หอยนางรม

ที่พักเชียงใหม่ /  ที่พักเปิดใหม่ / 

ม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาที ที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า และมีวิวทิวทัศน์ของภูเขาไกลสุดลูกหูลูกตา จึงถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ม่อนแจ่ม ยังมีที่พักสวยๆ บรรยากาศดีๆ อยู่หลายที่ อย่างที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ค่ะ "บ้านหว่าญ่า" บ้านพักน่ารักๆ ณ ม่อนแจ่ม บ้านหว่าญ่า เป็นที่พักเพิ่งเปิดใหม่ปลายปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งบ้านหว่าญ่าจะเน้นการออกแบบที่พักแบบเรียบง่าย และให้มีขนาดเล็ก เพื่อไม่บดบังทัศนียภาพโดยรวมของวิวที่มีความโดดเด่น ภูเขาที่สวยงาม ที่นี่จึงเหมาะจะเป็นที่พักกายพักใจในวันหยุดได้ดีสุดๆ ^^ ที่มาของ บ้านหว่าญ่า คุณหว่า แซ่ญ่า เจ้าของที่พัก ได้เล่าให้ฟังอีกว่า ที่ตรงนี้เป็นที่ดั้งเดิมของปู่กับย่า อยู่บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่วนชื่อรีสอร์ทเป็นชื่อของเจ้าของ ชื่อหว่า แซ่ญ่า เลยตั้งชื่อเป็น “บ้านหว่าญ่า” ซึ่งการเรียกชื่อของม้ง จะเรียกเจ้าของว่า “หว่าญ่า” คือการเรียกรวมกันทั้งชื่อและแซ่ไปในคราวเดียวกัน เพื่อการระบุตัวตนที่ชัดเจนของม้ง ส่วนคำแปลของ ของคำว่า “หว่า” ถ้าแปลเป็นสถานที่ หมายความว่า สถานที่ที่มีแต่ความเจริญงอกงาม หรือสถานที่ที่อันเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้   ส่วนคำว่า “ญ่า”  คือแซ่ของเจ้าของ คือ แซ่ญ่า ห้องเรียบง่าย แต่เน้นวิวของธรรมชาติ คุณหว่า แซ่ญ่า ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก การได้ไปท่องเที่ยวหลายๆ ที่แล้วรู้สึกว่าตัวเองต้องการวิวมากกว่าที่ต้องการความใหญ่โตของห้อง มีสิ่งของมากมายเกินความจำเป็น การออกแบบห้องเลยทำให้เป็นกระจกโล่ง เพื่อสามารถมองเห็นวิวภูเขาได้ตลอดเวลาที่เข้ามาพักที่นี่ บ้านหว่าญ่า สามารถมองวิวของภูเขาได้ทุกห้อง และสามารถมองเห็นวิวได้ทุกมุมที่อยู่ในห้องเพราะผนังด้านที่เป็นวิวภูเขา เป็นกระจกโล่งทั้งด้าน และมีสวนร้านอาหาร ร้านกาแฟที่สามารถนั่งชมวิวภูเขาที่สลับซับซ้อนด้านหน้าได้อย่างรอบด้านสวยงาม ประเภทและจำนวนห้องพัก บ้านกล่องเล็กจำนวน  4 หลัง บ้านกล่องใหญ่จำนวน 4 ห้อง บ้านหินจำนวน  2  ห้อง บ้านหว่าญ่าเป็นห้องพักสำหรับ 2 ท่าน (รวมอาหารเช้า) กรณีพัก 3 ท่าน คิดเพิ่ม 300 บาทโดยไม่เสริมที่นอน ที่พักมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ + เครื่องดื่มไว้บริการ วิธีการจอง  สอบถามห้องว่าง + แจ้งชื่อและเบอร์ติดต่อ ภายใน 1-2 วันหลังจอง รบกวนโอนค่ามัดจำ 50% หรือยอดเต็มจำนวนเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาแม่ริมเชียงใหม่ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ม่อนม้ง เลขที่บัญชี 8532194802  จากนั้นแจ้งโอนมัดจำได้ที่ 097-9322282 (กรุณาเก็บหลักฐานการโอนเพื่อแสดงในวันเข้าพัก) ที่อยู่ : บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 097-9322282 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : บ้านหว่าญ่า ขอบคุณรูปภาพจาก เฟสบุ๊ค MyTae Warunee , https://www.facebook.com/vayahouse/

น่าเอ็นดูมว้ากก!! น้องมะลิ ใส่ชุดไทยโพสต์ท่าให้ พ่อปอ ถ่ายรูป!!
น้องมะลิ /  ข่าว น้องมะลิ / 

  น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ สำหรับซุปตาร์ตัวน้อยหอยสังข์ น้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาววัยกำลังน่ารักของ พ่อปอ ทฤษฎี และ แม่โบว์ แวนดา ที่ล่าสุด น้องมะลิ ได้แต่งชุดไทยนุ่งโจงกระเบนและสวมเสื้อคอกระเช้าสีชมพูหวาน พร้อมกับเกล้าผมจุกสุดน่ารักถ่ายรูปคู่กับรูปภาพของ พ่อปอ ทฤษฎี เนื่องในโอกาสเข้าสู่เทศกาลวันสงกรานต์ แต่หลังจากถ่ายรูปกับ พ่อปอ เสร็จแล้ว น้องมะลิ ยังร้องขอกับ แม่โบว์ ขอโพสต์ท่าให้ พ่อปอ ซึ่งในมือถือกล้องถ่ายรูปอยู่ในภาพถ่าย ได้ถ่ายภาพก่อนอีกด้วย โอ๊ย!! อะไรจะน่ารักปานนั้น เห็นภาพนี้แล้วพี่จ๋านี่แทบจะยิ้มออกมาทั้งน้ำตาซะจริงๆ ช่างเป็นภาพที่น่ารักสดใส และแสดงความไร้เดียงสาของ น้องมะลิ ได้มากจริงๆ ขอบคุณภาพจากI IG vanda29 น้องมะลิ ถ่ายภาพคู่กับ พ่อปอ น้องมะลิ โพสต์ให้ พ่อปอ ถ่ายรูป โบว์ แวนดา ปอ ทฤษฎี โบว์ แวนดา น้องมะลิ โบว์ แวนดา น้องมะลิ

อาหารใส่บาตร! ประจำวันเกิด เสริมมงคลเพิ่มผลบุญ
ดวง /  ดูดวง / 

อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิด วิถีชาวพุทธอีกหนึ่งอย่างที่คนไทยทำสืบต่อกันมานานคงหนีไม่พ้นเรื่องการสวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ซึ่งการตักบาตรพระในตอนเช้าไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม ย่อมขาดไม่ได้ที่จะต้องมีครบทั้งอาหารคาว อาหารหวาน รวมไปถึงของใช้ต่างๆที่จำเป็นของพระสงฆ์ โดยจุดประสงค์ที่แท้จริงของการใส่บาตรคือเพื่อให้พระสงฆ์มีแรงกายที่จะบำรุงศาสนาต่อไป และวันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai มีความเชื่อเรื่อง อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิดของแต่ละคนมาฝากกันค่ะ อ่านจบแล้ว อย่าลืมแบ่งปันบอกต่อเรื่องบุญแบบนี้ให้คนที่คุณรักด้วยนะคะ :) วันอาทิตย์ อาหารคาว ประเภทไข่ ดาว เจียว ผัด ลูกเขย ลูกสะใภ้ ต้ม แกงกะทิ ฯ อาหารหวาน ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำขิง เงาะ ของถวายพระ หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมากพลู ไหว้พระปางถวายเนตร(พระประจำวันเกิด) กำลังวันเท่ากับ ๖ (สวดแบบย่อ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ) เติมน้ำมันตะเกียงตามวัด ทำทานกับคนตาบอด โรงพยาบาลโรคตา มูลนิธิคนตาบอด โรงพยาบาล โรคหัวใจ มูลนิธิโรคหัวใจ พฤติกรรม ออกรับแสงอาทิตย์อ่อนๆช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพื่อให้เกิดพลัง อย่าใจร้อน เลิกทิฐิ ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น   วันจันทร์ อาหารคาว ประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ เช่นไก่ผัดขิง ไก่ย่าง ไก่ทอดปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหูทอด แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปลาสลิดทอด อาหารหวาน น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มัน ลางสาด ขนมเปี๊ยะ ของถวายพระ แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งๆ ใสๆ ไหว้พระปางห้ามญาติ(พระประจำวันเกิด)กำลังวัน เท่ากับ ๑๕ (สวดแบบย่อ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ) ทำทานกับมูลนิธิช่วยเหลือสตรี พฤติกรรม ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อยู่เสมอ อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ ให้ความช่วยเหลือสตรี เช่น ลุกให้สตรีนั่งบนรถเมล์ บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรง วันอังคาร อาหารคาว อาหารประเภทเส้น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เนื้อวัว ปลาช่อนตากแห้งทอด อาหารหวาน ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ ขนุน น้ำสไปร์ท น้ำอัดลม ของถวายพระ เหล็ก เส้น เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ ไหว้พระปางไสยาสน์(พระนอน)(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๘ (สวดแบบย่อ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง) ทำทานกับคนพิการทางปาก ปากแหว่ง ผู้ป่วยโรคลมชัก พฤติกรรม ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ขยันให้มากขึ้น ลดอารมณ์ร้อน การชิงดีชิงเด่น วันพุธ(กลางวัน) อาหารคาว เน้นสีเขียว หมู แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมู ฯ คะน้าน้ำมันหอย กุนเชียง อาหารหวาน ขนมเปียกปูนเขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว มะม่วงเขียวเสวย ฝรั่ง ชามะนาว ของถวายพระ สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การเรียนการศึกษา ไหว้พระปางอุ้มบาตร(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๗(สวดแบบย่อปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ) ทำทานกับคนพิการทางหู โรงพยาบาลโรคสมอง โรงเรียนสอนคนหูหนวก พฤติกรรม อ่านหนังสือธรรมะ ร้องเพลง ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเอง วันพุธ(กลางคืน) อาหารคาว ของหมักดอง ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม ไข่เยี่ยวม้า ห่อหมก อาหารหวาน ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้หัวโตๆ ทุเรียน