หลักสิทธิมนุษยชน

สาวหน้าใสรร.สตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ วีวี่ สรัณณัฏฐ์ หรือ กระต่าย เพื่อนรักเพื่อนร้าย
Club Friday To be Continued /  ดาวโรงเรียน / 

กรี๊ดกร๊าดดดสุดๆ กับสาวน้อยหน้าใสที่มียอด Followers ในไอจีสูงถึงหลักแสน เธอคนนั้นก็คือน้อง วีวี่ สรัณณัฏฐ์ ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป์-ญี่ปุ่น โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ และนอกจากนี้เธอยังมีความสามารถทั้งเต้น Cover Dance และเดินแบบอีกด้วย ทั้งหน้าตาน่ารัก มากความสามารถ และฮอตขนาดนี้ ล่าสุดเธอกำลังมีผลงาน Club Friday To be Continued ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย รับบท กระต่าย น้องสาวการ์ตูน ทีนเอ็มไทยจึงไม่รอช้า คว้าประวัติ วีวี่ สรัณณัฏฐ์ สาวหน้าใสโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ มาให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน... วีวี่ สรัณณัฏฐ์ สาวหน้าใสโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ชื่อ-นามสกุล : สรัณณัฏฐ์ ประดู่คู่ยามดี ชื่อเล่น : วีวี่ (Vivi) เกิดวันที่ : 18 มิถุนายน 2542 น้ำหนัก : 42 กก.  ส่วนสูง : 168 ซม. การศึกษา : ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายศิลป์-ญี่ปุ่น โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ความสามารถพิเศษ : เดินแบบ, เต้น ความใฝ่ฝัน : นักแสดง, นางแบบ, นักร้อง ผลงานที่ผ่านมา : - Top 15 youngmodel 2012 ติดรอบ 12 คนสุดท้าย - ตัวแทนภาคกลางประกวด dutchie boy and girl 2013 (เข้ารอบชนะเลิศ) - โฆษณาโอวันตินและโฆษณาระบบโทรศัทพ์ ออนแอร์เวียตนาม - ละครสายลับเดอะซีรี่ย์ ตอน คดีเด็ด เด็กป.6 แสดงเป็นได๋ ไดอาน่าตอนเด็ก, แก้วเจ้าจอม แสดงเป็น อ้อย, ละครปราสาทมืด รับบทเป็น พี่หมิง ชาลิสาตอนเด็ก - ถ่ายปฎิทินธนาคารกรุงไทย 2554 - ถ่ายหนังสือหุ้นกรุงไทยแอกซ่า - ถ่ายนิตยสาร Junior Mag, Candy Magazine คอลัมน์ School star คอลัมน์ join me! และ คอลัมน์ Hi High school, Ice Magazine คอลันม์ Hot Trend ผลงาน : ซิทคอมลูกพี่ลูกน้อง รับเชิญ ตอนรักแท้แพ้น้ำฝน, ตอนกางเกงในฮีโร่, ตอนคนสำคัญ - GPAสถาบันพันธุ์แสบ - Club Friday To be Continued ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย - ปริศนาอาฆาต FB : vivi sarannat IG : @vivi_sarannat เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ----หากนำข้อมูลไปใช้ กรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ----

เที่ยวเมืองมะละกาแบบ 1 Day Trip วันเดียวก็เฟี้ยวได้
จัตุรัสแดง /  มะละกา / 

เที่ยวเมืองมะละกาแบบ 1 Day Trip วันเดียวก็เฟี้ยวได้ ไม่นานมานี้ผมมีโอกาสได้ไปซิตี้ทัวร์ 1 วัน ที่ เมืองมะละกา (Malacca) ประเทศมาเลเซียมา ก็เลยอยากนำมาแชร์ให้เพื่อนๆ ที่สนใจจะไปเที่ยวต่างประเทศแบบใกล้ๆ ได้ลองดูกันครับ แล้วจะรู้เลยว่าเมืองยอดฮิตของมาเลเซียไม่ได้มีเพียงแค่ กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง หรือเกาะลังกาวี เท่านั้น แพ็คเกจ 3 วัน 2 คืนของเรือสำราญ SuperStar Gemini ในเครือของ Star Cruises ที่ผมไปมานั้น เค้านำเสนอทริป 1 วันที่เมืองมะละกาเผื่อเป็นทางเลือกให้กับแขกของเรือที่อยากแวะเที่ยวชมเมืองในระหว่างการล่องเรือด้วย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ที่คนละ 89 SGD หรือประมาณ 2,300 บาทครับ เราจะไปทัวร์เมืองมะละกาในวันที่ 2 กันครับ หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว เราก็มาทานข้าวเช้าที่ห้องอาหาร Dynasty กัน อาหารเช้ามื้อนี้ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้ทานมื้อเช้าไปพร้อมๆ กับชมวิวทะเลบนเรือสำราญที่กำลังแล่นไปในมหาสมุทร บรรยากาศดีงามพระราม 8 จริงๆ ครับ ทานเสร็จแล้ว ยังพอมีเวลา ขอเก็บบรรยากาศนอกห้องอาหารกันซักหน่อย หลังจากนั้น ก็ได้เวลาเตรียมตัวออกเดินทาง โดยทาง Star Cruises ได้จัดเตรียมเรือเล็กให้เรานั่งจากกลางทะเลไปยังท่าเรือที่มะละกา เมื่อมาถึงท่าเรือ ทีมไกด์ท้องถิ่นก็พร้อมรอเราอยู่แล้ว คุณลุงไกด์ใจดีพร้อมคนขับรถก็พาคณะเรานั่งรถตู้จากท่าเรือมาที่ Malacca Straits Mosque (Masjid Selat Melaka) เป็นที่แรก ได้รับฉายาว่า มัสยิดลอยน้ำ (The Floating Mosque) จุดเด่นของ Malacca Straits Mosque คือ หลังคารูปโดมสีทองที่สวยสดงดงาม ด้านในอาคารมีลักษณะหลังคาสูง ทำให้อากาศถ่ายเท เย็นสบาย นอกจากนี้ มัสยิดแห่งนี้ยังมีระเบียงกว้างขวางที่เพียงแค่เราเปิดประตูออกไป ก็สามารถลงไปยืนชมวิวทะเลที่กว้างไกลสุดสายตาได้อย่างสบายใจ หมายเหตุ : สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย โดยเฉพาะสุภาพสตรี ต้องสวมใส่ชุดที่ปกคลุมมิดชิดก่อนเดินเข้ามัสยิดครับ คุณลุงไกด์อยากให้เราได้รู้จักคนท้องถิ่นมากขึ้น ที่ต่อไปคือ พิพิธภัณฑ์บ้านเก่าสไตล์มาเลย์  (Malacca Traditional Malay House) ซึ่งเป็นบ้านแบบดั้งเดิมของชาวมะละกาสมัยก่อนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ครับ ดูๆ ไปก็คล้ายๆ กับบ้านของคนไทยในสมัยก่อนเลย คงเป็นเพราะมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นเหมือนกัน จึงสร้างให้มีหน้าต่างเยอะ เพื่อให้อากาศถ่ายเทดี เมื่อเข้าไปภายในบ้าน เราก็จะได้สัมผัสวิถีชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นผ่านการตกแต่งบ้าน งานอดิเรก รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ เครื่องเรือนต่างๆ ที่ยังได้รับการการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี มื้อเที่ยง เราแวะพักทานอาหารนอนย่า อาหารขึ้นชื่อของเมืองมะละกากันที่ ร้าน SeRoNi Nyonya Cuisine Restaurant ร้านอาหารพื้นเมืองที่ดังในเรื่องของอาหารเมนูสไตล์จีนผสมท้องถิ่น จากนั้น ไปต่อกันที่ Melaka’s Historic City Centre จุดไฮไลท์ของเมืองมะละกากันครับ เรียกง่ายๆ ว่า "จัตุรัสแดง" (Red Square) หรือ “จัตุรัสดัตช์” (Dutch Square) ศูนย์กลางชุมชนดัตช์ในอดีต เป็นแหล่งรวมอาคารที่ได้รับการอนุรักษ์จากทางรัฐบาลมาเลเซีย ทั้งโบสถ์คริสต์ หอนาฬิกา อาคารสตัดธิวท์ และลานน้ำพุ จนได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ในปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา อาคารโดยรอบลานน้ำพุ ล้วนถูกทาด้วยสีแดงเข้ม จนเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแดง เราลองนั่งรถสามล้อถีบ (Trishaw Ride) คล้ายกับบ้านเราอยู่ครับ ต่างกันที่การตกแต่งของสามล้อแต่ละคัน มีทั้งช่อดอกไม้ และตัวการ์ตูนขวัญใจเด็กๆ อย่าง คิตตี้ โดราเอมอน หรือเอลซ่า สีสันสดใสสวยงาม พี่ๆ คนถีบสามล้อพาเราไปส่งที่ โบสถ์เซนต์ปอล (St. Paul’s Church) โบสถ์ที่สร้างขึ้นโดยชาวโปรตุเกสช่วงเวลาใกล้เคียงกับโบสถ์ที่มีชื่อเสียงของมาเก๊า หลังจากนั่งรถสามล้อชมเมืองจนครบรอบแล้ว พี่ๆ คนถีบสามล้อก็พาเรามาส่งที่โบสถ์คริสต์ตามเดิม จากนั้น เราก็ไปเที่ยวกันต่อย่านถนนคนเดิน ที่ พิพิธภัณฑ์ Straits Chinese Jewellery Museum ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมเครื่องประดับและการแต่งกายรวมทั้งจำลองวิถีชีวิตของ Baba และ Nyonya เอาไว้ คำว่า Baba & Nyonya มาจากครอบครัวชาวจีนที่อพยพมาและได้แต่งงานกับชาวท้องถิ่น ลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษชาวจีนและคนท้องถิ่น เรียกว่า "บาบ๋า" หมายถึงผู้ชาย และ “นอนย่า” หมายถึงผู้หญิงนั่นเอง เราได้เข้าชมห้อง Gallery ต่างๆ มีทั้งห้องเก็บสะสมเครื่องประดับสวยงามจำนวนมาก ห้องจำลองการทำเครื่องประดับและทำทองคำ ซึ่งจะมีการแสดงประวัติโดยย่อของชุมชน การจำลองวิถีชีวิตชาวจีนอพยพในมะละกา ภาพถ่ายโบราณ เพื่อให้เราเข้าใจวิถีชีวิตของคนจีนในช่วงย้ายมาลงหลักปักฐานที่นี่กันให้มากขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่หัดเที่ยวเมืองมะละกา ผมขอแนะนำพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลยครับ แล้วเพื่อนๆ จะเข้าใจประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนจีนในมะละกามากขึ้น เที่ยวสนุกขึ้นเยอะเลย ต่อด้วยการพาเดินย่าน Jonker Walking Street หรือ ถนนคนเดินยองเกอร์ น่าเสียดายในวันที่เราไปไม่ใช่วันสุดสัปดาห์ที่เค้าจะปิดถนนให้คนเดิน ซึ่งจะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านน้ำแข็งใส ร้านนั่งดื่ม ร้านขายของที่ระลึกมากมาย ถ้าใครได้มาเที่ยวเมืองมะละกาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีการปิดถนนต้องไม่พลาดจริงๆ คุณลุงไกด์เห็นเราเริ่มเหนื่อยและร้อนแดด ซึ่งขอบอกเลยว่าแดดเมืองมะละการ้อนไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ก็เลยพาเราไปพักขาตากแอร์กันที่ร้านขนมหวานท้องถิ่นกันครับ ร้าน San Shu Gong เป็นร้านขายขนมพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมะละกา ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก Jonker Walking Street ด้านล่างมีทั้งโซนจำหน่ายเครื่องดื่มคลายร้อน และขนมมากมายเหมาะที่จะช้อปกลับไปเป็นของฝากครับ ด้านบนเป็นที่นั่งสำหรับสั่งขนมหวานขึ้นมาทานกัน เราลองสั่ง "Cendol" (เซนดอล) หรือ "ลอดช่องน้ำแข็งใสสไตล์มะละกา"  มาเติมความสดชื่นกันก่อนกลับครับ รสชาติหอมหวาน เย็นชื่นใจ อร่อยไม่แพ้ลอดช่องที่บ้านเราเลย หลังจากชาร์จความสดชื่นกันเรียบร้อยแล้ว ลุงไกด์ถามว่ายังอยากขึ้นไปโบสถ์เซนต์ปอลอยู่ไหม มาถึงมะละกาแล้ว มีหรือจะพลาด จัดไปสิครับ แต่งานนี้ลุงไกด์จะพาเราออกสตาร์ทจากอาคาร Stadthuys เดินไต่เนินเขาไปเรื่อยๆ ไม่ไกลครับ พอให้ได้เหงื่อ สุดท้ายคุณลุงไกด์กับคนขับรถก็พาพวกเรากลับมาส่งที่ท่าเรือมะละกา เพื่อกลับขึ้นเรือสำราญ SuperStar Gemini ทันกับภารกิจมื้อเย็นบนเรือที่รอเราอยู่ครับ จบแล้วครับ สำหรับทริป 1 วันแบบซิตี้ทัวร์ที่เมืองมะละกา แม้อากาศจะร้อนกว่าบ้านเรา แต่ด้วยทั้งผังเมือง อาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะบ้านทรงอนุรักษ์ทั้งแบบมาเลย์หรือแบบจีน และสามล้อถีบที่น่าจะมีสีสันมากที่สุดในโลก ทำให้ทริปนี้ประทับใจกันทุกคนครับ ชมรีวิว : หนึ่งประสบการณ์ ล่องเรือสำราญ Star Cruises ถ่ายภาพ: <avril1980> เรียบเรียง  :  KittenNat

หนังโลกที่เราอยากดู : The Witch - ล่าแม่มด
BIOSCOPE /  It Follows / 

The Witch ล่าแม่มด หนังลึกลับสยองขวัญ เจ้าของรางวัลกำกับยอดเยี่ยมสายดราม่าจากเทศกาลหนังซันแดนซ์ปี 2015 ซึ่งด้วยลีลาและท่าทีการเล่าเรื่องที่พยายามจะนำเสนอรูปแบบของหนังสยองขวัญที่แตกต่างออกไป ทำให้ The Witch ผลงานกำกับเรื่องแรกของ โรเบิร์ต เอ็กเกอร์ส ถูกนำไปเปรียบเทียบกับหนังสยองขวัญแหกขนบที่โด่งดังไปก่อนหน้าอย่าง It Follows (2014) และล่าสุดมันก็กำลังเข้าฉายในบ้านเราแล้ว! เอ็กเกอร์ส พูดถึงสิ่งที่เขาคาดหวังจากหนังยาวเรื่องแรกไว้ว่า “ผมอยากเห็นตอนที่ผู้ชมกำลังรู้สึกปั่นป่วน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความผิดบาป ความฟอนเฟะ และความกลัวในจิตใจ” ซึ่งโรเบิร์ต ได้ถ่ายทอดเรื่องของ วิเลียม (ราล์ฟ ไอเนสัน) กับ แคเธอรีน (เคต ดิคกี) สามี-ภรรยาที่ถูกขับไล่ออกมาจากชุมชนชาวคริสต์ผู้เคร่งครัดในนิวอิงแลนด์ปี 1630 และต้องอาศัยอยู่ในป่ากับลูกๆ ทั้งห้า ก่อนที่ลูกสาวคนโตอย่าง โธแมซิน (อันยา เทย์เลอร์-จอย) จะเผลอปล่อยให้น้องชายแรกเกิดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งนั่นเป็นเพียงสัญญาณแรกของเหตุการณ์สุดระทึกที่ทำให้พวกเขาได้รู้จักกับ ‘ความกลัว’ อย่างแท้จริง เอ็กเกอร์ส ผู้สนใจเรื่องลี้ลับและด้านมืดของมนุษย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใช้เวลานานถึง 5 ปีเต็มในการพัฒนาบทจากข้อมูลหลายแหล่ง เพื่อให้หนังที่พูดถึงชาวคริสเตียนหัวรุนแรง (Puritan) ในช่วงศตวรรษที่ 17 เรื่องนี้ออกมาใกล้เคียงความจริงมากที่สุด ทั้งเอกสารจากพิพิธภัณฑ์ Plimoth Plantation ในเครือ Smithsonian ที่เมืองพลายเมาธ์ รัฐแมสซาชูเซ็ตต์ส, บันทึกเรื่องแม่มดในช่วง 60 ปีก่อนเกิดคดีล่าแม่มดในเมืองซาเล็ม (Salem witch trials) ไปจนถึงหลักไวยากรณ์การใช้ภาษาในยุคนั้น “ระหว่างที่หาข้อมูล ผมก็ยังได้ค้นพบกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจคนเหล่านี้ด้วย เพราะถึงแม้ว่ามุมมองต่อโลกของพวกเขา-ในฐานะอภิสิทธิ์ชนที่ถูกเลือกสรรจากพระเจ้า-จะเป็นสิ่งที่ดูเลวร้ายมากก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนที่ต้องดิ้นรนไม่ต่างกัน” และนอกจากหน้าที่ในการกำกับ-เขียนบทแล้ว เอ็กกอร์สก็ยังควบคุมดูแลงานสร้างเองอีกด้วย โดยลงทุนสร้างฉากต่างๆ ที่อิงตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งก็ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่หนังได้รับคำชมอย่างล้นหลาม **เรียบเรียงจาก BIOSCOPE ฉบับ 168 (มีนาคม 2015) https://www.youtube.com/watch?v=_tj3I4-I3c4

HARLEY-DAVIDSON Softail Breakout สานต่อตำนานความแรงบทใหม่
Alure car /  bigbike / 

HARLEY-DAVIDSON Softail Breakout แม้ว่า HARLEY-DAVIDSON รุ่นนี้จะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางไกลๆ แต่ถ้าใจถึงๆ ก็ไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” ถึงแม้ว่า Softail Breakout ไม่มีพื้นที่รับมือกับสัมภาระและไม่มีวิทยุ/ซีดีใดๆ บนตัวรถคอยขับกล่อม แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ “ขุมพลัง” เพราะงานนี้มาแบบจัดเต็ม อีกทั้งรูปทรงก็สวยเซ็กซี่ใช่เล่น และแม้ว่าจะไม่มีหน้ากากหรือกระเป๋าข้างมาช่วยรับงานสัมภาระ แต่ถ้ามาถึงเมืองไทย บอกเลยว่า กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ “เดี๋ยวเดียวก็ถึง” จุดเด่นหลักๆ เลยของรุ่นนี้คือการใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขึ้น โดยขยับความจุไปถึง 103 คิวบิก-นิ้ว หรือ 1,690 ซีซี. ซึ่งมีการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาผสมจนทำให้รถมีทั้งอัตราเร่งและสปีดความเร็ว (รถเดิมๆ) ที่ค่อนข้าง “สะใจ” ลักษณะของเครื่องนั้นเป็นแบบ V twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาดของกระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ 98.4 x 111.1 มม. มีกำลังอัดเครื่องยนต์ 9.6 : 1 ยกหน้าที่การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับชุดหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ Sequential Port Fuel Injection และแม้ว่าเสียงรอบเดินเบาจะเพี้ยนจังหวะไปจากเดิมที่เคยใช้คาร์บูเรเตอร์ แต่ข้อดีของหัวฉีดก็คือ ความแม่นยำ และสามารถสตาร์ทติดได้ในเกือบทุกสภาพอากาศ นอกจากนั้นยังกำหนดระยะของการเดินทางต่อน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ถัง ได้แม่นและชัวร์มากกว่าคาร์บูเรเตอร์ ระบบวาล์วยังเป็นแบบก้านกระทุ้ง ใช้วาล์ว 2 ชุด : 1 ห้องเผาไหม้ ระบบเกียร์เป็นแบบธรรมดา 6 สปีด ใช้สายพานรับส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปชนที่ชุดเกียร์ หลังจากนั้นก็จะใช้สายพานอีกเส้นต่อจากชุดเกียร์ที่วงล้อหลังเพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อน สมรรถนะความเร็วนั้นสามารถจะทำได้จนสุดไมล์ กล่าวคือ “120 MPH” หรือราวๆ 199.2 กิโลเมตร/ชั่วโมง และกินเวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น ซึ่งแม้จะพ่ายต่อรถสปอร์ตที่เร่งความเร็วเหยียบหลัก 200 กม./ชม. ได้เร็วกว่า แต่ข้อดีของ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ก็คือ “ความอึด” เราสามารถอยู่บนความเร็วสูงๆ ระดับนั้นได้นานกว่ารถสปอร์ต ขึ้นอยู่กับว่ามีถนนพอให้วิ่งหรือเปล่า? ทรงของรถ? งานนี้กอดลม กำแฮนด์แน่นๆ สถานเดียว เพราะไม่มีอะไรมากำบังมวลลมที่ถาโถมเข้าใส่ตัวของคนขี่เวลาที่เดินคันเร่งทำความเร็ว ใช้ไฟหน้าจอกลม ขอบคิ้วไฟลงอ่างโครเมี่ยม ส่วนตูดกะโหลกไฟนั้นใช้สีดำเงา บังโคลนหน้ามาด้วยขนาดที่เล็กและบางแบบสปอร์ต ถังน้ำมันเชื้อเพลิงทรงมาตรฐานของ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน สวิทช์กุญแจประจำการอยู่บนถังน้ำมัน ส่วนฝาถังเป็นทรงกลม “แต่” มันมาเพียงฝาเดียวเท่านั้น ไม่ได้มายกคู่เหมือนรุ่นอื่นๆ เบาะนั่งด้านหน้าวางทับเหนือถังน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเบาะแบบ 2 ใบ แยกหน้าที่คนขี่กับผู้โดยสาร บังโคลนหลังโอบคลุมล้อหลัง 1 ใน 3 ของรัศมียาง แอบกระดกท้ายปลายตูดเป็ดนิดๆ ไฟท้ายโดนอัปเปหิออกจากระบบ โดยเราจะมองไม่เห็นชุดไฟท้ายอันใหญ่ๆ อีกต่อไป เขาใช้ไฟเลี้ยวทำหน้าที่เป็นท้ายพร้อมกันไปในเวลาเดียวและจะกระพริบก็ต่อเมื่อเรากดสัญญาณเลี้ยวเท่านั้น การออกแบบจะเน้นงานโครเมี่ยมประมาณ 60 % ของทั้งหมด และใช้สีพื้นเดี่ยวๆ กับสีดำพ่นลงไปในส่วนของถังน้ำมัน, บังโคลนหน้าและหลัง สีดำจะใช้พ่นลงไปที่กระปุกน้ำมันเชื้อเพลิงใต้เบาะ ปลายท่อไอเสียยังมีการสลับกันเลยระหว่างโครเมี่ยมกับสีดำในตอนปลายของท่อไอเสีย วงล้อหน้า/หลังเป็นวงล้ออัลลอย ยางหน้าขนาด 130 / 60 – 21 นิ้ว ยางหลังขนาด 240 / 40 R18 นิ้ว ขนาดความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 18.9 ลิตร และน้ำหนักรวมตัวรถ 321 กิโลกรัม เรียบเรียงโดย A'Lure Magazine ติดตามเพิ่มเติมได้ใน A’Lure Magazine Vol.70

ละครมือปราบสายเดี่ยว , เรื่องย่อมือปราบสายเดี่ยว
ละครมือปราบสายเดี่ยว ตอนแรก /  ละครมือปราบสายเดี่ยว ตอนจบ / 

