หนังโป๊

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ นะโม OK (20ที่นั่ง)
ชิงรางวัล /  ดูหนังฟรี / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 705 ฟุด-ฟิด-ฟอร์-ธรรม ฝรั่งคำ ไทยคำ ขำไม่รู้เรื่อง "นะโม OK"   พระนครฟิลม์, โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีม่า และ เว็บเอ็มไทย ภาพยนตร์แนววัดวา ที่ค่ายพระนครฟิลม์ มีมาให้ดูอยู่เรื่อยๆ ไปคลายเครียดกันครับ เรื่องนี้มีบัตรมาให้ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2557 รอบ 20.00 น. (รับบัตรเวลา 18.30 -19.30 น.) ที่โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีม่า สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย รอบนี้ปฐมทัศน์ เจอทีมนักแสดงจ้าาา วัดเล็กนอกเมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอเล็กๆอันเงียบสงบ มีอันจะได้คึกคักขึ้น เมื่อพระฝรั่ง ความจำเสื่อม ต้องมาอาศัยจำวัดเพื่อรักษาความทรงจำ ชาวบ้านพากัน ตื่นเต้นที่มี พระฝรั่งมาอยู่ที่วัด หลายคนพากันคาดเดาเรื่องราวที่หายไปจากความทรงจำ ของพระสตีฟ ไปต่างๆนาๆ เสี่ยถังที่หวาดกลัวมือปืนที่จะตามฆ่า คิดว่าพระสตีฟเป็นมือปืน ส่วนสองเณร จอมแสบโต๋กับแจ๊ค กลับมองพระสตีฟ เป็นจุดขายในการหาเงิน พระสตีฟอาจเป็นอะไรได้หลายอย่างแล้วแต่คนคิด แต่ในความคิดพระสตีฟ นั้นไม่ว่าที่ผ่านมาตัวเขาจะเคยเป็นอะไรนั้นไม่สำคัญ แต่วันนี้เขารู้แต่ เพียงว่า ตัวเองเป็นพระ และชีวิตที่เหลือจะมุ่งหน้าศึกษาธรรมเท่านั้นก็พอ คำถาม 1. จากหนังตัวอย่าง ทำไมพระสตีฟถึงความจำเสื่อม 2. บอกชื่อหนังที่เกี่ยวกับพระ ของพระนครฟิล์ม มาคนละ1ชื่อครับ * เรื่องนี้ ประกาศผลวันอาทิตย์ สรุปรายชื่อวันจันทร์ และไปดูหนังเย็นวันจันทร์นะจ๊ะ คิดถึงน้าค่อม พลาดไม่ด้ายยยยยย * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล อาทิตย์ 2 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. จันทร์ 3 พฤศจิกายน โทรสำรองวันจันทร์ เวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย พระนครฟิลม์ และ โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เวิลด์ ซีนีม่า

6/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
6/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

6/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

ให้นมลูก มันโป๊ตรงไหน? คุณแม่รมณ์เสีย เจอเฟสบุ๊คลบรูปเฉยเลย
คลอดก่อนกำหนด /  เลี้ยงลูก / 

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม คือวันที่ เอ็มม่า บรอน ให้กำเนิดลูกสาว แต่เป็นการคลอดก่อนกำหนดถึง 12 สัปดาห์ ทำให้ลูกสาวของเธอมีน้ำหนักเพียง 2 ปอนด์ หรือประมาณ 1 กิโลกรัม และคุณหมอได้บอกกับเธอว่า ลูกสาวเธออาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 3 วัน ให้ทำใจไว้ แต่ปาฎิหารเกิดขึ้นกับเธอ เมื่อลูกน้อยกลับมีชีวิตอยู่ได้ โดยหลังจากผ่านมา 12 วัน เธอเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ โดยการ ให้นมลูก เหมือนดังที่แม่คนอื่นๆทำ และถ่ายทอดเรื่องราวพร้อมภาพถ่ายลงในเฟสบุ๊ค ถึงวินาทีที่เธอได้มีโอกาส ให้นมลูก ด้วยตัวเอง ว่าเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุด โดยมีเหล่าเพื่อนๆและคุณแม่ติดตามและให้กำลังใจเธอเป็นจำนวนมาก จนกระทั่ง มีใครบางคน กดรีพอร์ตรูปการ ให้นมลูก ของเธอ ว่านี่เป็นภาพโป๊ จึงถูกเฟสบุ๊คลบรูปออกจากระบบทั้งหมด งานเข้าสิ่! เมื่อเหล่าคุณแม่พากันเรียกร้องเฟสบุ๊คทันทีว่า ให้นมลูก มันโป๊ตรงไหน? โดยหลังจากที่เธอตั้งคำถามถึงการถูกลบภาพของเธอบนสเตตัส และชักชวนเหล่าคุณแม่มาช่วยสนับสนุนความเห็นเธอว่า รูปภาพการให้นมลูกโป๊หรอ เพียงไม่นานก็มีคุณแม่ทั่วโลกให้การสนับสนุนเธอเป็นจำนวนมาก โดยมียอดไลค์ถึง 166,000 และยอดแชร์กว่า 22,000 แชร์ ร้อนไปถึงเฟสบุ๊คที่ต้องนำรูปที่ลบออกไปกลับมาคืน และ ถึงกับต้องปรับปรุงนโยบายใหม่ โดยระบุว่า หากเป็นภาพหน้าอกที่เป็นลักษณะของการให้นมลูก หรือ การถ่ายทอดของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่แสดงภาพให้เห็น ทางเฟสบุ๊คจะสนับสนุนอย่างเต็มที่และยินยอมให้เผยแพร่ได้  เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาเนื้อหาจาก www.buzzfeed.com

แมธธิว แม็คคอนนาเฮย์ โชว์เดี่ยว ในคลิปแรก และงานเปิดตัว Interstellar
2001 Space Odessey /  Anne Hataway / 

เผยคลิปแรกออกมาให้ชมกันแล้ว สำหรับหนังไซไฟของ โนแลน อย่าง Interstellar ที่หลังจากฉายรอบปฐมทัศน์ไปแล้ว คำวิจารณ์ก็ออกมาค่อนข้างกึ่งกลาง บ้างก็ว่าหนังเข้าใจยากบ้าง หนังมีความทะเยอทะยานสูงบ้าง แต่กระนั้นทุกเสียงกลับยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของมันในระบบ IMAX ว่าน่าตื่นตาเอามากๆ โดยเพื่อเป็นการต้อนรับที่หนังกำลังจะฉายอีก 1 อาทิตย์ วอร์เนอร์ ก็ได้ปล่อยคลิปแรกของหนังออกมาให้เราชมกันแล้ว ซึ่งเป็นคลิปที่ แมธธิว แม็คคอนนาเฮย์ ออกมาพูดถึงยานจักรกล และเสริมด้วยคลิปแถมพิเศษกับงานรอบปฐมทัศน์ในยุโรปที่แฟนๆได้มารอกันอย่างเหนียวแน่นเลยจริงๆ เมื่อโลกเข้าสู่ห้วงสุดท้ายในยุคเรา ทีมนักสำรวจต้องรับภารกิจที่สำคัญสุดในประ­วัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยการเดินทางสู่กาแล็คซี่อันไกลโพ้น เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ว่าในอนาคตมนุษยชา­ติอยู่ท่ามกลางดวงดาวได้หรือ เปล่า Interstellar ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน บทภาพยนตร์โดยสองพี่น้อง โจนาธาน และคริสโตเฟอร์ โนแลน มีกำหนดฉายในไทย 6 พฤศจิกายน นี้

กลัวชะนีละอ่อนตีท้ายครัว บุ๋ม แอ๊บแบ๊ว มัดใจแฟนเด็ก
บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม เอก เอกริน / 

ชิชะ!! รู้สึกว่าตั้งแต่คบหาดูใจกับแฟนเด็กหุ่นล่ำกล้ามโตอย่าง เอก เอกริน สาวใหญ่หุ่นอึ๋มชั่วโมงบินสูงอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ดูจะสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่สำคัญขยันแอ๊บเด็กเอาใจแฟนหนุ่มสุดๆ หลังจากที่ประกาศว่าจะแต่งงานกันในปีหน้า ดูคู่นี้จะหวานขึ้นทุกวันตัวติดกันอย่างกะปาท่องโก๋ ควงกันไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ แม้หลายคนจะมองว่าอายุที่ห่างกันของทั้งคู่จะเป็นอุปสรรค แต่สำหรับสาวใหญ่อย่างบุ๋มดูจะไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดส์ ดูจากช่วงหลังๆ ที่นางแต่งตัวสิจ๊ะเด็กวัยรุ่นยังอาย นอกจากนางจะหมั่นดูแลทรวดทรงองค์เอวและหนังหน้าให้ดูสวยเต่งตึงฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอแล้ว เรื่องการแต่งตัวของนางช่วงนี้ก็ดูจะแอ๊บแบ๊วลดอายุลงไปเยอะ ทั้งมัดผมแกละ ใส่เสื้อผ้าอย่างกะเด็กวัยรุ่น เห็นแล้วก็แซบเหลือหลาย มิน่าหนุ่มเอกถึงเอาอกเอาใจกระดิกตัวไปทางไหนก็คอยเป็นมือเป็นเท้าให้ตลอด ลงทุนแอ๊บแบ๊วมัดใจแฟนหนุ่ม ออดอ้อนฉอเลาะบ้างในบางครั้งแบบนี้ ไม่รู้เพราะกลัวชะนีหน้าใสวัยทีนจะมาตีท้ายครัวหรือเปล่าน้า... บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก

The Couple : หลอน รัก พักชีวิตคู่
Last Summer /  Talent 1 / 

หลังจากเคยเปิดตัวด้วยภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกของค่าย และทำรายได้น่าพอใจไปแล้ว มาถึงตอนนี้ก็ถึงเวลาสำหรับเรื่องใหม่เสียที สำหรับค่าย Talent 1 ผู้สร้าง Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย ที่เข็นเรื่องใหม่ออกมาแล้วอย่าง The Couple รัก ลวง หลอน ที่มี ออม สุชาร์ มารับบทนำนั่นเอง ในคืนแต่งงาน จุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของ กานต์ (พิชญะ นิธิไพศาลกุล) กับ อ้อม (สุชาร์ มานะยิ่ง) ที่หวังจะสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสยองขวัญ เมื่ออ้อมพบศพ สิตา (มะลิ โคทส์) พี่สะใภ้ของกานต์ผูกคอตายอยู่ภายในบ้าน ทุกคนลงความเห็นว่าสิตาฆ่าตัวตายแม้ไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เธอ ตัดสินใจกะทันหันเช่นนี้ แต่หลังจากวันนั้น อ้อมเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ร่างกายที่เคยเป็นของตนถูกผีสิตาพยายามเข้าครอบครอง หวังเปิดโปงเงื่อนงำการตายและแก้แค้นทุกคนที่เกี่ยวข้อง อ้อมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนท่ามกลางความงุนงงของกานต์ ที่ต้องพยายามทำให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ หนังใช้ชื่อการกำกับว่า ทาเลนต์ วัน ทีม ซึ่งนั่นคงแปลว่ามีทีมงานหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือกำกับหนังเรื่องนี้ครับ ซึ่งจากตัวอย่างหนัง และ ใบปิด ก็ต่างบอกออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า The Couple น่าจะเป็นหนังสยองขวัญแนวจิตวิทยา ที่เล่นกับสถานที่มืดอย่างแน่นอน และตัวหนังจริงๆก็เป็นเช่นนั้น เพราะหนังถือว่าเป็นหนังผีไทยอีกเรื่องที่มุ่งเน้นจะพูดการอาฆาตแค้น และการบ่งบอกถึงปัญหาด้านของ จิตวิทยา และ ไศยศาสตร์ ซึ่งการที่ตัวหนังหยิบเอาเรื่องพวกนี้พูด ผสมกับเรื่องผีสิง น่าจะไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี ถ้าหากว่าตัวหนังกลับไม่สอบตกทั้งด้านงานกำกับ และ ตัดต่อเสียก่อน ซึ่งเอาเป็นว่า The Couple ต่างมีวัตถุดิบชั้นดีในการปรุงรสให้ได้หนังสยองขวัญเรื่องนึงออกมา ทั้งฉากหลัง และ ตัวละคร ที่ขนความเพี้ยนมาไม่ยอมใคร แต่เนื่องด้วยตัวหนังที่ทีมงานกำกับอาจจะดูมึนงงต่อการทำหนังอยู่บ้าง จึงทำให้การถ่ายทอดบทหนังที่เขียนออกมานั่น เปรียบเสมือนให้ตัวหนังนี่มันมีอยู่เพียง องค์เดียว และเล่ายาว ซึ่งนั่นเองทำให้ตัวหนังขาดการพัฒนาตัวละคร และ สถานการณ์รอบข้างโดยสิ้นเชิง เราจะเห็นก็แต่การพยายามจองล้างจองฆ่าของผีสาง และความพยายามของ กานต์ ที่อยากจะช่วยให้ ออม กลับมาเหมือนเดิมเท่านั่น แต่เรื่องราวทั้งหมดทั้งปมหลังในอดีต และ การพัฒนาตัวละครกลับดูจะสวนทาง และ ไม่ก้าวหน้าเลยสักนิด โดยสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคงเป็นการที่ได้เห็นชื่อของคุณ คงเดช ผู้กำกับ ตั้งวง มาอยู่ในทีมเขียนบทด้วยแล้ว แต่กลับไม่สามารถทำให้ The Couple เท่าเทียมเรื่อง Last Summer ได้อย่างดีนักในแง่ของคุณภาพหนัง แต่กระนั้นแล้วถ้าหากพูดถึงทีมนักแสดง ต้องขอบอกว่า ออม สุชาร์ เรื่องนี้สามารถแสดงได้ดีไม่แพ้กับ ปันปัน เมื่อตอนเรื่องก่อน ซึ่งถ้าหากไม่ติดขัดถึงเรื่องความแย่ของหนัง การแสดงของเธอในเรื่องนี้ก็น่าจะส่งให้เธอไปชิงรางวัลใน สุพรรณหงส์ ด้านสาขาการแสดงได้อย่างไม่ยากเลยทีเดียวครับ สรุปแล้ว The Couple ก็ดูท่าจะเป็นหนังสยองขวัญที่เน้นขายให้แก่คนที่ต้องการอะไรตุ้งแช่ และเป็นแฟนคลับของนักแสดงในเรื่องเสียมากกว่า จะมาเป็นหนังผี ดราม่ายุคใหม่ ที่ยังล้มเหลวทั้งในแง่ของการสื่อสาร และ การหาทางออกของตัวหนังอยู่มากโขทีเดียวครับ เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

ปริศนาเซเรน่า ในตัวอย่าง และ ภาพนิ่งใหม่ๆ จาก Serena
Serena /  Silver Lining Playbook / 

บ้านเราก็มีโอกาสเข้าฉายกับเขาด้วย กับหนังที่เป็นการโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งระหว่าง เจนนิเฟอร์ ลอวเรนซ์ และ แบรดลี่ย์ คูเปอร์ ใน Serena ที่ตอนนี้หนังมีตัวอย่างใหม่ที่เอาไว้จัดจำหน่ายใน อเมริกา ออกมาให้ชมกัน พร้อมตัวอย่างใหม่ๆเพียบ กับผลงานของผู้กำกับมือดีอย่าง ซูซาน เบียร์ส ที่ทีมนักแสดงสมทบก็ยังมีทั้ง แซม รี๊ด และ ไรส์ ไอฟานส์ จาก The Amazing Spider-Man ร่วมด้วย ซึ่งดูจากตัวอย่างใหม่ก็น่าจะเป็นหนังอารมณ์คาวบอยที่หดหู่ไม่แพ้เรื่องก่อนๆอย่างแน่นอน หนังเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในดินแดนสุดแห้ง แล้ง เป็นเรื่องราวของคู่สามี ภรรยา คู่หนึ่ง ที่ทางด้านของสามีอย่าง จอร์จ กำลังจะได้พบความจริงว่าแท้จริงแล้วภรรยาของเขาอย่าง เซรีน่า ไม่สามารถมีบุตรได้ จึงทำให้ทั้งคู่ต้องเริ่มปรับความสัมพันธุ์ และถกเถียงถึงปัญหาที่จะตามมา เนื่องจากในสมัยนั้นการมีบุตรเพื่อสืบทอดนามสกุล เป็นอะไรที่หลากครอบครัวต้องการมากๆนั่นเอง

เมโกะ ชนนิกานต์ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ กับการเห็นผีสุดสะพรึงใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเก๋ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย กัลผลงานล่าสุดสุดสะพรึง The Eyes Diary คนเห็นผี หลังจากสาว เมโกะ เคยฝากผลงานไว้ในหนังอินดี้เมื่อปีกลายกับ Marry is happy, Marry is happy และ ตั้งวง ไปแล้ว การกลับมาปล่อยของใน The Eyes Diary ก็โรแมนติคสยองขวัญ ชวนขนลุกจนผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังต้องยกนิ้วให้ และในวันนี้ เราจะมารู้จัก เมโกะ หรือ มดตะ ในหนังเรื่องล่าสุดนี้กัน เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนเลย? "สวัสดีค่ะ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ ถ้าถามถึงความฝันจริงๆ เมอยากเป็นแอร์โฮสเตสคะ ฟังๆดูแล้วมันดูขัดๆกันนะ จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงด้วย ตอนเด็กๆก็ชอบแสดงออกนะคะ เป็นงานเวทีที่โรงเรียนประมาณนี้มากกว่า ผลงานที่ผ่านมาก็มีโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ก็สก็อตเพรียวเร่ค่ะ แล้วก็มี MV บ้าง ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องตั้งวง และ marry is happy ที่คนจะจดจำได้เยอะสุด" เมโกะคิดอย่างไรกับการแสดงครับ? "เมว่าเมชอบการแสดงนะ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงค่ะ หลังๆ มานี่ก็จะมีผลงานเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนเห็นผลงานเราเยอะขึ้นและชื่นชอบในตัวละครที่เราได้รับบทให้เล่นมากกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็กำลังจะมีหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งเมแสดงเป็น มดตะ ค่ะ" เป็นมาอย่างไรถึงได้เข้ามารับบทเป็น 1 ตัวละครสำคัญในหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ มะเดี่ยว? "เมไม่รู้ว่าพี่มะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวเมรึเปล่า หรืออะไรเขาถึงไว้วางใจให้เมมารับบทเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่หนังผีทั่วไปธรรมดาๆ ค่ะ มันเป็นหนังผีที่มีความโรแมนติคเข้าไปด้วย ซึ่งมันหายากมากเลยนะในประเทศไทยเราตอนนี้ โดยปกติแล้วหนังผีทั่วไปก็จะเป็นผีออกมาหลอกแบร้ แต่เรื่องนี้มีการผสมผสานเรื่องโรแมนติคเข้าไปทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวให้พี่โปรดิวเซอร์ติดต่อมาค่ะ" พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "เมชอบผลงานเรื่อง Home ของพี่มะเดี่ยวมาก แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ความไว้วางใจในการรับเลือกมาเล่นหนังของพี่เขา เพราะว่าเมอยู่ในสายอินดี้มาตลอด คนก็จะมองว่าเมเล่นหนังแบบปกติทั่วไปไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวแล้วเรารู้เลยว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ เขาเป็นคนดุนะ แต่เราเข้าใจเขาว่าที่เขาดุเพราะอยากให้ทั้งตัวเราและทั้งตัวหนังเป็นอะไรที่ออกมาแล้วเฟอร์เฟ็คที่สุด ซึ่งเมชอบการทำงานของเขา มีวันหนึ่งที่พี่มะเดี่ยวไม่สบาย ก็ยังต้องมีการถ่ายทำ ถึงแม้จะมีการถ่ายแบบเฟสไทม์มา แล้วก็สั่งคิว เราเห็นสปีริทความตั้งใจในการทำหนังของพี่มะเดี่ยว มันเลยทำให้หนังแสดงมีสปิริทที่อยากจะทำงานกับเขาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวเป็นหนัก แต่ยังมีสปิริทในการเป็นผู้กำกับ เมว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนที่มีวิชชั่นที่แปลกแต่ดี มันจะไม่ค่อยเหมือนผู้กำกับทั่วไปในประเทศเราค่ะ คือเขาจะมีมุมกล้องแปลกๆ ของเล่นแปลกๆ และอะไรที่มันน่าตื่นเต้นในการเสนอดำเนินเรื่อง ในบทในคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นอะไรที่มีความใหม่ มีความสด และน่าสนใจ พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำหนังที่เมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนค่ะ หนังมันคือการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กำกับ ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ผู้กำกับเลย มันคือการถ่ายทอดในสิ่งที่เขาได้ไปเจอะเจอมา สิ่งจากคนรอบข้างเขา ประสบการณ์ต่างๆ คือเมรู้สึกว่าหนังพี่มะเดี่ยวล้วนสร้างมาจากพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ" ตอนที่ได้มีโอกาสอ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มีออฟเจ็คต์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น ฮอร์โรร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ" ตัวละคร มดตะ ที่ได้รับ มีบทบาทและคาแร็คเตอร์แบบไหนครับ? "มดตะ เป็นเด็กสาววัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีชอบไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กับเพื่อน  เพียงแต่ที่ผ่านมามด ตะอาจจะเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาเยอะพอสมควร ทำให้เขามีปมลึกๆ ในจิตใจ แต่เป็นคนเลือกที่จะปิดความรู้สึกนั้นไว้ อาจจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือเป็นการพยายามสร้างความสุขให้ตัวเองในการใช้ชีวิต โดยไม่เอาปมของตัวเองไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และปมที่ว่านี้ มันดันไปคอนเน็กกับน็อต ซึ่งเราสองคนมีปมคล้ายๆ กัน เป็นเรื่องความรัก เป็นเรื่องคนใกล้ตัวเนี้ยแหละค่ะ" การรับบทใน The Eyes Diary เรื่องนี้ มีความท้ายทายอะไรบ้างไหมครับ? "มันยากเลยแหละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันท้าทาย มันน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นรูปร่างแบบนี้นะ เราต้องกลัวเขาอย่างนี้นะ ต้องแสดงออกกับเขาแบบนี้นะ คือเมรู้สึกนะว่าถ้าในชีวิตประจำวันเจอผี อยากคุยกับเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเป็นผี" (หัวเราะ) อะไรคือเสน่ห์ของ The Eyes Diary? "เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือโลกคนเป็นกับโลกคนตายมันเชื่อมต่อกัน เชื่อมโยงกัน ซึ่งเมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันยังมีอยู่ในชีวิตจริง แม้แต่กระทั่งไม่ใช่ในหนังนะค่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันยังมีความเชื่อที่จะไปวัด ไปทำบุญโลงศพ เพื่อที่จะคอนเน็กกับเขารึเปล่า เมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร มีพิธีบูชาโน้นนี้ มันทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนี้แหละมันคือการถ่ายทอดเรื่องราวอารมณ์ของคนเหล่านั้น ว่าเราเองรึเปล่าที่เป็นคนเปิดรับเขาเข้ามา เราเป็นคนเลือกที่จะให้สิ่งพวกนี้เข้ามาวนเวียนอยู่รอบกายเรา และเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเราได้เห็นอีกโลกของวิญญาณ ได้เห็นอีกโลกหนึ่งของคนตายที่เขาตายไปแล้วเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะคอนเน็กกับเราเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ความต้องการของคนตาย หนังเรื่องนี้มีความใหม่ค่ะ คืออย่างที่บอกไม่เคยมีใครเห็นผีตัวเป็นๆ มันต้องใช้ความพยายามซึ่งยากมากในการครีเอทมันขึ้นมา ว่ามันต้องมีรูปร่างแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เสียงแบบนี้ เมรู้สึกว่าพี่มะเดี่ยวดีไซน์มันออกมาได้เพอร์เฟ็คค่ะ แล้วทุกตัวละครล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองคือทุกตัวละครจะมีความต้องการแตกต่างกัน เมรู้สึกว่าทุกคนมีปมในใจ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในใจแตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกตัวเลย อันนี้คือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ แล้วทุกคนคอนเน็กกันจริงๆ ค่ะ มีเรื่องราวที่ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันได้" ลองเล่าถึงความหลอนสยองของ The Eyes Diary ให้คุณผู้ชมฟังหน่อย? "คือเรื่องนี้เป็นหนังผีที่เหนื่อยค่ะ เมรู้สึกว่าคนดูก็จะเหนื่อยตามเมไปด้วย เมรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้ตัวละครของเราเจอผีกันไม่หยุดไม่หย่อน ผีมีหลายตัวมาก ซึ่งผีแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางทีผีวิ่งตาม เราพยายามหนีจนเหนื่อย จนล้า คือไม่เอาแล้วค่ะ มันก็ยังตามมา แล้วด้วยมุมกล้องนะคะ ทำให้ไอเดียนี้เป็นอะไรที่ใหม่ และคนดูน่าจะกลัวตามๆ นักแสดงไปด้วย มันมีซีนหนึ่งที่ผีต้องเดินตามเม คือเราก็คิดว่าแค่เดินตามธรรมดา พอถ่ายจริงคือมันน่ากลัวมาก มากๆ ด้วยสถานที่ ด้วยมุมกล้อง พอเมไปดูในมอนิเตอร์แล้วขนลุกมาก คือมันเดินตามจริงๆ แล้วชิดมากแบบหายใจรดต้นคอ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าเขาจะมาทำร้ายเรารึเปล่า หรือเขาต้องการอะไรจากเรา คือเมใช้คำว่าหนีไม่พ้น หนีไม่รอด หนีไม่ได้ จนมุมเลยดีกว่าค่ะ ผีตามไม่เลิกลาเลยจริงๆ เขาเป็นผีเขาคงไม่เหนื่อยหรอกนะ คือมันหนีจนไม่มีทางหนีแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวต้องไปดูในหนังว่าเราจะสามารถหนีมันพ้นรึเปล่า" ได้ข่าวว่ามีการเพิ่มดีกรีความหลอน จากะสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วย จริงหรือเปล่าครับ? "สถานที่ทุกสถานที่ที่ไปถ่ายเป็นสถานที่ร้างจริงๆ ไม่ได้เซ็ตอัพขึ้นมา หนังเรื่องอื่นอาจจะเซ็ตอัพขึ้นมา แต่เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงๆ แล้วก็พร็อพบางชิ้นที่อยู่ในหนัง เมคิดว่ามันเป็นของจริงที่อยู่กับสถานที่นี้ด้วยซ้ำ เมนั่งมอเตอร์ไซต์พี่ปั้นจั่นแล้วเมยังคุยกับพี่ปั้นดูซิ เห็นเปล่า เหมือนเชือกผูกคอตาย พี่ปั้นก็บ้าเหรอ ไม่มีหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเซ็ตขึ้นมาค่ะ แล้วมันเหมือนจนทำให้เมหลอนมาก อยากจะหยาบคายออกมาว่า หลอนโคตรโคตร แล้วเวลาเดินไปไหน อย่างพื้นที่โรงพยาบาลร้างที่เวชปัญญามันมีหลุม มีอะไรเหมือว่าเป็นสถานที่ที่มีอันตรายอยู่รอบตัวเลยค่ะ  แล้วทีมงานทุกคนก็เหมือนแบบ เดี๋ยวเจอโน้น เดี๋ยวเจอนี้ แล้วเมก็ชอบทีมเมคอัพเอฟเฟกต์มาก (แต่งโดย คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล - Special Effect make up) จากคิวเอฟเฟกต์เวิร์คช็อพQ FX workshop ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟกต์ในโลกภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D, Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน  ฯลฯ) คือเขาแต่งตัวผีออกมาได้เหมือนมาก ตัวแผล หรือว่าตัวผีต่างๆ เขามีความครีเอทีฟมากๆ ว่ามันจะต้องออกมาอย่างนี้นะ เลือดมันควรจะไหลไปทางนี้นะ คือจริงๆ ทุกคนมีพื้นฐานของความตั้งใจทำงานมาก มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาหลอน ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแน่นอน" ถ่ายหนังผีอย่างนี้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเห็นผีบ้างรึเปล่า? "เมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเซ้นส์ มันเป็นความรู้สึกว่าเราคิดไปเองรึเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เรามโนจิตไปเอง แต่ว่าแจ๊คค่ะ แจ๊คจะเจอหนักมาก คือตื่นมาแล้วมีรอยมือที่ท้อง เป็นรอยมือซึ่งครบ 5 นิ้วเลย ถ้ามันเกิดด้วยตัวแจ๊คเองนะ คนเรามันตื่นมาสักพักแล้วรอยพวกนั้นมันต้องหายไปแล้วค่ะ แต่นี่รอยมันยังอยู่ แล้วแจ็คก็เจอกดคาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำอะไรใครมารึเปล่าไม่รู้" ที่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีครบทุกรสชาติที่ไม่มีวันลืม จริงหรือเปล่า? "ได้ทำอะไรเยอะมากค่ะ ไม่เคยถ่ายอะไรที่แบบ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้าของอีกวันค่ะ เราเคยแต่ทำงานที่ ม. หรือทำงานหนักๆ แต่ว่านี่เราต้องอยู่เช็ตตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 6 โมงเช้า แล้วฝนก็ตก อากาศก็มืด ยุงก็กัด คืออะไรๆ มันก็เอื้ออำนวยเรา ด้วยความที่เรามาอยู่เชียงใหม่ แต่ว่าเมรู้สึกว่ามันสนุกและอยากจะทำมัน ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับหรืออะไรเลย อย่างต้องวิ่งกันจนปวดขาเลยทีเดียว คือตัวละครที่เป็นคนนี้ เราก็ต้องหนีผีคะ เราคงไม่ไปนั่งคุยกับผีหรอก ในฉากมีเมกับพี่ปั้น แล้วพี่ปั้นเขาตัวใหญ่แรงเยอะมาก เวลาถ่ายเขาต้องลากหนูค่ะ แล้วมันเจ็บมาก เขาเป็นคนวิ่งเร็วคะ หนูวิ่งตามเขาไม่ทัน จนแบบต้องใส่เกียร์หมาวิ่ง แต่ยังวิ่งตามไม่ทันเลยอ่ะ ที่สำคัญเมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเองค่ะ แม้วันที่เมไม่มีคิว เมยังอยากที่จะมากองเพื่อที่จะมาให้กำลังใจนักแสดงคนอื่น ฮาๆๆ แต่จริงๆ แล้วเมว่าเป็นเพราะความหลอนไม่อยากอยู่โรงแรมคนเดียวมากกว่า" (หัวเราะ) พอรู้ว่าจะต้องมาเล่นหนังผี คนรอบข้างมีใครให้คำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ? "เมเป็นคนซนค่ะ ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเมเป็นคนซนมาก จะชอบพูดโน้นพูดนี้ แหย่โน้นแหย่นี้ แต่ถ้าถามว่ากลัวมั๊ย เมเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยลบหลู่ คือก่อนนอน คุณพ่อก็จะให้สวดมนต์ แต่เมเชื่อเองว่าเมไม่ได้ไปล้ำเส้นของเขา เขาก็จะไม่มาล้ำเส้นของเม" ทราบมาว่ามีการคิดค้นมุมภาพใหม่ๆแปลกๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นหนังผีโรแมนติคสยองขวัญเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย เล่าให้ฟังหน่อย? "คือทางพี่มะเดี่ยว และผู้กำกับภาพมีการนำเอาเจ้าDRONE มาใช้ในการถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเมชอบอุปกรณ์เครื่องนี้มาก เป็นเครื่องที่มีใบพัด 4 ใบหมุนติ้วๆ คล้ายๆเครื่องบังคับวิทยุโดยมีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดอยู่ ชอบมากค่ะ อยากขโมยกลับ อยากเห็นภาพที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย สำหรับในภาพยนตร์เราจะได้เห็นในฉากที่น็อตกับมดตะเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง ซึ่ง Drone จะถ่ายตอนที่เราขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปภาพจะเห็นเป็นมุมกว้าง เมพูดกับพี่ปั้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเมชอบมาก อยากได้กลับไปเล่นที่บ้านมาก มันเป็นเครื่องที่มีมาสักพักแล้วล่ะคะ แล้วต่างชาติเขาก็ใช้กัน เมยังไม่ค่อยเห็นหนังไทยเรื่องไหนใช้เลยนะ วันแรกที่เมลงมาจากโรงแรมแล้วมาเจอเครื่องนี้ เมโทร.ไปบอกเพื่อนว่าอยากได้มาก เมคุยกับพี่ที่เป็นคนบังคับว่าเดี๋ยวหนูขอเล่นนะคะ เมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยุโรปมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นอะไรที่มันใหม่แล้วก็สวยงามมาก เมนั่งคุยกับพี่ปั้นว่าถ้ามุมกล้องมันเป็นแบบนี้มันต้องออกมาสวยแน่เลย คือมันอำนวยความสะดวกเราด้วยแหละ กล้องแฮนดี้แคมมันจะไม่สามารถถ่ายได้มุมสวยขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนี้เราจะได้เห็นว่ามดตะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นเล็กๆ นะคะ เขาพยายามโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ จากเหตุการณ์ จากปมในใจของเขา จนเขาเลือกน็อตเป็นตัวแทนในการแชร์ความรู้สึกหรือว่าในการเอาอารมณ์ความรู้สึกของน็อตเข้ามาร่วมกับตัวมดตะ แล้วก็ในฉากนี้มันคือการเริ่มต้นของการผจญภัยของทั้งคู่ในหนังผีเรื่องนี้ แล้วภาพที่ออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูในมอนิเตอร์ แต่ได้เห็นตอนมันขึ้น หรือว่ามันถ่าย มันต้องออกมาสวยมากๆ แน่เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นความดาร์ก ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ค่ะ" สุดท้ายครับ อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆของเมโกะเกี่ยวกับ The Eyes Diary หนังเรื่องล่าสุดของเราบ้างไหม "ฝากผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเมด้วยนะคะ กับ The Eyes Diary ค่ะ ก็หนังผี หนังโรแมนติก แอคชั่น เป็นอะไรที่ครบรสมากๆ ก็อยากให้ทุกคนติดตามกันในมุมมองการแสดงใหม่ๆ ของเมด้วยค่ะ" ติดตามผลงานของ เมโกะ ที่จะมาทำให้ทุกคนต้องสะพรึงจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย ------------------------------

ปรากฎการณ์ เห็น! ก่อนใคร ฉาย The Eyes Diary กระแสเยี่ยม ดูไปจิกเบาะไป!!
The Eyes Diary /  The Voice Thailand / 

จัดเต็มทั้งบรรยากาศความหลอน และโรแมนติคชวนขนลุก ที่เกิดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ Romantic Halloween Night Party ที่ทำให้บริเวณพื้นที่จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี ณ โรงภาพยนตร์ SF WORLD CINEMA อบอวลไปด้วยสีสันต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนที่มาถึง กับสัญลักษณ์ ดวงตาเบิกกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุด“Grand Opening-Red Carpet Post ที่เปิดโอกาสให้เหล่าแขกผู้มีเกียรติ นักแสดง เซเลบริตี้ มายืนโพสต์ถ่ายรูปกับ 2หนุ่มไอคอนประจำภาพยนตร์ โดยงานนี้ได้รับความสนใจจาก น้องส้ม, อิงกริต, อ้น, เบียร์ เหล่าดาวรุ่งเสียงดีจาก The Voice Thailand, รอน AF ภัทรภณ โตอุ่น, แอร์ ภุมวารี ยอดกมล ,แมกกี้ อาภา ภาวิไล และ แก๊งเกรียนซี่รี่ส์ พร้อมกันนี้ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และสตูดิโอคำม่วน ยังได้ร่วมกับ The Balm ส่งเหล่าเมคอัพอาร์ทติสท์มือดีมาช่วยกันแต่งแต้มเติมเต็มความเปรี้ยว เฉี่ยว chic ให้กับแขกที่มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย เริ่มต้นด้วยโชว์จากบทเพลงพิเศษที่ พละ ธนพล มหัทธนาดุลย์ เลือกและเรียบเรียงขึ้นมาสำหรับงานเปิดตัวภายใต้คอนเซ็ปท์ เพลงรักโหยหวนชวนบาดลึกลงตรงขั้วหัวใจ ในบทเพลง คิดถึง ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ The Eyes Diary หลังจากนั้นก็ได้มีการเปิดตัว 4 นักแสดงนำจากภาพยนตร์ แจ๊ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา, เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย, ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย และ โฟกัส จีระกุล ควงคู่กันมาไอ้อย่างอลังการสุดๆ พร้อมกันนี้ผู้กำกับภาพยนตร์ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์ วีระกุล ได้ร่วมสัมภาษณ์พูดคุยถึงการทำงานที่ผ่านมา และงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสิรฐ รองประธานกรรมการ และคุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ควบคุมงานสร้างภาพยนตร์ คุณกนกพร บุญธรรมเจริญ ผู้ดำเนินงานสร้าง และคุณสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ.เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขึ้นถ่ายรูปร่วมกับนักแสดงทั้งหมด และอีกหนึ่งปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่ภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี รอบ เห็น ก่อนใคร เหล่าแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และผู้ชมภาพยนตร์ต่างลงความเห็น ถึงตัวภาพยนตร์เป็นเสียงเดียวกันว่า "นี่คือภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์ น่ากลัว ชนิดที่ว่าต้องปิดตาชมไปพร้อมกับอาการหยิกแขน จิกเบาะกันเลยทีเดียว ทุกองค์ประกอบของภาพยนตร์ทั้งตัวเรื่องราว ซาวน์ ภาพ จังหวะและจำนวนของผีที่โผล่มา มีให้ชมกันอย่างจุใจโดยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่คือภาพยนตร์ที่ทำให้คนดูขนลุกได้ทั้งในแง่ความเป็นหนังรักและหนังผีไปพร้อมๆ กัน" เรียกได้ว่าเป็นขวัญกำลังใจที่ดีที่สุด ที่ทำให้เหล่านักแสดง ผู้กำกับและทีมงานหายเหนื่อยกันเลยทีเดียวสำหรับผลตอบรับที่เกิดขึ้น พิสูจน์ความหลอน ด้วยตาคุณเอง ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ในวันที่ 30 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

Whiplash : เด็กดื้อครูตี เด็กดีครูด่า?!
Whiplash /  ครูและศิษย์ / 

ถึงแม้ว่าโดยเนื้อหาของภาพยนตร์ Whiplash ที่รัวเสียงกลองมาแต่ไกลนี้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่าง การไล่ตามความฝันของวัยรุ่น วัยบ้าพลัง หนึ่งนายถ้วน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเคี่ยวกรำ และดำเนินไปตามสูตรอย่างไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย แต่เส้นเรื่องหลักเส้นนี้ คงเป็นดังกลองที่พึ่งเริ่มอินโทรเริ่มจังหวะ และหาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เราขอให้ชมมันอย่างตั้งใจตั้งแต่โน้ตตัวแรกยันตัวสุดท้าย ฟังรายละเอียด ความสงบเงียบ ความเกรี้ยวกราด ที่พร้อมจะออกอาละวาดได้อย่างทรงพลังในแบบไม่น่าเชื่อ Whiplash บอกเล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นักเรียนดนตรี ที่เป็นมือกลองผู็มีความสามารถ และใฝ่ฝันเหลือหลายว่าจะไปเล่นในวงชั้นนำ อยู่กลางแสงไฟเหมือนอย่างไอดอล จนความสามารถโดดเด้งนี้ ไปเข้าตา เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ อาจารย์ผู้เล็งเห็นพรสวรรค์ และชักชวนให้ลองเข้ามาเล่นในวงตัวแทนโรงเรียน แอนดรูว์ ตั้งใจโชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่นั่นยังไม่พอที่จะแตะเส้นมาตรฐานของ เฟลชเชอร์ หลักสูตรการเคี่ยวกรำ เพื่อไล่ล่าความฝันฉบับเข้มข้น ถึงลูกถึงคน จึงได้เริ่มขึ้น หาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เพลงนี้ก็แทบจะครบรสจบสิ้นสมบูรณ์ในตัวมันเอง เพราะถึงแม้จะมีความรู้ด้านดนตรี มากพอๆ กับอากาศบนดวงจันทร์ หนังที่ดูท่าจะมุ่งเน้นไปทางดนตรีได้ ก็ยังสามารถมอบความบันเทิง ให้เราได้เพลิดเพลิน และกระแทกกระทั้น สลับกันเป็นพักๆ ได้อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งโดยทางหู กับจังหวะที่รุนแรงของกลอง ดนตรี และแน่นอนรวมไปถึงเสียงก่นด่า ประชดประชัน ของอาจารย์ ที่จัดใส่ศิษย์เสียยังกะเทลงมาจากรถบรรทุก และโดยทางตา จากจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วคล้ายหนังแอ็คชั่น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ซึ่งนั่นทำให้แม้ช่วงแรกจะออกอาการช้ากับการปูเรื่องไปบ้าง แต่หนังก็ทำการเร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนีห่างจากความน่าเบื่อ ยืดยาดไปหลายขุม และมันส์ได้ราวกับหนังที่ยิงกันตูมตามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากการได้เพลินกับจังหวะที่รุนแรงแล้ว Whiplash ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคำถามชั้นดีใส่คนดูและสังคม อันว่าด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรม ที่คนเป็นครูและศิษย์พึงจะมี พึงจะกระทำ หากดำรงสถานะเป็นครู เมื่อครูเล็งเห็นพรสวรรค์ของศิษย์ ที่สามารถต่อยอดได้แบบเห็นอนาคตอีกไกล สิ่งใดควรกระทำมากกว่ากันแน่ ระหว่างการชี้แนะให้ศิษย์รู้ ปูทางและส่งเสริมให้ศิษย์ทำ หากศิษย์คิดเลิกหยุดฝัน นั่นก็เท่ากับครูต้องหยุด และไม่ควรจะไปบังคับขืนใจให้ทำต่อไป หรือการพร่ำสอนชนิดเข้มข้น กำให้แน่นเพื่อให้แทรกตัวเอาชีวิตรอด และดื้อรั้นที่จะผลักดันพาศิษย์ที่เข่าทรุด งอแง ล้มเลิกไปแล้ว ให้กลับมายืนใหม่ จนคล้ายจะบังคับกัน หรือถ้าดำรงอยู่ในสถานะเป็นศิษย์ อะไรคือสิ่งที่ควรทำมากกว่าระหว่าง ทำสิ่งที่อยากทำ แบบไม่มีใครบังคับ เบื่อก็จบ คิดว่าไม่ใช่ก็เลิก ใช้ชีวิตมีความสุขสบายๆ หรือเลือกี่จะดึงดัน ล้มลุกคลุกคลาน ทนฝืนทำสิ่งที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยๆ ให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป้าหมายที่เฝ้าหวัง ทั้งที่มันคือความทรมาน และหากครูและศิษย์ มีเป้าหมายที่จุดจุดหนึ่งเชื่อมโยงกัน การไปให้ถึงฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึงนั้น มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ไปถึงด้วย (แอนดรูว์ สามารถโด่งดังได้ โดยหาลู่ทางอื่นๆ ด้าน เฟลชเชอร์ เองก็สามารถพาวงชนะประกวดได้ โดยไม่ต้องมี แอนดรูว์ เสียด้วยซ้ำ) อีกหนึ่งความดีของหนังเคล้าจังหวะกลองเรื่องนี้ ตกไปอยู่ที่การกระตุ้นและย้ำเตือนเด็กโลกสวยช่างฝันทั้งหลาย ที่มักจะตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ และมองถนนที่จะวิ่งไปสู่มันคือความชอบ ความสนุกสนานสวยงาม การไล่ตามความฝันนี่ช่างมีความสุขจังเลย ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่สวยงามเช่นนั้น การไปสู่จุดที่สูงขึ้น ย่อมต้องมีการพลาดตก บาดเจ็บอ่อนแรง มากบ้างน้อยบ้างอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เมื่อบันไดแห่งความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เราจะทนความเจ็บ สะกดกลั้น และปีนต่อไปให้้สูงขึ้นอีกได้หรือเปล่า หรือนั่งอยู๋ตรงจุดเดิม จุดปลอดภัยอย่างสบายใจ และเพียงพออยู๋แค่นั้น แน่นอนว่าไม่มีทางเลือกใดที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่ความพอใจ และแรงขับภายในว่ามีมากแค่ไหนมากกว่า อาจกล่าวไม่ได้เต็มปากนัก Whiplash คือหนังที่กู่ร้องซึ่งความทะเยอทะยาน เพราะบางครั้งจังหวะของหนัง ก็ซบเซาเชื่องช้า แวะพักรักษาแผล ไปจนถึงถอดใจและพอใจในสิ่งที่มี แต่ถึงกระนั้น ามารถกล่าวได้เต็มปากแทนว่า Whiplash คือหนังแห่งความอดทนอดกลั้น ที่สื่อสารผ่านศิษย์และครู ในเส้นทางเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ยิ่งคุณคิดจะดื้อไปต่อ ครูจะยิ่งตี มิใช่ให้ล้มเลิกแต่ให้คุณอดทน ยิ่งคุณคิดว่าดีพอแล้ว อ่อนข้อทำตามสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว ครูจะยิ่งด่า เพราะนั่นคือการหยุดซึ่งการสร้างสรรค์และพัฒนา และไม่ว่าคุณจะกำลังอดทนเพียงไหน เชื่อเถอะว่าคนที่คอยผลักดันคุณอยู่ อดทนมากกว่าคุณอีกเยอะ เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ โดย Lecter ----------------------

8/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
8/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

8/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

เว็บโป๊ Pornhub โอเคเป็นสปอนเซอร์คาดกลางอกทีมบอลมหาลัย
Pornhub /  ทีมบอลมหาลัย / 

กลายเป็นเรื่องฮือฮาชั่วข้ามคืนเมื่อ รูเธอร์ฟอร์ด ไรเดอร์ส ทีมระดับมหาวิทยาลัยในเมืองเคนท์กำลังมองหาสปอนเซอร์สนับสนุน แต่สุดท้ายจับพลัดจับพลู่ได้ เว็บไซต์ Pornhub เว็บโป๊ชื่อดังมาเป็นสปอนเซอร์คาดอกเสียแทน แต่ทว่าล่าสุดทางมหาวิทยาลัยออกมาทักเตือนและพร้อมที่จะยุบทีมทิ้งหากยังดื้อดึงใช้ เว็บไซต์ Pornhub เป็นสปอนเซอร์คาดหน้าอก ส่วนทีมงานหาสปอนเซอร์ก็เปิดเผยว่า เมื่อเว็บดังกล่าวได้ยินเรื่องราวเรื่องผู้สนับสนุนทีม เว็บไซต์ Pornhub ก็ไม่รีรอสนองศรัทธาของสโมสรด้วยการสนับสนุนทีม รูเธอร์ฟอร์ด อย่างจริงจัง ด้านนักเตะของสโมสรรายหนึ่งก็เปิดเผยว่า "เห็นได้ชัดว่า PornHub ให้เงินเรา เพราะพวกเขาคิดว่าเป็นโอกาสในการสร้างความสนใจนิดๆ หน่อยๆ ตัวผมเองยังไม่เคยเจอใครสักคนที่มองเรื่องนี้เป็นอย่างอื่น นอกจากเรื่องตลกๆ นะ" ทั้งนี้ รูเธอร์ฟอร์ด ไรเดอร์ส เป็นสโมสรที่ลงเล่นในลีกแถบเมืองเคนท์

แรงดีไม่มีตก O.T. ผี Overtime เตรียมโกอินเตอร์ ไปมันส์ทั่วเอเชีย
O.T. ผี Overtime /  กระแสตอบรับ / 

กระแสดีสุดๆ สำหรับ O.T. ผี Overtime จากค่ายไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ที่ฉายไปเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา จนวันนี้ทุกคนที่ได้ชมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันดีออก!!! ทั้งๆ ที่มีรอบน้อยกว่าหนังที่เข้าพร้อมกัน แต่  O.T. ผี Overtime สร้างปรากฏการณ์ความมันส์ จนใครหลายคนกล่าวว่านี่แหละ หนังไทยแนวใหม่! O.T. ผี Overtime เป็นที่ถูกอกถูกใจวัยรุ่น ถึงความกวนแบบสุดติ่ง หักมุมเฮียเฮีย เป็นภาพยนตร์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ กระแสแรงทั้ง Twitter / Instagram รวมไปถึงบรรดานักวิจารณ์ภาพยนตร์ให้คำชมมามากมายเหลือล้น อาทิ JEDIYUTH: หนังตีโจทย์แตก และทำให้สนุกได้ทั้งเรื่องในแง่ความเป็นหนังฮาสยองขวัญหักมุม, MR.Coffee: สร้างมาเพื่อคนชอบคาดเดาหนังล่วงหน้า, Sense on Films: หักเหลี่ยมแผนชนิดคาดไม่ถึงสมคำโฆษณา, GossipGun: ฮาสยอง พร้อมสเกลที่ใหญ่ขึ้น, เหนียงพี่ มีสิบชั้น: ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 เอาไปเลย 20 กับความหักมุม นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของกระแสคำชมบน Social ส้วม สุขพัฒน์ จากกระแสทำให้ผู้กำกับคนเก่งถึงกับซาบซึ้งตื้นตันกับคำชมเลยทีเดียว และอีกหนึ่งคนที่ถูกกล่าวถึงมาที่สุดคงจะเป็นหนุ่ม ส้วม สุขพัฒน์ ที่รับบทเป็น หนึ่ง ตี๋หื่น จอมดูด พกความหื่นมาเต็มพิกัด ที่ไม่ว่าซีนไหนที่โผล่มามักจะเรียกเสียงหัวเราะได้จากคนดูเสมอ  จากกระแสความแรงต่อเนื่อง ทำให้ O.T. ผี Overtime โกอินเตอร์ไปแล้วเรียบร้อย โดยเตรียมเข้าฉายอีกกว่า 10 ประเทศ อาทิ ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, บรูไน, พม่า, กัมพูชา, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ลาว, ติมอร์ ตะวันออก ฯลฯ ตั้งแต่เดือนหน้านี้เป็นต้นไป ใบปิด O.T. ผี Overtime ฉบับไต้หวัน ร่วมฮาสยองแบบเกินคาดเดา แล้วระวังจะโดนหักมุมจนตกเก้าอี้ ไปกับ O.T. ผี Overtime ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ O.T. ผี Overtime ได้ที่นี่เลย ----------------------------

The Eyes Diary : ทุกข์เพราะอยากสุข
13 เกมสยอง /  mthai / 

หากเป็นมนุษย์ปถุชน ที่ยังไม่ถึงขนาดละทิ้งซึ่งเรื่องทางโลก หรือถ่องแท้ถึงสัจธรรมแห่งชีวิตไปแล้ว ย่อมต้องเกิดความทุกข์จากการสูญเสีย เป็นเรื่องปกติ ซึ่งนั่นคือปฏิกิริยาต่อยอดจากความที่เคยสุข และโหยหาไม่อยากให้ สุข ที่เคยมีนั้นหนีไปไหน ดังเช่นตัวละครแห่ง The Eyes Diary ที่วนเวียนอยู่กับประเด็นเหล่านี้ จมดิ่ง และหนีไปไหนไม่รอดจากก้นบึ้งอดีต ไม่ว่าจะในฐานะคน หรือ วิญญาณ ต่างก็ยังวนเวียนในที่มืด ไม่ยอมพบทางสว่างเสียที The Eyes Diary เล่าเรื่องราวของ น็อต หนุ่มอาสามูลนิธิ ทีแฟนสาวสุดที่รักอย่าง ปลา ต้องมาจากไปเพราะอุบัติเหตุ ทำให้เฝ้าตรอมตรม คิดถึงแต่เรื่องอยากมองเห็นผีให้ได้ เพราะอยากจะสื่อสารกับ ปลา อีกสักครั้ง ด้วยการเก็บของคนตายมาไว้ในบ้านของตัวเอง ตามหลักความเชื่อที่ได้อ่านมา แต่ในขณะที่เพื่อนรอบข้างต่างเจอะเจอกับของดี! มีเพียง น็อต ที่ยังไม่สามารถเห็นได้ดังใจ พร้อมกับการเข้ามาของ มดตะ สาวที่กุมปมชีวิตบางอย่างไว้ ที่ทำท่าจะเข้าอกเข้าใจ น็อต เป็นอย่างดี และ จอห์น เพื่อร่วมอาสา ที่แสดงท่าทีเฉยเมยต่อความอยากเห็นผี เสียจนน่าสงสัย ก่อนอื่นคงต้องชื่นชมผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ และยกความดีให้ความชอบให้่ The Eyes Diary ไปเต็มๆ ก่อนหนึ่งข้อ คือการเลือกแง่มุมตีความโลกวิญญาณในหนัง ที่ไม่ได้เฝ้าแต่จะมุ่งเน้นการหลอกหลอน เขย่าขวัญคนดูด้วยความเละเทะ สยดสยองเลือดสาด แต่เป็นการมองอย่างเข้าอกเข้าใจ (จนบางครั้งก็น่าเห็นใจ) เสมือน คน และ ผี หลอมรวมและใชัชีวิตอยู่ในโลกมิติเดียวกัน ที่ซ้อนทับกันเลือนลาง ขวางกั้นด้วยเพียงควันบางๆ เท่านั้น และไม่มีเหตุผลอะไรที่คนเป็นอย่างเราๆ ต้องไปวี๊ดว๊ายกลัวคนตาย เพราะพวกเขาก็คือปถุชน มีสุขมีเศร้า เหมือนคนเราทุกประการ เพียงแต่สภาพการปรากฏอาจจะไม่ได้สวยงาม เพียงเท่านั้นเอง ซึ่งหากตัดเปลือกแห่งความน่ากลัว เน่าเฟะ น่าสะพรึงออกไป เราก็จะสามารถมองบรรดาผีทุกผู้ตัวตน อย่างเข้าใจ และพร้อมเปิดรับเข้าช่วยเหลือ มากกว่าจะไปวิ่งหนีให้แตกตื่นไร้ประโยชน์ ซึ่งทัศนคติแดนบวกที่มีต่อสิ่งที่คนทั่วไป ตราหน้าว่าน่ากลัวไม่ควรเข้าใกล้เช่นนี้ ก็ทำให้ตัวละครที่วอดวายกลายเป็นผีไปตั้งแต่ต้นอย่าง ปลา ดูท่าจะจูนติด และคงความสัมพันธ์ในระดับที่รับรู้ได้กับตัวละครที่มียังมีลมหายใจ อย่าง น็อต จนคนดูรู้สึกถึงความโหยหาอดีต โหยหาความสุขที่เคยมี จากทั้งสองฝ่ายได้ แต่ถึงกระนั้นปมประเด็นดราม่านี้ ก็ขับเน้นให้ตัวละคร มดตะ และ จอห์น ที่มีเป้าประสงค์ และที่มาอย่างคลุมเครือในตอนแรก ก่อนจะมาเผยในภายหลัง ให้ดำรงเป็นผู้ช่วย ประเภทเฮไหนเฮนั่น ฉันไปด้วย มากกว่าจะไปเสริมเรื่องราวให้เข้มข้น ซ้ำร้ายมุมมองที่น่าสนใจที่เปิดไว้ในช่วงแรกนี้ กลับถูกทำลายลงอย่างช้าๆ ก่อนจะแหลกสลายเมื่อผ่านไปถึงกลางเรื่อง และว่ายน้ำออกทะเลไปสู่ประเด็นอื่น และมุมมองกลับสลับขั้วในช่วงท้ายไปเสียเฉยๆ อาการผีเข้าผีออกนี้จึงทำให้หนังทั้งเรื่องออกมาไม่ถึงกับมีประเด็นแข็งแรง น่าประทับใจ หรือในขณะเดียวกัน ก็ไม่สยองเขย่าขวัญเสียจนแทบทนไม่ไหวเช่นกัน อาการรักพี่ดราม่า เสียดายน้องสยองขวัญ ที่ประดักประเดิดพอตัวนี้ ส่งผลโดยตรงให้หลายๆ การกระทำของตัวละครดูแบนราบไร้เหตุผล จนบางครั้งก็น่ารำคาญอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ถึงกระนั้นสำหรับใครที่คุ้นเคยกับขนบ หรือลายเซ็นบางอย่างของผู้กำกับ มันยังคงปรากฏผ่านจริตของตัวละคร ลูกล่อลูกชนเล็กๆน้อยๆ ที่แอบซ่อนไว้ และมุขตลกเย้าแหย่แบบหยอกแกมหยิก สไตล์วัยรุ่น ที่น่าจะทำให้แฟนๆ ได้เสพสิ่งที่ต้องการอย่างไม่ผิดหวัง ถึงแม้นี่จะไม่ได้ซุกซ่อนความดราม่า ถึงแก่นชีวิตแบบ รักแห่งสยาม หรือ เขย่าขวัญชวนอึดอัด สะดุ้งเฮือกแบบ 13 เกมสยอง แต่สิ่งที่ยังคงพูดกับคนดู และเป็นสิ่งที่ผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังคงพูดถึงอยู่เสมอ คือการติดอยู่ในทุกข์ เพราะโหยหาความสุขที่ดูเหมือนจะใกล้แต่กลับไกลห่าง ไม่ว่าจะชีวิตร่ำรวย ที่ต้องผ่านการทำผิดศีลธรรม ความสวยงามของรักวัยรุ่น แต่รักร่วมเพศก็สิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ หรือแม้แต่ความต้องการมองเห็น พูดคุยกับแฟนสาวที่ตายไปแล้ว แต่หน้าต่างของสองโลกก็ไม่ยอมเปิดออก และการส่งเสียงเรียกร้องจากคน (หรือผี) ที่ไม่มีใครเห็น ใครสนใจ เพื่อที่จะได้มีที่หยัดยืนในสังคม หรือในสายตาของคนที่ตัวเองรัก เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

ตัวอย่างแรก Ex Machina หนังไซไฟจากมือเขียนบท 28 Days Later
28 Days Later /  About Time / 

จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนังมาแรงก็ว่าได้ สำหรับหนังไซไฟที่ถูกจับตามอง เพราะนี้คือผลงานการกำกับเรื่องแรกของ อเล็กซ์ การ์แลน มือเขียนบทแห่ง 28 Days Later และ Dredd ใน Ex Machina ที่ตอนนี้ตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมาก็ถือว่าน่าสนใจมากที่สุด หนังมีทั้ง ออสการ์ ไอแซ็ค และ ดอมเหลล์ กลีสัน มารับบทนำ ร่วมเสริมทัพด้วยนักแสดงชั้นนำอีกมากมาย กับเรื่องราวเกี่ยวกับ โปรแกรมเมอร์หนุ่ม ที่ถูกท้าทายด้วยโจทย์ที่ว่าให้สร้าง หุ่นยนต์ผู้หญิง ที่มีจิตสำนักคิดคล้ายกับมนุษย์ เพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างอันลึกลับนั่นเองครับ ซึ่ง อเล็กซ์ การ์แลน จัดได้ว่าเป็นมือเขียนบทดาวรุ่งคนนึงตั้งแต่การที่เขาคิด ซอมบี้ วิ่งเร็ว ใน 28 Days แล้ว เพราะฉะนั้น Ex Machina น่าจะไม่ใช่หนังไซไฟธรรมดาๆทั่วไปอย่างแน่นอน หนังมีกำหนดฉายปี 2015 บ้านเราน่าจะได้เข้าฉายด้วยเช่นเดียวกันครับ

ว่อน! ภาพนักร้องสาววง Cup C ขึ้นปกหนังเอวี
นักร้องเกิร์ลกรุ๊ป /  นักร้องวงคัพซี / 

เรียกว่าเซ็กซี่ร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว สำหรับนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่อย่าง คัพซี (CUP C) จากค่าย โมโนฟูโก ในเครือ โมโนมิวสิค เพราะล่าสุดงานก็เข้าอย่างจัง หลังภาพโปรโมทสุดเซ็กซี่ของพวกเธอโผล่ขึ้นปกหนังเอวีของแดนปลาดิบซะงั้น! โดยภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ว่อนทั่วไปคลองถม ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเธอได้เรียกเสียงฮือฮาจนหนุ่มๆ ตาลุกวาวกันมาแล้ว จากภาพโปรโมทที่แซ่บเว่อร์ เพราะเลียนแบบปกแนว หนังผู้ใหญ่ !!! ทั้งนี้สมาชิกในวง คัพซี (CUP C) ประกอบไปด้วย 5 สาวสมาชิกอย่าง เนม นภศร วงศ์จิตต์ , ลูกแพร์ วรัญญา ปั้นประณต , ซองค์ พรวลี เมนะเนตร , นิกกี้ พลอยลดา วณิชพงศ์ปรีชา และ มิ้ม สุขฤทัย โตส้ม โดย 5 สาวสุดแซ่บ Cup C ได้ปล่อยซิงเกิ้ลแรก ถอดไม่ถอด ออกมาเรียกน้ำย่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วง CUP C งานเข้า! ภาพโปรโมทวงขึ้นปกหนังเอวี วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก

บุกสภา! 14 องค์กร ร้อง สนช.ชะลอร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม
ประกันสังคม /  พ.ร.บ.ประกันสังคม / 

เครือข่ายประกันสังคม 14 องค์กร ยื่นหนังสื่อถึง สนช.เพื่อขอให้ชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม วันนี้ (30 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประกันสังคมเพื่อคนทำงาน 14 องค์กร ประกอบด้วย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย , องค์การแรงงานแห่งประเทศไทย , สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ , มูลนิธิเพื่อนหญิง , สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวเพื่อยื่นหนังสือต่อ สภานิติบัญญัติ (สนช.) เพื่อเรียกร้องชะลอลงมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม โดยมี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองปธ.สนช.คนที่ 1 รับหนังสือ ทั้งนี้เครือข่ายได้ขอให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปด้านแรงงานและประกันสังคม ที่ประกอบด้วย ผู้แทน ผู้ประกันตัว ฝ่ายนายจ้าง และหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้รอบด้านกว่าปัจจุบัน MThai News