หนึ่ง ผกาวดี

15 ภาพ!! เจด้า-นาย ถ่ายแบบคู่กันครั้งแรก จิ้นหนักเคมีเข้ากันมว๊าก
เจด้า จิดาริน /  นาย ณภัทร / 

ทำเอาแฟนๆ จิ้นหนักมว๊ากกกก!!! เมื่อสองทายาทคนบันเทิงอย่าง เจด้า จิดาริน ณ ลำเลียง ลูกสาวคนสวยของ เจ เจตริน ร่วมงานถ่ายแบบคู่กับ นาย ณภัทร เสียงสมบูรณ์ ลูกชายสุดหล่อของ หมู พิมพ์ผกา ซึ่งเป็นการร่วมงานถ่ายแบบด้วยกันครั้งแรกของ เจด้า-นาย แต่ทั้งคู่ก็ไม่มีเคอะเขินแถมยังเคมีเข้ากันสุดๆ สวย-หล่อเหมาะสมจนแฟนๆ ยกให้เป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการไปแล้ว จิ้นแตกขนาดนี้ ผู้จัดท่านใดสนใจรีบจองตัวด่วน รับรองเรตติ้งกระฉูดไปเลยจ้าาาาา!! ขอบคุณภาพจาก IG @naphat_nine, jjayda, janjittima, everlasting_nineeleven, poon8888, for9naphat, jordwphoto, jidapaz เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย เจด้า-นาย

ออกไปสัมผัส 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย กันเถอะ!
ถนนสวย /  สะพานสวย / 

ว่ากันว่า จุดหมายปลายทาง ไม่สำคัญเท่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และมิตรภาพแล้ว หนทางข้างหน้าและ 2 ฝั่งข้างทางยังเป็นจุดที่สามารถทำให้เราต้องทึ่งในความงามของธรรมชาติที่ตัดกับถนนหนทางอันเป็นฝีมือของมนุษย์ ทั้งสองสิ่งได้สร้างความมหัศจรรย์เข้ามาบรรจบกันได้อย่างลงตัว travel.mthai.com จะพาคุณไปชม 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย ที่คุณต้องเดินทางไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต แล้วจะรู้ว่าเรื่องราวระหว่างทางมันช่างน่าประทับใจกว่าอะไรทั้งหมด ... ออกไปสัมผัส 25 เส้นทางมหัศจรรย์เมืองไทย กันเถอะ! เส้นทางที่เราพูดถึง ไม่ได้มีแค่เฉพาะถนนสวย ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายถึงสะพาน เส้นทางเดินป่า ทางรถไฟ ทางเดินเรือ และอีกมากมาย สถานที่เหล่านี้กำลังรอคุณไปพิสูจน์ความงาม อย่ามัวรีรอ หาวันว่าง เก็บกระเป๋า แล้วลุยเลย 1. จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 41 ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 2. จุดชมวิวเขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี 3. เส้นทางชมทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ 4. ทางรถไฟสายมรณะ จ.กาญจนบุรี 5. เส้นทางถนนสายแม่แตง จ.เชียงใหม่ 6. ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จ.จันทบุรี 7. ถนนสายชมพูพันทิพย์ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม 8. ทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล จ.ลพบุรี 9. อุโมงค์ต้นสน ทางไปเกาะลันตา จ.กระบี่ 10. เส้นทางชมน้ำตกผาดอกเสี้ยว จ.เชียงใหม่ 11. เส้นทางทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ จ.แม่ฮ่องสอน 12. สะพานไม้ บึงบัว เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ 13. ถนนแห่งสายหมอก ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ 14. เส้นทางพญาเสือโคร่ง ขุนวาง จ.เชียงใหม่ 15. เส้นทางเดินป่าและยอดเขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี 16. เส้นทางศึกษาธรรมชาติทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จ.ระยอง 17. ซุ้มลีลาวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.น่าน 18. เส้นทางชมธรรมชาติเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี 19. เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 20. เส้นทางเดินป่า ทุ่งดอกหงอนนาค ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ 21. ถนนเลียบอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี 22. สะพานมอญ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 23. สะพานปลา จ.ประจวบคีรีขันธ์ 24. เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่   25. ถกลศรีฟาร์ม ถนนคชเสนีย์ หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ขอบคุณภาพถ่ายสุดงามจาก ... คุณ Manus Tagsri    >>  www.facebook.com/ChillDTravel คุณ Little Potchara  >>  www.facebook.com/baagklong คุณ Theerasak Saksritawee  >>  www.facebook.com/popumon เรื่องและเรียบเรียงโดย : muzTong - Travel MThai

ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม , เรื่องย่อร่างใหม่...หัวใจเดิม
ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม /  เรื่องย่อละครร่างใหม่...หัวใจเดิม / 

ร่างใหม่...หัวใจเดิมบทประพันธ์ ชูวงศ์ ฉายะจินดาบทโทรทัศน์ เซียนสร้างเรื่องออกอากาศทุกวัน จันทร์-อังคาร เวลา 20.30น.ทางช่อง one31 เรื่องย่อ ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม กวิน(ธีรภัทร์ สัจจกุล) ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมทั้งการงานและครอบครัว แต่งงานกับภัฏฏินี หรือพัท(โสภิตนภา ชุ่มภาณี) ที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียน มีลูกชายน่ารักด้วยกันหนึ่งคนชื่อโบ๊ท(น้องซูม-ปัญกร จันทศร) ทั้งคู่มีธุรกิจโรงแรมที่สร้างร่วมกันมาและกำลังดำเนินไปด้วยดี รวมทั้งชีวิตครอบครัวที่แสนสุข ถึงแม้กวินจะมีปัญหาเรื่องสาวๆ มาติดพันอยู่บ้าง ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม นาลัน(วรรณรท สนธิไชย) หญิงสาวสวยแต่อ่อนแอ เป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด ลูกสาวคนเดียวของหมอชยางกูร(เกรียงไกร อุณหะนันทน์) แต่งงานกับภีษมา(ภพธร สุนทรญาณกิจ) หนุ่มขายประกันปากหวานแต่ไม่จริงใจ แม้หมอชยางกูรจะคัดค้านการแต่งงานแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะนาลันรักและหลงภีษมามาก แต่แล้ววันหนึ่งนาลันก็ได้รู้ความจริงว่าภีษมานอกใจจนเกิดช็อคหมดสติ และในเวลาเดียวกันพัทก็ถูกเก็จแก้ว(พิตต้า ณ พัทลุง) เลขาที่อยากได้กวินเป็นสามี ยุยงปั่นหัวจนทำให้พัทและกวินทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นพัทขับรถประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม หมอชยางกูรจำใจทำผิดจรรยาบรรณแพทย์เพื่อยื้อชีวิตลูกสาวเอาไว้ ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจพัทมาใส่ให้นาลัน เมื่อฟื้นขึ้นมาพัทตกใจมากเมื่อรู้ว่าเธออยู่ในร่างของนาลัน พัทยื่นคำขาดไม่ขอใช้ชีวิตเป็นนาลัน และขอไปตามทางของตัวเอง เมื่อนาลันหายตัวไป ทำให้ภีษมาร้อนใจมาก เพราะเขายังต้องการปอกลอกนาลันอยู่ ด้านกวินเศร้าเสียใจมากที่ต้องสูญเสียภรรยา ไม่เป็นอันทำการทำงาน จนคุณหญิงดุสิตา(กาญจนา จินดาวัฒน์) ผู้เป็นแม่ต้องเข้ามาเตือนสติ ว่ากวินยังมีลูกที่ต้องคอยดูแล กวินจึงคิดได้และหันมาเป็นคนใหม่ที่ใส่ใจกับงานและใส่ใจลูกมากกว่าเดิม ส่วนพัทในร่างนาลันมาหาหนูจุ้น(นิติ ชัยชิตาทร) เพื่อนสนิท แม้ว่าตอนแรกหนูจุ้นจะไม่เชื่อว่าพัทอยู่ในร่างของ นาลัน แต่หนูจุ้นก็ยอมให้นาลันมาอาศัยอยู่ด้วย วันหนึ่งนาลันแอบไปหากวินที่โรงแรม ซึ่งวันนั้นมีงานปาร์ตี้ พัทเห็นกวินยิ้มแย้มมีความสุข เธอจึงโกรธและเสียใจที่กวินไม่รู้สึกทุกข์ใจกับการจากไปของเธอเลย ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม พัทเริ่มเรียนรู้การใช้ชีวิตเป็นนาลัน โดยพาหนูจุ้นมาอยู่ที่บ้านด้วย ทำให้พัทได้รู้ว่าธันวา(ชลวิทย์ มีทองคำ) ทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมของกวิน แถมเป็นคู่กัดกับวดี(ศรุชา เพชรโรจน์) น้องสาวของพัทอีกด้วย พัทจึงใช้โอกาสนี้เข้ามาสมัครงานเป็นเลขาของวดีในนามนาลันเพื่อแก้แค้นกวิน ด้วยการทำให้เขารักจนหมดใจและสลัดทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่แผนการไม่เป็นไปตามที่คิด เพราะกวินไม่สนใจนาลันเลยซักนิด แต่กวินรู้สึกเอะใจกับนิสัยบางอย่างของนาลันที่คล้ายพัท ไม่นานพัทในร่างนาลันยอมเปิดใจกับธันวาและวดีว่าตนไม่ใช่นาลัน แต่เป็นพัทที่อยู่ในร่างของนาลัน ตอนแรกทั้งคู่ไม่เชื่อแต่สุดท้ายก็ยินดีที่จะช่วยเหลือพัทเพื่อให้ได้กลับมาใกล้ชิดกับครอบครัวอีกครั้ง ในที่สุดพัทในร่างนาลันก็ได้รู้ว่ากวินยังรักพัทมากและไม่เคยลืม เธอจึงตัดสินใจบอกความจริงทั้งหมดให้กวินฟังว่า ตัวเองคือพัทที่อยู่ในร่างนาลัน ส่วนเก็จแก้วก็ได้รู้เรื่องนี้จากภีษมา ที่ไปหาทางสืบจากจันทร์แรม(เมย์-สิรินทร์) พยาบาลคนสนิทของหมอชยางกูรเช่นกัน เก็จแก้วจึงถือโอกาสเป่าหูกวินว่ากำลังถูกพัทหลอก พัทในร่างนาลันจะฝ่าฝันอุปสรรค และสามารถพิสูจน์ความจริงให้กวินเชื่อว่าตัวเองคือพัทตัวจริงไดหรือไม่? ติดตามชมได้ใน ร่างใหม่...หัวใจเดิม ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30น. ช่องวัน31 ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม

ซูกัส จีทเวนตี้ นำทีมสาวๆ ลุยฝน!!! มอบความสุขอิ่มใจให้คนไร้บ้าน!!!
ซูกัส จีทเวนตี้ /  ถุงแป้ง-ภัทรวดี / 

    เพราะมีวันคล้ายวันเกิดในเดือนกันยายนเหมือนกัน นักแสดงสาวๆ ในสังกัด “โมโน ทาเลนท์ สตูดิโอ” ในเครือโมโนกรุ๊ป นำทีมโดย “ซูกัส จีทเวนตี้” ซูกัส-อรวีณ์ เหลืองวิบูลย์พร (27ก.ย.), ปุยฝ้าย-ธนพร สุริยะคำ (8ก.ย.) และ ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา (15ก.ย.) ขอเกี่ยวก้อยชวนกันไปทำบุญฉลองวันเกิดด้วยกันซะเลย     ในกิจกรรมดีๆ ที่สาวๆ รวบรวมเงิน เตรียมการกันมานาน กับการแจกอาหารให้กับคนไร้บ้าน ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ในค่ำคืนบรรยากาศฟ้าฝนที่ไม่เป็นใจ ตกกระหน่ำร่วมชั่วโมง แต่ สาวๆ ซูกัส-ปุยฝ้าย-ถุงแป้ง และเพื่อนๆ นักแสดงร่วมสังกัด อาทิ โดนัท-สาริฟา จรเจนวุฒิ, เบนซ์- ณัฐธิดา ตรีชัยยะ, ผิงผิง-ณิชา ปิยะวัฒนานนท์, หนูแอ-จิรัฐิพร วิวัฒนานนท์ และ นีน่า-นิชนารถ พรหมมาตร ที่ตั้งใจไปทำบุญก็ไม่ย่อท้อ รอเวลาจนฝนหยุด!!! หอบหิ้วข้าวเหนียว+หมูทอด, นม, ขนมปัง และของใช้จำเป็น เช่น ยากันยุง , ยาแก้ปวด ฯลฯ ไปแจกจ่ายให้คนไร้บ้าน กว่า 100 ชุด ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขของทั้งผู้ให้และผู้รับจริงๆ     ซูกัส กล่าวเล่า “ปกติซูจะทำบุญวันเกิดด้วยการบริจาคอยู่บ่อยๆ ค่ะ ก็จะโอนเงินไปช่วยเหลือตามที่ลงประกาศผ่านเฟซบุ๊คบ้าง ซึ่งปีนี้มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม โมโน ทาเลนท์ สตูดิโอ รู้ว่าเกิดเดือนเดียวกันพอดี เลยถือโอกาสรวมกลุ่มชวนกันไปทำบุญด้วยกัน ซึ่งพวกเราเห็นตรงกันว่า..อยากไปให้กับคนอื่นๆ ที่เขาไม่มีจริงๆ ไม่มีแม้กระทั่งบ้าน-ที่พัก อยากให้เขาเหล่านั้น มีความสุขบ้าง ไม่มากก็น้อย จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้กับเขา ซึ่งมาช่วงเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ฝนก็ตกหนักเลยค่ะ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดด้วยซ้ำ แต่เมื่อตั้งใจกันมาแล้ว ก็รอจนฝนหยุดตกค่ะ พอถึงเวลาเห็นคุณลุง-คุณป้า-คุณน้า-คุณอา ทยอยเดินมาหาพวกเรา รอรับมอบของ ส่งรอยยิ้ม และกล่าวขอบคุณพวกเรา ซูก็รู้สึกดีใจมากๆ ที่เราได้โอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเผื่อแผ่ถึงพวกเขา เพื่อนๆ โมโน ทาเลนท์ สตูดิโอ ที่มาด้วยกันก็คิดเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสพวกเราก็อยากจะมาร่วมทำสิ่งดีๆ แบบวันนี้อีกค่ะ”     ยังไงทางทีมงาน  music.mthai ก็ต้องขออนุโมทนาบุญ และขอให้คนที่เกิดในเดือนนี้ทุกคนประสบความสำเร็จในชีวิต มีความสุขมากๆ นะคะ

