หนังเกย์

8th /  ฉัตร์ชัย / 

ปรากฏการณ์ใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทย ที่ผู้กำกับฯ หนุ่ม "ฉัตร์ชัย ยอดมณี" ผู้ผ่านงานโฆษณามาสร้างหนังครั้งแรกเรื่อง "แปดวัน แปลกคน (The 8th Day)" ทำเป็นหนังขาว-ดำ ทั้งนี้ฉัตร์ชัยเผยว่า "ที่เลือกทำหนังขาว-ดำ เพราะมันได้สร้างฝันของเราให้เป็นจริง สิ่งที่ทำไม่ใช่หนังทั่วๆ ไป มันเป็นทางเลือกใหม่ของคนที่ชอบดูหนัง เพราะหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่หนังผีโครมครามหรือหนังตลาด เราคิดว่ามันเป็นหนังขาว-ดำตั้งแต่มันเป็นบทแล้ว พออยู่ที่บทปุ๊บทุกอย่างมันก็ต้องเป็นขาว-ดำหมด การแต่งหน้า กล้องทุกอย่างต้องเป็นขาว-ดำหมด มันไม่เหมือนชาวบ้านเขา"เป็นหนังที่ไม่เหมือนหนังธรรมดา มันทำให้ยากขึ้นมั้ย "ด้วยระยะเวลาเตรียมงานอยู่กับมัน 2 ปีกว่า บวกกับความตั้งใจที่จะทำ เวลาถ่ายมันเลยไม่ยาก อีกอย่างด้วยความที่เราฉายหนังกันบนโต๊ะเสร็จหมดแล้ว นักแสดงเขาก็รับรู้หมดแล้วว่าเขาต้องเล่นอะไร""หนังใช้เวลาถ่ายแค่ 25 วัน โดยไม่มีวันหยุดเลย มันเป็นเรื่องที่ดีมาก การแสดงที่เราถ่ายทำกันทุกวันกราฟมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จน วันสุดท้ายมันจะถูกระเบิดออกมา"หนังเป็นชีวิตของคนใน 8 วัน ถ่ายตามตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายเลยหรือเปล่า "ครับ เราถ่ายไล่อารมณ์ของตัวละครตั้งแต่วันแรกเลย เพราะตัวนักแสดงแต่ละคนจะมีอารมณ์แสดงของเขาอยู่ เรายอมเสียงบหน่อยที่จะไล่ถ่ายแต่ละวัน ปกติหนังธรรมดาเขาจะถ่ายสับไปสับมา มันดีตรงที่มันทำให้ถ่ายง่ายขึ้น แต่อารมณ์ของนักแสดงไม่ต่อเนื่อง เรื่องนี้ไม่มีการถ่ายซ่อม พอถ่ายวันสุดท้ายเสร็จเราก็ทำลายฉากหมดเลย"มันไม่เสี่ยงจนเกินไปเหรอ "ไม่เสี่ยงครับ เราใช้คำว่าเราเป็นมืออาชีพพอ สิ่งที่ทำมันคือที่อยู่ในหนัง"คาดหวังเรื่องรายได้ไหม "ไม่คาดหวังตรงนี้ แต่ผมคาดหวังในเรื่องของคนดู คาดหวังฟีดแบ๊ก ผมเชื่อว่าผมทำหนังที่ดีอยู่ มันอาจจะไม่มีผลเรื่องรายได้ แต่ผมคาดหวังว่าคนที่ดูหนังผมเสร็จแล้วจะพูดว่าเป็นหนังที่เขาไม่เคยดู ณ เวลานี้คนเขาอาจจะอัดหนังตลก หนังผี หนังเกย์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมขอเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะผลิตหนังแนวนี้" ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ลองไปดูภาพหนังในเว็บ จะรู้ว่าแปลกไม่แปลกยังไงhttp://www.8thdaythemovie.com/

จี้วธ.คุมเข้ม
...ในขวด /  Anu Dalam Botol / 

นายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ. นาย ชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้ายุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก พร้อมด้วยนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง นำสมาชิกทั้งผู้ใหญ่ และนักเรียน ประมาณ 40 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึก และแสดงละครล้อเลียนเรียกร้องให้ วธ.ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายในละคร และภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เนื่องในเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนรณรงค์ ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยมีนายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ.เป็นผู้แทนรับหนังสือ นายชินพัฒน์กล่าวว่า ข้อเรียกร้อง 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ให้เข้มงวดกับผลงานละคร ภาพยนตร์ที่จงใจสื่อมิติความรุนแรง กดขี่ทางเพศ ดื่มเหล้าทุบตี จนกลายเป็นการบ่มเพาะ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อเด็กและเยาวชน และคนในสังคม 2.ให้ส่งเสริมภาพยนตร์ ละคร และรายการโทรทัศน์ รวมถึง มิติทางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่สนับสนุนความเสมอภาคหญิงชาย บทบาทของผู้ชายที่ดี ผู้ชายที่รับผิดชอบครอบครัว ไม่ปลูกฝังค่านิยมแบบชายเป็นใหญ่ และ 3.สร้างพื้นที่ ช่องทางสำหรับสาธารณชน เพื่อใช้ร้องเรียน หรือเสนอแนะสื่อต่าง ๆ ทั้งที่เหมาะสม และไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน "เห็นว่าความรุนแรง วัฒนธรรมผู้ชายเป็นใหญ่เผยแพร่ผ่านละคร และภาพยนตร์เกือบทุกช่อง ถามว่ามาตรการของรัฐในการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ หรือเรตติ้ง ซึ่งใช้สัญลักษณ์ น, ท, ฉ กำกับได้ผลหรือไม่ คิดว่าละครบางเรื่องควรฉายหลัง 4 ทุ่ม แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะกระแสทุนนิยมแรง สื่อประเภทนี้มีผลประโยชน์เยอะ กลายเป็นแค่ว่าให้คอยเฝ้าระวังสื่อ ที่สำคัญจากการประเมินผลการจัดเรตติ้ง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ผล เพราะปัญหายังมีเหมือนเดิม" นายชินพัฒน์กล่าว นายปรารพ กล่าวว่า วธ.ยินดีรับข้อเสนอของเครือข่ายฯ และจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อผลักดันข้อเสนอเป็นวาระแห่งชาติ และจะประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหามาตรการควบคุมการใช้พฤติกรรมความรุนแรง และภาพความไม่เหมาะสมในละคร และภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดให้ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตภาพยนตร์ ประเมินตนเอง เพื่อจะได้ทราบว่าละครที่ผลิตสู่สาธารณชนเหมาะสมเพียงใด ที่มา : มติชน

หนังเกย์ที่ฮือฮาที่สุดในเอเชีย Permanent Residence
House RCA /  Permanent Residence / 

ภาพยนตร์รักจากฮ่องกงที่ก่อกระแสฮือฮามาทั่วเอเชีย เดินทางมาถึงเมืองไทยในที่สุด Permanent Residence จะลงโรงฉายที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ Permanent Residence เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของเกย์คนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นยาวนาน กับเพื่อนสนิทที่เป็นชายแท้ ๆ และความรักแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ กับคู่รักเกย์ของตนเอง มันพูดถึงการตามหาความรักที่ยั่งยืน และการลงหลักปักฐานทางอารมณ์ที่ทำได้อย่างยากลำบาก สกั๊ด ผู้กำกับวัย 40 ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาจากประสบการณ์ชีวิตของตนเอง แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่านั้น คือการเสนอภาพความสัมพันธ์แบบชาย-ชาย อย่างตรงไปตรงมา และไม่แคร์กรอบของสังคม ทำให้ Permanent Residence กลายเป็นหนังเกย์เอเชียที่อื้อฉาวมาก ๆ เรื่องหนึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ตัวอย่าง Permanent Residence - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ สำหรับคอหนังเกย์ หรือแฟนหนังรักโรแมนติคดราม่า ไม่ควรพลาดเด็ดขาด Permanent Residence มีโปรแกรมฉายที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2554 นี้เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียได้ทาง www.facebook.com/houseRCA หรือ โทร 0-2641-5177-8 เว็บไซต์ภาพยนตร์  http://www.permanent-residence.com/movie/about ที่มา : สหมงคลฟิล์ม

กูรู้ vs กูรู #001 ตอบปัญหาวงการหนัง ทำไมหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ
filmotopia /  กูรู้ vs กูรู / 

ขอสวัสดีสมาชิกชาวเอ็มไทย และก็ขออนุญาติใช้พื้นนี้ ตอบคำถามของคอลัมนี้ ซึ่ง เราจะเรียกว่า คอลัมน์ กูรู้ vs กูรู โดยมีผม Filmotopia เป็นผู้ดูแล ใครมีคำถามสงสัยอะไรเกี่ยวกับวงการหนัง ถามมาได้เลยนะครับตามสโลแกน ? "ถามมาตอบหมด ถามก่อนตอบก่อน ถามจริงตอบจริง ถามกวนตอบดุ ถามดีมีรางวัล" ซึ่งการตอบคำถาม ถ้าผมรู้ก็จะตอบเอง แต่ถ้าไม่รู้จริงก็จะเชิญ กูรู ผู้รู้เรื่องนี้จริงมาเป็นผู้ตอบ เมื่อตอบแล้วก็อยากเชิญผู้อ่านทำตัวเป็น กูรู้ มาแสดงความคิดเห็นกันนะครับ อยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้-ความคิดเห็นกันอย่างสุภาพชนนะครับ แต่ถ้าใครจะแขวะจะด่าใคร ก็คงต้องพร้อมรับการโต้ตอบอย่างรุนแรงด้วย เพราะเท่าที่เห็นคนอ่าน mthai ดุดุทั้งนั้น? ก็หวังว่าคอลัมน์นี้จะเป็นประโยชน์กับชาว mthai ทุกคนนะครับ มาดูกัน ว่าคำถามไหน ถูกเลือกมาตอบบ้าง * อนึ่ง คำถามคัดมาจากกระทู้นี้ครับ ส่วนใครจะถามอะไรต่อไป ก็โพสได้ที่กระทู้ดังกล่าวเลยครับ 1. ทำไมวงการหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ (ถามโดย ปอมซัง) Filmotopia ตอบ : อ่านคำถามเสร็จแล้วคิดว่า คุณปอมซัง คงไม่ได้อยากรู้เหตุผลจริงๆหรอก? คงแค่อยากบ่นอยากระบายเพราะตัวเองคงหงุดหงิดใจเมื่อเห็นหน้าเกย์ คงจะเป็นเพราะ คุณปอมซัง มีปมที่ฝังใจมีอดีตกับคนที่เป็นเกย์ หรือ กระเทย เพราะจริงๆ ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างหนังไทยปีละประมาณ 30 เรื่องต่อปี รวมกันก็ 150 เรื่อง ซึ่งจะมาเจอเรื่องที่มีหน้าเกย์ รวมกันไม่เกิน 10 % คือ 15 เรื่อง ซึ่งแต่ละปีก็จะมีปีละไม่เกิน 2-3 เรื่องเท่านั้น ยกเว้นปี 2007 นั้นอาจจะเป็นปีที่มีหนังเกย์เยอะหน่อย คือ รวมกันสัก 6-7 เรื่องคือ เพื่อนกูรักมึงหว่ะ, โกยเถอะเกย์, ขอให้รักจงเจริญ, รักแห่งสยาม, หอแต๋วแตก และ ตั๊ดสู้ฟุต ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขนี้ก็คงพูดไม่ได้หรอกว่า หนังไทยมีแต่หนังเกย์ ซึ่งถ้าจะบอกถึงเหตุผลที่ในปี 2007 มีหนังเกย์เยอะ ก็คงเป็นเพราะช่วงนั้นคนทำหนังเขาเห็นว่า ?เรื่องราวของคนเป็นเกย์เมื่อนำมาสร้างหนังแล้วมันน่าสนใจ ชีวิตพวกเขามีสีสัน มีความแตกต่างทั้งน่าขัน และ น่าเศร้า เพียงพอที่เขาอยากเล่าให้คนดูน่าไปดู ? ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ คุณปอมซัง ไม่ค่อยเห็นด้วย ไม่เป็นไรเห็นแย้งกันต่างกันยังไง คอมเม้นท์กันได้ แต่ขอเตือน คุณปอมซัง หน่อยนะ คนโบราณเขาว่ากันว่า ใครเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น? ไม่รู้ว่า คุณปอมซัง เป็นผู้หญิง หรือ เป็นผู้ชาย แต่ระวังนะเวลาคุณมีแฟนดูดีๆ คุณอาจมีแฟนเป็นเกย์ก็ได้นะ ใครจะไปรู้ !!!!!? -------------------- 2. อยากทราบว่าประเทศไทยมีการจัดเรตหนังที่ฉายตามโรงภาพยนต์เหรอเปล่า แล้วมีการจัดการกับคนดูที่ไม่ผ่านเรตของหนังเรื่องนั้นอย่างไร (ถามโดย TheBiggest) Filmotopia ตอบ : ข้อนี้จะขอเชิญ กูรู ผู้รู้จริงทางด้านนี้มาตอบดีกว่า เพราะเขาเป็นผู้เกาะติด ติดตามเรื่องนี้อยู่ เขาคือ คุณ นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE แว่วๆ ว่า BIOSCOPE กำลังจะมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเล่มหน้า ถ้าสนใจมากกว่านี้ติดตามได้เลย เอ้า!! ฟังคำตอบของ คุณ นคร ได้เลยครับ กูรู ผู้ตอบ : นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE ตอบ : การจัดเรตในประเทศไทยเพิ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เองครับ ซึ่งในบ้านเราแบ่งออกได้เป็น 6 เรตคือ 1. หนังที่จรรโลงสังคมควรสนับสนุนให้คนดู 2. หนังที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย 3. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป 4. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป 5. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป และ 6. หนังที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู (ไม่นับหนังที่ห้ามเผยแพร่ในประเทศนะครับ) ซึ่งหนังตั้งแต่เรต 1-5 นั้นคุณสามารถเข้าชมได้ตามปกติไม่ต้องโชว์บัตรประชาชนแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นเรต 20 นั้นต้องโชว์บัตรก่อนจะซื้อตั๋วทุกครั้งนะครับ ...แต่ถ้าหากคุณอายุไม่ถึง 20 แล้วหลุดเข้าไปดูหนังเรื่องนั้นได้ ก็ไม่ต้องกลัวครับเพราะกฎหมายจะลงโทษโรงหนังที่ขายตั๋วให้คุณ อยู่ที่ว่าโรงหนังจะกล้าเสี่ยงรึเปล่าเท่านั้นเองครับ Filmotopia? วันนี้เอาแค่ 2 คำถามก่อนนะครับ ใครมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับหนังไทยถามมาเลยนะครับ อัพเดตคอลัมน์นี้ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ ครับ --------------------------------------------------------- Tyler ตอบมั่ง สำหรับงานแรก ทางทีมงาน ขอมอบรางวัลเป็น ดีวีดีหนังเรื่อง แต๋วเตะตีนระเบิด ให้คุณปอมซังไปดูถึงบ้านเลยครับ ส่วนคุณ The Biggest เป็นดีวีดีเรื่อง อนึ่งฯ คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง ติดต่อกลับรับของรางวัล ที่เบอร์ 02-5020700 ต่อ 7871 หรืออีเมล์ chaiwat@monotechnology.com ได้เลยครับ (ติดต่อมาภายใน 25 ก.ย. 52นะ) ขอบคุณของรางวัลจาก เมโทรโปรดิสค์

สัญญาแห่งคิมหันต์
Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด /  ดรัสพงศ์ ตรงประสิทธิ์ / 

เรื่องราวความรักและความผูกพัน ระหว่างตั้มกับคิมหันต์ ที่ก่อตัวขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่ง ท่ามกลางความเหงาอันโดดเดี่ยวริมผืนน้ำทะเลที่ใครหลายคนพากันมาทิ้งความทุกข์เอาไว้เเล้วเดินจากไปในวันที่ความทุกข์จากรักนั้นเจือจางลง..."ตั้ม"เด็กหนุ่มผู้ปิดตัวเองจากครอบครัวที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อมไปทุกด้านแต่ในความเป็นจริงบ้านสำหรับเขาคือกรงเเคบๆที่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่ตั้มพร้อมจะเดินจากไปทันทีเมื่อมีโอกาส จนกระทั่งมาพบกับเด็กหนุ่ม เจ้าของรอยยิ้มสดใสเเววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่าง "คิมหันต์" โลกใบเเคบๆของตั้มค่อยๆเปิดกว้างออกทีละนิด จนเขามองเห็นความสุขเล็กๆที่เรียกว่ามิตรภาพจากเด็กหนุ่มแปลกหน้า ที่เขาเปิดรับให้เป็นเพื่อนรักคนเเรกในชีวิตเเละนับจากวันนั้นโลกของตั้มกับคิมหันต์จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเเละความสุข จนกระทั่งการจากลามาถึง...การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของเขาทั้งสองคน จะลงเอยอย่างไร จริงหรือที่คำสัญญาผูกเราเอาไว้เเล้วทำให้เราพบกันอีกครั้งจากทีมผู้สร้างและผกก. 'Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด' ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้นครับ*** -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างฉบับติดเรต และ ทีวี สป๊อต จากหนังชายเต้นระบำใน Magic Mike
Chaning Tatum /  Gay / 

ทีวี สป๊อต ฉบับติดเรตจาก Magic Mike ตัวอย่างฉบับติดเรตของ Magic Mike เป็นหนังที่บ้านเราได้ฉายกันแน่นอนแล้วในวันที่ 5 กรกฏาคม กับหนังชายระบำเปลื้องผ้าของผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก อย่าง Magic Mike ที่นำแสดงโดยหนุ่มๆมากมายจากฮอลลีวู้ดเช่น แชนนิ่ง เททั่ม , อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร และ แมธธิว แมคคอนนาเฮย์ ที่ในวันนี้ทาง ไลออนเกตส์ ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับติดเรต เน้นขายทั้ง กล้ามสุดล่ำ , ตูด และเนื้อในอีกมากมายของเหล่าดาราชายที่จะมาเต้นระบำเปลื้องผ้าให้คนดูได้ชมกัน พร้อมทั้งยังปล่อย ทีวี สป๊อต ความยาว 30 วินาทีมาให้ชมกันแบบจุใจอีกด้วย ซึ่งบ้านเราได้ชื่อได้ว่า 'เขย่าฝันสะบัดซิกแพ็ค' ได้ชมกันแน่นอนในต้นเดือนกรกฏาคมนี้ โดยค่าย เอ็ม พิตเจอร์ส

สองพี่น้อง วาโชสกี้ แห่ง Matrix เปิดโปรเจ็คต์
CN 9 /  Gay movie / 

ขึ้นชื่อว่าสองพี่น้อง วาโชสกี้ ผู้สร้างสรรค์มหากาพย์ภาพยนตร์อย่าง The Matrix และล่าสุดงานกำกับ Speed Racer และอำนวยการผลิตอย่าง Ninja Assassin (เรน เล่นทั้ง 2 เรื่องเลย) ใครๆ ก็คงอยากจะรู้ว่าโปรเจ็คต์หนังเรื่องล่าสุด อย่าง CN9 ที่ร่ำลือกันว่าเป็นหนังเกย์อิรักนั้น จะออกมาหน้าตาอย่างไร รำลึกความหลัง ภาพจำจากหนัง The matrix กันหน่อย "นีโอ หลบกระสุน" เด็กๆ ที่บ้านจำไปทำ หลังเดาะกันเป็นแถวๆ "นีโอ หยุดกระสุน" เทพจริงๆ ท่าเตะเสยปลายคาง รู้จักกันดีในนาม "ท่าเตะของทรินิตี้" กลับมาที่หนังใหม่บ้าง เรื่องราวที่เปิดเผยแล้ว เกี่ยวกับ CN9 ก็คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์รักร่วมเพศ ที่เกิดขึ้นระหว่าง ทหารอเมริกัน และหนุ่มอิรัก  (อืม... Brokeback Mountain แห่งตะวันออกกลาง นั่นเอง) ขณะนี้ ทั้ง 2 พี่น้องกำลังคัดเลือกนักแสดงที่เหมาะสมมารับบทนำอยู่ จะไปแจ๊คพอตที่ดาราคนไหน? ก็น่าลุ้นนะเนี่ย จุดนี้ไม่แน่ใจ ว่า "นาย แลร์รี่ วาโชสกี้" ที่ปัจจุบันกลายเป็น "นางสาว ลาน่า วาโชสกี้" ไปแล้วนั้น คือเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่องนี้หรือเปล่า? แอนดี้ และ แลร์รี่ "ก่อนกำเนิดใหม่" เริ่มเป็นตัวของตัวเอง "เรียกชั้นว่า ~ ลาน่า" "ชั้นก็เป็นผู้หญิง!" CN9 เป็นศัพท์ทางการแพทย์ ใช้เรียกเส้นประสาทสมองเส้นที่ 9 (Glossopharyngeal nerve ทำหน้าที่รับรสชาติจากด้านหลัง 1ส่วน 3 ของลิ้น สั่งการต่อมพาโรติดให้หลั่ง และสั่งการกล้ามเนื้อสไตโลฟาริงเจียส (stylopharyngeus) ซึ่งจำเป็นในการรับความรู้สึกสัมผัส ความเจ็บปวด และอุณหภูมิ ความรู้สึกจะถูกส่งไปยังทาลามัสด้านตรงข้ามและไฮโปทาลามิก นิวเคลียสบางอัน ~ ข้อมูลจาก wikipedia) www.newsinfilm.com

แฟนๆช็อค!! หลัง
คริสโตเฟอร์ รีฟ /  คาล คัลเวอร์ / 

คาล คัลเวอร์ และ คริสโตเฟอร์ รีฟ จะเป็นอย่างไรเมื่อพบว่า ชายที่เล่นซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยรู้จัก อย่างอดีต "ซุปเปอร์แมน" ผู้ล่วงลับอย่าง "คริสโตเฟอร์  รีฟ" จะเคยมีเคยมีความสัมพันธ์แบบ "ชายรักชาย" อันเนื่องมาจาก "ความอยากรู้อยากเห็น" กับอดีตนักแสดงภาพยนตร์โป๊รายหนึ่ง ที่มีชื่อว่า "คาล คัลเวอร์" ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ เมื่อปี ค.ศ. 1987 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อ "ฮอลลีวูด บาบีลอน สไตรค์ อเกน!" โดยบทหนึ่งของหนังสือได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของคัลเวอร์ โดยเขากล่าวว่า เขาพบกับรีฟ เมื่อตอนที่ทั้งคู่เข้ารับการคัดเลือกนักแสดงในละครบรอดเวย์เรื่องหนึ่ง ในช่วงยุค 1970 โดยเขาได้กล่าวว่า รีฟคือ "ชายในฝัน" หลังจากนั้นเขาก็มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับรีฟ เป็นเวลานานถึง 2 เดือน ก่อนที่รีฟจะพบว่าเขาเป็นนักแสดงหนังโป๊ โดยใช้ชื่อในการแสดงว่า "เคซี่ย์ โดโนแวน" นอจากนั้นเขายังกล่าวว่า รีฟเป็น "นักรักที่ยิ่งใหญ่" และไม่คิดว่าเขาเป็น "เกย์" แต่แค่ต้องการจะลองอะไรๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น คริสโตเฟอร์ รีฟ เสียชีวิตเมื่อปี 2004 จากอาการหัวใจล้มเหลว หลังจากที่ป่วยเป็นอัมพาตจากเหตุการณ์ตกม้า เขาได้รับการดูแลจาก "ดานา" ภรรยาของเขาอย่างใกล้ชิด ผู้ซึ่งเสียชีวิตในภายหลังเมื่อปี 2006 ด้วยโรคมะเร็งในปอด โดยทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน. ที่มา/มติชน

เกย์ - ทอม สมานฉันท์ วีเจ.จ๋า ฮาสุดๆ
คริตกะจ๋า /  ชาคริต / 

หนึ่ง ธนาธรจากเดิมหนังใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่าValentine ก่อนจะมาใช้ชื่อไทยว่า "คริตกะจ๋า บ้าสุดๆ" ฟังดูย่ำแย่พอๆกัน เหมือนไม่รู้จะตั้งว่าอะไร ชื่อภาษาอังกฤษก็ "ง่ายซ๊า...า" ชื่อภาษาไทยก็ ตั้งเหมือนคนหมดมุก ก็เอาชื่อดารานี่แหละว๊า ขายชื่อดารามันซะเลย แต่ตัวหนังกลับมีดีกว่าชื่อง่ายๆนั้นมากมาย เก่ง (ชาคริต แย้มนาม) เกย์ไฮโซเจ้าของธุรกิจพลาสติก ที่กำลังตามล่ารักจากผู้ชายชื่อ กาย(หลุยส์ พงษ์พันธ์) ขณะที่ แพร ทอมเศรษฐีเจ้าของโรงแรมก็กำลังวาดหวังความรักจากสาวสวยชื่อ แพร(จิ๊บ ปกฉัตร) จะด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิตหรืออย่างไรก็สุดคาดเดา ทั้งสองขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาพบว่า ทั้งสองสลับร่างกัน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นวายที่เกิดตามมาเว้ากันซื่อๆ ก็ต้องขอบอกว่า หลังจากที่หนังไทยที่สร้างเกี่ยวกับ เพศทางเลือก มักจะจบลงด้วยความโศกเศร้าร้าวราน ประมาณว่า "ชาตินี้ไม่มีวันที่พวกมรึงจะได้สมหวังกันหร๊อก" หนังเรื่องนี้เสนอตัวที่จะเป็น "เทพประทาน" ให้มวลเหล่าชาวเพศทางเลือกได้มีโอกาสชื่นชมสมประดีกับเขาบ้างหนังเริ่มต้นด้วยพล็อตเรื่องในแบบที่อาจจะกลายเป็น หนังฮาบ้าบอไร้สติ หนังเกย์ กะเทย เหมือนที่สร้างๆกันมา แต่เมื่อหนังเดินไป หนังก็จะเริ่ม "ปล่อยของ"ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็น"ของดี" ที่น่าลิ้มลอง ผ่านงานแสดงระดับสุดยอดของสองดารานำ ชาคริต กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช พร้อมด้วยทีมนักแสดงสมทบที่เลือกเฟ้นมาได้ลงตัวสุดๆทุกตัวละครเมื่อเรื่องเดินไปใกล้จะจบ หนังเกือบจะกลายเป็น "หนังกะเทยเห็นแก่ตัว กับ ทอมใจประเสริฐ" ที่มีสิทธิ์โดนเกย์ประท้วงแน่ๆ (โดยยัยอะไรสักคนที่ชอบออกมาประท้วงบ่อยๆนั่นน่ะ) แต่เมื่อเดินไปถึงตอนจบเข้าจริง หนังก็ทำหน้าที่ตาม เจตนารมย์ที่ตั้งใจแต่ต้นคือ "ทำให้ชาวเพศทางเลือกได้สมหวังบนจอเสียที""ผู้ชาย" ที่กลายเป็นเพศที่เจ้าเล่ห์และร้ายกาจที่สุดในเรื่อง ก็ได้บทเรียนอย่างสาสม ที่ปรากฏในตอนท้ายเรื่อง ชนิดที่ถ้าคุณไม่นั่งดูให้ถึงภาพสุดท้ายของหนังจริงๆ คุณมีสิทธิ์พลาด ไคลแมกซ์สำคัญนี้แน่นอนแต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผมขอไม่เปิดเผยอะไรให้มากมาย ด้วยเกรงว่าจะเสียอรรถรส แต่ขอให้คุณๆไปชมด้วยตัวเองน่าจะดีกว่าขอปรบมือดังๆให้กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช หลังจาก "จุดระเบิด" จากบทบาทในหนัง "แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า" ที่ทำให้ผู้คนได้เห็นว่า เธอเล่นหนังแนวโรแมนติก คอเมดี้ได้ดีมาก มาเรื่องนี้ เธอยิ่ง "เปล่งประกาย"แจ่มชัดที่สุด เธอเล่นได้พริ้วมาก ทั้ง ตลก เซ็กซี่ อ่อนไหว จะให้เธอหน้าเยิน หน้ายับ หน้าตลก ไปจนกระทั่ง อวดเต้าทำนมปริ่ม อวดลีลาเฉียดเอ็กซ์ "จ๋า จัดให้"เธอปล่อยลูกบ้าเหมือนโด๊ป M150 เกินวันละ 2 ขวด เธอเล่นได้มีสีสันมันส์กระจายสุดๆณ วันนี้ ผมขอมอบตำแหน่ง "เจ้าแม่หนังโรแมนติก คอมเมดี้" ให้เธอโดยดุษฏี ชนิด "ใครแย่ง...กรูตบ"! ขอบอกว่า ผมชื่นชมโสมนัสเธอจากหนังเรื่องนี้มั่กๆชาคริต หนึ่งในนักแสดงชายที่ผมชื่นชม ในฐานะที่ที่ผ่านเขาเป็นนักแสดงที่เล่นบทได้หลากหลาย และแต่ละบทเขาก็เล่นได้อย่าง "มีดีไซน์" ซึ่งเท่าที่เห็นชัดๆ ผมเห็นมีอยู่แค่ พงษ์พัฒน์,นพพล,ศรัณยู,ฉัตรชัยและ ชาคริตเท่านั้น ชาคริต ทำให้บททอม ในร่างกะเทย ดูมีมิติ ลุ่มลึก อ่อนไหว ขณะที่ วีเจจ๋า ขโมยซีนในส่วนที่เป็น คอมเมดี้ ชาคริต ก็เก็บแต้มในส่วนที่เป็น ดรามา ชนิดที่ผู้ชมต้องหลั่งน้ำตาแน่ๆอีกรายที่ให้การแสดงระดับ "เปล่งประกาย" นอกจาก วีเจ.จ๋า ก็คือ หลุยส์พงษ์พันธ์ที่เล่นได้ ฮา อึ้ง ทึ่ง เสียวสุดๆ หลังจากเรื่องนี้ เขาจะมีงานวิ่งชนอีกเพียบแน่นอน ดูเหมือนตำแหน่ง "เจ้าพ่อหนังฮา"ของ อนันต์ บุนนาคจะเจอ ตัวตายตัวแทนเข้าให้แล้วชอบมากกับการเลือกทีมสมทบ 4 ตัวละคร คือ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม กับ แจ๊ค แฟนฉันในบทเพื่อนกะเทยของ เก่ง และ จิ๊ก เนาวรัตน์ กับ อ้น ศรีพรรณ ในบท ทอมเพื่อนของ แพร ทั้ง 4 เล่นกันได้มันส์มากๆ จนรู้สึกเสียดายว่าบทน้อยไปหน่อยเจี๊ยบ เชิญยิ้ม ดูดีมากในบท กะเทยแต่งหญิง หลังจากที่เคยเห็นเขาเล่นใน"อีส้มสมหวัง" แจ๊ค แฟนฉันในมาดกะเทยเด็กในเรื่องนี้ ทำให้ผมเห็นว่า "โก๊ะตี๋"เจอคู่แข่งเข้าให้แล้ว เหมือนตอนที่ ลูกเกด เมทินี เจอเบียดรัศมีโดย อั้ม พัชราภา อย่างไงอย่างงั้น ถ้าไม่ ระวังหลัง"โอกาสที่ โก๊ะตี๋ จะถูกทาบรัศมีบทกะเทยโดย แจ๊ค แฟนฉัน มีอยู่เห็นๆอ้น ศรีพรรณ ไปได้สวยกับบทตกลอยู่แล้ว จิ๊ก เนาวรัตน์ ทำให้ผมนึกถึงเธอในหนังดังในอดีตเรื่อง "ปูลม" ที่เธอเล่นเป็นนางเอกที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย ในเวอร์ชั่น อีกหลายสิบปีต่อมาที่ "ปูลม" กลายเป็น "ทอม" ฮาไม่แพ้กันผมชอบไอเดียที่ คนสองคนที่กำลัง "ตามล่าหาความรัก" มาขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สะพานแห่งความรัก" ที่กลายเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้ตัวละครได้ค้นหาหัวใจตัวเอง ไอเดียนี้ทำให้พล็อตหนังที่ดู "ตลาดจ๋า" ดู"ขลัง" ขึ้นมาทันที ถือเป็นการสืบสานตำนานรักอมตะของสะพานรักสารสินให้คงอยู่ต่อไป ด้วยมุมมองที่เปี่ยมอารมณ์ขัน แต่มากมายด้วย หัวใจที่อุดมรักฉากที่ เก่ง กะ แพร ขับรถชนกันเพื่อจะคืนร่างในตอนจบ จะกลายเป็น "ฉากรักขลังๆ" ที่น่าจดจำไปอีกนานอาจสรุปได้ความว่า นี่เป็นหนังที่ชื่อเรื่องไม่ชวนให้คาดหวัง "อะไรมากมาย"แต่ที่จริงแล้ว หนัง "ให้มากกว่า" ในการเรียนรู้ถึง ความรักโดยเฉพาะ ในกลุ่มเพศทางเลือกที่หนนี้แสดงให้เห็นว่า มีคนพยายามจะเข้าใจพวกคุณมากขึ้น.ที่มา หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด
GTHAI MOVIE /  Timeline Movie / 

Timeline ภาพยนตร์รักโรแมนติกว่าด้วยเรื่องราวของความรักของเพศที่สามในอีกมุมมอง หนึ่ง ทีเต็มไปด้วยความรัก ความสุข และความหวัง แม้ในบางครั้งพวกเขาจะต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่าง แต่ทว่าสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดที่ทำให้พวกเขาได้เรียน รู้จักคำว่ารักมากยิ่งขึ้น... รักครั้งแรก... เรื่องราวความผูกพันและมิตรภาพระหว่าง โอม กับ บีม สองเพื่อนซี้วัยมัธยมปลายที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางความสับสนของความรู้สึก และการนำไปสู่การตัดสินใจ เลือกครั้งสำคัญ ว่าท้ายที่สุดแล้ว มิตรภาพหรือความรักสิ่งใดกันแน่ที่จะมีความยั่งยืน ยาวนานที่สุดสำหรับเขาทั้งสองคนนั่นเอง รักวัยรุ่น....ท่ามกลางกระแสสังคมยุคใหม่ของการคบกันเพียงฉาบฉวยหรือเพื่อ ผลประโยชน์ของคู่รักเกย์วัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยม กำลังทำให้ความรัก ระหว่างท้อป และบาส สองหนุ่มนักศึกษาวัยมหาลัยเกิดสั่นคลอน เมื่อรายการเกย์ชื่อดังกำลังจับจ้องความรักของเขาว่าแท้ที่จริงแล้วโกหกหลอก ลวงหรือไม่ท้ายที่สุดความรักจะลงเอย เช่นไร มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่รู้คำตอบ รักด่วนขบวนสุดท้าย...เรื่องราวโรแมนติกดราม่าเข้มข้นระหว่าง พลชายหนุ่มวัยกลางคนเจ้าของโฮมสเตย์ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบในต่างจังหวัดกับ บอย เด็กหนุ่ม หน้าตาดีวัยมหาลัยชาวกรุง ที่กำลังก่อตัวขึ้นพร้อมๆกับคำถามในใจมากมาย ของพลว่าที่แท้จริงแล้วความรักที่เขาได้พบเจออยู่นั้นคือรักแท้หรือไม่ การตัดสินใจเลือก ครั้งสำคัญอาจทำให้ใครบางคนเสียใจ แต่ท้ายที่สุดนั้น พวกเขาอาจได้เรียนรู้ความหมาย ของคำว่า เพราะรัก...ที่ไม่สิ้นสุดไปได้พร้อมๆกัน 26-29 กันยายนนี้ที่ เอสพลานาด ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา วันที่ 26-29 กันยายนนี้เท่านั้น*** ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผกก.โน๊ต สราวุธ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ ในหนัง ครูและนักเรียน
Demon666production /  Teacher and Student / 

ใกล้ได้มาเขย่าต่อมความจิ้น กันอีกครั้ง กับภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างชาย-ชาย ผลงานของผู้กำกับ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม ทีครั้งนี้ จะมาเผยความรู้สึก แนวคิด และสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่คุณผู้ชมอยากรู้กันแบบเต็มๆ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม เล่าถึงแนวคิด หรือไอเดียของภาพยนตร์ ครูและนักเรียน หน่อยครับ เกิดจากความแนวความคิดที่ต้องการนำเสนอปัญหาการใช้ชีวิตคู่ของชายรักชาย ตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทราบว่า อะไรคือพฤติกรรมที่จะทำให้ชีวิตคู่ไม่ราบรื่น โดยนำเสนอในรูปแบบของการติดตามดูชีวิตของเกย์ในช่วงวัยทำงาน ซึ่งที่ผ่านมา เรามักจะได้ดูเรื่องราวของชายรักชายในช่วงรักครั้งแรก puppy love หรือช่วงก่อนที่ตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กัน แต่เราไม่ค่อยได้เห็นภาพเหตุการณ์หลังจากนั้น ซึ่งในชีวิตจริงนั้น ไม่เหมือนในละคร ที่มักจะจบลงที่พระเอกนางเอกแต่งงานกัน แต่ความจริงแล้วมันพึ่งเป็นการเริ่มต้นต่างหาก มีวิธีการคัดเลือกนักเลือกทั้ง 3 คน ให้ตรงกับคาแรคเตอร์ที่วางไว้ ยังไงบ้างครับ เริ่มจากการเขียนบท แล้วจินตนาการถึงหน้าตาตัวละคร ซึ่งเราต้องการคนที่มีลักษณะบุคลิกตรงตามบทประพันธ์ ไม่เป็นการฝืนแสดงเป็นตัวละครนั้นๆ เพราะหนังเรื่องนี้เราต้องการความ Real มากที่สุด ให้รู้สึกเหมือนนักแสดงคือตัวละครนั้นจริงๆ โดยบทของต้น รับบทโดย ตั้ม มีลักษณะของความเป็นครู เพราะมีบุคลิกที่เป็นผู้ใหญ่ ดูน่าเชื่อถือ และเป็นมิตร ทำให้เชื่อได้ว่า เด็กๆจะรัก เคารพ และไว้วางใจในครูคนนี้ อีกทั้ง ตั้มยังมีความหน้าตาดี ซึ่งตรงกับความต้องการของเรา ที่อยากแสดงให้คนดูเห็นว่า แม้แต่คนที่หน้าตาดี ก็ยังมีปัญหาการใช้ชีวิตคู่  อย่าคิดว่าคนหน้าตาดีจะมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขเหมือนในละครเสมอไป / บทของแอล รับบทโดย อาร์ มีลักษณะสีหน้าแววตาที่เศร้า แบบคนที่เก็บความทุกข์ไว้ภายใน พยายามอดทนต่อปัญหา ซึ่งตรงกับชีวิตจริงของเกย์หลายๆคนที่ต้องฝืนอดทนต่อพฤติกรรมของแฟนตนเอง เพราะไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยว  เหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิดออกมา ซึ่งอาร์เป็นคนที่มีแววตาเช่นนั้น และมีทักษะการแสดงสูง ที่สามารถถ่ายทอดทุกอย่างได้จากแววตา/ บทของโจ รับบทโดย อาร์ม  มีลักษณะสีหน้าแววตาของเด็กที่ยังสะอาดใสซื่อ บริสุทธิ์ มองโลกเป็นสีขาว ไว้ใจคนง่าย เพราะยังผ่านเรื่องร้ายๆในชีวิตมาน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีแววตาของความเศร้าแบบเด็กที่มีปัญหาครอบครัว ต้องการความรักความอบอุ่นจากคนรอบข้าง ตรงกับตามบทประพันธ์ เบื้องหลังโปรดักชั่นงานสร้างในเรื่องนี้ ผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้างไหมครับ ภาพยนตร์ใช้ระยะเวลาการเตรียมงานตั้งแต่เริ่มโปรเจ็คต์ เขียนบท จนถึงเริ่มถ่ายทำเป็นปีๆ ผ่านกระบวนการคิด และแก้ไขบทหลายครั้งมาก เพราะต้องการให้หนังมีความสมจริงที่สุด ให้เหมือนกับชีวิตของคนจริงๆที่จับต้องได้  ไม่ให้มีความเป็นนิยาย ไม่ให้มีความเมโลดราม่า ทุกครั้งที่รู้สึกว่าบทมีความเฟค หรือประดิษฐ์เกินจริง เราจะทำการแก้ไขใหม่ทุกครั้ง ทำให้ มีการแก้ไขหลายหน ไปจนถึงขั้นตอนถ่ายทำ จนถึงขั้นตอนการตัดต่อ โลเคชั่นสำหรับการถ่ายทำ เราปักหลักที่จังหวัดกาญจนบุรี ในบริเวณที่เป็นป่าเขาและชนบทเป็นหลัก เพื่อต้องการสื่อให้ผู้ชมเห็นถึงความเป็นธรรมชาติของประเทศเราจริงๆ เราต้องการบอกคนดูว่า เกย์นั้นมีอยู่ทุกที่ แม้แต่ในที่ที่ห่างไกล ไม่ได้จำกัดว่า ถ้าเป็นเรื่องราวของเกย์ จะต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในกรุงเทพฯเมืองแห่งแสงสีเสมอ โปรดักชั่นดีไซน์เป็นสไตล์แบบสมจริง แสดงให้เห็นถึงความงามตามธรรมชาติอย่างแท้จริง เราจะไม่พยายามตกแต่งหรือประดิษฐ์  เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่านี่คือเรื่องจริง ในสถานที่จริง ความงามของภาพเป็นความงามจากสถานที่จริง ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งจนเกินไป โดยสรุปแล้ว ครูและนักเรียน เป็นภาพยนตร์แนวไหนครับ เป็นภาพยนตร์แนว จิตวิทยา ดราม่า  ลงลึกถึงสภาพจิตใจของชายรักชาย มีฉากประทับใจของผู้กำกับไหมครับ ฉากที่ตัวละครหลักในเรื่องแอบแสดงด้านมืดของตัวเองออกมา ในเวลาที่อยู่ตามลำพัง และฉากการปะทะคารมของตัวละครหลักกับคนรัก ซึ่งไม่ได้มีการทะเลาะกันอย่างโฉ่งฉ่าง แต่รู้สึกได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่ซ่อนอยู่ภายใน ผ่านสีหน้าแววตาของตัวละคร รู้สึกยังไงครับ กับการร่วมงานกับนักแสดงชุดนี้ ตั้ม และ อาร์ม  เป็นนักแสดงใหม่ แม้เคยผ่านงานแสดงเล็กๆมาบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นหน้าใหม่ของวงการภาพยนตร์  แต่ทั้งสองคนก็มีความตั้งใจในการทำงาน มีความพยายาม ทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และตรงตามที่หนังต้องการ อาร์ เป็นนักแสดงมืออาชีพที่ผ่านงานมาเยอะ มีชั่วโมงบินที่สูงกว่าคนอื่น ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างง่าย ทำให้ทุกอย่างราบรื่นมาก เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสายไปประกวดถึงต่างประเทศ ตัวผู้กำกับเองมีความคาดหวังขนาดไหนครับ ตอนนี้ภาพยนตร์ได้ส่งไปยังเทศกาลหนังของต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งยังไม่รู้ผล แต่ก็ไม่ถึงขั้นคาดหวังว่าจะได้รางวัลใดๆ ขอแค่ได้ฉายโชว์ เพื่อหวังให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้นจากที่เป็นอยู่ หนังเรื่องนี้ อยากบอกอะไรกับคนดูครับ ต้องการสื่อให้ผู้ชมได้รู้ว่า การใช้ชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกสิ่งในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เราควรรับมือกับมันให้ได้ ไม่เช่นนั้นเราอาจต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่าง สุดท้ายนี้ อะไรคือสิ่งที่คนดูจะได้รับ จากการชมภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ครับ ผู้ชมจะได้แง่คิดในเรื่องการยอมรับความเปลี่ยนแปลง  ไม่พยายามฝืนความจริง การพยายามฝืนความเป็นจริงไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ทั้งการบังคับตัวเอง บังคับผู้อื่น ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ดี ร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อน ในภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student ได้ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้น ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV
น่ารุ้

----- Forwarded Message ---- From: ~เซ้งจ้า~ To: noolex Sent: Tue, June 22, 2010 7:19:05 PM Subject: [noolex] ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV เราคงเคยนึกสงสัยว่า เหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน)ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วยเพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้? อย่างที่รู้กัน ว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชียก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่ากลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้น ได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ในย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว …เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมด รัฐบาลญี่ปุ่นในเวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้ามพลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคนทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร…แล้วไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด" เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัวนางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วมชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็นของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิตที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม" อย่างที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วในประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดกด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน…อย่าเข้าคิดว่าเด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้นคงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่…เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ต ใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R X โดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไปของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง…และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร"คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุด หนังเรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อน แล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน?จะถ่ายกล้องแบบไหน? มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุนถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงาม แต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อยอาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน) เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป…โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้น อาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนางเอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง …วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง… …แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง! สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AV แบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว(และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย) เนื้อหาของหนังเรต Xแทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลย มาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัวสัมภาษณ์หน่อยๆ ว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์"ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็"ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ"พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก"อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อน หลังจากนั้น ในยกสองส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะหลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความหลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1 หรือหญิง2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไป และการเล่นรักมากกว่าสองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียกค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่น เมื่อการถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน…แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออกหน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่าตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ! วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทย ที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม(ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขาย หรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้นดาราฮอลลีวู้ด การเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก…เพราะถึงจบปริญญาตรีมาก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทน สิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อกระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้าเป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา"โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับให้เหล่า"ลูกค้า"ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนังที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของเธอ ….โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่า อยากถ่ายวิตถารแค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อนที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้าน เมื่อเกิดค่านิยมว่า"ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้"พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น …ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้น แต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง…และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ยินยอมอาจมีรายการ"ฉุด" กันไปเลย…แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการกักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดูรสนิยมชอบหนังแนวนี้) …จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่า หากไปเดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้นห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด (แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5 คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง"โดยไม่เต็มใจ สูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเอง ก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า) พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้งแถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้างเป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรงมุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) …พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐ อุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลยสำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย …ทั้งนี้เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้นยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ฉะนั้นอยากแปลกใจว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา  …เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง …และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโตอย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉยด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม ที่มา –  http://www.sudteeruk.com/forums/read.php?tid=3299 -- **** รู้จักขอบคุณเมื่อได้รับ ขออภัยเมื่อผิดพลาด คือสิ่งที่สมาชิกกลุ่มพึงกระทำ **** กติกา ง่ายๆ ในกลุ่ม 0. ห้ามโพสเรื่องการเมือง หรือถกเถียงเรื่องการเมืองที่ จะก่อความวุ่นวายภายในกลุ่ม ฝ่าฝืนแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 1. ห้ามโพสรูปภาพหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางเสื่อมเสีย 2. ห้ามใช้วาจาหยาบคาย ห้ามบ่นว่าเมล์ หรือ reply เยอะ 3. ห้ามโฆษณาที่หวังผลประโยชน์ทางการค้า ใครโพสแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 4. ไม่ได้รับเมล์อีกกดลิงค์นี้ http://groups.google.com/groups/bounced 5. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ 6. ห้ามส่ง Invite เวปบิทเข้ากรุ๊ปโดยเด็ดขาด 7. ห้ามใช้ตัวหนังสือ สีแดงใหญ่ในการโพสเมล์ปกติ     - ส่งเมล์เข้ากลุ่มได้ที่ - สมัครรับเมล์-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ - ลาออกจากกลุ่ม-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ * ทั้งสมัครและลาออก ต้องยืนยันลิงค์จากระบบทุกครั้ง   อย่าลืมนะคะ มีอะไรก็แบ่งปัน ^ นู๋เล็ก ^ Group's Owner (-`๏’•ิ__•ิ`๏’-)

10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์
10 ที่สุดของคู่จิ้น /  10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์ / 

ในช่วงขวบปีหลังๆ ของภาพยนตร์ไทยมานี้ จะสังเกตได้ว่ามีหนังที่เล่าเรื่องราวของเพศที่สามมากขึ้น จากที่ในสมัยก่อนอาจมีการกล่าวถึงเป็นเพียงตัวละครที่เรียกหัวเราะเท่านั้น แต่ในปัจจุบันที่สังคมเปิดรับมากขึ้น และหนังที่มีพล็อตเรื่องทำนองนี้ จะมุ่งศึกษาและตรวจตราสภาพจิตใจ ความสัมพันธ์ และความรัก ที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนบางครั้งก็ทำให้แฟนหนังเกิดการ "จิ้น" กันขึ้นระหว่างตัวละครที่หวังจะให้ลงเอยกันโดยทั้งแอบเชียร์ ยุยง ลุ้นตัวโก่ง หรืออาจเลยเถิดไปจนถึง การแต่งบทบาทความสัมพันธ์ลึกซึ้ง! เพิ่มเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็มี แต่คุณผู้ชมรู้ไหมว่าการมีอยู่ของ "คู่จิ้น" เหล่านี้ มีมาในโลกภาพยนตร์เป็นเวลานานมากแล้ว!  และในวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาหาคำตอบกันได้เลย โดย 10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์ ครั้งนี้ เราได้คัดที่สุดของหนังสำรวจความรักของเพศที่สาม หลากผู้กำกับ หลายสัญชาติ มาให้ดูกัน และ ไม่ว่าคุณจะเคยดูมาทั้งหมดนี้แล้วหรือเปล่าไม่สำคัญ แต่ถ้าคุณได้ชมเรื่องราวของทุกคู่ในหนังเหล่านี้ (บางเรื่องก็มากกว่าคู่เดียว?!) คุณผู้ชมอาจเป็นอีกคนหนึ่ง ที่อด"จิ้น" ไม่ได้เลยทีเดียวเชียวนะ เอนนิส เดล มาร์ - แจ็ก ทวิสต์ จาก Brokeback Mountain สองคาวบอยแห่งหุบเขาเร้นรัก ที่ผู้กำกับ อั้งลี่ ทำให้โลกต้องสั่นสะเทือนมาแล้ว ทั้งไม่ว่าจะการกวาดรางวัลจากเทศกาลหนังมากมาย แต่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่าง ชาย-ชาย คู๋นี้ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โลกนี้ยอมรับหนังเพศที่สาม ให้เป็นหนังรักที่อุดมด้วยความงดงามมากขึ้นขั้นเป็นปรากฏการณ์เลยอีกด้วย   ตัวอย่างหนัง Brokeback Mountain --------------------------------------- ไหลเยี่ยฟา - โหเป่าหวัง จาก Happy Together ผู้กำกับภาพสวยแห่งเอเชียอย่าง หว่อง กา ไหว่ พาคู่รักชาวฮ่องกง ไปดื่มด่ำกับการเดินทางไม่เพียงเฉพาะเรื่องความรักของชาย-ชาย แต่เป็นการเดินเป้าหมายในต่างแดน แม้ทั้งสองจะมุมที่เหมือนจะต้องพลัดพราก แต่คนดูก็คงอดใจช่วยให้กลับมาหากันไวๆ เสียไม่ได้ ด้วยบรรยากาศเงียบเหงา ฮ่องกงยามค่ำคืนอันเดียวดาย และเลิฟซีนที่สุดจะเผ็ดร้อนจนเป็นที่ฮือฮา ตัวอย่างหนัง Happy Together --------------------------------- อเดล - เอมม่า จาก Blue Is The Warmest Color สองคู่รักเลสเบี้ยน ที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งผ่านมา กับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เจริญเติบโต ที่นอกจากจะทำให้คุณจิ้นตัวละครคู่นี้ให้ลงเอยกันแล้ว ยังได้ดำดิ่งไปกับเสน่ห์ล้นเหลือของนักแสดง ความร้าวรานเจ็บปวด และความรักที่เป็นดังเส้นขนาน ที่คนดูต้องลุ้นให้มันมาบรรจบกันเสียที  ตัวอย่างหนัง Blue Is The Warmest Color ------------------------------------ ชาร์ลี - แพทริก จาก The Perks of Being a Wallflower ทั้งสองคือตัวแทนของวัยรุ่นชาย ที่มีปัญหาว้าวุ่นใจในชีวิตจากปมในอดีต และสิ่งที่พวกเขาต้องเลือกคือ การก้าวข้ามมันไป หรือจมปลักไว้ทีเดิม ทั้งคู่จะพาคุณไปพบกับไม่เพียงเรื่องราวการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่มันรวมไปถึงการรู้จักรู้ใจ และยอมรับความเป็นตัวของตัวเอง ทั้งเรื่องทางเดินชีวิต ความรัก และเพศสภาพ ตัวอย่างหนัง The Perks of Being a Wallflower -------------------------------------   โต้ง - มิว จาก รักแห่งสยาม ถ้าพูดถึงหนังไทยกลมกล่อมที่สุด คงต้องยกให้หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยการบอกเล่าความรัก ความสัมพันธ์ การค้นหาตัวเองของวัยรุ่นที่ยังเลือกทางเดินไม่ได้ และแสวงหากำลังใจในการใช้ชีวิต ไปจนถึงเว้าวอนหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องเกิดจากคนพิเศษเท่านั้นเช่นกัน อีกทั้งบทบาทนี้ยังแจ้งเกิด มาริโอ้ เมาเร่อ อย่างเป็นทางการอีกด้วย และคงคุณผู้ชมท่านใด ลืมฉากเลิฟซีนที่โต๊ะม้าหินได้ลง  ตัวอย่างหนัง รักแห่งสยาม --------------------------------- เน - บีม จาก Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ความสัมพันธ์ของรุ่นพี่และรุ่นน้อง ที่ต่างหวงแหนการเก็บบันทึกความทรงจำดีๆ ระหว่างนักกีฬาบาส และ ช่างภาพ ที่เริ่มจากบทสนทนาการร้องขอเพียงสั้นๆ ก่อนที่จะค่อยๆ พัฒนาขึ้นอย่างอบอุ่นหัวใจ โดยไร้ซึ่งกำแพงเพศสภาพ และนำไปสู่การรู้จักความรัก ให้ดียิ่งขึ้น ในค่ำคืนพิเศษก่อนจบการศึกษา ท่ามกลางบรรยากาศให้คุณผู้ชมได้จิ้นกันเบาๆ ว่าทั้งสองจะลงเอยกันเช่นไร  ตัวอย่างหนัง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ---------------------------------- พาย - คิม จาก Yes or No อยากรัก ก็รักเลย หนึ่งสาวน่ารัก ออม สุชารัตน์ มานะยิ่ง กับหนึ่งสาวหล่อ ติ๊นา ศุภนาฎ จิตตลีลา ที่นำเสนอเรื่องราวความรักเพศเดียวกัน  ผ่านการพัฒนาความสัมพันธ์ และการเรียนรู้ข้อดีข้อเสียซึ่งกันและกัน ด้วยท่าทีน่ารัก ประนีประนอม ไม่ร้อนแรงดุเดือดรีบร้อน จนอดให้คนดูจิ้นสองสาวน่ารักนี้ ให้ได้ลงเอยกันโดยเร็ว เพราะมั่นใจสุดๆ ได้เลยว่า ความรักครั้งนี้จะเป็นบ่อเกิดรอยยิ้มอบอุ่น ที่จะประทับอยู่ในใจแฟนๆ ไปอีกนานแสนนาน  ตัวอย่างหนัง Yes or No อยากรัก ก็รักเลย  ------------------------------------- เมฆ - อิฐ จาก เพื่อน...กูรักมึงว่ะ ภาพยนตร์รักที่ขึ้นแท่นดีที่สุด ของผู้กำกับ พจน์ อานนท์ เรื่องนี้ พาไปรู้จักกับความรักของชาย-ชาย ที่ลึกซึ้งไม่ต่างอะไรจากชาย-หญิง อีกทั้งยังคงกลิ่นอายอาชญากรรม ควันกระสุน อันตรายสุดๆ สไตล์หนังแมนๆ ที่ผลักดันให้คุณเอาใจช่วยคู่ปรปักษ์อย่าง มือปืนและตำรวจคู่นี้ เข้าถึงหัวใจของกันและกันเสียที และคงไม่มีใครลืมฉากสำคัญบนชั้นดาดฟ้า อันเป็นดังเครื่องหมายการค้าของเรื่องนี้ไปได้ลง ตัวอย่างหนัง เพื่อน...กูรักมึงว่ะ --------------------------------------- สายธาร - ไฟ จาก It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก ความรักบางคู่ถูกกั้นด้วยวัย บางคู่ถูกกีดกันไว้ด้วยเพศสภาพ แต่ความรักที่กะเทยแปลงเพศรุ่นเดอะ ที่แสดงโดย ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล มีให้ชายหนุ่มนี้ ก็ดูเหมือนจะห่างไกลจุดหมายเสียเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน ก็จะทำให้คนดูได้เห็นประจักษ์แก่สายตา ว่าความรักนั้นไม่มีกำแพงใดๆ มากั้นได้ทั้งสิ้น จนคนดูต้องแอบจิ้น ให้ช่องว่างระหว่างวัยนี้สูญสลายไปในพริบตาเสียจริงๆ   ตัวอย่างหนัง It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก ------------------------------------ หนูนา - หมูแฮม - เสือโคร่ง - ไก่โต้ง จาก ฟินสุโค่ย อย่างที่เราบอกไปตั้งแต่แรก ว่าบางเรื่องคุณอาจจะไม่ได้จิ้นแค่คู่เดียว เพราะขึ้นชื่อว่าความรัก จะมากำหนดกฎเกณฑ์อะไรให้มันก็คงไม่ได้ ทำให้ความใกล้ชิดบังเกิดเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ทั้งชาย-หญิง ชาย-ชาย หรือ หญิง-หญิง ที่พันเกี่ยวกันไปมา และจะมาทำให้คุณได้จิ้นกันเพลิดเพลินระหว่างรักสี่เส้่่า ที่สุดจะวุ่นวายครั้งนี้ (หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ใครจะไปรู้) แต่เรื่องราวใน ฟินสุโค่ย จะลงเอยเช่นไร ใครจะสมหวังชื่นมื่น หรือใครจะขมขื่นรับประทานแห้ว เราคงไม่อาจบอกได้ตอนนี้ ต้องไปหาคำตอบในโรงภาพยนตร์กันเองนะ ตัวอย่างหนัง ฟินสุโค่ย -------------------------------

เสียดายตังค์ไหม ถ้าหนังที่ดูเป็นหนังเกย์
ความรัก /  หนังชายรักชาย / 

หนังเกย์ หนังชายรักชาย ดูหนังเกย์แล้วเสียดายตังค์ไหม... สวัสดีค่ะพบกันเป็นประจำทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ดิฉันผู้หญิงวันวาน Women Mthai รายงานตัวค่ะ... ก่อนอื่นดิฉันขอปรบมือให้สนั่นลั่นเมืองกันอีกสักครั้งกับการประสบความสำเร็จที่เรียกว่าเหลือล้นเลยก็ว่าได้ของภาพยนตร์รักหลากสไตส์ หรือรักหลากรส ก็ว่าได้ จะเป็นภาพยนตร์เรื่องไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่ "รักแห่งสยาม" ก็แหมเค้าเหมาไปหมดทั้งเวทีสุพรรณหงษ์ รวมถึงเวทีสมาคมนักวิจารณ์บันเทิง ซึ่งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถือเป็นสุดยอดแห่งความภาคภูมิใจของคนทำหนัง... เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เผอิญดิฉันมองซ้ายแลขวา เห็นมีภาพยนตร์เกาหลีกำลังจะมาฉายในเมืองไทยในเร็ววันนี้ " No Regret " ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าว เป็นเรื่องราวความรักเมื่อ 'ชายหนุ่มพบรักกับชายหนุ่ม' โดยหนุ่มน้อยคนแรกไปขโมยเงินบนรถบัสของหนุ่มใหญ่อีกน เรื่องราวความรักต้องห้ามของทั้งคู่จึงเริ่มขึ้น โดยมีกำหนดออกฉายปลายเดือนมีนาคมที่เกาหลี เมืองไทยมาแน่แต่รอสักนิดนะคะ ดิฉันในฐานะผู้หญิงวันวาน Women Mthai อยากให้สังเกตและอยากให้ดูในรายละเอียดลึกซึ้งของภาพยนตร์เรื่องนี้ "เรื่องนี้ถูกกล่าวขวัญถึงไม่น้อย จากการเปิดฉายในไม่กี่โรงภาพยนตร์ในเกาหลีและกอบโกยรายได้ไป อย่างมหาศาล มันน่าประหลาดใจที่ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายเรื่องนี้สามารถสร้างปรากฏการณ์เช่นนั้นได้ในประเทศที่ มีความเป็นผู้ชายสุดโต่ง สุดตัว และที่สำคัญเกาหลีมีแนวคิดที่ยึดมั่นของระบอบวัฒนธรรมแบบที่มองว่าผู้ชายเป็นใหญ่ที่สุดซึ่งแน่นอนอาจจะหาไม่ได้ในญี่ปุ่น หรือ แม้แต่ในความภูมิใจของความเป็นชายแบบไทยๆ ก็ตาม ในเกาหลีผู้ชายเป็นมากกว่าผู้นำครอบครัว( คุณอย่ามาทำหน้างง นะคะ ) ในที่นี้ก็คือมากกว่าลูกชายที่ต้องสืบตระกูล และหากความเป็นผู้ชายของคุณคือการเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยแล้ว นั่นอาจหมายถึงการต้องหลบซ่อนพฤติกรรมดังกล่าวจากพ่อแม่ เพื่อนฝูง และสังคมที่คุณต้องเกี่ยวข้อง การเป็นเกย์ในเกาหลีไม่ใช่เรื่องที่ควรภาคภูมิใจเลยสักนิด " ฉะนั้น "No Regret" จึงเป็นภาพยนตร์ที่ท้าทายสังคมแดนกิมจิอย่างจริงจัง ( คุณว่าไหมค่ะ ) ดิฉันผู้หญิงวันวานWomen Mthai ก็อดคิดไม่ได้ว่าหนังเกย์ หรือ หนังชายรักชาย หนังรักหลากรส ที่เค้าทำออกมาขายไม่ว่าจะเป็น "Brokeback Mountain" จากฝั่งฮอลลีวู้ด , ETERNAL SUMMER หรือไม่ว่าจะเป็น Go Go G-Boy จากไตหวัน และ "เพื่อนกูรักมึงว่ะ" รวมถึง "รักแห่งสยาม" จากเวทีพี่ไทยบ้านเราเองนั้น คุณคุณเคยคิดกันไหมว่าผู้ผลิตเค้าคุ้มค่าหรือมีกำไรจากการผลิตหนังแนวนี้หรือไม่ ? หรือเค้าคิดทำเพราะใจรักกันแน่ หรือคิดว่าต้องคว้ารางวัลได้แน่ๆ ก็คุณคุณเห็นไหมล่ะค่ะว่าแต่ละเรื่องที่ดิฉันพูดไปได้รางวัลแบบเกินหน้าเกินตากันแทบทุกเรื่อง ทำเอาคนทำหนังยิ้มหน้าบานหุบไม่ลง ภูมิใจไปจนวันตายว่า "ข้าทำหนังไม่ได้หวังรายได้ แต่มีคุณภาพ " หลายครั้งที่ หนังเกย์ หนังชายรักชาย หนังรักหลากรส เข้าฉายในบ้านเรา ไม่ต้องเรื่องอะไร "รักแห่งสยาม" ล่ะกัน (ขอเมาท์หน่อยล่ะกันนะคะ ...ไหนๆ ก็ได้รางวัลมาซะเยอะ ) หนังเรื่องนี้คุณคุณเชื่อไหมค่ะว่ามีปรากฎการณ์หนึ่งที่ดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติทุกครั้งที่ดิฉันไปร่วมงานแถลงข่าวหนังรอบสื่อมวลชน หนังทุกเรื่องทุกครั้งที่ฉายจบ ทุกคนส่วนใหญ่จะปรบมือเป็นเกียรติให้ทุกครั้งทุกเรื่องไป ...แต่นั้นคือรอบสื่อมวลชนรอบแรก รอบพิเศษเท่านั้น แต่คุณคุณเชื่อไหมค่ะว่า... น่าแปลกใจไหมที่ "รักแห่งสยาม" ฉายผ่านไปได้เป็นอาทิตย์ ๆ แล้ว แต่ที่สยามพารากอน ( ไม่รวมถึงทุกโรงนะคะ..อย่ามาเมาท์ล่ะ )พอหนังเรื่องนี้จบลงคนในโรงปรมมือกันจนดิฉันปลื้มใจแทนคนทำหนังซะจริง ๆ ( ในใจคิดอยากให้คนทำหนังมาได้ยิน มาได้เห็นซะเหลือเกิน ...) แต่ประเดี๋ยวก่อนค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะหมั่นใส้ดิฉันว่าชื่นชอบออกหน้าออกตา ปล่าวค่ะคนบ่นก็มีเยอะ โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งดิฉันถามความเห็นคนรอบข้างที่เป็นชายจริง หญิงแท้ หลายคนตอบดังๆ ชัดๆ ว่าไม่ดู " หนังเกย์ " ดิฉันก็งง และคิดตามว่าเค้าไม่ดู ไม่สนใจเลยว่ารายละเอียดพลอตเรื่องจะเป็นเช่นไร แค่พอรู้ว่าเป็นหนังเกย์หลายคนก็ส่ายหน้าแล้ว ก็มากลับมาคำถามเดิมแหละค่ะว่า หนังเกย์ หนังชายรักชาย ที่กระแสดังสุดของเกาหลีจะมาฉายในบ้านเรา คุณคุณ จะเสียเงินไปดูกันไหมค่ะ.....อย่างไรก็ตามดิฉันคงไปแหละค่ะ แล้วจะมาเมาท์ให้ฟังต่อไป Story : ผู้หญิงวันวาน Women Mthai

Eternal Summer เราก็เป็นหนึ่งในนั้น
Eternal /  Summer / 

หนังที่เล่าเรื่องของคนรักร่วมเพศ ไม่ได้ผลักคนดูที่เป็นชายรักหญิงหรือหญิงรักชายให้ออกห่าง เพราะรสนิยมทางเพศของคนทั้งสองกลุ่มไม่ต้องกัน แต่น่าจะเป็นเพราะหนังเรื่องนั้นๆ ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็น "หนังเกย์-เลสเบี้ยน" แทนที่จะมองว่ามันเป็นเพียงหนังเรื่องหนึ่งที่มี "ตัวละครเอกเป็นเกย์-เลสเบี้ยน" มากกว่า ใน Spider Lilies ตัวละครเอกทั้ง 2 เป็นหญิงที่นิยมในเพศเดียวกัน แต่มันก็เป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งสำหรับคนทุกเพศ เพราะสามารถเจาะแก่นความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งผู้ชมสามารถสัมผัสได้จากการสร้างตัวละครที่มีมิติสมเหตุสมผล และการดำเนินเรื่องราวที่อาจจะ "เหนือจริง" บ้าง แต่ก็ "ไม่เกินจริง" (หรือไม่สมจริง)ดูหนังเรื่องนี้จึงเหมือนกำลังทัศนาชีวิตมนุษย์ แบบมองข้ามรสนิยมทางเพศของใครของมันไปได้เลย เพราะตัวละครก็คล้ายจะมีชะตากรรมเดียวกับคนดู ในทางกลับกัน เราเองก็เป็นหนึ่งในพวกเขาทำนองเดียวกับ Eternal Summer ซึ่งตัวละครเอกคนหนึ่งก็มีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หนังสมควรถูกเรียกว่า "หนังเกย์ที่ดี" มากไปกว่า "หนังที่ดี"เพราะไม่ว่าจะชมชอบในเพศไหน หนังก็ทำให้เราเข้าใจในความเป็นมนุษย์ได้มากขึ้นทั่วกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุแห่งความเหงา-แปลกแยก ความรักผูกพัน ความสับสนเจ็บปวด ฯลฯ โดยหนังเปิดเรื่องด้วยวัยเด็กของเจิ้งฉิง และ โย่วเหิง 2 หนุ่มน้อยที่บังเอิญได้มาเป็นเพื่อนกันเพราะคำสั่งครู"นายคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน" โย่วเหิงในวัยเด็กบอกเพื่อนรักอย่างนั้น นั่นก็เพราะคนเกเรอย่างเขา หาใครเป็นมิตรไม่ได้เลยฉันถูกบังคับ, เจิ้งฉิงตอบในใจ แต่นานวัน เขาก็รู้ตัวว่าตกหลุมรักเพื่อนคนนี้เข้าให้แล้ว กระนั้นเขาก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายเก็บงำความในใจไว้ข้างเดียว เพราะผู้ชายจะรักกัน ใช่เรื่องง่ายเสียเมื่อไหร่ความจริง หญิงจะรักชายก็ไม่ได้ทำง่ายๆ อย่างที่ฮุ่ยเจียมาตกหลุมรักเพื่อนสนิทอย่างเจิ้งฉิง แต่แม้จะถูกปฏิเสธ และรับรู้ความจริงว่าตนเองไม่ใช่รสนิยม หญิงสาวก็ยังปรารถนาดีต่อชายหนุ่มไม่เสื่อมคลาย ชายไม่จริง-หญิงแท้รักกันได้ยาก แต่ใครบอกล่ะว่ารักของชายจริง-หญิงแท้จะราบรื่นเสมอไป อย่างคู่ของฮุ่ยเจียกับโย่วเหิงที่จับพลัดจับผลูมาชอบพอกัน แต่ความรักเพื่อนของฝ่ายชาย ก็ทำให้เขาไม่กล้าจะเปิดเผยความจริง ด้วยเข้าใจว่าเพื่อนจะยอมรับไม่ได้ หากรู้ว่าเขากำลังรักกับผู้หญิงที่ (เขาเข้าใจว่า) เป็นคนรักเก่าของเพื่อนตัวเองผู้ชมอาจจะไม่นึกรักหนังเรื่องนี้เท่าที่ควร ถ้าเพียงแต่หนุ่มสาวทั้งสามจะยื้อแย่งคนรัก-ผลักไสศัตรูหัวใจกันสักหน่อย แต่เท่าที่เป็นอยู่ พวกเขาไม่ใช่แค่คนรัก แต่ยังเป็นเพื่อนรักชนิดที่ทำร้ายหัวใจกันไม่ลงอีกด้วย ความสัมพันธ์แบบ 3 เส้านี้จึงน่าเห็นใจ และบีบหัวใจคนดูเป็นอย่างยิ่งโครงเรื่องแบบนี้ใครจะนำไปเล่าก็คงได้ แต่การให้รายละเอียดของเนื้อหาที่ดีและสมเหตุสมผล น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้กินใจผู้ชมได้มากกว่าเรื่องไหนๆ นอกจากนี้ หนังยังมีดีตรงที่สร้างตัวละครได้อย่างมีมิติ และไม่มีใครเลยที่เกิดมาเพื่อเป็นส่วนเกินของเรื่อง (Eternal Summer) ถูกเรียกอย่างผิวเผินว่าเป็นหนังเกย์ แต่แทนที่จะทำให้ฮุ่ยเจีย-หญิงสาวคนเดียวของกลุ่ม กลายเป็นตัวประหลาดในหมู่ชาย (รักชาย) หนังก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่าคนเขียนบทรักเธอไม่น้อยไปกว่าตัวละครชายอีก 2 คนเลย ใช่แต่ตัวละคร แม้แต่ฉากร่วมรักเร่าร้อนระหว่าง 2 หนุ่ม ก็หาได้เป็นส่วนเกินของหนัง เพราะพิจารณาให้ดีก็จะพบว่ามันมีความสำคัญกับเรื่องไม่น้อย เนื่องจากเป็นการพิสูจน์ความรู้สึกดีๆ ที่ผู้ชายมีต่อกันในฐานะ "เพื่อน" (คล้ายๆ กับว่าถ้ายอมตายแทนกันได้ ทำไมจะยอมทำอย่างอื่นให้ไม่ได้)หลายองค์ประกอบในหนังจึงไม่ได้ถูกทำขึ้นแบบเอามัน หากแต่ผ่านกระบวนการคิดมาแล้วเป็นอย่างดี ทั้งนี้ กระบวนการคิด-ตั้งคำถามยังถูกส่งไปให้ผู้ชมได้สานต่อตามประสบการณ์ของแต่ละคนด้วยหนึ่งในคำถามนั้นมีอยู่ว่า ทำไมเราจึงมักจะเรียกหนังที่มีตัวละครรักร่วมเพศว่าหนังเกย์-เลสเบี้ยน แต่ไม่เรียกหนังที่มีตัวละครรักต่างเพศว่าหนังชายรักหญิง หากนิยามมันเพียง "หนังเรื่องหนึ่ง" เท่านั้น?ถ้าตอบคำถามนี้ได้ การอธิบายอีกหลายข้อสงสัยเกี่ยวกับอคติทางเพศ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปที่มาจากหนังสือพิมพ์

ธุรกิจหนังโป๊สหรัฐฯ ฉาวเอดส์ ขู่เข้ม กม. สวมถุงยางแสดง
HIV /  ดาราหนังโป๊ / 

ขึ้นชื่อว่าหนังโป๊ ที่หลายๆคนก็ดูเพื่อความบันเทิง จะปลุกเร้าอารมณ์ หรือระบายคลายเครียดก็ตาม ตอนนี้ เราคงจะอึ้งและอาจจะไม่ได้รู้สึกบันเทิงในการชม หากได้ติดตามข่าวล่าสุดว่า เชื้อเอดส์ ได้แพร่กระจายในวงการหนังโป๊สหรัฐฯ และมีดาราหนังโป๊อย่างน้อยสองคนประกาศตัวแล้ว และอีกสองคนยังปิดตัวอยู่ แต่ทว่า จริงๆแล้ว กระจายไปแล้วกี่คนกันแน่? ตามข่าวแล้ว สาวดาวโป๊คนแรกที่ยึดอกเปิดตัว ชื่อว่า Cameron Bay อายุ 28 ซึ่งการเล่นหนังโป๊ของเธอ เป็นแบบไม่ได้ป้องกัน (ไม่ใช้ถุงยาง) ในขณะที่คนที่สอง คือชายหนุ่มที่เป็นแฟนของ Cameron Bay นั่นเอง ชื่อว่า Rod Daily อายุ 32 ซึ่งเล่นหนังโป๊เกย์ แบบป้องกัน (ใช้ถุงยาง) Cameron Bay Rod Daily Rod Daily บอกว่าที่เขาเล่นหนังเกย์ ทั้งๆที่เขาไม่ใช่เกย์ แต่เพราะหนังเกย์ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าเกือบเท่าตัว ตอนนี้ ยังมีข้อสงสัยต่อไปว่า Sydney Leathers (สาวแสบ เด็กเสี่ยของนักการเมืองสหรัฐฯที่หลังจากเปิดตัวว่าเป็นเมียเก็บก็เล่นหนังโป๊เสียเลย) และ Xander Corvus ดาราชายที่เล่นหนังโป๊กับ Cameron Bay และมาเล่นฉากสวาทกับ Sydney ต่อมา จะติดโรคไปด้วยหรือไม่ หนังเรื่องใหม่ โดย Xander Corvus และ Sydney Leathers ที่หลายคนสงสัยว่า ติดเชื้อเอดส์ไปด้วยหรือเปล่า ตอนนี้ จึงมีหน่วยรัฐบาลและเอกชนเข้าไปดูแลเพื่อตามหาว่า คนที่ติดโรคแล้วกี่คนและเพื่อจะหยุดยั้ง ไม่ให้แพร่กระจายต่อไป หนังโป๊สร้างชาติ หากจะมองว่า หนังโป๊ ที่ในสหรัฐฯได้รวมกลุ่มกันทำเป็นสตูดิโอถ่ายทำ ในย่านที่เรียกว่า Porn Valley กันเลย ใน Los Angeles แถมยังมีรางวัลหนังโป๊ที่แทบจะเป็น Oscar กลายๆที่เรียกว่า AVN เนี่ย ทำไมถึงดูยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ก็เพราะมูลค่าขายของหนังโป๊จากสหรัฐฯทำเงินมากกว่า 12 ล้านล้านบาทในปี 2012 น่ะสิครับ ธุรกิจเงินสะพัดโคตรๆ ดาราหนังโป๊ จึงได้ชื่อว่าเป็น “อาชีพ” ที่ได้เงินง่าย ใช้หน้า ใช้ร่างกาย และบางคนก็ชอบเซ็กซ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้มีเด็กสาว เด็กหนุ่มมากมายเดินทางเข้าสู่อาชีพนี้ เพื่อหารายได้ซักพักแล้วก็อาจจะหันเหไปทำอาชีพอื่น (แต่บางครั้ง อดีตก็หลอกหลอน) รวมทั้งคนที่เคยมีชื่อเสียง แต่ต้องการเงินก็หันมาเล่นหนังโป๊ อย่างเช่น Chyna (อดีตสาวนักกล้าม นักมวยปล้ำ) วิธีการตรวจเช็คโรคเอดส์   นักแสดงหนังโป๊ ชาย-หญิง ทุกคนที่จะต้องเข้าฉากร่วมรักแบบไม่ได้ป้องกันจะต้องตรวจเลือดก่อนเข้าฉากเสมอ แต่โรคเอดส์ก็มีข้อจำกัดในการตรวจเช็คอยู่ คือ Window Period (ระยะที่ตรวจพบเชื้อ) หากจะให้ปลอดภัยจริงๆแล้ว ดาราหนังจะต้องตรวจเลือดหลังจาก 22 วัน* ที่ไม่มีเซ็กซ์กับใครอื่นที่น่าสงสัยเลยแล้วค่อยตรวจเลือดเพื่อยืนยันก่อนแสดง หมายเหตุ การตรวจ Window Period แบบ 22 วัน เป็นการตรวจแบบใหม่ แต่การตรวจแบบเดิม จะมีระยะ Window Period ประมาณ 3 เดือน หลังจากสงสัยว่าติดเชื้อ (ถ้าตรวจก่อนหน้า จะตรวจไม่พบเพราะเชื้อยังไม่พัฒนาในระดับที่จะตรวจได้) และถึงแม้จะเสี่ยงกับ HIV ต่ำตามระยะ Window Period แต่การร่วมเพศเข้าฉากแบบไม่ป้องกันก็ยังเสี่ยง ซิฟิลิส กอโนเลีย อยู่ดี จากคำสัมภาษณ์ของ Mr. Marcus นักแสดงหนังโป๊ผิวดำ เว็บไซท์หนังโป๊บางราย ออกความคิดเห็นกับกรณีดังกล่าวว่า พวกเขาก็ถ่ายทำฉากเซ็กซ์ที่ไม่ป้องกัน แต่ก็ใช้การกักตัวดาราที่ถ่ายทำให้กินอยู่ในบ้านพักของบริษัทหลายสัปดาห์ (ตาม window period) แล้วค่อยตรวจเลือดแล้วค่อยแสดง ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้นักแสดงในฉากรู้สึกปลอดภัยกันทุกฝ่าย ในขณะที่บางฝ่ายก็แย้งว่า แล้วจะเอาเงินถุงเงินถังที่ไหนมาเลี้ยงดูดาราหนังโป๊เป็นเดือนๆก่อนถ่ายทำ ขาดทุนพอดี ชีวิตต้องสู้ต่อไป Rod Daily ซึ่งกลายเป็นวีรบุรุษดาราหนังโป๊ ที่กล้าประกาศตัวออกมาแล้ว และกล่าวออกสื่อว่า “ฉันหยิกหน้าตนเอง พระอาทิตย์ยังสาดส่องแสงอุ่นๆบนใบหน้าฉัน ชีวิตยังคงสวยงาม” (Had to pinch myself a few times no doubt. But the sun still shines on my face and its warm. Can't take my heart ever. I love life, blessed.) Read more: ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆคน รวมทั้งได้กล่าวว่า ตัวเขาและแฟนสาว คงจะต้องอำลาวงการเพื่อรักษาสุขภาพตนเอง และถึงแม้ เขาจะสามารถแสดงหนังโป๊กับบรรดานักแสดงที่ติดเชื้อเหมือนกัน Rod บอกว่า เขาคงไม่เสี่ยงที่จะแลกเชื้อเพื่อให้เกิดการ “วิวัฒนาการ” ของเชื้อโรคให้มันรุนแรงกว่าเดิม ในขณะที่นักแสดงหนังโป๊รุ่นพี่หลายคน ก็แสดงความเห็นใจกับ Cameron Bay ที่ฝันในวงการหนังโป๊ของเธอจบลงแล้ว การเปิดตัวว่าเธอติดเชื้อ เท่ากับปิดโอกาสตนเอง ไม่มีโอกาสเสี่ยงแสดงกับใครได้อีก และน่าเศร้าที่วงการนี้ไม่มี สหภาพ สหกรณ์ใดๆที่จะดูแลนักแสดงติดเชื้อระยะที่ต้องออกจากวงการ เธอต้องดูแลตนเอง และหาอาชีพอื่นเอง กฎหมายสหรัฐฯต้องเข้มกว่านี้ เดิม ทางสหรัฐฯโดยเฉพาะ Los Angeles เอง ก็เตรียมออกกฎหมายให้นักแสดงหนังโป๊ทั้งหมดสวมถุงยางแสดง และทำให้เกิดการขู่กันไปมาว่า หาก LA ออกกฎหมายนี้ บริษัทหลายๆรายจะย้ายออกไปถ่ายทำในรัฐอื่น จนแล้วจนรอด กฎหมายนี้ก็ไม่คลอดออกมาเสียที โดยที่ทางบริษัทเหล่านี้ก็อ้างว่า การใส่ถุงยางแสดงทำให้คุณค่าในการขายลดลง เพราะคนดูไม่ชอบ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่นักแสดงเริ่มติดเชื้อมหันภัยเอดส์กันแบบนี้ ผู้ชมหนังโป๊คงต้องพิจารณาว่า จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขคนแสดงมีความสุข หรือ จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขและคนแสดงเสี่ยงตายกับโรคเอดส์ สุดท้ายแล้ว…มันเป็นข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวของ ผู้ชม หรือ ผู้ผลิตกันแน่? ---------------------------------------------------------------- ประวัติมหันภัยเอดส์คุกคามวงการหนังโป๊สหรัฐฯ ปี 2004 Darren James นักแสดงผิวดำปิศาจที่หลายคนเชื่อว่า เขารู้ตัวว่าติดเอดส์ก่อน แต่ยังคงแสดงต่อไป จนทำให้นักแสดงหญิงอย่างน้อยสามคนติดโรคไปด้วย ปี 2010 Derrick Burts นักแสดงหนุ่ม ทั้งหนังชายหญิง และหนังเกย์ แม้จะใช้ถุงยางระหว่างถ่ายทำ ก็ติดเชื้อเอดส์ โดยเชื่อว่าติดเชื้อจากออรัลเซ็กซ์ และกลายเป็นตัวแทนที่รณรงค์ให้วงการหนังโป๊ใช้ถุงยาง เมื่อปี 2010 ปี 2013 (มิถุนายนที่ผ่านมา) Mr. Marcus ถูกตัดสินจำคุกเมื่อเดือน  เนื่องจากศาลลงความเห็นว่าเขารู้ตัวว่าเป็น ซิฟิลิส แต่ยังคงแสดงแพร่เชื้อต่อไป (โดยเจ้าตัวอ้างว่า นึกว่าเป็นผื่นตรงนั้นเลยซื้อยามาทา) อ้างอิงจาก http://www.news.com.au/world-news/porn-star-rod-daily-announces-hiv-status-less-than-two-weeks-after-actress-cameron-bay-revealed-diagnosis/story-fndir2ev-1226710956954#ixzz2eUUiZ6o4 http://www.cnbc.com/id/101008596 http://iamatreasure.com/about-us/statistics/ http://www.nydailynews.com/entertainment/tv-movies/derrick-burts-aka-cameron-reid-aka-derek-chambers-reveals-hiv-positive-calls-condoms-article-1.471706 http://www.dailymail.co.uk/news/article-2410893/Second-porn-star-weeks-announces-HIV.html http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=901