หนึ่ง ผกาวดี

ปอ ทฤษฎี-บอม ธนิน พาวิ่งการกุศล อิ่มบุญสุขใจ ไปกับ The Maze Runner
The Maze Runner /  ทเว็นตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ / 

ผ่านพ้นไปแล้ว กับงานวิ่งการกุศลไปกับภาพยนตร์ The Maze Runner วงกตมฤตยู เพื่อมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดนงานนี้ได้ ปอ ทฤษฎี และ บอม ธนิน มานำทีมร่วมอิ่มบุญกันถ้วนหน้า เมื่อวันเสาร์ที่  13 ก.ย. ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ The Maze Runner จัดงานวิ่งการกุศล นำโดยพระเอก ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ , บอม ธนิน มนูญศิลป์ , หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท (วง ETC) , โอเล่ ไพโรจน์ ธรรมรส (วง ETC)  และ คุณเฮนรี่ ทราน ผู้จัดการทั่วไปบริษัท ทเว็นตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ (ประเทศไทย) ร่วมวิ่งจากสวนลุมพินี สู่โรงภาพยนตร์สกาล่า ในบรรยากาศสนุกนานและอิ่มบุญสุขใจ และส่งท้ายด้วยปาร์ตี้มินิคอนเสิร์ตแบบจัดเต็มจากวง ETC  พร้อมมอบรางวัลพิเศษให้แก่ผู้ที่เข้าเส้นชัย 3 ท่านแรกโดยเป็นของพรีเมี่ยมจากภาพยนตร์ The Maze Runner รวมยอดเงินบริจาค ยอดจากการขายบัตรวิ่งการกุศล พร้อมด้วยเงินประมูลจากขายเสื้อ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 190,000 บาท ปิดท้ายการอิ่มบุญไปกับการพร้อมชมภาพยนตร์ The Maze Runner ร่วมกัน ดูภาพบรรยากาศสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่ never-age.com/mazerunnerdonation/ เตรียมวิ่งตะลุย พุ่งทะยาน ฝ่าด่านนรก ไปกับ The Maze Runner วงกตมฤตยู ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Maze Runner ได้ที่นี่เลย --------------------------------------------

ผีสามบาท (Bangkok Haunted) 3/5 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

เรื่องย่อ ผีสามบาทแบ่งออกได้เป็น 3 เรื่อง ดังนี้ ท่อนแขนและผิวหนังของนางรำ โหงด (ปราโมทย์ แสงศร) ชายหน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่งแอบหลงรัก ผกา (พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี) ซึ่งเป็นนางรำยิ่งชีวิต หากแต่เมื่อผกามีชายอื่นมาติดพันจนถึงขั้นหมั้นหมาย เขาจึงทำการตัดแขนเธอนำไปซ่อนไว้ในกลอง และลอกผิวหนังทำเป็นหนังกลอง หากเรื่องราวไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อวิญญาณของเธอยังวนเวียนผูกพันข้ามมาถึงปัจจุบันพร้อมกับกลองใบนั้น กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2544 เจี๊ยบ (พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี) หญิงสาวนักค้าและสะสมวัตถุโบราณ ได้รับกลองโบราณ อายุ 70 ปีใบหนึ่งมาโดยบังเอิญ สิ่งที่ตามมาด้วยคือความฝันอันแปลกประหลาด และเสียงร้องคร่ำครวญของผู้หญิงคนหนึ่งในยามค่ำคืน เจี๊ยบสงสัยว่า สาเหตุของเรื่องแปลก ๆ ทั้งหมดน่าจะมาจากกลอง จึงเริ่มต้นค้นคว้าหาที่มาของกลอง และทำให้เธอได้รู้ความจริงอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นและเคยผูกพันกับเธอมาก่อน เมื่อเกือบ 70 ปีที่แล้ว น้ำมันพราย แพน (ดาหวัน สิงห์วี) หญิงสาววัยเบญจเพส ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เหมือนคนเมืองทั่วไปอีกหลายล้านคนในกรุงเทพฯ แพนกำลังแสวงหาความรักจากผู้ชาย ที่สามารถพาเธอให้หลุดจากโลกที่น่าเบื่อนี้ไปสู่วันใหม่ที่ดีกว่าของชีวิต แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้พบกับทางลัด เมื่อเพื่อนใหม่คนหนึ่งแนะนำให้เธอใช้น้ำมันพราย ของที่ได้จากการทำพิธีกรรมลี้ลับทางไสยศาสตร์ โดยพวกหมอผี แพนใช้น้ำมันพราย เพื่อทำเสน่ห์ให้ผู้ชายที่เคยมองผ่านเธอหันกลับมาหลงใหล และตกเป็นทาสของเธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า มันไม่ต่างไปจากยาเสพย์ติด ที่มีทั้งคุณและโทษ เมื่อเธอเริ่มใช้มันมากขึ้นจนสุดท้ายคนที่จะกลายเป็นเหยื่อ ก็คือ ตัวเธอเอง จองเวร. กันยา (กัลยณัฐ สีบุญเรือง) หญิงสาวคนหนึ่งผูกคอตายที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง รูปการณ์ดูเหมือนว่าเธอจะฆ่าตัวตาย แต่ นพ (พีท ทองเจือ) นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลกลับไม่เชื่อเช่นนั้น เขาเชื่อว่ามันมีเงื่อนงำอะไรอยู่เบื้องหลัง ถึงแม้ผู้บังคับบัญชา (สุเชาว์ พงษ์วิไล) จะไม่ใส่ใจ จึงสืบหาประวัติของเธอ และก็เริ่มได้รู้เรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเธอ ในขณะเดียวกันนพก็รู้สึกได้ว่า วิญญาณของกันยา ยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเขา เพื่อชี้ทางและพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่เขา เพื่อแกะปมปริศนาการตายของเธอ ก่อนที่นพจะได้พบกับความจริงที่เขาคาดไม่ถึงในท้ายที่สุด 1/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407627235.html 2/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407431846.html 3/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407434788.html 4/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407434943.html 5/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407438312.html

ชื่นชม! นศ.น้ำใจงามเก็บกระเป๋าเงินคืนเจ้าของ
ชื่นชม /  นศ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง / 

นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง น้ำใจงามเก็บกระเป๋าสตางค์ส่งคืนเจ้าของ หลังกดเงินเตรียมไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต วันนี้ (11 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวรุจิราวดี  อ้ายจักร อายุ  18ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์ลำปาง คณะสหวิทยาการสังคมศาสตร์ ปีที่ 1 เก็บกระเป๋าสตางค์ของนางสุชาดา สุวรรณศีริ อายุ 55 ปี อาจารย์ประจำวิชาเคมี โรงเรียนลำปางกัลยาณีได้ ซึ่งภายในกระเป๋าสตางค์ดังกล่าว มีเงินสดจำนวน 18,850 บาท บัตรเครดิต และเอกสารสำคัญอีกหลายรายการ  โดยนางสุชาดา ได้เดินทางไปที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เพื่อรับมอบกระเป๋าสตางค์คืนและได้มอบของขวัญเป็นน้ำใจให้กับนักศึกษาคนดังกล่าว เพื่อตอบแทนความเป็นพลเมืองดี โดยนางสาวรุจิราวดี กล่าวว่า ขณะที่ตนเดินมาจากบ้านพักของเพื่อน ซึ่งอยู่ในซอยหลังโรงเรียนลำปางกัลยานี เพื่อจะเดินทางไปมหาวิทยาลัย เมื่อผ่านประตูด้านหลังโรงเรียนก็พบกระเป๋าคล้ายกระเป๋าใส่ปากกาดินสอ เมื่อเปิดดูกลายเป็นเงินสดจำนวนมากจึ งตัดสินใจที่จะตามหาเจ้าของ โดยนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการส่งคืนเจ้าของ ทั้งน้ีตนรู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจที่ได้ทำความดี ด้านนางสาวสุชาดา กล่าวว่า ได้กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม และใส่ไว้ในกระเป๋า เพื่อเตรียมไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต คาดว่าน่าจะตกตอนที่ตนลงจากรถ เมื่อตรวจสอบภายหลังพบว่ากระเป๋าเงินหายไป ก็รู้สึกเสียใจ และคิดว่าคงไม่ได้คืนแล้ว แต่มาทราบภายหลังว่ามีเยาวชนคนดี มีน้ำใจ ทั้งยังเป็นศิษย์ของโรงเรียนลำปางกัลยาณีเก็บมาส่งคืนให้ ตนจึงขอยกย่องชมเชยอย่างมากที่เป็นคนดีของสังคม MThai News ขอบคุณภาพจาก : โพสต์ทูเดย์

นายกแม่สอดคาดหลังเปิด AEC ค้าขายชายแดนทะลุ แสนล้าน! บาทแน่นอน
AEC ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ASEAN Economic Community /  กรมศุลกากรได้ / 

นายกเทศมนตรีนครแม่สอด คาดการณ์ธุรกิจค้าขายริมฝั่งชายแดนทุกจังหวัดหลังเปิด AEC รายได้จะสะพัดกว่าแสนล้านเพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายจัดตั้งให้แม่สอดเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์  นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จังหวัดตาก  กล่าว ว่า ในปี 2558  การเปิดประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC ของกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก บอกว่า หลังจากกระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะทำงานกำกับการดำเนินโครงการจัดจ้างออกแบบการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดในคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจแม่สอด และอนุมัติงบประมาณดำเนินการ วงเงิน 9.8 ล้านบาทนั้น ที่ประชุมคณะทำงานฯ เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีข้อสรุป ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำร่างโครงการดังกล่าวไปศึกษารายละเอียด เพื่อขอมติเห็นชอบ และดำเนินการให้เสร็จภายใน 6 เดือน "ในการพิจารณาศักยภาพของอำเภอแม่สอด  พบว่าสามารถเป็นประตูการค้าเชื่อมต่อไปยังพม่าได้เร็วที่สุด" นายสุริยะกล่าว  จะเห็นว่าจากการที่พม่ามีการเปิดประเทศทำให้เกิดกระแสทุนต่างชาติมุ่งตรงเข้าไปสู่ประเทศพม่าอย่างต่อเนื่อง และหากว่าการก่อสร้างเส้นทางเมียวดี-กอกาเลกแล้วเสร็จ จะใช้เวลาเดินทางจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตากไปยังกรุงย่างกุ้ง ของพม่าเพียง 1 วัน ในระยะทาง 400 กม. ซึ่งปัจจุบันแม้ระบบคมนาคมยังไม่เอื้ออำนวย แต่มูลค่าการค้ากลับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แสดงให้เห็นศักยภาพการเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญอีกแห่งของเมืองไทย อย่างไรก็ตามในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่า มูลค่าการค้าชายแดนผ่านด่านแม่สอด จะทะลุถึงหลักแสนล้านบาท และกรมศุลกากรได้เตรียมนำระบบNationnal Single Windows มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องปลายปีนี้ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะทำการขั้นตอนการนำเข้าและส่งออกสินค้ามีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น รวมถึงเป็นการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการอีกด้วย MThai News

ไทยถอนพาสปอร์ต 6 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คสช.แล้ว
กระทรวงการต่างประเทศ /  จักรภพ เพ็ญแข / 

กระทรวงการต่างประเทศ เผยยกเลิกพาสปอร์ต 6 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คสช.แล้ว กรณี "จักรภพ เพ็ญแข" เหลือประสานงานหาช่องทางส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้ดำเนินการถอนหนังสือเดิน ทาง (พาสปอร์ต) ของบุคคล จำนวน 6 คน อันประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายจักรภพ เพ็ญแข นายสุนัย จุลพงศธร น.ส.ฉัตรวดี อมร พัฒน์ หรือโรส นายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ และนายอรรถชัย อนันตเมฆ ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ยังต้องมีกระบวนการตามกฎหมาย จากการตรวจสอบเข้าใจ ว่าขณะนี้ไทยและฮ่องกงยังไม่มีสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน จึงต้องมีการหารือว่าจะใช้ช่องทางใดได้บ้าง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการ ประสานงาน ซึ่งต้องมีคำขออย่างเป็นทางการจากอัยการสูงสุด ซึ่งเข้าใจว่าอยู่ในกระบวนการดำเนินการ ทั้งนี้ การยกเลิกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 23 (2) ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถยกเลิกหรือเรียก หนังสือเดินทางได้เมื่อปรากฏภายหลังว่าผู้ถือหนังสือเดินทางเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อาจออกหนังสือเดินทางได้ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาที่ ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ทั้งนี้ถือป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ หลังกระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ขอให้เพิกถอนหนังสือเดินทางของทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีในคดีอาญาที่ได้ออกหมายจับไว้แล้ว MThai News

กิ๊กดู๋...สงครามเพลงเงินล้าน ประชันเงาเสียง อ๊อด คีรีบูน 16 ก.ย. 57 1-4
กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน /  กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ประชันเงาเสียง / 

การแข่งขัน ล้านที่ 13 รอบแรก “เชียงใหม่ ปะทะ ร้อยเอ็ด” ผู้แข่งขัน ฝั่งสีแดง ต.ช้างเผือก อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ ได้แก่ 1. อ้น ขจรศักดิ์ เคหา 2. อิงอิง นฤมล ซ้อนฝั่น 3. ส้มป่อย รัตนาวดี เทพวรรณ์ ฝั่งสีน้ำเงิน อ.เมืองฯ จ.ร้อยเอ็ด ได้แก่ 1. น้ำต้น อาทิตย์ วิจิตขะจี 2. บีบี้ ชุตินันท์ โจระสา 3. ธัญญ่า ดาราภัช ทวินันท์ เพลงแข่งขัน “เปิดใจสาวแต” ของ กระแต อาร์ สยาม “คนใจง่าย” ของ ไอซ์ ศรัณยู "โอ้โฮบางกอก" ของ แมงปอ ชลธิชา "ดาวเต้น ม.ต้น" ของ ต่าย อรทัย ช่วงที่ 1/4 "ประชันเงาเสียง" อ๊อด คีรีบูน

คสช. ปลด วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ พ้นอธิบดีกรมบังคับคดี
คสช. /  ประกาศ คสช / 

คสช. ประกาศย้าย วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ พ้นอธิบดีกรมบังคับคดี ตั้ง รื่นวดี สุวรรณมงคล แทนหวังให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเหมาะสม วานนี้ (17 ก.ค. 57) เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ออกประกาศฉบับที่ 92 ให้โยกย้ายนาย วิศิษฐ์ วิศิษฐ์สรอรรถ พ้นจากอธิบดีกรมอธิบดีกรมบังคับคดี ก่อนตั้ง นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล โดยระบุว่า ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 92/2557 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้พ้นตำแหน่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังนี้ ข้อ 1 ให้นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล พ้นจากตำแหน่งกรมคุมประพฤติ และให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมบังคับคดี ข้อ 2 ให้นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ พ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมบังคับคดี และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ข้อ 3 ให้นางกรรณิการ์ แสงทอง พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม และให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมคุมประพฤติ ข้อ 4 ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งข้างต้น ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีคำสั่งนี้เป็นต้นไป ข้อ 5 เมื่อมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำกราบบังคมทูลฯ ถวายฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งตามคำสั่งนี้เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 16 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ MThai news

ทัพนักผจญภัยแถวหน้า ร่วมพิสูจน์ปฏิบัติการดำดิ่งแห่งยุค ใน Deepsea Challenge 3D รอบปฐมทัศน์
Deepsea Challenge 3D /  National Geographic / 

จะมีปฏิบัติการครั้งไหนที่ท้าทายขีดจำกัดมนุษย์ และสมควรได้รับการบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ไปมากกว่าภาพยนตร์ Deepsea Challenge 3D เจมส์ คาเมรอน ดิ่งระทึก ลึกสุดโลก ที่ล่่าสุดได้จัดฉายรอบแรกของเมืองไทย ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งบรรดาเซเลบชั้นนำ และนักผจญภัยแถวหน้า ต่างพากันมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ดำดิ่งสู่จุดที่ลึกที่สุดของโลกครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่สุดพิเศษ เมื่อเหล่านักผจญภัยแถวหน้าของเมืองไทย ที่ต่างผ่านประสบการณ์ผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ และมีธรรมชาติเป็นแรงบันดาลในการออกไล่ล่าความฝัน เช่นเดียวกับ เจมส์ คาเมรอน ใน Deepsea Challenge 3D ได้พากันมามาร่วมสัมผัสประสบการณ์ชมภาพยนตร์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น คุณวรรณ และ คุณหมู คู่สามี ภรรยาที่ปั่นจักรยานมาแล้วรอบโลก, คุณหนึ่ง วิทิตนันท์ โรจนพานิช คนไทยคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์, คุณสุเทพ กฤษณาวารินทร์ ช่างภาพสารคดีมืออาชีพ, คุณนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น เจ้าของและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ trekkingthai.com, หมอล็อต หรือนายสัตวแพทย์ ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์สัตว์ป่าคนแรกของประเทศไทย และ คุณวินิจ รังผึ้ง เจ้าของคอลัมน์ "ท่องโลกใต้ทะเล" ในนิตยสาร อสท. พร้อมกับเซลเลบคนดังอีกมากมาย อาทิ พิช วิชญ์วิสิษฐ, ดีเจ ปูเป้ คลื่น MET 107 และผู้กำกับภาพยนตร์คุณบัณฑิต ทองดี ซึ่งภาพยนตร์ Deepsea Challenge 3D เจมส์ คาเมรอน ดิ่งระทึก ลึกสุดโลก เรื่องนี้ อาจเรียกได้เลยว่าเป็นสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโลกภาพยนตร์ ด้วยการนำผู้ชมไปเยือนจุดที่ลึกที่สุดของโลกแล้ว และเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญที่จะปลุกให้ผู้ชมไปตะลุยตามล่าความฝันอีกด้วย ร่วมดำดิ่งสู่จุดที่ลึกเกินกว่าแสงอาทิตย์จะส่องถึง ลึกเกินกว่าความสูงยอดเขาเอเวอเรสต์ ลึกที่สุดของโลก ไปกับ Deepsea Challenge 3D เจมส์ คาเมรอน ดิ่งระทึก ลึกสุดโลก ในวันที่ 21 ส.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ทั้งในระบบดิจิตอล 3 มิติ แบะระบบปกติ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Deepsea Challenge 3D ได้ที่นี่ -------------------------------------

ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน

"ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน" รางวัลที่ในหลวง ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสิน วันนี้(1 ก.ย.) เว็บไซต์สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสินการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 ภายใต้โครงการ “ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557” โดยผลงานชื่อ “เพื่อนรัก” โดย นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท สรุปผลรางวัลภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหัวข้อ “แสงแดด” ถ้วยพระราชทาน : นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ ชื่อภาพ “เพื่อนรัก” เหรียญทอง : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “จังหวะ” เหรียญเงิน : นายสมพร ณ อุบล ชื่อภาพ “แสงเปลี่ยน” เหรียญทองแดง : นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “ตะเข็บแดด” นายชนัตพล หวังเพิ่ม ชื่อภาพ “แสงสะท้อนของดวงอาทิตย์” นายทนงศักดิ์ หาระคุณโน ชื่อภาพ “แสงแดดแห่งความหวัง” นายสถิต ขาวผ่อง ชื่อภาพ “กระโดดรับแสงแดด” นายอัครพัฒน์ กันธมาลา ชื่อภาพ “เงาแห่งฟ้า” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในหัวข้อ “ขยัน” ถ้วยพระราชทาน : นายหรรษา ตั้งมั่นภูวดล ชื่อภาพ “ขยันอย่างกับมด” เหรียญทอง : นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “สู้ไม่ถอย” เหรียญเงิน : นายภาณุวัฒน์ แน่นดี ชื่อภาพ “Big cleaning day” เหรียญทองแดง : นายโกสินทร์ สุขุม ชื่อภาพ “คนเอาถ่าน” นายธรรมรัตน์ สวัสดิชัย ชื่อภาพ “ลงแขกนวดข้าว” นายสัญชัย ลุงรุ่ง ชื่อภาพ “หากินพอเพียง” นายอนุจักร์ ใจมุข ชื่อภาพ “ขยันเพื่อหาเลี้งชีพ” นายสมโภช แตงไทย ชื่อภาพ “ช่างทำหุ่นตัวน้อย” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในหัวข้อ “คลื่น” ถ้วยพระราชทาน :  นายกรศร ประกอบของ ชื่อภาพ “พายุและคลื่น คลื่นและลม # 1” เหรียญทอง : นายนิติชัย พลศรี ชื่อภาพ “ระยิบระยับ” เหรียญเงิน : นายคีรีขันธ์ ไชยพร ชื่อภาพ “บันทึกทะเล” เหรียญทองแดง : นางสาวจิรฐา นรพิทยนารถ ชื่อภาพ “ลอยทะเล” นายมนตรี คำศิริ ชื่อภาพ “Hope” นายรณฤทธิ์ ประกิ่ง ชื่อภาพ “คลื่นกลางกรุง” นายพนม อาชาฤทธิ์ ชื่อภาพ “คลื่นคน” นายศุภกัลป์ วงศ์คำปัน ชื่อภาพ “ฝ่าคลื่น” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ “หนัก” ถ้วยพระราชทาน : นายวัสสะ วัชรากร ชื่อภาพ “หนักแค่ไหนแม่ก็สู้ได้เพื่อลูก” เหรียญทอง : นายณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก ชื่อภาพ “หนักเพื่อชาติ” เหรียญเงิน : นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “แสงเงาของความหนัก” เหรียญทองแดง : นายสุริยา ผลาหาญ ชื่อภาพ “หนักมาทั้งชีวิต” นางสาวบุญฑิตา สุภัทรพันธุ์ ชื่อภาพ “แบบสบายๆ” นายเอกรัฐ พงศ์ธนาพาณิช ชื่อภาพ “แบกอนาคตโลก” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “งานหนัก” นายพรเทพ กีรติไพศาล ชื่อภาพ “งานหนัก” ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในหัวข้อ “บ้านของฉัน” ถ้วยพระราชทาน : นายประเสริฐ ไกรนุกูล ชื่อภาพ “บ้านนกเค้า” เหรียญทอง : นายเกียรติชัย หงษ์วิเศษ ชื่อภาพ “ความสุขใต้ร่มพระบารมี” เหรียญเงิน : นายธนวัฒน์ ทองจันทร์ ชื่อภาพ “บ้านของอาชีพ” เหรียญทองแดง : นายทวีศักดิ์ บุทธรักษา ชื่อภาพ “บ้านน้อยบนดอยสูง” นางสุรีย์ พึ่งฉ่ำ ชื่อภาพ “บ้านของเรา” นายวิชัย ชัญญาสิริ ชื่อภาพ “บ้านเราแสนสุขใจ” นายอัครายชญ์ เพ็ชร์อำไพ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” นายกฤษฎา ศึกษาศิลป์ ชื่อภาพ “บ้านของฉัน” ถ้วยประทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในหัวข้อ “จ๊ะเอ๋” ถ้วยพระราชทาน : นายณวรัญญ์ ศิริสุนทร ชื่อภาพ “เสร็จแน่” เหรียญทอง : นายโฆสิต จิตต์ไพโรจน์ ชื่อภาพ “Kiss of love” เหรียญเงิน : นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “สนุกแบบไม่มีอาย” เหรียญทองแดง : นายอำนาจ เกตุชื่น ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋ 2” นายกัมพล คุ้มวงษ์ ชื่อภาพ “จ๊ะเอ๋” นายเอกรัตน์ เฉยฉิน ชื่อภาพ “อยู่ทางนี้” นางสาวสุนันท์ กิขุนทด ชื่อภาพ จ๊ะเอ๋…เพื่อนเกลอ นายชวนัส กัณธุลา ชื่อภาพ “ขอเล่นด้วย” โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 ดำเนินงานโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยใน  พระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหัวข้อในการประกวดภาพถ่ายเพื่อชิงถ้วยพระราชทานจำนวน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย แสงแดด ขยัน คลื่น หนัก บ้านของฉัน และ จ๊ะเอ๋  โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 5,969 ภาพ จากช่างภาพ 1,237 คน นิทรรศการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557 จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ในวันที่ 1-7 กันยายน 2557 เวลา 10.00-20.30 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เป็นงง ? โรส ฉัตรวดี โพสต์คลิปจวกทักษิณ-ยิ่งลักษณ์
คลิปด่าทักษิณ /  ทักษิณ ชินวัตร / 

โรส ฉัตรวดี อมรพัฒน์ อัดคลิป จวกทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ห่วงผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าห่วงประชาชน อย่าหวังพึ่ง วันนี้(2 ส.ค.)  โรส ฉัตรวดี อมรพัฒน์  ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ ได้โพสต์คลิปตอนหนึ่งมีเนื้อหาถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าอย่ารอพึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองเลย เพราะเขาเป็นนักธุรกิจที่สนใจผลประโยชน์มากกว่าประชาชน โดยโรสเผยว่า "ถ้าพวกคุณเบื่อ เสียใจ โมโห รอความหวังจากทักษิณ จากยิ่งลักษณ์ ซึ่งเขาไม่เคยคิดจะช่วยเหลือคนไทยเลย เพราะพี่-น้องคู่นี้เขาไม่ได้เป็นนักปฏิวัติ แต่เขาเป็นนักธุรกิจ ซึ่งเขาเห็นผลประโยชน์ต่อธุรกิจของเขามากกว่าประชาชนคนไทย ที่ไปเลือกเขามาเป็นนายกฯ ฉะนั้นคุณพึ่งใครไม่ได้แล้ว" MThai News

ภัทรวดี ร้าน

ผู้ผลิตและจำหน่ายมะม่วงหิมพานต์

สาวสวย หุ่นดี จีนส์-อภิชญา อภิวัฒนพร จาก ม.เกษตรศาสตร์
คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาสหกรณ์ /  จีนส์-อภิชญา / 

น้องจีน  ปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาสหกรณ์ ม.เกษตรศาสตร์ สาวน่ารัก หุ่นดี อนาคตนักธุรกิจ ที่ฝันอยากมีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นร้านเบเกอรี่ ร้านทำเล็บ หรือร้านเสื้อผ้า ฮู้ เยอะแยะไปหมด มาเอาใจช่วยเธอให้ประสบความสำเร็จกันด้วยนะ (1) ปลื้มมหา’ลัยเกษตรฯ ตั้งแต่เด็ก เลือกเรียนมหา’ลัยนี้เพราะว่าเป็นมหา’ลัยที่ใฝ่ฝันว่าจะเข้ามาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ เพราะว่าที่นี่เป็นมหา’ลัยที่ร่มรื่น จะมีกี่มหา’ลัยกันนี่จะมีความร่มรื่น ต้นไม้ล้อมรอบขนาดนี้ น่าอยู่ขนาดนี้ และที่เลือกคณะนี้เพราะสามารถนำความรู้ไปใช้ได้หลากหลายทางด้วยค่ะ (2) ประสบการณ์เที่ยวซัมเมอร์สนุกๆ จีนส์เพิ่งไปเที่ยวพัทยา กับกลุ่มเพื่อนเก่าสมัย ม.ปลายมาค่ะ สนุกมาก สนุกกันตั้งแต่เริ่มทริปในรถตู้เลย คือตั้วแต่ออกจากกรุงเทพฯ ออกจนถึงชลบุรีก็ก็เฮฮาลั่นรถกันเลยค่ะ เพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สนิทกันมาก เราก็แย่งกันพูดตลอดทาง ไปกันแบบชิวๆ เดินเที่ยว แล้วก็เน้นหาของอร่อยๆ ทานกันซะส่วนใหญ่ค่ะ นานๆ ได้กลับมารวมตัวกันทำเรื่องสนุกทั้งทีก็สนุกสุดๆ ไปเลยค่ะ (3) อยากไปเชียงใหม่จังเลย ซัมเมอร์นี้จีนส์ก็อยากไปเชียงใหม่ค่ะ เพราะไม่ได้ไปมาหลายปีแล้ว คิดถึงวิวสวยๆ ที่โน้นค่ะ อากาศก็น่าจะดีกว่ากรุงเทพฯ ตอนนี้ด้วยที่ร้อนมากๆ เลย ถ้าไปที่นู่นคงได้เจอทั้งวิวดีๆ และอากาศดีๆ ไปพร้อมๆ กัน (4) ต้องอบอุ่น และดูเป็นผู้ใหญ่ จริงๆ สเปกไม่มีค่ะ แต่จะชอบคนที่โตกว่า ชอบผู้ชายสูง มีความเป็นผู้นำ เป็นผู้ใหญ่ แบบอบอุ่นๆ ที่สำคัญต้องใจเย็นด้วย เพราะเราเอาแต่ใจมว๊ากกกก.. . (5) ฝันอยากเป็นนักธุรกิจอนาคตไกล อยากเป็นนักธุรกิจค่ะ อยากมีธุรกิจส่วนตัว ตอนนี้ก็คิดไว้หลายอย่างเลยค่ะ เช่น ร้านเบเกอรี่ ร้านทำเล็บ แล้วก็เคยอยากเป็นครูสอนเต้นด้วยค่ะ คิดไว้เยอะเลยล่ะ (6) ทะเลที่น่าเที่ยวในช่วงซัมเมอร์ จีนส์ชอบเกาะล้านค่ะ ห่างจากชายหากพัทยาข้ามฟากไปนิดเดียว แต่ทะเลสีสวยกว่าเยอะมาก เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งเลยค่ะ น้ำใสมาก แต่คนเยอะอยู่เหมือนกัน ไปแล้วติดใจ ชอบมากๆ เป็นทะเลที่ซัมเมอร์นี้น่าเที่ยวมากๆ ไม่ไกลกรุงเทพฯ ด้วย (7) วิธีคลายร้อนแปปเด็ดๆ จีนส์ชอบเล่นไอซ์สเกตค่ะ เป็นกิจกรรมยามว่าง ทั้งสนุกด้วย แล้วก็เย็นดีด้วยค่ะ ไปเล่นไอซ์สเกตก็คลายร้อนได้ดีเลยล่ะ ชื่อ : จีนส์-อภิชญา อภิวัฒนพร การศึกษา : ปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาสหกรณ์ ม.เกษตรศาสตร์ วันเกิด : 21 เมษายน 2537 ส่วนสูง : 162 ซม. หนัก : 40 กก. สีที่ชอบ : สีม่วง อาหารที่ชอบ : ซูชิ กิจกรรมยามว่าง : ฟังเพลง, อ่านหนังสือ ความสามารถพิเศษ : เต้น Hip Hop, พิธีกร, เดินแบบ ฉายา : นางพญาหน้าขาว ผลงาน : ประกวด Missteen Thailand 2012 Facebook : Genes Apiwatanaporn

กทม.เซ็นคำสั่งย้ายระดับผอ.เขตจำนวน8ตน.
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง /  ย้ายข้าราชการ / 

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามโยกย้ายข้าราชการอำนวยการระดับสูง รวม 8 ตำแหน่ง มีผลวันที่ 22 สิงหาคมนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลำดับที่ 2 ลงนามโยกย้ายข้าราชการอำนวยการระดับสูง (ผู้อำนวยการเขต-ผู้ตรวจฯ-ผู้อำนวยการสำนักงาน) รวม 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายรักษา สุทิน ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ตรวจราชการ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร/ นายอุดมศักดิ์ นาดี ผู้อำนวยการสำนักงานยุทธศาสตร์การศึกษา สำนักการศึกษา เป็นผู้ตรวจราชการ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร/ ว่าที่ ร.ต.สมสิทธิ์ คงธนสารสิทธิ์ ผู้อำนวยการเขตสะพานสูง เป็นผู้ตรวจราชการ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร/ นายหัสฎิน ปิ่นประชาสรร ผู้อำนวยการเขตคันนายาว เป็นผู้อำนวยการเขตคลองสามวา/ นายอิศราเมศร์ คชานุกูลย์ ผู้อำนวยการเขตดินแดง เป็นผู้อำนวยการเขตบางซื่อ/ นายสิน นิติธาดากุล ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ เป็น ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง/ นายสัจจะ คนตรง ผู้อำนวยการเขตวัฒนา เป็นผู้อำนวยการเขตสวนหลวง และ นางอัจฉราวดี ชัยสุวิรัตน์ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นผู้อำนวยการเขตคลองเตย ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2557เป็นต้นไป

ตามใจฉัน! บี แชะหวิวไม่แคร์ ฮิม !!
บี น้ำทิพย์ /  ไฮโซฮิม อิสริยะ / 

นางแบบก้านยาว บี น้ำทิพย์ เผยโปรเจกท์ถ่ายโฟโต้บุ๊คสุดเซ็กซี่คู่เพื่อนซี้ โย ยศวดี ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี คาดจะได้เห็นกันภายในปีนี้ ไม่หวั่นคนมองภาพแรงไปเกิน อยากให้มองเป็นภาพอาร์ตมากกว่า เปรยงานชิ้นนี้ไม่ต้องขออนุญาตคนสนิท ไฮโซฮิม อิสริยะ เพราะสถานะยังเป็นแค่เพื่อน(สนิท) ไม่ใช่หวานใจ!! "ตอนนี้โฟโต้บุ๊คที่บีกับโยถ่ายคู่ยังไม่เสร็จค่ะ จริงๆ อยากให้ออกมาภายในปีนี้ คืออยากจะลองทำทุกอย่างภายในปีนี้ และรับรองว่าเซ็กซี่แน่นอน จริงแล้วการที่เราดูแลตัวเองให้มีรูปร่างที่ดีมันเป็นอย่างไร แล้วจะทำให้หุ่นเซ็กซี่ด้วย ภาพที่ออกคงไม่แรงเกิน แต่เป็นแนวอาร์ตมากกว่าปกติค่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้บีบอกอะไรไม่ได้จริงค่ะ" "เรื่องถ่ายแบบเซ็กซี่บีไม่ได้อนุญาตคุณฮิมหรือใคร นอกจากคุณพ่อคุณแม่นะคะ ส่วนเรื่องหัวใจก็เรื่อยๆ เลย ยังไม่มีใคร เนื่องจากเราไม่มีเวลา ทำงานไปเรื่อยๆ กับภาพที่ไปเที่ยวทะเลก็ไปกันหลายคน ไม่ใช่ว่ามีแค่คุณฮิมคนเดียว และไม่ใช่ทริปสวีทอะไร อันที่จริงคุยกับเขาก็สบายใจ มีอะไรก็ปรึกษากันได้ เขาเป็นคนเก่ง ส่วนเรื่องพัฒนาบีขอไปเรื่อยๆ กัน อยู่แบบนี้ก็โอเคแล้ว บียังโสดสนิทค่ะ" บี น้ำทิพย์ กล่าว บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ - ไฮโซฮิม อิสริยะ

อัยการเผยสำนวนปอท. เห็นควรฟ้อง โรส ฉัตรวดี คดีหมิ่นเบื้องสูง
ข่าววันนี้ /  หมิ่นเบื้องสูง / 

คดีโรส ฉัตรวดี หมิ่นเบื้องสูง ส่งสำนวนถึงอัยการแล้ว  หากสั่งฟ้อง เตรียมประสานกระทรวงต่างประเทศ ออกหมายจับ ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ข่าววันนี้ - นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าคดี น.ส.ฉัตรวดี หรือโรส อมรพัฒน์อายุ 34 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และคดีความผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ ว่า คดี โรส ฉัตรวดี ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ได้ส่งสำนวนสอบสวนใน 2 คดีดังกล่าวมาให้ทางอัยการสูงสุดแล้ว เมื่อวันที่ 10 ก.ค.และวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนเห็นว่าคดีนี้สมควรที่จะส่งฟ้องเนื่องจากผู้ต้องหามีเจตนาทำผิดประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 และกฎหมายคอมพิวเตอร์ชัดเจน เบื้องต้นทางอัยการเตรียมจะพิจารณาสำนวนอีกครั้ง เนื่องจากเป็นการกระทำผิดนอกราชอาณาจักร เพื่อส่งต่อให้ นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด พิจารณาสั่งคดี ทั้งนี้หากอัยการสูงสุดสั่งฟ้องและศาลออกหมายจับแล้ว ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะประสานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อร่วมกันติดตามตัว น.ส.ฉัตรวดี มาดำเนินคดีในประเทศไทยต่อไป MThai news

เปิดโผ สมาชิกสภาปฏิรูป11ด้าน 173 คน
สปช. /  สภาปฏิรูป / 

วันนี้(29 ก.ย.) มีรายงานข่าวได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้คาดว่าได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ในส่วนที่มาจากคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน จำนวน 173 คน โดยมีรายชื่อแบ่งตามด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้  1.ด้านการเมือง ได้แก่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายชัยอนันต์ สมุทวณิช , พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคาร , นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ , นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว. , พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ , นายชัย ชิดชอบ , นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ส.ว , นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ , นางตรึงใจ บูรณสมภพ , นายดำรงค์ พิเดช , พล.ร.อ.สุรินทร์ เริงอารมณ์ 2.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตรองประธานศาลฎีกาและอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) , พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงาน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ , นายคำนูณ สิทธิสมาน , นายวันชัย สอนศิริ , นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต ส.ว.ปี 43 และอดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 50 , นายเข็มชัย ชุติวงศ์ ผู้ตรวจสำนักงานอัยการสูงสุด , นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ 3.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ , นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ , นายประมนต์ สุธีวงศ์ , นางสาวถวิลวดี บุรีกุล , นายพลเดช ปิ่นประทีป , นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาส , พล.อ.วัฒนา สรรพานิช , พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ , น.ส.อรพินท์ สพโชคชัย , นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ 4.ด้านการศึกษา ได้แก่ นายอมรวิชช์ นาครทรรพ , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ , นายมีชัย วีระไวทยะ , นางทิชา ณ นคร , นายกมล รอดคล้าย , พล.ท.พอพล มณีรินทร์ , พล.อ.วุฒินันท์ ลีลายุทธ , นายสมเกียรติ ชอบผล , นายเขมทัต สุคนธสิงห์ 5.ด้านการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายจรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ , นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า , นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น , พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย , พล.ต.อดุลย์ศักดิ์ บุญวัฒนะกุล 6.ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ นายเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ , นายธวัชชัย ยงกิตติกุล , นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง , นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม , นายสมชัย ฤชุพันธุ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง น้องชายนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเข้าไปเป็นคณะ คสช. , นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล 7.ด้านพลังงาน ได้แก่ นายทองฉัตร หงศ์ลดารมย์ , นายคุรุจิต นาครทรรพ , นายมนูญ ศิริธรรม , นายดุสิต เครืองาม น้องชาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ , น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. กลุ่ม 40 ส.ว. , นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตผู้บริหารบางจาก , พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช , นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล และ นายพรายพล คุ้มทรัพย์ 8.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นายประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ , นางสาวทัศนา บุญทอง , นายปราโมทย์ ไม้กลัด , นายบัณฑูร เศรษศิโรจน์ , นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ , นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ , นาวาอากาศเอกไพศาล จันทรพิทักษ์ , นางพรพันธุ์ บุณยรัตนพันธุ์ , พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ 9.ด้านสังคม ได้แก่ นายกิตติภณ ทุ่งกลาง , นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ , นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ , นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ , นางสาวสารี อ๋องสมหวัง , นายวินัย ดะลันห์ , พล.ต.เดชา ปุญญบาล , นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา จ.ยะลา , นายอำพล จินดาวัฒนะ 10.ด้านสื่อสารมวลชน ได้แก่ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร , นายมานิจ สุขสมจิตร , นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ , นายบุญเลิศ คชายุทธเดช , นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ , นายจุมพล รอดคำดี , นายพนา ทองมีอาคม , นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด , นางเตือนใจ สินธุวณิก 11.ด้านอื่นๆ ได้แก่ นายเทียนฉาย กีระนันท์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา , พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ , พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ , พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก , พล.อ.ภูดิศ ทัตติยโชติ , นายเกษมสันต์ จิณณวาโส , นางพรรณี จารุสมบัติ น้องสาว นายพินิจ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.และรัฐมนตรีหลายกระทรวง MThai News

พลอย เฌอมาลย์ นำทีม แฟชั่นโชว์ เปิดตัว ทอฟ้าผ้าไทย ปี3
ทอฟ้าผ้าไทย /  ผ้าไทย / 

ทอฟ้าผ้าไทย ปี 3 รายการเรียลลิตี้เฉลิมพระเกียรติ เปิดตัวสุดอลังการ พลอย เฌอมาลย์ พร้อม กูรูแฟชั่นตบเท้าร่วมงานปลูกจิตสำนึกรักษ์ผ้าไทย กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องสำหรับรายการ “ทอฟ้าผ้าไทย ปี 3” รายการเรียลลิตี้ผ้าไทยรายการแรกของเมืองไทย ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี กับการค้นหาสุดยอดนักออกแบบแฟชั่นผ้าไทย ผ่านการประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายโดยใช้ผ้าไทย เพื่อสนับสนุนส่งเสริม อนุรักษ์ ถ่ายทอด สืบสาน และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรมด้านผ้าไทยชิงเงินรางวัลกว่า 500,000 บาทและโอกาสเติบโตอีกมากมายในวงการแฟชั่นไทย โดยคณะกรรมการตัดสินประกอบด้วย “คุณไหม ปิยวรา ทีขะระ” หัวหน้าคณะทำงานพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย, “คุณม้า อรนภา กฤษฏี” นักแสดง นางแบบ และพิธีกรมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น, “คุณฟอร์ด กุลวิทย์ เลาสุขศรี” บรรณาธิการบริหารนิตยสาร VOGUE คนแรกของเมืองไทย และผู้จัดรายการทอฟ้าผ้าไทย “คุณเจนิสตาร์ รักษ์สิริโสภา” จากบริษัท ธัมส์ อัพ มีเดีย โดยมีคุณ ดำรงค์ ทองสม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตัวแทนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ ตัวแทนจากพิพิธภัณฑ์ผ้าใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนีนาถ, คุณกมลาสิริ อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จาก บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), ผู้บริหาร บมจ.ปูนอินทรี,บมจ.ไทยเบฟ, บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ให้เกียรติร่วมงาน ท่ามกลางกูรูวงการแฟชั่นที่ตบเท้าร่วมงานคับคั่ง พร้อมเปิดตัวผู้แข่งขันที่ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ประกอบด้วย “นายวิพุธ จันทร์จรัสวัฒนา (จี้เพชร), นางสาวจูเลีย เปอิโรเน (จูเลีย), นายชาญวุฒิ แดงชนะ (แม็คซิม), นายเศรษฐวุฑฒิ์ นามปัญญา (แมนจู), นายธีร์ ศรีริ (ธีร์), นายรักธรรม ศรีนัครินทร์ (หนุ่ม), นายทัศน์ไชย อุททา (แบงค์) และ นางสาวพิชชานันท์ ตะพังพินิจการ (กุ๊กไก่) ต่อด้วยการแสดงแบบผ้าไทยในชุด “ผ้าขาวม้า” นำโดย “ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” ร่วมด้วยนางแบบชั้นนำของเมืองไทย อาทิ “โย ยศวดี, มาริสา แอนนิต้า, แอม สุทธิกานต์, มะลิ โคทส์, โยเกิร์ต รวีวรรณ, แพท นิธิภรณ์, นาตาลี นัฐลี” พิธีกรดำเนินรายการโดย “โอปอลล์ ปาณิสรา อารยะสกุล” และ “มิค บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ” เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ลานลิฟท์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยรายการ “ทอฟ้าผ้าไทย ปี 3” รายการแฟชั่นเรียลลิตี้จะออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.45-22.35 ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี โดยจะเริ่มออกอากาศวันที่ 20 กรกฏาคม - วันที่ 7 กันยายน 2557 รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus

เปิดคดี โรส ฉัตรวดี หรือการจับกุมจะต้อง
ฉัตรวดี อมรพัฒน์ /  ตั้ง อาชีวะ / 

ยังคงเป็นคำถามที่ใครหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงยังไม่สามารถจับกุมตัว น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ “โรส” หญิงสาววัย 34 ปี ที่ศาลได้อนุมัติหมายจับในคดี "หมิ่นสถาบันเบื้องสูง" ที่ก่อนหน้านี้ แม้กระทั่งบิดาและมารดาของเธอ ก็ถึงกับโร่เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมนำดีวีดี บันทึกภาพและเสียงเป็นหลักฐานว่า บุคคลคนนี้ได้พูดจาจวบจ้วงสถาบัน เสียงด่าทอ วิจารณ์ขรม แช่งชักหักกระดูก ตามสื่อออนไลน์ เป็นสิ่งสะท้อนได้เป็นอย่างดีถึงความไม่พอใจ พร้อมเร่งให้มีการจับกุมโดยเร็ว แต่เรื่องนี้ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนแรกทาง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.จะต้องประสานงานกับต่างชาติ เกี่ยวกับการส่งตัวกลับมาดำเนินคดี โดยล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการถอนหนังสือเดินทางประเทศไทยตามกระบวนการแล้ว เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว แต่สิ่งที่กำลังเป็นปัญหา ทำให้การจับกุมตัวยากก็คือ น.ส.ฉัตรวดี ได้โพสต์ภาพโชว์ แสดงพาสปอร์ตถือสัญชาติอังกฤษเย้ยทางการไทยสุดภูมิใจได้เป็นพลเมืองอังกฤษ ซึ่งนั่นเอง หากเธอถือสัญชาติอังกฤษจริง คราวนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของทางอังกฤษแล้วว่า จะดำเนินการอย่างไร และหากว่าทางอังกฤษปล่อยเรื่องนี้ไป คดีนี้ก็ยังจะไม่มีข้อสรุป อย่างไรก็ตาม ความพยายามของคนไทยที่จะทำให้ผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดียังคงดำเนินต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้มีสาวใจเด็ดบุกถึงบ้าน เป็นข่าวครึกโครม ยอดชม ยอดกดไลค์ถล่มทลาย รวมไปถึงชายไทยรายหนึ่ง บุกพ่นสีธงชาติไทยที่หน้าประตูบ้าน บางส่วนชื่นชมในความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขณะเดียวกันบางคนก็ตักเตือนถึงความไม่เหมาะสม เพราะอาจเป็นการละเมิดกฎหมายของประเทศอังกฤษ ความหวังในการจับกุม "โรส ฉัตรวดี" จึงขึ้นอยู่กับทั้งสองประเทศ ที่ทาง คสช. จะต้องขอความร่วมมือ เนื่องจากสนธิสัญญาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนั้นครอบคลุมว่า ต้องเป็นความผิดของทั้งสองประเทศ เบื้องต้น ตำรวจนครบาลได้ดำเนินการตามขึ้นตอนแล้ว โดยติดต่อประสานงานกับกองการต่างประเทศ เพื่อส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศของไทย ประสานไปยังกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ ตามข้อมูลล่าสุดว่า น.ส.ฉัตรรดี หลบหนีอยู่รวมถึงบุคคลอื่นๆ ทั้งนี้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รรท. รอง ผบช.น. ผู้ดูแลเรื่องกฎหมายประสานข้อมูลกับกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยืนยันว่า จะดำเนินการกับบุคคลที่ถูกออกหมายจับในคดีหมิ่นฯ และหลบหนีให้ถึงที่สุด ซึ่งจะดำเนินการรูปแบบเดียวกับการดำเนินการกับ นายราเกซ สักเสนา จำเลยในคดีบีบีซี แต่ต้องใช้เวลาสักระยะ เนื่องเพราะแต่ละขั้นตอนต้องผ่านการพิจารณาในหลายส่วน หากประเทศไหนไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็สามารถใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ พ.ศ.2535 ทันที ส่วนจะมีการส่งตัวมาให้ทางการไทยหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับทางการประเทศนั้นๆจะพิจารณา การประกาศกร้าวจากปากของ โรส ฉัตรวดี ว่าทางการไทยไม่สามารถทำอะไรตนได้นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทาย และจะพิสูจน์ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้หรือไม่ ท่ามกลางความหวังของคนไทยที่รอฟังข่าวการจับกุมตัวทุกคืนวัน หวังจะเห็นผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีโดยเร็ว อย่างไรก็ดี กรณีของโรส หรือกรณีการหมิ่นสถาบัน ฯ ไม่ได้เกิดเป็นครั้งแรก หรือรายแรก ยังคงมีผู้ต้องหาอีกหลายคนที่ถูกออกหมายจับ ดังจะเห็นผู้ต้องหา รายอื่น เช่น นายตั้ง อาชีวะ ปรากฎตัวหลายที่ โดยมีข้อมูลว่าหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่การติดตามจับกุมระหว่างประเทศก็มีการประสานอย่างต่อเนื่อง เป็นขั้นตอนที่เร่งดำเนินการ ขณะเดียวกัน การแจ้งเบาะแสของพลเมืองโลกไซเบอร์ ก็น่าจะเป็นอีกช่องทางช่วยเป็นหูเป็นตา เป็นอีกหนึ่งพลังในการช่วยปกป้องสถาบัน  "เพชรพิริยะ"

ใช้ กระดาษทิชชู่ ซับน้ำมัน อันตรายจริงหรือ?
กระดาษทิชชู่ซับน้ำมัน /  ข่าวสุขภาพ / 

จากข่าวที่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือนประชาชนห้ามให้ กระดาษทิชชู่ ซับน้ำมันจากอาหาร เพราะเสี่ยงรับโซดาไฟและสารไดออกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งนั้น ทำให้มีการแชร์และกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในสังคมออนไลน์ มีความคิดเห็นหลากหลายและแตกต่าง ว่าข่าวนี้เป็นเรื่องจริงหรือ? โดย ดร.นพ.พรเทพ ได้ออกมากล่าวไว้ว่า สารโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) หรือโซดาไฟ เมื่อทำปฏิกิริยากับโปรตีนและไขมัน จะมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อรุนแรง ทำให้บริเวณนั้นอ่อนนุ่มกลายเป็นวุ้นหรือเจลาตินและสบู่ เนื้อเยื่อถูกทำลายหรือถูกกัดลึกลงไป ซึ่งการทำลายอาจต่อเนื่องหลายวัน การหายใจเอาไอหรือละอองสารยังส่งผลให้ระคายเคืองต่อทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้จาม ปวดคอ น้ำมูกไหล ปอดอักเสบรุนแรง หายใจขัด การสัมผัสถูกผิวหนังจะระคายเคืองรุนแรง เป็นแผลไหม้และพุพองได้ การกลืนกินทำให้แสบไหม้บริเวณปาก คอ และกระเพาะอาหาร ส่วนสารไดออกซิน (dioxins) เป็นสารที่สถาบันวิจัยมะเร็งระหว่างชาติจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ เมื่อร่างกายได้รับเข้าไปจะไม่ทำให้เกิดอาการอย่างเฉียบพลัน แต่อาการจะค่อยๆ เกิดและเพิ่มความรุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้ ข่าวดังกล่าวทำให้ชาวสังคมออนไลน์ตั้งข้อสงสัยกันเป็นอย่างมากว่า การใช้ กระดาษทิชชู่ ซับน้ำมันจากอาหารทำให้เป็นมะเร็งได้จริงๆหรือ? จนกระทั่งมีนักวิทยาศาสตร์ คือ ดร.ภูวดี ตู้จินดา กลุ่มเยื่อและกระดาษ โครงการฟิสิกส์และวิศวกรรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้ออกมาบอกถึงขั้นตอนการทำ กระดาษทิชชู่ ผ่านเฟสบุคส่วนตัวของ ดร.ภูวดี ตู้จินดา เอง โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ จากที่มีข่าวเตือนเรื่องการใช้ "ทิชชู่" ซับน้ำมันอาหารนั้นเสี่ยงต่อการรับสารไดออกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งนั้น ขออนุญาตแจ้งข้อเท็จจริงดังนี้ค่ะ 1. การฟอกเยื่อขาวที่จะทำให้เกิดสารไดออกซินนั้น จะเป็นการฟอกเยื่อด้วยสารคลอรีนหรือ Cl2 เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงฟอกเยื่อที่ใช้วิธีการฟอกแบบนี้เพียง 1 โรงเท่านั้น ส่วนในต่างประเทศทางทวีปยุโรปหรือทวีปอเมริกาได้มีการห้ามใช้วิธีการฟอกเยื่อแบบนี้มาหลายปีแล้ว 2. การฟอกเยื่อขาวปัจจุบันส่วนใหญ่ในประเทศไทยใช้สารประกอบคลอรีน คือ คลอรีนไดออกไซด์ (ClO2) ซึ่งการฟอกเยื่อด้วยสารประกอบคลอรีนทำให้เกิดสารพิษคือ Organically bound chlorine หรือที่รู้จักกันในอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษว่า AOX แต่ **ไม่เกิดไดออกซิน** ในกระบวนการฟอกเยื่อ 3. ปริมาณไดออกซินแปรผันตรงกับปริมาณ AOX ค่ะ ซึ่งดิฉันและ Korpong Hongsri ได้เคยทำโครงการวิจัย และมีข้อมูลสาร AOX ตกค้างในเยื่อและกระดาษ มีตัวเลขจากการวิจัยยืนยันว่า ใน กระดาษทิชชู่ นั้น มีปริมาณ AOX ตกค้างน้อยมาก ซึ่งแน่นอนว่า ปริมาณไดออกซินยิ่งน้อยลงไปอีก ** ไม่มีห้องปฏิบัติการที่สามารถวิเคราะห์ปริมาณไดออกซินในประเทศไทย ใกล้ที่สุดที่จะส่งไปวิเคราะห์หาปริมาณไดออกซินได้คือที่ประเทศสิงคโปร์ค่ะ การใช้ปริมาณ AOX เป็นตัวอ้างอิงถึงปริมาณไดออกซิน ((หากมี)) จึงเป็นที่ยอมรับได้ในระดับหนึ่ง 4. สารไดออกซินและ AOX ไม่ได้หลุดออกจาก กระดาษทิชชู่ ได้ง่ายๆ การสกัดเพื่อการวิเคราะห์ยังต้องสกัดที่อุณหภูมิสูง แค่เอา กระดาษทิชชู่ มาซับๆ มัน ไม่หลุดตามออกมาหรอกค่ะ 5. มีการใช้โซเดียมไฮดร็อกไซด์ NaOH ในขั้นตอนการฟอกเยื่อขาว แต่กรรมวิธีการผลิตเยื่อกระดาษนั้นมีหลายขั้นตอน และใช้ "น้ำ" ปริมาณมากในการล้างสารต่างๆ ดังนั้นจึงไม่มีโซเดียมไฮดร็อกไซด์บริสุทธิ์ตกค้างในปริมาณที่จะก่อให้เกิดอันตราย จากที่มีคำถามมามากมาย ขออนุญาตให้รายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ สารพิษที่เป็นข่าวอยู่นั้น ไม่ว่าจะเป็นไดออกซินหรือโซเดียมไฮดร็อกไซด์ ไม่ได้เกิดขึ้นหรือถูกใช้ในกระบวนการผลิตกระดาษค่ะ แต่ถูกใช้ในกระบวนการฟอกเยื่อ ขออธิบายง่ายๆ ดังนี้ค่ะ เยื่อกระดาษผลิตจากไม้ -- ไม้มีสารยึดเกาะเรียกว่า "ลิกนิน (lignin)" ซึ่งเป็นสารสีน้ำตาล -- กระบวนการฟอกเยื่อคือการกำจัดสารลิกนินนี้ เพื่อให้เยื่อกระดาษมีความขาว ที่จะนำไปใช้ผลิตผลิตภัณฑ์กระดาษอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษพิมพ์เขียน กระดาษอนามัย หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า "ทิชชู่" ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นทิชชู่เกรดไหน ก็ใช้วัตถุดิบเดียวกันนี้ค่ะ คือ "เยื่อกระดาษ" -- สำหรับทิชชู่รีไซเคิล ก็มีวัตถุดิบเป็นกระดาษที่เคยใช้แล้ว เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษพิมพ์เขียน นำมาผ่านกระบวนการต่างๆ เผื่อขจัดสิ่งแปลกปลอมและนำเยื่อกระดาษเวียนไปใช้ใหม่ -- กระบวนการนี้ขึ้นอยู่กับโรงงานว่า ทำอย่างละเอียดและมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน กระบวนการฟอกเยื่อมีหลายขั้นตอนค่ะ โรงงานแต่ละแห่งจะใช้ขั้นตอนแตกต่างกัน แต่โดยรวมๆ แล้ว จะมีขั้นตอนการใช้โซเดียมไฮดร็อกไซด์อยู่ในนั้นด้วย ซึ่งหลังจากเกิดปฏิกิริยาเคมีกับลิกนินจนแปลงร่างแล้ว ยังมีขั้นตอนการ "ล้าง" เยื่ออีกมากมาย ดังนั้นการจะมีโซเดียมไฮดร็อกไซด์บริสุทธิ์ถึงขนาดก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพปนเปื้อนอยู่ในเยื่อกระดาษว่าน้อยแล้ว กว่าจะเป็นกระดาษอนามัย จะยิ่งน้อยขนาดไหน ลองคิดตามดูนะคะ สารฟอกเยื่อที่ใช้ในการขจัดลิกนินที่เป็นที่นิยมอีกตัวก็คือ คลอรีน และ สารประกอบคลอรีน หรือ คลอรีนไดอ็อกไซด์ การใช้คลอรีนเป็นส่วนหนึงในกระบวนการฟอกเยื่อนั้น ทำให้เกิดไดออกซินแน่นอนค่ะ แต่ๆๆๆๆ เพราะมีเหตุว่าเกิดไดออกซินนี่แหละ จึงมีการห้ามใช้คลอรีนในการฟอกเยื่อในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทย โรงฟอกเยื่อก็ปรับเปลี่ยนกระบวนการนี้ออกจนเกือบหมดแล้ว เหลือเพียง 1 โรงอย่างที่กล่าวไป สารที่นำมาใช้แทนคลอรีนในการฟอกเยื่อคือ สารประกอบคลอรีน ที่ใช้กันคือ คลอรีนไดออกไซด์ ซึ่งโรงงานฟอกเยื่อเกือบทั้งหมดในประเทศไทยใช้สารนี้กันค่ะ -- การฟอกเยื่อด้วยสารประกอบคลอรีน ทำให้เกิดสารพิษที่เรียกสั้นๆ ว่า AOX แต่ **ไม่เกิดไดออกซิน** ค่ะ ดังนั้น...อยากให้ทุกท่านพิจารณากันนะคะว่า เมื่อ "เยื่อกระดาษ" ซึ่งเป็นวัตถุดิบไม่มีโซเดียมไฮดร็อกไซด์ และ((แทบ))ไม่มีไดอ็อกซิน ตัวผลิตภัณฑ์กระดาษนั้นจะมีได้อย่างไร? สรุปว่า...กระดาษอนามัยหรือทิชชู่นั้น...ควรใช้ให้ถูกตามวัตถุประสงค์ในการผลิตค่ะ คือ "ใช้ภายนอก" -- มันไม่ใช่ของกินอะค่ะ ดังนั้นขนมจีนน้ำยาใส่ทิชชู่นี่...ไม่ควรนะคะ สำหรับการซับน้ำมัน ถ้าถามว่า มันถูกวัตถุประสงค์ของการใช้ผลิตภัณฑ์ทิชชู่มั้ย ก็ตอบว่า...ไม่ใช่นะคะ แต่...ถ้าถามว่า เอาทิชชู่ไปซับน้ำมันแล้วจะมีไดออกซินหลุดออกมาหรือมีโซเดียมไฮดร็อกไซด์มาทำลายเนื้อเยื่อ -- มันก็ไม่ใช่อะค่ะ จากการอธิบายของ ดร.ภูวดี ตู้จินดา สรุปได้ง่ายๆก็คือ การผลิต กระดาษทิชชู่ ที่จะทำให้เกิดสารไดออกซิน ตามที่กรมอนามัยได้ออกมาบอกนั้น มีเหลือแค่โรงงานเดียวเท่านั้น เพราะโรงงานส่วนมากยกเลิกการผลิตแบบนี้ไปแล้ว มีวิธีการผลิตแบบใหม่ที่ทำให้ กระดาษทิชชู่ ไม่มีสารไดออกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งสะสมอยู่ และสารไดออกซินและ AOX ก็ไม่ได้หลุดออกจากกระดาษทิชชู่ได้ง่ายๆเช่นกัน เพียงแต่นำมาซับน้ำมันก็ไม่ได้ทำให้สารเหล่านี้หลุดออกมาปนเปื้อนกับอาหารได้ ทั้งนี้ ในการเลือกรับประทานอะไรก็ตาม ผู้บริโภคเองก็ควรใช้วิจารณญาณในการเลือกสิ่งที่ดี ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของตนเอง หากเราไม่ดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองแล้ว ก็คงไม่มีใครที่จะสามารถมาดูแลสุขภาพร่างกายของเราได้เช่นกัน ขอบคุณที่มาจาก : กรมอนามัย Ice Tuchinda (เฟสบุคของดร.ภูวดี ตู้จินดา)