หอยนางรม

เที่ยวประจวบฯ Part 1ว่ายน้ำกับปลาน้อยที่ ‘อ่าวบ่อทองหลาง’ กินลมชมทะเล มนต์เสน่ห์บางสะพาน
บางสะพาน /  อ่าวบ่อทองหลาง / 

กลับมาแล้วกับ ‘เ จ๊ ตุ๊ ก ’ พาเที่ยว   ช่วงหน้าร้อนนี่มันเป็นช่วงชีพจรลงเท้าเหลือเกินคะ อยากจะไปเที่ยวให้ผิวเป็นสีแทนรับเทรนด์ซัมเมอร์ตลอดเว ทริปนี้ตุ๊กตาและม้าน้ำ จะพาไปเที่ยว อ.บางสะพาน จ. ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งวันแรก เราไปที่ ‘อ่าวบ่อทองหลาง’  ซึ่งเป็นอ่าวหนึ่งในจังหวัดที่ใครเขาว่าสวยหนักหนา  เที่ยวบางสะพาน อ่าวบ่อทองหลาง จ.ประจวบฯ By...M e l o n J o u r n e y จุดเริ่มต้น คือพี่ที่สนิทคนนึงถามว่าเคยไปมารึยัง ? พอได้ยินชื่อแล้ว เราไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตคะ จึงคิดว่าน่าจะเป็นที่เที่ยวที่ไม่น่าจะมีคนรู้จักเท่าไรนัก ระยะทางจาก กทม. อยู่ที่ราว 300-400 กม. คะ ซึ่งทริปนี้เราคำนวณค่าใช้จ่ายแบบ on a budget อยู่ที่คนละไม่เกิน 1,500-2,000 บาท / คน ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืนคะ เป็นอีกหนึ่งในทริปประหยัด ที่มีเส้นชัยทั้งการ ดำน้ำ เที่ยวเกาะ ดูปะการัง ทานอาหารอร่อย ไม่เน้นหรูหราหรือราคาแพงใด ๆ เส้นทางสู่บางสะพาน เรามีต้นทางอยู่ที่ปากเกร็ด นนทบุรีคะ จากการคำนวณระยะทางอยู่ที่ราว 391 กม. ใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง 14 นาที คะ บอกเลยนะคะว่าทริปนี้ไกล และเราเดินทางโดยรถยนต์คะ สำหรับใครทีไม่ซีเรื่องน้ำใส เป็นเป็นธรรมชาติมากกว่า ขอให้ข้ามทริปนี้คะ เพราะต้องแลกกับการเดินทางอันแสนยาวนานเลยทีเดียว ล้อหมุนจากปากเกร็ดเวลา 07.00 น. เดินทางผ่านเส้นกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าผ่านถนนพระราม 2 ผ่านมหาชัย รถไม่ติดมากคะ ถึงที่พักเวลา 11.30 น. ช่างเสนยาวนานคะ 4 ชั่วโมงครึ่งนะคะ ซึ่งถึงเร็วกว่าที่ Google Earth คำนวณคะเรานอนพักจนถึง บ่าย 3 โมงคะ ถึงออกจากที่พักไปยังอ่าวบ่อทองหลาง ซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน โรงแรมลดาวัลย์ บูทีค รีสอร์ท ทริปนี้ที่พักของเราตั้งอยู่ติดอ่าวแม่รำพึงคะ ซึ่งน้ำไม่ใส และไม่นิยมลงเล่นน้ำบริเวณนี้ แต่วิวสวย มีทิวเขาสลับซับซ้อน และมีร้านอาหารน่าโดนตั้งอยู่หลายร้าน ซึ่งจากโปรแกรมของเรา เราจะมาทานที่ ‘ร้านชะเอม’ คะ ซึ่งห่างจากที่พักของเราเพียง 450 เมตร เดินทางไม่ถึง 5 นาที ก็ถึงอ่าวบ่อทองหลาง คนไม่เยอะและมองจากสายตา น้ำใส พอสมควร ส่วนด้านข้าง จะมีร้านอาหารตั้งอยู่ เราเลือกทานอาหารรอแดดร่มก่อนลงเล่นน้ำ เลือกทานที่ร้าน อ่าวบ่อทองหลางซีฟู๊ดคะ มีที่นั่งเป็นเตียงผ้าใบ นั่งทานอาหารไม่สบายเท่าไร เราสั่งอาหารมา 4 อย่าง แต่ทานกันแค่ 2 คนนะคะ คือ ปลากระพงทอดน้ำปลา ปลาหมึกทอดกระเทียม ต้มยำโป๊ะแตก และ หลนเนื้อปูคะ (โป๊ะแตกมาทีหลังเลยไม่มีภาพคะ) อาหารทุกอย่างสดคะ ราคาไม่แพง แต่รสชาติ เราให้แค่ 2.5 เต็ม 5 นะคะ หากเลือกมาทานที่นี่ แนะนำให้สั่งอาหารทะเลจำพวกปิ้ง ย่าง นะคะ น่าจะโอเค เพราะอาหารทะเลสดจริง ๆ คะ ราคาทั้งหมดรวม 790 บาท คะ ถือว่าไม่แพง เพราะเนื้ออาหารทะเลมาเต็มคะ ทั้งปลา หอย กุ้ง ปลาหมึก แต่เรื่องรสชาติยังไม่ประทับใจเท่าไร เมื่ออิ่มแล้ว ถึงเวลาเล่นน้ำคะ เวลาลงเล่นน้ำ แนะนำจุดที่ใกล้โขดหินนะคะ เพราะน้ำจะเย็นมาก แต่ให้ระวังหินบาดเพราะหินแถบนั้นค่อนข้างคมคะ มีจุดสวย ๆ ให้ถ่ายรูปไม่มากนัก เพราะเป็นแอ่งโค้งที่ไม่ใหญ่คะ แต่โดยรวมแล้ว ฝีมือการถ่ายภาพของ 'ม้าน้ำ' คะ สำหรับใครที่ตั้งใจเดินทางจากกรุงเทพมาที่นี่โดยเฉพาะ ไม่แนะนำ เพราะระยะทางค่อนข้างไกล แต่อ่าวเล็ก และอาจจะมีทะเลใกล้ ๆ ที่สวยกว่าน้ำใสกว่า ขากลับ เราขับรถกลับที่พัก ผ่านอ่าวแม่รำพึง ซึ่งตอนเย็นสวยมากคะ เรียกว่าเป็นโมเม้นต์ที่ประทับใจมากที่สุดของทริปนี้ เพราะเป็นถนนเลียบหาด ในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ทะเลแทบไม่มีคน บวกกับแสงที่สวยมาก แต่เราไม่ได้เก็บภาพมา เพราะเราอยากเก็บภาพด้วยตาตัวเองให้นานที่สุด สรุปวันแรกผิดแผนคะ ไม่ได้ทานอาหารร้านดังที่เลียบหาดแม่รำพึง เพราะยังอิ่มจากร้านแรกไปมาก เรากลับมาอาบน้ำและนอนพัก ก่อนจะออกไปหาอะไรทานคะ และที่เราอยากทานตอนนั้นคือของหวาน ๆ เพราะรู้สึกเบื่ออาหารทะเลจากมื้อแรกแล้ว ร้านขนมหวาน 'จิ๊กโก๋เป้' เลยเลือกไปทานที่ร้าน ‘จิ๊กโก๋เป้’ คะเป็นร้านนมที่มีขนมปังปิ้ง ไข่กระทะ และก๋วยเตี๋ยว ซึ่งตอนแรกสั่งก๋วยเตี๋ยวไปแต่ไม่มาเสริฟคะ น่าจะลืมแต่เราไม่ตามคะ และพยายามไม่อารมณ์เสีย เพราะมาเที่ยวอยากทำใจให้เบิกบาน และปล่อย ๆ ไป ส่วนขนมและอาหาร มาค่อนข้างช้าคะ ต้องถือขันตินะคะ เพราะช่วง 2-3 ทุ่มคนจะเยอะและมีวัยรุ่นออกมานั่งกันเกือบเต็มร้าน พอทานอิ่ม กลับที่พักพักผ่อนต่อ เพราะตอนเช้ามีแผนไปเที่ยวอีกวัน สรุปการเดินทางมาที่ อ่าวบ่อทองหลางนะคะ ตอนมาถึงเราคิดว่าอ่าวเล็กกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ปริมาณนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย มีร้านอาหารที่ราคาไม่แพง และเหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะน้ำใส และเห็นตัวปลาว่ายในน้ำเลยคะ ควรวางแผนการเดินทางนะคะ เพราะระยะทางค่อนข้างไกล และให้ระมัดระวังเรื่องโขดหินที่นี่มีความแหลมคมคะ สรุปค่าใช้จ่ายในวันแรกมีดังนี้ 1.ค่าแก๊ส 440 บาท 2.ค่าขนมและน้ำดื่มระหว่างทาง 125 บาท 3.ค่าที่พัก 700+ บาท 4.ค่าอาหารกับข้าว 4 อย่าง พร้อมน้ำดื่ม 790 บาท 5.ค่าขนมรอบดึก ร้านจิ๊กโก๋เป้ 100 บาท รวมค่าใช้จ่ายวันแรก 2,155 บาท หาร 2 คน ก็ตกคนละ 1,052 บาท คะ ส่วนเราและม้าน้ำ จะไปเกาะทะลุในวันรุ่งขึ้นกับสีฟ้าทัวร์คะ จึงคุ้มกับการเดินทางมากกว่าคนที่ตั้งใจมาแค่ที่อ่าวบ่อทองหลาง เพราะมีกิจกรรมดำน้ำ สามารถติดตาม Part 2 ดำน้ำเกาะทะลุแบบละเอียดได้เร็ว ๆ คะ ผู้ร่วมทาง กินอาหารทะเลจนอวบอ้วนคล้ายพะยูนน้ำ ติดตามที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ของเราได้ที่ Twitter : @dolly_kaewta Instagram : Siranchaya

เมนูพิเศษประจำเดือนกรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน
โรงแรมรอยัล ออคิด

อาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด รสชาติอิตาเลียนแท้ ณ ห้องอาหารจิออร์จิโอ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ห้องอาหารอิตาเลียน “จิออร์จิโอ” ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน รังสรรค์เมนูอิตาเลียนแท้สไตล์โฮมคุกกิ้งตำรับคุณแม่ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความหลากหลายของรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้ๆที่เตรียมพร้อมให้คุณได้ลิ้มลอง เริ่มด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง พาร์มาแฮมสไลท์บางทานคู่แตงฮันนี(320++ บาท) หรือจะเป็น สลัดผักโขม เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดกอร์กอนโซลา และลูกมะเดื่อเชื่อมไวน์แดง(350++ บาท) ต่อด้วยมื้อหลักอย่างข้าวริซอตโต้เห็ดทรัฟเฟิลดำ(360++ บาท) สเต็กปลาคอท หอยลาย เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่ง(620++ บาท) ปลาเนื้อแน่นทานคู่ซอสเฉพาะตัวสูตรเข้มข้น โคนขาลูกวัวตุ๋นเสิร์ฟกับข้าวอิตาเลียนแบบดั้งเดิม(580++ บาท) หรือจะเป็นเนื้อสันในหมักสมุนไพรย่าง ทานคู่น็อกจิและผักโขม(850 บาท++) ปิดท้ายมื้อค่ำอันพิเศษนี้ด้วย เซทขนมหวาน 4 สไตล์ อย่าง ทีรามิสุ พานาคอตต้า ไวท์ช็อกโกแลต และราสเบอร์รี่ชีสเค้ก (350 บาท++) สำหรับบัตรสมาชิกสตาร์วู้ด พรีเฟอร์ เกสต์ (Starwood Preferred Guest®) รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 15% (เฉพาะค่าอาหาร) ห้องอาหารอิตาเลียนจิออร์จิโอเปิดบริการทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ (ปิดบริการทุกวันจันทร์และวันอังคาร) เวลา 18.00 – 22.30 น. พร้อมบริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214 อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com ไลน์แอด: @rosheratonbangkok เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com ------------------------------------------------- เพลิดเพลินค่ำคืนแห่งไวน์ และชีส ณ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ขอเชิญคุณมาเพลิดเพลินคืนแห่งไวน์ และชีส ในคืนวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559นี้ ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น. หลีกหนีความวุ่นวายของชีวิตเมืองหลวง และการจราจรที่แสนติดขัด มาจิบไวน์รสนุ่มละมุนลิ้นชั้นเลิศ เคียงคู่ชีสและทาปาสนานาชนิดระดับพรีเมี่ยมแบบไม่อั้น ในราคาเพียง 599++ บาทต่อท่าน หรือเลือกเพิ่มความหลากหลายและอัพเกรดไวน์ระดับพรีเมียมเพียง 999++บาทต่อท่าน บริการเรือรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214 อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com ไลน์แอด: @rosheratonbangkok เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com

ร้าน Bangkok Seafood Market อาหารทะเลสด นั่งชิลล์ชมวิวเจ้าพระยา
seafood /  ริมแม่น้ำ / 

ใครที่หาร้านอาหารทะเลที่วิวสวยใกล้ๆ ในกรุงเทพฯ วันนี้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนกับร้านที่เราจะแนะนำพิกัดใกล้ๆ กันอย่าง ร้าน Bangkok Seafood Market ที่โครงการยอดพิมานริเวอร์วอร์ค ปากคลองตลาด โอกาสที่ได้กินอาหารทะเลที่มองเห็นวิวของกรุงเทพฯ และเป็นร้านที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร้านนี้ตอบโจทย์มาก ที่จะเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับครอบครัวในสัปดาห์นี้ ร้าน Bangkok Seafood Marketอาหารทะเลสด นั่งชิลล์ชมวิวเจ้าพระยา ร้าน Bangkok Seafood Market (บางกอกซีฟู้ดมาร์เก็ต) อาหารทะเลสดๆ มากมายจากฝีมือเชฟที่รังสรรค์ของทะเลสดมาเป็นเมนูที่อร่อยสุดๆ และเมนูอาหารก็หลากหลายให้เลือกสั่ง Bangkok Seafood Market ตั้งอยู่ชั้น 3 ของโครงการ หรือเป็นชั้นดาดฟ้าชั้นบนสุด  ร้านจะอยู่ติดริมแม่น้ำ ร้านจะเป็นกระจกตลอดทั้งแนว เพื่อให้เห็นวิวที่สวยงาม ส่วนโซน Outdoor ก็สามารถเห็นวิวแม่น้ำได้เช่นกัน ใครที่ชอบรับลมยามเย็นนั่งด้านนอกได้เลยค่ะ ร้านกว้างโล่งสบาย เป็นแนวยาวตลอดทั้งร้าน ใช้แสงสว่างจากแสงธรรมชาติจากด้านนอกครัวเป็นครัวเปิดให้เห็นเชฟปรุงอาหาร ส่งกลิ่นเย้าย้วนชวนกิน ชุดทะเล (999 บาท) ที่รวมของทะเลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยหวาน หอยตลับ ปูม้า จะเซตออกมาแบบคุมสุดๆ ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ และที่สำคัญคือไม่ต้องย่างเองให้เสียเวลา เชฟจะย่างมาให้เลย ลาบปลากระพง (190 บาท) รสชาติจัดจ้าน ส่วนผสมสูตรพิเศษจากเชฟประจำของทางร้าน ปูม้าผัดพริกไทยดำ ปูม้าตัวใหญ่ๆ ทำให้ผัดพริกไทยดำดูไม่ธรรมดาไม่เลยค่ะ ปูม้าตัวใหญ่เนื้อแน่น แทรกซึมน้ำปรุงผัดพริกไทยดำได้ดี กุ้งแม่น้ำราดซอสมะขาม กุ้งแม้น้ำที่ทอดกรอบๆ ผ่าครึ่ง แล้วราดด้วยซอสมะขามสูตรเข้มข้น ออส่วนหอยนางรมกะทะร้อน (220 บาท) หอยนางรมตัวใหญ่สดๆ เอามาทำออส่วน ด้วยความที่เสิร์ฟมาพร้อมกับกระทะร้อน แป้งของออส่วนจะร้อนตลอดเวลา ไม่ทำให้แป้งแห้ง แผนที่ร้าน Bangkok Seafood Market 

MThai One Day Trip “กิน เที่ยว จ.ปทุมธานี
กิน-เที่ยว จ.ปทุมธานี /  ที่กิน ปทุมธานี / 

