หนังโป๊

รีวิว อาม่า : เรื่องตลก...ชิงมรดกอาม่า
review /  จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย / 

รีวิว อาม่า : เรื่องตลก...ชิงมรดกอาม่า ครอบครัวคนจีนขึ้นชื่อเรื่องความรักใคร่กลมเกลียวในครอบครัวมาแต่ไหนแต่ไร บ่อยครั้งที่เราจะเห็นงานรวมญาติลูกหลานเหลนเชื้อสายจีนที่มีต้นตระกูลเดียวกัน เพื่อร่วมกันเคารพบรรพชนที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่ง จืด บดีกร โลหะชาละ ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง อาม่า ก็ได้หยิบยกเอาประเด็นนี้มารังสรรค์เป็นเรื่องราวหลอนปนฮา เรื่องของ อาม่า เล่าถึงครอบครัวชาวจีนครอบครัวหนึ่งที่ อาม่า (รับบทโดย รัดเกล้า อามระดิษ) ประมุขของบ้านได้เสียชีวิตลง ทำให้อาเหมา (รับบทโดย หม่ำ จ๊กม๊ก) ผู้เป็นพ่อบ้าน และหลานสาว หยก (รับบทโดย จันจิ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย) ต้องตามลูกหลานทั้งหลายของอาม่าให้มารวมตัวกันเพื่อฟังพินัยกรรมสุดพิลึกพิลั่น แถมงานนี้ยังมีผีสาว ซือซือ (รับบทโดย แม็กกี้ อาภา) ผลุบ ๆ โผล่ ๆ มาร่วมแจมอีกต่างหาก ภาพยนตร์ อาม่า เป็นหนังสยองขวัญที่มีพื้นฐานอยู่บนหนังตลก การปูเรื่องในช่วงต้นให้บรรยากาศแบบบ้านผีสิงที่ค่อนข้างเร้าใจ การปรากฏตัวของตัวละครผีมีเหตุผลเพียงพอต่อการแสดงความอาฆาตแค้นลูกหลานของอาม่า ทว่าประเด็นเรื่องผีสาวกลับถูกตัดจบอย่างง่ายดายไปสักหน่อย เพื่อหลีกทางให้กับประเด็นเรื่องการเปิดพินัยกรรม โยงใยสู่เรื่องราวการชิงมรดก (แบบเบา ๆ) ก่อนจะเบี่ยงประเด็นไปที่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวช่วงท้ายเรื่องที่ออกจะหักมุมแบบเดาเรื่องได้ง่าย (สุด ๆ) ในแง่ของความหลอน ยอมรับว่ามีเรื่องบรรยากาศและซาวน์ช่วงที่ศพของอาม่ามาปรากฏตัวตามห้องของลูก ๆ ทั้งสี่ให้ความรู้สึกตอบโจทย์เรื่องการเป็นหนังผีได้ดี หากแต่เมื่อผีสายแค้นตัวจริงปรากฏตัว เรื่องก็เข้าสู่โหมดตลกขบขันทันที โดยเฉพาะมุกเวลาที่ผีสาวต้องเข้าฉากร่วมกับคนสวนชาวแอฟริกาที่ไม่กลัวผีเลยแม้แต่น้อย ส่วนมุกตลกในเรื่องมีการสอดแทรกเข้ามาอยู่ประปราย บางมุกทำให้คนดูขำแบบยิ้มได้ แต่บางมุกก็ต้องยอมรับว่าฮากริบจนกลายเป็นส่วนเกินของเรื่องไป ตัวอย่างเช่น ฉากตำรวจที่ด่านตรวจ ซึ่งกินเวลาเนื้อเรื่องไปค่อนข้างมาก แถมยังมีการนำมาใช้ถึงสองครั้ง (ตอนขับรถไปสุสาน และตอนกลับจากสุสาน) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องยอมรับว่าฉากที่ฮาที่สุดของเรื่องอยู่ที่การฉ่อยตรงด่านตำรวจของน้าโย่ง น้านง น้าพวง ที่มาเป็นแขกรับเชิญในเรื่อง รวม ๆ แล้วภาพยนตร์เรื่อง อาม่า เป็นภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูหนังเบา ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก สาระที่ได้หลัก ๆ ของเรื่องหนีไม่พ้น “ความสามัคคี” ระหว่างคนภายในครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกจำนวนมาก และมีความแตกต่างในด้านบุคลิกนิสัย ยิ่งต้องพยายามเปิดใจยอมรับความต่างแบบ “หนักนิดเบาหน่อย” เพื่อลดการกระทบกระทั่งกัน อันจะส่งผลระยะยาวให้สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรงต่อไป ท้ายที่สุด ขอให้คะแนนสำหรับภาพยนตร์ อาม่า ไว้ที่ 3.5/5 ครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

ผกก.ใจบุญ พชร์ อานนท์ วอนเลิกดราม่าค่าตัว! น้องน้ำเต้า
888 แรงทะลุนรก /  นวลปรางค์ ศรีบุญมี / 

ผกก.ใจบุญ พชร์ อานนท์ วอนเลิกดราม่าค่าตัว! น้องน้ำเต้า กลายเป็นนักปั้นขวัญใจเน็ตไอดอลและชาวโซเชียลไปซะแล้ว สำหรับผู้กำกับและนักปั้นชื่อดัง พชร์ อานนท์ จากกรณีที่คว้าตัว น้องน้ำเต้า นวลปรางค์ ศรีบุญมี เด็กปั๊มที่โดนเหยียดคนดังมาเข้าฉากในหนัง 888 แรงทะลุนรก เรื่องเดียวกับ เทพพิทักษ์ แอสละ แต่จู่ ๆ ก็มีดราม่าเรื่องค่าตัวของน้องน้ำเต้า ที่ได้รับเพียง 10,000 บาท ล่าสุดทาง พชร์ อานนท์ จึงชี้แจงผ่านทางไอจี บอกไม่ได้เอาเปรียบน้อง จ้างหมื่นเดียวเพราะเข้าฉากไม่ถึงชั่วโมง แถมโอนค่าเดินทางไปให้อีกด้วย และไม่ได้บอกให้ออกจากงานเด็กปั๊ม ดังนี้ “ขอบคุณที่เข้าใจนะตรับ เราไม่ได้เอาเปรียบน้องแต่อย่างใด เราให้ทีมงานว่าน้องสนใจเล่นหนังเรื่องใหม่มั้ย ถ้าสนเดี๋ยวเราทำบทให้แต่ไม่ได้ให้น้องลาออกจากงาน ทำงานเดิมต่อไป ถ้าว่างค่อยมาถ่าย เราช่วยน้องตามที่เราพูดแล้วนะ อย่ามาว่าเราอีกเราไม่ชอบ” "จ่ายค่าเดินทางให้น้องน้ำเต้าไปแล้ว 4 คน ไปกลับตามนี้นะ อย่ามาว่าเราอีกนะไม่เคยเอาเปรียบใคร” นอกจากนั้นทาง พชร์ อานนท์ ยังโพสต์ภาพในฉากหนัง บอกอย่าอิจ! น้องน้ำเต้า ที่เข้าฉากเพียงแว้บเดียวก็มีโอกาสได้จุ๊บแก้มพระเอกซะด้วย แค่นี้คุ้มมั้ยล่ะ! อิอิ สำหรับทางเน็ตไอดอลชื่อดังหน้าขาว ปากแดง อย่างหนุ่ม เทพพิทักษ์ แอสละ นอกจากหนังเรื่อง 888 แรงทะลุนรก ทาง พชร์ อานนท์ ก็ยังป้อนเรื่องใหม่ให้เรียบร้อยแล้ว ในหนังเรื่อง หลวงเพ่เทพ สำหรับใครที่ติดตาม น้องน้ำเต้า และ เทพพิทักษ์ แอสละ ก็รอชมผลงานของทั้งคู่กันได้จ้าาาาาา ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @poj_arnon

คำวิจารณ์จากสื่อนอกต่อ 'ดาวคะนอง' ผลงานล่าสุดของ อโนชา สุวิชากรพงศ์
By the Time It Gets Dark /  Entertainment Now / 

ติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์และบันเทิงแบบเจาะลึกได้ ทางรายการ Entertainment Now วันจันทร์ ถึง ศุกร์ – เวลา 7.30-8.00 น. ทางช่อง MONO 29 เรียบเรียงโดย Okami.G มีบทวิจารณ์จากสื่อหนึ่งที่เป็นควันหลงจากงานเทศกาลหนังโลการ์โน 2016 ได้จัดให้หนังไทยอย่าง 'ดาวคะนอง' By the Time It Gets Dark ของผู้กำกับ อโนชา สุวิชากรพงศ์ เป็น 1 ใน 3 ของกลุ่มหนังที่ทำให้คนดูได้มองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ด้วยมุมมองที่แปลกใหม่ โดย 'ดาวคะนอง' By the Time It Gets Dark เล่าเรื่องราวในช่วงเวลาเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 อันเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดของไทย โดยหนังได้โฟกัสไปยังเรื่องราวของตัวละครกลุ่มนึงที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นองเลือดดังกล่าว และทุกคนมีความสัมพันธ์ต่อกันในลักษณะที่ไม่สามารถมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ตัวหนังได้รับการพูดถึงว่า "การท้าทายผู้ชมด้วยเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างคำว่า ภาพยนตร์และความเป็นจริง การซ้อนทับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและเรื่องราวในภาพยนตร์ ทำให้ผู้ชมต้องถกเถียงกับตนเอง และเมื่อถึงจุดนึงมันทำให้ผู้ชมเริ่มคิดว่า หรือนี่จะเป็นเรื่องราวที่อยู่ในหนังของหนังอีกชั้นนึงกันแน่ ซึ่งความซับซ้อนของคนดูก็เกิดจากวิธีดำเนินเรื่องที่ยากจะคาดเดาและชำแหละเรื่องราวทุกอย่างตั้งแต่ ประวัติศาสตร์ กาลเวลา และความทรงจำพร่าเลื่อนซึ่งไม่สามารถให้น้ำหนักได้ว่านี่คือปัจจุบันหรืออนาคต" อย่างไรก็ดี ความซับซ้อนของหนังได้ก่อให้เกิดมุมมองใหม่ในการมองประวัติศาสตร์และเป็นตัวจุดประกายให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตอีกด้วย ทั้งนี้ผู้กำกับ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ก็ได้เคยอธิบายในงานแถลงข่าวในเทศกาลหนังโลการ์โนไว้แล้วว่า หนังแทบไม่ได้พาดพิงถึงรัฐบาลเลย แม้มันจะมีอิทธิพลให้คนดูคิดในลักษณะนั้นก็ตาม ตัวอย่างภาพยนตร์ 'ดาวคะนอง' By the Time It Gets Dark https://www.youtube.com/watch?v=M--l-t8K16Y

Deadstock : รัก ปี ลึก /  จุลจักร จักรพงษ์ / 

"Deadstock รัก ปี ลึก" เปิดตัวพร้อมฉายทั่วประเทศ !!!! เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2559 ณ โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก ค่ายภาพยนตร์หน้าใหม่ ฟิล์ม ฟอร์ ฟัน (Film For Fun) ได้จัดรอบปฐมทัศน์เปิดตัวภาพยนตร์ Deadstock รัก ปี ลึก ภาพยนตร์แนวแฟชั่นแก๊งสเตอร์ โดย ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์, ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักแสดงของเรื่อง ร่วมด้วยผู้กำกับภาพยนตร์อีก 2 ท่าน ศารศาสตร์ รมยานนท์ และสมคิด พุกพงษ์ พร้อมเหล่านักแสดงจากภาพยนตร์ นำโดยเนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์ ควงคู่มากับเล็ก วสุ ปลื้มสกุลไทย นางเอกใหม่ใสกิ๊กที่เตรียมแจ้งเกิดเร็ว ๆ นี้และวีรณัฐ ทิพยมณฑล หรือ แจ๊ป เดอะริช แมน ทอย ที่โดดมาเล่นภาพยนตร์เป็นเรื่องแรก พร้อมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ รักไม่มีราคา ร่วมด้วยนักแสดงขวัญใจประชาชนอย่าง เต๋า สมชาย เข็มกลัด และฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ โดย เต๋า สมชายจูงมือลูกชายวัยซนน้องสุขใจที่รับเชิญเล่นในเรื่องนี้ด้วยมาร่วมงานด้วย ซึ่งน้องสุขใจก็กลายเป็นขวัญใจสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติในงานในทันที นอกจากนี้ยังมีแขกเซอร์ไพร์สของงาน เสก โลโซ ที่ให้เกียรติมาร่วมงานเพราะได้ให้เพลงร็อคแอนด์โรล์สตาร์มาประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นของพี่น้องผองเพื่อนและแขกผู้มีเกียรติที่ให้การสนับสนุนภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยบนเวทีได้เริ่มพูดคุยสัมภาษณ์คุณชีวา ผู้กำกับฯ และผู้บริหารค่ายหนัง ฟิล์ม ฟอร์ ฟัน ถึงจุดเริ่มต้นของการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ “ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่าผมไม่ใช่คนวงการหนัง และผมไม่ใช่ผู้กำกับภาพยนตร์ แต่การทำหนังและการกำกับหนังเป็นอีกหนึ่งความฝันของที่ผมอยากทำ และผมก็เริ่มทำมันขึ้นมาจากการเริ่มเขียนโครงสร้างเรื่องราวของภาพยนตร์ และผมได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับ พี่ปู (ศารศาสตร์) ฟังว่าผมอยากทำหนังแนวนี้ อยากเล่าเรื่องราวของหนังผ่านสิ่งของที่มีมูลค่า อยากพูดถึงเรื่องราวของกลุ่มคนในยุคปีเก้าศูนย์ ก็เลยชวนพี่ปูเริ่มโปรเจคนี้ จากวันนั้นมาถึงวันนี้ผมรู้สึกเต็มที่กับการทำงานและทีมงานทุกคนที่ผมมีโอกาสได้ร่วมงาน วันนี้ผมทำหนังเรื่องนี้เสร็จแล้วฝากให้ทุกคนได้ชมกันผมพร้อมรับคำติชมทุกแง่มุม ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ” ด้านของพระเอกเนตั้นก็ฝากผลงานเรื่องนี้ให้ว่า “ถึงแม้ผมจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยอยู่ในยุคเก้าศูนย์ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความรักและบรรยากาศในยุคนั้น เพราะทีมงานด้านโปรดักชั่นส์ได้เตรียมงานและทุ่มเทกันเป็นอย่างมาก อยากให้ทุกคนได้ชมกัน” หนุ่มฮิวโก้ก็ได้พูดถึงหนังเรื่องนี้ว่า “มันเป็นการร่วมมือกับเพื่อนที่มีความตั้งใจที่จะทำงานชิ้นนี้เป็นอย่างมาก ทุ่มเทแรงกายแรงใจตั้งใจทำตามฝัน พวกผมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานลงตัวดีใจที่ได้มีส่วมร่วมในการทำหนังเรื่องนี้” ด้านเต๋า สมชาย ก็ฝากให้ชมหนังเรื่องนี้ “เพราะเป็นหนังที่สร้างจากความฝันและเจตนารมณ์ที่ดีของคนทำตามฝันของและไปถึงฝัน” และปิดท้ายกับ แจ๊ป เดอะ ริชแมน ทอย ที่มาร่วมเล่นและร้องเพลงรักไม่มีราคา ประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ “อยากให้ทุกคนดูหนังเรื่องนี้มันเป็นหนังที่ผมเล่นเป็นเรื่องแรกและเป็นบทที่ดีมากใกล้เคียงกับตัวตนของผมมากที่สุดฝากผลงานด้วยนะครับ” นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้สนับสนุนที่ร่วมสานฝันโดยเริ่มจาก คุณวรรณภาณี ทัศนาญชลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด, คุณกฤตธกร สิรภาพจน์ ผู้อำนวยการส่วนโฆษณาและสร้างสรรค์ฝ่ายพาณิชย์  สายการบินบางกอกแอร์เวยส์, คุณธัชรินทร์ โอสถานุเคราะห์   บริษัท โอสถสภา จำกัด, คุณอารีรัตน์ ศรีประทาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.พาวเวอร์ สตาเลียน จำกัด, คุณวิชัย กุลธวัชชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน), คุณพรชัย ว่องศรีอุดมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด มาร่วมเป็นแขกผู้มีเกียรติในวันงานอีกด้วย

ชม Still In The Cage หนังสั้นถ่ายทำในไทยของ Skrillex และ Wiwek
OWSLA /  Still In The Cage

หลังปล่อยตัวอย่างไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ล่าสุดสองศิลปินอีเล็กโทรนิคชื่อดังอย่าง ซอนนี่ 'Skrillex' มัวร์ และ Wiwek ศิลปินในค่าย OWSLA (ที่ Skrillex ร่วมก่อตั้งด้วย) ก็เปิดรอบปฐมทัศน์ของ Still In The Cage หนังสั้นซึ่งใช้ผลงานเพลงใหม่ล่าสุดที่ทั้งสองทำร่วมกัน หนังสั้น Still In The Cage  https://www.youtube.com/watch?v=pjGNpT7CAeQ Still In The Cage เป็นหนังสั้นยาว 18 นาทีนี้ กำกับและเขียนบทโดย โจนาธาน เดสเบียนส์ คนทำเอ็มวีชาวแคนาดา โดยเล่าเรื่องซึ่งมีฉากหลังเป็นกรุงเทพฯ ว่าด้วยกลุ่มเพื่อนผู้ต้องการหลบหนีจากเมืองใหญ่สู่ชุมชนลึกลับบนเกาะประมงร้างที่เชื่อว่ามีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่ ตัวหนังแบ่งเป็นสามพาร์ตและใช้เพลงประกอบจากอัลบั้มอีพีใหม่ของ Wiwek ที่ชื่อ The Free and Rebellious ไปจนถึงเพลงที่ชื่อว่า Killa ซึ่ง Skrillex และ Wiwek ทำงานร่วมกัน และใช้ประกอบในพาร์ตสุดท้ายของหนังสั้นเรื่องนี้ด้วย โดยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Skrillex แสดงความหลงใหลในศาสตร์ของภาพเคลื่อนไหว เพราะก่อนหน้านี้ตัวเขาเองที่่เคยให้สัมภาษณ์ว่า "ผมรู้สึกมาตลอดว่า เพลงเป็นศิลปะที่สื่อสารกับผู้คนอย่างโดยตรงไปตรงมาและส่วนตัวมากที่สุด แต่กับภาพยนตร์แล้วคุณสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น" ไปจนถึงผลิตหนังสั้นกึ่งเอ็มวีสุดเซอร์ที่ชื่อว่า Red Lips ซึ่ง Skrillex ร่วมเขียนบทและออกแบบแนวคิดในการสร้างด้วย Music Video 'Red Lips' https://www.youtube.com/watch?v=qI1ondD4FGU ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

I Love You ผู้ใหญ่บ้าน /  ปิยะ ตระกูลราษฏร์ / 

"ก้อย-วาสนา สิทธิเวช" คืนจออีกครั้งใน "I LOVE YOU ผู้ใหญ่บ้าน" กลับมาโลดแล่นบนจอแผ่นฟิล์มอีกครั้งหลังจากหายไปนานกว่า 4 ปี สำหรับดารามากฝีมืออย่าง ก้อย วาสนา สิทธิเวช ที่มารับบทบาทในภาพยนตร์อารมณ์ดีเรื่อง I LOVE YOU ผู้ใหญ่บ้าน ที่งานนี้เจ้าตัวเอ่ยปากมีหนักใจในตอนแรก แต่มาเจอซี้เก่าอย่าง ปิยะ ตระกูลราษฏร์ ทำให้การทำงานง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉาย 27 ตุลาคมนี้ พร้อมกันในโรงภาพยนตร์แน่นอน "ในหนังเรื่องนี้เล่นเป็นแม่ของพระเอกค่ะ รุ่นนี้แล้วจะให้เป็นนางเอกเหมือนเมื่อหลายปีก่อนก็ไม่ได้ ซึ่งบทก็จะเป็นแม่ที่ฮาๆ ตามประสาของแม่ในชนบท ที่เอ็นดูลูกชายตัวเอง คอยดูแลความเรียบร้อยของบ้าน แต่เป็นแม่ที่ทันคนนะ จะทันอย่างไรขอให้ไปลองดูกันในหนัง บทเรื่องนี้ไม่ไกลตัวเลยเล่นเองชงเองสบายมาก ๆ มีฮาๆ ตลกๆ สนุก คนดูจะได้ไม่ต้องเครียด สำหรับการร่วมงานกับน้องเฟรม ปรัชญา พระเอกของเรื่อง น้องเขาถือเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามอง ทำงานด้วยไม่ยากเลย เล่นเรื่องนี้ตอนแรกก็มีหนักใจเหมือนกัน แต่พอได้มาทำงานทุกอย่างราบรื่นดีมาก ยิ่งต้องมาเล่นกับพี่ปิยะ ตระกูลราษฏร์ ซึ่งเราคุ้ยเคนกันอยู่แล้ว เพราะทำงานด้วยกันมาตั้งแต่เรื่องครูบ้านนอกเมื่อ 38 ปีที่แล้ว ก็เรียกว่ายังเข้าขากันดี มองตาก็รู้ใจกันแล้วค่ะ"

แพร งัดแชทหลักฐานยัน ฟิล์ม น้องใหม่ฯ ทำร้ายลูก ให้สังคมตัดสินว่าใครโกหก!!
แพร ชนิตา /  ฟิล์ม น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ / 

แถลงระลอกสอง แพร ชนิตา อดีตภรรยาสาวของนักแสดงหนุ่ม ฟิล์ม ณัฐกวี ขอแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการหอบหลักฐานเป็นอินบ็อกซ์จากพี่สาวของฝ่ายชาย ที่เจ้าตัวยอมรับกับพี่สาวเองว่าทำร้ายลูกชายเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้! ยันคุณแม่ของหนุ่มฟิล์มทราบเรื่องตั้งแต่เธอท้องได้ 6 เดือน ในส่วนนี้มีหลักฐานเป็นแชทของเธอกับคุณแม่ของฝ่ายชายมาโชว์ หลังจากนี้ขอจบ ถ้าอีกฝ่ายไม่ออกมาพูดอะไรกระทบเธอและลูกอีก บอกอโหสิกรรมให้ เปรยอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว ไม่เชื่อว่าฝ่ายชายรักลูก บอกปล่อยให้ลูกเป็นคนตัดสินเองว่าอยากจะเจอพ่อเขามั้ย ส่วนถ้าหนุ่มฟิล์มจะไม่ได้อยู่ในวงการก็เพราะทำตัวเอง เรื่องที่บอกจะฆ่าตัวตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ... รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ “ที่เขาแถลงก็ได้ฟังอยู่นะ แต่ที่รู้สึกว่าฟังแล้วเป็นเรื่องจริงก็คือเขายอมรับว่าเขาเป็นพ่อแล้วเราขายขนมจีบด้วยกัน แค่นั้น” “เรื่องทำร้ายลูก ดูไลน์ค่ะ ที่เขาแชทมาขอเลิกกับเรา เขาก็บอกว่าฉันไม่อยากทำร้ายเธอด้วยความรุนแรงแบบนี้อีกแล้ว เขายอมรับว่าเขาเจ้าชู้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับพอร์ช เขายอมรับด้วยตัวเขาเองว่าเขาไม่อยากทำร้ายเราด้วยความรุนแรง แล้วที่เขาว่าเขาไม่เคยตามเทียวไร้เทียวขื่อเรา แต่เขาก็ยังไลน์มาตามทุกครั้ง” “ฉันอยากรู้เธอทำอะไร ฉันเหนื่อยก็อยากกอดเธอ อยากไปเที่ยวที่เธออยากไป ฉันรู้สึกเป็นเดอะฮักเลยที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาก็ไลน์มาดราม่าคิดถึงเรื่องเก่าๆ เมื่อคืนฉันฝันถึงเธอด้วย จิตใต้สำนึกฉันมันคิดถึงแต่เรื่องเธอ เหมือนเราเคยมีกันและกันเลิกไปมันเลยรู้สึกขัดๆ ถ้าย้อนเวลาฉันจะย้อนไปวันที่ตัดสินใจกลับมาทำงานตรงนี้อีกไหม เขาจะเลือกไม่ทำแล้วจะขายขนมจีบด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ นี่เป็นข้อความที่คุยกันตอนที่เขาขอเลิกกับเราไปแล้วแต่เราก็ยังคุยกันอยู่” “ประเด็นที่เขาปฎิเสธว่าเขาไม่ได้ทำร้ายลูก ในส่วนนี้พี่สาวของเขาได้ติดต่อเรามาทางเฟซบุ๊ค พี่สาวกับพ่อของเขาเพิ่งทราบเรื่องว่ามีน้องพอร์ช ก็เข้ามาขอโทษแทนเขา ก็บอกว่าอาจจะไม่สามารถขอโทษแทนตัวผู้ชายได้นะแต่ก็อยากจะขอโทษ แล้วเขาก็ได้คุยกับน้องชายเขาแล้ว เขาก็รับสารภาพว่าเขาทำจริงๆ” “พี่สาวคุยกับเราบอกว่า ทางผู้ชายโทรมาหาเราทางเฟซบุ๊ค ว่าเราเสียๆ หายๆ ว่าไม่ยอมฟังยอมเตี๊ยมกับมันก่อน แล้วเอ่ยชื่อเราว่าอีแพร์ อย่าไปคุยกับมันอีกนะ พี่สาวเขาก็มาบอกเรา หลังจากนั้นเขาก็ไปว่าพี่สาวเขาว่าโพสต์อย่างนั้นทำไม หลังจากที่พี่สาวเขาและพ่อเขาโพสต์ขอโทษแพร์จริงๆ ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ทางผู้ชายก็ไปต่อว่าพี่สาวว่าเขาไม่โอเคที่โพสต์ไปแบบนั้น” “พี่สาวเขาก็มาเล่าว่าน้องชายเขามาโวยวาย ว่าจะทำอะไรก็ทำเลยนะกูไม่เคยเห็นมึงเป็นพี่อยู่แล้ว เงินสักบาทก็ไม่เคยช่วย พ่อปู่ย่าห่านั่นอ่ะไม่ใช่ญาติกู มีแต่อยากเห็นกูตกต่ำ นี่คือคำที่พี่สาวเขาบอกมา” “แล้วก็จะมีไลน์ของพี่สาวเขาที่เขาคุยกับน้องเขาส่งมาให้แพร ซึ่งเขายอมรับว่ามันร้อง เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ พี่สาวเขาก็ถามว่าจะทำยังไงต่อเขาก็บอกช่างมันเหอะปล่อยวางแล้ว คือตัวผู้ชายยอมรับกับตัวพี่สาวว่าเขาทำจริงๆ พี่สาวเขาบอกว่าตอนแรกเหมือนตัวน้องชายเขาอ่อนลงเริ่มที่จะยอมรับแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาไปคุยกับใครถึงกลายเป็นว่าเขาเฟซบุ๊คมาด่าพี่เขา ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วออกมาแถลงข่าวไม่ยอมรับ” “พี่สาวเขามาซัพพอร์ทเรา เขาพูดกับเราเลยว่า น้องเขารักนะไม่ใช่ไม่รักแต่เขาไม่อยากรักแบบพ่อแม่รังแกฉัน ทางพ่อก็รักแต่ด้วยความที่โตมาคนละครอบครัว เขาไม่ได้ใกล้ชิดผูกพันแต่เขาก็พยายามจะสอนตลอด เขาเลยรู้สึกว่าถ้าน้องเขาต้องเป็นดาราแล้วเป็นดาราที่นิสัยไม่ดีเขายอมให้น้องไม่เป็นดาราดีกว่า เขาอยากเอาน้องเขาออกมาเพื่อรับผิดชอบ ทำหน้าที่ที่ควรทำ ไม่ใช่ว่าออกมาปฎิเสธแล้วอยู่กับความสังคม ความหน้าตาดีแบบนี้ เขาบอกว่าถ้ารักตัวผู้ชายจริงๆ ต้องดึงเขาออกมา ไม่ใช่ถลำให้เขาทำผิดซ้ำไปอีก” “พี่สาวเขามาเข้าข้างเรา รู้สึกเฉยๆ ก่อนในตอนแรกเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นยังไง ก็รู้สึกว่าเขาก็พูดถูกในหลายเรื่อง ก็รู้สึกดีที่ยังมีความถูกต้องอยู่บนโลกใบนี้” “แม่ฟิล์มบอกว่าเพิ่งทราบเรื่องพร้อมสื่อ แพรไม่มีหลักฐานแน่ชัดแต่เขาทราบตั้งแต่ที่แพรท้องได้ 6 เดือน เขาก็ทราบเรื่องแล้วไม่ใช่ว่าเพิ่งมาทราบก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็มีหลักฐานเป็นแชทที่คุยกัน แพรเริ่มเปิดว่าแพรมีลูกตอนเขาได้ 1 ขวบ ก็เอารูปลูกโพสต์เฟซบุ๊ค น้าเขาก็แชทมาว่าจริงรึเปล่า ใช่ลูกเธอกับหลานเขาไหม อย่าลบเขาออกจากเฟซบุ๊คนะ” “ตัวผู้ชายไม่ยอม เหมือนพอเราเปิดเผยตัวก็ไลน์มาต่อว่า ว่าเราทำให้ที่บ้านเขาทะเลาะกัน ถ้าเรื่องนี้ถึงหูยาย ยายจะไม่ส่งเงิน เธอไม่คิด ฉันเครียดมากแทนที่จะอยู่บ้านได้ต้องออกไปอยู่ที่อื่น เราก็บอกว่าเราผิดอะไร นี่คือลูกฉันแล้วฉันไม่ได้เปิดเผยว่าฉันมีลูกกับใคร คือเรากลายเป็นคนผิดที่ทำให้น้าๆ ญาติเขารู้ ตอนนั้นน้าเขาเองดีกับเรามาก ไม่โกรธไม่เกลียดเรา เพราะเขายังพิมพ์มาบอกว่าอย่าลบเขาออกนะ ยังคุยกับเขาได้อยู่นะ” “ส่วนคุณแม่เขาที่บอกว่าเพิ่งทราบว่าเรามีลูก เราก็มีหลักฐานเป็นแชทจากเฟซบุ๊คเขาทักมาหาเรา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. สืบเนื่องมาจากเราอินจากการดูละครสะท้อนสังคม จึงโพสต์เฟซบุ๊คว่า เด็กจะโตมายังไงก็แล้วแต่จุดเริ่มต้นมาจากพ่อแม่และการเลี้ยงดู จากนั้นแม่เขาก็ทักมาว่า จะพูดจะโพสต์อะไรให้มันเกรงใจบ้าง คนที่ต้องถูกสั่งสอนมากๆ ก็คือเธอ เป็นแม่คนต้องรับผิดชอบหลายอย่างจะสนใจใครทำไมว่าจะเอาลูกมั้ย ที่เขาบอกว่า เขาคิดว่าน้องพอร์ชคือหลานเรา อันนี้คือประเด็นที่เขายอมรับด้วยตัวเขาเองว่า เราเป็นแม่คน นั่นแสดงว่าเขารู้แล้วว่าเรามีลูกแล้ว และเขาก็ด่าเราค่อนข้างแรง แล้วอะไรที่คุณแม่บอกว่าพอร์ชเป็นหลาน เขารู้มาตลอดตามหลักความจริงว่าพอร์ชคือลูกของเราคือหลานของเขา ถ้าหลักฐานเอกสารแน่ชัดเราไม่มี แต่ถ้าเป็นคำพูดตอนน้องเกิด เขาไม่ให้ลูกชายเซ็นรับรองบุตร เพราะกลัวเรื่องของเอกสารทะเบียนราษฎร์ คุณแม่จะให้สามีเขาเซ็นรับเป็นพ่อแทน แต่เราไม่ยอมด้วยความเป็นแม่ สุดท้ายเราได้ของทางผู้ชายให้เซ็นตามที่แถลงไปตอนแรก” “ที่เขาแถลงแล้วพูดว่าเขารักลูก ต้องบอกว่าจะมีช่วงนึงที่แพรขอเอกสารเพื่อจะทำพาสปอร์ตให้น้อง เราก็ไปศึกษาว่าต้องใช้เอกสารบิดามั้ย ก็ไปบอกเขาว่ามันต้องใช้นะ เขาตอบกลับมาว่าไม่รู้ไม่ต้องใช้ก็ได้มั้ง ก็บอกไปว่าพ่อเด็กตายหรือว่าเลิกไปแล้วก็ได้ นี่เหรอคะที่บอกว่ารักลูก” “เขาบอกว่าอยากเจอลูกมาก แต่เหมือนเราขวางไม่ให้เจอ แพรไม่เคยเลยที่จะไม่ให้เขาเจอลูก เขารู้หมดว่าบ้านเราอยู่ไหน แล้วลูกจะอยู่ที่ไหน ชีวิตประจำวันเราไม่ได้ทำอะไรมาก ถ้าเขาคิดถึงลูกจริงๆ หรือรักลูกจริงๆ ไม่ยากที่จะมาเจอ เราไม่ใช่คุณแม่ใจยักษ์ใจมาร คุณแม่เขามีโอกาสได้เจอหลานแล้วตอนน้องเกือบ 1 ขวบ เราก็มีหลักฐานแน่นอนไม่ได้พูดลอยๆ” “เขาแถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาหมดเลย พูดหนังคนละม้วนกับเราเลย เราขอคุยด้วยหลักฐานดีกว่า ใครๆ ก็ออกมาพูดได้ว่า เธอทำร้ายลูก ฉันไม่ได้ทำร้ายลูก ถ้าไม่มีหลักฐานตรงนี้เอาตามหลักความจริงก็ได้ คิดว่าแพรเป็นแม่ที่อยู่ดีๆ จะตีลูกตัวเองให้เขียวเล่นๆ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ตั้งแต่ 3 ขวบด้วยนะ จะทำไปเพื่ออะไร” “ถามว่าทำไมเราเพิ่งออกมาพูดตอนนี้ เรากับเขาไม่ใช่เพิ่งเลิกกัน เราผ่านการเลิกผ่านการให้อภัยมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้มันไม่ใช่ประเด็นหึงหวง เราทำแบบนี้เพราะอยากจะออกมาจากชีวิตเขาแล้ว ฉันอยากจะไปมีอนาคตของฉันแล้ว คุณก็ไปมีอนาคตของคุณ ถ้าเราอยากจะไปดึงเขากลับไปจะมาทำแบบนี้มั้ย เราไม่อยากจะดึงเขากลับมาเลย เรามีแต่อยากให้เขาไปจากชีวิตเรา แต่เขาก็ยังมาวนเวียนอยู่ในชีวิตเราก็ไม่อยากจะอยู่กับความซ้ำๆ ซากๆ แล้ว” “ครั้งนี้แพรเรียกว่าอโหสิกรรมเลยดีกว่า แต่ถ้าเขายังยืนยันว่ารักลูกมาก ก็ให้เป็นสิทธิ์ของลูกตัดสินว่าอยากจะเจอพ่อเขามั้ย เราไม่ไปกีดกันเพราะเขาเป็นพ่อลูกกัน เมื่อวานเขาขอโทษ อโหสิกรรมให้ค่ะ อโหสิกรรมก็คือการให้อภัยแล้วนะ ให้อภัยคืออาจจะมีการวนเวียนกลับมา แต่อโหสิกรรมคือขาดเลย” “ฟ้องร้อง ไม่มีค่ะ ถ้าจะทำ ทำไปนานแล้ว ถ้าเขาจะหอบหลักฐานมาโต้อีกครั้ง ก็จะสู้ไปกับลูกค่ะ ผิดว่าตามผิด เราว่าไปตามความจริง เราสู้ด้วยความจริงดีกว่า อย่าสู้ด้วยคำโกหกค่ะ มันเหนื่อย” “ทางเขาบอกว่าเราพูดไม่หมด ไม่บอกว่าเป็นครูฝึกสอน เราอาจจะไม่ได้แบบลงรายละเอียดว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่ถามว่าเจอกันที่โรงเรียนไหม ใช่ค่ะ เราเจอกันวันแม่ที่ 12 สิงหา ซึ่งเป็นช่วงตอนปลายจะจบเทอมต้น พอปิดเทอมเราถึงตัดสินใจที่จะคุยกับเขา คบกับเขา เพราะเขาก็พูดเองว่าเมื่อคุณออกไปข้างนอกก็เป็นคนธรรมดาทั่วไปแล้วนะ ไม่ได้สอนเขาหรืออยู่ในโรงเรียนนั้นแล้ว เราจึงตัดสินใจที่จะคบกัน คือเทอมสองเราไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกับเขาแล้ว ไปฝึกอีกสถาบัน ต่างเทอมก็ต่างที่” “กระแสครูจีบนักเรียน เราเริ่มต้นความสัมพันธ์เหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องเลย แต่ถ้าถามว่าเจอกัน จุดเริ่มต้น มันเจอกันที่โรงเรียน แต่เราคบกันหลังจากปิดเทอมแล้ว เขาจีบเรานับจากวันนั้น โดยใช้วิธีการเหมือนที่เขาแถลงค่ะ โดยปรึกษาว่าอยากจะเข้าวิศวะ แต่เขาเรียนศิลป์คำนวณเข้าวิศวะไม่ได้ เราก็เลยให้คำปรึกษาเพื่อที่จะเป็นแนวทางในการไปเข้ามหาวิทยาลัยแค่นั้น แต่หลังจากนั้นก็มีการคุย มีการจีบพาไปนู่นไปนี่ พอสิงหาคมมันก็ปลายแล้ว ตุลาคมก็ปิดเทอม หลังจากนั้นเดือนสองเดือนเราก็ถึงค่อยเริ่มสานความสัมพันธ์” “ตั้งแต่มีเรื่อง ทางเขาไม่ติดต่อมาเลยค่ะ คุณแม่เขาบอกจะเป็นกาวใจ ไม่เลยค่ะ คือจริงๆ เขามีเบอร์แม่เรานะ แม่เราไม่ได้บล็อคเบอร์เขา มีแต่เราที่บล็อคเบอร์เขา เพราะเราไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรอีกแล้ว แต่ถ้าเขาจะติดต่อในเรื่องของลูก อย่างที่บอกค่ะ เราไม่ใช่เซเลป เขารู้ชีวิตประจำวันและรู้ว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน ถ้าเขาอยากจะเจอน้องพอร์ชมันง่ายมากเลย ง่ายกว่าที่หนูอยากจะไปเจอเขาด้วยซ้ำ” “ถ้าเขาติดต่อมา ยืนยันคำเดิมค่ะ เราไม่มีอะไรต้องคุยหรือต้องเคลียร์กันแล้ว มันก็อยู่ที่เขาค่ะ หลักฐานทั้งหมดเป็นความจริง แพรไม่ได้มานั่งปั้นหรือมโนอะไรขึ้นมา คำขอโทษหรือชดใช้ ไม่ค่ะ ไม่มีประโยชน์ต่อแพร คำขอโทษหรือสิ่งชดใช้อะไรไม่ได้ทำให้ชีวิตแพรดีขึ้นหรือแย่ลง” “อยากให้เรื่องจบยังไง ก็จบแบบที่แพรออกมายืนยัน คือเมื่อวานที่เขาออกมาปฏิเสธโดยเขาทำให้แพรโดนสังคมตราหน้าว่ากุเรื่อง สร้างเรื่องโกหก เพราะฉะนั้นแพรก็ออกมายืนยันว่าแพรไม่ได้โกหกแค่นั้นจบ แพรว่าสังคมตัดสินได้ค่ะ” “ที่บอกว่าจะจบ ไม่ขุดขุ้ยแล้ว ก็ขอให้เขาจบจริงๆ นะคะ เพราะเราจบแล้ว เราจะจบได้ต่อเมื่อเราเป็นผู้บริสุทธิ์ หนูออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของหนู ที่หนูแถลงเพราะอยากให้ทุกคนรู้ความจริงเป็นยังไง ใครโกหก ใครไม่โกหก เรารู้อยู่แก่ใจ แต่คนภายนอกเขาไม่ได้อยู่ใต้เตียงเราเขาไม่รู้หรอก อยู่ที่เขาว่าจะจบไหมหรือจะทำอะไรอีก” “ถ้าเขาออกมาอีก ก็อยู่ที่ว่าเขาจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างที่บอกไปว่าแพรจะไม่ออกมาแล้วถ้าไม่กระทบแพรกับลูก แต่ก่อนหน้าที่เขาออกมาคือมันกระทบมาบอกว่าเราพูดไม่จริง เราเลยต้องออกมาพูดอีก แต่ถ้าเขาจะออกมาพูดแล้วให้กระทบเราอีก เราก็ต้องออกมาต่อสู้ค่ะ อยากให้เป็นเคสสุดท้ายจริงๆ คือไม่รู้ว่ามันจะมีบ่วงกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีกไหม ขอให้แพรไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะ แพรออกมาแล้วไม่ขอเดินกลับไปอีก” “ความรู้สึกรัก เยื่อใย มันรักไม่ลงค่ะ มันไม่เหลือแล้วอ่ะ พยายามจะให้ความเป็นพ่อของลูกนะคะ แต่มันก็อยู่ที่ตัวเขาว่าพยายามจะทำตัวเป็นพ่อของลูกหรือเปล่า ปากเขาบอกว่ารักลูก คิดถึงลูก อยากเจอลูก แต่มันก็ยังเป็นแบบเดิม ไม่มีประโยชน์อะไร” “ครั้งหนึ่งเคยรักคนนี้ แพรยอมรับนะคะว่ามันเป็นความผิดพลาดของตัวเรา แต่คนทุกคนต้องมีความผิดพลาดเนอะ ไม่มีใครจะเพอร์เฟคตลอด แต่แพรขอเอาความผิดพลาดครั้งนี้เป็นบทเรียนในชีวิต ให้มันเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดของชีวิตแพรเลยดีกว่า" “อยากบอกอะไรสังคม แพรว่าในสังคมเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นอีกแน่นอน จะเกิดกับใครก็ไม่รู้ จะเป็นข่าวหรือไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง อยากบอกแค่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้ใช้สติมากกว่าอารมณ์ ถ้าเราเห็นว่าความถูกใจ พอใจ มาก่อนความถูกต้องเหมาะสม เมื่อนั้นชีวิตก็พัง แต่แพรไม่ได้ท้อกับชีวิตถึงกับต้องคิดสั้น คิดว่ามีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้วเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ แพรคิดเสมอค่ะวันนี้ไม่ใช่วันที่แย่ที่สุดของแพรหรอก มันต้องมีวันที่แย่กว่านี้อีก และต้องมีวันที่ดีกว่านี้อีกแน่นอน” “การที่ออกมาพูดอาจทำให้ฟิล์มอยู่ในวงการไม่ได้แล้ว มันก็ไม่ใช่ตัวแพรทำนะ มันก็เป็นตัวเขาทำ ถ้าเขาเป็นคนดีก็ไม่มีใครออกมาแฉเขาได้ถูกไหมคะ” “อธิบายตอนที่เขายอมรับกับพี่สาวว่าเขาทุบตีลูกอีกครั้ง ในไลน์ใช่ไหมคะ เขาบอกว่ามันร้องเลยควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อวานเขายอมรับว่าเคยตีลูกตอนหนึ่งขวบเพราะลูกดื้อ ตีเพราะสั่งสอนก็มีเกิดขึ้น แต่ไม่ได้รุนแรงเท่าตอนสามเดือน และที่เขาบอกไม่เคยทำร้ายร่างกายแพร ทำลายแต่ข้าวของใช่ไหม ทำร้ายข้าวของก็ทำแต่แพรไม่มีหลักฐาน ส่วนทำร้ายร่างกายแพรมีหลักฐานค่ะ แต่ไม่เห็นหน้าแพรนะ หากไม่เชื่อเดี๋ยวแพรจะเอาชุดนี้มาให้ดู ยังมีชุดนี้อยู่ ประมาณ 6 เดือนที่แล้วค่ะ ส่วนมากที่จะทะเลาะเชื่อไหมว่าจำไม่ได้ มันไม่น่าจำอ่ะ แต่ถ้าพูดเรื่องหึงหวงบอกเลยว่าไม่ เพราะโทรศัพท์เขากับโทรศัพท์เราคนละโลกเลย ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวกัน แต่ถ้าทะเลาะจะเป็นเพราะเขาชอบแกล้งให้เราโมโหหรือหงุดหงิด แพรโดนเขาทำร้าย 2-3 ครั้งค่ะ ด้วยเรื่องพวกนี้จะไม่ใช่เรื่องหึงหวงเลย จะมีแต่เรื่องงี่เง่าที่ไม่น่าทะเลาะ” “ฟิล์มบอกว่าตั้งแต่เกิดเรื่องเครียดถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย มันก็ไม่เกี่ยวกับแพรแล้วเนอะ แต่ว่าถ้าถามความรู้สึกจริงๆ อยากฝากบอกเขาว่าปัญาหาที่เขาเจอตอนนี้ไม่เท่าที่แพรเจอมาตลอดนะ สิ่งที่แพรเจอมาตลอดบวกกับสิ่งที่แพรต้องดำเนินชีวิตต่อไปมันหนักหนากว่าที่เขาเจออีกถ้าเขาคิดได้แค่ว่าเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว มันก็ไม่มีใครช่วยเขาได้แล้วค่ะ ถ้ามนุษย์แม่คนไหนเคยเป็นมนุษย์แม่หรือซิงเกิ้ลมัมจะรู้เลยว่ามันต้องการกำลังใจ มันเหนื่อยมาก เหนื่อยจนน้ำตาไหล แต่เหนื่อยแค่ไหนพอเห็นหน้าลูก ความเหนื่อยมันหายไปหมดเลย ถ้าเขารักลูกเหมือนที่เขาพูดนะคะ เขาจะอยากมีกำลังใจ อยากมีชีวิตอยู่ต่อค่ะ โดยที่ไม่ต้องมีใครมาดึงมาเติมเขาเลย” “อนาคตเราก็ดี เรียนจบแล้วต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่น แต่พอมีลูกเลยต้องอยู่แบบนี้ ใช่ค่ะ เหมือนที่เขาบอกว่าเพศแม่หรือเพศหญิงยอมที่จะให้อนาคตตัวเองเป็นยังไงได้เพื่อลูกเพื่อครอบครัว ก็อยากจะบอกเขาว่าเราก็เสียสละแล้วนะในจุดๆ นึง มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเสียสละบ้าง มันไม่มีใครหรอกที่จะเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ไปตลอดค่ะ” “เขาไม่ไปซื้อแพมเพิร์ส เพราะเขาบอกว่าเขาเป็นดารา จุดนี้คือจริง คือเขาไม่สามารถที่จะหิ้วแพมเพิร์สห่อใหญ่ๆ ได้ เพราะว่าคนจะสงสัยได้ว่าเขาซื้อแพมเพิร์สไปให้ใคร เราก็หิ้วเอง ไม่มีรถก็หิ้วนั่งมอไซต์ไป” “เขาบอกว่าถ้าเขาดัง มีเงินจะยอมเปิดเผยครอบครัว เอาแค่ปัจจุบันนี้ดีกว่าค่ะ เขากล้าเผชิญความจริงหรือเปล่า ถ้าปัจจุบันคุณกล้าเผชิญความจริง อนาคตมันดีแน่นอน หนูไม่กล้าคาดหวังถึงอนาคตค่ะ” “แม่เขาเครียดมากที่ลูกจะฆ่าตัวตาย ส่วนแม่เรา ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูกเนอะ แม่แพรก็รักแพร แม่แต่ละคนมีวิธีการจัดการ เลี้ยงดูหรือบ่มเพาะลูกไม่เหมือนกัน แม่แพรไม่ใช่ไม่เครียด แต่เขาก็อยากที่จะให้อภัย เขาพูดกับแพรมาคำนึงว่าเธอชนะแล้วเธอสวมมงกุฏอยู่ในนรกเธอโอเคมั้ย แพรก็เลยบอกว่าเมื่อก่อนแพรก็อยู่ในนรกมาตลอดนะแม่ แต่แพรไม่ได้สวมมงกุฏแค่นั้นเอง” แพร ชนิตา กล่าว แพร ชนิตา แพร ชนิตา แพร ชนิตา ฟิล์ม ณัฐกวี

อย่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว! ซิงเกิลใหม่ให้กำลังใจจาก เสก โลโซ ประกอบหนัง รัก หมัด สั่ง
ซิงเกิล.เพลง /  รัก หมัด สั่ง / 

อย่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว! ซิงเกิลใหม่ให้กำลังใจจาก เสก โลโซ ประกอบหนัง รัก หมัด สั่ง หนึ่งศิลปินร็อคที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เสก โลโซ ที่มีเพลงฮิตติดหูให้ได้ยินอย่างบ่อยครั้ง แม้ในช่วงหลังนี้จะกระแสเกี่ยวกับเพลงจะซา ๆ ลงไป แต่ล่าสุดร็อคเกอร์คนนี้ก็ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ออกมาให้ได้ฟังกันในชื่อเพลงว่า อย่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว ประกอบภาพยนตร์ไทยเรื่อง รัก หมัด สั่ง ซึ่งเจ้าตัวได้แรงบันดาลใจในการทำเพลงนี้มาจากมรสุมชีวิตทั้งเรื่องส่วนตัว ความรัก และครอบครัว ที่ได้ประสบพบเจอมาในช่วงที่ผ่านมา และด้วยจิตวิญญาณนักสู้และนักแต่งเพลง ทำให้รังสรรค์บทเพลงขึ้นมาเพื่อสร้างกำลังใจให้กับตนเองและคนรอบข้าง หนุ่มร็อคเกอร์คนนี้ยังได้กล่าวถึงความรู้สึกในการทำเพลงนี้ไว้ว่า "ได้มองเห็นชีวิตผู้คนอีกมากมาย ทุกคนนั้นย่อมเจอปัญหาแต่ทุกอย่างมีทางแก้ไข มีคนที่ต้องต่อสู้มากกว่าที่ตนได้เจอ ในส่วนตนเองนั้น ก็พบเจอกับอุปสรรค ณ ห้วงช่วงเวลาที่แต่งเพลงมากมาย ทั้งเรื่องส่วนตัว ความรัก ครอบครัว เมื่อกลับมาแล้วก็มาเจองานที่จะต้องตามแก้ไข จะหนักแค่ไหน จะเสียใจกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมายเพียงใด ก็ต้องสู้และเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไปตามหน้าที่ที่ต้องทำ ต้องมองมันให้เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ต้องก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ จึงอยากให้ทุกคนนั้นสู้ต่อไป ขอเพียงแค่มีกำลังใจ มุ่งมั่น แล้วตั้งใจทำให้ถึงที่สุด สู้สุดชีวิต ตะลุยเดินหน้าอย่าถอย แค่นี้ก็จะไปถึงฝั่งฝันและสำเร็จได้ในวันหนึ่งอย่างแน่นอน และอยากจะบอกว่าชีวิตคนเรามันง่ายมาก เป็นกำลังใจให้กับทุกคน ไม่ว่าปัญหาอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตคุณ ก็จงสู้อย่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว" รัก หมัด สั่ง ภาพยนตร์รักแนวย้อนยุค ว่าด้วยเรื่องราวของครูหนุ่มที่บ้าอ่านหนังสือ จับชอล์กเขียนกระดานดำ วันหนึ่งจะต้องก้าวเท้าสู่สังเวียนต่อยมวยกับนักมวยที่เก่งที่สุดเพื่อพิสูจน์รักแท้ ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 22 กันยายน 2559

กว่าจะมีหุ่นดีแบบนี้ เบเบ้ ต้องฟิตหนักขนาดไหนไปดู
เบเบ้ ธันย์ชนก

    กว่าหุ่นจะดีแบบนี้บอกเลยไม่ใช่เรื่องง่ายนะจ๊ะ สำหรับสาว เบเบ้ ธันย์ชนก ที่ฟิตหุ่นด้วยการออกกำลังกายอย่างหนักกว่าจะได้หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มแบบนนี้ วันนี้เราเลยรวบรวมคลิปการออกกำลังกายของสาวเบเบ้มาฝากสาวๆ ใครอยากมีหุ่นดีไว้อวดหนุ่มๆ ก็คลิกดูกันได้เลยจ้า... IG @thisisbebe #bebefitroutine คลิปนี้สร้างกล้ามท้อง เบถ่วงน้ำหนักเพิ่ม 2.5kg 20ครั้ง 5เซท เกือบไม่รอด 555 #หนังชีวิต #ทีมลูกเสือ #bebefitroutine คลิปนี้สร้างกล้ามท้อง เบถ่วงน้ำหนักเพิ่ม 2.5kg 20ครั้ง 5เซท เกือบไม่รอด 555 #หนังชีวิต #ทีมลูกเสือ IG @thisisbebe #bebefitroutine คลิปนี้กับท่าท้องบน และยังได้หลัง ไหล่ ฝึกbalanceอีกด้วยค่ะ leg lift to shoulder stand คือยกขาคู่ตรงขึ้นเหมือนleg lift แต่ยกก้นและลำตัวขึ้น จนเป็นเส้นตรงตั้งจากปลายเท้าถึงบ่าหลัง 10ครั้งค่ะ แล้วค้างไว้ หย่อนลำตัวลงโดยขาอยู่ที่เดิม 10ครั้ง ท่านี้จะเกร็งมากๆ ให้ออกแรงโฟกัสที่ท้องมากกว่าใช้หลังดันนะคะ ค่อยๆฝึก เบก็ไม่ได้ทำสำเร็จในครั้งแรกเหมือนกัน สู้ต่อปายย #ทีมลูกเสือ #bebefitroutine คลิปนี้กับท่าท้องบน และยังได้หลัง ไหล่ ฝึกbalanceอีกด้วยค่ะ leg lift to shoulder stand คือยกขาคู่ตรงขึ้นเหมือนleg lift แต่ยกก้นและลำตัวขึ้น จนเป็นเส้นตรงตั้งจากปลายเท้าถึงบ่าหลัง 10ครั้งค่ะ แล้วค้างไว้ หย่อนลำตัวลงโดยขาอยู่ที่เดิม 10ครั้ง ท่านี้จะเกร็งมากๆ ให้ออกแรงโฟกัสที่ท้องมากกว่าใช้หลังดันนะคะ ค่อยๆฝึก เบก็ไม่ได้ทำสำเร็จในครั้งแรกเหมือนกัน สู้ต่อปายย #ทีมลูกเสือ IG @thisisbebe #bebefitroutine คลิปนี้มาเล่นต้นขาหลังขา ก้น น่องให้กระชับกันค่ะ ท่านี้คล้ายๆ plank glute kickback แต่เราเพิ่มความยากโดยการหนีบดัมเบลล์ไว้หลังขาพับของขาที่ยก การที่เราออกแรงต้นขาด้านหลังและก้นนีบให้ดัมเบลล์ไม่ร่วง จะทำให้ท่าได้ผลยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนขาที่ยันพื้นด้วยปลายเท้าก็จะช่วยออกแรงกระชับน่อง upper body ที่plank ก็ได้บริหารไปด้วย เป็น total body workout ที่เบชอบมาก ข้างละ 15ครั้ง 5เซท เบใช้ดัมเบลล์ 1.5 kg ค่ะ #bebefitroutine คลิปนี้มาเล่นต้นขาหลังขา ก้น น่องให้กระชับกันค่ะ ท่านี้คล้ายๆ plank glute kickback แต่เราเพิ่มความยากโดยการหนีบดัมเบลล์ไว้หลังขาพับของขาที่ยก การที่เราออกแรงต้นขาด้านหลังและก้นนีบให้ดัมเบลล์ไม่ร่วง จะทำให้ท่าได้ผลยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนขาที่ยันพื้นด้วยปลายเท้าก็จะช่วยออกแรงกระชับน่อง upper body ที่plank ก็ได้บริหารไปด้วย เป็น total body workout ที่เบชอบมาก ข้างละ 15ครั้ง 5เซท เบใช้ดัมเบลล์ 1.5 kg ค่ะ IG @thisisbebe ชอบ smith machine จัง เล่นได้ทุกส่วนเลย วันนี้เล่นขา ก้น แต่ไม่ได้ยืนสควอทนะคะ นอนเบาะแล้วเอาขายันเอาค่ะ เบใช้น้ำหนักอยู่ที่ข้างละ 24.5kg ได้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง และก้น 15-20ครั้ง 5เซทค่ะ #ทีมลูกเสือ ชอบ smith machine จัง เล่นได้ทุกส่วนเลย วันนี้เล่นขา ก้น แต่ไม่ได้ยืนสควอทนะคะ นอนเบาะแล้วเอาขายันเอาค่ะ เบใช้น้ำหนักอยู่ที่ข้างละ 24.5kg ได้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง และก้น 15-20ครั้ง 5เซทค่ะ #ทีมลูกเสือ IG @thisisbebe #bebefitroutine คลิปนี้ กับการบริหารหน้าท้อง เอว สีข้างลีนๆ พร้อมกับไหล่สวยๆ และต้นแขนกระชับค่า ใช้ดัมเบลล์ 1.5kg ถือไว้ อีกข้างท้าวเอวไว้ค่ะ จะได้บาลานซ์ กางขาเท่าหัวไหล่ ชูแขนข้างดัมเบลล์ขึ้นข้างบน เอนตัวไปด้านข้างที่เท้าเอว แล้วดึงศอกกลับอีกข้างพร้อมยกเข่าขึ้นให้แตะกัน (ศอกเยื้องๆหลังเข่าหน่อยนะคะ ถ้าแตะกันตรงๆช้ำแน่นอน ผ่านมาแล้ว อิอิ) ทำแบบนี้ 15ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้าง 5เซทค่ะ รับรองได้ผล วันรุ่งขึ้นทั้งเอวทั้งแขนรู้เรื่อง #bebefitroutine คลิปนี้ กับการบริหารหน้าท้อง เอว สีข้างลีนๆ พร้อมกับไหล่สวยๆ และต้นแขนกระชับค่า ใช้ดัมเบลล์ 1.5kg ถือไว้ อีกข้างท้าวเอวไว้ค่ะ จะได้บาลานซ์ กางขาเท่าหัวไหล่ ชูแขนข้างดัมเบลล์ขึ้นข้างบน เอนตัวไปด้านข้างที่เท้าเอว แล้วดึงศอกกลับอีกข้างพร้อมยกเข่าขึ้นให้แตะกัน (ศอกเยื้องๆหลังเข่าหน่อยนะคะ ถ้าแตะกันตรงๆช้ำแน่นอน ผ่านมาแล้ว อิอิ) ทำแบบนี้ 15ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้าง 5เซทค่ะ รับรองได้ผล วันรุ่งขึ้นทั้งเอวทั้งแขนรู้เรื่อง

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Mechanic: Resurrection โคตรเพชฌฆาต แค้นข้ามโลก
Jason Statham /  Jessica Alba / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว Mechanic: Resurrection โคตรเพชฌฆาต แค้นข้ามโลก Mechanic: Resurrection โคตรเพชฌฆาต แค้นข้ามโลก ว่าด้วยเรื่องราวที่ต่อจาก Mechanic หนุ่มนักฆ่านาม อาเธอร์ บิชอพ ตัดสินใจวางมือจากการเป็นนักฆ่าแล้ว แต่โชคชะตาไม่อยากให้ชีวิตของเขาได้อยู่อย่างสงบสุข เมื่อจู่ ๆ มีคนมาลักพาตัวคนรัก จีนา รับบทโดย เจสสิกา อัลบา (Jessica Alba) โดยยื่นข้อเสนอให้เขาต้องไปฆ่าคนให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุถึง 3 ราย เขาจะจะช่วยคนรักของเขากลับมาได้หรือไม่ และอันตรายครั้งใหม่นี้จะทำให้เขาต้องพบกับเรื่องราวอะไรบ้าง ภาพยนตร์เข้าฉาย 25 สิงหาคมนี้ ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันพุธที่ 24 สิงหาคม 2559 ที่ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์ รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง Mechanic: Resurrection ทั้งหมด 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ธนาวุฒิ วิชัยพล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สกลวัฒน์ โอภาสสุวรรณกุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สมบูรณ์ ประเสริฐวชิรกุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ชัยโย เมฆชมภู (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) พัชรี วิเศษสมภาคย์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) รัชยา ศิริพันธุ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สมิตฐ์ มหาปิยศิลป์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ไตรรัตน์ สันติสกุลธรรม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธัฐชญกรฑ์ คงชุม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ภัทรชัย ลลิตโรจน์วงศ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร (ไม่รับสำเนาทุกกรณี) เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

Kingsglaive Final Fantasy XV รีวิวภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แบบไม่มีสปอย
Final Fantasy /  Final Fantasy XV / 

พลังแห่งราชานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าคนธรรมดาจะควบคุมได้ เจ้ารู้สึกแล้วใช่มั๊ย Kingsglaive Final Fantasy XV ภาพยนตร์ CG สุดยิ่งใหญ่ที่เหล่าเกมเมอร์สาวกไฟนอลต่างรอคอยหลังจากตามข่าวกันมาเป็นปีๆ ในที่สุดก็ได้ชมกันเสียที โดย NGIN ผนึกกําลังกับ PlayStation จัดรอบพิเศษให้แฟนๆ ได้ชมกันจนฟินไปทั่วหน้า Mthai Games จะขอเล่าประสบการณ์ความฟินให้แฟนๆ ที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์แบบไม่สปอยให้ฟัง (อ่่าน) แล้วกันนะครับ Kingsglaive Final Fantasy XV เป็นเรื่องราวคู่ขนานกับเกม FFXV ที่กำลังจะออกวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ (ล่าสุดเลื่อนออกไปแล้วเป็น 29 พฤศจิกายน 29) กล่าวถึงสงครามของ 2 อาณาจักรระหว่าง Lucis (ลูซิส) อาณาจักรแห่งเวทมนตร์และ Niflheim (นิฟเฟอไฮม์) อาณาจักรแห่งจักรกล ตัวหนังโฟกัสไปความสัมพันธ์ของ 3 ตัวละครหลักได้แก่ กษัตริย์ Regis (รีจิส) ในวัยชรา ผู้แบกรับภาระแห่งเชื้อสายราชา และภาระที่ว่าดูมีเงื่อนงำแถมยังไม่ได้เฉลยไว้ในหนังซะด้วย (ซึ่งถ้าอยากรู้ต้องไปตามเล่นเกมกันต่อ) Lunafreya (ลูน่าเฟรยา) เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์แห่งอาณาจักร Tenebrae (เทเนไบน์) ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองขึ้นของนิฟเฟอไฮม์ไปแล้ว และ Nyx (นิกซ์) นายทหารสุดเกรียนจากหน่วยทหารรักษาพระองค์ Kingsglaive ราชารีจิส กษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรลูซิส และผู้เป็นพ่อของ น็อคติส ตัวเอกของภาคเกม ลูน่าเฟรยา เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเทเนไบน์ นางเอกของภาคหนังและภาคเกม..(ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะ ^^) นิกซ์ นายทหารสุดเกรียนจากหน่วยทหารรักษาพระองค์ Kingsglaive พระเอกของภาคหนัง งานภาพ งามงดหยดย้อยสมการรอคอย CG รายละเอียดสูง ลื่นไหลไม่มีสะดุด เล่นมุมกล้องฉากแอ็คชั่นได้ดี แต่ก็มีเรื่องนึงที่คาใจคือหน้าของตัวละครบางตัวหน้าตาช่างละม้ายคล้ายกับนักแสดงบางคนจริงๆ เหมือนจะคิดว่าไปเอาหน้านักแสดงคนนั้นมาจริงๆ หรือเปล่ากันนะ แต่เหมือนใครกันบ้างไม่บอกหรอก เดี๋ยวจะหาว่าสปอย SFX ความอลังการ Square Enix ก็จัดให้เต็มๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเวอร์วังเหมือนเวลาเราเรียกมนต์อสูรมาแบบในเกมนะ เรียกว่าคุม Mood&Tone ให้เข้ากับหนังได้ดีมากกว่า เพราะถ้าจะเต็มกว่านี้อะไรที่มันพอดีแล้วมันจะล้นเกินไป นักพาทย์ และเสียงเพลงประกอบ ราชารีจิส ให้เสียงโดย Sean Bean (ฌอน บีน) นักแสดงรุ่นใหญ่ที่น่าจะคุ้นกันดีจากซีรีส์ Game of Throne ฟังเสียงราชารีจิสทีไรก็นึกถึง เน็ท สตาร์ค ทุกที หรืออาจเป็นเพราะตรงนี้ก็ได้ที่ทำให้ ฌอน ได้พาทย์เสียงนี้เพราะนี่คือเสียงของคนที่มีภาระจริงๆ ลูน่าเฟรย่า ให้เสียงโดย ลีน่า เลย์ดีย์ นักแสดงจาก Game of Throne เช่นกัน นึกไม่ถึงว่าป้าจะให้เสียงได้สาวขนาดนี้ ซึ่งฟังแล้วก็ให้ความรู้สึกของการเป็นเจ้าหญิงจริงๆ ไม่แน่ใจว่าจะได้ยินเสียงนี้ในเกมอีกหรือเปล่า ส่วนพระเอก นิกซ์ ให้เสียงโดย แอรอน พอล นักแสดงจากซีรีส์ Breaking Bad ก็ให้เสียงได้เกรียนสมคาแร็คเตอร์ ถ้าใครได้ดูแกเล่นซีรีส์ไว้จะทราบดีว่าแกเล่นไว้เกรียนขนาดไหน ไม่ถึงกับเด่นแต่ก็ไม่ด้อย มีเพลงที่เป็นเมนธีมของซีรีส์ไฟนอลให้ได้ยินตลอดเวลา จุดนี้เป็นเอกลักษณ์เลยนะ โน๊ตตัวเดิม เพิ่มเมโลดี้ใหม่ๆ เข้าไป ทำให้ฟังแล้วนึกถึงทันทีว่า นี่มันเพลงจากฉากนั้นฉากนี้ของในเกมนี่นา เนื่อเรื่อง หนัก! หนักเลยครับ ถ้าไม่รู้จักไฟนอลมาก่อนแล้วมานั่งดูนี่มีงงแน่นอน แต่ถ้าคุณเคยเล่นเกมนี้มาบ้างคุณจะรู้สึกว่าหนังสนุกทันที และยิ่งถ้าคุณเล่นเกมนี้มาหมดทุกภาค Kingsglaive จะทำให้คุณดำดิ่งลงไปในโลกของไฟนอลเสมือนว่าคุณคือประชากรของอาณาจักรลูซิสเลยก็ว่าได้ มอสเตอร์ทุกตัว เทคนิคการต่อสู้ของแต่ละคน การร่ายเวทย์ หรือแม้แต่มนต์อสูรที่แม้ว่าตัวหนังจะไม่ได้บอกว่านี่คืออะไร แต่คุณจะรู้ทันทีว่าเหตุการณ์คืออะไรในภาษาเกม แม้แต่บรรยากกาศในเมือง อาคารบ้านช่องต่างๆ ดูแล้วทำให้นึกถึงเกมภาคเก่าๆ ทันที แถมจะยังทำให้คิดได้อีกว่า เฮ้ย แบบนี้มันลงตัวเลยแฮะ แต่ก็นั่นละครับ มหากาพย์ระดับนี้ถูกยัดมาเป็นภาพยนตร์เวลา 110 นาที ก็ต้องลดทอนเรื่องอื่นๆ ไปอีกเยอะ มีบางมุมที่เรามองว่าน่าจะสามารถเล่าต่อได้อีกนิด ภาพรวม แฟนๆ ไฟนอลซีรีส์สมควรจะมีไว้ประดับบารมีเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเติมเต็มเนื้อเรื่องในส่วนที่เกมไม่ได้กล่าวถึง แน่นอนว่า Kingsglaive ไม่ใช่จานหลักนะครับ นี่แค่เรียกน้ำย่อยซึ่งก็พอจะเดาได้ว่าเราจะได้พบอะไรในอนาคตนอกจากเกม เพราะเท่านี้เห็นในหนังก็ tie in ไว้ค่อนข้างเยอะแล้ว สรุปคือถ้าคุณเป็นแฟนไฟนอล หามาดูให้ได้นะครับ ให้ความรู้สึกต่างจาก FFAC จริงๆ ขอไม่ให้คะแนนนะครับ เพราะไม่ได้เป็นนักวิจารณ์หนัง แค่พูดถึงหนังในฐานะเกมเมอร์เท่านั้น ^^ เกร็ดความรู้ คำว่า Glaive มาจากภาษาฝรั่งเศส หมายถึง ดาบ เมื่อนำมาเล่นคำจาก King's Glaive ที่หมายถึง ดาบของกษัตริย์ เป็น Kingsglavie ที่เป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ในหนังแล้วก็เหมาะสมดี แถมยังคล้องกันกับท่าการโจมตีสายเวทย์ของราชารีจิส โดยการเรียกดาบออกมาหลายๆ เล่มอีกด้วย ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้ด้วยการแชร์และคอมเม้นท์ที่โพสต์ของคุณครับ แถมท้ายด้วยคลิปสัมภาษณ์นักแสดงหลักผู้ให้เสียงตัวละครหลักทั้ง 3 คนจ้า ^^

ไปดูอะไรดี ใน
2559 /  เทศกาลหนังสั้น

ใน Thai Short Film & Video Festival หรือ เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 20 โดยความร่วมมือของ มูลนิธิหนังไทย และ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 28 สิงหาคม มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจทั้งภาพยนตร์ขนาดสั้นจากไทยและต่างประเทศ ไปจนถึงหนังขนาดยาวที่ได้รับเลือกมาฉายโชว์ในเทศกาลนี้ เราจึงขอหยิบหนังที่น่าสนใจในแต่ละวันมาแนะนำให้ชมกัน แนะนำหนัง เทศกาลหนังสั้น ครั้งที่ 20 วันที่ 21 - 24 สิงหาคม โปรแกรมฉายในเทศกาลหนังสั้น 20 โดยแบ่งเป็น 20-21 ส.ค. ที่ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และ 23-28 ส.ค. ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ยังคงมีหนังสั้นอาเซียนให้ชมอีก 2 โปรแกรม ได้แก่ S-Express Indonesia 2016 กับ 4 ผลงานหนังสั้นจากอินโดนีเชียซึ่งมีทั้งหนังสารคดีและหนังเล่าเรื่อง และ S-Express Malaysia 2016 รวมหนังสั้นจากมาเลเซียซึ่งคัดเลือกโดย เฉิน ชุ่ยเหมย (Tan Chui Mui) ผู้กำกับหญิงและโปรดิวเซอร์ชาวมาเลเซีย S-Express Indonesia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25 ฉาย เวลา 17.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 14.00 น. ณ ห้องฉาย 501) S-Express Malaysia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25  ฉาย เวลา 13.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 16.30 น. ณ ห้องฉาย 501) สาย ‘รางวัลดุ๊ก’ ส่วนหนังสั้นในสายประกวดเริ่มต้นด้วยสาย ‘รางวัลดุ๊ก’ หรือสายสารคดี ซึ่งยังมีฉายอีก 2 โปรแกรม วันพฤหัสบดีที่ 25 เริ่มในช่วง 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 กับ ในชุดที่สอง ฉายทั้งสิ้น 4 เรื่องได้แก่ 'การตายของหิ่งห้อย' โดย จิรัฐติกาล พระสนชุ่ม และ พสิษฐ์ ตันเดชานุรัตน์ (ยาว 20.40 นาที), Anonymous in Bangkok โดย สินีนาฎ คะมะคต (24.17 นาที), 'ม้าทรง' โดย อภิชน รัตนาภายน และ วัชรี รัตนะกรี (22.29 นาที) และ 'แปะอิ่น' โดย พริมริน พัวรัตน์ (19.19 นาที) และในชุดที่ 3 วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม เริ่มเวลา 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 เช่นกัน กับอีกสามเรื่องชวนชม ทั้ง Ghost โดย วรพจน์ อินเหลา (21.29 นาที), The Rebirth โดย ธีรยุทธ วีระคำ (24.17 นาที) และ 'คนหมายเลขศูนย์' Mr.Zero โดย นัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์ (41.10 นาที) สาย ‘รางวัลช้างเผือก’ กลายเป็นสายที่รวมคนทำหนังเลือดใหม่น่าจับตาไปแล้วในปีหลังๆ สำหรับ ‘รางวัลช้างเผือก’ หรือ หนังสั้นประเภทนักศึกษา ซึ่งในปีนี้หลายเรื่องได้ถูกฉายในงานที่ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ ๆด้จัดขึ้นเพื่อโชว์ผลงานของนักศึกษาในสาขาภาพยนตร์ของตนกัน ซึ่งในรอบสุดท้ายของสายนี้ก็มีหนังสั้นที่น่าสนใจและน่าจับตาผ่านเข้ารอบมาอย่างอบอุ่น ทั้งจาก 'วัฏจักรวาล' และ 'เมื่อปูนฝัน' หนังสั้นที่โดดเด่นในด้านสไตล์จาก มศว, 'Remark ไม่ได้เป็นอะไรกัน' และ Anatomy of Her สองหนังสั้นที่เล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจจาก ICT ศิลปากร, Lost in the Universe หนังสั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากหลากผลงานของ เป็นเอก รัตนเรื่อง โดย พชร พิทักษ์จำนงค์ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล หรือแม้แต่ผลงานจบการศึกษาของ วิโอเลต วอเทียร์ อย่าง Glitter and Smoke ที่หลายๆ คนอยากชม เช็คโปรแกรมฉายสาย ‘รางวัลช้างเผือก’ แต่ละเรื่องได้ที่นี่ Digital Forum 2016 มาที่หนังซึ่งยาวเกิน 30 นาที แม้จะไม่เข้าเกณฑ์การประกวดแต่ก็ถูกคัดเลือกมาฉายโชว์ในสายนี้ โดยปีนี้มีทั้งหนังจากนักศึกษาที่น่าสนใจ ไปจนถึงหนังจากคนทำหนังที่เราคุ้นหน้ามาร่วมฉายด้วย ทั้ง Klose โดย อสมาภรณ์ สมัครพันธ์ ที่ถูกพูดถึงอย่างมากจากงาน 'กางจอ' (งานฉายผลงานของ คณะนิเทศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาภาพยนตร์และภาพนิ่ง) ครั้งล่าสุด มาจนถึงรอบปฐมทัศน์ของโปรเจ็กต์รวมหนังสั้น Bangkok Stories ของ 6 ผกก. หนังอิสระชื่อดัง ที่ต่างก็มาถ่ายทอดเรื่องของ "กรุงเทพฯ" ในมุมมองของตนเอง ได้แก่ โสรยา นาคะสุวรรณ (ตอน 'พาหุรัด'), อโนชา สุวิชากรพงศ์ ('Oh, Jean!'), สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข ('เยาวราช'), วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์ ('Morchit, Almost Love Story'), บิลลี่ วรกร ฤทัยวานิชกุล ('When smoke collides') และ อาทิตย์ อัสสรัตน์ ('Hero') ซึ่งจะฉายใน วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม (19.00 น) ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 พร้อมพูดคุยกับผู้กำกับอีกด้วย (โดยหนังจะเข้าฉายจริงในปลายปีนี้) ติดตามข่าวสารของโปรเจ็กต์ Bangkok Stories Film ได้ที่นี่ สาย ‘รัตน์ เปสตันยี’ ปิดท้ายด้วยสายประกวดหนังสั้นประเภทบุคคลทั่วไป หรือรางวัล 'รัตน์ เปสตันยี' แม้ในปีนี้จะมีผลงานที่ส่งเข้ามาน้อยลงกว่าปีก่อน แต่ก็ยังคงมีผลงานของผู้กำกับที่เราคุ้นเคยเข้ามาในรอบสุดท้ายนี้ด้วย ทั้งหนังที่ BIOSCOPE มีส่วนร่วมเองอย่าง 'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า' โดย ชาคร ไชยปรีชา และ อภิญญา สกุลเจริญสุข, 'ไกลลิบนานเหลือ' ของ ศิวโรจณ์ คงสกุล ('ที่รัก', Distance) ผู้มีผลงานหนังสั้นเป็นประจำทุกปี , 'รักษาดินแดน' (Fat Boy Never Slim) ของ สรยศ ประภาพันธ์ อีกคนทำหนังรุ่นใหม่ที่มีผลงานหนังสั้นสม่ำเสมอ, 'ศูนย์กลางของจักรวาล' (Center of the Universe) ของ ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล ผู้กำกับหนังสารคดีที่ปีนี้มาส่งสายเล่าเรื่องบ้าง หรือแม้แต่อีกผลงานในปีนี้ของ ใหม่-อโนชา สุวิชากรพงศ์ อย่าง Nightfall หนังสั้นซึ่งกำกับร่วมกับ ตุลพบ แสนเจริญ เป็นต้น ในสาย  'รัตน์ เปสตันยี' จะฉายใน วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 ทั้งหมด สามารถเช็คโปรแกรมแต่ละเรื่องได้ที่นี่ และปิดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม กับพิธีปิดและประกาศผลรางวัลในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 นี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป .... ติดตามข่าวสารและข้อมูลเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 ได้ที่นี่ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

MAXXX Store มาแล้ว! บริการเช่าหนังออนไลน์ลิขสิทธิ์ราคาถูก พร้อมโปรโมชั่นแรง ๆ เพียบ
MAXXX Store /  MONOMAXXX / 

MAXXX Store มาแล้ว! บริการเช่าหนังออนไลน์ลิขสิทธิ์ราคาถูก พร้อมโปรโมชั่นแรง ๆ เพียบ อีกหนึ่งประสบการณ์เว็บไซต์ชมภาพยนตร์ออนไลน์ที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากอย่าง MONOMAXXX ที่มีคอนเทนต์เกี่ยวกับภาพยนตร์ดังและซีรีส์มากมายอัดแน่นรอให้บริการอยู่นั้น ในตอนนี้ MONOMAXXX ได้เพิ่มขีดความสามารถในการเติบโตของเว็บไซต์ชมภาพยนตร์ด้วยการเปิดตัว MAXXX Store ขึ้นมาให้บริการอีกหนึ่งส่วน ซึ่ง MAXXX Store มีความแตกต่างจาก MONOMAXXX ดังต่อไปนี้ ให้บริการดูภาพยนตร์ออนไลน์ถูกลิขสิทธิ์แบบเช่าเป็นรายเรื่อง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่เรื่องละ 59 บาท สูงสุด 79 บาท หลังจากที่เช่าแล้วสามารถรับชมได้ 92 ชั่วโมง นับจากที่เปิดดูครั้งแรก หากยังไม่เปิดดูจะเก็บไว้ได้นานถึง 30 วัน คอนเทนต์ภาพยนตร์เอ็กซ์คลูซีฟทั้งหมด จะไม่มีฉายที่อื่น ผู้ให้บริการเดียวกันกับ MONOMAXXX ต่างกันที่ MONOMAXXX จะเป็นเหมาจ่ายรายเดือน ส่วน MAXXX Store จะเป็นรูปแบบเช่าเป็นเรื่อง MAXXX Store จะมีคอนเทนต์ที่สดใหม่กว่า ฉายพร้อมแผ่น หรือบางเรื่องที่ไม่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ก็จะมีให้ชมที่นี่ก่อนใคร นับเป็นอีกหนึ่งก้าวความสำเร็จที่ลูกค้าให้การตอนรับและให้ความไว้วางใจเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ทำให้ MONOMAXXX สามารถขยายช่องทางการให้บริการเพื่อตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนรุ่นใหม่อย่าง MAXXX Store ที่รับรองได้ว่าจะไม่ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์อย่างถูกลิขสิทธิ์แบบออนไลน์ผิดหวังอย่างแน่นอน เข้าสู่เว็บไซต์ MAXXX Store คลิกที่นี่

ฉันทวิชช์ ธนะเสวี /  นิษฐา จิรยั่งยืน / 

"โต้ง-บรรจง" ชวนดูเบื้องหลัง "แฟนเดย์" ก่อนเข้าโรงฉายจริง ! รวมทุกความรู้สึก ทั้งโหด-มันส์-ฮา เอาไว้เต็ม ๆ สำหรับกองถ่ายหนังเรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว จากค่าย GDH ที่ยกพลไปไกลถึงฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น โดยวันเสาร์นี้ (27 ส.ค.) ผู้กำกับคนเก่ง โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ได้นำภาพเบื้องหลังกองถ่ายมาฝากกันแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นความน่ารักสดใสของนางเอก มิว นิษฐา จิรยั่งยืน และลีลาความทะเล้นของพระเอก เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ที่ต้องปกปิดความลับเรื่องทรงผมหยิกหยอยด้วยการใส่หมวกไหมพรม มานานถึง 6 เดือน !! แถมด้วยเรื่องไม่ลับที่อยากให้แฟน ๆ รู้อีกเพียบ ติดตามได้ในรายการ แฟนเดย์ สเปเชียล ตอน กว่าจะได้มีแฟน (เดย์) ในวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคมนี้ เวลา 22.30 น. ทางช่อง GMM25