ละคร นางอาย , เรื่องย่อ นางอาย
ละครนางอาย /  ละครนางอาย ตอนแรก / 

นางอาย บทประพันธ์โดย : นราวดีบทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกษกำกับการแสดงโดย : ปวันรัตน์ นาคสุริยะออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครนางอาย ...กำแพงรั้วที่เรียกว่าโรงเรียน ซึ่งตัดขาดเธอจากโลกภายนอก แต่มันกลับพาเธอก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกของมิตรภาพ เมื่อความรักฉันท์เพื่อนก่อตัวสูงขึ้น ขอบรั้วที่เคยบีบรัดหัวใจก็ค่อย ๆ ทลายลง สุดท้ายที่ ๆ เคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเรือนจำของความสุข กลายเป็นสถานที่แห่งความรักความผูกพัน ที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของเธอ... อภิรดี อโณทัย หรือ นาง สาวน้อยแสนสวยวัย 17 ปี ลูกสาวคนเดียวของ เด่นชาติ และเอมอร เมื่อนางเริ่มเป็นที่หมายตาจากหนุ่ม ๆ เพื่อนร่วมรุ่นในโรงเรียนสหศึกษา เด่นชาติ และเอมอร ตัดสินใจส่งตัวไปเรียนโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วนที่ปีนัง เพราะไม่อยากให้ลูกสาวริรักในวัยเรียน หวังให้เหล่าซิสเตอร์ผู้เข้มงวดช่วยอบรมขัดเกลามารยาทกุลสตรี นักเรียนไทยหลายคนต่างมองว่าโรงเรียนคอนแวนต์แห่งนั้น คือโรงเรียนดัดสันดารของเหล่าสาวแสบ ก้าวแรกที่นางได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียน ซิสเตอร์ออเดรย์ หัวหน้าแม่ชีที่ดูแลนักเรียนประจำ ม.ปลายรัก และเอ็นดูนางตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ไม่วายขัดใจนางด้วยการตรวจค้นกระเป๋าเสื้อผ้า และริบข้าวของที่ไม่จำเป็นไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ นางแทบจะกรี๊ด... สเตตัสสุดท้ายที่นางโพสก่อนจะจำใจส่งมือถือให้ซิสเตอร์ซิสเตอร์ออเดรย์คือ "ลาก่อนอิสรภาพของฉัน วันหนึ่งเราคงได้พบกันใหม่" นางได้เช็คอินสถานที่โดยครีเอทใหม่ ว่า เรือนจำคอนแวนต์ ละครนางอาย เรเวอร์เร้นท์มาเธอร์ซิสเตอร์หลุยส์ หรือคุณแม่อธิการผู้เคร่งขรึมหมายจะให้เด่นชาติพบกับ ซิสเตอร์เทเรซ่า แม่ชีคนไทยเพียงคนเดียวที่อกหักจากรักแรกจนต้องตัดสินใจหันหน้าเข้าหาพระเจ้า สาบานตนว่าชาตินี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก อดีตคนรักของเทเรซ่าก็คือท่านรัฐตรีเด่นชาติ ! คุณแม่อธิการต้องการให้ทั้งสองได้พบกัน..ก็เพื่อให้ซิสเตอร์เทเรซ่าตัดใจอย่างถาวร แต่การที่เด่นชาติจูงมือนางเข้ามาในโรงเรียนนั้น ยิ่งทำให้แผลใจของซิสเตอร์เทเรซ่าถูกซ้ำเติมมากขึ้น นางได้พบกับ จรรยา หัวหน้านักเรียนไทยรุ่นพี่ที่ศึกษาอยู่ชั้นม.6 จรรยาแนะนำให้นางรู้จักกับกลุ่มนักเรียนไทยในชั้นเรียน ฝากฝังให้ สินีนาฏ สาวไทยแสนเรียบร้อยเป็นคนดูแลนาง สินีนาฎถูก สายสนม แม่ของเธอส่งมาอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ม.1 เพราะพ่อแม่หย่ากัน และสายสนมต้องทำงาน และดูแลลูกเพียงคนเดียว สินีนาฏ และนางถูกชะตากันทันทีที่เจอ สินีนาฎแนะนำทุกอย่างให้นาง ตั้งแต่สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน กิจวัตรประจำวัน และอธิบายเรื่องการอาบน้ำแบบ Fast Speed 5 นาทีทันใจ โดยมีแม่ชีสุดโหดเฮี้ยบอย่าง ซิสเตอร์ฟรานซิส เป็นผู้ดูแลการเปิด-ปิดวาล์วน้ำในระหว่างการอาบ นางแทบจะร้องไห้ที่ต้องใช้ชีวิตลำบากแบบนี้ นอกจากสินีนาฎแล้ว ยังมีนักเรียนไทยอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนาง นั่นคือ สายสุดา และมีนา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยสายสุดามองว่ามีนาคือลูกน้องของเธอ ส่วนมีนาเองก็อาศัยบารมีของสายสุดาทำตัวอวดเบ่งกับทุกคน เพราะสายสุดามีดีกรีเป็นถึงน้องสาวคนเดียวของท่านกงสุลไทยประจำปีนัง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าที่สายสุดาชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจ และต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ เพราะปมชีวิตส่วนตัวที่ความจริงแล้วสายสุดาคือลูกนอกสมรส สายสุดาไม่ชอบหน้านาง เพราะตั้งแต่นางเข้ามาในโรงเรียนหลายคนให้ความสนใจจนเด่นเกินหน้าเกินตา สายสุดาหาทางแกล้งนางอยู่เสมอแต่กลับโดนนางเอาคืนทุกที อย่างในงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ประจำปี นางโดนสายสุดาแกล้งจนพลัดตกลงไปในบ่อบัว สินีนาฎพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นางได้ทีจึงเอาชุดนักเรียนที่เปียกชุ่มยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของสายสุดา สายสุดาโกรธมาก หมายใจไว้ว่างานนี้เธอกับนางไม่มีวันอยู่กันอย่างมีความสุขแน่ ทุกวันพฤหัสบดีถือเป็นวัน English Day คือวันที่นักเรียน และซิสเตอร์ทุกคนต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น สายสุดาและมีนาคอยฟ้องซิสเตอร์ว่านางแอบพูดภาษาไทย นอกจากคู่อริสองแสบแล้ว นางยังมีศัตรูอีกคน คือ จอยคาม สาวน้อยเจ้าถิ่นในปีนังที่มีเรื่องปะฉะดะกับนางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน จอยคามเห็นสายสุดาไม่ชอบนาง จึงรวมตัวกันหาทางกลั่นแกล้งนาง ละครนางอาย นอกจากสินีนาฎ นางยังมีเพื่อร่วมรุ่นอีก 2 คนที่สนิทกัน นั่นคือ ฮองลัน สาวอ้วนที่รักการกินเป็นที่สุด ฮองลันเป็นนักเรียนไป-กลับที่สนิทกับนาง เพราะทั้งคู่คอยช่วยกันหาทางแอบลอดเอาของกินเข้ามาทานในรั้วโรงเรียนอยู่เสมอ และฮองลันประทับใจนางมากที่เคยโดนซิสเตอร์ฟรานซิสจับได้เรื่องแอบเอาขนมเข้ามาทานที่ห้องเรียน นางก็พร้อมจะโดนลงโทษร่วมกับฮองลันไปด้วย อีกหนึ่งสาวที่นางชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น คือ มาเรีย สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-มาเลเซีย ที่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเพราะพิการมาตั้งแต่เด็ก หลายคนชอบพูดจาดูถูก และรังเกียจมาเรีย แต่นางไม่คิดแบบนั้น แถมยังคอยช่วยซ่อมรถเข็นให้มาเรียอีกด้วย ทุกวันศุกร์ที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าโบสถเพื่อนมัสการพระเจ้า นางได้รู้ว่ามาเรียร้องเพลงเพราะมาก นางจึงสนับสนุนให้มาเรียได้ขึ้นร้องนำในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างงานวันไหว้ครู นางพยายามทำทุกอย่างให้มาเรียได้แสดงความสามารถของเธอ จนในที่สุดมาเรียก็ได้ร้องนำ แถมนางรับเลือกจากเพื่อน ๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องให้เป็นตัวนักเรียนไทยไปถือพานไหว้ครู สายสุดา และมีนาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่เสียตำแหน่งให้นาง เลยหาทางแกล้งไม่ให้นางได้ถือพาน แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สายสุดาแอบรู้ว่านางชอบแอบใช้มือถือของ คัมพล เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนางที่เรียนอยู่โรงเรียนซิสเตอร์เซเวียร์ชายล้วนรั้วติดกัน โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอ คัมพลเป็นลูกชายคนเล็กของพิทักษ์ เศรษฐีเหมืองแร่ในภูเก็ตซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเด่นชาติ คัมพลไม่เคยขัดใจนางเพราะแอบชอบนางอยู่ เรื่องนางติดต่อกับเพื่อนนักเรียนชายโรงเรียนข้าง ๆ ดังไปทั่ว คุณแม่อธิการตัดสินใจตามตัวท่าน ธนาธิป กงสุลไทยที่รับหน้าที่ดูแลนักเรียนไทยที่อยู่ที่ปีนังทั้งหมด แถมยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของสายสุดาอีกด้วย นางจึงตั้งท่าไม่ถูกชะตากับธนาธิปตั้งแต่ยังไม่เจอตัว ธนาธิปตามตัวผู้ปกครองของนางและคัมพลมาพบ การเจอหน้ากันครั้งนี้ทำให้ธนาธิปรู้ว่าพิทักษ์หมายปองให้นางแต่งงานกับคัมพลหลังเรียนจบจากคอนแวนต์ เมื่อรู้ว่ามีชายหนุ่มหมายปองสาวแก่นเซี้ยวอย่างนาง ธนาธิปก็แปลกใจไม่น้อยว่าอะไรที่ทำให้คัมพลชอบนางได้ขนาดนี้ ยิ่งสงสัย..ก็ยิ่งเข้าใกล้นางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่นางเสนอความคิดออกมา มักทำให้ธนาธิปทึ่งในความเฉลียวฉลาดของนางอยู่เสมอ ละครนางอาย ความไม่ลงรอยของนางและสายสุดาเริ่มทวีคุณความแรงขึ้น เมื่อถึงกิจกรรมกีฬาสีมาถึง เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายตั้งใจจะให้กิจกรรมนี้เป็นการสมานแผลระหว่างนางกับสายสุดา โดยจัดให้ทั้งคู่อยู่สีเดียวกัน แต่แผนกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สายสุดาร่วมมือกับจอยคามที่อยู่คนละสีแอบโกงในการแข่งขันว่ายน้ำ จนนางเกือบจะจมน้ำเพราะเจ็บขา แถมจอยคามก็ไม่ช่วยเธอเสียด้วย กลายเป็นสินีนาฎ และจรรยาต้องเป็นคนลงไปช่วยนางขึ้นมาแทน เหตุการณ์ครั้งนี้คุณแม่อธิการโกรธมาก ทำโทษกลุ่มนาง และสายสุดายกใหญ่ พร้อมทั้งตามตัวธนาธิปให้มาทราบเรื่องนักเรียนไทยมีปัญหากันเอง ธนาธิปจึงต้องรับหน้าที่เป็นดูแลควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนไทยเพิ่มอีกตำแหน่ง ธนาธิปลงโทษทุกคนด้วยการให้ช่วยทำความสะอาดบ้านทูต ร้อยมาลัย ทำกับข้าวเพื่อต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมืองที่เข้ามาพักที่บ้านพักของสถานทูตไทย แรก ๆ ทุกคนอิดออด แต่หลัง ๆ กลับเสนอตัวขอมาช่วยงานเสมอ เพราะต้องการออกมานอกรั้วคอนแวนต์ นางชอบแอบปีนต้นมะม่วงที่อยู่ข้างห้องทำงานธนาธิป แรก ๆ ธนาธิปตกใจ และเรียกนางมาต่อว่าในความไม่เป็นกุลสตรี แต่นาน ๆ เข้าก็ปล่อยให้ปีนขึ้นปีนลงอยู่เรื่อย ๆ จนเป็นความคุ้นเคย แถมบางวันนางยังแอบเข้ามาในห้องทำงานธนาธิป จัดการเปลี่ยนหลอดไฟในห้องที่ติด ๆ ดับ ๆ ให้เสียด้วย นอกจากธนาธิปที่ต้องคอยดูแลนักเรียนไทยในปีนังแล้ว ยังมี ชัยพงษ์ อีกคนที่เป็นกงสุลไทยที่ดูแลในส่วนของกิจกรรมประเพณี และวัฒนธรรม ชัยพงษ์มีโอกาสได้เจอกลุ่มนักเรียนไทยอยู่เรื่อย ๆ ชัยพงษ์เป็นพี่ชายคนกลางของคัมพล จึงสนิทสนมกับนางเช่นกัน ชัยพงษ์ต่างกับธนาธิปแบบคนละขั้ว เพราะชัยพงษ์คือหนุ่ม Biker ที่มีมอเตอร์ไซค์ Big Bike คันเท่เป็นพาหนะคู่กาย ธนาธิปไม่พอใจที่ชัยพงษ์สนิทสนมกับนางเพราะคิดว่าชัยพงษ์แอบชอบนาง แต่จริง ๆ แล้ว ชัยพงษ์แอบชอบสินีนาฎ และนางเองก็รู้แถมยังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ด้วย แต่สินีนาฎกลับไม่มีใจให้เพราะเธอแอบหลงรักธนาธิปมาตั้งแต่แรกเจอเช่นกัน เวลาผ่านไป...นางเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นในรั้วคอนแวนต์ แต่ก็ยังไม่วายแหกกฎระเบียบโรงเรียนอยู่เสมอ วีรกรรมที่โด่งดังของนางคือการแอบเอาอาหารคาวหวานซุกซ่อนเข้ามาในกระเป๋าเสื้อผ้าทุกครั้งที่กลับเข้าโรงเรียนในวันจันทร์ต้นเดือน... อาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของฮองลัน นางวางแผนแอบเอาขนมเค้กเข้ามาฉลองวันเกิด โดยจะแอบเอาเค้กปอน์ดใส่มาในกล่องรองเท้าพละ และขอให้จรรยาช่วยปล่อยผ่านตอนเข้าเวรตรวจกระเป๋า แต่เมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก เมื่อนางเปิดกล่องรองเท้าพละออกมา กลับพบว่าจากเค้กปอน์ดแสนอร่อยกลายเป็นรองเท้าพละเก่า ๆ เน่า ๆ คู่หนึ่งเท่านั้น เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายปรากฎตัวขึ้นพร้อมด้วยเทียนวันเกิดสั้น ๆ กุด ๆ แท่งหนึ่ง เซ็นส์ฟรานซิสจัดการปักเทียนบนรองเท้าคู่นั้นแล้วให้นางและฮองลันช่วยกันเป่าเทียนให้ดับ แต่เทียนเล่มนั้นดันเป็นเทียนแบบเป่าดับได้ยากเสียด้วย ฮองลันทั้งโกรธทั้งอายที่โดนทำโทษประจานที่ลานกิจกรรม ทั้งหมดโดนทำโทษร่วมกัน ถึงจะอดทานเค้กแต่กลับรักกันแน่นแฟ้นมากขึ้น ละครนางอาย หลายครั้งที่นางมักมีปัญหากับ ซิสเตอร์ปอนลีน แม่ชีประจำวิชาดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงรักนักเรียนไม่เท่ากัน คนไหนที่ลงเรียนพิเศษเปียโนกับเธอ เธอจะรักและเอ็นดูเด็กพวกนั้นมาก ส่วนนักเรียนคนอื่นมักจะโดนไม่ให้ซ้อมเปียโนในห้องดนตรีของเธอ นางเห็นว่าไม่ยุติธรรมเพราะสินีนาฎมักโดนไล่ออกมาจากห้องซ้อมก่อนหมดเวลา พยายามเจรจาเท่าไหร่ก็โดนซิสเตอร์ปอนลีนสั่งทำโทษตลอด คัมพลอาสามารับนาง และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยทุกครั้งชัยพงษ์จะตามมาเจอด้วยเพราะต้องการพบกับสินีนาฎ สายสุดาที่อิจฉาที่พวกนางได้เที่ยวจึงคอยหาเรื่องพูดจาจิกกัดคัมพลเสมอ เพราะลึก ๆ ไม่พอใจที่คัมพลสนใจนางมากกว่าเธอ ช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1 สินีนาฎขาดการติดต่อจากสายสุดาแม่ของเธอ จนปิดเทอมแล้วสายสุดาก็ยังไม่ติดต่อมา จนในที่สุดสินีนาฎก็ได้รู้ความจริงว่าแม่ถูกเพื่อนร่วมธุรกิจโกงจนหมดตัว ส่งข่าวมาบอกว่าไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้แล้ว สินีนาฏทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ต้องหมดอนาคต ซิสเตอร์ออเดรย์ขอให้แม่อธิการช่วยเหลือสินีนาฏได้เรียนต่อจนจบ ม.6 แต่สินีนาฏต้องย้ายจากนักเรียนประจำชั้นหนึ่ง ไปเป็นนักเรียนประจำชั้นสองที่ต้อยต่ำกว่า สินีนาฏคิดฆ่าตัวตาย แต่ซิสเตอร์เทเรซ่ามาห้ามไว้ได้ทัน ซิสเตอร์เทเรซ่ าและซิสเตอร์ออเดรย์เกลี้ยกล่อมจนสินีนาฏยอมเรียนหนังสือต่อจนจบเพื่ออนาคตของเธอเอง สินีนาฏขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับนางเพราะไม่อยากให้นางช่วยเหลือ และอยากตัดขาดเพื่อนชั้นหนึ่งทุกคน วันเปิดภาคเรียน ทุกคนแปลกใจที่เห็นสินีนาฎถูกย้ายไปอยู่รวมกับกลุ่มนักเรียนชั้นสอง พวกสายสุดาพากันเยาะเย้ยถากถาง และสมน้ำหน้า นางไปหาสินีนาฏเพื่อถามความจริงแต่ถูกหลบหน้า นางยิ่งทุกข์ใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก ในที่สุดนางได้รู้เรื่องราวของสินีนาฎ นางเข้าพบคุณแม่อธิการเพื่อส่งตัวสินีนาฏกลับมาเรียนชั้นหนึ่งเหมือนเดิม และจะให้พ่อแม่ของเธอส่งเสียสินีนาฏเอง แต่แม่อธิการไม่ยอมจนกว่าจะได้คำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากเด่นชาติ และเอมอร ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้เพราะทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศ ที่พึ่งสุดท้ายของนางจึงเป็นธนาธิป กลางดึกคืนนั้นนางตัดสินใจแอบออกจากตึกนอน ปีนรั้วไปหาธนาธิปที่ห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันได้คุยกันก็โดนไล่กลับมาก่อน เพราะธนาธิปเห็นว่าไม่ควรพบกันดึก ๆ เช่นนี้ นางขอให้ธนาธิปมาพบเธอที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้ ละครนางอาย แต่ธนาธิปกลับมาในอีก 2 วันถัดมา นางโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เหลือใครที่จะช่วยสินีนาฎได้แล้ว นางขอยืมเงินธนาธิปก่อนจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะเดินทางกลับมา แต่ธนาธิปกลับขอรับอุปการะสินีนาฏเอง โดยอธิบายเหตุผลสารพัดจนนางต้องยอมให้ธนาธิปเป็นผู้อุปการะสินีนาฏ นางขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับสายสุดา เพราะกลัวจะเอาเรื่องนี้มาข่มสินีนาฏ เมื่อสินีนาฏรู้เรื่องการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็ซาบซึ้งและยิ่งทำให้สินีนาฏประทับใจในตัวธนาธิป มากขึ้นไปอีก ชัยพงษ์รู้เรื่องที่ธนาธิปอุปการะสินีนาฎ ก็รู้สึกขัดใจไม่น้อยเพราะเขาอยากจะรับผิดชอบช่วยเหลือสินีนาฎมากกว่าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ธนาธิปงานยุ่งไม่ค่อยได้มาเยี่ยมสินีนาฏตามคำแนะนำของซิสเตอร์ออเดรย์เท่าที่ควร ชัยพงษ์จึงเสนอตัวคอยหมั่นไปเยี่ยมสินีนาฎอยู่บ่อย ๆ คอยซื้อข้าวของต่าง ๆ ให้โดยอ้างว่าธนาธิปสั่ง เมื่อชัยพงษ์รุกหน้าทำคะแนนกับสินีนาฎ คัมพลก็ไม่แพ้กันพยายามมาทำคะแนนกับนาง ธนาธิปไม่พอใจที่นางสนิทสนทกับผู้ชายคนอื่น จึงเริ่มเข้ามาเยี่ยมสินีนาฎมากขึ้น เพื่อจะหาโอกาสได้เจอกับนางมากขึ้นเช่นกัน นางขอให้ธนาธิปพาเธอกับสินีนาฏออกไปดูหนัง ยิ่งได้ออกไปเที่ยวด้วยกันก็ยิ่งใกล้ชิดกัน ธนาธิปถูกใจในความสดใสร่าเริงของนาง แต่กับสินีนาฎเขามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น จอยคามที่แอบชอบธนาธิปมานาน เมื่อเห็นธนาธิปมาส่งนางกับสินีนาฏ จึงรีบไปบอกสายสุดา สายสุดามาเอาเรื่องแกล้งเทขยะใส่สินีนาฏ นางมาช่วย เด็กสาวทั้งสองกลุ่มจึงตะลุมบอนกัน ซิสเตอร์ฟรานซิสลงโทษเด็กทุกคนให้ช่วยกันเก็บขยะ ทำความสะอาดตึกเรียนทั้งหมด แต่สุดท้ายพวกนาง และสายสุดาก็ทะเลาะกันอีก จนเหล่าซิสเตอร์ต้องเข้ามาแยก และหาทางลงโทษพวกเด็ก ๆ ขั้นเด็ดขาด สินีนาฏรู้เรื่องธนาธิปส่งเงินค่าเทอมให้สินีนาฎ จึงโพทะนาไปทั่วว่าสินีนาฏให้ท่าพี่ชายเธอเพื่อให้ส่งเสียเลี้ยงดูหวังจะเป็นเมีย สินีนาฏถูกนักเรียนคนอื่นดูถูกโดยเฉพาะจอยคาม จอยพูดจาดูดถูกสินีนาฎสารพัด สายสุดาคอยพูดเหน็บเปรียบเทียบฐานะให้สินีนาฏเจียมตัว สินีนาฏร้องไห้เสียใจ นางเจ็บแค้นแทนเพื่อนจึงหาทางแก้เผ็ดสายสุดาด้วยการเอาหน้ากากผีมาใส่หลอกสายสุดาตอนกลางคืน ข่าวสายสุดาถูกผีหลอกแพร่สะพัดในโรงเรียน แถมสายสุดาโดนทำโทษที่รบกวนเพื่อนกลางดึกด้วย ละครนางอาย ช่วงเลิกเรียนตอนเย็น กลุ่มนักเรียนจะไปทำกิจกรรมที่ลานกว้างใกล้รั้วระหว่างโรงเรียนหญิงล้วนกับโรงเรียนชายล้วน นาง สินีนาฏ กับเพื่อนแบ่งทีมเล่นคิงส์แคมป์กัน นางดันเผลอตบลูกบอลแรงจนลูกบอลกระเด็นเข้าไปในบริเวณโรงเรียนชายล้วน ทุกคนหน้าจ๋อยเพราะโรงเรียนมีกฎห้ามเข้าไปในโรงเรียนชายล้วน แต่นางยืนยันที่จะปีนเข้าไปเก็บบอลด้วยตัวเอง นางแอบปีนรั้วเข้ามาเก็บบอลที่สนามของโรงเรียนชายล้วน แต่ถูก เดวิด กับ ปีเตอร์ นักเรียนชายชั้นเดียวกับคัมพลแย่งลูกบอลไปและหวังจะลวนลามนาง คริส เพื่อนตัวอ้วนคนสนิทของคัมพลพยายามจะช่วย แต่กลับโดนเดวิด และปีเตอร์จัดการจนต้องหนีไป นางพยายามจะหนีแต่โดนเดวิดและปีเตอร์เข้ามาจับตัวไว้ คัมพลเข้ามาช่วยนางไว้ได้ จัดการเดวิดกับปีเตอร์จนหมอบราบ ทำให้ทั้งสองอาฆาตแค้นคัมพลมาก ธนาธิปมาหานางด้วยเรื่องที่แอบปีนเข้าไปในโรงเรียนชายล้วนจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต เพราะนอกจากคัมพลโดนสั่งพักการเรียนแล้ว เดวิส และปีเตอร์ยังโดนไล่ออกด้วยเพราะเคยมีความผิดเรื่องการชกต่อย แถมยังมีนักเรียนแอบได้ยินพวกเดวิดวางแผนทำร้ายคัมพล นางรู้สึกผิดขอร้องให้ธนาธิปช่วยคัมพลที่เดือดร้อนเพราะเธอ ถึงจะเจ็บปวดที่นางเป็นห่วงชายอื่น แต่ธนาธิปรับปากว่าจะช่วย และขอให้นางสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก เดวิด ปีเตอร์ พาเพื่อนมาดักทำร้ายคัมพลกับคริสตรงถนนเลียบชายทะเล คัมพลเอาตัวเข้าปกป้องคริสจนบาดเจ็บ ธนาธิปมาช่วยเหลือคัมพลได้ทันพร้อมแจ้งตำรวจชาวมาเลย์ให้มาจับกุมตัวเดวิดกับเพื่อนไป ธนาธิปสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปเที่ยวนอกโรงเรียนกับคัมพลอีกเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย และในเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ธนาธิปก็บังคับให้พานางมาอยู่ที่บ้านทูต โดยอ้างว่าให้นางมาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ไม่ได้เกเรที่ไหนอีก แต่ลึก ๆ แล้วธนาธิปอยากอยู่ใกล้นางมากขึ้นเพราะเขารู้ตัวแน่แล้วว่ามีใจให้นาง แต่ธนาธิปจำต้องปิดบังทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เจ้าระเบียบ จอยคาม และสายสุดาหาเรื่องแกล้งสินีนาฎ ให้ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าใจผิดว่าสินีนาฏแอบเอานิยายรักโรแมนติกมาอ่าน แต่นางกลับออกรับแทนว่าเป็นหนังสือของเธอ นางเลยโดนลงโทษด้วยการให้อดอาหารเย็น คืนนั้นซิสเตอร์เทเรซ่าแอบเอาขนมปังมาให้ นางซาบซึ้งในความเมตตาของ ซิสเตอร์เทเรซ่า พูดประสาซื่อว่าขอให้หนูเรียกซิสเตอร์ว่าแม่อีกคนได้มั้ย ซิสเตอร์เทเรซ่าอึ้งเพราะถ้าเด่นชาติไม่ทิ้งเธอไป นางคนเป็นลูกสาวของเธอจริง ๆ ละครนางอาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ เด็กนักเรียนประจำที่ไม่ได้กลับบ้านจะได้ไปพักที่บังกะโล ตันหยงบุหงา นาง สินีนาฏ มาเรีย จอยคาม มีนา จรรยา และเพื่อนนักเรียนประจำมาพร้อมเหล่าซิสเตอร์ ทุกคนสังเกตเห็นซิสเตอร์เทเรซ่าเศร้ามากเมื่อมาถึงที่นี่ เพราะที่แห่งนี้คือที่ ๆ เธอได้พบกับเด่นชาติ และเด่นชาติพูดขอความรัก ขอให้ซิสเตอร์เทเรซ่ารอเขาเรียนจบกลับมาจากอเมริกาแล้วแต่งงานด้วยกัน นางกับจอยคามท้าแข่งว่ายน้ำออกไปยังประภาคารไกลฝั่ง เพราะนางยังฝังใจที่แข่งว่ายน้ำแพ้จอยคามในงานกีฬาสี จอยคามรับคำท้า สินีนาฎพยายามห้ามเพื่อนทั้งสองแต่ไม่มีใครฟัง จอยคามเป็นตะคริวกำลังจะจมน้ำ นางรีบเข้าไปช่วยพาจอยคามกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย จอยคามซาบซึ้งในน้ำใจที่นางช่วยชีวิต จอยคามกับนางถูกลงโทษด้วยกัน ทั้งคู่จึงได้เปิดใจกัน และเคลียร์เรื่องหมางใจต่าง ๆ พร้อมทั้งจับมือสัญญาเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ธนาธิปทนคิดถึงนางไม่ได้ แสร้งขอติดตามเด่นชาติกับเอมอรมาเยี่ยมสินีนาฏที่ตันหยงบุหงา แม่อธิการให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปต้อนรับเด่นชาติกับเอมอร เมื่อเด่นชาติเจอซิสเตอร์เทเรซ่าก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแม่ชีอยู่ที่โรงเรียนคอนแวนต์ เมื่อมีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง เด่นชาติพยายามจะพูดคุยกับซิสเตอร์เทเรซ่า แต่เธอกลับไม่ยอมพูดด้วย นางแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แปลกใจในความสัมพันธ์ของพ่อกับซิสเตอร์เทเรซ่าร์ ธนาธิปเปิดบ้านพักกงสุลไทยจัดงานเลี้ยงต้อนรับเด่นชาติกับเอมอรที่มาพักในปีนัง และเชิญพิทักษ์กับคัมพล ชัยพงษ์ ลูกชายมาด้วย ในงานเลี้ยงธนาธิปตะลึงเมื่อเจอนางแต่งตัวน่ารักสวยสดใส ต่างจากสินีนาฏที่สวยหวาน คืนนั้นคัมพลขอนางเต้นรำ นางที่ไม่ได้คิดอะไรก็ออกไปเต้นรำอย่างสนุกสนาน ธนาธิปหาจังหวะอยู่ตามลำพังกับนาง เพื่อเตือนนางให้ไว้ตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ใครจับมือถือแขนง่าย ๆ เพราะเขาหวงนางอย่างไม่รู้ตัว แต่นางกลับรู้สึกว่าธนาธิปไม่ชอบเธอ จึงหาเรื่องติเธอทุกอย่าง ทำอะไรก็ผิดเสมอในสายตาธนาธิป นางเลยประชดธนาธิปด้วยการอยู่ใกล้คัมพลตลอดเวลา ยิ่งทำให้ธนาธิปร้อนรุ่ม อึดอัดใจมาก พิทักษ์พูดสู่ขอนางให้ ทัศนัย ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนหมออยู่อเมริกา เพราะจากเรื่องชกต่อยของคัมพล ทำให้เด่นชาติเคยปฏิเสธที่จะให้นางหมั้นกับคัมพล ส่วนชัยพงษ์ก็หลงรักสินีนาฎ ดังนั้นจึงเหลือแค่ทัศนัย คัมพลและชัยพงษ์พานาง และสินีนาฎมาเที่ยวงานของปีนัง ธนาธิปที่พาสายสุดามาด้วยจึงมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกันทั้งหมด คืนนั้นธนาธิปมีโอกาสได้อยู่กับนางสองต่อสองอีกครั้ง ธนาธิปพานางไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ทั้งสองคนมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ละครนางอาย สายสุดารู้ว่าจอยคามเป็นมิตรกับนางก็โกรธ หาเรื่องนางที่มาแย่งเพื่อนเธอไป นางและสายสุดาทะเลาะกัน นางเห็นว่าสายสุดาพูดไม่รู้เรื่องก็จะเลิกคุย แต่สายสุดาไม่ยอม ทั้งหมดตะลุมบอลยื้อกันจนสายสุดาพลาดล้มหัวแตก นวลใย แม่ของสายสุดามาเอาเรื่องนางถึงโรงเรียน บังคับจะให้คุณแม่อธิการไล่นางออก แต่งานนี้เพื่อนทุกคนพร้อมใจกันเป็นพยานว่านางไม่ได้เริ่มหาเรื่องก่อน และสายสุดาซุ่มซ่ามหกล้มเอง แถมธนาธิปยังเข้าข้างนางอีกด้วย นวลใยเลยทะเลาะกับธนาธิปไปอีกคน แถมงานนี้นวลใยเผลอหลุดพูดไปว่าเพราะสายสุดาเป็นลูกคนใช้อย่างป้าใช่มั้ย ธนาธิปจึงไม่คิดจะนับเธอเป็นญาติ สายสุดาทั้งโกรธทั้งอายที่เพื่อน ๆ ได้รู้ว่าเธอคือลูกคนใช้ สินีนาฏที่กำลังเศร้าเรื่องที่แม่ป่วยจึงไปซ้อมเปียโนเพื่อผ่อนคลาย โดยไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ กำลังสอบวัดผลเปียโนกันอยู่ ซิสเตอร์ปอนลีนที่โกรธจนขาดสติเข้ามาอาละวาดในห้องซ้อมเปียโน พร้อมทั้งตบหน้าสินีนาฏต่อหน้าทุกคน สินีนาฏเสียใจมากทั้งเจ็บปวด และอับอาย แต่ไม่มีซิสเตอร์คนไหนกล้ายุ่งกับซิสเตอร์ปอนลีน นางทนไม่ได้จึงไปกดดันให้แม่อธิการพาซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้าทุกคน ไม่อย่างนั้นเธอจะลาออกและเพื่อนทุกคนจะลาออกด้วย รวมทั้งสายสุดาเช่นกัน สุดท้ายซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้านักเรียนทุกคน นางขอบคุณสายสุดาที่ร่วมมือกับเพื่อนช่วยสินีนาฏ สายสุดาเก๊ก ๆ ไม่อยากดีกับนางมาก เทศกาลงานวันคริสมาสต์มาถึง นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้นกับงานแฟร์ที่จะมีขึ้นในปลายอาทิตย์หน้า ทุกคนตั้งใจเตรียมงานกันสุด ๆ ทั้งการแสดง ทั้งการออกร้านขายของรวมทั้งซุ้มสอยดาว งานแฟร์คืนนั้นนางต้องไปรับผิดชอบซุ้มสอยดาว เพราะเป็นหน้าที่ของนักเรียนม.4 ธนาธิปมาสอยดาวตามคำชวนของสายสุดา และได้เห็นว่านางกำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งอย่างมีความสุข โต๋เต๋ คือเพื่อนชายที่ชอบ และพยายามจีบนางเป็นคนรัก เลยทำให้นางต้องมาอยู่ที่คอนแวนต์แห่งนี้ ธนาธิป เอมอร และเด่นชาติต่อว่านางเพราะคิดว่านางแอบติดต่อกับโต๋เต๋ นางปฏิเสธและเสียใจมากที่ธนาธิปไม่เชื่อเลยหนีไป สุดท้ายชัยพงษ์ที่ได้สอบสวนโต๋เต๋แล้วยืนยันว่านางพูดความจริง ธนาธิปรู้สึกผิดรีบตามไปง้อนาง ธนาธิปขอโทษที่โกรธเพราะคิดว่านางคบหากับโต๋เต๋ และไม่ต้องการให้นางมีคนรักตอนนี้ อยากให้รอเวลาที่สมควรแล้วค่อยรักกัน นางถามรักกันน่ะรักกับใคร ธนาธิปไม่ตอบแต่กลับซื้อตุ๊กตาหมีที่มีปักตัวอักษรย่อว่า T. แล้วส่งให้นาง ธนาธิปตั้งใจบอกให้นางรู้ว่าเขาต้องการเป็นคนรักของนาง ช่วงวันหยุดยาวระหว่างคริสมาตส์จนถึงปีใหม่ นักเรียนประจำหลายคนเดินทางกลับบ้าน ธนาธิปออกตั๋วเครื่องบินให้สินีนาฏกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทยพร้อมกับนาง เขาตามมาส่งนางที่สนามบินพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์ คัมพลเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้นางด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เจอกันอีก นางขำแต่ก็รับช่อดอกไม้ไปด้วยความยินดี ธนาธิปเตือนนางอ้อม ๆ เรื่องการรับดอกไม้จากผู้ชายคือการเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองไปได้ว่านางมีใจให้ นางก็ประชดประชันไม่ฟังธนาธิป สายสนมพาสินีนาฏมาพักอยู่กับ ทับทิม เพื่อนของเธอที่คอยช่วยเหลือมาตั้งแต่โดนโกง ทับทิมรัก และเอ็นดูสินีนาฎเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง พิทักษ์เดินทางจากภูเก็ตเอาแหวนเพชรมาให้ เด่นชาติเพื่อหมั้นนางกับทัศนัย เด่นชาติและเอมอรรับไว้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนชัยพงษ์เองก็พาพิทักษ์มาสู่ขอสินีนาฏกับสายสนมไว้ก่อน สายสนมตกลง เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยที่สินีนาฏไม่รู้เรื่องนี้ ละครนางอาย ธนาธิปบินมาธุระที่กรุงเทพฯได้พบกับสินีนาฎ และสายสนม สินีนาฎพยายามบอกความรู้สึกของเธอที่มีต่อธนาธิป โดยไม่รู้เลยว่าธนาธิปเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางไปหมดแล้ว ธนาธิปขอนางว่าอย่าเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนนอกจากตน นางอึ้งไม่แน่ใจว่าธนาธิปหมายความว่าอย่างไร ธนาธิปบอกไม่ต้องหาคำตอบจนกว่านางจะเรียนจบ ระหว่างนี้แค่ให้นางทำตามที่ตนขอก็พอ ปีการศึกษาสุดท้าย... แม้เหล่าซิสเตอร์ต่างหนักใจที่พวกนางยังคงความเป็นเด็กซนแซบไว้อย่างเต็มตัว แต่ในเวลาที่จำเป็นทั้งหมดก็แสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาได้ดี ยิ่งเห็นเด็กรุ่นน้องทะเลาะกัน หรือร้องห่มร้องไห้อยากกลับบ้าน รุ่นพี่อย่างพวกนาง สินีนาฏ สายสุดา ก็จะเข้าไปตักเตือนและให้คำปรึกษาแทนเหล่าซิสเตอร์ เหมือนที่ซิสเตอร์คอยสอนให้พวกเธอรู้จักความสามัคคีและการแบ่งปัน หลังจากสอบปีสุดท้ายเสร็จ นาง สินีนาฏ สายสุดา และเพื่อน ๆ แอบจัดงานเซอร์ไพรส์ขอบคุณเหล่าซิสเตอร์ มอบดอกไม้ขอขมาที่พวกเธอเคยล่วงเกิน ซิสเตอร์ซาบซึ้งน้ำตาซึม...เมื่อเห็นนักเรียนที่รักทุกคน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กำลังจะเรียนจบ และจากโรงเรียนนี้ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ คืนก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นางเข้าไปหาซิสเตอร์เทเรซ่า ถามสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด จนรู้ว่าเด่นชาติเคยทิ้งซิสเตอร์เทเรซ่าไปแต่งงานกับเอมอร ทำให้ซิสเตอร์ตัดสินใจบวชตลอดชีวิต นางกราบขอโทษแทนพ่อ ไม่รู้จะชดใช้ความเจ็บปวดนั้นให้ซิสเตอร์เทเรซ่ายังไง นาง สินีนาฏ จอยคาม มาเรีย ฮองลัน ล่ำลากันก่อนจากทั้งน้ำตา และทั้งหมดสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ สินีนาฏรู้ว่าธนาธิปเตรียมตัวย้ายไปกงสุลไทยในสหรัฐ สินีนาฏใฝ่ฝันจะอยากเป็นภรรยาที่ติดตามธนาธิปไปด้วย แต่ธนาธิปกลับพูดดักคอว่าจะแนะนำสินีนาฏให้ทำงานกับเพื่อนของเขา สายสนมต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่ได้บอกสินีนาฏว่าจะต้องแต่งงานกับชัยพงษ์ นางกับธนาธิปมาเจอกันโดยบังเอิญ ธนาธิปช่วยนางหิ้วของ และเดินตามไปช้อปปิ้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ เขาชอบมองใบหน้า และท่าทางที่สดใสตลอดเวลาของนาง ธนาธิปรู้ดีว่าตนเหลือเวลาที่อยู่ในประเทศไทยน้อยลงทุกที เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มจีบนางแบบนิ่มนวล ธนาธิปเทียวรับเทียวส่งนางหลายวันติดกัน พร้อมทั้งหมั่นพูดความนัยกับนางตลอดเวลา ซึ่งนางก็เอะใจ แต่ไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะความเขินอาย เอมอรและเด่นชาติเริ่มรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างนาง และธนาธิป เด่นชาติไม่ค่อยชอบเพราะได้รับปากหมั้นหมายให้นางกับทัศนัยไปแล้ว สินีนาฏเองก็รับรู้เรื่องธนาธิปชอบนางเช่นกันจึงเสียใจมาก สายสนมเตือนสินีนาฏ และพูดเรื่องยกสินีนาฏให้ชัยพงษ์แล้ว สินีนาฏไม่ยอมแต่งงานกับชัยพงษ์เพราะเธอไม่ได้รักเขา ธนาธิปเริ่มเปิดเผยความในใจกับนาง ซึ่งแทนที่นางจะแก่นแก้วตอบตรง ๆ กลับอ้อมค้อม เอียงอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาธิปสัญญาว่าจะพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอนาง เมื่อกลับจากทำธุระที่ต่างจังหวัดเสร็จแล้ว เด่นชาติจึงจัดงานหมั้นระหว่างนางกับทัศนัยอย่างรวบรัด นางร้องไห้เสียใจไม่ยอมหมั้นแต่ขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้ ธนาธิปกลับมาจากต่างจังหวัด นางแอบมาหาธนาธิปที่บ้าน และเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ธนาธิปใช้สติคิดหาทางทำให้นางกับเขาได้รักกันและแต่งงานกัน ส่วนคัมพลเองก็โกรธที่รู้ว่าพ่อพาทัศนัยไปหมั้นนาง คัมพลชกต่อยกับทัศนัยทันทีที่เจอหน้า และไปหานางที่บ้านเพื่อขอความรักจากนาง ขอให้นางถอนหมั้นจากทัศนัย แต่นางปฏิเสธ และบอกว่าว่าเธอรักธนาธิป คัมพลช็อก...ไม่คาดคิดว่าผู้ชายมาดนิ่งอย่างธนาธิป จะแย่งหัวใจนางไปจากเขา ละครนางอาย ธนาธิปไปหาเด่นชาติกับเอมอรเพื่อยืนยันว่าเขารักนางจริง และพร้อมจะแต่งงานด้วย ติดที่เด่นชาติไม่อยากเสียคำพูดกับเพื่อนรัก และจะไม่มีวันยอมให้นางเป็นฝ่ายถอนหมั้นให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด สินีนาฏที่มาปรึกษาธนาธิปเรื่องที่ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับชัยพงษ์ ธนาธิปเตือนสติสินีนาฏให้มองเหตุผลของผู้ใหญ่ สินีนาฏกอดธนาธิป และสารภาพรัก ธนาธิปบอกสินีนาฏตรง ๆ ว่าเขารักนาง และเขาจะแต่งงานกับนาง สินีนาฏอึ้ง ช็อกรู้สึกเหมือนถูกนางทรยศหักหลัง ธนาธิปบอกนางเรื่องสินีนาฏ นางเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบมาหาแต่ดันพบว่าสินีนาฏกินยาฆ่าตัวตาย นางรีบพาสินีนาฏไปส่งโรงพยาบาล พร่ำร้องไห้โทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนรักต้องเป็นแบบนี้ สินีนาฏฟื้นขึ้นมาเจอชัยพงษ์นอนเฝ้าเธออยู่ สายสนมเล่าว่าชัยพงษ์รู้ข่าวก็รีบบินมาจากภูเก็ตและขอเฝ้าเธอทั้งคืนด้วยตัวเอง สินีนาฏเห็นใจชัยพงษ์ แต่หัวใจเธอปวดร้าวเพราะรักที่ไม่สมหวังจากธนาธิป นางมาหาสินีนาฏเพื่อขอโทษในสิ่งที่ทำให้เพื่อนเสียใจ แต่ความรักมันห้ามกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้ นางก็ไม่รู้ตัวว่ารักธนาธิปตั้งแต่เมื่อไหร่ สินีนาฏใจอ่อน...เพราะมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับนางมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะโกรธเกลียดเพื่อนรักได้ ธนาธิปตามสืบทัศนัยจนรู้ว่าทัศนัยรักอยู่กับพยาบาลสาวสวยในคลินิก ธนาธิปจึงไปพูดกับทัศนัยตรง ๆ ว่าเขารักนาง และขอให้ทัศนัยถอนหมั้นกับนาง ในที่สุด...นางกับธนาธิปก็ได้แต่งงานกัน ธนาธิปแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวแก่นแก้ว สนุกสนานในอดีตอย่างนาง จะกลายเป็นหญิงสาวงดงาม และขี้อายตรงหน้าเขาในปัจจุบัน ติดตามชม ละครนางอาย ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครนางอาย เริ้มตอนแรกวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 รายขื่อนักแสดงนำใน ละครนางอาย วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ธนาธิปณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท นาง/อภิรดีชนกสุดา รักษนาเวส รับบท สินีนาฏคาริสา สปริงเก็ตต์ รับบท สายสุดาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท คัมพลจิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ชัยพงษ์ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เด่นชาติไรวินทร์ ออง รับบท มีนาพรรณปพร ศรีดุรงคธรรมพ์ รับบท จอยคามอภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ฮองลันอาริศา หอมกรุ่น รับบท มาเรียบุณฑรีก์ จิตรีงาม รับบท จรรยาณัชพงศ์พล สุดดี รับบท คริสภูวดล เวชวงศา รับบท เดวิดขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ รับบท ปีเตอร์อัญชลี จงคดีกิจ รับบท คุณแม่อธิการนนทิยา จิวบางป่า รับบท มาการิต้าเพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ฟรานซิส ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย

ไม่ใช่แค่หล่อ! นาย ณภัทร ปล่อยเพลงแรก คนไม่มีสิทธิ์ เพราะมาก!!
88.5 E-D-S /  คนไม่มีสิทธิ์ / 

นาย ณภัทร ลูกแม่ หมู–พิมพ์ผกา เป๊ะ ปัง ครบสูตร! โชว์เสียงนุ่ม ผ่านมุมมองความรัก ในฐานะ ‘คนไม่มีสิทธิ์’ ถือว่าเป็นหนุ่มหล่อครบเครื่องสุดๆ สำหรับ นาย ณภัทร เสียงสมบุญ ลูกไม้ตกใต้ต้นของ หมู–พิมพ์ผกา ที่นอกจากจะถ่ายแบบ เดินแบบ และเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว ล่าสุดก็ได้โอกาสจากคลื่นเพลงไทยตั้งใจทำ 88.5 E-D-S (Everyday Station) ให้ร่วมเป็น 1 ใน 8 ศิลปินของโปรเจค 8 เพลงพิเศษ E-D-S Special Songs โชว์เสียงร้องผ่านผลงานเพลงเป็นครั้งแรกในชีวิต ผ่าน คนไม่มีสิทธิ์ เพลงฮิตของ ฮิวโก้ – จุลจักร จักรพงษ์ ซึ่งนำมาถ่ายทอดอารมณ์ผ่านมุมมองความรักในแบบฉบับของ นาย ณภัทร ด้วยการเรียงเรียงใหม่โดย หนึ่ง -จักรวาร เสาธงยุติธรรม E-D-S Special Songs: นาย ณภัทร - คนไม่มีสิทธิ์ youtube channel : 88.5 E-D-S Everyday Station หนุ่มหล่อ นาย ณภัทร กล่าวว่า "ตื่นเต้นมากครับ ดีใจจริงๆ ที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของ โปรเจค 8 เพลงพิเศษ E-D-S Special Songs รู้สึกเป็นดับเบิ้ลเซอร์ไพร้ส์เลย พอทราบว่าได้ร้องเพลง คนไม่มีสิทธิ์ ที่ต้นฉบับ พี่ฮิวโก้ จุลจักร เป็นคนร้องไว้ เพราะพี่ฮิวโก้คือศิลปินคนโปรด เป็นไอดอลของผมเลยนะ ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะนี่ก็เป็นผลงานด้านการร้องเพลงครั้งแรกในชีวิตของผมด้วย สำหรับความยากคือผมติดฟังจากเวอร์ชั่นเก่า เลยต้องพยายามฝึกซ้อมปรับเปลี่ยนในรูปแบบเวอร์ชั่นใหม่ เพราะความหมายและเมโลดี้จะเปลี่ยนไป ใช้เวลาฝึกอยู่สักพักเลย ฝากติดตามผลงานเพลงแรกในชีวิตของผมด้วยนะครับ" "ตัวผมเองเคยมีประสบการณ์ที่สอดคล้องกับเพลงนี้นะ บางครั้งเมื่อเจอคนที่ถูกใจก็มีแอบชอบ แต่ด้วยข้อจำกัดหรืออะไรบางอย่างเป็นเส้นบางๆที่กั้นไว้ ทำให้เราได้แต่มอง และชื่นชมเขาอยู่ในฐานะ คนไม่มีสิทธิ์ แต่ถึงชีวิตอาจจะไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ แต่ยังมีโอกาสเสมอนะครับ" แฟนๆ ฟังเพลงพิเศษ คนไม่มีสิทธิ์ จาก นาย ณภัทร เสียงสมบุญ และ 8 เพลงพิเศษของโปรเจค E-D-S Special Songs จาก 8 ศิลปิน ได้ที่คลื่น 88.5 E-D-S (Everyday Station) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/88.5EDS หรือฟังออนไลน์ที่ www.everydaystation.com หรือ Application 88.5 Everyday Station ทั้งในระบบ Android และ IOS มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก
ที่เที่ยวตาก /  ที่เที่ยวพบพระ / 

การไปเที่ยว จังหวัดตาก ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรก(อีกแล้ว) สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเรา 555 หลายคนตั้งคำถามว่า ที่ตากมีอะไร? ที่ไหนน่าเที่ยว? เราบอกเลยว่ามีหลายที่เลยค่ะ ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา จังหวัดตากนี่แหละอุดมสมบูรณ์สุดๆ ตามมาๆ เราจะพาไปเที่ยวตากแบบชิลๆ สโลว์ไลฟ์ กัน เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก เป็นครั้งแรกอีกแล้วของเราที่ได้มาเที่ยวเมืองป่าฝน ใครที่ชอบความเงียบสงบแบบสโลว์ไลฟ์ เราแนะนำที่นี่แหละมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่ง ได้ฟีลธรรมชาติของจริง อีกทั้งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับแต่สมัยกรุงสุโขทัยอีกด้วย ก่อนอื่นเพลนของเราคือเที่ยว 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก, อำเภอพบพระ และอำเภอแม่สอด ค่ะ ไปดูกันว่า 4 วัน 3 คืน เที่ยวแบบชิลๆ เราจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ^^ การเดินทางของเรานั้นไปกับแก๊งค์สาวๆ ค่ะ นั่งรถตู้ไปกัน 1 คัน โดยล้อหมุนออกจากกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า พอขึ้นรถปุ๊บปุ่ม sleep ก็ทำงานปั๊บ ตื่นมาอีกที โอ้วว! ถึงตัวเมืองพอดีก็เกือบเที่ยงแล้ว ก่อนลุยเที่ยวขอแวะหาข้าวกินก่อน (เรื่องกินที่ 1 นะบอกเลย) ที่ "ร้านอาหารปิงวิว" ร้านอาหารใหญ่ กว้างขวางมากค่ะ แถมนั่งกินอาหารติดริมแม่น้ำด้วย วิวดีไปอี๊กกกก !! อาหารที่สั่งมาก็มี กุ้งผัดซอสมะขาม, ผัดฉ่าปลา, ผัดต้นอ่อนทานตะวัน, กุ้งกระเบื้องสาหร่าย, เปาะเปี้ยทอด อาหารอร่อยค่ะ ถ้าถามว่าอิ่มไหม .. เอาเป็นว่าหายใจแทบไม่ออก 555 หลังจากท้องตึง หนังตาหย่อนไม่ได้!! เดินทางไปสักการะ "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน" กันค่ะ กลางวันแสกๆ ถามว่าร้อนไหม ยิ้มสวยๆ แล้วบอกว่า ร้อนมาก! แต่ยังดีที่มีลมเย็นตลอด >,< ศาลนี้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเมืองไทยด้วย บริเวณรอบๆ เป็นลานกว้าง มีต้นไม้สวยงาม เมื่อมองไปทางด้านหลังของ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็จะเห็นเป็นลานกว้างที่มีคนนำหุ่นปั้นรูปทหาร สัตว์ต่างๆ มาถวาย สักการะเพื่อเป็นศิริมลคลแล้ว เราก็เดินทางไป "หมู่บ้านหัตถกรรม บ้านปากร้องห้วยจี้" ที่ขึ้นชื่อของ จ.ตาก กันค่ะ เมื่อไปถึงเราก็ได้เจอกับ ป้าทองคำ เป็นอดีตสมาชิก อบต. และอดีตผู้ใหญ่บ้าน ป้าเป็นคนดูแลและต่อยอดกิจการ OTOP ทำหมวกสานจากใบลาน ซึ่งหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านปากร้องห้วยจี้ ได้ไปออกงานใหญ่ๆ ระดับประเทศทุกปี แถมการันตีคุณภาพ 3-4 ดาวเชียวนะ คนนี้ไง.. ป้าทองคำ และนี่คือใบลานที่ตากแห้งแล้ว เราก็ไปนั่งฟัง นั่งคุยกับป้า ดูป็นป้าสอนวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เก็บใบลาน เอาใบลานไปตากแดดอย่างน้อย 3 แดดจนแห้ง รีดใบออก นำมาถักเป็นเปีย ก่อนนำไปเย็บทำเป็นหมวกหรือของที่ระลึก สุดยอดไปเลยค่ะ หลังจากบ้ายบายคุณป้า คุณยาย เราก็ออกเดินทางไปไหว้พระที่ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” กันต่อค่ะ เป็นวัดขึ้นชื่อของเมืองตากอีกที่นึง เป็นเจดีย์ใหญ่สีทอง ล้อมรอบไปด้วยเจดีย์เล็ก คล้ายเจดีย์ขเวดากอง บรรจุพระเกษาธาตุและพระบนมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียค่ะ พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม อีกทั้งยังมี "หลวงพ่อทันใจ" ที่สร้างเสร็จภายในวันเดียว มีผู้คนมากราบไว้กันเยอะมากๆ (สาระล้วนๆ อิอิ) ไหว้พระกันเสร็จแล้ว เดินมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุ ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยก่อนไว้พอสมควรค่ะ เส้นทาง อำเภอบ้านตาก-สามเงา นี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายที่เลยค่ะ อาทิ วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน ที่มีความยาวสูงที่สุดในโลก, ผาสามเงา หน้าผาเจาะเป็นช่องลึกพร้อมพระพุทธรูปสามองค์เรียงกัน, วัดชลประทานรังสรรค์ เป็นต้น สายบุญผ่านไป สายเที่ยวกันต่อ! เรามุ่งหน้าไปยัง "เขื่อนภูมิพล" ตั้งอยู่อำเภอสามเงา ที่นี่เป็นเขื่อนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง และสูงเป็นอันดับ 27 ของโลก เดิมชื่อ เขื่อนยันฮี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 เมื่อมาถึง สิ่งแรกคือดีใจ! เพราะคนไม่เยอะ 5555 ไม่ใช่ละ >,< คือวิวสวยมากๆ มองจากตัวเขื่อนออกไปก็เจอภูเขาและทะเลล้อมรอบ วิวไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบาย ลมเย็น เดินเล่นชมวิวได้ชิลๆ เลย ประทับใจสุดๆ ^^ ระหว่างทางออกจากเขื่อนภูมิพล ก็ผ่านร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนึง แวะสิคะ .. รออะไร! ร้านชื่อ "Bed Bar Caffe" ร้านกาแฟสด&เบเกอรี่ แถมด้านหลังร้านยังเป็นที่พักเปิดให้บริการด้วยค่ะ เขาใจดีให้เก็บภาพได้ เลยเอามาฝาก ^^ เบอร์ติดต่อทางร้านค่ะ 091-551-1451 ภายในร้าน ร้านน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ภาพห้องพักค่ะ ตอนแรกเราตัดสินใจที่จะชมพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนภูมิพล แต่เปลี่ยนใจมาชมวิวที่ "สะพานแขวน" แทน ชื่อเต็มๆ ก็คือ "สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200" แลนด์มาร์กของเมืองตากก็ว่าได้ค่ะ เป็นจุดโรแมนติกยามเย็นของคนเมืองตากด้วย ใกล้ๆ กันก็มีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬา และตลาดนัด ผู้คนขวักไขว่ มีทั้งวัยรุ่น เล่นสเก็ต นั่งเม้ามอย มีวัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่ ออกมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด .. แอบเห็นไล่จับมม่อน ปาบอลกันใหญ่เลย 555555 เอาล่ะๆ ไฮไลท์ของเราก็คือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน คืออยากจะบอกว่าสวยมากๆๆ ฟีลลิ่งมาเต็ม วิวภูเขา ท้องฟ้าสีส้มๆ ฟ้าๆ ก้อนเมฆ (วันนี้เมฆแอบแน่นไป บังพระอาทิตย์ตกไปอีก!) สะพานแขวนทอดยาวข้ามแม่น้ำปิง (เฮ้ย! นี่มันซานฟรานเมืองไทยนิหน่า) ชมพระอาทิตย์ตก ระฆังดังกริีง! ได้เวลากินอีกแล้ว .. รีบวิ่งขึ้นรถเดินทางมา "ร้านไอยราวดี" ร้านอาหารสไตล์ล้านนา เรือนไม้ ติดริมแม่น้ำปิง อยู่ไม่ห่างจากสะพานแขวนและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมากนัก มื้อนี้ก็อร่อยเหมือนเดิม มีทั้ง ไส้กรอกถั่ว เมนูนี้เป็นออเดิร์ฟทีเจ้าของร้านเอามาให้เรากินกันก่อนที่จะวางขาย รสชาติก็.. ถั่วนั่นแหละ 55 หวานๆ หอมกลิ่นสมุนไพร ยัดในไส้หมู เหมือนไส้กรอกปลาแนมหรือไส้อั่ว (เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักล่ะสิ >,<) ย่างเตาถ่าน ไส้กรอกถั่ว และ ยำข้าวเกรียบ นอกจากนี้ก็มีเมนู ยำข้าวเกรียบ แกงคั่วหอยขม เห็ดหอมทอดเกลือ ขาหมู โอ้ยยย! อิ่มแปร้ ที่อยู่ร้าน : 4/4 หมู่ 7 ต.ป่ามะม่วง อ.เมือง จ.ตาก โทร. 096-636-4542, 094-242-6441 คืนนี้เรามาเอนกายนอนกันที่ "Soho Boutique Hotel" อยู่ในซอยมหาดไทยบำรุง อ.เมืองตาก ค่ะห้องพักเรียบง่าย กว้างขวาง เตียงนุ่มนอนสบาย ^^ วันนี้แอบเสียดายไม่ได้เดินชม "ตรอกบ้านจีน" ไฮไลท์เมืองตากอีกที่หนึ่งเป็นชุมชนโบราณ อายุกว่า 100 ปี ลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงไทยปั้นหยา มีลวดลายแกะสลัก แต่ไม่เป็นไรคราวหน้าเราจะกลับมาแน่นอน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ .. ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เก็บกระเป๋า เตรียมมุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอดกัน จะมีอะไรให้ดู อะไรน่าเที่ยว ต้องติดตาม! แต่เดี๋ยวก่อน .. กองทัพเดินด้วยท้อง มากินอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อน มีให้เลือกหลายอย่างค่ะ เราก็กินรองท้องเบาๆ ^^ กินเสร็จก็ยังเหลือเวลาอยู่นิดหน่อย เจ้าของโรงแรมใจดี พาเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของตึก ข้างบนเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวเมืองตากแบบ 360 องศาเลย! คือล้อมรอบไปด้วยภูเขา เจ้าของบอกว่าถ้าขึ้นมาตอนพระอาทิตย์ขึ้น วิวจะสวยมากๆ เสียดายจัง >,< หลังจากเก็บกระเป่าขึ้นรถเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกันต่อ ผ่านแยกรมณี ถ.ตากสิน รถก็สต็อป! หันไปทางขวามือ มีร้านเล็กๆ อยู่ร้านนึงคนมุงกันใหญ่ เพื่อนๆ ลงรถเราก็ลงด้วยสิค่ะ ร้านนั้นคือ "ร้านขนมถั่วแปบแป้งสดหนูนาง" เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่อร่อยที่สุดในเมืองตาก อร่อยถึงขั้นคนสั่งวันนึงเป็นสิบกล่องร้อยกล่อง เปิดขายตอนเช้าหมดตอนเที่ยง แม่ค้ามือแทบหงิกเลยเอาจริง มี 3 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง-ฟักทอง, สีม่วง-อัญชัน, สีเขียว-ใบเตย ค่ะ ไอ้เราก็ชอบของหวานๆ อยู่แล้วจะพลาดได้ไง พี่ค่ะ! จัดใส่จานให้ด้วยค่ะ ^^ แม่ค้าบอกว่าขนมถั่วแปบของเขาสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นทานได้ 2-3 วัน โดยที่แป้งยังนุ่มอร่อยอยู่ เราก็เลยลองซื้อมาชุดนึงเอาไว้กินเล่นตอนเย็น เดี๋ยวมาบอกจะจริงสมคำร่ำลือหรือไม่! 55 ร้านอยู่ติดกับทางเข้าวัดโบสถ์มณีศรีบุญเรืองค่ะ กินพอหวานปากได้แป๊บนึง ก็เลยเดินมาชมความงามของ วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ซะหน่อย เป็นเจดีย์ทรงมอญ บนยอดฉัตรบรรจุพระธาตุเอาไว้ค่ะ สวยงามตามท้องเรื่อง ขับไปสักพักรถหยุดอีกแล้ว! แวะ "ร้านเมี่ยงจอมพล" (เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก) เจอป้าแป้วเจ้าของร้าน ป้าบอกว่าเปิดขายมานาน ตัวป้าเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โอ้วมายก็อซ! เมี่ยงมี 2 แบบคือ ใช้ใบเมี่ยง กับ ข้าวแคบ (สีขาวขุ่น แป้งแข็งๆ เหนียวๆ หน่อย) เครื่องเคียงก็ทั่วไป แต่สูตรเด็ดของร้านป้าคือ เต้าเจี้ยว ใส่แทนน้ำเมี่ยงหวานๆ อร่อยไปอีกแบบ ^^ ร้านตั้งอยู่ตรง 3 แยก ถ.รามคำแหง ทางไปสำนักงานเทศบบาลตำบลไม้งาม คราวนี้เดินทางยาวๆ ละ เราเดินทางมา "วัดโพธิคุณ" วัดป่าสายอรัญวาสี มีจุดเด่นตรงพระอุโบสถ ฐานแอ่นโค้งแบบฐานสำเภาค่ะ ร่มเย็น เงียบสงบมากๆ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขาเขียวขจี ด้านในอุโบสถ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นบนขึ้นไปถึงกับร้องว้าว! ทั้งอุโบสถเป็นสีทองอร่ามทั้งหมด สวยงามมากๆ ค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมี ศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, ลานธรรมจักร มีที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ มองนาฬิกา เอ๊ะ.. บ่ายแล้ว! ต้องทำอะไรก็ต้องกินสิค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยว ส้มตำไก่ย่าง เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ สถานีต่อไปคือ ฮักนะแม่กาษา "หมู่บ้านโพธิ์ทอง" ต.แม่กาษา ที่นี่มีคนแก่คนเฒ่า (แต่แข็งแรงเว่อร์!) รวมตัวกันอยู่ ทอผ้า ส่งออกขาย คุณป้าก็เล่าให้ฟังถึงวิธีการตั้งแต่ปลูกฝ้าย ปั่นเอาเม็ดออก กกด้าย จนมาถึงการทอให้เป็นผืนสวยงามอย่างที่เห็นนี่เลย สายตาเหลือบไปเห็น ไม้กวาดรูปร่างประหลาด เหมือนไม้กวาดแม่มดเด๊ะอ่ะ! ก็เลยถามคุณป้ามันคืออะไรคะ? คุณป้าบอกว่ามันคือไม่กวาดสมัยโบราณที่เขาใช้กัน เอ้อ..กิ๊บเก๋ยูเรก้า เดินทางเที่ยวต่อ "อาบน้ำแร่ โป่งคำราม" กันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนแม่กาษา ไหลตลอดทั้งปี ซึ่งเจ้าของบอกว่าค่าบริการอาบน้ำแร่ แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ โอ้โห.. ดีไปอี๊กก! บริการอาบน้ำแร่ของที่นี่มีแบบ แช่ทั้งตัวกับแช่เท้า ถ้าจะแช่น้ำร้อนให้ได้ผลดี ครั้งนึงไม่ควรเกิน 20 นาที นะจ๊ะ ที่นี่คนจะเยอะช่วงเสาร์-อาทิตย์  และหน้าหนาว ดูวิวสิ นอนแช่น้ำแร่ มองวิวทุ่งนา มันได้ฟีลจริงๆ (แต่เราไม่ได้แช่นะ เขิล 5555) มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เลือกซื้อกันด้วย เช่น สบู่โคลนธรรมชาติ, สบู่ข้าวน้ำแร่ เรามาสามารถใช้ได้ขณะแช่น้ำแร่นะ ใกล้ๆ กัน ก็จะมีทางเดินไปดู กาน้ำผุด ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าตากาน้ำผุดนี่แหละ ไม่ไกลกันมากก็จะมาถึง "บ่อนำพุร้อนแม่กาษา" ได้นั่งแช่เท้าพอคลายเมื่อย ต้มไข่กันไหมจ๊ะ? เวลาเย็นแล้ว เราเดินทางเข้าที่พัก เก็บกระเป๋ากันก่อน แล้วออกเดินทางไป กิน กิน กิน! กัน ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อมากๆ ในแม่สอด ใครมาแล้สไม่กินร้านนี้ พลาดมากบอกเลย! "ร้านข้าวเม่า ข้าวฟาง" ร้านตกแต่งเหมือนเราอยู่ในป่าแบบนั้นเลยค่ะ เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำตก ธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศดีเว่อร์ ชอบมาก!! เดินถ่ายรูปร้านเพลินเลย ^^ เมนูของเราเย็นนี้ คือ ยำดอกสลิดกุ้งสด, ซูกินี่ผัดไข่, แกงคั่วเห้ดเผาะ, ฉู่ฉี่ปลาดุกฟู, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม รสชาติอาหารให้มี 10 ให้ 100 รสชาติอร่อย ไม่จัดมากแต่เข้มข้น ส่วนของหวานนำเสนอ กล้วยหอมทอด แป้งไม่หนากรอบ หอมกลิ่นงาขาว กล้วยนิ่มรสหวานค่ะ และ ข้าวเม่าเสวย เป็นสาคูน้ำกะทิ ใส่ผลไม้แคนตาลูป ลำไยข้างในด้วย รสชาติอร่อย ^^ พอกินเสร็จ อ.พนัส รามสูต หนึ่งในหุ้นส่วนร้านก็นั่งเล่าความเป็นมาของร้านนี้ให้ฟัง แล้วก็เล่าเรื่องการเดินป่าให้ฟังด้วย สนุกมากกกก ฟังเพลินจนดึกดื่นเลยทีเดียว เอาไว้เดี๋ยวเขียนรีวิวเสร็จจะเอามาเปะให้อ่านกันนะคะ ^^ คืนนี้เรามาพักกันที่ โรงแรม J2 Hotel ห้องที่เราพักแบบนอน 3 คนค่ะ กว้างขวาง ห้องอาบน้ำใหญ่ แต่เสียดายปลั๊กไฟน้อยไปหน่อย ^^ ชาร์ตไม่พอ 555 ตืนมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง อิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมร่างกาย สัมภาระออกเดินทางไป อำเภอพบพระ กันค่ะ ที่แรกที่ไปคือ "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ" เราไปถึงก็สายๆ บรรยากาศดี อากาศเย็นสบายมากๆๆๆ น้ำตกที่นี่มีชั้นน้ำตกลดหลั่น 97 ชั้น ระหว่างทางเดินไปน้ำตก ก็ได้ชมความงามของ ดอกกระเจียวสีส้ม (พันธุ์ฉัตรทอง) จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่เลย เราไปเป็นช่วงฤดูฝน มิ.ย.-ก.ย. ของทุกปี ก็จะเห็นความสวยงามแบบนี้ ^^ ขับรถถัดมาอีกสักระยะก็มาถึง "น้ำตกป่าวหวาย" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก แต่ตอนที่เราไปนั้นทางยังเป็นผืนป่า-ธรรมชาติล้วนๆ อยู่เลย มีน้ำไหลตลอดทั้งปีไปลุยๆ ตามสไตล์สาวถึกและบึกบึนแบบเรา 555 ที่ได้ชื่อว่า น้ำตกป่าวหวาย ก็เพราะ เป็นน้ำตกกลางป่าใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยไม้หวายจำนวนมาก ทางเข้าจากถนนหลักจะอยู่ตรงหลักกิโลเมตร 43 เส้นทางสาย แม่สอด-อุ้มผาง อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ชมธรรมชาติตอนเช้าเสร็จแล้ว ไปไร่ส้มกันเถอะ! "สวนร่มเกล้า" ที่นี่เน้นปลูกส้มหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลูกอะโวคาโด ที่ตอนนี้มีกว่า 40 สายพันธุ์เลยทีเดียว แล้วก็ปลูกต้นแมคคาเดเมียด้วย ของชอบเก๊าเลย! >,< กะว่าจะมาเก็บส้มที่นี่ซะหน่อย ฝนดันกระหน่ำตกลงมาซะนี่! ลูกอะโวคาโดจากต้น ออกลูกเยอะยิ่งกว่าต้นมะม่วงซะอีก 55 อันนี้ของโปรด.. แมคคาเดเมีย เป็นลูกสดๆ จากต้น แต่กว่าจะกินได้ของผ่านการทุบ!! ทุบประมาณสองชั้น ต้องออกแรงพอควรเพราะเปลือกหนามาก พอกินสดๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ คล้ายๆ มะพร้าวรสชาติมันๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้แปรรูป สดๆ จากไร่ มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น น้ำมัลเบอร์รี่, น้ำนมแมคคาเดเมีย, น้ำอะโวคาโดน้ำเสาวรส เป็นต้น ส่วนตัวเราชอบทุกรสเลยรสชาติเข้มข้น ทานแล้วสดชื่นมากๆ ค่ะ ใครสนใจสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 088-699-6978 ค่ะ หรืออยากสั่งอะโวคาโดก็มีนะ Facebook : อะโวคาโด จากสวน ปลีก- ส่ง Avocado Retail - Wholesale  กก.ละ 60 บาท (ขั้นต่ำ 3 กก. ส่งถึงบ้านทั่วประเทศ) เราเดินทางไปหาของกินกันดีกว่า ^^ ที่ "ร้านชาวหลังสวน" (Chao Langsuan) เป็นร้านไม้เรือนกระจกเล็กๆ น่ารักดีค่ะ เมนูเที่ยงนี้คือ ใบเหลียงผัดไข่, ยำตะไคร้, แกงเหลือง แล้วก็ไข่เจียว เครื่องดื่มของเรา น้ำแตงโมปั่น มาเป็นลูกเลยจ้า ... ร้านนี้เป็นฟาร์มออแกนิคด้วยนะ ใบเหลียงที่เราสั่งที่นี่ก็ปลูกเอง สะอาดปลอดภัย ร้านตั้งอยู่ที่ 90 หมู่ 15 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ โทรสอบถาม. 086-366-4067 Facebook : ไร่ชาวหลังสวน - CHAO Langsuan กินข้าวอิ่มก็ต้องตามด้วยของหวานถึงจะถูก >,< เราจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยัง "ROCHA CAFE'" (โรชาคาเฟ่) โอ้ยแก .. บอกเลยว่าปริ่ม! ระหว่างทางขับรถเข้ามาก็เห็นวิวนี้ เป็นโรงนาแบบเมืองนอกตั้งอยู่บนยอดดอยท่ามกลางไร่ ธรรมชาติแบบนี้ มันเก๋กู๊ดมาก! เราเชื่อว่าใครมาที่นี่ต้องประทับใจ และได้รูปสวยๆ กลับบ้านเป็นร้อยเหมือนเรา 5555 พอเข้าไปข้างในก็เลิฟไปอีก ตกแต่งสไตล์วินเทจ โมเดิร์นหน่อยๆ เน้นใช้วัสดุไม้ มีที่นั่งสองชั้นค่ะ ที่นี่มีบริการกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เปิดตั้งแต่ 09.00 - 19.00 น. มาดูหน้าตาของหวานที่เราสั่งกัน Lemon Tea และ Vanilla Coffeeeee ~ ที่อยู่ : 511 ตำบล ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก 63160 โทร. 091-8437173, 086-1998644 Line : rochacafe หรือ https://m.facebook.com/RochaCafe หลังจากกินของหวานชื่นใจ ตาแข็งกันไปแล้ว 555 ตกเย็นสาวๆ แบบเราไปนวดตัวกันหน่อยดีกว่า ผ่อนคลายจากการเดินทางมา 3 วัน ^^ ที่ "ธารา สปา แม่สอด" (Tara Spa) ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการนวดตัว ขัดตัว พอกตัว ทำสปาผิว เราก็จัดไปคอสนึง โดยคอสที่เราทำนั้น จะขัดตัวก่อนด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน นวดต่อด้วยน้ำมัน และขั้นตอนสุดท้ายคือบำรุงผิว หลังจากนวดเสร็จรู้สึกผิวเนียน ขาวใสขึ้นมาหน่อย แถมได้ผ่อนคลายจากการนวดด้วย ฟิน! ใครเดินทางเที่ยวแถวแม่สอด สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์นี้ค่ะ 089-434-9530, 080-121-5727 หรือ Facebook : Tara Spa Maesot ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฝ้าง ที่เรากินกันเมื่อคืนเลย ^^ และค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยร้านอาหารทะเล "บ.กุ้งเผาแม่สอด" กุ้งแม้น้ำมาจากฝั่งพม่านะฮะ เขาบอกมา >,< ใครมาแม่สอดถ้าอยากกินอาหารทะเลต้องร้านนี้ อ่ะๆ นี่เมนูของเรา ผัดฉ่าปลากะพง, หอยหวาน, กุ้งแม่น้ำเผา, หอยเชลล์อบกระเทียม, ต้มยำกุ้ง, ปลาหมึกผัดไข่เค็ม , กรรเชียงปู, ผัดผักยอดฟักแม้ว รสชาติเข้มข้น อร่อยค่ะ (อร่อยทุกอย่างอะแกร..) อิ่มท้องก็กลับที่พัก นอนค่ะ! ตื่นมาพรุ่งนี้ต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านกันแล้ว .. เช้านี้ตื่นเร็าว่าทุกๆ วัน เพราะเราเดินทางไปกิน "โรตีโอ่ง" เจ้าแรกของประเทศไทยกัน ตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นโรตีโอ่งเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไปสิ คุณลุงก็ตีแป้ง นวดแป้งไป ไอเราก็อยากจะถ่ายโรตีที่อยู่ในโอ่ง ร้อนใช้ได้ 55555 ผู้คนออกมาทานกันเยอะมากๆ ค่ะ อถมที่นี่ไม่มีสั่งกลับบ้านด้วยนะ ถ้าอยากกิน มากินที่ร้านเท่านั้นจ้า .. ครั้งแรกที่เคยกิน โรตีโอ่ง ส่วนเราชอบนะ ไม่เลี่ยนเหมือนแบบทอด กลิ่นหอม แต่ก็ต้องกินร้อนๆ ถึงจะอร่อย กรอบนุ่ม จิ้มกับนมข้นหวานหรือแกงถั่วของทางร้าน กินเล่นได้เรื่อยๆ เพลินไปสิ! ทานคู่กับชา กาแฟ โอวัลตินร้อนๆ รู้สึกดีมากๆ เราเดินทางออกจากแม่สอดกันแล้ว! ไป ตลาดริมเมย แวะซื้อของฝากกันนิดหน่อย ที่นี่มีของขายตั้งแต่ขนม เสื้อผ้า เครื่องปนะดับ บลาๆ เต็มไปหมด อีกทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่นของเมียนม่าด้วย เส้นทางลงจากแม่สอด เราก็จะผ่าน "ศาลเจ้าพ่อพะวอ" ผู้คนที่ผ่านไปมาจะแวะกราบไหว้ขอให้เดินทางปลอดภัยกันค่ะ และระหว่างที่รถวิ่งผ่านไปมาก็จะบีบแตรกันตลอด ดังยาวๆ ไปเลยจ้า! บริเวณใกล้กันก็จะมี พระพุทธโคดม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางนาคปรก ตั้งอยู่อย่างสง่าด้วย บรรยากาศดีขนาดไหนคิดดู หมอกฟุ้งเชียว ... ที่สุดท้ายที่เราแวะก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ยาวๆ เส้นทางขาลงอำเภอแม่สอด ก็คือ "ตลาดมูเซอ" ตลาดเล็กขนาดสินค้าพื้นเมือง อาหาร ผัก ปลา ของฝาก หมอกมาอีกแล้ว!! อากาศเย็นสบาย จบทริปเที่ยวตากชิลๆ ของเรากันไปแล้ว วังว่ามีข้อมูลที่เป้นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ (เม้ามอยซะเยอะเชียว >,<) เรายังมีที่เที่ยวในเมืองไทยอีกหลายที่ที่อยกให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสดูกันสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยมีดีกว่าที่คิดนะ ครั้งหน้าเราจะพาไปไหนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ ไปก่อนแล้วบ้าย บาย ... ขอบคุณการเดินทางสนุกๆ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก

สะใภ้มโนอกหักระนาว!! นาย ณภัทร ย่องดินเนอร์ น้องเมย์ ลูกสาวหมอศัลยกรรมชื่อดัง
น้องนาย ณภัทร /  ข่าว นาย ณภัทร / 

  งานนี้คงต้องบอกสะใภ้มโนอกหักกันระนาวซะแล้วล่ะค่า!! เพราะดั๊นมีข่าวเม้าท์มอยออกมาว่าหนุ่มหล่อหน้าใสลูกชาย หมู พิมพ์ผกา อย่าง นาย ณภัทร ไม่โสดแล้วนะจ๊ะ แถมยังมีภาพหลุดควงสาวสวยน่ารักสุดเซ็กซี่ เมย์ ณัชชา วงศ์อำมาตย์ ลูกสาวของ คุณหมอสมศักดิ์ หมอศัลยกรรมชื่อดังของประเทศ ที่บรรจงปั้นจมูกและศัลยกรรมให้ดาราในวงการบันเทิงทั่วฟ้าเมืองไทยมาแล้วนับไม่ถ้วน   ซึ่งภาพเหล่านี้ได้เผยแพร่อยู่ในเฟซบุ๊ก Nucha maya ของ สาวเมย์ ณัชชา และถูกแชร์ต่อๆ กันมาเป็นระยะ โดยเป็นภาพร่วมโต๊ะดินเนอร์หรูใต้แสงเทียนโดยมี แม่หมู พิมพ์ผกา รู้เห็นเป็นใจร่วมอยู่ในเฟรมด้วย แถมยังมีช็อตหวานสุดฟินที่ฝ่ายหญิงควงแขน นาย ณภัทร ให้บรรดาสะใภ้มโนแทบจะลงไปนอนดิ้นกันอีกด้วย แม้บรรยากาศจะสุดแสนโรแมนติกขนาดไหน แต่ดูอาการของ แม่หมู พิมพ์ผกา ที่แอบมองแรงแล้ว บอกได้เลยว่าขุ่นแม่ก็หวง น้องนาย ลูกชายสุดหล่อที่รักไม่น้อยเช่นกันนะจ๊ะ ส่วนสาวรายนี้จะใช่ตัวจริงหรือเป็นแค่สะใภ้มโน!! คงต้องรอให้ น้องนาย ณภัทร คอนเฟิร์มกันอีกครั้งนะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก IG naphat_nine, pimpaka, FB Nucha maya แม่หมู น้องนาย   แม่หมู น้องนาย   นาย ณภัทร   แม่หมู น้องนาย สาวเมย์   แม่หมู น้องนาย สาวเมย์   แม่หมู น้องนาย สาวเมย์   น้องนาย สาวเมย์   เมย์ ณัชชา ลูกสาวหมอศัลยกรรมชื่อดัง   เมย์ ณัชชา ลูกสาวหมอศัลยกรรมชื่อดัง   เมย์ ณัชชา ลูกสาวหมอศัลยกรรมชื่อดัง  

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนพฤษภาคม
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  10 สถานที่ / 

ปีใหม่มาไม่ทันไร รู้ตัวอีกทีก็เดือนที่ 5 ของปีเข้าไปแล้ว เวลาไม่เคยรอใครจริง ๆ อยากไปเที่ยวที่ไหน ก็ต้องไปให้เห็นกับตานะครับ แน่นอนว่าเข้าสู่ต้นเดือน travel.mthai.com จะมาแนะนำสถานที่ท่องเทียวประจำเดือนให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกัน ลองไปชมกันว่า เดือนพฤษภาคม จะมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใดบ้าง ที่คุณควรไปเยี่ยมเยือน แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยว ประจำเดือนพฤษภาคม 1. ฤดูชมผีเสื้อ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เทศกาลดูผีเสื้อ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จะเริ่มตั้งแต่ กลางเดือน เม.ย.- มิ.ย. ของทุกปี  เมื่ออากาศร้อนจัด และแหล่งน้ำเริ่มแห้งเหือด บรรดาเหล่าผีเสื้อนานาชนิด จะพากันมาหากินเกลือตามดินโป่ง หรือแหล่งน้ำแฉะๆ มากมาย จนบางครั้งก็อาจพบการอพยพของฝูงผีเสื้อ นับแสนตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งจุดชมผีเสื้อของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่สามารถพบเห็นฝูงผีเสื้อที่บินไป มานับพันตัวได้ คือ แคมป์บ้านกร่าง ซึ่งที่นี่เป็นจุดศูนย์รวมของผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ กว่า 200 ชนิด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 2. หมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง” หรือที่นิยมเรียกกันว่า “หมู่เกาะอ่างทอง” คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญอีกแห่งหนึ่ง สำหรับนักเดินทางที่ชอบทะเลและรักการชมความงามใต้ผืนน้ำ อุทยานฯ ทางทะเลแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะต่างๆ กว่า 40 เกาะ อาทิ เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ เกาะนายพุดและเกาะท้ายเพลา ฯลฯ สภาพเกาะส่วนมากมีลักษณะเป็นเขาหินปูนสูงชัน โดยไฮไลต์ของการมาเที่ยวชมหมู่เกาะอ่างทอง ก็คือการขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาของเกาะวัวตาหลับ ซึ่งสามารถชมทัศนียภาพของหมู่เกาะบริเวณใกล้เคียงได้แบบ 360 องศา และการไปชมความงามของทะเลสีเขียวมรกตที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาที่ทะเลใน  ซึ่งอยู่ในบริเวณเกาะแม่เกาะ แล้วรับรองว่าคุณจะตกหลุมรักหมู่เกาะแห่งนี้ไปอีกนาน 3. นาบัว คลองมหาสวัสดิ์ จ.นครปฐม เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในคลองมหาสวัสดิ์ เป็นเส้นทางท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่มีดอกไม้สวยๆ ให้ชม ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ นั่นก็คือ “ดอกบัว” โดยชาวบ้านบริเวณนี้จะทำนาบัว ปลูกดอกบัวขายส่งไปทั่วประเทศ ซึ่งหากต้องการมาชมนาบัว ควรมาตั้งแต่ช่วงเช้า เพราะจะเป็นช่วงที่บัวสวยที่สุด และชาวบ้านจะตัดบัวไปขายแต่เช้า หากมาสายแล้วอาจจะเหลือบัวให้ชมน้อย หากจะไปชม ต้องขยันตื่นเช้าหน่อยล่ะ สอบถามยามดอกไม้บาน ได้ที่ : กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรแม่บ้านเกษตรกร บ้านผู้ใหญ่มนูญ โทร. 0-3429-7152 , 08-1495-9091 4. วัดเขาพระอังคาร จ.บุรีรัมย์ วัดเขาพระอังคาร ตั้งอยู่บนยอดเขาพระอังคารซึ่งสูงประมาณ 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีโบสถ์ที่ประยุกต์จากสถาปัตยกรรมหลายสมัย เป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีโบสถ์ ศาลา และอาคารต่างๆ สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่าง ๆ หลายรูปแบบ มีความงดงาม แปลกตาและน่าสนใจอย่างยิ่ง ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟคาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดีเพราะเสมาหินแกะสลักสมัยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก เขาอังคารเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วอีกลูกหนึ่งในบุรีรัมย์ อยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากปราสาทพนมรุ้ง 20 กิโลเมตร โดยลงมาจากพนมรุ้ง ถึงบ้านตาเป็กแล้วเลี้ยวซ้ายมาตามทางที่จะไปละหานทรายประมาณ 13 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางลูกรังอีกประมาณ 7 กิโลเมตร พบโบราณสถานเก่าแก่ และใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีสำคัญหลายชิ้น 5. หาดนางรำ - หาดนางรอง สัตหีบ จ.ชลบุรี หาดนางรำ – หาดนางรอง ตั้งอยู่ในบริเวณท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ เป็นหาดคู่แฝดที่อยู่ติดกันมีเพียงแหลมหินเล็กๆ กั้น สามารถเดินถึงกันได้ ทั้งสองหาดนี้มีน้ำทะเลใส ทรายขาว สวยที่สุดของทะเลชลบุรี (ไม่รวมชายหาดบนเกาะ) หาดนางรำ หาดนางรอง ถึงแม้ว่าจะเป็นหาดที่อยู่ติดกันแต่ก็มีบรรยากาศที่แตกต่างกันหลายอย่าง ทั้งด้านความร่มรื่น ความเป็นธรรมชาติ ความเป็นส่วนตัว ความสะดวก ซึ่งก็ดีกันไปคนละแบบขึ้นกับความชอบของแต่ละคน การเข้าไปเที่ยวหาดนางรำ หาดนางรอง สามารถไปเที่ยวได้ทุกวัน แต่ในวันหยุดคนจะเยอะเป็นพิเศษ ชาวต่างชาติสามารถเข้าหาดได้เหมือนคนไทย ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 6. เสาดินนาน้อย จ.น่าน แหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะแปลกตาคล้าย “แพะเมืองผี” ในจังหวัดแพร่ จากหลักฐานทางธรณีวิทยา พบว่าเสาดินนาน้อยเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกในยุคเทอร์เชียรีตอนปลาย (late tertian) ประกอบกับการกัดเซาะของน้ำและลมตามธรรมชาติ นักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 10,000-30,000 ปีมาแล้ว เคยเป็นก้นทะเลมาก่อน และจากหลักฐานการค้นพบกำไลหินและขวานโบราณที่นี่ (ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน) แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้อาจเคยเป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ยุคหินเก่า เสาดินนาน้อย อยู่ที่ตำบลเชียงของ ห่างจากตัวเมืองน่าน 60 กิโลเมตร จากอำเภอนาน้อยมีทางแยกไปตามเส้นทางหมายเลข 1083 ประมาณ 6 กิโลเมตร 7. โลมาสีชมพู ขนอม จ.นครศรีธรรมราช การมาเที่ยวทะเลขนอม ต้องไม่พลาดกิจกรรม ล่องเรือชมปลาโลมาสีชมพู ที่แสนน่ารัก ที่บางครั้งจะแหวกว่ายเข้ามาให้เห็นได้ในระยะประชิดเลยทีเดียว สาเหตุที่เราสามารถพบฝูงโลมาสีชมพูได้ที่นี่นั้น เพราะว่าที่ทะเลขนอม เป็นแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ขนาดใหญ่ โลมาจึงมาอาศัยอยู่ที่นี่เยอะ ยิ่งโลมาสีชมพูที่เริ่มแก่ ก็จะไม่ค่อยออกไปไกลฝั่งนัก จะแหวกว่ายอยู่ในแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เสมือนบ้านหลังหนึ่งในบั้นปลายชีวิตโลมา ถ้าได้มาดูโลมาแหวกว่ายเล่นชัด ๆ แบบนี้ คงจะสุขใจไม่น้อย รับรองว่าความรู้สึกแตกต่างกับที่ไปดูโลมาโชว์ความสามารถตามศูนย์จัดแสดงแน่นอน เพราะโลมาที่นี่เป็นโลมาที่มีวิถีตามธรรมชาติ ที่หาไม่ได้จากที่อื่น 8. บึงบัว เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ บึงบัว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ถือว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความหลากหลายของสภาพทางภูมิศาสตร์ ที่มีทั้งพื้นที่ทางทะเล หาดทราย ป่าเขาหินปูน ป่าชายเลน ป่าพรุน้ำจืด ทุ่งหญ้า และพื้นที่ชุ่มน้ำ ด้วยความหลากหลายนี้จึงทำให้ เขาสามร้อยยอด เป็นแหล่งรวมกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนอนชมวิวริมหาด พายเรือคายัก ท่องป่าชายเลน ขึ้นเขาชมพระอาทิตย์ขึ้น ยืนริมบึงชมนานาบัว (ตอนนี้บัวแทบจะไม่เหลือแล้ว) การเดินทาง - ใช้เส้นทางจาก กทม. (บางขุนเทียน พระรามสอง) ขับล่องใต้ไปผ่านเพชรบุรี ใช้ถนนบายพาส เลี่ยงเมืองชะอำ และเมืองหัวหิน ถึง อ.ปราณบุรี เมื่อขับเลยจาก อ.สามร้อยยอด มาแล้ว ให้สังเกตุทางซ้ายมือ จะมีทางเลี้ยวเข้าไปยัง บึงบัว ทุ่งสามร้อยยอด ปากทางเข้า จะมีป้ายบอกว่าไปโรงเจ และทุ่งสามร้อยยอด ขับไปประมาณ 8 กม. ก็จะถึงครับ 9. เกาะหินงาม จ.สตูล เกาะหินงาม อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล เกาะหินงาม เป็นเกาะเล็ก ๆ อยุ่ในกลุ่มเกาะอาดังราวี เป็นเกาะที่ไม่มหาดทราย มีแต่ต้นไม้เล็ก ๆ ขึ้นรอบ ๆ เกาะ เต้มไปด้วยหินกลมมนสีดำมากมายทับถมกันไปทั่วทั้งเกาะ นับเป็นลักษณะเด่นเฉพาะที่ซึ่งมีอยู่เกาะเดียวในประเทศไทย หินเหล่านี้มีทั้งใหญ่และเล็ก ถูกน้ำพัดพามากองไว้ด้วยกันได้อย่างแปลกประหลาด และการที่หินทุกก้อนกลมมน ลวดลายสวยงาม นั้นเกิดจากการกัดกร่อนด้วยแรงลมและคลื่น หินเหล่านี้เมื่อถูกน้ำทะเลสาดใส่มันจะแวววาวและเปล่งประกายสีดำเข้มสะท้อนรับกับแสงตะวันดูสวยงามมาก ๆ บนเกาะมีป้ายเตือนเกี่ยวกับคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตาอยู่ว่า "ผู้ใดบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะ นานานับประการ" 10. มัสยิดกลาง หาดใหญ่ จ.สงขลา จริง ๆ แล้วสถานที่แห่งนี้จะเที่ยวเดือนไหนก็ได้ แต่ช่วงนี้มัสยิดกลาง สงขลา ฮอตจริง ๆ จึงต้องทำมาใส่ไว้ในที่ท่องเที่ยวแนะนำของเดือนนี้ มัสยิดกลางดิย์นุลอิสลาม หรือเรียกสั้นๆว่า มัสยิดกลางสงขลา ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมในสงขลา เป็นมัสยิดที่ใหญ่และอลังการมาก ภายในตกแต่งได้สวยงาม โล่ง โอ่โถง เหมาะแก่การทำจิตใจให้สงบและทำพีธีกรรมต่างๆ ทางศาสนา มีความโดดเด่นจนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไกล หากใครได้มาจังหวัดสงขลาแล้ว ต้องไม่พลาดที่จะมาชมความงดงามของ มัสยิดกลางแห่งนี้  มัสยิดแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ทัชมาฮาลเมืองไทย" เลยทีเดียว ยิ่งมาในช่วงเวลาเย็นถึงค่ ำมัสยิดเปิดไฟสว่างมีฉากหลังของ ท้องฟ้าเปลี่ยนสีในยามเย็น เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก ขอบคุณข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai Special Thanks : www.facebook.com/ChillDTravel / www.facebook.com/baagklong

Thai Night Cannes 2016 มนต์เสน่ห์แห่ง “ไทย” พาอุตสาหกรรมหนังไทยสู่ระดับโลก
Anucha Boonyawatana /  Kulthep Narula / 

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน Thai Night โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จเป็นองค์ประธาน ภายใต้ธีมงาน Thaiconic เพื่อสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อภาพยนตร์ไทยทั้งในด้านการสร้างสรรค์และด้านธุรกิจ ระหว่างผู้สร้างภาพยนตร์ชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีโดยมีบุคลากรด้านภาพยนตร์และอุตสาหกรรมบันเทิงจากทั่วโลก ให้ความสนใจที่จะร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ภายในงานได้มีการเผยแพร่ข้อมูลถึงศักยภาพที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Locations, Production, CG & post-production, Hospitality และ Talents ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนในการผลิตภาพยนตร์และสื่อบันเทิงจากทั่วโลก ถือเป็นโอกาสอันดีในการประกาศมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำ Production และ Post Production เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับกองถ่ายภาพยนตร์และสื่อบันเทิงต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ซึ่งจะได้รับสิทธิ์คืนเงิน 15-20% โดยนโยบายจะเริ่มขึ้นในปีหน้า และคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังให้ความสนใจกับกิจกรรม Panel Discussion ซึ่งเป็นการเสวนาระหว่างบุคลากรผู้ผลิตภาพยนตร์ของประเทศไทย และ Producer ภาพยนตร์ระดับโลก ได้แก่ Mr. Thomas Schuhly โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่อง Alexander, Mr. Steven Paul โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่อง Taken, Mr. Kulthep Narula นายกสมาคมผู้บริหารการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ, Mr. Anucha Boonyawatana ผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานโดดเด่น และเป็นที่ยอมรับจากเวทีการประกวดภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยการเสวนาครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นเวทีที่เผยให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของผู้สร้างภาพยนตร์ไทยที่ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับนานาชาติ ไม่เพียงแค่นั้น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการจากทั่วโลก ในงาน Thai Business Matching ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของ Cannes Film Festival 2016 ที่ชี้วัดความสำเร็จได้จากผู้ให้ความสนใจที่จะดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ด้านภาพยนตร์และสื่อบันเทิง กับผู้ประกอบการชั้นนำของไทยไม่ว่าจะเป็น บริษัท เบนีโทน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไฟว์ สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด, บริษัท แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น จำกัด, บริษัท ก้าวไทยทะยาน จำกัด, บริษัท กลองชัยพาณิชย์ จำกัด, บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด, บริษัท พระเกศ ฟิล์ม จำกัด และ บริษัท สหมงคลฟิล์ม จำกัด กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและสื่อบันเทิง ให้ก้าวทะยานสู่การพัฒนาขั้นต่อ ๆ ไปในระดับสากล

เก็บตก
Asghar Farhadi /  BIOSCOPE / 

 โดย Okami.G ควันหลงจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่เพิ่งประกาศรางวัลประจำปี 2016 ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ยังคงเป็นที่พูดถึงกันอยู่สำหรับผลตัดสินที่เรียกได้ว่าหักปลายปากกาของบรรดานักวิจารณ์ที่จัดอันดับหนังในเทศกาลเอาไว้แบบไม่เหลือดี ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องปกติของเทศกาลนี้อยู่แล้ว ที่ผลตัดสินของคณะกรรมการจะสวนทางกับการตัดสินของนักวิจารณ์ และรวมถึงความคิดเห็นของคนดูทั่วไปในเทศกาลด้วย คลิปจาก I, Daniel Blake หนังปาล์มทองสดๆ ร้อนๆ https://www.youtube.com/watch?v=RoV-KZKT_Wk ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ปกติแล้วกลุ่มนักวิจารณ์จากเทศกาลหนังเมืองคานส์เขาจะมีการจัดอันดับหนังเต็งหนึ่งรางวัลปาล์มทองคำและไล่เรียงลงมาตามความพอใจ สำหรับผลรางวัลปาล์มทองคำปีนี้เรื่อง I, Daniel Blake ของผู้กำกับชาวอังกฤษ Ken Loach (เคน โลช) ได้ถูกจัดไว้ในอันดับที่ 11 จากหนังสายประกวดทั้งหมด 21 เรื่อง ในลิสของนักวิจารณ์ ซึ่งเรียกได้ว่าหลุดจาก Top 10 ของหนังที่น่าจะได้แชมป์ด้วยซ้ำ คลิปจาก It’s Only the End of the World ผลงานล่าสุดของโดลอง https://www.youtube.com/watch?v=yx45hFy9mEA ส่วนหนังรางวัลรองแชมป์ปีนี้อย่าง It’s Only the End of the World ของ Xavier Dolan (ซาวิเยร์ โดลอง) ที่โชว์ดราม่าครอบครัวถกเถียงกันข้ามโต๊ะอาหารที่สื่อต่างเรียกว่าเป็น August: Osage County (หนังดราม่าชิงออสการ์ที่ จูเลีย โรเบิร์ตส์ แสดงคู่กับ เมอรีล สตรีพ) ในฉบับหนังอาร์ต ก็ถูกนักวิจารณ์จัดไว้ที่อันดับ 20 เลยทีเดียว ตัวอย่าง Toni Erdmann หนังขวัญใจนักวิจารณ์อันดับ 1 ในสายประกวดหลักของคานส์ปีนี้ https://www.youtube.com/watch?v=tHiBr8OrpKI สำหรับหนังที่นักวิจารณ์วางไว้ว่าเป็นอันดับ 1 ก็คือ Toni Erdmann หนังเยอรมันผลงานกำกับของ Maren Ade (มาเริน อดี) ที่ว่าด้วยเรื่องราวของพ่อจอมเปิ่นที่ทำให้ลูกสาวขายขี้หน้าเพื่อนร่วมงาน ดันมีอีกบุคคลิคสุดเถื่อนซ่อนอยู่ ก็เรียกรอยยิ้มและความประทับใจจากคนดูด้วยฉากชวนอมยิ้มตลอดเรื่อง นี่เป็นหนังที่ได้รีวิวดีเยี่ยมที่สุดในเทศกาล ที่ได้ตัวแทนจำหน่ายหนังรายใหญ่อย่าง Sony Pictures Classics เป็นคนขายหนังในส่วนอเมริกาเหนือ ซึ่งตรงกับความต้องการของผู้กำกับที่อยากพาหนังมาเมืองคานส์เพื่อส่งมันต่อไปยังคนดูชาวอเมริกัน และแม้ว่า Toni Erdmann จะล้มเหลวจากรางวัลในเมืองคานส์ ตอนนี้หลายสื่อก็พอจะฟันธงได้แล้วว่านี่จะเป็นตัวเต็งอันดับ 1 สำหรับรางวัลสาขาหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์แน่นอน คลิปจาก The Last Face ผลงานกำกับของ Sean Penn https://www.youtube.com/watch?v=gUGh9uBzSAQ ส่วนหนังที่นักวิจารณ์จัดให้อยู่รั้งท้ายที่สุดในอันดับที่ 21 ก็คือ The Last Face ผลงานกำกับของ Sean Penn (ฌอน เพนน์) ที่ได้คะแนนวิจารณ์จากสื่อในระดับที่ต่ำเตี้ยที่สุด จากการแจกดาวที่มีคะแนนตั้งแต่ 1 ดาวจนถึง 4 ดาว ผลงานของ Penn ทำผลงานได้ราวๆ 0.2 คะแนน โดยมี 1 ดาวจากนักวิจารณ์ 2 สำนัก และ 0 ดาวจากนักวิจารณ์อีก 8 สำนัก แต่จากการจัดอันดับของนักวิจารณ์ก็ใช้ว่าจะคว้าน้ำเหลวทุกอันดับเสียทีเดียว โดยในหนังท็อป 10 ของนักวิจารณ์มี Cristian Mungiu (คริสเตียน มุนกิว) จาก Graduation ที่คว้ารางวัลสาขาผู้กำกับไปได้ กับอีกเรื่องก็คือ The Salesman หนังอิหร่านของผู้กำกับ Asghar Farhadi (อัสการ์ ฟาร์ฮาดี) ก็สามารถคว้าไปได้ 2 รางวัล อย่างสาขานักแสดงฝ่ายชายแก่ Shahab Hosseini (ซาฮับ ฮอซเซนี) และสาขาเขียนบทแก่ฟาร์ฮาดีเองด้วย อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงผลวิจารณ์ที่สวนทางกันสุดๆก็คือหนังเรื่อง Personal Shopper ของ Olivier Assayas (โอลิเวีย แอสซายาส) และนักแสดงสาว Kristen Stewart ที่ได้เสียงโห่ลั่นจากการฉายรอบสื่อครั้งแรกในวันจันทร์จนถูกพาดหัวใหญ่โตว่า "Kristen Stewart Gets Booed!" แต่แล้วในวันต่อมาจากรอบพรีเมียร์ที่ต้องมีบัตรเชิญเท่านั้นถึงจะเข้าชมได้ หนังกลับได้เสียงปรบมือดังสนั่นยาวนานเกือบ 5 นาที จนพาดหัวถูกเปลี่ยนเป็น "Kristen Stewart Gets a Standing Ovation" เพียงข้ามวันเท่านั้น อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรรมการเป็นฝ่ายถูก หรือนักวิจารณ์ต่างหากที่เป็นฝ่ายถูก งานนี้คงต้องขึ้นอยู่กับคอหนังเองด้วยว่าแต่ละคนชอบหรือไม่ชอบอะไรกันบ้าง สามารถอ่านรีวิวส่งตรงจากคานส์ 2016 โดย Robert W.Davis ผู้สื่อข่าวพิเศษของ BIOSCOPE ตั้งวันแรกถึงวันสุดท้ายได้ที่นี้ รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันเปิดงาน (Café Society และ มุกตลกที่ไม่ขำ) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 1 (วิจารณ์ Sieranevada) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 2 (วิจารณ์ Sweet Dreams และ Ma loute) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 3 (วิจารณ์ Toni Erdmann และ The Handmaiden) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 4 (วิจารณ์ American Honey) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 5 (วิจารณ์ Paterson และ Harmonium) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 6 (วิจารณ์ Personal Shopper และ Loving) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 7 (วิจารณ์ Hell or High Water) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 8 (วิจารณ์ The Wailing และ The Unknown Girl) รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันสุดท้าย (วิจารณ์ The Neon Demon และ 'สันติ - วีณา') .... ติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์และบันเทิงแบบเจาะลึกได้ ทางรายการ Entertainment Now วันจันทร์ ถึง ศุกร์ – เวลา 7.30-8.00 น. ทางช่อง MONO 29

ไปชัยภูมิ ชมหมอกหยอกกระเจียว พาเสียว 3 ผา 3 อุทยาน!
ที่เที่ยวอุทยาน /  ท่องเที่ยว ชัยภูมิ / 

เมื่อเพื่อนชวนเก็บกระเป๋าไปเที่ยวบ้าน ไม่เคยปฏิเสธอีกตามเคย ใจง่ายจริงๆ งานนี้พูดเลย ว่าเป็นการไปเยือนแผ่นดินถิ่นอีสานครั้งที่ 3 ในชีวิต ที่ต้องนั่งรถจนตูดด้าน ยาวนานเป็นวันๆ แต่โคตรคุ้มค่า ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น ได้สัมผัสกับอากาศทั้งหมอก ลม ฝน แดด จนกลับมาไม่สบาย ที่สำคัญเราได้รับประสบการณ์ "เสียว" ที่ชาตินี้ไม่ลืมแน่ๆ ยินดีที่ได้เจอกัน "จังหวัดชัยภูมิ"  ไปชัยภูมิ ชมหมอกหยอกกระเจียว พาเสียว 3 ผา 3 อุทยาน! เรานัดกับเพื่อนเจอกันที่ชัยภูมิ ทริปนี้ 4 คน  เราเดินทางจากตาก - พิษณุโลก - ชุมแพ - ชัยภูมิ (ต่อรถเป็นว่าเล่นเลย) ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 9 ชั่วโมง ตายๆๆ หลับแล้วหลับอีก หลับแล้วก็หลับอีก Zzzz ส่วนเพื่อนเราอีก 3 คน นั่งรถทัวร์ กทม. - ชัยภูมิ 5 ชั่วโมงถึง อิจฉาจริงๆ แต่เราถึงก่อนเพื่อนๆ เพราะเดินทางตอนเช้าถึงค่ำ แล้วโทรให้ญาติเพื่อนมารับไปนอนอยู่บ้านตีพุงอย่างสบายใจ กิกิ เราเจอเพื่อนอีกทีก็ตอนเช้าอีกวันเลย เพราะเพื่อนเราเดินทางกลางคืน การเดินทางเที่ยวชัยภูมิครั้งนี้ รวม 5 วัน 4 คืน (29 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2558) 30 ก.ค. 58 : ปรางค์กู่ - สวนดาวเรืองพรนับพัน - เขื่อนลำปะทาว 31 ก.ค. 58 : ผาสุดแผ่นดิน - ทุ่งดอกกระเจียว - ลานหินงาม (อช.ป่าหินงาม) / น้ำตกไทรทอง - ผาหัมหด (อช.ไทรทอง) 1 ส.ค. 58 :  ผาหัวนาค มอหินขาว (อช.ภูแลนคา) เราจะขอเริ่มทริปในวันแรก 30 ก.ค. 58 : ปรางค์กู่ - สวนดาวเรืองพรนับพัน - เขื่อนลำปะทาว เพื่อนเราบอกว่าใกล้ๆ บ้านมี "ปรางค์กู่" ปรางค์กู่คืออะไร สงสัยนะเนี้ย? เราเลยยืมมอเตอร์ไซค์แว๊นออกไปดู ไม่พึ่งแผนที่ ไม่พึ่ง google map อาศัยเพื่อนบอกทางอยู่ซ้ายมือ ขับๆ ไปก็เจอ ปรากฏว่าขับไปไม่ถึง 5 นาที เจอก็จริงๆ ช่างง่ายดาย ห้าา และนี่ก็คือ "ปรางค์กู่" พิกัด : http://urll.us/yZfjpq "ปรางค์กู่" เป็นโบราณสถานที่นับว่ามีความสมบูรณ์ที่สุดของชัยภูมิ เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มอาคารที่มีแผนผังและลักษณะเดียวกับปราสาท เชื่อกันว่าปรางค์กู่แห่งนี้เป็น “อโรคยาศาล” หรือสถานพยาบาลที่สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ช่วงระหว่าง พ.ศ. 1724-1763 มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง 1 องค์ มีวิหารหรือบรรณาลัยด้านหน้า 1 หลัง ทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาและซึ่งมีโคปุระ หรือซุ้มประตูอยู่ที่ด้านหน้า ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาแลง เว้นก็แต่กรอบประตู หน้าต่าง ทับหลัง และเสาประดับที่เป็นหินทราย ภายในปรางค์ประธานทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ ศิลปะแบบทวาราวดีซึ่งเป็นของที่เคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น ชาวชัยภูมิให้ความเคารพศรัทธามาก ข้อมูล : http://urll.us/RNpske เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ ไหว้พระ ถ่ายภาพ ได้สักพัก เพื่อนก็โทรตามให้กลับบ้าน เพราะวันนี้พ่อจะพาไปเที่ยว เย้ !! แต่การเที่ยวในวันนี้ เป็นอะไรเอ็กคูลซีฟมาก เพราะพ่อจะพาไปดูไร่สับปะรดและการเลี้ยงปลาในกระชังที่เขื่อนลำปะทาวตื่นเต้นสิคะ แต่ก่อนจะไปถึงเขื่อน ระหว่างทางเราเจอสวนดาวเรืองสีเหลืองอร่ามงามสง่ามาแต่ไกล แวะสิคะ กับ "สวนดาวเรืองพรนับพัน" ที่นี่อยู่ระหว่างทางไปมอหินขาว ฝั่งขวามือ มีสวนเดียวสังเกตได้ง่ายๆ เลย อีกไม่นานที่นี่จะมีร้านกาแฟ เขากำลังสร้างอยู่ใกล้เสร็จแล้ว ถ้ามีโอกาสคงได้มาลอง ตอนทำนาข้าชื่อดาวเรือง พอเข้าในเมืองชื่อช่างเฟื่องเลื่องลือ :") นี่เราคิดมาตลอดมาชัยภูมิต้องร้อนแน่ๆ เปล่าเลย อากาศที่นี่เย็นสบาย ทั้งๆ ที่ 11.00 น. แล้ว เราโชคดีมากที่วันนี้มีแม่ค้ามารับซื้อดอกดาวเรืองถึงสวน เลยขอแจมเป็นลูกมือด้วยคน ได้ความรู้ด้วยนะ การตัดดอกดาวเรืองจะใช้กรรไกรตัดด้ายตัด เพราะถ้าเด็ดดอกจะไม่ขึ้นอีกวิธีการคัดเลือกดอก ให้ดูดอกที่ตรงกลางไม่มีสีเขียวๆ จะได้ดอกไซส์จัมโบ้ หรือมีนิดหน่อยก็ถือว่าเป็นอันใช้ได้ หลังจากตัดดอกดาวเรืองได้หลายถุง ติดใจสิคะ กลับบ้านไปจะลองปลูกเลย ไม่รู้จะสวยเหมือนสวนที่นี่มั้ยน้า เมื่อภาระกิจเสร็จสิ้น หิวสิคะ เที่ยงแล้ว เราแวะกินส้มตำข้างทาง จัดว่าเด็ดมาก ข้างทางจริงๆ นะ ติดถนนเลย กินเสร็จเดินทางต่อค่ะ เรามุ่งหน้าไปเขื่อนลำปะทาว อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2051 ไปทางอุทยานแห่งชาติตาดโตน ก่อนถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียม ประมาณ 500 เมตร มีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปเขื่อนลำประทาว (ป้ายบอกทางเดียวกับไปมอหินขาว) ที่ตำบลเก่าย่าดี ระยะทาง 17 กิโลเมตร ระหว่างทางจะพบสวนลำไย ไร่สับปะรด และมันสำปะหลังตลอดสองข้างทาง ที่นี่เป็นแหล่งเลี้ยงปลาในกระชังด้วย มองเห็นภูเขาเขียวๆ กับน้ำในเขื่อน วิวดีจริงๆ เราชอบมาก เขื่อนลำปะทาวเป็นเขื่อนดินขนาดเล็ก เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งหนึ่งของคนที่นี่เลย ก็สวยขนาดนี้ไม่มาได้ไง :") พี่น้อยคนดูแลสวนและกระชังปลาใจดีให้เรานั่งเรือไปดูการจับปลาในกระชัง เสียวเลยว่ายน้ำก็ไม่เป็น ชูชีพก็ไม่มี แต่ด้วยความอยาก...ยอม เราชอบนะ ได้มาสัมผัสชีวิตแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสกันง่ายๆ เจอ ปลา เป็ด ไก่ ยันควาย เริ่ดอ่า ห้าาา เราได้ช่วยพี่จับปลานิลด้วยตัวหนึ่งน้ำหนักประมาณ 9 ขีด หนักใช่เล่นนะ  (จริงๆ ช่วยจับถุงใส่ปลามากกว่า) ก่อนกลับ ... ขอมองวิวสวยๆ ของเขื่อนลำปะทาวอีกครั้ง วันที่สอง 31 ก.ค. 58 ผาสุดแผ่นดิน - ทุ่งดอกกระเจียว - ลานหินงาม (อช.ป่าหินงาม),  น้ำตกไทรทอง - ผาหัมหด(อช.ไทรทอง) วันนี้แหละไฮไลท์รออยู่ พวกเราตื่นกันตั้งแต่ตี 4 แหกขี้หูขี้ตาตื่นกันเลยจ้าา ฝนก็ต้องตลอดคืน ระหว่างออกเดินทางก็ตกปอยๆ ตลอด ใจไม่ดีเลย กลัวเที่ยวไม่สนุก แต่แล้วเมื่อเราเดินทางไปถึงอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ฟ้าฝนก็เป็นใจ หลงเหลือไว้แต่หมอกขาวๆ ที่อุทยานแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ ผาสุดแผ่นดิน  ทุ่งดอกกระเจียว และลานหินงาม พิกัด : http://urll.us/HYia3S 07.30 น. อากาศเย็นดีนะ อภิมหาหมอกมาก ตื่นเต้นอ่า >.< เราซื้อตั๋วรถราง เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท วันนี้คนมาเที่ยวกันแต่เช้า คึกคักมากอ่ะ บางคนก็มากางเต๊นท์นอนค้างที่นี่เลย ที่จอดรถโอเคนะ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้บริการตลอด สะดวกดี ในรถรางจะมีน้องๆ มัคคุเทศก์ตัวน้อยๆ มาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไป น่ารักมากๆ เลย ที่แรก "ผาสุดแผ่นดิน" ดินแดน 3 ภาค  อีสาน - กลาง - เหนือ เดินเข้าไปนิดเดียวก็จะเจอลานหินปุ่มป่ำ ผิวขรุขระ  เหมือนอยู่บนดาวอังคาร และแน่นอนที่สุด "ของสุดแผ่นดิน" ถามว่ากลัวมั้ย...กลัวมากกก แต่ยิ้มสู้ ^________^ สิ่งที่เราคิด กับสิ่งที่เราเจอ !!! คือต้องต่อคิวถ่ายกันเลย กับเพื่อน จากนั้นเราก็เดินไปด้านซ้ายมือเพื่อไปดูดอกกระเจียวไฮไลค์ของวันนี้ จะมีเยอะมั้ยน้าาา? ระหว่างทางมีนักท่องเที่ยวร่วมเดินเท้าไปกับเราเยอะเลย รวมทั้งคุณยายคนนี้ด้วย นับถือเลย  ของแบบนี้ไม่เกี่ยวกับอายุ มันอยู่ทีใจ เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอทุ่งหญ้าสีเขียวๆ กับหมอกขาวๆ แต่ยังไม่เจอดอกกระเจียว ปีนี้อย่างที่รู้ๆ กัน แล้งมาก เข้าหน้าฝนช้ากว่าปกติ ทำให้ดอกกระเจียวพลอยออกดอกช้าไปด้วย สักพักเราก็เจอดอกกระเจียวกลุ่มแรกแล้วค่ะ อากาศดีจริงๆ เลย ช่วงที่เจอดอกกระเจียวมากที่สุดจะอยู่กลางทาง นอกนั้นต้นทางกับปลายทางจะมีประปรายค่ะ หมอกหยอกกระเจียว. เราชอบภาพนี้มาก ให้มันเป็นสีชมพูวววววว สำหรับการเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียว เขาจะมีไม้กั้นไม่ให้เดินออกนอกเส้นทางนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวเหยียบดอกกระเจียว แต่ก็มีบางคนมีกฏไว้ให้แหก จนเจ้าหน้าที่ต้องเป่านกหวีด เป่าแล้วเป่าอีก เหนื่อยแทน ยังไงก็อย่าลืมทำตามกฏด้วยนะคะ เพื่อที่เราจะได้เห็นดอกกระเจียวและธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้ไปนานๆ (ปรบมือให้กับความเป็นนางเอกของเราหน่อยค่ะ ตึ่งโป๊ะ !!) ชมหมอกหยอกกระเจียวกันอย่างจุใจไปแล้ว สถานีถัดไป "ลานหินงาม" นั่งรถรางมาได้สักพัก ก็ถึงลานหินงามแล้วค่ะ เดินขึ้นเนินมาเรื่อยๆ จะพบศาลเจ้าพ่อชุมพล และมีร้านขายอาหาร ลานหินงามมีพื้นที่ 10 ไร่ ค่ะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็เดินทั่วแล้ว ลักษณะของหินเหล่านี้เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำต่อหินทรายในส่วนที่จับตัวกันเบาบางหลุดออกไปเป็นเวลานับล้านปี จึงเกิดเป็นหินรูปร่างสวยงาม แปลกตา บริเวณพื้นล่างมีพุ่มไม้เตี้ยๆ หายากหลายชนิด เช่น มอส ไลเค้นส์ ข้าวตอกฤาษี และเฟิร์นหลายชนิด ที่นี่มีหินแปลกๆ เยอะ ได้แก่ หินฟีฟ่า หินปุงลิงค์ หินแม่ไก่ยักษ์ หินปราสาท หินช้างเอราวัณ หินจานเรดาร์ และหินถ่ำมอง ที่เห็นอยู่ไกลๆ คือ "หินฟีฟ่า" ค่ะ ถ้าอยากถ่ายภาพ ณ จุดนี้ ต้องปีนนะคะ หินเป็นหินทรายลื่นมาก ระวังด้วยค่ะ ที่เห็นคนเยอะๆ นี่ "หินถ้ำมอง" ค่ะ และนี่คือ "หินแม่ไก่ยักษ์" สังเกตจากรูปทรง ด้านซ้ายจะเป็นหัวและปากยื่นออกมา ด้านขวาเป็นหางไก่ค่ะ ต้นไม้แปลกๆ พุ่มเตี้ยๆ เยอะจริงๆ ต้นไม้ใหญ่แทบไม่มี และอากาศเริ่มร้อน แนะนำให้ทากันแดด หรือใส่เสื้อแขนยาวบางๆ ไม่งั้นดำแน่ๆ น้องๆ มัคคุเทศก์บอกว่า ตามความเชื่อใครไม่มีคู่ ให้เอามือลูบที่หิน ลูบขึ้นหรือลูบลง แต่ห้ามลูบขึ้นลูบลงนะคะ ห้าาา ไอเรานี่แค่ลูบมันเบาไป โอบเลยจ้าาาา >< ขากลับเราไม่ได้นั่งรถรางนะ แต่เป็นรถพ่วง รถพ่วงจริงๆ อารมณ์สิบล้อทำเป็นม้านั่งยาวๆ สามแถว ฟิวแบบ...ได้มากกก น้องมัคคุเทศก์ก็บรรยายไปตลอดทาง น้องมัคคุเทศก์ : อาหารขึ้นชื่อของชัยภูมิคือ "หม่ำ" ครับ ไม่ใช่หม่ำจ๊กมกนะครับ (ถึกโป๊ะ !!) น้องมัคคุเทศก์ : ต้นไม้ที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้ชื่อ "ต้นดูไบ" ครับ สาเหตุที่เรียกแบบนี้เพราะ ต้นไม้ไม่มีดอกครับ "มีแต่ใบ"(ถึกโป๊ะ !!) ณ ตอนนั้นจังหวะน้องได้มากค่ะ พี่ขำหนักมาก >< ออกมาด้านนอก จะมีร้านขายของที่ระลึกเต็มสองข้างทาง และยิ่งสายคนก็ยิ่งเยอะ ดีนะที่เรามากันตั้งแต่เช้า ประทับใจมากตรงที่ได้เห็น "หมอกหยอกกระเจียว" นี่แหละ :") ในช่วงบ่ายเราหาข้าวกินระหว่างทาง แล้วไปต่อที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง ที่นี่มีตกไทรทอง ทุ่งบัวสวรรค์หรือทุ่งดอกกระเจียว และผาหัมหด มาถึงแล้วจอดรถเดินไปที่ทางเข้าเลยค่ะ  มีต้นสนสองข้างทาง เห็นแล้วอยากไปปางอุ๋งเลย และดินแทบนี้จะเป็นดินแดงค่ะ \พิกัด : http://urll.us/kMQIgP ในวันหยุดแบบนี้เราจะเห็นหลายครอบครัวพากันมาเที่ยวที่นี่ค่ะ เดินไปไม่ไกลก็จะเจอทางลงไปชมน้ำตกไทรทอง คือฝนตกไง น้ำนี่สีกาแฟเลยยยย >< น้ำตกไทรทองสูงประมาณ 5 เมตร กว้าง 80 เมตร เหนือน้ำตกขึ้นไปมีวังน้ำขนาดใหญ่ เรียกว่า “วังเงือก”  แล้วไหลลงตามความลาดชันของลานหินลงสู่น้ำตกไทรทองยาวประมาณ 150 เมตร ที่เรียกว่าน้ำตกไทรทอง เพราะ ข้างๆ น้ำตกมีต้นไทรขนาดใหญ่ค่ะ (เราเดาเอาเอง ห้าา) และนี่ก็คือรากต้นไทรที่เราต้องเดินผ่านเป็นทางเข้าออกของน้ำตก ขากลับเราแวะลงไปดูต้นไม้พันปีค่ะ ภาพนี้ถ่ายจากสะพานข้ามลำธาร ถึงแล้ว เดินเข้าไปจากทางหลักประมาณ 100 เมตร  ก็จะพบกับต้นไม้พันปีหรือต้นกระบากนั่นเอง จากนั้นเราขับรถไปที่ผาหัมหดค่ะ ฝนตกน้ำป่าเลยไหลหลากนิดหน่อย ประมาณ 2-3 ฟุต ต้องลุยขึ้นไป พอไปถึงด้านบนจะเจอแก๊งมอไซค์หาเห็ดของชาวบ้านค่ะ เรางงอยู่ๆ เก็บเห็ดในอุทยานแบบนี้ไม่ผิดกฏหมายหรอ? ด้านบนที่จอดรถ เจอคาราวานจักรยาน Bike For Mom ค่ะ เริ่ดอ่า ปั่นมาถึงนี่เลยหรอเนี้ย มาถึงตรงนี้จะเจอผาพ่อเมือง ผาน้องเล็กด่านแรก กับจุดชมวิวสวยๆ และเราต้องเดินขึ้นไปอีก 230 เมตร ถึงจะเจอผาหัมหด แล้วถ้าเดินต่อไปอีกจะเจอทุ่งบัวสวรรค์หรือทุ่งดอกกระเจียวค่ะ และแล้ว...ก็ถึงสถานที่ทดสอบความเสียวของคุณผู้ชายค่ะ  กับผาที่ 2 ที่เราได้มาเหยียบ "ผาหัมหด"  ซึ่งอยู่บนเทือกเขาพังเหย เป็นแผ่นหินยื่นออกไปนอกหน้าผา สูงจากระดับน้ำทะเล 864 เมตร และด้วยความสูงบวกกับความเสียว ใครได้ไปยื่นเป็นอันต้องเสียวจน....หดกันหมดค่ะ ห้าา ชื่อนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ตั้ง ถือว่ามีความสำคัญและได้อธิบายคำว่า ‘หัม’ เป็นภาษาอีสาน ไม่หยาบคาย คนแก่คนเฒ่าแถวอีสานมักจะเรียกเด็กๆ ผู้ชายที่มีบุคลิกหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูว่า "บักหัม" ถ้าถามว่าเสียวมั้ย ฉันตอบเลยว่า "มาก" แต่มาถึงที่นี่แล้ว ใจต้องกล้า ไม่งั้นไม่ได้ชอตเด็ดแบบนี้ ที่สำคัญมันอันตราย ระวังกันด้วยนะคะ หมดไปอีกหนึ่งวัน ใช้พลังานในการเดินมากซะด้วย ต้องเติมพลังค่ะ ค่ำนี้เลยไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน ชัยภูมิ เปิดทุกวัน ของกินเยอะมาก อร่อยอ่า ติดใจหมึกย่างสูตรเมียทำเอง ของคุณลุ' ขายแค่ไม้ละ 5 บาท แม่เจ้า ที่สำคัญน้ำจิ้มโคตรเด็ดอ่ะ !! วันที่สาม 1 ส.ค. 58 :  ผาหัวนาค มอหินขาว (อช.ภูแลนคา) วันนี้ตื่นสายค่ะ หมดพลัง ห้าา จุดหมายวันนี้วันสุดท้ายแล้ว ผาหัวนาค และมอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา พรุ่งนี้ก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ไม่อยากจะคาดคิดเลย เราเดินทางถึงอุทยานช่วงบ่ายๆ แต่ด้วยฝนที่ตกมาก่อนหน้า ทำให้เจอ "หมอก" อีกแล้ว วันสุดท้ายนี่ก็เด็ดพูดเลย อิจฉาคู่นี้หวานตลอด พิกัด :  http://urll.us/Dihbn3 ถึงลานจอดรถ ลุยสิคะ ไปดูผาหัวนาคกัน ม่านเมฆ ระหว่างเราเดินขึ้นไป เจอคนมาถ่ายเวดดิ้งด้วย ไฟท์น้อ วันนี้หมอกลง คงได้บรรยากาศไปอีกแบบ อย่างที่เราบอกไว้ ว่าจะพาไปเสียว 3 ผา 3 อุทยาน ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จแล้ว กับผาสุดท้าย "ผาหัวนาค" หมอกลงหนามาก ทั้งๆ ที่เวลาบ่ายสาม บวกกับลมพัดหมอกมากระแทกหน้า ฟินสิคะ !! และภาพนี้ มุมนี้ เราชอบที่สุด :") หลังจากที่ฟินจนพอใจแล้ว เราก็เดินทางไป "มอหินขาว"  ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ตามตำนานเล่าว่า มีคนเห็นก้อนหินใหญ่ 5 ก้อน ที่ในทุกคืนวันพระจะมีแสงสีขาวส่องขึ้นมา  =คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้น เลยเรียกที่นี่ว่า มอหินขาว สโตนเฮนจ์เมืองไทย และที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องพระนเรศวรมหาราช มอหินขาว มีกลุ่มหินอยู่หลายกลุ่ม หินชุดแรก คือ “เสาหิน 5 ต้น” เป็นหินที่มีความสูง ประมาณ 12 เมตร จำนวนหนึ่งใน 5 มีต้นหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ขนาด 22 คนโอบ เสาหิน 5 ต้นนี้นับเป็น เสาหินที่เด่นที่สุด และเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวมอหินขาว เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ถึง 17.00 น. แล้วเดินทางกลับไปตัวเมือง ระหว่าทางเจอตลาดนัดเย็นจ้า แวะเลยๆๆ หิวมาก ที่นี่ก็จะขายของทั่วไป มีทั้งของสด ผัก และอาหารต่างๆ และมาอีสานทั้งที ต้องแวะซื้อของขึ้นชื่อของที่นี่ นั่นก็คือ "หม่ำ" เราซื้อทั้งหม่ำเนื้อ และหม่ำหมู หม่ำ ทำจากเนื้อหมูหรือเนื้อวัว ตับ กระเทียม เหมือนไส้กรอก ต่างกันที่ส่วนผสมและรสชาติที่ออกเปรี้ยวอมมัน ต้องเอาไปปิ่ง ทอด หรือเข้าเวฟ ราคานี่ไม่ถูกเลยนะคะ หม่ำเนื้อชิ้นละ 50 บาท หม่ำหมู 4 ชิ้น 100 บาท ไงหล่ะกระเป๋าแฟบอีกละ   สำหรับการมาเยือนอีสานครั้งที่ 3 ของเรา รู้สึกแปลกใหม่ดีนะ เที่ยวได้คุ้มค่ามาก ก่อนหน้านี้รู้แค่ว่าชัยภูมิมีทุ่งดอกกระเจียวกับผาหัมหดเอง ไม่คิดว่าชัยภูมิจะมีที่เที่ยวเยอะและสวยขนาดนี้ ชัยภูมิจึงเป็นอีกที่ที่เราอยากแนะนำให้ลองมาเที่ยวดู แล้วจะหลงรัก ขอบคุณครอบครัวยุทธโกมินทร์ ที่ต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี ขอบคุณพื่อนๆ ที่ทำให้ทริปนี้สนุก สุข มันส์ มีสีสัน และได้ลุยไปด้วยกัน สำหรับเรา.. ชีวิตมีความหมายอีกครั้ง เพราะ "การเดินทาง" แล้วความหมายของชีวิตคุณล่ะ คืออะไร? ลองออกเดินทางสักครั้ง คุณอาจค้นพบสิ่งที่ตามหามาตลอดก็ได้ ป๊ะ !! แค่ "เก็บกระเป๋า" ติดตามการท่องเที่ยวที่อื่นๆ เพิ่มเติม ได้ที่ Page : https://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : https://www.instagram.com/kepkrapao ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ https://www.facebook.com/kepkrapao

พันธุ์ดีมาก!! คุณแม่ดาราสวยเป๊ะ vs ลูกชายซุปตาร์หล่อปัง
แม่ลูกดารา /  วันแม่ / 

แม่พันธุ์ดีขั้นเทพจริงๆ มี ลูกชาย กับเขาทั้งคนถึงได้หล่อเอาการขนาดนี้ สำหรับ คุณแม่ดารา ตัวเก๋าทั้งหลาย เรียกว่าเป็นการต้อนรับเทศกาล วันแม่ ที่กระชุ่มกระชวยหัวใจและละลานตาสุดๆ เพราะนอกจากคุณแม่ดาราหลายๆ คนจะยังคงความสาวสวยแบบเป๊ะเวอร์แล้ว ลูกชายที่ฟูมฟักมาตั้งแต่เด็กยังโตมาหล่อ...ล๊อ...หล่อ เป็นอาหารตาของสาวๆ ทั่วเมืองอีกต่างหาก งานนี้ใครๆ ก็อยากเป็นสะใภ้คุณแม่คะคุณแม่ขากันทั้งนั้น เริ่มกันที่คุณแม่หุ่นสวยแซบเยี่ยงสาววัยแรกแย้มอย่าง ปิ่น เก็จมณี ฟิตและเฟิร์มขนาดนี้ไม่อยากจะเชื่อว่ามีลูกชายโตเป็นหนุ่มแล้วถึง 3 คน ทั้ง เจ้าขุน เจ้านาย เจ้าสมุทร ซึ่งแต่ละคนเชื้อไม่ทิ้งพ่อทิ้งแม่ หล่อเหลาน่าเอาไปทำพันธุ์สุดๆ ด้านนักแสดงรุ่นเดอะ หมู พิมพ์ผกา ก็ผลิตลูกชายออกมาได้หล่อไม่แพ้ใคร เวลานี้หนุ่ม นาย ณภัทร ฮอตปรอทแตกชื่อเสียงแซงหน้าคุณแม่สมัยยังเอ๊าะๆ ไปแล้ว สาวสวยหวานอย่าง โบ ชญาดา มีลูกชายอย่าง อชิ ที่ตอนเด็กว่าน่ารักน่าชังแล้ว โตมาออร่าความหล่อกลับพุ่งกระฉูดซะงั้น เรียกว่าหน้าตาดีได้พ่อได้แม่มาเต็มๆ ลูกชายคนโตของนักแสดงมากฝีมือ นุสบา ปุณณกันต์ อย่าง น้องปุณณ์ โตมาก็หล่อเวอร์ไม่น้อยหน้าใคร เชื่อว่าไม่ช้าไม่นานนี้งานมะรุมมะตุ้มแน่นอน สาวสวยที่เป็นทั้งนางงาม นักร้อง และนักแสดงตัวแม่อย่าง ฮันนี่ ภัสสร ก็ปลื้มปริ่มที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง อินดี้ อินทัช ฮอตเวอร์ขนาดนี้ ด้านแม่ม่ายสายแซบ มาช่า วัฒนพานิช มีลูกชายอย่าง กาย นวพล โตเป็นหนุ่มเต็มตัวขนาดนี้ แต่หุ่นคุณแม่ยังเป๊ะเวอร์อยู่เลย ปิดท้ายกันที่ จุ๋ม อุทุมพร คุณแม่คนสวยของ เจสซี่ เมฆวัฒนา ก็ปลื้มปริ่มไม่น้อยหน้าแม่คนไหน เพราะนอกจากลูกชายจะหล่อโดนใจสาวแล้ว ความสามารถก็มากมายเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นอีกด้วย คุณแม่ปิ่น - เจ้าขุน เจ้านาย เจ้าสมุทร คุณแม่ปิ่น - เจ้าขุน เจ้านาย เจ้าสมุทร คุณแม่ปิ่น เก็จมณี คุณแม่ปิ่น เก็จมณี คุณแม่ปิ่น - เจ้าสมุทร คุณแม่ปิ่น - เจ้านาย คุณแม่ปิ่น - เจ้านาย คุณแม่ปิ่น - เจ้าขุน - เจ้านาย คุณแม่หมู - นาย ณภัทร คุณแม่หมู - นาย ณภัทร คุณแม่หมู พิมพ์ผกา คุณแม่หมู - นาย ณภัทร คุณแม่หมู - นาย ณภัทร คุณแม่หมู - นาย ณภัทร คุณแม่หมู - นาย ณภัทร คุณแม่โบ - อชิ คุณแม่โบ - อชิ อชิ คุณแม่โบ คุณแม่โบ คุณแม่โบ - อชิ คุณแม่โบ - อชิ คุณแม่โบ - อชิ คุณแม่นุส - ปุณณ์ คุณแม่นุส - ปุณณ์ คุณแม่นุส นุสบา คุณแม่นุส นุสบา คุณแม่นุส - ปุณณ์ คุณแม่นุส - ปุณณ์ ปุณณ์ คุณแม่นุส - ปุณณ์ คุณแม่จุ๋ม - เจสซี่ คุณแม่จุ๋ม - เจสซี่ คุณแม่จุ๋ม - เจสซี่ คุณแม่จุ๋ม อุทุมพร เจสซี่ คุณแม่จุ๋ม - เจสซี่ คุณแม่จุ๋ม - เจสซี่ คุณแม่จุ๋ม - เจสซี่ คุณแม่มาช่า - กาย คุณแม่มาช่า คุณแม่มาช่า กาย นวพล คุณแม่มาช่า - กาย คุณแม่มาช่า - กาย คุณแม่มาช่า - กาย คุณแม่ฮันนี่ - อินดี้ คุณแม่ฮันนี่ - อินดี้ คุณแม่ฮันนี่ ภัสสร คุณแม่ฮันนี่ - อินดี้ คุณแม่ฮันนี่ - อินดี้ คุณแม่ฮันนี่ - อินดี้ คุณแม่ฮันนี่ - อินดี้ คุณแม่ฮันนี่ - อินดี้ คุณแม่ฮันนี่ - อินดี้ ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @jessemek @bo_achi @indianaindy @kejmanee @naphat_nine

อลังการงานสร้าง! บวงสรวงตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ พร้อมเปิดตัวองค์ดำ 3 รุ่น
ทิชา G20 /  สรพงษ์ ชาตรี / 

ได้ฤกษ์บวงสรวงกันไปแล้วเช้านี้(28 ก.ย.) สำหรับละครซีรี่ส์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์” ทางช่อง “MONO29” (โมโน ทเวนตี้ไนน์) เมื่อเวลา 09.09 น. ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จ.อยุธยา โดย คุณชายอดัม(ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล) รับหน้าที่ผู้จัดและผู้กำกับฯ นำทีมนักแสดงกว่าเจ็ดสิบชีวิตร่วมพิธีบวงสรวงใหญ่ อาทิ สรพงษ์ ชาตรี, ต้น-อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, โจม-ศุกล ศศิจุลกะ, ปราย-ปรเมศร์ น้อยอำ, ยุ้ย-ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี, แอ้ม-ศิรประภา สุขดำรงค์, ทิชา- พชรวรรณ วาดรักชิต, กัน-รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์, อิ๋ว-พชรณมน นนทภา, วิว-ณัฐริกา เฝ้าด่าน, ถุงแป้ง-ภัทรวดี เหลาสา, อ๋อง-กษาปณ์ จำปาดิบ, นนน-กรภัทร์ เกิดพันธุ์, ทอมมี่-สิทธิโชค, แบ๊ด-น้องบิว, จ๊ะอี๋-นวลจันทร์ ณ ถลาง, มุก-ณปภัช ฐิตะกวิน, แชมป์-ชญาณัตถภัทร์ ตริชอบ, แบงค์-ปวริศร์ มงคลพิสิฐ, ดนฐ์ กณิณ ฯลฯ พร้อมเปิดตัวองค์ดำ(สมเด็จพระนเรศวรมหราราช) ทั้ง 3 รุ่น เป้-ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์, ซีน-ณัฐชนน บุญศิริ และ ติว-ด.ช.ภานุกร วงศ์บุญมาก นอกจากนั้นทีมงานยังจัดเค้กเซอร์ไพร้ส์วันเกิด คุณชายอดัม อีกด้วย พร้อมแล้วไปชมภาพบรรยากาศกันเลย... บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ บวงสรวง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดอะซีรี่ส์ เซอร์ไพร้ส์วันเกิด คุณชายอดัม

สูตร
จังหวัดบุรีรัมย์ /  ยำแตร็ยปรัย / 

อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ นี่คือเมนูที่ชื่อว่า "ยำแตร็ยปรัย" หรือ "ยำกุ้งจ่อม" สุดยอดอาหารพื้นบ้านอีสาน ของดีจังหวัดบุรีรัมย์ คำว่า “แตร็ยปรัย” เป็นภาษาเขมร แตร็ยแปลว่า “ปลา” และ “ปรัย” แปลว่า “เค็ม” โดยชาวบ้านมักนำกุ้งฝอยมาจ่อม หรือก็คือ การดองในน้ำปลา โรยด้วยข้าวคั่ว เพื่อเก็บไว้กินได้นานๆ คล้ายๆ กับการหมักปลาร้าไว้กินนั้นเอง วันนี้ Food.MThai ได้นำสูตรของ คุณนภาวดี พยัคฆโส (เชฟแนทตี้) ทั้งวิธีการทำกุ้งจ่อม ส่วนผสมหลัก ก่อนที่จะมาทำยำแตร็ยปรัย พระเอกของงานนี้กันคะ ขอบอกว่าสูตรนี้แซ่บนัวมาก สูตร ยำแตร็ยปรัย หรือ ยำกุ้งจ่อม อาหารถิ่นอีสาน สูตรวิธีการทำกุ้งจ่อม (อาหารประเภทดอง) ส่วนผสม กุ้งฝอย  1  กิโลกรัม ข้าวคั่ว  50 กรัม น้ำปลา  250 - 300 กรัม (ตามความเหมาะสม) วิธีทำ ล้างกุ้งให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ นำกุ้งฝอยที่ล้างสะอาดแล้วใส่ภาชนะ ใส่น้ำปลาลงไป กดให้กุ้งฝอยจม หมักทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากหมักไว้ 1 คืนแล้ว นำมาใส่ข้าวคั่ว คนให้เข้ากัน นำใส่ขวดโหลหรือภาชนะมีฝาผิดสนิท หมักทิ้งไว้อีก 1 - 2 คืน เมื่อหมักได้ที่แล้ว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ สูตร ยำแตร็ยปรัย ส่วนผสม กุ้งจ่อมที่ทำสำเร็จแล้ว (เฉพาะเนื้อ) 100 กรัม พริกขี้หนู  6 กรัม หอมแดง 20 กรัม ตะไคร้ 5 กรัม ใบมะกรูด 2 ใบ วิธีทำ ซอยตระไคร้ หอมแดง ให้ละเอียด, ซอยพริกขี้หนูพอหยาบๆ, ใบมะกรูด ซอยเป็นฝอยๆ เตรียมไว้ กุ้งจ่อมที่ทำสำเร็จแล้ว ใส่หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกูด พริกขี้หนูลงไป คลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน จัดใส่จานเสิร์ฟ ทานคู่กับผักสด ข้าวเหนียว ขอขอบคุณ ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน (Matichon Academy), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ประมวลภาพ ทัพพาราลิมปิก ทีมชาติไทย เหินฟ้าสู่บราซิล!
จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี /  ทีมชาติไทย / 

ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ทั้ง  45 ชีวิต ฟิตเต็มถัง ออกเดินทางบินลัดฟ้าสู่แดนแซมบ้า เพื่อลุยศึกใหญ่ "พาราลิมปิก เกมส์ 2016" ระหว่างวันที่ 7-18 ก.ย. เรียบร้อยแล้ว ด้าน "บิ๊กนิดหน่อย" จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าคว้า 4 ทองเท่าครั้งที่แล้ว ขณะที่ "เบิ้ม" เรวัตร์ ต๋านะ นักซิ่งวีลแชร์ความหวังทีมชาติไทย ตั้งเป้าซิ่งผงาดคว้าทอง ระยะ 1,500ม.,5,000 ม. มาครองให้ได้ ความเคลื่อนไหวทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยชุดลุยศึกกีฬา “พาราลิมปิก เกมส์ 2016” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 7-18 กันยายน ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล  ซึ่งนักกีฬาไทยคว้าสิทธ์เข้าร่วมการแข่งขันฯ ทั้งสิน 45 คน ใน 10 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา, ยิงธนู, วีลแชร์เทนนิส, วีลแชร์ฟันดาบ, ยกน้ำหนัก, ยูโด, ว่ายน้ำ, ยิงปืน, ปิงปอง และ บอคเซีย ซึ่งทัพนักกีฬาไทย ได้แบ่งการเดินทางเป็น  2 ชุด โดยชุดแรก 22 คน ประกอบด้วยนักกีฬา ประกอบด้วยนักกรีฑาทั้งประเภทลู่-ลาน, ยิงธนู, วีลแชร์เทนนิส, วีลแชร์ฟันดาบ, ยกน้ำหนัก, ยูโด เดินทางด้วยสายการบินแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบิน AF165 ออกเดินช่วงเช้า เวลา 9.50 น. และชุดที่สอง มีนักกีฬาว่ายน้ำ, ยิงปืน, ปิงปอง และ บอคเซีย รวม 23 คน เดินทางด้วยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK373 ในเวลา 21.25 น. นายจุตินันท์  ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความพร้อมของทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ว่า ในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยมีความพร้อมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเราได้รับการสนับสนุนที่ดีจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ในเรื่องงบประมาณ ทำให้นักกีฬาของเราได้เข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมยาวนานถึง 6เดือนเต็ม มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา อีกทั้งตลอด 2 ปีมานี้ นักกีฬาเรายังได้ออกไปแข่งขันเพื่อเก็บแรงค์กิ้งมาอย่างต่อเนื่องจนต้องบอกเวลานี้นักกีฬาเราพร้อมแล้ว 100 เปอร์เซ็นที่ไปแข่งขันในครั้งนี้ "ส่วนของความคาดหวังในครั้งนี้ เรายังหวังไม่น้อยกว่าผลงานเมื่อ 4 ปีที่แล้วคือ 4 เหรียญทอง และจากการเฝ้าติดตามการฝึกซ้อมอย่างหนักของนักกีฬาตลอดทั้งปี ทำให้เชื่อมั่นได้ว่านักกีฬาไทย มีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชาติอื่น และในปีนี้ต้องบอกว่าเราได้รับกำลังใจจากคนไทยที่ให้ความสนใจในกิจกรรมต่างๆ ที่เราจัดขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้องบอกนี่จะเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาของเราออกไปทำหน้าที่อย่างเต็มเพื่อนำความสำเร็จมาสู่ประเทศชาติให้ได้เช่นกัน" สำหรับรายชื่อของนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยทั้ง 45 คน ที่จะเข้าร่วม “พาราลิมปิก เกมส์ 2016” ใน 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา 13 คน อังคาร ชนะบุญ, น.ส.เกวลิน วรรณฤมล, น.ส.สุรางค์ คำสุข, ศุภชัย สงพินิจ, ศักดิ์ชัย ยิ้มบ้านช้าง, พิชญา คูรัตนศิริ, พิเชษฐ์ กรุงเกตุ, พงศกร แปยอ, เรวัตร์ ต๋านะ, ประวัติ วะโฮรัมย์, สายชล คนเจน, ขจรศักดิ์ ธรรมโสภณ, เอกชัย จันทร, ว่ายน้ำ 4 คน สมชาย ดวงแก้ว, พนม ลักษณะพริ้ม, น.ส.อัญชญา เกตุแก้ว, ชาคร แก้วศรี, ยิงธนู 3 คน น.ส.วาสนา คูทวีทรัพย์, หาญฤทัย เนตรศิริ, เมธาสิน ชัยสินฟ้า, ยิงปืน 5 คน บดินทร์ ศรศรีวิชัย, น.ส.สมพร ม่วงศิริ, อดิเดช อินทนนท์, น.ส.ชุติมา แสนหล้า, ฉัตรชัย เสนาจันทร์, ปิงปอง 7 คน รุ่งโรจน์ ไทยนิยม, อนุรักษ์ ลาววงษ์, วันชัย ชัยวุฒิ, ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น, น.ส.ชลชิตพยัค บุตรวรรณสิริณา, น.ส.ดารารัตน์ อาสายุทธ, น.ส.วิจิตรา ใจอ่อน, วีลแชร์เทนนิส 2 คน สุธี คลองรั้ว, น.ส.สาคร ขันธสิทธิ์, วีลแชร์ฟันดาบ 1 คน น.ส.สายสุนีย์ จ๊ะนะ, บอคเซีย 8 คน พัทธยา เทศทอง,วัชรพล วงษา,วรวุฒิ แสงอำภา, พรโชค ลาภเย็น, เฉลิมพล ตันบุตร, น.ส.สุบิน ทิพย์มะณี, น.ส.นวลจันทร์ พลศิล, ยกน้ำหนัก 2 คน ณรงค์ แคสนั่น, น.ส.อรวรรณ บุตรโพธิ์ และยูโด 1 คน น.ส.เมธาวดี นันทลักษณ์

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ดีต่อใจ โอปอล์ ปลื้มหนักตัดต่อภาพคู่ น้องนาย เจอ แม่หมู แซวแบบนี้!!
โอปอล์ ปาณิสรา /  นาย ณภัทร / 

ดีต่อใจคุณแม่ลูกแฝดสุดแซ่บ โอปอล์ ปาณิสรา เหลือเกิน!! ที่กำลังแอบปลื้มหนุ่มหล่อวัยใสสไตล์อปป้าอย่าง นาย ณภัทร ลูกชายของ แม่หมู พิมพ์ผกา จนเพื่อนซี้ของ สาวโอปอล์ อย่าง ปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช ลงทุนตัดต่อภาพคู่แนบชิดให้เพื่อนรักเอาไปมโนต่อให้เต็มที่ เพื่อนอุตส่าห์เสนอมาทั้งที สาวโอปอล์ เลยต้องสนองด้วยการโพสต์ภาพนั้นพร้อมแคปชั่นฮาๆ ว่า "อากาศดีๆ แบบนี้ได้ไปเดินเล่นแถวเซ็นเตอร์พอยท์กับพี่นาย โอปเอ็นจอยมากๆ เลยค่ะ #นี่รูปจริงๆนะ @ugly_pookie ไม่ได้ทำโฟโต้ช้อปให้ #รบกวนอย่าแท็กพี่นายนะคะ #โอปว่าพี่เค้าคงยังไม่พร้อม" แต่งานนี้พูดเลยมีอึ้ง! เมื่อ แม่หมู มาเห็นเข้าโดยบังเอิญเลยคอมเม้นท์ตอบกลับไปว่า "ไม่มีใครแท็กแม่นะคะ แม่มาเห็นเองจริงๆ 55 ... ถ้าย้อนกลับไปดูสัมภาษณ์เก่าๆ ที่น้องพูดไว้... ว่าสเปกชอบผู้หญิงมีคาแรคเตอร์แบบพี่โอปอล์" อูยยยยย... ตอบแบบนี้ก็ฟินเลยสิ ถึงจะตรงสเปกชายในฝัน แต่ตอนนี้ลูกสอง ไม่ทันแล้วค่ะคุณแม่ขา อิอิ ขอบคุณภาพจาก IG @opalpanisara, pimpaka, ugly_pookie โอปอล์-ปุ๊กกี้ โอปอล์ ปาณิสรา โอปอล์ ปาณิสรา แม่หมู-นาย ณภัทร แม่หมู-นาย ณภัทร