หนังเกย์

ตัวอย่างและภาพชุดแรกชวนหวิว จากหนังชวนจิ้น Teacher and Student ครูและนักเรียน
Demon 666 Production /  Teacher and Student / 

หลังจากฝากผลงานที่เรียกเสียงฮือฮาทั้ง หล่อลากไส้, ตายทั้งกลม และ เกย์เว้ยเฮ้ย ไว้แล้ว ครั้งนี้เตรียมพบกับผลงานชวนสยิวกิ้วใหม่ของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม กับภาพยนตร์เรื่อง Teacher and Student ครูและนักเรียน ที่่ได้ 3 หนุ่มหล่อไม่จะเป็น ตั้ม มานินพันธุ์ ภิญโญปิยวิศว์, อาร์ กฤษตฌาพนธ์ ธนะนารา และ อาร์ม ปิระมิตร อรุณศรี มารับบทนำ โดยล่าสุด หนังเรื่องนี้ได้ปล่อยตัวอย่างหนังฉบับเต็ม และภาพนิ่งชุดแรกแบบจัดหัก มาให้ได้ชมกันแล้ว ติดตามด้านล่างนี้ั ยาวๆไปได้เลย Teacher and Student ครูและนักเรียน เป็นการสะท้อนชีวิตคู่ชายรักชาย บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สุด โดยการนำผู้ชมเดินทางชีวิตของคู่รักคู่หนึ่งในช่วงเวลาที่ถึงจุดอิ่มตัว และสะท้อนภาพลักษณ์ของเด็กที่อยู่ในช่วงของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และ ผู้ใหญ่ที่กำลังมาถึงจุดสูงสุดของการเติบโต และค่อยๆ เข้าสู่จุดเสื่อมถอยในชีวิต ตั้ม มานินพันธุ์ ภิญโญปิยวิศว์ อาร์ กฤษตฌาพนธ์ ธนะนารา อาร์ม ปิระมิตร อรุณศรี Teacher and Student ครูและนักเรียน คือเรื่องราวของ ต้นครูวัยย่างเข้าสามสิบของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ที่คบหากับ แอล แฟนหนุ่ม มาได้ 5 ปีแล้ว และความรักของทั้งสอง ก็เริ่มจืดจางลงตามกาลเวลา ทำให้ ต้น ไม่รู้สึก รักเขาเหมือนแต่ก่อน แอล จึงพยายามยื้อชีวิตคู่ให้ยาวนาน โดยการชวนต้นไปจดทะเบียนสมรส แต่ ต้น กลับไปหลงรัก โจ เด็กนักเรียนในชั้นที่เขาสอนหนังสืออยู่ เพราะการหลงใหลความอ่อนเยาว์ของเด็ก อันมีสาเหตุมาจากปมในอดีตที่ตามหลอกหลอน ต้นจึงต้องเลือก ระหว่างการมีชีวิตครอบครัวแบบยั่งยืนกับแอล หรือ ทำตามความเรียกร้องของหัวใจ ด้วยการบอกความรู้สึกที่แท้จริงกับโจ แม้จะเป็นสิ่งที่ผิดต่อความดีงามของสังคมก็ตาม ติดตามชมเรื่องราวของความสัมพันธ์ซับซ้อนนี้ ไปกับ Teacher and Student ครูและนักเรียน ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา เท่านั้น -----------------------------------

10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์
10 ที่สุดของคู่จิ้น /  10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์ / 

ในช่วงขวบปีหลังๆ ของภาพยนตร์ไทยมานี้ จะสังเกตได้ว่ามีหนังที่เล่าเรื่องราวของเพศที่สามมากขึ้น จากที่ในสมัยก่อนอาจมีการกล่าวถึงเป็นเพียงตัวละครที่เรียกหัวเราะเท่านั้น แต่ในปัจจุบันที่สังคมเปิดรับมากขึ้น และหนังที่มีพล็อตเรื่องทำนองนี้ จะมุ่งศึกษาและตรวจตราสภาพจิตใจ ความสัมพันธ์ และความรัก ที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนบางครั้งก็ทำให้แฟนหนังเกิดการ "จิ้น" กันขึ้นระหว่างตัวละครที่หวังจะให้ลงเอยกันโดยทั้งแอบเชียร์ ยุยง ลุ้นตัวโก่ง หรืออาจเลยเถิดไปจนถึง การแต่งบทบาทความสัมพันธ์ลึกซึ้ง! เพิ่มเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็มี แต่คุณผู้ชมรู้ไหมว่าการมีอยู่ของ "คู่จิ้น" เหล่านี้ มีมาในโลกภาพยนตร์เป็นเวลานานมากแล้ว!  และในวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาหาคำตอบกันได้เลย โดย 10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์ ครั้งนี้ เราได้คัดที่สุดของหนังสำรวจความรักของเพศที่สาม หลากผู้กำกับ หลายสัญชาติ มาให้ดูกัน และ ไม่ว่าคุณจะเคยดูมาทั้งหมดนี้แล้วหรือเปล่าไม่สำคัญ แต่ถ้าคุณได้ชมเรื่องราวของทุกคู่ในหนังเหล่านี้ (บางเรื่องก็มากกว่าคู่เดียว?!) คุณผู้ชมอาจเป็นอีกคนหนึ่ง ที่อด"จิ้น" ไม่ได้เลยทีเดียวเชียวนะ เอนนิส เดล มาร์ - แจ็ก ทวิสต์ จาก Brokeback Mountain สองคาวบอยแห่งหุบเขาเร้นรัก ที่ผู้กำกับ อั้งลี่ ทำให้โลกต้องสั่นสะเทือนมาแล้ว ทั้งไม่ว่าจะการกวาดรางวัลจากเทศกาลหนังมากมาย แต่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่าง ชาย-ชาย คู๋นี้ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โลกนี้ยอมรับหนังเพศที่สาม ให้เป็นหนังรักที่อุดมด้วยความงดงามมากขึ้นขั้นเป็นปรากฏการณ์เลยอีกด้วย   ตัวอย่างหนัง Brokeback Mountain --------------------------------------- ไหลเยี่ยฟา - โหเป่าหวัง จาก Happy Together ผู้กำกับภาพสวยแห่งเอเชียอย่าง หว่อง กา ไหว่ พาคู่รักชาวฮ่องกง ไปดื่มด่ำกับการเดินทางไม่เพียงเฉพาะเรื่องความรักของชาย-ชาย แต่เป็นการเดินเป้าหมายในต่างแดน แม้ทั้งสองจะมุมที่เหมือนจะต้องพลัดพราก แต่คนดูก็คงอดใจช่วยให้กลับมาหากันไวๆ เสียไม่ได้ ด้วยบรรยากาศเงียบเหงา ฮ่องกงยามค่ำคืนอันเดียวดาย และเลิฟซีนที่สุดจะเผ็ดร้อนจนเป็นที่ฮือฮา ตัวอย่างหนัง Happy Together --------------------------------- อเดล - เอมม่า จาก Blue Is The Warmest Color สองคู่รักเลสเบี้ยน ที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งผ่านมา กับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เจริญเติบโต ที่นอกจากจะทำให้คุณจิ้นตัวละครคู่นี้ให้ลงเอยกันแล้ว ยังได้ดำดิ่งไปกับเสน่ห์ล้นเหลือของนักแสดง ความร้าวรานเจ็บปวด และความรักที่เป็นดังเส้นขนาน ที่คนดูต้องลุ้นให้มันมาบรรจบกันเสียที  ตัวอย่างหนัง Blue Is The Warmest Color ------------------------------------ ชาร์ลี - แพทริก จาก The Perks of Being a Wallflower ทั้งสองคือตัวแทนของวัยรุ่นชาย ที่มีปัญหาว้าวุ่นใจในชีวิตจากปมในอดีต และสิ่งที่พวกเขาต้องเลือกคือ การก้าวข้ามมันไป หรือจมปลักไว้ทีเดิม ทั้งคู่จะพาคุณไปพบกับไม่เพียงเรื่องราวการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่มันรวมไปถึงการรู้จักรู้ใจ และยอมรับความเป็นตัวของตัวเอง ทั้งเรื่องทางเดินชีวิต ความรัก และเพศสภาพ ตัวอย่างหนัง The Perks of Being a Wallflower -------------------------------------   โต้ง - มิว จาก รักแห่งสยาม ถ้าพูดถึงหนังไทยกลมกล่อมที่สุด คงต้องยกให้หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยการบอกเล่าความรัก ความสัมพันธ์ การค้นหาตัวเองของวัยรุ่นที่ยังเลือกทางเดินไม่ได้ และแสวงหากำลังใจในการใช้ชีวิต ไปจนถึงเว้าวอนหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องเกิดจากคนพิเศษเท่านั้นเช่นกัน อีกทั้งบทบาทนี้ยังแจ้งเกิด มาริโอ้ เมาเร่อ อย่างเป็นทางการอีกด้วย และคงคุณผู้ชมท่านใด ลืมฉากเลิฟซีนที่โต๊ะม้าหินได้ลง  ตัวอย่างหนัง รักแห่งสยาม --------------------------------- เน - บีม จาก Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ความสัมพันธ์ของรุ่นพี่และรุ่นน้อง ที่ต่างหวงแหนการเก็บบันทึกความทรงจำดีๆ ระหว่างนักกีฬาบาส และ ช่างภาพ ที่เริ่มจากบทสนทนาการร้องขอเพียงสั้นๆ ก่อนที่จะค่อยๆ พัฒนาขึ้นอย่างอบอุ่นหัวใจ โดยไร้ซึ่งกำแพงเพศสภาพ และนำไปสู่การรู้จักความรัก ให้ดียิ่งขึ้น ในค่ำคืนพิเศษก่อนจบการศึกษา ท่ามกลางบรรยากาศให้คุณผู้ชมได้จิ้นกันเบาๆ ว่าทั้งสองจะลงเอยกันเช่นไร  ตัวอย่างหนัง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ---------------------------------- พาย - คิม จาก Yes or No อยากรัก ก็รักเลย หนึ่งสาวน่ารัก ออม สุชารัตน์ มานะยิ่ง กับหนึ่งสาวหล่อ ติ๊นา ศุภนาฎ จิตตลีลา ที่นำเสนอเรื่องราวความรักเพศเดียวกัน  ผ่านการพัฒนาความสัมพันธ์ และการเรียนรู้ข้อดีข้อเสียซึ่งกันและกัน ด้วยท่าทีน่ารัก ประนีประนอม ไม่ร้อนแรงดุเดือดรีบร้อน จนอดให้คนดูจิ้นสองสาวน่ารักนี้ ให้ได้ลงเอยกันโดยเร็ว เพราะมั่นใจสุดๆ ได้เลยว่า ความรักครั้งนี้จะเป็นบ่อเกิดรอยยิ้มอบอุ่น ที่จะประทับอยู่ในใจแฟนๆ ไปอีกนานแสนนาน  ตัวอย่างหนัง Yes or No อยากรัก ก็รักเลย  ------------------------------------- เมฆ - อิฐ จาก เพื่อน...กูรักมึงว่ะ ภาพยนตร์รักที่ขึ้นแท่นดีที่สุด ของผู้กำกับ พจน์ อานนท์ เรื่องนี้ พาไปรู้จักกับความรักของชาย-ชาย ที่ลึกซึ้งไม่ต่างอะไรจากชาย-หญิง อีกทั้งยังคงกลิ่นอายอาชญากรรม ควันกระสุน อันตรายสุดๆ สไตล์หนังแมนๆ ที่ผลักดันให้คุณเอาใจช่วยคู่ปรปักษ์อย่าง มือปืนและตำรวจคู่นี้ เข้าถึงหัวใจของกันและกันเสียที และคงไม่มีใครลืมฉากสำคัญบนชั้นดาดฟ้า อันเป็นดังเครื่องหมายการค้าของเรื่องนี้ไปได้ลง ตัวอย่างหนัง เพื่อน...กูรักมึงว่ะ --------------------------------------- สายธาร - ไฟ จาก It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก ความรักบางคู่ถูกกั้นด้วยวัย บางคู่ถูกกีดกันไว้ด้วยเพศสภาพ แต่ความรักที่กะเทยแปลงเพศรุ่นเดอะ ที่แสดงโดย ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล มีให้ชายหนุ่มนี้ ก็ดูเหมือนจะห่างไกลจุดหมายเสียเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน ก็จะทำให้คนดูได้เห็นประจักษ์แก่สายตา ว่าความรักนั้นไม่มีกำแพงใดๆ มากั้นได้ทั้งสิ้น จนคนดูต้องแอบจิ้น ให้ช่องว่างระหว่างวัยนี้สูญสลายไปในพริบตาเสียจริงๆ   ตัวอย่างหนัง It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก ------------------------------------ หนูนา - หมูแฮม - เสือโคร่ง - ไก่โต้ง จาก ฟินสุโค่ย อย่างที่เราบอกไปตั้งแต่แรก ว่าบางเรื่องคุณอาจจะไม่ได้จิ้นแค่คู่เดียว เพราะขึ้นชื่อว่าความรัก จะมากำหนดกฎเกณฑ์อะไรให้มันก็คงไม่ได้ ทำให้ความใกล้ชิดบังเกิดเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ทั้งชาย-หญิง ชาย-ชาย หรือ หญิง-หญิง ที่พันเกี่ยวกันไปมา และจะมาทำให้คุณได้จิ้นกันเพลิดเพลินระหว่างรักสี่เส้่่า ที่สุดจะวุ่นวายครั้งนี้ (หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ใครจะไปรู้) แต่เรื่องราวใน ฟินสุโค่ย จะลงเอยเช่นไร ใครจะสมหวังชื่นมื่น หรือใครจะขมขื่นรับประทานแห้ว เราคงไม่อาจบอกได้ตอนนี้ ต้องไปหาคำตอบในโรงภาพยนตร์กันเองนะ ตัวอย่างหนัง ฟินสุโค่ย -------------------------------

ความจริงของหนัง AV  การเปิดเผยครั้งแรกของโลก
หนังAV /  หนังโป๊

ความจริงของหนัง AV การเปิดเผยครั้งแรกของโลกคำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและตอบกระทู้นี้เราคงเคยนึกสงสัยว่าเหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน) ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วย เพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้?อย่างที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชีย ก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่า กลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ใน ย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว ...เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมดรัฐบาลญี่ปุ่นใน เวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้าม พลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคน ทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร...แล้ว ไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด"เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัว นางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วม ชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็น ของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิต ที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม"อย่าง ที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วใน ประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดก ด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน...อย่าเข้าคิดว่า เด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้น คงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่...เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ตใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R Xโดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไป ของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง...และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์ หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร" คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุดหนัง เรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อนแล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน? จะถ่ายกล้องแบบไหน?มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุน ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงามแต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน)เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป...โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้นอาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนาง เอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง ...วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง... ...แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง!สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AVแบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว (และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย)เนื้อหาของหนังเรต X แทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลยมาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัว สัมภาษณ์หน่อยๆว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์ "ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็ "ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ "พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก "อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อนหลังจากนั้น ในยกสอง ส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะ หลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความ หลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1หรือหญิง 2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไปและการเล่นรักมากกว่า สองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียก ค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่นเมื่อการ ถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน...แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออก หน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่า ตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ!วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทยที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม (ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขายหรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่น เป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้น ดาราฮอลลีวู้ดการเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก...เพราะถึงจบปริญญาตรีมา ก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทนสิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อ กระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้า เป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา" โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับ ให้เหล่า "ลูกค้า" ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนัง ที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของ เธอ ....โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่าอยากถ่ายวิตถาร แค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อน ที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้านเมื่อเกิดค่านิยมว่า "ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้" พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์ นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้ เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น ...ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้นแต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง...และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ ยินยอมอาจมีรายการ "ฉุด" กันไปเลย...แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการ กักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดู รสนิยมชอบหนังแนวนี้)จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่าหากไป เดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้น ห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด(แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง" โดยไม่เต็มใจสูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเองก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมากเพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง แถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้าง เป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรง มุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) ...พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐอุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศ ญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลย สำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย ...ทั้งนี้ เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้า เข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้น ยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ฉะนั้นอยากแปลกใจ ว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา ...เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง ...และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโต อย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉย ด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม...เครดิตจาก Road to av

พบตัวอย่างแรก Magic Mike หนังเต้นระบำเปลื้องผ้าชายโดย สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก
Chaning Tatum /  Gay / 

หลายคนคงเคยเห็นหนังแนวชายรักชายดราม่ามามากมาย แต่คุณคงไม่เคยหนังชายรักชายแนวนี้กับ Magic Mike หนังดราม่าเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชายเต้นระบำเปลื้องผ้า ที่กำกับการแสดงโดย สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ผู้กำกับคนเก่งที่ช่วงหลังๆนี้เล่นผลิตหนังปีละ 1-2 เรื่องเลยทีเดียว โดยเราคงรุ้จักเขาดีจากหนัง Erin Brockovich และ Traffic หรือแม้แต่ผลงานที่เพิ่งผ่านไปของเขาอย่าง Haywire และ Contagion โดย Magic Mike ถือเป็นผลงานเรื่องที่ 2 ของเขาในปีนี้ ที่ขนเอานักแสดงชายมาระบำเปลื้องผ้ามากมายไม่ว่าจะเป็น แชนนิ่ง เททั่ม , อเล็กซ์ เพตติเฟอร์ หรือแม้แต่กระทั่ง แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ที่ถูกใจสาวๆแน่ๆ Magic Mike เรื่องราวของหนุ่มมหาลัยอย่าง ไมค์ ที่ต้องการประสบการณ์ในชีวิตใหม่ๆ จึงได้มาสมัครเป็นนักระบำเปลื้องผ้าที่ผับแห่งนึง โดยเรื่องนี้เราจะได้เห็นทั้งกล้ามเนื้อ และ ตูด ของ แชนนิ่ง เททั่ม อย่างแน่นอน กำหนดฉายไทย 28 มิถุนายนนี้ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เกย์ - ทอม สมานฉันท์ วีเจ.จ๋า ฮาสุดๆ
คริตกะจ๋า /  ชาคริต / 

หนึ่ง ธนาธรจากเดิมหนังใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่าValentine ก่อนจะมาใช้ชื่อไทยว่า "คริตกะจ๋า บ้าสุดๆ" ฟังดูย่ำแย่พอๆกัน เหมือนไม่รู้จะตั้งว่าอะไร ชื่อภาษาอังกฤษก็ "ง่ายซ๊า...า" ชื่อภาษาไทยก็ ตั้งเหมือนคนหมดมุก ก็เอาชื่อดารานี่แหละว๊า ขายชื่อดารามันซะเลย แต่ตัวหนังกลับมีดีกว่าชื่อง่ายๆนั้นมากมาย เก่ง (ชาคริต แย้มนาม) เกย์ไฮโซเจ้าของธุรกิจพลาสติก ที่กำลังตามล่ารักจากผู้ชายชื่อ กาย(หลุยส์ พงษ์พันธ์) ขณะที่ แพร ทอมเศรษฐีเจ้าของโรงแรมก็กำลังวาดหวังความรักจากสาวสวยชื่อ แพร(จิ๊บ ปกฉัตร) จะด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิตหรืออย่างไรก็สุดคาดเดา ทั้งสองขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาพบว่า ทั้งสองสลับร่างกัน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นวายที่เกิดตามมาเว้ากันซื่อๆ ก็ต้องขอบอกว่า หลังจากที่หนังไทยที่สร้างเกี่ยวกับ เพศทางเลือก มักจะจบลงด้วยความโศกเศร้าร้าวราน ประมาณว่า "ชาตินี้ไม่มีวันที่พวกมรึงจะได้สมหวังกันหร๊อก" หนังเรื่องนี้เสนอตัวที่จะเป็น "เทพประทาน" ให้มวลเหล่าชาวเพศทางเลือกได้มีโอกาสชื่นชมสมประดีกับเขาบ้างหนังเริ่มต้นด้วยพล็อตเรื่องในแบบที่อาจจะกลายเป็น หนังฮาบ้าบอไร้สติ หนังเกย์ กะเทย เหมือนที่สร้างๆกันมา แต่เมื่อหนังเดินไป หนังก็จะเริ่ม "ปล่อยของ"ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็น"ของดี" ที่น่าลิ้มลอง ผ่านงานแสดงระดับสุดยอดของสองดารานำ ชาคริต กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช พร้อมด้วยทีมนักแสดงสมทบที่เลือกเฟ้นมาได้ลงตัวสุดๆทุกตัวละครเมื่อเรื่องเดินไปใกล้จะจบ หนังเกือบจะกลายเป็น "หนังกะเทยเห็นแก่ตัว กับ ทอมใจประเสริฐ" ที่มีสิทธิ์โดนเกย์ประท้วงแน่ๆ (โดยยัยอะไรสักคนที่ชอบออกมาประท้วงบ่อยๆนั่นน่ะ) แต่เมื่อเดินไปถึงตอนจบเข้าจริง หนังก็ทำหน้าที่ตาม เจตนารมย์ที่ตั้งใจแต่ต้นคือ "ทำให้ชาวเพศทางเลือกได้สมหวังบนจอเสียที""ผู้ชาย" ที่กลายเป็นเพศที่เจ้าเล่ห์และร้ายกาจที่สุดในเรื่อง ก็ได้บทเรียนอย่างสาสม ที่ปรากฏในตอนท้ายเรื่อง ชนิดที่ถ้าคุณไม่นั่งดูให้ถึงภาพสุดท้ายของหนังจริงๆ คุณมีสิทธิ์พลาด ไคลแมกซ์สำคัญนี้แน่นอนแต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผมขอไม่เปิดเผยอะไรให้มากมาย ด้วยเกรงว่าจะเสียอรรถรส แต่ขอให้คุณๆไปชมด้วยตัวเองน่าจะดีกว่าขอปรบมือดังๆให้กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช หลังจาก "จุดระเบิด" จากบทบาทในหนัง "แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า" ที่ทำให้ผู้คนได้เห็นว่า เธอเล่นหนังแนวโรแมนติก คอเมดี้ได้ดีมาก มาเรื่องนี้ เธอยิ่ง "เปล่งประกาย"แจ่มชัดที่สุด เธอเล่นได้พริ้วมาก ทั้ง ตลก เซ็กซี่ อ่อนไหว จะให้เธอหน้าเยิน หน้ายับ หน้าตลก ไปจนกระทั่ง อวดเต้าทำนมปริ่ม อวดลีลาเฉียดเอ็กซ์ "จ๋า จัดให้"เธอปล่อยลูกบ้าเหมือนโด๊ป M150 เกินวันละ 2 ขวด เธอเล่นได้มีสีสันมันส์กระจายสุดๆณ วันนี้ ผมขอมอบตำแหน่ง "เจ้าแม่หนังโรแมนติก คอมเมดี้" ให้เธอโดยดุษฏี ชนิด "ใครแย่ง...กรูตบ"! ขอบอกว่า ผมชื่นชมโสมนัสเธอจากหนังเรื่องนี้มั่กๆชาคริต หนึ่งในนักแสดงชายที่ผมชื่นชม ในฐานะที่ที่ผ่านเขาเป็นนักแสดงที่เล่นบทได้หลากหลาย และแต่ละบทเขาก็เล่นได้อย่าง "มีดีไซน์" ซึ่งเท่าที่เห็นชัดๆ ผมเห็นมีอยู่แค่ พงษ์พัฒน์,นพพล,ศรัณยู,ฉัตรชัยและ ชาคริตเท่านั้น ชาคริต ทำให้บททอม ในร่างกะเทย ดูมีมิติ ลุ่มลึก อ่อนไหว ขณะที่ วีเจจ๋า ขโมยซีนในส่วนที่เป็น คอมเมดี้ ชาคริต ก็เก็บแต้มในส่วนที่เป็น ดรามา ชนิดที่ผู้ชมต้องหลั่งน้ำตาแน่ๆอีกรายที่ให้การแสดงระดับ "เปล่งประกาย" นอกจาก วีเจ.จ๋า ก็คือ หลุยส์พงษ์พันธ์ที่เล่นได้ ฮา อึ้ง ทึ่ง เสียวสุดๆ หลังจากเรื่องนี้ เขาจะมีงานวิ่งชนอีกเพียบแน่นอน ดูเหมือนตำแหน่ง "เจ้าพ่อหนังฮา"ของ อนันต์ บุนนาคจะเจอ ตัวตายตัวแทนเข้าให้แล้วชอบมากกับการเลือกทีมสมทบ 4 ตัวละคร คือ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม กับ แจ๊ค แฟนฉันในบทเพื่อนกะเทยของ เก่ง และ จิ๊ก เนาวรัตน์ กับ อ้น ศรีพรรณ ในบท ทอมเพื่อนของ แพร ทั้ง 4 เล่นกันได้มันส์มากๆ จนรู้สึกเสียดายว่าบทน้อยไปหน่อยเจี๊ยบ เชิญยิ้ม ดูดีมากในบท กะเทยแต่งหญิง หลังจากที่เคยเห็นเขาเล่นใน"อีส้มสมหวัง" แจ๊ค แฟนฉันในมาดกะเทยเด็กในเรื่องนี้ ทำให้ผมเห็นว่า "โก๊ะตี๋"เจอคู่แข่งเข้าให้แล้ว เหมือนตอนที่ ลูกเกด เมทินี เจอเบียดรัศมีโดย อั้ม พัชราภา อย่างไงอย่างงั้น ถ้าไม่ ระวังหลัง"โอกาสที่ โก๊ะตี๋ จะถูกทาบรัศมีบทกะเทยโดย แจ๊ค แฟนฉัน มีอยู่เห็นๆอ้น ศรีพรรณ ไปได้สวยกับบทตกลอยู่แล้ว จิ๊ก เนาวรัตน์ ทำให้ผมนึกถึงเธอในหนังดังในอดีตเรื่อง "ปูลม" ที่เธอเล่นเป็นนางเอกที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย ในเวอร์ชั่น อีกหลายสิบปีต่อมาที่ "ปูลม" กลายเป็น "ทอม" ฮาไม่แพ้กันผมชอบไอเดียที่ คนสองคนที่กำลัง "ตามล่าหาความรัก" มาขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สะพานแห่งความรัก" ที่กลายเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้ตัวละครได้ค้นหาหัวใจตัวเอง ไอเดียนี้ทำให้พล็อตหนังที่ดู "ตลาดจ๋า" ดู"ขลัง" ขึ้นมาทันที ถือเป็นการสืบสานตำนานรักอมตะของสะพานรักสารสินให้คงอยู่ต่อไป ด้วยมุมมองที่เปี่ยมอารมณ์ขัน แต่มากมายด้วย หัวใจที่อุดมรักฉากที่ เก่ง กะ แพร ขับรถชนกันเพื่อจะคืนร่างในตอนจบ จะกลายเป็น "ฉากรักขลังๆ" ที่น่าจดจำไปอีกนานอาจสรุปได้ความว่า นี่เป็นหนังที่ชื่อเรื่องไม่ชวนให้คาดหวัง "อะไรมากมาย"แต่ที่จริงแล้ว หนัง "ให้มากกว่า" ในการเรียนรู้ถึง ความรักโดยเฉพาะ ในกลุ่มเพศทางเลือกที่หนนี้แสดงให้เห็นว่า มีคนพยายามจะเข้าใจพวกคุณมากขึ้น.ที่มา หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

หนังเกย์ที่ฮือฮาที่สุดในเอเชีย Permanent Residence
House RCA /  Permanent Residence / 

ภาพยนตร์รักจากฮ่องกงที่ก่อกระแสฮือฮามาทั่วเอเชีย เดินทางมาถึงเมืองไทยในที่สุด Permanent Residence จะลงโรงฉายที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ Permanent Residence เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของเกย์คนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นยาวนาน กับเพื่อนสนิทที่เป็นชายแท้ ๆ และความรักแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ กับคู่รักเกย์ของตนเอง มันพูดถึงการตามหาความรักที่ยั่งยืน และการลงหลักปักฐานทางอารมณ์ที่ทำได้อย่างยากลำบาก สกั๊ด ผู้กำกับวัย 40 ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาจากประสบการณ์ชีวิตของตนเอง แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่านั้น คือการเสนอภาพความสัมพันธ์แบบชาย-ชาย อย่างตรงไปตรงมา และไม่แคร์กรอบของสังคม ทำให้ Permanent Residence กลายเป็นหนังเกย์เอเชียที่อื้อฉาวมาก ๆ เรื่องหนึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ตัวอย่าง Permanent Residence - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ สำหรับคอหนังเกย์ หรือแฟนหนังรักโรแมนติคดราม่า ไม่ควรพลาดเด็ดขาด Permanent Residence มีโปรแกรมฉายที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2554 นี้เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียได้ทาง www.facebook.com/houseRCA หรือ โทร 0-2641-5177-8 เว็บไซต์ภาพยนตร์  http://www.permanent-residence.com/movie/about ที่มา : สหมงคลฟิล์ม

Teacher and Student ครูและนักเรียน
Demon666production /  Teacher and Student / 

ครูและนักเรียน ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม ที่เคยฝากผลงานที่สร้างเสียงฮือฮาไว้มากมายทั้ง หล่อลากไส้, หนังผี, ตายทั้งกลม รวมไปถึงหนังชุด เกย์เว้ยเฮ้ย ซึ่งมีออกมาหลายภาคแล้ว โดยในครั้งนี้ จะมาเล่าเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึกซับซ้อนระหว่าง ครู และ นักเรียนโดยได้นักแสดงนำหนุ่มหล่อที่มารับบทแสดงนำและสร้างสีสันในหนังเรื่องนี้ถึง 3 คน ด้วยกัน เริ่มจาก ตั้ม มานินพันธุ์ นักแสดงและนายแบบจากเวที Men’sHealth Thailand รับบท ต้น ครูโรงเรียนมัธยมชายล้วน ตามมาด้วย อาร์ กฤษตฌาพนธ์ นักแสดงที่มีผลงานทั้งหนัง เอ็มวี โฆษณา และเจ้าของตำแหน่ง Rising Star จากเวที DutchieBoy รับบท แอล คนรักของต้น และ อาร์ม ปิระมิตร เน็ตไอดอล ขวัญใจวัยรุ่นในนาม “อาร์มกากเย้” รับบท โจ เด็กนักเรียนในการดูแลของต้นนั่นเอง! ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้นครับ*** --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- “ทุกสิ่งในโลก ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา มีเกิดย่อมมีดับ  แต่หากเรายังยึดติดกับอดีต โดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามการเดินทางของเวลา และไม่ยอมรับความจริง ความหายนะก็จะเกิดขึ้น” - สราวุธ อินทรพรหม ภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้องการสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตคู่ชายรักชาย บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สุด นำคนดูเดินทางตามดูชีวิตของคู่รักคู่หนึ่งในช่วงเวลาที่ถึงจุดอิ่มตัว ลงลึกถึงสภาพจิตใจบุคคล ผู้ชมจะได้เห็นภาพความเป็นจริงของเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กับ ผู้ใหญ่ที่มาถึง จุดสูงสุดของการเติบโต และกำลังเข้าสู่จุดเสื่อมถอย  ในบรรยากาศชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมไทย ในต่างจังหวัด ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติของประเทศที่กำลังพัฒนาภายในช่วงเวลา ที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤตทางการเมือง อันนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ของหลายคน ติดตามการเพิ่มโรงและรอบฉายได้ที่  https://www.facebook.com/demon666production ฉายแบบจำกัดโรง เฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา

A Year without love
Love /  without / 

เซ็กซ์... บาป... และแรงปรารถนา... เจ้าของรางวัลหนังเกย์ยอดเยี่ยม จากเทศกาลหนังเมืองเบอร์ลิน ขอเชิญเยียวยาหัวใจด้วยความเจ็บA YEAR WITHOUT LOVE (UN ANO SIN AMOR)ภาพยนตร์จากประเทศอาร์เจนติน่า ที่คละคลุ้งไปด้วยบรรยากาศหม่นทึบ ท้าทายประสบการณ์ของผู้ชมอย่างเหลือเชื่อ ตัวละครเอกของเรื่องเป็นนักเขียนคนหนึ่งที่ทราบว่าตนเองตัดเชื้อ HIV และจะต้องเสียชีวิตภายใน 1 ปี แต่แทนที่จะเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ เขากลับมุ่งหน้าสู่การบำบัดจิตใจของตนเอง ด้วยการเขียนไดอารี่ แต่ไดอารี่ของเขาจะน่าสนใจได้อย่างไร หากไม่มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาจึงพาตัวเองเข้าไปสัมผัสกับคนแปลกหน้าใน SEX CLUB นี่คือเจ้าของรางวัลเทดดี้ อวอร์ดส์ จากเทศกาลหนังเมืองเบอร์ลิน (ให้สำหรับหนังเกย์/เลสเบี้ยน) และยังคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเกย์/เลสเบี้ยนที่โด่งดังที่สุดในโลกอย่าง L.A. Outfest ยังไม่นับคำสรรเสริญเยินยออีกมากมาย ที่ทำให้ Un Ano sin amor เป็นการเปิดศักราชใหม่ของหนังอาร์เจนติน่าอย่างแท้จริงเกร็ดภาพยนตร์ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากชีวิตจริงของ ปาโบล เปเรซ นักเขียนหนุ่มวัย 30 ปีชาวอาร์เจนติน่า ที่เขียนบันทึกเรื่องของตนเอง ทันทีที่ทราบว่าติดเชื้อเอดส์ และจะอยู่บนโลกนี้ได้ไม่นานนัก- เปเรซตั้งใจว่า ระหว่างจดบันทึกใน 1 ปี เขาจะต้องเจอความรักจากใครสักคน แต่เขาคิดผิด มันเป็นปีที่ปราศจากความรักโดยสิ้นเชิง เปเรซจึงตั้งชื่อบันทึกของเขาว่า บันทึกปีที่ไร้รัก (A Year without Love)- A Year without Love ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โดยผู้กำกับหน้าใหม่ อนาฮี เบอร์เนรี ซึ่งเธอเป็นผู้หญิง!- ในตอนที่หนังไปฉายที่เทศกาลหนังเมืองเบอร์ลิน คนดูต่างแปลกใจว่าผู้กำกับหนังเรื่องนี้เป็นผู้หญิง ทั้งๆ ที่เนื้อหาเป็นเรื่องราวด้านมืดของเกย์ และเต็มไปด้วยภาพที่รุนแรง- อนาฮี เบอร์เนรี เรียนจบภาพยนตร์จากฝรั่งเศส และเป็นคนที่ดูหนังมาเยอะมาก เธอจึงไม่ได้กังวลกับเนื้อหาที่ดูล่อแหลม- เบอร์เนรีกล่าวว่า สิ่งที่ฉันสนใจ มี 2 เรื่องด้วยกัน หนึ่งเรื่องของคนกำลังจะตาย ฉันกำลังจะย่าง 30 แล้ว แต่ฉันไม่ได้เข้าใจความตายเลย ฉันต้องการหาคำตอบไปพร้อมๆ กับตัวละคร สองคือเรื่องเกย์ ฉันไม่ได้สนใจประเด็นเกย์มากกว่าสร้างให้มันเป็นเงื่อนไขหนึ่งของชีวิต แต่การรีเสิร์ชทำให้ฉันเข้าใจอะไรที่มากกว่านั้น- นักแสดงผู้มารับบท ปาโบล เปเรซ คือ ฮวน มินูฮิน นักแสดงหนุ่มวัย 30 ผู้ยอมลดน้ำหนักให้ตนเองผอม และยอมเล่นบทโป๊เปลือยอย่างที่ไม่มีใครกล้าทำ- นอกจากรางวัลเทดดี้ อวอร์ด และ LA Outfest ซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่ A Year without Love ยังคว้ารางวัลจาก เทศกาลภาพยนตร์เกย์และเลสเบี้ยนที่มหานครนิวยอร์กด้วย และรางวัลจากเทศกาลหนังในอาร์เจนติน่าอีกหลายรางวัลตัวละครฮวน มินูฮิน รับบท ปาโบล เปเรซคาร์ลอส อีเชวาร์เรีย รับบท นิโคลัสมิมิ อาร์ดู รับบท คุณป้าของปาโบลฮาเวียร์ แวน เดอ เคาเตอร์ รับบท มาร์ตินออสมาร์ นูเนซ รับบท นายอำเภอ (บาเอซ)ริคาร์โด มอริเอลโล รับบท ฮวนบาร์บารา ลอมบาร์โด รับบท ฮูเลีย24 กรกฏาคม 2551 เฉพาะที่ house RCA

เกย์เว้ยเฮ้ย GTHAI MOVIE
COFFEE /  GTHAI MOVIE / 

ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว ตอนที่1  COFFEE   “นัท” เจ้าของร้านกาแฟ  แอบชอบเด็กเสิร์ฟชื่อ “ต้อม” แต่จำต้องหักห้ามใจ วันหนึ่ง ต้อมถูกพ่อทำร้ายร่างกาย นัทจึงชวนต้อมย้ายมาอยู่กับเขา แต่นัทจะห้ามใจตัวเองได้หรือ ในเมื่อต้องนอนร่วมเตียงกับต้อมทุกคืน... นำแสดงโดย  อัครยุทธ  ทองสุขศรี,  เอ้ะ อธิภัทร ตอนที่2  MEMORY “ปริ ณ” ชายหนุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม ต้องพักรักษาตัวอยู่กับเพื่อนสนิทชื่อ “คริน” วันหนึ่ง ปริณได้รับจดหมายจากผู้หญิงลึกลับว่า “เพื่อนของคุณเป็นเกย์ และกำลังแอบชอบคุณอยู่”  ปริณจะทำอย่างไรต่อไป นำแสดงโดย  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ตอนที่3  SALEMAN “ยอร์ช” กับ “อ๋อง” คู่รักที่คบกันมานานถึงห้าปี  จนไม่รู้สึกอยากมีเซ็กส์เหมือนแต่ก่อน จนวันหนึ่ง ยอร์ชได้พบกับเซลล์แมนหนุ่ม ซึ่งยื่นข้อเสนอว่า “หากคุณยอมซื้อสินค้าของผม ผมจะยอมมีเซ็กส์ด้วย” แล้วยอร์ชจะทำอย่างไร... นำแสดงโดย  ไฮแจ็ค เหมังกร, พันเทพ ราวินิต ,  ฉลองพงษ์  โชติอนันต์ศรี ตอนที่4  UNIFORM “วู่”  เด็กช่างกล ซึ่งมักตีกับคู่อริต่างสถาบันเป็นประจำ  วันหนึ่ง เขาเกือบถูกคู่อริฆ่า แต่เด็กหนุ่มชื่อ “โจ้” มาช่วยวู่เอาไว้  แล้วทั้งสองก็รักกัน  แต่โจ้กลับขอร้องให้วู่เลิกตีกับคู่อริ  แล้ววู่จะเลือกอะไร ระหว่างความรักกับสถาบัน... นำแสดงโดย  ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส ------------------------------------------------------- ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว กำกับภาพยนตร์โดย คุณสราวุธ อินทรพรหม  ซึ่งเคยมีผลงานทางด้านรางวัล จากการประกวดภาพยนตร์นอกกระแสมาแล้วหลายเรื่อง รวมทั้งผลงานภาพยนตร์จอเงิน อาทิ “ตายทั้งกลม” , “หนังผี” , “เซ็งเป็ด” นำแสดงโดยกลุ่มนายแบบจากนิตยสารชื่อดัง  อาทิเช่น  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์,  ไฮแจ็ค เหมังกร, ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ ทองสุขศรี ฯลฯ ------------------------------------------------------- ความเป็นมา ความเป็นมาในการผลิตภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE เกิดจากไอเดียที่ว่า ต้องการสร้างภาพยนตร์ที่เกย์ทุกคนสามารถเข้าชมได้ง่ายที่สุด มีความเป็นส่วนตัวที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายในการชมมากที่สุด เนื่องจากกลุ่มชายรักชายในประเทศไทยจำนวนมาก ยังไม่สามารถออกมาหาซื้อ DVD ภาพยนตร์แนวนี้ตามแผงได้อย่างเปิดเผย หรือเข้าชมภาพยนตร์แนวนี้ในโรงหนังได้อย่างเปิดเผย ด้วยหลายๆเหตุผล  ทั้งด้านสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้น การชมผ่านทางคอมพิวเตอร์ส่วนตัว จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การสร้างภาพยนตร์เพื่อฉายทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ภาพยนตร์ไม่ถูกควบคุมเนื้อหาโดยกลุ่มนายทุนที่เป็นชายแท้ ซึ่งบางคนอาจขาดความเข้าใจในกลุ่มชายรักชาย ทำให้เนื้อหาสาระของภาพยนตร์ถูกบิดเบือนไปจากความจริง ไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งที่ชายรักชายอยากชมได้อย่างเต็มที่ สำหรับทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้  ผู้กำกับได้ใช้เงินส่วนตัวในการผลิตทุกขั้นตอน  ตั้งแต่งานโปรดักชั่น การผลิต  จนถึงส่วนของเว็บไซต์ และการประชาสัมพันธ์  ซึ่งเป็นการความต้องการในการผลิตงานออกมาให้ประชาชนได้ชม ด้วยความสะดวกและง่ายดายที่สุด  โดยไม่แสวงหาผลกำไร ผลิตโดย    ฉ 20 PRODUCTION กำกับโดย    สราวุธ อินทรพรหม กำกับภาพ    ตุล บุญนวล  ,  เบนจิ ยาโมโตะ บทภาพยนตร์    สราวุธ อินทรพรหม นำ แสดง    กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ,  ไฮแจ็ค เหมังกร , ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ  ทองสุขศรี, พันเทพ ราวินิต,  ฉลองพงษ์ โชติอนันต์ศรี ฉายที่เว็บ    http://www.gthaimovie.com เริ่มฉาย    1 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป แฟนเพจ https://www.facebook.com/GthaiMovie ---------------------------------------------

Lost in Paradise สวรรค์แกล้งให้รัก
Lost in Paradise /  หนังเกย์ / 

ภาพยนตร์ดราม่าจากเวียดนามที่เล่าเรื่องของคนชายขอบในสังคม และโหยหาความรักความเข้าใจ หนังเล่าโดยผสมพล็อต 2 เส้นเข้าด้วยกัน เรื่องแรกนั้นว่าด้วยรักสามเส้าของผู้ชายสามคน โขย ถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านที่นาจางเพราะรับไม่ได้ที่เขาเป็นเกย์ เด็กหนุ่มจึงมุ่งหน้าสู่ไซ่ง่อนและมาพักอาศัยอยู่กับเพื่อนชื่อ ดง โดยฝ่ายหลังนั้นพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าร่วมกับแฟนหนุ่มของเขาซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการขายตัว เรื่องที่สองนั้นเล่าถึงชายที่สติไม่สมประกอบคนหนึ่ง เป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้าน เขาพยายามทาอาชีพเลี้ยงเป็ด แต่ก็เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น อยู่มาวันหนึ่ง เขาไปตกหลุมรักหญิงแปลกหน้า ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า เธอเป็นโสเภณี ที่คอยบริการผู้ชายในตอนกลางคืน Lost in Paradise เปิดตัวในเทศกาลหนังดังๆ อย่างปูซานและแวนคูเวอร์ ผลงานจากคนทาหนังชาวเวียดนาม วูง็อกดัง ที่สะท้อนความเป็นไปในสังคมร่วมสมัยของเมืองใหญ่อย่างไซ่ง่อนแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซอกหลืบที่ไม่มีใครสนใจจะรับรู้ จนสื่อเรียกหนังเรื่องนี้ว่า เป็นหนังเกย์เรื่องแรกของเวียดนาม ซึ่งบรรยากาศอันอึมครึม หม่นเศร้า บ่งบอกถึงสภาวะอันเงียบเหงาในจิตใจตัวละคร ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ House RCA เท่านั้นครับ*** -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Magic Mike เขย่าฝันสะบัดซิกแพค
Chaning Tatum /  Gay / 

ไมค์ (แชนนิง ทาทัม) เป็นนักธุรกิจ เขาเป็นชายหนุ่มมากความสามารถ ที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ ช่วงกลางวัน เขาใช้เวลาไปกับการไล่ตามความฝันของคนอเมริกา ตั้งแต่การมุงหลังคาบ้านและการทำความสะอาดรถไปจนถึงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากคอนโดบนชายหาดแทมปาของเขา     แต่กลางคืน…เขาร่ายมนต์!!!! เมจิค ไมค์ นักแสดงหนุ่มสุดฮ็อตบนเวทีชายล้วน ได้เขย่าเวทีของคลับเอ็กซ์ควิซิทให้สั่นสะเทือนมานานหลายปีด้วยสไตล์ออริจินอลและท่าเต้นสุดเร่าร้อนของเขา ยิ่งสาวๆ รักเขามากเท่าไหร่ พวกเธอก็ยิ่งจ่ายเงินหนักมือมากเท่านั้น และมันก็ทำให้ดัลลัส (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) เจ้าของคลับแฮปปี้มากขึ้นด้วย เมื่อมองเห็นแววของเด็กหนุ่มที่เขาเรียกว่า คิด (อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์) ไมค์ก็ได้ช่วยดูแลเด็กหนุ่มวัย 19 ปีคนนี้และคอยสอนเขาเกี่ยวกับศิลปะชั้นสูงของการเต้น การปาร์ตี้ การจีบสาวและการหาเงินง่ายๆ ไม่นานนัก นักแสดงใหม่ซิงของคลับคนนี้ก็เริ่มมีแฟนๆ ที่ชื่นชมเขา ในตอนที่ฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นสำหรับโลกแห่งความสนุกสนาน มิตรภาพและช่วงเวลาหฤหรรษ์ ในขณะเดียวกัน ไมค์ได้พบกับบรู๊ค (โคดี้ ฮอร์น) พี่สาวคนงามของคิด เธอเป็นคนที่เขาอยากจะรู้จักสนิทสนมมากขึ้น และดูเหมือนว่าเขาก็มีโอกาส…เว้นแต่ไลฟ์สไตล์ของเขาจะเข้ามาขัดขวาง ———————————————————————————————————————-------- “Magic Mike” นำแสดงโดยแชนนิง ทาทัม, อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์, แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์, โคดี้ ฮอร์น, โอลิเวีย มันน์, แมทท์ โบเมอร์, ไรลีย์ คีอูห์, โจ แมนกานีลโล, เควิน แนช, อดัม โรดริเกซและกาเบรียล อิเกลเซียส “Magic Mike” กำกับโดยผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ (“Traffic”) และเขียนบทโดยรี้ด แครอลิน อำนวยการสร้างโดยนิค เวชส์เลอร์, เกรกอรี จาค็อบส์, แชนนิง ทาทัมและรี้ด แครอลิน ทีมงานเบื้องหลังได้แก่ผู้ออกแบบงานสร้าง โฮเวิร์ด คัมมิงส์, ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย คริสโตเฟอร์ ปีเตอร์สัน, ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายดนตรี แฟรงค์กี้ ไพน์และผู้ออกแบบท่าเต้น อลิสัน ฟอล์ค Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ Channing Tatum ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด (Hollywood) เมื่อเขา (Alex Pettyfer) เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” (Channing Tatum) ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา Magic Mike เปลื้องหมดใจ ผู้ชายโจ๊ะพรึมพรึม สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม (Channing Tatum) จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกันอย่างที่เห็น ร่วมสัมผัสชีวิต จริงของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ Channing Tatum 28 มิถุนายน 2555 นี้

เสียดายตังค์ไหม ถ้าหนังที่ดูเป็นหนังเกย์
ความรัก /  หนังชายรักชาย / 

หนังเกย์ หนังชายรักชาย ดูหนังเกย์แล้วเสียดายตังค์ไหม... สวัสดีค่ะพบกันเป็นประจำทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ดิฉันผู้หญิงวันวาน Women Mthai รายงานตัวค่ะ... ก่อนอื่นดิฉันขอปรบมือให้สนั่นลั่นเมืองกันอีกสักครั้งกับการประสบความสำเร็จที่เรียกว่าเหลือล้นเลยก็ว่าได้ของภาพยนตร์รักหลากสไตส์ หรือรักหลากรส ก็ว่าได้ จะเป็นภาพยนตร์เรื่องไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่ "รักแห่งสยาม" ก็แหมเค้าเหมาไปหมดทั้งเวทีสุพรรณหงษ์ รวมถึงเวทีสมาคมนักวิจารณ์บันเทิง ซึ่งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถือเป็นสุดยอดแห่งความภาคภูมิใจของคนทำหนัง... เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เผอิญดิฉันมองซ้ายแลขวา เห็นมีภาพยนตร์เกาหลีกำลังจะมาฉายในเมืองไทยในเร็ววันนี้ " No Regret " ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าว เป็นเรื่องราวความรักเมื่อ 'ชายหนุ่มพบรักกับชายหนุ่ม' โดยหนุ่มน้อยคนแรกไปขโมยเงินบนรถบัสของหนุ่มใหญ่อีกน เรื่องราวความรักต้องห้ามของทั้งคู่จึงเริ่มขึ้น โดยมีกำหนดออกฉายปลายเดือนมีนาคมที่เกาหลี เมืองไทยมาแน่แต่รอสักนิดนะคะ ดิฉันในฐานะผู้หญิงวันวาน Women Mthai อยากให้สังเกตและอยากให้ดูในรายละเอียดลึกซึ้งของภาพยนตร์เรื่องนี้ "เรื่องนี้ถูกกล่าวขวัญถึงไม่น้อย จากการเปิดฉายในไม่กี่โรงภาพยนตร์ในเกาหลีและกอบโกยรายได้ไป อย่างมหาศาล มันน่าประหลาดใจที่ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายเรื่องนี้สามารถสร้างปรากฏการณ์เช่นนั้นได้ในประเทศที่ มีความเป็นผู้ชายสุดโต่ง สุดตัว และที่สำคัญเกาหลีมีแนวคิดที่ยึดมั่นของระบอบวัฒนธรรมแบบที่มองว่าผู้ชายเป็นใหญ่ที่สุดซึ่งแน่นอนอาจจะหาไม่ได้ในญี่ปุ่น หรือ แม้แต่ในความภูมิใจของความเป็นชายแบบไทยๆ ก็ตาม ในเกาหลีผู้ชายเป็นมากกว่าผู้นำครอบครัว( คุณอย่ามาทำหน้างง นะคะ ) ในที่นี้ก็คือมากกว่าลูกชายที่ต้องสืบตระกูล และหากความเป็นผู้ชายของคุณคือการเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยแล้ว นั่นอาจหมายถึงการต้องหลบซ่อนพฤติกรรมดังกล่าวจากพ่อแม่ เพื่อนฝูง และสังคมที่คุณต้องเกี่ยวข้อง การเป็นเกย์ในเกาหลีไม่ใช่เรื่องที่ควรภาคภูมิใจเลยสักนิด " ฉะนั้น "No Regret" จึงเป็นภาพยนตร์ที่ท้าทายสังคมแดนกิมจิอย่างจริงจัง ( คุณว่าไหมค่ะ ) ดิฉันผู้หญิงวันวานWomen Mthai ก็อดคิดไม่ได้ว่าหนังเกย์ หรือ หนังชายรักชาย หนังรักหลากรส ที่เค้าทำออกมาขายไม่ว่าจะเป็น "Brokeback Mountain" จากฝั่งฮอลลีวู้ด , ETERNAL SUMMER หรือไม่ว่าจะเป็น Go Go G-Boy จากไตหวัน และ "เพื่อนกูรักมึงว่ะ" รวมถึง "รักแห่งสยาม" จากเวทีพี่ไทยบ้านเราเองนั้น คุณคุณเคยคิดกันไหมว่าผู้ผลิตเค้าคุ้มค่าหรือมีกำไรจากการผลิตหนังแนวนี้หรือไม่ ? หรือเค้าคิดทำเพราะใจรักกันแน่ หรือคิดว่าต้องคว้ารางวัลได้แน่ๆ ก็คุณคุณเห็นไหมล่ะค่ะว่าแต่ละเรื่องที่ดิฉันพูดไปได้รางวัลแบบเกินหน้าเกินตากันแทบทุกเรื่อง ทำเอาคนทำหนังยิ้มหน้าบานหุบไม่ลง ภูมิใจไปจนวันตายว่า "ข้าทำหนังไม่ได้หวังรายได้ แต่มีคุณภาพ " หลายครั้งที่ หนังเกย์ หนังชายรักชาย หนังรักหลากรส เข้าฉายในบ้านเรา ไม่ต้องเรื่องอะไร "รักแห่งสยาม" ล่ะกัน (ขอเมาท์หน่อยล่ะกันนะคะ ...ไหนๆ ก็ได้รางวัลมาซะเยอะ ) หนังเรื่องนี้คุณคุณเชื่อไหมค่ะว่ามีปรากฎการณ์หนึ่งที่ดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติทุกครั้งที่ดิฉันไปร่วมงานแถลงข่าวหนังรอบสื่อมวลชน หนังทุกเรื่องทุกครั้งที่ฉายจบ ทุกคนส่วนใหญ่จะปรบมือเป็นเกียรติให้ทุกครั้งทุกเรื่องไป ...แต่นั้นคือรอบสื่อมวลชนรอบแรก รอบพิเศษเท่านั้น แต่คุณคุณเชื่อไหมค่ะว่า... น่าแปลกใจไหมที่ "รักแห่งสยาม" ฉายผ่านไปได้เป็นอาทิตย์ ๆ แล้ว แต่ที่สยามพารากอน ( ไม่รวมถึงทุกโรงนะคะ..อย่ามาเมาท์ล่ะ )พอหนังเรื่องนี้จบลงคนในโรงปรมมือกันจนดิฉันปลื้มใจแทนคนทำหนังซะจริง ๆ ( ในใจคิดอยากให้คนทำหนังมาได้ยิน มาได้เห็นซะเหลือเกิน ...) แต่ประเดี๋ยวก่อนค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะหมั่นใส้ดิฉันว่าชื่นชอบออกหน้าออกตา ปล่าวค่ะคนบ่นก็มีเยอะ โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งดิฉันถามความเห็นคนรอบข้างที่เป็นชายจริง หญิงแท้ หลายคนตอบดังๆ ชัดๆ ว่าไม่ดู " หนังเกย์ " ดิฉันก็งง และคิดตามว่าเค้าไม่ดู ไม่สนใจเลยว่ารายละเอียดพลอตเรื่องจะเป็นเช่นไร แค่พอรู้ว่าเป็นหนังเกย์หลายคนก็ส่ายหน้าแล้ว ก็มากลับมาคำถามเดิมแหละค่ะว่า หนังเกย์ หนังชายรักชาย ที่กระแสดังสุดของเกาหลีจะมาฉายในบ้านเรา คุณคุณ จะเสียเงินไปดูกันไหมค่ะ.....อย่างไรก็ตามดิฉันคงไปแหละค่ะ แล้วจะมาเมาท์ให้ฟังต่อไป Story : ผู้หญิงวันวาน Women Mthai

Spider Lilies
Lilies /  Spider / 

หัวใจ...อวัยวะที่อ่อนไหวง่ายที่สุดหลังจากพ่อเสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ไต้หวัน ทาเกโกะ (อิซาเบลลา เหลียง) ก็ต้องดูแลน้องชายซึ่งถูกความทรงจำอันเลวร้ายหลอกหลอน เพียงลำพัง เธอพยายามทำให้น้องชายเรียกสติกลับคืนด้วยรอยสักดอกพลับพลึงที่ต้นแขน แบบเดียวกับที่อยู่บนแขนของผู้เป็นพ่อแต่ดูเหมือนความพยายามจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป เมื่อหญิงสาวลึกลับผู้หนึ่ง (เรนนี่ หยาง) ถูกรอยสักรูปพลับพลึงเย้ายวน เธอเข้ามาในชีวิตของทาเกโกะ และรื้อฟื้นความทรงจำบางอย่างที่แสนเจ็บปวดรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เกย์/เลสเบี้ยน) เทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลินปี 2007Fast Fact* Spider Lilies เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเบอร์ลินเมื่อต้นปี และคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เทดดี้ อวอร์ดส์ (สำหรับหนังเกย์/เลสเบี้ยน) มาครองได้อย่างเป็นเอกฉันท์ * ผู้กำกับ ซีโร่ โจว เปิดเผยว่าตนเองเป็นเลสเบี้ยน ก่อนหน้านี้เธอเรียนจบสาขาปรัชญา และทำงานเป็นนักข่าว ก่อนจะผันตัวเองมาทำหนังสารคดี นับตั้งแต่ปี 1997 ที่ทำหนังครั้งแรก ปัจจุบันโจวทำหนังและสารคดีไปแล้วเกือบ 20 เรื่องCastอิซาเบลลา เหลียง (ISABELLA LEUNG)คอหนังเอเชียคงรู้จัก อิซาเบลลา เหลียง ดี เรียกได้ว่าในวินาทีนี้ นักแสดงสาวที่มาแรงที่สุดไม่สามารถมีใครแซงหน้าเธอได้ หนังที่อิซาเบลลา เหลียงเล่น ไปคว้ารางวัลจากเทศกาลหนังเมืองเบอร์ลินถึง 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ Isabella (2006) และ Spider Lilies (2007)อิซาเบลลา เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 1988 ที่มาเก๊า เธอเข้าวงการตอนอายุ 17 ปี เล่นหนังเต็มตัวเรื่องแรกคือ The Eye 10 ของพี่น้องแปง โด่งดังจากการเป็นนางแบบ และเป็นนักร้องในสังกัด EEG ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของฮ่องกง เรนนี่ หยาง (RAINIE YANG)ถึงจะตัวเล็กกว่า แต่ เรนนี่ หยาง ก็อายุมากกว่าอิซาเบลลาถึง 4 ปี เธอเกิดวันที่ 4 มิถุนายน 1984 ที่ไทเป เข้า วงการด้วยการเป็นนักร้องเพลงป๊อบ 4 คน ในนาม 4 in Love หลังจากวงสลายตัว เธอผันตัวเองมาเป็นพิธีกร จนเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นกับรายการ Guess Guess Showเรนนี่เล่นละครบ้างประปราย แต่เธอกลับมามีชื่ออีกครั้งด้วยการออกอัลบั้มเดี่ยวในปี 2005 และแสดงความสามารถอันล้นเหลือในหนังเรื่อง Spider Lilies จนได้รับคำชมอย่างล้นหลามเจย์ ซื่อ (JAY SHIH)ซื่อหยวนเจี้ย เป็นนักร้องชื่อดังของไต้หวันที่หันมาลองเล่นหนังดูบ้าง ใน Spider Lilies เขารับบทเป็นผู้ชายที่เข้ามาร่วมรู้เห็นในความสันพันธ์ระหว่างตัวละครเอก จอห์น เชง (JOHN SHEN)ป๊อบปูล่าในหมู่สาวๆ ไต้หวันอย่างรุนแรง จอห์น เชง เป็นหนึ่งในนักร้องวงป๊อบ-ทรีโอ ที่กำลังฮอตสุดๆ เขามารับบทเป็นน้องชายของอิซาเบลลา เหลียง ว่ากันว่ารายได้ส่วนหนึ่งของหนังมาจากแฟนๆ ของเขาฉายที่โรงเฮาส์นะครับ 30 สิงหา

ธุรกิจหนังโป๊สหรัฐฯ ฉาวเอดส์ ขู่เข้ม กม. สวมถุงยางแสดง
HIV /  ดาราหนังโป๊ / 

ขึ้นชื่อว่าหนังโป๊ ที่หลายๆคนก็ดูเพื่อความบันเทิง จะปลุกเร้าอารมณ์ หรือระบายคลายเครียดก็ตาม ตอนนี้ เราคงจะอึ้งและอาจจะไม่ได้รู้สึกบันเทิงในการชม หากได้ติดตามข่าวล่าสุดว่า เชื้อเอดส์ ได้แพร่กระจายในวงการหนังโป๊สหรัฐฯ และมีดาราหนังโป๊อย่างน้อยสองคนประกาศตัวแล้ว และอีกสองคนยังปิดตัวอยู่ แต่ทว่า จริงๆแล้ว กระจายไปแล้วกี่คนกันแน่? ตามข่าวแล้ว สาวดาวโป๊คนแรกที่ยึดอกเปิดตัว ชื่อว่า Cameron Bay อายุ 28 ซึ่งการเล่นหนังโป๊ของเธอ เป็นแบบไม่ได้ป้องกัน (ไม่ใช้ถุงยาง) ในขณะที่คนที่สอง คือชายหนุ่มที่เป็นแฟนของ Cameron Bay นั่นเอง ชื่อว่า Rod Daily อายุ 32 ซึ่งเล่นหนังโป๊เกย์ แบบป้องกัน (ใช้ถุงยาง) Cameron Bay Rod Daily Rod Daily บอกว่าที่เขาเล่นหนังเกย์ ทั้งๆที่เขาไม่ใช่เกย์ แต่เพราะหนังเกย์ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าเกือบเท่าตัว ตอนนี้ ยังมีข้อสงสัยต่อไปว่า Sydney Leathers (สาวแสบ เด็กเสี่ยของนักการเมืองสหรัฐฯที่หลังจากเปิดตัวว่าเป็นเมียเก็บก็เล่นหนังโป๊เสียเลย) และ Xander Corvus ดาราชายที่เล่นหนังโป๊กับ Cameron Bay และมาเล่นฉากสวาทกับ Sydney ต่อมา จะติดโรคไปด้วยหรือไม่ หนังเรื่องใหม่ โดย Xander Corvus และ Sydney Leathers ที่หลายคนสงสัยว่า ติดเชื้อเอดส์ไปด้วยหรือเปล่า ตอนนี้ จึงมีหน่วยรัฐบาลและเอกชนเข้าไปดูแลเพื่อตามหาว่า คนที่ติดโรคแล้วกี่คนและเพื่อจะหยุดยั้ง ไม่ให้แพร่กระจายต่อไป หนังโป๊สร้างชาติ หากจะมองว่า หนังโป๊ ที่ในสหรัฐฯได้รวมกลุ่มกันทำเป็นสตูดิโอถ่ายทำ ในย่านที่เรียกว่า Porn Valley กันเลย ใน Los Angeles แถมยังมีรางวัลหนังโป๊ที่แทบจะเป็น Oscar กลายๆที่เรียกว่า AVN เนี่ย ทำไมถึงดูยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ก็เพราะมูลค่าขายของหนังโป๊จากสหรัฐฯทำเงินมากกว่า 12 ล้านล้านบาทในปี 2012 น่ะสิครับ ธุรกิจเงินสะพัดโคตรๆ ดาราหนังโป๊ จึงได้ชื่อว่าเป็น “อาชีพ” ที่ได้เงินง่าย ใช้หน้า ใช้ร่างกาย และบางคนก็ชอบเซ็กซ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้มีเด็กสาว เด็กหนุ่มมากมายเดินทางเข้าสู่อาชีพนี้ เพื่อหารายได้ซักพักแล้วก็อาจจะหันเหไปทำอาชีพอื่น (แต่บางครั้ง อดีตก็หลอกหลอน) รวมทั้งคนที่เคยมีชื่อเสียง แต่ต้องการเงินก็หันมาเล่นหนังโป๊ อย่างเช่น Chyna (อดีตสาวนักกล้าม นักมวยปล้ำ) วิธีการตรวจเช็คโรคเอดส์   นักแสดงหนังโป๊ ชาย-หญิง ทุกคนที่จะต้องเข้าฉากร่วมรักแบบไม่ได้ป้องกันจะต้องตรวจเลือดก่อนเข้าฉากเสมอ แต่โรคเอดส์ก็มีข้อจำกัดในการตรวจเช็คอยู่ คือ Window Period (ระยะที่ตรวจพบเชื้อ) หากจะให้ปลอดภัยจริงๆแล้ว ดาราหนังจะต้องตรวจเลือดหลังจาก 22 วัน* ที่ไม่มีเซ็กซ์กับใครอื่นที่น่าสงสัยเลยแล้วค่อยตรวจเลือดเพื่อยืนยันก่อนแสดง หมายเหตุ การตรวจ Window Period แบบ 22 วัน เป็นการตรวจแบบใหม่ แต่การตรวจแบบเดิม จะมีระยะ Window Period ประมาณ 3 เดือน หลังจากสงสัยว่าติดเชื้อ (ถ้าตรวจก่อนหน้า จะตรวจไม่พบเพราะเชื้อยังไม่พัฒนาในระดับที่จะตรวจได้) และถึงแม้จะเสี่ยงกับ HIV ต่ำตามระยะ Window Period แต่การร่วมเพศเข้าฉากแบบไม่ป้องกันก็ยังเสี่ยง ซิฟิลิส กอโนเลีย อยู่ดี จากคำสัมภาษณ์ของ Mr. Marcus นักแสดงหนังโป๊ผิวดำ เว็บไซท์หนังโป๊บางราย ออกความคิดเห็นกับกรณีดังกล่าวว่า พวกเขาก็ถ่ายทำฉากเซ็กซ์ที่ไม่ป้องกัน แต่ก็ใช้การกักตัวดาราที่ถ่ายทำให้กินอยู่ในบ้านพักของบริษัทหลายสัปดาห์ (ตาม window period) แล้วค่อยตรวจเลือดแล้วค่อยแสดง ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้นักแสดงในฉากรู้สึกปลอดภัยกันทุกฝ่าย ในขณะที่บางฝ่ายก็แย้งว่า แล้วจะเอาเงินถุงเงินถังที่ไหนมาเลี้ยงดูดาราหนังโป๊เป็นเดือนๆก่อนถ่ายทำ ขาดทุนพอดี ชีวิตต้องสู้ต่อไป Rod Daily ซึ่งกลายเป็นวีรบุรุษดาราหนังโป๊ ที่กล้าประกาศตัวออกมาแล้ว และกล่าวออกสื่อว่า “ฉันหยิกหน้าตนเอง พระอาทิตย์ยังสาดส่องแสงอุ่นๆบนใบหน้าฉัน ชีวิตยังคงสวยงาม” (Had to pinch myself a few times no doubt. But the sun still shines on my face and its warm. Can't take my heart ever. I love life, blessed.) Read more: ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆคน รวมทั้งได้กล่าวว่า ตัวเขาและแฟนสาว คงจะต้องอำลาวงการเพื่อรักษาสุขภาพตนเอง และถึงแม้ เขาจะสามารถแสดงหนังโป๊กับบรรดานักแสดงที่ติดเชื้อเหมือนกัน Rod บอกว่า เขาคงไม่เสี่ยงที่จะแลกเชื้อเพื่อให้เกิดการ “วิวัฒนาการ” ของเชื้อโรคให้มันรุนแรงกว่าเดิม ในขณะที่นักแสดงหนังโป๊รุ่นพี่หลายคน ก็แสดงความเห็นใจกับ Cameron Bay ที่ฝันในวงการหนังโป๊ของเธอจบลงแล้ว การเปิดตัวว่าเธอติดเชื้อ เท่ากับปิดโอกาสตนเอง ไม่มีโอกาสเสี่ยงแสดงกับใครได้อีก และน่าเศร้าที่วงการนี้ไม่มี สหภาพ สหกรณ์ใดๆที่จะดูแลนักแสดงติดเชื้อระยะที่ต้องออกจากวงการ เธอต้องดูแลตนเอง และหาอาชีพอื่นเอง กฎหมายสหรัฐฯต้องเข้มกว่านี้ เดิม ทางสหรัฐฯโดยเฉพาะ Los Angeles เอง ก็เตรียมออกกฎหมายให้นักแสดงหนังโป๊ทั้งหมดสวมถุงยางแสดง และทำให้เกิดการขู่กันไปมาว่า หาก LA ออกกฎหมายนี้ บริษัทหลายๆรายจะย้ายออกไปถ่ายทำในรัฐอื่น จนแล้วจนรอด กฎหมายนี้ก็ไม่คลอดออกมาเสียที โดยที่ทางบริษัทเหล่านี้ก็อ้างว่า การใส่ถุงยางแสดงทำให้คุณค่าในการขายลดลง เพราะคนดูไม่ชอบ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่นักแสดงเริ่มติดเชื้อมหันภัยเอดส์กันแบบนี้ ผู้ชมหนังโป๊คงต้องพิจารณาว่า จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขคนแสดงมีความสุข หรือ จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขและคนแสดงเสี่ยงตายกับโรคเอดส์ สุดท้ายแล้ว…มันเป็นข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวของ ผู้ชม หรือ ผู้ผลิตกันแน่? ---------------------------------------------------------------- ประวัติมหันภัยเอดส์คุกคามวงการหนังโป๊สหรัฐฯ ปี 2004 Darren James นักแสดงผิวดำปิศาจที่หลายคนเชื่อว่า เขารู้ตัวว่าติดเอดส์ก่อน แต่ยังคงแสดงต่อไป จนทำให้นักแสดงหญิงอย่างน้อยสามคนติดโรคไปด้วย ปี 2010 Derrick Burts นักแสดงหนุ่ม ทั้งหนังชายหญิง และหนังเกย์ แม้จะใช้ถุงยางระหว่างถ่ายทำ ก็ติดเชื้อเอดส์ โดยเชื่อว่าติดเชื้อจากออรัลเซ็กซ์ และกลายเป็นตัวแทนที่รณรงค์ให้วงการหนังโป๊ใช้ถุงยาง เมื่อปี 2010 ปี 2013 (มิถุนายนที่ผ่านมา) Mr. Marcus ถูกตัดสินจำคุกเมื่อเดือน  เนื่องจากศาลลงความเห็นว่าเขารู้ตัวว่าเป็น ซิฟิลิส แต่ยังคงแสดงแพร่เชื้อต่อไป (โดยเจ้าตัวอ้างว่า นึกว่าเป็นผื่นตรงนั้นเลยซื้อยามาทา) อ้างอิงจาก http://www.news.com.au/world-news/porn-star-rod-daily-announces-hiv-status-less-than-two-weeks-after-actress-cameron-bay-revealed-diagnosis/story-fndir2ev-1226710956954#ixzz2eUUiZ6o4 http://www.cnbc.com/id/101008596 http://iamatreasure.com/about-us/statistics/ http://www.nydailynews.com/entertainment/tv-movies/derrick-burts-aka-cameron-reid-aka-derek-chambers-reveals-hiv-positive-calls-condoms-article-1.471706 http://www.dailymail.co.uk/news/article-2410893/Second-porn-star-weeks-announces-HIV.html http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=901