หลิวเต๋อหัว

A.CIAN บอยแบนด์จาก Mono Music Korea เปิดตัวมินิอัลบั้ม OUCH
A.CIAN /  HYEOK JIN / 

A.CIAN (เอ.เชี่ยน) ไอดอลกรุ๊ปเบอร์แรกจากสังกัด Mono Music Korea คัมแบ็คด้วยภาพลักษณ์แข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์มากขึ้น เปิดตัวมินิอัลบั้มชุดใหม่ OUCH หลังจากทยอยปล่อยทีเซอร์แนะนำสมาชิกทั้งห้า ซึ่งโดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ชายหนุ่มสุดแข็งแกร่งจนเป็นที่จับตามองของเหล่าแฟนเพลง ในที่สุดห้าหนุ่มบอยแบนด์วง A.CIAN ก็ได้จัดกิจกรรมโชว์เคสเปิดตัวสมาชิกอย่างเป็นทางการ พร้อมโชว์การแสดงของผลงานเพลงจากมินิอัลบั้มใหม่ OUCH ของพวกเขาเป็นครั้งแรก ไม่เพียงเท่านั้น เพราะ A.CIAN ยังได้ปล่อยเพลงใหม่ SO HAPPY TOGETHER ซึ่งเปรียบเสมือนบทเพลงแทนคำขอบคุณเหล่าแฟนเพลง ที่ยังคงเฝ้ารอการคัมแบ็คของพวกเขาอย่างมั่นคง สมาชิกของวง A.CIAN ประกอบไปด้วย 5 คน ได้แก่ Jin.O, Sanghyeon และ Jungsang บวกกับสองสมาชิกใหม่ Hyeokjin และ Lo-J พวกเขาถือเป็นศิลปินไอดอล K-POP กลุ่มแรกจากฝีมือการปลุกปั้นของสังกัด Mono Music Korea โดยการบริหารของ Mono Group บริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รถบรรทุกมันเบรกแตก พุ่งชนรถ 13 คันรวด
ข่าวอุบัติเหตุ /  ข่าวอุบัติเหตุmthai / 

รถบรรทุกมันสำปะหลังเบรกแตก พุ่งชนรถคันอื่น 13 คันรวด เหตุเกิดหน้าบริเวณตลาดบ้านฉาง ดับ 1 เจ็บอื้อ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2557 เวลาประมาณ 19.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสิบล้อ ป้ายทะเบียน 82-8766 ระยอง ซึ่งบรรทุกหัวมันสำปะหลังมาเต็มคันรถ ได้พุ่งชนรถยนต์ 4 คัน, จักรยานยนต์ 4 คัน, รถกระบะ 2 คัน, รถตู้โดยสาร 1 คัน และรถยนต์แวน 1 คัน รวมทั้งหมด 13 คัน ซึ่งจอดอยู่ โดยรถตู้นั้นถูกเสยไปทับรถยนต์อีก 2 คัน  อีกทั้งร้านค้าบริเวณใกล้เคียงก็ถูกรถชนจนได้รับความเสียหาย โดยผู้เสียชีวิต ได้แก่ นายประเสริฐ ภัทรกุลพงษ์ ชาวระยองวัย 59 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ ถูกชนอัดก๊อบปี้ระหว่างรถยนต์และรถกระบะ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนมาก แต่มี 2 รายอาการสาหัส ทั้งนี้นายพรศักดิ์ ไชยคำ คนขับรถบรรทุกกล่าวว่า ตนเองขับมาจาก ต.สำนักท้อน เพื่อนำมาส่งที่โรงงาน อ.บ้านฉาง จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ เป็นทางแคบ และห้ามรถบรรทุกวิ่ง แต่เกิดเบรกแตกหยุดรถไม่ได้ จึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น MThai News ขอบคุณภาพจาก  กรมประชาสัมพันธ์

อึ้ง! เด็กทารก 4 เดือน ตัวเล็กเท่ามือถือ แม่หวังปาฏิหาริย์ให้ลูกมีชีวิตรอด
ตัวเล็กเท่ามือถือ /  เด็กตัวเล็ก / 

เด็กทารก 4 เดือน ตัวเล็กเท่ามือถือ แม่หวังปาฏิหาริย์ให้ลูกมีชีวิตรอด  สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า แม่ชาว แคโรไลนา  สหรัฐฯ ให้กำเนิด "อดีลีน"  ทารกหญิงวัย  4  เดือน ซึ่งคลอดก่อนกำหนด ทำให้มีรูปร่างที่ไม่มีการเจริญเติบโตเต็มที่ มีขนาดตัวเล็กเท่ากับโทรศัพท์มือถือ และมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 500 กรัม เป็นหนึ่งในทารกที่ตัวเล็กที่สุด ที่เกิดในรัฐนอร์ท แคโรไลนา ทั้งนี้ หนูน้อยอดีลีนรอดชีวิตมาได้กว่า  4 เดือน ซึ่งล่าสุด น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 กิโลกรัม แต่ต้องรดอูอาการต่อไป เพราะขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องจากเมื่อเดือนที่ หนูน้อยป่วยเป็นโรคปอดอักเสบ 2 ครั้ง และมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หัวใจทำงานหนัก ขณะที่แม่ของเธอบอกว่า หนูน้อยอดีลีน เป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ และขอให้คนบนโลกนี้ ช่วยสวดมนต์ขอพรให้ลูกของเธอรอดชีวิตต่อไปด้วย โดยทีมแพทย์ก็พยายามรักษาและช่วยชีวิตของทารกรายนี้อย่างเต็มที่ MThai News

จับกระแส! เพจคนการเมืองยุค คสช.
คสช. /  สกู๊ปข่าว / 

จับกระแส! เพจคนการเมืองยุค คสช. หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้าควบคุมอำนาจ และประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องประเทศให้อยู่ในความสงบสุขเรียบร้อยนั้น หลายเหตุการณ์ความขัดแย้ง อาทิ การชุมนุมประท้วงต่อต้านนิรโทษกรรมของกลุ่มกปปส. และชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มนปช. รวมถึงกลุ่มคนที่ออกมาเดินขบวนต่อต้านการทำรัฐประหาร และความวุ่นวายในบ้านเมืองได้คลายลง สามารถลดความตึงเครียด สร้างความสงบสุขให้ประชาชน ได้เป็นอย่างดี แต่อีกหนึ่งปัญหาหลักของประเทศ คือ เรื่องการเมือง ที่ขณะนี้ยังไม่นิ่งสงบซะทีเดียว สังเกตได้จากบทสัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ที่ยอมรับว่า “ยังมีคลื่นใต้น้ำกระเพื่อมอยู่ แม้ว่าจะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกก็ตามที” อย่างไรก็ตาม กฎอัยการศึก จึงส่งผลให้ คนการเมืองหรือคอการเมือง รวมถึงนักเคลื่อนไหวทั้งหลาย ถูกตีกรอบและจำกัดสิทธิ ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามปกติ หันไปติดตามสถานการณ์บ้านเมือง และแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านโลกโซเชียลมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากยอดเพจคนดังในแวดวงการเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะเพจและเฟซบุ๊คส่วนตัวของบุคคลสำคัญทางการเมือง และนักวิชาการ ที่ต่างตั้งขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนตัวในการแสดงความคิดเห็นและบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง อาทิ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้ยังมี นายนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. หรืออีกฟากฝั่ง คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พระสุเทพ รวมถึงหลวงปู่พุทธะอิสระ และอีกหนึ่งสีสันของการเมืองที่ไม่เคยตกกระแสเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ นักการเมืองจอมแฉอย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย หรือแม้แต่กลุ่มนักวิชาต่างๆที่ชอบออกมาแสดงความคิดเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้อาจารย์วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระได้ตั้งข้อสังเกตว่า “เพิ่งสังเกตว่ายอดกด like เพจนักการเมืองเปลี่ยนไปเร็ว เพจ 'ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' 3.4 ล้าน เพจ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' 2.3 ล้าน จำได้คร่าวๆ ว่าเมื่อปีกว่าที่แล้ว เพจ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' ยังนำอยู่พอสมควร น่าสนใจว่า การรัฐประหารและการจำกัดพื้นที่ข่าวสารในสื่อกระแสหลัก ได้มีผลต่อจำนวนผู้ติดตามเพจนักการเมืองหรือไม่ ?” และเมื่อลองสังเกตจากแฟนเพจของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามที่อาจารย์วีรพัฒน์ ได้ตั้งข้อสังเกตนั้นพบว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคมของปี 2556 ยอดแฟนเพจของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ 1,001,706 likes แต่ ณ ปัจจุบันเรตติ้งพุ่งพรวดขึ้นมาถึง 3,491,600 likes ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 ล้านคน แสดงว่าให้เห็นมีประชาชนชาวโซเชียลจำนวนไม่น้อย ที่คอยสนับสนุนและติดตามความเคลื่อนไหวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในขณะเดียวกันนี้ปีที่แล้ว แฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ นั้นอยู่ที่ประมาณ 1,300,000 likes ซึ่งนำหน้านางสาวยิ่งลักษณ์อยู่ไม่มาก และปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,360,000 like แต่ก็ยังทิ้งห่างจากนางสาวยิ่งลักษณ์มากกว่า 1 ล้าน นอกจากนี้แฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ ก็ยังมีจำนวนน้อยกว่าแฟนเพจของนายสุเทพ เทือกสุบรรรณ ที่มีถึง 2,870,000 likes ด้วย และที่น่าจับตาคือ แฟนเพจของนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่มีถึง 2,480,000 likes สูสีกับนายอภิสิทธิ์เห็นๆ ถึงแม้นายพานทองแท้จะไม่ใช่นักการเมืองก็ตาม แต่ก็มีแฟนเพจไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน ซึ่งอาจมองได้ว่าการทำรัฐประหารและประกาศกฎอัยการศึกนั้น อาจมีส่วนในการจำกัดพื้นที่ และตีกรอบการนำเสนอข่าวสารในสื่อกระแสหลัก ส่งผลทำให้ยอดผู้ติดตามของเพจคนดังเหล่านี้ มีผู้เข้ามาติดตามมากขึ้น และเป็นช่องทางหนึ่งที่คอการเมือง สามารถรับข่าวสารได้โดยตรงนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามกันต่อว่าเมื่อหมดยุคของคสช. สื่อในโลกโซเชียลจะยังมีอิทธิพลอยู่หรือไม่ หรือมากน้อยเพียงใด คนการเมืองจะเคลื่อนไหวในรูปแบบไหน และประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้..... MThai News

ฮาได้อีก เบน ชลาทิศ แปลงร่างเป็น เซเลอร์มูน
Club Friday The Series 5 /  Club Friday The Series 5 ความรักกับความลับ / 

ฮาได้อีก เบน ชลาทิศ ในชุดเซเลอร์มูน ตอนล่าสุดของ ซีรี่ส์ คลับฟรายเดย์ ความลับของมิ้นต์กับมิว หลังจากที่ Club Friday The Series 5 ได้ปล่อยตอนแรก ความลับของคลิปขอแต่งงาน ไปไม่นาน ซึ่งก็ใกล้ถึงบทสรุป ล่าสุด พี่ฉอด เลยไม่รอช้า จัดตัวอย่าง ความลับที่ 2 ในตอน ความลับของมิ้นต์กับมิว มาให้ได้ชมกันทันที โดยในตอนนี้ ได้นักร้องเสียงคุณภาพ เบน ชลาทิศ มารับบทเป็น มิว และ เต๋า สมชาย รับบทเป็น ฮัท ทูนหัวของมิว เอ๊ะ แล้วมิ้นท์คือใคร แล้วทำไมต้องเป็น ความลับของมิ้นต์กับมิว เชิญรับชมตัวอย่างกันเลย ขอบอกว่า ฮาสุดติ่งกระดิ่งแมว แค่เห็น เบน ชลาทิศ แปลงร่างเป็น เซเลอร์มูน นี่ ก็ฮากระจาย เลอค่า คาลามายน์ ทรายสีเพลิง แล้วล่ะครับ คุณผู้ชม ห้ามพลาด Club Friday The Series 5 ตอน ความลับของมิ้นต์กับมิว ออกอากาศ ทุกวันเสาร์ เวลา 21.00 น. เริ่ม 8 พฤศจิกายนนี้ ทางช่อง GMM CHANNEL ทีวีดิจิทัล 25 จานดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวี 35 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เปิดกรุ 5 อดีตสนช.ลาออกทรัพย์สินเพิ่ม
5 สนช. /  กอบกาญจน์ / 

ป.ป.ช.เปิดแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน 5 อดีตสนช. หลังลาออกเข้าร่วมในครม.ประยุทธ์ 1 พบ "กอบกาญจน์" รวยสุด 317 ล้าน ทรัพย์สินเพิ่มถ้วนหน้า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ สมาขิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.เพิ่มเติมอีก 5 ราย กรณีลาออกจาก สนช. ก่อนเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกอบด้วย 1.นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2.นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 3.นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 4.นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และ 5.พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยจากการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินพบว่า นางกอบกาญจน์  มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 317,105,668.96 บาท โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากกรณีรับตำแหน่งที่ทาง ป.ป.ช.ได้เปิดเผยไป เมื่อวันที่ 3 ต.ค. จำนวน 1,667,221 บาท ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นเป็นเงินลงทุน 748,450 บาท ส่วนทรัพย์สินที่เป็นที่ดินมูลค่าลดลง 1,087,600 บาท นายณรงค์ชัย อัครเศรณี มีรวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 281,267,255.30 บาท โดยทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากกรณีเข้ารับตำแหน่ง 4,328,568 บาท โดยเป็นทรัพย์สินในส่วนเงินลงทุน และเงินให้กู้ยืม นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน มีทรัพย์สิน 139,271,194 บาท ไม่มีหนี้สิน ขณะที่ก่อนเข้ารับตำแหน่งมีทรัพย์สิน138,592,255บาท ไม่มีหนี้สิน โดยเมื่อเปรียบเทียบรวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินเพิ่มขึ้น678,939บาท ซึ่งมีเงินฝากและเงินลงทุนเพิ่ม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 23,595,804.36 บาท มีหนี้สินทั้งหมด 1,177,059 บาท โดยในส่วนหนี้สินของนายอาคม เกิดจากกรณีที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฟ้องร้องในคดีกู้ยืมบังคับจำนอง ซึ่งในภายหลังมีการยอมความ พร้อมทั้งมีข้อตกลงว่านายอาคมยินยอมชำระหนี้ จำนวน 1,177,059 บาท และพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 16,932,902.75 บาท ขณะที่ก่อนเข้ารับตำแหน่งมีทรัพย์สิน 16,559,458.63บาท มีหนี้สิน 7,460,090.78บาท เมื่อเปรียบเทียบรวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินเพิ่มขึ้น 373,444.12บาท ซึ่งมีเงินฝากเพิ่มขึ้น 185,013 บาท MThai News

แห่ศพ ส.อบต.กระบี่ หลังอาการหนักหมอให้กลับบ้าน
กระบี่ /  ข่าววันนี้ / 

แห่ศพอดีต ส.อบต. หลังเข้า ร.พ. อาการหนัก แต่หมอให้กลับบ้าน นายมโน เครือแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ พร้อมด้วยชาวบ้าน กว่า 200 คน ร่วมกันนำศพ นายเจริญ นะบุตร อายุ 44 ปี  อดีต ส.อบต. ม.7 มาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังจาก นายเจริญ ได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา หลังจากเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ ลูก ๆ ได้นำนายเจริญมาที่ ร.พ.แห่งหนึ่ง ใน จ.กระบี่ หลังมีอาการปวดตามลำตัวอย่างรุนแรง แต่แพทย์ที่รักษาได้ฉีดยาแก้ปวด 1 เข็ม ให้ยาเคลือบกระเพาะ ยาแก้ปวดเฉียบพลัน และยาแก้ปวด ก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านแล้วเสียชีวิตในที่สุด ทางญาติของผู้ตาย กล่าวว่า นำผู้ตายมารักษาเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ แต่แพทย์ฉีดยาแล้วให้กลับบ้านทั้ง ๆ ที่ผู้ตายมีอาการหนัก เจ็บปวดตามร่างกายต่อเนื่องต้องพยุงขึ้นรถกลับ นอกจากนั้นยังติดใจถึงการจ่ายยาที่รักษา แค่ให้ยาแก้ปวดกับยาเคลือบกระเพาะ ทั้ง ๆ ที่ควรรักษาให้มากกว่านี้ ขณะที่แพทย์ชี้แจงว่า ได้ดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยพบว่ามีประวัติเป็นโรคตับแข็ง ส่วนสาเหตุการเจ็บปวดเนื่องจากลื่นล้ม เมื่อแพทย์วินิจฉัยจึงจ่ายยาให้ แต่พบว่าอาการไม่หนักจึงอนุญาตให้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่แพทย์ชี้แจง ทางบุตรชายของผู้ตายได้ท้วงเป็นระยะว่าพ่อมีอาการหนัก ขณะที่ นายแพทย์พนัส โสภณพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปภายใน 15 วัน และจะปรับปรุงการให้บริการของโรงพยาบาลกระบี่ต่อไป ทำให้ญาติพอใจนำศพกลับบ้านเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ลิว ฮว่ายบ่าว จี สาวสวยเวียดนามสุดฮอตในโลกโซเชียล
ประเทศเวียดนาม /  ผู้หญิง / 

ตอนนี้กระแสคนสวยมาจากเวียดนามมาเยอะจริงๆ ค่ะ อย่างล่าสุดนี้ก็คือ ลิว ฮว่ายบ่าว จี สาวสวยเวียดนามสุดฮอตในโลกโซเชียล หรือจะเรียกเธอว่า แม่ค้าคนสวยชาวเวียดนาม ก็ได้ค่ะ จนนักท่องเที่ยวบางรายที่ไปเที่ยวเวียดนาม ต้องขอแวะไปถ่ายรูปกับเธอซะด้วย ว้าววว แต่จะสวยจริงไหม และเธอเป็นแม่ค้าขายอะไร วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพร้อมพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับเธอกัน.... ลิว ฮว่ายบ่าว จี สาวสวยเวียดนามสุดฮอตในโลกโซเชียล ชื่อ : ลิว ฮว่ายบ่าว จี (Lưu Hoài Bảo Chi) อายุ : 19 ปี การศึกษา :  ม.3 เกิดประเทศ : เมืองดาลัต ประเทศเวียดนาม อาชีพ : แม่ค้าขายแบ๋งจั๋งจ่น (bánh tráng trộn - อาหารชนิดหนึ่งของชาวเวียดนาม) แม่ค้าคนสวยชาวเวียดนาม ที่โด่งดังในโลกออนไลน์ เธอมีอายุเพียง 19 ปี โดยชีวิตของเธอนั้นต้องลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่ ม.3 หลังออกจากโรงเรียนมาเธอก็ได้ลองทำอะไรหลายๆอย่าง เช่น ทำผม, ขายนม จนในที่สุดเธอก็มาช่วยเพื่อนบ้านขายแบ๋งจั๋งจ่น เห็นยังสาวยังสวยแบบนี้ หนุ่มๆ อาจต้องฝันสลาย เพราะเธอแต่งงานมีสามีและมีลูก 1 คนแล้วจ้า ซึ่งขณะนี้สามีของเธอก็เป็นผู้ช่วยในการขายแบ๋งจั๋งจ่นของเธอด้วย แต่ถึงเธอจะโด่งดังในโลกออนไลน์อย่างไร เธอก็ไม่รู้ความเคลื่อนไหวหรือกระแสใดๆ เกี่ยวกับตัวเธอแทบทั้งสิ้น เพราะเธอคนนี้ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีโน้ตบุ๊ค ไม่มีสมาร์ทโฟน ใช้เพียงโทรศัพท์ขาวดำธรรมดาเท่านั้นเอง ข้อมูลและภาพ : kenh14.vn, เสิร์ฟตรงจากเวียดนาม, pantip เรียบเรียง teen,mthai.com

เปิดใจ
งานธงฟ้า /  ดี.เอ็ม.อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น / 

“พล.อ.ประยุทธ์” สั่งคณะทำงานเก็บข้อมูล บริษัท "หมอยงยุทธ" หลังพบฟันงานรัฐบาล 114 ล้าน หวั่นกระทบภาพปราบโกง ด้านเจ้าตัวแจง เป็นยอดเงินตลอดปี 2543 ปัดรับเงินเดียว รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้คณะทำงานรวบรวมข้อมูลรายละเอียด กรณีมีการตรวจสอบพบว่าบริษัท ดี.เอ็ม.อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ของ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับงานประชาสัมพันธ์งานธงฟ้าเมื่อเดือนมิถุนยน 2557 และที่ผ่านมาบริษัทดังกล่าวได้งานประชาสัมพันธ์ จากหน่วยงานรัฐเป็นจำนวนมาก รวมแล้วเป็นมูลค่ามากกว่า 114 ล้านบาท และสาเหตุที่นายกฯ สั่งให้คณะทำงานเก็บข้อมูล เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ต้องการทราบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวอีกทั้ง ร.อ.นพ.ยงยุทธเป็นถึงโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งยังเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดกับนายกฯ จึงเกรงว่าจะมีผลกระทบกับภาพลักษณ์ของรัฐบาลในช่วงที่กำลังเดินตามโรดแมป ด้านร.อ.นพ.ยงยุทธ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่าตัวยอดงบ 114 ล้านบาทที่เป็นข่าวนั้น ตนขอชี้แจงว่าเป็นยอดจากการรับงานทั้งหมดตั้งแต่ปี 2543 เป็นเวลากว่า 14 ปี เป็นงานจากรัฐบาลกว่า 64 งาน ไม่ใช่งานเดียวรับงบมา 114 ล้านบาท และบริษัทดังกล่าวก็เปิดมานาน มีพนักงานทำงานด้านวิทยุโทรทัศน์ตลอดมา มีทั้งเอกชนและภาครัฐเป็นผู้สนับสนุน และงานทุกงานประมูลงานได้มาจากหน่วยงานต่างๆ โดยสุจริต ทั้งนี้ ตนได้ขายหุ้นของบริษัทไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ในราคาที่เรียกได้ว่าขาดทุน เพราะตนเหนื่อยกับการทำงานตรงนี้ ทั้งน้ำท่วมและปัญหาการเมืองต่างๆ ซึ่งมีการเจรจาขายหุ้นมาระยะหนึ่งก่อนหน้านั้นแล้ว กับผู้ที่สนใจจะมาซื้อ แต่ในช่วงที่ทำการตกลงราคากันเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะขายหุ้นไปนั้น ทีมงานยังคงทำงานกันอยู่ และไปได้งานของทางธงฟ้าพอดี เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน และภรรยาของตนจึงเป็นคนไปเซ็นสัญญา เนื่องจากเจ้าของใหม่ยังไม่สามารถเข้ามาเริ่มดำเนินการได้ และตนยืนยันว่าไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับงานธงฟ้าแต่อย่างใด เพราะช่วงนั้นตนมีงานโรงพยาบาลและงานโฆษกของทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ต้องดูแล ส่วนรายละเอียดของการสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่จะให้คณะทำงานมาตรวจสอบนั้น ตนคงต้องให้ทาง พล.ต.สรรเสริญิ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ให้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวต่อไป MThai News

เกิร์ลกรุ๊ป Crayon Pop เจ้าของท่าเต้นสุดเพี้ยนกับคอนเสิร์ตแรกในไทย
Crayon Pop /  คอนเสิร์ต / 

เตรียมตัวจัมพ์ปิ้งพร้อมกัน กับเกิร์ลกรุ๊ป Crayon Pop เจ้าของท่าเต้นสุดเพี้ยนกับคอนเสิร์ตแรกในไทย ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้พวกเธอยังร่วมรณรงค์โครงการดีๆ เชิญชวนให้เด็กๆ สวมใส่หมวกกันน็อคทุกครั้งเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ อีกด้วย Wowww เกิร์ลกรุ๊ป Crayon Pop เจ้าของท่าเต้นสุดเพี้ยนกับคอนเสิร์ตแรกในไทย เกิร์ลกรุ๊ปจากเกาหลี Crayon Pop ที่เพลงฮิตท่าเต้นสุดเพี้ยนอย่าง Bar Bar Bar ของพวกเธอกลายเป็นคลิปสุดฮอตบน Youtube สร้างชื่อจนโด่งดังเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เตรียมเดิมทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรกเพื่อแสดง mini concert เปิดตัวโครงการThe 7% Project รณรงค์ให้เด็กไทยสวมหมวกกันน็อคก่อนซ้อนมอเตอร์ไซค์ จัดโดย องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) และ มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (Asia Injury Prevention Foundation - AIP) ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร Crayon Pop กล่าวผ่านหน้าเว็บ www.7-percent.org ว่า รู้สึกดีใจมากที่จะได้มาประเทศไทย และได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการดีๆแบบนี้ พร้อมทั้งกล่าวเชิญชวนให้แฟนๆทุกคนมาร่วมชมการแสดงของพวกเธอและให้ทุกคนมาพร้อมกับหมวกกันน็อคสุดเจ๋งของตัวเอง เพื่อเตรียมเต้น Bar Bar Bar ไปด้วยกัน ด้วยท่าเต้นที่ทะเล้นสนุกสนานไม่เหมือนใคร ทำให้ Crayon Pop กลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่มาแรงที่สุดในวงการ K-Pop จนล่าสุด เลดี้ กาก้า ออกปากชวนร่วมทัวร์อเมริกาด้วยกันมาแล้ว พวกเธอจะขึ้นแสดงพร้อมสวมหมวกกันน็อคคู่ใจเสมอจนเกิดกระแสหมวกกันน็อคฟีเวอร์ เมื่อในปีที่ผ่านมา มีคนอัพโหลดการเต้น “คัฟเวอร์แดนซ์” เพลง Bar Bar Bar กว่าล้านคนผ่าน Youtube นอกจากนี้เพื่อนๆ สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและร่วมกิจกรรมได้ผ่านทาง hashtag #helmetpop,  https://www.facebook.com/7percent.org, https://twitter.com/7percentorg, http://instagram.com/7percentorg เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

นี่แหละทายาทผี! เฟอร์กี้ เผยเฮียกัลคือกุนซือของกุนซือ
ทีมชาติฮอลแลนด์ /  ปีศาจแดง / 

อดีตผู้จัดการทีมที่กลายเป็นตำนานของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ท่านเซอร์ เฟอร์กี้ ก็ได้ออกมายกยอง หลุยส์ ฟาน กัล ว่าคือผู้ที่เหมาะสมในการคุมทัพปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน กัล ได้รับตำแหน่งกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเต็มตัวหลังจากที่เขาทำทีมชาติฮอลแลนด์ คว้าอันดับ 3 ในช่วงฟุตบอลโลก 2014  และจากการมาของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงนักเตะแบบแทบยกทีม กล้าที่จะรื้อระบบ ยกเครื่องใหม่หมด จนเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ให้นิยามกับ หลุยส์ ฟาน กัล ว่า "เป็นกุนซือของกุนซือ" เลยทีเดียว ซึ่ง ฟาน กัล แสดงให้เห็นว่า นักเตะทุกคนควารที่จะได้เรียนรู้จากเขา จากเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือชีวประวัติของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน " My Autobiography " ฉบับปรับปรุ่ง ได้กล่าวถึง หลุยส์ ฟาน กัล ไว้ว่า " ผมขอเรียกเขาว่าเป็น กุนซือของกุนซือ เขาเป็นหนึ่งในสุดยอดฝีมือ ฟุตบอลคือชีวิตของเขา ผมชอบหลุยส์และเป็นมิตรกับเขาเสมอ เขานั้นน่าเกรงขาม แรงกระตุ้นของเขาคือเกมลูกหนังอันเปี่ยมสเน่ห์ เขาชอบดูทุกอย่าง ทั้งการเล่นของลูกทีม, การซ้อม และทุกอย่างๆ รวมถึงการพัฒนาเยาวชน"

ชาวพัทลุงโวย รับคูปองทีวิดิจิตอลแต่แลกชื้อไม่ได้
ข่าววันนี้ /  คูปอง / 

ชาวพัทลุงโวย รับคูปองทีวิดิจิตอลแต่แลกชื้อไม่ได้ จี้ราชการที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบด่วน ชาวบ้าน หมู่ที่ 3 ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง หลายครอบครัวออกมาโวย หลังจากรับคูปองแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล ที่ทาง กสท. ส่งมาให้ที่จุดรับในหมู่บ้าน แต่เมื่อนำใบคูปองไปแลกกล่องภายในห้าง ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่สามารถรับได้ เนื่องจากคูปองต้นขั้วถูกฉีกและดึงออกไป โดย นายเพียร รักษาเขต อายุ 56 ปี กล่าวว่า ได้นำคูปองไปรับกล่องทีวีดิจิตอลที่ห้างโลตัส สาขาพัทลุง แต่เมื่อยื่นใบคูปอง เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่สามารถรับได้เนื่องจากใบต้นขั้วถูกฉีกออกใบ ทำให้ไม่สามารถรับได้ จึงพากันเดินทางกลับและร้องเรียนต่อสื่อมวลชนให้เข้าตรวจสอบ นายเพียร ยังกล่าวอีกว่า ในวันรับใบคูปองในหมู่บ้าน ขณะที่มีการแจกจ่าย ทางเจ้าหน้าที่ไปรณีย์กงหราที่นำมาส่ง ได้ดึงใบต้นขั้วของชาวบ้านออกทุกราย ซึ่งชาวบ้านไม่ทราบว่าเป็นใบสำคัญและเจ้าหน้าที่ดึงเอากลับไปทำไม นอกจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 3 ที่ไม่ได้รับใบต้นขั้วแล้ว ยังมีชาวบ้านหมู่4 หมู่9 และหมู่อื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 9 หมู่บ้าน ถูกเจ้าหน้าที่ไปรณีย์เอาใบต้นขั่วของคูปองแลกกล่องรับสัญญาณแทบทั้งสิ้น ซึ่งทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิ์และเสียความรู้สึกเมื่อไปรับกล่องแล้วไม่ได้ อยากวอนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเป็นการด่วน ว่าที่เจ้าหน้าที่ดึงใบต้นขั่วไปนั้นเพื่อที่จะให้ชาวบ้านไปรับกล่องจากตัวแทนในเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ไปรณีย์เองหรือไม่

เมื่อแม่เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกสวนกลับ
ข่าววันนี้ /  ลูกแต่งตัวโป๊ / 

เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกตอกกลับ "แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" วันนี้(23ต.ค.) เป็นปัญหาที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆท่านต่างพากันหนักอกหนักใจ เกี่ยวกับการแต่งกายของลูกสาว เพราะแฟชั่นการแต่งกายของวัยรุ่นในปัจจุบันดูจะยิ่งสั้นยิ่งบางขึ้นเรื่อยๆ แม้การแต่งตัวเช่นนั้นอาจเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นไปเสียแล้ว แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงอดห่วงไม่ได้ แม้ผู้ปกครองหลายๆท่านพูดตักเตือนบุตรหลานให้ปรับปรุงเรื่องการแต่งตัวให้มิดชิดมากขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่เด็กบางคนอาจจะไม่ยอมฟังหรือทำตามคำแนะนำ อย่างเช่นเรื่องราวของสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมที่เป็นคุณแม่ท่านหนึ่ง เธอรู้สึกเครียดและไม่สบายใจ จึงนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับบุตรสาวมาระบายพร้อมขอคำแนะนำ ผ่านกระทู้ "เครียดค่ะ ลูกสาวอยู่ปี 2 ใส่ชุดนักศึกษาโป๊มาก เราเตือนไป ก็ด่าเรากลับว่า แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" (ภาพประกอบข่าว) ผู้เป็นแม่ได้บรรยายเรื่องราวในกระทู้ว่า สามีเพิ่งเสียไปตอนต้นปี ตัวเธอเองเรียนจบแค่ ม.3  ตอนนี้ก็ทำงานในโรงงานรับค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น ขณะที่ลูกสาวของเธอเป็นนักศึกษาชั้นปีที่2 ของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เมื่อตอนปี 1 ลูกสาวแต่งตัวเรียบร้อยมาก ใส่กระโปรงเลยเข่าและใส่เสื้อซับในทุกครั้ง แต่พอขึ้นปี 2 กลับแต่งตัวโป๊ขึ้น คือใส่กระโปรงทรงสอบสั้นๆประมาณครึ่งขาอ่อนได้ แล้วก็ไม่ใส่เสื้อซับในด้วย ทำให้เธอรู้สึกหนักอกหนักใจมาก เธอตัดสินใจพูดตักเตือนลูกสาวอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง แต่คำพูดของลูกทำเอาคนเป็นแม่อย่างเธอถึงกับจุกอก และข้อความดังต่อไปนี้คือการสนทนาของผู้เป็นแม่ที่เป็นเจ้าของกระทู้กับลูกสาว แม่ : แม่ว่าลูกแต่งตัวโป๊ไปนะลูก ลูกสาว : เดี๋ยวนี้ใคร ๆ เขาก็แต่งแบบนี้กันนะแม่ แม่ : มันอันตรายนะ เสื้อซับในลูกก็ไม่ใส่ ตอนซ้อมลีด ถ้าเหงื่อออกมาก ๆ จะทำยังไง มันเห็นไปถึงไหนต่อไหนนะ ลูกสาว : ไม่มีใครมามองหรอกแม่ พวกที่ซ้อมลีดด้วยกันก็ไม่เห็นมีใครใส่ เหงื่อออก แป๊บเดียวก็แห้งแล้ว แม่ : เวลาเหงื่อออกแล้วเห็นเสื้อใน มันดูไม่งามนะลูก ลูกสาว : แม่ไม่ต้องห่วง หนูดูแลตัวเองได้ พูดอยู่นั่นแหละ แม่ : แม่พูดเพราะแม่ห่วง ตอนนี้เราก็เหลือกันอยู่แค่สองคน ลูกสาว : แม่พูดซ้ำ ๆ แบบนี้มากี่รอบแล้วนี่ หนูบอกแล้วไง หนูดูแลตัวเองได้ เรา : ... ลูกสาว : แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู แม่ : (น้ำตาแทบไหลอะค่ะ) เธอบอกว่าไม่เป็นห่วงเรื่องการเรียนของลูกเลยเพราะผลการเรียนของลูกดีมาก แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือการแต่งตัว เพราะเธอเกรงว่าในอนาคตอาจเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกกลัวลูกจะไม่ปลอดภัย ภายหลังเรื่องของเธอถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจและเข้ามาแสดงความคิดเห็นภายในกระทู้ของเธอเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเข้ามาให้กำลังใจคุณแม่ท่านนี้ เนื่องจากลูกสาวของเธออยู่ในช่วงวัยรุ่น ก็ค่อยๆพูดค่อยๆแนะนำกันไป ขณะที่อีกส่วนหนึ่งบอกว่า คำพูดที่ลูกสาวพูดว่าแม่เรียนมาน้อยเป็นคำพูดที่ไม่ควรพูด และควรตำหนิลูก บ้างก็แนะนำให้ใช้ไม้แข็งในการสอนลูกบ้าง เพื่อให้ลูกได้รู้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ส่งเสียให้ลูกเรียนสูง ๆ ก็มาจากแม่ที่เรียนจบเพียง ม.3 คนนี้ ขอบคุณกระทู้ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมหมายเลข 1787551  MThai News ___________________________________________ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง แฟชั่นชุดนักเรียน ของแต่ละประเทศ นักศึกษาประเทศลาว น่ารักใสใสอมชมพู

ตร.พัทยาลุยกวาดจับสาวประเภท2ไทย-ลาว
จับสาวประเภท2 /  ตำรวจพัทยาจับสาวประเภท 2 ไทย-ลาว / 

ตำรวจพัทยา ลุยกวาดจับสาวประเภท 2 ไทย-ลาว ตัดตอนแก๊งล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว เมื่อช่วงเช้า ตำรวจชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำโดย ร.ต.อ.เนติธร รัตนสุชานันท์ รอง สวป. ได้นำกำลังออกกวาดล้างแก๊งสาวประเภทสอง มั่วสุ่มจับกลุ่มหวังก่อเหตุล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว ตั้งแต่บริเวณสายชายหาดเมืองพัทยา ไปจนถึงถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ เพื่อเป็นการป้องเหตุ ทั้งนี้ จากการกวาดล้าง สามารถจับกุมกะเทย 30 ราย แยกเป็นสัญชาติลาว 5 คน ตรวจสอบเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน มีผู้ไม่พกบัตรจำนวน 3 คน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือนก่อนทำการดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับคนละ 200 บาท แล้วปล่อยตัวไป ร.ต.อ.เนติธร กล่าวว่า ส่วนใหญ่กลุ่มกะเทยที่จับกุมมักเคยเป็นผู้ต้องสงสัยและผู้ถูกกล่าวหาในคดีล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง

วอนช่วย! สาวอายุ 26 แต่เหมือนเด็ก 10 ขวบ
ข่าวสังคม /  น้องส้มโอ / 

ชาวบ้านวอนช่วยหลือ หญิงสาวอายุ 26 แต่ดูเหมือนเด็ก 10 ขวบ เดือดร้อนอับอาย สมัครงานไม่มีคนรับ เนื่องจากตัวเล็กเกรงถูกข้อหาใช้แรงงานเด็ก นายชรัตน์ พงษ์คะชา นายกอบต.โนนสะอาด อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร แจ้งว่าพบหญิงสาวอายุ 26 ปี แต่สูงเพียง 120 ซม. อาศัยอยู่ที่บ้านไทยประสงค์ ต.โนนสะอาด มีรูปร่างเล็กเหมือนเด็ก อายุ 10 ขวบ ต้องการความช่วยเหลือ โดยพบ น.ส.คุณากร  เนหล้า หรือ ส้มโอ อายุ 26 ปี สูงเพียง 120 ซม รูปร่างเล็กเตี้ย หน้าตาคล้ายเด็กอายุ 10 ขวบ ซึ่งมักจะหลบหน้าผู้คนอยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากอายที่มีร่างกายเล็ก อีกทั้งลูกของเพื่อนที่แต่งงานไปแล้ว กลับมาเล่นกับตนเองเนื่องจากนึกว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ทั้งนี้ผู้เป็นป้าเล่าว่า ส้มโอเป็นลูกของน้องสาว โดยตอนคลอดส้มโอก็ออกมาเป็นปกติดี น้ำหนักถึง 3,000 กรัม แต่พอแม่ส้มโอได้เลิกกับแฟนและนำมาฝากตนเลี้ยง ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ซึ่งตนก็เลี้ยงและรักเหมือนลูกสาว ต่อมาพบถึงความผิดปกติทางร่างกาย โดยเมื่ออายุ 10 ขวบ วัดความสูงได้แค่ 120 ซม. จากนั้นก็ไม่สูงขึ้นอีกทั้งๆที่อาหารการกินก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องอะไร จนจบชั้น ม.3 ร่างกายก็เหมือนเดิม ตั้งแต่นั้นมาเมื่อส้มโอเมื่อไปหาเพื่อนรุ่นเดียวกัน กลับโดนเพื่อนๆหัวเราะและบอกว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานเพราะเพื่อนแต่ละคนก็มีลูกตัวเท่ากับส้มโอ ซึ่งหลังจากกลับมาจากพบเพื่อนแล้วก็ไม่ยอมไปไหนอีก และซ่อนตัวอยู่แต่บนบ้านนานนับสิบปี จนขณะนี้ อายุ 26 ปีแล้วทำให้เกิดปัญหาด้านจิตใจเป็นอย่างมาก โดยช่วงหลังมานี้ส้มโอบอกว่า ตนเองนั้นเป็นภาระของครอบครัวเพราะฐานะทางบ้านก็ยากจน อยากทำงานช่วยพ่อแม่แต่เมื่อไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีคนรับเพราะมักโดนบอกว่าไม่สามารถนำเด็กอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดมาทำงานได้ เพราะจะทำให้ผิดกฎหมาย ซึ่งตนยืนยันแล้วว่าเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่มีใครยอมเชื่อ ด้าน นายชรัตน์ พงศ์คะชา นายก อบต.โนนสะอาดกล่าวว่า หากใครหรือหน่วยงานไหนมีแนวทางช่วยเหลือ สามารถติดต่อมาที่ตนเองได้ เพื่อประสานให้การช่วยเหลือ โทร. 087-2151389 ทุกวัน MThai News เรียบเรียงโดย mthai ขอขอบคุณ ข่าวสดออนไลน์  http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE5EQXpPVEV4TlE9PQ%3D%3D

เจนสุดา ไม่ซีเรียส เจนี่ กิ๊ก!! อนันดา
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  เจน เจนสุดา ปานโต / 

เพิ่งกลับจากทริปนิวยอร์คสวีทกับแฟนหนุ่ม พอล สิริสันต์ มาหมาดๆ สำหรับสาว เจน เจนสุดา เผยไม่รู้เรื่องข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กิ๊กกับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม แจงถ้าเป็นเรื่องจริงก็ยินดีด้วย ไม่ซีเรียสที่ฝ่ายชายเคยเป็นข่าวกับตนมาก่อน บอกเป็นอดีตไปแล้ว รอสาวเจนี่มาพูดด้วยตัวเองดีกว่า... "ไปนิวยอร์ค อเมริกามาค่ะ น่าจะสัก 10 วัน มีคนอื่นไปด้วยแล้วก็มีเพื่อนอยู่ที่โน่นอีกค่ะ ก็โอเคนะก็เป็นฮอลิเดย์ ก็มีความสุขคืออยู่ไกลจากเรื่องงานน่ะค่ะ ก็ไม่ต้องคิดเรื่องงานมากมาย มันก็เหมือนไปล้างสมองตัวเองด้วย แล้วไปหาแรงบันดาลใจอะไรใหม่ๆ แบบเพิ่มพลังให้กลับมาทำงาน แล้วก็มาเจอเพื่อนด้วย สนุกค่ะ" "ก็ศึกษากันอยู่ตลอดเนอะ เจนว่าเวลาเรารู้จักใครสักคนน่ะเราก็ต้องใช้เวลาศึกษากันเยอะๆ น่ะค่ะ แพลนอนาคตไม่ได้วางแพลนอะไรเลย ไม่มีเลยน่ะ แพลนแต่งยังเลยน่ะยัง เพราะว่ายุ่ง งานแต่งเพื่อนมีแต่โมเม้นท์ซึ้ง พ่อเจ้าสาวเดินจูงออกมาอะไรอย่างนี้แบบพิธีฝรั่ง มันก็จะแบบซึ้งๆ ร้องไห้ช่วงนั้น แต่ว่าซึ้งกันเองมองหน้าแล้วร้องไห้ยังไม่มีค่ะ" "เจนี่มีข่าวกับอนันดา ไม่รู้เรื่องเลยเจนเพิ่งกลับมาเมื่อคืนนี้ แล้วก็เนี่ยมีคนเล่าให้ฟังแต่ว่าเจนก็ไม่รู้เรื่อง งงไหมไม่รู้เหมือนกัน คือเจนก็ไม่รู้เหมือนกันนะแต่ว่าถ้ากิ๊กกันจริงๆ ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ว่าเจนไม่รู้น่ะค่ะ โพสต์รูปตุ๊กตาเหมือนกัน ไม่รู้เลย ตอนนี้เขาอยู่แอลเอ เจนก็เลยไม่ได้คุยกับเขาแล้วก็ช่วงที่เขายังไม่ได้ไปเนี่ยเจนก็อยู่นิวยอร์คก็เลยยังไม่ได้คุย ก็ไม่เป็นไรไม่ซีเรียสอะไรเลย" "เจนี่ดูเหมือนกำลังอินเลิฟไหม ไม่รู้เหมือนกันนะ อันนี้ก็พูดไม่ได้นะ ให้เขาพูดเองดีกว่า คือคนเราถ้าจะมีความรักที่ดีมันก็เป็นเรื่องที่ดีน่ะค่ะ มันก็เป็นพลังให้เราขับเคลื่อนต่อไป ทำอะไรที่ดีต่อไปได้ คือถ้าเขาชอบกันจริงๆ แล้วก็ทำให้ก้าวเดินไปด้วยกันในทางที่ดีทั้งคู่ก็ยินดีค่ะ อนันดาเคยเป็นข่าวกับเจนมาก่อน ลำบากใจไหมก็ไม่อ่ะนะ มันก็เป็นเรื่องที่นานมาแล้วน่ะค่ะ มันก็ผ่านไปแล้วๆ เจนก็มีชีวิตของเจนที่แบบมีความสุขดีอยู่แล้ว คือมันไม่จำเป็นต้องไปติดอยู่กับอดีตแล้วก็เอามันมาเป็นความโกรธแค้นหรืออะไรน่ะค่ะ" เจน กล่าว เจนสุดา ปานโต เจนสุดา ปานโต เจนสุดา ปานโต เจนสุดา - พอล เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

ชาวเน็ตเร่งล่า มารศาสนา ชายคล้ายพระ โพสต์ภาพจับนกเขา
ข่าวจังหวัดสกลนคร /  ข่าวพระ / 

ภาพมารศาสนา ชายคล้าย พระจับนกเขาผู้ชาย โผล่ว่อนเฟซบุ๊ก ด้านชาวเน็ตจี้จัดการ เหตุทำลายศาสนา สะเทือนใจชาวพุทธฯ รุนแรง ขณะนี้ในโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเรียกร้องให้ทางการเข้าไปจัดการกับกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาศัยศาสนาในการหากินและเสพสุขทางกามารมณ์ ภายหลังปรากฎภาพชายแต่งกายคล้ายพระรายหนึ่ง กำลังจับอวัยวะเพศของผู้ชายภายในห้องแห่งหนึ่ง โดยเพจเฟซบุ๊ก "@เป็นได้เพียง คนขันเวลา คุณหน่อย" ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่ภาพดังกล่าว ระบุว่า ช่วยกันแชร์พวกหากินในผ้าเหลือง ด้วยพวกมารศาสนาชัดๆ เป็นพระแถว อ.ภูพาน จ.สกลนคร บ้านเรานี่แหละ ชื่อวัดผาน้ำย้อย ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้คนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าจัดการอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นภาพสะเทือนใจพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก MThai news

ชวนสลด คลิปแฉโรงงานคัดลูกเป็ดไปบด ทำอาหารแมว
บดลูกเป็ดทำอาหารแมว /  อาหารแมว / 

คลิปแฉโรงงานคัดลูกเป็ดไปบด ทำอาหารแมว เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา เว็บไซต์มิเรอร์ ได้เผยคลิปชวนสลด ที่กลุ่มพิทักษ์สัตว์ L214 จากประเทศฝรั่งเศส ได้นำมาเปิดเผยเกี่ยวกับการทารุณสัตว์อย่างโหดร้ายในโรงงานผลิตฟัวกราส์ (Foie Gras)ตับห่านหรือเป็ดอ้วน อาหารยอดนิยมที่มีผู้ผลิตและผู้บริโภคในฝรั่งเศสมากที่สุดในโลก กลุ่มนักพิทักษ์สัตว์ระบุว่า กลุ่มพิทักษ์สัตว์ระบุว่า คลิปดังกล่าวถูกถ่ายได้ในฟาร์มฟัวกราส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสนี้ ภายในคลิปสะท้อนให้เห็นถึงชะตากรรมลูกเป็ดตัวเมียราว 40 ล้านตัว ที่พวกมันจะต้องเผชิญในแต่ละปี คนงานจะคัดเลือกเฉพาะลูกเป็ดตัวผู้ที่สามารถขุนให้อ้วนได้เร็วเก็บไว้ ส่วนตัวเมียก็จะถูกกำจัดด้วยการโยนลงเครื่องบดเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น อาหารแมว ปุ๋ย หรือแม้แต่ในอุตสาหกรรมยา ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Luka Atheris สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม MThai News

แล้วใครจะซื้อ!? หงส์ เตรียมเฉดหัว เกรียนโอ้ พ้นรังปีใหม่นี้
บาโลเตลลี่ /  มาริโอ บาโลเตลลี่ / 

The Express สื่อชื่อดังของเกาะอังกฤษ ตีข่าว ลิเวอร์พูล กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะปล่อย มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงไร้อนาคต ที่ปัจจุบันกำลังโดนวิจารณ์อย่างหนักถึงฟอร์มการเล่นที่นับวันยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ แถมแมตช์ล่าสุดกับ เรอัล มาดริด (ลิเวอร์พูล แพ้ 0-3) ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เจ้าตัวดันไปขอแลกเสื้อกับ เปเป้ ช่วงพักครึ่งเวลาแรก ทำให้บรรดาตำนาน "หงส์แดง" ชุดรุ่งเรือง ต่างพากันออกมารุมจวกพฤติกรรมของหอกชาว อิตาเลี่ยน จนแทบโงหัวไม่ขึ้น โดยรายงานบอกว่า ถ้าหากศูนย์หน้าวัย 24 ปี รักษาความกากให้หายเป็นปกติได้ไม่ทันช่วงปีใหม่ ก็มีโอกาสที่จะโดน "หงส์แดง" เขี่ยทิ้งในตลาดซื้อขายนักเตะรอบสองทันที หลังโชว์ฟอร์มได้ไม่สมกับราคาที่จ่ายไปถึง 16 ล้านปอนด์ (ลง 10 ยิง 1)

บิ๊กจิ๋ว แนะรัฐบาลคิดถึงประโยชน์ปชช.
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

ชวลิต แนะรัฐบาลคิดถึงประโยชน์ปชช. หากไม่อยากให้ปฏิวัติสูญเปล่า ชม ประยุทธ์ เหมาะนายกฯ แต่ควรรับฟังคำติเตียน วานนี้ (23 ต.ค. 57) พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมือง หลัง คสช. ได้เข้ามาบริหารบ้านเมืองเป็นเวลากว่า 5 เดือน โดยมีความกังวลว่าการปฏิวัติรัฐประหารครั้งนี้จะเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาเริ่มด้วยดอกไม้แต่จบลงด้วยก้อนหิน ดังนั้นควรคิดถึงประชาชนส่วนใหญ่เป็นหลักแก้ไขให้ถูกจุด เพื่อจะได้ไม่เสียของ วันนี้อาจมีผู้สงสัยว่าเหตุใดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เรา กำลังดำเนินการอยู่จึงสับสนอลหม่าน ทำไมไม่เหมือนประเทศอื่นที่เขาทำกันได้ง่ายๆ หรือบางคนอาจถามว่าทำไมไม่ใช้การปกครองแบบเมืองจีน หารู้ไม่ว่าจะเป็นการปกครองแบบไหนก็แล้วแต่สิ่งสุดท้ายที่ต้องการคือผลประโยชน์ของประชาชน และค่อยๆ ปรับเปลี่ยนโดยประชาชนเอง อย่าไปคิดว่ารัฐธรรมนูญคือสิ่งที่เป็นประชาธิปไตย ตนเกรงอยู่อย่างเดียวว่าวงจรการดำเนินงานจะกลับไปสู่สิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วในการ ยึดอำนาจของทหาร เป็นห่วง แต่ก็ดีใจที่รัฐบาลชุดนี้เสีย สละมา เพราะการทำรัฐประหารมักจะเริ่มด้วยดอกไม้แต่จบลงด้วยก้อนหินทุกที เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังสิ่งนี้เท่านั้นเองอย่าไปทำเรื่องอื่น ขอให้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แก้ไขหนี้สิน ทำให้เขามีรายได้สูงขึ้น ทำให้ผู้คนมีความแตกต่างกันน้อยที่สุด คุณทำได้ หัวใจ อยู่ตรงนี้ พร้อมกันนี้ พล.อ.ชวลิต ยังได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่การทำงานและบุคลิกของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยว่า ถือว่าดีอยู่ แต่ควรฟังเสียงตักเตือนบ้าง และควรทำเฉพาะเรื่องที่จำเป็น อย่าไปยุ่งกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เป็นอำนาจของประชาชนให้เขาทำเองบ้าง ทั้งนี้เห็นด้วยที่รัฐบาล และคสช.วางหลักการไว้ 2 ข้อ คือปรองดองและปฏิรูป จะทำอะไรก่อนก็ได้ ทำไปพร้อมกันก็ได้ ไม่จำเป็นต้องปฏิรูป แล้วหยุดปรองดอง ช่วย กันเถิดครับ ให้กำลังใจเขา ให้กำลังใจกัน ช่วยกันเสนอแนะ ช่วยกันแนะนำ MThai news