ของถวายพระ พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม ไหว้พระปางป่าเลไลย์(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๒ (สวดแบบย่อ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ) ทำทาน กับมูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับยาเสพติด พฤติกรรม เลิกบุหรี่ เลิกดื่มหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เลิกการพนัน เลิกทำตัวเหลวไหล เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกยาเสพติดทุกชนิด วันพฤหัสบดี อาหารคาว ประเภทเถา แกงเลียง บวบผัดไข่ น้ำเต้า อาหารหวาน แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้ ของถวายพระ สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา ไหว้พระปางสมาธิ(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๙ (สวดแบบย่อ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ) ทำทานกับโรงพยาบาลสงฆ์ บริจาคข้าวสาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว พฤติกรรม นั่งสมาธิ สวดมนต์ ถือศีล๕ อย่าซื่อจนเกินไป วันศุกร์ อาหารคาว ประเภทของหอมหวาน ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่ ยำหัวหอม อาหารหวาน ขนมหวาน หอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม กล้วยหอม เค้ก ของถวายพระ นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้สวยหอม ระฆัง ย่าม ไหว้พระปางรำพึง(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๒๑ (สวดแบบย่อ วา โธ โน อะ มะ มะ วา) ทำทานกับเด็กด้อยโอกาส ให้เงิน ให้เสื้อผ้าสวย อาหารที่หอมหวานชวนกินไอศกรีม พฤติกรรม ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส บำรุง ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอด จัดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สวยงาม เลิกการฟุ่มเฟือย วันเสาร์ อาหารคาว ประเภทของขม ของดำมะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู มะเขือยาว อาหารหวาน ลูกตาลเชื่อม กาแฟ โอเลี้ยง ของถวายพระ ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด สร้างห้องน้ำถวายวัด ไหว้พระปางนาคปรก(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๑๐ (สวดแบบย่อ โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ) ทำทานกับโรงพยาบาลโรคจิต โรงพยาบาลโรคประสาท พฤติกรรม กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี ขยะในบ้านยกทิ้งทุกวัน อย่าหมักหมม ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต , เรื่องย่อเทพธิดาป่าคอนกรีต
ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต /  ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต ช่อง7 / 

บทประพันธ์โดย : นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์โดย : สรรพชัย เกิดอุทัย, วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต ชัย (วีระชัย หัตถโกวิท) ผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก มีภรรยาคือ กอบแก้ว (รัศมี ทองสิริไพรศรี) ติดตามไปขายอาหารในไซด์งานด้วย ทั้งคู่มีลูก 2 คน คนโตชื่อ แววดาว (ตาล-กัญญา รัตนพชร์) ฝันอยากสบาย และไม่ค่อยพอใจความเป็นอยู่ครอบครัวนัก ขณะที่ แววเดือน (เจด้า-ศรัณย่า ชุณหศาสตร์) ลูกคนเล็ก เรียนจบสถาปัตย์ฯ และตั้งใจจะช่วยงานพ่อ 2 พี่น้องมีความฝันที่เหมือนกันคือ มีบ้านให้พ่อแม่อยู่สบายขึ้นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เมื่อชัยพลัดตกจากนั่งร้านเสียชีวิต ยืนยง (กลม-นพพล พิทักษ์โล่พานิช) ผู้ช่วยชัย ซึ่งแอบรักแววดาวอยู่ เข้ามาสานต่องานที่ค้าง และช่วยทุกอย่างด้วยความเคารพรักชัย และกอบแก้ว ทั้งที่รู้ว่าถูกแววดาวรังเกียจ แถมยังต้องตกเป็นขี้ปาก นางเปลี่ยน (ราตรี วิทวัส) และลูก ๆ ที่คอยพูดเหน็บว่าเขาคิดเหมาผู้หญิงทั้งบ้านทำเมีย เหตุการณ์ที่เกิดกับยืนยง อยู่ในสายตา ใยไหม (น้ำฝน-ปริตา ไชยรักษ์) ลูกร้านวัสดุก่อสร้าง ที่ทั้งเห็นใจ และเป็นห่วงยืนยง หนุ่มที่เธอแอบชอบ บริษัทของ 3 พี่น้อง ยุดาวดี (มาริสา แอนนิต้า), พฤกษ์ (แอมป์-พีรวัศ กุลนัสท์วัฒน์) และพงษ์สิทธิ์ (หมู-ภูษณะ บัวงาม) มีการคัดเลือกสาวสวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แชมพู คู่กับ เมญ่า (แพร-พรรัมภา สุขได้พึ่ง) นักแสดงที่กำลังจะร่วงในอีกไม่ช้า เพราะไปยุ่งกับ ธรรธนพ (เซน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ผู้ชายของยุดาวดีเข้า เรื่องนี้ทำให้ยุดาวดีโกรธจึงคิดลดบทบาทเธอลงด้วยการหานางแบบใหม่มาเสริม จึงเป็นโอกาสดีของแววดาว เธอไปสมัครทันทีโดยมีพงษ์สิทธิ์คอยช่วยเพราะถูกใจเธออยู่ แววเดือนผลักดันพี่สาวเต็มที่ แต่หลังจากแววดาวได้งานนี้ แววเดือนก็ถูกกันออกห่าง อนุชา (เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค) ผู้จัดการซึ่งดูแลแววดาว อ้างว่าพื้นฐานครอบครัวจะเป็นตัวถ่วงไม่ให้ดัง จากนั้นก็ให้แววดาวย้ายไปอยู่ลำพังที่คอนโด ตามคำสั่งพงษ์สิทธิ์ เพื่อเขาจะได้ใกล้ชิดเธอโดยไม่มีแววเดือนคอยขวาง แต่ชายหนุ่มที่แววดาวรักตั้งแต่แรกพบกลับเป็นพฤกษ์พี่ชายของเขา โดยแววดาวก็ไม่รู้ว่าพฤกษ์นั้นมีใจให้น้องสาวต่างหากไม่ใช่ตัวเธอ ยืนยงยังคงคาใจเรื่องสาเหตุการตายของชัย จึงแอบสืบเรื่องนี้อย่างลับ ๆ และพุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของนางเปลี่ยน และลูก ๆ ซึ่งมีหนี้สินกับชัยอยู่ก้อนหนึ่ง โดยเรื่องนี้มีเพียงใยไหมที่รับรู้ และคอยช่วยเหลือเขา อนุชาหางานป้อนให้แววดาวมากมายทั้งงานโฆษณา และละครจนโด่งดัง ชีวิตแววดาวเริ่มถอยห่างจากแม่ และน้องสาวออกไป ขณะที่แววเดือนยังคงตั้งใจขยันขันแข็ง ช่วยยืนยงทำโครงการของพ่อต่อ ส่วนกอบแก้วก็ยังคงไปขายอาหารที่ไซด์ก่อสร้างตามเดิม โดยมีพฤกษ์แวะเวียนไปที่ไซด์งานบ่อยครั้ง จนเขาและแววเดือนเริ่มสนิทสนม และมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน หลังจากรู้ว่าแววเดือนนั้นเรียนจบสถาปัตย์พฤกษ์จึงเอ่ยปากชวนให้ไปสมัครงานที่บริษัทของเขา แววเดือนดีใจ เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เพียงแต่ขอเวลาเพื่อทำโครงการสุดท้ายของพ่อให้สำเร็จลุล่วงไปก่อน ธรรธนพ พบแววดาวก็ถูกใจ พอรู้ว่าแววดาวปกปิดนักข่าวเรื่องครอบครัวเลยเอาเรื่องนี้ไปขู่จนแววดาวต้องจำใจยอมไปกินข้าวด้วย เมญ่าพยายามเตือนแววดาวว่าอย่าไปยุ่งกับธรรธนพ ไปรมา (เฟิร์น-ณัฐชยกานต์ ปากหวาน) นักแสดงคู่อริที่เคยมีเรื่องตบตีกับแววดาว แกล้งโทรบอกนักข่าว พอยุดาวดีเห็นข่าวก็โกรธ จะถอดแววดาวออกจากงาน แต่พงษ์สิทธิ์ห้ามไว้ ยุดาวดีรู้ว่าน้องชายชอบแววดาวจึงสั่งห้ามไม่ให้ยุ่งกับแววดาวอีก โครงการสุดท้ายของชัยใกล้เสร็จแล้ว แววเดือนตกลงใจไปทำงานที่บริษัทของพฤกษ์ เพราะเห็นลู่ทางเพื่อชีวิตที่ดีกว่าเพื่อแม่ ที่บริษัท แววเดือนสนิทกับ ปุ๊ก (น้ำ-ธรณสร กุมชพร) และเจนจบ (ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล) พนักงานฝ่ายการตลาด แต่ไม่ถูกกับ พิมพ์ชนก (มีน-พิมพ์ชนก แก้วลุ่มใหญ่) เลขาขี้อิจฉาที่ชอบประจบยุดาวดี และคอยหาเรื่องแกล้งเธอ มาริสา (หมิว-สิริลภัส กองตระการ) ผู้ช่วยของพฤกษ์ ชวนแววเดือนไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านพฤกษ์ จึงได้พบกับแววดาวที่ไปในงานเดียวกัน พี่น้องไม่ได้ทักทายกันเพราะแววดาวเคยสั่งห้ามไม่ให้แววเดือนแสดงตนว่ารู้จักเธอ เมื่อแววดาวรู้ว่าน้องสาวสนิทกับพฤกษ์ก็เริ่มไม่พอใจ ถึงกับเอ่ยปากขอพฤกษ์จากแววเดือน ๆ เห็นแก่พี่สาวจึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทพฤกษ์ และพยายามพาตัวออกห่างจากเขา ยุดาวดีที่สืบรู้ว่าแววเดือนเป็นน้องสาวแววดาวเลยพาลนึกรังเกียจไปด้วย เธอจึงวางแผนเปิดทางให้ ดลฤทัย (แพร เอมเมอรี่) อดีตคนรักของพฤกษ์ที่ต้องการจะกลับมาสานสัมพันธ์ต่อ ได้มีโอกาสเข้ามาใกล้ชิดกับพฤกษ์อีกครั้ง ด้วยการรับดลฤทัยเข้ามาทำงานในบริษัท ส่วนแววดาวที่พยายามจะใช้พงษ์สิทธิ์เพื่อเข้าให้ถึงตัวพฤกษ์ แต่กลับทำให้พงษ์สิทธิ์รู้ตัวว่าเป็นได้แค่สะพาน จึงตัดใจเลิกยุ่งกับแววดาวแล้วหันไปควงกับไปรมาแทน ยืนยงสืบจนแน่ใจว่า การตายของชัย มีครอบครัวนางเปลี่ยนอยู่เบื้องหลัง จึงตัดสินใจบอกให้แววเดือนรู้ ทั้งคู่ชวนกันไปหาแววดาวเพื่อจะบอกเรื่องนี้ แต่แววดาวกลับแสดงทีท่าไม่ต้อนรับ ยืนยง และแววเดือนจึงกลับมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง ขณะเดียวกันกอบแก้วเกิดล้มป่วย ต้องเข้าผ่าตัด แววเดือนพยายามส่งข่าวให้พี่สาวรู้ แต่ถูกอนุชากีดกัน จนไม่สามารถเข้าถึงตัวแววดาวได้ พอไปหาที่คอนโดก็ไม่ได้รับการต้อนรับอีก ความน้อยใจทำให้แววเดือนตัดสินใจไม่รับเงินที่แววดาวฝากอนุชามาให้ ขณะที่แววดาวเข้าใจว่าทางบ้านได้รับเงินไปแล้ว เพราะอนุชายักยอกเงินนั้นไว้เอง พฤกษ์รู้เรื่องกอบแก้วป่วยก็ยื่นมือเข้าช่วยจนได้รับการผ่าตัด กอบแก้วมีอาการดีขึ้น สองแม่ลูกรู้สึกขอบคุณพฤกษ์ และหวังว่าจะมีโอกาสตอบแทนบุญคุณของเขา เมื่อไม่มีใคร แววดาวจึงหันไปคว้าธรรธนพเพราะคิดว่าเขาจะเป็นตัวเชื่อมให้เธอเข้าถึงพฤกษ์ได้ แต่สุดท้ายแววดาวก็เสียท่า โดนธรรธนพวางยา แถมถ่ายภาพเปลือยไว้ขู่จนเธอต้องยอมมีสัมพันธ์ด้วย ยืนยงเห็นธรรธนพออกจากคอนโดของแววดาว ก็เป็นห่วง จึงเตือนแววดาวและต่อว่าที่เธอทำตัวเหลวแหลก แต่แววดาวไม่ฟังแถมยังด่าว่าดูถูกยืนยง ทำให้ยืนยงตัดใจจากแววดาวทันที หันมามุมานะทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว โดยมีใยไหมเป็นตัวช่วย 3 ปีต่อมา ชีวิตแววดาวที่เคยโด่งดังเต็มที่เริ่มเปลี่ยนไปในทางเลวร้าย เมื่อวินัยในการทำงานลดลง แถมมีข่าวเสียหายจนอนุชาระอาที่ต้องคอยแก้ข่าวให้ แววเดือนที่ออกจากงานประจำมาทำงานฟรีแลนซ์ ยอมลำบากโดยไม่คิดจะรับเงินจากพี่สาว จนในที่สุดก็ได้งานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่โชคชะตาก็พาให้ได้พบพฤกษ์อีกครั้ง เมื่อบริษัทที่เธอทำงานถูกควบรวมกิจการกับบริษัทพฤกษ์ แววเดือนเลยจำต้องมาทำงานที่บริษัทพฤกษ์อีก เมื่อได้ใกล้ชิดกันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็กลับมาดีดังเดิม แม้ดลฤทัยจะพยายามพาตัวเข้ามาแทรกแต่ก็ไม่อาจทำลายความสัมพันธ์ลงได้ แววเดือนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงตัดสินใจผ่อนบ้านหลังเล็กๆ แล้วพาแม่ย้ายมาอยู่ด้วย พฤกษ์ช่วยติดต่อจนได้ราคาลดพิเศษ พิมพ์ชนกเอาข่าวไปสอพลอ จนยุดาวดีไม่พอใจ หาทางกีดกันน้องชายจากแววเดือน แววดาวรู้ตัวว่าท้องกับธรรธนพเลยวางแผนจับพงษ์สิทธิ์ แต่พงษ์สิทธิ์ไม่ติดกับ พอไปปรึกษาอนุชา ๆ ก็ไม่รับรู้ จึงตัดสินใจไปทำแท้งโดยไม่ฟังคำทัดทานจากเมญ่าที่พยายามจะเตือนสติ ยุดาวดีที่ให้คนตามถ่ายรูป ยืมมือไปรมาให้ไปบอกนักข่าว โชคดีที่ยืนยงมาช่วยพาแววดาวหนีออกจากโรงพยาบาลได้ทัน พฤกษ์ช่วยแววเดือนปิดข่าวพี่สาวแต่แววดาวกลับคิดว่าพฤกษ์มีใจให้ เธอจึงวาดฝันจะต้องจับพฤกษ์ให้ได้ แววเดือนเตือนสติพี่สาว แต่แววดาวกลับโกรธ ด่าแววเดือนว่าอยากกันท่าเอาไว้เอง พฤกษ์สารภาพรักกับแววเดือน แววเดือนเห็นใจพี่สาวจึงปฏิเสธ แต่พฤกษ์ก็ยืนยันว่าจะรอเธอ สุดท้ายแววเดือนก็ใจอ่อนยอมแต่งงานกับพฤกษ์เงียบ ๆ เพื่อไม่ให้แววดาวรู้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของยุดาวดี ชีวิตแววดาวตกต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะมีปัญหา ทั้งเบี้ยวงาน เสพยา แถมยังมีคลิปโป๊แพร่ออกไปอีก กอบแก้วเห็นข่าวก็ตกใจจนช็อกเข้าโรงพยาบาล พฤกษ์ที่ตามมาบังเอิญเห็นยืนยงกอดปลอบใจแววเดือน จึงเริ่มระแวงทั้งคู่ ดลฤทัยก็หาเรื่องแกล้งแววเดือนโดยไม่ให้พฤกษ์รู้ แถมยังเข้าหาพฤกษ์จนแววเดือนเข้าใจผิด ขณะที่พฤกษ์ก็เข้าใจผิดคิดว่าแววเดือนเป็นชู้กับยืนยงโดยมียุดาวดีคอยยุ จนทั้งคู่ระหองระแหงกัน ยุดาวดีส่งทนายไปเจรจาเรื่องหย่ากับแววเดือน โดยอ้างว่าพฤกษ์เห็นชอบแล้ว และจะให้เงิน 10 ล้าน เพื่อจ้างให้หย่า แววเดือนที่รู้ตัวว่าท้องแต่เพราะน้อยใจพฤกษ์ จึงยอมหย่าให้โดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะลูกเท่านั้นคือสิ่งที่เธอต้องการ จากนั้นก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน แววดาวซ้ำเติมน้องว่าท้องไม่มีพ่อ แถมยังเชื่อตามข่าวลือคิดว่าแววเดือนมีสัมพันธ์กับยืนยงอีก ใยไหมที่รู้ความจริงทุกอย่างโกรธแทนถึงกับจะตบแววดาวแต่แววเดือนห้ามไว้ และขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ยุดาวดีสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามต้องการ เมื่อหมดประโยชน์ดลฤทัยจึงเป็นรายต่อมาที่ถูกไล่ออก ยุดาวดีรู้ว่าธรรธนพเลี้ยงผู้หญิงจึงตามไปตบตีกับแววดาว และถูกธรรธนพทำร้ายรุนแรงจนมดลูกแตก ไม่สามารถมีลูกได้ เมื่อรู้ว่าแววเดือนท้อง จึงไปทวงหลาน บอกว่าลูกของพฤกษ์เป็นทรัพย์สินของตระกูลเธอ แววเดือนโมโหไล่ยุดาวดีไป แต่ก็ทำให้แววดาวรู้ว่า แท้จริงลูกในท้องแววเดือนเป็นลูกของพฤกษ์ไม่ใช่ยืนยง แววดาวติดยาหนักขึ้น จนกอบแก้ว และยืนยงต้องช่วยกันจับส่งสถานบำบัด ด้านยุดาวดีก็บังคับให้พฤกษ์ไปเอาลูกคืนให้ได้ เพราะแววเดือนไม่ยอมให้ ยืนยันว่าลูกเป็นของเธอไม่ว่าพ่อจะเป็นใคร พฤกษ์ก็ไม่มีสิทธิ์ พฤกษ์ที่รู้ตัวว่าเข้าใจผิด และรู้ว่าแววเดือนท้องจึงพยายามง้อขอปรับความเข้าใจแต่แววเดือนก็ใจแข็ง แววเดือนเกิดหกล้มจนต้องคลอดก่อนกำหนด พฤกษ์นั่งเฝ้าแววเดือนไม่ห่าง ยืนยง และกอบแก้วช่วยเกลี้ยกล่อมให้แววเดือนใจอ่อนเพื่อเห็นแก่ลูก แต่แววเดือนยังลังเล เมื่อแม่ และเด็กแข็งแรงขึ้นจนกลับบ้านได้ ยุดาวดีวางแผนให้ธรรธนพใช้แววดาวไปขโมยหลาน แววเดือนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพฤกษ์จึงไปต่อว่า กอบแก้วที่รู้ความจริงว่าแววดาวเป็นคนทำ โกรธมากขนาดจะตัดแม่ตัดลูกหากแววดาวไม่ยอมเอาหลานมาคืน กอบแก้วเสียใจ พูดเตือนสติจนแววดาวเริ่มสำนึก แววเดือนบุกไปชิงลูกคืนจากยุดาวดี โดยมียืนยง และใยไหมไปด้วย ยุดาวดียอมคืนให้เพราะแววเดือนขู่จะแจ้งความ แต่หลังจากนั้นก็สั่งให้ธรรธนพตามไปชิงคืนมาอีก ธรรธนพตามไปชิงเด็ก แถมใช้ปืนทำร้ายพฤกษ์ และยืนยงจนบาดเจ็บ ก่อนจะเอาเด็กไปยังที่ ๆ นัดกับยุดาวดีไว้ แววดาวที่สำนึกตัวว่าได้ทำผิดมามาก ตัดสินใจไปหายุดาวดีเพื่อจบทุกอย่าง เมื่อธรรธนพไปถึง จึงพบยุดาวดีถูกแทงนอนจมกองเลือดอยู่ก่อนแล้ว แววดาวทำร้ายธรรธนพอีกคนเพื่อแก้แค้น ทุกคนตามมาช่วยเด็กไว้ได้ แววดาวยอมมอบตัวเข้าไปชดใช้ความผิดในคุก เรื่องทุกอย่างจบลง พฤกษ์กับแววเดือนปรับความเข้าใจกัน และกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง ติดตามชมละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี ละคร เทพธิดาป่าคอนกรีต เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคมคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเทพธิดาป่าคอนกรีต ศรัณย่า ชุณหศาสตร์ รับบท แววเดือนพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท พฤกษ์ กัญญา รัตนเพชร์ รับบท แววดาวภูษณะ บัวงาม รับบท พงษ์สิทธิ์นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท ยืนยงปริตา ไชยรักษ์ รับบท ใยไหมมาริสา แอนนิต้า รับบท ยุดาวดีณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ธรรธนพวีระชัย หัตถ์โกวิท รับบท ชัยรัศมี ทองสิริไพรศรี รับบท กอบแก้วแพร เอมเมอรี่ รับบท ดลฤทัยเกียรติศักดิ์ อุดมนาค รับบท อนุชาพรรัมภา สุขได้พึ่ง รับบท เมญ่า

กินเจ แบบไหนถึงจะไม่อ้วน อิ่มบุญได้สุขภาพ และสัดส่วนผลไม้ที่ควรกิน ช่วงกินเจ
กินเจ /  กินเจเพื่อสุขภาพ / 

ปัจจุบันการกินเจได้รับความนิยมมากขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะฝากท้องไว้กับอาหารเจนอกบ้าน หรืออาหารเจสำเร็จรูป แต่ถึงแม้ว่าอาหารเจจะเป็นอาหารสุขภาพ แต่หากเราบริโภคไม่ได้สัดส่วน หรือไม่ถูกหลักโภชนาการแลัว ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เนื่องจากอาหารเจ มักทำมาจากแป้งเป็นหลัก และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ดังนั้น การเลือกกินอาหารเจ จึงไม่ควรเลือกเพียงรสชาติอร่อยเท่านั้น หากยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการกินอาหารเจสูงสุด เรามีเทคนิคจาก คุณรุ่งฉัตร อำนวย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากดังนี้ค่ะ 1.อาหาร การกินเจครบ 5 หมู่ ควรเลือกใช้วัตถุดิบ และแหล่งโปรตีนที่หลากหลายในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ ข้าวกล้อง ถั่ว เห็ด งา เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน และหากในเมนูนั้นมีผักควบคู่ไปด้วยก็จะดีมาก เช่น ผัดหมี่ 1 จาน ควรเพิ่มผักในปริมาณมากขึ้น และลดปริมาณเส้นลงก็จะพอดีกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารทอด และเน้นกินอาหารนึ่ง ต้ม ตุ๋น และพยายามปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว น้ำมันหอยสูตรเจ น้ำตาล เกลือ และซอสชนิดต่างๆ ควรใส่ให้น้อยที่สุด หรือหากไม่ใส่เลยก็จะดีมาก เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดส่วนใหญ่จะมีโซเดียม น้ำตาล หรือไขมันผสมอยู่ และหากปรุงรสในอาหารเจมากๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะโซเดียมสูง เกิดอาการบวม และเสี่ยงต่อเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน ไต หรือเส้นเลือดในหัวใจตีบ เป็นต้น 2.ขนมเจ อาหารช่วงเทศการกินเจมักจะจืดชืดไม่ค่อยถูกปากเท่าไร บางคนจึงอาจกินอาหารคาวน้อย แล้วไปกินขนมหวานแทน ซึ่งขนมในเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมรสหวานจัด จึงควรลดปริมาณการกินลง ให้กินเป็นของตบท้าย หรือเป็นมื้อว่างระหว่างวันแทน สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคว่าเป็นเพียงแค่การชิมก็พอ หากอยากกินก็ให้ลดข้าวหรืออาหารคาวก่อนแล้วจึงค่อยกิน เพราะขนมหวานเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักขึ้น ดังนั้นทางที่ดีควรกินในปริมาณพอเหมาะแล้วหันมากินผลไม้จะดีกว่า 3.เครื่องดื่มเจ เครื่องดื่มช่วงกินเจ โดยเฉพาะในน้ำเต้าหู้ จะมีน้ำตาลมากอยู่แล้ว ส่วนใหญ่น้ำเต้าหู้ที่ขายถุงละ 7-8 บาท มักจะมีปริมาณน้ำตาลทรายอยู่ 1.50 -2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 4.5-6 ช้อนชา อาจจะลองซื้อแบบน้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่เลยได้ยิ่งดี และนมถั่วเหลืองแบบกล่องที่เป็นสูตรหวานน้อยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออาจจะพยายามจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้หวานพอดี แคลอรีต่ำ โดยมีน้ำตาลรวมไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม) 4.ผักและผลไม้ เทศกาลกินเจสามารถเพิ่มมื้อว่างเติมพลังระหว่างวัน ได้ด้วยผลไม้สดที่หวานน้อย พลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร แอปเปิ้ล สับปะรด กล้วย มะละกอ ซึ่งผลไม้ช่วงกินเจ เป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีปริมาณน้ำตาลสูงอยู่แล้ว ยกเว้นผลไม้หน้าร้อน ขึ้นอยู่กับปริมาณการกินมากกว่า โดยแนะนำให้กินเป็นอาหารว่างระหว่างวัน แต่ไม่ควรทานผลไม้แก้หิวแทนมื้ออาหารนั้นๆ นอกจากนี้ ควรกินผักให้ครบทั้ง 5 สี เช่น สีแดง ขาว เขียว ส้ม เหลือง ม่วง โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมากินในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ อีกทั้งควรกินผักสดมากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง สัดส่วนการกินผลไม้ ฝรั่ง = ½ ลูก  ส้ม = 1 ผล  มะละกอ = 7ชิ้นคำ  กล้วยน้ำว้า = 1ผล  แอปเปิล = 1 ผล ภัยของการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อต่างๆ มากมาย ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ซึ่ง สสส. เองก็ได้สร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นโทษภัยมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม กินเจปีนี้นอกจากได้อิ่มบุญและสุขภาพที่ดีกันแล้ว อย่าลืมขยับกายเคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ เรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ team content www.thaihealth.or.th

ละครพ่อครัวหัวป่าก์ , เรื่องย่อพ่อครัวหัวป่าก์
ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ /  เรื่องย่อละคร พ่อครัวหัวป่าก์

พ่อครัวหัวป่าก์ บทประพันธ์โดย : กนกเรขาบทโทรทัศน์โดย : เพ็ชรรุ่ง เกีรยติกมเลศกำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทาออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ "มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต" และชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด หนูเคยได้ยินคำว่าบุพเพสันนิวาสไหมลูก บุพเพสันนิวาสนั้นเกิดได้สองอย่าง คือเคยทำกรรมร่วมกันมาในชาติที่แล้วหนึ่ง กับเคยทำกรรมร่วมกันในชาตินี้หนึ่ง..แต่มันเดายากนะลูก" ทองตรา (รณิดา เตชสิทธิ์) เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโท มาจากอเมริกา กำลังนั่งฟังพ่อปาฐกถา เรื่องบุพเพสันนิวาส ที่เธอไม่ค่อยจะเชื่อถือสักเท่าไหร่ และผู้หญิงยุคใหม่อย่างทองตรา ที่เติบโตมาด้วยการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้คิดจะพึ่งพาใคร และให้ความสนใจเรื่องผู้ชายสักเท่าใดนัก ทองตรา ลูกสาวคนเล็กสุดรัก กับ ทองทิว (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) พี่ชายคนเดียวที่เฮี้ยวสุด ๆ และเป็นบุตรสุดรักของ พลตรีรามรณยุทธ (ทูน หิรัญทรัพย์) ข้าราชการบำนาญผู้ซื่อสัตย์ และรักศักดิ์ศรี ที่มีชื่อเสียงเรื่องการกลัวเมียอย่าง คุณนายทองม้วน (ดวงตา ตุงคะมณี) เป็นที่สุด ทองตรา ต้องปวดหัวกับความเค็ม และเขี้ยวตระหนี่ถี่เหนียวของคุณนายทองม้วน ที่ถึงแม้จะคุ้นชินมาตั้งแต่เด็กกับการที่ถูกแม่บังคับให้ประหยัดอดออม แต่ก็เริ่มที่จะรับไม่ได้ เมื่อกลับมาเห็นพ่อในสภาพอิดโรย และผอมโซ เพราะนโยบายรัดเข็มขัด และการประหยัดของแม่ที่บังคับให้พ่อเป็นแพะ กินแต่ผัก กินแต่มังสวิรัติเพื่อสุขภาพ ขนาดคนครัวยังทนไม่ไหว ต่างชิงกันขอลาออกไปเพราะทนพฤติกรรมของคุณนายทองม้วนที่ชอบจุกจิกจู้จี้ ไม่ไหว ทองตรากับทองทิว และพ่อได้แต่นิ่วหน้าเพราะต้องมานั่งปวดหัวกับการหาคนครัวคนใหม่ที่ยัง หาไม่ได้สักที เพราะ เด็กกำไล (ภัณฑิรา ฟูกลิ่น) คนใช้หนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ และทนมือทนเท้าคุณนายทองม้วนไหวก็ทำอะไรไม่ค่อยจะเป็น ดีแต่เกี่ยง และเถียงคำไม่ตกฟาก แต่ก็เป็นคนเดียวที่เอาคุณนายทองม้วนอยู่ ทองตราต้องรีบเคลียร์ปัญหาเรื่องหาคนครัวคนใหม่มาให้ไวที่สุด เพื่อที่เธอจะได้รีบออกไปหางานทำเสียที ขณะที่ทองทิวก็รับปากจะให้เพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงแรมช่วยหาคนครัวคนใหม่มาให้อีกแรง กมลชนก (หลุยส์ สก๊อต) หนุ่มหล่อหน้ารก มาดเซอร์ ลูกชายคุณกาญจนาเจ้าของโรงแรมใหญ่ มีผู้หญิงมากมายที่เสนอตัวมารุมล้อม แต่ทุกคนก็เป็นได้แค่ทางผ่าน เพราะเขาไม่คิดจะตกลงปลงใจกับใคร จนแม่ต้องขอร้องให้เขาเลิกเจ้าชู้ และอยู่ไปวัน ๆ ขอร้องให้ยอมไปดูตัวบรรดาลูกสาวผู้หลักผู้ใหญ่ ที่อยากจะมาเกี่ยวดองกับทายาทเจ้าของโรงแรมใหญ่แห่งนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครโดนใจสักคน จนวันหนึ่งกมลชนก ได้เห็นภาพถ่ายของทองตรา ที่ถูกลมพัดลอยออกมาจากกระเป๋าของทองทิว ปลิวมาแปะที่หน้ากมลชนก เขาจับภาพนั้นขึ้นมามอง และร้องบอกเพื่อนรักว่า คนนี้แหละใช่เลย และมั่นใจว่าเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้กมลชนก สตาร์ทรักทองตรา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม ทองทิวร้องจ๊าก!!! รีบออกโรงห้ามสุดฤทธิ์ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักเป็นคนไม่เอาไหน เป็นนิยามของคำว่าแย่ และไม่เป็นโล้เป็นพาย รักแต่ความสบายตลอดเวลาตามประสาคนรวย ขณะที่ทองตราเป็นคนรักใครรักจริง และหยิ่งในศักดิ์ศรี แถมยังรู้เท่าทันคน และฉลาดเป็นกรด ไม่ไช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมาหลอกใช้ มาลองใจกันได้ง่าย ๆ ถ้าถูกจับได้มีหวังได้ตายหมู่ เลยขอร้องกมลชนกไปเอากะชอนร่อนหาเนื้อคู่จากบรรดาผู้หญิงในสต๊อกเอาเอง อย่ามาดึงเอาเขาไปยุ่งด้วยโดยเด็ดขาด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ กมลชนกพยายามวิงวอนอ้อนสุดฤทธิ์ สัญญาว่าจะปรับจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อทองตรา ขอให้ทองทิวเปิดทางให้เขาได้ตามหารักแท้ และทั้งยืนยันนอนยันด้วยความมั่นใจ ว่าน้องสาวของเพื่อนซี้ คือว่าที่ภรรยาที่เขาตามหามานาน เพียงแต่ขอเวลาให้ได้ศึกษาดูใจกันสักนิด ขอร้องให้ทองทิวเห็นใจ เพราะเขารักน้องสาวของเพื่อนซี้คนนี้จริง ๆ ทองทิวใจอ่อนเพราะทนลูกอ้อนไม่ไหว ยอมให้กมลชนกเขยิบเข้ามาใกล้ และลองใจทองตรา ในขณะที่ทองตราไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายกับนายกมลชนกคนนี้เป็นเพื่อนซี้กัน และพี่ชายกำลังจะกลายเป็นผู้ผลักดันบุพเพสันนิวาส ให้มาอาละวาดกับเธอ กมลชนกได้รู้จากทองทิวว่าที่บ้านกำลังต้องการหาคนครัว เขากระดี๊กระด๊ารีบโทรศัพท์ไปหาคุณนายทองม้วน เพื่อสมัครงานในนาม น้องนก กะเทยสาวผู้มีจิตใจใฝ่การครัว แต่เพียงแค่ได้พูดคุยผ่านสายโทรศัพท์ ก็สัมผัสได้ถึงผลึกเกลือที่กระเด็นมาตามสาย ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความเค็มเขี้ยวเหนียวตึ๋งหนึดของคุณนาย จนต้องถอยออกมาตั้งหลัก และทำให้ได้รู้ว่าคุณนายทองม้วนก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ ที่เขาจะต้องฝ่ามันไป ให้ถึงทองตรา และแล้วบุพเพสันนิวาสก็เริ่มออกฤทธิ์ เมื่อจู่ ๆ ทองตรา ต้องขับรถมาส่งแม่ ที่โรงแรมหรู ถึงแม้คุณนายทองม้วน จะมีเชื้อเต่าล้านปีตัวสุดท้ายในโลกสิงสู่อยู่ในร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเค็มจะเขี้ยวไปซะทุกเรื่อง เพราะเป็นคนชอบเข้าสังคมชั้นสูง และเปิดโลกทัศน์ด้วยการอ่านหนังสือ เพราะรู้ว่ามันคือขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่จะทำให้มีเรื่องเล่าเม้าท์มอย ฉลาด ๆ ไปคุยกับกลุ่มก๊วนคุณหญิงคุณนาย เพื่อต่อยอดถางทางไว้ให้ลูก ได้มีที่ยืนในสังคมชั้นสูงได้อย่างสง่างาม และสำหรับเรื่องพวกนี้ คุณนายทองม้วนสู้ตาย เพราะรู้ดีว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน ถ้าจะทำให้ได้ทั้งเขยทั้งสะใภ้ที่ร่ำรวย ต่อให้จ่ายแพงแค่ไหนนางก็ยอม ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราต้องชะลอรถที่ขับมาให้ช้าลง เพราะรถคันยาวใหญ่ จอดขวางทางขึ้น-ลงหน้าโรงแรม จนรถคันอื่นไม่สามารถแทรกขึ้นไปได้ และแทนที่คนในรถจะรีบเปิดประตูก้าวลงมา กลับรอให้คนขับรถวิ่งมาเปิดประตูคอยอย่างอ่อนน้อม จนทองตราต้องหันไปมองอย่างหมั่นไส้ในความเว่อร์ทองตรามองอย่างแปลกใจ เพราะคนที่กำลังจะลงมาจากรถ แทนที่จะเป็นคุณหญิงคุณนาย กับรูปร่างประหนึ่งตุ่มสุโขทัยฝังเพชรแพรวพราว แต่กลับเป็นชายหนุ่มใส่กางเกงยีนส์สีซีด เสื้อเชิ้ตยับเยิน แม้จะเห็นเพียงด้านหลังก็ยังพอเดาได้ว่า เจ้าตัวคงเพิ่งกลับจากการแฮงเอาท์ และยังไม่สร่างเมาดีนัก เพราะท่าทีง่อกแง่กของฝรั่งยิปปี้ฟ้องอยู่ชัดๆ ทองตราย้อนกลับเข้าไปในโรงแรมเพียงก้าวแรก ภาพที่สะดุดตาคือฝรั่งยิปปี้ หน้าครึมไปด้วยไรหนวด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ยืนท้าวเคาน์เตอร์ ฟุดฟิดฟอไฟกับแหม่มสาวที่ทองตราลงความเห็นว่าเขาทั้งสกปรก และซกมกสุด ๆ แล้วทองตราก็เมินหน้าหนี และไม่ได้ให้ความสนใจอีกต่อไป ทองตราเดินไปนั่งที่โต๊ะ และเปิดเมนูอาหารที่มีแต่ภาษาอังกฤษก่อนถามบริกร โดยไม่ทันมองหน้าว่า "ที่นี่เมืองไทยทำไมไม่มีเมนูอาหารภาษาไทย" ก่อนหันไปเห็นนายหนวดสกปรก และไม่เข้าใจว่าบริกรที่นี่ทำไมถึงแต่งตัวอย่างนี้ กมลชนกอ้างไปว่า เพิ่งมารับหน้าที่ เลยยังไม่ทันเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ทองตรามองแปลกื ๆ ก่อนเลี่ยงไปสั่งอาหาร และถูกกมลชนกบริกรเจ้าของโรงแรมที่แฝงตัวมา ทำเอาทองตราแสบเข้าไส้กับเมนูอาหารที่ทองตราเห็นว่ามันไม่ใช่ สิ่งที่บริกรโรงแรมหรูจะนำเสนอสิ่งที่ไม่ดีให้แก่ลูกค้า จึงโวยวาย กมลชนกสร้างเรื่องราวให้ทองตราเข้าใจว่า การยียวนกวนประสาทใส่ลูกค้าคือพระเจ้าอย่างเธอ ทำให้กัปตันทำพิธีปัดรังควาน และไล่เขาออก แล้วยังจะส่งคนมาตามกระทืบ เพราะเขาเป็นคนทำให้ชื่อเสียงของโรงแรมหรูเสียหาย ทองตราเป็นคนทำให้กมลชนกต้องตกงานไร้ที่ซุกหัวนอน ทำให้ทองตรารู้สึกผิดในใจ ที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกไล่ออก แต่ทำได้แค่ยื่นเงินให้เพื่อช่วยเหลือ แล้วรีบเดินออกไปที่รถทันทีที่เธอไขกุญแจ นายหนวดก็พรวดขึ้นไปนั่งข้าง ๆ ก่อนส่งสายตาวิงวอน อ้อนขอนั่งไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และเลยเถิดถึงขั้นขอไปอยู่กับทองตราอย่างหน้าด้าน ๆ พร้อมพรีเซ้นต์ตัวเองว่าดียังไง ทำอะไรได้บ้าง ทั้งที่จริงแล้วเขาทำอะไรไม่เป็นเลย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ วันนี้ตามตำราโหร น่าจะมีดาวโคจรพิสดารกว่าที่เคย ที่ทำให้คนกะล่อนที่แอบรักทองตราอย่างกมลชนกจะได้มีโอกาสเข้าใกล้ทองตราได้เร็วกว่าที่คิด ในขณะที่ทองตราก็อยากจะแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตของบริกรจน ๆ ที่เธอเป็นคนทำให้เขาต้องตกงาน ถึงแม้นายคนนี้จะกวนไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ และที่สำคัญเค้ากมลชนกคงเดือดร้อนมาก ถึงขนาดไม่เรียกร้องเงินเดือนใด ๆ ให้เท่าไหร่ก็ได้ คงถูกใจคุณนายทองม้วน และมันก็เป็นเหมือนไฟท์บังคับ ที่ทำให้อยากรับเขาไว้ แต่คนตัดสินใจคือแม่เท่านั้นทันทีที่ทองตราพากมลชนกมาถึงบ้าน คุณนายทองม้วนก็เปิดบ้านให้กลายเป็นศาลไคฟง ซักฟอกชายแปลกหน้า ประหนึ่งว่าเป็นนักฆ่าร้อยศพ แต่กมลชนกก็แถไถไหลลื่นเอาตัวรอดไปได้ ส่วนเรื่องค่าจ้างนั้น คุณนายทองม้วนให้ผ่านตั้งแต่ด่านแรก ไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณนายทองม้วนลังเลใจได้ นอกจากความเป็นผู้ชายของนายมล กลัวจะมาเกาะแกะลูกสาวสุดหวง แต่ทองตรายืนยันให้แม่มั่นใจว่า ไม่มีวันที่เธอจะเอาพ่อครัวมาเป็นแฟนแน่นอน และเป็นไปตามคาด คุณนายทองม้วนยอมรับนายมล เพราะคิดและคำนวณแล้วว่าเป็นของถูกและดี และได้รับสมญานามใหม่ว่า นายมลคนครัว กับงานแรกที่ทองตรา ต้องรับหน้าที่พานายมลคนครัวไปจ่ายตลาด นายมลก็แสดงเป็นปราชญ์แสดงความชำนาญในการต่อรองราคา และซื้อหาอาหารอย่างคล่องแคล่ว จนแม่ค้าเข้าใจผิดคิดไปเอง และพูดออกมาให้ทองตราได้ยินว่า "เมียส๊วยสวย แต่ผัวดันเป็นกะเทยว่ะ" ทำเอาทองตราหน้าชา อยากจะชักขากลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น แต่กับนายมลเขาไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำครหาว่าเป็นกะเทยเลยสักนิด แต่กลับยิ่งทำท่าทางให้คนอื่นคิดว่าใช่หนักเข้าไปอีกทองตรากับนายมล ซื้อกุ้งหอยปูปลา มาทำอาหารวางเต็มโต๊ะ ทำเอาคุณพ่อนายพลยิ้มปลื้มตาลุกวาว รู้สึกประหนึ่งว่าได้ไปท่องใต้ท้องทะเลไทย หรือไม่ก็บึงฉวากในรอบหลายสิบปี ต่างจากคุณนายทองม้วนที่โมโหจนควันออกหู มองอาหารตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ชี้หน้าด่าทั้งตระกูล โดยเฉพาะนายมลคนครัวโดนหนักกว่าใคร คุณนายทองม้วนอ่านแถลงการณ์ประกาศไล่นายมลคนครัวออกอย่างเป็นทางการ เพราะทำงานนอกคำสั่ง แถมยังทำให้ทองตรากล้าละเมิดกฎของการประหยัด กล้ามาลองของใช้จ่ายเงินจนเกินงบตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน แล้ววันต่อไปจะเขียมได้ยังไง ทำให้เสียระบบ นายมลคนครัวทนไม่ไหวเถียงกันไปใส่กันไม่ยั้ง กับคุณนายทองม้วนอย่างลืมตัว และลืมไปว่าตอนนี้เป็นขี้ข้าคุณนาย และยังบังอาจสอนเรื่องการประหยัดอดออมจนเกินเหตุ ไม่รู้จะเก็บเงินไปทำไมกันนักหนา หรือจะห่อเอาไปใช้ในภพหน้า เพราะดูท่าน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ทำเอาคุณนายปรี๊ดปรอทแตกหาว่าแช่ง ชี้หน้าด่ากลับ และจะไล่ออกสถานเดียว ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่นายมลกลับได้ใจคุณพ่อนายพลไปเต็ม ๆ และรู้สึกเป็นพระคุณที่ทำให้ท่านได้รับประทานอาหารทะเลสด ๆ รอดพ้นจากการขาดสารไอโอดีน และรอดพ้นจากการเป็นคอหอยพอกได้อย่างหวุดหวิด ถึงขั้นออกตัวแรง กล้าขอร้องเมียรักไม่ให้ไล่นายมลออก เพราะถึงแม้จะเปิดประตูสู่อาเซียน ค่าแรงของนายมลก็ยังถูกกว่าค่าแรงของเขมรพม่า และลาวอยู่ดี นายมลคนครัวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เงาหัวตัวเองได้หายไป ทั้งที่ภารกิจพิชิตรักยังไม่ได้เริ่ม เลยรีบเสแสร้งแกล้งคุกเข่าด้วยท่าทีสงบ และท่าทางเคารพอย่างสูงสุด ก่อนจะนั่งพับเพียบแต้วิงวอนคุณนายแม่สุดฤทธิ์ แต่คุณนายทองม้วนไม่สน ทองตราออกหน้ารับผิดแทนนายมล ว่าเธอผิดเอง พยายามอ้างเหตุผลสารพัด และสุดท้ายก็มาจบลงตรงที่ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำวันละสามร้อย เอามาเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของนายมลที่ถูกมาก และหาไม่ได้อีกแล้วในสามภพ ทำให้สติของคุณนายพุ่งกลับเข้าร่าง ยอมให้จ้างนายมลคนครัวให้ทำงานต่อไป นายมล นึกสงสารในชะตากรรมของท่านนายพล ที่ต้องมาทนอด ทนอยาก เพราะความตระหนี่ตึ๋งหนืดของคุณนายทองม้วน เขาจัดการแอบโทรศัพท์สั่งอาหารที่โรงแรม ให้มาส่งที่บ้านทองตราทุกวัน โดยให้เงินปิดปากเด็กกำไล ให้เก็บเรื่องทุกอย่างไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราเริ่มสงสัย ไปถามแม่เรื่องเงินค่ากับข้าว ที่ให้นายมลไปในแต่ละวัน และได้รับการยืนยันว่าให้เท่าเดิม ไม่มีการเพิ่มให้เด็ดขาด แต่ทำไมถึงได้มีอาหารดี ๆ มาให้กินได้ทุกมื้อ แต่คุณนายทองม้วนกลับเห็นเป็นเรื่องดี ที่จ่ายแค่นี้ แต่ได้กินดีกว่าเดิม สั่งห้ามทองตราไม่ให้สงสัย ไม่ต้องรู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้น ทองตรา กับคุณนายทองม้วน แอบเห็นทองทิวกับนายมลคนครัว สนิทสนมกันจนเกินเหตุ แต่พอถามก็ถูกปฎิเสธว่า แค่เคยมาเสริฟ์เหล้าให้ ตอนไปปาร์ตี้กับเพื่อนที่โรงแรมก็เลยสนิทกัน ทองตราถูกแม่บังคับให้รับนัดเดทกับบรรดาชายหนุ่ม เพื่อดูตัวจนเบื่อเต็มทน แต่ก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจแม่ เพราะรู้ว่าแม่รัก และหวังดีกับเธอที่สุด และวันนี้ต้องจำใจไปพบ พูฒิพงศ์ หมอหนุ่มสุดสะอาด และกลัวเชื้อโรคในอากาศอย่างสุด ๆ ขนาดนัดมาเจอสาว ยังมีกะใจใส่หน้ากากอนามัยมาออกเดท ทำเอาทองตราหลงเข้าใจผิด คิดว่าเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ จนหมอหนุ่มยอมเปิดหน้ากากโชว์ความหล่อ และนัดครั้งหน้ากับ นายสุดประเสริฐ เลขาท่านทูต ที่คุณนายทองม้วนนัดให้มาทานอาหารค่ำที่บ้าน เพราะต้องการฝากงานให้ทองตรา และอยากได้สุดประเสริฐมาเป็นลูกเขย ทำเอาทองตราเซ็งมาก นายมลคนครัวจอมครีเอท ได้รับคำสั่งจากคุณนายทองม้วนให้จัดการเรื่องอาหารให้ดี อย่าให้เสียหน้า แต่จ่ายเงินเท่าเดิมเดี๊ยะ แต่นายมลก็ไม่บ่นอะไร เพราะรู้นิสัยว่าที่แม่ยายดี จึงสั่งพนักงานเข้ามาทำอาหารเพื่อรับรองแขก โดยอ้างว่าไหว้วานเพื่อน ๆ ให้มาช่วยทำ อาหารทุกอย่างออกมาหน้าตาดูดี สมกับความเจ้ายศเจ้าอย่างของเลขาท่านทูต ที่ทำตัวโอเวอร์คุยโวโอ้อวดตลอดเวลา ทำเอาท่านนายพลหมั่นไส้ และคอยเบรกจนหัวทิ่มไปหลายดอก จนโดนคุณนายทองม้วนส่งสายตาอำมหิตใส่ ส่วนนายมลก็อาสาเข้ามาเป็นบริกร เสิร์ฟอาหารให้อย่างใกล้ชิด นายมลมองนาฬิกา และรู้ว่าได้เวลาอาหารเป็นพิษแล้ว เมื่อเลขาท่านทูตเริ่มทนไม่ไหว จะตะกายไปเข้าห้องน้ำที่ถูกสั่งปิดตายอย่างไร้สาเหตุไปเสียทุกห้อง จนทำเอาท่านเลขาทูตต้องกลั้นกลืนฝืนของเสียเอาไว้ จนเกือบได้ตายคาบ้าน และต้องเรียกรถพยาบาลมาหามท่านเลขาออกไปในที่สุด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ นายมลคนครัวและผองเพื่อนต่างดีใจ ที่ไล่คู่แข่งจนกระเจิงกลับไป แต่สุดท้ายก็ถูกกรรมตามสนองในทันที เมื่อทองตรารู้ทัน และจัดการให้นายมลกินอาหารเหล่านั้นเข้าไป และไม่นานก็ถูกหามไปส่งโรงพยาบาล นอนเคียงข้างสุดประเสริฐเลขาท่านทูต ที่ต่างนอนอ่อนล้า มองตากันปริบ ๆ กมลชนกในนามนายมลคนครัว เอาใบสมัครงานที่โรงแรมของตัวเองมาให้ทองตรา อ้างว่า รู้มาจากเพื่อนว่าเขารับฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหวังดีอยากให้ทองตราลองไปสมัครงานดู ทองตราแปลกใจกับข้อความในใบสมัคร ที่มักจะถามแต่เรื่องส่วนตัว ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับงาน แต่นายมลก็หาเหตุผลมาอ้างว่ามันเป็นคำถามเชิงจิตวิทยา จนทองตราต้องจำใจเขียนแล้วส่งไปงั้น ๆ ท่านนายพลบ่นคุณนายทองม้วนเรื่องชอบยุ่งวุ่นวาย จนไปทำลายความเป็นส่วนตัวของทองตรา เพราะเขาโตแล้ว แต่คุณนายก็ไม่สนใจ เพราะกลัวบรรดาพวกผู้ชายที่ไม่เข้าตา จะมาแอบจีบลูกสาว ก่อนจะเปิดจดหมายฉบับล่าสุด แล้วตาโตวิ่งหน้าตื่นไปหาทองตรา ว่าถูกเรียกตัวให้ไปสัมภาษณ์ ทองตรา จำใจต้องไปสัมภาษณ์งานกับคุณนายทองม้วน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ทองตราไปคนเดียว และได้รู้ว่าโรงแรมนี้มีนายกมลชนก เพื่อนของทองทิวเป็นเจ้าของ และมอบหมายให้ คุณกาญจนา (สาวิตรี สามิภักดิ์) ผู้แป็นแม่มาสัมภาษณ์ทองตราแทน คุณกาญจนากับคุณนายทองม้วน แอบเม้าท์ลูกชายของตัวเองอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ และได้รู้ว่านายกมลชนกไม่รู้หายหัวไปไหนเป็นเดือน ได้แต่สั่งงานทางโทรศัพท์ คุณกาญจนาตกลงที่จะรับทองตราไว้ในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ และให้เงินเดือนอย่างงาม ทำเอาคุณทองม้วนดีใจสุด ๆ แต่ทองตราตรากลับสงสัยว่ามันทำไมง่ายดายนัก ความลับของนายมลคนครัวแตกดังโพละ เมื่อทองตราสงสัย และไล่ต้อนเด็กกำไล จนยอมเปิดปากว่า นายมลไม่เคยทำกับข้าวอะไร พอถึงเวลาก็มีรถคันใหญ่เอาอาหารมาส่งให้ และเขาเอาเงินปิดปาก แถมยังจ้างให้ถอนผมหงอกแบบเหมาจ่ายอีกต่างหาก นายมลคนครัวถูกทองตราไล่ออก เพราะไม่ยอมเปิดปากพูดความจริงในสิ่งที่ได้ทำ ท่ามกลางการคัดค้านของคุณนายทองม้วน ที่คราวนี้กลายมาเป็นโต้โผใหญ่ เพราะเสียดายอาหารดี ๆ ที่เคยได้กินฟรีจากนายมล แต่ก็เอาไม่อยู่ เพราะทองตราเอาจริง และไม่ชอบคนที่ไม่จริงใจ ทำอะไรไม่เคลียร์ ทั้งที่ลึก ๆ ก็แอบใจหาย กับความสุขเล็ก ๆ และเสียงหัวเราะที่กำลังจะหายไปจากบ้าน แต่ก็ต้องตัดใจ ทองตราไปทำงานวันแรก และได้พบกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ชื่อกมลชนก ที่มีแววตาคล้ายนายมลคนครัว แต่เขาดูเนี๊ยบ เฉียบ เท่ เหมือนหนุ่มเกาหลีที่แสนอบอุ่น ต่างจากนายมลคนครัวที่เธอรู้จัก กมลชนกรู้สึกพอใจที่ยอมเชื่อผู้ใหญ่อย่างแม่เป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้าแม่สั่งนักสั่งหนาว่า ให้ไปโกนหนวดโกนเครา ตัดผมเพ้าที่ยุ่งเหยิง แต่ก็ไม่เคยทำตามสักที จนมาเจอทองตรา แม่แค่บอกว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่คิดจะมารักกับลิงอุรังอุตังอย่างแก แค่นั้นมันก็รีบแจ้นไปทำหล่อเพื่อเปลี่ยนลุคส์ใหม่ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แขไขไฉไล (อัมราภัสร์ วรรธนะกุล) สาวไทยไซส์นอก อดีตหวานใจนายกมลชนก ที่เกือบจะได้ครองตำแหน่งมาดามเจ้าของโรงแรม แต่ดันไปปันใจให้ฝรั่งที่รวยมากกว่า แต่ก็ไปไม่รอดและซมซานกลับมาหาแฟนเก่า เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยความมั่นใจว่ายังไงกมลชนกคงไม่หนีไปไหน แต่มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เมื่อตอนนี้มี ยูริ (ภคภรณ์ เลิศช่ำชองกุล) สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นไซส์มินิ และคิกขุสุด ๆ กับนักท่องเที่ยวลูกค้าขาประจำ สาวมั่นชาวเกาหลี หน้าสวยผิวใสอย่าง อึนเฮ (รัดเกล้า แจ่มอุลิตรัตน์) ต่างเดินทางมาหากมลชนกอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมิได้นัดหมาย ทองตราถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่า จากตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์ให้มาเป็นเลขาหน้าห้องของกมลชนก มีหน้าที่หลัก คือคอยกีดกันบรรดาสาว ๆ โจทย์เก่าของเจ้านายไม่ให้มารบกวน เป็นภารกิจที่ทองตราไม่ชอบ แต่จำใจต้องทำตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย และเธอก็ทำได้ดี ทำหน้าที่ได้อย่างถึงกึ๋น ในการไล่กิ๊กสามสัญชาติของเจ้านาย แต่ก็ทำให้มีศัตรูเพิ่มได้อย่างไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้กมลชนกยิ่งหลงรักทองตราถึงขั้นคิดจริงจัง กมลชนกไปปรึกษาแม่ ให้ช่วยดูทองตรา ผู้หญิงคนแรก และคนเดียวที่เขาคิดจะจริงจัง แต่แม่ก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อถือ กมลชนกยืนยันว่าทองตราเป็นคนเดียวที่อยากให้แม่ช่วยดู และร่วมตัดสินใจ ขอให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาเลือกคนที่จะมาเป็นเมีย และเป็นแม่ของลูกได้ไม่ผิดพลาดอีกต่อไปเป็นครั้งแรกที่คุณกาญจนาเริ่มจะเชื่อน้ำยาลูกชาย เพราะเห็นความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองของกมลชนก ที่หันมาเอาการเอางาน และทำงานทุกอย่างได้ดีไม่มีที่ติ จึงยอมตกปากรับคำ กมลชนกต้องการจะลองใจทองตรา เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นคนแบบไหน ชอบคนที่เงิน หรือที่หน้าตา เพื่อหาบทพิสูจน์รักแท้ และหาสะใภ้คนดีมาให้แม่ได้ชื่นใจ คุณกาญจนาเรียกทองตราเข้าไปพบ เพื่อให้ช่วยดูแลงานของกมลชนก และเริ่มมอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้ จนเริ่มสนิทสนมคุ้นเคยกัน ทองตรามาบอกพ่อกับแม่ว่า กมลชนกนัดจะพาครอบครัวไปเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อขอบคุณที่ทองตราทำงานให้เขาได้เป็นอย่างดี ทำเอาคุณนายทองม้วนตาโต และแต่งตัวเต็มยศ ไม่ลืมที่จะบังคับให้ท่านนายพลใส่สูทอย่างดี เพื่อไปกินอาหารฟรีกับเศรษฐีเจ้าของโรงแรม และไม่ลืมเอาเด็กกำไลติดตามไปด้วย กมลชนกมาพร้อมกับรถหรู รับทุกคนออกไป แต่ไม่ใช่ร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารบุฟเฟ่รถเข็นริมน้ำ ที่มีเก้าอี้ แต่ไม่มีแอร์ ถ้าไม่มีคิว สั่งปุ๊บได้ปั๊บ ทำเอาคุณนายทองม้วนผิดหวังอย่างแรง ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาลบเหลี่ยมความเขี้ยวความเค็มเธอได้ แต่ลูกชายเศรษฐีคนนี้ ที่มีเงินตั้งมากมาย ทำไมใจแคบทำให้เสียอารมณ์ เพราะเริ่มร้อน และชุดเริ่มรัด จนทนไม่ไหว บ่นกับกำไลว่า ถ้ารู้ว่าจะมาที่นี่จะได้ใส่ผ้าถุงมา ขณะที่ทองตรา กับท่านนายพลกลับชอบใจในบรรยากาศสบาย ๆ ที่นี่ กมลชนกเห็นทองตราเหม่อมองชายหนุ่มที่ยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา ทำให้นึกถึงนายมลคนครัว ผู้ชายที่ทำให้ชีวิตของเธอมีสีสัน ถึงแม้จะเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เธอก็ยังไม่เคยลืมมัน จนกมลชนกร้องถามว่าเป็นอะไร ทองตราบอกไปตามความจริงว่า นึกถึงคนครัวที่เพิ่งลาออกไป ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทำเอาเขาแอบยิ้มกระหยิ่มในใจกมลชนกนัดทองทิวมาปรึกษาเรื่องปัญหาหัวใจ และให้มารับโอนผู้หญิงในสต๊อกไปให้ห่าง ๆ เพราะกลัวทองตราจะระอา และถอดใจไปจากเขา ทองทิวเตือนให้กมลชนกระวังตัวไว้ เพราะทองตราไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ใครมาทำอะไรให้เป็นเรื่องเล่น ถึงทองตราจะเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผล และมีความอดทนสูง แต่อย่าได้ทำให้เธอโกรธอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ว่าใครก็เอาเธอไว้ไม่อยู่ ถ้ากมลชนกไม่ได้คิดที่จะจริงจังจริงใจ ก็รีบถอยให้ไกลจากทองตรา แต่กมลชนกไม่ยอม และยืนยันว่ารักจริงหวังแต่งแน่นอน กมลชนกเริ่มเปิดใจ และแสดงท่าทีว่ามีใจให้กับทองตรา ก่อนจะพาทองตราไปที่บ้านหลังใหญ่ มีการจัดแสดงโชว์อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อลองใจทองตรา ก่อนจะพาไปเดินชมของมีค่า แต่ทองตราก็มีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการระริกระรี้เหมือนแขไขไฉไล ยิ่งทำให้กมลชนกไม่เข้าใจว่าทองตราคิดยังไง และคิดอะไรกับเขาอยู่ เพราะความเงียบเรียบเฉยของทองตรา เป็นสิ่งที่ยากต่อความเข้าใจของเขาเสมอ วันนี้ทองตราได้เห็นปราสาทหลังงามของแม่ วันหน้าเธอจะได้เห็นกระต๊อบของเขาแล้ววันนั้น มันจะเป็นบทพิสูจน์บทสุดท้ายว่า เขาและเธอจะเลือกเดินไปในทิศทางใด จะได้รักกัน หรือเลิกลากัน ก็สุดแล้วแต่บุพเพสันนิวาสจะพาไป ทองตราเริ่มต่อจิกซอร์แห่งความสงสัยในสมอง กับพฤติกรรม และความเชื่อมโยงกันของนายมลสองคน จนต้องกลับไปถามทองทิวอีกครั้ง เรื่องเพื่อนชื่อกมลชนก คนรวย กับนายมลคนจน ที่พี่ชายได้ไปรู้จักคนทั้งคู่ แต่ทองทิวก็แถไป เพื่อให้น้องสาวไม่สงสัยเพื่อนรัก ว่ามีเพื่อนชื่อมล สองมล ให้ตรงกันกับคำให้การของกมลชนก ที่เคยตอบคำถามนี้กับทองตรามาแล้ว แต่ในใจเธอก็ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี ทองตรารู้สึกได้ตามสัณชาตญาณ ว่าการกระทำของนายมลคนรวย ที่กำลังตามรุกเพื่อจะขอความรักไปพร้อม ๆ กับกำลังลองใจ และใช้วัตถุมาเป็นตัวล่อ คงคิดว่าผู้หญิงจะต้องเลือกที่จะเป็นฝ่ายวิ่งไปหาคนรวยสำหรับทองตรา เธอจะเป็นฝ่ายเลือก ไม่ยอมให้ใครมาเลือก เพื่อไปเป็นของเล่นคนรวยโดยเด็ดขาด และยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ว่าควรจะยอมเปิดรับนายกมลคนรวยให้เข้ามาปรับพื้นฐาน เพื่อปูทางที่จะลองคบหาดูใจกันไปดีหรือไม่ ถ้าดูจากฐานะ ผู้หญิงที่หวังความสุขสบาย ย่อมไม่รีรอกับเศรษฐีที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่ลึกลงไปในหัวใจของทองตรา มันเหมือนมีเส้นบาง ๆ มาขวางกั้นความรู้สึกของทองตรากับกมลชนกไว้ เพราะผู้ชายต่ำต้อยน้อยค่าอย่างนายมลคนครัว ที่ถึงแม้จะถูกไล่ออกไป แต่เขาก็คงมีน้ำใจ ยังโทรเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวเป็นระยะ ทองตราจอดรถหน้าซอยที่คับแคบ ลงไปถามหานายมลคนครัวตามที่อยู่ที่เขาเคยให้ไว้ว่าให้เดินตรงแหน่วไปจนกว่าจะผ่าน หมู่บ้านอึกทึกนิเวศน์ ที่มีเด็กวิ่งเล่นกันเกรียวกราว มีสุ่มเป็ด สุ่มไก่วางระเกะระกะเป็นระยะ แล้วเดินตรงไปจนสุดซอย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ สุสานนิเวศน์ ทองตรามองป้ายไม้กระดานที่เขียนด้วยถ่าน ที่นายมลตอกติดไว้ริมรั้ว ถัดไปมีกระดาษผูกเชือกเขียนไว้ว่า ห้ามรบกวน เจ้าของบ้านไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้จ้ะ ฯลฯ ทองตรามองเข้าไปในบ้านโกโรโกโสทาสีโอ๊ค แต่ไม่เห็นใคร เลยต้องเอาถุงขนมที่ซื้อมาฝากไปวางไว้ให้ในบ้าน และเขียนจดหมายฝากบอกนายมลไว้ ราชากับยาจก คำนี้ทองตราใช้เปรียบเทียบนายมลคนครัว กับนายมลคนรวย ที่ยังคงเป็นเรื่องค้างคาในใจ และทำให้สับสนได้ทุกเมื่อ ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ทั้งที่ในใจมันบอกว่าใช่ แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธง เลยต้องรอดูต่อไป กมลชนกขาดความมั่นใจ ไปปรึกษาจนแม่รำคาญ ด่าว่าจะหาเมียสักคนยังต้องมาถามแม่ แล้วต่อไปจะไปเป็นพ่อคนได้ยังไง ถ้าไม่แน่ใจในตัวผู้หญิงแสดงว่าโง่ แต่ถ้าไม่แน่ใจในตัวเองแสดงว่างั่ง ทำเอาเขารับไม่ได้ เถียงแม่กลับไปว่า เคยเป็นแต่พ่อครัว ไม่เคยเป็นพ่อคนแล้วจะรู้ได้ยังไง กมลชนกเลือดขึ้นที่โดนแม่บังเกิดเกล้าหยามศักดิ์ศรีชายชาตรีอย่างเขา จึงตัดสินใจโทรไปหาทองตรา อ่านแถลงการณ์รัก พร้อมกับขอแต่งงานอย่างเท่ ๆ แมน ๆ ทองตราด่ากลับ หาว่าบ้า และมีพฤติกรรมคุ้มดีคุ้มร้าย ชอบคิดอะไรทำอะไรแปลก ๆ แล้วจะมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าเอาไปทำพันธ์ กมลชนก ถูกทองตราปฏิเสธ จนหน้าหงายเงิบกลับไปอย่างไร้เยื่อใย และไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจได้ขนาดนี้ แต่เขาก็ยังพอใจ ที่ได้รู้ว่าทองตราไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงินขณะที่ทองตราก็หอบความเครียด และหอบความคานอันใหญ่ ไปเล่าให้พ่อฟัง ว่าได้ปฏิเสธการแต่งงานจากนายมลคนรวย เพราะคนรวยไม่จริงใจ ชอบลองใจ มันเหมือนดูถูกกันชอบคิดว่าเราโง่ พ่อสอนทองตราเรื่องความรัก บอกถึงความต่างของคนชื่อมลสองคน นายมลคนครัวเป็นคนที่มีความสุข มองคนทั้งโลกคือเพื่อน สรรพสิ่งในโลกเป็นของเล่นมีโลกอยู่ในกำมือ แต่นายมลคนรวย มีรถคันใหญ่ แต่งตัวโก้ ทำตัวหมุนไปตามโลกจนหัวปั่น หัวหมุน อยู่กับเกียรติยศเงินตรา สรรพสิ่งในโลกต้องไขว่คว้ามาให้ได้ เห็นคนทุกคนคือคู่แข่ง นี่คือสิ่งที่คนสองคนต่างกัน ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ในที่สุด ทองตราก็ได้ล่วงรู้ว่าที่แท้นายมลสองมลก็คือคน ๆ เดียวกัน ที่ทำเอาทั้งโมโห ทั้งเจ็บใจ เมื่อสิ่งที่คิดไว้มันเป็นเรื่องจริง แต่กลับถูกพี่ชา กับนายกมลชนกเพื่อนซี้หลอกเอา ทั้งที่เธอเฝ้าเพียรถามด้วยความสงสัยมาตลอด แต่ทองตราก็ยอมรับกับพ่อ และแม่ว่าชอบนายมล และอยากที่จะพิสูจน์กลับเขาบ้าง ด้วยการไม่ยอมติดต่อกลับไป และไม่ยอมให้พบหน้า ทำให้กมลชนกเครียด และคิดว่ารักครั้งนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำเอาเขากลายเป็นคนอกหัก จนกาญจนาเห็นใจในรักแท้ของลูกชายกมลชนกได้รับโทรศัพท์จากทองตรา ด้วยความดีใจ และมีความหมายสุด ๆ ทองตรานัดให้เขาไปที่บ้าน เพื่อรับประทานอาหารเย็น และได้เห็นทองตรายืนหน้ามั่นกมลชนกรีบปรี่เข้าไปหาทองตรา ขอคุยและเคลียร์เรื่องทุกอย่าง เพื่ออธิบายขอให้ทองตราได้เข้าใจ และให้ชอบแก่นแท้ แต่อย่าได้พาลไปเกลียดกระพี้ ซึ่งมันไม่ถูก เขาเกิดมารวยมันผิดตรงไหน เหตุผลที่ต้องลองใจ เพราะเขาเคยเจอแต่คนที่คิดจะมาปอกลอก มาเพื่อผลประโยชน์ และความสุขสบาย แต่สำหรับทองตราไม่ใช่ และไม่ว่าเขาจะเป็นนายมลคนไหน จะรวยหรือจนยังไง เขาก็มั่นใจว่าทองตราจะไม่มีวันทิ้งเขา ทั้งคู่ได้ทำความเข้าใจ และได้ตามหาหัวใจกันจนเจอ ทองตรากับกมลชนก เดินเคียงคู่วนอยู่รอบสนาม เพื่อทำความตกลงกันว่า รสแห่งชีวิตในกายภาคหน้าจะปรุงด้วยรสใดบ้าง เพราะการที่มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต บางคน...ต้องการความหวานเพิ่ม เพื่อให้ความแห้งแล้งในหัวใจมลายหายไป บางคน...ต้องการความเผ็ด เพื่อให้ชีวิตที่ชืดชา กลับมาผาดโผน บางคน...ต้องการความเค็ม เพื่อมิให้ความฟุ่มเฟือยพาความพินาศมาให้ อีกหลายคน...อยากเติมรสเปรี้ยว เพื่อรูปลักษณ์ที่ใหม่ขึ้นน่าดูขึ้น ชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ติดตามชมความสนุกสุดกวนของละครรักโรแมนติก และพบกับเรื่องราวเหล่านี้ ได้ในละคร พ่อครัวหัวป่าก์ ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2560 นักแสดงนำละคร พ่อครัวหัวป่าก์ หลุยส์ สก๊อต รับบท กมลชนกรณิดา เตชสิทธิ์ รับบท ทองตราสาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท กาญจนาทูน หิรัญทรัพย์ รับบท พลตรีรณยุทธดวงตา ตุงคะมณี รับบท คุณนายทองม้วนบรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ รับบท ทองทิวอนันท์ บุนนาค รับบท อาเทวาอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท แขไขไฉไล ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไววิทย์ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กำไลสวิส เตชภูวนนท์ รับบท เบสจิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร รับบท ลุงเชฟปราโมทย์ เทียนชัยเกิดศิลป์ รับบท แบมบี้นาตาชา จุลานนท์ รับบท มินนี่เกวิน ฌ็อง โดนาร์ท รับบท โอ๊ค

มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ
ที่พักธรรมชาติ /  ที่พักปราณบุรี / 

ถ้าใครอยากหาที่พักผ่อน ได้ฟีลแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง Travel.mthai มี 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ ที่มาแรงในตอนนี้มาฝากกันค่ะ รับรองว่าทุกคนจะได้ซึบซับกับบรรยากาศดีๆ สูดอากาศแสนบริสุทธิ์ และชาร์จแบตร่างกายได้แบบเต็มที่แน่นอน ^^ มาแรง! 9 ที่พักสไตล์บ้านไม้ โอบล้อมด้วยธรรมชาติ 1. The Birder’s Lodge เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา รีสอร์ทสุดฮิปสำหรับคนชอบชิว บ้านไม้สไตล์กระท่อมแบบยุโรป ตั้งอยู่ท่ามกลางกลางป่าไม้และขุนเขา ทำให้เราได้สัมผัสธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด ณ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ไม่ไกลจากกรุงเทพนี่เองค่ะ ซึ่งที่นี้เป็นที่พักแห่งใหม่เปิดได้ไม่นาน ตอบโจทย์ผู้เข้าพักไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัวได้อย่างลงตัว! ที่ตั้ง : 282 หมู่ 10 ตำบลหมูสี ปากช่อง จ.นครราชสีมา รายละเอียด : https://www.facebook.com/thebirderslodge/ สอบถามและจองบ้านพักได้ที่ : 081-645-4252 , 044-300-185 รีวิวเพื่มเติม : The Birder’s Lodge ที่พักสุดชิค สำหรับคนชอบชิว ณ เขาใหญ่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 2. บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ (baan rai i arun) อำเภอ กะเปอร์ ระนอง หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ ที่อยู่ : ตำบล กะเปอร์ อำเภอ กะเปอร์ ระนอง เบอร์โทรศัพท์ : 096-9382981 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baanraiiarun รีวิวเพิ่มเติม : http://travel.mthai.com/blog/135054.html ------------------------------------------------------------------------------------------------ 3. ลาเอนาตู (La A Natu Bed & Bakery Resort) ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรีสอร์ทริมทะเลขนาดเล็กที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัว ตั้งอยู่บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด ด้านหน้ารีสอร์ทเป็นชายหาดส่วนตัว ด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได บรรยากาศสบายๆ เงียบสงบ รื่นรมย์ แลนด์มาร์กสะดุดตาของ ลา เอ นาตู คือหลังคาทรงลอมฟางขนาดมหึมาอันเป็นจุดหมายปลายทางของสะพานไม้ไผ่ที่พาดข้ามทุ่งนาไปสู่ทะเล สิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม งานดีไซน์ และการตกแต่งภายในของลา เอ นาตูเป็นแบบพื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีสระว่ายน้ำส่วนกลางลอยฟ้าแบบ roof-top ถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพของภูเขา ทะเล ทุ่งนา และบรรยากาศของหมู่บ้้านเล็กๆ ริมหาด ที่อยู่ : 234 หมู่ 2 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77120 โทรศัพท์ : +66 (0)32 689 941-3, +66 (0)81 731 8688 ข้อมูลเพิ่มเติม : www.laanatu.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 4. สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บ้านต้นไม้ (Tree House) เป็นโฮมสเตย์ โดยมีลุงสุขกับป้าผงเป็นเจ้าของ หลายคนที่ได้มาพักที่นี่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ประทับใจในการบริการของที่นี่มากๆ คุณลุงคุณป้าใจดีและเป็นกันเอง ดูแลอย่างอบอุ่น ^^ ห้องพักของที่นี่มีหลายแบบ คือ บ้านต้นไม้ เป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มีห้องนอนแบบแยกส่วนตัวและแบบรวม ชั้นล่างจะเป็นที่นั่ง ที่กินข้าว ดื่มชากาแฟ มีแปลญวณไว้นอนอ่านหนังสือได้สบายๆ ส่วนด้านบนจะเป็นห้องพัก , บ้านต้นไม้ หลังเล็ก สร้างอยู่บนต้นไม้จริงๆ บ้านทั้ง 2 แบบนี้จะมองเห็นวิวภูเขา ต้นไม้สีเขียวแบบเต็มอิ่ม ยิ่งหน้าฝนหรือหน้าหนาว จะได้สัมผัสหมอก อากาศเย็นสบาย และ บ้านริมลำธาร จะตั้งอยู่ติดลำธาร สัมผัสธรรมชาติและวิวสวยไปอีกแบบ ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : บ้านต้นไม้ แม่แมะ เชียงดาว อีเมลล์ : treehousemaemae@gmail.com เบอร์โทรศัพท์ – การจองที่พัก : 081-111-5154, 053-317-090, 086-117-0434 รีวิวเพิ่มเติม : สโลว์ไลฟ์ ณ บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ------------------------------------------------------------------------------------------------ 5. แทนรัก ทะเลหมอก เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ที่พักบรรยากาศดี ใกล้จุดชมวิวทะเลหมอก ริมเส้นทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ และทุ่งแสลงหลวง มีห้องพักสไตล์โรงแรม 20 ห้องให้บริการ มีร้านกาแฟและอาหาร มีจุดชมวิวทะเลหมอก และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยและบริการเต็นท์ให้เช่าพร้อมอุปกรณ์นอน ที่อยู่ : ตำบล เขาค้อ อำเภอ เขาค้อ เพชรบูรณ์ เบอร์โทรศัพท์ : 087-0207014,081-6332434 เว็บไซต์ : http://www.tanrak.com ------------------------------------------------------------------------------------------------ 6. บ้านสวนจันทิตา (Baan Suan Chanthita) จังหวัดอุทัยธานี มีคุณป้าจันทิตาและคุณลุงไพศาลเป็นเจ้าของ คุณลุงเล่าว่าแต่ก่อนที่ตรงนี้เป็นบ่อปลา ต่อมาก็เริ่มถมที่และปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ทุกต้นที่นี่คุณลุงไพศาลเป็นคนปลูกเองทั้งหมด ใช้เวลาเกือบ 30 ปี! เมื่อนำพื้นที่ตรงนี้มาทำเป็นโฮมสเตย์ ก็สร้างโดยการปลูกแทรกตามต้นไม้ โดยไม่ตัดต้นใดทิ้งแม้แต่ต้นเดียว ^^ บ้านสวนจันทิตา เป็นที่พักโฮมสเตย์ แบบบ้านไม้ 4 หลัง ตั้งแทรกอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ เชื่อมต่อกันทั้งหมด 4 หลัง ซึ่งบ้านแต่ละหลังจะมีความสูงไม่เท่ากัน เพราะอยากให้ดูมีมิติ และระบายอากาศได้ดี ภายในบ้านฌปร่งสบาย เน้นเจาะหน้ารอบบ้านแบบให้เราเห็นธรรมชาติได้แบบพาโนรามาด้วย อีกทั้งโดยรอบๆ บรรยากาศร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด และที่พักราคาไม่แพงด้วย เพียงหลังละ 2,000 บาทเท่านั้น แต่ถ้าอยากมาพักผ่อนที่นี่ต้องจองล่วงหน้ากันยาวสักหน่อย ^^ ที่อยู่ : 32/9 หมู่ 5 ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เบอร์โทรศัพท์ : 081 144 1988 เว็บไซต์ : bansuanchantita.weebly.com , www.facebook.com/bansuanchantita ------------------------------------------------------------------------------------------------ 7. ภูลังกา รีสอร์ท (Phu Lang Ka Resort) จังหวัดพะเยา ภูลังกา รีสอร์ท ตั้งอยู่ใน อ.ปง จังหวัดพะเยา เป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยว รีสอร์ทแบบบ้านไม้ตั้งอยู่บนเนินเขาของวนอุทยานภูลังกา ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ มองเห็นวิวเขาหินปูนและแอ่งที่อยู่ด้านล่าง ทะเลหมอกสวยๆ ได้แบบเต็มอิ่ม อีกทั้งมีจุดไฮไลท์ตรงที่ชมพระอาทิตย์จะขึ้นหน้ารีสอร์ท เมื่อแสงส่องลงมายังทะเลหมอกในแอ่งกระทะ ให้บรรยากาศสวยงามเหมือนภาพวาด เรียกได้ว่า เป็นที่พักหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านของจริง ที่อยู่ : 125 หมู่ 4 ตำบล ผาช้างน้อย อำเภอ ปง จังหวัด พะเยา 56140 เบอร์โทรศัพท์ : 086-1910291 , 081-0232421 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/PhulangkaResort/ รีวิวเพิ่มเติม : ภูลังกา รีสอร์ท ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน , เที่ยวภูลังกา สัมผัสความหนาวใน จังหวัดพะเยา ------------------------------------------------------------------------------------------------ 8. บ้านหว่าญ่า บ้านพักน่ารักๆ ณ ม่อนแจ่ม เป็นที่พักเพิ่งเปิดใหม่ปลายปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งบ้านหว่าญ่าจะเน้นการออกแบบที่พักแบบเรียบง่าย และให้มีขนาดเล็ก เพื่อไม่บดบังทัศนียภาพโดยรวมของวิวที่มีความโดดเด่น ภูเขาที่สวยงาม ที่นี่จึงเหมาะจะเป็นที่พักกายพักใจในวันหยุดได้ดีสุดๆ ที่อยู่ : บ้านหนองหอย (ม่อนแจ่ม) ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ : 097-9322282 ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook : บ้านหว่าญ่า ------------------------------------------------------------------------------------------------ 9. ไร่แสงอรุณ รีสอร์ท (Rai Saeng Arun Resort) จ.เชียงราย คุณจะได้พบกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมของรีสอร์ทที่พัก ซึ่งจัดสร้างและตกแต่งโดย วัสดุที่เรียบง่ายจากธรรมชาติ บ้านพักทุกหลังซ่อนตัวในแนวไม้และป่าไผ่ กลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งที่ตั้งของที่พักนั้นจะทำให้คุณได้พักผ่อนและได้สัมผัสความงดงามของทิวทัศน์ได้เต็มตา ที่อยู่ : เลขที่ 2 หมู่ 3 บ้านผากุบ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ : 096 565 9495 เว็บไซต์ : http://www.raisaengarun.com/