หนังโป๊

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

รีวิว มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด
กฤษดา คณิวิชาภรณ์ /  คณิน กุลสุมิตราวงศ์ / 

รีวิว มหาลัยเที่ยงคืน : “เพื่อนตาย” หาง่ายกว่าที่คิด เรียกได้ว่าเป็นการนำ 2 แนวภาพยนตร์ที่ M39 ถนัด อันได้แก่หนังผีและหนังตลกมาผสมผสานเป็นเนื้อเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว กับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด มหาลัยเที่ยงคืน ผลงานการกำกับของ 3 ผู้กำกับ คีต กฤษดา คณิวิชาภรณ์, หมู ปิยะบุตร อธิสุข และหนึ่ง คณิน กุลสุมิตราวงศ์ มหาลัยเที่ยงคืน เล่าถึงเรื่องราวของ สตาร์ (รับบทโดย มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า) เซเลปสาวประจำมหาวิทยาลัยที่บังเอิญสอบตกวิชาภาษาอังกฤษในเทอมสุดท้าย ทำให้ต้องรับขอเสนอของ รอง ผ.อ. (รับบทโดย นีโน่ เมทนี บุรณศิริ) เข้าไปเรียนเสริมที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ พร้อมกับสมาชิกร่วมชั้นเรียน อ้วนพาย (รับบทโดย เบลเยี่ยม ภาวินี บูรณาชีวาวิไล) โอตาคุ (รับบทโดย โทนี่ รากแก่น) แก๊งหมู-หมึก-กุ้ง (รับบทโดย ดีเจอาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์, แวน (ดับเบิ้ลแท๊บ) ร.ต.อ.กรวิก จันทร์เด่น และอิคคิว ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ) รวมถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียนลึกลับอย่าง คุณ (รับบทโดย เต้ ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์) นักศึกษาหนุ่มที่ไม่สุงสิงกับใครนอกจากสตาร์ ทุกอย่างคงจะดำเนินไปด้วยดีหากไม่มีใครอยู่ในห้องดังกล่าวเกินเที่ยงคืนจนได้พบกับกลุ่มผีที่เสียชีวิตก่อนเรียนจบ หากแต่ดวงจิตยังมีห่วงทำให้คอยวนเวียนเข้ามาในห้องเรียนแห่งนี้เสมอ ในแง่ของพล็อตเรื่องถือว่ามีความน่าสนใจจากการนำเรื่องราวลี้ลับในมหาวิทยาลัย (ซึ่งคนส่วนใหญ่มีส่วนร่วม) มาผูกเป็นปมชวนให้คิด การดำเนินเรื่องช่วงต้นนั้นเข้าประเด็นหลักค่อนข้างเร็ว ต่างจากช่วงกลางเรื่องที่กลับมีรายละเอียดยืดเยื้อและเดาทิศทางค่อนข้างง่าย ตัวละครผีทั้งหลายแหล่มีเรื่องราวของตัวเองอย่างสมเหตุสมผล แถมภาพลักษณ์ของผีแต่ละตนก็น่ากลัวติดตาเป็นอย่างดี ฉากโดดเด่นของเรื่อง ได้แก่ ฉากที่อ้วนพายลงบันไดมาเจอผีนอนอยู่และมีจังหวะการพลิกตัวตามการก้าวลงบันไดของเธอ แล้วไป ๆ มา ๆ เจ้าหล่อนก็ก้าวขึ้นก้าวลงกลายเป็นการเต้นรำไปแบบดื้อ ๆ ก่อนที่ส้นรองเท้าจะหักพานทำให้ลอยละลิ่วลงมา (ฉากนี้รับชมได้ในตัวอย่างภาพยนตร์) แนวคิดสำคัญของเรื่องต้องการสื่อถึงมิตรภาพในมหาวิทยาลัย ที่แม้จะต่างคนต่างที่มาแต่เมื่อยอมรับเป็นเพื่อนกันแล้วย่อมสมควรที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกัน เรื่องไหนดีก็ต้องสนับสนุน เรื่องไหนไม่ดีก็ต้องเตือนสติ และประคับประคองให้ก้าวไปพร้อม ๆ กัน ดังคำกล่าวที่ว่า “เรียนมาด้วยกัน ก็ต้องจบไปด้วยกัน” โดยรวม มหาลัยเที่ยงคืน เป็นภาพยนตร์ที่ดูได้เพลิน ๆ ชวนให้ระลึกถึงมิตรภาพในวัยเรียนได้ชัดเจน แต่ก็ยังต้องการการดำเนินเรื่องที่ลื่นไหลมากกว่านี้อีกสักเล็กน้อย ดังนั้น...สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ขอให้คะแนนไว้ที่ 3.5/5 ครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

“ทิดเป้ อภิวัฒน์“ ปิ๊งไอเดียคว้าข้อมูลข่าว กระตุ้นสำนึกไทยหวงแหนป่าใน “ฮักเขาใหญ่”
ณภัสนันท์ วันดึก /  นิยม วงษ์พงศ์คำ / 

“ทิดเป้ อภิวัฒน์“ ปิ๊งไอเดียคว้าข้อมูลข่าว กระตุ้นสำนึกไทยหวงแหนป่าใน “ฮักเขาใหญ่” บริษัท ฮัค ครีเอชั่น จำกัด ได้ฤกษ์ส่งหนังเรื่องแรก ฮักเขาใหญ่ แนวโรแมนติกคอเมดี้ที่คนไทยหัวใจรักธรรมชาติทุกคนจะต้องดู อำนวยการสร้างโดย ทิดเป้ อภิวัฒน์ จ่าตา ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ พระ-นาง เป็นนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ นำแสดงโดย คิม รพินทร์ โฉมโสภา รับบทเป็น กล้า หนุ่มวัยสามสิบกว่า ๆ กับบทบาทรองหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ แพรว วรรณพร เผือกกล่อม แสดงเป็น โมนา นักชีววิทยาที่ทำงานในองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง ทำงานเก่ง อีกทั้งยังมีนักแสดงกิตติมศักดิ์ สมจิตร จงจอหอ, เควิน ลี เพียร์รี่, เนยหวาน ณภัสนันท์ วันดึก รวมทั้ง ทิดเป้ อภิวัฒน์ จ่าตา ที่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวด้วย โดย ทิดเป้ อภิวัฒน์ ผู้อำนวยการสร้างเผยว่า “ต้องขอขอบคุณความเป็นคนข่าวของผมที่ทำให้มีโอกาสไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง ขุดคุ้ยข่าวต่อจากประเด็นข่าวของยูเนสโก้ ในการจะขึ้นนำวิกฤติมรดกโลกเขาใหญ่อาจะถูกถอด ไปทำข่าวจนได้ข้อมูลกระจ่างจริง แต่พอเผยแพร่ข่าวออกไปทุกอย่างก็เริ่มคลี่คลาย แต่ผมเองมานั่งคิดต่อว่าเราไม่น่าจะหยุดอยู่แค่ประเด็นข่าว เราน่าจะทำอะไรได้อีก จึงต่อยอดมาคุยกับเพื่อน ๆ และทีมงานเราน่าจะได้ทำอะไรที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง เผยแพร่ได้ในวงกว้าง จึงเป็นที่มาของเนื้อหาที่แฝงข้อเท็จจริง Best on True Story  และพอดีได้ไปเจอกับ คุณโอ๊ค รัฐนันท์ เขาเป็นผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขาบอกว่าเราติดเรื่องที่มีข่าวการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะไม้พะยูง ซึ่งจริง ๆ ตอนนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่เอาจริง และสื่อช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าทางยูเนสโก ได้ชะลอการขึ้นทะเบียนวิกฤติไว้ และให้เราได้พิสูจน์ต่อไป ซึ่งก็ได้ถือยืดลมหายใจผืนป่าแห่งนี้ออกไป ที่เหลือก็เป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิสูจน์ตัวเอง และผมว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้ ให้มีความงดงาม สมดุลย์ สมกับที่จะเป็นมรดกโลกต่อไป หนังเรื่องนี้เราทำด้วยใจครับ คิดกันเอง ทำกันเอง แต่เมื่อไปหารือกับผู้ใหญ่ที่ดูแลอุทยาน ต่างก็เห็นด้วยและก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ภาพยนตร์เรื่อง ฮักเขาใหญ่ เปรียบเสมือนเป็นหนังของคนไทยทุกคน” เรื่องย่อของหนังฮักเขาใหญ่มีอยู่ว่า โมนา สาวนักวิจัยนกเงือกที่เขาใหญ่ทำวิจัยเพื่อหักล้างข้อมูลซึ่งแฟนหนุ่มของเธอเป็นคนทำขึ้นด้วยความมักง่ายและไม่รอบคอบส่งผลกระทบให้ UNESCO กำลังจะถอดถอนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ออกจากการเป็นมรดกทางธรรมชาติ เธอจึงต้องพยายามชี้ให้ยูเนสโก้ UNESCO เห็นว่านกเงือกคือตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเขาใหญ่ โมนา ได้พบกับ กล้า รองหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และ นิภา ภรรยาของกล้าผู้ซึ่งเป็นเสมือนคนคอยช่วยเหลือ และเติมเต็มข้อมูลนกเงือกให้กับเธอ ในการค้นพบว่าแท้ที่จริงแล้วเขาใหญ่ยังคงอุดมสมบูรณ์อย่างที่เคยเป็นมาและนกเงือกก็คือตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าเขาใหญ่จนสามารถยกเลิกการถอดถอนดังกล่าวได้ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ฮักเขาใหญ่ สร้างโดยบริษัท ฮัค ครีเอชั่น อำนวยการสร้างโดย ทิดเป้ อภิวัฒน์ จ่าตา ควบคุมการผลิตโดย รัฐนันทน์ คิรินทร์จิรเดช จากบทประพันธ์ของ ชัยศรี บทภาพยนตร์โดย ภัทรา พิทักษานนท์กุล, ปุณการ พันตะกรุด, กณิษฐา คงคาสุริยฉาย, ปรีชา สาคร กำกับการแสดงโดย รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ และปรีชา สาคร ร่วมชมการถ่ายทอดธรรมชาติวิถีแห่งขุนเขาใหญ่มรดกโลกในภาพยนตร์ได้เร็ว ๆ นี้

สยองทั่วญี่ปุ่นแล้ว! Sadako VS Kayako ดุ...นรกแตก โกยรายได้หลักร้อยล้านเยน
Ju-on /  Sadako vs Kayako / 

สยองทั่วญี่ปุ่นแล้ว! Sadako VS Kayako ดุ...นรกแตก โกยรายได้หลักร้อยล้านเยน กลายเป็นภาพยนตร์ผีญี่ปุ่นที่น่าจับตามองในปี 2016 เลยทีเดียว เมื่อผีสองฟากฝั่งอย่าง ผีซาดาโกะ จากภาพยนตร์เรื่อง The Ring คำสาปมรณะ และ ผีคายาโกะ มากับ ผีโตชิโอะ จากภาพยนตร์เรื่อง Ju-On จะมาตีกันในภาพยนตร์เรื่อง Sadako VS Kayako ซาดาโกะ ปะทะ คายาโกะ ดุ...นรกแตก ซึ่งได้ไอเดียการสร้างภาพยนตร์มาจากวัน April Fool’s Day ที่คอภาพยนตร์สยองขวัญอยากให้สองผีมาพบกัน ค่ายหนังคาโดกาวาและยูนิเวอร์แซลก็ยิ้มรับแล้วจัดให้ในทันที หลังจากที่เข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นก็ได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลาม เปิดฉายในโรงภาพยนตร์ 352 โรง ขึ้นอันดับหนึ่งบนบ็อกซ์ออฟฟิศ กวาดรายได้ไปแล้วกว่า 198 ล้านเยน หรือ 1.9 ล้านดอลลาร์ แฟน ๆ ชาวไทยที่ติดตามความหลอนของสองผีญี่ปุ่นมาก่อนหน้านี้ก็ใกล้เวลาแล้วที่ทั้งสองผีจะบินมาสร้างความหลอนให้ชาวไทยได้ชมกัน 18 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ผู้หญิงแรงจากแดนกิมจิ! คิม มินฮี เตรียมจัดเต็มใน The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก
Min-hee Kim /  Park Chan Wook / 

ผู้หญิงแรงจากแดนกิมจิ! คิม มินฮี เตรียมจัดเต็มใน The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก The Handmaiden ล้วง เล่ห์ ลวง รัก ผลงานที่ถูกกล่าวขวัญกันอย่างมากในสายประกวดรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ฝีมือการกำกับภาพยนตร์โดย ปาร์ค ชานวุค (Park Chan-wook) ผู้กำกับที่มีผลงานฮือฮาอย่าง Oldboy เปิดบัญชีแค้น ไปจนถึงหนังฮอลลีวูด Stoker สโตกเกอร์ อำมหิต พิศวาสร้อน มาแล้ว นำแสดงโดย คิม มินฮี (Kim Min Hee) ดาราสาวชาวเกาหลีใต้ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก ดัดแปลงจากวรรณกรรมอังกฤษเรื่อง Fingersmith เล่าเรื่องของ ซุคี รับบทโดย คิม เตรี (Kim Tae-ri) โจรสาวที่ปลอมตัวเป็นคนรับใช้ให้กับ คุณหญิงฮิเดโกะ รับบทโดย คิม มินฮี (Kim Min Hee) ผู้สูงศักดิ์ เพื่อหลอกล่อให้คุณหญิงแต่งงานกับคุณชายเจ้าเล่ห์ผู้ส่งเธอเข้ามาเป็นคนรับใช้ แต่กลายเป็นว่าซุคีหลงเสน่ห์และตกหลุมรักคุณหญิงจนกลายเป็นความสัมพันธ์อันร้อนแรง เมื่อฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ก็เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างอื้ออึง และผนวกกับเรื่อราวชีวิตจริงอันอื้อฉาวของนางเอกสาว คิม มินฮี (Kim Min Hee) ทำให้เธอเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น โดยมี 3 ความแรงที่พิสูจน์ว่าเธอเป็นดาราเกาหลีที่แรงแห่งยุคจริง ๆ แรงจากฝีมือการแสดง คิม มินฮี ถือเป็นหนึ่งในนักแสดงที่มากด้วยเสน่ห์และฝีมือ เข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่วัยรุ่นแล้วแจ้งเกิดจากทีวีซีรีส์ Age of Innocence ซึ่งเคยนำมาฉายในบ้านเราทางช่องไอทีวีชื่อว่า “รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ” จากนั้นเธอก็ฝากฝีมือการแสดงได้หลากหลายแนวตั้งแต่หนังสยองขวัญ Helpless (2012) ตามด้วยภาพยนตร์ตลกเรื่อง รัก สุด ฟิน (Very Ordinary Couple ปี 2013 ประกบคู่หนุ่มหล่อ อี มินกิ) และหนังแอคชั่น กระสุนเพื่อฆ่า น้ำตาเพื่อเธอ (No Tears for the Dead 2014 ร่วมกับจาง ดองกอน) จนกวาดรางวัลทุกสถาบันทั้งวงการจอแก้วและจอเงิน ไม่ว่าจะเป็น Busan Film Critics Awards, Blue Dragon Film Awards ฯลฯ แรงจากชีวิตส่วนตัว แต่ดูเหมือนว่าผลงานการแสดงไม่ได้เป็นที่จับจ้องมากกว่าชีวิตส่วนตัว เพราะเธอมีประวัติว่าเคยควงกับดาราหนุ่มระดับตัวท็อปของเกาหลีอย่าง อี จองแจ (IL Mare) นายแบบหนุ่ม อี โซฮยอก และดาราหนุ่ม โจ อินซอง (The Classic) แต่ที่สร้างความตกตะลึงทั่ววงการล่าสุดคือ ข่าวที่ว่าเธอคบหาดูใจกับนักทำหนังมากฝีมือ ฮอง ซางซู ที่เคยกำกับเธอในหนังเรื่อง Right Now, Wrong Then (2015) ทั้ง ๆ ที่เขาแต่งงานมีภรรยาและลูกสาวเรียบร้อย แรงจากภาพยนตร์เรื่องล่าสุด แม้ภาพยนตร์รักระทึกขวัญล่าสุดของเธอ The Handmaiden ล้วง เล่ห์ ลวง รัก ผลงานกำกับโดย ปาร์ค ชานวุค ออกฉายเทศกาลหนังเมืองคานส์และในเกาหลีใต้จะกวาดคำชมทั้งตั้วหนัง และการแสดงของเธอซึ่งเธอต้องพูดทั้งภาษาเกาหลีและญี่ปุ่นให้สมกับบทของคุณหญิงเชื้อสายญี่ปุ่น ผู้ตกหลุมรักนางนกต่อในคราบสาวใช้ของเธอ แต่ภาพยนตร์ก็เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากเกี่ยวกับฉากเลิฟซีนร้อนแรงและยาวนานระหว่างเธอกับดาวรุ่งสาว คิม เตรี ถึงขนาดตอนฉายที่สิงคโปร์ ฉากนั้นถูกหั่นและหนังก็ถูกปะเรต R21 คือผู้ที่อายุต่ำกว่า 21 ห้ามเข้าชมเป็นอันขาด อย่างไรก็ตามเมื่อออกฉายในเกาหลีใต้ก็ขึ้นอันดับหนึ่งของบ็อกซ์ออฟฟิศด้วยรายได้ 449,183,501 บาท ล่าสุดทำรายได้ทั้งหมด 1,084,621,326 บาท ขึ้นทำเนียบหนึ่งใน 5 ภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดของเกาหลีใต้ประจำปี 2016 และแบบสำรวจของผู้ใช้เว็บ Google ชาวเกาหลีใต้ในครึ่งปีที่ผ่านมาพบว่า The Handmaiden ล้วง เล่ห์ ลวง รัก เป็นภาพยนตร์ที่ประชาชนพากันเสิร์ชมากอันดับหนึ่ง (ถ้าโดยรวมทั่วไป ก็เป็นรองแค่ซีรีส์ Descendants of the Sun และเกม Overwatch เท่านั้น) พิสูจน์ความแรงด้วยตาของคุณเองใน The Handmaiden ล้วง เล่ห์ ลวง รัก เปิดรอบพิเศษตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ฉายจริง 11 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ไม่พึงกระทำ! “บิ๊กอ๊อด” เตือนสติแข้งช้างศึกไม่ควรไร้มารยาทกับแฟนบอล
ทีมชาติไทย /  ธีราทร บุญมาทัน / 

ประมุขลูกหนังฟุตบอลไทย ออกโรงเตือนสติบรรดาแข้งทีมชาติไทยไม่ควรเเสดงกิริยาไร้มารยาทกับแฟนบอล หลังก่อนหน้านี้ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้สัมภาษณ์แนะนำบรรดานักเตะโดยเฉพาะผู้เล่นทีมชาติไทย ไม่ควรไร้มารยาทกับกองเชียร์เเม้จะอยู่ฝั่งตรงข้าม เเนะเป็นสิ่งที่ไม่พึ่งกระทำ เพราะก่อนหน้านี้ทีมชาติไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีเเละได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากนาๆชาติ โดยเกมบิ๊กเเมตช์ระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตกเป็นประเด็นอย่างหนักหลัง ธีราทร บุญมาทัน ที่ไปกระโดดดีใจใส่ต่อหน้าเเฟนบอลบุรีรัมย์พร้อมคำพูดที่คล้ายด่าหยาบคาย รวมถึงดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่ไปชูนิ้วกลางใส่แฟนบอลเจ้าถิ่นช่วงหลังจบการแข่งขัน จนกลายเป็นกระแสที่มีการวิภาควิจารณ์ในวงกว้าง “ผมอยากบอกให้น้องๆ หรือนักเตะที่ติดทีมชาติให้ระวังในการแสดงกิริยามารยาทไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกับกองเชียร์ไม่ควรไปทำกริยาไม่ดีใส่พวกเขารวมถึงกับนักเตะทีมตรงข้ามด้วย เพราะนั้นเป็นสิ่งไม่พึงกระทำ เพราะนักโดยเฉพาะผู้เล่นที่ติดทีมชาติไทยนั้นเคยได้รับคำชมจากหลายๆ ฝ่ายมาตลอดว่ามีมารยาทดี เเละเรียบร้อย ในช่วงฟุตบอลซูซูกิ คัพครั้งที่ผ่านมา” “บิ๊กอ๊อด” กล่าว

“หม่ำ จ๊กม๊ก” ขอปั้น “จืด บดีกร” ขึ้นแท่นผู้กำกับ “อาม่า”
บดีกร โลหะชาละ /  หม่ำ จ๊กม๊ก / 

 “หม่ำ จ๊กม๊ก” ขอปั้น “จืด บดีกร” ขึ้นแท่นผู้กำกับ “อาม่า” ถือเป็นนักแสดงตลกที่มากมีความสามารถกำกับภาพยนตร์มาไม่รู้กี่เรื่อง มาปีนี้ หม่ำ จ๊กม๊ก ก็เห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะปลุกปั้นผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง จืด บดีกร โลหะชาละ ให้ขึ้นแท่นกุมบังเหียนกำกับภาพยนตร์ฮาสยองเรื่อง อาม่า เป็นครั้งแรก ทั้งนี้เพราะเจ้าตัวเห็นแววจากการร่วมงานกันในตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับของเขานั่นเอง งานนี้นอกจากจะร่วมเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์แล้ว...หม่ำ จ๊กม๊กยังพูดถึงผู้กำกับใหม่ของเขาว่า “ผมก็ร่วมงานกับคุณจืดมาหลายเรื่องแล้วครับ เขาจะเป็นผู้ช่วยของผมมาโดยตลอด ตั้งแต่แหยม 2 ไล่ ๆ มาหลังจากนั้นก็ทำด้วยกันมาทุกเรื่องก็เป็นสิบปีแล้ว เค้าก็ทำงานโอเคเลยฮะ สะสมประสบการณ์มาตั้งนาน และนี่เป็นเรื่องแรกของเค้าที่ได้กำกับ เค้าเป็นคนขยัน มีความตั้งใจ มีความคิดสร้างสรรค์ ผมก็เลยอยากเห็นเค้ากำกับบ้าง ก็เลยแนะนำให้เค้าเข้าไปคุยกับเสี่ย นึกว่ามันไม่เอา มันเอาเว้ย (หัวเราะ) เออ ๆ ก็พาเข้าไปคุยกับเสี่ย เสี่ยก็ชอบ ให้ทำ ผมก็มีให้คำปรึกษาบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นมุกตลกมากกว่า ถ้าอยากได้แก๊กอะไรก็บอก จะได้ใส่ให้ ก็เอาบทมาดูและแนะนำว่าใส่แก๊กใส่มุกตรงนี้ได้นะ ‘อาม่า’ ก็เป็นหนังผีตลกดูง่าย ดูได้ทั้งครอบครัว หนังจะมีข้อคิดสอนใจด้วย ให้รักกัน สามัคคีกลมเกลียวกัน มีเรื่องราววุ่น ๆ ของพี่น้อง เรื่องราวเฮี้ยน ๆ ของผีให้มีสีสันความสนุกขึ้น ก็ถือว่าคลายเครียดด้วยแล้วก็ได้ข้อคิดด้วยครับ ก็อยากให้มาดูกัน ฝากหนังและผู้กำกับใหม่ของผมด้วยครับ” เตรียมฮาฮวงซุ้ยแตกกับ อาม่า วันที่ 25 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

เผาเลยพี่น้อง! รวมฮิตแฟนบอลเผาเสื้อ หลังนักเตะโปรดย้ายทีมแบบสุดช้ำ
ธีราทร /  บุรีรัมย์ / 

กำลังเป็นประเด็นร้อนทีเดียวในตอนนี้ ซึ่งก็ต้องใช้คำว่าร้อนจริงๆ เมื่อแฟนบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โมโหโกรธาอดีตนักเตะโปรดอย่าง ธีราทร บุญมาทัน สุดขีด ถึงขั้นเอาเสื้อสกรีนชื่อเจ้าตัวมาเผาโชว์ในโลกออนไลน์ ชนิดที่ว่าไม่เสียดายเงินทองที่เคยซื้อเสื้อตัวนี้มาเลยแม้แต่น้อย แต่เรื่องราวแบบนี้ก็ใช่ว่าจะเพิ่งเคยเกิดขึ้นในวงการลูกหนัง นั่นเพราะกรณี จูดาส ในสายตาแฟนบอลเคยมีมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทีมงาน MThai Sport จึงขอรวบรวมความโกรธแค้นจากแฟนบอล ที่นำไปสู่การระบายอารมณ์กับเสื้อบอลด้วยการ เผาเลยพี่น้อง! แบบสุดฮาร์ดคอร์ มาให้ได้รับชมกัน ดูกันเลยว่ามีนักเตะคนไหนเคยเจอเคสแบบนี้กันมาบ้าง... เริ่มต้นกันด้วย มาริโอ เกิตเซ่ สมัยย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค แต่ตอนนี้แฟนๆ ดอร์ทมุนด์ คงรู้สึกเสียดายไม่น้อยที่เอามาเผา เพราะเจ้าตัวย้ายกลับมาแล้ว เสื้อ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ก็ถูกแฟน อาร์เซน่อล เผา หลังจากที่ศูนย์หน้าดัตช์ย้ายไปล่าความสำเร็จกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฟร์นานโด ตอร์เรส ก็ถูกสาปส่งเช่นกัน ตอนที่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ เชลซี แม้แต่กัปตันหงส์แดงอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็ไม่รอด ตอนที่มีข่าวกับ เชลซี อย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ไม่ย้าย แฟนบอล บราซิล โกรธแค้นทีมอย่างหนักที่พ่าย เยอรมัน แบบหมดรูป 1-7 คาบ้านใน ฟุตบอลโลก 2014 เชส ฟาเบรกาส เคยบอกว่าจะไม่เล่นให้กับทีมอื่นใน พรีเมียร์ ลีก นอกจาก อาร์เซน่อล พอย้ายมาเล่นให้ เชลซี ก็เลยเกิดภาพนี้ขึ้น หลุยส์ ซัวเรซ ย้ายไป บาร์เซโลน่า แฟนๆ หงส์แดงก็เลยเดือด เห็นแค่ซากแบบนี้ถ้าไม่บอกคงไม่รู้ว่าเป็นเสื้อ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ที่ก่อเรื่องเด็ดๆ เอาไว้เพียบ อันนี้ล่าสุดเลยกับเสื้อ กอนซาโล่ อิกวาอิน จาก นาโปลี ที่เตรียมย้ายไปเล่นกับคู่แข่งร่วมลีกอย่าง ยูเวนตุส

โบว์ น้ำตาซึมเห็นบ้านในฝัน ปอ คุณปู่คุณย่า แอบกลัวไปอยู่ที่อื่น!!
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

  ยังคงสวยงามเสมอสำหรับความรักความผูกพันของครอบครัวสหวงษ์ แม้พระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี จะลาลับไปแล้วก็ตาม ล่าสุดวันนี้(25ก.ค.59) โบว์ แวนดา ควง น้องมะลิ พาขวัญ ซุปตาร์ตัวน้อยขวัญใจประชาชนไปร่วมงานเปิดตัวโครงการ เวิลด์แก๊สเติมพลังไหให้หัวใจอบอุ่น โชว์ฝีมือการทำอาหารง่ายๆ ที่ น้องมะลิ ร่วมทำได้ พร้อมกับเผยถึงเหตุการณ์ที่ไปเยี่ยม คุณปู่สงวน และ คุณย่าพิศมัย ครั้งล่าสุด ถึงกับน้ำตาซึมที่ได้เห็นบ้านในฝันของ ปอ ทฤษฎี ที่คุณปู่คุณย่าสร้างให้ไว้เสร็จเรียบร้อย รับคุณปู่คุณย่าแอบกลัวไปอยู่ที่อื่นไม่กลับมาอยู่บ้านบุรีรัมย์ กลัวทำใจไม่ได้ที่ไม่ได้เห็นหน้า น้องมะลิ!!   "ไปบุรีรัมย์มา ก็ไปทำบุญพี่ปอค่ะ บอกคุณแม่ว่าจะไปดูบ้านที่คุณพ่อ คุณแม่พี่ปอ สร้างเสร็จแล้ว คุณพ่อก็ให้เราไปดู เขามีความสุข คุณพ่อพี่ปอ จะไปไร่ทุกวัน เขาบอกว่าเวลาอยู่ไร่ เขามองไปไกลๆ เหมือนเขาได้เห็นพี่ปอตลอดเวลา ในบ้านก็จะมีของทุกอย่างของพี่ปอ ของใช้ก็จะอยู่ครบ พอเข้าไปจะรู้สึกว่าเป็นบ้านของพี่ปอ น้องมะลิ ก็วิ่งตลอด ยังไม่ได้นอน ถ้าว่างก็จะไปอีกค่ะ บ้านน่ารัก สบายค่ะ" เข้าไปแล้วเป็นยังไงบ้าง?   "น้ำตาซึม ก็นึกถึงเขา วันนั้นที่เข้าไปมีออนแอร์รายการตีสิบพอดี คุณพ่อก็รีบปลีกตัวไปที่ไร่ แล้วทุกคนก็ถามว่าคุณพ่อไปไหน แกไปนั่งดูรายการที่ไร่ แล้วก็ร้องไห้ แกคงไม่อยากให้ใครเห็น ก่อนที่จะมีไร่พี่ปอเคยคุยกับคุณพ่อไว้ว่าถ้าวันนึงจะต้องมีไร่ที่ใหญ่ๆ ให้พ่อให้ได้ พี่ปอพยายามหาอะไรที่พ่อทำแล้วมีความสุขก็ได้ไร่นี้มา มันเป็นฝันของพี่ปอเลยค่ะ เหนือความฝันของพี่ปอ คุณพ่อ คุณแม่ คือสิ่งที่พี่ปอรักที่สุด ฉะนั้นถึงวันนี้ไม่มีพี่ปอ ก็จะบอกคุณพ่อ คุณแม่ตลอดว่า ความรักเรายังคงเหมือนเดิม แล้วมันจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ไม่มีพี่ปอแล้วต่างคนต่างอยู่" คิดจะพาคุณพ่อ คุณแม่ พี่ปอ มาอยู่กรุงเทพด้วยกันมั้ย?   "ไม่ได้ ตอนแรกคุณแม่จะมาอยู่ กลัวเราอยู่ไม่ได้ เพราะโบว์อยู่กับมะลิสองคน โบว์ก็บอกว่าแม่อยู่ไม่ได้หรอก ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้อยู่ โบว์อยากให้อยู่ ทุกครั้งที่เปิดประตูเข้ามาโบว์อยากเห็นใครสักคนก็ได้อยู่ในบ้าน แต่พอมันไม่มีก็ไม่เป็นไร เอาความรู้สึกแม่ไว้ก่อน เพราะว่าถ้าโบว์กับน้องออกมางานข้างนอก แม่นั่งอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้ เพราะของทุกอย่างในบ้านคือของพี่ปอหมด เลยบอกให้อยู่บุรีรัมย์ เพื่อนก็เยอะเวลาไปไหนก็ง่าย แต่คุณแม่ก็เป็นห่วงตลอด โทรมาถามทุกวัน บ้านนี้เป็นบ้านพี่ปอ โบว์ก็จะอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านี้มีแพลนจะย้ายบ้านกับพี่ปอ แต่ไม่มีพี่ปอแล้ว โบว์ก็ไม่ย้ายก็จะอยู่ที่นี่ ตอนที่พี่ปอป่วย 70 วัน คุณพ่อ คุณแม่ ก็วิตกเรื่องนี้ว่า ถ้าวันนึงพี่ปอ ไม่อยู่แล้ว ครอบครัวเราจะเป็นยังไง จะแยกกันอยู่มั้ย กลัวว่าโบว์จะไปอยู่ที่อื่น และคงทำใจไม่ได้ถ้าไม่ได้เห็นมะลิ อย่างที่เห็น มะลิ หน้าเหมือนพี่ปอเป๊ะ โบว์รักทุกคน วันนี้เราต้องทำให้ดีที่สุด"   "ส่วนเรื่องหนังปฏิเสธไปแล้ว บทดีนะคะ แต่รู้สึกว่าความสามารถเราไม่ถึงเลยยุติไปเลย ถามว่าเสียดายมั้ย ก็เสียดาย แต่มานั่งประเมินแล้วความสามารถตัวเองไม่ถึงก็เลยปฏิเสธไปค่ะ" โบว์กล่าว โบว์ แวนดา น้องมะลิ   โบว์ แวนดา น้องมะลิ   โบว์ แวนดา น้องมะลิ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   โบว์ แวนดา น้องมะลิ   น้องมะลิ พาขวัญ  

M Pictures จัดหนัก ! สั่งตรงหนังเทศกาลหนังเมืองคานส์เอาใจคอหนังชาวไทย
Café Society /  Hell or High Water / 

M Pictures จัดหนัก ! สั่งตรงหนังเทศกาลหนังเมืองคานส์เอาใจคอหนังชาวไทย เทศกาลภาพยนตร์คานส์ (Cannes Film Festival) ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์โลก มีความเก่าแก่ รวมทั้งมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกเทศกาลหนึ่ง และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีดาราชั้นนำของเมืองไทยไปร่วมเดินพรมแดงในงานเทศกาลนี้ ทำให้เป็นกลายเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่คนไทยให้ความสนใจกันมากขึ้น และเพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้สัมผัสความเป็นคานส์ M Pictures หนึ่งในบริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์ชั้นนำของไทย ได้จัดทัพนำเอาภาพยนตร์ที่เคยฉายและผ่านการประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 69 (ปี 2016) มาให้แฟนภาพยนตร์ชาวไทยได้รับชมกันถึง 4 เรื่อง 4 สไตล์ ในช่วงเดือนกรกฎาถึงสิงหาคมนี้ เริ่มต้นเรื่องแรกใน วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 กับ Café Society : ณ ที่นั่นเรารักกัน ภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ผลงานภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ โดย วู้ดดี้ อัลเลน (Woody Allen) เล่าเรื่องราวในยุค 1930 อันเป็นยุคทองของฮอลลีวู้ด บ๊อบบี้ (เจสซี ไอเซนเบิร์ก : Jesse Eisenberg) ชายหนุ่มผู้อยากจะเป็นผู้จัดการดาราฮอลลีวู้ด แต่ดันไปตกหลุมรักกับ วอนนี่  (คริสเตน สจ๊วต : Kristen Stewart) เลขาสาวของ ฟีล (สตีฟ คาเรล : Steve Carell) คุณอาผู้เป็นเจ้านายของเขา ร่วมด้วยดาราดังอีกคับคั่ง อาทิ เบลค ไลฟ์ลี (Blake Lively), พาร์คเกอร์ โพซีย์ (Parker Posey), คอรีย์ สโตลล์ (Corey Stoll), เคน สต็อตต์ (Ken Stott), จีนนี่ เบอร์ลิน (Jeannie Berlin) ตามมาติด ๆ กับ The Handmaiden : ล้วง เล่ห์ ลวง รัก ผลงานที่ถูกกล่าวขวัญกันอย่างอื้ออึงในสายประกวดรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) จนถึงเรื่องราวชีวิตจริงอันอื้อฉาวของนางเอกสาว คิม มินฮี  (Kim Min Hee) ผลงานการกำกับ ปาร์ค ชานวุค (Park Chan-wook) ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานฮือฮาอย่าง Oldboy : เปิดบัญชีแค้น มาแล้ว โดยหยิบเอานิยายเรื่อง Fingersmith ของซาราห์ วอเตอร์ส (Sarah Waters) หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ เล่ห์รักนักล้วง มาเล่าเรื่องใหม่โดยเปลี่ยนฉากหลังจากอังกฤษยุควิคตอเรียน มาเป็นเกาหลียุคที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นในปี 1930 หญิงสาวนามว่า ซุกฮี (คิม เตรี : Kim Tae-ri) เข้ามาทำงานเป็นสาวใช้ให้คุณหญิง ฮิเดโกะ (คิม มินฮี : Kim Min Hee) ผู้เก็บเนื้อเก็บตัว โดยมีลุงโคซุกิ (โช จินวุง : Jo Jin-Woong) คอยบงการชีวิตคุณหญิงตลอดเวลา ภายใต้ความไร้เดียงสาของซุกฮี แท้จริงแล้วเธอคือโจรล้วงกระเป๋าที่เจ้านาย ฟูจิวะระ (ฮา จองอู : Ha Jung-woo) ส่งมาเป็นนางนกต่อ เพื่อให้เขาได้แต่งงานกับฮิเดโกะแล้วเอาสมบัติ ทว่าความรู้สึกผูกพันระหว่างซุกฮีกับคุณหญิงนั้นลึกซึ้งจนนำไปสู่การหลอกลวง และหักหลังครั้งใหญ่ เปิดรอบพิเศษ 4 สิงหาคม เข้าฉายจริง 11 สิงหาคม 2559 และเรื่องต่อมาเข้าประกวดในสาย Un Certain Regard กับเรื่อง Hell or High Water : ปล้นเดือด ล่าดุ จากทีมเขียนบทภาพยนตร์ Sicario : ทีมพิฆาต ทะลุแดนเดือด ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย เดวิด แมคเคนซี่ (David Mackenzie) เรื่องราวของพ่อม่ายลูกหนึ่งและน้องชายที่เคยติดคุก (คริส ไพน์ : Chris Pine และเบน ฟอสเตอร์ : Ben Foster) ที่ร่วมกันวางแผนปล้นครั้งใหญ่ เพื่อที่พวกเขาจะได้รักษาฟาร์มของครอบครัวในรัฐเท็กซัสเอาไว้ ทำให้นายอำเภอมาร์คัส (เจฟฟ์ บริดเจส : Jeff Bridges) ประกาศตามล่าสองพี่น้องคู่นี้อย่างไม่ลดละ เข้าฉาย 18 สิงหาคม 2559 และเรื่องสุดท้าย วันที่ 25 สิงหาคม 2559 กับ ผลงานเข้าประกวดชิงรางวัล ปาล์มทองคำ (Palme d'Or) ที่ทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ตกตะลึง The Neon Demon : สวย อันตราย ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย นิโคลัส วินดิง เรฟฟิน (Nicolas Winding Refn) ภาพยนตนตร์ที่เปิดโปงเบื้องหลังวงการแฟชั่น ที่ทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ตกตะลึงมาแล้ว เมื่อเจสซี่ (แอล แฟนนิ่ง : Elle Fanning) เด็กสาวผู้ฝันจะเป็นนางแบบได้เดินทางมาถึงลอสแองเจลิสเพื่อตามความฝัน  เมื่อเธอได้เป็นนางแบบก็รู้ว่าภายใต้ฉากหน้าของวงการแฟชั่น ความสาวและความสดใสของเธอกำลังถูกกลืนกินโดยเพื่อนร่วมงานที่คลั่งไคล้ในความงามและหวังอยากได้ทุกอย่างที่เธอมี คอยติดตามชมความสนุกสนานทั้ง 4 เรื่อง 4 รส ที่สั่งตรงมาจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาถึงเมืองไทยได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ‘ซูชิ’ ศิลปะแห่งการกิน
Footnote อ่านโลกผ่านหนัง /  ซูชิ / 

"วัตถุดิบแต่ละชนิดมีช่วงเวลาแห่งความอร่อยในอุดมคติอยู่”  ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) นักทําซูชิระดับตํานานอย่าง จิโระ โอโนะ ยังคงวาดฝันถึงซูชิที่มีรสชาติสมบูรณ์พร้อม แม้ร้านสุคิบายาชิของเขาจะได้ชื่อว่าเป็นร้านที่ทําซูชิได้อร่อยที่สุดในโลกแล้วก็ตาม... ตรงข้ามกับซูชิรสชืดที่เราหาซื้อมากินได้ในห้างทั่วไป ซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายเหนียวหนืด กลิ่นเหม็นคาว หรือวัตถุดิบบี้แบน...บางทีซูชิอาจเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มากกว่าการแล่ปลาดิบชิ้นบางวางโปะลงบนข้าวปั้นสี่เหลี่ยมก้อนเล็กๆ  โดยเริ่มต้นจากปลาส้มในแถบบ้านเรา... ปี 1824 ฮานายะ โชเฮย์ เริ่มแล่ปลาดิบวางลงไปบนข้าวผสมน้ําส้มสายชู...จนปี 2011 จิโระ พ่อครัววัย 85 ยังคง “พยายามขึ้นสู่จุดสูงสุด (แห่งการทําซูชิ) ไม่ว่าจุดสูงสุดที่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม โปรดเตรียมท้องให้ว่าง เปิดใจให้กว้าง ก่อนตะลุยสู่ดินแดนแห่งปรัชญาชีวิต จิตวิญญาณ และศิลปะแห่งที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี! 1.ข้าวเปรี้ยวหวาน สิ่งแรกที่เราควรให้ความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปลาดิบ ก็คือ ‘ข้าวผสมน้ํา ส้มสายชู’ ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกโดยปราศจากสารเคมีและดูแลต้นข้าวทุกกระเบียดนิ้ว แม้คนส่วนใหญ่ชอบกินข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ แต่ข้าวที่มีอายุสักเล็กน้อยจะเหมาะแก่การทําซูชิมากกว่า โดยพ่อครัวจะติดต่อซื้อข้าวจากแหล่งโดยตรงเพื่อคัดเฉพาะเมล็ดที่โตเต็มที่แล้วนํา ไปผสมกับพันธุ์ข้าวจากแหล่งอื่นๆ จนตรงตามต้องการ เมื่อได้เมล็ดข้าวมาแล้ว หัวใจสําคัญสําหรับข้าวในซูชิก็คือ การหุงโดยใช้น้ําสําหรับปรุงอาหารหรือน้ําธรรมชาติเติมลงไปในหม้อโดยกะปริมาณตามความชื้นและอุณหภูมิในช่วงนั้นอย่างละเอียดอ่อน ทิ้งข้าวหุงสุกไว้จนเย็น (แต่ไม่นําไปแช่แข็ง) แล้วนํามาผสมน้ําส้มสายชูแบบใส อาจใส่น้ําตาลเล็กน้อยเพื่อข่มรสเปรี้ยว ดูวิธีหุงข้าวแบบญี่ปุ่นได้จาก Flavour of Green Tea over Rice (1952) ผลงานสุดคลาสสิกของ ยาสุจิโร โอสุ ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตประจําวันอันเรียบง่ายผ่านเหตุการณ์ที่คู่รักคืนดีกันระหว่างเตรียมอาหารมื้อเล็กๆ  2.เจาะกรุสมบัติแห่งธรรมชาติ เม็ดฝนโปรยปรายลงผืนดินในภูเขาพร้อมให้กําเนิดพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ แล้วชะล้างแร่ธาตุจากป่าลงสู่แม่น้ํา ให้ปลากิน และแม่น้ําก็จะชักพาสารอาหารสู่สัตว์น้อยใหญ่ที่แหวกว่ายในทะเลอีกทอดหนึ่ง... การเรียนรู้วัฏจักรที่ก่อเกิดสรรพสิ่งจะช่วยให้พ่อครัวเข้าใจสภาพของแหล่งวัตถุดิบซึ่งส่งผลสําคัญต่อรสชาติ และสามารถคํานวณช่วง ‘ชุน’ หรือช่วงที่วัตถุดิบมีคุณภาพดีที่สุดตามฤดูกาลของมัน เช่น ปลาบางพันธุ์อร่อยสุดเมื่อมีไข่ในท้อง, สะสมไขมันเพื่อรับฤดูหนาว หรือว่ายทวนกระแสน้ําเพื่อวางไข่ เป็นต้น เช่นเดียวกับ ชัค โนแลนด์ ใน Cast Away (2000) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนต้องติดเกาะร้างอยู่นานปี เขาจึงเอาตัวรอดด้วยการเรียนรู้ธรรมชาติ เช่น การกินมะพร้าวและหัดตกปลา หรือหนูน้อย ซันเป ใน Sanpei the Fisher Boy (2009) ซึ่งมุ่งตกปลาในตํานานจนต้องศึกษากระแสน้ําแหล่งธรรมชาติของปลาและออกเดินทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวในป่าใหญ่ นอกจากพ่อครัวต้องคํานึงถึงรสชาติและสารอาหารแล้ว ยังต้องระวังเรื่องพิษในอาหารเป็นพิเศษ เพราะวัตถุดิบเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพของร้านซูชิ เช่น Le Grand Chef (2007) ซุงชานมีอดีตฝังใจจากการถูกกลั่นแกล้งว่าแล่ซาชิมิปลาปักเป้าไม่ดีจนทํา ให้กรรมการยกโขยงเข้าร.พ. เหตุการณ์ครั้งนั้นทําให้เขาเลือกวัตถุดิบเองทุกครั้งอย่างพิถีพิถัน 3.หลากที่ หลายเครื่อง มากรส ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงชันและล้อมรอบด้วยทะเล สภาพอากาศจึงผันแปรตามพื้นที่ ตั้งแต่เขตหนาวเหน็บอย่างฮอกไกโดไปจนถึงเขตร้อนอย่างคิวชูและโอกินาวา ซึ่งพืชและสัตว์ต่างสายพันธุ์จะเลือกอาศัยในอุณหภูมิที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตของมันจนเกิดวัตถุดิบเฉพาะแห่ง แล้วพัฒนาเป็นซูชิรสท้องถิ่น เช่น ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องปลาเฮอร์ริง แซลมอน และปลาหมึกกล้วย หรือโตโฮคุมักใช้สมุนไพรบนภูเขามาทํา เป็นหน้าซูชิ ฯลฯ วิคเตอร์ เชฟหนุ่มใน Letters to Juliet (2010) ฝักใฝ่ในอาหารท้องถิ่น จนทิ้งการฮันนีมูนไปตระเวนหาวัตถุดิบและสูตรชั้นยอดจากเมืองต่างๆ ในอิตาลี   4.ปั้นซูชิตํา รับบูชิโด ชิ้งงง เสียงพ่อครัวใช้หินลับมีดเล่มโปรดอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากมันจะเป็นมีดเหล็กกล้าราคาแพงหูฉี่แล้วยังเป็นอาวุธคู่ใจที่ใช้แล่ปลาได้เรียบสวยเป็นเหลี่ยมมุมและไม่ทําให้เนื้อปลาฉีกขาดเหมือนมีดแสตนเลสทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวทวงแค้นใน Kill Bill: Vol. 1 (2003) ซึ่งขอให้ ฮัตโตริ ฮันโซ อดีตนักตีดาบผู้ผันตัวมาเป็นพ่อครัวซูชิ สร้างดาบสุดแกร่งในตํานานให้ แต่หนังก็ไม่ได้เว่อร์เกินหรอกนะเพราะจริง ๆ แล้วมีดของพ่อครัวซูชิก็สืบทอดจากดาบซามูไรซึ่งคมกริบไม่หักไม่งอ เมื่อแล่ปลาแล้วต้องปรุงวัตถุดิบให้ขับเน้นรสธรรมชาติออกมาโดยพิจารณาว่า สิ่งไหนควรกินดิบ หมักหรือปรุงสุก จากนั้นจุ่มมือในน้ําเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย แล้วนําข้าวกับเครื่องปรุงมาปั้นเป็นซูชิทรงพัดกระดาษ โดยส่วนใหญ่จะปั้น 5 ครั้ง (หากมากกว่านั้นอุณหภูมิของมือ จะทําให้วัตถุดิบเสียความสดใหม่และบีบข้าวมากไปจนแข็ง) ให้ข้าวสมดุลกับชิ้นปลาจนได้รสชาติเลิศรส ดูวิธีแล่ปลาและปั้นอย่างเหมาะสมได้ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) ซึ่งตีแผ่ชีวิตพ่อครัวระดับตํา นานอย่าง จิโระ โอโนะ ผู้ไขว่คว้าหาซูชิที่สมบูรณ์แบบ 5.วาซาบิ จี๊ดดด...เต็มพิกัด ใน Wasabi (2001) พนักงานเสิร์ฟถ้วยใส่วาซาบิพร้อมขวดโชยุ ก่อนฮูเบิร์ตจะโชว์เหนือด้วยการหยิบวาซาบิกินเปล่าๆ และ Jackass: the Movie (2002) ทําฮาโดยนําวาซาบิมาละเลงในโชยุ แล้วสูดเข้าจมูกเต็มๆ ! ทั้งสองเรื่องแสดงพฤติกรรมจิ้มซอสอย่างผิดๆ จนคนปลูกวาซาบิอาจร้องไห้เพราะรสฉุนเผ็ดจะหายไปง่ายๆ เมื่อสัมผัสออกซิเจน! การกินให้ได้รสชาติจัดจ้านต้องจุ่มด้านที่เป็นหน้าของซูชิลงไปในโชยุ โดยสัมผัสแค่ปลายชิ้น (ไม่จุ่มลงไปทั้งก้อนเพราะจะทํา ให้ข้าวดูด ซับโชยุมากเกินไป) ส่วนวาซาบิจะไม่ขูดทิ้งไว้ให้สัมผัสอากาศโดยตรง แต่ มักทาบางๆ ไว้บนข้าวซูชิส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อปลาแทน 6.เอาใจรายคน จะกินทั้งที เอ๊ะ ทํา ไมไม่บอกราคาในเมนู... ก็เพราะทุกๆ เช้า ร้านซูชิเปี่ยมคุณภาพมักเลือกซื้อปลาที่ดีที่สุดในท้องตลาดมาตีราคาอย่างแฟร์ๆ วันต่อวันว่าพวกเขามีปลาชนิดใด คุณภาพระดับไหนมานําเสนอ นอกจากนี้ทางร้านยังพยายามขายสินค้าให้เกลี้ยงภายในวันนั้นเลย เพื่อพรุ่งนี้จะได้ซื้อของสดใหม่มาให้ลูกค้าลิ้มรสอีก พ่อครัวซูชิต้องสังเกตรสนิยมของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้จัดเรียงซูชิได้ตรงใจ โดยทุกครั้งพ่อครัวจะไม่เตรียมวัตถุดิบจนเสร็จสรรพเพราะเมื่อปลาทํา ปฏิกิริยากับอากาศจะสูญเสียความสดใหม่ แต่เขามักลงมือทําพร้อมโชว์ศิลปะการปั้นทันทีที่ลูกค้าอยากทานเท่านั้น (แม้วิธีนี้จะเอื้อให้ลูกค้าสั่งอาหารอย่างอิสระ แต่หากกลัวงบกระฉูดก็สามารถสั่งเซ็ตรวมที่มี 7-9 ชิ้นได้เช่นกัน) สังเกตการสั่งอาหารในร้านซูชิอย่างถูกต้องได้ใน Defending Your Life (1991) เมื่อ แดเนียล ใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการเข้าร้านซูชิ เขาเลือกนั่งที่บาร์แล้วถามพ่อครัวว่าอาหารอะไรสดที่สุดในวันนั้น ส่วนพ่อครัวก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขาระหว่างเสิร์ฟ (การพูดคุยช่วยสานสัมพันธ์อันดีและว่ากันว่าพ่อครัวควรจํา ตั้งแต่ชื่อลูกค้า ไปจนถึงชื่อลูกเมียของเขาเลยทีเดียว) ตรงกันข้ามกับพนักงานร้านซูชิใน Woman on the Beach (2006) ซึ่งเพิกเฉยและไม่ยอมบริการลูกค้า จน จุงเร กราดเกรี้ยวใส่ 7.ทูนา เจ้าแห่งปลาทั้งมวล เดิมทีคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาชิราอุโอะ แต่พอเริ่มลิ้มลองเนื้อวัวก็หันมาเชิดชูรสปลาทูนา ด้วยเส้นลายไขมันเรียงตัวสวยที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นคล้ายเนื้อวัวแต่มีรสตกค้างในปากน้อยกว่า... ข้ามฟากมาอีกซีกโลก ณ อเมริกา ทูนาเป็นเพียงอาหารราคาถูก โดยนําเศษเนื้อมาบดรวมกันแล้วอัดกระป๋องขาย ชาวตะวันตกจึงไม่เข้าใจรสชาติซูชิ พวกเขาแพ้ทางกลิ่นสาหร่าย รสฉุนขึ้นจมูกของวาซาบิ และเนื้อดิบแฉะของปลา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจาก Scenes from a Mall (1991) เมื่อ วูดดี อัลเลน มาในคราบของ นิค ชายหนุ่มผู้พร่ําบ่นรสซูชิในห้างว่ามัน “โคตรแพงเลยสําหรับอาหารทําจากปลาตาย” ต่อมาไม่นานซูชิกลับแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกเช้าตอนตี 5 ตลาดซึคิจิซึ่งเป็นตลาดปลาแห่งใหญ่ในโตเกียวจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้ากว่าแสนคนที่จ้องประมูลทูนาขนาดยักษ์เข้าร้านสินค้าส่งออก-นําเข้าในตลาดแห่งนี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลกว่าพันล้านเยน จนเมื่อพระอาทิตย์สาดแสงตอน 7 โมงเช้า สมรภูมิซื้อ-ขายอันดุเดือดจะสงบลง วัฒนธรรมแดนปลาดิบกลายเป็นอาหารที่นานาชาติยอมรับไม่เว้นกระทั่งแม่บ้านฝรั่งเศสใน The Hedgehog (2009) ผู้มองตัวเองว่า อ้วน แก่ น่าเกลียด แถมยังเป็นแม่ม่าย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อไปเดตกับชาวญี่ปุ่นในร้านซูชิ เธอค่อยๆ ซึมซับกระแสนิยมพร้อมๆ กับยอมรับตัวเอง หรือ ใน Sushi: The Global Catch (2011) สารคดีที่จับตาการเติบโตอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมซูชิ และตั้งคําถามว่าพฤติกรรมการบริโภคมหาศาลจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติเช่นไร 8.ซูชิกลายพันธุ์ ลัดฟ้ามาสู่อีกซีกโลกทั้งที พ่อครัวญี่ปุ่นจึงเอาใจฝรั่งด้วยการใส่ส่วนผสมแปลกใหม่อย่าง เนื้อ หมูไก่ แฮม แซลมอนรมควัน มะเขือเทศ ฯลฯ ลงไปในซูชิด้วย แถมคิดค้นสูตร ‘แคลิฟอร์เนีย โรล’ ซึ่งมีทั้งเนื้อปู แตงกวาและอโวคาโด (เชื่อว่ามีรสมันเข้มข้นคล้ายทูนา) แล้วกลับสาหร่ายเข้าด้านในซูชิเพื่อกลบกลิ่น ที่เด็ดกว่านั้นคือ เนียวไตโมริ หรือการเสิร์ฟซูชิที่วางบนตัวสาวเปลือยสุดเซ็กซี ซึ่งแม้จะไม่ได้พบเห็นทั่วไปในญี่ปุ่นแต่มันก็กลายเป็นภาพจําในสื่อต่างๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมหาศาลให้มาลองของวิธีนี้ต้องใช้ผู้หญิงที่ถูกฝึกให้นอนนิ่งๆ ได้นานหลายชั่วโมง ผิวไม่แพ้อาหารเย็นๆ และเป็นคนรักษาความสะอาด...สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นศิลปะหรือการเหยียดเพศอย่างรุนแรงกันแน่ Map of the Sounds of Tokyo (2009) หนังสเปนซึ่งให้พนักงานสาวในตลาดขายปลารับอาชีพเสริมเป็นนักฆ่า โดยถูกวิจารณ์ว่าเสนอภาพเนียวไตโมริราวกับมีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น หรือใน Sex and the City (2008) เมื่อ ซาแมนธา โจนส์ พยายามชนะใจชายหนุ่มด้วยการเปลื้องผ้าแล้ววางซูชิลงบนตัว 9.รัชทายาทคนต่อไป การสืบทอดวิถีแห่งซูชิไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาฝึกฝนวิทยายุทธเกือบ 10 ปี อันได้แก่ 2 ปีแรก ทําความสะอาดร้านและในครัว / 2 ปีถัดมา เรียนรู้วิธีหุงข้าว / 3-4 ปีให้หลัง หัดเลือกซื้อวัตถุดิบและแล่ปลา โดยทั้งหมดนี้ต้องผ่านบททดสอบสุดหินอย่างการทํา ซูชิปลาโคฮาดะ (แล่ปลาที่มีก้างเล็กๆ เยอะแล้วหมักด้วยน้ําส้มสายชู) หรือทํา ซูชิปลาไหล (ใช้ซอสบางๆ ทาแทนวาซาบิ ซึ่งทํามาจากน้ําต้มซุปปลาไหลที่สะสมไขมันเข้มข้นนานหลายปี) การเรียนรู้วิชาซูชิก็คล้ายกับใน The Ramen Girl (2008) เมื่อ แอ็บบี สาวอเมริกันที่ชีวิตมาถึงทางตัน ได้กินน้ําซุปราเม็งแสนเลิศรส เธอจึงตัดสินใจขอเรียนรู้วิธีทําจากปรมาจารย์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การทําความสะอาด ผ่านการฝึกฝนอันยากลําบากจนในที่สุดก็ทําราเม็งเป็น นอกจากฝีมือแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดของการทําซูชิคือจิตใจที่อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย ซึ่งใน No Reservations (2007) เราจะเห็นชีวิตของกุ๊กเปลี่ยนไปเมื่อเธอรับเลี้ยงเด็ก จากเดิมที่ทําอาหารตามตํารา ก็หันมาคํา นึงถึงจิตใจของลูกค้า **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ศิลปะ ‘ซูชิ’ เมื่อชีวิตควรค่าแก่การกิน โดย สุภัชา ทิพเสนา / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 119 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

แรงมาแรงไป!คลิป ดิโอโก ตบะแตกแจกกล้วยแฟนเมืองทอง
ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ กองหน้าตัวเก่งของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึงกับตบะแจกชูนิ้วกลางให้กับแฟนบอลเจ้าบ้านหลังเกมที่บุกมาพ่าย เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยเกมซูปเปอร์บิ๊กแมตช์ของลูกหนังไทยจบลงที่ความดุเดือดเมื่อ เจ้าบ้านเมืองทอง เอาชนะไป 3-2  ซึ่งตลอดทั้งเกม นักเตะและแฟนบอลต่างมีอารมร์ร่วมกับเกมสู้ และตอนที่นักเตะเดินออกจากสนาม แฟนบอลเจ้าบ้านบางส่วนได้ชูนิ้วกลางให้แก่ ดิโอโก้ ทำให้กองหน้าชาวแซมบ้าแจกกลับทันที ซึ่งมีมือดีถ่ายคลิปเอาไว้

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก
The Handmaiden /  คิม มินฮี / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก The Handmaiden ล้วงเล่ห์ลวงรัก ว่าด้วยเรื่องราวในเกาหลี ปี 1930 ยุคที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น หญิงสาวนามว่า ซุคี (คิม เตรี) เข้ามาทำงานเป็นสาวใช้ให้คุณหญิง ฮิเดโกะ (คิม มินฮี) ผู้เก็บเนื้อเก็บตัวที่ลุง โคซุกิ (โช จินวุง) คอยบงการชีวิตคุณหญิงตลอดเวลา ภายใต้ความไร้เดียงสาของซุคี แท้จริงแล้วเธอคือโจรล้วงกระเป๋าที่เจ้านาย ฟูจิวะระ (ฮา จองอู) ส่งมาเป็นนางนกต่อ เพื่อให้เขาได้แต่งงานกับฮิเดโกะแล้วเอาสมบัติ ทว่าความรู้สึกผูกพันระหว่างซุคีกับคุณหญิงกลับลึกซึ้งจนนำไปสู่การหลอกลวง และหักหลังครั้งใหญ่ ตอบคำถาม Loading... ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2559 ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศรายชื่อผู้โชคดีภายในวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2559 ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร (ไม่รับสำเนาทุกกรณี) เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด