หลักสิทธิมนุษยชน

ผีส่อแห้ว!! เป้าหมาย เฮียมู รับหลงไหลเพลงเชียร์ หงส์ พร้อมใช้YNWAบรรเลงในงานศพ
ข่าวลือซื้อขายนักเตะ /  บรีล เอ็มโบโล่ / 

แบบนี้ทำเอาสาวก "เร้ด อาร์มี่" แอบเซ็งไปตามๆกัน! เมื่อ บรีล เอ็มโบโล่ ดาวยิงวันเดอร์คิดของ บาเซิล ที่กำลังถูกจับตามองอย่างไม่คลาดสายตาโดย โชเซ่ มูรินโญ่ บอสใหม่ป้ายแดงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดอกยอมรับว่าชื่นชอบบทเพลง You'll Never Walk Alone (คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย) ซึ่งเป็นเพลงเชียร์ของสโมสรคู่อริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล และอีกหลายๆสโมสร โดย "หงส์แดง" ในยุคการทำทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่พร้อมทุ่มงบดึงตัวศูนย์หน้าความเร็วสูงรายนี้มาร่วมทัพเช่นเดียวกัน เมื่อถูกสื่อต่างประเทศอย่าง Schweizer Illustrierte สอบถามถึงเพลงที่จะใช้ในงานศพของตัวเอง? เอ็มโบโล่ ตอบเรื่องนี้ว่า "เพลงโปรดของผมคือ You'll Never Walk Alone" ทั้งนี้ หัวหอกดีกรีทีมชาติ สวิตเซอร์แลนด์ ชุดลุยศึก ยูโร 2016 วัย 19 ปี ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าดาวรุ่งที่ถูกจัดว่าเป็นแข้งที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่ง หลังจากที่ปัจจุบันสามารถขึ้นไปยึดเป็นตัวหลักให้กับ บาเซิล แถมยังทำสถิติลงสนามรับใช้ต้นสังกัดตลอดทั้งฤดูกาล 2015/16 ไปทั้งหมด 40 นัด เจาะตาข่ายได้ 13 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงได้อีก 9 ครั้งด้วยกัน

อยู่กันยาว! สวาดเเคทขยายสัญญา อดิเยียห์ ถึงปี 2017
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี /  โดมินิค อดิเยียห์ / 

สวาดเเคท ตัดสินใจจับดาวยิงชาวกานาต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปอีกหนึ่งปีครึ่ง หลังบอร์ดบริหารพอใจผลงานโดยจะอยู่ยาวถึงสิ้นปีหน้า สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ล่าสุดได้ทำการต่อสัญญาฉบับใหม่ โดมินิค อดิเยียห์ กองหน้าดีกรีทีมชาติกาน่า เพิ่มอีกปีครึ่ง โดยประเสริฐ บุญชัยสุข ประธานสโมสรได้กล่าวว่า "หลังจากที่โดมินิค อดิเยียห์ ได้โชว์ผลงานออกมาเป็นที่ประทับใจ ทั้งบอร์ดผู้บริหาร ทีมงานสต๊าฟโค้ช รวมถึงแฟนบอลสวาทแคท บอร์ดผู้บริหารจึงได้มีมติที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่ให้กับเจ้าตัว" โดยสัญญาฉบับใหม่นี้ จะมีระยะเวลา 1 ปีครึ่ง หรือสิ้นสุดฤดูกาล 2017 ทั้งนี้ ในเกมไทยลีก2016 นัดสุดท้ายของเลคแรก ที่สวาทแคทจะเปิดบ้านรับอาร์มี่ ยูไนเต็ดนั้น โดมินิค อดิเยียห์ จะยังคงได้รับความไว้วางใจจากโค้ชโจซิค ให้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริง และจะเป็นกำลังหลักให้กับทีมในการสู้ศึกไทยลีก 2016-2017 ต่อไป สำหรับเกมฟุตบอลไทยลีก 2016 นัดที่17 ของฤดูกาล สวาทแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ในวันพุธที่ 22 มิถุนายน 2559 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ เวลา 18.00 น.

เอ็มบาสซีฯ และ เป๊ปซี่ ชวนสัมผัสประสบการณ์พิเศษ “เอ็กซ์คลูซีฟม็อคเทล” ครั้งแรก !
เป๊ปซี่ /  โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน

เอ็มบาสซีฯ และ เป๊ปซี่ ชวนสัมผัสประสบการณ์พิเศษ “เอ็กซ์คลูซีฟม็อคเทล” ครั้งแรก ! โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี ดิโพลแมทสกรีน โดย AIS ร่วมกับบริษัทเป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด จัดแคมเปญส่งท้ายลมร้อนต้อนรับหน้าฝนสำหรับคนรักหนัง ด้วยเครื่องดื่มม็อคเทลสูตรพิเศษที่มีที่นี่ที่แรกและที่เดียว กับเครื่องดื่ม Weekday Refreshment Exclusive Mocktail by PEPSI Mixology ง่าย ๆ เมื่อลูกค้าคนพิเศษของเป๊ปซีให้เกียรติมาชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซีฯ และโชว์เป๊ปซี่ไลน์ เท่านี้ก็สามารถรับเครื่องดื่มม็อคเทลไปฟรี ๆ ทันที ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน ทุกท่านที่มาชมภาพยนตร์ผ่อนคลายกับเครื่องดื่ม 2 รสชาติ 2 สไตลพิเศษที่คิดค้นสูตรขึ้นมาสำหรับโอกาสนี้ ทั้ง Gold Cards ที่มีส่วนผสมของ 7-up เป็นเครื่องดื่มหลักเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณผู้ชาย เพราะมีรสชาติกระชุ่มกระชวย ซ่าถึงใจ เย็นสบายเข้าถึงอารมณ์ ส่วน Virgin Strawberry Mojito นั้นมีส่วนผสมของ Mountain Dew เหมาะสำหรับคุณผู้หญิง เพราะให้ความรู้สึกสดใส ซาบซ่าน่าลิ้มลอง ทำให้การชมภาพยนตร์ของคุณมีทั้งความสุข ความสนุก และความบันเทิงระดับเวิลด์คลาส

PREVIEW : โตโยต้า ไทยลีก ศรีสะเกษ เอฟซี - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  ศรีสะเกษ เอฟซี / 

เจ้าถิ่นกรูปรีอันตรายที่ร้อนเเรงในบ้าน เจอศึกหนักเมื่อต้องดวลดาร์บี้แมตช์แห่งอีสานใต้กับแชมป์เก่า มาเช็คความพร้อมว่าสุดท้ายเจ้าถิ่นจะปิดฉากเลกเเรกด้วยสถิติไร้พ่ายได้หรือไม่ ศรีสะเกษ เอฟซี (10) - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (5) แข่งขัน : วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน 2559 เวลา : 19.00 น. สนาม : ศรีนครลำดวน, ถ่ายทอดสดทาง : True 4U ความพร้อม ศรีสะเกษ เอฟซี : เกมล่าสุดออกไปพ่าย เชียงราย ยูไนเต็ด 1-3 ทว่าผลงานในบ้านจัดว่ายอดเยี่ยมเนื่องจากปัจจุบันเป็นหนึ่งเดียวที่ยังไม่แพ้ใครในรัง เเต่เกมนี้จะขาดจอมทัพตัวเก่งอย่าง คมสันต์ เมินดี ที่ติดโทษแบน ส่วนรายอื่นๆยังพร้อมรบ อาทิ เอกพันธ์ จันดากรณ์, สมยศ พงษ์สุวรรณ สามแนวรุกเป็น ณัฐวุฒิ คำรินทร์ , แอนทอน เซมลิเอนุกกิน และ การ์ฟ่า ดูโรซินมี่ โดยจะวาง ภูวดล สุวรรณชาติ ยืนเป็นหอกตัวเป้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ฟอร์มที่ผ่านมายังไม่เป็นไปตามเป้าเมื่อดวล บีอีซี เทโรศาสน เสมอกันมา 3-3 โดยเกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน อนันต์ บัวแสง ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกจากนั้นคือรายเก่าอย่าง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สิทธิโชค กันหนู, กรวิทย์ นามวิเศษ, โก ซุล กิ และสุเชาว์ นุชนุ่ม ทำให้เกมออกมาเยือนนี้อาจต้องปรับทัพเยอะเนื่องจากตัวรุกอย่าง เวสลีย์ เฟย์โตซ่า เพิ่งปล่อยให้ โชนัน เบลมาเร่ ยืมตัว โดยอาจดันใครไปเล่นในตำเเหน่งเเนวรุก โดยมีกำลังหลักอย่าง อันเดรส ตูเญซ, จักรพันธ์ แก้วพรม, สุภโชค สารชาติ และคิม ซึง ยอง ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยศรีสะเกษ เอฟซี และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เคยพบกันมาทั้งหมด 13 นัดรวมทุกรายการตั้งแต่ปี 2010 เป็น "ปราสาทสายฟ้า" ที่ทำผลงานได้ดีกว่าชนะ 10 นัด เสมอ 2 ส่วนศรีสะเกษ เอฟซี ชนะเพียงแค่ 1 นัด สถิติที่พบกัน 5 เกมหลังสุด ศรีสะเกษ เอฟซี 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ศรีสะเกษ เอฟซี 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-0 ศรีสะเกษ เอฟซี ศรีสะเกษ เอฟซี 1-3 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-0 ศรีสะเกษ เอฟซี ฟันธงการเเข่งขันคู่อื่นๆ นครราชสีมา มาสด้าฯ 1-0 อาร์มี่ ยูไนเต็ด แบงค็อก ยูไนเต็ด 3-1 สุโขทัย เอฟซี ราชบุรี มิตรผลฯ 1-1 สุพรรณบุรี เอฟซี ชลบุรี เอฟซี 0-1 เชียงราย ยูไนเต็ด เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-0 โอสถสภา M-150 ราชนาวี 1-1 พัทยา ยูไนเต็ด บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-0 บีบีซียู เอฟซี บีอีซี เทโรศาสน 2-1 ชัยนาท ฮอร์ลบิน

ดีแทค ส่งจดหมายชี้แจงเรื่องความเชื่อมโยงกับ คุณบุญชัย
dtac /  ดีแทค

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ขอชี้แจงว่า คุณบุญชัย เบญจรงคกุล เป็นกรรมการของบริษัทฯท่านหนึ่งในจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด 12 ท่านของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการได้เลือกให้คุณบุญชัยทำหน้าที่ประธานกรรมการเท่านั้น โดยคุณบุญชัยไม่ได้เข้ามาบริหารกิจการหรือดูแลด้านการเงินของธุรกิจประจำวันของดีแทคแต่อย่างใด การดำเนินการของบริษัทฯในเรื่องดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะผู้บริหารตามที่ได้รับมอบหมายและภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ซึ่งการดำเนินงานจะอยู่ในกรอบนโยบายและหลักบรรษัทภิบาล นอกจากนี้ ดีแทคเป็นบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ว่าบุคคลใดก็สามารถซื้อหุ้นของดีแทคได้ตามระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยในปัจจุบันเรามีผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของบริษัทร่วมกันถึง 52,800 ราย โดยการดำเนินการต่างๆ ของบริษัทฯ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและหลักบรรษัทภิบาลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและองค์กรตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง ผมขอยืนยันว่าดีแทคไม่มีนโยบายที่จะให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือด้านใดๆแก่กลุ่มบุคคลใดเป็นพิเศษ นโยบายของดีแทคคือเราจะบริจาคเงินหรือสิ่งของการกุศลต่างๆเฉพาะเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวมเท่านั้น และในการบริจาคเงินหรือสิ่งของการกุศลดังกล่าวในแต่ละกรณีจะต้องผ่านคณะทำงานที่ผมได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการตรวจทานถึงประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมก่อนการอนุมัติ ผมอยากจะขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า ดีแทคเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มุ่งให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า โดยไม่มีวัตถุประสงค์เอนเอียง ฝักใฝ่การเมือง หรือศาสนาใดศาสนาหนึ่งและเราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความเชื่อใดๆของแต่ละบุคคล ในฐานะที่เราเป็นบริษัทที่ให้บริการโทรคมนาคม ดีแทคยึดมั่นในความเป็นกลาง และในหลักบรรษัทภิบาล ผมและพนักงานดีแทคขอขอบคุณในทุกกำลังใจ ความเข้าใจในข้อเท็จจริง และความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาให้กับดีแทค ผมในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารพร้อมด้วยพนักงานอีกกว่า 5,000 คนขอขอบคุณและพร้อมที่จะให้บริการด้านการสื่อสารแก่ทุกท่านด้วยความตั้งใจจริงต่อไป ขอบคุณครับ

Huawei หนุนไทย เกาะติดคลาวด์เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
huawei

หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน Huawei Cloud Congress Thailand 2016 (HCC Thailand 2016) ตอกย้ำการให้ความสำคัญกับการสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตร สามารถมองหาโอกาสและความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคคลาวด์ โดยจัดธีมงานลักษณะ Transforming with cloud, Setting new benchmark พร้อมหนุนประเทศไทยเกาะติดคลาวด์เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล สำหรับงานครั้งนี้ ได้สร้างมูลค่าใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ตลอดจนโอกาสใหม่ทางอุตสาหกรรมและธุรกิจ มีตัวเลขการวิจัยถึงการเติบโตของตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้งทั่วโลก ซึ่งเมื่อปี 2558 พบว่าเติบโตถึง 28% แตะหลัก 110 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ ไอดีซี คาดการณ์ว่าจะมีการติดตั้งใช้งาน external cloud เพิ่มจาก 22% ในปัจจุบันเป็น 32.1% ในอีก 2 ปีข้างหน้า คิดเป็นอัตราเติบโต 45.8% นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้ให้บริการและลูกค้าองค์กร ชิงความเป็นผู้นำในยุคคลาวด์ ขณะที่ ในภาพเศรษฐกิภาพรวมนั้น คลาวด์และบิ๊ก ดาต้า จะเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล ที่จำเป็นต่อการเร่งการเติบโตให้กับเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทย ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังผลักดันโครงการใหม่ๆ ให้เกิดการหลอมรวมกับแนวคิด Thailand 4.0 และ Industry 4.0 สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกที่กำลังเข้าสู่ยุคการพัฒนาอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 โดยเกี่ยวข้องกับคลาวด์ คอมพิวติ้ง, บิ๊ก ดาต้า และ Internet of Things ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้ออกมาตรการใหม่ๆ สนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์จากคลาวด์ คอมพิวติ้ง ตลอดจนความสามารถของเทคโนโลยีไอซีทีมาสร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการสร้างให้เกิดเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าภายในเวลา 2 ปี จะช่วย ลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีศักยภาพด้านงานวิจัย อีกทั้งช่วยเร่งความเร็วในการสร้างนวัตกรรมของไทย ซึ่งจะสร้างให้เกิดเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งให้กับประเทศ โดยเป็นการทำงานร่วมกัน 3 ฝ่าย ทั้งมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และรัฐบาลที่เป็นรูปธรรม ปัจจุบันมีนักวิจัยเกือบ 200 คนจากหน่วยงานรัฐ เข้าไปทำงานร่วมกับบริษัทเอกชนแล้ว ทั้งนี้ ในงาน HCC Thailand 2016 หัวเว่ย ได้ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, SAP, Intel, Brocade, Accenture, Commvault, ECS และ Synnex เปิดตัว FusionCloud Ecosystem ตอกย้ำแนวคิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน และสร้าง Cloud Ecosystem แบบเปิดที่จะช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีคลาวด์ได้รวดเร็วง่ายดายยิ่งขึ้น

Pai in the Mist เที่ยวปายหน้าฝน กับ 12 สถานที่สุดประทับใจ
Pai in the Mist /  เที่ยวปาย / 

เดือนกันยายน ก็เข้าหน้าฝนแบบเต็มเหนี่ยว แม้จะตกไม่มากเท่าปีก่อน ๆ แต่มันก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวสะดวกยิ่งขึ้น ไม่เฉอะแฉะเกินไปนัก โดยเฉพาะการไปเที่ยวภาคเหนือ จะทำให้คุณมีความสุขไปกับทุ่งนาอันเขียวขจี เคล้ากลิ่นเม็ดฝน กับบรรยากาศชื้น ๆ และถ้าโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกยามเช้า ซึ่งมีโอกาสเห็นได้มากกว่าหน้าหนาว และที่แอดมินกำลังจะพาไป นั่นก็คือ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครับ Pai in the Mist เที่ยวปายหน้าฝน เมืองในม่านหมอก เที่ยวปายหน้าฝนดีอย่างไร ? แน่นอนสิ่งที่งดงามที่สุดคือ คนน้อย ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว อากาศก็ชื้นกำลังดี ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป แค่นี้ก็เที่ยวกันได้อย่างเพลิดเพลินใจแล้วฮะ และหากช่วงค่ำวันไหนเกิดฝนกระหน่ำ อย่ารอช้า ช่วงเช้าจะมีทะเลหมอกสุดอลังการรอคุณอยู่ travel.mthai.com ขอพาคุณไปเที่ยว 12 สถานที่สุดประทับใจแห่งเมืองปาย รับรองว่าครบรสแน่นอนฮะ 1. กองแลน ปาย แคนยอน กองแลน หรือ ปาย แคนยอน แหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะคล้ายกับแพะเมืองผี ตั้งอยู่ในเขตบ้านร้องเหย่ง ห่างจากอำเภอปายประมาณ 7 กม. สามารถเดินทางได้โดยทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย-แม่มาลัย) บริเวณหลัก กม.ที่ 88 อยู่ทางด้านขวามือ และต้องเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตร มีลักษณะเป็นผืนดินที่ถูกกัดเซาะเป็นร่องลึกคล้ายหน้าผาติดต่อกันเป็นบริเวณกว้างประมาณ 5 ไร่เศษ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย และเป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ    2. โป่งน้ำร้อนไทรงาม โป่งน้ำร้อนไทรงาม เป็นแก่งน้ำพุร้อนคล้ายน้ำตกขนาดย่อมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ น้ำใส อุณหภูมิอุ่นกำลังสบาย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน โดยอยู่ห่างจากอำเภอปายไปทางแม่ฮ่องสอน ราว 12 กม. 3. วัดศรีดอนชัย “วัดศรีดอนชัย” เป็นวัดแห่งแรกของ อ.ปาย ที่มีอายุกว่า 700 ปี เป็นศูนย์รวมใจของคนท้องถิ่น วัดศรีดอยชัยมีอีกชื่อนึงว่า "วัดหลวงสะหรีบัวบาน" ตั้งอยู่เลขที่ 18 หมู่ที่ 8 ตำบลเวียงเหนือ เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบพม่าผสมผสานกับล้านนา มีความวิจิตรงดงาม โดยมีพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงห์) ที่อันเชิญมาจากเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ สถิตเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง 4. สะพานประวัติศาสตร์ ปาย สะพานประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กของเมืองปายก็ว่าได้ เป็นสะพานที่ทำจากเหล็ก สร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทหารญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเก่าแก่และมีเสน่ห์อย่างมาก เป็นจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเลยฮะ   5. Love Strawberry สัมผัสกับบรรยากาศของไร่สตรอเบอร์รี่ปลอดสารพิษ ที่ Love Strawberry ตั้งอยู่ที่หมู่ 10 ต.ทุ่งยาว ซึ่งจะเปิดให้ท่านได้เดินชมอย่างใกล้ชิด ถ่ายรูปกับสตรอเบอร์รี่ยักษ์ พร้อมลิ้มรสกับสตรอเบอร์รี่สด ๆ จากไร่ และมีผลิตภัณฑ์ ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดให้เลือกมากมาย พร้อมสนุกกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ขี่รถ ATV โหนสลิง Gibbon หรือที่เป็นไฮไลท์คงต้องยกให้เจ้า Giant Swing เครื่องเล่นใหม่สุดเสียว พร้อมเหวี่ยงคุณให้ลอยอยู่กลางอากาศ    6. ม่อนหยุนไหล จุดชมวิวแห่งใหม่ของอำเภอปาย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว อากาศอันเย็นสบายเป็นเสน่ห์ของอำเภอปาย ยังร้องเรียกนักท่องเที่ยวจากทุกทิศให้เดินทางไปสัมผัส ยามเช้ามีทะเลหมอกให้ได้ชมกัน พร้อมชมวิวพร้อมกับป้ายจุดชมวิวหยุนไหล และ 100 สถานที่บอกรัก รวมทั้งศาลาสำหรับนั่งชมวิวยามเช้า ล้วนแล้วแต่อยู่ในภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวทุกคนที่ขึ้นมาที่นี่    7. Thom's Pai Elephants Camp พักผ่อนในวันสบาย ๆ ด้วยการนั่งช้างเที่ยว ท่ามกลางบรรยากาศพงไพร ไร่พืชพันธุ์อันเขียวขจี สัมผัสความน่ารักและมิตรภาพของช้างไทย ที่จะพาท่านเพลิดเพลินในทุกย่างก้าว Thom's Pai Elephants Camp ปางช้างที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงไปไกลกำลังรอทุกท่านอยู่ โดยตั้งอยู่หมู่ 2 บ้านแมฮี้ ตัวเมืองปายเลยครับ   8. ถนนคนเดินปาย เบรกกับธรรมชาติแล้วมาเดินชิล ๆ เสพศิลป์กลิ่นเมืองเหนือกับกิจกรรมช้อปปิ้ง ที่ถนนคนเดินปายกันฮะ เพลิดเพลินไปกับการได้เลือกซื้อสินค้าประจำถิ่น ได้ชมงานศิลปะของศิลปิน หรือจะเป็นการซื้อโปสการ์ดแล้วเขียนส่ง พึงระวังการกระเป๋าฉีกกันนะครับ เพราะของที่นี่สวย ๆ เก๋ ๆ ทั้งนั้น 9. วัดพระธาตุแม่เย็น วัดพระธาตุแม่เย็น ตังอยู่ที่ตำบลฮี้  ถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองปายมาเป็นเวลาช้านาน แต่กลับไม่มีประวัติแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด และใครเป็นผู้สร้าง ตั้งอยู่บนภูเขาทางด้านทิศตะวันออกของอำเภอปาย ห่างจากที่ว่าการอำเภอปายประมาณ 2 กิโลเมตร เลยจากทางเข้าน้ำตกแม่เย็นมาเพียง 100 เมตร ก็จะพบทางเข้าวัด จุดเด่นที่สำคัญคือการชมวิวพระอาทิตย์ตกอันสวยงาม เบื้องหลังเป็นที่ประดิษฐานของ "พระพุทธโลกุตระมหามุนี" พระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ ที่โดดเด่นเห็นแต่ไกลจากด้านล่าง 10. หมู่บ้านจีนยูนนาน สันติชล หมู่บ้านสันติชล หรือ ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน เป็นชุมชนที่นำเสนอเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของชาวจีนยูนนานอันเป็นรากฐานของชุมชน มาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ท่านจะได้ชมบ้านดิน สนุกสนานไปกับการละเล่นโล้ชิงช้า ชิมชาชั้นเลิศ ลิ้มรสอาหารยูนนานแสนอร่อย พร้อมกับบรรยากาศอันงดงาม เหมาะกับการถ่ายรูปเป็นที่สุด คุณจะรู้สึกได้ว่านี่ฉันอยู่เมืองไทยหรือนี่ ?? หมู่บ้านสันติชล ตั้งอยู่ตำบลเวียงใต้ ห่างจากตัวอำเภอปายประมาณ 4.5 กิโลเมตร     11. จุดชมวิวดอยกิ่วลม จุดชมวิวดอยกิ่วลม มีความสูงประมาณ 2,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวนี้สามารถชมได้ทั้งสองฟากถนน มีทัศนียภาพที่สวยงามและหลากจินตนาการของทิวเขาที่สลับซับซ้อนของยอดดอยเชียงดาว มีเมฆขาวสลับกันสวยงาม มีร้านขายของอาคารขายสินค้าของพี่น้องชาวเขาเผ่าลีซอ มีสินค้าหัตถกรรม และสินค้าอื่น ๆ วางขายบริการแก่นักท่องเที่ยว ปัจจุบัน จุดชมวิวดอยกิ่วลม ได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีจุดบริการนักท่องเที่ยวซึ่งสร้างอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ และมีร้านกาแฟชาวไทยภูเขา    12. Romance Farm โรแมนซ์ ฟาร์ม (Romance Farm) ฟาร์มแกะ และเกษตรกรรม ที่จะทำให้วันเวลาของคุณมีแต่ความสุข เพราะนอกจากจะได้สัมผัสกับความน่ารักของน้องแกะแล้ว คุณจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งหญ้าและขุนเขา รวมถึงการนั่งจิบกาแฟและลิ้มรสขนมแสนอร่อย ฟาร์มแห่งนี้ตกแต่งในสไตล์ยุโรปชนบท มีแคมป์สำหรับก่อกองไฟปิ้งมาร์ชเมลโล่ในยามค่ำคืน ได้บรรยากาศบุบผาชนเป็นที่สุด ที่สำคัญเดินทางง่าย เพราะอยู่ใกล้ ๆ กับวัดศรีดอนชัยเลยฮะ แอดมินขอยืนยันเลยว่า ตั้งแต่เดินทางท่องเที่ยวมา ที่แห่งนี้เป็นฟาร์มที่สวยและน่าหลงใหลที่สุด และชีสเค้กของที่นี่ก็อร่อยสุดยอดเลย ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ การเดินทางในทริปนี้ต้องขอขอบคุณ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวปาย ที่ดูแลพวกเราพี่น้องสื่อมวลชนเป็นอย่างดี และสายการบินไทย แอร์เอเชีย ผู้สนับสนุนการเดินทาง อย่าลืมนะครับว่า ... ปาย หน้าฝน ก็งดงามควรค่าแก่การมาเที่ยว คนก็น้อยกว่า อากาศกำลังดี ยิ่งปลายฝนต้นหนาวยิ่งต้องมา เมืองน่ารักแห่งนี้รอต้อนรับทุกท่านเสมอครับ ขอบคุณนิคอน เซลส์ ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อเลนส์ NIKKOR 18-300mm และ 35mm F1.8 มาให้เราได้ใช้เก็บภาพงาม ๆ ครับ ถ่ายภาพและเรียบเรียงโดย : Travel MThai 

