝ่ายหญิง เพราะเธอไม่มีลูกผู้ชายสืบสกุล ทำให้ระพีพรรณขุ่นเคืองใจแม่มาก แต่ในที่สุดประยูรกับสุดาก็ยอมมาขอขมาทั้งน้ำตาเพื่อความสุขของลูกทั้งสองฝ่าย อย่าได้เหมือนกับรุ่นพ่อแม่ที่ต้องผิดหวัง ทำให้อุไรยอมอโหสิกรรมทั้งน้ำตาเช่นกัน มยุรีย์น้องของธนาอีกคนก็มีแฟนเป็นผู้กองวันชนะคอยดูแลทำให้ธนาหายห่วงไปอีกคน พระยงยุทธขึ้นธรรมมาสเทศน์ โดยมีแม่ชีอ่ำ ยายของเขาและทุกคนมาพร้อมหน้ากัน เทศนาธรรมที่ซาบซึ้งในเรื่องของความรัก ที่ก่อให้เกิดทั้งสุข ทุกข์ หรือแม้แต่ความเจ็บปวด อานุภาพของความรักช่างยิ่งใหญ่ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเลืกให้เป็นอานุภาพที่สุดแค้น หรือแสนรัก… สุดแค้นแสนรัก

Song of the Sea : ภาพประกอบที่มีชีวิต
Song of the Sea /  การ์ตูน / 

บนเวทีออสการปีล่าสุดที่ผ่านมานี้ ในบรรดาแอนิเมชั่นที่เข้าชิงตุ๊กตาทอง นอกจากที่คนไทยรู้จักกันดีอย่างหุ่นขาวอวบเบย์แม็กซ์ และไวกิ้งขี่มังกร 2 แล้ว Song of the Sea ที่โดดเด้งด้านสไตล์ภาพงามงด ตั้งแต่ยามแรกรู้จัก ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และเมื่อได้ลองใช้เวลาจนจบก็พบว่า หนังเรื่องนี้ควรค่าอย่างยิ่ง ที่นักเรียนศิลปะ-นักศึกษาภาพยนตร์ ไปจนถึงคุณผู้ชมทุกท่าน สมควรรับชม Song of the Sea ถ่ายทอดเรื่องราว เบน หนุ่มน้อยเซ็งโลก มีหมาอ้วนเป็นเพื่อน อาศัยอยู่กับพ่อที่บ้านประภาคารติดทะเล อีกทั้งยังจำใจต้องดูแล เซียร์ช่า น้องสาวที่ไม่ยอมพูดจา ตั้งแต่วันที่แม่จากไป และทิ้งเปลือกหอยอันเขื่องไว้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้เบน แต่แล้ว เซียร์ช่า ก็ได้ค้นพบมันพร้อมๆกับเสื้อโค้ทขาว ที่เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้เธอกลายร่างเป็น "เซลกี้" ครึ่งคนครึ่งแมวน้ำ และสัมผัสได้ว่าตัวเอง มีความสัมพันธ์ประหลาดบางอย่างกับท้องทะเล และภูติมหัศจรรย์ที่เรียกกันว่าชาวกายสิทธิ์ แต่มีขาวย่อมมีดำ แม่มดร้ายทรงพลัง ก็ปรารถนาในตัวเธอด้วยเหมือนกัน ว่ากันอย่างคร่าวๆ ก็ไม่แปลกนักหาก Song of the Sea จะมีกลิ่นอายจินตนาการเพ้อฝัน ท่องโลกเทพนิยายแบบละมุนละไมคล้ายสไตล์การ์ตูนจิบลิ เพราะผู้กำกับ ทอมม์ มัวร์ ได้แรงบันดาลใจมาจาก Spirited Away และ My Neighbor Totoro ผสมผสานกับตำนานดั้งเดิมของชาวไอริช