หลักสิทธิมนุษยชน

จียอน แฉ!! ค่ายหนังเบี้ยวค่าตัวนับแสน ยันถอนตัวเองไม่ได้ถูกถอด!!
ซอ จียอน /  จียอน / 

  หลังถูกกระแสข่าวโจมตีว่าเพราะความเรื่องมากทำให้ ซอ จียอน นักแสดงสาวเกาหลีหัวใจไทยต้องถูกปลดและเปลี่ยนตัวกลางอากาศจากภาพยนตร์เรื่อง Mind Memory 1.44 พื้นที่รัก ที่แสดงร่วมกับพระเอกฮอต เจมส์ มาร์ ล่าสุด สาวจียอน ได้ออกมาตอบข้อซักถามอย่างหมดเปลือกเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ว่าตนได้ถ่ายทำตามคิวที่กำหนดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนเป็นฝ่ายขอถอนตัวออกจากภาพยนตร์เรื่องนี้เอง และยังได้รับค่าตัวไม่ครบทั้งที่ทวงถามแล้วแต่อีกฝ่ายกลับเงียบหายไป   “จียอนไม่ค่อยอยากพูดถึงเพราะมันผ่านมาแล้ว แต่ถ้าจะพูดว่าจียอนถูกถอดออกจากหนังมันไม่ถูกต้องค่ะ เพราะจียอนถ่ายตามคิวที่เขากำหนดให้เรียบร้อยแล้ว ทำทุกอย่างตามสัญญา ถ้าตามความจริงจียอนไม่ได้ค่าตัวครึ่งหนึ่งค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ค่ะ ทางค่ายหนังก็หายไปเลยซึ่งจียอนก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครเพราะไม่รู้จักใคร ก็เลยอยู่เงียบๆ ดีกว่า" เราเลือกที่จะยกเลิกงานเองใช่ไหม ?   "ใช่ค่ะ เพราะเราตามแล้วตามอีก เพราะเวลาเซ็นสัญญาก็จะมีกำหนดเวลาของเขาแต่จียอนก็ยังไม่ได้เลย พยายามจะตามก็ไม่สำเร็จเขาก็หายไป ไม่รู้จะทำยังไง" ค่าตัวที่เรายังไม่ได้ระบุได้ไหมว่าเท่าไหร่ ?   "หลักแสนค่ะ คือจริงๆ เขาก็มีแพลนว่าจะไปถ่ายอันใหม่ที่เกาหลี เขาเลยบอกว่าต้องทำสัญญาฉบับใหม่ ทางหนูก็บอกว่าขอเคลียร์ฉบับเก่าก่อนได้ไหมแต่เขาก็ไม่ทำตาม" ไม่ใช่สาเหตุว่าเราเรื่องมากตามที่มีข่าวใช่หรือเปล่า ?   "ไม่ค่ะ ถ้าจียอนเรื่องมากทุกวันนี้คงไม่ได้ทำงานแล้ว ถามว่าเราทำอะไรให้เขาไม่พอใจไหม ก็ไม่มีนะคะ ทุกกองมีปัญหาอยู่แล้ว แต่จียอนก็ทำตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่" ถามถึงเรื่องที่ พจน์ อานนท์ ออกมาโพสต์แขวะตลกหญิงหน้าใหม่ลืมกำพืด คนเลยโยงว่าอาจจะเป็นเรา ?   "เขาระบุว่าเป็นจียอนเหรอคะ ซึ่งจียอนก็ไม่รู้ว่าเขาพูดถึงใครกันแน่ แต่ส่วนตัวก็มีโอกาสร่วมงานกับเขา ไปถ่ายงานให้พี่พจน์แล้ว ถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ก็มีนิดหน่อยค่ะ แต่จียอนก็ทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่แล้ว" ปัญหาที่เราบอก มันเกิดจากอะไร ?   "ถ้าปัญหามาจากตัวจียอนเอง จียอนพร้อมที่จะขอโทษทุกๆ คนอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่ใช่ปัญหาจากหนูหนูก็เลยไม่รู้ว่าจะทำยังไง แต่จียอนก็ทำงานทั้งหมดตามที่เขาวางแพลนไว้" อยากฝากบอกอะไรคนที่เข้าใจเราผิดไหม ?   "ช่วงนี้โซเชียลมีเดียมันเร็วมากค่ะ อยากให้ทุกคนเสพข่าวที่มันถูกต้อง บางทีอาจจะมีพาดหัวข่าวที่ดูแรงเกินไปทำให้คนอ่านเข้าใจผิดเยอะ อยากให้อ่านข่าวให้ดีๆ ก่อนค่ะ" กลัวคนจ้างงานท่านอื่นเขาเข้าใจเราผิดไหม ?   "อยากให้เขาเห็นตัวตนของจียอนเองดีกว่าค่ะ เพราะว่าเวลาจียอนทำงายจียอนก็ทำเต็มที่อยู่แล้ว" อ่านข่าว เจมส์ มาร์ ไม่รู้เรื่อง!! สาเหตุ จียอน ถูกถอดจากหนัง ยันไม่ใช่การสร้างกระแส!! ซอ จียอน ซอ จียอน ซอ จียอน ซอ จียอน ซอ จียอน

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

จบนะ!! ปันปัน ไม่ยุ่งเรื่อง วุ้นเส้น-น้ำชา ยันสัมพันธ์ ไฮโซฟิล่า แค่เพื่อน!!
ปันปัน สุทัตตา /  ข่าว ปันปัน สุทัตตา / 

  จะกระดิกตัวทำอะไร ก็กลับกลายเป็นว่าเป็นที่ถูกจับตามองไม่น้อย สำหรับ ปันปัน สุทัตตา ที่ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าแท็กทีมกับนักแสดงรุ่นพี่ วุ้นเส้น วิริฒิพา เพื่อข่ม น้ำชา ชีรณัฐ ซึ่งงานนี้ สาวปันปัน ยืนยันว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่เกี่ยวกับตน สำหรับกระแสข่าวซุ่มคบ ไฮโซฟิล่า นั้นเจ้าตัวเผยความสัมพันธ์เป็นได้แค่เพื่อน ตอนนี้ขอเวลาพักใจ เน้นโฟกัสเรื่องเรียนเป็นหลัก พร้อมกับเผยเรื่องราวดีๆ ทำหน้าที่สอนหนังสือให้กับสามเณร!! เป็นอย่างไรบ้างไปสอนภาษาอังกฤษสามเณร   "ก็ไปให้คำถามภาษาอังกฤษแล้วพรุ่งนี้ไปเฉลย แล้วก็ไปด้วยใจไม่มีเรื่องเงินพรุ่งนี้ก็กลับไปอีกเพราะน้องเณรจะสอบโอเน็ตในวันเสาร์นี้ ก็เลยไปกับพี่ลูกกอล์ฟ ช่วยกันสอนเพาะปัน สอนไม่ค่อยเก่ง" รู้จักกับพี่วุ้นเส้นได้ยังไง   "รู้จักกับพี่วุ้นเส้นมาก่อนหน้านี้แล้วเจอกันตามงานเลยคุยกันถูกคอ ก็คุยกันเรื่องชีวิตสารพัดสิ่ง" โดนกระแสอะไรไหมหลังจากที่ลงรูปกับวุ้นเส้น   "ก็ไม่มีนะคะ เพราะว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา ไม่ได้มีมาคอมเม้นท์หรืออะไรเลย" ไฮโซฟิล่า คือใคร   "หนูเห็นแล้วตอนที่เขาจะลงรูป ก็คือเป็นเพื่อนกันปกติ ก็เป็นงานวันเกิดแล้วหนูเป็นคนถือเค้กเข้าไป ก็แค่ถ่ายรูปกัน กล้องโพลารอยด์ แล้วเขาก็เจ็บรูปปกติคือรู้จักกันมาสักพักแล้ว เป็นเพื่อนกันมาสักพักแล้ว" มีอะไรเป็นพิเศษไหม   "รู้จักกันมาสักพัก ก็เป็นเพื่อนกัน ตอนนี้ยังค่ะขอพักก่อนขอเวลาหน่อย ตอนนี้กำลังเรียนและการเปิดกล้อง ก็มีคนเข้ามาคุยได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้อะไร สเปคก็เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆเริ่มโตก็เริ่มเปลี่ยนไปค่ะ" งานน้อยไหมเพราะไม่มีสังกัด   "ก็ไม่นะคะงานมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่ว่ารับได้นิดเดียวเพราะว่าจันทร์ถึงศุกร์เรียน อย่างเดียว โฟกัสที่เรื่องเรียนก่อนค่ะ อยากเรียนให้จบก่อน" ปันปันกล่าว ขอบคุณภาพจาก IG punpun_sutatta ปันปัน วุ้นเส้น พีค ปันปัน สอนภาษาอังกฤษสามเณร ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา ปันปัน สุทัตตา

ดิว อริสรา ห่าง ไผ่ วันพอยท์ บ่นเหนื่อย! ผู้ไม่เข้าใจ
ดิว อริสรา /  ดิว ไผ่ วันพอยท์

นางร้ายหน้าสวย ดิว อริสรา เปิดใจในงานเปิดตัว maveda perfect slim ณ เซ็นทรัลพระราม 9 ยอมรับความรักสั่นคลอน!! หลังโพสต์ดราม่าลงไอจี แต่ยังไม่ใช้คำว่าเลิก ไม่มีเรื่องมือที่สาม บอกห่างกันตั้งแต่จบทริปอังกฤษ เพราะเธอเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับธุรกิจของตัวเอง บอกทาง ไผ่ วันพอยท์ ต้องเป็นฝ่ายทำความเข้าใจเอง ไม่เถียงมีคนเข้ามา แต่ไม่มีอะไร!! พร้อมปัดเป็นแม่สื่อให้คู่ของ ปันปัน กับ ไฮโซฟิล่า รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ "ก็ใช่ค่ะ มีปัญหากันแต่ยังไม่ได้เลิกกัน ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับมือที่ 3 เรื่องนี้น่าจะพอได้แล้วค่ะ ครั้งนี้มันเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเวลามากกว่าที่ดิวไม่ค่อยมีเวลา เพราะตอนนี้ดิวมาทำธุรกิจ ก็เอาเวลาไปโฟกัสกับตรงนั้น ดิวลงเงินเองทำทุกอย่างเองทั้งหมด ดิวเลยเต็มที่ ด้วยความที่มีหุ้นส่วนด้วย เวลาประชุมเองก็ไม่ค่อยจะเป็นเวลา ส่อแววเลิกมั้ย ก็ต้องดูต่อไปค่ะ" "ไม่ค่อยมีเวลา คล้ายๆ อย่างนั้น ตอนนี้ก็พยายามปรับจูนกันอยู่ เราก็ต้องคุยกัน ดิวว่ามันอยู่ที่ความเข้าใจมากกว่าว่าเขาจะเข้าใจเราได้มากแค่ไหนกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้" "ปัญหาเกิดขึ้นหลังจากที่กลับจากอังกฤษ ตอนไปเที่ยวเราอยู่ด้วยกันตลอด 3 อาทิตย์ พอกลับมาปุ๊บเราไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย หลังจากนั้นเลยมีปัญหา พี่ไผ่เขาคงรู้สึกว่าเราไม่เหมือนเดิม ก็มีการคุยกัน เพราะเขารู้ว่าวันนี้ดิวจะมาเจอทุกคน ก็คุยกันว่าจากนี้จะค่อยๆ ปรับจูนกัน ตัวดิวก็จะต้องพยายามมีเวลาให้เขามากขึ้นแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพยายามได้มากแค่ไหนเพราะเราเองก็ต้องทำงานของเรา พูดตรงๆ ก็คือพี่ไผ่ก็ต้องพยายามเข้าใจดิวให้ได้แหละ ดิวเองก็เหนื่อย เพราะดิวเองก็ทำงานมาเหนื่อยแล้วไง แล้วต้องมาเจออะไรแบบนี้มันยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่ แต่ดิวก็ไม่คิดเบางานลงนะ ดิวจะไม่พักงาน จะยังทำงานต่อไป ถ่ายละคร ทำธุรกิจต่อไป ด้วยความที่ดิวเองก็อยากโตขึ้น ปีนี้ตั้งเป้าไว้กับตัวเองทำธุรกิจใหม่ เลยอยากจะเน้นไปตรงนั้น" "ความสัมพันธ์ตอนนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ก็โอเคค่ะ ไม่ได้แย่อะไรหรอก ก็ค่อยๆ ประคับประคองกันไป ลบรูปที่แทคพี่ไผ่ในไอจี เพราะมันมีดราม่าไง ดิวลงไปปุ๊บเขาก็เข้ามาคอมเม้นท์ ดิวเองยอมรับว่าอันนั้นลงไปด้วยอารมณ์ พอเขามาคอมเม้นท์ก็ไม่อยากให้มันยิ่งทะเลาะไปมากกว่านี้เลยลบออก ทุกวันนี้ยังคุยกันเหมือนเดิม เขาก็ยังให้กำลังใจในการทำงานกับดิวเหมือนเดิม เขาน่ารัก เขาเองก็พยายามปรับตัว พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด พยายามประคับประคองให้มันไปรอด ตอนนี้ดิวเอางานเป็นหลัก ถ้ามาถึงจุดๆ นั้นดิวก็คงมีแต่งานแล้วแหละค่ะ ไม่เชิงว่าทำใจไว้แล้ว อย่างที่บอกพอมันผ่านอะไรมาเยอะ ตอนนี้สิ่งที่โฟกัสคือเรื่องงานจริงๆ เราอยากเน้นเรื่องงาน ดิวอยากให้เขาเข้าใจดิวในมุมนี้" "ฟีดแบคจากพี่ไผ่หลังลบทุกสิ่งอย่าง ไม่นะ ไม่ได้ลบทุกสิ่งทุกอย่าง แค่ลบรูปที่แทคเขาเฉยๆ แต่รูปคู่กับเขาไม่เคยลบเลย แค่นี้เขาก็บ่นแล้วค่ะว่าไม่ค่อยลงรูปกับเขา ไปอังกฤษก็ไม่ได้ลง ดิวว่าถ้าดิวลงจากไผ่ วันพ้อยท์ไป ดิวน่าจะมีคนเข้ามาเยอะนะคะ เพราะฉะนั้นมันไม่น่ายากนะกับการขี่บนหลังเสือแล้วจะลงมา" "มีคนเข้ามา อันนี้เขารู้ เขาเลยยิ่งมีอาการเยอะ พอไปทำธุรกิจมีสังคมใหม่ มีเพื่อนใหม่มันยิ่งทำให้เขาคิดมาก มันมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามา เหมือนเป็นสิ่งใหม่ในชีวิตดิว ดิวก็ทุ่มเต็มที่ เขาก็เลยเอ๊ะ...ทำงานรึเปล่า พอไม่เจอ ไม่ได้คุยเลย หุ้นส่วนก็มีผู้ชายเขาก็คิดไปกันใหญ่ พอถึงเวลาเจออะไรแบบนี้อีก มันเหนื่อย" "พูดให้เขาเชื่อใจ ไม่ได้พูดอะไร บอกแค่ว่ามันไม่มี ถ้าสมมติว่าเขาจะเหมาว่าเป็นแบบนั้นก็ห้ามเขาไม่ได้ ใช้ชีวิตตามปกติค่ะ ไม่มีก็คือไม่มี ไม่ต้องพิสูจน์อะไร ส่วนหน้าที่พี่ไผ่คือเขาก็ต้องพยายามเข้าใจดิว เพราะดิวลงทุนด้วยตัวดิวเอง ดิวเหนื่อยก็เหนื่อยกับร้านนี้มาก อยากให้ผลตอบรับมันดีที่สุดมากกว่ามานั่งดราม่าทะเลาะกัน" "เรื่องเป็นแม่สื่อปันปัน กับไฮโซฟิล่า แก๊งค์วันพ้อยท์ เขาไม่ได้อยู่แก๊งค์วันพ้อยท์นะคะ เขาเป็นแค่รุ่นน้องพี่ไผ่ แล้วดิวก็ไม่ได้เป็นแม่สื่อ เขารู้จักกันเอง แนะนำกันเอง เขาเองก็เป็นแค่เพื่อนกันนิ เราตอบอะไรมากไม่ได้ ตอนนี้ก็ไม่ได้เจอกับทีมนั้นเลย" ดิว อริสรา กล่าว ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา ดิว อริสรา

ฮอตมว้ากกก!! งานแรกของ เจ๊เปาบางพลี ค่าตัวแพงกว่า กุ๊บกิ๊บ-บี้ ซะอีก!!
เจ๊เปาบางพลี /  น้องเป่าเปา / 

  โอ๊ย!! น่ารักมากๆ เลยละค่า สำหรับ เจ๊เปาบางพลี หรือ น้องเป่าเปา ลูกสาววัย 7 เดือนกว่าๆ ของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ บี้ KPN หรือ บี้ ธรรศภาคย์ ที่ล่าสุดวันนี้ (7ก.พ.60) เป็นการออกงานอีเว้นท์พบปะประชาชนและแฟนคลับเป็นครั้งแรกของ น้องเป่าเปา ในงาน “โรแมนซ์ ออฟ เลิฟ 2017” (Romance of Love 2017) ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด น้องเป่าเปา ฮอตมว้ากกก!! แฟนคลับตามมาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม แถมสาวน้อยก็ยังรู้งานไม่งอแง ขออวดความน่ารักให้แฟนๆ ได้อมยิ้มตามกันเลยทีเดียว ด้าน คุณแม่กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เผยค่าตัว น้องเป่าเปา ไม่ถึง 7 หลักแต่ยอมรับว่าแพงกว่าค่าตัวของพ่อและแม่ ฟุ้ง พ่อบี้ รู้สึกปลื้มปริ่มติ่มซำมากที่ลูกสาวเรียก "ปะป๊า" ได้แล้ว เตรียมเอาไว้ใช้ประโยชน์ให้ลูกเรียกพ่อกลับบ้าน ยันตนไม่รู้สึกน้อยใจเพราะยังไง น้องเป่าเปา ก็ติดแม่ แค่มีอะไรให้พ่อได้ชื่นใจบ้างก็เท่านั้น!! เป็นยังไงบ้างน้องเป่าเปาออกงานครั้งแรก? กุ๊บกิ๊บ “เป็นอย่างนี้ค่ะ หน้านิ่งอย่างนี้ตลอดทั้งงานเลย ก็สนุกดี ตอนแรกคิดว่าจะงอแงไหมเพราะนี่เป็นงานช่วงเย็นๆ แล้ว เผื่อบางทีนางจะง่วงนอน แต่โชคดีที่นางไม่งอแง มียิ้มบ้างประปรายเพื่อโปรยเสน่ห์ แต่ไม่มีการพูดจาใดๆ ออกมา” 7-8 เดือนแล้วทำไมถึงเพิ่งรับงานอีเว้นท์ให้ลูก? กุ๊บกิ๊บ “ยังไงที่รัก ทำไมเราถึงเพิ่งรับ” บี้ “เพราะก่อนหน้านี้ยังเด็กไปเนอะเราก็ยังไม่อยากให้รับ แล้ววันนี้เป็นงานทำบุญด้วยไงครับ ก็อยากจะให้ตัวเล็กได้บุญด้วย” มีงานติดต่อมาเยอะไหม? บี้ “เยอะมาก แล้วเป็นงานบุญด้วยก็เลยปรึกษากิ๊บ” กุ๊บกิ๊บ “เอาจริงๆ มีงานติดต่อเป่าเปามาตั้งแต่ยังไม่ครบเดือนเลย มีอีเว้นท์ติดต่อมาแล้ว แต่เรารู้สึกถ้าเขายังไม่โตมากพอ มันก็เสี่ยงเพราะคนเยอะ กลัวเขางอแงด้วย” บี้ “วันนี้เจอคนเยอะแหละ เขาเลยผิดปกตินิดนึง ปกติเขาจะเล่นกับเราได้เยอะกว่านี้ แต่วันนี้เขาจะสังเกตอะไรที่เขาไม่เคยเห็น สมมติเวลาเขาไปเมืองนอก ปกติเขาจะไม่ค่อยเห็นหมา พออยู่เมืองนอกเขาเห็นหมาแล้วเขาชอบมากเลย วันนี้เขาเห็นกล้องใหญ่ๆ ที่เขาไม่เคยเห็น เขาก็ดู เขาก็มอง”กุ๊บกิ๊บ “เขาจะเป็นเด็กที่ชอบคนเยอะๆ เขาก็จะไม่ตื่นคน ไม่งอแง คนกรี๊ดเรียกนาง นางก็ไม่เป็นไร นางก็แฮปปี้” หลังจากนี้จะเริ่มพาออกงานอีเว้นท์บ่อยขึ้นไหม? กุ๊บกิ๊บ “ไม่ค่ะ เราจะเลือกเฉพาะงานที่คิดว่าเหมาะกับเป่าเปา งานที่จำเป็นจริงๆ เราถึงจะออก เพราะเรารู้สึกว่าลูกไม่ได้เป็นนักแสดงเหมือนเรา เราก็เลยคิดว่าพาออกบ้างตามความสมควร ให้คนได้เห็นได้ชื่นชมความน่ารักของเขาบ้าง แต่คงไม่ใช่เดินสายออกอีเว้นท์ เราสงสารเขา มันไม่ใช่เรื่องของเขา” ค่าน้องแยกต่างหากไหม? กุ๊บกิ๊บ “ต่างหากค่ะ ค่าตัวเจ๊เปาเยอะกว่าพ่อแม่อีกค่ะ เดี๋ยวเอาเข้าบัญชีนางไว้เป็นค่าเทอม” น้องเป่าเปาออกงานแรกค่าตัว 7 หลักจริงไหม?กุ๊บกิ๊บ “โอ๊ย...ไม่ถึง ใครจะจ่าย 7 หลัก แพ็คเกจครอบครัวก็พอสมควรตามเรทของกิ๊บของบี้แล้วก็เป่าเปา จริงๆ ที่เราต้องเยอะต้องเรียกประมาณนึงพอสมควร เพราะว่าเดี๋ยวเราต้องเอาไปเลี้ยงข้าวป้าๆ เลี้ยงญาติที่มากันเกือบ 30 คนด้วยค่ะ น่าจะหมดแล้ว แต่ไม่ถึง 7 หลัก อันนี้ไม่ได้ตอบแบบดารานะ แต่ไม่ถึงจริงๆ สรรพากรไม่ต้องมาตรวจค่ะ ไม่ถึงค่ะ” ออกงานครั้งแรกแบบนี้ ครั้งที่สองจะมีอีกไหม? บี้ “ก็คงต้องดูว่างานเป็นลักษณะแบบไหน” พัฒนาการของน้องเป็นยังไงบ้าง? กุ๊บกิ๊บ “พัฒนาการตอนนี้ก็ถือว่าไว เพราะเขาเป็นเด็กที่ช่างสังเกต เขาไม่ถึงกับคลานเก่งมาก แต่เขาอยากยืนและเดินเลย เป่าเปาเป็นเด็กที่พูดได้แล้ว ชอบพูดตาม และเลียนแบบเสียง พูดได้เยอะและเข้าใจสิ่งที่เราสอนเยอะมาก ซึ่งเราก็ดีใจ กิ๊บคิดว่ามันคงเป็นผลดีมาจากตอนที่เราท้องและเราอารมณ์ดี ดูแลตัวเอง” บี้ดีใจไหมที่เป่าเปาเรียกปะป๊า? กุ๊บกิ๊บ “แหม...หน้าบาน คุยกับทุกคน” บี้ “ดีใจมาก เวลาตอนเช้าเขาตื่นขึ้นมา เขาก็จะเรียกปะป๊าๆ ก่อนเลย หลังจากที่เราง่วงๆ งัวเงียไม่อยากตื่น ก็อยากตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา” กุ๊บกิ๊บ “พอกลางคืนตอนจะนอนนะ ถ้าพ่อนางยังไม่ขึ้นมา นางจะชูคอแล้วก็เรียกปะป๊าๆ ถ้าพ่อนางมาครบ แม่นางมาครบ เช็คอินชื่อครบ นางถึงจะหลับได้ นางเรียกกิ๊บว่ากิ๊บ” บี้ “ที่เขารู้ว่าบี้คือปะป๊า คือทุกครั้งที่เขาเรียกปะป๊า บี้จะตอบเขาตลอดว่าไงคะ จนเขารู้ว่าเวลาเขาเรียกปะป๊า แล้วผมจะตอบรับ เริ่มรู้แล้วว่านี่คือปะป๊า” กิ๊บไม่น้อยใจเหรอ ไม่เรียกแม่สักที? กุ๊บกิ๊บ “ไม่น้อยใจหรอกค่ะ นางติดแม่อยู่แล้ว ก็มีบางอย่างให้พ่อนางชื่นใจ เอาไว้เรียกพ่อนางกลับบ้าน เราจะต้องมีเคล็ดลับ มีเทคนิคใช้ลูกให้เป็นประโยชน์ เวลาลูกเรียกก็จะแบบ อุ๊ยพ่อ ลูกเรียกอีกแล้ว มาอุ้มลูกเร็ว อย่าไปเลยสงสารลูก ลูกรักมาก อะไรแบบนี้ก็ใช้ได้ผล” ถือว่าคู่เราผ่านดราม่ามาเยอะเป็นยังไงบ้าง? บี้ “ลืมไปแล้วช่วงที่มีดราม่า ตอนนี้ทุกอย่างมันโอเคมาก มันมีความสุขมาก” กุ๊บกิ๊บ “คือจริงๆ กิ๊บว่าอย่าใช้คำว่าดราม่าดีกว่า ใช้คำว่าคนเขาเป็นห่วงดีกว่า เพราะกิ๊บว่าคนเขาก็รักเป่าเปาเหมือนลูกเหมือนหลานเนอะ บางทีบางคนเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน มีมุมมองไม่เหมือนกัน เขาก็อาจจะมีติบ้างอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเราเป็นพ่อเป็นแม่เราก็ต้องพิจารณาอยู่แล้วว่าอะไรดีที่สุดสำหรับลูกเรา แต่ถ้าคนเขาจะเป็นห่วงลูกเรา อยากจะช่วยอะไรแบบนี้ ซึ่งเราก็ต้องโอเค เพราะคนเขารักเป่าเปา เราก็ต้องยอมนะ” อย่างล่าสุดดราม่าพาเป่าเปาดูบ่อเต่า กระทบกระเทือนจิตใจเราแค่ไหน? กุ๊บกิ๊บ "ไม่เป็นไรเลย เพราะพ่อเขาก็ยืนอยู่ข้างๆ และที่ญี่ปุ่นต้องรู้อยู่แล้วว่าความปลอดภัยเขาเต็มที่ ถ้าไม่ได้ดีเขาก็ไม่ให้ยืน เด็กคนอื่นๆ ก็ยืนดูกัน มุมกล้องอาจจะดูหวาดเสียว แต่จริงๆ แต่กิ๊บเชื่อว่าไม่มีใครรักและดูแลเป่าเปาได้ดีเท่าแม่อยู่แล้ว ขนาดขึ้นเครื่องบินบางสายการบินยังไม่มีที่คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็กเลย เพราะเขาบอกอ้อมกอดแม่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด เพราะฉะนั้นมันไม่มีใครจะดูแลเขาได้ดีเท่าแม่อยู่แล้ว อีกอย่างพ่อแม่บี้ก็อยู่ บางคนบอกว่าเดี๋ยวคนมาเยอะจะมาดัน คือที่ญี่ปุ่นเขาไม่ได้ให้คนเข้าไปทีละเยอะๆ เวลาดูอะไรแบบนี้เขาจะค่อยๆ ปล่อยทีละครอบครัว ปล่อยทีละนิดๆ ซึ่งไม่มีใครอยู่ข้างหลังเรา และเราก็ล็อคเขาไว้อย่างดี" คนยกให้เป็นครอบครัว ดราม่าฆ่าไม่ตาย? กุ๊บกิ๊บ "คือเราไม่ได้สนใจด้วย เรารู้สึกว่าดราม่าก็คือคนที่เขาเป็นห่วงเรา คือถ้ากิ๊บใส่ใจดราม่าก็คงไม่ได้พาลูกออกไปเที่ยวข้างนอก หรือจะมีพัฒนาการที่เร็วแบบนี้" เรามั่นใจว่าก็เป็นพ่อแม่ที่ดีอีกคนนึง? กุ๊บกิ๊บ "กิ๊บไม่รู้ว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกดีต้องตัดสินว่าเป็นแบบไหน เราไม่ได้ตัดสินว่าถ้าคนอื่นเลี้ยงลูกไม่เหมือนเรานั่นคือไม่ดี ทุกคนมีสไตล์คนละแบบ มีไม่เหมือนกัน เราไม่รู้ว่าเราเลี้ยงเขาดีไหม แต่เราเลี้ยงเขาแบบที่เท่าที่เราจะทำได้ดีที่สุดของเราแล้ว และกิ๊บก็เชื่อว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครจะดูแลเป่าเปาไปได้ดีมากกว่ากิ๊บกับบี้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์" ลูกเริ่มโตแล้ว เราจะออกมารับงานมากขึ้นไหม? กุ๊บกิ๊บ "กิ๊บว่าจะรอให้เป่าเปาเข้าโรงเรียนก่อนประมาณ 3 ขวบ แล้วค่อยรับงานเยอะขึ้น ตอนนี้เรารู้สึกว่าอยากสอนเขาด้วยตัวเอง อยากเห็นพัฒนาการเขา ซึ่งตอนนี้ก็รับแต่ก็ดู อันไหนที่กินเวลาเรามากๆ เราก็ไม่เอา เพราะเราเลือกว่าอะไรที่สำคัญกับเรามากที่สุด เวลากับลูกมันย้อนกลับคืนมาไม่ได้" เสียดายถ้ากระแสเราจะดร็อปลง? กุ๊บกิ๊บ "ไม่นะ เราก็อยู่มาตั้งนานแล้ว กิ๊บไม่ได้รู้สึกว่ากระแสเราจะหายไป กิ๊บว่าแบบกิ๊บน่าจะหายากประมาณนึง ไม่ได้คิดว่าแบบกิ๊บมันจะมีมาบ่อยๆ นะ เลยไม่ได้รู้สึกว่าต้องเป็นกระแส เพราะเรายังต้องทำงานอยู่ทุกวัน ยังมีรายการตื่นมาคุยอยู่ ส่วนละครจริงๆ จะยังไม่รับ แต่ว่ามีคุยๆ กับผู้ใหญ่ที่ติดต่อมาไว้คนหนึ่ง เราคุยกันไว้ค่อนข้างนานแล้ว จะมีประมาณกลางปีเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าน่าจะนะ แต่ถ้าไม่รับก็คืออยู่กับลูกดีกว่า คือก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ติดต่อมาเยอะมาก แต่ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้รับ" ด้านบี้เห็นว่าจะมีบินไปทำงานที่ต่างประเทศอีก? บี้ "ใช่ จะบินไปช่วงมีนาคมครับที่จีน ตอนนี้สัญญาที่บริษัทน่าจะเซ็นกันแล้ว น่าจะใช้เวลาทำงานประมาณ 3-4 เดือนครับ อาจจะได้กลับมาบ้างแต่น้อย" จะแบ่งเวลาให้ครอบครัวยังไง? บี้ "อาจจะเอาเขาไปด้วยครับ เริ่มแรกอาจจะไปคนเดียวก่อน พอถ่ายไปเรื่อยๆ ก็เดี๋ยวลองดูอ่า เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ผมก็ยังอยากที่จะทำในสิ่งที่ผมรักอยู่" ตัดสินใจรับงานนานไหม เพราะต้องใช้เวลาห่างลูกนาน? บี้ "จริงๆ ไม่นานนะ เราสองคนคุยกันอยู่นานแล้วว่าต่อไปบี้อาจจะมีงานอยู่ต่างประเทศที่แพลนไว้ แล้วเขาก็เข้าใจและเชื่อว่าจะแบ่งเวลาทั้งงานและครอบครัวได้ดี" ก่อนหน้านี้มีหมอดูเคยทำนายไว้ว่าเราจะรวยพันล้าน เพราะมีน้องเป่าเปาเข้ามาในชีวิต? บี้ "ใช่เนอะ หมอลักษณ์ช่วงนี้แม่นมากเลย ผมก็อยากให้แม่นเรื่องผมด้วยนะ ก็ขอให้เป็นแบบนั้น ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ามีเขาก็รู้แล้วว่า เรามีความสุขซึ่งเป็นอีกความสุขหนึ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัสและทุกวันนี้เราก็มีครับ" กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา

ชัดเจนนะ!! จุ๋ย - พุฒ เคลียร์ชัด ยันไม่ได้ท้อง-ไม่ใช่นางเอกถุงยางแตก!!
จุ๋ย วรัทยา /  ข่าว จุ๋ย วรัทยา / 

  หลังตกเป็นกระแสข่าวถูกเม้าท์มอยว่าเป็นนางเอกคู่จิ้นถุงยางแตกพลาดท่าตั้งท้องกับพระเอกคู่จิ้น แถมยังมีการเอารูปของ สาวจุ๋ย วรัทยา มาตัดต่อนำเสนอในข่าว งานนี้ทำเอา สาวจุ๋ย ถึงกับควันออกหูต้องออกมายืนยันผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่าไม่ใช่ตน และตนก็ไม่ได้ท้อง อีกทั้งเตรียมพร้อมที่จะดำเนินคดีทางกฎหมาย ล่าสุดวันนี้ (1ก.พ.60) จุ๋ย วรัทยา ได้ควงแขน ดีเจพุฒ พุฒิชัย มาร่วมงานแถลงข่าว “ช่องวัน 31 เปิดประสบการณ์ความสุข” ณ โรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเอสพลานาด ถ.รัชดา พร้อมกับเปิดปากเคลียร์ชัดยืนยันว่าตนไม่ได้ตั้งท้อง วอนอยากให้มีความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ควรละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และควรกรองข่าวให้ดีก่อนนำเสนอ!! จุ๋ย : “จริงๆ จุ๋ยได้พูดไปแล้วนะคะกับสื่อบางท่าน จุ๋ยก็ได้ลงไอจีของตัวเองไปแล้วว่า ที่คุณเอารูปเรามาลงมันไม่ใช่นะ คุณจะรับผิดชอบยังไง เพราะตอนนี้นักแสดงหลายท่านก็มีพื้นที่ส่วนตัวอย่างไอจีแบบนี้ เพราะฉะนั้นถ้าข่าวไหนมันไม่จริง เราก็สามารถบอกได้ทันที ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย อย่าเดากันเลยมันไม่ใช่ ซึ่งจริงๆ แล้วจุ๋ยเสียความรู้สึก ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เสียใจ เพียงแค่เสียความรู้สึกกับบางสื่อเท่านั้นเอง แต่กับบางสื่อจุ๋ยต้องขอชื่นชมที่โทรมาถามผู้จัดการส่วนตัวของจุ๋ยก่อนว่าข่าวมันจริงไหม ก็ต้องขอขอบคุณมาก สื่อไหนที่น่ารักก็น่ารักจริงๆ แต่กับบางสื่อไม่ได้ถามเราก่อน ทั้งยังเอารูปเราไปลง ซึ่งมันก็ชี้ชัดแล้วว่าเป็นเรา แต่จริงๆ มันไม่ใช่เรา จุ๋ยก็เลยเสียความรู้สึกนิดนึงค่ะ   ที่จุ๋ยลงไอจีเพียงเพราะอยากให้เขาลบรูปข่าวที่เขาลง แล้ววันต่อมาทางเราได้ประสานงานไป เขาก็ได้มีการขอโทษ แล้วก็ลงขอโทษให้ จุ๋ย แต่จุ๋ยก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ เพราะต่างฝ่ายก็ต่างเสียหายกันหมด จุ๋ยไม่ได้อยากจะทำร้ายนักข่าว เพราะว่าตั้งแต่จุ๋ยเข้าวงการมา จุ๋ยก็คิดไว้อยู่แล้วว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ดังนั้นสิ่งที่จุ๋ยอยากจะให้ทำต่อไปนี้นั่นก็คือความระมัดระวัง เพราะเวลาที่จุ๋ยโพสต์ลงไป คนก็จะไม่เชื่อแล้วจะมาว่าพี่ๆ นักข่าวว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมไม่คัดกรอง แล้วเขาจะเชื่อสื่อได้ยังไง ปลาตัวนึงถ้ามันเน่ามันก็จะกระจายไปหมด แล้วก็อยากจะให้ช่วยๆ กัน มันไม่มีผลดีหรอก อย่ามาทำร้ายกันเลย และสำหรับเพจต่างๆ ที่ลงเป็นต้นตอสำหรับข่าวนี้ อาจจะเป็นเพียงเพจเล็กๆ ที่ไม่ใช่สำนักข่าวใหญ่ แต่มันก็สร้างความเสียหายให้หมด และจุ๋ยก็ได้สืบทราบมาว่าแอดมินเป็นผู้หญิงด้วย ขอถามกลับค่ะ ถ้าข่าวนี้เจอกับพี่หรือลูกของพี่ พี่รู้สึกยังไง สำหรับประเด็นนี้หากเราจะมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว มันไม่ได้เป็นเรื่องที่เสียหายอะไรนะคะ แต่ประเด็นมันอยู่ที่การสื่อสารของข่าวที่มันสื่อสารผิดไป ซึ่งมันก็ไม่ได้จรรโลงสังคม เวลาข่าวออกมาคนรับรู้เป็นล้าน แต่เวลาที่เราแก้ข่าวไม่มีใครรับรู้เลย   ดังนั้นจุ๋ยอยากให้เราเคารพกัน ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกัน เพราะเราก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน และจุ๋ยก็เชื่อว่าอาชีพนักข่าวเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีศักดิ์ศรีมาก ดังนั้นเวลาที่จะทำข่าวใครสักข่าว หากยังไม่แน่ใจ อยากขอให้กรองข่าวก่อน สำหรับตัวจุ๋ย ผู้จัดการเปิดโทรศัพท์ 24 ชั่วโมง โทรมาสอบถามกันได้ สมัยนี้สังคมในโลกออนไลน์มันไปเร็ว จุ๋ยไม่รู้ว่ามันเป็นกลยุทธ์ของเพจต่างๆ หรือเปล่าในการหายอดไลค์ยอดแชร์ให้ข่าวมันไปเร็ว แล้วคุณจะได้ผลประโยชน์ภายหลัง อย่าทำนาบนหลังคน เราไม่ได้เป็นศัตรูอะไรกัน ยิ่งการเขียนข่าว ภาษา ไม่สมควรที่จะอยู่ในภาษาไทยด้วยซ้ำ ส่วนคนที่เสพข่าวมีหลายแบบเหมือนบัว 4 เหล่า ดังนั้นคนที่รับฟังแล้วเชื่อก็เหมือนเป็นบัวที่ไม่ได้อยู่เหนือน้ำ อาจจะเป็นบัวที่เต่ากินไปแล้วยังถุยออกมาเลย คนที่คอมเม้นท์มาแรงๆ จุ๋ยก็ขอผ่าน เพราะคนเรามันไม่เหมือนกัน แต่คนที่มีวิจารญาณในการรับฟังข่าว เขาก็จะได้กับตัวเขาเอง เขาจะได้สิ่งที่ถูกต้องในชีวิต อันนี้จุ๋ยก็ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจ จุ๋ยก็ขอฝากไว้แค่นี้ค่ะด้วยความเคารพจริงๆ” ตั้งแต่มีข่าวออกไปส่งผลกระทบกับเรายังไงบ้าง? จุ๋ย : “เอาจริงๆ นะอย่างที่จุ๋ยเคยบอกไปว่าจุ๋ยไม่เคยที่จะอยากทำร้ายสื่อ ถามว่าถ้าจุ๋ยฟ้องขึ้นมา ตัวคนที่เขียนเองอาจจะโดนไล่ออกก็ได้ เพราะคนที่เขียนไม่ใช่เจ้าของนิ แต่จุ๋ยไม่ได้มีความสุขกับการฟ้องร้องเอาอะไรจากพวกพี่เลย แต่สิ่งที่จุ๋ยจะมีความสุขก็คือ การที่เราอยู่ด้วยกันอย่างสงบและเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน และจุ๋ยเป็นคนพูดตรง จุ๋ยเข้าวงการนี้มาประมาณ 15 ปีแล้ว พี่ๆ ก็น่าจะรู้ว่าจุ๋ยเป็นคนนิสัยยังไง จุ๋ยก็อยากจะให้เคารพกัน เอาจริงๆ คนที่มายืนสัมภาษณ์จุ๋ยเป็นคนดีมาก และเจ้าของคนนี้ก็เป็นเพื่อนกับอาจุ๋ย ดังนั้นการที่ข่าวนี้ได้ลงไป อาจจะเป็นความสะเพร่าหรือหละหลวมของบางแผนก ซึ่งเราก็จะไม่โทษในวงกว้าง เราเคยเจอข่าวบางข่าวมาแล้ว แต่มันก็ไม่ถึงกับขนาดนี้ อันนี้มันเป็นข่าวใหญ่นิดนึง และครอบครัวจุ๋ยก็สอนมาว่าไม่อยากจะเอาความใคร คุณพ่อคุณแม่ก็จะยึดหลักธรรม ยึดหลักความรัก ยึดหลักความให้อภัยต่างๆ มาสอนเราตั้งแต่เด็กจนโต และข่าวนี้คุณพ่อคุณแม่ก็พูดเช่นนั้น มันอาจจะเสียหายชื่อเสียงไปแล้วบางส่วน และการที่จุ๋ยมาแก้ข่าวในวันนี้ จุ๋ยก็ไม่รู้หรอกว่าคนเขาจะรับฟังมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นก่อนที่จะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงใจเขาใจเรา เราอย่าใช้ศีลธรรมที่ไม่ค่อยจะมีแล้วมาทำให้มันสูงขึ้น” ถือว่าเป็นข่าวที่แรงที่สุดตั้งแต่อยู่ในวงการเลยใช่ไหม? จุ๋ย : “(หัวเราะ) ก็อาจจะเป็นแบบนั้นค่ะ จริงๆ ถ้าคนเรามีความรักกันแล้วเขาจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตของเขา ถ้าเขาสามารถรับผิดชอบในชีวิตของเขาได้ และเลี้ยงลูกออกมาให้เป็นคนดี จุ๋ยว่าข่าวนี้มันก็ไม่ได้ผิดอะไรมากมาย แต่คำพูดที่ข่าวเขียนมันทำร้ายลูกผู้หญิงคนนึงเกินไป ตอนพาดหัวข่าวพาดซะใหญ่เลย แต่ตอนแก้เห็นอยู่แค่เล็กๆ แสดงว่าถ้าพวกพี่ทำผิดแล้วจะขอโทษสักครั้งนึงคือพวกพี่อาย แต่ตอนที่พวกพี่พาดหัวใหญ่ๆ ทำให้เราเสียชื่อเสียง พวกพี่ไม่อาย ยังไงก็ฝากไปคิดด้วยค่ะ” หลายคนยังสงสัยว่าสรุปแล้วเราท้องจริงๆ ไหมช่วยยืนยันตรงนี้ให้หน่อย? จุ๋ย : “ไม่ท้อง 100% ค่ะ” ครอบครัวของทางพุฒว่ายังไงบ้าง? พุฒ : “ก็ได้คุยกับที่บ้านแล้ว ที่บ้านก็ถามว่าทำไมข่าวเขียนแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นกำลังใจให้และถามว่าจุ๋ยเป็นยังไงบ้าง โอเคไหม คุณแม่ยังแซวเลยว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ ถ้าจะมีก็มีกันได้แล้ว คุณแม่ผมเขาก็จะออกแนวตลกครับ ส่วนผลกระทบถ้าพูดกันตรงๆ ผมกับจุ๋ยก็คือคนๆ เดียวกันครับ คนนึงรู้สึกยังไง อีกคนก็รู้สึกแบบนั้น เราก็คุยกันตลอด เรื่องแบบนี้ผู้หญิงก็เป็นฝ่ายเสียหาย” เป็นคนๆ เดียวกันแสดงว่าตอนนี้เรียกแฟนได้เต็มปากแล้วใช่ไหม? จุ๋ย : “ความรู้สึกเราเหมือนคนๆ เดียวกันในการรับข่าวอะไรแบบนี้” เตรียมจัดงานแต่งเลยไหม? จุ๋ย : “ว้าย...แต่จริงๆ วุฒิภาวะต่างๆ ของเราทั้งคู่ ก็ถึงวัยที่จะมีครอบครัวได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้เรายังจัดสรรเวลาได้ไม่ลงตัวเท่านั้นเอง เราก็ต้องรับผิดชอบในงานต่างๆ ก่อน ณ วันนี้เราสองคนแฮปปี้มาก ถ้าเรายังประคองและรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ไว้ต่อไปได้ มันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวค่ะ เราไม่ใช่เด็กๆ อายุ 15-16 ที่มีข่าวแบบนี้ แต่ประเด็นของจุ๋ยคือข่าวมันสื่อสารผิดพลาดกับคนที่รับฟังมากกว่า” แสดงว่ามีการคุยกันเรื่องอนาคตแล้วใช่ไหม? พุฒ : “ก็มีคุยกันบ้างครับ ปีนี้ผมเองก็อายุ 31 แล้ว ผมอยู่ในวงการบันเทิงมาก็จะ 10 ปีแล้ว” ไปขอคุณพ่อคุณแม่จุ๋ยมาแล้วหรือยัง? พฺุฒ : “ก็มีบ้างนิดหน่อย แต่เดี๋ยวขอไปดูวันก่อนนะครับ (หัวเราะ)” แสดงว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมีการคุยเรื่องนี้กันแล้วใช่ไหม? จุ๋ย : “จริงๆ บ้านพุฒและบ้านจุ๋ยเป็นครอบครัวที่ธรรมดาและธรรมชาติมาก” พุฒ : “เขาก็จะให้อิสระเราครับ เพราะเราก็โตๆ กันแล้ว ทำงานแล้ว เรียนจบแล้ว อาจจะมีปรึกษาเรื่องบางเรื่องบ้างนิดหร่อย แต่สุดท้ายเรื่อวการตัดสินใจก็อยู่ที่เราทั้งสองคน” แต่งปีนี้หรือปีหน้าเลยไหม? พุฒ : “ปีนี้ยังทำงานอยู่เลยครับ” จุ๋ย : “ก็ต้องรอดูค่ะ ฝากเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แต่ที่พูดไปทั้งหมดที่ผ่านมา ไม่ได้ว่าสื่อที่อยู่ตรงนี้เลยนะคะ แค่พาดพิงไปถึงบางกรณีที่เขาทำร้ายเราเท่านั้น” จุ๋ย พุฒ   จุ๋ย พุฒ   จุ๋ย พุฒ   จุ๋ย พุฒ  

ละคร เพลิงพระนาง , เรื่องย่อ เพลิงพระนาง
อั้ม เพลิงพระนาง /  เพลิงพระนาง ตอนแรก / 

เพลิงพระนาง บทประพันธ์โดย : ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชบทโทรทัศน์โดย : ภาคย์รพีกำกับการแสดงโดย : ธีระศักดิ์ พรหมเงินผลิตโดย : บริษัท กันตนา จำกัดออกอากาศออนแอร์วันแรก 17 กุมภาพันธ์ 2560 ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครเพลิงพระนาง เพลิงพระนาง เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในนครสมมติ ชี้ให้เห็นสัจธรรมที่ว่าความริษยาอาฆาตแค้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ไม่เคยให้คุณแก่ใคร ดุจดั่งชะตากรรมของตัวละครในเรื่อง ที่ต่างก็ปล่อยให้อำนาจแห่งโทสะเข้าครอบงำ เพียงเพื่อจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ครอบครองและมีอำนาจสูงสุด แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์จักมีความผาสุกอยู่ได้ด้วยการเห็นอกเห็นใจ และเผื่อแผ่ความรักต่อกัน เพลิงพระนาง เพลิงแห่งความแค้น เพลิงแห่งอำนาจ เพลิงแห่งกิเลส ย่อมเผาไหม้ตัวเองจนไร้ความสุขตราบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต เพลิงพระนาง ช่อง7 นครทิพย์เป็นนครที่รุ่งเรือง มีอาณาเขตกว้างใหญ่ มีเมืองประเทศราชมากมาย แต่ละวันจะมีเจ้าเมืองต่าง ๆ นำดอกไม้เงิน ดอกไม้ทองมาถวายอยู่ไม่ขาด เจ้าหลวงองค์ปัจจุบันมีนามว่า เจ้าหลวงบุรพคาม (เมฆ-วินัย ไกรบุตร) แต่พระองค์เป็นคนโลภ ส่งทหารคนสนิทออกปล้นทรัพย์สินมีค่าของราษฎร ไม่สนใจปกครองบ้านเมือง พระจริตไม่ปกติ และประกาศทำสงครามกับพวกฝรั่งตั้งขอ (อังกฤษ) ซึ่งกำลังออกล่าอาณานิคม เป็นเหตุให้เสียดินแดนตอนได้ไป ละคร เพลิงพระนาง เจ้าหลวงบุรพคามไม่มีมเหสี แต่มีพระขนิษฐาองค์หนึ่งนามว่า เสกขรเทวี (ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม) เจ้าหลวงบุรพคามแต่งตั้งให้เป็น พระนางหน่อเจ้าหลวง ซึ่งตามกฎมณเฑียรบาลแล้วมีตำแหน่งเทียบเท่าองค์รัชทายาท แต่ตามกฎมณเฑียรบาลระบุไว้ว่าพระนางหน่อเจ้าหลวงจะต้องดำรงตำแหน่งอัครมเหสีของเจ้าหลวงองค์ต่อไป การตั้งเสกขรเทวีเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวงทำให้ธิดาของเจ้าประเทศราช ซึ่งถูกส่งมาเป็นองค์ประกันที่เมืองทิพย์ไม่พอใจ เพราะเท่ากับตนจะไม่มีโอกาสขึ้นเป็นอัครมเหสีในรัชกาลต่อไป ได้แก่ เจ้านางตองนวล (กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) เจ้านางเก็ตถวา (โอ๋-รุ่งระวี บริจินดากุล) และเจ้านางแก้วอากาศ (แพร-อภัสสรา อินทร์ตลาดชุม) โดยเจ้านางตองนวลตั้งตัวเป็นหัวหน้าพาลหาเรื่องเสกขรเวทีเป็นประจำ แต่ก็ถูกริมบึง (ต่าย-ชัชฎาภร ธนันทา) พระญาติห่าง ๆ ซึ่งทำหน้าที่รับใช้เสกขรเทวีคอยขัดขวาง อีกทั้งยังถูกเจ้าสำภางาม (เหมียว-ชไมพร จตุรภุช) ซึ่งมีศักดิ์เป็นเจ้าป้าของเจ้าหลวงคอยคุ้มครองเสกขรเทวีอยู่ด้วย ทำให้เจ้านางทั้งหลายทำร้ายเสกขรเวทีไม่ได้ แม้ว่าจะแสนเกลียดแสกขรเทวีเท่าใดก็ตาม เพลิงพระนาง เจ้าสำภางามมีลูกชายสองคน มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหลวงบุรพคาม คือเจ้าเมืองคุ้ม (เคลลี่ ธนะพัฒน์) กับเจ้าคะนอง (เอ-อรุชา โตสวัสดิ์) เจ้าเมืองคุ้มเป็นหนุ่มรูปงาม มีความสามารถทางการรบ เป็นที่รักของทหาร และคนทั่วไป ทำให้เจ้าหลวงบุรพคามไม่พอใจ ส่งเจ้าเมืองคุ้มไปเป็นแม่ทัพออกรบกับพวกฝรั่งดั้งขอที่ชายแคนทางได้ เจ้าคะนองขอตามพี่ชายไปรบด้วย ทิ้งเครือออน (แยม-ธมลพรรณ์ ภานุชิตพุทธิวงศ์) หญิงสามัญที่ตนได้เป็นเมียกับลูกน้อยนามว่าปะแดง (จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์) ให้เจ้าสำเภางามเลี้ยงดู ละคร เพลิงพระนาง การถูกส่งไปอยู่ชายแดน ทำให้เมืองคุ้มต้องพรากจากเจ้านางอนัญทิพย์ (อั๋ม-พัชราภา ไชยเชื้อ) พระธิดาของเจ้าหลวงองค์ก่อน แต่ถูกถอดยศลงมาเสมอกับเจ้านางธิดาเจ้าประเทศราช ทำให้อนัญทิพย์ทวีความชิงชังเจ้าหลวงบุรพคามมากขึ้น เพราะเป็นผู้ยึดอำนาจไปจากพ่อของตน พรากคนรัก และยังแต่งตั้งเสกขรเทวีเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวง ซึ่งเท่ากับว่าตนจะไม่มีโอกาสได้เป็นใหญ่ในเมืองทิพย์อีกต่อไป อนัญทิพย์จึงสะสมความริษยาอาฆาต หาทางยึดอำนาจกลับคืนมาอยู่ตลอดเวลา และไม่ยอมลงให้เสกขรเวที มักมีปากเสียงกับเสกขรเวทีเป็นประจำ เจ้าสำเภางามจึงประกาศเสมอว่าจะไม่มีวันยอมรับอนัญทิพย์เป็นสะใภ้เด็ดขาด ทำให้เจ้านางตองนวล ซึ่งหลงรักเจ้าเมืองคุ้มเยาะหยันอนัญทิพย์ และหาเรื่องกับ อนัญทิพย์เสมอ โดยมีเก็ตถวา และแก้วอากาศเป็นผู้ช่วย วันหนึ่งอนัญทิพย์ต้องโทษด้วยอุบายของตองนวล เพราะแอบซ่อนพุ่มทองประดับยศ 9 พุ่มไว้ในคุ้ม พุ่มทอง 9 พุ่ม เป็นเครื่องหมายของพระนางหน่อยเจ้าหลวง เพลิงพระนาง เจ้าหลวงบุรพคามโกรธมากจึงสั่งประหารชีวิตอนัญทิพย์ แต่เสกขรเทวีขอให้เนรเทศไปแทน อนัญทิพย์จึงถูกลอยแพไป น้ำได้พัดพาอนัญทิพย์ไปทางใต้ จนได้พบกับกองทัพของเจ้าเมืองคุ้มทำให้เธอดีใจมาก เจ้าเมืองคุ้มนำอนัญทิพย์ไปฝากไว้กับเจ้านางมณีหยาด (เตย-กัญญากร พินิจ) พระธิดาเมืองทำคอย ซึ่งเป็นเมืองประเทศราชทางตอนใต้ ทั้งสองได้เสียกัน เจ้านางมณีหยาดรักอยู่กับน้อยอินทา (กลม-นพพล พิทักษ์โล่พาณิช) พ่อค้าที่เดินทางระหว่างเมือง ต่อมาเมื่อเจ้าเมืองทำคอยสิ้นพระชนม์ น้อยอินทาจึงได้ครองเมืองท่าคอย ละคร เพลิงพระนาง เจ้าเมืองคุ้มโกรธแค้นที่เจ้าหลวงบุรพคามทำกับอนัญทิพย์ถึงเพียงนี้ อนัญทิพย์ยุยงให้เจ้าเมืองคุ้มเป็นขบถยึดอำนาจจากเจ้าหลวงบุรพคาม น้อยอินทา ซึ่งบัดนี้ได้เป็นเจ้าหลวงประกาศสนับสนุนเจ้เมืองคุ้มทุกวิถีทาง แม้ว่ามณีหยาดจะทัดคานอย่างไรก็ตาม ในที่สุดเจ้าเมืองคุ้มกับเจ้าคะนองก็ลวงเจ้าหลวงบุรพคามว่าฝรั่งตั้งขอจะทำสัญญาสงบศึก ขอให้พระองค์เสด็จออกนอกคุ้มหลวงเพื่อไปทำสัญญาดังกล่าว เจ้าหลวงบุรพคามถูกฆ่าอย่างทารุณ เจ้าเมืองคุ้มขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นเจ้าหลวงองค์ต่อมา และมีขบวนเสลี่ยงนำอนัญทิพย์กลับคืนสู่เมืองทิพย์อย่างสมเกียรติ เจ้าหลวงเมืองคุ้มตั้งเจ้าคะนองเป็นอุปราช และจะตั้งอนัญทิพย์เป็นอัครมเหสี เพลิงพระนาง แต่เจ้าสำเภางามผู้เป็นแม่ทัดทานไว้ เพราะตามกฎมณเฑียรบาลจะต้องให้พระนางหน่อเจ้าหลวงเป็นอัครมเหสี เจ้าเมืองคุ้มจำใจตั้งเสกขรเทวีเป็นอัครมเหสี และให้อนัญทิพย์เป็นเหสีรอง ทำให้อนัญทิพย์แค้นเคืองมาก ริมบึงรู้ดีว่าต่อแต่นี้ไปเสกขรเทวีจะต้องถูกอนัญทิพย์หาเรื่อง และกลั่นแกล้งสารพัดจึงใช้อุบายให้ตนได้เป็นเจ้านางองค์หนึ่งของเจ้าหลวงเมืองคุ้มจนสำเร็จ เจ้าเมืองคุ้มได้แต่งตั้งเจ้านางตองนวล เจ้านางเก็ตถวา และเจ้านางแก้วอากาศเป็นสนมของตนเจ้าหลวงเมืองคุ้ม นำทัพออกรับศึกทางได้ ได้หญิงสามัญคนหนึ่งเป็นเมียชื่อยอดพุ่มอนัญทิพย์รู้เรื่องนี้จึงให้ขุนนางคนสนิทตามทำร้ายยอดพุ่ม จนยอดพุ่มคลอดบุตรเป็นชายจึงตั้งชื่อว่าม่านฟ้า ยอดพุ่มนำม่านฟ้าไปฝากเจ้าน้อยอินทาเลี้ยง มณีหยาดรักม่านฟ้า (บอส-โตนนท์ วงบุญ) เหมือนลูกแล้วตนเองก็บวชเป็นชี บรรดาเจ้านางของเจ้าหลวงเมืองคุ้มทะเลาะกันเป็นประจำ ละคร เพลิงพระนาง เจ้าอนัญทิพย์คลอดลูกเป็นชายแต่เกิดมาก็เสียชีวิต จึงพาลเอากับเจ้านางของเจ้าหลวงเมืองคุ้มทะเลาะกันเป็นประจำ ขณะที่เจ้านางตองนวลได้ลูกชาย ให้ชื่อว่าเจ้าตองแปง (ขุน-ชานนท์ อักขระชาตะ) เจ้านางริมบึงคลอดลูกชายชื่อเจ้าครองภพ (กอล์ฟ-อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) เสกขรเทวีได้พระธิดาชื่อว่าเจ้านางทองพญา (แจม-ปณิชดา แสงสุวรรณ) ต่อมาเจ้าอนัญทิพย์ได้ธิดา 2 องค์ องค์โตชื่อเรณุมาศ (ฐิสา-วริฏสา ลิ้มธรรมมหิศร) องค์เล็กชื่อ ปิ่นมณี (เปรี้ยว-ทัศนียา การสมนุช) การที่ตองนวลกับริมบึงต่างก็มีลูกชาย ทำให้ตองนวลกีดกันริมบึงทุกอย่าง และหวังว่าจะให้เจ้าตองแปงลูกของตนเป็นเจ้าหลวงองค์ต่อมา แต่ท้าววงษา (โอ๋-ฐาปกณณ์ ดิษยนันทน์) ซึ่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่ยุยงว่าคนที่จะได้เป็นเจ้าหลวงองค์ต่อไปคืออุปราชคะนอง ตองนวลเก็บความแค้นใจ และหาทางกำจัดอุปราชคะนองตลอดเวลา เมื่อพระโอรส และธิดาเติบโตขึ้น เจ้าหลวงเมืองคุ้มแต่งตั้งเจ้านางทองพญาขึ้นเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวง ซึ่งหมายถึงว่าจะได้เป็นอัครมเหสีของเจ้าหลวงองค์ต่อไปตามกฎมณเฑียรบาลของเมืองทิพย์ อนัญทิพย์โกรธมากที่ตนมีธิดาถึงสองคน แต่กลับไม่ให้รับการแต่งตั้งจากเจ้าหลวงเมืองคุ้ม อนัญทิพย์เริ่มสะสมบริวารด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยมีขุนวังกับท้าววงษาเป็นพวก เพลิงพระนาง เจ้านางตองนวลหาทางผูกมิตรกับฝรั่งตั้งขอที่มักแวะเวียนมาที่เมืองทิพย์เป็นประจำ เพื่อหาทางคานอำนาจกับอนัญทิพย์ เจ้าสำเภางามเตือนตองนวลว่าจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน และเตือนอนัญทิพย์ว่าจะทำให้เมืองทิพย์ร้อนเป็นไฟในวันหน้า อนัญทิพย์ฆ่าเจ้าสำเภางามอย่างแยบอล ทำให้เสกขรเทวีกับทองพญาขาดที่พึ่ง มีเพียงริมบึงกับครองภพเท่านั้นที่พร้อมจะปกป้องเสกขรเทวีจนที่สุด ละคร เพลิงพระนาง คอรงภพหลงรักทองพญา แต่ก็เจียมตัวเก็บความรู้สึกนั้นไว้เพียงลำพัง ตองนวลยุยงให้ลูกชายร่วมมือกับฝรั่งตั้งขอสังหารเจ้าคะนองเพื่อให้พ้นทางของตน ปะแดงลูกชายของคะนองตามล้างแค้นตองแปง แต่ก็ถูกกลอุบายของตองนวลหาว่าปะแดงเป็นกบถ ปะแดงจึงต้องหนีออกจากเมืองทิพย์ไป เครือออนผู้เป็นแม่ตกอยู่ในความทุกข์ในฐานะหญิงม่ายไร้ลูกไร้ผัว จึงย้ายจากคุ้มนอกเมืองมาอยู่รับใช้เสกขรเทวี และเจ้านางทองพญาเจ้าหลวงเมืองคุ้มประชาวรหนัก เสกขรเทวีกับริมบึงคอยดูแลปรนนิบัติ อนัญทิพย์ใช้โอกาสนี้สั่งสมอำนาจว่าราชการแทนเจ้าหลวง โดยมีขุนเวียง (วิทย์-ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) และท้าววงษาคอยช่วยเหลือ อำนาจของอนัญทิพย์เริ่มแผ่ไปในวงกว้าง ตองนวล เก็ตถวา และแก้วอากาศจึงหาทางที่จะคานอำนาจกับอนัญทิพย์ โดยยืมมือนายฮาส แม่ทัพฝรั่งเศสมาคานอำเนาจ นายฮาสหลงรักตองนวลจึงขู่ว่าหากตองนวล และลูกเป็นอะไรไป กองทัพของฝรั่งตั้งขอจะโจมตีเมืองทิพย์ทันที อนัญทิพย์ลวงโอรสธิดาที่เกิดจากเจ้านางต่าง ๆ และเจ้าเมืองประเทศราชให้มาเข้าเฝ้าเจ้าหลวงเมืองคุ้มเป็นครั้งสุดท้าย น้อยอินทานำม่านฟ้ามาเฝ้าพ่อ แล้วบอกความจริงแก่เจ้าหลวงเมืองคุ้มว่าม่านฟ้าเป็นลูกที่เกิดจากยอดพุ่ม เจ้าหลวงเมืองคุ้มดีใจมาก อนัญทิพย์รู้เรื่องนี้จึงส่งคนไปฆ่ายอดพุ่มตายถึงในวัด แต่ริมบึงรู้ว่านี่คือกลลวงของอนัญทิพย์จึงให้ครองภพหนีไปครองภพไปลาทองพญา เพลิงพระนาง และได้สารภาพรักต่อกัน เมื่อทุกมาพร้อมกัน อนัญทิพย์ก็จับทุกจำตรุ รวมถึงเจ้าม่านฟ้ากับเจ้าน้อยอินทาด้วย ปิ่นมณีขอให้ปล่อยตัวม่านฟ้าออกมา ม่านฟ้าขอให้ช่วยน้อยอินทาพ่อของตนด้วย น้อยอินทาขอให้อนัญทิพย์นึกถึงบุญคุณแต่ครั้งที่ถูกลอยแพไปอาศัยอยู่ที่เมืองทำคอย ทำให้อนัญทิพย์ยอมปล่อย ตรงนวลรีบเข้ากราบทูลเมืองคุ้มเรื่องแผนการ ร้ายของอนัญทิพย์ และขู่ว่าหากไม่ปล่อยตัวตองแปง ตนจะให้นายฮาสยกทัพมาตีเมืองทิพย์ทำให้อนัญทิพย์ยอมปล่อยตองแปงออกมา ละคร เพลิงพระนาง ตองแปงยิ่งเจ็บช้ำเมื่อรู้ว่าปิ่นมณีหญิงที่ตนหลงรักนั้นกลายเป็นเมียของม่านฟ้าแล้ว เจ้าหลวงเมืองคุ้มสิ้นพระชนม์ด้วยความตรอมใจ เสกขรเทวีกับริมบึงใช้ชีวิตอย่างสงบเพื่อความปลอดภัยของตนส่วนทองพญาเลือกวิธีไปบวชชี และยอมถูกถอดยศจากพระนางหน่อเจ้าหลวง อนัญทิพย์ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงกับเสกขรเทวี และทองพญา เพราะเกรงว่าจะทำให้บรรดาขุนนาง และเจ้านางต่าง ๆ เกิดความกระด้างกระเดื่องมากขึ้น อนัญทิพย์ตั้งม่านฟ้าเป็นเจ้าหลวง โดยมีเรณุมาศเป็นอัครมเหสี และปิ่นมณีเป็นมเหสีรอง ทำให้ปิ่นมณีโกรธแค้นพี่สาวมาก ม่านฟ้าเป็นหนุ่มรูปงาม อ่อนแอ เชื่อคนง่าย จึงตกอยู่ในอำนาจของอนัญทิพย์ ม่านฟ้าหลงรักเรณุมาศมาก ยิ่งทำให้ปิ่นมณีแค้นใจ และหาทางกีดกันเรณุมาศไม่ให้พบม่านฟ้า ความร้ายกาจของปิ่นมณีทำให้อนัญทิพย์แยกเรณุมาศให้มาอยู่ที่คุ้มของตนปิ่นมณีหวาดระแวงว่าขุนนาง และเจ้านางองค์ต่าง ๆ จะเป็นขบถ โดยเฉพาะเจ้าปะแดง และเจ้าครองภพพี่น้องต่างมารดาที่หลบหนีไปจะรวบรวมไพร่พลกับมายึดอำนาจ จึงส่งทหารออกติดตาม แต่ริมบึงซึ่งติดต่อกับครองภพอยู่ตลอดเวลา ส่งข่าวศึกให้ครองภพ และปะแดงทราบ เพลิงพระนางทำให้ทหารติดตามตัวเจ้าชายทั้งสองมาไม่ได้เสียที ปิ่นมณีมีพระธิดา 2 พระองค์พระพี่เลี้ยงของพระธิดาเป็นหลานของขุนเวียงชื่อเรือนแก้ว ความงามของเรือนแก้วต้องตาเจ้าม่านฟ้ามาก จึงแอบลักลอบไปหาอยู่เสมอ ปิ่นมณีหึงหวง และไม่ยอมให้เจ้าม่านฟ้ามีพระสนม จึงอาละวาดอย่างหนัก อนัญทิพย์ต้องเตือนสติ ให้ปิ่นมณีหันมาทำดีกับเรือนแก้ว แต่ในใจก็ยังคิดกำจัดเรือนแก้วอยู่ตลอดเวลา ต่อมาม่านฟ้าได้รับฎีกาจาราษฎรวุ่นเวียงข่มเหงราษฎรมาก เมื่อสอบสวนดูพบว่าจริง จึงประหารขุนเวียงเสีย ตั้งแต่นั้นมาเรือนแก้วก็หมดวาสนาลง การตายของขุนเวียงทำให้ท้าววงษาเห็นว่าขุนนาง และทหารต่างก็ไม่ปลอดภัยจึงคิดเป็นขบถ ปิ่นมณีออกอุบายจัดงานฉลองเมือง หวังจะลวงศัตรูที่กระด้างกระเดื่องมาฆ่าให้หมดสิ้น แต่เกรงว่าม่านฟ้าจะขัดขวางจึงให้เสวยน้ำจัณฑ์ และให้ดนตรีฉลองกลบเสียงการฆ่าคนจำนวนมาก ต้องนำศพออกไปฝังนอกเมือง กลิ่นศพคลุ้งไปทั่วพระนคร เสกขรเทวีไม่อาจทนต่อไปได้ จึงให้ริมบึงส่งข่าวไปยังครองภพ และปะแดงหาทางนำทหารมาดีเมืองทิพย์ ละคร เพลิงพระนาง อนัญทิพย์ ไม่คิดมาก่อนว่าสตรีที่เงียบขรึม และดูไม่มีพิษมีภัยกลับมีกลศึกที่แยบยลเกินกว่าที่ตนคิด แต่ขณะนี้จะเตือนสติปิ่นมณีอย่างไรก็ไม่เป็นผลแล้ว อนัญทิพย์เริ่มรับรู้ว่าอำนาจที่ตนคิดว่ามีอยู่ล้นฟ้านั้นแท้จริงแล้วบัดนี้ได้เปลี่ยนมือไปสู่ปิ่นมณีจนหมดสิ้น เสกขรเทวีเข้าเฝ้าเจ้าม่านฟ้าเตือนสติให้เป็นเจ้าหลวงที่ทรงธรรม และเห็นประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก อนัญทิพย์รู้ข่าว และสังเกตว่าม่านฟ้าให้ความเคารพเสกขรเทวีมาก อนัญทิพย์จึงเปลี่ยนแผนมาทำดีกับเสกขรเทวี จนเสกขรเทวีตายใจ เพลิงพระนาง ยอมไปปฏิบัติธรรมกับตนระหว่างการเดินทางอนัญทิพย์ให้เสกขรเทวีดื่มยาพิษ และผลักตกจากรถม้า แต่เสกขรเทวีได้รับการช่วยเหลือจากครองภพ และปะแดง ซึ่งตั้งกองทหารอยู่บริเวณนั้นปะแดงติดตามอนัญทิพย์มาหวังจะสังหาร แต่ไม่ทันอนัญทิพย์กลับสู่เมืองทิพย์ได้ก่อน เสกขรเทวีเล่าเรื่องราวในเมืองทิพย์ให้ครองภพกับปะแดงทราบ และออกอุบายให้รวบรวมไพร่พลมาช่วยเมืองทิพย์ให้ได้ โดยนำทหารเข้าดีเมืองมีด และสังหารเจ้าเมืองมีดสิ้นพระชนม์ แต่ปะแดงเสียชีวิตในครานั้นทองพญาสึกจากชีไปเป็นอัครมเหสีของเจ้าครองภพที่เมืองมีด ครองภพขอให้เจ้าน้อยอินทาช่วยเหลือเสกขรเทวีกลับมายังเมืองทิพย์โดยการให้เจ้าน้อยอินทามาเยี่ยมเจ้าม่านฟ้าที่เมืองทิพย์ เจ้าม่านฟ้าดีใจยกขบวนเกียรติยศไปรับเจ้าน้อยอินทากับเจ้ามณีหยาด และก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าผู้ที่มาด้วยคือพระนางเสกขรเทวี อนัญทิพย์เองก็ตกใจที่เสกขรเทวีรอดชีวิตกลับมาเสกขรเทวีบอกว่าคนที่ช่วยเหลือตนคือเจ้าน้อยอินทากับเจ้ามณีหยาดตองนวลไม่รู้ข่าวเรื่องเมืองมีดตกเป็นของเจ้าครองภพแล้ว จึงให้ตองแปงหนีภัยไปอยู่เมืองมีด และครองเมืองมีดแทนเจ้าตา แต่เมื่อไปถึงเจ้าครองภก็จับตองแปงจำครู ตองแปงสาปแช่งครองภพ และบอกว่าเมืองมีดกับเมืองทิพย์จะต้องพินาศล่มจม ตองนวลรู้ข่าวลูกจึงลอบให้นายฮาส ชู้รักของตนนำกองทัพฝรั่งตั้งขอมาตีเมืองทิพย์ ครองภพยกทัพมาช่วย โดยนำตองแปงใส่ตรุมาในกองทัพด้วย เพลิงพระนาง แม้ม่านฟ้ากับปิ่นมณีจะนำทหารออกรับศึก แต่ทหารฝีมือดีก็ตายไปหมดในช่วงฉลองเมือง เมืองทิพย์แตกพ่ายในเวลารวดเร็ว ตองนวลกลายเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุด เจ้าม่านฟ้า เจ้าอนัญทิพย์ เจ้านางปิ่นมณี เจ้านางเรณุมาศ เจ้านางริมบึง และเจ้าเสกขรเทวีถูกจับกุมคุมขัง ตองนวลสั่งประหารชีวิตทั้งหมด แต่เจ้าครองภพแบกตรุที่มีร่างของตองแปงผ่านกองทัพของนายฮาส หากว่าทหารของนายฮาสยิงใส่กองทัพเมืองมีด ตองแปงจะต้องตายทันที ละคร เพลิงพระนาง ตองนวลห่วงลูกจึงขอให้นายฮาสปล่อยทัพเมืองมีดกลับคนไป โดยแลกกับชีวิตของตองแปง เมื่อตองแปงได้กลับคืนสู่เมืองมีด ก็คิดตั้งตองนวลแม่ของตนครองเมืองทิพย์ ตองแปงลอบฆ่านายฮาสแต่ถูกนายฮาสยิงตาย จับตองนวลพร้อมทุกคนลงเรือไปอินเดีย แต่งตั้งเสกขรเทวีเป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองทิพย์ริมบึงขออยู่รับใช้เสกขรเทวี ที่อินเดีย ม่านฟ้าได้พบกันเรือนแก้ว หญิงที่เคยเป็นเมียของตน ม่านฟ้าอยู่กินกับเรือนแก้วอย่างเปิดเผย ชีวิตที่อัดคัดในฐานะเชลยศึกของกองทัพอังกฤษ ทำให้ปิ่นมณีฆ่าตัวตายอนัญทิพย์อยู่อย่างเศร้าโศก ต่อมาไม่นานก็ได้ข่าวว่าเสกขรเทวีประชวร และสิ้นพระชนม์ เพลิงพระนาง อังกฤษให้กงสุลปกครองเมืองทิพย์ ม่านฟ้า และทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ขอกลับไปใช้ชีวิตอย่างสามัญชนที่เมืองทิพย์ เมื่อมาถึงคุ้มหลวงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของฝรั่ง ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป บัลลังก์ดั่งทองถูกตั้งจัดแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ตองนวลในวัยชราไปกราบกู่เจ้าหลวงเมืองคุ้ม และหลุมศพของตองแปง ความเสียใจทำให้ตองนวลเสียสติ ส่วนอนัญทิพย์มีอาจตัดใจมากอำนาจที่ตนเคยมีได้ ในเวลาค่ำคืนนางลอบเข้าไปในคุ้มหลวง และก้าวขึ้นนั่งบัลลังก์ดั่งทองในคุ้มหลวงพร้อมกับกลั้นใจตายบนบัลลังก์อันเป็นที่ปรารถนาของตนมาตลอดชีวิต ติดตามชม ละครเพลิงพระนางตอนแรก ออนแอร์ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงละคร เพลิงพระนาง พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท เจ้านางอนัญทิพย์จีรนันท์ มะโนแจ่ม รับบท เจ้านางเสกขรเทวีเคลลี่ ธนะพัฒน์ รับบท เจ้าหลวงเมืองคุ้มวินัย ไกรบุตร รับบท เจ้าหลวงบุรพคามชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท เจ้านางตองนวล โตนนท์ วงศ์บุญ รับบท เจ้าหลวงม่านฟ้าวริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร รับบท เจ้านางเรณุมาศทัศนียา การสมนุช รับบท เจ้านางปิ่นมณีปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท เจ้านางทองพญาอนุวัฒน์ ชูเชิดรัตน์ รับบท เจ้าครองภพ ชานนท์ อักขระชาตะ รับบท เจ้าตองแปงชัชฎาภรณ์ ธนันทา รับบท เจ้านางริมบึงชไมพร จตุรภุช รับบท เจ้าสำเภางาม >>ติดตามชมย้อนหลังเพลิงพระนางได้ที่นี่<<

เจ๊หนึ่ง บางปู ร่วมกับ ศิริพร อำไพพงษ์ จัดอุปสมบทถวายพญานาคราช ครั้งแรกของโลก
นาง ศิริพร อำไพพงษ์ /  เต๋า ภูศิลป์ / 

       ด้วยความศรัทราในองค์พญานาคราช ที่ทำให้ธุรกิจผลิตภัณฑ์ โสมมะนาว ของ เจ๊หนึ่ง บางปู (วรัชญากรณ์ อ่อนธรรม) มียอดขายทะลุ9หลัก ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ เจ้าตัวอยากจะสร้างบุญถวายพญานาคราช โดยครั้งนี้ได้นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ศิริพร อำไพพงษ์  มาร่วมงานบุญในครั้งนี้ด้วย เพราะมีความศรัทราในตัวพญานาคราชเช่นกัน โดยพิธีอุปสมบทพระทั้ง3รูปในครั้งนี้เป็นการบวชเพื่อถวายแด่องค์พญานาคราชโดยตรงตามความเชื่อและความศรัทราส่วนบุคคล พิธีเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่28ม.ค.2560 โดยเริ่มจากพิธีปลงผมนาค ที่วัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ บางปู จ.สมุทรปราการ    หลังจากนั้นช่วงบ่ายได้กลับมาทำพิธีทำขวัญนาค โดยมี ไวพจน์ เพชรสุพรรณ เป็นหมอทำขวัญนาค นอกจากนั้นยังมีพิธีรำถวายพญานาคราช นำโดย ศิริพร อำไพพงษ์,เจ๊หนึ่ง บางปู,เต๋า ภูศิลป์,อรนภา ดวงดี,โอบ ธเณศ งานนี้ยังมีซุปตาร์จาก สปป.ลาว เสี่ยวผิง(หรือฉายาว่า ญาญ่า เมืองลาว)ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์  ที่ประเทศลาว มาร่วมพิธีด้วย เป็นอันเสร็จพิธีในช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนมีมหรสพ ฟรีคอนเสิร์ตเต็มวงจาก ศิริพร อำไพพงษ์ ,เต๋า ภูศิลป์ และกลุ่มศิลปินคิดฮอด ฟิวส์ กิติกร,อรนภา ดวงดี,โอบ ธเณศ และในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่29มค.2560 นำนาคเข้าอุปสมบท ณ. วัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ จ.สมุทรปราการ ศิริพร อำไพพงษ์ บอกว่า    "ร่วมงานบุญกับ เจ๊หนึ่ง บางปู มาก่อน น้องมาบอกบุญว่าจะจัดงานบวชพระ ถวายพญานาคราช เราก็ชอบทำบุญอยู่แล้ว ก็ตกลงร่วมด้วยช่วยกัน ในช่วงเดือนตุลาคม ปีนี้ พี่จัดงานกฐินที่วัดป่าสว่างธรรม บ้านดอนกลอย จ.อุดรธานี พี่ก็จะจัดงานอุปสมบท ถวายพญานาคราชอีกครั้งบวชให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆให้กับคนที่มีจิตศรัทราที่อยากจะบวชจริงซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลงข่าวไปมีคนสนใจอยากบวชกันมาก แต่วัดที่ติดต่อไว้ไม่สามารถรับคนที่ศรัทธาได้มากขนาดนั้น พี่ก็เลยบอกกับคนที่โทรมาก่อนหน้านี้ว่าเดี๋ยวเดือนตุลาคมนี้เราจะไปบวชกันที่วัดป่าสว่างธรรม ที่อุดรธานีคนที่สนใจจะได้มีเวลาในการเตรียมตัว ส่วนบุญในครั้งนี้ พี่ก็เอาบุญมาฝากทุกคนนะ ขอให้อนุโมทนาบุญร่วมกัน"  เต๋า ภูศิลป์ - เจ๊หนึ่ง บางปู - นาง ศิริพร - เสี่ยวผิง   เต๋า ภูศิลป์ - นาง ศิริพร   นาง ศิริพร  

แจกความสดใส!! น้องวันใหม่ ฉายเดี่ยวออกงาน แม่เปรยเน้นเรื่องเรียนเป็นหลัก!!
น้องวันใหม่

นานๆ จะได้พบเจอกันตามงานอีเว้นท์สักครั้งสำหรับสาวน้อยขวัญใจบรรดาเฮียแห่งบ้าน ฉัตรบริรักษ์ อย่าง น้องวันใหม่ ที่ล่าสุดฉายเดี่ยวไปเป็นนางแบบรับเชิญวัยกระเตาะในงาน Grand Opening ONLY Studio เมื่อวานนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2560) บอกเลยว่างานนี้หนูวันใหม่แจกความสดใสให้กับผู้ที่มาร่วมงานไปแบบเต็มๆ และแม้จะไม่มีบรรดาเฮียๆ ทั้ง 3 มาร่วมงานด้วย เพราะได้ คุณแม่งามทิพย์ มาเป็นกำลังใจแล้ว แต่ก็ยังเห็นแฟนคลับตามมาเชียร์อัพอยู่ไม่น้อย ซึ่งเมื่อถามไถ่ถึงงานละครและค่าขนมของน้องวันใหม่ท้ายงานคุณแม่คนเก่งก็เปรยออกมาว่า.... "วันนี้เป็นงานของวันใหม่ไม่ใช่งานแม่ แม่แค่พามาค่ะ พอดีเหมือนน้องใกล้จะปิดเทอม เห็นว่าเป็นงานเด็กๆ เลยให้เขาลองมาดู เรื่องงานละครยังไม่มีค่ะ ถ้าเกิดมีติดต่อมาต้องดูก่อนว่าโรงเรียนเขายังไง ถ้าไม่สะดวกก็คงต้องเลือกเรียนหนังสือดีกว่า (ก่อนหน้านั้นมีเรื่องบัญชีของน้องวันใหม่?) คือจริงๆ แล้วมันไม่มีเลย บอยก็ไม่เคยมายุ่งเรื่องเงินน้อง คนที่ดูแลคือแม่ แล้วเรื่องที่ฝากแม่ก็ไม่รู้ว่าไปเอาเลขอะไรมาจากไหน บัญชีส่วนตัวของน้องไม่มี เพราะเด็กเปิดบัญชีไม่ได้ แต่แม่ก็เก็บเงินไว้ให้น้อง ส่วนของเขาแม่เก็บไว้ให้เขา (น้องทำงานเยอะอาจจะมีเงินในบัญชีเยอะ?) ไม่เยอะอะไรขนาดนั้นค่ะ ค่างานเด็กๆ เล็กๆ ค่าขนม ไม่รับงานเยอะมากเพราะกลัวกระทบผลการเรียนของน้อง น้องเปิดเทอมอยู่ ถ้างานค่ำก็จะไม่ได้รับ ส่วนใหญ่ตั้งแต่ไปโรงเรียนก็ไม่ได้รับงานแล้ว คือให้ความสนใจในเรื่องการเรียนมากกว่าค่ะ" แม่งามทิพย์กล่าว น้องวันใหม่ น้องวันใหม่ - คุณแม่งามทิพย์ น้องวันใหม่ น้องวันใหม่