หลักสิทธิมนุษยชน

แพท ณปภา หอบหลักฐานเข้าพบ ปปส.แจงที่มาเงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้าน!
พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ /  แพท ณปภา / 

  กลายเป็นเรื่องราวที่หลายคนสนใจไม่น้อย สำหรับคุณแม่มือใหม่ แพท ณปภา หลังจากที่ผู้เป็นสามี เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ เบนซ์ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช ได้ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงินในเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว ไซซะนะ แก้วพิมพา มาก่อนหน้านี้ ด้าน แพท ณปภา ก็เลยกลายเป็นเป้าหมายของตำรวจปราบปรามยาเสพติดที่ต้องให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในคดีที่ขยายผลจากครอบครองรถหรูและธุรกรรมทางการเงินของสามีด้วยเช่นกัน โดยวันนี้ (17มี.ค.60) เวลาประมาณ 10.30น. แพท ณปภา พร้อมด้วยคุณแม่ของเบนซ์ เรซซิ่ง เดินทางเข้าให้ปากคำตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในฐานะพยาน เกี่ยวกับเส้นทางการเงิน หลังพบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 30 ล้านบาท พร้อมหอบหลักฐานพิสูจน์   ด้าน พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า   “ก็มีการติดต่อประสานตั้งแต่เมื่อวาน สอบถามความชัดเจนไปก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าทางคุณแพทและคุณแม่จะเข้ามาในวันนี้ 10.00 น. เหมือนเดิม ก็คงมี 2 ประเด็นหลักๆ นะครับ ประเด็นแรกก็คงเป็นรถที่อยู่ในความครอบครองของคุณเบนซ์ ที่เป็นของบอย 3 คัน และประเด็นที่ 2 เกี่ยวกับคุณเบนซ์โดยตรง คือเรื่องของทรัพย์สิน และฐานะทางการเงินของคุณเบนซ์ ที่มีการทำธุรกรรมทางบัญชีไปยังทางคุณแพทหรือคุณแม่ แล้วก็ทางลูกน้องที่ทำงานอยู่ในร้านว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เป็นค่าอะไร ถ้าตอบได้ชัดเจนเราก็คงจะคลายความสงสัย ถ้าตอบไม่ชัดเจนก็คงต้องเรียกบุคคลที่เป็นข้อกล่าวอ้าง บุคคลต่างๆ ที่กล่าวอ้างถึง เช่น คุณแพทมีเงินเจ้ามาในบัญชีแล้วอ้างว่าเป็นเงินมาจากแหล่งนั้นแหล่งนี้ หมายถึงว่าเป็นเงินค่านู่นค่านี่ ถ้าเราดูแล้วสมเหตุสมผลก็คงไม่ต้องเชิญแหล่งข้อมูลที่ถูกกล่าวอ้างมาสอบ แต่ถ้าหากเรายังมีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่ก็คงจะต้องเชิญตัวมาสอบให้ชัดเจนว่าเป็นไปตามข้อกล่าวอ้างของคุณแพทหรือเปล่า”   “(จำนวนเงินที่ต้องสงสัย) ก็มีเป็นหลักล้านครับ แต่ว่าอาจจะไม่ถึงจำนวน 30 ล้านอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวไป คือเงินในบัญชีมีเป็น 10 ล้านขึ้นไป แต่ว่าข้อมูลที่บอกว่าสงสัยเนี่ย ตอนนี้เรายังไม่ขอบอกว่าสงสัยหรือไม่สงสัยนะครับ แต่ว่าในข้อมูลแหล่งที่มาทั้งหมดถ้ามันเป็นยอดที่มากพอสมควร เราก็ต้องมีการซักถามเพื่อให้เกิดความกระจ่างทุกประเด็น ก็มีหลายรายการครับ ประมาณปีเศษๆ นะครับ ก็เป็นหลักล้าน”   “ของคุณแม่กับของคุณเบนซ์ตามบัญชีที่พบจำนวนไม่มากเท่าไหร่ครับ ตอนนี้ที่พบยังไม่ถึง เป็นหลักแสนครับ แล้วกับลูกน้อง 2 คนก็เป็นหลักล้านครับทั้งคู่ มีการโอนหลายครั้งครับ ในช่วงระยะเวลาปีเศษๆ ในช่วงที่เราตรวจสอบครับ”   “ตอนนั้นเรายังไม่ได้บัญชีมานะครับ ก็บอกว่ามีการโอน แต่ยอดเงินอาจจะไม่ได้มากตามที่เราตรวจพบครับ แต่เพื่อความเป็นธรรม ตัวเขาเองอาจจะจำไม่ได้ก็ได้ เพราะว่าตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้ลงไปในรายละเอียดมาก อย่างที่ผมเคยเรียนให้ทราบว่า 2 ครั้งแรกที่คุณเบนซ์เข้ามา เรายังไม่ได้เรียก แต่เป็นความบริสุทธิ์ใจขอเข้ามาเอง ก็ยังไม่ได้ซักถามรายละเอียดมาก แล้วข้อมูลเราก็ยังไม่มี เมื่อคุณเบนซ์บอกแค่นั้นเราก็ตามนั้นก่อน แต่พอเรามีการเรียกเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหา ทางคุณเบนซ์ก็ยังไม่ขอให้การ โดยจะขอไปประกันตัวในชั้นศาลก่อน แล้วเมื่อเสร็จแล้วก็จะย้อนกลับมาให้การอีกครั้งหนึ่ง เราก็ยังไม่ได้เรียกไป และทางคุณเบนซ์ก็ยังไม่ได้ติดต่อมา เราจะเรียกคุณเบนซ์อีกครั้งหนึ่งก็คงหลังจากเราสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆ ให้จบสิ้นเสียก่อน เพื่อไม่เป็นการรบกวนทั้งพนักงานสอบสวนเองและทางคุณเบนซ์เอง แต่ว่าการปิดสำนวนยังไงเราก็ต้องเชิญคุณเบนซ์มาอยู่แล้ว”   “ขั้นตอนนั้น (แจ้งข้อหา) ยังเร็วไป ต้องดูข้อมูลต่างๆ ประกอบรวมทั้งคำให้การของทั้งสองคนนี้ด้วย เราคิดว่าถ้าตามหลักการแล้ว แจ้งได้นะครับ แต่เพื่อให้เป็นการเตรียมตัวเพื่อความเป็นธรรมทั้งของคุณแพทและคุณแม่เอง เราก็คงจะมีการสอบพยานเพิ่มเติมในข้อกล่าวอ้าง แล้วก็จะเชิญมาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเห็นว่าชัดเจนแล้ว กับคุณเบนซ์ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดกับบอยมากกว่า เรายังให้โอกาสก็จะแจ้งไปว่า ครั้งนี้มาจะเป็นมาในฐานะที่เราถูกข้อกล่าวหา ให้เตรียมตัวมาให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นการมาประกันตัวที่นี่ หรือในชั้นศาล แต่ปกติแล้วคดีที่นี่เราจะไม่ให้ประกันตัว เราจะรีบอำนวยความสะดวกให้กับคนที่เหมือนกับว่าให้ความร่วมมือ เราก็จะรีบสอบปากคำและพาไปที่ศาลเพื่อจะได้มีเวลายื่นขอต่อศาลได้ครับ”   “มีการตรวจสอบมาประมาณ 2-3 ปี เงินของคุณแพทก็จะมีการหมุนเวียนมาโดยตลอด แต่นี่เป็นแค่บัญชีที่เราขอตรวจพบ ถ้าเรารู้เลขบัญชีไหนเราก็ขอตรวจ ส่วนบัญชีที่เราไม่ทราบ ที่คุณแพทอาจจะมีหรือไม่มี เราก็ขอความร่วมมือกับทางธนาคาร ขอให้ช่วยตรวจสอบให้เราก่อน ถ้าเราได้เลขบัญชีมา เราก็ค่อยขอตรวจรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง นี่คือหลักการทั่วไป บัญชีที่ได้มาตอนนี้เป็นแค่บัญชีเดียว แต่เรากำลังรอคำตอบจากธนาคารต่างๆ” อ่านข่าว แพท โดนด้วย!! ตร.จ่อแจ้งข้อหาร่วมฟอกเงินตาม เบนซ์ เรซซิ่ง 13 มี.ค.นี้ พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ผู้จัดฯนางฟ้าไร้ปีกโร่แจ้งความ ทรูฯ ปลดกลางอากาศให้ แม่หน่อย เสียบแทน!!
แพนเค้ก เขมนิจ /  ข่าว แพนเค้ก / 

  โอละพ่อ!! กลายเป็นเรื่องวุ่นวายที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ สำหรับละครนางฟ้าไร้ปีก ที่หลังจากมีแชทหลุดจากนักแสดงละครนางฟ้าไร้ปีก ที่มี แม่หน่อย นวลนง แม่ของนางเอกสาว แพนเค้ก เขมนิจ ซึ่งเป็นผู้จัดร่วมด้วยกับ บริษัท ดิแอคโปรดักชั่น จำกัด เบี้ยวค่าตัวนักแสดงแถมยังกั๊กเงินจำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ด้าน แพนเค้ก ได้เปิดใจถึงกรณีดังกล่าวไปแล้วว่า ตนกับคุณแม่ไม่ทราบรายละเอียด ทั้งนี้เพราะผู้จัดหลักได้เป็นฝ่ายคุยกับนักแสดงทั้งเรื่องเงินและสัญญาตั้งแต่แรก   ล่าสุดวานนี้ (12เม.ย.60) เวลาประมาณ 17.00น. ด้านผู้จัดหลักตัวจริงอย่าง เกษศริน พูลลาภ อดีตนางเอกละครชื่อดังและยังเป็นผู้จัดฯเรื่องนางฟ้าไร้ปีก ตัวแทนในนาม บริษัท ดิแอคโปรดักชั่น จำกัด พร้อมด้วย เอส วัชรา สังข์สุวรรณ ผู้กำกับละครนางฟ้าไร้ปีก ได้เดินทางไปยัง สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกรณีที่ ทรูโฟร์ยู ได้แจ้งให้ตนออกจากการควบคุมและดูแลในฐานะผู้จัดละครเรื่องนางฟ้าไร้ปีก โดยไม่ได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งตนเกรงว่าจะเกิดผลกระทบและเกิดความเสียหายกับทางบริษัทของตน   นอกจากนี้ด้าน เกษศริน พูลลาภ ยังเปิดเผยถึงข่าวที่มีการนำเสนอว่าตนได้เงินมา 7 ล้านบาทนั้น จริงๆ แล้วได้มาเพียงแค่ 6 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นเงินงวดแรก และได้เดินทางไปถ่ายทำที่ยุโรป 3 ประเทศ และที่ฮ่องกง รวม 4 แห่งด้วยกัน โดยค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำที่ต่างประเทศรวม 9 ล้านบาท ซึ่งตนได้สำรองจ่ายล่วงหน้าไปอีก 3 ล้านบาท และหลังเดินทางกลับมาทางช่องทรูโฟร์ยู ได้เรียกตนเข้าไปคุยพร้อมกับให้ยุติการเป็นผู้จัดละคร โดยให้ แม่หน่อย แม่แพนเค้ก มาเป็นผู้จัดแทน โดยอ้างว่าละครไม่มีคุณภาพ พร้อมกันนั้นได้ชี้แจงถึงกรณีที่มีนักแสดงออกมาแฉไม่ได้รับเงิน ยันเป็นนักแสดงจริง แต่เป็นตัวประกอบหลักที่มีบทพูดซึ่งได้ทำสัญญาระบุว่าจะจ่ายเงินเมื่อถ่ายครบ 4 ตอน แต่ที่ผ่านมาการถ่ายทำยังไม่เสร็จเลยแม้แต่ตอนเดียว!! ขอบคุณภาพจาก IG khemanito, nualnong_noi, manager.co.th อ่านข่าว แพนเค้ก โต้! แม่หน่อย โกงค่าตัวนักแสดง ส่อแววนางฟ้าไร้ปีก โดนเท!

ชินวุฒ ออกโรงป้อง เป๊ก จวกนักเลงคีย์บอร์ดด่า
ชิน ชินวุฒ /  หน้ากากจิงโจ้ / 

    เล่นเอาเดือดกันทั้งโซเชียลไปเลย หลังมีกระแสข่าวที่มีคนสงสัยว่า ชิน ชินวุฒ รับงานนอกทั้งที่ยังอยู่ในช่วงเกณฑ์ทหาร เจ้าตัวเลยขอเคลียร์ว่าที่จริงแล้วอยู่ในช่วงลา และสามารถลามารับงานนอกได้ เป็นดาราไม่ได้มีอภิสิทธิ์พิเศษ กลับยิ่งต้องทำตามกฎระเบียบมากที่สุด รวมถึงออกโรงป้องนักร้องเสียงดี เป๊ก ผลิตโชค หลังถอดหน้ากากจิงโจ้ ออกแล้วโดนกระแสดราม่าต่อว่าอย่างรุนแรง จวกคนที่หาข้อผิดพลาดมาต่อว่า เป็นเพราะอิจฉา เราควรจะตัดสินคนจากสิ่งที่เขาทำ ความสามารถเขา กับความสุขที่เขามอบให้กับคนดู จากภายในมากกว่าภายนอก สังคมตัดสินกันที่อะไร ทุกวันนี้หน้าปกติคือการใส่หน้ากากกัน   "ในจังหวะลาก็รับบ้าง แต่ไม่ได้ฟูลสตรีมรับเหมือนเราไม่ได้เป็นทหาร ก็ถ้าอยู่ในช่วงลาเราก็สามารถที่จะลารับได้อะนะครับ ก็เหมือนกับเพื่อนที่อยู่เวลาในล็อคลาก็กลับไปบ้านแล้วกลับไปช่วยที่บ้านทำงาน ก็ในจังหวะที่ไม่ได้ชนกลับงานหลวงเราก็สามารถที่จะลาได้บ้าง ก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะอนุมัตินะครับ แต่ว่าอย่างที่พูดงานหลักก็คืองานหลวง ภารกิจก็จะมีมาเรื่อยๆ ครับ งานถ่ายสารคดี เข้าเวร อะไรอย่างนี้ทำหมดครับ แทบจะทุกหน่วยของราชการเลยนะครับที่ผมไปมา ทุกเหล่าทัพเลยครับ ไปมาหมดแล้ว"   "คนไม่เข้าใจก็จะไม่เข้าใจ คนที่ไม่ได้เป็นหรือว่าไม่เคยเป็นก็จะไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องปกติของสังคมอยู่แล้วครับ คนเรามักจะไม่เข้าใจเรื่องที่เราไม่เคยสัมผัส จริงๆ มันเป็นเรื่องปกติของทหารก็จะมีล็อคลาอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเป็นก็ไม่ต้องกลัว คุณไม่ได้อยู่ที่นั่นตลอดเวลา ปีนึงไม่ได้กลับบ้านมันก็ไม่ใช่นะครับ เขาก็เข้าใจว่าเรามีครอบครัว เรามีภาระของเรา แต่ว่าก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะอนุมัตินะครับ ก็ต้องเป็นตามนั้นไป เราปฏิบัติตามกฎระเบียบทุกอย่างครับ ผมหนีได้ที่ไหนครับ ถูกไหมฮะ ผมยิ่งต้องทำตามกฎระเบียบที่สุดเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าเราอยู่ในสายตาคนหมู่มาก เพราะฉะนั้นที่เราทำทุกอย่างเนี่ย จะสะท้อนกลับไปที่กองทัพหมด เพราะฉะนั้นผมจะอยู่ในระเบียบวินัยแทบจะ 24 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ"   "ถามว่าอภิสิทธิ์ไหม