หอยนางรม

มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ
ที่พักธรรมชาติ /  ที่พักปราณบุรี / 

ถ้าใครอยากหาที่พักผ่อน ได้ฟีลแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง Travel.mthai มี 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ ที่มาแรงในตอนนี้มาฝากกันค่ะ รับรองว่าทุกคนจะได้ซึบซับกับบรรยากาศดีๆ สูดอากาศแสนบริสุทธิ์ และชาร์จแบตร่างกายได้แบบเต็มที่แน่นอน ^^ มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ 1. The Birder’s Lodge เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา รีสอร์ทสุดฮิปสำหรับคนชอบชิว บ้านไม้สไตล์กระท่อมแบบยุโรป ตั้งอยู่ท่ามกลางกลางป่าไม้และขุนเขา ทำให้เราได้สัมผัสธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด ณ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ไม่ไกลจากกรุงเทพนี่เองค่ะ ซึ่งที่นี้เป็นที่พักแห่งใหม่เปิดได้ไม่นาน ตอบโจทย์ผู้เข้าพักไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัวได้อย่างลงตัว! ที่ตั้ง : 282 หมู่ 10 ตำบลหมูสี ปากช่อง จ.นครราชสีมา รายละเอียด : https://www.facebook.com/thebirderslodge/ สอบถามและจองบ้านพักได้ที่ : 081-645-4252 , 044-300-185 รีวิวเพื่มเติม : The Birder’s Lodge ที่พักสุดชิค สำหรับคนชอบชิว ณ เขาใหญ่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 2. บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ (baan rai i arun) อำเภอ กะเปอร์ ระนอง หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ ที่อยู่ : ตำบล กะเปอร์ อำเภอ กะเปอร์ ระนอง เบอร์โทรศัพท์ : 096-9382981 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baanraiiarun รีวิวเพิ่มเติม : http://travel.mthai.com/blog/135054.html ------------------------------------------------------------------------------------------------ 3. ลาเอนาตู (La A Natu Bed & Bakery Resort) ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรีสอร์ทริมทะเลขนาดเล็กที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ตั้งอยู่บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด ด้านหน้ารีสอร์ทเป็นชายหาดส่วนตัว ด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได บรรยากาศสบายๆ เงียบสงบ รื่นรมย์ แลนด์มาร์กสะดุดตาของ ลา เอ นาตู คือหลังคาทรงลอมฟางขนาดมหึมาอันเป็นจุดหมายปลายทางของสะพานไม้ไผ่ที่พาดข้ามทุ่งนาไปสู่ทะเล สิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม งานดีไซน์ และการตกแต่งภายในของลา เอ นาตูเป็นแบบพื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีสระว่ายน้ำส่วนกลางลอยฟ้าแบบ roof-top ถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพของภูเขา ทะเล ทุ่งนา และบรรยากาศของหมู่บ้้านเล็กๆ ริมหาด ที่อยู่ : 234 หมู่ 2 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77120 โทรศัพท์ : +66 (0)32 689 941-3, +66 (0)81 731 8688 ข้อมูลเพิ่มเติม : www.laanatu.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 4. สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บ้านต้นไม้ (Tree House) เป็นโฮมสเตย์ โดยมีลุงสุขกับป้าผงเป็นเจ้าของ หลายคนที่ได้มาพักที่นี่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ประทับใจในการบริการของที่นี่มากๆ คุณลุงคุณป้าใจดีและเป็นกันเอง ดูแลอย่างอบอุ่น ^^ ห้องพักของที่นี่มีหลายแบบ คือ บ้านต้นไม้ เป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มีห้องนอนแบบแยกส่วนตัวและแบบรวม ชั้นล่างจะเป็นที่นั่ง ที่กินข้าว ดื่มชากาแฟ มีแปลญวณไว้นอนอ่านหนังสือได้สบายๆ ส่วนด้านบนจะเป็นห้องพัก , บ้านต้นไม้ หลังเล็ก สร้างอยู่บนต้นไม้จริงๆ บ้านทั้ง 2 แบบนี้จะมองเห็นวิวภูเขา ต้นไม้สีเขียวแบบเต็มอิ่ม ยิ่งหน้าฝนหรือหน้าหนาว จะได้สัมผัสหมอก อากาศเย็นสบาย และ บ้านริมลำธาร จะตั้งอยู่ติดลำธาร สัมผัสธรรมชาติและวิวสวยไปอีกแบบ ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : บ้านต้นไม้ แม่แมะ เชียงดาว อีเมลล์ : treehousemaemae@gmail.com เบอร์โทรศัพท์ – การจองที่พัก : 081-111-5154, 053-317-090, 086-117-0434 รีวิวเพิ่มเติม : สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 5. แทนรัก ทะเลหมอก เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ที่พักบรรยากาศดี ใกล้จุดชมวิวทะเลหมอก ริมเส้นทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ และทุ่งแสลงหลวง มีห้องพักสไตล์โรงแรม 20 ห้องให้บริการ มีร้านกาแฟและอาหาร มีจุดชมวิวทะเลหมอก และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยและบริการเต็นท์ให้เช่าพร้อมอุปกรณ์นอน ที่อยู่ : ตำบล เขาค้อ อำเภอ เขาค้อ เพชรบูรณ์ เบอร์โทรศัพท์ : 087-0207014,081-6332434 เว็บไซต์ : http://www.tanrak.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 6. บ้านสวนจันทิตา (Baan Suan Chanthita) จังหวัดอุทัยธานี มีคุณป้าจันทิตาและคุณลุงไพศาลเป็นเจ้าของ คุณลุงเล่าว่าแต่ก่อนที่ตรงนี้เป็นบ่อปลา ต่อมาก็เริ่มถมที่และปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ทุกต้นที่นี่คุณลุงไพศาลเป็นคนปลูกเองทั้งหมด ใช้เวลาเกือบ 30 ปี! เมื่อนำพื้นที่ตรงนี้มาทำเป็นโฮมสเตย์ ก็สร้างโดยการปลูกแทรกตามต้นไม้ โดยไม่ตัดต้นใดทิ้งแม้แต่ต้นเดียว ^^ บ้านสวนจันทิตา เป็นที่พักโฮมสเตย์ แบบบ้านไม้ 4 หลัง ตั้งแทรกอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ เชื่อมต่อกันทั้งหมด 4 หลัง ซึ่งบ้านแต่ละหลังจะมีความสูงไม่เท่ากัน เพราะอยากให้ดูมีมิติ และระบายอากาศได้ดี ภายในบ้านฌปร่งสบาย เน้นเจาะหน้ารอบบ้านแบบให้เราเห็นธรรมชาติได้แบบพาโนรามาด้วย อีกทั้งโดยรอบๆ บรรยากาศร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด และที่พักราคาไม่แพงด้วย เพียงหลังละ 2,000 บาทเท่านั้น แต่ถ้าอยากมาพักผ่อนที่นี่ต้องจองล่วงหน้ากันยาวสักหน่อย ^^ ที่อยู่ : 32/9 หมู่ 5 ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เบอร์โทรศัพท์ : 081 144 1988 เว็บไซต์ : bansuanchantita.weebly.com , www.facebook.com/bansuanchantita ------------------------------------------------------------------------------------------------ 7. ภูลังกา รีสอร์ท (Phu Lang Ka Resort) จังหวัดพะเยา ภูลังกา รีสอร์ท ตั้งอยู่ใน อ.ปง จังหวัดพะเยา เป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยว รีสอร์ทแบบบ้านไม้ตั้งอยู่บนเนินเขาของวนอุทยานภูลังกา ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ มองเห็นวิวเขาหินปูนและแอ่งที่อยู่ด้านล่าง ทะเลหมอกสวยๆ ได้แบบเต็มอิ่ม อีกทั้งมีจุดไฮไลท์ตรงที่ชมพระอาทิตย์จะขึ้นหน้ารีสอร์ท เมื่อแสงส่องลงมายังทะเลหมอกในแอ่งกระทะ ให้บรรยากาศสวยงามเหมือนภาพวาด เรียกได้ว่า เป็นที่พักหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านของจริง ที่อยู่ : 125 หมู่ 4 ตำบล ผาช้างน้อย อำเภอ ปง จังหวัด พะเยา 56140 เบอร์โทรศัพท์ : 086-1910291 , 081-0232421 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/PhulangkaResort/ รีวิวเพิ่มเติม : ภูลังกา รีสอร์ท ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน , เที่ยวภูลังกา สัมผัสความหนาวใน จังหวัดพะเยา ------------------------------------------------------------------------------------------------ 8. บ้านหว่าญ่า บ้านพักน่ารักๆ ณ ม่อนแจ่ม เป็นที่พักเพิ่งเปิดใหม่ปลายปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งบ้านหว่าญ่าจะเน้นการออกแบบที่พักแบบเรียบง่าย และให้มีขนาดเล็ก เพื่อไม่บดบังทัศนียภาพโดยรวมของวิวที่มีความโดดเด่น ภูเขาที่สวยงาม ที่นี่จึงเหมาะจะเป็นที่พักกายพักใจในวันหยุดได้ดีสุดๆ ที่อยู่ : บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 097-9322282 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : บ้านหว่าญ่า ------------------------------------------------------------------------------------------------ 9. ไร่แสงอรุณ รีสอร์ท (Rai Saeng Arun Resort) จ.เชียงราย คุณจะได้พบกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมของรีสอร์ทที่พัก ซึ่งจัดสร้างและตกแต่งโดย วัสดุที่เรียบง่ายจากธรรมชาติ บ้านพักทุกหลังซ่อนตัวในแนวไม้และป่าไผ่ กลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งที่ตั้งของที่พักนั้นจะทำให้คุณได้พักผ่อนและได้สัมผัสความงดงามของทิวทัศน์ได้เต็มตา ที่อยู่ : เลขที่ 2 หมู่ 3 บ้านผากุบ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ : 096 565 9495 เว็บไซต์ : http://www.raisaengarun.com/

15 ที่พักวิวสวย เห็นวิวทะเลหมอกจากบนเตียง
ที่พักบนดอย /  ที่พักระนอง / 

เข้าสู่ช่วงเดือนปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว อากาศดีๆ แบบนี้แน่นอนว่า การได้เห็นทะเลหมอก วิวสวยๆ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติคงจะดีไม่น้อย และช่วงนี้ถือเป็นช่วงเริ่มต้นที่ดีที่เดียว หลายคนคงอยากหาที่พักวิวสวยๆ ตื่นเช้ามาเห็นวิวทะเลหมอก เราก็มี 10 ที่พักเจ๋งๆ มาแนะนำกันค่ะ 15 ที่พักวิวสวย เห็นวิวทะเลหมอกจากบนเตียง 1. Pino Latte Resort & Cafe (พีโน่ ลาเต้ รีสอร์ท)  เขาค้อ เพชรบูรณ์ หนึ่งในที่พักและคาเฟ่ยอดฮิตสำหรับคนที่เดินทางมาเที่ยว เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ด้านบนเป็นร้านกาแฟน่ารัก เป็นตู้คอนเทนเนอร์ ให้นักท่องเที่ยวมาแวะพักกินขนม เครื่องดื่ม และอาหารอร่อยๆ โดยมีวิวที่สวยงาม เห็นภูเขา ทะเลหมอก และเห็นความงามของวัดผาซ่อนแก้วที่ขึ้นที่อีกด้วย ถัดมาด้านล่างจะเป็นที่พักตกแต่งเป็นเรียบง่ายแต่สวยงาม ตื่นเข้ามาเรามาสามารถมองเห็นหมอกยามเช้าได้แบบเต็มตาเลยทีเดียว ที่อยู่ : 232 ม.5 แคมป์สน เขาค้อ เพชรบูรณ์ 67280 เบอร์โทรศัพท์ : 062-184-4497 เว็บไซต์ : Facebook - Pino Latte Resort & Cafe 2. THE SENSE RESORT KHAOKHO (เดอะเซนซ์ รีสอร์ท เขาค้อ)  เขาค้อ เพชรบูรณ์ อยากหลักหนีความวุ่นวายในเมือง มาพักท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศดีๆ เดอะเซนซ์ รีสอร์ท เขาค้อ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่คุณจะได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ห้องพักตกแต่งสไตล์บูติค สามารถเห็นวิวทะเลหมอกได้จากห้องพัก ที่อยู่ :  180 หมู่ 12 ต.เขาข้อ เขาค้อ เพชรบูรณ์ 67270 เบอร์โทรศัพท์ : 086-177-3566 เว็บไซต์ : http://www.thesensekhaokho.com 3. The Blue Sky Khao Kho (บลู สกาย รีสอร์ท)  เขาค้อ เพชรบูรณ์ รีสอร์ทน่ารักสไตล์ชนบทของอังกฤษ  English country ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ให้บรรยากาศเหมือนเราพักผ่อนอยู่ที่เมืองนอกแบบนั้นเลย เมื่อถึงฤดูฝน-หนาว เราจะเห็นหมอกหนาไปทั่วรีสอร์ท ห้องพักตกแต่งน่ารัก โทนสีสบายตา ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง ที่อยู่ : 96 ม.5 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ, แคมป์สน, เขาค้อ, ประเทศไทย 10400 เบอร์โทรศัพท์ : +(662) 247-7310-11 เว็บไซต์ : http://www.theblueskyresort.com/ 4. Sirinati Khao Kho National Park (ศิริ-นที เขาค้อ เนชั่นแนลปาร์ค)  เขาค้อ เพชรบูรณ์ รีสอร์ทสไตล์คอนเทมโพลารี่ ทันสมัย เรียบหรู แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของธรรมชาติ และทะเลหมอกที่สวยงาม ที่อยู่ : 155 ม.12 ต. เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์, 67270 เบอร์โทรศัพท์ : 086 343 7447 เว็บไซต์ : http://www.sirinati.com 5. ฟ้าใสหมอกสวย เขาค้อ “รีสอร์ท..บนทะเลหมอก”  เขาค้อ เพชรบูรณ์ มาสัมผัสกับบรรยากาศที่ร่มรื่นที่รายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ กลิ่นไอธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ได้ชื่นชมและสัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติเพื่อเป็นการผ่อนคลาย และเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ที่ ฟ้าใสหมอกสวยรีสอร์ท และที่ร็อคเทอเรส เป็นร้านอาหาร เครื่องดื่ม ในบรรยากาศธรรมชาติ น้ำตก ทะเลหมอก และที่พักในจุดชมวิวที่ดีที่สุดในเขาค้อ ที่อยู่ : หมู่ 1 218 ตำบล เขาค้อ อำเภอ เขาค้อ เพชรบูรณ์ 67270 เบอร์โทรศัพท์ : 085 530 1113 เว็บไซต์ : http://fasaimoksuai.com/ , https://www.facebook.com/fasaimoksuai/ 6. บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ (baan rai i arun) อำเภอ กะเปอร์ ระนอง หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ ที่อยู่ : ตำบล กะเปอร์ อำเภอ กะเปอร์ ระนอง เบอร์โทรศัพท์ : 096-9382981 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baanraiiarun รีวิวเพิ่มเติม : http://travel.mthai.com/blog/135054.html 7. แทนรัก ทะเลหมอก เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ที่พักบรรยากาศดี ใกล้จุดชมวิวทะเลหมอก ริมเส้นทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ และทุ่งแสลงหลวง มีห้องพักสไตล์โรงแรม 20 ห้องให้บริการ มีร้านกาแฟและอาหาร มีจุดชมวิวทะเลหมอก และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนืออ่่างเก็บน้ำรัตนัย และบริการเต็นท์ให้เช่าพร้อมอุปกรณ์นอน ที่อยู่ : ตำบล เขาค้อ อำเภอ เขาค้อ เพชรบูรณ์ เบอร์โทรศัพท์ : 087-0207014,081-6332434 เว็บไซต์ : http://www.tanrak.com 8. เขาค้อสวิส รีสอร์ท (Kaokor Swiss Resort) เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ รีสอร์ทเล็กๆ ตั้งอยู่บนภูเขา ท่ามกลางธรรมชาติ ห้องพักขนาดเล็กแต่ติดกระจกรอบด้านทำให้มองเห็นวิวทะเลหมอกยามเช้าแบบแทบไม่ต้องลุกจากเตียง ที่อยู่ : 195 หมู่1 บ้านกนกงาม ซอยเขาค้อสวิส ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270 เบอร์โทรศัพท์ : 084-5310777, 082-5624666 เว็บไซต์ : http://www.kaokorswiss.com/ 10. ลีไวน์รักไทย รีสอร์ท (Leewinerukthai Resort) จ. แม่ฮ่องสอน บ้านพักสไตล์บ้านดินแบบจีนยูนนาน ให้บรรยากาศเมืองอยู่เมืองจีน ซึ่งเป็นจุดขายและเอกลักษณ์ของ ลีไวน์รักไทย รีสอร์ท แห่งนี้ ตื่นเช้ามาก็จะเจอกับความสดชื่นจากไอหมอก ที่ตั้งร้านอาหารก็จะพบกับหมอกสีขาวลอยเหนืออ่างเก็บน้ำที่ตั้งอยู่กลางของหมู่บ้านรักไทย บรรยากาศคล้ายกับปางอุ๋งแม่ฮ่องสอน สโลว์ไลฟ์สุดๆ นอกจากนี้ยังมีการเก็บใบชา ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศดีตลอดทั้งปี  ที่อยู่ : อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน เว็บไซต์ : ลีไวน์รักไทย รีสอร์ท 11. ไร่แสงอรุณ รีสอร์ท (Rai Saeng Arun Resort) จ.เชียงราย คุณจะได้พบกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมของรีสอร์ทที่พัก ซึ่งจัดสร้างและตกแต่งโดย วัสดุที่เรียบง่ายจากธรรมชาติ บ้านพักทุกหลังซ่อนตัวในแนวไม้และป่าไผ่ กลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งที่ตั้งของที่พักนั้นจะทำให้คุณได้พักผ่อนและได้สัมผัสความงดงามของทิวทัศน์ได้เต็มตา ที่อยู่ : เลขที่ 2 หมู่ 3 บ้านผากุบ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ : 096 565 9495 เว็บไซต์ : http://www.raisaengarun.com/ 12. บ้านม่อนม่วน (Baan Mon Muan) จ.เชียงใหม่ รีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติบนยอดดอยอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ ในบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย และโรแมนติค บ้านม่อนม่วน ตั้งอยู่บนเนินเขาบนดอย ที่ความสูง 1,250 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พร้อมด้วยวิวทิวเขาแบบพาโนรามา มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งวันในทุกๆ ฤดู สถาปัตยกรรมของล้านนา โดยนำหล๋องข้าว หรือที่เก็บข้าวเปลือกของชาวนา ประยุกต์ให้กลายเป็นบ้านพักที่ผสมผสานให้เป็นบ้านพักแสนสบายเพียง 10 หลัง จัดวางตัวบ้านลดหลั่นทอดตัวไปตามเนินเขา มองเห็นวิวภูเขาเป็นมุมกว้างไกลยาวสุดสายตา ที่อยู่ : ตำบล โป่งแยง อำเภอ แม่ริม เชียงใหม่ โทรศัพท์ : 083 318 6444 เว็บไซต์ : http://www.baanmonmuan.com/ 13. “บ้านหว่าญ่า” บ้านพักน่ารักๆ ณ ม่อนแจ่ม เป็นที่พักเพิ่งเปิดใหม่ปลายปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งบ้านหว่าญ่าจะเน้นการออกแบบที่พักแบบเรียบง่าย และให้มีขนาดเล็ก เพื่อไม่บดบังทัศนียภาพโดยรวมของวิวที่มีความโดดเด่น ภูเขาที่สวยงาม ที่นี่จึงเหมาะจะเป็นที่พักกายพักใจในวันหยุดได้ดีสุดๆ ^^ ที่อยู่ : บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 097-9322282 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : บ้านหว่าญ่า 14. บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว อำเภอเชียงดาวเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หลายคนนั้นบอกว่า ธรรมชาตินั้นสุดยอดมากๆ ซึ่งก็มี โฮมสเตย์ ตั้งอยู่ที่ดอยหลวงเชียงดาวอยู่หลายที่ เราขอแนะนำที่พักน้องใหม่เพิ่งได้ไม่นาน เป็นกระท่อมฟาง ที่พักหลักร้อย แต่วิวหลักล้าน อากาศดีทั้งปี ไม่ว่าจะหน้าฝนห รือก้าวสู่หน้าหนาว เพื่อนๆ ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศ วิวหมอกทะเลสวยๆ วิวภูเขาไกลสุดลูกตา ที่อยู่ : บ้านนาเลาใหม่ เชียงดาว อำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่ 50170 ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 091 724 7536 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว อ่านรีวิวเพิ่มเติม : หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว 15. ภูลังกา รีสอร์ท จังหวัดพะเยา อีกหนึ่งสุดยอดที่พักมที่เป็นจุดหมายของนักเดินทางหลายๆ คน ภูลังกา รีสอร์ท ตั้งอยู่ในวนอุทยานภูลังกา อ.ปง จังหวัดพะเยา ห้องพักเป็นสไตล์เรียบง่าย มีวิวด้านล่างเป็นแอ่งกระทะ และเป็นเขาหินปูนเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายสลับกัน ไฮไลท์ของการมาเที่ยวภูลังกา คือ การได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นหน้ารีสอร์ท ส่องแสงลงมายังทะเลหมอกในแอ่ง ให้บรรยากาศสวยงามเหมือนภาพวาด ที่อยู่ : จากเชียงรายหรือพะเยาก็ได้แต่ให้มาผ่านอำเภอเชียงคำ จ.พะเยา แล้วตรงเข้าสู่ อำเภอปง โดยใช้เส้น 1148 จากเชียงคำถึงรีสอร์ท ระยะทางประมาณ 45 กม. ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 086-1910291 , 081-0232421 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : ภูลังการีสอร์ท อ่านรีวิวเพิ่มเติม : ภูลังกา รีสอร์ท ที่พักหลักร้อย ทัศนียภาพหลักล้าน

กินเจ แบบไหนถึงจะไม่อ้วน อิ่มบุญได้สุขภาพ และสัดส่วนผลไม้ที่ควรกิน ช่วงกินเจ
กินเจ /  กินเจเพื่อสุขภาพ / 

ปัจจุบันการกินเจได้รับความนิยมมากขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะฝากท้องไว้กับอาหารเจนอกบ้าน หรืออาหารเจสำเร็จรูป แต่ถึงแม้ว่าอาหารเจจะเป็นอาหารสุขภาพ แต่หากเราบริโภคไม่ได้สัดส่วน หรือไม่ถูกหลักโภชนาการแลัว ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เนื่องจากอาหารเจ มักทำมาจากแป้งเป็นหลัก และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ดังนั้น การเลือกกินอาหารเจ จึงไม่ควรเลือกเพียงรสชาติอร่อยเท่านั้น หากยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการกินอาหารเจสูงสุด เรามีเทคนิคจาก คุณรุ่งฉัตร อำนวย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากดังนี้ค่ะ 1.อาหาร การกินเจครบ 5 หมู่ ควรเลือกใช้วัตถุดิบ และแหล่งโปรตีนที่หลากหลายในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ ข้าวกล้อง ถั่ว เห็ด งา เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน และหากในเมนูนั้นมีผักควบคู่ไปด้วยก็จะดีมาก เช่น ผัดหมี่ 1 จาน ควรเพิ่มผักในปริมาณมากขึ้น และลดปริมาณเส้นลงก็จะพอดีกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารทอด และเน้นกินอาหารนึ่ง ต้ม ตุ๋น และพยายามปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว น้ำมันหอยสูตรเจ น้ำตาล เกลือ และซอสชนิดต่างๆ ควรใส่ให้น้อยที่สุด หรือหากไม่ใส่เลยก็จะดีมาก เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดส่วนใหญ่จะมีโซเดียม น้ำตาล หรือไขมันผสมอยู่ และหากปรุงรสในอาหารเจมากๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะโซเดียมสูง เกิดอาการบวม และเสี่ยงต่อเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน ไต หรือเส้นเลือดในหัวใจตีบ เป็นต้น 2.ขนมเจ อาหารช่วงเทศการกินเจมักจะจืดชืดไม่ค่อยถูกปากเท่าไร บางคนจึงอาจกินอาหารคาวน้อย แล้วไปกินขนมหวานแทน ซึ่งขนมในเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมรสหวานจัด จึงควรลดปริมาณการกินลง ให้กินเป็นของตบท้าย หรือเป็นมื้อว่างระหว่างวันแทน สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคว่าเป็นเพียงแค่การชิมก็พอ หากอยากกินก็ให้ลดข้าวหรืออาหารคาวก่อนแล้วจึงค่อยกิน เพราะขนมหวานเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักขึ้น ดังนั้นทางที่ดีควรกินในปริมาณพอเหมาะแล้วหันมากินผลไม้จะดีกว่า 3.เครื่องดื่มเจ เครื่องดื่มช่วงกินเจ โดยเฉพาะในน้ำเต้าหู้ จะมีน้ำตาลมากอยู่แล้ว ส่วนใหญ่น้ำเต้าหู้ที่ขายถุงละ 7-8 บาท มักจะมีปริมาณน้ำตาลทรายอยู่ 1.50 -2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 4.5-6 ช้อนชา อาจจะลองซื้อแบบน้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่เลยได้ยิ่งดี และนมถั่วเหลืองแบบกล่องที่เป็นสูตรหวานน้อยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออาจจะพยายามจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้หวานพอดี แคลอรีต่ำ โดยมีน้ำตาลรวมไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม) 4.ผักและผลไม้ เทศกาลกินเจสามารถเพิ่มมื้อว่างเติมพลังระหว่างวัน ได้ด้วยผลไม้สดที่หวานน้อย พลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร แอปเปิ้ล สับปะรด กล้วย มะละกอ ซึ่งผลไม้ช่วงกินเจ เป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีปริมาณน้ำตาลสูงอยู่แล้ว ยกเว้นผลไม้หน้าร้อน ขึ้นอยู่กับปริมาณการกินมากกว่า โดยแนะนำให้กินเป็นอาหารว่างระหว่างวัน แต่ไม่ควรทานผลไม้แก้หิวแทนมื้ออาหารนั้นๆ นอกจากนี้ ควรกินผักให้ครบทั้ง 5 สี เช่น สีแดง ขาว เขียว ส้ม เหลือง ม่วง โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมากินในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ อีกทั้งควรกินผักสดมากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง สัดส่วนการกินผลไม้ ฝรั่ง = ½ ลูก  ส้ม = 1 ผล  มะละกอ = 7ชิ้นคำ  กล้วยน้ำว้า = 1ผล  แอปเปิล = 1 ผล ภัยของการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อต่างๆ มากมาย ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ซึ่ง สสส. เองก็ได้สร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นโทษภัยมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม กินเจปีนี้นอกจากได้อิ่มบุญและสุขภาพที่ดีกันแล้ว อย่าลืมขยับกายเคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ เรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ team content www.thaihealth.or.th

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่และฤดูหนาว ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในเดือนอื่นในฤดูหนาว ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai