หนังเกย์

คืนนั้น เขาจะแรงจนมิอาจลืม! ในภาพและใบปิดตัวละครจาก Red wine in the dark Night
Red wine in the dark Night /  กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ / 

เมื่อใดที่่มีการปล่อยหนังของผู้กำกับ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ก็มักจะตามมาด้วยกระแสต่างๆมากมาย โดยการเจาะตลาดหนังเกย์ ที่่เน้นผู้ชมเฉพาะกลุ่ม และเนื้อหาที่สุ่มเสี่ยงในบางคราว ซึ่งกับผลงานล่าสุดอย่างภาพยนตร์ คืนนั้น Red wine in the dark Night ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างชาย-ชาย ของหนุ่มน้อยทั้ง 7 คน ก็ได้ปล่อยภาพหลุดฉากเลิฟซีนสุดร้อนแรง ในแบบที่เห็นแล้วแทบลืมไม่ลง!? พ่วงมาด้วยใบปิดตัวละคร และการแนะนำเล็กๆน้อยๆ มาอุ่นเครื่องคุณผู้ชมกันแล้ว อัพเดต ทีซเซอร์แรกมาแล้ว หวิวน่าดู อึ๋ยยยยย ไวน์ (ฟลุ๊ค พงศธร) เด็กหนุ่มม.ปลายที่มองโลกในแง่ดี เชื่อคนง่าย รักใครรักจริง ชอบช่วยเหลือคนอื่น ไม่ชอบคนโกหกลวงลวง ไนท์ (แม็ค สตีเว่น) หนุ่มลึกลับ นัยน์ตาสีแดง ความจำเสื่อม จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าเป็นใครมาจากไหน บอย (อาร์ กฤตฌาพนธ์) หนุ่มนักธุรกิจ ที่รักเดียวใจเดียว ทุ่มเทให้ความรักเกินร้อย แต่ชอบหลอกตัวเอง เขากำลังจะได้รับบทเรียนครั้งสำคัญ ตี๋ (วิน นนธพัทธ์) หนุ่มหล่อผู้ไม่มั่นใจในตัวเอง ชอบฟังความคิดของคนอื่นมากกว่าฟังเสียงในใจของเขาเอง แล้วชีวิตของตี๋จะลงเอยอย่างไร ไม้ (ตี๋มายด์ สุทธินัฐ) เขาเหมือนจะเป็นคนที่รักเพื่อน แต่จริงๆแล้วมีจุดมุ่งหมายแอบแฝง กัน (โดม ศักดินันท์) ผู้ชายที่ทำทุกอย่างได้เพื่อเพื่อน แต่ชอบใช้ความคิดตัวเองเป็นหลัก ไม่ค่อยฟังใคร ระเบิด (แบ๊งค์ พชร) หนุ่มร่างใหญ่ที่คอยหนุนเพื่อนเสมอ เพื่อนไปไหน เฮอะไร จะมีเขาด้วยตลอด คืนนั้น Red wine in the dark Night  มีกำหนดฉายในวันที่ 23 ก.ค. นี้ แบบจำกัดโรง โดยคุณผู้ชมสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊ค redwineinthedarknightmovie --------------------------------------------

Teacher and Student ครูและนักเรียน
Demon666production /  Teacher and Student / 

ครูและนักเรียน ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม ที่เคยฝากผลงานที่สร้างเสียงฮือฮาไว้มากมายทั้ง หล่อลากไส้, หนังผี, ตายทั้งกลม รวมไปถึงหนังชุด เกย์เว้ยเฮ้ย ซึ่งมีออกมาหลายภาคแล้ว โดยในครั้งนี้ จะมาเล่าเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึกซับซ้อนระหว่าง ครู และ นักเรียนโดยได้นักแสดงนำหนุ่มหล่อที่มารับบทแสดงนำและสร้างสีสันในหนังเรื่องนี้ถึง 3 คน ด้วยกัน เริ่มจาก ตั้ม มานินพันธุ์ นักแสดงและนายแบบจากเวที Men’sHealth Thailand รับบท ต้น ครูโรงเรียนมัธยมชายล้วน ตามมาด้วย อาร์ กฤษตฌาพนธ์ นักแสดงที่มีผลงานทั้งหนัง เอ็มวี โฆษณา และเจ้าของตำแหน่ง Rising Star จากเวที DutchieBoy รับบท แอล คนรักของต้น และ อาร์ม ปิระมิตร เน็ตไอดอล ขวัญใจวัยรุ่นในนาม “อาร์มกากเย้” รับบท โจ เด็กนักเรียนในการดูแลของต้นนั่นเอง! ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้นครับ*** --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- “ทุกสิ่งในโลก ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา มีเกิดย่อมมีดับ  แต่หากเรายังยึดติดกับอดีต โดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามการเดินทางของเวลา และไม่ยอมรับความจริง ความหายนะก็จะเกิดขึ้น” - สราวุธ อินทรพรหม ภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้องการสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตคู่ชายรักชาย บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สุด นำคนดูเดินทางตามดูชีวิตของคู่รักคู่หนึ่งในช่วงเวลาที่ถึงจุดอิ่มตัว ลงลึกถึงสภาพจิตใจบุคคล ผู้ชมจะได้เห็นภาพความเป็นจริงของเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กับ ผู้ใหญ่ที่มาถึง จุดสูงสุดของการเติบโต และกำลังเข้าสู่จุดเสื่อมถอย  ในบรรยากาศชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมไทย ในต่างจังหวัด ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติของประเทศที่กำลังพัฒนาภายในช่วงเวลา ที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤตทางการเมือง อันนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ของหลายคน ติดตามการเพิ่มโรงและรอบฉายได้ที่  https://www.facebook.com/demon666production ฉายแบบจำกัดโรง เฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา

เจ้าพ่อหนังเกย์เสนอเงิน 65 ล้าน จ้าง จัสติน บีเบอร์ ร่วมฉากเซ็กซ์
หนังเกย์ /  มีเซ็กซ์ / 

เจ้าพ่อหนังเกย์เสนอเงิน 65 ล้าน จ้าง จัสติน บีเบอร์ ร่วมฉากเซ็กซ์

เมื่อแปลชื่อหนังเทศเป็นภาษาไทย
คําผกผวน

----- Forwarded Message ---- From: พ่อเจ้าสระ อู To: Sent: Sat, July 31, 2010 11:15:22 AM Subject: [noolex] เมื่อแปลชื่อหนังเทศเป็นภาษาไทย Mummy.............................. แม่จ๋า Mummy Return.....................แม่จ๋ากลับมาเถอะ Gone with the Wind ..............ลอยไปตามลม xXx......................................หนังโป๊ X-Men ..................................ผู้ชายหื่น Flyboys ................................กระหัง ?? Dragonball.............................แก้วมังกร (อร่อยดี) Saving Private Ryan………………บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น James Bond Dr. No………………เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make senseสุดๆ) Catch me if you can ...............จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ) Pearl harbor……………………………ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา) Saw1 Saw2 Saw3 Saw4……………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4 Home alone.............................บ้านเดี่ยว Ghost Ship ..............................ผีเล่นพนัน What women want ................... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ) Women On Top .........................ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน U-571........................................คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ) 8MM.........................................8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย) A whole nine yard......................ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาว) 8Mile........................................12.87กิโลเมตร Ocean’s eleven…………………………11 มหาสมุทร Ocean’s twelve…………………………12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ) Eight below………………………………ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??) 20,000 leagues under the sea…………(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่) Mystic River ...............................แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม) Who am I...................................ผมเป็นใคร ? I am Sam....................................ผมคือยุรนันท์ Payback…………………………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด) Paycheck ....................................จ่ายด่วน ระวังเด้ง Pay it forward.............................จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน) Cheaper by the dozen.................เหมาโหลถูกกว่า อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ Twelve Monkeys..........................ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก) Charlie's Angel............................นางฟ้าของชาลี Charlie and The Chocolate Factory............... ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มีหลายอย่างจังนะชาลี) Firewall………………………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่) Star wars - return of the jedi…………กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์ Star gate……………………………………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน) Inside man…………………………………………ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ) Dirty Dozen………………………………………..โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ) Van Helsing.....................................รถตู้นรกร้องเพลง Deep Impact ..................................กระแทกลึกๆ Red Eyes ......................................ตาแดง (ไปหาหมอสิ) Tomorrow Never Dies ........................พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย Die Another Day .............................ตายวันอื่น(ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย) The man in the iron mask ....................คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด Toy Story................................................เรื่องของต้อย??? Iron will ……………………………………………..จะเหล็ก The Silence of the Lamb ........................ลูกแกะเงียบ(หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้) Die Hard..........................................(ตายแข็ง แข็งตาย) Con Air ...................................................................ข้าวโพดผึ่งลม Cast Away ..............................................................ขว้างไปไกลๆ Windtalkers ............................................................ ลมพูดได้ Million Dollar Baby ................................................ล้านดอลจ๊ะที่รัก Bigfish...................................................ปลาบึก The net..................................................ตาข่าย The Matrix.............................................ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์ The Fantastic 4........................................4 ยอดกุมาร Ultraviolet..............................................มหาม่วง (หนังเกย์) The Day After Tomorrow........................................มะรืนนี้ Notting Hill.............................................ไม่มีอะไรที่ภูเขา Cat Woman............................................แมวตัวเมีย Bat Man................................................ค้างคาวตัวผู้ เครดิต ที่นี่ดอทคอม พ่อ สระอู ช่างทองต้องพึ่งช่างชัก ช่างสลักต้องพึ่งช่างเขียน ช่างรู้ต้องพึ่งช่างเรียน ช่างติเตียนไม่ต้องพึ่งใคร -- **** รู้จักขอบคุณเมื่อได้รับ ขออภัยเมื่อผิดพลาด คือสิ่งที่สมาชิกกลุ่มพึงกระทำ **** กติกา ง่ายๆ ในกลุ่ม 0. ห้ามโพสเรื่องการเมือง หรือถกเถียงเรื่องการเมืองที่ จะก่อความวุ่นวายภายในกลุ่ม ฝ่าฝืนแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 1. ห้ามโพสรูปภาพหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางเสื่อมเสีย 2. ห้ามใช้วาจาหยาบคาย ห้ามบ่นว่าเมล์ หรือ reply เยอะ 3. ห้ามโฆษณาที่หวังผลประโยชน์ทางการค้า ใครโพสแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 4. ไม่ได้รับเมล์อีกกดลิงค์นี้ http://groups.google.com/groups/bounced 5. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ 6. ห้ามส่ง Invite เวปบิทเข้ากรุ๊ปโดยเด็ดขาด 7. ห้ามใช้ตัวหนังสือ สีแดงใหญ่ในการโพสเมล์ปกติ     - ส่งเมล์เข้ากลุ่มได้ที่ - สมัครรับเมล์-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ - ลาออกจากกลุ่ม-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ * ทั้งสมัครและลาออก ต้องยืนยันลิงค์จากระบบทุกครั้ง   อย่าลืมนะคะ มีอะไรก็แบ่งปัน ^ นู๋เล็ก ^ Group's Owner (-`๏’•ิ__•ิ`๏’-)

