หนึ่ง ผกาวดี

ทูลกระหม่อมหญิงฯ ทรงช่วยค่าปรับ หนุ่มเก็บขยะขายซีดีมือ2
ขายซีดี /  ข่าว / 

ทูลกระหม่อมหญิงฯ ทรงช่วยค่าปรับ หนุ่มเก็บขยะขายซีดีมือ2 หลังศาลฎีกาพิพากษา วันนี้(14 พ.ย.) จากกรณีที่ ศาลฎีกาพิพากษาคดี นายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา อายุ 28 ปี พนักงานเก็บขยะเขตสะพานสูง ถูกจับกุมพร้อมของกลางซีดี 83 แผ่น สั่งปรับ 133,400 บาท หากไม่จ่าย ให้กักขังแทนค่าปรับวันละ 200 บาท จำเลยไม่มีเงินจ่ายเป็นค่าปรับจึงต้องกักขังแทน ล่าสุดรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ เปิดเผยว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ทรงมีคำสั่งให้การช่วยเหลือในกรณีดังกล่าว โดยมอบหมายให้ทางมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ดำเนินการช่วยเหลือเรื่องค่าปรับจำนวน 133,400 บาท ของ นายสุรัตน์ โดยให้ทางญาติประสานงานไปที่มูลนิธิได้เลย MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฎีกายืน! ปรับ 1.3 แสน หนุ่มเก็บขยะ ขายซีดี

ความหวังริบหรี่! พ่อรอง โพสต์เศร้า แม่ทุม ทรุดหนัก
รอง เค้ามูลคดี /  แม่ทุม ปทุมวดี / 

หลายคนเป็นห่วงเฝ้าคอยอัพเดทอาการป่วยของ แม่ทุม ปทุมวดี อยู่ตลอดและระยะหลังอาการทรุดหนักจนคุณหมอบอกให้เริ่มทำใจไว้บ้าง ล่าสุดคู่ชีวิตอย่าง พ่อรอง เค้ามูลคดี โพสต์ข้อความสุดเศร้าผ่านเฟสบุ้คส่วนตัว บอกความหวังริบหรี่เหลือทน อาการแม่ทุมทรุดหนักมาก ไม่มีการตอบสนองใดใดทั้งสิ้น หวังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เกิดปาฏิหาริย์แก่ครอบครัว... "มันริบหรี่เหลือทนแล้ว ความหวังของครอบครัวเรา ตอนนี้"คุณทุม"ทรุดหนัก ไม่มีอาการตอบสนองใดใดทั้งสิ้น กราบขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ ได้โปรด เมตตาต่อครอบครัวเราด้วยเถิด" พ่อรอง-แม่ทุม พ่อรอง-แม่ทุม พ่อรอง-แม่ทุม พ่อรอง-แม่ทุม พ่อรอง-แม่ทุม พ่อรอง-แม่ทุม พ่อรอง-แม่ทุม

บี รับทะเลาะ โย ตัดขาดเหลือแค่เพื่อนร่วมโลก!!
บี น้ำทิพย์ /  โย ยศวดี / 

ถึงคราวแตกหักระหว่างเพื่อนสุดรักอย่างนางแบบสาว บี น้ำทิพย์ และ โย ยศวดี หลังมีปัญหาทะเลาะเรื่องธุรกิจ Yo & Bee Diet Foods Delivery ที่ทำร่วมกันจนถึงขั้นจ่อปิดกิจการในวันที่ 4 ต.ค. นี้ โดย สาวบี เปิดใจยอมรับมีปัญหาเรื่องเงินจริง ออกปากเลิกสนิทไม่สุงสิงอีกต่อไป เหลือแค่สถานะเพื่อนร่วมโลกเท่านั้น!! "จริงๆ ไม่ได้ทะเลาะกันค่ะ เหมือนต่างคนต่างมีแนวคิดต่างกัน งั้นพูดเลยแล้วกันว่า โยบีไดเอทฟู้ดจะปิดกิจการวันที่ 4 ตุลาคมนี้ จะปิดทั้งกิจการบริษัทโยบี และทางโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ก็จะปิดหมดค่ะ มันมีวิสัยทัศน์ไม่ตรงกันก็เลยคิดว่าต่างคนต่างแยกไปทำในส่วนของตัวเองดีกว่า อย่างที่บอกวิสัยทัศน์ไม่ตรงกันแนวคิดต่างกัน ความเป็นเพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนร่วมโลกกันอยู่ค่ะ ตอนนี้ถึงจะปิดไปแต่หลายๆ อย่างก็ยังไม่เคลียร์นะคะ รอเคลียร์หลังวันที่ 4 ขอเคลียร์ก่อนว่ามันคืออะไรแล้วเดี๋ยวค่อยบอกอีกทีนะคะ" "แน่นอนว่ามีปัญหาก็ต้องพูดคุยกันอยู่แล้วค่ะ จะกลับมาสนิทเหมือนเดิมมั้ยก็ไม่ยุ่งดีกว่า ไม่สุงสิงดีกว่าค่ะ บีว่าแล้วแต่คนจะมองว่าจบไม่สวยหรือเปล่า แต่สำหรับบีคือไม่สุงสิงดีกว่า ไม่เชิงเข้าหน้ากันไม่ติด แค่ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองค่ะ กับธุรกิจที่ทำร่วมกันมาก็ไม่เสียดายค่ะ เพราะมันทำให้บีได้เรียนรู้อะไรเยอะดีค่ะ อะไรที่ทำให้มีปัญหาขนาดนี้บีขอยังไม่พูดแล้วกันค่ะ รอเคลียร์หลายๆ อย่างก่อน ปัญหาเรื่องเงินเอาจริงๆ ก็มีบ้าง แต่ก็ขอเคลียร์ก่อนค่ะ เพราะเราไม่อยากพูดอะไรที่มันยังไม่ชัดเจน ถ้าจะทำธุรกิจก็คงทำของตัวเอง แต่จะหุ้นกับใครอีกหรือเปล่าเรื่องอนาคตพูดไม่ได้จริงๆ เรื่องฟ้องร้องตอนนี้ยังไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ หลังจากนี้ร่วมงานกันก็คงไม่ยากนะคะ ทำงานด้วยกันก็ปกติ จริงๆ ก็เดินแบบทำงานร่วมกันตลอดค่ะ" "ส่วนข่าวที่หนังสือฉบับนึงลงว่ามีคนเห็นไปกระโดดถีบไฮโซฮิมที่ฟาลาเบลล่า เท่าที่ทราบไม่มีนะคะ เอาเป็นว่าบีไม่พูดแล้วกันสำหรับข่าวที่ไร้สาระ เพราะถ้าใครที่สร้างกระแสให้บี บีเชื่อว่าเค้าต้องการดิสเครดิตบีให้เสียชื่อเสียงแน่นอน ไม่หวังดีแน่นอน ที่ร้านฟาลาเบลล่าคือไปเที่ยวประจำอยู่แล้วค่ะ แต่ช่วงนี้ไม่ได้ไปเลย เอาเป็นว่าไม่ได้เที่ยวเลยค่ะ" บี กล่าว บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี น้ำทิพย์ บี-โย บี-โย บี-โย

ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก
10 สถานที่ /  ท่องเที่ยวไทย / 

ด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา มีอยู่มากมายมหาศาล จนบางครั้งคุณจะต้องทึ่ง เมื่อได้เห็นบางสถานที่ ว่ามันมีอยู่ด้วยหรือ ? ความอันซีนยังถูกค้นพบขึ้นเรื่อยๆ สถานที่เหล่านี้ต่างรอคุณให้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัส บางท่านอาจรู้จักแต่ไม่เคยไป ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก มาให้ท่านได้เพลินเพลินกัน แต่จะฟินกว่า หากท่านได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเอง จริงมั้ยครับ ? ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก 1. แก่งชมดาว จ.อุบลราชธานี เห็นแว้บแรก หลายท่านคงคิดว่าที่นี่คือสามพันโบกแน่ ๆ แต่ผิดครับ เพราะนี่คือแก่งชมดาว ตั้งอยู่ที่ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นแก่งหินที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำวน จนเกิดเป็นผาหินและแอ่งหลุมรูปทรงแปลกตาซึ่งจะมีน้ำสีเขียวใสปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ยามเช้าและช่วงโพล้เพล้ เพราะแสงจะสวยมากๆ  ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวคือ ตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน 2. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี วัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ที่เมื่อเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะปรากฏแสงเรืองรองขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เกิดจากศิลปกรรมต้นไม้เรืองแสง ที่ค่อยๆ เผยความพิเศษขึ้นมาทีละน้อย จนกลายเป็น Unseen Thailand อีกแห่งที่น่าหลงใหล นอกจากนี้ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเหมาะแก่การชมดวงดาวที่สุกสกาวอยู่เต็มท้องฟ้า 3. ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยการปั่นจักรยาน เก็บภาพสวยๆ กลับบ้านไปอย่างชื่นมื่น 4. ดอยเมี่ยง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยเมี่ยง สวรรค์แห่งใหม่แห่งเมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นดอยสูงประมาณ 1,600 เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้นและภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง และต้นมะค่า มีจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นเมืองปายได้แบบ 360 องศา มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คุณไม่ควรพลาด 5. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี ด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์กว่า 3,000 ไร่ ของป่าสงวนแห่งชาตินายูงและป่าน้ำโสม ที่รายล้อมวัดป่าภูก้อนแห่งนี้เอาไว้ วัดแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่วิวทิวทัศน์รอบนอกเท่านั้น แต่ภายในวัดยังมีพระมหาวิหารที่ตกแต่งด้วยสำริดทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้มากราบนมัสการ “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” ความยาว 20 เมตร ที่สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี รวมถึง “องค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์” ซึ่งบริเวณชั้นบนของยอดเจดีย์ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ให้ประชาชนผู้ศรัทธาได้มากราบสักการะ 6. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง แหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนในจังหวัดลำปาง ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว การเดินทางขึ้นไปอาจจะลำบากสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณจะเห็นแน่นอน 7. ถนนดอกไม้ตาเบบูญ่า จังหวัดสุพรรณบุรี บนถนนหมายเลข 3502 อ.สามชุก- อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสีเหลืองทองอร่ามจากดอกตาเบบูญ่า (เหลืองปรีดียาธร) ที่บานสะพรั่งสวยงามจนต้องหยุดรถลงไปถ่ายรูป แต่เจ้าดอกนี้มันจะปรากฏโฉมให้ชื่นชมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม 8. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต หลังจากถูกปิดไว้นานนับสิบปี เกาะสวรรค์แห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว เกาะเล็กๆ บรรยากาศโรแมนติกเงียบสงบเป็นส่วนตัว จนได้รับฉายาว่า Honeymoon Private Island เหมาะกับคู่รักที่จะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อย่างยิ่ง ด้วยน้ำทะเลสีเขียวใสบริสุทธิ์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะ รวมทั้งโลกใต้ทะเล ที่รอให้คุณมาแหวกว่ายจนชุ่มฉ่ำ รับรองจะต้องติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ !! 9. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความอุตสาหะและความสามัคคีของชาวบ้าน ทำให้เกิดวิหารเซรามิคโมเสกกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย! สร้างขึ้นจากความตั้งใจของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ต้องการให้คนเข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างง่ายๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สุดแสนอลังการ ตั้งแต่ รูปปั้นพญานาค19 เศียร ประตูท้าวจตุโลกบาล และเศียรช้างขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนจะจรรโลงใจ 10. แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ จังหวัดสุโขทัย แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจหรือเกาะรูปหัวใจ ถูกเนรมิตขึ้นมาได้อย่างงดงาม เกิดจากแนวคิดโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง โดยทำพื้นที่เก็บน้ำไว้ใช้ จากนั้นมีการทำ “บุญพิธีกลั่นแผ่นดิน” นำดินจากทุกหมู่บ้านในจังหวัดสุโขทัย 843 หมู่บ้าน มาปลุกเสกและนำมาไว้ใต้ฐานของมณฑป ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธรัตนสิริสุโขทัย” จึงนับเป็นการนำความศักดิ์สิทธิ์มาสู่แผ่นดิน และรูปหัวใจยังสะท้อนถึงความรักใคร่สามัคคีของคนสุโขทัย ที่ช่วยกันรักษาสถานที่สำคัญแห่งนี้ไว้ให้คนทั่วโลกได้จดจำ ที่มา : painaidii.com   เรียบเรียงข้อมูลโดย : Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย , แนะนำ 10 ที่เที่ยวเปิดใหม่ ปี 57

