หนังเกย์

‘เต๊ะตกอับถึงขั้นเล่นหนัง ‘เกย์’ แล้วเหรอ?
หนังเกย์ /  เกย์ / 

เต๊ะโต้!ภาพหวิวจูบ ผู้ชาย หลุดเน็ต ไม่ได้ตกอับถึงขั้นเล่นหนัง เกย์มีข่าวตั้งแต่กลับมาถึงเมืองไทย เมื่อมีภาพหวิวของ หนุ่มเต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร ถอดเสื้อจูบกับผู้ชายอย่างโจ๋งครึ่มหลุดมาทางอินเทอร์เน็ต พร้อมยังเมาท์ต่ออีกว่าเป็นภาพในวีซีดีปลุกใจชาวสีม่วงพอมีโอกาสเจอหนุ่มเต๊ะ เลยรีบถามความจริงทันทีตอนนี้ผมกลับมาพักผ่อนครับ หลังจากไม่ได้กลับเมืองไทยมา 8 เดือนเต็ม กลับมาปุ๊บก็ทราบข่าวว่ามี ภาพที่ผมจูบกับเกย์หลุดมาทางเน็ต ซึ่งจริง ๆ เป็นภาพที่เกิดขึ้นในหนังที่ทำขึ้นเพื่อออกทางโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ได้รับความนิยมมาก เลยหยิบมาทำเป็นหนังใหญ่อีกครั้งหนึ่งครับ ชื่อเรื่อง โก-โก จี บอย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตเกย์ พอนำมาออกที่ไต้หวันไม่มีใครวิจารณ์อะไรมากนัก มันเป็นหนังตลก แต่ในเมืองไทยนี่สิมีคนมาเขียนข่าวว่า เต๊ะตกอับถึงขั้นเล่นหนังเกย์ ผมรู้สึกว่าคนเขียน คิดได้แค่นั้นเองเหรอ มันเป็นการแสดงเท่านั้น คนที่เล่นก็เป็นผู้ชายจริง ๆ ทั้งหมด ไม่ได้เป็นเกย์ตามในเรื่องเลยเพียงแค่ผมต้องทุ่มเทกับการแสดงให้มากและสมจริงเท่านั้น ผมว่าคนเขียนไม่ทำการบ้าน ดูอย่างรางวัลออสการ์ปีที่แล้ว หนังเกย์ก็ได้รับรางวัลนะครับ ซึ่งตอนถ่ายทำจริง ๆ ก็มีหวั่น ๆ อยู่บ้าง รู้สึกว่ามันยาก แต่โชคดีที่ได้ผู้กำกับเก่งใช้มุมกล้องช่วยด้วยครับ สำหรับแฟนคลับผมว่าเขาเข้าใจในการทำงานนะครับ เต๊ะแจงให้ฟัง.ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เป็นเกย์หรือไม่
สามี /  เกย์ / 

สามีชอบเข้าเว็บเกย์ โหลดหนังเกย์ ชอบคุย M กับเด็กหนุ่มๆ FB มีแต่หนุ่มรุ่นๆทั้งนั้น เคยถามสามีบอกว่าไม่มีอะไร แค่ดูเพลินๆ คุยสนุกๆเท่านั้น ตอนนี้สามีอายุ 42 ดิฉันอายุ 40 มีลูก 2 คน สามีจะเป็นเกย์ไหมคะ คำตอบ : สวัสดีค่ะ คุณผู้ชายที่แมนทั้งแท่งเขาจะไม่มีพฤติกรรมการบริโภคสื่อ หรือ สังคมออนไลน์เยี่ยงนี้นะคะ   เพศชายเค้าจะไม่ดูแล้วเพลิน แต่เค้าจะดูแล้วสะอิดสะเอียนค่ะ  ต่อให้มีลูกด้วยกัน ก็ไม่ได้รับประกันว่าเค้าจะไม่ได้เป็นเกย์นี่คะ  เกย์ที่แต่งงานมีลูกก็มีให้เห็นอยู่เยอะแยะมากมายในสังคม  ความจริง มันปิดกันอย่างไรก็ปิดไม่มิดค่ะ  ขึ้นอยู่กับใจคุณเองแล้วล่ะค่ะ ว่ารับได้หรือไม่ได้  ในสิ่งที่เค้าเป็น  เราเปลี่ยนเค้าไม่ได้  สิ่งที่เราทำได้คือทำใจ เผชิญหน้ากับความจริง  จะอยู่ต่อเป็นครอบครัว หรือจะทำอย่างไรต่อไป  ขึ้นอยู่กับคุณสามี-ภรรยาจะคุยกันเอาเองแล้วล่ะค่ะ ขอให้สติอยู่กับตัวนะคะ บุญรักษา จากใจ มาดามรัก ค่ะ

?เพื่อน...กูรักมึงว่ะ? ถูกเลือกเป็นหนังเปิดเทศกาลหนังที่ฮ่องกง
Gay /  Hong / 

ยังไม่ทันหอบ เพื่อน...กูรักมึงว่ะ (Bangkok Love Story) ไปร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์ 34th International Independent Film Festival ที่ประเทศเบลเยี่ยม อย่างที่ประกาศข่าวไปเมื่อวันก่อน มาวันนี้ ผู้กำกับ พจน์ อานนท์ ก็ได้รับข่าวดีอีก 2 ข่าวซ้อนของ หนังรักที่ดีที่สุด ของเขาเรื่องนี้ข่าวแรก เพื่อน...กูรักมึงว่ะ ได้รับเลือกให้เป็นหนังเปิดเทศกาลภาพยนตร์ Hong Kong Lesbian & Gay Film Festival ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 พ.ย. 2 ธ.ค. นี้ ที่เกาะฮ่องกง ซึ่งผู้กำกับฯและนักแสดงนำทั้ง 3 คน คือ รัตนบัลลังก์ โตสวัสดิ์, ชัยวัฒน์ ทองแสง และ วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย จะบินไปร่วมงานเปิดเทศกาลครั้งนี้ด้วยตัวเอง โดยทางเทศกาลฯ จะจัดงานเลี้ยงรับรองอย่างสมเกียรติให้กับภาพยนตร์และทีมผู้กำกับและนักแสดงดังกล่าวด้วยข่าวดีข่าวที่สองถูกส่งตรงมาจากอเมริกาสด ๆ ร้อน ๆ จากงาน American Film Market (AFM) เมื่อ เพื่อน...กูรักมึงว่ะ ได้ถูกค่าย TLA Releasing บริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์อินดี้ชั้นนำของอเมริกาซื้อสิทธิ์ไปจัดจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรในปี 2551 นี้ แน่นอนTLA Releasing เป็นบริษัทที่จะจำหน่ายภาพยนตร์นานาชาติ ทั้งหนังอินดี้, หนังรางวัล และหนังเกย์-เลสเบี้ยนจากทั่วโลก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ค่ายนี้ได้ร่วมงานกับค่ายยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และถือเป็นครั้งแรกของค่ายหนังอเมริกันค่ายนี้ที่ซื้อสิทธิ์ภาพยนตร์ไทยไปจัดจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรด้วยเช่นกันจาก 2 ข่าวดีซ้อนกันภายในวันเดียวก็ทำเอาผู้กำกับ พจน์ อานนท์ ดีใจหน้าบานไปทั้งวันซะแล้ว โอ้โห ดีใจและมีความสุขมาก ๆ เลยวันนี้ (หัวเราะ) ไม่คิดว่าจะได้ข่าวดี 2 ข่าวซ้อนในวันนี้วันเดียวเลย เดือนนี้คงชีพจรลงเท้าหน่อยแหละครับ เพราะกลับจากเบลเยี่ยมแล้ว ก็ได้พักอาทิตย์นึง แล้วก็ต้องบินต่อไปที่ฮ่องกง เพราะ เพื่อน...กูรักมึงว่ะ ได้ไปเป็นหนังเปิดเทศกาลหนังเกย์และเลสเบี้ยนที่ฮ่องกง ตอนแรกคิดว่าจะแค่ได้ฉายในงานเฉย ๆ เหมือนเรื่องอื่น ๆ แต่นี่ได้เป็นหนังเปิดเทศกาลเลยก็ดีใจมาก ๆ ครับ เพราะทางนั้นเค้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกเราด้วย ก็จะพาดาราทั้ง 3 คนไปร่วมงาน ไปโชว์ตัวในงานนี้ด้วย ก็หวังว่าคนที่ฮ่องกงเค้าจะชอบหนังเหมือนที่หวังว่าที่เบลเยี่ยมเค้าจะชอบเหมือน ๆ กันครับแล้วเมื่อกี้นี้เอง เพิ่งได้รับแจ้งจากทีมงานของสหมงคลฟิล์มว่า หนังเรื่องนี้ได้ผู้จัดจำหน่ายที่อเมริกาแล้ว รู้สึกจะชื่อบริษัท TLA Releasing เป็นค่ายหนังอินดี้มีชื่อเสียงของที่นั่น ซึ่งเท่าที่ทราบตอนนี้ เค้าจะฉายหนังเรื่องนี้ในปีหน้า แต่ยังไม่ทราบวันที่แน่นอนครับ ก็ต้องรอตามข่าวกันอีกที ยังไงก็เอาใจช่วยให้หนังได้ตังค์เยอะ ๆ ด้วยนะครับ เพราะผมยังอยากจะทำหนังดราม่าอย่างนี้อีกจริง ๆ ครับ ผู้กำกับฯ พจน์ อานนท์ เปิดเผยด้วยรอยยิ้มกว้างเพื่อน...กูรักมึงว่ะ ยังมีโอกาสไปสร้างเกียรติประวัติให้กับภาพยนตร์ไทยในอีกหลายเทศกาล และหลายประเทศ ติตตามข่าวได้ในครั้งต่อ ๆ ไป

จี้วธ.คุมเข้ม
...ในขวด /  Anu Dalam Botol / 

นายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ. นาย ชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้ายุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก พร้อมด้วยนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง นำสมาชิกทั้งผู้ใหญ่ และนักเรียน ประมาณ 40 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึก และแสดงละครล้อเลียนเรียกร้องให้ วธ.ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายในละคร และภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เนื่องในเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนรณรงค์ ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยมีนายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ.เป็นผู้แทนรับหนังสือ นายชินพัฒน์กล่าวว่า ข้อเรียกร้อง 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ให้เข้มงวดกับผลงานละคร ภาพยนตร์ที่จงใจสื่อมิติความรุนแรง กดขี่ทางเพศ ดื่มเหล้าทุบตี จนกลายเป็นการบ่มเพาะ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อเด็กและเยาวชน และคนในสังคม 2.ให้ส่งเสริมภาพยนตร์ ละคร และรายการโทรทัศน์ รวมถึง มิติทางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่สนับสนุนความเสมอภาคหญิงชาย บทบาทของผู้ชายที่ดี ผู้ชายที่รับผิดชอบครอบครัว ไม่ปลูกฝังค่านิยมแบบชายเป็นใหญ่ และ 3.สร้างพื้นที่ ช่องทางสำหรับสาธารณชน เพื่อใช้ร้องเรียน หรือเสนอแนะสื่อต่าง ๆ ทั้งที่เหมาะสม และไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน "เห็นว่าความรุนแรง วัฒนธรรมผู้ชายเป็นใหญ่เผยแพร่ผ่านละคร และภาพยนตร์เกือบทุกช่อง ถามว่ามาตรการของรัฐในการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ หรือเรตติ้ง ซึ่งใช้สัญลักษณ์ น, ท, ฉ กำกับได้ผลหรือไม่ คิดว่าละครบางเรื่องควรฉายหลัง 4 ทุ่ม แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะกระแสทุนนิยมแรง สื่อประเภทนี้มีผลประโยชน์เยอะ กลายเป็นแค่ว่าให้คอยเฝ้าระวังสื่อ ที่สำคัญจากการประเมินผลการจัดเรตติ้ง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ผล เพราะปัญหายังมีเหมือนเดิม" นายชินพัฒน์กล่าว นายปรารพ กล่าวว่า วธ.ยินดีรับข้อเสนอของเครือข่ายฯ และจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อผลักดันข้อเสนอเป็นวาระแห่งชาติ และจะประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหามาตรการควบคุมการใช้พฤติกรรมความรุนแรง และภาพความไม่เหมาะสมในละคร และภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดให้ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตภาพยนตร์ ประเมินตนเอง เพื่อจะได้ทราบว่าละครที่ผลิตสู่สาธารณชนเหมาะสมเพียงใด ที่มา : มติชน

Magic Mike : เขย่าฝันสะบัดซิกแพค ในโลกมายา ไปกับหนุ่มที่ชื่อ ไมค์
Chaning Tatum /  Gay / 