The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้
The Sea-Cret Garden Hua hin /  ที่พักหัวหิน / 

เมื่อเอ่ยถึงหัวหินแล้ว..ใครหลายๆคนอาจจะต้องนึกถึงภาพทะเลขึ้นมาเป็นอย่างแรก แต่สำหรับทริปหัวหินครั้งนี้แพรและ Where is จะพามาเที่ยวหัวหินแบบไม่เจอทะเลแต่ก็มีความสุขได้เหมือนกัน พาทุกคนไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin The Sea-Cret Garden Hua hin ไม่ติดทะเลก็เฮได้ The Sea-Cret Garden Hua-Hin ตั้งอยู่ที่ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหินค่ะ ซึ่งห่างจากตัวเมืองหัวหิน ประมาณ 15 กิโล แพรใช้วิธีค้นหาจากกูเกิ้ล map หากเราวิ่งเส้น กรุงเทพ-ปราณบุรี มุ่งหน้าปราณบุรี จะสังเกตได้จากป้ายบอกตลอดทางเลยค่ะ รีสอร์ทจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ให้เราเลี้ยวซ้ายตรงทางแยก หากเลี้ยวขวาจะไปวัดห้วยมงคล ถนนทางเข้าจะเป็นดิน หลายๆคนอาจจะลังเลว่าใช่ซอยนี้ไหม แต่ตามป้ายเข้ามาเจอแน่นอนจ้า ครั้งแรกที่แพรมีโอกาสได้เห็นภาพรีสอร์ทนี้จากในเว็ปไซต์ต่างๆ ก็ชวนให้อยากมาที่นี่มากๆเลยค่ะ ด้วยสีสัน การออกแบบต่างๆ ห้องพักของที่นี่จะเป็นลักษณะวิลล่าค่ะ และที่ดึงดูดสุดๆเลยนั้นก็คือสระว่ายน้ำของที่นี่ที่จะสามารถเชื่อมต่อไปได้ทุกห้องตามแนวยาวและล็อบบี้สีหวาน และที่นี่จะสวยแค่ไหนนั้นเรารีบเข้าไปดูกันดีกว่าจ้า ก่อนอื่นเลยเราต้องมาสำรวจที่จอดรถกันก่อนค่ะ ที่จอดรถกว้างขวางเพียงพอหายห่วงได้เลย หลังจากนั้นเราก็เดินมาในส่วนของล็อบบี้กันจ้า ล็อบบี้ที่ The Sea-Cret Garden Hua-Hin นี้ จะตกแต่งด้วยโทนสีขาวม่วงและชมพูเป็นหลักค่ะ มีความหวานน่ารักๆและดูหรูหราเข้ากันมากๆ รับรองว่าฟรุ้งฟริ้งโดนใจสาวๆหลายคนแน่ๆเลย และบนล็อบบี้นี้ยังมีบริการให้เช่าห่วงยางอีกด้วยค่ะ สำหรับใครที่ไม่ได้นำห่วงยางมาเองสามารถมาเช่าได้ที่ล็อบบี้เลย ด้านหลังของล็อบบี้จะมีบันไดอีกฝั่งหนึ่งค่ะ เมื่อเราลงบันไดฝั่งนี้ ก็จะเป็นส่วนของห้องพักต่างๆและสวนค่ะ บริเวณนี้นอกจากจะเป็นส่วนของห้องพักแล้ว ยังเป็นในส่วนของสวนอีกด้วยค่ะ ซึ่งสวนที่แพรพูดถึงนี้จะเป็นสวนที่เราสามารถมาเดินเล่น นั่งชิล รวมไปถึงการจัดปาร์ตี้ที่สวนนี้ได้เลยค่ะ บรรยากาศยามเย็น ดีมากๆค่ะ หลังจากที่ชมส่วนด้านรอบๆรีสอร์ทกันไปบ้างแล้ว ก็เข้ามาในส่วนของห้องพักของที่นี่กันบ้างค่ะ ซึ่งห้องพักของที่นี่จะมีหลายโทนสีค่ะ เช่น สีชมพู สีเหลือง สีเขียว หรือ สีม่วง และครั้งนี้เราได้เข้าพักกันที่ห้อง408 ซึ่งเป็นห้องสีชมพูค้า ตามไปกันเลย ในห้องพักของ The Sea-Cret Garden Hua-Hin จะจัดแยกสัดส่วนแต่ละส่วนภายในห้องได้เป็นอย่างดีค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องพัก ส่วนแรกที่เราจะพบเลย นั่นก็คือส่วนของห้องครัว ภายในห้องครัวมีอุปกรณ์ครบครันค่ะ อ่างล้างจาน ไมโครเวฟ ตู้เย็น มินิบาร์ ต่างๆ ติดกับห้องครัวก็จะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า และ โต๊ะกระจก ค่ะ ซึ่งภายในตู้จะมีชุดคลุมมอาบน้ำ  ไดร์เป่าผม และตู้เซฟไว้บริการอีกด้วยจ้า ถัดมาจากส่วนของห้องครัวและตู้เสื้อผ้าแล้วเราก็ย่องไปที่ห้องนอนของเรากันเลยค่า อย่างที่ทราบกันแล้วว่าการเข้าพักครั้งนี้แพรได้ห้องสีชมพูค่ะ เมื่อสีขาวกับสีชมพูมาอยู่ด้วยกันแล้วเป็นอะไรที่โล่งโปร่งสบายตา รู้สึกว่าห้องโล่งกว้าง ไม่คับแคบค่ะ จากห้องของเรา เมื่อเปิดม่านรอบด้านเราจะสามารถเห็นสระว่ายน้ำด้านหลังห้องและต้นไม้สีเขียวได้ด้วยค่ะ ส่วนต่อไปคือส่วนที่สำคัญไม่แพ้กับส่วนอื่นเลยค่ะ นั่นก็คือห้องน้ำนั่นเอง ห้องน้ำที่นี่จะจัดแบบน่ารักๆ กว้างขวาง แบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียก มีอ่างจากุซซี่ ให้นอนแช่อย่างสบาย ม่านห้องน้ำเราสามารถเปิดให้โล่งชมวิวด้านนอกหรือจะเลือกดูทีวีจากห้องเราก็ได้ด้วยค่ะ  หลังจากที่ชมบรรยากาศภายในห้องกันไปแล้ว ก็ลองออกมาชมวิวที่หลังห้องของเรากันสักนิดค่าว่าโรแมนติกแค่ไหน แต่ละห้องจะมีบันได เราสามารถเดินลงสระว่ายน้ำจากประตูห้องของเราได้เลยค่ะ ชมกันเพลินๆก็ถึงเวลามื้อเย็นของเรากันแล้วค่ะ มื้อเย็นวันนี้แพรและ Where is ก็ไปฝากท้องกันที่ห้องอาหาร Jin & Juice restaurant ซึ่งเป็นห้องอาหารในรีสอร์ทนั่นเองค่ะ ห้องอาหารนี้จะอยู่บริเวนบนล็อบบี้นั่นเอง การตกแต่งของห้องอาหารที่นี่จะจัดแบบเดียวและโทนสีเดียวกันล็อบบี้เลยค่ะ สวยหวานสุด และมื้อเย็นวันนี้ขอนำเสนอ...... ข้าวหมูกระเทียม และ แกงส้มชะอมกุ้งจ้า เมื่อทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้วแพรก็จะพาไปนั่งชิลๆยามค่ำก่อนนอนกันที่ริมสะว่ายน้ำที่ห้องพักของเรากันค่ะ ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับกันอย่างสบายในช่วงเช้า  แพร และ Where is ก็ไม่พลาดที่จะตื่นแต่เช้าขึ้นมาเก็บภา สวยๆ จากบนดาดฟ้าของห้องพักยามเช้าพระอาทิตย์ขึ้นมาฝากทุกคนค่ะ แต่แล้วก็ต้องเสียใจ เพราะเมฆฝนมาแวะทักทายกันแต่เช้าและตลอดทั้งวันเลย แงแง แพรลืมบอกไปเลยค่ะ ว่าแต่ละห้องที่นี่จะมีชั้นดาดฟ้าให้เราได้ขึ้นไปชมวิวด้านบน  หรือจะสั่งปิ้งย่างซีฟู้ดที่ทางรีสอร์ทมีบริการมานั่งทานกันเป็นครอบครัวบนนี้ได้ด้วยค่า เช้านี้เราตื่นแต่เช้าเก็บภาพและเดินชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทระหว่างที่รออาหารเช้าให้บริการกันค่ะ ที่นี่จะมีรถกอล์ฟบริการหากแขกต้องการเรียกเพื่อไปที่ล็อบบี้ แต่แพรเลือกเดินค่ะ เพราะจะได้เป็นการสูดอากาศยามเช้าไปด้วยเลย และแล้วก็ได้เวลาอาหารเช้าค่ะ ซึ่งเวลาอาหารเช้า คือเวลา 07.30 - 10.30 ค่ะ ส่วนสถานที่ทานอาหารเช้า ก็จะเป็นห้องอาหารเดียวกันกับที่เราไปทานเมื่อวานตอนค่ำเลยจ้า ตอนแพรมาถึงเริ่มมีแขกทะยอยกันมาทานอาหารบ้างแล้วค่ะ ซึ่งอาหารเช้าที่นี่จะมีให้เลือกไม่เยอะมากค่ะ แต่เพียงพอกับแขกที่มาเข้าพักและอาหารอร่อยถูกปากมากค้า และอาหารที่แพรทานวันนี้ค่ะ สลัดไข่โดนใจมาก ข้าวต้มหมูร้อนๆรสชาติกลมกล่อม อันนี้ของคนข้างๆหน้าตาน่าทานมากๆ เขาบอกว่าอร่อยอยู่น๊า เมนูสุดท้ายไข่กระทะค่ะ เพิ่งเคยกินครั้งแรก เครื่องอาจจะไม่ครบที่เคยเห็นจากอินเทอร์เน็ตแต่อร่อย หลังจากทานมื้อเช้าไปเยอะมากๆๆๆแล้วเราก็ไปเดินย่อยอาหารชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ทกันก่อนกลับดีสักหน่อยดีกว่าค่า สุดท้ายท้ายสุดนี้แพรต้องขอขอบคุณ The Sea-Cret Garden Hua hin ที่ให้แพรและ Where is ได้พักผ่อนแบบไม่ติดทะเลก็เฮได้ และนำข้อมูลดีๆ มาแบ่งปันกับเพื่อนๆกันจ้า ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกคนที่เข้ามาชมรีวิวนี้และเป็นกำลังใจกันมาตั้งแต่ต้นจนจบรีวิวนี้นะคะ หวังว่ารีวิวและข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆและใครหลายๆคนที่กำลังสนใจหาที่พักแบบไม่ติดทะเลก็สุขได้นะคะ สำหรับรีวิวนี้แพรต้องขอจบแต่เพียงเท่านี้ ส่วนทริปหน้าแพรและ Where is จะพาเพื่อนๆพี่ๆ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนอีก อย่าลืมติดตามชมกันนะค้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล https://www.facebook.com/whereistrip ติดตามอัพเดททริปกับรูปสวย ๆ และพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่ https://www.facebook.com/whereistrip

COMMART JOY 2016 งานไอทีเพื่อเหล่าคนรักสุขภาพและกีฬา
COMMART JOY 2016

เหล่าคนรักสุขภาพและกีฬาเตรียมเฮ เมื่องาน COMMART JOY 2016 เนรมิตศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ให้อยู่ในธีม Joy เพื่อให้คนไทยได้ Enjoy Life กับชีวิต มีความสุขในการเล่นเกมส์ เล่นกีฬา และดูแลสุขภาพ โดยสินค้าภายในงานยังคงเน้นสินค้าไอทีเป็นหลักกว่า 80% บริเวณโซนเพลนารีฮอลล์ และโซน C เพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ ส่วนอีก 20% เป็นกลุ่มสินค้าแวร์เอเบิล(Wearable) ซึ่งได้เปิดพื้นที่ใหม่ คือ ACTIV ARENA บริเวณโซนเอ เน้นกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การเข้าฟิตเนส เนื่องจากในปัจจุบันกลุ่มลูกค้าเหล่านี้มักใช้เทคโนโลยีแวร์เอเบิลช่วยในการออกกำลังกายเพื่อเก็บข้อมูลด้านสุขภาพและประมวลผล เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย ระยะทางที่ออกกำลังกาย และการเผาผลาญพลังงาน ซึ่งเทคโนโลยีชนิดนี้ยังช่วยเก็บข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งานทำให้ชีวิตของคนรักสุขภาพง่ายขึ้น อย่างไรก็ดีภายในงานยังมีไฮไลท์อีกมากมายที่แต่ละแบรนด์ส่งตรงถึงมือผู้ร่วมงาน อาทิ เลอโนโว มาพร้อมโน้ตบุ๊ก X1 Family ที่เบาแต่แกร่งจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมคุณสมบัติ Adaptive Keyboard ที่จะเปลี่ยนแป้นคีย์บอร์ดไปตามแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเตรียมอัดโปรโมชั่น Back to School ในช่วงเปิดเทอม ทั้งนี้งาน COMMART JOY 2016 (คอมมาร์ต จอย 2016) จะจัดขึ้นวันที่ 23 – 26 มิถุนายน 2559 เวลา 10.00 น. – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

ครองใจคนสหรัฐฯ!
Central Intelligence /  Dwayne Johnson / 

ครองใจคนสหรัฐฯ! ดอรี่ขึ้นอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศ ทิ้งเดอะร็อคและผีแม่ชีไม่เห็นฝุ่น นาทีนี้ไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดอยู่เหนือความพยายามของปลาการ์ตูนสองพ่อลูกที่ช่วยปลาบลูแทงค์นาม ดอรี่ ออกตามหาครอบครัวที่หายไปได้อีกแล้ว เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกกวาดรายได้อย่างงดงามถึงหลักร้อยล้านเหรียญ ทำเอาบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาถูกเขย่าจนภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ถึงกับหน้าสั่นเลยทีเดียว 13 ปีที่รอคอย วอลท์ ดิสนีย์ ได้พาทุกคนกลับไปดำดิ่งสู่ท้องทะเลอีกครั้งในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องล่าสุด Finding Dory ผจญภัยดอรี่ขี้ลืม มาในภาคนี้ตัวละครปลายังอยู่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสัตว์น้ำหน้าใหม่ อาทิ ปลาหมึก ปลาวาฬ แมวน้ำ เรียกได้ว่าสร้างความแปลกใหม่ และสร้างการผจญภัยที่สุดแสนประทับใจได้อีกครั้ง ในภาคนี้ไม่ได้ตามหาปลาดอรี่ที่หายไป แต่ออกว่ายเพื่อตามหาครอบครัวของดอรี่ ความประทับใจในความหมายของคำว่า “ครอบครัว” กวาดรายได้ถล่มทลายถึง 136.1 ล้านดอลลาร์ ขึ้นอันดับที่หนึ่งบนบ็อกซ์ออฟฟิศได้อย่างสง่างาม ทิ้งอันดับอื่น ๆ ไว้ไม่เห็นฝุ่น และเปิดตัวได้แรงกว่าภาคแรกที่ทำเงินได้เพียง 70.2 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังเป็นที่จับตามองว่าภาคต่อนี้จะสามารถคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมเหมือนที่ภาคเก่าทำไว้เมื่อ 13 ปีก่อนได้หรือไม่ คู่หูคู่ฮาอย่าง ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) จับคู่กับ เควิน ฮาร์ท (Kevin Hart) หลังจากที่สร้างความครื้นเครงในงานประกาศรางวัล MTV Movie Awards ที่ผ่านมาแล้ว ทั้งสองก็ปรากฏตัวในฐานะเพื่อนเก่าสมัยไฮสกูลในภาพยนตรืเรื่อง Central Intelligence ที่ต้องร่วมมือกันไม่ให้ผู้ร้ายได้รหัสดาวเทียมสอดแนม เคมีที่เข้ากันของสองนักแสดงหุ่นคนละไซส์นี่เองที่ทำให้ต่อมความฮาของชาวสหรัฐกระเพื่อมขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และกวาดรายได้ไปไม่น้อย 34.5 ล้านดอลลาร์ ขึ้นสู่อันดับที่ 2 ของบ็อกซ์ออฟฟิศ ความหลอนชวนผวาของผีแม่ชีจากภาพยนตร์เรื่อง The Conjuring 2 ดูจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าสัปดาห์ที่แล้วจะเปิดตัวแรง แต่สัปดาห์นี้คงต้องยอมให้เหล่าปลาสวยงามว่ายน้ำนำหน้าไปก่อน กวาดรายได้เพิ่มไป 15.5 ล้านเหรียญ ยังคงอยู่ในอันดับที่สามของตารางบ็อกซ์ออฟฟิศ หลังจากที่ต้นปี วอลท์ ดิสนีย์ จัดหนักด้วยภาพยนตร์แอนิเมชั่นขวัญใจมนุษย์โลกอย่าง Zootopia ไป สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และกอบโกยรายได้กันจนนับเงินกันไม่ไหว ขึ้นแท่นภาพยนตร์ที่รายได้สูงสุดของปี 2016 ในอันดับที่ 2 ด้วยรายได้ราว 1,011 ล้านเหรียญ น่าจับตามองว่าครึ่งปีหลังนี้หมัดฮุครอบที่สองอย่าง Finding Dory จะเอาชนะใจคนทั่วโลกและกวาดรายได้ไปถึงที่เท่าไรกันแน่

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

น่ารัก! พิพิธภัณฑ์สนูปี้ (Snoopy Museum Tokyo) แห่งแรกของโลก เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
Snoopy Museum Tokyo /  ที่เที่ยวญี่ปุ่น / 

แน่นอนว่าถ้าพูดถึง สนูปี้ (Snoopy) ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นการ์ตูนที่โด่งดังทั่วโลก เป็น หมาสุดแนว เป็นตัวของตัวเอง วันๆ ก็เอาแต่แพลงกิ้งอยู่บนบ้านหลังคาสีแดง ที่มาพร้อมกับเหล่าแก๊งพีนัต ล่าสุดตอนนี้ก็ได้มี  พิพิธภัณฑ์สนูปี้ (Snoopy Museum Tokyo) แห่งแรกของโลก เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น น่ารัก! พิพิธภัณฑ์สนูปี้ (Snoopy Museum Tokyo) แห่งแรกของโลก เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สนูปี้ (Snoopy) หมาสุดแนวตัวนี้เป็นตัวการ์ตูนที่โด่งดังและได้รับความนิยมทั่วโลก มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา คนที่ให้กำเนิดสนูปี้คือ ชาร์ลส์ ชูซ (Charles M. Schulz) สนูปี้เป็นการ์ตูนตลกของฝรั่ง อารมณ์เหมือนแมวการ์ฟิลด์ มันเป็นหมาของ เด็กผู้ชาย ที่ชื่อชาร์ลี บราวน์ สมาชิกหลักของแก๊งพีนัต เรื่องราวก็จะเป็นเรื่องตลกแบบเด็กๆ ออกครั้งแรกเป็นหนังสือ น่ารักน่าอ่าน จนต่อมากลายสร้างเป็นการ์ตูนทางโทรทัศน์ Charles M. Schulz Museum (พิพิธภัณฑ์ชาร์ลส์ เอ็ม ชูซ) และ Research Center in Santa Rosa, California ได้ร่วมมือกันเปิด พิพิธภัณฑ์สนูปี้ Snoopy Museum Tokyo スヌーピーミュージアム ขึ้น ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อซื้อตั๋วเสร็จแล้ว เข้ามาข้างใน เราสามารถนำตั๋วไปแลกกับทางพิพิธภัณฑ์ เป็นตั๋วที่ระลึก มีลาย 4 แบบ ภายในพิพิธภัณฑ์สนูปี้ มีโซนต่างๆ ที่น่าสนใจหลายที่ อาทิ โซนห้องนิทรรศการภาพวาด เจ้าสนูปี้และแก๊งค์ Peanuts, โซน Gallery ภาพวาดสนูปี้กับเหล่าคนดังต่างๆ, ต้นกำเนิดของสนูปปี้ รวมถึงผลงานการ์ตูนต้นฉบับของ Charles M. Schulz Museum ที่หายาก และบางชิ้นก็ยังไม่เคยตีพิมพ์ นำมาจัดให้ชมกันที่นี่ด้วย และที่น่าสนใจไปกว่าก็คือ พิพิธภัณฑ์สนูปี้ จะเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่ทุกๆ 6 เดือน โดยคอนเซ็ปต์แรกใช้ชื่อว่า My Favorite Peanuts : Peanuts of Love เป็นการนำเอาต้นฉบับของการ์ตูน Peanut 60 มาจัดแสดงให้ชมกัน ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน ถึงวันที่ 25 กันยายน 2016 เมื่อสิ้นสุดก็จะเป็นเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ที่สอง คือ Hello again, Snoopy เริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม ถึงวันที่ 9 เมษายน ปี 2017 ค่ะ ภายในพิพิธภัณฑ์สนูปี้ มี Cafe Blanket คาเฟ่สุดน่ารัก ภายในมีทั้งอาหาร พิซซ่า แพนเค้ก ของหวาน เครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย แถมการตกแต่งและสีสันน่าทานมากๆ ตอนนี้มีเมนูหลักเป็นแซนด์วิชและเฟรนฟรายด์ เสริฟพร้อมซอสพีนัทบัตเตอร์ ตามคอนเซปต์ My Favorite Peanuts ส่วนราคาก็สูงพอสมควร อย่างแซนวิชก็เริ่มต้นที่ 1,500 เยน มีโซนโต๊ะนั่งแบบ indoor และ outdoor Brown’s Store ร้านขายของที่ระลึกสนูปี้และแก๊งค์พีนัต สิ่งของเครื่องใช้น่ารักกุ๊กกิ๊ก เช่น ถ้วย ชา กาแฟ ของตกแต่ง artwork เสื้อยืด นาฬิกา แก้วน้ำ กระเป๋า คุ้กกี้ และบางชิ้นสามารถหาซื้อได้แค่ในชอปนี้เท่านั้น และเป็น Limited Edition ที่อื่นไม่มีนะจ๊ะ ที่ตั้ง : Tokyo-to, Minato-ku, Roppongi 5-6 ขึ้นรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro มาลงสถานี Roppongi และเดินต่ออีก 7 นาที เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 20.00 น. (เข้าได้จนถึง 19.30 น.) กำหนดเข้าได้ 5 รอบต่อวัน คือ 10:00-11:30, 12:00-13:30, 14:00-15:30, 16:00-17:30 และ 18:00-19:30 ราคาค่าเข้า : ตั๋วล่วงหน้า : ผู้ใหญ่ 1,800 เยน / นักศึกษา 1,200 เยน / เด็กมัธยม 800 เยน / เด็กเล็ก 4 ขวบขึ้นไป 400 เยน (ถ้าซื้อตั๋ววันที่เข้าชม ราคาจะสูงกว่า 200 เยน ทุกประเภท) ข้อมูลและรูปภาพจาก: www.snoopymuseum.tokyo ติดตามเพิ่มเติม : Facebook Page, Instagram : Snoopy Museum Tokyo

แจก!! แบบบ้านชั้นเดียว สำหรับผู้สูงอายุ พร้อมราคาก่อสร้าง
แบบบ้าน /  แบบบ้านชั้นเดียว / 

มาใหม่แล้วค่ะ!! แจกฟรี แบบบ้านชั้นเดียว สำหรับผู้สูงอายุ พร้อมราคาก่อสร้าง จากสำนักการโยธา เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังคิดอยากจะสร้างบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง มีแบบบ้านที่น่าสนใจมากมายเลยคะ ราคาก็เริ่มต้นตั้งแต่ 6 แสนบาทขึ้นไป …… แจก!! แบบบ้านชั้นเดียว สำหรับผู้สูงอายุ พร้อมราคาก่อสร้าง แบบบ้านแจกฟรี แบบบ้านเพื่อประชาชน จากสำนักการโยธา เป็นแบบบ้านที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และสามารถนำไปสร้างจริงได้ โดยถือว่าเป็นแบบบ้านที่ได้รับอนุญาติจากสำนักการโยธาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรามาดูภาพบ้านแต่ละแบบกันดีกว่าคะ 1.บ้านชวนชม  แบบบ้านชวนชม  : บ้าน 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 50 ตร.ม. ขนาดที่ดินอย่างน้องกว้าง 10 ม. ลึก 11.00 ม.ราคาก่อสร้างประมาณ 600,000 บาท 2. บ้านเกด แบบบ้านเกด  : บ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 77 ตร.ม. ขนาดที่ดินอย่างน้องกว้าง 10 ม. ลึก 14 ม.ราคาก่อสร้างประมาณ 924,000 บาท 3.นางแย้ม แบบบ้านเกด  : บ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 170ตร.ม. ขนาดที่ดินอย่างน้องกว้าง 13.90 ม. ลึก 21.20 ม.ราคาก่อสร้างประมาณ 2,040,000 บาท 4.บ้านกาหลง แบบบ้านกาหลง  : บ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 175 ตร.ม. ขนาดที่ดินอย่างน้องกว้าง 21.00 ม. ลึก 14.50 ม.ราคาก่อสร้างประมาณ 2,100,000 บาท 5.บ้านมณฑา แบบบ้านมณฑา  : บ้าน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 203 ตร.ม. ขนาดที่ดินอย่างน้องกว้าง 22.90 ม. ลึก 14.75 ม.ราคาก่อสร้างประมาณ 2,736,000 บาท ถ้าเพื่อนๆ สนใจแบบบ้านหลังไหน สามารถนำปริ้นแบบบ้านเดินไปสำนักงานเขตฝ่ายโยธาเพื่อขอแบบที่สามารถนำไปก่อสร้างจริงได้เลยนะคะ ขอบคุณแบบบ้านดีๆ จาก : สำนักการโยธา ( www.bangkok.go.th )

รีวิว Independence Day: Resurgence มนุษย์ประกาศอิสรภาพอีกครั้ง
ID4 /  Independence Day: Resurgence / 

รีวิว Independence Day: Resurgence มนุษย์ประกาศอิสรภาพอีกครั้ง หลังจากที่โลกปราศจากการรุกรานใด ๆ มาตลอด 20 ปีเต็ม มนุษย์ทุกคนได้เรียนรู้จากบทเรียนในอดีต และนำสิ่งที่มีอยู่มาพัฒนาให้เผ่าพันธุ์พัฒนาขึ้น เพื่อวันหนึ่งจะไม่ต้องหวั่นเกรงภัยจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก กระทั่ง Independence Day: Insurgence ปล่อยตัวอย่างออกมา ก็ทำให้รู้ว่าเอเลี่ยนจะกลับมาเยือนโลกอีกครั้ง และดูจะแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนด้วย การรวมใจของมนุษยชาติที่ไม่แบ่งแยกชาติพันธุ์และชนชั้นเริ่มต้นขึ้น ผมไม่ปฏิเสธที่จะเป็นหนึ่งในสักขีพยานในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแน่นอน Independence Day: Resurgence ไอดี 4 สงครามใหม่วันบดโลก ว่าด้วยเรื่องราวของเอเลียนที่มีวิวัฒนาการก้าวหน้าสามารถรักษาตัวเองได้ พร้อมกับความสามารถในรูปแบบใหม่ที่ทำให้พวกมันแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และวันนี้พวกมันเดินทางกลับมาอีกครั้งเพื่อยึดครองโลก มีเพียงชายหญิงที่มีความกล้าหาญและมีความชาญฉลาดเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรับมือกับมหาวินาศกรรมในครั้งนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงต้องร่วมมือกันก้าวข้ามผ่านวันสิ้นหวังไปให้ได้ เนื้อเรื่องเล่าต่อจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในช่วงต้นปูพื้นให้เห็นว่าปัจจุบันโลกมีเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมนุษย์ทั่วโลกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แทบไม่เห็นการเล่าเรื่องย้อนหลังแต่อย่างใด เนื้อเรื่องไม่มีความสลับซับซ้อนหรือเข้าใจยาก สำหรับผู้ที่ไม่ได้ชมภาพยนตร์ในภาคแรกมาก็สามารถรับชมอย่างเข้าใจไปพร้อมกับเนื้อเรื่องได้ ตัวละครในเรื่องมีพอสมควร แต่ตัวละครทุกตัวมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไปค่อนข้างชัดเจน ทำให้ไม่สับสนเวลาชมอย่างแน่นอน ตัวละครเก่า ๆ มาร่วมถือปืนออกรบกันอย่างครบครัน แต่ด้วยความที่ตัวละครเยอะเกินไปอาจจะเป็นข้อเสียของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ เพราะตัวละครหลักบางตัวที่ดูแล้วไม่ได้จำเป็นกับเนื้อเรื่องสักเท่าใดนัก รวมไปถึงตัวละครประกอบที่ไม่จำเป็นต้องมี ทำให้ความสนุกของเนื้อเรื่องลดลงไปเล็กน้อย คาดหวังมากทีเดียวกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง ID4 ที่เคยสร้างความยิ่งใหญ่ไว้เมื่อปี 1996 ผ่านมา 20 ปี การเดินทางของยานเอเลี่ยนขนาดใหญ่ยักษ์ในครั้งแรกที่เห็นนั้นเรียกความน่ากลัวได้ดีทีเดียว และทันทีที่ยานลำนี้เดินทางถึงโลก ภัยพิบัตินานับประการก็เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถเรียกความท้อแท้สิ้นหวังได้เท่าที่ควร ฉากแห่งความพินาศของบ้านเมืองหรือผู้คนมีให้เห็นน้อยเกินไป ซึ่งผมมองว่ายานเอเลี่ยนลำมหึมาน่าจะสร้างความบรรลัยให้โลกได้มากกว่านี้ ภาพยนตร์จะพยายามสร้างความรู้สึกกระตุ้นจิตสำนึกให้มนุษยชาติเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ถือเผ่าพันธุ์เป็นสำคัญไม่ยอมแพ้ต่อเผ่าพันธุ์อื่นจากนอกโลก แต่ความรู้สึกตรงนี้ภาพยนตร์ยังดึงออกมาได้ไม่สุด เพราะภาพยนตร์ยังไม่สามารถสร้างความสิ้นหวังให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งการที่เอเลี่ยนบุกมาอีกครั้งในรอบ 20 ปีนี้ น่าจะทำอันตรายกับโลกของเราได้มากกว่าที่เห็นในภาพยนตร์ ความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้นในช่วงกลางเรื่องถึงท้ายเรื่อง เมื่อบอสปรากฏตัว ความน่าเกรงขามและความแข็งแกร่งของมันทำให้มนุษย์ตัดสินใจฆ่าอย่างไม่ปรานี และความสามารถของบอสนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่มนุษย์ธรรมดาจะต่อกรด้วย แต่ความเก่งตรงนั้นกลับถูกลดทอนลงจากตัวละครประกอบที่ไม่จำเป็นต้องมีในเนื้อเรื่อง ในวันนี้วันที่โลกหมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์ และเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลอย่างเงียบสงบ ผู้ที่อาศัยอยู่บนโลกกลับอยู่อย่างไม่สงบสุข แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และสีผิว ออกจากกัน เกิดการรวมกลุ่มสร้างความเป็นใหญ่ไม่เห็นใจผู้ที่อ่อนด้อยกว่า ฆ่าเผ่าพันธุ์เดียวกันเป็นผักปลาเพื่อให้สาแก่อารมณ์ชั่ววูบ ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้แม้แต่น้อย หากจะให้เผ่าพันธุ์มนุษย์หลอมรวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้ คงต้องรอให้สักวันหนึ่งมีอาคันตุกะแปลกหน้าที่พร้อมจะฆ่าเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอนี้ปรากฏตัว เมื่อนั้นสิ่งที่สุดแสนจะเป็นนามธรรมดังที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะเกิดขึ้นจริงก็เป็นได้ คะแนน 4/5 กับการรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเอาชนะเหล่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ ความเห็นจากผู้ชม ด้วยเทคนิคตระการตาที่ครบครันของยุคนี้ เลยทำให้ฉากต่อสู้ สภาพบรรยากาศความอลังการของฐานทัพ บ้านเมือง ความวิบัติของบ้านเมืองในเนื้อเรื่องชวนว้าวเอามาก ๆ ความตื่นเต้นเร้าใจของฉากแอ็คชั่น ยอมรับเลยว่ามันถึงใจจริง ๆ เนื้อเรื่องดำเนินไปรวดเร็ว ไม่มีจังหวะน่าเบื่อหรือชวนง่วง แต่มันไม่ค่อยแปลกใหม่ ยังเป็นปมที่หาได้ทั่วไปในหนังสมัยนี้ ตัวละครหลาย ๆ ทีมที่เพิ่มเข้ามา มันทำให้ดูเยอะเกินไป ยังไม่ถึงกับทำให้ชวนงง แต่มันก็รู้สึกได้ว่าเยอะไปจริง ๆ โดยรวมจัดว่าว้าว แต่มันว้าวไม่สุด Mayzilla หนังเป็นยังไง ถ้าจะเล่าเรื่องราวของภาคแรก คงจะไม่ได้ แต่ถ้าให้แนะนำอยากให้ดูภาคแรกก่อน แล้วมาดูภาคปัจจุบัน คุณจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เล่าถึงวันที่โลกถูกยึดโดยกลุ่มเอเลี่ยน ท่านประธานาธิบดี เร่งหาวิธีที่จะให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับมาเป็นปกติ โดยภาคนี้ จะเล่าเหตุการณ์ 20 ปีถัดมา ซึ่งเป็นรุ่นลูก ๆ แล้ว ยุคปัจจุบันนั้น เทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น เห็นได้เลยว่าหนังมีความสมจริงมากขึ้น CG เนียนมากขึ้น ฉากอวกาศสวยงามมาก ๆ ข้อเสียของหนังอาจจะเสียที่พล็อต วกไปวนมาอยู่ ซึ่งก็คล้าย ๆ กับภาคแรกและครับ แต่ดีที่การเล่าของภาคนี้ มันดูไม่ยัดเหยียดคนดูจนเกินไป ทำได้กำลังดีพอดี เลียม พระเอกภาคนี้ สามารถทำให้่คนดูลุ้นมาก ๆ ในโรงทุกคนเงียบ ตั้งใจดูโดยมิได้นัดหมาย อยากให้ลองไปดูกันกับ ID4 หักหนึ่งคะแนนที่พล็อต แต่ CG การแสดงทุกคนปังมาก ๆ ^^ แบบ 3D แอบเสียดายบางฉากดันไม่ทะลุตาสะนี้ น่าจะทะลุตามากกว่านี้ ได้เพิ่มอรรถรสมากขึ้น แอดมินเท็ด คอหนังและซีรีส์ที่แท้จริง เนื้อหาโดยรวมยังมีความคลุมเครืออยู่ ในส่วนขอสเปเชียลเอฟเฟกต์ดีมาก บวกกับความสนุกตามสไตล์หนังสงคารม แต่ยังขาดอรรถรสในการต่อสู้บนพื้นราบ ตัวละครใหม่ยังมีบทบาทน้อยอยู่ หรืออาจจะเตรียมไว้สำหรับภาคต่อไปก็เป็นไปได้ Presidents