หนังโป๊

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

คนเราต้องมีพลาดกันบ้าง! กับทีมสุดห่วยแห่งศตวรรษที่ 21 ของ ลิเวอร์พูล
ดิยุฟ /  ดิเยา / 

จริงอยู่ที่ว่า ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และมีผู้เล่นมากหน้าหลายตาต่างๆ เข้า-ออกสโมสรตามวัฏจักรโลกฟุตบอล แน่นอนว่าผู้เล่นเหล่านั้นย่อมมีทั้งเล่นได้ดีและไม่ดีพอสำหรับสโมสร เราเลยมาลองจัดทีมที่ลิเวอร์พูลถือว่า "พลาด" ที่คว้าตัวพวกเขามาร่วมทีม นับตั้งแต่ขึ้นปี 2000 กันดีกว่า ผู้รักษาประตู: อดัม บ็อกดาน ท่าไม้ตาย: ถุงมือหล่อลื่น มาแรงแซงทางโค้งจริงๆ สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูฟอร์มสุดบู่นี้  แม้เขาจะสวมบทฮีโร่ในการเซฟ 3 จุดโทษ ช่วงดวลจุดโทษ ในเกมลีก คัพกับคาร์ไลส์ ยูไนเต็ด พาทีมเข้ารอบต่อไป แต่บ็อกดานกลับโชว์เหวอ 2 เกมติดต่อกันที่ได้เขาได้รับโอกาสลงเฝ้าเสา ด้วยการทำหมูหกในเกมที่แพ้วัตฟอร์ด 3-0 และเสียประตูจากลูกเตะมุมในเกมกับเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ด้วยผลงานอันงามหน้า ทำให้บ็อกดานไม่มีชื่อติดทีมชุดใหญ่หลังจากนั้นอีกเลย แบ็กซ้าย: พอล คอนเชสกี้ ท่าไม้ตาย: เปิดบอลไปหาใครไม่รู้!? เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่รอย ฮอดจ์สัน ดึงตัวมาร่วมทีม อดีตฟูลแบ็กของชาร์ลตันและฟูแล่มไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ในถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์ นอกจากจะเติมเกมรุกไม่ได้เรื่องแล้ว คอนเชสกี้ยังโชว์ความเป็นบ่อน้ำมันให้กับทีมทุกครั้งที่ลงเล่น แน่นอนว่าเวลาของคอนเชสกี้กับลิเวอร์พูลย่อมสั้นมาก ไม่ต่างอะไรจากเวลาของลิเวอร์พูลกับรอย ฮอดจ์สันที่เป็นคนดึงตัวเขามา เซ็นเตอร์: ฌิมี ตราโอเร่ ท่าไม้ตาย: แตะบอลลอดขาตัวเอง ต้องยอมรับในความจริงที่ว่า ชายผู้นี้เป็นส่วนหนึ่งในค่ำคืนที่อิสตันบูล ตราโอเร่ สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง แต่ขาดซึ่งความสามารถด้านฟุตบอล เขามักจะทำฟาล์วคู่แข่งบริเวณใกล้กับกรอบเขตโทษของตัวเอง และมักจะโชว์ทักษะอันแพรวพราว อันนำมาซึ่งการเสียประตูของฝั่งตัวเองในท้ายที่สุด เซ็นเตอร์: เมาริซิโอ เปเยกริโน่ ท่าไม้ตาย: กลับตัวราวดวงจันทร์หมุนรอบตัวเอง เซ็นเตอร์แบ็กประสบการณ์สูง ที่ราฟา เบนิเตซหวังจะมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแนวรับของทีมตัวเอง (ในเวลานั้น) แต่ในความเป็นจริงแล้ว เปเยกริโน่ ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความเร็วและพละกำลังในเกมฟุตบอลที่อังกฤษได้เลย ก่อนจะย้ายไปอลาเบส และกลับมาร่วมงานกับราฟา เบนิเตซ ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีม ในปี 2008 แบ็กขวา: ฟิลิปป์ เดเก้น ท่าไม้ตาย: ใช้ปากทำงานมากกว่าเท้าตัวเอง หนึ่งในผู้เล่นที่แทบจะถูกลืมไปจากความทรงจำของแฟนบอล เดเก้นวนเวียนไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองในถิ่นแอนฟิลด์ จะว่าไป เขามีบทสัมภาษณ์ที่มากกว่าจำนวนเกมที่ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลเสียด้วยซ้ำ! กองกลางตัวกลาง: คริสเตียน โพลเซ่น ท่าไม้ตาย: แย่งบอล และเสียบอลอย่างรวดเร็ว เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจเลยที่ลิเวอร์พูล และแน่นอนว่ารอย ฮอดจ์สันเป็นคนดึงเขามาร่วมทีม ปกติแล้ว โพลเซ่นจะเล่นเป็นกองกลางตัวรับ ในระบบกองกลาง 3 ตัว แต่กลับที่ลิเวอร์พูล เขาต้องเล่นเป็นกองกลางสไตล์บ็อก-ทู-บ็อก ในระบบกองกลาง 2 ตัว โพลเซ่น มีจุดด้อยตรงการส่งบอลในระยะไกล ความคล่องตัวและความเร็วที่ช้าเป็นเรือเกลือ ก่อนจะเก็บกระเป๋าย้ายออกจากทีมไป โดยเล่นให้กับลิเวอร์พูลเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น กองกลางตัวกลาง: ซาลิฟ ดิเยา ท่าไม้ตาย: ส่งคืนหลังที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ดิเยา ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล หลังประสบความสำเร็จกับทีมชาติเซเนกัล ในศึกฟุตบอลโลก 2002 โดยตำแหน่งที่เขาถนัด คือ กองกลางตัวกลาง แต่มักจะถูกโยกไปเล่นเซ็นเตอร์และฟูลแบ็กอยู่บ่อยครั้งในทีมลิเวอร์พูล หลังจากไม่ประสบความสำเร็จกับลิเวอร์พูล ดิเยา ย้ายไปเล่นในรูปแบบสำรองหลายทีม ก่อนย้ายไปสโต๊ก ซิตี้ เป็นการถาวรในปี 2007 ปีกซ้าย: มิลาน โยวาโนวิช ท่าไม้ตาย: เลี้ยงบอลไปไหนไม่รู้!? เจ้าของฉายา "งูเลื้อยแห่งเซอร์เบีย" จากสไตล์การลากเลื้อยที่พลิ้วไหวของเขา แต่กลับโชว์การเลื้อยไม่ออก ยามเล่นให้กับลิเวอร์พูล เหมือนครั้งที่โชว์ฟอร์มให้กับสตองดาร์ด ลีแอช ก่อนระเห็จออกจากลิเวอร์พูล หลังลงเล่นไปเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น ปีกขวา: เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ ท่าไม้ตาย: พ่นน้ำลาย หนึ่งในผู้เล่นที่แฟนบอลทุกทีม (แม้กระทั่งทีมตัวเอง) ร้อง "ยี้!" บนหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังสมัยใหม่ ดิยุฟ ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล 80 เกม ทำได้เพียง 8 ประตู หนึ่งในวีรกรรมอันเลื่องชื่อของดิยุฟ คือ การถ่มน้ำลายใส่แฟนบอลเซลติก ในเกมยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) นำมาซึ่งการถูกแบน 2 เกม และปรับเงินเดือน 2 เดือน เพื่อบริจาคให้กับมูลนิธิของเซลติก กองหน้า: ยาโก้ อัสปาส ท่าไม้ตาย: ลูกเตะมุมสั้น บางครั้งผู้เล่นก็ต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการปรับเข้ากับสโมสรและลีกใหม่ๆ ยาโก้ อัสปาส เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอีกคนหนึ่ง เขาอยากฝากอนาคตไว้กับลิเวอร์พูล และแฟนบอลก็อยากเห็นพี่แกประสบความสำเร็จกับต้นสังกัด แต่ปัญหาหลักของอัสปาส คือ สภาพร่างกายที่บอบบางราวกระดาษ A4 ทำให้เขาต้องกลับไปเล่นให้กับเซลต้า บีโก้ หลังไม่สามารถสอดขึ้นมาเล่นให้กับลิเวอร์พูลได้ ปัจจุบัน อัสปาส ทำไป 14 ประตู กับอีก 4 แอสซิสต์ ให้กับเซลต้า บีโก้ ในฤดูกาลนี้ กองหน้า: อังเดร โวโรนิน ท่าไม้ตาย: ผมหางม้า หากยังไม่ตัดสินผลงานของ คริสติยง เบนเตเก้ ที่กำลังต่อสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงในทีม (ตอนนี้มีอาการบาดเจ็บ) โวโรนินคือศูนย์หน้าสุดห่วยของทีมนี้ไปโดยปริยาย อดีตเจ้าของหมายเลข 10 ในถิ่นแอนฟิลด์ สามารถลงเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมรุก แต่กลับไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้สักตำแหน่ง ก่อนย้ายออกจากทีมไปในปี 2010

โรงหนังแบบนี้ที่เราอยากเห็น : Lexi Cinema
Cinema /  gallery หนัง รูปภาพหนังใหม่ Movie / 

มีด้วยเหรอออ? โรงหนังที่ไม่ฉายหนังเพื่อเงิน แต่เพื่อความสุขของชุมชน! โดย ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ (BIOSCOPE) “โรงหนังที่พาหนังไปตระเวนฉายทั่วเมือง, บริจาคกำไรทั้งหมดให้การกุศล, ทำขึ้นด้วยจุดประสงค์จะให้ชาวเมืองได้มีกิจกรรมมาพบปะเฮฮากัน, สร้างประสบการณ์ดีๆ ให้ผู้คนได้ทึ่งในมนตร์มหัศจรรย์ของหนัง และเพื่อให้ชาวเมืองได้มีช่วงเวลาที่มีความสุข” โอ้วววว ในโลกนี้มีโรงหนังที่คิดที่ทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรออออ!? ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่ามันมีอยู่จริงๆ ...นี่คือ “Nomad” กิจกรรมฉายหนังที่โรงหนัง Lexi Cinema ในลอนดอนทำต่อเนื่องมาเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และถ้านั่นยังน่าทึ่งไม่พอ ข้อมูลอีกข้อก็คือ โรงหนังแห่งนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของชุมชน และไม่ได้วางตนเป็นโรงหนังเพื่อธุรกิจล้วนๆ ทว่าเป็น “โรงหนังเพื่อสังคม” Lexi Cinema ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอนดอนและฉายหนังสารพัดแนวตอบสนองผู้ชมหลากหลายกลุ่ม แต่เมื่อเล็งเห็นว่ายังมีคนอีกมากมายที่ไม่มีโอกาสดูหนังเหล่านี้ พวกเขาก็เลยจัดกิจกรรม “โรงหนังป๊อปอัพ Nomad” ขึ้นพาหนังไปฉายในบริเวณต่างๆ ทั่วลอนดอน (ตั้งแต่สวนสาธารณะ, พิพิธภัณฑ์ ไปยันย่านโรงงาน, โรงเบียร์ และสุสาน) โดยมีทั้งหนังกลางแปลงพร้อมบาร์ขายอาหารและเครื่องดื่ม  บางครั้งมีดนตรีเล่นสดแถม มีนิทรรศการ มีของแจก มีการเล่นเกมประกวด ฯลฯ ส่วนหนังที่ฉายก็มีตั้งแต่หนังคัลต์คลาสสิก, หนังเกรดบีเน้นความมันเฮฮา, หนังฮิตใหม่บ้างเก่าบ้าง สลับสับเปลี่ยนด้วยหนังสั้นและหนังอาร์ตหาดูยาก, จับมือกับหน่วยงานต่างๆ ทำอีเวนท์พิเศษทางศิลปะและวัฒนธรรม (เช่น จัดฉายหนังและนิทรรศการศิลปะ 4 คืนรวด ร่วมกับ Royal Academy of Arts, ฉายหนังเกี่ยวกับน้องหมา โดยจัดร่วมกับ The Mayhew Animal Home และให้คนดูพาหมาไปร่วมงานได้) แถม Nomad ยังผลิตหนังสั้นเองด้วยในชื่อชุด 1000 Londoners ซึ่งประกอบด้วยหนังสั้น 3 นาทีหลายๆ เรื่องที่จะทยอยฉายในแต่ละครั้ง เนื้อหาว่าด้วยชีวิตของผู้คนหลากหลายในนครลอนดอน Nomad ได้ชื่อว่าเป็น “Social Enterprise Pop-Up Cinema” แห่งแรกของสหราชอาณาจักรที่บริจาคกำไรทั้งหมดให้แก่การกุศล โดยมอบกำไรให้สถาบัน The Sustainability Institute ในแอฟริกาใต้เพื่อใช้ทำงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กๆ ขณะที่ตัวโรงหนัง Lexi Cinema เองก็ดำเนินกิจการแบบไม่ค้ากำไรเกินควร อาศัยการสนับสนุนของผู้ชมในท้องถิ่นและการทำงานแบบอาสาสมัครของคนรักหนังที่มีความเชื่อเหมือนๆ กันว่า โรงหนังดีๆ แบบนี้ควรมีอยู่ในพื้นที่ของพวกเขา ^^

เด็กอึ้งทั้งโรงหนัง! วิจารณ์สนั่นฉายตัวอย่างหนังวาบหวิวก่อน Captain America: Civil War ฉาย
Captain America: Civil War /  ตัวอย่างหนัง / 

เด็กอึ้งทั้งโรงหนัง! วิจารณ์สนั่นฉายตัวอย่างหนังวาบหวิว ก่อน Captain America: Civil War ฉาย กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกโซเชียลให้วิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นเมืองทีเดียว เมื่อภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่คนไทยหลายคนรอคอยอย่าง Captain Americ: Civil War เข้าโรงฉายในบ้านเรา ก็ทำให้คนแห่ตีตั๋วเข้าชมภาพยนตร์กันอย่างล้นหลาม แน่นอนว่าก่อนที่ภาพยนตร์จะฉายนั้นก็ต้องมีภาพยนตร์ตัวอย่างให้ชมเพื่อเป็นการโฆษณา ทว่ามีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ตัวอย่างค่อนข้างล่อแหลมฉายออกมาด้วย ซึ่ง Captain America: Civil War ถูกจัดอยู่ในเรต PG-13 ทำให้คนที่อายุมากกว่า 13 ปีเข้าชมได้ ในขณะที่ตัวอย่างภาพยนตร์ที่ล่อแหลมนั้นดันเป็นตัวอย่างภาพยนตร์ที่ไม่ควรให้เยาวชนผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ดู จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ซึ่งล่าสุดกระทู้ที่เป็นประเด็นในเว็บไซต์พันทิพ ทาง SF Customer Service ได้ออกมาชี้แจงดังนี้ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหวทีเดียว หลังจากนี้ทางโรงภาพยนตร์ควรคัดเลือกภาพยนตร์ตัวอย่างที่จะนำมาฉายให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเหมาะสมกับตัวภาพยนตร์ที่กำลังจะฉาย และความสบายใจต่อผู้ชมภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ อ่านกระทู้ได้ที่ http://pantip.com/topic/35093805/comment131 ขอขอบคุณภาพประกอบจาก www.gettyimages.com และ www.pantip.com

กินแต่ของอร่อย ตายไว! เลือกกินดีมีประโยชน์ ช่วยต้านโรค ในแบบ โภชนบำบัด
กินดีมีประโยชน์ /  กินอาหารมีประโยชน์ / 

เชื่อว่าในปัจจุบันคนส่วนใหญ่เวลากินอาหาร จะเน้นเรื่องความอร่อยและหน้าตาเป็นหลัก โดยลืมนึกถึงเรื่องของสุขภาพจนทำให้เกิดปัญหาโรคภัยต่าง ๆ ตามมาโดยที่ไม่ทันรู้ตัว ซึ่งหากใคร ที่ตรวจพบว่าเป็นโรคแล้ว การกินแบบ โภชนบำบัด (Diet Therapy) หรือการใช้อาหารช่วยรักษาโรค ด้วยการเลือกกินอาหาร ที่เหมาะกับโรคที่เป็นอยู่ ถือเป็นอีกวิธีที่จะสามารถช่วยคุณได้ โดยการเปลี่ยนเป็น กินดีมีประโยชน์ ต้านทานโรค แทนการกินที่เน้นเพียงความอร่อย.. โรคอ้วน ควบคุมปริมาณอาหาร ผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือมีภาวะน้ำหนักตัวเกินนั้น เป็นสาเหตุของโรคภัยต่าง ๆ เช่น หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ข้ออักเสบนั่นเอง สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน การควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งในแต่ละวันต้องกินอาหารให้ครบทุกมื้อ แต่ควรลดพลังงานลงวันละ 500-1,000 แคลอรี โดยพลังงานที่ได้รับควรเน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น อกไก่ลอกหนัง เนื้อปลา และธัญพืชต่าง ๆ แทนเนื้อสัตว์ที่ไขมันสูง นอกจากนี้ยังควรงดอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ลดปริมาณของโซเดียม และของทอด แต่เน้นกินผักผลไม้ที่มีใยอาหารสูงเพื่อให้อิ่มนานยิ่งขึ้นแทน โรคไต งดอาหารโปรตีนสูง ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับของเสียจากการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย นอกจากนั้น ไตยังมีหน้าที่ควบคุมความดันเลือดอีกด้วย โรคเกี่ยวกับไตมีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นไตวายฉับพลัน ไตรั่ว ฯลฯ โดยอาหารที่มีผลต่อโรคไตเป็นกลุ่มที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่แดง นม เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ทุกชนิด ธัญพืชหรือถั่วต่าง ๆ เนื่องจากในส่วนของอาหารที่มีโปรตีนสูงมักจะมีฟอสเฟตสูงตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นตัวเร่งให้ไตเสื่อมรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังควรงดอาหารที่มีโซเดียมสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งมักมีอยู่ในปลาเค็ม แฮม เบคอน ไส้กรอก ของหมักดอง รวมทั้งเครื่องปรุงที่มีเกลือโซเดียมเป็นส่วนประกอบทั้งหมด โดยให้หันมาเลือกกินผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดหอม แตงกวา ถั่วงอก สับปะรด องุ่น เป็นต้น โรคเบาหวาน ควบคุมปริมาณน้ำตาล โรคเบาหวานอย่างที่เรารู้ ๆ กันว่าเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน ซึ่งโรคเบาหวานเกิดได้ทั้งจากผู้ที่มีสภาวะน้ำหนักเกิน พันธุกรรม และผู้ที่มีปัญหาการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ไตเสื่อม การควบคุมปริมาณอาหาร และน้ำตาล รวมถึงควบคุมน้ำหนักซึ่งส่งผลกับโรคโดยตรง โดยผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเริ่มต้นด้วยการกินอาหารให้ตรงเวลาไม่กินจุกจิก งดอาหารที่มีส่วนประกอบน้ำตาลสูง เช่น ผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลมาก ขนมหวานหรือเค้กต่าง ๆ ของทอด ของมัน รวมทั้งข้าวซึ่งมีผลต่อปริมาณน้ำตาลในเลือด โดยเน้นกินพืชผักผลไม้ที่ใยอาหารสูง ถึงแม้น้ำตาลจะอยู่ในระดับปกติแต่ก็ควรควบคุมอาหารต่อไป โรคความดันโลหิตสูง ระวังเกลือ เมื่อพูดถึงโรคที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเป็นกันก็คือโรคความดันโลหิตสูง ถือเป็นโรคที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเพราะไม่แสดงอาการใด ๆ โดยจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคไต และโรคอัมพาตแบบที่คุณไม่ทันตั้งตัวเลยเชียวล่ะ สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเรื่องอาหารการกินก็สำคัญไม่แพ้กับการกินยา ซึ่งอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคืออาหารที่มีเกลือเป็นส่วนผสมอยู่มาก เพราะโซเดียมในเกลือ ทำหน้าที่ควบคุมความดันของผนังเซลล์ เช่น ซอสปรุงรส ต่าง ๆ อาหารแช่แข็ง ของหมักดอง อาหารกระป๋อง รวมทั้งควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในส่วนของอาหารที่ผู้ป่วยสามารถกินได้คือ ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ข้าวโอ๊ต กล้วย ถั่ว มันฝรั่ง เป็นต้น เพราะประโยชน์ของอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ความดันโลหิตของคุณลดลง โรคไขมันในเลือดสูง ควบคุมปริมาณไขมัน ภาวะไขมันในเลือดสูงนั้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็งตัว เมื่อมีไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือดจนทำให้หลอดเลือดตีบตัน โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจด้วยแล้วอาจทำให้หัวใจขาดเลือดได้ นับเป็นโรคร้ายที่มีคนเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ หากผู้ที่ตรวจพบว่ามีไขมันในเลือดสูงควรควบคุมอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่แดง น้ำมันจากสัตว์ น้ำมันปาล์ม กะทิ หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง เป็นต้น ซึ่งเป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง โดยอาหารที่กินควรเป็นประเภท ต้ม ยำ นึ่ง หรือหากจะผัดทอดให้ใช้ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก และน้ำมันดอกทานตะวัน แทนการใช้ไขมันจากสัตว์ สำหรับอาหารที่เหมาะกับคนที่ภาวะไขมันในเลือดสูง เช่น นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตไม่มีไขมัน เนื้อปลา อกไก่ลอกหนัง ถั่วต่าง ๆ และที่สำคัญเลือกกินผักผลไม้ที่มีกากใยสูงจะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดี นอกจากพฤติกรรมการกินและการดำเนินวิถีชีวิตที่ผิด จะส่งผลเสียต่อสุขภาพแถมยังเป็นตัวเร่งของโรคอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกินแบบไม่คิดจนเกิดภาวะน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ ขาปาร์ตี้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นคุณควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินโดยเลือกกินอาหารที่ดี ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีของเราจะได้ห่างไกลจากโรคกันนะคะ เรื่องโดย : หทัยชนก เอี่ยมภูเขียว นิตยสารแม่บ้าน

รีวิว เที่ยวเกาะช้าง จนต้องเอยปากว่า ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง!!
จันทบุรี /  ทะเล / 

เที่ยวเกาะช้าง (Shutter&Travel) เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในทะเลอ่าวไทย และเป็นเกาะที่ใหญ่อันดับ 2 ในรองเพียงเกาะภูเก็ต อยู่ในเขตจังหวัดตราด มีเกาะบริวารกว่า 52 เกาะ มองจากด้านบนเหมือนรูปโขลงช้าง จึงได้ชื่อว่า เกาะช้าง โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล… เสียง เพลงที่คุ้นหูดังขึ้นทุกครั้งที่ได้มีโอกาสมาใกล้ชิดทะเล และหวนนึกถึงทริปทะเลมากมายที่มีเคยไปเที่ยวมา ทั้งที่เมื่อนานมาแล้วและเมื่อไม่นานมานี้ เที่ยวเกาะช้าง เพื่อนๆ คงเคยไปเที่ยวทะเลแล้วออกไปดำน้ำกันใช่ไหมครับ? คือนั่งเรือออกไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นหรือที่เรียกว่าการดำแบบผิวน้ำ (Snorkeling) เรือจะไปจอดทอดสมอตามจุดดำน้ำ ตามเกาะ ตามอ่าวต่างๆ หรือโคดหินรอบๆ เกาะในทะเล เรียกว่าพอเรือจอดสนิท ก็รีบคว้าหน้ากาก (Mask) ท่อหายใจ (Snorkel) เสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงทะเลกันไป ดำน้ำดูปะการังกันทั้งวันจนตัวดำ ผมก็ไปแบบนี้ ต้องลงเรือร่วมไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันก็เป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวทางทะเล แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยสัมผัสกับการดำน้ำ มันถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมลองนึกย้อนกลับไปวัยเด็ก ผมมีโอกาสได้ไปดำน้ำที่หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นการดำน้ำครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไปกับครอบครัว ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและก็แฝงไปด้วยความกลัวเจือปนเข้ามาด้วย กลัวทุกอย่าง กลัวคลื่น กลัวการเดินทาง แล้วก็กลัวปลาฉลาม 555 นึกขึ้นแล้วก็ขำ มันน่าจะมาจากการได้ดูหนังเรื่อง JAW มากไปหน่อย แล้วการลงไปดำน้ำครั้งแรกของผมในวัยเด็กก็ไม่พลาดที่จะนึกถึงปลาฉลามจริงๆ พอดำลงไปแล้วจะหดขาขึ้นมาไม่กล้ายืดขาลงไป กลัวฉลามครับ ต้องคอยก้มดำน้ำไปดูว่ามีตัวอะไรใต้น้ำ แต่เพียงชั่วแว๊บเดียว พอลงน้ำได้ไม่นานก็เริ่มคุ้นเคย ความกลัวก็จะค่อยๆ หายไป อาจเป็นเพราะความสวยงามของโลกใต้ทะเลก็ว่าได้ และมันก็ทำให้เกิดความประทับใจสำหรับการได้เปิดประสบการณ์ดำน้ำครั้งแรกของผม ทั้งตื่นเต้น สวยงาม และน่ากลัว (ปลาฉลาม) 555 ... มาถึงตอนนี้ลูกชายผม 8 ขวบแล้ว สามารถดูแลตัวเองในน้ำได้ระดับหนึ่งจากการเรียนว่ายน้ำมาสักพัก และผมก็คิดว่ามันถึงเวลาที่จะเปิดประสบการณ์แปลกใหม่จากการดำน้ำให้เป็นของขวัญรับปิดเทมอใหญ่แล้วล่ะครับ ทริปนี้เราเลือก “เกาะช้าง” ครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อาจจะมีวันลายาวๆ ที่ไม่ตรงกันซะทีเดียว และการเดินทางที่ไม่ยากลำบากเหมือนลงไปทางภาคใต้ จากการได้หาข้อมูลก็พบว่าช่วง มี.ค.-เม.ย. น้ำทะเลที่เกาะช้างก็ยังใสอยู่ ว่าแล้วก็ล้อหมุนกันเลยดีกว่าคร๊าบบบบบ ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปดำน้ำดูปลาการ์ตูน           ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปโต้คลื่น เอาให้หมดแรง .... เราออกเดินทางจากรุงเทพฯ แต่เช้า แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เป้าหมายคือท่าเรือข้ามฝากที่อ่าวธรรมชาติ จังหวัดตราด แต่ก่อนจะข้ามฝากไป เราก็แวะเที่ยวโบสถ์คาทอลิกวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ที่จันทบุรีกันก่อน “โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล” หรือที่เรียกว่า “โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์” เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งเดียวในจันทบุรี อยู่ที่เดียวกับโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ยอดหลังคาเเหลมสูง ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส ด้านหน้าโบสถ์เป็นรูปปั้นพระแม่มารีสีหน้าสงบเปี่ยมประกายเมตตา ด้านในอาคารที่เป็นโถงโล่ง ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้งสองข้าง มีช่องแสงจากหน้าต่างกระจกสี ที่นี่ถือเป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งครับ เราได้ภาพจากด้านนอกโบสถ์เป็นหลักครับ เพราะจังหวะที่เราไปเป็นจังหวะที่มีงานแต่งงานภายในโบสถ์พอดี เราจึงไม่สะดวกนักที่จะเก็บภาพจากด้านในมาได้ แต่เราก็เพลิดเพลินกับความสวยงามของโบสถ์จากด้านนอกกันไม่น้อย และหลังจากที่โบสถ์เราก็มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติกันเลย การเดินทางมาเกาะช้างสะดวกสบาย เป็นเรือขนาดใหญ่สามารถนำรถข้ามฝากไปได้ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ปัจจุบันถนนหนทางบนเกาะช้างก็ราดยางหมดแล้ว มีบ้างที่บางช่วงก็ยังค่อนข้างเล็กอยู่ เราเลือกพักกันที่ “หาดบางเบ้า” อยู่ทางขวาสุดของเกาะครับ เพราะทริปนี้เราจะเน้นดำน้ำอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องขึ้นเรือที่บางเบ้า ไม่อยากเดินทางไปมาให้วุ่นวาย หาดบางเบ้าอยู่ห่างจากท่าเรือมาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะช้าง ประมาณ 25 กิโลเมตร มีถนนลัดเลาะไปตามไหล่เขา ค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชันในบางช่วง อยู่ถัดไปจากหาดใบลาน หาดบางเบ้า เรียกกันคุ้นหูอีกชื่อหนึ่ง คือ "ชุมชนประมงบางเบ้า" นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงขนาดเล็ก จะเห็นการสร้างบ้านแบบปักเสาลงไปในทะเล แล้วมีสะพานเชื่อมต่อกันตลอดแนว ชาวประมงที่นี่นิยมจับปลาหมึกหอม แต่เมื่อความเจริญมีมากขึ้นการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย และที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกแห่งบนเกาะช้าง มีลักษณะเป็นหาดหินสลับกับหาดทรายในบางช่วง ด้วยลักษณะที่เป็นเหมือนหมู่เกาะโอบล้อมสองด้าน จึงเหมาะสำหรับการจอดเรือ วันแรกเราถึงที่พักประมาณ 4 โมงเย็น ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เอาตัวลงไปใกล้ชิดทะเล ใครจะเล่นน้ำก็เล่นไป ส่วนผมขอเก็บภาพบรรยากาศชายหาดบางเบ้ามาฝากกันก่อนที่จะนอนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้จะต้องดำน้ำกันทั้งวัน ปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เกาะช้างแตกต่างจากสมัยก่อนมาก สมัยนี้รายการสารคดีเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลมีมากมาย รายการท่องเที่ยวที่พาไปดำน้ำก็มีให้เห็นเยอะแยะ มันเปรียบเสมือนการกระตุ้นความอยากไปดำน้ำให้กับคนที่ได้ชมมากขึ้นเป็นทวีคูณ ภาพที่เราเห็นในทีวีมันช่างสวยงามเรียกว่าสวรรค์ใต้น้ำเลยก็ว่าได้ นั่นก็เพราะคุณภาพของอุปกรณ์เก็บภาพใต้น้ำและอุปกรณ์กันน้ำที่ดีขึ้นมาก แต่ก็ราคาแสนสาหัสครับ รุ่งเช้าเรามาแวะรอถ่ายภาพกับแสงยามเช้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะออกไปน้ำดำ ทริปนี้เราซื้อ package ดำน้ำมาจากกรุงเทพฯ ด้วยการโทรมาจองไว้ราคาท่านละ 550 บาท พอมาถึงก็มีการโทรยืนยันกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะมาถึงท่าเรือเวลา 9 โมงเช้า เพื่อลงเรือพร้อมๆ กัน เรือที่จะพาเราไปดำน้ำทริปนี้เป็นเรือไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 200 คน สบายๆ แต่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวจึงมีเพียง 80 คน ได้ไปดำน้ำ 4 เกาะ เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย พอเรือออกได้สักพักเจ้าหน้าที่ก็จะแจกสน็อคเกิล พร้อมทั้งอธิบายการใช้งานคร่าวๆ แต่หลักๆ จะเน้นว่าถ้าหล่นน้ำ ให้รีบเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดำลงไปเก็บ และจะต้องดูแลและคืนตอนจบ หากสูญหายจะต้องชำระ 1,200 บาท นี่ล่ะสาระสำคัญ ^^ การมาดำน้ำในทริปนี้ค่อนข้างโชคดีที่ฟ้ายังเปิดและไม่มีเมฆฝนมาบังแสงเลย มีคนเคยบอกว่าการดำน้ำจะสวยหรือไม่สวยนั้น ขึ้นอยู่กับโชคด้วย หากลมแรง เมฆเยอะ ฟ้าไม่ใส โอกาสที่เราจะได้เจอความสวยงามใต้ทะเลก็ยาก ถึงแม้จะเดินทางมาถึงสิมิลันก็ตาม แต่หากฟ้าเปิด ลมไม่แรง ไม่มีขี้เมฆ มันจะทำให้การดำน้ำไม่ว่าที่ใดสวยขึ้นเป็นกองเลยครับ จึงพอสรุปได้ว่า นอกจากเราควรไปให้ถูกที่แล้ว เราควรจะไปให้ถูกเวลาด้วย นอกนั้นก็เป็นเรื่องของโชคแล้วว่าสภาพอากาศวันนั้นจะเป็นเช่นไร ทริปนี้เราได้เก็บภาพใต้น้ำมาไว้เป็นที่ระลึกด้วย เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย แต่เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องมือถือที่เราใส่เคสกันน้ำลงไปถ่ายครับ Shutter Tips การถ่ายภาพแสงอาทิตย์ให้เป็นแฉก การถ่ายภาพพระอาทิตย์หรือภาพแสงไฟให้มีลักษณะเป็นประกายแฉกไฟ เปรียบเสมือนการเพิ่มเสน่ห์หรือลูกเล่นให้กับภาพถ่าย มีเทคนิคมากมายหลายวิธี ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวที่จะมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ลองไปใช้กันดู ดังนี้ 1. เลือกใช้โหมด M ในการถ่ายภาพ เราจะใช้ค่ารูรับแสงที่แคบ (f16-22 ขึ้นไป) โดยเราจะกำหนดค่าความเร็วม่านซัตเตอร์ (Speed Shutter) ด้วยตนเอง เพื่อจะได้ไล่แสงที่ถูกใจตามต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนตัวจึงคิดว่าโหมด M จะสะดวกที่สุดในการที่จะเพิ่มหรือลดค่า Speed Shutter 2. เลือกระบบวัดแสงเฉพาะจุด เนื่องด้วยการถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกจะมีสภาพแสงเปรียบต่างที่ค่อยข้างมาก ภาพที่ได้มีโอกาสที่จะสว่างหรือมืดจนเกินไป ส่วนตัวจึงเลือกใช้ระบบวัดแสดงเฉพาะจุดไปเลย โดยอาจจะเลือกวัดแสงบริเวณรอบๆ ดวงอาทิตย์ ซึ่งหากมืดหรือสว่างเกินไป เราก็ใช้วิธีปรับตั้งค่า Speed Shutter 3. การตั้ง ISO ให้ตั้งน้อยที่สุด โดยไล่ตั้งแต่ ISO100 หลักง่ายๆ คือ พยายามให้ Speed Shutter เร็วพอที่เราสามารถยืนถ่ายด้วยมือเปล่าได้ คือไม่ต่ำกว่า 1/50 หากช้ามากจะทำให้ภาพสั่น เราก็สามารถดัน ISO เพิ่มขึ้นไปได้ 4. เมื่อได้มุมที่จะถ่ายและตั้งค่าของกล้องเรียบร้อยแล้ว ผู้ถ่ายภาพควรสังเกตุจากในกล้องระหว่างถ่ายภาพว่า แสงแฉกที่ได้สวยงามเป็นที่พอใจรึยัง แนะนำให้ลองขยับมุมกล้องทีละนิด (ขอย้ำว่าขยับทีละนิด) เพื่อลองหามุมภาพที่จะรีดแสงแฉกออกมาสวยงามตามที่เราต้องการ *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com

เผยเหตุผลสุดฮา ทำ 'พรินซ์' โบกมือลา The Fifth Element
Fifth Element /  gallery หนัง รูปภาพหนังใหม่ Movie / 

ฌ็อง ปอล โกติเยร์ ดีไซเนอร์สุดดังยอมรับความเด๋อ ปากเป็นเหตุทำนักร้องดังหลุดมือ โดย ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ (BIOSCOPE) ก่อนที่หนังไซ-ไฟสุดคัลต์อย่าง  The Fifth Element (1997) จะออกมาเป็นเวทีฟื้นชีพของบรูซ วิลลิส และเวทีแจ้งเกิดของมิลลา โจโววิช กับคริส ทัคเกอร์ อย่างที่เราเคยเห็น เชื่อหรือไม่ว่า จุดกำเนิดของมันคัลต์ซะยิ่งกว่านี้อีก เพราะเดิมทีผู้กำกับลุค แบซง วางตัวเมล กิบสัน กับจูเลีย โรเบิร์ตส์ ไว้ในบทคู่พระนาง และบรรจงแคสติ้งนักร้องคนดังอย่าง พรินซ์ ให้มารับบท รูบี้ ร็อด อีกหนึ่งตัวเอกของหนัง ซึ่งต้องถือเป็นการคัดเลือกที่แจ่มมากๆ เพราะหากได้พรินซ์มาแสดงจริงๆ เขาจะต้องเป็นสีสันที่เพิ่มระดับความจัดจ้านและความคัลต์ขลังแก่หนังยิ่งกว่าที่คริส ทัคเกอร์แสดงไว้อีกหลายขุม แล้วเพราะอะไรพรินซ์ถึงไม่ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ในที่สุด ทั้งๆ ที่เขาสนใจถึงขั้นยอมเดินทางไปพบปะกับแบซงและฌ็อง ปอล โกลติเยร์ แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังผู้มาออกแบบเสื้อผ้าให้ตัวละครในเรื่องนี้แล้ว? โกลติเยร์เปิดเผยเหตุผลไว้เมื่อ 3 ปีก่อนตอนที่งานออกแบบของเขาได้ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์บรูคลินว่า "ผมเอาสเก็ตช์ภาพชุดที่เรากะจะให้เขาใส่ในหนังให้เขาดู พรินซ์ดูแล้วไม่พูดอะไรสักคำ แล้วผมก็พยายามอธิบายด้วยสำเนียงฝรั่งเศสจ๋า-ภาษาอังกฤษห่วยแตกของผมว่า ผมคิดขำๆ ให้ชุดนี้เป็นตาข่ายที่มีขนของคนใส่โผล่หรอมแหรมออกมาทั่วตัว แถมผมยังสเก็ตช์ทั้งด้านหน้าทั้งหลังแล้วด้วยนะ ผมเลยลุกขึ้น เอามือตบตูดตัวเองและพยายามจะบอกเขาว่า ‘ตรงนี้เป็น faux cul อันใหญ่ๆ นะ’ พรินซ์มองผมแล้วทำหน้าแปลกๆ จากนั้นก็บอกบอดี้การ์ดว่าเขาจะกลับ ผมล่ะงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พรินซ์ออกไปเจอลุค แล้วลุคถึงค่อยมาเล่าให้ผมฟังทีหลังว่า พรินซ์ขำกับความพยายามพรีเซนต์แบบของผมมาก แต่เขาไม่ชอบชุดบ้านี้ มันดู ‘หญิง’ เกินไป "แต่ที่หนักที่สุด เขาบอกว่าผมหยาบคายมาก อยู่ดีๆ ก็ลุกมาเอามือตบก้นแล้วพูด ‘F-ck you, f-ck you!’ ใส่เขาซะงั้น ...ทั้งที่จริงๆ แล้วผมพูดว่า faux cul, faux cul (แปลว่า fake ass - ก้นปลอม) ต่างหาก!” ...โธ่วววว

หนังโลกที่เราอยากดู : The Witch - ล่าแม่มด
BIOSCOPE /  It Follows / 

The Witch ล่าแม่มด หนังลึกลับสยองขวัญ เจ้าของรางวัลกำกับยอดเยี่ยมสายดราม่าจากเทศกาลหนังซันแดนซ์ปี 2015 ซึ่งด้วยลีลาและท่าทีการเล่าเรื่องที่พยายามจะนำเสนอรูปแบบของหนังสยองขวัญที่แตกต่างออกไป ทำให้ The Witch ผลงานกำกับเรื่องแรกของ โรเบิร์ต เอ็กเกอร์ส ถูกนำไปเปรียบเทียบกับหนังสยองขวัญแหกขนบที่โด่งดังไปก่อนหน้าอย่าง It Follows (2014) และล่าสุดมันก็กำลังเข้าฉายในบ้านเราแล้ว! เอ็กเกอร์ส พูดถึงสิ่งที่เขาคาดหวังจากหนังยาวเรื่องแรกไว้ว่า “ผมอยากเห็นตอนที่ผู้ชมกำลังรู้สึกปั่นป่วน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความผิดบาป ความฟอนเฟะ และความกลัวในจิตใจ” ซึ่งโรเบิร์ต ได้ถ่ายทอดเรื่องของ วิเลียม (ราล์ฟ ไอเนสัน) กับ แคเธอรีน (เคต ดิคกี) สามี-ภรรยาที่ถูกขับไล่ออกมาจากชุมชนชาวคริสต์ผู้เคร่งครัดในนิวอิงแลนด์ปี 1630 และต้องอาศัยอยู่ในป่ากับลูกๆ ทั้งห้า ก่อนที่ลูกสาวคนโตอย่าง โธแมซิน (อันยา เทย์เลอร์-จอย) จะเผลอปล่อยให้น้องชายแรกเกิดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งนั่นเป็นเพียงสัญญาณแรกของเหตุการณ์สุดระทึกที่ทำให้พวกเขาได้รู้จักกับ ‘ความกลัว’ อย่างแท้จริง เอ็กเกอร์ส ผู้สนใจเรื่องลี้ลับและด้านมืดของมนุษย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใช้เวลานานถึง 5 ปีเต็มในการพัฒนาบทจากข้อมูลหลายแหล่ง เพื่อให้หนังที่พูดถึงชาวคริสเตียนหัวรุนแรง (Puritan) ในช่วงศตวรรษที่ 17 เรื่องนี้ออกมาใกล้เคียงความจริงมากที่สุด ทั้งเอกสารจากพิพิธภัณฑ์ Plimoth Plantation ในเครือ Smithsonian ที่เมืองพลีมัธ รัฐแมสซาชูเซ็ตต์ส, บันทึกเรื่องแม่มดในช่วง 60 ปีก่อนเกิดคดีล่าแม่มดในเมืองซาเล็ม (Salem witch trials) ไปจนถึงหลักไวยากรณ์การใช้ภาษาในยุคนั้น “ระหว่างที่หาข้อมูล ผมก็ยังได้ค้นพบกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจคนเหล่านี้ด้วย เพราะถึงแม้ว่ามุมมองต่อโลกของพวกเขา-ในฐานะอภิสิทธิ์ชนที่ถูกเลือกสรรจากพระเจ้า-จะเป็นสิ่งที่ดูเลวร้ายมากก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนที่ต้องดิ้นรนไม่ต่างกัน” และนอกจากหน้าที่ในการกำกับ-เขียนบทแล้ว เอ็กกอร์สก็ยังควบคุมดูแลงานสร้างเองอีกด้วย โดยลงทุนสร้างฉากต่างๆ ที่อิงตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งก็ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่หนังได้รับคำชมอย่างล้นหลาม **เรียบเรียงจาก BIOSCOPE ฉบับ 168 (มีนาคม 2015) https://www.youtube.com/watch?v=_tj3I4-I3c4

ตะลึงตา! กับ 12 โคตรหนัง
2001: A Space Odyssey /  Apocalypse Now / 

ตะลึงตา! กับ 12 โคตรหนัง "กำกับภาพยอดเยี่ยม" ขวัญใจนักวิจารณ์ https://vimeo.com/163008926 Fandor (www.fandor.com) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่ง ที่โดดเด่นด้วยคอนเท็นต์หนังรางวัลจากทั่วโลกไปจนถึงดีคลาสสิคที่มีมากมาย นึกสนุกชวนกองบรรณาธิการและนักวิจารณ์หนังกว่า 60 ชีวิต มาร่วมโหวตหนังที่มีการกำกับภาพ (Cinematography) ยอดเยี่ยมที่สุดในดวงใจ ซึ่งหนังที่มีคะแนนรวมมากที่สุด 12 อันดับ ยังถูกทำมาเป็นวิดีโอให้ชมกันอีกด้วย โดยสามารถอ่านการจัดอันดับจากนักวิจารณ์ทุกท่านได้ ที่นี่  12 อันดับหนังที่ถูกโหวตว่า มีการกำกับภาพ (Cinematography) ยอดเยี่ยมที่สุดได้แก่ อันดับ 12 The Tree of Life (2011, ผกก. Terrence Malick) กำกับภาพโดย Emmanuel Lubezki อันดับ 11 The Magnificent Ambersons (1942, ผกก. Orson Welles) กำกับภาพโดย Stanley Cortez อันดับ 10 Apocalypse Now (1979, ผกก.Francis Ford Coppola) กำกับภาพโดย Vittorio Storaro   อันดับ 9 The Night of the Hunter (1955, ผกก. Charles Laughton) กำกับภาพโดย Stanley Cortez   อันดับ 8 McCabe & Mrs. Miller (1971, ผกก. Robert Altman) กำกับภาพโดย Vilmos Zsigmond   อันดับ 7 The Red Shoes (1948, ผกก.Michael Powell และ Emeric Pressburger) กำกับภาพโดย Jack Cardiff   อันดับ 6 The Conformist (1970, ผกก. Bernardo Bertolucci) กำกับภาพโดย Vittorio Storaro   อันดับ 5 Sunrise: A Song of Two Humans (1927, ผกก. F. W. Murnau) กำกับภาพโดย Karl Struss และ Charles Rosher   อันดับ 4 Citizen Kane (1941, ผกก. Orson Welles) กำกับภาพโดย Gregg Toland   อันดับ 3 2001: A Space Odyssey (1968, ผกก. Stanley Kubrick) กำกับภาพโดย Geoffrey Unsworth   อันดับ 2 Barry Lyndon (1975, ผกก. Stanley Kubrick) กำกับภาพโดย John Alcott   อันดับ 1 Days of Heaven (1978, ผกก.Terrence Malick) กำกับภาพโดย Néstor Almendros และ Haskell Wexler

หงจินเป่า เป็น บอดี้การ์ด! ในตัวอย่างล่าสุด The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น
The Bodyguard /  ฉีเคอะ / 

หงจินเป่า เป็น บอดี้การ์ด! ในตัวอย่างล่าสุด The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น หากใครกำลังนึกอยากชมภาพยนตร์บู๊แอคชั่นในแบบฉบับหนังฮ่องกงแล้วล่ะก็ The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น คืออีกหนึ่งภาพยนตร์ที่จะเข้ามาแก้ความอยากในอีกไม่นานนี้ครับ ยิ่งไปกว่านั้นความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการรวมดารานำของฮ่องกงไว้แน่นเอี้ยด ประเดิมด้วยนักแสดงหลักผู้คร่ำหวอดวงการภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้อย่าง หงจินเป่า เป็นทั้งผู้กำกับ กำกับคิวบู๊ และนักแสดงนำ พร้อมด้วย หลิวเต๋อหัว รับบทนำและเป็นผู้อำนวยการสร้าง ตามขบวนด้วย ฉีเคอะ ผู้กำกับชื่อดัง เม๊าะเจี๊ยะ และ ซื่อเทียน สองนักแสดงตลกแอคชั่น ต่อด้วย หยวนเปียว หยวนหัว หยวนชิว หยวนถิง และ หยวนเป่า ปิดท้ายด้วยนักแสดงรุ่นใหม่ เอ็ดดี้ เผิง เฝิงเส้าเฟิง และ หูจุน อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่แฟน ๆ ดาราฮ่องกงไม่ควรพลาด The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น ว่าด้วยเรื่องราวของบอดี้การ์ด รับบทโดย หงจินเป่า ที่วางมือจากวงการมานาน และเริ่มทุกข์ทรมานจากภาวะสมองเสื่อม กระทั่งบอดี้การ์ดได้พบกับเด็กสาวและได้เป็นเพื่อนต่างวัยกัน เหตุไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น เมื่อพ่อของเด็กผู้หญิงคนนี้ รับบทโดย หลิวเต๋อหัว เข้าไปพัวพันกับแก๊งอาชญากรรม พ่อและเด็กสาวหายตัวไป ทำให้บอดี้การ์ดผู้วางมือต้องกลับมายกมือขึ้นสู้อีกครั้งเพื่อช่วยสองพ่อลูกนี้ให้ได้ ร่วมพิสูจน์ฝีมือระดับตำนานของหงจินเป่า 12 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ภาพมันฟ้อง หมิว นี่แหละหวานใจ เป้ วงมายด์
หมิว สิริลภัส /  เป้ วงมายด์

                ต๊าย!! เห็นทีงานนี้จะเถียงไม่ออกซะแล้วละคร้า... เพราะภาพมันฟ้องคาหนังคาเขาซะขนาดนี้ สำหรับหนุ่ม เป้ วงมายด์ และสาว หมิว สิริลภัส ที่ล่าสุดปาปารัซซี่แอบเห็นเห็นทั้งคู่ควงไปไหนมาไหนแบบไม่แคร์สื่อ แหม...งานนี้ต่างคนต่างโสดแล้วจะเปิดตัวว่าคบหาดูใจกันคงไม่มีใครที่ไหนกล้าออกมาว่าอะไรหรอกมั้ง

มีความสวยพริ้ว!! คลิปเบื้องหลังพรีเวดดิ้ง เนย โชติกา - อาร์ม
ข่าว เนย โชติกา /  เนย อาร์ม / 

ควงกันไปถ่ายพรีเวดดิ้งแล้วจ้า ที่เบเนดิกซ์สตูดิโอ วานนี้(2 พ.ค.) สำหรับคู่ของนางร้ายหน้าสวย เนย โชติกา กับว่าที่เจ้าบ่าวนอกวงการนามว่าหนุ่ม อาร์ม โดยทางเมคอัพอาร์ตติสชื่อดังได้เผยแพร่คลิปเบื้องหลังการถ่ายพรีเวดดิ้งให้ชมกันพอกรุบกริบผ่านทางอินสตาแแกรม ขณะที่คู่หวาน เนย - อาร์ม กำลังเต้นรำกันอย่างพร้ิวไหว อย่างกับอยู่ในหนังรักก็ไม่ผิด สำหรับฤกษ์แต่งงานของทั้งคู่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนปีนี้นั่นเอง ซึ่งก่อนจะได้เห็นเวอร์ชั่นเต็ม เรามาดูภาพและคลิปสวยๆ จากการถ่ายพรีเวดดิ้งของทั้งคู่กันไปพลางๆ ก่อนแล้วกัน.....ขอขอบคุณ ภาพและคลิปจากอินสตาแกรม @noeychotika, @pom_vinij, @mairatchada1 พรีเวดดิ้ง เนย โชติกา - อาร์ม พรีเวดดิ้ง เนย โชติกา - อาร์ม พรีเวดดิ้ง เนย โชติกา - อาร์ม

งานรีไซเคิล ดีไซน์ คูลไม่ซ้ำใคร! เอา เครื่องบิน มาทำ เก้าอี้ ว้าวไหมล่ะคุณ
ดีไซน์ /  ตกแต่งบ้าน / 

เคยนั่งเครื่องบินแล้วคิดเล่นๆ กันบ้างไหมคะว่า ถ้าชิ้นส่วนของ เครื่องบินนี้ เอามาทำเป็นเก้าอี้นั่งได้จะแหล่มขนาดไหน ? มีคนทำได้จริงแล้วค่ะ เมื่อบริษัท Fallen Furniture ในประเทศอังกฤษ ได้ผลิต 737 Cowling Chair ขึ้นมา เก้าอี้ 737 Cowling นี้ ถูกสร้างมาจากชิ้นส่วนของเครื่องบินเจ็ท โบอิ้ง 737 และนี่คือที่มาของชื่อเก้าอี้รุ่นนี้ค่ะ มันถูกเคลือบด้วยอลูมิเนียมขัดเงาวาว มีฐานต่อทำให้สามารถหมุนได้  ภายในบุเบาะหนังสีดำทั้งหมด ซึ่งเจ้าเก้าอี้รุ่นนี้ ถูกผลิตขึ้นมาโดยที่ยังไม่มีการกำหนดราคาขาย และแน่นอนว่าราคาย่อมไม่เบา อย่าเพิ่งบ่นว่าแพงสิคุณขา นี่มันเครื่องบินที่คุณนั่งได้นะ ใช่ว่าใครๆ เขาจะมีกัน ! ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบสะสมของแปลก ชอบตกแต่งบ้านให้มีสไตล์โดดเด่น ไม่มีใครเหมือน ลองเข้าไปชม ในเว็บไซต์ fallenfurniture ได้ ถ้าอยากสั่งซื้อเก้าอี้ 737 Cowling นี้ อย่าลืมซื้อมา 2 ตัว ตัวหนึ่งสำหรับคุณ ส่วนอีกตัวก็สำหรับนักบินไงคุณขา ;) ไม่งั้นจะบินได้ยังไงล่ะ จริงไหม ที่มาจาก www.fallenfurniture.com

ส่อง!!! อีเย็น 3 ยุค นางทาสเวอร์ชั่นไหน ปังโดนใจติ่ง
นางทาส /  นางทาส 2559 / 

ถูกหยิบมารีเมคอีกครั้งสำหรับบทประพันธ์ที่คุ้นเคยอย่าง นางทาส เรียกว่าเป็นภาพยนตร์จอเงินและละครจอแก้วมาหลายยุคหลายสมัย เด็กรุ่นหลังๆ คงได้ยลกันในเวอร์ชั่นละคร ผู้ใหญ่รุ่นเก๋าดึกดำบรรพ์หน่อยก็คงมีโอกาสได้ยลหนังจอเงิน แต่ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน อีเย็น ตัวละครเด่นของเรื่องก็กินใจคนดูได้ตลอดๆ วันนี้มาส่องกันหน่อยว่า 3 ยุคล่าสุดที่ได้ยลกันนั้นใครเป็นอีเย็นได้ถูกใจติ่งละครที่สุด เริ่มกันที่ปี 2536 ได้นางเอกยอดนิยมแห่งวิก 7 สี ในยุคนั้นอย่าง ตุ๋ย - มนฤดี ยมาภัย มาสวมบทบาทเป็นทาสผู้น่าสงสาร รายนี้เรื่องฝีมือไม่ต้องพูดถึง เพราะสวยแจ่มแฉล้มว้าวไม่มีใครเกินอยู่แล้ว แถมบทนี้ยังทำให้เจ้าตัวได้รับรางวัลเมขลาในฐานะนักแสดงนำหญิงดีเด่นอีกด้วย ต่อกันที่ปี 2551 ยังคงเป็นช่อง 7 เช่นเดิมที่หยิบนางทาสมาละเลงจอแก้วอีกครั้ง และได้นางเอกมากความสามารถอย่าง กบ สุวนันท์ มารับบทอีเย็น เรียกว่ามืออาชีพของแท้ สาวกบทำให้น้ำตาอีเย็นไหลมากแค่ไหน น้ำตาคนดูก็ไหลและอินตามมากเท่านั้น หากจะบอกว่าไม่ผิดหวังที่เลือกนางเอกคนนี้มารับบททาสเย็น ก็คงไม่ผิดนักหรอก เพราะทำได้ดีไม่มีที่ติจริงๆ และล่าสุดถือเป็นละครที่น่าจะจับตามองในปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะวิก 3 พระรามสี่ หยิบนางทาสมารีเมคในเวอร์ชั่น 2016 อีกครั้งโดยได้นางเอกมาแรงอย่าง แยม มทิรา มารับบททาสที่หลายๆ คนตั้งตารอ ซึ่งได้ฤกษ์ลงจอในอีกไม่ช้า ไอหยะ!!! งานนี้จะถูกใจคอละครมากน้อยแค่ไหนคงต้องลุ้นกัน ที่รู้ๆ สาวแยมคงกดดันน่าดู เพราะเวอร์ชั่นเก่าทำไว้อย่างดี..ดี๊...ดี มาเวอร์ชั่นล่าสุดนี้จะปังเวอร์อ๊ะเปล่า คงอยู่ที่ฝีมือแอคติ้งบวกบุญพาวาสนาส่งแล้วล่ะค้าาา หุหุ อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) นางทาส 2536 มนฤดี ยมาภัย อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) นางทาส 2551 กบ สุวนันท์ อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) นางทาส 2559 นางทาส 2559 นางทาส 2559 แยม มทิรา ขอบคุณรูปภาพจากนิตยสารดาราภาพยนตร์ และ Facebook ละครไทยในความทรงจำ

นี้หรือเด็ก 9 ขวบ! “เมสซี่น้อย แห่งสุราษฎร์” เพชรเม็ดงามที่กิเลนรีบคว้าตัว (มีคลิป)
กิเลนผยอง /  ด.ช.จรณินทร์ พรหมชัยศรี / 

กลายเป็นข่าวฮือฮาไม่น้อยเมื่อกิเลนผยอง จัดการคว้าตัวดาวรุ่งเจ้าของฉายา “เมสซี่น้อย แห่งสุราษฎร์” เด็กวัยเพียง 9 ปีเข้าสู่รั่วอะคาเดมี่เป็นที่เรียบร้อย เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างความฮือฮาด้วยการเซ็นสัญญาเจ้าหนูอัจฉริยะ “เมสซี่น้อย” เเห่งสุราษฎร์ธานีหรือ “น้องมาวิน” ด.ช.จรณินทร์ พรหมชัยศรี วัย 9 ปีเข้าสู่สังกัด หลังเจ้าเด็กคนนี้โชว์ฟอร์มได้คนละ TEEN กับเด็กในระดับเดียวกัน โดยคาดหวังว่าจะเป็นดาวดวงใหม่เเละเพชรเม็ดงามในวงการลูกหนังในอนาคต ซึ่งฝีเท้าจะโดดเด่นไปชมกันเลย... เครดิตคลิป : youtube-CRAZY BOY, tplhotclips

ชมพู่ อารยา ปัดงดรับงานเร่งปั๊มทายาท
ชมพู่ อารยา

ซุปตาร์สาว ชมพู่ อารยา ปัดเตรียมงดรับงาน เร่งปั๊มทายาทแต่ไม่ถึงขั้นไปปรึกษาหมอ ตอนนี้ขอเคลียร์งานทั้งหมดก่อน เพราะละครคิวปิดนี่เท่ากับเล่นละคร 8 เรื่อง แล้วก็มีละครระเริงไฟและหนังอีก เพราะเป็นโปรเจคท์ที่รับไว้ก่อนแต่งงานฉะนั้นเรื่องอื่น ๆ คงต้องรอไปก่อน

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง