หนึ่ง ผกาวดี

มิสพม่า 2014 เก็บตัวภูเก็ต โชว์ ชุดว่ายน้ำ ครั้งแรกก่อนตัดสิน 26 กค. นี้
Miss Universe Myanmar /  ชุดว่ายน้ำ / 

.....20 สาวงามเมืองหม่อง ผู้เข้าประกวด มิสพม่า หรือ Miss Universe Myanmar 2014 สร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อสวม ชุดว่ายน้ำ โชว์สัดส่วน ถ่ายวีทีอาร์ ครั้งแรก กลางหาดทรายขาว ทะเลสวยของเมืองภูเก็ต! ก่อนประชันของจริง 26 ก.ค. นี้ .....นับวันที่สองของการเก็บตัวผู้เข้าประกวด มิสพม่า หรือ มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์ 2014 (Miss Universe Myanmar 2014) ทั้ง 20 คน ที่ได้เดินทางมาเยือน จ.ภูเก็ต เพื่อท่องเที่ยวทำกิจกรรมกับกองประกวด และเรียนรู้วัฒนธรรมของคนไทย และการปรับตัวเพื่อก้าวสู่ AEC ซึ่งปีนี้ บริษัท มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์ ไว้วางใจให้ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้คร่ำหวอดในแวดวงนางงาม และเป็นเจ้าของลิขสิทธ์การประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ และ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เป็นผู้ดูแลการผลิตและจัดการประกวดทั้งหมดทั้งในประเทศไทย และการประกวดที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ก.ค.นี้ เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ โดยจะถ่ายทอดสดให้ชมทางสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี เมียววดี เพื่อกระตุ้นการรับรู้ในวงกว้าง สำหรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตนั้น ได้รับความสนใจจากแฟนนางงามชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก สร้างความประทับให้กับผู้เข้าประกวดที่ได้มีโอกาสมาเยือน จ.ภูเก็ต เป็นครั้งแรก สำหรับไฮไลท์ในวันนี้ (6 ก.ค.57) เป็นการถ่าย แฟชั่นชุดว่ายน้ำ มิสพม่า นอกประเทศครั้งแรกของผู้เข้าประกวด จุดประสงค์เพื่อให้ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้ดูแลการผลิตและจัดการประกวด รวมถึงเหล่าคณะกรรมการตัดสินจากเมียนมาร์ ได้ชมความงามของรูปร่าง หน้าตาผู้เข้าประกวด ล่วงหน้าอย่างใกล้ชิด ก่อนขึ้นเวทีจริง โดยแฟชั่นชุดว่ายน้ำถูกจัดขึ้นบริเวณหาดของ บียอน รีสอร์ท หาดกะรน จ.ภูเก็ต ซึ่งชุดว่ายน้ำที่สาวงามทั้งหมดสวมใส่นั้นถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ โดยแบรนด์ บีเอสซี (BSC) เพื่อให้เป็นไปตามแบบฉบับของเมียนมาร์ ที่ต้องพึงระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยังคงเคร่งครัดเรื่องการสวมชุดว่ายน้ำต่อหน้าสาธารณะชน โดยมี คุณ โซ ยู ไว เจ้าของลิขสิทธิ์การประกวด มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์ และ ณวัฒน์ ดูแลภาพลักษณ์ของเหล่านางงามอย่างใกล้ แต่อย่างไร ความสวย และ รูปร่างที่ดีของผู้เข้าประกวด ก็สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย ทางด้านการเตรียมความพร้อมในการประกวด มิสพม่า นั้น ณวัฒน์ เผยว่า “ สำหรับการเตรียมความพร้อมนั้น ต้องดีทุกด้าน เฉกเช่นกับเวทีการประกวดของเราเอง และยังคงเป็นเอกลักษณ์ มีความทันสมัยทั้ง แสง สี เสียง รวมถึงสไตล์ แต่จะสมบูรณ์ขนาดไหนนั้น สาวงามแต่ละคนจะสวย หุ่นดี เพอร์เฟคอย่างไร ต้องไปลุ้นกันวันที่ 26 ก.ค. นี้ที่ ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งผมพยายามที่จะจัดงานออกมาให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ บริษัท มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์ ไว้วางใจ และพร้อมพลักดันและเป็นโค้ชให้ มิสยูนิเวิร์สเมียนมาร์ เพื่อนบ้านของเรา ได้เป็นที่สุดของมิสยูนิเวิร์ส ปลายปีนี้ โดยผมจะส่งไปอบรม หลักสูตร “Pageant Coaching” 10 วัน เพื่อพัฒนาบุคลิกด้านต่างๆในการพิชิตตำแหน่งที่ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์” สำหรับผู้คว้ามงกุฎ มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์2014 จะได้รับมงกุฎเพชร สายสะพาย เงินสดกว่า 3 แสนบาท รถยนต์และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญกองประกวดจะส่งผู้ได้รับตำแหน่งทั้ง 5 คน ไปอบรม หลักสูตร “Pageant Coaching” ร่วมกับผู้ชนะทั้ง 5 ตำแหน่ง จากเวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2014 เป็นเวลา 10 วัน เพื่อพัฒนาบุคลิกด้านต่างๆในการพิชิตตำแหน่ง ที่ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ รวมภาพสาวๆ มิสพม่า ผู้เข้าประกวด Miss Universe Myanmar 2014

คสช. ปลด วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ พ้นอธิบดีกรมบังคับคดี
คสช. /  ประกาศ คสช / 

คสช. ประกาศย้าย วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ พ้นอธิบดีกรมบังคับคดี ตั้ง รื่นวดี สุวรรณมงคล แทนหวังให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเหมาะสม วานนี้ (17 ก.ค. 57) เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ออกประกาศฉบับที่ 92 ให้โยกย้ายนาย วิศิษฐ์ วิศิษฐ์สรอรรถ พ้นจากอธิบดีกรมอธิบดีกรมบังคับคดี ก่อนตั้ง นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล โดยระบุว่า ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 92/2557 เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้พ้นตำแหน่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังนี้ ข้อ 1 ให้นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล พ้นจากตำแหน่งกรมคุมประพฤติ และให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมบังคับคดี ข้อ 2 ให้นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ พ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมบังคับคดี และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ข้อ 3 ให้นางกรรณิการ์ แสงทอง พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม และให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมคุมประพฤติ ข้อ 4 ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งข้างต้น ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีคำสั่งนี้เป็นต้นไป ข้อ 5 เมื่อมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำกราบบังคมทูลฯ ถวายฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งตามคำสั่งนี้เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 16 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ MThai news

กต.เร่งคดี'โรส'ยันสัญชาติไทย-สตช.สั่งจับตาปิดสื่อหมิ่น
กระทรวงการต่างประเทศ /  คดีหมิ่นสถาบัน / 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยัน "โรส" ยังไม่ใช้สัญชาติอังกฤษ เร่งประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ขณะที่ "วัชรพล" สั่งบอร์ด มอนิเตอร์ทุกสื่อ จับตาข้อมูลข่าวสาร กระทบมั่นคง-สถาบัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า นางสาวฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ โรส ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ยังไม่ได้สัญชาติอังกฤษตามที่กล่าวอ้าง โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป 'วัชรพล'สั่งบอร์ดมอนิเตอร์ทุกสื่อกระทบมั่นคง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง ตร. ที่ 311/2554 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะไม่เหมาะสม และส่งผลกระทบต่อสถาบันพระหากษัตริย์ มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไม่เหมาะสม กระทบสถาบันฯ และความมั่นคง จึงตั้งคณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะไม่เหมาะสม โดยมี ผบ.ตร. เป็นประธานกรรมการ รอง ผบ.ตร. หรือที่ปรึกษา สบ.10 งานความมั่นคง เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 รอง ผบ.ตร. หรือที่ปรึกษา (สบ.1) งานกฎหมายและคดี เป็นรองประธาน คนที่ 2 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ ฯลฯ โดยให้มีอำนาจตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ที่เนื้อหาไม่เหมาะสม กระทบสถาบันฯ ในสื่อทุกแขนง ทั้งทางออนไลน์ สิ่งพิมพ์ สื่อมวลชน หรือการรับแจ้งผ่านช่องทางต่างๆ โดยให้มีอำนาจเสนอระงับการแพร่ตามกฎหมาย และกำหนดมาตรการป้องกัน ทั้งนี้ ให้ดำเนินตามกฎหมายกับผู้ครอบครอง ให้บริการ แพร่ ส่งต่อ หรือเกี่ยวข้องใดๆ อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ในกรณีมีหลักฐานชัด ว่า มีการกระทำผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ให้สั่งการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด

ไทย-เมียนมาร์ประชุมร่วมแก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติ
คสช. /  จัดระเบียบแรงงาน / 

ตัวแทนรัฐบาลเมียนมาร์ ยืนยันให้ความร่วมมือแก้ปัญหาแรงงานเมียนมาร์ในประเทศไทยให้ถูกกฎหมาย ตามนโยบายจัดระเบียบแรงงานของ คสช. โดยทั้ง 2 ฝ่ายประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการแก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติ ทั้งการขึ้นทะเบียน พิสูจน์สัญชาติ และมาตรการให้แรงงานทำงานแบบเช้ามาเย็นกลับเฉพาะในพื้นที่ชายแดน นายเมียว อ่อง อธิบดีกรมแรงงาน และพ.ต.อ.เมียว มิน ไท้ รัฐมนตรีความมั่นคง ตัวแทนรัฐบาลเมียนมาร์ แถลงยืนยันเมียนมาร์พร้อมให้ความร่วมมือกับไทยจัดระเบียบแรงงานชาวเมียนมาร์ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายไทย นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน และ พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต รองผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง ร่วมประชุมกับตัวแทนเมียนมาร์เพื่อกำหนดมาตรการแก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติ ทั้งการขึ้นทะเบียน พิสูจน์สัญชาติ และมาตรการให้แรงงานทำงานแบบเช้ามาเย็นกลับเฉพาะในพื้นที่ชายแดน โดยรัฐบาลเมียนมาร์จัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติ เพื่อยืนยันสถานะทางทะเบียนราษฎร์ของแรงงาน ในเมืองชายแดนไทย - เมียนมาร์ 3 แห่ง คือ เกาะสอง เมียวดี และท่าขี้เหล็ก รองรับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกมาตรการให้นายจ้างนำแรงงานข้ามชาติมาขึ้นทะเบียนคนต่างด้าวและผ่อนผันให้ทำงานในราชอาณาจักรได้ 60 วัน แต่ผู้แทนรัฐบาลเมียนมาร์ ยอมรับว่าไม่สามารถจัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติตามเมืองชายแดนอย่างถาวรได้ และทันทีที่สิ้นสุดกำหนดการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติของไทย หากมีชาวเมียนมาร์เดินทางเข้ามาทำงานในไทยอีก อาจเป็นการเข้าเมืองและทำงานแบบผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้แทนฝ่ายไทย ยืนยันว่าการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติเป็นมาตรการจำเป็นเพื่อสำรวจความต้องการใช้แรงงาน แต่หากขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติแล้วเสร็จ แรงงานข้ามชาติเหล่านี้สามารถใช้หนังสือเดินทางที่รัฐบาลเมียนมาร์ออกให้ เดินทางได้ทั่วราชอาณาจักรเช่นเดิม   ที่มา News ThaiPBS

ไทยถอนพาสปอร์ต 6 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คสช.แล้ว
กระทรวงการต่างประเทศ /  จักรภพ เพ็ญแข / 

กระทรวงการต่างประเทศ เผยยกเลิกพาสปอร์ต 6 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คสช.แล้ว กรณี "จักรภพ เพ็ญแข" เหลือประสานงานหาช่องทางส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้ดำเนินการถอนหนังสือเดิน ทาง (พาสปอร์ต) ของบุคคล จำนวน 6 คน อันประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายจักรภพ เพ็ญแข นายสุนัย จุลพงศธร น.ส.ฉัตรวดี อมร พัฒน์ หรือโรส นายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ และนายอรรถชัย อนันตเมฆ ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ยังต้องมีกระบวนการตามกฎหมาย จากการตรวจสอบเข้าใจ ว่าขณะนี้ไทยและฮ่องกงยังไม่มีสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน จึงต้องมีการหารือว่าจะใช้ช่องทางใดได้บ้าง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการ ประสานงาน ซึ่งต้องมีคำขออย่างเป็นทางการจากอัยการสูงสุด ซึ่งเข้าใจว่าอยู่ในกระบวนการดำเนินการ ทั้งนี้ การยกเลิกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 23 (2) ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถยกเลิกหรือเรียก หนังสือเดินทางได้เมื่อปรากฏภายหลังว่าผู้ถือหนังสือเดินทางเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อาจออกหนังสือเดินทางได้ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาที่ ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ทั้งนี้ถือป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ หลังกระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ขอให้เพิกถอนหนังสือเดินทางของทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีในคดีอาญาที่ได้ออกหมายจับไว้แล้ว MThai News

ผีสามบาท (Bangkok Haunted) 1/5 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

เรื่องย่อ ผีสามบาทแบ่งออกได้เป็น 3 เรื่อง ดังนี้ ท่อนแขนและผิวหนังของนางรำ โหงด (ปราโมทย์ แสงศร) ชายหน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่งแอบหลงรัก ผกา (พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี) ซึ่งเป็นนางรำยิ่งชีวิต หากแต่เมื่อผกามีชายอื่นมาติดพันจนถึงขั้นหมั้นหมาย เขาจึงทำการตัดแขนเธอนำไปซ่อนไว้ในกลอง และลอกผิวหนังทำเป็นหนังกลอง หากเรื่องราวไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อวิญญาณของเธอยังวนเวียนผูกพันข้ามมาถึงปัจจุบันพร้อมกับกลองใบนั้น กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2544 เจี๊ยบ (พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี) หญิงสาวนักค้าและสะสมวัตถุโบราณ ได้รับกลองโบราณ อายุ 70 ปีใบหนึ่งมาโดยบังเอิญ สิ่งที่ตามมาด้วยคือความฝันอันแปลกประหลาด และเสียงร้องคร่ำครวญของผู้หญิงคนหนึ่งในยามค่ำคืน เจี๊ยบสงสัยว่า สาเหตุของเรื่องแปลก ๆ ทั้งหมดน่าจะมาจากกลอง จึงเริ่มต้นค้นคว้าหาที่มาของกลอง และทำให้เธอได้รู้ความจริงอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นและเคยผูกพันกับเธอมาก่อน เมื่อเกือบ 70 ปีที่แล้ว น้ำมันพราย แพน (ดาหวัน สิงห์วี) หญิงสาววัยเบญจเพส ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เหมือนคนเมืองทั่วไปอีกหลายล้านคนในกรุงเทพฯ แพนกำลังแสวงหาความรักจากผู้ชาย ที่สามารถพาเธอให้หลุดจากโลกที่น่าเบื่อนี้ไปสู่วันใหม่ที่ดีกว่าของชีวิต แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้พบกับทางลัด เมื่อเพื่อนใหม่คนหนึ่งแนะนำให้เธอใช้น้ำมันพราย ของที่ได้จากการทำพิธีกรรมลี้ลับทางไสยศาสตร์ โดยพวกหมอผี แพนใช้น้ำมันพราย เพื่อทำเสน่ห์ให้ผู้ชายที่เคยมองผ่านเธอหันกลับมาหลงใหล และตกเป็นทาสของเธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า มันไม่ต่างไปจากยาเสพย์ติด ที่มีทั้งคุณและโทษ เมื่อเธอเริ่มใช้มันมากขึ้นจนสุดท้ายคนที่จะกลายเป็นเหยื่อ ก็คือ ตัวเธอเอง จองเวร. กันยา (กัลยณัฐ สีบุญเรือง) หญิงสาวคนหนึ่งผูกคอตายที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง รูปการณ์ดูเหมือนว่าเธอจะฆ่าตัวตาย แต่ นพ (พีท ทองเจือ) นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลกลับไม่เชื่อเช่นนั้น เขาเชื่อว่ามันมีเงื่อนงำอะไรอยู่เบื้องหลัง ถึงแม้ผู้บังคับบัญชา (สุเชาว์ พงษ์วิไล) จะไม่ใส่ใจ จึงสืบหาประวัติของเธอ และก็เริ่มได้รู้เรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเธอ ในขณะเดียวกันนพก็รู้สึกได้ว่า วิญญาณของกันยา ยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเขา เพื่อชี้ทางและพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่เขา เพื่อแกะปมปริศนาการตายของเธอ ก่อนที่นพจะได้พบกับความจริงที่เขาคาดไม่ถึงในท้ายที่สุด 1/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407441094.html 2/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407431846.html 3/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407434788.html 4/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407434943.html 5/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407438312.html

ออกหมายจับ โรส ฉัตรวดี คดีหมิ่นฯ สถาบันแล้ว
ม.112 /  โรส ฉัตรวดี / 

ศาลออกหมายจับ โรส ฉัตรวดี คดีหมิ่นสถาบันแล้ว เร่งจัดชุดติดตามตัวมาดำเนินคดี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้า การติดตามดำเนินคดีบุคคลที่มีพฤติกรรมหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 ทั้งที่เป็นคนไทยแต่หลบหนีความผิดในต่างประเทศ และผู้กระทำผิด ทั้งที่มีสัญชาติ และเปลี่ยนสัญชาติ แต่มีการกระทำความผิดในคดีดังกล่าวภายนอกประเทศ โดยเฉพาะน.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ โรส ว่า วันนี้ (16 มิ.ย. 57) ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคนดังกล่าวตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอแล้ว หลังมีพฤติกรรมเผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายความผิดหมิ่นสถาบันฯ ซึ่งจากนี้ไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประสานขอตัวกลับมาดำเนินคดีตาอไป ทั้งนี้ยืนยันว่า การดำเนินคดีหมิ่นสถาบันฯ จะมีการกระทำในรูปแบบของคณะกรรมการฯ อย่างรอบคอบที่สุด เพื่อให้เป็นความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด MThai news

ผีสามบาท (Bangkok Haunted) 1/5 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

เรื่องย่อ ผีสามบาทแบ่งออกได้เป็น 3 เรื่อง ดังนี้ ท่อนแขนและผิวหนังของนางรำ โหงด (ปราโมทย์ แสงศร) ชายหน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่งแอบหลงรัก ผกา (พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี) ซึ่งเป็นนางรำยิ่งชีวิต หากแต่เมื่อผกามีชายอื่นมาติดพันจนถึงขั้นหมั้นหมาย เขาจึงทำการตัดแขนเธอนำไปซ่อนไว้ในกลอง และลอกผิวหนังทำเป็นหนังกลอง หากเรื่องราวไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อวิญญาณของเธอยังวนเวียนผูกพันข้ามมาถึงปัจจุบันพร้อมกับกลองใบนั้น กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2544 เจี๊ยบ (พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี) หญิงสาวนักค้าและสะสมวัตถุโบราณ ได้รับกลองโบราณ อายุ 70 ปีใบหนึ่งมาโดยบังเอิญ สิ่งที่ตามมาด้วยคือความฝันอันแปลกประหลาด และเสียงร้องคร่ำครวญของผู้หญิงคนหนึ่งในยามค่ำคืน เจี๊ยบสงสัยว่า สาเหตุของเรื่องแปลก ๆ ทั้งหมดน่าจะมาจากกลอง จึงเริ่มต้นค้นคว้าหาที่มาของกลอง และทำให้เธอได้รู้ความจริงอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นและเคยผูกพันกับเธอมาก่อน เมื่อเกือบ 70 ปีที่แล้ว น้ำมันพราย แพน (ดาหวัน สิงห์วี) หญิงสาววัยเบญจเพส ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เหมือนคนเมืองทั่วไปอีกหลายล้านคนในกรุงเทพฯ แพนกำลังแสวงหาความรักจากผู้ชาย ที่สามารถพาเธอให้หลุดจากโลกที่น่าเบื่อนี้ไปสู่วันใหม่ที่ดีกว่าของชีวิต แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้พบกับทางลัด เมื่อเพื่อนใหม่คนหนึ่งแนะนำให้เธอใช้น้ำมันพราย ของที่ได้จากการทำพิธีกรรมลี้ลับทางไสยศาสตร์ โดยพวกหมอผี แพนใช้น้ำมันพราย เพื่อทำเสน่ห์ให้ผู้ชายที่เคยมองผ่านเธอหันกลับมาหลงใหล และตกเป็นทาสของเธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า มันไม่ต่างไปจากยาเสพย์ติด ที่มีทั้งคุณและโทษ เมื่อเธอเริ่มใช้มันมากขึ้นจนสุดท้ายคนที่จะกลายเป็นเหยื่อ ก็คือ ตัวเธอเอง จองเวร. กันยา (กัลยณัฐ สีบุญเรือง) หญิงสาวคนหนึ่งผูกคอตายที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง รูปการณ์ดูเหมือนว่าเธอจะฆ่าตัวตาย แต่ นพ (พีท ทองเจือ) นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลกลับไม่เชื่อเช่นนั้น เขาเชื่อว่ามันมีเงื่อนงำอะไรอยู่เบื้องหลัง ถึงแม้ผู้บังคับบัญชา (สุเชาว์ พงษ์วิไล) จะไม่ใส่ใจ จึงสืบหาประวัติของเธอ และก็เริ่มได้รู้เรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเธอ ในขณะเดียวกันนพก็รู้สึกได้ว่า วิญญาณของกันยา ยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเขา เพื่อชี้ทางและพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่เขา เพื่อแกะปมปริศนาการตายของเธอ ก่อนที่นพจะได้พบกับความจริงที่เขาคาดไม่ถึงในท้ายที่สุด

นายกแม่สอดคาดหลังเปิด AEC ค้าขายชายแดนทะลุ แสนล้าน! บาทแน่นอน
AEC ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ASEAN Economic Community /  กรมศุลกากรได้ / 

นายกเทศมนตรีนครแม่สอด คาดการณ์ธุรกิจค้าขายริมฝั่งชายแดนทุกจังหวัดหลังเปิด AEC รายได้จะสะพัดกว่าแสนล้านเพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายจัดตั้งให้แม่สอดเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์  นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จังหวัดตาก  กล่าว ว่า ในปี 2558  การเปิดประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC ของกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก บอกว่า หลังจากกระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งคณะทำงานกำกับการดำเนินโครงการจัดจ้างออกแบบการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดในคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจแม่สอด และอนุมัติงบประมาณดำเนินการ วงเงิน 9.8 ล้านบาทนั้น ที่ประชุมคณะทำงานฯ เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีข้อสรุป ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำร่างโครงการดังกล่าวไปศึกษารายละเอียด เพื่อขอมติเห็นชอบ และดำเนินการให้เสร็จภายใน 6 เดือน "ในการพิจารณาศักยภาพของอำเภอแม่สอด  พบว่าสามารถเป็นประตูการค้าเชื่อมต่อไปยังพม่าได้เร็วที่สุด" นายสุริยะกล่าว  จะเห็นว่าจากการที่พม่ามีการเปิดประเทศทำให้เกิดกระแสทุนต่างชาติมุ่งตรงเข้าไปสู่ประเทศพม่าอย่างต่อเนื่อง และหากว่าการก่อสร้างเส้นทางเมียวดี-กอกาเลกแล้วเสร็จ จะใช้เวลาเดินทางจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตากไปยังกรุงย่างกุ้ง ของพม่าเพียง 1 วัน ในระยะทาง 400 กม. ซึ่งปัจจุบันแม้ระบบคมนาคมยังไม่เอื้ออำนวย แต่มูลค่าการค้ากลับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แสดงให้เห็นศักยภาพการเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญอีกแห่งของเมืองไทย อย่างไรก็ตามในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่า มูลค่าการค้าชายแดนผ่านด่านแม่สอด จะทะลุถึงหลักแสนล้านบาท และกรมศุลกากรได้เตรียมนำระบบNationnal Single Windows มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องปลายปีนี้ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะทำการขั้นตอนการนำเข้าและส่งออกสินค้ามีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น รวมถึงเป็นการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการอีกด้วย MThai News

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญของไทย
10 อันดับ /  สถานที่สยองขวัญ

สถานที่อันน่าสะพรึงกลัว 10 อันดับ สถานที่สยองขวัญของไทย ใครที่ชอบสัมผัสเรื่องลี้ลับไม่ควรพลาด แต่ไม่เอาด้วยคนล่ะ กลัว!!! โปรดใช้วิจารณญาณ ยิ่งนาน ยิ่งขลัง หรือ ยิ่งดัง ยิ่งท้าทาย! 10 อันดับ สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 10 ซอยวัชรพล เป็นหมู่บ้านร้างตั้งอยู่บนเนื้อที่ กว่า 100 ไร่ ชื่อหมู่บ้านปิยพร คนเก่าคนแก่ในพื้นที่เล่าว่า ที่ดินส่วนนี้เคยเป็นป่าช้ามาก่อน เจ้าของโครงการ ไม่ได้ทำพิธีบอกกล่าวขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทาง ดังนั้นพอเริ่มงานก่อสร้าง จึงพบกับอุปสรรคนานาประการ ต่อมามีคนงานเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหลายคน ในเขตหมู่บ้านมีบึงใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ก็มีเด็กตกไปตาย 2-3 คน ประกอบกับบ้านในโครงการ ไม่มีผู้สนใจอย่างที่ประเมินเอาไว้ จึงต้องยุติโครงการ กลายเป็นหมู่บ้านร้างกลางกรุง พร้อมกันนั้นก็มีเสียงเล่าลือว่า ผู้ที่เข้าไปในเขตหมู่บ้านยามวิกาล มักจะพบวิญญาณแสดงตัวหลอกหลอน เล่นเอาขวัญหนีดีฝ่อ ไม่บังอาจกล้ำกลายเข้าไปอีก สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 9 ซอยวัชรพล เป็นบ้านทรงยุโรปหลังใหญ่ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ถูกทิ้งร้างค้างคาอยู่ในสภาพเดิม เวลากลางคืนดูน่ากลัวชวนขนลุกยิ่ง และว่ากันว่ามีคนพบเห็นวิญญาณของชายหญิงและเด็ก ปรากฏวูบวาบบ่อยๆ สาเหตุที่บ้านหรูหลังใหญ่ กลายเป็นบ้านร้าง เนื่องจากเจ้าของบ้านหลังนี้ พาครอบครัวขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด และประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตหมดทุกคน สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 8 โรงงานร้างอยู่ในอุตสาหกรรมบางปู (ฝั่งเดียวกับเมืองโบราณ) สถานที่อยู่สุดซอย 2 เมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำรองเท้า ขณะที่กิจการกำลังดำเนินงานไปด้วยดี ได้เกิดอุบัติเหตุร้างแรง คือเครื่องปั้มลมเกิดระเบิดคนงานหลายคนเสียชีวิตสยอง นับตั้งแต่นั้นคนงานที่ทำงานอยู่ ถูกผีหลอกวิญญาณหลอน จนต้องทะยอยลาออกไปเรื่อยๆจนหมด กิจการประสบความวินาศ เจ้าของโรงงาน ยิงตัวตายในห้องทำงานชั้นบนของโรงงาน และกลายเป็นสถานที่รกร้างเรื่อยมา เล่าลือกันว่าผีดุมาก ปัจจุบันนี้ยังมีเศษรองเท้ากระจายเกลื่อนและปั้มลมมรณะก็ยังอยู่ สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 7 วัดปราสาท จ.นนทบุรี วัดปราสาท จ.นนทบุรี เป็นวัดเก่าแก่โบราณ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง เคยขุดพบกำแพงเมืองรอบอุโบสถอายุ 300 ปี ด้านหลังอุโบสถ มีคุ้มเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรมว่ากันว่าเจ้าของสถานที่คือ พระนางอุษาวดีเทวี ชาวบ้านระแวกนั้นเรียกว่า "แม่" และ" เจ้าแม่ " เวลากลางคืน หากไปที่บริเวณคุ้มจะมีบรรยากาศวังเวงน่ากลัวมาก ผู้ใดไปแสดงกิริยาวาจาจ้วงจาบหยาบคาย ไม่เคารพผู้เป็นเจ้าของสถานที่ มักจะพบกับเหตุการณ์แปลกๆน่าขนหัวลุก สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 6 ซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ถ.พัฒนาการ ในซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ถ.พัฒนาการ เป็นโรงงานร้าง เมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำปากกา และเป็นโรงกลึงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 80 ไร่ เหตุที่กลายเป็นโรงงานร้าง ชำรุดทรุดโทรม มีวัชพืชขึ้นปกคลุมรกครึ้มเช่นทุกวันนี้ ว่ากันว่าเจ้าที่เจ้าทางแรง ระหว่างที่ดำเนินงานอยู่ มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหลายคน ผู้ลงทุนขาดทุนย่อยยับจนต้องเลิกกิจการ หากเดินเข้าไปในอาณาเขตโรงงานร้าง จะสัมผัสบรรยากาศยะเยือกผิดปกติ และเล่าลือกันว่าหากไปเคาะแท้งก์น้ำซึ่งตั้งอยู่ 3 ใบ 3 ครั้ง จะปรากฏเจ้าที่เจ้าทางออกมาให้เห็นทันที สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 5 รังสิตคลอง 13 จากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีบ้านพักถูกไฟไหม้เกือบหมดทั้งหลัง แต่ยังเหลือซากบ้านอยู่ส่วนหนึ่ง ข้อมูลบางกระแสเล่าว่า มีผู้หญิงตายในไฟ บ้านหลังนี้อยู่ในสวนมะขามหวาน แต่ถูกทิ้งให้รกร้าง คนในระแวกใกล้เคียงต่างยืนยันกันว่าตอนกลางคืน จะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวน มาจากซากบ้านบ่อยๆ พร้อมกันนั้นเคยมีคนเห็นผีผู้หญิงใ นบริเวณซากบ้านด้วย สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 4 ซอยรอดอนันต์ 1 ถ.สุขาภิบาล1 เป็นบ้านร้างทรงไทยอยู่ริมบึง ห่างไกลจากบ้านอื่นๆ ในระแวกนั้นบริเวณบ้านรกครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยคุณยายเจ้าของบ้าน เสียชีวิตที่บ้านหลังนี้ และน่าเชื่อว่า วิญญาณของคุณยายไม่ยอมไปผุดไปเกิด แต่ยังคงวนเวียนอยู่ในบ้าน จนกระทั่งลูกหลานไม่กล้าอยู่ ต่างแยกย้ายไปอยู่ที่อื่นหมด ปล่อยบ้านทิ้งร้างชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และที่บ้านหลังนี้เล่าลือกันว่าผีดุนัก คนอยู่ระแวกใกล้เคียงเคยเห็นผีคุณยายมายืนชี้นิ้วอยู่ที่หน้าบ้านเมื่อมี เด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ในบริเวณหน้าบ้าน เคยมีคนใจกล้าเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงแก่ๆขู่ตะคอก จนต้องเผ่นออกมาแทบไม่ทัน สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 3 ซอยสายหยุด อู่รถเมลล์เก่า ที่นี่เป็นสุสานรถเมลล์หรือรถโดยสาร ประจำทางที่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนใช้การไม่ได้ ซากรถเมลล์แต่ละคันมีประวัติคนตายโหงคารถ ในสภาพสยดสยองมาแล้ว และเป็นที่เล่าลือกันว่า อยู่ดีๆไฟในรถกลับเปิดสว่างขึ้นมาเอง หรือมีคนมายืนโบกรถหน้าอู่ แท๊กซี่จะเข้าไปจอดรับก็หายไปบางครั้งมีคนวิ่งตัดหน้า และหายไปดื้อๆ สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 2 วัดมหาบุศย์ พระโขนง ที่วัดมหาบุศย์ ยังมีศาลย่านาคตั้งอยู่ สืบเนื่องมาจากตำนานรักของแม่นาคพระโขนง ที่รู้กันแพร่หลายเล่ากันว่า เมื่อผีแม่นาคอาลวาดหลอกหลอน จนชาวบ้านหาปกติสุขมิได้ เจ้าประคุณสมเด็จโต ( วัดระฆัง ) ได้มานำวิญญาณแม่นาคไป พร้อมกับกระดูกกระโหลกหน้าผาก แล้วอบรมสั่งสอนให้รักษาศีล ปฏิบัติธรรม นัยว่าแม่นาคเลื่อนภพเป็นเทพแล้ว หากยังมีผีวนเวียนที่วัดมหาบุศย์ คงมิใช่วิญญาณแม่นาคอย่างแน่นอน สถานที่สยองขวัญของไทย อันดับ 1 ซอยรามคำแหง 32 ลึกเข้าไปในซอยรามคำแหง 32 ท่านจะพบบ้านทรงสเปนหลังหนึ่งรูปทรงสวยสง่าน่าอยู่ แต่บ้านนี้ไม่มีใครอยู่อาศัยนานกว่า 20 ปีแล้ว ปล่อยให้ทิ้งร้างเก่าทรุดโทรมอย่างน่าใจหาย ประวัติของบ้านมีว่าเจ้าของบ้านเป็นชาวต่างชาติ วันหนึ่งเจ้าของบ้านขับรถออกไปทำงานตามปกติ ที่บ้านมีสาวใช้อยู่เพียงคนเดียว คนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคงมาแอบสังเกตการณ์นานพอสมควรได้ฉวยโอกาสเข้าปล้น และฆ่าสาวใช้ตายคาที่ นับตั้งแต่นั้นมักจะได้ยินเสียงผู้หญิง ร้องให้ช่วยดังโหยหวนน่าสยดสยอง และยังเห็นผู้หญิง (เข้าใจว่าเป็นสาวใช้ที่ถูกฆ่าตาย ) เดินวนเวียนวูบวาบอยู่ในบ้าน เจ้าของบ้านทนอยู่ไม่ไหวต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น เล่ากันว่าหลังจากนั้น มีคนได้ยินเสียงผู้หญิงร้องให้ช่วย ดังมาจากบ้านร้างบ่อยๆ และมีคนเห็นผู้หญิงลึกลับยืนอยู่หน้าบ้านเป็นประจำเมื่อเข้าไปใกล้ก็หายไป ข้อมูล : toptenthailand.com

ว่อนเน็ต สาวหน้าคล้ายหมอนิ่ม ควงผู้ชายแปลกหน้า
ข่าวเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ /  สมคิด พาณิชย์ผาติกรรม / 

ชาวสังคมออนไลน์แชร์ภาพสาวหน้าคล้ายหมอนิ่ม ปรากฎตัวในที่สาธารณะพร้อมควงผู้ชายแปลกหน้าด้วย วันนี้(18 มิ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์แชร์ภาพหญิงสาวควงกับผู้ชายกลางห้าง โดยอ้างว่าเป็นภาพขอ แพทย์หญิงนิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือ หมอนิ่ม อดีตภรรยา นายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือ เอ็กซ์ นักกีฬายิงปืนทีมชาติ และนักแสดง ที่ถูกฆาตกรรมเมื่อปีที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพถ่ายต่อเนื่องจำนวน 3 ภาพ เป็นลักษณะผู้หญิงกำลังควงแขนคุณผู้ชายและสวมแว่นตาดำ ภาพนี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสังคมออนไลน์ ซึ่งบางคนมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมแต่บางคนมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามภาพดังกล่าวที่ถูกเผยแพร่ยังไม่มีความชัดเจนว่าถ่ายที่สถานที่ใดและวันใด ซึ่งล่าสุดที่หมอนิ่มปรากฎตัวต่อสื่อมวลชนคือวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ในงานครบรอบทำบุญ 100วันที่วัดพระศรีมหาธาตุ MThai News

ที่พักหัวหิน ยายย่า รีสอร์ท YaiYa (Shutter&Review)
ยายย่า รีสอร์ท /  รีสอร์ท / 

ที่พักหัวหิน ยายย่า รีสอร์ท YaiYa (Shutter&Review) เหตุผลมากมายที่คนเราจะออกจากบ้านเพื่อท่องเที่ยว ... คุณเคยคิดรึเปล่าว่า คุณออกไปเที่ยวเพื่ออะไร ตอบกันสารพันเหตุผล ปลดปล่อยใจ ค้นหาบางสิ่ง ต้องการเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ต้องการไปให้ถึง สัมผัสประสบการณ์ใหม่ พักผ่อนกายใจ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็พอสรุปได้ว่าการท่องเที่ยวก็ถือเป็น “ รางวัล ” ที่มีพลังให้กับผู้ไปเที่ยวอย่างยิ่งใหญ่ ผมก็เช่นกัน หากพอมีเวลาแม้เพียงช่วงสุดสัปดาห์ ก็จะไม่เคยพลาดที่จะให้  “ รางวัล ” กับชีวิต เติมพลังเติมไฟให้กับร่างกายด้วยการไปเที่ยว เพราะก็ไม่รู้ว่าชีวิตคนเราจะยืนยาวสักเพียงใด จะอยู่ใช้เงินได้อีกนานเท่าไหร่ก็ไม่มีใครรู้ได้ ... ชีวิตของเรา ใช้ซะให้เต็มที่ สัปดาห์นี้มีโอกาสได้ไปเที่ยวอีกครั้งที่ “ หัวหิน ” หัวหินเมืองท่องเที่ยวตากอากาศยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ ทริปนี้ต้องการให้  “ รางวัล ”  ด้วยการพักผ่อนกายใจ แบบสบายๆ นั่งๆ นอนๆ ชิวๆ เราเลือกเข้าพักที่ยายย่ารีสอร์ท รีสอร์ทเล็กๆ เราเลือกที่นี่เพราะมีเพื่อนคนหนึ่งทำงานเป็นสถาปนิกแนะนำให้ลองไปดู แค่นั้นเราก็ลองไปดู ตัดมาถึงวันเดินทางกันเลย ขับรถไปตามถนนเพชรเกษม ผ่านดอนหอยหลอด เลี้ยวซ้ายผ่านเมืองเพชรบุรี ผ่านชะอำ ด้วยระยะทางสองร้อยกิโลเมตรนิดๆ ก็ถึงจนได้ YaiYa Resort แรกสัมผัส ที่นี่ให้บรรยากาศและการต้อนรับแบบเป็นกันเองครับ พอลงรถพนักงานหน้าฟอร์นก็เดินเข้ามาทักทายเหมือนรู้จักกันมานาน พูดจาเป็นมิตร และคุ้นเคย พอเดินลงไปที่หน้าล็อบบี้ที่ดูไม่เหมือนล็อบบี้ เพราะสเปซที่โล่งโอ่โถงมาก งานศิลปะ เก้าอี้ไม้ และภาพวาดถูกวางอย่างตั้งใจ ทำให้ดูเป็นแกลเลอรี่ซะมากกว่า บริเวณนี้ถูกตั้งชื่อว่า “ สุนทรีย์ศิลป์ ” ช่องลมที่เปิดกว้างและใช้เป็นช่องรับแสงถูกสาดส่องเข้ามาตกกระทบภายในอาคาร ไม่ต้องใช้แอร์หรือไฟส่องสว่างให้เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ นี่แหละการเข้าถึงของสไตล์มินิมอลลิสม์อย่างแท้จริง เพราะการออกแบบที่ลงตัวดูเรียบง่ายในสไตล์มินิมอลลิสม์ คำว่า “ น้อย เรียบ ธรรมดา ” ถูกนำมาใช้ แต่มากด้วยคำว่า “ ความละเอียด ประณีต ทันสมัย ” และใช้ประโยชน์จากมันให้สูงสุด ที่ ยาย-ย่า นี้มีรากฐานการออกแบบมาจากคำว่า “ สราญ ” “ อภิรมย์ “ และ “ ปรีดา ” ด้วย 3 คำสั้นๆ นี้ ที่นี่ถึงได้สะท้อนรายละเอียดของสถาปัตยกรรมออกมาอย่างประณีต พร้อมทั้งแฝงความเป็นไทยลงไปด้วย เน้นการใช้วัสดุที่น้อยชิ้น เรียบง่าย ดูโล่งโปร่ง และรับลมกับแสงได้ดีดูลงตัว บ้านพักที่ 6 - สระศาลา บ้านพักแบบ 2 ห้องนอน มี 2 ชั้น สระว่ายน้ำอยู่ด้านบน ผมสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นของต้นไม้ระหว่างทางเดินและในบ้านพัก ประตูไม้สไตล์ไทยที่ถูกนำมาวางไว้เป็นทางเข้าดูลงตัวและให้ความรู้สึกที่ดูอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ห้องนอนชั้นล่าง เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องจะเจอทางเดินเล็กๆ ขวางประตูบานเลื่อนของห้องน้ำขนาดใหญ่มากไว้ ซึ่งแยกออกมาจากตัวห้องนอนอย่างเป็นอิสระจากกัน จะเห็นได้ชัดเจนว่าที่นี่ใส่ใจและให้ความสำคัญกับรายละเอียดของห้องน้ำเป็นอย่างมาก อ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำ ถูกแยกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน อ่างอาบน้ำถูกวางในตำแหน่งที่มีช่องหน้าต่างไม้รับแสงได้ ใครที่ชอบนอนแช่อ่างอาบน้ำก็จะเพลิดเพลินไปกับการมองชมวิวจากภายนอก จุดเด่นของห้องพักด้านล่างผมคงต้องยกให้ห้องน้ำไปเลยล่ะครับ และที่ชอบมากเป็นพิเศษคือเรื่องการวางตำแหน่งของมินิบาร์ ที่ตู้เย็นจะถูกจัดวางไว้ในส่วนของห้องน้ำ แยกเป็นสัดส่วนจากห้องนอน ทำให้ไม่มีเสียงตู้เย็นดังให้รำคาญใจยามที่เรานอนหลับพักผ่อน ส่วนโทนสีของห้องน้ำที่เป็นสีครีมอ่อนๆ นั้น เข้ากันกับบานประตู หน้าต่าง และวัสดุเนื้อไม้สีเข้ม รวมทั้งเครื่องใช้ที่ทำจากหวายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และด้วยหลอดไฟดาวไลท์สีส้มก็ยิ่งให้ mood&tone ที่ดูวอร์มอบอุ่นสบายตา ส่วนในห้องนอนชั้นล่างนี้เป็นห้องเตียงคู่ที่มีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่เปิดรับแสงถึงสองด้าน สีขาวของห้องพักเข้ากันได้ดีกับผ้ามุ้งของเตียงนอน โซฟาเดย์เบดสีสันสดใส ถูกนำมาวางเพื่อเป็นสีสันซึ่งเบรคความเรียบง่ายของห้องได้เป็นอย่างดี พร้อมโต๊ะทำงานและเก้าอี้หวายที่ให้บรรยากาศแบบบูติค โต๊ะวางชิดบานกระจกเพื่อรับแสงธรรมชาติได้ในเวลากลางวันโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า นี่คือแก่นของมินิมอลลิสม์ครับ ห้องนอนชั้นบน ถูกเชื่อมด้วยบันไดปูนด้านนอก เชื่อมต่อกันระหว่างห้องนอนชั้นล่างกับห้องนอนชั้นสอง เมื่อขึ้นมาชั้นสอง สิ่งแรกที่เห็นและสะดุดตาเป็นอย่างมากคือ ร่มสีแดงสด ที่ดูจะเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ จากการถูกนำมาใช้ในหลายๆ จุด มันดึงดูดสายตาให้ต้องมอง มันเหมือนสีสันและลูกเล่นของการตกแต่ง ด้านบนถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนของห้องพักและส่วนของระเบียงไม้ทรงไทยสำหรับนั่งเล่นนอนเล่น พื้นที่ทั้งสองส่วนนี้ถูกเชื่อมด้วยสระว่ายน้ำส่วนตัวเอาไว้ สระว่ายน้ำถูกล้อมไปด้วยดอกลีลาวดีสีขาวอย่างสวยงาม ในส่วนของห้องพักการตกแต่งไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากด้านล่าง อาจมีการวางตำแหน่งที่ต่างกันเพียงนิดหน่อย และเป็นเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ แต่โดยรวมถือว่าตกแต่งเหมือนกัน ความตั้งใจของการออกแบบสำหรับพื้นที่ด้านบนนี้ ให้น้ำหนักและความโด่ดเด่นไปที่ศาลาทรงไทยริมสระว่ายน้ำที่มีไว้นั่งเล่น ที่ใช้เป็นพื้นที่ตรงกลางที่จะใช้ประโยชน์จากผู้ที่เข้าพักทั้ง 2 ห้องได้มากที่สุด รวมไปถึงสระว่ายน้ำด้วยเช่นกัน การที่ศาลาและสระว่ายน้ำถูกวางตำแหน่งไว้บนชั้นสอง ถือเป็นจุดต่างจาก pool villa หลายๆ ที่ แต่ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนคือ รับลมและแสงได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการเปิดกว้างไม่ให้รู้สึกอึดอัดด้วยครับ พอตกบ่ายผมมีโอกาสได้เข้าไปแวะไปสปาของที่นี่ “YaiYa Spa” แต่เสียดายที่เจ้าหน้าที่ให้บริการกับลูกค้าที่มาเข้าพักเต็มแล้ว ไม่สามารถใช้บริการได้ สปาของยายย่าถือเป็นจุดเด่นของที่นี่อย่างหนึ่งที่มีไว้ แต่ถึงไม่ได้ใช้บริการก็แอบเก็บภาพมาฝากไว้ เผื่อใครมีโอกาสได้ไปในครั้งหน้าครับ ตกเย็นเรามีโอกาสได้ Dinner ที่ห้องอาหารครัวยายย่า "ThaiPas" ด้วยความตั้งใจแรกเริ่มว่าเราอยากให้ทริปนี้เป็นทริปพักผ่อนสบายๆ เราจึงไม่อยากออกไปทานข้างนอกให้วุ่นวาย ประมาณ 5 โมงเย็นเราจึงลงไปกันเพราะต้องการนั่งชมวิวทะเลก่อนฟ้ามืด บรรยากาศของห้องอาหารที่เปิดโล่งอยู่ริมสระว่ายน้ำ ทำให้สามารถพักสายตามองทะเลได้ เราเลือกที่จะนั่งทานอาหารในสวนกลางแจ้งที่ดูร่มรื่น หลังจากได้พูดคุยกับพนักงานต้อนรับถึงอาหารขึ้นชื่อที่อยากให้แนะนำ เราก็ได้สั่งอาหารมาหลายอย่าง กุ้งทอดซอสไวน์ขาว พิซซ่าคัลโซเน่ สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดพริกแห้งทะเล ลาซานย่าเนื้อ ทานคู่กัน สลัดทูน่า สลัดผักย่าง และซุปฝักทอง ต้องบอกก่อนว่า อาหารที่นี่จะคัดสรรวัตถุที่มีคุณภาพทั้งสิ้น โดยรวมแล้วค่อนข้างจะถูกปากเป็นอย่างมาก เพราะมีการดัดแปลงเพิ่มรสชาติจัดจ้านลงไปให้ถูกปากคนไทย และที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ เพราะถือเป็น signature ของที่นี่ พิซซ่าคาลโซเน่ เพราะที่นี่ใช้เตาถ่านในการอบพิซซ่า ทำให้กรอบและหอมกรุ่นเป็นพิเศษ พอใช้มีดหั่นพิซซ่าออกมาจะเห็นผักขมด้านในที่มีชีสและแฮมเป็นไส้อยู่ แป้งเนื้อบางกรอบที่เมื่อได้ทานคู่กันผักขมที่เก็บความร้อนระอุปนอยู่กับแฮมและชีสนุ่มๆ หอมแตะจมูก เข้ากันได้ดีเป็นที่สุด ส่วนอีกหนึ่งเมนูที่ถือเป็น signature ของที่นี่เช่นกัน และถือว่าเด็ดดวงไม่แพ้กัน สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดพริกแห้งทะเล เส้นดำที่ทำขึ้นเองจากดีหมึกสดๆ เลือกใช้แป้งชั้นดีมาทำเส้นนุ่มๆ เมื่อนำมาผัดกับพริกแห้งทำให้หอมและถูกปากผมมากครับจานนี้ ทานคู่กับกุ้งลายเสือตัวใหญ่คัดพิเศษ ปลาหมึกอวบๆ และหายแมลงภู่นิวซีแลนด์ เข้ากันที่สุดในสามโลกครับ พอตกเย็นระหว่างที่เราทานอาหารทางรีสอร์ทก็มีบริการสอนโยคะริมสระน้ำทุกวันเสาร์ โดยอาจารย์ผู้ชำนาญด้านโยคะครับ ... วันแรกเราจบที่ห้องอาหาร ThaiPas แบบพุงกาง ก่อนจะขึ้นไปนอนหลับพักผ่อนกับแบบชิวชิว รุ่งเช้าวันใหม่ เรารับอาหารเช้าที่ยายย่าเตรียมไว้ให้ก่อนที่จะสะพายกล้องเดินส่องอะไรเล่นริมหาด และก็ถือว่าจบทริปพักผ่อนแบบสบายๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือนที่เฝ้ารอวันเสาร์-อาทิตย์แบบใจจดจ่อ ^^ ที่พักหัวหิน ยายย่า (YaiYa) *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com  

ผีสามบาท (Bangkok Haunted) 2/5 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

เรื่องย่อ ผีสามบาทแบ่งออกได้เป็น 3 เรื่อง ดังนี้ ท่อนแขนและผิวหนังของนางรำ โหงด (ปราโมทย์ แสงศร) ชายหน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่งแอบหลงรัก ผกา (พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี) ซึ่งเป็นนางรำยิ่งชีวิต หากแต่เมื่อผกามีชายอื่นมาติดพันจนถึงขั้นหมั้นหมาย เขาจึงทำการตัดแขนเธอนำไปซ่อนไว้ในกลอง และลอกผิวหนังทำเป็นหนังกลอง หากเรื่องราวไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อวิญญาณของเธอยังวนเวียนผูกพันข้ามมาถึงปัจจุบันพร้อมกับกลองใบนั้น กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2544 เจี๊ยบ (พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี) หญิงสาวนักค้าและสะสมวัตถุโบราณ ได้รับกลองโบราณ อายุ 70 ปีใบหนึ่งมาโดยบังเอิญ สิ่งที่ตามมาด้วยคือความฝันอันแปลกประหลาด และเสียงร้องคร่ำครวญของผู้หญิงคนหนึ่งในยามค่ำคืน เจี๊ยบสงสัยว่า สาเหตุของเรื่องแปลก ๆ ทั้งหมดน่าจะมาจากกลอง จึงเริ่มต้นค้นคว้าหาที่มาของกลอง และทำให้เธอได้รู้ความจริงอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นและเคยผูกพันกับเธอมาก่อน เมื่อเกือบ 70 ปีที่แล้ว น้ำมันพราย แพน (ดาหวัน สิงห์วี) หญิงสาววัยเบญจเพส ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เหมือนคนเมืองทั่วไปอีกหลายล้านคนในกรุงเทพฯ แพนกำลังแสวงหาความรักจากผู้ชาย ที่สามารถพาเธอให้หลุดจากโลกที่น่าเบื่อนี้ไปสู่วันใหม่ที่ดีกว่าของชีวิต แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้พบกับทางลัด เมื่อเพื่อนใหม่คนหนึ่งแนะนำให้เธอใช้น้ำมันพราย ของที่ได้จากการทำพิธีกรรมลี้ลับทางไสยศาสตร์ โดยพวกหมอผี แพนใช้น้ำมันพราย เพื่อทำเสน่ห์ให้ผู้ชายที่เคยมองผ่านเธอหันกลับมาหลงใหล และตกเป็นทาสของเธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า มันไม่ต่างไปจากยาเสพย์ติด ที่มีทั้งคุณและโทษ เมื่อเธอเริ่มใช้มันมากขึ้นจนสุดท้ายคนที่จะกลายเป็นเหยื่อ ก็คือ ตัวเธอเอง จองเวร. กันยา (กัลยณัฐ สีบุญเรือง) หญิงสาวคนหนึ่งผูกคอตายที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง รูปการณ์ดูเหมือนว่าเธอจะฆ่าตัวตาย แต่ นพ (พีท ทองเจือ) นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลกลับไม่เชื่อเช่นนั้น เขาเชื่อว่ามันมีเงื่อนงำอะไรอยู่เบื้องหลัง ถึงแม้ผู้บังคับบัญชา (สุเชาว์ พงษ์วิไล) จะไม่ใส่ใจ จึงสืบหาประวัติของเธอ และก็เริ่มได้รู้เรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเธอ ในขณะเดียวกันนพก็รู้สึกได้ว่า วิญญาณของกันยา ยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเขา เพื่อชี้ทางและพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่เขา เพื่อแกะปมปริศนาการตายของเธอ ก่อนที่นพจะได้พบกับความจริงที่เขาคาดไม่ถึงในท้ายที่สุด 1/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407441094.html 2/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407431846.html 3/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407434788.html 4/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407434943.html 5/5 - http://video.mthai.com/trailer/player/1407438312.html

อาท ศรา จุฑารัตนกุล คือใคร ญาติ ภูริ จากครอบครัวปลัด ก.พานิชย์
ผู้ชายต้นแบบ /  ภูริ หิรัญพฤกษ์ / 

อาท ศรา จุฑารัตนกุล คือใคร ลูกพี่ลูกน้อง ภูริ ครอบครัวปลัด ก.พานิชย์ แน่นอนว่าถ้าพูดถึงกระแส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับสามีอย่าง เอ๋ ชมสวัส จึนถึงเป็น Talk o The Town ประจำเดือนเลยทีเดียว แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องนึกถึงบทสนทนาไลน์ของเหล่าดารา ที่หลุดออกมาในลักษณะที่พาดพิง เจนี่ ซึ่งบทสนทนาดังกล่าวก็เป็นของ อาท ศรา จุฑารัตนกุล และ ภูริ หิรัญพฤกษ์ สองลูกพี่ลูกน้องจากตระกูลอดีตปลัดกระทรวงพานิชย์ ทาง Men.MThai เราเลยขอถือโอกาสที่จะนำเสนอ ประวัติแก้ขอสงสัยว่า อาท ศรา จุฑารัตนกุล คือใคร และเกี่ยวข้องกับ ภูริ หิรัญพฤกษ์ อย่างไรนั่นเองครับ อาท ศรา จุฑารัตนกุล คือใคร อาท ศรา จุฑารัตนกุล หนุ่มหล่อวัย 40 ปี เป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ นายจเร จุฑารัตนกุล อดีตปลัดกระทรวงพานิชย์ กับ ท่านผู้หญิงพรรณวดี จุฑารัตนกุล นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเป็นหลานของ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี แถมยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับดาราหนุ่ม ภูริ หิรัญพฤกษ์ (แม่ของภูริเป็นน้องสาวของแม่ห อาท ศรา จุฑารัตนกุล ครับ) อาท ศรา จุฑารัตนกุล เรียนโรงเรียนระดับมัธยมที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรีและปริญญาโท ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยลินคอล์น ประเทศสหรัฐอเมริกา และ อาชีพการทำงานของเขาก็คือ ผู้อำนวยการฝ่ายแผนงาน มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ซึ่งเราจะรู้จักหนุ่ม อาท ศรา จุฑารัตนกุล ได้อย่างดีในฐานะสามีของสาว อ้อม พิยดา อัครเศรณี นั่นเอง โดยทั้งคู่หมั่นหมายกันเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2552 และทั้งคู่ก็เข้าพิธีแต่งงานกันในวันที่ 17 ตุลาคม 2552 ลังจากคบหาดูใจกันมานานเกือบ 2 ปี ซึ่งทั้ง 2 คนมีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคนนั่นก็คือ น้อง นาวา พัชรนันท์ จุฑารัตนกุล นั่นเอง ภูริ หิรัญพฤกษ์ คือใคร ภูริ หิรัญพฤกษ์ เป็น นักแสดง และพิธีกรชาย ที่มีผลงานมากมาย และบทบาทที่เป็นที่โด่งดัง ก็คือ บท "ที" ในละคร รักแปดพันเก้า เป็นบุตรชายของ นายทินกร กับนางภราไดย หิรัญพฤกษ์ มีศักดิ์เป็นหลานของ กันยา เทียนสว่าง นางสาวสยาม ปี 2477 คนแรกของประเทศไทย ทางฝ่ายบิดาและ นายมีศักดิ์เป็นหลานลุงของนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ทางฝ่ายมารดา ภูริ หิรัญพฤกษ์ จบการศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลจุไรรัตน์ โรงเรียนประถมสาธิต มศว. ประสานมิตร โรงเรียนสาธิต มศว. ปทุมวัน และศึกษาระดับอุดมศึกษาในระดับปริญญาตรีที่ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทที่ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผู้ชักนำ ภูริ หิรัญพฤกษ์ เข้าวงการบันเทิง คือ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผลงานชิ้นแรก คือ โฆษณาโตโยต้าโซลูน่า ตามด้วยละคร เมืองมายา รอยรักรอยอดีต เฮฮาคาเฟ่ ซิทคอม คู่คนละขั้ว เส้นไหมสีเงิน เทพีเจ้าสังเวียน รักแปดพันเก้า นอกจากนี้มีมิวสิกวิดีโอบ้าง และได้รับโหวตเป็นสุดยอดหนุ่มโสดในฝันนิตยสาร CLEO ปี 2001 นอกจากนี้เขายังเป็นผู้จัดรายการโทรทัศน์ "ไอ เลิฟ เดอะ ไนท์ไลฟ์" ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 จุ๊ กัลยดา คือใคร สาวหล่อ ที่เขาลือกันว่าเป็นผู้ดามหัวใจสาว เจนี่ จุ๊ กัลยดา คือใคร สาวหล่อ ที่เขาลือกันว่าเป็นผู้ดามหัวใจสาว เจนี่ จุ๊ กัลยดา ชื่อนี้คงไม่เป็นที่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะสาวหล่อคนนี้แหละครับ ที่หลา...

Cross Love เพลงประกอบละคร รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน (THE RISING SUN)
Lula /  The Rising Sun / 

Cross Love เพลงประกอบละคร รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน (THE RISING SUN) โดย ลุลา และ หนึ่ง ณรงค์วิทย์ Cross Love หนึ่งเพลงจากละคร รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน (THE RISING SUN) นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ,แต้ว ณฐพร,ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ที่พร้อมลงจอให้ได้ชมกันแล้ว ทางช่อง 3 ออริจินัล โดยในเพลง Cross Love ได้นักเขียนเพลงชื่อดัง หนึ่ง ณรงค์วิทย์ มาร้องคู่กับ ลุลา เนื้อเพลง Cross Love เพลงประกอบละคร THE RISING SUN ศิลปิน : Lula & หนึ่ง ณรงค์วิทย์ คำร้อง : ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ ทำนอง : จักรกฤษณ์ มัฆนาโส เรียบเรียง : จักรกฤษณ์ มัฆนาโส ----------------------------------------------------------------- (หนึ่ง ณรงค์วิทย์) ก็เคยถามตัวเอง เมื่อไหร่จะถึงปลายทาง ต้องเดินต้องหลงทางไปอีกไกลไหม (Lula) ก็เคยคิดท้อใจ ทำไมมันยากเสียจริง กว่าจะพบตัวจริง มันเหนื่อยไปไหม (หนึ่ง ณรงค์วิทย์) พอทำใจไม่รักใคร ก็มีเธอเดินเข้ามา (Lula) เปลี่ยนแปลงให้ใจไม่เหมือนเดิม (พร้อมกัน) คงเป็นเธอที่ฉันรอคอย (หนึ่ง ณรงค์วิทย์) เส้นทางที่เคยเดียวดาย (Lula) ต่อจากนี้ไปมีเธอร่วมทาง (พร้อมกัน) ขอบคุณนะที่เธอตกลงรักกัน (Lula) ขอบคุณที่รักกัน ในวันที่ไม่มีใคร ขอบคุณที่เข้าใจ ความเป็นตัวฉัน (หนึ่ง ณรงค์วิทย์) ขอบคุณที่กล้าพอ จะเดินทางร่วมกันไป ขอบคุณที่มั่นใจ และไม่เคยท้อ (หนึ่ง ณรงค์วิทย์) พอทำใจไม่รักใคร ก็มีเธอเดินเข้ามา (Lula) เปลี่ยนแปลงให้ใจไม่เหมือนเดิม (พร้อมกัน) คงเป็นเธอที่ฉันรอคอย (หนึ่ง ณรงค์วิทย์) เส้นทางที่เคยเดียวดาย (Lula) ต่อจากนี้ไปมีเธอร่วมทาง (พร้อมกัน) ขอบคุณนะที่เธอตกลงรักกัน (หนึ่ง ณรงค์วิทย์) หากเธอพร้อมฉันก็พร้อม (Lula) เธอรักฉันก็พร้อม (พร้อมกัน) จะเดินร่วมทางต่อไป (หนึ่ง ณรงค์วิทย์) แค่มีเธอเพียงคนเดียว (พร้อมกัน) ก็ไม่กลัวอะไร แค่มีเธอฉันก็มั่นใจ (หนึ่ง ณรงค์วิทย์) เส้นทางที่เคยเดียวดาย (Lula) ต่อจากนี้ไปมีเธอร่วมทาง (พร้อมกัน) ขอบคุณนะที่เธอตกลงรักกัน ----------------------------------------------------------------- อ่านเรื่องย่อ ละคร รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน

เป็นงง ? โรส ฉัตรวดี โพสต์คลิปจวกทักษิณ-ยิ่งลักษณ์
คลิปด่าทักษิณ /  ทักษิณ ชินวัตร / 

โรส ฉัตรวดี อมรพัฒน์ อัดคลิป จวกทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ห่วงผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าห่วงประชาชน อย่าหวังพึ่ง วันนี้(2 ส.ค.)  โรส ฉัตรวดี อมรพัฒน์  ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ ได้โพสต์คลิปตอนหนึ่งมีเนื้อหาถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าอย่ารอพึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองเลย เพราะเขาเป็นนักธุรกิจที่สนใจผลประโยชน์มากกว่าประชาชน โดยโรสเผยว่า "ถ้าพวกคุณเบื่อ เสียใจ โมโห รอความหวังจากทักษิณ จากยิ่งลักษณ์ ซึ่งเขาไม่เคยคิดจะช่วยเหลือคนไทยเลย เพราะพี่-น้องคู่นี้เขาไม่ได้เป็นนักปฏิวัติ แต่เขาเป็นนักธุรกิจ ซึ่งเขาเห็นผลประโยชน์ต่อธุรกิจของเขามากกว่าประชาชนคนไทย ที่ไปเลือกเขามาเป็นนายกฯ ฉะนั้นคุณพึ่งใครไม่ได้แล้ว" MThai News

พลอย เฌอมาลย์ นำทีม แฟชั่นโชว์ เปิดตัว ทอฟ้าผ้าไทย ปี3
ทอฟ้าผ้าไทย /  ผ้าไทย / 

ทอฟ้าผ้าไทย ปี 3 รายการเรียลลิตี้เฉลิมพระเกียรติ เปิดตัวสุดอลังการ พลอย เฌอมาลย์ พร้อม กูรูแฟชั่นตบเท้าร่วมงานปลูกจิตสำนึกรักษ์ผ้าไทย กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องสำหรับรายการ “ทอฟ้าผ้าไทย ปี 3” รายการเรียลลิตี้ผ้าไทยรายการแรกของเมืองไทย ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี กับการค้นหาสุดยอดนักออกแบบแฟชั่นผ้าไทย ผ่านการประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายโดยใช้ผ้าไทย เพื่อสนับสนุนส่งเสริม อนุรักษ์ ถ่ายทอด สืบสาน และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรมด้านผ้าไทยชิงเงินรางวัลกว่า 500,000 บาทและโอกาสเติบโตอีกมากมายในวงการแฟชั่นไทย โดยคณะกรรมการตัดสินประกอบด้วย “คุณไหม ปิยวรา ทีขะระ” หัวหน้าคณะทำงานพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย, “คุณม้า อรนภา กฤษฏี” นักแสดง นางแบบ และพิธีกรมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น, “คุณฟอร์ด กุลวิทย์ เลาสุขศรี” บรรณาธิการบริหารนิตยสาร VOGUE คนแรกของเมืองไทย และผู้จัดรายการทอฟ้าผ้าไทย “คุณเจนิสตาร์ รักษ์สิริโสภา” จากบริษัท ธัมส์ อัพ มีเดีย โดยมีคุณ ดำรงค์ ทองสม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตัวแทนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ ตัวแทนจากพิพิธภัณฑ์ผ้าใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนีนาถ, คุณกมลาสิริ อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จาก บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), ผู้บริหาร บมจ.ปูนอินทรี,บมจ.ไทยเบฟ, บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ให้เกียรติร่วมงาน ท่ามกลางกูรูวงการแฟชั่นที่ตบเท้าร่วมงานคับคั่ง พร้อมเปิดตัวผู้แข่งขันที่ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ประกอบด้วย “นายวิพุธ จันทร์จรัสวัฒนา (จี้เพชร), นางสาวจูเลีย เปอิโรเน (จูเลีย), นายชาญวุฒิ แดงชนะ (แม็คซิม), นายเศรษฐวุฑฒิ์ นามปัญญา (แมนจู), นายธีร์ ศรีริ (ธีร์), นายรักธรรม ศรีนัครินทร์ (หนุ่ม), นายทัศน์ไชย อุททา (แบงค์) และ นางสาวพิชชานันท์ ตะพังพินิจการ (กุ๊กไก่) ต่อด้วยการแสดงแบบผ้าไทยในชุด “ผ้าขาวม้า” นำโดย “ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” ร่วมด้วยนางแบบชั้นนำของเมืองไทย อาทิ “โย ยศวดี, มาริสา แอนนิต้า, แอม สุทธิกานต์, มะลิ โคทส์, โยเกิร์ต รวีวรรณ, แพท นิธิภรณ์, นาตาลี นัฐลี” พิธีกรดำเนินรายการโดย “โอปอลล์ ปาณิสรา อารยะสกุล” และ “มิค บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ” เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ลานลิฟท์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยรายการ “ทอฟ้าผ้าไทย ปี 3” รายการแฟชั่นเรียลลิตี้จะออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.45-22.35 ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี โดยจะเริ่มออกอากาศวันที่ 20 กรกฏาคม - วันที่ 7 กันยายน 2557 รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus

สาวปริศนาแฉอีก!หนุ่มใหม่ หมอนิ่ม เอารถเบ๊นซ์มาให้ขับ
Anti หมอนิ่ม ฆ่าผัว /  จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม / 

ความเคลื่อนไหวกรณีข่าวที่โด่ดังเกี่ยวกับคนในแวดวงกีฬาคือ "เจ้าเอ็กซ์" จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม นักแม่นปืนทีมชาติไทย ที่ถูกลอบยิงจนเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 19 ตุลาคม 2556 ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามจับตัวคนร้าย และผู้ร่วมสมคบคิดที่มี นางสุรางค์ ดวงจินดา มารดาของ หมอนิ่ม พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาของ "เจ้าเอ็กซ์" ซึ่งก็ตกเป็นผู้ต้องหาด้วย โดยเวลานี้คดียังอยู่ในชั้นศาล แต่ทว่าก็มีคนไปจับภาพได้ว่า หมอนิ่ม ภรรยา "เจ้าเอ็กซ์" เดินควงหนุ่มใหม่ ซึ่งได้เอาไปโพสลงโซเชียลมีเดีย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม เพราะตัว หมอนิ่ม ยังตกเป็นผู้ต้องหาคดีจ้างวานฆ่าอยู่ ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก "Anti หมอนิ่ม ฆ่าผัว" ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งโพสรูปแสดงตัวในคอมเม้น ว่าเป็นภรรยาของชาย ที่อยู่ในภาพกับหญิงสาวที่หน้าคล้าย หมอนิ่ม รวมถึงยังแฉว่า สามีของเธอเป็นรุ่นพี่ของสามี หมอนิ่ม โดยรู้จักกันเป็นอย่างดีทุกคน แต่ก็ยังหน้าด้านลักลอบคบกัน แถมล่าสุดยังเอารถยนต์ส่วนตัวของ หมอนิ่ม มาให้ตนเองขับอีกด้วย ทว่าล่าสุดหญิงสาวที่ออกมาแฉดังกล่าวได้โพสข้อความชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เอ่ยไปก่อนหน้านี้ เพื่อแก้ข่าวให้กระจ่างยิ่งขึ้น ซึ่งก็โพสโดยใช้ภาษาที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก แต่จับใจความได้ว่า ขอแก้ข่าวที่ออกไปก่อนหน้านี้ ว่าตัวเธอก็ไม่ใช่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ได้อยู่กินกับชายคนดังกล่าวมา 1 ปี ส่วนเรื่องนำรถ หมอนิ่ม มาให้ขับ เป็นเหตุตอนที่เธอกับชายหนุ่มคนดังกล่าวได้เลิกไปแล้ว แต่วันนั้นชายคนดังกล่าวได้ขอไปพัทยาด้วย เอารถเบ๊นซ์มารับ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นรถของ หมอนิ่ม เนื่องจากไปเห็นในข่าวที่เสนอก่อนหน้านี้ ซึ่งเธอรู้สึกโกรธมากที่ถูกหลอกมาโดยตลอด เพราะเห็นข่าวว่าคบกันมานาน แต่ชายดังกล่าวปฏิเสธว่าเป็นแค่พี่น้องกันกับ หมอนิ่ม สุดท้ายหญิงสาวรายดังกล่าวได้เผยว่า ฝ่ายชายมีภรรยาตัวจริงที่คบมาเป็น 10 ปีอยู่แล้ว พร้อมกับบอกว่า ภรรยา ของชายดังกล่าวเป็นคนดี สามี พูดอะไรก็เชื่อ ซึ่งเธอเองก็โดนหลอกมาเหมือนกัน จากการโพสดังกล่าวทำให้สังคมออนไลน์ พูดถึงกันอย่างกว่างขวางอยู่แล้ว ยิ่งด่าแบบเสียๆ หายๆ กับตัว หมอนิ่ม และชายคนดังกล่าวแบบสาดเสียเทเสียมากขึ้นอีกด้วย

เป็นงง ? โรส ฉัตรวดี โพสต์คลิปจวกทักษิณ-ยิ่งลักษณ์
โรส ฉัตรวดี อมรพัฒน์ /  โรส ฉัตรวดี / 

โรส ฉัตรวดี อมรพัฒน์ อัดคลิป จวกทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ห่วงผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าห่วงประชาชน อย่าหวังพึ่ง