หน่อง ธนา

หลีกทางแม่!! อั้ม พัชราภา ออกงานรางวัลในรอบหลายปี ซิวนำหญิง MAYA AWARDS 2017
อั้ม พัชราภา /  มายามหาชน / 

  กลับมาอีกครั้งกับงานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ ของคนในวงการบันเทิงทุกแขนง "มายามหาชน MAYA AWARDS 2017" โดยผลโหวตมาจากคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ @CDC Crystal Grand BallRoom ถนนประดิษฐ์มนูธรรม(เรียบทางด่วนรามอินทรา) โดยมีเหล่าศิลปินดาราตบเท้าเข้ารับรางวัลและร่วมเดินพรมแดงกับมากมาย ซึ่งปีนี้ด้านนางเอกซุปตาร์ตัวแม่ อั้ม พัชราภา ออกงานรางวัลเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แถมยังซิวดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน จาก “เพลิงพระนาง” ช่อง 7 ไปครองอีกด้วย ด้าน เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข คว้ารางวัลดารานำชาย ขวัญใจมหาชน จากละคร “บ่วงหงส์” ช่อง 3 และผลรางวัลต่างๆ มีดังต่อไปนี้ ผลรางวัล มายามหาชน MAYA Awards 2017 มีดังนี้ รางวัลดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม จาก “เพลิงพระนาง” ช่อง 7 รางวัลดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ อ๊อฟ ชนะพล สัตยา จาก “ริษยา” ช่อง 7 รางวัลดาราดาวรุ่งหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ แคท ซอนญ่า สิงหะ จากละคร “ลูกตาลลอยแก้ว ช่อง 7” รางวัลดาราดาวรุ่งชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ สิงโต ปราชญา เรืองโรจน์ จากละคร “โซตัสเดอะซีรีส์ ช่อง ONE รางวัลผู้ประกาศข่าวหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ ช่อง 7 รางวัลผู้ประกาศข่าวชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ไก่ ภาษิต อภิญญาวาท ช่อง 3 รางวัลพิธีกรหญิง ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ จากรายการ “Daily C3” ช่อง 3HD รางวัลพิธีกรชาย ขวัญใจมหาชน ได้แก่ กันต์ กันตถาวร จากรายการ “The Mask Singer” เวิร์คพอยท์ รางวัลบทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ละคร “เรือนพยอม” ทางช่อง 7 บทโดย เริงใจ รางวัลผู้กำกับละคร ขวัญใจมหาชน ได้แก่ โอริเวอร์ บีเวอร์ จากละคร “มือเหนือเมฆ” ช่อง 7 รางวัลละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน ได้แก่ ละคร “เพลิงพระนาง” โดย กันตนา ทางช่อง 7 รางวัล The Best Come Back Star แห่งปี 2560 ได้แก่ สุวนันท์ คงยิ่ง จากละคร “น้ำเซาะทราย” ทางช่อง 7 HD รางวัลดาราหญิงเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ รางวัลดาราชายเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ นาย ณภัทร เสียงสมบุญ รางวัลดาราคู่ขวัญ (คู่จิ้น) ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ คริส พีรวัส, สิงโต ปราชญา รางวัลดาราสาวเซ็กซี่ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ศุวรรณศุข รางวัล Rising Star ดาราหญิงมาแรง แห่งปี 2560 ได้แก่ มิลลี่ คามิลล่า กิตติวัฒน์ รางวัล Rising Star ดาราชายมาแรง แห่งปี 2560 ได้แก่ นน ธนลภย์ ปรีดามาโน รางวัลเพลงประกอบละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน ได้แก่ เพลง “กลับมา” โดย “เอ๊ะ จิรากร” จากละคร “ชะนีผีผลัก” ช่องเวิร์คพอยท์ รางวัลคนโทรทัศน์เกียรติยศ แห่งปี 2560 ได้แก่ ปัญญา นิรันดร์กุล รางวัลสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลยอดนิยมอันดับ 1 แห่งปี 2560 ได้แก่ Work Point ช่อง 23 รางวัลรายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด แห่งปี 2560 ได้แก่ รายการ “กิ๊กดู๋ สงครามเพลง” ทางช่อง 7 สี รางวัลสถานีข่าวโทรทัศน์ยอดเยี่ยม แห่งปี 2560 ได้แก่ TNN24 ช่อง 24 รางวัลรายการทีวีที่สร้างกระแสสังคม แห่งปี 2560 ได้แก่ รายการ “The Face Thailand 2017” รางวัลวิเคราะห์ข่าวดีเด่น แห่งปี 2560 ได้แก่ วาสนา นาน่วม จากช่อง Spring News รางวัลละครสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม แห่งปี 2560 ได้แก่ ละคร น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ทางช่อง 3 รางวัล Best Healthy Star หรือรางวัลดาราที่สุขภาพดี แห่งปี 2560 ได้แก่ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รางวัล Best Program of The Year หรือรางวัลรายการทีวีที่มาแรงที่สุด ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560 ได้แก่ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง จาก Workpointช่อง 23 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017 มายามหาชน MAYA AWARDS 2017

ขำๆ อั้ม พัชราภา ไม่ติดใจไลฟ์สดถูกเรียก “ป้า” ถ้าเกรียนมาเจอดีแน่!!
อั้ม พัชราภา /  ข่าว อั้ม พัชราภา / 

  ชักเริ่มสนุกซะแล้วสิสำหรับนางเอกซุปตาร์ตัวแม่ อั้ม พัชราภา กับการขยันเปิดไลฟ์สดผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อพูดคุยทักทายแฟนคลับที่คอยติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ไม่วายเจอเกรียนคีย์บอร์ดเรียก "ป้า" ซะงั้น!! ทำเอาเจ้าตัวปรี๊ดแตกสวนกลับทันที "ใครป้า" พร้อมกับบอกว่า "เดี๋ยวก็เรียกป้า เรียกน้า หน้าเราเด็กกว่าเขาอีก กล้ามาก" ล่าสุด อั้ม พัชราภา ได้มาร่วมงาน “Your Life, Your Signature” ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมกับเปิดใจถึงการไลฟ์สดแบบรัวๆ รับก่อนหน้านี้เห็นเพื่อนไลฟ์แล้วรู้สึกเหมือนคนบ้าพูดคนเดียว ตนเพิ่งหัดเล่นพอไลฟ์เองแล้วสนุกดีได้ใกล้ชิดแฟนคลับมากขึ้น ปล่อยผ่านเกรียนเรียก “ป้า” เรียก “น้า” แค่ขำๆ เพราะตนก็เรียกเพื่อนๆ แบบนี้เหมือนกัน หากเจอเกรียนจริงค่อยหาวิธีจัดการ ชมนักแสดงสาวรุ่นน้อง มาร์กี้ ราศรี น่ารัก!! เพิ่งรู้ว่าปลื้มตนมากขนาดตื่นเต้นและดีใจกว่า ป๊อก ภัสสรกรณ์ ขอแต่งงานซะอีก ยินดีที่นักแสดงรุ่นน้องจะแต่งงาน พร้อมกับเปรยถึงความสัมพันธ์กับ ไฮโซฟลุค วรวุฒิ ยังเหมือนเดิมไม่มีเพิ่มเติมไปกว่านี้!!   “เพิ่งหัดเล่นค่ะ สนุกมาก (ยิ้ม) เรียกว่าช่วงเห่อก็ได้นะคะ ปกติถ้ามีเพื่อนร่วมด้วยก็สนุกดีค่ะ คือเพื่อนเล่นตอนแรกก็รู้สึกเหมือนคนบ้า คุยคนเดียว แต่พอมาเล่นแล้วก็รู้สึกสนุกดี (ยิ้ม) ก็เขินค่ะ เพราะเราทำอะไรไม่เป็น แต่ตอนนี้เป็นแล้วค่ะ มีคนค่ะ เพราะอั้มเป็นคนที่โลเทคมากๆ (แฟนๆ เข้ามาคุยเยอะมาก?) ก็ดีค่ะ รู้สึกว่าใกล้ชิดกันมากขึ้นเนอะ ก็คงไม่ไลฟ์ทุกวันหรอกค่ะ แต่ถ้าว่างๆ ก็ได้ ตอนนี้ยังดูไม่เป็นเลยว่าคนเข้ามาดูกี่คน (ยิ้ม)"   “(เรื่องที่จะคุยกับแฟนคลับมีคิดไว้ก่อนมั้ย?) ไม่มี ไม่ได้คิดมาก่อน อยากไลฟ์ก็ไลฟ์เลย คอมเม้นท์อ่านไม่ทันค่ะ แต่ก็ทันบ้าง แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยทันเท่าไหร่ มีเพื่อนช่วยดูให้ค่ะ (คนใกล้ตัวมีเข้ามาแซวมั้ย?) ก็มีเพื่อนนี่แหละค่ะ (คนแซวว่าเวลาไลฟ์ชอบหวงตัว?) มันชอบหน้าผากเถิกกว่าปกติเนอะ จริงๆ ก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก (ยิ้ม) ตอนนี้ก็เล่นมากอยู่แล้วนะคะ ถ้าเล่นมากกว่านี้คงไม่ต้องทำอะไรแล้ว (หัวเราะ) (มีคอมเม้นท์เข้ามากวนๆ มั้ย?) โชคดีว่าอ่านไม่ทันค่ะ (ยิ้ม) เพื่อนก็ไม่ค่อยยุ่งค่ะ โตแล้ว ยังไม่เจอนะ เดี๋ยวเจอแล้วค่อยอีกที แต่เราไม่ค่อยสนใจ เพราะพวกนี้ชอบความสนใจ ถ้าเราไม่สนใจก็จบไป ไม่โต้ตอบ โต้ตอบมันชอบ"   “(มีมาเรียกป้า เรียกน้า?) เพื่อนเราก็เรียกเรา เราก็เรียกเพื่อน ขำๆ กัน ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ต้องไม่สนใจ อย่าไปให้ค่าอะไรเลย"   “(มาร์กี้บอกว่าปลื้มมากที่ได้เจอ?) น้องน่ารักมากค่ะ ตอนเจอเขาก็เรียกพี่อั้มค่ะ น้องน่ารักมาก (ยิ้ม) เราก็กรี๊ดเขานะ เพราะเขาน่ารัก น้องก็มาขอถ่ายรูปค่ะ ส่วนเขาบอกตื่นเต้นกว่าตอนป๊อกมาขอแต่งอีก เขาก็แซวเล่นเนอะ (ยิ้ม) และถ้าเขาเชิญไปงานแต่ง ไม่มีหรอกค่ะ แต่อั้มก็ยินดีกับเขาด้วยค่ะ ยินดีกับน้องด้วย น้องคงตื่นเต้นอยู่ เราก็ตื่นเต้นเจอน้องค่ะ (ถ้าเชิญจะไปมั้ย?)ยังไม่รู้เลยค่ะ ก็เจอกันน้อยนะคะ เป็นครั้งที่ 2 มั้งคะที่ได้เจอน้อง ไม่ค่อยได้เจอ (รู้มาก่อนมั้ยว่าเขาปลื้ม?) ไม่รู้ค่ะ (ยิ้ม)"   “(ความสัมพันธ์กับไฮโซฟลุค?) ก็เหมือนเดิมค่ะ ถามว่าได้ไปไหนกันมากขึ้นมั้ยเท่าเดิมเป๊ะเลยค่ะ ก็ยังได้เจอกันอยู่ค่ะ (ยิ้ม) (วันก่อนก็มีจัดงานกับเพื่อนๆ ด้วย?) พี่เขาก็เลี้ยงให้ตอนรับรางวัลที่ผ่านมาค่ะ ก็แค่นั้นเอง ก็ซื้อดอกไม้มาให้กันค่ะ มีไปกัน 8 คนเองค่ะ ก็ทานข้าวกันปกติค่ะ ไม่ได้มีอะไร ก็ถ้ามันมีอะไรดีๆ เขาก็จะรวมตัวกัน พี่ๆ เขาก็จะมาเลี้ยงน้องค่ะ" อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครราชนาวีที่รัก , เรื่องย่อราชนาวีที่รัก
ละคร ราชนาวีที่รัก /  เรื่องย่อ ละคร ราชนาวีที่รัก / 

ราชนาวีที่รัก บทประพันธ์โดย : เฟื่องนครบทโทรทัศน์โดย : ลูกทะเลกำกับการแสดงโดย : ชัชวาล ศาสวัตกลูนออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 สี และ ช่อง 35 ในระบบ HD เรื่องย่อละคร ราชนาวีที่รัก แพรว (แพรวพรรณ) นักเขียนนิยายรักสดใสที่เพิ่งเริ่มงานเป็นนักข่าวควบคู่ไปด้วย ได้รับโจทย์จาก บ.ก.ต่าย ให้ไปติดตามสถานการณ์การทำประมงผิดกฎหมายที่เมืองชายทะเลแห่งหนึ่ง แพรวให้ เจ๊ญา (หิรัญญา) นักเขียนรุ่นพี่และ หนึ่งนาที เพื่อนสนิท เพศชายรักชาย ช่วยติดต่อแหล่งข่าวในพื้นที่ให้ เป็นนายทหารเรือหนุ่มที่เคยร่วมปฏิบัติการปราบโจรสลัดที่โซมาเลียมาแล้ว แต่แพรวคาดไม่ถึงว่าจะเป็น ต้นกล้า หรือ เรือเอกจิรวัติ สุกปลั่ง รุ่นพี่ที่แพรวแอบปลื้มสมัยเรียนประถม ลูกชายคนเดียวของครอบครัวชาวนา แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ วันเพ็ญ (แม่ของแพรว) เกลียดครอบครัวนี้เข้าไส้ เพราะ นางจุก (แม่ต้นกล้า)เคยแย่งคนรักของวันเพ็ญมาก่อน และ พี่พงศ์ พี่ชายของแพรวยังเคยถูกแฟนทิ้งเพื่อไปหาต้นกล้าอีก แพรวจึงพยายามจะเกลียดต้นกล้ามาโดยตลอด และเมื่อได้มาเห็นความกะล่อนปากหวานเจ้าเสน่ห์ของต้นกล้าที่เพิ่มดีกรียิ่งกว่าสมัยนั้น แพรวก็ยิ่งเกลียด บอกตัวให้เกลียดให้ได้ ละคร ราชนาวีที่รัก วันแรกที่เจอกัน แพรวก็ถูกต้นกล้าทิ้งไว้กลางทางเพราะต้นกล้าถูกเรียกตัวไปปฏิบัติภารกิจด่วน แพรวตามไปดู ได้เห็นต้นกล้าขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่บนหน้าผาสูง แพรวตื่นตะลึงมาก ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นการทำหน้าที่ของทหารเรือ แพรวที่เคยประทับใจต้นกล้ามานานแล้ว ยิ่งประทับใจมากขึ้นไปอีก จนต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้ลืมสิ่งที่ครอบครัวของเธอฝังหัวมา..ต้องเกลียด!แพรวพยายามนัดสัมภาษณ์ต้นกล้าเรื่องปัญหาประมงผิดกฎหมาย แต่ต้นกล้าส่ง ต้นเรือโชค (เรือโทศุภโชค) หัวเราะง่าย อารมณ์ดี และ มะเดี่ยว นักเรียนฝึกนายประจำเรือในตำแหน่งผู้ช่วยต้นเรือ มารับรองแทน เพราะต้นกล้าติดภารกิจด่วน แพรวให้ต้นเรือโชคพาไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของทหารเรือ เจ๊ญากับต้นเรือโชคคุยกันอย่างถูกคอ ทีแรกเจ๊ญาคิดว่าโชคเป็นเกย์ แต่หนึ่งนาทีช่วยเช็คให้แล้วพบว่าแมนร้อยเปอร์เซ็นต์ และเมื่อได้อยู่ด้วยกัน เจ๊ญาก็เริ่มหวั่นไหวกับต้นเรือหนุ่ม โชคก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าสนใจสาวใหญ่อย่างเธอด้วย แพรวอยู่เก็บข้อมูลจนกระทั่งต้นกล้ากลับมาพร้อมกับ หมอภีร์ (ภีรชา) น้องสาวภูริช แพรวจึงได้รู้ว่าภารกิจด่วนของต้นกล้าก็คือหมอภีร์คนสวยนี่เอง ยิ่งได้เห็นต้นกล้าสนิทสนมกับหมอภีร์มาก แพรวยิ่งรู้สึกติดลบกับต้นกล้ามากขึ้น ละคร ราชนาวีที่รัก ความจริงแล้ว ต้นกล้าติดต่อหมอภีร์และทีมแพทย์ให้มาช่วยเหลือในภารกิจ เพราะหลังจากที่กองทัพได้สกัดกั้นการทำประมงผิดกฎหมายจนไปพบกับการค้ามนุษย์ที่ลักลอบมาในถังน้ำแข็ง อัดกันจนมีคนเสียชีวิต จึงจำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์ช่วยเหลือ มันคือภารกิจเพื่อชาติและความสงบสุขของประชาชนทั้งสิ้น แต่ในมุมมองคนนอกอย่างแพรวไม่เคยเข้าใจ แพรวไม่เคยรู้ว่าต้นกล้าสนใจตัวเธอมากกว่าใครทั้งสิ้น เขาประทับใจแพรวตั้งแต่เด็ก แอบติดตามอ่านผลงานนิยายของแพรวมาตลอด แต่ไม่เคยบอกใคร และต้องเก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้ เพราะเขาเป็นแค่ลูกชาวนาจนๆ เทียบไม่ได้กับลูกพ่อค้าส่งออกรายใหญ่อย่างแพรววันหนึ่ง ต้นกล้าพาหมอภีร์มาแนะนำให้แพรวรู้จักอย่างเป็นทางการ เพราะหมอภีร์เป็นแฟนงานเขียนของแพรว แพรวเห็นต้นกล้าแซวหมอภีร์ตลอดเวลา คิดว่าทั้งสองคนเป็นคนรักกัน แพรวได้แต่ห่อเหี่ยวอย่างไร้เหตุผล แพรวรู้ตัวว่าตัวเองตัดใจจากต้นกล้าไม่ได้และตอนนี้เธอกำลังอกหักอยู่ แต่อยู่ๆ ฐา (ฐาปนิสร) หญิงสาวอารมณ์ร้ายที่มาติดพันต้นกล้า บุกเข้ามาอาละวาดทำร้ายหมอภีร์เพราะความหึงหวง แพรวถูกลูกหลงไปด้วย ต้นกล้าต้องรีบลากฐาออกไปสงบสติอารมณ์ และบอกกับฐาอย่างชัดเจนว่าไม่เคยคิดเกินเลยมากกว่าพี่น้อง ฐาขู่จะฟ้องพ่อและจะทำให้หมอภีร์อยู่ไม่เป็นสุข ต้นกล้าจำต้องยอมฐาเพราะรู้ดีว่า เฮียทับ พ่อของฐา เป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ประจำจังหวัด ที่บริจาคเงินในการช่วยเหลือประชาชนตลอด สนับสนุนกิจการภาครัฐทุกอย่าง แต่ทั้งหมดเป็นเพียงฉากหน้าที่สร้างไว้เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันภัยเท่านั้น เพราะเบื้องหลังแล้ว เฮียทับดำเนินกิจการผิดกฎหมายทุกอย่าง ทั้งน้ำมันเถื่อน ประมงผิดกฎหมาย ค้าประเวณี รวมถึงการค้ามนุษย์..ด้วยผลประโยชน์ที่โยงใยไปทุกเครือข่าย ทำให้ไม่มีใครกล้าจัดการเฮียทับ มีเพียงต้นกล้าที่กำลังตามสืบหาหลักฐานเอาผิดเฮียทับอยู่ลับๆ ละคร ราชนาวีที่รัก เฮียทับรู้ดีว่าต้นกล้าเป็นพวกกล้าได้กล้าเสียและพร้อมลุยกับทุกเรื่องที่ผิดกฎหมาย เฮียทับไม่อยากให้ต้นกล้ากลายเป็นตัวปัญหา เลยพยายามยื่นข้อเสนอให้ต้นกล้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว จะสนับสนุนเรื่องธุรกิจ และสนับสนุนให้หมั้นกับฐาปนิสรด้วย แต่ต้นกล้าปฏิเสธทุกอย่าง เฮียทับมองว่าต้นกล้าอวดดี อยากประกาศศึกกับตน ในเมื่อไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล เฮียทับจึงคิดใช้วิธีที่รุนแรงยิ่งขึ้นกองทัพขอความร่วมมือจากประมงในพื้นที่ให้งดออกเรือ แต่ชาวประมงได้รับข่าวลือมาอย่างผิดๆ ให้รู้สึกไม่ไว้ใจกองทัพ โดยเฉพาะ ลุงโขง กับ ขาบ สองพ่อลูกชาวประมง ที่เคยถูกต้นกล้าจับข้อหาทำประมงผิดกฎหมาย ทั้งสองวางตัวเป็นศัตรูกับกองทัพและต้นกล้าอย่างชัดเจน แพรวที่มาร่วมทำข่าวและสังเกตการณ์ปัญหานี้ด้วย ได้เห็นถึงความตั้งใจดีของต้นกล้าที่อยากช่วยเหลือประชาชนจริงๆ พยายามช่วยความสามารถด้านการพูด หว่านล้อมลุงโขง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเกิดเหตุ พายุเข้า เรือประมงที่ใช้รับนักท่องเที่ยวอับปางกลางทะเล ในกลุ่มผู้ประสบภัยมีทั้งแพรวและลุงโขงอยู่ด้วย ต้นกล้าและกองทัพเรือต้องออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล โดยขอความร่วมมือจาก เรืออากาศเอก ‘กรัณย์ หาญโยธิน’ นำพลร่มกู้ภัยของกองทัพอากาศมาช่วย การช่วยเหลือผ่านไปได้ด้วยดี จนเหลือเพียงลุงโขงคนเดียวที่หายไป ต้นกล้าทุ่มเทแรงกายแรงใจค้นหาทั้งวันทั้งคืน จนในที่สุดก็หาลุงโขงเจอ ต้นกล้าสามารถชนะใจลุงโขงและชาวประมงได้ และนั่นเป็นสิ่งที่ต้นกล้าต้องการมากที่สุดคือต้องการการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านในการช่วยกันสอดส่องตรวจตราการกระทำผิดของผู้มีอิทธิพล ละคร ราชนาวีที่รัก แพรวได้คลุกคลีกับปัญหาประมงผิดกฎหมายมากขึ้น เข้าใจความคิดชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็เข้าใจความคิดของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วย โดยเฉพาะต้นกล้า ที่แพรวเริ่มมองเขาในมุมใหม่ ใหม่เสียจนเจ๊ญาแซวว่าแอบรักต้นกล้าอยู่หรือเปล่าหลังจากที่ต้นกล้าเอาชนะใจชาวประมงได้ ชีวิตของต้นกล้าก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เพราะมีคนร้ายดักทำร้ายหมายข่มขู่ให้เขาหยุดแกว่งเท้าหาเสี้ยน ครั้งแล้วครั้งเล่า ต้นกล้าสั่งให้แพรวกลับบ้านเพราะไม่อยากให้ถูกลูกหลงไปด้วย แต่สายเกินไป เพราะมีคนร้ายบุกมาลอบทำร้ายแพรวและต้นกล้า ทำให้ต้องพากันหนีหัวซุกหัวซุน แพรวถูกขับรถไล่บี้จะชน อยู่ๆหมอภีร์โผล่เข้ามาช่วยแพรวไว้ได้ทัน แต่หมอภีร์ถูกรถชนเสียเอง ต้นกล้าได้เบาะแสว่าคนร้ายที่ลอบทำร้ายตนนั้น มีรอยสักรูป "ฉลามดำ" ต้นกล้ารู้สึกว่ามันต้องเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรอะไรบางอย่าง และอาจเกี่ยวข้องกับเฮียทับด้วยต้นกล้าไม่สามารถอยู่เฝ้าดูอาการหมอภีร์ได้เพราะติดภารกิจของกองทัพ แพรวอาสาเฝ้าไข้หมอภีร์ จึงได้คุยกันและทำให้รู้ว่า สำหรับต้นกล้าแล้ว ประเทศชาติและส่วนรวมมาก่อนเรื่องตัวเองเสมอ และหมอภีร์กับต้นกล้าเป็นแค่เพื่อนกัน เพราะต้นกล้ามีคนที่รักอยู่แล้ว ไม่ใช่ฐาปนิสร แต่เป็นคนที่ต้นกล้าไม่เปิดเผย และหมอภีร์เดาว่าคือแพรว..แพรวตะลึง!!! เป็นไปไม่ได้ แพรวนอนครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ทั้งวันทั้งคืน ละคร ราชนาวีที่รัก สายข่าวแจ้งมาว่าขบวนการค้ามนุษย์ในรีสอร์ตบนเกาะกลางทะเลที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามข่าวมานานแล้ว พวกมันเริ่มไหวตัวและกำลังจะมีการโยกย้ายอำพรางหลักฐาน จึงจำเป็นต้องปฏิบัติการด่วนทันที เป็นการปฏิบัติการร่วมกับชุดสายสืบของ ร.ต.อ.คณินทร์ แต่ประเมินการผิดคาด เพราะขบวนการนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่คาดการณ์ไว้ ที่นี่เป็นแหล่งซ่องสุมอาวุธยุทโธปกรณ์หนักมากมายในระดับผู้ก่อการร้าย จึงต้องระดมสรรพกำลังทั้ง 4 เหล่าทัพอย่างเร่งด่วน ร้อยเอกภูริช สัตตกมลพันธ์ แห่งหน่วยรบพิเศษ สังกัดกองทัพบก และ เรืออากาศเอกกรัณย์ จึงถูกส่งตัวให้มาช่วยเหลือในการปฏิบัติการครั้งนี้ จนปฏิบัติการผ่านไปได้ด้วยดี สามารถช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกบังคับค้าบริการทางเพศได้หลายสิบคน แต่หลักฐานที่จะเอาผิดตัวการใหญ่ถูกทำลายทิ้งก่อนที่หน่วยปฏิบัติการจะเข้าไปแล้ว แต่สามารถจับกุม จ่ายศ อดีตตำรวจนอกราชการที่ทำหน้าที่ดูแลรีสอร์ตแห่งนี้ได้ การตรวจค้นบริเวณเกาะทำให้พบศพของมนุษย์ที่เสียชีวิตมากมาย ทุกศพมีอาการติดเชื้อในลักษณะเดียวกัน ต้นกล้าคิดจะเค้นข้อมูลจากจ่ายศ แต่ก็มีคนร้ายลอบบุกเข้ามาพยายามจะตัดตอนจ่ายศ ต้นกล้าเข้ามาขวางไว้ จนคนร้ายหนีไปได้ ต้นกล้ารู้ว่ามีคนที่ทำงานให้เฮียทับซ่อนอยู่ ต้นกล้าคิดจะหาตัวมาให้ได้ ละคร ราชนาวีที่รัก หญิงสาวที่ช่วยออกมาจากเกาะ บางคนเริ่มมีอาการติดเชื้อแบบเดียวกับที่พบบนเกาะและชีวิตทันที หมอภีร์ชักไม่แน่ใจว่ามันเป็นโรคชนิดใหม่หรือคืออะไรกันแน่ ต้นกล้าเริ่มปะติดปะต่อเคสต่างๆที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าทุกเคสจะเกี่ยวเนื่องถึงกันหมด โยงใยไปถึงผู้บงการคนเดียวกันและนั่นคือเฮียทับสถานการณ์เริ่มตึงเครียด แพรวรู้ดีว่าเหตุการณ์ที่ต้นกล้าเผชิญอยู่เป็นเรื่องร้ายแรง และมันควรเป็นข่าวให้คนไทยได้รับรู้ แพรวยืนยันที่จะทำข่าวต่อ แต่ต้นกล้าติดต่อให้พี่ชายของแพรวมารับตัวแพรวกลับไปเพราะไม่อยากให้แพรวเสี่ยงอันตราย พ่อแม่ส่งให้ เอกรินทร์ ว่าที่คู่หมั้นของแพรวมารับพร้อมพี่พงศ์ แต่แพรวให้เจ๊ญากับหนึ่งนาทีช่วยกันหลอกล่อเอกรินทร์กับพี่พงศ์ไว้ ส่วนตัวเองก็ใช้ความเป็นนักข่าวเข้าไปสืบจนได้เบาะแสว่าเฮียทับกำลังจะไปพบกับนายใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดแพรวเอาข่าวไปบอกต้นกล้า แต่ต้นกล้าปฏิเสธเพราะตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเฮียทับอีก แพรว คิดว่าต้นกล้าละทิ้งอุดมการณ์ ยอมแพ้อำนาจเงินของเฮียทับ แพรวผิดหวังในตัวต้นกล้ามาก จนยอมกลับไปกับเอกรินทร์ แต่ความจริงสิ่งที่ต้นกล้าทำก็เพื่อให้แพรวปลอดภัย ละคร ราชนาวีที่รัก ต้นกล้าตามไปช่วยต้นเรือโชคจากการถูกคนลอบฆ่า ต้นเรือโชคเจ็บใจที่ถูกหักหลัง ต้นกล้ารู้ทุกอย่างอยู่แล้วว่าคนที่ทำงานให้เฮียทับคือลูกน้องของเขาเอง ต้นเรือโชคสารภาพความจริงว่าที่ทำไปเพราะไม่มีทางเลือก เฮียทับจับครอบครัวเขาเป็นตัวประกัน ทำให้เขาต้องเลือกว่าจะทำเพื่อชาติหรือรักษาครอบครัว แล้วต้นเรือโชคก็เลือกครอบครัว ต้นเรือโชคยินยอมจะรับผิดทุกอย่าง ต้นกล้าบอกว่าเขาคือผู้บังคับบัญชาเรือ ความผิดของลูกน้องก็คือความผิดของเขา ต้นกล้ารายงานผู้บังคับบัญชาและขอรับบทลงโทษแทนลูกน้อง แต่ผู้บังคับบัญชาให้โอกาสต้นกล้ากับต้นเรือโชคทำผิดให้เป็นถูก จัดการเฮียทับให้ได้เพื่อเป็นการชดเชยความผิดแพรวสั่งให้เอกรินทร์หยุดรถ เธอต้องกลับไปทำข่าวประเด็นนี้ให้จบ เธอจะทิ้งไปเฉยๆไม่ได้ ถ้าเฮียทับคือศัตรูของประเทศ เขาก็คือศัตรูของเธอ ของประชาชนด้วย เราต้องช่วยกัน แพรวลากเอกรินทร์ให้ไปด้วยกัน เพราะต้องการรู้ตัวนายใหญ่ที่บงการทุกอย่าง แพรวแอบตามขึ้นเรือสินค้าของเฮียทับ แต่ยังไม่ทันเห็นหน้านายใหญ่ แพรวก็ถูกจับได้โดย ซิด ทหารรับจ้างชาวต่างชาติของเฮียทับ เมื่อเฮียทับรู้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญและยังเป็นคนสำคัญของต้นกล้าด้วย จึงพาแพรวล่องเรือออกมากลางทะเลเวิ้งว้าง แล้วถีบแพรวลงทะเล ตั้งใจจะปล่อยให้ลอยคอตาย ละคร ราชนาวีที่รัก ต้นกล้ารู้ข่าวว่าแพรวถูกจับตัวไปจากเอกรินทร์ คิดจะตามไปช่วย แต่ไม่ทันแล้ว แพรวถูกพาตัวหายไปแล้ว ต้นกล้าติดต่อกรัณย์กับคณินทร์ให้มาร่วมในภารกิจช่วยเหลือแพรวที่ถูกพาลงเรือไปกลาง เป็นการปะทะครั้งใหญ่ที่ต้องระดมสรรพกำลังของกองทัพเรือ จนมีชัยชนะ เฮียทับถูกยิงที่หน้าอกแล้วตกลงไปในทะเล หายสาบสูญไป ส่วนนายใหญ่หายตัวไปพร้อมกับเรือดำน้ำที่มารอรับ ไม่มีใครสามารถแกะรอยตามได้ และไม่มีใครได้เห็นหน้านายใหญ่ ต้นกล้าตาม หาแพรวทั่วเรือแต่ไม่พบ จึงออกตามหาแพรวที่ลอยคอกลางทะเล จนช่วยเหลือแพรวที่ลอยคอแช่น้ำอยู่นานขึ้นมาได้ ทั้งสองกอดกันดีใจภารกิจในครั้งนี้ สิ่งที่ทางกองทัพได้เบาะแสเพิ่มเติมเพียงรอยสักรูปฉลามดำที่คนในองค์กรนี้มีกันทุกคน รวมถึงศพของผู้เสียชีวิตที่มีอาการติดเชื้อร้ายแรงในลักษณะเดียวกัน แม้จะสามารถจัดการเฮียทับที่ทำธุรกิจค้ามนุษย์ได้สำเร็จ แต่ก็ได้ตระหนักดีว่ายังมีองค์กรที่อยู่เหนือไปกว่าเฮียทับอยู่อีก และนั่นหมายถึงหายนะต่อประเทศชาติที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นแพรวดีใจที่ในที่สุดต้นกล้าก็สารภาพรักกับเธอ แต่วันเพ็ญยังยืนยันจะให้แพรวแต่งงานกับเอกรินทร์ ไม่มีวันยอมรับลูกชายนางจุกเป็นเขยเด็ดขาด ก่อนจะถึงพิธีแต่งงาน เอกรินทร์ปฏิเสธงานแต่งงานกับแพรว เพราะแม้จะรักแพรวแค่ไหน แต่ก็ไม่อยากฝืนใจ แพรวยอมรับกับแม่ตามตรงว่าเธอรักต้นกล้า และขอร้องให้แม่ลืมอดีตได้แล้ว นางจุกเองก็ทัดทานลูกชาย ไม่ใช่เพราะรังเกียจวันเพ็ญ แต่ด้วยช่องว่างระหว่างฐานะที่แตกต่างกันเกินไป แพรวมายืนยันกับจุกว่าเธอรักต้นกล้า ในตัวตนของต้นกล้า!...เธอไม่เคยสนใจเรื่องชื่อเสียงหรือยศฐาใดๆ เธอพร้อมจะใช้ชีวิตกับคนที่เธอรัก วันเพ็ญจำใจยอมยกแพรวให้ต้นกล้า ละคร ราชนาวีที่รัก ความรักของแพรวเหมือนจะมาถึงจุดจบบริบูรณ์ แต่ต้นกล้าขอเวลาอีก 6 เดือน เขาจะต้องไปปฎิบัติภารกิจที่น่านน้ำสากล เพื่อนๆขอร้องให้ต้นกล้ายกเลิกภารกิจเพื่อแต่งงานกับแพรว แต่ต้นกล้าไม่สามารถทอดทิ้งภารกิจเพื่อชาติได้ แพรวเข้าใจและสนับสนุนการตัดสินใจของต้นกล้า แพรวเลือกแล้วที่จะเป็นคู่ชีวิตของทหาร ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรอคอย แพรวจะเป็นคู่ชีวิตที่คอยสนับสนุนต้นกล้าทุกด้าน เพื่อให้ต้นกล้าพร้อมในการที่จะไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนต่อไปแพรวสัญญาว่าจะรอ..รอจนกว่าต้นกล้าจะกลับมา..แม้รู้ดีว่าการรอคอยนั้นอาจจบลงตรงที่..ต้นกล้ากลับมาพร้อมธงชาติไทยที่คลุมบนร่างของเขาเช่นผ้าห่มผืนสุดท้าย ก็ตาม... นักแสดงนำละคร ราชนาวีที่รัก อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท เรือเอก จิรวัติ/ต้นกล้าแซมมี่ เคาวเวลล์ รับบท แพรวพรรณ/แพรววศิน อัศวนฤนาท รับบท เรือโท ศุภโชคกรรณาภรณ์ พวงทอง รับบท หิรัญญาณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท หนึ่งนาทีณัฐพล ไรยวงศ์ รับบท มะเดี่ยวบารมิตา สาครจันทร์ รับบท ภีรชาพิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท เอกรินทร์กัญญา รัตนเพชร์ รับบท ฐาปนิสรกันตา ดานาว รับบท วันเพ็ญมัณฑนา หิมะทองคำ รับบท นางจุกกชกร นิมากรณ์ รับบท ปรียาพรศตวรรษ ดุลยวิจิตร รับบท บุญเกิดขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย รับบท เฮียทับ ละคร ราชนาวีที่รัก ละคร ราชนาวีที่รัก ละคร ราชนาวีที่รัก

แม่อยู่ในใจเสมอ!! บัว-เพชร-พลอย ไม่เคยลืมคนบนฟ้า (คลิป)
วันแม่แห่งชาติ /  แม่ลูกดารา / 

วันแม่ในทุกๆ ปี แม้จะไม่มีโอกาสได้กราบตักแม่เหมือนใครหลายๆ คน แต่นักแสดงหน้าหวานอย่าง บัว นลินทิพย์ และ 2 สาวฝาแฝด เพชร นาระ กับ พลอย รัตนรัตน์ ก็ยังคงมีคุณแม่อยู่ในใจเสมอ แม้พวกท่านจะจากโลกไปแล้วก็ตาม ซึ่งคำสั่งสอนและหลายๆ สิ่งที่แม่เคยปฏิบัติยังคงเป็นความทรงจำที่สวยงามของพวกเธอและเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกๆ ได้หยิบมาเป็นเยี่ยงอย่างในการใช้ชีวิตต่อไป วันแม่ปีนี้คนบนฟ้าจึงยังอบอุ่นอยู่ในใจของทั้ง สาวบัว และฝาแฝดอย่าง เพชร-พลอย เหมือนเคย ซึ่งในแวดวงบันเทิงก็ยังมีซุปตาร์อีกหลายคนที่ไม่มีโอกาสได้กราบตักแม่เหมือนเพื่อนร่วมวงการคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องนักแสดงหนุ่มอย่าง แบงค์ ปรีติ (วงแคลช) หรือสาวสวยอย่าง ปันปัน เต็มฟ้า ที่ก็เพิ่งสูญเสีย คุณแม่แหวน ฐิติมา ไปเมื่อไม่นาน แต่ไม่ว่าจะยังไงเชื่อว่าคนบนฟ้ายังคงอยู่ในใจของเขาและเธอตลอดไปอย่างแน่นอนขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG : @panpantemfah @bankkcash พลอย - เพชร บัว นลินทิพย์ บัว นลินทิพพ์ บัว นลินทิพพ์ เพชร - พลอย เพชร - พลอย แบงค์ ปรีติ แม่แหวน - ปันปัน เต็มฟ้า แม่แหวน - ปันปัน เต็มฟ้า

ไม่รวยทำไม่ได้ ไฮโซแชมป์ เห่อลูกหนักมาก ยกเกาะส่วนตัวที่มัลดีฟส์ให้เป็นของขวัญ
ไฮโซแชมป์ จิรัฐฎ์ /  เจนี่ เจนิลา / 

  ไฮโซแชมป์ จิรัฏฐ์ เพชรนันทวงศ์ ทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน ดีใจหนักมาก หลังแฟนสาว เจนี่ เจนิลา คลอดลูกชายน้องแอสตั้น ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และตอนนี้คุณแม่พร้อมคุณลูกได้กลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหนุ่มแชมป์และสาวเจนี่เปิดใจให้สัมภาษณ์พร้อมกันว่า   “พอคลอดน้องแอสตั้นแล้วเจนี่เองก็รู้สึกแฮปปี้มากมันเป็นความรู้สึกผูกพันที่เราอธิบายไม่ถูก เพราะตอนแรกไม่คิดมาก่อนว่าจะมีลูก ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรหันไปก็เจอเขาแล้ว ตอนที่น้องคลอดหนัก2.84 กิโลตอนที่หนูท้องก็ไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไหร่ เพราะตอนนั้นน้ำหนักขึ้นมา 9 -10 กิโลเอง ตอนที่ท้อง พี่แชมป์จะให้ทานแต่ของที่มีประโยชน์ให้ทานปลา ดื่มนม เพราะตอนนั้นพี่แชมป์จะไปอยู่ที่มัลดีฟส์เขาก็จะโทรมาสั่งให้กินปลาเยอะๆ ส่วนตัวแล้วเจนี่เป็นคนชอบทานส้มตำมาก แต่นี่โดนสั่งห้ามคือทุกมื้อจะต้องมีปลา"   "โชคดีที่คุณแม่ของพี่แชมป์ให้คำปรึกษาและคอยแนะนำเจนี่ตลอด เขาบอกว่าอย่าเครียดเพราะตอนแรกหนูกังวลมากว่าลูกออกมาแล้วจะเลี้ยงยังไงเพราะเราก็ไม่เคยมีลูกมาก่อน ตอนนี้อายุ 21ตอนนี้ก็ขอเลี้ยงลูกก่อนอยากทุ่มเทให้ลูกเต็มที่ ปีหน้าหนูวางแพลนกลับไปเรียนต่อ เพราะตอนนั้นหนูดรอปไว้ กลัวเหมือนกันว่าปีหน้าพอลูกเริ่มโตเราจะติดเขาไม่อยากห่าง แต่ตั้งใจอยากจะกลับไปเรียนให้จบ หลังจากนั้นก็จะช่วยกิจการของพี่แชมป์ พี่แชมป์บอกจะพาเจนี่กับลูกอยู่ที่มัลดีฟส์ด้วย คือไปกลับบ้าง เพราะพี่แชมป์จะต้องไปดูแลกิจการรีสอร์ทที่โน่น ช่วงนี้พี่เขากำลังทำรีสอร์ทอยู่ แล้วที่โน่นมันไม่ค่อยมีสัญญาณ ถ้ารีสอร์ทสร้างเสร็จทุกอย่างมันน่าจะลงตัวกว่านี้ เรื่องสัญญาณรวมถึงความสะดวกสบาย”   ส่วนไฮโซแชมป์รับว่า   “ตอนนี้รีสอร์ทอยู่ในช่วงกำลังก่อสร้างขนวัตถุดิบไปที่มัลดีฟส์ เฉพาะค่าโลจิสติกส์นี่ประมาณ40เปอร์เซ็นต์ของโปรเจกต์ที่สร้างมี 2 โซนคือเกาะส่วนตัวนี่คือสร้างไว้อยู่เอง เป็นวิลล่าประมาณ 5 หลังมีห้องใต้น้ำ ส่วนอีกเกาะคือรีสอร์ทลงทุนไปตอนนี้ก็หลายพันล้าน เพราะที่โน่นการทำรีสอร์ทมันขึ้นหลักพันหมดเลย มันแพงเรื่องการขนย้ายวัตถุดิบอย่างซีเมนต์ที่โน่นก็ไม่มี อุปกรณ์การก่อสร้างต้องนำเข้ามาทุกอย่างพวกรถตักรถแบ็คโฮนี่ก็ต้องขนส่งมาจากไทยซึ่งใช้เวลานานกว่าอุปกรณ์ที่สั่งจะมาถึงแล้วจะได้ลงมือทำ"   "มีอยู่เกาะหนึ่งที่ผมต้องดูดทรายขึ้นมาเพื่อถมทะเลเหมือนที่ดูไบที่ทำ2 เกาะคือเกาะหนึ่งผมตั้งใจสร้างไว้อยู่เอง ส่วนอีกเกาะก็เอาไว้ขายหรือให้คนเช่า การที่ผมเลือกที่มัลดีฟส์ คือมันเป็นประเทศที่สวย น้ำใส และทรัพยากรที่โน่นมันครบมาก เวลาผมไปอยู่ที่โน่นจะกินแต่หูฉลาม ปลาเก๋า เป๋าฮือ ล็อบสเตอร์ บอกลูกน้องไปรอครึ่งชั่วโมงก็ได้กินแล้ว คือเลือกได้เลยเหมือนอยู่ในตู้ปลาไม่ได้เลี้ยงในกระชังเหมือนบ้านเรา วิลล่าที่วางไว้มีทั้งอยู่ในน้ำและบนเกาะ แต่ที่วิลล่าของผมจะมีตัว C ที่นั่นจะมีห้องใต้น้ำ อาจจะเป็นห้องนั่งเล่นรวมถึงห้องกินข้าว"   "ส่วนงานที่เมืองไทยช่วงนี้บางอย่างก็ให้น้องชายช่วยๆ ดูไม่ว่าจะเป็นโรงแรมรวมถึงธุรกิจตัวเอง เพราะผมก็ไปทุ่มเททุกอย่างที่มัลดีฟส์หมดที่อยากให้เจนี่ไปอยู่ที่โน่นด้วย เพราะเห็นว่า เขาเก่งทางด้านการขายก็ตั้งใจอยากให้ไปช่วยขายวิลล่าที่มัลดีฟส์ เพราะที่กำลังสร้างอยู่มีทั้งปล่อยให้คนเช่าและขายด้วย อีกปีครึ่งโครงการก็น่าจะเรียบร้อย เราทำสนามบินส่วนตัวไว้ด้วย ถ้าสนามบินเสร็จผมก็สามารถบินกลับไปกลับมาได้ เพราะมันใช้เวลาแค่ 4 ชม. เอง ส่วนของรับขวัญน้องแอสตั้นก็คงจะเป็นวิลล่าที่มัลดีฟส์แหละครับ เพราะผมตั้งใจอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อลูกกับครอบครัว ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ให้ทุนการศึกษาแอสตั้น 2 ล้านบาท คุณแม่บอกว่าเป็นเงินขวัญถุงหลาน”

ต้องสตรองแค่ไหน!! นุ่น ศิรพันธ์ สุดทนโพสต์ระบายหลังโดนด่าจมดินมาตลอด10ปี!!
นุ่น ศิรพันธ์ /  เสน่หา Diary ตอน บ่วงเสน่หา” / 

  เรียกได้ว่าเป็นละครที่กระแสในโลกโซเซียลแรงมากๆ สำหรับ เสน่หา Diary ตอน "บ่วงเสน่หา” แม้ละครเพิ่งจะลาจอไปก็ตามแต่กระแสในโลกโซเชียลนอกจอก็ดังไม่แพ้กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะนักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง นุ่น ศิรพันธ์ ที่ถูกกล่าวถึงและวิจารณ์อย่างหนักมีทั้งชื่นชมและกร่นด่า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผู้ชมที่อินจัดจนต้องจัดหนักจัดเต็มวิจารณ์ด้วยการด่าแรงๆ ผ่านโลกโซเชียลนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการวิจารณ์ถึงรูปร่างหน้าตาที่ต่ำตมจมดินและเปรียบเปรยเกินกว่าที่นางเอกจะรับไหว อาทิ นางเอกขี้เหร่มาก ทำไมถึงกล้าเอามาเป็นนางเอก, น่าจะเอาหุ่นคนอื่นมาใส่หน้ามิ้นเนอะ 5555 หน้าสวยแต่หุ่นใหญ่มากกกก ยิ่งใส่กางเกงขาสั้นยิ่งแล้วใหญ่ ขอโทษนะคะนุ่นวิจารณ์ซะ, นางเอกสวยตรงไหนไม่ทราบ แม่บ้านยังดูสวยกว่าอีก ขนาดแต่งตัวบ้านๆ ยังดูสวยกว่านางเอกเลย , นางเอกหน้าเหมือนกะเทย นึกว่าภีมมีเมียเป็นกะเทยกับเป็นตุ๊ด ฯลฯ และ สาวนุ่น เองก็เก็บข้อความและคำตำหนิเหล่านั้นไว้พร้อมกับโพสต์ระบายความในใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวอย่างสตรองถึงสิ่งที่ต้องเผชิญมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีในวงการบันเทิงว่า   “อย่ากลัว.... 10 กว่าปีที่เป็น นุ่น ศิรพันธ์ ในวันนี้ ความคิด คำพูด ความรู้สึก แบบนี้ก็ยังคงวนเวียน อยู่ตัวรอบนุ่นมาโดยตลอด ตั้งแต่ก้าวมาทำงานวันแรกจนถึงตอนนี้ กลัวไหม?... ใช่ นุ่นเคยกลัวที่จะเห็นและได้ยินสิ่งเหล่านี้ มันบั่นทอนกำลังใจ บั่นทอนความสุขในชีวิตไปไม่ใช่น้อย เสียใจไหม?... ใช่ นุ่นเคยร้องไห้ และเคยถามตัวเองบ่อยๆว่า จะทนไปเพื่ออะไร แต่ วัน เวลา ประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาก็ทำให้เราได้เรียนรู้ และมีคำตอบให้กับชีวิตของเราว่า ... เราห้ามความคิด ความรู้สึก และทัศนคติ ของคนอื่นไม่ได้... ที่เราทำได้คือ เผชิญหน้ากับโลกของความจริง... รับรู้ถึง ความเกลียด ความโกรธ ที่มีต่อเรา... รับ ว่ามันมีอยู่จริง... รู้ ว่าเราไม่มีอำนาจไปเปลี่ยนแปลง หรือห้ามไม่ให้มีความรู้สึกแบบนั้นได้ แต่ เราบอกตัวเองได้ว่า ... อย่ากลัว ที่จะเจอ ... อย่าท้อ เวลาที่ได้อ่าน... แต่จงรู้ไว้ว่า เราจะดีขึ้นไปได้อีก เก่งขึ้นไปได้อีก และที่สำคัญที่สุด ... อย่าเลิก ในสิ่งทีเราเชื่อ สิ่งที่เรารัก เพียงเพราะเสียงของคนอื่น ให้เสียงของ"เรา" เป็นตัวนำทาง อย่ากลัวที่จะฟัง"เสียง"ของตัวเอง อย่ากลัวที่จะ "เป็น" ตัวของตัวเอง #cheerupMode #Nodramaนาจา#เป็นกำลังใจให้เธอที่ยังกลัว "นุ่น" ที่ผ่านมาแล้ว และมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่” ขอบคุณภาพจาก IG noon_siraphun, akkakarat

รักเหนียวแน่น! แอ้ม-เอิร์ธ คู่รักมาราธอน 17 ปี ยังไร้แววแต่ง
แอ้ม ศิรประภา /  เอิร์ธ ณัฐนันท์ / 

แม้จะคบหากันมายาวนานถึง 17 ปีแล้ว แต่คู่รักมาราธอน แอ้ม ศิรประภา - เอิร์ธ ณัฐนันท์ ก็ยังไม่มีวี่แววจะมีข่าวดีเหมือนคู่รักคู่อื่นๆ ซะที แต่ถึงแม้จะคบกันมานาน แต่ความหวานของ แอ้ม-เอิร์ธ ก็ยังเหนียวแน่นนะจ๊ะ เอาเป็นว่าถ้าพร้อมมีข่าวดีเมื่อไหร่จะลืมแจ้งกันบ้างนะ แอ้ม-เอิร์ธ