หนังเกย์

Lost in Paradise สวรรค์แกล้งให้รัก
Lost in Paradise /  หนังเกย์ / 

ภาพยนตร์ดราม่าจากเวียดนามที่เล่าเรื่องของคนชายขอบในสังคม และโหยหาความรักความเข้าใจ หนังเล่าโดยผสมพล็อต 2 เส้นเข้าด้วยกัน เรื่องแรกนั้นว่าด้วยรักสามเส้าของผู้ชายสามคน โขย ถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านที่นาจางเพราะรับไม่ได้ที่เขาเป็นเกย์ เด็กหนุ่มจึงมุ่งหน้าสู่ไซ่ง่อนและมาพักอาศัยอยู่กับเพื่อนชื่อ ดง โดยฝ่ายหลังนั้นพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าร่วมกับแฟนหนุ่มของเขาซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการขายตัว เรื่องที่สองนั้นเล่าถึงชายที่สติไม่สมประกอบคนหนึ่ง เป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้าน เขาพยายามทาอาชีพเลี้ยงเป็ด แต่ก็เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น อยู่มาวันหนึ่ง เขาไปตกหลุมรักหญิงแปลกหน้า ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า เธอเป็นโสเภณี ที่คอยบริการผู้ชายในตอนกลางคืน Lost in Paradise เปิดตัวในเทศกาลหนังดังๆ อย่างปูซานและแวนคูเวอร์ ผลงานจากคนทาหนังชาวเวียดนาม วูง็อกดัง ที่สะท้อนความเป็นไปในสังคมร่วมสมัยของเมืองใหญ่อย่างไซ่ง่อนแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซอกหลืบที่ไม่มีใครสนใจจะรับรู้ จนสื่อเรียกหนังเรื่องนี้ว่า เป็นหนังเกย์เรื่องแรกของเวียดนาม ซึ่งบรรยากาศอันอึมครึม หม่นเศร้า บ่งบอกถึงสภาวะอันเงียบเหงาในจิตใจตัวละคร ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ House RCA เท่านั้นครับ*** -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จากเพื่อนเฮี้ยนฯ สู่ อนธการ หนังยาวของ ผกก.อนุชา ที่ได้ไปเทศกาลหนังเบอร์ลิน
The Blue Hour /  คืนสีน้ำเงิน / 

เข้าสู่ตอนสุดท้ายกันแล้ว สำหรับความหลอนในรั้วโรงเรียน ที่ทำให้ทุกคนสะดุ้งเฮือก ในซีรีย์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ในตอน คืนสีน้ำเงิน ผลงานของผู้กำกับ อนุชา บุญวรรธนะ ที่ฉายให้ได้ชมกันในวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. นี้ แต่ถ้าฉบับซีรีย์ยังไม่ถึงใจคุณล่ะก็ ขอเชิญรู้จักกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่อง อนธการ (The Blue Hour) โดยใช้เรื่องราวเดียวกัน ผู้กำกับเดียวกัน แต่ฉบับหนังยาวนี้ได้รับเลือกไปฉายไกลถึงเทศกาลหนังเบอร์ลิน สาย Panorama เลยทีเดียว ภาพยนตร์ อนธการ เล่าถึงประเด็นเพศที่ 3 โดยตรง โดยเป็นเรื่องราวของ ตั้ม (กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์)เกย์หนุ่มชีวิตเหงาหงอย ที่มักถูกเพื่อนรังแกเป็นประจำเวลาที่อยู่โรงเรียน เมื่องกลับบ้านก็ถูกพ่อตี อีกทั้งแม่และพี่ชาย ก็ไม่เคยไว้วางใจตัวเขาเลย แต่วันหนึ่ง ตั้ม ได้รู้จัก ภูมิ (โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) เด็กหนุ่มลึกลับที่พบทางอินเตอร์เน็ต ก่อนจะนัดเจอไปพบกันที่สระว่ายน้ำร้าง และเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ถลำลึกไปทุกขณะ จนนำตั้มเข้าไปพัวพัน กับการก่ออาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิต ตัวอย่างหนัง อนธการ โดยความหมายของ The Blue hour ชื่อภาษาอังกฤษของหนัง คือ ช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตก แต่ยังไม่มืด เป็นช่วงเวลาที่กั้นแบ่งระหว่างโลกจริง กับความฝัน ,ความดี กับ ความชั่ว และรวมถึง "ความโง่เขลาของมนุษย์" ซึ่ง อนธการ เรื่องนี้ ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลหนังเบอร์ลิน ครั้งที่ 65 ในสาย Panorama ระหว่างวันที่ 5 - 13 ก.พ. 58 อีกด้วย บทสรุปเรื่องราวของตั้มและภูมิ จะจบลงแบบไหน ติดตามกันได้เต็มๆ ในภาพยนตร์ อนธการ The Blue Hour ซึ่งยังไม่มีกำหนดฉายในประเทศไทย และคงต้องรอกลับจากเทศกาลหนังเบอร์ลินเสียก่อน แต่ถ้าคุณผู้ชมรอไม่ไหว ก็หาคำตอบของเรื่องราวสุดหลอนนี้ได้ในซีรีย์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอน คืนสีน้ำเงิน ได้ในวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. นี้  เวลา 22.00 น. ออกทางช่องจีทีเอช ออนแอร์  และช่องจีเอ็มเอ็ม25 ตัวอย่างเพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอน คืนสีน้ำเงิน ------------------------------

Father & Son /  บทสัมภาษณ์ / 

หนังที่กำลังเป็นที่ฮือฮา พ่อและลูกชาย (Father & Son) ใกล้เข้าฉาย 12 พฤศจิกายนนี้แล้ว มีบมสัมภาษณ์ “สราวุธ อินทรพรหม” หรือ โน๊ต ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ มาฝาก ได้รับรู้ถึงที่มาที่ไปของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่มาของภาพยนตร์ Father & Son มาจากไหน "สืบเนื่องจาก ในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังมีการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมายหลายข้อ เพื่อชาวเพศที่สาม อาทิเช่น  กฎหมายการแต่งงาน  กฎหมายการเลี้ยงดูบุตร  จึงเกิดไอเดียในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตครอบครัวของชาวเกย์  ว่ามีแนวโน้มเจอปัญหาอะไรได้บ้าง  ก็เพื่อให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจ เพื่อให้ชาวเกย์สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข" เรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ และต้องการตีแผ่ให้กับคนดู "ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตคู่ของชาวเกย์  โดยเน้นไปที่การเลี้ยงดูบุตรที่เกิดจากการอุ้มบุญ  เมื่อเด็กต้องเติบโตมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นผู้ชายทั้งคู่  เด็กจะมีแนวโน้มเจอปัญหาอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะเด็กที่อาศัยอยู่ในสังคมไทย  ซึ่งเป็นสังคมที่สนใจเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมากเกินไป  ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ชาวเกย์ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถเตรียมรับมือกับปัญหาที่อาจเจอในภายภาคหน้าได้  โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายการแต่งงานและเลี้ยงดูบุตร ได้รับการอนุมัติออกมาแล้วจริงๆ" มีความคิดเห็นยังไงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ เรท 20 "เป็นเรื่องที่ดีงาม ที่กระทรวงวัฒนธรรมให้ภาพยนตร์เรื่องได้ฉาย โดยไม่มีการตัดทอนใดๆ และไม่ออกคำสั่งห้ามฉาย แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องจะมีฉากที่พูดถึงเรื่องเพศอย่างสมจริงมากมายหลายฉาก แสดงให้เห็นว่า ทางกระทรวงเข้าใจถึงความเป็นศิลปะ บริบทของภาพยนตร์  เข้าใจเหตุผลของภาพยนตร์  ไม่ได้ปิดกั้นการนำเสนอสื่ออย่างที่หลายคนเข้าใจ  ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี  ที่วงการภาพยนตร์ไทยสามารถก้าวข้ามไปสู่ระดับสากลได้สำเร็จ  โดยมีหนังเรื่องนี้เป็นใบเบิกทาง" ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ "คือการนำเสนอชีวิตของชาวเกย์ได้อย่างเข้มข้นและสมจริงที่สุด เท่าที่เคยมีการสร้างภาพยนตร์แนวนี้ในประเทศไทย  โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเพศ  จนทำให้ภาพยนตร์ได้เรท ฉ.20 (ต่ำกว่า 20 ปีห้ามดูเด็ดขาด)  รวมไปถึงการเปิดประเด็นใหม่ๆเกี่ยวกับเกย์  ซึ่งก็คือประเด็นเรื่องการเลี้ยงดูบุตร  ความรักความเสียสละ  ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว  ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย" นักแสดงที่เลือกมารับบทในครั้งนี้ แต่ละคนมีความเหมาะสมกับบทที่ได้รับอย่างไรบ้าง   "เริ่มที่ “แบงค์  ธนาพล ประสงค์ทรัพย์”  รับบทพ่อ หรือ เอก ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกับตัวละครในภาพยนตร์  และตัวจริงของแบงค์เอง ก็มีคนรักที่คบหากันมานานแล้ว โดยอยู่กันเป็นครอบครัวจริงๆ และเป็นคนรักเด็ก  จึงสามารถถ่ายทอดความรักที่มีต่อคนในครอบครัวได้อย่างสมจริง ส่วน “เฟรชชี่  ตวงภพ  ตัญเจริญ” รับบท หนึ่ง ที่เป็นลูกชาย มีบุคลิกและคาแรกเตอร์ แบบเด็กวัยรุ่นเลือดร้อน ตรงตามวัย ซึ่งสามารถสะท้อนความเป็นเด็กมีปัญหาได้ทั้งจากสีหน้าแววตา  นอกจากนี้ ยังมีความกล้าในการแสดงบทที่แรง ซึ่งมีนักแสดงวัยรุ่นไม่กี่คนในไทย ที่ทุ่มเทกับการแสดงได้มากแบบนี้ อีก 3 คน ได้แก่  “เธโอ  ชิระ  จีระกุลชาญ”  “เอมีน สิริตา”  และ  “กานต์  กุลานุพงศ์”  สามคนนี้เป็นกลุ่มนักแสดงสมทบในเรื่อง ซึ่งมีบุคลิกและคาแรกเตอร์ตรงตามบทอยู่แล้ว  ทำให้คนดูเชื่อว่าเขาคือตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ  นอกจากนี้ยังมีรูปร่างหน้าตาดูดี เป็นที่ดึงดูดผู้ชม" ฉากใดที่น่าสนใจ ลองเล่ารายละเอียดฉากและความน่าสนใจ "ฉากการปะทะคารมระหว่างพ่อลูกทุกฉาก  แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยระหว่าง ลูกที่ต้องการหนีไปอยู่ที่อื่น กับพ่อที่พยายามทำความดีทุกอย่าง เพื่อให้ลูกอยู่อย่างมีความสุข  สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของสถาบันครอบครัวในโลกแห่งความจริง ยังไงก็อยากให้ติดตามชมกัน เข้าฉาย 12 พฤศจิกายนนี้ โดยเข้าฉายเพียง เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก กับ SFW ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ฝากผลงานล่าสุดนี้ด้วยนะครับ" ----------------------------------------

funny /  ขำๆ / 

เรื่องตลก แปลชื่อหนัง   Mummy.............................. แม่จ๋า Mummy Return.....................แม่จ๋ากลับมาเถอะ Gone with the Wind ..............ลอยไปตามลม xXx......................................หนังโป๊ X-Men ..................................ผู้ชายหื่น Flyboys ................................กระหัง ?? Dragonball.............................แก้วมังกร (อร่อยดี) Saving Private Ryan………………บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น James Bond Dr. No………………เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make senseสุดๆ) Catch me if you can ...............จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ) Pearl harbor……………………………ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา) Saw1 Saw2 Saw3 Saw4……………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4 Home alone.............................บ้านเดี่ยว Ghost Ship ..............................ผีเล่นพนัน What women want ................... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ) Women On Top .........................ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน U-571........................................คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ) 8MM.........................................8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย) A whole nine yard......................ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาว) 8Mile........................................12.87กิโลเมตร Ocean’s eleven…………………………11 มหาสมุทร Ocean’s twelve…………………………12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ) Eight below………………………………ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??) 20,000 leagues under the sea…………(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่) Mystic River ...............................แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม) Who am I...................................ผมเป็นใคร ? I am Sam....................................ผมคือยุรนันท์ Payback…………………………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด) Paycheck ....................................จ่ายด่วน ระวังเด้ง Pay it forward.............................จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน) Cheaper by the dozen.................เหมาโหลถูกกว่า อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ Twelve Monkeys..........................ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก) Charlie's Angel............................นางฟ้าของชาลี Charlie and The Chocolate Factory............... ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มีหลายอย่างจังนะชาลี) Firewall………………………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่) Star wars - return of the jedi…………กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์ Star gate……………………………………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน) Inside man…………………………………………ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ) Dirty Dozen………………………………………..โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ) Van Helsing.....................................รถตู้นรกร้องเพลง Deep Impact ..................................กระแทกลึกๆ Red Eyes ......................................ตาแดง (ไปหาหมอสิ) Tomorrow Never Dies ........................พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย Die Another Day .............................ตายวันอื่น(ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย) The man in the iron mask ....................คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด Toy Story................................................เรื่องของต้อย??? Iron will ……………………………………………..จะเหล็ก The Silence of the Lamb ........................ลูกแกะเงียบ(หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้) Die Hard..........................................(ตายแข็ง แข็งตาย) Con Air ...................................................................ข้าวโพดผึ่งลม Cast Away ..............................................................ขว้างไปไกลๆ Windtalkers ............................................................ ลมพูดได้ Million Dollar Baby ................................................ล้านดอลจ๊ะที่รัก Bigfish...................................................ปลาบึก The net..................................................ตาข่าย The Matrix.............................................ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์ The Fantastic 4........................................4 ยอดกุมาร Ultraviolet..............................................มหาม่วง (หนังเกย์) The Day After Tomorrow........................................มะรืนนี้ Notting Hill.............................................ไม่มีอะไรที่ภูเขา Cat Woman............................................แมวตัวเมีย Bat Man................................................ค้างคาวตัวผู้ ที่มาจาก http://variety.teenee.com/foodforbrain/28294.html

ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV
น่ารุ้

----- Forwarded Message ---- From: ~เซ้งจ้า~ To: noolex Sent: Tue, June 22, 2010 7:19:05 PM Subject: [noolex] ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV เราคงเคยนึกสงสัยว่า เหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน)ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วยเพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้? อย่างที่รู้กัน ว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชียก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่ากลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้น ได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ในย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว …เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมด รัฐบาลญี่ปุ่นในเวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้ามพลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคนทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร…แล้วไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด" เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัวนางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วมชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็นของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิตที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม" อย่างที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วในประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดกด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน…อย่าเข้าคิดว่าเด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้นคงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่…เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ต ใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R X โดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไปของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง…และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร"คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุด หนังเรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อน แล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน?จะถ่ายกล้องแบบไหน? มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุนถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงาม แต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อยอาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน) เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป…โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้น อาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนางเอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง …วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง… …แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง! สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AV แบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว(และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย) เนื้อหาของหนังเรต Xแทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลย มาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัวสัมภาษณ์หน่อยๆ ว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์"ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็"ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ"พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก"อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อน หลังจากนั้น ในยกสองส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะหลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความหลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1 หรือหญิง2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไป และการเล่นรักมากกว่าสองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียกค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่น เมื่อการถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน…แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออกหน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่าตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ! วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทย ที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม(ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขาย หรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้นดาราฮอลลีวู้ด การเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก…เพราะถึงจบปริญญาตรีมาก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทน สิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อกระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้าเป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา"โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับให้เหล่า"ลูกค้า"ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนังที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของเธอ ….โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่า อยากถ่ายวิตถารแค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อนที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้าน เมื่อเกิดค่านิยมว่า"ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้"พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น …ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้น แต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง…และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ยินยอมอาจมีรายการ"ฉุด" กันไปเลย…แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการกักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดูรสนิยมชอบหนังแนวนี้) …จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่า หากไปเดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้นห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด (แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5 คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง"โดยไม่เต็มใจ สูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเอง ก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า) พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้งแถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้างเป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรงมุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) …พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐ อุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลยสำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย …ทั้งนี้เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้นยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ฉะนั้นอยากแปลกใจว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา  …เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง …และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโตอย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉยด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม ที่มา –  http://www.sudteeruk.com/forums/read.php?tid=3299 -- **** รู้จักขอบคุณเมื่อได้รับ ขออภัยเมื่อผิดพลาด คือสิ่งที่สมาชิกกลุ่มพึงกระทำ **** กติกา ง่ายๆ ในกลุ่ม 0. ห้ามโพสเรื่องการเมือง หรือถกเถียงเรื่องการเมืองที่ จะก่อความวุ่นวายภายในกลุ่ม ฝ่าฝืนแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 1. ห้ามโพสรูปภาพหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางเสื่อมเสีย 2. ห้ามใช้วาจาหยาบคาย ห้ามบ่นว่าเมล์ หรือ reply เยอะ 3. ห้ามโฆษณาที่หวังผลประโยชน์ทางการค้า ใครโพสแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 4. ไม่ได้รับเมล์อีกกดลิงค์นี้ http://groups.google.com/groups/bounced 5. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ 6. ห้ามส่ง Invite เวปบิทเข้ากรุ๊ปโดยเด็ดขาด 7. ห้ามใช้ตัวหนังสือ สีแดงใหญ่ในการโพสเมล์ปกติ     - ส่งเมล์เข้ากลุ่มได้ที่ - สมัครรับเมล์-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ - ลาออกจากกลุ่ม-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ * ทั้งสมัครและลาออก ต้องยืนยันลิงค์จากระบบทุกครั้ง   อย่าลืมนะคะ มีอะไรก็แบ่งปัน ^ นู๋เล็ก ^ Group's Owner (-`๏’•ิ__•ิ`๏’-)

Magic Mike เขย่าฝันสะบัดซิกแพค
Chaning Tatum /  Gay / 

ไมค์ (แชนนิง ทาทัม) เป็นนักธุรกิจ เขาเป็นชายหนุ่มมากความสามารถ ที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ ช่วงกลางวัน เขาใช้เวลาไปกับการไล่ตามความฝันของคนอเมริกา ตั้งแต่การมุงหลังคาบ้านและการทำความสะอาดรถไปจนถึงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากคอนโดบนชายหาดแทมปาของเขา     แต่กลางคืน…เขาร่ายมนต์!!!! เมจิค ไมค์ นักแสดงหนุ่มสุดฮ็อตบนเวทีชายล้วน ได้เขย่าเวทีของคลับเอ็กซ์ควิซิทให้สั่นสะเทือนมานานหลายปีด้วยสไตล์ออริจินอลและท่าเต้นสุดเร่าร้อนของเขา ยิ่งสาวๆ รักเขามากเท่าไหร่ พวกเธอก็ยิ่งจ่ายเงินหนักมือมากเท่านั้น และมันก็ทำให้ดัลลัส (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) เจ้าของคลับแฮปปี้มากขึ้นด้วย เมื่อมองเห็นแววของเด็กหนุ่มที่เขาเรียกว่า คิด (อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์) ไมค์ก็ได้ช่วยดูแลเด็กหนุ่มวัย 19 ปีคนนี้และคอยสอนเขาเกี่ยวกับศิลปะชั้นสูงของการเต้น การปาร์ตี้ การจีบสาวและการหาเงินง่ายๆ ไม่นานนัก นักแสดงใหม่ซิงของคลับคนนี้ก็เริ่มมีแฟนๆ ที่ชื่นชมเขา ในตอนที่ฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นสำหรับโลกแห่งความสนุกสนาน มิตรภาพและช่วงเวลาหฤหรรษ์ ในขณะเดียวกัน ไมค์ได้พบกับบรู๊ค (โคดี้ ฮอร์น) พี่สาวคนงามของคิด เธอเป็นคนที่เขาอยากจะรู้จักสนิทสนมมากขึ้น และดูเหมือนว่าเขาก็มีโอกาส…เว้นแต่ไลฟ์สไตล์ของเขาจะเข้ามาขัดขวาง ———————————————————————————————————————-------- “Magic Mike” นำแสดงโดยแชนนิง ทาทัม, อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์, แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์, โคดี้ ฮอร์น, โอลิเวีย มันน์, แมทท์ โบเมอร์, ไรลีย์ คีอูห์, โจ แมนกานีลโล, เควิน แนช, อดัม โรดริเกซและกาเบรียล อิเกลเซียส “Magic Mike” กำกับโดยผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ (“Traffic”) และเขียนบทโดยรี้ด แครอลิน อำนวยการสร้างโดยนิค เวชส์เลอร์, เกรกอรี จาค็อบส์, แชนนิง ทาทัมและรี้ด แครอลิน ทีมงานเบื้องหลังได้แก่ผู้ออกแบบงานสร้าง โฮเวิร์ด คัมมิงส์, ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย คริสโตเฟอร์ ปีเตอร์สัน, ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายดนตรี แฟรงค์กี้ ไพน์และผู้ออกแบบท่าเต้น อลิสัน ฟอล์ค Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ Channing Tatum ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด (Hollywood) เมื่อเขา (Alex Pettyfer) เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” (Channing Tatum) ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา Magic Mike เปลื้องหมดใจ ผู้ชายโจ๊ะพรึมพรึม สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม (Channing Tatum) จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกันอย่างที่เห็น ร่วมสัมผัสชีวิต จริงของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ Channing Tatum 28 มิถุนายน 2555 นี้

ความจริงของหนัง AV  การเปิดเผยครั้งแรกของโลก
หนังAV /  หนังโป๊

ความจริงของหนัง AV การเปิดเผยครั้งแรกของโลกคำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและตอบกระทู้นี้เราคงเคยนึกสงสัยว่าเหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน) ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วย เพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้?อย่างที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชีย ก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่า กลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ใน ย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว ...เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมดรัฐบาลญี่ปุ่นใน เวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้าม พลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคน ทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร...แล้ว ไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด"เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัว นางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วม ชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็น ของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิต ที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม"อย่าง ที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วใน ประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดก ด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน...อย่าเข้าคิดว่า เด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้น คงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่...เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ตใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R Xโดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไป ของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง...และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์ หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร" คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุดหนัง เรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อนแล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน? จะถ่ายกล้องแบบไหน?มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุน ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงามแต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน)เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป...โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้นอาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนาง เอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง ...วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง... ...แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง!สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AVแบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว (และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย)เนื้อหาของหนังเรต X แทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลยมาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัว สัมภาษณ์หน่อยๆว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์ "ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็ "ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ "พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก "อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อนหลังจากนั้น ในยกสอง ส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะ หลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความ หลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1หรือหญิง 2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไปและการเล่นรักมากกว่า สองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียก ค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่นเมื่อการ ถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน...แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออก หน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่า ตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ!วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทยที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม (ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขายหรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่น เป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้น ดาราฮอลลีวู้ดการเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก...เพราะถึงจบปริญญาตรีมา ก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทนสิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อ กระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้า เป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา" โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับ ให้เหล่า "ลูกค้า" ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนัง ที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของ เธอ ....โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่าอยากถ่ายวิตถาร แค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อน ที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้านเมื่อเกิดค่านิยมว่า "ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้" พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์ นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้ เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น ...ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้นแต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง...และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ ยินยอมอาจมีรายการ "ฉุด" กันไปเลย...แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการ กักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดู รสนิยมชอบหนังแนวนี้)จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่าหากไป เดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้น ห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด(แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง" โดยไม่เต็มใจสูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเองก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมากเพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง แถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้าง เป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรง มุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) ...พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐอุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศ ญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลย สำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย ...ทั้งนี้ เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้า เข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้น ยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ฉะนั้นอยากแปลกใจ ว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา ...เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง ...และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโต อย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉย ด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม...เครดิตจาก Road to av

เอาความเหงาไปทิ้งทะเล กับภาพชุดใหม่จาก สัญญาแห่งคิมหันต์ โดยผู้สร้าง Timeline
Dolphin film /  Summer to winter / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างมาให้ชมกันไปก่อนหน้า ครั้งนี้ สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ภาพยนตร์โรแมนติก อบอุ่นเค้ลาเสียงคลื่น ของความรักชาย-ชาย จากผู้สร้าง Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด ที่จะพาคุณผู้ชมไปร่วมสุข เศร้า เหงา ซึ้ง กับเรื่องราวดีๆ ที่คุณไม่ควรพลาด โดยล่าสุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ปล่อยภาพนิ่งชวนอุ่นหัวใจออกมาให้ชมอีกหนึ่งชุดใหญ่ ตามไปดูภาพเต็มๆ ที่ด้านล่างสุดกันได้เลย สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ถูกเขียนและพัฒนาขึ้นมาจาก แรงบันดาลใจเล็กๆที่มีเรื่องราวของความเหงาในจิตใจของคน โดยมีสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศที่ใครหลายคนคงได้ยินกันว่าเอาความเหงาความเศร้าไปทิ้งไว้ที่ทะเล และเช่นเดียวกันบ่อยครั้งที่คนเรามีความสุขมักจะไปสังสรรค์กันที่ทะเล ก่อให้เกิดจุดประกายเล็กๆที่เป็นแรงบันดาลใจที่จะนำเรื่องราวของความเหงาและความสุข มาร้อยเรียงกันจนเป็นเรื่องราวของ สัญญาแห่งคิมหันต์ จากค่าย Dolphin film ผลงานเรื่องก่อนหน้านี้ของค่าย อย่าง Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด เล่าเรื่องความรักผ่านกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปผสมผสานกับรูปแบบต่างๆของความรัก จนเกิดเป็นกระแสชื่นชมอย่างมากมายในโลกโซเชี่ยลเน็ทเวิร์ค และถูกพูดถึงในแง่มุมที่มีความเป็นหนังรักฉบับเพศที่สามที่มีความซึ้งกินใจ ประทับใจต่อผู้ชมหลายๆคน ต่อมาทางค่ายตลอดจนผู้กำกับและคนเขียนบท จึงได้พยายามให้ภาพยนตร์ที่จะสร้างต่อจากนั้นมีความเป็นแบบแผน และลักษณะเฉพาะของทางค่ายมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมาสู่ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องความรักและมิตรภาพอย่าง สัญญาแห่งคิมหันต์ ในที่สุด สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ทีมนักแสดงคุณภาพ มารับบทสุดเข้มข้น โดยเฉพาะตัวละครหลัก ที่เฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ มานานหลายเดือน จนมาลงตัวที่ บ๊อด ราชสัก พนาสันติภาพ รับบท "คิมหันต์" หนุ่มน้อยน่ารักยิ้มมีเสน่ห์ และ วอร์ม อัทธนีย์ โตคีรี รับบท "ตั้ม" เด็กหนุ่มโลกส่วนตัวสูง พูดน้อยขยันเก็บความรู้สึกและปัญาหาต่างๆไว้กับตัว มีเพียงการถ่ายภาพและกล้องคู่ใจของเขาเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนแก้เหงา อีกทั้งร่วมด้วยนักแสดงสมทบอีกมากมาย อาทิเช่น พลอย มลสิชา วงษ์สุนทร, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวณิชย์, เอกชัย ศรีวิชัย, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์,  ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และ ดีเจ มะตูม ร่วมสุขเศร้า เหงาเคล้ากลิ่นอายทะเล ไปกับ สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ได้ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ที่นี่ แถมพิเศษด้วยมิวสิควีดีโอเพลง ไม่เปลี่ยนไป เพลงประกอบภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ โดย ดิว ภูการ ---------------------------

สัญญาแห่งคิมหันต์
Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด /  ดรัสพงศ์ ตรงประสิทธิ์ / 

เรื่องราวความรักและความผูกพัน ระหว่างตั้มกับคิมหันต์ ที่ก่อตัวขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่ง ท่ามกลางความเหงาอันโดดเดี่ยวริมผืนน้ำทะเลที่ใครหลายคนพากันมาทิ้งความทุกข์เอาไว้เเล้วเดินจากไปในวันที่ความทุกข์จากรักนั้นเจือจางลง..."ตั้ม"เด็กหนุ่มผู้ปิดตัวเองจากครอบครัวที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อมไปทุกด้านแต่ในความเป็นจริงบ้านสำหรับเขาคือกรงเเคบๆที่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่ตั้มพร้อมจะเดินจากไปทันทีเมื่อมีโอกาส จนกระทั่งมาพบกับเด็กหนุ่ม เจ้าของรอยยิ้มสดใสเเววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่าง "คิมหันต์" โลกใบเเคบๆของตั้มค่อยๆเปิดกว้างออกทีละนิด จนเขามองเห็นความสุขเล็กๆที่เรียกว่ามิตรภาพจากเด็กหนุ่มแปลกหน้า ที่เขาเปิดรับให้เป็นเพื่อนรักคนเเรกในชีวิตเเละนับจากวันนั้นโลกของตั้มกับคิมหันต์จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเเละความสุข จนกระทั่งการจากลามาถึง...การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของเขาทั้งสองคน จะลงเอยอย่างไร จริงหรือที่คำสัญญาผูกเราเอาไว้เเล้วทำให้เราพบกันอีกครั้งจากทีมผู้สร้างและผกก. 'Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด' ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้นครับ*** -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด
GTHAI MOVIE /  Timeline Movie / 

Timeline ภาพยนตร์รักโรแมนติกว่าด้วยเรื่องราวของความรักของเพศที่สามในอีกมุมมอง หนึ่ง ทีเต็มไปด้วยความรัก ความสุข และความหวัง แม้ในบางครั้งพวกเขาจะต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่าง แต่ทว่าสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดที่ทำให้พวกเขาได้เรียน รู้จักคำว่ารักมากยิ่งขึ้น... รักครั้งแรก... เรื่องราวความผูกพันและมิตรภาพระหว่าง โอม กับ บีม สองเพื่อนซี้วัยมัธยมปลายที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางความสับสนของความรู้สึก และการนำไปสู่การตัดสินใจ เลือกครั้งสำคัญ ว่าท้ายที่สุดแล้ว มิตรภาพหรือความรักสิ่งใดกันแน่ที่จะมีความยั่งยืน ยาวนานที่สุดสำหรับเขาทั้งสองคนนั่นเอง รักวัยรุ่น....ท่ามกลางกระแสสังคมยุคใหม่ของการคบกันเพียงฉาบฉวยหรือเพื่อ ผลประโยชน์ของคู่รักเกย์วัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยม กำลังทำให้ความรัก ระหว่างท้อป และบาส สองหนุ่มนักศึกษาวัยมหาลัยเกิดสั่นคลอน เมื่อรายการเกย์ชื่อดังกำลังจับจ้องความรักของเขาว่าแท้ที่จริงแล้วโกหกหลอก ลวงหรือไม่ท้ายที่สุดความรักจะลงเอย เช่นไร มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่รู้คำตอบ รักด่วนขบวนสุดท้าย...เรื่องราวโรแมนติกดราม่าเข้มข้นระหว่าง พลชายหนุ่มวัยกลางคนเจ้าของโฮมสเตย์ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบในต่างจังหวัดกับ บอย เด็กหนุ่ม หน้าตาดีวัยมหาลัยชาวกรุง ที่กำลังก่อตัวขึ้นพร้อมๆกับคำถามในใจมากมาย ของพลว่าที่แท้จริงแล้วความรักที่เขาได้พบเจออยู่นั้นคือรักแท้หรือไม่ การตัดสินใจเลือก ครั้งสำคัญอาจทำให้ใครบางคนเสียใจ แต่ท้ายที่สุดนั้น พวกเขาอาจได้เรียนรู้ความหมาย ของคำว่า เพราะรัก...ที่ไม่สิ้นสุดไปได้พร้อมๆกัน 26-29 กันยายนนี้ที่ เอสพลานาด ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา วันที่ 26-29 กันยายนนี้เท่านั้น*** ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เจ้าพ่อหนังเกย์เสนอเงิน 65 ล้าน จ้าง จัสติน บีเบอร์ ร่วมฉากเซ็กซ์
หนังเกย์ /  มีเซ็กซ์ / 

เจ้าพ่อหนังเกย์เสนอเงิน 65 ล้าน จ้าง จัสติน บีเบอร์ ร่วมฉากเซ็กซ์

ชมตัวอย่างใหม่จากหนังไทยสุดร้อนแรง The Blue Hour อนธการ ฉาย 6 สิงหานี้
The Blue Hour /  กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ / 

อดใจรอกันอีกนิด ถึงแม้จะเลื่อนฉาย แต่ก็ได้ดูกันแน่นอน สำหรับหนังไทยสุดร้อนแรงแห่งปีอย่าง 'The Blue Hour อนธการ' ที่หลังจากเปิดตัวกระหึ่มไปแล้วในเทศกาลหนังเกย์ แอนด์ เลสเบี้ยน ตอนนี้ก็กำลังจะได้เข้าฉายในโรงเป็นที่เรียบร้อย และเนื่องในโอกาสนั้น หนังเลยได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ฉบับเต็มพร้อมกับโปสเตอร์ออกมาให้เราชมกันแล้วครับ โดย "อนธการ" คือ เวอร์ชั่นเต็มของ "คืนสีน้ำเงิน" จากซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน นำแสดงโดย โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ และ กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ หนังเวอร์ชั่นยาวนี้ได้รับการคัดเลือกให้ฉ­ายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเม­ืองเบอร์ลิน (Berlin International Film Festival) ซึ่งเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดหนึ่ง­ในสามของโลก เรื่องราวของ ตั้ม (อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์) เป็นเด็กมัธยมที่ถูกเพื่อนที่โรงเรียนรังแ­ก เป็นประจำ ตั้มไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัว และพ่อมักทำร้ายร่างกายตั้ม จนกระทั่งวันหนึ่ง ตั้มได้นัดเจอกับภูมิ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) เด็กหนุ่มลึกลับที่ตั้มรู้จักจากอินเตอร์เ­น็ต ทั้งสองคนได้นัดเจอกันที่สระว่ายน้ำร้าง และมีความสัมพันธ์กัน ภูมิทำให้ตั้มรู้สึกถึงความอบอุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตั้มโหยหาอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยได้รับมันจากใคร เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไป ตั้มได้เข้าสู่โลกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างค­วามฝันและความจริง ที่เต็มไปด้วย ความมืด วิญญาณ และอันตราย จนนำไปสู่การก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่สุดในช­ีวิตของเขา รอติดตามกันได้ 6 สิงหาคมนี้ ในเครือ SF เท่านั้นครับ

ตัวอย่าง (แบบสั้นๆ) Teacher and Student ครูและนักเรียน
ครูและนักเรียน /  Demon666production / 

ในสังคมปัจจุบันที่เปิดกว้างเรื่องความรักและเพศสภาพ ทำให้เกิดภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเพศที่สามมากขึ้น ตามลำดับ โดยในครั้งนี้ Demon666production ได้นำเสนอเรื่องราวชวนจิ้นครั้งใหม่ ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า เรื่อง ครูและนักเรียน Teacher and Student

ต๊อบ-ชัยวัฒน์ ทองแสง /  หนังโป๊เกย์ / 

นายแบบหนุ่ม "ต๊อบ-ชัยวัฒน์" นักแสดงจากภาพยนตร์ "เพื่อนกูรักมึงว่ะ" และ "หอแต๋วแตก" โร่แจ้งตำรวจกองปราบฯ ถูกแก๊งซีดีเถื่อน นำภาพถ่ายชุดว่ายน้ำลงพิมพ์บนปกหนังเกย์ ส่งวางขายเกลื่อนย่านคลองถม-สะพานพุทธ เผยเนื้อหาของหนังเป็นเรื่องราวของผู้ชายรักร่วมเพศ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ครวญทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและคนทั่วไปอาจเข้าใจว่าเป็นเกย์ ส่วนภาพที่ปรากฏยอมรับเคยถ่ายไว้ในนิตยสาร เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 พ.ย. ที่กองปราบปราม "ต๊อบ-ชัยวัฒน์ ทองแสง" อายุ 20 ปี ดารานายแบบชื่อดัง เข้าพบ พ.ต.ท.เหรียญ บัวลา พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้ที่นำภาพถ่ายในชุดว่ายน้ำที่เคยถ่ายไว้กับนิตยสาร "Volume" ฉบับปักษ์หลัง ประจำเดือนก.พ. 2551 ไปลงตีพิมพ์บนหน้าปกวีซีดีภาพยนตร์สำหรับชาวสีม่วงหรือกลุ่มคนรักร่วมเพศ เรื่อง "GAY THAI 14" พบว่ามีการวางขายที่ตลาดคลองถมและตลาดสะพานพุทธ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา พี่ที่เป็นนักข่าวน.ส.พ.ฉบับหนึ่ง โทรศัพท์มาบอกว่าพบวีซีดีหนังรักร่วมเพศมีภาพของตนปรากฏอยู่บนปกวีซีดีวางขายในตลาดคลองถม และซื้อมาให้ดูเป็นหลักฐานด้วย ครั้งแรกที่เห็นก็เสียความรู้สึกเพราะไม่เคยคิดจะทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ส่วนเนื้อหาในหนังเป็นเรื่องของผู้ชายรักร่วมเพศ ชายรักชาย ตนขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้จักกับบุคคลในภาพยนตร์แต่อย่างใด เรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง คนทั่วไปอาจเข้าใจว่าเป็นเกย์ จึงต้องการให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนที่กระทำมาดำเนินคดี "ที่ผ่านมายอมรับว่าเคยถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ แต่ถ่ายกับนิตยสารดังกล่าวเพียงแห่งเดียวเท่านั้น นอกจากผมแล้วยังพบว่ามีดาราชายอีกหลายคนก็โดนเช่นเดียวกับผมด้วย" ต๊อบ-ชัยวัฒน์กล่าว ภายหลังสอบสวนเบื้องต้น พ.ต.ท.เหรียญลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยเป็นความผิดเข้าข่ายการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งจะให้ชุดสืบสวนของ กก.1 บก.ป.ติดตามจับกุมต่อไป ซ้ายมือคนที่สอง สำหรับประวัติ "ต๊อบ-ชัยวัฒน์" เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 16 ปี เป็นแชมป์การแข่งขันเพาะกายเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รายการ "เรทช์ฟอร์ดคลาสสิค" ปี 2008 และมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง "หอแต๋วแตก" และ "เพื่อนกูรักมึงว่ะ" ในบทพระรอง ที่มีฉากเลิฟซีนวาบหวิวกับผู้ชายด้วยกัน ล่าสุดกำลังมีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง "บางระจัน ภาค 2" และละครเรื่อง "จับตายวายรายสายสมร" ที่มา/ข่าวสด

อนธการ หนังเพศที่สาม ขวัญใจนักวิจารณ์ พร้อมฉาย 23 ก.ค. นี้
The Blue Hour /  กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ / 

หลังจากตัดเป็นหนังสั้นส่งลงซีรีส์เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน และได้ไปร่วมฉายในเทศกาลหนังเบอร์ลินครั้งล่าสุดมาแล้ว ในที่สุด ภาพยนตร์ขวัญใจคนดูและนักวิจารณ์อย่าง อนธการ The Blue Hour ผลงานการกำกับของ อนุชา บุญวรรธนะ ก็ได้ประกาศวันกำหนดฉายในวงกว้างออกมาแล้ว ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ตัวอย่างหนัง อนธการ อนธการ ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นของ ตั้ม (กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์) ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือที่บ้าน ความสุขเดียวของตั้มกำลังจะเกิดขึ้นในวันนี้ เพราะตั้มจะได้เจอกับภูมิ (โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) เพื่อนทางอินเทอร์เน็ต ทั้งสองคนนัดเจอกันที่สระว่ายน้ำร้างหลังโรงเรียน ที่สระร้างภูมิเล่าให้ตั้มฟังถึงเรื่องผีบังตาที่ทำให้มีคนจมน้ำตายทุกปี ทั้งภูมิและตั้มไม่เคยคิดว่าเรื่องผีที่เล่ากันในวันนี้อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด โดยก่อนหน้านี้ อนธการ ได้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา และได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกมากมาย ทั้งจากคนดูและนักวิจารณ์ และยกให้ อนธการ เป็นหนังไทยที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ติดตามเรื่องราวชีวิตของเพศที่สาม ไปกับหนังไทยคุณภาพเรื่อง อนธการ The Blue Hour ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ที่โรงภาพยนตร์เครือ เอส เอฟ -----------------------------------------

ตัวอย่างฉบับติดเรต และ ทีวี สป๊อต จากหนังชายเต้นระบำใน Magic Mike
Chaning Tatum /  Gay / 

ทีวี สป๊อต ฉบับติดเรตจาก Magic Mike ตัวอย่างฉบับติดเรตของ Magic Mike เป็นหนังที่บ้านเราได้ฉายกันแน่นอนแล้วในวันที่ 5 กรกฏาคม กับหนังชายระบำเปลื้องผ้าของผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก อย่าง Magic Mike ที่นำแสดงโดยหนุ่มๆมากมายจากฮอลลีวู้ดเช่น แชนนิ่ง เททั่ม , อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร และ แมธธิว แมคคอนนาเฮย์ ที่ในวันนี้ทาง ไลออนเกตส์ ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับติดเรต เน้นขายทั้ง กล้ามสุดล่ำ , ตูด และเนื้อในอีกมากมายของเหล่าดาราชายที่จะมาเต้นระบำเปลื้องผ้าให้คนดูได้ชมกัน พร้อมทั้งยังปล่อย ทีวี สป๊อต ความยาว 30 วินาทีมาให้ชมกันแบบจุใจอีกด้วย ซึ่งบ้านเราได้ชื่อได้ว่า 'เขย่าฝันสะบัดซิกแพ็ค' ได้ชมกันแน่นอนในต้นเดือนกรกฏาคมนี้ โดยค่าย เอ็ม พิตเจอร์ส

แฟนๆช็อค!! หลัง
คริสโตเฟอร์ รีฟ /  คาล คัลเวอร์ / 

คาล คัลเวอร์ และ คริสโตเฟอร์ รีฟ จะเป็นอย่างไรเมื่อพบว่า ชายที่เล่นซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยรู้จัก อย่างอดีต "ซุปเปอร์แมน" ผู้ล่วงลับอย่าง "คริสโตเฟอร์  รีฟ" จะเคยมีเคยมีความสัมพันธ์แบบ "ชายรักชาย" อันเนื่องมาจาก "ความอยากรู้อยากเห็น" กับอดีตนักแสดงภาพยนตร์โป๊รายหนึ่ง ที่มีชื่อว่า "คาล คัลเวอร์" ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ เมื่อปี ค.ศ. 1987 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อ "ฮอลลีวูด บาบีลอน สไตรค์ อเกน!" โดยบทหนึ่งของหนังสือได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของคัลเวอร์ โดยเขากล่าวว่า เขาพบกับรีฟ เมื่อตอนที่ทั้งคู่เข้ารับการคัดเลือกนักแสดงในละครบรอดเวย์เรื่องหนึ่ง ในช่วงยุค 1970 โดยเขาได้กล่าวว่า รีฟคือ "ชายในฝัน" หลังจากนั้นเขาก็มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับรีฟ เป็นเวลานานถึง 2 เดือน ก่อนที่รีฟจะพบว่าเขาเป็นนักแสดงหนังโป๊ โดยใช้ชื่อในการแสดงว่า "เคซี่ย์ โดโนแวน" นอจากนั้นเขายังกล่าวว่า รีฟเป็น "นักรักที่ยิ่งใหญ่" และไม่คิดว่าเขาเป็น "เกย์" แต่แค่ต้องการจะลองอะไรๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น คริสโตเฟอร์ รีฟ เสียชีวิตเมื่อปี 2004 จากอาการหัวใจล้มเหลว หลังจากที่ป่วยเป็นอัมพาตจากเหตุการณ์ตกม้า เขาได้รับการดูแลจาก "ดานา" ภรรยาของเขาอย่างใกล้ชิด ผู้ซึ่งเสียชีวิตในภายหลังเมื่อปี 2006 ด้วยโรคมะเร็งในปอด โดยทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน. ที่มา/มติชน

รื้อหิ้งหนังเก่า : Mysterious Skin (2004) - ความทรงจำสีเลือด (กำเดา)
BIOSCOPE /  Mysterious Skin / 

Mysterious Skin (2004) ความทรงจำสีเลือด (กำเดา) จากคอลัมน์ Symbolic Corner โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 43 (มิ.ย. 2548) จำได้ว่าตอนดู Mysterious Skin ของผู้กำกับ เกร็ก อารากิ จบ  แทนที่จะกลับจุดหมายด้วยรถไฟฟ้าเหมือนอย่างทุกวัน ผมลอง ‘เดิน’ กลับออฟฟิศแทน แม้ระยะทางจะยาวไกลหลายกิโลก็ตาม แต่ก็อยากเดินเล่นคนเดียว อยู่เงียบๆ คนเดียว กรุงเทพฯ ตอนกลางคืนก็สวนดี มีแสงไฟข้างทางหยอกล้อกับความมืด ถึงลมฤดูฝนจะไม่เท่เหมือนลมฤดูหนาว แต่ลมฤดูไหน ๆ ก็ยังทำหน้าที่ของมันได้ดี ผมไม่ได้มองเห็นว่า Mysterious Skin เป็นหนังเกย์ หนังเรื่องนี้มุ่งเน้นที่ความสัมพันธ์มากกว่า Mysterious Skin คือเรื่องของคนคนหนึ่งที่ต้องการหาความสงบทางใจ ในตัวของอีกคนหนึ่ง มันไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่แค่มิตรภาพ และไม่ใช่แค่เซ็กซ์...แต่มันคือความอุ่นใจ และความปลอดภัย Spoilers Alert: บทความนี้เปิดเผยความลับของหนังแบบหมดตูด ! ก่อนจะพูดถึงสัญลักษณ์ใน Mysterious Skin ผมขอเกริ่นถึงวงจรความสัมพันธ์อันน่าประทับใจผ่านตัวละครเกือบโหล ดังรายนามต่อไปนี้ ตัวละครในโลกของไบรอัน ประกอบด้วย ไบรอัน (เบรดี้ คอร์เบต): หนุ่งเนิร์ดที่ช่วงหนึ่งของความทรงจำวัยเด็กขาดหายไป เขาหมกมุ่นกับช่วงเวลาดังกล่าวและให้คำตอบแบบคิดเองเออเองว่า คงถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป ไบรอันค้นพบว่าบุคคลเดียวที่จะไขปริศนาชีวิตได้ก็คือ นีล เพื่อนในวัยเด็ก แม่ของไบรอัน: คุณแม่ตัวอย่างตามแบบฉบับครอบครัวคาทอลิก พี่สาวของไบรอัน : ไม่มีบทบาทสักเท่าไหร่ เอวาลีน: หญิงสาวที่ไบรอันเพิ่งรู้จักผ่านรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว เอาวาลีนเชื่อว่าเธอถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปเป็นสิบครั้ง ปัจจุบันเธออาศัยอยู่กับพ่อ เมื่อได้รู้จักไบรอัน เธอก็ติดเขาขนาดหนัก ตัวละครในโลกของนีล ประกอบด้วย นีล: (โจเซฟ กอร์ดอน เลวิต)เกย์หนุ่มที่เสียตัวจนเป็นนิสัย สมัยเด็กๆ เคยมีความสัมพันธ์กับโค้ชเบสบอลสุดหล่อ เมื่อโตขึ้นมา เลยติดเซ็กซ์และกลายเป็นผู้ชายขายตัว นีลยังคงเว้าวอนถึงความรู้สึกที่ตัวเอง ‘เป็นคนพิเศษ’ แม่ของนีล: (อลิซาเบธ ชู) คุณแม่ฮิปปี้ที่ออกเดทกับผู้ชายอยู่ร่ำไป มีอยู่ฉากหนึ่งที่เธอบอกกับนีลว่าคืนนี้จะไปออกเดท แล้วเธอก็นั่งนิ่งไปสักพักนึง ราวกับก็รู้ตัวดีว่ามันไม่มีค่าอะไร นอกจากการหลอกตัวเอง และคนที่เธอรักมากที่สุดก็คือนีล เวนดี้: (มิเชล แทรชเทนเบิร์ก จากซี่รีส์ Buffy the Vampire Slayer  แสดงได้เยี่ยมสุดๆ):  เพื่อนซี้ที่เคยหลงรักนีลและยังรักอยู่โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ตอนแรกดูเหมือนว่าเวนดี้จะเป็นฝ่ายต้องการนีลอย่างมากมาย แต่ท้ายที่สุดนีลก็ต้องการเวนดี้ไม่แพ้กัน ถึงขนาดย้ายเมืองไปอยู่กับเธอ ทั้งคู่คือคู่ Soul Mate อย่างแท้จริง อีริค: กระเทยที่หน้าตาเหมือน ไมเคิลแจ็คสัน เขาเป็นเพื่อนกับนีล และแอบชอบนีลเวนดี้ เคยเตือนอีริคไว้ว่า “ในขณะที่คนอื่นๆเขามีหัวใจ แต่นีลมีแต่หลุมดำที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะฉะนั้น เธออย่าตกหลุมรักเขาเชียวล่ะ  (มิฉะนั้นเธอจะไม่มีวันขึ้นมาได้เลย)” โค้ช: โค้ชเบสบอลที่กลายเป็นคู่ขาคนแรกของนีล ผู้ชายที่ใช้บริการนีล: มีมากมาย (ยิ่งกว่าดาวบนท้องฟ้า ) ตั้งแต่ 15 นาทีแรกผ่านไป ถึงไบรอันจะคิดไม่ออกว่าช่วงเวลาที่หายไปในความทรงจำคืออะไร แต่ผู้ชมเกินครึ่งโรงน่าจะเข้าใจได้ว่า เด็กทั้งสองถูกล่วงละเมิดทางเพศ โจทย์หลักของหนังจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาว่า “พวกเขาถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างไร”  แต่ยังรวมไปถึง “ผลของการถูกล่วงละเมิดทางเพศทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร” คำตอบของประเด็นแรกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไบรอันและนีลเจอกัน (หรืออาจบอกได้เลยว่า ถ้าทั้งคู่เจอกันเมื่อไร เรื่องก็จบเห่) บทหนังเรื่องนี้ก็ให้พวกเขาเจอกันในฉากสุดท้ายซะเลย กว่าจะไปถึงฉากนั้น หนังก็ตัดสลับความเป็นไปของทั้งคู่ พร้อมแนะนำตัวละครอื่น ๆ ซึ่งล้วนต้องการที่พักใจจากอีกคนหนึ่ง ที่พล่ามมาทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์เลยครับ (อ้าว!) สัญลักษณ์ ธีมของ Mysterious Skin ก็คือ ผลพวงของความทรงจำในวัยเด็กที่ส่งผลไปตลอดชีวิต สัญลักษณ์ต่างๆ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อความหมายนี้ได้อย่างดี โดยแบ่งได้เป็นข้อต่างๆ ดังนี้ คอร์นเฟลค ภาพแรกของ Mysterious Skin เป็นภาพใบหน้าของเด็กชายนีลที่เงยหน้าแล้วฉีกยิ้ม มีคอร์นเฟลคและขนมสีสวนโปรยมาจากท้องฟ้า ภาพนี้มีความหมายอย่างไร? คำตอบ : ภาพนี้ไม่ใช่แค่ความสุขของเด็กที่ได้เล่นคอร์นเฟลคแน่ๆครับ (เพราะการโดนขนมโปรยใส่หันวคงไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่) แต่มันเปรียบถึงความสุขในวัยเด็ก ภาพๆนี้คือตัวแทนของหนังทั้งเรื่อง มันคือความทรงจำในวัยเด็กที่มีผลกระทบอันยาวนานตลอดชีวิตของนีล คนที่โปรยคอร์นเฟลคไม่ใช่ใครที่ไหน โค้ชเบสบอลเป็นคนโปรยคอร์นเฟลคก่อนจะเมคเลิฟกับนีล ภาพนี้ยังถูกนำมาใช้อีกหลายครั้งในเวลาที่นีลคิดถึงความสุขของการเป็น ‘คนพิเศษ’ 2.มนุษย์ต่างดาว ในขณะที่นีลแทนที่การถูกละเมิดด้วยคอร์นเฟลคไบรอันก็แทนมันด้วยมนุษย์ต่างดาว คอร์นเฟลคกันมนุษย์ต่างดาวมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คอร์นเฟลค= ความสุข เด็กๆ ชอบ อร่อยจัง มนุษย์ต่างดาว = ความทุกข์ เด็กไม่ชอบ น่ากลัวจัง ดังนั้น เราเห็นได้เลยว่าประสบการณ์ดังกล่าวส่งผลกับนีลและไบรอันไม่เหมือนกัน จริงอยู่ที่การถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่ใช่เรื่องดี สำหรับนีลมันคือการหลงใหลมัวเมาในเพศรส แต่สำหรับไบรอันมันคือฝันร้ายตลอดกาล 3.หิมะ และ พลุ ฉากหิมะตหที่เด่นที่สุดเกิดขึ้นเมื่อนีลเดินชมเมืองกับเวนดี้แล้วนึกถึงวัยเด็ก ทั้งคู่ยืนดูหนังกลางแปลงที่ไม่ได้ใช้งานมานานแสนนาน ปล่อยให้สายลมลูบไล้ใบหน้า สูดกลิ่นของความทรงจำเก่าๆ ทันใดนั้นหิมะก็โปรยปรายลงมาอย่างมหัศจรรย์ ส่วนพลุนั้นปรากฏในฉากย้อนอดีต เด็กชายนีลจุดพลุด้วยปากของเพื่อน จากนั้นก็ก้มลงไปประกอบโอษฐกามเป็นการตอบแทน (โดยมียัยเวนดี้ยืนตาถลนอยู่ข้างๆ) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความทรงจำแสนพิสดาร โปรดสังเกตความเหมือนระหว่าง คอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และ พลุ ให้เวลาคิด 3วินาที ครับ 1 . 2 … 3  หมดเวลา ทั้งคอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และ พลุ มันลอยมาจากข้างบนครับ! ตัวละครจะต้องเงยหน้ามองฟ้า ทั้งคอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และพลุก็ใช้เปรียบเปรยความทรงจำในวัยเด็ก ถ้าผมจะตัดภาพ 5 ภาพเพื่อบอกสัญลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ ผมจะเอาภาพคอร์นเฟลค มาเทียบต่อภาพมนุษย์ต่างดาว แล้วก็มาต่อกับภาพหิมะ ภาพพลุ แล้วก็ไปที่ภาพจบของเรื่อง นั่นก็คือ ภาพนีลและไบรอันนอนพิงกันจนเหมือนเด็กเล็กๆ 2คน แล้วกล้องก็ถ่ายมันมาจากมุมสูง ภาพหลังสุดไม่มีอะไรลอยอยู่บนหัวของพวกเขานอกจาก ‘ความทรงจำอันเลวร้าย’ การจัดภาพในฉากนี้บอกเป็นนัยว่า เขาทั้งสองเป็นสิ่งที่มีชีวิตเล็กๆ ที่ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ พวกเขาตกเป็นเหยื่อของความทรงจำที่จะครอบงำไปตลอดกาล อย่างที่นีลบอกกับไบรอันว่า “ฉันอยากจะบอกนายว่าทุกๆอย่างมันจะดีขึ้นเอง แต่ถ้าพูดไปอย่างนั้นฉันคงโกหก เพราะมันจะไม่ดีขึ้นหรอก” Mysterious Skin บ่อยครั้งที่เราสามารถตามหาสัญลักษณ์ได้จากชื่อหนัง ‘ผิวหนังลึกลับ’ คืออะไรกันนะ? 4.1 มันคือ นิ้วของมนุษย์ต่างดาว ที่ไบรอันเห็นในโทรทัศน์ (ซึ่งก็มีความหมายอย่างที่ปรากฏในข้อ2นั่นแหละ ) 4.2 มันคือ ผิวหนังลึกลับของเอวาลีน เอวาลีนเคยถลกกระโปรงให้ไบรอันดูต้นขาของเธอ มันมีรอยแผลเป็นอยู่ตรงนั้นซึ่งเอวาลีนเชื่อว่า ‘มนุษย์ต่างดาวได้ฝังชิพไว้ในตัวเธอ’ ซึ่งมีความเป็นไปได้ดังต่อไปนี้ เอวาลีนถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวและฝังชิพจริงๆ เอวาลีนได้แผลเป็นมาจากไหนก็ไม่รู้แล้วคิดเองเออเอง เอวาลีนเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ (เพราะตำแหน่งของแผลเป็นอยู่ใกล้บริเวณส่วนลับของเพศหญิงมากๆ) ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อีกว่า เอวาลีนอาจจะถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศจนสร้างความทรงจำเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวทดแทน ที่ผมคิดว่าเป็นตัวพ่อ นั่นเพราะว่าเอวาลีนแทบจะไม่เคยไปไหนเลย , บ้านของเธอ อยู่ห่างไกลจากผู้คน , เธอมีอยู่กับเพียง 2 คนพ่อลูก และทุกครั้งที่มีผู้ชายมาหาเอวาลีนที่บ้าน พ่อของเธอก็จะทำท่าทางกระฟัดกระเฟียด มันน่าคิดไหมล่ะ! ในหนังเรื่องนี้ผมสงสารเอวาลีนที่สุดเลยครับ เธอถูกวางให้เป็นตัวตลก ในตอนท้ายที่ทุกๆคนล้วนมีเพื่อนหรือที่พึ่งพิงทางใจ แต่เอวาลีนผู้ต้องการให้ไบรอันเป็นที่พักทางใจของเธอ กลับถูกไบรอันเลิกลบ เฮ้อ.. สุดท้ายเอวาลีนก็ไม่มีเพื่อนเหมือนเดิม 4.3 มันคือเครื่องในและพื้นที่รอบๆอวัยวะเพศของวัว ที่ตายแล้ว นอกจากเอวาลีนจะโชว์แผลเป็นแล้ว เธอยังพาไบรอันไปดูศพวัว โดยเครื่องเพศหรือเครื่องในอะไรสักอย่างของวัวพวกนี้หายสาญสูญไป เอวาลีนสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่ขโมยไปวิจัย (อันนี้ผมเริ่มคล้อยตามเธอแล้วครับ ก็ใครจะเอาอวัยะเพศวัวไปอย่างเดียว ) ว่าแล้วเธอก็ท้าพิสูจน์ให้ไบรอันล้วงเข้าไปจับเครื่องในของวัว…ว้าว แม่นักวิทยาศาสตร์! ขณะที่ไบรอันล้วงเข้าไป ความทรงจำในวัยเด็กก็กลับคืนมา นำไปสู่ผิวหนังลึกลับประการต่อไป นั่นก็คือ 4.4 ทวารหนักโค้ชสุดที่รัก โค้ชคิดท่าร่วมเพศได้พิสดารมาก เพราะเขาให้เด็กเขามือล้วงตูดเขา! โอ้ โอ้ววโอ้ววม่ายยย  ให้มันได้อย่างนี้สิ! ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมความทรงจำนี้ถึงหลอกหลอนไบรอันไปชั่วชีวิต เด็กพวกนี้ไม่ถูกล่วงละเมิดทางเพศแบบทั่วๆไป แต่พวกเขาต้องล้วงตูดคนอื่นเชียวนะ! 4.5 เลือดกำเดาของไบรอัน พอไบรอันเอาแขนกระซวกเข้าไปในตูดวัว ความทรงจำก็เริ่มกลับมา และเลือดกำเดาก็ไหลทันทีก่อนหน้านั้น มีการปูเนื้อเรื่องว่าไบรอันมีอาการประหลาดที่เลือดกำเดาไหลโดยไม่มีสาเหตุ ถึงเลือดกำเดาจะไม่ใช่ผิวหนัง แต่ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับผิวหนัง เลือดกำเดาไหลปริศนาจึงสอดคล้องกับนิยามของMysterious Skin เช่นกัน ปริศนาเลือดกำเดามีคำตอบอยู่ในอดีต หลังเสร็จกิจกับโค้ช เด็กชายไบรอันเหม่อลอยจนหน้าคว่ำเลือดกำเดาไหล และต่อมา เมื่อไรก็ตามที่เขาคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต เลือดกำเดาก็จะไหลออกมา ดังนั้นเลือดกำเดาในหนังเรื่องนี้ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากมนุษย์ต่างดาว มันคือสัญลักษณ์ของความทรงจำ (สีเลือด) ในวัยเด็กที่หลอกหลอนไบรอันมาโดยตลอด 4.6 ผิวหนังของชายชรา HIV ตอนที่นีลถือคติ Sex and the City (ขายตัวในนิวยอร์ค..ยอดไปเลย! ) เขาได้ให้บริการกับชายชราคนหนึ่งซึ่งภายนอกดูเป็นคนปกติ แต่เมื่อเขาถอดเสื้อออกมาก็พบว่า ผิวหนังของเขาพิสดารอย่างยิ่ง มันเต็มไปด้วยสะเก็ดและรอยสีดำคล้ายรอยไหม้ ผิวหนังนี้ตรงกับนิยามว่า ‘ผิวหนังลึกลับ’ อย่างยิ่ง และเราสามารถอนุมานว่าเขาน่าจะเป็นโรคเอดส์ แต่ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการร่วมรักกับนีล เขาต้องการเพียงให้นีล‘ลูบไล้ สัมผัส และขยำ ’ ผิวหนังอันลึกลับของเขา (ว้าว..แม่เจ้าโว้ย) ท่วงท่าการร่วมรักแบบนี้ (เอ๊ะ จะเรียกว่าร่วมรักได้ไหม) มันดูคลับคล้ายคลับคลากับท่าที่เขาใช้กับโค้ช เพราะโค้ชเองก็ไม่ได้ให้นีลสอดใส่ประตูหลัง เขาขอให้นีลใช้มือลูบไล้และทะลวงทวารหนักหรือ’ผิวหนังลึกลับ’ ของเขา ในขณะที่นีลลูบไล้ผิวหนังของชายชรา เขาก็เพิ่มความรุนแรงในการขยำมากยิ่งขึ้น ทั้งที่หน้าตาของนีลก็ดูไม่มีความสุขเอาซะเลย ฉากนี้บ่งบอกได้ดีว่าความทรงจำในอดีตทำร้ายนีลอย่างไร ถึงเซ็กซ์สำหรับนีลจะดูเป็นเรื่องสนุก แต่มันก็ทำร้ายเขาโดยที่เขาควบคุมไม่ได้ เซ็กซ์คือฝันร้ายที่นีลกินจนเป็นนิสัย เหมือนคนที่กินอาหารแย่ๆ จนไม่รู้จักวิธีกินอาหารแบบอื่นอีกต่อไป นอกจากนี้มันยังบอกอนาคตอีก 2 ประการ คือ 1.ถ้าเขาแก่ตัวไป เขาอาจจะเป็นอย่างชายแก่คนนี้ก็ได้ และ 2. เขาอาจจะเจอลูกค้าที่อันตรายกว่าชายแก่คนนี้ก็เป็นได้ เพราะอย่างน้อยชายแก่คนนี้ก็ใจดีและไม่ได้ทำร้ายเขา สำหรับข้อ 1 นีลอาจจไม่ต้องจบตัวเองในสภาพนี้ก็ได้ แต่สำหรับข้อ2 นีลก็เจอดีเลยครับ เมื่อลูกค้าคนต่อมาซ้อมเขาจนอยู่ในสภาพปางตาย การขยำเนื้อพิสดารของชายแก่ ยังทำให้ผมคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ ชายแก่คนนี้ไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากที่พึ่งพิงทางใจ ชายแก่คนนี้ก็เหมือนกับนีล ที่กลายเป็นคนร่านสวาทมีเซ็กซ์ไปทั่วก็ไม่ได้เพราะอะไรหรอก เขาก็เหมือนกับตัวละครอื่นๆ และก็อาจจะเหมือนเราๆ ท่านๆ ผู้ต้องการที่พึ่งพิงทางใจ …จริงไหม? https://www.youtube.com/watch?v=LN418cew6gs

กูรู้ vs กูรู #001 ตอบปัญหาวงการหนัง ทำไมหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ
filmotopia /  กูรู้ vs กูรู / 

ขอสวัสดีสมาชิกชาวเอ็มไทย และก็ขออนุญาติใช้พื้นนี้ ตอบคำถามของคอลัมนี้ ซึ่ง เราจะเรียกว่า คอลัมน์ กูรู้ vs กูรู โดยมีผม Filmotopia เป็นผู้ดูแล ใครมีคำถามสงสัยอะไรเกี่ยวกับวงการหนัง ถามมาได้เลยนะครับตามสโลแกน ? "ถามมาตอบหมด ถามก่อนตอบก่อน ถามจริงตอบจริง ถามกวนตอบดุ ถามดีมีรางวัล" ซึ่งการตอบคำถาม ถ้าผมรู้ก็จะตอบเอง แต่ถ้าไม่รู้จริงก็จะเชิญ กูรู ผู้รู้เรื่องนี้จริงมาเป็นผู้ตอบ เมื่อตอบแล้วก็อยากเชิญผู้อ่านทำตัวเป็น กูรู้ มาแสดงความคิดเห็นกันนะครับ อยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้-ความคิดเห็นกันอย่างสุภาพชนนะครับ แต่ถ้าใครจะแขวะจะด่าใคร ก็คงต้องพร้อมรับการโต้ตอบอย่างรุนแรงด้วย เพราะเท่าที่เห็นคนอ่าน mthai ดุดุทั้งนั้น? ก็หวังว่าคอลัมน์นี้จะเป็นประโยชน์กับชาว mthai ทุกคนนะครับ มาดูกัน ว่าคำถามไหน ถูกเลือกมาตอบบ้าง * อนึ่ง คำถามคัดมาจากกระทู้นี้ครับ ส่วนใครจะถามอะไรต่อไป ก็โพสได้ที่กระทู้ดังกล่าวเลยครับ 1. ทำไมวงการหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ (ถามโดย ปอมซัง) Filmotopia ตอบ : อ่านคำถามเสร็จแล้วคิดว่า คุณปอมซัง คงไม่ได้อยากรู้เหตุผลจริงๆหรอก? คงแค่อยากบ่นอยากระบายเพราะตัวเองคงหงุดหงิดใจเมื่อเห็นหน้าเกย์ คงจะเป็นเพราะ คุณปอมซัง มีปมที่ฝังใจมีอดีตกับคนที่เป็นเกย์ หรือ กระเทย เพราะจริงๆ ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างหนังไทยปีละประมาณ 30 เรื่องต่อปี รวมกันก็ 150 เรื่อง ซึ่งจะมาเจอเรื่องที่มีหน้าเกย์ รวมกันไม่เกิน 10 % คือ 15 เรื่อง ซึ่งแต่ละปีก็จะมีปีละไม่เกิน 2-3 เรื่องเท่านั้น ยกเว้นปี 2007 นั้นอาจจะเป็นปีที่มีหนังเกย์เยอะหน่อย คือ รวมกันสัก 6-7 เรื่องคือ เพื่อนกูรักมึงหว่ะ, โกยเถอะเกย์, ขอให้รักจงเจริญ, รักแห่งสยาม, หอแต๋วแตก และ ตั๊ดสู้ฟุต ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขนี้ก็คงพูดไม่ได้หรอกว่า หนังไทยมีแต่หนังเกย์ ซึ่งถ้าจะบอกถึงเหตุผลที่ในปี 2007 มีหนังเกย์เยอะ ก็คงเป็นเพราะช่วงนั้นคนทำหนังเขาเห็นว่า ?เรื่องราวของคนเป็นเกย์เมื่อนำมาสร้างหนังแล้วมันน่าสนใจ ชีวิตพวกเขามีสีสัน มีความแตกต่างทั้งน่าขัน และ น่าเศร้า เพียงพอที่เขาอยากเล่าให้คนดูน่าไปดู ? ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ คุณปอมซัง ไม่ค่อยเห็นด้วย ไม่เป็นไรเห็นแย้งกันต่างกันยังไง คอมเม้นท์กันได้ แต่ขอเตือน คุณปอมซัง หน่อยนะ คนโบราณเขาว่ากันว่า ใครเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น? ไม่รู้ว่า คุณปอมซัง เป็นผู้หญิง หรือ เป็นผู้ชาย แต่ระวังนะเวลาคุณมีแฟนดูดีๆ คุณอาจมีแฟนเป็นเกย์ก็ได้นะ ใครจะไปรู้ !!!!!? -------------------- 2. อยากทราบว่าประเทศไทยมีการจัดเรตหนังที่ฉายตามโรงภาพยนต์เหรอเปล่า แล้วมีการจัดการกับคนดูที่ไม่ผ่านเรตของหนังเรื่องนั้นอย่างไร (ถามโดย TheBiggest) Filmotopia ตอบ : ข้อนี้จะขอเชิญ กูรู ผู้รู้จริงทางด้านนี้มาตอบดีกว่า เพราะเขาเป็นผู้เกาะติด ติดตามเรื่องนี้อยู่ เขาคือ คุณ นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE แว่วๆ ว่า BIOSCOPE กำลังจะมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเล่มหน้า ถ้าสนใจมากกว่านี้ติดตามได้เลย เอ้า!! ฟังคำตอบของ คุณ นคร ได้เลยครับ กูรู ผู้ตอบ : นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE ตอบ : การจัดเรตในประเทศไทยเพิ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เองครับ ซึ่งในบ้านเราแบ่งออกได้เป็น 6 เรตคือ 1. หนังที่จรรโลงสังคมควรสนับสนุนให้คนดู 2. หนังที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย 3. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป 4. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป 5. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป และ 6. หนังที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู (ไม่นับหนังที่ห้ามเผยแพร่ในประเทศนะครับ) ซึ่งหนังตั้งแต่เรต 1-5 นั้นคุณสามารถเข้าชมได้ตามปกติไม่ต้องโชว์บัตรประชาชนแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นเรต 20 นั้นต้องโชว์บัตรก่อนจะซื้อตั๋วทุกครั้งนะครับ ...แต่ถ้าหากคุณอายุไม่ถึง 20 แล้วหลุดเข้าไปดูหนังเรื่องนั้นได้ ก็ไม่ต้องกลัวครับเพราะกฎหมายจะลงโทษโรงหนังที่ขายตั๋วให้คุณ อยู่ที่ว่าโรงหนังจะกล้าเสี่ยงรึเปล่าเท่านั้นเองครับ Filmotopia? วันนี้เอาแค่ 2 คำถามก่อนนะครับ ใครมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับหนังไทยถามมาเลยนะครับ อัพเดตคอลัมน์นี้ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ ครับ --------------------------------------------------------- Tyler ตอบมั่ง สำหรับงานแรก ทางทีมงาน ขอมอบรางวัลเป็น ดีวีดีหนังเรื่อง แต๋วเตะตีนระเบิด ให้คุณปอมซังไปดูถึงบ้านเลยครับ ส่วนคุณ The Biggest เป็นดีวีดีเรื่อง อนึ่งฯ คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง ติดต่อกลับรับของรางวัล ที่เบอร์ 02-5020700 ต่อ 7871 หรืออีเมล์ chaiwat@monotechnology.com ได้เลยครับ (ติดต่อมาภายใน 25 ก.ย. 52นะ) ขอบคุณของรางวัลจาก เมโทรโปรดิสค์

Front Cover ภาพยนตร์เกย์ น่าดู!!
Front Cover /  Gay / 

Front Cover หน้งเกย์น่าสนใจ Front Cover ภาพยนตร์ที่นำเสนอเรื่องราวของ Ryan Fu หนุ่มเกย์อเมริกันเชื้อสายจีน มีอาชีพเป็นแฟชั่นสไตล์ลิสต์ และ Ning หนุ่มนักแสดงจากประเทศจีนที่เดินทางมาอเมริกาเพื่อถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสารชื่อดัง  ความคิดและทัศนคติของทั้งคู่เข้ากันไม่ได้ทำให้การทำงานของพวกเขาอยู่ในภาวะตึงเครียด จนเวลาผ่านไปพวกเขาทั้งคู่จึงได้รู้สึกถึงความรู้สึกดึงดูดของกันและกัน และทั้งคู่ได้เปิดเผยปมในใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้ หลังจากนั้นพวกเขาเริ่มใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้น จนวันหนึ่งนิตยสารแทบลอยด์ได้แอบถ่ายรูปของทั้งคู่ขึ้นปกและเปิดเผยว่า Ning เป็นเกย์  ซึ่งข่าวนี้มีผลกระทบต่ออาชีพของ Ning อย่างมาก  Ning จึงขอให้ Ryan ช่วยเขาด้วยการให้ปฏิเสธเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตอนจบของเรื่องจะเป็นอย่างไร ต้องไปติดตามหาชมกันต่อไป ขอบคุณคลิปวิดีโอ : Front Cover Trailer จาก Front Cover The Movie : Youtube.com Ryan แสดงโดย Jake Choi นักแสดงชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี เขาเกิดและโตในนิวยอร์ก เขาเริ่มก้าวสู่วงการบันเทิงเมื่อปี 2011 Ning แสดงโดย James Chen นักแสดงชาวอเมริกัน เขาเติบโตในนิวยอร์ก จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Pennsylvania  และจบการแสดงจาก Yale School of Drama ์Men.MThai ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.facebook.com/FrontCoverTheMovie  /  http://jamescchen.com  /  Instagram : thejakechoi