ก็ไม่นะฮะ เพราะว่าเราปฏิบัติตามเพื่อน คือในช่วงฝึกเราก็ฝึกเหมือนกัน ไม่ได้นอนแยก ไม่ได้กินแยก ไม่ได้อาบน้ำแยก จริงๆ ผมมีฝึกแยกด้วยเพราะว่าช่วงที่ผมฝึกผมมีถ่ายสารคดีของกองทัพด้วย นั้นแปลว่าผมก็ต้องทำงานเบิ้ล ผมถ่ายงานเสร็จปุ๊ปผมก็ต้องกลับมาทำงานฝึกต่อเพราะว่าผมก็ยังเป็นภาพของกองทัพอยู่ เพราะฉะนั้นในมุมของระเบียบวินัยในท่าทางต่างๆ ผมก็ต้องค่อนข้างที่จะเป๊ะอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็เลยจะต้องฝึกเบิ้ลกับเพื่อนด้วย แต่ทุกอย่างตามระเบียบครับ"   "สำหรับประเด็นหน้ากากจิงโจ้ พูดไงดีอะ คนมันจะหาข้อผิดพลาดอยู่แล้ว เพราะอิจฉา เป็นเรื่องปกติ คือผมรู้จักพี่เป๊ก แล้วจริงๆ แล้วพี่เป๊กเขาสวมบทเป็นผมด้วยซ้ำ ผมดูทุกวีคก็ โอ้โห ยืนเป็นทหารเชียว คุณจิงโจ้ครับ แต่ว่าสำหรับผมเนี่ยผมรู้สึกว่าคนมันจะหาข้อเสีย เหมือนเขาไม่ชอบให้อะไรมันดีเกินไปอะ เพราะว่าร้องดีเหลือเกิน เต้นดีเหลือเกิน คนก็เลยต้อง เอ้ย มันดีเกินไปหรือเปล่าวะ กูหาอะไรดีกว่าว่ะ เดี๋ยวไม่สนุก เดี๋ยวนอนไม่หลับ อะไรอย่างเงี้ย คือสำหรับผมนะผมพูดอย่างเนี้ยเพราะว่าพี่เป๊กเป็นพี่ชายผม และพี่เป๊กเป็นคนที่ผมรักและเคารพ และเป็นคนที่เก่ง และเป็นคนที่น่ารัก ถ้ารู้จักเขาจริงๆ อะคุณก็จะรักเขาในสิ่งที่เขาเป็น และผมก็ให้กำลังใจเขา เมื่อเช้าผมก็เพิ่งโพสต์ เฮ้ย ว่างมากหรอ ว่างมากใช่ไหมที่จะต้องมาว่าเขา  ที่จะต้องมาหาข้อผิดพลาดในตัวเขา ทุกคนมีหมดครับ ผมก็มีครับ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ดูเลยเนี่ย ผมให้ข้อคิดแบบนี้ดีกว่าว่าผมว่าเราให้รายการนี้และสิ่งๆ นี้เป็นบทเรียนให้สังคมได้เห็นว่า เราควรจะตัดสินคนจากสิ่งที่เขาทำ ความสามารถเขา กับความสุขที่เขามอบให้กับคนดู กับภายในมากกว่าภายนอก จริงๆ แล้วการที่เขาใส่หน้ากากเนี่ยมันมีข้อคิดให้กับเราได้หลายมุมนะว่าจริงๆ แล้วสังคมเรามันตัดสินกันที่อะไรวะ แล้วมันแปลกตรงที่ว่าหน้าเราปกติเนี่ยแหละคือใส่หน้ากาก"   "ผมรู้สึกว่าจริงๆ แล้วเราใส่หน้ากากกันอยู่ทุกวันเนี้ย เรารู้สึกว่าสังคมเราเนี่ยแหละใส่หน้ากากกันอยู่ ปากนึงก็พูดว่า โอ้ย ดีจังเลย เก่งจังเลย อีกปากนึงก็แบบ เฮ้ย แกอย่างงู้นอย่างงี้อย่างงั้น ผมว่าอันเนี้ยแหละคือหน้ากากที่แท้จริงของคนที่ใส่กันอยู่ในสังคมสมัยนี้ผมว่า มันเป็นเรื่องปกติครับ ผมว่าเราก็แค่ต้องยอมรับมัน แล้วผมก็เชื่อว่าพี่เป๊กเองก็มีวิจารณญาณมากพอที่จะเข้าใจและสิ่งที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้มันดีมากพอที่คนจะรักเขาที่เขาเป็นเขา ไม่จำเป็นต้องมีหน้ากากจิงโจครับ ไม่จำเป็นต้องให้คนได้ยินเสียงเพลงของเขาในมุมของจิงโจ้ แต่ว่าถ้าคุณได้รู้จักจริงๆ และได้เห็นเขาร้องจริง ๆ ผมเชื่อว่ายังไงก็รักเขา และจิงโจ้เป็นแค่กระจกที่ทำให้คนได้เห็นตัวเองว่า เฮ้ย กูตัดสินเขาเยอะไปป่าววะ มันแค่นั้นเอง"   "ผมไลน์หาเขาครับ ผมไลน์หาเขาตั้งแต่วีคแรกแล้วครับ ว่าผมโพสต์ในสิ่งที่ผมโพสต์แล้วเขาก็บอกว่าขอบคุณที่ผมโพสต์แบบนั้น แล้วเขาก็บอกว่ามันมีความหมายสำหรับเขาที่โพสต์แบบนี้ แล้วก็บอกเลิฟยู อะไรแบบนี้ คือผมกับพี่เป๊กก็สนิทกันอยู่แล้ว ผมโปรดิวซ์ให้เขา ทำเพลงให้เขา คุมเขาอัด คือแล้วเราทำงานด้วยกัน เมื่อก่อนก็ปาร์ตี้ด้วยกัน คือแบบผมกับพี่เป๊ก มีความรักเป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว แล้วก็ถ้าใครมาว่าเขาผมก็กล้าที่จะเอาตัวเองเข้าไปแลกให้ได้ครับ"   "ไม่เครียด ผมว่าไอ้สังคมนี้แหละถึงจะทำให้ดรามา แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้เครียด แต่ผมว่าในมุมเขาอาจจะคิดว่า เอ๊ะ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีหน้ากากจิงโจ้ คนจะสนับสนุนเขาเหมือนกับที่เขาเป็นหน้ากากจิงโจ้หรือเปล่า"   "ก็ทำได้แค่นั้น เพราะพี่เป๊กเขาเข้มแข็งพอ และเขาก็แข็งแรงมากพอที่จะไม่ฟังเรื่องพวกนี้ และก็มีผม และเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในวงการอีกหลายคนที่เข้าใจและรู้ว่าจริงๆ แล้วคือยังไง เพราะฉะนั้นก็เป็นได้แค่นักเลงคีย์บอร์ดอะฮะ ผมว่าของแบบนี้ก็แค่อยู่บ้านแล้วก็พิมพ์อะ ใครก็ทำได้ ผมก็ทำได้ เพราะฉะนั้นก็ได้แค่นั้น ถ้ากล้าจริงก็ต้องกล้าที่จะฝึกฝนตัวเองให้เก่งเท่าเขาแล้วค่อยมาพูด" ขอบคุณภาพจาก IG chinchinawut อ่านข่าว ดราม่า...งงเด้! ทั้งวัน รู้ยัง! เป๊ก หน้ากากจิงโจ้ ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย ดราม่า...งงเด้! ทั้งวัน รู้ยัง! เป๊ก หน้ากากจิงโจ้ ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย อ่านต่อ : http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/611   ดราม่า...งงเด้! ทั้งวัน รู้ยัง! เป๊ก หน้ากากจิงโจ้ ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย อ่านต่อ : http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/61142 ชิน ชินวุฒ   ชิน ชินวุฒ   ชิน ชินวุฒ   ชิน ชินวุฒ  

กอล์ฟ อยากแต่ง ขวัญ ใจจะขาด!! รอธุรกิจลงตัว ไม่หวั่นคนมองคู่รักสายเปย์
กอล์ฟ พิชญะ /  ขวัญ อุษามณี / 

  เรียกได้ว่าเป็นคู่รักนักธุรกิจอีกคู่หนึ่งที่ช่วยกันทำมาหากินดีมาก สำหรับ หนุ่มกอล์ฟ พิชญะ กับ สาวขวัญ อุษามณี ที่ล่าสุดวันนี้ (8มี.ค.60) หนุ่มกอล์ฟ ได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม NETz Spidersilk ณ ศูนย์การค้า เอ็มโพเรียม ซึ่งมีหวานใจคนเก่งอย่าง ขวัญ อุษามณี รวมทั้งครอบครัว เพื่อนๆ มาให้กำลังใจกันเพียบ ซึ่งงานนี้ หนุ่มกอล์ฟ เองก็ทุ่มเทกับสินค้าตัวนี้มาก ลงมือทำตัวด้วยตัวเองทุกอย่าง โดยมี ขวัญ อุษามณี คอยเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลาทั้งนี้ กอล์ฟ พิชญะ ยังได้สารภาพผ่านสื่อว่าตนอยากแต่งงานใจจะขาด แต่ติดที่ธุรกิจยังไม่ลงตัว ส่วนวันเกิด คุณแม่ขวัญ ที่ผ่านมาได้ให้กระเป๋าที่มีใบเดียวในโลกเป็นของขวัญวันเกิด ขวัญ "ดีใจมากมี่พี่กอล์ฟมีวันนี้เพราะขวัญอยู่กับพี่กอล์ฟตั้งแต่เริ่มแล้วขวัญก็ได้เรียนรู้ธุรกิจที่พี่กอล์ฟทำเกี่ยวกับอิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ตหลายอย่าง เพราะธุรกิจนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ที่พี่กอล์ฟนำเข้ามาซึ่งเขาพยายามจะคัดสิ่งแปลกใหม่เข้ามา รวมถึงแพ็คเกจจิ้งต่างๆ เขาก็ออกแบบเอง" กอล์ฟ "สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นลูมินิเซ็นต์ โปรตีนในแมงมุม เวลาใช้แล้วสามารถปกปิดรอยหมองคล้ำ ทำให้หน้าสว่างได้ ส่วนน้องขวัญเป็นกำลังใจให้เสมอมาตั้งแต่เริ่มต้นจะทำธุรกิจตัวนี้ สำหรับเรื่องงบลงทุน เวลาทำอะไรก็ทำให้สุด ไม่อยากทำผลิตภัณฑ์ง่อยๆ ออกไปให้คนใช้ ถามว่าถึงแปดหลักไหม เอาเป็นว่าหลายหลักแล้วกันครับ แต่ธุรกิจนี้ไม่ได้ชวนขวัญมาร่วมหุ้นด้วย กอล์ฟว่าขวัญเขาทำผลิตภัณฑ์ ยูซี่ของเขาอยู่แล้ว กอล์ฟก็ทำของกอล์ฟเอง" ขวัญ "ถึงพี่กอล์ฟทำมา ขวัญก็เป็นเจ้าของอยู่ดี(หัวเราะ) เงินพี่กอล์ฟก็เหมือนเงินขวัญส่วนเงินขวัญก็คือเงินขวัญ" กอล์ฟ "จะมาเป็นซ้อเหรอ เข้าใจแล้วครับว่าการเสียสละคืออะไร แต่ผมก็ต้องยอมอยู่แล้ว" ออกตัวแบบนี้คือหยอดจะให้กอล์ฟมาขอหรือเปล่า? กอล์ฟ "ผมอยากจะขอใจจะขาดอยู่แล้วครับ แต่ว่าอยากให้ทุกอย่างพร้อมอย่างที่เคยบอกไป ถ้าทุกอย่างพร้อมกอล์ฟก็อยากดูแลผู้หญิงคนหนึ่งไปตลอดชีวิต ซึ่งก่อนจะถึงวันนั้นกอล์ฟต้องมีความมั่นคงในตัวเองก่อนตอนนี้ก็สู้และพยายามเต็มที่ ตอนนี้ก็เตรียมสำหรับอนาคตทั้งของตัวเองและครอบครัวด้วย" กอล์ฟ "ตอนนี้ก็มีหลายบัญชีมากแล้วที่มีอยู่ มีทั้งบัญชีส่วนตัวและของธุรกิจซึ่งกอล์ฟต้องบริหารให้ดี ส่งนบัญชีของกอล์ฟขวัญนั้น(หันไปมองหน้าขวัญและพูด) ตัวเองว่าไงอ่ะคะ" ขวัญ "พี่กอล์ฟเขาต้องดูแลครอบครัวของเขาด้วย อย่างที่บอกตอนนี้พี่กอล์ฟไม่ได้มีแค่ขวัญคนเดียว ทุกวันนี้เราก็คุยกันว่า เราสองคนโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่แล้ว ก้าวมามากกว่าตอนเป็นเด็กแล้ว เป็นช่วงระยะเวลาที่เรา ไม่ได้ทำอะไรเพื่อตัวเอง แค่เราต้องมองย้อนกลับไปถึงต้นน้ำ นั้นคือ คุณพ่อคุณแม่ของเราสองคนด้วย อย่างตอนนี้พี่กอล์ฟต้องดูแลคุณพ่อคุณแม่ และช่วยดูแลกิจการของครอบครัวด้วย แล้วไหนต้องดูแลขวัญอีก" ขวัญ "เรื่องสินสอดแล้วแต่พี่กอล์ฟเขาจะเห็นคุณค่าขวัญยังไง(หัวเราะ)" กอล์ฟ "คือคุณค่าของขวัญ มันเทียบกับเงินไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องให้เงิน(หัวเราะ)" กอล์ฟ "เรื่องวันเกิดแม่ขวัญ ตอนแรกกอล์ฟไม่ได้ส่งแมสเสจไปหาแม่ คือ กะว่าจะเซอร์ไพรส์ตอนกลางคืนก็เลยแวะเอาเค้กกับของขวัญไปให้ เป็นกระเป๋า ที่มีใบเดียวในโลกแต่มีเพิ่มอีกใบ เพราะคุณแม่อยากได้ด้วย ซึ่งใบนี้กอล์ฟสั่งตัดจากโรงงานของตัวเองให้เหมือนกัน ขวัญเขาเลยแบบว่าทำไมอ่ะตัวเอง คุณแม่ก็ดีใจและชอบ ส่วนวันเกิดขวัญที่ผ่านมาก็ให้ของขวัญปกติ เพราะเราก็ต้องทำให้ตรงกันข้ามกัน ขวัญเขาจัดใหญ่ให้กอล์ฟแล้ว กอล์ฟเลยขอจัดเล็กๆ แต่อบอุ่น" ขวัญ "ไม่อบอุ่นค่ะ ตอนแรกไดร์ผมไปสวยเลย แต่พอขึ้นไปกินข้าวข้างบน ลมก็ตีจนผมขมวดไปหมด เปิดเหม่ง คือ เขาก็อยากโรแมนติก พาขึ้นไปกินอาหารบนชั้นดาดฟ้า แต่ไม่รู้ทางว่าขึ้นยังไง สุดท้ายขวัญต้องเป็นคนที่พาขึ้น แถมจอดรถผิดฝั่งด้วย จากที่ใส่ส้นสูงไป พอเดินผ่านห้างต้องซื้อรองเท้าแตะมาเปลี่ยนเพราะไกลมาก" กอล์ฟ "แล้วก็ซื้อกระเป๋าสตางค์ให้ เพราะรู้สึกว่า น้องใช้กระเป๋าใบเดิมมานานแล้ว นอกจากนี้ก็ใส่เงินก้นถุงไว้นิดหน่อย" ขวัญ "ถึงแม้จะเป็นบุญทุ่มหรือไม่บุญทุ่มมันก็ไม่แปลกอะไร ขวัญอยากให้ทุกคนลองคิดกลับกันว่า ถ้าเรารู้สึกรักใครก็ต้องการให้คนนั้นมีความสุข ได้ใช้ของที่เขาชอบหรือใช้แต่ของดีๆ คือ มันไม่ได้เป็นวัตถุ แต่มันปรับเปลี่ยนมาเป็นคุณค่าทางจิตใจมากกว่า" กอล์ฟ ขวัญ กอล์ฟ ขวัญ กอล์ฟ ขวัญ ขวัญ แม่ ขวัญ แม่