หนังโป๊

จั๊กจั่น เนื้อหอมเป็นนักแสดงอิสระ หลายช่องรุมจีบ ละครเข้าเกือบ 10 เรื่อง!!
จั๊กจั่น อคัมย์สิริ /  จั๊กจั่น นักแสดงอิสระ / 

หลังออกมาแถลงข่าวทั้งน้ำตาถึงสาเหตุที่ยกเลิกสัญญากับช่อง 7 ไปเป็นนักแสดงอิสระ เนื่องจากธุรกิจที่ทำอยู่ไม่สามารถไปโปรโมทช่องอื่นได้ สำหรับนักแสดงมากฝีมืออย่าง จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ที่ยืนยันว่าจากกันด้วยดี ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด พร้อมขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่องที่เข้าใจ ล่าสุด สาวจั๊กจั่น มาร่วมเดินแบบในงาน "ไหมแห่งสยาม" พร้อมเผยความรู้สึกในฐานะนักแสดงอิสระเต็มตัวว่า ตอนนี้สบายใจขึ้นหลังได้ชี้แจงสาเหตุไปหมดแล้ว ยอมรับตอนนี้มีหลายค่ายหลายช่องติดต่อมาให้ร่วมงาน และมีงานที่หลากหลายเข้ามามากขึ้น มีละครติดต่อมาเกือบ 10 เรื่อง แต่ตัวเธอยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะรับเล่นที่ไหนและเรื่องไหนก่อน ขอเวลาพิจารณาดูอีกที อยากให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้เวลากับตัวเองว่าอยากทำอะไร แต่ยังไงก็ไม่หายหน้าไปไหนแน่นอน "ข่าวว่าเนื้อหอมมากมีหลายค่ายจีบให้ไปร่วมงาน ก็ขอบคุณมากเลยค่ะ จริงๆ ต้องขอบคุณมาก เพราะว่ามีหลายๆ ค่าย หลายๆ ช่องส่งบทมาให้ แต่ว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเล่นกับที่ไหน เราก็อยากทบทวนให้ดีแล้วก็อยากรับละครที่แปลกออกไปบ้าง ละครที่ติดต่อมาในตอนนี้ 8-9 เรื่องได้ค่ะ หลายค่ายหลายช่องเลย ขอบคุณมากเลยค่ะที่ให้โอกาสนักแสดงคนหนึ่ง คือจั่นไม่ได้ซีเรียสว่าจะเป็นช่องไหนก่อน ถ้าบทถูกใจแล้วเวลาลงตัวได้ก็โอเค ช่อง 3 ก็มีติดต่อมา ต้องถามผู้จัดการ จั่นจะไม่รู้รายละเอียด จะรู้แต่ว่าเป็นเรื่องย่อที่ปริ้นออกมาแล้ว รู้แต่ว่ามีแนวพีเรียด หนังผีก็มี" "บทก็มีหลายแบบ แต่ว่ายังอ่านไม่จบเลย เพิ่งอ่านไปได้ 2 เรื่องเอง แต่ก็เป็นตัวหลัก เป็นตัวนำ อยากเล่นเป็นอะไรยังตอบไม่ได้เลย เรารู้สึกว่าไม่อยากกดดันตัวเอง เพิ่งแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่แล้วเอง ก็ค่อยเป็นค่อยไป ก็อยากจะให้เวลาตัวเอง เป็นซีรี่ส์ก็มีติดต่อมา เราก็อยากจะดูว่าเราพร้อมที่จะรับแบบไหน แต่ยังไงก็ได้เห็นหน้ากันแน่นอน มันเหมือนกับเราเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ นอกจากละครก็ยังมีรายการติดต่อมา ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยทำ" "ก่อนหน้านี้อยู่เมืองนอกด้วย อย่างที่บอกว่าอยู่เมืองนอกไม่อยากสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มันก็สบายใจขึ้นที่ได้พูด เวลารุ่นน้องมาถามก็ไม่อยากให้เป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดี เราก็เต็มที่มากขึ้น งานละครยังไม่มีเงื่อนไขเยอะ เพียงแต่ว่าเขาส่งเรื่องย่อมาให้ จั่นก็ต้องดูก่อน เราก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมปกติ งานแสดงก็เป็นหลักค่ะ เพียงแต่ว่าเราสามารถไปออกอิสระได้มากขึ้น เวลาพูดก็พูดแบบเต็มปากเต็มคำมากขึ้น" "พิจารณาช่องไหนเป็นพิเศษเหรอ มันเพิ่งไม่กี่วันเอง ให้เวลาบ้าง ค่อยๆ คิดดีๆ ใจหนึ่งก็อยากเล่นอะไรที่มันแตกต่างบ้าง แต่อีกใจก็กลัวว่าคนจะเบื่อ ตอนนี้ยังชั่งน้ำหนักตัวเองอยู่ก็ยังตอบไม่ได้จริงๆ ว่าอยากจะเป็นแบบไหน แต่ยังไม่ได้รับที่ไหนค่ะ กับผู้ใหญ่ที่เคารพต้องเลือกมาอันดับต้นๆ มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว สมมติว่าช่อง 7 มาก็ต้องช่อง 7 ก่อน แต่ก็ร่วมงานได้ทุกที่ค่ะ" "มีหมอดูทักไม่ให้มีแฟน เพราะเขาก็ทักมาตลอดว่าให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่โลภมากอยากเลือกสองอย่าง (หัวเราะ) ก็ไม่เงียบเหงา ก็สนุกสนานดี ยิ่งตอนนี้มีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาให้ได้เรียนรู้ มีอะไรใหม่ๆ หลายอย่างที่อยากทำแล้วยังไม่เคยทำ ถ้าเราแต่ง เขาบอกว่าตามพื้นดวงมันก็จะไม่ดี ถ้า good luck ก็จะไม่ good love จะต้องอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่ได้รีบร้อน ก็เอาให้มันดีสักอย่างก่อนแล้วกัน ไม่ได้เชื่อว่ามีแฟนปุ๊บจะหาย แต่ว่าเรารู้ตัวเองอยู่แล้วว่า ถ้าเรามีแฟนปุ๊บจะส่งผลต่อการทำงานของเรา อย่างเช่นถ้าเรามีแฟนแล้วเราเล่นละครเรื่องพริ้งเริงเมือง เราก็จะไม่รับละครเรื่องนั้น เพราะเราเกรงใจแฟนเรา เราจะรู้ตัวเราเองว่าเราเป็นยังไง ถ้ามีจริงเราก็เปิดอยู่แล้ว จะได้ให้ทุกคนช่วยจับตามอง" จั๊กจั่น กล่าว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

ลีลาเด็ด!! ใหม่ ดาวิกา สลัดผ้าลงอ่าง โชว์อาบน้ำกลางห้าง (มีคลิป)
ใหม่ ดาวิกา /  โชว์อาบน้ำ / 

ทุ่มเทสุดตัวในทุกผลงานให้ออกมาประทับใจแฟนๆ ทั้งงานหนัง งานละคร งานพรีเซ็นเตอร์ สำหรับนางเอกพันล้าน ใหม่ ดาวิกา ที่ล่าสุดรับตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์คนใหม่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ NAMU LIFE SNAILWHITE CRÈME BODY WASH งานนี้ สาวใหม่ พกพาความมั่นใจมาเกินร้อย ปรากฎตัวในชุดสีขาวขนฟูฟ่อง ก่อนจะสลัดผ้าอวดผิวขาวเนียนลงอ่างโชว์อาบน้ำเล่นฟองสบู่กลางศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ สะกดสายตาคนดูนับร้อยให้จ้องมองและโฟกัสไปที่เธอคนเดียว ทั้งความสวย ความขาว ความเนียน ความเซ็กซี่รวมไว้อยู่ในคนคนเดียว ก็ไม่รู้จะเพอร์เฟ็คอะไรขนาดนี้ ว่าแต่อาบน้ำแบบซุปตาร์เป็นไงน่ะเหรอ...ไปดู!!!

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ครูเงาะ ท้า! ครูอ้อย งัดหลักฐานขู่กรรโชกทรัพย์โชว์ ถามกลับทำไมต้อง 11 ล้าน!!
ครูเงาะ /  ครูอ้อย

ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูสอนการแสดงชื่อดัง หอบหลักฐานชี้แจงในรายการ คุยเช้า Show กรณีถูกกล่าวหาว่ากรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาทกับทาง ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หรือ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ซึ่งคู่กรณีได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แล้วนั้น โดยครูเงาะปัดเลื่อนหมายเรียกถึง 2 ครั้ง แจงออกจากคลาสของอีกฝ่ายเพราะแนวคิดไม่ตรงกัน จากนั้นได้ติดต่อไปให้เอาภาพตนออกจากคลิปและภาพโปรโมท ปัดแท็กทีมกับทาง อุ๋ย บุดดาเบลส และ เอ๋ มณีรัตน์ เพื่อดิสเครดิต ก่อนถามหาหลักฐานที่ตนไปขู่กรรโชกทรัพย์ เผยเล็งฟ้องกลับข้อหาแรกคือหมิ่นประมาท พร้อมยืนยันจะไม่ตัดคลาสที่มีหลักสูตรคล้ายกันออก... รายละเอียดดังนี้ "ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ หลังจากที่มีข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาครูเลือกที่จะเงียบเพราะสิ่งที่เขาออกมา เอาตรงๆ คือครูไม่ไปให้ราคาค่ะ ครูเป็นครู ทำมาหากินใช้ชีวิตปกติ มีใครอยากมีเรื่องกับคนมั้ย ต่อให้ออกมาแล้วครูถูกแบบ 100% แต่มีเรื่องกันภาพมันดีมั้ย แต่พอเราเงียบมาเป็นปี เราเลือกที่จะไม่เปิดเผยอะไรเลย เขาอยากจะพูดอะไรให้เขาพูดไป แต่ตอนนี้มันเกินเส้น การที่เขาบอกว่าเรามาขู่กรรโชกทรัพย์ แรกๆ ก็ไม่โกรธ มันเหมือนการที่มีคนมาบอกเราว่าครูเงาะเป็นผู้ชายก็แค่นั้น แต่หลังๆ มันเริ่มมีมาตลอดเวลา และมาบอกว่าครูเงาะไม่ไปพบตำรวจถึง 2 ครั้ง และจะออกเป็นหมายจับแล้ว ก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาที่ครูต้องออกมาพูด ไม่อย่างงั้นสังคมก็จะมีคำถามกับครู" "ขอชี้แจงเรื่องหมายแรก ครูอยากให้ดูว่ามันใช่หมายเรียกไหม(พร้อมเปิดหลักฐานให้ดู) หมายแรกบอกว่าบริษัทเข็มทิศชีวิต มาแจ้ง แต่ผู้ต้องหาใครก็ไม่รู้ ไม่มีชื่อผู้ต้องหา แต่มาแจ้งให้ครูเงาะไปเป็นพยาน คุณไปมีเรื่องกับใครก็ไม่รู้ นี่คือฉบับแรกที่ได้ จากนั้นครูก็ได้รับจดหมายจากตำรวจบอกว่าครูเงาะต้องเข้าไปแล้วนะ เป็นหมายเรียกผู้ต้องหา เขาบอกว่าอันนี้เป็นฉบับที่ 2 แล้ว แต่เราก็บอกว่าฉบับแรกยังไม่ได้เลย เขาก็ยืนยันว่าฉบับแรกออกมาแล้ว ครูก็เลยให้เพื่อนที่เป็นทนายวิ่งไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทะเบียนบ้านครูอยู่ในนั้น สน.ทุ่งมหาเมฆก็ยืนยันว่าไม่มี มีหมายแรก มีแค่หมายเดียวอันนั้นแหละ แล้วทางตำรวจก็โทรมาหลายรอบมาก เราก็บอกว่าคุณตำรวจเราไปแน่นอน แต่ขอให้เราเห็นหมายก่อนได้ไหม จนเวลาผ่านไปก็มีหมายฉบับ 2 มาบอกว่า คดีระหว่างคุณฐิตินาถ บริษัทเข็มทิศชีวิต และคุณวินัย บุญโชติ กับพวก ซึ่งมาเป็นหมายครั้งที่ 2 เลย ไม่มีหมายครั้งที่ 1 ส่วนครั้งที่ 1 เป็นหมายเรียกพยาน แล้วก็มาหมายเรียกผู้ต้องหาเลย" "อย่างแรกเลยคือ คุณวินัย บุญโชติ คือใคร เราก็ไปเสิร์ชหาในเฟซบุ๊กก็ขึ้นมาเป็นหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เราก็ไม่รู้จัก เราเพิ่งมารู้ตอนเขามาออกรายการทีวีช่องหนึ่ง ก็เพิ่งรู้ว่าเขาคือผู้ชายวัย 50 กว่า หมายบอกว่าให้เราไปพบวันที่ 15 ส.ค. น่าแปลกมากเลยที่พอวันที่ 16 ส.ค. ก็ออกข่าวเลยว่าครูเลื่อนถึง 2 ครั้งแล้ว ทั้งที่ความจริงวันที่ 13-15 ครูเงาะไปปฏิบัติธรรม(เปิดตารางงานของตัวเองให้ดู) วันที่ 15 ทนายเรามีธุระไปไม่ได้ วันที่ 16 ครูเองก็มีถ่ายรายการถึง 5 ทุ่มก็ไปไม่ได้อีก วันที่ 17-20 ก็มีงาน วันที่ 21 เป็นวันเดียวที่ครูว่าง" "จริงๆ เราอยากไปให้เร็วที่สุดเพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น อยากรู้ว่าเขาเอาหลักฐานอะไรมาว่าเราเป็นผู้ต้องหา แล้วเราสงสัยว่าทำไมถึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง จ.ชลบุรี เราก็ถามไปทางตำรวจว่าทำไมถึงแจ้งที่สน.บ่อทอง ตำรวจก็บอกว่า คุณฐิตินาถ ไปทำบุญบริเวณนั้นแล้วเห็นว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ตกใจก็เลยต้องรีบไปแจ้งสถานีตำรวจที่ใกล้เคียงบริเวณนั้น แต่ถ้าดูจากหมายศาลครูฝากถามไปทางตำรวจ หมายแรกเขียนว่าแต่งตั้งทนาย คือต้องเป็นการตกใจอย่างมีสติมาก ที่แต่งตั้งทนายแล้วกลับไปแจ้งในพื้นที่ที่ตกใจได้ ครูเงาะฝากชวนคิดว่าทำไมต้องเป็น สน.บ่อทอง ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ครูฐิตินาถก็จะรู้ว่าทำไมถึงเป็นสน. ในเขตชลบุรี ช่วยดูให้ด้วยแล้วกัน ครูขอพูดแค่นี้ ไม่อยากพาดพิงอะไรไปมากกว่านี้" "ครูสงสัยอะไรบางอย่าง ครูพูดไม่ได้น่ะสิ มันเป็นความคิดของครูเอง เดี๋ยวพูดไปเขาจะหาว่าครูไป... มันอาจจะไม่จริงก็ได้ไง ฝากพี่ๆ นักข่าวช่วยดูให้หน่อย ครูรู้สึกว่า พรบ.ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สามารถแจ้งตรงไหนก็ได้ในโลก ถ้าเป็นกรณีขโมยของก็ต้องแจ้ง ณ พื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์ อยู่ที่ไหนคุณสามารถแจ้งได้เลย ครูอ้อยมีลูกศิษย์ที่เป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่นั้นถึงได้ไปแจ้งที่นั่นไหม ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ไปสืบเอาเอง ลองไปสืบดู ชวนคิดไว้ จากหลักฐานที่พูดไปก็ดูแล้วกันว่าครูหนีหรือเปล่า" "หมายเรียกฉบับที่ 2 ที่เขาให้ไปรายงานตัววันที่ 15 ส.ค. ครูเพิ่งได้หมายวันที่ 11 ส.ค. ตำรวจที่สน. ทุ่งมหาเมฆ ยังบอกเพื่อนครูที่เป็นทนายเลยว่าทำไมคดีเร่งขนาดนี้ ฉบับที่ 1 มาก่อนอาทิตย์นึง แล้วฉบับที่ 2 ก็ส่งมาอีก 1 อาทิตย์ถัดมา" "ประเด็นถัดมาเขาบอกว่ามันมีการชี้โยง มันเป็นกระบวนการหรือเปล่า ทำไมพวกเหล่าดารามาโพสต์พร้อมกัน ขอชี้แจงเป็นไทม์ไลน์เลยนะคะ จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับครูมันเกิดขึ้นเป็นปีแล้ว ครูเคยร้องขอไปว่าให้เอาภาพของครูในคลาสออก เพราะว่ามีคนจำนวนมากที่ยังมาถามว่า หนูจะไปเรียนเพราะครูเงาะเลยนะคะ เราก็เลยแจ้งไปทางเขาว่าทั้งทางข้อความและโทรศัพท์ไปว่ายังมีคนเข้าใจอยู่ว่าเรายังไป ขอให้ลบภาพออกได้ไหม เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะจัดการให้(โชว์หลักฐานข้อความการคุยกัน) ซึ่งเราพูดจาดีมาก และระหว่างทางเราขอแบบนี้มาตลอด จนตอนหลังรู้สึกมีอารมณ์แล้ว จนรู้สึกว่าถ้าคุณไม่เอาลง ฉันจะขึ้นโพสต์แล้วนะ ทั้งที่เราก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่อง ไม่อยากให้เรื่องถึงนักข่าว แต่เราขอดีๆ แล้วก็ไม่ดำเนินการให้ บอกแค่ให้เราไปคุยกับทนายเขา เราก็ส่งจดหมายไปหาเขาถึง 2 ครั้ง แล้วจดหมายก็ถูกตีกลับ ทนายเขาก็บอกว่าให้ครูเงาะบอกมาว่าให้เอาออกวินาทีไหนบ้างในคลิป เราก็จดรายละเอียดให้ว่าเอาออกวินาทีไหนบ้าง แต่ทนายก็บอกว่าไม่เห็นครูเงาะจะเสียหายอะไรนี่ครับ เขาก็ยืนยันที่จะใช้ภาพต่อ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเป็นภาพที่เสียหาย ที่ครูต้องไปโป๊ท่อนบนเปลือยท่อนล่าง แต่มันเป็นเรื่องที่เราไม่ยินยอม เราก็ขอให้เอาออกเท่านั้นเอง" "จนมาถึงวันที่ 1 พ.ค. ในพันทิปโพสต์ถึงคุณฐิตินาถในทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วดันมีคอมเม้นท์หนึ่งพาดพิงมาถึงครูเงาะว่า ครูเงาะมีผลเยอะมากในการเรียกคนเข้าไปในคลาสนี้ จึงเป็นที่มาให้ครูเงาะโพสต์ในเพจของตัวเองว่าครูเงาะไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว ซึ่งวันนั้นครูนั่งอยู่กับน้องปอย ตรีชฎา พอดี น้องปอยก็เลยบอกว่า งั้นฝากบอกให้ปอยด้วยแล้วกันว่าปอยก็ไม่ได้อยู่ในคลาสนี้แล้ว พอเราโพสต์มันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะเราโพสต์ในเพจของเราเอง" "ต่อมาวันที่ 5 เดือน 6 เขาก็ยังโพสต์คลิปนี้อยู่ ซึ่งในคลิปนั้นมีทั้งครูเงาะ อุ๋ย บุดด้าเบส และ เอ๋ มณีรัตน์ ครูเลยคิดว่าคงต้องพิมพ์บอกแล้วว่าไม่ใช่ แต่ในขณะนั้นทางน้องอุ๋ยได้โพสต์ไปแล้ว แต่อุ๋ยไม่ได้โทรมาบอกครูว่าเขาจะโพสต์ เราไม่ได้มีการนัดแนะกัน ครูไม่ได้โทรไปบอกให้เขามาร่วมขบวนการกัน เขาโพสต์ของเขาเอง อุ๋ยก็ขอให้ทางนั้นเอาคลิปออกเหมือนกัน ส่วนน้องเอ๋ มณีรัตน์ เขาสนิทกับอุ๋ย เขาก็คุยกันว่าเห็นอุ๋ยเอาคลิปออกได้ เอ๋ก็อยากเอาออกเหมือนกัน เอ๋ก็เลยโทรไปหาทางโน้นเพื่อขอให้เอาคลิปออก แต่ทางโน้นก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ หลังจากนั้นเอ๋ก็โทรไปอีก ทีนี้เขาไม่รับโทรศัพท์เอ๋แล้ว โดยที่เขาไม่ทราบว่าเอ๋กับอุ๋ยนั่งอยู่ด้วยกัน เอ๋ก็เลยใช้โทรศัพท์อุ๋ยโทรไป ปรากฎทางโน้นรับโทรศัพท์ ก็เลยเป็นเหตุทำให้เอ๋เคือง น้อยใจว่าทำไมสองมาตรฐาน ทำไมรับโทรศัพท์อุ๋ย ไม่รับโทรศัพท์เอ๋ เอ๋จึงไปปรึกษาทนายว่าเขาจะโพสต์ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคลาสนี้แล้ว ซึ่งครูเงาะมารู้เรื่องหลังจากที่เขาโพสต์ไปแล้ว" "เหตุการณ์เป็นแบบนี้จริงๆ พวกเขาโพสต์ของเขาเอง แล้วทั้งเอ๋และอุ๋ยก็บอกว่าทางโน้นโทรกลับมาหาเขาและถามทำนองว่า มีคนมาเกลี้ยกล่อมให้คุณทำหรือเปล่า พอดีกำลังมีปัญหากับนักเรียนคนหนึ่งอยู่ มันเหมือนกับว่าทางเขาเชื่อแล้ว เชื่อก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร หรืออาจจะแค่สงสัยก็ได้ อาจจะยังไม่เชื่อว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกัน ซึ่งอุ๋ยก็บอกว่าไม่เกี่ยวเลยมันเรื่องของผม พอเป็นแบบนี้ครูก็เลยหยุดไม่โพสต์ในส่วนของตัวเอง เดี๋ยวมันจะเหมือนโพสต์ต่อกัน แล้วหลังจากนั้นทางโน้นก็ออกมาบอกว่าน้องเอ๋เซ็นยินยอมในการให้ใช้ภาพมันก็เลยเป็นเหตุให้ครูออกมาโพสต์ว่า ถ้าอย่างนั้นมันเช็คง่ายมากเลย เอาเอกสารออกมาดู ซึ่งทางน้องเอ๋ก็ได้มีการเซ็นจริงค่ะ แต่เซ็นแค่ครั้งเดียวและเป็นช่วงหลังด้วย เพราะในช่วงแรกที่เขาเอาคลิปที่มีครูเงาะด้วยไปออกในรายการหนึ่ง ไม่มีการขอแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะครูจำได้ว่าเพื่อนโทรมาบอกว่าเราออกรายการ กำลังร้องไห้อยู่เลย และพูดเรื่องส่วนตัว ภาพแบบนี้ใครจะอยากให้เอาออก ส่วนคลิปของน้องเอ๋มันเป็นตอนที่น้องกำลังระบายอะไรบางอย่างออกมา แล้วเขาไม่ได้เอาออกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เขาเลือกเฉพาะบางตอนไปออก ผลที่ตามมาก็คือมีคนมาถามคุณแม่น้องเอ๋ว่าลูกเป็นอะไร มีปัญหาอะไรเหรอ ครูก็ขอเขาไปว่าเราไม่สะดวกใจจริงๆ ที่จะให้ใช้ภาพนี้ในสื่อสาธารณะ เพราะมันมีคนไม่เข้าใจ แล้วหลักการสะกดจิตบำบัด การที่คุณเอาภาพแบบนี้มาออกมันไม่ถูกจรรยาบรรณ" "จุดแตกหักใช่ไหมที่เรารู้สึกว่าไม่ยอมแล้ว ยังค่ะ ตอนนั้นยังยอมอยู่ มันรู้สึกแต่ด้วยความที่เราเคารพเพราะเรายังเห็นว่าคำสอนในตอนต้นๆ ที่เราไปเรียนมันยังดีอยู่" "สาเหตุที่ครูเฟดตัวออกจากคลาสครูอ้อย เหตุผลมีหลายประการมาก ประการแรกคือเรื่องลักษณะการสอนในคลาส ซึ่งคลาสแรกครูได้ประกาศนียบัตรมาด้วย เรียนจ่ายตังค์ด้วยนะ มีแค่ช่วงหลังๆ ที่เขาเชิญให้เขาไปเรียนฟรี ซึ่งประกาศนียบัตรทั้ง 3 ใบ คุณฐิตินาถเป็นคนมอบให้ ซึ่งหลักสูตรมันเป็นลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ อันนี้ขอพูดแก้แทนเขา เพราะบางคนจะบอกว่าค่าเรียน 2 แสนทำไมแพงจังเลย จริงๆ อันนี้มันเป็นหลักสูตรต่างประเทศก็จะราคาประมาณนี้ ซึ่งใบประกาศนียบัตรเป็นใบประกอบวิชาชีพที่เราสามารถไปประกอบวิชาชีพได้ ซึ่งมันก็ดีเพราะศาสตร์นี้เป็นศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิทยา" "ไปเรียนตอนแรกมันก็ดีค่ะ หลักสูตรของมันเองที่มาจากเมืองนอกมันดีอยู่แล้ว เพราะมันสอนในเรื่องให้เรากลับมารู้จักตัวเอง ให้เรารักตัวเอง เคารพตัวเอง ซึ่งครูเงาะก็ไปเรียนที่ต่างประเทศมาด้วย ไม่ได้เรียนที่เมืองไทยอย่างเดียว และที่ครูเงาะไปเรียนที่ต่างประเทศก็เป็นที่เดียวกันกับที่คุณฐิตินาถไปเรียนมาเหมือนกัน ในช่วงต้นที่ไปเรียนกับคุณฐิตินาถ เราก็เห็นว่าคลาสของเขามีประโยชน์ ครูยังชวนนักเรียนของครูไปเรียนตั้งหลายคน เพราะเราเห็นว่ามันดีนะ แต่มันมาหลังๆ ที่เราเห็นว่ามันสวนทางกับความเชื่อของครู เช่น ครูมีความเชื่อว่านักเรียนต้องบิน อย่ามาติดครู ถ้ามาเรียนกับครูแล้วคุณต้องออกไปเติบโต ไม่ต้องกลับมาหาครูเอง ถ้าครูให้เด็กบินไม่ได้ ครูจะรู้สึกเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าสอนไปแล้วแล้วเด็กมาลงเรียนซ้ำ เราจะรู้สึกว่าเราสอนไม่ดีเหรอ ถึงได้กลับมาลงเรียนอีก นี่คือแนวทางของครู แต่ในคลาสเขา(ฐิตินาถ) พูดว่าต้องกลับมาเรียนอีกนะคะ เพราะมันจะมีเรื่องของสเตทตก ถ้าเกิดใครห่างห้องเรียน จิตมันจะตก แล้วถ้าจิตตกชีวิตเราขาลงมันเร็วมากนะ ถ้าอยากดูเทปไปขอดูได้ว่าเขาพูดแบบนี้แน่นอน เราก็เลยรู้สึกว่ามันต้องกลับมาตลอดเหรอ เราต้องกลับไปนอนกรีดร้องอีกแล้วเหรอ" "และมันจะมีเรื่องของหมื่นล้าน ให้เราสปินว่าเราจะมีเท่าไหร่ ก็จะมีบางคนบอกฉันจะมีร้อยล้าน บางคนบอกจะมีหมื่นล้าน คนจะมีร้อยล้านเลยดูจนไปเลยทีนี้ ทั้งที่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครมีเงินเลยนะ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องพูดหมื่นล้าน คือมันเป็นปัญหาของครูเองไม่เกี่ยวกับเขา มันกลายเป็นเราที่ทำงานไม่มีความสุข กลายเป็นว่า เอ๊ะเราจะหมื่นล้านๆ กลายเป็นว่าแต่ก่อนเราทำงานมีความสุขดี ครูก็เลยรู้สึกว่ามันสบายกว่าที่เราจะไม่ไปคำนึงถึงเรื่องนั้น ต่อให้ชีวิตเราจะตก ครูก็ขอรับผิดชอบชีวิตเราเอง หลักการสอนของเขาในช่วงหลังๆ ครูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ตรงกับหลักการของครู" "และในส่วนอื่นๆ ที่ทำให้ครูต้องออกมา ครูฝากนักข่าวถามไปทางคุณฐิตินาถก็ได้ ให้ครูเปิดเผยข้อความส่วนตัวที่คุณฐิตินาถและกลุ่มส่งหาครูได้ไหม จะได้ไม่ต้องเดาว่าทำไมครูถึงออกมา ถ้าเขาอนุญาตเปิดเผยได้ครูยินดีมาก คนทั้งประเทศจะได้เข้าใจครูและหลายๆ คนถึงออกมา" "เรื่องที่เขากล่าวหาครูเงาะไปขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน(หัวเราะ) เขาบอกว่า 11 ล้าน คำถามคือทำไมต้อง 11 ล้าน ทำไม่เป็นเลขกลมๆ 10 หรือ 100, 11 ล้านมันคือเลขอะไร มันเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตครู ไปทำธุรกรรมอะไรกับเขาที่เกี่ยวกับ 11 ล้าน ข้อที่สองคือ คุณ"วินัย"เป็นอะไรกับครู ถ้าครูไม่รู้จักเขา จะไปร่วมแก๊งกับเขาทำไม ข้อที่สามต่อมา ราคา 11 ล้าน ที่คุณทนายคลายทุกข์ออกมาบอกว่าแก๊งนี้ร่วมกัน 20 คน หาร 11 ล้านตกเหลือคนละ 5 แสน 5 นะคะ ครูดูหิวเงินขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วเอาชื่อเสียงเกียรติยศไปขู่เงิน แล้วจะไปรับเงินที่ไหน ขึ้นบัญชีที่ไหน มันไม่เมคเซ้นส์เลยว่าทำไมเราถึงต้องไปขู่ เหตุจูงใจคืออะไร เขาพยายามที่จะชี้โยง เป็นคนพูดว่า ลองคิดดูดีๆ นะคะถ้าครูไม่อยู่ ครูล้มใครจะขึ้นมาแทน เราจะขึ้นไปแทนเขาได้ไหม คนเรามันแทนกันไม่ได้ ทุกคนมีทางของตัวเอง แล้วที่ครูสอนครูเอาวิชาที่ครูเรียนทั้งหมดไม่ใช่กับเขาคนเดียว ทุกที่ที่ไปเรียนมาทั่วโลก มาประยุกต์สอนนักแสดง สอนแอคติ้ง สอนพิธีกร สอนคลาสพัฒนาบุคคลิกถาพ เราเอาหลักจิตวิทยามาใส่ในคลาสที่เราสอนบุคคลิกภาพ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคลาสครูอ้อยเลยไม่มีแน่นอน ในคลาสของครูเงาะ ที่จะมาบอกว่าเราจะมีเงินเท่านั้นเท่านี้ มันไปเกี่ยวยังไงว่าถ้าเขาล้มแล้วครูจะขึ้น จะขึ้นยังไง มันไม่มีเหตุจูงใจตรงนี้เลยอะ" "หลักฐานที่เขาเอาไปแจ้งว่าเร่าขู่กรรโชกทรัพย์ 11 ล้าน มีหลักฐานอะไรบ้าง เนี่ยถึงอยากเข้าไปดู เราไม่ทราบเลย ครูอยากเข้าไปดูวันจันทร์นี้แหละ แล้วเดี๋ยววันหลังถ้าอยากถามครูแถลงข่าวได้อีกรอบหนึ่ง ครูมั่นใจว่าจะต้องมีอีกรอบหนึ่ง ในข้อความที่ส่งไปหาครูอ้อย มีการพูดเรื่องเงินมั้ย ไม่มี เต็มที่ที่พูดคือบอกว่า นี่ถ้าคุณนะไม่เอาคลิปของฉันออก แล้วสิ่งที่คุณส่งกันในคลิปในไลน์เนี่ย ถ้าฉันเอาไปให้นักข่าวดูมันจะเป็นยังไง นี่คือเต็มที่เลยนะ สุดโต่งของครูคืออันนี้เลย ไม่มีอย่างอื่นเลย" "แจ้งความกลับ ก็ถ้าถึงจุดนี้คงจำเป็น คือต้องบอกว่าในสิ่งที่ครูมีในไลน์ ถ้าครูอยากฟ้องเขา ฟ้องได้นานแล้วนะ อย่างล่าสุดมีผู้ประสงค์ดี เพิ่งส่งข้อความที่เขาหมิ่นประมาทครูในกลุ่มมาให้ครูเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ครูก็ไม่ได้ไปแจ้ง แต่มาถึงจุดนี้ ครูคงต้องปกป้องสิทธิ์ของครูค่ะ ก็คงดำเนินการไปถึงที่สุด เมื่อถึงที่สุดแล้วมันก็คงต้องแจ้งความกลับ เพราะมันเสียชื่อเสียงมาก เราเป็นครูมาบอกว่าเราขู่กรรโชกทรัพย์เนี่ยมันไม่ได้เลย" "ในเว็บของครูอ้อย มีไลน์ของครูเงาะอยู่ได้ยังไง ขอดูว่ามันคือไลน์ครูจริงๆ หรือเปล่า ครูอยากดู ยืนยังว่าไม่เคยมีการส่งข้อความไปข่มขู่ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ สาบานเอาพระมาตั้งเลย อีเมลข่มขู่ที่ทางครูอ้อยบอกว่าส่งมาจากต่างประเทศ อันนี้ไม่รู้เลย อยากเห็นนี่ไง ข้อที่หนึ่งที่อยากเห็นมากคือไหนไลน์ที่ข่มขู่ ทุกคนเคยเห็นอีเมลล์ที่ข่มขู่จริงๆ หรือยัง ไม่เคยถูกไหม คำที่บอกว่าจงเลิกสอน ต้องเลิกทำสิ่งที่ดีๆ สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม ครูอยากเห็นมากเลย ถ้ามีจริงๆ ขอดูหน่อย ขู่ 11 ล้านเนี่ย ครูก็ขอดู เปิดให้ดูได้ไหม อยากให้สื่อมวลชนได้เห็นด้วย ซึ่งวันที่ 21 ที่ครูประกาศ ครูก็ขอดูนะ ถ้าส่งข้อความไปขู่ไม่มีเลยล้านเปอร์เซ็นต์" "ที่เขาพุ่งมาที่เราว่าอยู่ในแก๊งขู่กรรโชกทรัพย์เป็นเพราะครูมีปัญหากันอยู่แล่วหรือเปล่า เขาอาจจะโยงแบบนั้น เราไปบอกให้เอาคลิปออก มันไปโยงกับ 11 ล้านได้ยังไง อันนี้คือจุดที่เราอยากรู้มากเลย" "สาเหตุนึงเป็นเพราะเคยมีปัญหากันเรื่องที่ครูเงาะไปไลฟ์สดสอน แล้วทางครูอ้อยไม่พอใจ อาจจะเป็นไปได้ คือมีวันหนึ่งครูทำไลฟ์แล้วครั้งแรกในชีวิตเลย ไลฟ์แรกของครูเงาะมันมีคนมาดูล้านวิว ตื่นเช้ามามีข้อความส่งมาจากคุณฐิตินาถบอกว่าเงาะคะ มีคนมาด่าเงาะในเพจครูค่ะ ว่าเงาะอะ หน้า...wanna be ทำไลฟ์ไม่มีคนดู แล้วก็ยังไปซื้อแอดโฆษณาให้คนมาดูอีก เขาแท็กชื่อมาด้วยนะคะ แต่ครูลบให้แล้ว ข้อที่หนึ่งถ้าแท็กมาเราไปดูในฟีดต่อให้ลบแล้วจะเห็น แต่ไม่มี ลองไปให้ใครที่เก่ง แล้วกู้ไฟล์วันนั้นคืนมาก็ได้ ครูก็อยากรู้ ครูอาจจะกดแล้วหาไม่เจอเองก็ได้ แต่ครูหาอย่างถี่ถ้วนมากก็ไม่มี ครูก็ตอบกลับไปว่า ครูคะข้อที่หนึ่งหนูไม่ได้ซื้อแอดนะคะ หนูยังงงเลยว่าคนมาดูขนาดนี้ได้ยังไง ข้อสองต่อให้หนูซื้อแอดจริงๆ มันก็เป็นสิทธิ์ของเพจนั้นๆ ไหมที่จะซื้อแอด เขาจะมาด่าว่าเราหน้า... มันไม่มีความจำเป็นที่เขาจะมาด่าเราแบบนี้ ถ้าเขาด่าเงาะว่าในสิ่งที่เงาะสอนไม่ดี ด่าได้เลย แต่มาด่าแบบนี้งั้นเราขอไม่ให้สาระกับคนแบบนี้ดีกว่า เพราะคนแบบนี้ถ้าไม่ป่วยก็ขี้อิจฉามากๆแหละ สุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาว่า อ่านคำตอบของเงาะเหมือนไม่ได้เป็นเงาะที่ครูรู้จักเลย ทำไลฟ์เดียวก็คิดว่าคนจะอิจฉาตัวเองแล้วก็เอาเถอะ" "ติดต่อโดยตรงกับครูอ้อยหรือยัง ถ้าทุกคนเห็นในข้อความ ในช่วงหนึ่งปีที่ครูได้รับจะพบว่าการขอคุยเคลียร์อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เราทั้งสองฝ่ายต้องการอะไรก็ว่าไป อยากชวนให้คิดว่าถ้าครูจะล้มเขาจริงๆ ครูจะแนะนำลูกศิษย์ไปเรียนกับเขาทำไม พูดถึงเขาตลอด แม้ในคลิปนั้นที่มีปัญหา ที่ว่าครูไปไลฟ์ ครูยังพูดถึงเขาในคลิปกัลยาณมิตรว่าครูรู้เรื่องนี้มาจากครูอ้อย จนครั้งมีปัญหาเขาให้ผู้ช่วยโทรมาหาครูว่า ห้ามเอาคำของคำไปสอนคำนี้เป็นคำของเขา ถึงขั้นโทรไปขู่พี่ชายครูด้วยนะว่าจะฟ้องร้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ พี่ชายเลยบอกให้กรมลิขสิทธิ์ด้วยกันว่าใครกันแน่คิดคำพูดนี้ ความรู้ครูไม่เคยบอกเลยว่าสร้างขึ้นมาเอง เรียนมาเลยเอามาถ่ายทอด ทุกคนมีอัตลักษณ์ของตัวเองไม่มีใครก็ก็อปปี้ใคร สิ่งวันนี้ที่ครูอาจจะเข้าใจว่าเราพยายามก็อปปี้ เราเอาศาสตร์ที่เราเรียนมาทุกศาสตร์มาประยุกต์ใช้ แล้วผู้ช่วยเขาโทรมาบอกครูว่า ห้ามพูด พูดถึงก็ไม่อนุญาต" "ยืนยันว่าเราไม่ได้คิดจะขึ้นไปแทนเขา ไม่มีทาง ครูสอนบุคลิกภาพ ครูสอนการแสดง มันเกี่ยวอะไรล่ะ อย่างถ้าเราสอนเรื่องการตั้งเป้าหมาย เราก็เชื่อว่าใครก็สอน นักสัมนาสอนกันทั่วโลก บางทีครูเงาะโพสต์หลักสูตรลูกศิษย์เขาก็มาโพสต์ถามว่าคล้ายของใครนะ คล้ายของครูอ้อยนี่เอง เราก็บอกเดี๋ยวๆ หลักสูตรนี่ของญี่ปุ่น" "จากนี้ คงดำเนินไปตามกฏหมาย ว่ากันเรื่องกฏหมาย ไปอีกทีวันจันทร์นี้ ที่ 21 ที่ สน.บ่อทอง เราต้องไปดูว่าไหนเขาเอาอะไรมามั่นใจ แล้วครูเงาะก็ไม่มีการผลัดไปเรื่อยๆ" "ฟ้องกลับข้อหาอะไร ต้องไปดูว่าในนั้นเป็นอะไรบ้าง แน่นอนว่าตอนนี้มีหมิ่นประมาทเนอะ น่าสนใจตรงที่เขามาพูดประเด็นเรื่องทนายคลายทุกข์ได้ไหม เขาไลฟ์ไปแปปเดียวครูอ้อยมาแชร์เลย เหมือนตั้งติดตาม ที่สำคัญซื้อโปรโมทด้วย มันต้องขนาดนั้นเลยหรือในการที่จะแชร์เรื่องราว สิ่งที่น่าสนใจคือไอ้คำว่าผู้ต้องหามันคือคำที่แรงมากเลยนะ ซึ่งถ้าวันไหนที่ครูเงาะไปแจ้งความคุณฐิตินาถ เรื่องหมิ่นประมาทคุณฐิตินาถก็เป็นผู้ต้องหานะ ถ้าตำรวจรับเรื่อง ผู้ต้องหายังไม่ได้เป็นคนผิด แต่มันน่าสนใจว่าคำว่าผู้ต้องหามันถูกรีพลีสซ้ำๆ" "วันที่ 21 มั่นใจ 100% ว่าเราไม่เกี่ยวข้อง มาเลย มีหลักฐานอะไร เมื่อสักครู่น้องนักข่าวบอกว่ามีไลน์ครู ขอดูว่าใช่จริงไหม แล้วถ้ามันออกจากตัวครูแล้วส่งไปให้ใครบ้าง แล้วเดี๋ยวครูต้องไปที่ ปอท. ให้สืบเลยว่าเว็ปนี้ใครทำกันแน่ ใครจด ขอชื่อเลย ให้ทางการสืบ ถ้าเกิดมีความไม่ชัดเจนเขาแจงหลักฐานไม่ได้ อันนี้คงต้องปรึกษาทนาย เพราะว่ามันจะมีการไม่ให้ดูทั้งหมดหรือเปล่า อันนี้ไม่ค่อยทราบข้อกฏหมาย" "บอกอะไรกับครูอ้อย ทำไมเราไม่คุยกันดีๆ โทรมาได้ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจถามเงาะ ถามเลยเพราะว่าเรารู้จักกันมาตั้งนาน ก่อนที่จะมีเรื่องเข้าใจผิดเราก่อนหน้านี้เราเคยมีความสัมพันธ์ดีทำไมเราไม่คุยกัน คุยกันง่ายๆ ครูนะถ้าเห็นในไลน์จะคุยถึงขั้นกราบเลย ครูพูดดีมากเลย เราบอกว่าขอเถอะไม่งั้นสิ่งที่เรามีในนี้เราไม่อยากส่งออกไป เปิดเผย" "การเซ็นยินยอมให้ใช้ภาพเรา ตอนแรกไม่มีการเซ็นนะคะในตอนแรกๆ ตอนได้ใบประกาศนียบัตรไม่มีการเซ็นยินยอม มามีตอนหลังๆ แล้วในนั้นบอกว่าไม่เซ็นยินยอมก็ได้ค่ะ แต่ครูกับน้องเอ๋โดนบังคับให้เซ็นยินยอม ตอนเข้าไปแล้วเขาบอกว่าต้องเซ็นนะคะ เราก็เลยต้องเซ็น เขาบอกว่าจะเอาภาพไปเผยแพร่แต่ว่าเราปรึกษาทนายแล้ว ว่าต่อให้เซ็น แต่ถ้าวันนี้เราไม่ยินยอมขอให้เอาออกได้ แต่ว่าเราเซ็นในตอนท้ายไม่ได้หมายถึงอดีต ปัจจุบัน อนาคตนะ ส่วนวันที่เซ็นแล้วอยากเอาออก เหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 1 ปี เท่าที่เห็นเขาก็พยายามเอาออกอยู่นะ นี่ดูสิถ้าเอาออกตอนแรกนะ มันจะเป็นเรื่องไหม มันจะลากมาถึงจุดนี้ทำไมเนี่ย เอาออกก็จบ" "ข่าวที่ครูไปขู่กรรโชกทรัพย์เขา มันเกิดผลกระทบกับครูไหม กับความเชื่อมั่นของลูกศิษย์ ไม่กระทบกับลูกศิษย์ครูเพราะว่าลูกศิษย์ครูมั่นใจในตัวครูมาก แต่ว่าคนที่เป็นเหมือนสเต็ปสอง เพื่อนของเพื่อนก็มีมาถามว่าทำจริงไหม เพราะว่าข่าวออกมาจนน่าเชื่อ ที่ผ่านมาเราเลือกว่าเงียบดีที่สุด แต่ว่ามันไม่ได้ดีที่สุดสำหรับบางกรณีเราเลยต้องออกมาพูด แต่ถ้าถาว่ากระทบงานไหม วันนี้ยังไม่มีใครมาพูดอะไรให้ครูได้ยินในเรื่องงานนะ" "กลัวบานปลายไหม ครูเดาไม่ได้เลย เพราะว่าถ้า กับครูครูพร้อมจบไง แต่เราก็ไม่รู้ว่าทางนั้นอยากจะให้มันเป็นแบบไหน มีอะไรจะพูดอีกไหม ไม่มีนะ ครบแล้ว วันจันทร์ไปด้วยกันไหม ครูอยากให้ไปฟังด้วยกันจัง เรานัดเขาไว้ 09.00 น." "หลักสูตรที่เขาสอนในคลาส สอนให้คิดดีทำดีพูดดี แล้วทำไมถึงมาตีกัน เป็นคำถามที่ดีมาก หลักสูตรสอนให้คิดดีทำดีพูดดีทำไมถึงตีกัน แล้วที่ผ่านมาครูเคยตีกับใครไหม เคยมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกับใครไหม ไม่เคยเลย ถามสิว่าทำไมครูโดนมาปีหนึ่งแล้วทำไมเพิ่งมาพูด มันถึงเวลา อาจารย์ครูบอกว่าถ้าถึงจุดที่ควรต้องพูดก็ต้องพูด" "หลักสูตรที่เรามีคล้ายๆ เขา จะยังสอนอยู่ไหม จะบอกว่าคล้ายทุกสูตร ถ้าจะให้พูดว่าคล้ายนะ เพราะอะไร เพราะเวลาเราสอน การพูดเราก็ต้องว่าข้างในจิตของเรามันมีความกลัวอะไร ถึงพูดออกไป มีสอนจิตวิทยาอยู่ในเลือดของครู มันถ่ายทอดลงในทุกรูปแบบ ฉะนั้นถ้าบอกว่ามีไหม มีทุกคลาส ก็ยังเปิดปกติอยู่ ถ้าต้องตัดคลาสออกเพื่อตัดปัญหา งั้นครูต้องถอดทุกคลาสเลยนะ(ยิ้ม) ทุกคนถ้าเข้าใจวิชามันอยู่ในตัวของคน ไม่มีใครลอกใครได้" ครูเงาะ กล่าว ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์ ครูเงาะ รสสุคนธ์

ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!
ชาคริต แย้มนาม /  ข่าว ชาคริต แย้มนาม / 

  ยังคงเป็นกระแสให้ติดตามกันได้ตลอดๆ สำหรับพระเอกหนุ่มไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม กับอดีตนางแบบสาวเซ็กซี่ ตาล ลีโอเกิร์ล หรือ ตาล สรัญญา หลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาแฉเชิงปรึกษาผ่านรายการวิทยุชื่อดังว่าเคยคบกับ พระเอก K แต่พอมีข่าวขึ้นมากลับถูกพระเอกดังเทซะงั้น แถมยังมีไลน์หลุดออกมายืนยันความสัมพันธ์ให้ฝ่ายชายดิ้นไม่หลุดอีก ซึ่งทำให้ ชาคริต แย้มนาม ต้องยกเลิกงานกะทันหันโดยอ้างว่าคุณแม่ป่วย โดยในขณะเดียวกัน ด้าน ตาล สรัญญา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทีวียอมรับว่าผู้ชายที่ตนกล่าวถึงนั้นคือ ชาคริต จริง ซึ่งฝ่ายชายทำให้ตนรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้มโนไปเอง และขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาทำร้ายฝ่ายชายใดๆ ทั้งสิ้น   หลังจากผ่านมาร่วมเดือนด้าน ชาคริต ก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงประเด็นดังกล่าว ยอมรับรู้จักกันจริงเพราะเจอกันตามงานต่างๆ ซึ่งฝ่ายหญิงได้เข้ามาให้กำลังใจตน และตนก็ให้คำปรึกษาถามสารทุกข์สุกดิบกลับโดยไม่ได้ให้ความหวังอะไร ย้ำคุยแบบเพื่อนแบบน้องแค่เดือนเดียว ยันไม่ได้คบเพราะโสดมาตลอดตั้งแต่เลิกกับภรรยา พร้อมกับอโหสิกรรมให้ในเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อไปนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจอกันอีก   ล่าสุดวันนี้ (8ส.ค.60) ด้าน ตาล สรัญญา หรือ ตาล ลีโอเกิร์ล ได้เดินทางมาอัดรายการยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ พร้อมกับเปิดใจทั้งน้ำตาย้ำชัดตนไม่ได้มโนไปเอง เพราะมีหลักฐานทุกอย่าง ทั้งข้อความ แชทไลน์ และคลิปเสียง แต่เหตุที่ออกมาพูดอีกครั้งเพื่อต้องการให้แง่คิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ รับตนได้ส่งข้อความขอบคุณเชิงประชดประชันและตัดพ้อไปหาฝ่ายชายจริง หลังได้ฟังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับอะไรกลับมา แจงเหตุที่ตนโพตส์ข้อความ "พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยวะ" เพราะตอนนั้นรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ที่คนมารุมด่าตน ตอนนี้ตนไม่ได้ติดต่อกับฝ่ายชายเพราะไม่รู้จะติดต่อกันไปอีกทำไม และคงอโหสิกรรมกลับไปเช่นกัน ซึ่งคำว่า "อโหสิ" ส่วนตัวแล้วไม่ใช่คำแรง แต่รู้สึกเหมือนกับเป็นการอภัยให้กันมากกว่า!!   "จริงๆ วันนี้ก็พูดถึงเรื่องของเราเองซะส่วนใหญ่ ไม่ได้พูดถึงใครมาก (ถ้าย้อนไปที่โพสต์ครั้งล่าสุดหมายถึงพี่เขาเป็นความรู้สึกอย่างไร?) เป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้นที่เราอ่านข่าวอ่ะค่ะ ก็เลยโพสต์ไปอย่างนั้น ตอนนั้นก็รู้สึกเสียใจนะคะ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดี เราก็เลยโพสต์ไปแบบนั้น คือไม่คิดว่าพี่เขาจะใช้คำบางคำกับเราอย่างนี้ค่ะ ก็เลยรอให้ชัวร์ก่อน หลอนอ่ะค่ะ คำนี้รู้สึกแบบว่าหลอนอะไรเรา"   "(ย้อนไปกลับถึงความสัมพันธ์กับชาคริต มันมากกว่าคำว่าพี่น้องหรือผู้ร่วมธุรกิจกันหรือเปล่า?) ถ้าเกิดในมุมของตาล ตาลคิดว่าก็พิเศษนะคะ สนิทในระดับหนึ่ง ใช้คำนี้ดีกว่า (ปรึกษาเรื่องธุรกิจ) เรื่องนี้ก็มีค่ะ ช่วงแรกๆ แล้วมีเรื่องอื่นทั่วๆ ไปด้วยในระยะเวลาที่คุยกันมา นอกจากธุรกิจก็เริ่มมีเรื่องส่วนตัวของเรา ชีวิตประจำวันของทุกๆ วัน ก็เรื่องทั่วไปด้วย มันก็มากกว่าคำว่าธุรกิจอยู่แล้ว"   "(บางตอนเขาบอกว่าเราส่งสังฆทานไปแค่อนุโมทนาสาธุแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเกินกว่านั้น?) อันนั้นเป็นรายละเอียดยิบย่อยในการคุยอยู่แล้ว บางทีก็มีบ้างที่พี่เขาบอกไปทำบุญเหมือนกัน เราก็อนุโมทนาบุญให้เหมือนกัน มันก็เป็นชีวิตประจำวันของหลายๆ วันที่ต่างคนต่างไปทำบุญอ่ะค่ะ (คำพูดไหนที่เรารู้สึกว่าเขารู้สึกดีกับเรามีความเป็นพิเศษต่อกัน?) ก็มีการเป็นห่วงเป็นใยกัน ถ้าจะให้ระบุคำพูดเลย ถ้าบางทีเดี๋ยวเราพูดผิดเพี้ยนไป ก็ถามสารทุกข์สุกดิบ เจอกันบ้างอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็มีนะ ประมาณว่า เรามารู้จักกันก็อย่าหายไปจากชีวิตกันและกัน คือบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องบอกรักกันหรอก พูดอย่างนี้มันก็รู้สึกดีนะว่าอย่างน้อยไม่ว่าจะฐานะไหนก็อย่าเดินออกไปจากชีวิตกัน มันมาเจอเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องกันมันก็ดี ก็มีเยอะอ่ะค่ะ จริงๆ ก็สักพักนะคะ นอกจากจะมีเรื่องข่าวหรือภาพหลุดออกไปครั้งแรกเลยค่ะ แล้วก็ยังมีการทักทายกันอยู่บ้าง ยังไม่ได้เชิงแบบเลิกคุยเรื่องอื่นต่อกันไปเลย"   "(ตอนนี้มันกลายเป็นแบบว่าเราเกาะกระแส?) ทุกวันนี้ก็ยังทำงานเหมือนเดิมอยู่นะคะ ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ได้มีใครติดต่อมาให้ไปเล่นหนังหรือเล่นละคร แถมรายได้ยังจะหดด้วย โพสต์ขายของอะไรไม่ได้เลยตอนนี้ (แสดงว่ามันกระทบกับเรามาก?) จริงๆ มันก็ไม่ได้เชิงมากนะคะ แต่เราก็คิดว่าให้มันสักพักก่อนดีกว่า เพราะช่วงนั้นมันยังรุนแรงเหลือเกิน เวลาเราโพสต์อะไรก็มีคนมาว่า เลยคิดว่าไม่อยากให้มีเรื่องของงาน แต่ลูกค้าหรือออเดอร์ก็ยังปกติ"   "(รู้สึกว่าเราพลาดไหมที่เป็นคนเริ่มเรื่องจากการโทรไปปรึกษาในรายการ?) ก็มีความรู้สึกนึดๆ นะคะ รู้สึกเหมือนกัน แต่เราไม่ได้มีเจตนา ตั้งใจจะให้คนอื่นเขารู้ว่าเป็นใคร แต่เราอาจะผิดเองที่อาจจะบอกข้อมูลเยอะไปหน่อย (ความสัมพันธ์จบไปแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่จบ?) จริงๆ ตัวเขาเองก็เหมือนจะไม่ได้พูดด้วยแหละค่ะ ว่าไม่คุยหรือไม่อะไร มันก็เลยเป็นอะไรที่ค้างคาใจเราด้วย ณ วันนี้เราก็ทราบแล้วแหละค่ะ ว่ามันคืออะไร (แสดงว่าตอนที่คุยกันก็ไม่ได้ตกลงว่าเป็นแฟนกันอย่างชัดเจน?) ตาลรู้สีกว่า พอเราเริ่มอายุมากขึ้น มันไม่มีใครหรอกว่าคุยกันอย่างนี้แบบเราเป็นแฟนกันนะ แล้วคำพูดพวกนี้หนูไม่ได้ใช้มานานมากแล้วค่ะ มันเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีไม่ว่าจะในฐานะไหน ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดที่จะไปบอกใคร คนรู้ก็แค่เพื่อนเราหรืออะไรอย่างนี้เฉยๆ แล้วทุกคนก็ไม่ได้พูด แล้วเราก็เป็นคนพูดกับเพื่อนๆ ด้วยซ้ำว่า ไม่ต้องไปบอกใครรู้กันแค่นี้"   "(รู้สึกยังไงพอเขาพูดว่า ผมถ่ายรูปกับใครคนนั้นต้องเป็นเมีย?) คำนี้หนูก็รู้สึกเหมือนกันว่า ไม่ว่าหนูจะไปออกรายไหนหรือว่าพูดกับใคร หนูก็ยังไม่เคยใช้คำว่าหนูเป็นเมียพี่เขาเลยนะคะ ไม่ได้ระบุสถานะค่ะ หรือจะเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรก็ได้ หนูฟังหนูก็คิดว่า หนูไม่ได้ออกตัวว่าหนูคบกับพี่เขาเป็นแฟนนะ แต่หนูก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของพี่เขา ณ ตอนนั้น คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะคะ (เห็นว่าซื้อหมอนให้ด้วย?) ก็เขาทำงานหนักใช้ชีวิตบนรถซะส่วนใหญ่ ก็ไปเจอหมอนเกี่ยวกับสุขภาพ มันดีอ่ะค่ะเราเลยนึกถึง แต่เราก็ซื้อให้พ่อเราแล้วก็ให้พี่เขาด้วย แต่เราไม่รู้ว่าเขาเอาไปทิ้งหรืออะไร"   "(วันที่พาครอบครัวไปกินข้าวนี่คือ เพื่อจะเปิดตัวว่านี่เป็นคนที่เราคุยด้วย?) ก็ไม่ได้จะเปิดตัวนะคะ ไม่เชิงเปิดตัว เราเคยไปทานแล้ว แต่ไม่ได้มีครอบครัว คราวนี้เราก็รู้ว่าอาหารบ้านเขาอร่อย ก็ไปพูดกับน้องชายว่า เดี๋ยวไปกินข้าวร้านพี่เขากัน ก็เลยหาวันว่างไปกัน ไปกินข้าวที่ร้านพี่แล้วก็ ณ ตอนนั้นคือ คุณพ่อคุณแม่ เขาก็ชอบดูซิทคอมของพี่เขาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ดี๊ด๊าก็ไปทานปกติ แล้วเราก็เป็นคนจ่ายตังค์เองด้วย ไม่ได้มีใครเลี้ยงเรา (แล้วเราแนะนำยังไง?) คือตัวพี่เขาเองทราบว่าเราจะไปทานข้าว มีการนัดกัน พอไปถึง พี่เขาก็เดินมาที่โต๊ะ ก็มีการนั่งคุยถ่ายรูป คุยกับคุณพ่อคุณแม่ (บอกไหมว่าพี่คนนี้พิเศษแค่ไหน?) ก็ไม่ได้แนะนำ ก็แค่บอกว่าอันนี้พ่อเรา อันนี้แม่เรา พี่เขาก็ให้มารยาทที่ดี ยกมือไหว้ ไม่ได้พูดชื่อเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ตาลเองก็ไม่ได้เล่าให้ที่บ้านฟังเท่าไหร่ แต่ก็พอทราบว่าเรามีไปทานข้าวกัน รู้จักกัน (ณ วันนี้ที่บ้าน ถามไหมสรุปแล้ว วันนั้นคืออะไร?) ก็มีค่ะ ว่ามันอะไรค่ะ ใครมาด่า ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ พูดตรงๆ นะคะที่บ้านแทบไม่มีใครพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะว่าเราก็โตแล้ว ในเมื่อมันเกิดขึ้นเราก็ต้องจัดการเอง ให้มันจบๆ ไป"    "(ที่บอกว่าก่อนหน้านี้ค้างคาตอนนี้คือยังไง?) ไม่ค้างคานะคะ เคลียร์สุดๆ ค่ะตอนนี้ ถ้าจำไม่ผิดเขาบอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องเจอเรา (ตัวเราล่ะ เห็นบอกว่าส่งแมสเสจ?) ก็ขอบคุณเกี่ยวกับคำสัมภาษณ์ของเขาว่า ขอบคุณนะคะที่ตอบคำถามได้ดีมากๆ เลย หนูซึ้งมากๆ เลยค่ะ กับการตอบคำถาม (ไม่ได้ประชดใช่ไหม?) ก็มีบ้างนะคะ ต้องยอมรับว่ามีบ้างที่เราส่งไป (แล้วพี่เขาตอบกลับไหม?) ไม่ค่ะ ไม่ตอบ แต่เราก็แค่ให้เขารู้ว่าเรารู้สึกแบบนี้นะ (หลังจากนั้นเราก็โพสต์ว่า พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยว่ะ?) ก็มีคนใช้เยอะเหมือนกันนะ เท่าที่เห็นนะคะ ตอนที่เราโพสต์ไปตอนนั้น มันเป็นความรู้สึกของเรา ณ ตอนนั้นว่าแบบคือคำบางคำที่เราได้ยิน พี่ไมตอบอย่างนี้วะ ก็เลยโพสต์ไป"   "(มีร้องไห้ในรายการ ที่มีคนมาด่า ด่าว่ายังไงบ้าง?) จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่นะคะ มีแว๊บๆบ้าง เราพอเดาออกอ่ะค่ะว่าเขาด่าเราว่าอะไรประมาณไหน แต่ตอนที่อยู่ในรายการอยู่ดีๆ มันก็ร้องออกมาเอง พอมันนึกถึง ทำไมเราต้องมาเป็นอย่างนี้ เราอยู่ดีๆ ของเราก็ดีอยู่แล้ว ทำไมมันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็นึกถึงความรู้สึกของตัวเรา ณ ตอนนั้น แล้วพอเรามารู้ว่า แบบนี้ก็เสียใจ (ถ้าย้อนเวลากลับไปอยากจะรู้จักกับเขาไหม?) จริงๆ ก็ได้นะคะ พี่เขาทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ทุกมุมที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ แล้วก็ให้ข้อคิดเราเยอะ (แสดงว่ามีเพื่อนเตือนเยอะเรื่องของเขา?) เพื่อนก็ไม่ยุ่งนะคะ เพื่อนสนิทมีเจอเขาแค่คนเดียวเอง แต่พอมีข่าวเพื่อนก็ให้กำลังใจไม่ต้องคิดมาก ไม่มีใครถามดีเทลลึกเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่รู้จักเราที่พิมพ์ไปเยอะๆ"   "(หลังจากนี้คือจะไม่ติดต่อแล้วเลย?) หนูไม่รู้จะติดต่อกันไปทำไม ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าเขาคิดยังไงกับเรา มันก็ไม่มีอะไรที่เราต้องถาม เขาบอกอโหสิกรรมให้เรากรรม คนอาจจะฟังว่ามันดูรุนแรง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดูรุนแรงเลย หนูก็คงอโหสิกรรมให้เขาเหมือนกัน คำว่าอโหสิกรรม คือการให้อภัยกันมากกว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาทำแบบไหนมา หนูก็ทำแบบนั้นกลับ (สุดท้ายสิ่งที่หนูพูดไปยืนยันว่าไม่ได้มโนหรือว่าคิดไปเอง?) ไม่ได้มโนค่ะ แล้วก็ไม่ได้คิดไปเองทุกๆ เรื่องที่ตาลพูดไป (มีหลักฐานชัดเจน?) มีทุกอย่างแต่ว่าไม่จำเป็นต้องเอามาบอกหรอกเนาะ ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ทุกอย่าง"   "(อยากบอกอะไรกับเขาไหม?) ก็ขอบคุณในทุกๆ เรื่องอ่ะค่ะ อย่างที่บอกพี่เขาก็สอน ณ ตอนที่เราคุยกัน สอนเรื่องธรรมอะไรหลายๆ อย่าง ให้ความรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้และการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไป แค่นั้นไม่มีอะไรมาก (เห็นบอกว่าไม่อยากออกสื่อทำไมวันนี้ตัดสินใจมา?) เป็นที่เดียวที่มา เพราะว่ารู้สึกว่าวันนี้ที่มาพูด ไม่ได้มาพูดพาดพิงหรือพูดถึงใคร จะพูดในมุมของเราแล้วก็อาจจะเป็นข้อคิดให้กับผู้หญิงหลายๆ คนที่แบบกำลังเจอแบบเราหรือโดนแบบเรา หรือไม่ต้องเจอต้องโดนอะไรก็ได้ ก็คือเป็นข้อคิด (กลัวมันไม่จบไหม?) คงไม่ยืดเยื้ออ่ะค่ะ เพราะว่าตาลก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว" ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ชาคริต แย้มนาม ชาคริต ตาล ชาคริต ตาล

ยอดชาย เมฆสุวรรณ ยก ป๋าเดียร์
ยอดชาย เมฆสุวรรณ /  ป๋าเดียร์ ชุมพร / 

  เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของ ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ เหล่าศิลปินดาราต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างคับคั่ง ด้านดารานักแสดงรุ่นใหญ่ ยอดชาย เมฆสุวรรณ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่สนิทสนมและร่วมงานกับ ป๋าเดียร์ ชุมพร มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่รุ่นบุกเบิกของวงการบันเทิงไทยเลยก็ว่าได้ ได้เผยเรื่องราวในอดีตที่น่าจดจำและไม่เคยลืมเลือนของ ป๋าเดียร์ ว่าเป็นรุ่นพี่ที่คอยช่วยแนะนำเรื่องการแสดงตั้งแต่ตนเข้าวงการใหม่ๆ และยังเป็นพี่ชายที่ขี้แกล้ง ขี้อำ แม้พี่ชายคนนี้จะจากไปแต่ผลงานและความดีของพี่ชายก็ยังฝากไปยังคนรุ่นหลังต่อไป ลั่นอยากปั้นหุ่นขี้ผึ้งเก็บไว้เป็นความทรงจำและเป็นตำนานของหนังไทย!!   "ครั้งแรกที่ได้เจอกับพี่เดียร์ แกก็อำผมเลย และอำแรงด้วย แกเป็นคนตลก เห็นอะไรก็ขำไปหมด ครั้งนั้นผมไปถ่ายเรื่องนพเก้า ที่สระบุรี ซึ่งผมเป็นพระเอกพี่เดียร์เป็นผู้ร้าย หลังถ่ายเสร็จก็ไปพักที่โรงแรม นั่นเป็นการเจอกันครั้งแรกระหว่างเรา ช่วงประมาณ 6 โมงเย็นพี่เขาก็มาคุยกับเราในห้องพัก เรายังรู้สึกเลยว่าเขาเป็นคนดี เข้ามาสอนมาเทคแคร์ ตอนนั้นปี 2516 ผมก็เพิ่งได้เข้าวงการครั้งแรก และสักพัก แกก็บอกว่า เดี๋ยวกลับก่อนนะ เข้ากรุงเทพ จากนั้นประมาณทุ่มกว่าๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามาแล้วบอกว่าตอนนี้พี่เดียร์ถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว พรุ่งนี้ให้ไปรดน้ำศพด้วยเราก็ตกใจเพราะเพิ่งคุยกันตอน 6โมงเย็น และเวลาประมาณช่วงตี 1 กว่าๆ เรากำลังจะเข้านอนก็ได้ยินเสียคนเคาะประตู พอเปิดประตูออกไปก็เห็นพี่เดียร์ยืนอยู่ เราตกใจมาก แกจะเป็นคนชอบขี้อำตลอด"   "มีอยู่ครั้งหนึ่งมันเหมือนเกิดเป็นปฏิหาริย์เพราะผมฝันเห็น หลวงปู่สงฆ์ จันทสโร วัดเจ้าฟ้า ศาลาลอย ซึ่งผมไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน พอไปค้นในประวัติก็ได้เห็นภาพด้านตรงที่นั่งหลังโก่ง ผมจึงนำแบบมาปั้นหุ่นขี้ผึ้ง แต่ก็คิดในใจว่าเห็นด้านเดียว มันจะเหมือนหรือเปล่าแต่เราก็หยุดไม่ได้ แต่ถ้าจะทำต่อไปก็ลังเลกลัวจะไม่เหมือน สักพักก็มีเสียงกดออดที่หน้าบ้าน ปรากฎว่าเป็นพี่เดียร์มาหา ซึ่งปกติแกไม่เคยมาหาผมเลย พอแก้ห็นว่าผมกำลังปั้นพระอยู่ แกก็บอกว่าเหมือนแล้วหยุดทำเลยนะ แต่นี้พอไม่ต้องปั้นต่อ เพราะพี่เดียร์อยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็กๆ ท่านเป็นอาจารย์ของพี่เดียร์ที่อยู่จ.ชุมพร เหมือนท่านดลจิตดลใจให้พี่เดียร์มาเช็คผลงาน"   "ระยะหลังพี่เดียร์กับผมจะติดต่อกันตลอด แกจะมาหาที่บ้าน มานั่งคุย วันที่แกเส้นโลหิตในสมองแตก แล้วไม่สบายหนักมาก แกให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาบอกว่าแกไม่สบายเข้าโรงพยาบาล ตอนแรกเรานึกว่าแกอำ เพราะแกชอบอำเราก็เลยไม่เชื่อ เราก็พยายามจะตามหา เช็คไปตามโรงพยาบาล ซึ่งก็ไม่เจอชื่อของแกอยู่ที่โรงพยาบาลไหน สักพักมีผู้หญิงโทรมาบอกว่าพี่เดียร์กลับมาบ้านแล้ว เราเลยไปหา แล้วเห็นพี่เดียร์นอนอยู่บนเตียง น้ำตาผมไหลเลย ตอนนั้นแกพูดไม่ได้แล้ว เพราะเส้นโลหิตในสมองแตก"   "ตอนแกมีชีวิตอยู่ ผมไปบอกแกนะครับ ว่าอยากปั้นรูปแก แต่แกบอกว่ายังไม่ตาย ยังไม่อยากให้ปั้น แต่ตอนนี้ถ้าหนุ่ม ศรราม มีรูปอะไรเอามาให้ ผมก็อยากจะปั้น คือมันเป็นอีกหนึ่งความทรงจำ เพราะเขาเป็นตำนานของหนังไทยเลยนะ ไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก ชุมพร เทพพิทักษ์ และวันนี้ที่แขกมาร่วมงานกันเยอะก็เพราะสิ่งต่างๆ ที่พี่เคยสร้างเอาไว้ มันเป็นผลสืบเนื่องมา ผมก็ขอให้พี่เดียร์ไปสู่สุคติ ไปอยู่ภพภูมิที่ยิ่งๆ ขึ้นไปครับ"   ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์     ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ  

วิมลแฮร์แคร์ (Vimol Hair Care)

บริการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาหนังศีรษะ แชมพูแก้ผมร่วง ปลูกผม โลชั่นสร้างรากผม

นี่แหละ น้องปีใหม่!! ก่อนและหลัง แม่แอฟ อบรมมารยาทไทย ช่างต่างอะไรเช่นนี้!!
ข่าว แอฟ ทักษอร /  แอฟ ทักษอร / 

  ใกล้ถึงวันแม่แห่งชาติ (12 สิงหาคม) เข้ามาทุกที งานนี้นักแสดงสาวมากฝีมือ แอฟ ทักษอร ได้โพสต์ภาพลูกสาวสุดที่รัก น้องปีใหม่ ที่ได้นำพวงมาลัยดอกมะลิ พร้อมด้วยขนมไทยมากราบตน ซึ่งไม่พลาดที่ แม่แอฟ จะต้องอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาทไทยในการกราบไหว้ให้กับ น้องปีใหม่ ซึ่งด้าน น้องปีใหม่ ก็พยายามทำอย่างเต็มที่แถมยังทำได้อย่างดีทีเดียวจน แม่แอฟ ชื่นชมด้วยความภาคภูมิใจว่า   “ "ไหว้มารดา... ประนมมือขึ้น ก้มศีรษะ ค้อมหลังพอประมาณ นิ้วหัวแม่มือจรดปลายจมูก นิ้วชี้จดหว่างคิ้ว หมายถึง แม่เป็นผู้ให้ชีวิตให้ลมหายใจ" เกือบแล้วลูกค๋าา ท่าเกือบถูกต้องแล้วค่ะ คุณแม่ชื่นชมในความพยายามของหนูค่ะ... ขอบคุณพวงมาลัยและขนมจาก คำหวาน นะคะ @khamwhan545”   แต่หลังจากกราบไหว้คุณแม่เสร็จแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นหนังคนละม้วนกันเลยทีเดียวจน แม่แอฟ ต้องโพสต์ภาพและข้อความถึงความทะเล้นน่ารักของลูกสาววัยแสบว่า   “หลังจบการอบรมมารยาทไทย... ลูกลิงก็เป็นเช่นนี้”   โอ๊ย!! จะดีใจหรือจะฮาแทน แม่แอฟ ดีล่ะเนี่ย โถ...น่าเอ็นดูจริงๆ เลยนะ คุณปี!! ขอบคุณภาพจาก IG aff_taksaorn