หนังเกย์

Magic Mike : เขย่าฝันสะบัดซิกแพค ในโลกมายา ไปกับหนุ่มที่ชื่อ ไมค์
Chaning Tatum /  Gay / 

เป็นหนังที่ค่ายในไทยได้โปรโมทออกนอกหน้าไว้เหมือนละม้าย จะคล้ายหนังที่ขายแต่ ซิกแพ็ค ของเหล่า หนุ่มๆ อาทิ แชนนิ่ง เททั่ม และอีกมากมาย โดยที่หารู้ไม่ว่าเนื้อเด็ดที่สุดของหนังมันกลับอยู่ที่ภายในซิกแพคเหล่านั่น ที่ตัวหนังได้เข้าฉายให้คนทุกเพศ แต่ไม่เหมาะกับทุกวัยเข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ แชนนิ่ง เททั่ม ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด เมื่อ อดัม เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกัน Magic Mike กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่หลังจากที่เห็นเนื้อหนังในตอนแรก หลายๆคนก็ต่างสาปแช่งว่าตัวหนังจะไม่ได้ทั้ง กล่องเงิน และ คำวิจารณ์ แต่หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาคนที่แช่งเหล่านั่นก็ต้องตกเก้าอี้กันไปหลายขมับ เพราะตัวหนังเปิดตัวสูงถึง 39 ล้านเหรียญ ซึ่งมากทีเดียวสำหรับหนังเรต อาร์ พร้อมทั้งยังได้รับคำชมจากมะเขือเน่าไปสูงถึง 79% อีกด้วย โดยดูเหมือนจะเป็นขาขึ้นของผู้กำกับคนเก่งอย่าง สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก จริงๆ เพราะหลังจากในปีที่แล้วพาเราไปติดเชื้อไวรัสใน Contagion มาแล้ว แถมต้นปีก็ยังพาเราไปลุยกับสาวสุดห้าวใน Haywire ก็ดูเหมือนกับว่าการที่ผู้กำกับผลิตหนังมาถี่ประมาณ 1-2 เรื่องภายในแต่ละปี จะไม่ใช่ปัญหาในด้านของคุณภาพในตัวหนังเลยสักนิด ต่างจากผู้กำกับอีกหลายๆคนที่รีบผลิตหนังโดยไม่สนคุณภาพ เพราะดูเหมือนว่า Magic Mike จะกลายเป็นหนังที่เตรียมติดหนังสร้างชื่อให้กับผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากการที่หนังได้มีการตลาดแนวขายทั้งเหล่าหญิงแท้ และ หญิงเทียม ได้อย่างอยู่หมัด เนื้อในของหนังก็ยังถือว่าสามารถมัดใจคนดูทุกเพศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เพราะ Magic Mike เป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวของ ความฝัน , การใช้ชีวิต และ กาลเวลา ของมนุษย์เรา ที่หนังได้ตั้งโจทย์ที่จี๊ดโดนใจไว้ว่า 'ในตอนเราวัยรุ่น พวกเราหลายๆคนก็ต้องการแค่ชีวิตที่สุดเหวี่ยง แต่หลังจากเราเลยวัยนั่นมาแล้ว สิ่งที่เราต้องการมันกลับเป็นความมั่นคงในชีวิตเสียมากกว่า' ผ่าน 2 ตัวละครหลักอย่าง อดัม และ ไมค์ โดยหนังสามารถถ่ายทอดประเด็นเหล่านั่นผ่านการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะให้ คนดู มีความรู้สึกเป็นตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม ที่ในทีแรกหนังก็จะพาเราหลงเสน่ห์ไปกับชีวิตยามราตรี เงินดี หญิงมา ไปด้วยฉากเต้นที่มีทั้ง ลีลา และ ท่า มัดใจสาวน้อย สาวใหญ่ ได้อย่างดีเยี่ยม ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวละคร อดัม ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของแสงสีที่ตื่นตัวเป็นธรรมดา แต่หลังจากนั่นหนังก็ได้เสนอให้เราเห็นถึงด้านมืดของโลกราตรีแห่งนี้ ว่าเมื่อเราหลงไปในโลกของมายามากๆ สิ่งที่ทำให้เราต้องออกนอกทางก็คงหนีไม่พ้น ยาเสพติด , เซ็กห์ และความโลภมาก โดยหลังจากนั่นหนังก็เริ่มโชว์ฉากเต้นที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และไม่น่าหวือหวาอีกต่อไป จนทำให้เรารู้สึกกลายเป็นตัวละคร ไมค์ ที่เบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกมายา และต้องการความมั่นคง เพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาเต้นได้ตลอดนะ ซึ่งดูเหมือนนอกจากหนังจะสามารถจับประเด็นเกี่ยวกับการใช้ความฝัน ควบคู่ไปกับเรื่องราวของกาลเวลาได้ดีเยี่ยมแล้ว หนังยังสามารถทำให้คนดูทุกเพศ ทุกวัย สนุกไปกับฉากการเต้นของเหล่า แดนเซอร์ชาย ได้อย่างมีเสน่ห์ และเหมือนโดนเวทมนตร์ของ ไมค์ ตามชื่อหนังเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากการเต้นที่ยังถือว่าเอาอยู่ของ เททั่ม นักแสดงแทบทุกคนในหนังก็ยังตีบทแตกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ ที่พัฒนาการแสดงได้อย่างเห็นได้ชัด , แชนนิ่ง เททั่ม ที่นอกจากจะเต้นเก่งแล้วยังสามารถอินไปกับตัวละคร ไมค์ แบบที่คนดูจับต้องได้ และปิดท้ายด้วย แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ที่ตีบทแตกกระจุยได้ดีที่สุดของเรื่อง เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว Magic Mike จึงถือว่าเป็นหนังที่ไม่ได้มีขายแค่เหล่า ซิกแพค และ ชายหนุ่ม แต่มันกลับเต็มไปด้วยประเด็นเสียดสีการใช้ชีวิต ของคนสมัยนี่ ที่มัวแต่สนุกกับโลกมายาในวัย 19 จนลืมนึกไปว่าในวัยย่างเข้า 40 ของตัวเองจะต้องการความมั่นคงมากกว่า ได้อย่างสนุกสนาน และจุกในตอนจบ เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ โดย ลูกอบรสเขียด --------------------------------------------------------------------- เมจิคไมค์ ประการแรกที่ต้องแจ้งก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่หนังเกย์ คอนเฟิร์ม!!! ผู้ชายอย่าเพิ่งผวา แต่สาวๆ หรือครึ่งหนึ่งเป็นสาว ที่ชอบเห็นหนุ่มล่ำถอดเสื้อ น่าจะพกผ้าเช็ดหน้าไปด้วยเพื่อเช็ดน้ำลาย หนังเปิดจอกว้างสุด สีสันหนังตอนกลางวันราวกับใส่ฟิลเตอร์ของอินสตราแกรม ก็สบายตาไปอีกแบบ บางฉากอาจต้องปิดตาดู ไม่ใช่อะไร เขิลลล ฉากเต้นก็แข็งแรงทะมัดทะแมง และมีหลายๆโชว์ที่ดูครีเอท และพาเราเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง ที่อาจไม่เคยได้สัมผัส หนังพูดถึงชีวิตของคณะหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ในมุมของผู้มาใหม่ และผู้ที่อยู่มานานแล้ว ไมค์ (แชนนิ่ง ทาทัม ตาตั้ม) ผู้ที่มีรายได้จากโชว์เต้นถอดผ้า อย่างอู้ฟู่ ทั้งเงินทองและหญิงสาว แต่เขาก็มีเป้าหมายอะไรบางอย่างในชีวิต เปรียบเทียบกับ อดัม (อเล็กซ์ เพ็ตทิเฟอร์) ที่เพิ่งใหม่ในวงการ มองเห็นแต่ด้านที่อู้ฟู่ และก็หลงระเริงไปกับมัน อำนาจทำให้คนเราเปลี่ยนไปเสมอ ไม่มากก็น้อย รวมไปถึง ไอ้คำว่าสนุกของคุณ มันต้องแลกกับอะไรไปบ้าง ไม่มีอะไรฟรี ไม่มีอะไรง่าย อาชีพเปลื้องผ้า จริงๆแล้วก็เปรียบเทียบได้กับชีวิตของมนุษย์เงินเดือน หรืองานที่ได้เงินมาง่ายๆ ฉาบฉวย เป็นงานที่เลี้ยงชีวิตตนเอง สนุก เพลินไปกับมัน แต่มันไม่ใช่อนาคตซะทั้งหมด ถ้าเราระเริงกับชีวิตแบบนั้น มารู้ตัวอีกที 30 หรือ 40 เราก็อยู่ในวัยที่ไปไหนต่อไม่ได้ และหมดอายุในอาชีพนั้นๆ ถ้าเราไม่มีแผน เราจะอยู่อย่างไรต่อ สุดท้าย เราก็ต้องเติบโตและมีแผนเพื่ออนาคต นอกเสียจากว่า คุณจะใช้ชีวิตสนุกสนานนั้นไปให้สุดทางเลยจริงๆ ให้ 8/10 ตั้งคำถามกับเราว่า คุณจะสนุกกับงานที่คุณทำได้อยู่ไปจนอายุเท่าไหร่ มันมีวันหมดอายุไหม อนาคตและแผนของคุณคือ? โดย Tyler movie.mthai.com

ตัวอย่างและภาพชุดแรกชวนหวิว จากหนังชวนจิ้น Teacher and Student ครูและนักเรียน
Demon 666 Production /  Teacher and Student / 

หลังจากฝากผลงานที่เรียกเสียงฮือฮาทั้ง หล่อลากไส้, ตายทั้งกลม และ เกย์เว้ยเฮ้ย ไว้แล้ว ครั้งนี้เตรียมพบกับผลงานชวนสยิวกิ้วใหม่ของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม กับภาพยนตร์เรื่อง Teacher and Student ครูและนักเรียน ที่่ได้ 3 หนุ่มหล่อไม่จะเป็น ตั้ม มานินพันธุ์ ภิญโญปิยวิศว์, อาร์ กฤษตฌาพนธ์ ธนะนารา และ อาร์ม ปิระมิตร อรุณศรี มารับบทนำ โดยล่าสุด หนังเรื่องนี้ได้ปล่อยตัวอย่างหนังฉบับเต็ม และภาพนิ่งชุดแรกแบบจัดหัก มาให้ได้ชมกันแล้ว ติดตามด้านล่างนี้ั ยาวๆไปได้เลย Teacher and Student ครูและนักเรียน เป็นการสะท้อนชีวิตคู่ชายรักชาย บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สุด โดยการนำผู้ชมเดินทางชีวิตของคู่รักคู่หนึ่งในช่วงเวลาที่ถึงจุดอิ่มตัว และสะท้อนภาพลักษณ์ของเด็กที่อยู่ในช่วงของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และ ผู้ใหญ่ที่กำลังมาถึงจุดสูงสุดของการเติบโต และค่อยๆ เข้าสู่จุดเสื่อมถอยในชีวิต ตั้ม มานินพันธุ์ ภิญโญปิยวิศว์ อาร์ กฤษตฌาพนธ์ ธนะนารา อาร์ม ปิระมิตร อรุณศรี Teacher and Student ครูและนักเรียน คือเรื่องราวของ ต้นครูวัยย่างเข้าสามสิบของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ที่คบหากับ แอล แฟนหนุ่ม มาได้ 5 ปีแล้ว และความรักของทั้งสอง ก็เริ่มจืดจางลงตามกาลเวลา ทำให้ ต้น ไม่รู้สึก รักเขาเหมือนแต่ก่อน แอล จึงพยายามยื้อชีวิตคู่ให้ยาวนาน โดยการชวนต้นไปจดทะเบียนสมรส แต่ ต้น กลับไปหลงรัก โจ เด็กนักเรียนในชั้นที่เขาสอนหนังสืออยู่ เพราะการหลงใหลความอ่อนเยาว์ของเด็ก อันมีสาเหตุมาจากปมในอดีตที่ตามหลอกหลอน ต้นจึงต้องเลือก ระหว่างการมีชีวิตครอบครัวแบบยั่งยืนกับแอล หรือ ทำตามความเรียกร้องของหัวใจ ด้วยการบอกความรู้สึกที่แท้จริงกับโจ แม้จะเป็นสิ่งที่ผิดต่อความดีงามของสังคมก็ตาม ติดตามชมเรื่องราวของความสัมพันธ์ซับซ้อนนี้ ไปกับ Teacher and Student ครูและนักเรียน ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา เท่านั้น -----------------------------------

รื้อหิ้งหนังเก่า : Mysterious Skin (2004) - ความทรงจำสีเลือด (กำเดา)
BIOSCOPE /  Mysterious Skin / 

Mysterious Skin (2004) ความทรงจำสีเลือด (กำเดา) จากคอลัมน์ Symbolic Corner โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 43 (มิ.ย. 2548) จำได้ว่าตอนดู Mysterious Skin ของผู้กำกับ เกร็ก อารากิ จบ  แทนที่จะกลับจุดหมายด้วยรถไฟฟ้าเหมือนอย่างทุกวัน ผมลอง ‘เดิน’ กลับออฟฟิศแทน แม้ระยะทางจะยาวไกลหลายกิโลก็ตาม แต่ก็อยากเดินเล่นคนเดียว อยู่เงียบๆ คนเดียว กรุงเทพฯ ตอนกลางคืนก็สวนดี มีแสงไฟข้างทางหยอกล้อกับความมืด ถึงลมฤดูฝนจะไม่เท่เหมือนลมฤดูหนาว แต่ลมฤดูไหน ๆ ก็ยังทำหน้าที่ของมันได้ดี ผมไม่ได้มองเห็นว่า Mysterious Skin เป็นหนังเกย์ หนังเรื่องนี้มุ่งเน้นที่ความสัมพันธ์มากกว่า Mysterious Skin คือเรื่องของคนคนหนึ่งที่ต้องการหาความสงบทางใจ ในตัวของอีกคนหนึ่ง มันไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่แค่มิตรภาพ และไม่ใช่แค่เซ็กซ์...แต่มันคือความอุ่นใจ และความปลอดภัย Spoilers Alert: บทความนี้เปิดเผยความลับของหนังแบบหมดตูด ! ก่อนจะพูดถึงสัญลักษณ์ใน Mysterious Skin ผมขอเกริ่นถึงวงจรความสัมพันธ์อันน่าประทับใจผ่านตัวละครเกือบโหล ดังรายนามต่อไปนี้ ตัวละครในโลกของไบรอัน ประกอบด้วย ไบรอัน (เบรดี้ คอร์เบต): หนุ่งเนิร์ดที่ช่วงหนึ่งของความทรงจำวัยเด็กขาดหายไป เขาหมกมุ่นกับช่วงเวลาดังกล่าวและให้คำตอบแบบคิดเองเออเองว่า คงถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป ไบรอันค้นพบว่าบุคคลเดียวที่จะไขปริศนาชีวิตได้ก็คือ นีล เพื่อนในวัยเด็ก แม่ของไบรอัน: คุณแม่ตัวอย่างตามแบบฉบับครอบครัวคาทอลิก พี่สาวของไบรอัน : ไม่มีบทบาทสักเท่าไหร่ เอวาลีน: หญิงสาวที่ไบรอันเพิ่งรู้จักผ่านรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว เอาวาลีนเชื่อว่าเธอถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปเป็นสิบครั้ง ปัจจุบันเธออาศัยอยู่กับพ่อ เมื่อได้รู้จักไบรอัน เธอก็ติดเขาขนาดหนัก ตัวละครในโลกของนีล ประกอบด้วย นีล: (โจเซฟ กอร์ดอน เลวิต)เกย์หนุ่มที่เสียตัวจนเป็นนิสัย สมัยเด็กๆ เคยมีความสัมพันธ์กับโค้ชเบสบอลสุดหล่อ เมื่อโตขึ้นมา เลยติดเซ็กซ์และกลายเป็นผู้ชายขายตัว นีลยังคงเว้าวอนถึงความรู้สึกที่ตัวเอง ‘เป็นคนพิเศษ’ แม่ของนีล: (อลิซาเบธ ชู) คุณแม่ฮิปปี้ที่ออกเดทกับผู้ชายอยู่ร่ำไป มีอยู่ฉากหนึ่งที่เธอบอกกับนีลว่าคืนนี้จะไปออกเดท แล้วเธอก็นั่งนิ่งไปสักพักนึง ราวกับก็รู้ตัวดีว่ามันไม่มีค่าอะไร นอกจากการหลอกตัวเอง และคนที่เธอรักมากที่สุดก็คือนีล เวนดี้: (มิเชล แทรชเทนเบิร์ก จากซี่รีส์ Buffy the Vampire Slayer  แสดงได้เยี่ยมสุดๆ):  เพื่อนซี้ที่เคยหลงรักนีลและยังรักอยู่โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ตอนแรกดูเหมือนว่าเวนดี้จะเป็นฝ่ายต้องการนีลอย่างมากมาย แต่ท้ายที่สุดนีลก็ต้องการเวนดี้ไม่แพ้กัน ถึงขนาดย้ายเมืองไปอยู่กับเธอ ทั้งคู่คือคู่ Soul Mate อย่างแท้จริง อีริค: กระเทยที่หน้าตาเหมือน ไมเคิลแจ็คสัน เขาเป็นเพื่อนกับนีล และแอบชอบนีลเวนดี้ เคยเตือนอีริคไว้ว่า “ในขณะที่คนอื่นๆเขามีหัวใจ แต่นีลมีแต่หลุมดำที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะฉะนั้น เธออย่าตกหลุมรักเขาเชียวล่ะ  (มิฉะนั้นเธอจะไม่มีวันขึ้นมาได้เลย)” โค้ช: โค้ชเบสบอลที่กลายเป็นคู่ขาคนแรกของนีล ผู้ชายที่ใช้บริการนีล: มีมากมาย (ยิ่งกว่าดาวบนท้องฟ้า ) ตั้งแต่ 15 นาทีแรกผ่านไป ถึงไบรอันจะคิดไม่ออกว่าช่วงเวลาที่หายไปในความทรงจำคืออะไร แต่ผู้ชมเกินครึ่งโรงน่าจะเข้าใจได้ว่า เด็กทั้งสองถูกล่วงละเมิดทางเพศ โจทย์หลักของหนังจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาว่า “พวกเขาถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างไร”  แต่ยังรวมไปถึง “ผลของการถูกล่วงละเมิดทางเพศทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร” คำตอบของประเด็นแรกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไบรอันและนีลเจอกัน (หรืออาจบอกได้เลยว่า ถ้าทั้งคู่เจอกันเมื่อไร เรื่องก็จบเห่) บทหนังเรื่องนี้ก็ให้พวกเขาเจอกันในฉากสุดท้ายซะเลย กว่าจะไปถึงฉากนั้น หนังก็ตัดสลับความเป็นไปของทั้งคู่ พร้อมแนะนำตัวละครอื่น ๆ ซึ่งล้วนต้องการที่พักใจจากอีกคนหนึ่ง ที่พล่ามมาทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์เลยครับ (อ้าว!) สัญลักษณ์ ธีมของ Mysterious Skin ก็คือ ผลพวงของความทรงจำในวัยเด็กที่ส่งผลไปตลอดชีวิต สัญลักษณ์ต่างๆ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อความหมายนี้ได้อย่างดี โดยแบ่งได้เป็นข้อต่างๆ ดังนี้ คอร์นเฟลค ภาพแรกของ Mysterious Skin เป็นภาพใบหน้าของเด็กชายนีลที่เงยหน้าแล้วฉีกยิ้ม มีคอร์นเฟลคและขนมสีสวนโปรยมาจากท้องฟ้า ภาพนี้มีความหมายอย่างไร? คำตอบ : ภาพนี้ไม่ใช่แค่ความสุขของเด็กที่ได้เล่นคอร์นเฟลคแน่ๆครับ (เพราะการโดนขนมโปรยใส่หันวคงไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่) แต่มันเปรียบถึงความสุขในวัยเด็ก ภาพๆนี้คือตัวแทนของหนังทั้งเรื่อง มันคือความทรงจำในวัยเด็กที่มีผลกระทบอันยาวนานตลอดชีวิตของนีล คนที่โปรยคอร์นเฟลคไม่ใช่ใครที่ไหน โค้ชเบสบอลเป็นคนโปรยคอร์นเฟลคก่อนจะเมคเลิฟกับนีล ภาพนี้ยังถูกนำมาใช้อีกหลายครั้งในเวลาที่นีลคิดถึงความสุขของการเป็น ‘คนพิเศษ’ 2.มนุษย์ต่างดาว ในขณะที่นีลแทนที่การถูกละเมิดด้วยคอร์นเฟลคไบรอันก็แทนมันด้วยมนุษย์ต่างดาว คอร์นเฟลคกันมนุษย์ต่างดาวมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คอร์นเฟลค= ความสุข เด็กๆ ชอบ อร่อยจัง มนุษย์ต่างดาว = ความทุกข์ เด็กไม่ชอบ น่ากลัวจัง ดังนั้น เราเห็นได้เลยว่าประสบการณ์ดังกล่าวส่งผลกับนีลและไบรอันไม่เหมือนกัน จริงอยู่ที่การถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่ใช่เรื่องดี สำหรับนีลมันคือการหลงใหลมัวเมาในเพศรส แต่สำหรับไบรอันมันคือฝันร้ายตลอดกาล 3.หิมะ และ พลุ ฉากหิมะตหที่เด่นที่สุดเกิดขึ้นเมื่อนีลเดินชมเมืองกับเวนดี้แล้วนึกถึงวัยเด็ก ทั้งคู่ยืนดูหนังกลางแปลงที่ไม่ได้ใช้งานมานานแสนนาน ปล่อยให้สายลมลูบไล้ใบหน้า สูดกลิ่นของความทรงจำเก่าๆ ทันใดนั้นหิมะก็โปรยปรายลงมาอย่างมหัศจรรย์ ส่วนพลุนั้นปรากฏในฉากย้อนอดีต เด็กชายนีลจุดพลุด้วยปากของเพื่อน จากนั้นก็ก้มลงไปประกอบโอษฐกามเป็นการตอบแทน (โดยมียัยเวนดี้ยืนตาถลนอยู่ข้างๆ) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความทรงจำแสนพิสดาร โปรดสังเกตความเหมือนระหว่าง คอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และ พลุ ให้เวลาคิด 3วินาที ครับ 1 . 2 … 3  หมดเวลา ทั้งคอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และ พลุ มันลอยมาจากข้างบนครับ! ตัวละครจะต้องเงยหน้ามองฟ้า ทั้งคอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และพลุก็ใช้เปรียบเปรยความทรงจำในวัยเด็ก ถ้าผมจะตัดภาพ 5 ภาพเพื่อบอกสัญลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ ผมจะเอาภาพคอร์นเฟลค มาเทียบต่อภาพมนุษย์ต่างดาว แล้วก็มาต่อกับภาพหิมะ ภาพพลุ แล้วก็ไปที่ภาพจบของเรื่อง นั่นก็คือ ภาพนีลและไบรอันนอนพิงกันจนเหมือนเด็กเล็กๆ 2คน แล้วกล้องก็ถ่ายมันมาจากมุมสูง ภาพหลังสุดไม่มีอะไรลอยอยู่บนหัวของพวกเขานอกจาก ‘ความทรงจำอันเลวร้าย’ การจัดภาพในฉากนี้บอกเป็นนัยว่า เขาทั้งสองเป็นสิ่งที่มีชีวิตเล็กๆ ที่ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ พวกเขาตกเป็นเหยื่อของความทรงจำที่จะครอบงำไปตลอดกาล อย่างที่นีลบอกกับไบรอันว่า “ฉันอยากจะบอกนายว่าทุกๆอย่างมันจะดีขึ้นเอง แต่ถ้าพูดไปอย่างนั้นฉันคงโกหก เพราะมันจะไม่ดีขึ้นหรอก” Mysterious Skin บ่อยครั้งที่เราสามารถตามหาสัญลักษณ์ได้จากชื่อหนัง ‘ผิวหนังลึกลับ’ คืออะไรกันนะ? 4.1 มันคือ นิ้วของมนุษย์ต่างดาว ที่ไบรอันเห็นในโทรทัศน์ (ซึ่งก็มีความหมายอย่างที่ปรากฏในข้อ2นั่นแหละ ) 4.2 มันคือ ผิวหนังลึกลับของเอวาลีน เอวาลีนเคยถลกกระโปรงให้ไบรอันดูต้นขาของเธอ มันมีรอยแผลเป็นอยู่ตรงนั้นซึ่งเอวาลีนเชื่อว่า ‘มนุษย์ต่างดาวได้ฝังชิพไว้ในตัวเธอ’ ซึ่งมีความเป็นไปได้ดังต่อไปนี้ เอวาลีนถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวและฝังชิพจริงๆ เอวาลีนได้แผลเป็นมาจากไหนก็ไม่รู้แล้วคิดเองเออเอง เอวาลีนเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ (เพราะตำแหน่งของแผลเป็นอยู่ใกล้บริเวณส่วนลับของเพศหญิงมากๆ) ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อีกว่า เอวาลีนอาจจะถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศจนสร้างความทรงจำเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวทดแทน ที่ผมคิดว่าเป็นตัวพ่อ นั่นเพราะว่าเอวาลีนแทบจะไม่เคยไปไหนเลย , บ้านของเธอ อยู่ห่างไกลจากผู้คน , เธอมีอยู่กับเพียง 2 คนพ่อลูก และทุกครั้งที่มีผู้ชายมาหาเอวาลีนที่บ้าน พ่อของเธอก็จะทำท่าทางกระฟัดกระเฟียด มันน่าคิดไหมล่ะ! ในหนังเรื่องนี้ผมสงสารเอวาลีนที่สุดเลยครับ เธอถูกวางให้เป็นตัวตลก ในตอนท้ายที่ทุกๆคนล้วนมีเพื่อนหรือที่พึ่งพิงทางใจ แต่เอวาลีนผู้ต้องการให้ไบรอันเป็นที่พักทางใจของเธอ กลับถูกไบรอันเลิกลบ เฮ้อ.. สุดท้ายเอวาลีนก็ไม่มีเพื่อนเหมือนเดิม 4.3 มันคือเครื่องในและพื้นที่รอบๆอวัยวะเพศของวัว ที่ตายแล้ว นอกจากเอวาลีนจะโชว์แผลเป็นแล้ว เธอยังพาไบรอันไปดูศพวัว โดยเครื่องเพศหรือเครื่องในอะไรสักอย่างของวัวพวกนี้หายสาญสูญไป เอวาลีนสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่ขโมยไปวิจัย (อันนี้ผมเริ่มคล้อยตามเธอแล้วครับ ก็ใครจะเอาอวัยะเพศวัวไปอย่างเดียว ) ว่าแล้วเธอก็ท้าพิสูจน์ให้ไบรอันล้วงเข้าไปจับเครื่องในของวัว…ว้าว แม่นักวิทยาศาสตร์! ขณะที่ไบรอันล้วงเข้าไป ความทรงจำในวัยเด็กก็กลับคืนมา นำไปสู่ผิวหนังลึกลับประการต่อไป นั่นก็คือ 4.4 ทวารหนักโค้ชสุดที่รัก โค้ชคิดท่าร่วมเพศได้พิสดารมาก เพราะเขาให้เด็กเขามือล้วงตูดเขา! โอ้ โอ้ววโอ้ววม่ายยย  ให้มันได้อย่างนี้สิ! ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมความทรงจำนี้ถึงหลอกหลอนไบรอันไปชั่วชีวิต เด็กพวกนี้ไม่ถูกล่วงละเมิดทางเพศแบบทั่วๆไป แต่พวกเขาต้องล้วงตูดคนอื่นเชียวนะ! 4.5 เลือดกำเดาของไบรอัน พอไบรอันเอาแขนกระซวกเข้าไปในตูดวัว ความทรงจำก็เริ่มกลับมา และเลือดกำเดาก็ไหลทันทีก่อนหน้านั้น มีการปูเนื้อเรื่องว่าไบรอันมีอาการประหลาดที่เลือดกำเดาไหลโดยไม่มีสาเหตุ ถึงเลือดกำเดาจะไม่ใช่ผิวหนัง แต่ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับผิวหนัง เลือดกำเดาไหลปริศนาจึงสอดคล้องกับนิยามของMysterious Skin เช่นกัน ปริศนาเลือดกำเดามีคำตอบอยู่ในอดีต หลังเสร็จกิจกับโค้ช เด็กชายไบรอันเหม่อลอยจนหน้าคว่ำเลือดกำเดาไหล และต่อมา เมื่อไรก็ตามที่เขาคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต เลือดกำเดาก็จะไหลออกมา ดังนั้นเลือดกำเดาในหนังเรื่องนี้ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากมนุษย์ต่างดาว มันคือสัญลักษณ์ของความทรงจำ (สีเลือด) ในวัยเด็กที่หลอกหลอนไบรอันมาโดยตลอด 4.6 ผิวหนังของชายชรา HIV ตอนที่นีลถือคติ Sex and the City (ขายตัวในนิวยอร์ค..ยอดไปเลย! ) เขาได้ให้บริการกับชายชราคนหนึ่งซึ่งภายนอกดูเป็นคนปกติ แต่เมื่อเขาถอดเสื้อออกมาก็พบว่า ผิวหนังของเขาพิสดารอย่างยิ่ง มันเต็มไปด้วยสะเก็ดและรอยสีดำคล้ายรอยไหม้ ผิวหนังนี้ตรงกับนิยามว่า ‘ผิวหนังลึกลับ’ อย่างยิ่ง และเราสามารถอนุมานว่าเขาน่าจะเป็นโรคเอดส์ แต่ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการร่วมรักกับนีล เขาต้องการเพียงให้นีล‘ลูบไล้ สัมผัส และขยำ ’ ผิวหนังอันลึกลับของเขา (ว้าว..แม่เจ้าโว้ย) ท่วงท่าการร่วมรักแบบนี้ (เอ๊ะ จะเรียกว่าร่วมรักได้ไหม) มันดูคลับคล้ายคลับคลากับท่าที่เขาใช้กับโค้ช เพราะโค้ชเองก็ไม่ได้ให้นีลสอดใส่ประตูหลัง เขาขอให้นีลใช้มือลูบไล้และทะลวงทวารหนักหรือ’ผิวหนังลึกลับ’ ของเขา ในขณะที่นีลลูบไล้ผิวหนังของชายชรา เขาก็เพิ่มความรุนแรงในการขยำมากยิ่งขึ้น ทั้งที่หน้าตาของนีลก็ดูไม่มีความสุขเอาซะเลย ฉากนี้บ่งบอกได้ดีว่าความทรงจำในอดีตทำร้ายนีลอย่างไร ถึงเซ็กซ์สำหรับนีลจะดูเป็นเรื่องสนุก แต่มันก็ทำร้ายเขาโดยที่เขาควบคุมไม่ได้ เซ็กซ์คือฝันร้ายที่นีลกินจนเป็นนิสัย เหมือนคนที่กินอาหารแย่ๆ จนไม่รู้จักวิธีกินอาหารแบบอื่นอีกต่อไป นอกจากนี้มันยังบอกอนาคตอีก 2 ประการ คือ 1.ถ้าเขาแก่ตัวไป เขาอาจจะเป็นอย่างชายแก่คนนี้ก็ได้ และ 2. เขาอาจจะเจอลูกค้าที่อันตรายกว่าชายแก่คนนี้ก็เป็นได้ เพราะอย่างน้อยชายแก่คนนี้ก็ใจดีและไม่ได้ทำร้ายเขา สำหรับข้อ 1 นีลอาจจไม่ต้องจบตัวเองในสภาพนี้ก็ได้ แต่สำหรับข้อ2 นีลก็เจอดีเลยครับ เมื่อลูกค้าคนต่อมาซ้อมเขาจนอยู่ในสภาพปางตาย การขยำเนื้อพิสดารของชายแก่ ยังทำให้ผมคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ ชายแก่คนนี้ไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากที่พึ่งพิงทางใจ ชายแก่คนนี้ก็เหมือนกับนีล ที่กลายเป็นคนร่านสวาทมีเซ็กซ์ไปทั่วก็ไม่ได้เพราะอะไรหรอก เขาก็เหมือนกับตัวละครอื่นๆ และก็อาจจะเหมือนเราๆ ท่านๆ ผู้ต้องการที่พึ่งพิงทางใจ …จริงไหม? https://www.youtube.com/watch?v=LN418cew6gs

หนังโลกที่เราอยากดู : The Way He Looks (2014)
Belle and Sebastian /  BIOSCOPE / 

The Way He Looks (2014) : ความรักไม่ต้องการเรตินา ไม่บ่อยนักที่จะมีหนังจากบราซิลเข้าฉายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ (ไม่นับตามเทศกาลหนัง หรือการฉายตามวาระพิเศษต่างๆ) แต่ที่น่าสนใจคือ หนังเรื่องนี้ถูกซื้อเข้ามาจัดจำหน่ายโดย 'คนดูหนัง' ที่หลงรักหนังเรื่องนี้อย่างเต็มเปี่ยม จนถึงขั้นลงทุนซื้อหนังมาฉายด้วยตัวเอง พร้อมเข้าฉายในไทยวันที่ 19 มีนาคมนี้แล้ว ที่สำคัญคือ หนังเรื่องนี้เป็นรัก (สามเส้่า) วัยรุ่นบราซิล ที่เล่าประเด็นเพศสภาพได้คมคาย แถมยังดำเนินเรื่องผ่านตัวละครเด็กหนุ่มตาบอดอีกด้วย!! ลีโอนาร์โด เด็กหนุ่มตาบอดแต่กำเนิดหน้าตาดีที่มีเพื่อนสนิทเป็นหญิงเก้งก้างชื่อ จิโอวานา ผู้คอยพาเขากลับไปส่งบ้านจนโดนพวกหัวโจกเรียกว่าหมานำทาง เธอดูจะแอบชอบเขาอยู่ ทว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อนักเรียนหนุ่มหล่อนาม กาเบรียล เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของชั้นเรียนที่เสียงเครื่องพิมพ์ดีดอักษรเบรลล์ของลี โอนาร์โดดังอยู่ตลอด นักเรียนใหม่เข้ามาสนิทสนมกับคู่เพื่อนสนิท ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะเริ่มจับสังเกตได้ว่าเพื่อนตาบอดของเธอน่าจะคิดกับกาเบรียลเกินเพื่อนซะแล้ว ผู้กำกับ เดเนียล ฆิเบโร (Daniel Ribeiro) เคยคว้ารางวัลหมีแก้ว (หนังเด็ก) สาขาหนังสั้นมาแล้วจาก Café com Leite (2007) ก่อนจะคว้ารางวัลแทบทั่วโลกจากหนังสั้น I Don’t Want to Go Back Alone (2010, เคยฉายในเทศกาลหนังสั้นของมูลนิธิหนังไทย) ซึ่งเรื่องหลังนี่เองที่เขาหยิบมาขยายบทให้กลายเป็นหนังยาวแล้วคว้าทุนจากเบอร์ลินทาเลนต์แคมปัส ทำออกมาเป็น The Way He Looks โดยใช้สามนักแสดงหลักทีมเดิม และเพิ่งไปชนะรางวัลเท็ดดี้ (หนังเกี่ยวกับ LGBT ยอดเยี่ยม) ที่เบอร์ลินปีล่าสุด หนังสั้น I Don’t Want to Go Back Alone (2010) ก่อนขยายมาเป็นหนังยาวในที่สุด https://www.youtube.com/watch?v=KiJbu7h2iEk โดยสิ่งที่โดดเด่นของหนังเรื่องนี้คือ การเป็นหนังรักวัยรุ่นที่กลมกล่อมทั้งในการนำเสนอประเด็นรักร่วมเพศที่มีมิติ ผสานเข้ากับเพลงป๊อปๆ ของ Belle and Sebastian และนักแสดงวัยรุ่นป๊อปๆนำไปสู่การเป็นหนังแบบสาววายที่เรียกเสียงกรีดร้องได้ไม่ยาก (เป็นเครื่องยืนยันต่อวงการหนังว่าเราสามารถจิ้นได้โดยไม่ต้องเสียสติเสมอไป) “คุณไม่มีทางได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมทางสายตา (visual culture) แน่ ถ้าเป็นคนตาบอด ชีวิตในโรงเรียนและระบบสังคมที่ขีดเส้นแบ่งเพศไว้เป็นชายหญิงอีกล่ะ คำถามสำคัญก็คือ แล้วทำไมลีโอนาร์โดถึงเป็นเกย์ หรืออย่างน้อยที่สุด ทำไมเขาถึงชอบผู้ชาย ทำไมเขาชอบกาเบรียล เขาไม่ได้ตัดสินจากหน้าตาด้วยซ้ำ” แม้ว่านักแสดงทีฆิเบโรเลือกมาตั้งแต่ฉบับหนังสั้นนั้นจะหล่อจนเราจินตนาการตามได้ไม่ยาก ถ้าสองคนนี้จะได้กัน “ในขณะที่เรามักเชื่อมโยงเรื่องทางเพศเข้ากับการมองเห็น การเลือกตัวละครเป็นคนตาบอดคือการกระตุกให้เกิดคำถาม” ใช่แล้ว ในเมื่อลีโอนาร์โดที่ตาบอดมาทั้งชีวิตย่อมไม่เคยจินตนาการถึงความรู้สึกประทับใจในเพื่อนเพศชาย ทำไมจึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นได้ล่ะ? หนังลงไปสำรวจความเป็นมนุษย์ของตัวละครทั้งสามภายใต้ความสัมพันธ์หวานๆ ชวนลุ้นนี้ได้อย่างน่าหลงใหลและมีชั้นเชิงเมื่อขยายเป็นหนังยาว ฆิเบโรยังคงแกนหลักของเรื่องไว้ครบถ้วนพร้อมกับเพิ่มประเด็นความเป็นวัยรุ่นที่เป็นสากลเข้ามา เมื่อลีโอนาร์โดเองก็รู้สึกอยากเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่เพียงในเรื่องเพศ แต่ในด้านทางเลือกของชีวิต ภายใต้ครอบครัวที่มีแม่ซึ่งเป็นห่วงจนแทบไม่ให้เขาได้ทำอะไรเอง – รวมถึงการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนที่ใช้ความผิดปกติทางร่างกายมาเป็นเครื่องเล่นสนุก และแน่นอนว่าตัวละครเหล่านั้นย่อมไม่อาจจินตนาการถึงความหลากหลายทางเพศได้ แม้จะล้อเลียนลีโอนาร์โดกับกาเบรียลว่าเป็นคู่เกย์กันก็ตาม “ผมดึงเอาส่วนประกอบที่เฉพาะตัวมากๆ ทั้งการที่ตัวละครเป็นเกย์กับเป็นคนตาบอด ดึงลงมาทำให้ดูสากลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครว่า เฮ้ย ฉันก็เคยรู้สึกแบบนี้ แอบชอบคนอื่นเหมือนที่ไอ้คนนี้เป็นเลย ทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนที่แตกต่างจากเรา” ผู้กำกับหนุ่มกล่าว “ทั้งหมดนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอดทนอดกลั้นเมื่อคุณพบเจอกับสิ่งที่ต่างจากความคุ้นเคยมากๆ หรือขัดกับความรู้สึกของตนเองมากๆ” รางวัลที่เคยได้รับ : Best Feature Film / รางวัล Teddy Award และ Audience Award อันดับ 2 สาย Panorama เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน เยอรมนี หมายเหตุ : อ่านเรื่องราวของคนรักหนังคนนี้ได้ ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=OY9RFKaZoDQ ***เรียบเรียงจาก BIOSCOPE : World Cinema Issue (Online Only At Okkbee)

ตัวอย่างและโปสเตอร์
Father & Son /  ฉ20 / 

พ่อและลูกชาย Father &  Son ภาพยนตร์เกย์ที่เคลมว่า "แรง" ที่สุดในไทย เพราะได้เรทมาแล้ว เป็นเรท ฉ20 อายุต่ำกว่า 20 ปีห้ามดูเด็ดขาด!! ผลงานจากผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม ที่สร้างผลงานทั้งหนังใหญ่วงกว้าง หลากแนว สยองขวัญ รักโรแมนติค แฟนตาซี อนิเมชั่น และวงการหนังเฉพาะทาง (GTHAI Movie) ช่องทางออนไลน์ Father & Son วางคิวฉายไว้ 12 พฤศจิกายนนี้ ที่ เอสพลานาด รัชดา, SFW  เซ็นทรัลเวิล์ด และ วิสด้า กาดสวนแก้ว เชียงใหม่ ลองชมตัวอย่าง และเซตโปสเตอร์ทั้ง 4 ใบ ว่าแรงขนาดไหน!! ------------------------------------------------------------- ผลงานที่ผ่านมาของ ผกก. สราวุธ อินทรพรหม Boyfriend the movie แฟนผมเป็นผู้ชาย, เซ็งเป็ด, ตายทั้งกลม, หนังผี, Tiger and Wolf หล่อลากไส้, ครูและนักเรียน Teacher and Student รวมไปถึงหนังเกย์ออนไลน์ GTHAI Movie หนังเกย์ล้อหนังดัง

32 ธันวา /  คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ / 

"ยอร์ช กฤษ์ชัย" "เอมี่ จันทิมา เลียวศิริกุล" บอสสาวและโปรดิวเซอร์ ค่ายภาพยนตร์ ?M๓๙? (เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์) ยื่นโอกาสทอง "ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์" ผู้กำกับภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ ประเดิมทำผลงานเปิดตัวบริษัทรายแรกเรื่อง "32 ธันวา" แถมบัญญัติศัพท์สไตล์หนังใหม่ว่า ?คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ? ให้ด้วย งานนี้เจ้าตัวยืนยันถึงน้องรัก "แดน-วรเวช ดานุวงศ์" ร่วมงานแน่ ๆ ยอร์ช เผยว่า ?ผมก็ยืนยันได้เลยครับ ว่ายังคงทำหนังแนวตลกที่คนดูอยู่ ดูแล้วอารมณ์ดี มีความสุขแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุด ยังไม่ใช่หนังเกย์อย่างที่มีข่าวออกมา ซึ่งตรงนี้ผมมีโอกาสได้คุยรายละเอียดต่างๆ กับแดนแล้ว เป็นอันเข้าใจตรงกันว่า หนังผมจะออกมาแบบไหน ผมก็บอกน้องไปว่า พี่เอมี่ ตั้งสไตล์ให้หนังเรื่องนี้ว่า?คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ? แดนฟังครั้งแรกก็ขำเลย ถามผมว่า คำนี้มันมีที่มาอย่างไร? มันมีที่มาก็ตรงที่ว่า พี่เอมี่มองว่าเนื้องานภาพยนตร์ มันก็ทำหน้าที่เหมือนเป็นทอล์กโชว์ ของผู้กำกับ เพียงแต่ ผู้กำกับไม่ได้ไปยืนต่อหน้าคนดูด้วยตัวเอง แต่เป็นการถ่ายทอดผ่านตัวชิ้นงาน ซึ่งผมยังสนุกที่จะถ่ายทอดความตลก ผ่านคำพูดไดอะล็อกต่าง ๆ ของตัวแสดงนะ ครั้งนี้มันคงจะต่างออกไป ตรงที่ว่าตลกแบบเรื่องที่ผ่านๆ มามันขำได้เลยไม่ต้องคิดต่อ คราวนี้มันเป็นคำพูดที่พูดไปแล้วตลกแบบจี๊ดๆ อาจจะหัวเราะหรือถึงกับหัวเราะไม่ออก บางคนอาจหัวเราะทั้งน้ำตา เพราะโดน! คือผมเอามุมที่เป็นเรื่องราวความรักมาเล่าให้มันตลกๆ มันเป็นความรักเบาๆ อมยิ้ม มันจึงไม่โรแมนติกมาก พอเอาสองอย่างมารวมกันมันเลยออกมาเป็นหนังแนวนี้ครับ แล้วก็ต้องขอบคุณ แดน ด้วยที่ยังเชื่อใจกันรีบเคลียร์คิวมาให้ ทั้งๆ ที่งานน้องก็รัดตัวมากครับ? ที่มาจากเดลินิวส์

ตัวอย่าง (แบบสั้นๆ) Teacher and Student ครูและนักเรียน
ครูและนักเรียน /  Demon666production / 

ในสังคมปัจจุบันที่เปิดกว้างเรื่องความรักและเพศสภาพ ทำให้เกิดภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเพศที่สามมากขึ้น ตามลำดับ โดยในครั้งนี้ Demon666production ได้นำเสนอเรื่องราวชวนจิ้นครั้งใหม่ ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า เรื่อง ครูและนักเรียน Teacher and Student

ความจริงของหนัง AV  การเปิดเผยครั้งแรกของโลก
หนังAV /  หนังโป๊

ความจริงของหนัง AV การเปิดเผยครั้งแรกของโลกคำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและตอบกระทู้นี้เราคงเคยนึกสงสัยว่าเหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน) ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วย เพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้?อย่างที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชีย ก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่า กลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ใน ย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว ...เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมดรัฐบาลญี่ปุ่นใน เวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้าม พลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคน ทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร...แล้ว ไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด"เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัว นางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วม ชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็น ของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิต ที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม"อย่าง ที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วใน ประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดก ด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน...อย่าเข้าคิดว่า เด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้น คงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่...เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ตใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R Xโดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไป ของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง...และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์ หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร" คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุดหนัง เรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อนแล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน? จะถ่ายกล้องแบบไหน?มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุน ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงามแต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน)เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป...โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้นอาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนาง เอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง ...วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง... ...แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง!สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AVแบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว (และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย)เนื้อหาของหนังเรต X แทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลยมาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัว สัมภาษณ์หน่อยๆว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์ "ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็ "ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ "พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก "อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อนหลังจากนั้น ในยกสอง ส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะ หลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความ หลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1หรือหญิง 2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไปและการเล่นรักมากกว่า สองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียก ค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่นเมื่อการ ถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน...แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออก หน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่า ตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ!วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทยที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม (ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขายหรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่น เป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้น ดาราฮอลลีวู้ดการเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก...เพราะถึงจบปริญญาตรีมา ก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทนสิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อ กระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้า เป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา" โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับ ให้เหล่า "ลูกค้า" ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนัง ที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของ เธอ ....โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่าอยากถ่ายวิตถาร แค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อน ที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้านเมื่อเกิดค่านิยมว่า "ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้" พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์ นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้ เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น ...ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้นแต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง...และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ ยินยอมอาจมีรายการ "ฉุด" กันไปเลย...แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการ กักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดู รสนิยมชอบหนังแนวนี้)จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่าหากไป เดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้น ห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด(แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง" โดยไม่เต็มใจสูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเองก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมากเพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง แถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้าง เป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรง มุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) ...พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐอุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศ ญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลย สำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย ...ทั้งนี้ เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้า เข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้น ยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ฉะนั้นอยากแปลกใจ ว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา ...เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง ...และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโต อย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉย ด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม...เครดิตจาก Road to av

ผู้กำกับจับ
Love Next Door 2 /  ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ / 

โด่งดังมาจากโลกออนไลน์ในช่วงที่มีกระแส #ทหารหล่อบอกต่อด้วย “อาร์ม รัฐพล ผลทับทิม” จากเด็กหนุ่มบ้านนาเลี้ยงควาย ผันตัวไปรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหารเกณฑ์หนุ่มรูปหล่อที่มียอดฟอลโล่ในไอจีและเฟซบุ๊คเกือบแสน มาวันนี้เขาเตรียมแจ้งเกิดในวงการบันเทิงกับผลงานภาพยนตร์แนวเซ็กซี่-คอมเมดี้อย่าง “Love Next Door 2”  ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตที่หนุ่มอาร์มต้องโดนผู้กำกับจับเปลื้องผ้าเรียกทั้งเสียงกรี๊ดและเสียงซี้ดจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ งานนี้เจ้าตัวเผยไม่เคยหวั่นฉากเลิฟซีน เล่นจริง! จูบจริง! ไม่มีสแตนอิน เจ้าตัวย้ำ “เลิฟซีนถอดหมดผมไม่ติดอะไร แต่ขอไฟสาดมาแรงๆ หน่อยนะครับ” Love Next Door 2 ภาพยนตร์แนวเซ็กซี่-คอมเมดี้ ที่นำเสนอเรื่องราว “ความรัก มิตรภาพ และเซ็กส์ของเพศที่มีความหลากหลาย” จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ เก้า (รับบทโดยเอ อังกูร จีนนุกูล) ต้องถือพรหมจรรย์เพื่อแก้เคล็ดเสริมดวง  แต่แล้วเก้าต้องจับพลัดจับผลูมาอยู่กับนัท (รับโดยอาร์ม รัฐพล) เพื่อนร่วมงานที่ชอบนอนล้วงควักทุกคืนจนเขาเกือบห้าม..(อารมณ์)ไม่อยู่ ร้านอาหารที่ทั้งคู่ทำงานอยู่มีกะเทยตัวแม่อย่างแตงกวา (รับบทโดยกอล์ฟ ธัญญ์วาริน) และบัว (รับบทโดยเจนนี่) มาเป็นลูกค้า ทั้งคู่เกิดปิ๊งเก้าจนตีกันและเกือบเลิกคบกันเพราะแย่งผู้ชายคนเดียวกัน แถมยังมีฮานอย (รับบทโดยเป้ย ธนพัฒน์) ตุ๊ดไบโพล่าอารมณ์ปรวนแปรน้องชายเจ้าของร้านกลับมาเยี่ยมพี่สาว และความที่นางดันอยากจะเป็นแอร์ฮอสเตสจึงสร้างเรื่องวุ่นๆให้เกม (รับบทโดยมินท์ เปรมวิชช์) เด็กล้างจานที่ร้านต้องไปสอนว่ายน้ำจนความไม่ถูกชะตากลายเป็นความรักแบบฟรุ้งฟริ้ง มาร่วมสัมผัสบทพิสูจน์ที่ว่า “รักแท้ที่ไม่ได้มีแค่ประตูเดียว” ในภาพยนตร์เซ็กซี่ คอมเมดี้ ฮาน้ำ(ตา)แตก ได้ใน “Love Next Door2” นำแสดงโดย อาร์ม-รัฐพล ผลทับทิม , เอ-อังกูร จีนนุกูล ร่วมด้วย กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ , เจนนี่ ปาหนัน ฯลฯ จากผลงานการกำกับของ ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ 12 พฤศจิกายนนี้เราจะฟินไปพร้อมๆกัน  ชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้ที่ ----------------------

แฟนๆช็อค!! หลัง
คริสโตเฟอร์ รีฟ /  คาล คัลเวอร์ / 

คาล คัลเวอร์ และ คริสโตเฟอร์ รีฟ จะเป็นอย่างไรเมื่อพบว่า ชายที่เล่นซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยรู้จัก อย่างอดีต "ซุปเปอร์แมน" ผู้ล่วงลับอย่าง "คริสโตเฟอร์  รีฟ" จะเคยมีเคยมีความสัมพันธ์แบบ "ชายรักชาย" อันเนื่องมาจาก "ความอยากรู้อยากเห็น" กับอดีตนักแสดงภาพยนตร์โป๊รายหนึ่ง ที่มีชื่อว่า "คาล คัลเวอร์" ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ เมื่อปี ค.ศ. 1987 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อ "ฮอลลีวูด บาบีลอน สไตรค์ อเกน!" โดยบทหนึ่งของหนังสือได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของคัลเวอร์ โดยเขากล่าวว่า เขาพบกับรีฟ เมื่อตอนที่ทั้งคู่เข้ารับการคัดเลือกนักแสดงในละครบรอดเวย์เรื่องหนึ่ง ในช่วงยุค 1970 โดยเขาได้กล่าวว่า รีฟคือ "ชายในฝัน" หลังจากนั้นเขาก็มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับรีฟ เป็นเวลานานถึง 2 เดือน ก่อนที่รีฟจะพบว่าเขาเป็นนักแสดงหนังโป๊ โดยใช้ชื่อในการแสดงว่า "เคซี่ย์ โดโนแวน" นอจากนั้นเขายังกล่าวว่า รีฟเป็น "นักรักที่ยิ่งใหญ่" และไม่คิดว่าเขาเป็น "เกย์" แต่แค่ต้องการจะลองอะไรๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น คริสโตเฟอร์ รีฟ เสียชีวิตเมื่อปี 2004 จากอาการหัวใจล้มเหลว หลังจากที่ป่วยเป็นอัมพาตจากเหตุการณ์ตกม้า เขาได้รับการดูแลจาก "ดานา" ภรรยาของเขาอย่างใกล้ชิด ผู้ซึ่งเสียชีวิตในภายหลังเมื่อปี 2006 ด้วยโรคมะเร็งในปอด โดยทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน. ที่มา/มติชน

ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV
น่ารุ้

----- Forwarded Message ---- From: ~เซ้งจ้า~ To: noolex Sent: Tue, June 22, 2010 7:19:05 PM Subject: [noolex] ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV เราคงเคยนึกสงสัยว่า เหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน)ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วยเพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้? อย่างที่รู้กัน ว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชียก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่ากลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้น ได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ในย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว …เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมด รัฐบาลญี่ปุ่นในเวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้ามพลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคนทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร…แล้วไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด" เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัวนางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วมชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็นของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิตที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม" อย่างที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วในประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดกด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน…อย่าเข้าคิดว่าเด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้นคงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่…เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ต ใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R X โดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไปของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง…และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร"คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุด หนังเรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อน แล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน?จะถ่ายกล้องแบบไหน? มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุนถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงาม แต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อยอาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน) เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป…โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้น อาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนางเอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง …วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง… …แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง! สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AV แบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว(และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย) เนื้อหาของหนังเรต Xแทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลย มาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัวสัมภาษณ์หน่อยๆ ว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์"ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็"ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ"พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก"อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อน หลังจากนั้น ในยกสองส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะหลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความหลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1 หรือหญิง2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไป และการเล่นรักมากกว่าสองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียกค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่น เมื่อการถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน…แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออกหน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่าตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ! วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทย ที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม(ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขาย หรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้นดาราฮอลลีวู้ด การเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก…เพราะถึงจบปริญญาตรีมาก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทน สิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อกระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้าเป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา"โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับให้เหล่า"ลูกค้า"ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนังที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของเธอ ….โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่า อยากถ่ายวิตถารแค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อนที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้าน เมื่อเกิดค่านิยมว่า"ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้"พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น …ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้น แต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง…และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ยินยอมอาจมีรายการ"ฉุด" กันไปเลย…แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการกักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดูรสนิยมชอบหนังแนวนี้) …จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่า หากไปเดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้นห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด (แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5 คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง"โดยไม่เต็มใจ สูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเอง ก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า) พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้งแถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้างเป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรงมุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) …พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐ อุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลยสำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย …ทั้งนี้เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้นยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ฉะนั้นอยากแปลกใจว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา  …เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง …และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโตอย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉยด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม ที่มา –  http://www.sudteeruk.com/forums/read.php?tid=3299 -- **** รู้จักขอบคุณเมื่อได้รับ ขออภัยเมื่อผิดพลาด คือสิ่งที่สมาชิกกลุ่มพึงกระทำ **** กติกา ง่ายๆ ในกลุ่ม 0. ห้ามโพสเรื่องการเมือง หรือถกเถียงเรื่องการเมืองที่ จะก่อความวุ่นวายภายในกลุ่ม ฝ่าฝืนแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 1. ห้ามโพสรูปภาพหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางเสื่อมเสีย 2. ห้ามใช้วาจาหยาบคาย ห้ามบ่นว่าเมล์ หรือ reply เยอะ 3. ห้ามโฆษณาที่หวังผลประโยชน์ทางการค้า ใครโพสแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 4. ไม่ได้รับเมล์อีกกดลิงค์นี้ http://groups.google.com/groups/bounced 5. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ 6. ห้ามส่ง Invite เวปบิทเข้ากรุ๊ปโดยเด็ดขาด 7. ห้ามใช้ตัวหนังสือ สีแดงใหญ่ในการโพสเมล์ปกติ     - ส่งเมล์เข้ากลุ่มได้ที่ - สมัครรับเมล์-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ - ลาออกจากกลุ่ม-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ * ทั้งสมัครและลาออก ต้องยืนยันลิงค์จากระบบทุกครั้ง   อย่าลืมนะคะ มีอะไรก็แบ่งปัน ^ นู๋เล็ก ^ Group's Owner (-`๏’•ิ__•ิ`๏’-)

เพราะ.. คืนนั้น มีรักสุดหวิว! ใบปิดใหม่จาก Red wine in the dark Night
poster /  Red wine in the dark Night / 

ปล่อยของร้อนฉ่า ให้แฟนๆได้ตื่นเต้นกันอย่างต่อเนื่อง กับภาพยนตร์ คืนนั้น Red wine in the dark Night ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ กับเรื่องราวความรักของชายทั้ง 7 คน ที่เอาใจชาวเพศที่ 3 แบบสุดๆ โดยครั้งนี้ ขอเชิญพบกับใบปิดใหม่ชวนสยิวแบบจัดหนักไม่ยั้งมือ ติดตามเรื่องราวความรัก ฉบับชายทั้ง 7 ไปกับ คืนนั้น Red wine in the dark Night ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ในโรงภาพยนตร์ ----------------------------------------------

Father & Son /  บทสัมภาษณ์ / 

หนังที่กำลังเป็นที่ฮือฮา พ่อและลูกชาย (Father & Son) ใกล้เข้าฉาย 12 พฤศจิกายนนี้แล้ว มีบมสัมภาษณ์ “สราวุธ อินทรพรหม” หรือ โน๊ต ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ มาฝาก ได้รับรู้ถึงที่มาที่ไปของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่มาของภาพยนตร์ Father & Son มาจากไหน "สืบเนื่องจาก ในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังมีการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมายหลายข้อ เพื่อชาวเพศที่สาม อาทิเช่น  กฎหมายการแต่งงาน  กฎหมายการเลี้ยงดูบุตร  จึงเกิดไอเดียในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตครอบครัวของชาวเกย์  ว่ามีแนวโน้มเจอปัญหาอะไรได้บ้าง  ก็เพื่อให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจ เพื่อให้ชาวเกย์สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข" เรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ และต้องการตีแผ่ให้กับคนดู "ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตคู่ของชาวเกย์  โดยเน้นไปที่การเลี้ยงดูบุตรที่เกิดจากการอุ้มบุญ  เมื่อเด็กต้องเติบโตมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นผู้ชายทั้งคู่  เด็กจะมีแนวโน้มเจอปัญหาอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะเด็กที่อาศัยอยู่ในสังคมไทย  ซึ่งเป็นสังคมที่สนใจเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมากเกินไป  ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ชาวเกย์ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถเตรียมรับมือกับปัญหาที่อาจเจอในภายภาคหน้าได้  โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายการแต่งงานและเลี้ยงดูบุตร ได้รับการอนุมัติออกมาแล้วจริงๆ" มีความคิดเห็นยังไงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ เรท 20 "เป็นเรื่องที่ดีงาม ที่กระทรวงวัฒนธรรมให้ภาพยนตร์เรื่องได้ฉาย โดยไม่มีการตัดทอนใดๆ และไม่ออกคำสั่งห้ามฉาย แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องจะมีฉากที่พูดถึงเรื่องเพศอย่างสมจริงมากมายหลายฉาก แสดงให้เห็นว่า ทางกระทรวงเข้าใจถึงความเป็นศิลปะ บริบทของภาพยนตร์  เข้าใจเหตุผลของภาพยนตร์  ไม่ได้ปิดกั้นการนำเสนอสื่ออย่างที่หลายคนเข้าใจ  ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี  ที่วงการภาพยนตร์ไทยสามารถก้าวข้ามไปสู่ระดับสากลได้สำเร็จ  โดยมีหนังเรื่องนี้เป็นใบเบิกทาง" ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ "คือการนำเสนอชีวิตของชาวเกย์ได้อย่างเข้มข้นและสมจริงที่สุด เท่าที่เคยมีการสร้างภาพยนตร์แนวนี้ในประเทศไทย  โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเพศ  จนทำให้ภาพยนตร์ได้เรท ฉ.20 (ต่ำกว่า 20 ปีห้ามดูเด็ดขาด)  รวมไปถึงการเปิดประเด็นใหม่ๆเกี่ยวกับเกย์  ซึ่งก็คือประเด็นเรื่องการเลี้ยงดูบุตร  ความรักความเสียสละ  ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว  ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย" นักแสดงที่เลือกมารับบทในครั้งนี้ แต่ละคนมีความเหมาะสมกับบทที่ได้รับอย่างไรบ้าง   "เริ่มที่ “แบงค์  ธนาพล ประสงค์ทรัพย์”  รับบทพ่อ หรือ เอก ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกับตัวละครในภาพยนตร์  และตัวจริงของแบงค์เอง ก็มีคนรักที่คบหากันมานานแล้ว โดยอยู่กันเป็นครอบครัวจริงๆ และเป็นคนรักเด็ก  จึงสามารถถ่ายทอดความรักที่มีต่อคนในครอบครัวได้อย่างสมจริง ส่วน “เฟรชชี่  ตวงภพ  ตัญเจริญ” รับบท หนึ่ง ที่เป็นลูกชาย มีบุคลิกและคาแรกเตอร์ แบบเด็กวัยรุ่นเลือดร้อน ตรงตามวัย ซึ่งสามารถสะท้อนความเป็นเด็กมีปัญหาได้ทั้งจากสีหน้าแววตา  นอกจากนี้ ยังมีความกล้าในการแสดงบทที่แรง ซึ่งมีนักแสดงวัยรุ่นไม่กี่คนในไทย ที่ทุ่มเทกับการแสดงได้มากแบบนี้ อีก 3 คน ได้แก่  “เธโอ  ชิระ  จีระกุลชาญ”  “เอมีน สิริตา”  และ  “กานต์  กุลานุพงศ์”  สามคนนี้เป็นกลุ่มนักแสดงสมทบในเรื่อง ซึ่งมีบุคลิกและคาแรกเตอร์ตรงตามบทอยู่แล้ว  ทำให้คนดูเชื่อว่าเขาคือตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ  นอกจากนี้ยังมีรูปร่างหน้าตาดูดี เป็นที่ดึงดูดผู้ชม" ฉากใดที่น่าสนใจ ลองเล่ารายละเอียดฉากและความน่าสนใจ "ฉากการปะทะคารมระหว่างพ่อลูกทุกฉาก  แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยระหว่าง ลูกที่ต้องการหนีไปอยู่ที่อื่น กับพ่อที่พยายามทำความดีทุกอย่าง เพื่อให้ลูกอยู่อย่างมีความสุข  สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของสถาบันครอบครัวในโลกแห่งความจริง ยังไงก็อยากให้ติดตามชมกัน เข้าฉาย 12 พฤศจิกายนนี้ โดยเข้าฉายเพียง เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก กับ SFW ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ฝากผลงานล่าสุดนี้ด้วยนะครับ" ----------------------------------------

ตัวอย่างฉบับติดเรต และ ทีวี สป๊อต จากหนังชายเต้นระบำใน Magic Mike
Chaning Tatum /  Gay / 

ทีวี สป๊อต ฉบับติดเรตจาก Magic Mike ตัวอย่างฉบับติดเรตของ Magic Mike เป็นหนังที่บ้านเราได้ฉายกันแน่นอนแล้วในวันที่ 5 กรกฏาคม กับหนังชายระบำเปลื้องผ้าของผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก อย่าง Magic Mike ที่นำแสดงโดยหนุ่มๆมากมายจากฮอลลีวู้ดเช่น แชนนิ่ง เททั่ม , อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร และ แมธธิว แมคคอนนาเฮย์ ที่ในวันนี้ทาง ไลออนเกตส์ ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับติดเรต เน้นขายทั้ง กล้ามสุดล่ำ , ตูด และเนื้อในอีกมากมายของเหล่าดาราชายที่จะมาเต้นระบำเปลื้องผ้าให้คนดูได้ชมกัน พร้อมทั้งยังปล่อย ทีวี สป๊อต ความยาว 30 วินาทีมาให้ชมกันแบบจุใจอีกด้วย ซึ่งบ้านเราได้ชื่อได้ว่า 'เขย่าฝันสะบัดซิกแพ็ค' ได้ชมกันแน่นอนในต้นเดือนกรกฏาคมนี้ โดยค่าย เอ็ม พิตเจอร์ส

Lost in Paradise สวรรค์แกล้งให้รัก
Lost in Paradise /  หนังเกย์ / 

ภาพยนตร์ดราม่าจากเวียดนามที่เล่าเรื่องของคนชายขอบในสังคม และโหยหาความรักความเข้าใจ หนังเล่าโดยผสมพล็อต 2 เส้นเข้าด้วยกัน เรื่องแรกนั้นว่าด้วยรักสามเส้าของผู้ชายสามคน โขย ถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านที่นาจางเพราะรับไม่ได้ที่เขาเป็นเกย์ เด็กหนุ่มจึงมุ่งหน้าสู่ไซ่ง่อนและมาพักอาศัยอยู่กับเพื่อนชื่อ ดง โดยฝ่ายหลังนั้นพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าร่วมกับแฟนหนุ่มของเขาซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการขายตัว เรื่องที่สองนั้นเล่าถึงชายที่สติไม่สมประกอบคนหนึ่ง เป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้าน เขาพยายามทาอาชีพเลี้ยงเป็ด แต่ก็เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น อยู่มาวันหนึ่ง เขาไปตกหลุมรักหญิงแปลกหน้า ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า เธอเป็นโสเภณี ที่คอยบริการผู้ชายในตอนกลางคืน Lost in Paradise เปิดตัวในเทศกาลหนังดังๆ อย่างปูซานและแวนคูเวอร์ ผลงานจากคนทาหนังชาวเวียดนาม วูง็อกดัง ที่สะท้อนความเป็นไปในสังคมร่วมสมัยของเมืองใหญ่อย่างไซ่ง่อนแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซอกหลืบที่ไม่มีใครสนใจจะรับรู้ จนสื่อเรียกหนังเรื่องนี้ว่า เป็นหนังเกย์เรื่องแรกของเวียดนาม ซึ่งบรรยากาศอันอึมครึม หม่นเศร้า บ่งบอกถึงสภาวะอันเงียบเหงาในจิตใจตัวละคร ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ House RCA เท่านั้นครับ*** -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ธุรกิจหนังโป๊สหรัฐฯ ฉาวเอดส์ ขู่เข้ม กม. สวมถุงยางแสดง
HIV /  ดาราหนังโป๊ / 

ขึ้นชื่อว่าหนังโป๊ ที่หลายๆคนก็ดูเพื่อความบันเทิง จะปลุกเร้าอารมณ์ หรือระบายคลายเครียดก็ตาม ตอนนี้ เราคงจะอึ้งและอาจจะไม่ได้รู้สึกบันเทิงในการชม หากได้ติดตามข่าวล่าสุดว่า เชื้อเอดส์ ได้แพร่กระจายในวงการหนังโป๊สหรัฐฯ และมีดาราหนังโป๊อย่างน้อยสองคนประกาศตัวแล้ว และอีกสองคนยังปิดตัวอยู่ แต่ทว่า จริงๆแล้ว กระจายไปแล้วกี่คนกันแน่? ตามข่าวแล้ว สาวดาวโป๊คนแรกที่ยึดอกเปิดตัว ชื่อว่า Cameron Bay อายุ 28 ซึ่งการเล่นหนังโป๊ของเธอ เป็นแบบไม่ได้ป้องกัน (ไม่ใช้ถุงยาง) ในขณะที่คนที่สอง คือชายหนุ่มที่เป็นแฟนของ Cameron Bay นั่นเอง ชื่อว่า Rod Daily อายุ 32 ซึ่งเล่นหนังโป๊เกย์ แบบป้องกัน (ใช้ถุงยาง) Cameron Bay Rod Daily Rod Daily บอกว่าที่เขาเล่นหนังเกย์ ทั้งๆที่เขาไม่ใช่เกย์ แต่เพราะหนังเกย์ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าเกือบเท่าตัว ตอนนี้ ยังมีข้อสงสัยต่อไปว่า Sydney Leathers (สาวแสบ เด็กเสี่ยของนักการเมืองสหรัฐฯที่หลังจากเปิดตัวว่าเป็นเมียเก็บก็เล่นหนังโป๊เสียเลย) และ Xander Corvus ดาราชายที่เล่นหนังโป๊กับ Cameron Bay และมาเล่นฉากสวาทกับ Sydney ต่อมา จะติดโรคไปด้วยหรือไม่ หนังเรื่องใหม่ โดย Xander Corvus และ Sydney Leathers ที่หลายคนสงสัยว่า ติดเชื้อเอดส์ไปด้วยหรือเปล่า ตอนนี้ จึงมีหน่วยรัฐบาลและเอกชนเข้าไปดูแลเพื่อตามหาว่า คนที่ติดโรคแล้วกี่คนและเพื่อจะหยุดยั้ง ไม่ให้แพร่กระจายต่อไป หนังโป๊สร้างชาติ หากจะมองว่า หนังโป๊ ที่ในสหรัฐฯได้รวมกลุ่มกันทำเป็นสตูดิโอถ่ายทำ ในย่านที่เรียกว่า Porn Valley กันเลย ใน Los Angeles แถมยังมีรางวัลหนังโป๊ที่แทบจะเป็น Oscar กลายๆที่เรียกว่า AVN เนี่ย ทำไมถึงดูยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ก็เพราะมูลค่าขายของหนังโป๊จากสหรัฐฯทำเงินมากกว่า 12 ล้านล้านบาทในปี 2012 น่ะสิครับ ธุรกิจเงินสะพัดโคตรๆ ดาราหนังโป๊ จึงได้ชื่อว่าเป็น “อาชีพ” ที่ได้เงินง่าย ใช้หน้า ใช้ร่างกาย และบางคนก็ชอบเซ็กซ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้มีเด็กสาว เด็กหนุ่มมากมายเดินทางเข้าสู่อาชีพนี้ เพื่อหารายได้ซักพักแล้วก็อาจจะหันเหไปทำอาชีพอื่น (แต่บางครั้ง อดีตก็หลอกหลอน) รวมทั้งคนที่เคยมีชื่อเสียง แต่ต้องการเงินก็หันมาเล่นหนังโป๊ อย่างเช่น Chyna (อดีตสาวนักกล้าม นักมวยปล้ำ) วิธีการตรวจเช็คโรคเอดส์   นักแสดงหนังโป๊ ชาย-หญิง ทุกคนที่จะต้องเข้าฉากร่วมรักแบบไม่ได้ป้องกันจะต้องตรวจเลือดก่อนเข้าฉากเสมอ แต่โรคเอดส์ก็มีข้อจำกัดในการตรวจเช็คอยู่ คือ Window Period (ระยะที่ตรวจพบเชื้อ) หากจะให้ปลอดภัยจริงๆแล้ว ดาราหนังจะต้องตรวจเลือดหลังจาก 22 วัน* ที่ไม่มีเซ็กซ์กับใครอื่นที่น่าสงสัยเลยแล้วค่อยตรวจเลือดเพื่อยืนยันก่อนแสดง หมายเหตุ การตรวจ Window Period แบบ 22 วัน เป็นการตรวจแบบใหม่ แต่การตรวจแบบเดิม จะมีระยะ Window Period ประมาณ 3 เดือน หลังจากสงสัยว่าติดเชื้อ (ถ้าตรวจก่อนหน้า จะตรวจไม่พบเพราะเชื้อยังไม่พัฒนาในระดับที่จะตรวจได้) และถึงแม้จะเสี่ยงกับ HIV ต่ำตามระยะ Window Period แต่การร่วมเพศเข้าฉากแบบไม่ป้องกันก็ยังเสี่ยง ซิฟิลิส กอโนเลีย อยู่ดี จากคำสัมภาษณ์ของ Mr. Marcus นักแสดงหนังโป๊ผิวดำ เว็บไซท์หนังโป๊บางราย ออกความคิดเห็นกับกรณีดังกล่าวว่า พวกเขาก็ถ่ายทำฉากเซ็กซ์ที่ไม่ป้องกัน แต่ก็ใช้การกักตัวดาราที่ถ่ายทำให้กินอยู่ในบ้านพักของบริษัทหลายสัปดาห์ (ตาม window period) แล้วค่อยตรวจเลือดแล้วค่อยแสดง ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้นักแสดงในฉากรู้สึกปลอดภัยกันทุกฝ่าย ในขณะที่บางฝ่ายก็แย้งว่า แล้วจะเอาเงินถุงเงินถังที่ไหนมาเลี้ยงดูดาราหนังโป๊เป็นเดือนๆก่อนถ่ายทำ ขาดทุนพอดี ชีวิตต้องสู้ต่อไป Rod Daily ซึ่งกลายเป็นวีรบุรุษดาราหนังโป๊ ที่กล้าประกาศตัวออกมาแล้ว และกล่าวออกสื่อว่า “ฉันหยิกหน้าตนเอง พระอาทิตย์ยังสาดส่องแสงอุ่นๆบนใบหน้าฉัน ชีวิตยังคงสวยงาม” (Had to pinch myself a few times no doubt. But the sun still shines on my face and its warm. Can't take my heart ever. I love life, blessed.) Read more: ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆคน รวมทั้งได้กล่าวว่า ตัวเขาและแฟนสาว คงจะต้องอำลาวงการเพื่อรักษาสุขภาพตนเอง และถึงแม้ เขาจะสามารถแสดงหนังโป๊กับบรรดานักแสดงที่ติดเชื้อเหมือนกัน Rod บอกว่า เขาคงไม่เสี่ยงที่จะแลกเชื้อเพื่อให้เกิดการ “วิวัฒนาการ” ของเชื้อโรคให้มันรุนแรงกว่าเดิม ในขณะที่นักแสดงหนังโป๊รุ่นพี่หลายคน ก็แสดงความเห็นใจกับ Cameron Bay ที่ฝันในวงการหนังโป๊ของเธอจบลงแล้ว การเปิดตัวว่าเธอติดเชื้อ เท่ากับปิดโอกาสตนเอง ไม่มีโอกาสเสี่ยงแสดงกับใครได้อีก และน่าเศร้าที่วงการนี้ไม่มี สหภาพ สหกรณ์ใดๆที่จะดูแลนักแสดงติดเชื้อระยะที่ต้องออกจากวงการ เธอต้องดูแลตนเอง และหาอาชีพอื่นเอง กฎหมายสหรัฐฯต้องเข้มกว่านี้ เดิม ทางสหรัฐฯโดยเฉพาะ Los Angeles เอง ก็เตรียมออกกฎหมายให้นักแสดงหนังโป๊ทั้งหมดสวมถุงยางแสดง และทำให้เกิดการขู่กันไปมาว่า หาก LA ออกกฎหมายนี้ บริษัทหลายๆรายจะย้ายออกไปถ่ายทำในรัฐอื่น จนแล้วจนรอด กฎหมายนี้ก็ไม่คลอดออกมาเสียที โดยที่ทางบริษัทเหล่านี้ก็อ้างว่า การใส่ถุงยางแสดงทำให้คุณค่าในการขายลดลง เพราะคนดูไม่ชอบ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่นักแสดงเริ่มติดเชื้อมหันภัยเอดส์กันแบบนี้ ผู้ชมหนังโป๊คงต้องพิจารณาว่า จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขคนแสดงมีความสุข หรือ จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขและคนแสดงเสี่ยงตายกับโรคเอดส์ สุดท้ายแล้ว…มันเป็นข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวของ ผู้ชม หรือ ผู้ผลิตกันแน่? ---------------------------------------------------------------- ประวัติมหันภัยเอดส์คุกคามวงการหนังโป๊สหรัฐฯ ปี 2004 Darren James นักแสดงผิวดำปิศาจที่หลายคนเชื่อว่า เขารู้ตัวว่าติดเอดส์ก่อน แต่ยังคงแสดงต่อไป จนทำให้นักแสดงหญิงอย่างน้อยสามคนติดโรคไปด้วย ปี 2010 Derrick Burts นักแสดงหนุ่ม ทั้งหนังชายหญิง และหนังเกย์ แม้จะใช้ถุงยางระหว่างถ่ายทำ ก็ติดเชื้อเอดส์ โดยเชื่อว่าติดเชื้อจากออรัลเซ็กซ์ และกลายเป็นตัวแทนที่รณรงค์ให้วงการหนังโป๊ใช้ถุงยาง เมื่อปี 2010 ปี 2013 (มิถุนายนที่ผ่านมา) Mr. Marcus ถูกตัดสินจำคุกเมื่อเดือน  เนื่องจากศาลลงความเห็นว่าเขารู้ตัวว่าเป็น ซิฟิลิส แต่ยังคงแสดงแพร่เชื้อต่อไป (โดยเจ้าตัวอ้างว่า นึกว่าเป็นผื่นตรงนั้นเลยซื้อยามาทา) อ้างอิงจาก http://www.news.com.au/world-news/porn-star-rod-daily-announces-hiv-status-less-than-two-weeks-after-actress-cameron-bay-revealed-diagnosis/story-fndir2ev-1226710956954#ixzz2eUUiZ6o4 http://www.cnbc.com/id/101008596 http://iamatreasure.com/about-us/statistics/ http://www.nydailynews.com/entertainment/tv-movies/derrick-burts-aka-cameron-reid-aka-derek-chambers-reveals-hiv-positive-calls-condoms-article-1.471706 http://www.dailymail.co.uk/news/article-2410893/Second-porn-star-weeks-announces-HIV.html http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=901

funny /  ขำๆ / 

เรื่องตลก แปลชื่อหนัง   Mummy.............................. แม่จ๋า Mummy Return.....................แม่จ๋ากลับมาเถอะ Gone with the Wind ..............ลอยไปตามลม xXx......................................หนังโป๊ X-Men ..................................ผู้ชายหื่น Flyboys ................................กระหัง ?? Dragonball.............................แก้วมังกร (อร่อยดี) Saving Private Ryan………………บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น James Bond Dr. No………………เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make senseสุดๆ) Catch me if you can ...............จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ) Pearl harbor……………………………ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา) Saw1 Saw2 Saw3 Saw4……………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4 Home alone.............................บ้านเดี่ยว Ghost Ship ..............................ผีเล่นพนัน What women want ................... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ) Women On Top .........................ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน U-571........................................คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ) 8MM.........................................8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย) A whole nine yard......................ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาว) 8Mile........................................12.87กิโลเมตร Ocean’s eleven…………………………11 มหาสมุทร Ocean’s twelve…………………………12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ) Eight below………………………………ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??) 20,000 leagues under the sea…………(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่) Mystic River ...............................แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม) Who am I...................................ผมเป็นใคร ? I am Sam....................................ผมคือยุรนันท์ Payback…………………………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด) Paycheck ....................................จ่ายด่วน ระวังเด้ง Pay it forward.............................จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน) Cheaper by the dozen.................เหมาโหลถูกกว่า อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ Twelve Monkeys..........................ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก) Charlie's Angel............................นางฟ้าของชาลี Charlie and The Chocolate Factory............... ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มีหลายอย่างจังนะชาลี) Firewall………………………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่) Star wars - return of the jedi…………กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์ Star gate……………………………………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน) Inside man…………………………………………ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ) Dirty Dozen………………………………………..โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ) Van Helsing.....................................รถตู้นรกร้องเพลง Deep Impact ..................................กระแทกลึกๆ Red Eyes ......................................ตาแดง (ไปหาหมอสิ) Tomorrow Never Dies ........................พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย Die Another Day .............................ตายวันอื่น(ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย) The man in the iron mask ....................คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด Toy Story................................................เรื่องของต้อย??? Iron will ……………………………………………..จะเหล็ก The Silence of the Lamb ........................ลูกแกะเงียบ(หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้) Die Hard..........................................(ตายแข็ง แข็งตาย) Con Air ...................................................................ข้าวโพดผึ่งลม Cast Away ..............................................................ขว้างไปไกลๆ Windtalkers ............................................................ ลมพูดได้ Million Dollar Baby ................................................ล้านดอลจ๊ะที่รัก Bigfish...................................................ปลาบึก The net..................................................ตาข่าย The Matrix.............................................ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์ The Fantastic 4........................................4 ยอดกุมาร Ultraviolet..............................................มหาม่วง (หนังเกย์) The Day After Tomorrow........................................มะรืนนี้ Notting Hill.............................................ไม่มีอะไรที่ภูเขา Cat Woman............................................แมวตัวเมีย Bat Man................................................ค้างคาวตัวผู้ ที่มาจาก http://variety.teenee.com/foodforbrain/28294.html

อนธการ หนังเพศที่สาม ขวัญใจนักวิจารณ์ พร้อมฉาย 23 ก.ค. นี้
The Blue Hour /  กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ / 

หลังจากตัดเป็นหนังสั้นส่งลงซีรีส์เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน และได้ไปร่วมฉายในเทศกาลหนังเบอร์ลินครั้งล่าสุดมาแล้ว ในที่สุด ภาพยนตร์ขวัญใจคนดูและนักวิจารณ์อย่าง อนธการ The Blue Hour ผลงานการกำกับของ อนุชา บุญวรรธนะ ก็ได้ประกาศวันกำหนดฉายในวงกว้างออกมาแล้ว ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ตัวอย่างหนัง อนธการ อนธการ ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นของ ตั้ม (กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์) ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือที่บ้าน ความสุขเดียวของตั้มกำลังจะเกิดขึ้นในวันนี้ เพราะตั้มจะได้เจอกับภูมิ (โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) เพื่อนทางอินเทอร์เน็ต ทั้งสองคนนัดเจอกันที่สระว่ายน้ำร้างหลังโรงเรียน ที่สระร้างภูมิเล่าให้ตั้มฟังถึงเรื่องผีบังตาที่ทำให้มีคนจมน้ำตายทุกปี ทั้งภูมิและตั้มไม่เคยคิดว่าเรื่องผีที่เล่ากันในวันนี้อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด โดยก่อนหน้านี้ อนธการ ได้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา และได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกมากมาย ทั้งจากคนดูและนักวิจารณ์ และยกให้ อนธการ เป็นหนังไทยที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ติดตามเรื่องราวชีวิตของเพศที่สาม ไปกับหนังไทยคุณภาพเรื่อง อนธการ The Blue Hour ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ที่โรงภาพยนตร์เครือ เอส เอฟ -----------------------------------------