มือปราบสายเดี่ยวบทละครโดย: ภูริตราอำนวยการผลิตโดย: บริษัท ควิซ แอนด์ เควส จำกัดกำกับการแสดงโดย: ชูศักดิ์ สุธีรธรรมออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 19.05 น. วันศุกร์ เวลา 18.45 น. เรื่องย่อละครเรื่องมือปราบสายเดี่ยว ในงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาจากเมืองนอกของ ภูวัช ลูกชายสุดรักสุดหวงของ สุรวิชญ์ เจ้าพ่อคลับ ผับ และคอมเพล็กเอ็นเตอร์เทนเม้นคนดัง มีนางแบบ ดารา ไฮโซ จำนวนมากมาร่วมงาน ท่ามกลางนักข่าวหลายสิบคน จิดาภา ลูกสาวบุญธรรมของสุรวิชญ์ สวมเพชรเม็ดใหญ่ราคานับสิบล้านบาทเดินแฟชั่นโชว์อวดความร่ำรวยของเจ้าของงาน ระหว่างนั้น ไฟก็ดับพรึบลง คนร้ายฉวยโอกาสเข้ามาปล้นเพชร ทันใดนั้น หญิงสาวในชุดราตรีสีแดงโดดเด่นก็ติดตามไปชิงเพชรจากคนร้าย พริม หรือ พริมาคือผู้หญิงในชุดแดงที่ขโมยเพชรเพื่อสืบหาคนที่ลักตัวน้องนุชน้องสาวไป แต่ในที่สุดก็ถูก ร.ต.อ. ชนิน นายตำรวจหนุ่มฝีมือดี แห่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี ตามไปอย่างกระชั้นชิด ทั้งคู่เกิดการต่อสู้กัน ต่างก็ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะในที่สุดพริม ก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้ เธออาศัยจังหวะกรีดร้องลั่นบอกว่าชนินจะข่มขืนเธอ พอชนินเผลอ เธอก็เตะผ่าหมากและวิ่งหายไปในความมืด แต่สุดท้ายชนินก็ตามไปรวบตัวเธอไว้จนได้ชนินเห็นความสามารถในการต่อสู้ของพริมจึงเสนอเงื่อนไขให้พริมเข้ามาอยู่ในหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี หรือ "มือปราบสายเดี่ยว" แลกกับการไม่จับตัวเธอเข้าคุก พริมเลี่ยงไม่ได้จึงต้องยอมรับเงื่อนไข เพื่อใช้ความเป็นมือปราบ "สายเดี่ยว" ตามหาหนึ่งนุชน้องสาวที่หายตัวไป ละครมือปราบสายเดี่ยว อารตี - สาวสวยรวยเสน่ห์ เย่อหยิ่ง ดูถูกคน ไม่เป็นโล้ เป็นพาย เอาแต่เที่ยวเตร่และช๊อบปิ้ง ลูกสาวคนเดียวของ ยรรยง ผู้บังคับการสำนักงานป้องกันและปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี เดินทางกลับมาจากเมืองนอก แต่ถูกสมุน กลุ่มมังกรห้าเล็บ มาดักอุ้มตัวไปจากสนามบิน ยรรยง ออกคำสั่งให้ชนินนำกำลังซึ่งประกอบไปด้วย หมวดดอน นายตำรวจหนุ่มไฟแรง ที่เพิ่งจบมาจากโรงเรียนนายร้อย จ่าเข้ม และ จ่าดำ สองจ่าคู่หูตามไปช่วยได้ทันเวลาอารตีปลอดภัยกลับมา เธออาละวาดด่าว่าตำรวจเสียๆหายๆ ที่ปล่อยให้ลูกสาวระดับผู้บังคับการสำนักงานป้องกันและปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรีอย่างเธอถูกจับได้ ยรรยง หนักใจกับพฤติกรรมของลูกสาว จึงสั่งให้อารตีทำงานทำการเสียที จะได้ไม่หลักลอยอีกต่อไป.... แม้ว่า คุณสิรี แม่เลี้ยงของอารตีจะพยายามห้ามสามี เพราะสงสารลูกเลี้ยง แต่ยรรยงตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว อารตีประท้วงไม่ยอมกินข้าว ขู่จะฆ่าตัวตาย ยรรยง ก็ไม่ยอมใจอ่อน ในที่สุดอารตี ก็ถูกส่งเข้าไปอยู่ในแก๊ง มือปราบสายเดี่ยว วันแรกที่ถูกส่งเข้าไปอยู่ในหน่วยเฉพาะกิจ อารตีก็มีเรื่องกับพริม เพราะความเรื่องเยอะ ดูถูกคน เวอร์ ทั้งสองชกต่อยกันจนหมดแรง ท่ามกลางกลุ่มตำรวจ ที่เดิมพันกันอย่างเมามันว่าใครจะชนะก่อนจะมีใครพลาดพลั้ง ชนิน ก็เข้ามาสั่งห้าม และให้ทั้งสองจับมือกัน เพราะจะต้องเข้ามาอยู่ในทีมเดียวกันแล้วพริมและอารตีจับมือกันอย่างเสียไม่ได้ ชนิน แนะนำเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนคือ ศิริพร สาวเปิ่นเจ้าเสน่ห์ แต่เรื่องแฮกข้อมูลไม่มีใครเก่งเกิน ศิริพรถูกจับได้เพราะแฮกเงินจากธนาคารที่ทำงานอยู่เพื่อเอาไปให้แฟนหนุ่มถึง 20 ล้าน แต่เมื่อแฟนได้เงินก็เชิดหนีไปปล่อยให้ศิริพรถูกจับคนเดียว เนย มือปืนทีมชาติที่มีนิสัย มุทะลุ ดุดัน เนยเคยถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนตั้งแต่เล็กจริงไม่ใว้ใจผู้ชาย แต่เมื่อแฟนหนุ่มคนเดียวทำทีเป็นรักและดูแลอย่างดี เนยจึงทุ่มเทความรักให้ และเมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเจ้าชู้เพมือนพ่อเลี้ยงเธอจึงยิงแฟนตายเพราะความแค้น ทั้งหมดจะต้องมารวมตัวกันอยู่ในแก๊งมือปราบสายเดี่ยว ทำหน้าที่ปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี ภายใต้การควบคุม และดูแลของ ร.ต.อ. ชนิน , ร.ต.ต. ดอน จ่าเข้ม และ จ่าดำ สองตำรวจคู่หู และสดใสครูฝึกสุดโหดการฝึกซ้อมการต่อสู้ และช่วยเหลือตนเองแบบทหารและตำรวจเต็มรูปแบบเต็มไปด้วยความทุลักทุเลเพราะทั้ง 4 สาวมีบุคลิกต่างกันสุดขั้ว แต่ต้องมาอยู่รวมกัน ปัญหาเลยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ให้ชนินปวดหัวต้องแก้ไขแทบทุกวันปัญหาหลักๆมักจะมาจากอารตี ที่รักความสะดวกสบาย ชอบเอาเปรียบเพื่อน เพราะคิดว่าตัวเองเป็นถึงลูกสาวของผู้บังคับการสำนักงานฯ ขณะที่พริมก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เนยและ ศิริพรต้องคอยห้ามทัพอยู่เสมอ ละครมือปราบสายเดี่ยว ในขณะเดียวกัน พริมและอารตีต่างก็แข่งขันว่าใครจะได้ครอบครองหัวใจ ชนิน ผู้กองหนุ่มรูปหล่อ แต่ทั้งสองสาวก็ต้องอกหักดังเป๊าะเมื่อ จิดาภา นางแบบเพชรยอดมงกุฎ ประกาศตัวเป็นคนรักของชนินขณะที่ หมวดดอน นายตำรวจหนุ่มรูปหล่อ กลับแสดงความสนใจ ศิริพรสาวเปิ่นประจำหน่วย ทำให้เนยซึ่งแอบหลงรักหมวดดอนอยู่ลึกๆ กลายเป็นคนอกหัก ในช่วงนั้นเองก็มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อเด็กสาววัยรุ่น ถูกลักพาตัวบ่อยครั้งหนังสือ พิมพ์ และโทรทัศน์ได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ชนินสงสัยว่า สุรวิชญ์ เจ้าพ่ออาบอบนวดคนดังจะอยู่เบื้องหลังการหายตัวของเด็กสาวๆ เขาจึงพยายามจับตามองสุรวิชญ์อย่างใกล้ชิด คืนหนึ่ง ภูวัช ลูกชายสุรวิชญ์ ถูกลอบทำร้าย โชคดีที่อารตีผ่านมาเจอเข้าเลยช่วยไว้ทัน ภูวัชสลบเหมือด อารตีพาเขาไปทำแผลที่บ้าน ภูวัชฟื้นขึ้นมา คิดว่าอารตีเป็นคนทำ ก็โวยวายใหญ่ อารตีใช้ศิลปะป้องกันตัวทุ่มเขาลงไปนอนจุก ก่อนที่เธอจะทำอะไรมากกว่านั้น ยรรยงก็เข้ามาห้าม ทำให้ภูวัชรู้ว่า อารตีเป็นลูกสาวของ ผู้บังคับการสำนักงานป้องกันและปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรี ... .เขาสนใจเธอตั้งแต่แรกเห็น พยายามตามจีบแต่อารตีกลับมองเขาอย่างดูถูก ซ้ำยังเหยียดหยามหาว่าเขาเป็นลูกเจ้าพ่ออาบอบนวด กระจอกเกินไปสำหรับเธอ แต่เหตุผลที่แท้จริงก็คือ เธอหลงรักชนิน เข้าเต็มเปาอยู่แล้ว ภารกิจปราบปรามผู้เป็นภัยต่อเด็กและสตรีเริ่มขึ้นสี่สาวได้รับคำสั่งให้บุกเข้าไปช่วยเด็กที่ถูกลักพาตัว ชนินมอบหมายให้ พริม เป็นหัวหน้าทีม สร้างความไม่พอใจให้อารตี เป็นอย่างมาก เพราะฝีไม้ลายมือของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพริมเลยแม้แต่น้อยเมื่อถึงเวลาปฏิบัติภารกิจ อารตีไม่ยอมทำตามแผนที่วางไว้ ทำให้ทุกคนตกอยู่ในอันตราย เด็กหญิงวิ่งไปเป็นลมหน้าภูวัช เขารับร่างเด็กหญิงไว้ อารตีวิ่งมาเจอเข้า ก็ตรงเข้าจับตัวภูวัช เขาพยายามชี้แจงว่าเขาไม่ใช่คนร้าย แต่อารตีไม่เชื่อพาภูวัชไปที่หน่วยแต่ด้วยอำนาจ และบารมีของเจ้าพ่อสุรวิชย์ ผู้เป็นพ่อ ภูวัชถูกปล่อยตัวโดยไม่มีการไต่สวน อารตีโวยวายและให้สัญญากับตัวเองสักวันเธอจะฉีกหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังให้ได้ อารตีรู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนๆตกอยู่ในอันตรายและ ทำให้ศิริพรได้รับบาดเจ็บ จึงขอถอนตัวออกจากแก๊งมือปราบสายเดี่ยว ก่อนที่เหตุการณ์จะเลวร้าย พริมคู่ปรับที่ไม่ค่อยลงรอยกับ อารตี ขัดขวางไม่ยอมให้อารตีออกไปจากทีม หากอารตีก้าวไปอีกก้าวเดียวเธอจะถือว่า อารตีเป็นฝ่ายแพ้ คำพูดของพริม ทำให้อารตีฮึดสู้ ประกาศก้องว่าเธอไม่มีวันที่เธอจะยอมแพ้พริมเด็ดขาด ทุกคนในหน่วยเฉพาะกิจต่างขบขันกับพฤติกรรมของสองสาว ชนินเปิดเผยว่า นี่เป็นแผนที่จะพิสูจน์ความเป็น น้ำหนึ่งใจเดียวกัน ของทีม หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ทั้งสี่สาวเริ่มผนวกใจเป็นหนึ่งเดียว ร่วมทุกข์ร่วมสุขและเห็นอกเห็นใจกันจนได้ ปฏิบัติการโค่นเจ้าพ่อจึงเริ่มขึ้น นั่นหมายความว่า ทั้งสี่สาวจะต้องหาหลักฐานมัดตัวสุรวิชญ์ และหาทางช่วยเด็กอีกจำนวนมากที่ถูกพาตัวไปส่งขายยังต่างประเทศชนินรู้ว่าภูวัชชอบอารตีก็สั่งให้อารตีเข้าไปเป็นคู่ควงของภูวัช เพื่อล้วงความลับและหาหลักฐานมัดตัวภูวัชว่ามีส่วนรู้เห็นในขบวนการค้าหญิงข้ามชาติ อารตีพยายามใช้เสน่ห์เล่ห์กลร้อยแปดเพื่อหลอกล่อให้ภูวัชสนใจ ความใกล้ชิด การเอาอกเอาใจและคารมของภูวัช ทำให้หัวใจของอารตีเริ่มอ่อนไหว พริม เนย ศิริพร ต้องปลอมตัวเป็นนักร้องวงทรแองเจิ้ลเข้าไปทำงานในบาร์ของเดี่ยวคนสนิทของสุรวิชจ่าดำตามไปเป็นผู้จัดการให้สาวๆเพื่อเข้าไปสืบว่าจริงๆแล้วสุรวิชหรือเดี่ยวกันแน่ที่เป็นเจ้าพ่อของแก๊งค้ามนุษย์ จิดาภา น้องสาวบุญธรรมของภูวัช ไม่พอใจที่ภูวัชควงอารตี ก็หาทางกลั่นแกล้งให้อารตี กระเด็นไปจากภวัศ ยิ่งจิดาภาพยายามขัดขวางมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้อารตีและภูวัชสนิทสนมกันมากขึ้น แต่อารตีก็พยายามปฏิเสธใจตัวเอง เพราะเธอมีชนินเป็นฮีโร่อยู่ในใจอยู่แล้ว ละครมือปราบสายเดี่ยว ทางด้าน พริมเนย และ ศิริพรที่กลายเป็นนักร้อง ด้วยความสวยของพริม เนยและศิริพร สามสาวโดดเด่นในบรรดานักร้องทั้งหมด ทำให้บรรดานักร้องประจำเริ่มไม่พอใจหาทางกลั่นแกล้ง แต่พริม เนย และศิริพรก็สวนกลับอย่างไม่มีใครยอมใคร จนในที่สุดนักร้องรุ่นเก่าต้องรวมตัวกันขอร้องให้สุรวิชญ์ไล่พริมเนยและศิริพรออกไป แต่เมื่อสุรวิชญ์ได้พบหน้าพริม เขาก็หลงใหลในรูปร่างหน้าตาของเธอ จึงเสนอรถสปอร์ตสุดหรู แลกกับการเป็นคู่ควง พริมได้โอกาสงัดกลเม็ดมารยาหญิงหลบเลี่ยงสารพัด ยิ่งพริมเล่นตัวเท่าไหร่ สุรวิชญ์ยิ่งอยากเป็นเจ้าของพริมมากขึ้นเท่านั้นศิริพรหาโอกาสพยายามเข้าไปแฮกข้อมูลโน๊ตบุ๊คของเดี่ยว โดยให้พริมเป็นตัวล่อ ศิริพรตกอยู่ในวงล้อมของสมุนเดี่ยว หมวดดอน และจ่าเข้มบุกเข้ามาช่วยสถานการณ์เริ่มไม่น่าไว้วางใจ ชนินปลอมตัวเป็นคนขับแท็กซี่คอยรับส่งพริม เพื่อคุ้มครองเธอให้ปลอดภัย ระหว่างปฏิบัติงาน ขณะที่หมวดดอนปลอมตัวเป็นมอเตอร์ไซด์วินมาคอยรับส่งศิริพร ส่วนจ่าเข้ม ปลอมตัวเป็นตำรวจที่รับสินบน เพื่อช่วยกันหาหลักฐานมัดตัวเจ้าพ่อและนายเดี่ยวลูกน้องคนสำคัญ พริม และ ชนินต้องใกล้ชิดกันด้วยหน้าที่การงาน แต่ทั้งคู่ต้องซ่อนความรู้สึกในใจไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา และการทะเลาะเบาะแว้ง ต่างไม่มีใครยอมใคร.... แก๊งค้าหญิงข้ามชาติถูกขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจบ่อยครั้ง สุรวิชญ์จึงได้ให้จิดาภา ลูกสาวบุญธรรมของเขาเข้าไปเป็นนางนกต่อ หาทางใกล้ชิดสนิทสนมกับชนินเช่นเดียวกัน จิดาภาพยายามใช้ความสวยยั่วยวนชนินเพื่อรู้ความลับของคู่ต่อสู้ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษบางครั้งชนินก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพชนินไปไหนมาไหนสองต่อสองกับจิดาภาทำให้พริมไม่พอใจและพาลไม่ชอบขี้หน้าจิดาภา เจอหน้ากันแต่ละครั้งทั้งสองสาวต่างก็ปะทะคารมกันอยู่เสมอขณะที่อารตีเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่าง ชนินและพริม สองสาวออกกำลังกันงัดข้อกันจนเหนื่อยแทบขาดใจ ต่างก็ระบายความในใจออกมา อารตีจึงรู้ว่าพริมรักชนินมาก และในขณะที่อารตีกำลังจะต้องหมั้นกับเขา ตามความต้องการของผู้ใหญ่ แต่หัวใจของเธอ กำลังหวั่นไหวกับภูวัชลูกชายเจ้าพ่อใหญ่ทั้ง 2 คู่จึงกลายเป็นความสับสนอลหม่านที่ยากจะลงตัวง่ายๆ สายสืบส่งข่าว จะมีการส่งเด็กและผู้หญิงล็อตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เมื่อรู้วันเวลาแน่นอน ชนินเข้าไปตรวจค้น สุรวิชญ์ เดี่ยวและลูกน้อง ยิ้มต้อนรับและพร้อมให้พิสูจน์กับความบริสุทธิ์ของตัวเอง ชนินและลูกทีมคว้าน้ำเหลว หน้าแตกยับเยิน ยรรยงเชื่อว่าจะต้องมีหนอนบ่อนไส้ ให้ชนินสืบหาด่วน พริมโดนเพ่งเล็งมากกว่าใคร เพราะประวัติพื้นเพของเธอไม่สามารถชี้ชัดได้ พริมกลับไปถึงห้อง ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าข้าวของส่วนตัวของเธอถูกรื้อค้น รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีข้อความที่สุรวิชญ์ส่งถึงพริม ยิ่งทำให้ชนินสงสัยเธอมากกว่าเดิม อารตี เนย และศิริพรต่างก็กล่าวหาว่าพริมหักหลัง พริมขอเวลา 1 อาทิตย์เพื่อพิสูจน์ว่าเธอบริสุทธิ์ของตัวเอง เธอตามสืบหาน้อง แต่กลับติดไปกับกลุ่มเด็กสาวทีกำลังจะถูกส่งตัวไปขายต่อมาเลเซีย โชคดีที่ ชนิน หมวดดอน จ่าเข้ม และจ่าดำ ตามไปช่วยไว้ได้และช่วยผู้หญิงต่างชาติที่กำลังจะถูกส่งขายไปเมืองนอกได้จนกลายเป็นข่าวโด่งดังผ่านไปหลายวัน พริมก็ไม่สามารถหาหลักฐานได้ ในที่สุดพริมตัดสินใจยอมเป็นคู่ควงกับสุรวิชญ์ เพราะเริ่มสงสัยว่าสุรวิชต่างหากที่เป็นตัวการสำคัญไม่ใช่เดี่ยว จนสุรวิชญ์ไว้ใจให้เธอเข้านอกออกในได้ทุกซอกทุกมุม จนพริมรู้ช่องทางลับที่สุรวิชญ์ แอบพาเด็กสาวหลบหนี พริมพบว่ามีเด็กสาวกำลังถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินนับสิบคน เธอสงสัยว่าอาจจะมีน้องนุช น้องสาวของเธอรวมอยู่ด้วย ถึงเวลาประชุมลับ พริมเสนอและขอร้องให้ชนินเข้าไปช่วยเหลือ แต่ชนินกลับปฏิเสธโดยบอกว่า ถ้าไปตรวจค้นแล้วคว้าน้ำเหลวเหมือนคราวที่แล้ว สำนักงานฯจะต้องหน้าแตก .... ทั้งคู่โต้เถียงกันอย่างรุนแรง ละครมือปราบสายเดี่ยว พริม เสียใจที่หน่วยปราบสายเดี่ยวไม่เชื่อถือ ตัดสินใจสวมหน้ากากเป็นสาวแก้มแดง บุกเดี่ยวเข้าไปช่วยเหลือเด็กสาวเหล่านั้น จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง กล้องวงจรปิดกลายเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าพริมกำลังทำนอกเหนือคำสั่ง ชนินสั่งลงโทษพริมโดยสั่งขังเดี่ยว 3 วัน ทั้งที่เขาเองก็เจ็บปวดที่ต้องลงโทษผู้หญิงที่เขารัก ขณะที่พริมเดินหน้าเข้าห้องขังเดี่ยว แก๊งมือปราบสายเดี่ยวถูกสั่งให้ออกปฏิบัติการ หาหักฐานมัดตัว เอาผิด สุรวิชญ์ สุรวิชญ์ไหวตัวทันหลบหนีไปได้ ทั้งสี่สาวตกอยู่ในอันตราย ชนิน หมวดดอน จ่าเข้ม และจ่าดำมาช่วยไว้ทันเวลาพอดี ปฏิบัติการล้มเหลว มีผู้หญิง หลบหนีออกมาจากแก๊งค์ค้ามนุษย์ และถูกฆ่าตาย พริมได้พบสร้อยข้อมือที่เธอซื้อให้น้อง ด้วยความแค้น พริม ตัดสินใจสวมหน้ากากสาวแก้มแดงอีกครั้ง บุกเข้าไปเพื่อหวังจะช่วยน้องนุช ชนิน สงสัยในพฤติกรรมของ พริม จึงติดตามไปอย่างไม่ลดละ ขณะที่พริมพยายามหลีกเลี่ยงเพราะไม่อยากให้ความลับเปิดเผย ก่อนที่พริมจะเสียทีถูกกระชากหน้ากาก ภูวัชก็เข้ามา พริมจับตัวภูวัชเป็นตัวประกัน ให้พาเธอหลบหนีออกไปอารตีเป็นห่วงภูวัชตามไปอย่างไม่ลดล่ะ และพบว่าภูวัชถูกแก้ผ้าล่อนจ้อนอยู่ข้างทาง เธอช่วยเหลือเขา ระหว่างนั้นมีมือปืนตามฆ่าภูวัช อารตีช่วยพาเขาหนีไปก่อนที่ทั้งคู่จะเสียที พริมในชุดหน้ากากก็มาช่วยไว้ได้ทัน ชนินจับตัวพริมในชุดหน้ากากนางสิงห์แก้มแดงไว้ได้ พริมจนมุมหมดทางต่อสู้ ตัดสินใจจูบชนิน เมื่อชนินเคลิบเคลิ้ม พริมฉวยโอกาสหลบหนี ภูวัชเริ่มสงสัยว่า เขาเป็นเป้าหมายสำคัญที่กลุ่มเหล่าร้ายต้องการเก็บอารตีบอกว่าอาจจะมีคนไม่หวังดีกับเขาหรืออยากฮุบสมบัติไว้คนเดียว ภูวัชสงวัยว่าจะเป็นจิดาภาซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของพ่อ .. ซึ่งจะเป็นผู้รับมรดกทั้งหมด หากเขาเป็นอะไรไป อารตี บอกให้ภูวัชจับตามองจิดาภาอย่างเงียบๆอย่าให้รู้ตัวภูวัชไม่เชื่อเพราะรักจิดาภาเหมือนน้องสาวแท้ๆพริมได้พบน้องนุชน้องสาวจนได้ เธอเข้าไปช่วยน้องสาวออกมาได้ทันเวลา แต่พลาดท่าถูกคนของสุรวิชญ์ยิงได้รับบาดเจ็บ ภูวัชโผล่มาช่วยเธอได้ทันเวลา และยังพาพริมไปรักษาตัว เขารู้ความจริงว่า พ่อของเขาเป็นหัวหน้าแก๊งค้าผู้หญิงข้ามชาติ ภูวัช พยายามขอร้องให้สุรวิชญ์ยุติเรื่องทั้งหมด แต่สุรวิชญ์กลับปฏิเสธ บอกว่าเขามาไกลเกินจะคิดกลับตัว และบอกว่าที่ทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของภูวัช ภูวัชระเบิดอารมณ์บอกว่าพ่อทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ถ้ารักลูกจริงจะต้องเลิกเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายการชิงไหวพริบระหว่างชนินกับสุรวิชญ์เริ่มต้นขึ้น แต่ชนินก็พลาดกับข่าวลวงที่เป็นกับดักลวงมาฆ่า ภูวัชมาช่วยได้ทันก่อนที่ชนินและลูกทีมจะเอาตัวไม่รอดพริมย้อนกลับไปโกดังเพื่อหานาฬิกาที่ชนินซื้อให้ในวันเกิด จู่ๆคานโกดังดันหล่นมา ชนินใช้ตัวป้องกันพริม จนตัวเองได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ต่างก็กอดกันด้วยความรัก อารตีเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าชนินรักพริม อารตีเดินหนีมา เห็นสุรวิชญ์ถูกยิงเข้าพอดี ภูวัชหันไปเห็นอารตียืนถือปืนอยู่ เขาเข้าใจว่าอารตีฆ่าพ่อของเขา เขาโกรธจัดตรงเข้าไปกระชากแขนอารตีวิ่งหนีไปด้วยความแค้น แม้อารตีจะพยายามปฏิเสธอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ ภูวัชพาอารตีขึ้นรถหนีรถตำรวจไล่ตามมาติดๆ เมื่อเจอด่านตรวจอยู่ข้างหน้า ภูวัชจึงหักรถเข้าป่า อารตีพยายามหนี ภูวัชจึงเอาเชือกมัดมือเธอและลากเข้าป่า เมื่ออารตีพยายามหาทางหนีอยู่เสมอจึงถูกภูวัชข่มขู่และทำร้ายต่างๆนานา ขณะเดียวกัน ทั้งคู่ก็ถูกมือปืนตามเก็บอย่างกระชั้นชิด ชนินรู้ว่าอารตีและภูวัชตกอยู่ในอันตรายจึงตามไปช่วย พริมขอตามไปด้วยความเป็นห่วงเพื่อนร่วมแก๊ง หมวดดอน ศิริพร เนย จ่าดำ และจ่าเข้มนำกำลังไปสมทบขณะที่อารตีและภูวัชค้างคืนอยู่ในป่าด้วยกันอารตีถูกงูกัด ภูวัชเข้ามาช่วย อารตีอาศัยจังหวะแย่งปืนไปได้แต่ภูวัชไม่สนใจกลับดูดพิษงูออกด้วยความห่วงใย อารตีใจอ่อน ไม่สามารถยิงเขาได้ เธอคืนปืนให้เขา ภูวัชมั่นใจว่าอารตีจะไม่หนีไปไหนจึงแกะเชือกออก ทั้งสองหาทางออกจากป่าอย่างยากลำบาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ต่างก็เห็นอกเห็นใจกันและรักกันคนของจิดาภาตามมาเจอเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด หมวดดอน ตกอยู่ในอันตราย เนยพุ่งเข้าไปบังกระสุนแต่กลายเป็นศิริพรที่เข้าไปกอดบังเนยอีกทีและศิริพร เสียชิวิตในอ้อมกอดของหมวดดอนและเนยผู้ชายที่เธอรัก และเพื่อนรัก ทั้งหมดร้องไห้ด้วยความเสียใจ จิดาภาดักยิงภูวัชจนบาดเจ็บ แต่ชายหนุ่มก็รวบรวมกำลังหนีไปได้ อารตีช่วยทำแผลให้ จิดาภายังไม่หยุด หลังจากฆ่าสุรวิชญ์แล้ว ยังมีภูวัชเป็นเสี้ยนหนามขัดขวางหนทางที่จะได้มรดกทั้งหมด เธอจึงสั่งให้เดี่ยว คนสนิทของสุรวิชตามเก็บภูวัชให้ได้ ขณะที่ภูวัชและอารตีกำลังจะเสียที ชนินและพริมก็ตามมาช่วยไว้ได้ ละครมือปราบสายเดี่ยว จิดาภาถูกยิงตาย....ก่อนตายเธอได้สารภาพความจริงทั้งหมด ว่าพ่อของเธอถูกสุรวิชญ์ฆ่าตายและรับเธอมาเลี้ยงเพราะสงสาร แต่ใช้เธอเป็นนางนกต่อและด่าว่าเธอตลอด เธอแอบได้ยินสุรวิชญ์บอกภูวัชว่าไม่เคยรักเธอเหมือนลูกแต่เลี้ยงเอาไว้ใช้ เธอจึงคิดแก้แค้นแทนพ่อ และก่อนสิ้นใจตายเธอมอบตั๊มไดรว์ เปิดโปงขบวนการค้าหญิงข้ามชาติทั้งหมดให้ชนิน ... และขอให้ชนินกอดเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะสิ้นใจในอ้อมกอดของชนิน หลังจากเหตุการณ์ร้ายๆผ่านไป คุณสิรีขอให้ยรรยงบังคับให้ชนินแต่งงานกับอารตี สองคนตกใจไม่คิดว่าจะโดนมัดมือชก อารตีวางแผนหลอกคุณสิรีเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นภูวัช กว่าจะรู้คุณสิรีก็ต้องเลยตามเลย พริม เสียใจเพราะชนินผิดสัญญากับเธอ จึงหลบหนีไปทำใจ ชนินพยายามตามหาพริมจนเจอ เขาสารภาพรักพริมและขอให้เธอให้โอกาสเขา พริมบอกว่าเธอทำร้ายอารตีไม่ได้หรอก เพราะรู้ว่าอารตีก็รักชนิน อารตีเดินมากับภูวัชบอกว่าเธอเปลี่ยนใจแล้ว คนที่เธอรักคือภูวัชต่างหาก ขณะที่หมวดดอน สมหวังกับเนย พริม อารตี เนยไปที่หลุมฝังศพของศิริพร มือถือของสามสาวดังขึ้นพร้อมกับภารกิจใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น .. นักแสดงนำ ละครมือปราบสายเดี่ยว เอกพงษ์ จงเกษกรณ์ รับบท ภูวัชณฐณพ ชื่นหิรัญ รับบท ชนินตฤณญา มอร์สัน รับบท พริมชาเคอลีน มิ๊นซ์ รับบท อารตีเบญจวรรณ อาร์ดเน่อร์ รับบท เนยพราวฟ้า การัญชิดา รับบท ศิริพรกิตติธัช ประดับ รับบท หมวดดอนเจสสิก้า ภาสะพันธุ์ รับบท จิดาภาจักรกฤษณ์ อำมรัตน์ รับบท สุรวิชญ์

ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!)
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า คุมะมง คืออะไร เอาง่ายๆ มันคือมาสคอตหมี ตัวนึงครับ นอกจากนี้ผมรู้แค่ว่าเจ้านี่หน่ะ ดังมาก! ดังอย่างไร? เพราะอะไร? และทำไม? ผมไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งมีโอกาสมาเที่ยวที่ จังหวัดคุมะโมะโตะ ถิ่นกำเนิดเจ้าหมีดำแก้มแดงตัวนี้ ใช่แล้วครับ {Was there once} in JAPAN ครั้งนี้จะพาไปตะลุยที่ 'จังหวัดคุมะโมะโตะ' ภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น นั่นเอง! ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!) กระทู้นี้นอกจากจะชวนเที่ยวแล้ว ยังพร้อมชวนทุกคนไปรู้จัก คุมะมง  หมีดำโคตรน่าหมั่นเขี้ยว น่าหมั่นไส้ และน่าเอ็นดู ไปพร้อมๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยคร้าบบบ! Day1: Kumamoto หลังจากลงเครื่องที่ จังหวัดฟุกุโอกะ ผมจัดแจงซื้อ 3 Days North Kyushu Pass ที่สนามบิน แล้วตรงดิ่งมายัง จังหวัดคุมะโมโตะ ด้วยรถไฟ Shinkansen (ใช้เวลาประมาณ 30 กว่านาที) ผมมาถึง คุมะโมะโตะ ราวบ่ายสามครึ่ง ฝากสัมภาระที่โรงแรม Toyoko Inn Kumamoto Ekimae ที่พักในคืนนี้ เดินจาก JR Kumamoto 3 นาทีเองครับ ผมซื้อบัตร One day Kumamoto Tram city สำหรับการเดินทาง จะใช้วันไหน ก็ขูดเอาเลยครับ เราจะไปด้วยเจ้านี่กันครับ ภายในเป็นโบกี้ธรรมดาๆ เหมือนนั่งบนรถเมล์ไทย เวอร์ชั่นสะอาด ปลอดภัย  (ไม่มีรูปลงเพราะถ่ายติดหน้าชาวญี่ปุ่นชัดมากครับ) **เพิ่มเติม**  สำหรับการเดินทางใน คุมะโมะโตะ มีสองทางหลักๆ 1. Kumamoto Tram city มีสาย A และ B วิ่งมาเชื่อมกันที่ป้าย Karachimacho ก่อนวิ่งตีคู่ขนานตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ  ผู้ใหญ่ 150 yen เด็ก 80 yen ขึ้นที่ JR Kumamoto ได้ 2. Kumamoto Castle loop Bus หรือ (Shiromegurin Bus) วิ่งเป็นวงกลมจาก JR Kumamoto มี 18 ป้าย รถออกทุก 20 นาที ตั๋วแบบ One day ราคา 300 เยน ซื้อที่ Tourist information ณ JR Kumamoto ปล. Taxi ก็มีนะ ผมลงป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle ตามภาพเลยครับ อ้อ...แผนที่เส้นทางเดินรถ มีแจกฟรีบน Tram หรือจะหยิบจากสถานี JR Kumamoto เลยก็ได้ครับ ระหว่างทางเราเจอเจ้าหมีตัวนี้เป็นระยะ โอ๊ะ! ตรงนี้ก็มี คุมะมง นะ >,< ผมเจอหมีดำขนาดย่อมอีกตัว ณ จุดหมายแรกของเรา คือ “Sakura-No-Baba Johsaien” ที่นี่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งน่ารักๆ ร้านรวงสวยงาม สะอาดสะอ้าน มีขนม และอาหาร ให้เลือกซื้อไม่มาก รวมถึงของที่ระลึก เจ้าคุมะมง ก็มีเช่นกัน มาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้านี่มีดีอะไร!? แต่ที่แน่ๆ ผมรู้สึกโดนหมี คุกคาม... ‘อะไรก๊านนนนนน นี่จะตามไปถึงหนายยยยย!’ เหตุผลนึงที่ทำให้เจ้าคุมะมงแพร่หลายไปทั่ว คือ คุมะโมะโตะ ไม่ได้เรียกเก็บค่าลิขสิทธ์ใดๆ ผลดีคือ ทำให้ คุมะมงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ใครๆ ก็อยากมา คุมะโมะโตะ บ้านเกิดหมีดำแก้มแดงกัน (เม็ดเงินมหาศาล) แต่ไม่ใช่เพราะคนเห็นบ่อยหรอกนะที่ทำให้เจ้านี่โด่งดัง มันยังมีอะไรมากกว่านั้น... เรามาที่นี่เพราะ ‘หิว’ แต่ลองด่อมๆ ดู ยังไม่รู้สึกตกหลุมพรางเมนูไหน งั้นเดินไปรอบๆ ดูอีกนิดดีกว่า... ละแวกใกล้ๆกันนอกจาก ปราสาทคุมะโมะโตะ แล้วก็ยังมี อนุสาวรีย์ไดเมียวแห่ง Kumamoto ด้วย ท่านไดเมียวชื่อ คะโต คิโยะมะซะ ‘Koto Kiyomasa’ ครับ ก่อนหน้านี้ ท่านเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ 1 ใน 7 ทหารเอกแห่งชิซูคะตะเกะ โด่งดังมาก ชนิดที่ว่าหากเกิดยุคสมัยนี้ คงต้องมีการขอท่านเซลฟี่สักนิด ถัดไปอีกนิดก็มีโซนต้นไม้ใหญ่ริมกำแพงปราสาทคุมะโมะโตะ อากาศสบายๆ สงบเงียบดี **เพิ่มเติม** อนุสาวรีย์ Koto Kiyomasa ตั้งอยู่ใกล้ Kumamoto Castle และ Sakura-No-Baba Johsaien เรียกได้ว่าเป็นทางผ่านเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามาเที่ยวละแวกนี้ก็เก็บรวดเดียวทั้งสามสถานที่ข้างต้นเดินทางโดย Kumamoto Castle loop bus ป้าย Sakuranobaba Johsaien หรือ Kumamoto Tram city ป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle / City hall แต่ละจุดใกล้กับแต่ละสถานที่ต่างกันนะ ผมตัดสินใจเดินทางต่อไปยัง Fujisakidai- 1000-year old Camphor Trees นับว่าเป็นสถานที่เปลี่ยวใจ อีกหนึ่งแห่ง ถึงแม้จะมาไกลขนาดนี้ เราก็ยังพบเจอคุมะมงได้ (บริเวณนี้ไม่ใช่เขตท่องเที่ยวเลยครับ) ที่นี่มี ต้นการบูรยักษ์ อายุมากกว่า 1000 ปี หลายต้น ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติ จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก นทท.ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมากันหรอกครับ วิวเมืองคุมะโมะโตะยามเย็น ผมหลงทางเลยพลาดช๊อต ดวงอาทิตย์คล้อยตกแบบพีคๆ นั่นเป็นจุดประสงค์หลักในการมาที่นี่ของผม (เศร้าใจกันเลยทีเดียว) อย่างไรก็ตาม กลิ่นใบไม้ ใบหญ้า อากาศชื้นๆ เย็นๆ ก็ช่วยทดแทนความเฟลข้างต้นได้สบายๆ รอบตัวเราไม่มีใคร มีเพียงแค่เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กญี่ปุ่นที่ลอยมาจากทางไหนก็ไม่รู้ >,< **เพิ่มเติม** หากไม่ได้ชอบอยู่เงียบๆ ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ฟังเสียงนกร้อง มองท้องฟ้าสีส้ม ที่นี่อาจจะไม่ใช่ช้อยส์ที่ถูกใจนัก แต่ถ้าอยากลบหลีกคนเ ผมว่าที่นี่ก็ไม่เลวครับ การเดินทาง ใช้บัตร Kumamoto Castle loop bus ลงป้าย Children Culture center แล้วเดินต่อขึ้นเนินไปตามทางอีกประมาณ 7 นาที มองสูงเข้าไว้จะเจอต้นไม้ใหญ่หลายๆ ต้น พิกัดอยู่ใกล้กับสนามเบสบอล Fujisakidai ระหว่างทางไม่มีป้ายบอกแนะนำว่าควรถามทางจะดีที่สุดครับ ควรเซฟรูปเก็บไว้ เพราะคนแถวนั้นก็งงๆ ว่าเราจะไปไหนกัน คำที่ควรพูดออกไปคือ Big trees จะช่วยให้คนญี่ปุ่นเข้าใจได้เยอะ หากเดินทางโดย Tram หรือ รถราง (เหมือนผม) ลงป้าย Daniyama-machai จะเดินค่อนข้างไกลนะครับและอาจหลงทางได้  ***หายากมาก แนะนำมาโดย รถบัส เถอะครับ ‘จ๊อก จ๊อก’ เพราะเสียงท้องร้อง ทำให้เรามาอยู่ที่นี่ Sun Road Shinshigai หรือถนนช๊อปปิ้ง คุมะมงอยู่ด้านบนนั่นไง เห็นทุกหนทุกแห่งขนาดนี้ แต่กว่าเจ้านี้จะโด่งดังแบบพีคๆ ใช้เวลาเกือบสองปีเลยทีเดียวครับ การันตีรายได้ USD $293 ล้าน ในปี 2012 (เกิด 2010) คุมะมง Debut สู่สายตาประชาชีแบบยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ที่คุมะโมะโตะ แต่เป็นการไปเดินป้วนเปี้ยนตามจุดดังๆ ใน Osaka City ใครๆก็สงสัยว่าหมีดำตัวนี้คือใคร มาทำอะไร จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ (twitter) ผมนั่งรถรางไปยังป้าย Karachimacho เดินเข้าถนน Sunroad ชิดขวาเข้าไว้ มองสูงจะเจอตึกปาจิงโกะอยู่ตรงหัวมุมของแยกแรก เลี้ยวขวามือตรงไปอีก 3 นาที ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือครับ ยะฮู้! ได้กินสักที ทงคัตสึร้านนี้อร่อยมากกกกกกก! ผมสั่งเนื้อคนละส่วนมาอย่างละหนึ่ง โดยการโชว์ภาพทงคัตสึที่เซฟมาในมือถือ (เรื่องกินต้องพร้อมเสมอ ฮิฮิ) โชคร้ายที่เราไม่สามารถแยกความต่างระหว่างเนื้อสองจานนี้ได้ - - รู้แค่ว่า 'โออิชิ!!' เมนูร้านไม่มีภาษาอังกฤษนะ และพนักงานพูดอิ้งไม่ค่อยได้ครับ กว่าจะจัดการทงคัตสึตรงหน้าเสร็จ ร้านอื่นๆ ก็ปิดกันหมดแล้ว เดินวนอีกสองรอบชมบรรยากาศเว้งว้าง ได้อารมณ์สตรีทสไตล์ของชาวญี่ปุ่น ละแวกนี้ดีครับ ค่ำคืนนี้จบลงด้วยการหย่อนพุงแน่นๆ ลงบนเตียง (นั่งรถรางกลับมาที่ป้าย JR Kumamoto Station เช่นเดิม) ห้องนอนขนาดกะทัดรัดแต่สบาย ห้องน้ำเล็กนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ส่วนใต้เตียงมีพื้นที่สำหรับยัดกระเป๋าใหญ่ๆได้ที่สำคัญ Service mind เต็มร้อย Day2: Kumamoto / Aso นี่คือมื้อเช้าของผม อาหารเช้าฟรีของโรงแรมมีหลากหลายให้เลือกตักตามใจชอบ ดูเหมือนว่าจะเป็น Traditional Food ละมั้ง อืม.. ไม่มีเนื้อสัตว์ให้หน่อยหรอ T_T ระหว่างทางมักมีเรื่องราวน่ารักๆ เสมอ ผมเลือกมาปราสาทคุมะโมะโตะ ในช่วงเช้าของวันที่สอง ยังคงเดินทางโดยบัตร One day trip Kumamoto Tam City ลงป้ายหมายเลข 10 เช่นเดิม มีป้ายบอกทาง อย่ากังวลไปนะ คาวาอิมากเลย เดินตามทางมาจนถึงทางเข้าปราสาท ค่าตั๋ว ราคา 500 เยน (ใช้บัตรลดจาก Tram Cityได้) จ่ายปุ๊ปจะได้โปรชัวร์มาด้วย เอ้า! พลิกดูด้านหลังเร็วเข้าทุกคน .. มีที่ว่างให้ Stamp ด้วยยยยยยยยยย! (ตื่นเต้นเพื่อออ!?)  สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมักจะมี Stamp ให้เราเก็บไว้เป็นที่ระลึก ช่วยเพิ่มคุณค่าทางใจ และความน่ารักใสๆ ให้ตัวเอง 5555555 สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นความละเอียด และใส่ใจของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อนักท่องเที่ยว ผมชอบจัง ;D เดินผ่านกำแพงพร้อมอากาศร้อนๆ ไปสักครู่เดียว ปราสาทคุมะโมะโตะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ (มีหอคอยสูง 2 หอ) เดิมถูกเพลิงไหม้เสียหาย  ก่อนได้รับการบูรณาการขึ้นใหม่ หอคอยแรกที่เข้าไปมีขนาดเล็กกว่า หากฟังภาษาญี่ปุ่นออกจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยตอบคำถามที่สงสัย ผมลองแอบหลบมุมยืนดูเจ้าหน้าที่อธิบายสาวเจแปนสักครู่ใหญ่ เผื่อจะพอสังเกตท่าทาง แปลความหมายได้ เอ่อออออออ... อืมมมม.. เอ่อะ. หันมากดชัตเตอร์แทนละกัน วิวจากหอคอยเล็กครับ ฝั่งนู้นคือหอคอยใหญ่ที่กำลังจะพาไปแล้ววววว ว่าแล้วก็ชักภาพคู่กับหอคอยใหญ่ สักหนึ่งแช๊ะ หอคอยใหญ่ด้านในจะมีนิทรรศการขนาดย่อมให้เสพ ฝั่งนู้นคือ หอคอยที่เราไปมาไงจ๊ะ หันมาอีกฝั่ง เจอะคุมะมงทักทายมาแต่ไกล ตรงนั้นคือโรงเรียนครับ คุมะมงทำให้ คุมะโมะโตะ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลยครับ เห็นเป็นการ์ตูนเด็กๆ อย่างนี้ แต่เจ้านี่ทำให้เมืองทางผ่านอย่างคุมะโมะโตะ ได้รับความสนใจขึ้นมาก ถึงแม้ คุมะมง จะเป็นการ์ตูน แต่ผู้ใหญ่ก็แสดงออกว่ารักและเอ็นดูไม่แพ้กัน มองกลับมาที่บ้านเรา ผู้ใหญ่บางคนยังมองว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระอยู่เลย... คุมะมงตัวบิ๊กอีกแล้ว อีกมุมหนึ่ง เดินวนดูได้ 360 องศาเลยครับ นอกจากนี้ที่ คุมะโมะโตะ ยังมี คุมะมงสแควร์ สถานที่เอ็กซ์คลูซีฟเพื่อคนรักคุมะมงโดยเฉพาะ (ของแอบแพงนิดๆ นะ) นอกจากจะมี นทท. แล้ว นร.มาทัศนศึกษาที่นี่ก็มีเยอะมากครับ มากันเป็นครอบครัวก็มีแยะ , เราชอบความสัมพันธ์แบบนี้ ความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย เรื่อยๆ ไปจนแก่ .. >,< ผมวิ่งขาขวิดด้วยสปีดเดียวกับโดนหมาไล่กัด เพื่อไปหยิบกระเป๋าที่ฝากไว้ ในโรงแรม (เช็คเอาท์เรียบร้อย) เรากำลังนั่งรถไฟไป Aso San หรือภูเขาไฟอะโส กันครับ ที่นี่ถือเป็นไฮไลท์เด่นๆ สำหรับผม คงเพราะผมชอบกลิ่นหญ้าละมั้ง .. รถไฟ Trans-Kyushu Limited  Express ที่เราจับไปวันนี้ หากจะไป Aso ควรอย่างยิ่งที่จะต้องจองรถไฟ ผมไปจองช่วงเช้าก่อนไปปราสาท เกือบจองไม่ทันแหนะ บนรถไฟมี Stamp ให้ด้วย เย๊ส! นอกจากนี้ยังมีแจกลูกอมด้วยนะ รถไฟสายท่องเที่ยวจะมีอะไรน่ารักๆแบบนี้เสมอ (เดินไปขออนุญาตถ่ายรูป พนักงานยิ้มเขินๆ น่ารักมาก อิอิ) พิเศษเข้าไปอีกด้วยป้ายพร้อมบริการถ่ายรูปให้ (ใช้กล้องตัวเองนะ ;P) ความเขียวขจีนอกหน้าต่างยิ่งมองยิ่งตื่นเต้น ยิ่งโหยหายกลิ่นธรรมชาติ ผมเผลอเอาจมูกไปชิดหน้าต่าง หวังให้มีกลิ่นหญ้าลอดมาสักนิด ... อะไรจะขนาดน้านนนน พ่อคู๊ณณณณณณ - -‘’ Kuro คือมาสคอตโด่งดังอีกตัวหนึ่ง Kuro ประจำการอยู่บนรถไฟสายท่องเที่ยว Aso Boy โด่งดังไม่น้อยหน้าขบวนอื่น โดย Aso Boy มีตารางเวลาเดินรถไม่แน่นอน ปกติหากไม่ใช่ช่วง High Season จะมีบริการเสาร์-อาทิตย์ ครับ ที่สำคัญคือ ต้องจองล่วงหน้านะ! คุมะมงแบบฉบับรถก็มา เหมือจะเป็นรถเช่าประจำการที่นี่ครับ ภายในสถานีวินเทจด้วยระบบอัตโนมือซะส่วนใหญ่ มุมนอกสถานี JR Aso  เรียบๆ เงียบๆ เรารอรถบัสเพื่อที่จะนั่งรถไป ภูเขาไฟ Aso อีกต่อ ที่บริเวณนี้เลยครับ อย่าลืมขอแผนที่ละแวก JR Aso และตารางเวลารถบัสนะครับ อย่าลืม Stamp ด้วยหล่ะ ;P โดยขอตารางรถบัสได้ที่ Tourist Information ควรแพลนก่อนนะครับ เดี๋ยวจะตกรถเอา (จ่ายเงินตอนลงนะ) วิวสองข้างทาง เขี๊ยวเขียว Aso Ropeway station ระหว่างทางมีจุดจอดสองป้ายหลัก จุดนี้คือป้ายสุดท้าย Aso Ropeway station สามารถขึ้นกระเช้าไปชมปากปล่องได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าของที่ระลึก คุมะมง เต็มไปหมดเลย บะหมี่คุมะมง มาม่าคุมะมง ขนมคุมะมง สารพัดจะคุมะมง เขาถึงได้บอกว่า คุมะมง เนี่ย มีมูลค่าเทียบเท่าหรืออาจมากกว่า Hello Kitty ด้วยซ้ำนะครับ รอบนอกมีศาลเจ้าอยู่ ไปชมกันครับ อาศัยเลียนแบบคนญี่ปุ่นครับว่าเขาต้อง ไหว้กันยังไง คนไทยมาไหว้เต็มเลย (ดูจากภาษาไทยที่เขียนอยู่)   มองย้อนไปด้านหลัง เห็นกระเช้าที่เราไม่ได้ขึ้น เนื่องจาก ภูเขาไฟ Aso ปะทุมาสักพักแล้ว นทท.ไม่สามารถขึ้นไปดูปากปล่องได้ คนส่วนใหญ่แนะนำว่าอย่าไป  'มันเสียเวลาเปล่า...ไม่มีอะไรหรอก' แต่เอาจริงๆ  ‘ใช่ว่าเราจะได้เห็นภูเขาไฟปะทุบ่อยซะที่ไหน!’ จะสบายตามากขึ้น ถ้ามีเราอยู่ในรูป.. 55555555555555 (แดดแรง ตาหยีไปนิด) อย่าแปลกใจไป ผมซื้อเจ้าคุมะมงตัวนี้เมื่อสักครู่นี่เอง ก็ไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่หรอก.. ร้องหา ทอยเลท ทอยเลท (Toilet) วิ่งแจ้นเข้าไปเปลี่ยนทันที โม้มาตั้งนานมัวเเต่ชมว่า คุมะมง เจ๋ง หลายคนเริ่มถาม แล้วมันเจ๋งยังไง??????? เอาเป็นว่า คุมะมงเนี่ย มีการโปรโมต PR ตัวเองมาตลอด มีแคมเปญโปรโมตตัวเองสม่ำเสมอมา 5 ปี (จนถึงทุกวันนี้) เหตุการณ์เด่นๆคือ วันดีคืนดี เจ้าหน้าที่ออกมาประกาศว่า แก้มแดงๆ ของคุมะมงหายไป ขอช่วยให้ทุกคนตามหาให้หน่อย นอกจากนี้การออกอีเว้นท์และรายการทีวีประหนึ่งดารา เซเลบดัง พร้อมบุคลิก กวนตรีน ทะลึ่ง ที่ทำเอาคนหมั่นเขี้ยวและเอ็นดูไปพร้อมๆ กัน ยิ่งทำให้เจ้านี่โด่งดังมากขึ้น ตัวอย่างภาพเซเลปคุมะมงหยิบจับสินค้า (ภาพทั้งหมดขออนุญาตจากทวิตเตอร์ออฟฟิเชียลแล้วครับ) ความเจ๋งที่ว่ามันจึงกลายเป็นว่า คุมะมง หยิบจับสินค้าอะไรก็ตาม สินค้าชิ้นนั้นก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แน่นอนว่า การกระจายรายได้สู่ชุมชน  สินค้าของชาวคุมะโมะโตะได้รับผลดีตามๆ ไป เอาเป็นว่า พ่อค้า แม่ค้า ทุกคน อยากให้คุมะมงหยิบจับสินค้าตัวเองกันทั้งนั้น!!! เพราะมันการันตีได้ว่าจะขายดี(ขึ้น) นี่มันเซเลบชัดๆ เรานั่งรถย้อนลงมาที่สถานีทุ่งหญ้า Kusasenri หิวจัง ! หมับเข้าให้ "เนื้อม้าย่าง!!" (เนื้อม้าคือของขึ้นชื่อของเมืองนี้!!) รสชาติประหนึ่งเคี้ยวสันนอกหมูชิ้นหนาๆ  เนื้อหนาและแน่น แต่เคี้ยวไม่ยาก ไม่มีกลิ่นคาว ให้ผวาใจสักนิด พ่อค้าจะย่างไฟร้อนๆ อีกรอบ ก่อนยื่นไม้ต่อให้เรา ถือว่าเวิร์คมากกก ขายอยู่เจ้าเดียว ตรงหน้าร้านขายของใหญ่ๆ ครับ หาไม่ยาก ลงป้ายนี้ยังไงก็ต้องเห็นจ้า ราคาตามป้ายเลยนะครับ ไม้ใหญ่เนื้อล้วน 300 เยน ขอประมาณคร่าวๆ เป็น 100 บาท ไม้เล็กเนื้อผสมมัน เหมือนในรูปด้านบน 150 เยน คร่าวๆ 50 บาท .. แอบแพงครับ (สำหรับผม) ผมไม่เคยทานเนื้อม้าก็เลยลองดูครับ ปากเคี้ยวเนื้อม้าในมือ ตาดูม้าเป็นๆ วิ่งในสนามหญ้า ให้อารมณ์แปร่งๆ ดี ระหว่างกิน มีน้องๆนักเรียนม.ต้น มาทัศนศึกษา(สองรถบัส) กินไป ก็มองไป.. อดไม่ได้ที่จะวางม้าย่างแล้วหยิบกล้องมากดชัตเตอร์ ‘สดใสจัง’ นี่แหละ ความหมายของคำว่า ‘เด็ก’ สำหรับเรา ใกล้ๆ กันมีร้านทาโกะ เปิดท้ายของอาเฮียน่ารักท่านนี้ รสชาติปกติ แต่เซอร์วิส มายด์ สุดยอดดดด ขายอยู่ตรงลานจอดรถเลยครับ เอาไปกินบนรถได้ครับ เดินขึ้นมาทางด้านหลัง Aso volcano museum (ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 840 เยนครับ) มองเห็นวิว Aso ลิบๆ และสามารถมองเห็น ปากปล่องภูเขาไฟ Naka-dake รูปร่างพิลึกพิลั่น (ปากปล่องดับไปแล้ว) เดินย้อนลงเนินไปด้านหลังจะเจอจุดชมวิวอีกที่ครับ เดินย้อนไปใกล้ๆตามถนน จะเห็น Aso ชัดแบบเต็มๆ ไม่ได้ขึ้นปากปล่อง แต่ก็มีจุดให้เที่ยว ให้ถ่ายรูปเยอะอยู่นะครับ การเดินทาง  รถบัสสาย Mt.Aso ลงที่สถานี Kusasenri (ก่อนถึงสถานี Aso-san Nishi) 470 เยน ลงป้ายสุดท้าย Aso-san Nishi (Aso Ropeway Station) 540 เยน ค่าตั๋ว Ropeway กระเช้าขึ้น-ลง 1000 เยน หากเที่ยวเดียวราคา 600 เยน ใกล้ถึงเวลารถบัสลงจาก Aso ไปยัง JR Aso รอบสุดท้ายแล้วครับ ผมทันเห็นช๊อตฝูงม้าวิ่งเอาจริงเอาจังเริงร่ากับหญ้าตรงหน้าพวกมัน ม้าพวกนี้ใช้สำหรับบริการขี่ให้ นทท. ตกเย็น นทท.กลับหมด ก็ปล่อยอิสระเลยครับ ทุกตัวดูสนุกมากกก เหลือตัวนี้อยู่ตัวนึง เฝ้าบ้าน ม้าที่นี่แบ่งชัดเจน ตัวไหนเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ตัวไหนเลี้ยงเพื่อใช้งาน ระหว่างทาง เห็นบ้านเรือนยามเย็น ลงเขากันครับ..  มาถึงปุ๊ป ก็ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้น บอกว่าอยากเห็นวิถีเจแปนนีสๆ เจ้าหน้าที่เลยชี้มาที่ร้านเล็กๆ มีขนม ของที่ระลึก และผัก ผลไม้ ขาย ด้านในจะมีร้านอาหารด้วยครับ เราไปถึงเย็นเกินไป เขาปิดเรียบร้อย (แถวนี้มีร้านเปิดเย็นๆไม่กี่ร้านครับ) คุมะมงเป็นมาสคอตไม่กี่ตัวที่โดดเด่นออกมา ปัจจุบันมาสคอตในญี่ปุ่นมีถึง 2000 ตัวโดยประมาณ ด้วยความสามารถทั้งหลาย เจ้าคุมะมงจึงได้รับรางวัล“Yurchara Grand Prix 2011” จากเวทีประกวดมาสคอตของญี่ปุ่นเขาด้วยนะ ผมเหลือบไปมองข้างๆ เห็นเจ้าคุมะมงตัวจ้อย มองไปมองมา รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักหมีดำแก้มแดงตัวนี้ไปซะแล้ว ปัจจุบันเจ้าหมีตัวนี้ริจะคิดครองโลกโดยการตระเวนเยี่ยมเยียนไปนอกเจแปนเลยนะครับ สุดท้ายนี้ขอลาไปก่อน หากใครติดใจหรืออยากรู้จัก หมีดำแก้มแดง ตัวนี้มากขึ้น ติดตามทวิตออฟฟิเชียลจากเจเเปนเลยเลยครับ ขอบอกว่า หมั่นไส้และหมั่นเขี้ยวมากกกกก ;P ขอบคุณเรื่องราวดีๆ และรูปภาพสวยๆ และแวะมาติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/wasthereonce https://www.twitter.com/wasthere01 https://www.instagram.com/wasthereonce

ตามคาด! โค้ชชายลากุนซือพลังเอ็มบอร์ดตั้ง “โค้ชเบ๊” คุมทัพจบซีซั่น
สมชาย ทรัพย์เพิ่ม /  โค้ชชาย / 

สโมสร “พลังเอ็ม” เปลี่ยนเเปลงทีมครั้งใหญ่เมื่อ “โค้ชชาย” ตัดสินใจลาออก ขณะที่บอร์ดบริหารทีมตั้ง “โค้ชเบ๊” นั่งกุนซือใหญ่คนใหม่ทันที “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม-150 สมุทรปราการ ที่ทำผลงานในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 ได้ไม่ดีนัก จากการเก็บได้เพียง 5 แต้มจากการลงสนามในลีกทั้งหมด 8 นัด ล่าสุดเมื่อเกมกลางสัปดาห์ที่ต้องออกไปเยือน “ค้างคาวไฟ”สุโขทัย เอฟซี น้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้น ถลุงยับด้วยสกอร์ 5-2 ล่าสุดเมื่อ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา “โค้ชชาย” สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ผู้จัดการทีมพลังเอ็ม ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงสปิริตรับผิดชอบต่อผลงานของทีมเรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้บริหารโอสถสภาฯ จึงตัดสินใจประกาศแต่งตั้ง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ลูกหม้อของทีมขึ้นมารับตำแหน่งผู้ฝึกสอนคนใหม่ต่อทันที ด้านกุนซือคนใหม่แต่หน้าเก่า ออกมากล่าวว่า “ดีใจที่ได้กลับบ้านอีกครั้ง เพราะผูกพันมานานตั้งแต่เป็นนักเตะ ผู้ช่วยโค้ช และขยับมาเป็นเฮดโค้ช สิ่งแรกที่ต้องทำตอนนี้ คงต้องแก้จุดอ่อนกันก่อน เพราะมีหลายอย่างที่ต้องรีบแก้ เช่นการเสียประตูถึง 19 ประตูจาก 8 นัด เป็นสถิติสูงสุดตอนนี้ คงต้องมาเน้นเกมรับให้ดีขึ้น” “ส่วนสไตส์บอลเอนเตอร์เทนที่ทุกคนอยากเห็น คงต้องค่อยๆ ปรับจูนกันไป หลักๆต้องแก้จุดอ่อนก่อน แต่รับปากว่าบอลสไตล์ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก แฟนบอลจะได้เชียร์กันแบบสนุกแน่นอน” ทั้งนี้ “โค้ชเบ๊” จะเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.เป็นต้นไป โดยพลังเอ็มมีงานสำคัญรออยู่นั่นคือการเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ช้างศึกยุทธหัตถี”สุพรรณบุรี เอฟซี วันเสาร์ที่ 30 เม.ย. เวลา 18.00 น. ที่เอ็มพาวเวอร์ สเตเดี้ยม จ.สมุทรปราการ

นาธาน แต่งแน่! ตัดชุดเจ้าสาว 12 ชุดราคาร่วมกว่าสิบล้าน
นาธาน โอมาน /  ป๋อง ซีเบท / 

ถูกจับตามองมาตลอดหลังประกาศคบกับ หนุ่มเรือยอร์ช เศรษฐีปักษ์ใต้ สำหรับ นาธาน โอมาน จนโดนตราหน้าว่า ลวงโลก แต่ทำฮือฮาก็เมื่อเจ้าตัวบอกเตรียม แต่งงาน ล่าสุดมีภาพไปลองชุดเจ้าสาวหลุดออกมาโดยมี ป๋อง ซีเบท ดีไซน์เนอร์ชื่อดังเป็นคนดูแลเรื่องชุดให้ งานนี้ พี่ป๋อง ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่านาธานมาดูชุดจริง คุยคอนเซ็ปต์เรื่องชุดเจ้าสาวแล้ว ลงตัวที่ 8-12 ชุด เน้นอลังการและกรุยกราย "อย่างที่รู้กันว่าเขาก็เคยพูดแล้วเนาะว่าเขาจะแต่งงาน พอดีจังหวะน้องเขามากรุงเทพก็เลยได้มาคุยกันมาแชร์ไอเดีย ชุดลักษณะเนื้องานของเราแต่เป็นคอนเซ็ปต์ของนาธาน วันนั้นที่มาก็ได้คุยกัน 3-4 ชั่วโมงเลยแหละ ชุดที่ลองในรูปยังไม่ใช่ของเขา ของเขาเปรี้ยวกว่านี้ แซ่บกว่านี้แน่นอน ตัวที่เขาลองเนี่ยปกติชุดแต่งงานต้องเป็นสีขาวมีสุ่ม แต่คราวนี้นาธานเขาไม่อยากเหมือนคนทั่วๆ ไป ด้วยความเป็นเอ็กซ์สไตล์ของเขา แล้วก็การทำงานของพี่ก็แตกต่างจากคนอื่นอยู่แล้วก็เลยมาลองดูว่าสีขาวได้มั้ย คือมีสีขาวด้วยแต่ไม่ใช่แบบนี้ ไม่ได้มีชุดเดียวนะ วันนั้นที่คุยกันเนี่ยก็น่าจะมีประมาณ 8 ชุด แต่ก็จะพยายามทำให้ได้ถึง 12 ชุด อันนี้ก็ขอคุยกันก่อน จะพยายามเขาจะแบ่งเวลาใส่ทันรึป่าวเท่านั้นเอง ถามว่าอลังการแค่ไหน เดี๋ยวเปรยๆ คอนเซ็ปต์ชุดของเขาก่อนดีกว่าเนาะ เขาจัดงานที่ภาคใต้อารมณ์เขาก็แบบอยากจะเหมือนลงมาจากเรือยอร์ชเป็นชุดนกยูง ลงมาโดนน้ำก็จะลู่เข้าไปในตัว ชุดมันก็ต้องถอดได้ทีละชิ้นๆ ลงน้ำไปปุ๊บขึ้นมาก็จะเป็นชุดที่ฟูฟ่องได้เลยทันที ชุดที่ใช้ตั้งแต่ลงจากเรือ จนถึงเดินพรมแดงเข้างานก็อาจจะเปลี่ยน 3-4 ชุด งบประมาณแต่ละชุดเหรอ ตอนนี้กำลังคุยกันอยู่ว่าอยากได้ประมาณที่เท่าไหร่ แต่ว่าโดยรวมๆ แล้วก็น่าจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 8 หลัก เพราะเราอยากให้ทำในงบที่มันจับต้องได้ วันที่เขามาดูชุดไม่ได้มากับแฟนนะมากับผู้จัดการส่วนตัว ยังไม่เจอแฟนเขาเลย ส่วนเรื่องชุดแฟนเขา เขาไม่ได้บอกนะว่าต้องตัดไหม เขาบอกแค่ว่าทำให้หนูแซ่บๆ พอ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องแฟนเลย ดีเดย์ที่ชุดต้องเสร็จจริงๆ เขายังไม่ได้กำหนดวันแต่งของเขาด้วยซ้ำ เหมือนกับว่าค่อยๆ ทำไปแล้วเราเช็กกันเดือนต่อเดือนว่าตอนนี้ถึงไหนแล้วมากกว่า เห็นเขาบอกนะแต่มันก็จวนแล้วล่ะเขาบอกว่าที่บ้านฝ่ายชายเขาเร่งอยากได้สะใภ้ เราก็โอเคจะรีบทำให้เร็วที่สุด คาดว่าจะแต่งในปีนี้ไหมเหรอก็คิดว่านะ เขาพูดว่าถ้าพัชราภา(อั้ม-พัชราภา) แต่งเขาก็แต่งเลย(หัวเราะ) เขาบอกในวงการเขาให้เกียรติพี่อั้มมากเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าพี่อั้มแต่งปุ๊บเผลอๆ อาทิตย์ สองอาทิตย์แต่งเลย(หัวเราะ) เอาจริงๆ นะถ้าเรื่องชุดพี่เป็นคนทำงานมานาน 12 ชุดเดือนหนึ่งก็เสร็จแต่ด้วยความที่เขาก็ไม่ได้เร่งรัดเรา ให้พี่ป๋องทำแบบสบายๆ ไป ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้อันนี้ก็ต้องบอกกัน” ขอบคุณภาพจากIG:nathanoman ป๋อง ซีเบท-นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน นาธาน โอมาน

รีวิวภาพยนตร์ Captain America: Civil War วิถีทางที่สองฝ่ายเลือกเดิน
Captain America: Civil War /  กัปตัน อเมริกา : ศึกฮีโร่ระห่ำโลก / 

รีวิวภาพยนตร์ Captain America: Civil War วิถีทางที่สองฝ่ายเลือกเดิน เดินทางสู่ภาคที่สามแล้วสำหรับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งในจักรวาลของมาร์เวล Captain America: Civil War ในชื่อภาษาไทยว่า กัปตัน อเมริกา: ศึกฮีโร่ระห่ำโลก ที่หลายคนเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ หลังจากที่ผมได้ดูตัวอย่างแล้วก็มีไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่ควรจะพลาดภาพยนตร์เรื่องนี้จริง ๆ ซึ่งการปราฏตัวของซูเปอร์ฮีโร่หลายตัวในเรื่องอาจทำให้นึกถึง The Avenger ที่ต้องมาร่วมมือกันปกป้องโลก แต่กลายเป็นว่าทั้งหมดต้องมาเผชิญหน้าห้ำหั่นกัน เพื่อมีชัยเหนืออุดมการณ์อย่างนั้นหรือ ผู้ที่เห็นด้วยและผู้ที่ไม่เห็นด้วยไม่สามารถเจรจาให้ยุติได้ในห้องประชุมอย่างนั้นหรือ เกิดอะไรขึ้นกับทีมดิอเวนเจอร์ คำตอบของเรื่องทั้งหมดอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว Captain America: Civil War ว่าด้วยเรื่องราวหลังจากการรวมตัวของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่กลายเป็นทีมดิอเวนเจอร์ เพื่อปกป้องโลกนี้จากการคุกคามที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถต้านทานได้ แต่การออกปฏิบัติการในแต่ละครั้งจะสามารถกอบกู้โลกได้สำเร็จก็ตาม แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้สร้างบาดแผลและความเจ็บปวดให้กับผู้บริสุทธิ์ไปไม่น้อย เจ้าหน้าที่รัฐในแต่ละประเทศจึงต้องขอความร่วมมือให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่อยู่ภายใต้ข้อกฎหมายและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างที่ควรจะเป็น เสียงจึงแตกออกเป็นสองฝ่าย มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่าการอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายคือให้มีเจ้าหน้าที่มากำกับดูแล เพื่อไม่ให้ซูเปอร์ฮีโร่ทำอะไรเกินเลยจนสร้างความสูญเสียอีก ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าการถูกแทรกแซงจากเจ้าหน้าที่อาจกลายเป็นปัญหาในระยะยาว ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ และองค์กรที่มากำกับดูแลอาจซ้ำรอยเหมือนชิลด์ที่มีไฮดราแทรกซึมอยู่เต็มไปหมด ความไม่ลงรอยทางความคิดจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันความจริงในอดีตของ "โทนี สตาร์ก" ได้กลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ต้องห้ำหั่นกันจนวินาทีสุดท้าย ตัวภาพยนตร์เดินเรื่องเป็นเส้นตรง ไม่มีความซับซ้อน ดูแล้วเข้าใจได้ทันที และตามเนื้อเรื่องต่อได้อย่างไม่มีสะดุด ด้วยความที่ภาพยนตร์มีตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่เพิ่มขึ้นมาจำนวนไม่น้อย แต่ก็สามารถแบ่งบทให้ทุกตัวละครสามารถโดดเด่นได้อย่างไม่มีตกหล่น ตัวละครแต่ละตัวได้แสดงความคิดเห็น ได้โชว์ความสามารถ และเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี งานเอฟเฟกต์ระเบิดป่าเผากระท่อมก็เนียนสมกับเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน อารมณ์ของตัวภาพยนตร์เรื่องนี้มีครบจนไม่ต้องปรุงเพิ่ม แอคชั่นจัดเต็มจากเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ ดราม่าสุดสะเทือนใจทั้งเรื่องครอบครัว เพื่อน คนรัก และคอเมดีที่เรียกเสียงฮายกโรงจากตัวละครทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่ใส่มุขกันอย่างสนุกสนาน กล่าวโดยสรุปแล้วองค์ประกอบของภาพยนตร์แทบทุกส่วนทำได้ดียิ่งกว่าที่ควรจะเป็น ปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่ชูโรงตั้งแต่ก่อนภาพยนตร์ฉาย ด้วยการเลือกว่าจะอยู่กับทีมไหนฝ่ายใด ระหว่างทีมไอรอนแมน ประกอบด้วย ไอรอนแมน, วอร์ แมชชีน, แบล็ค วิโดว์, วิชั่น, แบล็กแพนเธอร์ และ สไปเดอร์แมน ทีมกัปตันอเมริกา ประกอบด้วย กัปตันอเมริกา, วินเทอร์ โซลเยอร์, สการ์เล็ต วิทช์, ฟัลคอน, ฮอว์คอาย และ แอนท์แมน ซึ่งไฮไลต์สำคัญของเรื่องคือการเผชิญหน้าเพื่อปะทะพลังกันของซูเปอร์ฮีโร่ร่วมสิบตัวละคร แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถเกลี่ยบทให้ทุกคนสามารถโดดเด่นได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะมีพลังพิเศษหรือไม่ ทุกคนต่างใช้ความสามารถของตัวเองเข้าปะทะกันได้อย่างสูสีและเท่าเทียม ก่อนชมภาพยนตร์ผมคาดหวังการปะทะกันของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ก็ที่แต่ละคนก็คงใช้พลังอย่างที่เห็น ๆ กันมาแล้วก่อนหน้านี้ที่ดูไม่น่าจะมีอะไรใหม่ แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นคือตัวละครต่างงัดลูกเล่นโชว์ไม้เด็ดใหม่ ๆ แบบจัดเต็ม รับรองว่าไม่ได้เห็นในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน ในเรื่องนี้ แบล็ค วิโดว์ โชว์ฝีไม้ลายมือมากขึ้นกว่าทุกครั้ง พลังของ สการ์เล็ต วิทช์ มีความสามารถมากกว่าที่เห็นในโซโคเวีย และ วิชั่น ก็ไม่น้อยหน้าถ้าถึงเวลาสู้ก็หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แม้ว่าตัวละครบางตัวอาจจะเพิ่งเคยปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่าง แบล็ค แพนเธอร์ และ สไปเดอร์แมน แต่ตัวเรื่องได้ปูที่มาที่ไปสั้น ๆ ให้เห็นเหตุผลในการมาร่วมทีมได้อย่างชัดเจน และสองซูเปอร์ฮีโร่หน้าใหม่ก็โชว์พาวกร่างใส่ทีมดิอเวนเจอร์อย่างไม่ไว้หน้า แบล็คแพนเธอร์นอกจากจะมีความโดดเด่นในตัวเนื้อเรื่องอยู่แล้ว ในฉากต่อสู้เองก็ส่งบทให้เสือดำแข็งแกร่งจนคู่ต่อสู้ยากจะรับมือ และที่ปรากฏตัวแย่งความสนใจจากซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ ไปได้ก็คือสไปเดอร์แมน โดดเด่นที่สุดในช่วงที่ปะทะฝีมือกัน การปรากฏตัวครั้งนี้ไม่ได้มาขโมยโล่ไวเบรเนียมเล่น ๆ แต่บู๊จัดหนักจัดเต็มโชว์ความเกรียนจนสาแก่ใจแฟน ๆ สไปเดอร์แมนอย่างแน่นอน ชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน และแน่นอนว่าความคิดของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน เมื่อมีเรื่องผ่านเข้ามาให้ต้องตัดสินใจอาจจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่หัวใจหลักที่ทำให้มาอยู่ร่วมกันคือเราต่างมีเป้าหมายเดียวกัน เป้าหมายที่เราจะต้องเดินไปให้ถึงและทำให้สำเร็จ คุยกันให้มากขึ้น มองในมุมคนอื่นให้มากขึ้น เข้าใจคนอื่นให้มากขึ้น หลากหลายความคิดนั้นมีสิ่งใดที่สามารถเป็นจุดร่วม เป็นตรงกลาง เป็นตัวประสานความรู้สึกของทุกคนได้หรือไม่ แม้ในท้ายที่สุดผลลัพธ์มันอาจจะไม่สวยสดงดงามอย่างที่วาดฝัน แต่ความเป็นเพื่อนกันยังอยู่ในส่วนลึกของความรู้สึกอยู่เสมอ และรอเวลาที่จะได้เจอกันอีกครั้ง คะแนน 5/5 ที่กล้าพูดได้ว่าเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดเท่าที่โลกเคยมี  บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ ทุกครั้งที่ดูภาพยนตร์เสมือนการสนทนากับตัวเอง ภาพยนตร์เรื่องนี้สนทนากับคุณอย่างไร แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

แอน มิตรชัย เปิดตัว เด็กๆ ในอุปการะกว่า 50 ชีวิต!
Ann Mitchai /  แอน มิตรชัย

แอน มิตรชัย นางเอกลิเกโกอินเตอร์ที่ไปโด่งดังมีผลงานโด่งดังอยู่ที่ประเทศอินเดีย ยังมีอีกแง่มุมหนึ่งของ แอน และครอบครัว มิตรชัย ซึ่งหลายๆ คนอาจยังไม่รู้ โดยเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรเปิดโครงการจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นำเยาวชนสู่พิพิธภัณฑ์ ครั้งที่2 ซึ่งมีเด็กผู้พิการและด้อยโอกาสกว่า 200 คนเข้าสู่แหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสำนักการสังคีตกรมศิลปากร ณ โรงละครแห่งชาติ โอกาสนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยนาย อนันต์ชูโต อธิบดีกรมศิลปากร โดย แอน มิตรชัย ได้พาเด็กๆ ประมาณ 50 ชีวิต มาเข้าร่วมโครงการดีๆ ของรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย แอน มิตรชัย กล่าวว่า "เด็กกลุ่มนี้มีทั้งเด็กกำพร้าที่ทางครอบครัวมิตรชัยอุปการะไว้ รวมทั้งเด็กยากจนที่บริเวณใกล้เคียง ทุกคนมาฝึกฝนการแสดงลิเกกับครอบครัวมิตรชัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จริงๆ ครอบครัวเราทำตรงนี้มานานแล้ว ตัวพี่ ไชยา นั้นเติบโตจากที่วัดสระแก้ว(สถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าและเด็กยากจน) ก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่คุณพ่อกับคุณแม่แอนเลี้ยงดูพวกเขามาเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ หลังจากนั้นก็ทำต่อมาเรื่อยๆ และมีคนนำเด็กมาฝากอยู่เรื่อยๆ บางคนพ่อแม่ไม่มีแล้ว อยู่กับยาย ยายเป็นอัมพาตเลี้ยงดูไม่ได้ คนข้างบ้านก็พามาฝาก เราก็สอบถามและก็ดูตามความเหมาะสม มีทั้งรับไว้และไม่ได้รับไว้ จนจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเราต้องจำกัดจำนวน ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงหลายร้อยหรืออาจขยายไปถึงพันก็ได้" "ตอนนี้เด็กๆ กว่าร้อยชีวิตที่ครอบครัวมิตรชัยดูแลอยู่ แบ่งออกเป็นคณะลิเกเด็ก 2 คณะ คณะแรกอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อครูสมศักดิ์ ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของพี่ไชยาและแอน ชื่อ คณะอาณาจักร รำปาว มิตรชัย และอีกคณะอยู่ภายใต้การดูแลของคุณแม่วงษ์เดือน คือ คณะศิษย์มิตรชัย เด็กๆ มีตั้งแต่ 3-4 ขวบขึ้นไปจนถึง 15-16 ปีค่ะ" "แอนและพี่เอเป็นเสาหลักดูแลเรื่องนี้ ต้องดูแลทั้งที่พักอาหารและเรื่องเล่าเรียนต่างๆ ทางครอบครัวมิตรชัยมีวัตถุประสงค์หลักของครอบครัวคือพยายามฝึกฝนสัมมาอาชีพให้พวกเขา คือฝึกลิเกสอนทั้งร้องรำสอนให้รู้คุณค่าและสอนให้ภูมิใจทั้งนี้เพื่อสืบสานศิลปะการแสดงลิเกสืบไปในอนาคต เพราะไม่อยากให้ศิลปะการแสดงลิเกสูญหายไป จนในที่สุดเหลือแต่ภาพถ่ายหรือเป็นเพียงเรื่องเล่าและถูกลืมเลือนในที่สุด ครอบครัวของเราไม่ค่อยมีโอกาสพาเด็กๆ ออกนอกสถานที่นัก ครั้งนี้เด็กๆ เลยดีใจกันมาก ทั้งตื่นเต้นที่ได้ออกนอกสถานที่ได้ร่วมทำกิจกรรมดีๆ ที่กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรจัดเตรียมไว้ให้เด็กๆ แอนขอบพระคุณผู้ใหญ่ของ กระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรอย่างสูง ที่ให้โอกาสเด็กๆ ได้เข้าร่วมโครงการดีๆ ในครั้งนี้ค่ะ" แอน มิตรชัย อุปถัมภ์เด็กกว่า100ชีวิต สอนลิเกฟรีสร้างอาชีพติดตัว youtube channel : Very well มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ไปกับมาเฟียฟู้ด บุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี
ชลบุรี /  บ้านสุขาวดี / 

สวัสดีครับ วันนี้ Food MThai ได้รับภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกับมาเฟีย พูดถึงเรื่องกินแบบนี้ จะเป็นมาเฟียไหนไปได้นอกจาก พี่ มาเฟียฟู้ด ของเรานี่เอง ซึ่งวันนี้เราก็ได้รับภาระกิจตามติด มาเฟียฟู้ด ไปบุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี กัน ถ้ามากันครบแล้วก็ไม่ต้องรออะไรแล้วล่ะครับ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า  !!! First Trip with Mafia food in Chonburi การเดินทางในวันนี้ เราใช้ถนนบางนาตราด (ถนนสุขุมวิท) ไปยังชลบุรี วิ่งบนทางด่วนบูรพาวิถี จากบางนา ตรงไปยังจุดหมายแรกของเรา ตั้งพิกัดจีพีเอสไปที่ หาดบางแสน จาก กทม มาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึงจุดหมายแรกของเรา และเริ่มภาระกิจแรก หาของอร่อย ๆ นั่งฟินริมหาดบางแสน แต่เหมือนธรรมชาติกลั่นแกล้ง วันที่เราไปเกิดปรากฏการณ์ แพลงก์ต้อนบลูม ขึ้นที่หาดบางแสนพอดี ทำให้ไม่สามารถนั่งชิวริมหาดได้ หันไปมองหน้าพี่มาเฟียฟู้ด พี่มาเฟียบอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดให้ แล้วก็บึ่งรถหนีหาดบางแสนไปอย่างไว และแล้ว พี่มาเฟียฟู้ดก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวังกับเรื่องกินจริงๆ เมื่อเรามาถึง ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี ร้านแรก กับร้าน ยำแม่ริ้ว ที่ย้ายมาจาก ริมหาดบางแสน (แต่วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ก็ยังมีออกไปตั้งร้านริมหาดบางแสนอยู่ ) มาเปิดเป็นร้านอาหาร ที่ถนนเทศบาลสาย 1 หลังโรงแรมเดอะ เซส ซึ่งบอกเลยว่า ร้านนี้ เปิดขายมาแล้วกว่า 40 ปี จนตอนนี้ เป็นรุ่นที่ 3 แล้วที่มาดูแลกิจการแต่ การันตี โดยพี่มาเฟียฟู้ดแล้วว่ารสชาติไม่มีเปลี่ยนแปลง อร่อยยังไงอย่างนั้นเลย  เมนูเด็ดของร้าน ยำแม่ริ้ว ก็จะเป็นเมนู อาหารทะเล พื้นบ้าน ที่บางอย่างหาทานได้ยาก แต่บอกได้เลยว่า ลองมากับตัวแล้ว ฟินทุกเมนู ถ้าอยากรู้ว่าเด็ดขนาดไหน ตามไปดูกันเลย เมนูแรก ยำสามไข่ ไข่ปลาเรียวเซียว ไข่ปู ไข่แมงดา ตักเข้าปากแต่ละคำ กรุปๆ ด้วยบรรดาไข่ ทั้งสามสหาย ที่รวมมาอยู่ในจานเดียว รสชาติเปรี้ยว เผ็ด ซี๊ดซ๊าด มีความกรุบๆ ของไข่แมงดา ไข่ปู และไข่ปลาเรียวเซียว มาเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งๆขึ้นไปอีก ใครชอบรสจัด ต้องไปลองครับ ยำปลากุแลดิบ จานต่อมากับอาหารที่หาทานยาก กับยำปลากุแล ดิบ น้ำยำรสชาติ ซี๊ดซ๊าดถึงใจ ยำมาอย่างเข้าเนื้อเข้ารสกับ ปลากุแลดิบ ตักเข้าปากทุกคำ ร้อนแรงทุกคำ ฟินจนหมดจาน ยำปูม้า ปูม้าสดมากๆ หวาน อร่อย เนื้อแน่น ๆ คลุกเคล้ามากับน้ำยำรสแซ่บ จนเข้าเนื้อ อร่อยลืม ดูดเนื้อปูกันหน้าฟินเลยทีเดียว กุ้งแช่น้ำปลาดิบ อีกหนึ่งเมนูรสแซ่บ กับกุ้งแช่น้ำปลา เนื้อกุ้งสดๆ  หวานกรอบ เสิร์ฟมาพร้อม มะระ กระเทียม ใบโหระพา คลุกเคล้ามาอย่างแซ่บ แถมยังมีผักเคียง และ หอมเจียว กรอบๆ กินคู่กันคำโตๆ หมดจานไปอย่างรวดเร็ว ต้มหมึกน้ำดำ เจอแต่เมนู ร้อนแรง จนต้องตบท้ายด้วยเมนู ประจำท้องถิ่น อย่าง ต้มหมึกน้ำดำ หมึกกะตอยสดๆ ต้มจนน้ำดำ หวานหอม เมนูนี้มาช่วยตัดรสเผ็ด ของ เมนูอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี อิ่มอร่อยสบายท้องกับมื้อแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บอกได้เลยว่า มาพี่เฟียฟู้ดไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ กับร้าน ยำแม่ริ้ว พี่มาเฟียฟู้ดบึ่งรถต่อไป ภาระกิจที่ สองทันทีกับการเยี่ยมชมความงดงามสุดอลังการของคฤหาสน์ ในพื้นที่ 85  ไร่ ในเมือง พัทยา กับ บ้านสุขาวดี ที่บอกเลยว่างดงาม ยิ่งใหญ่ อลังการ สุดๆ ซึ่ง ประวัติของบ้านสุขาวดี นั้น ก็เกิดมาจากสติปัญญาและการทำงานเป็นทีม ของผู้คนบนพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี จึงทำให้งานที่ออกมามีคุณค่า สง่างามและมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ประกอบด้วยอาคารหลัก ๆ ดังนี้ 1.อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy) 
                                                                    2.อาคารโดมพระ (Buddha tower) 
3.ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine)                                     
4.ความลับสวรรค (Yin – Yang Zone) 
                                                                                                         5.อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall)  
                                                                          6.โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop )                                    7.สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station)                                                                                                   8.จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant)                                                         9.อาคารสโมสร (Club House)                                                                                                                  10.อาคารสัจธรรม (Hall of Truth) ตลึงกับความงดงาม และ ยิ่งใหญ่แบบเดินทั้งวันยังไงก็ไม่ทั่ว เพราะตลอดสองข้างทาง มีทั้งศิลปะ และ ปริศนาธรรม ทิ้งแง่คิดไว้ให้คิดอยู่โดยตลอด FoodMThai กำลังเดิน ชมความงามเพลินๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า เอ้า จะค่ำแล้ว พอหลุดจากความเพลิดเพลินในบ้านสุขาวดี ท้องก็เริ่มหิวอีกแล้ว พี่มาเฟียฟู้ด ยืนยิ้มแล้วบอกให้ตามมา จะพาไปกินของอร่อยๆ เลยโดดขึ้นรถกอล์ฟ ตามพี่เค้าไปอย่างใจง่าย รถกอล์ฟแล่นมาได้ซักหน่อย เราก็ได้มาเจอกับ อาคารที่จัดไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีอาหารบุฟเฟต์ ให้บริการซึ่งเดินดูคร่าว ๆ บอกเลยว่าไลน์อาหาร มีแต่ของน่าทานทั้งนั้น กำลังเพลินกับการสำรวจไลน์อาหาร ก็หันไปเห็น บนเวที มีโชว์ สุดอลังการ ให้ชมระหว่างกินข้าวด้วย คิดในใจฟินแน่นอนครับมื้อนี้ !!! อาหารในไลน์ บุฟเฟต์นั้น ก็ไม่ใช่อื่นไกล ทุกอย่างมาจาก เครือ สหฟาร์ม นั่นเอง จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่า อาหาร สด สะอาดและ อร่อยทุกอย่างแน่นอน เมนูที่เป็นไฮไลท์ของ ที่นี่ ก็เห็นจะเป็น ปลาดุกทอดกรอบที่ กรอบนอกนุ่มในออกมากี่รอบๆ ก็มีคนต่อแถวรอกันตลอด ทานกันจนหนำใจ แล้วก็ เข้าที่พัก พักผ่อน เป็นอันจบ ภาระกิจของวันนี้ ซึ่งมากับ มาเฟียฟู้ด ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว กินแบบวีไอพีแล้ว ยัง นอนแบบวีไอพีสุด ๆ วันนี้ ทางบ้านสุขาวดี ได้ดูแลเรื่องที่พักให้ ที่ในบ้านเลย ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย ครับ เช้าวันที่สอง ของภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ตื่นเช้ามา พี่มาเฟียฟู้ด ยังติดใจไม่หาย ขอจัดหนักอีกรอบกับอาหาร บุฟเฟต์ ของบ้านสุขาวดี นั่ง กินไป พร้อมกับดูโชว์ฟินๆ ไปช่างเป็นเช้าที่มีความสุข อะไรอย่างนี้ เมื่อทานเสร็จ ภาระกิจต่อไปก็ยังอยู่ที่ การทัวร์บ้านสุขาวดีกันต่อ วันนี้ เราจะพาทุกท่านไปชม อาคารโดมพระ (Buddha tower) สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน กัน ชมความงดงามสุด อลังการ กันจนเพลิน มองดูนาฬิกา ก็บ่ายแก่ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาต้อง กลับกันแล้ว ระหว่างขับรถกลับ กทม พี่มาเฟียฟู้ดก็ ไม่พลาดที่จะพาแวะชิมอีก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี อีกหนึ่งร้าน กับร้าน เกษมโภชนา ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นยาจีนเจ้าแรก ลงรถปุ๊บ พี่มาเฟีย ก็จัดมาให้อีก 1 ชุดใหญ่ ทั้ง เนื้อเป็ดสับ และ สมองเป็ด เมนูสุดพิเศษ สมองเป็ด และ เนื้อเป็ด เป็นครั้งแรกของ ใครที่ชื่นชอบ เมนูที่ทำจากเป็ดจานนี้ ต้องมาลองชิมกันให้ได้ครับ ด้วยความหอมนุ่ม ถึงเครื่อง เนื้อเป็ดนุ่ม ๆ ฟินทุกชิ้นที่คีบเข้าปาก กินกับสมองเป็ด รสชาติดี ทำให้เสิร์ฟมาแป๊บเดียว เกลี้ยงจานอย่างไว เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน สูตรต้นตำหรับ เก่าแก่ ที่ใครผ่านไปแถวนั้นก็ต้องแวะ อิ่มอร่อยกับ เมนูต้นตำหรับเมนูนี้ กับเนื้อเป็ดแน่น ๆ ชิ้นโตๆ ตุ๋นยาจีน จนเนื้อ นุ่มอร่อย หอมเครื่องยาจีน ใครชอบทานเป็ด แนะนำให้มาลองด่วนเลยครับ ขนมจีบ ตบท้ายความอร่อย ของทริปนี้ กับขนมจีบสูตรพิเศษของทางร้าน ที่แป้งบางห่อกับหมูนุ่มๆ หวานอร่อย ในขนาดพอดีคำ กินเพลิน ๆรู้ตัวอีกทีหมดจานอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่ออิ่มอร่อย กันเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว เป็นอันจบภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ทริปแรก ก็ถึงเวลาที่เราต้อง กลับกันแล้ว น่าเสียดายที่เวลาจำกัด เพราะยังมีอีกหลายร้าน ที่น่าไปลอง เอาเป็นว่าต้องมีครั้งหน้าอีกแน่นอน ส่วนเราจะไปที่ไหน จะพาไปชิมร้านไหน ก็ต้องคอยติดตามกันให้ดีนะครับ สำหรับวันนี้ ขออนุญาติ ขับรถกลับ กรุงเทพก่อนนะครับ สวัสดีคร้าบบ !!!

PREVIEW โตโยต้าไทยลีก : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด VS เมืองทอง ยูไนเต็ด
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด / 

อีกครั้งของการปะทะกันของสองมหาอำนาจลูกหนังของเมืองไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านพบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกครั้งที่ 21 ของทั้งคู่โดยมาดูกันว่าวลี “งูเหลือมกับเชือกกล้วย” จะสร้างสถิติต่อไปหรือถูกทลายลง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (1) - เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (3) แข่งขัน : วันพุธ ที่ 27 เมษายน 2559 สนาม : ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม เวลา : 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง : True4U ความพร้อม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ยังคงทำผลงานในลีกได้อย่างดีเยี่ยม เเละเพิ่งสร้างสถิติไม่แพ้ใครเป็นนัดที่ 44 ติดต่อกันจนกระโดดขึ้นมาอยู่ในตำเเหน่งจ่าฝูงเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งความพร้อมจะหมดสิทธิ์ใช้งานทั้ง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, กรวิทย์ นามวิเศษ, สุรีย์ สุขะ, ชิติพัทธ์ แทนกลาง ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ รวมถึง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่ไม่มีชื่อในเลกเเรก เเต่อย่างไรก็ตามเกมนี้จะเพียบพร้อมไปด้วยเเข้งตัวหลักอย่าง อันเดรส ตูเญซ, ธีราทร บุญมาทัน, สุเชาว์ นุชนุ่ม , โก ซุล กิ, คิม ซึง ยอง เเละไคโอะ ฟิลิปเป้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : ลูกทีมของ “โค้ชเเบน” ธชตวัน ศรีปาน ถือว่าอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ 2 นัดหลังสุดในลีกยิงไปถึง 8 ประตูและไม่เสียแม้แต่ลูกเดียว ด้านสภาพความพร้อมเกมนี้จะยังไม่มี อาทิตย์ ดาวสว่าง ที่สภาพจิตใจยังไม่พร้อมลงสนามเพียงรายเดียว ขณะที่รายอื่นๆถือว่าฟิตพร้อมลงสนาม อาทิ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ทริสตอง โด, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สารัช อยู่เย็น, ชนาธิป สรงกระสินธ์ รวมถึง 3 ประสานอย่าง เคลตัน ซิลวา, ธีรศิลป์ แดงดา และ อดิศักดิ์ ไกรษร ต่างพร้อมออกสตาร์ทในเกมนี้ ทัศนะ : ทั้งสองทีมต่างมีผลงานที่ยอดเยี่ยมทั้งคู่ การพบกันจึงเป็นอะไรที่มากคำว่าฟุตบอล จริงอยู่เเม้บุรีรัมย์จะมีสถิติที่เหนือกว่า เมืองทอง อยู่มาก เเต่ชั่วโมงนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้หากเทียบฟอร์มกันเเบบตำเเหน่งต่อตำเเหน่ง ขึ้นอยู่กับจังหวะเเละความผิดพลาดว่าใครจะทำได้ดีกว่ากัน อย่างไรก็เชื่อมองว่าเกมนี้ทีมเยือนมีโอกาสไม่น้อยที่จะบุกมาทำลายสถิติเเละลบวลี วลี “งูเหลือมกับเชือกกล้วย” ลงได้ ฟันธง : กิเลนเข้าวิน สถิติการพบกัน 5 ครั้งล่าสุด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2 - 2 เมืองทอง ยูไนเต็ด เมืองทอง ยูไนเต็ด 1 - 1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมืองทอง ยูไนเต็ด 0 - 1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0 - 0 เมืองทอง ยูไนเต็ด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1 - 1 เมืองทอง ยูไนเต็ด ฟังธงผลการเเข่งขันคู่อื่นๆ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-2 บางกอกกล๊าส เอฟซี สุโขทัย เอฟซี 1-1 โอสถสภา สมุทรปราการ ราชนาวี 0-2 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ชลบุรี เอฟซี 2-1 อาร๋มี่ ยูไนเต็ด พัทยา ยูไนเต็ด 0-1 บีบีซียู เอฟซี ศรีสะเกษ เอฟซี 1-1 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี สุพรรณบุรี เอฟซี 2-1 ชัยนาท ฮอร์นบิล แบงค็อก ยูไนเต็ด 3-1 บีอีซี เทโรศาสน

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 /  ศึกจ้าวมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. เสือ พรัญชัย  Vs  สิงห์ขาว ช.พัชรพล 2. รักสมบัติ หมอเบสกมลา  Vs  ฤทธิ์เดช ร.ร.กีฬาโคราช 3. เก่งกาจ ป.เป็กโก้  Vs  ยอดศิลา แฟร์เท็กซ์ 4. ร็อกกี้ ว.วรรณทวี  Vs  เพชรรุ่งโรจน์ ศิษย์นกแก้ว ศึกยอดมวยไทย เวทีมวย รังสิต เวลา 14:00 น. 1. ยอดสุวิทย์ ว.ไพรอนันต์  Vs  เอกมงคล ศิษย์ทองปอนด์ 2. เพชรศักดา เพชรเจริญวิทย์  Vs  เข็มเพชร ว.ไพรอนันต์ 3. เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่  Vs  โทมัส ส.ชัยเจริญ 4. เด่นคีรี ศักดิ์วิเชียร  Vs  สองทะเล ว.เหมธานนท์ ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. เพชรสยาม พิทักษ์ทางหลวง  Vs  เดชฤทธิ์ ว.วรรณทวี 2. จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์  Vs  ปานเพชร ศิษย์หนุ่มน้อย 3. กริชทองคำเล็ก ร.ร.กีฬาโคราช  Vs  ก้องปฐพี ศักดิ์นิรันรัตน์ 4. พยัคฆ์ ออซั่มวิลล่า  Vs  โอปอ ป.เรืองรัมย์ ศึกยอดมวย ไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรี สตูดิโอ เวลา 15:00 น. 1. กล้ารบ โตโยต้าระยอง  Vs  เสกสิทธิ์ ท.แสงเทียนน้อย 2. เทพบุตร ช.ห้าพยัคฆ์  Vs  เรือนไทย นายกปาร์ควิว 3. ลำน้ำมูลเล็ก ต่อมีนบุรี  Vs  เพชรเกรียงไกร ต.ศิลาชัย 4. อุ้ยเสี่ยวป้อ ซูจีบ๊ะหมี่เกี้ยว  Vs  ไข่หวานเล็ก ต.หลักสอง ศึกมวยไทยลุมพีนี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. เสือ พรัญชัย  Vs  สิงห์ขาว ช.พัชรพล 2. รักสมบัติ หมอเบสกมลา  Vs  ฤทธิ์เดช ร.ร.กีฬาโคราช 3. เก่งกาจ ป.เป็กโก้  Vs  ยอดศิลา แฟร์เท็กซ์ 4. ร็อกกี้ ว.วรรณทวี  VS  เพชรรุ่งโรจน์ ศิษย์นกแก้ว ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี