หอยนางรม

'บ้านสวนพฤกษา โฮมสเตย์' ที่พักริมน้ำตก อาหารไม่อั้น ในราคาแค่ 800 บาท!
ที่เที่ยวจันทบุรี /  เที่ยวน้ำตก / 

แค่อ่านชื่อก็ตาโตซะแล้ว ที่พักริมน้ำตก บรรยากาศก็ว่าดีแล้ว ยังมีอาหารให้ทานไม่อั้นอีก! แบบนี้ขาเที่ยวอย่างเราๆ พลาดไม่ได้ โดยทางเพจเฟสบุ๊ค เที่ยวสบาย กับนาย Booking จะพาเราไปดูที่พัก "บ้านสวนพฤกษาโฮมสเตย์" แห่งนี้ ตามไปกันเลย .. 'บ้านสวนพฤกษา โฮมสเตย์' ที่พักริมน้ำตก อาหารไม่อั้น ในราคาแค่ 800 บาท! คราวนี้เป็นคิวของที่พักริมน้ำตกกันบ้าง ชื่อ " บ้านสวนพฤกษา โฮมสเตย์ " ราคาแค่ 800 บาท ส่วนรายละเอียดการจองนั้นคือโทรไปจองโดยตรงกับทางเจ้าของได้เลยที่ 082-202-1094 , 097-041-1709 ( ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียนะครับ ) ส่วนราคาก็อย่างที่ได้บอกไว้ครับ 800 บาท / คืน / คน ราคานี้รวม ที่พักแบบมีแอร์ อาหารเย็นแบบสั่งเติมได้ไม่อั้น มีน้ำแข็งน้ำดื่มบริการฟรี มีผลไม้ตามฤดูกาล บริการฟรีไม่อั้น อาหารเช้าแบบสั่งได้ไม่อั้น Wifi แรงๆ ฟรี มีเตาปิ้งย่างให้ใช้ฟรี (แต่ถ้าคนพักเยอะคงต้องแย่งกันเพราะมีจำนวนจำกัด) เรามาเริ่มจากการเดินทางกันก่อน ที่พักนี้จะเลย จ.จันทบุรี ไปเกือบๆ 50 กิโลได้มั้ง พอไปถึงทางแยกที่ทางขวาไปตราด ทางซ้ายไปสระแก้ว เราเลี้ยวไปทางซ้ายสระแก้วครับ ขับไปอีกหลายสิบโลอยู่ก็จะเจอทางเข้าวัดเขาบรรจบ ให้เลี้ยวเข้าไป พอเข้าไปจะค่อนข้าง งง เล็กน้อย ให้โทรถามที่พักได้เลย หรือไม่ก็ใช้ Google map พิกัด GPS 12.851349, 102.204813 ได้เลย มาถึงแล้วจร้าทางเข้าที่พัก ระหว่างทางจะมีที่พักแบบนี้เยอะมากๆ ซึ่งอยู่ในโครงการกลุ่มวิสาหกิจทุ่งเพลโฮมสเตย์ ใครอยากลองพักที่ไหนลองเช็คราคากันเองนะ แต่ผมมาพักที่นี่แหละ ตอนผมจองผมโอนมัดจำมาก่อน แล้วก็มาจ่ายส่วนต่างที่เหลือที่พนักงานเลย พอจ่ายเสร็จได้กุญแจมาพนักงานพาไปที่ห้อง วันที่ไปมีพักแค่ผมห้องเดียวเพราะผมไปวันอาทิตย์ เช็คเอ้าท์วันจันทร์ ไม่มีคนเลยแฮะ ส่วนตัวสุดๆ แต่ถ้ามาศุกร์ เสาร์ แว่วๆว่ามีเต็มต้องจองเนิ่นๆ เอากระเป๋าเข้าไปเก็บที่ห้องก่อน ที่ห้องค่อนข้างดีเลย มีห้องน้ำ 2 ห้อง อ่างล้างหน้าแยกส่วน มีตู้เย็นเครื่องใหญ่ มีทีวีขนาดเล็กติดผนัง พอเรามาถึง สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงน้ำตก ซึ่งดังและมีเสน่ห์เย้ายวนมากๆ รู้สึกอยากเล่นน้ำตลอดเวลา แต่ต้องห้ามใจไว้ก่อน เอารูปมาฝากเพื่อนๆ ก่อนนะเดี๋ยวค่อยเล่น พอเรามาถึงปุ๊บ พนักงานจะจัดที่นั่งให้เราริมน้ำตกเลยพร้อมกับผลไม้ประจำฤดูกาลกับน้ำดอกอัญชัญเย็นๆ แอบถามว่าถ้าหมดแล้วขอเพิ่มได้มั้ย ที่พักบอกไม่มีปัญหา วันที่ไปมีลำไยเป็นผลไม้ต้อนรับ เราไปดูโดยรอบกันก่อน ที่พักเป็นโฮมสเตย์ซึ่งแน่นอนว่าขนาดไม่ได้ใหญ่อะไร รับแขกมาพักได้ไม่เยอะมาก แต่ตอนนี้เห็นทำตึกไว้ข้างนอกจะรับแขกได้มากขึ้น แต่แนะนำพักแบบที่ผมพักดีกว่าใกล้น้ำตกด้วย สามารถได้ยินและมองเห็นน้ำตกได้จากห้องพักเลยทีเดียว ถ้าเราเดินบรรไดลงมา สามารถลงเล่นน้ำตกได้เลยจากที่พัก ไม่ลึก แต่น้ำไหลแรงมากชื่นใจจริงๆ ขนาดอากาศไม่เย็นนะ ลงไปนี่หนาวมากพูดเลย ใครลงมาเล่นคนเดียวไม่ต้องกลัวเหงา มีปลามาเล่นน้ำกับเราด้วยแฮะ หลังจากเล่นน้ำตกมาอย่างสนุกสนาน ก็มาทานข้าวกัน ทางที่พักจะจัดไว้ให้เป็นจานๆแบบนี้ ถามว่าสั่งเพิ่มได้แบบไม่อั้นมั้ย ที่พักบอก ไม่มีปัญหา ข้าวสวยร้อนๆ ผัดยอดมะระน้ำมันหอย ไข่เจียว ผัดฉ่าทะเล คือแบบ กุ้งกับปลาหมึกตัวใหญ่มาก ต้มยำกุ้ง กุ้งตัวใหญ่อีกแล้ว ที่เด็ดอีกอย่างคือมาที่นี่พลาดไม่ได้เลย หมูชะมวง กับข้าวสวยร้อนๆ สั่งได้ไม่อั้นอีกแล้ว ส่วนน้ำแข็งนี่ขอบอกถังใหญ่มาก ตักได้ไม่อั้น เพราะทางที่พักจัดไว้ให้ฟรีจร้าสำหรับคนนั่งดื่ม สังสรรค์เฮฮาในหมู่เพื่อนฝูง ตอบโจทย์ขาดื่ม ขาเม้าท์นักหล่ะ อิ่มแล้วๆ เดินย่อยก่อนด้วยสะพานรอบๆสามารถเดินไปได้แทบทุกที่  สามารถเดินไปเที่ยวเดินดูน้ำตกมุมอื่นๆได้ (อันนี้ขอแก้ข้อมูลสำหรับเพื่อนๆที่ทักท้วงมานะครับ) ตรงนี้ไม่กล้าเล่นแฮะ 555 ข้ามมาตอนเช้าอย่างเร่งด่วน เพราะความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ ทางที่พักจะจัดเซ็ตนี้ไว้ให้แต่เช้าตรู่เลย ให้นั่งซึมซับเสียงน้ำตก และเห็นสายน้ำไหล นั่งทานไป ชิวไป เสียงน้ำตกนี่ถ้าฟังเพลินๆนี่หลับได้เลยนะ ผมเคยมาแล้ว 5555 เซตบนคิดว่าจบแล้วใช่มั้ย ยัง !!! ยังไม่จบ ที่พักจัดชุดนี้มาให้อีก ถามว่าขอเพิ่มได้มั้ย ได้สิ แต่ใครจะสั่งหล่ะแค่นี้ก็จุกจะแย่อยู่แล้ว ก่อนจะกลับขอฟินอีกสักทีได้มั้ย ทิ้งทวน สรุป สำหรับผมถือว่าคุ้มมากนะในราคา 800 บาท ที่พักก็โอเค อาหารก็อร่อย แถมยังเติมไม่อั้นด้วย มีผลไม้ให้ทานไม่อั้นอีก บรรยากาศดี เสียงน้ำตกชิวมาก น้ำตกเย็นเจี๊ยบเลย เจ้าของและพนักงานที่พักก็บริการและต้อนรับดีมากๆ ใครที่ชอบที่เที่ยวราคาถูกๆแนวๆธรรมชาติๆแนะนำเลยครับ แต่ตอนที่ผมไปคือพักแค่ห้องเดียวเลยเหมือนส่วนตัวและชิวมากแต่วันที่คนพักเต็มไม่รู้ว่าจะวุ่นวายรึเปล่าเพราะน้ำตกหน้าที่พักไม่ใหญ่มากนี่อาจจะเป็นข้อเสียนิดหน่อย ก่อนจะกลับแวะกินกาแฟซะหน่อยที่ Kays Espresso Bar อยู่ในตัวเมือง จันทบุรี ร้านนี้ไม่แวะไม่ได้ ต้องลองๆ ผมขอปิดท้ายรีวิวด้วยของร้านนี้แล้วกันเนอะ ไว้พบกันใหม่ สวัสดีครับ ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ https://www.facebook.com/ninebooking

MThai One Day Trip “กิน เที่ยว จ.ปทุมธานี
กิน-เที่ยว จ.ปทุมธานี /  ที่กิน ปทุมธานี / 

สวัสดีชาวเอ็มไทย ไม่มีอะไรมากแค่อยากจะบอกว่า วันนี้ทีมงาน MThai ไปเสาะหาแหล่งกิน เที่ยวใหม่ให้เพื่อนสมาชิกได้ตะลุยกิน ตะลุยเที่ยวในวันเดียวครบรสกันอย่างสุดฟิน วันนี้เราขอแนะนำ จังหวัดที่ใกล้กรุงเทพมากกกกกกกนั่นก็คือ “จ.ปทุมธานี” แต่ใครจะไปคิดว่าจังหวัดที่ใกล้เราขนาดนี้ จะมีที่สำหรับ กิน เที่ยว จ.ปทุมธานี มากขนาดนี้ เพื่อนๆทราบหรือไม่ว่า ปทุมธานีฯ ก็มีตลาดร้อยปีนะจ๊ะ รู้ยัง? มีกุ้งแม่น้ำยักษ์เผาสุดฟิน ไหนจะวัดมอญ, หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในไทย และที่พลาดไม่ได้สำหรับวัยรุ่น ร้านกาแฟริมน้ำสุดชิค และสวนบัวกว่าร้อยสายพันธุ์ ว่าแล้วก็สงสัยใช่ไหมละ ไปดูเส้นทาง พาเที่ยววันเดียว ปทุมธานี กันเลยดีกว่า MThai One Day Trip “กิน เที่ยว จ.ปทุมธานี” เมืองมอญโบราณ  1.ตลาดระแหง (ตลาดร้อยปี)    - ร้านอาหารที่ 1 : “แปโภชนา” - ร้านอาหารที่ 2 : “ก๋วยเตี๋ยวตาพ้ง” - ร้านอาหารที่ 3 : “คุณกาญจน์ ร้านเกี๊ยวกรอบ” - ร้านอาหารที่ 4 : “คำ มัน หวาน” 2.วัดเจดีย์ทอง 3.วัดเจดีย์หอย 4.หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ – วัดโบสถ์ 5.ครัวบุษบัน กุ้งเผา วอเตอร์วิว (ทานข้าวกลางวัน) 6.วัดหงษ์ปทุมาวาส 7.พิพิธภัณฑ์บัว 8. On The Riva Cafe 1. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี ตลาดระแหง (ตลาดร้อยปี)  “ตลาดระแหง” หรือตลาดร้อยปี เป็นชุมชมตลาดน้ำโบราณที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เกิดจากย่านชุมชนที่ต้องเดินทางสัญจรด้วยเรือและรถไฟในสมัยอดีต  อาคารในตลาดจะเป็นห้องแถวที่สร้างด้วย “ไม้” ติดกัน เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปมีการใช้รถไฟเพื่อการคมนาคมมากขึ้นทำให้กิจการรถไฟล้มเลิกไป  คงเหลือไว้เพียงตลาดน้ำอายุ  กว่าร้อยปีแห่งนี้ไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงความหลัง ภายในตลาดหากมาในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะมีของกินให้เลือกซื้อและนำกลับเป็นของฝากได้หลากหลาย มากกว่าในวันธรรมดา ทีมงานไม่พลาดที่จะหยิบร้านเด็ดร้านดังของตลาดแห่งนี้  มาให้สมาชิกเอ็มไทยได้ทราบก่อนใคร รับรองว่าไปแล้วไม่เสียเที่ยวแน่นอนกับ “กิน เที่ยว” MThai One Day Trip - ร้านอาหารที่ 1 : พากินที่ปทุมธานี ร้าน “แปโภชนา" ร้านเด็ดร้านดังที่ใครมาตลาดแห่งนี้จะต้องแวะมาทาน ด้วยการันตีจากหลากหลายนักชิมชื่อดังด้วยอาหารสไตล์ไทยผสมจีนที่มีรสจัดจ้านทำให้ได้รับความนิยม มีเมนูแนะนำ อาทิ ต้มยำปลาช่อน, ปลาช่อนแดดเดียว, ผัดขี้เมาปลากรายและหมูจ๊อ เมนูอาจจะดูบ้านๆ แต่รับรองรสเด็ดถูกใจแน่นอน เปิด-ปิด : ทุกวันทำการ 9.00 – 15.00 น. เบอร์โทร : 02 599 1398 - ร้านอาหารที่ 2 : พากินที่ปทุมธานี “ก๋วยเตี๋ยวตาพ้ง” ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณที่ “ตาพ้ง” เจ้าของร้านขายมาตั้งแต่ยังหนุ่มจนตอนนี้อายุร่วมแปดสิบปีจนส่งลูกทั้ง 8 คนเรียนจบจนปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก  และลูกๆก็มาช่วยสืบทอดกิจการของทางร้าน จุดเด็ดของร้านคือน้ำซุปต้มกระดูกหมูที่กลมกล่อม, ถั่วป่น, พริกป่น กระเทียมเจียวทั้งหมดทำเอง ทำให้มีกลิ่นหอมกว่าร้านอื่น รับรองว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณที่รสเด็ดถึงใจแน่นอน    เปิด-ปิด : ทุกวันทำการ 9.00 – 15.00 น. (ปิดเฉพาะวันอังคารและวันพุธ) เบอร์โทร : 02 599 1398 - ร้านอาหารที่ 3 : พากินที่ปทุมธานี “คุณกาญจน์ ร้านเกี๊ยวกรอบ” ทานเสร็จแล้วแวะหาของทานเล่นที่ร้านใกล้เคียงกันอาทิ เกี๊ยวกรอบ, ขนมปังหน้าหมู,  ป๊อเปี๊ยะทอด ฯลฯ  เดินเล่นชิลชิลตลาดริมน้ำร้อยปี ตลาดระแหงแห่งนี้อย่างเพลินปากสบายใจ - ร้านอาหารที่ 4 : พากินที่ปทุมธานี “คำ มัน หวาน” ร้านขนมไทยโบราณชื่อน่ารักน่าเอ็นดู เรียกว่ามีขนมไทยหายากหลายชนิดมากๆเลยละคะ   ซึ่งขนมบางชนิดเกือบจะสูญหายหรือหาทานยากแต่ที่นี่มีครบคะ  อาทิเช่น บุหลันดั้นเมฆ, จ่ามงกุฎ, ทองเอก, สัมปะนี, ขนมเรไร, ขนมโคกะทิ, ขนมพระพาย ฯลฯ เรียกว่าหลากหลายครบเครื่องขนมไทยของแท้เลยคะ แถมราคาไม่ได้สูงมากเริ่มต้นเพียงกล่องละ 20 บาทขึ้นไปเท่านั้น ทางร้านรับจัดเป็นชุดสำหรับให้ผู้ใหญ่หรือทำบุญด้วยนะคะ  นอกจากร้านต่างๆที่กล่าวมานั้นยังมีร้านที่น่าสนใจอื่นๆอีก เช่น ร้านอากง, ร้านพรประสิทธิ์  ฯลฯ 2. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี วัดเจดีย์ทอง วัดเจดีย์ทอง เป็นวัดเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามีอายุมากกว่า 160 ปี ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบมอญที่เลียนแบบจากเจดีย์จิตตะกองของประเทศพม่า และมีพระพุทธรูปปางมารวิเชียรขึ้นด้วยหยกขาว เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยเชื้อสายรามัญภายในเจดีย์ทองแบบรามัญ สถูปทรงระฆังก่อด้วยอิฐฐานสีเหลี่ยม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 4 ด้านปิดทอง ประดับกระจกสีและยอดฉัตร 9 ชั้น  นอกจากนี้ยังมี กุฏิเรือนไทย และกุฏิทรงปั้นหยา หอสวดมนต์ ตกแต่งด้วยลวดลายและแกะสลักและลายฉลุเชิงชายช่องลม   ใบเสมาศิลาพายแดงศิลปอยุธยา แต่พระพุทธรูปศิลปแบบรามัญ และในส่วนของเจดีย์พระปรางค์ประดับกระเบื้องเคลือบในศิลปะแบบจีน ที่ตั้ง : อ.สามโคก  จ.ปทุมธานี 3. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี วัดเจดีย์หอย วัดแห่งนี้ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นจากเปลือกหอยนางรม ซึ่งขุดพบในบ่อของบริเวณวัดเจดีย์หอย ซึ่งเป็นชิ้นส่วนซากเปลือกหอยนางรมยักษ์ขนาดใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 8 ล้านปี  สันนิษฐานว่ามีอยู่จำนวนมาก สำหรับเจดีย์หอยได้ถูกรื้อลงเพื่อสร้างใหม่ เพื่อให้สูงใหญ่เทียบเท่าพระอุโบสถ  นอกจากนี้ภายในวัดยังมีวัตถุโบราณ อาทิ ถ้วยชามปั้นดินเผา, โอ่ง,ไหตลอดจนเครื่องใช้ประจำวันในโบราณให้ได้ชมกันเพลินๆ ที่ตั้ง : อ.ลาดหลุมแก้ว  จ.ปทุมธานี 4. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ – วัดโบสถ์  หากต้องการสักการะบูชาหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต้องมาที่วัดโบสถ์แห่งนี้คะ เป็นรูปปั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมฺรังสี) ในลักษณะเทศนาธรรมมีความสูงถึง 28 เมตร   เดิมเป็นวัดที่มีชื่อว่า  “วัดสร้อยนางหงส์”  มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เชื่อกันว่าสร้างจากชาวมอญที่อพยพมาจากกรุงหงสาว ดีตั้งแต่แผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บริเวณอ.สามโคกแห่งนี้ นอกจากนี้ยังพระพุทธรูปสำคัญซึ่งที่เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดปทุมธานี  “หลวงพ่อเหลือ”  โดยมีความเชื่อว่าหากได้สักการะบูชาจะแคล้วคลาดอุบัติเหตุทั้งปวง ทำการใดจะสมปรารถนา เงินทองเหลือเก็บเหลือใช้  และอย่าลืมสักการะ “พระสีวลี” ส่งเสริมเรื่องลาภยศ สมหวังดั่งตั้งใจทุกประการ ที่ตั้ง : อ.สามโคก  จ.ปทุมธานี 5. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี ครัวบุษบัน กุ้งเผา วอเตอร์วิว มาถึงช่วงเที่ยงแล้วกองทัพขับรถมาต่อกันที่อ.เมือง หยุดฝากท้องกันที่ร้านอาหาร “ครัวบุษบันกุ้งเผา วอร์เตอร์วิว” พลาดไม่ได้อย่างแน่นอนมาถึงที่นี่ก็ต้องสั่งกุ้งเผาคะ กุ้งเผาสีขาวเนื้อแน่นตัวโตอวบๆ มันทะลัก มีข้าวเปล่าสักจานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือน้ำปลาพริก ไม่ขออะไรเพิ่มแล้วละมื้อนี้ ^^ มาต่อกันที่เมนูอื่นๆกันบ้างคะ อาทิข้าวผัดมันกุ้ง, กุ้งทอดกระเทียม, เนื้อย่างใบชะพลู, แกงป่าปลาคัง, หมึกผัดไข่เค็ม, ต้มยำไทยสูตรโบราณ, ผัดสายบัว พลาดไม่ได้กับปลาช่อนลุยสวนพริก ทีมงานขอตอบด้วยภาพแทนรสชาตินะคะสำหรับมื้อนี้ เปิด -ปิด : ทุกวันทำการ เวลา 11.00 – 22.30 น. เบอร์โทรศัพท์ : 091 554 3438 ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.ปทุมธานี 6. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี วัดหงษ์ปทุมาวาส มาต่อกันที่วัดหงษา(ชื่อเดิม)  หรือวัดหงษ์ปทุมาวาส  เป็นวัดมอญโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช  นอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังเรียกได้ว่าเป็นวังมัจฉา  กล่าวคือมีปลาที่มากที่สุดวัดนึงก็ว่าได้เพราะได้รับรางวัลชนะเลิศอนุรักษ์พันธุ์ปลามากมายที่แห่งนี้ อาทิ ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาแรด ปลาตะเพียน และปลาอื่นอีกหลายชนิด ว่ายมาชุมนุมอาศัยกันอยู่เนืองแน่นเพื่อรอรับอาหารจากผู้มาทำบุญไหว้พระที่ วัดและมาเที่ยวที่ "วัดหงษ์ปทุมาส” แห่งนี้ ทีมงานเอ็มไทยก็ไม่รอช้าที่จะนำมาเสนอไว้ให้สมาชิกในเส้นทางกินเที่ยวจ.ปทุมธานีคะ ที่ตั้ง : อ.เมือง  จ.ปทุมธานี 7. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี พิพิธภัณฑ์บัว หากว่ายังพอมีเวลาเหลือเราอยากให้ลองไปสัมผัสธรรมชาติที่ “พิพิธภัณฑ์บัว” ตั้งอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี การได้ชื่นชมธรรมชาติถือเป็นการได้ผ่อนคลาย สร้างความสุขและสบายใจได้อย่างหนึ่ง พิพิธภัณฑ์บัวแห่งนี้เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระเทพฯ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 ปัจจุบันรวบรวมบัวมากกว่า 100 กว่าสายพันธุ์ในพื้นที่ 18 ไร่ ใช้เป็นศูนย์ศึกษาอนุรักษ์และให้ความรู้เกี่ยวกับบัวสายพันธุ์ต่างๆ อย่าพลาดชมความสวยงามที่ขาดไม่ได้เลยกับ “บัวจงกลนี" บัวไทยแท้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีที่ประเทศไทยแห่งเดียวในโลก เป็นดอกบัวที่บานแล้วไม่หุบ เพราะมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นนั่นเอง ที่ตั้ง :สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี เปิด -ปิด : เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน 8.30 – 16.30 น. เบอร์โทรศัพท์ : . 0 2549 3043 8. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี ร้าน On The River Cafe ต่อด้วยร้านกาแฟสุดชิค “On The River Cafe” เป็นร้านกาแฟริมน้ำเจ้าพระยา อยู่ใกล้กับร้านอาหารบ้านเหนือน้ำ การตกแต่งภายในร่มรื่นโปร่งสบายทั้ง Indoor และ Outdoor ในส่วนของภายในจะเป็นกระจกล้อมรอบทำให้มองเห็นวิวริมน้ำเจ้าพระยาระหว่างพักทานกาแฟได้อย่างเต็มตาและสบายใจ ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิด -ปิด : ทุกวันทำการ เวลา 11.00 – 22.00 น. เบอร์โทรศัพท์ : 092-621-7070

In the mood for love เอกมัย1 ร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศแบบเซี่ยงไฮ้
ซูชิ /  อาหารญี่ปุ่น / 

ความรักความโรแมนติกไม่ได้มีแค่วันวาเลนไทน์ ความรักจะอบอวลไปทั้งปี เมื่อเลือกร้านอาหารดีๆ บรรยากาศที่แสนอบอุ่นอย่างร้าน In the mood for love เอกมัยซอย 1 ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบเพื่อนฝูง รักแบบครอบครัวหรือแฟนก็สามารถชวนกันมาทานได้ บรรยากาศที่แสนอบอุ่นแบบหาโอกาสจากที่ไหนได้อีก In the mood for love เอกมัย1 ร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศแบบเซี่ยงไฮ้ หากใครชอบดูหนังจะรู้เลยว่าชื่อร้าน In the mood for love เป็นชื่อหนังฮ่องกงยุค 1960 ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณคุณสา เจ้าของร้านชื่นชอบเป็นอย่างมากจึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหาร In the mood for love เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสไตล์โดดเด่นเป็นของตัวเอง ด้วยรสชาติอาหารที่ฟิวชั่นและการตกแต่งร้านให้เป็นสไตล์ Traditional และแบบ comtempupary คือมีความดั้งเดิมและร่วมสมัย เรียกได้ว่าเป็นการย้อนยุคที่ดูทันสมัยที่สุดก็ว่าได้ คงเป็นเรื่องใหม่ที่ร้านอาหารญีปุ่นจะตกแต่งไปทางจีน ของตกแต่งบางอย่างที่ดูมีความเป็นจีนมากกว่า ทั้งของใช้ โต๊ะ โคมไฟกรงนก และหมอนลายโบตั๋น คงเป็นเพราะหยิบแรงบันดาลใจของหนังเรื่อง In the mood for love มาตกแต่งร้านอย่างแน่นอน ร้านดูกว้างเป็นอย่างมาก สามารถรับจัดปาร์ตี้แบบส่วนตัวได้ถึง 200 คน เลยทีเดียว และมีหลายโซนและมี 2 ชั้นด้วยกัน และมีในส่วนของ Outdoor สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติด้านนอก Sweet 16 (440 บาท) เป็นอาหารฟิวชั่น เนื้อปลาไหลราดซอสสไปซี่แซลมอน โปะด้วยสตอเบอร์รี่ รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว ไม่มีกลิ่นคาวเนื้อปลาไหล Guilty but Happy (390 บาท) เมนูแนะนำและขายดีของทางร้าน กุ้งเทมปุระชิ้นโตพร้อมครีมชีสเนื้อแน่น คลุกคล้าด้วยซอสและมายองเนส รสชาติอร่อยลงตัว Gindara Yaki  (480 บาท) ปลาจินดาระหมักซอสมิโซะกว่า 8 ชม. ก่อนนำไปย่าง เวลาทานปลาเนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และได้กลิ่นหอมของปลาจากการนำไปย่างบนเตาถ่าน Salmon Skin salad (320 บาท) เมนูรักสุขภาพสำหรับสาวๆ หนังปลาแซลมอนทอดกรอบ กับสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดโฮมเมดสูตรพิเศษของทางร้าน รสชาติเข้มข้น ทานแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น In The Mood For Love (330 บาท) Cocktail เป็น Signature ของทางร้าน แอ๊ปเปิ้ลผสมกับโซจูเล็กน้อย ช่วงนี้้ทางร้านมี โอมากาเสะ (เมนูตามที่เชฟอยากทำ) เมนูพิเศษตามฤดูกาล ซึ่งจะเปลี่ยนเมนูไปทุกๆ 3 เดือน เช่นฤดูกาลนี้จะมีเมนู Otaru Ika (ปลาหมึกเรืองแสง), Sayori (ปลาซาโยริ), Torigai(หอยโทริไก) เป็นต้น ถ้าต้องการทาน โอมากาเสะ ต้องโทรจองล่วงหน้านะคะ สมาชิก True red card 10% สมาชิก True black card 15%  ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 59 ————————————————————- กิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก MThai คำถาม : หากได้ไปทานจะสั่งเมนูไหนเป็นเมนูแรก ? แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook  สุ่มผู้โชคดี รับ Gift Voucher มูลค่า 500 บาท 4 รางวัล! ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

กิน-เที่ยว ฮ่องกง ในแบบที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน
กิน เที่ยว ฮ่องกง /  ที่เที่ยวฮ่องกง / 

พูดถึงฮ่องกงแล้วนึกถึงอะไรกัน? คนจีนเยอะๆ แน่นๆ พูดจาโฉ่งฉ่าง ตึกโคดเยอะ อาหารมันแผล่บ บอกเลยว่าไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมดแน่ๆ! เที่ยวฮ่องกง ในแบบที่คุณไม่เคยรู้! ในฐานะคนที่คิดแบบนั้นมาก่อน เคยไปครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ขอบอกเลยว่าฮ่องกงเปลี่ยนไปมากกกกก นอกเหนือไปจากบ้านเมือง ท้องถนน ที่ดูมีความศิวิไลซ์แบบประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้คนก็มีชีวิตชีวา แต่งตัวเก๋ไก๋ ใส่สนีกเก้อกันเต็มบ้านเต็มเมือง เหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ที่กลายเป็นหงส์ เหมือนจัสตินบีเบอร์ที่ออกอัลบั้มใหม่ทะลุบิลบอร์ดชาร์ท เออมันเกร๋กว่าที่คิดเยอะอะแกร งงเลยงง 5555555 ก็... คนอื่นอาจจะเห็นกันมาบ่อยบ้างไม่บ่อยบ้าง แต่เราก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี อดไม่ได้ที่จะมาเล่าให้ฟัง ยังไงลองมาอ่านเรื่องเล่าฉบับเรากันดู เผื่อจะอินสไปร์ให้ใครได้ออกไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ น่ารักๆ แบบฮ่องกงละกันนะะ : ) . รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! ออกเที่ยวก็เหมือนกัน เดินทางทั้งที ถ้าไม่ดูแผนที่ ไม่เข้าใจภูมิประเทศของเค้า ก็เหมือนมันเที่ยวไม่สุดป้ะะ เพราะฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหน เราเองเนี่ยแหละจะชอบทำความรู้จักเรื่องพวกนี้ก่อนตลอด อย่างน้อยก็จะได้พอจับจุดได้ว่าจะขับรถลงเรือ อะไรยังไง ถึงแม้ฮ่องกง จะเที่ยวง่าย พื้นที่ก็เล็กนิดเดียว แต่เราชื่อว่ามีหลายคนที่ไปฮ่องกงกลับมา แล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วฮ่องกงที่มันหน้าตาเป็นยังไง ส่วนใหญ่เราจะชินกับคำว่า เกาะฮ่องกง ใช่ป้ะะ แต่ที่จริงไม่ได้เป็นเกาะทั้งหมดนะ เกาะฮ่องกง คือเป็นแค่ส่วนนึงของฮ่องกงเท่านั้นเอง เพราะฮ่องกงเนี่ยจะแบ่งเป็นสี่ส่วนใหญ่ๆ ตามนี้ 1. Hong Kong Island ตรงนี้คือฮ่องกงขนานแท้ เป็นจุดศูนย์รวมของทุกสิ่งอย่าง ภาพจำที่เราเห็นเป็นดงคอนกรีตตึกสูงระฟ้า ก็คือทางเหนือของเกาะนี้เนี่ยแหละ มีทั้งแหล่งธุรกิจ บริษัทการเงินระดับโลก คอนโด อพาร์ทเม้น ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง ทุกอย่างมีหมด 2. Kowloon ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ที่อยู่ตรงข้ามเกาะฮ่องกง เป็นที่อยู่ของ Tim Sa Tsui แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตของคนไทย แล้วก็เป็นจุดชมวิวมุมฮิตของฮ่องกงด้วยนะ มองข้ามฝั่งไปก็จะเห็นตึกสูงฝั่งตรงข้ามได้แบบอลังการงานสร้าง แต่ถ้าไม่นับ Tim Sa Tsui ที่ว่า ฝั่งนี้ก็จะมีความบ้านๆ มากกว่าเกาะฮ่องกงเยอะ ไม่ได้มีตึกสูงอะไรมากมาย เป็นที่อยู่อาศัยซะมากกว่า 3. Lantao Island เกาะนี้คือพื้นที่สีเขียวของฮ่องกง คือยังมีความเป็นธรรมชาติหลงเหลืออยู่บ้าง ทั้งภูเขาแล้วก็ทะเล ยังไม่มีตึกรามบ้านช่องมากนัก ที่เที่ยวหลักๆของเกาะนี้ก็คือพระใหญ่บนภูเขา แล้วก็กระเช้านอนปิง เออ ลืมไป ดิสนี่ย์แลนด์ก็ตั้งอยู่บนเกาะนี้ด้วย 4. New Territory ส่วนสุดท้ายคือส่วนขยายของฮ่องกง ที่อังกฤษเจรจาต่อรองมาได้เพิ่มเติมในช่วงที่ยึดฮ่องกงเป็นเมืองขึ้น ซึ่งจริงๆ เกาะลันเตาเองก็เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งใน New Territory ด้วย ส่วนมากพื้นนี้ตรงนี้ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว จะเป็นที่อยู่อาศัย แล้วก็โรงงานของคนฮ่องกงซะมากกว่า เนิร์ดกันมาพออสมควรละ ไปอ่านเรื่องสบายๆ ต่อกันเลยดีกว่าา . ร้อยทั้งร้อยเมื่อพูดถึงฮ่องกง ยังไงก็ต้องนึกถึงตึกสูงระฟ้าพวกนี้ก่อนเป็นอันดับแรกชัวๆ กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของฮ่องกงเฉยยย เห็นตึกเหล่านี้เป็นจุดรวมธุรกิจที่สำคัญอันดับต้นๆของโลก ทั้งธนาคาร บริษัทการเงิน ตลาดหุ้น บอกเลยว่าทุกตึกที่นี่ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยทั้งนั้นนะะ หน้าตึกต้องหันไปทางประตูมังกร ยอดตึกรับทรัพย์ โกยเงินได้ต้องโกยย โอเค หลู่เลื่อง! . หลายคนอาจจะไม่รู้ แต่ฮ่องกงไม่ได้มีแค่ดงคอนกรีตเว่ยแกรรร ป่าเขาลำเนาไพรเค้าก็มี อาจจะไม่เยอะเท่าคนอื่น แต่มีอะมี สีเขียวที่ว่าของฮ่องกงอยู่ที่เกาะลันเตานั่นเอง พื้นที่ของเกาะเต็มไปด้วยภูมิประเทศแบบฉบับภูเขาๆ โดยเฉพาะลูกสำคัญที่สูงที่สุดจะมีพระใหญ่อยู่ข้างบน เป็นจุดมุ่งหมายหลักๆของนักท่องเที่ยวเลยแหละ เห็นภาพแล้วอาจจะสงสัยว่านี่เค้าเดินขึ้นไปไหว้พระใหญ่กันใช่มั้ย บอกเลยว่าใช่! 555555 สำหรับใครที่อินกับสีเขียวและธรรมชาติ เราก็แนะนำให้ลองเดินขึ้นกันดูไดดด้ เสพย์ธรรมชาติกันไปเต็มๆอะเนอะ พระใหญ่ท่านไม่หนีไปไหนหรอก ส่วนตัวเราเอง ครั้งนี้ขอโหนกระเช้าขึ้นสวยๆก่อนละกัน ไว้ถ้ามีโอกาสได้เดินป่าด้านล่างบ้างจะมาเล่าให้ฟัง! . จากกระเช้าขึ้นเขานอนปิง มองกลับลงไป วิวที่เห็นคือเกาะสนามบินทั้งเกาะ เกาะนี้ชื่อว่า Chek Lap Kok หรือก็คือสนามบินฮ่องกงเนี่ยแหละ แต่ความน่าตื่นเต้นมันมีอยู่ว่า ไอ้เกาะที่เราเห็นเนี่ย แท้จริงแล้วเกิดจากการเอาขยะมหาศาลไปถมจนเป็นก้อนขนาดใหญ่! ใช่ ฟังไม่ผิด พูดง่ายๆก็คือ เราแลนดิ้งกันบนกองขยะจ้าาาาา ไม่รู้จะตื่นเต้นเรื่องถมเกาะ หรือตื่นเต้นเรื่องจำนวนขยะที่ใช้เอามาถมกันแน่ . องค์พระใหญ่ที่อยู่บนจุดสูงสุดของเขานอนปิง เป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญของคนฮ่องกง คนฮ่องกงมีความเชื่อว่า องค์พระใหญ่นี้จะคอยดูแลพวกเค้าให้อยู่เย็นเป็นสุข จะทำให้ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกัน ไม่แปลกใจเลยที่จะเห็นคนท้องถิ่นมาเยี่ยมเยือนกันให้แน่นตลอดทั้งปี . ตัดภาพกลับมาสู่ตัวเมือง ถ้าไม่บอกนี่คิดว่าตัวเองเดินอยู่ซานฟรานซิสโก เกาะฮ่องกงคือเป็นเนิน เป็นเขา ไม่แพ้ซานฟรานเลย โดยเฉพาะในย่าน central ตึกรามบ้านช่องนี่ก็สร้างไต่เขา อยู่เอียงๆกันซะอย่างงั้น จะเดินเล่นแถวนี้ก็ต้องฟิตร่างกายกันหน่อย หรือใครไม่ไหว จะขึ้นบันไดเลื่อนก็ได้ นี่พูดจริงนะ เค้ามีบันไดเลื่อนจริงๆ เป็นบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลกด้วย คือยาวไต่เขาขึ้นไปเกือบหนึ่งกิโลแหนะ บันไดเลื่อนที่ว่า มีชื่อสวยงามอย่างเป็นทางการว่า Central-Mid-Levels escalator แต่ละวันนี่มีชาวฮ่องกงมาใช้บริการเยอะแยะมากกก เป็นพันเป็นหมื่นคนกันเลยทีเดียว . PMQ เป็นอีกหนึ่งที่สุดฮิปของฮ่องกงที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี2014 เป็นเหมือนศูนย์รวมเรื่อง creative ของนักออกแบบที่นี่ก็ว่าได้ ตึกสีขาวแซมเขียวที่เห็นนี้ จริงๆแล้วดัดแปลงมาจากแฟลตเก่าของตำรวจฮ่องกง แต่คือเอามาทำใหม่ซะชิคไม่เหลือเค้าเดิมเลย . ด้านใน PMQ ตรงกลางคือเป็นโถงกว้างๆ แบ่งตึกออกเป็น 2 ฝั่งหลักๆ แต่ละชั้นก็จะถูกซอยย่อยออกเป็นห้องๆ ก็อย่างที่บอก ที่นี่ดัดแปลงมาจากแฟลตตำรวจ นึกถึงหอนักศึกษาก็ได้ มีระเบียงทางเดินยาวๆ คอยเชื่อมแต่ละห้องเข้าด้วยกันอะไรยังงั้น แต่ละห้องก็จะแตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ร้านขายของเก๋ๆ ไปจนถึงห้องทำ workshop งานศิลปะ หรือแม้กระทั่งโรงเรียนสอนทำขนมก็มี เดินผ่านทีนี่กลิ่นหอมเตะจมูกจนหิวเลย ถ้าใครอินอะไรพวกนี้แบบเรา รับรองเดินสองสามชั่วโมงอยู่ในนี้ได้สบายๆ . เดินดูของเพลินๆอย่างเดียวไม่พอ ระเบียงตรงไหนกว้างหน่อย ก็จะถูกดัดแปลงไปเป็น Cafe เล็กๆ นั่งจิบกาแฟไป แอบมองคนอื่นไปพลางๆ บอกเลย คนที่นี่แต่งตัวชิคทุกคน ดูๆแล้ว ยังกะเป็น Fashion Blogger มาเดินเล่นกันทั้งนั้น . ชั้นล่าง PMQ ก็มี Cafe น่ารักๆ อยู่เหมือนกัน แต่ต้องหากันดีๆนะ เพราะ cafe พวกนี้ชอบซ่อนอยู่ตามซอกตามหลืบ เดินเล่นเหนื่อยก็ลงมานั่งพักได้พอดี นั่งพักหายเหนื่อยก็กลับไปเดินกันต่อ slow life สุดๆอะ . อีกอย่างที่เห็นได้ทั่วไปมากในฮ่องกง ฝรั่ง !!! ฝรั่งที่ว่าที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวแบกเป้ ใส่ขาสั้น เสื้อกล้าม หนีบแตะ เหมือนที่เห็นตามบ้านเรานะ เรียกแบบไม่เท่ก็คือพนักงานออฟฟิศหัวทองนั่นล่ะ 55555 ฝรั่งที่นี่คือแต่งตัวเต็มดู professional มาก ถ้าเป็นผู้ชายก็มาดนักธุรกิจสุดเนียบ ใส่สูทผูกไทด์มาเลย ถ้าเป็นผู้หญิงก็ business women สุดๆ ใครมีเสปคเป็นฝรั่งนี่บอกเลยไม่ต้องลงทุนบินไกลไปหาถึงยุโรปอเมริกา แค่มาเดินเล่นเบาๆที่ฮ่องกงก็เผ็จจจมากแล้วจ้า . ถึงแม้จะดูโก้หรูทันสมัย แต่แน่นอน ฮ่องกงก็มีมุมฮิปๆ แอบซ่อนอยู่ไม่น้อย หน้าที่ของเราคือแค่ต้องค้นต้องหามันให้เจอเท่านั้น Tai Ping Shan Street คือย่านฮิปของดีของเด็ดที่ไม่ควรพลาด ถ้าเทียบกับบ้านเรา ก็คงคล้ายๆกับอารีย์ ที่มี cafe ชิคๆ เปิดเต็มไปหมด แต่ที่ Tai Ping Shan ไม่ได้มีแค่ cafe นะ ที่นี่คือมีทั้ง อาร์ทแกลอรี่ ร้านขายของดีไซน์ ร้านอาหาร บาร์เก๋ๆ ก็เพียบ สั้นๆ ห้ามพลาด ! เดินเลี้ยวซ้ายทะลุตรอกขวา ขึ้นเนินแล้วลงบันได รับรองได้เจออะไรเด็ดๆ ซ่อนอยู่ทุกมุมถนนชัวร์ . Cafe ที่นี่ไม่ได้มีไว้สำหรับชาวฮิปสเตอร์เท่านั้น! ช่วงบ่ายๆวันธรรมดา ถ้าใครมาเดินเล่นแถวนี้ จะเห็นว่าพนักงานออฟฟิศ หรือจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มสาว เค้าก็มานั่งฮิปกันอยู่แถวนี้เนี่ยแหละ ใส่สูทผูกไทด์มาเต็มยศ แต่มานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวจิ๋วข้างถนน จิบกาแฟไป สนทนาภาษาธุรกิจกันไป เป็นภาพที่น่ารักดีเหมือนกัน . Teakha เป็นอีก cafe นึงที่เราเคยได้สัมผัสความน่ารักผ่านทาง instagram พอได้มาฮ่องกง เลยออกตามล่าให้ได้มาเห็นกับตาตัวเองสักครั้ง จุดขายของ Teakha คือม้านั่งไม้ยาวๆ ข้างๆ กำแพงสีขาว แก้วกาแฟ บนโต๊ะไม้ตัวเล็กๆ พอมีคนฮิปๆ แต่งตัวเก๋ๆ นั่งจิบเท่านั้นแหละ เริ่ดมากกก . อย่าแปลกใจถ้าเดินอยู่แถว Tai Ping Shan แล้วจะเจอคนอารมณ์ติสๆ นั่งจิบเบียร์คนเดียว กลางวันแสกๆ แบบนี้ ก็บอกแล้วว่าแถวนี้เค้าฮิปจริง กำแพงข้างถนนแถวนี้ก็เป็นเหมือนผืนผ้าใบให้ศิลปินมาละเลงงานศิลปะ ทุกตรอกซอกซอยคือมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ไม่รู้เคยเห็นกันยัง แต่ถ้ามีเวลาอยากให้ไปตระเวนตามซอยกันดูววว มันจะดีจริงจริงนะะ . เรื่องงานดีไซน์ ฮ่องกงก็ไม่เป็นรองใคร สังเกตได้ง่ายๆ ในย่าน Tai Ping Shan นี้เลย ตึกรามบ้านช่องคือไม่ธรรมดา ทุกอย่างคิดมาดีแล้วจริงๆ อย่างตึกนี้ Island Christian Academy เป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ดัดแปลงมาจากหอพักเยาวชน ก็ไม่ไรมาก ตัวตึกสร้างตั้งแต่ปี 1912 เอาง่ายๆก็ร้อยกว่าปีเอง คิดดูดิ ร้อยปีที่แล้วออกแบบล่วงหน้ามาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ล้าสมัย เค้าเก่งตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดจริงๆ . ถึงแม้จะพัฒนาไปถึงไหนต่อไหน ตึกสูงเสียดฟ้าผุดขึ้นทุกหัวมุมถนน ฮ่องกงก็ยังคงแอบซ่อนเอกลักษณ์ความกุ๊กกิ๊กแบบจีนๆ เอาไว้ไม่น้อย หลังคาแบบจีนโบราณ พอเข้าไปแทรกอยู่ตามตึกคอนกรีต มันทำให้ฮ่องกงมีเสน่ห์อย่าบอกใคร . คนฮ่องกงเป็นคนรักสัตว์ ?? เอ้ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่อย่างนึงที่สังเกตได้ คือคนฮ่องกงมีความกุ๊กกิ๊กในเรื่องหมาอยู่ไม่น้อย เดินไปไหนมาไหน ก็จะเห็นคนหนุ่มสาวที่นี่จูงหมามาเดินเล่นมุ้งมิ้งกันตามประสา แต่คนที่นี่เค้ามีความรับผิดชอบนะ ถ้าน้องหมาทำขนมเสร็จ เจ้าของนี่ห่อกลับบ้านทันทีเป็นอันรู้กัน ไม่มีการปล่อยทิ้งไว้ให้เลอะเทอะเป็นอันขาด . สำหรับตัวเมืองฮ่องกง ตึกที่เห็นมีแค่สองอย่าง ไม่ตึกแถว ก็ตึกสูง บ้านเดี่ยวเป็นหลังๆ นี่อย่าหวังเลยว่าจะได้เห็นในย่านกลางเมือง ถ้าเป็นตึกแถว ส่วนใหญ่ก็เปิดเป็นร้านค้าทำมาหากินกันหมด ส่วนบ้านที่ซุกหัวนอนนั้น ก็ต้องอยู่เป็นแนวตั้ง จะคอนโด อพาร์ทเม็นต์ แฟลต หอพัก มีทุกรูปแบบขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของแต่ละคน . บานเฟี้ยมเหล็ก คืออีกหนึ่งความเป็นฮ่องกง บางคนอาจจะบอกว่าเยาวราชก็มีปะว้าาา ใช่ เยาวราชก็มี แต่ที่นี่มีเยอะกว่า แถมมีออร่าของความออริจินอลมากกว่าไม่รู้ทำไม 55555 เราว่ามันโคดมีเสน่ห์อะ ยิ่งเก่ายิ่งมีเสน่ห์ บางทีอะไรที่เป็นของดั้งเดิม มันก็มักจะมีความพิเศษอยู่ในตัวเสมอ ถึงจะพยายามทำขึ้นมาใหม่ ยังไงก็แทนที่ของออริจินอลไม่ได้เลยยย . ถ้าใครเคยสังเกต ถึงภาพลักษณ์ภายนอกฮ่องกงเค้าจะพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่อย่างนึงที่ยังคงความเก๋าอยู่ได้จนทุกวันนี้ ก็คือ TAXI เนี่ยแหละ ไม่ว่าจะผลิตรุ่นใหม่ออกมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น คุณ Taxi ฮ่องกงก็ยังคงแข็งใจไม่เปลี่ยน model รถของตัวเอง Taxi ในฮ่องกงกว่า 99% คือใช้รถรุ่น Toyota Comfort ที่ผลิตออกมาครั้งแรกในปี 1995 มาถึงตอนนี้ก็เบาๆ แค่ยี่สิบกว่าปีเอง แต่ก็ยังผลิตออกมาเรื่อยๆ นะ เอาไว้เป็น Taxi โดยเฉพาะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเค้ายังไม่เปลี่ยน แต่ใจจริงคือชอบมากก รู้สึกว่ามันทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น . ฮ่องกงเป็นเมืองช้อปปิ้ง อันนี้ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว แบรนด์แทบจะทุกยี่ห้อที่มีอยู่บนโลก คือสามารถหาซื้อได้ที่นี่ แต่สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้การช้อปปิ้งที่ฮ่องกงชนะที่อื่นในโลก คือฮ่องกงไม่มี Tax นั่นเลยเป็นสาเหตุให้คนไทยชอบนักชอบหนาที่จะบินไปช้อปกันที่ฮ่องกง ก็นิสัยคนไทยอะนะ ขอแค่ให้จิ้มเครื่องคิดเลขแล้วได้ราคาถูกกว่าที่พารากอนก็ฟินกันถ้วนหน้าแล้ว . มาฮ่องกง เมืองแห่ง Skyscraper ทั้งที ก็ต้องกระแดะอยากขึ้นไปบนตึกที่สูงที่สุดของฮ่องกงซะหน่อย ถ้าอยากให้คนฟอลโล่ในไอจีอิจฉาเล่นๆ พอขึ้นไปก็อย่าลืมถ่ายรูปแล้วติดโลเคชั่น The Ritz-Carlton, Hong Kong ด้วย ตึกที่ว่านี้คือ International Commerce Centre หรือเรียกง่ายๆ ว่า ICC ไม่ไรมากอะ สูง 484 m เอง ก็แค่เกือบครึ่งกิโลอะ มีทั้งหมดเบาๆก็ 118 ชั้น เค้าว่ากันว่าเป็นตึกที่สูงอันดับที่ 9 ของโลก แต่ถ้านับเป็นจำนวนชั้น ก็สูงอันดับ 4 เลยนะ The Ritz-Carlton โรงแรมหรูอันดับต้นๆ ของโลกก็อยู่ที่นี่ด้วย แล้วบนสุดของโรงแรม ชั้น 118 ก็คือ Ozone Bar เอาไว้ดูวิวเกาะห้องกงแบบเหนือเมฆ นี่พูดจริงนะ เหนือเมฆจริงๆ ก็ตอนเราไปหมอกลงจัดพอดี มองออกมานี่ขาวจั๊ววววว นึกว่ามาดูทะเลหมอก ไหนอะ Skyscraper ของชั้นนนน ร้องไห้แปรบบบ . ไปญี่ปุ่นต้องกินซูชิ ไปอินเดียต้องกินโรตี และแน่นอน มาฮ่องกงก็ต้องลิ้มรสติ่มซำกันซะหน่อย แต่ระดับเรา อร่อยอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีกิมมิคด้วย เลยเป็นที่มาของร้าน Dim Sum Icon อันโด่งดัง คอนเซ็ปต์ของเค้าคือ ตัวการ์ตูน Sario Little Twin Stars ก็ไม่ไรมากกก กินไปก็ขำไป เข้ากับตัวข้าพเจ้ามากกกก ธรรมชาติเป็นคนแบ๋วๆ ไรงิ แต่ว่าไม่ได้นะเออ รสชาติที่เด็ดสะระตี่ . หลายคนอาจจะยังไม่รู้ เห็นทันสมัยแบบนี้ ฮ่องกงมีหมู่บ้านชาวประมงด้วยนะเออ ก่อนไปก็แอบคิดในใจว่า ทุกอย่างที่นี่คืออยู่บนตึกหมด ใช้ชีวิตแนวตั้งกันหมด แล้วหมู่บ้านชาวประมงเค้าจะอยู่บนตึกด้วยป่าววะ 555 มาถึงนี่ผิดคาด หมู่บ้านชาวประมงริมน้ำของจริงเว้ยเฮ้ย ถึงแม้จะมีตึกสูงเป็นฉากหลังก็เหอะ พอให้อภัยได้ แต่ความเด็ดดวงมันอยู่ที่อาหาร!! กุ้งมังกร หอยเป่าฮื้อ หอยงวงช้าง หอยเชลล์ ปูทะเล ปลาเก๋ายักษ์ โอ้โหววว มาหมดทะเลอะ ถ้าปลาวาฬกินได้ คงมีปลาวาฬขายแล้วแหละ สด อร่อย คุ้ม พุงน้อยๆ นี่ยิ้มแป้นเลย . สองทุ่มตรง นาฬิกาบอกเวลา รถม้าจะกลายเป็นฟักทอง เดี๋ยวๆ ไม่เกี่ยวปะ สองทุ่มอะใช่ แต่เป็นเวลาของ Symphony of Lights ต่างหาก ใครเห็น แสงสีเสียงพุ่งไป พุ่งมา ก็ไม่ต้องตกใจ ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยที่ไหน แต่คือโชว์แสงไฟ และเลเซอร์ของเกาะฮ่องกงเค้า Guinness Book เค้าบอกไว้ว่า Symphony of Lights เป็นการโชว์แสงสีเสียงกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยนะ ถ้าใครอยากดูอยากชม เรามีนัดกันทุกวันสองทุ่มตรง หาทำเลเหมาะๆ แถว Avenue of Star หรือไม่ก็ Tsim Sha Tsui แล้วมองข้ามไปฝั่งฮ่องกง ประทับใจแน่นอน . ฮ่องกงก็มีหาดทรายนะเว้ย Repulse Bay เป็นหนึ่งในไม่กี่หาดของฮ่องกงที่เล่นน้ำอาบแดดได้ แต่ขอแอบบอกความลับหน่อย Hidden Story ของที่นี่ คือ…. มันเป็นของปลอมมเว้ยแกกก ทรายที่เห็นเนี่ย เค้าเอามาถมจนมันเป็นหาดขึ้นมาให้คนนอนเล่น ก็ทำไงได้ ประเทศเล็ก ธรรมชาติน้อย อยากได้ก็ต้องสร้างเองเป็นธรรมดา . จาก Repulse Bay อ่าวรูปจันทร์เสี้ยวนี่เป็นจุดรวมนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นจุดรวมตัวเทพเจ้าแบบ One stop service ที่เค้าว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆอีกด้วย นอกจากที่เห็นเป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ ยังมีทั้งเทพเจ้าแห่งความรัก โชคลาภ การงาน สุขภาพ กระทั่งขอลูกก็ยังได้! กิจกรรมสุดฮิตเลยคือเดินข้ามสะพานเพื่อต่ออายุขัย โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเดินกลับมาทางเดิมด้วยนะ เพราะจะเป็นการลดอายุ ฮั่นแหนะะ อยากรู้เรื่องเทพเจ้าความรักกันล่ะสิ เอาเป็นว่าถ้าได้เมื่อไหร่ จะมาจัดรีวิวแบบละเอียดๆให้ฟังแล้วกันโนะ 555555555 . หรือที่คนไทยคุ้นหูกันว่าวัดกังหัน ว่ากันว่ายิ่งหมุนกังหันเยอะๆ ทรัพย์ยิ่งมา การงานมา โชคดีมาาา ออกตัวก่อนว่าส่วนตัวไม่อินเรื่องความเชื่อใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทุกคนที่ไปวัดอินหนักมากกก ขอพรกันนานมากก เหยย งั้นแก้ปีชงหน่อยละกัน555555 จะเขียนชื่อที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ เฟสบุคอะไรก็ว่าไป ท่านจะได้ตามมาให้พรเราถูก ความเชื่อส่วนบุคคลเนอะ ทำอะไรแล้วสบายใจขึ้นเราว่าก็โอเคแล้ว . ถึงจะไม่อินเรื่องความเชื่อ แต่ชอบนะที่ได้มาอยู่ท่ามกลางคนที่เชื่อใน passion บางอย่างของตัวเอง คนฮ่องกงดั้งเดิมเองเลยเชื่อเรื่องดวง เรื่องฮวงจุ้ยกันมากๆ ทุกเทศกาลสำคัญวัดใหญ่ๆจะอัดแน่นไปด้วยชาวฮ่องกงที่มาทำบุญ ขอพร ให้สมตามที่ตนปรารถนา อย่างธูปเทียนนี่ก็ต้องใหญ่ที่สุด ถึงจะดีที่สุด ของเซ่นไหว้มาเต็ม ตรงตามฤกษ์ตามเวลามงคลเป๊ะๆ และนี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลนึงที่ฮ่องกงมีวันหวยออกถึง 3 วันต่อสัปดาห์ ยังไม่รวมแทงม้าอีก 2 วัน  . อีกหนึ่งจุดที่ถ้าไม่ได้มาเชคอิน แทบจะเรียกได้ว่ามาไม่ถึงฮ่องกง The Peak หรือ Victoria Peak คือยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะนี้ ง่ายๆเลยคือถ้าจะไปดูมุมท๊อปของเมืองฮ่องกง จะไปดูที่ไหนล่ะถ้าไม่ใช่ที่นี่! ทั้งอ่าววิคตอเรีย ตึกสูงเรียงราย เรือเฟอร์รี่ ฝรั่งบนเรือเฟอร์รรี่ ลองมาส่องดูได้ที่ The Peak โนะ (เดี๋ยว) วิธีเดินทางไปก็ไม่ยากเลยยยย เราสามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลง MTR Central Station แล้วเดินต่อไปขึ้นรถราง The Peak Tram หือออ ง่ายดายมากๆ แต่สำหรับใครที่จะไปรถยนต์นี่ขอเตือนว่าทางคดเคี้ยวไม่ธรรมดานะะ นี่เมารถ หลับตลอดทางเลยจ้าาาา ตื่นมาอีกทีก็ฮัลโหลวิคตอเรียพีคละ 55555555 นอกเหนือไปจากวิวที่หมอกลงแบบหนาแน่น แบบมองอะไรไม่เห็น แบบทำใจไม่ค่อยจะทัน ยอดเขาเดอะพีคนี่มันก็พีคจริงๆนะ เพราะถือเป็นจุดฮวงจุ้ยแรงงง ใครอยากหล่อรวยเฮง แน่จริงต้องมาปลูกบ้านบนนี้นะเอออ ตามทางคดเคี้ยวขึ้นมาเราเลยจะเห็นบ้านของมหาเศรษฐีกันเต็มไปหมด . เดินผ่านไปผ่านมาแถวจิมซาจุ่ย อาจจะพอคุ้นๆกับตึกทรงกลมหน้าตาประหลาด วางคู่อยู่กับตึกสีชมพู ดูฮิปเว่ออ่าแกรร มันคือศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกงนั่นเอง ถ้าให้เทียบกับในกรุงเทพฯก็คงเป็นตึก BACC ที่อยู่ตรงข้ามมาบุญครองอะเนอะ ไม่เพียงแต่สีชมพูของตัวอาคารที่ทำให้ตึกดูสวยโดดเด่น แต่ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้เปิดรับกับทะเลด้านหลัง ลมเลยโกรกดีมากกกก ทั้งชาวฮ่องกงเองและนักท่องเที่ยวมานั่งเล่นกันเต็มขั้นบันไดเลยยย เมืองไทยน่าจะมีพื้นที่ริมน้ำชิคๆคูลๆแบบนี้กันมั่งเนอะ  . มีคนเกลียดตึกนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นก้อนสีชมพูทึบตัน ไม่มีหน้าต่าง วางอ้วนๆอยู่ริมทะเล สร้างความน่ารำคาญตารำคาญใจไม่น้อยให้แก่คนที่อยู่เกาะฝั่งตรงข้าม เออ แต่ด้วยความนิ่งๆ เพลนๆของมันนี่เราว่าถ่ายรูปโคดดดดดขึ้น พอแต่งชุดทำตัวเท่ๆ ไปยืนอยู่ท่ามกลางแสงและเงาของโครงสร้างรอบอาคารนี่รู้สึกตัวเองคูลขึ้น 30%   . เห็นตึกทรงกลมหน้าตาประหลาดริมถนนย่านจิมซาจุ่ยนี่เดาได้ป่าวว่าตึกอะไรรร เป็นพิพิธภัณฑ์อวกาศของฮ่องกงนั่นเองง เห็นยังงี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1980 แล้วนะ แต่ตอนเราไปเค้าปิดปรับปรุงอยู่แฮะ เห็นว่าจะเปิดให้บริการอีกทีปลายปี 2016 รีโนเวทครั้งนี้น่าจะมีอะไรเจ๋งๆเพียบแน่ๆ เพราะของเก่าจัดแสดงมานานนนนมากแล้ว  . อีกหนึงมุมสวยของพิพิธภัณฑ์อวกาศ คือถ้าเราเดินถัดมาข้างๆอีกนิดจะเจอกับบันไดวนสีชมพู วางเท่ๆอยู่คนเดียวท่ามกลางความโค้งมนของตึกทรงกลม เลยต้องถือโอกาสเข้าไปเก็บรูปซะหน่อย ขอบคุณคุณลุงเคนตั๊กกี้ที่เป็นพร๊อพให้รูปนี้ด้วยนะค้าาาา  . ฮ่องกงเป็นเมืองวิวดี นี่ชั้นเดินอยู่ริมทะเล Habour City หรืออยู่ยุโรปปปป ทำไมงานดี งานละมุนน 55555555 ยืนแอบถ่ายอยู่นาน จนนางหันมายิ้มให้ เขินเองซะงั้นอย่างที่บอก ฝรั่งมากันเพียบ แบ็คแพ็คมาก็มี มาเป็นก๊กเป็นแก๊งเลยก็เยอะ ก็นะ ฮ่องกงเที่ยวง่ายยย แถมอากาศก็ค่อนข้างเป็นปกติตลอดปีอีกต่างหากดีค่ะดี AEC เนอะ เปิดตลาดอาเซียน เนอะ เราเวลคั่มนะยูววววว 55555555 . ท่าเรือข้ามฟาก Star Ferry เป็นหนึ่งในหัวใจการคมนาคมของเกาะฮ่องกงเลยทีเดียววว Star Ferry ทำการขนส่งผู้โดยสารจากจิมซาจุ่ย ไป Central หรือ Wanchai ซึ่งแต่ละเที่ยวก็ใช้เวลาไม่นานแค่ประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น ถ้าใครมีเวลาลองหาโอกาสนั่งเรือข้ามฟากดูน่าจะเก็บวิวสวยๆมาได้พอตัวเลย อะไรจะดีไปกว่านั่งเรือเล่น ดูวิวริมน้ำ แล้วปล่อยให้ลมตีหน้าเบาๆ  . อยู่อย่างเหงาๆ เราคงจะได้รู้ เดี๋ยว เหงาไม่เหงาไม่ถามลุงซักคำ ลุงแค่เดินมาดูวิวหน้าเฟรมกล้องเรา ลุงเหงาเฉย 5555555 ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม วิวตึกที่ปกติเรียงรายกันเป็นดอกเห็ดน่าจะให้ความรู้สึกสดใส แข่งขัน กระฉับกระเฉง พอมีหมอกมาลงตรงหน้าแบบนี้กลับดูเศร้าลงอย่างน่าประหลาด ก็คงไม่ต่างกับคน เมืองฮ่องกงก็คงจะมีมุมบางมุมของตัวเองที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าไม่ได้มาดูด้วยตาตัวเองครั้งนี้เราก็คงจะติดภาพเมืองเสียงดัง วุ่นวาย ตึกรามบ้านช่องแห้งๆ ในสมัยเด็กอยู่แน่ๆ ความสนุกของการออกเดินทางอย่างหนึ่ง คือการได้เปิดรับสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหม่หรือสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าอย่างไหน เรื่อง Hidden ที่เพิ่งได้ถูกค้นพบขึ้นใหม่ก็ล้วนกระตุ้นความตื่นเต้นให้นักเดินทางอย่างเราเสมอๆแหละเนอะ ว่ามั้ย! โอเค บิ๊วขนาดนี้แล้ว มีใครเปลี่ยนใจอยากไปเที่ยวฮ่องกงมั่งยัง? . . ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก gogetlost

Pizza D.I.Y ทำเองได้ง่ายๆ เพียง 5 นาที ที่ร้าน Cheers Bar & Seafood
อาหาร พิซซ่า

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพามาร้านเล็กๆ ย่านลาดพร้าววังหิน โดยเมนูเด็ดของร้านนี้ ไม่ใช่แค่ Seafood แต่ยังมีพิซซ่าทำเองได้ ง่ายๆ เพียง 5 นาทีเท่านั้นนน ตามไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ พิซซ่าทำเองของร้าน Cheers Bar & Seafood นี้นะคะ ทานได้แบบบุฟเฟ่ต์ ในเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที ในราคาเพียง 219 บาท สามารถเลือก topping ได้มากกว่า 20 อย่าง และยังมีไก่ทอด เฟรนฟราย เสริฟ์ไม่อั้น นอกจากนี้ ยังมีน้ำชาเขียวไม่อั้นอีกด้วย มาดูวิธีการทำกันเลยค่ะ.. เริ่มแรกสั่ง topping ที่ต้องการตามใจชอบ จากนั้นตกแต่งหน้าด้วย topping ที่ต้องการ จะใส่อะไร จะแน่นๆๆ จัดเต็มแค่ไหน ได้หมด ที่สำคัญชีสไม่อั้น ทางร้านจัดเต็มกับชีสมากๆ ตกแต่งหน้าเรียบร้อยแล้ว นำเข้า dom เพื่ออบค่ะ จะชอบกรอบๆ หรือนุ่มๆ แล้วแต่ได้เลยค่ะ กรอบๆ ก็อบสัก 5-6 นาที นุ่มๆ ก็ 2-4 นาทีค่ะ เมื่ออบเสร็จแล้วได้หน้าตาตามต้องการ ทาแด๊นนนน ลงมือทานได้เลยค่ะ พิซซ่าทำเองได้ ง่ายๆ แค่นี้เองค่ะ.. นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนู Seafood อื่นให้เลือกด้วยนะคะ ซึ่งเมนูเหล่านี้จะไม่รวมอยู่ในราคาบุฟเฟ่ต์นะคะไม่ว่าจะเป็น หอยแมงภู่อบชีส เมนูนี้เด็ดมากๆๆ หรือจะเป็นกุ้งอบชีส เมนูนี้ก็พลาดไม่ได้เช่นกันนน หรือจะเป็นซี่โครงหมูนิวออลีน ที่ต้องบอกเลยว่า เด็ดอีกเช่นกัน แนะนำอาหารแล้ว แนะนำทางมาร้านกันสักนิด ร้านจะอยู่ในโครงการพลาซ่าลากูน ลาดพร้าววังหิน ระหว่างซอย 48 - 50 ค่ะ เข้ามาในพลาซ่าลากูนแล้วตรงเข้ามา ร้านอยู่หัวมุมเลยค่า ถ้ามาไม่ถูก หรือ ว่าอยากจองโต๊ะ ติดต่อทางร้านได้เลยค่ะ..ที่ Line id : @Cheersbar (มี @ข้างหน้านะคะ) หรือว่าที่เฟสบุ๊คของร้าน https://www.facebook.com/cheersbarest2016 ได้เลยค่ะ ตามอัพเดทกันได้เลย ที่ร้านมีเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์นำเข้าด้วย ตามไปชมกันได้นะคะ

ตำโคตรถาดลาบนัว รสชาติสำหรับคนที่หลงใหลในส้มตำ
ส้มตำ /  อาหารอีสาน

หากคุณคือคนกินส้มตำที่เข้าขั้นหลงใหลในส้มตำ “ตำโคตรถาดลาบนัว” ของร้าน “ลาบนัว” แห่งจังหวัดอุดรธานีจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน ลูกค้าที่เต็มร้านตั้งแต่ร้านเปิด และถึงขั้นต้องรอคิวกันในช่วงหัวค่ำทุกวันเป็นเครื่องการันตีในเรื่องนี้ได้อย่างดี เรียกได้ว่า “ลาบนัว” เป็นอีกหนึ่งร้าน “the must” อีกร้านหนึ่ง สำหรับนักกินที่มีโอกาสไปเยือนเมืองอุดรธานี จะว่าไป ร้านลาบนัว ไม่ใช่ร้านอาหารหน้าใหม่ที่ต้องมาบรรยายสรรพคุณให้มากความกันนัก เพราะเป็นร้านอาหารที่คนเมืองอุดรรู้จักกันดี และคอส้มตำคงจำกันได้ดีว่า “ลาบนัว” เคยสร้างปรากฏการณ์ “ตำถาดลาบนัว” จนกลายเป็นเมนูอาหารสุดฮอตไปทั่วไปประเทศมาแล้ว (ดู http://food.mthai.com/food-inbox/87595.html) วันนี้ลาบนัวได้สร้างปรากฏการณ์ทางอาหารอีกครั้งกับ “ตำโคตรถาดลาบนัว” ที่ถูกอกถูกใจคอส้มตำเป็นอย่างมาก ทั้งรูปร่างหน้าตาของอาหารและรสชาติอาหาร โดย “ตำโคตรถาดลาบนัว” เป็นการผสมผสาน คุณภาพและรสชาติอาหาร เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว (แค่ดูรูปก็น้ำลายไหลแล้ว) ตำโคตรถาดประกอบไปด้วย ส้มตำ, ปลาเผา, กุ้งเผา,ข้าวเหนียว, ไข่ต้ม, หอยแมลงภู่, กุ้งเล็ก, หอยแครง,หอยหวาน,ปลาหมึก, ยำหอยนางรม, ผัดหมี่, หมี่ขาว, ตีนไก่, ก้อยไข่มดแดงหรือลาบหมู (อาจมีการปรับเปลี่ยนเครื่องเคียงตามฤดูกาล) เรียกได้ว่า จัดเต็มกันไปแบบสุดๆ ถ้าลองสั่งมาดูแล้วจะรู้เลยว่า เพียงแค่เครื่องเคียงที่จัดมาก็คุ้มค่าคุ้มราคาเป็นอย่างยิ่งในส่วนของรสชาติ ส้มตำของร้านลาบนัวเป็นหนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อในจังหวัดอุดรธานีอยู่แล้ว เพราะร้านลาบนัวคุมเข้มเรื่องความเข้มข้นและจัดจ้านของรสชาติส้มตำจริงๆ เน้นความครบเครื่อง ความนัว ความแซ่บ ต้องมีความสมบูรณ์ของรสชาติก่อนจะส่งออกไปให้ลูกค้าลิ้มลองใครที่มองหาส้มตำรสชาติเด็ด ประสบการณ์การตำส้มตำรวมกันหลายสิบปีของมือตำลาบนัว จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน หากจะว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์ “ตำโคตรถาดลาบนัว” ก็น่าจะผ่านข้อสอบวิชาศิลปะแบบสบายๆ เพราสังเกตได้เลยว่า ทุกโต๊ะที่สั่งตำโคตรถาดต่างเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปก่อนกินทั้งนั้น แอบกระซิบนิดนึงว่าเบื้องหลังความสวยงามของ “ตำโคตรถาดลาบนัว”และอาหารอื่นๆ ของร้าน คือวัตถุดิบคุณภาพที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ยิ่งร้านขายดีวัตถุดิบยิ่งสดเพราะสั่งมาขายกันวันต่อวันไม่มีสต๊อกเหลือค้าง นอกจาก “ตำโคตรถาดลาบนัว” แล้ว ลาบนัวยังดึงเอาจุดเด่นของรสชาติส้มตำตัวเองมาผสมกับความคิดสร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์ “คนที่หลงใหลในส้มตำ” อย่างไม่รู้จบ เช่น ตำสี่หอย ตำลาวกุ้งดิบ ตำมั่วทะเล และหากเราจะไม่กล่าวถึง “ตำลาวกุ้งดิบ”ของร้านลาบนัว ก็คงจะตกเทรนด์เลยทีเดียว เพราะจัดเป็นเมนูที่ฮอตฮิตของร้านลาบนัว ณ เวลานี้เช่นกัน หากสายแข็งทางส้มตำมาต้องไม่พลาด เพราะรสชาติและความจัดจ้านมาเต็มพิกัด ความสดของกุ้งและความนัวของส้มตำเข้าคู่กันได้ดีทีเดียว ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านอาหารอีสาน ลาบนัวไม่ได้มีดีแค่ส้มตำเท่านั้น อาหารอีสานอื่นๆ ที่รสชาติ “จัดว่าเด็ด” ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ลาบขม ต้มแซ่บก้อย ไส้กรอกอีสาน ปีกไก่ทอด ฯลฯ ความไม่ธรรมดาของเมนูอีสานที่ลาบนัวคือ การรักษาสมดุลของ “อาหารอีสานขนานแท้” ตามแบบฉบับอุดรธานีกับรสชาติที่ถูกปากคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าถูกใจทั้งคนที่ชอบอาหารอีสานแบบดั้งเดิมและคนที่ไม่คุ้นเคยกับอาหารอีสาน เวลาที่เราไปร้านอาหารคนที่ลูกค้าเยอะ หลายครั้งจะรู้สึกอึดอัดร้านคับแคบ แต่จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของร้านคือการตกแต่งในร้านที่เน้นความสะดวกสบายของลูกค้า บรรยากาศโล่งๆ พื้นที่กว้าง ทำให้แม้ลูกค้าจะเต็มร้าน แต่ก็ไม่รู้สึกแออัด นอกจากนี้ ร้านยังวางคอนเซปให้เหมาะสำหรับทั้งลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัว และลูกค้าที่มาเพื่อสังสรรค์กินดื่มกัน ถ้าคุณคนที่หลงใหลในส้มตำแล้วอยากลองส้มตำรสชาติสุดแซ่บและตำด้วยความคิดสร้างสรรค์ ร้านลาบนัว ที่จังหวัดอุดรธานีจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

มาใหม่อีกแล้ว ห่วงยางแฟนซีหอยมุก น่ารักมุ้งมิ้ง
วัยรุ่นอินเทรนด์ /  หอยมุก / 

กระแสนิยมกันอย่างต่อเนื่องช่วงซัมเมอร์ กับห่วงยางแฟนซี ไม่ว่าจะเป็น รูปโดนัท แตงโม นกฟามิงโก้ หงส์ หรือยูนิคอน ที่ออกมาให้สาวๆ ไว้เล่นน้ำถ่ายภาพคู่สวยๆ อวดพร้อมชุดบิกินี่ตัวโปรด และล่าสุดความฝันของสาวๆ ที่อยากเป็นแอเรียลหรือนางเงือกก็จะได้สมใจอยากแล้ว กับห่วงยางแฟนซีหอยมุก น่ารักมุ้งมิ้งมากๆ เห็นแล้วอยากได้ไปอวดเพื่อนๆ เลยอ่ะ มาใหม่อีกแล้ว ห่วงยางแฟนซีหอยมุก น่ารักมุ้งมิ้ง Credit : twitter @muuuuuuuuuuu

น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ จ.ระนอง
ที่เที่ยวระนอง /  หมู่เกาะ / 

ถ้าพูดถึงเกาะในจังหวัดระนอง หลายคนคงนึกถึงเกาะพยามเป็นอันดับแรก แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักหมู่เกาะในอำเภอกะเปอร์ ที่น้ำใสเหมือนสระว่ายน้ำ หาดทรายขาวเม็ดละเอียด สวยเป็นอันดับต้น ๆ ของเกาะในทะเลอันดามัน เราจะพาไปเที่ยวที่หมู่เกาะกำ เกาะค้างคาว และเกาะญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนกัน น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ เกาะที่ยังไม่ฮิตแต่สวยเลอค่า! ท่าเรืออ่าวบางเบน เรือไปหมู่เกาะกำ คุณลุงคนเรือ วันนี้อากาศดีท้องฟ้าเป็นใจ เราขึ้นเรือที่ท่าเรือบางเบน เป็นเรือหางยาวแบบมีหลังคานั่งได้ 10-15 คน เกาะแรกที่เราจะไปคือ เกาะค้างคาว นั่งเรือประมาณ 40 นาทีก็ถึง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อมาถึง เกาะค้างคาว คือ ทรายขาวละเอียดเหมือนแป้งนุ่มเท้า น้ำทะเลสีฟ้าใสเหมือนสระว่ายน้ำเลยทีเดียว ด้านหน้าหาดสามารถเล่นน้ำ หรือจะแค่นั่งตามโขดหินชมวิวดูคนเล่นน้ำเพลิน ๆ ก็มีความสุขแล้ว สำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังสามารถดำน้ำตื้นได้บริเวณไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ที่นี่จะมีปะการังแข็ง ปลาเสือ และไฮไลท์จะเป็นปลาการ์ตูนนีโม่สีส้มขาว และพันธุ์อินเดียแดงว่ายอยู่ในกอดอกไม้ทะเลน่ารักมาก ๆ เกาะค้างคาว ดำน้ำที่เกาะค้างคาว     เกาะกำ จากเกาะค้างคาวเรานั่งเรือประมาณ 15 นาที ก็จะถึง เกาะกำ ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี เราทานข้าวกันที่อ่าวเขาควาย ซึ่งทัวร์ต่าง ๆ จะมาทานข้าวที่นี่เพราะมีม้านั่งใต้ทิวสนร่มรื่น เสร็จแล้วเราก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาชนะใส่อาหารและน้ำ รวมถึงขยะต่างๆ นำกลับไปทิ้งที่ฝั่ง อิ่มแล้วก็เดินย่อยกันซักหน่อย    เกาะกำ    เกาะกำ เราเดินทะลุทิวสนไปอีกด้านหนึ่งของเกาะจะเจอชายหาดที่มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใส ไม่แพ้เกาะค้างคาวเลยทีเดียว จนอดใจไม่ไหวต้องเล่นน้ำกันต่อ    เกาะกำ สำหรับใครที่ชอบการผจญภัย สามารถเดินขึ้นไปจุดชมวิวอ่าวเขาควายระยะทางไม่ไกลแค่ 200 เมตรแต่ทางขึ้นเขาสูงชัน ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที จะขึ้นมาถึงจุดชมวิวที่เห็นวิวอ่าวเขาควายจากมุมสูงเวิ้งอ่าวโค้งเป็นรูปเขาควายบรรจบกับเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เกาะกำ เป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด    เกาะกำ เกาะญี่ปุ่น เกาะสุดท้ายที่เราแวะก่อนกลับคือ เกาะญี่ปุ่น อยู่ไม่ไกลจากเกาะกำ ถึงทรายจะไม่ขาวละเอียดเหมือนเกาะค้างคาว เพราะมีเปลือกหอยมากกว่า แต่นักท่องเที่ยวก็นิยมมาเล่นน้ำกัน เนื่องจากความเงียบสงบและน้ำใส ตามประวัติเล่าว่าเกาะนี้เคยมีชาวญี่ปุ่นมาเลี้ยงหอยมุก หรือบ้างก็ว่าทหารญี่ปุ่นเคยใช้เกาะนี้เป็นที่ประกอบอาหารส่งเสบียงไปให้แก่ทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่ใช้จังหวัดระนองเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านไปยังประเทศเมียนมาร์ จึงได้ชื่อว่าเกาะญี่ปุ่นนั่นเอง จบทริปกันด้วยความประทับใจบอกได้เลยว่าถ้าไม่มาคงเสียดายแย่ ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก มีความเป็นธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ น้ำทะเลใส ๆ หาดทรายขาว ๆ ที่ไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คน ลองมาที่นี่ดู แต่เกาะเหล่านี้จะมีการปิดเกาะในช่วงฤดูฝน ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 14 ตุลาคม ของทุกปี เนื่องจากฟื้นฟูธรรมชาติและคลื่นลมแรงทำให้เดินทางไม่สะดวก ใครที่อยากไปสัมผัสธรรมชาติบนเกาะสวย ๆ เตรียมวางแผนไว้ล่วงหน้าได้เลย การเดินทางไปหมู่เกาะกำ จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ก่อนถึงอำเภอกะเปอร์จะมีป้ายให้เลี้ยวเข้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน ท่าเรือบางเบน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวจากหน้าบขส. หรือตลาดเทศบาลเมืองระนอง จะมีรถไปอำเภอกะเปอร์ออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 06.00 – 17.00 น. ค่ารถคนละ 50 บาท ลงที่ปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน จากนั้นต้องอาศัยความสามารถในการโบกรถไปที่ท่าเรือใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือติดต่อบริษัทเรือให้มารับ หรือจะเหมารถสองแถวจากตัวเมืองก็ได้ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน สามารถจองเรือทัวร์ได้ที่ กลุ่มเรือนำเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านอ่าวเคย บางเบน โทร. 089 594 1363, 077 861 439 ทัวร์เกาะค้างคาว เกาะกำ เกาะญี่ปุ่น ราคา 2,500 – 3,500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ นั่งได้ลำละ 10 – 15 คน ราคารวมชูชีพ สน็อกเกิล น้ำดื่ม (ไม่รวมอาหารกลางวัน) พิกัด ท่าเรือบางเบน 09.59395 98.46996 เกาะค้างคาว 09.56861 98.38602 เกาะกำ 09.51250 98.35788 เกาะญี่ปุ่น 09.50080 98.36838 ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก tatviewsblog.wordpress.com สามารติดตามการทท่องเที่ยวสถานที่อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://tatviewsblog.wordpress.com/

อุ้ม ยันรู้อดีต บอล แฟนหนุ่ม และไม่ได้ทำร้ายจิตใจ เสนาหอย
ข่าว อุ้ม ลักขณา /  ข่าว เสนาหอย / 

เกิดเป็นกระแสอยู่หลายประเด็น หลังดาราสาวสวยเซ็กซี่ อุ้ม ลักขณา เปิดตัวแฟนหนุ่ม บอล กฤษณะ เจ้าของโรงแรมชื่อดังที่ จ.เชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขุดคุ้ยอดีตของฝ่ายชาย โดยสาวอุ้มบอกรับรู้มาหมดแล้วและเธอก็ไม่ได้ฉก!! มาจากใคร หรือแม้กระทั่งกับทาง เสนาหอย เกียรติศักดิ์ ที่ก่อนหน้าโหมลดน้ำหนักทำซิกแพคเพื่อขอเดทกับเธอนั้น สาวอุ้มนอนยันการที่เธอเปิดตัวแฟนไม่ได้เป็นการทำร้ายจิตใจใครแน่นอน บอกทั้งสองหนุ่มมีโอกาสได้เจอหน้ากันแล้ว ซึ่งสาวอุ้มได้โพสต์คลิปเบื้องหลังการถูกเซอร์ไพร้ส์ขอเป็นแฟนแบบรัวๆ พร้อมกับชี้แจงปมดราม่าต่างๆ มาดังนี้ “สุดท้าย ที่อยากจะบอกนะคะ ขอเคลียร์ตรงน้ีว่า เรื่องระหว่างอุ้มกับพี่บอลไม่มีการทำร้ายความรู้สึกใคร หรือ ต้ังใจทำให้ใครเสียใจ พี่หอยกับอุ้มเราเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนเดิม พี่หอยเองก้มีโอกาสได้เจอพี่บอลแล้วพี่หอยเป็นพี่ชายที่น่ารักกับอุ้มเสมอ ขอบคุณพี่หอยนะคะที่ให้น้องเป็นแรงบันดาลใจในการลดความอ้วนนะคะ รักและเคารพพี่เหมือนเดิมคะ **ในส่วนข่าวท่ีเกิดขึ้นเรื่องรูปหลุดอดีตของพี่บอลก้คืออดีตคะอุ้มรับทราบ ทุกๆเรื่องพี่บอลบอกตั้งแต่แรกที่จีบและพาลูกสาวมาเจอตั้งแต่ตอนที่จีบ ไม่มีเรื่องไปแย่งสามีใครมา ไม่มีเรื่องผญ คนไหนใดๆ ในช่วงที่เราคุยกัน อุ้มและครอบครัวอุ้มรับทราบทุกเรื่องในความชัดเจนของพี่บอล อุ้มเข้าใจคะมีคนรักก้ต้องมีคนเกลียด แต่สิ่งที่เราขอคือไม่อยากให้กระทบถึงการ์ตูน น้องยังเด็กเค้าไม่สมควรได้รับคำพูดที่ไม่ดี ขอให้เห็นใจเด็กนะคะ สุดท้ายแล้วอาจจะมีคนหมันไส้ว่าจะมาลงคลิปโชว์ไร อุ้มแค่อยากบอกคะว่าการคบหาของเราเป็นเรืองที่ถูกต้องไม่มีปิดบัง เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่าง ขอบคุณนะคะ” แคปชั่นเคลียร์ปมดราม่าหลังเปิดตัวแฟนหนุ่ม จาก อุ้ม ลักขณา ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @aummy, @hoysaranair อุ้ม - เสนาหอย อุ้ม - เสนาหอย

เมื่อฉันอยากหยุดเวลาไว้ที่ เดอะ วิจิตร รีสอร์ท จ.ภูเก็ต สวรรค์แห่งการพักผ่อน
จองโรงแรมภูเก็ต /  พลูวิลล่า ภูเก็ต / 

ฟังไม่ผิดแน่ๆ เมื่อเราไปเจอกับที่พักดีๆ วิวสวยๆ อาหารอร่อย ความประทับใจจึงเกิดขึ้น และที่นี่ก็คือ โรงแรม เดอะวิจิตร รีสอร์ท จ.ภูเก็ต นั่นเอง วันนี้เราเลยอยากจะมาบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจ ระหว่างที่ได้ไปพักผ่อน ณ โรงแรมแห่งนี้ ไปกันเลยดีกว่า! ที่พักพลูวิลล่า ติดชายทะเล ณ เดอะ วิจิตร รีสอร์ท จ.ภูเก็ต โรงแรม เดอะ วิจิตร รีสอร์ท เป็นที่พักหรูระดับ 5 ดาว มีวิลล่าทั้งหมด 92 หลังซึ่งถือว่าเยอะมากๆ รองรับนักท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว ตั้งอยู่ที่อําเภอราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งติดกับบริเวณหาดมิตรภาพ ชายหาดที่ทอดยาวกว่า 250 เมตร และทิวทัศน์อันสวยงามของอ่าวฉลอง เมื่อก้าวแรกลงจากรถ เราพบกับพนักงานมาคอยต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ้มแย้ม มีพวงมาลัยต้อนรับ พร้อมเสิร์ฟ Welcome Drink น้ำตะไคร้ หวานเย็น หอมชื่นใจ และผ้าเย็นเช็ดความเหนื่อยล้าจากแสงแดด บริเวณ Lobby ต้อนรับเป็นแบบเปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้ดี หลังคาสูง ตกแต่งด้วยไม้ คล้ายๆ สไตส์บาหลี หลังจากเช็คอินรับกุญแจห้องพักเรียบร้อย การเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของที่รีสอร์ท ท่ามกลางพื้นที่ร่มรื่นกว่า 44 ไร่นี้ กว้างมากจริงๆ ดังนั้นเราสามารถเรียกใช้บริการรถกอล์ฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือจะเลือกเดินชมบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่มากมายในรีสอร์ทก็ยังได้ ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวเนอะ ที่พักของ เดอะ วิจิตร รีสอร์ท มีให้บริการถึง 5 แบบด้วยกัน เป็นสไตล์สถาปัตยกรรมร่วมสมัย กลิ่นอายวัฒนธรรมทางภาคใต้ เน้นไม้ และวัสดุจากธรรมชาติ ผู้พักสามารถเลือกพักแบบส่วนตัว หรือแบบครอบครัวก็ได้ บางวิลล่ามีสระว่ายน้ำในตัวให้บริการ นอกจากนี้แต่ละหลังจะมีความห่างกันของเนินเขาท่ามกลางทิวทัศน์ ทำให้รู้สึกสงบไม่ถูกรบกวน ใครที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ แนะนำที่นี่เลย เหมาะมากๆ มาดูในส่วนของห้องพักก่อนเลย เป็นห้องแบบพลูวิลล่า มี 2 ชั้น ค่อนข้างกว้างมากๆ ไม่อึดอัด วิวโปร่ง โล่ง สบายตามากๆ ได้สูดอากาศภูเก็ตแบบเต็มปอดซักที  เหมาะมากๆสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวทะเล ท่ามกลางธรรมชาติมุมสูงละก็ ลองเลือกแบบไพร์มพลูวิลล่า ที่แบ่งสัดส่วนออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นล่างจะเป็นห้องนอน และชั้นบนเป็นห้องนั่งเล่น บริเวณชั้นบนของห้องพัก พลูวิลล่า ด้านบนห้องนั่งเล่น ตกแต่งด้วยโซฟาขนาดใหญ่ และมีผลไม้สดไว้ต้อนรับ สามารถนั่งหรือเดินออกไปชมบรรยากาศนอกระเบียงที่กว้างขวาง มองเห็นวิวทะเลจากมุมสูงที่สวยงาม ด้านข้างเป็นสระว่ายน้ำที่สามารถลงไปว่ายชิลๆ เวลาไหนก็ได้แบบส่วนตั๊วส่วนตัว สระไม่ลึกมากคะ ประมาณ 150-160 เมตร เด็กๆก็เล่นได้ ผู้ใหญ่ก็เล่นดี บริเวณชั้นล่าง เป็นห้องนอน ในส่วนของชั้นล่าง เปิดประตูเข้าไปพบกับเตียงนอนขนาดใหญ่ อีกส่วนเป็นส่วนของพื้นที่ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า ของใช้ครบครัน เสื้อคลุม รองเท้า ตู้เซฟ ร่ม ไดร์ฟเป่าผมที่สาวๆ ไม่ต้องพกติดตัวไปให้หนัก แวะไปดูไลน์อาหารเที่ยงกันบ้าง ที่ห้องอาหาร The Savoury Restaurant ตั้งอยู่ริมสระน้ำ เป็นห้องอาหารหลักของทางรีสอร์ท พร้อมเสิร์ฟอาหารหลากหลายประเภททั้งวัน เริ่มจากเมนูซีฟู๊ด มีเยอะมาก กุ้งตัวโตๆ หอยหลากชนิด หอยแมลงภู่ หอยนางรมตัวใหญ่มากๆ เติมกันแบบไม่อั้นจ้า ซุ้มของทอด ซุ้มซูชิ อาหารไทย มาครบและอาหารอีกมากมาย ทั้งไทย และเทศ และยังมีผลไม้ ขนมหวาน เบเกอร์รี่ เครื่องดื่มอีกหลากหลายชนิดให้เลือกทาน รวมทั้งพื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ตที่มาถึงที่แล้วต้องทานให้ได้ อย่าง ขนมจีนน้ำยาปู หรือหมี่ผัดฮกเกี้ยน เป็นต้น บริเวณข้างๆห้องอาหารเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่มากๆ อยู่ริมทะเลเลย  ใครที่ชอบอาบแดดหรือต้องการเล่นน้ำแล้วหล่ะก็ ถือว่าเป็นมุมโปรดของใครหลายๆคนแน่ๆ ในส่วนของมื้อเย็น หากอยากทานอาหารไทยๆ หรืออาหารใต้โดยเฉพาะ สามารถลิ้มลองได้ที่ห้องอาหารบ้านวิจิตร บ้านโบราณสุดคลาสสิค ในสไตล์ชิโนโปรตุกีส ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 50 ปี นำมาดัดแปลงเป็นห้องอาหารริมทะเล บรรยากาศโรแมนติก ไม่เพียงเท่านั้น หากต้องการได้บรรยากาศอาหารค่ำแบบจัดเป็น Private Dinner ทางโรงแรมก็สามารถจัดให้ได้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดค่าใช้จ่ายกับทาง เจ้าหน้าที่โรงแรมโดยตรง แต่ครั้งนี้เราขอเก็บตกภาพบรรยากาศการจัด Private Dinner มาให้ชมคะ เป็นสไตล์ Polynesian Beach หรือ แนวๆฮาวายนั่นเอง ซึ่งเราได้จัดอยู่ที่บริเวณสนามหญ้า ริมทะเลเลย มีลมพัดเย็นๆ ทานอาหาร เคล้าเสียงเพลงเบาๆ สุดยอดเลย แถมทางโรงแรมมีเซอร์ไพรส์การแสดงโชว์ไฟให้ดูด้วย ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล สะดวกสบายสุดๆ นอกจากนี้ เดอะ วิจิตร รีสอร์ท ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย อาทิ คิตส์คลับ ร้านขายของที่ระลึก ฟิตเนต ห้องอินเตอร์เนต มุมอ่านหนังสือ V SPA และกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมายไว้คอยให้บริการ ในทุกๆวัน ให้ฟรี ไม่ว่าจะเป็น Aqua Aerobic (แอโรบิกในน้ำ) ,โยคะแบบไทย, ตักบาตร, เดินเล่นริมหาด, มวยไทย, วอลเลย์บอลชายหาด เป็นกิจกรรมที่ถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย หากใครมาพักผ่อนที่ภูเก็ต อยากได้บรรยากาศและความเป็นส่วนตัวแบบนี้ อย่าลืมมาพักที่ โรงแรม เดอะ วิจิตร รีสอร์ท กันนะคะ รับรองไม่ผิดหวังจ้า ขอขอบคุณทีมงานจาก ทรูยู และ โรงแรม เดอะ วิจิตร รีสอร์ท ที่เอื้อเฟื้อสถานที่เข้าพัก อาหาร และให้การต้อนรับเราอย่างดี

ร้าน Bai Yun (ไบยุน) บุฟเฟ่ต์ติ่มซำกับวิวสวยๆ บนชั้น 60 Banyan Tree Hotel
ติ่มซำ /  บุฟเฟ่ต์ / 

มากันอีกครั้งหลังสงกรานต์กับการรีวิวร้านอาหารอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ วันนี้ก็พากันมาที่ร้านอาหารจีนวิวดีกลางใจเมือง กับร้าน Bai Yun (ไบยุน) ที่ โรงแรม บันยันทรี สาทร กรุงเทพ วิวสวยพร้อมกับอาหาร 5 ดาว ทัศนียภาพดี อาหารรสชาติเยี่ยมแบบนี้เป็นอีกหนึ่งที่ ที่จะพาคนรู้ใจมาทานอาหารในบรรยากาศที่โรแมนติกสุดๆ หรือจัดเต็มมื้อใหญ่กับครอบครัวก็ได้ค่ะ รีวิว ร้าน Bai Yun (ไบยุน) @ Banyan Tree Hotel (บันยันทรี โฮเทล) ห้องอาหารจีนไบยุน อยู่ที่ชั้น 60 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ แต่ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 59 ก่อนแล้วค่อยเดินขึ้นบันไดอีกหนึ่งขั้น ไบยุนเป็นห้องอาหารจีนกวางตุ้ง ที่กลางวันจะเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ ส่วนมื้อเย็นจะเป็น A La Carte คำว่า ไบยุน ที่แปลว่า เมฆขาว ก็เหมือนกับบรรยากาศของร้านที่มีหน้าต่างรอบด้าน มองเห็นท้องฟ้าได้ชัดเจนจากชั้นที่ 60 ของตึก ความสูงขนาดนี้สามารถมองวิวของกรุงเทพฯ ได้ชัดเจน ช่วงตอนกลางวันก็จะเห็นท้องฟ้าสดใส ส่วนตอนกลางคืนจะเห็นแสงสีในเมืองระยิบระยับของเมืองกรุง Set 1 Unlimited Buffet 1. กุ้งทอดฟรุ๊ตสลัด 2. เผือกทอดไส้ไหล 3. ขนมจีบหอยเชลล์ 4. ปลากะพงนึ่งมะนาว 5. เกี๊ยวนึ่งเป๋าฮื้อ 6. ปลาหิมะราดซอสเต้าเจี้ยว 7. ลิ้นจี้ทอดสอดไส้เนื้อปู Set 2 : First Class Dim Sum 1. หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์นึ่งผงกะหรี่ (Steamed Curry Mussel) 2. เนื้อวากิวพันเห็ดเข็มทอง (ราดซอสพริกไทยดำ) (Wagyu Beef Wrapped Inoki Mushroom) 3. เกี๊ยวตับห่าน (Steamed Foie Gras Dumpling) 4. หอยเชลล์นึ่งเต้าซี่ (Steamed Sea Scallop, Black Bean Paste) 5. ก๋วยเตี๋ยวหลอดปูอลาสก้า (Rice Noodle Rool, King Crab) 6. เกี๊ยวกุ้งเห็ดทรัฟเฟิล (Steamed Shrimp Dumpling, Truffles) 7.ก๋วยเตี๋ยวหลอดเป๋าฮื้อ (Rice Noodle Rool, Abalone) 8. ปลาหิมะราดซอสเต้าเจี้ยว (Steamed Snow Fish, Bean Paste) Set 3 : XIA SET สำหรับทาน 1 คน 1. ยำเป๋าฮื้อเส้นแมงกะพรุนน้ำมันงากับผลไม้ (Shredded Abalone, Marinated Jelly Fish, Sesame Oil, Fresh Tropical Fruit Salad) 2.ซุปไก่ดำและกังป๋วยตุ๋นเครื่องยาจีน (Essence of Black Chicken, Conpoy, Ginseng Broth) 3. กุ้งแม่น้ำเจี๋ยนซอสเอ็กซ์โอ (Sauteed River Prawn, X.O. Sauce, Leek) 4. ปลาแบล็คคอดนึ่งซีอิ้ว (Steamed Black Cod, Ginger, Onion, Light Soy Sauce) 5. ข้าวผัดกุ้งคะน้าหมูแดง (Shrimp, Barbecued Pork, Kale Fried) 6. แคนตาลูปเย็น (Chilled Sago, Vanilla Ice Cream, Cantaloupe) เมนู A La Carte 1. หมูกรอบ ทานคู่กับ ซอสหมูสูตรพิเศษ / มัสตาร์ด 2. เป็ดปักกิ่ง (แป้งสูตรพิเศษของทางร้าน) 3. ปลาหิมะอบเต้าเจี้ยว ลูกค้า True : เมื่อสั่งเมนู A La Carte ลดทันที 15 % ตั้งแต่วันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ ปี 2560 สำหรับสมาชิก MThai ลุ้นรับ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท 2 รางวัล กติกา ตอบคำถาม จงบอกเหตุผลว่าทำไมถึงอยากไปทานอาหารที่ ร้าน Bai Yun (ตอบที่ช่องคอมเมนต์ด้านล่างคอนเทนต์) แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook ประกาศรางวัล คุณแดง joun_inchoi ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

Vertigo TOO (เวอร์ติโก้ ทู) สุดหรูบนชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี
Rooftop /  Vertigo TOO

วันนี้พามาชมสิ่งสวยๆ งามๆ บนตึกสูง ร้านอาหารของโรงแรมบันยันทรี ที่มี Rooftop สุดหรู ที่ชื่อว่า Vertigo ที่เป็นที่คุ้นหูกันดี และแล้ว Vertigo ได้ขยายพื้นที่ความอร่อยมาเป็น Vertigo Too เป็นส่วนที่เปิดใหม่ที่ชั้น 60 บรรยากาศจะต่างกับ Vertigo แต่ก็ให้ความรู้สึกหรูและโรแมนติกด้วยเช่นกัน Vertigo TOO (เวอร์ติโก้ ทู) สุดหรูบนชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี Vertigo Too อยู่ชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี เป็นร้านอาหารสไตล์รูฟท็อปบาร์ แต่งต่างจาก Vertigo ที่อยู่ชั้น 61 คือการตกแต่งของร้านเน้นให้บรรยากาศในแบบ โมเดิร์นโคซี่ เป็นเพดานโค้งๆ ประดับด้วยไฟระยิบระยับเหมือนจำลองท้องฟ้ามาให้เราดูกันแบบใกล้ๆ และแสงไฟน้อยๆ ภายในร้าน เป็นบรรกาศที่โรแมนติกเกินกว่าจะบรรยาย เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงเบาๆ ใครอยากสร้างบรรยากาศหรืออยากจะเซอร์ไพรส์คนพิเศษแนะนำให้พาขึ้นไปที่บาร์ชั้นลอยที่เห็นวิวกลางคืนในเมืองกรุง เป็นภาพที่ไม่ได้หาดูกันง่ายๆ จากที่ไหน มากันที่เมนูอาหารภายใต้คอนเซ็ปต์ Cross-Cultural ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารหลายๆ สัญชาติ จัดเสิร์ฟกันมาแบบชิ้นพอดีคำ ซึ่งแต่ละคำนั้นทุกผสมผสานรสชาติและความอร่อยอยู่ในคำเดียวอยู่แล้ว จึงเป้นอะไรที่ทานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก และมีเมนูเรียกน้ำย่อยที่อร่อยถูกปากทุกคนอย่างแน่นอน เริ่มต้นด้วยเมนู Fried Squid Legs Fried Squid Legs  หนวดปลาหมึกทอดที่ทานคู่กับซอส Siracha Mayonnaise ปลาหมึกที่เป็นสูตรเด็ดโดยเฉพาะของ Vertigo Too ไม่มีที่ไหนเหมือนอย่างแน่นอน Tom Yum Spring Rolls รสชาติครบรสแม้อยู่ในช้อนเดียว เป็นเปาะเปี๊ยสดรสต้มยำ ที่มีทั้งเครื่องต้มยำครบเครื่อง ที่มีกุ้งลายเสือและเห็นเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้ความเป็นต้มยำดูชัดเจนมากยิ่งขึ้น ก่อนทานอาจจะบีบมะนาวที่มีเตรียมไว้ให้เล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติจัดจ้านขึ้นไปอีก Salmon Ceviche เป็นเมนูที่มีลูกเล่นที่น่าสนใจ เริ่มจากปลาแซลมอนสดจากนอร์เวย์ ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับสมุนไพรไทย และเสริมด้วยซอสสีส้มที่มาในรูปแบบหลอด คล้ายๆ หลอดยา ซอสที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว Jasmine Tea Smoked Lamb เนื้อแกะรมควันที่ครอบด้วยฝาแก้วอบควันเพื่อให้ความหอมยังอยู่ที่เนื้อแกะก่อนเวลาที่จะเสิร์ฟ ทานคู่กับมันบดนุ่มๆ เป็นเมนูที่หอมหวนชวนรับประทานมากๆ Seafood Lover (Vertigo Favorites) ปลาแซลม่อน ปลาทูน่า หอยเชล ปลาหมึกยักษ์ ปูอลาสก้า หอยนางรม กุ้งลายเสือใหญ่ ที่อัดแน่นอยู่ในกระบะไม้ และมีน้ำจิ้มให้เลือกสามแบบสามอารมณ์ ที่มีทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดแบบไทย หรือจะโชยุสไตลืญี่ปุ่น แล้วแบบสุดท้ายคือ ซอส vinegar เปรี้ยวๆ เมื่อมาใช้บริการ Vertigo Too ลดทันที 15 % ตั้งแต่วันนี้ - 31 สิงหาคม 2560 สำหรับสมาชิก MThai ลุ้นรับ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท 2 รางวัล กติกา ตอบคำถาม หากคุณมีโอกาสได้ไปทานอาหารที่ Vertigo Too คุณจะชวนใครไป(ตอบที่ช่องคอมเมนต์ด้านล่างคอนเทนต์) แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook ประกาศรางวัล otting nix_fenix ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

ไกลหัวใจ! อานนท์ ใช้ช่วงพักฟื้นสอนบอลเด็กเผ่าลีซอทั้งยังเดี้ยง
ชาวเผ่าลีซอ /  บาดเจ็บ / 

ดาวโรจน์ปราสาทสายฟ้า ไม่ใช้เวลาว่างให้เสียเปล่า หลังเดินทางสอนฟุตบอลเด็กชาวเขาทั้งที่ตัวเองยังอยู่ระหว่างการพักรักษาอาการบาดเจ็บ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ หัวหอกดาวรุ่งทัพปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ก่อนหน้านี้ได้รับบาดเจ็บจากจังหวะที่ถูกกองหลังทหารบก เอฟซี เข้าสกัดและหัวไหล่กระแทกลงพื้นในศึกโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 64 ทีมที่ต้นสังกัดบุดไปถล่มเอาชนะมาได้ 7-1 ต่อจากนั้น อานนท์ เข้ารับการผ่าตัดดามอุปกรณ์เข้าไปบริเวณไหปลาร้าที่หักทำให้ต้องพักรักษาตัวนานถึง 2 เดือน เเต่ทว่าล่าสุดมีภาพของ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ กำลังสอนฟุตบอลให้กับเด็กชาวเขาเผ่าลีซอ ทั้งที่ยังใส่เฝือกอ่อนอยู่ เนื่องจากเจ้าตัวนั้นได้เดินทางกลับไปพักฟื้นร่างกายที่หมู่บ้านหนองหอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดเเละเป็นชุมชนของชาวเผ่าลีซอนั้นเอง

ที่เที่ยว Unseen 2016 สวย เลอค่า ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้จัก!
จันทบุรี /  ทะเลแหวก / 

ขึ้นชื่อว่าเมืองไทย ยังมีที่เที่ยวสวยๆอีกหลายแห่ง ที่คุณอาจยังไม่เคยไป และ ยังไม่เคยรู้จัก วันนี้ทาง Travel MThai ขอแนะนำที่เที่ยวแบบ Unseen สวย เลอค่า บอกเลยว่าถ้าไม่ได้ไปต้องร้องไห้หนักมาก "หล่มภูเขียว" มรกตล้ำค่า อำเภองาว จ.ลำปาง เป็นแอ่งน้ำผุดธรรมชาติสีฟ้าอมเขียว สีเหมือนมรกต "หล่มภูเขียว" มีลักษณะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่มีความลึกมากจนเป็นสีเขียว ความลึกยังไม่สามารถระบุได้ สันนิษฐานว่าเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกในสมัยดึกดำบรรพ์ ต่อมาได้กลายเป็นแหล่งรับน้ำ และมีปลาอาศัยอยู่มากมาย บริเวณโดยรอบของ หล่มภูเขียว นี้มีลักษณะเป็นป่าดิบแล้ง ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันที่เกิดจากภูเขาหินปูน ปกคลุมร่มรื่นด้วยเงาจากต้นไม้ใหม่ บรรยากาศแสนสงบบวกกับความเรียบนิ่งของผิวน้ำสีเขียวมรกต เหมือนสรวงสวรรค์บนดิน.. ที่หลุดออกเทพนิยาย.. งดงามดุจภาพวาด!!! ข้อแนะนำการมาเที่ยว หล่มภูเขียว 1.นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวชมหล่มภูเขียว ช่วงปลายตุลาคมที่ผ่านมา จนเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม ถือว่าท่านมาถูกช่วงเวลาที่สวยที่สุดครับ ถึงอย่างไรหล่มภูเขียวก็สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูตามความสะดวกของนักท่องเที่ยวแต่ละท่าน ซึ่งตัวหล่มภูเขียวเองก็จะสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูครับ 2.ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวชม ช่วงเช้าก่อนเที่ยง ถือว่าสวยงามที่สุด เมื่อแสงอาทิตย์กระทบกับผืนน้ำของหล่มภูเขียว ที่มีพื้นเป็นหินปูนอายุยาวนานราว 280 ล้านปี สีของผืนน้ำเป็นสีฟ้าสวยดุจน้ำจากทะเล ที่ถูกยกมาตั้งไว้กลางหุบเขา ฝูงปลาแหวกหว่ายต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม และพร้อมให้ท่านเก็บภาพสุดประทับใจมาฝากเพื่อนนักท่องเที่ยวท่านอื่นด้วยครับ 3.ข้อควรปฏิบัติดังนี้ -ห้ามให้อาหารปลา -ห้ามจับปลา -ห้ามลงเล่นน้ำ -เครพสถานที่ตามความเชื่อของชาวบ้าน -ทางผู้ดูแลพื้นที่ได้จัดจุดทิ้งขยะไว้ให้ท่าน โปรดทิ้งขยะตามจุดทิ้งด้วยครับ ทั้งนี้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเป็นการรักษาระบบนิเวศให้คงอยู่การเราต่อไป ดังที่หล่มภูเขียวคงอยู่เพื่อรอเราชื่นชมกว่า 280 ล้านปี ที่ตั้ง: ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ตำบลบ้านอ้อน อำเภองาว จังหวัดลำปาง ขอบคุณภาพจาก Facebook หล่มภูเขียว --------------------------------------------- ทะเลแหวก บางชัน จ.จันทบุรี ทะเลแหวก เกิดขึ้นจากน้ำขึ้นน้ำลง โดยเมื่อน้ำลดสามารถมองเห็นแผ่นดินที่เป็นทรายสีดำ ทอดตัวยาวอยู่กลางลำน้ำอยู่ไม่ไกลจากเกาะจิกโคนเลน ในบริเวณทะเลแหวกสามารถนำมาปลูกต้นไม้เชื่อกันว่าจะทำให้ต้นไม้งอกงามดี เพราะส่วนใหญ่เป็นเศษเปลือกหอยที่แตกหักสะสมรวมตัวกันมาอย่างยาวนาน จากจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถมองเกาะจิกที่อยู่ในเขตของจังหวัดตราดได้ถนัดตา ข้อแนะนำการมาเที่ยว ทะเลแหวก เป็นชายหาดกลางลำน้ำสามารถพักผ่อนได้ตามช่วงเวลาที่น้ำลงเท่านั้น ที่ตั้ง: ต.บางชัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก บางชันโฮมสเตย์, tatedutour --------------------------------------------- ภูชี้ดาว จ.เชียงราย ว่าด้วยจุดชมวิวแบบ 360 องศา พาโนราม่า ไม่มีอะไรมาบดบังทัศนียภาพด้านหน้า ในเวลานี้ ต้องยกให้ ภูชี้ดาว จ.เชียงราย แม้หนทางจะแสนไกล แต่เมื่อไปถึงต้องตะลึง และ หลงรักเมืองไทยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่ชอบทะเลหมอก ต้นไม้ ป่าเขา สายลม รอคุณอยู่ ชมรีวิวแบบเต็มที่ ภูชี้ดาว การเดินทาง : ทางที่ 1 : จากอำเภอเวียงแก่น ใช้เส้นทาง ผาตั้ง – ภูชี้ฟ้า ก่อนถึงภูชี้ฟ้า 12 กม. จะมีป้ายบอกทางอยู่ซ้ายมือ เป็นหมู่ 11 บ้านร่มโพธิ์เงิน ต.ปอ อ.เวียงแก่น ทางที่ 2 : จากภูชี้ฟ้า ใช้เส้นทางภูชีฟ้า – ผาตั้ง ระยะห่างจากภุชี้ไปภูชี้ดาว ประมาณ 12 กม. จะเข้าสู่หมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ขับรถจนหมู่หมู่ 11 จะมีป้ายภูชี้ดาว อยู่ด้านขวามือ --------------------------------------------- อ่างเก็บน้ำห้วยส้านพลับพลา จ. เชียงราย อ่างเก็บน้ำห้วยส้านพลับพลา จ.เชียงราย เป็นอ่างเก็บน้ำสาธารณะของหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ซึ่งตั้งเป็นศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร โดยประชาชนสามารถไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และตกปลาได้ ครั้งแรกที่แอดมินไปที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ขอบอกเลยว่าตะลึงเลยค่ะ อากาศสดชื่นเพราะมีลมเย็นๆ ติดภูเขา และน้ำในอ่างก็ดูใส เป็นภาพบรรยากาศที่สวยงามมาก ที่ตั้ง: อ่างเก็บน้ำห้วยส้านพลับพลา หมู่ที่ 5 ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ขอบคุณ ข้อความและรูปภาพจาก Chiangraiupdate ---------------------------------------------  หาดปราสาททอง จ. บุรีรัมย์ “หาดปราสาททอง” ทะเลน้ำจืดของคนบุรีรัมย์ จากป่าเลี้ยงวัว สู่สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดแห่งใหม่ อ่าง เก็บน้ำทุ่งกระเต็น ตั้งอยู่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลเย้ยปราสาท ระยะห่างระหว่างขอบสระถึงเกาะกลาง 250 เมตร   เนื้อที่  2450 ไร่ สถานที่แห่งนี้ เดิมทีจัดไว้สำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ พัฒนาด้านเศรษกิจ สังคม และ วัฒนธรรม ให้เหมาะสมกับศักยภาพท้องถิ่น  หาด ปราสาททอง ยังเหมาะแก่การปั่นจักรยานรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำ โดยรวมของระยะทางทั้งหมด เกือบ  10 กิโลเมตร  ที่พิเศษกว่านั้น ยังเป็นสถานที่ฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำ เช่นเจ็ทสกี ระยะทางฝึกซ้อมและการแข่งขัน 9.3 กิโลเมตร การเดินทาง ทางแยกต่างระดับ อำเภอสีคิ้ว  เลี้ยวมาทางอำเภอโชคชัย  ผ่านอำเภอหนองบุญมาก ถึงสี่แยกอำเภอหนองกี่ จากนั้นเลี้่ยวซ้ายประมาณ 3 กิโลเมตร ท่านก็จะถึงหาดประสาททอง ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Buriramguru --------------------------------------------- ละลุ จ.สระแก้ว ละลุ" เป็นภาษาเขมร แปลว่า "ทะลุ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะ ยุบตัวหรือพังทลายของดิน เมื่อถูกลมกัดกร่อนจึงมีลักษณะเป็นรูปต่าง ๆ อาจมีรูปร่างคล้ายกำแพงเมือง หน้าผา บ้าง หรือมีลักษณะเป็นแท่ง ๆ คล้ายกับแหล่งธรรมชาติบริเวณ “แพะเมืองผี” จังหวัดแพร่ แต่มีขนาดเล็กกว่า  ซึ่งในทุกๆปี ละลุจะเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ตามแต่ลมและฝนที่ช่วยกันตกแต่งชั้นดิน บริเวณละลุมีพื้นที่กว้างกว่า 2,000 ไร่โดยแบ่งละลุออกเป็นโซนๆ ซึ่งแต่ละโซนก็จะมีละลุที่มีลักษณะสวยงามแตกต่างกัน  จึงทำให้ละลุที่นี่ มีความหลากหลายและสวยงามแปลกตาเหมาะแก่การไปเที่ยวชม เป็นอย่างมาก บริการในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวละลุ มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ไว้ให้บริการรถพร้อมมัคคุเทศก์หรือยุวมัคคุเทศก์ท้องถิ่น โดยค่าเช่ารถจะอยู่ที่ประมาณ 200 บาท นั่งได้ 8-10 คน นอกจากนี้ ยังมีบริการที่พัก โดยพักที่ศูนย์บริการหรือที่บ้านชาวบ้านแบบโฮมสเตย์ก็ได้ โดยสอบถามราบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3724 9708-9, 08 9098 0772 หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลทัพราช โทร. 0 3724 3724 ที่ตั้ง: บ้านเนินขามและบ้านคลองยาง ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว  ขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจาก ททท และ ธรณีไทย

10 ของฝากยอดฮิตจาก มอเตอร์เวย์ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องซื้อ
ขนม /  ของกิน / 

อาทิตย์นี้ FoodMThai มีแพลนจะไปเที่ยวแถบใกล้ๆกทม ซักหน่อยแต่สายกินอย่างเราๆ จะไปเที่ยวอย่างเดียวมันก็ดูจะกร่อย ถ้าไม่มีอะไรติดรถไว้กินเพื่อความบันเทิงและเพิ่มอรรถรสในการเดินทาง วันนี้เราเลยจะขอแนะนำ 10 ของฝากยอดฮิตจากจุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องซื้อ เป็นยังไงแค่ฟังก็ดูน่า อร่อย และ น่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะซื้อฝาก หรือฝากซื้อ หรือซื้อกินเองระหว่างเดินทางก็จะรอช้าอยู่ทำไม เอารถไปจอดที่จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ แล้วตามมาเลยสิครับ 10 ของกินยอดฮิต ซื้อฝากก็ได้ ซื้อกินเองก็ดี๊ดี @ จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ลงจากรถมาเรียบร้อยแล้ว ที่จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ก็ร้านค้า เรียงแถวยาวเหยียด ให้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ เริ่มตาลายจะเริ่มจากอะไรก่อนดี เดินดูไปเรื่อย ๆ ก่อนแล้วกัน จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ก็มาไม่ยากเลยครับ ถ้าใครแพลนไปเที่ยวใกล้ๆกทม แถบทาง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ถ้าขับมาจากกรุงเทพฯ ให้สังเกตว่า ข้ามแม่น้ำบางปะกง เมื่อไหร่ ก็เตรียมชิดซ้ายได้เลย มีป้ายบอกเห็นได้อย่างชัดเจน เดินเล่นมาซักพัก ท้องก็เริ่มหิวแล้ว ต้องหาอะไรติดไม้ติดมือ ขึ้นรถ แล้วแหละ 1. ข้าวหลาม หนองมน เมื่อลงรถมาถึงร้านแล้ว เหมือนเป็น Signatrue ของ จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ สิ่งแรกที่เห็นเลยคือ ข้าวหลาม มีเยอะมาก แทบจะทุกร้านเดินไปทางไหนก็เจอแต่ข้าวหลาม ไม่ซื้อติดมือกลับมาคงไม่ได้ เดินชิมได้ทุกร้าน ถูกใจร้านไหนก็ซื้อร้านนั้นได้เลยครับ เดินชิมไปชิมมา แป๊บเดียว มาอยู่ในมือเรียบร้อย 1 ถุง 2. ขนมจาก  มีข้าวหลามแล้วถ้าไม่มี ขนมจาก ติดมือกลับบ้านแล้ว ก็เหมือนมาไม่ถึง จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ขนมจากหอม ๆ ย่างใหม่ๆ มีให้เลือชิมเยอะพอพอกับ ข้าวหลามเลยครับ เหมือนเดิม ถูกใจร้านไหนก็จัดเลย เหนียว นุ่ม หอมอร่อย กินแล้วเพลินมากๆ แป๊บๆหมดถุงแน่นอน 3. หอยดอง แค่เห็นก็น้ำลายสอแล้ว กับ หอยดอง เดินผ่านกี่ร้านๆ ก็ต้องเหลียว เมนูอร่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัวเพียบ ใครชอบหอยดองก็ไม่ควรพลาดเลยครับ ว่าแล้วก็ต้องซื้อซะหน่อยครับ 4. หอยจ๊อ  หอยจ๊อ เป็น อีกหนึ่งเมนูที่ต้องไม่พลาดเลยครับ ไม่ว่าจะนึ่ง จะทอด จะเอาไปยำ ก็แซ่บแน่นอน เนื้อปูแน่นๆ อัดมาเต็มๆ หวาน อร่อย แน่นอน เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผ่านไปเมื่อไหร่ก็มีต้องติดมือกลับบ้านครับ 5. ปลาเค็ม  ใครชอบปลาเค็ม ก็มีให้เลือกซื้อเยอะครับ จะซื้อฝาก ญาติ ฝากเพื่อนบ้าน ก็โอเค หรือจะซื้อมาเก็บไว้ทำอาหารกินเองที่บ้านก็อร่อย ใครชอบทานปลาเค็มก็เลือกซื้อเลือกหา ติดมือกลับบ้านได้เลยครับ 6. วุ้นเป็ด  น้องใหม่ที่กำลังมาแรง กับขนมน่ารักๆ รูปเป็ด จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก วุ้นเป็ด ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ ก็สามารถซื้อได้ที่ จุดพักรถมอเตอร์เวย์ได้แล้ว น่ารัก สวยงาม แถมยังรสชาติอร่อยขนาดนี้ จะซื้อกินเองก็ดี ซื้อฝากก็ได้ใจแน่นอนครับ 7. ปลาหมึกแห้ง  ส่วนใครชอบของแห้ง ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง ปลาแห้ง ต่าง ๆ ก็มีให้เลือกเพียบ ชอปปิ้งกันเพลินแน่นอน มีให้เลือกชิมทุกร้าน ร้านไหนอร่อย ร้านไหนถูกใจ ค่อยเอาไป 8. น้ำพริกไข่ปู น้ำพริกไข่ปู อันนี้ใครชอบทานน้ำพริกต้องห้ามพลาดเด็ดขาด น้ำพริกหอมๆ รสชาติกลมกล่อม อร่อยกำลังดี มีส่วนผสมของ เนื้อปู ไข่ปู กินกับข้าว สวยร้อนๆ อร่อยมากแนะนำเลยครับ เป็นอีก 1 อย่างที่ต้องมีติดรถกลับบ้าน 9. ขนมหม้อแกง ขนมหม้อแกง อร่อย ๆ ก็เป็นของฝากชั้นดี อีกอย่าง ที่ไม่น่าพลาดเมือมาถึง จุดพักรถ ขนมหม้อแกงหอมๆ หวานๆ ตักกิน แล้วหยุดไม่ได้ รับรอง หมดก่อนถึงบ้านแน่นอน เป็นอีกหนึ่งของฝาก ที่น่าซื้อจาก จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ 10 ขนมโบราณ ย้อนยุค และ ทุเรียนทอด  สุดท้ายกับ ของติดมือเบาๆ ขนมหลากสีสัน ซึ่งเป็นขนมโบราณที่บางอย่างก็หากินยาก แต่ยังมีขายอยู่ที่นี่ สีสันสวยงาม สะดุดตา กับทุเรียนทอด ของฝากอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด ความมันกรอบ อร่อย เคี้ยวเพลิน จนหยุดไม่ได้ จะซื้อฝากเด็กๆ หรือจะซื้อฝากเพื่อน ๆ ก็ได้ รับรอง ฟินกันทั้งแก๊งค์ รับรองว่าหลายคน หอบหิ้วของขึ้นรถกันไม่หวาดไม่ไหว หันไปเจออะไรก็น่าซื้อน่ากินไปหมดใช่ไหมครับ จัดเต็มไปเลยครับ ไม่ต้องกั๊ก จะซื้อกินเองก็อร่อย  ซื้อฝาก ก็ได้รอยยิ้ม ของไทยทำเอง อุดหนุนคนไทยเงินไม่ไปไหนแน่นอน สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวเดินทางต่อแล้วครับ จุดหมายอีกไกล ตอนนี้มีขนมเต็มรถแล้ว อุ่นใจขึ้นเยอะ ขับไปเคี้ยวไปเพลินแน่นอน สำหรับวันนี้ต้องลากันไปก่อนนะครับ แล้วจะเที่ยวเผื่อสวัสดีครับ ขอบคุณรูปภาพ จาก  : https://www.facebook.com/supha.khaolarm                                  http://roileela.amawebs.com                                  http://www.hamanan.com/tour/chonburi/klnm.html                                  https://www.facebook.com/แม่บุญสมเสาแดง-อาหารทะเลแห้งขนมของฝาก-ตลาดหนองมน-720280504654095/

Pizzeria Limencello ต้นตำรับอาหารอิตาเลียนแท้ ไม่มาถือว่าพลาด !
Limencello /  pizza / 

ในซอยสุขุมวิท 11 เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นที่ตั้งของร้านต้นตำรับอาหารอิตาเลียนแท้  ที่ไม่มาไม่ได้ ! "Pizzeria Limencello" โดดเด่นมีสไตล์ตั้งแต่การตกแต่งร้านแบบเมดิเตอร์เรเนียน ใช้สีโทนขาวไบรท์ตัดกับสีฟ้า มีสีเหลืองซึ่งเป็นตัวแทนความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ บริเวณรอบๆร้านประดับตกแต่งด้วยอิฐ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์ ทำให้ร้านมีบรรยากาศแบบสบายๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูหรูแบบอินเตอร์  กลายเป็นความกลมกลืนที่มีสเน่ห์น่าดึงดูด เพราะไม่ว่าคุณจะใส่สูทผูกไทด์ หรือจะใส่ขาสั้นแบบสบายๆ เมื่อเดินเข้ามาคุณจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของร้านนี้ นี่แหละคือมนต์เสน่ห์ของ Pizzeria limoncello เซเลบริตี้เกือบทุกคนในเมืองไทย ถ้าเป็นคออิตาเลี่ยนของแท้ รับรองว่าต้องเคยมาที่นี่ !  ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน ร้าน Pizzeria Limencello เป็นร้านออริจินอลร้านแรกที่ทำให้อาหารอิตาเลี่ยนดังในเมืองไทย และยังถือเป็นร้านที่จุดประกายแนวทางอาหารอิตาเลี่ยน ด้วยการกระตุ้นให้คนไทยสนใจเรื่องของรสชาติอาหารอิตาเลี่ยนแบบออริจินอล โดยการใช้ส่วนผสมคุณภาพดีที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่คัดมาแล้วและแทบจะเป็นหนึ่งเดียวในเมืองไทย อย่างเช่น การใช้พาร์ม่าแฮมเกรดเอ ที่แม้กระทั่งคนในยุโรปมาเห็นก็ยังตกใจเพราะหาทานได้ยากมาก ทำให้ทางร้านเป็นที่นิยมในหมู่ดาราและเซเลบริตี้มากมาย รวมถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่หลายท่านที่แวะเวียนมาที่นี่อยู่เสมอ "คุณกล้วย" หนุ่มใหญ่ใจดี ผู้จัดการของทางร้านได้เล่าให้เราฟังว่า  "มีหลายร้านที่เป็นอิตาเลี่ยนแบบผสม ที่สามารถหลอกลูกค้าได้เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เคยทานของแท้ แต่ถ้าคนที่รู้รสชาติของอาหารอิตาเลี่ยนแท้ก็จะเป็นแฟนคลับของ Pizzeria Limencello เพราะว่าเราใช้ส่วนผสมที่เป็นเป็นอิตาเลี่ยนจริงๆ มันจะเป็นอะไรที่ค่อนข้าง healthy และ original ด้วย เราอยากเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าว่าทำไมคุณจะต้องจำเจ โดนหลอก เหมือนกับถ้าเราอยู่ในอเมริกา ไปทานร้านอาหารไทย แต่เขาใช้ข้าวของอเมริกัน หรือใช้ซอสถั่วเหลืองของเมืองจีน ไม่ใช้น้ำปลาของเมืองไทย แล้วคุณจะได้กินอาหารออริจินอลแบบไทยได้ยังไง" Zanotti พิซซ่าแป้งบางสไตล์อิตาเลี่ยน Signature ของร้าน พิซซ่าแป้งบางของร้านเป็นส่วนผสมของน้ำกับแป้งที่กลมกลืนกัน ทำให้หลังจากที่พิซซ่าจะไม่รู้สึกว่าท้องอืด เป็นกลศาสตร์ของอิตาเลี่ยนในการทำพิซซ่าที่ทำกันมา บวกกับหน้าท็อปปิ้งที่ทางร้านใช้ ยกตัวอย่างเช่น พิซซ่า Snotti (Parma ham) ที่ไม่ว่าเมืองไทยหรือแม้กระทั่งแทบจะทั้งโลก ออริจินอลล้วนมาจาก Pizzaria Limoncello นี่เอง เพราะเป็นสูตรของทางร้าน แม้ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะเห็นว่ามีการเพิ่มเติมส่วนผสมบางอย่างลงไปเพราะหลายๆร้านเอาไปทำเป็นสูตรของตัวเอง แต่ว่าถ้าอยากทานออริจินอลจริงๆ ต้องมาที่นี่ ! เอกลักษณ์ของทางร้านที่หาทานอร่อยได้ยากถ้าไม่ใช่ที่นี่ คือ พิซซ่า Zanotti พิซซ่าแป้งบางสไตล์อิตาเลี่ยนที่ท็อปปิ้งด้วยมาสคาร์โปเน่ชีส หวานมัน บวกกับพาร์ม่าแฮมเกรดเอส่งตรงจากอิตาลี ที่พิเศษสุดคือพาร์ม่าแฮมที่นี่จะไม่เค็มจนเกินไป เข้าคู่กันได้ดีกับมาสคาร์โปเน่ชีส อีกหนึ่งหน้าพิซซ่าแนะนำคือ Maya เป็นพิซซ่าไวท์ซ้อสและมอสซาเรลล่าชีส ที่ขอบอกว่าทางร้านทำได้ดีมากๆ ไม่เลี่ยนแม้แต่น้อย ต่อมากับเมนูแนะนำจากเชฟ Chef's Salad Balsamic Vinegar with Artichokes สลัดสดกรอบบวกกับน้ำสลัดบัลซามิกแบบเปรี้ยวหวาน ช่วยชูรสให้กับตัวสลัด อีกทั้งยังมีอาร์ติโชคเสิร์ฟคู่กันมา เข้ากันป็นอย่างดี อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดก็คือ Black Mussels with White Wine Sauce หอยแมลงภู่ตัวโตๆ อบกับไวน์ขาวชั้นเลิศ เมนูพาสต้าที่นี่ก็หลากหลาย เริ่มต้นที่ Penne Salmon Pink Sauce เพนเน่ความเหนียวกำลังดีเสิร์ฟมากับซอสแซลมอนสีชมพู ทำให้จานนี้ดูสดใส และทีเด็ดสำหรับคนรักอาหารทะเล Spaghetti Marirana สปาเก็ตตี้ทะเลในซอสมะเขือเทศ ปลาหมึกตัวใหญ่ หอยแมลงภู่ตัวโตๆ จุใจกันไปเลย เพราะเป็นของแท้ ! คุณภาพจึงไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา "เสน่ห์ของเราอยู่ตรงที่ความออริจินอล เราเป็นอาหารที่ไม่พลิกแพลง เราเป็นอาหารที่คุณกินที่นี่ 14 ปีต่อมาก็คือรสชาติอย่างงี้ วันนี้คุณกินที่นี่ เวลาคุณไปที่อิตาลีคุณก็ได้กินแบบนี้ และเราทำให้คุณเห็นถึงความแตกต่างของรสชาติระหว่างอเมริกันพิซซ่ากับอิตาเลี่ยนออริจินอลพิซซ่า" "14 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ ทีมงานก็ยังเป็นทีมงานเดิม ผู้บริหารก็ยังเป็นคนเดิม ผู้ถือหุ้นของร้านก็ยังเป็นคนเดิม ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง แม้กระทั่งพนักงานที่เซอร์วิสก็ยังเหมือนเดิม มีน้องมาเพิ่มขึ้น แต่คนหลักๆก็ยังเป็นคนเดิม คนทำพิซซ่าก็ยังเป็นคนเดิม คนในครัวก็ยังเป็นคนเดิม สีผ้าปูโต๊ะก็ยังเป็นสีเดิม" คุณกล้วยได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจ และแสดงให้เราเห็นถึงความมุ่งมั่นที่ทางร้านได้รักษาคุณภาพไว้ด้วยมาตรฐานชั้นเยี่ยมมาตลอดระยะเวลา 14 ปี สำหรับใครที่จะไปลิ้มรสความอร่อย ต้องแอบกระซิบว่าร้านนี้อยู่ที่สุขุมวิทซอย 11 เท่านั้น ไม่มีสาขานะคะจะบอกให้ ! ต้องไปสักครั้งแล้วจะติดใจแน่นอน "ดิฉัน" การันตี ค่ะ