อันนำมาซึ่งสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง กับการเลือกใช้ภาพในลักษณะที่แตกต่างจากแอนิเมชั่นสมัยนิยมทั่วๆไป ในขณะที่ค่ายยักษ์ใหญ่ต่างแข่งกันสมจริง 3 มิติ และเน้นรายละเอียดของฉากรอบข้าง จนคล้ายหนังคนแสดงเข้าไปทุกวัน Song of the Sea มาในทางที่แตกต่าง ด้วยการใช้ภาพ 2 มิติ ผสมผสานแต่งเติมฉากหลังด้วยสีน้ำสุดละมุน ไม่จดจ่อกับความสมจริงจนแข็งเกร็ง เต็มไปด้วยลวดลายพิถีพิถัน ดูคล้ายดังภาพประกอบในหนังสือ The Art of ของบรรดาหนังเรื่องต่างๆ แต่ความพิเศษอยู่ที่ภาพประกอบเหล่านี้ ต่างเคลื่อนไหวได้ไหลลื่น เป็นธรรมชาติ รับใช้แนวคิด รวมไปถึงสร้างบรรยากาศ ได้อย่างมีสไตล์เฉพาะตัวและน่าตราตรึงใจ ในขณะที่เล่นท่ายากไปแล้วกับสไตล์ภาพ ในส่วนเนื้อหาของ Song of the Sea นั้นค่อนข่างเรียบง่าย ไม่ได้สำรวจประเด็นใหม่ๆ หรือเสียดสีอะไรที่เข้มข้นนัก โดยใส่ใจประเด็นความสัมพันธ์ในครอบครัว ที่ตัวใกล้แต่ใจห่างเหิน ระหว่างพ่อ-ลูกและ พี่-น้อง ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ตำนานเจ้าหญิงแห่งท้องทะเล มนุษย์ที่กลายร่างเป็นแมวน้ำสีขาวบริสุทธิ์ หรือที่เรียกขานกันว่า เซลกี้ จากรุ่นแม่ถ่ายทอดสู่รุ่นลูก ผ่านการผจญภัย ข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ในอารมณ์เพลินๆ สงบเยือกเย็นสลับกับหัวเราะคิกคัก ไม่ได้หวือหวาอะไรเป็นพิเศษ แต่กลมกล่อมได้ด้วยเพลงประกอบสำเนียงแห่งไอริช ที่เข้ากันดีแบบไม่อาจปฏิเสธตลอดทั้งเรื่อง . สุดแสนประทับใจ เหมือนเด็กน้อยที่หลับฝันดีได้ ยามนิทานก่อนนอนบรรทัดสุดท้ายจบลง . ถึงจะสร้างมาจากนิทานปรัมปราครั้งเก่า แต่ก็ไม่ปล่อยให้ผู้ชมต้องทำการบ้านมาหนักหนา ต้องรู้เรื่องมาก่อนแต่ประการใด เพราะมีการเกริ่นนำถึงตำนานในอดีตไกลโพ้นในส่วนปูเรื่อง ก่อนจะค่อยๆร้อยเรียงผูกปมเข้ากับตัวละครในช่วงเวลาปัจจุบัน จนนำไปสู่บทสรุปที่สวยงาม ที่ตำนานและความจริงบรรจบกันในท้ายที่สุด ถึง Song of the Sea จะไม่ได้สร้างเซอร์ไพรส์ชวนว้าวอะไร แต่สำหรับคุณผู้ปกครอง มันคือศิลปะเลอค่า ที่ถูกบรรเลงลงบนผืนผ้าใบขนาดยักษ์ที่เรียกว่าจอภาพยนตร์ สำหรับน้องๆหนูๆ บทเพลงแห่งท้องทะเลนี้ คือเรื่องสุดแสนประทับใจ เหมือนเด็กน้อยที่หลับฝันดีได้ ยามนิทานก่อนนอนบรรทัดสุดท้ายจบลงนั่นเอง เรื่องนี้ให้ 9 / 10 ครับ  Lecter. -------------------------------------

ร้านอะลอร์ชา (A Lorcha) อิ่มท้องอิ่มใจที่มาเก๊า
มาเก๊า /  อะลอร์ชา / 

สำหรับเพื่อนๆ ชาว MThai Food ถ้ามีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวที่มาเก๊า และหาร้านอาหารที่นั่นทานละก็ วันนี้ผมมีร้านอะลอร์ชา (A Lorcha) มาฝากเพื่อนๆ ครับ อิ่มท้อง อิ่มใจ ไปกับ ร้านอะลอร์ชา ร้านอะลอร์ชา ตั้งอยู่ย่านฮาวาน บนถนน Rua Almirante Sergio ใกล้ๆ กับวัดอาม่า คือที่ตั้งของร้านอาหารที่เป็นต้นตอของความอร่อยในครั้งนี้ ‘A Lorcha’ (อะลอร์ชา) เป็นร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดัง ซึ่งเปิดให้บริการความอร่อยมานานกว่า 20 ปี เสิร์ฟอาหารแมกานีส-โปรตุกีส สูตรต้นตำรับแท้ๆ จากฝีมือเชฟชาวโปรตุเกส ร้านนี้ตั้งชื่อตามเรือประมงโบราณ บรรยากาศภายในร้านจึงเหมือนกับอยู่ใต้ท้องเรือ เป็นร้านอร่อยมาเก๊าที่บรรยากาศในร้านเป็นกันเอง ราคาไม่แพง และอร่อยด้วยอาหารแบบต้นตำรับ เมนูขึ้นชื่อของร้าน ได้แก่ แกงหอยลายสไตล์โปรตุเกส ไก่ทอดราดซอสโปรตุเกส กุ้งอบเกลือพริกไทยดำ และข้าวต้มซีฟู้ด ที่สำคัญใครที่ชอบทานไวน์ก็นับว่ามาถูกที่ถูกทาง เพราะในร้านมีไวน์โปรตุเกสชั้นเลิศให้ได้เลือกลิ้มลองมากมาย แกงหอยลายสไตล์โปรตุเกส เมนูขึ้นชื่อของร้าน ข้าวต้มซีฟู้ด สไตล์โปรตุกีส ปูมาทั้งตัวเลย ไก่ทอดราดซอสโปรตุเกส ท่าทางรสจัดน่าดู นอกจากรสชาติของอาหารจะอร่อยจนต้องยกนิ้วให้แล้ว อัธยาศัยไมตรีของเจ้าของร้านและพนักงานทุกคนก็น่ายกย่องไม่แพ้กัน หากใครที่ไม่เคยทานอาหารโปรตุเกสเลย ก็ไม่ต้องกังวล เพราะคนของร้านจะคอยแนะนำเมนูต่างๆ รวมถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยด้วยภาษาอังกฤษที่ฟังง่าย ผ่านน้ำเสียงและรอยยิ้มที่เป็นมิตร ไปมาเก๊า ก็สามารถได้ชิมอาหารโปรตุกีส ดั้งเดิม ที่เปิดมากว่า 20 ปี อีกด้วย นับว่าวิเศษมากๆ credit ภาพ : การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย FB : th.macautourism

แม่หลวงกุ้งเปลี่ยนใจ ไม่อำลาตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศ /  แม่หลวงกุ้ง

แม่หลวงกุ้ง เปลี่ยนใจไม่ลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน หลังได้รับกำลังใจท่วมท้นให้ทำงานต่อ ลั่นขอสานต่องานจนสำเร็จ จากกรณีที่ น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ อายุ 35 ปี หรือแม่หลวงกุ้ง ผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายอำเภอขอลาออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต. หนองหอย อ. เมือง จ. เชียงใหม่ เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนในการทำงาน แถมถูกการเมืองกดดันทางการเมือง จนเกิดเป็นกระแสทำให้คนเสียดาย ก่อนจะมีคนเข้าไปให้กำลังใจ และอยากให้แม่หลวงกุ้งทำหน้าที่ต่อ โดยเฉพาะนายอำเภอที่ได้ระงับใบลาออกไว้แล้วให้กลับไปคิดทบทวนอีกครั้งตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น ล่าสุดได้มีรายงานข่าวเผยว่าแม่หลวงกุ้งได้ประกาศเปลี่ยนใจ ไม่ลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว และจะขอสานต่องาน ทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านจนสำเร็จ โดยในวันที่ 25 เมษายน 2558 แม่หลวงกุ้งก็จะเข้าร่วมประชุมกับเทศบาลหนองหอย ก่อนเดินทางไปประชุมกับอำเภอเมืองเชียงใหม่ ทั้งนี้ก็คงต้องจับตาดูว่าการทำงานของแม่หลวงกุ้งจะเป็นอย่างไรต่อไป ราบรื่นดีหรือไม่ เพราะเธอให้เหตุผลของการลาออกว่า ถูกกดดันจากการเมืองท้องถิ่น ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง MThai News

อำลา! 'แม่หลวงกุ้ง' ยื่นออก ผญบ. ชี้ ถูกการเมืองกดดัน
ผู้ใหญ่บ้านคนสวย /  เชียงใหม่ / 

ผู้ใหญ่บ้านคนสวยเชียงใหม่ "แม่หลวงกุ้ง" ยื่นลาออกแล้ว เผยถูกเมืองท้องถิ่นกดดัน ชี้ จากนี้หางานเอกชนทำ จากกรณีกระแสข่าว ผู้ใหญ่บ้านคนสวย น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ อายุ 36 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.หนองหอย อ เมืองเชียงใหม่ ซึ่งโด่งดังในสังคมออนไลน์ จนต่อมากลายเป็นข่าวไปทั่วประเทศ และถูกเชิญตัวไปออกทีวีหลายต่อหลายช่อง ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น วันที่ 22 เม.ย.58 นางสาวสุพัตรวี เปิดเผยว่า ได้ทำหน้งสือขอลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 แล้ว โดยได้ระบุในหนังสือลาออกว่า เหตุผลส่วนตัว โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. 58 ส่วนสาเหตุของการลาออกนั้น ไม่อยากพาดพิงใคร ส่วนใหญ่มาจากเรื่องการเมืองท้องถิ่น ที่กดดันและบีบคั้นกลั่นแกล้งตนมาตลอด ขอยืนยันว่าได้ทำงานทุ่มเทมาโดยตลอด และจากนี้ อาจไปสมัครงานเอกชนตามเดิม เพราะเคยเป็นผู้ช่วยคลีนิกหมอฟันและผ่านงานเอกชนมาหลายอย่าง ด้าน ชาวบ้านในหมู่ 6 ต่างระบุ รู้สึกเสียดายแม่หลวงกุ้ง เพราะที่ผ่านมาได้ทำงานอย่างเข้มแข็ง เชื่อ เรื่องการเมืองท้องถิ่นเป็นสาเหตุหลักทำให้แม่หลวงกุ้งลาออก ซึ่งชาวบ้านรู้กันดี ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News 

ทำบุญปล่อยสัตว์ อานิสงส์ที่ช่วยให้คุณหายจากเจ็บป่วย
ความเชื่อ /  ทำบุญ / 

ทำบุญปล่อยสัตว์ แก้โรคตามความเชื่อ วิธีต่อไปนี้แนะนำหลายต่อหลายคนให้ดีขึ้นมาแล้ว สำหรับใครที่เจ็บไข้ได้ป่วย แน่นอนมักหาที่พึ่งทางใจโดยการทำบุญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำบุญปล่อยสัตว์ เพราะเชื่อว่ากุศลจากเมตตาบารมี จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น สำหรับอานิสงส์โดยทั่วไปของการปล่อยสัตว์แก้โรคตามความเชื่อ มีดังนี้ค่ะ 1. ปล่อยหอยขม เชื่อว่าปลดปล่อยความทุกข์โศกออกไปจากตัว 2. ปล่อยปลาหมอ เชื่อว่าหายจากโรคภัยไข้เจ็บ 3. ปล่อยกบ เชื่อว่าช่วยให้พ้นจากวิบากกรรมเก่า 4. ปล่อยนก เชื่อว่าช่วยให้หมดเคราะห์ หมดโศก 5. ปล่อยปลาไหล เชื่อว่าช่วยให้ชีวิตที่ติดขัดอยู่ ไหลลื่น ไม่มีอุปสรรค 6. ปล่อยโค กระบือ เชื่อว่าจะมีอายุยืนนาน แคล้วคลาดปลอดภัย 7. ปล่อยปลาดุก เชื่อว่าจะทำให้ศัตรูหรือคู่แข่งแพ้พ่าย 8. ปล่อยปลาช่อน เชื่อว่าจะช่วยช้อนเงินช้อนทอง 9. ปล่อยเต่า เชื่อว่าจะช่วยให้มีโชคลาภ อายุยืน 10. ปล่อยตะพาบ เชื่อว่าจะทำให้ไม่มีเภทภัยใดๆมาคุกคาม อายุมั่นขวัญเรือน 11. ปล่อยหอยโข่ง เชื่อว่าจะช่วยทำให้การดำเนินชีวิตสะดวกสบาย มีข้าทาสบริวารมาก ที่นำเสนอข้างต้นคือ อานิสงส์แห่งการ ทำบุญปล่อยสัตว์ แต่ละชนิด ที่ทุกท่านทำอยู่ ล้วนเป็นกุศลทั้งสิ้น แต่วันนี้แม่หมอขอนำเสนอเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกข์ที่พบเจออยู่ ทุเลาลงได้เร็วขึ้น สำหรับท่านที่เจ็บป่วย หรือบุคคลอันเป็นที่รักเจ็บป่วย จะสะดวกในการปล่อยสัตว์ชนิดใดก็แล้วแต่ แต่ตามหลักศาสตร์บำบัดของ อ.มิก พชร ฑูตเทวะ ผู้เขียนหนังสือเทวะบำบัด ได้ระบุไว้ว่า ให้ปล่อยเป็นจำนวนคู่ หรือปล่อยในจำนวน 8 ตัว เมื่อไปซื้อสัตว์มาจากตลาดแล้ว ให้ตัดเศษผม เศษเล็บมือ เล็บเท้า หรืออย่างใดอย่างหนึ่งของผู้ป่วย ใส่ลงไปในภาชนะที่บรรจุสัตว์นั้น แล้วตั้งจิตอธิษฐานดังนี้ค่ะ "ข้าพเจ้า ............ ขอให้เคราะห์กรรม โรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่ติดอยู่กับขน หนัง ฟัน เล็บ ของข้าพเจ้าจงหลุดไปพร้อมกับสัตว์ที่กำลังจะปล่อย เป็นทานกุศลในครั้งนี้ด้วยเทอญ " เมื่อเดินทางไปถึงแหล่งน้ำ หรือสภานที่ปล่อยสัตว์ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขณะปล่อยสัตว์ตามนี้ค่ะ " ข้าพเจ้าขออ้างอิงอำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลบุญ ที่เกิดจากการปล่อย..(ระบุชื่อสัตว์ที่ปล่อย เช่น เต่า ปลา หอย ) จำนวน ..... ตัว จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวร ที่ประชิดติดตัวของข้าพเจ้าที่ส่งผลให้เกิดอาการของโรค...........(บอกชื่อโรค หรืออาการที่เป็นอยู่) เมื่อท่านได้รับกุศลในครั้งนี้แล้ว ก็ขอจงโปรดยกโทษ อโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ และขอให้อาการที่ข้าพเจ้าเผชิญอยู่ จงทุเลาเบาบางลง และหายโดยเร็ววันเทอญ ด้วยคำอธิษฐานนี้ข้าพเจ้าขออันเชิญพระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระยายมราช โปรดเสด็จมาเป็นทิพยญาณ ในการสร้างกุศลครั้งนี้ และขอให้ท่านโปรดนำบุญกุศลนี้ส่งถึงเจ้ากรรมนายเวรที่ประชิดติดตัวส่งผลที่อาการหรือโรค ของข้าพเจ้าด้วยเทอญ อิทัง สัจจะวานัง อธิษฐานิ พุทธิ อธิษฐานิ ธัมมัง อธิษฐานิ สังฆัง อธิษฐานิ " ติดตามหนังสือดีๆได้ที่ : Horo Life Publishing ภาพประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com