สวัสดีชาวเอ็มไทย ไม่มีอะไรมากแค่อยากจะบอกว่า วันนี้ทีมงาน MThai ไปเสาะหาแหล่งกิน เที่ยวใหม่ให้เพื่อนสมาชิกได้ตะลุยกิน ตะลุยเที่ยวในวันเดียวครบรสกันอย่างสุดฟิน วันนี้เราขอแนะนำ จังหวัดที่ใกล้กรุงเทพมากกกกกกกนั่นก็คือ “จ.ปทุมธานี” แต่ใครจะไปคิดว่าจังหวัดที่ใกล้เราขนาดนี้ จะมีที่สำหรับ กิน เที่ยว จ.ปทุมธานี มากขนาดนี้ เพื่อนๆทราบหรือไม่ว่า ปทุมธานีฯ ก็มีตลาดร้อยปีนะจ๊ะ รู้ยัง? มีกุ้งแม่น้ำยักษ์เผาสุดฟิน ไหนจะวัดมอญ, หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในไทย และที่พลาดไม่ได้สำหรับวัยรุ่น ร้านกาแฟริมน้ำสุดชิค และสวนบัวกว่าร้อยสายพันธุ์ ว่าแล้วก็สงสัยใช่ไหมละ ไปดูเส้นทาง พาเที่ยววันเดียว ปทุมธานี กันเลยดีกว่า MThai One Day Trip “กิน เที่ยว จ.ปทุมธานี” เมืองมอญโบราณ  1.ตลาดระแหง (ตลาดร้อยปี)    - ร้านอาหารที่ 1 : “แปโภชนา” - ร้านอาหารที่ 2 : “ก๋วยเตี๋ยวตาพ้ง” - ร้านอาหารที่ 3 : “คุณกาญจน์ ร้านเกี๊ยวกรอบ” - ร้านอาหารที่ 4 : “คำ มัน หวาน” 2.วัดเจดีย์ทอง 3.วัดเจดีย์หอย 4.หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ – วัดโบสถ์ 5.ครัวบุษบัน กุ้งเผา วอเตอร์วิว (ทานข้าวกลางวัน) 6.วัดหงษ์ปทุมาวาส 7.พิพิธภัณฑ์บัว 8. On The Riva Cafe 1. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี ตลาดระแหง (ตลาดร้อยปี)  “ตลาดระแหง” หรือตลาดร้อยปี เป็นชุมชมตลาดน้ำโบราณที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เกิดจากย่านชุมชนที่ต้องเดินทางสัญจรด้วยเรือและรถไฟในสมัยอดีต  อาคารในตลาดจะเป็นห้องแถวที่สร้างด้วย “ไม้” ติดกัน เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปมีการใช้รถไฟเพื่อการคมนาคมมากขึ้นทำให้กิจการรถไฟล้มเลิกไป  คงเหลือไว้เพียงตลาดน้ำอายุ  กว่าร้อยปีแห่งนี้ไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงความหลัง ภายในตลาดหากมาในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะมีของกินให้เลือกซื้อและนำกลับเป็นของฝากได้หลากหลาย มากกว่าในวันธรรมดา ทีมงานไม่พลาดที่จะหยิบร้านเด็ดร้านดังของตลาดแห่งนี้  มาให้สมาชิกเอ็มไทยได้ทราบก่อนใคร รับรองว่าไปแล้วไม่เสียเที่ยวแน่นอนกับ “กิน เที่ยว” MThai One Day Trip - ร้านอาหารที่ 1 : พากินที่ปทุมธานี ร้าน “แปโภชนา" ร้านเด็ดร้านดังที่ใครมาตลาดแห่งนี้จะต้องแวะมาทาน ด้วยการันตีจากหลากหลายนักชิมชื่อดังด้วยอาหารสไตล์ไทยผสมจีนที่มีรสจัดจ้านทำให้ได้รับความนิยม มีเมนูแนะนำ อาทิ ต้มยำปลาช่อน, ปลาช่อนแดดเดียว, ผัดขี้เมาปลากรายและหมูจ๊อ เมนูอาจจะดูบ้านๆ แต่รับรองรสเด็ดถูกใจแน่นอน เปิด-ปิด : ทุกวันทำการ 9.00 – 15.00 น. เบอร์โทร : 02 599 1398 - ร้านอาหารที่ 2 : พากินที่ปทุมธานี “ก๋วยเตี๋ยวตาพ้ง” ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณที่ “ตาพ้ง” เจ้าของร้านขายมาตั้งแต่ยังหนุ่มจนตอนนี้อายุร่วมแปดสิบปีจนส่งลูกทั้ง 8 คนเรียนจบจนปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก  และลูกๆก็มาช่วยสืบทอดกิจการของทางร้าน จุดเด็ดของร้านคือน้ำซุปต้มกระดูกหมูที่กลมกล่อม, ถั่วป่น, พริกป่น กระเทียมเจียวทั้งหมดทำเอง ทำให้มีกลิ่นหอมกว่าร้านอื่น รับรองว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณที่รสเด็ดถึงใจแน่นอน    เปิด-ปิด : ทุกวันทำการ 9.00 – 15.00 น. (ปิดเฉพาะวันอังคารและวันพุธ) เบอร์โทร : 02 599 1398 - ร้านอาหารที่ 3 : พากินที่ปทุมธานี “คุณกาญจน์ ร้านเกี๊ยวกรอบ” ทานเสร็จแล้วแวะหาของทานเล่นที่ร้านใกล้เคียงกันอาทิ เกี๊ยวกรอบ, ขนมปังหน้าหมู,  ป๊อเปี๊ยะทอด ฯลฯ  เดินเล่นชิลชิลตลาดริมน้ำร้อยปี ตลาดระแหงแห่งนี้อย่างเพลินปากสบายใจ - ร้านอาหารที่ 4 : พากินที่ปทุมธานี “คำ มัน หวาน” ร้านขนมไทยโบราณชื่อน่ารักน่าเอ็นดู เรียกว่ามีขนมไทยหายากหลายชนิดมากๆเลยละคะ   ซึ่งขนมบางชนิดเกือบจะสูญหายหรือหาทานยากแต่ที่นี่มีครบคะ  อาทิเช่น บุหลันดั้นเมฆ, จ่ามงกุฎ, ทองเอก, สัมปะนี, ขนมเรไร, ขนมโคกะทิ, ขนมพระพาย ฯลฯ เรียกว่าหลากหลายครบเครื่องขนมไทยของแท้เลยคะ แถมราคาไม่ได้สูงมากเริ่มต้นเพียงกล่องละ 20 บาทขึ้นไปเท่านั้น ทางร้านรับจัดเป็นชุดสำหรับให้ผู้ใหญ่หรือทำบุญด้วยนะคะ  นอกจากร้านต่างๆที่กล่าวมานั้นยังมีร้านที่น่าสนใจอื่นๆอีก เช่น ร้านอากง, ร้านพรประสิทธิ์  ฯลฯ 2. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี วัดเจดีย์ทอง วัดเจดีย์ทอง เป็นวัดเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามีอายุมากกว่า 160 ปี ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบมอญที่เลียนแบบจากเจดีย์จิตตะกองของประเทศพม่า และมีพระพุทธรูปปางมารวิเชียรขึ้นด้วยหยกขาว เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยเชื้อสายรามัญภายในเจดีย์ทองแบบรามัญ สถูปทรงระฆังก่อด้วยอิฐฐานสีเหลี่ยม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 4 ด้านปิดทอง ประดับกระจกสีและยอดฉัตร 9 ชั้น  นอกจากนี้ยังมี กุฏิเรือนไทย และกุฏิทรงปั้นหยา หอสวดมนต์ ตกแต่งด้วยลวดลายและแกะสลักและลายฉลุเชิงชายช่องลม   ใบเสมาศิลาพายแดงศิลปอยุธยา แต่พระพุทธรูปศิลปแบบรามัญ และในส่วนของเจดีย์พระปรางค์ประดับกระเบื้องเคลือบในศิลปะแบบจีน ที่ตั้ง : อ.สามโคก  จ.ปทุมธานี 3. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี วัดเจดีย์หอย วัดแห่งนี้ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นจากเปลือกหอยนางรม ซึ่งขุดพบในบ่อของบริเวณวัดเจดีย์หอย ซึ่งเป็นชิ้นส่วนซากเปลือกหอยนางรมยักษ์ขนาดใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 8 ล้านปี  สันนิษฐานว่ามีอยู่จำนวนมาก สำหรับเจดีย์หอยได้ถูกรื้อลงเพื่อสร้างใหม่ เพื่อให้สูงใหญ่เทียบเท่าพระอุโบสถ  นอกจากนี้ภายในวัดยังมีวัตถุโบราณ อาทิ ถ้วยชามปั้นดินเผา, โอ่ง,ไหตลอดจนเครื่องใช้ประจำวันในโบราณให้ได้ชมกันเพลินๆ ที่ตั้ง : อ.ลาดหลุมแก้ว  จ.ปทุมธานี 4. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ – วัดโบสถ์  หากต้องการสักการะบูชาหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต้องมาที่วัดโบสถ์แห่งนี้คะ เป็นรูปปั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมฺรังสี) ในลักษณะเทศนาธรรมมีความสูงถึง 28 เมตร   เดิมเป็นวัดที่มีชื่อว่า  “วัดสร้อยนางหงส์”  มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เชื่อกันว่าสร้างจากชาวมอญที่อพยพมาจากกรุงหงสาว ดีตั้งแต่แผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บริเวณอ.สามโคกแห่งนี้ นอกจากนี้ยังพระพุทธรูปสำคัญซึ่งที่เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดปทุมธานี  “หลวงพ่อเหลือ”  โดยมีความเชื่อว่าหากได้สักการะบูชาจะแคล้วคลาดอุบัติเหตุทั้งปวง ทำการใดจะสมปรารถนา เงินทองเหลือเก็บเหลือใช้  และอย่าลืมสักการะ “พระสีวลี” ส่งเสริมเรื่องลาภยศ สมหวังดั่งตั้งใจทุกประการ ที่ตั้ง : อ.สามโคก  จ.ปทุมธานี 5. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี ครัวบุษบัน กุ้งเผา วอเตอร์วิว มาถึงช่วงเที่ยงแล้วกองทัพขับรถมาต่อกันที่อ.เมือง หยุดฝากท้องกันที่ร้านอาหาร “ครัวบุษบันกุ้งเผา วอร์เตอร์วิว” พลาดไม่ได้อย่างแน่นอนมาถึงที่นี่ก็ต้องสั่งกุ้งเผาคะ กุ้งเผาสีขาวเนื้อแน่นตัวโตอวบๆ มันทะลัก มีข้าวเปล่าสักจานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือน้ำปลาพริก ไม่ขออะไรเพิ่มแล้วละมื้อนี้ ^^ มาต่อกันที่เมนูอื่นๆกันบ้างคะ อาทิข้าวผัดมันกุ้ง, กุ้งทอดกระเทียม, เนื้อย่างใบชะพลู, แกงป่าปลาคัง, หมึกผัดไข่เค็ม, ต้มยำไทยสูตรโบราณ, ผัดสายบัว พลาดไม่ได้กับปลาช่อนลุยสวนพริก ทีมงานขอตอบด้วยภาพแทนรสชาตินะคะสำหรับมื้อนี้ เปิด -ปิด : ทุกวันทำการ เวลา 11.00 – 22.30 น. เบอร์โทรศัพท์ : 091 554 3438 ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.ปทุมธานี 6. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี วัดหงษ์ปทุมาวาส มาต่อกันที่วัดหงษา(ชื่อเดิม)  หรือวัดหงษ์ปทุมาวาส  เป็นวัดมอญโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช  นอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังเรียกได้ว่าเป็นวังมัจฉา  กล่าวคือมีปลาที่มากที่สุดวัดนึงก็ว่าได้เพราะได้รับรางวัลชนะเลิศอนุรักษ์พันธุ์ปลามากมายที่แห่งนี้ อาทิ ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาแรด ปลาตะเพียน และปลาอื่นอีกหลายชนิด ว่ายมาชุมนุมอาศัยกันอยู่เนืองแน่นเพื่อรอรับอาหารจากผู้มาทำบุญไหว้พระที่ วัดและมาเที่ยวที่ "วัดหงษ์ปทุมาส” แห่งนี้ ทีมงานเอ็มไทยก็ไม่รอช้าที่จะนำมาเสนอไว้ให้สมาชิกในเส้นทางกินเที่ยวจ.ปทุมธานีคะ ที่ตั้ง : อ.เมือง  จ.ปทุมธานี 7. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี พิพิธภัณฑ์บัว หากว่ายังพอมีเวลาเหลือเราอยากให้ลองไปสัมผัสธรรมชาติที่ “พิพิธภัณฑ์บัว” ตั้งอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี การได้ชื่นชมธรรมชาติถือเป็นการได้ผ่อนคลาย สร้างความสุขและสบายใจได้อย่างหนึ่ง พิพิธภัณฑ์บัวแห่งนี้เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระเทพฯ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 ปัจจุบันรวบรวมบัวมากกว่า 100 กว่าสายพันธุ์ในพื้นที่ 18 ไร่ ใช้เป็นศูนย์ศึกษาอนุรักษ์และให้ความรู้เกี่ยวกับบัวสายพันธุ์ต่างๆ อย่าพลาดชมความสวยงามที่ขาดไม่ได้เลยกับ “บัวจงกลนี" บัวไทยแท้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีที่ประเทศไทยแห่งเดียวในโลก เป็นดอกบัวที่บานแล้วไม่หุบ เพราะมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นนั่นเอง ที่ตั้ง :สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี เปิด -ปิด : เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน 8.30 – 16.30 น. เบอร์โทรศัพท์ : . 0 2549 3043 8. เที่ยววันเดียว ปทุมธานี ร้าน On The River Cafe ต่อด้วยร้านกาแฟสุดชิค “On The River Cafe” เป็นร้านกาแฟริมน้ำเจ้าพระยา อยู่ใกล้กับร้านอาหารบ้านเหนือน้ำ การตกแต่งภายในร่มรื่นโปร่งสบายทั้ง Indoor และ Outdoor ในส่วนของภายในจะเป็นกระจกล้อมรอบทำให้มองเห็นวิวริมน้ำเจ้าพระยาระหว่างพักทานกาแฟได้อย่างเต็มตาและสบายใจ ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิด -ปิด : ทุกวันทำการ เวลา 11.00 – 22.00 น. เบอร์โทรศัพท์ : 092-621-7070

น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ จ.ระนอง
ที่เที่ยวระนอง /  หมู่เกาะ / 

ถ้าพูดถึงเกาะในจังหวัดระนอง หลายคนคงนึกถึงเกาะพยามเป็นอันดับแรก แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักหมู่เกาะในอำเภอกะเปอร์ ที่น้ำใสเหมือนสระว่ายน้ำ หาดทรายขาวเม็ดละเอียด สวยเป็นอันดับต้น ๆ ของเกาะในทะเลอันดามัน เราจะพาไปเที่ยวที่หมู่เกาะกำ เกาะค้างคาว และเกาะญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนกัน น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ เกาะที่ยังไม่ฮิตแต่สวยเลอค่า! ท่าเรืออ่าวบางเบน เรือไปหมู่เกาะกำ คุณลุงคนเรือ วันนี้อากาศดีท้องฟ้าเป็นใจ เราขึ้นเรือที่ท่าเรือบางเบน เป็นเรือหางยาวแบบมีหลังคานั่งได้ 10-15 คน เกาะแรกที่เราจะไปคือ เกาะค้างคาว นั่งเรือประมาณ 40 นาทีก็ถึง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อมาถึง เกาะค้างคาว คือ ทรายขาวละเอียดเหมือนแป้งนุ่มเท้า น้ำทะเลสีฟ้าใสเหมือนสระว่ายน้ำเลยทีเดียว ด้านหน้าหาดสามารถเล่นน้ำ หรือจะแค่นั่งตามโขดหินชมวิวดูคนเล่นน้ำเพลิน ๆ ก็มีความสุขแล้ว สำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังสามารถดำน้ำตื้นได้บริเวณไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ที่นี่จะมีปะการังแข็ง ปลาเสือ และไฮไลท์จะเป็นปลาการ์ตูนนีโม่สีส้มขาว และพันธุ์อินเดียแดงว่ายอยู่ในกอดอกไม้ทะเลน่ารักมาก ๆ เกาะค้างคาว ดำน้ำที่เกาะค้างคาว     เกาะกำ จากเกาะค้างคาวเรานั่งเรือประมาณ 15 นาที ก็จะถึง เกาะกำ ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี เราทานข้าวกันที่อ่าวเขาควาย ซึ่งทัวร์ต่าง ๆ จะมาทานข้าวที่นี่เพราะมีม้านั่งใต้ทิวสนร่มรื่น เสร็จแล้วเราก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาชนะใส่อาหารและน้ำ รวมถึงขยะต่างๆ นำกลับไปทิ้งที่ฝั่ง อิ่มแล้วก็เดินย่อยกันซักหน่อย    เกาะกำ    เกาะกำ เราเดินทะลุทิวสนไปอีกด้านหนึ่งของเกาะจะเจอชายหาดที่มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใส ไม่แพ้เกาะค้างคาวเลยทีเดียว จนอดใจไม่ไหวต้องเล่นน้ำกันต่อ    เกาะกำ สำหรับใครที่ชอบการผจญภัย สามารถเดินขึ้นไปจุดชมวิวอ่าวเขาควายระยะทางไม่ไกลแค่ 200 เมตรแต่ทางขึ้นเขาสูงชัน ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที จะขึ้นมาถึงจุดชมวิวที่เห็นวิวอ่าวเขาควายจากมุมสูงเวิ้งอ่าวโค้งเป็นรูปเขาควายบรรจบกับเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เกาะกำ เป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด    เกาะกำ เกาะญี่ปุ่น เกาะสุดท้ายที่เราแวะก่อนกลับคือ เกาะญี่ปุ่น อยู่ไม่ไกลจากเกาะกำ ถึงทรายจะไม่ขาวละเอียดเหมือนเกาะค้างคาว เพราะมีเปลือกหอยมากกว่า แต่นักท่องเที่ยวก็นิยมมาเล่นน้ำกัน เนื่องจากความเงียบสงบและน้ำใส ตามประวัติเล่าว่าเกาะนี้เคยมีชาวญี่ปุ่นมาเลี้ยงหอยมุก หรือบ้างก็ว่าทหารญี่ปุ่นเคยใช้เกาะนี้เป็นที่ประกอบอาหารส่งเสบียงไปให้แก่ทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่ใช้จังหวัดระนองเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านไปยังประเทศเมียนมาร์ จึงได้ชื่อว่าเกาะญี่ปุ่นนั่นเอง จบทริปกันด้วยความประทับใจบอกได้เลยว่าถ้าไม่มาคงเสียดายแย่ ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก มีความเป็นธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ น้ำทะเลใส ๆ หาดทรายขาว ๆ ที่ไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คน ลองมาที่นี่ดู แต่เกาะเหล่านี้จะมีการปิดเกาะในช่วงฤดูฝน ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 14 ตุลาคม ของทุกปี เนื่องจากฟื้นฟูธรรมชาติและคลื่นลมแรงทำให้เดินทางไม่สะดวก ใครที่อยากไปสัมผัสธรรมชาติบนเกาะสวย ๆ เตรียมวางแผนไว้ล่วงหน้าได้เลย การเดินทางไปหมู่เกาะกำ จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ก่อนถึงอำเภอกะเปอร์จะมีป้ายให้เลี้ยวเข้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน ท่าเรือบางเบน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวจากหน้าบขส. หรือตลาดเทศบาลเมืองระนอง จะมีรถไปอำเภอกะเปอร์ออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 06.00 – 17.00 น. ค่ารถคนละ 50 บาท ลงที่ปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน จากนั้นต้องอาศัยความสามารถในการโบกรถไปที่ท่าเรือใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือติดต่อบริษัทเรือให้มารับ หรือจะเหมารถสองแถวจากตัวเมืองก็ได้ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน สามารถจองเรือทัวร์ได้ที่ กลุ่มเรือนำเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านอ่าวเคย บางเบน โทร. 089 594 1363, 077 861 439 ทัวร์เกาะค้างคาว เกาะกำ เกาะญี่ปุ่น ราคา 2,500 – 3,500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ นั่งได้ลำละ 10 – 15 คน ราคารวมชูชีพ สน็อกเกิล น้ำดื่ม (ไม่รวมอาหารกลางวัน) พิกัด ท่าเรือบางเบน 09.59395 98.46996 เกาะค้างคาว 09.56861 98.38602 เกาะกำ 09.51250 98.35788 เกาะญี่ปุ่น 09.50080 98.36838 ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก tatviewsblog.wordpress.com สามารติดตามการทท่องเที่ยวสถานที่อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://tatviewsblog.wordpress.com/

เที่ยวแบบฮิปๆ กับพ่อ ที่ปีนัง พร้อม My Sketchbook บันทึกความทรงจำ!
ที่เที่ยวมาเลเซีย /  เที่ยวปีนัง

การที่เราได้พาคนที่รักไม่ว่าจะคนในครอบครัวหรือคนรักไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ นั้นทำให้เรามีความสุขมากขึ้นแน่นอน ซึ่งเพจเฟสบุ๊ค บ่ มิ guide ได้มารีวิวทริปท่องเที่ยวพาคุณพ่อเดินเที่ยว-เดินชิม ที่ 'ปีนัง' นอกจากนี้สิ่งที่เจ๋งสุดๆ อีกอย่างก็คือ เขาใช้ Sketchbook ในการบันทึกความทรงจำในการท่องเที่ยวครั้งนี้ด้วย น่ารักมาก ^^ อย่ารอช้าไปติดตามกันเลยดีกว่าค่ะ เที่ยวแบบฮิปๆ กับพ่อ ที่ปีนัง พร้อม My Sketchbook บันทึกความทรงจำ! ทริปนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนกุมภาที่ผ่านมา ด้วยเหตุจากการสองสาวพี่น้องอยากพาพ่อไปฉลองวันเกิด ด้วยการไปเยี่ยมญาติที่ปีนัง เลยจัดทริปให้คุณพ่อเอาซะเลย และที่ขาดไม่ได้คือ Sketchbook ของเรานั่นเอง ว่าด้วยสมาชิกการเดินทางในครั้ง พ่อ พี่สาว เราเอง และ คุณแฟน บันทึกการเดินทางหลังจากกลับมาจาก "ปีนัง" สิ่งที่ประทับใจคือประตูหน้าต่างแต่ละบ้าน วัด Khoo Kong Si ที่มีรายละเอียดยิบตั้งแต่บันไดจนถึงเพดานทั่ววัด บันทึก รสชาติอาหาร หน้าตาคล้ายบ้านเรา แต่รสชาติแตกต่างและน่าจดจำ บันทึกหน้าสุดท้ายคือ ร้านอาหารไทยย่าน Midland ที่มีครบทุกอย่างจริงๆ มาต่อๆ มาเล่าเรื่องที่พาพ่อไปกิน ไปเที่ยวที่ปีนังดีกว่าค่ะ .... ถึง AIRPORT ที่ปีนังปุ๊บ ลงบันไดเลื่อนมาปุ๊ป ขวามือ ซื้อซิมก่อนเลย การเดินทางด้วยรถเมล์ จาก Airport นั่งรถบัส 401E หรือ 401 ลง Komtar ราคา 2.7 ริงกิต (ไม่มีทอนนะจ้ะ เตรียมไห้พอดี) ใช้เวลาประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง ก็ลง Komtar แต่ถ้าหากไม่แน่ใจในเส้นทางรถเมล์ สามารถถาม Information ใน Airport หรือ พนักงานเลยจะดีกว่า เพราะบางครั้งอ่านป้ายเองก็สับสนเหมือนกัน (ลองดูแผนที่รถบัสของปีนัง) http://www.rapidpg.com.my/journey-planner/route-maps/ บรรยากาศที่ใต้ตึกคอมต้าร์ แต่ละเลนมีที่นั่งคอยและป้ายบอก แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่แนะนำทางนะ ต้องถาม พขร.เอาเอง นั่งกินกาแฟ และศึกษาเส้นทาง ที่พัก เราจองทาง AirBNB ได้ที่พักที่ Penang Times Square Georgetown ห่างจาก Komtar 500 เมตร ลากกระเป๋าเดินสบายๆ  ลักษณะห้องพักเป็นคอนโด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีห้องครัว เครื่องซักผ้า แอร์ ทีวี กว้างและสบ้ายสบาย  หน้าตึก Times Square มี MC Donald ใหญ่ๆ เป็นจุดสังเกตุ โซฟาในห้องพัก ให้พ่อนั่งสบายๆ และ วิวจากห้องพัก อาหาร 'Nasikandar' มีอยู่ทั่วเมืองเลย เป็นเหมือนข้าวแกงแบบท้องถิ่นมาก แต่ร้านที่เค้าแนะนำกันจะเป็นร้านนี้ ปกติคนท้องถิ่นจะใช้มือทาน แต่พอเป็นนักท่องเที่ยวพนักงานก็เอาช้อนมาให้ แต่ไม่ทันละเอามือจ้วงไปละ (แนะนำ ถ้ากินไม่เก่งอย่าสั่งข้าวคนละจาน เพราะมันเยอะมาก) ย่าน Gurney Drive สามารถนั่งโต๊ะไหนก็ได้ แล้วก็สั่งอาหารมากินที่โต๊ะได้เลย เหมือนตลาดบ้านเรานั่นแหละ Wantan Mee Dry ชามนี้อร่อย อร่อยจริงๆ Chendul หรือ ลอดช่อง ที่ย่านเกอร์นี่ไดรฟ์นี่พอกินได้อะ แต่ที่อร่อยจริงๆ น่าจะกินที่จอร์จทาวน์มากกว่า Chendul ที่ย่านเกอร์นี่ Chendul ที่ จอร์จทาวน์ White Curry Mee  ก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปเข้มข้นน้ำสีขาวๆ ใส่เลือด เต้าหู้ทอด และหอยครอง คำแรกไม่ชอบเลยนะ แต่พอซดไปเรื่อยๆ ก็ดูเข้าท่าดี Nasi Lamk  ราคาไม่แพงเลย มีขายอยู่ทั่วไป คิดว่ามันน่าจะฟิ่ลลิ่งเหมือนกับข้าวเหนียวหมูฝอย ที่เรานิยมซื้อทานง่ายๆ ส่วนของบ้านเค้าก็จะมีท้อปปิ้งปลา ไข่ต้ม ให้เลือก รสชาติก็กินได้นะ อร่อยอยู่ๆ Red Garden นักท่องเที่ยวฝรั่งดูท่าจะมาที่นี่เยอะ เพราะมีทั้งดนตรีสดแบบร้องทั้งเพลงจีน เพลงอินเตอร์ เพลงไทยด้วย (เพลงลอยกระทงดูจะได้รับความนิยม 5555) และอาหารที่หลากหลาย ทั้งสเต็ก อาหารไทยรสจัด อาการจีน เกาหลี มากมายๆ ราคาไม่แพงมากอีกด้วย Lok Lok อันนี้สนุกอะเราชอบๆ จะเป็นโต๊ะกลมๆ มีหม้อลวกอยู่ตรงกลาง มีปลาหมึก ลูกชิ้น อาหารอื่นๆเสียบไม้อยู่ราคาตามสีของไม้ เราสามารถ นั่งร่วมวงลวกๆกับเค้า ได้เลย ปล.น้ำจิ้มแซ่บมากๆ Jawa Mee อันนี้รสชาติหวานๆ น้ำซอสคล้ายๆสปาเกตตี้เลยอะ แล้วก็มีเต้าหู้อยู่ด้วย กินนานๆก็จะเลี่ยนๆหน่อย  สถานที่ที่ไปเยือนมา วัดไทย วัดพม่า และแน่นอนลอตเตอรี่แบบปีนัง ราคา 3 ริงกิตเอง ขูดสนุกเลย ถ้าถูกรางวัลก็สามารถขึ้นรางวัลได้เลย ชาวต่างชาติอย่างเราก็สามารถลุ้นได้อีกด้วย ลองดูๆ (ลองไปสามใบ ไม่ถูก  ฮ่าๆๆๆ)  ย่าน Street Art ใน Georgetown มีรถสามล้อให้เช่าขี่เล่นด้วยนะ มีทั้งแบบ 2 ที่นั่ง จนไปถึง 5 ที่นั่ง เลยดูน่าสนุกดี แต่เราไม่ได้เช่า เพราะคิดว่าบนถนนก็มีรถสวนอยู่บ้าง แถมต้องหาที่จอดอีก ดูท่าเดินเองน่าจะคล่องตัวกว่า เที่ยวตาม Map ได้เลยไม่หลงแน่นอน พี่สาวชอบเขียนโปสการ์ด ไปไหนก็ต้องเขียนๆๆ คุณพ่อถ่ายรูปแบบไม่มองกล้อง ปีนัง ฮิลล์ (http://www.penanghill.gov.my/) เสียไป 30 ริงกิต ไม่ค่อยมีอะไร หลายคนก็บอกนะว่าไม่ค่อยมีอะไร มีวิวเฉยๆ ก็ไม่เชื่อเค้า พอได้เสียตังขึ้นไป ก็ร้องอ๋ออออยาวๆ เออ ... ไม่มีอะไรจริงๆ Tropical Spice Garden (http://tropicalspicegarden.com/) ชอบที่นี้มากกว่า เป็นสวนสมุนไพร ถึงแม้สมุนไพรบ้านเค้าจะเหมือนบ้านเราก็เถอะ แต่การจัดพื้นที่ของที่นี้ สวยดีเหมาะแก่การเดินเล่น ถ่ายรูป ศึกษาสมุนไพรเอามากๆ National Park Penang (http://www.travel-penang-malaysia.com/penang-national-park.html) ไม่เสียค่าเข้า เดินดุ่มๆเข้าไปได้เลย ทางเดินค่อยข้างเดินสนุก ไม่ร้อน แต่ทางเดิน ไฮไลท์ Canopy walk ปิดซะงั้น อดเลยจริงๆ  ก็เลยเดินเล่นไปหาด แล้วก็กลับ แต่ถ้ามีเวลาควรใช้เวลากับการเดินสำรวจธรรมชาติ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ถึงจะครบจริง วัด Koo Kong Si  วัดนี้สวยมาก มีนสยละเอียดตามบันได ประตู กำแพงเต็มไปหมด ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ศึกษา วัด Kek Lok Si ร้านอาหารไทยย่าน Midland ที่นี้มีทุกอย่างที่คนไทยต้องการจริง ส้มตำไทย ส้มตำปู ก๋วยเตี๊ยวเรือ ข้าวราดแกงข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมจีน ถ้าใครหิวส้มตำ คิอถึงอาหารไทยๆ มาแถวมิดแลนด์ อยู่ไม่ไกลจากห้างเกอร์นี่พลาซ่า อันนี้ร้านญาติเราเองแหละ แอบมาบอก หุหุหุ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟสบุ๊ค บ่ มิ guide ติดตามผลงานเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/bor.mi.guide/

เฟี้ยวฟ้าว นำทีม ดาราโชว์ท่าเต้นสุดน่ารัก ร่วม เอ็มวี สวิงริงโก้
ดีเจ เอกกี้ /  ธัญญ่า ธัญญาเรศ / 

   เป็นอีกหนึ่งเพลงมันๆ ของวงดนตรีอารม์ดีอย่าง วงตระกูลสุดสวิงริงโก้ ของดาราสาว เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้ พร้อมด้วยนักร้องหนุ่ม ฟ้าวเฟี้ยว สุดสวิงริงโก้ 2 พี่น้องสายฮาที่ขอทำตามความฝัน มีวงดนตรีเป็นของตัวเอง ซึ่งล่าสุด(2พ.ค.) ได้เปิดตัวเพลง สวิงริงโก้ แบบไม่ธรรมดา เพราะเป็นการรวมดาราที่ทำท่าเต้นประจำเพลง แบบน่ารักปนฮา    ด้วยการให้ดาราในวงการบันเทิงมากหน้าหลายตา ร่วมทำท่าเต้นมันๆ ซึ่งแต่ละคนก็ทำออกมาได้น่ารักแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น แจ๊ค แฟนฉัน, ลิฟท์ สุพจน์,ธัญญ่า ธัญญาเรศ, วิลลี่ และ หอย, นุ้ย ธนวัฒน์, อ้น ศรีพรรณ, ดีเจ เอกกี้, ษา วรรณษา และอีกหลายๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการบันเทิง ใครอยากรู้ว่าแต่ละคนจะเต้นได้น่ารัก และฮาแค่ไหน ลองไปชมกันได้เลย

10 ของฝากยอดฮิตจาก มอเตอร์เวย์ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องซื้อ
ขนม /  ของกิน / 

อาทิตย์นี้ FoodMThai มีแพลนจะไปเที่ยวแถบใกล้ๆกทม ซักหน่อยแต่สายกินอย่างเราๆ จะไปเที่ยวอย่างเดียวมันก็ดูจะกร่อย ถ้าไม่มีอะไรติดรถไว้กินเพื่อความบันเทิงและเพิ่มอรรถรสในการเดินทาง วันนี้เราเลยจะขอแนะนำ 10 ของฝากยอดฮิตจากจุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องซื้อ เป็นยังไงแค่ฟังก็ดูน่า อร่อย และ น่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะซื้อฝาก หรือฝากซื้อ หรือซื้อกินเองระหว่างเดินทางก็จะรอช้าอยู่ทำไม เอารถไปจอดที่จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ แล้วตามมาเลยสิครับ 10 ของกินยอดฮิต ซื้อฝากก็ได้ ซื้อกินเองก็ดี๊ดี @ จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ลงจากรถมาเรียบร้อยแล้ว ที่จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ก็ร้านค้า เรียงแถวยาวเหยียด ให้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ เริ่มตาลายจะเริ่มจากอะไรก่อนดี เดินดูไปเรื่อย ๆ ก่อนแล้วกัน จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ก็มาไม่ยากเลยครับ ถ้าใครแพลนไปเที่ยวใกล้ๆกทม แถบทาง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ถ้าขับมาจากกรุงเทพฯ ให้สังเกตว่า ข้ามแม่น้ำบางปะกง เมื่อไหร่ ก็เตรียมชิดซ้ายได้เลย มีป้ายบอกเห็นได้อย่างชัดเจน เดินเล่นมาซักพัก ท้องก็เริ่มหิวแล้ว ต้องหาอะไรติดไม้ติดมือ ขึ้นรถ แล้วแหละ 1. ข้าวหลาม หนองมน เมื่อลงรถมาถึงร้านแล้ว เหมือนเป็น Signatrue ของ จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ สิ่งแรกที่เห็นเลยคือ ข้าวหลาม มีเยอะมาก แทบจะทุกร้านเดินไปทางไหนก็เจอแต่ข้าวหลาม ไม่ซื้อติดมือกลับมาคงไม่ได้ เดินชิมได้ทุกร้าน ถูกใจร้านไหนก็ซื้อร้านนั้นได้เลยครับ เดินชิมไปชิมมา แป๊บเดียว มาอยู่ในมือเรียบร้อย 1 ถุง 2. ขนมจาก  มีข้าวหลามแล้วถ้าไม่มี ขนมจาก ติดมือกลับบ้านแล้ว ก็เหมือนมาไม่ถึง จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ขนมจากหอม ๆ ย่างใหม่ๆ มีให้เลือชิมเยอะพอพอกับ ข้าวหลามเลยครับ เหมือนเดิม ถูกใจร้านไหนก็จัดเลย เหนียว นุ่ม หอมอร่อย กินแล้วเพลินมากๆ แป๊บๆหมดถุงแน่นอน 3. หอยดอง แค่เห็นก็น้ำลายสอแล้ว กับ หอยดอง เดินผ่านกี่ร้านๆ ก็ต้องเหลียว เมนูอร่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัวเพียบ ใครชอบหอยดองก็ไม่ควรพลาดเลยครับ ว่าแล้วก็ต้องซื้อซะหน่อยครับ 4. หอยจ๊อ  หอยจ๊อ เป็น อีกหนึ่งเมนูที่ต้องไม่พลาดเลยครับ ไม่ว่าจะนึ่ง จะทอด จะเอาไปยำ ก็แซ่บแน่นอน เนื้อปูแน่นๆ อัดมาเต็มๆ หวาน อร่อย แน่นอน เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผ่านไปเมื่อไหร่ก็มีต้องติดมือกลับบ้านครับ 5. ปลาเค็ม  ใครชอบปลาเค็ม ก็มีให้เลือกซื้อเยอะครับ จะซื้อฝาก ญาติ ฝากเพื่อนบ้าน ก็โอเค หรือจะซื้อมาเก็บไว้ทำอาหารกินเองที่บ้านก็อร่อย ใครชอบทานปลาเค็มก็เลือกซื้อเลือกหา ติดมือกลับบ้านได้เลยครับ 6. วุ้นเป็ด  น้องใหม่ที่กำลังมาแรง กับขนมน่ารักๆ รูปเป็ด จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก วุ้นเป็ด ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ ก็สามารถซื้อได้ที่ จุดพักรถมอเตอร์เวย์ได้แล้ว น่ารัก สวยงาม แถมยังรสชาติอร่อยขนาดนี้ จะซื้อกินเองก็ดี ซื้อฝากก็ได้ใจแน่นอนครับ 7. ปลาหมึกแห้ง  ส่วนใครชอบของแห้ง ปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง ปลาแห้ง ต่าง ๆ ก็มีให้เลือกเพียบ ชอปปิ้งกันเพลินแน่นอน มีให้เลือกชิมทุกร้าน ร้านไหนอร่อย ร้านไหนถูกใจ ค่อยเอาไป 8. น้ำพริกไข่ปู น้ำพริกไข่ปู อันนี้ใครชอบทานน้ำพริกต้องห้ามพลาดเด็ดขาด น้ำพริกหอมๆ รสชาติกลมกล่อม อร่อยกำลังดี มีส่วนผสมของ เนื้อปู ไข่ปู กินกับข้าว สวยร้อนๆ อร่อยมากแนะนำเลยครับ เป็นอีก 1 อย่างที่ต้องมีติดรถกลับบ้าน 9. ขนมหม้อแกง ขนมหม้อแกง อร่อย ๆ ก็เป็นของฝากชั้นดี อีกอย่าง ที่ไม่น่าพลาดเมือมาถึง จุดพักรถ ขนมหม้อแกงหอมๆ หวานๆ ตักกิน แล้วหยุดไม่ได้ รับรอง หมดก่อนถึงบ้านแน่นอน เป็นอีกหนึ่งของฝาก ที่น่าซื้อจาก จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ 10 ขนมโบราณ ย้อนยุค และ ทุเรียนทอด  สุดท้ายกับ ของติดมือเบาๆ ขนมหลากสีสัน ซึ่งเป็นขนมโบราณที่บางอย่างก็หากินยาก แต่ยังมีขายอยู่ที่นี่ สีสันสวยงาม สะดุดตา กับทุเรียนทอด ของฝากอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด ความมันกรอบ อร่อย เคี้ยวเพลิน จนหยุดไม่ได้ จะซื้อฝากเด็กๆ หรือจะซื้อฝากเพื่อน ๆ ก็ได้ รับรอง ฟินกันทั้งแก๊งค์ รับรองว่าหลายคน หอบหิ้วของขึ้นรถกันไม่หวาดไม่ไหว หันไปเจออะไรก็น่าซื้อน่ากินไปหมดใช่ไหมครับ จัดเต็มไปเลยครับ ไม่ต้องกั๊ก จะซื้อกินเองก็อร่อย  ซื้อฝาก ก็ได้รอยยิ้ม ของไทยทำเอง อุดหนุนคนไทยเงินไม่ไปไหนแน่นอน สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวเดินทางต่อแล้วครับ จุดหมายอีกไกล ตอนนี้มีขนมเต็มรถแล้ว อุ่นใจขึ้นเยอะ ขับไปเคี้ยวไปเพลินแน่นอน สำหรับวันนี้ต้องลากันไปก่อนนะครับ แล้วจะเที่ยวเผื่อสวัสดีครับ ขอบคุณรูปภาพ จาก  : https://www.facebook.com/supha.khaolarm                                  http://roileela.amawebs.com                                  http://www.hamanan.com/tour/chonburi/klnm.html                                  https://www.facebook.com/แม่บุญสมเสาแดง-อาหารทะเลแห้งขนมของฝาก-ตลาดหนองมน-720280504654095/

