หลิวเต๋อหัว

Funarium Zpell /  ที่เที่ยวเปิดใหม่ / 

เพราะทุกวันคือวันเด็ก! วันนี้ Travel.mthai จะชวนทุกครอบครัว ไปเปิดโลกแห่งความสนุก เที่ยวลั๊ลลากันที่ "Funarium" (ฟันเนเรี่ยม) สวนสนุกแห่งใหม่ใจกลางกรุง ที่มาพร้อมสนามเด็กเล่นในร่ม และห้องแห่งการเรียนรู้แสนเพลิดเพลิน ณ ศูนย์การค้า Zpell @Future park (สเปลล์ @ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) "Funarium Zpell" สนามเด็กเล่นสุดฟินแห่งใหม่! @ สเปลล์ ฟิวเจอร์พาร์ค Travel.mthai ได้มีโอกาสมางานเปิดตัว "Funarium Zpell" สนามเด็กเล่นในร่ม และ ศูนย์พัฒนาพหุปัญญาแห่งใหม่ ที่ศูนย์การค้าสเปลล์ ชั้น 3 โซนเพลย์ซีน (Playzene) ซึ่งที่นี่เปิดเป็นสาขาที่ 2 แล้ว ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,600 ตรม. พร้อมไปด้วยเครื่องเล่นแสนสนุก ที่สะอาดและปลอดภัย รวมถึงมีห้องแห่งการเรียนรู้ พร้อมต้อนรับเด็กๆ และครอบครัว ให้ได้มาสัมผัสความสุขกันในที่แห่งนี้ เอาล่ะ ตาม Travel.mthai เข้าไปดูข้างในกันเลย .. เปิดงานด้วยคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการ Funarium (ฟันเนเรี่ยม) โดยมี พ่อบ๊อบและน้องณัชชา เป็นพิธีกรในงานนี้ และก่อนเดินเข้าไปข้างใน Funarium Zpell ก็มีการเดินขบวนพาเหรดสนุกคึกคัก นำทีมด้วย แม่โบว์ แวนด้า และน้องมะลิ พาขวัญ พร้อมด้วยเหล่าวงดุริยางค์ตัวน้อย   เมื่อเราเข้ามาข้างใน Funarium Zpell ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีข้อมือแม่เหล็กให้เราใส่ติดตัวไว้ พร้อมกับกุญแจและถุงใส่รองเท้า เพื่อเก็บของก่อนที่จะเข้าไปสนุกกันข้างใน ^^ ด้านหน้าก็จะมีโซนล็อคเกอร์น่ารักๆ ตั้งอยู่โดดเด่นเลย เก็บรองเท้าปุ๊บ! เราก็มาลุยเครื่องเล่นกันเลย .. โซนเครื่องเล่นนี้จะเป็นเครื่องเล่นสำหรับเด็กโต หรืออายุตั้งแต่ 4 - 13 ปี เล่นเครื่องเล่นที่นี่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะจะพี่ๆ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และมีป้ายเตือน, การสาธิตวิธีการเล่นให้อยู่ทุกจุด เครื่องเล่นที่นี่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ติดตั้งและนำเข้าจากประเทศอังกฤษ มีขนาดใหญ่ และแข็งแรงพอ ที่จะให้คุณพ่อ-คุณแม่ได้เข้าไปปีนป่าย วิ่ง กระโดด ไปพร้อมๆ กัน ^^ เครื่องเล่นอันแรกที่อยากแนะนำเลยก็คือตัวนี้ เราต้องปืนป่าย ฝ่าฝันตาข่ายถึง 6 ชั้น เพื่อขึ้นไปถึงข้างบน แล้วก็ไสลด์ลงมาจากสไลด์เดอร์ท่ออันนี้ เห็นแบบนี้ขอบอกเลยว่าสนุกและเสียวท้องม๊าก! แต่ถ้าน้องๆ คนไหนไม่กล้าปืน ก็จะมีทางเชื่อมจากเครื่องเล่นอีกทาง ซึ่งเดินมาได้เช่นกันค่ะ เจอเด็กน้อยลูกครึ่ง น้องเอ็ดเวอร์ด คนนี้ กำลังสนุกอยู่เลย ^^ มาต่อกันที่เครื่องเล่นนี้ สนุกแต่มึนหัวติ้วเลย 555 เพราะท่อสไลด์เดอร์จะเป็นวงกลม ไหลลงมาทางด้านล่าง เด็กๆ ชอบเล่นกันมาก ปืนขึ้นไปแล้วสไลด์ลงมา หัวเราะกันคิกคักๆ เลย กระโดดให้สนุกสุดเหวี่ยงบน แทรมโปลีน  ตัวต่อไปที่เราจะพาไปเล่นกันนั้นเป็น ไฮไลท์! ของที่นี่เลยก็ว่าได้ กับ สไลด์เดอร์ยักษ์ ความสูงกว่า 5 เมตร มีทางลงถึง 4 ช่อง ให้เด็กๆ ได้สนุกไปพร้อมๆ กัน  "Ball Shower" แค่ชื่อก็น่าสนุกแล้ว เป็นไฮไลท์! อีกหนึ่งอย่างเลยนะ โดยการเล่นสนุกก็คือ เราจะต้องเข้าไปอยู่ในห้องที่ีมีลูกบอกนับพันลูก จากนั้นเราก็ต้องเก็บลูกบอลใส่ในท่อสูญญากาศ ท่อก็จะดูดลูกบอลขึ้นไปเก็บไว้ทางด้านบน เมื่อครบ 1 นาที ลูกบอลที่เราเก็บได้นั้นก็จะถูกปล่อยลงมาจาดด้านบน ให้เราได้สนุกกัน ^^ ทีมนี้สามัคคี แม่โบว์ น้องมะลิ ช่วยกันเก็บลูกบอลใหญ่เลย ^^ ยังมีลานกว้างเอาไว้ให้เด็กๆ ได้ขี่จักรยาน และขี่สกู๊เตอร์ด้วย ข้างบนเป็นโซนของเล่นสำหรับเด็กโต แต่เด็กเล็กที่อายุไม่ถึง 4 ขวบ ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราก็สามารถเล่นของเล่นได้เหมือน ที่ โซนเครื่องเล่นเด็กเล็ก ที่เพิ่งหัดตลาน หัดเดิน ได้บนพื้นนุ่มๆและปลอดภัย สนุกสนานไปอีก ^^ มาต่อกันที่ มุมทักษะ กันบ้างดีกว่า นอกจากที่ Funarium Zpell นั้นจะมีเครื่องเล่นให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกันแล้ว ที่นี่ก็ยังมีห้องการเรียนรู้ที่น่าสนใจอีกด้วยนะคะ มุม FUN CAFE' ที่ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่อร่อยๆ ถูกสุขลักษณะ สำหรับเด็กๆ และทุกคนในครอบครัว มีทั้งโซนด้านใน และทางด้านหน้าทางเข้า Funarium Zpell  อีกทั้งยังเป็นโซนที่เอาไว้ให้เด็กทำอาหารได้ด้วย เด็กๆ สามารถทดลองและสร้างสรรค์ของอร่อยด้วยตัวเอง ตั้งแต่การนวดแป้ง ตัดแป้งเป็นรูปต่างๆ แต่งหน้าขนม เพลิเดเพลินกันได้ทั้งครอบครัว ^^ ถัดมาที่ ห้องศิลเปราะ เอ้ย! ห้องศิลปะ กันต่อ .. หรือที่เรียกว่า "Recycle Art Center" ให้เด็กๆ ได้ออกไอเดีย ริเริ่มความคิดสร้างสรรค์แบบไม่สิ้นสุด DIY ตกแต่งของหรืองานศิลปะต่างๆ เป็นงานฝีมือแนวรีไซเคิ้ลอาร์ท อีกทั้งยังมี "Party Room" ห้องจัดเลี้ยงแบบไพรเวทแสนอบุอุ่น ที่เด็กๆ สามารถมาจัดงานปาร์ตี้กับเพื่อนๆ โดยเฉพาะงานวันเกิดหรือฉลองวันสอบเสร็จ อีกทั้งเด็กๆ สามารถเลือกธีมงานเลี้ยง ขนมที่อยากทาน ได้ด้วยตัวเองที่ Funarium Zpell นี่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากๆ เลยล่ะค่ะ สนุกสนานท่ามกลางลูกโป่ง ^^ ขนมแสนอร่อย ที่เด็กๆ เอาไว้ทานเล่นกันในงานปาร์ตี้ เล่นเก้าอี้ดนตรีกันค่ะ ^^ มุมถ่ายรูปน่ารักๆ วันนี้ธีมงาน Prince and Princesses มาถึงโซนสุดท้าย "Music For Kids" เวทีกิจกรรมสำหรับให้เด็กๆ ได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับการร้อง เต้น เล่นดนตรี ชอบหรือไม่ลองดูน้องมะลิร้องเพลงออกไมค์เลย ^^ ปิดท้ายด้วย แจกของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกัน เวลาเปิดบริการ : เปืดให้บริการทุกวัน วันธรรมดา ตั้งแต่ 10.30 - 20.00 น. และ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตกฤษ์ ตั้งแต่ 10.00 - 20.00 น. ค่าเข้าใช้บริการ : เด็กเล็ก ความสูงไม่เกิน 105 ซม. ราคา 180 บาท , เด็กโต ความสูงเกิน 105 ซม. ราคา 250 บาท และผู้ใหญ่ ผู้ที่มีอายุเกิน 13 ปี ราคา 70 บาท  **ราคาเข้าใช้บริการ วันธรรมดา สามารถอยู่เล่นได้ไม่จำกัดเวลา ส่วนในวันหยุด อยู่เล่นได้ 2 ชั่วโมง** สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกของ Funarium Zpell ก็สามารถสมัครได้ทั้ง 3 แบบ คือ ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน และรายปี โดยจะได้รับสิทธิพิเศษ และส่วนลดต่างๆ มากมาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 02-150-9195