ธุรกิจหนังโป๊สหรัฐฯ ฉาวเอดส์ ขู่เข้ม กม. สวมถุงยางแสดง
HIV /  ดาราหนังโป๊ / 

ขึ้นชื่อว่าหนังโป๊ ที่หลายๆคนก็ดูเพื่อความบันเทิง จะปลุกเร้าอารมณ์ หรือระบายคลายเครียดก็ตาม ตอนนี้ เราคงจะอึ้งและอาจจะไม่ได้รู้สึกบันเทิงในการชม หากได้ติดตามข่าวล่าสุดว่า เชื้อเอดส์ ได้แพร่กระจายในวงการหนังโป๊สหรัฐฯ และมีดาราหนังโป๊อย่างน้อยสองคนประกาศตัวแล้ว และอีกสองคนยังปิดตัวอยู่ แต่ทว่า จริงๆแล้ว กระจายไปแล้วกี่คนกันแน่? ตามข่าวแล้ว สาวดาวโป๊คนแรกที่ยึดอกเปิดตัว ชื่อว่า Cameron Bay อายุ 28 ซึ่งการเล่นหนังโป๊ของเธอ เป็นแบบไม่ได้ป้องกัน (ไม่ใช้ถุงยาง) ในขณะที่คนที่สอง คือชายหนุ่มที่เป็นแฟนของ Cameron Bay นั่นเอง ชื่อว่า Rod Daily อายุ 32 ซึ่งเล่นหนังโป๊เกย์ แบบป้องกัน (ใช้ถุงยาง) Cameron Bay Rod Daily Rod Daily บอกว่าที่เขาเล่นหนังเกย์ ทั้งๆที่เขาไม่ใช่เกย์ แต่เพราะหนังเกย์ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าเกือบเท่าตัว ตอนนี้ ยังมีข้อสงสัยต่อไปว่า Sydney Leathers (สาวแสบ เด็กเสี่ยของนักการเมืองสหรัฐฯที่หลังจากเปิดตัวว่าเป็นเมียเก็บก็เล่นหนังโป๊เสียเลย) และ Xander Corvus ดาราชายที่เล่นหนังโป๊กับ Cameron Bay และมาเล่นฉากสวาทกับ Sydney ต่อมา จะติดโรคไปด้วยหรือไม่ หนังเรื่องใหม่ โดย Xander Corvus และ Sydney Leathers ที่หลายคนสงสัยว่า ติดเชื้อเอดส์ไปด้วยหรือเปล่า ตอนนี้ จึงมีหน่วยรัฐบาลและเอกชนเข้าไปดูแลเพื่อตามหาว่า คนที่ติดโรคแล้วกี่คนและเพื่อจะหยุดยั้ง ไม่ให้แพร่กระจายต่อไป หนังโป๊สร้างชาติ หากจะมองว่า หนังโป๊ ที่ในสหรัฐฯได้รวมกลุ่มกันทำเป็นสตูดิโอถ่ายทำ ในย่านที่เรียกว่า Porn Valley กันเลย ใน Los Angeles แถมยังมีรางวัลหนังโป๊ที่แทบจะเป็น Oscar กลายๆที่เรียกว่า AVN เนี่ย ทำไมถึงดูยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ก็เพราะมูลค่าขายของหนังโป๊จากสหรัฐฯทำเงินมากกว่า 12 ล้านล้านบาทในปี 2012 น่ะสิครับ ธุรกิจเงินสะพัดโคตรๆ ดาราหนังโป๊ จึงได้ชื่อว่าเป็น “อาชีพ” ที่ได้เงินง่าย ใช้หน้า ใช้ร่างกาย และบางคนก็ชอบเซ็กซ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้มีเด็กสาว เด็กหนุ่มมากมายเดินทางเข้าสู่อาชีพนี้ เพื่อหารายได้ซักพักแล้วก็อาจจะหันเหไปทำอาชีพอื่น (แต่บางครั้ง อดีตก็หลอกหลอน) รวมทั้งคนที่เคยมีชื่อเสียง แต่ต้องการเงินก็หันมาเล่นหนังโป๊ อย่างเช่น Chyna (อดีตสาวนักกล้าม นักมวยปล้ำ) วิธีการตรวจเช็คโรคเอดส์   นักแสดงหนังโป๊ ชาย-หญิง ทุกคนที่จะต้องเข้าฉากร่วมรักแบบไม่ได้ป้องกันจะต้องตรวจเลือดก่อนเข้าฉากเสมอ แต่โรคเอดส์ก็มีข้อจำกัดในการตรวจเช็คอยู่ คือ Window Period (ระยะที่ตรวจพบเชื้อ) หากจะให้ปลอดภัยจริงๆแล้ว ดาราหนังจะต้องตรวจเลือดหลังจาก 22 วัน* ที่ไม่มีเซ็กซ์กับใครอื่นที่น่าสงสัยเลยแล้วค่อยตรวจเลือดเพื่อยืนยันก่อนแสดง หมายเหตุ การตรวจ Window Period แบบ 22 วัน เป็นการตรวจแบบใหม่ แต่การตรวจแบบเดิม จะมีระยะ Window Period ประมาณ 3 เดือน หลังจากสงสัยว่าติดเชื้อ (ถ้าตรวจก่อนหน้า จะตรวจไม่พบเพราะเชื้อยังไม่พัฒนาในระดับที่จะตรวจได้) และถึงแม้จะเสี่ยงกับ HIV ต่ำตามระยะ Window Period แต่การร่วมเพศเข้าฉากแบบไม่ป้องกันก็ยังเสี่ยง ซิฟิลิส กอโนเลีย อยู่ดี จากคำสัมภาษณ์ของ Mr. Marcus นักแสดงหนังโป๊ผิวดำ เว็บไซท์หนังโป๊บางราย ออกความคิดเห็นกับกรณีดังกล่าวว่า พวกเขาก็ถ่ายทำฉากเซ็กซ์ที่ไม่ป้องกัน แต่ก็ใช้การกักตัวดาราที่ถ่ายทำให้กินอยู่ในบ้านพักของบริษัทหลายสัปดาห์ (ตาม window period) แล้วค่อยตรวจเลือดแล้วค่อยแสดง ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้นักแสดงในฉากรู้สึกปลอดภัยกันทุกฝ่าย ในขณะที่บางฝ่ายก็แย้งว่า แล้วจะเอาเงินถุงเงินถังที่ไหนมาเลี้ยงดูดาราหนังโป๊เป็นเดือนๆก่อนถ่ายทำ ขาดทุนพอดี ชีวิตต้องสู้ต่อไป Rod Daily ซึ่งกลายเป็นวีรบุรุษดาราหนังโป๊ ที่กล้าประกาศตัวออกมาแล้ว และกล่าวออกสื่อว่า “ฉันหยิกหน้าตนเอง พระอาทิตย์ยังสาดส่องแสงอุ่นๆบนใบหน้าฉัน ชีวิตยังคงสวยงาม” (Had to pinch myself a few times no doubt. But the sun still shines on my face and its warm. Can't take my heart ever. I love life, blessed.) Read more: ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆคน รวมทั้งได้กล่าวว่า ตัวเขาและแฟนสาว คงจะต้องอำลาวงการเพื่อรักษาสุขภาพตนเอง และถึงแม้ เขาจะสามารถแสดงหนังโป๊กับบรรดานักแสดงที่ติดเชื้อเหมือนกัน Rod บอกว่า เขาคงไม่เสี่ยงที่จะแลกเชื้อเพื่อให้เกิดการ “วิวัฒนาการ” ของเชื้อโรคให้มันรุนแรงกว่าเดิม ในขณะที่นักแสดงหนังโป๊รุ่นพี่หลายคน ก็แสดงความเห็นใจกับ Cameron Bay ที่ฝันในวงการหนังโป๊ของเธอจบลงแล้ว การเปิดตัวว่าเธอติดเชื้อ เท่ากับปิดโอกาสตนเอง ไม่มีโอกาสเสี่ยงแสดงกับใครได้อีก และน่าเศร้าที่วงการนี้ไม่มี สหภาพ สหกรณ์ใดๆที่จะดูแลนักแสดงติดเชื้อระยะที่ต้องออกจากวงการ เธอต้องดูแลตนเอง และหาอาชีพอื่นเอง กฎหมายสหรัฐฯต้องเข้มกว่านี้ เดิม ทางสหรัฐฯโดยเฉพาะ Los Angeles เอง ก็เตรียมออกกฎหมายให้นักแสดงหนังโป๊ทั้งหมดสวมถุงยางแสดง และทำให้เกิดการขู่กันไปมาว่า หาก LA ออกกฎหมายนี้ บริษัทหลายๆรายจะย้ายออกไปถ่ายทำในรัฐอื่น จนแล้วจนรอด กฎหมายนี้ก็ไม่คลอดออกมาเสียที โดยที่ทางบริษัทเหล่านี้ก็อ้างว่า การใส่ถุงยางแสดงทำให้คุณค่าในการขายลดลง เพราะคนดูไม่ชอบ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่นักแสดงเริ่มติดเชื้อมหันภัยเอดส์กันแบบนี้ ผู้ชมหนังโป๊คงต้องพิจารณาว่า จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขคนแสดงมีความสุข หรือ จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขและคนแสดงเสี่ยงตายกับโรคเอดส์ สุดท้ายแล้ว…มันเป็นข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวของ ผู้ชม หรือ ผู้ผลิตกันแน่? ---------------------------------------------------------------- ประวัติมหันภัยเอดส์คุกคามวงการหนังโป๊สหรัฐฯ ปี 2004 Darren James นักแสดงผิวดำปิศาจที่หลายคนเชื่อว่า เขารู้ตัวว่าติดเอดส์ก่อน แต่ยังคงแสดงต่อไป จนทำให้นักแสดงหญิงอย่างน้อยสามคนติดโรคไปด้วย ปี 2010 Derrick Burts นักแสดงหนุ่ม ทั้งหนังชายหญิง และหนังเกย์ แม้จะใช้ถุงยางระหว่างถ่ายทำ ก็ติดเชื้อเอดส์ โดยเชื่อว่าติดเชื้อจากออรัลเซ็กซ์ และกลายเป็นตัวแทนที่รณรงค์ให้วงการหนังโป๊ใช้ถุงยาง เมื่อปี 2010 ปี 2013 (มิถุนายนที่ผ่านมา) Mr. Marcus ถูกตัดสินจำคุกเมื่อเดือน  เนื่องจากศาลลงความเห็นว่าเขารู้ตัวว่าเป็น ซิฟิลิส แต่ยังคงแสดงแพร่เชื้อต่อไป (โดยเจ้าตัวอ้างว่า นึกว่าเป็นผื่นตรงนั้นเลยซื้อยามาทา) อ้างอิงจาก http://www.news.com.au/world-news/porn-star-rod-daily-announces-hiv-status-less-than-two-weeks-after-actress-cameron-bay-revealed-diagnosis/story-fndir2ev-1226710956954#ixzz2eUUiZ6o4 http://www.cnbc.com/id/101008596 http://iamatreasure.com/about-us/statistics/ http://www.nydailynews.com/entertainment/tv-movies/derrick-burts-aka-cameron-reid-aka-derek-chambers-reveals-hiv-positive-calls-condoms-article-1.471706 http://www.dailymail.co.uk/news/article-2410893/Second-porn-star-weeks-announces-HIV.html http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=901

เกย์เว้ยเฮ้ย GTHAI MOVIE
COFFEE /  GTHAI MOVIE / 

ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว ตอนที่1  COFFEE   “นัท” เจ้าของร้านกาแฟ  แอบชอบเด็กเสิร์ฟชื่อ “ต้อม” แต่จำต้องหักห้ามใจ วันหนึ่ง ต้อมถูกพ่อทำร้ายร่างกาย นัทจึงชวนต้อมย้ายมาอยู่กับเขา แต่นัทจะห้ามใจตัวเองได้หรือ ในเมื่อต้องนอนร่วมเตียงกับต้อมทุกคืน... นำแสดงโดย  อัครยุทธ  ทองสุขศรี,  เอ้ะ อธิภัทร ตอนที่2  MEMORY “ปริ ณ” ชายหนุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม ต้องพักรักษาตัวอยู่กับเพื่อนสนิทชื่อ “คริน” วันหนึ่ง ปริณได้รับจดหมายจากผู้หญิงลึกลับว่า “เพื่อนของคุณเป็นเกย์ และกำลังแอบชอบคุณอยู่”  ปริณจะทำอย่างไรต่อไป นำแสดงโดย  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ตอนที่3  SALEMAN “ยอร์ช” กับ “อ๋อง” คู่รักที่คบกันมานานถึงห้าปี  จนไม่รู้สึกอยากมีเซ็กส์เหมือนแต่ก่อน จนวันหนึ่ง ยอร์ชได้พบกับเซลล์แมนหนุ่ม ซึ่งยื่นข้อเสนอว่า “หากคุณยอมซื้อสินค้าของผม ผมจะยอมมีเซ็กส์ด้วย” แล้วยอร์ชจะทำอย่างไร... นำแสดงโดย  ไฮแจ็ค เหมังกร, พันเทพ ราวินิต ,  ฉลองพงษ์  โชติอนันต์ศรี ตอนที่4  UNIFORM “วู่”  เด็กช่างกล ซึ่งมักตีกับคู่อริต่างสถาบันเป็นประจำ  วันหนึ่ง เขาเกือบถูกคู่อริฆ่า แต่เด็กหนุ่มชื่อ “โจ้” มาช่วยวู่เอาไว้  แล้วทั้งสองก็รักกัน  แต่โจ้กลับขอร้องให้วู่เลิกตีกับคู่อริ  แล้ววู่จะเลือกอะไร ระหว่างความรักกับสถาบัน... นำแสดงโดย  ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส ------------------------------------------------------- ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว กำกับภาพยนตร์โดย คุณสราวุธ อินทรพรหม  ซึ่งเคยมีผลงานทางด้านรางวัล จากการประกวดภาพยนตร์นอกกระแสมาแล้วหลายเรื่อง รวมทั้งผลงานภาพยนตร์จอเงิน อาทิ “ตายทั้งกลม” , “หนังผี” , “เซ็งเป็ด” นำแสดงโดยกลุ่มนายแบบจากนิตยสารชื่อดัง  อาทิเช่น  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์,  ไฮแจ็ค เหมังกร, ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ ทองสุขศรี ฯลฯ ------------------------------------------------------- ความเป็นมา ความเป็นมาในการผลิตภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE เกิดจากไอเดียที่ว่า ต้องการสร้างภาพยนตร์ที่เกย์ทุกคนสามารถเข้าชมได้ง่ายที่สุด มีความเป็นส่วนตัวที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายในการชมมากที่สุด เนื่องจากกลุ่มชายรักชายในประเทศไทยจำนวนมาก ยังไม่สามารถออกมาหาซื้อ DVD ภาพยนตร์แนวนี้ตามแผงได้อย่างเปิดเผย หรือเข้าชมภาพยนตร์แนวนี้ในโรงหนังได้อย่างเปิดเผย ด้วยหลายๆเหตุผล  ทั้งด้านสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้น การชมผ่านทางคอมพิวเตอร์ส่วนตัว จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การสร้างภาพยนตร์เพื่อฉายทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ภาพยนตร์ไม่ถูกควบคุมเนื้อหาโดยกลุ่มนายทุนที่เป็นชายแท้ ซึ่งบางคนอาจขาดความเข้าใจในกลุ่มชายรักชาย ทำให้เนื้อหาสาระของภาพยนตร์ถูกบิดเบือนไปจากความจริง ไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งที่ชายรักชายอยากชมได้อย่างเต็มที่ สำหรับทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้  ผู้กำกับได้ใช้เงินส่วนตัวในการผลิตทุกขั้นตอน  ตั้งแต่งานโปรดักชั่น การผลิต  จนถึงส่วนของเว็บไซต์ และการประชาสัมพันธ์  ซึ่งเป็นการความต้องการในการผลิตงานออกมาให้ประชาชนได้ชม ด้วยความสะดวกและง่ายดายที่สุด  โดยไม่แสวงหาผลกำไร ผลิตโดย    ฉ 20 PRODUCTION กำกับโดย    สราวุธ อินทรพรหม กำกับภาพ    ตุล บุญนวล  ,  เบนจิ ยาโมโตะ บทภาพยนตร์    สราวุธ อินทรพรหม นำ แสดง    กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ,  ไฮแจ็ค เหมังกร , ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ  ทองสุขศรี, พันเทพ ราวินิต,  ฉลองพงษ์ โชติอนันต์ศรี ฉายที่เว็บ    http://www.gthaimovie.com เริ่มฉาย    1 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป แฟนเพจ https://www.facebook.com/GthaiMovie ---------------------------------------------

รื้อหิ้งหนังเก่า : Mysterious Skin (2004) - ความทรงจำสีเลือด (กำเดา)
BIOSCOPE /  Mysterious Skin / 