ละครใยกัลยา , เรื่องย่อใยกัลยา
ละครใยกัลยา /  ใยกัลยา ตอนจบ / 

ใยกัลยา บทประพันธ์โดย : ชมบุหลันบทโทรทัศน์โดย : ภาวิตผลิตโดย : บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัดออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ในการประกวดนางนพมาศในงานประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง กัลยา ลูกสาวของ นายมิ่ง เจ้าของสวนผลไม้ชนะการประกวดได้รับตำแหน่งนางนพมาศ ขณะที่ลงไปรับถ้วยรางวัลจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สายตาคมกริบของชายหนุ่มคนหนึ่งที่จ้องมองเธอทำให้กัลยาประหม่าสะเทิ้น อายมากขึ้น เธอได้รู้ในภายหลังว่าเขาชื่อ บุรี เป็นเพื่อนสนิทของลูกชายท่านผู้ว่าและรับราชการเป็นทหารเรือโดยปกติแล้วกัลยาจะมาช่วยพ่อขายผลไม้ที่ตลาดในวันหยุดเสมอ หลังจากคืนนั้นบุรีจะเป็นลูกค้าประจำของเธอจากเป็นเพียงลูกค้าบุรีตามไปช่วยทำสวนที่บ้านอีกด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างบุรีและกัลยาพัฒนาเป็นความรักในเวลาไม่นาน แต่ก็เป็นความรักที่จริงจังและจริงใจมาก ความสัมพันธ์ของบุรีและกัลยาอยู่ในสายตาของนายมิ่งพ่อของกัลยาตลอดเวลา เขามองออกว่าชายหนุ่มรักลูกสาวของเขาแต่ก็ไม่คิดจะขัดขวาง มิ่งชอบบุรีมากความดีของบุรีทำให้ว่าที่พ่อตายอมรับเขาได้ไม่ยากนัก คืนวันหนึ่งทั้งคู่ไปเที่ยวงานวัดด้วยกัน ระหว่างนั่งบนชิงช้าสวรรค์บุรีให้ของขวัญกัลยาเป็นต่างหูมุกหนึ่งคู่ เขาบอกเธอว่าเขาตั้งใจหามาให้เธอโดยเฉพาะ กัลยามีความสุขมากต่างหูคู่นี้นอกจากจะเป็นของขวัญชิ้นแรกจากบุรีแล้วยังเป็นของที่เขาหามาอย่างตั้งใจอีกด้วย กัลยาเรียนจบไม่นาน นายมิ่งล้มป่วยเป็นมะเร็งแกอยากให้ลูกสาวแต่งงานไปกับบุรีก่อนแกจะตาย ทุกอย่างเป็นไปตามที่มิ่งต้องการ บุรีให้คำสัญญากับกัลยาต่อหน้ามิ่งว่าเขาจะรักและดูแลเธออย่างดีที่สุดไปตลอดชีวิต หลังแต่งงานบุรีพากัลยามาอยู่กรุงเทพฯ โดยมาอยู่ที่บ้านของป้าญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่เขามีอยู่ กัลยาเป็นคนขยันเธอทำอาหารขายช่วยหารายได้เข้าบ้าน แม้กิจการจะดีมากแต่กัลยาก็ต้องพักเมื่อตั้งครรภ์ ลูกของเธอกับบุรีเป็นผู้ชายชื่อ ศวัส หลังคลอดกัลยายิ่งสวยเปล่งปลั่งจน วดี ซึ่งเป็นแมวมองหาดาราใหม่ๆสู่วงการบันเทิงสนใจ วดีชวนกัลยาถ่ายโฆษณา แต่หญิงสาวปฏิเสธทั้งที่ใจอยากจะทำ เธอเป็นนักเรียนนาฏศิลป์จึงรักการแสดงอยู่แล้ว ทว่าบุรีกับศวัสคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเธอกัลยาจึงต้องตัดใจ เธอบอกวดีว่าเธอแต่งงานและมีลูกแล้ว และไม่อยากทิ้งครอบครัวไป วดีเสียดายมากแต่ก็ให้นามบัตรกัลยาไว้ เย็นวันนั้นกัลยาเล่าให้บุรีฟังเรื่องวดีและการถ่ายโฆษณา หญิงสาวดีใจและตื่นเต้นเมื่อบุรีกลับสนับสนุนเขาอยากให้ภรรยามีความสุข บุรีรู้ดีว่ากัลยารักศิลปะการแสดงมากเพียงไหนเขาคิดว่างานถ่ายโฆษณาชิ้นเดียวคงไม่เป็นไร แต่เขาคิดผิด ความสวยของกัลยาไปสะดุดตา ศักดิ์สิทธิ์ เจ้าของบริษัทสร้างศิลป์ บริษัทสร้างภาพยนต์ที่มีชื่อเสียง วดีพากัลยามาแคสต์ กัลยาทำได้ดีมาก ศักดิ์สิทธิ์จึงเปลี่ยนชื่อให้เธอใหม่เพื่อใช้ในการแสดงว่า พุธกันยา ปานรัมภา โดยปกปิดข่าวเรื่องการแต่งงานและมีลูกของเธอไว้ เพราะกลัวแฟนภาพยนตร์ไม่ยอมรับ เวลาผ่านไปพุธกันยา ปานรัมภาเป็นนางเอกที่มีชื่อเสียงมาก ชีวิตครอบครัวก็มีความสุขดีเพราะบุรีเข้าใจทุกอย่างเขาเลี้ยงศวัสและอยู่กับลูกจนเด็กชายไม่ได้รู้สึกว่ามีปมด้อย วดีกลายเป็นเพื่อนสนิทและผู้จัดการส่วนตัวของพุธกันยา หญิงสาวมีความสุขมากจนกระทั่ง สมเจตน์ ลูกชายคนเล็กของศักดิ์สิทธ์เดินทางกลับจากต่างประเทศหลังจากเรียนจบ เขาเป็นคนหนุ่มหน้าตาดีและสมาร์ทมาก สมเจตน์ช่วยพ่อทำงานและเป็นคนมีฝีมือ เขาแอบรักพุธกันยาแม้จะรู้ว่าเธอมีครอบครัวแล้วเขาก็ยอมรับและเต็มใจเพียงขอให้ได้รักเธอ แม้หญิงสาวจะไม่รู้เรื่องอะไรด้วยก็ตาม คนที่เจ็บปวดเสียใจคือวดีเธอรักสมเจตน์แต่เขาไม่เคยสนใจเธอเลยแม้สักนิด วันหนึ่งสมเจตน์ได้ข่าวว่าวดีโกงค่าตัวพุธกันยาเขาจึงแอบสืบดูจนรู้ว่าเป็นความจริงและทำมานานแล้ว พุธกันยาเสียใจเมื่อได้รู้เรื่องเธอเสียดายความเป็นเพื่อน และความไว้ใจที่มีต่อกัน จำนวนเงินที่วดีโกงไปมากมายจนไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนที่ดีที่สุดจะทำกันได้ ความสัมพันธ์ระหว่าง พุธกันยาและวดีจึงจบลงแต่ไม่ดีนักเพราะวดีไม่ยอมคืนเงินให้พุธกันยา และถ้านางเอกคนดังไปแจ้งความเธอจะแฉกับสื่อเรื่องที่พุธกันยามีสามีและมีลูกแล้ว วดีเรียกเธอว่านางเอกจอมโกหก พุธกันยารีบไปปรึกษาศักดิ์สิทธิ์โดยมีสมเจตน์ช่วยคิดหาทางออกให้ ศักดิ์สิทธิ์ตัดสินใจให้หญิงสาวเก็บตัวและห้ามให้ข่าวทั้งที่ใจหนึ่งพุธกันยาก็อยากจะบอกประชาชนให้รู้ความจริงเพราะบุรีและศวัสไม่ได้มีอะไรที่น่าอายสักนิด แต่นักธุรกิจในวงการนี้เขาไม่คิดอย่างเธอ ดึกมากแล้วเมื่อเธออกจากบ้านศักดิ์สิทธิ์ พุธกันยาตกใจที่จู่ๆก็ถูกถ่ายรูปและมีนักข่าวกลุ่มโตดักรอถามเรื่องสามีและลูก หญิงสาวทำอะไรไม่ถูกได้แต่รีบขับรถกลับบ้าน เธอแค้นใจมากขึ้นเมื่อวดีทรยศชิงให้ข่าวกับสื่อทำร้ายเธอเพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง พุธกันยาเครียดมาก ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย เธอหยิบยากินโดยไม่ดูให้ละเอียด พุธกันยาล้มตัวลงนอนแล้วหลับโดยที่ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย เธอเสียชีวิตเพราะกินยาเกินขนาดปริมาณยาที่ตรวจพบหลังการชันสูตรทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเธอกินยาฆ่าตัวตายหนีอายเรื่องการมีครอบครัว พุธกันยาจากไปท่ามกลางความเสียใจอย่างที่สุดของบุรีและศวัส เวลาผ่านไปหลายสิบปีเรื่องราวของพุธกันยาถูกข่าวอื่นๆกลบไปจนแทบจะไม่มีใครจำเธอได้อีกนอกจากบุรีหรือพลเรือตรีบุรีและทันตแพทย์ศวัส บ่ายวันหนึ่งที่หน้าบ้านของบุรี หอมน้ำ และ สินีนุช สองสาวนักศึกษาฝึกงานของบริษัทสร้างศิลป์ ๒๐๐๐ ได้รับคำสั่งจากผู้จัดการกองถ่ายให้มาหาโลเคชั่นหาบ้านเพื่อถ่ายละคร หอมน้ำเคยเห็นบ้านหลังนี้ในนิตยสารและชอบมากจึงลองเสนอดู ภิญโญ ซึ่งเป็นผู้จัดการกองถ่ายจึงแจกงานให้ทั้งคู่ทันที สองสาวมาถึงบ้านนั้นอย่างกระหืดกระหอบ บ้านสวยกว่าในรูปเสียอีกแต่ปิดเงียบราวกับไม่มีคนอยู่ ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าของบ้านจะกลับมา สินีนุชจึงตัดสินใจชวนหอมน้ำแอบถ่ายคลิปวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือส่งให้ภิญโญเพื่อจะได้กลับบ้านกันเสียที หอมน้ำห้ามเพื่อนเพราะกลัวจะโดนกล่าวหาว่าเป็นขโมยแต่เมื่อสินีนุชพยายามลอดมือผ่านแนวรั้วถี่ๆเพื่อต้องการภาพที่ดีที่สุดและหลายๆมุม ทว่าทำไม่ได้เพราะความที่เป็นสาวร่างอวบ แขนเธอใหญ่เกินกว่าจะลอดรั้วเข้าไปได้หอมน้ำหัวเราะขำเพื่อนก่อนจะรับโทรศัพท์มาถ่ายเอง ขนาดว่าเธอผอมเพรียวกว่าสินีนุชช่องว่างระหว่างซี่รั้วแทบจะพอดีแขนของเธอจนน่ากลัวว่าจะติด ขณะที่หอมน้ำเพลินกับการถ่ายรูปศวัสขับรถกลับบ้านมาพอดี เขาลงจากรถด้วยท่าทางโกรธจัด สินีนุชรีบเข้าไปอธิบายเหตุผลและแนะนำว่าตัวเองกับเพื่อนสาวมาเพราะบริษัทสร้างศิลป์๒๐๐๐ จะขอใช้บ้านหลังนี้เป็นโลเคชั่นถ่ายละคร โดยมี ธันวา และ ณัชชา พระเอกนางเอกที่มีชื่อเสียงร่วมงานด้วย แต่ศวัสไม่สนใจเขาปฏิเสธอย่างไร้น้ำใจ ขณะที่สินีนุชพยายามพูดถ่วงเวลาเพื่อให้หอมน้ำปีนลงมาจากรั้ว ทว่าแขนหญิงสาวติดแน่นระหว่างซี่รั้ว ตาคมดุของศวัสทำให้หอมน้ำพยายามดึงกระชากแขนอย่างแรงจนหลุดออกมาจนได้โดยที่ตัวเธอหงายหลังตกลงบนพื้นเสียงดัง กระโปรงจีบรอบตัวที่สั้นแค่เข่าเปิดขึ้นสูงจนโป๊ สายตาของศวัสทำให้หอมน้ำอายจนหน้าแดง เธอรีบส่งมือให้สินีนุชฉุดขึ้นยืนแล้วหลบอยู่หลังเพื่อนถ้าทำได้เธออยากจะหายตัวไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด ศวัสขู่ให้สินีนุชและหอมน้ำกลับไปก่อนที่เขาจะรายงานเรื่องเธอทั้งคู่ไปที่มหาวิทยาลัย ศวัสเข้าบ้านไปแล้ว หอมน้ำและสินีนุชหนักใจเพียงงานแรกเธอก็ทำไม่ได้เสียแล้ว ทว่าก่อนที่ทั้งสองสาวจะออกไปจากตรงนั้น กนกรัตน์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านรีบออกมาพบเธอเห็นและรู้เรื่องทั้งหมด กนกรัตน์เป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่นของธันวาและณัชชาเธออยากเห็นดาราขวัญใจอย่างใกล้ชิดจึงบอกให้หอมน้ำและสินีนุชไปติดต่อกับพลเรือตรีบุรี จินต์ไท พ่อของศวัส และยังให้หมายเลขโทรศัพท์มาอีกด้วย กนกรัตน์บอกว่าพลเรือตรีบุรีใจดีและน่าจะยอมตกลงด้วย ภิญโญรีบติดต่อพลเรือตรีบุรีเพื่อขออนุญาตใช้บ้านถ่ายละคร ท่านถามถึงผู้กำกับการแสดง เมื่อรู้ว่าสมเจตน์เจ้าของบริษัทสร้างศิลป์ ๒๐๐๐ จะเป็นผู้กำกับเอง พลเรือตรีบุรีจึงเต็มใจให้มาถ่ายทำละครได้ ท่านยังจำได้ว่าสมเจตน์เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของพุธกันยา ตรงข้ามกับศวัสที่ไม่พอใจอย่างมากเขาเกลียดวงการบันเทิง วงการมายาที่ทำให้แม่ของเขาต้องจากไป พุธกันยาตายไปพร้อมปริศนาที่ยังค้างคาใจใครหลายคนโดยเฉพาะสามีและลูก ศวัสจำได้ว่าเขาต้องเจอคำถามแปลกๆจากคนรู้จักเรื่องการตายของแม่ และข่าวฉาวๆที่ไม่เป็นความจริงมากมายจนเขาอยากจะหนีไปอยู่ที่อื่นให้พ้นเรื่องนี้เสียที แต่พ่อของเขาไม่ยอมไปท่านยังรักและผูกพันกับแม่ของเขามาก หลังพุธกันยาตาย พลเรือตรีบุรีอยู่เป็นม่ายมาจนทุกวันนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีสาวๆมาสนใจตรงกันข้ามบุรีเป็นพ่อม่ายเนื้อหอมแต่เขาแสดงออกชัดเจนว่าความรักที่เขามีต่อพุธกันยานั้นมั่นคงเหมือนดังคำสัญญาที่เคยบอกเธอว่าเขาจะรักเธอและมีเธอคนเดียวตลอดชีวิต บุรีเก็บของทุกอย่างที่เป็นของพุธกันยาไว้ในห้อง ห้องหนึ่งอย่างดี ตั้งแต่เล็กจนโตบ่อยครั้งที่ศวัสพบบุรีอยู่ในห้องนั้น เขารู้ว่าพ่อรักแม่ไม่เปลี่ยนแปลง ศวัสรู้สึกอึดอัดกับความรักและคำมั่นสัญญาของพ่อที่มีต่อแม่มาก คำมั่นสัญญาที่เป็นเหมือนเครื่องพันธนาการของชีวิตให้จมอยู่กับอดีต ไม่คำนึงถึงปัจจุบันและไม่มีความหวังในอนาคตแล้วจะมีความ สุขได้อย่างไร สองสามวันต่อมากองถ่ายละครเริ่มงาน ผู้คนมากมายทั้งทีมงาน ดารา และแฟนคลับที่มามุงดูดาราขวัญใจของพวกเขา ศวัสมองความวุ่นวายในบ้านอย่างไม่พอใจ เขาสั่งให้ เยาวภา แม่บ้านที่ทำงานด้วยกันมานานคอยจับตาดูคนพวกนี้ให้ดี หอมน้ำรู้สึกว่าการเป็นนักศึกษาฝึกงานเหนื่อย ทั้งกายทั้งใจ ต้องรองรับอารมณ์ทั้งดาราเรื่องมากอย่าง เพลินพิศ ผู้กำกับอารมณ์ร้อนอย่างสมเจตน์ และเจ้าของบ้านหน้าดุอย่างศวัส แม้กระนั้นความที่เธออยากทำงานเบื้องหลังหอมน้ำก็ทำใจให้สนุกกับงานได้ บ้านหลังนี้สวยจริงๆ สวยทุกมุม สวนข้างบ้านร่มรื่น หอมน้ำชอบไปนั่งเล่นที่บ่อปลาคาร์พโดยไม่รู้ว่าที่นั่นเป็นมุมโปรดของศวัสเช่นกัน วันหนึ่ง ทับทิม ซึ่งเป็นฝ่ายเสื้อผ้าต้องซ่อมชุดของนางเอกโดยต้องเย็บมุกเม็ดเล็กติดกับปลายแขนเสื้อสีสวยหวานเธอให้หอมน้ำไปหยิบกล่องอุปกรณ์เย็บผ้าที่วางไว้ใต้บันได หญิงสาวรีบไปทันที ตรงนั้นมีกล่องเหมือนๆกันซ้อนอยู่หลายใบ หอมน้ำจึงหยิบกล่องออกเปิดดูจนพบกล่องเก็บเม็ดมุกที่ต้องการ หญิงสาวตัดสินใจเดินอ้อมทางข้างบ้านเพื่อเลี่ยงฉากที่กำลังถ่ายทำอยู่เดินออกมาไม่ไกลเธอสังเกตเห็นมุกเม็ดเล็กเหมือนในกล่องตกอยู่ที่สนามหอมน้ำก้มลงเก็บ มุกเม็ดนั้นเปื้อนดินหญิงสาวกำลังจะหยิบผ้ามาเช็ด แต่เยาวภาแม่บ้านหน้าดุที่ก้าวมาขวางหน้าถามเสียงเข้มว่าทำอะไรทำให้หอมน้ำเปลี่ยนใจเธอชูมุกที่เปื้อนดินให้เยาวภาดูก่อนจะตอบสั้นๆว่าจะเอาไปเย็บติดเสื้อนางเอก หอมน้ำก้าวเร็วๆกลับเข้าบ้าน เสียงเร่งของทับทิมทำให้เธอเดินเร็วขึ้นจนเสียหลักหงายหลังล้มลงบนพื้นไม้ที่ขัดมัน มุกในมือกระเด็นลอยเข้าปากที่อ้าปากร้องอย่างตกใจ หอมน้ำกลืนมุกลงคอพอดีที่ศีรษะลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนเธอหมดสติอยู่ตรงนั้นเอง กลิ่นแอมโมเนียและเสียงเรียกของสินีนุชทำให้หอมน้ำรู้สึกตัว เธอลืมตาขึ้นช้าๆกวาดตามองรอบตัวแล้วอยากจะเป็นลมอีกรอบ เมื่อเห็นว่านอกจากสินีนุชแล้วยังมีทีมงานคนอื่นๆอีกหลายคน แต่ที่ร้ายที่สุดคือศวัสยืนหน้าเข้มตาดุอยู่อีกคน สินีนุชบอกว่าเขาเป็นหมอก็น่าจะตรวจอาการเธอได้ในเบื้องต้น แต่หอมน้ำไม่รู้สึกอย่างนั้นถ้าจะให้ศวัสรักษาเธอยอมไปที่อื่นดีกว่า หญิงสาวโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก หลังจากวันนั้นหอมน้ำมักจะเห็นหญิงสาวสวยมากเดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้านโดยที่เธอเข้าใจว่าเป็นตัวประกอบ หอมน้ำเคยตามผู้หญิงคนนั้นขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านซึ่งถูกสั่งห้ามทีมงานขึ้นเด็ดขาด ผู้หญิงคนนั้นหายไปเพียงเลี้ยวขึ้นบันไดบ้าน หอมน้ำลังเลว่าจะทำอย่างไรดี ศวัสก็ออกมาจากห้องส่วนตัวเขามองหอมน้ำอย่างหวาดระแวงและไม่เชื่อว่าจะมีใครแอบขึ้นมาบนนี้นอกจากหอมน้ำ แต่เมื่อเธอยืนยันว่ามีจริงๆศวัสก็สั่งให้หญิงสาวคอยอยู่ที่หน้าบันไดส่วนเขาค่อยๆเดินตรวจดูทุกห้องแต่ไม่พบใคร ศวัสโกรธมากเขามั่นใจว่าหอมน้ำต้องเป็นขโมย หญิงสาวทำหน้างงเมื่อศวัสบอกว่าเขาไม่พบใคร ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงหอมน้ำมาหาสมเจตน์พูดสั้นๆว่าให้อบรมเธอด้วยว่าอย่าวุ่นวายนักก่อนจะออกจากบ้านไป สมเจตน์อบรมหอมน้ำอย่างรุนแรง นอกจากเรื่องวุ่นวายแล้วหอมน้ำยังโดนสงสัยว่าจะเป็นขโมยอีกด้วย แต่หญิงสาวไม่ได้ใส่ใจนักเธอเชื่อว่าเธอเห็นผู้หญิงคนนั้นจริงๆถ้าไม่ใช่ตัวประกอบก็ต้องเป็นใครสักคนแถวนี้ที่แฝงเข้ามา หอมน้ำหมายมั่นปั้นมือว่าจะจับตัวให้ได้ในสักวัน สินีนุชสงสารเพื่อนมากที่ต้องโดนผู้กำกับจอมโหดดุอย่างนั้น สินีนุชมั่นใจว่าหอมน้ำไม่มีวันทำตัวเหลวไหลอย่างนั้น พ่อแม่ของหอมน้ำเป็นพนักงานธนาคารระดับอาวุโสทั้งคู่และอบรมลูกสาวมาดี สินีนุชนั้นเป็นลูกสาวเศรษฐีใช้แต่ของแบรนด์เนมที่พ่อแม่ซื้อให้อยู่คอนโดหรู หอมน้ำเองก็มาพักกับเธอบ่อยๆแต่ไม่เคยมีของหายมีแต่จะช่วยเก็บของให้เรียบร้อยอีกต่างหาก สินีนุชทำอะไรไม่ได้มากนอกจากปลอบใจเพื่อนที่นั่งซึมอย่างน่าสงสาร หอมน้ำมาฝึกงานตามปกติโดยไม่รู้ว่าศวัสเริ่มจับตามองเธอมากขึ้น เขามั่นใจว่าหอมน้ำคือตัวการ แต่สิ่งที่เขาเห็นคือความสดใสน่ารักขยันทำงานและมีน้ำใจนั่งคุยกับปลาคาร์พของเขาในบ่อนานๆราวกับมันเป็นเพื่อน บ่ายวันหนึ่งชายหนุ่มกลับบ้านเร็วกว่าปกติเขาเดินอ้อมข้างบ้านพบหอมน้ำนั่งเล่นอยู่ที่บ่อปลา ชายหนุ่มจึงตามไปสอนเธอให้เรียกปลาขึ้นมาให้ลูบหัว หอมน้ำตื่นเต้นและชอบมาก ขณะที่เล่นกับปลาอยู่หอมน้ำก็เห็นหญิงสาวตัวประกอบลึกลับเดินอยู่ในบ้าน เธอตื่นเต้นมากที่จะจับคนร้ายได้สักที หญิงสาวคว้ามือศวัสจูงให้ตามเธอมาพลางจุ๊ปากให้เงียบๆ เมื่อชายหนุ่มสงสัยเธอจึงบอกว่าเธอเห็นผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วและจะไปจับขโมยกัน ศวัสปล่อยให้หอมน้ำจูงมือไปจนเดินขึ้นบันไดเพื่อขึ้นไปชั้นสองพอถึงที่พักบันไดเขาก็หมดความอดทนชายหนุ่มไม่รู้ว่าหอมน้ำจะทำอะไร เพราะเขาไม่เห็นผู้หญิงคนที่หอมน้ำพาเขาเดินตามสักนิดที่จริงแล้วศวัสไม่เห็นใครเลย หอมน้ำชะงักเมื่อศวัสรั้งมือไว้เธอหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นยืนยิ้มเยาะอยู่ที่หัวบันได หญิงสาวพยายามบอกศวัสว่าต้องรีบตามก่อนขโมยจะเข้าไปขโมยของ ระหว่างพูดสายตาเหลือบไปเห็นภาพวาดของพุธกันยาที่ประดับอยู่บนผนังตรงที่พักบันได หอมน้ำอ้าปากค้างหันไปมองสาวสวยที่ยืนยิ้มอยู่ที่หัวบันไดอีกครั้งก่อนจะเหลียวมามองภาพวาด เธอตกใจจนหมดสติเมื่อเห็นว่าสาวสวยคนนั้นหน้าเหมือนคนในภาพวาดพุธกันยานั่นเอง ศวัสรีบรับตัวหอมน้ำที่จู่ๆก็ช็อกหมดสติตรงหน้าก่อนที่เธอจะตกบันไดจนบาดเจ็บมากกว่านี้ ชายหนุ่มอุ้มหอมน้ำลงมานอนที่เก้าอี้รับแขกตัวยาวท่ามกลางความตกใจของทีมงาน สินีนุชรีบเข้ามาดูอาการเพื่อนสนิททันที เวลาผ่านไปจนศวัสเริ่มเป็นห่วงหอมน้ำหมดสตินานเกินไปแล้ว ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพาเธอไปโรงพยาบาลหอมน้ำก็ได้สติเธอพรวดพราดลุกขึ้นหน้าซีดเผือดละล่ำละลักบอกว่าเธอเห็นพุธกันยา ไม่มีใครเชื่อสักคน หอมน้ำอธิบายอย่างละเอียดว่าพุธกันยาแต่งตัวอย่างไรแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ ศวัสโกรธมากขึ้นไปกว่าเดิมเขามั่นใจว่าหอมน้ำเป็นจอมโกหกและมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัยมาก ลึกลงไปเขาอดเสียใจไม่ได้ที่สาวสวยน่ารักอย่างหอมน้ำกลับมีนิสัยไม่ดี ก่อนที่สมเจตน์จะอาละวาดกับหอมน้ำพลเรือตรีบุรีซึ่งยืนฟังอยู่นานโดยที่ไม่มีใครสังเกตเดินเข้ามาและพูดชัดเจนว่าท่านเชื่อหอมน้ำ และรู้จักผู้หญิงคนนั้นดีว่าเป็นใครท่านยืนยันว่าหอมน้ำพูดจริง ผู้หญิงคนนั้นมีตัวตนแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นพุธกันยา หอมน้ำหน้ามุ่ยเธอตัดสินใจจะไปฝึกงานที่อื่น ลำพังต้องรับมือกับศวัสก็พอสู้แต่กับผีอย่างพุธกันยาหอมน้ำยอมแพ้ บุรีสบตาหอมน้ำอย่างรู้ทันพูดดักคอว่าหอมน้ำคงมาฝึกงานที่นี่ต่อไปไม่หนีไปฝึกงานที่อื่นเพราะมันจะทำให้ทุกคนเชื่อว่าเธอทำผิดจริง ค่ำมากแล้วเมื่อกองถ่ายเลิก หอมน้ำกับสินีนุชนั่งแท็กซี่กลับคอนโดมิเนียมหรู กลางเมือง สินีนุชได้โอกาสถามเพื่อนเรื่องผีพุธกันยา หอมน้ำยืนยันว่าเธอเห็นจริงๆ สองสาวคุยเรื่อง ผีพุธกันยาจนไม่ได้สังเกตว่าคนขับแท็กซี่ก็สนใจฟังเช่นกัน คืนนั้นหอมน้ำค้างกับสินีนุชเพราะยังหวาดกับเรื่องที่เกิดขึ้น สองสาวไม่รู้เลยว่าหลังจากส่งผู้โดยสารแล้วคนขับแท็กซี่ก็โทรศัพท์เข้ารายการวิทยุที่เกี่ยวกับเรื่องลึกลับแล้วเล่าเรื่องผีพุธกันยาอดีตดาราดังที่ล่วงลับอย่างเป็นจริงเป็นจังราวกับเห็นเสียเอง วันรุ่งขึ้นหอมน้ำกลับหอพักลางานหนึ่งวันเพื่อตระเวนทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พุธกันยา รดน้ำมนต์ป้องกันพุธกันยา โดยไม่ลืมค้นสายสร้อยแขวนพระองค์เล็กที่พ่อแม่ให้มาสวมติดตัวไปด้วย นอกจากนั้นเธอยังออกหาที่ฝึกงานใหม่แต่ก็ไม่ว่างสักแห่งเดียว หอมน้ำตกใจเมื่อสินีนุชโทรศัพท์มาเล่าว่าที่กองถ่ายวุ่นวายไปหมดมีคนมามากกว่าปกติเพราะมีข่าวเรื่องผีพุธกันยาจนบ้านหลังนี้จะกลายเป็นบ้านอาถรรพณ์ผีดุไปแล้ว หอมน้ำนึกเสียใจที่หลุดปากเรื่องที่เธอเห็นอดีต ดาราแม่ของศวัส หญิงสาวเปิดโทรทัศน์แล้วเดินไปที่ตู้เย็นเล็กๆมุมห้องหยิบน้ำมาดื่มพอหันกลับมาเธอก็ต้องสำลักเมื่อเห็นพุธกันยานั่งดูรายการข่าวบันเทิงอย่างสนใจ หอมน้ำกลัวจนทำอะไรไม่ถูกพนมมือสวดมนต์ผิดๆถูกๆจนพุธกันยาดุบอกว่าเธอไม่ใช่ผีและไม่ชอบให้ใครเรียกว่าผีด้วย เธอเป็นวิญญาณต่างหาก หญิงสาวตั้งสติกำสร้อยพระแน่นถามว่าพุธกันยาต้องการอะไรจากเธอ พุธกันยาจึงบอกว่าเธออยากให้หอมน้ำช่วยบอกบุรีและศวัสว่าเธอไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่เป็นเพราะเครียดเลยเผลอกินยาเกินขนาดมันเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่เจตนา อดีตดาราคนดังเล่าเรื่องชีวิตเธอให้หอมน้ำฟังจนเธอเห็นใจยอมรับปากว่าจะช่วยหาวิธีบอกบุรีกับศวัสให้ ระหว่างที่หอมน้ำคุยกับพุธกันยาสินีนุชก็แวะ มาหา เธอเห็นหอมน้ำทำท่าแปลกๆจึงแหย่เรื่องผีพุธกันยาเพราะเข้าใจว่าเพื่อนคิดไปเอง พุธกันยาจึงต้องแสดงความสามารถให้สินีนุชเชื่อ เริ่มจากเปิดปิดโทรทัศน์จนต้องออกแรงยกหมอนข้างให้ ลอยขึ้น สินีนุชกระโดดเข้าไปกอดหอมน้ำทันที พุธกันยานึกรำคาญคนขวัญอ่อนเลยออกไปจากที่นั่นสองสาวจึงถอนใจอย่างโล่งอก ความจำเป็นบังคับให้หอมน้ำต้องกลับไปฝึกงานที่เดิมอีก วันหนึ่งเกิดเรื่องใหญ่เมื่อสมเจตน์ปลด แววรุ่ง ดาราสาวซึ่งเป็นหลานรักของวดีออกจากการเป็นนักแสดงเรื่องนี้เพราะมาสาย แสดงพลาด ไม่สนใจงานแถมยังเบี้ยวคิวไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มไฮโซจนสมเจตน์โกรธ เขาไม่สนใจว่า แววรุ่งจะเป็นหลานของวดีเจ้าของหนังสือพิมพ์ขายดีชื่อชิดขอบบันเทิง และยังได้ชื่อว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการอีกด้วย สมเจตน์สั่งให้หานักแสดงใหม่มาแทนแต่ก็หายากไม่มีใครว่าง ภิญโญมองหอมน้ำแล้วชวนให้เธอลองแคสต์ดู หอมน้ำไม่ชอบเป็นนักแสดงเธอชอบงานเบื้องหลังมากกว่า แต่ก็หมดสิทธิปฏิเสธเพราะนอกจากภิญโญแล้วยังมี อุมา ช่างแต่งหน้า ทับทิมซึ่งเป็นคอสตูม รวมทั้งสินีนุชมาคะยั้นคะยอ สินีนุชบอกว่าให้ลองทำไปเพราะถ้าหอมน้ำเล่นไม่ได้จริงๆสมเจตน์ก็ไม่ต้องการดีกว่าเป็นคนเรื่องมาก หอมน้ำจำใจไปแต่งหน้าแต่งตัวใหม่เพื่อลองแคสต์ เธอถอดสร้อยพระฝากสินีนุชไว้เพราะไม่เข้ากับชุดที่ต้องสวม อุมากับทับทิมสามารถทำให้หอมน้ำนักศึกษาสาวสวยใสๆ กลายเป็นสาวสวยสะดุดตาและขึ้นกล้องเสียด้วย สมเจตน์พอใจกับรูปลักษณ์ของหอมน้ำที่เปลี่ยนไป แต่พอถึงการแสดงหญิงสาวกลับทำให้เขาอารมณ์เสียอย่างมากเพราะเล่นไม่ได้ จนกระทั่งโอกาสครั้งสุดท้าย หอมน้ำหนักใจกลัวสมเจตน์ประหม่าสายตาของศวัสที่มายืนดู ที่ร้ายกว่านั้นคือกลัวการเรียนไม่จบ หญิงสาวหันหลังให้ทุกคนเพื่อทำสมาธิหอมน้ำตกใจเมื่อเห็นพุธกันยายื่นหน้ามาจนชิดเธอก่อนจะหมดสติไป พุธกันยาสิงร่างของหอมน้ำได้อย่างอัศจรรย์ ดาราสาวหลับตานิ่งสูดลมหายใจลึกๆสามครั้งเพื่อทำสมาธิตามความเคยชิน เมื่อหันกลับมาอีกครั้งสมเจตน์แปลกใจที่หอมน้ำมีท่าทางเปลี่ยนไป ตาคมสวยเป็นประกายอย่างคนที่เชื่อมั่นในตัวเองหน้าเพรียวสวยเชิดหยิ่งไว้ตัวนิดๆ สวยสง่าน่าดู กิริยาหอมน้ำทำให้สมเจตน์คุ้นตาคุ้นใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเริ่มแสดงหอมน้ำทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อราวกับเป็นคนละคนจนสมเจตน์พอใจมากสั่งเลิกกองหันมาล้อหอมน้ำว่าพรุ่งนี้เล่นให้ได้อย่างนี้ก็แล้วกันทุกคนในกองถ่ายโล่งใจ สินีนุชยืนรอหอมน้ำที่เข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่นานจนผิดสังเกต จนศวัสกลับมาถึงบ้าน สินีนุชกำลังจะเข้าไปตามเพื่อนเพราะไม่อยากให้ศวัสโกรธ หอมน้ำก็ออกมาพอดีเธอวิ่งเข้ามากอดศวัสแน่นเรียกเขาว่าลูกอีกด้วย สินีนุชพยายามแกะแขนเพื่อนออกจากศวัสแต่หอมน้ำไม่ยอม ส่วนศวัสยืนนิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอย่างประหลาดที่แทรกเข้ามาเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายในหัวใจมานาน เขาปล่อยให้หอมน้ำกอดเขาอย่างมีความสุขอยู่อย่างนั้น สินีนุชเอะใจจึงแอบหยิบสร้อยพระของหอมน้ำกำไว้ในมือ แล้วแอบแตะตัวเพื่อนสาว พุธกันยาจึงต้องออกจากร่างหอมน้ำ หญิงสาวจึงหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของศวัสนั่นเอง ศวัสตัดสินใจไปส่งสินีนุชและหอมน้ำที่คอนโด สินีนุชแอบสวมสร้อยพระให้เพื่อนทันทีที่มีโอกาส หญิงสาวฟื้นขึ้นพอดีเมื่อถึงคอนโด ศวัสส่งเพียงข้างล่างเมื่อเห็นว่าหอมน้ำรู้สึกตัวแล้ว เมื่ออยู่กันตามลำพังสินีนุชจึงถามเพื่อนอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น หอมน้ำจำได้เพียงกำลังจะซ้อมบทให้สมเจตน์ดูหันมาพบพุธกันยาก็วูบไป สินีนุชจึงเล่าให้เธอฟังว่าเกิดอะไรขึ้นรวมทั้งการเข้าไปกอดศวัสด้วย หอมน้ำคิดหนักว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีในวันรุ่งขึ้นเพราะรู้ในความสามารถของตัวเองดีเรื่องการแสดงว่าไม่ใช่เรื่องจริงๆ หญิงสาวงอนสินีนุชกลับหอพักตัวเองเมื่อเพื่อนสนิทพูดว่าตอนแสดงก็ให้พุธกันยาสิงอีกก็หมดเรื่อง วันต่อมาหอมน้ำแสดงไม่ได้จริงๆ หลายเทคก็ไม่ได้เรื่องเธอจำบทไม่ได้จนเพลินพิศดาราสาวเจ้าอารมณ์ที่ต้องเข้าฉากด้วยดูถูกเยาะเย้ยเธอหลายคำต่อหน้า อธิป ดาราหนุ่มอีกคน และไล่ให้ไปเสิร์ฟน้ำดาราเหมือนเดิมทำให้หอมน้ำโกรธมากจึงบอกเพลินพิศว่าถ้าครั้งต่อไปเธอทำไม่ได้ เธอจะถอนตัวแต่ถ้าทำได้เพลินพิศต้องขอโทษเธอด้วย หอมน้ำเลี่ยงออกไปข้างบ้านระหว่างที่สมเจตน์สั่งพักพุธกันยาตามไปทันที หญิงสาวทำท่ายกบทขึ้นท่องแต่จริงๆกำลังตกลงกับพุธกันยาให้สิงเธอแล้วแสดงแทนโดยมีเงื่อนไขว่าหอมน้ำจะยอมให้พุธกันยาใช้ร่างได้ต่อไปหลังจากสั่งคัทต่ออีกครั้งละ สิบห้านาทีเพื่อเปิดโอกาสให้พุธกันยาได้พูดคุยกับลูกชายและสามีบ้าง ถ้าพุธกันยาไม่ปฏิบัติตามสัญญาสินีนุชจะมาสวมสร้อยพระให้หอมน้ำทันทีและจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป พุธกันยาตกลง หอมน้ำจึงเรียกเพื่อนมากระซิบเล่าสัญญาให้ฟังก่อนจะปลดพระองค์เล็กที่กลัดติดไว้ในเสื้อ ให้สินีนุชเก็บไว้ หอมน้ำหลับตานิ่งเพื่อเปิดโอกาสให้พุธกันยาเข้าสิงการแสดงผ่านไปด้วยดี ในเทคเดียว อธิปเตือนให้เพลินพิศขอโทษหอมน้ำตามสัญญา เพลินพิศทนไม่ได้ที่เห็นดารารุ่นน้องอย่างณัชชาและหอมน้ำกำลังจะมีชื่อเสียงขึ้นมาแข่งกับตัวเองเธอมั่นใจว่าเธอสวยและเก่งกว่าทั้งสองคนนี้มาก เพลินพิศชอบคุยกับ กนกรัตน์ จึงรู้ว่าเธอเคยเห็นพุธกันยาในบ้านหลังนี้ วันหนึ่งเพลินพิศจึงแกล้งโดนพุธกันยาสิง เธออาละวาดด่าทอสาปแช่งคนที่ทำให้เธอต้องตายโดยที่พุธกันยาในร่างหอมน้ำทนไม่ไหวแต่ทำอะไรไม่ได้จึงเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นก่อนจะขาดสติและอาละวาดจริงๆ เพลินพิศเป็นข่าวดังสมความตั้งใจดาราสาวมีงานมากขึ้น และได้รับการดูแลที่ดีขึ้นจาก พิไล แม่ครัวที่เป็นแฟนคลับของพุธกันยา เพลินพิศหลงระเริงในความดังของตัวเองจนแสดงธาตุแท้ของตัวเองที่เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัว แถมขี้อิจฉาจนเพื่อนร่วมงาน เริ่มรำคาญ คนที่รู้ทันเธอคืออธิปนักแสดงหนุ่มที่แสดงด้วยกันบ่อยๆนั่นเอง แต่อธิปก็มีจุดอ่อนในเรื่องความเจ้าชู้ที่เพลินพิศรู้ดีและพร้อมจะแฉเขาเหมือนกัน พุธกันยาทำให้สมเจตน์พอใจหอมน้ำถึงขนาดเพิ่มบทให้อีก ทำให้วดีเขียนข่าวเหน็บแนม หอมน้ำจนเธอเสียใจอยากเลิกแสดง แต่สมเจตน์เตือนให้หอมน้ำนิ่งไว้ วันหนึ่งวดีตามมาเพื่อหาเรื่องหอมน้ำถึงกองถ่าย พุธกันยาอ้อนวอนขอใช้ร่างหอมน้ำจัดการเพื่อนทรยศก่อนที่หอมน้ำจะใจอ่อน ให้เธอ สมเจตน์ออกมาพบวดีเขาตอบโต้และต่อว่าเธออย่างตรงไปตรงมาด้วยคำพูดที่รู้กันดีเพียง สองคน วดีโกรธมากรีบกลับไปทันที สมเจตน์จับพิรุธพุธกันยาได้จึงจับตามองตลอดเวลา วดียังคงหาเรื่องหอมน้ำอีกเขียนข่าวกำกวมในแง่มุมที่ทำให้คนอ่านเข้าใจผิดจนพุธกันยาทนไม่ไหว เธอสงสารหอมน้ำจึงอาสากับสินีนุชว่าจะจัดการให้โดยสัญญาว่าหอมน้ำจะไม่เดือดร้อนแน่นอน พุธกันยาใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรหาวดีโดยใช้ชื่อ สุรี ช้อยนิ่ม ซึ่งเป็นชื่อเดิมของวดีก่อนจะบอกว่าให้เลิกเขียนข่าวในทางเสียหายกับละครเรื่องเพลิงนารีได้แล้วมิฉะนั้นเธอจะบอกเรื่องประวัติที่น่าอายของวดีที่เคยถูกพ่อเลี้ยงลวนลามอยู่หลายปีให้นักข่าวรู้ รวมทั้งการโกงค่าตัวพุธกันยาหลายแสน บาทด้วย แล้วจะได้รู้ว่าการเป็นข่าวในเรื่องเสียหายนั้นเป็นอย่างไร พุธกันยาวางสายไปแล้ว วดีนั่งหน้าซีดอยู่ที่ห้องทำงานเธอกลัวจับใจ วิญญาณพุธกันยาเป็นเรื่องจริงเพราะเรื่องนี้มีคนรู้เพียงสามคนคือตัวเธอเองพุธกันยาและสมเจตน์เท่านั้น หอมน้ำหาทางสนิทสนมกับศวัสเพื่อบอกเรื่องพุธกันยา ความน่ารักสดใสทำให้ศวัสคลายหน้าเคร่งและยิ้มได้อย่างอารมณ์ดี วันหนึ่งเธอยอมไปเป็นคนไข้ของเขาแต่เมื่อเธอพูดเรื่องพุธกันยา และบอกว่าวิญญาณเธอยังอยู่ในบ้าน เขากลับดุเธอด้วยคำพูดที่รุนแรงจนหอมน้ำเสียใจ ก่อนที่เธอจะกลับไปเธอบอกเขาว่าให้ลองเปิดใจสังเกตสิ่งรอบตัวให้ดี เขาอาจจะได้รู้ว่าเรื่องที่เธอพูดนั้นเป็น ความจริง หอมน้ำคิดไม่ออกว่าจะช่วยพุธกันยาต่อไปอย่างไร ในเวลาเดียวกันสมเจตน์เริ่มแน่ใจว่าพุธกันยาอยู่ในร่างหอมน้ำจึงแกล้งใช้สินีนุชไปออฟฟิศซึ่งอยู่ห่างจากที่กองถ่ายมากจนสินีนุชไม่สบายใจเธอเตือนให้หอมน้ำระวังตัวจากพุธกันยา แต่หอมน้ำเชื่อใจพุธกันยาว่าจะรักษาสัญญา บ่ายวันนั้นหลังเลิกกองสมเจตน์เรียกหอมน้ำไปคุยเป็นการส่วนตัว ทีมงานเข้าใจว่าสมเจตน์คงจะชวนเล่นละครเรื่องต่อไป แต่ว่าเขาคุยกับหอมน้ำโดยเรียกชื่อเธอว่า กัลยาซึ่งเป็นชื่อจริงของพุธกันยา ดาราสาวจึงต้องยอมรับความจริง เย็นวันนั้นสมเจตน์พาพุธกันยาไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง สมเจตน์ถามถึงชีวิตหลังความตายของพุธกันยาดาราสาวเล่าอย่างมีความสุขเธอดีใจที่กลับมามีตัวตนมีร่างกายมีลมหายใจอีกครั้ง สมเจตน์แนะให้พุธกันยาอยู่ในร่างของหอมน้ำต่อไปเขาจะช่วยเธอเองด้วยการส่งสินีนุชเข้าไปทำงานในออฟฟิศพุธกันยาจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวให้สมความคิดถึง ในตอนแรกพุธกันยาปฏิเสธแต่เมื่อเห็นบุรีพา ขวัญอนงค์ มากินข้าวที่ร้านเดียวกันด้วยท่าทางสนิทสนม บุรีใส่ใจดูแลขวัญอนงค์อย่างสุภาพ แต่เป็นเพราะพุธกันยาทนไม่ได้เธอหึงจนระงับอารมณ์แทบไม่อยู่เธอเสียใจที่สามีลืมเธอแล้ว สมเจตน์ได้โอกาสจึงพูดว่าถ้า พุธกันยายังอยู่บุรีคงไม่เป็นอย่างนี้ พุธกันยากลับหอพักของหอมน้ำเธอฝืนใจรับโทรศัพท์จากสินีนุชหลังจากกระหน่ำโทรหลายครั้งเพื่อไม่ให้สงสัย เธอคิดหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องที่ละครใกล้จบลงโอกาสที่เธอจะได้อยู่ใกล้บุรีและศวัสก็น้อยลงด้วย นอกเสียจากทำตามคำแนะนำของสมเจตน์ พุธกันยาตัดสินใจว่าจะแย่งบุรีกลับมา เธอไปหาเขาที่บ้านซึ่งเป็นบริษัทสร้างศิลป์๒๐๐๐ เพื่อบอกเขาเรื่องนี้ สมเจตน์ดีใจมากคุยกันสักครู่พุธกันยาก็กลับไป เขารักพุธกันยาและรักมาจนถึงทุกวันนี้ ที่ภรรยาขอหย่าก็เพราะเธอรู้ว่าเขาไม่มีใจรักเธอเลยใจของเขารักพุธกันยาคนเดียวสมเจตน์วางแผนทันทีเขาจะช่วยพุธกันยาครองร่างของหอมน้ำให้เธอพยายามบอกบุรีและศวัสเขามั่นใจว่าบุรีคงไม่เชื่อ จากนั้นเขาจะค่อยๆใช้ความรักที่เขามีต่อเธอมากมายดึงพุธกันยาให้มาอยู่ด้วยกัน สมเจตน์ไม่สนใจว่าเธอจะอยู่ในร่างใครขอเป็นเพียงวิญญาณของพุธกันยาก็พอแล้ว วันต่อมาพุธกันยาในร่างหอมน้ำแต่งตัวสวยหวานมาที่บ้านบุรี เธอซื้อขนมซึ่งเป็นของโปรดของบุรีกับศวัสมาให้พร้อมด้วยต้นมะลิที่พุธกันยาชอบมาก นอกจากนั้นยังมีของสดอีกหลายอย่างเธอบอกบุรีว่าจะมาทำกับข้าวให้กิน บุรีและศวัสแปลกใจกับท่าทางแปลกๆของหอมน้ำ เธอเข้าครัวทำกับข้าวอย่างคุ้นเคย พอดีว่าขวัญอนงค์ก็ทำกับข้าวมากินกลางวันที่นี่ตามคำชวนของบุรีด้วย พุธกันยาอารมณ์เสียคอยหาเรื่องแขวะขวัญอนงค์ตลอดเวลาเธอลืมไปว่าเธออยู่ในร่างของหอมน้ำ ส่วนศวัสสังเกตว่าหอมน้ำสนใจพ่อของเขาจนเกินงาม คำพูดของเธอแปลกๆราวกับกำลังหึงหวงพ่อของเขากับขวัญอนงค์ ค่ำแล้วเมื่อศวัสไปส่งหอมน้ำที่หอพักระหว่างอยู่ในรถเธอก็พูดถึงความสุขถ้าจะได้อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเดียวกัน ส่วนสินีนุชเป็นห่วงหอมน้ำที่ไม่ค่อยยอมรับโทรศัพท์จากเธอ ไม่ยอมมาพบเหมือนเดิมเธอจึงมาดักรอที่หอพักรอจนศวัสกลับไปจึงตรงเข้าไปดึงแขนหอมน้ำไว้ไม่ให้กลับขึ้นไปบนห้อง พุธกันยาตกใจที่พบสินีนุชเพียงพูดกันคำสองคำสินีนุชก็จับพิรุธพุธกันยาได้ หญิงสาวทวงร่างเพื่อนจากวิญญาณพุธกันยาเธอหยิบสร้อยพระในเป้ขึ้นมา พุธกันยาวิ่งหนีสินีนุชวิ่งตามกระโดดคว้าร่างเพื่อนจนล้มไปกลิ้งลงป่าหญ้าข้างทางด้วยกัน สินีนุชโกรธมากปีนขึ้นคร่อมร่างเพื่อนพลางเอะอะโวยวายทวงร่างหอมน้ำกับพุธกันยา วิญญาณดาราสาวในร่างหอมน้ำสู้ไม่ได้ สินีนุชจึงสวมสร้อยพระให้เพื่อนทันที พุธกันยาทิ้งร่างหอมน้ำหนีแทบไม่ทัน สินีนุชประคองร่างเพื่อนที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนพยายามเรียกให้เธอรู้สึกตัว หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อศวัสถามสินีนุชหน้าเครียดว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งที่ยืนฟังอยู่นานได้เห็นเหตุการณ์และได้ยินคำพูดทุกคำแต่มันยากที่จะเชื่อ สินีนุชขอร้องให้พาหอมน้ำกลับไปพักที่คอนโดของเธอก่อนแล้วจะเล่าความจริงทั้งหมดให้เขาฟัง ระหว่างที่หอมน้ำนอนหมดสติสินีนุชเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ศวัสฟังอย่างละเอียด ชายหนุ่มคิดถึง คำพูดของหอมน้ำวันที่มาพบเขาที่โรงพยาบาล และท่าทางของเธอที่มีต่อพ่อของเขาในลักษณะ หึงหวง ศวัสเสียใจที่ไม่เชื่อหอมน้ำตั้งแต่แรก หญิงสาวหมดสติไปนานจนศวัสเป็นห่วงอยากจะพาเธอไปหาหมอแต่สินีนุชให้รออีกสักครู่ คราวนี้พุธกันยาสิงร่างหอมน้ำนานหลายวันคงต้องใช้เวลา หน่อยรอกันอีกพักใหญ่กว่าหอมน้ำจะรู้สึกตัวขึ้นมา เธอแปลกใจที่พบศวัสอยู่ที่นี่ สินีนุชจึงต้องเล่าให้เพื่อนฟังอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น เธอให้หอมน้ำย้ายมาพักที่คอนโดโดยศวัสจะมาอยู่เป็นเพื่อนหลังเลิกงาน หอมน้ำพูดไม่ออกเธอเสียใจที่พุธกันยาไม่รักษาสัญญา เรื่องวุ่นวายมากขึ้นเมื่อเพลินพิศประสบอุบัติเหตุรถชนกลางดึก เมื่อได้สติเธอก็บอกว่าเธอวิ่งหนีผีพุธกันยาที่ตามไปหลอกหลอนเธอถึงบ้านจนต้องวิ่งหนีเตลิดออกมาจนถูกรถชน พุธกันยากลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง ไม่กี่วันต่อมา ขวัญอนงค์ซึ่งกำลังจะขับรถกลับบ้านหลังกองถ่ายเลิกกลางดึกเธอพบว่ามีคนกำลังใช้ก้อนหินก้อนใหญ่ขูดขีดรถของเธอขวัญอนงค์ร้องห้ามเสียงดัง คนร้ายหันหน้ามาขวัญอนงค์จำได้ว่าเป็นใครเธอจึงโดนคนร้ายใช้ก้อนหินทุบที่ศีรษะจนหมดสติกว่าทีมงานจะมาพบคนร้ายก็หนีไปแล้ว ขวัญอนงค์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล บุรีรู้ข่าวรีบตามมาเฝ้าเธอที่โรงพยาบาลอย่างห่วงใยวันรุ่งขึ้นหอมน้ำเตรียมตัวไปถ่ายละครซึ่งเหลือเพียงสองฉากโดยมีศวัสมาช่วยซ้อมบทให้ เธอรู้ข่าวขวัญอนงค์ เมื่อถึงกองถ่ายแล้วสมเจตน์สังเกตเห็นบุคลิกหอมน้ำที่เปลี่ยนไปการแสดงก็ไม่ดีเหมือนเดิม เขารู้ว่าหอมน้ำได้ร่างคืนแล้ว สมเจตน์มั่นใจว่าพุธกันยาอยู่แถวนั้นจึงหาทางช่วยจนหอมน้ำต้องถอดพระ พุธกันยาเข้าสิงทันทีการแสดงผ่านไปอย่างราบรื่นหลังกองถ่ายเลิกทุกคนไปเยี่ยมขวัญอนงค์รวมทั้งพุธกันยาในร่างหอมน้ำด้วย เธอเสียใจเมื่อเห็นบุรีนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องไอซียูที่ ขวัญอนงค์อยู่เพราะอาการโคม่า ท่าทางเศร้าหมองของบุรีทำให้พุธกันยาเสียใจมาก ศวัสตามมาที่โรงพยาบาลเพียงเห็นท่าทางของหอมน้ำที่พยายามปลอบใจบุรีเขาก็รู้ว่าร่างนั้นคือพุธกันยา ชายหนุ่มอาสาไปส่งเธอที่ที่พัก พุธกันยาหลงเชื่อไปกับเขาแต่โดยดี ศวัสเตรียมสร้อยพระของเขาไว้แล้วเมื่อขับรถไปส่งหอมน้ำ ระหว่างทางพุธกันยามีวามสุขและมีกำลังใจที่จะอยู่ในร่างหอมน้ำต่อไปเพื่อให้ได้ครอบครัวเธอกลับมา แต่เมื่อศวัสเรียกเธอว่าแม่และขอร้องให้เธอคืนร่างให้หอมน้ำพุธกันยาเสียใจมาก เธอฉวยโอกาสที่รถติดวิ่งหนีออกจากรถก่อนที่ศวัสจะทันได้สวมสร้อยพระให้เธอ พุธกันยาหนีไปหาสมเจตน์ที่บ้านเล่าความจริงให้เขาฟัง สมเจตน์จึงให้เธอไปพักที่คอนโดมิเนียมของเขา ดังนั้นเมื่อศวัสกับสินีนุชมาตามที่บริษัทสร้างศิลป์๒๐๐๐ ซึ่งเป็นบ้าน ของเขาด้วยจึงไม่พบพุธกันยาที่นั่น สมเจตน์รอจนแน่ใจว่าศวัสไปแล้วเขาจึงไปหาพุธกันยาที่คอนโด เขาแปลกใจที่เธอนั่งดื่มเหล้าทั้งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สมเจตน์ตามไปนั่งดื่มด้วยเขาปล่อยให้พุธกันยาระบายความในใจที่เสียใจมากมายเมื่อเห็นบุรีเปลี่ยนไป ก่อนที่จะบอกให้เธอรู้ว่าเขารักเธอรักมานานและเต็มใจที่จะอยู่กับเธอไม่ว่าจะอยู่ในร่างของใคร เขาจะทำให้พุธกันยากลับมาโลดแล่นมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงอีกครั้งในร่างของหอมน้ำ พุธกันยาได้แต่ขอบคุณในความรู้สึกดีๆที่เขามีให้เธอ แต่เธอให้เขาได้เพียงความเป็นเพื่อนเท่านั้น พุธกันยาออกจากที่นั่นทันที สมเจตน์ปล่อยเธอไปเพราะรู้ดีว่าอย่างไรเสียพุธกันยาก็ต้องให้เขาช่วยเธออยู่ดี วันต่อมาเยาวภาแปลกใจที่หอมน้ำมากดออดเรียกแต่เช้าทั้งที่กองถ่ายนัดบ่าย แม่บ้านปล่อยหอมน้ำอยู่ตามลำพังเพราะสังเกตว่าเธอเป็นแขกพิเศษของบ้านนี้เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นคนพิเศษ ของบุรีและศวัสเท่านั้น พุธกันยาในร่างหอมน้ำเดินดูทั่วบ้านเธอหยุดนิ่งที่หน้าภาพเขียนของตัวเองตรงผนังที่พักบันได เธอยังจำบรรยากาศวันนั้นได้ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นบันไดต่อไปหญิงสาวก็ถูกใครคนหนึ่งผลักตกบันไดลงมาสลบอยู่ที่พื้น กว่าที่ทีมงานจะมาพบเวลาก็ผ่านไปนานพอสมควร ภิญโญรีบสั่งให้เรียกรถพยาบาลมารับหอมน้ำ เยาวภากับพิไลแม่ครัวกองถ่ายซึ่งยืนหน้าซีดอยู่ในที่เกิดเหตุต่างก็โทษกันไปมาว่าเห็นอีกฝ่ายเป็นคนผลัก พิไลพูดมั่นใจว่าเยาวภาโกรธที่หอมน้ำรู้ว่าเธอแอบเอาเสื้อผ้าของพุธกันยามาใส่รวมทั้งแอบเอาเครื่องประดับและเสื้อผ้าของพุธกันยาให้ญาติไปขายเสมอเลยเจตนาผลักหอมน้ำตกบันไดเพื่อปกปิดความผิด เยาวภาปฏิเสธแต่ไม่มีใครเชื่อ สมเจตน์โทรศัพท์มาจากโรงพยาบาลบอกกับภิญโญว่าขวัญอนงค์ฟื้นแล้วเธอบอกว่าคนร้ายคือพิไล ทีมงานออกตามตัวพิไลแต่ไม่พบแล้ว พิไลรีบกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้านและจดหมายปึกหนึ่งออกจากบ้านไปโดยไม่สนใจเสียงด่าของพ่อ เธอหนีไปเช่าโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด เพื่อซ่อนตัวก่อนหาทางหนีต่อไป พิไลหยิบจดหมายที่ถือมาเปิดออกอ่านอย่างไม่เบื่อ จดหมายฉบับนั้นเป็นจดหมายของพุธกันยา พิไลเป็นเด็กที่มีปัญหาทางครอบครัวเธอเป็นแฟนคลับของพุธกันยาจึงเขียนจดหมายหาดาราคนโปรด พุธกันยาตอบจดหมายและให้กำลังใจพิไลตลอดมา เมื่อพุธกันยาตายพิไลขาดกำลังใจเธอวาดหวังว่าจะเจอนางเอกหรือนักแสดงน้ำใจงามอย่างพุธกันยาบ้างจึงเข้ามาเป็นแม่ครัวในกองถ่ายเธอทำงานหลายแห่งมากแต่ก็ไม่เคยพบใครเหมือนพุธกันยาเลย เมื่อเพลินพิศมีอาการผีพุธกันยาเข้าสิงเธอจึงเชื่อหมดหัวใจ ขยันทำอาหารของโปรดของพุธกันยาไปให้เพลินพิศ คืนที่เพลินพิศเกิดอุบัติเหตุก็เป็นเพราะพิไลแอบไปดักรอที่บ้านเพลินพิศ เธออยากพูดคุยกับพุธกันยาอีกครั้งแต่กลับทำให้เพลินพิศกลัววิ่งหนีผีพุธกันยาจนโดนรถชน สำหรับขวัญอนงค์และหอมน้ำต้องโดนทำร้ายเพราะคิดจะแย่งพลเรือตรีบุรีสามีของพุธกันยา พิไลจะปกป้องทุกอย่างที่เป็นของรักของพุธกันยาไว้ให้ดีที่สุด พิไลหนีไปไม่ได้ไกลเธอถูกตำรวจจับเย็นวันนั้นเอง หอมน้ำบาดเจ็บสาหัสยังไม่ได้สติศวัสเฝ้าอยู่ไม่ยอมห่าง วิญญาณของพุธกันยาที่คอยเฝ้าอยู่ด้วยร้อนใจที่หอมน้ำไม่รู้สึกตัวเสียทีเธอรู้ว่าลูกชายรักหอมน้ำมากความทุกข์ใจของศวัสเป็นสิ่งที่เธอทนไม่ได้ พุธกันยารู้ว่าจะไปตามหอมน้ำได้ที่ไหน เธอตามหอมน้ำที่ดินแดนรอยต่อของวิญญาณหรือผู้ที่รอความตายเธอพบหอมน้ำที่นั่นจริงๆ พุธกันยารีบพาวิญญาณของหญิงสาวกลับเข้าร่างได้ทันเวลา เวลาผ่านไปหอมน้ำออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เธอขาหักต้องใช้ไม้ค้ำยันเพื่อหัดเดินศวัสคอยดูแลเธออย่างดี เขาแสดงตัวเปิดเผยว่าเป็นคนรักของหอมน้ำ หญิงสาวก็ไม่ปฏิเสธเช่นกัน แล้ววันที่พุธกันยาจะต้องจากไปตามทางของเธอก็มาถึง ศวัสบอกบุรีว่าความรักไม่ใช่การผูกมัด คำมั่นสัญญาไม่ควรจะเป็นพันธนาการล่ามอดีตและปัจจุบันไว้ด้วยกัน แต่ควรจะเป็นอิสระต่อกัน อยู่ด้วยกันด้วยความรัก ความจริงและความเป็นธรรมชาติมากกว่า ศวัสพาหอมน้ำไปที่ห้องรับแขก เธอบอกว่าพุธกันยากำลังเดินมาหาศวัส หญิงสาวถามพุธกันยาว่าต้องการใช้ร่างเธอหรือไม่ แต่พุธกันยาปฏิเสธ เธอเข้าไปกอดลูกชายด้วยความรักบริสุทธิ์ของคนเป็นแม่ ศวัสแม้ไม่เห็นผู้เป็นแม่แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แทรกเข้ามาเต็มหัวใจ เขาบอกเธอว่าเขารักแม่และจะไม่มีวันลืมแม่ของเขาแน่นอน บุรีตามลงมาที่ห้องนั้นเป็นคนสุดท้าย เขามองดอกมะลิที่อยู่ในพานเล็กๆ ลอยจากพานขึ้นมาหนึ่งดอกตรงมาที่เขา บุรีรับมาใส่กระเป๋าเสื้อไว้รับรู้ได้ด้วยใจว่าพุธกันยาถือมาให้ เขาสัมผัสได้ถึงความเศร้า ความรักและความอาลัยของพุธกันยา บุรีบอกว่าเขาให้อิสระกับเธอจะไม่ให้คำมั่นสัญญาใดๆมาพันธนาการไว้ด้วยกันอีก และเขาสัญญาว่าเขาจะไม่ลืมเธอและรักกัลยาของเขาตลอดไป วิญญาณของพุธกันยาจึงจากไปตามวิถีทางของตนเองอย่างหมดห่วง เธอมั่นใจว่า ขวัญอนงค์คงจะดูแลบุรีให้มีความสุขได้ดีเช่นกัน ที่ริมบ่อปลาหอมน้ำนั่งชะโงกหน้าเล่นกับปลาคาร์ฟอยู่ตามลำพัง ศวัสรีบเข้าไปรั้งตัวเธอขึ้นก่อนที่จะหัวทิ่มลงไปในบ่อเพราะรู้นิสัยเธอดี ศวัสสารภาพรักกับหอมน้ำเป็นความรักที่ไม่ผูกมัดแต่จะรักเธอไปทุกๆวัน เขาสวมสร้อยคอประดับจี้มุกเม็ดเดี่ยวน่ารักให้หอมน้ำแล้วบอกว่ามุกเม็ดนี้ทำมาจากต่างหูที่พ่อของเขาทำให้ผู้หญิงที่รักมากก็คือแม่ของเขา หอมน้ำกำจี้มุกไว้ปลื้มใจมากแต่อดถามไม่ได้ว่าเมื่อเคยเป็นต่างหูแล้วอีกเม็ดหนึ่งหายไปไหน ศวัสบอกว่าเยาวภาเห็นหอมน้ำเก็บลงกล่องเครื่องประดับไปแล้ว หญิงสาวอึ้งอยู่ครู่หนึ่งจึงคิดออกว่าเธอเก็บมุกเม็ดหนึ่งได้จากสนามหญ้าแล้วลื่นหกล้มหัวฟาดพื้นโดยกลืนมุกเม็ดนั้นลงคอไป หอมน้ำรู้แล้วว่าทำไมเธอจึงสื่อสารกับพุธกันยาได้ ศวัสดึงหญิงสาวเข้ามากอดอย่างแสนรัก เขาไม่คิดเลยว่าหอมน้ำสาวสวยจอมวุ่นและซุ่มซ่ามคนนี้จะเข้ามาเติมเต็มหัวใจที่อ้างว้างมานานของเขาได้ ศวัสมั่นใจว่าความรักของเขากับหอมน้ำจะมีความสุข ไม่ต่างจากพ่อและแม่ของเขา แม้จะเป็นความรักที่ไม่มีคำมั่นสัญญาใดๆ ก็ตาม รายชื่อนักแสดง ภัทรเดช สงวนความดี รับบทเป็น ศวัสโบว์ เมลดา รับบทเป็น หอมน้ำนุสบา ปุณณกันต์ รับบทเป็น พุธกันยา (กัลยา)ณิชานันท์ ฝั้นแก้ว รับบทเป็น เพลินพิศอุษณีย์ วัฒฐานะ รับบทเป็น ทับทิมอภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม รับบทเป็น วดีสุภัทรา ทิวานนท์ รับบทเป็น ขวัญอนงค์ดิลก ทองวัฒนา รับบทเป็น พล.ร.ต. บุรีทนงศักดิ์ ศุภการ รับบทเป็น สมเจตน์นวพล ภูวดล รับบทเป็น โค้กรติพงษ์ ภู่มาลี รับบทเป็น คัมภีร์ นพรัตน์ ประเสริฐสุข รับบทเป็น ธันวากันต์ชนัต ศวัสกร รับบทเป็น อธิป

เที่ยวญี่ปุ่น วันที่ 1 เที่ยวชิบูย่า พักโรงแรมเชอราตัน มิยาโกะ โตเกียว
สุนัขฮาจิโกะ /  เที่ยวชิบูย่า / 

กลับมาอีกครั้งครับ กับ เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ง้อทัวร์ แบ็คแพ็คแบบครอบครัว ช่วงปิดเทอม หลังจากบทความแรก ขึ้นไป มีคนสนใจแชร์ และสอบถามมาเยอะ วันนี้ผมมารีวิวให้ชม สำหรับวันแรก ที่เดินทางไปถึง โตเกียว ซึ่งหลังจากที่เราไปถึง Ueno Station แล้ว สิ่งที่เราทำคือฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม คินูย่า 1 คืน เพื่อจะเดินทางไปพักที่ Sheraton Miyako Tokyo ก่อน ซึ่งการเดินทางไป เช็คอินที่โรงแรมเชอราตัน นั้น เรานั่งรถไฟ JR Yamanote Line ไปลงที่สถานี Meguro และต่อรถลีมูซีน หรือ Shuttle Bus ของโรงแรมไปอีก 5 นาที ก็ถึง เช็คอินก็ราวๆ บ่าย 2 ทำให้มีเวลาเหลือ เราก็เลยวางแผนว่าจะไปเที่ยวย่านชิบูย่าก่อน ซึ่งว่ากันว่า ที่นี่เป็นแหล่งแฟชั่น และเป็นย่านที่คนเดินเยอะ และที่ต้องไปเห็นให้ได้คือ ห้าแยกชิบูย่า หรือ ห้าแยกยุ่งเหยิง และ รูปปั้นสุนัขผู้ซื่อสัตย์ นามว่า ฮาจิโกะ และร้านเกี๊ยวซ่าชื่อดัง Gyoza no Ohsho JR Ueno Station ถ้ามาจากสถานี Keisei Ueno ออกประตูทางซ้ายขึ้นมาก็จะเห็น JR อยู่ฝั่งตรงข้าม ตลาด Ameyoko อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ JR Ueno Station ตึกที่เห็นนี้คือตึก Ameyoko Center เป็นห้างใหญ่ทีเดียว โดยเริ่มจาก JR Ueno Station ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดอาเมโยโกะ หรือถ้ามาจาก Keisei ก็อยู่ฝั่งตรงข้ามหาไม่ยาก เมื่อเข้าสถานีแล้ว ใครไม่มีตั๋วก็ไปซื้อที่ตู้ได้ สำหรับเรามี Suica Card ก็เดินเข้าไปที่ gate ได้เลย ให้สังเกตง่ายๆ ก็คือ ป้ายสีเขียวจะเป็นสาย JR แล้วก็มาดูว่า JR ไปวนซ้ายหรือขวา ดูจากแผนที่ของสถานีเอา ไม่ยากครับ เราเลือกไปวนตามเข็มนาฬิกา ซึ่งเป็นสายที่ไป Shinagawa และเราลงที่ Meguro ก่อน เพื่อไปเช็คอินที่โรงแรมเชอราตัน มิยาโกะ โตเกียว ภาพภายในสถานี Meguro เดินออกประตู East Exit เพื่อไปต่อ Shuttle Bus ไปโรงแรมเชอราตัน มิยาโกะ Shuttle Bus ของโรงแรม Sheraton Miyako Tokyo ภาพภายในโรงแรม Sheraton Miyako Tokyo ห้องใหญ่น่าพัก เงียบสงบ ด้านหลังมีต้นไม้ใหญ่ เริ่มๆ เปลี่ยนสีบ้างแล้ว ที่นี่เหมาะกับคนที่ต้องการความเงียบสงบจริงๆ แต่การเดินทางลากกระเป๋าเองอาจจะไม่สะดวก แต่ก็ยังดี มีรถ Shuttle Bus รับส่ง ทั้ง ไป Meguro Station และ Shinagawa Station สอบถามเวลาได้ที่ PR โรงแรมได้เลย แต่ที่นี่ตรงเวลามากๆ ถึงเวลาจะออกรถทันที เยี่ยมมาก ภาพด้านหน้าโรงแรม Sheraton Miyako Tokyo หลังจากที่เช็คอินโรงแรมเรียบร้อยแล้ว เราเตรียมตัวเพื่อนั่งรถ Shuttle Bus ของโรงแรมออกไปที่สถานี Meguro เพื่อนั่ง JR Yamanote Line เพื่อต่อไปยังสถานี Shibuya อันเป็นไฮไลท์ของวันนี้กันต่อ (เราใช้ Suica Card แตะบัตรนั่งรถไฟตลอดการเที่ยวญี่ปุ่น เลยไม่ได้สนใจว่าแต่ละที่เราคาเท่าไหร่ครับ) สำหรับราคาแต่ละสถานีลองใช้ App ของ Hyperdia หรือดูจากเว็บได้ครับ http://www.hyperdia.com/en/ เที่ยวชิบูย่า (Shibuya) แหล่งแฟชั่น บันเทิง และช้อปปิ้ง ห้าแยกชิบูย่า ถ่ายภาพจากบนสถานที JR Shibuya ช่วงบ่ายๆ คนมาทำอะไรกันบนถนนละนี่ สังเกตดูว่า ห้าแยกนี้จะเต็มไปด้วยป้ายโฆษณาต่างๆ เยอะมากครับ ชิบูย่า (Shibuya) เป็นแหล่งแฟชั่น ของวัยรุ่น วัยมหาวิทยาลัย ที่ชอบมาเดินช้อปปิ้งที่นี่ และที่เป็นเอกลักษณ์เลยก็คือ ห้าแยกชิบูย่า ที่คนมารอข้ามถนน ทีละมากๆ กลายเป็นดูยุ่งเหยิงไปหมด เพราะว่าเมื่อหยุดรอรถนานๆ แล้วเดินข้ามพร้อมๆ กัน เลยทำใหดูเยอะมาก วุ่นวาย แต่จริงๆ ก็นานๆ จะมีสักรอบนะครับ ที่เห็นในหนัง บางทีก็อาจจะต้องรอนานเหมือนกันจึงจะเห็นภาพคนเยอะๆ หรืออาจจะเป็นเพราะว่า เราไปช่วงบ่ายๆ คนอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ก็เป็นได้ และอีกอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ ชิบูย่า ก็คือ รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ นั่นเอง รูปปั้น สุนัขฮาจิโกะ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์มากที่สุด ฮาจิโกะ เป็นสุนัขที่ได้ชื่อว่ากตัญญู จงรักภักดีต่อเจ้านายมาก เมื่อตอนที่ฮาจิโกะยังมีชีวิตอยู่จะมาส่งเจ้านายซึ่งทำงานเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยในทุกเช้าที่สถานีรถไฟชิบูยา และจะมาเฝ้ารอเจ้านายกลับในตอนเย็น ฮาจิโกะทำแบบนี้อยู่ทุกวัน จนกระทั่งเจ้านายของฮาจิโกะได้เสียชีวิตลง ฮาจิโกะก็ยังเฝ้ารอเจ้านายกลับมาอยู่ทุกวันเป็นเวลาอีก 11 ปี ฮาจิโกะก็ได้เสียชีวิตลง ด้วยความกตัญญูต่อเจ้านายของฮาจิโกะชาวบ้านแถวนั้นได้สร้างอนุสาวรีย์ให้กับ ฮาจิโกะ (Hachi-ko Statue) และต่อมาได้มีการนำชีวิตจริงของฮาจิโกะไปสร้างเป็นหนัง (อ้างอิงจาก Emagtravel.com) นอกจากสุนัขฮาจิโกะแล้ว ใกล้ๆ กันจะมี ตู้รถไฟสีเขียว ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Shibuya ด้วยเหมือนกัน ว่ากันว่า เป็นตู้รถไฟ ปลดประจำการ และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนไปศึกษาความรู้ และข้อมูลเกี่ยวกับชิบูย่าได้ครับ เดินห้าแยกชิบูย่า เป็นสิริมงคลร่วมกับชาวญี่ปุ่นกันสักหน่อย อีกมุมหนึ่งในย่านชิบูย่า ที่แลดูสงบเป็นถนนส่วนที่ให้คนเดินเท่านั้น และก็มาสะดุดที่ร้าน Pablo ที่มีสาวๆ ต่อแถวซื้อทาร์ตไข่ยักษ์กันเยอะมาก (ช่วงที่ไปก่อนวันฮาโลวีนพอดี ร้านในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ตกแต่งธีมฮาโลวีนเกือบทั้งโตเกียวเลยครับ) หน้าตาทาร์ตไข่ยักษ์ และราคาประมาณนี้ครับ (ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2557) ไว้ผมจะรีวิวให้ชมในหน้า food mthai อีกทีหนึ่งนะครับ ไหนๆ ก็มาย่านนี้แล้ว ก็ถือโอกาสเก็บภาพสาวญี่ปุ่นมาฝากด้วย 1 รูปละกัน และตบท้ายด้วย มากินข้าวเย็นกันที่นี่ ร้าน Gyoza no Ohsho ที่คนไทยหลายคนมาชิมแล้วบอกว่าอร่อย และก็อร่อยจริงๆ ครับ เพียงแต่พนักงาน พูดอังกฤษแทบไม่ได้เลย ต้องอาศัยภาษามือช่วยเยอะ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี หน้าตาเกี๊ยวซ่า และอาหารอื่นๆ ภายในร้าน อร่อยทุกอย่างจริงๆ ครับ แล้วผมจะรีวิวอีกครั้งในหน้า food mthai (อีกแล้ว) ก่อนกลับแวะซื้อขนมหวาน ที่บริเวณห้าแยกฝั่งตรงข้ามสถานี JR Shibuya ชื่อร้าน Ginza Cozy Corner นี่ก็อร่อยและราคาไม่แพงครับ ขนมตกแต่งในธีม ฮาโลวีนด้วย ราคารวม Vat แล้วก็ 378 เยนตกราวๆ ชิ้นละ 100 กว่าบาท ก่อนขึ้นรถไฟ JR กลับไปสถานี Meguro แวะถ่ายรูปบริเวณที่มีรูป ฮาจิโกะ ติดผนัง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับรถไฟสีเขียว อีกครั้ง เสร็จแล้วก็นั่งรถไฟ JR กลับสถานี Meguro และนั่ง Shuttle Bus กลับโรงแรม Sheraton Miyaho Tokyo เพื่อพักผ่อน เตรียมพร้อมลุย วัดอาซากุสะ วันรุ่งขึ้นครับ แล้วติดตามอ่านกันได้ครับ สรุปแล้ว มาที่ชิบูย่า ทำอะไรบ้าง 1. ชมบรรยากาศ ห้าแยกชิบูย่า (ออกจากสถานี JR Shibuya ก็จะเห็นแล้ว ถ้าให้ได้วิวดีๆ ให้ไปนั่งชั้น 2 ของร้าน Starbuks นะครับ) 2. กินกาแฟที่ Starbucks (สั่งกาแฟที่ชั้นล่าง แล้วเดินไปกินกาแฟ ชมวิวที่ชั้นบน) 3. นั่งรถไฟสีเขียว ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ของ ชิบูย่า (อยู่ใกล้ๆ กับ รูปปั้น ฮาจิโกะ) 4. ทักทาย ฮาจิโกะ ถ่ายรูปสักหน่อย (เขาบอกว่าเอามือลืบหัวเจ้าสุนัขฮาจิโกะ แล้วจะได้กลับมาเยี่ยมอีก) 5. แนะนำร้าน Pablo ทาร์ตไข่ยักษ์ และ ร้าน Gyoza no Ohsho (อยู่ฝั่งตรงข้ามสถานี JR Shibuya เดินไปทางขวามือ ร้านอยู่ในซอยเล็กๆ สังเกตป้ายเอา) 6. ซื้อเครื่องสำอางค์ มีหลายร้านให้เลือก เยอะมาก

6 วิธีพับกระทงใบตอง ง่ายนิดเดียว
กระทง /  กระทงใบตอง / 

วันลอยกระทงปี 57 นี้ เพื่อนๆ มีไอเดียการทำกระทงหรือยังคะ? เพราะกทม.ปีนี้เค้ารณรงค์ให้ทุกคนใช้วัสดุทำกระทงจากธรรมชาติกันมากขึ้นค่ะ ทำให้ทีนเอ็มไทยเราอยากเป็นส่วนนึงที่จะให้เหล่าวัยรุ่นหันมาทำกระทงใบตองด้วยตัวเองกัน จะได้เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอีกด้วย ได้ยินแบบนี้แล้วอย่าเพิ่งถอดใจหรือเบื่อหน่ายนะคะ เพราะเรามี 6 วิธีพับกระทงใบตอง ง่ายนิดเดียว มาฝากเพื่อนๆ กัน รับรองว่าทำเสร็จแล้ว จะอยากถ่ายภาพอวดลงไอจีกันแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูวิธีการทำกันเลย 6 วิธีพับกระทงใบตอง ง่ายนิดเดียว วิธีที่ 1 พับใบตอง กลีบผกา วิธีทำ 1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ 2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาวางซ้อนให้ลดหลั่นกันไปตามภาพ ซึ่งจะนับเป็น 1 ตับ 3. นำไปติดโดยรอบที่ขอบของฐานกระทง ซึ่งเป็นต้นกล้วยตัดเป็นแว่น ความหนา 1.5 – 2 นิ้ว โดยประมาณ ทั้งนี้ปริมาณของกลีบกระทงที่ใช้จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของตัว ฐาน 4. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ วิธีที่ 2 พับใบตอง กลีบกุหลาบ วิธีทำ 1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ 2. พับเป็นกลีบกุหลาบตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ ควรจัดให้ยอดของกลีบ และลอนของกลีบตรงเสมอเป็นแนวเดียว ซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย 3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด 4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับมงกุฏสวมศีรษะ 5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ วิธีที่ 3 พับใบตอง หัวขวาน วิธีทำ 1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ 2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ เพื่อให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรพับแต่ละกลีบให้ได้ขนาดเท่ากันทุกจุด 3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด 4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายอ่างน้ำ 5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ วิธีที่ 4 พับใบตอง กลีบหัวนก..ลายเปีย ขั้นตอนการพับกลีบหัวนกลายเปีย ๑. ฉีกใบตองกว้าง ๑ ๑/๒ นิ้ว ๒. แบ่งครึ่งใตองให้เท่ากัน ๓. พับใบตองริมขวา ให้ชิดเส้นกึ่งกลางใบ ๔. พับทบทั้งสองข้างเข้าหากัน ๕. คว่ำกลีบให้สันตองอยู่ด้านบน พับใบตองลงมาให้เป็นมุมฉาก ๖. พับด้านซ้ายหลังมาทบตรงเส้นตั้งฉาก ๗. พับอีกด้านเหมือนกัน ๘. พับตลบสันทบกลับมาทางขวา ให้เป็นแนวโค้งทะแยง ๙. นำกลีบต่อมาสวมด้านหน้า ให้เส้นโค้งทะแยงขนานกัน ๑๐. เย็บต่อกันจนได้ความยาวตามต้องการ วิธีที่ 5 พับใบตอง กลีบการเวก ขั้นตอนการพับกลีบการเวก ๑. พับทบใบตองเข้าหากัน ๒. พับสันทบขวาไขว้มาทางซ้าย ๓. พลิกกลับด้านหลัง พับสันทบซ้ายไขว้ไปทางขวา ๔. พับริมสันทบขวาไขว้ไปทางด้านซ้าย ๕. พลิกกลับ พับริมสันทบซ้ายไขว้ไปทางด้านขวา ๖. นำกลีบมาสวม เย็บต่อกัน ความยาวตามต้องการ วิธีที่ 6 การถักตัวตะขาบ ขั้นตอนการถักตัวตะขาบ ๑. ฉีกใบตองกว้าง ๑/๒ เซ็น้ติเมตร แล้วม้วนโดยเส้นทางขวามือซ้อนทับบนเส้นทางซ้ายมือ ๒. จับเส้นทางขวามือสอดเข้าในห่วง ๓. ดึงเส้นด้านซ้ายให้แน่น ๔. สอดเส้นด้านซ้ายเข้าในห่วง ดึงเส้นด้านขวาให้แน่น ๕. สอดสลับไปมา จนเส้นใบตองสั้นสุดใบตอง ๖. ต่อตัวตะขาบ ให้สอดใบตองด้านหน้าตัวตะขาบ อ้อมสอดเก็บปลายทางด้านหลัง แล้วก็ทำเช่นเดียวกัน ๗. ถักจนได้ความยาวตามต้องการ หลังจากที่เพื่อนๆ พับใบตองแบบที่ชอบเรียบร้องแล้ว ก็ถึงส่วนของตัวกระทง ให้ใช้หยวกกล้วย หรือวัตถุที่ย่อยสลายได้ตัดให้เป็นวงโดยสูงประมาณ1-2.5 นิ้ว ส่วนขนาดแล้วแต่ความพอใจ แล้วนำเอาใบตองที่เราพับเป็นรูปทรงต่างๆ มาติดรอบๆ ขอบกระทงกันเลย นอกจากนี้ก่อนที่เราจะนำกระทงไปลอยเพื่อขอขมาพระแม่คงคานั้น เพื่อนๆ อาจนำทริคความเชื่ออย่างการตัดเล็บ และผมใส่ลงไปด้วย เพื่อเป็นการขจัดสิ่งร้ายๆ ให้ออกไปจากตัวเรา หรือจะใส่เหรียญลงไปด้วย เพื่อนำมาซึ่งความมั่งคั่งตามความเชื่อก็ได้นะคะ สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะ cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, baanmaha

รวมอดีตมิตร...ร้าวฉาน เพื่อนรัก...เพื่อนร้าง
พลอย เฌอมาลย์ /  แหม่ม คัทลียา / 

เรียกว่ากลายเป็นอดีตเพื่อนรักไปซะแล้ว สำหรับคู่เพื่อนรักคนในวงการบันเทิง ที่บางคู่สนิทสนมกันมาถึงสิบปียี่สิบปี แต่ก็มาแตกหักกันแบบไม่เหลือชิ้นดี โดยเฉพาะเรื่องของการทำงานด้วยกัน ความเห็นที่ไม่ตรงกัน และเรื่องของการทำธุรกิจ ที่กลับทำให้บาดหมางใจ ตัดขาดคำว่าเพื่อนรักมาแล้วนักต่อนัก ซึ่งงานนี้ในวงการบันเทิงก็มีอดีตคู่เพื่อนรักหลายคู่ ที่ตอนนี้คำว่าเพื่อนรัก กลายเป็นคำว่า เพื่อนร้าง ไปแล้วสำหรับคนบางคน โย VS บี ประกาศชัดเจนว่าเหลือไว้ในฐานะแค่เพื่อนร่วมโลก สำหรับอดีตเพื่อนรักนางแบบ โย ยศวดี & บี น้ำทิพย์ ที่ผิดใจกันอย่างรุนแรง เพราะธุรกิจที่ทั้งคู่ลงทุนร่วมกันมาหลายปีอย่าง โย แอนด์ บี ไดเอท ฟู้ดส์ เดลิเวอรี่ ที่ต้องปิดตัวลงไปเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา แถมทั้งคู่ยังกลายเป็นคู่เกาเหลาหม้อใหญ่ของวงการนางแบบ ที่สาดน้ำลายลวกกันไปๆ มาๆ จนมองหน้ากันไม่ติด นี่ละเข้าตำราที่ว่าเพื่อนรักกัน เขาห้ามทำธุรกิจร่วมกัน เงินแค่เล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจะทำให้ความสัมพันธ์บาดหมางกันได้ หนูแหม่ม VS แหม่ม คัทลียา ถือว่ากลายเป็นข่าวช็อควงการบันเทิงที่ผ่านมาเกือบจะ 10 ปี เมื่อเจ้าหญิงวงการมายาอย่าง แหม่ม คัทลียา เปิดใจแถลงข่าวว่าตั้งท้องได้ 5 เดือนแล้ว และมโนไปเองว่าตัวเองอ้วนขึ้น เพราะกินยาสตรีเบนโล ทำเอาพี่สาวสุดที่รักอย่าง หนูแหม่ม สุริวิภา กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะแหกปากด่านักข่าว ปกป้องน้องสาวแหม่ม คัทฯ ว่าไม่ได้ท้องอย่างแน่นอน งานนี้ทำเอาหนูแหม่มถึงกับเสียเซลฟ์กับเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต และเลือกที่จะเลิกติดต่อกับสาวแหม่ม คัทฯ ไปตลอดกาล หมาก VS มิ้นต์ ตะลึงทั้งวงการบันเทิงสำหรับอดีตคู่เกือบจะได้จิ้น M&M หมาก ปริญ & มิ้นต์ ชาลิดา ที่อยู่ๆ ก็มีไลน์สนทนาหลุดออกมาระหว่างหนุ่มหมากที่พิมพ์ไปต่อว่าสาวมิ้นต์และแม่ของสาวมิ้นต์ ทำเอาหลายๆ คนถึงกับอึ้ง เพราะประโยคที่ส่งมารุนแรงแบบชนิดที่สังคมยากจะให้อภัยหนุ่มหมาก แม้ว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างออกมาขอโทษ แต่ลึกๆ แล้วความสัมพันธ์ของอดีตพระ-นางคู่นี้ ก็คงไม่มีวี่แววที่จะได้กลับมาสนิทสนมกันอีกแน่นอน แตงโม VS จั๊กจั่น เคยมีช่วงเวลาที่สนิทสนมกันสำหรับนางเอกวิกหมอชิต จั๊กจั่น อคัมย์สิริ และอดีตนางเอกวิกหมอชิต แตงโม ภัทรธิดา ที่อยู่ๆ ก็มีกระแสข่าวว่าทั้งคู่ผิดใจกัน เพราะต่างฝ่ายต่างแอบไปนินทากันลับหลัง ทำให้เกิดการแก้แค้นทันที เริ่มจากการที่สาวจั๊กจั่นไปเพ้นท์เล็บเท้าเป็นรูปแตงโม ยิ่งทำให้เป็นการตอกย้ำเข้าไปอีกว่า ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน แถมสาวแตงโมก็แอบนอยด์ๆ ขึ้นสถานะว่า เล็บตีนเป็นหน้าต่างของหัวใจ ทำให้เรื่องนี้เริ่มบานปลายกลายเป็นข่าวโด่งดัง จนเวลานี้ความสัมพันธ์ของคู่นี้ก็คงจะเหลือแค่คนรู้จักกันน่าจะเวิร์คที่สุด พลอย VS กุ๊บกิ๊บ เลิกรากันมาได้สักพักใหญ่ๆ สำหรับอดีตคู่รัก มาริโอ้ เมาเร่อ & กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ แต่มีกระแสข่าวออกมาว่ามือที่สามที่เข้ามาพัวพันดันเป็นที่สาวคนสนิทอย่าง พลอย เฌอมาลย์ ที่ช่วงนั้นกำลังระหองระแหงกับอดีตแฟนหนุ่ม นาวิน ต้าร์ พอดิบพอดี แม้ว่าต่างฝ่ายต่างก็เคลียร์ว่า ไม่เป็นความจริง แต่มาพักหลังๆ ความสัมพันธ์ของสาวพลอยและสาวกุ๊บกิ๊บก็ดูแปลกๆ เปลี่ยนๆ ไป จากอดีตน้องรัก...พี่เลิฟ ที่ชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน อัพรูปด้วยกันบ่อยๆ เวลานี้ภาพเหล่านี้แทบจะไม่มีให้เห็นอีกเลย

คลิป 'ชวน หลีกภัย'เล่น 'คุณพลอยไพลิน' ร้อง
คุณพลอยไพลิน /  งานแสดงภาพลายเส้น / 

'ชวน หลีกภัย' แสดงดนตรีร่วมกับ 'คุณพลอยไพลิน' ในงานแสดงภาพลายเส้นอเมริกา  วานนี้ ( 14 ต.ค.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางเข้าร่วมพิธีเปิดงานแสดงผลงานภาพลายเส้น ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส โดยมีคุณพลอยไพลิน วีลเลอร์ พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมด้วยนายเดวิด วีลเลอร์ สามีเข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ด้วย บรรยากาศในพิธีเปิดเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วม และไฮไลท์ของงาน อยู่ที่การแสดงแซ็กโซโฟนของนายชวน หลีกภัย ในเพลง “ความฝันอันสูงสุด” ประกอบการสร้างภาพด้วยวิธีการเทสีของ อ.ธงชัย รักประทุม ศิลปินแห่งชาติ และการแสดงเพลง “เงาไม้” ที่ได้รับเกียรติจากคุณพลอยไพลิน เป็นผู้ขับร้อง สำหรับงานดังกล่าว นายชวน หลีกภัย ซึ่งได้รับการยกย่องจากกระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็น “ฐานปนันดรศิลปิน” ได้รับเชิญจากนายกมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติปี 2540 ประธานสภาศิลปกรรมไทยแห่งสหรัฐอเมริกา นำผลงานภาพลายเส้น จำนวน 70 ชิ้น ไปเปิดการแสดงร่วมกับศิลปินแห่งชาติอีก 5 คน อาทิ อ.ถวัลย์ ดัชนี, อ.ประกิต (จิตร) บัวบุษย์, อ.ประเทือง เอม-เจริญ, อ.ธงชัย รักประทุม และนายกมล ทัศนาญชลี MThai News

แซ่บสุดติ่ง!! ฉายาดารา ปี 2557
หมาก ปริญ /  คิมเบอร์ลี่ / 

มาแล้วจ้าาาาา ฉายาดารา ประจำปี 2557 โดย สมาคมนักข่าวบันเทิง โดยปีนี้ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ ต่างให้ความสนใจกันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ได้มีการเสนอชื่อฉายาดาราทั้งหมด 71 คน รวมทั้งสิ้น 327 ฉายา และสุดท้ายคัดจนได้ 10 ฉายาสุดแซ่บ!! มีทั้งคู่ มีทั้งเดี่ยว ส่วนจะเป็นซุปตาร์คนไหนกับบ้าง มาดูกันได้เลย!! 1.หมาก ปริญ ฉายา "ป๋าหมากกระชากหงอก" จากการแถลงข่าวยอมรับว่าต่อว่าคุณแม่ของ มิ้นต์ ชาลิดา ผ่านการสนทนาแอพพลิเคชั่นไลน์ จนกลายเป็นมหากาพย์วิวาทะสร้างรอยร้าวให้ แก๊งค์สี่หัวใจแห่งขุนเขา เป็นอันต้องแยกย้าย และจากเหตุการณ์ดังกล่าวพระเอกหนุ่มยังถูกวิจารณ์ว่าเป็นคนก้าวร้าวขัดกับหน้าใสๆ หมาก ปริญ 2. คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ฉายา "แบ๊วเอชดีเบอร์รี่สี่มิติ" ใช้ความแอ๊บแบ๊วใสๆ ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธในช่วงแรกเรื่องรักซ้อนขัดแย้งกับพฤติกรรมที่หลายคนเห็นแววตาแห่งความสุขระหว่างร่วมงานกับพระเอกคู่ขวัญ หมาก ปริญ พร้อมกับสะบั้นรักแฟนหนุ่มผู้จัดละคร เจ็ท ณัฐพงศ์ ขณะที่ทั้งสองหนุ่มทำงานร่วมกันในกองถ่ายละครต้นรักริมรั้ว และในที่สุด หมาก คิม ก็โชว์ความหวานออกสื่อแบบไม่ยืนยันด้วยคำพูดแต่แสดงออกผ่านพฤติกรรมสุดหวานที่คมชัดสัมผัสได้เหมือนดูหนังสี่มิติ คิมเบอร์ลี่ 3.วาววา ณิชารีย์ ฉายา "ดาวเทียมไม่เจียมตัว" หลายพฤติกรรมสุดเอือมระอา จนผู้จัดละครและผู้ใหญ่ในวงการถึงกับเอ่ยปากผ่านสื่อเรื่องวินัยและมารยาทในการทำงาน จนถูกเปรียบเทียบว่าขนาดเพิ่งเข้าวงการยังสร้างวีรกรรมไว้ขนาดนี้ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นดาวจรัสแสงก็แสดงความเป็นตัวตนออกมาจนทำให้เพื่อนร่วมงานและทีมงานเมินหน้าหนี วาววา ณิชารีย์ 4.เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ฉายา "มือฉกตกสวรรค์" หลังจากเป็นข่าวใหญ่เมื่อปีที่แล้วด้วยการจดทะเบียนฟ้าแล่บกับ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ขึ้นแท่นเป็นมาดามปากน้ำ พร้อมมีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลัง จนทุกคนมองว่าเป็นคุณนายนักการเมือง สามารถใช้ชีวิตเหมือนขึ้นสวรรค์ แต่ผ่านไปไม่ถึงปีเจนี่ต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆ ถึงขั้นหนีความจริงไปพักใจไกลถึงเมืองนอก หลังจดทะเบียนหย่าเป็นแม่ม่ายพ่ายรัก และกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อีกครั้ง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ 5.เสก โลโซ หรือ เสกสรรค์ สุขพิมาย ฉายา "ร็อกไวเลอร์" จากกรณีวิวาทกับภรรยา กานต์ วิภากร ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คจนกลายเป็นขี้ปากสังคม พร้อมยืดอกรับว่าเป็นคนอารมณ์ร้อนและเคยลงไม้ลงมือกับภรรยาอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงฟ้องหมอที่เคยรักษากับภรรยา และตอบโต้คู่กรณีทุกเม็ด ชนิดกัดไม่ปล่อย เปรียบเสมือน สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นสายพันธุ์โหดที่กัดไม่ปล่อยเช่นกัน เสก โลโซ 6.โฬม พัชฏะ นามปาน ฉายา "หล่อลิ้นรัว" ปล่อยเนื้อปล่อยตัวออกงานขณะที่ร่างกายไม่พร้อม ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อพระเอกมาดเนี๊ยบปล่อยอาการรั่วหลุดจนคุมกิริยาไม่อยู่ พูดไม่เป็นคำ สร้างความขำและเหวอให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ สุดท้ายเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยาแก้อักเสบและพักผ่อนไม่เพียงพอ โฬม พัชฏะ 7.บุ๋ม ปนัดดา ฉายา "ซือเจ๊สั่งลุย" ไม่ว่าจะเกิดปัญหาสังคมเรื่องไหน บุ๋มก็จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างเสมอต้นเสมอปลาย ล่าสุดได้ใจสังคมกับกรณีรณรงค์ล่ารายชื่อแก้กฏหมาย "ข่มขืนต้องประหาร" ทำให้สังคมตื่นตัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมเอ่ยปากชมว่า ปนัดดาเป็นนางงามแถวหน้าที่กล้าชนทุกสถานการณ์ บุ๋ม ปนัดดา 8.โย ยศวดี กับ บี น้ำทิพย์ ฉายา "เพื่อนซี้บัญชีเดือด" ความสัมพันธ์สุดซี้ของทั้งคู่ต้องพังทลายลง จากปัญหาธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพที่ทำร่วมกัน โดยมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์เรื่องเงินๆทองๆ ไม่ลงตัว จนในที่สุดทั้งคู่ให้สัมภาษณ์ตอบโต้กันไปมาผ่านสื่อ ถึงขั้น "บี" ประกาศกร้าวว่า ไม่ขอสุงสิง เป็นแค่เพื่อนร่วมโลกเท่านั้น โย ยศวดี - บี น้ำทิพย์ 9.ไมค์ พิรัชต์ ฉายา "คุณพ่อจนมุมซุ่มกิน" ปล่อยให้ภาพปริศนาฝ่ายหญิงอยู่บนเตียงคลอดและอุ้มทารกน้อย เป็นกระแสข่าวลือทำงานอยู่หลายวัน จน "ไมค์" ทนกระแสรุมเร้าไม่ไหว ประกอบกับหลักฐานมัดตัวแน่นถึงยอมตั้งโต๊ะแถลงข่าวยอมรับว่าทำนางแบบสาว ซาร่า คาซิงกินี ท้อง ขณะที่ครอบครัวของ "ไมค์" ยังแคลงใจจนได้มีการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ชัดว่า ทารกน้อยเป็นลูก "ไมค์" จริง ไมค์ พิรัชต์ 10.บอม ธนิน กับ ริชชี่ อรเณศ ฉายา "คู่จิ้นหินแกรนิต" เพราะผลงานการแสดงของทั้งคู่ที่เล่นได่เป็นธรรมชาติสุดๆ ชนิดที่หินและต้นไม้ต้องหลีกทางให้เลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ "บอม" โดนวิจารณ์เรื่องการแสดงในละคร "คิวบิก" ส่วน "ริชชี่" ก็โดนตำหนิกับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก "คู่กรรม" ครั้นพอสองคนนี้มาโคจรมาเจอกันในละคร "สวยร้ายสายลับ" ทำเอาคนดูกุมขมับว่าจะเป็นอย่างไร แล้วก็ไม่ต่างจากที่คิดไว้ เพราะทั้งคู่ผนึกกำลังความแข็งยกกำลังสอง เหมือนหินแกรนิตที่มีเนื้อแน่นเสมอแข็งแรงทนทาน เช่นเดียวกับการแสดงของทั้งคู่ที่แข็งทนทานจริงๆ บอม ธนิน - ริชชี่ อรเณศ

ชูวับ ชูบีดู - เบล สุพล feat. หนึ่ง ETC
FRONTAGE FREEFORM /  ขันเงิน / 

ดูมิวสิควีดีโอ ชูวับ ชูบีดู - เบล สุพล feat. หนึ่ง ETC จากโปรเจค FRONTAGE FREEFORM ชูวับ ชูบีดู งานเก่าจาก ขันเงิน เนื้อนวล (ขัน ไทเทเนียม) ถูกนำมาทำใหม่ในแบบ เบล สุพล และ หนึ่ง ETC นับว่าเป็นการเปิดอิสระทางด้านดนตรีที่พิเศษ และยิ่งไปกว่านั้นเพลงคุ้นหูอย่าง ชูวับ ชูบีดู ได้ถูกนำกลับมาทำใหม่ในแนวเพลงที่เป็นเรโทร ฟังก์ ที่มีบีทและมีท่อนแร็พที่ หนึ่ง ETC ได้โชว์ทั้งเนื้อแร็พและยังเข้ามาช่วยเรื่­องการทำดนตรีโดยที่มี เบล สุพล คอยช่วยกันพัฒนาให้ ชูวับ ชูบีดู ในแบบฉบับของ FREEFORM นั้นมีความเท่ ฟังสบายและคงคุณภาพของเนื้อเสียงร้องของทั้งคู่ไว้อีกด้วย เบล สุพล - ชูวับ ชูบีดู ( Feat. หนึ่ง ETC.) คำร้อง/ทำนอง ขันเงิน เนื้อนวล เรียบเรียง บี ETC --------------------------------------------------------------- ไม่เคยบอกคำว่ารัก กับใครเลย ไม่เคยที่จะเผยถึงความในใจ พอเจอะเธอเข้าปุ๊บ หัวใจฉันวุ่นวาย รู้สึกว่าจะคล้ายกับคนที่ฉันรอ ก็ได้เพียงแค่คิด อยากพูดความในใจ แต่กลัวว่าจะหงาย ถ้าเธอไม่รับฟัง ต้องอยู่ไปแบบนี้ ยังพอทนไปได้นาน ไม่เป็นไรสำหรับฉัน เพียงได้แค่สบตาก็ดีแล้ว แค่เพียงแอบมองก็พอไหว แค่อยากคิดถึงเมื่อยามไกล ถ้าหากว่าเธอไม่ว่ากัน แค่อยากเก็บเธอเก็บไปฝัน แค่อยากมีเธอในใจฉัน เท่านั้นเองแหละ แต่จะทำยังไงกับที่ใจมันร้อง ชูวับ เมื่อได้เจอเธอ ชูวับ มันแอบรักเธอ ชูวับ ทำให้ใจฉัน ชูบีดู จะทำยังไง ชูวับ มันบีบหัวใจ ชูวับ เพราะเธอนั่นไง ชูวับ ที่ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ที่ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ... (หนึ่ง ETC.) ให้ตบมือข้างเดียวเสียงดังคงไม่ติด ไอ้รักเขาข้างเดียวมันก็อาจจะผิด หงุดหงิด กับความรู้สึกตัวเอง แต่ควรทำไงก็เพราะหัวใจไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ คิดก็คิดไม่ตก เถียงและก็ถก นั่งสัปหงก โลกนี้มันตลก ถ้าพูดออกไปแล้วกลัวว่าเธอนั้นจะตื่นตระหนก คิดแล้วประสาท เรื่องมันประหลาด คำบางคำพูดแล้วมันกระดาก บอกรักมันยาก แต่ก็อยากที่ประป่าวประกาศ ได้แค่สบตาก็ดีแล้ว แค่เพียงแอบมองก็พอไหว แค่อยากคิดถึงเมื่อยามไกล ถ้าหากว่าเธอไม่ว่ากัน แค่อยากเก็บเธอเก็บไปฝัน แค่อยากมีเธอในใจฉัน เท่านั้นเองแหละ แต่จะทำยังไงกับที่ใจมันร้อง ชูวับ เมื่อได้เจอเธอ ชูวับ มันแอบรักเธอ ชูวับ ทำให้ใจฉัน ชูบีดู จะทำยังไง ชูวับ มันบีบหัวใจ ชูวับ เพราะเธอนั่นไง ชูวับ ที่ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ... ที่ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ ทำให้ใจฉันนั้นต้อง ชูวีดู อุ๊ อุ ชูวีดู อุ๊ อุ... สบตาก็ดีแล้วแอบมองก็พอไหว... เก็บเธอเก็บเอาไปฝัน มีเธอในใจฉัน นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา ชูวีดู วีดู วีดู วีดู โอ้... --------------------------------------------------------------- ฟังต้นฉบับ เพลง ชูวับ ชูบีดู จากอัลบั้ม อารมณ์ขัน...หวาน โดย ขันเงิน

โย /  ยศวดี / 

เกาะติดจุดแตกหักเพื่อนรัก หลัง"โย" ยศวดี งัดหลักฐาน ไม่เคยโกงเงิน "บี" น้ำทิพย์

เปิดรายชื่อ 31 แคนดิเดต กมธ.ยกร่าง รธน.สัดส่วน สปช.
กมธ.ยกร่าง รธน. /  กรรมาธิการ / 

เปิดรายชื่อ 31 แคนดิเดต กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของสภาปฏิรูป ขณะที่ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ถอนตัวออกจากผู้สมัคร กมธ.ด้านสังคม วันนี้(29 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เลยเวลาปิดการรับสมัครกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของสภาปฏิรูปจำนวน 20 คนแล้ว โดยมีผู้ที่แสดงความจำนงทั้งสิ้น 32 คนประกอบด้วย ด้านการเมือง 6 คน 1.นายชัยอนันต์ สมุทรวณิช 2.นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ 3.นางตรึงใจ บูรณสมภพ 4. นายไพบูลย์ นิติตะวัน 5.นายอมร วาณิชวิวัฒน์ 6.นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 1 คน คือ นางถวิลวดี บุรีกุล ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จำนวน 5 คน ได้แก่ 1.นายคำนูณ สิทธิสมาน 2.พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ 3.นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ 4.นายวรรณชัย บุญบำรุง 5.นายอุดม เฟื่องฟุ้ง ด้านการปกครองท้องถิ่นมีจำนวน 4 คน ได้แก่ 1.นายจรัส สุวรรณมาลา 2.นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ 3นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 4.นายวุฒิสาร ตันไชย ด้านการศึกษาจำนวน 2 คน ได้แก่ 1.นางทิชา ณ นคร 2.นายมีชัย วีระไวทยะ ด้านเศรษฐกิจ 1 คน ได้แก่ 1.นางนรีวรรณ จินตกานนท์ ด้านพลังงาน 1 คน ได้แก่ 1.พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวาณิช ด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม 3 คน ได้แก่น 1.พล.อ.ชูศิลป์ คุณาไทย 2.นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ 3.น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ด้านสื่อสารมวลชน 1 คน ได้แก่ 1.นายมานิจ สุขสมจิตร ด้านสังคม 2 คน ได้แก่ 1.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 2.น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา ด้าน อื่นๆ 2 คน 1.พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ 2.นายนิรันดร์ พันทรกิจ ภาคเหนือ 1 คน 1.นายจุมพล สุขมั่น ภาคใต้ 1 คน 1.นายเชิดชัย วงศ์เสรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 คน 1.พล.ท.นคร สุขประเสริฐ ภาคกลางและภาคตะวันออก 1 คน 1.นายประชา เตรัตน์ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ได้ถอนตัวออกจากการรับสมัครในครั้งนี้ ทำให้เหลือผู้สมัครเพียง 31 คน MThai News

เพื่อนซี้แตกหัก
โย ยศวดี /  บี น้ำทิพย์ / 

กลายเป็นเพื่อนซี้แตกหักกันไปซะเรียบสำหรับ คู่ซี้นางแบบ โย ยศวดี และ บี น้ำทิพย์ ที่ตอนนี้กำลังมีปัญหาทะเลาะเรื่องธุรกิจ Yo & Bee Diet Foods Delivery ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างออกมาแถลงซัดกันไปซัดกันมาอยู่ตอนนี้

รัฐสภาแจก
ที่ประชุมสปช. /  รัฐสภา / 

วิป สปช.ชั่วคราวเริ่มประชุม รายชื่อ 20 กมธ.ยกร่างรธน.เริ่มชัด รอมติที่ประชุมใหญ่ช่วงบ่าย ขณะรัฐสภาแจก "ไอแพด" ให้สมาชิกค้นข้อมูล พร้อมจ่ายค่าเน็ตรายเดือน วันที่ 28 ต.ค. ที่รัฐสภา นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ว่าที่ประธาน สปช. เป็นประธานการประชุมประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ วิป สปช.ชั่วคราว ภายหลังที่ประชุมสปช.วานนี้ (27 ต.ค.) มีมติให้เลือกตัวแทน สปช.เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สัดส่วน สปช.จำนวน 20 คน ก่อนขอมติจากที่ประชุมใหญ่ในช่วงบ่าย ทั้งนี้ ก่อนที่เริ่มการประชุม เจ้าหน้าที่รัฐสภา ได้จัดพื้นที่ เพื่อแจกคอมพิวเตอร์แบบพกพา(ไอแพด) ยี่ห้อแอปเปิล รุ่นไอแพด 4 ความจุ 64 กิ๊กกะไบต์ รองรับระบบ 3 จี พร้อมเครื่องชาร์จ และเคสกันกระแทก เพื่อให้สปช.ใช้ศึกษาค้นคว้าฐานข้อมูล โดยเครื่องดังกล่าวเป็นเครื่องเดิมที่เคยแจกให้ส.ส. ใช้ในสมัยที่แล้ว และเรียกคืนหลังจากยุบสภาฯ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ล้างข้อมูลเก่าในเครื่องและลงโปรแกรมใหม่ พร้อมปรับปรุงแอพพลิเคชั่นให้ทันสมัยมากขึ้น โดยแต่ละเดือนสำนักเลขาธิการสภาฯ จะรับผิดชอบจ่ายค่าบริการอินเตอร์เน็ตให้สปช.คนละประมาณ 300 บาท ส่วนไอแพดที่เหลืออยู่ให้เจ้าหน้าที่นำไปใช้งาน นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สปช.แต่ละด้านได้ตัวแทนที่จะเป็นกรรมาธิการยกร่างแล้ว อาทิ นายบัณฑูร เศรษศิโรตม์ สปช.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม นางทิชา ณ นคร สปช.ด้านการศึกษา นายมานิจ สุขสมจิตร สปช.ด้านสื่อสารมวลชน นางสารี อ๋องสมหวัง สปช. ด้านสังคม นายเกริกไกร จีระแพทย์ สปช.ด้านเศรษฐกิจ น.ส.ถวิลวดี บุรีกุล สปช.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน พล.ท.นคร สุขประเสริฐ สปช.จ.ร้อยเอ็ด ตัวแทนภาคอีสาน นายประชา เตรัตน์ สปช.จ.ชลบุรี ตัวแทนภาคกลาง-ตะวันออก นายเชิดชัย วงศ์เสรี สปช.จ.ภูเก็ต ตัวแทนภาคใต้ นายจุมพล สุขมั่น สปช.จ.เชียงราย ตัวแทนภาคเหนือ สำหรับด้านที่เหลือมี สปช.อาสาเป็นกรรมาธิการยกร่างฯ หลายคน จึงต้องมีการลงมติเลือกอีกครั้งหนึ่ง ได้แก่ ด้านการปกครองท้องถิ่น มีนายจรัส สุวรรณมาลา และนายวุฒิสาร ตันไชย ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีนายคำนูณ สิทธิสมาน และนายเข็มชัย ชุติวงศ์ ด้านพลังงาน มีนายคุรุจิต นาครทรรพ นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล และนายพรายพล คุ้มทรัพย์ และด้านการเมือง มีสปช.อาสากว่า 6 คน อาทิ นายชัยอนันต์ สมุทวณิช นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายอมร วณิชวิวัฒน์ และนายชูชัย ศุภวงศ์ ส่วนด้านอื่นๆ ยังไม่มีการหารือกันแต่อย่างใด ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจาก สปช.แต่ละด้าน แต่ประสงค์เป็นกรรมาธิการยกร่างฯ มีสิทธิเสนอตัวเองในฐานะผู้สมัครอิสระ เพื่อให้ที่ประชุม สปช.ตัดสินได้ โดยที่ประชุมจะลงมติเรื่องดังกล่าวในเวลา 13.00 น. MThai News

10 สถานที่พาพ่อเที่ยว สบายๆ ในวันพักผ่อน
10 สถานที่ /  ที่เที่ยววันพ่อ / 

ใกล้ถึงวันพ่อแล้ว ทุกท่านมีโปรแกรมพาคุณพ่อไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างเอ่ย ? ถ้านึกไม่ออก Travel.mthai.com ขอแนะนำ 10 สถานที่พาพ่อเที่ยว ที่บรรยากาศดี เที่ยวสบายๆ เหมาะกับการไปแบบครอบครัว ให้คุณและคนที่คุณรักได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้น รับรองว่าวันหยุดนี้ คงจะมีความสุขกันทั้งบ้านแน่ๆ :) 10 สถานที่พาพ่อเที่ยว สบายๆ ในวันพักผ่อน 1. บางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้ รับรองว่าคุณพ่อจะต้องชอบแน่ๆ 2. สวนนกชัยนาท จ.ชัยนาท สวนนกชัยนาท สวนนกที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย ด้วยพื้นที่ 248 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาพลอง ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตรโดดเด่นด้วยซุ้มประตูขนาดใหญ่ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีท้องฟ้าจำลอง ไว้สำหรับเด็กๆ ได้เรียนรู้ มีอุโมงค์แสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด สวนน้ำอวกาศ และอีกมากมาย เรียกว่าทริปนี้สนุกกันได้ทั้งครอบครัวเลยล่ะ 3. ตลาดน้ำเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ตลาดน้ำเขาใหญ่ เป็นตลาดน้ำบนเนินเขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนตลาดน้ำ และโซนสวนดอกไม้ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับความสวยงามของทุ่งดอกไม้สีเหลือง ปกคลุมเนินเขาตลอดทั้งปี พร้อมสวนสัตว์ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งคุณจะได้พบกับเหล่าสัตว์น่ารักอันได้แก่ แกะ กระต่าย และอูฐ โดยสามารถให้อาหารได้กับมือ เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะจะพาคุณพ่อและครอบครัวไปเที่ยวครับ 4. สักการะหลวงพ่อแพร วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี พาคุณพ่อไปไหว้พระที่วัดพิกุลทอง วัดของหลวงพ่อแพร พระนักสร้างแห่งจังหวัดสิงห์บุรี ที่ชาวเมืองให้ความเคารพ เพื่อสักการะพระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือพระพุทธรูปนั่งปางพระทานพร องค์ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย รับรองว่าสวยงามอร่ามตา จนคุณพ่อจะต้องประทับใจ และจังหวัดนี้ยังมีอีกหลายวัดที่น่าเที่ยวไม่แพ้กัน 5. หาดบางแสน จ.ชลบุรี หาดบางแสนในวันนี้ ดูแปลกตาสวยงามกว่าในวันวาน ร้านค้า เตียงผ้าใบ อันตรธานหายไป เศษขยะไม่มากมายเต็มหาดอย่างแต่ก่อน น้ำทะเลดูใสขึ้นมาก ทำให้น่ากลับไปเยือนอีกครั้ง ไปเดินริมหาดสูดอากาศให้ชื่นใจ เหมาะมากที่จะพาคุณพ่อและครอบครัวไปรับลมทะเล พักผ่อนริมหาดอย่างสบายอารมณ์ 6. อุทยานกาญจนาภิเษก จ.นนทบุรี ที่พักริมน้ำของชาวเมืองนนทบุรี รวมถึงเป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ชายน้ำ พืชสวน และสัตว์ชนิดต่างๆ อีกด้วย  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดกับวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ บรรยากาศภายในอุทยานค่อนข้างร่มรื่น มีต้นไม้ปกคลุมให้ความร่มเย็น เหมาะแก่การมาพักผ่อน และออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งบริเวณใกล้เคียง ท่านสามารถไปเที่ยวเกาะเกร็ดได้อีกด้วย น่าพาคุณพ่อไปพักผ่อนจริงๆ เลย 7. พรีโม เพียซซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พรีโม เพียซซ่า แห่งนี้ ถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านโบราณอายุกว่า 500 ปี ในแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี ตั้งตระหง่านท่ามกลางการโอบล้อมของขุนเขา ทำให้คุณสัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของผืนป่าเขาใหญ่ได้เต็มที่ พร้อมกันนี้ยังมีฟาร์มสัตว์เลี้ยง ทั้งอัลปาก้า เมอริโน่ และดองกี้ ให้คุณได้สัมผัสความน่ารัก ถ้ารู้สึกหิว ที่นี่ก็มีทั้งร้านอาหารไทยและตะวันตกให้คุณเลือก หรือว่าเป็นร้านเค้ก ก็มีนะ เรียกว่ามาเที่ยวที่นี่ คุณพ่อและครอบครัวจะต้องชอบแน่ๆ 8. งานแสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี เที่ยวงาน แสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี พบกับ กิจกรรมการแสดงแสงสีเสียง จำลองเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมร้านเหล่ากาชาดจังหวัด และการแสดงมหรสพอีกมากมาย แบบนี้เลย ที่ควรพาคุณพ่อไป โดยงานจะจัดถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2557 9. งานพรรณไม้งามอร่าม สวนหลวง ร.9 จ.กรุงเทพมหานคร งานพรรณไม้งามอร่าม สวนหลวง ร.9 จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 – 10 ธันวาคม 2557 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา ภายในงานจัดให้มีการแสดงไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์ นิทรรศการศิลปะประดิษฐ์  อีกทั้งการแสดงความสามารถของสุนัข การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน 4 ภาค ฯลฯ หากคุณพ่อของคุณเป็นคนชอบต้นไม้ งานนี้ไม่ควรพลาดนะครับ 10. ถ้ำฤๅษีเขางู จ.ราชบุรี ถ้ำฤๅษีเขางู ตั้งอยู่ที่บริเวณสวนสาธารณะเขางู ต.เกาะพลับพลา เป็นถ้ำหรือศาสนสถานที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา ภายในถ้ำพบพระพุทธรูปจำหลักติดผนังถ้ำ เป็นพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทปางแสดงธรรมเทศนา พระพุทธฉายถ้ำฤาษีเขางู ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปหินทรายศิลปะสมัยอยุธยาอีกหลายองค์  หากพาคุณพ่อมาเที่ยว ท่านจะต้องชอบแน่ๆ ด้วยทัศนียภาพที่งดงาม และศิลปะสมัยทวารวดี ที่น่าดึงดูดใจ ที่สำคัญท่านสามารถไปเที่ยวสวนผึ้ง ที่อยู่ไม่ไกลกันมาก ได้อีกด้วย เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ถุงแป้ง G14 คว้าตำแหน่ง!! Gossip Girls 2014
gossip girls 2014 /  แพนเค้ก เขมนิจ / 

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับเวทีประกวด Gossip Girls The Acting Talents 2014 เฟ้นหาซุปตาร์ดวงใหม่เข้าสู่วงการบันเทิง เช่นเคยภายในงานมีเหล่าศิลปิน-ดาราตบเท้าเข้าร่วมงานเพียบ อาทิ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์, แพนเค้ก เขมนิจ, เคลลี่ ธนะพัฒน์, เอมี่ กลิ่นประทุม, โตนนท์ วงศ์บุญ, เต๋า เอเอฟ 8, บี้ KPN, บิ๊กเอ็ม ลิขิต, บอส ชนะกันต์, แคนดี้มาเฟีย, จี ทเวนตี้, ปอ-หนิม เอเอฟ และ อดีตมิสกอสซิปเกิร์ล ฯลฯ งานนี้ ดีเจโจ๊ก เกียรติยศ และสาว ทิชา พชรวรรณ ทำหน้าที่พิธีกร โดยหลังจากที่คณะกรรมการต้องปาดเหงื่อกันอยู่นานในการคัดเลือกสาวสวยมากความสามารถจาก 15 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย Gossip Girls 2014 จนในที่สุดก็ได้ผู้ที่ชนะใจคณะกรรมการ คือ G14 ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา คว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศ ได้รับรางวัล สายสะพาย, มงกุฏ, ถ้วยเกียรติยศ และเงินสด 600,000 บาท และตำแหน่งรองชนะเลิศ อาทิ G2 น้ำหวาน-นริสฌา ส่องแสงจันทร์, G8 ปราง-ศุภิสรา มณีพิศมัย, G9 แคท-ประภาศิริ ประสารสุข และ G17 ดาด้า-ณัฐรดา กาลสังข์ ได้รับ ถ้วยเกียรติยศ และเงินรางวัล 240,000 บาท และรางวัล Miss Popular Vote จาก 3BB ได้แก่ G4 เฟิน-ธีรารัตน์ ธีรกุลเกียรติ นอกจากนั้นภายในงานยังมีการจัดจำหน่ายเสื้อยืดการกุศลโดยได้ บอมบ์ กษิดิศ(คนอะไรเป็นแฟนหมี) เป็นผู้ออกแบบเสื้อในปีนี้ เพื่อนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้แด่มูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส ซึ่งเป็นกิจกรรมดีๆ ที่ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 นอกจากรายได้จากการจำหน่ายเสื้อแล้ว ทาง โมโนกรุ๊ป ยังสมทบทุนเพิ่มให้อีกเป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท!! ซึ่งวันนี้ได้รับเกียรติจาก อาต้อย เศรษฐา มาเป็นตัวแทนจากมูลนิธิฯ รับมอบ Gossip Girls 2014 ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา ผู้ชนะเลิศ Gossip Girls 2014 รองชนะเลิศ Gossip Girls 2014 รองชนะเลิศ Gossip Girls 2014 รองชนะเลิศ Gossip Girls 2014 รองชนะเลิศ Gossip Girls 2014 Gossip Girls 2014 ขอบคุณสัญญาณ wifi จาก 3BB

บ้านทรายทอง ละครในตำนานที่ยังได้รับความนิยม
ละคร บ้านทรายทอง /  บ้านทรายทอง 2015 / 

เรียกได้ว่าเป็น นวนิยายอมตะ เลยก็ว่าได้สำหรับละครเรื่อง บ้านทรายทอง เพราะไม่ว่าจะนำกลับมารีเมค กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากแฟนๆ ละคร เรื่องย่อ พจมาน เด็กสาวผู้มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีและชาติกำเนิดของตน แม้จะเป็นเพียงสามัญชนคนธรรมดาก็ตาม เธอจำเป็นต้องจากบ้านสวนเดินทางเข้ากรุงเทพฯพจมานไปอาศัยอยู่กับครอบครัวหม่อมพรรณราย เธอถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่เข้ามาอยู่ โดยมีหม่อมแม่และคุณหญิงเล็กน้องสาวของชายกลางชายกลางสงสาร และให้คุณหญิงใหญ่พี่สาวคนโตคอยช่วยเหลือ และพจมานก็คอยดูแลเอาใจใส่น้องชายคนเล็กของชายกลางที่เป็นง่อย เธอแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนที่เข้มแข็งอดทนมีจิตใจที่ดีงาม จนสามารถเอาชนะใจของชายกลาง และอีกหลายๆ คน จนเป็นผลสำเร็จ จนทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันในที่สุด ละครบ้านทรายทอง ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2501 โดยผู้สร้าง คณะกัญชลิกา ออกอากาศทางช่อง 4 บางขุนพรหม โดยตอนนั้น ฉลอง สิมะเสถียร และ สวลี ผกาพันธ์ คือคู่ที่ต้องมารับบท ชายกลาง-พจมาน โดยการกำกับของ สวลี ผกาพันธ์ ฉลอง รับบท ชายกลาง - สวลี รับบท พจมาน บ้านทรายทอง 2501 พ.ศ. 2513 บ้านทรายทองได้นำกลับมาทำใหม่อีกครั้งโดยคณะกัญชลิกา เป็นผู้นำกลับมาสร้างอีกครั้ง และออกอากาศทางช่อง 4 บางขุนพรหมเช่นเดิม โดยการกำกับของกัณฑรีย์ นาคประภาส่วน ฉลอง สิมะเสถียร ยังคงได้รับบทเป็นชายกลางเช่นเดิม แต่บทพจมาน เปลี่ยนมาเป็นนางเอกดาวรุ่ง อรัญญา นามวงศ์ ซึ่งเป็นที่โด่งดังมากในยุคนั้น ฉลอง รับบท ชายกลาง - อรัญญา รับบท พจมาน บ้านทรายทอง 2513 พ.ศ. 2521 กัณฑรีย์ นาคประภา ที่เคยรับบทชายกลาง ได้ทำการสร้างละครบ้านทรายทองอีกครั้งโดยได้ลงมือกำกับเองและได้ดึงตัว สมภพ เบญจาธิกุล และ ศันสนีย์ สมานวรวงศ์ มารับบท ชายกลางและพจมาน 2521 ออกอากาศ ทางช่อง 9 สมภพ รับบท ชายกลาง- ศันสนีย์ รับบท พจมาน บ้านทรายทอง 2521 พ.ศ. 2523 บ้านทรายทองได้ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้มาในรูปแบบ ภาพยนตร์ฟิล์ม 35 มม. โดย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ได้รุจน์ รณภพ มานั่งแท่นผู้กำกับและนักแสดงที่มารับบท พจมาน-ชายกลาง นั่นก็คือ จารุณี สุขสวัสดิ์ และ พอเจตน์ แก่นเพชร จารุณี สุขสวัสดิ์-พอเจตน์ แก่นเพชร บ้านทรายทอง 2523 พ.ศ. 2530 บ้านทรายได้กลับมาโลดแล่นบนจอโทรทัศน์ให้แฟนละครได้ติดตามอีกรอบหลังจากที่เงียบหายไป7ปี โดยครั้งนี้ดาราวีดีโอได้นำกลับมารีเมคและออกอากาศทางช่อง 7 และครั้งนี้ได้นักแสดงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนั้นมาประกบคู่ ชายกลาง-พจมาน นั่นก็คือ ศรัณยู วงษ์กระจ่าง และ มนฤดี ยมาภัย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง-มนฤดี ยมาภัย บ้านทรายทอง 2530 และอีก13ปี ต่อมา พ.ศ. 2543 ค่ายฮูแอนด์ฮู ได้นำบ้านทรายทองละครในตำนาน กลับมาทำให้แฟนละครเสียน้ำตาอีกรอบ และผู้ที่มารับบทบท ชายกลาง-พจมานคือ ศรราม เทพพิทักษ์และ รินลณี ศรีเพ็ญ โดยผู้กำกับชูศักดิ์ สุธีรธรรม ศรราม เทพพิทักษ์-รินลณี ศรีเพ็ญ บ้านทรายทอง 2543 บ้านทรายทอง 2558 วี- มิน รับบท ชายกลาง-พจมาน กลับมารีเมคให้แฟนละครได้ชมกันอีกครั้ง สำหรับละคร บ้านทรายทอง โดยครั้งนี้ช่อง 7 ได้นำกลับมาทำใหม่พร้อมเปิดตัวนักแสดงที่จะมารับบท ชายกลาง และ พจมาน แล้ว นั่นก็คือหนุ่ม วี วีรภาพ สุภาพไพบูรณ์ และสาว มิน พีชญา วัฒนามนตรี พร้อมกับแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง วี วีรภาพ -มิน พีชญา บ้านทรายทอง 2558

ศาลตัดสิน 'พ่อเอ็กซ์-หมอนิ่ม' จัดการมรดกร่วมกัน200ล้าน
ข่าวยิงเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ /  จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม / 

ศาลตัดสิน 'พ่อเอ็กซ์-หมอนิ่ม' จัดการมรดกร่วมกัน200ล้าน วันนี้(3ธ.ค.) มีรายงานข่าวว่าศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้พิพากษาตัดสิน กรณีที่นายมานพ พณิชย์ผาติกรรม บิดาของเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ อดีตนักแม่นปืนทีมชาติที่เสียชีวิตจากการฆาตกรรมเมื่อปีที่แล้ว บิดาได้ยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกของลูกชาย มูลค่ากว่า200ล้านบาท แต่หมอนิ่ม พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ  ภรรยาของเอ็กซ์ยื่นคัดค้าน โดยล่าสุดศาลได้พิจารณาตัดสินให้ทั้ง2ฝ่ายเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน เนื่องจากทั้งสองเป็นบิดาโดยธรรมและอีกฝ่ายเป็นมารดาที่ให้กำเนิดทายาทโดยธรรมของเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ อีกทั้งทรัพย์สินเป็นของที่ทั้ง2ฝ่ายร่วมกันหามาได้ ซึ่งขณะนี้ศาลยังถือว่าหมอนิ่มเป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากคดีจ้างวานฆ่ายังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลจังหวัดมีนบุรี ทั้งนี้หลังจากศาลมีคำตัดสินดังกล่าว นายมานพ บิดาของเอ็กซ์จักรกฤษณ์ เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป โดยเผยว่าต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้หลานทั้ง2คน ตอนนี้หมอนิ่มไม่ยอมให้ตนและภรรยาซึ่งเป็นย่า พบหน้าหลาน รวมทั้งใช้กิริยาวาจารุนแรงต่อว่าตนกับภรรยาด้วย MThai News