หลักสิทธิมนุษยชน

PS4 Slim หลุดภาพว่อนเน็ท จริงไม่จริงไม่รู้ รู้แต่ว่าอยากได้
PlayStation /  PS4 / 

PS4 Slim เริ่มมีภาพหลุดออกมาแล้ว! PS4 Slim มีภาพหลุดออกมาแล้ว โดยภาพที่ว่าไปปรากฏอยู่ที่เว็บประมูลและขายของของทางฝั่งอังกฤษชื่อ Gumtree  ซึ่งเมื่อภาพนี้หลุดออกมาก็โดนอุ้มไปในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็ยังมีคนไปเห็นและเอามาปล่อยต่อจนเป็นกระแสจนได้ ▼ ภาพหลุดเครื่อง PS4 แบบบางหรือที่เรียกติดปากกันว่ารุ่น Slim (บาง) โดยภาพหลุดดังกล่าวได้ระบุราคาไว้ด้วยว่าขายอยู่ที่ราคา 295 ปอนด์อังกฤษ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นภาพจริงราคาจริงหรือไม่ แต่ปกติ Sony ก็จะปล่อยเครื่องรุ่น Slim ของ PS ออกมาในช่วงเวลาห่างจากเครื่องหลักประมาณ 2 ปีอยู่แล้ว ซึ่งก็น่าจะเป็นช่วงเวลานี้พอดี ดังนั้นการมีภาพหลุดออกมาก็น่าจะเป็นไปได้สูงที่ดีไซน์เครื่องน่าจะเป็นดังภาพ ▼ อุปกรณ์ที่มากับเครื่อง ▼ HD 500 GB (แต่แบตจะหมดแล้วนะ ^^) ▼ ช่อง port ต่างๆ ยังอยู่ดี สิ่งที่หายไปคือ Optical output ข่าวลือว่าจะออกวางจำหน่ายเดือนนี้เสียด้วยซึ่งก็จะชนกับ Xbox One S พอดี และในวันที่ 7 กันยายน 59 ที่กำลังจะถึงนี้ Sony ก็จะมีการจัดแถลงข่าวถึงเครื่องเพลย์รุ่นใหม่ที่จั่วหัวว่า More Powerful อีกด้วย โดยใช้โค้ดเนมว่า Neo ฉะนั้นสาวกไม่ต้องตื่นเต้นไป รอข่าวชัวร์ๆ วันที่ 7 กันยาเลยดีกว่าครับผม ^^ ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้ด้วยการแชร์และคอมเม้นท์ที่โพสต์ของคุณได้เลยครับ ^^ ที่มา Kotaku

พรีวิว: หงส์สถิติข่มเจ้าบ้าน! เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
พรีวิวบอล /  พรีเมียร์ลีก / 

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มร้อนแรง หลังเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปในเกมประเดิมสนาม พรีเมียร์ ลีก มีคิวเล่นเกมเยือน 2 นัดติด โดยจะต้องเดินทางไปเยือนถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ของ เบิร์นลีย์ ที่แพ้สอนซีมาในเกมแรก เรามาดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันดีกว่า... ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2016 เบิร์นลีย์ - ลิเวอร์พูล เวลา: 21.00 น. สนาม: เทิร์ฟ มัวร์ ถ่ายทอดสด: beIN Sports 1, PPTV HD ช่อง 36 เบิร์นลีย์ สตีเฟ่น เดอฟูร์ เจ้าของสถิติผู้เล่นค่าตัวแพงของสโมสรจะมีโอกาสลงเล่นเป็นเกมแรกในวันนี้ โดยมาแทนที่ เดวิด โจนส์ ที่ย้ายไปร่วมทีมเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ นอกจากนี้ น้องใหม่แต่หน้าเดิมของพรีเมียร์ ลีก จะหมดสิทธิ์ใช้งาน จอน ฟลานาแกน ที่ยืมมาจากลิเวอร์พูลนั่นเอง รวมไปถึง แอชลีย์ บาร์นส์ ที่มีอาการบาดเจ็บแฮมสตริง นอกจากนั้น ผู้เล่นตัวหลักยังคงอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิ่ล คีน, จอร์จ บอยด์, อังเดร เกรย์ และ แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล "ทีมหงส์แดง" หลังจากเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปแบบสุดมันส์ พวกเขายังคงหมดสิ้นใช้งาน ลอริส คาริอุส, โจ โกเมซ และ ซาดิโอ มาเน่ ที่เพิ่งมีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ไปเมื่อกลางสัปดาห์ แต่จะได้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ เจมส์ มิลเนอร์ กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง นอกจากนี้ คูตินโญ่ น่าจะฟิตทันลงสนาม หลังโดนเปลี่ยนตัวออกในเกมกับอาร์เซน่อล รวมถึง โจเอล มาติป และ ลูคัส ที่น่าจะมีลุ้นมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนี้ เฮดทูเฮด ลิเวอร์พูลมีสถิติที่ดีกว่าในการพบกัน โดยสามารถเอาชนะเบิร์นลีย์ทั้ง 4 เกมหลังสุดที่พบกัน ซึ่งประตูที่เกิดขึ้นทั้ง 11 ประตูเป็นของลิเวอร์พูลทั้งหมด ชัยชนะครั้งหลังสุดที่เบิร์นลีย์เอาชนะลิเวอร์พูล ต้องย้อนไปในปี 1974 โดยเป็นการเอาชนะถึงแอนฟิลด์ 1-0 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม เบิร์นลีย์ (4-4-2): ทอม ฮีตัน; แมทธิว โลว์ตัน, ไมเคิ่ล คีน, เบน มี, สตีเฟ่น วอร์ด; จอร์จ บอยด์, ดีน มาร์นีย์, สตีเฟ่น เดอฟูร์, สก็อตต์ อาร์ฟิลด์; อังเดร เกรย์, แซม โวคส์ ลิเวอร์พูล (4-3-3): ซิมง มินโญเล่ต์; นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, แร็กนาร์ คลาวาน, อัลแบร์โต้ โมเรโน่; เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม; อดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ดิว็อค โอริกี รูปเกมที่คาด แน่นอนว่าชื่อชั้นนั้น ลิเวอร์พูล เป็นต่อเบิร์นลีย์อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถประมาทเจ้าบ้านได้แม้แต่วินาทีเดียว โดยเฉพาะ อังเดร เกรย์ ดาวยิงตัวความหวังที่สามารถเป็นหมัดเด็ดให้กับเบิร์นลีย์ในทีมชุดนี้ แต่เชื่อว่าลิเวอร์พูลน่าจะกำชัยชนะไปได้ในเกมนี้ ด้วยจังหวะบอลที่เป็นต่อ หากพวกเขาไม่ก่อความผิดพลาดในเกมรับไปเสียก่อน ลิเวอร์พูลจะสามารถเก็บ 3 แต้มในนัดนี้ไปได้ ฟันธง ลิเวอร์พูลเอาชนะเบิร์นลีย์ไปแบบน่าอึดอัด 2-0

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ 4 คืน 5 วัน โดยวันที่ 1-2 นั้น แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ , ดาลัด ส่วนวันที่ 3 นี้ เก็บกระเป๋าจะพาไป มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล กันค่ะ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) มา มา มา มาต่อเช้าวันที่ 3 กันค่ะ ที่มุยเน่ (ออกเสียงว่า หมุยแน้) ใช้เวลาเดินทางจากดาลัด - มุยเน่ ประมาณ 5 ชั่วโมง คือระหว่างทาง เราจะได้ยินเสียง ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ตลอด  ประสานเสียงให้ฟังกันทั้งคัน พี่เวียดเขาอ้วกพุ่งกันค่ะ คือเส้นทางค่อนข้างเป็นเขา โค้งไปโค้งมา ขนาดเรายังต้องดมยาดม ไม่งั้นอาจมีสิทธิ์ ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ได้ ^^ รถจะจอดรับคนตามทาง จนมีช่วงนึงรถจอดพักค่ะ เราก็ไม่รู้เรื่องว่าเขาจอดให้กินข้าว จนคนขับรถมาเรียกเราบอกว่า "เบรคฟัทๆ" อ่อดีเลย สวรรค์สิคะ รีบลงรถเพราะหิวมาก เขาพาเราไปในร้าน THIEN TRANG ขายพวกเฝอ พวกบุ๋น คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ไอเราก็สั่งไม่เป็นเลยใช้กูเกิ้ลทรานเสลดเลยค่ะ ห้าาา ได้ผล และที่สำคัญเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เราชี้ๆ ไปที่ชามที่เขาเอามาเสริฟ เขาบอกว่า "นัมเบอร์วันๆ" เรานี่ตาลุกเป็นประกาย เป็นเนื้อด้วย สั่งเลยจ้ะ 1 ชามโตๆ มันคือ Bun Bo Hue  (ภาพกลาง-บน) ขนมจีนใส่น้ำซุปใสของเนื้อวัวและขาหมู ใส่มะเขือเทศ น้ำซุปจะใส่ตระใคร้ สีแดงได้จากเม็ด Hột Điều Màu เป็นเครื่องเทศผัดน้ำมัน ส่วนเพื่อนเราสั่งเหมือนกันแต่เป็นหมู ได้มาเป็นขาหมูโตๆเลย (ภาพล่าง-กลาง) เค้าจะเอาผัก และน้ำชาทั้งร้อนทั้งเย็นมาเสริฟด้วยค่ะ อยากบอกว่านัมเบอร์วัน นี่นัมเบอร์โคตรๆ เด็ดอ่ะ ต้องมาลองนะคะ ตั้งแต่กินอาหารเวียดนามมาแต่ละอย่างแทบจะไม่ปรุงเลย ประทับใจมาก แต่ถ้าปรุงเรากินเค็มอ่ะ ต้องเพิ่มน้ำปลา และน้ำปลาเวียดนามนี่ตัวเด็ดเลยค่ะ เป็นน้ำปลาที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ เค็มๆ หวานๆ มาลองนะ 3 ชาม หมดไป 150.000 ดอง ถือว่าสมราคาค่ะ เราเดินทางต่อจนถึงใจกลางมุยเน่ รถพาเรามาปล่อยไว้กลางทางจ้าาา บอกว่าให้นั่งแท็กซี่เข้าไป ตายๆๆ นึกว่าจะส่งตรงหน้าร้าน Lam Tong เหมือนที่เขารีวิวกัน อื้ม...มองหาแท็กซี่ เจอของ MaiLinh คันเขียว เราเลยถามราคาเข้าบอกว่า 150.000 ดอง ตามมิเตอร์ ก็ตกลงไป เสี่ยงอีกละแท็กซี่ แต่พอเอาเข้าจริง 150.000 ดองเป๊ะค่ะ ปรบมือรัวๆ เลย สงสัยมาส่งนักท่องเที่ยวบ่อย และแน่นอนอิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา ^^ ลงรถเสร็จอยู่ดีๆ ก็มีคนอาสาพาไปที่พักบอกว่าที่พักนี้ราคาถูก ของเพื่อนเขา ใจง่ายอีกละไปสิคะ ห้าาาา  คือไปนั่งค้นนามบัตรจนเจอเมื่อกี้เองโชคดีมาก อยากแชร์ มาพักที่นี่เหอะ ถูก ดี พนง.น่ารัก ห้องกว้าง มีมอไซค์ให้เช่าด้วย ที่ "MINH HUNG" ด้านหน้าจะเป็นร้านแว่นตา แต่ด้านในซ่อนที่พักไว้ ราคาห้องละ 250.000 ดอง/คืน (แค่ 375 บาทเอง หาร 3 อีกต่างหาก รู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ ห้าา) เราให้ พนง.จองทัวร์นั่งจิ๊บไปทะเลทรายแบบมีหลังคานะไม่งั้นไหม้ ราคา 6 USD/คน เฮ้ยยยถูกอ่า ส่วนใหญ่เหรดอยู่ที่ 7 USD/คน นะ และเราก็ให้เขาจองรถกลับโฮจิมินห์พรุ่งนี้ด้วย 8 USD/คน ค่ะ ป๊ะ !! เก็บข้าวของไปกินข้าวกัน  จิ๊บจะมารับตอน 13.00 น. เราออกหากินอีกแล้วค่ะ ผู้หญิงอัลไร กิน กิน และกิน ^O^ รอบนี้หาอาหารพื้นมืองกินยากนะคะ ที่นี่มีแต่ฝรั่ง อาหารก็จะออกกลางๆ นี่สั่งข้าวผัด ข้าวหน้าหมูมากิน รสมันๆ เลี่ยนๆ ไม่ค่อยถูกปาก มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 110.000 ดอง ค่ะ กินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาขึ้นรถ แวะซื้อน้ำซื้อขนมที่ร้านโชห่วยแบบเวียดนามสไตล์ค่ะ มาไกลถึงนี่ แต่ก็หนีไม่พ้นไทยแลนด์จริงๆ พบแผงขายแชมพู   ทั้งซัลซิล โดฟ รีจอยส์ เคลียร์ แพนทีน โหยยยกะขายทุกยี่ห้อเลยอ่า ห้าา รถมาแล้ว เงิบ..ทำไมเจอแต่เรื่องเงิบๆ จิ๊บเปิดประทุนจ๊ะ ตายๆ ไหนบอกมีหลังคาไง ดีนะทากันแดดกับใส่เสื้อแขนยาวมา ถึงว่าราคา 6  USD เองโปรแกรมวันนี้เราจอยกรุ๊ปกะฝรั่งอีก 4 คนค่ะ มีคู่หนุ่มสาว และคู่รุ่นตายาย(น่าร้ากกก) วันนี้เราจะไปที่... ซุยเตียน(Fairy Stream) หมู่บ้านชาวประมง(Fisherman Village) ทะเลทรายขาว(White Sand Dune) ทะเลทรายแดง(Red Sand dune) เดินทางไม่ไกล ก็ถึงซุยเตียน(Fairy Stream) หรือแกรนด์แคนยอนเวียดนาม เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม คล้ายๆกับแพะเมืองผีบ้านเราค่ะ จะมีลำธารเล็กๆ ระดับน้ำประมาณตาตุ่มด้วยค่ะ ซึ่งจะพัดพาตะกอนทรายสีแดงไหลออกไปสู่ทะเล คนขับรถให้เวลา 30 นาที (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เกือบทุกที่เลย เริ่มจากด้านหน้ารถจิ๊บจอดเต็มเลยค่ะ จิ๊บเขียวมะนาวคันนี้สีเจ็บมาก ชอบ เดินเข้ามาด้านในจะได้กลิ่นตุตุ เดาว่าน่าจะเป็นกลิ่นกะปิที่ชาวบ้านหมักไว้ในโอ่งมังกร ฝาปิดโอ่งเหมือนหมวกเวียดนามเลยอ่า ^^ ก่อนเดินลงไปตามพื้นทรายสีแดง จะมีกลุ่มเด็กเกรียนมาเรียกเก็บค่าเข้า 5.000 ดอง กรุ๊ปเราไม่จ่าย นำทีมโดยคู่คุณตาคุณยายชาวฝรั่ง ห้าา พอไม่จ่ายเท่านั้นแหนะ ฮีก็ด่าเรา  วดฟ. เราหาแคร์ไม่ ถอดรองเท้าหิ้วเดินชิวๆ ไปตามทางค่ะ ทรายนุ้มนุ่มอ่ะ ย่างไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นภาพนี้นะคะ นักท่องเที่ยวเดินเข้าออกสวนกันเยอะดี ซักพักจะเห็นเนินทรายอยู่ซ้ายมือ เราเคยอ่านเจอว่ามันเป็นทางขึ้นไปด้านบนแล้วจะเห็นเป็นท็อปวิวสวยๆ  พูดมาซะขนาดนี้ถามว่าได้ขึ้นไปมั้ย "ม่ายยยยย" เรายอมแพ้ค่ะ ทรายร้อนมาก ขืนไปเท้าคงสุกพอดี  ขึ้นไปนิดเดียวให้พอได้ภาพละกันน้อ ^^ เราเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยด้วย บางคนเพิ่งเดินเข้ามาครึ่งทางแล้วไกด์เรียกให้กลับ  ทำให้พลาด ไม่ได้เห็นมุมสวยๆ อีกมุมหนึ่งของซุยเตียน เสียดาย เสียดาย เสียดายแทน ยังไงถ้าใครมาที่นี่แล้วรีบเดินจ่ำอ้าวไปให้สุดทางเท่าที่จะทำได้นะคะ ซุยเตียนก็จะประมาณนี้ค่ะ สถานีต่อไป >> หมู่บ้านชาวประมง (Fisherman Village) เอาภาพระหว่างทางมาฝาก น้ำทะเลสีครามนวลๆ ^^ หมู่บ้านชาวประมงค่ะ(Fisherman Village) ที่นี่จะมีเรือหาปลานับร้อยลำที่พากันกลับเข้าฝั่งมาในตอนเย็นและยังมีเรือกระด้งลำกลมๆ  ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านของชาวดาลัดอีกด้วยค่ะ แสงอาทิตย์ระยับระยิบส่องต้องผิวน้ำ ระรอกคลื่นที่ซัดโถมเข้าฝั่ง สวยจนต้องยอมถอดแว่นกันแดดมองเลยทีเดียว โว๊ะ โหะ โหะ ^O^ สถานีต่อไป >> ทะเลทรายขาว (White Sand Dune) เห็นทางเข้าทะเลทรายแล้วใจเต้น ได้ยินเสียงอะไรมั้ย... ได้ยินเสียงเพลงนั้นมั้ย... ทำนอง... จังหวะ... เริ่มดังอยู่ในโซนประสาทหูแล้วสิ ^^ ขบวนรถจิ๊บพานักท่องเที่ยวมุ่งสู่ทะเลทรายขาว แนะนำให้หา Mask มาใส่ด้วยนะคะ ฝุ่นเยอะมาก มองไปด้านซ้ายจะเห็นทะเลทรายอยู่ไกลๆ ตื่นเต้นๆ ก่อนเข้าไปด้านในจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10.000 ดอง เราซื้อน้ำเปล่าติดตัวไปด้วย กันลงแดงเพราะขาดน้ำ ที่นี่จะมีรถ ATV ให้เช่า ราคา 200.000 - 300.00 ดอง จำกัดเวลาด้วย แพงนะ เดินดีกว่าประหยัดและได้ออกกำลังกาย จะบอกว่าเราใส่หูคีบเพื่อนยากมาแหละ เวลาเดินก็ถอดออกให้เท้าได้สัมผัสกับทรายนุ่มๆ อุ่นๆ แต่แดดอ่าร้อนมาก !! แต่ก็คุ้มนะ ทะเลทรายที่ใกล้ประเทศไทยแบบนี้ควรมาค่ะ และที่นี่ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องเราสองสามคน ที่เราเป็นนางเอก (แอร๊ยย ><) แต่เรื่องจริงเราทั้งหูไม่ดี ทั้งสายตาไม่ดีเลยนี่สิ ห้าา ฝรั่งคู่คุณตาคุณยายเดินเร็วมาก นำเราไปเรียบร้อย สงสัยเราขาสั้น เอิ๊กๆ หันหลังกลับไปจะได้วิวนี้ค่ะ สวยงาม เพื่อนเราโคตรเท่เลยรูปนี้ ผมยุ่งๆ ชอบอ่า >< ะเลทรายที่เวียดนามมีทะเลทรายขาวและทะเลทรายแดงอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ ซึ่งที่สุดท้ายเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่ทะเลทรายแดงกัน ใครไม่ได้เล่นสไลเดอร์เมื่อกี้ ที่นี่จะมีเด็กๆ คอยเดินตามตื้อให้ซื้อไปเล่นนะคะ รถจะจอดฝั่งที่ติดทะเล เราก็ข้ามมาอีกด้าน คราวนี้เดินไปไม่ไกลค่ะ ชิวๆ เราเดินทางกลับที่พักประมาณ 1 ทุ่มค่ะ โหยยเหนียวตัวมาก แดด ฝุ่น ทราย อาบน้ำด่วน แล้วเดินออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน สองข้างทางจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และโรมแรม เกสเฮ้าส์ เยอะค่ะ แต่ช่วงนั้น 3 ทุ่ม รู้สึกจะเริ่มเงียบ มาถึงมุยเน่ หลายรีวิวบอกว่าต้องมากินอาหารทะเลที่ร้าน Lam Tong ค่ะ  โดยเฉพาะล็อบสะเต้ออออ หาร้านอยู่นานในที่สุดก็เจอ เข้าไปด้านในเลือกที่นั่งติดระเบียงริมทะเล แต่รู้สึกเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งจะดังไป ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพง อย่างว่าย่านแหล่งท่องเที่ยว วิธีการสั่งถ้าเป็นอาหารทะเล เขาจะคิดเป็นกิโล ตักเอาสดๆ จากตู้เลย เห่อจะกินก็สงสาร ถ้ามัวแต่สงสารก็จะอดกิน สุดท้ายสั่งมา 3 อย่าง ล็อบสเตอร์ย่างได้มา 2 ตัว หอยนางรมอบชีส 4 ตัว และข้าวผัดซีฟู้ด 1 จานกลางๆ ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 1.305.000 ดอง หรือ 3 อย่าง 1,957 บาท แพงงงงงงงงงงอ่ะ แพงสุดเท่าที่กินมาละ กระเป๋านี่แห้งเลยค่ะ ที่อยากกินเพราะล็อบสเตอร์เลยย TT เราและเพื่อนสรุปกันว่าแพงไป และรสชาติก็งั้นๆ นะ ไปหาร้านอื่นเหอะ ใครมีร้านอร่อย ราคาโอเคกว่านี้ แนะนำมานะคะ วันที่ 3 ที่หมุยแน้ สนุก เหนื่อย แดด ลม ทราย แผดเผาร่าง คืนนี้ต้องพักฟื้นค่ะ เพื่อพรุ่งนี้ที่โฮจิมินห์ถิ่นลุงโฮ ราตรีสวัสดิ์ สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 "มุยเน่" ค่าใช้จ่ายรวม 2.157.000 VND + 42 USD = (2157 x 1.5) +  (42 x 32) = ประมาณ 4,579 บาท เฉลี่ยคนละ  4,579/3 = 1,526 บาทค่ะ ปล.ถ้าไม่เน้นกิน แนะนำกินอาหารข้างทาง บั๋นหมี่ก็มีค่ะ 20.000 ดองเอง ราคาแตนดาร์ด ประหยัดได้อีกเยอะ ^^ เช้าวันที่ 4 ก่อนไปโฮตอน 08.00 น. วันนี้เราตื่นกันเช้าค่ะ อยากไปเห็นแสงแรกที่ริมทะเล เกือบ 7 โมงได้ แต่ไม่ทันแสงแรกหรอก โน่น...แสงที่สอง สาม สี่ ห้า.... สว่างจ้าเลย แต่ก็ถือว่าได้ออกมารับอากาศตอนเช้าๆ ได้เห็นคนเอาเรือออกหาปลาด้วย น้องหมาก็ออกมาเดินเล่นนะคะ พอคลื่นซัดมาใกล้ๆ ก็วิ่งหนี มองดูแล้วอารมณ์ดีเลย ระหว่างไปหาของกิน ร้านไม่ค่อยเปิดเลย เงียบไปนะ เราเจอ "ฺBackpacker Village" คูลอ๊าาาา เจอรถเต่าด้วย หาเจอยากนะ >< ร้านอาหารที่นี่จะเปิด 07.00 น. แต่จะตั้งร้านไว้ก่อนหลอกล่อเรามาก เราตัดสินใจเดินไปร้านนึง หาพนง.นานอยู่ กว่าจะออกมา คือมื้อเช้านี่ต้องกินนะ ไม่งั้นหิวตาย กว่าจะถึงโฮจิมินห์ ก็ประมาณ 6 ชั่วโมง เราสั่งเบอร์เกอร์เวียดนาม ก๋วยเตี๋ยว(ได้เส้นมาม่าอีกละ U_U) และข้าว รสชาติก็งั้นๆ คือมุยเน่นี่ไม่มีอะไรอร่อยเลยหรอ ?! ค่าอาหารมื้อนี้ 215.000 ดองค่ะ อิ่มท้องแล้วจัดกระเป๋า โก ทู โฮจิมินห์ ค่ะ เราออกเดินทางจากมุยเน่ตอน 08.00 น. รถออกไปได้ซักพัก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเพื่อนเราลืมมือถือ !!! ขณะรถจอดรับผู้โดยสาร เพื่อนเรารีบออกไปบอกคนขับว่าลืมของ นังรีบโดดออกจากรถซ้อนท้ายพี่วินกลับไปเอาของที่ที่พัก งานนี้เป็นใครก็ใจเต้นรัวๆ ดีนะที่เพิ่งออกมาได้ไม่ไกล ฝากถึงทุกท่านโปรดเช็คสิ่งของมีค่าก่อนออกจากที่พักทุกครั้งค่ะ รถจะแวะพักให้ทานมื้อเที่ยงด้วยนะคะ ไม่อดตายแล้วเรา ^^ เวลา 13.30 น. เราถึงโฮจิมินห์ ใช้เวลา 5.30 ชม. และเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวเวียดนาม  ตอนนี้เงินดองไม่พอต้องเดินหาที่แลกตังค่ะ จำได้ว่าจะมีธนาคาร Dong A Bank อยู่ตรงถนนฟามงูเหลา ก็เดินไปหาดูปรากฏว่าปิด ผ่านเวียตซีก็ปิด คือวันเสาร์ที่โฮจิมินห์ บริษัท ร้านค้าจะปิดให้บริการ เงียบเหงาเลย จริงๆ ควรจะเปิดนะ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดังนั้นใครมาเที่ยวแล้วเจอแบบนี้โคตร ซอ อัว ยอ ซวยยยย เราเลยเดินไปที่ตลาดเบนถันเพราะข้อมูลที่หามาบอกว่ามีร้านรับแลกอยู่ และก็มีจริงๆ ข้ามทางม้าลายไปจะเจออยู่ด้านซ้ายมือ มีอยู่สองร้านอยู่ข้างๆกัน เราเลือกร้านขวาเหรดแลกเงินไทยเป็นดองดีกว่า (แต่ทำไมบางบทความบอกว่าถ้าแลกเงินกับร้านเพชรร้านทองเวียดนามผิดกฏหมายนะ) แลกเงินแล้ว เข้าไปที่ตลาดเบนถันกันค่ะ คล้ายจัตุจักรบ้านเราเลย ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ค่ะ สินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ อาหารสด ดอกไม้ บลาๆ ของทีนี่ถูกนะ ต่อราคาดีๆ แต่ผลไม้แช่อิ่มแพงกว่าที่เราซื้อที่ดาลัด จะให้ดีกลับไปซื้อกินที่ไทยเหอะค่ะ ห้าา (ตลาดเบนถันจะเปิดตอนเช้าจนถึงบ่ายๆ นะคะ มาตอนเย็นกินแห้วแน่ ) จากนั้นเราก็เดินเที่ยวรอบเมืองค่ะ แน่นอนว่าตามสไตล์นักท่องเที่ยวก็ต้องหยิบแผนที่ออกมากาง แล้วคลำๆ ทางไปด้านหลังตลาดเบนถัน พร้อมถามทางคนไปเรื่อยๆ เจอร้านตัดผมอยู่ในซอกในช่องเล็กๆ ด้วย ชอบอ่า ช่างกำลังตัดผมให้เด็กน้อยอยู่ และแล้วเราก็มาถึงที่แรกค่ะ พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) คนต่อแถวซื้อบัตรเยอะเลย ค่าเข้า 15.000 ดอง ข้างในอาคารจะจัดแสดงเครื่องมือการรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยสงครามเวียดนามมีทั้งของจีน เมกา พร้อมภาพถ่ายแนว Photo Essay ขอย้ำว่าฝีมือช่างภาพในสมัยนั้นเทพมาก โดยเฉพาะผลงานช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ใช้กล้อง Nikon ตัวสีดำ ภาพส่วนใหญ่เห็นแล้วสะเทือนใจค่ะ เราเห็นฝรั่งหลายคนยืนมองแล้วน้ำตาคลอ คงอินมาก เพราะแต่ละภาพถ่ายทอดความรู้สึกได้ดี สถานีต่อไป โบสถ์นอร์ทเธอดามค่ะ เก็บภาพระหว่างทางมาฝาก โบสถ์นอร์ทเธอดามสร้างขึ้นในสมัยเวียดนามอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส พ.ศ.2420 เป็นการจำลองมหาวิหาร Notre Dame กรุงปารีสมา มีหอคอยคู่ สูงๆ เป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล และยังเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดในเวียดนามใต้อีกด้วยค่ะ เดินมานิดเดียวก็เจออาคารสีเหลืองเข้มๆ ตั้งเด่นเป็นสง่า ภาพนี้เราถ่ายจากมือถือ ซัมซุงแกรนด์ 2 ไม่คิดว่าจะชัดขนาดนี้ ห้าาาา ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Central Post Office) เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยศิลปะโกธิคค่ะ สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เวียดนามยังอยู่ในการปกครองของฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้ออกแบบไปรษณีย์แห่งนี้คือ **Gustave Eiffel สถาปนิกระดับโลก ผู้ออกแบบหอไอเฟล ในตัวอาคาร    จะตกแต่งด้วยภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และมีภาพของอดีตผู้นำประเทศ "ลุงโฮ" นั่นเอง ใครจะส่งโปสการ์ดเชิญได้ที่นี่นะคะ เราจะใช้เวลาอยู่ในแต่ละที่ไม่นานมากค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกที่ เมื่อยมาก จนมาถึง Opera House หรือโรงละครยาฮดแถงห์โฝ (Nha hat Thanh Pho) สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2402 เพื่อใช้ในการแสดงต่างๆ เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาเเห่งชาติเวียดนามใต้ แต่ ณ บัดนาว เปิดใช้เป็นที่เเสดงเหมือนเดิมค่ะ สถานที่ต่อมา สภาประชาชน ตรงข้ามจะเป็นสวนที่เรียกว่า จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) มีอนุสาวรีย์ลุงโฮอยู่ด้วยนะคะ จุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของโฮจิมินห์ ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบเลยก็ว่าได้ ประเด็นฝั่งจัตุรัสโฮจิมินห์กำลังทำการปรับปรุงค่ะ โดนล้อมไว้หมดเลย มองไม่เห็นอะไรซักอย่าง TT ขณะนี้เวลา 18.30 น. รถเมล์สาย 152 ไปสนามบินหมดแล้ว เราอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าเพราะ เครื่องออก 21.35 น. ซึ่งเช็คอินในเว็บเรียบร้อยแล้ว  เลยว่าจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบินเอา ประมาณ 30 นาที ระหว่างนี้เพื่อรักษาเวลาเราไม่เดินละค่ะ นั่งแท็กซี่อย่างเดียว ไป ร้าน Quan an ngon ที่อยู่ 138 Nam KyKhoiNghia Street | District 1, Ho Chi Minh City, Vietnam ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ยิ่งเวลามีจำกัด อยากกินอาหารเวียดนามให้ครบต้องมาที่นี่เลย ทำกันให้ดูสดๆ ด้วยนะคะ เราสั่งอาหารมา 5 อย่าง จำชื่อไม่ได้ซักอย่าง ถามพนังงานให้แนะนำเมนูแบบเวียดนามสไตล์เอาค่ะ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง โหวตๆๆ ^^ หมายเลข 1 ข้าวผัดเวียดนามใส่หม้อดิน หมายเลข 2 เส้นขนมจีนเส้นแห้งกินกับปอเปี๊ยะทอดและหมูย่าง เด็ดมาก พูดเลย หมายเลข 3 คล้ายๆ สาคูไส้หมู แต่แป้งจะเหนียวๆ ใสๆ ข้างในใส่ไส้กุ้งหวานๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เปรี้ยวๆ ที่อยู่ในจาน ฟินมากก หมายเลข 4 ขนมเบื้องเวียดนามค่ะ อันใหญ่กว่าที่ไทยมาก แป้งจะกรอบ ข้างในเป็นถั่งงอก ผักต่างๆ และกุ้ง หมายเลข 5 ขนมหวานอันนี้คล้ายกล้วยบวชชีค่ะ ส่วนผสมมีกล้วยนึ่งฝานบางๆ สาคูเม็ดเล็ก เนื้อมะพร้าวอ่อน ราดด้วยกะทิแบบเจ้มจ้น และถั่วลิสง คือจานใหญ่มาก ดีนะสั่งมาแค่จานเดียว อิ่มอร่อยมากค่ะ ชอบ กลับบ้านต้องลองทำกินให้ได้ มื้อเย็นที่แสนอร่อยนี้ ราคาอยู่ที่ 1.907.000 ดอง หรือประมาณ 2,860 ค่ะ (แพงงงงงงงงอ่า แต่ไม่เป็นไรแลกกับเวลาที่ไม่ต้องไปเดินหาของกินแบบเวียดๆ แล้วยอมจ่าย) อิ่มกันแล้ว แต่เวลานี่ 2 ทุ่ม จวนจ้ำมาก เรานั่งแท็กซี่ให้ไปส่งที่ Night Market เพื่อเลือกซื้อของฝาก แบบเร่งๆ รีบๆ คราวนี้เวลาโคตรกระชั้น เราเลยเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน พอถึงสนามบินเราวิ่งไปที่ เคาเตอร์แอร์เอเชียแบบไม่คิดชีวิต แล้วยื่นเอกสารให้พนง. สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ จากที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก แต่วันนั้นฟังออกเต็มสองรูหู "ซอรี่" มาคำแรกและ "เลท" มาคำที่สอง "ทูม้อโร่ อะ เกน" คำที่สาม เราสองสามคมองหน้ากันทำตาปริบๆ โหยย ชีวิต ตกเครื่องข่าาาาา เราเสริจหาเที่ยวบินของวันนี้และวันพรุ่งนี้ในราคาที่ถูกที่สุด ได้ Vietjet Air ราคาดีสุดคือ 3,000 บาท รอบ 11.00 น. แต่เคาเตอร์ปิดแล้ว จองในเน็ตก็ไม่ได้ ตอนนั้นประมาณ 5 ทุ่มได้ เลยตัดสินใจเดินออกจากสนามบินไปหาที่พักใกล้ๆ แล้วค่อยมาจองตั๋ววันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้นการซื้อตั๋วสำร็จไปด้วยดี แต่ของฝากเราไม่อยู่แล้ว เศร้า... แต่จะเศร้าทำไม ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสสิ ไหน ๆ ก็มีเวลาอยู่ต่อแล้ว เลยนั่งรถเมล์สาย 152 กลับเข้าเมืองโฮจิมินห์อีกครั้ง และใช้เวลา 3 ชม. สุดท้ายให้คุ้มค่าที่สุด เราแวะตลาดเบนถันเพื่อซื้อของฝากใหม่ และหาของกินที่นี่เลย โชคดีก่อนกลับได้ลิ้มรสกาแฟและราเมงสูตรเวียดนามแสนอร่อย กาแฟรสเข้มมากและหวาน แต่มันกลมกล่อม อร่อยสุดๆ ราเมงเวียดนามนี่เด็ดมาก เส้นเด้ง น้ำซุปต้มยำ เเซ่บเวอร์  ต้องลองนะคะ !! ขากลับไปสนามบินให้ขึ้นรถเมล์ที่จุดเดิม แต่ให้ยืนรอที่ช่องรอรถด้านในนะคะ จะมีป้าย 152 บอกประจำจุดอยู่ค่ะ สาบานว่า จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ตกเครื่องซ้ำรอยอีก ต่อจากนี้เตรียมตัวกลับสู่ประเทศไทยและโลกแห่งความจริงของมนุษย์เงินเดือนต่อไป สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 และ 4 รวม 3.539.000 VND = 3539 x 1.5 ประมาณ 5,300 บาท/3คน เฉลี่ยคนละ 5,300/3 = 1,766 บาท ***สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน 4 - 8 มีนาคม 2558 ระยะเวลา 4 คืน 5 วัน*** ตั๋วเครืองบินไปกลับ 3,000 บาท วันที่ 1     : 1,056 บาท วันที่ 2     : 1,420 บาท วันที่ 3     : 1,526 บาท วันที่ 4-5   : 1,766 บาท รวม 8,768 บาทค่ะ ตีเป็นเลขกลมๆ สวยๆ ก็ 8,700 บาท (ขอไม่รวมค่าตั๋วที่ซื้อใหม่นะคะ) ถ้าไม่เน้นกิน เลือกแบบโลคอลตามข้างทาง และไม่ตกเครื่องเสียเงินนอนโรงแรมและค่าอื่นๆ เพิ่ม งบจะอยู่ที่ 7,500*** บาทค่ะ หากคุณต้องการเที่ยวแบบประหยัดในราคาสบายกระเป๋า การศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากค่ะ แล้วคุณจะไม่ถูกโกงงง !!!!  ^^ ปล.ใครอยากได้ข้อมูล หลังไมค์นะคะ มีแบบละเอียดค่ะ แต่ขอรวบรวมดีๆ แปรบบ สุดท้ายและท้ายสุดขอบคุณเพื่อนร่วมทริปเราสองสามคนที่ทำให้ทริปนี้มีสีสันและสนุกสุดเหวี่ยง ขอบคุณภาพสวยๆ จากกล้องอิดรูเพื่อนสาว ที่ทำให้ได้ภาพเพิ่มในหลายๆ มุม กระทู้มีสีสันขึ้นเยอะ สำคัญสุด ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบันทัดนี้ คือยาวมาก ทำเองยังเบื่อเลย คิดตลอดว่าเมื่อไหร่จะจบวะเนี้ย ห้าาาาา จบละนะ จบ. แต่ "เวียดนาม" พี่ไม่จบแน่ ต้องมีซ้ำ !!!! บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกดีใจสักเท่าไหร่ มากแค่ไหนก็ไม่รู้.... ^^ อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

ไม่แชมป์แต่ได้ใจ! โต๊ะเล็กไทยฮึดไล่เจ๊าคาซัคสถาน2วินาทีสุดท้าย 3-3
คาซัคสถาน /  ฟุตซอลทีมชาติไทย / 

โต๊ะเล็กไทยไม่พ่ายคาซัคฯเบอร์ 9 ของโลก ได้ประตูตีเจ๊า 3-3 ช่วง 2 วินาทีสุดท้ายมี 5 แต้มเท่าคาซัคฯ แต่ประตูได้เสียเป็นรอง พลาดแชมป์ไปอย่างย่าเสียดายในศึก "ฟุตซอลไทยแลนด์ไฟว์2016 พรีเซนเต็ด บาย พีทีที กรุ๊ป"  "ฟุตซอลไทยแลนด์ไฟว์ 2016 พรีเซนเต็ด บาย พีทีที กรุ๊ป" ที่สนามบางกอก อารีน่า เวลา 19.30 น. วันอังคารที่ 23 ส.ค.59 ระหว่าง "ช้างศึก"ทีมชาติไทย เจ้าของอันดับ 12 ของโลกพบ คาซัคสถาน ทีมอันดับ 9 ของโลกจากยุโรป ซึ่งพึ่งคว้าอันดับ 3 เวทียูโร 2016 มาครอง โดยถือเป็นเกมชิงแชมป์เพราะมี 4 แต้มเท่ากัน แต่ลูกได้-เสีย คาซัคสถานดีกว่า มิเกล โรดริโก้ กุนซือชาวสเปนของทีมชาติไทย ส่งผู้เล่นชุดแรก ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู อย่าง คณิศร ภู่พันธ์ , เลิศชาย อิสราสุวิภากรณ์ , ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง , อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ , ไตรรงค์ เพชรเทียม โดยที่ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง นำเป็นดาวซัลโวที่ 4 เม็ด ด้าน ริคาโด้ ซามบ้า กุนซือคาซัคสถาน ส่งผู้เล่นชุดแรกซึ่งถือเป็นตัวหลักจาก 2 เกม ประกอบด้วย ฮิกวยต้า ผู้รักษาประตูที่ว่ากันว่าใช้เท้าดีที่สุดในโลกตอนนี้ , เลโอนาร์โด้ เมนดองก้า , ดูเรน นูโกรซิน , ดักลาส จูเนียร์ , เอเวอร์ตัน ริเบอโร่ โดยที่ ดักลาส จูเนียร์ ยิงรวม 3 ประตูได้ลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวด้วย ออกสตาร์ทครึ่งแรก ไทยอยู่ในชุดน้ำเงินล้วนเป็นฝ่ายเขี่ยบอลบุกก่อน 30 วินาทีแรก อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ เสียบอลก่อนจะถูกคาซัคดักได้ ก่อนที่ ดูเรน นูโกรซิน จะได้ชาร์จหน้าปากประตู บอลยังติด คณิศร ภู่พันธ์ น.2 ฮิกวยต้า นายด่านจอมลีลาของคาซัค โชว์ห้าวลากบอลมาเล่นเอง แต่ถูก เลิศชาย อิสราสุวิภากรณ์ ดักได้พร้อมกับเล่นสวนกลับ กะจะยิงไกล บอลสุดท้ายยังติด ฮิกวยต้า เคลียร์ทิ้งได้ก่อน น.3 อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ ดักบอลจากกลางสนาม ก่อนไหลเข้าเหลี่ยม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ที่พลิกจะยิงแต่ยังโดนไม่ถนัด น.4 มิเกล โรดริโก้ กุนซือไทยเปลี่ยนผู้เล่นชุดสองลงสนาม นำโดย ณัฐพล สุทธิโรจน์ , เจษฎา ชูเดช , จิรวัฒน์ สอนวิเชียร์ และ ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน เช่นเดียวกับคาซัคสถานที่ส่งชุดสองลงเล่น น.5 คาซัคสถานชวดได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ ดูเรน นูโกรซิน พยายามจะซ้ำหน้าปากประตู แต่ยังพลาดไป , น.6 ไทยเสียประตูก่อนจากลูกซัดเร็วของ ดักลาส จูเนียร์ ช่วยให้ คาซัคสถาน ออกนำ 1-0 และทำให้ ดักลาส จูเนียร์ ยิงรวม 4 ประตูเทียบเท่า ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ในกลุ่มลุ้นดาวซัลโว น.7 แฟนชาวไทยเต็มความจุบางกอก อารีน่า ได้ลุ้นตีเจ๊าจากจังหวะที่ เจษฎา ชูเดช ไหลจากซ้ายไปที่เสาสอง ณัฐพล สุทธิโรจน์ ได้กดเต็มๆ บอลไปชนเสาเหลี่ยมนอก เกือบจะตีเสมอได้ , ถัดมาอีก 20 วินาที ณัฐพล สุทธิโรจน์ ที่เติมขึ้นไปยิงในจังหวะเข้าทำ บอลยังไม่เข้าเหลี่ยม น.8 ไทยกลับมาใช้ผู้เล่นชุดแรก หวังเอาชัวร์บดเข้าใส่คาซัคเพื่อทวงประตูตีเจ๊าให้เร็วที่สุด , ถัดมาอีก 15 วินาที ไตรรงค์ เพชรเทียม น.11 จากความห้าวของ ฮิกวยต้า นายด่านคาซัคที่ชอบออกมาเล่นนอกกรอบ จนเสียบอลจากสนาม ถูก ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ดักได้และหลอกยิงเร็วดาบแรกยังติดบล็อค ดาบสองศุภวุฒิกำลังจะยิง ก่อนที่ ฮิกวยต้า จะกระโดดโถมเข้าใส่ที่ตัว ผู้ตัดสินไม่รอช้า ควักใบแดงจากกระเป๋าหลังไล่ออกทันที คาซัคเหลือ 4 คนในช่วง 2 นาทีต่อจากนี้ ไทยได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่น ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน กดนอกกรอบเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ไทยตีเสมอ 1-1 และคาซัคกลับมาเล่น 5 คนได้ทันที น.12 แฟนไทยได้กรี๊ดกร๊าด เมื่อ มิเกล โรดริโก้ ส่ง จิรวัฒน์ สอนวิเชียร และ กฤษดา วงษ์แก้ว มาเล่นชุดผสมในช่วงที่เหลือ , น.14 ดักลาส จูเนียร์ กดเต็มเท้า บอลไปชนโคนเสา ไทยเสียวแว่บในจังหวะนี้ น.13 ไทยได้ฮือฮา เมื่อ กฤษดา วงษ์แก้ว กัปตันทีมฟุตซอลไทยโชว์สเต๊ปแต่งบอลลอดขาผู้เล่นคาซัค เรียกเสียงเฮจากแฟนชาวไทยได้เป็นอย่างดี เกมถึง น.17 คาซัคขึ้นนำอีกครึ่งจากความยอดเยี่ยมของ ดักลาส จูเนียร์ ที่จับยิงเร็วหน้ากรอบเขตโทษ บอลเสียบก้นตาข่ายช่วยให้คาซัคนำ 2-1 และเป็นประตูที่ 5 ของดักลาส จูเนียร์ขึ้นนำเป็นดาวยิงสูงสุด น.18 คาซัคเครื่องแรง เซลิค ซามานคูลอฟ ได้ซัดโล่งๆ แต่ดันยิงไปชนเสา บอลดาบสองยังมาเข้าทาง พาเวล ทาคู ได้ซ้ำไม่พลาด ช่วยให้ คาซัค นำ 3-1 น.19 ไตรรงค์ เพชรเทียม ถูกทำฟาวล์หน้ากรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้ไทยได้ฟาวล์ และเป็น ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ที่กดเปรี้ยงเดียวไม่เหลือซาก ช่วยให้ไทยไล่มาเป็น 2-3 และเป็นประตูที่ 5 ของศุภวุฒิด้วย จบครึ่งแรก ไทย ตามหลัง คาซัคสถาน 2-3 เกมในครึ่งเวลาหลัง คาซัคฯเป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่นบ้าง ส่วนไทยส่งผู้เล่นอย่าง ก้องหล้า เหล็กกล้า , ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง , อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ และ จิรวัฒน์ สอนวิเชียร ลงบู๊ , น.21 ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง เบิ้ลเร็วให้ จิรวัฒน์ สอนวิเชียร ที่จับหนึ่งจังหวะก่อนได้ยิงด้วยเหลี่ยมขวา แต่บอลยังไม่เข้ากรอบ น.23 ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน ตวัดยิงเร็วที่ริมซ้าย บอลยังแฉลบออกหลังนิดเดียว , น.26 เจษฎา ชูเดช กระชากขึ้นถึงสุดเส้นหลังฝั่งซ้าย หวังปาดให้ กฤษดา วงษ์แก้ว แต่บอลยังติดตัวบล็อค , น.30 ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน พยายามกระชากลากไปยิงที่ริมขวา แต่ก็ยังถูกเบียดบังเอาไว้ได้ก่อน ช่วง 5 นาทีสุดท้าย มิเกล โรดริโก้ สั่งการให้ฟุตซอลไทยเดินหน้าบุกแหลก น.39 สถานการณ์เริ่มเดือด หวิดมีมวยหมู่เกิดขึ้น แต่ยังดีที่ทีมงานของทั้งสองทีมยังรีบเข้ามาห้ามทัพได้ทัน ท้ายเกม คาซัคยังห้าวเล่นระบบพาวเวอร์เพลย์จน เกมทำท่าว่าจะจบด้วยชัยชนะของคาซัค แต่แล้วเหลือ 2 วินาทีสุดท้าย บอลคลุกคลิกหน้าประตูคาซัค ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน ตามจิ้มบอลแฉลบผู้เล่นคาซัคเข้าประตูไป ช่วยให้ไทยตีเสมอ 3-3 และจบเกมด้วยสกอร์นี้ "ฟุตซอลไทยแลนด์ไฟว์2016 พรีเซนเต็ด บาย พีทีที กรุ๊ป" ตกเป็นของ คาซัคสถาน ที่มี 5 แต้มเท่ากับไทย แต่มีลูกได้-เสียดีกว่า , ไทยจบรองแชมป์ด้วยการไม่แพ้คู่แข่ง ส่วน อิหร่าน ที่ 3 มี 4 แต้ม และ ญี่ปุ่น ที่ 4 มี 1 แต้ม

PREVIEW : โตโยต้า ไทยลีก บางกอกกล๊าส เอฟซี - ชลบุรี เอฟซี
ชลบุรี เอฟซี /  บางกอกกล๊าส เอฟซี / 

เป้าหมาย 1 ใน 3 ของกระต่ายแก้วบังคับให้เกมนี้ต้องชนะเท่านั้น ส่วนฝั่งทีมเยือนผลงานกำลังไปได้สวย ไปเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมกันเลย บางกอกกล๊าส เอฟซี (3) - ชลบุรี เอฟซี (6) แข่งขัน : วันเสาร์ ที่ 20 สิงหาคม 2559 สนาม : ลีโอ สเตเดี้ยม, เวลา : 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง : True Sport 2 / True Music 357 ความพร้อม บางกอกกล๊าส เอฟซี : เจ้าถิ่นเกมที่ผ่านมาทำได้เพียงเสมอ ศรีสะเกษ เอฟซี 3-3 ซึ่งทำให้ ออเรลิโอ วิทมาร์ กุนซือชาวเยอรมันยังไม่สามารถปลดล็อกเก็บ 3 เเต้มในการคุมบีจีได้ ส่วนเกมนี้ยังคงต้องพลาดใช้งาน ศิวกร แสงวงศ์ และ ดาเนียล การ์เซีย โตติ ที่มีอาการบาดเจ็บ ทำให้เกมนี้จะยังคงนำโดย โรแม็ง กัสมี่, จักรพันธ์ พรใส, อาเรียล อาราย่า เเละสุรชาติ สารีพิมพ์ ที่พร้อมกลับมาลงสนามอีกครั้ง ชลบุรี เอฟซี : ฉลามชลผลงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดบ้านเอาชนะทีมอย่าง ราชบุรีฯ มาถึง 2-0 ส่วนความพร้อมเกมนี้สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ขาดเพียง สุทธินันท์ พุดหอม เเละ แอนเดอร์สัน ดอส ซานโต๊ส ที่ยังไม่ฟิต โดยเกมนี้กำลังหลักจะยังนำโดย คิม จอง พิล, อดุล หละโสะ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, เลอันโดร อัสซัมเซา, ปรินซ์ อัมปองซ่า และ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ ทัศนะ : คู่นี้ในเลกแรกเป็นฉลามชลที่เฉือนไป 2-1 มาเจอกันในเลกที่สองสถานการณ์ไม่แตกต่างจากเดิมเพียงผู้เล่นบางรายเท่านั้นที่ทั้งสองทีมเติมเข้ามาบาง เกมนี้เเม้บีจีจะได้เล่นในบ้านแต่ความลงตัวยังไม่เท่าทีมเยือนที่กำลังดีวันดีคืน เเม้โอกาสเเชร์เเต้มกันมีความเป็นไปได้สูง เเต่มองว่าฉลามชนมีภาษีดีกว่าถึงบุกมาเฉือนย้ำแค้นได้อีกครั้ง ฟันธง : จัดไปไอ้หลาม ผลงาน 5 นัดที่ผ่านมาของทั้งสองทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี เสมอ ศรีสะเกษ 3-3 (เยือน) แพ้ แบงค็อกฯ 2-4 (เยือน) แพ้ ราชนาวี 0-1 (เยือน) ชนะ เชียงรายฯ 3-1 (เหย้า) ชนะ ราชบุรีฯ 3-0 (เหย้า) ชลบุรี เอฟซี ชนะ ราชบุรีฯ 2-0 (เหย้า) ชนะ บีอีซี เทโรฯ 3-1 (เยือน) แพ้ เมืองทองฯ 0-3 (เหย้า) ชนะ อาร์มี่ฯ 2-0 (เยือน) เสมอ นครราชสีมาฯ 1-1 (เหย้า) **สำหรับทั้งสองทีมเคยพบกันมาทั้งหมด 17 ครั้งรวมทุกรายการ ชลบุรี เอฟซี ทำได้ดีกว่าเล็กน้อยเมื่อชนะ 6 เสมอ 6 แพ้ บางกอกกล๊าส เอฟซี 5 นัด

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ความมันส์ระดับสิบกะโหลก!อาร์มซัดแฮตทริกช้างศึกโต๊ะเล็กผงาดล้มอิหร่าน
ทีมชาติไทย /  ฟุตซอล / 

 "อาร์ม"ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ซัดแฮตทริกและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ไทยชนะอิหร่านเกิน 1 ประตู โดยไทยไปลุ้นแชมป์นัดสุดท้ายกับ คาซักสถาน ในศึกฟุตซอล 4 เส้านานาชาติ ''ไทยแลนด์ ไฟว์ 2016 พรีเซ็นต์เต็ด บาย พีทีที กรุ๊ป" ที่บางกอก อารีน่า นัดสองวันที่ 21 ส.ค.2559 ศึกฟุตซอล 4 เส้านานาชาติ ''ไทยแลนด์ ไฟว์ 2016 พรีเซ็นต์เต็ด บาย พีทีที กรุ๊ป" ที่บางกอก อารีน่า นัดสองวันที่ 21 ส.ค.2559 ไทย อันดับ 14 ของโลก ที่ประเดิมเกมแรกโดน ญี่ปุ่น ตามตีเสมอช่วง 26 วินาทีสุดท้าย 2-2 พบ แชมป์เก่า อิหร่าน เจ้าของแชมป์เอเชีย 11 สมัย อันดับ 5 ของโลก ที่เสมอกับ คาซัคสถาน 3-3 โดยเกมนี้ มิเกล โรดริโก้ กุนซือทีมชาติไทย พักตัวหลักอย่าง กฤษดา วงษ์แก้ว เช่นเดียวกับ อิหร่าน ที่ไม่มีชื่อของ อาลี ฮัสซันซาเดห์ แข้งตัวเก่งที่บาดเจ็บระหว่างซ้อม สำหรับสถิติพบกันทุกรายการ 19 นัด อิหร่าน เอาชนะถึง 13 นัด เสมอ 4 และแพ้ 2 นัด โดยล่าสุดไทย เอาชนะ อิหร่าน คือรายการชิงแชมป์เอเชีย 2012 ที่ยูเออี เสมอกันในเวลาปกติ 3-3 ก่อนต่อเวลาพิเศษ ไทย จะเฉือนชนะไปหวุดหวิด 5-4 จากประตูชัยของ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ​ เกมเริ่มขึ้นมาเพียง 48 วิ อิหร่าน ขึ้นนำก่อนจาก อิสเมลเพียว 1-0 แต่ไทยก็ตีเสมอได้สวย "เจ้าซี" ณัฐพล สุทธิโรจน์ กระชากขึ้นทางขวาให้ "เจ้าก๊อก"อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ เข้าฮอส น.4เป็น 1-1 อิหร่านนำอีกครั้ง น.12 ฟาฮัด ทาวาโกลี่ หลุดขึ้นขวายิงเข้าสามเหลี่ยมมุมเหลือเชิ่อ 2-1 จังหวะ ไตรรงค์ เพ็ชรเทียม ฟาวล์โดนเหลือง โค้ชอิหร่าน เซอิด โมฮัมเหม็ด จึงโดนไล่ออก อิหร่านนำ 3-1 น.14 จังหวะโต้กลับ เมื่อ "เจ้าก็อก"ไม่ได้ฟาวล์จึงโดนตัด จบด้วย โมฮามาเดซ่า น.17 ไทยได้ฟรีคิก15 หลา ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง กดเปรี้ยงจังหวะเดียวเสียบเสาขวา 2-3 และนาทีสุดท้ายเหลือ 10 วิ แฟนไทยเฮกันลั่น เมื่อได้คอร์เนอร์ ณัฐพล จ่ายให้ จิรวัฒน์ สอนวิเชียร ยิงเร็วเสาแรกตุงตาข่าย เสมอ 3-3 ครึ่งแรกอย่างสนุก ครึ่งหลังลงมายังสนุก น.27 อิหร่านนำ 4-3 ไมแชม บามชูรี่ กระชากหลบสองจ่ายเสาสองให้ มาห์ดี้ จาวิด เข้าฮอส แต่ทว่านาทีเดียวกัน ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน ก็กระชากกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าโกล์ กองหลังอิหร่านสไลด์ตัวสกัดเข้าประตูตัวเองเป็น 4-4 น.31 อิหร่านนำ 5-4 จาก เมห์ราน อาลิกาด์ แต่ น.34 ศุภวุฒิ ซัดลูกคิกอินไล่มาเป็น 5-5 น.38 ไทยขึ้นนำครั้งแรก จังหวะคอร์เนอร์ ณัฐพล จ่ายตัดกลาง จิรวัฒน์ เข้าฮอสตูม 6-5 นาทีสุดท้ายไทยได้โต้ ศุภวุฒิซัดแฮททริกเป็น 7-5 เอาชนะไปด้วยสกอร์นี้ รายชื่อนักเตะ5คนแรก ไทย : คฑาวุธ หาญคำภา (GK), เลิศชาย อิสราสุวิภากร, ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง, ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน, ไตรรงค์ เพ็ชรเทียม อิหร่าน : มูฮัมมาดี้ (GK), โมฮัมเหม็ด เรซ่า, อาเหม็ด อีสมาอิลปัว, เมห์ดี้ จาวิด, ฟาร์ฮัด ทาวัคโครี่ โปรแกรมนัดสุดท้ายฟาดแข้งกันวันอังคารที่ 23 ส.ค.2559 ที่บางกอก อารีน่า คู่แรก เวลา 16.45 น. อิหร่าน พบ ญี่ปุ่น ถ่ายทอดสด ยูทูป ไทยรัฐ และปิดท้าย เวลา 19.30 น. ไทย พบ คาซัคสถาน ถ่ายทอดสด ไทยรัฐทีวี

Metal Gear Survive ของเล่นใหม่ Konami เมื่อไม่มีโคจิมะ
Konami /  Metal Gear / 

เทรลเลอร์ใหม่ของ Metal Gear Survive ดูเหมือนว่าจะเป็นจุดจบของ Metal Gear ด้วยเหมือนกันนะ Metal Gear Survive ที่เพิ่งปล่อยเทรลเลอร์เปิดตัวไปในงาน Gamescom 2016 อาจทำให้คุณเกาหัวแบบงงๆ ว่านี่มันเกมอะไรกันแน่? โคนามิ หลังจากที่ไม่มี ฮิเดโอะ โคจิมะ ผู้ให้กำเนิดซีรีส์ Metal Gear แล้วนั้น เคยตบหน้าแฟนเกมสาวกของ Snake ฉาดใหญ่มาแล้วด้วยการนะ Metal Gear 3 Snake Eater ไปทำปาจิโกะ! และครั้งนี้ก็ไม่ทำให้แฟนๆ สมหวังซึ่งถ้าไม่นับ Fox Engine กับพื้นที่ฉากจาก Ground Zeroes แล้ว เกมนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องหลักเลย ฟัง (อ่าน) แล้วอาจดูงงๆ ไปขมเทรลเลอร์กันดีกว่าครับ เนื้อเรื่องเริ่มที่ตอนจบของ Ground Zeroes Snake และ Miller ขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีออกมาจากค่ายทหารโอเมก้า แล้วก็จะไปต่อกันที่ภาค The Phantom Pain แต่ดูเหมือนว่าโคนามิจะชอบค่ายทหารนี้มากจึงจัดหนักให้ด้วยการเปิดหลุมดำดูดทหารที่รอดอยู่ในพื้นที่และทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปอีกมิติหนึ่ง ซึ่งศัตรูจะดูไม่เหมือนซอมบี้ก็ไม่ใช่ เป็นหุ่น Metal Gear ก็ไม่เชิง เอาเป็นว่าเราจะได้เล่นแบบ co-op กันเพื่อนๆ 4 คนสู้กับไอ้ตัวพวกนี้แหละครับ ดูจากอาวุธแล้วก็ไม่ต้องเดาว่าเลือกอาชีพได้แน่นอน ▼ Snake ไปแล้ว แต่ยังมีคนรอดอยู่ ▼ นี่มันตัวอะไร!?! ▼ สู้สิคร้าาาาบ รอไรล่ะ ใช้หอกเห็นๆ สายแท้งค์ชัวร์ ▼ มีธนูหัวระเบิด้วย Ranger สายซัพพอร์ตนี่นา ตรงลงนี่มันเกมอะไรแน่ เกมจะเปิดให้เล่นปีหน้า (2017) นะครับ ลงเครื่อง PS4, XboxONE และ Steam เกมทรงนี้เค้าปล่อยให้เล่นฟรีกันหมดแล้วนะ แต่โคนามิขายชัวร์ครับผม ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้ง่ายๆ ด้วยการแชร์และคอมเม้นท์ครับผม ^^ facebook MThai Games ที่มา Konami

SONY Playstation เปิดตัว 3 เกมส์ ภาคใหม่ล่าสุด ในงาน AFA Thailand 2016
AFATH /  อะนิเมะเฟสติวัล

โซนี่ เพลย์สเตย์ชั่น [SONY Playstation] เปิดตัว 3 เกมส์ ภาคใหม่ล่าสุด คอเกม..เตรียมสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำ เป็นครั้งแรกใน เซาท์อีสเอเชีย ในงานอนิเมะเฟสติวัล เอเชีย ไทยแลนด์ 2016 บริษัท โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เตรียมเปิดตัวเกมส์ โซนี่ เพลย์สเตย์ชั่น ภาคใหม่ล่าสุด ที่ผู้คนทั่วโลกตั้งตารอคอย จำนวน 3 เกมส์ ได้แก่ เกมส์ Final Fantasy XV, เกมส์ Gravity Rush 2 และ World of Final Fantasy โดยเป็นครั้งแรกที่เปิดตัวในเซาท์อีสเอเชีย พร้อมเปิดให้ทดลองเล่นกันภายในงานอย่างจุใจ ในงาน “อนิเมะ เฟสติวัล เอเชีย ไทยแลนด์ 2016” ที่จะจัดให้มีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2559 นี้ ณ รอยัลพารากอนฮอล ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ทั้งนี้ ในวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 14.00 น. บริเวณเวทีหลัก ขอเชิญพบกับ คัตโตะ แห่งวงลิปตา และ ประเสริฐ ประเสริฐวิทยาการ (ซัน) เกมดีไซเนอร์เกมชาวไทย หนึ่งในทีมงานผู้สร้าง Final Fantasy XV ที่จะนำ DEMO มาเผยข้อมูลเกมส์ Final Fantasy XV ตัวล่าสุด..ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ www.animefestival.asia/afath16 หรือ www.Facebook.com/animefestivalasia

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla
Shin-Godzilla /  ก็อดซิลลา / 

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla สามนักแสดงนำจากภาพยนตร์สัตว์ประหลาดแห่งปี Shin Godzilla เริ่มต้นด้วยนักแสดงหนุ่ม ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ รับบทเป็น รันโด ยางุจิ รองหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ยูทากะ ทาเคโนอุจิ รับบทเป็น ฮิเดกิ อาคาซากะ ที่ปรึกษาพิเศษของนายกรัฐมนตรี และสาวน่ารัก ซาโตมิ อิชิฮาระ รับบทเป็น เจ้าหน้าที่ทางการจากสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยทั้งสามนักแสดงได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ และความรู้สึกที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายไว้ดังต่อไปนี้ ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ (ซ้ายมือ) ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ (ตรงกลาง) ซาโตมิ อิชิฮาระ (ขวามือ) ช่วยเล่าความรู้สึกเมื่อภาพยนตร์ถ่ายทำอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทาเคโนะอุจิ : การที่ผมได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ก็อดซิลลา ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับยอดฝีมือขนาดนี้ คงจะเป็นความรู้สึกที่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิต ผมคิดว่าคงไม่สามารถแสดงความประทับใจออกมาได้หมดในระยะเวลาอันสั้นนะครับ ผมคงพูดได้เพียงแค่ว่า มันเป็นหนังที่ดูแล้วเกิดความรู้สึกฮึกเหิมมาก ทั้งที่มันเป็นหนังที่เต็มไปด้วย CG แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่ามันเป็นหนังไซไฟเลยแม้แต่นิดเดียว หนังนั้นเปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลาและยุคสมัย ซึ่งหนังสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นในอดีต พูดได้เลยว่า มันก็ไม่ได้สมจริงสักเท่าไร แต่เราก็ไม่ถือสาเพราะคิดว่ามันก็คือหนัง ตอนที่ผมได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ บทหนามากครับ ตัวหนังสือเต็มพรืดไปหมด จนผมจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะออกมาอย่างไร แม้กระทั่งตอนระหว่างถ่ายทำ แต่ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่ในหัวผู้กำกับทั้งหมดเลย ผมเองก็ต้องปรับเพื่อให้เข้ากับความคิดผู้กำกับ ให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุด พอหนังเสร็จแล้ว ตอนได้ดูก็รู้สึกภูมิใจมาก หลัก ๆ เพราะหนังมันสนุกน่ะครับ และดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ฮาเซกาวะ : รู้สึกปลื้มสุด ๆ เลยครับ เพราะนี่เป็นภาพยนตร์ก็อดซิลลาแนวใหม่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ แถมยังอัดแน่นด้วยความบันเทิง ผมเคยดูวีดิโอเมื่อตอนเด็ก ๆ ผมกลัวมันมากตอนนั้น แต่มันทำให้ผมรู้ว่าหนังญี่ปุ่นมันน่าทึ่งขนาดไหน และคิดว่าอยากจะให้ทุกคน ๆ ได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ไว ๆ ครับ อิชิฮาระ : ฉันว่าพวกเขาต้องกล้ามากที่ทำหนังแบบนี้ออกมาในตอนนั้น มันยอดมากที่เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ เป็นหนังแฟรนไชส์ที่ยาวนานมาถึง 60 ปี ซึ่งฉันเองก็เพิ่งจะได้ดูไปเมื่อวันก่อนนี้ค่ะ รู้สึกกลัวจนตัวสั่นเลย แม้ว่าญี่ปุ่นในตอนนี้จะไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์การแพ้สงครามแล้วก็ตาม แต่ลึก ๆ แล้วเราก็สามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ เมื่อหลายวันก่อน ท่านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้มาเยี่ยมเยียนพร้อมให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยที่จังหวัดฮิโรชิมา โดยมีการคำนึงถึงโทษของระเบิดปรมาณู และสารกัมมันตรังสี ซึ่งฉันอยากจะให้ทุกคนได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้และไตร่ตรองดูกันนะคะ ช่วยเล่าบทบาทของแต่ละคน คุณฮาเซกาวะ : บทบาทของผมคือเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นบทที่ต้องเผชิญหน้ากับก็อดซิลลาโดยตรง ยางูจิ เป็นวีรบุรุษบูชิโดแบบดั้งเดิม ต้องฝึกให้ตัวเองฮึกเหิม ให้กลายเป็นผู้นำให้ได้ เขาแสดงความเป็นผู้นำภายในองค์กร และช่วยกระชับความสามัคคีความแข็งแกร่ง เป็นคนที่เป็นความหวังของอนาคตญี่ปุ่น โจทย์ของผมก็คือ ผมจะทำแบบไหนให้กลายเป็นนักการเมืองที่ทุกคนเชื่อ เป็นชายอายุ 30 กว่า ๆ ได้เป็นเลขาฯ คณะรัฐมนตรี ผมพยายามเล่นให้มันดูมีตัวตนจริง ๆ คิดว่าตัวละครต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง มันก็มีปัญหามากมายเกิดขึ้น ทั้งในองค์กร ทั้งประเทศ อยากที่จะปกป้องพลเมืองในประเทศ และนั่นแหละพอคิดแบบนี้ ตัวละครมันก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเอง ส่วนอื่น ๆ ผมก็จะถามผู้กำกับอันโนะเอา เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ ทาเคโนะอุจิ : ผมได้รับบทเป็นนักการเมืองครับ ผมไม่เคยเล่นบททำนองนี้มาก่อนเลย ปกติผมก็จะเห็นนักการเมืองจากในทีวี ครั้งนี้ต้องมาเล่นเอง มันตรงกันข้ามกับบุคลิกของผมเลย ผมไม่รู้จะแสดงยังไง พออยู่ในกองถ่าย พอไม่เข้าใจอะไรก็ถามผู้กำกับก่อน ก็ได้รับคำแนะนำอย่างดี ความคิดของผู้กำกับนั้นสุดยอดจริง ๆ เขารู้ลึก รู้ไปหมด นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจตอนถ่ายทำกับคุณอันโนะ บทของคุณฮาเซกาวะเป็นนักการเมืองที่อ่อนหัด เขาจะตะโกนออกคำสั่งตลอดเวลาว่า “ยางุจิ อย่าทำแบบนั้น อันนั้นถูกแล้ว อันนั้นไม่ได้” เพื่อให้คุณฮาเซกาวะเล่นได้เข้าบทบาท ซึ่งมันตรงกับบทบาทของผมเลย บทของผมตรงกันข้ามกับบท ยางุจิมาก ๆ เลย ผมไม่รู้ว่า บุคลิก 2 แบบที่แตกต่างกันนี้ จะอยู่ในหัวของผู้กำกับคนเดียวได้อย่างไร อิชิฮาระ : บทที่ฉันได้รับคือ คายาโกะ แอน แพตเตอร์สัน เป็นคนอเมริกันที่เป็นผู้ติดตามพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พ่อของเธอมีอำนาจมันทำให้เธอโตมาเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง แต่คำพูดของยางูชิทำให้เธอได้นึกถึงรากเหง้าความเป็นญี่ปุ่นในตัวเธอ นอกจากเรื่องอสูรกายมันยังเป็นเรื่องราวการเติบโตของผู้หญิงคนหนึ่งด้วย ตอนที่ฉันสวมบท มันมีบางช่วงที่ฉันรู้สึกเหมือนตอนญี่ปุ่นถูกคลื่นสึนามิถล่มเมื่อปี 2011 “มันเป็นเรื่องที่พวกเราไม่สามารถมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ระเบิดปรมาณู ฉันคิดว่าฉันต้องเรียนรู้ว่าควรศรัทธาในอะไร ถึงแม้ว่าจะมีความแคลงใจอยู่บ้าง ก็อดซิลลาช่วยให้ฉันเติบโตขึ้นมาก การทำงานในกองถ่ายของคุณเป็นอย่างไรบ้าง อิชิฮาระ : ในช่วงระหว่างถ่ายทำ ฉันปวดท้องเพราะโรคกระเพาะกำเริบทุกวันเลยค่ะ จึงทำให้รู้สึกเคว้งมาก ทั้งยังรู้สึกกดดันสูงมากด้วย ตอนเริ่มถ่ายซีนแรก ๆ ฉันเครียดมาก ฉันไม่เข้าใจ เวลาถ่ายฉากที่ต้องมองก็อดซิลลา (ต้องมองอากาศไปก่อนเพราะต้องไปทำ CG เพิ่มทีหลัง) ฉันต้องทำแบบไหนนะ ต้องมองยังไง ฉันเริ่มรู้สึกท้อแท้ ก็เลยบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอย่ายอมแพ้นะ ด้วยบทบาทในเรื่อง ฉันต้องเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์เก่งเสียด้วยสิ แล้วพอถ่ายไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนซีนไปเรื่อย ๆ ก็ค่อย ๆ เล่นได้ ความรู้สึกเคว้งก็ค่อย ๆ หายไป ค่อย ๆ ปรับตัวได้ Shin Godzilla มีกำหนดฉายทั่วโลก 100 ประเทศ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รู้สึกอย่างไรที่ได้รับความสนใจขนาดนี้ แล้วนี่ก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์หนังก็อดซิลลาในบรรดาก็อดซิลลาเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจมากขนาดนี้ ฮาเซกาวะ:เยี่ยมไปเลยครับ ก็อดซิลลาถือเป็นคาแรกเตอร์สัตว์ประหลาดที่คนรู้จักและให้ความสนใจกันทั่วโลก แน่นอนว่า ด้วยชื่อเสียงของคุณผู้กำกับอันโนะ ทำให้มันสร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมขึ้นไปอีก แล้วก็ดีใจมากครับที่หนังได้ฉายในหลาย ๆ ประเทศ สมมติว่าเวลาผมไปทำงานในต่างประเทศ คนก็จะถามว่า คุณคือนักแสดงเรื่องก็อดซิลลาใช่ไหม แล้วการที่ก็อดซิลล่าไปฉายในเมืองนอก อาจจะทำรายได้ของหนังเพิ่มขึ้นด้วย(หัวเราะ)ผมดีใจมากครับ ทาเคโนะอุจิ:ก็รู้สึกดีใจจริง ๆ เพราะตอนแรกผมก็เหมือนกับคุณผู้กำกับอันโนะครับ ว่าเราจะรับงานนี้ดีไหมนะ แต่ว่าพอตอนนี้หนังมันเสร็จแล้ว ก็รู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ดีมาก ๆ เลย ดูจบแล้วมีความฮึกเหิมสุด ๆ และหนังยังมีความบันเทิงมากด้วย แถมก็อดซิลลาในครั้งนี้ มันก็มีความใหญ่ตั้ง 118.5 เมตร ความใหญ่ของมัน ก็รู้สึกไม่ได้อยากให้แค่คนญี่ปุ่นได้เห็นน่ะครับ แต่ผมก็อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นเหมือน ๆ กัน ที่สำคัญ ผมก็อยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นที่มีต่อหนัง และนั่นก็คือสิ่งที่รู้สึกดีใจ เวลาที่มีคนพูดถึงงานของเรา อิชิฮาระ:เป็นเวลา 60 ปีแล้วที่โตโฮสร้างก็อดซิลลามาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นใคร เกิดในช่วงเวลาไหน ก็ต้องรู้จักก็อดซิลลากันหมด การได้ไปฉาย 100 ประเทศก็สุดยอดมาก ๆ เลย จนถึงตอนนี้ แม้จะอยู่มา 60 ปีแล้ว ก็อยากให้มันมีไปเรื่อย ๆ อยากให้ทั่วโลกได้เห็น ก็ถือว่าสุดยอดมากค่ะ การถ่ายทำช่วงไหนที่คิดว่ายากที่สุด ฮาเซกาวะ:ผมคิดว่าแสดงบทบาทการเมืองให้ดูสมจริงนั้น ค่อนข้างยากลำบาก บทบาทของผมก็จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองครับ ถ้าพูดถึงนักการเมืองละก็ ผมก็เห็นทั่วไปตามสื่อโทรทัศน์แค่นั้นครับ ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง อย่างเช่น เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ก็จะมีกล้องถ่ายล้อมรอบพร้อมกับการถูกรุมถาม เป็นสิ่งที่ทำได้ยากลำบากมาก ๆ ครับเพื่อให้ดูสมจริง แม้ว่าผมจะถามคนรู้จักที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็คงต้องลองสัมผัสดูเอาเองนะครับ ทุกครั้งที่เล่นก็ปรึกษาคุณผู้กำกับอันโนะไปด้วยครับ ทาเคโนะอุจิ:ขณะถ่ายทำฉาก CG นั้นเนื่องจากข้างหลังเป็นฉากสีเขียว พอมองไปยังจอมอนิเตอร์ จึงทำได้เพียงจินตนาการภาพเอาเองครับ ซึ่งเมื่อก็อดซิลลาปรากฏตัว ก็จำเป็นต้องแสดงท่าทางตกใจพร้อมกับพูดคำว่าว่า โอ้ว ซึ่งผมไม่อยากแสดงออกมาให้มันดูไม่สมจริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดว่าจะต้องแสดงในลักษณะไหนดี ซึ่งนั้นแหละครับเป็นสิ่งที่ยากสำหรับผม Shin Godzilla ที่สร้างมาเพื่อปรับเปลี่ยนเสน่ห์ก็อดซิลลาในแบบเดิม ๆ หนังจะให้ภาพการสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง  ซึ่งผมดูแล้วก็รู้สึกตื่นตะลึงตามไปด้วย บท ยางุจิ ซึ่งแสดงนำโดยคุณฮาเซกาวะนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยสีหน้าที่แสดงออกมาในช่วงที่ถูกต้อนจนมุมในยามคับขันนั้นมันรู้สึกตราตรึงใจผมเป็นอย่างมากเลยครับ และนี่ก็เป็นครั้งแรกในบทบาทของนักการเมือง ซึ่งผมก็อยากจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด อีกทั้งยังได้รับคำแนะนำมากมายจากคุณผู้กำกับอันโนะ อิชิฮาระ:ช่วงก่อนที่จะถ่ายทำค่อนข้างลำบากค่ะ ตอนที่ได้รับบทภาพยนตร์มานั้น มีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมดแถมยังเป็นคำที่เข้าใจยากอีกด้วย ศัพท์เกี่ยวกับข่าวอะไรทำนองนั้นค่ะ ซึ่งมันยากต่อการเข้าใจ มีส่วนที่ไม่เข้าใจเยอะมาก จึงจำเป็นที่จะต้องหาความหมายเพิ่มเติม และค่อย ๆ จดบันทึกค่ะ อารมณ์แบบอ่านไปด้วยบันทึกไปด้วย อ่านครั้งเดียวไม่เข้าใจค่ะ ต้องอ่านหลาย ๆ รอบ พอยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับบทบาทค่ะ เริ่มรู้สึกกลัวและกดดันที่ตัวเองต้องมาร่วมงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันเป็นบทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ ตอนอ่านฉันก็ไม่อยากให้มีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น อ่านไปฉันจึงรู้สึกกลัวจนตัวสั่นไปด้วยตลอด อยากฝากอะไรทิ้งท้าย อิชิฮาระ : ฉันได้ข้อคิดว่า ทุกการกระทำนั้นส่งผลต่อเนื่องอะไรบ้าง นั่นทำให้ฉันคิดว่าต่อไปนี้ ฉันก็จะใช้ชีวิตโดยการคำนึงถึงอนาคตเป็นหลัก ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ 10 ปีก็จะไม่มีวันลืมเลยค่ะ ฝากถึงท่านผู้ชมว่าถ้าชอบส่วนไหน มีความรู้สึกยังไง มีประสบการณ์ระหว่างชมอย่างไร ตอนดูจบก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะคะ ทาเคโนะอุจิ:Shin Godzilla สร้างโดยจินตนาการของคุณอันโนะ (ผู้กำกับ) โดยทำให้ก็อดซิลลามีตัวตนในประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผมกลับคิดว่ามันไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยอยากให้ทุกคนทั่วโลกได้รับชมและแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะครับ ฮาเซกาวะ:ในระหว่างการถ่ายทำนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งผมก็ได้สัมผัสมันมาแล้ว ทั้งทำงานหามรุ่งหามค่ำ การต้องเสี่ยงอันตราย แต่ก็ดีใจที่ได้ร่วมชะตากรรมพร้อมกับทีมงานทั้งหมด 328 คน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ “ญี่ปุ่นยังคงมีอยู่” พวกเราจะได้เห็นการทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดีตามวิถีของคนญี่ปุ่น การให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาร่วมกัน มันเป็นประเด็นที่ดีมาก ๆ นะครับ ผมจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยนะครับ

บ้าไปแล้ว!! สื่อกระทิงประโคม คล็อปป์ เงินเหลือพร้อมทุบสถิติดึง ฮาเมส ร่วมทัพหงส์
ข่าวลือซื้อขายนักเตะ /  ลิเวอร์พูล / 

นี่อาจจะเป็นดีลเซอร์ไพรส์ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะรอบซัมเมอร์ 2016 นี้เลยก็เป็นได้! เมื่อ Deportivo Mundo สื่อดังของ สเปน ประโคมข่าว ลิเวอร์พูล ยุคการทำทีมแบบเต็มตัวของ เจอร์เกน คล็อปป์ เตรียมทุ่มงบคว้าตัว ฮาเมส โรดริเกซ มิดฟิลด์จอมทัพของ เรอัล มาดริด มาเพิ่มความโหดในถิ่น แอนฟิลด์ ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลงในช่วงสิ้นเดือนนี้ โดยรายงานระบุว่าแข้งเลือด โคลอมเบีย วัย 25 ปี กำลังตกเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักที่ "หงส์แดง" พยายามดึงตัวมาร่วมทัพให้ได้ หลังจากไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ซึ่งทาง "ราชันชุดขาว" คว้าตัว ฮาเมส โรดริเกซ มาจาก โมนาโก (เมื่อปี2014)ด้วยเม็ดเงินมหาศาลถึง 63 ล้านปอนด์ และพร้อมรับข้อเสนอหากมีทีมใดยอมทุ่ม 51 ล้านปอนด์ คว้าตัวแข้งรายนี้ไปเสริมทัพ โดยปัจจุบันมีสโมสรชั้นนำอย่าง อาร์เซนอล, เชลซี, เอซี มิลาน และ เปแอสเช ที่พร้อมดึงตัวแข้งรายนี้ไปเติมความโหดให้แผงเกมรุกก่อนตลาดซื้อขายจะปิดตัวลงด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ฮาเมส โรดริเกซ ถือเป็นหนึ่งในตัวรุกสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นได้ทั้ง ปีก และมิดฟิลด์ โดยฤดูกาลที่ผ่านมา(2015/16)ลงสนามรับใช้ "ราชันชุดขาว" ไปทั้งหมดทุกรายการ 32 นัด เจาะตาข่ายได้ 8 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงได้อีกถึง 10 ครั้ง ต้องมาดูกันว่า ลิเวอร์พูล จะยอมทุบสถิติสโมสร 51 ล้านปอนด์ คว้าแข้งรายนี้มาเสริมทัพหรือไม่ หลังจากที่ เจอร์เกน คล็อปป์ ยังไม่ใช้งบซื้อนักเตะของสโมสรเลยแม้แต่ปอนด์เดียว(หักลบ รายรับ และรายจ่าย จากการซื้อขายนักเตะเป็นกำไรอยู่ 11.25 ล้านปอนด์)

Pokemon GO อัพเดทใหม่บอกใบ้ค่า IV แบบหมดเปลือก
Pokemon GO

ไม่ต้องโหลด App จากที่อื่นเพื่อหาค่า IV แล้ว Pokemon GO อัพเดทใหม่บอกให้เลย Pokemon GO ได้ปล่อยอัพเดทใหม่เวอร์ชั่น 0.35.0 ออกมาเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมาโดยมีสาระสำคัญหลักๆ เลยคือการบอกใบ้ค่า IV แบบไม่ต้องไปโหลด App เถื่อนที่ไหนอีกแล้ว ฟีเจอร์นี้เรียกว่า Appraisal Tool โดยคำสั่งนี้จะเป็นตัวช่วยในการวิเคราะห์ค่า IV แบบคร่าวๆ โดยทีมลีดเดอร์ของแต่ละสีจะมาเป็นผู้ชี้แนะให้ครับ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับค่า IV ที่เทรนเนอร์ทุกคนต้องรู้ก่อนยึด GYM ▼ Appraisal Tool จะอยู่ที่เมนูหน้า Pokemon เลือกตัวที่เราต้องการรู้ กดเมนูบาร์ที่มุมขวาล่างจะเห็นว่ามีคำสั่ง APPRAISE เพิ่มขึ้นมา ▼ ทีมลีดเดอร์จะมาอธิบายให้ฟังว่าโปเกมอนของเราแจ่มขนาดไหน ขออนุญาตยกตัวอย่างสีเหลืองนะครับเพราะเล่นทีมนี้อยู่ ^^ การวิเคราะห์ของทีมลีดเดอร์จะพูดเรื่อง ค่า IV --> วิเคราะห์ Status --> ขนาดของโปเกมอน ตามลำดับและแต่ละสีก็จะพูดไม่เหมือนกันนะครับ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะ MThai Games ได้รวบรวมคำใบ้ของแต่ละทีมไว้ให้แล้วจ้า ^^ ทีนี้เราก็พอจะรู้แล้วนะครับว่าตัวไหนควรเก็บไว้ปั้น ตัวไหนควรชำแหละเป็นลูกอมซะ ทาง DEV. ของ Niantic คงไม่อยากให้ผู้เล่นไปโหลด App เถื่อนมาดูค่า IV ก็เป็นได้จึงได้ใส่ฟีเจอร์นี้เข้ามาในเกม และที่ไม่บอกเป็นเปอร์เซ็นต์เป๊ะๆ ก็เพื่อความสนุกแหละครับ เอาไว้ลุ้นกันเล่นๆ ว่าโปเกมอนเราจะเก่งได้สักแค่ไหน บอกหมดก็ไม่สนุกสิ จริงมั๊ยครับ ^^ ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้ด้วยการแชร์และคอมเม้นท์ที่โพสต์ของคุณได้เลยครับ ^^ รวมทุกเรื่องราวของ โปเกมอน ติดตาม Fanpage MThai Games ได้ที่นี่ -->[Click] ที่มา Gamepress

รีวิว Nerve : มนุษย์ เล่น เกม
13 เกมสยอง /  Dave Franco / 

รีวิว Nerve : มนุษย์ เล่น เกม ทันทีที่ได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Nerve เล่นเกม เล่นตาย ก็ทำให้อดคิดถึงภาพยนตร์ไทยเรื่อง 13 เกมสยอง ของผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ไม่ได้ ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยตัวละครในเรื่องจะต้องเล่นเกมจากโจทย์ที่กำหนดให้ในโลกแห่งความเป็นจริง และได้เงินจริง ๆ ซึ่ง Nerve เล่นเกม เล่นตาย ก็ดูเหมือนจะมีพล็อตหลักที่เหมือนกัน แต่เปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นตะวันตกแทน ไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวการเล่นเกมในชีวิตจริงออกมาในแง่ไหน และผมพร้อมแล้วที่จะเข้าไปเป็น Watcher ผู้ชมในโรงภาพยนตร์ Nerve เล่นเกม เล่นตาย ว่าด้วยเรื่องราวของ วี รับบทโดย เอ็มม่า โรเบิร์ตส (Emma Roberts) นักเรียนสาวไฮสกูลที่ติดเกมออนไลน์ที่เรียกว่า Nerve อย่างหนัก ในช่วงต้นของเกม เธอได้จับคู่กับ เอียน รับบทโดย เดฟ ฟรังโก (Dave Franco) หนุ่มสุดหล่อที่ดูพึ่งพาได้ เพื่อทำภารกิจในเกมให้สำเร็จ แต่เกมได้เพิ่มดีกรีความน่ากลัวเพิ่มมากขึ้น และทั้งสองคนเริ่มถลำลึกลงไปในเกมนี้มากขึ้นทุกขณะจนไม่สามารถกลับหลังหันได้อีกแล้ว เกมนี้จะสิ้นสุดลงอย่างไร แล้วชะตากรรมของผู้เล่นทั้งสองอย่างวีและเอียนจะต้องเจอกับความน่ากลัวอะไรบ้าง และเกมนี้จะจบลงอย่างไร ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง พล็อตเรื่องหลักกล่าวถึงการเล่นเกม โดยช่วงสิบห้านาทีแรกจะปูเรื่องให้ทุกคนได้รู้จักกับ วี เด็กสาวไฮสคูล และกลุ่มเพื่อนของเธอ และหลังจากการเข้าสู่เกมของวีแล้ว ภาพยนตร์เดินเรื่องค่อนข้างรวดเร็ว กระชับฉับไว แทบไม่มีฉากเสียเวลาให้เห็น ตัวละครหลักที่ปรากฏในเรื่องมีไม่เยอะมาก ไม่สร้างความสับสนในการจดจำตัวละครแต่ประการใด ผู้ชมสามารถรับชมเกมการเล่นได้อย่างเต็มที่ ด้วยความที่ตัวละครหลักในเรื่องยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นนี้เอง ซาวนด์แทรกแบบวัยรุ่น ๆ ก็มีให้ได้ยินแทบจะตลอดทั้งเรื่อง ช่วยสร้างบรรยากาศความเป็นวัยรุ่นได้ดีทีเดียว แม้ว่าภาพยนตร์จะเดินเรื่องด้วยการที่ให้ตัวเอกเล่นเกมเหมือนกับภาพยนตร์ไทยเรื่อง 13 เกมสยอง แต่สำหรับเรื่องนี้มีมู้ดแอนด์โทนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ภาพยนตร์ใช้ วี แทนความรู้สึกของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน สาวผู้ที่ไม่เคยมีความมั่นใจในตัวเอง และใกล้จะเหมือนเด็กเนิร์ดเข้าไปทุกที แต่วันหนึ่งเมื่ออยากให้ตัวเองเป็นที่รู้จัก อยากให้เพื่อนยอมรับในตัวเอง ก็อยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ตัวเองไม่เคยได้ทำ เพื่อให้ทุกคนรวมถึงตัวเองยอมรับในตัวเองว่าฉันก็ทำได้นะ ซึ่งเงินรางวัลที่ได้ในแต่ละเกมไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเลยแม้แต่น้อย นอกจากเกมที่ปรากฏในภาพยนตร์จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจแล้ว สิ่งที่แฝงมาควบคู่กับเกมก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ผู้เล่นเกม Nerve ไม่ได้มีเพียงวีคนเดียว แต่ยังมีผู้อื่นที่ร่วมเล่นด้วย และยังมีผู้ชมอีกนับหมื่นเลือกเป็น Watcher เสียเงินรายเดือน เพื่อชมผู้เล่นที่ตัวเองชื่นชอบทำภารกิจ ผู้เล่นจึงเปรียบเสมือนกับเป็นเน็ตไอดอล เป็นคนที่มีตัวตน และต้องทำภารกิจผ่านกล้องมือถือตลอดเวลา กลายเป็นที่รู้จักของคนจำนวนมากในชั่วข้ามคืน เมื่อมีคนรู้จักมากขึ้น อดีตก็จะถูกขุดคุ้ยมากขึ้นเช่นกัน ข้อมูลส่วนตัวทุกอย่างจะถูกแฉถูกแพร่กระจายบนโลกอินเทอร์เน็ต และทุกคนสามารถเข้าถึงความลับของเราได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว กล่าวโดยสรุปแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่มีฉากอันตรายที่ล่อแหลมจนรู้สึกหวาดเสียวหรือชวนแหวะให้เห็นแน่นอน เน้นความสัมพันธ์ไปที่วัยรุ่น ซึ่งสิ่งที่มีค่ามากที่สุดของคนในวัยนั้นก็คือเพื่อนและความรัก ภาพยนตร์ค่อย ๆ สร้างความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงท้ายเรื่อง ฉากไฮไลต์เด่นก็คงจะเป็นการประจันหน้ากันระหว่างตัวเอกทั้งสองคน และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ผมเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะให้ข้อคิดที่น่าสนใจและสามารถปรับใช้ในชีวิตที่ต้องติดโซเชียลได้ไม่มากก็น้อยในวันที่คนทั้งโลกเล่นเกมออนไลน์ร่วมกัน เช็กก่อนแชร์ คือแคมเปญล่าสุดบนโลกอินเทอร์เน็ตที่รณรงค์ให้คนไทยควรพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบในการเข้าถึงข่าวสาร ก่อนที่จะแชร์ส่งให้คนอื่นได้อ่าน หรือแสดงความคิดเห็นโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ จากกรณีของชายหนุ่มที่ถูกคนบนโลกอินเทอร์เน็ตกล่าวหาได้สร้างความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผู้ชายคนนี้เหมือนตายทั้งเป็น คนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องบางส่วนเข้าไปรุมด่ารุมประณามกันอย่างไม่ไว้หน้าจน วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เห็นว่าแม้จะเป็นเพียงแค่ผู้ชมผู้อ่านผู้ติดตามข่าว แต่หากคุณแชร์ต่อ คุณกล่าวหาว่าร้ายโจมตีโดยไม่ทราบข้อเท็จจริงก่อน คุณกำลังเป็นส่วนหนึ่งในการฆ่าคนโดยไม่รู้ตัว หลักฐานที่ปรากฏว่าคุณคอมเมนต์หรือคุณแชร์นั้นก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ Nerve เล่นเกม เล่นตาย กำลังตอกย้ำให้นึกถึงประเด็นนี้ อันเป็นประเด็นที่จิตสำนึกของความเป็นคนความเป็นมนุษย์ต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ภายใต้หน้ากากล็อคอินที่ซ่อนไว้ ไม่ได้หมายความว่าจะด่าใครหรือโจมตีใครก็ได้ หากเกิดการสูญเสียขึ้นมา แม้คนอื่นจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ในใจของคุณก็มีตราบาปที่ล้างไม่ออกไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ปล่อย!วงในแฉมูรินโญ่เก็บแรชฟอร์ดไว้
ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ /  ทีมชาติอังกฤษ / 

เดอะซันสื่อจอมแฉของแดนผู้ดี ออกมารายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแผนที่จะเก็บ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งไว้กับทีมต่อแม้จะไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงเล่นและถูกตัดออกจากทีมชาติอังกฤษโดยในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีกองหน้าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เวนย์ รูนี่ย์, อองโตนี่ มาร์กเซียล ทำให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้วตกเป็นตัวเลือกเบอร์4 แต่ก็จะไม่ถูกปล่อยตัวออกจากทีม “มาร์คัส แรชฟอร์ด จะไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้น” แหล่งข่าววงในกล่าว “โจเซ่มีแผนที่จะให้เวลาเขาในช่วงฝึกซ้อม และมีโอกาสให้เขาแน่นอน” “แรชฟอร์ดจะจะเป็นตัวหลัก ในฟุตบอลถ้วย เขาคือนักเตะที่ดี” ซึ่งจากการพลาดลงเล่นในช่วงต้นฤดูกาล ทำให้แรชฟอร์ด หลุดจากทีมชาติอังกฤษจากการยืนยันของบิ๊กแซม และจะให้ไปเล่นกับทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี แม้ว่าจะไปเล่นกับชุดใหญ่ในยูโร 2016 มาแล้วก็ตาม

เปิดตัว 8 คาแรกเตอร์หนุ่ม-สาว ที่จะมาเผชิญความสยองใน
SCHOOL TALES /  ตั้ว เสฏฐวุฒิ อนุสิทธิ์ / 

เปิดตัว 8 คาแรกเตอร์หนุ่ม-สาว ที่จะมาเผชิญความสยองใน "SCHOOL TALES เรื่องผีมีอยู่ว่า..." หลังจากบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์ SCHOOL TALES เรื่องผีมีอยู่ว่า... ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ก็รุดหน้าแนะนำ 8 ตัวละครหลักของเรื่องที่จะต้องเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์สยองขวัญ นำทีมโดย ตั้ว เสฏฐวุฒิ อนุสิทธิ์ และพรีม รณิดา เตชสิทธิ์ SCHOOL TALES เรื่องผีมีอยู่ว่า... ว่าด้วยเรื่องของนักเรียนมัธยมในวงโยธวาทิตที่ต้องเก็บตัวเข้าค่ายค้างคืนที่โรงเรียน แต่แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาซ้อม พวกเขากลับตัดสินใจออกไปลองของ เพราะอยากรู้ว่าเรื่องผีในโรงเรียนที่เล่าขานต่อ ๆ กันมาว่ามันมีจริงหรือเปล่า SCHOOL TALES เรื่องผีมีอยู่ว่า... กำกับการแสดงโดย ภาส พัฒนกำจร (ภาพยนตร์ รักจัดหนัก, ซีรีส์ Change Company) มีกำหนดเข้าฉายเร็ว ๆ นี้ ภาพจาก Fivestarmovies

ยกระดับ! สมยศ เตรียมส่งโค้ชช้างศึกเรียนที่กาตาร์,U16,u17เก็บตัวต่างแดน
ช้างศึก /  ทีมชาติไทย / 

นายกสมาคมฟุตบอลเตรียมมีแผนส่งผู้ฝึกสอนทัพช้างศึกเรียนงานโค้ชที่ประเทศกาตาร์ พร้อมหวังนำเยาวชนช้าศึกเก็บตัวยังต่างประเทศ  เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 10.00 น. ที่ห้องรับรอง สโมสรตำรวจ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดงานประชุมหัวหน้าผู้ฝึกสอนและผู้จัดการทีมชาติทุกชุดทุกประเภท เพื่ออัพเดตแผนงานของแต่ละทีม โดยมี พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ, นายวิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค, นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกฝ่ายสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ฝึกสอนและทีมชาติทุกชุด ภายหลังการประชุม พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “วันนี้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างสมาคมฯ, ประธานฝ่ายเทคนิค, ผู้จัดการทีมชาติและหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยทุกรุ่นทุกอายุ ซึ่งเราจะประชุมแบบนี้ทุกเดือน ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น, หารือ, อัพเดตความเคลื่อนไหวแต่ละทีมซึ่งผมได้มอบนโยบายให้กับทุกชุดแล้วว่าให้ทำแผนงานแต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมทีมสำหรับทัวร์นาเมนต์ที่จะต้องไปแข่งขัน ว่าต้องการอะไรบ้าง” “ส่วนทีมที่ยังไม่มีทัวร์นาเมนต์ ก็มีการนโยบายในการส่งทีมเหล่านั้นชุดอายุ 14 และ 16 ปี ไปเก็บตัวต่างประเทศ อย่างที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้เด็กได้ไปเรียนรู้เรื่องวินัย การฝึกซ้อมที่ถูกต้องของทีมที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นการวางรากฐานแก่เด็กๆที่จะก้าวขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต” “ส่วนผู้ฝึกสอนผมจะเดินทางไปกาตาร์วันที่ 22 สิงหาคมนี้เพื่อพบกับ นายกสมาคมฟุตบอลกาตาร์ เพื่อเจรจาขอเรียนรู้วิชาโค้ชแก่เรา โดยผมจะคัดเลือกโค้ชผู้ฝึกสอนไปอบรมที่นั่น เป็นเวลา 3-6 เดือน ซึ่งพวกเขาจะเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติในอนาคต ผมต้องการสร้างรูปแบบของนักเตะทีมชาติไทยในอนาคต ให้มีรูปแบบการเล่นเหมือนกัน ทุกคนที่ไปอบรมมาจะมีการแลกเปลี่ยนและมีวิชาเดียวกัน ผมอยากให้นักฟุตบอลทีมชาติไทยทุกคนมีรูปแบบการเล่นเหมือนกันหมด เหมือนบราซิล, อาร์เจนตินา, โปรตุเกส, เยอรมันและญี่ปุ่น ซึ่งเรามีรูปร่างที่เล็ก อะไรคือสิ่งที่เราจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแข็งแกร่งและความเร็ว ซึ่งทุกคนที่ส่งไปจะให้เขากลับมาทำหน้าที่ให้กับสมาคมฯ หรือสโมสรต่างๆ” “โดยเราจะเน้นไปที่ทีมเยาวชนทั้งชุดอายุ 14 หรือ 16 ปี ให้แต่ละทีมไปทำแผนมาว่าจะซ้อมกับทีมไหน โดยผมเน้นไปที่ทีมที่มีแรงกิ้งสูงกว่าประเทศไทย เราต้องมองข้ามระดับอาเซียน ถ้าเราไม่ซ้อมกับทีมที่แข็งแกร่งกว่า เวลาเราต้องเจอกับทีมที่ดีกว่าเราก็จะสู้ไม่ได้ เราต้องเรียนรู้ แม้เราจะแพ้ก็ไม่เป็นไร เราแพ้วันนี้เพื่อชนะวันข้างหน้า เราก็จะไม่เปลี่ยนแปลง”

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

รีวิว Deadstock รัก ปี ลึก : ความรักไม่ใช่สินค้า จึงมีคุณค่า ณ ปัจจุบัน
Deadstock /  review / 

รีวิว Deadstock รัก ปี ลึก : ความรักไม่ใช่สินค้า จึงมีคุณค่า ณ ปัจจุบัน Deadstock รัก ปี ลึก คือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากค่าย M Pictures ผลงานกำกับของ 3 ผู้กำกับ ศารศาตร์ รมยานนท์, สมคิด พุกพงษ์ และ ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ ที่ได้นำรสนิยมความชอบที่มีต่อของเก่าของเขามาถักทอเป็นเรื่องราวชีวิต (แกมดราม่านิด ๆ) ในแบบวินเทจยุค 90s’ แถมยังได้ทาบทามเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการบันเทิงให้มาร่วมเข้าฉากอีกเพียบ ! เนื้อเรื่องเล่าถึงเรื่องราวเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว โดยตัวเอกของเรื่อง โละ (รับบทโดย เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์) เด็กหนุ่มนักเสาะหาของเก่า ที่มีศักดิ์ดา (รับบทโดย ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ) นักสะสมของเก่าตัวเอ้ คอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ ๆ โละถูกปลูกฝังความคิดโดยทางอ้อมมาตั้งแต่เด็กว่าสิ่งของทุกอย่างล้วนมีค่าในตัวมันเอง เพียงแต่ต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม ทว่าความรักที่เกิดขึ้นระหว่างโละกับแอน (รับบทโดย เล็ก วสุ ปลื้มสกุลไทย) นั้นไม่ใช่สิ่งของ โละจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันให้เท่า ๆ กับการเรียนรู้เรื่องสิ่งของในอดีตกับคุณค่าของมันในอนาคต ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเฉพาะกลุ่มค่อนข้างสูง โดยเน้นไปที่กลุ่มคนรักของเก่าตามโจทย์ที่ผู้กำกับของเรื่องตั้งเอาไว้ ประเด็นเรื่องความรักระหว่างพระ – นางจึงกลายเป็นบทบาทรองลงไป ทำนองเดียวกับประเด็นเรื่องความความขัดแย้งในครอบครัวของนางเอกอย่างแอน ด้วยเหตุนี้ ในส่วนของพล็อตเรื่องจึงมีลักษณะเป็นความรักระหว่างชายหญิงที่พบได้ทั่วไป อาศัยบริบทของเรื่องที่ย้อนยุค และนำเสนอเหตุการณ์ด้วยการใช้เสียงเล่า (Narrative) ของโละที่ออกจะพูดไม่ชัดและฟังไร้อารมณ์ไปสักหน่อย จุดเด่นหลัก ๆ ของเรื่องจึงอยู่ที่ของเก่านานาชนิดที่ทีมงานทำการบ้านมาเป็นอย่างดี งานนี้เชื่อว่าแฟน ๆ ที่เป็นคนรักของเก่าคงจะกรี๊ดกร๊าดกับสิ่งของที่นำมาเข้าฉากอยู่ไม่น้อยทีเดียว สิ่งที่น่าเสียดายอีกประเด็นหนึ่งของหนังเรื่องนี้อีกประเด็นหนึ่งก็คือ การได้นักแสดงเบอร์ใหญ่มาร่วมงานมากมายหลายคน ทว่าการปรากฏตัวของแต่ละคนนั้นน้อยมาก (คนหนึ่ง ๆ ออกประมาณ 1-3 ฉาก) อีกทั้งตัวละครบางคนถูกดึงเข้ามาในฉากโดยที่ไม่มีผลใด ๆ ต่อเรื่อง (เข้าใจว่าผู้กำกับอาจจะสนิทสนม เลยอยากให้มาแจม ๆ มากกว่า) มุกตลกที่สอดแทรกมาในหนัง มีบางมุกที่สอบผ่าน คือสามารถเบรกอารมณ์ของคนดูออกจากความดราม่าหรือความเป็นสารคดีของหนัง ทำให้ผู้ชมที่อาจจะไม่ใช่คนรักของเก่าโดยตรงสามารถยิ้มไปกับเนื้อเรื่องได้ หากถามว่าสิ่งที่ดีที่สุดของเรื่องอยู่ตรงไหน ก็คงจะต้องยกให้ช่วง End Credit ที่ทีมงานแหวกธรรมเนียมการเปิดเพลงแล้วปล่อยตัวอักษรวิ่งขึ้น ๆ ลง ๆ มาทำสารคดีสัมภาษณ์ชุมนุมคนรักของเก่าย่านพระบรมรูปทรงม้า เนื้อหาประมาณ 10 นาที ในส่วนนี้ให้ความรู้และแสดงถึงวิถีชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี แถมยังสะท้อนให้เห็นว่าการที่พวกเขารักและศรัทธาในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก ๆ ไม่ได้แปลว่าคนเหล่านี้จะแปลกแยกออกจากสังคมมวลรวม คนเราแตกต่างได้โดยไม่ต้องแตกแยก ! สุดท้ายนี้อยากจะกล่าวว่า Deadstock รัก ปี ลึก เป็นหนังเฉพาะกลุ่มที่สามารถดูได้แบบเพลิน ๆ คนที่ชื่นชอบของเก่าน่าจะถูกใจ ใครที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่น่าจะได้สาระประโยชน์ และที่สำคัญที่สุด เราต้องไม่ลืมว่าเราสนใจของเก่าได้ เราสนใจอนาคตได้ แต่อย่าลืมสนใจปัจจุบันด้วย และคะแนนสำหรับหนังเรื่องนี้ ขอให้ไว้ที่ 3.5/5 นะครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

การตกแต่ง บ้านสไตล์ลอฟท์ ดีอย่างไร?
loft style /  บ้านสไตล์ลอฟท์ / 

จุดเริ่มต้นของการตกแต่งบ้านสไตล์นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากของโรงงานหรือโกดังเก่า จนทำให้เกิดไอเดียแต่งบ้านสไตล์ใหม่ขึ้นมาอีก 1 สไตล์ค่ะ การตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ในปัจจุบัน อินทรีเรียส่วนใหญ่จะปรับเปลี่ยนดีไซน์เพื่อให้เข้ากับความต้องการ และยุคสมัย เลยทำให้สไตล์นี้มีให้เห็นกันอย่างแพร่หลายค่ะ การตกแต่ง บ้านสไตล์ลอฟท์ดีอย่างไร? ข้อดีของบ้านสต์ลอฟท์ : การแต่งบ้านสไตล์นี้จะต้องมีเพดานที่ค่อนข้างสูง จุดเด่นของบ้านสไตล์ลอฟท์อยู่ที่ความสูงของหลังคา และการเดินท่อบน การจัดระเบียบงานระบบต่างๆ ที่เดินผ่านฝ้าอย่างมีดีไซน์ ความดิบที่แฝงความเก๋ไก๋ในการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์เป็นประเด็นหลักที่มัดใจคนชอบความต่างได้เป็นอย่างดี วัสดุที่ใช้ในการออกแบบบ้านสไตล์นี้จะมีวัสดุในการก่อสร้าง และตกแต่งอยู่หลายตัวเลือกด้วยกัน เช่นไม้ ปูนเปลืองขัดมัน,อิฐมอล รวมถึงงานเหล็กเส้นสีดำด้วยค่ะ จุดสำคัญที่สุดของการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์คือการผสมผสานระหว่างวัสดุที่เผยเนื้อแท้ ให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่มีขายในปัจจุบัน งาน Loft ส่วนใหญ่จะเป็นงานโชว์เนื้อแท้ของวัสดุนั้นๆ ค่ะ ขอบคุณภาพสวย : มะโน ดีไซน์, ทะโมน ดีไซน์