Mysterious Skin (2004) ความทรงจำสีเลือด (กำเดา) จากคอลัมน์ Symbolic Corner โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 43 (มิ.ย. 2548) จำได้ว่าตอนดู Mysterious Skin ของผู้กำกับ เกร็ก อารากิ จบ  แทนที่จะกลับจุดหมายด้วยรถไฟฟ้าเหมือนอย่างทุกวัน ผมลอง ‘เดิน’ กลับออฟฟิศแทน แม้ระยะทางจะยาวไกลหลายกิโลก็ตาม แต่ก็อยากเดินเล่นคนเดียว อยู่เงียบๆ คนเดียว กรุงเทพฯ ตอนกลางคืนก็สวนดี มีแสงไฟข้างทางหยอกล้อกับความมืด ถึงลมฤดูฝนจะไม่เท่เหมือนลมฤดูหนาว แต่ลมฤดูไหน ๆ ก็ยังทำหน้าที่ของมันได้ดี ผมไม่ได้มองเห็นว่า Mysterious Skin เป็นหนังเกย์ หนังเรื่องนี้มุ่งเน้นที่ความสัมพันธ์มากกว่า Mysterious Skin คือเรื่องของคนคนหนึ่งที่ต้องการหาความสงบทางใจ ในตัวของอีกคนหนึ่ง มันไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่แค่มิตรภาพ และไม่ใช่แค่เซ็กซ์...แต่มันคือความอุ่นใจ และความปลอดภัย Spoilers Alert: บทความนี้เปิดเผยความลับของหนังแบบหมดตูด ! ก่อนจะพูดถึงสัญลักษณ์ใน Mysterious Skin ผมขอเกริ่นถึงวงจรความสัมพันธ์อันน่าประทับใจผ่านตัวละครเกือบโหล ดังรายนามต่อไปนี้ ตัวละครในโลกของไบรอัน ประกอบด้วย ไบรอัน (เบรดี้ คอร์เบต): หนุ่งเนิร์ดที่ช่วงหนึ่งของความทรงจำวัยเด็กขาดหายไป เขาหมกมุ่นกับช่วงเวลาดังกล่าวและให้คำตอบแบบคิดเองเออเองว่า คงถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป ไบรอันค้นพบว่าบุคคลเดียวที่จะไขปริศนาชีวิตได้ก็คือ นีล เพื่อนในวัยเด็ก แม่ของไบรอัน: คุณแม่ตัวอย่างตามแบบฉบับครอบครัวคาทอลิก พี่สาวของไบรอัน : ไม่มีบทบาทสักเท่าไหร่ เอวาลีน: หญิงสาวที่ไบรอันเพิ่งรู้จักผ่านรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว เอาวาลีนเชื่อว่าเธอถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปเป็นสิบครั้ง ปัจจุบันเธออาศัยอยู่กับพ่อ เมื่อได้รู้จักไบรอัน เธอก็ติดเขาขนาดหนัก ตัวละครในโลกของนีล ประกอบด้วย นีล: (โจเซฟ กอร์ดอน เลวิต)เกย์หนุ่มที่เสียตัวจนเป็นนิสัย สมัยเด็กๆ เคยมีความสัมพันธ์กับโค้ชเบสบอลสุดหล่อ เมื่อโตขึ้นมา เลยติดเซ็กซ์และกลายเป็นผู้ชายขายตัว นีลยังคงเว้าวอนถึงความรู้สึกที่ตัวเอง ‘เป็นคนพิเศษ’ แม่ของนีล: (อลิซาเบธ ชู) คุณแม่ฮิปปี้ที่ออกเดทกับผู้ชายอยู่ร่ำไป มีอยู่ฉากหนึ่งที่เธอบอกกับนีลว่าคืนนี้จะไปออกเดท แล้วเธอก็นั่งนิ่งไปสักพักนึง ราวกับก็รู้ตัวดีว่ามันไม่มีค่าอะไร นอกจากการหลอกตัวเอง และคนที่เธอรักมากที่สุดก็คือนีล เวนดี้: (มิเชล แทรชเทนเบิร์ก จากซี่รีส์ Buffy the Vampire Slayer  แสดงได้เยี่ยมสุดๆ):  เพื่อนซี้ที่เคยหลงรักนีลและยังรักอยู่โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ตอนแรกดูเหมือนว่าเวนดี้จะเป็นฝ่ายต้องการนีลอย่างมากมาย แต่ท้ายที่สุดนีลก็ต้องการเวนดี้ไม่แพ้กัน ถึงขนาดย้ายเมืองไปอยู่กับเธอ ทั้งคู่คือคู่ Soul Mate อย่างแท้จริง อีริค: กระเทยที่หน้าตาเหมือน ไมเคิลแจ็คสัน เขาเป็นเพื่อนกับนีล และแอบชอบนีลเวนดี้ เคยเตือนอีริคไว้ว่า “ในขณะที่คนอื่นๆเขามีหัวใจ แต่นีลมีแต่หลุมดำที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะฉะนั้น เธออย่าตกหลุมรักเขาเชียวล่ะ  (มิฉะนั้นเธอจะไม่มีวันขึ้นมาได้เลย)” โค้ช: โค้ชเบสบอลที่กลายเป็นคู่ขาคนแรกของนีล ผู้ชายที่ใช้บริการนีล: มีมากมาย (ยิ่งกว่าดาวบนท้องฟ้า ) ตั้งแต่ 15 นาทีแรกผ่านไป ถึงไบรอันจะคิดไม่ออกว่าช่วงเวลาที่หายไปในความทรงจำคืออะไร แต่ผู้ชมเกินครึ่งโรงน่าจะเข้าใจได้ว่า เด็กทั้งสองถูกล่วงละเมิดทางเพศ โจทย์หลักของหนังจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาว่า “พวกเขาถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างไร”  แต่ยังรวมไปถึง “ผลของการถูกล่วงละเมิดทางเพศทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร” คำตอบของประเด็นแรกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไบรอันและนีลเจอกัน (หรืออาจบอกได้เลยว่า ถ้าทั้งคู่เจอกันเมื่อไร เรื่องก็จบเห่) บทหนังเรื่องนี้ก็ให้พวกเขาเจอกันในฉากสุดท้ายซะเลย กว่าจะไปถึงฉากนั้น หนังก็ตัดสลับความเป็นไปของทั้งคู่ พร้อมแนะนำตัวละครอื่น ๆ ซึ่งล้วนต้องการที่พักใจจากอีกคนหนึ่ง ที่พล่ามมาทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์เลยครับ (อ้าว!) สัญลักษณ์ ธีมของ Mysterious Skin ก็คือ ผลพวงของความทรงจำในวัยเด็กที่ส่งผลไปตลอดชีวิต สัญลักษณ์ต่างๆ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อความหมายนี้ได้อย่างดี โดยแบ่งได้เป็นข้อต่างๆ ดังนี้ คอร์นเฟลค ภาพแรกของ Mysterious Skin เป็นภาพใบหน้าของเด็กชายนีลที่เงยหน้าแล้วฉีกยิ้ม มีคอร์นเฟลคและขนมสีสวนโปรยมาจากท้องฟ้า ภาพนี้มีความหมายอย่างไร? คำตอบ : ภาพนี้ไม่ใช่แค่ความสุขของเด็กที่ได้เล่นคอร์นเฟลคแน่ๆครับ (เพราะการโดนขนมโปรยใส่หันวคงไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่) แต่มันเปรียบถึงความสุขในวัยเด็ก ภาพๆนี้คือตัวแทนของหนังทั้งเรื่อง มันคือความทรงจำในวัยเด็กที่มีผลกระทบอันยาวนานตลอดชีวิตของนีล คนที่โปรยคอร์นเฟลคไม่ใช่ใครที่ไหน โค้ชเบสบอลเป็นคนโปรยคอร์นเฟลคก่อนจะเมคเลิฟกับนีล ภาพนี้ยังถูกนำมาใช้อีกหลายครั้งในเวลาที่นีลคิดถึงความสุขของการเป็น ‘คนพิเศษ’ 2.มนุษย์ต่างดาว ในขณะที่นีลแทนที่การถูกละเมิดด้วยคอร์นเฟลคไบรอันก็แทนมันด้วยมนุษย์ต่างดาว คอร์นเฟลคกันมนุษย์ต่างดาวมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คอร์นเฟลค= ความสุข เด็กๆ ชอบ อร่อยจัง มนุษย์ต่างดาว = ความทุกข์ เด็กไม่ชอบ น่ากลัวจัง ดังนั้น เราเห็นได้เลยว่าประสบการณ์ดังกล่าวส่งผลกับนีลและไบรอันไม่เหมือนกัน จริงอยู่ที่การถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่ใช่เรื่องดี สำหรับนีลมันคือการหลงใหลมัวเมาในเพศรส แต่สำหรับไบรอันมันคือฝันร้ายตลอดกาล 3.หิมะ และ พลุ ฉากหิมะตหที่เด่นที่สุดเกิดขึ้นเมื่อนีลเดินชมเมืองกับเวนดี้แล้วนึกถึงวัยเด็ก ทั้งคู่ยืนดูหนังกลางแปลงที่ไม่ได้ใช้งานมานานแสนนาน ปล่อยให้สายลมลูบไล้ใบหน้า สูดกลิ่นของความทรงจำเก่าๆ ทันใดนั้นหิมะก็โปรยปรายลงมาอย่างมหัศจรรย์ ส่วนพลุนั้นปรากฏในฉากย้อนอดีต เด็กชายนีลจุดพลุด้วยปากของเพื่อน จากนั้นก็ก้มลงไปประกอบโอษฐกามเป็นการตอบแทน (โดยมียัยเวนดี้ยืนตาถลนอยู่ข้างๆ) นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความทรงจำแสนพิสดาร โปรดสังเกตความเหมือนระหว่าง คอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และ พลุ ให้เวลาคิด 3วินาที ครับ 1 . 2 … 3  หมดเวลา ทั้งคอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และ พลุ มันลอยมาจากข้างบนครับ! ตัวละครจะต้องเงยหน้ามองฟ้า ทั้งคอร์นเฟลค มนุษย์ต่างดาว หิมะ และพลุก็ใช้เปรียบเปรยความทรงจำในวัยเด็ก ถ้าผมจะตัดภาพ 5 ภาพเพื่อบอกสัญลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ ผมจะเอาภาพคอร์นเฟลค มาเทียบต่อภาพมนุษย์ต่างดาว แล้วก็มาต่อกับภาพหิมะ ภาพพลุ แล้วก็ไปที่ภาพจบของเรื่อง นั่นก็คือ ภาพนีลและไบรอันนอนพิงกันจนเหมือนเด็กเล็กๆ 2คน แล้วกล้องก็ถ่ายมันมาจากมุมสูง ภาพหลังสุดไม่มีอะไรลอยอยู่บนหัวของพวกเขานอกจาก ‘ความทรงจำอันเลวร้าย’ การจัดภาพในฉากนี้บอกเป็นนัยว่า เขาทั้งสองเป็นสิ่งที่มีชีวิตเล็กๆ ที่ไร้ซึ่งอำนาจใดๆ พวกเขาตกเป็นเหยื่อของความทรงจำที่จะครอบงำไปตลอดกาล อย่างที่นีลบอกกับไบรอันว่า “ฉันอยากจะบอกนายว่าทุกๆอย่างมันจะดีขึ้นเอง แต่ถ้าพูดไปอย่างนั้นฉันคงโกหก เพราะมันจะไม่ดีขึ้นหรอก” Mysterious Skin บ่อยครั้งที่เราสามารถตามหาสัญลักษณ์ได้จากชื่อหนัง ‘ผิวหนังลึกลับ’ คืออะไรกันนะ? 4.1 มันคือ นิ้วของมนุษย์ต่างดาว ที่ไบรอันเห็นในโทรทัศน์ (ซึ่งก็มีความหมายอย่างที่ปรากฏในข้อ2นั่นแหละ ) 4.2 มันคือ ผิวหนังลึกลับของเอวาลีน เอวาลีนเคยถลกกระโปรงให้ไบรอันดูต้นขาของเธอ มันมีรอยแผลเป็นอยู่ตรงนั้นซึ่งเอวาลีนเชื่อว่า ‘มนุษย์ต่างดาวได้ฝังชิพไว้ในตัวเธอ’ ซึ่งมีความเป็นไปได้ดังต่อไปนี้ เอวาลีนถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวและฝังชิพจริงๆ เอวาลีนได้แผลเป็นมาจากไหนก็ไม่รู้แล้วคิดเองเออเอง เอวาลีนเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ (เพราะตำแหน่งของแผลเป็นอยู่ใกล้บริเวณส่วนลับของเพศหญิงมากๆ) ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อีกว่า เอวาลีนอาจจะถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศจนสร้างความทรงจำเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวทดแทน ที่ผมคิดว่าเป็นตัวพ่อ นั่นเพราะว่าเอวาลีนแทบจะไม่เคยไปไหนเลย , บ้านของเธอ อยู่ห่างไกลจากผู้คน , เธอมีอยู่กับเพียง 2 คนพ่อลูก และทุกครั้งที่มีผู้ชายมาหาเอวาลีนที่บ้าน พ่อของเธอก็จะทำท่าทางกระฟัดกระเฟียด มันน่าคิดไหมล่ะ! ในหนังเรื่องนี้ผมสงสารเอวาลีนที่สุดเลยครับ เธอถูกวางให้เป็นตัวตลก ในตอนท้ายที่ทุกๆคนล้วนมีเพื่อนหรือที่พึ่งพิงทางใจ แต่เอวาลีนผู้ต้องการให้ไบรอันเป็นที่พักทางใจของเธอ กลับถูกไบรอันเลิกลบ เฮ้อ.. สุดท้ายเอวาลีนก็ไม่มีเพื่อนเหมือนเดิม 4.3 มันคือเครื่องในและพื้นที่รอบๆอวัยวะเพศของวัว ที่ตายแล้ว นอกจากเอวาลีนจะโชว์แผลเป็นแล้ว เธอยังพาไบรอันไปดูศพวัว โดยเครื่องเพศหรือเครื่องในอะไรสักอย่างของวัวพวกนี้หายสาญสูญไป เอวาลีนสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่ขโมยไปวิจัย (อันนี้ผมเริ่มคล้อยตามเธอแล้วครับ ก็ใครจะเอาอวัยะเพศวัวไปอย่างเดียว ) ว่าแล้วเธอก็ท้าพิสูจน์ให้ไบรอันล้วงเข้าไปจับเครื่องในของวัว…ว้าว แม่นักวิทยาศาสตร์! ขณะที่ไบรอันล้วงเข้าไป ความทรงจำในวัยเด็กก็กลับคืนมา นำไปสู่ผิวหนังลึกลับประการต่อไป นั่นก็คือ 4.4 ทวารหนักโค้ชสุดที่รัก โค้ชคิดท่าร่วมเพศได้พิสดารมาก เพราะเขาให้เด็กเขามือล้วงตูดเขา! โอ้ โอ้ววโอ้ววม่ายยย  ให้มันได้อย่างนี้สิ! ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมความทรงจำนี้ถึงหลอกหลอนไบรอันไปชั่วชีวิต เด็กพวกนี้ไม่ถูกล่วงละเมิดทางเพศแบบทั่วๆไป แต่พวกเขาต้องล้วงตูดคนอื่นเชียวนะ! 4.5 เลือดกำเดาของไบรอัน พอไบรอันเอาแขนกระซวกเข้าไปในตูดวัว ความทรงจำก็เริ่มกลับมา และเลือดกำเดาก็ไหลทันทีก่อนหน้านั้น มีการปูเนื้อเรื่องว่าไบรอันมีอาการประหลาดที่เลือดกำเดาไหลโดยไม่มีสาเหตุ ถึงเลือดกำเดาจะไม่ใช่ผิวหนัง แต่ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับผิวหนัง เลือดกำเดาไหลปริศนาจึงสอดคล้องกับนิยามของMysterious Skin เช่นกัน ปริศนาเลือดกำเดามีคำตอบอยู่ในอดีต หลังเสร็จกิจกับโค้ช เด็กชายไบรอันเหม่อลอยจนหน้าคว่ำเลือดกำเดาไหล และต่อมา เมื่อไรก็ตามที่เขาคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต เลือดกำเดาก็จะไหลออกมา ดังนั้นเลือดกำเดาในหนังเรื่องนี้ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากมนุษย์ต่างดาว มันคือสัญลักษณ์ของความทรงจำ (สีเลือด) ในวัยเด็กที่หลอกหลอนไบรอันมาโดยตลอด 4.6 ผิวหนังของชายชรา HIV ตอนที่นีลถือคติ Sex and the City (ขายตัวในนิวยอร์ค..ยอดไปเลย! ) เขาได้ให้บริการกับชายชราคนหนึ่งซึ่งภายนอกดูเป็นคนปกติ แต่เมื่อเขาถอดเสื้อออกมาก็พบว่า ผิวหนังของเขาพิสดารอย่างยิ่ง มันเต็มไปด้วยสะเก็ดและรอยสีดำคล้ายรอยไหม้ ผิวหนังนี้ตรงกับนิยามว่า ‘ผิวหนังลึกลับ’ อย่างยิ่ง และเราสามารถอนุมานว่าเขาน่าจะเป็นโรคเอดส์ แต่ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการร่วมรักกับนีล เขาต้องการเพียงให้นีล‘ลูบไล้ สัมผัส และขยำ ’ ผิวหนังอันลึกลับของเขา (ว้าว..แม่เจ้าโว้ย) ท่วงท่าการร่วมรักแบบนี้ (เอ๊ะ จะเรียกว่าร่วมรักได้ไหม) มันดูคลับคล้ายคลับคลากับท่าที่เขาใช้กับโค้ช เพราะโค้ชเองก็ไม่ได้ให้นีลสอดใส่ประตูหลัง เขาขอให้นีลใช้มือลูบไล้และทะลวงทวารหนักหรือ’ผิวหนังลึกลับ’ ของเขา ในขณะที่นีลลูบไล้ผิวหนังของชายชรา เขาก็เพิ่มความรุนแรงในการขยำมากยิ่งขึ้น ทั้งที่หน้าตาของนีลก็ดูไม่มีความสุขเอาซะเลย ฉากนี้บ่งบอกได้ดีว่าความทรงจำในอดีตทำร้ายนีลอย่างไร ถึงเซ็กซ์สำหรับนีลจะดูเป็นเรื่องสนุก แต่มันก็ทำร้ายเขาโดยที่เขาควบคุมไม่ได้ เซ็กซ์คือฝันร้ายที่นีลกินจนเป็นนิสัย เหมือนคนที่กินอาหารแย่ๆ จนไม่รู้จักวิธีกินอาหารแบบอื่นอีกต่อไป นอกจากนี้มันยังบอกอนาคตอีก 2 ประการ คือ 1.ถ้าเขาแก่ตัวไป เขาอาจจะเป็นอย่างชายแก่คนนี้ก็ได้ และ 2. เขาอาจจะเจอลูกค้าที่อันตรายกว่าชายแก่คนนี้ก็เป็นได้ เพราะอย่างน้อยชายแก่คนนี้ก็ใจดีและไม่ได้ทำร้ายเขา สำหรับข้อ 1 นีลอาจจไม่ต้องจบตัวเองในสภาพนี้ก็ได้ แต่สำหรับข้อ2 นีลก็เจอดีเลยครับ เมื่อลูกค้าคนต่อมาซ้อมเขาจนอยู่ในสภาพปางตาย การขยำเนื้อพิสดารของชายแก่ ยังทำให้ผมคิดถึงอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ ชายแก่คนนี้ไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากที่พึ่งพิงทางใจ ชายแก่คนนี้ก็เหมือนกับนีล ที่กลายเป็นคนร่านสวาทมีเซ็กซ์ไปทั่วก็ไม่ได้เพราะอะไรหรอก เขาก็เหมือนกับตัวละครอื่นๆ และก็อาจจะเหมือนเราๆ ท่านๆ ผู้ต้องการที่พึ่งพิงทางใจ …จริงไหม? https://www.youtube.com/watch?v=LN418cew6gs

10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์
10 ที่สุดของคู่จิ้น /  10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์ / 

ในช่วงขวบปีหลังๆ ของภาพยนตร์ไทยมานี้ จะสังเกตได้ว่ามีหนังที่เล่าเรื่องราวของเพศที่สามมากขึ้น จากที่ในสมัยก่อนอาจมีการกล่าวถึงเป็นเพียงตัวละครที่เรียกหัวเราะเท่านั้น แต่ในปัจจุบันที่สังคมเปิดรับมากขึ้น และหนังที่มีพล็อตเรื่องทำนองนี้ จะมุ่งศึกษาและตรวจตราสภาพจิตใจ ความสัมพันธ์ และความรัก ที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนบางครั้งก็ทำให้แฟนหนังเกิดการ "จิ้น" กันขึ้นระหว่างตัวละครที่หวังจะให้ลงเอยกันโดยทั้งแอบเชียร์ ยุยง ลุ้นตัวโก่ง หรืออาจเลยเถิดไปจนถึง การแต่งบทบาทความสัมพันธ์ลึกซึ้ง! เพิ่มเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็มี แต่คุณผู้ชมรู้ไหมว่าการมีอยู่ของ "คู่จิ้น" เหล่านี้ มีมาในโลกภาพยนตร์เป็นเวลานานมากแล้ว!  และในวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาหาคำตอบกันได้เลย โดย 10 ที่สุดของคู่จิ้น ที่ชวนให้คุณคิดเตลิดเปิดเปิง แห่งโลกภาพยนตร์ ครั้งนี้ เราได้คัดที่สุดของหนังสำรวจความรักของเพศที่สาม หลากผู้กำกับ หลายสัญชาติ มาให้ดูกัน และ ไม่ว่าคุณจะเคยดูมาทั้งหมดนี้แล้วหรือเปล่าไม่สำคัญ แต่ถ้าคุณได้ชมเรื่องราวของทุกคู่ในหนังเหล่านี้ (บางเรื่องก็มากกว่าคู่เดียว?!) คุณผู้ชมอาจเป็นอีกคนหนึ่ง ที่อด"จิ้น" ไม่ได้เลยทีเดียวเชียวนะ เอนนิส เดล มาร์ - แจ็ก ทวิสต์ จาก Brokeback Mountain สองคาวบอยแห่งหุบเขาเร้นรัก ที่ผู้กำกับ อั้งลี่ ทำให้โลกต้องสั่นสะเทือนมาแล้ว ทั้งไม่ว่าจะการกวาดรางวัลจากเทศกาลหนังมากมาย แต่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่าง ชาย-ชาย คู๋นี้ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โลกนี้ยอมรับหนังเพศที่สาม ให้เป็นหนังรักที่อุดมด้วยความงดงามมากขึ้นขั้นเป็นปรากฏการณ์เลยอีกด้วย   ตัวอย่างหนัง Brokeback Mountain --------------------------------------- ไหลเยี่ยฟา - โหเป่าหวัง จาก Happy Together ผู้กำกับภาพสวยแห่งเอเชียอย่าง หว่อง กา ไหว่ พาคู่รักชาวฮ่องกง ไปดื่มด่ำกับการเดินทางไม่เพียงเฉพาะเรื่องความรักของชาย-ชาย แต่เป็นการเดินเป้าหมายในต่างแดน แม้ทั้งสองจะมุมที่เหมือนจะต้องพลัดพราก แต่คนดูก็คงอดใจช่วยให้กลับมาหากันไวๆ เสียไม่ได้ ด้วยบรรยากาศเงียบเหงา ฮ่องกงยามค่ำคืนอันเดียวดาย และเลิฟซีนที่สุดจะเผ็ดร้อนจนเป็นที่ฮือฮา ตัวอย่างหนัง Happy Together --------------------------------- อเดล - เอมม่า จาก Blue Is The Warmest Color สองคู่รักเลสเบี้ยน ที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งผ่านมา กับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เจริญเติบโต ที่นอกจากจะทำให้คุณจิ้นตัวละครคู่นี้ให้ลงเอยกันแล้ว ยังได้ดำดิ่งไปกับเสน่ห์ล้นเหลือของนักแสดง ความร้าวรานเจ็บปวด และความรักที่เป็นดังเส้นขนาน ที่คนดูต้องลุ้นให้มันมาบรรจบกันเสียที  ตัวอย่างหนัง Blue Is The Warmest Color ------------------------------------ ชาร์ลี - แพทริก จาก The Perks of Being a Wallflower ทั้งสองคือตัวแทนของวัยรุ่นชาย ที่มีปัญหาว้าวุ่นใจในชีวิตจากปมในอดีต และสิ่งที่พวกเขาต้องเลือกคือ การก้าวข้ามมันไป หรือจมปลักไว้ทีเดิม ทั้งคู่จะพาคุณไปพบกับไม่เพียงเรื่องราวการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่มันรวมไปถึงการรู้จักรู้ใจ และยอมรับความเป็นตัวของตัวเอง ทั้งเรื่องทางเดินชีวิต ความรัก และเพศสภาพ ตัวอย่างหนัง The Perks of Being a Wallflower -------------------------------------   โต้ง - มิว จาก รักแห่งสยาม ถ้าพูดถึงหนังไทยกลมกล่อมที่สุด คงต้องยกให้หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยการบอกเล่าความรัก ความสัมพันธ์ การค้นหาตัวเองของวัยรุ่นที่ยังเลือกทางเดินไม่ได้ และแสวงหากำลังใจในการใช้ชีวิต ไปจนถึงเว้าวอนหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องเกิดจากคนพิเศษเท่านั้นเช่นกัน อีกทั้งบทบาทนี้ยังแจ้งเกิด มาริโอ้ เมาเร่อ อย่างเป็นทางการอีกด้วย และคงคุณผู้ชมท่านใด ลืมฉากเลิฟซีนที่โต๊ะม้าหินได้ลง  ตัวอย่างหนัง รักแห่งสยาม --------------------------------- เน - บีม จาก Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ความสัมพันธ์ของรุ่นพี่และรุ่นน้อง ที่ต่างหวงแหนการเก็บบันทึกความทรงจำดีๆ ระหว่างนักกีฬาบาส และ ช่างภาพ ที่เริ่มจากบทสนทนาการร้องขอเพียงสั้นๆ ก่อนที่จะค่อยๆ พัฒนาขึ้นอย่างอบอุ่นหัวใจ โดยไร้ซึ่งกำแพงเพศสภาพ และนำไปสู่การรู้จักความรัก ให้ดียิ่งขึ้น ในค่ำคืนพิเศษก่อนจบการศึกษา ท่ามกลางบรรยากาศให้คุณผู้ชมได้จิ้นกันเบาๆ ว่าทั้งสองจะลงเอยกันเช่นไร  ตัวอย่างหนัง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ---------------------------------- พาย - คิม จาก Yes or No อยากรัก ก็รักเลย หนึ่งสาวน่ารัก ออม สุชารัตน์ มานะยิ่ง กับหนึ่งสาวหล่อ ติ๊นา ศุภนาฎ จิตตลีลา ที่นำเสนอเรื่องราวความรักเพศเดียวกัน  ผ่านการพัฒนาความสัมพันธ์ และการเรียนรู้ข้อดีข้อเสียซึ่งกันและกัน ด้วยท่าทีน่ารัก ประนีประนอม ไม่ร้อนแรงดุเดือดรีบร้อน จนอดให้คนดูจิ้นสองสาวน่ารักนี้ ให้ได้ลงเอยกันโดยเร็ว เพราะมั่นใจสุดๆ ได้เลยว่า ความรักครั้งนี้จะเป็นบ่อเกิดรอยยิ้มอบอุ่น ที่จะประทับอยู่ในใจแฟนๆ ไปอีกนานแสนนาน  ตัวอย่างหนัง Yes or No อยากรัก ก็รักเลย  ------------------------------------- เมฆ - อิฐ จาก เพื่อน...กูรักมึงว่ะ ภาพยนตร์รักที่ขึ้นแท่นดีที่สุด ของผู้กำกับ พจน์ อานนท์ เรื่องนี้ พาไปรู้จักกับความรักของชาย-ชาย ที่ลึกซึ้งไม่ต่างอะไรจากชาย-หญิง อีกทั้งยังคงกลิ่นอายอาชญากรรม ควันกระสุน อันตรายสุดๆ สไตล์หนังแมนๆ ที่ผลักดันให้คุณเอาใจช่วยคู่ปรปักษ์อย่าง มือปืนและตำรวจคู่นี้ เข้าถึงหัวใจของกันและกันเสียที และคงไม่มีใครลืมฉากสำคัญบนชั้นดาดฟ้า อันเป็นดังเครื่องหมายการค้าของเรื่องนี้ไปได้ลง ตัวอย่างหนัง เพื่อน...กูรักมึงว่ะ --------------------------------------- สายธาร - ไฟ จาก It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก ความรักบางคู่ถูกกั้นด้วยวัย บางคู่ถูกกีดกันไว้ด้วยเพศสภาพ แต่ความรักที่กะเทยแปลงเพศรุ่นเดอะ ที่แสดงโดย ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล มีให้ชายหนุ่มนี้ ก็ดูเหมือนจะห่างไกลจุดหมายเสียเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน ก็จะทำให้คนดูได้เห็นประจักษ์แก่สายตา ว่าความรักนั้นไม่มีกำแพงใดๆ มากั้นได้ทั้งสิ้น จนคนดูต้องแอบจิ้น ให้ช่องว่างระหว่างวัยนี้สูญสลายไปในพริบตาเสียจริงๆ   ตัวอย่างหนัง It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก ------------------------------------ หนูนา - หมูแฮม - เสือโคร่ง - ไก่โต้ง จาก ฟินสุโค่ย อย่างที่เราบอกไปตั้งแต่แรก ว่าบางเรื่องคุณอาจจะไม่ได้จิ้นแค่คู่เดียว เพราะขึ้นชื่อว่าความรัก จะมากำหนดกฎเกณฑ์อะไรให้มันก็คงไม่ได้ ทำให้ความใกล้ชิดบังเกิดเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ทั้งชาย-หญิง ชาย-ชาย หรือ หญิง-หญิง ที่พันเกี่ยวกันไปมา และจะมาทำให้คุณได้จิ้นกันเพลิดเพลินระหว่างรักสี่เส้่่า ที่สุดจะวุ่นวายครั้งนี้ (หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ใครจะไปรู้) แต่เรื่องราวใน ฟินสุโค่ย จะลงเอยเช่นไร ใครจะสมหวังชื่นมื่น หรือใครจะขมขื่นรับประทานแห้ว เราคงไม่อาจบอกได้ตอนนี้ ต้องไปหาคำตอบในโรงภาพยนตร์กันเองนะ ตัวอย่างหนัง ฟินสุโค่ย -------------------------------

ความจริงของหนัง AV  การเปิดเผยครั้งแรกของโลก
หนังAV /  หนังโป๊

ความจริงของหนัง AV การเปิดเผยครั้งแรกของโลกคำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและตอบกระทู้นี้เราคงเคยนึกสงสัยว่าเหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน) ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วย เพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้?อย่างที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชีย ก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่า กลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ใน ย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว ...เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมดรัฐบาลญี่ปุ่นใน เวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้าม พลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคน ทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร...แล้ว ไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด"เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัว นางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วม ชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็น ของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิต ที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม"อย่าง ที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วใน ประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดก ด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน...อย่าเข้าคิดว่า เด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้น คงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่...เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ตใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R Xโดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไป ของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง...และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์ หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร" คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุดหนัง เรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อนแล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน? จะถ่ายกล้องแบบไหน?มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุน ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงามแต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน)เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป...โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้นอาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนาง เอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง ...วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง... ...แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง!สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AVแบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว (และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย)เนื้อหาของหนังเรต X แทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลยมาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัว สัมภาษณ์หน่อยๆว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์ "ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็ "ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ "พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก "อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อนหลังจากนั้น ในยกสอง ส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะ หลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความ หลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1หรือหญิง 2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไปและการเล่นรักมากกว่า สองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียก ค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่นเมื่อการ ถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน...แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออก หน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่า ตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ!วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทยที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม (ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขายหรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่น เป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้น ดาราฮอลลีวู้ดการเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก...เพราะถึงจบปริญญาตรีมา ก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทนสิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อ กระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้า เป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา" โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับ ให้เหล่า "ลูกค้า" ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนัง ที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของ เธอ ....โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่าอยากถ่ายวิตถาร แค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อน ที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้านเมื่อเกิดค่านิยมว่า "ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้" พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์ นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้ เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น ...ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้นแต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง...และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ ยินยอมอาจมีรายการ "ฉุด" กันไปเลย...แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการ กักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดู รสนิยมชอบหนังแนวนี้)จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่าหากไป เดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้น ห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด(แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง" โดยไม่เต็มใจสูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเองก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมากเพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง แถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้าง เป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรง มุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) ...พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐอุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศ ญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลย สำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย ...ทั้งนี้ เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้า เข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้น ยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ฉะนั้นอยากแปลกใจ ว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา ...เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง ...และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโต อย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉย ด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม...เครดิตจาก Road to av

หนังโลกที่เราอยากดู : Tomcat (ออสเตรีย / 2016)
Tomcat /  หนังเกย์ / 

ในโลกของภาพยนตร์ การถ่ายทอดเรื่องราวว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่าง "คนกับสัตว์เลี้ยง" เรามักจะนึกถึงหนังดราม่าแสนอบอุ่นอย่าง Marley & Me (2008), Free Willy (1993) หรือ My Dog Skip (2000) ไปจนหนังที่เล่นกับความน่ารักน่าชังของบรรดาสัตว์เลี้ยง เช่น Beethoven (1992), Air Bud (1997) หรือ Babe (1995) แต่กับหนังสัญชาติออสเตรีย เจ้าของรางวัลเท็ดดี้อวอร์ด (รางวัลที่มอบให้แก่หนังเล่าประเด็น LGBTQ สุดโดดเด้ง) จากเทศกาลหนังเบอร์ลิน 2016 เรื่องนี้ กลับเป็นหนังซึ่งว่าด้วยความสัมพันธ์ของ "คนกับสัตว์เลี้ยง" ในมุมที่มืดมนและสมจริงจนน่าขนลุก “หลังผ่านครึ่งชั่วโมงแรกที่ทุกอย่างเหมือนอยู่บนสวรรค์ คนดูทุกคนคงอยากเห็นปมขัดแย้งเหมือนกระหายน้ำตอนอยู่กลางทะเลทราย ซึ่งผู้กำกับก็จัดวางทุกรายละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงจุดขัดแย้ง และเรื่องราวหลังจากนั้นได้อย่างลงตัวพอที่จะทำให้หนังดำเนินไปอย่างลุ้นระทึกจนถึงตอนจบ”   เดวิด รูนีย์ จาก The Hollywood Reporter  Tomcat เป็นผลงานล่าสุดของผู้กำกับ/เขียนบท อย่าง แฮนเดิล เคลาส์ (จากเรื่อง March - รางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเทศกาลโลการ์โนปี 2008) โดยหนังเล่าถึงความสัมพันธ์ของ อันเดรอัส (ลูคัส ทูร์ทูร์) และ สเตฟาน (ฟิลีป โฮคไมร์) คู่เกย์ที่ทำงานร่วมกันในวงวงออเคสตร้า ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างเรียบง่ายโดยมี โมเสส  (โทนี ซึ่งเป็นแมวที่ผกก. เลี้ยงไว้เอง) เจ้าแมวอ้วนน่ารักที่ทั้งคู่ค่อยดูแลประหนึ่งสมาชิกอีกคนในครอบครัว แต่ทว่าในวันหนึ่งกลับเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดกับโมเสส และกลายเป็นจุดเริ่มของโศกนาฏกรรมในความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ที่ค่อยๆ พังทลายลงไปต่อหน้าต่อตาผู้ชมอย่างเจ็บปวด แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะสามารถถ่ายทอด อิริยาบถของเจ้าแมวออกมาได้อย่างน่ารักน่าชังและ เปี่ยมเสน่ห์สุดๆ ในช่วงแรกๆ ก็ตาม แต่คำเตือนจากเราก็คือ นี่ไม่ใช่หนังที่เหมาะกับคนรักแมวโลกสวย เพราะผู้ชมอาจต้องเตรียมใจรับมือ กับบรรยากาศสุดแสนจะดราม่า, ฉากนู้ดล่อนจ้อน ของสองพระเอก และความรุนแรงทำร้ายจิตใจระดับน้องๆ หนัง มิคาเอล ฮาเนเคอ เจ้าพ่อหนังฟิลแบ็ด (ที่ผกก.เคยเป็นนักแสดงให้มาก่อน) เอาไว้ด้วย “Tomcat พาเราไปสังเกตอารมณ์ความรู้สึกและความวูบไหวในความสัมพันธ์ที่ถูกสั่นสะเทือนลึกลงไปถึงเนื้อใน แล้วค่อยๆ อธิบายเหตุและผลของสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ผ่านฉากต่างๆ ที่ได้รับการจัดวางมาอย่างถึงรายละเอียด”  Berlinfilmjournal.com  Tomcat เคยเป็นหนังเปิดเทศกาล Bangkok Gay & Lesbian Film Festival 2016 ในบ้านเรามาแล้ว ซึ่งฉบับที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเรานี้จะเป็นฉบับที่เคลาส์ได้ตัดต่อใหม่จนยาว 119 นาทีนี้ ได้เพิ่มรายละเอียดในหลายๆ ฉาก จนทำให้กลายเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่สมบูรณ์เติมเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น โดย Tomcat จะเข้าฉายที่ ลิโด้ สยามสแควร์, เฮ้าส์ อาร์ซีเอ, เอสเอฟ เซ็นทรัลเวิลด์ และ เอสพลานาด รัชดา ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/doonangtookwan TOMCAT Trailer Thailand from doo nang took wan on Vimeo. ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV
น่ารุ้

----- Forwarded Message ---- From: ~เซ้งจ้า~ To: noolex Sent: Tue, June 22, 2010 7:19:05 PM Subject: [noolex] ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV เราคงเคยนึกสงสัยว่า เหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน)ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วยเพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้? อย่างที่รู้กัน ว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชียก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่ากลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้น ได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ในย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว …เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมด รัฐบาลญี่ปุ่นในเวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้ามพลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคนทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร…แล้วไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด" เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัวนางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วมชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็นของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิตที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม" อย่างที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วในประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดกด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน…อย่าเข้าคิดว่าเด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้นคงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่…เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ต ใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R X โดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไปของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง…และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร"คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุด หนังเรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อน แล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน?จะถ่ายกล้องแบบไหน? มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุนถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงาม แต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อยอาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน) เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป…โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้น อาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนางเอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง …วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง… …แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง! สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AV แบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว(และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย) เนื้อหาของหนังเรต Xแทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลย มาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัวสัมภาษณ์หน่อยๆ ว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์"ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็"ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ"พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก"อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อน หลังจากนั้น ในยกสองส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะหลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความหลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1 หรือหญิง2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไป และการเล่นรักมากกว่าสองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียกค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่น เมื่อการถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน…แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออกหน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่าตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ! วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทย ที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม(ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขาย หรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้นดาราฮอลลีวู้ด การเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก…เพราะถึงจบปริญญาตรีมาก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทน สิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อกระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้าเป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา"โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับให้เหล่า"ลูกค้า"ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนังที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของเธอ ….โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่า อยากถ่ายวิตถารแค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อนที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้าน เมื่อเกิดค่านิยมว่า"ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้"พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น …ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้น แต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง…และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ยินยอมอาจมีรายการ"ฉุด" กันไปเลย…แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการกักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดูรสนิยมชอบหนังแนวนี้) …จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่า หากไปเดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้นห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด (แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5 คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง"โดยไม่เต็มใจ สูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเอง ก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า) พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้งแถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้างเป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรงมุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) …พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐ อุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลยสำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย …ทั้งนี้เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้นยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ฉะนั้นอยากแปลกใจว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา  …เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง …และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโตอย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉยด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม ที่มา –  http://www.sudteeruk.com/forums/read.php?tid=3299 -- **** รู้จักขอบคุณเมื่อได้รับ ขออภัยเมื่อผิดพลาด คือสิ่งที่สมาชิกกลุ่มพึงกระทำ **** กติกา ง่ายๆ ในกลุ่ม 0. ห้ามโพสเรื่องการเมือง หรือถกเถียงเรื่องการเมืองที่ จะก่อความวุ่นวายภายในกลุ่ม ฝ่าฝืนแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 1. ห้ามโพสรูปภาพหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางเสื่อมเสีย 2. ห้ามใช้วาจาหยาบคาย ห้ามบ่นว่าเมล์ หรือ reply เยอะ 3. ห้ามโฆษณาที่หวังผลประโยชน์ทางการค้า ใครโพสแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 4. ไม่ได้รับเมล์อีกกดลิงค์นี้ http://groups.google.com/groups/bounced 5. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ 6. ห้ามส่ง Invite เวปบิทเข้ากรุ๊ปโดยเด็ดขาด 7. ห้ามใช้ตัวหนังสือ สีแดงใหญ่ในการโพสเมล์ปกติ     - ส่งเมล์เข้ากลุ่มได้ที่ - สมัครรับเมล์-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ - ลาออกจากกลุ่ม-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ * ทั้งสมัครและลาออก ต้องยืนยันลิงค์จากระบบทุกครั้ง   อย่าลืมนะคะ มีอะไรก็แบ่งปัน ^ นู๋เล็ก ^ Group's Owner (-`๏’•ิ__•ิ`๏’-)

ชมตัวอย่างใหม่จากหนังไทยสุดร้อนแรง The Blue Hour อนธการ ฉาย 6 สิงหานี้
The Blue Hour /  กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ / 

อดใจรอกันอีกนิด ถึงแม้จะเลื่อนฉาย แต่ก็ได้ดูกันแน่นอน สำหรับหนังไทยสุดร้อนแรงแห่งปีอย่าง 'The Blue Hour อนธการ' ที่หลังจากเปิดตัวกระหึ่มไปแล้วในเทศกาลหนังเกย์ แอนด์ เลสเบี้ยน ตอนนี้ก็กำลังจะได้เข้าฉายในโรงเป็นที่เรียบร้อย และเนื่องในโอกาสนั้น หนังเลยได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ฉบับเต็มพร้อมกับโปสเตอร์ออกมาให้เราชมกันแล้วครับ โดย "อนธการ" คือ เวอร์ชั่นเต็มของ "คืนสีน้ำเงิน" จากซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน นำแสดงโดย โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ และ กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ หนังเวอร์ชั่นยาวนี้ได้รับการคัดเลือกให้ฉ­ายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเม­ืองเบอร์ลิน (Berlin International Film Festival) ซึ่งเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดหนึ่ง­ในสามของโลก เรื่องราวของ ตั้ม (อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์) เป็นเด็กมัธยมที่ถูกเพื่อนที่โรงเรียนรังแ­ก เป็นประจำ ตั้มไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัว และพ่อมักทำร้ายร่างกายตั้ม จนกระทั่งวันหนึ่ง ตั้มได้นัดเจอกับภูมิ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) เด็กหนุ่มลึกลับที่ตั้มรู้จักจากอินเตอร์เ­น็ต ทั้งสองคนได้นัดเจอกันที่สระว่ายน้ำร้าง และมีความสัมพันธ์กัน ภูมิทำให้ตั้มรู้สึกถึงความอบอุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตั้มโหยหาอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยได้รับมันจากใคร เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไป ตั้มได้เข้าสู่โลกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างค­วามฝันและความจริง ที่เต็มไปด้วย ความมืด วิญญาณ และอันตราย จนนำไปสู่การก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่สุดในช­ีวิตของเขา รอติดตามกันได้ 6 สิงหาคมนี้ ในเครือ SF เท่านั้นครับ

เพราะ.. คืนนั้น มีรักสุดหวิว! ใบปิดใหม่จาก Red wine in the dark Night
poster /  Red wine in the dark Night / 

ปล่อยของร้อนฉ่า ให้แฟนๆได้ตื่นเต้นกันอย่างต่อเนื่อง กับภาพยนตร์ คืนนั้น Red wine in the dark Night ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ กับเรื่องราวความรักของชายทั้ง 7 คน ที่เอาใจชาวเพศที่ 3 แบบสุดๆ โดยครั้งนี้ ขอเชิญพบกับใบปิดใหม่ชวนสยิวแบบจัดหนักไม่ยั้งมือ ติดตามเรื่องราวความรัก ฉบับชายทั้ง 7 ไปกับ คืนนั้น Red wine in the dark Night ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ในโรงภาพยนตร์ ----------------------------------------------

เป็นเกย์หรือไม่
สามี /  เกย์ / 

สามีชอบเข้าเว็บเกย์ โหลดหนังเกย์ ชอบคุย M กับเด็กหนุ่มๆ FB มีแต่หนุ่มรุ่นๆทั้งนั้น เคยถามสามีบอกว่าไม่มีอะไร แค่ดูเพลินๆ คุยสนุกๆเท่านั้น ตอนนี้สามีอายุ 42 ดิฉันอายุ 40 มีลูก 2 คน สามีจะเป็นเกย์ไหมคะ คำตอบ : สวัสดีค่ะ คุณผู้ชายที่แมนทั้งแท่งเขาจะไม่มีพฤติกรรมการบริโภคสื่อ หรือ สังคมออนไลน์เยี่ยงนี้นะคะ   เพศชายเค้าจะไม่ดูแล้วเพลิน แต่เค้าจะดูแล้วสะอิดสะเอียนค่ะ  ต่อให้มีลูกด้วยกัน ก็ไม่ได้รับประกันว่าเค้าจะไม่ได้เป็นเกย์นี่คะ  เกย์ที่แต่งงานมีลูกก็มีให้เห็นอยู่เยอะแยะมากมายในสังคม  ความจริง มันปิดกันอย่างไรก็ปิดไม่มิดค่ะ  ขึ้นอยู่กับใจคุณเองแล้วล่ะค่ะ ว่ารับได้หรือไม่ได้  ในสิ่งที่เค้าเป็น  เราเปลี่ยนเค้าไม่ได้  สิ่งที่เราทำได้คือทำใจ เผชิญหน้ากับความจริง  จะอยู่ต่อเป็นครอบครัว หรือจะทำอย่างไรต่อไป  ขึ้นอยู่กับคุณสามี-ภรรยาจะคุยกันเอาเองแล้วล่ะค่ะ ขอให้สติอยู่กับตัวนะคะ บุญรักษา จากใจ มาดามรัก ค่ะ

แฟนๆช็อค!! หลัง
คริสโตเฟอร์ รีฟ /  คาล คัลเวอร์ / 

คาล คัลเวอร์ และ คริสโตเฟอร์ รีฟ จะเป็นอย่างไรเมื่อพบว่า ชายที่เล่นซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยรู้จัก อย่างอดีต "ซุปเปอร์แมน" ผู้ล่วงลับอย่าง "คริสโตเฟอร์  รีฟ" จะเคยมีเคยมีความสัมพันธ์แบบ "ชายรักชาย" อันเนื่องมาจาก "ความอยากรู้อยากเห็น" กับอดีตนักแสดงภาพยนตร์โป๊รายหนึ่ง ที่มีชื่อว่า "คาล คัลเวอร์" ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ เมื่อปี ค.ศ. 1987 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อ "ฮอลลีวูด บาบีลอน สไตรค์ อเกน!" โดยบทหนึ่งของหนังสือได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของคัลเวอร์ โดยเขากล่าวว่า เขาพบกับรีฟ เมื่อตอนที่ทั้งคู่เข้ารับการคัดเลือกนักแสดงในละครบรอดเวย์เรื่องหนึ่ง ในช่วงยุค 1970 โดยเขาได้กล่าวว่า รีฟคือ "ชายในฝัน" หลังจากนั้นเขาก็มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับรีฟ เป็นเวลานานถึง 2 เดือน ก่อนที่รีฟจะพบว่าเขาเป็นนักแสดงหนังโป๊ โดยใช้ชื่อในการแสดงว่า "เคซี่ย์ โดโนแวน" นอจากนั้นเขายังกล่าวว่า รีฟเป็น "นักรักที่ยิ่งใหญ่" และไม่คิดว่าเขาเป็น "เกย์" แต่แค่ต้องการจะลองอะไรๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น คริสโตเฟอร์ รีฟ เสียชีวิตเมื่อปี 2004 จากอาการหัวใจล้มเหลว หลังจากที่ป่วยเป็นอัมพาตจากเหตุการณ์ตกม้า เขาได้รับการดูแลจาก "ดานา" ภรรยาของเขาอย่างใกล้ชิด ผู้ซึ่งเสียชีวิตในภายหลังเมื่อปี 2006 ด้วยโรคมะเร็งในปอด โดยทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน. ที่มา/มติชน

หนังเกย์ที่ฮือฮาที่สุดในเอเชีย Permanent Residence
House RCA /  Permanent Residence / 

ภาพยนตร์รักจากฮ่องกงที่ก่อกระแสฮือฮามาทั่วเอเชีย เดินทางมาถึงเมืองไทยในที่สุด Permanent Residence จะลงโรงฉายที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ Permanent Residence เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของเกย์คนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นยาวนาน กับเพื่อนสนิทที่เป็นชายแท้ ๆ และความรักแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ กับคู่รักเกย์ของตนเอง มันพูดถึงการตามหาความรักที่ยั่งยืน และการลงหลักปักฐานทางอารมณ์ที่ทำได้อย่างยากลำบาก สกั๊ด ผู้กำกับวัย 40 ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาจากประสบการณ์ชีวิตของตนเอง แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่านั้น คือการเสนอภาพความสัมพันธ์แบบชาย-ชาย อย่างตรงไปตรงมา และไม่แคร์กรอบของสังคม ทำให้ Permanent Residence กลายเป็นหนังเกย์เอเชียที่อื้อฉาวมาก ๆ เรื่องหนึ่งในรอบปีที่ผ่านมา ตัวอย่าง Permanent Residence - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่ สำหรับคอหนังเกย์ หรือแฟนหนังรักโรแมนติคดราม่า ไม่ควรพลาดเด็ดขาด Permanent Residence มีโปรแกรมฉายที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2554 นี้เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียได้ทาง www.facebook.com/houseRCA หรือ โทร 0-2641-5177-8 เว็บไซต์ภาพยนตร์  http://www.permanent-residence.com/movie/about ที่มา : สหมงคลฟิล์ม

Lost in Paradise สวรรค์แกล้งให้รัก
Lost in Paradise /  หนังเกย์ / 

ภาพยนตร์ดราม่าจากเวียดนามที่เล่าเรื่องของคนชายขอบในสังคม และโหยหาความรักความเข้าใจ หนังเล่าโดยผสมพล็อต 2 เส้นเข้าด้วยกัน เรื่องแรกนั้นว่าด้วยรักสามเส้าของผู้ชายสามคน โขย ถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านที่นาจางเพราะรับไม่ได้ที่เขาเป็นเกย์ เด็กหนุ่มจึงมุ่งหน้าสู่ไซ่ง่อนและมาพักอาศัยอยู่กับเพื่อนชื่อ ดง โดยฝ่ายหลังนั้นพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าร่วมกับแฟนหนุ่มของเขาซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการขายตัว เรื่องที่สองนั้นเล่าถึงชายที่สติไม่สมประกอบคนหนึ่ง เป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้าน เขาพยายามทาอาชีพเลี้ยงเป็ด แต่ก็เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น อยู่มาวันหนึ่ง เขาไปตกหลุมรักหญิงแปลกหน้า ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า เธอเป็นโสเภณี ที่คอยบริการผู้ชายในตอนกลางคืน Lost in Paradise เปิดตัวในเทศกาลหนังดังๆ อย่างปูซานและแวนคูเวอร์ ผลงานจากคนทาหนังชาวเวียดนาม วูง็อกดัง ที่สะท้อนความเป็นไปในสังคมร่วมสมัยของเมืองใหญ่อย่างไซ่ง่อนแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซอกหลืบที่ไม่มีใครสนใจจะรับรู้ จนสื่อเรียกหนังเรื่องนี้ว่า เป็นหนังเกย์เรื่องแรกของเวียดนาม ซึ่งบรรยากาศอันอึมครึม หม่นเศร้า บ่งบอกถึงสภาวะอันเงียบเหงาในจิตใจตัวละคร ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ House RCA เท่านั้นครับ*** -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Magic Mike เขย่าฝันสะบัดซิกแพค
Chaning Tatum /  Gay / 

ไมค์ (แชนนิง ทาทัม) เป็นนักธุรกิจ เขาเป็นชายหนุ่มมากความสามารถ ที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ ช่วงกลางวัน เขาใช้เวลาไปกับการไล่ตามความฝันของคนอเมริกา ตั้งแต่การมุงหลังคาบ้านและการทำความสะอาดรถไปจนถึงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากคอนโดบนชายหาดแทมปาของเขา     แต่กลางคืน…เขาร่ายมนต์!!!! เมจิค ไมค์ นักแสดงหนุ่มสุดฮ็อตบนเวทีชายล้วน ได้เขย่าเวทีของคลับเอ็กซ์ควิซิทให้สั่นสะเทือนมานานหลายปีด้วยสไตล์ออริจินอลและท่าเต้นสุดเร่าร้อนของเขา ยิ่งสาวๆ รักเขามากเท่าไหร่ พวกเธอก็ยิ่งจ่ายเงินหนักมือมากเท่านั้น และมันก็ทำให้ดัลลัส (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) เจ้าของคลับแฮปปี้มากขึ้นด้วย เมื่อมองเห็นแววของเด็กหนุ่มที่เขาเรียกว่า คิด (อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์) ไมค์ก็ได้ช่วยดูแลเด็กหนุ่มวัย 19 ปีคนนี้และคอยสอนเขาเกี่ยวกับศิลปะชั้นสูงของการเต้น การปาร์ตี้ การจีบสาวและการหาเงินง่ายๆ ไม่นานนัก นักแสดงใหม่ซิงของคลับคนนี้ก็เริ่มมีแฟนๆ ที่ชื่นชมเขา ในตอนที่ฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นสำหรับโลกแห่งความสนุกสนาน มิตรภาพและช่วงเวลาหฤหรรษ์ ในขณะเดียวกัน ไมค์ได้พบกับบรู๊ค (โคดี้ ฮอร์น) พี่สาวคนงามของคิด เธอเป็นคนที่เขาอยากจะรู้จักสนิทสนมมากขึ้น และดูเหมือนว่าเขาก็มีโอกาส…เว้นแต่ไลฟ์สไตล์ของเขาจะเข้ามาขัดขวาง ———————————————————————————————————————-------- “Magic Mike” นำแสดงโดยแชนนิง ทาทัม, อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์, แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์, โคดี้ ฮอร์น, โอลิเวีย มันน์, แมทท์ โบเมอร์, ไรลีย์ คีอูห์, โจ แมนกานีลโล, เควิน แนช, อดัม โรดริเกซและกาเบรียล อิเกลเซียส “Magic Mike” กำกับโดยผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ (“Traffic”) และเขียนบทโดยรี้ด แครอลิน อำนวยการสร้างโดยนิค เวชส์เลอร์, เกรกอรี จาค็อบส์, แชนนิง ทาทัมและรี้ด แครอลิน ทีมงานเบื้องหลังได้แก่ผู้ออกแบบงานสร้าง โฮเวิร์ด คัมมิงส์, ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย คริสโตเฟอร์ ปีเตอร์สัน, ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายดนตรี แฟรงค์กี้ ไพน์และผู้ออกแบบท่าเต้น อลิสัน ฟอล์ค Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ Channing Tatum ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด (Hollywood) เมื่อเขา (Alex Pettyfer) เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” (Channing Tatum) ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา Magic Mike เปลื้องหมดใจ ผู้ชายโจ๊ะพรึมพรึม สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม (Channing Tatum) จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกันอย่างที่เห็น ร่วมสัมผัสชีวิต จริงของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ Channing Tatum 28 มิถุนายน 2555 นี้

จี้วธ.คุมเข้ม
...ในขวด /  Anu Dalam Botol / 

นายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ. นาย ชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้ายุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก พร้อมด้วยนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง นำสมาชิกทั้งผู้ใหญ่ และนักเรียน ประมาณ 40 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึก และแสดงละครล้อเลียนเรียกร้องให้ วธ.ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายในละคร และภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เนื่องในเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนรณรงค์ ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยมีนายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ.เป็นผู้แทนรับหนังสือ นายชินพัฒน์กล่าวว่า ข้อเรียกร้อง 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ให้เข้มงวดกับผลงานละคร ภาพยนตร์ที่จงใจสื่อมิติความรุนแรง กดขี่ทางเพศ ดื่มเหล้าทุบตี จนกลายเป็นการบ่มเพาะ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อเด็กและเยาวชน และคนในสังคม 2.ให้ส่งเสริมภาพยนตร์ ละคร และรายการโทรทัศน์ รวมถึง มิติทางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่สนับสนุนความเสมอภาคหญิงชาย บทบาทของผู้ชายที่ดี ผู้ชายที่รับผิดชอบครอบครัว ไม่ปลูกฝังค่านิยมแบบชายเป็นใหญ่ และ 3.สร้างพื้นที่ ช่องทางสำหรับสาธารณชน เพื่อใช้ร้องเรียน หรือเสนอแนะสื่อต่าง ๆ ทั้งที่เหมาะสม และไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน "เห็นว่าความรุนแรง วัฒนธรรมผู้ชายเป็นใหญ่เผยแพร่ผ่านละคร และภาพยนตร์เกือบทุกช่อง ถามว่ามาตรการของรัฐในการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ หรือเรตติ้ง ซึ่งใช้สัญลักษณ์ น, ท, ฉ กำกับได้ผลหรือไม่ คิดว่าละครบางเรื่องควรฉายหลัง 4 ทุ่ม แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะกระแสทุนนิยมแรง สื่อประเภทนี้มีผลประโยชน์เยอะ กลายเป็นแค่ว่าให้คอยเฝ้าระวังสื่อ ที่สำคัญจากการประเมินผลการจัดเรตติ้ง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ผล เพราะปัญหายังมีเหมือนเดิม" นายชินพัฒน์กล่าว นายปรารพ กล่าวว่า วธ.ยินดีรับข้อเสนอของเครือข่ายฯ และจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อผลักดันข้อเสนอเป็นวาระแห่งชาติ และจะประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหามาตรการควบคุมการใช้พฤติกรรมความรุนแรง และภาพความไม่เหมาะสมในละคร และภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดให้ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตภาพยนตร์ ประเมินตนเอง เพื่อจะได้ทราบว่าละครที่ผลิตสู่สาธารณชนเหมาะสมเพียงใด ที่มา : มติชน

Magic Mike : เขย่าฝันสะบัดซิกแพค ในโลกมายา ไปกับหนุ่มที่ชื่อ ไมค์
Chaning Tatum /  Gay / 

เป็นหนังที่ค่ายในไทยได้โปรโมทออกนอกหน้าไว้เหมือนละม้าย จะคล้ายหนังที่ขายแต่ ซิกแพ็ค ของเหล่า หนุ่มๆ อาทิ แชนนิ่ง เททั่ม และอีกมากมาย โดยที่หารู้ไม่ว่าเนื้อเด็ดที่สุดของหนังมันกลับอยู่ที่ภายในซิกแพคเหล่านั่น ที่ตัวหนังได้เข้าฉายให้คนทุกเพศ แต่ไม่เหมาะกับทุกวัยเข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ แชนนิ่ง เททั่ม ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด เมื่อ อดัม เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกัน Magic Mike กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่หลังจากที่เห็นเนื้อหนังในตอนแรก หลายๆคนก็ต่างสาปแช่งว่าตัวหนังจะไม่ได้ทั้ง กล่องเงิน และ คำวิจารณ์ แต่หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาคนที่แช่งเหล่านั่นก็ต้องตกเก้าอี้กันไปหลายขมับ เพราะตัวหนังเปิดตัวสูงถึง 39 ล้านเหรียญ ซึ่งมากทีเดียวสำหรับหนังเรต อาร์ พร้อมทั้งยังได้รับคำชมจากมะเขือเน่าไปสูงถึง 79% อีกด้วย โดยดูเหมือนจะเป็นขาขึ้นของผู้กำกับคนเก่งอย่าง สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก จริงๆ เพราะหลังจากในปีที่แล้วพาเราไปติดเชื้อไวรัสใน Contagion มาแล้ว แถมต้นปีก็ยังพาเราไปลุยกับสาวสุดห้าวใน Haywire ก็ดูเหมือนกับว่าการที่ผู้กำกับผลิตหนังมาถี่ประมาณ 1-2 เรื่องภายในแต่ละปี จะไม่ใช่ปัญหาในด้านของคุณภาพในตัวหนังเลยสักนิด ต่างจากผู้กำกับอีกหลายๆคนที่รีบผลิตหนังโดยไม่สนคุณภาพ เพราะดูเหมือนว่า Magic Mike จะกลายเป็นหนังที่เตรียมติดหนังสร้างชื่อให้กับผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากการที่หนังได้มีการตลาดแนวขายทั้งเหล่าหญิงแท้ และ หญิงเทียม ได้อย่างอยู่หมัด เนื้อในของหนังก็ยังถือว่าสามารถมัดใจคนดูทุกเพศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เพราะ Magic Mike เป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวของ ความฝัน , การใช้ชีวิต และ กาลเวลา ของมนุษย์เรา ที่หนังได้ตั้งโจทย์ที่จี๊ดโดนใจไว้ว่า 'ในตอนเราวัยรุ่น พวกเราหลายๆคนก็ต้องการแค่ชีวิตที่สุดเหวี่ยง แต่หลังจากเราเลยวัยนั่นมาแล้ว สิ่งที่เราต้องการมันกลับเป็นความมั่นคงในชีวิตเสียมากกว่า' ผ่าน 2 ตัวละครหลักอย่าง อดัม และ ไมค์ โดยหนังสามารถถ่ายทอดประเด็นเหล่านั่นผ่านการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะให้ คนดู มีความรู้สึกเป็นตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม ที่ในทีแรกหนังก็จะพาเราหลงเสน่ห์ไปกับชีวิตยามราตรี เงินดี หญิงมา ไปด้วยฉากเต้นที่มีทั้ง ลีลา และ ท่า มัดใจสาวน้อย สาวใหญ่ ได้อย่างดีเยี่ยม ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวละคร อดัม ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของแสงสีที่ตื่นตัวเป็นธรรมดา แต่หลังจากนั่นหนังก็ได้เสนอให้เราเห็นถึงด้านมืดของโลกราตรีแห่งนี้ ว่าเมื่อเราหลงไปในโลกของมายามากๆ สิ่งที่ทำให้เราต้องออกนอกทางก็คงหนีไม่พ้น ยาเสพติด , เซ็กห์ และความโลภมาก โดยหลังจากนั่นหนังก็เริ่มโชว์ฉากเต้นที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และไม่น่าหวือหวาอีกต่อไป จนทำให้เรารู้สึกกลายเป็นตัวละคร ไมค์ ที่เบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกมายา และต้องการความมั่นคง เพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาเต้นได้ตลอดนะ ซึ่งดูเหมือนนอกจากหนังจะสามารถจับประเด็นเกี่ยวกับการใช้ความฝัน ควบคู่ไปกับเรื่องราวของกาลเวลาได้ดีเยี่ยมแล้ว หนังยังสามารถทำให้คนดูทุกเพศ ทุกวัย สนุกไปกับฉากการเต้นของเหล่า แดนเซอร์ชาย ได้อย่างมีเสน่ห์ และเหมือนโดนเวทมนตร์ของ ไมค์ ตามชื่อหนังเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากการเต้นที่ยังถือว่าเอาอยู่ของ เททั่ม นักแสดงแทบทุกคนในหนังก็ยังตีบทแตกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ ที่พัฒนาการแสดงได้อย่างเห็นได้ชัด , แชนนิ่ง เททั่ม ที่นอกจากจะเต้นเก่งแล้วยังสามารถอินไปกับตัวละคร ไมค์ แบบที่คนดูจับต้องได้ และปิดท้ายด้วย แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ที่ตีบทแตกกระจุยได้ดีที่สุดของเรื่อง เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว Magic Mike จึงถือว่าเป็นหนังที่ไม่ได้มีขายแค่เหล่า ซิกแพค และ ชายหนุ่ม แต่มันกลับเต็มไปด้วยประเด็นเสียดสีการใช้ชีวิต ของคนสมัยนี่ ที่มัวแต่สนุกกับโลกมายาในวัย 19 จนลืมนึกไปว่าในวัยย่างเข้า 40 ของตัวเองจะต้องการความมั่นคงมากกว่า ได้อย่างสนุกสนาน และจุกในตอนจบ เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ โดย ลูกอบรสเขียด --------------------------------------------------------------------- เมจิคไมค์ ประการแรกที่ต้องแจ้งก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่หนังเกย์ คอนเฟิร์ม!!! ผู้ชายอย่าเพิ่งผวา แต่สาวๆ หรือครึ่งหนึ่งเป็นสาว ที่ชอบเห็นหนุ่มล่ำถอดเสื้อ น่าจะพกผ้าเช็ดหน้าไปด้วยเพื่อเช็ดน้ำลาย หนังเปิดจอกว้างสุด สีสันหนังตอนกลางวันราวกับใส่ฟิลเตอร์ของอินสตราแกรม ก็สบายตาไปอีกแบบ บางฉากอาจต้องปิดตาดู ไม่ใช่อะไร เขิลลล ฉากเต้นก็แข็งแรงทะมัดทะแมง และมีหลายๆโชว์ที่ดูครีเอท และพาเราเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง ที่อาจไม่เคยได้สัมผัส หนังพูดถึงชีวิตของคณะหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ในมุมของผู้มาใหม่ และผู้ที่อยู่มานานแล้ว ไมค์ (แชนนิ่ง ทาทัม ตาตั้ม) ผู้ที่มีรายได้จากโชว์เต้นถอดผ้า อย่างอู้ฟู่ ทั้งเงินทองและหญิงสาว แต่เขาก็มีเป้าหมายอะไรบางอย่างในชีวิต เปรียบเทียบกับ อดัม (อเล็กซ์ เพ็ตทิเฟอร์) ที่เพิ่งใหม่ในวงการ มองเห็นแต่ด้านที่อู้ฟู่ และก็หลงระเริงไปกับมัน อำนาจทำให้คนเราเปลี่ยนไปเสมอ ไม่มากก็น้อย รวมไปถึง ไอ้คำว่าสนุกของคุณ มันต้องแลกกับอะไรไปบ้าง ไม่มีอะไรฟรี ไม่มีอะไรง่าย อาชีพเปลื้องผ้า จริงๆแล้วก็เปรียบเทียบได้กับชีวิตของมนุษย์เงินเดือน หรืองานที่ได้เงินมาง่ายๆ ฉาบฉวย เป็นงานที่เลี้ยงชีวิตตนเอง สนุก เพลินไปกับมัน แต่มันไม่ใช่อนาคตซะทั้งหมด ถ้าเราระเริงกับชีวิตแบบนั้น มารู้ตัวอีกที 30 หรือ 40 เราก็อยู่ในวัยที่ไปไหนต่อไม่ได้ และหมดอายุในอาชีพนั้นๆ ถ้าเราไม่มีแผน เราจะอยู่อย่างไรต่อ สุดท้าย เราก็ต้องเติบโตและมีแผนเพื่ออนาคต นอกเสียจากว่า คุณจะใช้ชีวิตสนุกสนานนั้นไปให้สุดทางเลยจริงๆ ให้ 8/10 ตั้งคำถามกับเราว่า คุณจะสนุกกับงานที่คุณทำได้อยู่ไปจนอายุเท่าไหร่ มันมีวันหมดอายุไหม อนาคตและแผนของคุณคือ? โดย Tyler movie.mthai.com