ฤกษ์ดี ! “ภูริ - ปั้นจั่น” แทคทีมบวงสรวงภาพยนตร์
คนขับรถ /  ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ / 

ฤกษ์ดี ! “ภูริ - ปั้นจั่น” แทคทีมบวงสรวงภาพยนตร์ "คนขับรถ" พร้อมนางเอกใหม่ "ศิตา" ถือฤกษ์งามยามดีเวลา 09.19 น. ในวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2559 ที่ผ่านมาจัดบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง คนขับรถ ภาพยนตร์แนวอีโรติก-ดราม่า ผสมความทริลเล่อร์ นำโดยทีมนักแสดง ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย, ภูริ หิรัญพฤกษ์ พร้อมควงนางเอกใหม่ ศิตา ชุติภาวรกานต์ ที่มาประเดิมผลงานการแสดงเป็นเรื่องแรก ร่วมด้วย เบลล์ ศศิวิมล สายบัวบาน (เบลล์ The Face), มิน รตวรรณ ออมไธสง และนภาจิตร องอาจสืบสกุล พร้อมด้วยผู้กำกับและเขียนบทของเรื่อง ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ ซึ่งเคยฝากผลงานการเป็นผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก และกำกับภาพยนตร์เรื่อง Love Next Door ภาค 1 และ 2 มาแล้ว นอกจากนี้ยังอำนวยการสร้างและผลิตร่วมกับ ปฐมกฤษณ์ สุดสระ ครูสอนการแสดงและผู้กำกับละครเวทีที่หันมาจับงานภาพยนตร์เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งงานบวงสรวงในครั้งนี้จัดขึ้น ณ THE HIVE Prakanong ซอยสุขุมวิท 69 ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ ผู้กำกับของเรื่องกล่าวว่า “เรื่องนี้จะมีตัวละครหลัก ๆ 3 คนครับ มีปั้นจั่น, ภูริ และน้องศิตาครับ เรื่องราวค่อนข้างสลับซับซ้อนและมีปมให้ค้นเจออีกมากในเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องราวจะต้องเกี่ยวกับคนขับรถ การขับรถไปเพื่อตามหาคนที่หายไป ก็จะมีประเด็นทางสังคมที่เราเอามาสอดแทรกด้วยแต่จริง ๆ แล้วเป็นภาพยนตร์ที่สร้างเพื่อความบันเทิง ซึ่งมีความอีโรติกและทริลเลอร์ผสมด้วยซึ่งเป็นทางที่ตัวเองถนัดอยู่แล้วด้วยครับ วางแผนจะเปิดกล้องในเดือนตุลาคมนี้และวางไว้ว่าจะเข้าโรงฉายประมาณต้นปีหน้าครับ”  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก
จัดอันดับ /  ที่เที่ยวประเทศไทย / 

วันนี้ Travel.mthai ขอชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวทั่วไทยกันแบบฟินๆ กับ 25 สถานที่เที่ยวในประเทศไทย ที่สวยและบรรยากาศดี เหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอก กัน! งามไม่งามต้องไปสัมผัสกันดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าที่เที่ยวเมืองไทยงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก ^^ ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก 1. ชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง - ซากุระเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น  ดอกนางพญาเสือโคร่ง มีสีชมพูสด เมื่อบานสะพรั่งเต็มต้น จะเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ ความงดงามก็จะแตกต่างกันไป Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว มาให้ทุกท่านได้ชม เผื่อถูกใจที่ไหน จะได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการไปท่องเที่ยวหน้าหนาวกัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว , ภูลมโล 2559 ดินแดนสีชมพูของซากุระเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- สวนสนบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ - นามิเมืองไทย เหมือนไปเกาหลี “สวนสนบ่อแก้ว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กม.ที่ 36 อยู่เลยอุทยานแห่งชาติออบหลวงไปประมาณ 22 กม. เป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่าง ๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็นไม้เบิกนำ เพื่อปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ต้นสนที่นำมาปลูกมีอายุกว่า 40 ปี เพราะปลูกในช่วงปี พ.ศ.2509-2510 จำนวนหลายพันต้น เรียงรายเป็นระเบียบบนลานโล่งเตียนด้านหน้า ทั้งนี้ สวนสน ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษและเป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำนวนสนสามใบ และยูคาลิปตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี ช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุดคือ ฤดูหนาว เพราะในยามเช้าเราจะเห็นม่านหมอกลอยปกคลุมอยู่บริเวณครึ่งบนของลานสน ประจวบกับแสงอาทิตย์ที่ส่องแสงบาง ๆ ลงมา รับรองว่าคุณจะต้องกดชัตเตอร์กล้องแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว -------------------------------------------------------------------------------------------- 3. โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ - ใบไม้เปลี่ยนสี เหมือนไปเกาหลี เมื่อลมหนาวเดินทางมาถึง ป่าสนของ อ.กัลยาณิวัฒนา อำเภอลำดับ 878 ของประเทศไทย จะเริ่มผลัดใบรับฤดูหนาวเปลี่ยนสีเขียวของป่าที่ได้รับน้ำตลอดฤดูฝนให้เป็นสีสันตระการตา ไล่สีตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดงและส้มของต้นเมเปิล ภาพที่เห็นคล้ายผืนผ้าใบไร้ขอบเขต ที่ถูกละเลงสีด้วยพู่กันธรรมชาติ และความที่แต่ละต้นมีการไล่ลำดับสีแตกต่างกัน ยิ่งทำให้ความสวยงามของเฉดสียิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ สนสองใบและสนสามใบของที่นี่เป็น ป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวป่าสนสลับสี โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ -------------------------------------------------------------------------------------------- 4. วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง - เหมือนไปธิเบต แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200ปี) ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว ประหนึ่งทศกัณฐ์พญายักษ์นอนปกปักรักษาเมือง ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง -------------------------------------------------------------------------------------------- 5. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน - สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ปางอุ๋ง มีชื่อเต็ม ว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านรวมไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็น อ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูง เป็นที่เที่ยวสุดโรแมนติกอันดับต้นๆ ของแม่ฮ่องสอน ภาพแสงอาทิตย์สาดสะท้อนน่านน้ำ ผสานไอหมอกจางๆ สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทุกครั้ง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 6. สวนหินผางาม จังหวัดเลย - คุนหมิงเมืองไทย เหมือนไปจีน ตั้งอยู่ที่ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย สวนหินผางามหรือ คุนหมิงเมืองเลย แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี -------------------------------------------------------------------------------------------- 7. ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย - ภูเขาไฟฟูจิเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น ภูป่าเปาะ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภูหอ หรือฟูจิเมืองเลย ได้อย่างชัดเจน และยิ่งเมื่อมีเมฆบางๆ ปกคลุมก็จะยิ่งคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นบนภูป่าเปาะในวันที่ฟ้าเปิด ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูหินร่องกล้าภูหอ ภูหลวง ภูกระดึง ภูผาจิต ภูผาม่าน สวนหินผางาม และเขาค้อ ได้ในมุมมอง 360 องศา อีกด้วย “ภูหอ” มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” ภูหอ เป็นภูเขาที่มีลักษณะเด่นอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวงอีกด้วย -------------------------------------------------------------------------------------------- 8. หาดหงส์ จังหวัดอุบลราชธานี - ซาฮาร่าเมืองไทย หาดหงส์ เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ซึ่งเกิดจากการพัดพาของน้ำและตะกอนทรายมาทับถมกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าไป หากจะไปเยือนสามพันโบก ไปหาดหินสี ไปหาดสลึง อีกหนึ่งที่ที่ต้องไปให้ได้ คือ หาดหงส์ โดยช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าเด็ดมาก คงจะเป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกยามเย็น จะเห็นความสวยงามจากแสงทอง ที่ส่องลงกระทบทรายสีขาวระยิบระยับงามจับตา ว่ากันว่าถ้ามาหาดหงส์ ต้องมากระโดดเนินทราย พุ่งทะยานปลดปล่อยร่างกายให้เต็มที่ ถึงจะเรียกว่ามาถึงที่โดยสมบูรณ์ พอได้บันทึกภาพเก็บไว้ เป็นโมเมนต์ที่เท่มาก ๆ เลยฮะ -------------------------------------------------------------------------------------------- 9. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี - แกรนด์แคนยอนเมืองไทย เหมือนไปอเมริกา สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ อุบลราชธานี ที่ไม่ควรพลาด! -------------------------------------------------------------------------------------------- 10. น้ำตกแก่งโสภา จังหวัดพิษณุโลก - ไนแองการ่าเมืองไทย เหมือนไปทวีปอเมริกาเหนือ (พรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา) น้ำตกไนแอการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และโด่งดังมากๆ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าไม่อยากไปไกล ในเมืองไทยก็มีที่ น้ำตกแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เดิมทีชื่อ น้ำตกแก่งชั้นไดยาน หรือ บันไดยาน จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวและปีใหม่ น้ำตกหลั่งไหลตามชั้นหิน อย่างสวยงาม ให้เราได้สัมผัสความสดชื่นจากน้ำตก -------------------------------------------------------------------------------------------- 11. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี - ทะเลสาบอินเลเมืองไทย เหมือนไปพม่า ทะเลสาบอินเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ในรัฐฉาน เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า ซึ่งมีความสวยงามทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่เราไม่ต้องไปไกลถึงพม่าก็ซึมซับบรรยากาศดีๆ ได้เช่นกัน ที่ สังขละบุรี สังขละบุรี มีแม่น้ำซองกาเรีย เป็นศูนย์รวมความมีชีวิตชีวา เพราะชีวิตต้องหล่อเลี้ยงด้วยสายน้ำ ชาวบ้านที่นี่มีความรักในถิ่นเกิดและธรรมชาติของพวกเขามาก เมื่อคุณไปคุณจะเห็นแววตาแห่งความสุขของพวกเขา เมื่อได้เล่าเรื่องราวถิ่นเกิดอันน่าประทับใจ อีกทั้งมี สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 7 มนต์เสน่ห์แห่งสังขละบุรี รับรองว่าคุณต้องหลงรัก -------------------------------------------------------------------------------------------- 12. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่ - นาขั้นบันไดซาปา เหมือนไปเวียดนาม บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งของนาขั้นบันไดที่สวยงามสุด ๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาสมมากกับการมาสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และความสวยงามของท้องทุ่งนาเขียวและเหลือง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง ไฮไลท์ที่คุณห้ามพลาด -------------------------------------------------------------------------------------------- 13. ซุ้มป่าไผ่ วัดจุฬาภรณ์วนาราม จังหวัดนครนายก ป่าไผ่อาราชิยาม่าเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น วัดที่เงียบสงบ ทางเข้าวัดเป็นอุโมงค์ต้นไผ่ บรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นซุ้มป่าไผ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โน้มเข้าหากันตามธรรมชาติ ทอดตัวเป็นแนวยาวหลายเมตร ให้ความร่มรื่น -------------------------------------------------------------------------------------------- 14. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ พุทธคยาในเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย เป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ ตั้งอยู่ที่รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ โดยสูงถึง 51 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 121.29 เมตร ล้อมรอบด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ พุทธคยา นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องการมาสักการะ ซึ่งในประเทศไทย ก็ได้มีการสร้าง วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ขึ้นเป็นวัดที่ประดิษฐาน เจดีย์ศรีพุทธคยา ก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เจดีย์มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ในส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น รอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืนและประนั่ง เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ -------------------------------------------------------------------------------------------- 15. ทุ่งแสลงหลวง - ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย เหมือนไปออสเตรเลีย ทุ่งแสลงหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 16. เกาะพยาม จังหวัดระนอง - มัลดีฟท์เมืองไทย “เกาะพยาม” ตั้งอยู่ที่ ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน เป็นเกาะขนาดใหญ่ ประกอบด้วยภูเขาขนาดย่อมๆ ป่าไม้เบญจพรรณ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำพวกลิงค่าง หมูป่า นกนานาชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบมากบนเกาะนี้ อ่าวที่สำคัญๆ ได้แก่ อ่าวแม่หม้าย ที่ตั้งของท่าเรือเกาะพยามและที่ทำการหมู่บ้าน อ่าวเขาควาย จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และอ่าวใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะไปอาบแดดและชมพระอาทิตย์ที่นี่เช่นกัน -------------------------------------------------------------------------------------------- 17. เขาสก เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี - กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้ โดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง เขื่อนรัชชประภา เป็นภูเขาหินปูนทียอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต พื้นที่แห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ตั้งอยู่ ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน ซึ่งห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี ประมาณ 84 กิโลเมตร นอกจากความงานที่ลือเลื่องของ เขื่อนรัชชประภา แล้ว การมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับมันคงให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ เหมือนกินลอดช่องไม่ใส่กะทิ ดังนั่นการได้พักค้างคืนที่นี่ ดูจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลของการมาพักผ่อนแบบเต็มที่อย่างที่สุด -------------------------------------------------------------------------------------------- 18. สระมรกต คลองท่อม จังหวัดกระบี่ - จิ่วจ้ายโกวเมืองไทย สระมรกต ที่อยู่ในอำเภอคลองท่อม โดย ณ เวลานี้ สถานที่ดังกล่าวก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่หลายๆ คนให้ความสนใจกันมาก เพราะเอกลักษณ์ที่มีน้ำสวยใสสีเขียวอมฟ้ากลางใจป่า ซึ่งกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำของภาคใต้ สำหรับการเดินทาง ไปยัง สระมรกต นับว่าเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าการปลอกเปลือกกล้วย เพราะถ้าคุณเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปทางอำเภอเหนือคลอง จนถึงอำเภอคลองท่อม ถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลำทับ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4038 ประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวาไปทางอำเภอคลองท่อม ใต้-ทับไทร อีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะเห็นทางเข้าของสระมรกตแล้ว -------------------------------------------------------------------------------------------- 19. ปราสาทสัจธรรม พัทยา - นครวัดเมืองไทย เหมือนไปกัมพูชา ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth) ตั้งอยู่บริเวณอ่าววงพระจันทร์ ตำบลนาเกลือ ในเนื้อที่ 80 ไร่ งดงามด้วย “สถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก” ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า “วังโบราณ” บ้างก็เรียกตามวัสดุของตัวอาคารว่า “ปราสาทไม้” ก่อตั้งและสร้างสรรค์โดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ตัวปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต  มีการใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย  หรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ  ตัวปราสาทเป็นทรงจัตุรมุข  สูง 100 เมตร กว้าง 100 เมตร  แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร   ทั้งภายนอกและภายใน  กล่าวกันว่างามดั่งเทพนฤมิต  สะท้อนแนวคิดนามธรรมออกมาตีแผ่เป็นรูปธรรมให้สัมผัสได้ สื่อถึงความสำคัญของศาสนาและปรัชญาตะวันออก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปราสาทสัจธรรม สถาปัตยกรรมไม้ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ -------------------------------------------------------------------------------------------- 20. มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ - สโตนเฮนจ์เมืองไทย เหมือนไปอังกฤษ สโตนเฮนจ์เมืองไทย เป็นที่เที่ยวแนวอันซีนที่เพิ่งฮิตกันมาไม่นาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติของกลุ่มหินโบราณที่กระจัดกระจายในเขตทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หินเหล่านี้มีรูปร่างต่างๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝนมาเป็นเวลานาน บางคนก็เห็นว่าเป็นรูปหอเอนปิซา บางคนก็ว่าเหมือนเจดีย์ ทั้งนี้ก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไป แต่ที่โดดเด่นที่สุด คือ กลุ่มเสาหินโบราณ 5 ต้นที่คาดว่ามีมาแต่สมัยยุคดึกดำบรรพ์ราว 175-195 ล้านปีก่อน แต่ละต้นมีความสูงราว 12 เมตร นอกจากนั้นแล้วบริเวณรอบๆ ก็ยังมีธรรมชาติสวยงาม มีทุ่งดอกไม้ป่าและจุดชมวิวงามๆ อีกหลายแห่ง -------------------------------------------------------------------------------------------- 23. บ้านสวนน้อย จังหวัดนครราชสีมา บ้านฮอบบิทเมืองไทย เหมือนไปนิวซีแลนด์ บ้านสวนน้อย รีสอร์ต (Baansuannoi Resort) ตั้งอยู่ที่  อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการสร้างที่พักของที่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit และ The Lord of The Rings นั่นเอง มีความน่ารัก อบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อนในวันหยุด ^^ -------------------------------------------------------------------------------------------- 24. สตรอเบอรี่ ทาวน์ จังหวัดระยอง เที่ยวเมืองไทย เหมือนไปเนเธอร์แลนด์ ชื่อของ “Strawberry Town” นั้นถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความหวานและสดใสของเมืองแห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสวยสดงดงามสไตล์ตะวันตก มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตั้งอยู่ตามตึกสีสันสวยงามต่างๆ รวมทั้งอีกหลากหลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้แก่ Holland Village, Town Center, Amazon Trail, Uncle Sam’s Farm, Adventure Land, น้ำพุแห่งฤดูกาล, ลานอเนกประสงค์สำหรับจัดการแสดง หรือดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย ในแต่ละสถานที่จะได้รับการออกแบบให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ของตัวเอง กลมกลืน ไม่แปลกแยกกับภูมิทัศน์โดยรอบที่ดำรงความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว อ่านเพิ่มเติม http://www.brookside.co.th/activity/strawberry-town/ -------------------------------------------------------------------------------------------- 25. มัสยิดกลาง จังหวัดปัจตานี - ทัชมาฮาลเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ใช้เวลาในการก่อสร้างและตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารเป็นเวลา 9 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ สร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น รูปทรงคล้ายกับ “ทัชมาฮาล” ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า  บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบเป็นที่สำหรับ “คอฏีบ” ยืนอ่านคุฏบะฮ์ในการละหมาดวันศุกร์ หอคอยสองข้างนี้เดิมใช้เป็นหอกลางสำหรับตีกลอง เป็นสัญญาณเรียกให้มุสลิมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ ภายในมัสยิดประดับด้วยหินอ่อนอย่างสวยงาม

น้องเนย ตาอักเสบ!! กวาง กมลชนก เตือนคุณแม่เป็นอุทาหรณ์อย่าให้ลูกขยี้ตา!!
ตากุ้งยิง /  น้องเนย ลูกสาว กวาง กมลชนก / 

  หัวอกคนเป็นแม่พอลูกเจ็บป่วยก็ย่อมที่จะอดเป็นห่วงไม่ได้ ล่าสุด น้องเนย ลูกสาวคนสวยของนักแสดงรุ่นใหญ่ กวาง กมลชนก และ น็อต นุติ เขมะโยธิน ตาอักเสบหรือที่เรียกกันว่า ตากุ้งยิง จนหัวตาเป็นหนองบวมปูดขึ้นมา อาจเพราะด้วย น้องเนย เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วและชอบขยี้ตาทำให้ติดเชื้อได้ง่าย   งานนี้ แม่กวาง กมลชนก เลยฝากเตือนบรรดาคุณแม่ไว้เป็นอุทาหรณ์ในการดูแลลูกน้อยให้สอนลูกในทางที่ถูกว่า   “สงสารน้องเนยค่ะ ชอบทานกุ้งมากๆ....กุ้งเลยมายิงตา เฮ้อ!ลูกสาวแม่เป็นอะไรเรื่อยเลย เด็กที่เป็นภูมิแพ้มักชอบขยี้ตาเพราะคันตาบ่อย หากมือสกปรกไปขยี้ตาก็ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ต้องระวังนะคะ อักเสบหลายวันกว่าจะหายค่ะ#ตาเป็นอวัยวะที่บอบบาง ระวังรักษาตาให้ดีๆนะคะรักลูกต้องสอนลูกในทางที่ถูก”   “ขอบพระคุณทุกท่านมากนะคะที่เป็นห่วงน้องเนย เวลานี้หัวหนองแตกออกมาเอง1หัวแล้วค่ะ เหลืออีกหัวเดียวที่ซึมๆออกมา พร้อมเลือดนิดหน่อยค่ะ...ทานยาแก้อักเสบวันนี้เป็นวันที่2 ถือว่าดีขึ้นไวมากค่ะ แต่ต้องทานให้ครบ7วัน#ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ให้เด็กๆทุกคนว่าอย่าขยี้ตาเพราะมือเราอาจมีเชื้อโรค ยิ่งถ้าช่วงที่เด็กๆนอนดึกพักผ่อนไม่พอก็จะติดเชื้อได้ง่ายค่ะ”   ขอเป็นกำลังใจให้ แม่กวาง และขอให้ น้องเนย หายไวๆ นะคะ!! ขอบคุณภาพจาก IG kwang.kamolchanok น้องเนย ลูกสาว กวาง กมลชนก   น้องเนย ลูกสาว กวาง กมลชนก   น้องเนย ลูกสาว กวาง กมลชนก   กวาง กมลชนก น้องเนย   น้องเนย ลูกสาว กวาง กมลชนก   น้องเน็ต ลูกสาว กวาง กมลชนก   แม่กวาง น้องเน็ต น้องเนย   แม่กวาง น้องเน็ต น้องเนย   พ่อน็อต แม่กวาง น้องเน็ต น้องเนย  

เที่ยวหนองแซง ขอพรหลวงปู่นาค มหัศจรรย์ฝูงค้างคาวแม่ไก่ (มีคลิป)
ขอพรหลวงปู่นาค /  ค้างคาวแม่ไก่ / 

เที่ยวหนองแซง ขอพรหลวงปู่นาค มหัศจรรย์ฝูงค้างคาวแม่ไก่     เส้นทางไหว้พระครั้งนี้มีโอกาสมาทำบุญที่วัดหนองสีดา อ.หนองแซง จ.สระบุรี เพื่อมากราบขอพรพระครูธรรมรัต (หลวงปู่นาค สุวณฺณนาโค และดูฝูงค้างคาวแม่ไก่นับหมื่นตัว ที่ต่างกล่าวขานว่าเป็นสัตว์คู่บารมีของหลวงปู่นาค           เมื่อเดินทางมาถึงก็รู้สึกถึงความอัศจรรย์ และมีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้านในวัดเล่าให้ฟังว่า วัดหนองสีดาเป็นวัดเก่าแก่ เริ่มแรกนับแต่หลวงพ่อฮ้อย ผู้มีวิชาอาคมด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม เดินธุดงควัตรมาปักกลดอยู่ในพื้นที่บ้านหนองสีดาแห่งนี้  ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสจึงหมุนเวียนกันมาทำบุญอย่างไม่ขาดสาย และนิมนต์ให้ท่านพำนักอยู่ประจำในบ้านหนองสีดาแห่งนี้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2439  หลวงพ่อฮ้อยมรณภาพลง ต่อมาในปี พ.ศ.2440 วัดหนองสีดาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา โดยมีพระครูธรรมรัต (หลวงปู่นาค สุวณฺณนาโค) พระลูกศิษย์เพียงรูปเดียวของหลวงพ่อฮ้อย ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองสีดาต่อ  ท่านเป็นพระภิกษุที่มีความตั้งใจและมีศีลาจารวัตรที่งดงาม มีเมตตาและคุณธรรมสูง ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้ไกลต่างเคารพนับถือและยำเกรงเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ท่านยังเป็นพระลูกศิษย์เพียงรูปเดียวที่ร่ำเรียนวิชาเมตตามหานิยมและวิชาคงกระพันด้านต่างๆ จากหลวงพ่อฮ้อยโดยตรง และเป็นที่เลื่องลืออย่างมาก จนชาวบ้านต่างขนานนามว่า ผู้มีญานหยั่งรู้ มีมนต์ขลังและวาจาศักดิ์สิทธิ์ และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ผู้ที่มากราบไหว้จึงมักขอพรให้ประสบแต่ความโชคดี ความสำเร็จ และเสน่ห์เมตตา ชาวบ้านหนองสีดา เล่าให้ฟังอีกว่า นับแต่หลวงปู่นาคมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ที่ชาวบ้านต่างไม่เคยพบเห็น เมื่อมีฝูงค้างคาวแม่ไก่ฝูงหนึ่งมาบินวนไปทั่วบริเวณวัดอย่างที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน  เมื่อหลวงปู่นาครับรู้ถึงเหตุการณ์ จึงออกมายืนดูค้างคาวที่บินวนอยู่บนท้องฟ้า แล้วท่านก็พูดออกมาว่า  “ถ้าจะมาอยู่ด้วยกันก็ได้นะ แต่ต้องไม่ทำลายพืชผลทางเกษตรของชาวบ้านในบริเวณนี้เสียหาย”             หลังจากหลวงปู่นาคพูดจบ ฝูงค้างคาวนับหมื่นตัวก็บินมาเกาะตามต้นไม้ใหญ่รอบบริเวณวัด และสามารถมองเห็นอย่างชัดเจน และในทุกๆ วันค้างคาวฝูงนี้จะบินไปหากินยังบริเวณป่าเขาใหญ่ หลังจากนั้นก็จะบินกลับมาเกาะอยู่ตามต้นไม้เดิมแบบนี้ทุกๆ วัน  แต่ที่น่าสนใจคือ พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในบริเวณวัดหนองสีดาไม่เคยเกิดความเสียหายแต่อย่างใด  ชาวบ้านเองก็ไม่มีใครคิดทำร้าย ค้างคาวทุกตัวจึงอยู่รอดปลอดภัย ยกเว้นแต่ป่วยตายหรือเป็นโรคเท่านั้น  หรืออาจเป็นเพราะคำสาปแช่งที่หลวงปู่นาคท่านว่าไว้  “ถ้าผู้ใดทำร่ายสัตว์ หรือฆ่าสัตว์ในวัดไปเป็นอาหาร ขอให้มีอันเป็นไป”  ซึ่งเคยเป็นจริงอย่างที่ท่านพูด จนคนเกรงกลัวไม่คิดทำร้ายสัตว์ในวัดเลย นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่ฝูงค้างคาวแม่ไก่จะมาบินวนเสมือนเป็นการส่งสัญญานบอกหรือมาร่วมบุญ หลายครั้งที่วัดมีงานบุญ ฝูงค้างคาวมักมาบินวนเป็นฝูงใหญ่อยู่เหนือวัดเสมอๆ เหมือนจะมาแสดงให้เห็น หรือแม้แต่มีคนตาย ฝูงค้างคาวก็จะมาบินวนบอกกล่าวล่วงหน้าทุกครั้งไป ทั้งสองเหตุการณ์นี้จึงเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น ซึ่งชาวบ้านวัดหนองสีดาต่างรับรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี หลังจากฟังคำบอกเล่าและไปไหว้พระขอพรหลวงปู่นาคแล้ว จึงมาเดินชม ช้อปของกินในตลาดชุมชนที่ชาวบ้านที่นี่เรียกว่า ตลาดแหงนคอมอง ตั้งอยู่ด้านข้างของวัด เป็นตลาดชุมชนที่น่าสนใจ มีกิจกรรมร้องเพลงและอาหารอร่อยมากมาย หากมีโอกาสขอเชิญทุท่านแวะเวียนมาที่วัดหนองสีดาแห่งนี้ รับรองจะพบกับความอัศจรรย์ ความศักดิ์สิทธิ์ และความประทับใจจากชาวบ้านหนองสีดากลับไปอย่างแน่นอน กำแพงหน้าวัดหนองสีดา กำแพงหน้าวัดหนองสีดา ตลาดแหงน คอ มอง ที่วัดหนองสีดา ตลาดแหงน คอ มอง ที่วัดหนองสีดา วิหารหลวงปู่นาค วัดหนองสีดา ภายในวิหารหลวงปู่นาค วัดหนองสีดา ............................................................................... รูปภาพและข้อมูลโดย : Horo Life Publishing

3 ตัวแม่ ใบเตย, จ๊ะ, กระแต อาร์สยาม สยบข่าวเกาเหลา เตรียมขึ้นเวทีเดียวกัน!
กระต่าย /  กระต่าย อาร์สยาม / 

สบายดีทีวี พา 3 ตัวแม่ ใบเตย, จ๊ะ, กระแต อาร์สยาม สยบข่าวเกาเหลา ขึ้นเวทีเดียวกัน 'สบายดี 4 มุมเมือง' 2 ตุลาคมนี้ สยบข่าวศิลปิน 3 ตัวแม่แห่งค่ายเพลงอาร์สยามไม่กินเส้นกันซะอยู่หมัด! เมื่อ สบายดีทีวี ช่อง 39 เตรียมเนรมิตวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคมนี้ให้เป็นวันหยุดสุดพิเศษ เสิร์ฟมหกรรมความบันเทิงสุดอลัง ในงาน สบายดีทีวี 4 มุมเมือง...วันสบายดี สนุกฟรี มีโชค ณ ตลาดทิพย์เกสร ซ.วัดศรีวารีน้อย ถ.บางนา-ตราด บางพลี สมุทรปราการ นำทีมกองทัพศิลปินที่จะขึ้นคอนเสิร์ตวันนั้นมาด้วย ใบเตย อาร์สยาม, จ๊ะ อาร์สยาม และ กระแต อาร์สยาม ซึ่งสาว กระแต ออกปากว่า งานนี้ไม่มีเกาเหลาแน่นอน! "อยากให้มาดูกันเยอะนะคะว่า กระแต-ใบเตย-จ๊ะ ที่ว่าเกาเหลากันน่ะ จริงๆ แล้วเราฮากันขนาดไหน(หัวเราะ) คนที่เคยเห็นพวกเราแต่ในทีวีคราวนี้จะได้เห็นตัวจริงๆ มาถ่ายรูปคู่กันได้ตลอดๆ เลยค่ะ... การแสดงนอกจากมีพวกเราสามคนแล้ว ยังมีนักร้องอีกเพียบ อาทิ แมงปอ ชลธิชา, บิว กัลยาณี, พี่จินตหรา, นุ้ย สุวีณา, เบิ้ล ปทุมราช บอกเลยว่าแน่นค่ะ!" "ในงานนี้เรายังมีของรางวัลและของขวัญเพียบ ทั้งพัดลม โทรศัพท์มือถือ ทีวีจอยักษ์ สร้อยคอทองคำ ที่แจกกันฟรีๆ ตลอดงาน บอกเลยว่าสนุกฟรี เที่ยวฟรี ชมฟรี และโชคดี เจอกันที่ตลาดทิพย์เกสร วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคมนี้นะคะ" เตรียมพบกับมหกรรมความบันเทิง สบายดีทีวี 4 มุมเมือง ตลาดแห่งสีสันของขวัญและบันเทิงที่พรั่งพร้อมไปด้วยของถูก ของฟรี ของแจก ของแถมร่วมชิม ช้อป ชม และใกล้ชิดกับกองทัพศิลปินอาร์สยามสุดดัง ทั้ง ใบเตย อาร์สยาม, จ๊ะ อาร์สยาม, กระแต-กระต่าย อาร์สยาม, จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม, แมน มณีวรรณ อาร์สยาม, ลูลู่-ลาล่า อาร์สยาม, พจน์ สุวรรณพันธ์ อาร์สยาม, เอ๋ พจนา อาร์สยาม, แมงปอ ชลธิชา อาร์สยาม, บิว กัลยาณี อาร์สยาม, นุ้ย สุวีณา อาร์สยาม, กล้วย อาร์สยาม, เด่น อาร์สยาม, ตาล ชยาพร อาร์สยาม, สโมสรมินิ (ต้นข้าว-ลาดา-น้องเพลง อาร์สยาม), วงต๊กโต อาร์สยาม, ธัญญ่า อาร์สยาม และไอดอลลูกทุ่งที่ดังที่สุดในตอนนี้ เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม ณ ตลาดทิพย์เกสร ซ.วัดศรีวารีน้อย ถ.บางนา-ตราด บางพลี สมุทรปราการ วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคมนี้ เข้าชมฟรีตลอดงาน! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สาวแซ่บในตำนาน มะหมี่ จัดหนักคอลเลคชั่นทะเลเดือด!!
มะหมี่ นภคปภา /  มะหมี่ บิกินี่ / 

        ยังแซ่บตลอดไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ สำหรับ มะหมี่ นภคปภา สาวแซ่บผิวสีน้ำผึ้งเจ้าของท่าขูดมะพร้าวในตำนานจากภาพยนตร์ แม่เบี้ย พูดเลยตอนนี้ชีวิตดี๊ดีแฮปปี้สุดๆ โดยเฉพาะเรื่องหัวใจกับ นิโคลไลน์ แฟนหนุ่มมหาเศรษฐีชาวบัลแกเรียที่จูงมือกันเดินทางเที่ยวรอบโลกกว่า 40 ประเทศมาแล้ว ล่าสุด สาวมะหมี่ บินกลับเมืองไทยแวะพักผ่อนชิลล์ๆ ที่ทะเลหัวหิน งานนี้เธอขอจัดแซ่บในชุดบิกินี่สีสันสดใสตัดกับท้องฟ้าสวยและน้ำทะเลใส แถมจัดเต็มแชะเซ็กซี่มาฝากหนุ่มๆ ในอินสตาแกรมให้ใจสั่นระรัว... พูดเลยคอลเลคชั่นนี้ ทะเลเดือดค่ะคุณ!!!     ขอบคุณภาพจาก IG @napakpapha     มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา   มะหมี่ นภคปภา  

ทิชา จีทเวนตี้ ชวนแจ้งเกิด! โค้งสุดท้าย MONO WARP AUDITION
G20 /  GTwenty / 

แจ้งเกิดศิลปินหน้าใหม่มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดค่ายเพลง โมโนมิวสิค ในเครือ โมโนกรุ๊ป พร้อมเฟ้นหาและเตรียมผลักดันศิลปินเลือดใหม่สู่วงการเพลงเมืองไทยอีกครั้ง ด้วยโปรเจค MONO WARP AUDITION (โมโน วาร์ป ออดิชั่น) ที่มาในคอนเซ็ปต์ 'เต้นให้ยับ-อัพไอจี-30วินาที-วาร์ปมาเป็นศิลปิน'... พูดเลยว่าน่าสนใจจริงๆ!! งานนี้ ทิชา หนึ่งสาวจากเกิร์ลกรุ๊ป จีทเวนตี้ (พชรวรรณ วาดรักชิต) ในฐานะศิลปินรุ่นพี่ที่แจ้งเกิดภายใต้ชายคา โมโนมิวสิค และประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง เลยแวะมาบอกน้องๆ ที่สนใจว่า อย่าช้า รีบคว้าโอกาสครั้งนี้ไว้! ใครรู้ตัวว่ามีดี และมีอายุระหว่าง 12-17 ปี เตรียมแจ้งเกิดในฐานะศิลปินเลือดใหม่กันได้เลย ผ่านในโปรเจค MONO WARP AUDITION (โมโน วาร์ป ออดิชั่น) เพียงแค่อัดคลิปเต้นกับเพลงใดก็ได้ความยาว 30 วินาที ไม่จำกัดจำนวนคลิป แล้วโพสต์ลงอินสตาแกรมของตัวเองพร้อมติดแฮชแท็ก #MONOWARP สามารถส่งคลิปได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 3 ตุลาคม ผู้ที่เข้ารอบจะมีโอกาสเข้ามาออดิชั่นสดๆ กับทีมงานโมโนมิวสิค ในวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม เพื่อคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 คน เซ็นสัญญาเตรียมตัวเป็นศิลปินแนวป๊อปแดนซ์ ออกผลงานเพลงคุณภาพและสร้างสรรค์โดยนักแต่งเพลงโปรดิวเซอร์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย โดยมีกำหนดปล่อยซิงเกิ้ลแรกต้นปี 2560 สนใจติดตามดูข้อมูลเพิ่มเติมทาง www.facebook.com/monomusic ทิชา จีทเวนตี้ ทิชา จีทเวนตี้ ทิชา จีทเวนตี้ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เป๊ะปังอลังงานหัว!! 7 นางเอกคุณภาพกับ ศิราภรณ์ บนศีรษะ!!
แฟชั่นดารา /  บันเทิง / 

สวยงามชนิดไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว สำหรับบรรดา นางเอกแถวหน้า ของวงการบันเทิงไทย ที่นาทีนี้ละครแนวพีเรียดค่อนข้างมาแรง เพราะมีให้ได้ยลกันอยู่ตลอดๆ แต่ละเรื่องแต่ละนางเสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะปังกันสุดๆ ชุดเข้าฉากสวยอลังซะ ซึ่งจุดนี้ ศิราภรณ์ ที่เป็นเครื่องประดับบนศีรษะก็ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งคอสตูมที่ถูกจับตามอง นางเอกคนไหนมีโอกาสได้สวมใส่ล่ะก็ รับรองว่างามจนออร่าพุ่ง วันนี้รวบรวมมาให้ยลกันถึง 7 นางเอก ไปดูกันดีกว่าว่านางเอกคนไหนบ้างน้าาา ที่สวมศิราภรณ์แล้วสวยปังอลังเวอร์แบบสุดๆ แต้ว ณฐพร : นาคี แต้ว ณฐพร : นาคี แต้ว ณฐพร : นาคี แต้ว ณฐพร : นาคี แต้ว ณฐพร : นาคี แต้ว ณฐพร : นาคี แต้ว ณฐพร : นาคี นุ่น วรนุช : พิษสวาท นุ่น วรนุช : พิษสวาท นุ่น วรนุช : พิษสวาท นุ่น วรนุช : พิษสวาท นุ่น วรนุช : พิษสวาท นุ่น วรนุช : พิษสวาท นุ่น วรนุช : อีสา รวีช่วงโชติ นุ่น วรนุช : อีสา รวีช่วงโชติ อั้ม พัชราภา : เพลิงพระนาง อั้ม พัชราภา : เพลิงพระนาง อั้ม พัชราภา : เพลิงพระนาง อั้ม พัชราภา : เพลิงพระนาง อั้ม พัชราภา : เพลิงพระนาง อั้ม พัชราภา : เพลิงพระนาง อั้ม พัชราภา : เพลิงพระนาง อั้ม พัชราภา : เพลิงพระนาง อั้ม พัชราภา : เพลิงพระนาง บี น้ำทิพย์ : อนิลทิตา บี น้ำทิพย์ : อนิลทิตา บี น้ำทิพย์ : อนิลทิตา บี น้ำทิพย์ : อนิลทิตา บี น้ำทิพย์ : อนิลทิตา บี น้ำทิพย์ : อนิลทิตา ใหม่ ดาวิกา : นางชฎา ใหม่ ดาวิกา : นางชฎา ใหม่ ดาวิกา : นางชฎา ใหม่ ดาวิกา : นางชฎา ใหม่ ดาวิกา : นางชฎา ใหม่ ดาวิกา : นางชฎา ใหม่ ดาวิกา : นางชฎา ยุ้ย จีรนันท์ : เพลิงพระนาง ยุ้ย จีรนันท์ : เพลิงพระนาง ยุ้ย จีรนันท์ : เพลิงพระนาง ยุ้ย จีรนันท์ : เพลิงพระนาง ยุ้ย จีรนันท์ : เพลิงพระนาง ยุ้ย จีรนันท์ : ปอบผีฟ้า ยุ้ย จีรนันท์ : ปอบผีฟ้า หยาด หยาดทิพย์ : อมฤตาลัย หยาด หยาดทิพย์ : อมฤตาลัย หยาด หยาดทิพย์ : อมฤตาลัย หยาด หยาดทิพย์ : อมฤตาลัย

วันเกิดปีแรก! โอปอล์ พา อลิน-อลัน ทำบุญ พร้อมอวยพรสุดซึ้ง
โอปอล์ ปาณิสรา /  ข่าว โอปอล์ ปาณิสรา / 

             เผลอแปบเดียวก็ครบ 1 ขวบกันแล้ว สำหรับ น้องอลิน และน้องอลัน ฝาแฝดชายหญิงของนักแสดงสาวอารมณ์ดี โอปอล์ ปาณิสรา และคุณพ่อสุดหล่ออย่างหมอโอ๊ค สมิทธิ์ ที่ล่าสุด จัดงานวันเกิดปีแรกให้กับลูกๆ โดยพากันไปทำบุญบริจาคข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ให้กับสถานสงเคราะห์เด็กพิการบ้านเฟื่องฟ้า ปากเกร็ด ด้วยบรรยากาศสุดอบอุ่น              โดยสาวโอปอล์ยังได้โพสต์อวยพรวันเกิดให้กับลูกๆ ด้วยข้อความที่น่าประทับใจด้วยว่า "วันเกิดปีแรกของลูก แม่รวบรวมเสื้อผ้าทั้งหมดที่ลูกใส่ไม่ได้แล้ว ของใช้ ของเล่นที่ลูกๆเล่นมาพอแล้ว รวมกับแพมเพิร์ส นมผง นมUHT และยาต่างๆ ที่พ่อ แม่ พี่ น้องปู่ย่าตายายของลูกร่วมกันสมทบทุนจัดหามาส่งมอบให้กับอีกหลายชีวิตที่เค้าไม่มี และต้องการ พ่อกับแม่อยากให้วันเกิดทุกปีของลูกเป็นวันที่ลูกๆ ได้Celebrateชีวิต มีความสุขกับสิ่งรอบตัว และอย่าลืมส่งต่อให้กับคนอื่นด้วยนะลูก เติบโตอย่างแข็งแรงทั้งกายใจและสติปัญญา เป็นวงกลมที่สมบูรณ์ไม่ต้องรอให้ใครมาเติมเต็มนะลูก จำไว้ว่าพ่อกับแม่รักลูกๆที่สุด เป็นเด็กดีนะลูก"                ยังไง ทีมงาน gossipstar.mthai ก็ขอให้น้องอลิน น้องอลัน สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นเด็กดีของพ่อและแม่ด้วยนะคะ ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม loukgolflg,opalpanisara,oak_smith วันเกิด อลิน-อลัน   วันเกิด อลิน-อลัน       วันเกิด อลิน-อลัน   โอปอล์ - อลิน -อลัน   ครอบครัวอารยะสกุล   อลิน อลัน ครบ 1 ขวบแล้วจ้า   หมอโอ๊ค น้องอลิน   คุณพ่อ - และลูกๆ อลิน อลัน  

IMDb กระทบ! กฎหมายใหม่ไม่อนุญาตให้เปิดเผยอายุของนักแสดง
AB-1678 /  Gabrielle Carteris / 

IMDb กระทบ! กฎหมายใหม่ไม่อนุญาตให้เปิดเผยอายุของนักแสดง เป็นที่ทราบกันดีในหมู่คนที่ติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์ว่าฐานข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์และอุตสาหกรรมบันเทิงของสหรัฐอเมริกาที่เป็นที่คุ้นเคยกันดีนั่นก็คือ Internet Movie Database หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า IMDb ซึ่งเว็บไซต์นี้เผยแพร่ข้อมูลของภาพยนตร์ รวมไปถึงข้อมูลพื้นฐานของนักแสดง เช่น วันเกิด อายุ แต่ IMDb กำลังเจอปัญหา เพราะวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ผู้ว่ารัฐแคลิฟอร์เนียได้เซ็นผ่านกฎหมาย AB-1678 ซึ่งว่าด้วยการจำกัดข้อมูลส่วนบุคคลของเหล่านักแสดง โดยเว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลอย่างเช่น IMDb จะถูกสั่งให้ลบและไม่สามารถแสดงข้อมูลวันเกิดและอายุของนักแสดงได้ในกรณีที่ไม่ประสงค์ให้เผยแพร่ ด้าน แกเบรียล คาร์เทอริส (Gabrielle Carteris) กล่าวว่ากฎหมายนี้จะช่วยป้องกันปัญหาการแบ่งแยกทางอายุในการเลือกจ้างนักแสดงในวงการนักแสดงและวงการโทรทัศน์ได้ และยังเสริมว่านักแสดงหลายคน โดยเฉพาะผู้หญิงต้องรับมือกับปัญหาเรื่องอายุมาโดยตลอด และการบอกอายุของพวกเขาให้รู้กันไปทั่ว จะเป็นผลกระทบต่อการตัดสินใจเลือกนักแสดงของคนทำหนัง ในขณะที่ ไมเคิล เบเกอร์แมน (Michael Bakerman) ประธานองค์กรอินเทอร์เน็ต กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้กระทบเสรีภาพในการพูด เพราะข้อมูลที่พวกเขาแสดงขึ้นคือความจริงพื้นฐาน และผู้ประกอบการในอินเทอร์เน็ตไม่ควรถูกลงโทษเพราะพฤติกรรมการใช้ข้อมูลของคนอื่นเช่นที่กฎหมายนี้ระบุไว้ ติดตามข่าวสารแวดวงฮอลลีวูดได้ในรายการ Entertainment Now วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 7.30 น. ช่อง MONO29

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง