หลักสิทธิมนุษยชน

10นักเตะที่น่าจับตามองที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้(ตอนแรก)
10นักเตะ /  จัดอันดับ / 

ใกล้เปิดฉากเต็มทนสำหรับ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 ทั้งหมด 20 ทีมที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนแต่เป้าหมายอาจแตกต่างกันไป บางทีมลุ้นหนีตกชั้นบางทีมลุ้นคว้าถ้วยแชมป์ ส่วนนักเตะก็ถูกคาดหมายว่าจะทำผลงานได้ดีหรือไม่ ทั้งที่เล่นได้ดีอยู่ก่อนแล้วและพวกที่ย้ายเข้ามาใหม่ และนี่คือ 10 นักเตะเด่นๆ ที่น่าจะถูกจับตามองมากที่สุดในซีซั่นนี้ ดิเอโก้ คอสต้า – เชลซี ศูนย์หน้าทีมชาติสเปนที่จะมาเบียด เฟอร์นันโด ตอร์เรส ไปนั่งสำรองและเป็นหน้าเป้าตัวหลักในทีมของ โฆเซ่ มูรินโญ่ ในฤดูกาลนี้ ด้วยการจบสกอร์ที่เฉียบขาด เขาช่วยพา แอตเลติโก้ มาดริด คว้าแชมป์ ลาลีก้า ฤดูกาลก่อนได้อย่างน่าเซอร์ไพรซ์ ต้องมาดูกันว่าเมื่อย้ายมาเล่นในอังกฤษซึ่งเป็นบอลคนละสไตล์กับในสเปน เขาจะยังยิงประตูได้ถล่มทลายเหมือนตอนอยู่กับทีมตราหมีหรือไม่ อเล็กซิส ซานเชซ - อาร์เซนอล ความหวังใหม่ในแนวรุกของ อาร์เซนอล เป็นนักเตะคนที่สองที่ อาร์เซน เวนเกอร์ กล้าทุ่มเงินมหาศาลซื้อมาร่วมทีมต่อจาก เมซุต โอซิล ด้วยลีลาการเล่นที่เร้าใจบวกกับทักษะความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม ซานเชซ จึงเป็นนักเตะที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ลุค ชอว์ – แมนฯ ยูฯ ย้ายมาร่วม ทีมปีศาจแดง ด้วยวัยแค่ 19 ปี ชอว์ ต้องแบกรับความกดดันครั้งใหญ่ว่าจะเล่นได้คุ้มกับค่าตัวเฉียด 30 ล้านปอนด์หรือไม่ แม้จะหมดสิทธิ์ลงประเดิมสนามเพราะอาการบาดเจ็บแต่ ชอว์ คือนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เชส ฟาเบรกาส – เชลซี ยอมหักหาญน้ำใจแฟน อาร์เซนอล ด้วยการย้ายมาทีมคู่อริตลอดกาลอย่าง เชลซี ในมุมของแฟนบอลกลุ่มหนึ่ง เชส ถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ แต่ชีวิตใหม่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง การร่วมทีมสิงห์บลูไปเหยียบถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ประจำฤดูกาลนี้เลย รอสส์ บาร์คลี่ย์ – เอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งดาวรุ่งพรสวรรค์ที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในฤดูกาลก่อน บาร์คลี่ย์ วัย 20 ปีลงสนามให้ เอฟเวอร์ตันไป 38 เกมในฤดูกาลก่อน ทำไปได้ทั้งหมด 7 ประตู เขาได้รับการคาดหมายว่า ในอีกไม่นานจะถูกทีมยักษ์ใหญ่ในอังกฤษทุ่มเงินมหาศาลซื้อไปร่วมทีมโดยมี แมนฯ ยูฯ และ เชลซี จับตามองอย่างใกล้ชิด

5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้นัดแรก
ปีศาจแดง /  ผีแดง / 

ออกตัวได้น่าผิดหวังตั้งแต่นัดแรกกันเลย สำหรับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของหลุยส์ ฟาน กัล ที่โชว์ฟอร์มในการแข่งขันจริงนัดแรก ได้ตรงกันข้ามกับ ฟอร์มในนัดอุ่นเครื่องแบบฟ้ากับเหว เมื่อประเดิมศึกพรีเมียร์ลีกด้วยการพ่ายแพ้ต่อ สวอนซี ซิตี้ 1-2  เรียกว่าเป็นการฉุดแฟนผีให้กลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริงอีกครั้ง หลังจากที่ฝันหวานกับช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ตอนอุ่นเครื่อง แต่อย่างน้อยความพ่ายแพ้น่าจะให้อะไรบ้าง มาดู 5 สิ่งที่ เร้ดส์ เดวิลล์ ได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้นัดแรก 1. หลุยส์ ฟาน กัล ไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมต้องใช้เวลา เช่นกันกับ หลุยส์ ฟาน กัล แม้จะเป็นกุนซือผู้โชกโชนประสบการณ์และอุดมไปด้วยแท็คติกขนาดไหน ก็ย่อมต้องใช้เวลาเปลี่ยนแปลงทีมให้ได้แบบที่ต้องการ โดยเฉพาะการนำแผนเซนเตอร์แบ็ค สามตัวมาใช้กับทีมที่เล่นกองหลัง 4 คนมาตั้งแต่ยังจำความได้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบครั้งใหญ่ หลายคนอาจจะมองว่า ช่วงปรีซีซั่น ก็ดูทุกคนเข้าใจกับแผนเป็นอย่างดี ต้องเข้าใจว่า การอุ่นเครื่องกับแข่งขันจริง มันคนละเรื่องกันเลย เพราะฉะนั้น ต้องให้เวลาผู้จัดการทีมปรับจูนทีมอีก 2.วิงแบ็คอาชีพคือ คีย์แมน ในระแบบ 3-5-2 ในระบบ 3-5-2 ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดคือ วิงแบ็ค เพราะต้องรับผิดชอบพื้นที่แนวยาวที่สุดของสนามแต่เพียงผู้เดียว แถมยังต้องรับผิดชอบทั้งรับและรุก เป็นได้ทั้งปีก และเป็นได้ทั้งแบ็ค จึงจะทำให้หมากนี้ของ ฟาน กัล สมบรูณ์แบบ แต่ดูจากการจัดทีมในนัดแรกแล้ว บอกได้เลยว่าไม่มีใครสอบผ่านซักคน (เกมส์รุกไม่มีบท เกมส์รับแทบไม่ได้ช่วย)  เจซี่ ลินการ์ด ยังอ่อนประสบการณ์ แอชลี่ย์ ยัง คืนฟอร์มเดิมยังก้มหน้าก้มตาเปิดเหมือนเดิม และ อัตนัน ยานาไซ ก็เล่นได้แต่เกมส์รุก จนสุดท้ายทีมต้องปรับหมากเพื่อความสมดุล ส่วนตัวจริงที่จะฝากผีฝากไข้อย่าง ลุค ชอว์ แบ็กค่าตัว 27 ล้านปอนด์และ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ก็ยังไม่พร้อม งานนี้อาจจะต้องเสริมตรงตำแหน่งนี้เพิ่มหากต้องการประสบความสำเร็จด้วยระบบนี้ 3.หมดเวลาสำหรับ ชิชาริโต้ และ มารูยาน เฟลไลนี่ ก่อนหน้านี้ ทั้งคู่มีชื่ออยู่ในโผที่จะโดนโละออกจากทีมมาตลอด แต่ยังได้รับโอกาสอยู่ สำหรับการออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงของดาวยิงเม็กซิกัน ในช่วงที่ โรบินฟานเพอร์ซี่ และ แดนนี่ เวลเบ็ค ยังไม่สมบรูณ์ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ ตัวเองได้เลย จนต้องโดนเปลี่ยนออกตั้งแต่จบครึ่งแรก ส่วน เฟลไลนี่ ก็ดูเหมือนว่า ได้รับโบนัส จากการพังประตูในเกมส์ปรีซีซั่นกับ บาเลนเซีย จนได้ลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ อันเดร์ เอร์เรร่า แต่ช่วงเวลา 20 กว่านาทีที่กองกลางทีมชาติเบลเยียมอยู่ในสนามแทบไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับทีมได้เลย แถมยังทำตัวเองให้เกือบงานเข้าเมื่อไปฟาดแขนให้ คี ซุง ยอง ยังดีที่กรรมการให้ฟาลว์ไปก่อน ดูแล้วเวลาของทั้งคู่น่าจะหมดแล้ว อย่าลืมชวน นานี่ ไปด้วย 4.ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ คือกำลังเสริมที่ดีแต่ไม่ใช่กำลังหลัก ถือเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และน่าประทับใจในช่วงปรีซีซั่นสำหรับ กองหลังดาวรุ่งวัย 20 ปีที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่เป็นเชาวชนอายุเพียงแค่ 8 ขวบ แต่การลงตัวจริง ในตำแหน่งกองหลัง 3 คนดูจะหนักหนาไปหน่อย สำหรับนักเตะที่ยังต้องการประสบการณ์ แถมยังไม่มีตัวเก๋าๆ คอยประคอง เพราะกองหลังอีก 2 คนอย่าง คริส สมอลลิ่ง และ ฟิล โจนส์ ก็ยังไม่เก๋าพอที่จะประคองน้องได้ เพราฉะนั้นแผงหลังสามคนคือ โจทย์อันดับต้นๆ ที่ กุนซือชาวดัตช์ต้องขบคิด และการซื้อกองหลังระดับที่มีคลาสเข้ามาเสริมทีมคือคำตอบเดียวเท่านั้น 5.เวนย์ รูนี่ย์ เหมาะสมกับปลอกแขนทุกประการ เชื่อเหลือเกินว่า วันที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สะกิดบอร์ดบริหารให้ซื้อตัว เจ้าหนูกองหน้า หน้าเปื้อนกระวัย 18 ปีจากเอฟเวอร์ตันด้วยการค่าตัวแพงระดับ 30 ล้านปอนด์ น่าจะต้องการ มากกว่ากองหน้าที่ผลิตสกอร์ได้เท่านั้น และในวันนี้ แม้การสวมปลอกแขนเดินนำลูกทีมลงสู่สนามอย่างเป็นทางการนัดแรก จะประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ แต่สิ่งที่ เวนย์ รูนี่ย์ แสดงให้เห็นเมื่อตอนอยู่ในสนาม แสดงถึงความมุ่งมั่น และทุ่มเท เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ ผู้จัดการทีมคนใหม่มอบให้ แม้ผลจะไม่เป็นอย่างหวัง แต่แฟนบอลย่อมรู้สึกได้ถึงความทุ่มเทที่มีให้

ขวัญใจคนจน ! สศค. เตรียมชง รบ.ใหม่ 'คืนภาษีคนจน'
กระทรวงการคลัง /  ข่าว / 

คนจนเตรียมเฮ สศค. เตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่ พิจารณา 'คืนภาษีคนจน' ระบุกระแสตอบรับจากสังคมดีกว่า 80% แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เตรียมนำเสนอโครงการ 'คืนภาษีคนจน' ให้กับรัฐบาลชุดใหม่พิจารณา โดยจะมีการคืนภาษีให้กับผู้มีรายได้ไม่เกิน 7 หมื่นบาทต่อปี โดยเงื่อนไขมีดังนี้ ผู้มีรายได้ 10,000 บาทต่อปี ได้โอนเงินภาษี 2,000 บาท รายได้ 20,000 บาทต่อปี ได้โอนเงินภาษี 4,000 บาท รายได้ 30,000 บาทต่อปี ได้โอนเงินภาษี 6,000 บาท รายได้ 40,000 บาทต่อปี ได้โอนเงินภาษี 4,800 บาท รายได้ 50,000 บาทต่อปี ได้โอนเงินภาษี 3,600 บาท รายได้ 60,000 บาทต่อปี ได้โอนเงินภาษี 2,400 บาท รายได้ 70,000 บาทต่อปี ได้โอนเงินภาษี 1,200 บาท ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในแนวทางในการปฏิรูปภาษี ซึ่งมี 3 เรื่องหลัก คือลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม และอำนวยรายได้ให้แก่รัฐบาล เบื้องต้นประเมินไว้ว่าการปฏิรูปภาษีครั้งนี้จะทำให้รายได้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท MThai News

ศรีสะเกษ ทุ่มหมดหน้าตักดึง ซาบิน่า ตบลูกยางไทยลีก
คาซัคสถาน /  ซาบิน่า / 

“เสี่ยโต้ง” สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ประธานสโมสรวอลเลย์บอลหญิงศรีสะเกษ วีซี ออกมาเผยถึงความคืบหน้าในการดึงตัว “นางฟ้าคาซัค” ซาบิน่า อัลตินเบโคว่า นักวอลเลย์สาวสวยวัย 18 ปี ทีมชาติคาซัคสถาน เข้ามาร่วมทีมสู่ศึกวอลเลย์บอลลีกไทยว่า การเจรจาดึงตัวนักตบสาวสายรายนี้ใกล้ได้ข้อยุติ ตนส่งเจ้าทีมงานเดินทางไปเจรจาเรื่องสัญญาอีกครั้งหนึ่ง วันที่ 22 ส.ค.นี้ น่าจะได้ความชัดเจนมากขึ้น “การเดินทางไปครั้งนี้จะประสานทั้งเอเยนต์ และผู้ปกครองของ ซาบิน่า หากได้ข้อสรุปจะได้เร่งดำเนินการวางแผนการทำทีมสู้ศีกวอลเลย์บอลลีก ฤดูกาล 2015 ดังนั้นกรอบเวลาในการเจรจาเรื่องสัญญากับ ซาบิน่า จะต้องได้ข้อสรุปก่อนสิ้นเดือนส.ค.นี้” “เสี่ยโต้ง” เผยต่อว่า ความหวังในการดึงตัว ซาบิน่า มาร่วมทีมมีถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เรายังหวังว่า นักตบสาวสวยวัย 18 ปีรายนี้จะตัดสินใจเด็ดขาดเลือกโชว์ฝีมือในประเทศไทย ส่วนตัวเท่าที่ได้พูดคุยกับ ซาบิน่า ให้ความสนใจเล่นให้กับศรีสะเกษ เพียงแต่มีอุปสรรค์เล็กน้อง เรื่องของผู้ปกครองที่มีความเป็นห่วงลูกสาว ดังนั้นเราจึงเพิ่มส่วนของค่าตัวขึ้น แต่ยังอยู่ในขอบเขตเลข 7 หลัก รวมทั้งเพิ่มค่าเหนื่อยให้อีก เพื่อเพิ่มแรงจูงใจ เพราะขณะนี้ทราบมาว่า ทีมวอลเลย์บอลในลีกฟิลิปปินส์ให้ความสนใจในตัวนักตบสาวสวยรายนี้ ทั้งพร้อมทุ่มเงินซื้อตัวไปเล่นลีกถิ่นตากาล็อกเช่นกัน ส่วนตัวเชื่อว่า ซาบิน่า จะเลือกเล่นวอลเลย์ลีกในไทย แต่ปัญหาคือ ความกังวลของผู้ปกครอง เรื่องความเป็นอยู่ของลูกสาว ซึ่งวัฒนธรรมจุดนี้คงใกล้เคียงกับสังคมไทย ที่พ่อแม่จะเป็นห่วงยามที่ลูกต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ทั้งนี้เราได้เตรียมแผนแก้ปัญหาไว้เบื้องต้น หากผู้ปกครอง ซาบิน่า จะเดินทางมาดูแลลูก เราพร้อมดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทุกด้าน เพื่อให้ผู้ปกครอง ซาบิน่า สบายใจที่สุด ทั้งนี้ผลงานทีมศรีสะเกษซีซั่น 2014 อยู่ระดับที่ดี หาก ซาบิน่า ตัดสินร่วมทีมเราน่าจะทำให้ทีมแกร่งขึ้น ทั้งยังสร้างสีสันให้วงการวอลเลย์บอลให้คึกคักขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน “เสี่ยโต้ง” กล่าวปิดท้าย

พรเพชร ประธาน สนช. ลั่นยึดหลัก นิติรัฐ-นิติธรรม ทำหน้าที่
ข่าววันนี้ /  พรเพชร วิชิตชลชัย / 

พรเพชร-สุรชัย-พีรศักดิ์ รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธาน และรองประธาน สนช.แล้ว ลั่นพร้อมทำหน้าที่ตามหลักนิติรัฐ-นิติธรรม ให้เกิดประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ขณะที่การประชุม สนช. ครั้งที่ 2 วันนี้ มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2558 เป็นอันดับแรก รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยในวันนี้ (18 ส.ค. 57) จะมีการพิจารณาวาระสำคัญเร่งด้วย เรื่องร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 วง เงิน 2,575,000 ล้านบาท ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้นำเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 58 ในวาระที่ 1 ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ก่อนการเปิดประชุม สนช. ได้มีการจัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช., นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 และนายพีรศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ที่ห้องรับรองพิเศษ ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 สำนักเลขาธิการวุฒิสภาด้วย ท่ามกลางสมาชิก สนช.ที่เข้าร่วมแสดงความยินดี หลังได้รับพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งไปเมื่อวานนี้ (17 ส.ค. 57) ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีประธานฯ และรองประธานฯ ได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 และสักการะพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระภูมิเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธ์ประจำรัฐสภา โดยนายพรเพชร กล่าวว่ารู้สึกยินดีที่ได้ทำหน้าที่ประธาน สนช. ตนจะทำงานโดยยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม จะทำหน้าที่เพื่อให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์ต่อไป ขณะที่นายสุรชัย กล่าวว่า จากนี้ สนช.จะเริ่มทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์การปกครองของประเทศไทย ตนยืนยันว่าพวกเราจะช่วยนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยอันแท้จริง ทางด้านนายพีรศักดิ์ กล่าวว่า ตนจะปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุด ตอนนี้ถือว่ากระบวนการทางกฎหมายสมบูรณ์แล้ว จึงขอฝากความหวังประชาชนว่า สนช.จะทำหน้าที่ให้เป็นที่น่าเชื่อพี่น้องประชาชน MThai news

นิพิฏฐ์ เชื่อ ทักษิณ ยังหวัง ดันกฎหมายนิรโทษกรรม
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

นิพิฏฐ์ เชื่อ ทักษิณ ยังหวัง ดันกฎหมายนิรโทษกรรม หลังยอมเล่นบทคนดีทำตามคำร้อง คสช. แนะประกาศให้ชัดเรื่องปฏิรูป หวังดึงคนจากหลากอาชีพเข้าร่วม สปช.  จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง แล้วปล่อยให้ คสช. ทำงานบริหารบ้านเมืองในช่วงนี้ รวมถึงยอมถอนฟ้องในคดีต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้งนั้น วันนี้ (18 ส.ค. 57) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังแสดงให้ คสช. เห็นว่าเป็นเด็กดี ยอมทำตามข้อเรียกร้อง แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เป็นเพียงการส่งสัญญาณเพื่อว่ารอเวลาดันกฎหมายนิรโทษกรรมอีกครั้ง เพราะขณะนี้ได้มีการนำเสนอประเด็นนี้ขึ้นมาอีก ทั้งนี้ตนคิดว่า การออกกฎหมายนิรโทษกรรมสามารถทำได้ แต่ต้องแยกประเภทของกลุ่มคดี ไม่ใช่เหมารวมเข่งทั้งหมด โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแยกออกให้เด็ดขาดเพราะไม่อย่างนั้นความวุ่นวายจะหวนกลับมาอีกแน่นอน "สังคมไทยเป็นสังคมที่ลืมง่าย ไม่เอาอดีตมาเป็นบทเรียน ประเทศไทยจึงไม่มีผิดไม่มีถูก คือผิดก็ทำให้ถูกได้ หรือถูกก็ทำให้ผิดได้ ไม่ยึดหลักกฎหมาย" ส่วนการสรรหาสมาชิสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. นั้น ตนอยากให้ คสช. ใช้อำนาจพิเศษในสถานการณ์พิเศษ ประกาศเลยว่า จะปฏิรูปเรื่องใด ด้านใดบ้าง เพื่อที่จะให้ผู้คนจากหลากหลายอาชีพประเภท ดี เด่น ดัง เข้ามาทำหน้าที่มากขึ้น สปช. จะได้มีความหลากหลาย MThai news

'พรเพชร' รับสนองพระบรมราชโองการ นั่งปธ.สนช.แล้ว
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

พรเพชร-สุรชัย-พีรศักดิ์ รับสนองพระบรมราชโองกาฯ ประธาน และรองประธาน สนช.แล้ว ลั่นพร้อมทำหน้าที่ตามหลักนิติรัฐ-นิติธรรม ให้เกิดประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ขณะที่การประชุม สนช. ครั้งที่ 2 วันนี้ มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2558 เป็นอันดับแรก รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยในวันนี้ (18 ส.ค. 57) จะมีการพิจารณาวาระสำคัญเร่งด้วย เรื่องร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 วง เงิน 2,575,000 ล้านบาท ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้นำเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 58 ในวาระที่ 1 ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ก่อนการเปิดประชุม สนช. ได้มีการจัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช., นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 และนายพีรศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ที่ห้องรับรองพิเศษ ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 สำนักเลขาธิการวุฒิสภาด้วย ท่ามกลางสมาชิก สนช.ที่เข้าร่วมแสดงความยินดี หลังได้รับพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งไปเมื่อวานนี้ (17 ส.ค. 57) ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีประธานฯ และรองประธานฯ ได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 และสักการะพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระภูมิเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธ์ประจำรัฐสภา โดยนายพรเพชร กล่าวว่ารู้สึกยินดีที่ได้ทำหน้าที่ประธาน สนช. ตนจะทำงานโดยยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม จะทำหน้าที่เพื่อให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์ต่อไป ขณะที่นายสุรชัย กล่าวว่า จากนี้ สนช.จะเริ่มทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์การปกครองของประเทศไทย ตนยืนยันว่าพวกเราจะช่วยนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยอันแท้จริง ทางด้านนายพีรศักดิ์ กล่าวว่า ตนจะปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุด ตอนนี้ถือว่ากระบวนการทางกฎหมายสมบูรณ์แล้ว จึงขอฝากความหวังประชาชนว่า สนช.จะทำหน้าที่ให้เป็นที่น่าเชื่อพี่น้องประชาชน MThai news

ช็อค! โทนี่ พูลิส แยกทางพาเลซก่อนเปิดสนามกับปืน 48 ชั่วโมง มอยส์ เต็งเสียบ
คริสตัล พาเลซ /  ปืนใหญ่ / 

คริสตัน พาเลซ ทีมในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เจอข่าวช็อคก่อนที่จะลงประเดิมสนามในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่กับ อาร์เซน่อล ไม่ถึง 48 ชั่วโมง เมื่อ โทนี่ พูลิส ผู้จัดการทีมตัดสินใจไขก๊อกโบกมือลาสโมสร โดยสื่อรายงานว่า อดีตผู้จัดการทีมสโต๊ค ซิตี้ ตัดสินใจ แยกทางกับสโมสร เพราะไม่พอใจนโยบายเรื่องการซื้อตัวนักเตะ ของ สตีฟ แพริซ ประธานสโมสร โดย ดิอีเกิ้ล ได้นักเตะมา 4 รายในซัมเมอร์นี้ ประกอบด้วย เบรเด้ ฮันเกลันด์, เฟร์เซอร์ แคมเบล, คริส แคทติ้ง และรายล่าสุด มาร์ติน เคลลี่ จากลิเวอร์พูลที่เพิ่งจะเปิดตัว ไปสดๆร้อนๆ แต่สโมสรก็ยังพลาดนักเตะที่เป็นเป้าหมายหลักไปหลายคน เช่น สตีเว่น คอลเกอร์, กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน สำหรับ พูลิส เข้ามารับงานคุมทีม คริสตัน พาเลซ ในช่วงปลายฤดูกาลก่อน และสามารถพาทีมรอดตกชั้นแถมจบอันดับที่ 11 ในวันเสาร์นี้ที่ทีมจะพบกับ อาร์เซน่อล จะใช้ คีธ มิลเลน ผู้ช่วยของ พูลิส ทำหน้าที่แทนไปก่อน โดยรายงานเพิ่มเติมว่า เดวิด มอยส์ อดีตผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังว่างงานอยู่ เป็นตัวเต็งที่จะมาเป็นนายใหญ่ในถิ่น เซลเฮิสต์พาร์ค คนต่อไป

ประวัติ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. คนใหม่
ข่าววันนี้ /  ประวัติ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง / 

ประวัติ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร. คนใหม่ คนที่ 10 ผลงานการจับกุมในคดีความมั่นคงหลายคดี โดยเฉพาะคดีหมิ่นเบื้องสูง ที่ทาง คสช.กำชับเป็นคดีหลัก พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2497 มีภรรยาชื่อ นางพจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง และมีบุตรร่วกัน 1 คน คือ นางสาว ชมกลม พุ่มพันธุ์ม่วง (น้องเอ๋ย) ด้านการศึกษาของ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง - หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร - ปริญญาโท รัฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยปูนา จากอินเดีย - โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.รุ่น 31) - โรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.รุ่นที่15) - มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนิตยานุกูล จ.พระนครศรีอยุธยา ตำแหน่งและ หน้าที่การงานของ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง 20 สิงหาคม 2557 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 1 ตุลาคม 2555 รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและ กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง 18 พฤศจิกายน 2554 ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ 1 ตุลาคม 2551 ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 31 พฤษภาคม 2551 ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 7 กุมภาพันธ์ 2551 จเรตำรวจ (สบ 8) 30 พฤศจิกายน 2549 ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน) 1 ตุลาคม 2549 ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่ประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย) 1 ตุลาคม 2547 รองจเรตำรวจ 1 ตุลาคม 2546 ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 11 พฤศจิกายน 2545 ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานแผนงานและงบประมาณ 1 ตุลาคม 2544 ผู้บังคับการ กองแผนงาน 2 14 ตุลาคม 2542 ผู้บังคับการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2542 รองผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมือง 1 16 ธันวาคม 2540 รองผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 4 พฤศจิกายน 2540 กรรมการองค์การสวนสัตว์ 25 ตุลาคม 2539 รองผู้บังคับการชุดตรวจงานอำนวยการ ส่วนตรวจราชการ 1 สำนักงานจเรตำรวจ 1 มีนาคม 2538 ผู้กำกับการกองวิชาการ 16 ธันวาคม 2532 รองผู้กำกับการ (ทำหน้าที่นายตำรวจปฏิบัติราชการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน) สำนักงานกำลังพล ตำแหน่งอื่นๆ : - เลขาธิการสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย - นายกสมาคมศิษย์เก่า โรงรียนท่าเรือนิตยานุกูล จ.พระนครศรีอยุธยา 1 ตุลาคม 2555 กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง 15 ธันวาคม 2552 กรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 3 กุมภาพันธ์ 2552 กรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 20 มกราคม 2552 กรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 20 มกราคม 2552 กรรมการการประปาส่วนภูมิภาค 29 เมษายน 2551 กรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 22 เมษายน 2551 กรรมการการประปาส่วนภูมิภาค 14 มิถุนายน 2548 กรรมการองค์การคลังสินค้า

หุ้นไทยวันนี้ลุ้นทดสอบ 1,550 จุด แนะสะสม
ดัชนีตลาดหุ้นไทย /  ตลาดหุ้นไทยวันนี้ / 

โบรกฯ คาดดัชนีหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นไปทดสอบที่ 1,550 จุด จากปัจจัยบวกภายในประเทศ แต่ยังคงมีปัจจัยภายนอกกดดัน บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า ดัชนีฯหุ้นไทยวันนี้ มีโอกาสที่จะแกว่งตัวขึ้นทดสอบที่ระดับ 1,550 จุด จากปัจจัยบวกภายในที่สนับสนุน แต่จะสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้หรือไม่นั้น ต้องจับตาปัจจัยภายนอกที่ยังไม่ชัดเจนนัก ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในยูเครน ที่กองทัพยูเครนโจมตีขบวนรถถังและรถช่วยเหลือของรัสเซียที่รุกล้ำดินแดน ส่งผลความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และอีกปัจจัยคือนักลงทุนรอความชัดเจนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ เช่นรายงานประชุมเฟดจากครั้งวันที่ 30 ก.ค. และถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่วนปัจจัยบวกหลักยังเป็นปัจจัยในประเทศ เช่น ในวันนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จะพิจารณางบประมาณ 2558 และภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ค่อนข้างแน่นอน จึงแนะถือหุ้นหรือสะสมต่อ MThai News

แฉ! ผักผลไม้ขึ้นห้างรับรองมาตรฐาน Q สารพิษอื้อ
ผักผลไม้ขึ้นห้างสารพิษอื้อ /  มาตรฐาน Q / 

นายพชร แก้วกล้า ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยผักผลไม้เกินครึ่งที่จำหน่ายอยู่ทั่วไป มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่  วานนี้(19ส.ค.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ร่วมกับศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อและเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) มูลนิธิชีววิถี ร่วมแถลงเฝ้าระวังสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผักผลไม้ เปิดผลทดสอบคุณภาพผักผลไม้ประจำปี2557ตรามาตรฐานสินค้าเกษตรน่าเชื่อถือแค่ ไหน โดย นายพชร แก้วกล้า ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเปิดเผยว่าจากการสุ่มเก็บตัวอย่างผักผลไม้ เพื่อเฝ้าระวัง 2 รอบ หาสารเคมีตกค้างปีนี้ ได้สุ่มตรวจเดือนมี.ค.และพ.ค.เก็บตัวอย่างผักผลไม้จาก 5 จังหวัด กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่นและยโสธร รวม118ตัวอย่าง ในรอบแรก สุ่มตรวจผักผลไม้ที่จำหน่ายในกรุงเทพเมื่อวันที่13 มี.ค.2557จากแหล่งซื้อ2แหล่งหลักคือ 1.ห้างค้าปลีกชื่อดังขนาดใหญ่แบ่งเป็นผักทั่วไปและผักที่ได้รับรองมาตรฐาน Q และ 2.ตลาด แบ่งเป็นตลาดสดและตลาดค้าส่งรวมทั้งเพิ่มตลาดใน จ.ขอนแก่น เพื่อขยายงานเฝ้าระวังไปยังภูมิภาคและได้สุ่มตรวจรอบ 2 ที่จ.เชียงใหม่ ยโสธร และสงขลา ส่วนชนิดผักผลไม้ที่สุ่มตรวจได้แก่คะน้า ถั่วฝักยาว พริก ผักชี กะเพรา ส้ม สตรอเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ฝรั่งและแตงโม จากผลการวิเคราะห์สารเคมีกำจัดศัตรูพืช พบว่าผักผลไม้เกินครึ่งหนึ่งที่จำหน่ายอยู่ทั่วไป คิดเป็น 55.9% มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ พบการตกค้างที่เกินมาตรฐาน MRL หรือ ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดที่กำหนดในสินค้าเกษตรของไทยมากถึง 46.6% ด้าน น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงาน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าวว่าเมื่อจำแนกตามประเภทแหล่งจำหน่ายพบว่า ผักผลไม้ที่พบการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากสุด คือ ผักผลไม้ที่ได้ตรารับรองมาตรฐาน Q ที่พบการตกค้างมากถึง 87.5% และเกินมาตรฐาน MRL 62.5% รองลงมา คือ ผักผลไม้ที่จำหน่ายในห้างค้าปลีก ส่วนแหล่งที่พบผักผลไม้เกินมาตรฐาน MRL น้อยที่สุดกลับเป็นตลาดทั่วไป โดย ผลผลิตที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุดคือ ส้มสายน้ำผึ้งที่พบการตกค้างถึง 100% ฝรั่ง 69.2% แอปเปิ้ล 58.3% คะน้า 53.8% กะเพรา สตรอว์เบอร์รี่ และส้มจีนชนิดละ 50% ถั่วฝักยาว 42.9% ผักชี 36.4% MThai News ขอบคุณข้อมูลจากรายการ Midday Delivery  ช่อง3

แมน สวีท ใบเตย ถี่ยิบ
ใบเตย อาร์สยม /  ดีเจแมน พัฒนพล

หวานฉ่ำ หวานเลี่ยน หวานเว่อร์จริงๆ เจ้าค่ะ สำหรับความรักของนักร้องลูกทุ่งนุ่งสั้น ใบเตย อาร์สยาม กับหนุ่มมาดแบดบอย แมน พัฒนพล คู่นี้รักจัดหนักไม่แคร์โลกไม่แคร์สื่อ เจอกระแสแอนตี้โดนด่าโซเชียลแทบแตกก็ยังบ่ยั่น หวานกันให้ชะนีเก้งกวางได้อิจฉา ล่าสุดควงคู่บินไปโน่นร่อนมานี่ถี๊ถี่เยี่ยงบ่าวสาวข้าวใหม่ปลามัน จุดนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เห็นทั้งคู่ใส่ชุดบ่าวสาวในงานวิวาห์ที่เคยเปรยๆ ไว้ว่าจะมีขึ้นหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ หนุ่มแมนคุ้มเกินคุ้ม เรียกว่าหากยกขันหมากไปขอจริง สินสอดเท่าไรก็ไม่ขาดทุน เพราะทุกวันนี้หนุ่มเจ้าใช้งานหนัก โกยกำไรจากหนูใบเตยคุ้มค่าสินสอดฝุดๆ อ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล ใช้งานหนัก โกยกำไรที่ว่าน่ะ หมายถึงใช้ความรัก โกยความเอาใจใส่จากสาวนุ่งสั้นเกินคุ้มต่างหาก ไม่เชื่อก็ดูความหวานที่ทั้งคู่สาดใส่กันแบบเรี่ยราดนี่สิ เว่อร์เวินเสียจนอดอิจฉาไม่ได้ ไปไหนมาไหนมีกันตล๊อด...ตลอด แบบเนี้ยหนุ่มแมนทุ่มสินสอดไปขอกี่หลัก ก็คอนเฟิร์มว่าไม่ขาดทุนแน่นอนจ้าาา...อิอิ ใบเตย-แมน ใบเตย-แมน ใบเตย-แมน

นิพิฏฐ์ ชี้ธรรมศาสตร์ ไร้มนตร์ขลัง หมดความหวังเปลี่ยนสังคม
ข่าววันนี้ /  นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ / 

ส.ส.ประชาธิปัตย์ นิพิฏฐ์ อินทรสมับติ โพสต์ ธรรมศาสตร์ หมดแล้วซึ่งมนตร์ขลัง  ความหวังเปลี่ยนสังคม หลังบุคลากรในมหาวิทยาลัยเอาแต่ก่นด่ากันเอง แต่ไม่เคยเดินนำทำเพื่อชาติ วานนี้ (20 ส.ค. 57) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นถึงบทบาทและหน้าที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไร้ซึ่งมนตร์ขลัง หมดแล้วความหวังในการเปลี่ยนแปลงสังคม โดยระบุว่า ธรรมศาสตร์ที่เปลี่ยนไป -อดีตของธรรมศาสตร์ในการต่อสู้เพื่อสิทธิ-เสรีภาพ และความเป็นประชาธิปไตย หายไปเกือบหมดสิ้นแล้ว แนวรบด้านนี้ของธรรมศาสตร์ถอยร่นเข้าไปอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่กล้าถือธงนำนอกมหาวิทยาลัยอีกต่อไป เราจึงเห็นเพียงรามคำแหง หรือ อาชีวะ ที่เป็นผู้ถือธงนำในสังคม แม้เพียงเดินตามอยู่ปลายแถวก็เกือบไม่เห็นเงาของนักศึกษาธรรมศาสตร์ -เมื่อครั้งที่พรบ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าสู่การพิจารณาของสภาในชุดที่แล้ว มีผู้ขอเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็น"มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง" ผมเป็นคนคัดค้านเพราะไม่เห็นความเป็น"การเมือง"ของธรรมศาสตร์หลงเหลืออยู่อีกแล้ว ธรรมศาสตร์ จึงไม่คู่ควรต่อท้ายกับคำว่า"การเมือง"อีกต่อไป -แต่แนวรบภายในมหาวิทยาลัยยังคงคึกคัก หยุมหยิม จุกจิก มีข่าวออกมาให้กวนใจอยู่เสมอ ความยิ่งใหญ่ของธรรมศาสตร์เหลือเพียงกล้าให้ใช้สถานที่แสดงละครดูหมิ่นสถาบันหลักของชาติเท่านั้น ความกล้าของอาจารย์ธรรมศาสตร์เหลือเพียงเสียดสีกันเอง ความกล้าของนักศึกษาก็เหลือเพียงแอบนำกระดาษ เอ4 มาปิดในเวลาวิกาลด่ากันเองเท่านั้น พฤติกรรมเหล่านี้นับวันจะทำให้อาจารย์และนักศึกษาอ่อนแอลงจนถึงพิการ ทางจิตวิญญาณในวันข้างหน้า ธรรมศาสตร์จึงเป็นเพียงสังคมที่นั่งชื่นชมและกินบุญเก่าจากอดีตเท่านั้น ไม่ใช่ความหวังในการเปลี่ยนแปลงสังคมอีกต่อไป (ที่เขียนนี่เพราะเคยได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของคณะรัฐศาสตร์ เดี๋ยวจะมีคนหาว่ามายุ่งอะไรกับธรรมศาสตร์) ซึ่งที่เขียนถึงธรรมศาสตร์ ไม่มีเจตนาทำร้าย หรือ ทำให้ธรรมศาสตร์เสียหาย เพราะไม่มีใครทำร้ายธรรมศาสตร์ได้ เว้นแต่ธรรมศาสตร์จะทำร้ายตัวเอง ดังคำกล่าวสนิมเกิดแต่เนื้อในตน เพียงขอให้ทบทวนบทบาทที่ผ่านมา เลิกทำเรื่องจุกจิก วันๆ เห็นแต่มีข่าวว่ารวมหัวกันวางพวงหรีดและวิพากษ์ตำหนิอธิการบดีของตัวเอง โดยมิได้หันมามองว่าประเทศกำลังเผชิญอยู่กับปัญหาอะไร ซึ่งในความจริงธรรมศาสตร์มีศักยภาพพอที่จะแบกทุกข์และปัญหาของประชาชนได้แต่เสียดายมิได้ทำตามศักยภาพที่มี -การมีความเห็นต่างและการ ประกาศความคิดของตัวเองอย่างเปิดเผย เช่น กรณีอาจารย์กิตติศักดิ์ และ อาจารย์วรเจตน์ เป็นเรื่องที่ปัญญาชนกระทำกันและควรสรรเสริญไม่ควรดูแคลน แต่การกระทำที่จุกจิก มิใช่เรื่องที่ปัญญาชนและนักศึกษาควรกระทำ หากธรรมศาสตร์ได้รวมตัวใช้ศักยภาพที่มีหันมามองและแก้ปัญหาสังคมธรรมศาสตร์ก็จะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนอดีตที่ผ่านมา MThai news

ไอศครีมกูลิโกะ บุกไทยเงียบๆขายเรียบใน1ชั่วโมง
กูลิโกะประเทศไทย /  ข่าววันนี้ / 

ตลาดไอศครีมค้าปลีกตื่นตัว เมื่อ ไอศครีม กูลิโกะ ต้นตำหรับญี่ปุ่นบุกไทย สร้างความประหลาดใจผู้บริโภคไทยด้วยราคา เพียง 20-25 บาท กับคุณภาพระดับ Made in Japan ปัจุบันตลาดไอศครีมค้าปลีกในไทย  มีมูลค่ารวมเกือบ 2,000 ล้านบาท โดยผู้นำตลาดคือ วอลล์ รองลงมาคือ เนสเล่ และ แมกโนเลีย ล่าสุดได้มีเจ้าตลาดจากญี่ปุ่นได้ลงมาลองตลาดประเทศไทยเเล้วนั่นก็คือ ไอศครีม กูลิโกะ โดยได้นำร่องวางตู้ตามร้านโชห่วยหรือมินิมาร์ทเล็กๆตามชานเมืองก่อนเพื่อดูผลตอบรับจากลูกค้าในระยะเวลา 3เดือน จากเเหล่งข่าวเเจ้งมาว่าการเข้ามาจำหน่ายในครั้งนี้ "เป็นการนำเข้ามาขายโดยสำนักงานใหญ่จากญี่ปุ่นเองโดยตรง ทางไทยกูลิโกะ ไม่ทราบข้อมูลเรื่องการจำหน่ายทั้งหมด" รู้เพียงเเค่ตอนนี้เป็นเพียงการทดลองสินค้าเเละหาข้อมูลว่าลูกค้าสามารถเข้าถึง ไอศครีม กูลิโกะ ได้อย่างไรเเละมีการเเชร์เรื่องราวของสินค้าต่อๆกันไปในทิศทางใดเพื่อให้ได้ทราบว่า ไอศครีม กูลิโกะเหมาะกับตลาดประเทศไทยมากน้อยเพียงใด ซึ่งไอศกรีมทั้งหมดที่นำมาทดลองจำหน่ายเป็นการนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งหมด เเละจะนำร่องร้านค้าปลีกเล็กๆในเขต ชานเมืองอย่าง บางนา ปทุมธานี รังสิต เเละล่าสุด สมุทรปราการ  ซึ่งหลังจากเรื่องนี้ได้กระจายออกไปในวงกว้างเเละได้มีการเเชร์เรื่องราวนี้กันในกระทู้พันทิปไม่นาน ไอศครีม กูลิโกะ ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ ขายหมดตู้ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง สร้างความงงให้กับพ่อค้าเเม่ค้าร้านมินิมาร์ทเป็นอย่างมาก เพราะบางคนถึงขนาดเหมาทุกรสชาติ 10-20 ชิ้น โดยจากการสังเกตจะเห็นได้ว่านี่คือการโฆษณาเเละตั้งข้อสงสัยได้ว่าลูกค้าจากเขตอื่นๆสามารถไปร้านที่จำหน่ายถูกได้อย่างไร ทั้งที่บริษัทไม่ได้ทำการประกาศจุดจำหน่ายหรือเบอร์โทรใดๆเลย โดยไอศครีมที่นำมาจำหน่ายจะเเบ่ง เป็น 3 เเบบ 2 ราคา 20 บาท และ 25 บาท เรียกได้ว่าถูกใจคนไทย ราคาประหยัดคุณภาพญี่ปุ่น จึงไม่น่าเเปลกใจเลยที่ ไอศกรีม กูลิโกะ จะขายดีหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ใครสนใจสามารถตามไปได้ตามพิกัดที่สมาชิกในพันทิปเเนะนำมาได้ - หลักๆจะกระจายตามร้านโชห่วยเเละมินิมาร์ท ปทุมธานี เยอะที่สุด เพราะใกล้โรงงาน กูลิโกะ - ร้านมินิมาร์ทชั้นใต้ดินเซียร์รังสิต ตรงข้ามร้านวัตสัน - ใกล้ ซอย ร่มเย็น ตำบล บางแก้ว อำเภอ บางพลี จังหวัด สมุทรปราการ 10540 - บางนา คอนโดศุภาลัยปาร์ค ศรีนครินทร์ มีอยู่ที่มินิมาร์ท ตึกA     ที่มา www.pantip.com เรียบเรียง MThai News

คลิปคนพิการเซ็ง! รถคนปกติเเย่งที่จอดเเละออกรถ
คลิปเด็ด /  ที่จอดรถคนพิการ / 

คลิปคนพิการนั่งรถเข็นขับรถมาเองเซ็ง เจอคนปกติมาจอดรถที่สำหรับคนพิการไม่พอยังจอดไม่เหลือพื้นที่ให้คนพิการขึ้นรถได้อีกด้วย เมื่อวานนี้ ( 18 ส.ค. ) สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ค ที่จอดรถคนพิการ ได้มีการโพสต์คลิปของตนเองในกลุ่มที่พูดถึงการขึ้นรถของตนเองอย่างลำบากแล้วจากคลิปจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีรถเก๋งอีกคันได้จอดในพื้นที่ของคนพิการซึ่งไม่สามารถทำให้คนพิการที่นั่งรถเข็นเเละขับรถมาเองขึ้นรถได้ตามปกติ "โดยในหลักความเป็นจริงเเล้วพื้นที่จอดรถของคนพิการจะต้องเหลือพื้นที่เพิ่มที่จะให้คนพิการเข็นรถตัวเองเพื่อที่จะขึ้นรถได้ด้วย " ซึ่งจากคลิปจะเห็นได้ว่ามีคุณผู้หญิงอีกคนช่วยขับรถออกจากที่จอดให้ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเลยว่า " จะเกิดอะไรถ้าคนพิการไม่มีใครอยู่ช่วยขับถรออกจากที่จอดให้ " เพียงเพราะคนไร้วินัยจอดไม่ถูกที่เเละไม่นึกถึงคนอื่น "ตอนกลับบ้าน14.45น เจอผู้จอดรถไร้จิตสำนึกที่คนปกติชอบเบียดเบียนที่จอดรถคนพิการแล้วทำให้คนพิการขึ้นรถลำบาก ร ป ภ บอกห้ามจอดแต่อ้างจอดกินข้าวแป๊ปเดียวๆของท่านทำคนอื่นเดือดร้อน" ทีมา Facebook / Jinda Nuanlaong 

เจ๊ฉอด งัดหลักฐานโชว์! โต้จัดฉากเมคเรื่องคุณแอร์
เจ๊ฉอด สายทิพย์ /  คลับฟรายเดย์ / 

ดีเจรุ่นใหญ่ เจ๊ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ออกโรงเคลียร์ด้วยตัวเอง หลังถูกตั้งประเด็นว่าจงใจจัดฉากเมคเรื่องราว ใน club friday the series ตอน "หรือรักแท้จะแพ้ความต้องการ" โดยเนื้อเรื่องอ้างเป็นของ คุณแอร์ คลับฟรายเดย์ ที่เปิดเพจFB โดยนำรูปของ คุณแอร์ อีกคนหนึ่งมาใช้จนกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่แท้จริงยังไม่มีการยืนยันว่าเพจดังกล่าวเป็นของ คุณแอร์ คลับฟรายเดย์ จริงหรือไม่!?! เดือดร้อน เจ๊ฉอด ต้องเคลียร์พร้อมหลักฐาน โต้จัดฉาก!! ยืนยันรายการไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องเอง เพราะฟีดแบ็กดีอยู่แล้ว คอนเฟิร์ม คุณแอร์ เจ้าของเรื่องมีตัวตนจริง!!! เจ๊ฉอด เผยก่อนหน้านี้ยอมรับว่าตนสั่งเบรค คุณแอร์(เจ้าของเรื่อง) งดทำเพจเฟสบุ๊ค แต่ภายหลังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายดำเนินการจัดทำหรือไม่อย่างไร และใช้รูปคนอื่นแทนอาจเพราะไม่ต้องการเปิดเผยหน้าตาตัวเอง ปฏิเสธไม่ขอรับผิดชอบกรณีที่ คุณแอร์ (อ้างเป็นเจ้าของรูป) ออกมาเรียกร้องให้รายการรับผิดชอบที่ทำให้เสียชื่อเสียง วอนแฟนๆ รายการอย่าเหมารวมว่าคลับฟรายเดย์เป็นคนผิดในทุกๆ เรื่องที่กล่าวมา... "กับเรื่องที่เกิดขึ้นก็อย่างที่ทราบ คือคลับฟรายเดย์จะเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้คนฟังของเราโทรเข้ามา เพื่อเล่าเรื่องในประเด็นที่เราตั้งขึ้นมาในแต่ละวันศุกร์กับเรื่องราวที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในความรักความสัมพันธ์แล้วเราได้นำเรื่องราวเหล่านั้นมาตอบกันในรายการ โดนมีพี่ฉอดพี่อ้อยเป็นพิธีกร อาจจะมีคนฟังของเราที่แสดงความคิดเห็นต่างๆ นานากันเข้ามา ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราทำคลับฟรายเดย์กันมา9 ปี เกือบ 10 ปีแล้ว" "เพราะฉะนั้นมีเรื่องราวมากมายในแต่ละวันศุกร์ และผู้คนที่ส่งเรื่องและแสดงความคิดเห็นเยอะมาก เพราะเราเปิดโอกาสรับเรื่องในทุกๆ ด้านแล้วเราก็มีทีมงานที่จะคุยเพื่อเช็คความแน่ใจว่าคนที่โทรมานี้มีเรื่องราวอย่างไรและเรื่องราวเหล่านั้นมีประเด็นสำคัญอย่างไร วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของรายการคลับฟรายเดย์คือเรามีความตั้งใจที่จะให้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นเคสสตัสดี้ คือถ้ามันเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้น พี่อ้อยพี่ฉอดจะตอบว่าอะไร คนที่โทรศัพท์เข้ามาคุยในรายการจริงๆ มีจำนวนไม่เยอะ ศุกร์นึงประมาณ 10 สาย" "แต่คนที่ดูคนที่ฟังอยู่มีจำนวนมากมายที่เราคำนึงถึงว่าเขาจะสามารถเอาเรื่องราวเหล่านี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตจริงของเขาได้อย่างไรอันนั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด ตอนนี้มีหลายๆ คนพยายามตั้งประเด็นว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง หลอกลวงอะไรต่างๆ นานาก็ตามพี่อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้ว โดยขบวนการของการโทรศัพท์เข้ามา มันไม่ใช่แค่ว่าโทรเข้ามาปุ๊บแล้วจะได้ออกอากาศเราก็มีกระบวนการในการกลั่นกรองพูดคุยจำนวนนึง" "แต่ยังไงก็ตามแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวมั้งหมดที่เข้ามามันจะต้องถูกคงตรวจสอบชนิดว่าเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็น เนื่องมาจากว่าเราไม่ได้บอกว่ามันต้องเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็น แต่เราสนใจว่ามันเป็นประเด็นที่มีประโยชน์กับคนฟังคนดูของเราหรือเปล่า อันนั้นคือประเด็นสำคัญที่สุด แต่ยังไงก็ตามแต่คนที่ทำงานตรงนี้ อย่างพี่ฉอดเองที่เป็นคนที่ทำรายการคลับฟรายเดย์มาเป็นสิบปี เราพอจะฟังจากการคุยอะไรต่างๆ นานาได้ว่าเรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วเราคิดกันไปก่อนแล้วว่าเรื่องมันจริงหรือไม่จริง เราคิดกันก่อนที่เรื่องมันจะออกอากาศมาเสียอีกเราสกรีนกรั่นกรองกันมาก่อนแล้ว แต่อย่างที่บอกค่ะว่า เวลาเรามาเล่าเรื่องแบบนี้กันเรายังไม่สามารถบอกได้ว่ามันจริงหรือไม่จริงร้อยเปอร์เซ็น" "เพราะฉะนั้นมันอาจจะเป็นมุมมองของคนที่เล่า เพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้นอาจจะมีตัวละครหลายตัวก็จริง แต่คนที่โทรเข้ามาเขาเล่าในมุมมองของเขาเพราะฉะนั้นมันก็อาจจะเกิดการคลาดเคลื่อนเพราะว่ามองมุมไหนมันก็ต้องเป็นแบบที่มองในมุมของตัวเอง พอเรามาจับประเด็นกันว่ามันจริงหรือไม่จริงพี่ก็เลยรู้สึกว่าเราอย่าลืมวัตถุประสงค์หลักของรายการก่อน และถ้าถามว่ารายการจำเป็นต้องเมคไหม บอกได้เลยว่าไม่ขำเป็นเพราะเรื่องที่เข้ามาในทุกวันศุกร์มันมีเยอะมากแล้วออกอากาศจริงไม่ถึงสิบสาย" "ดังนั้นมันไม่มีความจำเป็นต้องเมค หลังจากเรื่องนี้ออกอากาศไปมันมีกระแสความรุนปรงของเรื่องนี้ออกมามากมายจนถึงวันนี้ก็ยังมีหลายคนที่บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้แต่ประเด็นนี้ ถามว่าเรื่องนี้แรงไหม แรงค่ะ แต่มันมีเรื่องแรงกว่สนี้เกิดในสังคมเรามากมายถามว่าเรื่องราวของคุณแอร์มันประหลาดมหัศจรรย์ถึงขั้นจะเป็นไปไม่ได้เลยไหมมันก็ไม่ใช่ มันเป็นเพียงเคสที่รุนแรงเคสหนึ่งเท่านั้นเอง "อย่างที่บอกว่าคุณแอร์ไม่ได้โทรเข้ามาเพื่ออยากดังหรืออยากออกอากาศ จริงๆ เขาไม่ได้พูดถึงการออกอากาศใดๆ เลย เขาส่งเรื่องของเขาเข้ามาทางเฟสบุ๊คของพี่อ้อย เพื่อปรึกษา ซึ่งเป็นงานปกติที่พี่ฉอดกับพี่อ้อยทำอยู่ทุกๆ วัน เพื่อปรึกษาเพื่อให้เราเป็นที่พึ่ง จะมีการคุยกันระหว่างคุณแอร์กับพี่อ้อยตั้งแต่วันที่ 3 มค. ที่ผ่านมา เขาเล่ามาว่าเรื่องเป็นอย่างไรแล้วพี่อ้อยก็ให้คำแนะนำต่างๆ อยู่ระยะเวลาหนึ่ง" "จนพี่อ้อยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ พี่อ้อยเลยมาคุยกับพี่ฉอดและทีมงานว่าเคสนี้น่าสนใจ เราติดใจตรงประเด็นที่ว่าคุณแอร์เขาเจอเหตุการณ์ขนาดนี้แล้วแต่เขาก็ไม่ทำแท้ง เขาไม่ฆ่าตัวตายเขาก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นมา ได้เราติดใจตรงนี้ว่ามันน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่เจออะไรที่หนักหนาอยู่ตอนนี้ เราก็เลยโทรไปคุยกับน้องเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆ และวันหนึ่งก็ได้เอาสายของน้องมาออกอากาศ นั้นเป็นขั้นตอนแรกในการนำเรื่องนี้ออกอากาศ" "หลังจากนั้นมาก็มีกระแสมากมาย จนถึงวันที่เราจะทำซีรี่ย์ ตอนนั้นเราเลือกเรื่องที่จะทำซีรี่ย์กันเราก็ยังคิดถึงประเด็นเดิมของคุณแอร์อยู่ว่าเรื่องนี้มันแรงแต่มันเป็นประโยชน์ เราเลยเลือกเรื่องนี้มาทำซีรี่ย์ เราจะมีการขออนุญาตคือให้พี่อ้อยส่งไปขออนุญาตน้องว่าจะเอาเรื่องของน้องมาทำเป็นซีรีย์ น้องยังส่งกลับมาว่า น้องขอถามพี่อ้อยตรงๆ ว่ามันจะดีไหมที่เอาเรื่องของน้องไปทำ เพราะน้องก็กังวล เพราะมันทีฟีตแบคทั้งดีและไม่ดีเข้ามา น้องยังกังวลว่าเอาเรื่องของแม่มาเล่าแบบนี้หลายคนบอกว่าไม่เหมาะสม" "จนถึงเรื่องที่เป็นประเด็นเรื่องของการเปิดเฟซบุ๊คที่มีรูปของคุณแอร์อีกคนหนึ่ง หรือการโอนเงินต่างๆ นานาก็ตาม คือหลังจากเรื่องราวได้ออกอากาศไปทางรายการยังมีโอกาสได้ติดต่อกับเจ้าของเรื่องอยู่ วันหนึ่งน้องแอร์ก็มาปรึกษาพี่อ้อยว่า เขาอยากเปิดหน้าเพจของตัวเอง ซึ่งพี่อ้อยก็ยังเตือนบอกน้องว่าจะดีเหรอ เพราะน้องบอกว่าอยากอยู่เงียบๆ ไม่อยากยุ่งกับใคร น้องเขาบอกว่าเขาได้รับกระแสของคนที่เข้ามาให้กำลังใจเยอะมาก เขารู้สึกว่าอยากสัมผัสกับกำลังใจเหล่านั้นด้วยตัวเขาเอง" "พี่อ้อยยังเตือนว่า อันนี้แล้วแต่น้องนะคะ เพราะว่ากระแสที่เข้ามามันมีทั้งบวกและลบนะถ้าน้องไม่แข็งแรงพอ พี่อ้อยไม่เห็นด้วยนะ น้องบอกว่าอ๋อเหรอคะ งั้นหนูไม่เปิดดีกว่าไปปิดดีกว่า นั่นคือสิ่งที่เรารู้ เพราะเราคุยกับเขาได้แค่นั้น เพราะฉะนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่น้องเอารูปคุณแอร์อีกคนมาเป็นหน้าเพจตัวเอง จนกระทั่งมาถึงเรื่องว่าคุณแอร์มีจริงหรือเปล่า ส่วนตัวพี่เดาว่า น้องอาจไม่อยากเอาหน้าของตัวเองมา ก็เลยไปคว้าเอารูปของใครมาพี่เดาว่าอย่างนั้น อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ" "ส่วนน้องที่เป็นเจ้าของรูปที่ลุกขึ้นมาพูดหรือมึการโทรไปคุยกับคุณแอร์ตัวจริง เป็นสิ่งที่เราไม่ทราบมันเกินการควบคุมของพวกพี่ พี่ก็เลยไม่รู้ว่าต่อจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น เพราะน้องแอร์ที่เป็นเจ้าของรูปพยายามเรียกร้องให้ทางรายการรับผิดชอบไม่งั้นจะฟ้อง พี่ก็ไปเช็คทางกฎหมาย จริงๆ แล้วการเปิดหน้าเฟซบุ๊คมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นพี่ไม่สามารถตามไปรับผิดชอบในสิ่งที่มันเกิดขึ้นตรงนั้นได้เพราะมันเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่พี่เอามาออกรายการ ส่วนอีกกรณีที่มีน้องผู้ชายเขาบอกว่าได้โอนเงินให้น้องแอร์ 6000 บาท และมีคลิปเสียงที่เขาคุยกัน สิ่งที่เรารู้คือ มีคนเยอะมากที่เข้ามาอยากจะติดต่อน้องแอร์ แต่โดยมารยาทแล้วทางกรีนเวฟไม่เคยให้การติดต่อใดๆ กับใคร" "สุดท้ายน้องผู้ชายก็ได้คุยกับน้องแอร์ เรามารู้เรื่องเพราะน้องแอร์มาคุยกับพี่อ้อยแล้วบอกพี่อ้อยว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเขามาคุยด้วยดีมากเลย พอดีหนูมีปัญหาเรื่องเงินเขาก็โอนเงินมาช่วย 6000 บาท พี่อ้อยก็ดูไปว่าอย่าทำอย่างนี้จะไปเอาเงินเขามาง่ายๆ ได้ยังไง เขาเลยบอกว่าถ้าทำงานได้จะเอาเงินไปใช้คืนนี่คือสิ่งที่เรารับรู้ พอวันนึงมีผู้ชายคนนี้ออกมาก็เช่นเดียวกัน มันเป็นสิ่งที่เหนือการควบคุมของเราแล้ว" "ส่วนใหญ่พี่อ้อยและทีมงานจะเป็นคนคุยกับคนที่เข้ามามากกว่าพี่ฉอด ในขั้นแรกน้องปฏิเสธว่าไม่ได้ทำกรณีเฟซบุ๊ค แต่พอหลังจากนั้นน้องมาโพสต์ข้อความขอโทษยอมรับว่าทำไปจริงๆ ที่สุดแล้วพี่อยากจะยืนยันในเจตนาของรายการก่อนว่าเราทำงานมาสิบปี ไม่เคยมีกรณีแบบนี้มาก่อนเรื่องราวที่ผ่านมาเป็นประโยชน์กับคนจำนวนเยอะมาก ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นพี่ว่ามันเกิดขึ้นจากตัวบุคคลไม่ใช่รายการ อยากจะบอกว่าไม่ต้องไปสืบที่ไหน อยากให้ลองมานั่งทำรายการกับพี่แล้วจะรู้ว่าเราทำงานยังไง" "สำหรับใครที่มีปัญหาจากผลพวงของเรื่องนี้พี่คงไม่สามารถไปรับผิดชอบเรื่องใดๆเพราะเราไม่เกี่ยว แต่พี่ยินดีช่วยเหลือถ้าน้องต้องการ แต่ไม่ใช่เรื่องการฟ้องหรือเรียกค่าเสียหายใดๆ หลังจากนี้ถ้ามีใครอยากติดต่อกับเราขอให้เข้ามาเจอกันตัวเป็นๆ เราจะไม่รับจากการโทรหรือโซเชียลใดๆ อีกเรื่อง คือเรื่องของแม่ของน้องแอร์ คือแม่ติดต่อเข้ามาอยากติดต่อน้องแอร์ แต่รายการไม่ได้ให้การติดต่อใดๆ ไป และยื่นข้อเสนอให้พูดผ่านรายการ และก็เลยกลายเป็นว่าโดนโยงว่าเราสร้างเรื่องขึ้นมาอีก ก่อนจะให้สื่อสารกัน เราก็มีการเช็คกันว่าเป็นแม่จริงๆ แล้ว" "หลังจากนั้นถ้าเขาอยากติดต่อกันเขาคงติดต่อกันเอง เพราะฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้เราไม่รู้จะเมคขึ้นมาทำไม เพราะทุกคนไม่ได้อะไรจากการทำแบบนั้น คุณแม่ก็ไม่ได้ดังหรือก็ไม่ได้จะดูดีเท่าไหร่ หลังจากนี้ทางเราก็จะเดินหน้ากันต่อไปค่ะ เพราะการทำรายการของเราอยู่ที่เจตนาของรายการเรามากกว่าค่ะ" คุณฉอด สายทิพย์ กล่าว พี่ฉอด สายทิพย์ พี่ฉอด สายทิพย์ พี่ฉอด สายทิพย์ พี่ฉอด สายทิพย์ คุณแอร์ เจ้าของรูป โพสต์ข้อความ

ส่องบ้านผ่าน IG เอม พินทองทา ชินวัตร ลูกอดีตนายก
บ้านดารา /  พินทองทา ชินวัตร

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไป ส่องบ้านผ่าน IG เอม พินทองทา ชินวัตร ลูกอดีตนายกทักษิณ กันค่ะ บ้านหลังนี้เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่สวยและอลังการมากๆ ค่ะ ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ก็ตามมาดูกันเลยค่ะ ส่องบ้านผ่าน IG เอม พินทองทา ชินวัตร ลูกอดีตนายกทักษิณ บ้าน เอม พินทองทา ชินวัตร ห้องนั่งเล่น ห้องนั่งเล่นปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขัดมันสีขาว และเลือกผ้าม่านเป็นสีครีม เฟอร์นิเจอร์มีทั้งแบบบิวอินและลอยตัว ห้องทำงาน มุมทำงานเลือกตกแต่งด้วยโต๊ะและเก้าอี้ไม้ตัวยาว มุมโต๊ะทานข้าว มุมทานอาหารตกแต่งด้วยโต๊ะขนาดใหญ่ และด้านหลังตกแต่งผนังด้วยชั้นวางของ ที่นำรูปคู่ของทั้งสองมาประดับไว้ ห้องนอน ห้องนอนตกแต่งเรียบๆ เลือกใช้สีครีมขาวเป็นหลัก เห็นบ้านของ พินทองทา ชินวัตร ไปแล้วเป็นไงคะ สวยมีสไตล์ใช่มั้ยคะ ถ้าเพื่อนๆ ชอบสไตล์การแต่งบ้านของเธอก็ลองนำมาปรับใช้กับบ้านเพื่อนๆ ดูได้นะคะ ขอบคุณ : aimpintongta  ส่องบ้านผ่าน IG คนดัง คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา บ้านหลังละ 100 ล้าน ขอบคุณ : aimpintongta

จุดโทษ-ใบแดงไม่ช่วยอะไร! ปราสาทสายฟ้า บุกช็อต กิเลนตายสนิท
กิเลนผยอง /  ฉลามชล / 

ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2557 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประตู : 0-1 อันเดรียส ตูเนญ น.34 สนาม : เอสซีจี สเตเดี้ยม เวลา : 20.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 3 รับการมาเยือนของ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า ซึ่งครองบัลลังก์จ่าฝูงอยู่ในเวลานี้ เกมนี้มี อลงกรณ์ ฝีมือช่าง ลงทำหน้าที่ผู้ตัดสินหลัก โดยเกมนี้ ดราแกรน ทาลาจิช กุนซือ กิเลนผยอง เกมนี้อดใช้งาน มาริโอ ยูรอฟสกี้ ที่มีอาการบาดเจ็บ จึงจัดชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำทัพโดย "กัปตันโกโก้" ดัสกร ทองเหลา, วุฒิชัย ทาทอง, มิลาน บูบาโล และเคลตัน ซิลวา เป็นแกนหลัก ด้าน อเล็กซานเดอร์ กามา กุนซือ ปราสาทสายฟ้า ที่ไม่มี คาร์เมโล่ กอนซาเลซ ดาวเตะชาวสเปน ที่โดนแบนจนจบฤดูกาล จัดผู้เล่นที่ดีที่สุดเช่นกัน นำทัพโดย "กัปตันแชมป์" ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, อันเดรียส ตูเนญ, อดิศักดิ์ ไกรษร, จักรพันธ์ แก้วพรม, ธีราทร บุญมาทัน และฮาเวียร์ ปาตินโญ่ เริ่มเกมครึ่งเวลาแรก มาได้เพียงนาทีเดียว "เจ้ากอล์ฟ" อดิศักดิ์ ไกรษร เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปปากประตู กิเลนผยอง ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ ทะยานเข้าไปโขกบอลไม่โดนทำให้บอลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 13 ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย "เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน เปิดบอลโค้งด้วยเท้าซ้ายไปที่เสาสอง ทว่าไปโดนผู้เล่นเมืองทอง ช่วยกันบอลพ้นอันตรายได้ นาทีที่ 18 ปราสาทสายฟ้า มาได้ฟรีคิกเกือบที่จะเป็นจุดเดิมอีกครั้ง "เจ้าอุ้ม" ธีราทร ที่ได้ลองระยะไปแล้วครั้งหนึ่งวิ่งเข้าไปปั่นด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดบอลโค้งเข้าปากประตู "เจ้าตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยืนอยู่ตรงนั้นพอดีจึงรับเข้าซองไว้ได้สบาย นาทที่ 22 กิเลนผยอง มาได้ลุ้นประตูบ้าง "โกโก้" ดัสกร ทองเหลา เปิดฟรีคิกเข้าไปในกรอบเขตโทษ กองหลังบุรีรัมย์ เช็กล้ำหน้าพลาดบอลไปถึง ปิยพล ผานิชกุล ได้หันหลังโหม่งบอลแฉลบแทบจะไม่โดนหัวบอลลอยไปถึง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน รับไว้ได้สบาย นาทีที่ 34 ประตูแรกของเกมก็เกิดขึ้นเมื่อ จักรพันธ์ แก้วพรม ตัดบอลได้ตรงกลางสนาม ก่อนจะได้โต้กลับเร็ว ลากบอลไปถึงเขตโทษด้านขวา ก่อนจะจ่ายให้ อันเดรียส ตูเนญ วิ่งเข้ามาซัดบอลผ่านมือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เข้าประตูไป ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 ช่วงทดเวลานาทีที่ 3 ซึ่งเป็นนาทีสุดท้าย กิเลนผยอง ก็มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ สุรัตน์ สุขะ ไปงัดกับ วุฒิชัย ทาทอง ล้มลงในเขตโทษ อลงกรณ์ ฝีมือช่าง ไม่รอช้าเป่าเป็นจุดโทษ เคลตัน ซลวา รับหน้าที่สังหารไปติดเซฟของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยการนำของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-0 กลับมาฟัดกันต่อในครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 53 "กัปตันโกโก้" ดัสกร ทองเหลา เปิดลูกเตะมุมเข้าหัวของ "เจ้าเค" ทศพล ลาเทศ ได้โขกเน้นๆ แต่ "เจ้าแชมป์" ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ยังไวทายาทปัดบอลออกมาได้ นาทีที่ 59 ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สกอร์ได้เปรียบก็ต้องมาเสียเปรียบเรื่องของตัวผู้เล่นเมื่อ "เจ้าอุ้ม ธีราทร บุญมาทัน ไปทำฟาวล์ ปิยพล ผานิชกุล ทำให้ อลงกรณ์ ฝีมือช่างไม่รอช้าหยิบใบเหลืองออกจากกระเป๋าให้ "เจ้าอุ้ม" ซึ่งเป็นใบเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป หลังจากได้เปรียบเรื่องของตัวผู้เล่น กิเลนผยอง ก็พยายามที่จะครองเกมบุกเข้าใส่มากขึ้น นาทีที่ 65 กิเลนผยอง น่าที่จะได้ประตูอย่างยิ่งเมื่อ "เจ้าตังค์" สารัช อยู่เย็น ได้สับไกนอกกรอบบอลพุ่งไปชนเสาอย่างจัง ซึ่งก็สร้างความอันตรายได้มากที่สุดแค่นั้น จากนั้นเกมก็ดุเดือดมากขึ้น และเป็นทาง กิเลนผยอง ที่โหมบุกเข้าใส่อย่างหนัก เพราะมีผู้เล่นเหนือกว่า แต่สุดท้ายก็ไม่อาจจะเจาะแนวรับของ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้าไปพังประตูได้ ทำให้จบเกม ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ตัวผู้เล่นน้อยกว่าบุกมาเอาชนะ กิเลนผยอง เอสซจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปได้ 1-0 คว้า 3 คะแนนไปครอง พร้อมกับมี 65 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงต่อไป ส่วน กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังคงรั้งอันดับที่ 3 มี 58 คะแนน โอกาสในการลุ้นแชมป์เหลือน้อยเต็มที เพราะตามหลังจ่าฝูง 7 คะแนน เหลือเกมการแข่งขัน 7 นัด แถมยังมีโปรแกรมยากอยู่อีก รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู), ปิยพล ผานิชกุล, ฮาริทซ์ บอร์ด้า, ทศพล ลาเทศ, คิม ดอง จิน, สุริยา สิงห์มุ้ย  (กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ น.78), มิลาน บูบาโล, สารัช อยู่เย็น, ดัสกร ทองเหลา (C), วุฒิชัย ทาทอง (ศราวุฒิ มาสุข น.46), เคลตัน ซิลวา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ผู้รักษาประตู) (C), สุรีย์ สุขะ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, อันเดรียส ตูเนญ, ประทุม ชูทอง, ธีราทร บุญมาทัน, ดาบิด โรเชลา, อดิศักดิ์ ไกรษร (นิติพงษ์ เสลานนท์ น.73), สุรัตน์ สุขะ (ธนะศักดิ์ ศรีใส น.55), จักรพันธ์ แก้วพรม (อนาวิน จูจีน น.46), ฮาเวียร์ ปาตินโญ่