หอยนางรม

10 สารอาหาร บำรุงสมอง เพิ่มพลังความคิด
บำรุงสมอง /  สมอง / 

สมอง ก็คืออวัยวะหนึ่งในร่างกาย ที่ทำงานหนักมากๆส่วนหนึ่ง ดังนั้นมองจึงจัดว่าเป็นอวัยวะอันดับต้นๆที่ต้องการสารอาหารมาบำรุงอย่างมาก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวัยแรกเกิด วัยเด็ก วัยรุ่น วัยเรียน วัยทำงาน จนถึงวัยสูงอายุ ก็ต้องการสารอาหารบำรุงด้วยกันทั้งนั้น เพราะวัยเด็กก็ต้องการสารอาหารมาพัฒนาสมองให้เติบโตอย่างเต็มที่ ส่วนวัยอื่นๆ ก็ต้องการสารอหารมาบำรุงให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพไปในระยะยาว โดยสารอาหารที่สมองต้องการหลายคนอาจจะนึกถึง DHA เป็นอันดับแรก แต่ก็ไม่ได้มีเพียง DHA อย่างเดียวเท่านั้น เพราะสมองก็ยังต้องการสารอาหารอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งสารอาหารเหล่านั้น เรารวบรวมมาให้ถึง 10 ชนิด ที่มีคุณสมบัติสำคัญต่อการพัฒนาสมอง พร้อมเสริมสร้างเซลล์ประสาทอย่างครบถ้วน 10 สารอาหาร บำรุงสมอง เพิ่มพลังความคิด 1. DHA สารอาหารอันดับ 1 ที่สมองต้องการมาก เพราะ DHAมีส่วนช่วยในการสร้างเครือข่ายเส้นใยประสาท แถมยังเป็นส่วนประกอบหลักของเซลล์สมองและจอประสาทตา จึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสมองและสายตา ดีเอชเอ มีมากในอาหารทะเล เช่น ปลาทะเล ปลาแซลมอน ปลาทูน่า สาหร่ายทะเลบางชนิด และน้ำมันที่สกัดจากผลิตภัณฑ์ทางทะเล ซึ่งแน่นอนว่าในหนึ่งวัน เราควรรับประทานหนึ่งในอาหารเหล่านี้ อย่างน้อยหนึ่งมื้อ เพื่อ บำรุงสมอง 2. ARA กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดสายยาว ที่ช่วยในการพัฒนาสมองและการมองเห็น และมีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างเซลล์ประสาทและสายตา เป็นสิ่งที่ต้องการควบคู่ไปกับสารอาหาร DHA แหล่งอาหารที่มีเออาร์เอ คือ อาหารทะเล ปลาทะเล ปลาทูน่า ฯลฯ เช่นเดียวกับ DHA 3. โอเมก้า 3 อีกหนึ่งชนิดของกรดไขมัน ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมอง ที่ช่วยพัฒนาเนื้อเยื่อของระบบประสาท ทั้งยังเป็นสารตั้งต้นของดีเอชเอ และเออาร์เอ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างความเจริญเติบโตของสมองด้วย โอเมก้า 3 พบมากใน ปลาทะเล เช่น ปลาทู สัตว์ทะเล และปลาน้ำจืดบางชนิด แต่ที่สำคัญคือ การรับประทานควรทานในปริมาณและอัตราที่เหมาะสม ก็จะช่วยเสริมสร้างสมองได้เป็นอย่างดี 4. โอมาก้า 6 กรดไขมันที่มีส่วนช่วยต่อการพัฒนาสมองและเสริมสร้างเซลล์ประสาท โอเมก้า 6 มีมากใน น้ำมันพืช การรับสารอาหารโอเมก้า 6 ก็ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ถึงจะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเนื้อเยื่อในระบบประสาท และ บำรุงสมอง 5. ลูทีน สารอาหารในตระกูลแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในปริมาณที่เข้มข้นบริเวณเรตินา(จอประสาทตา) มีส่วนช่วยลดการเสื่อมของ DHA ในเรติน่า สารอาหารลูทีนนี้พบมากในน้ำนมแม่ และผักใบเขียวเข้ม การที่ให้ลูกน้อยทานนมแม่ จึงถือเป็นผลดี ที่พัฒนาสมองและบำรุงประสาทตาของลูกน้อยด้วย 6. โคลีน วิตามินสำคัญที่มีบทบาทต่อการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะวัยเด็ก เพราะมีส่วนช่วยในการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์ประสาทการเรียนรู้และความจำ โดยสร้างสารสื่อสัญญาณประสาทในสมอง เพื่อสื่อสารระหว่างเซลล์ให้มีประสิทธิภาพ ให้ระบบประสาทการเรียนรู้และความจำในสมองทำงานได้ดี โคลีน มีมากใน ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง และผักใบเขียวบางชนิด เป็นชนิดอาหารที่หาทานง่าย และมีประโยชน์อย่างมากต่อระบบความจำ 7. ทอรีน สารอีกชนิดหนึ่งที่มีผลต่อสมองและเรติน่า หรือจอประสาทตา ทอรีนมีบทบาทช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท เนื้อสมอง และกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกาย โดยแหล่งที่มีสารอาหารทอรีน คือ เนื้อสัตว์ ปลาทูน่า หอยต่างๆ และไข่ 8. ธาตุเหล็ก สมองจะมีธาตุเหล็กในปริมาณเข้มข้น บริเวณส่วนที่เกี่ยวกับสติปัญญา กล้ามเนื้อและพฤติกรรม โดยธาตุเหล็กจะจำเป็นต่อการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งจะนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะสมอง ธาตุเหล็กจัดเป็นสารอาหารหนึ่งที่ควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสารอาหารนี้จะมีอยู่ในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง นม และผักใบเขียวเช่น ตำลึง 9. สังกะสี การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางในสมอง ต้องการธาตุสังกะสีมาช่วยพัฒนาและเสริมสร้างระบบการทำงาน อีกทั้งสังกะสียังมีส่วนช่วยบำรุงเนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย สังกะสีเป็นสารอาหารที่มีมากใน เนื้อสัตว์ ตับ อาหารทะเล ถั่ว และธัญพืช เชื่อว่าไม่ยากเกินไปที่จะหามารับประทาน 10. วิตามิน B12 วิตามิน B12 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานได้ดี วิตามินบี12 พบมากในเนื้อสัตว์ นมและเนย ไก่ ปลา เครื่องในสัตว์ ไข่แดง นอกจากดีต่อสมองแล้ว ก็ยังดีต่อระบบอื่นๆ ในร่างกายด้วย ทราบอย่างนี้แล้วอย่าลืม เปิดโอกาสให้ร่างกายและสมองได้รับสารอาหารเพิ่มพลังสมองทั้ง 10 ชนิด นี้จากอาหารต่างๆ อย่างครบถ้วนนะคะ พัฒนาการของสมองไม่ได้จำกัดแค่วัยเด็ก เพราะยิ่งโตขึ้นมากเท่าไร สมองก็ยิ่งต้องใช้คิดสร้างสรรค์มากขึ้นเท่านั้น ยิ่งบำรุงสม่ำเสมอ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อร่างกาย ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

9 ผัก สมุนไพร มหัศจรรย์ รักษาได้หลากโรค
ผัก /  ผักรักษาโรค / 

อาหารที่ผู้บริโภคเห็นความสำคัญน้อยที่สุดอย่าง ผัก นั้น กลับกลายเป็นอาหารที่มีคุณค่ามากชนิดหนึ่ง เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช่น เกลือแร่ วิตามิน อยู่เป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคือ สารบางอย่างที่มีคุณค่าต่อร่างกาย จะมีเฉพาะใน ผัก เท่านั้น เห็นที่ว่าจะไม่ลิ้มชิมรส ผัก ก็คงจะไม่ดีต่อสุขภาพนัก นอกจากใน ผัก จะมีคุณค่าต่อร่างกายแล้ว ผัก ยังช่วยรักษาโรคได้อย่างไม่น่าเชื่อ บางทียาที่หมอให้ ยังไม่อาจสู้ทานพืช ผัก เหล่านี้เลย เรามาดูกันว่ามี ผัก อะไรที่ช่วยรักษาโรคได้อย่างน่ามหัศจรรย์ บ้าง 1. ขี้เหล็ก สำหรับคนสมัยใหม่ อาจจะไม่ชอบทานสักเท่าไรนัก แต่ถ้าเป็นคนสมัยก่อน รุ่นคุณพ่อคุณแม่เราขึ้นไปแล้ว บอกเลยว่าอาหารที่ทำด้วย ผัก ขี้เหล็กจัดเป็นอาหารรสเลิศถูกปากมากเลยทีเดียว และนอกจากใช้ประกอบอาหารแล้ว ใบขี้เหล็กสามารถรับประทานเป็นยาชั้นดี เพราะใบขี้เหล็กมีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี 1 และไนอาซิน สรรพคุณทางยาของใบขี้เหล็กมีสารชนิดหนึ่งออกฤทธิ์ต่อประสาททำให้นอนหลับดี แก้ท้องผูกได้ดี และบำรุงร่างกายให้กระชุ่มกระชวยได้ 2. หัวปลี หัวปลี ที่เป็นส่วนดอกของต้นกล้วย ที่หลายคนไม่ชอบทาน หารู้ไม่ว่าใบหัวปลีนั้นมีธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือด แก้โลหิตจาง และยังคงลดน้ำตาลในเลือดได้ รวมถึงยังสามารถทานแก้โรคเกี่ยวกับลำไส้ได้เป็นอย่างดี 3. มะระขี้นก มะระขี้นก เป็น ผัก พื้นบ้านของไทย ที่คนไทยนิยมนำยอดอ่อนและผลอ่อนมาปรุงเป็นอาหารโดยนำมาลวกเป็น ผัก จิ้ม แต่หลายคนก็ไม่ชอบทานนัก เพราะว่าขม มีผิวขรุขระ แต่ว่ามะระขี้นกนี้ เป็นยาชนะเบาหวานชั่นยอดเลยนะ เพราะมะระขี้นกนี้ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด อันเป็นสาเหตุของเบาหวาน และสามารถชะลอการเกิดต้อกระจกซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวานได้ รูปแบบวิธีทานที่ให้ผลลดน้ำตาลในเลือดก็ไม่ซับซ้อน คือสามารถใช้ได้ทั้งน้ำคั้น ชงเป็นชา หรือกินในรูปแบบของแคปซูล ผงแห้งก็ได้ 4. ผัก ตำลึง ตำลึงเป็น ผัก ที่นิยมนำยอดมาลวกหรือนึ่ง เป็น ผัก จิ้มน้ำพริก หรือนำยอดอ่อน ใบอ่อนมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย คำลึงจัดว่ามีสรพพคุณทางยาที่เยอะมาก อย่างผลอ่อนที่ก้านดอกเริ่มจะหลุดกินสดได้กรอบอร่อย ไม่ขม เป็นยาบำรุงสุขภาพ รักษาปากเป็นแผล ได้ หลายคนใช้ตำลึงในการรักษาโรคผิวหนังพวกผื่นแพ้ ตำแย หมามุ่ย หนอนคัน บุ้ง หอยคัน มดคันไป ผื่นคันจากน้ำเสีย ผื่นคันจากละอองข้าว ผื่นคันชนิดที่ไม่รู้สาเหตุ เริม งูสวัด สุกใส หิด สิว ฝีหนอง เป็นต้น บางคนก็ทานตำลึง เพื่อระบายท้อง ลดการอึดอัดท้องหลังกินอาหารเนื่องจากมีสารช่วยย่อยแป้ง และช่วยแก้ร้อนใน เป็นต้น และที่สำคัญคือตำลึงเป็นยาพื้นบ้านใช้รักษาเบาหวาน ทั้งราก เถา ใบ ใช้ได้หมด มีสูตรตำรับหลากหลาย และในตำราอายุรเวทก็มีการใช้เป็นยารักษาเบาหวานมานานนับพันปี ชาวเบงกอลในอินเดียใช้ตำลึงเป็นยาประจำวันสำหรับแก้โรคเบาหวาน 5. ผักเชียงดา ผักเชียงดา เป็นพืชผักไม้เลื้อย ทางภาคเหนือ เถาสีเขียว ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวเหมือนน้ำนม ใบ เดี่ยว รูปกลมรี ท้องใบเขียวแก่กว่าหลังใบ ใบออกตรงข้อเป็นคู่ๆ ยอดอ่อนและใบอ่อนของผักเชียงดา นำมากินเป็นผัก มีรสขมอ่อนๆ และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก และยังเป็นผักที่หมอยาพื้นบ้านใช้เป็นผักเพิ่มกำลังในการทำงานหนักและใช้เป็นยารักษาเบาหวาน นอกจากนี้ผักเชียงดาสามารถนำไปใช้ลดน้ำหนัก เพราะว่าผักเชียงดาช่วยให้มีการนำน้ำตาลไปเผาผลาญมากกว่าการนำไปสร้างเป็นไขมันสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และพบมีรายงานการศึกษาว่าผักเชียงดาสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง 6. แครอท นับเป็นผักที่ให้เบต้าแคโรทีสูง ซึ่งสารที่พบในแครอทนี้จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย มีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งจะออกฤทธิ์ในการรักษาไข้หวัด ไอ เจ็บคอ ปอดอักเสบ ลดการอักเสบและบวมได้ ถ้าใช้ทาผิวภายนอกช่วยลดอาการแสบร้อนของผิวเนื่องจากโดนแดดเผาไหม้ ลดฝ้าและรอยด่างดำลงได้ นอกจากนี้การทานแครอทยังช่วยป้องกันลดมะเร็งปอด มะเร็งมดลูก กระเพาะอาหารและเต้านม ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยในระยะพักฟื้น ลดความอ่อนเพลียเหนื่อยง่าย รักษาโรคลำไส้อักเสบ ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดขาว บรรเทาอาการข้ออักเสบ ช่วยล้างพิษในตับ บำรุงสายตา แก้ตาฝ้าฟาง ตาบอดกลางคืน ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร ขับพยาธิไส้เดือน บำรุงผิว ชะลอความชราของผิวพรรณได้ดีด้วย 7. ถั่วฝักยาว รู้หรือไม่ว่าผักที่มีวิตามีนซีสูงที่ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี ที่จะมีผลช่วยให้เลือดดี ผิวพรรณสวย ถั่วฝักยาวมีกากใยอาหารจำนวนมาก ซึ่งกากใยชนิดนี้จะทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะ ได้สารจำพวกเจลลาตินเคลือบที่กระเพาะ ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วอิ่มนาน สารชนิดนี้จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้เพราะว่าจะไปจับกับกรดน้ำดี เมื่อน้ำดีไม่พอใช้ในร่างกายก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งการใช้น้ำดีต้องใช้คอเลสเตอรอลเป็นวัตถุดิบ ด้วยเหตุนี้จึงสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลลงได้ ถ้านำถั่วฝักยาวไปต้มเอาน้ำดื่มจะช่วยรักษาบำรุงไต 8. กะหล่ำปลี เป็นผักที่ได้รับการยกย่องว่าสามารถป้องกันรักษามะเร็งได้หลายชนิด มีวิตามินซีสูง มีสารอาหารกลูตามีนช่วยกระตุ้นให้กระเพาะอาหารสร้างเยื่อบุผนังกระเพาะได้รวดเร็ว ทำให้แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้หายได้เร็ว จึงใช้เป็นอาหารในการรักษาโรคกระเพาะและป้องกันมะเร็งลำไส้ได้ดี อีกทั้ง กะหล่ำปลียังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิ คุ้มกันในร่างกาย ช่วยล้างพิษในตับ ช่วยให้ระบบน้ำดีทำงานได้ปกติ ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยใช้น้ำคั้นหรือกินสด (แต่ปริมาณในแต่ละวันไม่มาก) ใช้ใบสดประคบเต้านมแม่ลูกอ่อนช่วยลดความปวดจากการคัดเต้านมลงได้ 9. ผักกาดขาว ถือเป็นเจ้าแห่งเส้นใยและโฟเลท ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีบทบาทในการควบคุมความเป็นปกติของชีวิตทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา นั่นคือการสร้างระบบประสาทและ DNA อีกทั้งเส้นใยของผักกาดขาวช่วยกระตุ้นการเคลื่อน ไหวของลำไส้ ช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันอุจจา ระแข็ง เนื่องจากเส้นใยไม่จับกันแน่นและสามารถถนอมน้ำไว้จึงทำให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ ไม่เพียงแค่นี้ เพราะผักกาดนั้นมีรสหวานไม่ร้อนไม่เย็น ช่วยลดอาการอึดอัดบริเวณหน้าอก ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ ลดการเต้นของหัวใจ ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการทำงานของไต สารพัดประโยชน์ และเป็นได้สารพัดยาเลยล่ะค่ะ สำหรับผักแต่ละชนิด บางทีสิ่งเหล่านี้อาจอยู่ใกล้ตัวเรามากเกินไปจนหลายคนมองข้ามคุณค่าที่น่าทึ่งไป อย่าลืมชายตามองพืชผักกันบ้าง แล้วคุณจะได้ฟื้นฟูสุขภาพจากอาหารนานาประดยชน์อย่างพืชผักเหล่านี้ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

เที่ยวทะเลไทย กับ 10 ชายฝั่งเที่ยวได้ตลอดทั้งปี!
สถานที่ท่องเที่ยว /  เที่ยวทะเลตะวันตก / 

ชายฝั่งทะเลของไทย มีความยาวโดยรวมประมาณ 2,542 กิโลเมตร ตามสภาพภูมิศาสตร์แล้วเราสามารถแบ่งทะเลไทยออกได้เป็น 3 ส่วน คือ ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หรือทะเลด้านอ่าวไทยตอนบน มีความยาวชายฝั่งประมาณ 500 กิโลเมตร ชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านทิศตะวันออก หรือฝั่งอ่าวไทย มีความยาวชายฝั่งประมาณ 1,304 กิโลเมตร และชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านทิศตะวันตก หรือฝั่งทะเลอันดามัน มีความยาวชายฝั่งประมาณ 1,048 กิโลเมตร เที่ยวทะเลไทย กับ 10 ชายฝั่งเที่ยวได้ตลอดทั้งปี! ชายฝั่งทะเลไทยนั้นมีธรรมชาติที่งดงามหลากหลายแบบให้ได้เที่ยวชมตลอดทั้งปี เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งบนบกและในน้ำเต็มไปด้วยหาดทรายที่สวยงาม ภูเขารูปร่างแปลกตา ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งส่วนเสริมแต่งให้ชายฝั่งทะเลของไทยมีเสน่ห์ชวนสัมผัส ในช่วงที่ทะเลปราศจากมรสุมเป็นช่วงน่าเที่ยว ซึ่งทะเลฝั่งอันดามันและทะเลภาคตะวันออกจะปลอดลมมรสุมในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ส่วนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจะปลอดมรสุมในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ปัจจุบันในนี้อากาศของโลกปรวนแปร การมาถึงของมรสุมจึงคลาดเคลื่อนไปได้ แต่ถึงแม้จะมีมรสุมหรือฝน ชายฝั่งทะเลไทยก็ยังสามารถเที่ยวได้ เรียกได้ว่าเที่ยวได้ตลอดทั้งปี หากเรารู้จักการเที่ยวอย่างปลอดภัย ฟ้าหลังฝนมักเป็นฟ้าที่แจ่มใสเสมอ 1. เส้นทางเลียบทะเลจังหวัดจันทบุรี จันทบุรี จังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันออกของเมืองไทย ด้วยความยาวชายฝั่ง 80 กิโลเมตร มีหาดทรายสวยมากมาย รวมทั้งป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ตามปากแม่น้ำต่าง ๆ เส้นทางเลียบทะเลของจันทบุรีนี้ เป็นส่วนหนึ่งของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต หนึ่งในโครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเล (Scenic Route) ของกรมทางหลวงชนบท ด้านตะวันออกของอ่าวไทย สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง หาดคุ้งวิมาน เป็นชายหาดที่เงียบสงบและมีทัศนียภาพที่สวยงาม มีถนนเลียบชายหาดที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก มีจุดชมวิวพระยืน และเนินพญาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม, แหลมเสด็จ-อ่าวคุ้งกระเบน มีหาดทรายขาวละเอียด ร่มรื่นไปด้วยทิวสน เป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีสะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของป่าชายเลน เข้าใจระบบนิเวศในป่าชายเลน และรู้จักใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำเค็มที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในบริเวณนี้, หาดเจ้าหลาว หาดทรายสีนวลยาวสุดสายตา บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว เมื่อน้ำลงจะเกิดแนวสันทราย และหาดแหลมสิงห์ ชายหาดปากอ่าวที่แม่น้ำจันทบุรีไหลมาออกอ่าวไทยร่มรื่นด้วยทิวสนยาวไปตามแนวของชายหาด การเดินทาง บนทางหลวงหมายเลข 3 ช่วงจังหวัดจันทบุรี หลักกิโลเมตรที่ 301 เข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 3399 ตรงเข้าสู่หาดคุ้งวิมาน ย้อนกลับไปที่วงเวียนปลาโลมาเลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 3399 ต่อจนถึงอ่าวคุ้งกระเบนย้อนกลับออกมาจนบรรจบ ทางหลวงชนบท จบ 4002 ผ่านหาดเจ้าหลาวไปถึงปากน้ำแขมหนู ใช้ทางหลวงชนบท ขบ 6001 ข้ามสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน (สะพานแหลมสิงห์) ทะลุซอยเทศบาล 2 ออกสู่ทางหลวงหมายเลข 3149 ไปหาดแหลมสิงห์ 2. เส้นทางเลียบทะเลจังหวัดเพชรบุรี เพชรบุรี เป็นจังหวัดในภาคตะวันตกที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอ่าวไทย มีชายฝั่งทอดยาวประมาณ 75 กิโลเมตร อุดมไปด้วยป่าโกงกางและชายหาดที่สวยงาม เส้นทางเลียบทะเลของเพชรบุรีนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเล (Scenic Route) ของกรมทางหลวงชนบท ด้านตะวันตกของอ่าวไทย สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง อ่าวบางตะบูน ในเขตอำเภอบ้านแหลม บริเวณปากอ่าวเป็นป่าชายเลนสมบูรณ์ผืนใหญ่ และเป็นแหล่งประมงพื้นบ้าน, นาเกลือ อำเภอบ้านแหลมเป็นแหล่งทำนาเกลือมากที่สุดในประเทศไทย มีภาพวิถีชีวิตชาวนาเกลือที่น่าสนใจ, โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นพื้นที่แปลงทดลองของโครงการตามแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาและฟื้นฟูป่าชายเลน และสถานีบำบัดน้ำเสียชุมชน โดยยืดหลักการ “ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ” แก้ไขปัญหาน้ำเสียและขยะชุมชนที่ประหยัด สะดวก ทำได้ง่าย ภายในโรงการยังเป็นแหล่งดูนกอีกด้วย หาดเจ้าสำราญ หาดทรายที่เงียบสงบ ร่มรื่นด้วยทิวสน เม็ดทรายขาวละเอียด มีที่พักบรรยากาศสบาย ๆ, หาดปึกเตียน หาดทรายขาวสะอาด ด้านหน้าหาดมีรูปปั้นพระอภัยมณีและผีเสื้อสมุทร และหาดชะอำ หาดทรายยอดฮิตของเพชรบุรี มีกิจกรรมมากมายทั้งขี่จักรายาน ขี่ม้า ชมหาด การเล่นเรียกด้วยอันสนุกสนาน การเดินทาง บนทางหลวงหมายเลข 35 ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 72 ทางเข้าซ้ายมือด้านข้างปั๊ม ปตท. หรือที่หลักกิโลเมตรที่ 73 เข้าสู่ทางหลวงชนบท สส 2012 (เป็นหมายเลขถนนเมื่อโครงการถนนเฉลิมบูรพาชลทิตเริ่มสร้าง หากเสร็จสมบูรณ์จะใช้หมายเลขนี้ทั้งเส้น) ตรงไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำบางตะบูน ใช้ทางหลวงชนบท พบ 4012 เลียบแนวชายฝั่งจนถึงอำเภอบ้านแหลม ต่อจากนั้นก็จะมุ่งหน้าสู่หาดเจ้าสำราญเข้าสู่ทางหลวงชนบท พบ 4028 เมื่อถึงหาดเจ้าสำราญ ต่อด้วยทางหลวงชนบท พบ 4033 ถึงอำเภอชะอำ 3. เส้นทางเลียบทะเลจังหวัดชุมพร (ตอนบน) ชุมพร จังหวัดที่เป็นประตูสู่ภาคใต้มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 222 กิโลเมตร อยู่ทางด้านตะวันออก ชายหาดค่อนข้างเรียบ มีโค้งน้อยและสวยงาม ในเส้นทางเลียบทะเลของจังหวัดชุมพร ที่นำเสนอนี้เป็นพื้นที่ตอนบนของจังหวัด ในเขตอำเภอปะทิว ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชายฝั่งทะเลชุมพรที่ยังคงความบริสุทธิ์อยู่มาก สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง เนินทรายงาม เนินทรายธรรมชาติริมชายหาดขนาดใหญ่ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่อัศจรรย์ มีทางเดินศึกษาธรรมชาติ จุดสูงสุดสามารถมองเห็นอ่าวบางเบิดได้ทั้งหมด, หาดถ้ำธง-บางเบิด อยู่ถัดจากหาดบางเบิดของประจวบคีรีขันธ์ ทรายเนื้อละเอียด ชายหาดสีเหลืองนวล เงียบ สงบ, อ่าวทุ่งทราย อ่าวกว้างใหญ่ที่มีชายหาดสีขาวนวลละเอียด ชายหาดลาดเอียงน้อยและกว้างมากยามน้ำลง, อ่าวทุ่งซาง ชายหาดเล็ก ๆ ที่มีเขาขนาบทั้งสองด้าน และตรงกลางอ่าวทรายขาวสะอาด น้ำใสมาก เป็นหาดที่สงบ มีความยาวของหาดประมาณ 1 กิโลเมตร และยังมีภูเขาหินปูนสวย ๆ อ่าวทุ่งไข่เน่า อ่าวขนาดเล็กกะทัดรัด โค้งเป็นครึ่งวงกลม มีภูเขากั้นหัวหาดท้ายหาด ทรายสีขาวละเอียดริมหาดร่มรื่นไปด้วยต้นมะพร้าวและทิวสน บรรยากาศเงียบสงบ, อ่าวยายไอ๋ มีทิวทัศน์สวยงามลักษณะของหาดเป็นหาดโค้ง ด้านฝรั่งซ้ายของหาดติดกับภูเขา ส่วนฝรั่งขวาของหาดเป็นหิน, อ่าวบ่อเมา หาดทรายทอดยาวมีต้นสนริมชายหาด บรรยากาศเงียบ สงบ สามารถเช่าเรือหางยาวไปเกาะไข่เพื่อไปเล่นน้ำ ดำดูปะการังน้ำตื้นได้ และหาดทุ่งวัวแล่น ชายหาดที่สวยงามเป็นที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง หาดทรายมีเม็ดทรายสีขาวนวล หาดทรายมีเม็ดทรายสีขาวนวล ละเอียดยาวสุดสายตา ชายหาดคลาดเอียงน้อย ทางใต้ของหาดติดกับภูเขาด้านนี้ชายหาดจะเป็นหาดหิน การเดินทาง บนทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอำเภอบางสะพานน้อยเลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงชนบท ปข 1015 แล้วเลี้ยวขวาใช้ทางหลวงชนบท ชพ 4015 ผ่านเนินทรายงาม หาดถ้ำธง-บางเบิด อ่าวทุ่งทราย จนบรรจบทางหลวงหมายเลข 3253 ผ่านอ่าวทุ่งซาง แล้วใช้ทางหลวงชนบท ชพ 4004 บรรจบทางหลวงหมายเลข 3201 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3180 ถึงหาดทุ่งวัวแล่น 4. เส้นทางเลียบทะเลจังหวัดประจบคีรีขันธ์ (ตอนบน) ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดที่มีชายฝั่งทะเลยาวไกล ด้วยลักษณะพื้นที่แคบยาวเป็นคาบสมุทรลงไปทางภาคใต้ ทางด้านตะวันออกติดกับทะเลตลอดแนว มีความยาวของชายฝั่ง 215 กิโลเมตร จึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลมากมาย ในเส้นทางเลียบทะเลตอนบนของจังหวัด โดยเริ่มที่อำเภอปราณบุรีไปจนถึงอำเภอเมืองฯ สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง ปากน้ำปราณ ชุมชนชาวประมงเป็นศูนย์รวมอาหารทะเลทั้งสดและแปรรูป มีภาพวิถีชีวิตชาวประมงให้ได้ชม ชายหาดของปราณบุรีมีด้วยกัน 3 หาด ยาวต่อเนื่องกันจนดูเหมือนเป็นหาดเดียวกัน ประกอบด้วยหาดปราณบุรี หาดนเรศวร และหาดกะโหลก จุดเด่นของทั้ง 3 หาด ก็คือ ความเงียบสงบเป็นส่วนตัว และที่พักที่มีสไตล์เฉพาะตัว, หาดสามร้อยยอด หาดทรายที่ร่มรื่นด้วยทิวสนไปตลอดหาด ยามน้ำลงหาดทรายจะกลายเป็นลานทรายขนาดใหญ่, อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีความหลากหลายของสภาพพื้นที่ ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น คลองเขาแดง หาดสามพระยา หาดแหลมศาลา ถ้ำไทร ถ้ำพระยานคร หาดบ่อนอก หาดที่เงียบสงบสามารถเดินเล่นได้ตลอดแนวหาด ยังมีความเป็นธรรมชาติเดิม ๆ อยู่มาก, อ่าวน้อย อ่าวเล็ก ๆ มีทิวสนคู่ไปกับแนวถนน มีภาพวิถีชีวิตชาวประมงให้ได้พบเห็น, อ่าวประจวบ อ่าวแห่งนี้มีความโค้งเกินครึ่งวงกลม ที่ปลายโค้งทั้งสองด้านมีภูเขาขนาดย่อมตั้งอยู่, อ่าวมะนาว อยู่ในเขตกองบิน 5 กองทัพอากาศ หาดทรายสะอาด ริมหาดก็ร่มรื่นด้วยต้นสน, เขาช่องกระจก เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่าวทั้งอ่าวประจวบอ่าวมะนาว และอ่าวน้อยได้ รวมทั้งตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ด้วย และเขาล้อมหมวก ปลายด้านหนึ่งของอ่าวมะนาว เชิงเขาเป็นที่ตั้งของเขตอนุรักษ์พันธุ์ค่างแว่น บนเขายังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม การเดินทาง บนทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอำเภอหัวหิน เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3168 ตรงเข้าสู่ปากน้ำปราณเลาะเลียบชายหาดทั้งสามไปตามทางหลวงชนบท ปข 4008 แล้วใช้ทางหลวงชนบท ปข 1020 มุ่งหน้าลงได้ เข้าเขตอำเภอสามร้อยยอด เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท ปข 2003 เลาะเลียบ ชายหาดสามร้อยยอด อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเลาะเลียบจนไปถึงหาดบ่อนอก ก่อนออกสู่ทางหลวงหมายเลข 4 ตรงไปยังตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ 5. เส้นทางเลียบทะเลจังหวัดระยอง ระยอง เมืองชายทะเลฝั่งตะวันออกที่มีความยาวชายฝั่ง 95 กิโลเมตร ด้วยธรรมชาติอันงดงาม ทำเลที่ตั้งที่ดี และอยู่ในไกลจากกรุงเทพฯ ทั้งยังมีการคมนาคมสะดวก ทำให้ระยองกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่ง เส้นทางเลียบทะเลที่จะนำเสนอ เริ่มจากอำเภอเมืองฯ ไปจนถึงอำเภอแกลง สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง หาดแม่รำฟัง-บ้านก้นอ่าว ชายหาดสวยสะอาด มีความลาดชันน้อย สุดชายหาดเป็นหมู่บ้านประมงบ้านกันอ่าว, อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด เขาแหลมหญ้าเป็นเนินเตี้ย ๆ ริมทะเล มีแหลมยื่นออกไปในทะเล, ตลาดบ้านแพ แหล่งจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแหล่งใหญ่ของจังหวัดระยอง ทั้งของสดและของแห้ง, สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง แหล่งรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำที่สวยงามและหายาก มีอุโมงค์ทางเดินใต้ทะเลจำลอง ให้ได้สัมผัสกับสัตว์ทะเลอย่างใกล้ชิด หาดสวนสนและสวนรุกขชาติเพ บนถนนเลียบชายหาดร่มรื่นด้วยป่าสนทะเลตลอดสองข้างทาง, สวนวังแก้ว เป็นสถานที่เอกชนภายในมีสวนป่าธรรมชาติ หาดทราย และอ่าวที่มีทัศนียภาพสวยงาม, แหลมแม่พิมพ์ บริเวณชายหาดแหลมแม่พิมพ์มีธรรมชาติที่สวนงาม หาดทรายขาว ละเอียด คลื่นไม่แรงเหมาะแก่การเล่นน้ำ และอ่าวไข่ อ่าวเล็ก ๆ ที่มีความเงียบสงบ หาดทรายขาว บรรยากาศดีพร้อมภาพวิถีชีวิตชาวบ้าน การเดินทาง บนทางหลวงหลายเลข 3 ผ่านตัวเมืองระยอง เลี้ยวขวาเข้าใช้ทางหลวงชนบท รย 1001 ผ่านหาดแม่รำพึง ไปตามถนนจนถึงบ้านกันอ่าวลัดเลาะก้นอ่าวซอย 1 ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ดบ้านแพ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 3145 เลาะเลียบชายฝั่งทะเลไปยังแหลมแม่พิมพ์ 6. เส้นทางท่องเที่ยวทะเลจังหวัดกระบี่ กระบี่ ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยมีธรรมชาติที่สวยงามทั้งป่าเขาและท้องทะเล รวมไปถึงเกาะแก่งที่สวยงามอีกมากมาย จากที่จังหวัดกระบี่มีชายฝั่งที่ติดกับทะเลอันดามันมีความยาวประมาณ 160 กิโลเมตร ที่นี่จึงมีเส้นทางท่องชายทะเลอยู่มากมายหลายแห่งด้วยกัน สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง สุสานหอย ขากหอยได้ทับถมกันจนกลายเป็นแผ่นฟอสซิลขนาดใหญ่ที่มีอายุนับล้านปี นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ, อ่าวพระนาง มีถนนเลียบชายหาดยาวจนไปถึงหาดนพรัตน์ธารา มีเขาหินปูนสูงใหญ่อยู่ทางด้านหนึ่งของหาด ถือว่าเป็นอ่าวสำคัญ และขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดกระบี่ เป็นอีกจุดที่สามารถลงเรืออกไปท่องทะเลตามเกาะต่าง ๆ ได้แบบไปกลับวันเดียว จากจุดนี้สามารถเดินทางไปอ่าวไร่เลย์ได้, หาดนพรัตน์ธารา เป็นพื้นที่ดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ ธารา-หมู่เกาะพีพี สามารถแค้มปิ้งได้มีชายหาดยาวเกือบ 3 กิโลเมตร ชาวบ้านจะเรียกว่าหาดคลองแห้ง หาดคลองม่วง เป็นหาดที่มีความสงบ มีวิถีชีวิตของชาวประมงให้ได้สัมผัส มีหาดทรายขาวนวล น้ำทะเลใสเหมาะกับการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว, หาดทับแขก มีความงามที่สุดของการชมพระอาทิตย์ตก และเงียบ สงบ สามารถทิวทัศน์ของหมู่เกาะห้อง หรือที่ใคร ๆ เรียกว่าป่าเกาะได้ชัดเจนมากจากหาดแห่งนี้ และเกาะลันตาใหญ่ เกาะหนึ่งของกระบี่ที่สามารถขับรถท่องเที่ยวบนเกาะได้ บนเกาะยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแหงชาติหมู่เกาะลันตา มีชายหาดสวยงามอยู่มากมายตามแนวเกาะด้านตะวันตก บนเกาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การเดินทาง จากตัวเมืองกระบี่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึงแยกปลาลัง เลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 4200 ถึงแยกไฟแดงเลี้ยวขวา ใช้ทางหลวงเลข 4034 จากนั้นเลี้ยวซ้าย ใช้ทางหลวงหมายเลข 4203 เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงสุสานหอย ขับย้อนกลับมาบนทางหลวงหมายเลข 4203 จนไปถึงอ่าวนางและหาดนพรัตน์ธารา ส่วนหาดคลองม่วงเดินทางต่อไป บนทางหลวงหมายเลข 4203 ไปต่อกับทางหลวงหมายเลข 4034 ไปถึงบ้านหนองทะเล แล้วก็เลี้ยวซ้ายที่ทางหลวงหมายเลข 6024 ซึ่งจะผ่านหาดคลองม่วงและสุดทางที่หาดทับแขก การเดินทางไปเกาะลันตาจากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าสู่จังหวัดตรัง ผ่านอำเภอคลองท่อมถึงหลักกิโลเมตรที่ 64 จะพบสามแยก ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4260 ไปประมาณ 27 กิโลเมตร จะถึงท่าเรือแพขนานยนต์บ้านหัวหิน 7. เส้นทางท่องเที่ยวทะเลจังหวัดตรัง ตรัง เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย มีชายฝั่งทะเลยาวกว่า 120 กิโลเมตร ทะเลมีความงามของหาดทรายขาว ปะการังสวย น้ำทะเลใส ที่ไม่เคยทำให้ผู้ไปเยือนผิดหวัง ตรังไม่ได้มีธรรมชาติที่สวยงามเท่านั้น ยังมีประวัติศาสตร์วิถีชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ชาวตรังได้สืบทอดเอาไว้ เส้นทางเลียบทะเลที่จะนำเสนอเริ่มจากอำเภอสิเกาจนถึงอำเภอกันตัง สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง หาดปากเมง หาดทรายยาวที่มีรูปทรงคล้ายพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว มีเขาใหญ่กลางน้ำคล้ายรูปคนนอนหงาย คือ เขาเมง ทรายริมหาดแน่นมากสามารถขับรถไปตามชายหาดได้, หาดราชมงคล บรรยากาศสงบสวยงามร่มรื่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเป็นส่วนตัว บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำป่าชายเลนให้ชมด้วย, หาดเจ้าไหม หาดทรายขาวนวล มีแนวสนทะเลตามธรรมชาติที่สวยงาม หาดหยงหลิง ริมหาดร่มรื่นด้วย ต้นสนขนาดใหญ่ พื้นทรายขาวละเอียดเนียนนุ่ม น้ำทะเลใส มีเขาหินปูนเป็นโพรงถ้ำ เมื่อน้ำลดสามารถเดินลอดไปได้ และหาดยาว เป็นเป็นหาดทรายยาวต่อกับหาดหยงหลิง มีสนทะเลขึ้นเป็นแนวดูสวยงาม มีชายหาดกว้าง ทรายเนียนนุ่มเท้า ตอนกลางของหาดที่ทอดตัวยาวจะเป็นป่าเสม็ดและทุ่งหญ้า ยามหน้าแล้งทุ่งหญ้าจะแห้งเป็นสีน้ำตาลตัดกับชายหาดขาว และดูสวยงามมาก การเดินทาง จากตัวเมืองตรัง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4046 มุ่งหน้าไปอำเภอสิเกา ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงแยกต้นม่วง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4162 อีกประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงชายหาดปากเมง จากเส้นทางนี้สามารถเลาะเลียบจนไปถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ขับไปจนถึงโรงเรียนบ้านน้ำราบ เลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 4008 มุ่งหน้าสู่หาดหยงหลิง หาดยาว และบ้านเจ้าไหม 8. เส้นทางท่องเที่ยวทะเลจังหวัดพังงา พังงา มีแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามและสมบูรณ์มากมาย เนื่องจากที่จังหวัดนี้ มีอุทยานแห่งชาติอยู่หลาย ๆ แห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นทางทะเลหรือทางบก ชายฝั่งด้านตะวันตกมีความยาวประมาณ 240 กิโลเมตร พังงายังมีชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจรวมทั้งหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง หาดเขาปิหลาย บรรยากาศยังคงความเงียบสงบอยู่มากแม้จะมีโรงแรมที่พักหรูหลายๆ แห่ง สามารถเล่นน้ำได้ แต่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากน้ำลึกมาก ชายหาดชัน เหมาะจะขับรถเลียบหาด ชมบรรยากาศชายทะเลมากกว่า ตลอดแนวชายหาดแม้จะเป็นพื้นที่ของเอกชน แต่ก็สามารถลงไปเที่ยวหาดได้, หาดท้ายเหมือง อยู่ในเขตสุขาภิบาลท้ายเหมือง มีทางแยกขวาเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร จากนั้นต่อเข้าถนนเลียบชายหาดไปอีก 5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ชายหาดท้ายเหมืองเป็นหาดทรายสะอาดขนานไปกับถนน ระยะทางกว่า 13 กิโลเมตร น้ำทะเลใส สามารถเล่นน้ำได้ ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ จะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ เมื่อไข่เต่าฟักเป็นตัวจะมีกรปล่อยเต่าลงทะเล เรียกว่าประเพณีเดินเต่า หาดเขาหลัก แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของอ่าวพังงา ทิวทัศน์สวยงามร่มรื่นด้วยทิวสนทะเล, หาดบางเนียง จุดเชื่อมต่อระหว่างธรรมชาติกับความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว หาดทรายขาว มีทิวสน และคงมะพร้าวขนานกับชายหาดที่มีทรายละเอียดสะอาดสวยงาม และแหลมปะการัง มีชายหาดกว้างที่เกลื่อนกลาดไปด้วยซากปะการังที่ถูกน้ำทะเลขัดขึ้นมา เป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุด การเดินทาง จากตัวเมืองพังงาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้า อำเภอโคกกลอย เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่จังหวัดภูเก็ต ใช้ทางหลวงหมายเลข 402 ถึงบ้านท่านุ่นเลี้ยวขวาเข้าไปบนทางหลวงหมายเลข 3006 ประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงหาดเขาปีหลาย ซึ่งต่อกับชายหาดบ้านท่านุ่น ใช้เส้นทางนี้เลาะเลียบชายหาดไปเรื่อย ๆ ผ่านหมู่บ้าน ผ่านป่าชายเลน จนไปถึงแยกบ้านบ่อดาน ตรงไปใช้ทางหลวงชนบท 2013 ซึ่งไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 3025 แล้วเลี้ยวซ้ายจนไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 4 ที่อำเภอท้ายเหมือง จากนั้นก็เลี้ยวตรงไปจะมีทางแยกมุ่งหน้าสู่ที่ทำการอุทยานแหงชิตเขาลำปีหาดท้ายเหมือง เส้นทางช่วงนี้จะเลียบชายหาดไปตลอดเส้นทาง จากนั้นย้อนกลับมาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ หาดเขาหลักหาดบางเนียง หาดบางสักไปจนถึงแหลมปะการัง ชายหาดช่วงนี้จะเป็นหาดที่ต่อยาวเป็นแนวเดียวกัน 9. เส้นทางท่องเที่ยวทะเลจังหวัดภูเก็ต ภูเก็ต ได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกอันดามัน เมืองท่องเที่ยวที่รู้จักกันไปทั่วโลก มีความสวยงามของหาดทรายขาว น้ำทะเลใส เหมาะแก่การพักผ่อน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีความยาวชายฝั่งประมาณ 185 กิโลเมตร ซึ่งมีเส้นทางเลียบรอบเกาะภูเก็ต สามารถเลาะเลียบชายหาดไปได้ตั้งแต่เริ่มข้ามสะพานสารสิน หาดทางตอนเหนือของภูเก็ตที่โดดเด่นมีหาดในยาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหาดในยาง หาดในทอน และหาดสุรินทร์ สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง หาดกะรน หาดทรายที่ยาวเหยียด ทิวทัศน์สวยงามของเนินเหนือชายหาดเป็นทิวสนและต้นตาลเรียงราย หาดทรายขาว น้ำทะเลใส, หาดป่าตอง ได้ชื่อว่าเป็นหาดทรายสวยที่สุดของภูเก็ต ชายฝั่งเว้าลึกเป็นรูปโค้งพระจันทร์เสี้ยว น้ำทะเลที่ใสสะอาด หาดทรายขาว ประกอบกับร่มหลากสี มองแล้วสวยงามมาก, แหลมพรหมเทพ เป็นแหลมที่อยู่ได้สุดของภูเก็ต มีลักษณะเป็นแหลมยื่นทอดยาวลงไปในทะเล มีแนวของต้นตาล สามารถเดินลงไปได้ถึงสุดแหลม และเป็นที่ชมพระอาทิตย์สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย หาดกะตะ มีความขาวสะอาดและละเอียดของเม็ดทราย บนชายหาดจะมีต้นปาล์มขึ้นเป็นแนวสวยงาม, หาดยะนุ้ย อ่าวเล็ก ๆ บรรยากาศเงียบสงบ เป็นสถานที่ที่นิยมพักผ่อนกันมาก บริเวณหาดไม่ยาวมากนัก ทรายละเอียดแต่ขาวไม่มาก, จุดชมวิวสามอ่าว สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามมากของเวิ้งอ่าว 3 อ่าว คือ อ่าวกะตะน้อย อ่าวกะตะ และอ่าวกะรน และหาดราไวย์ หาดที่มีความกว้างรองจากหาดป่าตอง ที่หาดแห่งนี้มีร้านอาหารทะเลจำนวนมาก เหมาะแก่การพักผ่อนรับประทานอาหาร การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปภูเก็ตได้ 2 เส้นทาง 1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือถนนอนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อแล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์จนถึงชุมพร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอทำฉาง แล้วแยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 401 ไปจนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 4 ที่อำเภอตะกั่วป่า แยกซ้ายผ่านอำเภอท้ายเหมือง บ้านโคกกลอยแล้วข้ามสะพานสารสินเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต 2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา ไปจนถึงภูเก็ต รวมระยะทางประมาณ 862 กิโลเมตร 10. เส้นทางท่องเที่ยวทะเลจังหวัดระนอง ระนอง เมืองที่ได้ชื่อว่าฝนแปดแดดสี่นั้น หากเป็นช่วงแดดที่นี่ก็สวยงามไม่น้อยไปกว่าจังหวัดอื่นๆ ที่ติดกับทะเลอันดามัน แต่ด้วยความที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางชายฝั่งน้อย เลยไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงกันมากนักหากจะเปรียบเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุร้อน รวมถึงเกาะต่าง ๆ ระนองมีชายฝั่งทะเลยาวถึง 109 กิโลเมตร ตลอดชายฝั่งที่ทอดยาวนี้ จะมีชายหาดน้อยใหญ่อยู่มากมาย โดยเฉพาะทางตอนได้ของจังหวัด สถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง ภูเขาหญ้า แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของระนอง ไประนองไม่แวะน้ำพุร้อนกับภูเขาหญ้าคงไม่นับว่าได้ไประนอง เป็นภูเขาที่ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้นเลย หน้าฝนทุ่งหญ้าเขียวขจีขึ้นปกคลุมแนวเขา พอเข้าฤดูร้อน เมื่อหญ้าแห้งตาย ภูเขาก็เป็นสีน้ำตาล มีทางเดินเท้าขึ้นชมวิวบนยอดเขาได้, หาดบางเบน เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแหลมสน มีต้นสนใหญ่เรียงรายจำนวนมาก มีหาดที่ทอดตัวยาว แนวหาดกว้างและสามารถเล่นน้ำได้ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สวยงามมาก หากไปตรงช่วงที่ดอกผักบุ้งทะเลบานชายหาดแห่งนี้ก็จะถูกประดับประดาไปด้วยสีม่วงสดใส หาดประพาส หาดทรายที่ขนานไปกับทิวสนทะเล บรรยากาศร่มรื่นชวนให้พักผ่อน ชายหาดแม้ทรายจะไม่ขาว แต่บรรยากาศเงียบสงบมาก และหาดอ่าวเคย สามารถชมพระอาทิตย์ตก บรรยากาศเงียบสงบคนไม่พลุกพล่าน เหมาะแก่การพักผ่อนยามที่ท้องฟ้าโปร่งใสสามารถมองเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยได้อย่างชัดเจน การเดินทาง จากตัวเมืองระนอง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าลงได้ผ่านน้ำตกหงาวและภูเขาหญ้ามุ่งหน้าไปอำเภอสุขสำราญ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ แหลมสนและหาดบางเบนย้อนกลับมาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าสู่บ้านกำพวนระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร ถึงหาดประพาส จากนั้นย้อนกลับมาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 เลี้ยวขวาไปจนถึงกิโลเมตรที่ 669 เลี้ยวขวาอีกครั้งมุ่งหน้าสู่อ่าวเคย ข้อมูลและภาพ : ททท. / wiki / tlcthai.com /chillpainai.com /doh.go.th เรียบเรียงโดย Travel MThai บทความท่องเที่ยว น่าสนใจ : พรมม่วง ดอกไม้ป่า แห่ง ทะเลทราย โมฮาวี : กระต่ายขาวตัวใหญ่ยักษ์ ไต้หวัน ไฟไหม้วันจบโชว์ : ชมภาพฟ้าผ่า คาตาตัมโบ ที่ ทะเลสาบมาราไคโบ : 10 อันดับ เกาะดีที่สุดในโลก ประจำปี 2014 : 10 สวนสนุกร้าง สยองที่สุดในโลก!

เห็ดบำบัดสุขภาพได้จริงหรือ!!!
บำบัดสุขภาพ /  บำบัดสุขภาพด้วยเห็ด / 

คนไทยสมัย ก่อนก็ได้รับ เรื่องการปลูกฝังในการหาผลไม้หรือพืชสมุนไพรต่างๆมาสกัดเป็นยาทั้งยาพอกแผล หรือยากินล้วนแล้วก็มีคุณประโยชน์ที่ไม่เหมือนกันและแถมดูแลสุขภาพได้ดีอีก ด้วยนะ วันนี้เราจะมาดูกันว่าทำไม เห็ด จึงมีคุณประโยชน์มากมายและรักษาโรค บางชนิดกันได้อย่างไร เมื่อผ่านมาไม่นานได้มีคนมาซื้อบ้านแถวบ้าน อาจารย์ ก็แปลกใจที่เขาขายเฉพาะเมนู เห็ด เช่น ยำเห็ด ต้มยำเห็ด ทั้งน้ำใสแต่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ ต้องบอกก่อนแล้วจะทานได้ผลดีทีเดียว มีคนมากมายต่อคิวซื้อทีแรกว่าจะเป็น แบบไหนเขาทำคลายกันทุกอย่างและใส่พืชสมุนไพรนี้ลงไปเลยทำให้สุขภาพดีขึ้น ด้วย แต่ว่าคนที่ยังไม่รู้ว่า เห็ด มีคุณและประโยชน์แต่บางอย่างทานแล้ว เกิดโทษก็มีเพราะฉะนั้นเลือกทานต้องดูให้ดีนะ เห็ด แก้ไขสุขภาพจะมีดังนี้และช่วยสุขภาพด้านใดเรามาดูกัน เห็ด เข็มทอง ช่วยป้องกันเรื่องการเดินอาหารของกระเพาะการขับถ่าย ช่วยเรื่องลำไส้อักเสบรักษาโรคที่เกี่ยวกับตับ อีกด้วย เห็ด หอม ช่วยป้องกันและกระตุ้นคุ้มครอง ช่วยต้านโรคยอดฮิตคะมะเร็ง บำรุงหัวใจ บำรุงสมองทานอยู่บ่อยๆจะทำให้ไม่เป็นโรคความจำเสื่อมได้ดีนะ เห็ด โคน ช่วยป้องกันและบำบัดโรคที่เกี่ยวกับหลอดเสียง แก้อาการเจ็บคอและ แก้อาการวิงเวียนศรีษะ รักษาเรื่องโรคบิดและเบื่ออาหารและอีกอย่างแก้ท่านที่ดาวพุธเสียอีกด้วยนะ ดาวพุธเสียคือเรื่องลำคอ ไอ ท่านใดไอบ่อยดาวพุธเสียนะควรทานอย่างเป็นประจำจะทำให้ท่านหมดปัญหาหรือทุเลา เบาบางได้นะ เห็ด ฟาง ช่วยป้องกันและบำบัดเรื่องการต้านไวรัส และเรื่องหัวใจและยังสามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้ดีแก้ดาวอาทิตย์ได้ดีเรื่องหัวใจ เห็ด หลินจือ ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการการปวดตามข้อและกระดูก ปวดเมื้อยตามตัว ลดความดันในโลหิตสูง ลดไขมันในเส้นเลือดช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ช่วยให้หลอดลมอยู่ในเกณฑ์ดีป้องกันหลอดลมอักเสบ เห็ด เป๋าฮื้อ ช่วยป้องกันเรื่องโรคมะเร็งและป้องกันไวรัสและแบคทีเรียได้ด้วยนะ ที่มีมากจะช่วยลดและทำให้หมดไปและกลายมาเป็นภูมิคุ้มกัน เห็ด หูหนูขาว ช่วยป้องกันและบำรุงปอด แก้เกี่ยวกับภายในเรื่องร้อนใน ขจัดเสมหะ เห็ด หูหนูสีน้ำตาล ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ทานเป็นประจำสุขภาพดี ช่วยเรื่องริดสีดวงทวารและริดสีดวงต่างๆ ช่วยให้ผ่อนคลายและลดการนอนกรนและนอนไม่ค่อยหลับ ทานบ่อยๆช่วยให้สบาย ช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและเรื่องที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารเรียกว่าแก้ดาว อังคารได้ดีนะ เห็ด นางรม ช่วยป้องกันโรหิตจาง กรดในกระเพาะอาหารช่วยลดน้ำหนักได้ดีลดความอ้วนให้ทานเป็นประจำจะช่วยลดอาการต่างๆที่ทำให้น้ำหนักขึ้นได้นะ เห็ด นางฟ้า ช่วยป้องกันและแก้ไขเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และหน้ามืดเป็นลม ช่วยเรืองไขมันในเส้นเลือด และช่วยป้องกันเรื่องเกี่ยวกับปัญหาภายในช่องปาก เห็ด ตับเต่า ช่วยป้องกัน เรื่องเลือดลมเดินไม่ปรกติ ถอนพิษไข้ ช่วยดับพิษร้อนในร่างกายทั้งภายในและภายนอกของร่างกาย เห็ด เผาะ ช่วยแก้ไขเรื่องช้ำในเหมือใบบัวบก เวลาร่างกายของเราขาดการซ่อมแซมในส่วนไหนหรือเป็นการบอบช้ำภายในก็จะซ่อมแซม ได้ดี อย่างน้อยควรหาทานไว้บ้างนะคะเดี๋ยวนี้อาจจะหาทานยากหน่อยแต่บาง พื้นที่ก็หาง่ายนะ การที่เราหา เวลาว่างและลองทำเมนู เห็ด เราจะช่วยเรื่องสุขภาพและยังไม่เบียดเบียนชีวิต สัตว์ด้วยนะลองทำแต่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ดูบ้างอาจจะดีกับสุขภาพและยังได้บุญ ด้วยนะ เห็ดบางชนิดหาง่ายลองหาซื้อมาทำและลองดูท่านก็จะดีในเรื่องสุขภาพแล้วล่ะ ขอบคุณภาพจาก alangcity,stks,musa-vegetables

กรมควบคุมโรค ยันพบเชื้ออหิวาต์เทียมส้มตำปูดองน้อย
ส้มตำ /  ส้มตำปูดอง / 

กรมควบคุมโรค ยืนยันพบเชื้ออหิวาต์เทียมในส้มตำปูดองน้อยมาก พร้อมเตือนผู้บริโภคต้องปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทาน เน้นกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึง กรณีที่มีการเตือนเรื่องเชื้ออหิวาต์เทียมในส้มตำปูดอง ว่า เชื้อดังกล่าวอาจจะพบได้ แต่น้อยมาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะพบในสัตว์ทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา หรือการบริโภคส้มตำปูม้าอาจจะเจอเชื้อประเภทนี้ได้ แต่กรณีของส้มตำปูดองนั้น ปูที่ใช้เป็นปูนาอัตราการเจอเชื้อต่ำ แต่จะมีปัญหาจากเชื้อที่ทำให้เกิดท้องเสีย ตัวอื่นเช่น กลุ่มซาโมไนลา รวมถึงพยาธิใบไม้ในปอด ดังนั้น ขอย้ำเตือนว่าการบริโภคอาหารประเภทใดก็ตาม ให้เน้นการปรุงสุกใหม่ๆ สะอาด และก่อนรับประทานอาหาร ต้องล้างมือให้สะอาด ยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ นอกจากนี้ สำนักระบาดวิทยา ยังได้รับรายงานการเกิดอาหารเป็นพิษทั้งหมด 128,082 ราย คิดเป็นอัตราป่วยร้อยละ 199 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ในจำนวนนี้ร้อยละ 0.5 ที่ส่งเชื้อตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถระบุเชื้อก่อโรคได้ พบว่าเกิดจากเชื้ออหิวาต์เทียม ร้อยละ 0.2 / เชื้อซาโมไนลา ร้อยละ 0.1 และเชื้อสเตฟี่โลคอคคัส ร้อยละ 0.1 และเมื่อวิเคราะห์จากสถานการณ์การระบาด ซึ่งมีทั้งหมด 173 เหตุการณ์ มี 43 เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรับประทานข้าวมันไก่ ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการด้วยการเพาะเชื้อในอุจจาระของผู้ป่วยพบเป็นเชื้ออหิวาต์เทียม 27 เหตุการณ์ คิดเป็นร้อยละ 62.8 ร้องลงมาคือเชื้อซาโมไนลาร้อยละ 14

เซ็กส์กับตัวเลข 9 ตัวเลขแสนสุขสันต์ พามันส์ยามมีเซ็กส์
sex /  เซ็กส์ / 

มาเรียนเลขกัน เซ็กส์กับตัวเลข 9 ตัว เซ็กส์สนั่นลั่นเตียง เอาจริงๆสำหรับ เรื่องเซ็กส์แล้ว พอพูดไป คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงตัวเลข 69 กันก่อนทั้งนั้น เพราะว่าแน่ๆ แหละ ชื่อท่ามันเรียกว่า 69 นี่นา จะไม่ให้นึกถึงได้ยังไงกันเนอะ แต่ทาง Men.MThai เราต้องขอบอกเลยว่า เซ็กส์กับตัวเลข มันไม่จำเป็นต้องตกอยู่ที่เบอร์ 69 เสมอไปหรอกนะครับ เพราะว่ามันมีตัวเลขอื่นๆ ในกระบวนท่าสุดสยิวโซเดมาคอมกันอีกหลายตัวเลย ซึ่งวันนี้เราก็ได้หยิบยก 9 ตัวเลขแสนสุขสันต์ พามันส์ยามมีเซ็กส์ มาให้เพื่อนๆ ได้ได้รู้จักกัน ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้อง 69 69 69 69 69 รัวๆ เอาหล่ะมาเริ่มกันที่ เซ็กส์กับตัวเลข เบอร์แรก 21 หรือท่า Doggy Style หรือท่าน้องหมาพาเพลินนั่นเอง ต่อกันที่ท่าที่ 2 ตัวเลข 57 หรือท่า Missionary ท่าเบสิกของการร่วมรัก ทำตัวเป็นเลย 57 พอดี ถัดมาที่ท่าที่ 3 หมายเลขที่ออกคือ 17 ที่เรียกว่า Anal Sex หรือท่าเข้าประตูหลัง โดยท่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้สำหรับชายรักชายเท่านั้น ท่านี้ชายที่รักการเข้าประตูหลังผู้หญิงก็ใช้ได้ครับ ต่อมาท่าที่ 4 ตกไปที่เบอร์ 41 (อย่างกะล๊อตเตอร์ลี่) ท่า Hand Job หรือท่ามือสยิว ตรงๆ ตัวเลยครับ ตามมาที่ เซ็กส์กับตัวเลข ท่าที่ 5 เบอร์ 42 Blow Job งานเป่าต้องมา ผมเชื่อว่าเบอร์นี้ผู้ชายเราชอบครับ 5555555 ท่าที่ 6 เบอร์ 60 Cunnulingus หรือท่าชิวหาพาเพลิน หรือจะเรียกว่าท่าลิ้มหอยนางรมก็ไม่ผิดคอนเซ็ปต์ครับ ต่อกันที่ท่าที่ 7 หมายเลข 83 หรือ Three Way เหมาะสำหรับผู้ชายเจ้าสำราญที่มีสเน่ห์ถึงดูสาวขึ้นเตียงได้ที่ละ 2 คน ท่าที่ 8 หมายเลข 888 ตองแปด Orgy สำหรับผู้ที่รักสนุก แฮปปี้กับการมีเซ็กส์หมู่ หมายเลขนี้แหละ เหมาะกับคุณครับ 555555+ และท่าสุดท้าย ท่า 87 สำหรับชายหนุ่มที่เปลี่ยว และไปหาที่ลงกับอุปกรณ์คล้ายๆ เลข 8 ครับ (ลำบากก็ใช้มือก็ได้เนอะ 5555+) Men.MThai เรียบเรียง จากแหล่งที่มา College Humor

แคลเซียม สำคัญกับผู้หญิงอย่างไร?
กระดูก /  ความสำคัญของแคลเเซียล / 

ทราบหรือไม่คะ ว่าโครงสร้างร่างกายสวยๆ ของสาวๆ นั้นเป็นอานิสงส์จากการได้รับ แคลเซียม อย่างเพียงพอตั้งแต่วัยเด็ก แคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันช่วยในการแข็งตัวของเลือด รวมทั้งช่วยในการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ กระดูกและฟันของคนเราเก็บ แคลเซียม ไว้ถึงร้อยละ 99 จากทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย หากคุณได้รับ แคลเซียม น้อยกว่าที่ต้องการ ร่างกายก็จะไปดึง แคลเซียม จากกระดูกและฟันมาใช้ ซึ่งจะส่งผลให้ฟัน กระดูก และโครงสร้างของร่างกายสวยๆ พลอยมีปัญหาไปด้วย ความต้องการ แคลเซียม มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภาวะของแต่ละวัย สำหรับผู้หญิงยังมีปัจจัยของการรับภาระบางอย่าง เช่น การตั้งครรภ์ ปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงในวัยหมดประจำเดือน ทำให้มีความต้องการ แคลเซียม มากเป็นพิเศษ วัยสำคัญๆที่ต้องการ แคลเซียม ต่อวันในปริมาณสูงเป็นพิเศษคือ เด็กอายุ 11 - 24 ปีต้องการ 1,200 - 1,500 มิลลิกรัม หญิงมีครรภ์และให้นมบุตรต้องการ 1,200 มิลลิกรัม หญิงวัยหมดประจำเดือนต้องการ 1,500 มิลลิกรัม ตามล่าหา แคลเซียม พบได้ทั่วไป อาหารที่มีปริมาณ แคลเซียม สูงจนน่าสนใจ ได้แก่ นมผงขาดมันเนย นมโยเกิร์ตธรรมชาติ ยอดแคสุกใบตั้งโอ๋ เต้าหู้ขาว หอยแครงสด กุ้งแห้งตัวเล็กทั้งเปลือก ปลาร้าป่น งาดำคั่ว และผงกะหรี่ ชดเชยได้ ถ้านมสร้างปัญหาในการย่อยกับคุณ ลองเปลี่ยนเป็นโยเกิร์ตซึ่งให้ แคลเซียม ใกล้เคียงกัน แต่ดีกับการย่อยและดูดซึมมากกว่า หรือถ้าแพ้กุ้ง ก็ยังมีปลา ผักและธัญพืชอีกมากให้เลือกรับประทานทดแทน กินให้สมดุล การรับประทานอาหารประเภทโปรตีนมากไปจะทำให้เลือดเป็นกรดจากกรดแอมิโน ร่างกายต้องดึง แคลเซียม จากกระดูกออกมาปรับให้เลือดกลับสู่สมดุล ยิ่งกินโปรตีนมาก แคลเซีียมในกระดูกและฟันยิ่งถูกรบกวนมากค่ะ รับแสงแดด การได้รับแสงแดดอ่อนๆในช่วงเช้าและเย็นเพื่อให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึม แคลเซียม ในอาหารได้ดีขึ้น เอ๊กเซอร์ไซส์ การออกกำลังกายที่ลงน้ำหนักสม่ำเสมออย่างการจ๊อกกิ้งจะกระตุ้นการสร้างกระดูก ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงทรงตัวได้ดีขึ้น ผู้สูงอายุอาจใช้วิธีเดินครั้งละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงติดต่อกันสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งก็ได้ อาหารเสริม แคลเซียม ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ได้รับในปริมาณที่เหมาะสมและไม่เสียเปล่า เพราะ แคลเซียม ส่วนที่เกินความจำเป็นจะถูกขับออกทางปัสสาวะ อุจจาระ และเหงื่อ การบริโภคเกินความจำเป็นนอกจากจะสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุแล้ว ยังอาจเสี่ยงต่อการสะสมตะกอนกลายเป็นนิ่วในไตได้ ในคุณผู้หญิง ปริมาณ แคลเซียม ในร่างกายซึ่งเคยมีสูงสุดในตอนสาวๆ จะค่อยๆ ลดลงตามภาระหน้าที่และความสึกหรอของร่างกายหลังจากหมดประจำเดือนแล้ว ทุกๆ 10 ปีกระดูกของคุณจะสูญเสียน้ำที่ไปช่วยเสริมกระดูกในอัตราร้อยละ 10 ดังนั้นกระดูกจะผุหรือหักได้ง่าย จึงควรสะสม แคลเซียม ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเสริมสร้างเนื้อกระดูกไว้ตั้งแต่วัยสาวจะได้คงความสวยสง่ามีราศีได้นานๆ ค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine มีนาคม, Issue 14 

DIY เพ้นท์เล็บ เซ็กซี่ สไตล์ Scalloped Nails หรือ ลายเปลือกหอย
DIY /  ทาเล็บ / 

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ชวนสาวๆ Women Mthai มาทำกิจกรรมสนุกๆ เพื่อความงามกันดีกว่า วันนี้เรามา เพ้นท์เล็บ DIY ในสไตล์สาวเซ็กซี่ เพราะโทนสีที่เราจะใช้ในวันนี้เป็นสีแดง สำหรับสาวๆคนไหน ที่เกิดมาไม่เคยกล้าหยิบ ยาทาเล็บสีแดง มาใช้กับตัวเองเลย งานนี้ต้องลองนะจ๊ะ เริ่มจากลายเบาๆ เพ้นท์เล็บ สไตล์ Scalloped Nails หรือ ลายเปลือกหอย น่ารักๆ แต่แอบเซ็กซี่ด้วยสีแดงปรี๊ด แล้วเธอจะหลงรักสีแดงก็งานนี้ล่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม สำหรับการ เพ้นท์เล็บ ก็คือ 1. Basecoat 2. ยาทาเล็บสีแดงเชอร์รี่ 3. หัวเข็มหมุด 4. ยาทาเล็บสีชมพูอ่อน 5.Topcoat ลงมือกันเลย  ขั้นตอนแรก ลง Basecoat ให้เรียบแล้ว แล้วตามด้วย ทาเล็บด้วยสีชมพูอ่อนที่เตรียมไว้ หลังจากนั้น ก็นำหัวเข็มหมุดกลมๆ จุ่มลงในยาทาเล็บสีแดง แล้วนำมากลิ้งที่ปลายเล็บ เป็นจุดๆ ต่อกัน เหมือนในภาพ รอให้แห้งแล้วอย่าลืมปิดด้วยการทา Topcoat อีกครั้งเพื่อยืดอายุสีเล็บให้อยู่ได้นานขึ้นนะจ๊ะ รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาจาก www.cosmopolitan.com / ภาพจาก J. Ryan Roberts  

ความหรูหราฉบับล้านนา โรงแรม ดารา เทวี เชียงใหม่
ข้อมูลโรงแรมที่พัก /  ที่พักเชียงใหม่ / 

หากพูดถึงที่พักในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ตอนนี้มีโรงแรมที่พักผุดขึ้นมามากมายหลายแห่ง มีการออกแบบสวยงาม บ้างเป็นโมเดิร์นสไตล์ บูติคสไตล์ และที่กำลังมาแรงก็คือ อีโคสไตล์ ที่พักแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่วันนี้เราจะไม่ขอพูดถึง เพราะเราจะพาคุณไปพบกับโรงแรมสไตล์ล้านนาแท้ๆ มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมที่หรูหราสวยงาม รับรองว่าหากคุณมาพักที่ ดารา เทวี เชียงใหม่ คุณจะหลงใหลจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ  ความหรูหราฉบับล้านนา โรงแรม ดารา เทวี เชียงใหม่  โรงแรมดารา เทวี เชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณท่าศาลา เชียงใหม่ เป็นโรงแรมที่เหมาะสำหรับครอบครัว ใกล้กับโพรเมนาด เชียงใหม่ , Elephant Parade House และตลาดหนองหอย นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล และ เชียงใหม่ไนท์บาซาร์ อีกด้วย ดารา เทวี เชียงใหม่ มีบริการสปาครบวงจร สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และเฮลท์คลับ มีอินเทอร์เน็ตไร้สายให้ใช้บริการฟรีในพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจของโรงแรม 5 ดาวนี้ ได้แก่ ศูนย์ธุรกิจ และห้องประชุม ส่วนบริการอาหารและเครื่องดื่มที่โรงแรมได้แก่ 4 ห้องอาหาร พร้อมด้วยร้านกาแฟ/คาเฟ่ 2 บาร์ริมสระว่ายน้ำ และ 2 บาร์/เลานจ์ มีบริการทางการท่องเที่ยว/ออกตั๋ว และบริการจัดงานแต่งงาน สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ได้แก่ สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก , ดาดฟ้า และบริการสปา โรงแรมมีพื้นที่สูบบุหรี่โดยเฉพาะ โรงแรมดารา เทวี เชียงใหม่ มีห้องพักปรับอากาศจำนวน 123 ห้อง มีมินิบาร์ และตู้นิรภัย มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายฟรี โทรทัศน์มีช่องเคเบิล และเครื่องเล่นดีวีดี ห้องน้ำเป็นแบบฝักบัวในอ่างอาบน้ำ พร้อมด้วยอ่างน้ำวน นอกจากนี้ ห้องน้ำยังประกอบด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำ ไดร์เป่าผม และรองเท้าสวมภายในห้อง มีตู้เย็น เครื่องชงกาแฟ/ชา และน้ำดื่มบรรจุขวดฟรีให้บริการในห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ฟรี และเตารีด/โต๊ะรีดผ้า นอกจากนี้ โรงแรมยังมีบริการนวดในห้องพัก และผ้าปูที่นอนสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ให้บริการตามคำขอ มีบริการเทิร์นดาวน์ทุกคืน พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงแรมดารา เทวี เชียงใหม่ โทร. 053 888 888 หรือ 053 888 999 ขอบคุณข้อมูลจาก : th.hotels.com , รูปภาพจาก : www.dharadhevi.com , เรียบเรียงโดย :Travel MThai

5 สารอาหาร ที่จำเป็นสำหรับคุณผู้ชาย
สังกะสี /  สารอาหาร / 

การบริโภคอาหารที่ดีช่วยให้ร่างกายได้รับ สารอาหาร จำเป็นเพียงพอ มีน้ำหนักตัวเหมาะสม ลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ที่มักจะเกิดในผู้ชาย ได้แก่ โรคหัวใจ โรคต่อมลูกหมากโต มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และโรคเกาต์ การสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคุณผู้ชายในด้านโภชนาการ สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติให้เป็นนิสัยคือการกินอาหารให้หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ ซึ่งได้แก่ ข้าว แป้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และน้ำมัน แต่ไม่ควรกินอาหารซ้ำๆ เพราะนอกจากร่างกายจะได้รับแต่ สารอาหาร ที่เหมือนเดิม ยังมีข้อเสียที่แย่ไปกว่านั้นคือถ้าอาหารจานโปรดที่กินเป็นประจำมีสารปนเปื้อน ร่างกายจะสะสมสารพิษนั้นไว้ เมื่อมีมากจนถึงระดับที่ร่างกายรับไม่ไหวก็จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งนี้มันก็มี สารอาหาร บางอย่างนอกจากจะทำหน้าที่เป็นอาหารแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายของผู้ชายแข็งแรง สามารถป้องกันโรคได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เรามาดูกัน 1. แคลเซียม แคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งสำหรับผู้ชายแล้ว ปริมาณที่ควรได้รับ คือ วันละ 800 มิลลิกรัม เพราะหากร่างกายขาดแคลเซียมจะทำให้เกิดตะคริว ความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน แคลเซียมเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกและฟัน ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดในร่างกายของเรา ผู้ชายที่ดื่มเหล้า กาแฟเป็นประจำทำให้ร่างกายนำแคลเซียมไปใช้ได้น้อย เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ อาหารที่มีแคลเซียม : มีมากในผักใบเขียวเข้ม เช่น ใบยอ คะน้า ผักชี งา ปลาที่รับประทานได้ทั้งกระดูก ถั่วเหลือง เต้าหู้ นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส 2. สังกะสี สังกะสีช่วยสร้างฮอร์โมนเพศชาย ปริมาณที่ควรได้รับคือ วันละ 15 มิลลิกรัม ซึ่งในร่างกายของผู้ใหญ่มีสังกะสีประมาณ 2-3 กรัม มีมากที่ตับ ต่อมลูกหมาก น้ำอสุจิ และผิวหนัง ระดับของสังกะสีจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอาหารที่เรากินในแต่ละวัน การขาดสังกะสีทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง มักพบในผู้ที่มีภาวะโภชนาการต่ำและผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเป็นประจำ การกินอาหารหลากหลายในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายได้รับสังกะสีอย่างเพียงพอ อาหารมีธาตุสังกะสี : หอยนางรมมีปริมาณสังกะสีมากกว่าอาหารอื่นๆ หลายเท่า แต่ก็มีโคเลสเตอรอลสูงด้วยเช่นกัน ไม่ควรกินหอยนางรมพร้อมกับอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่ เครื่องในสัตว์ เป็นต้น อาหารอื่นๆ ที่มีสังกะสีสูง ได้แก่ เนื้อวัว ไก่ จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง ธัญพืช งา และชีส 3. แมกนีเซียม แมกนีเซียมช่วยรักษาสมดุลให้ฮอร์โมนเพศ ปริมาณที่ควรได้รับวันละ 420 มิลลิกรัม ซึ่งช่วยให้การทำงานของเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว การดื่มเหล้าและสูบบุหรี่มักทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุตัวนี้ ถ้าขาดมากจะทำให้บุคลิกภาพเปลี่ยนไป มือสั่น กล้ามเนื้อเกร็ง ดังนั้นผู้ชายจึงควรกินอาหารที่มีแมกนีเซียมให้เพียงพอในแต่ละวัน อาหารที่มีแมกนีเซียม : มีมากในถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ต่างๆ จมูกข้าวสาลี มันฝรั่ง ปลาทะเล ถั่วลิสง นม ผักโขม 4. ไลโคปีน เป็นสารประกอบที่มีมากในพืชตระกูลแคโรทีนอยด์ (carotenoid) มีประโยชน์ต่อสุขภาพในเรื่องของการลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งปอดซึ่งพบมากในผู้ชาย อาหารที่มีไลโคปีน: พบมากในผักผลไม้ที่มีสีส้ม แดง เช่น มะเขือเทศ แตงโมจินตหรา เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู มะละกอ แคนตาลูป น้ำมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ เป็นต้น การปรุงอาหารโดยเฉพาะมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะมีปริมาณไลโคปีนมากกว่าการรับประทานสดๆ 5. โฟเลต เป็น สารอาหาร ที่สำคัญสำหรับสมอง ปริมาณที่ควรได้รับคือ วันละ 400 ไมโครกรัมช่วยควบคุมการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และทำให้ผู้ชายมีอารมณ์ดี อาหารที่มีโฟเลต : โฟเลตเป็น สารอาหาร ในกลุ่มวิตามินบี จึงสูญเสียได้ง่าย การสงวนคุณค่าของโฟเลตทำได้โดยการปรุงอาหารเร็วๆ รับประทานทันที มีมากในบรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ส้ม แคนตาลูป แครอท ฟักทอง ตับสัตว์ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

รวมพระนาง...ฮีโร่ละครไทย
ฮีโร่ /  ฮีโร่สายพันธุ์ไทย / 

มีให้ดูกันทุกๆ ปีสำหรับละครไทยแนวฮีโร่ แฟนตาซี ที่กลายเป็นขวัญใจของเด็กๆ และผู้ใหญ่บางคน หลายเรื่องทำออกมาประสบความสำเร็จ แต่หลายเรื่องกลับแป้กสนิท แต่นั่นก็ยังได้ขึ้นชื่อว่าพวกเขาและเธอคือตำนานฮีโร่ในละคร ส่วนจะมีใครรับบทเป็นฮีโร่ตัวไหน ชื่ออะไรบ้างนั้น ลองไปเช็กดูดีกว่าว่าคุณรู้จักเหล่า ฮีโร่ส่ายพันธุ์ไทย มากน้อยแค่ไหน ลูกผู้ชายพันธุ์ดี ลูกผู้ชายพันธุ์ดี ลูกผู้ชายพันธุ์ดี ฮีโร่คนใหม่ที่กลายเป็นขวัญใจเก้งกวางอย่าง มิกค์ ทองระย้า หลังจากที่โชว์หุ่นแซบๆ ในนิตยสารชาวเกย์ ช่อง 7 ทีวีเพื่อคุณก็ผลักดันขึ้นแท่นให้เป็นพระเอก ด้วยการให้สวมชุดวีรบุรุษรัดติ้ว โชว์แหนมฝรั่งในละครเรื่อง ลูกผู้ชายพันธุ์ดี ละครน้ำดีสายพันธุ์ฮีโร่ของ ค่ายพอดีคำ เรื่องนี้จุดเด่นอยู่ที่คอสตูม ที่โดนจับผิดว่าไปก๊อบปี้ชุดของฮีโร่ระดับโลก กัปตัน อเมริกา แต่ถึงจะก๊อบปี้หรือไม่ ชุดนี้ก็โดนใจเก้งกวางสุดๆ เพราะเป้าของพระเอกมิกค์เด้งนูนยิ่งกว่าดูหนัง 3D ซะอีก ป่านางเสือ นางเอกมากความสามารถอย่าง ยุ้ย จีรนันท์ ก็เคยสวมบทฮีโร่สาวชุดหนังมันแผล็บ พร้อมกับหน้ากากเสือในละครเรื่อง ป่านางเสือ ของ ค่ายกันตนา ทางช่อง 7 เรื่องนี้เรตติ้งพุ่งกระฉูดในภาคแรก แต่ภาคสองดันมาโดนกระแสละคร แรงเงา ของช่อง 3 กลบมิด จนกลายเป็นนางเสือสิ้นลาย ก็เอาเป็นว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของสาวยุ้ย เธอเคยสวมหน้ากากเสือเป็นฮีโร่เกิร์ลพันธุ์ไทยขวัญใจเด็กๆ มาแล้วก็แล้วกัน ป่านางเสือ ป่านางเสือ ธิดาพญายม ธิดาพญายม ธิดาพญายม กลายเป็นละครที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ยับในเรื่องสเปเชียลเอฟเฟกต์สำหรับ ธิดาพญายม ที่เรื่องนี้ได้นางเอกหัวแถวของวิกหมอชิตอย่าง ขวัญ อุษามณี มารับบทบู๊เป็นครั้งแรก ในเรื่องเธอรับบทเป็น องค์หญิงณัชชา แต่เป็นองค์หญิงที่มีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจ จนเด็กๆ ที่ได้ดูละครหลังข่าวต้องยกให้เธอเป็นฮีโร่สาวสวยเซ็กซี่ที่มีอาวุธคู่ใจเป็นดาบสายฟ้าแบบภาพยนตร์เรื่อง สตาร์วอร์ เป๊ะเลยอ่ะ!!! อินทรีแดง อินทรีแดง อินทรีแดง เป็นหนึ่งในตำนานวีรบุรุษฮีโร่ของคนไทยอย่างแท้จริงกับหน้ากากนกสีแดงอย่าง อินทรีแดง ที่รีเมคดัดแปลงเป็นงานภาพยนตร์และงานละคร พร้อมกับเป็นการปิดตำนานพระเอกดังในอดีต มิตร ชัยบัญชา ล่าสุดคนที่มารับบทนี้คือเจ้าพ่อหนังแห่งยุค อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม กับภาพยนตร์ไทยเรื่อง อินทรีแดง ในปี 2553 ของ ค่ายไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ร่วมด้วย กันตนา เงาะแท้แซ่ฮีโร่ เงาะแท้แซ่ฮีโร่ เงาะแท้แซ่ฮีโร่ พระเอกหุ่นฟินสีผิวคมเข้ม ป๊อบ ฐากูร ก็เคยรับบทเป็นฮีโร่สุดหล่อตามแบบฉบับชื่อละครอย่าง เงาะแท้แซ่ฮีโร่ ทางช่อง 3 เรื่องนี้หนุ่มป๊อบจะต้องแสดงเป็นคน 2 บุคลิก ทั้งเจ้าเงาะป่าและซุปเปอร์ฮีโร่ที่มาพร้อมกับหน้ากากทองรูปหอยสังข์และเปิดโชว์บอดี้แซบๆ กับซิกซ์แพ็คแน่นๆ ทำเอาสาวแท้สาวเทียม ต้องรีบกลับมาดูละครเย็นเรื่องนี้เป็นทิวแถว นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เอาใจคนอีสานสุดๆ กับละครฮีโร่ไทยที่ได้รับพลังพิเศษจาก ข้าวทิพย์ (ข้าวเหนียว) จนกลายเป็นฮีโร่นามว่า นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว รับบทโดยพระเอกหนุ่ม นิว วงศกร กับคอสตูมที่โดดเด่นเป็นของไทยอย่างแท้จริงกับผ้าขาวม้า ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยและชาวอีสาน จนทำให้ละครเรื่องนี้เรตติ้งพุ่งแบบที่ใครๆ ไม่คาดคิดมาก่อน

สุดเจ๋ง ภาพรวมร่างสัตว์กับอาหาร กินอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
กินอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น /  ศิลปะ / 

ศิลปินสุดเจ๋ง ภาพรวมร่างสัตว์กับอาหาร ในคอนเซ็ปต์ กินอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ถ้าตามที่เขาเคยพูดว่า You are what you eat หรือแปลไทยว่า กินอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น คนเราคงเป็นได้หลายสิ่งแหละ เพราะคนเรานี่งานกินต้องมาก่อน Men.MThai บอกเลย 55555+ เอาเป็นว่าถ้าคำนี้เรามาใช้กับสัตว์หล่ะ เพราะว่า สัตว์มันกินอะไร มันก็กินอยู่อย่างนั้นมันไม่ได้เลือกกินแบบคนเรานั่นเอง เพราะฉะนั้นศิลปินสุดครีเอทอย่าง ซาร่า เดอรีเมอ (Sarah DeRemer) ช่างภาพศิลปินชาวลอสแองเจลิสได้คิดไอเดียสุดสร้างสรรค์เกี่ยวกับคำที่เขาพูดว่า กินอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ผ่านผลงานศิลปะสุดสร้างสรรค์ ที่นำเอาสัตว์ที่เป็นผู้ล่า และอาหารของมันมารวมผสมกันเป็นรูปเดียว ยกตัวอย่างเช่น ครึ่งหอยทาก ครึ่ง สตรอเบอร์รี่ / ครึ่งผีเสื้อ ครึ่งดอกไม้ หรือว่าจะเป็น ครึ่งแมว ครึ่งปลา ก็มี แมวและปลา หมาจิ้งจอกและไก่ งูและหนู หมีขั้วโลกและแมวน้ำ เต่าและผักกาดหอม ค้างคาวและผีเสื้อ กบและแมลงวัน เสือและหมูป่า หอยทากและสตรอเบอร์รี่ หนูและชีส กิ้งก่าและตั๊กแตน เหยี่ยวและกระต่าย สิงโตและวิลเดอบีสต์ นกฮัมมิงเบิร์ดและดอกไม้ เสือพูม่าและกวาง ผีเสื้อและดอกไม้ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ https://www.facebook.com/pages/Sarah-DeRemer-Art/

ห้องอาหารเลเทส เรซีพี ของโรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ ชวนฉลองวันพ่อ 5 ธ.ค. นี้
วันพ่อ

ห้องอาหารเลเทส เรซีพี ของโรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ ชวนฉลองวันพ่อ 5 ธ.ค. นี้ ห้องอาหารเลเทส เรซีพี ของโรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ ชวนฉลองวันพ่อ 5 ธ.ค. นี้ อิ่มอร่อยกับบรั้นช์ บุฟเฟต์ 12.00 - 14.30 น. พร้อมกับเมนูพิเศษเฉพาะวันพ่ออาทิ หอยนางรมออสเตรเลีย หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กั้งทะเลสด และตับห่านย่าง พร้อมกับเมนูพิเศษจากโปรโมชั่น “Dine Your Way East to West” ราคา 3,000 บาทเน็ต/คน รวม “ไวน์ เจอร์นีย์ ฟรีโฟลว” พิเศษคุณพ่อกินฟรีเมื่อมากับลูกอย่างน้อย 1 คน และ5-6 ธ.ค. นี้ พบกับบุฟเฟต์อาหารค่ำ 17.30 - 21.30 น. มีเมนูอาหารทะเลสดพิเศษ อาทิ หอยนางรมออสเตรเลีย หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และกั้งทะเลสด ราคา 2,000 บาทเน็ต/คน คุณพ่อกินฟรีเมื่อมากับลูกอย่างน้อย 1 คน โทร. 0-2232-8888

มานีมีหม้อ ต้นตำหรับชาบูมันกุ้งแห่งเดียวในเมืองไทย
ชาบู /  มานีมีหม้อ

สวัสดีค่ะสมาชิก MThai ทุกคน หลังจากปีใหม่เที่ยวกันจนเพลินและกับมาสู่ชีวิตปกติอีกครั้ง คอนเทนต์แรกของปีในการรีวิวอาหารของมาเฟียฟู้ด ต้องเป็นร้านเด็ดๆ อย่าง มานีมีหม้อ ต้นตำหรับชาบูมันกุ้งแห่งเดียวในเมืองไทย เรามากันที่สาขา Festival Walk ถนนเกษตร-นวมินทร์ อยู่ข้าง Nawamin city Avenue ซึ่งร้านนี้มีแต่คนพูดถึงว่าอร่อยมาก มาเฟียฟู้ดและทีมงานตามรอยนักชิมไม่รอช้า ต้องมาพิสูจน์ มานีมีหม้อ มานีมีหม้อ หากเห็นโลโก้เป็นมานีเท้าคางแบบนี้ ต้องเป็นของแท้แน่นอน ถ้านอกเหนือจากสาขา The Festival Walk และอีกสาขาคือ The Avenue แจ้งวัฒนะ ถือว่าของเลียนแบบนะคะ มานีมีหม้อ สาขา The Festival Walk ตกแต่งร้านแบบย้อนยุคให้เรานึกถึงตอนสมัยเรียน โต๊ะ เก้าอี้ไม้ ให้นึกถึงความทรงจำวัยเด็กและประดับหม้อเปนโมเดลไว้ตามมุมต่างๆ วางเรียงรายเต็มร้าน จาน ชาม เป็นตราไก่ และปิ่นโต ดูเป็นเอกลักษณ์ ลงรายเอียดไปในเมนูเพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์โดยใช้ตัวละครในแบบหนังสือเรียนภาษาไทยอย่าง มานี ปิติ ชูใจ วีระ เข้ามาเล่นในชื่อเมนูอีกด้วย มาเข้าเรื่องกันที่เมนูกันเลยค่ะ จะรอช้าอยู่ทำไม ตั้งหม้อกันเลย ต้องจัดเมนูผักก่อน สั่งแยกเป็นแต่ละชนิดก็ได้ แต่ละชนิกเฉลี่ยราคาอยู่ที่ 15- 30 บาท หากทานผักได้ทุกชนิด สั่งตะกร้าผักยกสวนวีระ ในราคา 198 บาทจะคุ้มกว่า ใส่ลงไปในน้ำซุปที่ทำจากสมุนไพรเผา รสชาติหอมนุ่มลิ้น ระหว่างที่รอน้ำเดือด เรียกน้ำย่อยก่อนด้วย Signature Dish อย่าง ข้าวหน้ามันกุ้งเสวย เมนูที่มาแรง ใครมาเป็นต้องสั่ง เมนูทานเล่นร้องใหม่มาแรงอย่าง ปังหน้าหมูไข่กุ้ง หมูล้วนๆ ไข่กุ้งเน้นๆ ทานเพลินแบบเบรคแตกหยุดไม่อยู่จริงๆ ในราคาเพียง 75 บาท ข้าวเหนียวทอดสอดไส้ลูกเดทสีแดง 38 บาท กรอบนอกนุ่มใน ไส้ที่ทำจากผลไม้หลากหลายชนิด ทำให้เกิดรสชาติที่ หวานเค็ม ทานคู่กับเก็กฮวย และ หรือชามะลิเตยหอม เครื่องดื่มเย็นๆ ของทางร้าน หมูสับเทวดา ที่เคี่ยวด้วยน้ำสต๊อกสูตรพิเศษ มีกากหมูโรยอยู่ด้านบน เทลงไปในน้ำซุป เป็นหนึ่งในขั้นตอนการทำน้ำซุปฟรุ้งฟริ้งของทางร้านอีกด้วย เพราะน้ำสต็อกจากหมูสับลงไปผสมกับน้ำซุปจากสมุนไพรทำให้เกิดรสชาติที่ฟรุ้งฟริ้งสมชื่อ  มันกุ้งแม้น้ำ พระเอกของร้านไม่สั่งไม่ได้ เทลงไปในน้ำซุปทำให้เกิดความหอม รสชาติหวานมัน น้ำเดือดเต็มที่แล้วใส่มันกุ้งตามลงไป รอให้สุก ก็จะได้น้ำซุปที่หอมมันกุ้ง เอาใจคนชอบทานเนื้อด้วย เนื้อสันออสเตเลีย สไลด์บางนำเข้ามาเพื่อลูกค้ามานีมีหม้อโดยเฉพาะ   ทางร้านใส่ใจเพื่อคนที่รักสุขภาพด้วย  เต้าหู้ออร์แกนิก จากถั่วภูเขา และ แปลงหญ้าหวาน 35 บาท มีเมนูหลายเมนูให้เลือกมาก อาทิเช่น หมูสับเทวดา หัวใจหมูหมักไวน์แดง ตับหมูหมักน้ำมันหอย ปลามากุโร่ตกด้วยเบ็ด กุ้งกระจก  หมูยอโฮมเมด ฟองเต้าหู้ห่อกุ้งแชงกรีลา ฯลฯ แค่ชื่อก็เก๋ไม่ซ้ำใครแล้ว เมนูใหม่ เกี๊ยวกุ้งแป้งข้าวเจ้าชาววัง นำไปลวกตัวแป้งจะใส่เห็นตัวกุ้ง ลูกชิ้นมันกุ้ง ลูกชิ้นเด้งๆ มีมันกุ้งอยู่ด้านใน ไข่ปลาหมึก ไข่ชิ้นใหญ่ๆ เอาลงไปลวกแล้วจิ้มน้ำจิ้มมานีสีดำและพริกตำของแม่ อร่อยหวานมันมาก น้ำจิ้มสูตรเด็ดจาก มานีมีหม้อ มี 2 รสชาติ ขวดสีส้มคือ เปรี้ยวเผ็ด ขวดสีแดงจะเป็นรสหวานเค็ม ถ้าจะให้อร่อยต้องนำมาผสมให้เข้ากัน และเติมพริกและกระเทียมไปด้วยเพื่อความแซบถูกปากคนไทย  ตบท้ายด้วยไอศครีมโฮมเมดตำรับอิตาเลียน รสกะทิ และฝรั่งโรยด้วยบ๊วย วันนี้มาเฟียฟู้ดนำทีม พิธีกรมาพิสูจน์ความอร่อย พี่ตูน ข่าวภาคซ่าส์ และน้องแพรสาวยสวย พลาดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเชคอินผ่าน facebook และ IG ให้เพื่อนๆ อิจฉาเล่น ด้วยท่าเท้าคางสุดฮอต "อร่อยจริง เจอกัน" ร้านอร่อยๆ ต้องมอบประกาศนียบัตรเป็นการการันตีว่าอร่อยแน่นอน ไม่ผิดหวัง โปรโมชั่นพิเศษ ! สำหรับ MThai แค่บอกว่ารู้จักร้าน มานี มี หม้อ จากเว็บไซต์ MThai เมื่อสั่งมันกุ้ง 2 จาน แถมฟรีให้อีก 1 *หมดเขต 28 กุมภาพันธ์ 2558  โปรโมชั่นนี้ใช้ได้กับสาขาเฟสติวัลวอค และ สาขาอเวนิวแจ้งวัฒนะ ติดตามกิจกรรมและ Promotion ของร้านได้ที่ Facebook : maneememore แผนที่ ร้าน มานีมีหม้อ สาขา  The Festival Walk

สุดยอดร้านเด็ดแห่งปี 2014
ปีใหม่ /  สุดยอดร้านเด็ดแห่งปี 2014

เริ่มก้าวเข้าปีใหม่แล้ว ปี 2014 กำลังจะเป็นอดีตที่จะผ่านพ้นไปอีกครั้งหนึ่ง และมีเรื่องราวมากมายที่มีทั้งเรืองทุกข์และสุข  แต่สำหรับ food mthai มีแต่เรื่องดีๆ มาฝากสมาชิกกันทั้งปีที่ผ่านมา เรามาทบทวนกันดีกว่ามีร้านอะไรเด็ดๆ บ้างกับ สุดยอดร้านเด็ดแห่งปี 2014 สุดยอดร้านเด็ดแห่งปี 2014  พี่อ้อ..ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้งยักษ์น้ำข้น..เปรี้ยวจี้ดจ้าด..แซ่บเรียงคิว ต้องบอกร้านนี้เป็น Talk of the town แห่งปี คนพูดถึงตั้งแต่ปีก่อนจนกระทั้งถึงปีนี้ เป็นกระแสฮิตฮอตที่สุดกับ รสชาติที่จัดจ้านและเจ้าของร้านสุดเปรี้ยว จนเป้นกระแสที่คนติดตามกันตลอดๆ อ่านต่อ.....  Oops Sushi & Sake Bar ร้านอาหารญี่ปุ่น ฟิวชั่น 2 สัญชาติ ญี่ปุ่น-อเมริกัน เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ฟิวชั่นที่มาแรงตั้งแต่เปิดร้านใหม่ๆ เลย สำหรับคนที่ชอบหาที่นั่งชิลล์หลังเลิกงาน กับอาหารญี่ปุ่นที่ผสมผสานความเป็นอเมริกัน และเป็นที่โด่งดังเรื่อง สาเกบอม สนุกสนานกันแบบสุดๆ เหล่าเซเลปเนตไอดอลชื่อดังต่างชอบไปนั่งชิลล์ และอัดคลิปวิดีโอเล่นกันอย่างสนุกสนานและช่วงปีใหม่แบบนี้ห้ามพลาดต้องมีอะไรเด็ดๆ แน่นอน อ่านต่อ... ร้าน ศิริวรรณหอยทอด อร่อยเก่าแก่ สูตรดั้งเดิมวัดมกุฏฯ หอยสด หอยเด้ง หอยหวาน หอยใหญ่ ต้องร้านนี้เลย ศิริวรรณหอยทอด สูตรเก่าแก่กว่า 40 ปี ที่สาขาเมืองทองะานี เป้นร้านที่คนแน่นร้านตลอดทั้งปี ร้านดังขายดีแบบนี้ไม่ควรพลาด อ่านต่อ.... 54 B.B.Q Korean Restaurant บุฟเฟ่ต์ เกาหลี ร้านบุฟเฟ่ต์เกาหลีจากร้านโด่งดังในกลางใจเมืองอย่าง ดาวอน มีลูกค้าเข้าตลอดทั้งปี และได้ย้านมาเปิดร้านใหม่เป็น 54 B.B.Q ความอร่อยก็ยังคงเหมือนไม่มีเปลี่ยน โดยเจ้าของร้านเป็นชาวเกาหลีแท้ๆ อ่านต่อ... Seiniku-Ten (เซนิคุ-เทน) บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างระดับพรีเมี่ยม ย่านทองหล่อ บุฟเฟ่ต์เป็นที่มาแรงจริงๆ กับปีที่ผ่านมา กับร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างระดับพรีเมี่ยมกลางใจเมือง ร้านสุดฮิตของเหล่าดาราอีกเช่นกัน กับวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ขอบอกเลยว่าคุ้มสุดๆ กับราคาที่สมเหตุสมผล อ่านต่อ ...  Reef Sushi Bar & Grill อาหารญี่ปุ่นความแตกต่างอย่างลงตัว ครั้งนี้ไปชิมเมนูทองที่ร้าน Reef Sushi อาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น ต้องยกเป็นยกเป็นสุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นที่วัตถุดิบสดจริงๆ และเห็นร้านหน้าตาแบบนี้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเลย ตั้งอยู่ที่รัชโยธินแค่นี้เอง เดินทางมาสะดวกสะบาย อ่านต่อ....  ร้าน ปรุง อาหารไทยแบบครบครัน ที่ประชาชื่น ร้านอาหารไทยที่เริ่มต้นมาจากขายแค่ Derivery คนเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า เลยต้องมาเปิดเป็นร้านอาหารสำหรับคนที่ต้องการมาทานที่ร้านด้วย ร้านนี้บอกเลยเป้นอาหารไทยที่ไม่ธรรมดา รสชาติกลมกล่อมเข้มข้นไปด้วยเครื่องแกงแบบไทยแท้ๆ บ้างเมนูก็ได้สูตรมาจากชาววังเลยทีเดียว และเจ้าของร้านคือคุณ โป้ โยคีเพลย์บอย เป็นเจ้าของเพลงเพราะที่ฮิตตลอดกาล อ่านต่อที่....  ร้านดอกบัว อาหารเจตลอดทั้งปีที่เมืองภูเก็ต สำหรับคนที่กินเจตลอยทั้งปี ไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาลเท่านั้นขอแนะนำร้านนี้เลย ร้านดอกบัว ร้านอาหารเจที่ Top Ten ของจังหวัดภูเก็ต ด้วยรสชาติที่ไม่จำเจ และเมนูที่มีความเหมือนอาหารปกติมากที่สุดและรสชาติต้องขอบอกเลยถ้าไม่ลองไม่รู้แน่นอน สำหรับคนที่ไม่ทานเจและหาอะไรอร่อยๆ ทานที่จังหวัดภูเก็ต ก็แนะนำเป็นร้านนี้ได้ รสชาติอร่อยยิ่งกว่าทานอาหารปกติเสียอีก อ่านต่อ... ตัน ตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ (Tan Tan Izakaya Buffet) แนวอิซากายา บุฟเฟ่ต์ ที่อร่อยและคุ้มต้องที่ Tan Tan Izakaya ร้านอาหารใรเครือของคุณตัน ภาสกรนที อหารญี่ปุ่นที่เหมาะกับเวลาหลังเลิกงาน พาเพื่อนฝูงมาสังสรรค์กันได้ อาหารอร่อยและยังมีเครื่องดื่มให้เราคลายเครียดกันอีกด้วย อ่านต่อ... ร้านอาหารเวียดนาม บ้านญวน by นายเอก สาขากาญจนาภิเษก ร้านอาหารเวียดนามที่อยากจะแนะนำมากๆ เพราะไปทานเองจริงๆ แล้วอยากจะบอกต่อเพราะเป้นอาหารเสียดนามที่จัดจ้านถึงใจมากๆ วัตถุดิบบ้างอย่างก็ทำขึ้นมาเอง อย่างหมูยอ แป้ง และเมนูเป็นเมนูเฉพาะของทางร้านอีกด้วย ร้านนี้ไม่ยกมาเป็นสุดแห่งปีไม่ได้แล้ว อ่านต่อ... ยังมีร้านเด็ดอีกมากมายที่ตามรอยนักชิมรีวิวในปี 2014 และยังมีร้านอีกเพียบที่เรากำลังจะไปเยือน ร้านไหนที่รู้ตัวว่าอร่อยๆเจอกับเราแน่นอนค่ะ ปีหน้าฟ้าใหม่อาจมีอะไรดีๆ กว่านี้อีกแน่นอน ติดตามบทความการรีวิวและสูตรอาหารและเคล็ดลับเกี่ยวกับอาหารกันได้ที่นี่ที่เดียว กับ food.mthai.com "สวัสดีปีใหม่ค่ะ"

เรื่องน่ารู้ สัญลักษณ์บนเหรียญของไทย
ประวัติ /  สัญลักษณ์ / 

เพื่อนๆ เคยสังเกตภาพสัญลักษณ์ที่ปรากฎบนเหรียญบาท ไม่ว่าจะเป้นเหรียญ 25 สตางค์ จนถึง 10 บาทนั้น มีภาพอะไรปรากฏอยู่หรือไม่ ถ้าไม่เพื่อนๆ ลองหยิบเหรียญขึ้นมาดูตอนนี้กันก่อนเลยค่ะ หลังจากดูแล้ว เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่าสถานที่ที่ปรากฎนั้น คือที่ไหนบ้างและมีประวัติความเป็นมาและความสำคัญอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วไปติดตาม เรื่องน่ารู้ สัญลักษณ์บนเหรียญของไทย กันเลยค่ะ เรื่องน่ารู้ สัญลักษณ์บนเหรียญของไทย ประวัติความเป็นมาของเหรียญ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) มีการใช้หอยเบี้ยและพดด้วง ในการชำระเงิน การค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศ มีการใช้เบี้ยทองแดงในต่างประเทศ จึงมีพระราชดำริให้ทำเบี้ยทองแดงจากประเทศอังกฤษมาเป็นตัวอย่าง 3 ชนิด ในปี จ.ศ.1197 หรือ พ.ศ. 2378 เมื่อทอดพระเนตรแล้วไม่โปรดในลายตรา จึงมิได้นำออกใช้ แต่ก็ทรงพระราชประสงค์ที่จะทำเหรียญรูปกลมแบนอย่างสากล แต่ยังไม่สำเร็จก็เปลี่ยนรัชกาล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) การค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศก็ได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พ่อค้าชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขายมากขึ้นและได้นำเงินเหรียญของตนมาแลกกับเงินพดด้วงจากรัฐบาลไทยเพื่อนำไปซื้อสินค้าจากราษฎร แต่ด้วยเหตุที่เงินพดด้วงผลิตด้วยมือจึงทำให้มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกและการค้าของประเทศเสียประโยชน์ พระองค์จึงมีพระราชดำริที่จะเปลี่ยนรูปเงินตราของไทยจากเงินพดด้วงเป็นเงินเหรียญ ในปี พ.ศ. 2399 ได้ทดลองทำเหรียญรูปกลมแบนอย่างสากล โดยใช้ค้อนทุบตีโลหะให้เป็นแผ่นแบน แล้วตัดเป็นรูปเหรียญกลม ให้ได้ตามขนาดและน้ำหนัก แล้วใช้แม่ตราตีประทับ (HAND-HAMMERRING METHOD) แต่ผลิตได้ช้าและไม่เรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีการใช้แม่ตราตีประทับกับเงินเหรียญต่างประเทศ เพื่อให้ราษฏรยอมรับ ในปี พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้คณะทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียที่ประเทศอังกฤษ สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย ได้จัดส่งเครื่องทำเหรียญเงินขนาดเล็กเข้ามาถวาย ทำงานด้วยแรงงานคนโดยใช้วิธีแรงอัดแบบ SCREW PRESS METHOD เป็นราชบรรณาการ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าให้จัดทำเหรียญกษาปณ์จากเครื่องจักรขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกกันว่า "เหรียญเงินบรรณาการ" ในขณะเดียวกันคณะทูตก็ได้สั่งซื้อเครื่องจักรทำเงินชนิดแรงดันไอน้ำ จากบริษัท เทเลอร์ เข้ามาในปลายปี 2401 พระองค์จึงโปรดเกล้าให้สร้างโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้นที่หน้าพระคลังมหาสมบัติ ในพระบรมมหาราชวัง ติดตั้งเครื่องใช้งานได้เมื่อ ปี พ.ศ. 2403 พระราชทานนามว่า "โรงกระสาปณ์สิทธิการ"ในสมัยนี้จึงถือว่ามีการใช้เหรียญกษาปณ์แบบสากลนิยมขึ้นเป็นครั้งแรก ต่อมาแม้ได้ประกาศให้ใช้เงินตราแบบเหรียญแล้วก็ยังโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เงินพดด้วงอยู่ เพียงแต่ไม่มีการผลิตเพิ่มเติม ได้ผลิตตามแจ้งที่แจ้งแก่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติเมื่อ ปี พ.ศ. 2438 พบว่ามีเหรียญตรามงกุฎดังกล่าวให้แลกอยู่ 6 ราคา ด้วยกัน คือ ราคา สองบาท หนึ่งบาท สองสลึง หนึ่งสลึง หนึ่งเฟื้อง และ สองไพ แต่ผลิตได้น้อยไม่พอแก่ความต้องการ นอกจากนี้ยังมีเหรียญ หนึ่งตำลึง กึ่งตำลึง และกึ่งเฟื้อง แต่ไม่ได้นำออกใช้ จึงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย พระองค์แรกที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิรูปเงินตราไทย จากที่เคยใช้เงินพดด้วง หรือเงินกลมที่ใช้มาแต่โบราณกาลให้มาใช้เงินเหรียญหรือเงินแบน แบบสากล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงมาตรา เงินตราไทย ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น คือ ชั่ง ตำลึง บาท สลึง เฟื้อง เป็นระบบโดยใช้หน่วยเป็นบาท และสตางค์ คือ 100 สตางค์ เป็น 1 บาท ตั้งแต่ พ.ศ. 2441 อันเป็นมาตราเงินตราไทยมาจนถึงปัจจุบัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพระบรมรูปของพระองค์ประทับลงบนเหรียญ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ไทยประทับลงบนเหรียญกษาปณ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ เริ่มจากเหรียญทองแดงและเหรียญดีบุกตราพระบรมรูป - ตราแผ่นดิน ใน พ.ศ. 2493 ผลิตเหรียญราคา 5 บาท ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2515 ผลิตเหรียญราคา 10 บาท ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2531 และได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก รวมทั้งมีการพัฒนาจัดทำเหรียญที่ระลึก ต่อเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบัน คือ 1. เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน (Circulated coins) เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ใช้หมุนเวียนกันอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน มี 9 ชนิดราคา คือ 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์, 25 สตางค์, 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ แต่ที่ใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมี 6 ชนิดราคา คือ 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์, 25 สตางค์ ส่วนเหรียญชนิดราคา 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ1 สตางค์ มีใช้ในทางบัญชีเท่านั้น 2. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก (Commemorative coins) เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ผลิตออกใช้ในวโรกาสและโอกาสที่สำคัญตทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือเหตุการณ์ระหว่างประเทศ โดยจัดทำ 2 ประเภท คือ ขัดเงา และไม่ขัดเงา ข้อแตกต่างระหว่างเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกก็คือการวางลวดลายด้านหน้าและด้านหลัง โดนเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนจะวางลวดลายแบบ American Turning ซึ่งจะต้องพลิกดูลวดลายด้านหลังในแนวดิ่ง สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกได้จัดวางลวดลายแบบ European Turning ซึ่งจะต้องพลิกในแนวนอนเพื่อดูลวดลายด้านหลัง 3. เหรียญที่ระลึก (Medal) เป็นเหรียญที่ผลิตขึ้นเนื่องในวโรกาสและโอกาสที่สำคัญต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างจากเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกตรงที่จะ ไม่มีราคาหน้าเหรียญ เนื่องจากมิใช่เงินตราจึงไม่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เหรียญทำมาจากอะไร กรมธนารักษ์ระบุว่า ปัจจุบัน มีเหรียญที่มีมูลค่าจริงสูงกว่าราคาหน้าเหรียญอยู่ 3 ชนิด คือ เหรียญ 25 สตางค์ เป็นเหรียญกษาปณ์สีแดงเรื่อ ใส้ในเป็นเหล็ก 99% ส่วนด้านนอกชุบด้วยทองแดง 1% เส้นผ่านศูนย์กลาง 16 มม. น้ำหนัก 1.9 กรัม มีต้นทุนการผลิตเหรียญละ 50 สตางค์ค่ะ เหรียญ 50 สตางค์ ผลิตจากโลหะผสมแบบเดียวกัน คือ ใส้ในเป็นเหล็ก 99% ด้านนอกชุบด้วยทองแดง 1% เช่นกัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 18 มม. และ มีน้ำหนักถึง 2.4 กรัม ต้นทุนการผลิตเหรียญละ 70 สตางค์ค่ะ เหรียญ 1 บาท ผลิตจากโลหะผสม มีสีขาว โดยใส้ในเป็นเหล็ก ส่วนด้านนอกชุบด้วยนิกเกิล มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 มม. น้ำหนัก 3 กรัม ต้นทุนการผลิตสูงถึงเหรียญละ 1.80 บาท ค่ะ ส่วนเหรียญที่มีต้นทุนการผลิตไม่ขาดทุน ซึ่งกรมธนารักษ์ไม่ระบุว่าต้นทุนเหรียญละเท่าไหร่ มีอยู่ 3 ชนิด คือ - เหรียญ 2 บาท เป็นโลหะสีทอง ซึ่งผลิตจากทองแดงผสมด้วยนิกเกิลและอลูมิเนียม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 21.75 มม. น้ำหนัก 4 กรัมค่ะ - เหรียญ 5 บาท เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว ผลิตจากโลหะผสมคือ ใส้ในเป็นทองแดง ส่วนด้านนอกเคลือบกด้วยนิกเกิล มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 24 มม. น้ำหนัก 6 กรัมค่ะ - เหรียญ 10 บาท เป็นเหรียญสีขาวกับสีทอง โดยวงนอกเป็นโลหะผสม คือ ทองแดงกับนิกเกิล วงในผลิตจากทองแดง นิกเกิล และ อะลูมิเนียม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 26 มม. หนัก 8.5 กรัมค่ะ ความหมายจากสัญญลักษณ์ที่อยู่ในเหรียญกษาปณ์ต่างๆ  ประกอบด้วยเหรียญ 10 บาท , 5 บาท , 2 บาท , 1 บาท , 50 สตางค์ , 25 สตางค์ , 10 สตางค์ , 5 สตางค์ และ 1สตางค์ ซึ่งลวดลายที่ปรากฏอยู่บนเหรียญนั้นจะเป็นลวดลายที่แสดงถึงสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยด้านหน้าเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีคำว่า ประเทศไทย เพื่อแสดงถึงสถาบันชาติ และด้านหลังเป็นรูปวัดต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อแสดงถึงสถาบันศาสนา โดยลวดลายวัดบนเหรียญกษาปณ์ชนิดต่างๆ มีดังนี้ เหรียญ 25 สตางค์ - วัดมหาธาตุ เป็นรูป พระบรมธาตุเจดีย์ วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและชาวพุทธทั่วไป ตัวเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำหรือทรงโอคว่ำ ได้รับอิทธิพลจากศิลปะลังกา มีความโดดเด่นอยู่ที่ยอดเจดีย์ซึ่งหุ้มด้วยทองคำแท้ พิธีที่นิยมปฏิบัติกันในช่วงวันมาฆบูชาและวันวิสาขบูชาของทุกปีก็คือ การแห่ผ้าขึ้นธาตุ ซึ่งจัดเป็นงานบุญประจำปีที่มีผู้คนทั่วทุกสารทิศมาร่วมสร้างกุศลกัน โดยมีความเชื่อว่า หากใครได้นำผ้าขึ้นธาตุแล้วนั้น ไม่ว่าจะขอพรเรื่องใดก็จะสำเร็จได้ดังหวัง และความมหัศจรรย์ที่เป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ด้วยก็คือ องค์พระบรมธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางใด เหรียญ 50 สตางค์ - พระธาตุดอยสุเทพ เป็นรูป “พระบรมธาตุ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และดินแดนล้านนาของไทย และถือเป็นหนึ่งในเจ็ดของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ในแถบภาคเหนือตอนบนและเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีมะแม โดยพระบรมธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมมิกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ในภายหลังได้มีการบูรณะ และสร้างฉัตรไว้ทั้งสี่มุมของพระบรมธาตุ อันหมายถึงสัญลักษณ์ของความร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ เหรียญ 1 บาท - วัดพระแก้ว เป็นรูป พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือพระศรีรัตนเจดีย์ ภายในวัดพระแก้ว ตั้งอยู่บนฐานไพที ทางทิศตะวันตก รูปแบบจำลองมาจากเจดีย์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ ณ พระราชวังกรุงศรีอยุธยา มีความสูงประมาณ 40 เมตร ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากลังกา เหรียญ 50 สตางค์ เป็นรูป พระบรมธาตุ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และดินแดนล้านนาของไทย และถือเป็นหนึ่งในเจ็ดของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ในแถบภาคเหนือตอนบนและเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีมะแม พระบรมธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมมิกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ในภายหลังได้มีการบูรณะ และสร้างฉัตรไว้ทั้งสี่มุมของพระบรมธาตุ อันหมายถึงสัญลักษณ์ของความร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ เหรียญ 2 บาท - ภูเขาทอง เป็นรูป พระบรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันดีในนาม ภูเขาทอง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แต่มาแล้วเสร็จลงในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีรูปแบบเป็นพระเจดีย์แบบกลม (ทรงลังกา) บนยอดเขา เพื่อให้เป็นเจดีย์ที่สูงใหญ่ของพระนคร ในภายหลังมีการบูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2509 โดยบุกระเบื้องโมเสกสีทองที่องค์พระเจดีย์ พร้อมกับมีการสร้างพระเจดีย์องค์เล็กๆ รายรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่ทั้ง 4 ทิศ และภายในพระเจดีย์องค์ใหญ่ยังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สำหรับงานประเพณีที่สำคัญของวัดสระเกศฯ ก็คือ งานวัดภูเขาทอง ที่จะจัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี โดยจะมีการห่มผ้าแดง งานสมโภชน์องค์พระบรมสารีริกธาตุ และเทศกาลงานวัดในคราวเดียวกัน เหรียญ 5 บาท - วัดเบญจมบพิตร เป็นรูป พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามที่นับว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีเอกลักษณ์ตรงที่ใช้วัสดุแบบตะวันตก มาสร้างสถาปัตยกรรมแบบไทย จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบของศิลปะไทย สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากประเทศอิตาลี โดยสร้างเป็นทรงจตุรมุข หลังคาซ้อน 4 ชั้น บริเวณหน้าต่างของพระอุโบสถมีการใช้กระจกและมีการเขียนสีลงบนกระจก ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบไทยอย่างลงตัว ภายในประดิษฐานพระพุทธชินราช (จำลอง) เป็นพระประธาน อยู่ภายใต้รัตนบัลลังก์บรรจุพระสรีรางคารของรัชกาลที่ 5 เหรียญ 10 บาท - วัดอรุณราชวราราม เป็นรูป พระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามโดยวัดอรุณฯ เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา สำหรับองค์พระปรางค์นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดฯ ให้สร้างขึ้นแทนพระปรางค์ที่มีอยู่เดิม จนมาแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระปรางค์ และให้มีการจัดงานฉลองขึ้น โดยทรงสถาปนาวัดอรุณฯ ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกอันดับหนึ่ง และเสด็จพระราชดำเนินมาทอดผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นครั้งแรก จ่อเปลี่ยนหน้าเหรียญกษาปณ์ใหม่ นอจากนี้ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2557 กรมธนารักษ์  กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมธนารักษ์กำลังศึกษาแนวทางการเปลี่ยนซีรีส์ หรือรูปแบบเหรียญทั้ง 9 ชนิด ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาทิ เหรียญ 25 สตางค์, เหรียญ 50 สตางค์, เหรียญบาท, เหรียญ 2 บาท, เหรียญ 5 บาท และเหรียญ 10 บาท เนื่องจากเหรียญดังกล่าวออกมาใช้เป็นเวลานานแล้ว จึงมีสภาพสึกและเปลี่ยนยุคไปบ้าง ส่วนบางเหรียญก็มีปัญหาต่อการใช้จ่าย เพราะประชาชนบางคนอาจจะแยกรูปลักษณ์ของเหรียญไม่ออก เช่น เหรียญบาทกับเหรียญ 2 บาท ทั้งนี้ สำหรับการเปลี่ยนซีรีส์เหรียญดังกล่าว ต้องศึกษารูปแบบจากหลายประเทศและยังต้องให้ความร่วมมือกับอังกฤษในการผลิต เหรียญกษาปณ์ เพราะอังกฤษเป็นผู้ผลิตเหรียญกษาปณ์รายใหญ่ให้กว่า 20 ประเทศทั่วโลก อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบหลักการในการร่วมมือกับอังกฤษในการผลิตเหรียญแล้ว โดยเหรียญกษาปณ์ที่เตรียมผลิตใหม่จะต้องมีคุณสมบัติหยิบจับง่าย มีส่วนผสมสารกันเปื้อนสนิม ไม่สกปรกง่าย และรูปแบบต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ส่วนการปลอมแปลงเหรียญกษาปณ์ทำได้ยาก เพราะมีต้นทุนสูงในการทำเพลท ทั้งนี้ เมื่อทำการศึกษารูปแบบและแนวทางการผลิตได้แล้ว ก็เตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาเห็นชอบต่อไป คราวนี้เราก็คงต้องรอดูการเปลี่ยนแปลงของหน้าเหรียญกษาปณ์ใหม่อีกทีนะคะ ว่าจะมีออกมาใหม่หรือไม่และจะออกมาใช้ได้เมื่อไร สัญลักษณ์บนหน้าเหรียญเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ถ้ามีข้อมูลปุบ ทีนเอ็มไทยจะรีบมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันแน่นอน แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใหม่จริงๆ สิ่งที่เราควรทำอย่างแรกเลยก็คือ เก็บสะสมเหรียญแบบเดิมที่มีไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นของหายาก และเป็นของเก่าแก่ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูแน่นอน ข้อมูลและภาพ pantip, wikipedia, ohozaa, mcot, sator4u

ได้ทำหนังจริงแล้ว! กับตัวอย่าง เพื่อนขีดเส้นใต้ โดยทีมล้อเลียน บุฟเฟ่ต์ โปรดักชั่น
Buffet /  กระตั้ว-วรเทพ ธรรมโอรส / 

หลังจากสร้างผลงานล้อเลียนตัวอย่างหนัง ออกมาให้ได้ฮากันสนั่น ทั้ง ไอฟาย..ฟั้คกิ้ง..เยิ้มรู้ และ ฝากไว้ในก้นเธอ ด้วยโปรดักชั่นเนี้ยบเสียจนเหมือนหนังจริงๆ สำหรับชาวแก๊ง บุฟเฟ่ต์ โปรดักชั่น ที่ผู้ชมมากมาย อยากเห็นพวกเขาทำหนังใหญ่จริงๆ ซะที และครั้งนี้ได้ตามสมใจอยากแล้ว กับภาพยนตร์ เพื่อนขีดเส้นใต้  จัดจำหน่ายโดย แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น ที่ยังคงความบ้า กวนบาทากันตามสไตล์ แต่ก่อนอื่นใด ขอเชิญเรียกน้ำย่อยกับตัวอย่างหนัง ด้านล่างนี้เลย เพื่อนขีดเส้นใต้ หนังกวนบาทา ที่เหมือนจะมาจากคนละซีกโลก แบ่งเป็นเรื่องย่อย 3 เรื่อง ที่เกี่ยวกพันเป็นเรื่องเดียวกัน ภายใต้คำว่า เพื่อน ในรูปแบบแตกต่างกันไป กำกับโดย ภาณุพรรณ จันทนะวงษ์, ธนาคาร คงมั่น และ วรเทพ ธรรมโอรส จาก บุฟเฟ่ต์ โปรดักชั่น  ภาพยนตร์ เพื่อนขีดเส้นใต้ ได้นักแสดงมาร่วมขบวนมากมาย ทั้งคนเคยๆ ที่คุ้นหน้ากัน ไปจนถึงนักแสดงตัวพ่อความฮา ไม่ว่าจะเป็น สตาร์บัคส์ พงศ์พิชญ์ ปรีชาบริสุทธิ์กุล, ใบเตย สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ, กระตั้ว วรเทพ ธรรมโอรส, เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค, สายเชีย วงศ์วิโรจน์, จ๊อยส์ ณัฐพงษ์ รัตนเมธานนท์, ปั๊บ อรรถวิศิษฐ์ หัสดินทร ณ อยุธยา, เจแปน ภาณุพรรณ จันทนะวงษ์, เพ้นส์ ชยรพ ประทิศ และ สมัคร อนันตศิลป์ โดยตอนย่อยทั้ง 3 ตอน ได้แก่ ตอน รักเต็มปอด ต่อต้านและจ๊ะจ๋าสองสามีภรรยาหน้าใหม่ ที่ท­ั้งคู่ถูกครอบครัวต่อต้านข้อร้องอยากให้มี­ทายาทแต่มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เมื่อจ๊ะจ๋­ามีข้อแม้ว่าต่อต้านต้องเลิกบุหรี่ให้ได้ก­่อน ถึงจะยอมมีลูกด้วย "สัญญาระหว่างคู่ชีวิต เลยเกิดขึ้น" เพราะบุหรี่เลิกไม่ยาก แต่จะเลิกก็ไม่ง่ายนะจ๊ะ ตอน Thesis ธีซีส ปั๊บ และ กระตั้วสองเพื่อนซี้กลุ่มนักศึกษาภาพยนตร์­หน้าใหม่ที่ได้โจทย์มาให้ทำหนังโปรเจ็คจบ แต่สิ่งที่พวกเขาทั้งสองคิด ไม่ได้เหมือนหนังทั่วๆไปที่กลุ่มอื่นทำกัน แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่ฝันเมื่อ ปั๊บ อยากทำหนังที่แม้แต่มืออาชีพยังไม่กล้าทำ ส่วน กระตั้ว อยากทำหนังรัก เพื่อเข้าฉาย ในโรงภาพยนตร์ เรื่องราวการล่าฝันที่ขัดแย้งกันจึงเกิดขึ­้นว่า "หนังเรื่องไหนที่จะได้ทำกันแน่" ตอน 1428 ร่มเกล้า จากเรื่องจริงเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เปี๊ยก พลทหารช่างจากกองทัพภาคที่สอง และ ตู่ ทหารพรานจู่โจมค่าย ปักธงชัย หลงทางมาเจอกันระหว่างทางในสมรภูมิร่มเกล้­าที่ชายแดนไทย-ลาวเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เปี๊ยกพลทหารอยากจะกลับบ้านเพราะไม่อยากเส­ี่ยงชีวิตแล้ว แต่ทหารพรานตู่อยากจะกลับไปรบที่เนิน 1428 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอันตราย "คนนึงจะรบอีกคนจะหนี เรื่องราวรบๆหนีๆ ของเขาทั้งสองคนเลยเกิดขึ­้น" ร่วมหาความหมายของคำว่า เพื่อน ไปกับ เพื่อนขีดเส้นใต้ ในวันที่ 12 ก.พ. นี้ บางโรงภาพยนตร์ -----------------------------

7 สิ่งที่ต้องซื้อใน 7 eleven ประเทศญี่ปุ่น
7 Eleven /  ประเทศญี่ปุ่น

ไปไหนมาไหนหรือเวลาใดก็ต้องฝากท้องกับร้านสะดวกซื้อ มินิมาร์ท ต่างๆ และอาหารที่ครอบจักรวาลเลยก็คือ 7 eleven แถมมีสาขาอยู่ทั้วโลก แต่ละประเทศก็แตกต่างกันไป ไม่ใช่ของกินใน 7 eleven ทุกสาขานั้นอร่อยทุกอย่างเสมอไป แต่ก็มีบางอย่างที่เราต้องซื้อ ไม่งั้นพลาดแน่ๆ และที่สำคัญสำหรับคนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ต้องหาของกินที่ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมบ้านเราซ่ะหน่อย กับอาหารที่ต้องซื้อทานใน 7 eleven ประเทศญี่ปุ่น มีอะไรบ้าง 7 สิ่งที่ต้องซื้อใน 7 eleven ประเทศญี่ปุ่น 1 ซาลาเปาไส้พิซซ่า ชื่อญี่ปุ่นว่า พิซซ่ามัน ก้อนละ 120 เยน มีทั้งไส้ถั่วแดง ไส้บูตะมัน(หมู) ไส้นิคุมัน(เนื้อ) ไส้แกงกระหรี่ ซอสเดมิกลาส 2.เบอร์ริโต้ แฮมชีส เหมาะสำหรับอาหารเช้า 3.โอนิกิริ ไส้ไข่ปลาคอต เป็นฉลากทองคือแบบที่แพงกว่าปกติ 4.ข้าวหน้าหมู ชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า เนกิ ชิโอะ บูตะ คารุบิ เบนโตะ ข้าวหน้าหมูติดมันย่างเกลือ แค่เห็นภาพกลิ่นก็ลอยออกมาเลย 5. มิลค์ที ชานมหอมหวาน เขาแนะนำมาว่าให้หยิบจากตู้ร้อน เพราะตู้แช่ที่เซเว่นญี่ปุ่นมีแยะตู้เย็นตู้ร้อน ถ้ากินจากตู้ร้อนมาออกมาเจออากาศหนาวจะอร่อยมาก 6.มันฝรั่งแท่ง จาการิโกะ มีหลานรส ทั้งรสสลัด รสไข่ปลา รสไข่หอยอูนิ รสชีสเบอร์เกอร์กระเทียม 7. มาหมวดน้ำอัดลงกันบ้าง กับ จิงเจอร์ เอล ที่ทำมาจากขิง รสชาติเป็นขิง และจะมีรสหวานซ่าเพราะเป็นน้ำอัดลม ข้อมูลจาก พี่ม้าพาเที่ยว สมาชิก Pantip

The Crab House Patong ปูใหญ่ สดใหม่ เนื้อแน่น
ร้านอาหาร

ขึ้นชื่อว่าภูเก็ต หากมาแล้วจะหาเมนูซีฟู๊ด กุ้ง หอย ปูปลา ทานนั้นไม่ยาก ร้านไหนๆ ก็มี แต่ถ้าหากอยากจะทานปูแบบสดๆ เนื้อแน่นๆ แบบเต็มปากเต็มคำ The Crab House Patong เป็นอีกหนึ่งร้านที่คุณควรแวะไปลิ้มลอง The Crab House ตั้งอยู่บนถนนสายกอ ระหว่างโรงพยาบาลป่าตอง และจังซีลอน ตรงข้ามซอยโรงแรมอันดาคีรา โดดเด่นด้วยปูยักษ์ตัวส้มที่ติดด้านหน้าร้าน บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ในเรื่องของปูตั้งแต่แรกเห็น The Crab House Patong ปูใหญ่ สดใหม่ เนื้อแน่น ภายในใช้การตกแต่งสไตล์โมเดิร์นไชนีสโทนสีเทาแดง ผสมผสานความทันสมัย และกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนเข้าไว้ด้วยกัน ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน โซนพัดลมด้านล่างตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์น อาทิ โคมไฟทรงกลม ผนังปูนเปลือย โซฟาข้าวหลามตัดสีแดง ให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง เหมาะสำหรับนั่งชิลรับลมเย็นๆ ด้านบนเป็นห้องแอร์ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ แจกันโบราณ หน้าต่างที่มีลวดลายฉลุแบบจีน โซนนี้ให้อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว ในส่วนของเมนู ที่นี่ให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่จะนำมาประกอบอาหาร ต้องสด ตัวใหญ่ และเนื้อเยอะ โดยเฉพาะตัวปู ที่ผ่านการคัดสรรเป็นพิเศษ ต้องมาจากฝั่งอ่าวไทยเท่านั้น เพราะมีจุดเด่นในเรื่องของขนาดตัวที่ใหญ่ เนื้อเยอะ ที่สำคัญระยะเวลาในการขนส่งมายังร้านก็ใช้เวลาไม่นาน ทำให้วัตถุดิบที่มาจากทะเลยังคงรสชาติความหวานสดใหม่ หากมีโอกาสได้แวะเวียนผ่านมา อย่าลืมสั่งเมนูปูมาลิ้มลอง อาทิ ปูดำซอสพริกหวาน ปูดำผัดพริกไทยดำ ปูถัง นอกเหนือจากเมนูปูๆ ก็ยังมีอาหารทะเลๆ อื่นๆ ให้เลือกมากมาย อาทิ กุ้งลายเสือเผา ปลาหมึกนึ่งมะนาว ต้มยำกุ้งหม้อไฟ ส้มตำไทย อีกทั้งยังมีเมนูเครื่องดื่มทั้งน้ำผลไม้ ไวน์ คอกเทล ให้เลือกจิบได้ตามใจชอบ ร้านอาหาร The Crab House Address: 169/83 ถ.ผังเมือง หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต 83150 Open:12.00-23.00 น. Tel: 091-839-4953 Email: sangdao@hotmail.co.uk FB: www.facebook.com/TheCrabHouse