หนังโป๊

คลิปตาดูดาว เท้าติดดิน3 /  ตกเหวคอนโดมิเนียม / 

"พานทองแท้" แพร่คลิป "ตาดูดาว เท้าติดดิน 3" ตอน “ตกเหวคอนโดมิเนียม” ปลุกคนแพ้ให้ลุกขึ้นสู้ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเพจ “Oak Panthongtae Shinawatra” พร้อมเผยแพร่คลิป “การ์ตูนอะนิเมชั่น” เรื่อง “ตาดูดาวเท้าติดดิน” ตอนที่ 3 “ตกเหวคอนโดมิเนียม” โดยนายพานทองแท้ระบุว่า คลิปดังกล่าวเป็นเรื่องราวของการทำธุรกิจที่ล้มเหลวของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เมื่อล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ใหม่ อยู่ที่ตัวเราจะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ หรือจะลุกขึ้นมาสู้กับมันใหม่ โดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ทุกคนย่อมมีโอกาส ที่ตัวเองจะไขว่คว้าเอาไว้ และภายใต้โอกาสนั้นๆอาจเจออุปสรรค จนกระทั่งประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จมาด้วยตัวเอง ร้อยทั้งร้อยต่างก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงที่ล้มลุกคลุกคลาน ของชีวิตมาแล้วทั้งนั้น "คุณพ่อผมเป็นคนคิดอะไรเร็ว สนใจในวิทยาการใหม่ๆ และมักจะเป็นผู้ที่ริเริ่มทำอะไรใหม่ เป็นรายแรกๆเสมอ" ก่อนที่คุณพ่อจะมาจับธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ได้เคยลองผิดลองถูก โดยสร้างโรงหนังที่เชียงใหม่แล้วขาดทุน มาอยู่กรุงเทพฯ หันมาสร้างคอนโดมิเนียมขาย นับเป็นรายแรกๆของไทย แต่โอกาสไม่เอื้ออำนวย กลับประสบปัญหาขาดทุนซ้ำสองเข้าไปอีก สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คุณพ่อผมถือว่าเป็น "โอกาสและอุปสรรคของรายแรก” ที่มีโอกาส "แจ้งเกิด" และ "แจ้งดับ" มากกว่าธุรกิจที่ทำตามคนอื่น ซึ่งมีผู้ "ทดสอบตลาด" ให้เรียบร้อยแล้ว ความเสี่ยงอาจจะน้อย แต่ผลตอบแทนก็จะน้อยลงตามไปด้วย คุณพ่อสอนผมเสมอว่า "ถ้าเราประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้ริเริ่มรายแรก ผลตอบแทนและความมั่นคง ในการดำเนินธุรกิจ ย่อมสูงกว่าผู้ที่ดำเนินการตามเรา เป็นรายที่ 2,3,4.." ทุกคนย่อมมีโอกาส ที่ตัวเองจะไขว่คว้าเอาไว้ และภายใต้โอกาสนั้นๆอาจเจออุปสรรค จนกระทั่งประสบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จมาด้วยตัวเอง ร้อยทั้งร้อยต่างก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงที่ล้มลุกคลุกคลาน ของชีวิตมาแล้วทั้งนั้น "อยู่ที่ตัวเราจะจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ หรือจะลุกขึ้นมาสู้กับมันใหม่ โดยไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา" MThai News

11 พฤติกรรมที่ทำให้ผมบาง หยุดซะนะ
10 อันดับ /  สุขภาพ / 

หนุ่มสาวคนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองผมหลุดร่วงบ่อยๆ จนบางทีกลายเป็นคนผมบางไปเลย หรือคนที่ผมบางอยู๋แล้วเมื่อเจอปัญหาแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ศรีษะแทบจะล้านกันเลย แบบนี้ต้องมาเช็คกันหน่อยแล้วว่า เรามี 11 พฤติกรรมที่ทำให้ผมบาง กันรึเปล่า ถ้าในชีวิตประจำวันของเราทำ 11 พฤติกรรมนี้บ่อยเกินไป มันก็อาจจะมีผลก็ได้นะ 11 พฤติกรรมที่ทำให้ผมบาง หยุดซะนะ 11 พฤติกรรมที่ทำให้ผมบาง หยุดซะนะ 1. สระผมด้วยน้ำอุ่น สาว ๆ หลายคนรู้สึกฟินที่ได้สระผมด้วยน้ำอุ่น แถมยังแอบคิดไปเองด้วยว่า น้ำอุ่นจะช่วยชำระล้างความสกปรกที่เกาะติดเส้นผมได้มากกว่าน้ำอุณภูมิปกติ ซึ่งจริง ๆ แล้วน้ำอุ่นเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่ทำร้ายเส้นผมเรามานักต่อนัก ทั้งทำให้ผมแห้งแตกปลาย ช่วงชิงน้ำมันธรรมชาติบนหนังศีรษะไปอย่างหน้าตาเฉย จนในที่สุดเส้นผมก็มีสภาพอ่อนแอ คราวนี้ก็หลุดร่วงจากศีรษะเราอย่างง่ายดายเลยล่ะค่ะ และในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว สาว ๆ ควรเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้น้ำอุณหภูมิปกติสระผมแทนดีกว่า หรือถ้าใจไม่กล้าพอจะราดน้ำเย็น ๆ ลงบนหัว อนุโลมในการปรับปุณหภูมิน้ำอุ่นเกือบร้อนมาเป็นน้ำอุ่นเบา ๆ เกือบเย็นสระผมแทนก็ได้ 2. จัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน สาวคนไหนที่ไดร์ผม หรือหนีบผมเป็นประจำทุกวัน ทราบไหมคะว่าคุณกำลังทำร้ายเส้นผมอย่างรุนแรงมาก ๆ อยู่ เนื่องจากความร้อนจากการจัดแต่งทรงผมจะเข้าไปทำลายเคลือบผม พร้อมกันนั้นโปรตีนที่เลี้ยงเส้นผมก็จะถูกความร้อนทำลายไปด้วย ส่งผลให้ผมแห้งเสียแตกปลาย เปราะบางและหลุดร่วงง่าย ดังนั้นลองเปลี่ยนมาใช้พัดลมเป่าผม หรือปรับโหมดไดร์เป็นเป่าลมเย็นดีกว่า แล้วอย่าลืมเคลือบเส้นผมด้วยเซรั่มป้องกันความร้อนก่อนการจัดแต่งทรงผมด้วยนะจ๊ะ 3. ไดเอทผิดวิธี โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อเส้นผมมาก ฉะนั้นในแต่ละวันเราควรได้รับสารโปรตีนประมาณ 46 กรัม หรือคิดเป็นร้อยละ 20-30% ต่อสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน แต่ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงไดเอทแบบผิด ๆ ด้วยการอดอาหารบ่อย ๆ แบบนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเส้นผมถึงเปราะบาง หลุดร่วงง่ายเหลือเกิน 4. ทำรุนแรงในขณะที่ผมเปียก ลำพังแค่หวีผมแรง ๆ ในขณะที่ผมแห้งก็ทำร้ายเส้นผมให้อ่อนแอได้มากแล้ว แต่ถ้ายังทำรุนแรงกับเส้นผมขณะที่ผมเปียกอยู่ด้วย งานนี้จะหวังให้เส้นผมแข็งแรงก็ยากแล้วล่ะค่ะ เพราะเส้นผมที่เปียกชื้นจะบอบบางกว่าปกติหลายเท่า ดังนั้นเพียงแค่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรง ๆ หรือหวีผมในขณะที่ผมเปียกอยู่ ก็สามารถทำให้สารเคลือบผม และโปรตีนในเส้นผมถูกทำลายอย่างง่ายดาย เราจึงจะสังเกตเห็นผมที่หลุดร่วงได้มากกว่าปกติ 5. มัดผมแน่นเกินไป การมัดผม หรือถักเปียแน่นเกินไปก็เป็นการทำร้ายเส้นผมอย่างหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะทำให้โครงสร้างเส้นผมหักงอผิดรูปแล้ว ยังอาจทำร้ายเคลือบผมทางอ้อมได้อีกด้วย ดังนั้นพยายามอย่ามัดผม หรือถักเปียบ่อยนักเลยนะคะ ปล่อยให้ผมทิ้งตัวสบาย ๆ บ้าง เป็นการช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดีขึ้นได้อีกหน่อย แถมยังช่วยลดความเสี่ยงผมเปราะบางหลุดร่วงได้อีกทางหนึ่งด้วย 6. ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมผิดประเภท ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีเนื้อหนาหนัก อีกทั้งยังอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถล็อกทรงผมให้อยู่ทรงได้ตลอดทั้งวัน เป็นเหมือนดาบสองคมสำหรับสาว ๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมชนิดนี้มักจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่มาก ซึ่งเจ้าแอลกอฮอล์ก็เป็นตัวการทำให้ผมแห้งเสีย แตกปลายได้เช่นกัน ถ้าไม่เชื่อลองสังเกตดูเวลาที่คุณหวีผมหลังจากชโลมผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเหล่านี้สิคะ จะเห็นได้เลยว่าเส้นผมหลุดติดกับหวีมาหลายเส้นเลยทีเดียว และในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีเนื้อบางเบา หรือเป็นสเปรย์ที่ไม่ได้เกาะติดอยู่บนผมจนทำให้ผมเหนียวเหนอะหนะแทนก็ได้ 7. รับประทานยาคุมกำเนิด โดยปกติแล้วสาว ๆ ส่วนใหญ่จะมีภาวะผมหลุดร่วงง่ายเมื่อเป็นประจำเดือน หรืออยู่ในช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าผมยังหลุดร่วงอยู่ แม้จะผ่านพ้นช่วงเป็นประจำเดือนไปแล้วก็ตาม นั่นอาจจะเป็นเพราะผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดที่คุณกำลังรับประทานอยู่ก็ได้นะคะ โดยเฉพาะยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเพศชายผสมอยู่มาก ดังนั้นลองเปลี่ยนมาทานยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเพศชาย (ฮอร์โมนแอนโดรเจน) ปริมาณน้อย ๆ ก็น่าจะหยุดปัญหาผมหลุดร่วงได้พอสมควร 8. ปัญหารังแค หลายคนสงสัยว่าปัญหารังแคจะมีส่วนทำให้ผมหลุดร่วงได้อย่างไร ต้องบอกตรงนี้เลยค่ะว่า เมื่อเกิดปัญหารังแคกับหนังศีรษะของเรา อาการคันก็จะตามมา และประเด็นก็อยู่ตรงที่ยิ่งเกาก็ยิ่งทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมมากเท่านั้น เป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้ผมหลุดร่วงนั่นเอง ฉะนั้นคงดีกว่าหากคุณจะแก้ปัญหารังแค และอาการคันศีรษะให้หมดไปก่อน ซึ่งขั้นแรกอาจจะเลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของเซเลเนียม ซิงค์ และทีทรีออยล์ หรือถ้าต้องการความชัวร์ก็ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วยก็ดี 9. ตากแดดนาน ๆ รังสียูวีจากแสงแดดไม่เพียงแต่ทำร้ายผิวของเราได้เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นเหตุร้ายที่ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้น ทำลายสารเคลือบเส้นผม จนทำให้ผมเปราะขาดหลุดร่วงง่าย ดังนั้นนอกจากต้องทาครีมกันแดดปกป้องผิวพรรณแล้ว ก็ควรชโลมเซรั่มบำรุงผมที่มีส่วนผสมของสารกันแดดเพื่อป้องปกป้องสุขภาพเส้นผมด้วยนะจ๊ะ 10. ไม่ค่อยสระผม สมัยนี้มีนวัตกรรมแชมพูแห้งที่ช่วยให้สาว ๆ ไม่ต้องเสียเวลาสระผมและเป่าแห้งอีกต่อไป แต่ดาบคมที่สองจากความสะดวกสบายที่ว่านี้ก็เป็นตัวการทำให้ผมหลุดร่วงได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากการใช้แชมพูแห้งสระผมบ่อย ๆ จะทำให้มีสารตกค้างอยู่บนเส้นผม มากเข้าก็อุดตันหนังศีรษะและเส้นผม จนไม่สามารถรับสารอาหารบำรุงผมใด ๆ ได้อีก ก่อให้เกิดอาการเปราะบาง และผมก็หลุดร่วงได้ง่าย ๆ ดังนั้นทางที่ดีเลือกวิธีทำความสะอาดเส้นผมด้วยการสระผมกันดีกว่านะคะ 11. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด สำหรับคนที่ต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาคลายเครียด ยาลดความดันโลหิต หรือยาที่มีส่วนผสมของกลุ่มฮอร์โมน อาจต้องเจอกับปัญหาผมหลุดร่วงอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงจากยาได้ ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าช่วงที่รับประทานยาแล้วผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ กรณีนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาอื่น ๆ ต่อไปแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณข้อมูล girlsallaround.com

เมื่อแม่เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกสวนกลับ
ข่าววันนี้ /  ลูกแต่งตัวโป๊ / 

เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกตอกกลับ "แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" วันนี้(23ต.ค.) เป็นปัญหาที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆท่านต่างพากันหนักอกหนักใจ เกี่ยวกับการแต่งกายของลูกสาว เพราะแฟชั่นการแต่งกายของวัยรุ่นในปัจจุบันดูจะยิ่งสั้นยิ่งบางขึ้นเรื่อยๆ แม้การแต่งตัวเช่นนั้นอาจเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นไปเสียแล้ว แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงอดห่วงไม่ได้ แม้ผู้ปกครองหลายๆท่านพูดตักเตือนบุตรหลานให้ปรับปรุงเรื่องการแต่งตัวให้มิดชิดมากขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่เด็กบางคนอาจจะไม่ยอมฟังหรือทำตามคำแนะนำ อย่างเช่นเรื่องราวของสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมที่เป็นคุณแม่ท่านหนึ่ง เธอรู้สึกเครียดและไม่สบายใจ จึงนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับบุตรสาวมาระบายพร้อมขอคำแนะนำ ผ่านกระทู้ "เครียดค่ะ ลูกสาวอยู่ปี 2 ใส่ชุดนักศึกษาโป๊มาก เราเตือนไป ก็ด่าเรากลับว่า แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" (ภาพประกอบข่าว) ผู้เป็นแม่ได้บรรยายเรื่องราวในกระทู้ว่า สามีเพิ่งเสียไปตอนต้นปี ตัวเธอเองเรียนจบแค่ ม.3  ตอนนี้ก็ทำงานในโรงงานรับค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น ขณะที่ลูกสาวของเธอเป็นนักศึกษาชั้นปีที่2 ของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เมื่อตอนปี 1 ลูกสาวแต่งตัวเรียบร้อยมาก ใส่กระโปรงเลยเข่าและใส่เสื้อซับในทุกครั้ง แต่พอขึ้นปี 2 กลับแต่งตัวโป๊ขึ้น คือใส่กระโปรงทรงสอบสั้นๆประมาณครึ่งขาอ่อนได้ แล้วก็ไม่ใส่เสื้อซับในด้วย ทำให้เธอรู้สึกหนักอกหนักใจมาก เธอตัดสินใจพูดตักเตือนลูกสาวอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง แต่คำพูดของลูกทำเอาคนเป็นแม่อย่างเธอถึงกับจุกอก และข้อความดังต่อไปนี้คือการสนทนาของผู้เป็นแม่ที่เป็นเจ้าของกระทู้กับลูกสาว แม่ : แม่ว่าลูกแต่งตัวโป๊ไปนะลูก ลูกสาว : เดี๋ยวนี้ใคร ๆ เขาก็แต่งแบบนี้กันนะแม่ แม่ : มันอันตรายนะ เสื้อซับในลูกก็ไม่ใส่ ตอนซ้อมลีด ถ้าเหงื่อออกมาก ๆ จะทำยังไง มันเห็นไปถึงไหนต่อไหนนะ ลูกสาว : ไม่มีใครมามองหรอกแม่ พวกที่ซ้อมลีดด้วยกันก็ไม่เห็นมีใครใส่ เหงื่อออก แป๊บเดียวก็แห้งแล้ว แม่ : เวลาเหงื่อออกแล้วเห็นเสื้อใน มันดูไม่งามนะลูก ลูกสาว : แม่ไม่ต้องห่วง หนูดูแลตัวเองได้ พูดอยู่นั่นแหละ แม่ : แม่พูดเพราะแม่ห่วง ตอนนี้เราก็เหลือกันอยู่แค่สองคน ลูกสาว : แม่พูดซ้ำ ๆ แบบนี้มากี่รอบแล้วนี่ หนูบอกแล้วไง หนูดูแลตัวเองได้ เรา : ... ลูกสาว : แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู แม่ : (น้ำตาแทบไหลอะค่ะ) เธอบอกว่าไม่เป็นห่วงเรื่องการเรียนของลูกเลยเพราะผลการเรียนของลูกดีมาก แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือการแต่งตัว เพราะเธอเกรงว่าในอนาคตอาจเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกกลัวลูกจะไม่ปลอดภัย ภายหลังเรื่องของเธอถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจและเข้ามาแสดงความคิดเห็นภายในกระทู้ของเธอเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเข้ามาให้กำลังใจคุณแม่ท่านนี้ เนื่องจากลูกสาวของเธออยู่ในช่วงวัยรุ่น ก็ค่อยๆพูดค่อยๆแนะนำกันไป ขณะที่อีกส่วนหนึ่งบอกว่า คำพูดที่ลูกสาวพูดว่าแม่เรียนมาน้อยเป็นคำพูดที่ไม่ควรพูด และควรตำหนิลูก บ้างก็แนะนำให้ใช้ไม้แข็งในการสอนลูกบ้าง เพื่อให้ลูกได้รู้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ส่งเสียให้ลูกเรียนสูง ๆ ก็มาจากแม่ที่เรียนจบเพียง ม.3 คนนี้ ขอบคุณกระทู้ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมหมายเลข 1787551  MThai News ___________________________________________ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง แฟชั่นชุดนักเรียน ของแต่ละประเทศ นักศึกษาประเทศลาว น่ารักใสใสอมชมพู

ใครเป็นใคร ในรถถังเชอร์แมน Fury วันปฐพีเดือด
Fury /  รถถัง / 

รถถังเชอร์แมนในหนัง Fury วันปฐพีเดือด คงขับเคลื่อนและออกไปบู๊ล้างผลาญไม่ได้ ถ้าปราศจากพวกเขาเหล่านี้ แบรด พิตต์ เป็น “วอร์แดดดี้” - ผู้บังคับการ (The Tank Commander) เปรียบเสมือนหัวใจของหน่วยรถถัง ผู้บังคับการคือผู้ที่ต้องเข้าใจองค์ประกอบในรถถังทั้งหมด และเข้าใจสมาชิกแต่ละคนมากที่สุด เขาคือผู้คอยวางแผนการรบ และเป็นคนที่เสี่ยงชีวิตมากที่สุด เนื่องจากต้องสั่งการอยู่ภายนอกเกราะรถถังอยู่เสมอ ไชอา เลอเบิฟ เป็น “ไบเบิ้ล” - พลปืน (The Gunner) รองหัวหน้าของหน่วย พลปืนคือผู้ที่ควบคุมการยิงปืนใหญ่ประจำรถถัง รวมถึงใช้ปืนกลเบาเพื่อป้องกันข้าศึกเมื่อประชิดตัว พลปืนต้องทำตามคำสั่งของผู้บังคับการอย่างเคร่งครัด และต้องคอยดูเรื่องการสื่อสารระหว่างหน่วยกับกองบัญชาการอีกด้วย จอห์น เบิร์นธัล เป็น “เกรดี้” - พลบรรจุ (The Loader) ผู้คอยเติมกระสุนให้กับปืนใหญ่และปืนกล โดยนอกจากการเติมกระสุนปืนใหญ่ เขาก็ต้องเป็นผู้เหนี่ยวไกยิงอีกด้วย และยังต้องคอยดูแลระบบไฟฟ้าภายในรถถัง โดยส่วนมากแล้วพลบรรจุต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงที่สุดในหน่วย ไมเคิล เพน่า เป็น “กอร์โด้” - พลขับ (The Driver) มีหน้าที่ในการขับรถถัง แต่การขับรถถังนั้นจำเป็นต้องมีทักษะและไหวพริบที่ดี ต้องคอยหาจุดยุทธศาสตร์ที่จะทำให้รถถังของตัวเองได้เปรียบในการรบ และยังต้องเป็นคนที่คอยมองหาข้าศึกที่หลบซ่อนอยู่เพื่อทำลายการเคลื่อนไหวของรถถังอีกด้วย โลแกน เลอร์แมน เป็น “นอร์แมน” - ผู้ช่วยพลขับ (The Assistant Driver) ผู้ช่วยพลขับนอกจากต้องมีทักษะในการขับรถถังแล้ว เขายังต้องทำหน้าที่ยิงปืนกลเบาระหว่างที่กำลังปฏิบัติการณ์ด้วย ถึงแม้ว่านี่จะเป็นตำแหน่งที่คอยสนับสนุนสมาชิกคนอื่น แต่หลายครั้งหน่วยรถถังก็เอาตัวรอดจากวิกฤตได้เพราะผู้ช่วยพลขับ ----------------------------------------------- และมาดูตัวเอกที่เด่นไม่แพ้คนจริงๆ กับ รถถังกองทัพสหรัฐ VS รถถังกองทัพเยอรมัน M4A2E8 Sherman รถถังรุ่น M4A2E4E8 Sherman ถูกใช้โดยกองทัพสหรัฐช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยถูกใช้ผลิตออกมาเป็นจำนวนมากกว่า 4,542 คัน และถูกส่งเข้าสนามรบในช่วงปลายเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1945 จุดเด่นของรถังรุ่นนี้อยู่ที่ความคล่องตัว และสามารถเดินทางได้เกือบทุกสภาวะพื้นผิว แต่ข้อเสียของมันก็คือการมีพลังทำลายที่ไม่มากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับรถถังเยอรมันหรือรัสเซีย น้ำหนัก : 30 ตัน เครื่องยนต์ : 400 แรงม้า ความเร็วสูงสุด: 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วการหมุนป้อมปืน 38 องศา/วินาที ขนาดปืนใหญ่: 75 มิลลิเมตร M3 อัตราการยิงสูงสุด : 15.79 นัด/นาที ระยะการมองเห็น : 330 ม. Tiger II ไทเกอร์ II หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “ราชาแห่งรถถัง” เป็นรถถังของกองทัพเยอรมันที่ถูกผลิตออกมาตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 1994 จนถึงมีนาคม ค.ศ.1945 จำนวนทั้งสิ้น 489 คัน ด้วยขนาดที่ใหญ่โต ความหนาของเกราะ และปืนใหญ่ ทำให้มันจัดได้ว่าอันตรายที่สุดในหมู่รถถังด้วยกัน แต่ข้อเสียของมันก็คือความเชื่องช้า จนบางทีก็อาจพ่ายแพ้ให้กับรถถังขนาดกลางที่มีผู้บังคับการที่เก่ง น้ำหนัก : 68.05 ตัน เครื่องยนต์ : 650 แรงม้า ความเร็วสูงสุด : 38 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วการหมุนป้อมปืน : 27 องศา/วินาที ขนาดปืนใหญ่ : 8.8 cm Kw.K. 43 L/71 อัตราการยิงสูงสุด : 8.96 นัด/นาที ระยะการมองเห็น : 380 ม.

เรื่องตลกที่ไม่ตลก ของสาวๆใน วันแดงเดือด !
PMS /  ประจำเดือน / 

ธรรมชาติของมนุษย์ผู้หญิง เมื่อร่างกายพร้อมที่จะเจริญพันธุ์แล้ว ก็จะมีประจำเดือน ซึ่งวันไหนที่ครบรอบประจำเดือนมา นับเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายสำหรับสาวๆ แทบทุกคนบนโลกนี้เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะมีเลือดออกทางช่องคลอดแล้ว อารมณ์ ความรู้สึก น้ำหูน้ำตา ความเกรี้ยวกราด ของแต่ละนางเนี่ย เรียกได้ว่ามาเต็มจริงๆ ไม่ได้พูดเว่อร์เลยนะ ลองมาดูเหตุการณ์ต่างๆที่ตลกแต่ไม่ตลกนะ มาดูกันว่าจริงป่ะ? 1. ไม่ว่าจะหัวเราะ ไอจาม เคลื่อนไหวทุกท่วงท่า ก็พาเขื่อนแตกเลือดพุ่งไปหมด 2. การซักผ้า ซักกางเกงใน เป็นเรื่องยากเมื่อเป็นประจำเดือน ตัวนั้นก็แดง ตัวนี้แดงอีก โอ้ย ยิ่งเวลานอนอีก ผ้าปูก็ยังจะแดง 3.ปวดท้องเหมือนมี สัตว์ประหลาดกัดกินท้องไส้ (นี่ไม่ได้เว่อร์นะ) 4.งดเรื่องเซ็กส์กับแฟนหนุ่ม ไม่งั้นมีเลอะเทอะ เละเทะ ได้มีงานซอสมะเขือเทศแน่นอน 5.เรื่องขัดใจเล็กน้อย ก็พาลทำให้มีน้ำตาได้แบบไม่รู้ตัว เช่น แฟนเล่นเกม ก็พาลหาเรื่องได้จนน้ำตาแตก  ชีวิตดราม่าขึ้นมาได้ตลอดเวลา 6. กางเกงสีขาวในวันแดงเดือดคือเรื่องต้องห้าม 7.ไม่เคยหยุดกินได้เลยสักชั่วโมง เห็นอะไรก็หิวไปหมด อยากกินอะไรต้องได้กิน ยิ่งอะไรเปรี้ยวๆนะ หืมมม ต้องได้เข้าปาก 8. อภิมหาสิวที่พากันผุดขึ้นบนหน้าแบบไม่เกรงใจ 9. ใช้ทิชชู่หมดหลายม้วน ก็แหม มันทั้งนองหน้านองหลังเต็มไปหมด คุณผู้ชายโปรดช่วยเข้าใจหากพวกเราเข้าห้องน้ำนานด้วยนะคะ 10. ชีวิตใช้ยากเหลือเกิน จะลุกเดินเหิน กระโดด ร้องเย้ว ก็กลายเป็นเรื่องยากเย็นซะอย่างนั้น 11. นั่งเฉยๆอยู่บ้าน กลับเพลียเหมือนไปวิ่งร้อยโลมา ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย 12. ยิ่งวันเผลอๆ  ก็ดันมาแบบไม่ได้ตั้งตัว  ผลที่ได้คืออะไร เลอะเทอะ เลือดนองสิจ๊ะ โมโหไปสิ 13. ร่างกายจะบวมน้ำ พุงป่อง หน้าบานเป็นจานเชิง เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายที่ผลิตมากเกินไปในช่วงตกไข่ 14. ยิ่งใส่ผ้าอนามัยแบบสอด นี่อย่างกะหนังสยองขวัญแหนะเธ๊อ 15.ช็อปแหลก อยากได้อะไรต้องได้ เพราะฮอรโมนพลุกพล่านสุดขีดจริงๆ แหม แต่สาวๆจ๋า... ถึงเรื่องประจำเดือน วันแดงเดือด จะทำให้เราทรมานมากมายสุดทนแค่ไหน แต่อย่างน้อยถ้ามีก็ได้รู้ว่าตัวเองไม่ท้อง หรือ ตั้งครรภ์ล่ะน้า สู้ๆค่า ขอบคุณที่มาจาก Catdumb

หนังไทยชมรมเรื่อง...ผี โดย...ขบวนการลูกนกฮูก (4 เรื่องสั้น) 02.วิญญาณห่วงหา
หนังไทย

ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/01/4-master-vcd.html 1/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414103806.html 2/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414105421.html 3/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414106625.html 4/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414108040.html

คดีข่มขืนศพ (THE WRATH OF SILENCE) 7/10
หนังจีน

เป็นหนังปี พ ศ 2537 ให้เสียงภาษาไทย : อินทรี ทาเคชิ คาเนชิโร - หยวนหย่งอี้: นําแสดง ต้องขอบคุณไฟล์จาก O Sarakham แห่ง youtube.com 1/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413950364.html 2/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413951572.html 3/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413952872.html 4/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413954157.html 5/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413955821.html 6/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413956646.html 7/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413957861.html 8/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413959183.html 9/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413962673.html 10/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413963918.html

5 อันดับข่าวฮอต MThai News
5 อันดับข่าวฮอต /  ข่าวประจำวัน / 

5 อันดับข่าวฮอต MThai News ประจำวันที่ 22 ต.ค อันดับ 1 ปณ.ไทยไม่นิ่งนอนใจพร้อมตรวจสอบ กรณีโล่รางวัลหนังแตก ไปรษณีย์ไทย ชี้แจงการนำจ่ายสิ่งของแตกหักเสียหาย พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง และขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (อ่านต่อ) อันดับ 2 พี่คนดี โพสต์กลอนสอนใจชาวโซเชียล ยุคแห่งการถ่ายประจาน พี่คนดี โพสต์กลอนสอนใจชาวโซเชียล ยุคแห่งการถ่ายประจาน ดูตัวเองก่อนว่าผิดไหม (อ่านต่อ) อันดับ 3 บิ๊กแดนภารตะ ใจป๋าจัดหนัก ออกรถให้ลูกจ้าง 491 คัน อิจฉาไหม ? พนักงานบริษัทส่งออกเพชรจากอินเดีย ได้รับค่าตอบแทนความตั้งใจในการทำงาน เป็นรถ เครื่องประดับ และอพาร์ทเมนต์ (อ่านต่อ) อันดับ 4 สุดหวาดเสียว แห่ชมคลิปเห็บ-ผีเสื้อบินเข้าหูคน บนโลกออนไลน์ได้มีชาวเน็ตแห่ชมคลิปเห็บ-ผีเสื้อบินเข้าหูคน (อ่านต่อ) อันดับ 5 อุทาหรณ์คนรักแมว รักมันจริงอย่าให้กินพาราฯ คนรักแมวต้องรู้ เลี้ยงแมวอย่าให้กินพาราฯเสี่ยงตายเพราะตับวาย (อ่านต่อ) MThai News

คดีข่มขืนศพ (THE WRATH OF SILENCE) 4/10
หนังจีน

เป็นหนังปี พ ศ 2537 ให้เสียงภาษาไทย : อินทรี ทาเคชิ คาเนชิโร - หยวนหย่งอี้: นําแสดง ต้องขอบคุณไฟล์จาก O Sarakham แห่ง youtube.com

SF YEAH! Tuesdays วันอังคารดูหนังสุดคุ้ม
cenima /  Promotion / 

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่มี WeLove SF LINE OFFICIAL ACCOUNT เพียงแสดงรหัสคูปอง 12 หลักที่ได้รับให้แก่พนักงานที่จุดลงทะเบียนรับสิทธิ์หน้าโรง ภาพยนตร์ รับไปเลยคูปองซื้อบัตรชม ภาพยนตร์ ใน วันอังคาร เริ่มต้นที่นั่งละ 80 บาท รับสิทธิ์ได้แล้ววันนี้ที่โรง ภาพยนตร์ใน เครือเอส เอฟ SF (ต้องนำรหัสคูปอง 12 หลักจากจากแอพพลิเคชั่น LINE ไปแสดงแก่พนักงานเมื่อต้องการซื้อบัตรเท่านั้น ไม่สามารถใช้รหัสที่เซฟมาจากภาพหน้าจอ (Capture) ได้) ระยะเวลา โปรโมชั่น เฉพาะ วันอังคาร 21 ตุลาคม 2557 และ วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม 2557 สอบถามที่ SF Call Center 02-268-8888 หรือ โรง ภาพยนตร์ ในเครือเอสเอฟ SF ทั้ง 37 สาขาทั่วประเทศ

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

นี่แหละทายาทผี! เฟอร์กี้ เผยเฮียกัลคือกุนซือของกุนซือ
ทีมชาติฮอลแลนด์ /  ปีศาจแดง / 

อดีตผู้จัดการทีมที่กลายเป็นตำนานของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ท่านเซอร์ เฟอร์กี้ ก็ได้ออกมายกยอง หลุยส์ ฟาน กัล ว่าคือผู้ที่เหมาะสมในการคุมทัพปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน กัล ได้รับตำแหน่งกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเต็มตัวหลังจากที่เขาทำทีมชาติฮอลแลนด์ คว้าอันดับ 3 ในช่วงฟุตบอลโลก 2014  และจากการมาของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงนักเตะแบบแทบยกทีม กล้าที่จะรื้อระบบ ยกเครื่องใหม่หมด จนเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ให้นิยามกับ หลุยส์ ฟาน กัล ว่า "เป็นกุนซือของกุนซือ" เลยทีเดียว ซึ่ง ฟาน กัล แสดงให้เห็นว่า นักเตะทุกคนควารที่จะได้เรียนรู้จากเขา จากเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือชีวประวัติของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน " My Autobiography " ฉบับปรับปรุ่ง ได้กล่าวถึง หลุยส์ ฟาน กัล ไว้ว่า " ผมขอเรียกเขาว่าเป็น กุนซือของกุนซือ เขาเป็นหนึ่งในสุดยอดฝีมือ ฟุตบอลคือชีวิตของเขา ผมชอบหลุยส์และเป็นมิตรกับเขาเสมอ เขานั้นน่าเกรงขาม แรงกระตุ้นของเขาคือเกมลูกหนังอันเปี่ยมสเน่ห์ เขาชอบดูทุกอย่าง ทั้งการเล่นของลูกทีม, การซ้อม และทุกอย่างๆ รวมถึงการพัฒนาเยาวชน"

O.T. ผี Overtime : รักดอกจึงหยอกเล่น
O.T. ผี Overtime /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

เตรียมตัวเตรียมใจตั้งแต่ทราบข้อมูลว่า O.T. ผี Overtime คือภาคต่อฉบับที่ขยายเป็หนังยาวของ โอที หนึ่งในตอนสั้นๆ ของภาพยนตร์ "ตีสาม" เรื่องก่อนหน้านี้ ซึ่งเน้นหนักไปทางขายความหักมุม สยองน้อยหน่อย ตลกมากหน่อย และห่างไกลจากความเป็นเหตุเป็นผล และตัวละครที่มีน้ำหนักทางจิตใจของความเป็นมนุษย์ เพราะลูกล่อลูกชนในหนัง ล้วนเกิดจากตัวละครที่มีลักษณะเหมือนตัวการ์ตูน โอเวอร์แอ็คติ้ง จนบางครั้งรู้สึกกเหมือนกำลังดูละครซิทคอมอยู่อย่างไงอย่างงั้น ดังนั้น เมื่อได้เห็นทั้งหมดนี้ตั้งแต่ก่อนจะดูหนังฉบับเต็ม จึงควรคิดซะว่าไปนั่งเสพความบันเทิง เอะอะมะเทิ่ง มากกว่าจะไปตื่นตะลึงกับพล็อตเรื่อง หรือสยองจนขนลุกขนพอง O.T. ผี Overtime เล่าเรื่องต่อจากเหตุการณ์ในภาคที่แล้ว ที่สองบอส การัน และที แกล้งลูกน้องจนตกบันไดซี้ม่องเท่ง แถโดนผีกลับมาหลอกในลิฟท์ ทำให้ประสาทหลอน เดี้ยงเป็นคนไข้อยู่โรงพยาบาล ร้อนถึง บดินทร์ หุ้นส่วนหลักอีกคน ที่ต้องกลับมาแก้สถานการณ์ ก่อนเพื่อนจะพาลพาทั้งออฟฟิศล่มจม โดยรับงานใหม่จาก อั้น รุ่นน้องคู่แค้นที่มาจ้างจัดงานแต่งงาน ในโรงแรมที่ผีดุสุดๆ แต่งานนี้ยังไงก็ต้องรับไว้ เพราะค่าตอบแทนมหาศาลมันจะช่วยต่อชีวิตให้ออฟฟิศได้ และก็ยังไม่วาย บอสตัวแสบก็หาเรื่องแกล้งคนอีกจนได้ คงไม่ถือว่าเป็นสปอยส์ ถ้าจะบอกว่าตอนต้นของหนังนั้น ได้ย้อนให้เราดูเหตุการณ์ในภาคก่อนแบบสรุปคร่าวๆ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเคยชมภาคก่อนมาแล้วหรือไม่ ก็ไม่ใช่ปัญหา สำหรับ O.T. ผี Overtime ที่เน้นขายความสยองขำขัน ก็สามารถทำได้ดีในระดับที่สอบผ่าน ไม่น่ายี้หรือง่วงเหงาหาวนอน และลูกล่อลูกชน การหักมุมพลิกกลับไปกลับมา ก็ทำให้คนดูได้เดากันไปเรื่อยเปื่อยได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า คือผีจริง หรือผีปลอม กันแน่ แต่อย่างไรก็ตาม การประเคนมุขหักมุมนี้ แบบย้ำไปย้ำมาจนมากเกินงามเกือบตลอดทั้งเรื่องนั้น ก็ทำให้รู้สึกลุ้นตามตัวละครไปได้แค่ไม่เกิน 2-3 ครั้งแรกเท่านั้น ต่อจากนั้นการหลอกไม่หยุดของหนัง ซึ่งย้ำคิดย้ำทำจนแทบจะออกมาเป็นรูปแบบตายตัว และส่งผลให้อยากละความสนใจ ไม่อินังขังขอบกับความเป็นความตายของตัวละครอีกต่อไป และปล่อยให้มุขเฝื่อนๆ และแอ็คติ้งของตัวละคร ทยอยทำงานไปตามหน้าที่ของมัน ในด้านของความสยองขวัญนั้น O.T. ผี Overtime ที่ดูจะมีลีลาการเล่าที่แปลกกว่าหนังผีทั่วไป จนน่าจะมีมุขหลอกหลอนอะไรแปลกใหม่ให้เล่นมากมาย แต่หนังก็ยังพาไปไม่ไกลถึงจุดนั้น และยังคงเล่นตามสูตรความตุ้งแช่! อยู่อย่างหลีกหนีไม่พ้นไปไหน ผีสางวิญญาณเฮี้ยนในเรื่อง (ไม่ว่าของจริง หรือของปลอม) จึงหนักไปทางชวนนขำในการแสดงออก มากกว่าจะไปกลัวกดดันประสาท และทำให้หนังเอนเอียงมาทางคอมเมดี้จนเกือบ 100 เปอร์เซนต์เลยเสียด้วยซ้ำไป แต่ถึงกระนั้น  O.T. ผี Overtime ก็ยังจัดว่าห่างไกลจากหนังที่ทำแบบชุ่ยๆ ด้วยคุณภาพของโปรดักชั่นที่แสดงออกถึงความใส่ใจในระดับหนึ่ง ก็ทำให้หนังไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ และสามารถมอบความบันเทิงแบบเต็มสูบ โดยแทบไม่ต้องไปมองหาเนื้อหาสาระอะไรให้ปวดกบาล ได้แบบเรื่อยๆ ตามอัตภาพ แต่ไม่ได้สะเทือนขวัญ ชวนกรี๊ด จนดูแล้วกลับไปเลิกแกล้งคนอื่นเป็นการถาวร แต่หนักไปทางเห็นดีเห็นงาม กับการแกล้งเพื่อนให้ได้อาย หลอนตาตั้ง ก่อนจะหันไปเฉลยอย่างอารมณ์ดีว่า รักดอกจึงหยอกเล่นนะเพื่อนเสียมากกว่า เพราะการแกล้งกันมันสนุกขำขัน มากกว่าจะมัวหันไปสำนึกผิด อย่างที่มนุษย์สามัญมักจะเป็นในตอนจบเรื่อง เรื่องนี้ให้ 7/10 ครับ โดย Lecter -------------------------------

คดีข่มขืนศพ (THE WRATH OF SILENCE) 6/10
หนังจีน

เป็นหนังปี พ ศ 2537 ให้เสียงภาษาไทย : อินทรี ทาเคชิ คาเนชิโร - หยวนหย่งอี้: นําแสดง ต้องขอบคุณไฟล์จาก O Sarakham แห่ง youtube.com 1/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413950364.html 2/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413951572.html 3/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413952872.html 4/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413954157.html 5/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413955821.html 6/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413956646.html 7/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413957861.html 8/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413959183.html 9/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413962673.html 10/10 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413963918.html

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414

ตัวอย่างแรก Avengers: Age of Ultron ออกมาโชว์พลังกวาดล้างถล่มโลก (+ซับไทย)
Age of Ultron /  Alternade Opening / 

หลังจากเคยมีข่าวว่าตย.แรกจะออนไลน์อาทิตย์หน้า แต่ก็ดูเหมือนมาร์เวลคงจะสนุกมากกับการที่แอบปล่อยออกมาก่อนโดยไม่ให้แฟนๆตั้งตัว สำหรับตัวอย่างแรก Avengers: Age of Ultron ที่มาร์เวล ได้ปล่อยออกมาก่อนเวลา พร้อมทวีตว่า 'ให้ตายสิ พวกไฮดร้า' ซึ่งให้จงใจเหมือนกับตัวอย่างโดนเหล่าไฮดร้า แฮ็คออกมาปล่อยก่อนเวลานั่นเองครับ ซึ่งในตัวอย่างนี้นอกจากความน่าดูของมันที่จะได้เห็นเหล่าฮีโร่กลับมาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา หนังยังโชว์ตัวละครเกือบหมดเรื่องแล้วด้วย ทั้ง อัลตรอน, ควิกซิลเวอร์, สการ์เล็ต วิช รวมถึง ฮัลค์บัสเตอร์ ที่เอาไว้สู้กับ ฮัลค์ และตัวละครเก่าๆอย่าง ไอร่อนแมน กัปตัน ธอร์ ก็ต่างเพิ่มสีสันให้ตนเองเป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังมีใบปิดแรกออกมาอีกด้วย หนังมีกำหนดฉายบ้านเราก่อนอเมริกา 30 เมษายนปีหน้า ยอดกระปุกเตรียมไว้เลยครับ

5 อันดับข่าวฮอต MThai News ประจำวันที่ 23 ต.ค
5 อันดับข่าวฮอต /  ข่าวประจำวัน / 

อันดับ 1 เมื่อแม่เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกสวนกลับ "แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกตอกกลับ แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู(อ่านต่อ ) อันดับ 2 หลอน!! ตร.สหรัฐจับกุมหนุ่มฆ่าเหยื่อให้แฟนมีเซ็กซ์กับศพ ตำรวจสหรัฐจับกุมแฟนหนุ่มฆ่าเหยื่อ เพื่อให้แฟนสาวมีเซ็กซ์กับศพ(อ่านต่อ ) อันดับ 3 วอนช่วย! สาวอายุ 26 แต่เหมือนเด็ก 10 ขวบ ชาวบ้านวอนช่วยหลือ หญิงสาวอายุ 26 แต่ดูเหมือนเด็ก 10 ขวบ เดือดร้อนอับอาย สมัครงานไม่มีคนรับ (อ่านต่อ) อันดับ 4 โละสต๊อกยาง 2 แสนตัน ทำสนามฟุตซอล กระทรวงเกษตรฯ เตรียมโละสต๊อกยาง 2 แสนตัน ทำสนามฟุตซอล งบกว่า 6,500 ล้าน พร้อมลดปริมาณส่งออกยางลงมาอยู่ที่ 70%(อ่านต่อ) อันดับ 5 คสช.ลั่น! เปล่าห้าม ปู-แม้ว บินอินเดีย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกไม่มีความจำเป็นต้องสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปประเทศอินเดีย (อ่านต่อ)

มาร์ค วอลเบิร์ก ผอมขี้ก้าง และติดพนัน ในทีเซอร์แรกจาก The Gambler
Mark Walberg /  Rise of the Planet of the Apes / 

ปล่อยทีเซอร์แรกออกมาแล้ว สำหรับหนังที่พ่อหนุ่ม มาร์ค วอลเบิร์ก ยอมขอลดกล้ามโตๆของเขา ให้เหลือแต่โครงกระดูกเพื่อบทนี้โดยเฉพาะ สำหรับ The Gambler ผลงานดราม่า ตลกร้าย ของผู้กำกับ รูเพิร์ด ไวแอ็ท ที่เรารู้จักเขาดีจากหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Rise of the Planet of the Apes ที่มาคราวนี้เขาขอมาจับหนังที่สเกลเล็กลง แต่น่าจะยังคงความสนุกที่แปลกใหม่แบบที่ทีเซอร์แรกบอกอย่างแน่นอน นอกจาก วอลเบิร์ก หนังยังมีหนุ่มร่างท้วมอย่าง จอห์น กู๊ดแมน ร่วมแสดงด้วย ในหนังที่เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์ติดพนัน ที่เรื่องซวยๆดันเกิดเมื่อเขาได้ดันไปแหยมกับแก๊งค์มาเฟีย ที่ต้องทำให้เขาเอาชีวิตรอดที่จากพวกมันให้ หนังมีกำหนดฉาย 19 ธันวาคมนี้ ในอเมริกา ส่วนบ้านเราคงฉายกันประมาณปีหน้าครับ

ลงทุนโคตร ช่างภาพมะกัน ระเบิดรถราคา 1.6 ล้านสร้างงานศิลปะ
งานศิลปะสุดแปลก /  ช่างภาพระเบิดรถ / 

ช่างภาพชาวอเมริกันสุดติส ระเบิดรสหรู ราคาเกือบ 2 ล้าน สร้างงานศิลปะสุดแหวก วันนี้ (22 ต.ค.) รายการ Around the world by CNN ทางช่อง MONO29 ได้นำเสนอข่าว ของนาย เทเลอร์ ชิวส์ ช่างภาพชาว ลอสแอนเจลิส ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับผู้ทำฉากระเบิดในหนัง เพิร์ล ฮาร์เบอร์ เขาได้ ทำการระเบิด รถโรสรอยส์ รุ่น ซิลเวอร์ โกสท์ ปี 1969 ที่เขาซื้อมาในราคา 5 หมื่นดอลลาร์ หรือราย 1.6 ล้านบาท เพื่อสร้างผลงานศิลปะสุดแหวก โรสรอยส์ เป็นรถคลาสสิค ราคาแพงอันดับต้นๆ สำหรับคนที่มีรสนิยมสูง โดยเขาได้ให้ความเห็นว่า ผลงานชิ้นนี้เป็นเรื่องที่สนุกมากสำหรับเขา โดยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำงายข้าวของเพื่อสร้างงานศิลปะ แต่ก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานศิลปะชิ้นนี้ของเขา ได้ถูกนำไปแสดงในแกลอรี่ ในขณะที่บางรูปอาจจะสามารถ ขายได้ในราคาหลายพันดอลลาร์เลยทีเดียว Mthai News ขอบคุณ รายการ Around the world by CNN ทางช่อง MONO29