หลักสิทธิมนุษยชน

จั๊กจั่น เนื้อหอมเป็นนักแสดงอิสระ หลายช่องรุมจีบ ละครเข้าเกือบ 10 เรื่อง!!
จั๊กจั่น อคัมย์สิริ /  จั๊กจั่น นักแสดงอิสระ / 

หลังออกมาแถลงข่าวทั้งน้ำตาถึงสาเหตุที่ยกเลิกสัญญากับช่อง 7 ไปเป็นนักแสดงอิสระ เนื่องจากธุรกิจที่ทำอยู่ไม่สามารถไปโปรโมทช่องอื่นได้ สำหรับนักแสดงมากฝีมืออย่าง จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ที่ยืนยันว่าจากกันด้วยดี ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด พร้อมขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่องที่เข้าใจ ล่าสุด สาวจั๊กจั่น มาร่วมเดินแบบในงาน "ไหมแห่งสยาม" พร้อมเผยความรู้สึกในฐานะนักแสดงอิสระเต็มตัวว่า ตอนนี้สบายใจขึ้นหลังได้ชี้แจงสาเหตุไปหมดแล้ว ยอมรับตอนนี้มีหลายค่ายหลายช่องติดต่อมาให้ร่วมงาน และมีงานที่หลากหลายเข้ามามากขึ้น มีละครติดต่อมาเกือบ 10 เรื่อง แต่ตัวเธอยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะรับเล่นที่ไหนและเรื่องไหนก่อน ขอเวลาพิจารณาดูอีกที อยากให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้เวลากับตัวเองว่าอยากทำอะไร แต่ยังไงก็ไม่หายหน้าไปไหนแน่นอน "ข่าวว่าเนื้อหอมมากมีหลายค่ายจีบให้ไปร่วมงาน ก็ขอบคุณมากเลยค่ะ จริงๆ ต้องขอบคุณมาก เพราะว่ามีหลายๆ ค่าย หลายๆ ช่องส่งบทมาให้ แต่ว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเล่นกับที่ไหน เราก็อยากทบทวนให้ดีแล้วก็อยากรับละครที่แปลกออกไปบ้าง ละครที่ติดต่อมาในตอนนี้ 8-9 เรื่องได้ค่ะ หลายค่ายหลายช่องเลย ขอบคุณมากเลยค่ะที่ให้โอกาสนักแสดงคนหนึ่ง คือจั่นไม่ได้ซีเรียสว่าจะเป็นช่องไหนก่อน ถ้าบทถูกใจแล้วเวลาลงตัวได้ก็โอเค ช่อง 3 ก็มีติดต่อมา ต้องถามผู้จัดการ จั่นจะไม่รู้รายละเอียด จะรู้แต่ว่าเป็นเรื่องย่อที่ปริ้นออกมาแล้ว รู้แต่ว่ามีแนวพีเรียด หนังผีก็มี" "บทก็มีหลายแบบ แต่ว่ายังอ่านไม่จบเลย เพิ่งอ่านไปได้ 2 เรื่องเอง แต่ก็เป็นตัวหลัก เป็นตัวนำ อยากเล่นเป็นอะไรยังตอบไม่ได้เลย เรารู้สึกว่าไม่อยากกดดันตัวเอง เพิ่งแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่แล้วเอง ก็ค่อยเป็นค่อยไป ก็อยากจะให้เวลาตัวเอง เป็นซีรี่ส์ก็มีติดต่อมา เราก็อยากจะดูว่าเราพร้อมที่จะรับแบบไหน แต่ยังไงก็ได้เห็นหน้ากันแน่นอน มันเหมือนกับเราเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ นอกจากละครก็ยังมีรายการติดต่อมา ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยทำ" "ก่อนหน้านี้อยู่เมืองนอกด้วย อย่างที่บอกว่าอยู่เมืองนอกไม่อยากสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มันก็สบายใจขึ้นที่ได้พูด เวลารุ่นน้องมาถามก็ไม่อยากให้เป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดี เราก็เต็มที่มากขึ้น งานละครยังไม่มีเงื่อนไขเยอะ เพียงแต่ว่าเขาส่งเรื่องย่อมาให้ จั่นก็ต้องดูก่อน เราก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมปกติ งานแสดงก็เป็นหลักค่ะ เพียงแต่ว่าเราสามารถไปออกอิสระได้มากขึ้น เวลาพูดก็พูดแบบเต็มปากเต็มคำมากขึ้น" "พิจารณาช่องไหนเป็นพิเศษเหรอ มันเพิ่งไม่กี่วันเอง ให้เวลาบ้าง ค่อยๆ คิดดีๆ ใจหนึ่งก็อยากเล่นอะไรที่มันแตกต่างบ้าง แต่อีกใจก็กลัวว่าคนจะเบื่อ ตอนนี้ยังชั่งน้ำหนักตัวเองอยู่ก็ยังตอบไม่ได้จริงๆ ว่าอยากจะเป็นแบบไหน แต่ยังไม่ได้รับที่ไหนค่ะ กับผู้ใหญ่ที่เคารพต้องเลือกมาอันดับต้นๆ มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว สมมติว่าช่อง 7 มาก็ต้องช่อง 7 ก่อน แต่ก็ร่วมงานได้ทุกที่ค่ะ" "มีหมอดูทักไม่ให้มีแฟน เพราะเขาก็ทักมาตลอดว่าให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่โลภมากอยากเลือกสองอย่าง (หัวเราะ) ก็ไม่เงียบเหงา ก็สนุกสนานดี ยิ่งตอนนี้มีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาให้ได้เรียนรู้ มีอะไรใหม่ๆ หลายอย่างที่อยากทำแล้วยังไม่เคยทำ ถ้าเราแต่ง เขาบอกว่าตามพื้นดวงมันก็จะไม่ดี ถ้า good luck ก็จะไม่ good love จะต้องอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่ได้รีบร้อน ก็เอาให้มันดีสักอย่างก่อนแล้วกัน ไม่ได้เชื่อว่ามีแฟนปุ๊บจะหาย แต่ว่าเรารู้ตัวเองอยู่แล้วว่า ถ้าเรามีแฟนปุ๊บจะส่งผลต่อการทำงานของเรา อย่างเช่นถ้าเรามีแฟนแล้วเราเล่นละครเรื่องพริ้งเริงเมือง เราก็จะไม่รับละครเรื่องนั้น เพราะเราเกรงใจแฟนเรา เราจะรู้ตัวเราเองว่าเราเป็นยังไง ถ้ามีจริงเราก็เปิดอยู่แล้ว จะได้ให้ทุกคนช่วยจับตามอง" จั๊กจั่น กล่าว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

หนุ่ม ศรราม  เผยครั้งแรกหลังสูญเสียป๋าเดียร์ รับสภาพจิตใจดีขึ้น ซึ้งคนส่งกำลังใจเยอะ
ชุมพร พ่อ หนุ่ม ศรราม /  ข่าว หนุ่ม ศรราม / 

  เรียกว่าเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของพระเอกตลอดกาลอย่าง หนุ่มศรราม เทพพิทักษ์ ที่ต้องมาสูญเสีย ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ ไป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้เตรียมทำใจไว้บ้างแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้หนุ่มศรราม ปิดปากเงียบมาตลอดเพราะยังทำใจไม่ได้ แต่ล่าสุดวันนี้ 16 ก .ค.เวลา ( 18.00 น.) หนุ่มศรราม ยอมให้สัมภาษณ์และยอมรับว่า   "ลำดับแรกเลย ผมและครอบครัวเทพพิทักษ์ เราน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์โสม ที่พระองค์ท่านทรงประทานน้ำหลวงมาอาบศพและพวงมาลา ให้กับป๋า ก็ต้องกราบขอบพระคุณผู้หลักผู้ใหญ่ทุกๆท่าน ที่มีต่อป๋า มีต่อผม และครอบครัว เพราะถ้าให้เอ่ยนามก็คงจะไม่หมดนะ ผมขอกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพครับผม ส่วนสภาพจิตใจ ตอนนี้ก็ดีขึ้นครับ   พรุ่งนี้ก็จัดงานให้ป๋าเสร็จเรียบร้อยมีพิธีฌาปณกิจ จะเก็บอัฐิไว้ส่วนหนึ่งไว้ที่วัดสระเกศ เอาไว้ให้ลูกหลานได้มีโอกาสมากราบไหว้ มาทำบุญทุกปีให้กับป๋า อีกส่วนหนึ่งจะเอาไปลอยอังคารนะครับ ส่วนสถานที่นี้ ขออนุญาตแจ้งอีกทีครับผม ส่วนสภาพจิตใจคุณแม่เหมือนเดิมครับเพราะว่าอาการที่ป๋าป่วย เรารับทราบกันมานานแล้ว และก็สิ่งที่เราดูแลป๋า ในยามที่ท่านยังมีลมหายใจอยู่ เชื่อว่าตัวผมเอง และพี่น้องทุกคน รวมทั้งตัวผมเอง ดูแลป๋าอย่างดีที่สุดครับผม"   สำหรับพิธีฌาปณกิจ ของคุณพ่อชุมพร เทพพิทักษ์ ในวันที่ 17 ก.ค.2560 จะมีการเคลื่อนศพไปตั้งที่ศาลาบำเพ็ญกุศล เวลา 09.00 น. เริ่มทำการทอดผ้าบังสุกุล เวลา 15.50 น. และฌาปณกิจ เวลา 16.00 น. ณ วัดสระเกศ

พิ้งกี้ สาวิกา คัมแบ็ค! ลุยทำหนังกับสามี แย้มเปิดอู่แล้ว
พิ้งกี้ สาวิกา /  เพชร อิทธิ

    หลังจากหน้าไปนาน นางเอกสาว พิ้งกี้ สาวิกา โผล่งานบวงสรวงภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์ มังกร นารี ปีศาจ (The Trilogical Affairs) ซึ่งควบคุมการผลิตภาพยนตร์โดยเธอและ เพชร อิทธิ สามีของเธอนั่นเอง นอกจากนั้นสาว พิ้งกี้ เผยว่าที่ไม่ค่อยได้รับงานเพราะเอาเวลาไปทุ่มกับหนังเรื่องนี้ ส่วนงานเบื้องหน้าอาจะได้เห็นเธอตามอีเว้นท์บ้าง ปัดสามีหวง ส่วนเรื่องมีลูก เธอบอกปล่อยตามธรรมชาติไปก่อน ลุ้นอยู่เช่นกัน... รายละเอียดตามนี้    "เตรียมการ เรียกว่ามันค่อนข้างจะยากและนานมาก กว่าจะเริ่มต้นเลือกบท เขียนบท คัดเลือกทีมงานและนักแสดง องค์ประกอบมันเยอะมาก เรื่องนี้กี้รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์คือไม่ได้เข้าไปอะไรมาก แต่ก็ช่วยดูภาพรวมกับพี่เพชร(สามี) ซึ่งพี่เพชรจะลงในรายละเอียดเยอะกว่ากี้มากเพราะเขาดูเรื่ององค์ประกอบภาพด้วย จริงๆ เขาทำหลายอย่างมากและทำได้ดีด้วย ถือว่าเรียนรู้เร็ว ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในสายวงการบันเทิงแต่ทำได้ดีกว่า"    "ปรึกษาเพื่อนซี้อย่าง เอ็ม บุษราคัม ได้คุยกันบ้างค่ะ แต่ช่วงหลังๆ จะไม่ค่อยได้เจอกันเพราะเอ็มเขาจะโฟกัสทั้งเรื่องครอบครัวและเรื่องการเป็นผู้กำกับเป็นหลัก นานๆ ทีจะเจอแต่ว่าก็ยังรักกันเหมือนเดิม แต่ที่คุยกันตอนนี้ก็คือพระเอกของเธอก็มาเล่นหนังของฉันด้วย(หัวเราะ) ซึ่งก็คือโตโน่(ภาคิน) เลยคิดว่าเป็นจังหวะที่ดี"    "ห่างหายจากหน้าจอไปนานหลายคนนึกว่าจะกลับมางานเบื้องหน้าก่อน แต่กลายเป็นงานเบื้องหลัง ใช่ค่ะ จริงๆ งานเบื้องหน้ามีติดต่อมาหลายที่มากว่าอยากให้กี้ไปเล่น แต่บางทีคนอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมกี้หายไป คือการมาทำหนังมันต้องให้เวลาและทุ่มเท โดยเฉพาะกี้กับพี่เพชรเป็นเจ้าของเองด้วยมันทิ้งไปไหนไม่ได้เลย ถามว่าจะลุยงานเบื้องหลังไปอีกนานไหม ตอนนี้ก็มาลุยโปรดักชั่นเฮ้าส์เต็มที่เลยค่ะ กะมาสายนี้เต็มๆ แล้วพี่เพชรก็มาสายนี้เหมือนกัน ด้วยความที่ตัวเขาชอบเรื่องการถ่ายภาพด้วยค่ะ"    "งานเบื้องหน้า อาจจะมีงานตามอีเว้นท์อยู่บ้าง แต่งานละครไม่ได้รับเลยเพราะมันใช้เวลานาน ไม่อยากจะทิ้งงานส่วนตัวของตัวเองไป ถามว่าคิดถึงไหม คิดถึงค่ะ แต่ด้วยความที่อยู่วงการมานานแล้ว เรื่องที่จะรับเล่นแต่ละอันก็คงต้องเป็นบทที่ดีจริงๆ แต่ช่วงนี้อยากจะทุ่มเวลาให้กับหนังเรื่องแรกของตัวเองให้ดีที่สุด"    "จริงๆ พี่เพชรก็บอกว่าอยากให้กี้เล่นหนังของตัวเองด้วย แต่กี้ก็บอกว่าไว้รอให้มันมีบทที่ตรงกับตัวเราก่อนแล้วกัน หนังเรื่องนี้มันไม่ใช่ มันออกแนวจีนไปและเป็นหนังที่ตัวเองทำเรื่องแรกด้วยก็ไม่อยากเล่นเอง ตอนนี้พี่เพชรไม่ค่อยหวงแล้วค่ะ และก็ไม่ได้ห้ามด้วย แต่เป็นที่ตัวกี้เองมากกว่าที่ไม่อยากจะทิ้งงานหนังตรงนี้ไป เพราะอยากทำงานของตัวเองให้ไปได้ดีก่อน เวลาที่เราจะไปเล่นอะไรส่วนตัวเบื้องหน้ามันก็ยังพอมีอยู่ อีกอย่างตอนนี้พี่ก็ต้องเลือกบทนิดนึง ไม่ใช่ว่าอะไรก็เล่น"    "กังวลไหมว่ามันจะมีปัญหาเหมือนเรื่องแรกที่เคยจะทำ เรื่องนี้ไม่มีแล้วค่ะ เพราะมีการวางแผนอย่างดี อีกอย่างมีประสบการณ์มาแล้ว ฉะนั้นไม่ควรจะเกิดปัญหาอย่างเดิม การมาทำหนังเรื่องนี้ก็จะอุดรอยรั่วจากเรื่องก่อนทั้งหมดค่ะ"    "เรื่องมีเบบี๋ ทุกวันนี้ก็ลุ้นมากค่ะ พยายามจะมีให้ได้ปีนี้ก็ยังคงต้องลุ้นต่อไป ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่แต่ว่ากี้ก็ปล่อยธรรมชาติมาสักพักนึงแล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีไปตรวจสุขภาพ ผลทุกอย่างออกมาปกติทั้งกี้และพี่เพชร คุณหมอบอกว่าบางทีมันเป็นเรื่องจังหวะของแต่ละคน แต่กี้คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องดวงด้วย ถามว่าคิดจะใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ช่วยไหม ยังค่ะ เอาให้มันธรรมชาติไปก่อน ถ้าจะถึงขั้นต้องใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ก็น่าจะอีก 1-2 ปี อันนั้นคือในกรณีที่ไม่มีจริงๆ เลยก็ต้องพึ่งค่ะ ขอพร เคยไปทุกที่แล้วก็พยายามขอ ส่วนมากจะขอแค่ว่าให้มีลูกแค่นั้น แต่ไม่กล้าบนเพราะกลัวลืม ค่ะ" พิ้งกี้ กล่าว     ซึ่งก่อนที่แฟนจะได้ชมหนังที่สาว พิ้งกี้ เป็นผู้สร้างนั้น วันนี้เรามีงานเก่าๆ กับหนังเรื่อง "รถไฟผี" ที่เจ้าตัวเล่นเป็นนักแสดงนำมาให้ชมกันเพลินๆ ก่อน ตามนี้เลยจ้ะ....   พิ้งกี้ - เพชร   พิ้งกี้ - เพชร   พิ้งกี้ - เพชร   พิ้งกี้ สาวิกา   พิ้งกี้ สาวิกา  

เคลียร์แล้ว!! คิมเบอร์ลี่ เข้าใจ แม่หมาก อันฟอลโล่ โต้สร้าง IG คู่มาประชดประชัน!!
หมาก ปริญ /  ข่าว หมาก ปริญ / 

  กลายเป็นกระแสร้อนอีกคู่สำหรับนางเอกฮอตอย่าง สาวคิมมี่ คิมเบอร์ลี่ กับหวานใจหนุ่ม หมาก ปริญ หลังจากที่คุณแม่ของพระเอกหนุ่ม หมาก ปริญ อันฟอลโล่อินสตาแกรม คิมเบอร์ลี่ และได้ตั้งไอจีเป็นไพรเวท ทำเอาหลายคนสงสัยว่า แม่หมาก กับ สาวคิม กำลังมีปัญหากันหรือไม่ แถมยังโยงไปที่ไอจีคู่ หมาก-คิม @diary1922 ที่เพิ่งจะเปิดมาได้จังหวะพอดี ซึ่งด้าน หมาก ปริญ ได้ออกมาเผยว่าคุณแม่ไม่ค่อยได้เล่นไอจี และอาจจะไปกดโดนปุ่มอะไรเข้าทำให้เกิดอันฟอลโล่ไป และที่ไม่ได้ฟอลโล่ต่อเพราะคุณแม่เล่นไม่ค่อยเป็น ล่าสุด สาวคิมเบอร์ลี่ ได้เปิดอกต่อผู้สื่อข่าวว่าครั้งแรกที่รู้ก็รู้สึกช็อกเหมือนกัน แต่ได้คุยกันเรียบร้อยแล้วไม่มีปัญหาอะไร พร้อมกับโต้ถึงกรณีที่ผุดไอจีคู่ออกมาแดนดันไปยังฝ่ายคุณแม่ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดและบังเอิญเป็นช่วงจังหวะนรกพอดี   “อันนี้คิมทราบข่าวพอๆ กับพวกพี่ๆ เลยค่ะ เพราะเราไม่ได้มาดู แต่ก็เป็นไปอย่างที่พี่หมากให้สัมภาษณ์เลยค่ะ คือเราก็ได้มีการคุยแล้ว ตอนแรกเราก็ช็อกเหมือนกันนะ เพราะตัวเราอยู่กรุงเทพและคุณแม่พี่หมากท่านอยู่ต่างจังหวัด เราก็เลยค่อนข้างงงว่ามีอะไรหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรค่ะ กับคุณแม่ได้คุยค่ะ เราก็คุยกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนะคะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ล่าสุดคุณแม่ก็ยังชวนคิมทำขนมอยู่เลยค่ะ แต่ด้วยความที่คุณแม่ชอบความเป็นส่วนตัวก็เลยทำให้ตอนนี้ท่านไม่ได้เล่นอินสตาแกรม ยิ่งพอมีข่าวออกมาคุณแม่ท่านก็เลยยิ่งเซนซิทีฟ ของพี่เมี่ยงเขาเป็นคนไม่ติดตามใครอยู่แล้วค่ะตั้งแต่แรก พี่เขาจะเป็นส่วนตัวอยู่แล้วค่ะ แต่บางครั้งก็เปิดบางครั้งก็ปิดเป็นส่วนตัว”   “ก็ไม่ได้กังวลค่ะ เพราะเรายึดความเป็นจริงเป็นหลัก และอีกอย่างตอนนี้เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน คือคนอื่นอาจจะมองว่าการอัลฟอลโล่เป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับคิม คิมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย เพราะเราไม่ได้มีอะไรจริงๆ (เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้ความสัมพันธ์ของเราสั่นคลอนหรือเปล่า?) ไม่เลยค่ะ ก็อย่างที่พี่หมากให้สัมภาษณ์เลย ทุกอย่างเป็นไปตามนั้น (หลายคนสงสัยว่าไอจีคู่เราที่เพิ่งเปิดมาล่าสุด เป็นเพราะตั้งใจอยากกลบข่าวนี้?) ไม่เลย อาจจะเป็นจังหวะนรก (หัวเราะ) ที่เปิดมาพร้อมกับข่าวและก็โยงกันไปมั่ว คือไอจีนี้ไม่ได้ตั้งใจทำเพื่อจะแดกดันใคร แต่เราทำขึ้นมาก็เพราะว่าเรามีรูปเยอะมาก มันก็เลยทำให้เราลงไอจีไม่หมด และบางทีรูปบางรูปอาจจะติดสินค้าที่เราเป็นพรีเซนเตอร์ แต่เราก็อยากจะลง ตอนแรกจะปิดเป็นไพรเวทด้วยซ้ำเพราะไม่ได้อยากให้ใครรู้ แต่พอแฟนคลับเห็นว่าเราทั้งคู่ฟอลโล่ว์ไอจีนี้เขาก็แห่กันไปฟอลโล่ (คุณแม่ไม่ปลื้ม?) (หัวเราะ) คงไม่มีหรอกค่ะ ส่วนตัวคิมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรนะ ตอนนี้เราต่างคนต่างทำงานค่ะ แต่เดี๋ยวเราจะมีทริปไปญี่ปุ่นด้วยกันเดือนหน้านะ เป็นทริปกินล้วนๆ ไม่ได้ไปเพื่อสยบข่าวอะไรเลย คือมันเป็นทริปที่เราแพลนกันไว้นานมากแล้ว”   "(ถามถึงประเด็นที่เราไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อในงานประกาศรางวัล ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?) วันนั้นคิมไม่สบายจริงๆ ค่ะ มันก็เลยรู้สึกว่าสัมภาษณ์ไม่ไหว ไม่เกี่ยวเลยค่ะ เพราะเรื่องที่เจอมาหนักกว่านี้เรายังให้สัมภาษณ์เลย เราไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องหนีนักข่าว และอีกอย่างเราก็ไม่ได้เตี๊ยมกับพี่หมากด้วยเรื่องการแก้ข่าว เพราะว่าทุกอย่างเราต้องพูดไปตามความเป็นจริง"   "มีกำหนดรับปริญญาปีหน้า ช่วงเดือนมิถุนายน ช่วงแรกก็เครียดเหมือนกันนะสำหรับเรื่องเรียน แต่ว่าตอนนี้โล่งแล้ว จากนี้ก็สามารถรับงานละครได้เต็มที่แล้วค่ะ (ยิ้ม) ของขวัญยังไม่ได้ให้อะไรเลยค่ะ แค่มีไปทานข้าวด้วยกันปกติ ส่วนตัวคิมเองก็ไม่ได้อยากได้อะไรด้วย แต่ถ้าอยากจะเซอร์ไพรส์อะไรก็ได้หมดนะ (ล่าสุด มาร์กี้ ถูกเซอร์ไพรส์แต่งงาน) จริงๆ อยากจะบอกว่าคิมเกือบแอบหลุดแล้วด้วย คือเพื่อนทุกคนเขารู้กันหมด เพราะพี่ป๊อกเป็นคนมาบอก มีแค่กี้คนเดียวที่ไม่รู้ และสำหรับทริปนั้นตัวคิมเองก็อยากไปกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่ว่าคิมติดงานก็เลยไปไม่ได้ เอาไว้รอนางกลับมาดีกว่าแล้วเราค่อยไปฉลองกัน เอาตรงๆ คิมดีใจนะ เพื่อนขายออก (หัวเราะ) พี่ป๊อกเป็นคนที่น่ารัก เป็นคนดีมากจริงๆ แฮปปี้กับเพื่อนมากค่ะ เพราะว่าพวกเขาดูแลกันดีมาก ให้เขาแซงไปก่อนดีแล้วค่ะ แต่ถามว่าคิมอยากมีโมเม้นต์แบบนี้ไหม เอ่อ…ก็ไม่รู้อ่ะ เรายังไม่ได้โฟกัสเรื่องตรงนั้นเลย” ขอบคุณภาพจาก IG kimmy_kimberley, mark_prin คิมเบอร์ลี่ คิมเบอร์ลี่ คิมเบอร์ลี่ หมาก คิม

ปันปัน ส่งแม่เป็นครั้งสุดท้าย!! ฝันถึง+อยากสานต่อร้องเพลง แหวน ฐิติมา
แหวน ฐิติมา /  ปันปัน เต็มฟ้า

บรรยากาศในพิธีเคลื่อนศพ แหวน ฐิติมา ขึ้นตั้งบนจิตกาธาน โดยมี ปันปัน เต็มฟ้า เป็นผู้ถือภาพของแม่แหวน เวียนรอบเมรุ สำหรับกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา เวลา 18.00 น. ณ เมรุวัดธาตุทอง โดยสาวปันปัน ได้เปิดใจก่อนส่งแม่เป็นครั้งสุดท้ายมาดังนี้ "วันนี้ได้มาส่งคุณแม่ อย่างแรกเลยที่รู้สึกคือสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ได้พระราชทานพวงมาลาและจะเสด็จมาพระราชทานเพลิงศพให้คุณแม่ นับว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลปันปันมากๆ และเป็นเกียรติสำหรับคุณแม่ด้วยค่ะ" "รู้สึกปลาบปลื้มใจแทนคุณแม่มากค่ะ คุณแม่มีทั้งเพื่อน มีทั้งคนที่รัก ทั้งแฟนคลับและครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ ทุกคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างคุณแม่มาจนถึงทุกวันนี้ หลายๆ ท่านก็มาบอกกับเราว่าจะสนับสนุนปันปันต่อไป ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ รู้สึกว่าคุณแม่เป็นคนที่น่ายกย่องมากๆ เหมือนเราก็อยากจะดำเนินตามรอยคุณแม่ค่ะ คุณแม่เก่งมากๆ ทำตัวให้มีคนรัก มีคนนับถือขนาดนี้" "สภาพจิตใจวันนี้ ก็เข้มแข็งมากกว่าวันนั้นค่ะ พอมีคนให้กำลังใจ มีแขกมา คุณพ่อก็ดีขึ้นค่ะ อย่างวันคอนเสิร์ตคุณพ่อก็ได้เจอกับเพื่อนเก่าๆ นักร้องนักดนตรีที่คุณพ่อเคยทำงานด้วย" "ห่วงคุณพ่อ ห่วงค่ะ ตอนนี้ก็ยังห่วงค่ะ เพราะคุณพ่อค่อนข้างมีอายุแล้ว และค่อนข้างจะชินกับอะไรที่เดิมๆ ก็เลยต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อ และตอนนี้บ้านค่อนข้างเงียบ คือบ้านเราอยู่กัน 3 คนคือ ปันปัน คุณพ่อและคุณแม่ ตอนนี้ก็เหลือ 2 คนในบ้าน ก็ค่อนข้างเงียบ เดี๋ยวคงพาคุณพ่อไปทำกิจกรรม เดี๋ยวจะพาไปหัวหินอะไรแบบนี้ค่ะ บ้านมันดูว่างเปล่า เราอยู่ด้วยกัน 3 คนก็ใช้ทุกอย่างร่วมกัน เดิมก็คือนอนด้วยกัน 3 คน ปันปันเพิ่งมามีห้องของตัวเองเมื่อไม่นานนี้เอง ของของคุณแม่ก็มีอยู่ทั่วบ้าน ตอนเก็บของก็รู้สึกคิดถึงคุณแม่ตลอดอยู่แล้ว แต่ก็พยายามจะเข้มแข็งมากขึ้น" "ฝันถึงคุณแม่ มีฝันถึงคืนนึงค่ะ ห่างจากวันที่คุณแม่เสียมา 2 วัน ฝันถึงแต่ไม่ได้เป็นภาพอะไรมาก ก็เหมือนคุณแม่ยืนอยู่ก็เป็นภาพที่ดีๆ ค่ะ ตอนที่คุณแม่อยู่โรงพยาบาลก็ยังทำให้เราเห็นว่าคุณแม่เข้มแข็งอยู่ตลอด น้อยครั้งมากที่จะบอกว่าท้อ คุณแม่ไม่เคยพูดเลยว่าอยากไปแล้วต่อหน้าเรา ทำให้เรารู้สึกว่าคุณแม่เป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดแล้ว ตอนนี้เชื่อว่าคุณแม่ก็ยังห่วงปันอยู่ เพราะคุณแม่จากไปค่อนข้างเร็วและปันก็ยังอยู่ในช่วงรอยต่อของชีวิต อย่างเรื่องการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ แต่ก่อนคุณแม่จะเป็นคนทำให้หมด ตอนนี้เราก็ต้องจัดการการจ่ายเงินเองทุกอย่าง ดูแลบ้านด้วย ก็ต้องเข้มแข็งมากขึ้น ก็ต้องเป็นผู้นำครอบครัวค่ะ อย่างที่บอกว่าปันต้องดูแลคุณพ่อด้วย คุณพ่อไม่ค่อยแข็งแรง เราก็ต้องดูแลระบบทั้งหมดของบ้าน" "สานต่อคุณแม่ ความจริงอยากจะร้องเพลงคุณแม่ แต่ก็ต้องรอโอกาสอีกทีค่ะ เพลงคุณแม่เราก็ร้องได้เกือบหมดอยู่แล้ว เมื่อก่อนปันชอบไปคอนเสิร์ตกับคุณแม่มากค่ะ เวลาคุณแม่ไปคอนเสิร์ตต่างจังหวัดปันก็ไปด้วยตลอด หลังจากนี้ก็คงเคลียร์บ้านและหางานทำด้านที่เรียนมาคือเศรษฐศาสตร์ อาจจะทำงานธนาคารเกี่ยวกับการลงทุนให้เป็นงานหลักของเรา งานในวงการบันเทิงก็ไม่ได้ทิ้งค่ะ ยังรับเป็นงานๆ ได้อยู่แล้วค่ะ" "อัฐิ น่าจะเก็บไว้ในโกศ 2 โกศอย่างที่เราเตรียมกันไว้คือ อันนึงไว้บ้านเราจะซื้อโต๊ะอะไรมาวางไว้ อีกอันก็จะไว้กับคุณยายที่บ้านครอบครัวสุตสุนทร ลอยอังคาร ตอนนี้เห็นคุณพ่อบอกว่าจะไปที่กองทัพเรือค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าวันไหนและมีใครไปบ้าง เตรียมต้องคุยกันอีกทีค่ะ" "กล่าวอาลัยให้คุณแม่ เหมือนพูดในสิ่งที่เราไม่ค่อยได้บอกคุณแม่เท่าไหร่ คุณแม่เป็นคนที่เข้มแข็งมาก เราอยู่ในจุดที่รู้ว่ามันคือตัวตนของคุณแม่ เราก็ไม่ค่อยได้บอกว่าขอบคุณนะที่แม่เข้มแข็ง บอกรักและขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่เคยทำให้เราตั้งแต่เด็กคุณแม่ก็อยู่เคียงข้างเรามาตลอด" "ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ทุกคนรักคุณแม่ขนาดนี้ เราเป็นลูก เราก็ดีใจที่เห็นมีคนรักคุณแม่เยอะ ทุกคนห่วงใยและใส่ใจเราขนาดนี้ค่ะ ถึงแม้คุณแม่จะจากไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังห่วงคุณแม่ หนูจะพยายามนำข้อดีทุกอย่างของคุณแม่มาใช้กับตัวหนูค่ะ" ปันปัน กล่าว พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา