หลิวเต๋อหัว

ละครเมียหลวง 2016 , เรื่องย่อเมียหลวง 2016
เมียหลวง 2016 /  ละครช่อง3 เมียหลวง

เมียหลวง ละครช่อง 3 บทประพันธ์โดย : กฤษณา อโศกสินกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอด ผลิตโดย : บริษัท ดี วัน ทีวี จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครเมียหลวง ถูกนำมารีเมคหลายต่อหลายครั้ง แซ่บแรงทุกเวอร์ชั่น เมียหลวง 2016 ช่อง3 นำทีมโดย จุ๋ย วรัทยา, คริส หอวัง , มาร์ท กฤษฎา เมียหลวง เวอร์ชั่น2016 ใครเล่นเป็นใครบ้าง เช็คเลย! แซ่บแน่นอน เมียหลวงเริ่มออกอากาศตอนแรก... เมียหลวง2016 เรื่องย่อละคร เมียหลวง2016 ช่อง3 ดร.วิกันดา พันธ์ภากรและดร.อนิรุทธิ์ ศัลวิทย์ เป็นคู่สามีภรรยาที่ใครๆก็ต่างอิจฉาในความเพียบพร้อมทั้งด้านการงาน เงินทอง และความรู้ วิกันดามีเพื่อนสาวซึ่งแต่งงานแล้วทั้งสองคือ อนงค์นารถที่เบื่อการกระทำของสามีสุดๆเพราะเขาชอบอ่านหนังสือมากเกินไป ส่วนฉวีเพ็ญแม้ว่าใบหน้าจะยิ้มระรื่น แต่ความในใจนั้นทุกข์ตรมเพราะสามีเสพติดการพนัน ทั้งนี้วิกันดาและอนิรุทธิ์มีลูกด้วยกันสองคนคือโหน่ง ลูกชายคนโตกับนุ่นลูกสาวคนเล็ก ซึ่งฉวีเพ็ญเห็นว่าอนิรุทธิ์อยู่กับผู้หญิงที่ภัตตตาคาร วิกันดาจึงเค้นความจริงจากเขาแต่อนิรุทธิ์ฉลาดพูดบอกว่าเขารักวิกันดาคนเดียวเท่านั้น ผู้หญิงคนอื่นเป็นเพียงทางผ่าน อนิรุทธิ์นั้นลื่นไหลยิ่งกว่าอะไรวิกันดาจึงตามเล่ห์เหลี่ยมผู้ชายเจ้าชู้คนนี้ไม่ทัน แต่แล้วนงคราญมาหา และบอกวิกันดาว่าเธอท้องกับอนิรุทธิ์ ชายหนุ่มปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกของเขาและแอบให้เงินนงคราญ พร้อมบอกว่าไม่ต้องมายุ่งกับชีวิตเขา นงคราญจึงหายไป วิกันดาจึงเริ่มที่จะชินชากับพฤติกรรมของสามีตัวเอง และแล้วในวันหนึ่งนวลได้มาทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กชั่วคราวแทนอ้อมซึ่งกลับบ้านต่างจังหวัด อนิรุทธิ์ให้ความสนใจในตัวนวล วิกันดารู้แต่พยายามที่จะนิ่งเฉย อนงค์นารถเตือนให้เพื่อนระวังนวลด้วย เพราะไม่น่าไว้ใจ อนิรุทธิ์กลับบ้านเร็วมากขึ้นและมักจะไปเล่นกับลูกและนวล ในวันหนึ่งวิกันดาได้เข้าไปในห้องลูกและพบว่ามีสร้อยของนวลตกอยู่ไม่มีใครยอมรับ วิกันดาก็ไม่ได้มีปากมีเสียงแต่อย่างใด นวลเริ่มดูดีมากยิ่งขึ้นเพราะนอกจากเงินเดือนแล้วเธอยังได้เงินพิเศษจากอนิรุทธิ์ แม้ว่านวลจะขึ้นเสียงกับวิกันดาในบางครั้ง แต่ก็ต้องสงบเสงี่ยมตัวเองไว้เพราะอนิรุทธิ์ไม่สนใจและคิดว่าวิกันดาสามารถไล่นวลออกเมื่อไหร่ก็ได้ ทีมวิกานดา เมียหลวง 2560 น้องสาวของถารที่ชื่ออรอินทร์ กลับมาจากเมืองนอกหลังจากเรียนจบ เธอหย่ากับสามีชื่อเจนจบ ซึ่งอรอินทร์ทนไม่ได้กับสังคมในการอยู่บ้านของคนจีน ทั้งสองมีลูกด้วยกันชื่อนิ่ม อนิรุทธิ์ได้ไปรับอรอินทร์ ทั้งสองรู้สึกได้ว่าถูกใจกันอย่างมาก ทำให้วิกันดาเริ่มระแวงขึ้นมา ในวันเกิดของอนิรุทธิ์ อรอินทร์ก็ไปร่วมงานด้วย การแสดงออกของอรอินทร์ทำให้เพื่อนของวิกันดาไม่ชอบ และวิกันดาก็ระแวงมากขึ้นเพราะอรอินทร์ต่างจากผู้หญิงคนอื่นของอนิรุทธิ์ แม้วิกันดาจะขอให้สามีไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับอรอินทร์มากเกินไป แต่อนรุทธิ์ก็บอกว่าอรอินทร์เป็นเพียงของเล่นเท่านั้น หลังจากนั้นอรอินทร์มักทำตัวสนิทสนมกับอนิรุทธิ์มากยิ่งขึ้นและมาเยี่ยมวิกันดาที่บ้านบ่อยๆ แม้ต่อหน้าจะมีมารยาทกับอนิรุทธิ์เมื่อวิกันดาอยู่ด้วย แต่ลับหลังก็ไม่รู้ว่าเป็นเช่นไร วิกันดาถึงกับตัดพ้อว่าอยากเป็นเมียน้อยเพราะจะได้ไม่ต้องแบกรับเรื่องทุกข์ใจ เช่นเดียวกันกับเจนจบที่ไปมาหาสู่วิกันดาบ่อยๆ อนิรุทธิ์เริ่มระแวงและคิดว่าวิกันดาคงอยากจะปั่นหัวเขา ทีมอนิรุทธิ์ ละครเมียหลวง อรอินทร์ เมียหลวง ในคืนหนึ่งที่มีปาร์ตี้ วิกันดาอยากยั่วความหึงหวงไปตัวสามีจึงดื่มเหล้าและเต้นกับเจนจบ แต่ละอายใจตัวเองทำไม่ได้อนิรุทธิ์จึงไปส่ง และพบว่ากลับมาตอนเช้าพร้อมกับอรอินทร์ วิกันดาเสียใจแต่ไม่พูดออกมา ในขณะที่ขับรถจะไปซื้อของวิกันดาและอนิรุทธิ์ทะเลาะกันอย่างรุนแรง วิกันดาคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงขอตัวกลับโดยอ้างว่าปวดท้อง วิกันดาจึงไปปรับทุกข์กับฉวีเพ็ญจนพอใจและกลับมาพบว่าเจนจบมาหา เขาได้พูดคำเสียดสีจนทำให้อรอินทร์เจ็บใจ วิกันดาทะเลาะกับอนิรุทธิ์อยู่เรื่อยๆ นวลเป็นเดือดเป็นร้อนแทนวิกันดา เพราะเธอรู้จุดประสงค์ของอรอินทร์ดี อนิรุทธิ์เบื่อนวลและอรอินทร์ที่ทะเลาะกันจึงขับรถหนีไป เจนจบเสียใจมากที่อรอินทร์สอนให้ลูกรังเกียจคนจีนในครอบครัวของเขา ในขณะที่อรอินทร์ขอจัดงานวันเกิดให้ลูกตัวเองที่บ้านวิกันดา แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากทั้งสองสามีภรรยา ทำให้เธอเจ็บใจเป็นอย่างมาก ซึ่งวิกันดาเห็นอรอินทร์และอนิรุทธิ์กอดจูบกัน ด้วยความโกรธจัดเธอห้ามทั้งสองคนไม่ให้ไปนอนบนบ้าน ทั้งสองจึงออกไปข้างนอกและอรอินทร์ได้โทรมาเยาะเย้ย วิกันดาเป็นลมจนนวลต้องเข้ามาช่วย อนิรุทธิ์ยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเกินเลยแต่วิกันดาไม่เชื่อ แต่แล้วอรอินทร์ปั่นหัวให้อนิรุทธิ์หึงหวงด้วยการทำความสนิมสนมกับวาทิน พ่อหม้ายเศรษฐีเนื้อหอม อนิรุทธิ์จึงไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก อรอินทร์อยากตามสองสามีภรรยาไปญี่ปุ่นด้วย แต่วิกันดาไม่พอใจจึงขอเลิกกับอนิรุทธิ์อย่างเด็ดขาดในทางพฤตินัย เขาจึงต้องจำยอม ท่านผู้หญิงวิภารดีชวนไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันกับวิกันดาเพราะเห็นว่าสีหน้าเธอไม่ค่อยมีความสุขมากนัก วิกันดาไม่บอกเรื่องนี้กับใครนอกจากฉวีเพ็ญที่เธอฝากให้ดูแลลูกไว้ วิกันดาเริ่มนิ่งเฉยมากยิ่งขึ้นและหันมาเข้าหาพระพุทธศาสนา แม้ว่าอรอินทร์จะพยายามเยาะเย้ยที่เริ่มแย่งชิงอนิรุทธิ์มาเป็นของตัวเอง อนิรุทธิ์จึงเริ่มแสดงออกกับอรอินทร์อย่างเปิดเผย เพื่อนที่รู้ก็ตกใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรวิกันดาได้เลย นักแสดงละคร เมียหลวง 2016 วิกันดา กับ อนิรุทธิ์ เมียหลวง ช่อง3 ละครเมียหลวง รายชื่อนักแสดงนำ กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบท อนิรุทธิ์ วรัทยา นิลคูหา รับบท ดร.วิกานดาคริส หอวัง รับบท อรอินทร์ เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ รับบท เจนจบ ชานนท์ อักระชาตะ รับบท เค็นคารีสา สปริงเก็ตต์ รับบท นุดี ปวรพัฒน์ จารุศักดิ์วีรกุล รับบท ยุทธการ วรรณปิยะ ออมสินนพกุล รับบท นวล พริมรตา เดชอุดม รับบท อนงค์นารถเวธกา ศิริวัฒนา รับบท ฉวีเพ็ญ อาภาศิริ นิติพน รับบท คุณหญิงแวววรรณทะนงศักดิ์ ศุภการ รับบท เถกิงเดชสุพรรษา เนื่องภิรมย์ รับบท ท่านผู้หญิงวิภารดีกฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท สีหเดช ธัญนพ ตระกูลโชคดี รับบท พลเวทย์ พรหมภัสสร เจียมสกุลศักดิ์ รับบท นงคราญณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท โหน่งเปมิกา วรรณสนธยา รับบท นุ่น เอมิลี่ เจนโจนส์ รับบท นิ่ม เรื่องราว ตอบจบละครเมียหลวง จะเป็นอย่างไร ใครทีมใคร ทีมหลวง, ทีมเมียน้อย, ทีมวิกันดา ,ทีมอรอินทร์ ,ทีมอนิรุทธิ์ รอเชียร์ให้กำลังใจนักแสดงเมียหลวงได้ ละครเมียหลวง เตรียมออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 !!!! >> ดูย้อนหลัง ละครเมียหลวง << ละครเมียหลวง2560

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ฮอตห้างแตก!! โอปป้า ซงจุงกิ เยือนไทยชม มิว นิษฐา สวย!!
ซงจุงกิ /  มิว นิษฐา / 

  กรี๊ดวนไปค่ะ!! ล่าสุดพระเอกซุปตาร์สุดฮอตของเกาหลี ซงจุงกิ ได้เดินทางมาเปิดตัวในนามแบรนด์แอมบาสเดอร์ 11street ช็อปปิ้งออนไลน์ ร่วมกับนางเอกชื่อดัง มิว นิษฐา ณ โซนอีเดน ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งแฟนคลับต่างแห่มารอต้อนรับอย่างเนืองแน่นจนห้างแทบแตกกันเลยทีเดียว   งานนี้ ซงจุงกิ ได้ทำให้แฟนคลับชาวไทยสาวกโอปป้าได้ฟินกระจายกรี๊ดสนั่น หลังจากที่เจ้าตัวได้บอกว่า มิว นิษฐา น่ารักสดใสมาก แถมยังชม สาวมิว เป็นภาษาไทยด้วยว่า “สวย” ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดสนั่นลั่นห้างไปตามๆ กัน ซึ่งการเดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ ซงจุงกิ ได้วางแผนอยู่ประเทศไทยเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ และได้เดินทางไปเที่ยวภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาร่วมงานและพบปะแฟนคลับชาวไทยที่กรุงเทพฯ!! ซงจุงกิ มิว นิษฐา ซงจุงกิ มิว นิษฐา ซงจุงกิ มิว นิษฐา ซงจุงกิ มิว นิษฐา ซงจุงกิ มิว นิษฐา แฟนคลับแห่ต้อนรับ ซงจุงกิ

ส่องชีวิตซุปตาร์เบ้าหน้าอินเตอร์!! ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต
ชมพู่ อารยา

               ฮอตและปังไม่แพ้ซุป’ตาร์ตัวแม่คนไหนๆ เลย สำหรับนางเอกหน้าฝรั่งอย่าง ชมพู่ อารยา เรียกว่าโลดแล่นในวงการบันเทิงมานานนม สะสมสกิลความฮอตมาเรื่อยๆ จนในเวลานี้สวยปังดังเวอร์สมกับระยะเวลาอันยาวนาน แม้ปัจจุบันจะสละโสดและกำลังจะกลายเป็นคุณแม่ในอีกไม่ช้า แต่ความฮอตและความเซ็กซี่นั้นไม่สร่างซาเลยจริงๆซุป’ตาร์หน้าอินเตอร์               เป็นนางเอกชาวไทยที่หน้าตาอินเตอร์สุดๆ สำหรับ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต หรือ อารยา อัลเบอร์ตา ฮาร์เก็ต ที่หลายคนรู้จักกันดี เห็นสวยหน้าอินเตอร์แบบนี้นั้นก็เพราะสาวเจ้าเป็นลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ นั่นเอง ชมพู่เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2524 ที่ประเทศไทย เรียนและเติบโตที่ประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ต้องแปลกใจหากสาวสวยหน้าลูกครึ่งคนนี้จะพูดไทยได้อย่างชัดเจนมิสมอเตอร์โชว์                หน้าสวยหุ่นดี ด้วยเหตุนี้ความเป็นซุป’ตาร์เลยเป็นสิ่งที่ ชมพู่ อารยา คู่ควร เริ่มต้นชีวิตในแวดวงบันเทิงด้วยวัยเพียง 17 ปีกับการประกวด มิสมอเตอร์โชว์ ปี 2541 จากนั้นความเป็นนักแสดงก็พุ่งเข้าใส่เธอเต็มๆ ละครเรื่อง เพลงพราย ปี 2542 เป็นละครเรื่องแรกที่ชมพู่ได้ชิมลางบทบาทนางเอก แต่รู้หรือไม่ว่า ตัวประกอบ คือบทบาทแรกที่ชมพู่ได้ลิ้มลองก่อนจะขึ้นแท่นเป็นนางเอกด้วยซ้ำ โดยเธอโชว์คาแรกเตอร์นางแบบเพียงไม่กี่นาทีไว้ในละครเรื่อง มารยาริษยา ทางช่อง 5 เมื่อปี 2541 ปีแรกของการเริ่มต้นเข้าวงการนั่นเองหมอชิต...บ้านหลังแรก               ละครเรื่องแรกกับบทบาทนางเอกคือ เพลงพราย ที่ออกอากาศทางช่อง 7 สี คนที่ให้โอกาส ชมพู่ อารยา ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในวงการมายาก็คือ รัมภา ภิรมย์ภักดี ผู้เขียนบทประจำบริษัทดาราวิดีโอแห่งช่อง 7 สี จึงไม่ผิดถ้าจะบอกว่า วิกหมอชิต หรือ ช่อง 7 สี คือบ้านหลังแรกของนางเอกหน้าอินเตอร์ที่ชื่อชมพู่คนนี้อารยาย้ายรัง               บ้านหลังแรกก็คือบ้านหลังแรก ชีวิตคนเรามีบ้านได้หลายหลัง เหมือนกับนางเอกสาว ชมพู่ อารยา ที่แม้จะแจ้งเกิดและเป็นนางเอกแถวหน้าของวิก 7 สีมาตั้งแต่ปี 2542 แต่เมื่อเวลาผ่านไปอะไรใหม่ๆ ก็ย่อมผ่านมา ปี 2551 ชมพู่โบกมือลาวิกหมอชิตพร้อมเซ็นสัญญากับช่องคู่แข่งอย่าง วิกพระราม 4 หรือ ช่อง 3 โดยทิ้งผลงานเรื่องสุดท้ายอย่าง ดาวเปื้อนดิน ไว้ให้คอละครช่อง 7 ได้ชื่นชมกันเรยาพาปัง               มีหลายเสียงหลายกระแสแอนตี้และไม่ปลื้มกับการตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับช่อง 7 สีของ ชมพู่ อารยา หมอดูบางรายก็ทำนายทายทักว่าหากชมพู่ย้ายช่องกระแสจะดับ ไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร แต่สิ่งที่เห็นก็ได้พิสูจน์แล้วว่าความปังไม่เข้าใครออกใคร แม้ผลงานเรื่องแรกกับช่อง 3 อย่าง เพลิงพราย จะไม่เปรี้ยงอย่างที่หลายๆ คนลุ้นและจับตามอง แต่บทแซบๆ อย่าง เรยา ในละครเรื่อง ดอกส้มสีทอง ก็เหมือนจะเป็นบทที่สวรรค์ส่งมาให้เธอคนนี้ได้ฮอตปรอทแตก กลายเป็นซุป’ตาร์ตัวแม่อย่างที่เราเห็นกัน เรียกว่ากระแสความแรง ความแซบ ความฮอต ทุกอย่างถาโถมใส่ชมพู่แบบเต็มๆ ชนิดถูกที่และถูกเวลาเซ็กซี่สตาร์ตัวแม่               ดูเหมือนอะไรๆ ก็เป็นใจให้ ชมพู่ อารยา กลายซุป’ตาร์ที่ฮอตปังดังเวอร์ตั้งแต่ย้ายช่อง เรื่องผลงานละครยกนิ้วให้ไปเลย เรื่องความเซ็กซี่ก็เช่นกัน เบียดบี้เพื่อนร่วมวงการที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่า เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ อย่าง อั้ม พัชราภา ได้แบบสูสี ฟาดรางวัลเวทีเซ็กซี่มาก็มากมาย จุดนี้คงต้องยอมใจยกให้ชมพู่เป็นตัวแม่อีกหนึ่งคนของเซ็กซี่สตาร์เมืองไทยไปเลยเจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า               หลายๆ คนยกให้ ชมพู่ อารยา เป็นดาราสาวที่จัดว่าเป็นผู้นำเรื่องแฟชั่นการแต่งตัวมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเจ้าหล่อนมักจะล้ำนำเทรนด์ก่อนใครๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม แอคเซสเซอรี่ ที่เมื่อชมพู่หยิบมาเสริมจับมาเติมเมื่อไหร่ เหล่าแฟนคลับและหลายๆ คนก็มักจะตามเทรนด์กันถ้วนหน้าพรมแดงเมืองคานส์               เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของดาราสาวที่ชื่อ ชมพู่ อารยา และเป็นหน้าเป็นตาให้กับวงการบันเทิงไทยไม่น้อย สำหรับการร่วมเดินพรมแดงใน เทศกาลหนังเมืองคานส์ ของเธอคนนี้ เรียกว่าเป็นซุป’ตาร์คนไทยส่วนน้อยที่มีโอกาสได้ไปสัมผัส ซึ่งชมพู่นั้นเหยียบพรมแดงงานนี้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 4 ปี แล้วเกาเหลาฉาวโฉ่               ประเด็นเกาเหลาเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนบันเทิงและไม่เว้นนางเอกที่ชื่อ ชมพู่ อารยา ด้วย แม้จะไม่ใช่นางเอกสายเหวี่ยงสายวีนดูคลีนไปซะทุกด้าน แต่ประเด็นเกาเหลาก็ยังมีมาประดับชีวิตในเส้นทางสายบันเทิง ชัดเจนหน่อยคงเป็นเมื่อหลายปีก่อนกับนักแสดงสาว ออย ศรุตา ที่โต้กันผ่านสื่อไปมาอย่างแซบถึงใจพร้อมประโยคเด็ดที่ว่า 'ต้นทุนสูงกว่า' กับรุ่นน้องที่ฮอตมากมายอย่าง ใหม่ ดาวิกา ก็ด้วย แล้วไหนจะ อั้ม พัชราภา ที่หลายคนมองว่ารัศมีความปังเบียดบี้กันจนเหมือนไม่อยากร่วมงานและป๊ะหน้ากันไม่ว่าจะกรณีใดๆ อีกต่างหากวิวาห์ 108 ล้าน                แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันไม่ได้จริงๆ เรื่องความสามารถด้านการแสดงอาจจะเป็นพรสวรรค์ควบคู่ไปกับดวงที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่ในเรื่องของเนื้อคู่ต้องพึ่งบุพเพสันนิวาสอย่างจริงจัง และ ชมพู่ อารยา ก็เป็นผู้หญิงที่วาสนาดีมากคนหนึ่ง พบเจอความรักที่สวยงาม สละโสดไปกับ ไฮโซน็อต วิศรุต ให้ผู้หญิงค่อนประเทศได้อิจฉาด้วยสินสอดที่แพงลิ่ว จนใครๆ ต่างก็เรียกขานงานแต่งของเธอกับเขาว่า วิวาห์ 108 ล้านว่าที่คุณแม่                แต่งงานออกเรือนไปแล้วแต่ยังคงมีผลงานให้ได้เห็นกันอยู่ทั้งงานแสดงและงานพิธีกร แต่พอถึงจุดที่ชีวิตคู่จำเป็นจะต้องสมบูรณ์แบบด้วยการเพิ่มเติมทายาท ชมพู่ อารยา ก็ขอเบรกงานเพื่อทำหน้าที่สำคัญบ้าง ซึ่งชมพู่เคยตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เป็นแม่คนอยู่ช่วงหนึ่ง แต่แล้วก็พบกับความผิดหวังเมื่อเจ้าตัวแท้งลูกคนแรกไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะเสียหลักไปบ้างแต่ ณ วันนี้ชมพู่และสามีอย่างน็อตยิ้มได้เต็มที่ และคงยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อกำลังจะได้เป็นพ่อคนแม่คนเต็มตัว เพราะเธอคนนี้ตั้งครรภ์อีกครั้งสมความตั้งใจแล้วนั่นเองขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG @chomismaterialgirl, ลูกกวาดมอมแมม, polyplus, ch7.com, broadcastthai.com ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา เวทีมิสมอเตอร์โชว์ (คนที่ 3 จากซ้าย)   ชมพู่ อารยา บทบาทตัวประกอบ   ชมพู่ อารยา ในละครเรื่องแรก เพลงพราย   ชมพู่ อารยา ในละคร ดาวเปื้อนดิน   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา - น็อต วิศรุต   ชมพู่ อารยา

ยังฮอต! น้ำตาล บินไปกรุงมะนิลา แฟนคลับฟิลิปปินส์รอต้อนรับแน่น
น้ำตาล ชลิตา

  ทำเอาคนทั้งโลกสะพรึงในความงามของสาวไทยสำหรับ น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ที่เข้ารอบ TOP 6 บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2016 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ล่าสุดสาวน้ำตาลก็เดินทางไปทำงานประเทศฟิลิปปินส์อีกครั้ง เพื่อร่วมงานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   ซึ่งพอสาวน้ำตาลเดินทางไปถึงที่สนามบินมะนิลา ก็มีเหล่าบรรดาแฟนคลับนางงามชาวฟิลิปปินส์ แห่มาต้อนรับ และกำลังใจสาวน้ำตาลถึงสนามบิน ทำเอาสาวน้ำตาลถึงกับเป็นปลื้มสุดๆ ที่มีแฟนคลับชาวชาวฟิลิปปินส์มารอต้อนรับเธอ เรียกว่ากระแสความฮอตของสาวน้ำตาลยังคงฟีเวอร์สุดๆ กับชาวฟิลิปปินส์ ภาพจากอินสตาแกรม @namtantitaa ภาพจากเพจ miss universe thailand

เฉลยแล้ว!! ลูกโป่งวาเลนไทน์ เบลล่า ที่แท้ของขวัญสุดพิเศษจาก เวียร์!!
เวียร์ ศุกลวัฒน์ /  ข่าว เวียร์ ศุกลวัฒน์ / 

  ไม่บอกก็พอจะเดากันออก! สำหรับลูกโป่งวาเลนไทน์ชุดใหญ่ที่ สาวเบลล่า ราณี โพสต์ในอินสตาแกรมเมื่อวันก่อนพร้อมระบุข้อความสุดปลื้มปริ่มขอบคุณของขวัญสุดพิเศษนี้ในอินสตาแกรมส่วนตัว โดยมิได้แท็กถึงแหล่งที่มาว่ามาจากหนุ่มคนใด   “This Valentine’s Day is extra special :) Thank you so much ka!”   ล่าสุด 16ก.พ.60 ก็ได้รู้กันแล้วว่าลูกโป่งวาเลนไทน์นี้มาจากผู้ชายคนไหนกันแน่ เมื่อพระเอกฮอต เวียร์ ศุกลวัฒน์ ได้โพสต์ภาพลูกโป่งชุดใหญ่เซ็ตเดียวกับของ สาวเบลล่า ในอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมระบุข้อความสุดฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมว ที่ทำเอากองเชียร์ เวียร์-เบลล่า ฟินจิกหมอนไปตามๆ กันว่า   “ตอนเด็กๆผมชอบลูกโป่งมาก ผมคิดว่าเด็กทุกคนคงชอบลูกโป่งเหมือนกัน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง”   อ๊ายยยย...เขินแทน!! ขอบคุณภาพจาก IG bellacampen, weir19       เบลล่า ราณี   เบลล่า ราณี   เวียร์ ศุกลวัฒน์   เวียร์ ศุกลวัฒน์  

เคน ฉุนดราม่านั่งตัก แม่เอสเธอร์ อยู่ที่จิตใจคนมอง-รูปออกจะน่ารัก!!
เคน ภูภูมิ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

หลังเป็นประเด็นดราม่าไม่ร่วมงานระหว่างอดีตคู่จิ้น ฌอห์ณ จินดาโชติ กับนางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ซึ่งหวานใจอย่าง เคน ภูภูมิ ก็ถูกโยงร่วมวงดราม่าไปด้วย ล่าสุด หนุ่มเคน เปิดใจระหว่างมาร่วมงาน Barbie's GSB GEN CARD ว่า ขอจบปัญหาเกาเหลาเชื่อต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตัวเอง และได้ชี้แจงรายละเอียดในมุมของตัวเองกันหมดแล้ว ส่วนอีกหนึ่งดราม่าภาพ หนุ่มเคน นั่งตัก แม่เอสเธอร์ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสมนั้น หนุ่มเคน มองเป็นภาพน่ารักๆ ระหว่างแม่-ลูก ซึ่งเจ้าตัวรัก แม่เอสเธอร์ เสมือนแม่แท้ๆ ของตัวเอง และเชื่อว่าคอมเม้นท์แง่ลบมาจากคนที่คิดไม่ดีเท่านั้น "สภาพจิตใจตอนนี้ก็ดีครับ ก็เรื่อยๆ ข่าวน้องก็ให้กำลังใจเสมอครับ รายละเอียดผมว่าก็น่าจะได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่น้องจะพูดไปถามน้องดีกว่าครับ ผมว่าทางรายละเอืยดก็มีแต่ละฝ่ายออกมาชี้แจงเหตุผลของตัวเองไปหมดแล้วครับก็ตามนั้น ผมว่ามันก็มีเหตุผลของแต่ละคนเองแล้วก็จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก็จบๆ ไปครับไม่ต้องมีอะไร แต่ถ้าสมมติสิ่งไหนที่คนไม่ชอบหรือว่าไม่สบายใจก็ต้องขอโทษด้วย ถ้าแบบทำให้เขาไม่สบายใจครับ ได้บทเรียนอะไรจากเรื่องที่เกิดขึ้นเหรอ ผมไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่ต้องมีบทเรียนมั้ง" "เรื่องคนแบ่งข้างแบ่งฝ่าย ไม่ต้องแบ่งหรอกครับ เป็นเพื่อนกันดีกว่า เดือนนี้ก็เดือนแห่งความรักก็มารักกันดีกว่า เอสเธอร์เองก็ต้องมีเครียดบ้าง ธรรมดาครับ ไม่เป็นไรครับ ผมว่าจบๆ ไปดีกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เรื่องอาจจะแบบไม่เข้าใจกันต่างคนก็ต่างมีเหตุผลของตัวเอง ส่วนที่คนมาคอมเม้นท์รูปสตอเบอร์รี่ในไอจี จริงๆ ก็แล้วแต่คนจะมองครับ ถ้าผมทำอะไรให้ใครไม่สบายใจหรือไม่ชอบผมก็ขอโทษครับ กับคุณแม่น้องก็ให้กำลังใจอย่างเดียวครับ คุณแม่ก็อาจจะมีเสียใจธรรมดาอยู่แล้วครับ คนเราถ้าโดนมากๆ ก็มีเสียใจ ท้อ ก็คอยเป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ" "ถ้าวันนึงต้องร่วมงานกับอีกฝ่ายก็ไม่มีปัญหาครับ ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับอย่างที่บอกครับ มันไม่ควรที่จะเป็นเรื่องด้วยซ้ำ ผมสบายมากครับ ผมว่าถ้าทุกคนโดนคอมเม้นท์แบบนั้นก็ต้องบั่นทอนบ้างครับ อย่างที่บอกครับมาเป็นเพื่อนกันมารักกันดีกว่าครับ เราไม่ต้องมาทะเลาะกันหรอก ไร้สาระครับ หลังเกิดเรื่องก็ไม่มีต่อสายโทรคุยอีกฝ่าย อย่างที่บอกมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เราทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไปเองมากกว่าครับ คือมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่วนที่ออแกไนซ์บอกว่าอีกฝ่ายไม่อยากร่วมงานด้วย อันนี้ผมไม่ทราบครับ อย่างที่บอกหลายๆ คนก็มีเหตุผลของตัวเอง ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ วันนี้เอสเธอร์กับคุณแม่มาด้วย จริงๆ ก็จะไปกินข้าวกันแหละครับ กำลังจะไปกิน ไปไหนมีคุณแม่ไปด้วยก็ดีครับ มีคนถ่ายรูปคู่ให้" "ดราม่ารูปที่นั่งตักคุณแม่ เอาจริงๆ ผมก็รักแม่น้องเหมือนแม่แหละ ผมว่าอยู่ที่จิตใจมากกว่าคนที่มองแบบนั้น ผมว่าจิตใจไม่ค่อยดีนะครับ ผมว่าเป็นเรื่องน่ารักดีออก คอมเม้นท์ค่อนข้างที่จะล้ำเส้นเหมือนกันนะครับ แต่ก็อย่างที่บอกครับ คนเรามันคิดไม่เหมือนกัน เขาอาจจะมองในแง่ร้ายเกินไป ผมก็ห่วงความรู้สึกแม่เหมือนกัน แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่ารักลูกนั่งตักแม่ มันก็ธรรมดา คนที่ตีความในแง่ลบก็ไม่รู้จะบอกอะไรเขาดี ผมว่าให้ไปคิดใหม่ไม่ได้ไปนั่งตักสาวที่ไหนนั่งตักแม่ ผมว่าให้คนพวกนี้ไปคิดใหม่ดีกว่า เพราะว่าเราก็อยู่ในโลกของเราที่น่ารักดีครับ เรื่องฟ้อง ไม่ต้องฟ้องหรอกครับ ผมว่าอาจจะเป็นช่วงๆ ตอนแรกไม่เห็นมีใครว่าเลย แม่ก็เครียดครับ ผมเป็นห่วงเลยครับ ค่อนข้างที่จะคิดมาก แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมว่าใครๆ เขาก็นั่งตักแม่กันหรือเปล่า ผมก็เล่นๆ ขำๆ ไม่ได้นั่งทั้งวัน นั่งอยู่วิสองวิเท่านั้นเอง" "มีเรื่องดราม่าก็ยังอยู่ข้างกันตลอดก็ขอบคุณครับ ก็ดีครับก็ไปเรื่อยๆ ครับ ตอนนี้ก็โอเคครับ เรียกว่าแฟนได้มั้ยเหรอ คำถามอันนี้คือเครียดสุดเลย ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ได้ว่าเราก็เป็น ก็ถือว่าเป็นคนที่พิเศษครับ เป็นคนที่ผมอยู่ด้วยแล้วมีความสุข แต่ถ้าจะเรียกแฟนมันอาจจะพิเศษกว่าครับ เรียกยังไงก็ได้มันแล้วแต่เราไหมครับ พี่เขียนว่าคนพิเศษแล้วกัน ผมเรียกว่าน้องครับ ของขวัญวาเลนไทน์เตรียมมาแล้วครับ ของขวัญจากน้องไม่คาดหวังเลยครับ ไม่ต้องให้ผมหรอกครับ" เคน กล่าว เคน ภูภูมิ เคน ภูภูมิ เคน ภูภูมิ เคน-แม่เอสเธอร์ เคน-แม่เอสเธอร์ เคน-แม่เอสเธอร์ เคน-เอสเธอร์ เคน-เอสเธอร์

สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!
เคน ภูภูมิ /  ข่าว เคน ภูภูมิ / 

  เรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับ สาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มีข่าวเรื่องเบี้ยวงาน ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้น หนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงของชาวโซเชียล รวมทั้งออแกไนเซอร์ผู้จัดงาน ดีเจเอกกี้ และแฟนหนุ่มอย่าง เคน ภูภูมิ แถมยังมีคนขุดภาพ หนุ่มเคน นั่งตักแม่เอสเธอร์ เอามาด่าอีกต่างหาก ล่าสุดเจอเจ้าตัวในงานแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Beautylabo Whip Hair Color ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวชี้แจงถึงประเด็นเบี้ยวงานว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ออแกไนเซอร์พูดทุกอย่าง ทั้งยังขอบคุณที่ออกมาชี้แจงด้วย ส่วนกับ หนุ่มฌอห์ณ เองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลังจากละครเงาอโศกจบไป ยอมรับว่าเครียด แต่ไม่คิดฟ้องคนที่คอมเม้นท์ในไอจี ส่วนประเด็นดราม่า หนุ่มเคน นั่งตักแม่ มองว่าเป็นเรื่องน่ารัก เชื่อคนที่เกลียดตนย่อมหาเรื่องมาด่าได้เสมอ ยันความรักยังหวานวาเลนไทน์มีให้ของขวัญกัน เป็นไงบ้างคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชี้แจงในมุมของเรา เริ่มต้นจากวันนั้นที่เขาติดต่อมา   "คือเริ่มแรกทางออแกไนเซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้นก็มีการโทรมาแคนเซิลกับทางคุณแม่ เราก็โอเค แคนเซิ้ลไม่เป็นไร ก็ไม่ได้คิดอะไร เฉยๆ ไม่เป็นไร ติดต่อมาอาจจะแคนเซิ้ลได้บ้าง อาจจะเพราะงานไม่ตรง อะไรอย่างนี้ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา มันกลายเป็นผลลัพธ์ว่าเราเบี้ยวงาน เราไม่ไปงาน ทีนี้คือเหมือนหนูก็กลายเป็นเราเสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน เราไม่ได้เป็นคนแคนเซิ้ลงาน แค่นี้เอง เราอยากจะชี้แจงว่าเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน ถ้าอย่างนี้มันกลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน เราไม่ไปตามงาน ถ้าอย่างนี้ใครจะกล้าจ้างเราอีกล่ะ มันก็เลยเป็นที่มาแบบนี้" ได้ถามไหมว่าตอนที่เขาแคนเซิลเพราะอะไร   "ก็ตามออแกไนเซอร์ชี้แจงค่ะ ซึ่งหนูก็ต้องขอบคุณออแกไนเซอร์มากๆ ค่ะ ด้วยการที่เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยข่าวที่มันค่อนข้างจะแรง แล้วหลายคนก็ตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันนั้นปุ๊บ ทางออแกไนเซอร์ก็เป็นคนคุยกับคุณแม่ว่าจะขอออกมาขอโทษด้วยตัวเอง แล้วก็ออกมาชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเราต้องขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ ทำให้พบว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน ทางออแกไนเซอร์เป็นคนแคนเซิลงาน" ตอนนั้นทางออแกไนเซอร์แคนเซิลงานเขาให้เหตุผลว่ายังไง   "เป็นอย่างที่เขาชี้แจงหมด ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไปเลย คือเขาคุยกับคุณแม่ ซึ่งรายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ คือบางทีหนูกับคุณแม่อาจจะไม่ได้คุยกันทุกรายละเอียดงาน" คุณแม่มาบอกเหตุผลเราว่าพี่ฌอห์ณไม่อยากร่วมงานกับเราไหม   "ไม่ได้บอกค่ะ บอกแค่ว่าแคนเซิล แล้วหลังจากนั้นเราก็รู้จากออแกไนเซอร์ชี้แจง" พอออแกไนเซอร์บอกว่าไม่อยากร่วมงานกับเรารู้สึกยังไง   "หนูก็อยู่อย่างนี้ (หน้าเหวอ) เหรอ เพราะว่าตัวเราไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะเราก็คอนเฟิร์มงานไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งรายละเอียดมาทุกอย่างแล้ว ในชื่อก็จะมีชื่อเราสองคนด้วย แต่ว่าพอออกมาแล้วหนูก็งงๆ น่ะค่ะ" แอบมีเสียความรู้สึกไหม   "นิดนึงค่ะ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว ก็โดนแคนเซิลงานอยู่แล้ว แล้วพอทราบเหตุผลแล้วก็ไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง อึนๆ แล้ว แต่ไม่เคยเจอ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต" ก่อนหน้านี้ได้คุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ไม่ได้คุยเลยค่ะ ไม่ได้คุยมานานมาก ตั้งแต่หลังจากที่ถ่ายเงาอโศก เป็นปีแล้ว" เรามีเรื่องบาดหมางกันหรือเปล่าถึงไม่คุยกัน   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหากันเลย เพราะตอนถ่ายเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้าย คืนละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่า เป็นยังไงบ้าง ได้ดูละครไหม ก็ตอบตามปกติว่า เฮ้ยดี ดู แล้วพี่ดูหรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลย" เครียดไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนมองว่าเราผิดด้วย   "เครียดมากเลย แบบ โอ๊ย อะไรเนี่ย รู้สึกแย่ เสียใจ รู้สึกว่าคนเรายังไม่ได้ออกมาพูดก็เลือกตัดสินจากแค่เห็นภาพข่าวแล้ว แล้วคือมันไม่ได้กระทบต่อตัวหนูด้วย ซึ่งมันกระทบต่ออีกหลายๆ ฝ่าย ช่างหน้า ช่างผมที่เราดีลไว้แล้ว เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแล เราก็ต้องยกเลิกกะทันหัน กลายเป็นรู้สึกเกรงใจ เพราะเขาต้องเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย" ทางออแกไนเซอร์ออกมาขอโทษกับคุณแม่ด้วย   "ใช่ ซึ่งน่ารักมาก อันนี้หนูต้องขอบคุณมากๆ รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ต้องออกมาด้วยตัวเอง" แต่คนมองว่าการที่เขามาขอโทษทำให้เกิดการเลือกทีม   "มองว่าอย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเรา อาชีพนักแสดง การทำงานของเรา เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของเราด้วย เพราะว่าเราต้องทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัวไปอีก ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย" เครียดไหม   "เครียด ยอมรับว่าเครียดมาก ทำตัวไม่ถูกเลย ช่วงนั้นหนูไม่เข้าโซเชียลเลย ไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไรเลย แต่หนูว่า คนแหละ ด้วยโซเซียลมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก ก็คนเราเลือกตัดสิน มันก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็เช็กง่ายมากเลย แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำโดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตาเขา เราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดแบบไหน จะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้" โดนโจมตีค่อนข้างหนักคุณแม่ว่าไง   "น่าสงสาร คุณแม่หนูแก่แล้ว 50 แล้วนะคะ อย่าอะไรกับแม่หนูเลย" จะโทรไปคุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ก็คงไม่ไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดีลกับแค่ออแกไนเซอร์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอร์นเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องโทรไปค่ะ" เราอยากถามเหตุผลไหมว่าพี่ฌอห์ณให้เหตุผลอย่างนั้นจริงไหม   "ถ้าขนาดนี้แล้วก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว" คนเขาว่าออแกไนเซอร์เข้าข้างเรา   "หนูว่าออแกไนเซอร์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้น เกี่ยวเราหนูไม่รู้ แต่ว่ากับออแกไนเซอร์ไม่ได้รู้จัก อย่างที่บอกไปคือเหรียญมันมีอยู่สองด้าน อยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรมันเป็นอะไร คือเราก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้นะความจริง ก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองว่ามันเป็นยังไง" เห็นว่าออแกไนซ์สนิทกับเคน   "ไม่สนิทค่ะ พี่เคนก็เพิ่งกับหนู เป็นติ่งหนู เพราะวันนั้นเราไปโบสถ์กัน" ข่าวนี้ให้อะไรกับเอสเทอร์บ้าง   "ให้เยอะเลยนะคะ อาชีพ การทำงาน ประสบการณ์การทำงาน เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งประสบว่าคนในโซเชียลมีผลต่อความรู้สึก จิตใจเรามากแค่ไหน เขากดแจกสตรอว์เบอร์รี่เรามา เราก็รู้สึกมาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกับคนในนั้นเลย แต่ว่าเรากลายเป็นเครียดได้ เป็นประสบการณ์ชีวิตค่ะ วันหลังก็จะระมัดระวังในการเล่นโซเชียลมากขึ้น" เราติดใจไหมที่คนมองเราในแง่ลบมากกว่าแง่บวก   "ใช่ คนมองเราในแง่ลบมากกว่า" พี่เอกกี้ก็ออกมาปกป้องฌอห์ณ   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้เจอพี่เอกกี้ แล้ววันนั้นก็ไม่ได้ไปทำงาน" อย่างนี้อนาคตจะร่วมงานกับพี่เอกกี้-พี่ฌอห์ณได้ไหม   "สำหรับตัวหนูอย่างที่บอกว่าตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ว่าถ้าตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้ว" เห็นบอกว่าจะมีละครด้วยกันอยู่   "อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ด้วยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีติดต่อมา เพราะว่าปีนี้แพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะคุยกับทางผู้ใหญ่ก็ไม่มี ละครคู่กันไม่มี ผลงานร่วมกันไม่มี" ล่าสุดมีดราม่าเคนนั่งตักคุณแม่   "คนมันเสียแล้วแหละ คนจะว่าเรายังไงก็ขุดเรื่องอื่นมาว่าได้ อยากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทน คือจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากนะคะ พี่นั่งตักแม่หนู เป็นภาพที่น่ารักนะ คือหนูว่าคนมันจะเกลียดมันก็เลือกที่จะด่าได้อยู่แล้วแหละ แต่ว่าถ้ามองกลับกันคนเป็นแม่ แม่หนูแก่แล้ว เขาเห็นลูก ลูกก็เป็นเด็กในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด แล้วหนูว่ามันเป็นการแสดงออกที่น่ารัก คนเราแสดงความรักกัน ไม่ได้กระทบกับคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย" คุณแม่ว่ายังไงบ้าง เพราะคนไปคอมเม้นท์ในไอจีค่อนข้างแรง   "ช่วงนั้นคุณแม่ก็ไม่เล่นโซเชียลเลย ปิดทั้งคู่ ไม่ได้ลบรูป" ต้องระวังตัวมากขึ้นไหม   "จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่ได้มีปัญหา คนก็ยังชมว่าน่ารัก พอตอนมีปัญหาคนก็มาด่า อย่างที่บอกคนจะด่าก็หาอะไรมาด่าได้อยู่แล้วแหละ" คุณแม่เป็นยังไงบ้าง   "ตอนนี้ดีขึ้นนิดนึงแล้ว แต่ว่าก็เป็นห่วงท่านอายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด เพราะเครียดแล้วสุขภาพก็จะตามมาด้วยไ แบบนี้คุณแม่จะเกร็งไม่กล้าถ่ายรูปแนบชิดแล้วไหม   "ไม่รู้ค่ะ ถึง ณ ตอนนั้น เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างที่บอกเราไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเลย" ส่วนตัวรู้สึกผิดไหมที่ทำแบบนี้แล้วให้แม่โดนด่า   "คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะ ด้วยอาชีพการงานเราก็เข้าใจแหละ ถ้าคิดกลับกันถ้าคุณเป็นคนโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยก็ต้องมีกระทบ เสียความรู้สึกกันบ้างแหละ เครียดอยู่แล้ว" เคยคิดจะฟ้องคนที่มาเขียนคำไม่สุภาพกับเราไหม   "อย่าเลย มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทัน เลือกที่จะไม่เสพดีกว่า หาความสุขกับคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย อย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากเลย แค่นี้ก็จะแย่แล้ว" เคยคิดจะตั้งไพรเวทตัวเองไหม   "ไม่เคยค่ะ" แล้วจะโชว์ความหวานกับเคนไปเรื่อยๆ ไหม   "ก็ลงรูปปกติ เมื่อวันที่ 14 ก็มาให้กำลังใจพี่เคนด้วย ทำให้เรารักกันมากขึ้นไหม จริงๆ แล้วพี่เขาก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีในตอนที่แย่มากๆ เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวติดยึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาก็ให้คำแนะนำที่ดี จับมือกันแน่นขึ้น" เห็นวันที่ 14 กุมภามีซื้อของให้กันด้วย   "ไม่มีอะไร เป็นแค่ดอกไม้" เคนบอกว่าแม่ถ่ายรูปคู่ให้   "ใช่ แม่มาถ่ายรูปให้ ไปกินข้าวด้วยกัน หนูว่าอบอุ่นดีค่ะ บางทีก็เกรงใจว่าคนอื่นมาถ่ายให้เกรงว่าเขาจะไม่รู้มุม เราไม่สามารถสั่งได้ แม่จะรู้มุมเรา เวลาแม่อยู่ด้วยไม่เขินค่ะ เป็นปกติทุกอย่าง เพราะถ้ารู้จักคุณแม่จริงๆ จะวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เป็นเพื่อนคุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ" เขาชนะใจแม่ก็ผ่านฉลุยเลย   "ก็เรียกว่าคุยกันแล้วคลิกกันมากกว่า สบายๆ ทั้งคู่" เห็นว่าทำโฟโต้บุ๊กให้เคนด้วย   "เป็นสแครบบุ๊กค่ะ เป็นเหมือนสมุดภาพให้เขาค่ะ เขาให้ดอกไม้ รูปโมเม้นท์หวานๆ ก็ไม่เยอะ ที่ไปเที่ยวถ่ายเก็บๆ มารวมให้เขาเอง" เสร็จงานแล้วจะไปไหนต่อ   "ไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีก็เลยรอกลับพร้อมกัน งานคู่ก็ยังไว้ก่อน จริงๆ ก็มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่พร้อมค่ะ" อ่านข่าว แรงเฟ่อร์!! ชาวโซเชียลถึงกับแจกยาแก้คัน แม่เอสเธอร์ หลังเห็นภาพถ่ายคู่ เคน ภูภูมิ แบบนี้!! เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

เกรซ กาญจน์เกล้า แพลนยกครอบครัวทำบุญวันวาเลนไทน์ ไม่หวังเซอร์ไพรส์จาก ไฮโซขุนพล!!
เกรซ กาญจน์เกล้า /  ข่าว เกรซ กาญจน์เกล้า / 

  เรียกได้ว่ายังคงชิลล์ๆ ทั้งเรื่องงานและเรื่องหัวใจ สำหรับ สาวเกรซ กาญจน์เกล้า ที่สัญญากับช่องมากสีก็ใกล้จะหมดลง เจ้าตัวบอกให้รอดูคำตอบปลายปีนี้ ส่วนเรื่องที่ ไฮโซขุนพล จะมีเซอร์ไพรส์ในวันวาเลนไทน์หรือไม่นั้นก็ต้องรอลุ้นกันไป ใช่มั้ยจ๊ะสาวเกรซ!! เรื่องเคยไปเดินแบบที่ลาวมาเป็นยังไงบ้าง   "จำไม่ได้แล้ว น่าจะเคยนะคะ เป็นงานของนิตยสาร เดินที่โน่นแล้วก็มีมาเดินที่นี่ด้วย เขาก็ติดต่อมาทางออกาไนซ์เซอร์ของเมืองไทยนี่แหละ เพราะส่วนตัวไม่ได้รู้จักกับทางฝั่งโน้น" ไปที่โน่นคนรู้จักเราเยอะไหม   "ก็พอสมควร เพราะว่าที่ลาวเขาก็ติดตามละครของไทย บ้านเขาไม่ได้มีละครดู" ตอนนี้ยังมีติดต่อให้ไปร่วมงานอีกไหม   "ตอนนี้ยังไม่มี ถ้ามีโอกาสก็แล้วแต่ช่วงแล้วกัน ที่จริงงานนั้นก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว" ตอนนี้มีงานอะไรบ้าง   "ก็มีละครอีก 2 เดือนจะเปิดกล้อง" สัญญากับทางช่องยังโอเคไหม   "สัญญาหมดปลายปีค่ะ ยังโอเค ยังแฮปปี้ที่เราจะยังทำงานกับที่นี่อยู่ อย่าเอาไปพาดหัวว่าเกรซลังเลไม่ต่อสัญญานะ อย่า (หัวเราะ) ห้ามบอกไว้ก่อนๆ ยังแฮปปี้อยู่ ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีปลายปีดีกว่า" สนใจที่อยากจะเป็นอิสระไหม   "ยังค่ะ คิดว่าเราอยู่ในหน้าที่ตรงนี้ ทำตรงนี้ให้เต็มที่ก่อน" มีช่องอื่นมาทาบทามไหม   "มีบ้างค่ะ มีแอบถามมาบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ที่เป็นข่าวออกไป คิดว่าเป็นการโยงการสร้างสีสันมากกว่า ยังไม่มีพิจารณาที่เขามีข้อเสนอมา" ผู้ใหญ่เรียกไปคุยไหม   "มีแต่คุยเรื่องละครค่ะ ยังไม่คุยเรื่องสัญญากัน" เห็นบอกว่าเกรซเลือกบทละครมากขึ้น   "ใช่ พอเราทำงานมากขึ้น พอมีประสบการณ์มากขึ้น ก็อยากที่จะตื่นตี 4 ตี 5 ไปถ่ายละครเรื่องนั้น เพราะว่าจะมีอีเว้นท์ งานเดินแบบ ถ่ายแบบปกติ มีธุรกิจด้วยก็อยากจะแชร์เวลาสำหรับออกกำลังกาย ดูแลตัวเองเยอะๆ บทที่เลือกก็จะดูที่ว่าน่าสนใจ พลิกคาแร็คเตอร์ เพราะหลายคนจะติดภาพเกรซจากว่าเรียบร้อย กับละครก็ยังไม่อิ่มตัว ก็ยังได้เรื่อยๆ เพียงแต่ว่าจะเลือกเรื่องที่เราแฮปปี้ บางทีอาจจะถ่ายทีเดียวสองเรื่องก็ได้ สบายๆ ถ้าชอบบท คิวโอเคก็โอเค เรื่องบทก็พิจารณาตามความน่าสนใจ รายละเอียดต่างๆ การรับละครเรื่องหนึ่งรายละเอียดมันค่อนข้างเยอะ" วาเลนไทน์ปีนี้วางแผนยังไงบ้าง   "ยังไม่ได้วางแพลนเลยค่ะ คิดว่าจะไปทำบุญกับที่บ้าน บ้านเราเอง ครอบครัวเรา เขาก็มีพูดๆ เกริ่นๆ กันบ้าง เรื่องเซอร์ไพรส์ก็ไม่ค่อยมีใครเซอร์ไพรส์อะไรเท่าไหร่ เกรซเองก็ยังไม่ได้เตรียมอะไรให้เขาเลย เพราะทำงานไล่ๆ มา พรุ่งนี้ก็ไปต่างจังหวัดอีก" ปกติทุกปีเขาทำอะไรให้บ้าง   "ก็ไม่มีนะคะ ก็มีแค่ไปกินข้าวกันปกติ ปีนี้ก็ไม่ต้องลุ้น ชิลล์ๆ ไป ยังไงก็ต้องรอดูกัน" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG gracekanklao เกรซ กาญจน์เกล้า เกรซ กาญจน์เกล้า เกรซ กาญจน์เกล้า