เป็นหนังที่ค่ายในไทยได้โปรโมทออกนอกหน้าไว้เหมือนละม้าย จะคล้ายหนังที่ขายแต่ ซิกแพ็ค ของเหล่า หนุ่มๆ อาทิ แชนนิ่ง เททั่ม และอีกมากมาย โดยที่หารู้ไม่ว่าเนื้อเด็ดที่สุดของหนังมันกลับอยู่ที่ภายในซิกแพคเหล่านั่น ที่ตัวหนังได้เข้าฉายให้คนทุกเพศ แต่ไม่เหมาะกับทุกวัยเข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ แชนนิ่ง เททั่ม ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด เมื่อ อดัม เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกัน Magic Mike กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่หลังจากที่เห็นเนื้อหนังในตอนแรก หลายๆคนก็ต่างสาปแช่งว่าตัวหนังจะไม่ได้ทั้ง กล่องเงิน และ คำวิจารณ์ แต่หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาคนที่แช่งเหล่านั่นก็ต้องตกเก้าอี้กันไปหลายขมับ เพราะตัวหนังเปิดตัวสูงถึง 39 ล้านเหรียญ ซึ่งมากทีเดียวสำหรับหนังเรต อาร์ พร้อมทั้งยังได้รับคำชมจากมะเขือเน่าไปสูงถึง 79% อีกด้วย โดยดูเหมือนจะเป็นขาขึ้นของผู้กำกับคนเก่งอย่าง สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก จริงๆ เพราะหลังจากในปีที่แล้วพาเราไปติดเชื้อไวรัสใน Contagion มาแล้ว แถมต้นปีก็ยังพาเราไปลุยกับสาวสุดห้าวใน Haywire ก็ดูเหมือนกับว่าการที่ผู้กำกับผลิตหนังมาถี่ประมาณ 1-2 เรื่องภายในแต่ละปี จะไม่ใช่ปัญหาในด้านของคุณภาพในตัวหนังเลยสักนิด ต่างจากผู้กำกับอีกหลายๆคนที่รีบผลิตหนังโดยไม่สนคุณภาพ เพราะดูเหมือนว่า Magic Mike จะกลายเป็นหนังที่เตรียมติดหนังสร้างชื่อให้กับผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากการที่หนังได้มีการตลาดแนวขายทั้งเหล่าหญิงแท้ และ หญิงเทียม ได้อย่างอยู่หมัด เนื้อในของหนังก็ยังถือว่าสามารถมัดใจคนดูทุกเพศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เพราะ Magic Mike เป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวของ ความฝัน , การใช้ชีวิต และ กาลเวลา ของมนุษย์เรา ที่หนังได้ตั้งโจทย์ที่จี๊ดโดนใจไว้ว่า 'ในตอนเราวัยรุ่น พวกเราหลายๆคนก็ต้องการแค่ชีวิตที่สุดเหวี่ยง แต่หลังจากเราเลยวัยนั่นมาแล้ว สิ่งที่เราต้องการมันกลับเป็นความมั่นคงในชีวิตเสียมากกว่า' ผ่าน 2 ตัวละครหลักอย่าง อดัม และ ไมค์ โดยหนังสามารถถ่ายทอดประเด็นเหล่านั่นผ่านการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะให้ คนดู มีความรู้สึกเป็นตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม ที่ในทีแรกหนังก็จะพาเราหลงเสน่ห์ไปกับชีวิตยามราตรี เงินดี หญิงมา ไปด้วยฉากเต้นที่มีทั้ง ลีลา และ ท่า มัดใจสาวน้อย สาวใหญ่ ได้อย่างดีเยี่ยม ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวละคร อดัม ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของแสงสีที่ตื่นตัวเป็นธรรมดา แต่หลังจากนั่นหนังก็ได้เสนอให้เราเห็นถึงด้านมืดของโลกราตรีแห่งนี้ ว่าเมื่อเราหลงไปในโลกของมายามากๆ สิ่งที่ทำให้เราต้องออกนอกทางก็คงหนีไม่พ้น ยาเสพติด , เซ็กห์ และความโลภมาก โดยหลังจากนั่นหนังก็เริ่มโชว์ฉากเต้นที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และไม่น่าหวือหวาอีกต่อไป จนทำให้เรารู้สึกกลายเป็นตัวละคร ไมค์ ที่เบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกมายา และต้องการความมั่นคง เพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาเต้นได้ตลอดนะ ซึ่งดูเหมือนนอกจากหนังจะสามารถจับประเด็นเกี่ยวกับการใช้ความฝัน ควบคู่ไปกับเรื่องราวของกาลเวลาได้ดีเยี่ยมแล้ว หนังยังสามารถทำให้คนดูทุกเพศ ทุกวัย สนุกไปกับฉากการเต้นของเหล่า แดนเซอร์ชาย ได้อย่างมีเสน่ห์ และเหมือนโดนเวทมนตร์ของ ไมค์ ตามชื่อหนังเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากการเต้นที่ยังถือว่าเอาอยู่ของ เททั่ม นักแสดงแทบทุกคนในหนังก็ยังตีบทแตกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ ที่พัฒนาการแสดงได้อย่างเห็นได้ชัด , แชนนิ่ง เททั่ม ที่นอกจากจะเต้นเก่งแล้วยังสามารถอินไปกับตัวละคร ไมค์ แบบที่คนดูจับต้องได้ และปิดท้ายด้วย แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ที่ตีบทแตกกระจุยได้ดีที่สุดของเรื่อง เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว Magic Mike จึงถือว่าเป็นหนังที่ไม่ได้มีขายแค่เหล่า ซิกแพค และ ชายหนุ่ม แต่มันกลับเต็มไปด้วยประเด็นเสียดสีการใช้ชีวิต ของคนสมัยนี่ ที่มัวแต่สนุกกับโลกมายาในวัย 19 จนลืมนึกไปว่าในวัยย่างเข้า 40 ของตัวเองจะต้องการความมั่นคงมากกว่า ได้อย่างสนุกสนาน และจุกในตอนจบ เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ โดย ลูกอบรสเขียด --------------------------------------------------------------------- เมจิคไมค์ ประการแรกที่ต้องแจ้งก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่หนังเกย์ คอนเฟิร์ม!!! ผู้ชายอย่าเพิ่งผวา แต่สาวๆ หรือครึ่งหนึ่งเป็นสาว ที่ชอบเห็นหนุ่มล่ำถอดเสื้อ น่าจะพกผ้าเช็ดหน้าไปด้วยเพื่อเช็ดน้ำลาย หนังเปิดจอกว้างสุด สีสันหนังตอนกลางวันราวกับใส่ฟิลเตอร์ของอินสตราแกรม ก็สบายตาไปอีกแบบ บางฉากอาจต้องปิดตาดู ไม่ใช่อะไร เขิลลล ฉากเต้นก็แข็งแรงทะมัดทะแมง และมีหลายๆโชว์ที่ดูครีเอท และพาเราเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง ที่อาจไม่เคยได้สัมผัส หนังพูดถึงชีวิตของคณะหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ในมุมของผู้มาใหม่ และผู้ที่อยู่มานานแล้ว ไมค์ (แชนนิ่ง ทาทัม ตาตั้ม) ผู้ที่มีรายได้จากโชว์เต้นถอดผ้า อย่างอู้ฟู่ ทั้งเงินทองและหญิงสาว แต่เขาก็มีเป้าหมายอะไรบางอย่างในชีวิต เปรียบเทียบกับ อดัม (อเล็กซ์ เพ็ตทิเฟอร์) ที่เพิ่งใหม่ในวงการ มองเห็นแต่ด้านที่อู้ฟู่ และก็หลงระเริงไปกับมัน อำนาจทำให้คนเราเปลี่ยนไปเสมอ ไม่มากก็น้อย รวมไปถึง ไอ้คำว่าสนุกของคุณ มันต้องแลกกับอะไรไปบ้าง ไม่มีอะไรฟรี ไม่มีอะไรง่าย อาชีพเปลื้องผ้า จริงๆแล้วก็เปรียบเทียบได้กับชีวิตของมนุษย์เงินเดือน หรืองานที่ได้เงินมาง่ายๆ ฉาบฉวย เป็นงานที่เลี้ยงชีวิตตนเอง สนุก เพลินไปกับมัน แต่มันไม่ใช่อนาคตซะทั้งหมด ถ้าเราระเริงกับชีวิตแบบนั้น มารู้ตัวอีกที 30 หรือ 40 เราก็อยู่ในวัยที่ไปไหนต่อไม่ได้ และหมดอายุในอาชีพนั้นๆ ถ้าเราไม่มีแผน เราจะอยู่อย่างไรต่อ สุดท้าย เราก็ต้องเติบโตและมีแผนเพื่ออนาคต นอกเสียจากว่า คุณจะใช้ชีวิตสนุกสนานนั้นไปให้สุดทางเลยจริงๆ ให้ 8/10 ตั้งคำถามกับเราว่า คุณจะสนุกกับงานที่คุณทำได้อยู่ไปจนอายุเท่าไหร่ มันมีวันหมดอายุไหม อนาคตและแผนของคุณคือ? โดย Tyler movie.mthai.com

หนังเกย์ที่ฮือฮาที่สุดในเอเชีย Permanent Residence
House RCA /  Permanent Residence / 

ภาพยนตร์รักจากฮ่องกงที่ก่อกระแสฮือฮามาทั่วเอเชีย เดินทางมาถึงเมืองไทยในที่สุด Permanent Residence จะลงโรงฉายที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ Permanent Residence เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของเกย์คนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นยาวนาน กับเพื่อนสนิทที่เป็นชายแท้ ๆ และความรักแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ กับคู่รักเกย์ของตนเอง มันพูดถึงการตามหาความรักที่ยั่งยืน และการลงหลักปักฐานทางอารมณ์ที่ทำได้อย่างยากลำบาก สกั๊ด ผู้กำกับวัย 40 ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาจากประสบการณ์ชีวิตของตนเอง แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่านั้น คือการเสนอภาพความสัมพันธ์แบบชาย-ชาย อย่างตรงไปตรงมา และไม่แคร์กรอบของสังคม ทำให้ Permanent Residence กลายเป็นหนังเกย์เอเชียที่อื้อฉาวมาก ๆ เรื่องหนึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ตัวอย่าง Permanent Residence - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ สำหรับคอหนังเกย์ หรือแฟนหนังรักโรแมนติคดราม่า ไม่ควรพลาดเด็ดขาด Permanent Residence มีโปรแกรมฉายที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2554 นี้เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียได้ทาง www.facebook.com/houseRCA หรือ โทร 0-2641-5177-8 เว็บไซต์ภาพยนตร์  http://www.permanent-residence.com/movie/about ที่มา : สหมงคลฟิล์ม

ผกก.โน๊ต สราวุธ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ ในหนัง ครูและนักเรียน
Demon666production /  Teacher and Student / 

ใกล้ได้มาเขย่าต่อมความจิ้น กันอีกครั้ง กับภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างชาย-ชาย ผลงานของผู้กำกับ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม ทีครั้งนี้ จะมาเผยความรู้สึก แนวคิด และสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่คุณผู้ชมอยากรู้กันแบบเต็มๆ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม เล่าถึงแนวคิด หรือไอเดียของภาพยนตร์ ครูและนักเรียน หน่อยครับ เกิดจากความแนวความคิดที่ต้องการนำเสนอปัญหาการใช้ชีวิตคู่ของชายรักชาย ตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทราบว่า อะไรคือพฤติกรรมที่จะทำให้ชีวิตคู่ไม่ราบรื่น โดยนำเสนอในรูปแบบของการติดตามดูชีวิตของเกย์ในช่วงวัยทำงาน ซึ่งที่ผ่านมา เรามักจะได้ดูเรื่องราวของชายรักชายในช่วงรักครั้งแรก puppy love หรือช่วงก่อนที่ตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กัน แต่เราไม่ค่อยได้เห็นภาพเหตุการณ์หลังจากนั้น ซึ่งในชีวิตจริงนั้น ไม่เหมือนในละคร ที่มักจะจบลงที่พระเอกนางเอกแต่งงานกัน แต่ความจริงแล้วมันพึ่งเป็นการเริ่มต้นต่างหาก มีวิธีการคัดเลือกนักเลือกทั้ง 3 คน ให้ตรงกับคาแรคเตอร์ที่วางไว้ ยังไงบ้างครับ เริ่มจากการเขียนบท แล้วจินตนาการถึงหน้าตาตัวละคร ซึ่งเราต้องการคนที่มีลักษณะบุคลิกตรงตามบทประพันธ์ ไม่เป็นการฝืนแสดงเป็นตัวละครนั้นๆ เพราะหนังเรื่องนี้เราต้องการความ Real มากที่สุด ให้รู้สึกเหมือนนักแสดงคือตัวละครนั้นจริงๆ โดยบทของต้น รับบทโดย ตั้ม มีลักษณะของความเป็นครู เพราะมีบุคลิกที่เป็นผู้ใหญ่ ดูน่าเชื่อถือ และเป็นมิตร ทำให้เชื่อได้ว่า เด็กๆจะรัก เคารพ และไว้วางใจในครูคนนี้ อีกทั้ง ตั้มยังมีความหน้าตาดี ซึ่งตรงกับความต้องการของเรา ที่อยากแสดงให้คนดูเห็นว่า แม้แต่คนที่หน้าตาดี ก็ยังมีปัญหาการใช้ชีวิตคู่  อย่าคิดว่าคนหน้าตาดีจะมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขเหมือนในละครเสมอไป / บทของแอล รับบทโดย อาร์ มีลักษณะสีหน้าแววตาที่เศร้า แบบคนที่เก็บความทุกข์ไว้ภายใน พยายามอดทนต่อปัญหา ซึ่งตรงกับชีวิตจริงของเกย์หลายๆคนที่ต้องฝืนอดทนต่อพฤติกรรมของแฟนตนเอง เพราะไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยว  เหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิดออกมา ซึ่งอาร์เป็นคนที่มีแววตาเช่นนั้น และมีทักษะการแสดงสูง ที่สามารถถ่ายทอดทุกอย่างได้จากแววตา/ บทของโจ รับบทโดย อาร์ม  มีลักษณะสีหน้าแววตาของเด็กที่ยังสะอาดใสซื่อ บริสุทธิ์ มองโลกเป็นสีขาว ไว้ใจคนง่าย เพราะยังผ่านเรื่องร้ายๆในชีวิตมาน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีแววตาของความเศร้าแบบเด็กที่มีปัญหาครอบครัว ต้องการความรักความอบอุ่นจากคนรอบข้าง ตรงกับตามบทประพันธ์ เบื้องหลังโปรดักชั่นงานสร้างในเรื่องนี้ ผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้างไหมครับ ภาพยนตร์ใช้ระยะเวลาการเตรียมงานตั้งแต่เริ่มโปรเจ็คต์ เขียนบท จนถึงเริ่มถ่ายทำเป็นปีๆ ผ่านกระบวนการคิด และแก้ไขบทหลายครั้งมาก เพราะต้องการให้หนังมีความสมจริงที่สุด ให้เหมือนกับชีวิตของคนจริงๆที่จับต้องได้  ไม่ให้มีความเป็นนิยาย ไม่ให้มีความเมโลดราม่า ทุกครั้งที่รู้สึกว่าบทมีความเฟค หรือประดิษฐ์เกินจริง เราจะทำการแก้ไขใหม่ทุกครั้ง ทำให้ มีการแก้ไขหลายหน ไปจนถึงขั้นตอนถ่ายทำ จนถึงขั้นตอนการตัดต่อ โลเคชั่นสำหรับการถ่ายทำ เราปักหลักที่จังหวัดกาญจนบุรี ในบริเวณที่เป็นป่าเขาและชนบทเป็นหลัก เพื่อต้องการสื่อให้ผู้ชมเห็นถึงความเป็นธรรมชาติของประเทศเราจริงๆ เราต้องการบอกคนดูว่า เกย์นั้นมีอยู่ทุกที่ แม้แต่ในที่ที่ห่างไกล ไม่ได้จำกัดว่า ถ้าเป็นเรื่องราวของเกย์ จะต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในกรุงเทพฯเมืองแห่งแสงสีเสมอ โปรดักชั่นดีไซน์เป็นสไตล์แบบสมจริง แสดงให้เห็นถึงความงามตามธรรมชาติอย่างแท้จริง เราจะไม่พยายามตกแต่งหรือประดิษฐ์  เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่านี่คือเรื่องจริง ในสถานที่จริง ความงามของภาพเป็นความงามจากสถานที่จริง ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งจนเกินไป โดยสรุปแล้ว ครูและนักเรียน เป็นภาพยนตร์แนวไหนครับ เป็นภาพยนตร์แนว จิตวิทยา ดราม่า  ลงลึกถึงสภาพจิตใจของชายรักชาย มีฉากประทับใจของผู้กำกับไหมครับ ฉากที่ตัวละครหลักในเรื่องแอบแสดงด้านมืดของตัวเองออกมา ในเวลาที่อยู่ตามลำพัง และฉากการปะทะคารมของตัวละครหลักกับคนรัก ซึ่งไม่ได้มีการทะเลาะกันอย่างโฉ่งฉ่าง แต่รู้สึกได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่ซ่อนอยู่ภายใน ผ่านสีหน้าแววตาของตัวละคร รู้สึกยังไงครับ กับการร่วมงานกับนักแสดงชุดนี้ ตั้ม และ อาร์ม  เป็นนักแสดงใหม่ แม้เคยผ่านงานแสดงเล็กๆมาบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นหน้าใหม่ของวงการภาพยนตร์  แต่ทั้งสองคนก็มีความตั้งใจในการทำงาน มีความพยายาม ทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และตรงตามที่หนังต้องการ อาร์ เป็นนักแสดงมืออาชีพที่ผ่านงานมาเยอะ มีชั่วโมงบินที่สูงกว่าคนอื่น ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างง่าย ทำให้ทุกอย่างราบรื่นมาก เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสายไปประกวดถึงต่างประเทศ ตัวผู้กำกับเองมีความคาดหวังขนาดไหนครับ ตอนนี้ภาพยนตร์ได้ส่งไปยังเทศกาลหนังของต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งยังไม่รู้ผล แต่ก็ไม่ถึงขั้นคาดหวังว่าจะได้รางวัลใดๆ ขอแค่ได้ฉายโชว์ เพื่อหวังให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้นจากที่เป็นอยู่ หนังเรื่องนี้ อยากบอกอะไรกับคนดูครับ ต้องการสื่อให้ผู้ชมได้รู้ว่า การใช้ชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกสิ่งในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เราควรรับมือกับมันให้ได้ ไม่เช่นนั้นเราอาจต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่าง สุดท้ายนี้ อะไรคือสิ่งที่คนดูจะได้รับ จากการชมภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ครับ ผู้ชมจะได้แง่คิดในเรื่องการยอมรับความเปลี่ยนแปลง  ไม่พยายามฝืนความจริง การพยายามฝืนความเป็นจริงไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ทั้งการบังคับตัวเอง บังคับผู้อื่น ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ดี ร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อน ในภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student ได้ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้น ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

เกย์ - ทอม สมานฉันท์ วีเจ.จ๋า ฮาสุดๆ
คริตกะจ๋า /  ชาคริต / 

หนึ่ง ธนาธรจากเดิมหนังใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่าValentine ก่อนจะมาใช้ชื่อไทยว่า "คริตกะจ๋า บ้าสุดๆ" ฟังดูย่ำแย่พอๆกัน เหมือนไม่รู้จะตั้งว่าอะไร ชื่อภาษาอังกฤษก็ "ง่ายซ๊า...า" ชื่อภาษาไทยก็ ตั้งเหมือนคนหมดมุก ก็เอาชื่อดารานี่แหละว๊า ขายชื่อดารามันซะเลย แต่ตัวหนังกลับมีดีกว่าชื่อง่ายๆนั้นมากมาย เก่ง (ชาคริต แย้มนาม) เกย์ไฮโซเจ้าของธุรกิจพลาสติก ที่กำลังตามล่ารักจากผู้ชายชื่อ กาย(หลุยส์ พงษ์พันธ์) ขณะที่ แพร ทอมเศรษฐีเจ้าของโรงแรมก็กำลังวาดหวังความรักจากสาวสวยชื่อ แพร(จิ๊บ ปกฉัตร) จะด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิตหรืออย่างไรก็สุดคาดเดา ทั้งสองขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาพบว่า ทั้งสองสลับร่างกัน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นวายที่เกิดตามมาเว้ากันซื่อๆ ก็ต้องขอบอกว่า หลังจากที่หนังไทยที่สร้างเกี่ยวกับ เพศทางเลือก มักจะจบลงด้วยความโศกเศร้าร้าวราน ประมาณว่า "ชาตินี้ไม่มีวันที่พวกมรึงจะได้สมหวังกันหร๊อก" หนังเรื่องนี้เสนอตัวที่จะเป็น "เทพประทาน" ให้มวลเหล่าชาวเพศทางเลือกได้มีโอกาสชื่นชมสมประดีกับเขาบ้างหนังเริ่มต้นด้วยพล็อตเรื่องในแบบที่อาจจะกลายเป็น หนังฮาบ้าบอไร้สติ หนังเกย์ กะเทย เหมือนที่สร้างๆกันมา แต่เมื่อหนังเดินไป หนังก็จะเริ่ม "ปล่อยของ"ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็น"ของดี" ที่น่าลิ้มลอง ผ่านงานแสดงระดับสุดยอดของสองดารานำ ชาคริต กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช พร้อมด้วยทีมนักแสดงสมทบที่เลือกเฟ้นมาได้ลงตัวสุดๆทุกตัวละครเมื่อเรื่องเดินไปใกล้จะจบ หนังเกือบจะกลายเป็น "หนังกะเทยเห็นแก่ตัว กับ ทอมใจประเสริฐ" ที่มีสิทธิ์โดนเกย์ประท้วงแน่ๆ (โดยยัยอะไรสักคนที่ชอบออกมาประท้วงบ่อยๆนั่นน่ะ) แต่เมื่อเดินไปถึงตอนจบเข้าจริง หนังก็ทำหน้าที่ตาม เจตนารมย์ที่ตั้งใจแต่ต้นคือ "ทำให้ชาวเพศทางเลือกได้สมหวังบนจอเสียที""ผู้ชาย" ที่กลายเป็นเพศที่เจ้าเล่ห์และร้ายกาจที่สุดในเรื่อง ก็ได้บทเรียนอย่างสาสม ที่ปรากฏในตอนท้ายเรื่อง ชนิดที่ถ้าคุณไม่นั่งดูให้ถึงภาพสุดท้ายของหนังจริงๆ คุณมีสิทธิ์พลาด ไคลแมกซ์สำคัญนี้แน่นอนแต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผมขอไม่เปิดเผยอะไรให้มากมาย ด้วยเกรงว่าจะเสียอรรถรส แต่ขอให้คุณๆไปชมด้วยตัวเองน่าจะดีกว่าขอปรบมือดังๆให้กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช หลังจาก "จุดระเบิด" จากบทบาทในหนัง "แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า" ที่ทำให้ผู้คนได้เห็นว่า เธอเล่นหนังแนวโรแมนติก คอเมดี้ได้ดีมาก มาเรื่องนี้ เธอยิ่ง "เปล่งประกาย"แจ่มชัดที่สุด เธอเล่นได้พริ้วมาก ทั้ง ตลก เซ็กซี่ อ่อนไหว จะให้เธอหน้าเยิน หน้ายับ หน้าตลก ไปจนกระทั่ง อวดเต้าทำนมปริ่ม อวดลีลาเฉียดเอ็กซ์ "จ๋า จัดให้"เธอปล่อยลูกบ้าเหมือนโด๊ป M150 เกินวันละ 2 ขวด เธอเล่นได้มีสีสันมันส์กระจายสุดๆณ วันนี้ ผมขอมอบตำแหน่ง "เจ้าแม่หนังโรแมนติก คอมเมดี้" ให้เธอโดยดุษฏี ชนิด "ใครแย่ง...กรูตบ"! ขอบอกว่า ผมชื่นชมโสมนัสเธอจากหนังเรื่องนี้มั่กๆชาคริต หนึ่งในนักแสดงชายที่ผมชื่นชม ในฐานะที่ที่ผ่านเขาเป็นนักแสดงที่เล่นบทได้หลากหลาย และแต่ละบทเขาก็เล่นได้อย่าง "มีดีไซน์" ซึ่งเท่าที่เห็นชัดๆ ผมเห็นมีอยู่แค่ พงษ์พัฒน์,นพพล,ศรัณยู,ฉัตรชัยและ ชาคริตเท่านั้น ชาคริต ทำให้บททอม ในร่างกะเทย ดูมีมิติ ลุ่มลึก อ่อนไหว ขณะที่ วีเจจ๋า ขโมยซีนในส่วนที่เป็น คอมเมดี้ ชาคริต ก็เก็บแต้มในส่วนที่เป็น ดรามา ชนิดที่ผู้ชมต้องหลั่งน้ำตาแน่ๆอีกรายที่ให้การแสดงระดับ "เปล่งประกาย" นอกจาก วีเจ.จ๋า ก็คือ หลุยส์พงษ์พันธ์ที่เล่นได้ ฮา อึ้ง ทึ่ง เสียวสุดๆ หลังจากเรื่องนี้ เขาจะมีงานวิ่งชนอีกเพียบแน่นอน ดูเหมือนตำแหน่ง "เจ้าพ่อหนังฮา"ของ อนันต์ บุนนาคจะเจอ ตัวตายตัวแทนเข้าให้แล้วชอบมากกับการเลือกทีมสมทบ 4 ตัวละคร คือ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม กับ แจ๊ค แฟนฉันในบทเพื่อนกะเทยของ เก่ง และ จิ๊ก เนาวรัตน์ กับ อ้น ศรีพรรณ ในบท ทอมเพื่อนของ แพร ทั้ง 4 เล่นกันได้มันส์มากๆ จนรู้สึกเสียดายว่าบทน้อยไปหน่อยเจี๊ยบ เชิญยิ้ม ดูดีมากในบท กะเทยแต่งหญิง หลังจากที่เคยเห็นเขาเล่นใน"อีส้มสมหวัง" แจ๊ค แฟนฉันในมาดกะเทยเด็กในเรื่องนี้ ทำให้ผมเห็นว่า "โก๊ะตี๋"เจอคู่แข่งเข้าให้แล้ว เหมือนตอนที่ ลูกเกด เมทินี เจอเบียดรัศมีโดย อั้ม พัชราภา อย่างไงอย่างงั้น ถ้าไม่ ระวังหลัง"โอกาสที่ โก๊ะตี๋ จะถูกทาบรัศมีบทกะเทยโดย แจ๊ค แฟนฉัน มีอยู่เห็นๆอ้น ศรีพรรณ ไปได้สวยกับบทตกลอยู่แล้ว จิ๊ก เนาวรัตน์ ทำให้ผมนึกถึงเธอในหนังดังในอดีตเรื่อง "ปูลม" ที่เธอเล่นเป็นนางเอกที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย ในเวอร์ชั่น อีกหลายสิบปีต่อมาที่ "ปูลม" กลายเป็น "ทอม" ฮาไม่แพ้กันผมชอบไอเดียที่ คนสองคนที่กำลัง "ตามล่าหาความรัก" มาขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สะพานแห่งความรัก" ที่กลายเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้ตัวละครได้ค้นหาหัวใจตัวเอง ไอเดียนี้ทำให้พล็อตหนังที่ดู "ตลาดจ๋า" ดู"ขลัง" ขึ้นมาทันที ถือเป็นการสืบสานตำนานรักอมตะของสะพานรักสารสินให้คงอยู่ต่อไป ด้วยมุมมองที่เปี่ยมอารมณ์ขัน แต่มากมายด้วย หัวใจที่อุดมรักฉากที่ เก่ง กะ แพร ขับรถชนกันเพื่อจะคืนร่างในตอนจบ จะกลายเป็น "ฉากรักขลังๆ" ที่น่าจดจำไปอีกนานอาจสรุปได้ความว่า นี่เป็นหนังที่ชื่อเรื่องไม่ชวนให้คาดหวัง "อะไรมากมาย"แต่ที่จริงแล้ว หนัง "ให้มากกว่า" ในการเรียนรู้ถึง ความรักโดยเฉพาะ ในกลุ่มเพศทางเลือกที่หนนี้แสดงให้เห็นว่า มีคนพยายามจะเข้าใจพวกคุณมากขึ้น.ที่มา หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

เกย์เว้ยเฮ้ย GTHAI MOVIE
COFFEE /  GTHAI MOVIE / 

ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว ตอนที่1  COFFEE   “นัท” เจ้าของร้านกาแฟ  แอบชอบเด็กเสิร์ฟชื่อ “ต้อม” แต่จำต้องหักห้ามใจ วันหนึ่ง ต้อมถูกพ่อทำร้ายร่างกาย นัทจึงชวนต้อมย้ายมาอยู่กับเขา แต่นัทจะห้ามใจตัวเองได้หรือ ในเมื่อต้องนอนร่วมเตียงกับต้อมทุกคืน... นำแสดงโดย  อัครยุทธ  ทองสุขศรี,  เอ้ะ อธิภัทร ตอนที่2  MEMORY “ปริ ณ” ชายหนุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม ต้องพักรักษาตัวอยู่กับเพื่อนสนิทชื่อ “คริน” วันหนึ่ง ปริณได้รับจดหมายจากผู้หญิงลึกลับว่า “เพื่อนของคุณเป็นเกย์ และกำลังแอบชอบคุณอยู่”  ปริณจะทำอย่างไรต่อไป นำแสดงโดย  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ตอนที่3  SALEMAN “ยอร์ช” กับ “อ๋อง” คู่รักที่คบกันมานานถึงห้าปี  จนไม่รู้สึกอยากมีเซ็กส์เหมือนแต่ก่อน จนวันหนึ่ง ยอร์ชได้พบกับเซลล์แมนหนุ่ม ซึ่งยื่นข้อเสนอว่า “หากคุณยอมซื้อสินค้าของผม ผมจะยอมมีเซ็กส์ด้วย” แล้วยอร์ชจะทำอย่างไร... นำแสดงโดย  ไฮแจ็ค เหมังกร, พันเทพ ราวินิต ,  ฉลองพงษ์  โชติอนันต์ศรี ตอนที่4  UNIFORM “วู่”  เด็กช่างกล ซึ่งมักตีกับคู่อริต่างสถาบันเป็นประจำ  วันหนึ่ง เขาเกือบถูกคู่อริฆ่า แต่เด็กหนุ่มชื่อ “โจ้” มาช่วยวู่เอาไว้  แล้วทั้งสองก็รักกัน  แต่โจ้กลับขอร้องให้วู่เลิกตีกับคู่อริ  แล้ววู่จะเลือกอะไร ระหว่างความรักกับสถาบัน... นำแสดงโดย  ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส ------------------------------------------------------- ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว กำกับภาพยนตร์โดย คุณสราวุธ อินทรพรหม  ซึ่งเคยมีผลงานทางด้านรางวัล จากการประกวดภาพยนตร์นอกกระแสมาแล้วหลายเรื่อง รวมทั้งผลงานภาพยนตร์จอเงิน อาทิ “ตายทั้งกลม” , “หนังผี” , “เซ็งเป็ด” นำแสดงโดยกลุ่มนายแบบจากนิตยสารชื่อดัง  อาทิเช่น  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์,  ไฮแจ็ค เหมังกร, ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ ทองสุขศรี ฯลฯ ------------------------------------------------------- ความเป็นมา ความเป็นมาในการผลิตภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE เกิดจากไอเดียที่ว่า ต้องการสร้างภาพยนตร์ที่เกย์ทุกคนสามารถเข้าชมได้ง่ายที่สุด มีความเป็นส่วนตัวที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายในการชมมากที่สุด เนื่องจากกลุ่มชายรักชายในประเทศไทยจำนวนมาก ยังไม่สามารถออกมาหาซื้อ DVD ภาพยนตร์แนวนี้ตามแผงได้อย่างเปิดเผย หรือเข้าชมภาพยนตร์แนวนี้ในโรงหนังได้อย่างเปิดเผย ด้วยหลายๆเหตุผล  ทั้งด้านสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้น การชมผ่านทางคอมพิวเตอร์ส่วนตัว จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การสร้างภาพยนตร์เพื่อฉายทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ภาพยนตร์ไม่ถูกควบคุมเนื้อหาโดยกลุ่มนายทุนที่เป็นชายแท้ ซึ่งบางคนอาจขาดความเข้าใจในกลุ่มชายรักชาย ทำให้เนื้อหาสาระของภาพยนตร์ถูกบิดเบือนไปจากความจริง ไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งที่ชายรักชายอยากชมได้อย่างเต็มที่ สำหรับทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้  ผู้กำกับได้ใช้เงินส่วนตัวในการผลิตทุกขั้นตอน  ตั้งแต่งานโปรดักชั่น การผลิต  จนถึงส่วนของเว็บไซต์ และการประชาสัมพันธ์  ซึ่งเป็นการความต้องการในการผลิตงานออกมาให้ประชาชนได้ชม ด้วยความสะดวกและง่ายดายที่สุด  โดยไม่แสวงหาผลกำไร ผลิตโดย    ฉ 20 PRODUCTION กำกับโดย    สราวุธ อินทรพรหม กำกับภาพ    ตุล บุญนวล  ,  เบนจิ ยาโมโตะ บทภาพยนตร์    สราวุธ อินทรพรหม นำ แสดง    กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ,  ไฮแจ็ค เหมังกร , ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ  ทองสุขศรี, พันเทพ ราวินิต,  ฉลองพงษ์ โชติอนันต์ศรี ฉายที่เว็บ    http://www.gthaimovie.com เริ่มฉาย    1 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป แฟนเพจ https://www.facebook.com/GthaiMovie ---------------------------------------------

Permanent Residence ผมจะรอ จนกว่าคุณจะรัก
House RCA /  Jackie Chow / 

ภาพยนตร์รักจากฮ่องกงที่ก่อกระแสฮือฮามาทั่วเอเชีย Permanent Residence ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของเกย์คนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นยาวนานกับ เพื่อนสนิทที่เป็นชายแท้ๆ และความรักแบบลุ่มๆ ดอนๆ กับคู่รักเกย์ของตนเอง มันพูดถึงการตามหาความรักที่ยั่งยืน และการลงหลักปักฐานทางอารมณ์ที่ทำได้อย่างยากลำบาก สกั๊ด ผู้กำกับวัย 40 ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาจากประสบการณ์ชีวิตของตนเอง แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่านั้น คือการเสนอภาพความสัมพันธ์แบบชาย-ชาย อย่างตรงไปตรงมาและไม่แคร์กรอบของสังคม ทำให้ Permanent Residence กลายเป็นหนังเกย์เอเชียที่อื้อฉาวมากๆ เรื่องหนึ่งในรอบปีที่ผ่านมา สำหรับคอหนังเกย์ หรือแฟนหนังรักโรแมนติคดราม่า ไม่ควรพลาดเด็ดขาด Permanent Residence มีโปรแกรมฉายที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2554 เป็นต้นไป  ติดตามรายละเอียดได้ทางwww.facebook.com/houseRCA หรือ โทร 0-2641-5177-8

ตัวอย่างฉบับติดเรต และ ทีวี สป๊อต จากหนังชายเต้นระบำใน Magic Mike
Chaning Tatum /  Gay / 

ทีวี สป๊อต ฉบับติดเรตจาก Magic Mike ตัวอย่างฉบับติดเรตของ Magic Mike เป็นหนังที่บ้านเราได้ฉายกันแน่นอนแล้วในวันที่ 5 กรกฏาคม กับหนังชายระบำเปลื้องผ้าของผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก อย่าง Magic Mike ที่นำแสดงโดยหนุ่มๆมากมายจากฮอลลีวู้ดเช่น แชนนิ่ง เททั่ม , อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร และ แมธธิว แมคคอนนาเฮย์ ที่ในวันนี้ทาง ไลออนเกตส์ ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับติดเรต เน้นขายทั้ง กล้ามสุดล่ำ , ตูด และเนื้อในอีกมากมายของเหล่าดาราชายที่จะมาเต้นระบำเปลื้องผ้าให้คนดูได้ชมกัน พร้อมทั้งยังปล่อย ทีวี สป๊อต ความยาว 30 วินาทีมาให้ชมกันแบบจุใจอีกด้วย ซึ่งบ้านเราได้ชื่อได้ว่า 'เขย่าฝันสะบัดซิกแพ็ค' ได้ชมกันแน่นอนในต้นเดือนกรกฏาคมนี้ โดยค่าย เอ็ม พิตเจอร์ส

Magic Mike เขย่าฝันสะบัดซิกแพค
Chaning Tatum /  Gay / 

ไมค์ (แชนนิง ทาทัม) เป็นนักธุรกิจ เขาเป็นชายหนุ่มมากความสามารถ ที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ ช่วงกลางวัน เขาใช้เวลาไปกับการไล่ตามความฝันของคนอเมริกา ตั้งแต่การมุงหลังคาบ้านและการทำความสะอาดรถไปจนถึงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากคอนโดบนชายหาดแทมปาของเขา     แต่กลางคืน…เขาร่ายมนต์!!!! เมจิค ไมค์ นักแสดงหนุ่มสุดฮ็อตบนเวทีชายล้วน ได้เขย่าเวทีของคลับเอ็กซ์ควิซิทให้สั่นสะเทือนมานานหลายปีด้วยสไตล์ออริจินอลและท่าเต้นสุดเร่าร้อนของเขา ยิ่งสาวๆ รักเขามากเท่าไหร่ พวกเธอก็ยิ่งจ่ายเงินหนักมือมากเท่านั้น และมันก็ทำให้ดัลลัส (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) เจ้าของคลับแฮปปี้มากขึ้นด้วย เมื่อมองเห็นแววของเด็กหนุ่มที่เขาเรียกว่า คิด (อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์) ไมค์ก็ได้ช่วยดูแลเด็กหนุ่มวัย 19 ปีคนนี้และคอยสอนเขาเกี่ยวกับศิลปะชั้นสูงของการเต้น การปาร์ตี้ การจีบสาวและการหาเงินง่ายๆ ไม่นานนัก นักแสดงใหม่ซิงของคลับคนนี้ก็เริ่มมีแฟนๆ ที่ชื่นชมเขา ในตอนที่ฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นสำหรับโลกแห่งความสนุกสนาน มิตรภาพและช่วงเวลาหฤหรรษ์ ในขณะเดียวกัน ไมค์ได้พบกับบรู๊ค (โคดี้ ฮอร์น) พี่สาวคนงามของคิด เธอเป็นคนที่เขาอยากจะรู้จักสนิทสนมมากขึ้น และดูเหมือนว่าเขาก็มีโอกาส…เว้นแต่ไลฟ์สไตล์ของเขาจะเข้ามาขัดขวาง ———————————————————————————————————————-------- “Magic Mike” นำแสดงโดยแชนนิง ทาทัม, อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์, แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์, โคดี้ ฮอร์น, โอลิเวีย มันน์, แมทท์ โบเมอร์, ไรลีย์ คีอูห์, โจ แมนกานีลโล, เควิน แนช, อดัม โรดริเกซและกาเบรียล อิเกลเซียส “Magic Mike” กำกับโดยผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ (“Traffic”) และเขียนบทโดยรี้ด แครอลิน อำนวยการสร้างโดยนิค เวชส์เลอร์, เกรกอรี จาค็อบส์, แชนนิง ทาทัมและรี้ด แครอลิน ทีมงานเบื้องหลังได้แก่ผู้ออกแบบงานสร้าง โฮเวิร์ด คัมมิงส์, ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย คริสโตเฟอร์ ปีเตอร์สัน, ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายดนตรี แฟรงค์กี้ ไพน์และผู้ออกแบบท่าเต้น อลิสัน ฟอล์ค Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ Channing Tatum ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด (Hollywood) เมื่อเขา (Alex Pettyfer) เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” (Channing Tatum) ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา Magic Mike เปลื้องหมดใจ ผู้ชายโจ๊ะพรึมพรึม สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม (Channing Tatum) จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกันอย่างที่เห็น ร่วมสัมผัสชีวิต จริงของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ Channing Tatum 28 มิถุนายน 2555 นี้

8th /  ฉัตร์ชัย / 

ปรากฏการณ์ใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทย ที่ผู้กำกับฯ หนุ่ม "ฉัตร์ชัย ยอดมณี" ผู้ผ่านงานโฆษณามาสร้างหนังครั้งแรกเรื่อง "แปดวัน แปลกคน (The 8th Day)" ทำเป็นหนังขาว-ดำ ทั้งนี้ฉัตร์ชัยเผยว่า "ที่เลือกทำหนังขาว-ดำ เพราะมันได้สร้างฝันของเราให้เป็นจริง สิ่งที่ทำไม่ใช่หนังทั่วๆ ไป มันเป็นทางเลือกใหม่ของคนที่ชอบดูหนัง เพราะหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่หนังผีโครมครามหรือหนังตลาด เราคิดว่ามันเป็นหนังขาว-ดำตั้งแต่มันเป็นบทแล้ว พออยู่ที่บทปุ๊บทุกอย่างมันก็ต้องเป็นขาว-ดำหมด การแต่งหน้า กล้องทุกอย่างต้องเป็นขาว-ดำหมด มันไม่เหมือนชาวบ้านเขา"เป็นหนังที่ไม่เหมือนหนังธรรมดา มันทำให้ยากขึ้นมั้ย "ด้วยระยะเวลาเตรียมงานอยู่กับมัน 2 ปีกว่า บวกกับความตั้งใจที่จะทำ เวลาถ่ายมันเลยไม่ยาก อีกอย่างด้วยความที่เราฉายหนังกันบนโต๊ะเสร็จหมดแล้ว นักแสดงเขาก็รับรู้หมดแล้วว่าเขาต้องเล่นอะไร""หนังใช้เวลาถ่ายแค่ 25 วัน โดยไม่มีวันหยุดเลย มันเป็นเรื่องที่ดีมาก การแสดงที่เราถ่ายทำกันทุกวันกราฟมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จน วันสุดท้ายมันจะถูกระเบิดออกมา"หนังเป็นชีวิตของคนใน 8 วัน ถ่ายตามตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายเลยหรือเปล่า "ครับ เราถ่ายไล่อารมณ์ของตัวละครตั้งแต่วันแรกเลย เพราะตัวนักแสดงแต่ละคนจะมีอารมณ์แสดงของเขาอยู่ เรายอมเสียงบหน่อยที่จะไล่ถ่ายแต่ละวัน ปกติหนังธรรมดาเขาจะถ่ายสับไปสับมา มันดีตรงที่มันทำให้ถ่ายง่ายขึ้น แต่อารมณ์ของนักแสดงไม่ต่อเนื่อง เรื่องนี้ไม่มีการถ่ายซ่อม พอถ่ายวันสุดท้ายเสร็จเราก็ทำลายฉากหมดเลย"มันไม่เสี่ยงจนเกินไปเหรอ "ไม่เสี่ยงครับ เราใช้คำว่าเราเป็นมืออาชีพพอ สิ่งที่ทำมันคือที่อยู่ในหนัง"คาดหวังเรื่องรายได้ไหม "ไม่คาดหวังตรงนี้ แต่ผมคาดหวังในเรื่องของคนดู คาดหวังฟีดแบ๊ก ผมเชื่อว่าผมทำหนังที่ดีอยู่ มันอาจจะไม่มีผลเรื่องรายได้ แต่ผมคาดหวังว่าคนที่ดูหนังผมเสร็จแล้วจะพูดว่าเป็นหนังที่เขาไม่เคยดู ณ เวลานี้คนเขาอาจจะอัดหนังตลก หนังผี หนังเกย์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมขอเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะผลิตหนังแนวนี้" ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ลองไปดูภาพหนังในเว็บ จะรู้ว่าแปลกไม่แปลกยังไงhttp://www.8thdaythemovie.com/