หนึ่ง ผกาวดี

เซ็นสัญญาช่อง 3แล้ว นาย ณภัทร อีก 2 ปี เปรี้ยง!!!
นาย ณภัทร ลูกชาย หมู พิมพ์ผกา /  นาย ณภัทร / 

เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งฝ่ายชายที่น่าจับตามองมากๆ สำหรับ นาย ณภัทร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนักแสดงดีกรีเวทีนางงามมิสไทยแลนด์เวิลด์รุ่นลายครามปี 2531 อย่าง หมู พิมพ์ผกา ที่ช่วงนี้ไปไหนมาไหน ใครๆ ก็ต้องถามถึงแต่ลูกชาย ที่อยู่ๆ ก็กลายเป็นหนุ่มฮอตป๊อบปูล่าร์ขึ้นมาในบัดดล งานนี้บรรดาป้าๆ น้าๆ หูตาตื่น อยากจะได้หลานชายคนนี้มาร่วมงาน เพราะเห็นหน้าเห็นตาในสภาพอ้วนดำหัวหยิก กันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ใครจะไปคิดว่าโตขึ้นมาหลานชายมันจะหล่อได้ขนาดนี้ แต่งานนี้หลานนายก็ต้องขออนุญาตคุณป้าคุณน้า ขอเวลาให้หลานได้เรียนหนังสือหนังหาให้จบก่อน แล้วอีก 2-3 ปี ค่อยมาว่ากันใหม่ ว่าจะให้ผมเป็นพระเอกละครเรื่องอะไร เพราะเวลานี้ผมจรดปลายปากกาเซ็นสัญญากับทางช่อง 3 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณป้าคุณน้าผู้จัดละครค่ายไหนอยากใช้งานผม อีก 2-3 ปี ค่อยติดต่อกับคุณแม่หมูได้เลยครับ เอาเป็นว่าแฟนคลับของหนุ่มนาย เวลานี้ก็รวมตัวผนึกกำลังสร้างรากฐานที่มั่นเอาไว้ก่อน เพราะการันตีว่าจากหน้าตาหล่อๆ และนิสัยอันเป็นสุภาพบุรุษที่คุณแม่หมูอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดีเชื่อว่าอีก 2-3 ปี หนุ่มคนนี้จะต้องไต่อันดับขึ้นแท่นเป็นพระเอกหัวแถวของช่อง 3 อย่างแน่นอน สงสัย! ณเดชน์-เจมส์ จิฯ คงต้องเตรียมตัวหาเสื้อกันหนาวหนาๆ ไว้แล้วละ นาย ณภัทร นาย ณภัทร นาย ณภัทร- หมู พิมพ์ผกา อ่านบทสัมภาษณ์ นาย ณภัทร แฟชั่นปก.นิตยสารCandy

รักดั่งนิรันดร แฟชั่นเซท จาก 5 คู่แม่ลูก ที่จะมาชวนให้อบอุ่นใจ
fashion /  kids / 

พบกับแฟชั่นเซท รักดั่งนิรันดร จาก 5 คู่แม่ ลูก ที่มาร่วมถ่ายทอดภาพความรักและความผูกพัน ที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นใจ แถมด้วยภาพความน่ารักจากเด็กๆ วัยใส ที่คุณจะต้องแอบอมยิ้มตาม ทั้งหมดพร้อมมาเสิร์ฟกันถึงที่ ในนิตยสารดิฉัน ฉบับ 922 เดือนสิงหาคม พบกันได้ทุกแผงหนังสือและในระบบดิจิทัลแล้ววันนี้   Brand : Lanvin คอลเลคชั่น Fall - Winter 2015 Model : พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ - ณภัทร เสียงสมบุญ พอลล่า เทย์เลอร์ บัทส์เทอรี่ - ไลลา เ่จน บัทส์เทอรี่ นันทิดา แก้วบัวสาย - ชนม์ทิดา อัศวเหม สิริยา บิชอพ - เลลา คาร์เมน บิชอพ พิยดา อัครเศรณี จุฑารัตนกุล - พัชรนันท์ จุฑารัตนกุล Photo ณัฐ ประกอบสันติสุข Stylist คณิศร วงษ์วิเศษสมใจ Make up : เอกรินทร์ วงศ์อกนิษฐ์, สุคนธ์ สีมารัตนกุล Hair : เดชาชัย เกิดผล, สมเจตน์ กล่อมน้อย

เปิดรถนาย-ณภัทร เสียงสมบุญ
นาย ณภัทร เสียงสมบุญ /  ลูกชายหมู-พิมพ์ผกา / 

หนุ่มนาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ลูกชายสุดหล่อหัวแก้วหัวแหวนของหมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ นักศึกษาหนุ่มสุดหล่อมหิดล อินเตอร์ หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์  ว่าแล้วเราไปเปิดประตูตามดูรถคันโปรดของหนุ่มคนนี้กันดีกว่า เปิดรถนาย-ณภัทร เสียงสมบุญ รถสีขาว คันโปรดของครอบครัว คันนี้เป็นรถที่คุณแม่ออกให้ เพราะเป็นรางวัลที่ผมเอนท์ติดที่มหิดล แล้วที่เลือก Ford Focus เพราะก่อนจะซื้อก็ไปศึกษาข้อมูลมาครับว่ามันเป็นรุ่นประหยัดน้ำมันดี อุปกรณ์ภายในก็ดี เป็นรถราคาล้านต้นๆ ที่เหมือนราคา 2-3 ล้านน่ะ ส่วนสีขาวเป็นสีโปรดของที่บ้านอยู่แล้ว รถที่บ้านเป็นสีขาวหมด ผมว่าสีขาวมีข้อดีที่ตอนขับรถดึกๆ คนจะมองเห็นได้ง่ายที่สุด แอบแม่ไปซิ่งออกถนนใหญ่! ตอนแรกที่ไปหัดขับ ไปกับเพื่อน ไปแอบคุณแม่ขับครับ 55 ก็ไปขับรถตู้ Volkswagen คันใหญ่เลยนะ ออกไปขับบนถนนที่มีรถพ่วงเยอะๆ อีก อันตรายมาก ไม่รู้ขับไปได้ไง พอไปบอกแม่ แม่ก็ตกใจนิดๆ ก็เลยส่งผมไปเรียนขับใหม่เลย จากนั้นก็ขับรถให้แม่มาตลอด จนประมาณ 2 ปีน่ะ แม่ก็ไว้ใจเลยออกรถให้ แต่ช่วงที่ขับใหม่ๆ ไม่มีอุบัติเหตุ มีแต่คุณแม่เปิดประตูไปชนเสา 55 ก็ขับขี่ปลอดภัย ไม่ซิ่งครับ แล้วรถคันนี้ไม่ได้ให้พระที่ไหนเจิม ให้คุณแม่นี่แหละเจิมแทนพระ เพราะแม่ก็เป็นพระใหญ่ในบ้าน ^^ ขับรถไปกลับทางไกลถึงรามอินทรา แรกๆ ได้รถมานี่ดูแลดีมาก เหมือนโรคจิต ล้างทุกวัน แต่เดี๋ยวนี้ก็เดือนละครั้งแล้ว ก็ใช้ไปมหา’ลัย แรกๆ ขับจากบ้านที่รามอินทราไปมหา’ลัย ไกลมาก แต่หลังๆ เริ่มเหนื่อยนะ ก็เลยเริ่มมาอยู่หอ ก็อยู่หออาทิตย์ละ 2 วัน แล้วก็ไปกลับอีกอาทิตย์ละ 2 วัน ค่าน้ำมันก็เลยไม่แพงมาก แต่ปกติเคยขับไปไกลสุดก็เชียงใหม่ครับ เป็นรถของคุณแม่ ตอนนั้นก็ขับให้คุณแม่นั่ง โดนเพื่อนล้อ เลยต้องติดถุงกอล์ฟไว้ในรถ ของในรถส่วนใหญ่ก็จะเป็นอุปกรณ์กีฬา อย่างรองเท้าฟุตบอล รองเท้าวิ่ง แล้วก็อุปกรณ์กอล์ฟ ก็ชอบเล่นกีฬาหลายอย่าง ทั้งเตะฟุตบอล แล้วก็กอล์ฟ กอล์ฟนี่เล่นมาตั้งแต่ตอนที่เรียนที่โรงเรียนนานาชาติบรอมสโกรฟ ที่อังกฤษ เพราะตอนนั้นมีวิชากอล์ฟบังคับต้องเรียน แล้วโดนเพื่อนว่าเล่นไม่เป็น ตอนนั้นเลยแค้นส่วนตัว 55 ไปหัดซ้อมใหญ่เลยนะซ้อมจนชนะเพื่อนที่ล้ออะ จากนั้นก็เลยติดใจ คิดว่ามันเป็นกีฬาที่สนุกดี แล้วก็เล่นมาตลอด ส่วนที่ติดรถอีกอย่างต้องมีก็แมคบุ๊กส์ครับ ใช้ตลอด ทำรายงาน แต่งรูป ช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ให้แม่ฯ แล้วที่ติดสติ๊กเกอร์ไอรอนแมน เพราะเป็นคนชอบซูเปอร์ฮีโร่ แต่ไม่ได้ชอบไอรอนแมนที่สุดนะ แค่เห็นสติ๊กเกอร์อันนี้มันเท่ดีเลยเอามาติด จริงๆ ชอบทอร์กับกรีนแลนเทิร์น อิอิ กุ๊บกิ๊บ ตุ๊กตาหน้ารถสุดฮา สาวๆ ที่เคยนั่งก็มีแต่คุณแม่เท่านั้นแหละ 55 แล้วก็เพื่อนๆ ทั้งกลุ่มครับ เคยนั่งอัดกันไปในรถ เปิดเพลงบอดี้สแลม ร้องกันดังๆ แล้วก็กินเที่ยวแถวมหา’ลัยนี่แหละ ไกลสุดก็ดูหนังที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า อิอิ แต่ถ้าสมมุติเลือกตุ๊กตาหน้ารถได้ ขอเป็นสองช้อยด์เลยได้มั้ย 55 คนแรกขอพี่กุ๊บกิ๊บ พี่เขาเป็นคนเฮฮา ตลก เวลานั่งในรถ คงได้นั่งคุยเรื่องขำๆ กันไปตลอดทาง อีกคนขอเป็นใหม่-ดาวิกา คนนี้เพิ่งเริ่มจะปลื้มเลย เขาเก่งและน่ารักดี รถทหารบึกบึนคันโปรด รถในฝัน ผมอยากขับรถทหารใหญ่ๆ มันดูบึกบึน แมนๆ ลุยๆ ดีครับ เพราะผมชอบทหารอยู่แล้ว ชอบเรียนรด. มันเป็นอาชีพที่ดูเท่ดีอะ ติดตามดูคอลัมน์ open car เปิดรถดารานักศึกษาได้ที่ www.facebook.com/campusstar

แอบส่อง บ้านปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช หรือชลลี่ ในละคร น้ำตากามเทพ
บ้านดารา /  บ้านปุ๊กกี้

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไป แอบส่อง บ้านปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช หรือชลลี่ ในละคร น้ำตากามเทพ กันค่ะ บ้านปุ๊กกี้ เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น อยู่กับสามี และลูกอีกสองคนค่ะ บ้านของเธอตกแต่งเรียบๆ แต่มากด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานค่ะ ว่าแล้วเราไปดูไอเดียการแต่งบ้านของเธอกันดีกว่า ว่าจะสวยเลิศเหมือนเจ้าของหรือเปล่า แอบส่อง บ้านปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช หรือชลลี่ ในละคร น้ำตากามเทพ บ้านปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช มาเริ่มที่ ห้องนั่งเล่น ห้องนั่งเล่น : ตกแต่งเรียบๆ ด้วยโซฟาสีดำ เลือกใช้ผ้าม่านเป็นแบบมูลี่ ขวามือของโซฟาเป็นชุดครัวของเล่นไว้สำหรับให้ลูกๆ นั่งเล่น ถัดไปอีกนิดจะเป็นมุมทำงานของคุณพ่อ ส่วนด้านซ้ายมือจะมีเปียโน 1 ตัววางประดับไว้ พื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ ของลูกๆ ปุ๊กกี้ พื้นที่ทำกิจกรรมของเด็กๆ จะอยู่บริเวณด้านล่างของตัวบ้าน จะมีชุดครัวของเล่น และพื้นที่โล่งๆ ไว้สำหรับให้ลูกๆ เล่นกันค่ะ มุมเปลนอนของเจ้าตัวน้อย มุมนี้จะมีเปลไม้สี่เหลี่ยมวางอยู่ 1 อัน สร้างไว้สำหรับให้ลูกน้อยได้นั่งเล่นนอนเล่นไม่วิ่งซนไปไหน และที่สำคัญเปลนอนชิ้นนี้ไม่ขัดกับดีไซน์ของตัวบ้าน ด้วยเพราะความที่เปลทำจากไม้ และยังมีดีไซน์ที่เข้ากับตัวบ้าน จึงทำให้เปลนอนกลายเป็นพร๊อพแต่งบ้านไปในตัว ห้องนอนของครอบครัวนี้ ห้องนอน : เฟอร์นิเจอร์เลือกใช้เป็นสีดำ ผ้าม่านก็ยังคงเลือกใช้เป็นแบบมูลี่เหมือนห้องนั่งเล่นค่ะ หัวเตียงบุนวมด้วยหนังสีดำ เวลาลูกวิ่งเล่นซน ล้มไปโดนกับหัวเตียงจะได้ไม่เจ็บมากเพราะบุด้วยนวม บ้านหลังนี้มีมุมเล่นเปียโนด้วย ห้องครัว ห้องครัวตกแต่งด้วยโทนสีดำ ปูผนังด้วยกระเบื้องโมเสค เคาน์เตอร์เลือกใช้เป็นปูนเปลือยขัดมันซึ่งง่ายต่อการทำความสะอาดค่ะ ห้องน้ำ ห้องน้ำตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีขาว สลับกับผนัง และเคาน์เตอร์ปูนเปลือยขัดมัน มุมสุดท้ายเป็นบริเวณรอบๆ ตัวบ้าน บริเวณรอบๆ บ้านเต็มไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ ทั้งต้นลีลาวดี ต้นวาสนา ล้วนแต่เป็นต้นไม้มงคล ส่วนทางเดินก็ปูด้วยหินสีส้มอิฐค่ะ เป็นไงคะเห็นไอเดียแต่งบ้านของปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช กันไปแล้ว เรียกได้ว่าทุกมุมออกแบบได้สอดคล้องกัน และมีพื้นที่ไว้สำหรับให้ลูกๆ เล่นในทุกๆ ส่วนเลยก็ว่าได้นะคะ ถ้าเห็นเพื่อนๆ เห็นไอเดียแล้วชอบ ก็ลองไปปรับใช้กันดูนะคะ ขอบคุณภาพจาก : http://gossipstar.mthai.com/instagram/ugly_pookie

ณัฏฐ์ เลิก น้อยหน่า ปัดทำร้ายร่างกาย..??
ณัฐ เทพหัสดิน /  ณัฏฐ์ เทพหัสดิน / 

ความรักแฮปปี้มาตลอด 4 ปีจนถึงขั้นแพลนวิวาห์! ล่าสุดมีกระแสข่าวออกมาว่านักแสดงหนุ่ม ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลิกรากับแฟนสาวไฮโซ น้อยหน่า สิริผกา ด้วยสาเหตุทำร้ายร่างกาย!! งานนี้ หนุ่มณัฏฐ์ เปิดใจเลิกราแฟนสาวเป็นที่เรียบร้อยได้ 2 เดือนแล้ว ด้วยสาเหตุของเวลาและความต่าง ยืนยันไร้มือที่ 3 และไม่มีการทำร้ายร่างกาย!! "ความสัมพันธ์ของผมกับแฟนก็เป็นตามที่ข่าวออกมาครับ เหตุผลหลักๆ คือ คนเราเวลาโตขึ้นมันก็มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ต่างฝ่ายก็ต่างมีความชอบที่ต่างกันและมันไม่เข้ากัน ไปคนละทางกัน แล้วเราก็มีปัญหาเรื่องเวลาด้วย เวลาที่สองคนจะเจอกันมันไม่ค่อยมี สำหรับผมไม่เสียดายเวลา 4 ปีที่ผ่านมา มันเป็นความทรงจำที่ดี เพราะเราคุยกัน เราแยกทางกันด้วยดีและยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ยังมีความห่วงใยให้กันอยู่" "เราห่างกันมาประมาณ 2 เดือนแล้วครับ เราห่างกันด้วยดีไม่ได้มีประเด็นกับคนอื่น ช่วงนี้เราก็ไม่ค่อยได้คุย เพราะเราทำงานเค้าเองก็ยุ่งด้วย จริงๆ ก่อนหน้านี้เรามีคุยกันเรื่องแต่งงาน แต่ที่เราตัดสินใจแบบนี้ เพราะเราไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น แล้วต้องมาเลิกกันเหมือนหลายๆ คู่ 4 ปีที่ผ่านมาเค้ามาเติมเต็มหลายๆ อย่าง มาสอนหลายๆ อย่าง เราตกลงกันด้วยดีทุกอย่าง เรื่องรีเทิร์นคงเป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้เราก็ต่างฝ่ายต่างไปทำในสิ่งที่อยากทำ ตอนนี้ผมยังไม่ได้คุยกับใครขอพักก่อนครับ" "ส่วนข่าวทำร้ายร่างกายไม่มีครับ ผมสาบานได้และไปถามเค้าได้เลย ผมและน้อยหน่าอยู่กันมา 4 ปี ถ้ามีเรื่องแบบนี้คงอยู่กันมาไม่ได้นานขนาดนี้ เราไม่เคยขึ้นเสียงทะเลาะกันเลยด้วยซ้ำ มีอะไรเราก็คุยกันตรงๆ เรื่องมือที่ 3 ก็ไม่มีแน่นอนครับ สำหรับผมตอนนี้ก็ไม่ได้เข็ดกับความรักนะ แต่ว่าหลังจากนี้ ถ้าเราจะคบใครคงต้องศึกษากันนานกว่านี้หน่อยดูเรื่องของความชอบ ความคิดว่าเราอยู่ด้วยกันได้มั้ย" "เรื่องความคิดเป็นเรื่องสำคัญ เราก็ไม่อยากเปลี่ยนความคิดเค้า เค้าก็ไม่อยากเปลี่ยนความคิดเรา เราเคยพยายามปรับจูนกัน แต่ต่างฝ่ายต่างรักกันมากจนไม่อยากจะเปลี่ยนอีกคน วันนึงเราเป็นตัวของตัวเองมากจนคิดว่ามันห่างกันไปแล้ว สำหรับผมตอนนี้โสดสนิทครับ ถ้าใครจะเข้ามาผมขอทำงานก่อน ขอทำสิ่งที่อยากทำก่อน เพราะการมีความสัมพันธ์ตอนนี้มันอาจจะตีกรอบสิ่งที่เราอยากทำได้ ขอทำในสิ่งที่รักก่อนครับ" ณัฏฐ์ กล่าว ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ณัฏฐ์-น้อยหน่า ณัฏฐ์-น้อยหน่า

นิทานไก่แก้วหอมชู เรื่องราวที่นายบอยจ๊อดจะพาเราไปสืบค้น
Mystery Unsolved /  นิทานพื้นบ้าน / 

นิทานพื้นบ้านบางเรื่องก็มาจากจินตนาการล้วนๆ ไม่มีอะไรยืนยัน แต่นิทานบางเรื่องกลับมีสถานที่จริง และหลักฐานอ้างอิงประกอบจนน่าฉงน เหมือนกับเรื่องราวต่อไปนี้ ที่นายบอยจ๊อดนักสืบหน้าหนวดจะพาเราไปทำความรู้จักกับนิทานพื้นบ้านซึ่งมีสถานที่จริงระบุให้เราต้องสืบค้น และนั่นก็คือเรื่องราวของ นิทานไก่แก้วหอมชู นายบอยจ๊อด พร้อมที่จะพาเราไปพิสูจน์แล้ว นายบอยจ๊อดหน้าหนวดได้พาเรามายัง ปรางค์บ้านสีดาหรือปรางค์สีดา ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดพระปรางค์สีดา ตำบลสีดา อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา เป็นอาคารที่ใช้หินศิลาแลง และอิฐเป็นโครงสร้างหลัก ลักษณะเป็นปราสาทหลังเดี่ยวทรงวิมาน - ศิขร (ะ) (ลดหลั่นขึ้นไป) แผนผังจัตุรมุข มีมุขซุ้มประตูสั้นๆ ปิดทึบด้วยประตูหลอกทั้งสี่ด้าน มีกำแพงศิลาแลง และคูน้ำล้อมรอบ ลักษณะเป็นปราสาทแบบ “สรุก” หรือศาสนสถานตามคติความเชื่อแบบฮินดู (Hinduism) ประจำชุมชนโบราณ ที่มักจะมีบาราย (สระน้ำขนาดใหญ่) อยู่ทางด้านหน้าทิศตะวันออก ฐานไพทีของตัวปราสาทเป็นชั้นบัวลูกฟักศิลาแลงเพิ่มมุม (หยักที่มุม) ที่ชั้นฐานของตัวเรือนธาตุปราสาทก่อด้วยศิลาแลงขึ้นไปถึงชั้นเหนือประตู เหนือขึ้นไปก่อด้วยอิฐ ฉาบปูนและปั้นปูนขาวฉาบประดับทั้งองค์ปราสาท วัดพระปรางค์สีดา ที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งรูปปั้นนางสีดา กับท้าวกำพร้า สภาพของปราสาทปรางค์บ้านสีดา ตามภาพถ่ายเก่าเมื่อปี 2504 ชั้นเรือนยอดที่ก่อด้วยอิฐน่าจะพังทลายลงมาทั้งหมดในยุคก่อนหน้า คงเหลือเพียงชั้นของเรือนธาตุกับปูนปั้นประดับกลุ่มบัวเชิงธาตุและปูนปั้นหัวเสาติดอยู่กับตัวอาคารเรือนธาตุที่แตกร่วงหล่นกระจัดกระจาย ส่วนที่คงเหลืออยู่เห็นเป็นเด่นชัดเป็นภาพปูนปั้นประดับบนส่วนของทับหลังและหน้าบันทางฝั่งทิศตะวันตก ที่เป็นภาพของนางอัปสรา 7 นางกำลังร่ายรำ และภาพของกลุ่มบุคคลรายล้อมเทพเจ้าสำคัญ ที่ประทับอยู่บนดอกบัวตรงกลางภาพหน้าบัน จากร่องรอยหลักฐานที่เหลืออยู่ของซากปราสาทปรางค์บ้านปรางค์ ฐานบัวเชิงเรือนธาตุที่เหลืออยู่มีลักษณะยกชั้นสูงกว่าชั้นลวดบัวเชิงเสาประดับผนัง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมในยุคปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นสถานที่ทีเต็มไปด้วยรูปปั้นที่สื่อถึงนรกกับสวรรค์ ประกอบกับภาพลวดลายปูนปั้นบนทับหลังหรือหน้าบัน ที่มีลักษณะเป็นเรื่องราวของภาพบุคคลโดด ๆ ไม่มีลายหน้ากาลเกียรติมุข หรือลายพรรณพฤกษามาประกอบ เป็นความนิยมทางศิลปะในช่วงหลังต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งก็หมายความว่า ปรางค์บ้านสีดาอาจกำหนดอายุการก่อสร้างได้ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ถึงลักษณะของบุคคล รวมทั้งลวดลายเครื่องแต่งกายของภาพปูนปั้นที่มีอยู่นั้นมีความโดดเด่นแบบศิลปะขอม – เขมรโบราณ แต่ก็ยังมีความเป็น “ท้องถิ่น” ผสมผสานอยู่มาก ซึ่งก็อาจจะเป็นภาพปูนปั้นที่เพิ่งปั้นแต่ง เพิ่มเติมเข้าไปในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ในช่วงซ่อมแซมปราสาทครั้งใดครั้งหนึ่งก็เป็นได้ บ่อที่ถูกอ้างอิงว่าเป็นบ่อไก่แก้วตามตำนาน "ไก่แก้วหอมชู" ชื่อของ “ปรางค์บ้านสีดา” นั้น อาจมาจากชื่อ“นางสีดา” นางเอกสำคัญในวรรณกรรมรามเกียรติ์ และยังปรากฏอยู่ ในนิทานพื้นบ้านลาว เรื่อง "ไก่แก้วหอมชู" ซึ่งเล่าต่อกันในท้องถิ่นว่านางสีดาเป็นพระธิดาของท้าวกะโยงคำพญานาคเจ้าเมืองบาดาล วันหนึ่งแอบขึ้นมาเที่ยวบนโลกมนุษย์ โดยเนรมิตกายให้เป็น “ไก่แก้ว” (ไก่เผือก) ท้าวกำพร้า (ผู้มีวิชาต่อไก่ บุตรของผัวเมียกำพร้า) ได้มาพบไก่แก้ว จึงเข้าต่อไก่ไล่จับ คว้าไว้ได้แต่เพียงปลายหางเส้นหนึ่งของไก่แก้ว แต่นางสีดา (ไก่แก้วจำแลง)ก็สามารถหนีลง “รู” กลับไปเมืองบาดาลได้ ปลายขนหางไก่แก้วที่ท้าวกำพร้านำกลับมา ได้ส่งกลิ่นหอมชูฟุ้งไปทั่วเขตคราม หอมโชยไปจนถึงวังของพญาจาตูม (พญากุญชโร) พระองค์จึงมีรับสั่งให้ออกตามหาที่มาของกลิ่นหอมชู เมื่อทราบความแน่แล้วจึงให้ทหารขุดรูลงไปหาไก่แก้ว แต่จะขุดลึกลงไปมากเท่าใดก็ยังไม่ถึงเมืองบาดาล แม้จะเอาด้ายหย่อนลงไปก็ไม่ถึง พญาจาตูมจึงให้นายช่างหลวงทำสายยนต์เป็นเชือกโซ่เหล็ก ใช้เวลาตีสายเชือกยนต์เจ็ดปีเจ็ดเดือนจนมีความยาวมากพอ แต่ก็ไม่มีใครอาสาลงรูไปตามไก่แก้ว พญาจาตูมจึงขอให้ท้าวกำพร้า เป็นผู้ลงไปตามหาไก่แก้ว โดยสัญญาว่า จะดูแลมารดาของท้าวกำพร้าไว้ให้ (บ่อที่ขุดตามรูก็เรียกว่า "บ่อไก่แก้ว" ช่องหินศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยม (ที่ปักเสาจารึกแบบเขมรโบราณ) ในวัดบ่อไก่แก้ว ที่จะมีงานประจำปีทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี) หน้าปราสาทที่ว่ากันว่า พญาจาตูมสร้างให้แก่นางสีดา ด้านหน้าจะมีรูปปั้นนางสีดาอยู่ เมื่อตั้งหลักยนต์ไว้ข้างบ่อแล้วจึงผูกสายยนต์หย่อนลงไป ให้ท้าวกำพร้าอยู่ในยนต์ โดยแจ้งสัญญาณว่าถ้าต้องการขึ้นมา จะให้ดึงขึ้น ก็ขอให้กระตุกสายยนต์ เมื่อหย่อนลงไปถึงเมืองบาดาล ท้าวกำพร้าก็ได้พบนางสีดา (ไก่แก้วจำแลง) ซึ่งเป็นพระธิดาพญานาค แต่ด้วยเพราะอดีตชาติเป็นคู่ตุนาหงัน ทั้งสองจึงตกลงปลงใจแต่งงานกัน ต่อมาท้าวกำพร้าคิดถึงมารดาที่ฝากพญาจาตูมดูแลไว้ จึงขอพญานาคเจ้าเมืองบาดาลเดินทางกลับขึ้นมาพร้อมกับนางสีดาแต่เมื่อมาจะขึ้นยนต์ นางสีดาลืมของใช้ จึงขอให้ท้าวกำพร้ากลับไปเอามาให้ ท้าวกำพร้าสั่งกำชับนางสีดาว่า ห้ามถูกต้องสายเชือกยนต์โดยเด็ดขาด แต่นางสีดาก็เผลอขึ้นไปนั่งบนยนต์ ทำให้สายเชือกยนต์กระตุก ทหารข้างบนจึงชักสายยนต์ขึ้น ท้าวกำพร้าวิ่งกลับมาไม่ทันจึงขึ้นมาไม่ได้ และต้องย้อนกลับไปยังเมืองบาดาล เพื่อขอให้เจ้าเมืองบาดาลหาหนทางช่วยให้กลับขึ้นมาเบื้องบนเมื่อนางสีดาถูกยนต์ชักขึ้นมาแล้ว พวกทหารที่เฝ้ายนต์ จึงนำตัวนางไปถวายพญาจาตูม พญาจาตูมทรงโปรดและหลงรักนางสีดา หวังจะอภิเษกให้เป็นมเหสีด้วย แต่ด้วยเพราะพญาจาตูมไม่ใช่เนื้อคู่จึงไม่อาจเข้าใกล้ตัวนางสีดาและหากเข้าใกล้ถูกเนื้อต้องตัวนางสีดาก็จะลุกร้อนเป็นไฟ ด้านหน้าของตัวปราสาท "ปรางค์บ้านสีดา" นางสีดาขอเวลา 3 ปี รอให้ท้าวกำพร้ากลับมา ถ้าท้าวกำพร้าไม่กลับ ก็จะยอมเป็นมเหสีของพญาจาตูม แต่ขอให้สร้างปราสาทแยกให้ไปประทับอยู่ห่างๆพญาจาตูมจึงทำตามที่นางสีดาขอ โดยสร้างปราสาทให้นางสีดา (ปรางค์บ้านสีดา) หลังหนึ่ง และเมื่อท้าวกำพร้าสามารถเดินทางกลับขึ้นมาจากบาดาลจนได้มาพบกับนางสีดาและกลับมาอยู่ด้วยกัน เมื่อพญาจาตูมรู้เข้าจึงส่งคนมารับนางกลับไป แต่ท้าวกำพร้าไม่ให้ เพราะพญาจาตูมผิดคำสัญญาที่จะดูแลมารดาให้ดี แต่กลับปล่อยปะละเลยจนเสียชีวิต เกิดการรบพุ่งกันระหว่างพญาจาตูมกับท้าวกำพร้า ท้าวกำพร้าเสกให้พญาจาตูมตัวแข็งเป็นหิน เสกให้น้ำท่วมเมือง จนพ่ายแพ้ พญาจาตูมยอมรับผิด ยกบ้านเมืองให้ท้าวกำพร้าครอบครอง แต่ท้าวกำพร้าปฏิเสธ จึงยกเมืองคืนให้กับพญาจาตูม ครอบครองดังเดิม พร้อมกับสั่งสอนให้ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม ส่องใหญ่เลยนะนายบอยจ๊อด ประตูทิศใต้ ที่มีเรื่องเล่าแตกต่างกันมากมาย เกี่ยวกับปรางค์บ้านสีดา ถูใหญ่เลยนะหนวด นอกจากซากของปราสาทร้างในยุควัฒนธรรมเขมรที่บ้านสีดาแล้ว โดยรอบของชุมชนยังปรากฏร่องรอยของเนินเมืองที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ คูน้ำคันเมืองรูปวงกลมและวัตถุโบราณในวัฒนธรรมแบบทวารวดี (ใบเสมาหินแบบทวารวดี) ที่บ้านโนนเมือง (ทางทิศเหนือของปรางค์บ้านสีดา)แสดงให้เห็น”ร่องรอยหลักฐาน” ของพัฒนาการผู้คน – วัฒนธรรมที่ทับซ้อน ต่างกาลเวลากันมายาวนานจากชุมชนยุคเหล็กมาถึงวัฒนธรรมทวารวดีกลายมาเป็นชุมชนเขมรตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมาได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีสถานที่อ้างอิงจริง แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรื่องเล่านิทานนี้จะเคยเกิดขึ้นจริงด้วย และถึงแม้ว่ามันจะเป็นอย่างนั้น นายบอยจ๊อดก็ยังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ชัดเจนต่อไป เอาน่ะ อย่าเพิ่งไปคิดมากเลยพ่อหนวด.. Did you know - ประเพณีแห่ช้างบ่อไก่แก้วเมืองสีดาใช้ช้างแห่จำนวน ๙ เชือกในช่วงตรุษสงกรานต์ โดยมีความเชื่อว่าเมื่อท้าวกำพร้ารบชนะพระยาจาตูม และชิงตัวนาง - ชาวบ้านมีความเชื่อว่าตรงบริเวณบ่อไก่แก้วมี “รู” หรือ “ทางน้ำ” ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ - ปูนปั้นในวัดบ่อไก่แก้วเป็นศิลปะแบบขอม – เขมรโบราณ ระบุว่าเป็นปูนปั้นประดับปราสาทก่ออิฐหลังหนึ่งในจังหวัดโคราช เรียกว่า “กู่สีดา” หรือ “ปรางค์บ้านสีดา” - ที่บ้านโนนเมือง (ทางทิศเหนือของปรางค์บ้านสีดา) แสดงให้เห็น”ร่องรอยหลักฐาน” ของพัฒนาการผู้คน – วัฒนธรรมที่ทับซ้อน ต่างกาลเวลากันมายาวนานจากชุมชนยุคเหล็กมาถึงวัฒนธรรมทวารวดีกลายมาเป็นชุมชนเขมรตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#64 Dec

ชมโรงแรมที่ถ่ายทำ MV สุดฮอตของสาวๆ เกิร์ลเจนฯ
Girl’s Generation /  ข้อมูลโรงแรมที่พัก / 

กระแสมาแรงสุดขีด เมื่อค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่ง เกาหลีใต้ SM Entertainment ได้ยกทีมถ่ายทำมิวสิควีดีโอเพลงใหม่ "PARTY" ของ 8 สาวสุดฮอต Girl’s Generation ถึงเกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี โดยเลือกโลเคชั่นเป็นรีสอร์ทสุดงามแห่งหนึ่ง ที่หลาย ๆ คนคงจะอยากรู้แล้วว่ามันคือที่ไหน travel.mthai.com ขอพาคุณไปรู้จักกับ ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท และมิโมซ่า รีสอร์ท แอนด์ สปา กับความสวยงามอลังการของทะเลอ่าวไทย ศิลาวดี รีสอร์ท และ มิโมซ่า รีสอร์ท, เกาะสมุย ที่ถ่ายทำ MV สุดฮอตของสาวๆ เกิร์ลเจนฯ สาว ๆ วงเกิร์ล เจเนอเรชั่น พักที่ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท และ มิโมซ่า รีสอร์ท แอนด์ สปา ประมาณ 4 วัน เพื่อทำงานและพักผ่อน จุดที่ทางทีมงานเลือกถ่าย คือ บริเวณสระว่ายน้ำ ห้องพัก พูล วิลล่า และ บาร์ ของศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท ทั้งนี้ ทางรีสอร์ท รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาส ได้ต้อนรับศิลปิน ทีมงานคุณภาพระดับนี้ พร้อมทั้งช่วยกันทำให้การถ่ายทำ มิวสิค วีดีโอเพลง ปาร์ตี้ สมบูรณ์ ภายในระยะเวลาที่กระชั้นชิด ทิฟฟานี่ หนึ่งในศิลปิน ได้โพสต์ภาพวิวสวยงามของห้องพักของเธอ ผ่าน Instagram ส่วนตัว และทางทีมงานได้กล่าวชมถึงความประทับใจต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน พร้อมกล่าวขอบคุณทางรีอสร์ทสำหรับความมีน้ำใจของพนักงาน และการช่วยเหลือต่าง ๆ ที่ทางรีสอร์ทมอบให้ ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท มีห้องพัก 80 ห้องตั้งอยู่ที่ แหลมหนัน ซึ่งอยู่ระหว่าง หาดละไม และ หาดเฉวง เชิญมายกระดับประสบการณ์การพักผ่อนสุดแสนประทับใจที่ศิลาวดีพูลสปารีสอร์ท โดยการันตี คุณภาพด้วยรางวัลมากมาย อาทิเช่น เป็นผู้ชนะของ World Luxury Hotel Awards ในปี 2010 และในปีเดียวกัน ได้รับรางวัลรีสอร์ท ยอดนิยม Traveler’s Choice Award และ Certificate of Excellence จากเวปไซต์ชื่อดังอย่าง www.tripadvisor.com โดยการรวบรวมข้อคิดเห็นของผู้ที่มาพักว่าทางรีสอร์ทได้รับความนิยมและการยอมรับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีมาตรฐานระดับสากล รวมทั้งยังได้รับรางวัลทางด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจาก Kiwi Collection อีกด้วย อีกโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำเช่นเดียวกันก็คือโรงแรม มิโมซ่า รีสอร์ท แอนด์ สปา บนเกาะสมุย ซึ่งมุมที่ถ่ายทำเป็นบริเวณหน้าชายหาดโรงแรม และด้านหน้าที่มีต้นมะพร้าวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้ ด้วยทัศนียภาพทางทะเลที่สวยงามของ มิโมซ่า รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่มองเห็นทั้งหมู่เกาะอ่างทอง เกาะเต่า และเกาะพงัน อีกทั้งสถาปัตยกรรมแบบทรอปิคอล ไทย-มัลดีฟ ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นการปรุงแต่งที่เกินจำเป็น ซึ่งพบเห็นได้จากหลังคาที่มุงด้วยหญ้าคา พื้นผิวต่างๆ ที่เป็นปูนเปลือย ปูนขัดมัน การตกแต่งที่เป็นสไตล์มินิมอลลิสที่เน้นความโปร่ง โล่ง ทว่าเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครันด้วยมาตรฐานรีสอร์ท 4 ดาว ดูข้อมูลโรงแรมเพิ่มเติม :โรงแรม ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท: และ โรงแรม มิโมซ่า รีสอร์ท แอนด์ สปา

บทสัมภาษณ์ นาย ณภัทร แฟชั่นปก.นิตยสารCandy
นาย ณภัทร เสียงสมบุญ /  นิตยสารCandy / 

ฟินมากกก ไม่ถึงตายแต่เลือดหมดตัว!! กับความหล่อละลายของ “นาย ณภัทร เสียงสมบุญ” ลูกชายของคุณแม่หมู พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ ที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว แถมแว่วๆ มาว่ากำลังฮอตสุดๆ เพราะทั้งผู้จัดละครและโฆษณารุมตามจีบกันให้เพียบ เจอ นาย ณภัทร มาถ่ายปกนิตยสารแคนดี้เลยรีบคว้าตัวมาถามต่ออย่างละเอียดยิบๆ พูดเลยว่าถ้าได้อ่านแล้วจะรักเขาแบบไม่รู้ตัวเลยล่ะ...ถ้าพร้อมแล้ว เรามาติดตามบทสัมภาษณ์และภาพเบื้องหลังบางส่วนกันค่ะ บทสัมภาษณ์ นาย ณภัทร แฟชั่นปก.นิตยสารCandy  แนะนำตัวอย่างเป็นทางการครับ ชื่อ นาย ณภัทร เสียงสมบุญครับ ปีนี้อายุ 19 ปี เพิ่งถึงวันเกิดไปเมื่อวันที่ 5 นี่เองครับ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยมหิดล คณะ International college สาขา Communication Design เป็นออกแบบนิเทศศิลป์ครับ ส่วนไฮสคูลจบจากโรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟครับ ตัดสินใจออกมาเรียนเอง อายุ 16 ปี นานาชาติเขามีให้สอบเทียบวุฒิ ผมจำไม่ได้นะว่าเกรดอะไร น่าจะประมาณ Year 10 เขาจะให้สอบเทียบวุฒิ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น ม.4 ของไทย พอสอบเทียบวุฒิได้ อีก 2 ปีที่เหลือจะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ แต่ถ้าไม่เรียนก็จะไม่สามารถต่อเมืองนอกได้ แต่ทีนี้ผมมองว่าผมอยากเรียนมหา’ลัยในไทย แล้วตอนนั้นเหมือนผมตีกอล์ฟด้วย ค่าใช้จ่ายอะไรมันสูงมาก ก็เลยต้องหาวิธีเซฟเงินให้แม่มากที่สุด ก็เลยลองไปปรึกษาคุณครู ปรึกษาเพื่อน เขาก็ช่วยให้คำแนะนำ หลังจากนั้นคือลาออกแล้วมาเรียนเอง ติวเองเพื่อจะเข้ามหา’ลัย 1 ปีครับ ซึ่งคุณแม่ก็ตกใจมากตอนที่ผมบอกจะลาออกแล้วออกมาเรียนเอง 1 ปี คือติวเดี่ยวกับอาจารย์มันจะได้อะไรมากกว่าเรียนในห้อง เทคนิคการเรียน ผมไม่ได้เป็นคนที่มีเทคนิคอะไรมากนะ คือผมทำอะไรแล้วมันต้องทำให้ได้ ตัดสินใจแล้วไม่เปลี่ยนใจครับ พยายามสุดตัว เอาตัวรอด ผมไม่ใช่คนเรียนเก่งแต่ผมเป็นคนเอาตัวรอดได้ครับ แค่นั้นเอง เพราะของเล่นชิ้นเดียวในวัยเด็กทำให้เลือกเรียนนิเทศศิลป์ ตั้งแต่เด็กของเล่นชิ้นเดียวที่คุณแม่ซื้อให้คือเลโก้ครับ แล้วไม่ใช่เลโก้ที่มาในกล่องนะ เลโก้เป็นลังที่มันไม่มีส่วนประกอบอะไร ของผมมันไม่มีแบบไง ผมก็เลยเอามาสร้างเป็นเมืองของผม ต่อเป็นตึก ต่อเป็นเครื่องบิน ซึ่งตอนแรกผมแพลนว่าจะเข้าสถาปัตฯ แต่พอได้ไปดูมหา’ลัยหลายๆ แห่งแล้ว ผมชอบสังคมที่มหา’ลัยมหิดล ชอบมากจนคิดว่าต้องเข้าที่นี่ให้ได้ ผมมองว่าหลักสูตรทุกมหา’ลัยน่าจะคล้ายกัน แต่อย่างนึงที่ต่างคืออาจารย์ที่สอน เราไปเรียน เราไม่ได้ไปเรียนกับคอมฯ ฉะนั้นในความคิดผม ถ้าอาจารย์เขาเก่งและผมชอบ อยากเรียนกับเขาจริง เราถึงต้องไปเรียนกับเขาเพื่อเขาจะได้สอนเรา ผมเลยเข้าไปคุยกับอาจารย์ก่อนเลยเพื่อจะได้รู้ว่าอาจารย์เป็นยังไง คณะเป็นยังไง อาจารย์ที่ม.มหิดลน่ารักมาก ดูแลเป็นอย่างดี เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันเลยครับ กิจกรรมในมหาวิทยาลัย ปี 1 เป็นเดือนคณะ แต่ตอนนี้เป็นปู่ทวดแล้วครับ (หัวเราะ) กิจกรรมตอนปี 1 เยอะมากครับ อินเตอร์ม.มหิดลมีรับน้อง 3 เทอมครับ ปกติจะมีเทอมเดียวแต่ที่นี่มี 3 เทอมเลย ก็พอไปค่ายรับน้องเสร็จกลับมาก็มีประกวดดาวเดือนคณะ แล้วพอผมได้เป็นตัวแทนของคณะก็ได้ไปประกวดของมหา’ลัย ได้เพื่อนเยอะมากเลยตอนนั้น แล้วก็ประกวดในหอใหญ่บึ้มเลยด้วย (หัวเราะ) เสร็จแล้วพี่เขาโทรมาชวนว่าปีนี้จะมีมหิดลคทากรรุ่นแรกสนใจไหม คือตอนแรกในหัวผมไม่มีเรื่องเชียร์ลีดเดอร์หรือคทากรเลย แต่ผมคิดว่าเขาให้โอกาสเราแล้วทำไมเราไม่รับมันไว้ เป็นรุ่นแรกด้วยคนจำไปอีกนานเลย ก็เลยตอบตกลง ซึ่งตอนนั้นมีทั้งหมด 3 คน อีก 2 คนเขาเก่งอยู่แล้วครับ แต่ว่าผมไม่เป็นเลย ผมมองว่ามันเหมือนไม้กอล์ฟมั้ง เพราะในสนามกอล์ฟผมก็เดินควงไม้กอล์ฟ (หัวเราะ) ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าเราตั้งใจจริง ฝึกฝน ให้เวลากับมันเราก็ทำได้หมด หลังจากจริงจังกับการเล่นกอล์ฟอยู่พักนึง ผมรักครับ มันป็นกีฬาที่ผมรักมาก ผมเริ่มเล่นกอล์ฟจากโดนเพื่อนล้อฮะ ว่าทำไมเล่นไม่เป็นเลย เพื่อนจากตอนเราย้ายมาเรียนไฮสคูลที่บรอมส์โกรฟนี่ละครับ เพราะเป็นโรงเรียนอังกฤษ กีฬาประจำของเขาจะเป็นกีฬากอล์ฟ แล้วโรงเรียนยังอยู่ในสนามกอล์ฟด้วย ก็โดนเพื่อนที่เล่นเก่งอยู่แล้วล้อ ผมก็แบบแค้นสิ ก็เลยไปซ้อม ซ้อมจนชนะได้ แล้วมันก็ติดใจไปแล้ว ตอนนั้นจริงจังกับมันมากครับ กะไว้ว่าทีมชาติแน่นอนเลย เป็นความฝัน ทุกคนมันต้องมีความฝันอยู่แล้วมันถึงจะมีเป้าหมายให้ทำ แต่คือผมมันคนทำกิจกรรมเยอะด้วย ชอบทำหลายอย่าง ถ่ายรูป ว่ายน้ำ กีฬาก็ไม่ได้เล่นอย่างเดียว ชอบทำหลายอย่าง กีฬาลุยๆ นะครับ กอล์ฟก็เป็นสิ่งที่ผมรักแต่พอได้ไปลองทำอย่างอื่นผมก็คิดว่าทำด้านนี้ไปพร้อมกันด้วยดีไหม แล้วลดด้านนั้นมาหน่อย ให้มันสามารถทำได้หลายอย่างๆ กอล์ฟก็ยังเล่นอยู่ครับ ตอนนี้ได้สปอร์นเซอร์สนุบสนุนจากเทย์เลอร์เมดกับอาดิดาส ออล ออฟ ไทยแลนด์ สิ่งที่คนอื่นยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวเอง (หัวเราะ) ผมป็นผู้ชายลุยๆ ไม่ได้สำอางเลย เรื่องหน้าตานี่ผมไม่ได้แคร์เลย ไม่ได้ทาครีมจนโดนแม่ด่าบ่อย จน โอเค...ทาก็ได้ เล้วก็ติดเพื่อนมั้งครับ อยู่กับเพื่อนเราสนุก คือเพื่อนทำกิจกรรมตรงกับผมด้วย เล่นดนตรีด้วย ถ่ายรูปด้วย เสาร์-อาทิย์ว่างๆ ปิดเทอม ผมก็จะเสิร์ชกูเกิลว่ามีของกินอะไรอร่อยๆ เดินกินไป เดินถ่ายรูปไป แล้วก็ชอบหาทริปไปต่างจังหวัดกับเพื่อน อย่างล่าสุดใครตามไอจีผมก็จะเห็นว่าไปภูกระดึงมาครับ สเป็กสาวๆ ชอบผู้หญิงมีเอกลักษณ์ ความจริงไม่ต้องสวยก็ได้ครับ ผมชอบคนที่มีคาแรคเตอร์ มีเสน่ห์ แล้วก็ขอให้แค่นิสัยดี คุยกันรู้เรื่อง รักผม รักแบบยอมรับในตัวผม รักคุณแม่ รักครอบครัวเท่านี้ก็โอเคแล้วครับ มุมมองด้านความรัก ถ้ามีความรักหรอครับ ผมมองว่าเวลาที่ให้กันมันสำคัญมาก ไม่ต้องอยู่ด้วยกันตลอด ผมไม่ใช่คนแบบนั้น คือเหมือนมีโลกของเขา โลกของเรา โลกของเธอ ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะผมเป็นแบบนี้ ผมติดเพื่อนและทุกวันนี้ก็แทบไม่มีเวลาให้แม่อยู่แล้วด้วย ถ้ามีก็ขอให้ผมมีเวลาอยู่ส่วนตัวบ้าง อยู่กับแม่ อยู่กับเพื่อนบ้างครับ ฝากติดตามผลงาน ตอนนี้เป็นโฆษณาสองตัวครับ ตัวแรกเป็นนีเวียแบล็กแอนด์ไวท์ สเปรย์ ซึ่งตัวนี้ออกอากาศทั่วเซาท์อีสท์เอเชีย แต่ยังไม่ทั่วเอเชีย ก็มีฮ่องกง ไต้หวันฯ พวกนี้ได้เห็นแน่นอนครับ แล้วก็มีโฆษณาคิง เพาเวอร์ครับผม แล้วก็มีถ่ายแบบเล็กๆ น้อยๆ ครับ เดี๋ยวคงมีโฆษณาเข้ามาอีกฮะ ส่วนเรื่องละครก็รอกันอีกไม่นานครับผม  สามารถติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มกันต่อได้ที่ นิตยสารCandy เดือนมิถุนายนนี้ค่ะ ข้อมูลและภาพจาก นิตยสารแคนดี้, teen.mthai.com —-หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ—–

ภัยร้ายใกล้ตัวชาร์จแบตมือถือในรถยนต์
ภัยร้ายใกล้ตัว /  ชาร์จแบตมือถือในรถยนต์ / 

ภัยร้ายใกล้ตัวชาร์จแบตมือถือในรถยนต์ กลายเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่หลายคนอาจคาดไม่­ถึง สำหรับการชาร์จแบตโทรศัพท์ในรถยนต์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดการระเบ­ิด หรือไฟไหม้ได้ ไปติดตามรายละเอียดจาก คุณลลิตวดี ตั้งสิริตระกูล

เจสซี่-นิกกี้ โชว์สเต๊ปเทพหุ่นเปรี๊ยะ อาจุมม่า ล้วง-ลับ-จับ! ใน ฉลุย แตะขอบฟ้า
ฉลุย /  ฉลุย..แตะขอบฟ้า / 

บริษัท ซีเจ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่แห่งเกาหลี ผนึกกำลังกับค่าย ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม ที่เคยฝากภาพยนตร์คุณภาพ ตุ๊กแกรักแป้งมาก และ ซิงเกิ้ลเลดี้ : เพราะเคยมีแฟน ล่าสุดส่งผลงานภาพยนตร์ลำดับที่ 3 ฉลุย แตะขอบฟ้า ผลงานการกำกับร่วมระหว่าง อังเคิล อดิเรก วัฎลีลา และผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรง หนึ่ง สุชาติ มัฆวิมาลย์ พร้อมดัน 2 นักแสดงวัยโจ๋ เจสซี่ เมฆ เมฆวัฒนา และ นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์ กับฉากสำคัญที่แสนท้าทาย ซึ่งจะนำมาให้ชมเพื่อเรียกความกระชุ่มกระชวย กับฉากการโชว์เต้นออกสเต๊ปส์บนเวทีในผับครั้งแรกในเกาหลี ครั้งแรกในชีวิต และครั้งแรกบนจอเงิน จะเซ็กซี่ จะน่ากัดกล้ามแขนเป็นมัดๆไหม หรือจะเขินอายหัวนม ที่จะเป็นสีชมพูไหม หรือออกอาการประหม่ากันขนาดไหน งานนี้ทั้งคู่เปิดใจว่า....สุดยอด ครับพี่ ด้วยความที่ต้องการให้ ฉลุย แตะขอบฟ้า ออกมาในทุกๆฉากสมบูรณ์แบบ ว่าแล้วผู้กำกับสุดเก๋า อังเคิล และ หนึ่ง สุชาติ เลยขอให้ 2 หนุ่มขวัญใจสาวๆ โดย พี่อังเคิล คุยกับ เจสซี่ พี่หนึ่งรับหน้าที่ติวเข้ม นิกกี้ หนุ่มขี้เล่น หน้าทะเล้น เอง งานนี้อย่างที่อออกตัวว่าต้องเต้น ต้องโชว์ สเต๊ปเทพเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพเมื่อต้องไปตกระกำลำบากในแดนไกล เหตุเกิดขึ้นในผับแห่งหนึ่งที่เนรมิตให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีของทั้ง สาวเล็ก สาวใหญ่ อาจุมม่า พี่ ป้า น้า อา ทั้งหลาย ของสาวชาวกิมจิ งานนี้บอกได้คำเดียวนอกจากจะเป็นซีนที่หินสุดๆ ของทั้งคู่แล้ว ยังมีบางที บางฉาก บางอารมณ์ ที่เสียวสุดๆ อีกด้วย กล้อง ไฟ แสง หน้าเซ็ทพร้อม 2 ผู้กำกับ อังเคิล และ หนึ่ง สุชาติ ก็เรียกทั้งคู่มาคุยกันหน้าฉาก เพื่อให้ได้เห็นภาพกันจริงๆ และคุ้นเคย ให้ซักซ้อมท่าเต้นที่ถูกเทรนด์กันมาอย่างดียิ่งกว่าสอบแอดมิทชั่น ว่ากันว่าเต้นแล้วเต้นอีกกันตั้งแต่อยู่เมืองไทยยันถึงสนามบินอินชอนกันเลยทีเดียว ก่อนเข้าฉากเพราะอยากให้ฉากนี้นั้นถูกใจทั้งคนดู ผู้ชม แฟนๆ พี่ๆ เค้าไม่เร่งรีบเลยอยากให้ทั้งคู่ได้แสดงความสามารถออกมาอย่างสุดฝีมือ งานนี้ 2 หนุ่มเข้าไปหาพ่อ 2 นักแสดงนักเต้นตัวจริงเสียงจริงที่เข้าฉากร่วมกัน พร้อมกันเต้นตาม ซ้าย ขวา หน้าหลัง ส่ายสะโพกโยกเอวกันจน ถึงเวลา พร้อมที่จะถ่ายและมุมกล้องที่วางเรียบร้อยก็ให้ ทั้งคู่เดินไปคนละทางหลับตา ทำอารมณ์นิดหน่อย พอผู้กำกับ นับ 5-4-3-2 พี่อังเคิลส่งเสียงแอ็คชั่น เสียงเพลงเกาหลีที่ดังกระหึ่มเริ่มต้นมันชั่งสั่นหัวใจ พาให้แขนขาขยับซะจริงๆ สาวๆ ไม่รอช้า ทั้งเสียง ทั้งปรบมือ ทั้งชนแก้ว ออกภาษา อันยองฯ กันเซ้งแซ่ ถึงฉากสำคัญที่ทั้งคู่ต้องเข้าไปร่วมเต้น เริ่มจากขวยเขิล ค่อยๆ เดิน กลายเป็นกระโจนขึ้นไปบนเวทีเพื่อออกสเต็ปส์ เอาเข้าจริงในฉากคนที่ดูจะบ้าพลังและนำทีมสุดๆ ก็ไม่พ้น พ่อจอมรั่ว นิกกี้ ที่ต้องทำตามพนักงานชาย 2 คนที่พอเพลงมาปุ๊บก็กระโดดขึ้นเวทีปั๊บ พร้อมกับมองซ้าย มองขวา หน้า-หลัง เอาว่ะ งานนี้เป็นไง เป็นกัน เรียกว่าเค้าทำได้ นิกกี้ ก็ต้องทำได้ เขาเด้ง นิกกี้ เด้ง เขาออกซ้าย นิกกี้ตาม เขาท่าไหน พ่อเจ้าประคุณใส่ตามไม่ยั้ง เจสซี่ก็ไม่แพ้ ไม่น้อยหน้า เรียกได้ว่าไม่เสียหน้าที่ซุ่มและซ้อมกันจนคล่อง งานนี้เพราะไม่อยากให้เสียเหลี่ยม ไม่อยากให้เสียชื่อ พี่ไทย หัวใจเกินร้อย นิกกี้ มองหน้า เจสซี่ ส่งสัญญาณเอาให้สุด หยุดไม่อยู่แล้วกับฉากสุดฮา บ้าๆ รั่วๆ ถึงคิวสำคัญเมื่อพ่อหนุ่มเกาหลี กระชากทั้งเสื้อทั้งกางเกง ทิ้งจนเหลือแต่ กางเกงตัวจิ๋ว เรื่องเสื้อน่ะ 2 หนุ่มไทยไม่เคยกลัว แต่เรื่องท่อนล่างชักจะหวั่นๆ มองหน้ากันส่งสายตากันปริบๆ แต่ไม่ทันแล้ว เพราะ 2 ผู้กำกับ สุดแสบใช่ย่อย แอบให้ ...อาจุมม่า 4-5 คน ถากันเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน เรียกได้ว่าสามัคคีเกาหลีจริงๆ ทั้งคู่ถูกกระชากทั้งตัว ตะปบเสื้อผ้า กางเกงขายาว จนหลุดรุ่ย เหลือแต่บ๊อกเซอร์ตัวเก่ง เจสซี่ลายๆน่ารัก แต่อีเจ้านิกกี้สีเขียวมะนาวแสบตายิ่งพาอารมณ์ป้าร้อนแรงยิ่งกว่ากินโซจู ฉากนี้บอกได้คำเดียวว่าถ่ายทำกันอยู่หลายคัทเหมือนกันน่ะ ถึงแม้ว่าจะสนุกสุดเหวี่ยง เสียงหัวเราะกระจายลั่นกอง ภาพที่สวย บรรยากาศที่แสนจะสนุก แต่เพราะกว่าจะได้ภาพที่ทั้งคู่เต้นกันสเต๊ปเทพ เด้งหน้าเด้งหลัง ส่ายสะโพกโยกกันสนั่นลั่นโซล และต้องโชว์หัวนม สีชมพู และหุ่นสุดแสนสยิวๆ ต่อหน้าป้าๆ นับร้อย แถมยังต้องเต้นท่ายั่วยวนแล้วยั่วยวนอีก จนเอวเคล็ดไปหมด คนที่ดูเขินมองแล้วมองอีก ส่งสายตาอ้อนมายัง 2 ผู้กำกับ เหมือนอยากจะขอว่าเมื่อไหร่จะคัทสักที อ่ะ มากสุดๆ ก็คงเป็น เจสซี่ ที่ออกอาการหน้าแดง หันซ้ายหันขวา ยิ้มแหยๆ อย่างเห็นได้ชัด แต่หนุ่มที่หนักกว่าในฉากนี้ นิกกี้ เจอไฮไลท์ที่เด็ดกว่า พอคัทเจ้าตัวถึงกับแอบกระซิบพี่ทีมงานที่ซี้กัน ว่าผมเจอจับ "นิกกี้ น้อย" เจอ ป้าๆ น้าๆ เล่นจริง จับจริง ล้วงลับจับไมค์เข้าไปเต็มมือเลยครับ คนเดียวไม่พอ เข้ามาอีก เข้ามาอีก ไม่หยุด ช่วยกันดีจริงๆ งานนี้ ขนาดเจ้าตัวบอกส่งสัญญาณ เบ้ปาก..เหมือนอยากจะบอกว่า พอๆๆๆๆ ก็ยังไม่หยุด นึกว่าเรามีรีแอ็คซะนี่ ยิ่งเล่นหนัก และขยำ เล่นกันจนหนำใจเข้าไปอีก แหม! งานนี้เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าที่หน้าแดงในฉากนั้นมาจาก เพราะเจ๊ๆ เค้าจัดหนักจัดเต็มหรือเปล่า นิกกี้ ณฉัตร เผยว่า "ผมเองยอมรับว่าเขินนะทีแรกกับฉากนี้ ที่พอพี่ๆ เค้าบอกต้อง เริ่มจากเต้น เริ่มจากโยก ส่าย เด้งไปเด้งมา ผมก็หันหน้ามองเจสซี่ โอเค นะ เราโอเค สนุก เต็มที่เลยพี่เพราะมันคือส่วนสำคัญในฉาก ไม่เต้นคงไม่ใช่พวกเรา ไม่รั่วไม่ฮาไม่เต็มที่ ไม่ใช่ผมกับเจสซี่ ก็มีนิดๆ ที่แอบเกร็งๆกัน กลัวเพราะว่าไม่เคยเต้นอะไรแบบนี้มาก่อน กังวลเพราะเกรงใจพี่ๆ ทีมงาน เรามาถ่ายไกล เราต้องเป้ะ เราต้องทำได้ เราต้องชัวร์ต้องออกมาเต็มร้อย แล้วที่สำคัญเราแสดงร่วมกับนักแสดงชาวเกาหลี ที่เค้ามืออาชีพมากๆ ด้วย ที่ทำให้โล่งสบายใจได้ เพราะได้แรงใจจากพี่อังเคิลและพี่หนึง ที่เอามือมาตบไหล่..บอกว่าเชื่อมือพวกผม บอก พวกนายทำได้อยู่แล้ว เต็มที่ไปเลย แต่ก็มองหน้าเจสซี่อีกรอบ เพราะนี่ยิ่งทำให้เกร็งกันไปใหญ่" "มันเรื่องบท เรื่องอารมณ์ไม่เท่าไหร่ ครับ แต่พอมาถึงจังหวะต้องถอด ต้องโชว์หุ่นอวดพุงน้อยๆ เอ๊ย ! มัดกล้ามซิคแพค นี่สิครับ ถ้าให้ฟิตอีกสักหน่อย ก็คงเฟิร์มกว่าที่เห็น แต่ก็เตรียมตัวกันมาน่ะ เล่น เข้าฟิตเนต ยกเวทกันมา วิดพื้นกันจากโรงแรมที่พักกันมาด้วย ได้เท่านี้ล่ะครับ โชว์ไม่พอมีต้องมาเต้นตาม 2 นักแสดงเกาหลี ที่เค้าสุดยอด เค้าเทพมากพี่ ออกสเต็ปส์ โยกแต่ละที งี้เลยครับเยี่ยมจริงๆ บอกอย่างไม่อายครับ เขินอย่างแรงมากๆ หน้าแดงไม่ใช่ไฟน่ะ ผมอายจริงๆ ที่สำคัญผมเองก็เป็นคนเต้นไม่ค่อยเก่งด้วยอ่ะสิครับ ถิอเป็นอีกฉากที่ท้าทาย ที่สนุก ที่มันส์สุดๆ ครับ กับการทำงานที่เกาหลี" "เพราะในเรื่องเมื่อทั้งคู่ไม่มีเงินติดตัวแล้วต้องใช้เงิน อีกอย่างเขาต้องตามหาฝันให้กับตัวเองที่ตั้งใจจะมาตะลุยที่เกาหลีแล้ว เค้าก็ต้องทำให้ได้แม้จะยากแค่ไหนก็ตาม ผมว่าให้เล่นฉากนี้อีกทีหน ก็ทำได้และเต็มที่เพราะทั้งจะได้เพิ่มทักษะของตัวเองในเรื่องการแสดง แล้วยังทำให้รู้สึกตัวละครคู่นี้มีมิติที่น่าสนใจด้วย ผมเองก็หลงรักตัวละครตัวนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน และเชื่อว่าใครที่กำลังตามหาฝันอยู่อีกไม่นานทุกคนก็ไปไกลถึงฝันที่มองไว้แบบเพื่อนซี้คู่นี้แน่นอน ออกไปล่าความฝัน กับสองหนุ่มถึงเกาหลี ไปกับ ฉลุย แตะขอบฟ้า ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ฉลุย แตะขอบฟ้า ได้ที่นี่เลย ------------------------------------------

รักอยู่ - หนึ่ง อภิวัฒน์
Close your eyes and see /  Mono Music / 

หลายครั้งที่เราทะเลาะกัน และมักจะเกิดคำถามขึ้นเสมอว่า “เรายังรักกันอยู่มั้ย?”.....และทุกๆ ครั้งที่เรากลับมาคิดทบทวนนึกถึงเรื่องราวดีๆ ที่เรามีให้กัน คำตอบสุดท้ายที่เรามักจะตอบตรงกันก็คือ.....ยัง รักอยู่ ฉันเคย พลาดไป ฉันเคย ผิดไป ทำให้เธอต้องเคืองประจำ เธอคนเดียวที่ยังเข้าใจ รักกัน เพียงใด รู้ใจ เท่าไหร่ มันก็มีไม่ตรงใช่ไหม ใครจะดีกันได้ทุกวัน ถึงแม้บางครั้งเราไม่เหมือนกัน แต่มันไม่ทำให้เราเปลี่ยนไป เพราะว่าทุก ๆ ครั้งที่ฉันเห็นและสัมผัส มองนัยน์ตาเธอ กุมมือเธอก็รู้ว่ารักอยู่ตรงนั้น ไม่เคยจะไปไหน วันและเวลาทำให้เราพบคำตอบ รักไม่ซับซ้อน ไม่เรียกร้องข้อแม้มากมายขนาดนั้น ถ้าเราได้เข้าใจ แม้เธอ น้อยใจ แม้เรา ผิดใจ ก็ยังดีกว่าเธอหายไป จะทำไงถ้าเธอคนนี้ไม่อยู่ ถึงแม้บางครั้งเราไม่เหมือนกัน แต่มันไม่ทำให้เราเปลี่ยนไป เพราะว่าทุก ๆ ครั้งที่ฉันเห็นและสัมผัส มองนัยน์ตาเธอ กุมมือเธอก็รู้ว่ารักอยู่ตรงนั้น ไม่เคยจะไปไหน วันและเวลาทำให้เราพบคำตอบ รักไม่ซับซ้อน ไม่เรียกร้องข้อแม้มากมายขนาดนั้น ถ้าเราได้เข้าใจ จะมองข้ามไป เรื่องไม่สำคัญ ใจความสำคัญก็คือรักแท้ ขอให้เธอเป็นเธอ คนที่รักเมื่อวาน สองเราเป็นอย่างไร ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งนั้น เชื่อในกันและกัน เหมือนวันแรกที่บอกรัก เพราะว่าทุก ๆ ครั้งที่ฉันเห็นและสัมผัส มองนัยน์ตาเธอ กุมมือเธอก็รู้ว่ารักอยู่ตรงนั้น ไม่เคยจะไปไหน วันและเวลาทำให้เราพบคำตอบ (พบคำตอบ) รักไม่ซับซ้อน ไม่เรียกร้องข้อแม้มากมายขนาดนั้น (ไม่เรียกร้องใด ๆ) ถ้าเราได้เข้าใจ ไม่ว่าอะไร เรายังมีกันและกัน ให้จำเอาไว้ ยังมีใจความสำคัญ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ไม่ว่าอะไร เรายังมีกันและกัน ให้จำเอาไว้ ยังมีใจความสำคัญ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ฉันรัก รักเธอ ------------------------------------------------------------------ Executive Supervisor : Ratchapol Chitpuengtham Executive Producer : M.L Pittayakorn Rajani Producer : 1Apiwat Lyrics, Melody, Arrangement : 1Apiwat ,Mac Saran Keys : Mac Saran All other instruments, chorus : 1Apiwat Mix and Mastering : Matt Marrin Mix Coordinator : Noom Prachya Guitar Tech Assistant : O Jetset’er

นิชคุณ ขนาดรั่วแล้วยังหล่อ ในตัวอย่างที่ 2 จาก ฉลุย แตะขอบฟ้า
ฉลุย /  ฉลุย..แตะขอบฟ้า / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างฉบับแรกเรียกน้ำย่อยแฟนๆกันไป มาคราวนี้เพื่อเตรียมต้อนรับการเข้าฉายในอีกไม่กี่อาทิตย์ ตัวหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างที่ 2 ออกมาแล้ว สำหรับ ฉลุย แตะขอบฟ้า หนังคอมเมดี้ มิวสิเคิล ของค่าย Transformation Films ที่งานนี้เป็นการร่วมทุนสร้างของไทย และ เกาหลี โดยมีเนื้อเรื่องเกิดขึ้นที่ทั้ง 2 ประเทศ อย่างที่เราได้เห็นกันไปในตัวอย่างสุดฮาตัวใหม่นี่อีกด้วยครับ โดยหนังจะเล่าเรื่องของ “โต้ง” กับ “ป๋อง” สองอันเดอร์ด็อก ที่เป็นคู่ซี้ที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจ แต่ที่ทั้งคู่ยังไม่มีคือ เงิน และต้นทุนทางสังคมอื่นๆ นอกจากความฝันอันแสนไกลที่ยังไม่เคยไปถึง ทั้งคู่อยากเป็นนักร้องนักดนตรี อาชีพที่พวกเขารักและหลงไหล โต้งป๋องบังเอิญไปปิ๊งปั๊งกับ “ตุ๊กตา” สาวน้อยหน้าใสคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใน­ซอยใกล้ๆกัน ทำให้ชีวิตของโต้งป๋องกลับมามีสีสันมีแรงบ­ันดาลใจอีกครั้ง “พี่ตึ๋ง” เพื่อนรุ่นพี่ ให้คำแนะนำว่า พ.ศ.นี้ถ้าจะให้โดนใจสาวๆก็ต้องเคป๊อบเท่า­นั้น และเคป๊อบของแท้ก็ต้องไปแจ้งเกิดที่เกาหลี­ด้วย โต้งกับป๋องจึงได้มีโอกาสบุกไปถึง CJYP ค่ายดนตรีค่ายยักษ์ในเกาหลี แถมยังได้เจอกับนิชคุณที่นั่น โต้งป๋องได้รับน้ำใจและกำลังใจจาก “นิชคุณ” ซึ่งเป็นไอดอลของพวกเขาไปเต็มๆ แต่เพราะความจริงมันไม่ง่ายเหมือนความฝัน โต้งป๋องต้องเจอกับสารพัดปัญหาและเรื่องรา­วผิดที่ ผิดทาง ผิดวัฒนธรรม จนถึงขั้นผิดใจกันเองเมื่อทั้งคู่ดันไปเจอ­กับ “มีฮา” สาวเกาหลีน่ารักคนหนึ่งที่มีหน้าตาละม้ายค­ล้ายกับ “ตุ๊กตา” สาวที่ทั้งคู่เคยขับเคี่ยวแย่งจีบกันอยู่ “มีฮา” โผล่มาสร้างความสดใสและความสับสนให้กับโต้­งป๋อง ว่าจะตุ๊กตาหรือมีฮากันดี เรื่องราวความรัก และความฝัน ของโต้งและป๋อง กับตุ๊กตาหรือมีฮา จะออกหัวหรือก้อย จะรอดไม่รอด จะจบลงยังไง และที่ตรงไหน ต้องติดตาม “ฉลุย แตะขอบฟ้า” 4 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

บุกจับ! ผับดังย่านงามวงศ์วานเปิดเกินเวลา-ไร้ใบอนุญาต
ตรวจผับ /  นนทบุรี / 

พล.ต.ท.ประวุฒิ นำกำลังตำรวจบุกตรวจสถานบันเทิงชื่อดัง ย่านงามวงศ์วาน พบเปิดเกินเวลา ไม่มีใบอนุญาต เบื้องต้นแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหา วันที่ 15 ก.ค. ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ตำรวจกองปราบปราม และตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกตรวจค้นสถานบันเทิง "ลีลาวดี" ภายในซอยงามวงศ์วาน22 จ.นนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนว่าสถานบันเทิงแห่งนี้เปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยพล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า ตำรวจได้รับร้องเรียนจากผู้พักอาศัยบริเวณใกล้เคียงว่า สถานบันเทิงแห่งนี้เปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าเปิดเกินเวลาจริง และมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้จึงได้สุ่มตรวจหาสารเสพติด นักท่องเที่ยวทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เบื้องต้นไม่พบสารเสพติด อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหา เพื่อดำเนินคดีกับสถานบันเทิงดังกล่าว ฐานไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการ เปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และอนุญาตให้สูบบุหรี่ภายในสถานบริการ ภาพจากทวิตเตอร์  ‏@PoliceSpokesmen ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ตู่ นพพล นำทีมขวัญใจวัยโจ๋ บวงสรวงหนังสุดจี๊ด Water Boyy
Water Boyy /  ตู่ นพพล โกมารชุน / 

บริษัท โคโซโคโม่ จำกัด และบริษัท ลอนช จำกัด ร่วมกับ บริษัท แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น จำกัด จัดงานบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์โรแมนติก เอาใจวัยจี๊ดเรื่อง Water Boyy วอเตอร์ บอยย์ นำแสดงโดย นักแสดงคุณภาพคับแก้ว อย่าง ตู่ นพพล โกมารชุน ร่วมด้วย เงิน อนุภาษ เหลืองสดใส, บุ๊ค ณัชชารีย์ กิจวิริยะ, บีม ปภังกร ฤกษ์เฉลิมพล, เน๋ง ศรันย์ นราประเสริฐกุล และ หนึ่ง สุริยน ศรีอรทัยกุล กำกับการแสดงและเขียนบทโดย ราชิต กุศลคูณสิริ อำนวยการสร้างโดย สุรสา สืบสมาน โดยจัดให้มีพิธีบวงสรวงขึ้น ณ Park Lane เอกมัย เมื่อวานที่ผ่านมา Water Boyy ที่นำเสนอเรื่องราวของการแข่งขัน ความรัก ความผูกพันเพียงชั่วข้ามคืนของเด็กไร้เดียงสาของ "น้"ำ (เงิน อนุภาษ) นักกีฬาว่ายน้ำทุนโรงเรียนดีกรีเยาวชนทีมชาติ ผู้ซึ่งมีพรสวรรค์แต่ขาดพรแสวง น้ำมีพ่อเป็นโค้ชทีมชาติมือเก๋าที่ปลดระวาง คือ โค้ชหนึ่ง (ตู่ นพพล) ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ในขณะเดียวกัน "หมึก" (บีม ปภังกร) นักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนที่ถูกส่งจากกรุงเทพฯ ให้มาเก็บตัวที่หัวหิน นิสัยขี้เก๊กไม่ค่อยมีมนุษยสัมพันธ์เลยถูกโค้ชหนึ่ง จับมาเป็นพาร์ทเนอร์กับน้ำ เพราะความใกล้ชิดทำให้พวกเขาทั้งคู่ เกิดไม่แน่ใจในความรู้สึกที่มีต่อกัน และ "นุ่น" (บุ๊ค ณัชชารีย์) นักแสดงดาวรุ่ง นักร้องที่กำลังโด่งดัง แฟนสาวของหมึกปรากฏตัวขึ้น นุ่นแอบหนีกองถ่ายมาเยี่ยมหมึกที่หอพักนักกีฬาบ่อยๆ ภาพที่นุ่นอยู่กับหมึก ทำให้น้ำสับสนว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ ติดตามบทสรุปความรักของพวกเขาและเธอ ไปกับภาพยนตร์รักที่ไม่จำกัดเวลา และสถานะ Water Boyy วอเตอร์ บอยย์ ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์. --------------------------------------------

เจอแล้ว! โชเฟอร์รถเมล์มือแซง 18 ล้อ รับผิดจริง
การจราจร /  คนขับรถเมล์ / 

กรณีโลกออนไลน์เผยคลิปรถเมล์ 516 ขับแซง 18 ล้อบนสะพานด้วยความเร็ว จนมีเสียงวิจารณ์หนัก ล่าสุดพบคนขับรถเมล์แล้ว ยอมรับผิดจริง หลังจากที่มีกรณีคลิปในโลกออนไลน์ เผยภาพรถเมล์สาย 516 เทเวศร์-เคหะบางบัวทอง ขับแซงรถบรรทุก 18 ล้อด้วยความเร็ว จนทำให้รถเจ้าของคลิปต้องหยุดรถกะทันหัน พร้อมทั้งโพสต์คลิปดังกล่าวเตือนผู้ผ่านไปมาบริเวณนั้น จนส่งผลให้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์คนขับรถเมล์คันดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ล่าสุดวันนี้ (4 มิ.ย. 58) ได้ทราบชื่อผู้ขับรถเมล์คันดังกล่าวแล้ว ชื่อว่านางสุภาวดี สดชื่น พนักงานขับรถปรับอากาศ ขสมก. สาย 516 โดย นางสุภาวดี ให้การสารภาพว่า ได้ทำความผิดจริงดังที่คลิปเผยแพร่ออกไป ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับเป็นโทษสูงสุดตาม พ.ร.บ.ขนส่ง ฐานไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท พร้อมได้อบรมตักเตือนในเรื่องของความปลอดภัยและมารยาทในการขับรถด้วย ขอบคุณข้อมูล ครอบครัวข่าว3 MThai News

ไฮโซอ้วน รับพา โย เข้าโรงแรม! เคลียร์ภาพจับก้น!!
โย ยศวดี /  ไฮโซอ้วน / 

กลายเป็นประเด็นร้อน!! เมื่อมีภาพหลุดของนางแบบสาวก้านยาว โย ยศวดี ควงหนุ่มเข้าโรงแรม แถมยังมีภาพหนุ่มคนนั้นจับก้นเธอซะด้วย!! งานนี้คนในภาพอย่างไฮโซพันล้าน อ้วน จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ ยืดอกเปิดใจในรายการ "คนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 2" ยอมรับควงฝ่ายหญิงเข้าโรงแรมแค่คุยงาน ชี้แจงภาพจับก้นเป็นมุมกล้อง พร้อมยอมรับกำลังคุยกับ สาวโย อยู่จริง!! "ขึ้นชื่อว่าไฮโซพันล้าน จริงๆ กว่าจะมีวันนี้ได้มันใช้เวลาค่อนข้างนานเหมือนกัน แต่มีช่วง 2-3 ปีหลัง รายได้เป็นกอบเป็นกำหน่อย เงินพันล้านบาทมันรวมทุกอย่าง ผมค้าขายตั้งแต่เด็กๆ ตอนสมัยเรียนก็ค้าขายของตลาดนัด ผมทำบริษัทประมาณ 6-7 บริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีมูลค่าของมันเอง" "ส่วนภาพกับโยที่ลงหน้า 1 หนังสือพิมพ์ ถ้าดูจากภาพก็คงปฏิเสธไม่ได้ ทั้งหน้าและบุคลิกมันก็เป็นตัวเราอยู่แล้ว ภาพที่เห็นเป็นการนัดไปคุยงานกันทั่วๆ ไป กับโยรู้จักมาพักนึงครับ ส่วนรูปที่เห็น คือนัดไปคุยงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวอโศก เป็นโรงแรมของคนรู้จัก เจ้าของมีหุ้นอยู่ที่บริษัทผมด้วย ในภาพที่เหมือนจับก้น ผมยังไม่รู้เลยว่าผมไปจับตอนไหน น่าจะเป็นลักษณะการดันให้เข้าลิฟท์มากกว่า แล้วเป็นจังหวะที่กำลังจะเอามือลง" "กับโยเจอกันตอนไปถ่ายรายการเดียวกัน ก็เลยมีโอกาสได้แลกเบอร์แลกไลน์กัน ผมเป็นผู้ชายผมก็เริ่มก่อนครับ วันที่เจอกันเค้ามาในชุดเซ็กซี่และก็สวยมากครับ เค้าเป็นผู้หญิงหุ่นดี พอดีมีโอกาสได้คุยก็เลยรู้ว่าจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกันด้วย ก็เลยมีโอกาสได้คุยกันเร็ว สนิทกันเร็ว ตอนที่เรียนไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย เราก็เลยมีโอกาสคุยเรื่องที่มหาวิทยาลัย" "สถานะตอนนี้ก็คุยกันครับ ความสัมพันธ์ไปในทางที่ดี คือ ผมไม่รู้อนาคตหรอกว่ามันจะไปในทางไหน แต่วันนี้ความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกัน คุยกันในเรื่องที่ดีๆ ส่วนภาพที่ออกมาก็ยอมรับนะครับว่าทำให้ผู้หญิงเค้าเสียเหมือนกันนะ ความจริงไม่มีอะไรครับ เราเป็นฝ่ายจีบโยหรือเปล่าเหรอ ก็คุยกันครับ คุยกันทุกเรื่องนะ เรื่องสุนัขก็คุยกัน ผมชอบผมก็ซื้อมาเลี้ยง เวลาเรามีอะไรก็ปรึกษาเค้า เรื่องคุยกันก็คุยกันไปเรื่อยๆ แค่อนาคตจะเป็นยังไงนั้นผมไม่รู้" "ในไอจีโยมีรูปช่อดอกไม้อยู่ตลอด ผมเคยส่งไปแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสพิเศษ เค้ารู้ว่าผมส่ง มีการแอบขอที่อยู่ก่อนจะส่งไป ผมทำแต่เรื่องดีๆ การส่งดอกไม้ก็ทำให้ประทับใจได้ในระดับนึง ถ้าถามว่าส่งไปกี่ช่อแล้ว ผมจำได้น่าจะ 4 ช่อครับ แต่หลังจากมีข่าวออกมาก็ต้องระวังตัวมากขึ้นแหละครับ" "บางกระแสว่าเจตนาสร้างข่าวลือกันมากกว่า จะทำอย่างนั้นได้ยังไง ถ้าทำอย่างนั้นมันก็ไม่สนิทใจ ภาพที่ออกมาค่อนข้างที่จะกังวล เพราะฝ่ายหญิงเค้าจะเสียหาย มันเป็นที่สาธารณะ จะทำอะไรได้ คือมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ตอนที่ข่าวออกผมเห็นทีหลังโยเค้าอีกนะ เพราะว่าผมถ่ายรายการอยู่ ยอมรับว่าตกใจพาดหัวข่าว ผมว่าของผมไม่น่าจะกระทบอะไรนะ มีโอกาสได้คุยกันแล้วหลังจากเป็นข่าวก็บอกว่ามันเป็นเรื่องนะเนี่ย ข่าวมันแรงจังเลย แต่เราบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว คุยก็ยอมรับว่าคุยกัน คุยกันจริงๆ ผมทำงานเยอะจะมีเวลาที่ไหนมาคุยเล่นๆ" ติดตามบทสัมภาษณ์เต็ม ในรายการคนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 2 ขอบคุณภาพจาก IG @yoyossavadee ไฮโซอ้วน จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ ไฮโซอ้วน จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ โย ยศวดี โย ยศวดี โย ยศวดี

เมียนมาร์ ฉุนไทยไม่ให้เกียรติ หลังไร้จนท. รับรถบรรทุกก๊าซถูกจับ
จับรถบรรทุกก๊าซ /  พม่า / 

นายอำเภอเมียวดี ฉุนไทยไม่ให้เกียรติ หลังไม่มีจนท. ไปรับรถบรรทุกก๊าซที่ถูกจับ ขณะที่กระทรวงพลังงานแถลงยันไม่ใช่การลักลอบ แต่เป็นการดำเนินไปอย่างถูกกฎหมายได้รับอนุญาต รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (1 ก.ค. 58) นายคินหม่องซอ นายอำเภอเมียวดี ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ออกอาการแสดงความไม่พอใจทางการไทย ภายหลังไม่มีเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการรับรถบรรทุกแก๊สที่ถูกทางการของเมียนมาร์กักตัวไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มรถบรรทุกดังกล่าวละเมิดเจ้าของสัมปทานบรรทุกเกิน โดยนายหม่องซอ ถึงกับกล่าวว่า "ไม่มีความเคารพ ไม่ให้เกียรติกัน ต่อไปหากมีปัญหาจะดำเนินการถึงที่สุดทุกกรณี" ทั้งนี้ก่อนการปล่อยรถบรรทุกก๊าซ ทางการเมียนมาร์ได้มีการหารือเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำอีก ด้วยการออกกฎให้ 3 บริษัท จาก 7 บริษัท สามารถซื้อขายแก๊สจากฝั่งไทยได้ ประกอบด้วย 1. บริษัท ตองยินอ่องเมี๊ยะ 2. บริษัท อัมรา เทรดดิ้ง จำกัด 3. บริษัท เอซานอ่องอ่อง เพาเวอร์ จำกัด ส่วนบริษัทอื่นๆ ไม่มีสิทธิ์นำเข้าจากไทย และห้ามมีการลักลอบนำเข้าด้วย ทั้งนี้ในวันเดียวกันทางกระทรวงพลังงานก็ได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องการจับกุมรถบรรทุกก๊าซของไทย โดยยืนยันว่ารถบรรทุกก๊าซดังกล่าวไม่ได้มีการลักลอบนำเข้า และไม่ใช่การจับกุม เป็นเพียงการขอตรวจเอกสารเท่านั้น "กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวเกี่ยวกับ LPG ในสื่อ Social โดยระบุเนื้อหาที่คลาดเคลื่อนตอนหนึ่งว่า …กระเหรี่ยงจับรถบรรทุกก๊าซไทยลักลอบส่งเข้าพม่า 10 คัน หนักคันละกว่า 40 ตัน กระชากหน้ากากพวกลวงโลก ปตท.-ก.พลังงาน ปากบอกต้องนำเข้า แต่มีการส่งออก... นั้น กระทรวงพลังงานขอชี้แจงว่า 1.รถบรรทุกก๊าซ LPG ดังกล่าวมีเพียง 7 คัน และทุกคันไม่ได้เป็นรถที่ลักลอบส่งก๊าซเข้าพม่า โดยกรมธุรกิจพลังงานได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นรถบรรทุกที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรถบรรทุกที่ปรากฏเป็นข่าวเหมือนถูกจับกุมนั้น ไม่ได้ถูกจับกุมแต่อย่างใด เป็นเพียงภาพที่มีการตรวจสอบเอกสารของทางเจ้าหน้าที่ของพม่าตามปกติ ซึ่งการตรวจสอบก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะรถบรรทุกก๊าซมีเอกสารได้รับอนุญาตส่งออกถูกต้องตามกฎหมาย 2.การผลิต LPG ของไทย ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้นั้นเป็นความจริงไม่ได้ลวงโลกดังข้อกล่าวอ้าง สถิติล่าสุดช่วง 4 เดือนแรกของปี (ม.ค.-เม.ย. 58) ไทยผลิต LPG ได้เฉลี่ย 4.5 แสนตัน/เดือน แต่มีความต้องการใช้ 5.5 แสนตัน/เดือน ยังต้องนำเข้า 1 แสนตัน/เดือน ซึ่งในส่วนที่มีการอนุญาตให้ส่งออกนั้น กรมธุรกิจพลังงานมอบหมายให้ปตท. นำเข้าก๊าซ LPG ต่างหากโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปกติประเทศเพื่อนบ้านมีการขอซื้อ LPG แบบรัฐต่อรัฐ (G to G)อยู่แล้ว โดยจะจำหน่ายในราคาตลาดโลก และการอนุญาตให้ส่งออกเพื่อต้องการสกัดกั้นการลักลอบไปขายอย่างผิดกฎหมาย โดยการส่งออกไปทางด่านแม่สอดมีประมาณ 1,600 ตัน/เดือน เมื่อเทียบแล้วจะเท่ากับลดการลักลอบลงได้ และทำให้ประเทศมีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นเดือนละ 28 ล้านบาท จากสถิติข้อมูลช่วง 4 เดือนแรกของปี 58 มีการส่งออกไปยังกัมพูชา 500 ตัน ลาว 300 ตัน เมียนมา 1,700 ตัน MThai News

ปลื้มแทน! ทูลกระหม่อมฯ ทรงชื่นชม คุณพี่เหมแห่งข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  คุณพี่เหม / 

โลกออนไลน์ปลื้ม ทูลกระหม่อมฯ ทรงชื่นชม คุณพี่เหมแห่งข้าบดินทร์ วันนี้ (1ก.ค.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาละครเรื่องข้าบดินทร์ก็ได้ลาจอไปแล้ว ถือเป็นละครน้ำดีอีกเรื่องที่ผู้คนต่างชื่นชมว่า มีเนื้อหาดีให้แง่คิดหลาย ๆ อย่าง นอกจากเนื้อหาแล้ว นักแสดงในเรื่องก็ได้รับคำชมกันทุกคนว่าแสดงได้สมบทบาท ซึ่งก่อนที่ละครเรื่องนี้จะออกอากาศ ก็โดนกระแสดราม่าอย่างหนัก แต่สุดท้ายทุกคนก็หายเหนื่อยเพราะฟีดแบ็คดีมาก ล่าสุดผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันปลาบปลื้ม เมื่อสมาชิกพันทิปชื่อ kwanmanee ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ “ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงชมพ่อเหม แห่งข้าบดินทร์ด้วย เป็นพระกรุณาเหลือเกิน” ในกระทู้เผยให้เห็นภาพสื่อบันเทิงสำนักหนึ่งโพสต์ข่าวละครข้าบดินทร์ลงในอินสตาแกรม และมีคอมเมนต์จากผู้ใช้ที่ชื่อว่า @nichax ระบุข้อความว่า "ชอบพ่อเหมมาก เริ่ดสุด" อินสตาแกรมดังกล่าวเป็นอินสตาแกรมส่วนพระองค์ของ "ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี" เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ผู้คนต่างแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ปลื้มใจแทนหนุ่มเจมส์ มาร์ที่แสดงเป็นพ่อเหม และนี่ถือเป็นเกียรติต่อชีวิตการทำงาน ของนักแสดงและทีมงานจริง ๆ MThai News ขอบคุณภาพและเรื่องราวจาก สมาชิกพันทิปชื่อ kwanmanee,daradaily เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ข้าบดินทร์ย้อนหลัง