เมื่อฉันอยากหยุดเวลาไว้ที่ เดอะ วิจิตร รีสอร์ท จ.ภูเก็ต สวรรค์แห่งการพักผ่อน
จองโรงแรมภูเก็ต /  พลูวิลล่า ภูเก็ต / 

ฟังไม่ผิดแน่ๆ เมื่อเราไปเจอกับที่พักดีๆ วิวสวยๆ อาหารอร่อย ความประทับใจจึงเกิดขึ้น และที่นี่ก็คือ โรงแรม เดอะวิจิตร รีสอร์ท จ.ภูเก็ต นั่นเอง วันนี้เราเลยอยากจะมาบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจ ระหว่างที่ได้ไปพักผ่อน ณ โรงแรมแห่งนี้ ไปกันเลยดีกว่า! ที่พักพลูวิลล่า ติดชายทะเล ณ เดอะ วิจิตร รีสอร์ท จ.ภูเก็ต โรงแรม เดอะ วิจิตร รีสอร์ท เป็นที่พักหรูระดับ 5 ดาว มีวิลล่าทั้งหมด 92 หลังซึ่งถือว่าเยอะมากๆ รองรับนักท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว ตั้งอยู่ที่อําเภอราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งติดกับบริเวณหาดมิตรภาพ ชายหาดที่ทอดยาวกว่า 250 เมตร และทิวทัศน์อันสวยงามของอ่าวฉลอง เมื่อก้าวแรกลงจากรถ เราพบกับพนักงานมาคอยต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ้มแย้ม มีพวงมาลัยต้อนรับ พร้อมเสิร์ฟ Welcome Drink น้ำตะไคร้ หวานเย็น หอมชื่นใจ และผ้าเย็นเช็ดความเหนื่อยล้าจากแสงแดด บริเวณ Lobby ต้อนรับเป็นแบบเปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้ดี หลังคาสูง ตกแต่งด้วยไม้ คล้ายๆ สไตส์บาหลี หลังจากเช็คอินรับกุญแจห้องพักเรียบร้อย การเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของที่รีสอร์ท ท่ามกลางพื้นที่ร่มรื่นกว่า 44 ไร่นี้ กว้างมากจริงๆ ดังนั้นเราสามารถเรียกใช้บริการรถกอล์ฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือจะเลือกเดินชมบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่มากมายในรีสอร์ทก็ยังได้ ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวเนอะ ที่พักของ เดอะ วิจิตร รีสอร์ท มีให้บริการถึง 5 แบบด้วยกัน เป็นสไตล์สถาปัตยกรรมร่วมสมัย กลิ่นอายวัฒนธรรมทางภาคใต้ เน้นไม้ และวัสดุจากธรรมชาติ ผู้พักสามารถเลือกพักแบบส่วนตัว หรือแบบครอบครัวก็ได้ บางวิลล่ามีสระว่ายน้ำในตัวให้บริการ นอกจากนี้แต่ละหลังจะมีความห่างกันของเนินเขาท่ามกลางทิวทัศน์ ทำให้รู้สึกสงบไม่ถูกรบกวน ใครที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ แนะนำที่นี่เลย เหมาะมากๆ มาดูในส่วนของห้องพักก่อนเลย เป็นห้องแบบพลูวิลล่า มี 2 ชั้น ค่อนข้างกว้างมากๆ ไม่อึดอัด วิวโปร่ง โล่ง สบายตามากๆ ได้สูดอากาศภูเก็ตแบบเต็มปอดซักที  เหมาะมากๆสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวทะเล ท่ามกลางธรรมชาติมุมสูงละก็ ลองเลือกแบบไพร์มพลูวิลล่า ที่แบ่งสัดส่วนออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นล่างจะเป็นห้องนอน และชั้นบนเป็นห้องนั่งเล่น บริเวณชั้นบนของห้องพัก พลูวิลล่า ด้านบนห้องนั่งเล่น ตกแต่งด้วยโซฟาขนาดใหญ่ และมีผลไม้สดไว้ต้อนรับ สามารถนั่งหรือเดินออกไปชมบรรยากาศนอกระเบียงที่กว้างขวาง มองเห็นวิวทะเลจากมุมสูงที่สวยงาม ด้านข้างเป็นสระว่ายน้ำที่สามารถลงไปว่ายชิลๆ เวลาไหนก็ได้แบบส่วนตั๊วส่วนตัว สระไม่ลึกมากคะ ประมาณ 150-160 เมตร เด็กๆก็เล่นได้ ผู้ใหญ่ก็เล่นดี บริเวณชั้นล่าง เป็นห้องนอน ในส่วนของชั้นล่าง เปิดประตูเข้าไปพบกับเตียงนอนขนาดใหญ่ อีกส่วนเป็นส่วนของพื้นที่ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า ของใช้ครบครัน เสื้อคลุม รองเท้า ตู้เซฟ ร่ม ไดร์ฟเป่าผมที่สาวๆ ไม่ต้องพกติดตัวไปให้หนัก แวะไปดูไลน์อาหารเที่ยงกันบ้าง ที่ห้องอาหาร The Savoury Restaurant ตั้งอยู่ริมสระน้ำ เป็นห้องอาหารหลักของทางรีสอร์ท พร้อมเสิร์ฟอาหารหลากหลายประเภททั้งวัน เริ่มจากเมนูซีฟู๊ด มีเยอะมาก กุ้งตัวโตๆ หอยหลากชนิด หอยแมลงภู่ หอยนางรมตัวใหญ่มากๆ เติมกันแบบไม่อั้นจ้า ซุ้มของทอด ซุ้มซูชิ อาหารไทย มาครบและอาหารอีกมากมาย ทั้งไทย และเทศ และยังมีผลไม้ ขนมหวาน เบเกอร์รี่ เครื่องดื่มอีกหลากหลายชนิดให้เลือกทาน รวมทั้งพื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ตที่มาถึงที่แล้วต้องทานให้ได้ อย่าง ขนมจีนน้ำยาปู หรือหมี่ผัดฮกเกี้ยน เป็นต้น บริเวณข้างๆห้องอาหารเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่มากๆ อยู่ริมทะเลเลย  ใครที่ชอบอาบแดดหรือต้องการเล่นน้ำแล้วหล่ะก็ ถือว่าเป็นมุมโปรดของใครหลายๆคนแน่ๆ ในส่วนของมื้อเย็น หากอยากทานอาหารไทยๆ หรืออาหารใต้โดยเฉพาะ สามารถลิ้มลองได้ที่ห้องอาหารบ้านวิจิตร บ้านโบราณสุดคลาสสิค ในสไตล์ชิโนโปรตุกีส ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 50 ปี นำมาดัดแปลงเป็นห้องอาหารริมทะเล บรรยากาศโรแมนติก ไม่เพียงเท่านั้น หากต้องการได้บรรยากาศอาหารค่ำแบบจัดเป็น Private Dinner ทางโรงแรมก็สามารถจัดให้ได้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดค่าใช้จ่ายกับทาง เจ้าหน้าที่โรงแรมโดยตรง แต่ครั้งนี้เราขอเก็บตกภาพบรรยากาศการจัด Private Dinner มาให้ชมคะ เป็นสไตล์ Polynesian Beach หรือ แนวๆฮาวายนั่นเอง ซึ่งเราได้จัดอยู่ที่บริเวณสนามหญ้า ริมทะเลเลย มีลมพัดเย็นๆ ทานอาหาร เคล้าเสียงเพลงเบาๆ สุดยอดเลย แถมทางโรงแรมมีเซอร์ไพรส์การแสดงโชว์ไฟให้ดูด้วย ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล สะดวกสบายสุดๆ นอกจากนี้ เดอะ วิจิตร รีสอร์ท ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย อาทิ คิตส์คลับ ร้านขายของที่ระลึก ฟิตเนต ห้องอินเตอร์เนต มุมอ่านหนังสือ V SPA และกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมายไว้คอยให้บริการ ในทุกๆวัน ให้ฟรี ไม่ว่าจะเป็น Aqua Aerobic (แอโรบิกในน้ำ) ,โยคะแบบไทย, ตักบาตร, เดินเล่นริมหาด, มวยไทย, วอลเลย์บอลชายหาด เป็นกิจกรรมที่ถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย หากใครมาพักผ่อนที่ภูเก็ต อยากได้บรรยากาศและความเป็นส่วนตัวแบบนี้ อย่าลืมมาพักที่ โรงแรม เดอะ วิจิตร รีสอร์ท กันนะคะ รับรองไม่ผิดหวังจ้า ขอขอบคุณทีมงานจาก ทรูยู และ โรงแรม เดอะ วิจิตร รีสอร์ท ที่เอื้อเฟื้อสถานที่เข้าพัก อาหาร และให้การต้อนรับเราอย่างดี

อาหารใส่บาตร! ประจำวันเกิด เสริมมงคลเพิ่มผลบุญ
ดวง /  ดูดวง / 

อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิด วิถีชาวพุทธอีกหนึ่งอย่างที่คนไทยทำสืบต่อกันมานานคงหนีไม่พ้นเรื่องการสวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ซึ่งการตักบาตรพระในตอนเช้าไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม ย่อมขาดไม่ได้ที่จะต้องมีครบทั้งอาหารคาว อาหารหวาน รวมไปถึงของใช้ต่างๆที่จำเป็นของพระสงฆ์ โดยจุดประสงค์ที่แท้จริงของการใส่บาตรคือเพื่อให้พระสงฆ์มีแรงกายที่จะบำรุงศาสนาต่อไป และวันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai มีความเชื่อเรื่อง อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิดของแต่ละคนมาฝากกันค่ะ อ่านจบแล้ว อย่าลืมแบ่งปันบอกต่อเรื่องบุญแบบนี้ให้คนที่คุณรักด้วยนะคะ :) วันอาทิตย์ อาหารคาว ประเภทไข่ ดาว เจียว ผัด ลูกเขย ลูกสะใภ้ ต้ม แกงกะทิ ฯ อาหารหวาน ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำขิง เงาะ ของถวายพระ หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมากพลู ไหว้พระปางถวายเนตร(พระประจำวันเกิด) กำลังวันเท่ากับ ๖ (สวดแบบย่อ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ) เติมน้ำมันตะเกียงตามวัด ทำทานกับคนตาบอด โรงพยาบาลโรคตา มูลนิธิคนตาบอด โรงพยาบาล โรคหัวใจ มูลนิธิโรคหัวใจ พฤติกรรม ออกรับแสงอาทิตย์อ่อนๆช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพื่อให้เกิดพลัง อย่าใจร้อน เลิกทิฐิ ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น   วันจันทร์ อาหารคาว ประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ เช่นไก่ผัดขิง ไก่ย่าง ไก่ทอดปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหูทอด แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปลาสลิดทอด อาหารหวาน น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มัน ลางสาด ขนมเปี๊ยะ ของถวายพระ แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งๆ ใสๆ ไหว้พระปางห้ามญาติ(พระประจำวันเกิด)กำลังวัน เท่ากับ ๑๕ (สวดแบบย่อ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ) ทำทานกับมูลนิธิช่วยเหลือสตรี พฤติกรรม ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อยู่เสมอ อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ ให้ความช่วยเหลือสตรี เช่น ลุกให้สตรีนั่งบนรถเมล์ บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรง วันอังคาร อาหารคาว อาหารประเภทเส้น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เนื้อวัว ปลาช่อนตากแห้งทอด อาหารหวาน ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ ขนุน น้ำสไปร์ท น้ำอัดลม ของถวายพระ เหล็ก เส้น เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ ไหว้พระปางไสยาสน์(พระนอน)(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๘ (สวดแบบย่อ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง) ทำทานกับคนพิการทางปาก ปากแหว่ง ผู้ป่วยโรคลมชัก พฤติกรรม ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ขยันให้มากขึ้น ลดอารมณ์ร้อน การชิงดีชิงเด่น วันพุธ(กลางวัน) อาหารคาว เน้นสีเขียว หมู แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมู ฯ คะน้าน้ำมันหอย กุนเชียง อาหารหวาน ขนมเปียกปูนเขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว มะม่วงเขียวเสวย ฝรั่ง ชามะนาว ของถวายพระ สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การเรียนการศึกษา ไหว้พระปางอุ้มบาตร(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๗(สวดแบบย่อปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ) ทำทานกับคนพิการทางหู โรงพยาบาลโรคสมอง โรงเรียนสอนคนหูหนวก พฤติกรรม อ่านหนังสือธรรมะ ร้องเพลง ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเอง วันพุธ(กลางคืน) อาหารคาว ของหมักดอง ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม ไข่เยี่ยวม้า ห่อหมก อาหารหวาน ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้หัวโตๆ ทุเรียน ของถวายพระ พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม ไหว้พระปางป่าเลไลย์(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๒ (สวดแบบย่อ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ) ทำทาน กับมูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับยาเสพติด พฤติกรรม เลิกบุหรี่ เลิกดื่มหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เลิกการพนัน เลิกทำตัวเหลวไหล เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกยาเสพติดทุกชนิด วันพฤหัสบดี อาหารคาว ประเภทเถา แกงเลียง บวบผัดไข่ น้ำเต้า อาหารหวาน แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้ ของถวายพระ สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา ไหว้พระปางสมาธิ(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๙ (สวดแบบย่อ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ) ทำทานกับโรงพยาบาลสงฆ์ บริจาคข้าวสาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว พฤติกรรม นั่งสมาธิ สวดมนต์ ถือศีล๕ อย่าซื่อจนเกินไป วันศุกร์ อาหารคาว ประเภทของหอมหวาน ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่ ยำหัวหอม อาหารหวาน ขนมหวาน หอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม กล้วยหอม เค้ก ของถวายพระ นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้สวยหอม ระฆัง ย่าม ไหว้พระปางรำพึง(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๒๑ (สวดแบบย่อ วา โธ โน อะ มะ มะ วา) ทำทานกับเด็กด้อยโอกาส ให้เงิน ให้เสื้อผ้าสวย อาหารที่หอมหวานชวนกินไอศกรีม พฤติกรรม ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส บำรุง ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอด จัดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สวยงาม เลิกการฟุ่มเฟือย วันเสาร์ อาหารคาว ประเภทของขม ของดำมะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู มะเขือยาว อาหารหวาน ลูกตาลเชื่อม กาแฟ โอเลี้ยง ของถวายพระ ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด สร้างห้องน้ำถวายวัด ไหว้พระปางนาคปรก(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๑๐ (สวดแบบย่อ โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ) ทำทานกับโรงพยาบาลโรคจิต โรงพยาบาลโรคประสาท พฤติกรรม กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี ขยะในบ้านยกทิ้งทุกวัน อย่าหมักหมม ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

เมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ผักกรอบๆ กับข้าวสวยร้อนๆ
กะปิ /  ผักบุ้ง / 

เมนูที่มีวัตถุดิบง่ายๆ เชื่อว่าตลาดแถวบ้านต้องมีกันทุกซอยอย่างแน่นอน แต่หลายๆ คนยังไม่เคยได้ลองกินเมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ที่หาทำทานแสนจะง่ายดาย หรือใครเคยกินแล้วติดใจกับผักบุ้งกรอบๆและกะปิหอมๆ ลองมาดูวิธีทำที่ไม่ยากกับเมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ที่ทำเองได้ง่ายๆ ให้ครอบครัวของคุณได้ทาน เมนู ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ผักกรอบๆ กับข้าวสวยร้อนๆ ผักบุ้งผัดซอสกะปิ ส่วนผสมซอสกะปิ กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำซุปหรือน้ำเปล่า 5 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำซอสกะปิ ตำกะปิ กระเทียม และพริกให้แหลก ถ้าใส่ขมิ้นก็เอาลงไปตำด้วย ผัดเครื่องตำกับน้ำมันจนกะปิสุก เปลี่ยนสี เติมน้ำ ผัดจนละลายเข้ากันดี ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำตาล และซอสปรุงรส ส่วนผสมผัดผักบุ้ง ผักบุ้งน้ำ (ผักบุ้งไทย) สอยด้วยมีดให้สวยงาม ส่วนที่ก้านใหญ่ก็สอยตรงกลาง แช่น้ำเย็ฯใส่น้ำแข็ง ซอสกะปิที่ทำเตรียมไว้แล้ว (กะปริมาณให้เหมาะสมกับผักบุ้ง) หมูสับหรือกุ้งสับ 1/2 ถ้วยพูนๆ หอมแดงซอย 3-4 หัว พริกเหลืองหรือพริกแดงหั่นเป็นเส้น วิธีทำผัดผักบุ้ง นำผักบุ้งใส่กระชอนให่สะเด็ดน้ำใส่กะละมัง ใส่น้ำมันลงไปในกระทะไม่ต้องมาก แบ่งซอสกะปิใส่ลงไปผัดใส่ลงไปผัดให้ร้อน ใส่หมูสับหรือกุ้งสับที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้สุก มันจะแห้งๆ นะคะ ชิมรสดู ควรจะอร่อยโดยไม่ต้องปรุง เพราะซอสเราอร่อยอยู่แล้ว พอผัดเสร็จ ตักวางบนกะละมังผักบุ้งพร้อมหอมแดงซอยและพริก ใส่น้ำมันลงในกระทะสะอาดไฟแรงๆ รอจนร้อนจัด เทผักโดยให้ของเหลวก้นกะละมังไหลลงไปก่อนแล้วตามด้วยที่เหลือทั้งหมดในทันที (ด้วยเทคนิคการเทแบบนี้จะทำให้ผักกรอบและสีสวย) ผัดแค่พอผักสุกแรกก็ใช้ได้ เวลาผัดของแกว่งตะหลิวกลับผักรวดเร็วเกินไปจนผักเวียนหัว ให้เวลาผักรับความร้อนสักครู่ ชิมรสดูอีกครั้ง หากต้องการรสชาติที่เข้มขึ้นก็เพิ่มซอสกะปิลงไปค่ะ จากหนังสือ Gourmet & Cuisine issue 191 : Jun 2016 อ่านต่อได้ที่ Mbookstore