หนึ่ง ผกาวดี

ละครนาคี , เรื่องย่อนาคี
เรื่องย่อละครนาคี /  ละครนาคี / 

นาคี บทประพันธ์โดย : ตรี อภิรุมบทโทรทัศน์โดย : สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์กำกับการแสดงโดย : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2559 เรื่องย่อละครนาคี โขงเจียม อุบลราชธานี พ.ศ. 2480 นายเคนสามีของคำปองจับได้งูลักษณะประหลาดเป็นสีขาวตลอดตัวขนาดใหญ่กว่าแขนยาวประมาณวาเศษบนหัวมีหงอนเหมือนหงอนพญานาค ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นงูเจ้าแม่ที่เรียกกันว่า นาคี เขานำไปขายให้กับฝรั่งนักค้างู จอห์น วินสัน ด้วยราคาสูงลิ่ว คำปองซึ่งท้องแปดเดือนมีความเชื่อเช่นเดียวกับชายบ้านอีกหลายคนว่างูเจ้าแม่นี้หากไปหลบหลู่ดูหมิ่นจะต้องประสบกับความพินาศฉิบหาย นางพยายามห้ามปรามสามีแต่สายไปเสียแล้วกลุ่มของจอห์น วินสัน ประกอบด้วยผู้ช่วยชาวไทยอีกสองคนคือ นายกอ และ นายบุญส่ง นายบุญส่งนั้นร้องด่าหลบหลู่งูขาวที่จับมาได้และท้าทายว่าหากเป็นงูเจ้าแม่ จริงก็ให้สำแดงฤทธิ์เดช ฉับพลันนั้นเองขณะที่เปิดกรงเพื่อนำงูที่จับได้บรรทุกขึ้นเกวียน ปรากฏอาเพศบนท้องฟ้าเกิดสุริยคราสพายุอื้ออึงฟ้ามืดครึ้มเกิดลมพายุรุนแรงจน หมู่บ้านถล่ม นายเคนถูกกระท่อมทับตายคาที่ บุญส่งถูกไม้ทับขาข้างหนึ่งจนแหลกเหลว นายกอนั้นหนีไปได้ แต่จอห์น วินสัน ถูกงูเผือกฉกตาย ส่วนคำปองนั้นเกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหันเด็กทารกหญิงที่คลอดออกมาสิ้นชีวิต แต่ก่อนที่คำปองจะหมดสติไปนางบังเกิดเห็นภาพงูใหญ่เลื้อยแทรกกลืนหายเข้าตัว เด็ก และลูกของนางก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คำปองตั้งชื่อบุตรสาวว่าคำแก้วย้ายจากโขงเจียมไปอยู่ดอนไม้ป่าครองตัวเป็นแม่ม่าย เด็กหญิงคำแก้วในวัยเรียนชั้นประถมศึกษามีลักษณะต่างจากเด็กทั่วไป บางครั้งขอบเดินเที่ยวในป่าคนเดียวหรือมักนั่งเงียบครุ่นคิดที่น่าประหลาดคือมักปรากฏอสรพิษอยู่ใกล้เด็กหญิงเสมอแต่ไม่เคยทำร้าย คำปองซึ่งยังเป็นสาวงามแม้จะตกพุ่มม่ายมีนายหวานพ่อม่ายลูกติดมาชอบพอแต่นางปฏิเสธไปด้วยใจยังไม่ลืมสามีและด้วยความรักที่มีต่อบุตรสาว คำแก้วมักหายตัวไปบริเวณปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้าน เด็กหญิงยังบอกอีกว่าสามารถพูดคุยกับงูได้และพวกมันเชื่อฟังเธอ คำปองเชื่อว่าเด็กหญิงคิดเอาเองตามประสาเด็ก คำแก้วเล่าให้แม่ฟังอีกว่าเธอชอบปราสาทหินร้างแห่งนั้นรู้จักคุ้นเคยราวกับเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน ละครนาคี 20 ปีผ่านไป... พ.ศ. 2500 คณะอาจารย์และนักศึกษาโดยการนำของอาจารย์ทัศนัยได้ลงพื้นที่ขุดค้นโบราณวัตถุ ในจำนวนนี้มี ทศพล นักศึกษาปีสุดท้ายของคณะโบราณคดีรวมอยู่ด้วย เขาเป็นคนรูปงามและหลงใหลในวัตถุโบราณเป็นอย่างมาก ทศพลขุดพบรูปปั้นประหลาดเป็นหินสลักสีขาวอมชมพูรูปหญิงสาวเปลือยท่านอนบิดตัว ช่วงล่างตั้งแต่สะโพกลงไปเป็นหางงูส่วนบนของหน้าผากที่จรดกับศีรษะมีหงอน ซึ่งอาจารย์ทัศนัยอธิบายว่านั่นคือสัญลักษณ์ของนาคีหรือพญานาค ทศพลหลงใหลในความงามของรูปปั้นจนเก็บไปเพ้อถึงทำให้พิมพ์พรที่แอบชอบเขาอยู่ไม่พอใจ ตั้งแต่ขุดพบรูปปั้นประหลาดมีเรื่องราวแปลก ๆ เกิดขึ้นกับคณะทำงาน เริ่มตั้งแต่ทศพลพบเด็กสาวสวยสวมชุดแพรเยื่อไม้สีกลีบบัว แต่เมื่อเขาติดตามไปหล่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในเวลาเดียวกันคำแก้วซึ่งเติบโตเป็นสาวสวยของบ้านดอนไม้ป่าเกิดฝันประหลาดว่าได้พบชายหนุ่มรูปงามเขาและพวกกำลังขุดหาวัตถุโบราณอยู่ ทศพลและเพื่อน ๆ คือ วันชนะ ประกิต เชษฐ์ สมมาตร รวมถึง พิมพ์พร รัตนาวดี ไม่ได้การต้อนรับจากกำนันแย้ม เพราะกำนันแย้ม ไม่ต้องการให้คนต่างถิ่นเข้ามายุ่มย่ามในหมู่บ้าน รวมถึงการขุดค้นที่เทวาลัย จึงขับไล่ทุกคน ไม่ให้นอนค้างที่หมู่บ้าน สุดท้ายทัศนัย จึงพาเด็ก ๆ ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคำปอง และที่นั่นเอง ทศพลก็ได้พบกับคำแก้ว และเริ่มชอบคำแก้วในที่สุด พิมพ์พรเดินตลาดของบ้านดอนไม้ป่าได้พบกับคำแก้วที่เก็บดอกไม้ป่าหลากชนิดมาขาย เธอไม่ชอบหน้าคำแก้วแต่แรกเห็นเพราะสวยจัดทั้งยังฉลาดรู้จักยอกย้อนต่อปากต่อคำต่างกับหญิงชาวบ้านทั่วไป พิมพ์พรเห็นรูปปั้นนาคี พิมพ์พรถึงกับประหลาดใจเมื่อพบว่าใบหน้าของรูปปั้นนั้นเหมือนเด็กสาวชาวป่าที่เธอเพิ่งได้พบแทบไม่ผิดเพี้ยนหมออ่วมทำนายกับกำนันแย้มว่าอีกเจ็ดวันจะเกิดสุริยคราสทำความวิตกให้กับเขามากเนื่องจากทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์นี้จะต้องมีคนถูกฝูงงูกัดกินจนตายทุกครั้ง หมออ่วมบอกว่านี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคี เขาทำนายพิมพ์พรว่ากำลังมีเคราะห์หนักจนอาจถึงสิ้นชีวิตภายในเจ็ดวัน พิมพ์พรและรัตนาวดีได้พบกับคำแก้วที่ตลาดอีกครั้ง รัตนาวดีเริ่มเอะใจเธอจำได้ว่าคำแก้วมีใบหน้าคล้ายกับรูปปั้นนาคีทีทศพลขุดได้พิมพ์พรขอให้เธอเก็บไว้เป็นความลับ หมออ่วม ฉุกใจคิดว่าเจ้าแม่นาทีที่แสดงอิทธิฤทธิ์ฆ่าคนจะเกี่ยวข้องกับคำแก้วเด็กสาวที่เกิดในวันสุริยคราสที่อำเภอโขงเจียมและเป็นวันเดียวกับที่เจ้าแม่อาละวาดเมื่อหลายปีก่อน นายอ่วมต้องการกำจัดเจ้าแม่นาคีแต่กำลังสืบหาที่อยู่และหาของขลังมาปราบ ส่วนลำเจียก ลูกสาวนายกอ ก็ตกหลุมรักทศพล ด้วยรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลา ยิ่งเมื่อเห็นทศพลชอบอยู่ใกล้ชิดกับคำแก้ว ก็ยิ่งไม่พอใจ ลำเจียกหาทางกลั่นแกล้งคำแก้วอยู่เสมอ โดยมีซ่อนกลิ่นกับชบาคอยเป็นมือขวาให้ลำเจียก ทศพลพบภาพประหลาดเป็นปราสาทราชวังตะการตาและหญิงสาวสวมมงกุฏงูคนเดิมเช่นเดียวกับคำแก้วที่ฝันถึงทศพล พิมพ์พรเห็นภาพประหลาดเป็นงูเผือกยักษ์กำลังโอบรัดทศพลอยู่เธอกังวลและหวาดกลัวจนต้องเล่าให้ทศพลฟังว่างูใหญ่บางตัวมีฤทธิ์แปลงเป็นคนได้จากคำบอกเล่าของบิดา นั่นก็คือนายบุญส่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์อาเพศเจ้าแม่นาคีเหมือนหลายปีก่อนนั่นเอง แต้ว ละครนาคี หมออ่วมลอบนำว่านพญาลิ้นงูที่ได้จากสัปเหร่อคงไปฝังไว้ที่ใต้ถุนเรือนคำปอง เพื่อทดสอบว่าคำแก้วคือร่างแปลงของนาคี จนคำแก้วร้อนรนจนอยู่บนเรือนไม่ได้ต้องเสาะหาขุดว่านนั้นทำลายเสีย หมออ่วมเริ่มแน่ใจมากขึ้น ทางด้านอาจารย์ทัศนัยขุดพบซากเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์งูเต็มไปหมดนอกจากนี้เขายังสันนิษฐานว่ารูปปั้นนาคีนั้นแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่หินสลักหรือวัตถุทั่วไปแต่เป็นศพอาบน้ำยาเช่นเดียวกับมัมมี่ ของอียิปต์ที่ถูกฝังไว้เป็นเวลานานจนแปรสภาพเป็นเนื้อหินกำนันแย้มและหมออ่วมแจ้งเตือนชาวบ้านถึงวันสุริยคราสที่จะมาถึงในพรุ่งนี้ ยังบอกอีกว่าเจ้าแม่นาคีจะต้องอาละวาดฆ่าคนอีกเพราะที่ปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้านนั้นมีถ้ำติดต่อไปยังอำเภอโขงเจียมที่เจ้าแม่เคยปรากฏอิทธิฤทธิ์ หมออ่วมเสริมว่าเจ้าแม่นาคีนั้นมีร่างเป็นคนอาศัยปะปนอยู่กับชาวบ้านแต่เมื่อคำแก้วคาดคั้นให้บอกออกมาว่าเป็นใครเขาก็กลับอึกอักบอกว่ายังไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ คนขับรถที่พาคณะของอ.ทัศนัย และเด็ก ๆ ถูกงูกัดตาย ทัศนัยจะเอาศพคนขับกลับไปทำพิธี แต่กำนันไม่ยอม บอกว่าถูกงูกัดตาย หากเคลื่อนย้ายศพ จะเกิดอาเพศใหญ่ ลำเจียกไปหาทศพลถึงที่บ้านคำแก้ว ขากลับ เจองูเผือกจะทำร้าย ดีที่ใส่แหวนที่พ่อให้ไว้ จึงรอดมาได้ ทศพลกับพวก มาที่บ้านสัปเหร่อคง ถามเรื่องที่ฝังศพคนรถ ทศพลจ้างให้สัปเหร่อไปขุดโลง เปิดออกมา เห็นงูกำลังกัดกินศพอย่างหน้าสะอิดสะเอียน ทุกคนแทบช็อค ส่วนรัตนาวดีก็กลัวตาย วิ่งหนีไปจากหมู่บ้าน เจอเข้ากับผี โดนทำร้ายจนสลบไป ทุกคนตกใจ รัตนาวดีหายไป ไปแจ้งกำนันแย้ม ก็ไม่รับแจ้ง บอกถ้าภายใน 3 วันไม่กลับมาคือไม่รอด ทัศนัย แบ่งเด็ก ๆ เป็น 2 กลุ่ม ออกไปตามหา คำแก้ว ช่วยเหลือรัตนาวดีมาได้ โดยพิมพ์พร และเจิดนภา พากลับมาที่บ้านพัก แต่รัตนาวดี อยู่ในอาการหวาดกลัว ยังคงไม่พูดจากับใคร สุดท้ายคำปอง จึงไปหาหมออ่วมให้มารักษา หมออ่วมเห็นแววตาคำแก้ว พร้อมกับกลิ่นสาบงู เริ่มมั่นใจ ว่าคำแก้ว จะต้องเป็นบริวารของเจ้าแม่นาคี ส่วนทศพล วันชนะ และประกิต ต้องค้างที่เทวาลัย เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ทศพล ค้นพบ ถ้ำใต้เทวาลัย และได้พบกับร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคี ที่มีหน้าตาเหมือนกับคำแก้วอย่างไม่มีผิดเพื้ยน หลังจากออกจากถ้ำ ทศพล จึงบอกกับทัศนัย และจะพาทีมนักศึกษา เข้าไปสำรวจถ้ำต่อไป และได้พบกับวัตถุโบราณจำนวนมาก ลำเจียก ขะมักเขม้น ซ้อมรำถวายเจ้าแม่ ตอนแรก คำแก้ว จะไม่ยอมรำถวาย ทำให้กำนันไม่พอใจ แต่สุดท้ายคำปองเกลี้ยกล่อม ให้ทำเพื่อเจ้าแม่นาคี เพราะเคยสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนท้องคำแก้ว ว่าหากคำแก้วปลอดภัยดี จะยกคำแก้วให้กับเจ้าแม่นาคี สุดท้ายคำแก้วจึงยอมรำถวายให้ ชาวบ้านดอนไม้ป่าเชื่อว่า เมื่อเกิดสุริยุปราคา มนุษย์ต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้พญานาคคายดวงอาทิตย์ออกมา และเมื่อถึงวันบวงสรวง ชาวบ้านต่างมากันพร้อมหน้าที่หน้าเทวาลัย คำแก้วก็มารำถวายด้วย คำแก้วเริ่มรำไปได้ไม่นาน เธอก็เริ่มเลื้อยเหมือนงู ผิวหนังเริ่มเป็นเกล็ด ลำเจียกหันมาเห็น ร้องตกใจใหญ่ ทำให้พิธีต้องหยุดกะทันหัน คำแก้ววิ่งไปที่เทวาลัย ในขณะที่ทศพล และอาจารย์ รวมทั้งเพื่อน ๆ ต้องรีบหนีออกมาจากเทวาลัย ทศพลหยิบโบราณวัตถุออกมา ทำให้วัชระปราการ ฉัตรสุดา เลื่อมประภัส ซึ่งเป็นบริวารเจ้าแม่นาคี หลุดออกจากคำสาป กลายร่างเป็นคน เคนภูภูมิ ละครนาคี ทศพลสงสารคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านใส่ร้ายว่าเป็นเจ้าแม่นาคี จึงชวนไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน ลำเจียกมาพบพอดีไม่พอใจ เธอไม่กลัวคำแก้ว เพราะใส่แหวนพิรอดของกอมาด้วย ลำเจียกวางแผนร่วมมือกับเลื่อง จะเอาคำแก้ว มาเป็นเมียเลื่องให้ได้ ทศพล เริ่มอ่านเรื่องราวจากศิลา พบชื่อ เมืองมรุกขนครและกษัตริย์ที่ปกครองเมืองนี้ก็คือพระเจ้านิรุทธราช คำแก้วถูกลำเจียกหลอกมาที่กระท่อม ให้เลื่องปล้ำ คำแก้วตกใจ กลายร่างเป็นงูเผือก เลื่องเห็นแทบช็อค คำแก้วหมดสติไป แล้วเลื่องก็ถูกงูฉกตาย เดี่ยวกับทัพเข้ามาเจอ ถูกฉกตายไปด้วยทั้งคู่ ลำเจียกรีบวิ่งหนีไป กำนันแย้มแค้นใจมาก ลำเจียกบอกคำแก้วเป็นคนฆ่า ชาวบ้านแห่กันมาจะเอาเรื่องคำแก้ว แต่ลำเจียกไม่กล้าพูดมากนัก เพราะกลัวเรื่องจะแดงขึ้นมา ว่าตนเอง เป็นคนวางแผนให้เลื่องฉุดคำแก้วไป กำนันแย้ม ร่วมมือกับหมออ่วม ทำพิธี กำจัดเจ้าแม่นาคี ใช้แหวนพิรอด พันกับสายสิญจน์ ผูกไว้ และเผาหุ่นเจ้าแม่นาคี คำแก้ว ซึ่งกำลังขายดอกไม้ เริ่มร้อน ทุรุนทุราย ทนไม่ไหว ทศพลเห็นหมออ่วมทำพิธี รีบวิ่งไปหาคำแก้ว ถึงแม้จะถูกลูกน้องกำนันแย้มทำร้ายก็ตาม ส่วนลำเจียกเองก็กลัว ที่ต้องถอดแหวนพิรอดออกจากนิ้ว ที่กอให้ไว้ เพราะกลัวจะถูกเจ้าแม่นาคีทำร้าย ร่างทิพย์เจ้าแม่นาคีพุ่งวูบออกมาจากร่างคำแก้ว เจ้าแม่นาคีทำพิธีเรียกฝน กางแขนออก ปากขมุบขมิบสาธยายร่ายคาถาเรียกฝนมาสู้กับพิธีของหมออ่วม พายุฝนตกอย่างแรง ฟ้าฝ่าจนสายสิญจน์ขาด ไฟที่หุ่นฟางดับลง พิธีหยุดลงกะทันหัน ทุกคนวิ่งหลบฝน คำแก้วสลบอยู่ในอ้อมกอดทศพล แล้วทศพล ก็อุ้มเข้าเทวาลัยไป จนคำแก้วฟื้น ทศพลจึงให้คำแก้วขี่หลังกลับไปที่บ้าน ลำเจียกแต่งตัวเลียนแบบเจ้าแม่นาคี มาปล้ำทศพลถึงที่พัก แถมร้องโวยวายว่าถูกปล้ำ ทั้ง ทัศนัย พร้อมด้วยลูกศิษย์ ต่างตกใจ แต่คำแก้วบอก ว่าลำเจียกต่างหากที่มาปล้ำทศพลถึงที่พัก ทำให้ทศพล รอดพ้นจากลำเจียกไปได้ ลำเจียกแค้นใจคำแก้วมาก รุ่งเช้า ทศพล สารภาพรักกับคำแก้ว คำแก้วอดดีใจไม่ได้ แต่ทำทีปฎิเสธ จนทศพลเสียใจ หมออ่วม กำนันแย้ม ลำเจียก มาที่กระท่อมทศพล ใช้แหวนพิรอด ส่องทาง ไม่ให้เจ้าแม่นาคีบังตา จนพบกับ เทวรูปเจ้าแม่นาคี กำนันแย้มและพวก จึงไปจับตัว ทศพลและเพื่อน ๆ เอาไว้ คำแก้วรีบตามไปดู ถูกชาวบ้านเอาหินปาใส่ หาว่าคำแก้วเป็นงู ทศพลเข้าช่วย บอกกับกำนันแย้มและทุกคน ว่าจะไปพิสูจน์เรื่องเจ้าแม่นาคีที่เทวาลัย เพราะไม่ว่าใครจะไปที่นั่น ก็ไม่รอดกลับมา แต่หากเขารอดกลับมาได้ ต้องยอมปล่อยตัวทุกคน และไม่ต่อว่าคำแก้วอีก คำแก้วเป็นห่วงทศพล อยากตามไปช่วยทัศนัย เข้าไปที่เทวาลัยพบศิลาจารึก พร้อมลวดลายอักขระ บนศิลา คือ มนต์อาลัมพายน์! เป็นวิชาสะกดจิตอย่างหนึ่งที่ใช้สะกดจิตพวกนาค ทัศนัยมัวแต่สนใจ อ่านอักขระ ไม่ทันมองว่าเงางูใหญ่ทาบทับลงไปบนแผ่นศิลา ทำให้ทัศนัยรู้สึกตัว พอหันหลังกลับไปมองก็เห็นดวงตาเรือง ๆ ของงูใหญ่วัชระปราการมองมาอย่างมุ่งร้าย สุดท้ายทัศนัยก็หมดสติไป ละครนาคี ทศพลเริ่มหนาวเพราะอากาศในถ้ำ เขาเห็นเงาทัศนัย เดินตามไป ส่วนงูเขียว พาคำแก้ว เข้ามาที่ถ้ำจนได้ เจ้ามานาคีเข้าสิงห์ร่างคำแก้ว แล้วก็มาพบกับทศพล ทศพลดีใจมากที่ได้เจอคำแก้ว โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าแม่นาคี เจ้าแม่พาทศพล มายังสระน้ำสีมรกต น้ำใส เป็นประกายระยิบระยับ สระแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมไปได้หลายแห่ง เป็นรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับวังบาดาลเมืองของพวกพญานาค เจ้าแม่เล่าเรื่องอดีตให้ทศพลฟัง และบอกว่าตนเองรออยู่ จนไชยสิงห์ มาเกิดเป็นทศพล คำแก้ว ก็คือเจ้าแม่นาคีนั่นเอง รุ่งเช้า ทศพลหลับอยู่กับคำแก้ว คำแก้วตื่นมาตกใจ จำอะไรไม่ได้ คำแก้วกลับบ้านไปแบบงุนงง ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นของทศพลหรือเปล่า กำนันแย้ม หมออ่วม กอ สั่งลูกน้อง ทั้งทุบ ทั้งเผา รูปเจ้าแม่นาคี แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเอาล่องแพ ไปเผาที่วัด คำแก้ว ทศพล และเพื่อน ๆ ช่วยกันออกตามหาเทวรูป แพของกำนันแตก ลูกสมุน ถูกน้ำวน ดูดจมหายไป เทวรูปก็จมไปด้วย ทศพลเสียดายมาก แต่คำแก้วบอกว่ามันอยู่ในที่เหมาะสมแล้ว คือในน้ำนั่นเอง ลำเจียกบอกกับทุกคนว่าคำแก้ว กับทศพล ผิดผีกันแล้ว คำปองเสียใจ แต่ทศพล กลับบอกว่า เป็นผัวเมียกันแล้ว ทศพลขอรับผิดชอบ สุดท้ายคำแก้วกับทศพลจึงได้แต่งงานกันในที่สุด ซึ่งลึก ๆ แล้วคำปองก็ดีใจที่คำแก้วจะมีทศพลมาคอยปกป้อง หมออ่วม จะปราบนาคี โดยใช้ครุฑ คำปองมาได้ยิน แต่ถูกคนของกำนันจับตัวไว้ เลื่อมประพัตร ฉัตรสุดา ไปบอกคำแก้ว คำแก้วรีบไปช่วยแม่ แต่ถูกจับตัวเอาไว้ ฉัตรสุดาจึงกลายร่างเป็นคน ไปบอกให้ทศพลมาช่วยคำแก้ว ทศพลถุกซ้อมจนสลบไป คำแก้ว กลายร่างเป็นงู ฉกสมุนกำนันแย้ม ฉกจนสมุนตายเรียบ บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม กอวิ่งหนีงูเจ้าแม่นาคี นาคีจะฆ่าบุญส่ง แต่คำปองห้ามไว้ วัชระปราการมาช่วยนาคี สกัดพวก กำนันแย้ม หมออ่วมไว้ คำแก้วกลายร่างกลับเป็นคนร้องไห้เสียใจ ไม่อยากเป็นงู คำปองกอดลูกไว้ บอกว่าต้องมีวิธีแก้อาถรรพ์ให้ได้ ดร.สุภัทรมาที่หมู่บ้าน และได้รู้ว่าทศพลแต่งงานกับคำแก้วแล้ว ทศพลทำสัญลักษณ์ของนาคีบนหน้าผากรูปปั้นหลุดออกมาเขาจึงเก็บไว้กับตัวตั้งใจว่าจะเก็บไว้ติดให้เหมือนเดิม นายบุญส่งตามมาที่หมู่บ้าน และดีใจมากที่พิมพ์พร ลูกสาวของเขาปลอดภัย เขาได้พบกับคำแก้วทำให้คำแก้วจำได้ว่าเคยเป็นงูเผือกถูกจับมาขาย และนายบุญส่งได้ร้องท้าทายจนเธอโกรธจัดและอาละวาดฆ่าคน คำแก้วเกินนิมิตหยั่งรู้ว่าหากเมื่อใดที่เธอมีความโกรธหรือระลึกชาติได้ครบถ้วนเธอจะกลายร่างเป็นงูมีเพียงสถานที่เดียวคือต้องขึ้นไปบนปราสาทหินเพื่อระลึกชาติจึงจะไม่กลายร่าง คำแก้วเห็นอดีตชาติของตนเอง ตำบลหนองไทรในอดีตคือมรุกขนครปกครองโดยพระเจ้านิรุทธราชซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกับบุญส่ง ทิศเหนือของนครมีสระน้ำกว้างใหญ่ใสสะอาดให้ชาวเมืองได้อาบกินทำการประมงที่ก้นสระนั้นเป็นที่อาศัยของนางพญานาค ขณะนั้นเจ้าชายแสนเมืองหรือทศพลในชาตินี้ได้เป็นเชลยที่ถูกจับมาจากประเทศราช นางนาคีแปลงร่างเป็นสาวสวยพบรักและสมสู่อยู่กินกับเจ้าชาย แต่ในยามหลับนางกลับคืนร่างเป็นงูเผือกยักษ์หงอนสีแดงทำให้เจ้าชายรังเกียจนางจึงหนีกลับลงบาดาลไป เมื่อเจ้าชายแสนเมืองระลึกได้ถึงความรักที่มีต่อกันจึงไปเรียกหาที่สระ แต่นางนาคีซึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ก้นสระไม่ยอมใจอ่อนอีก ละครนาคี ต่อมาพระเจ้านิรุทธราชจับปลาไหลเผือกได้นำมาเชือดเนื้อกินกันในหมู่บริวารซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่คิดปองร้ายนางในชาตินี้ได้แก่หมออ่วม นายกอ กำนันแย้ม เชษฐ์ เคน รวมถึงผู้คนที่ถูกนางพญานาคีกัดตายในวันสุริยคราสนั่นเอง สนมสองนางของพระเจ้านิรุทธราชก็คือพิมพ์พรและลำเจียกทุกคนล้วนกินเนื้อของนาง ยกเว้นไว้แต่นางกำนัลคำปองที่สงสารปลาไหลไม่ยอมกิน เนื้อของปลาไหลประหลาดนั้นยิ่งหั่นแจกก็กลับยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นจนต้องนำไปแจกชาวประชาให้ได้กินกันทั้งเมือง ตกค่ำคืนนั้นลมพัดแรงนางกำนัลคำปองได้ยินเสียงกระซิบให้หนีออกจากเมืองเสียก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่นางทำตามคำบอก คืนนั้นเองเจ้าแม่สำแดงอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกกระหน่ำแผ่นดินไหวน้ำท่วมมรุกขนครถล่มทลาย ด้วยกรรมหนักที่ได้ก่อนางจึงถูกฟ้าดินสาปให้กลายเป็นหินครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงามครึ่งหนึ่งเป็นงูหมายถึงความชั่วร้าย ส่วนจิตวิญญาณเร่ร่อนเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด เป็นงูบ้างคนบ้างจนกระทั่งสิ้นเวร หลังจากนั้นนับศตวรรษนางพญาเกิดเป็นงูเผือกที่โขงเจียมบำเพ็ญเพียรแต่กลับถูกจับมาขายฝรั่ง คำปองคลอดลูกตาย เจ้าแม่นาคีจึงกลั้นใจตายแทรกวิญญาณทับร่างด็กเติบโตเป็นคำแก้วนั่นเอง ทุกครั้งที่มีการตายโดยงูกัดในวัน สุริยคราสหรือวันอื่น ๆ คำแก้วจะไม่รู้สึกตัวรับรู้แต่เพียงฝันร้ายว่าฆ่าคนตายเท่านั้น บุญส่ง นายกอ กำนันแย้ม และหมออ่วมเดินทางไปตำบลหนองไทรเพื่อหาของขลังมาปราบเจ้าแม่นาคี ต่อมานำรูปปั้นพญาครุฑเพื่อกำจัดคำแก้วอีกครั้งโดยจับตัวคำปองมาเป็นเหยื่อล่อ ด้านลำเจียกให้หมออ่วมทำเสน่ห์จนทศพลหลงใหลทิ้งคำแก้วไปยังตำบลนาคหนีซึ่งเจ้าแม่นาคีไม่สามารถไปได้ เนื่องจากที่ตำบลนี้มีตำนานเล่าว่านางนาคตนหนึ่งแปลงกายมายั่วพระธุดงค์ให้ตบะแตกท่านจึงสาปให้นาคใดๆไม่สามารถเข้าเขตได้คำแก้วตามหาทศพลไปถึงตำบลนาคหนีแต่ทศพลถูกเสน่ห์ของลำเจียก ไม่ยอมกลับ แถมยังสู้ลำเจียกไม่ได้เพราะไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆเกือบถูกฆ่าตายด้วยการผลักให้จมน้ำ กลับกลายเป็นว่าเมื่อลงน้ำคำแก้วมีกำลังมากขึ้นหนีจากลำเจียกที่มุ่งร้ายมาได้ เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอพบว่าคำปองถูกคนจับไปเสียอีก คำปองนั้นอันที่จริงรอดพ้นจากน้ำมือของพวกนายกอมาได้ ด้วยบริวารของเจ้าแม่คอยคุ้มกัน ไล่ต้อนคำปองขึ้นไปกักขังไว้ในปราสาทหินจนพวกของนายกอหาไม่เจอ ลำเจียกอยู่ที่ตำบลนาคหนีได้พบเมืองอินทร์หมอผีอายุสามสิบเศษที่มีวิชาแก่กล้า หล่อนทอดตัวเป็นเมียเพื่อให้เขาช่วยกำจัดนางพญานาคี เมืองอินทร์จึงเดินทางมาพร้อมกับลำเจียกที่บ้านดอนไม้ป่า ทศพลจึงเริ่มคืนสติและกลับมาหาคำแก้ว และแหวนหลวงปู่มั่นนั้นจะไม่คุ้มครองลำเจียกอีกเนื่องจากหล่อนทำเสน่ห์เล่ห์กลซึ่งเป็นของต่ำ ทั้งยังคิดร้ายฆ่าเมียหลวงชิงผัวเขามา คำแก้วระลึกชาติได้อีกเมืองอินทร์ในอดีตชาติคือเจ้าอินทร์ผู้ซึ่งร่ายคาถาจับปลาไหลเผือกนำมาถวายพระเจ้าอนิรุทธราช คำอ้ายหรือลำเจียกในชาตินี้แอบมองเจ้าอินทร์จากหลังม่านทำตาเจ้าชู้ เจ้าอินทร์เป็นคนหนึ่งที่กินเนื้อปลาไหลเผือกจึงต้องโทษสิ้นชีพไปเช่นกัน ลำเจียกเกิดโมโหเอามีดไล่ฟันคำแก้วในวันหนึ่งจึงถูกเจ้าแม่นาคีกลายร่างขึ้นฆ่าเธอตาย พวกของบุญส่งหลอกทศพลว่าหากต้องการให้คำแก้วพ้นข้อกล่าวหาขอให้ทศพลนำชิ้นส่วนที่เป็นหงอนของรูปปั้นนำไปติดที่หน้าผากของคำแก้ว หากมีนางพญานาคีสิงอยู่นางจะปรากฏร่างออกมาและคำแก้วจะปลอดภัยเป็นคนธรรมดาไม่มีวิญญาณร้ายสิงสู่อีก ทศพลทำตามแท้ที่จริงแล้วการทำเช่นนั้นจะทำให้คำแก้วกลายร่างเป็นงูตลอดชีวิต คำแก้วเสียใจหนีไปยังปราสาทร้างกราบไว้พระอ้อนวอนขออยู่ในร่างคน เสียงจากพระพุทธรูปบอกเธอว่าให้ถือศีลอยู่แต่ในถ้ำนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนครบร้อยวันคำแก้วจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ไม่มีวันกลายเป็นงูอีก ละครนาคี ทศพลพาคำปองหลบหนีพวกของนายบุญส่งที่ต้องการจับตัวไปล่อให้นางพญานาคีออกมา แต่ท้ายที่สุดจึงถูกพวกของเมืองอินทร์และนายบุญส่งจับตัวได้ พวกของเมืองอินทร์จับคำปองและทศพลเผาทั้งเป็นเพื่อล่อคำแก้วออกมา คำแก้วอดทนจนถึงที่สุดแต่ก็ไม่อาจยับยั้งคนใจทรามได้ คำปองไม่อาจทนเห็นสภาพคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านทำร้ายได้ จึงยอมปลิดชีวิตตนเอง เพื่อช่วยเหลือลูก ทศพลรอดชีวิต คำแก้วในร่างนางพญางูออกอาละวาดฆ่าคนทั้งหมดตายไป และกลายร่างเป็นงูตลอดอายุขัย ทศพลเสียใจร้องขอให้คำแก้วอยู่กับเขาไม่ว่าจะในสภาพใดก็ตาม แต่คำแก้วไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาได้ หนีกลับขึ้นไปยังเทวาลัย ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันอีกครั้ง และจากกันด้วยน้ำตา พระธุดงค์ได้ชี้ทางสว่างให้แก่ทศพลโดยให้เขาบวชเป็นพระจนสิ้นอายุขัย... นักแสดงนำใน ละครนาคีภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท ทศพล/ไชยสิงห์ ณฐพร เตมีรักษ์ รับบท คำแก้ว/เจ้าแม่นาคี ลักขณา วัธนวงส์ศิริ รับบท ลำเจียก/พระสนมกรรเจียกฉัตรฑริกา สิทธิพรม รับบท พิมพ์พร/พระธิดาพิมพาวดีธนากร โปษยานนท์ รับบท ทัศนัยอริศรา วงษ์ชาลี รับบท คำปองสุภชา อัดรทองสกุล เจิดนภา/เพ็งสิรินรัตน์ วิทยพูม รับบท รัตนาวดี/แพน โกสินทร์ ราชกรม รับบท เลื่องดนัย จารุจินดา รับบท วัชระปราการเกรียงไกร อุณหะนันท์ รับบท ดร.สุภัทรการันต์ อร่านศรี รับบท วันชนะ/นารุตอรรดพล เทศะวงศ์ รับบท ประกิต/อัคนีชาคริฐ จตุพรวัฒนพนธ์ รับบท เชษฐ์/สินธุณัฐพล วริยะชัย รับบท สมมาตร/กษิติศักราช ฤกษ์ธำรง รับบท บุญส่ง/พระเจ้านิรุทธราชมนตรี เจนอักษร รับบท กำนันแย้ม/มหาอำนาตย์หยอง ลูกหยี รับบท นายกอ/ขุนวังประสาท ทองอร่าม รับบท หมออ่วม/พระโหราธิบดี พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ท้าวศรีสุทโธนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี ละครนาคี

หนึ่ง ณรงค์วิทย์ - โบ สุนิตา จับมือถ่ายทอดเพลงละครฮิต เลือดรักทระนง
สักวันน้ำตาจะหมดไป /  สุนิตา ลีติกุล / 

นอกจากละครเรื่อง เลือดรักทระนง ละครพีเรียดดราม่าเข้มข้นเชือดเฉือนอารมณ์ ที่นำแสดงโดย โป๊ป ธนวรรธน์ และ เดียน่า ฟลีโป จะเข้มข้นถึงอารมณ์ชนิดมาแรงแซงโค้งแล้ว เพลงประกอบละครก็ไม่น้อยหน้า เพราะได้ทั้ง หนึ่ง ณรงค์วิทย์ และนักร้องสาวล้านตลับ โบ สุนิตา ลีติกุล ที่มาถ่ายทอดความรู้สึกทั้งจากพระเอกและนางเอกผ่านบทเพลง หลังจากเคยฝากผลงานเพลงประกอบละครช่อง 3 ไว้ในเพลง เพลงรักจากฉัน ประกอบละครเรื่อง ปดิวรัดา และ เพลง เจ็บก็ยังจำ ประกอบละครเรื่อง วิมานเมขลา นักร้องเสียงเพราะเจ้าของเพลงฮิตติดหูนับไม่ถ้วน โบ สุนิตา ลีติกุล ก็กลับมาโชว์พลังเสียงอันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์อีกครั้ง ในเพลง สักวันน้ำตาจะหมดไป เนื้อเพลง สักวันน้ำตาจะหมดไป Ost.เลือดรักทระนง ศิลปิน โบ สุนิตา ลีติกุล คำร้อง มณฑวรรณ ศรีวิเชียร ทำนอง เรืองกิจ ยงปิยะกุล เรียบเรียง บุรินทร์ สุภัครพงษ์กุล วันที่มันผ่านมา เหมือนน้ำตาไม่พอไหล ใจมันอ่อนและล้าจนจะหมดแรง ยังรอคอยต่อไป บอกหัวใจให้เข้มแข็ง มีสักวันที่แสงทองจะส่องมา *ความเจ็บปวดและทรมาน มันจะผ่านและถูกลืมไป แล้ววันใหม่จะเข้ามา **แต่ละวันที่ฉันนั้นหายใจ เจ็บแค่ไหน เต็มไปด้วยน้ำตา ความหวังอันเดียว ที่ฉันยึดเหนี่ยวเอาไว้ ต้องมีวันที่ฉันได้ชื่นชม ความขื่นขมมีวันต้องจางไป สักวันเมื่อถึงเวลา สักวันน้ำตาก็คงจะหมดไป ทำได้เพียงอดทน ให้พ้นวันที่โหดร้าย เตือนตัวเองให้แข็งใจยืนขึ้นมา ยังรอคอยต่อไป และหวังว่าในไม่ช้า มีสักวันที่ฟ้ามันจะสดใส (ซ้ำ */**/**) นักแต่งเพลงคนดัง หนึ่ง ณรงค์วิทย์ ขอพักปากกามันจับไมค์ถ่ายทอดเพลงอบอุ่นฟังสบาย หนึ่งคำที่รอ แทนความรู้สึกของพระเอกของเรื่อง เนื้อเพลง หนึ่งคำที่รอ Ost.เลือดรักทระนง ศิลปิน หนึ่ง ณรงค์วิทย์ คำร้อง ธาดากร ทำนอง/เรียบเรียง Banana Boat ตั้งแต่คบกันมา แค่ได้มองตา แต่ก็ไม่เคยเผยใจต่อกัน เก็บคำว่ารักมาจนเนิ่นนาน หวังคงมีสักวัน จะได้รู้ใจ ไม่อยากคิดไปเอง แอบฝันไปไกล กลัวเธอไม่มีหัวใจให้กัน เธอคงไม่รู้ฉันรออยู่ทุกวัน ถ้าใจเราผูกกัน อย่าให้ฉันรอ ไปอีกเลย * หนึ่งคำที่ฉันรอ รอ รอ อยากฟังจากเธอ หนึ่งคำได้ไหมเธอ อยากจะรู้ รักกันบ้างหรือเปล่า **สิ่งที่ฉันทำไป บอกได้แทนใจ ว่าคนๆนี้หวังดีเรื่อยมา เธอจะไม่รู้บ้างเลยหรือว่า ที่ฉันคอยมาหา แปลว่ารักเธอ ทั้งหมดใจ (ซ้ำ */*/** ) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สำเนาถูกต้อง!! ส่องลูกซุปตาร์ เบ้าหน้าเป๊ะเหมือนพ่อแม่
ลูกดารา /  ลูกหน้าเหมือนพ่อแม่ / 

เกิดเป็นพ่อแม่ลูกกันเรื่องความคล้ายคลึงของรูปลักษณ์ภายนอกถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเนอะ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปหมดทุกครอบครัวนะเออ พ่อกับลูก แม่กับลูก บางคู่บางคนก็มีความเหมือนกันน้อยมาก ต้องเพ่งนิดๆ พิศมองนานๆ ถึงจะเห็นเค้าความเหมือน จุดนี้บรรดาคนในวงการบันเทิงก็เช่นกัน บ้างก็เหมือนพ่อแม่อย่างกับแกะ บ้างก็ไม่มีความคล้ายคลึงกันสักเท่าไร แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ขึ้นชื่อว่าสายเลือดเดียวกันอยู่ดี ซึ่งเท่าที่เล็งดูก็มีพ่อแม่ลูกคนบันเทิงไม่น้อยเลยที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายกันฝุดๆ ไล่ไปตั้งแต่คู่ของ แม่หน่อย นวลนง กับนางเอกหน้ากลม แพนเค้ก เขมนิจ เรียกว่าเหมือนกันชนิดแยกไม่ออก จะต่างกันก็แค่วัยวุฒิเท่านั้นแหละ แจ่มแจ้งชัดเจนไม่แพ้กันคงเป็นคู่ของสาวทรงโต ตั๊ก บงกช กับ แม่เล็ก ธนาภา และอีกคู่ที่เหมือนมากๆ จนแทบแยกไม่ออกคือนักแสดงน้องใหม่อย่าง ไมล์ ณกรณ์ ลูกชายรูปหล่อของ กษาปณ์ จำปาดิบ ด้านนางเอกฮอตอย่าง มาร์กี้ ราศรี ก็หน้าคล้าย คุณแม่อรศรี คนสวยเช่นเดียวกัน ต่อกันที่สาวแซบมากความสามารถอย่าง หญิง รฐา ก็มีหน้าตาคล้าย แม่น้อย โพธิ์งาม เหลือเกิน แม้ใครๆ จะบอกว่าเธอทำศัลยกรรมมาเยอะ แต่ต้นทุนความสวย สาวเจ้าได้แม่มาตั้งแต่เกิดแล้วค้าาา ต่อกันที่หนุ่มหล่ออย่าง กาย นวพล ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือน แม่มาช่า กับ พ่อหนุ่ย อำพล รวมร่างกัน เรียกว่าได้พ่อได้แม่มาทั้งนั้น ข้ามไปที่สุดหล่อแตกเนื้อหนุ่มอย่าง เจ้าขุน ยอมรับเลยว่าเหมือน พ่อเจ เจตริน ที่สุดในบรรดาพี่น้อง 3 ขุ่น ปิดท้ายกันด้วยหนุ่มฮอตงานตรึมอย่าง นาย นภัทร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่หน้าคล้าย แม่หมู พิมพ์ผกา มากๆ แหมมมม...ไงล่ะ เรียกว่าเหมือนจริงอะไรจริงทุกคู่ทุกคนเลยใช่ไหมล้าาา แม่หน่อย - แพนเค้ก แพนเค้ก - แม่หน่อย แพนเค้ก เขมนิจ แม่หน่อย นวลนง แพนเค้ก - แม่หน่อย ตั๊ก บงกช - แม่เล็ก แม่เล็ก - ตั๊ก บงกช ตั๊ก บงกช - แม่เล็ก ตั๊ก บงกช - แม่เล็ก ตั๊ก บงกช - แม่เล็ก ไมล์ ณกรณ์ - กษาปณ์ จำปาดิบ ไมล์ ณกรณ์ ไมล์ ณกรณ์ กษาปณ์ จำปาดิบ กษาปณ์ จำปาดิบ ไมล์ ณกรณ์ ไมล์ ณกรณ์ แม่อรศรี - มาร์กี้ แม่อรศรี - มาร์กี้ แม่อรศรี - มาร์กี้ แม่อรศรี - มาร์กี้ แม่น้อย - หญิง รฐา หญิง รฐา - แม่น้อย หญิง รฐา - แม่น้อย กาย นวพล - หนุ่ย อำพล มาช่า - กาย นวพล - หนุ่ย อำพล กาย นวพล หนุ่ย อำพล กาย นวพล หนุ่ย อำพล กาย นวพล - มาช่า พ่อเจ - เจ้าขุน พ่อเจ - เจ้าขุน เจ้าขุน เจ้าขุน เจ้านาย - พ่อเจ - เจ้าขุน พ่อเจ - เจ้าขุน - เจ้านาย แม่หมู - นาย นภัทร นาย นภัทร - แม่หมู นาย นภัทร - แม่หมู แม่หมู พิมพ์ผกา นาย นภัทร แม่หมู - นาย นภัทร

ประกาศผล : แจกของรางวัล! เสื้อพรีเมียมก็อดซิลลาสุดเท่จากภาพยนตร์เรื่อง Shin Godzilla
mthai movie /  Shin-Godzilla / 

แจกของรางวัล! เสื้อพรีเมียม "ก็อดซิลลา" จากภาพยนตร์ Shin Godzilla สหมงคลฟิล์มฯ ร่วมกับ MThai Movie จัดกิจกรรมแจกเสื้อพรีเมียมสุดสวยจากภาพยนตร์เรื่อง Shin Godzilla จากสตูดิโอโตโฮผู้ให้กำเนิดก็อดซิลลา สู่การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักก็อดซิลลา ของรางวัล เสื้อยืดพรีเมียมจากภาพยนตร์เรื่อง Shin Godzilla ทั้งหมด 10 รางวัล ประกาศรายชื่อผู้โชคดี  ศุภพิชญ์ เลนุกูล  เจิมใจ แย้มผกา  จารุวัฒน์ ชัยประกายวรรณ์  วีณา จิวังกูร  ธนาภา จิตติมงคล  ชาญชัย จิรวณิชย์สกุล  จินตนา สิงแก้ว  ณิชนันท์ ท้าวแพทย์  สมิทธิ์ จินดากุล  โอกาศกฤกษ์ มณีรัตน์  การรับของรางวัล เจ้าหน้าที่จะจัดส่งของรางวัลทางไปรษณีย์ให้กับผู้โชคดีตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ในการตอบคำถาม

สุขสันต์วันเกิด คุณยายมารศรี 95 ปียังแข็งแรงมาก!!
คุณยายมารศรี /  มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา / 

  แข็งแรงมากจริงๆ สำหรับนักแสดงอาวุโส คุณยายมารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ปี 2542 ที่ล่าสุดอายุครบ 95 ปีแล้ว ซึ่งวันที่ 3พ.ย.59 บรรดาลูกหลานอย่าง แม่อ้อย จิระวดี, แม่เต่า อรสา, ผู้จัดพีช ศศิมา, พ็อตตี้ ณัฏฐพล, ดีเจปอ วรฐก์ ต่างรวมตัวกันฉลองวันเกิดให้ คุณยายมารศรี ซึ่งหลังจากที่คุณยายป่วยและไม่ได้ออกไปไหนมาเป็นเวลาหลายเดือน ก็เลยถือโอกาสพา คุณยายมารศรี ไปทานอาหารร้านโปรด พร้อมกับจัดวันเกิดให้คุณยาย และอวยพรให้คุณยายมีความสุข สุขภาพแข็งแรง   นอกจากนี้ด้าน พ่อรอง เค้ามูลคดี พร้อมด้วย น้องพริม หลานรัก ยังได้ฝากคลิปอวยพรวันเกิดน่ารักๆ ที่ทำเอา คุณยายมารศรี พอจำได้ถึงกับยิ้มและเอ่ยชื่อออกมาอย่างมีความสุขด้วยเช่นกัน!!   ทีมข่าว gossip.star.mthai.com ขอให้ คุณยายมารศรี สุขภาพแข็งแรงอยู่คู่กับคนไทยไปนานๆ นะคะ ขอบคุณภาพจาก ty_israngura, peachisrangura, por_dj

หมู พิมพ์ผกา โพสต์ให้กำลังใจ ขวัญ อุษามณี บอก น้องโตแล้วมีสิทธิ์ตัดสินใจเอง
หมู พิมพ์ผกา /  ขวัญ อุษามณี

               ชั่วโมงนี้ถ้าจะไม่ให้พูดถึงประเด็นดราม่าร้อนๆ ของนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี คงเป็นไปไม่ได้ เพราะล่าสุด ที่ทำเอาหลายคนสะเทือนใจ กับการออกมายอมรับกับสื่อแล้วว่า เธอกำลังมีปัญหากับครอบครัวจริง แถมยังเป็นปัญหาเรื่องเงินอีกต่างหาก งานนี้เลยทำเอาโลกโซเชียลร้อนระอุ กับการแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งเห็นใจนางเอกสาวอย่างมาก                             รวมไปถึงพี่น้องนักแสดงในวงการอย่าง หมู พิมพ์ผกา ที่ถึงแม้จะไม่ได้รู้จักกับสาวขวัญเป็นการส่วนตัว แต่หัวอกคนเป็นแม่ของสาวหมู ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเรื่องดังกล่าวไว้อย่างซาบซึ้ง โดยสาวหมูได้บอกว่า "ไม่ได้รู้จักน้องขวัญ เป็นการส่วนตัว ... แต่เห็น น้องทำงานหนัก ..หาเงินเลี้ยงทั้งครอบครัวตั้งแต่เด็ก มาเป็นเวลา... 20 กว่าปีแล้ว... มาวันนี้น้องเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว...มีสิทธิคิด มีสิทธิรัก. มีสิทธิตัดสินใจ... พี่เอาใจช่วย..ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนะคะ @kwanusa9. #แล้วมันจะผ่านไป"   ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม pimpaka   อินสตาแกรม หมู พิมพ์ผกา   หมู พิมพ์ผกา   หมู พิมพ์ผกา   หมู พิมพ์ผกา   หมู พิมพ์ผกา และลูกชาย   ขวัณ อุษามณี   ขวัญ อุษามณี  

ที่สุดของชีวิต! หมาก ปริญ ร่วมเล่นหนังสั้น ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ
ข่าว หมาก ปริญ

  พระเอกวิก 3 หมาก ปริญ สุภารัตน์ ภูมิใจได้เป็นส่วนหนึ่งในหนังสั้นเรื่อง ความทรงจำของคุณย่า 1 ใน 15 ชิ้นงาน จากการรวมตัวเฉพาะกิจของกลุ่มผู้กำกับมิวสิควิดีโอ, โฆษณา และจิตอาสาจากหลากหลายอาชีพ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่เกิดบนแผ่นดินในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๙ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ในหลากหลายรูปแบบและมุมมอง เพื่อบอกเล่าสู่คนรุ่นหลังสืบไป มาร่วมโปรเจกต์นี้ได้ยังไง   "พี่แพร ผู้จัดการของผม เป็นเพื่อนกับ พี่ต๋อม (ณัฐพล มุขขันธ์) ผู้กำกับ ใน Facebook แล้วเห็นว่าพี่เค้ามีโปรเจกต์ทำหนังสั้น เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ ๙ โดยจัดทำขึ้นมาในนามของประชาชน ไม่มีสังกัดค่ายใดๆ คือใครมีจิตอาสา อยากมาช่วยกันก็มา ซึ่งแรกเริ่มได้ยินว่าเป็นเพียงโปรเจกต์เล็กๆ แต่พอมีการบอกต่อกันไปเรื่อยๆ ก็ได้การตอบรับจากคนมากมาย ทั้งผู้กำกับ, ตากล้อง, นักแสดง และทีมงานฝ่ายต่างๆ ใครมีกล้องก็เอากล้องมา ใครมีเสื้อผ้าก็เอามา ใครมีอะไร อยากจะช่วยแบบไหนก็เทใจกันมา งานนี้ไม่มีค่าตัว ไม่มีค่าจ้าง ทุกคนมาด้วยใจ ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันคือทำเพื่อพ่อหลวงของพวกเราคนไทย ผมรู้ข่าวจากพี่แพร ก็รู้สึกดีมากๆ พอทางพี่ต๋อมติดต่อมาให้เป็น 1 ในนักแสดง ของหนังสั้นเรื่อง ความทรงจำของคุณย่า 1 ใน 15 ชิ้นงานของโปรเจกต์นี้ ก็สนใจ ประจวบเหมาะกับคิวงานว่างตรงกับวันที่ทางทีมงานพี่ต๋อมจะถ่ายทำพอดี ก็เลยตกลงเล่น และมาถ่ายทำกันที่จังหวัดจันทบุรี ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่ได้ทำเพื่อพระองค์ท่าน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ สู่คนรุ่นต่อๆ ไปครับ" ความทรงจำของคุณย่า เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร   "เป็นเรื่องราวของครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งที่อยู่ต่างจังหวัด มีคุณย่า, พ่อ, แม่ และก็ลูกชาย โดยจะเล่าเรื่องตั้งแต่เด็กชายคนนี้ยังเล็ก เขาสนิทกับคุณย่า จนโต ไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพ จนกลับมาบ้าน คุณย่าอายุมากป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ จำเราไม่ได้ จำพ่อแม่ไม่ได้ แต่น่าแปลกใจมาก ที่มีบางสิ่งบางอย่างที่ท่านไม่เคยหลงลืม เพราะท่านไม่ได้จดจำบางสิ่งบางอย่างที่ว่านั้นด้วยสมอง หากแต่จดจำด้วยหัวใจ" ติดตามชมหนังสั้นเรื่องนี้ได้ที่ไหน   "ติดตามชมได้ที่ Facebook Fanpage เราเกิดบนแผ่นดินรัชกาลที่๙ นอกจากนี้จะมีการทำเป็น VCD และ DVD ส่งให้โรงเรียนต่างๆ ในต่างจังหวัด เพื่อบอกเล่าถึงความรัก และพระมหากรุณาธิคุณ ที่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ มีต่อประชาชนของพระองค์ท่าน ถูกส่งต่อไปถึงคนรุ่นหลังครับ"   "ความทรงจำของคุณย่า" มีเค้าโครงมาจากเรื่องราวชีวิตจริงของนักร้องดัง "ป๊อบ ปองกูล สืบซึ้ง" กำกับโดย "ต๋อม ณัฐพล มุขขันธ์" ผู้กำกับมิวสิควิดีโอแถวหน้าของเมืองไทย เจ้าของผลงานกำกับมิวสิควิดีโอเพลง "รูปที่มีทุกบ้าน" ภาพยนตร์โฆษณาชุดเหรียญทรงผนวช และเพลงเทิดพระเกียรติอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังเคยได้รับพระราชทาน รางวัลพระสุรสวดี จากภาพยนตร์เทิดพระเกียรติเรื่อง ความฝันอันสูงสุด อีกด้วย

ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม , เรื่องย่อร่างใหม่...หัวใจเดิม
ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม /  เรื่องย่อละครร่างใหม่...หัวใจเดิม / 

ร่างใหม่...หัวใจเดิมบทประพันธ์ ชูวงศ์ ฉายะจินดาบทโทรทัศน์ เซียนสร้างเรื่องออกอากาศทุกวัน จันทร์-อังคาร เวลา 20.30น.ทางช่อง one31 เรื่องย่อ ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม กวิน(ธีรภัทร์ สัจจกุล) ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมทั้งการงานและครอบครัว แต่งงานกับภัฏฏินี หรือพัท(โสภิตนภา ชุ่มภาณี) ที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียน มีลูกชายน่ารักด้วยกันหนึ่งคนชื่อโบ๊ท(น้องซูม-ปัญกร จันทศร) ทั้งคู่มีธุรกิจโรงแรมที่สร้างร่วมกันมาและกำลังดำเนินไปด้วยดี รวมทั้งชีวิตครอบครัวที่แสนสุข ถึงแม้กวินจะมีปัญหาเรื่องสาวๆ มาติดพันอยู่บ้าง ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม นาลัน(วรรณรท สนธิไชย) หญิงสาวสวยแต่อ่อนแอ เป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด ลูกสาวคนเดียวของหมอชยางกูร(เกรียงไกร อุณหะนันทน์) แต่งงานกับภีษมา(ภพธร สุนทรญาณกิจ) หนุ่มขายประกันปากหวานแต่ไม่จริงใจ แม้หมอชยางกูรจะคัดค้านการแต่งงานแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะนาลันรักและหลงภีษมามาก แต่แล้ววันหนึ่งนาลันก็ได้รู้ความจริงว่าภีษมานอกใจจนเกิดช็อคหมดสติ และในเวลาเดียวกันพัทก็ถูกเก็จแก้ว(พิตต้า ณ พัทลุง) เลขาที่อยากได้กวินเป็นสามี ยุยงปั่นหัวจนทำให้พัทและกวินทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นพัทขับรถประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม หมอชยางกูรจำใจทำผิดจรรยาบรรณแพทย์เพื่อยื้อชีวิตลูกสาวเอาไว้ ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจพัทมาใส่ให้นาลัน เมื่อฟื้นขึ้นมาพัทตกใจมากเมื่อรู้ว่าเธออยู่ในร่างของนาลัน พัทยื่นคำขาดไม่ขอใช้ชีวิตเป็นนาลัน และขอไปตามทางของตัวเอง เมื่อนาลันหายตัวไป ทำให้ภีษมาร้อนใจมาก เพราะเขายังต้องการปอกลอกนาลันอยู่ ด้านกวินเศร้าเสียใจมากที่ต้องสูญเสียภรรยา ไม่เป็นอันทำการทำงาน จนคุณหญิงดุสิตา(กาญจนา จินดาวัฒน์) ผู้เป็นแม่ต้องเข้ามาเตือนสติ ว่ากวินยังมีลูกที่ต้องคอยดูแล กวินจึงคิดได้และหันมาเป็นคนใหม่ที่ใส่ใจกับงานและใส่ใจลูกมากกว่าเดิม ส่วนพัทในร่างนาลันมาหาหนูจุ้น(นิติ ชัยชิตาทร) เพื่อนสนิท แม้ว่าตอนแรกหนูจุ้นจะไม่เชื่อว่าพัทอยู่ในร่างของ นาลัน แต่หนูจุ้นก็ยอมให้นาลันมาอาศัยอยู่ด้วย วันหนึ่งนาลันแอบไปหากวินที่โรงแรม ซึ่งวันนั้นมีงานปาร์ตี้ พัทเห็นกวินยิ้มแย้มมีความสุข เธอจึงโกรธและเสียใจที่กวินไม่รู้สึกทุกข์ใจกับการจากไปของเธอเลย ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม พัทเริ่มเรียนรู้การใช้ชีวิตเป็นนาลัน โดยพาหนูจุ้นมาอยู่ที่บ้านด้วย ทำให้พัทได้รู้ว่าธันวา(ชลวิทย์ มีทองคำ) ทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมของกวิน แถมเป็นคู่กัดกับวดี(ศรุชา เพชรโรจน์) น้องสาวของพัทอีกด้วย พัทจึงใช้โอกาสนี้เข้ามาสมัครงานเป็นเลขาของวดีในนามนาลันเพื่อแก้แค้นกวิน ด้วยการทำให้เขารักจนหมดใจและสลัดทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่แผนการไม่เป็นไปตามที่คิด เพราะกวินไม่สนใจนาลันเลยซักนิด แต่กวินรู้สึกเอะใจกับนิสัยบางอย่างของนาลันที่คล้ายพัท ไม่นานพัทในร่างนาลันยอมเปิดใจกับธันวาและวดีว่าตนไม่ใช่นาลัน แต่เป็นพัทที่อยู่ในร่างของนาลัน ตอนแรกทั้งคู่ไม่เชื่อแต่สุดท้ายก็ยินดีที่จะช่วยเหลือพัทเพื่อให้ได้กลับมาใกล้ชิดกับครอบครัวอีกครั้ง ในที่สุดพัทในร่างนาลันก็ได้รู้ว่ากวินยังรักพัทมากและไม่เคยลืม เธอจึงตัดสินใจบอกความจริงทั้งหมดให้กวินฟังว่า ตัวเองคือพัทที่อยู่ในร่างนาลัน ส่วนเก็จแก้วก็ได้รู้เรื่องนี้จากภีษมา ที่ไปหาทางสืบจากจันทร์แรม(เมย์-สิรินทร์) พยาบาลคนสนิทของหมอชยางกูรเช่นกัน เก็จแก้วจึงถือโอกาสเป่าหูกวินว่ากำลังถูกพัทหลอก พัทในร่างนาลันจะฝ่าฝันอุปสรรค และสามารถพิสูจน์ความจริงให้กวินเชื่อว่าตัวเองคือพัทตัวจริงไดหรือไม่? ติดตามชมได้ใน ร่างใหม่...หัวใจเดิม ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30น. ช่องวัน31 ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม ละครร่างใหม่...หัวใจเดิม

ละครตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา , เรื่องย่อตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา /  ช่อง MONO 29

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา ประพันธ์โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภาณุพันธุ์ ยุคล, ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล บทซีรีส์โดย วรยุทธ พิชัยศรทัต, ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล กำกับการแสดงโดย ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล อำนวยการผลิตโดย บริษัท โมโนบรอดคาซท์ จำกัด ออกอากาศทุกวัน จันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ช่อง MONO 29 เรื่องย่อ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา พุทธศักราช ๒๑๐๖ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ทรงกรีฑาทัพเข้าตีราชอาณาจักรอยุธยา โดยได้เข้ายึดครองหัวเมืองฝ่ายเหนืออันมี เมืองพิษณุโลก เป็นราชธานี ได้เป็นผลสำเร็จ ครั้งนั้น สมเด็จพระมหาธรรมราชา (เจ้าแผ่นดินครองเมืองพิษณุโลก - พระราชบิดาของสมเด็จพระนเรศวร หรือ พระองค์ดำ) จำต้องยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตอาณาประชาราษฎร์มิให้ต้องมีภัยอันตราย และจำต้องยอมร่วมกระบวนทัพพม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยา ศึกครั้งนั้น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เจ้าแผ่นดินอยุธยา ทรงยอมเจรจาหย่าศึกกับพม่ารามัญ และ ถวายช้างเผือก ๔ เชือก ทั้งให้ สมเด็จพระราเมศวร (ราชโอรส) เสด็จไปประทับยังนครหงสาวดีตามพระประสงค์ของกษัตริย์พม่า ข้างสมเด็จพระมหาธรรมราชา ก็จำต้องถวายตัว สมเด็จพระนเรศวรราชโอรสองค์โต ซึ่งมีพระชนมายุได้เพียง ๙ ชันษา ไปเป็นองค์ประกัน ประทับยังหงสาประเทศเช่นกัน ด้วยพระปรีชาสามารถด้านพิชัยยุทธ ทั้งยังองอาจกล้าหาญ สมเด็จพระนเรศวร จึงทรงเป็นที่รักใคร่ของ พระเจ้าหงสาวดี บุเรงนอง ประดุจพระราชบุตรร่วมสายสันตติวงศ์ แลทรงมีสายพระเนตรยาวไกล เห็นว่าสืบไปเบื้องหน้า สมเด็จพระนเรศวร จะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในอุษาคเนย์ประเทศ จึงทรงปลูกฝังให้สมเด็จพระนเรศวรผูกพระทัยรักแผ่นดินหงสา เพื่อจะได้อาศัยเป็นผู้สืบอำนาจอุปถัมภ์ค้ำชูราชอาณาจักรซึ่งพระองค์ทรงสถาปนาขึ้นด้วยความยากลำบาก แลหาได้วางพระทัยในพระราชโอรส พระเจ้านันทบุเรง และพระราชนัดดา มังกยอชวา ด้วยทรงเล็งเห็นว่าราชนิกุลทั้งสองพระองค์นั้น หาได้เป็นผู้ทรงคุณธรรม เหตุนี้จึงเป็นชนวนให้ พระเจ้านันทบุเรง และ ราชโอรสมังกยอชวา ขัดพระทัยทั้งผูกจิตริษยา สมเด็จพระนเรศวร ตลอดมา นับแต่เริ่มเข้าประทับในหงสานคร พระเจ้าบุเรงนองทรงโปรดให้ พระมหาเถรคันฉ่องพระรามัญผู้มากด้วยวิทยาคุณและเจนจบในตำราพิชัยสงคราม เป็นพระอาจารย์ถ่ายทอดศิลปะวิทยาการแก่ สมเด็จพระนเรศวร ยังผลให้ยุพราชอยุธยาเชี่ยวชาญการยุทธ กลช้าง กลม้า กลศึก ทั้งข้างอยุธยาและข้างพม่ารามัญหาผู้เสมอเหมือน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา พุทธศักราช ๒๑๑๒ (๖ ปีต่อมา) สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เจ้าแผ่นดินอยุธยาเสด็จออกผนวช แลสถาปนา สมเด็จพระมหินทร์ ราชโอรสองค์รองขึ้นเสวยราชสมบัติสืบแทน สมเด็จพระมหินทร์ ทรงคลางแคลงพระทัยในความจงรักภักดีของ สมเด็จพระมหาธรรมราชา มาแต่ครั้งสงครามชิงช้างเผือก เมื่อ ๖ ปีก่อน ขณะที่เจ้าแผ่นดินพิษณุโลกก็หาได้ยำเกรงสมเด็จพระมหินทร์เช่นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กษัติร์ย์อยุธยาพระองค์ใหม่ จึงหันไปสมคบกับ สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว ร่วมกันเข้าตีเมืองพิษณุโลก แต่กระทำการมิสำเร็จ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง เห็นเชิงสบโอกาสจึงยกทัพใหญ่เข้าตีกรุง ศรีอยุธยาอีกคำรบ ครั้งนั้น สมเด็จพระนเรศวร ร่วมโดยเสด็จมากับทัพหงสา แลทรงประทับอยู่เพียงเมืองพิษณุโลก มีเพียง สมเด็จพระมหาธรรมราชาโดยเสด็จกษัตริย์หงสาลงมากรุงศรีอยุธยา ด้วยตั้งพระทัยจะเกลี้ยกล่อมให้ สมเด็จพระมหินทร์ ยอมสวามิภักดิ์พระเจ้าบุเรงนอง เพราะเล็งเห็นว่าอยุธยายากจะต่อรบเอาชัย แม้ศึกครั้งนั้น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงลาผนวชมาบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง แต่อยู่ได้มิช้านานก็เสด็จสวรรคตระหว่างศึก กรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ข้าง สมเด็จพระนเรศวร ซึ่งประทับอยู่ยั้งยังนครพิษณุโลกแต่ต้นศึก ทรงรู้ซึ้งว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดามิได้คิดคดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน แต่ก็หาได้เห็นด้วยกับการอ่อนข้อสวามิภักดิ์พม่ารามัญ น้ำพระทัยอันมั่นคง เด็ดเดี่ยวนั้น ถึงแม้จะมิได้แพร่งพราย แต่ก็ประจักษ์อยู่ในหมู่ข้าราชบริพารใกล้ชิดผู้รักและหวงแหนในเอกราชของแผ่นดิน จึงพากันนิยมในน้ำพระทัย แลพร้อมใจถวายความจงรักภักดีแต่นั้นมา ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา ครั้นเสร็จศึกอยุธยาพุทธศักราช ๒๑๑๒ สมเด็จพระมหาธรรมราชา ทรงถวาย พระสุพรรณกัลยา (พระพี่นางสมเด็จพระนเรศวร) แก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง และ สมเด็จพระมหาธรรมราชา ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา ครั้นลุปีพุทธศักราช ๒๑๑๔ พระสุพรรณกัลยา แลขอตัว สมเด็จพระนเรศวร จากพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง เสด็จกลับยังเมืองพิษณุโลก เพื่อช่วยราชการข้างอยุธยา และโปรดให้สมเด็จพระนเรศวรเสวยราชย์ครอง เมืองพิษณุโลก เป็นใหญ่เหนือหัวเมืองเหนือทั้งปวง รายชื่อนักแสดงหลัก ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช รับบทโดย ณัฐชนน บุญศิริ (ช่วงวัยรุ่น), ด.ช.ภานุกร วงศ์บุญมาก (ช่วงวัยเด็ก)มณีจันทร์ รับบทโดย ด.ญ.ณปภัช ฐิตะกวิน (ช่วงวัยรุ่น), ด.ญ.นวลจันทร์ ณ ถลาง (ช่วงวัยเด็ก) องค์หญิงวิไลกัลยา รับบทโดย ภัทรวดี เหลาสา พระสุพรรณกัลยา รับบทโดย พชรณมน นนทภา มังกยอชวา รับบทโดย กรภัทร์ เกิดพันธุ์ (ช่วงวัยรุ่น), ด.ช.ภัทรกร ประเสริฐเศรษฐ (ช่วงวัยเด็ก) มหาเถรคันฉ่อง รับบทโดย สรพงษ์ ชาตรี เมืองอโยธยา พระมหาจักรพรรดิ (ศุกล ศศิจุลกะ), พระมหาธรรมราชา (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา), พระวิสุทธิกษัตรีย์ (ศิรประภา สุขดำรงค์), พระเทพกษัตรีย์ (ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี), พระราเมศวร (อภิปราชญ์ ต่างใจ), พระมหินทร์ (เลอวิทย์ สังข์สิทธิ์), รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์ (พระเอกาทศรถ-องค์ขาว), พระราชมนู หรือ บุญทิ้ง (สิทธิโชค เผือกพูลผล) เมืองหงสาวดีบุเรงนอง (ปรเมศร์ น้อยอ่ำ), นันทบุเรง (กษาปณ์ จำปาดิบ), พระนางเมงพยู (ณุศรา ประวันณา), พระยาทาละ (จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร์)ลักไวทำมู (ธนายง ว่องตระกูล), สมิง (น้องบิว ขาวคง) ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา

โอปอล์ ซาบซึ้งได้รับเสด็จทูลกระหม่อมฯ โพสต์เตือนอย่าให้ราคากับพวกที่โพสต์ข้อความไม่บังควร!
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช /  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / 

  หลังจากลูกสาวฝาแฝดผู้พี่ น้องอลิน ป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจนอาการดีขึ้นและกลับบ้านได้แล้วนั้น ด้านคุณแม่ โอปอล์ ปาณิสรา ก็เลยมีโอกาสได้เดินทางไปแสดงความอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา (19 ต.ค.59) แต่กลับทำให้ สาวโอปอล์ รู้สึกซาบซึ้งยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อได้มีโอกาสรับเสด็จ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่เสด็จมาแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง และทรงประทานอาหารและน้ำดื่มให้แก่พสกนิกรชาวไทย   “นัดเพื่อนมากราบในหลวงรัชกาลที่๙ ระหว่างรอกันอยู่หน้าประตู คุณทหารก็มาเปิดรั้วกั้นออกบอกว่ามีเสด็จ เลยได้นั่งแถวหน้าสุด เป็นบุญเหลือเกินที่มีโอกาสรับเสด็จทูลกระหม่อมอีกครั้งนึง #ทรงพระเจริญ#ฉันเกิดในรัชกาลที่๙”   อีกทั้ง โอปอล์ ปาณิสรา ยังได้โพสต์เตือนพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันระงับข้อความที่ไม่บังควร ด้วยการ ไม่กด Like และ ไม่ แชร์ โดยระบุอย่าไปให้ราคากับพวกที่ทำเลย   “ช่วยกันระงับข้อความที่ไม่บังควร   -ไม่ Like   -ไม่ Share   -ไม่ Comment   ช่วยกัน Report ตามช่องทางดังกล่าวนะคะ อย่าแชร์เพื่อด่า อย่าไปให้ราคาพวกเค้าเลยนะคะ” ขอบคุณภาพจาก IG opalpanisara            โอปอล์ น้องอลิน   โอปอล์ หมอโอ๊ค  

ละคร นางอาย , เรื่องย่อ นางอาย
ละครนางอาย /  ละครนางอาย ตอนแรก / 

นางอาย บทประพันธ์โดย : นราวดีบทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกษกำกับการแสดงโดย : ปวันรัตน์ นาคสุริยะออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครนางอาย ...กำแพงรั้วที่เรียกว่าโรงเรียน ซึ่งตัดขาดเธอจากโลกภายนอก แต่มันกลับพาเธอก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกของมิตรภาพ เมื่อความรักฉันท์เพื่อนก่อตัวสูงขึ้น ขอบรั้วที่เคยบีบรัดหัวใจก็ค่อย ๆ ทลายลง สุดท้ายที่ ๆ เคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเรือนจำของความสุข กลายเป็นสถานที่แห่งความรักความผูกพัน ที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของเธอ... อภิรดี อโณทัย หรือ นาง สาวน้อยแสนสวยวัย 17 ปี ลูกสาวคนเดียวของ เด่นชาติ และเอมอร เมื่อนางเริ่มเป็นที่หมายตาจากหนุ่ม ๆ เพื่อนร่วมรุ่นในโรงเรียนสหศึกษา เด่นชาติ และเอมอร ตัดสินใจส่งตัวไปเรียนโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วนที่ปีนัง เพราะไม่อยากให้ลูกสาวริรักในวัยเรียน หวังให้เหล่าซิสเตอร์ผู้เข้มงวดช่วยอบรมขัดเกลามารยาทกุลสตรี นักเรียนไทยหลายคนต่างมองว่าโรงเรียนคอนแวนต์แห่งนั้น คือโรงเรียนดัดสันดารของเหล่าสาวแสบ ก้าวแรกที่นางได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียน ซิสเตอร์ออเดรย์ หัวหน้าแม่ชีที่ดูแลนักเรียนประจำ ม.ปลายรัก และเอ็นดูนางตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ไม่วายขัดใจนางด้วยการตรวจค้นกระเป๋าเสื้อผ้า และริบข้าวของที่ไม่จำเป็นไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ นางแทบจะกรี๊ด... สเตตัสสุดท้ายที่นางโพสก่อนจะจำใจส่งมือถือให้ซิสเตอร์ซิสเตอร์ออเดรย์คือ "ลาก่อนอิสรภาพของฉัน วันหนึ่งเราคงได้พบกันใหม่" นางได้เช็คอินสถานที่โดยครีเอทใหม่ ว่า เรือนจำคอนแวนต์ ละครนางอาย เรเวอร์เร้นท์มาเธอร์ซิสเตอร์หลุยส์ หรือคุณแม่อธิการผู้เคร่งขรึมหมายจะให้เด่นชาติพบกับ ซิสเตอร์เทเรซ่า แม่ชีคนไทยเพียงคนเดียวที่อกหักจากรักแรกจนต้องตัดสินใจหันหน้าเข้าหาพระเจ้า สาบานตนว่าชาตินี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก อดีตคนรักของเทเรซ่าก็คือท่านรัฐตรีเด่นชาติ ! คุณแม่อธิการต้องการให้ทั้งสองได้พบกัน..ก็เพื่อให้ซิสเตอร์เทเรซ่าตัดใจอย่างถาวร แต่การที่เด่นชาติจูงมือนางเข้ามาในโรงเรียนนั้น ยิ่งทำให้แผลใจของซิสเตอร์เทเรซ่าถูกซ้ำเติมมากขึ้น นางได้พบกับ จรรยา หัวหน้านักเรียนไทยรุ่นพี่ที่ศึกษาอยู่ชั้นม.6 จรรยาแนะนำให้นางรู้จักกับกลุ่มนักเรียนไทยในชั้นเรียน ฝากฝังให้ สินีนาฏ สาวไทยแสนเรียบร้อยเป็นคนดูแลนาง สินีนาฎถูก สายสนม แม่ของเธอส่งมาอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ม.1 เพราะพ่อแม่หย่ากัน และสายสนมต้องทำงาน และดูแลลูกเพียงคนเดียว สินีนาฏ และนางถูกชะตากันทันทีที่เจอ สินีนาฎแนะนำทุกอย่างให้นาง ตั้งแต่สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน กิจวัตรประจำวัน และอธิบายเรื่องการอาบน้ำแบบ Fast Speed 5 นาทีทันใจ โดยมีแม่ชีสุดโหดเฮี้ยบอย่าง ซิสเตอร์ฟรานซิส เป็นผู้ดูแลการเปิด-ปิดวาล์วน้ำในระหว่างการอาบ นางแทบจะร้องไห้ที่ต้องใช้ชีวิตลำบากแบบนี้ นอกจากสินีนาฎแล้ว ยังมีนักเรียนไทยอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนาง นั่นคือ สายสุดา และมีนา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยสายสุดามองว่ามีนาคือลูกน้องของเธอ ส่วนมีนาเองก็อาศัยบารมีของสายสุดาทำตัวอวดเบ่งกับทุกคน เพราะสายสุดามีดีกรีเป็นถึงน้องสาวคนเดียวของท่านกงสุลไทยประจำปีนัง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าที่สายสุดาชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจ และต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ เพราะปมชีวิตส่วนตัวที่ความจริงแล้วสายสุดาคือลูกนอกสมรส สายสุดาไม่ชอบหน้านาง เพราะตั้งแต่นางเข้ามาในโรงเรียนหลายคนให้ความสนใจจนเด่นเกินหน้าเกินตา สายสุดาหาทางแกล้งนางอยู่เสมอแต่กลับโดนนางเอาคืนทุกที อย่างในงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ประจำปี นางโดนสายสุดาแกล้งจนพลัดตกลงไปในบ่อบัว สินีนาฎพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นางได้ทีจึงเอาชุดนักเรียนที่เปียกชุ่มยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของสายสุดา สายสุดาโกรธมาก หมายใจไว้ว่างานนี้เธอกับนางไม่มีวันอยู่กันอย่างมีความสุขแน่ ทุกวันพฤหัสบดีถือเป็นวัน English Day คือวันที่นักเรียน และซิสเตอร์ทุกคนต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น สายสุดาและมีนาคอยฟ้องซิสเตอร์ว่านางแอบพูดภาษาไทย นอกจากคู่อริสองแสบแล้ว นางยังมีศัตรูอีกคน คือ จอยคาม สาวน้อยเจ้าถิ่นในปีนังที่มีเรื่องปะฉะดะกับนางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน จอยคามเห็นสายสุดาไม่ชอบนาง จึงรวมตัวกันหาทางกลั่นแกล้งนาง ละครนางอาย นอกจากสินีนาฎ นางยังมีเพื่อร่วมรุ่นอีก 2 คนที่สนิทกัน นั่นคือ ฮองลัน สาวอ้วนที่รักการกินเป็นที่สุด ฮองลันเป็นนักเรียนไป-กลับที่สนิทกับนาง เพราะทั้งคู่คอยช่วยกันหาทางแอบลอดเอาของกินเข้ามาทานในรั้วโรงเรียนอยู่เสมอ และฮองลันประทับใจนางมากที่เคยโดนซิสเตอร์ฟรานซิสจับได้เรื่องแอบเอาขนมเข้ามาทานที่ห้องเรียน นางก็พร้อมจะโดนลงโทษร่วมกับฮองลันไปด้วย อีกหนึ่งสาวที่นางชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น คือ มาเรีย สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-มาเลเซีย ที่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเพราะพิการมาตั้งแต่เด็ก หลายคนชอบพูดจาดูถูก และรังเกียจมาเรีย แต่นางไม่คิดแบบนั้น แถมยังคอยช่วยซ่อมรถเข็นให้มาเรียอีกด้วย ทุกวันศุกร์ที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าโบสถเพื่อนมัสการพระเจ้า นางได้รู้ว่ามาเรียร้องเพลงเพราะมาก นางจึงสนับสนุนให้มาเรียได้ขึ้นร้องนำในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างงานวันไหว้ครู นางพยายามทำทุกอย่างให้มาเรียได้แสดงความสามารถของเธอ จนในที่สุดมาเรียก็ได้ร้องนำ แถมนางรับเลือกจากเพื่อน ๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องให้เป็นตัวนักเรียนไทยไปถือพานไหว้ครู สายสุดา และมีนาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่เสียตำแหน่งให้นาง เลยหาทางแกล้งไม่ให้นางได้ถือพาน แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สายสุดาแอบรู้ว่านางชอบแอบใช้มือถือของ คัมพล เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนางที่เรียนอยู่โรงเรียนซิสเตอร์เซเวียร์ชายล้วนรั้วติดกัน โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอ คัมพลเป็นลูกชายคนเล็กของพิทักษ์ เศรษฐีเหมืองแร่ในภูเก็ตซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเด่นชาติ คัมพลไม่เคยขัดใจนางเพราะแอบชอบนางอยู่ เรื่องนางติดต่อกับเพื่อนนักเรียนชายโรงเรียนข้าง ๆ ดังไปทั่ว คุณแม่อธิการตัดสินใจตามตัวท่าน ธนาธิป กงสุลไทยที่รับหน้าที่ดูแลนักเรียนไทยที่อยู่ที่ปีนังทั้งหมด แถมยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของสายสุดาอีกด้วย นางจึงตั้งท่าไม่ถูกชะตากับธนาธิปตั้งแต่ยังไม่เจอตัว ธนาธิปตามตัวผู้ปกครองของนางและคัมพลมาพบ การเจอหน้ากันครั้งนี้ทำให้ธนาธิปรู้ว่าพิทักษ์หมายปองให้นางแต่งงานกับคัมพลหลังเรียนจบจากคอนแวนต์ เมื่อรู้ว่ามีชายหนุ่มหมายปองสาวแก่นเซี้ยวอย่างนาง ธนาธิปก็แปลกใจไม่น้อยว่าอะไรที่ทำให้คัมพลชอบนางได้ขนาดนี้ ยิ่งสงสัย..ก็ยิ่งเข้าใกล้นางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่นางเสนอความคิดออกมา มักทำให้ธนาธิปทึ่งในความเฉลียวฉลาดของนางอยู่เสมอ ละครนางอาย ความไม่ลงรอยของนางและสายสุดาเริ่มทวีคุณความแรงขึ้น เมื่อถึงกิจกรรมกีฬาสีมาถึง เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายตั้งใจจะให้กิจกรรมนี้เป็นการสมานแผลระหว่างนางกับสายสุดา โดยจัดให้ทั้งคู่อยู่สีเดียวกัน แต่แผนกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สายสุดาร่วมมือกับจอยคามที่อยู่คนละสีแอบโกงในการแข่งขันว่ายน้ำ จนนางเกือบจะจมน้ำเพราะเจ็บขา แถมจอยคามก็ไม่ช่วยเธอเสียด้วย กลายเป็นสินีนาฎ และจรรยาต้องเป็นคนลงไปช่วยนางขึ้นมาแทน เหตุการณ์ครั้งนี้คุณแม่อธิการโกรธมาก ทำโทษกลุ่มนาง และสายสุดายกใหญ่ พร้อมทั้งตามตัวธนาธิปให้มาทราบเรื่องนักเรียนไทยมีปัญหากันเอง ธนาธิปจึงต้องรับหน้าที่เป็นดูแลควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนไทยเพิ่มอีกตำแหน่ง ธนาธิปลงโทษทุกคนด้วยการให้ช่วยทำความสะอาดบ้านทูต ร้อยมาลัย ทำกับข้าวเพื่อต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมืองที่เข้ามาพักที่บ้านพักของสถานทูตไทย แรก ๆ ทุกคนอิดออด แต่หลัง ๆ กลับเสนอตัวขอมาช่วยงานเสมอ เพราะต้องการออกมานอกรั้วคอนแวนต์ นางชอบแอบปีนต้นมะม่วงที่อยู่ข้างห้องทำงานธนาธิป แรก ๆ ธนาธิปตกใจ และเรียกนางมาต่อว่าในความไม่เป็นกุลสตรี แต่นาน ๆ เข้าก็ปล่อยให้ปีนขึ้นปีนลงอยู่เรื่อย ๆ จนเป็นความคุ้นเคย แถมบางวันนางยังแอบเข้ามาในห้องทำงานธนาธิป จัดการเปลี่ยนหลอดไฟในห้องที่ติด ๆ ดับ ๆ ให้เสียด้วย นอกจากธนาธิปที่ต้องคอยดูแลนักเรียนไทยในปีนังแล้ว ยังมี ชัยพงษ์ อีกคนที่เป็นกงสุลไทยที่ดูแลในส่วนของกิจกรรมประเพณี และวัฒนธรรม ชัยพงษ์มีโอกาสได้เจอกลุ่มนักเรียนไทยอยู่เรื่อย ๆ ชัยพงษ์เป็นพี่ชายคนกลางของคัมพล จึงสนิทสนมกับนางเช่นกัน ชัยพงษ์ต่างกับธนาธิปแบบคนละขั้ว เพราะชัยพงษ์คือหนุ่ม Biker ที่มีมอเตอร์ไซค์ Big Bike คันเท่เป็นพาหนะคู่กาย ธนาธิปไม่พอใจที่ชัยพงษ์สนิทสนมกับนางเพราะคิดว่าชัยพงษ์แอบชอบนาง แต่จริง ๆ แล้ว ชัยพงษ์แอบชอบสินีนาฎ และนางเองก็รู้แถมยังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ด้วย แต่สินีนาฎกลับไม่มีใจให้เพราะเธอแอบหลงรักธนาธิปมาตั้งแต่แรกเจอเช่นกัน เวลาผ่านไป...นางเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นในรั้วคอนแวนต์ แต่ก็ยังไม่วายแหกกฎระเบียบโรงเรียนอยู่เสมอ วีรกรรมที่โด่งดังของนางคือการแอบเอาอาหารคาวหวานซุกซ่อนเข้ามาในกระเป๋าเสื้อผ้าทุกครั้งที่กลับเข้าโรงเรียนในวันจันทร์ต้นเดือน... อาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของฮองลัน นางวางแผนแอบเอาขนมเค้กเข้ามาฉลองวันเกิด โดยจะแอบเอาเค้กปอน์ดใส่มาในกล่องรองเท้าพละ และขอให้จรรยาช่วยปล่อยผ่านตอนเข้าเวรตรวจกระเป๋า แต่เมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก เมื่อนางเปิดกล่องรองเท้าพละออกมา กลับพบว่าจากเค้กปอน์ดแสนอร่อยกลายเป็นรองเท้าพละเก่า ๆ เน่า ๆ คู่หนึ่งเท่านั้น เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายปรากฎตัวขึ้นพร้อมด้วยเทียนวันเกิดสั้น ๆ กุด ๆ แท่งหนึ่ง เซ็นส์ฟรานซิสจัดการปักเทียนบนรองเท้าคู่นั้นแล้วให้นางและฮองลันช่วยกันเป่าเทียนให้ดับ แต่เทียนเล่มนั้นดันเป็นเทียนแบบเป่าดับได้ยากเสียด้วย ฮองลันทั้งโกรธทั้งอายที่โดนทำโทษประจานที่ลานกิจกรรม ทั้งหมดโดนทำโทษร่วมกัน ถึงจะอดทานเค้กแต่กลับรักกันแน่นแฟ้นมากขึ้น ละครนางอาย หลายครั้งที่นางมักมีปัญหากับ ซิสเตอร์ปอนลีน แม่ชีประจำวิชาดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงรักนักเรียนไม่เท่ากัน คนไหนที่ลงเรียนพิเศษเปียโนกับเธอ เธอจะรักและเอ็นดูเด็กพวกนั้นมาก ส่วนนักเรียนคนอื่นมักจะโดนไม่ให้ซ้อมเปียโนในห้องดนตรีของเธอ นางเห็นว่าไม่ยุติธรรมเพราะสินีนาฎมักโดนไล่ออกมาจากห้องซ้อมก่อนหมดเวลา พยายามเจรจาเท่าไหร่ก็โดนซิสเตอร์ปอนลีนสั่งทำโทษตลอด คัมพลอาสามารับนาง และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยทุกครั้งชัยพงษ์จะตามมาเจอด้วยเพราะต้องการพบกับสินีนาฎ สายสุดาที่อิจฉาที่พวกนางได้เที่ยวจึงคอยหาเรื่องพูดจาจิกกัดคัมพลเสมอ เพราะลึก ๆ ไม่พอใจที่คัมพลสนใจนางมากกว่าเธอ ช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1 สินีนาฎขาดการติดต่อจากสายสุดาแม่ของเธอ จนปิดเทอมแล้วสายสุดาก็ยังไม่ติดต่อมา จนในที่สุดสินีนาฎก็ได้รู้ความจริงว่าแม่ถูกเพื่อนร่วมธุรกิจโกงจนหมดตัว ส่งข่าวมาบอกว่าไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้แล้ว สินีนาฏทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ต้องหมดอนาคต ซิสเตอร์ออเดรย์ขอให้แม่อธิการช่วยเหลือสินีนาฏได้เรียนต่อจนจบ ม.6 แต่สินีนาฏต้องย้ายจากนักเรียนประจำชั้นหนึ่ง ไปเป็นนักเรียนประจำชั้นสองที่ต้อยต่ำกว่า สินีนาฏคิดฆ่าตัวตาย แต่ซิสเตอร์เทเรซ่ามาห้ามไว้ได้ทัน ซิสเตอร์เทเรซ่ าและซิสเตอร์ออเดรย์เกลี้ยกล่อมจนสินีนาฏยอมเรียนหนังสือต่อจนจบเพื่ออนาคตของเธอเอง สินีนาฏขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับนางเพราะไม่อยากให้นางช่วยเหลือ และอยากตัดขาดเพื่อนชั้นหนึ่งทุกคน วันเปิดภาคเรียน ทุกคนแปลกใจที่เห็นสินีนาฎถูกย้ายไปอยู่รวมกับกลุ่มนักเรียนชั้นสอง พวกสายสุดาพากันเยาะเย้ยถากถาง และสมน้ำหน้า นางไปหาสินีนาฏเพื่อถามความจริงแต่ถูกหลบหน้า นางยิ่งทุกข์ใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก ในที่สุดนางได้รู้เรื่องราวของสินีนาฎ นางเข้าพบคุณแม่อธิการเพื่อส่งตัวสินีนาฏกลับมาเรียนชั้นหนึ่งเหมือนเดิม และจะให้พ่อแม่ของเธอส่งเสียสินีนาฏเอง แต่แม่อธิการไม่ยอมจนกว่าจะได้คำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากเด่นชาติ และเอมอร ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้เพราะทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศ ที่พึ่งสุดท้ายของนางจึงเป็นธนาธิป กลางดึกคืนนั้นนางตัดสินใจแอบออกจากตึกนอน ปีนรั้วไปหาธนาธิปที่ห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันได้คุยกันก็โดนไล่กลับมาก่อน เพราะธนาธิปเห็นว่าไม่ควรพบกันดึก ๆ เช่นนี้ นางขอให้ธนาธิปมาพบเธอที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้ ละครนางอาย แต่ธนาธิปกลับมาในอีก 2 วันถัดมา นางโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เหลือใครที่จะช่วยสินีนาฎได้แล้ว นางขอยืมเงินธนาธิปก่อนจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะเดินทางกลับมา แต่ธนาธิปกลับขอรับอุปการะสินีนาฏเอง โดยอธิบายเหตุผลสารพัดจนนางต้องยอมให้ธนาธิปเป็นผู้อุปการะสินีนาฏ นางขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับสายสุดา เพราะกลัวจะเอาเรื่องนี้มาข่มสินีนาฏ เมื่อสินีนาฏรู้เรื่องการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็ซาบซึ้งและยิ่งทำให้สินีนาฏประทับใจในตัวธนาธิป มากขึ้นไปอีก ชัยพงษ์รู้เรื่องที่ธนาธิปอุปการะสินีนาฎ ก็รู้สึกขัดใจไม่น้อยเพราะเขาอยากจะรับผิดชอบช่วยเหลือสินีนาฎมากกว่าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ธนาธิปงานยุ่งไม่ค่อยได้มาเยี่ยมสินีนาฏตามคำแนะนำของซิสเตอร์ออเดรย์เท่าที่ควร ชัยพงษ์จึงเสนอตัวคอยหมั่นไปเยี่ยมสินีนาฎอยู่บ่อย ๆ คอยซื้อข้าวของต่าง ๆ ให้โดยอ้างว่าธนาธิปสั่ง เมื่อชัยพงษ์รุกหน้าทำคะแนนกับสินีนาฎ คัมพลก็ไม่แพ้กันพยายามมาทำคะแนนกับนาง ธนาธิปไม่พอใจที่นางสนิทสนทกับผู้ชายคนอื่น จึงเริ่มเข้ามาเยี่ยมสินีนาฎมากขึ้น เพื่อจะหาโอกาสได้เจอกับนางมากขึ้นเช่นกัน นางขอให้ธนาธิปพาเธอกับสินีนาฏออกไปดูหนัง ยิ่งได้ออกไปเที่ยวด้วยกันก็ยิ่งใกล้ชิดกัน ธนาธิปถูกใจในความสดใสร่าเริงของนาง แต่กับสินีนาฎเขามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น จอยคามที่แอบชอบธนาธิปมานาน เมื่อเห็นธนาธิปมาส่งนางกับสินีนาฏ จึงรีบไปบอกสายสุดา สายสุดามาเอาเรื่องแกล้งเทขยะใส่สินีนาฏ นางมาช่วย เด็กสาวทั้งสองกลุ่มจึงตะลุมบอนกัน ซิสเตอร์ฟรานซิสลงโทษเด็กทุกคนให้ช่วยกันเก็บขยะ ทำความสะอาดตึกเรียนทั้งหมด แต่สุดท้ายพวกนาง และสายสุดาก็ทะเลาะกันอีก จนเหล่าซิสเตอร์ต้องเข้ามาแยก และหาทางลงโทษพวกเด็ก ๆ ขั้นเด็ดขาด สินีนาฏรู้เรื่องธนาธิปส่งเงินค่าเทอมให้สินีนาฎ จึงโพทะนาไปทั่วว่าสินีนาฏให้ท่าพี่ชายเธอเพื่อให้ส่งเสียเลี้ยงดูหวังจะเป็นเมีย สินีนาฏถูกนักเรียนคนอื่นดูถูกโดยเฉพาะจอยคาม จอยพูดจาดูดถูกสินีนาฎสารพัด สายสุดาคอยพูดเหน็บเปรียบเทียบฐานะให้สินีนาฏเจียมตัว สินีนาฏร้องไห้เสียใจ นางเจ็บแค้นแทนเพื่อนจึงหาทางแก้เผ็ดสายสุดาด้วยการเอาหน้ากากผีมาใส่หลอกสายสุดาตอนกลางคืน ข่าวสายสุดาถูกผีหลอกแพร่สะพัดในโรงเรียน แถมสายสุดาโดนทำโทษที่รบกวนเพื่อนกลางดึกด้วย ละครนางอาย ช่วงเลิกเรียนตอนเย็น กลุ่มนักเรียนจะไปทำกิจกรรมที่ลานกว้างใกล้รั้วระหว่างโรงเรียนหญิงล้วนกับโรงเรียนชายล้วน นาง สินีนาฏ กับเพื่อนแบ่งทีมเล่นคิงส์แคมป์กัน นางดันเผลอตบลูกบอลแรงจนลูกบอลกระเด็นเข้าไปในบริเวณโรงเรียนชายล้วน ทุกคนหน้าจ๋อยเพราะโรงเรียนมีกฎห้ามเข้าไปในโรงเรียนชายล้วน แต่นางยืนยันที่จะปีนเข้าไปเก็บบอลด้วยตัวเอง นางแอบปีนรั้วเข้ามาเก็บบอลที่สนามของโรงเรียนชายล้วน แต่ถูก เดวิด กับ ปีเตอร์ นักเรียนชายชั้นเดียวกับคัมพลแย่งลูกบอลไปและหวังจะลวนลามนาง คริส เพื่อนตัวอ้วนคนสนิทของคัมพลพยายามจะช่วย แต่กลับโดนเดวิด และปีเตอร์จัดการจนต้องหนีไป นางพยายามจะหนีแต่โดนเดวิดและปีเตอร์เข้ามาจับตัวไว้ คัมพลเข้ามาช่วยนางไว้ได้ จัดการเดวิดกับปีเตอร์จนหมอบราบ ทำให้ทั้งสองอาฆาตแค้นคัมพลมาก ธนาธิปมาหานางด้วยเรื่องที่แอบปีนเข้าไปในโรงเรียนชายล้วนจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต เพราะนอกจากคัมพลโดนสั่งพักการเรียนแล้ว เดวิส และปีเตอร์ยังโดนไล่ออกด้วยเพราะเคยมีความผิดเรื่องการชกต่อย แถมยังมีนักเรียนแอบได้ยินพวกเดวิดวางแผนทำร้ายคัมพล นางรู้สึกผิดขอร้องให้ธนาธิปช่วยคัมพลที่เดือดร้อนเพราะเธอ ถึงจะเจ็บปวดที่นางเป็นห่วงชายอื่น แต่ธนาธิปรับปากว่าจะช่วย และขอให้นางสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก เดวิด ปีเตอร์ พาเพื่อนมาดักทำร้ายคัมพลกับคริสตรงถนนเลียบชายทะเล คัมพลเอาตัวเข้าปกป้องคริสจนบาดเจ็บ ธนาธิปมาช่วยเหลือคัมพลได้ทันพร้อมแจ้งตำรวจชาวมาเลย์ให้มาจับกุมตัวเดวิดกับเพื่อนไป ธนาธิปสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปเที่ยวนอกโรงเรียนกับคัมพลอีกเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย และในเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ธนาธิปก็บังคับให้พานางมาอยู่ที่บ้านทูต โดยอ้างว่าให้นางมาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ไม่ได้เกเรที่ไหนอีก แต่ลึก ๆ แล้วธนาธิปอยากอยู่ใกล้นางมากขึ้นเพราะเขารู้ตัวแน่แล้วว่ามีใจให้นาง แต่ธนาธิปจำต้องปิดบังทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เจ้าระเบียบ จอยคาม และสายสุดาหาเรื่องแกล้งสินีนาฎ ให้ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าใจผิดว่าสินีนาฏแอบเอานิยายรักโรแมนติกมาอ่าน แต่นางกลับออกรับแทนว่าเป็นหนังสือของเธอ นางเลยโดนลงโทษด้วยการให้อดอาหารเย็น คืนนั้นซิสเตอร์เทเรซ่าแอบเอาขนมปังมาให้ นางซาบซึ้งในความเมตตาของ ซิสเตอร์เทเรซ่า พูดประสาซื่อว่าขอให้หนูเรียกซิสเตอร์ว่าแม่อีกคนได้มั้ย ซิสเตอร์เทเรซ่าอึ้งเพราะถ้าเด่นชาติไม่ทิ้งเธอไป นางคนเป็นลูกสาวของเธอจริง ๆ ละครนางอาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ เด็กนักเรียนประจำที่ไม่ได้กลับบ้านจะได้ไปพักที่บังกะโล ตันหยงบุหงา นาง สินีนาฏ มาเรีย จอยคาม มีนา จรรยา และเพื่อนนักเรียนประจำมาพร้อมเหล่าซิสเตอร์ ทุกคนสังเกตเห็นซิสเตอร์เทเรซ่าเศร้ามากเมื่อมาถึงที่นี่ เพราะที่แห่งนี้คือที่ ๆ เธอได้พบกับเด่นชาติ และเด่นชาติพูดขอความรัก ขอให้ซิสเตอร์เทเรซ่ารอเขาเรียนจบกลับมาจากอเมริกาแล้วแต่งงานด้วยกัน นางกับจอยคามท้าแข่งว่ายน้ำออกไปยังประภาคารไกลฝั่ง เพราะนางยังฝังใจที่แข่งว่ายน้ำแพ้จอยคามในงานกีฬาสี จอยคามรับคำท้า สินีนาฎพยายามห้ามเพื่อนทั้งสองแต่ไม่มีใครฟัง จอยคามเป็นตะคริวกำลังจะจมน้ำ นางรีบเข้าไปช่วยพาจอยคามกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย จอยคามซาบซึ้งในน้ำใจที่นางช่วยชีวิต จอยคามกับนางถูกลงโทษด้วยกัน ทั้งคู่จึงได้เปิดใจกัน และเคลียร์เรื่องหมางใจต่าง ๆ พร้อมทั้งจับมือสัญญาเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ธนาธิปทนคิดถึงนางไม่ได้ แสร้งขอติดตามเด่นชาติกับเอมอรมาเยี่ยมสินีนาฏที่ตันหยงบุหงา แม่อธิการให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปต้อนรับเด่นชาติกับเอมอร เมื่อเด่นชาติเจอซิสเตอร์เทเรซ่าก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแม่ชีอยู่ที่โรงเรียนคอนแวนต์ เมื่อมีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง เด่นชาติพยายามจะพูดคุยกับซิสเตอร์เทเรซ่า แต่เธอกลับไม่ยอมพูดด้วย นางแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แปลกใจในความสัมพันธ์ของพ่อกับซิสเตอร์เทเรซ่าร์ ธนาธิปเปิดบ้านพักกงสุลไทยจัดงานเลี้ยงต้อนรับเด่นชาติกับเอมอรที่มาพักในปีนัง และเชิญพิทักษ์กับคัมพล ชัยพงษ์ ลูกชายมาด้วย ในงานเลี้ยงธนาธิปตะลึงเมื่อเจอนางแต่งตัวน่ารักสวยสดใส ต่างจากสินีนาฏที่สวยหวาน คืนนั้นคัมพลขอนางเต้นรำ นางที่ไม่ได้คิดอะไรก็ออกไปเต้นรำอย่างสนุกสนาน ธนาธิปหาจังหวะอยู่ตามลำพังกับนาง เพื่อเตือนนางให้ไว้ตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ใครจับมือถือแขนง่าย ๆ เพราะเขาหวงนางอย่างไม่รู้ตัว แต่นางกลับรู้สึกว่าธนาธิปไม่ชอบเธอ จึงหาเรื่องติเธอทุกอย่าง ทำอะไรก็ผิดเสมอในสายตาธนาธิป นางเลยประชดธนาธิปด้วยการอยู่ใกล้คัมพลตลอดเวลา ยิ่งทำให้ธนาธิปร้อนรุ่ม อึดอัดใจมาก พิทักษ์พูดสู่ขอนางให้ ทัศนัย ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนหมออยู่อเมริกา เพราะจากเรื่องชกต่อยของคัมพล ทำให้เด่นชาติเคยปฏิเสธที่จะให้นางหมั้นกับคัมพล ส่วนชัยพงษ์ก็หลงรักสินีนาฎ ดังนั้นจึงเหลือแค่ทัศนัย คัมพลและชัยพงษ์พานาง และสินีนาฎมาเที่ยวงานของปีนัง ธนาธิปที่พาสายสุดามาด้วยจึงมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกันทั้งหมด คืนนั้นธนาธิปมีโอกาสได้อยู่กับนางสองต่อสองอีกครั้ง ธนาธิปพานางไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ทั้งสองคนมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ละครนางอาย สายสุดารู้ว่าจอยคามเป็นมิตรกับนางก็โกรธ หาเรื่องนางที่มาแย่งเพื่อนเธอไป นางและสายสุดาทะเลาะกัน นางเห็นว่าสายสุดาพูดไม่รู้เรื่องก็จะเลิกคุย แต่สายสุดาไม่ยอม ทั้งหมดตะลุมบอลยื้อกันจนสายสุดาพลาดล้มหัวแตก นวลใย แม่ของสายสุดามาเอาเรื่องนางถึงโรงเรียน บังคับจะให้คุณแม่อธิการไล่นางออก แต่งานนี้เพื่อนทุกคนพร้อมใจกันเป็นพยานว่านางไม่ได้เริ่มหาเรื่องก่อน และสายสุดาซุ่มซ่ามหกล้มเอง แถมธนาธิปยังเข้าข้างนางอีกด้วย นวลใยเลยทะเลาะกับธนาธิปไปอีกคน แถมงานนี้นวลใยเผลอหลุดพูดไปว่าเพราะสายสุดาเป็นลูกคนใช้อย่างป้าใช่มั้ย ธนาธิปจึงไม่คิดจะนับเธอเป็นญาติ สายสุดาทั้งโกรธทั้งอายที่เพื่อน ๆ ได้รู้ว่าเธอคือลูกคนใช้ สินีนาฏที่กำลังเศร้าเรื่องที่แม่ป่วยจึงไปซ้อมเปียโนเพื่อผ่อนคลาย โดยไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ กำลังสอบวัดผลเปียโนกันอยู่ ซิสเตอร์ปอนลีนที่โกรธจนขาดสติเข้ามาอาละวาดในห้องซ้อมเปียโน พร้อมทั้งตบหน้าสินีนาฏต่อหน้าทุกคน สินีนาฏเสียใจมากทั้งเจ็บปวด และอับอาย แต่ไม่มีซิสเตอร์คนไหนกล้ายุ่งกับซิสเตอร์ปอนลีน นางทนไม่ได้จึงไปกดดันให้แม่อธิการพาซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้าทุกคน ไม่อย่างนั้นเธอจะลาออกและเพื่อนทุกคนจะลาออกด้วย รวมทั้งสายสุดาเช่นกัน สุดท้ายซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้านักเรียนทุกคน นางขอบคุณสายสุดาที่ร่วมมือกับเพื่อนช่วยสินีนาฏ สายสุดาเก๊ก ๆ ไม่อยากดีกับนางมาก เทศกาลงานวันคริสมาสต์มาถึง นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้นกับงานแฟร์ที่จะมีขึ้นในปลายอาทิตย์หน้า ทุกคนตั้งใจเตรียมงานกันสุด ๆ ทั้งการแสดง ทั้งการออกร้านขายของรวมทั้งซุ้มสอยดาว งานแฟร์คืนนั้นนางต้องไปรับผิดชอบซุ้มสอยดาว เพราะเป็นหน้าที่ของนักเรียนม.4 ธนาธิปมาสอยดาวตามคำชวนของสายสุดา และได้เห็นว่านางกำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งอย่างมีความสุข โต๋เต๋ คือเพื่อนชายที่ชอบ และพยายามจีบนางเป็นคนรัก เลยทำให้นางต้องมาอยู่ที่คอนแวนต์แห่งนี้ ธนาธิป เอมอร และเด่นชาติต่อว่านางเพราะคิดว่านางแอบติดต่อกับโต๋เต๋ นางปฏิเสธและเสียใจมากที่ธนาธิปไม่เชื่อเลยหนีไป สุดท้ายชัยพงษ์ที่ได้สอบสวนโต๋เต๋แล้วยืนยันว่านางพูดความจริง ธนาธิปรู้สึกผิดรีบตามไปง้อนาง ธนาธิปขอโทษที่โกรธเพราะคิดว่านางคบหากับโต๋เต๋ และไม่ต้องการให้นางมีคนรักตอนนี้ อยากให้รอเวลาที่สมควรแล้วค่อยรักกัน นางถามรักกันน่ะรักกับใคร ธนาธิปไม่ตอบแต่กลับซื้อตุ๊กตาหมีที่มีปักตัวอักษรย่อว่า T. แล้วส่งให้นาง ธนาธิปตั้งใจบอกให้นางรู้ว่าเขาต้องการเป็นคนรักของนาง ช่วงวันหยุดยาวระหว่างคริสมาตส์จนถึงปีใหม่ นักเรียนประจำหลายคนเดินทางกลับบ้าน ธนาธิปออกตั๋วเครื่องบินให้สินีนาฏกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทยพร้อมกับนาง เขาตามมาส่งนางที่สนามบินพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์ คัมพลเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้นางด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เจอกันอีก นางขำแต่ก็รับช่อดอกไม้ไปด้วยความยินดี ธนาธิปเตือนนางอ้อม ๆ เรื่องการรับดอกไม้จากผู้ชายคือการเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองไปได้ว่านางมีใจให้ นางก็ประชดประชันไม่ฟังธนาธิป สายสนมพาสินีนาฏมาพักอยู่กับ ทับทิม เพื่อนของเธอที่คอยช่วยเหลือมาตั้งแต่โดนโกง ทับทิมรัก และเอ็นดูสินีนาฎเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง พิทักษ์เดินทางจากภูเก็ตเอาแหวนเพชรมาให้ เด่นชาติเพื่อหมั้นนางกับทัศนัย เด่นชาติและเอมอรรับไว้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนชัยพงษ์เองก็พาพิทักษ์มาสู่ขอสินีนาฏกับสายสนมไว้ก่อน สายสนมตกลง เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยที่สินีนาฏไม่รู้เรื่องนี้ ละครนางอาย ธนาธิปบินมาธุระที่กรุงเทพฯได้พบกับสินีนาฎ และสายสนม สินีนาฎพยายามบอกความรู้สึกของเธอที่มีต่อธนาธิป โดยไม่รู้เลยว่าธนาธิปเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางไปหมดแล้ว ธนาธิปขอนางว่าอย่าเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนนอกจากตน นางอึ้งไม่แน่ใจว่าธนาธิปหมายความว่าอย่างไร ธนาธิปบอกไม่ต้องหาคำตอบจนกว่านางจะเรียนจบ ระหว่างนี้แค่ให้นางทำตามที่ตนขอก็พอ ปีการศึกษาสุดท้าย... แม้เหล่าซิสเตอร์ต่างหนักใจที่พวกนางยังคงความเป็นเด็กซนแซบไว้อย่างเต็มตัว แต่ในเวลาที่จำเป็นทั้งหมดก็แสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาได้ดี ยิ่งเห็นเด็กรุ่นน้องทะเลาะกัน หรือร้องห่มร้องไห้อยากกลับบ้าน รุ่นพี่อย่างพวกนาง สินีนาฏ สายสุดา ก็จะเข้าไปตักเตือนและให้คำปรึกษาแทนเหล่าซิสเตอร์ เหมือนที่ซิสเตอร์คอยสอนให้พวกเธอรู้จักความสามัคคีและการแบ่งปัน หลังจากสอบปีสุดท้ายเสร็จ นาง สินีนาฏ สายสุดา และเพื่อน ๆ แอบจัดงานเซอร์ไพรส์ขอบคุณเหล่าซิสเตอร์ มอบดอกไม้ขอขมาที่พวกเธอเคยล่วงเกิน ซิสเตอร์ซาบซึ้งน้ำตาซึม...เมื่อเห็นนักเรียนที่รักทุกคน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กำลังจะเรียนจบ และจากโรงเรียนนี้ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ คืนก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นางเข้าไปหาซิสเตอร์เทเรซ่า ถามสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด จนรู้ว่าเด่นชาติเคยทิ้งซิสเตอร์เทเรซ่าไปแต่งงานกับเอมอร ทำให้ซิสเตอร์ตัดสินใจบวชตลอดชีวิต นางกราบขอโทษแทนพ่อ ไม่รู้จะชดใช้ความเจ็บปวดนั้นให้ซิสเตอร์เทเรซ่ายังไง นาง สินีนาฏ จอยคาม มาเรีย ฮองลัน ล่ำลากันก่อนจากทั้งน้ำตา และทั้งหมดสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ สินีนาฏรู้ว่าธนาธิปเตรียมตัวย้ายไปกงสุลไทยในสหรัฐ สินีนาฏใฝ่ฝันจะอยากเป็นภรรยาที่ติดตามธนาธิปไปด้วย แต่ธนาธิปกลับพูดดักคอว่าจะแนะนำสินีนาฏให้ทำงานกับเพื่อนของเขา สายสนมต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่ได้บอกสินีนาฏว่าจะต้องแต่งงานกับชัยพงษ์ นางกับธนาธิปมาเจอกันโดยบังเอิญ ธนาธิปช่วยนางหิ้วของ และเดินตามไปช้อปปิ้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ เขาชอบมองใบหน้า และท่าทางที่สดใสตลอดเวลาของนาง ธนาธิปรู้ดีว่าตนเหลือเวลาที่อยู่ในประเทศไทยน้อยลงทุกที เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มจีบนางแบบนิ่มนวล ธนาธิปเทียวรับเทียวส่งนางหลายวันติดกัน พร้อมทั้งหมั่นพูดความนัยกับนางตลอดเวลา ซึ่งนางก็เอะใจ แต่ไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะความเขินอาย เอมอรและเด่นชาติเริ่มรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างนาง และธนาธิป เด่นชาติไม่ค่อยชอบเพราะได้รับปากหมั้นหมายให้นางกับทัศนัยไปแล้ว สินีนาฏเองก็รับรู้เรื่องธนาธิปชอบนางเช่นกันจึงเสียใจมาก สายสนมเตือนสินีนาฏ และพูดเรื่องยกสินีนาฏให้ชัยพงษ์แล้ว สินีนาฏไม่ยอมแต่งงานกับชัยพงษ์เพราะเธอไม่ได้รักเขา ธนาธิปเริ่มเปิดเผยความในใจกับนาง ซึ่งแทนที่นางจะแก่นแก้วตอบตรง ๆ กลับอ้อมค้อม เอียงอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาธิปสัญญาว่าจะพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอนาง เมื่อกลับจากทำธุระที่ต่างจังหวัดเสร็จแล้ว เด่นชาติจึงจัดงานหมั้นระหว่างนางกับทัศนัยอย่างรวบรัด นางร้องไห้เสียใจไม่ยอมหมั้นแต่ขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้ ธนาธิปกลับมาจากต่างจังหวัด นางแอบมาหาธนาธิปที่บ้าน และเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ธนาธิปใช้สติคิดหาทางทำให้นางกับเขาได้รักกันและแต่งงานกัน ส่วนคัมพลเองก็โกรธที่รู้ว่าพ่อพาทัศนัยไปหมั้นนาง คัมพลชกต่อยกับทัศนัยทันทีที่เจอหน้า และไปหานางที่บ้านเพื่อขอความรักจากนาง ขอให้นางถอนหมั้นจากทัศนัย แต่นางปฏิเสธ และบอกว่าว่าเธอรักธนาธิป คัมพลช็อก...ไม่คาดคิดว่าผู้ชายมาดนิ่งอย่างธนาธิป จะแย่งหัวใจนางไปจากเขา ละครนางอาย ธนาธิปไปหาเด่นชาติกับเอมอรเพื่อยืนยันว่าเขารักนางจริง และพร้อมจะแต่งงานด้วย ติดที่เด่นชาติไม่อยากเสียคำพูดกับเพื่อนรัก และจะไม่มีวันยอมให้นางเป็นฝ่ายถอนหมั้นให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด สินีนาฏที่มาปรึกษาธนาธิปเรื่องที่ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับชัยพงษ์ ธนาธิปเตือนสติสินีนาฏให้มองเหตุผลของผู้ใหญ่ สินีนาฏกอดธนาธิป และสารภาพรัก ธนาธิปบอกสินีนาฏตรง ๆ ว่าเขารักนาง และเขาจะแต่งงานกับนาง สินีนาฏอึ้ง ช็อกรู้สึกเหมือนถูกนางทรยศหักหลัง ธนาธิปบอกนางเรื่องสินีนาฏ นางเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบมาหาแต่ดันพบว่าสินีนาฏกินยาฆ่าตัวตาย นางรีบพาสินีนาฏไปส่งโรงพยาบาล พร่ำร้องไห้โทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนรักต้องเป็นแบบนี้ สินีนาฏฟื้นขึ้นมาเจอชัยพงษ์นอนเฝ้าเธออยู่ สายสนมเล่าว่าชัยพงษ์รู้ข่าวก็รีบบินมาจากภูเก็ตและขอเฝ้าเธอทั้งคืนด้วยตัวเอง สินีนาฏเห็นใจชัยพงษ์ แต่หัวใจเธอปวดร้าวเพราะรักที่ไม่สมหวังจากธนาธิป นางมาหาสินีนาฏเพื่อขอโทษในสิ่งที่ทำให้เพื่อนเสียใจ แต่ความรักมันห้ามกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้ นางก็ไม่รู้ตัวว่ารักธนาธิปตั้งแต่เมื่อไหร่ สินีนาฏใจอ่อน...เพราะมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับนางมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะโกรธเกลียดเพื่อนรักได้ ธนาธิปตามสืบทัศนัยจนรู้ว่าทัศนัยรักอยู่กับพยาบาลสาวสวยในคลินิก ธนาธิปจึงไปพูดกับทัศนัยตรง ๆ ว่าเขารักนาง และขอให้ทัศนัยถอนหมั้นกับนาง ในที่สุด...นางกับธนาธิปก็ได้แต่งงานกัน ธนาธิปแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวแก่นแก้ว สนุกสนานในอดีตอย่างนาง จะกลายเป็นหญิงสาวงดงาม และขี้อายตรงหน้าเขาในปัจจุบัน ติดตามชม ละครนางอาย ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครนางอาย เริ้มตอนแรกวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 รายขื่อนักแสดงนำใน ละครนางอาย วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ธนาธิปณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท นาง/อภิรดีชนกสุดา รักษนาเวส รับบท สินีนาฏคาริสา สปริงเก็ตต์ รับบท สายสุดาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท คัมพลจิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ชัยพงษ์ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เด่นชาติไรวินทร์ ออง รับบท มีนาพรรณปพร ศรีดุรงคธรรมพ์ รับบท จอยคามอภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ฮองลันอาริศา หอมกรุ่น รับบท มาเรียบุณฑรีก์ จิตรีงาม รับบท จรรยาณัชพงศ์พล สุดดี รับบท คริสภูวดล เวชวงศา รับบท เดวิดขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ รับบท ปีเตอร์อัญชลี จงคดีกิจ รับบท คุณแม่อธิการนนทิยา จิวบางป่า รับบท มาการิต้าเพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ฟรานซิส ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย

สะใภ้มโนอกหักระนาว!! นาย ณภัทร ย่องดินเนอร์ น้องเมย์ ลูกสาวหมอศัลยกรรมชื่อดัง
น้องนาย ณภัทร /  ข่าว นาย ณภัทร / 

  งานนี้คงต้องบอกสะใภ้มโนอกหักกันระนาวซะแล้วล่ะค่า!! เพราะดั๊นมีข่าวเม้าท์มอยออกมาว่าหนุ่มหล่อหน้าใสลูกชาย หมู พิมพ์ผกา อย่าง นาย ณภัทร ไม่โสดแล้วนะจ๊ะ แถมยังมีภาพหลุดควงสาวสวยน่ารักสุดเซ็กซี่ เมย์ ณัชชา วงศ์อำมาตย์ ลูกสาวของ คุณหมอสมศักดิ์ หมอศัลยกรรมชื่อดังของประเทศ ที่บรรจงปั้นจมูกและศัลยกรรมให้ดาราในวงการบันเทิงทั่วฟ้าเมืองไทยมาแล้วนับไม่ถ้วน   ซึ่งภาพเหล่านี้ได้เผยแพร่อยู่ในเฟซบุ๊ก Nucha maya ของ สาวเมย์ ณัชชา และถูกแชร์ต่อๆ กันมาเป็นระยะ โดยเป็นภาพร่วมโต๊ะดินเนอร์หรูใต้แสงเทียนโดยมี แม่หมู พิมพ์ผกา รู้เห็นเป็นใจร่วมอยู่ในเฟรมด้วย แถมยังมีช็อตหวานสุดฟินที่ฝ่ายหญิงควงแขน นาย ณภัทร ให้บรรดาสะใภ้มโนแทบจะลงไปนอนดิ้นกันอีกด้วย แม้บรรยากาศจะสุดแสนโรแมนติกขนาดไหน แต่ดูอาการของ แม่หมู พิมพ์ผกา ที่แอบมองแรงแล้ว บอกได้เลยว่าขุ่นแม่ก็หวง น้องนาย ลูกชายสุดหล่อที่รักไม่น้อยเช่นกันนะจ๊ะ ส่วนสาวรายนี้จะใช่ตัวจริงหรือเป็นแค่สะใภ้มโน!! คงต้องรอให้ น้องนาย ณภัทร คอนเฟิร์มกันอีกครั้งนะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก IG naphat_nine, pimpaka, FB Nucha maya แม่หมู น้องนาย   แม่หมู น้องนาย   นาย ณภัทร   แม่หมู น้องนาย สาวเมย์   แม่หมู น้องนาย สาวเมย์   แม่หมู น้องนาย สาวเมย์   น้องนาย สาวเมย์   เมย์ ณัชชา ลูกสาวหมอศัลยกรรมชื่อดัง   เมย์ ณัชชา ลูกสาวหมอศัลยกรรมชื่อดัง   เมย์ ณัชชา ลูกสาวหมอศัลยกรรมชื่อดัง  

หนึ่ง ณรงค์วิทย์ หวนจับไมค์ ร้องเพลงประกอบละคร หนึ่งคำที่รอ
หนึ่ง ณรงค์วิทย์ /  หนึ่งคำที่รอ

นานๆ จะได้ยินเจ้าพ่อนักแต่งเพลงมาจับไมค์สักที หลังจากพักไมค์ มานานถึง 3 ปี  ล่าสุดต้องยอมให้กับละครฟอร์มแรง “เลือดรักทระนง” และครั้งนี้ต้องร้องเพลงแทนความรู้สึกของ หนุ่ม  โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ  เหมือนเมื่อครั้งร้องเพลง “ยอม” ประกอบละครเรื่อง "คุณชายปวรรุจ" ในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” ถึงคราว หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ เปิดใจว่า ทำไมถึงยอมพักปากกามา คว้าไมค์ร้องเพลง “หนึ่งคำที่รอ”  “3 ปี ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มทำค่ายเพลง Chandelier Music (แชนเดอร์เลีย มิวสิค) พี่หันมาบริหารงานเบื้องหลังเต็มตัว หน้าที่ซึ่งรับผิดชอบอยู่ก็เยอะขึ้น บทบาทหน้าที่ของเราเปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างเยอะ และพี่ก็รักงานเบื้องหลังที่ทำอยู่มาก รวมถึงอยากให้โอกาสน้องๆรุ่นใหม่ได้อยู่เบื้องหน้าทำหน้าที่นักร้อง ภาพที่ทุกคนมองพี่คือเป็นนักแต่งเพลง ไม่ใช่นักร้อง ก็บอกกับตัวเองว่า เลิกร้องเพลงดีกว่า มาเป็นเบื้องหลังเต็มตัว เป็นที่มาว่าทำไม 3 ปีหลังไม่ได้ยินเสียงพี่เลย จนมาถึงเพลง “หนึ่งคำที่รอ” ประกอบละคร “เลือดรักทระนง” เริ่มจากส่งไกด์เพลงนี้ไปให้คุณแมน เมธี ผู้กำกับ ฟัง ซึ่งไม่ใช่พี่ร้องนะ ทางคุณแมนก็ตอบมาว่าชอบเพลงนี้แล้ว แต่ขอพี่หนึ่งเรื่องนึงครับ ขอเปลี่ยนนักร้อง ขอให้พี่หนึ่งร้องแทนได้ไหม พี่ก็ปฏิเสธเลย ยอมรับว่าไม่มั่นใจ ในเมื่อบทบาทเราเปลี่ยนไปแล้ว จะให้กลับมายืนเบื้องหน้าอีกครั้ง ก็ทำตัวไม่ถูก รู้สึกเขินๆ แต่คุณแมนก็ขอร้องว่า เสียงที่จินตนาการไว้ เหมือนเสียงพี่หนึ่ง มั่นใจว่าใช่ อยากให้ลองร้องดู ก็ตอบว่า แค่ลองก่อนนะ ก็ลองไปอัดร้องส่งให้ผู้กำกับฟัง ตอนส่งไปยังบอกเลยว่า ถ้าไม่ชอบไม่ต้องเกรงใจ บอกได้เลย แต่ทางผู้กำกับตอบมาว่าชอบแล้ว เลยเป็นการกลับมายืนเบื้องหน้าอีกครั้งเพราะแพ้ลูกอ้อนของคุณแมน ส่วนที่มาของคำว่า “ร๊อ รอ” ที่หลายคนแซวกันตอนนี้ ก็เกิดจาก คุณแมน อีกเหมือนกัน ที่บรีพว่าอยากได้อ้อนๆ  ตามความรู้สึกของพระเอก” หนึ่ง ณรงค์วิทย์ กล่าว