หอยนางรม

เฟี้ยวฟ้าว นำทีม ดาราโชว์ท่าเต้นสุดน่ารัก ร่วม เอ็มวี สวิงริงโก้
ดีเจ เอกกี้ /  ธัญญ่า ธัญญาเรศ / 

   เป็นอีกหนึ่งเพลงมันๆ ของวงดนตรีอารม์ดีอย่าง วงตระกูลสุดสวิงริงโก้ ของดาราสาว เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้ พร้อมด้วยนักร้องหนุ่ม ฟ้าวเฟี้ยว สุดสวิงริงโก้ 2 พี่น้องสายฮาที่ขอทำตามความฝัน มีวงดนตรีเป็นของตัวเอง ซึ่งล่าสุด(2พ.ค.) ได้เปิดตัวเพลง สวิงริงโก้ แบบไม่ธรรมดา เพราะเป็นการรวมดาราที่ทำท่าเต้นประจำเพลง แบบน่ารักปนฮา    ด้วยการให้ดาราในวงการบันเทิงมากหน้าหลายตา ร่วมทำท่าเต้นมันๆ ซึ่งแต่ละคนก็ทำออกมาได้น่ารักแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น แจ๊ค แฟนฉัน, ลิฟท์ สุพจน์,ธัญญ่า ธัญญาเรศ, วิลลี่ และ หอย, นุ้ย ธนวัฒน์, อ้น ศรีพรรณ, ดีเจ เอกกี้, ษา วรรณษา และอีกหลายๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการบันเทิง ใครอยากรู้ว่าแต่ละคนจะเต้นได้น่ารัก และฮาแค่ไหน ลองไปชมกันได้เลย

ผู้จัดสายฮา!! วิลลี่-หอย นำทีม แท่ง-ก้อย บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก
บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก /  เสนาหอย / 

             ผู้จัดอารมณ์ดี วิลลี่ แมคอินทอช และ เสนาหอย เกียรติศักดิ์ นำทีมบวงสรวง ซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก ซึ่งเป็นผลงานซิทคอมเรื่องที่ 2 ของ 2 ผู้จัดอารมณ์ดี โดยดึงพระเอกหนุ่ม แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ ประกบคู่กับนางเอกสาว ก้อย รัชวิน ร่วมด้วยนักแสดงอารมณ์ดี เกริก ชิลเลอร์, ยิ่งยง ยอดบัวงาม ,ฮาย อาภาพร และ ซอ จียอน กับเรื่องราวความวุ่นวายของก้าวหน้า และ ฝ้าย ที่พบเจอกันโดยความบังเอิญที่ต่างประเทศโชคชะตากลับทำให้เค้าและเธอมาเจอกันอีกครั้งเรื่องราววุ่นๆ ของคนในคอนโดหรู กับชาวแฟลตที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกันจึงเกิดขึ้น            ติดตามเรื่องราวความสนุก และ ความวุ่นวายของซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-17.00น. ทางช่อง9 และ โมเดิร์นไนน์ ทีวี หมายเลข30 เริ่มตอนแรก 26 มิถุนายน นี้ บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก   บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก   บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก   บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก   บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก   บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก   บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก   บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก   บวงสรวงซิทคอม วุ่นนักรักข้ามตึก    

อิ่มอร่อยหลบร้อน หนีฝน กับ Delivery จานด่วนส่งตรงถึงมือคุณ
Delivery /  Social / 

อิ่มอร่อยหลบร้อน หนีฝน กับ Delivery จานด่วนส่งตรงถึงมือคุณ เข้าสู่ช่วงเดือนพฤษภาคมเดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็ฝนตก ความปวดหัวที่ตามมาคงหนีไม่พ้นอุปสรรคในการเดินทางออกไปหาร้านอาหารอร่อยทาน ไหนจะต้องเผื่อเวลาเพราะต้องเจอกับปัญหารถติด ไปถึงร้านก็ต้องต่อคิวรอนาน กว่าจะได้ทานอาหารก็อารมณ์เสียกันพอดี หากมีบริการดิลิเวอรี่ (Delivery) แบบส่งถึงที่ก็คงจะดีไม่น้อย เราจึงรวมร้าน Delivery อาหารจานด่วนที่ส่งตรงถึงบ้านมาให้เพื่อนๆ ได้โทรสั่งมาทานกันถึงที่แบบไม่มีอั้นกัน... Brunchbowl ร้าน Brunchbowl อีกหนึ่งร้านอาหารคลีนเพื่อสุขภาพที่มีทีเด็ดอยู่ที่น้ำผลไม้สกัดเย็นคั้นสดๆ มีให้เลือกถึง 17 รสชาติ นมรสอัลมอนด์ โปรแกรมดีท็อกซ์ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ อาหารเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ที่พร้อมจะส่งตรงให้คุณถึงบ้านอีกเช่นกัน เป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนรักสุขภาพ ***เบอร์โทรศัพท์ : 081-659-0880 / Line : @brunchbowl / FB : Brunch Bowl*** Pastry Garden หากต้องการสั่งเค้กน่ารักกุ๊กกิ๊กไปจนถึงเค้กอร่อยรูปร่างหน้าตาอลังการงานสร้าง ขอแนะนำร้าน Pastry garden ร้านเค้กเปี่ยมไอเดีย ที่มีลูกค้าติดอกติดใจกับการสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่น ทั้งเค้กวันเกิด เค้กงานแต่งงาน เค้กในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น Valentine cake รูปดอกกุหลาบ หรือเค้กรูปส้มในตะกร้าสำหรับเทศกาลตรุษจีน ***เบอร์โทรศัพท์ : 098-553-6262 / Line : @pastrygarden / FB : Pastry garden*** มาม่ากุ้ยช่าย ร้านนี้ต้องสั่งจองทางโทรศัพท์ หรือ facebook เท่านั้น ต้องจองก่อนแล้วไปรับที่โลตัสอ่อนนุช หรือให้ส่งก็จะมีค่าส่งด้วยนิดหน่อย บอกได้เลยว่า กุ้ยช่ายอร่อยทุกไส้จริงๆ เนื้อแป้งเหนียวนุ่มและบางมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง ที่รู้ๆ ไม่ผิดหวังแน่นอน ร้านเขายังมีอย่างอื่นให้ลองด้วยนะ ทั้งบ๊ะจ่าง หอยจ๊อ แฮ่กึ้น อั่งถ่อก้วย (กุ้ยช่ายชิ้นสีชมพูใหญ่ๆ สำหรับไหว้เจ้า) ขนมผักกาด ลองเข้าไปส่องเฟซดูก่อนได้เลย ***เบอร์โทรศัพท์ : 089-441-2309 / FB : MAMA GuiChai - มามา กุยช่าย*** เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery อาหารทะเลอร่อยๆ ไม่ต้องขับรถออกจากบ้าน ก็สามารถลิ้มรสซีฟู๊ดสดใหม่ได้ง่ายๆ เพียงเปิดเฟซบุ๊กของ เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery ก็จะพบกับเมนูที่อัพเดตในแต่ละวันพร้อมกับราคา โดยมีเมนูน่ากินขึ้นชื่ออย่างปูม้านึ่ง ส่วนอาหารทะเลสดๆ ก็มาจากแพปลาของครอบครัวที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ร้านเจคิว ปูม้านึ่ง Delivery มีเมนูให้เลือกมากมาย อาทิ ปูม้า ขนมจีนน้ำยาปู หอยนางรม หมึกแดดเดียวทอด นอกจากนี้ยังมีกุ้งแม่น้ำเนื้อเด้ง และหมูทอดเจ๊จงเจ้าดัง พร้อมส่งตรงถึงบ้าน เพียงสั่งผ่าน inbox ทั้งยังมีถึง 16 สาขาทั่ว กทม. เอาใจคนกรุง แถมรับจัดส่งทั่วประเทศไทยด้วยนะ แต่ต้องสั่งจองล่วงหน้า 1 วัน สำหรับค่าส่งนั้นขึ้นอยู่กับระยะทาง ***เบอร์โทรศัพท์ : 02-1054205 / รับสายออเดอร์ตั้งแต่ : 10.00-20.00 น. / Line : @JQPUUMANUNG / FB : เจคิว ปูม้านึ่ง Delivery*** Yuujou Ramen ยูโจ ราเมน ถึงเวลาแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นกันบ้าง ร้านที่จะมาแนะนำสามารถสั่งออนไลน์บริการส่งถึงหน้าประตู สำหรับคนชอบทานราเมนห้ามพลาดโดยเด็ดขาดกับ Yuujou Ramen ร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติเยี่ยมใจกลางกรุงเทพฯ อาหารญี่ปุ่นรสชาติดี ที่สำคัญราคาประหยัด เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยากแนะนำให้มาอิ่มอร่อยเพลิดเพลินกับหลากหลายเมนู ราเมนไก่มะนาว ราเมนต้มยำ ข้าวแกงกะหรี่ เกี๊ยวซ่า พิซซ่าญี่ปุ่น และอีกมากมายกว่า 60 เมนู ในราคาประหยัดสุดคุ้มจริงๆ มาอิ่มอร่อยจุใจกับร้านอาหารญี่ปุ่น ยูโจ ราเมน ได้ในราคาเริ่มต้นเต็มอิ่มเพียงเมนูละ 70 บาท ***เบอร์โทรศัพท์ : 085-337-7856 / รับสายออเดอร์วันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่ : 11.00 - 20.30 / Line : @yuujouramen / FB : Yuujouramen ยูโจราเมนอาหารญี่ปุ่น Delivery*** มายมัม หมูทอด - My Mom Moo Tod ร้านนี้เจ๋งตรงที่ขายเพียงแค่หมูทอด แต่ฮอตฮิตมากๆ ในโซเชียล! ร้านมายมัม หมูทอด - My Mom Moo Tod ที่นำหมูสามชั้นทอดเค็มสูตรลับคุณแม่ อร่อย นุ่มลิ้น ยั่วน้ำลายมากๆ สนนราคาที่กล่องละ 300 บาท จะได้หมูสามชั้นทอดหอมกรุ่นมาถึงครึ่งกิโลกรัม พร้อมกับข้าวเหนียว 1 ห่อ โดยต้องสั่งล่วงหน้าก่อน 1-2 วัน ถ้าใช้บริการจัดส่ง ค่าส่งจะคิดตามระยะทาง หรือใครสะดวกไปรับด้วยตัวเองร้านมายมัม หมูทอด อยู่แถวปากซอยอินทามระ 4 ถนนสุทธิสาร ***เบอร์โทรศัพท์ : 081-8081-262 / รับสายออเดอร์ตั้งแต่ : 9.00-19.00 น. / Line : @mymommootod / FB : มายมัม หมูทอด - My Mom Moo Tod*** แต่ละร้านล้วนน่าหม่ำกันทั้งนั้น เห็นไหมว่า Social ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน คนขายมีรายได้ คนซื้ออิ่มท้อง แถมไม่ต้องออกไปผจญความน่าเบื่อนอกบ้านอีกต่างหาก หรือติดปัญหาไม่สะดวกเดินทางไปร้านอาหารไกลๆ เมื่อไรที่อยากกินของอร่อย ลองยกหูโทรศัพท์หาร้าน Delivery สุดอร่อยที่เราแนะนำดูสิ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน!! เครดิตจาก นิตยสาร I-TEL E-MAGAZINE ฉบับเดือนพฤษภาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ตะลุยกิน 5 ร้านเด็ดเจเจกรีน !
jj green /  กุ้งถัง / 

หากพูดถึงตลาดกลางแจ้งที่โด่งดังทั้งในประเทศ และสำหรับชาวต่างชาติ ก็คงหนีไม่พ้นตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดกลางแจ้งและในร่มที่มีของใช้ของกินหลากหลายพันร้านให้ได้เลือกสรร แต่หลายๆ คนอาจจะรู้จักอีกหนึ่งแหล่งแฮงค์เอาท์ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งก็คือ "โครงการ JJ GREEN” หรือที่นักเที่ยวหลายคนอาจจะรู้จักกันในนาม ตลาดสยามยิปซี และวันนี้เราได้รวบรวม 5 ร้านอาหารในเจเจกรีนที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อได้ไปเยือนค่ะ ร้านอาหารชื่อดังร้านแรกที่ทุกคนรู้จักและตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมมากอย่างเช่น ร้าน กุ้งถัง ก็ตั้งอยู่ในโครงการ JJ GREEN แห่งนี้เช่นกัน ซีฟู้ดสดใหม่ ทั้งกุ้งตัวโต หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึกสดๆ อีกทั้งเอกลักษณ์ของกุ้งถังที่ไม่เหมือนใครก็คือการรับประทานทานอาหารที่เสิร์ฟ "บนโต๊ะ" และรับประทานด้วยมือ ไม่มีจาน ไม่มีช้อนส้อมให้ เป็นอะไรที่แปลกใหม่และน่าลองมากค่ะ ด้วยเหตุนี้ ร้าน กุ้งถัง สาขา JJ GREEN จึงมีลูกค้าเนืองแน่นตลอดทั้งคืนชนิดที่ว่าต้องรบกวนลูกค้าโทรสำรองที่นั่งกัน ไม่เช่นนั้นต้องมายืนรอคิวนะคะ ร้านอาหารร้านที่สองที่แนะนำก็คือร้าน Yellow Steak in a Box ร้านสเต็กสุดสดใสแห่งเจเจกรีน เนื่องด้วยทางร้านตกแต่งร้านเป็นสีเหลืองทั้งหมด และมีธีมคล้ายๆ Gas Station ของเมืองนอก จึงทำให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาอยากจะเข้าไปลิ้มลองรสชาติอาหารและบรรยากาศ ส่วนเมนูก็มีหลากหลาย ตั้งแต่สเต็กหมู สเต็กเนื้อ ทีเด็ดอยู่ที่เมนูเครื่องดื่มที่มีการตั้งชื่อใหม่ให้เข้ากับธีมร้าน อย่างเช่น น้ำมันเครื่อง คือ แป๊ปซี่ น้ำมันเบรค คือ โค้กซีโร่ ใครอยากได้บรรยากาศแบบ Gas Station สไตล์อเมริกันหน่อยๆ เชิญได้ที่ร้าน Yellow Steak in a Box ค่ะ ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ยากินิกุที่มีชื่อว่า Mr. Grill ปิ้งย่างตามใจชอบ มีทั้งบุฟเฟ่ต์หัวละ 199 บาท หรือจะสั่งเป็นจานก็ได้ค่ะ ไลน์อาหารก็มีให้เลือกหลากหลายอย่างเช่น เนื้อ หมู เบค่อน ลิ้นหมู หมูคุโรบุตะ เริ่มต้นเพียงจานละ 50 บาท ยังมีจานพิเศาษอย่างเนื้อแกะด้วย เพียงจานละ 90 บาทเท่านั้นค่ะ ถ้าอยากไปสังสรรค์นั่งคุยกับเพื่อนพร้อมรับประทานอาหารไปด้วย ปิ้งย่างเป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ ร้านที่สี่เป็นร้านขนมหวานที่มีสาขาแรกอยู่ที่โชคชัย 4 กับร้าน นมนัว เมนูส่วนมากก็จะเป็นพวกขนมปังปิ้งและนมรสต่างๆ และนี่คือจุดเด่นของร้านค่ะ เพราะนมที่ร้านใช้เป็นนมสด 100% ไม่มีการผสมน้ำเปล่าหรือใช้นมผงแน่นอนค่ะ โดยเมนูแนะนำจะเป็นนมโกโก้ ที่มีรสชาติโกโก้เข้มข้นบวกกับนมรสนุ่ม หรือจะเป็นนมรสเผือกที่ชงออกมาได้กลิ่นเผือกเต็มๆ ใครชอบรับประทานของหวานไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ ร้านสุดท้ายนี้เป็นร้านของหวานที่มีถึงสองร้านอยู่ในบริเวณเจเจกรีน ชื่อร้าน สถานีบ้านชา ต้องขอบอกว่า เห็นเมนูแล้วเลือกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ มีทั้งเครื่องเป็นนมสด ชา โซดา หรือกระทั่งนมปั่น ส่วนของหวานเป็นขนมปังปิ้งเพียงแผ่นละ 15 บาทเท่านั้น นอกจากขนมปังยังมีไอศครีมให้สั่งด้วยค่ะ พ่วงด้วยเมนูคาวเล็กๆ น้อยๆ อย่างเฟรนช์ฟรายส์ ไก่คาราเกะ หรือไส้กรอกทอด เรียกว่ามาร้านเดียวได้ทั้งคาวได้ทั้งหวาน ครบเครื่องค่ะ โครงการ JJ GREEN และตลาดนัดยิปซีเปิดทำการทุกวันพฤหัส ถึง อาทิตย์ 5โมงเย็นถึงประมาณเที่ยงคืน มีที่จอดรถให้ในโครงการ แต่ถ้าหากอยากจะเดินทางโดยรถไฟฟ้าก็สามารถทำได้โดยการนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีหมอชิต และเดินเข้าไปในซอยที่ติดสวนจตุจักรได้เลยค่ะ ขอบคุณภาพจาก: เว็บไซต์ www.edtguide.com, www.facebook.com/Mr.GrillYakiniku, www.facebook.com/Koongtung/

สูตรอ่อยผู้!! วิธีทำ ผักบุ้งไฟแดง ให้ได้ใจจุงกิ
จุงกิ /  ผักบุ้งไฟแดง

ผัดบุ้งไฟแดงก็คือผักบุ้งไฟแดง แต่มาแรงเพราะจุงกิช๊อบชอบ สาวไทยอย่างเราก็ไม่นิ่งเฉย ในเมื่อมาบ้านเราก็อยากทำอาหารต้อนรับซ่ะหน่อย (ถึงแม้ไม่ได้กินฝืมือเราก็ตามขอมโนไว้ก่อน อิอิ) แต่ถึงอย่างไร การทำอาหารอร่อยก็มัดใจผู้ชายได้นะคะ สูตรอ่อยผู้!! วิธีทำ ผักบุ้งไฟแดง ให้ได้ใจจุงกิ ส่วนผสม ผักบุ้งจีน หรือ ผักบุ้งไทย ตามชอบค่ะ หมูกรอบหรือหมูสับ (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ) พริกชีฟ้าแดง กระเทียม เต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว ซอสน้ำมันหอย น้ำตาลทรายเล็กน้อย น้ำมันพืช เล็กน้อย วิธีทำ นำผักบุ้งไปล้างแล้วหันเป็นท่อนๆ พอดีคำ เตรียมส่วนผสมทุกอย่างอยู่ในชามผสม เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการผัดในกระทะอาจจะทำให้ผักบุ้งไหม้ได้ เตรียมใส่ลงไปทีเดียวกันเลย ใส่น้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย เปิดไฟแรงสุด ไฟผักบุ้งและส่วนผสมที่เตรียมไว้ในชามผสม เทลงไปพร้อมๆ กัน ผัดด้วยความเร็วจนผักบุ้งสลด อย่าผัดนานเกินไปผักบุ้งจะสุกเกินทำให้เหนียวไม่อร่อย รีบตักใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ ที่มาจาก thaicuisinearoi.blogspot

MThai One Day Trip “กิน เที่ยว จ.ปทุมธานี
กิน-เที่ยว จ.ปทุมธานี /  ที่กิน ปทุมธานี / 

สวัสดีชาวเอ็มไทย ไม่มีอะไรมากแค่อยากจะบอกว่า วันนี้ทีมงาน MThai ไปเสาะหาแหล่งกิน เที่ยวใหม่ให้เพื่อนสมาชิกได้ตะลุยกิน ตะลุยเที่ยวในวันเดียวครบรสกันอย่างสุดฟิน วันนี้เราขอแนะนำ จังหวัดที่ใกล้กรุงเทพมากกกกกกกนั่นก็คือ “จ.ปทุมธานี” แต่ใครจะไปคิดว่าจังหวัดที่ใกล้เราขนาดนี้ จะมีที่สำหรับ กิน เที่ยว จ.ปทุมธานี มากขนาดนี้ เพื่อนๆทราบหรือไม่ว่า ปทุมธานีฯ ก็มีตลาดร้อยปีนะจ๊ะ รู้ยัง? มีกุ้งแม่น้ำยักษ์เผาสุดฟิน ไหนจะวัดมอญ, หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในไทย และที่พลาดไม่ได้สำหรับวัยรุ่น ร้านกาแฟริมน้ำสุดชิค และสวนบัวกว่าร้อยสายพันธุ์ ว่าแล้วก็สงสัยใช่ไหมละ ไปดูเส้นทาง พาเที่ยววันเดียว ปทุมธานี กันเลยดีกว่า MThai One Day Trip “กิน เที่ยว จ.ปทุมธานี” เมืองมอญโบราณ  1.ตลาดระแหง (ตลาดร้อยปี)    - ร้านอาหารที่ 1 : “แปโภชนา” - ร้านอาหารที่ 2 : “ก๋วยเตี๋ยวตาพ้ง” - ร้านอาหารที่ 3 : “คุณกาญจน์ ร้านเกี๊ยวกรอบ” - ร้านอาหารที่ 4 : “คำ มัน หวาน” 2.วัดเจดีย์ทอง 3.วัดเจดีย์หอย 4.หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ – วัดโบสถ์ 5.ครัวบุษบัน กุ้งเผา วอเตอร์วิว (ทานข้าวกลางวัน) 6.วัดหงษ์ปทุมาวาส 7.พิพิธภัณฑ์บัว 8. On The Riva Cafe 1. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี ตลาดระแหง (ตลาดร้อยปี)  “ตลาดระแหง” หรือตลาดร้อยปี เป็นชุมชมตลาดน้ำโบราณที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เกิดจากย่านชุมชนที่ต้องเดินทางสัญจรด้วยเรือและรถไฟในสมัยอดีต  อาคารในตลาดจะเป็นห้องแถวที่สร้างด้วย “ไม้” ติดกัน เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปมีการใช้รถไฟเพื่อการคมนาคมมากขึ้นทำให้กิจการรถไฟล้มเลิกไป  คงเหลือไว้เพียงตลาดน้ำอายุ  กว่าร้อยปีแห่งนี้ไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงความหลัง ภายในตลาดหากมาในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะมีของกินให้เลือกซื้อและนำกลับเป็นของฝากได้หลากหลาย มากกว่าในวันธรรมดา ทีมงานไม่พลาดที่จะหยิบร้านเด็ดร้านดังของตลาดแห่งนี้  มาให้สมาชิกเอ็มไทยได้ทราบก่อนใคร รับรองว่าไปแล้วไม่เสียเที่ยวแน่นอนกับ “กิน เที่ยว” MThai One Day Trip - ร้านอาหารที่ 1 : พากินที่ปทุมธานี ร้าน “แปโภชนา" ร้านเด็ดร้านดังที่ใครมาตลาดแห่งนี้จะต้องแวะมาทาน ด้วยการันตีจากหลากหลายนักชิมชื่อดังด้วยอาหารสไตล์ไทยผสมจีนที่มีรสจัดจ้านทำให้ได้รับความนิยม มีเมนูแนะนำ อาทิ ต้มยำปลาช่อน, ปลาช่อนแดดเดียว, ผัดขี้เมาปลากรายและหมูจ๊อ เมนูอาจจะดูบ้านๆ แต่รับรองรสเด็ดถูกใจแน่นอน เปิด-ปิด : ทุกวันทำการ 9.00 – 15.00 น. เบอร์โทร : 02 599 1398 - ร้านอาหารที่ 2 : พากินที่ปทุมธานี “ก๋วยเตี๋ยวตาพ้ง” ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณที่ “ตาพ้ง” เจ้าของร้านขายมาตั้งแต่ยังหนุ่มจนตอนนี้อายุร่วมแปดสิบปีจนส่งลูกทั้ง 8 คนเรียนจบจนปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก  และลูกๆก็มาช่วยสืบทอดกิจการของทางร้าน จุดเด็ดของร้านคือน้ำซุปต้มกระดูกหมูที่กลมกล่อม, ถั่วป่น, พริกป่น กระเทียมเจียวทั้งหมดทำเอง ทำให้มีกลิ่นหอมกว่าร้านอื่น รับรองว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณที่รสเด็ดถึงใจแน่นอน    เปิด-ปิด : ทุกวันทำการ 9.00 – 15.00 น. (ปิดเฉพาะวันอังคารและวันพุธ) เบอร์โทร : 02 599 1398 - ร้านอาหารที่ 3 : พากินที่ปทุมธานี “คุณกาญจน์ ร้านเกี๊ยวกรอบ” ทานเสร็จแล้วแวะหาของทานเล่นที่ร้านใกล้เคียงกันอาทิ เกี๊ยวกรอบ, ขนมปังหน้าหมู,  ป๊อเปี๊ยะทอด ฯลฯ  เดินเล่นชิลชิลตลาดริมน้ำร้อยปี ตลาดระแหงแห่งนี้อย่างเพลินปากสบายใจ - ร้านอาหารที่ 4 : พากินที่ปทุมธานี “คำ มัน หวาน” ร้านขนมไทยโบราณชื่อน่ารักน่าเอ็นดู เรียกว่ามีขนมไทยหายากหลายชนิดมากๆเลยละคะ   ซึ่งขนมบางชนิดเกือบจะสูญหายหรือหาทานยากแต่ที่นี่มีครบคะ  อาทิเช่น บุหลันดั้นเมฆ, จ่ามงกุฎ, ทองเอก, สัมปะนี, ขนมเรไร, ขนมโคกะทิ, ขนมพระพาย ฯลฯ เรียกว่าหลากหลายครบเครื่องขนมไทยของแท้เลยคะ แถมราคาไม่ได้สูงมากเริ่มต้นเพียงกล่องละ 20 บาทขึ้นไปเท่านั้น ทางร้านรับจัดเป็นชุดสำหรับให้ผู้ใหญ่หรือทำบุญด้วยนะคะ  นอกจากร้านต่างๆที่กล่าวมานั้นยังมีร้านที่น่าสนใจอื่นๆอีก เช่น ร้านอากง, ร้านพรประสิทธิ์  ฯลฯ 2. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี วัดเจดีย์ทอง วัดเจดีย์ทอง เป็นวัดเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามีอายุมากกว่า 160 ปี ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบมอญที่เลียนแบบจากเจดีย์จิตตะกองของประเทศพม่า และมีพระพุทธรูปปางมารวิเชียรขึ้นด้วยหยกขาว เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยเชื้อสายรามัญภายในเจดีย์ทองแบบรามัญ สถูปทรงระฆังก่อด้วยอิฐฐานสีเหลี่ยม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 4 ด้านปิดทอง ประดับกระจกสีและยอดฉัตร 9 ชั้น  นอกจากนี้ยังมี กุฏิเรือนไทย และกุฏิทรงปั้นหยา หอสวดมนต์ ตกแต่งด้วยลวดลายและแกะสลักและลายฉลุเชิงชายช่องลม   ใบเสมาศิลาพายแดงศิลปอยุธยา แต่พระพุทธรูปศิลปแบบรามัญ และในส่วนของเจดีย์พระปรางค์ประดับกระเบื้องเคลือบในศิลปะแบบจีน ที่ตั้ง : อ.สามโคก  จ.ปทุมธานี 3. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี วัดเจดีย์หอย วัดแห่งนี้ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นจากเปลือกหอยนางรม ซึ่งขุดพบในบ่อของบริเวณวัดเจดีย์หอย ซึ่งเป็นชิ้นส่วนซากเปลือกหอยนางรมยักษ์ขนาดใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 8 ล้านปี  สันนิษฐานว่ามีอยู่จำนวนมาก สำหรับเจดีย์หอยได้ถูกรื้อลงเพื่อสร้างใหม่ เพื่อให้สูงใหญ่เทียบเท่าพระอุโบสถ  นอกจากนี้ภายในวัดยังมีวัตถุโบราณ อาทิ ถ้วยชามปั้นดินเผา, โอ่ง,ไหตลอดจนเครื่องใช้ประจำวันในโบราณให้ได้ชมกันเพลินๆ ที่ตั้ง : อ.ลาดหลุมแก้ว  จ.ปทุมธานี 4. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ – วัดโบสถ์  หากต้องการสักการะบูชาหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต้องมาที่วัดโบสถ์แห่งนี้คะ เป็นรูปปั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมฺรังสี) ในลักษณะเทศนาธรรมมีความสูงถึง 28 เมตร   เดิมเป็นวัดที่มีชื่อว่า  “วัดสร้อยนางหงส์”  มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เชื่อกันว่าสร้างจากชาวมอญที่อพยพมาจากกรุงหงสาว ดีตั้งแต่แผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บริเวณอ.สามโคกแห่งนี้ นอกจากนี้ยังพระพุทธรูปสำคัญซึ่งที่เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดปทุมธานี  “หลวงพ่อเหลือ”  โดยมีความเชื่อว่าหากได้สักการะบูชาจะแคล้วคลาดอุบัติเหตุทั้งปวง ทำการใดจะสมปรารถนา เงินทองเหลือเก็บเหลือใช้  และอย่าลืมสักการะ “พระสีวลี” ส่งเสริมเรื่องลาภยศ สมหวังดั่งตั้งใจทุกประการ ที่ตั้ง : อ.สามโคก  จ.ปทุมธานี 5. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี ครัวบุษบัน กุ้งเผา วอเตอร์วิว มาถึงช่วงเที่ยงแล้วกองทัพขับรถมาต่อกันที่อ.เมือง หยุดฝากท้องกันที่ร้านอาหาร “ครัวบุษบันกุ้งเผา วอร์เตอร์วิว” พลาดไม่ได้อย่างแน่นอนมาถึงที่นี่ก็ต้องสั่งกุ้งเผาคะ กุ้งเผาสีขาวเนื้อแน่นตัวโตอวบๆ มันทะลัก มีข้าวเปล่าสักจานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือน้ำปลาพริก ไม่ขออะไรเพิ่มแล้วละมื้อนี้ ^^ มาต่อกันที่เมนูอื่นๆกันบ้างคะ อาทิข้าวผัดมันกุ้ง, กุ้งทอดกระเทียม, เนื้อย่างใบชะพลู, แกงป่าปลาคัง, หมึกผัดไข่เค็ม, ต้มยำไทยสูตรโบราณ, ผัดสายบัว พลาดไม่ได้กับปลาช่อนลุยสวนพริก ทีมงานขอตอบด้วยภาพแทนรสชาตินะคะสำหรับมื้อนี้ เปิด -ปิด : ทุกวันทำการ เวลา 11.00 – 22.30 น. เบอร์โทรศัพท์ : 091 554 3438 ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.ปทุมธานี 6. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี วัดหงษ์ปทุมาวาส มาต่อกันที่วัดหงษา(ชื่อเดิม)  หรือวัดหงษ์ปทุมาวาส  เป็นวัดมอญโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช  นอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังเรียกได้ว่าเป็นวังมัจฉา  กล่าวคือมีปลาที่มากที่สุดวัดนึงก็ว่าได้เพราะได้รับรางวัลชนะเลิศอนุรักษ์พันธุ์ปลามากมายที่แห่งนี้ อาทิ ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาแรด ปลาตะเพียน และปลาอื่นอีกหลายชนิด ว่ายมาชุมนุมอาศัยกันอยู่เนืองแน่นเพื่อรอรับอาหารจากผู้มาทำบุญไหว้พระที่ วัดและมาเที่ยวที่ "วัดหงษ์ปทุมาส” แห่งนี้ ทีมงานเอ็มไทยก็ไม่รอช้าที่จะนำมาเสนอไว้ให้สมาชิกในเส้นทางกินเที่ยวจ.ปทุมธานีคะ ที่ตั้ง : อ.เมือง  จ.ปทุมธานี 7. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี พิพิธภัณฑ์บัว หากว่ายังพอมีเวลาเหลือเราอยากให้ลองไปสัมผัสธรรมชาติที่ “พิพิธภัณฑ์บัว” ตั้งอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี การได้ชื่นชมธรรมชาติถือเป็นการได้ผ่อนคลาย สร้างความสุขและสบายใจได้อย่างหนึ่ง พิพิธภัณฑ์บัวแห่งนี้เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระเทพฯ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 ปัจจุบันรวบรวมบัวมากกว่า 100 กว่าสายพันธุ์ในพื้นที่ 18 ไร่ ใช้เป็นศูนย์ศึกษาอนุรักษ์และให้ความรู้เกี่ยวกับบัวสายพันธุ์ต่างๆ อย่าพลาดชมความสวยงามที่ขาดไม่ได้เลยกับ “บัวจงกลนี" บัวไทยแท้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีที่ประเทศไทยแห่งเดียวในโลก เป็นดอกบัวที่บานแล้วไม่หุบ เพราะมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นนั่นเอง ที่ตั้ง :สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี เปิด -ปิด : เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน 8.30 – 16.30 น. เบอร์โทรศัพท์ : . 0 2549 3043 8. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี ร้าน On The River Cafe ต่อด้วยร้านกาแฟสุดชิค “On The River Cafe” เป็นร้านกาแฟริมน้ำเจ้าพระยา อยู่ใกล้กับร้านอาหารบ้านเหนือน้ำ การตกแต่งภายในร่มรื่นโปร่งสบายทั้ง Indoor และ Outdoor ในส่วนของภายในจะเป็นกระจกล้อมรอบทำให้มองเห็นวิวริมน้ำเจ้าพระยาระหว่างพักทานกาแฟได้อย่างเต็มตาและสบายใจ ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิด -ปิด : ทุกวันทำการ เวลา 11.00 – 22.00 น. เบอร์โทรศัพท์ : 092-621-7070

เที่ยวประจวบฯ Part 1ว่ายน้ำกับปลาน้อยที่ ‘อ่าวบ่อทองหลาง’ กินลมชมทะเล มนต์เสน่ห์บางสะพาน
บางสะพาน /  อ่าวบ่อทองหลาง / 

กลับมาแล้วกับ ‘เ จ๊ ตุ๊ ก ’ พาเที่ยว   ช่วงหน้าร้อนนี่มันเป็นช่วงชีพจรลงเท้าเหลือเกินคะ อยากจะไปเที่ยวให้ผิวเป็นสีแทนรับเทรนด์ซัมเมอร์ตลอดเว ทริปนี้ตุ๊กตาและม้าน้ำ จะพาไปเที่ยว อ.บางสะพาน จ. ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งวันแรก เราไปที่ ‘อ่าวบ่อทองหลาง’  ซึ่งเป็นอ่าวหนึ่งในจังหวัดที่ใครเขาว่าสวยหนักหนา  เที่ยวบางสะพาน อ่าวบ่อทองหลาง จ.ประจวบฯ By...M e l o n J o u r n e y จุดเริ่มต้น คือพี่ที่สนิทคนนึงถามว่าเคยไปมารึยัง ? พอได้ยินชื่อแล้ว เราไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตคะ จึงคิดว่าน่าจะเป็นที่เที่ยวที่ไม่น่าจะมีคนรู้จักเท่าไรนัก ระยะทางจาก กทม. อยู่ที่ราว 300-400 กม. คะ ซึ่งทริปนี้เราคำนวณค่าใช้จ่ายแบบ on a budget อยู่ที่คนละไม่เกิน 1,500-2,000 บาท / คน ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืนคะ เป็นอีกหนึ่งในทริปประหยัด ที่มีเส้นชัยทั้งการ ดำน้ำ เที่ยวเกาะ ดูปะการัง ทานอาหารอร่อย ไม่เน้นหรูหราหรือราคาแพงใด ๆ เส้นทางสู่บางสะพาน เรามีต้นทางอยู่ที่ปากเกร็ด นนทบุรีคะ จากการคำนวณระยะทางอยู่ที่ราว 391 กม. ใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง 14 นาที คะ บอกเลยนะคะว่าทริปนี้ไกล และเราเดินทางโดยรถยนต์คะ สำหรับใครทีไม่ซีเรื่องน้ำใส เป็นเป็นธรรมชาติมากกว่า ขอให้ข้ามทริปนี้คะ เพราะต้องแลกกับการเดินทางอันแสนยาวนานเลยทีเดียว ล้อหมุนจากปากเกร็ดเวลา 07.00 น. เดินทางผ่านเส้นกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าผ่านถนนพระราม 2 ผ่านมหาชัย รถไม่ติดมากคะ ถึงที่พักเวลา 11.30 น. ช่างเสนยาวนานคะ 4 ชั่วโมงครึ่งนะคะ ซึ่งถึงเร็วกว่าที่ Google Earth คำนวณคะเรานอนพักจนถึง บ่าย 3 โมงคะ ถึงออกจากที่พักไปยังอ่าวบ่อทองหลาง ซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน โรงแรมลดาวัลย์ บูทีค รีสอร์ท ทริปนี้ที่พักของเราตั้งอยู่ติดอ่าวแม่รำพึงคะ ซึ่งน้ำไม่ใส และไม่นิยมลงเล่นน้ำบริเวณนี้ แต่วิวสวย มีทิวเขาสลับซับซ้อน และมีร้านอาหารน่าโดนตั้งอยู่หลายร้าน ซึ่งจากโปรแกรมของเรา เราจะมาทานที่ ‘ร้านชะเอม’ คะ ซึ่งห่างจากที่พักของเราเพียง 450 เมตร เดินทางไม่ถึง 5 นาที ก็ถึงอ่าวบ่อทองหลาง คนไม่เยอะและมองจากสายตา น้ำใส พอสมควร ส่วนด้านข้าง จะมีร้านอาหารตั้งอยู่ เราเลือกทานอาหารรอแดดร่มก่อนลงเล่นน้ำ เลือกทานที่ร้าน อ่าวบ่อทองหลางซีฟู๊ดคะ มีที่นั่งเป็นเตียงผ้าใบ นั่งทานอาหารไม่สบายเท่าไร เราสั่งอาหารมา 4 อย่าง แต่ทานกันแค่ 2 คนนะคะ คือ ปลากระพงทอดน้ำปลา ปลาหมึกทอดกระเทียม ต้มยำโป๊ะแตก และ หลนเนื้อปูคะ (โป๊ะแตกมาทีหลังเลยไม่มีภาพคะ) อาหารทุกอย่างสดคะ ราคาไม่แพง แต่รสชาติ เราให้แค่ 2.5 เต็ม 5 นะคะ หากเลือกมาทานที่นี่ แนะนำให้สั่งอาหารทะเลจำพวกปิ้ง ย่าง นะคะ น่าจะโอเค เพราะอาหารทะเลสดจริง ๆ คะ ราคาทั้งหมดรวม 790 บาท คะ ถือว่าไม่แพง เพราะเนื้ออาหารทะเลมาเต็มคะ ทั้งปลา หอย กุ้ง ปลาหมึก แต่เรื่องรสชาติยังไม่ประทับใจเท่าไร เมื่ออิ่มแล้ว ถึงเวลาเล่นน้ำคะ เวลาลงเล่นน้ำ แนะนำจุดที่ใกล้โขดหินนะคะ เพราะน้ำจะเย็นมาก แต่ให้ระวังหินบาดเพราะหินแถบนั้นค่อนข้างคมคะ มีจุดสวย ๆ ให้ถ่ายรูปไม่มากนัก เพราะเป็นแอ่งโค้งที่ไม่ใหญ่คะ แต่โดยรวมแล้ว ฝีมือการถ่ายภาพของ 'ม้าน้ำ' คะ สำหรับใครที่ตั้งใจเดินทางจากกรุงเทพมาที่นี่โดยเฉพาะ ไม่แนะนำ เพราะระยะทางค่อนข้างไกล แต่อ่าวเล็ก และอาจจะมีทะเลใกล้ ๆ ที่สวยกว่าน้ำใสกว่า ขากลับ เราขับรถกลับที่พัก ผ่านอ่าวแม่รำพึง ซึ่งตอนเย็นสวยมากคะ เรียกว่าเป็นโมเม้นต์ที่ประทับใจมากที่สุดของทริปนี้ เพราะเป็นถนนเลียบหาด ในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ทะเลแทบไม่มีคน บวกกับแสงที่สวยมาก แต่เราไม่ได้เก็บภาพมา เพราะเราอยากเก็บภาพด้วยตาตัวเองให้นานที่สุด สรุปวันแรกผิดแผนคะ ไม่ได้ทานอาหารร้านดังที่เลียบหาดแม่รำพึง เพราะยังอิ่มจากร้านแรกไปมาก เรากลับมาอาบน้ำและนอนพัก ก่อนจะออกไปหาอะไรทานคะ และที่เราอยากทานตอนนั้นคือของหวาน ๆ เพราะรู้สึกเบื่ออาหารทะเลจากมื้อแรกแล้ว ร้านขนมหวาน 'จิ๊กโก๋เป้' เลยเลือกไปทานที่ร้าน ‘จิ๊กโก๋เป้’ คะเป็นร้านนมที่มีขนมปังปิ้ง ไข่กระทะ และก๋วยเตี๋ยว ซึ่งตอนแรกสั่งก๋วยเตี๋ยวไปแต่ไม่มาเสริฟคะ น่าจะลืมแต่เราไม่ตามคะ และพยายามไม่อารมณ์เสีย เพราะมาเที่ยวอยากทำใจให้เบิกบาน และปล่อย ๆ ไป ส่วนขนมและอาหาร มาค่อนข้างช้าคะ ต้องถือขันตินะคะ เพราะช่วง 2-3 ทุ่มคนจะเยอะและมีวัยรุ่นออกมานั่งกันเกือบเต็มร้าน พอทานอิ่ม กลับที่พักพักผ่อนต่อ เพราะตอนเช้ามีแผนไปเที่ยวอีกวัน สรุปการเดินทางมาที่ อ่าวบ่อทองหลางนะคะ ตอนมาถึงเราคิดว่าอ่าวเล็กกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ปริมาณนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย มีร้านอาหารที่ราคาไม่แพง และเหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะน้ำใส และเห็นตัวปลาว่ายในน้ำเลยคะ ควรวางแผนการเดินทางนะคะ เพราะระยะทางค่อนข้างไกล และให้ระมัดระวังเรื่องโขดหินที่นี่มีความแหลมคมคะ สรุปค่าใช้จ่ายในวันแรกมีดังนี้ 1.ค่าแก๊ส 440 บาท 2.ค่าขนมและน้ำดื่มระหว่างทาง 125 บาท 3.ค่าที่พัก 700+ บาท 4.ค่าอาหารกับข้าว 4 อย่าง พร้อมน้ำดื่ม 790 บาท 5.ค่าขนมรอบดึก ร้านจิ๊กโก๋เป้ 100 บาท รวมค่าใช้จ่ายวันแรก 2,155 บาท หาร 2 คน ก็ตกคนละ 1,052 บาท คะ ส่วนเราและม้าน้ำ จะไปเกาะทะลุในวันรุ่งขึ้นกับสีฟ้าทัวร์คะ จึงคุ้มกับการเดินทางมากกว่าคนที่ตั้งใจมาแค่ที่อ่าวบ่อทองหลาง เพราะมีกิจกรรมดำน้ำ สามารถติดตาม Part 2 ดำน้ำเกาะทะลุแบบละเอียดได้เร็ว ๆ คะ ผู้ร่วมทาง กินอาหารทะเลจนอวบอ้วนคล้ายพะยูนน้ำ ติดตามที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ของเราได้ที่ Twitter : @dolly_kaewta Instagram : Siranchaya

เมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ผักกรอบๆ กับข้าวสวยร้อนๆ
กะปิ /  ผักบุ้ง / 

เมนูที่มีวัตถุดิบง่ายๆ เชื่อว่าตลาดแถวบ้านต้องมีกันทุกซอยอย่างแน่นอน แต่หลายๆ คนยังไม่เคยได้ลองกินเมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ที่หาทำทานแสนจะง่ายดาย หรือใครเคยกินแล้วติดใจกับผักบุ้งกรอบๆและกะปิหอมๆ ลองมาดูวิธีทำที่ไม่ยากกับเมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ที่ทำเองได้ง่ายๆ ให้ครอบครัวของคุณได้ทาน เมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ผักกรอบๆ กับข้าวสวยร้อนๆ ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ส่วนผสมซอสกะปิ กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำซุปหรือน้ำเปล่า 5 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำซอสกะปิ ตำกะปิ กระเทียม และพริกให้แหลก ถ้าใส่ขมิ้นก็เอาลงไปตำด้วย ผัดเครื่องตำกับน้ำมันจนกะปิสุก เปลี่ยนสี เติมน้ำ ผัดจนละลายเข้ากันดี ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำตาล และซอสปรุงรส ส่วนผสมผัดผักบุ้ง ผักบุ้งน้ำ (ผักบุ้งไทย) สอยด้วยมีดให้สวยงาม ส่วนที่ก้านใหญ่ก็สอยตรงกลาง แช่น้ำเย็ฯใส่น้ำแข็ง ซอสกะปิที่ทำเตรียมไว้แล้ว (กะปริมาณให้เหมาะสมกับผักบุ้ง) หมูสับหรือกุ้งสับ 1/2 ถ้วยพูนๆ หอมแดงซอย 3-4 หัว พริกเหลืองหรือพริกแดงหั่นเป็นเส้น วิธีทำผัดผักบุ้ง นำผักบุ้งใส่กระชอนให่สะเด็ดน้ำใส่กะละมัง ใส่น้ำมันลงไปในกระทะไม่ต้องมาก แบ่งซอสกะปิใส่ลงไปผัดใส่ลงไปผัดให้ร้อน ใส่หมูสับหรือกุ้งสับที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้สุก มันจะแห้งๆ นะคะ ชิมรสดู ควรจะอร่อยโดยไม่ต้องปรุง เพราะซอสเราอร่อยอยู่แล้ว พอผัดเสร็จ ตักวางบนกะละมังผักบุ้งพร้อมหอมแดงซอยและพริก ใส่น้ำมันลงในกระทะสะอาดไฟแรงๆ รอจนร้อนจัด เทผักโดยให้ของเหลวก้นกะละมังไหลลงไปก่อนแล้วตามด้วยที่เหลือทั้งหมดในทันที (ด้วยเทคนิคการเทแบบนี้จะทำให้ผักกรอบและสีสวย) ผัดแค่พอผักสุกแรกก็ใช้ได้ เวลาผัดของแกว่งตะหลิวกลับผักรวดเร็วเกินไปจนผักเวียนหัว ให้เวลาผักรับความร้อนสักครู่ ชิมรสดูอีกครั้ง หากต้องการรสชาติที่เข้มขึ้นก็เพิ่มซอสกะปิลงไปค่ะ จากหนังสือ Gourmet & Cuisine issue 191 : Jun 2016 อ่านต่อได้ที่ Mbookstore

10 ของฝากยอดฮิตจาก มอเตอร์เวย์ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องซื้อ
ขนม /  ของกิน / 

อาทิตย์นี้ FoodMThai มีแพลนจะไปเที่ยวแถบใกล้ๆกทม ซักหน่อยแต่สายกินอย่างเราๆ จะไปเที่ยวอย่างเดียวมันก็ดูจะกร่อย ถ้าไม่มีอะไรติดรถไว้กินเพื่อความบันเทิงและเพิ่มอรรถรสในการเดินทาง วันนี้เราเลยจะขอแนะนำ 10 ของฝากยอดฮิตจากจุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องซื้อ เป็นยังไงแค่ฟังก็ดูน่า อร่อย และ น่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะซื้อฝาก หรือฝากซื้อ หรือซื้อกินเองระหว่างเดินทางก็จะรอช้าอยู่ทำไม เอารถไปจอดที่จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ แล้วตามมาเลยสิครับ 10 ของกินยอดฮิต ซื้อฝากก็ได้ ซื้อกินเองก็ดี๊ดี @ จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ลงจากรถมาเรียบร้อยแล้ว ที่จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ก็ร้านค้า เรียงแถวยาวเหยียด ให้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ เริ่มตาลายจะเริ่มจากอะไรก่อนดี เดินดูไปเรื่อย ๆ ก่อนแล้วกัน จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ก็มาไม่ยากเลยครับ ถ้าใครแพลนไปเที่ยวใกล้ๆกทม แถบทาง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ถ้าขับมาจากกรุงเทพฯ ให้สังเกตว่า ข้ามแม่น้ำบางปะกง เมื่อไหร่ ก็เตรียมชิดซ้ายได้เลย มีป้ายบอกเห็นได้อย่างชัดเจน เดินเล่นมาซักพัก ท้องก็เริ่มหิวแล้ว ต้องหาอะไรติดไม้ติดมือ ขึ้นรถ แล้วแหละ 1. ข้าวหลาม หนองมน เมื่อลงรถมาถึงร้านแล้ว เหมือนเป็น Signatrue ของ จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ สิ่งแรกที่เห็นเลยคือ ข้าวหลาม มีเยอะมาก แทบจะทุกร้านเดินไปทางไหนก็เจอแต่ข้าวหลาม ไม่ซื้อติดมือกลับมาคงไม่ได้ เดินชิมได้ทุกร้าน ถูกใจร้านไหนก็ซื้อร้านนั้นได้เลยครับ เดินชิมไปชิมมา แป๊บเดียว มาอยู่ในมือเรียบร้อย 1 ถุง 2. ขนมจาก  มีข้าวหลามแล้วถ้าไม่มี ขนมจาก ติดมือกลับบ้านแล้ว ก็เหมือนมาไม่ถึง จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ขนมจากหอม ๆ ย่างใหม่ๆ มีให้เลือชิมเยอะพอพอกับ ข้าวหลามเลยครับ เหมือนเดิม ถูกใจร้านไหนก็จัดเลย เหนียว นุ่ม หอมอร่อย กินแล้วเพลินมากๆ แป๊บๆหมดถุงแน่นอน 3. หอยดอง แค่เห็นก็น้ำลายสอแล้ว กับ หอยดอง เดินผ่านกี่ร้านๆ ก็ต้องเหลียว เมนูอร่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัวเพียบ ใครชอบหอยดองก็ไม่ควรพลาดเลยครับ ว่าแล้วก็ต้องซื้อซะหน่อยครับ 4. หอยจ๊อ  หอยจ๊อ เป็น อีกหนึ่งเมนูที่ต้องไม่พลาดเลยครับ ไม่ว่าจะนึ่ง จะทอด จะเอาไปยำ ก็แซ่บแน่นอน เนื้อปูแน่นๆ อัดมาเต็มๆ หวาน อร่อย แน่นอน เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผ่านไปเมื่อไหร่ก็มีต้องติดมือกลับบ้านครับ 5. ปลาเค็ม  ใครชอบปลาเค็ม ก็มีให้เลือกซื้อเยอะครับ จะซื้อฝาก ญาติ ฝากเพื่อนบ้าน ก็โอเค หรือจะซื้อมาเก็บไว้ทำอาหารกินเองที่บ้านก็อร่อย ใครชอบทานปลาเค็มก็เลือกซื้อเลือกหา ติดมือกลับบ้านได้เลยครับ 6. วุ้นเป็ด  น้องใหม่ที่กำลังมาแรง กับขนมน่ารักๆ รูปเป็ด จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก วุ้นเป็ด ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ ก็สามารถซื้อได้ที่ จุดพักรถมอเตอร์เวย์ได้แล้ว น่ารัก สวยงาม แถมยังรสชาติอร่อยขนาดนี้ จะซื้อกินเองก็ดี ซื้อฝากก็ได้ใจแน่นอนครับ 7. ปลาหมึกแห้ง  ส่วนใครชอบของแห้ง ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง ปลาแห้ง ต่าง ๆ ก็มีให้เลือกเพียบ ชอปปิ้งกันเพลินแน่นอน มีให้เลือกชิมทุกร้าน ร้านไหนอร่อย ร้านไหนถูกใจ ค่อยเอาไป 8. น้ำพริกไข่ปู น้ำพริกไข่ปู อันนี้ใครชอบทานน้ำพริกต้องห้ามพลาดเด็ดขาด น้ำพริกหอมๆ รสชาติกลมกล่อม อร่อยกำลังดี มีส่วนผสมของ เนื้อปู ไข่ปู กินกับข้าว สวยร้อนๆ อร่อยมากแนะนำเลยครับ เป็นอีก 1 อย่างที่ต้องมีติดรถกลับบ้าน 9. ขนมหม้อแกง ขนมหม้อแกง อร่อย ๆ ก็เป็นของฝากชั้นดี อีกอย่าง ที่ไม่น่าพลาดเมือมาถึง จุดพักรถ ขนมหม้อแกงหอมๆ หวานๆ ตักกิน แล้วหยุดไม่ได้ รับรอง หมดก่อนถึงบ้านแน่นอน เป็นอีกหนึ่งของฝาก ที่น่าซื้อจาก จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ 10 ขนมโบราณ ย้อนยุค และ ทุเรียนทอด  สุดท้ายกับ ของติดมือเบาๆ ขนมหลากสีสัน ซึ่งเป็นขนมโบราณที่บางอย่างก็หากินยาก แต่ยังมีขายอยู่ที่นี่ สีสันสวยงาม สะดุดตา กับทุเรียนทอด ของฝากอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด ความมันกรอบ อร่อย เคี้ยวเพลิน จนหยุดไม่ได้ จะซื้อฝากเด็กๆ หรือจะซื้อฝากเพื่อน ๆ ก็ได้ รับรอง ฟินกันทั้งแก๊งค์ รับรองว่าหลายคน หอบหิ้วของขึ้นรถกันไม่หวาดไม่ไหว หันไปเจออะไรก็น่าซื้อน่ากินไปหมดใช่ไหมครับ จัดเต็มไปเลยครับ ไม่ต้องกั๊ก จะซื้อกินเองก็อร่อย  ซื้อฝาก ก็ได้รอยยิ้ม ของไทยทำเอง อุดหนุนคนไทยเงินไม่ไปไหนแน่นอน สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวเดินทางต่อแล้วครับ จุดหมายอีกไกล ตอนนี้มีขนมเต็มรถแล้ว อุ่นใจขึ้นเยอะ ขับไปเคี้ยวไปเพลินแน่นอน สำหรับวันนี้ต้องลากันไปก่อนนะครับ แล้วจะเที่ยวเผื่อสวัสดีครับ ขอบคุณรูปภาพ จาก  : https://www.facebook.com/supha.khaolarm                                  http://roileela.amawebs.com                                  http://www.hamanan.com/tour/chonburi/klnm.html                                  https://www.facebook.com/แม่บุญสมเสาแดง-อาหารทะเลแห้งขนมของฝาก-ตลาดหนองมน-720280504654095/

อาหารใส่บาตร! ประจำวันเกิด เสริมมงคลเพิ่มผลบุญ
ดวง /  ดูดวง / 

อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิด วิถีชาวพุทธอีกหนึ่งอย่างที่คนไทยทำสืบต่อกันมานานคงหนีไม่พ้นเรื่องการสวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ซึ่งการตักบาตรพระในตอนเช้าไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม ย่อมขาดไม่ได้ที่จะต้องมีครบทั้งอาหารคาว อาหารหวาน รวมไปถึงของใช้ต่างๆที่จำเป็นของพระสงฆ์ โดยจุดประสงค์ที่แท้จริงของการใส่บาตรคือเพื่อให้พระสงฆ์มีแรงกายที่จะบำรุงศาสนาต่อไป และวันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai มีความเชื่อเรื่อง อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิดของแต่ละคนมาฝากกันค่ะ อ่านจบแล้ว อย่าลืมแบ่งปันบอกต่อเรื่องบุญแบบนี้ให้คนที่คุณรักด้วยนะคะ :) วันอาทิตย์ อาหารคาว ประเภทไข่ ดาว เจียว ผัด ลูกเขย ลูกสะใภ้ ต้ม แกงกะทิ ฯ อาหารหวาน ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำขิง เงาะ ของถวายพระ หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมากพลู ไหว้พระปางถวายเนตร(พระประจำวันเกิด) กำลังวันเท่ากับ ๖ (สวดแบบย่อ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ) เติมน้ำมันตะเกียงตามวัด ทำทานกับคนตาบอด โรงพยาบาลโรคตา มูลนิธิคนตาบอด โรงพยาบาล โรคหัวใจ มูลนิธิโรคหัวใจ พฤติกรรม ออกรับแสงอาทิตย์อ่อนๆช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพื่อให้เกิดพลัง อย่าใจร้อน เลิกทิฐิ ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น   วันจันทร์ อาหารคาว ประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ เช่นไก่ผัดขิง ไก่ย่าง ไก่ทอดปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหูทอด แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปลาสลิดทอด อาหารหวาน น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มัน ลางสาด ขนมเปี๊ยะ ของถวายพระ แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งๆ ใสๆ ไหว้พระปางห้ามญาติ(พระประจำวันเกิด)กำลังวัน เท่ากับ ๑๕ (สวดแบบย่อ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ) ทำทานกับมูลนิธิช่วยเหลือสตรี พฤติกรรม ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อยู่เสมอ อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ ให้ความช่วยเหลือสตรี เช่น ลุกให้สตรีนั่งบนรถเมล์ บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรง วันอังคาร อาหารคาว อาหารประเภทเส้น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เนื้อวัว ปลาช่อนตากแห้งทอด อาหารหวาน ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ ขนุน น้ำสไปร์ท น้ำอัดลม ของถวายพระ เหล็ก เส้น เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ ไหว้พระปางไสยาสน์(พระนอน)(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๘ (สวดแบบย่อ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง) ทำทานกับคนพิการทางปาก ปากแหว่ง ผู้ป่วยโรคลมชัก พฤติกรรม ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ขยันให้มากขึ้น ลดอารมณ์ร้อน การชิงดีชิงเด่น วันพุธ(กลางวัน) อาหารคาว เน้นสีเขียว หมู แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมู ฯ คะน้าน้ำมันหอย กุนเชียง อาหารหวาน ขนมเปียกปูนเขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว มะม่วงเขียวเสวย ฝรั่ง ชามะนาว ของถวายพระ สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การเรียนการศึกษา ไหว้พระปางอุ้มบาตร(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๗(สวดแบบย่อปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ) ทำทานกับคนพิการทางหู โรงพยาบาลโรคสมอง โรงเรียนสอนคนหูหนวก พฤติกรรม อ่านหนังสือธรรมะ ร้องเพลง ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเอง วันพุธ(กลางคืน) อาหารคาว ของหมักดอง ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม ไข่เยี่ยวม้า ห่อหมก อาหารหวาน ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้หัวโตๆ ทุเรียน ของถวายพระ พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม ไหว้พระปางป่าเลไลย์(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๒ (สวดแบบย่อ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ) ทำทาน กับมูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับยาเสพติด พฤติกรรม เลิกบุหรี่ เลิกดื่มหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เลิกการพนัน เลิกทำตัวเหลวไหล เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกยาเสพติดทุกชนิด วันพฤหัสบดี อาหารคาว ประเภทเถา แกงเลียง บวบผัดไข่ น้ำเต้า อาหารหวาน แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้ ของถวายพระ สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา ไหว้พระปางสมาธิ(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๙ (สวดแบบย่อ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ) ทำทานกับโรงพยาบาลสงฆ์ บริจาคข้าวสาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว พฤติกรรม นั่งสมาธิ สวดมนต์ ถือศีล๕ อย่าซื่อจนเกินไป วันศุกร์ อาหารคาว ประเภทของหอมหวาน ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่ ยำหัวหอม อาหารหวาน ขนมหวาน หอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม กล้วยหอม เค้ก ของถวายพระ นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้สวยหอม ระฆัง ย่าม ไหว้พระปางรำพึง(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๒๑ (สวดแบบย่อ วา โธ โน อะ มะ มะ วา) ทำทานกับเด็กด้อยโอกาส ให้เงิน ให้เสื้อผ้าสวย อาหารที่หอมหวานชวนกินไอศกรีม พฤติกรรม ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส บำรุง ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอด จัดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สวยงาม เลิกการฟุ่มเฟือย วันเสาร์ อาหารคาว ประเภทของขม ของดำมะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู มะเขือยาว อาหารหวาน ลูกตาลเชื่อม กาแฟ โอเลี้ยง ของถวายพระ ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด สร้างห้องน้ำถวายวัด ไหว้พระปางนาคปรก(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๑๐ (สวดแบบย่อ โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ) ทำทานกับโรงพยาบาลโรคจิต โรงพยาบาลโรคประสาท พฤติกรรม กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี ขยะในบ้านยกทิ้งทุกวัน อย่าหมักหมม ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

หนีชีวิตเมืองกรุง! ไปใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ ที่
บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ /  เที่ยวระนอง / 

หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ หนีชีวิตเมืองกรุง! ไปใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ ที่ "บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์" "บ้านไร่ไออรุณ" เป็นฟาร์มสเตย์ มีแนวคิดที่ว่า "พื้นที่เเห่งรักที่เป็นมากกว่าบ้าน" ฟังแค่นี้หลายคนทำให้เราอยากเข้าไปสัมผัสกับที่นี่ซะแล้วสิ! บ้านแสนอบอุ่นแห่งนี้สร้างโดยคุณเบส วิโรจน์ ฉิมมี สถาปนิกหนุ่ม ที่ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อกลับมาดูแลพ่อกับแม่ที่บ้านเกิดใน จ.ระนอง และได้สร้างบ้านให้พ่อและแม่อาศัย จนเกิดเป็นกิจการ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ แห่งนี้ ถ้าใครได้มาพักที่นี่จะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ความเป็นกันเองเหมือนเราอยู่บ้านเลยล่ะ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ แบ่งออกเป็น 2 โซนคือ โซนร้านขายสินค้าการเกษตร, พืชผักสวนครัว คุณเบสและครอบครัวช่วยกันปลูก และมีสวนอาหาร ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนสามารถสั่งอาหาร ของทานเล่น และเครื่องดื่มทานกันได้ "สิ่งเล็กๆ จากในไร่ ด้วยหัวใจ ถึงมือคุณ" สลัดผัก สด กรอบ จากสวนผัก และคลายร้อนด้วย welcome drink เป็นเครื่องดื่มอัญชันมะนาว  โซนที่สอง เป็นบ้านพัก จะเป็นที่สงวนสิทธิ์เฉพาะคนที่เข้าพักเท่านั้น บ้านพักของ 'บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์' มี 2 หลัง คือ "บ้านพราวตะวัน" เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นโต๊ะวางของ และห้องน้ำ ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน มี 1 เตียง และอีก 1 เตียงบนชั้นใต้หลังคา ตกแต่งด้วยไม้และดอกไม้ให้ความรู้สึกน่ารักอบอุ่น ผ่อนคลาย และที่สำคัญมันโล่งและโปร่งสบายมากๆ บริเวณชั้นล่าง บ้านพราวตะวัน บริเวณชั้นบน บ้านพราวตะวัน เตียงนอน บ้านพราวตะวัน และเตียงชั้นบน ใต้หลังคา เตียงชั้นบน ใต้หลังคา ส่วน "บ้านระเบียงดาว" เป็นแบบ 1 ห้องนอนโทนสีขาวดูอบอุ่น ความพิเศษอยู่ตรงมีระเบียงชั้นบน ซึ่งเราสามารถขึ้นไปนอนดูดาวบนนั้นได้ด้วย และกำลังสร้างบ้านเพิ่มอีก 2 หลัง เร็วๆ นี้ ^^ ภายในบ้านระเบียงดาว ด้านหน้า บ้านระเบียงดาว มีโต๊ะอาหารให้นั่งทาน ราคาที่พัก 1,400 บาท (วัน จันทร์-พฤหัส) 1,700 บาท (ศุกร์-อาทิตย์/วันหยุด) ต่อหนึ่งหลัง รวมอาหารเช้า พักได้ 2 คน เตียงเสริม,เตนท์ เพิ่ม 400 บาท *บ้านหนึ่งหลังพักได้ไม่เกิน 3คน อาหารทะเล สดใหม่ น่าทานทั้งนั้น ^^ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ นี่แหละใช่เลย! ไม่มีรีเซฟชั่น : มีเเม่ มีพ่อ คอยสร้างรอยยิ้มต้อนรับอย่างจริงใจ ไม่มีสไตล์การตกเเต่ง : มีอะไรที่หาได้จากรอบๆตัวก็นำมาปรับใช้ ในเเบบที่เราชอบ ไม่มีทีวี : มีเสียงนกร้อง หรีดหริ่งเรไร เสียงธารน้ำไหล ไม่มีอาหารเลิศหรู : มีเมนูบ้านๆอาหารปักษ์ใต้ ผักสดปลอดสาร กุ้ง หอย ปู ปลา สดๆจากทะเลในชุมชน ไม่มี wifi : มีสัญญาณโทรศัพท์ทุกระบบ ไม่มีสระว่ายน้ำ มีธารน้ำเล็กๆไหลผ่านตัวบ้าน ไม่มีเเสงสี มีเเค่เเสงไฟ หิ่งห้อย ดวงดาว เเละเเสงจันทร์ เเละไม่มี นู้นนี่นั่น เหมือนกับโรงเเรมหรูหราที่อื่นๆ (ไม่ต้องคาดหวังมานะครับ) กิจกรรม บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์  ที่มี ปลูกผัก ,ขายผัก, เก็บผัก ผลไม้ มาทำอาหาร ใช้ชีวิตกับอากาศดีๆ ไปด้วยกันในพื้นที่กลางหุบเขาของเราเเห่งนี้ (หากอยากไปเที่ยวที่ไหนก็บอกได้จะพาไปในระนอง ภูเขา,ธารน้ำเเร่ , ทุ่งหญ้า ,น้ำตก เเละท้องทะเล) การเดินทาง เครื่องบิน (นกเเอร์ 2เที่ยวบิน/1วัน) 25 กม.จากสนามบิน , รถทัวร์ กะเปอร์-กรุงเทพ ปลายทางถึงหน้าปากซอย หรือรถส่วนตัว สอบถามเส้นทาง,รายละเอียดการจอง เเละอื่นๆ ได้ที่ 096-9382981 หรือผ่านทาง เพจ บ้านไร่ ไออรุณ https://www.facebook.com/baanraiiarun

สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน สูตรแต้จิ๋ว ต้นตำรับยาวนานกว่า 50 ปี
MBK Center /  sukiyaki number one / 

สุกี้ยากี้สไตล์แต้จิ๋วที่ได้รับการยอมรับมายาวนานกว่า 50 ปีอย่าง สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน ได้ถูกนำมาปัดฝุ่นเอาใจคนยุคใหม่ ให้ได้สัมผัสรสชาติคลาสสิคตามแบบฉบับแต้จิ๋วที่หากินยาก และยังขึ้นชื่อในเรื่องของเนื้อหมูหมักนุ้มนุ่ม ในน้ำซุปหอมกรุ่น ผสานกับน้ำจิ้มสูตรลับเฉพาะ สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน สูตรแต้จิ๋ว ต้นตำรับยาวนานกว่า 50 ปี ปัจจุบันสุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน มีทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ สาขาที่ตามรอยนักชิมมาวันนี้ ก็คือสาขาเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น 6 The Foodies Zone และยังมีที่สาขาเดอะไนน์ พระรามเก้า East Village Zone กับสาขาอาคารกลาสเฮ้าส์ รัชดา ชั้น 2 เหนือ Max Value อีกด้วย เมื่อเข้ามาในร้าน สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน สาขาเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสไตล์จีนร่วมสมัย ที่ผสมผสานศิลปะแบบจีน มีสลักลวดลาบบนเนื้อไม้ที่ประดับตกแต่งภายในร้าน ให้บรรยากาศอบอุ่น พร้อมตกแต่งรูปภาพในวันวานของร้านสุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน ทำให้ลูกค้าได้หวนคิดถึงความอร่อยที่เคยลิ้มลองในอดีต และเติมเต็มบรรยากาศการทานอาหารแบบครอบครัวได้อย่างดี ความพิเศษของซอสหมักหมูสูตรต้นตำรับ ทางร้านคัดสรรส่วนผสมชั้นดีนานาชนิด นำมาผสมเข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อสัตว์ที่นำมาหมักมีความอร่อยลงตัว ตามมาด้วยทีเด็ดของน้ำจิ้มที่พลาดไม่ได้ ถือเป็นสูตรลับที่คงความอร่อยสืบทอดกันมา โดยมีส่วนผสมหลักอย่างเต้าหู้ยี้ ให้รสเปรี้ยวอมหวาน โรยหน้าเพิ่มความมันด้วยถั่วลิสงคั่ว เป็นแบบฉบับแท้ของสุกี้แบบแต้จิ๋วโบราณ มาถึงเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่อยากแนะนำ ก็คือ ชุดหมูหมักนัมเบอร์วัน :ใช้เนื้อหมูสันนอก แร่เอาเอ็นและไขมันออกจนหมด เหลือแต่เนื้อนุ่มๆ นำไปหมักที่อุณหภูมิที่พอเหมาะ ชุดเนื้อหมักนัมเบอร์วัน : ที่เลือกใช้เฉพาะเนื้อลูกมะพร้าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อสะโพกวัวที่มีไขมันน้อยมาสไลด์ หมักกับน้ำหมักสูตรลับจนได้เนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมไข่ ชุดทะเลหมักนัมเบอร์วัน : ประกอบไปด้วยเนื้อปลา ปลาหมึกกรอบ ปลาหมึกสด กุ้งสด หมักกับน้ำหมักเสิร์ฟพร้อมไข่ ลูกชิ้นสูตรเฉพาะของร้าน นำกุ้งตัวโต เนื้อหมูบด พร้อมเครื่องปรุงนานาชนิด มาคลุกเคล้าให้เข้าเนื้อ พร้อมหมักเพื่อเพิ่มรสชาติและความเหนียวเด้ง ลูกชิ้นปลาชีส : ความอร่อยอยู่ตรงที่ ลูกชิ้นสอดไส้ชีสด้านใน เมื่อนำลงมาต้มในหม้อ รอให้สุกกำลังพอดี และกัดเข้าปากคำแรก คุณจะสัมผัสได้ถึงชีสหอมๆ ร้อนๆ ที่ไหลออกมา เนื้อผัดน้ำมันหอย : ใช้เนื้อหมักในตำนานของสุกี้ นัมเบอร์วัน มาผัดกับผักสดนานาชนิด ปรุงรสด้วยซอสน้ำมันหอยสูตรพิเศษ ถ้าได้ทานแล้วจะลืมไม่ลง เป็ดย่าง ทางร้านคัดสรรเป็ดเชอรี่มาเป่าลมและผึ่งจนแห้ง สีสวยก่อนจะนำไปย่างไฟอ่อนๆ จนสุกแบบกรอบนอกนุ่มใน หมูกรอบ หมูสามชั้นต้มชิ้นหนโรยเกลือและน้ำส้มสายชู ทำให้หมูกรอบมีความฉ่ำ และกรอบกำลังดี ไม่แห้ง หมูแดง อร่อยไม่ต่างจากเป็ดย่างและหมูกรอบ อร่อย เนื้อนุ่มลิ้น ข้าวอบหม้อดิน : ใช้ข้าวหอมมะลิมาบุญครอง เม็ดโต เหนียวนุ่ม นำมาผัดกับเนื้อไก่หมักนัมเบอร์วัน กุ้งสด และเม็ดแปะก๊วย พร้อมส่วนผสมต่างๆ นำลงไปอบในหม้อดินพร้อมเสิร์ฟ ปอเปี๊ยกุ้งทอด : นำกุ้งสับมาหมักกับเครื่องเทศ อย่าง ผักชี กระเทียม และพริกไทย ก่อนนำมาห่อด้วยแป้งปอเปี๊ยะ และทอดกรอบ รับประทานคู่กับน้ำจิ้มบ๊วย และเพื่อความครบสูตรในการมาทานอาหารร้านสุกี้ ต้องสั่งเมนูติ่มซำ ที่มีให้เลือกทานหลากหลาย รับรองอร่อยไม่แพ้ที่อื่นแน่อน ————————————————————-

เมนูพิเศษประจำเดือนกรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน
โรงแรมรอยัล ออคิด

อาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด รสชาติอิตาเลียนแท้ ณ ห้องอาหารจิออร์จิโอ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ห้องอาหารอิตาเลียน “จิออร์จิโอ” ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน รังสรรค์เมนูอิตาเลียนแท้สไตล์โฮมคุกกิ้งตำรับคุณแม่ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความหลากหลายของรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้ๆที่เตรียมพร้อมให้คุณได้ลิ้มลอง เริ่มด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง พาร์มาแฮมสไลท์บางทานคู่แตงฮันนี(320++ บาท) หรือจะเป็น สลัดผักโขม เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดกอร์กอนโซลา และลูกมะเดื่อเชื่อมไวน์แดง(350++ บาท) ต่อด้วยมื้อหลักอย่างข้าวริซอตโต้เห็ดทรัฟเฟิลดำ(360++ บาท) สเต็กปลาคอท หอยลาย เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่ง(620++ บาท) ปลาเนื้อแน่นทานคู่ซอสเฉพาะตัวสูตรเข้มข้น โคนขาลูกวัวตุ๋นเสิร์ฟกับข้าวอิตาเลียนแบบดั้งเดิม(580++ บาท) หรือจะเป็นเนื้อสันในหมักสมุนไพรย่าง ทานคู่น็อกจิและผักโขม(850 บาท++) ปิดท้ายมื้อค่ำอันพิเศษนี้ด้วย เซทขนมหวาน 4 สไตล์ อย่าง ทีรามิสุ พานาคอตต้า ไวท์ช็อกโกแลต และราสเบอร์รี่ชีสเค้ก (350 บาท++) สำหรับบัตรสมาชิกสตาร์วู้ด พรีเฟอร์ เกสต์ (Starwood Preferred Guest®) รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 15% (เฉพาะค่าอาหาร) ห้องอาหารอิตาเลียนจิออร์จิโอเปิดบริการทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์และวันอังคาร) เวลา 18.00 – 22.30 น. พร้อมบริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214 อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com ไลน์แอด: @rosheratonbangkok เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com ------------------------------------------------- เพลิดเพลินค่ำคืนแห่งไวน์ และชีส ณ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ขอเชิญคุณมาเพลิดเพลินคืนแห่งไวน์ และชีส ในคืนวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559นี้ ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น. หลีกหนีความวุ่นวายของชีวิตเมืองหลวง และการจราจรที่แสนติดขัด มาจิบไวน์รสนุ่มละมุนลิ้นชั้นเลิศ เคียงคู่ชีสและทาปาสนานาชนิดระดับพรีเมี่ยมแบบไม่อั้น ในราคาเพียง 599++ บาทต่อท่าน หรือเลือกเพิ่มความหลากหลายและอัพเกรดไวน์ระดับพรีเมียมเพียง 999++บาทต่อท่าน บริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214 อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com ไลน์แอด: @rosheratonbangkok เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com