หนังโป๊

GDH จัดหนัก ฉลองแฟนเดย์..ซึ้งสู่ 150 ล้าน
GDH /  ฉันทวิชช์ ธนะเสวี / 

GDH จัดหนัก ฉลองแฟนเดย์..ซึ้งสู่ 150 ล้าน "คุณคือเอเวอเรสต์ของผม" ด้วยกระแสบอกต่อหนัง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว มาแรงว่าเป็นหนังรัก ซาบซึ้งตรึงใจค่ายหนังน้องใหม่ GDH จึงจัดงานฉลองรายได้หนัง แฟนเดย์..ซึ้งสู่ 150 ล้าน "คุณคือเอเวอเรสต์ของผม" ที่ร้าน NARZ สุขุมวิท 21 โดยมีพิธีกรอารมณ์ดี เผือก พงศธร จงวิลาส รับหน้าที่ดำเนินรายการนำชมวีทีอาร์กระแสชื่นชมจากผู้ชมและเซเล่บคนดังที่อิน ฟิน และซึ้งไปกับหนังเรื่องนี้ จากนั้นถึงเวลาอันสำคัญเมื่อบริษัทกันตนา จำกัด มอบโล่ให้กับผู้บริหาร จินา โอสถศิลป์, จิระ มะลิกุล ทีมผู้สร้าง ทีมงาน นักแสดงทุกคนเพื่อเป็นการขอบคุณ จากนั้นได้มาพูดคุยกับ 3 นักแสดง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, มิว นิษฐา จิรยั่งยืน และ ปริม บูลกุล พร้อมผู้กำกับ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ถึงกระแสความแรงของหนัง และเสียงชื่นชมจากคนรอบข้าง จนทำให้รายได้ผ่าน 100 ล้าน และกำลังซึ้งสู่ 150 ล้าน โต้ง เต๋อ มิว และปริม ฝากขอบคุณแฟน ๆ ภาพยนตร์ทุกคนที่ชื่นชอบหนัง โดยโต้งฝากย้ำอีกครั้งหนังแฟนเดย์ฯ ว่า มีตอนจบแบบเดียว พร้อมขอบคุณทีมงานทุกคนว่าหนังประสบความสำเร็จได้เพราะทุกคนจริง ๆ ทางด้านสาวมิวฝากถึงแฟน ๆ หนังไทยขอความกรุณาอย่าแชร์ลิงค์เถื่อน อยากให้ไปดูในหนังในโรงภาพยนตร์จะได้อรรถรสกว่า และเต๋อได้กล่าวปิดท้ายว่า “ขอขอบคุณผู้ชมทุกคน อยากให้ทุกคนไปดูกันอีกหลาย ๆ รอบ เพื่อเราจะได้มาปีนเวเวอเรสต์ไปด้วยกันครับ” จากนั้นผู้กำกับเพื่อนซี้ของหนุ่มเต๋อ เมษ ธราธร ก็ถือเค้กก้อนโตขึ้นมาเซอร์ไพร์ส แฮปปี้เบิร์ดเดย์ โต้ง ผู้กำกับ และ 2 นักแสดง เต๋อและมิว ที่เกิดเดือนกันยายนร่วมกัน ปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุข เมื่อเต๋อ ฉันทวิชช์ คว้าไมค์ร้องเพลงฝันลำเอียง เพื่อมอบความสุขให้กับทุกคนเพื่อเป็นการขอบคุณ โดยมีนางเอกคู่ใจ มิว นิษฐา มาเต้นรีวิวประกอบเพลงได้อย่างน่ารัก เรียกเสียงกรี๊ดเสียงปรบมือจากผู้มาร่วมงาน เรียกว่าเป็นค่ำคืนแห่งความสุข ความสนุก ที่ชาว GDH ทุกคนขอขอบคุณแฟนหนังเพื่อเราจะได้มาปีนเอเวอเรสต์สู่ 150 ล้านไปด้วยกัน

Atom Tickets แอพฯ ที่ทำให้การดูหนัง (กับเพื่อน) ง่ายขึ้น
ดูหนัง /  แอพดูหนัง

โดย Okami.G เดี๋ยวนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกของเราเป็นโลกสังคมข่าวสารที่จะเข้าถึงอะไรก็ง่ายดายแค่ปลายนิ้วแตะไปหมด เรามีแอพพลิเคชั่นที่อำนวยความสะดวกให้เรามากมายทำให้ไม่ต้องเสียเวลารออะไรนาน ๆ อีกต่อไป แล้วก็มาถึงคิดของแอพพลิเคชั่นซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการสูงสุดของคนชอบดูหนังกันแล้ว กับแอพฯ ที่ชื่อว่า Atom Tickets Atom Tickets เป็นแอปพลิเคชั่นที่พัฒนาโดยอดีตนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในสหรัฐอเมริกา ในนามกลุ่ม Ameesh Paleja โดยมันจะมีฟังก์ชั่นหลักๆ คือเป็นช่องทางให้ผู้ที่ต้องการชมภาพยนตร์ได้เข้าไปจองตั๋วโดยไม่ต้องเสียเวลาไปยืนเข้าแถว และยังสามารถจองตั๋วหนังเผื่อเพื่อน ๆ ได้ด้วยโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินแทนส่วนของเพื่อน Ameesh Paleja กล่าวว่าสำหรับคนทั่วไปการออกไปดูหนังเป็นกลุ่มๆ นั้นยากมาก เพราะต้องมานัดวันเวลาให้ตรงกัน และต้องตรวจสอบรอบฉายและที่นั่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องไปทำที่หน้าโรงภาพยนตร์เท่านั้น แล้วพอจองเยอะๆ ยอดเงินสูงมาก คนที่ไปจองก็อาจจะไม่สะดวกที่จะจ่ายเงินทั้งหมด การประดิษฐ์ Atom Tickets ขึ้นมานี้เพราะต้องการทำให้เรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้บริการแอพฯ ของเขา นอกจากบริการจองและซื้อตั๋วภาพยนตร์แล้วแอพพลิเคชั่นนี้ยังมีตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ให้ดูพร้อมกับรีวิวของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ อีกด้วย ยังไม่พอแค่นั้นเพราะหากดูข้อมูลเหล่านี้แล้วยังตัดสินใจว่าจะดูหนังเรื่องไหนไม่ได้ก็สามารถเปิดโพลให้เพื่อนๆ ร่วมโหวตกันได้ และ Ameesh Paleja ยังกล่าวอีกว่าต้องการให้แอปพลิเคชั่นนี้ใช้บริการได้ทั่วสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่แค่ทางตอนเหนือเท่านั้น ไปชมรายละเอียดของแอพฯ เพิ่มได้ที่ www.atomtickets.com .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

แรงไม่เลิก! Your Name. ทำรายได้ทำลายสถิติต่อเนื่อง
Kimi no Na wa /  Your Name / 

Your Name. หรือ Kimi no Na wa. ผลงานล่าสุดของ มาโกโตะ ชินไก ผู้กำกับแอนิเมชั่นชื่อดัง (5 Centimeters Per Second, The Garden of Words) ที่เปิดตัวฉายในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ 26 สิงหาคม และครองอันดับหนึ่งยาวนานติดต่อกันถึง 4 สัปดาห์ ซึ่งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (17 - 18 กันยายน) หนังเก็บเพิ่มไปอีก 1.08 พันล้านเยน เฉลี่ยแล้วรายได้ตกลงมาจากสัปดาห์ก่อนเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บ็อกซ์ออฟฟิศในญี่ปุ่นยังคงจับตาความร้อนแรงของ Your Name. กันต่อเนื่อง แม้จะมีหนังใหม่ฟอร์มใหญ่เข้าฉายในสัปดาห์นี้ ทั้ง A Silent Voice ของ ผกก. นาโอโกะ ยามาดะ (ที่โด่งดังมาจากอนิเมะ K-On!) อีกหนังแอนิเมชั่นที่เข้าฉายและทำเงินเป็นอันดับสองของสัปดาห์นี้ไปที่ 250 ล้านเยน อีกเรื่องคือ Rage (Ikari) หนังดราม่าที่พึ่งไปเปิดตัวในเทศกาลหนังโตรอนโตของ ลีซางอิล (Hula Girls, Villain) ผู้กำกับชาวเกาหลีที่อาศัยในญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากเต็มไปด้วยนักแสดงระดับแม่เหล็กแบบคับจอแล้ว นี่ยังเป็นหนังที่ดัดแปลงจากนิยายแนวสืบสวนของนักเขียนชื่อดัง โยชิดะ ชูอิชิ ซึ่งลีเองเคยนำ Villain นิยายของชูอิชิมาทำเป็นหนังและคว้าได้ทั้งเงินและกล่อง โดย Rage (Ikari) ทำเงินในสัปดาห์แรกไป 210 ล้านเยน อยู่ในอันดับ 4 ซึ่งถือว่าไม่เลวเลย ส่วนในอันดับหนึ่ง Your Name. ยังคงสร้างสถิติใหม่ให้ตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์ที่ 4 ที่เข้าฉายนี้ หนังทำรายรับเพิ่มอีก 1.08 พันล้านเยน ซึ่งนอกจากตกลงมาจากสัปดาห์ก่อนเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นแล้ว นี่ยังเป็น "รายรับหนังในสัปดาห์ที่สี่ ที่สูงสุดตลอดกาลของญี่ปุ่น" ชนะเจ้าของสถิติเดิมอย่าง Harry Potter and the Sorcerer's Stone (2001) ที่เคยทำไว้ 972.2 ล้านเยน และสองแอนิเมชั่นจากสตูดิโอจิบลิอย่าง Howl's Moving Castle (2004) และ Spirited Away (2001) ที่เคยทำสถิติไว้ที่ 953.2 และ 940 ล้านเยน ตามลำดับด้วย นอกจากนี้ รายได้รวมของ Your Name. ทั้ง 4 สัปดาห์ที่ 8.53 พันล้านเยน (ประมาณ 83 ล้านเหรียญสหรัฐ) ก็ทำให้กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดของปี 2016 ในอันดับสอง รองจาก Star Wars: The Force Awakens ที่ทำไปกว่า 11.58 พันล้านเยน (96 ล้านเหรียญสหรัฐ) และเป็นหนังญี่ปุ่นทำเงินสูงสุดของปีนี้ไปเรียบร้อย (นับจนถึงปัจจุบันนี้) โดย Your Name. จะเข้าฉายในบ้านเราหลังเทศกาลหนังเมืองปูซาน 2016 เดือน พ.ย. นี้ https://www.youtube.com/watch?v=Y0SbDiDf3l0 https://www.youtube.com/watch?v=GbvcbQn1Zqc https://www.youtube.com/watch?v=hRfHcp2GjVI .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ไม่ใช่แค่คู่แบรนเจลินา! 6 คู่รักที่ต้องเลิก หลังจากที่แสดงหนังด้วยกัน
Aishwarya Rai /  Amy Poehler / 

ไม่ใช่แค่คู่แบรนเจลินา! 6 คู่รักที่ต้องเลิก หลังจากที่แสดงหนังด้วยกัน ข่าวการฟ้องหย่าของคู่รักคนดังแห่งฮอลลิวูด แองเจลินา โจลี (Angelina Jolie) และ แบรด พิตต์ (Brad Pitt) ได้ทำให้เรื่องราวของการแยกทางหลังจากที่แสดงภาพยนตร์ร่วมกันถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันอีกครั้ง ไม่ได้มีเพียงแต่คู่รักคู่นี้คู่เดียวเท่านั้น แต่ยังมีอีก 6 คู่ด้วยกัน ที่เส้นทางความรักต้องสิ้นสุดลง เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) และ เจนนิเฟอร์ โลเปซ (Jennifer Lopez) Image: miramax ทั้งคู่แสดงภาพยนตร์เรื่อง Jersey Girl ร่วมกันเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนที่ความสัมพันธ์จะสะบั้นลงอย่างเจ็บปวดราวกับสาดเกลือเข้าไปที่แผล เอ็มมา สโตน (Emma stone) และ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ (Andrew Garfield) Image: sony ทั้งคู่แสดงภาพยนตร์เรื่อง The Amazing Spider-Man 2 ร่วมกันเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนจะแยกทางกัน แต่ดูเหมือนว่าความรักของทั้งสองคนจะยังไม่ขาดจากกันเสียทีเดียว เพราะมีข่าวลือว่าถ่านไฟเก่าของทั้งคู่ยังคงมีประกายไฟให้เห็นอยู่บ้าง เอมี โพห์เลอร์ (Amy Poehler) และ วิลล์ อาร์เน็ตต์ (Will Arnett) Image: paramount สองนักแสดงอารมณ์ขันสร้างสรรค์อารมณ์ดีที่ทั้งคู่ได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง Blades of Glory ร่วมกันเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนจะหย่าร้างกันในที่สุด ทำให้เสียงหัวเราะกลายเป็นคราบน้ำตา ทอม ครูซ (Tom Cruise) และ นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman) Image: warner bros. ทั้งคู่แต่งงานกันไม่กี่ปีหลังจากที่ได้แสดงภาพยนตร์คู่กันเรื่อง Far and Away กระทั่งแสดงภาพยนตร์เรื่อง Eyes Wild Shut ร่วมกันเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนจะหย่าร้างกันในอีก 2 ปีต่อมา วูดดี อัลเลน (Woody Allen) และ ไดแอน คีตัน (Diane Keaton) ทั้งคู่แสดงภาพยนตร์เรื่อง Play It Again, Sam ในฐานะคนรักกันเป็นเรื่องสุดท้าย ในเวลาต่อมาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้แปรเปลี่ยนเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน และช่วยกันสร้างสรรค์ภาพยนตร์จนประสบความสำเร็จมากกว่า 7 เรื่อง ไอศวรรยา ราย (Aishwarya Rai) และ วิเวก โอเบอรอย (Vivek Oberoi) สองนักแสดงจากบอลลิวูด ทั้งคู่แสดงภาพยนตร์เรื่อง Kyun! Ho Gaya Na? ร่วมกันเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนจะเลิกกันในที่สุด ดูบทความต้นฉบับ : Brangelina isn't alone: 6 more couples who broke up after making movies together

Resident Evil Vendetta ผีชีวะตอนใหม่ ลีออนปะทะเวสเกอร์?
Resident Evil /  Resident Evil Vendetta

ลีออน พระเอกที่เท่ที่สุดในซีรีส์ Resident Evil กลับมารับตัวเอกในเดอะมูฟวี่ตอนใหม่แล้ว Resident Evil Vendetta ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จาก Capcom ที่เคยปล่อยข่าวมาแล้วพักใหญ่ๆ ว่าร่วมกับบริษัทผู้ผลิต motorcycle สัญชาติอิตาลี Ducati ซึ่งจะมีฉากที่ ลีออน หนีจากศัตรูด้วย XDiavel มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ของ Ducati และในงาน TGS 2016 ที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างภาพยนตร์มาให้ชมกันด้วย โดยในตัวอย่างแรกนี้เราจะได้พบกับ ลีออน, คริส, และชายลึกลับที่กระแสมาว่าน่าจะเป็น เวสเกอร์ ! ▼ Trailer แรกจากงาน Tokyo Game Show 2016 นอกจากนี้ยังมีข่าวลืมอีกด้วยว่า รีเบคก้า จะมาปรากฏตัวในภาคนี้ด้วย แต่ในเทรลเลอร์นี้ยังไม่เห็นเงาสาวน้อยอดีตหน่วย S.T.A.R ทีมเบต้าคนนี้ งานนี้คงต้องรอลุ้นกันต่อไป Resident Evil Vendetta เป็นภาพยนตร์ Side Story ที่เกี่ยวข้องกับตัวเกมหลักโดยตรงซึ่ง ลืออน รับบทตัวเอกมาตลอด ภาคแรกคือ Degeneration ฉายก่อนเกมภาค 5 มี แคลร์ เรดฟิลด์ ปรากฏตัวในภาคนี้ด้วย ภาคที่ 2 คือ DAMNATION ฉายก่อนเกมภาค 6 และ Vendetta มีกำหนดฉายฤดูใบไม้ผลิ 2017 คาดว่าน่าจะก่อนเกมภาค 7 วางจำหน่าย บรรยากาศในหนังกลับไปใช้โลเคชั่นคฤหาสน์สยองขวัญอีกเช่นเคยซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนๆ ชอบกันมาก ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในภาคก่อนๆ เวสเกอร์จะปรากฏตัวในคฤหาสน์แนวสยองขวัญแบบนี้เสมอ (เกมภาค 1, Veronica และภาค 5) ทำให้เดาได้ว่าลีออนต้องเจอกับเวสเกอร์ในภาคนี้แน่นอน ^^ เอด้าล่ะ จะมามั๊ย! ที่มา biohazard-vendetta ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้ง่ายๆ ด้วยการแชร์และคอมเม้นท์ที่โพสต์ของคุณครับ ^^ Facebook MThai Games

โรคความจำเสื่อมวันเดียว ลืมกันแค่วันเดียว โรคนี้มีจริงไหม? มาหาคำตอบกัน
ความจำเสื่อม /  จำไม่ได้ / 

ช่วงนี้กระแสภาพยนตร์เรื่อง “แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว” กำลังได้รับเสียงตอบรับที่ดี แต่นอกจากจะเป็นหนังรักโรแมนติกที่โดนใจใครหลายคนแล้ว ภายในเนื้อเรื่องยังได้สอดแทรกเกี่ยวกับ “โรคความจำเสื่อม” ชนิดหนึ่ง ที่มีอาการเพียง 1 วัน โดยเมื่อตื่นนอนขึ้นมาความทรงจำทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นปกติ ซึ่งโรคนี้มีอยู่จริง โดยมีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Transient global amnesia (TGA) หรือกลุ่มอาการลืมเหตุการณ์ทั้งหมดชั่วคราว เรื่องนี้ นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิกรมสุขภาพจิต และผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต สสส. ให้ข้อมูลว่า TGA เป็นการสูญเสียความจำไปชั่วขณะ ที่ไม่ได้เกิดจากโรคทางสมอง เช่น โรคลมชัก หรือโรคหลอดเลือดในสมอง โดยลักษณะการสูญเสียความจำของ TGA จะเป็นการสูญเสียความจำของสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น อาการจู่ๆ ก็มีอาการจำไม่ได้ เช่น จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มาที่นี่ได้อย่างไร ถามคำถามซ้ำๆ เพราะถามแล้วก็จำไม่ได้ว่าได้รับคำตอบแล้ว เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก็จำไม่ได้ โดยทั่วไปอาการจะเป็นอยู่ไม่นานเกินหนึ่งวัน ส่วนใหญ่จะน้อยกว่านี้ จากนั้น ความทรงจำจะค่อยๆ กลับคืนมา สำหรับสาเหตุของการเกิด TGA ยังไม่เป็นที่ทราบอย่างชัดเจน และเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก โดยปัจจัยเสี่ยงของการเกิด TGA คือ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และการมีประวัติปวดศีรษะ หรือไมเกรน โรคลมชัก โรคหลอดเลือดทางสมอง การแช่ในน้ำร้อนหรือน้ำเย็น การออกกำลังกายอย่างหนัก กระทบกระเทือนทางสมอง และมีความเครียดอย่างรุนแรง เป็นต้น โรค TGA ถือเป็นโรคที่ไม่เป็นอันตราย แต่ก็ต้องเฝ้าระวังหากมีอาการเกิดขึ้น จำเป็นต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจประเมินสาเหตุ ผู้ที่มีอาการ TGA อาจไม่สามารถให้ข้อมูลใด ๆ ได้ เนื่องจากเสียความจำไป ดังนั้น คนใกล้ชิดที่อยู่ร่วมกันกับผู้ป่วยควรสังเกตรายละเอียดของอาการให้มากที่สุด และให้ข้อมูลกับแพทย์และพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป เมื่อพูดถึงเรื่อง ความจำเสื่อม แล้วเรามาทำความรู้จักกับ ภาวะสมองเสื่อม กันเถอะ หนังสือ “ยากันลืม” โดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “ภาวะสมองเสื่อม” สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบตันการขาดสารอาหาร และการเกิดเนื้องอกในสมองแล้ว ยังเกิดขึ้นได้ จากการที่สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง รวมถึงผู้ที่อยู่ในภาวะอ้วนและมีกิจกรรมทางกายน้อย ส่วนสาเหตุสำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือภาวะสมองเสื่อมนั้นถือว่ามีความเชื่อมโยงกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น เรียกว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน เพราะยิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไรโอกาสและความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากความเสื่อมสภาพของเซลล์สมองในผู้สูงอายุย่อมมีมากขึ้นไปตามวัย หากเทียบสถิติผู้สูงอายุในประเทศไทยจะพบว่าผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ร้อยละ 11.4 ในขณะที่โอกาสและความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 4 เท่าทันที เมื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปจะมีการแบ่งระดับความรุนแรงของภาวะสมองเสื่อมออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับเริ่มต้น ระดับกลาง จนถึงระดับรุนแรง ซึ่งในแต่ละระดับ ผู้ป่วยจะมีพัฒนาการของโรคจากน้อยไปหามากดังนี้ ระยะที่ 1 ภาวะสมองเสื่อมระดับเล็กน้อย ผู้ป่วยจะมีอาการหลงลืม โดยเฉพาะลืมเรื่องที่ เพิ่งเกิดขึ้น เช่น จำไม่ได้ว่าวางของใช้ไว้ที่ใด ไม่สามารถจำชื่อสถานที่ที่คุ้นเคยได้ ไม่ค่อยมีสมาธิเหลือเพียงความจำส่วนที่เกี่ยวข้องกับอดีตที่ยังดีอยู่ เริ่มมีความบกพร่องในการทำกิจกรรมต่างๆและการใช้ชีวิตในสังคม แต่ยังสามารถอยู่คนเดียวได้ ช่วยเหลือตนเองได้ และยังมีการตัดสินใจที่ค่อนข้างดี ระยะที่ 2 ภาวะสมองเสื่อมระดับปานกลาง ในระยะนี้ความจำเริ่มเสื่อมลงมากขึ้น มีความบกพร่องในเรื่องความเข้าใจ ความสามารถในการเรียนรู้การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ เช่น ความสามารถในการคำนวณ การกะระยะทาง ไม่สามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดได้ทั้งที่เคย ทำได้มาก่อน ทำอาหารที่เคยทำไม่ได้ ลืมชื่อ สมาชิกในครอบครัว ช่วงท้ายระยะนี้อาจมีอาการทางจิต เช่น ประสาทหลอน ดังนั้นการ ปล่อยให้ผู้มีอาการเหล่านี้อยู่ตามลำพังอาจเป็นอันตราย จึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ระยะที่ 3 ภาวะสมองเสื่อมขั้นรุนแรง ผู้ป่วยจำสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้เลย สูญเสียความจำ อย่างรุนแรง จำญาติพี่น้องไม่ได้ หรือแม้แต่ตนเอง ก็อาจจำไม่ได้ด้วย มักเดินหลงทางในบ้านตนเอง มีความผิดปกติต่างๆ เช่น บุคลิกภาพเปลี่ยนไป เคลื่อนไหวช้า เดินช้า และอาจเกิดอาการแทรกซ้อน ที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ อาการเตือนภาวะสมองเสื่อม ที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรระวัง ได้แก่ 1. สูญเสียความจำโดยเฉพาะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น 2. ทำกิจวัตรประจำวันที่คุ้นเคยไม่ได้เหมือนเดิม หรือทำได้แต่ก็ยากลำบากเต็มที 3. มีปัญหาในการใช้ภาษา เช่น ลืมคำศัพท์ง่ายๆ ใช้ศัพท์ผิดความหมาย 4. สับสนวันเวลาและสถานที่ เช่น หลงวัน เวลา บอกที่อยู่บ้านตนเองไม่ได้ 5. มีการตัดสินใจอย่างไม่เหมาะสม เช่น เปิดพัดลมแรงทั้งที่อากาศเย็นมาก 6. มีปัญหาเกี่ยวกับความคิดรวบยอด เช่น ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข บวกลบคูณหารไม่ได้เหมือนก่อน 7. เก็บสิ่งของผิดที่ผิดทาง เช่น เก็บเตารีดในตู้เย็น เก็บนาฬิกาในโถน้ำตาล 8. อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่ายภายในเวลาไม่นาน 9. บุคลิกภาพเดิมเปลี่ยนไป เช่น กลายเป็นคน ช่างสงสัย หรือหวาดกลัวง่ายกว่าเดิมมาก 10. ชอบเก็บตัว ขาดความกระตือรือร้นในการใช้ ทำอย่างไรให้ห่างไกล จากภาวะสมองเสื่อม คนส่วนใหญ่เชื่อกันมาตลอดว่า ปัญหาที่เกี่ยวกับสมองประเภทความจำเสื่อม ความจำถดถอย และขี้หลงขี้ลืมนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในผู้สูงอายุ ทำให้น้อยนักจะมีใครสนใจใส่ใจดูแลตนเองเพื่อให้สมองคงประสิทธิภาพอยู่กับเราไปนานๆ เพราะเชื่อว่าแก่ไปก็ต้องเจอ ทั้งที่จริงๆ แล้วความเชื่อเหล่านี้ผิด ไปจากความเป็นจริงอย่างมาก ความจริงคือ สมองไม่ได้เสื่อมสภาพไป ตามอายุของคนเสมอไป และเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ แล้วเราอาจไม่มีอาการความจำเลอะเลือนอย่างที่คิดตราบเท่าที่มีการดูแล และบริหารสมองอยู่อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการหมั่นทำกิจกรรมสร้างเซลล์สมองให้เติบโตด้วยการใช้ความคิดขบคิดแก้ไขปัญหา เข้าสังคมเพื่อพูดคุยมีปฏิสัมพันธ์กับ เพื่อนฝูงและคนรอบข้าง หรืออ่านหนังสืออยู่เป็นประจำ ก็ล้วนแต่เป็นแนวทางเสริมสร้างและยืดอายุสมองได้ค่ะ นอกจากนี้ “การออกกำลังกาย” ยังมีส่วนช่วยอย่างมากในการชะลอภาวะสมองเสื่อม และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมองได้มากอีกด้วย สอดคล้องกับที่ทาง สสส. พยายามที่จะให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เมื่อร่างกายแข็งแรงทั้งกายและใจ คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นนั่นเอง รื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th ข้อมูลจาก : นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิกรมสุขภาพจิต และ หนังสือ “ยากันลืม” โดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

มีความ
ฉันทวิชช์ ธนะเสวี /  ธีรภัทร์ สัจจกุล / 

มีความ "ตุ้ย-นุ้ย" ! GDH จัด "ตุ้ย ธีรภัทร์" ร่วมสร้างสีสันใน "แฟนเดย์ฯ" ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล พระเอกเจ้าเสน่ห์ ดีใจได้เล่นหนังรักโรแมนติก แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ของผู้กำกับ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล แห่งค่าย GDH โดยตุ้ยชื่นชมผู้กำกับและ 3 นักแสดง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, มิว นิษฐา จิรยั่งยืน และปริม บูลกุล ว่ามีสปิริตในการทำงานสูงมาก นอกจากนี้ ตุ้ย ธีรภัทร ยังเผยอีกว่า “ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่โต้งเลือกผมมาเล่นหนังเรื่องนี้ และดีใจที่ได้มาร่วมงานกับ GDH ซึ่งในเรื่องผมรับบทเป็น ท็อป เจ้านายของนุ้ย การทำงานกับโต้ง ผู้กำกับวันแรกผมทึ่งเขาเลย โต้งมีวิธีคิดที่น่าสนใจ ทำงานด้วยแล้วสนุก ราบรื่น แม้ว่าวันแรกที่เราเดินทางไปถึงฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นอากาศจะติดลบ แต่ทุกคนอึด และมีสปิริตกันมาก โดยเฉพาะเต๋อกับมิวที่ไปถึงแล้วต้องถ่ายทันที สำหรับการทำงานกับมิว มิวเป็นนักแสดงที่มีฝีมือมาก ฉากโรแมนติกที่ผมต้องผายมือเรื่องการแสดงไม่ยาก แต่จังหวะการบล็อกกิ้งยากมาก เราต้องรอทุก 15 นาทีเพื่อผายมือแล้วนาฬิกาพ่นไอน้ำออกมา ปรากฏว่าซีนนี้จังหวะดีมาก เราผายมือออกไปแล้วเสียงนาฬิกาพ่นไอน้ำออกมาทันทีเป็นซีนที่ประทับใจมากครับ และทุกซีนที่เล่นด้วยกัน มิวทำได้ดีครับ ส่วนเต๋อเป็นนักแสดงที่มีฝีมือจริง ๆ เขาเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ทุ่มเทเรื่องการทำงาน และผมก็เต็มที่กับหนังเรื่องนี้มาก ๆ นาน ๆ จะรับเล่นหนังสักทีก็อยากฝากให้มาร่วมเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ ฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์” แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ฉายแล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

ผลโหวต 10 ผกก. และ 20 หนังสารคดียอดเยี่ยมในรอบ 10 ปี
Citizenfour /  Man on Wire / 

Cinema Eye Honors (www.cinemaeyehonors.com) กลุ่มเครือข่ายคนทำหนัง Nonfiction ที่รวมตัวกันเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการทำหนังในแนวนี้ (และทุกๆ ปีจะมีการประกาศผลรางวัลเกี่ยวกับหนังสารคดีที่นิวยอร์ค) ได้จัดทำการโหวตจัดอันดับ 10 ผู้กำกับ และ 20 หนังสารคดียอดเยี่ยมในรอบ 10 ปี โดยกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับวงการหนังสารคดี 110 คน เพื่อฉลองการก่อตั้งของกลุ่มที่มีมาตั้งแต่ปี 2007 10 อันดับนักทำหนังสารคดี ในรอบทศวรรษของ Cinema Eye (ระหว่าง 2007 - 2016) Cinema Eye Decade Filmmakers ไฮดิ อีวิง (Heidi Ewing) และ ราเชล กราดี (Rachel Grady) 12th and Delaware (2011) / Detropia (2013) / The Education of Mohammed Hussain (2014) อเล็กซ์ กิบนีย์ (Alex Gibney) Taxi to the Dark Side (2008) / Gonzo: The Life and Work of Dr. Hunter S. Thompson (2009) / Mea Maxima Culpa: Silence in the House of God (2014) / We Steal Secrets: The Story of WikiLeaks(2014) / Going Clear: Scientology and the Prison of Belief (2015) พาทริซิโอ กัซแมน (Patricio Guzman) Nostalgia for the Light (2012) แวร์เนอร์ แฮร์โซก (Werner Herzog) Encounters at the End of the World (2009) / Cave of Forgotten Dreams (2012) / Into the Abyss(2013) สตีฟ เจมส์ (Steve James) The Interrupters (2012) / Life Itself (2015) คิม ลองกิน็อตเต (Kim Longinotto) Rough Aunties (2010) / Dreamcatcher (2016) โจชัว ออพเพนไฮเมอร์ (Joshua Oppenheimer) The Act of Killing (2014), The Look of Silence (2016) ลอรา พอยทราส (Laura Poitras) The Oath (2011) / Death of a Prisoner (2014) / CITIZENFOUR (2015) บิล รอสส์ (Bill Ross) และ เทอร์เนอร์ รอสส์ (Turner Ross) 45365 (2010) / Tchoupitoulas (2013) / Western (2016) เฟรเดอริค ไวส์แมน (Frederick Wiseman) La Danse: The Paris Opera Ballet (2011), In Jackson Heights (2016) 20 หนังสารคดียอดเยี่ยมในรอบทศวรรษของ Cinema Eye (ระหว่าง 2007 - 2016) Cinema Eye Decade Films .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น /  กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม / 

"ก้อง สหรัถ" รับบทคนดนตรีครั้งแรกในภาพยนตร์ "20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น" พระเอกแถวหน้า ที่จัดว่า หล่อ อบอุ่น ยิ้มละมุน ที่สุดคนหนึ่งของวงการบันเทิงไทย ทั้งยังเป็นโค้ชของรายการแข่งขันร้องเพลงชื่อดังอย่าง The Voice Thailand  ที่ล่าสุดมีส่วนในการโชว์กีต้าร์กับผู้เข้าแข่งขันจนมียอดเข้าชมคลิปทะลุ 3 ล้านวิวไปเรียบร้อย ในบทบาทการแสดง พี่ก้องลงสนามมาหลากหลายบทบาททั้งในภาพยนตร์และละคร แต่เป็นครั้งแรกที่ ก้อง สหรัถ สังคหปรีชา ได้สวมบทเป็น นักดนตรี โปรดิวเซอร์  ถือกีต้าร์ร้องเพลงจริง ๆ ใน 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจ รีเทิร์น ภาพยนตร์คอมเมดี้แฟมิลี่ จากค่ายใหม่แกะกล่อง CJ MAJOR ที่อ่านบทเจ้าตัวถึงกับร้องว้าว ว่าไม่มีบทไหนใกล้ตัวเองเท่านี้อีกแล้ว “ใน 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ผมรับบทเป็น นัท ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงแห่งหนึ่ง ที่มาเจอกับปาน (ใหม่ ดาวิกา) ก็ติดต่อให้เขามาเป็นนักร้องในค่าย ในส่วนที่ผมรับผิดชอบ นัทก็เป็นมนุษย์ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่พอไปเจอกับนักร้องสาวสวยที่ใจบอกว่า ใช่ ! แล้วก็เริ่มชอบเขา เพราะทั้งร้องเพลงเก่ง รูปร่างหน้าตาดี นิสัยที่ไม่เหมือนใคร ชอบครับ อ่านบทแล้ว โอ้โห ! เล่นเป็นโปรดิวเซอร์ที่อยู่กับเรื่องงานเพลง รักเสียงเพลง เป็นบทบาทการแสดงที่ใกล้ตัวที่สุดแล้วครับ ถึงช่วงที่ต้องลงกองถ่ายทำ ผมแฮปปี้มากที่มากองถ่ายนี้แล้วได้อยู่กับกีตาร์ทั้งวัน อย่างในบางฉากที่จะมีนักร้องเข้ามาออดิชั่นอยู่ในค่าย เราก็เล่นไปตามที่เราก็เคยผ่านรายการประกวดร้องเพลง เคยมีประสบการณ์ตรงมา มันค่อนข้างจะเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นแบบนี้อยู่แล้วด้วยในชีวิตจริง แถมมีโอกาสได้โชว์เล่นกีตาร์ในหนังครั้งแรก ใหม่มากสำหรับตัวเอง มันเหมือนทำให้ตัวผมได้กลับไปในช่วงวัยที่ผมอายุ 20 เหมือนกันครับ” ปาฏิหาริย์ครั้งใหม่กำลังจะเกิดขี้น ความสนุกครั้งใหม่กำลังจะมา 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น นำแสดงโดย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่, ก้อง สหรัถ สังคปรีชา และเจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

สื่อเห็นตรงกัน Deepwater Horizon ฝ่าวิบัติเพลิงนรก สมจริง นักแสดงเล่นดีจริง
Deepwater Horizon /  Mark Wahlberg / 

สื่อเห็นตรงกัน Deepwater Horizon ฝ่าวิบัติเพลิงนรก สมจริง นักแสดงเล่นดีจริง ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันของคนที่ทำงานเรื่องล่าสุดอย่าง Deepwater Horizon ฝ่าวิบัติเพลิงนรก เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่น่าสนใจในเวลานี้ ว่าด้วยเรื่องราวของมหันตภัยแท่นขุดเจาะที่ระเบิดกลางทะเล พวกเขาจะหนีรอดจากความตายที่อยู่แค่เอื้อมได้อย่างไร ล่าสุดกับการฉายภาพยนตร์ในรอบพรีเมียร์ใจกลางเมืองนิวออร์ลีน สหรัฐอเมริกา ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากบรรดานักวิจารณ์ และได้รับคำชมที่น่าสนใจไม่น้อย อาทิ “งานมาสเตอร์พีซของผู้กำกับ ปีเตอร์ เบิร์ก (Peter Berg) ชิ้นนี้จะทำให้คุณตะลึงไปกับรายละเอียดที่สมจริง” Denofgeek.com “เป็นหนังภัยพิบัติที่จะทำให้คุณลุ้นจนเหนื่อย คู่ควรกับการอุทิศให้เหล่าผู้กล้าหาญที่สละชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างแท้จริง” The Guardian “การออกแบบตัวละครทำมาได้อย่างดี นักแสดงรับบทบาทได้อย่างที่คาดหวัง งานสร้างดูพิถีพิถัน ต้องให้เครดิตกับการพยายามใช้ฉากจริงโดยใช้ซีจีให้น้อยที่สุด” The Hollywood Reporter “มาร์ค วาห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg) เล่นได้ยอดเยี่ยมมาก” uproxx.com โดยสรุปแล้วนักวิจารณ์เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่ามีความสมจริง และบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ชัดเจน น่าจะเป็นภาพยนตร์แนวภัยพิบัติที่หลายคนรอคอย ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 29 กันยายนนี้

บัณฑิต ทองดี /  ปายอินเลิฟ / 

. "บัณฑิต ทองดี" ไม่ได้มีดีแค่กำกับ MV แต่เคยกำกับหนังด้วยนะเออ ! กำลังเป็นกระแสมาแรงในโลกโซเชียลทีเดียวสำหรับ อ๊อด บัณฑิต ทองดี กับผลงานการกำกับ MV เพลงล่าสุดของเขา แต่จะมีใครจำได้บ้างไหมว่า ผู้กำกับวัย 45 ปีคนนี้ก็เคยกำกับภาพยนตร์จอเงินมาแล้วถึง 6 เรื่อง ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...เราไปย้อนอดีตพร้อม ๆ กันได้เลย มนต์เพลงลูกทุ่ง เอฟ.เอ็ม. (2545)  . เฮี้ยน (2546)  . มนุษย์เหล็กไหล (2549)  . ฝัน หวาน อาย จูบ (ตอน "อาย") (2551)  . ปายอินเลิฟ (2552)  . พุ่มพวง (2554)

หนึ่ง ณรงค์วิทย์ หวนจับไมค์ ร้องเพลงประกอบละคร หนึ่งคำที่รอ
หนึ่ง ณรงค์วิทย์ /  หนึ่งคำที่รอ

นานๆ จะได้ยินเจ้าพ่อนักแต่งเพลงมาจับไมค์สักที หลังจากพักไมค์ มานานถึง 3 ปี  ล่าสุดต้องยอมให้กับละครฟอร์มแรง “เลือดรักทระนง” และครั้งนี้ต้องร้องเพลงแทนความรู้สึกของ หนุ่ม  โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ  เหมือนเมื่อครั้งร้องเพลง “ยอม” ประกอบละครเรื่อง "คุณชายปวรรุจ" ในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” ถึงคราว หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ เปิดใจว่า ทำไมถึงยอมพักปากกามา คว้าไมค์ร้องเพลง “หนึ่งคำที่รอ”  “3 ปี ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มทำค่ายเพลง Chandelier Music (แชนเดอร์เลีย มิวสิค) พี่หันมาบริหารงานเบื้องหลังเต็มตัว หน้าที่ซึ่งรับผิดชอบอยู่ก็เยอะขึ้น บทบาทหน้าที่ของเราเปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างเยอะ และพี่ก็รักงานเบื้องหลังที่ทำอยู่มาก รวมถึงอยากให้โอกาสน้องๆรุ่นใหม่ได้อยู่เบื้องหน้าทำหน้าที่นักร้อง ภาพที่ทุกคนมองพี่คือเป็นนักแต่งเพลง ไม่ใช่นักร้อง ก็บอกกับตัวเองว่า เลิกร้องเพลงดีกว่า มาเป็นเบื้องหลังเต็มตัว เป็นที่มาว่าทำไม 3 ปีหลังไม่ได้ยินเสียงพี่เลย จนมาถึงเพลง “หนึ่งคำที่รอ” ประกอบละคร “เลือดรักทระนง” เริ่มจากส่งไกด์เพลงนี้ไปให้คุณแมน เมธี ผู้กำกับ ฟัง ซึ่งไม่ใช่พี่ร้องนะ ทางคุณแมนก็ตอบมาว่าชอบเพลงนี้แล้ว แต่ขอพี่หนึ่งเรื่องนึงครับ ขอเปลี่ยนนักร้อง ขอให้พี่หนึ่งร้องแทนได้ไหม พี่ก็ปฏิเสธเลย ยอมรับว่าไม่มั่นใจ ในเมื่อบทบาทเราเปลี่ยนไปแล้ว จะให้กลับมายืนเบื้องหน้าอีกครั้ง ก็ทำตัวไม่ถูก รู้สึกเขินๆ แต่คุณแมนก็ขอร้องว่า เสียงที่จินตนาการไว้ เหมือนเสียงพี่หนึ่ง มั่นใจว่าใช่ อยากให้ลองร้องดู ก็ตอบว่า แค่ลองก่อนนะ ก็ลองไปอัดร้องส่งให้ผู้กำกับฟัง ตอนส่งไปยังบอกเลยว่า ถ้าไม่ชอบไม่ต้องเกรงใจ บอกได้เลย แต่ทางผู้กำกับตอบมาว่าชอบแล้ว เลยเป็นการกลับมายืนเบื้องหน้าอีกครั้งเพราะแพ้ลูกอ้อนของคุณแมน ส่วนที่มาของคำว่า “ร๊อ รอ” ที่หลายคนแซวกันตอนนี้ ก็เกิดจาก คุณแมน อีกเหมือนกัน ที่บรีพว่าอยากได้อ้อนๆ  ตามความรู้สึกของพระเอก” หนึ่ง ณรงค์วิทย์ กล่าว

ละคร นางอาย , เรื่องย่อ นางอาย
ละครนางอาย /  ละครนางอาย ตอนแรก / 

นางอาย บทประพันธ์โดย : นราวดีบทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกษกำกับการแสดงโดย : ปวันรัตน์ นาคสุริยะออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครนางอาย ...กำแพงรั้วที่เรียกว่าโรงเรียน ซึ่งตัดขาดเธอจากโลกภายนอก แต่มันกลับพาเธอก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกของมิตรภาพ เมื่อความรักฉันท์เพื่อนก่อตัวสูงขึ้น ขอบรั้วที่เคยบีบรัดหัวใจก็ค่อย ๆ ทลายลง สุดท้ายที่ ๆ เคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเรือนจำของความสุข กลายเป็นสถานที่แห่งความรักความผูกพัน ที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของเธอ... อภิรดี อโณทัย หรือ นาง สาวน้อยแสนสวยวัย 17 ปี ลูกสาวคนเดียวของ เด่นชาติ และเอมอร เมื่อนางเริ่มเป็นที่หมายตาจากหนุ่ม ๆ เพื่อนร่วมรุ่นในโรงเรียนสหศึกษา เด่นชาติ และเอมอร ตัดสินใจส่งตัวไปเรียนโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วนที่ปีนัง เพราะไม่อยากให้ลูกสาวริรักในวัยเรียน หวังให้เหล่าซิสเตอร์ผู้เข้มงวดช่วยอบรมขัดเกลามารยาทกุลสตรี นักเรียนไทยหลายคนต่างมองว่าโรงเรียนคอนแวนต์แห่งนั้น คือโรงเรียนดัดสันดารของเหล่าสาวแสบ ก้าวแรกที่นางได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียน ซิสเตอร์ออเดรย์ หัวหน้าแม่ชีที่ดูแลนักเรียนประจำ ม.ปลายรัก และเอ็นดูนางตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ไม่วายขัดใจนางด้วยการตรวจค้นกระเป๋าเสื้อผ้า และริบข้าวของที่ไม่จำเป็นไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ นางแทบจะกรี๊ด... สเตตัสสุดท้ายที่นางโพสก่อนจะจำใจส่งมือถือให้ซิสเตอร์ซิสเตอร์ออเดรย์คือ "ลาก่อนอิสรภาพของฉัน วันหนึ่งเราคงได้พบกันใหม่" นางได้เช็คอินสถานที่โดยครีเอทใหม่ ว่า เรือนจำคอนแวนต์ ละครนางอาย เรเวอร์เร้นท์มาเธอร์ซิสเตอร์หลุยส์ หรือคุณแม่อธิการผู้เคร่งขรึมหมายจะให้เด่นชาติพบกับ ซิสเตอร์เทเรซ่า แม่ชีคนไทยเพียงคนเดียวที่อกหักจากรักแรกจนต้องตัดสินใจหันหน้าเข้าหาพระเจ้า สาบานตนว่าชาตินี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก อดีตคนรักของเทเรซ่าก็คือท่านรัฐตรีเด่นชาติ ! คุณแม่อธิการต้องการให้ทั้งสองได้พบกัน..ก็เพื่อให้ซิสเตอร์เทเรซ่าตัดใจอย่างถาวร แต่การที่เด่นชาติจูงมือนางเข้ามาในโรงเรียนนั้น ยิ่งทำให้แผลใจของซิสเตอร์เทเรซ่าถูกซ้ำเติมมากขึ้น นางได้พบกับ จรรยา หัวหน้านักเรียนไทยรุ่นพี่ที่ศึกษาอยู่ชั้นม.6 จรรยาแนะนำให้นางรู้จักกับกลุ่มนักเรียนไทยในชั้นเรียน ฝากฝังให้ สินีนาฏ สาวไทยแสนเรียบร้อยเป็นคนดูแลนาง สินีนาฎถูก สายสนม แม่ของเธอส่งมาอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ม.1 เพราะพ่อแม่หย่ากัน และสายสนมต้องทำงาน และดูแลลูกเพียงคนเดียว สินีนาฏ และนางถูกชะตากันทันทีที่เจอ สินีนาฎแนะนำทุกอย่างให้นาง ตั้งแต่สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน กิจวัตรประจำวัน และอธิบายเรื่องการอาบน้ำแบบ Fast Speed 5 นาทีทันใจ โดยมีแม่ชีสุดโหดเฮี้ยบอย่าง ซิสเตอร์ฟรานซิส เป็นผู้ดูแลการเปิด-ปิดวาล์วน้ำในระหว่างการอาบ นางแทบจะร้องไห้ที่ต้องใช้ชีวิตลำบากแบบนี้ นอกจากสินีนาฎแล้ว ยังมีนักเรียนไทยอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนาง นั่นคือ สายสุดา และมีนา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยสายสุดามองว่ามีนาคือลูกน้องของเธอ ส่วนมีนาเองก็อาศัยบารมีของสายสุดาทำตัวอวดเบ่งกับทุกคน เพราะสายสุดามีดีกรีเป็นถึงน้องสาวคนเดียวของท่านกงสุลไทยประจำปีนัง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าที่สายสุดาชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจ และต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ เพราะปมชีวิตส่วนตัวที่ความจริงแล้วสายสุดาคือลูกนอกสมรส สายสุดาไม่ชอบหน้านาง เพราะตั้งแต่นางเข้ามาในโรงเรียนหลายคนให้ความสนใจจนเด่นเกินหน้าเกินตา สายสุดาหาทางแกล้งนางอยู่เสมอแต่กลับโดนนางเอาคืนทุกที อย่างในงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ประจำปี นางโดนสายสุดาแกล้งจนพลัดตกลงไปในบ่อบัว สินีนาฎพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นางได้ทีจึงเอาชุดนักเรียนที่เปียกชุ่มยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของสายสุดา สายสุดาโกรธมาก หมายใจไว้ว่างานนี้เธอกับนางไม่มีวันอยู่กันอย่างมีความสุขแน่ ทุกวันพฤหัสบดีถือเป็นวัน English Day คือวันที่นักเรียน และซิสเตอร์ทุกคนต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น สายสุดาและมีนาคอยฟ้องซิสเตอร์ว่านางแอบพูดภาษาไทย นอกจากคู่อริสองแสบแล้ว นางยังมีศัตรูอีกคน คือ จอยคาม สาวน้อยเจ้าถิ่นในปีนังที่มีเรื่องปะฉะดะกับนางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน จอยคามเห็นสายสุดาไม่ชอบนาง จึงรวมตัวกันหาทางกลั่นแกล้งนาง ละครนางอาย นอกจากสินีนาฎ นางยังมีเพื่อร่วมรุ่นอีก 2 คนที่สนิทกัน นั่นคือ ฮองลัน สาวอ้วนที่รักการกินเป็นที่สุด ฮองลันเป็นนักเรียนไป-กลับที่สนิทกับนาง เพราะทั้งคู่คอยช่วยกันหาทางแอบลอดเอาของกินเข้ามาทานในรั้วโรงเรียนอยู่เสมอ และฮองลันประทับใจนางมากที่เคยโดนซิสเตอร์ฟรานซิสจับได้เรื่องแอบเอาขนมเข้ามาทานที่ห้องเรียน นางก็พร้อมจะโดนลงโทษร่วมกับฮองลันไปด้วย อีกหนึ่งสาวที่นางชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น คือ มาเรีย สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-มาเลเซีย ที่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเพราะพิการมาตั้งแต่เด็ก หลายคนชอบพูดจาดูถูก และรังเกียจมาเรีย แต่นางไม่คิดแบบนั้น แถมยังคอยช่วยซ่อมรถเข็นให้มาเรียอีกด้วย ทุกวันศุกร์ที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าโบสถเพื่อนมัสการพระเจ้า นางได้รู้ว่ามาเรียร้องเพลงเพราะมาก นางจึงสนับสนุนให้มาเรียได้ขึ้นร้องนำในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างงานวันไหว้ครู นางพยายามทำทุกอย่างให้มาเรียได้แสดงความสามารถของเธอ จนในที่สุดมาเรียก็ได้ร้องนำ แถมนางรับเลือกจากเพื่อน ๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องให้เป็นตัวนักเรียนไทยไปถือพานไหว้ครู สายสุดา และมีนาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่เสียตำแหน่งให้นาง เลยหาทางแกล้งไม่ให้นางได้ถือพาน แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สายสุดาแอบรู้ว่านางชอบแอบใช้มือถือของ คัมพล เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนางที่เรียนอยู่โรงเรียนซิสเตอร์เซเวียร์ชายล้วนรั้วติดกัน โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอ คัมพลเป็นลูกชายคนเล็กของพิทักษ์ เศรษฐีเหมืองแร่ในภูเก็ตซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเด่นชาติ คัมพลไม่เคยขัดใจนางเพราะแอบชอบนางอยู่ เรื่องนางติดต่อกับเพื่อนนักเรียนชายโรงเรียนข้าง ๆ ดังไปทั่ว คุณแม่อธิการตัดสินใจตามตัวท่าน ธนาธิป กงสุลไทยที่รับหน้าที่ดูแลนักเรียนไทยที่อยู่ที่ปีนังทั้งหมด แถมยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของสายสุดาอีกด้วย นางจึงตั้งท่าไม่ถูกชะตากับธนาธิปตั้งแต่ยังไม่เจอตัว ธนาธิปตามตัวผู้ปกครองของนางและคัมพลมาพบ การเจอหน้ากันครั้งนี้ทำให้ธนาธิปรู้ว่าพิทักษ์หมายปองให้นางแต่งงานกับคัมพลหลังเรียนจบจากคอนแวนต์ เมื่อรู้ว่ามีชายหนุ่มหมายปองสาวแก่นเซี้ยวอย่างนาง ธนาธิปก็แปลกใจไม่น้อยว่าอะไรที่ทำให้คัมพลชอบนางได้ขนาดนี้ ยิ่งสงสัย..ก็ยิ่งเข้าใกล้นางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่นางเสนอความคิดออกมา มักทำให้ธนาธิปทึ่งในความเฉลียวฉลาดของนางอยู่เสมอ ละครนางอาย ความไม่ลงรอยของนางและสายสุดาเริ่มทวีคุณความแรงขึ้น เมื่อถึงกิจกรรมกีฬาสีมาถึง เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายตั้งใจจะให้กิจกรรมนี้เป็นการสมานแผลระหว่างนางกับสายสุดา โดยจัดให้ทั้งคู่อยู่สีเดียวกัน แต่แผนกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สายสุดาร่วมมือกับจอยคามที่อยู่คนละสีแอบโกงในการแข่งขันว่ายน้ำ จนนางเกือบจะจมน้ำเพราะเจ็บขา แถมจอยคามก็ไม่ช่วยเธอเสียด้วย กลายเป็นสินีนาฎ และจรรยาต้องเป็นคนลงไปช่วยนางขึ้นมาแทน เหตุการณ์ครั้งนี้คุณแม่อธิการโกรธมาก ทำโทษกลุ่มนาง และสายสุดายกใหญ่ พร้อมทั้งตามตัวธนาธิปให้มาทราบเรื่องนักเรียนไทยมีปัญหากันเอง ธนาธิปจึงต้องรับหน้าที่เป็นดูแลควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนไทยเพิ่มอีกตำแหน่ง ธนาธิปลงโทษทุกคนด้วยการให้ช่วยทำความสะอาดบ้านทูต ร้อยมาลัย ทำกับข้าวเพื่อต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมืองที่เข้ามาพักที่บ้านพักของสถานทูตไทย แรก ๆ ทุกคนอิดออด แต่หลัง ๆ กลับเสนอตัวขอมาช่วยงานเสมอ เพราะต้องการออกมานอกรั้วคอนแวนต์ นางชอบแอบปีนต้นมะม่วงที่อยู่ข้างห้องทำงานธนาธิป แรก ๆ ธนาธิปตกใจ และเรียกนางมาต่อว่าในความไม่เป็นกุลสตรี แต่นาน ๆ เข้าก็ปล่อยให้ปีนขึ้นปีนลงอยู่เรื่อย ๆ จนเป็นความคุ้นเคย แถมบางวันนางยังแอบเข้ามาในห้องทำงานธนาธิป จัดการเปลี่ยนหลอดไฟในห้องที่ติด ๆ ดับ ๆ ให้เสียด้วย นอกจากธนาธิปที่ต้องคอยดูแลนักเรียนไทยในปีนังแล้ว ยังมี ชัยพงษ์ อีกคนที่เป็นกงสุลไทยที่ดูแลในส่วนของกิจกรรมประเพณี และวัฒนธรรม ชัยพงษ์มีโอกาสได้เจอกลุ่มนักเรียนไทยอยู่เรื่อย ๆ ชัยพงษ์เป็นพี่ชายคนกลางของคัมพล จึงสนิทสนมกับนางเช่นกัน ชัยพงษ์ต่างกับธนาธิปแบบคนละขั้ว เพราะชัยพงษ์คือหนุ่ม Biker ที่มีมอเตอร์ไซค์ Big Bike คันเท่เป็นพาหนะคู่กาย ธนาธิปไม่พอใจที่ชัยพงษ์สนิทสนมกับนางเพราะคิดว่าชัยพงษ์แอบชอบนาง แต่จริง ๆ แล้ว ชัยพงษ์แอบชอบสินีนาฎ และนางเองก็รู้แถมยังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ด้วย แต่สินีนาฎกลับไม่มีใจให้เพราะเธอแอบหลงรักธนาธิปมาตั้งแต่แรกเจอเช่นกัน เวลาผ่านไป...นางเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นในรั้วคอนแวนต์ แต่ก็ยังไม่วายแหกกฎระเบียบโรงเรียนอยู่เสมอ วีรกรรมที่โด่งดังของนางคือการแอบเอาอาหารคาวหวานซุกซ่อนเข้ามาในกระเป๋าเสื้อผ้าทุกครั้งที่กลับเข้าโรงเรียนในวันจันทร์ต้นเดือน... อาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของฮองลัน นางวางแผนแอบเอาขนมเค้กเข้ามาฉลองวันเกิด โดยจะแอบเอาเค้กปอน์ดใส่มาในกล่องรองเท้าพละ และขอให้จรรยาช่วยปล่อยผ่านตอนเข้าเวรตรวจกระเป๋า แต่เมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก เมื่อนางเปิดกล่องรองเท้าพละออกมา กลับพบว่าจากเค้กปอน์ดแสนอร่อยกลายเป็นรองเท้าพละเก่า ๆ เน่า ๆ คู่หนึ่งเท่านั้น เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายปรากฎตัวขึ้นพร้อมด้วยเทียนวันเกิดสั้น ๆ กุด ๆ แท่งหนึ่ง เซ็นส์ฟรานซิสจัดการปักเทียนบนรองเท้าคู่นั้นแล้วให้นางและฮองลันช่วยกันเป่าเทียนให้ดับ แต่เทียนเล่มนั้นดันเป็นเทียนแบบเป่าดับได้ยากเสียด้วย ฮองลันทั้งโกรธทั้งอายที่โดนทำโทษประจานที่ลานกิจกรรม ทั้งหมดโดนทำโทษร่วมกัน ถึงจะอดทานเค้กแต่กลับรักกันแน่นแฟ้นมากขึ้น ละครนางอาย หลายครั้งที่นางมักมีปัญหากับ ซิสเตอร์ปอนลีน แม่ชีประจำวิชาดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงรักนักเรียนไม่เท่ากัน คนไหนที่ลงเรียนพิเศษเปียโนกับเธอ เธอจะรักและเอ็นดูเด็กพวกนั้นมาก ส่วนนักเรียนคนอื่นมักจะโดนไม่ให้ซ้อมเปียโนในห้องดนตรีของเธอ นางเห็นว่าไม่ยุติธรรมเพราะสินีนาฎมักโดนไล่ออกมาจากห้องซ้อมก่อนหมดเวลา พยายามเจรจาเท่าไหร่ก็โดนซิสเตอร์ปอนลีนสั่งทำโทษตลอด คัมพลอาสามารับนาง และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยทุกครั้งชัยพงษ์จะตามมาเจอด้วยเพราะต้องการพบกับสินีนาฎ สายสุดาที่อิจฉาที่พวกนางได้เที่ยวจึงคอยหาเรื่องพูดจาจิกกัดคัมพลเสมอ เพราะลึก ๆ ไม่พอใจที่คัมพลสนใจนางมากกว่าเธอ ช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1 สินีนาฎขาดการติดต่อจากสายสุดาแม่ของเธอ จนปิดเทอมแล้วสายสุดาก็ยังไม่ติดต่อมา จนในที่สุดสินีนาฎก็ได้รู้ความจริงว่าแม่ถูกเพื่อนร่วมธุรกิจโกงจนหมดตัว ส่งข่าวมาบอกว่าไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้แล้ว สินีนาฏทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ต้องหมดอนาคต ซิสเตอร์ออเดรย์ขอให้แม่อธิการช่วยเหลือสินีนาฏได้เรียนต่อจนจบ ม.6 แต่สินีนาฏต้องย้ายจากนักเรียนประจำชั้นหนึ่ง ไปเป็นนักเรียนประจำชั้นสองที่ต้อยต่ำกว่า สินีนาฏคิดฆ่าตัวตาย แต่ซิสเตอร์เทเรซ่ามาห้ามไว้ได้ทัน ซิสเตอร์เทเรซ่ าและซิสเตอร์ออเดรย์เกลี้ยกล่อมจนสินีนาฏยอมเรียนหนังสือต่อจนจบเพื่ออนาคตของเธอเอง สินีนาฏขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับนางเพราะไม่อยากให้นางช่วยเหลือ และอยากตัดขาดเพื่อนชั้นหนึ่งทุกคน วันเปิดภาคเรียน ทุกคนแปลกใจที่เห็นสินีนาฎถูกย้ายไปอยู่รวมกับกลุ่มนักเรียนชั้นสอง พวกสายสุดาพากันเยาะเย้ยถากถาง และสมน้ำหน้า นางไปหาสินีนาฏเพื่อถามความจริงแต่ถูกหลบหน้า นางยิ่งทุกข์ใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก ในที่สุดนางได้รู้เรื่องราวของสินีนาฎ นางเข้าพบคุณแม่อธิการเพื่อส่งตัวสินีนาฏกลับมาเรียนชั้นหนึ่งเหมือนเดิม และจะให้พ่อแม่ของเธอส่งเสียสินีนาฏเอง แต่แม่อธิการไม่ยอมจนกว่าจะได้คำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากเด่นชาติ และเอมอร ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้เพราะทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศ ที่พึ่งสุดท้ายของนางจึงเป็นธนาธิป กลางดึกคืนนั้นนางตัดสินใจแอบออกจากตึกนอน ปีนรั้วไปหาธนาธิปที่ห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันได้คุยกันก็โดนไล่กลับมาก่อน เพราะธนาธิปเห็นว่าไม่ควรพบกันดึก ๆ เช่นนี้ นางขอให้ธนาธิปมาพบเธอที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้ ละครนางอาย แต่ธนาธิปกลับมาในอีก 2 วันถัดมา นางโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เหลือใครที่จะช่วยสินีนาฎได้แล้ว นางขอยืมเงินธนาธิปก่อนจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะเดินทางกลับมา แต่ธนาธิปกลับขอรับอุปการะสินีนาฏเอง โดยอธิบายเหตุผลสารพัดจนนางต้องยอมให้ธนาธิปเป็นผู้อุปการะสินีนาฏ นางขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับสายสุดา เพราะกลัวจะเอาเรื่องนี้มาข่มสินีนาฏ เมื่อสินีนาฏรู้เรื่องการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็ซาบซึ้งและยิ่งทำให้สินีนาฏประทับใจในตัวธนาธิป มากขึ้นไปอีก ชัยพงษ์รู้เรื่องที่ธนาธิปอุปการะสินีนาฎ ก็รู้สึกขัดใจไม่น้อยเพราะเขาอยากจะรับผิดชอบช่วยเหลือสินีนาฎมากกว่าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ธนาธิปงานยุ่งไม่ค่อยได้มาเยี่ยมสินีนาฏตามคำแนะนำของซิสเตอร์ออเดรย์เท่าที่ควร ชัยพงษ์จึงเสนอตัวคอยหมั่นไปเยี่ยมสินีนาฎอยู่บ่อย ๆ คอยซื้อข้าวของต่าง ๆ ให้โดยอ้างว่าธนาธิปสั่ง เมื่อชัยพงษ์รุกหน้าทำคะแนนกับสินีนาฎ คัมพลก็ไม่แพ้กันพยายามมาทำคะแนนกับนาง ธนาธิปไม่พอใจที่นางสนิทสนทกับผู้ชายคนอื่น จึงเริ่มเข้ามาเยี่ยมสินีนาฎมากขึ้น เพื่อจะหาโอกาสได้เจอกับนางมากขึ้นเช่นกัน นางขอให้ธนาธิปพาเธอกับสินีนาฏออกไปดูหนัง ยิ่งได้ออกไปเที่ยวด้วยกันก็ยิ่งใกล้ชิดกัน ธนาธิปถูกใจในความสดใสร่าเริงของนาง แต่กับสินีนาฎเขามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น จอยคามที่แอบชอบธนาธิปมานาน เมื่อเห็นธนาธิปมาส่งนางกับสินีนาฏ จึงรีบไปบอกสายสุดา สายสุดามาเอาเรื่องแกล้งเทขยะใส่สินีนาฏ นางมาช่วย เด็กสาวทั้งสองกลุ่มจึงตะลุมบอนกัน ซิสเตอร์ฟรานซิสลงโทษเด็กทุกคนให้ช่วยกันเก็บขยะ ทำความสะอาดตึกเรียนทั้งหมด แต่สุดท้ายพวกนาง และสายสุดาก็ทะเลาะกันอีก จนเหล่าซิสเตอร์ต้องเข้ามาแยก และหาทางลงโทษพวกเด็ก ๆ ขั้นเด็ดขาด สินีนาฏรู้เรื่องธนาธิปส่งเงินค่าเทอมให้สินีนาฎ จึงโพทะนาไปทั่วว่าสินีนาฏให้ท่าพี่ชายเธอเพื่อให้ส่งเสียเลี้ยงดูหวังจะเป็นเมีย สินีนาฏถูกนักเรียนคนอื่นดูถูกโดยเฉพาะจอยคาม จอยพูดจาดูดถูกสินีนาฎสารพัด สายสุดาคอยพูดเหน็บเปรียบเทียบฐานะให้สินีนาฏเจียมตัว สินีนาฏร้องไห้เสียใจ นางเจ็บแค้นแทนเพื่อนจึงหาทางแก้เผ็ดสายสุดาด้วยการเอาหน้ากากผีมาใส่หลอกสายสุดาตอนกลางคืน ข่าวสายสุดาถูกผีหลอกแพร่สะพัดในโรงเรียน แถมสายสุดาโดนทำโทษที่รบกวนเพื่อนกลางดึกด้วย ละครนางอาย ช่วงเลิกเรียนตอนเย็น กลุ่มนักเรียนจะไปทำกิจกรรมที่ลานกว้างใกล้รั้วระหว่างโรงเรียนหญิงล้วนกับโรงเรียนชายล้วน นาง สินีนาฏ กับเพื่อนแบ่งทีมเล่นคิงส์แคมป์กัน นางดันเผลอตบลูกบอลแรงจนลูกบอลกระเด็นเข้าไปในบริเวณโรงเรียนชายล้วน ทุกคนหน้าจ๋อยเพราะโรงเรียนมีกฎห้ามเข้าไปในโรงเรียนชายล้วน แต่นางยืนยันที่จะปีนเข้าไปเก็บบอลด้วยตัวเอง นางแอบปีนรั้วเข้ามาเก็บบอลที่สนามของโรงเรียนชายล้วน แต่ถูก เดวิด กับ ปีเตอร์ นักเรียนชายชั้นเดียวกับคัมพลแย่งลูกบอลไปและหวังจะลวนลามนาง คริส เพื่อนตัวอ้วนคนสนิทของคัมพลพยายามจะช่วย แต่กลับโดนเดวิด และปีเตอร์จัดการจนต้องหนีไป นางพยายามจะหนีแต่โดนเดวิดและปีเตอร์เข้ามาจับตัวไว้ คัมพลเข้ามาช่วยนางไว้ได้ จัดการเดวิดกับปีเตอร์จนหมอบราบ ทำให้ทั้งสองอาฆาตแค้นคัมพลมาก ธนาธิปมาหานางด้วยเรื่องที่แอบปีนเข้าไปในโรงเรียนชายล้วนจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต เพราะนอกจากคัมพลโดนสั่งพักการเรียนแล้ว เดวิส และปีเตอร์ยังโดนไล่ออกด้วยเพราะเคยมีความผิดเรื่องการชกต่อย แถมยังมีนักเรียนแอบได้ยินพวกเดวิดวางแผนทำร้ายคัมพล นางรู้สึกผิดขอร้องให้ธนาธิปช่วยคัมพลที่เดือดร้อนเพราะเธอ ถึงจะเจ็บปวดที่นางเป็นห่วงชายอื่น แต่ธนาธิปรับปากว่าจะช่วย และขอให้นางสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก เดวิด ปีเตอร์ พาเพื่อนมาดักทำร้ายคัมพลกับคริสตรงถนนเลียบชายทะเล คัมพลเอาตัวเข้าปกป้องคริสจนบาดเจ็บ ธนาธิปมาช่วยเหลือคัมพลได้ทันพร้อมแจ้งตำรวจชาวมาเลย์ให้มาจับกุมตัวเดวิดกับเพื่อนไป ธนาธิปสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปเที่ยวนอกโรงเรียนกับคัมพลอีกเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย และในเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ธนาธิปก็บังคับให้พานางมาอยู่ที่บ้านทูต โดยอ้างว่าให้นางมาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ไม่ได้เกเรที่ไหนอีก แต่ลึก ๆ แล้วธนาธิปอยากอยู่ใกล้นางมากขึ้นเพราะเขารู้ตัวแน่แล้วว่ามีใจให้นาง แต่ธนาธิปจำต้องปิดบังทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เจ้าระเบียบ จอยคาม และสายสุดาหาเรื่องแกล้งสินีนาฎ ให้ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าใจผิดว่าสินีนาฏแอบเอานิยายรักโรแมนติกมาอ่าน แต่นางกลับออกรับแทนว่าเป็นหนังสือของเธอ นางเลยโดนลงโทษด้วยการให้อดอาหารเย็น คืนนั้นซิสเตอร์เทเรซ่าแอบเอาขนมปังมาให้ นางซาบซึ้งในความเมตตาของ ซิสเตอร์เทเรซ่า พูดประสาซื่อว่าขอให้หนูเรียกซิสเตอร์ว่าแม่อีกคนได้มั้ย ซิสเตอร์เทเรซ่าอึ้งเพราะถ้าเด่นชาติไม่ทิ้งเธอไป นางคนเป็นลูกสาวของเธอจริง ๆ ละครนางอาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ เด็กนักเรียนประจำที่ไม่ได้กลับบ้านจะได้ไปพักที่บังกะโล ตันหยงบุหงา นาง สินีนาฏ มาเรีย จอยคาม มีนา จรรยา และเพื่อนนักเรียนประจำมาพร้อมเหล่าซิสเตอร์ ทุกคนสังเกตเห็นซิสเตอร์เทเรซ่าเศร้ามากเมื่อมาถึงที่นี่ เพราะที่แห่งนี้คือที่ ๆ เธอได้พบกับเด่นชาติ และเด่นชาติพูดขอความรัก ขอให้ซิสเตอร์เทเรซ่ารอเขาเรียนจบกลับมาจากอเมริกาแล้วแต่งงานด้วยกัน นางกับจอยคามท้าแข่งว่ายน้ำออกไปยังประภาคารไกลฝั่ง เพราะนางยังฝังใจที่แข่งว่ายน้ำแพ้จอยคามในงานกีฬาสี จอยคามรับคำท้า สินีนาฎพยายามห้ามเพื่อนทั้งสองแต่ไม่มีใครฟัง จอยคามเป็นตะคริวกำลังจะจมน้ำ นางรีบเข้าไปช่วยพาจอยคามกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย จอยคามซาบซึ้งในน้ำใจที่นางช่วยชีวิต จอยคามกับนางถูกลงโทษด้วยกัน ทั้งคู่จึงได้เปิดใจกัน และเคลียร์เรื่องหมางใจต่าง ๆ พร้อมทั้งจับมือสัญญาเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ธนาธิปทนคิดถึงนางไม่ได้ แสร้งขอติดตามเด่นชาติกับเอมอรมาเยี่ยมสินีนาฏที่ตันหยงบุหงา แม่อธิการให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปต้อนรับเด่นชาติกับเอมอร เมื่อเด่นชาติเจอซิสเตอร์เทเรซ่าก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแม่ชีอยู่ที่โรงเรียนคอนแวนต์ เมื่อมีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง เด่นชาติพยายามจะพูดคุยกับซิสเตอร์เทเรซ่า แต่เธอกลับไม่ยอมพูดด้วย นางแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แปลกใจในความสัมพันธ์ของพ่อกับซิสเตอร์เทเรซ่าร์ ธนาธิปเปิดบ้านพักกงสุลไทยจัดงานเลี้ยงต้อนรับเด่นชาติกับเอมอรที่มาพักในปีนัง และเชิญพิทักษ์กับคัมพล ชัยพงษ์ ลูกชายมาด้วย ในงานเลี้ยงธนาธิปตะลึงเมื่อเจอนางแต่งตัวน่ารักสวยสดใส ต่างจากสินีนาฏที่สวยหวาน คืนนั้นคัมพลขอนางเต้นรำ นางที่ไม่ได้คิดอะไรก็ออกไปเต้นรำอย่างสนุกสนาน ธนาธิปหาจังหวะอยู่ตามลำพังกับนาง เพื่อเตือนนางให้ไว้ตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ใครจับมือถือแขนง่าย ๆ เพราะเขาหวงนางอย่างไม่รู้ตัว แต่นางกลับรู้สึกว่าธนาธิปไม่ชอบเธอ จึงหาเรื่องติเธอทุกอย่าง ทำอะไรก็ผิดเสมอในสายตาธนาธิป นางเลยประชดธนาธิปด้วยการอยู่ใกล้คัมพลตลอดเวลา ยิ่งทำให้ธนาธิปร้อนรุ่ม อึดอัดใจมาก พิทักษ์พูดสู่ขอนางให้ ทัศนัย ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนหมออยู่อเมริกา เพราะจากเรื่องชกต่อยของคัมพล ทำให้เด่นชาติเคยปฏิเสธที่จะให้นางหมั้นกับคัมพล ส่วนชัยพงษ์ก็หลงรักสินีนาฎ ดังนั้นจึงเหลือแค่ทัศนัย คัมพลและชัยพงษ์พานาง และสินีนาฎมาเที่ยวงานของปีนัง ธนาธิปที่พาสายสุดามาด้วยจึงมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกันทั้งหมด คืนนั้นธนาธิปมีโอกาสได้อยู่กับนางสองต่อสองอีกครั้ง ธนาธิปพานางไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ทั้งสองคนมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ละครนางอาย สายสุดารู้ว่าจอยคามเป็นมิตรกับนางก็โกรธ หาเรื่องนางที่มาแย่งเพื่อนเธอไป นางและสายสุดาทะเลาะกัน นางเห็นว่าสายสุดาพูดไม่รู้เรื่องก็จะเลิกคุย แต่สายสุดาไม่ยอม ทั้งหมดตะลุมบอลยื้อกันจนสายสุดาพลาดล้มหัวแตก นวลใย แม่ของสายสุดามาเอาเรื่องนางถึงโรงเรียน บังคับจะให้คุณแม่อธิการไล่นางออก แต่งานนี้เพื่อนทุกคนพร้อมใจกันเป็นพยานว่านางไม่ได้เริ่มหาเรื่องก่อน และสายสุดาซุ่มซ่ามหกล้มเอง แถมธนาธิปยังเข้าข้างนางอีกด้วย นวลใยเลยทะเลาะกับธนาธิปไปอีกคน แถมงานนี้นวลใยเผลอหลุดพูดไปว่าเพราะสายสุดาเป็นลูกคนใช้อย่างป้าใช่มั้ย ธนาธิปจึงไม่คิดจะนับเธอเป็นญาติ สายสุดาทั้งโกรธทั้งอายที่เพื่อน ๆ ได้รู้ว่าเธอคือลูกคนใช้ สินีนาฏที่กำลังเศร้าเรื่องที่แม่ป่วยจึงไปซ้อมเปียโนเพื่อผ่อนคลาย โดยไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ กำลังสอบวัดผลเปียโนกันอยู่ ซิสเตอร์ปอนลีนที่โกรธจนขาดสติเข้ามาอาละวาดในห้องซ้อมเปียโน พร้อมทั้งตบหน้าสินีนาฏต่อหน้าทุกคน สินีนาฏเสียใจมากทั้งเจ็บปวด และอับอาย แต่ไม่มีซิสเตอร์คนไหนกล้ายุ่งกับซิสเตอร์ปอนลีน นางทนไม่ได้จึงไปกดดันให้แม่อธิการพาซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้าทุกคน ไม่อย่างนั้นเธอจะลาออกและเพื่อนทุกคนจะลาออกด้วย รวมทั้งสายสุดาเช่นกัน สุดท้ายซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้านักเรียนทุกคน นางขอบคุณสายสุดาที่ร่วมมือกับเพื่อนช่วยสินีนาฏ สายสุดาเก๊ก ๆ ไม่อยากดีกับนางมาก เทศกาลงานวันคริสมาสต์มาถึง นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้นกับงานแฟร์ที่จะมีขึ้นในปลายอาทิตย์หน้า ทุกคนตั้งใจเตรียมงานกันสุด ๆ ทั้งการแสดง ทั้งการออกร้านขายของรวมทั้งซุ้มสอยดาว งานแฟร์คืนนั้นนางต้องไปรับผิดชอบซุ้มสอยดาว เพราะเป็นหน้าที่ของนักเรียนม.4 ธนาธิปมาสอยดาวตามคำชวนของสายสุดา และได้เห็นว่านางกำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งอย่างมีความสุข โต๋เต๋ คือเพื่อนชายที่ชอบ และพยายามจีบนางเป็นคนรัก เลยทำให้นางต้องมาอยู่ที่คอนแวนต์แห่งนี้ ธนาธิป เอมอร และเด่นชาติต่อว่านางเพราะคิดว่านางแอบติดต่อกับโต๋เต๋ นางปฏิเสธและเสียใจมากที่ธนาธิปไม่เชื่อเลยหนีไป สุดท้ายชัยพงษ์ที่ได้สอบสวนโต๋เต๋แล้วยืนยันว่านางพูดความจริง ธนาธิปรู้สึกผิดรีบตามไปง้อนาง ธนาธิปขอโทษที่โกรธเพราะคิดว่านางคบหากับโต๋เต๋ และไม่ต้องการให้นางมีคนรักตอนนี้ อยากให้รอเวลาที่สมควรแล้วค่อยรักกัน นางถามรักกันน่ะรักกับใคร ธนาธิปไม่ตอบแต่กลับซื้อตุ๊กตาหมีที่มีปักตัวอักษรย่อว่า T. แล้วส่งให้นาง ธนาธิปตั้งใจบอกให้นางรู้ว่าเขาต้องการเป็นคนรักของนาง ช่วงวันหยุดยาวระหว่างคริสมาตส์จนถึงปีใหม่ นักเรียนประจำหลายคนเดินทางกลับบ้าน ธนาธิปออกตั๋วเครื่องบินให้สินีนาฏกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทยพร้อมกับนาง เขาตามมาส่งนางที่สนามบินพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์ คัมพลเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้นางด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เจอกันอีก นางขำแต่ก็รับช่อดอกไม้ไปด้วยความยินดี ธนาธิปเตือนนางอ้อม ๆ เรื่องการรับดอกไม้จากผู้ชายคือการเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองไปได้ว่านางมีใจให้ นางก็ประชดประชันไม่ฟังธนาธิป สายสนมพาสินีนาฏมาพักอยู่กับ ทับทิม เพื่อนของเธอที่คอยช่วยเหลือมาตั้งแต่โดนโกง ทับทิมรัก และเอ็นดูสินีนาฎเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง พิทักษ์เดินทางจากภูเก็ตเอาแหวนเพชรมาให้ เด่นชาติเพื่อหมั้นนางกับทัศนัย เด่นชาติและเอมอรรับไว้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนชัยพงษ์เองก็พาพิทักษ์มาสู่ขอสินีนาฏกับสายสนมไว้ก่อน สายสนมตกลง เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยที่สินีนาฏไม่รู้เรื่องนี้ ละครนางอาย ธนาธิปบินมาธุระที่กรุงเทพฯได้พบกับสินีนาฎ และสายสนม สินีนาฎพยายามบอกความรู้สึกของเธอที่มีต่อธนาธิป โดยไม่รู้เลยว่าธนาธิปเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางไปหมดแล้ว ธนาธิปขอนางว่าอย่าเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนนอกจากตน นางอึ้งไม่แน่ใจว่าธนาธิปหมายความว่าอย่างไร ธนาธิปบอกไม่ต้องหาคำตอบจนกว่านางจะเรียนจบ ระหว่างนี้แค่ให้นางทำตามที่ตนขอก็พอ ปีการศึกษาสุดท้าย... แม้เหล่าซิสเตอร์ต่างหนักใจที่พวกนางยังคงความเป็นเด็กซนแซบไว้อย่างเต็มตัว แต่ในเวลาที่จำเป็นทั้งหมดก็แสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาได้ดี ยิ่งเห็นเด็กรุ่นน้องทะเลาะกัน หรือร้องห่มร้องไห้อยากกลับบ้าน รุ่นพี่อย่างพวกนาง สินีนาฏ สายสุดา ก็จะเข้าไปตักเตือนและให้คำปรึกษาแทนเหล่าซิสเตอร์ เหมือนที่ซิสเตอร์คอยสอนให้พวกเธอรู้จักความสามัคคีและการแบ่งปัน หลังจากสอบปีสุดท้ายเสร็จ นาง สินีนาฏ สายสุดา และเพื่อน ๆ แอบจัดงานเซอร์ไพรส์ขอบคุณเหล่าซิสเตอร์ มอบดอกไม้ขอขมาที่พวกเธอเคยล่วงเกิน ซิสเตอร์ซาบซึ้งน้ำตาซึม...เมื่อเห็นนักเรียนที่รักทุกคน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กำลังจะเรียนจบ และจากโรงเรียนนี้ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ คืนก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นางเข้าไปหาซิสเตอร์เทเรซ่า ถามสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด จนรู้ว่าเด่นชาติเคยทิ้งซิสเตอร์เทเรซ่าไปแต่งงานกับเอมอร ทำให้ซิสเตอร์ตัดสินใจบวชตลอดชีวิต นางกราบขอโทษแทนพ่อ ไม่รู้จะชดใช้ความเจ็บปวดนั้นให้ซิสเตอร์เทเรซ่ายังไง นาง สินีนาฏ จอยคาม มาเรีย ฮองลัน ล่ำลากันก่อนจากทั้งน้ำตา และทั้งหมดสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ สินีนาฏรู้ว่าธนาธิปเตรียมตัวย้ายไปกงสุลไทยในสหรัฐ สินีนาฏใฝ่ฝันจะอยากเป็นภรรยาที่ติดตามธนาธิปไปด้วย แต่ธนาธิปกลับพูดดักคอว่าจะแนะนำสินีนาฏให้ทำงานกับเพื่อนของเขา สายสนมต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่ได้บอกสินีนาฏว่าจะต้องแต่งงานกับชัยพงษ์ นางกับธนาธิปมาเจอกันโดยบังเอิญ ธนาธิปช่วยนางหิ้วของ และเดินตามไปช้อปปิ้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ เขาชอบมองใบหน้า และท่าทางที่สดใสตลอดเวลาของนาง ธนาธิปรู้ดีว่าตนเหลือเวลาที่อยู่ในประเทศไทยน้อยลงทุกที เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มจีบนางแบบนิ่มนวล ธนาธิปเทียวรับเทียวส่งนางหลายวันติดกัน พร้อมทั้งหมั่นพูดความนัยกับนางตลอดเวลา ซึ่งนางก็เอะใจ แต่ไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะความเขินอาย เอมอรและเด่นชาติเริ่มรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างนาง และธนาธิป เด่นชาติไม่ค่อยชอบเพราะได้รับปากหมั้นหมายให้นางกับทัศนัยไปแล้ว สินีนาฏเองก็รับรู้เรื่องธนาธิปชอบนางเช่นกันจึงเสียใจมาก สายสนมเตือนสินีนาฏ และพูดเรื่องยกสินีนาฏให้ชัยพงษ์แล้ว สินีนาฏไม่ยอมแต่งงานกับชัยพงษ์เพราะเธอไม่ได้รักเขา ธนาธิปเริ่มเปิดเผยความในใจกับนาง ซึ่งแทนที่นางจะแก่นแก้วตอบตรง ๆ กลับอ้อมค้อม เอียงอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาธิปสัญญาว่าจะพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอนาง เมื่อกลับจากทำธุระที่ต่างจังหวัดเสร็จแล้ว เด่นชาติจึงจัดงานหมั้นระหว่างนางกับทัศนัยอย่างรวบรัด นางร้องไห้เสียใจไม่ยอมหมั้นแต่ขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้ ธนาธิปกลับมาจากต่างจังหวัด นางแอบมาหาธนาธิปที่บ้าน และเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ธนาธิปใช้สติคิดหาทางทำให้นางกับเขาได้รักกันและแต่งงานกัน ส่วนคัมพลเองก็โกรธที่รู้ว่าพ่อพาทัศนัยไปหมั้นนาง คัมพลชกต่อยกับทัศนัยทันทีที่เจอหน้า และไปหานางที่บ้านเพื่อขอความรักจากนาง ขอให้นางถอนหมั้นจากทัศนัย แต่นางปฏิเสธ และบอกว่าว่าเธอรักธนาธิป คัมพลช็อก...ไม่คาดคิดว่าผู้ชายมาดนิ่งอย่างธนาธิป จะแย่งหัวใจนางไปจากเขา ละครนางอาย ธนาธิปไปหาเด่นชาติกับเอมอรเพื่อยืนยันว่าเขารักนางจริง และพร้อมจะแต่งงานด้วย ติดที่เด่นชาติไม่อยากเสียคำพูดกับเพื่อนรัก และจะไม่มีวันยอมให้นางเป็นฝ่ายถอนหมั้นให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด สินีนาฏที่มาปรึกษาธนาธิปเรื่องที่ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับชัยพงษ์ ธนาธิปเตือนสติสินีนาฏให้มองเหตุผลของผู้ใหญ่ สินีนาฏกอดธนาธิป และสารภาพรัก ธนาธิปบอกสินีนาฏตรง ๆ ว่าเขารักนาง และเขาจะแต่งงานกับนาง สินีนาฏอึ้ง ช็อกรู้สึกเหมือนถูกนางทรยศหักหลัง ธนาธิปบอกนางเรื่องสินีนาฏ นางเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบมาหาแต่ดันพบว่าสินีนาฏกินยาฆ่าตัวตาย นางรีบพาสินีนาฏไปส่งโรงพยาบาล พร่ำร้องไห้โทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนรักต้องเป็นแบบนี้ สินีนาฏฟื้นขึ้นมาเจอชัยพงษ์นอนเฝ้าเธออยู่ สายสนมเล่าว่าชัยพงษ์รู้ข่าวก็รีบบินมาจากภูเก็ตและขอเฝ้าเธอทั้งคืนด้วยตัวเอง สินีนาฏเห็นใจชัยพงษ์ แต่หัวใจเธอปวดร้าวเพราะรักที่ไม่สมหวังจากธนาธิป นางมาหาสินีนาฏเพื่อขอโทษในสิ่งที่ทำให้เพื่อนเสียใจ แต่ความรักมันห้ามกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้ นางก็ไม่รู้ตัวว่ารักธนาธิปตั้งแต่เมื่อไหร่ สินีนาฏใจอ่อน...เพราะมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับนางมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะโกรธเกลียดเพื่อนรักได้ ธนาธิปตามสืบทัศนัยจนรู้ว่าทัศนัยรักอยู่กับพยาบาลสาวสวยในคลินิก ธนาธิปจึงไปพูดกับทัศนัยตรง ๆ ว่าเขารักนาง และขอให้ทัศนัยถอนหมั้นกับนาง ในที่สุด...นางกับธนาธิปก็ได้แต่งงานกัน ธนาธิปแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวแก่นแก้ว สนุกสนานในอดีตอย่างนาง จะกลายเป็นหญิงสาวงดงาม และขี้อายตรงหน้าเขาในปัจจุบัน ติดตามชม ละครนางอาย ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครนางอาย เริ้มตอนแรกวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 รายขื่อนักแสดงนำใน ละครนางอาย วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ธนาธิปณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท นาง/อภิรดีชนกสุดา รักษนาเวส รับบท สินีนาฏคาริสา สปริงเก็ตต์ รับบท สายสุดาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท คัมพลจิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ชัยพงษ์ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เด่นชาติไรวินทร์ ออง รับบท มีนาพรรณปพร ศรีดุรงคธรรมพ์ รับบท จอยคามอภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ฮองลันอาริศา หอมกรุ่น รับบท มาเรียบุณฑรีก์ จิตรีงาม รับบท จรรยาณัชพงศ์พล สุดดี รับบท คริสภูวดล เวชวงศา รับบท เดวิดขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ รับบท ปีเตอร์อัญชลี จงคดีกิจ รับบท คุณแม่อธิการนนทิยา จิวบางป่า รับบท มาการิต้าเพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ฟรานซิส ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย

ชาติชาย งามสรรพ /  ฐณัชช์ ทองภูมิ / 

"อาร์ต-พศุตม์" นำทีมบวงสรวงหนังแอ็คชั่นคอเมดี้เรื่องแรกในชีวิต "สายลับเกมส์ โปม่อน 008" บริษัท ทูรินี่ จำกัด ถือฤกษ์ดีในวันฝนพรำ จัดพิธีบวงสรวงภาพยนตร์แอ็คชั่นคอเมดี้เรื่อง สายลับเกมส์ โปม่อน 008 นำทีมกำกับโดย อัศวิน ทัพคัลไลย และดำเนินงานสร้างโดย มงคล อุปะกา อีกทั้งเป็นครั้งแรกบนแผ่นฟิล์มของพระเอก อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ที่ต้องมารับบทเป็น เกมส์ เด็กวัดนิสัยดี ใสซื่อขาวสะอาด อยู่กับหลวงพ่อมาตั้งแต่เล็กจนโต เข้ารับราชการทหารเป็นหน่วยสายลับพิเศษ และได้เข้าไปพัวพันกับเด็กดอยสองคนที่ลงมาหางานทำในกรุงเทพฯ เพื่อหาเงินมาทำขาเทียมให้พ่อ แต่ดันไปมีเรื่องเกี่ยวข้องกับพวกแก๊งเจ้าพ่อมาเฟีย การไล่ล่าจึงเกิดขึ้น !!! โดยหนุ่มอาร์ตกล่าวว่ายังไม่เคยรับเล่นหนังเต็มตัว มีแค่เป็นนักแสดงรับเชิญเท่านั้น เรื่องนี้เป็นแนวแอคชั่นคอมเมดี้ ก็เลยรับเล่นและอยากหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในด้านนี้ด้วย ส่วนชื่อเรื่องที่ไปคล้ายกับเกมดังโปเกม่อน เจ้าตัวบอกไม่ทราบมาก่อนเรื่องนี้ต้องถามผู้ใหญ่ แต่ในเนื้อเรื่องแล้วไม่ได้มีส่วนคล้ายกับเกมแต่อย่างใด แม้ถูกมองว่าเป็นหนังฟอร์มเล็ก ถือว่าเป็นบันไดขั้นแรกและหนุ่มอาร์ตก็ไม่หวั่นว่ากระแสหนังแป้กแต่อย่างใด เพราะงานหลักคือการรับเล่นละครมากกว่า ภายในงานยังมีนักแสดงมากฝีมือร่วมเข้าพิธีบวงสรวงด้วย อาทิ ปุณ ศิริปัญญา จันทิหล้า, กระต่าย ทรรศิกา ยุติมิตร, จูน วรัญรดา แก้วมีศรี, แป้ง นภสกร อุปะกา, หญิง อภิชญา ทากลาง, ไหม ธิดารัต สิงสมบุญ, นัท สุวภัทร ทัดภูธร, ไอซ์ ฐณัชช์ ทองภูมิ และดาว ขำมิน ณ ร้านพาราไดซ์ ปลาเผา ถนนเกษตรนวมินทร์ และในหนังเรื่องนี้ยังมีนักแสดงคุณภาพอย่าง เก่ง ชาติชาย งามสรรพ ร่วมแสดง และนักแสดงสายฮาอีกคับคั่ง อาทิ เท่งน้อย เอนจอยโชว์, โจอี้ เชิญยิ้ม และสมเล็ก ศักดิกุล เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะมีคิวลงโรงฉายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ !