หนังเกย์

ตัวอย่างและภาพชุดแรกชวนหวิว จากหนังชวนจิ้น Teacher and Student ครูและนักเรียน
Demon 666 Production /  Teacher and Student / 

หลังจากฝากผลงานที่เรียกเสียงฮือฮาทั้ง หล่อลากไส้, ตายทั้งกลม และ เกย์เว้ยเฮ้ย ไว้แล้ว ครั้งนี้เตรียมพบกับผลงานชวนสยิวกิ้วใหม่ของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม กับภาพยนตร์เรื่อง Teacher and Student ครูและนักเรียน ที่่ได้ 3 หนุ่มหล่อไม่จะเป็น ตั้ม มานินพันธุ์ ภิญโญปิยวิศว์, อาร์ กฤษตฌาพนธ์ ธนะนารา และ อาร์ม ปิระมิตร อรุณศรี มารับบทนำ โดยล่าสุด หนังเรื่องนี้ได้ปล่อยตัวอย่างหนังฉบับเต็ม และภาพนิ่งชุดแรกแบบจัดหัก มาให้ได้ชมกันแล้ว ติดตามด้านล่างนี้ั ยาวๆไปได้เลย Teacher and Student ครูและนักเรียน เป็นการสะท้อนชีวิตคู่ชายรักชาย บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สุด โดยการนำผู้ชมเดินทางชีวิตของคู่รักคู่หนึ่งในช่วงเวลาที่ถึงจุดอิ่มตัว และสะท้อนภาพลักษณ์ของเด็กที่อยู่ในช่วงของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และ ผู้ใหญ่ที่กำลังมาถึงจุดสูงสุดของการเติบโต และค่อยๆ เข้าสู่จุดเสื่อมถอยในชีวิต ตั้ม มานินพันธุ์ ภิญโญปิยวิศว์ อาร์ กฤษตฌาพนธ์ ธนะนารา อาร์ม ปิระมิตร อรุณศรี Teacher and Student ครูและนักเรียน คือเรื่องราวของ ต้นครูวัยย่างเข้าสามสิบของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ที่คบหากับ แอล แฟนหนุ่ม มาได้ 5 ปีแล้ว และความรักของทั้งสอง ก็เริ่มจืดจางลงตามกาลเวลา ทำให้ ต้น ไม่รู้สึก รักเขาเหมือนแต่ก่อน แอล จึงพยายามยื้อชีวิตคู่ให้ยาวนาน โดยการชวนต้นไปจดทะเบียนสมรส แต่ ต้น กลับไปหลงรัก โจ เด็กนักเรียนในชั้นที่เขาสอนหนังสืออยู่ เพราะการหลงใหลความอ่อนเยาว์ของเด็ก อันมีสาเหตุมาจากปมในอดีตที่ตามหลอกหลอน ต้นจึงต้องเลือก ระหว่างการมีชีวิตครอบครัวแบบยั่งยืนกับแอล หรือ ทำตามความเรียกร้องของหัวใจ ด้วยการบอกความรู้สึกที่แท้จริงกับโจ แม้จะเป็นสิ่งที่ผิดต่อความดีงามของสังคมก็ตาม ติดตามชมเรื่องราวของความสัมพันธ์ซับซ้อนนี้ ไปกับ Teacher and Student ครูและนักเรียน ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา เท่านั้น -----------------------------------

เกย์ - ทอม สมานฉันท์ วีเจ.จ๋า ฮาสุดๆ
คริตกะจ๋า /  ชาคริต / 

หนึ่ง ธนาธรจากเดิมหนังใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่าValentine ก่อนจะมาใช้ชื่อไทยว่า "คริตกะจ๋า บ้าสุดๆ" ฟังดูย่ำแย่พอๆกัน เหมือนไม่รู้จะตั้งว่าอะไร ชื่อภาษาอังกฤษก็ "ง่ายซ๊า...า" ชื่อภาษาไทยก็ ตั้งเหมือนคนหมดมุก ก็เอาชื่อดารานี่แหละว๊า ขายชื่อดารามันซะเลย แต่ตัวหนังกลับมีดีกว่าชื่อง่ายๆนั้นมากมาย เก่ง (ชาคริต แย้มนาม) เกย์ไฮโซเจ้าของธุรกิจพลาสติก ที่กำลังตามล่ารักจากผู้ชายชื่อ กาย(หลุยส์ พงษ์พันธ์) ขณะที่ แพร ทอมเศรษฐีเจ้าของโรงแรมก็กำลังวาดหวังความรักจากสาวสวยชื่อ แพร(จิ๊บ ปกฉัตร) จะด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิตหรืออย่างไรก็สุดคาดเดา ทั้งสองขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาพบว่า ทั้งสองสลับร่างกัน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นวายที่เกิดตามมาเว้ากันซื่อๆ ก็ต้องขอบอกว่า หลังจากที่หนังไทยที่สร้างเกี่ยวกับ เพศทางเลือก มักจะจบลงด้วยความโศกเศร้าร้าวราน ประมาณว่า "ชาตินี้ไม่มีวันที่พวกมรึงจะได้สมหวังกันหร๊อก" หนังเรื่องนี้เสนอตัวที่จะเป็น "เทพประทาน" ให้มวลเหล่าชาวเพศทางเลือกได้มีโอกาสชื่นชมสมประดีกับเขาบ้างหนังเริ่มต้นด้วยพล็อตเรื่องในแบบที่อาจจะกลายเป็น หนังฮาบ้าบอไร้สติ หนังเกย์ กะเทย เหมือนที่สร้างๆกันมา แต่เมื่อหนังเดินไป หนังก็จะเริ่ม "ปล่อยของ"ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็น"ของดี" ที่น่าลิ้มลอง ผ่านงานแสดงระดับสุดยอดของสองดารานำ ชาคริต กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช พร้อมด้วยทีมนักแสดงสมทบที่เลือกเฟ้นมาได้ลงตัวสุดๆทุกตัวละครเมื่อเรื่องเดินไปใกล้จะจบ หนังเกือบจะกลายเป็น "หนังกะเทยเห็นแก่ตัว กับ ทอมใจประเสริฐ" ที่มีสิทธิ์โดนเกย์ประท้วงแน่ๆ (โดยยัยอะไรสักคนที่ชอบออกมาประท้วงบ่อยๆนั่นน่ะ) แต่เมื่อเดินไปถึงตอนจบเข้าจริง หนังก็ทำหน้าที่ตาม เจตนารมย์ที่ตั้งใจแต่ต้นคือ "ทำให้ชาวเพศทางเลือกได้สมหวังบนจอเสียที""ผู้ชาย" ที่กลายเป็นเพศที่เจ้าเล่ห์และร้ายกาจที่สุดในเรื่อง ก็ได้บทเรียนอย่างสาสม ที่ปรากฏในตอนท้ายเรื่อง ชนิดที่ถ้าคุณไม่นั่งดูให้ถึงภาพสุดท้ายของหนังจริงๆ คุณมีสิทธิ์พลาด ไคลแมกซ์สำคัญนี้แน่นอนแต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผมขอไม่เปิดเผยอะไรให้มากมาย ด้วยเกรงว่าจะเสียอรรถรส แต่ขอให้คุณๆไปชมด้วยตัวเองน่าจะดีกว่าขอปรบมือดังๆให้กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช หลังจาก "จุดระเบิด" จากบทบาทในหนัง "แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า" ที่ทำให้ผู้คนได้เห็นว่า เธอเล่นหนังแนวโรแมนติก คอเมดี้ได้ดีมาก มาเรื่องนี้ เธอยิ่ง "เปล่งประกาย"แจ่มชัดที่สุด เธอเล่นได้พริ้วมาก ทั้ง ตลก เซ็กซี่ อ่อนไหว จะให้เธอหน้าเยิน หน้ายับ หน้าตลก ไปจนกระทั่ง อวดเต้าทำนมปริ่ม อวดลีลาเฉียดเอ็กซ์ "จ๋า จัดให้"เธอปล่อยลูกบ้าเหมือนโด๊ป M150 เกินวันละ 2 ขวด เธอเล่นได้มีสีสันมันส์กระจายสุดๆณ วันนี้ ผมขอมอบตำแหน่ง "เจ้าแม่หนังโรแมนติก คอมเมดี้" ให้เธอโดยดุษฏี ชนิด "ใครแย่ง...กรูตบ"! ขอบอกว่า ผมชื่นชมโสมนัสเธอจากหนังเรื่องนี้มั่กๆชาคริต หนึ่งในนักแสดงชายที่ผมชื่นชม ในฐานะที่ที่ผ่านเขาเป็นนักแสดงที่เล่นบทได้หลากหลาย และแต่ละบทเขาก็เล่นได้อย่าง "มีดีไซน์" ซึ่งเท่าที่เห็นชัดๆ ผมเห็นมีอยู่แค่ พงษ์พัฒน์,นพพล,ศรัณยู,ฉัตรชัยและ ชาคริตเท่านั้น ชาคริต ทำให้บททอม ในร่างกะเทย ดูมีมิติ ลุ่มลึก อ่อนไหว ขณะที่ วีเจจ๋า ขโมยซีนในส่วนที่เป็น คอมเมดี้ ชาคริต ก็เก็บแต้มในส่วนที่เป็น ดรามา ชนิดที่ผู้ชมต้องหลั่งน้ำตาแน่ๆอีกรายที่ให้การแสดงระดับ "เปล่งประกาย" นอกจาก วีเจ.จ๋า ก็คือ หลุยส์พงษ์พันธ์ที่เล่นได้ ฮา อึ้ง ทึ่ง เสียวสุดๆ หลังจากเรื่องนี้ เขาจะมีงานวิ่งชนอีกเพียบแน่นอน ดูเหมือนตำแหน่ง "เจ้าพ่อหนังฮา"ของ อนันต์ บุนนาคจะเจอ ตัวตายตัวแทนเข้าให้แล้วชอบมากกับการเลือกทีมสมทบ 4 ตัวละคร คือ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม กับ แจ๊ค แฟนฉันในบทเพื่อนกะเทยของ เก่ง และ จิ๊ก เนาวรัตน์ กับ อ้น ศรีพรรณ ในบท ทอมเพื่อนของ แพร ทั้ง 4 เล่นกันได้มันส์มากๆ จนรู้สึกเสียดายว่าบทน้อยไปหน่อยเจี๊ยบ เชิญยิ้ม ดูดีมากในบท กะเทยแต่งหญิง หลังจากที่เคยเห็นเขาเล่นใน"อีส้มสมหวัง" แจ๊ค แฟนฉันในมาดกะเทยเด็กในเรื่องนี้ ทำให้ผมเห็นว่า "โก๊ะตี๋"เจอคู่แข่งเข้าให้แล้ว เหมือนตอนที่ ลูกเกด เมทินี เจอเบียดรัศมีโดย อั้ม พัชราภา อย่างไงอย่างงั้น ถ้าไม่ ระวังหลัง"โอกาสที่ โก๊ะตี๋ จะถูกทาบรัศมีบทกะเทยโดย แจ๊ค แฟนฉัน มีอยู่เห็นๆอ้น ศรีพรรณ ไปได้สวยกับบทตกลอยู่แล้ว จิ๊ก เนาวรัตน์ ทำให้ผมนึกถึงเธอในหนังดังในอดีตเรื่อง "ปูลม" ที่เธอเล่นเป็นนางเอกที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย ในเวอร์ชั่น อีกหลายสิบปีต่อมาที่ "ปูลม" กลายเป็น "ทอม" ฮาไม่แพ้กันผมชอบไอเดียที่ คนสองคนที่กำลัง "ตามล่าหาความรัก" มาขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สะพานแห่งความรัก" ที่กลายเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้ตัวละครได้ค้นหาหัวใจตัวเอง ไอเดียนี้ทำให้พล็อตหนังที่ดู "ตลาดจ๋า" ดู"ขลัง" ขึ้นมาทันที ถือเป็นการสืบสานตำนานรักอมตะของสะพานรักสารสินให้คงอยู่ต่อไป ด้วยมุมมองที่เปี่ยมอารมณ์ขัน แต่มากมายด้วย หัวใจที่อุดมรักฉากที่ เก่ง กะ แพร ขับรถชนกันเพื่อจะคืนร่างในตอนจบ จะกลายเป็น "ฉากรักขลังๆ" ที่น่าจดจำไปอีกนานอาจสรุปได้ความว่า นี่เป็นหนังที่ชื่อเรื่องไม่ชวนให้คาดหวัง "อะไรมากมาย"แต่ที่จริงแล้ว หนัง "ให้มากกว่า" ในการเรียนรู้ถึง ความรักโดยเฉพาะ ในกลุ่มเพศทางเลือกที่หนนี้แสดงให้เห็นว่า มีคนพยายามจะเข้าใจพวกคุณมากขึ้น.ที่มา หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

Spider Lilies ดอกไม้แห่งความทรงจำ
Lilies /  Spider / 

Spider Lilies เป็นหนังเลสเบี้ยน สร้างโดย ซีโร่ โจว ผู้กำกับฯที่ (ยอมรับว่าตัวเอง) เป็นเลสเบี้ยน แถมยังได้รางวัลหนังเกย์/เลสเบี้ยนยอดเยี่ยม จากเทศกาลหนังเบอร์ลิน แต่ไม่ว่าจะสังกัดเพศไหน มีรสนิยมเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แบบใด หนังเรื่องนี้ก็มีดีสำหรับคุณทั้งนั้นเพราะนอกจากประเด็นความสัมพันธ์ของผู้หญิง 2 คนที่รักใคร่ผูกพันกัน (ฉันชู้สาว) หนังยังชวนเราไปทบทวน "อดีต" และดู "ปัจจุบัน" ของพวกเธอและตัวเองเราอีกด้วยในส่วนของอดีต แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนเป็นผลผลิตของวันวานด้วยกันทั้งสิ้น วัยเด็กคิด-เห็น-ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร ก็ล้วนมีส่วนหล่อหลอมความเป็นเราในวันนี้ทั้งนั้นเจด (เรนนี่ หยาง) ในวัยเด็กนั้น ถูกมารดาทอดทิ้งหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เธอถูกทิ้งไว้ ในขณะที่น้องชายถูกแม่ "เลือก" ช่วยชีวิตและพาไปอยู่ด้วย ทำให้หญิงสาวต้องมาอยู่ในความเลี้ยงดูของยายตาบอดแล้ววันหนึ่ง เธอก็ได้พบกับ ทาเคโกะ (อิซาเบลลา เหลียง) รุ่นพี่มาด (และใจ) ทอมบอย ด้วยความที่เหงาไม่มีใคร เธอจึงยึดทาเคโกะไว้เป็นคนสำคัญของชีวิต ความจริงเจดเรียกความสัมพันธ์กับทาเคโกะว่า "รักครั้งแรก" เลยด้วยซ้ำด้านทาเคโกะนั้นก็มีความทรงจำวัยเด็กอันปวดร้าวไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว เธอก็ต้องสูญเสียพ่อ อีกทั้งความสัมพันธ์ของเธอกับน้องชายก็เปลี่ยนไปในทางลบ โดยหญิงสาวเฝ้าแต่โทษว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเองสำหรับเจดแม้จะถูกทอดทิ้ง แต่เธอก็ยังมีช่วงเวลาที่งดงามอยู่บ้างยามได้อยู่กับรุ่นพี่ ในขณะที่ทาเคโกะมีแต่ความรู้สึกปวดร้าวผิดบาป เธอคนแรกจึงเลือกที่จะจดจำอดีตของตน ในขณะที่คนหลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะลืมหลายปีผ่านไป ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้ง โดยที่ปัจจุบันขณะที่เจดคือสาวเว็บแคม ส่วนทาเคโกะนั้นรับจ้างสัก ซึ่งอาชีพของทั้ง 2 สาวดูจะมีความแตกต่าง คนหนึ่งให้บริการแก่ผู้ที่เธอไม่รู้ตัวตน อีกคนสร้างตัวตนหรือจารึกสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้ลูกค้า"ฉันคือของเก๊สำหรับเธอรึเปล่า" ตำรวจหนุ่มที่มาล่อซื้อบริการ ทว่ากลับตกหลุมรักเจดในที่สุด ถามขึ้น ด้วยอินเตอร์เน็ตนั้น จะว่ากันตามจริงก็เป็นแค่โลกเสมือน"ถ้าคุณจำฉันได้ ฉันจำคุณได้ ก็แปลว่ามีตัวตน" เธอตอบโลกของเธอจึง "มีจริง" อยู่บ้าง แม้ว่าจะดูเหมือน "ไม่มี" ด้วยเหตุนี้"เธอไม่สามารถเป็นตัวแทนใครได้เพราะรอยสักหรอกนะ" ภาพหลอนของพ่อที่ตายไปบอกแก่ทาเคโกะ หลังจากที่เธอพยายามสักรูปดอก "สไปเดอร์ ลิลลี่" บนแขนซ้ายอย่างที่พ่อมี เพราะอยากเป็นตัวแทนพ่อให้แก่น้องชายการสักจึงไม่สามารถสร้างตัวตนให้ใคร (อย่างน้อยก็ตัวเธอ) ได้อย่างที่ควรจะเป็นเพราะเหตุนี้"คนที่ไม่ยอมหลับ คือคนที่สับสนระหว่างโลกแห่งความจริงและความฝัน" ตัวละครหนึ่งพูดไว้ และบางทีหญิงสาวทั้งคู่อาจจะกำลัง "นอนไม่หลับ" และ "สับสน" กับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ก็เป็นได้Spider Lilies เป็นหนังที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศลึกลับ อิโรติค และเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ให้ชวนขบคิด ตั้งแต่ชื่อเรื่อง "สไปเดอร์ ลิลลี่" ที่ในหนังบอกว่าเป็นดอกไม้แห่งความตายที่งอกบนเส้นทางสู่นรก อีกทั้งทุกบทสนทนาและเรื่องราวก็ล้วนสื่อความหมายให้แก่กันเป็นทอดๆ ซึ่งถ้าลองได้แกะรอยหรือคิดตาม ก็จะพบความสนุกอย่างยิ่งยวดในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และแม้ว่าเนื้อหาของหนังจะดูหนัก เศร้า และเหงาจัดอยู่มาก ทว่าก็ยังมีความสดใสงดงาม และมีความหวังสอดแทรกอยู่เป็นระยะๆ เหมือนกันถ้าจะให้สรุปจริงๆ ก็คงต้องบอกว่าเป็นหนังที่ "ดี" และ "สนุก" มากอีกเรื่องที่ "คนทุกเพศ" ไม่ควรพลาดที่มาจากหนังสือพิมพ์

ครูและนักเรียน Teacher and Student หนังสยิวกิ้วเอาใจสาววาย ฉายให้ได้ดูกันแน่กันยายนนี้
Demon666production /  Teacher and Student / 

ในสังคมปัจจุบันที่เปิดกว้างเรื่องความรักและเพศสภาพ ทำให้เกิดภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเพศที่สามมากขึ้น ตามลำดับ โดยในครั้งนี้ Demon666production ได้นำเสนอเรื่องราวชวนจิ้นครั้งใหม่ ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า เรื่อง ครูและนักเรียน Teacher and Student ครูและนักเรียน ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม ที่เคยฝากผลงานที่สร้างเสียงฮือฮาไว้มากมายทั้ง หล่อลากไส้, หนังผี, ตายทั้งกลม รวมไปถึงหนังชุด เกย์เว้ยเฮ้ย ซึ่งมีออกมาหลายภาคแล้ว โดยในครั้งนี้ จะมาเล่าเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึกซับซ้อนระหว่าง ครู และ นักเรียน โดยได้นักแสดงนำหนุ่มหล่อที่จะมารับบทแสดงนำ และสร้างสีสันในหนังเรื่องนี้ถึง 3 คน ด้วยกัน เริ่มจาก  ตั้ม มานินพันธุ์ นักแสดงและนายแบบจากเวที Men'sHealth Thailand รับบท ต้น ครูโรงเรียนมัธยมชายล้วน ตามมาด้วย อาร์ กฤษตฌาพนธ์ นักแสดงที่มีผลงานทั้งหนัง เอ็มวี โฆษณา และเจ้าของตำแหน่ง Rising Star จากเวที DutchieBoy รับบท แอล คนรักของต้น และ อาร์ม ปิระมิตร เน็ตไอดอล ขวัญใจวัยรุ่นในนาม “อาร์มกากเย้” รับบท โจ เด็กนักเรียนในการดูแลของต้น และแถมท้ายพิเศษ ด้วยตัวอย่างหนัง แบบสั้นๆ จาก ครูและนักเรียน ที่เห็นแค่นี้ ก็ชวนหยิว ชวนคิดกันไปไกลแล้ว ในตัวอย่างยังน่าติดตามขนาดนี้ ในหนังฉบับเต็ม รับรองจัดหนักกว่านี้แน่นอน ร่วมจิ้น ร่วมฟิน กับภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า ครูและนักเรียน Teacher and Student ได้ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์เอสพลานาด รัชดา -----------------------------------------

กูรู้ vs กูรู #001 ตอบปัญหาวงการหนัง ทำไมหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ
filmotopia /  กูรู้ vs กูรู / 

ขอสวัสดีสมาชิกชาวเอ็มไทย และก็ขออนุญาติใช้พื้นนี้ ตอบคำถามของคอลัมนี้ ซึ่ง เราจะเรียกว่า คอลัมน์ กูรู้ vs กูรู โดยมีผม Filmotopia เป็นผู้ดูแล ใครมีคำถามสงสัยอะไรเกี่ยวกับวงการหนัง ถามมาได้เลยนะครับตามสโลแกน ? "ถามมาตอบหมด ถามก่อนตอบก่อน ถามจริงตอบจริง ถามกวนตอบดุ ถามดีมีรางวัล" ซึ่งการตอบคำถาม ถ้าผมรู้ก็จะตอบเอง แต่ถ้าไม่รู้จริงก็จะเชิญ กูรู ผู้รู้เรื่องนี้จริงมาเป็นผู้ตอบ เมื่อตอบแล้วก็อยากเชิญผู้อ่านทำตัวเป็น กูรู้ มาแสดงความคิดเห็นกันนะครับ อยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้-ความคิดเห็นกันอย่างสุภาพชนนะครับ แต่ถ้าใครจะแขวะจะด่าใคร ก็คงต้องพร้อมรับการโต้ตอบอย่างรุนแรงด้วย เพราะเท่าที่เห็นคนอ่าน mthai ดุดุทั้งนั้น? ก็หวังว่าคอลัมน์นี้จะเป็นประโยชน์กับชาว mthai ทุกคนนะครับ มาดูกัน ว่าคำถามไหน ถูกเลือกมาตอบบ้าง * อนึ่ง คำถามคัดมาจากกระทู้นี้ครับ ส่วนใครจะถามอะไรต่อไป ก็โพสได้ที่กระทู้ดังกล่าวเลยครับ 1. ทำไมวงการหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ (ถามโดย ปอมซัง) Filmotopia ตอบ : อ่านคำถามเสร็จแล้วคิดว่า คุณปอมซัง คงไม่ได้อยากรู้เหตุผลจริงๆหรอก? คงแค่อยากบ่นอยากระบายเพราะตัวเองคงหงุดหงิดใจเมื่อเห็นหน้าเกย์ คงจะเป็นเพราะ คุณปอมซัง มีปมที่ฝังใจมีอดีตกับคนที่เป็นเกย์ หรือ กระเทย เพราะจริงๆ ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างหนังไทยปีละประมาณ 30 เรื่องต่อปี รวมกันก็ 150 เรื่อง ซึ่งจะมาเจอเรื่องที่มีหน้าเกย์ รวมกันไม่เกิน 10 % คือ 15 เรื่อง ซึ่งแต่ละปีก็จะมีปีละไม่เกิน 2-3 เรื่องเท่านั้น ยกเว้นปี 2007 นั้นอาจจะเป็นปีที่มีหนังเกย์เยอะหน่อย คือ รวมกันสัก 6-7 เรื่องคือ เพื่อนกูรักมึงหว่ะ, โกยเถอะเกย์, ขอให้รักจงเจริญ, รักแห่งสยาม, หอแต๋วแตก และ ตั๊ดสู้ฟุต ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขนี้ก็คงพูดไม่ได้หรอกว่า หนังไทยมีแต่หนังเกย์ ซึ่งถ้าจะบอกถึงเหตุผลที่ในปี 2007 มีหนังเกย์เยอะ ก็คงเป็นเพราะช่วงนั้นคนทำหนังเขาเห็นว่า ?เรื่องราวของคนเป็นเกย์เมื่อนำมาสร้างหนังแล้วมันน่าสนใจ ชีวิตพวกเขามีสีสัน มีความแตกต่างทั้งน่าขัน และ น่าเศร้า เพียงพอที่เขาอยากเล่าให้คนดูน่าไปดู ? ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ คุณปอมซัง ไม่ค่อยเห็นด้วย ไม่เป็นไรเห็นแย้งกันต่างกันยังไง คอมเม้นท์กันได้ แต่ขอเตือน คุณปอมซัง หน่อยนะ คนโบราณเขาว่ากันว่า ใครเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น? ไม่รู้ว่า คุณปอมซัง เป็นผู้หญิง หรือ เป็นผู้ชาย แต่ระวังนะเวลาคุณมีแฟนดูดีๆ คุณอาจมีแฟนเป็นเกย์ก็ได้นะ ใครจะไปรู้ !!!!!? -------------------- 2. อยากทราบว่าประเทศไทยมีการจัดเรตหนังที่ฉายตามโรงภาพยนต์เหรอเปล่า แล้วมีการจัดการกับคนดูที่ไม่ผ่านเรตของหนังเรื่องนั้นอย่างไร (ถามโดย TheBiggest) Filmotopia ตอบ : ข้อนี้จะขอเชิญ กูรู ผู้รู้จริงทางด้านนี้มาตอบดีกว่า เพราะเขาเป็นผู้เกาะติด ติดตามเรื่องนี้อยู่ เขาคือ คุณ นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE แว่วๆ ว่า BIOSCOPE กำลังจะมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเล่มหน้า ถ้าสนใจมากกว่านี้ติดตามได้เลย เอ้า!! ฟังคำตอบของ คุณ นคร ได้เลยครับ กูรู ผู้ตอบ : นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE ตอบ : การจัดเรตในประเทศไทยเพิ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เองครับ ซึ่งในบ้านเราแบ่งออกได้เป็น 6 เรตคือ 1. หนังที่จรรโลงสังคมควรสนับสนุนให้คนดู 2. หนังที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย 3. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป 4. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป 5. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป และ 6. หนังที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู (ไม่นับหนังที่ห้ามเผยแพร่ในประเทศนะครับ) ซึ่งหนังตั้งแต่เรต 1-5 นั้นคุณสามารถเข้าชมได้ตามปกติไม่ต้องโชว์บัตรประชาชนแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นเรต 20 นั้นต้องโชว์บัตรก่อนจะซื้อตั๋วทุกครั้งนะครับ ...แต่ถ้าหากคุณอายุไม่ถึง 20 แล้วหลุดเข้าไปดูหนังเรื่องนั้นได้ ก็ไม่ต้องกลัวครับเพราะกฎหมายจะลงโทษโรงหนังที่ขายตั๋วให้คุณ อยู่ที่ว่าโรงหนังจะกล้าเสี่ยงรึเปล่าเท่านั้นเองครับ Filmotopia? วันนี้เอาแค่ 2 คำถามก่อนนะครับ ใครมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับหนังไทยถามมาเลยนะครับ อัพเดตคอลัมน์นี้ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ ครับ --------------------------------------------------------- Tyler ตอบมั่ง สำหรับงานแรก ทางทีมงาน ขอมอบรางวัลเป็น ดีวีดีหนังเรื่อง แต๋วเตะตีนระเบิด ให้คุณปอมซังไปดูถึงบ้านเลยครับ ส่วนคุณ The Biggest เป็นดีวีดีเรื่อง อนึ่งฯ คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง ติดต่อกลับรับของรางวัล ที่เบอร์ 02-5020700 ต่อ 7871 หรืออีเมล์ chaiwat@monotechnology.com ได้เลยครับ (ติดต่อมาภายใน 25 ก.ย. 52นะ) ขอบคุณของรางวัลจาก เมโทรโปรดิสค์

เกย์เว้ยเฮ้ย GTHAI MOVIE
COFFEE /  GTHAI MOVIE / 

ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว ตอนที่1  COFFEE   “นัท” เจ้าของร้านกาแฟ  แอบชอบเด็กเสิร์ฟชื่อ “ต้อม” แต่จำต้องหักห้ามใจ วันหนึ่ง ต้อมถูกพ่อทำร้ายร่างกาย นัทจึงชวนต้อมย้ายมาอยู่กับเขา แต่นัทจะห้ามใจตัวเองได้หรือ ในเมื่อต้องนอนร่วมเตียงกับต้อมทุกคืน... นำแสดงโดย  อัครยุทธ  ทองสุขศรี,  เอ้ะ อธิภัทร ตอนที่2  MEMORY “ปริ ณ” ชายหนุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม ต้องพักรักษาตัวอยู่กับเพื่อนสนิทชื่อ “คริน” วันหนึ่ง ปริณได้รับจดหมายจากผู้หญิงลึกลับว่า “เพื่อนของคุณเป็นเกย์ และกำลังแอบชอบคุณอยู่”  ปริณจะทำอย่างไรต่อไป นำแสดงโดย  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ตอนที่3  SALEMAN “ยอร์ช” กับ “อ๋อง” คู่รักที่คบกันมานานถึงห้าปี  จนไม่รู้สึกอยากมีเซ็กส์เหมือนแต่ก่อน จนวันหนึ่ง ยอร์ชได้พบกับเซลล์แมนหนุ่ม ซึ่งยื่นข้อเสนอว่า “หากคุณยอมซื้อสินค้าของผม ผมจะยอมมีเซ็กส์ด้วย” แล้วยอร์ชจะทำอย่างไร... นำแสดงโดย  ไฮแจ็ค เหมังกร, พันเทพ ราวินิต ,  ฉลองพงษ์  โชติอนันต์ศรี ตอนที่4  UNIFORM “วู่”  เด็กช่างกล ซึ่งมักตีกับคู่อริต่างสถาบันเป็นประจำ  วันหนึ่ง เขาเกือบถูกคู่อริฆ่า แต่เด็กหนุ่มชื่อ “โจ้” มาช่วยวู่เอาไว้  แล้วทั้งสองก็รักกัน  แต่โจ้กลับขอร้องให้วู่เลิกตีกับคู่อริ  แล้ววู่จะเลือกอะไร ระหว่างความรักกับสถาบัน... นำแสดงโดย  ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส ------------------------------------------------------- ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว กำกับภาพยนตร์โดย คุณสราวุธ อินทรพรหม  ซึ่งเคยมีผลงานทางด้านรางวัล จากการประกวดภาพยนตร์นอกกระแสมาแล้วหลายเรื่อง รวมทั้งผลงานภาพยนตร์จอเงิน อาทิ “ตายทั้งกลม” , “หนังผี” , “เซ็งเป็ด” นำแสดงโดยกลุ่มนายแบบจากนิตยสารชื่อดัง  อาทิเช่น  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์,  ไฮแจ็ค เหมังกร, ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ ทองสุขศรี ฯลฯ ------------------------------------------------------- ความเป็นมา ความเป็นมาในการผลิตภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE เกิดจากไอเดียที่ว่า ต้องการสร้างภาพยนตร์ที่เกย์ทุกคนสามารถเข้าชมได้ง่ายที่สุด มีความเป็นส่วนตัวที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายในการชมมากที่สุด เนื่องจากกลุ่มชายรักชายในประเทศไทยจำนวนมาก ยังไม่สามารถออกมาหาซื้อ DVD ภาพยนตร์แนวนี้ตามแผงได้อย่างเปิดเผย หรือเข้าชมภาพยนตร์แนวนี้ในโรงหนังได้อย่างเปิดเผย ด้วยหลายๆเหตุผล  ทั้งด้านสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้น การชมผ่านทางคอมพิวเตอร์ส่วนตัว จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การสร้างภาพยนตร์เพื่อฉายทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ภาพยนตร์ไม่ถูกควบคุมเนื้อหาโดยกลุ่มนายทุนที่เป็นชายแท้ ซึ่งบางคนอาจขาดความเข้าใจในกลุ่มชายรักชาย ทำให้เนื้อหาสาระของภาพยนตร์ถูกบิดเบือนไปจากความจริง ไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งที่ชายรักชายอยากชมได้อย่างเต็มที่ สำหรับทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้  ผู้กำกับได้ใช้เงินส่วนตัวในการผลิตทุกขั้นตอน  ตั้งแต่งานโปรดักชั่น การผลิต  จนถึงส่วนของเว็บไซต์ และการประชาสัมพันธ์  ซึ่งเป็นการความต้องการในการผลิตงานออกมาให้ประชาชนได้ชม ด้วยความสะดวกและง่ายดายที่สุด  โดยไม่แสวงหาผลกำไร ผลิตโดย    ฉ 20 PRODUCTION กำกับโดย    สราวุธ อินทรพรหม กำกับภาพ    ตุล บุญนวล  ,  เบนจิ ยาโมโตะ บทภาพยนตร์    สราวุธ อินทรพรหม นำ แสดง    กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ,  ไฮแจ็ค เหมังกร , ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ  ทองสุขศรี, พันเทพ ราวินิต,  ฉลองพงษ์ โชติอนันต์ศรี ฉายที่เว็บ    http://www.gthaimovie.com เริ่มฉาย    1 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป แฟนเพจ https://www.facebook.com/GthaiMovie ---------------------------------------------

ผกก.โน๊ต สราวุธ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ ในหนัง ครูและนักเรียน
Demon666production /  Teacher and Student / 

ใกล้ได้มาเขย่าต่อมความจิ้น กันอีกครั้ง กับภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างชาย-ชาย ผลงานของผู้กำกับ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม ทีครั้งนี้ จะมาเผยความรู้สึก แนวคิด และสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่คุณผู้ชมอยากรู้กันแบบเต็มๆ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม เล่าถึงแนวคิด หรือไอเดียของภาพยนตร์ ครูและนักเรียน หน่อยครับ เกิดจากความแนวความคิดที่ต้องการนำเสนอปัญหาการใช้ชีวิตคู่ของชายรักชาย ตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทราบว่า อะไรคือพฤติกรรมที่จะทำให้ชีวิตคู่ไม่ราบรื่น โดยนำเสนอในรูปแบบของการติดตามดูชีวิตของเกย์ในช่วงวัยทำงาน ซึ่งที่ผ่านมา เรามักจะได้ดูเรื่องราวของชายรักชายในช่วงรักครั้งแรก puppy love หรือช่วงก่อนที่ตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กัน แต่เราไม่ค่อยได้เห็นภาพเหตุการณ์หลังจากนั้น ซึ่งในชีวิตจริงนั้น ไม่เหมือนในละคร ที่มักจะจบลงที่พระเอกนางเอกแต่งงานกัน แต่ความจริงแล้วมันพึ่งเป็นการเริ่มต้นต่างหาก มีวิธีการคัดเลือกนักเลือกทั้ง 3 คน ให้ตรงกับคาแรคเตอร์ที่วางไว้ ยังไงบ้างครับ เริ่มจากการเขียนบท แล้วจินตนาการถึงหน้าตาตัวละคร ซึ่งเราต้องการคนที่มีลักษณะบุคลิกตรงตามบทประพันธ์ ไม่เป็นการฝืนแสดงเป็นตัวละครนั้นๆ เพราะหนังเรื่องนี้เราต้องการความ Real มากที่สุด ให้รู้สึกเหมือนนักแสดงคือตัวละครนั้นจริงๆ โดยบทของต้น รับบทโดย ตั้ม มีลักษณะของความเป็นครู เพราะมีบุคลิกที่เป็นผู้ใหญ่ ดูน่าเชื่อถือ และเป็นมิตร ทำให้เชื่อได้ว่า เด็กๆจะรัก เคารพ และไว้วางใจในครูคนนี้ อีกทั้ง ตั้มยังมีความหน้าตาดี ซึ่งตรงกับความต้องการของเรา ที่อยากแสดงให้คนดูเห็นว่า แม้แต่คนที่หน้าตาดี ก็ยังมีปัญหาการใช้ชีวิตคู่  อย่าคิดว่าคนหน้าตาดีจะมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขเหมือนในละครเสมอไป / บทของแอล รับบทโดย อาร์ มีลักษณะสีหน้าแววตาที่เศร้า แบบคนที่เก็บความทุกข์ไว้ภายใน พยายามอดทนต่อปัญหา ซึ่งตรงกับชีวิตจริงของเกย์หลายๆคนที่ต้องฝืนอดทนต่อพฤติกรรมของแฟนตนเอง เพราะไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยว  เหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิดออกมา ซึ่งอาร์เป็นคนที่มีแววตาเช่นนั้น และมีทักษะการแสดงสูง ที่สามารถถ่ายทอดทุกอย่างได้จากแววตา/ บทของโจ รับบทโดย อาร์ม  มีลักษณะสีหน้าแววตาของเด็กที่ยังสะอาดใสซื่อ บริสุทธิ์ มองโลกเป็นสีขาว ไว้ใจคนง่าย เพราะยังผ่านเรื่องร้ายๆในชีวิตมาน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีแววตาของความเศร้าแบบเด็กที่มีปัญหาครอบครัว ต้องการความรักความอบอุ่นจากคนรอบข้าง ตรงกับตามบทประพันธ์ เบื้องหลังโปรดักชั่นงานสร้างในเรื่องนี้ ผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้างไหมครับ ภาพยนตร์ใช้ระยะเวลาการเตรียมงานตั้งแต่เริ่มโปรเจ็คต์ เขียนบท จนถึงเริ่มถ่ายทำเป็นปีๆ ผ่านกระบวนการคิด และแก้ไขบทหลายครั้งมาก เพราะต้องการให้หนังมีความสมจริงที่สุด ให้เหมือนกับชีวิตของคนจริงๆที่จับต้องได้  ไม่ให้มีความเป็นนิยาย ไม่ให้มีความเมโลดราม่า ทุกครั้งที่รู้สึกว่าบทมีความเฟค หรือประดิษฐ์เกินจริง เราจะทำการแก้ไขใหม่ทุกครั้ง ทำให้ มีการแก้ไขหลายหน ไปจนถึงขั้นตอนถ่ายทำ จนถึงขั้นตอนการตัดต่อ โลเคชั่นสำหรับการถ่ายทำ เราปักหลักที่จังหวัดกาญจนบุรี ในบริเวณที่เป็นป่าเขาและชนบทเป็นหลัก เพื่อต้องการสื่อให้ผู้ชมเห็นถึงความเป็นธรรมชาติของประเทศเราจริงๆ เราต้องการบอกคนดูว่า เกย์นั้นมีอยู่ทุกที่ แม้แต่ในที่ที่ห่างไกล ไม่ได้จำกัดว่า ถ้าเป็นเรื่องราวของเกย์ จะต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในกรุงเทพฯเมืองแห่งแสงสีเสมอ โปรดักชั่นดีไซน์เป็นสไตล์แบบสมจริง แสดงให้เห็นถึงความงามตามธรรมชาติอย่างแท้จริง เราจะไม่พยายามตกแต่งหรือประดิษฐ์  เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่านี่คือเรื่องจริง ในสถานที่จริง ความงามของภาพเป็นความงามจากสถานที่จริง ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งจนเกินไป โดยสรุปแล้ว ครูและนักเรียน เป็นภาพยนตร์แนวไหนครับ เป็นภาพยนตร์แนว จิตวิทยา ดราม่า  ลงลึกถึงสภาพจิตใจของชายรักชาย มีฉากประทับใจของผู้กำกับไหมครับ ฉากที่ตัวละครหลักในเรื่องแอบแสดงด้านมืดของตัวเองออกมา ในเวลาที่อยู่ตามลำพัง และฉากการปะทะคารมของตัวละครหลักกับคนรัก ซึ่งไม่ได้มีการทะเลาะกันอย่างโฉ่งฉ่าง แต่รู้สึกได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่ซ่อนอยู่ภายใน ผ่านสีหน้าแววตาของตัวละคร รู้สึกยังไงครับ กับการร่วมงานกับนักแสดงชุดนี้ ตั้ม และ อาร์ม  เป็นนักแสดงใหม่ แม้เคยผ่านงานแสดงเล็กๆมาบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นหน้าใหม่ของวงการภาพยนตร์  แต่ทั้งสองคนก็มีความตั้งใจในการทำงาน มีความพยายาม ทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และตรงตามที่หนังต้องการ อาร์ เป็นนักแสดงมืออาชีพที่ผ่านงานมาเยอะ มีชั่วโมงบินที่สูงกว่าคนอื่น ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างง่าย ทำให้ทุกอย่างราบรื่นมาก เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสายไปประกวดถึงต่างประเทศ ตัวผู้กำกับเองมีความคาดหวังขนาดไหนครับ ตอนนี้ภาพยนตร์ได้ส่งไปยังเทศกาลหนังของต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งยังไม่รู้ผล แต่ก็ไม่ถึงขั้นคาดหวังว่าจะได้รางวัลใดๆ ขอแค่ได้ฉายโชว์ เพื่อหวังให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้นจากที่เป็นอยู่ หนังเรื่องนี้ อยากบอกอะไรกับคนดูครับ ต้องการสื่อให้ผู้ชมได้รู้ว่า การใช้ชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกสิ่งในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เราควรรับมือกับมันให้ได้ ไม่เช่นนั้นเราอาจต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่าง สุดท้ายนี้ อะไรคือสิ่งที่คนดูจะได้รับ จากการชมภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ครับ ผู้ชมจะได้แง่คิดในเรื่องการยอมรับความเปลี่ยนแปลง  ไม่พยายามฝืนความจริง การพยายามฝืนความเป็นจริงไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ทั้งการบังคับตัวเอง บังคับผู้อื่น ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ดี ร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อน ในภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student ได้ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้น ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

เอาความเหงาไปทิ้งทะเล กับภาพชุดใหม่จาก สัญญาแห่งคิมหันต์ โดยผู้สร้าง Timeline
Dolphin film /  Summer to winter / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างมาให้ชมกันไปก่อนหน้า ครั้งนี้ สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ภาพยนตร์โรแมนติก อบอุ่นเค้ลาเสียงคลื่น ของความรักชาย-ชาย จากผู้สร้าง Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด ที่จะพาคุณผู้ชมไปร่วมสุข เศร้า เหงา ซึ้ง กับเรื่องราวดีๆ ที่คุณไม่ควรพลาด โดยล่าสุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ปล่อยภาพนิ่งชวนอุ่นหัวใจออกมาให้ชมอีกหนึ่งชุดใหญ่ ตามไปดูภาพเต็มๆ ที่ด้านล่างสุดกันได้เลย สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ถูกเขียนและพัฒนาขึ้นมาจาก แรงบันดาลใจเล็กๆที่มีเรื่องราวของความเหงาในจิตใจของคน โดยมีสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศที่ใครหลายคนคงได้ยินกันว่าเอาความเหงาความเศร้าไปทิ้งไว้ที่ทะเล และเช่นเดียวกันบ่อยครั้งที่คนเรามีความสุขมักจะไปสังสรรค์กันที่ทะเล ก่อให้เกิดจุดประกายเล็กๆที่เป็นแรงบันดาลใจที่จะนำเรื่องราวของความเหงาและความสุข มาร้อยเรียงกันจนเป็นเรื่องราวของ สัญญาแห่งคิมหันต์ จากค่าย Dolphin film ผลงานเรื่องก่อนหน้านี้ของค่าย อย่าง Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด เล่าเรื่องความรักผ่านกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปผสมผสานกับรูปแบบต่างๆของความรัก จนเกิดเป็นกระแสชื่นชมอย่างมากมายในโลกโซเชี่ยลเน็ทเวิร์ค และถูกพูดถึงในแง่มุมที่มีความเป็นหนังรักฉบับเพศที่สามที่มีความซึ้งกินใจ ประทับใจต่อผู้ชมหลายๆคน ต่อมาทางค่ายตลอดจนผู้กำกับและคนเขียนบท จึงได้พยายามให้ภาพยนตร์ที่จะสร้างต่อจากนั้นมีความเป็นแบบแผน และลักษณะเฉพาะของทางค่ายมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมาสู่ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องความรักและมิตรภาพอย่าง สัญญาแห่งคิมหันต์ ในที่สุด สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ทีมนักแสดงคุณภาพ มารับบทสุดเข้มข้น โดยเฉพาะตัวละครหลัก ที่เฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ มานานหลายเดือน จนมาลงตัวที่ บ๊อด ราชสัก พนาสันติภาพ รับบท "คิมหันต์" หนุ่มน้อยน่ารักยิ้มมีเสน่ห์ และ วอร์ม อัทธนีย์ โตคีรี รับบท "ตั้ม" เด็กหนุ่มโลกส่วนตัวสูง พูดน้อยขยันเก็บความรู้สึกและปัญาหาต่างๆไว้กับตัว มีเพียงการถ่ายภาพและกล้องคู่ใจของเขาเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนแก้เหงา อีกทั้งร่วมด้วยนักแสดงสมทบอีกมากมาย อาทิเช่น พลอย มลสิชา วงษ์สุนทร, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวณิชย์, เอกชัย ศรีวิชัย, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์,  ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และ ดีเจ มะตูม ร่วมสุขเศร้า เหงาเคล้ากลิ่นอายทะเล ไปกับ สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ได้ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ที่นี่ แถมพิเศษด้วยมิวสิควีดีโอเพลง ไม่เปลี่ยนไป เพลงประกอบภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ โดย ดิว ภูการ ---------------------------

Teacher and Student ครูและนักเรียน
Demon666production /  Teacher and Student / 

ครูและนักเรียน ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม ที่เคยฝากผลงานที่สร้างเสียงฮือฮาไว้มากมายทั้ง หล่อลากไส้, หนังผี, ตายทั้งกลม รวมไปถึงหนังชุด เกย์เว้ยเฮ้ย ซึ่งมีออกมาหลายภาคแล้ว โดยในครั้งนี้ จะมาเล่าเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึกซับซ้อนระหว่าง ครู และ นักเรียนโดยได้นักแสดงนำหนุ่มหล่อที่มารับบทแสดงนำและสร้างสีสันในหนังเรื่องนี้ถึง 3 คน ด้วยกัน เริ่มจาก ตั้ม มานินพันธุ์ นักแสดงและนายแบบจากเวที Men’sHealth Thailand รับบท ต้น ครูโรงเรียนมัธยมชายล้วน ตามมาด้วย อาร์ กฤษตฌาพนธ์ นักแสดงที่มีผลงานทั้งหนัง เอ็มวี โฆษณา และเจ้าของตำแหน่ง Rising Star จากเวที DutchieBoy รับบท แอล คนรักของต้น และ อาร์ม ปิระมิตร เน็ตไอดอล ขวัญใจวัยรุ่นในนาม “อาร์มกากเย้” รับบท โจ เด็กนักเรียนในการดูแลของต้นนั่นเอง! ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้นครับ*** --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- “ทุกสิ่งในโลก ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา มีเกิดย่อมมีดับ  แต่หากเรายังยึดติดกับอดีต โดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามการเดินทางของเวลา และไม่ยอมรับความจริง ความหายนะก็จะเกิดขึ้น” - สราวุธ อินทรพรหม ภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้องการสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตคู่ชายรักชาย บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สุด นำคนดูเดินทางตามดูชีวิตของคู่รักคู่หนึ่งในช่วงเวลาที่ถึงจุดอิ่มตัว ลงลึกถึงสภาพจิตใจบุคคล ผู้ชมจะได้เห็นภาพความเป็นจริงของเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กับ ผู้ใหญ่ที่มาถึง จุดสูงสุดของการเติบโต และกำลังเข้าสู่จุดเสื่อมถอย  ในบรรยากาศชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมไทย ในต่างจังหวัด ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติของประเทศที่กำลังพัฒนาภายในช่วงเวลา ที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤตทางการเมือง อันนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ของหลายคน ติดตามการเพิ่มโรงและรอบฉายได้ที่  https://www.facebook.com/demon666production ฉายแบบจำกัดโรง เฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา

32 ธันวา /  คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ / 

"ยอร์ช กฤษ์ชัย" "เอมี่ จันทิมา เลียวศิริกุล" บอสสาวและโปรดิวเซอร์ ค่ายภาพยนตร์ ?M๓๙? (เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์) ยื่นโอกาสทอง "ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์" ผู้กำกับภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ ประเดิมทำผลงานเปิดตัวบริษัทรายแรกเรื่อง "32 ธันวา" แถมบัญญัติศัพท์สไตล์หนังใหม่ว่า ?คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ? ให้ด้วย งานนี้เจ้าตัวยืนยันถึงน้องรัก "แดน-วรเวช ดานุวงศ์" ร่วมงานแน่ ๆ ยอร์ช เผยว่า ?ผมก็ยืนยันได้เลยครับ ว่ายังคงทำหนังแนวตลกที่คนดูอยู่ ดูแล้วอารมณ์ดี มีความสุขแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุด ยังไม่ใช่หนังเกย์อย่างที่มีข่าวออกมา ซึ่งตรงนี้ผมมีโอกาสได้คุยรายละเอียดต่างๆ กับแดนแล้ว เป็นอันเข้าใจตรงกันว่า หนังผมจะออกมาแบบไหน ผมก็บอกน้องไปว่า พี่เอมี่ ตั้งสไตล์ให้หนังเรื่องนี้ว่า?คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ? แดนฟังครั้งแรกก็ขำเลย ถามผมว่า คำนี้มันมีที่มาอย่างไร? มันมีที่มาก็ตรงที่ว่า พี่เอมี่มองว่าเนื้องานภาพยนตร์ มันก็ทำหน้าที่เหมือนเป็นทอล์กโชว์ ของผู้กำกับ เพียงแต่ ผู้กำกับไม่ได้ไปยืนต่อหน้าคนดูด้วยตัวเอง แต่เป็นการถ่ายทอดผ่านตัวชิ้นงาน ซึ่งผมยังสนุกที่จะถ่ายทอดความตลก ผ่านคำพูดไดอะล็อกต่าง ๆ ของตัวแสดงนะ ครั้งนี้มันคงจะต่างออกไป ตรงที่ว่าตลกแบบเรื่องที่ผ่านๆ มามันขำได้เลยไม่ต้องคิดต่อ คราวนี้มันเป็นคำพูดที่พูดไปแล้วตลกแบบจี๊ดๆ อาจจะหัวเราะหรือถึงกับหัวเราะไม่ออก บางคนอาจหัวเราะทั้งน้ำตา เพราะโดน! คือผมเอามุมที่เป็นเรื่องราวความรักมาเล่าให้มันตลกๆ มันเป็นความรักเบาๆ อมยิ้ม มันจึงไม่โรแมนติกมาก พอเอาสองอย่างมารวมกันมันเลยออกมาเป็นหนังแนวนี้ครับ แล้วก็ต้องขอบคุณ แดน ด้วยที่ยังเชื่อใจกันรีบเคลียร์คิวมาให้ ทั้งๆ ที่งานน้องก็รัดตัวมากครับ? ที่มาจากเดลินิวส์

funny /  ขำๆ / 

เรื่องตลก แปลชื่อหนัง   Mummy.............................. แม่จ๋า Mummy Return.....................แม่จ๋ากลับมาเถอะ Gone with the Wind ..............ลอยไปตามลม xXx......................................หนังโป๊ X-Men ..................................ผู้ชายหื่น Flyboys ................................กระหัง ?? Dragonball.............................แก้วมังกร (อร่อยดี) Saving Private Ryan………………บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น James Bond Dr. No………………เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make senseสุดๆ) Catch me if you can ...............จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ) Pearl harbor……………………………ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา) Saw1 Saw2 Saw3 Saw4……………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4 Home alone.............................บ้านเดี่ยว Ghost Ship ..............................ผีเล่นพนัน What women want ................... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ) Women On Top .........................ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน U-571........................................คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ) 8MM.........................................8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย) A whole nine yard......................ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาว) 8Mile........................................12.87กิโลเมตร Ocean’s eleven…………………………11 มหาสมุทร Ocean’s twelve…………………………12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ) Eight below………………………………ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??) 20,000 leagues under the sea…………(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่) Mystic River ...............................แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม) Who am I...................................ผมเป็นใคร ? I am Sam....................................ผมคือยุรนันท์ Payback…………………………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด) Paycheck ....................................จ่ายด่วน ระวังเด้ง Pay it forward.............................จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน) Cheaper by the dozen.................เหมาโหลถูกกว่า อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ Twelve Monkeys..........................ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก) Charlie's Angel............................นางฟ้าของชาลี Charlie and The Chocolate Factory............... ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มีหลายอย่างจังนะชาลี) Firewall………………………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่) Star wars - return of the jedi…………กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์ Star gate……………………………………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน) Inside man…………………………………………ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ) Dirty Dozen………………………………………..โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ) Van Helsing.....................................รถตู้นรกร้องเพลง Deep Impact ..................................กระแทกลึกๆ Red Eyes ......................................ตาแดง (ไปหาหมอสิ) Tomorrow Never Dies ........................พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย Die Another Day .............................ตายวันอื่น(ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย) The man in the iron mask ....................คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด Toy Story................................................เรื่องของต้อย??? Iron will ……………………………………………..จะเหล็ก The Silence of the Lamb ........................ลูกแกะเงียบ(หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้) Die Hard..........................................(ตายแข็ง แข็งตาย) Con Air ...................................................................ข้าวโพดผึ่งลม Cast Away ..............................................................ขว้างไปไกลๆ Windtalkers ............................................................ ลมพูดได้ Million Dollar Baby ................................................ล้านดอลจ๊ะที่รัก Bigfish...................................................ปลาบึก The net..................................................ตาข่าย The Matrix.............................................ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์ The Fantastic 4........................................4 ยอดกุมาร Ultraviolet..............................................มหาม่วง (หนังเกย์) The Day After Tomorrow........................................มะรืนนี้ Notting Hill.............................................ไม่มีอะไรที่ภูเขา Cat Woman............................................แมวตัวเมีย Bat Man................................................ค้างคาวตัวผู้ ที่มาจาก http://variety.teenee.com/foodforbrain/28294.html

ตัวอย่าง (แบบสั้นๆ) Teacher and Student ครูและนักเรียน
ครูและนักเรียน /  Demon666production / 

ในสังคมปัจจุบันที่เปิดกว้างเรื่องความรักและเพศสภาพ ทำให้เกิดภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเพศที่สามมากขึ้น ตามลำดับ โดยในครั้งนี้ Demon666production ได้นำเสนอเรื่องราวชวนจิ้นครั้งใหม่ ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า เรื่อง ครูและนักเรียน Teacher and Student

Eternal Summer เราก็เป็นหนึ่งในนั้น
Eternal /  Summer / 

หนังที่เล่าเรื่องของคนรักร่วมเพศ ไม่ได้ผลักคนดูที่เป็นชายรักหญิงหรือหญิงรักชายให้ออกห่าง เพราะรสนิยมทางเพศของคนทั้งสองกลุ่มไม่ต้องกัน แต่น่าจะเป็นเพราะหนังเรื่องนั้นๆ ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็น "หนังเกย์-เลสเบี้ยน" แทนที่จะมองว่ามันเป็นเพียงหนังเรื่องหนึ่งที่มี "ตัวละครเอกเป็นเกย์-เลสเบี้ยน" มากกว่า ใน Spider Lilies ตัวละครเอกทั้ง 2 เป็นหญิงที่นิยมในเพศเดียวกัน แต่มันก็เป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งสำหรับคนทุกเพศ เพราะสามารถเจาะแก่นความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งผู้ชมสามารถสัมผัสได้จากการสร้างตัวละครที่มีมิติสมเหตุสมผล และการดำเนินเรื่องราวที่อาจจะ "เหนือจริง" บ้าง แต่ก็ "ไม่เกินจริง" (หรือไม่สมจริง)ดูหนังเรื่องนี้จึงเหมือนกำลังทัศนาชีวิตมนุษย์ แบบมองข้ามรสนิยมทางเพศของใครของมันไปได้เลย เพราะตัวละครก็คล้ายจะมีชะตากรรมเดียวกับคนดู ในทางกลับกัน เราเองก็เป็นหนึ่งในพวกเขาทำนองเดียวกับ Eternal Summer ซึ่งตัวละครเอกคนหนึ่งก็มีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หนังสมควรถูกเรียกว่า "หนังเกย์ที่ดี" มากไปกว่า "หนังที่ดี"เพราะไม่ว่าจะชมชอบในเพศไหน หนังก็ทำให้เราเข้าใจในความเป็นมนุษย์ได้มากขึ้นทั่วกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุแห่งความเหงา-แปลกแยก ความรักผูกพัน ความสับสนเจ็บปวด ฯลฯ โดยหนังเปิดเรื่องด้วยวัยเด็กของเจิ้งฉิง และ โย่วเหิง 2 หนุ่มน้อยที่บังเอิญได้มาเป็นเพื่อนกันเพราะคำสั่งครู"นายคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน" โย่วเหิงในวัยเด็กบอกเพื่อนรักอย่างนั้น นั่นก็เพราะคนเกเรอย่างเขา หาใครเป็นมิตรไม่ได้เลยฉันถูกบังคับ, เจิ้งฉิงตอบในใจ แต่นานวัน เขาก็รู้ตัวว่าตกหลุมรักเพื่อนคนนี้เข้าให้แล้ว กระนั้นเขาก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายเก็บงำความในใจไว้ข้างเดียว เพราะผู้ชายจะรักกัน ใช่เรื่องง่ายเสียเมื่อไหร่ความจริง หญิงจะรักชายก็ไม่ได้ทำง่ายๆ อย่างที่ฮุ่ยเจียมาตกหลุมรักเพื่อนสนิทอย่างเจิ้งฉิง แต่แม้จะถูกปฏิเสธ และรับรู้ความจริงว่าตนเองไม่ใช่รสนิยม หญิงสาวก็ยังปรารถนาดีต่อชายหนุ่มไม่เสื่อมคลาย ชายไม่จริง-หญิงแท้รักกันได้ยาก แต่ใครบอกล่ะว่ารักของชายจริง-หญิงแท้จะราบรื่นเสมอไป อย่างคู่ของฮุ่ยเจียกับโย่วเหิงที่จับพลัดจับผลูมาชอบพอกัน แต่ความรักเพื่อนของฝ่ายชาย ก็ทำให้เขาไม่กล้าจะเปิดเผยความจริง ด้วยเข้าใจว่าเพื่อนจะยอมรับไม่ได้ หากรู้ว่าเขากำลังรักกับผู้หญิงที่ (เขาเข้าใจว่า) เป็นคนรักเก่าของเพื่อนตัวเองผู้ชมอาจจะไม่นึกรักหนังเรื่องนี้เท่าที่ควร ถ้าเพียงแต่หนุ่มสาวทั้งสามจะยื้อแย่งคนรัก-ผลักไสศัตรูหัวใจกันสักหน่อย แต่เท่าที่เป็นอยู่ พวกเขาไม่ใช่แค่คนรัก แต่ยังเป็นเพื่อนรักชนิดที่ทำร้ายหัวใจกันไม่ลงอีกด้วย ความสัมพันธ์แบบ 3 เส้านี้จึงน่าเห็นใจ และบีบหัวใจคนดูเป็นอย่างยิ่งโครงเรื่องแบบนี้ใครจะนำไปเล่าก็คงได้ แต่การให้รายละเอียดของเนื้อหาที่ดีและสมเหตุสมผล น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้กินใจผู้ชมได้มากกว่าเรื่องไหนๆ นอกจากนี้ หนังยังมีดีตรงที่สร้างตัวละครได้อย่างมีมิติ และไม่มีใครเลยที่เกิดมาเพื่อเป็นส่วนเกินของเรื่อง (Eternal Summer) ถูกเรียกอย่างผิวเผินว่าเป็นหนังเกย์ แต่แทนที่จะทำให้ฮุ่ยเจีย-หญิงสาวคนเดียวของกลุ่ม กลายเป็นตัวประหลาดในหมู่ชาย (รักชาย) หนังก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่าคนเขียนบทรักเธอไม่น้อยไปกว่าตัวละครชายอีก 2 คนเลย ใช่แต่ตัวละคร แม้แต่ฉากร่วมรักเร่าร้อนระหว่าง 2 หนุ่ม ก็หาได้เป็นส่วนเกินของหนัง เพราะพิจารณาให้ดีก็จะพบว่ามันมีความสำคัญกับเรื่องไม่น้อย เนื่องจากเป็นการพิสูจน์ความรู้สึกดีๆ ที่ผู้ชายมีต่อกันในฐานะ "เพื่อน" (คล้ายๆ กับว่าถ้ายอมตายแทนกันได้ ทำไมจะยอมทำอย่างอื่นให้ไม่ได้)หลายองค์ประกอบในหนังจึงไม่ได้ถูกทำขึ้นแบบเอามัน หากแต่ผ่านกระบวนการคิดมาแล้วเป็นอย่างดี ทั้งนี้ กระบวนการคิด-ตั้งคำถามยังถูกส่งไปให้ผู้ชมได้สานต่อตามประสบการณ์ของแต่ละคนด้วยหนึ่งในคำถามนั้นมีอยู่ว่า ทำไมเราจึงมักจะเรียกหนังที่มีตัวละครรักร่วมเพศว่าหนังเกย์-เลสเบี้ยน แต่ไม่เรียกหนังที่มีตัวละครรักต่างเพศว่าหนังชายรักหญิง หากนิยามมันเพียง "หนังเรื่องหนึ่ง" เท่านั้น?ถ้าตอบคำถามนี้ได้ การอธิบายอีกหลายข้อสงสัยเกี่ยวกับอคติทางเพศ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปที่มาจากหนังสือพิมพ์

ธุรกิจหนังโป๊สหรัฐฯ ฉาวเอดส์ ขู่เข้ม กม. สวมถุงยางแสดง
HIV /  ดาราหนังโป๊ / 

ขึ้นชื่อว่าหนังโป๊ ที่หลายๆคนก็ดูเพื่อความบันเทิง จะปลุกเร้าอารมณ์ หรือระบายคลายเครียดก็ตาม ตอนนี้ เราคงจะอึ้งและอาจจะไม่ได้รู้สึกบันเทิงในการชม หากได้ติดตามข่าวล่าสุดว่า เชื้อเอดส์ ได้แพร่กระจายในวงการหนังโป๊สหรัฐฯ และมีดาราหนังโป๊อย่างน้อยสองคนประกาศตัวแล้ว และอีกสองคนยังปิดตัวอยู่ แต่ทว่า จริงๆแล้ว กระจายไปแล้วกี่คนกันแน่? ตามข่าวแล้ว สาวดาวโป๊คนแรกที่ยึดอกเปิดตัว ชื่อว่า Cameron Bay อายุ 28 ซึ่งการเล่นหนังโป๊ของเธอ เป็นแบบไม่ได้ป้องกัน (ไม่ใช้ถุงยาง) ในขณะที่คนที่สอง คือชายหนุ่มที่เป็นแฟนของ Cameron Bay นั่นเอง ชื่อว่า Rod Daily อายุ 32 ซึ่งเล่นหนังโป๊เกย์ แบบป้องกัน (ใช้ถุงยาง) Cameron Bay Rod Daily Rod Daily บอกว่าที่เขาเล่นหนังเกย์ ทั้งๆที่เขาไม่ใช่เกย์ แต่เพราะหนังเกย์ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าเกือบเท่าตัว ตอนนี้ ยังมีข้อสงสัยต่อไปว่า Sydney Leathers (สาวแสบ เด็กเสี่ยของนักการเมืองสหรัฐฯที่หลังจากเปิดตัวว่าเป็นเมียเก็บก็เล่นหนังโป๊เสียเลย) และ Xander Corvus ดาราชายที่เล่นหนังโป๊กับ Cameron Bay และมาเล่นฉากสวาทกับ Sydney ต่อมา จะติดโรคไปด้วยหรือไม่ หนังเรื่องใหม่ โดย Xander Corvus และ Sydney Leathers ที่หลายคนสงสัยว่า ติดเชื้อเอดส์ไปด้วยหรือเปล่า ตอนนี้ จึงมีหน่วยรัฐบาลและเอกชนเข้าไปดูแลเพื่อตามหาว่า คนที่ติดโรคแล้วกี่คนและเพื่อจะหยุดยั้ง ไม่ให้แพร่กระจายต่อไป หนังโป๊สร้างชาติ หากจะมองว่า หนังโป๊ ที่ในสหรัฐฯได้รวมกลุ่มกันทำเป็นสตูดิโอถ่ายทำ ในย่านที่เรียกว่า Porn Valley กันเลย ใน Los Angeles แถมยังมีรางวัลหนังโป๊ที่แทบจะเป็น Oscar กลายๆที่เรียกว่า AVN เนี่ย ทำไมถึงดูยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ก็เพราะมูลค่าขายของหนังโป๊จากสหรัฐฯทำเงินมากกว่า 12 ล้านล้านบาทในปี 2012 น่ะสิครับ ธุรกิจเงินสะพัดโคตรๆ ดาราหนังโป๊ จึงได้ชื่อว่าเป็น “อาชีพ” ที่ได้เงินง่าย ใช้หน้า ใช้ร่างกาย และบางคนก็ชอบเซ็กซ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้มีเด็กสาว เด็กหนุ่มมากมายเดินทางเข้าสู่อาชีพนี้ เพื่อหารายได้ซักพักแล้วก็อาจจะหันเหไปทำอาชีพอื่น (แต่บางครั้ง อดีตก็หลอกหลอน) รวมทั้งคนที่เคยมีชื่อเสียง แต่ต้องการเงินก็หันมาเล่นหนังโป๊ อย่างเช่น Chyna (อดีตสาวนักกล้าม นักมวยปล้ำ) วิธีการตรวจเช็คโรคเอดส์   นักแสดงหนังโป๊ ชาย-หญิง ทุกคนที่จะต้องเข้าฉากร่วมรักแบบไม่ได้ป้องกันจะต้องตรวจเลือดก่อนเข้าฉากเสมอ แต่โรคเอดส์ก็มีข้อจำกัดในการตรวจเช็คอยู่ คือ Window Period (ระยะที่ตรวจพบเชื้อ) หากจะให้ปลอดภัยจริงๆแล้ว ดาราหนังจะต้องตรวจเลือดหลังจาก 22 วัน* ที่ไม่มีเซ็กซ์กับใครอื่นที่น่าสงสัยเลยแล้วค่อยตรวจเลือดเพื่อยืนยันก่อนแสดง หมายเหตุ การตรวจ Window Period แบบ 22 วัน เป็นการตรวจแบบใหม่ แต่การตรวจแบบเดิม จะมีระยะ Window Period ประมาณ 3 เดือน หลังจากสงสัยว่าติดเชื้อ (ถ้าตรวจก่อนหน้า จะตรวจไม่พบเพราะเชื้อยังไม่พัฒนาในระดับที่จะตรวจได้) และถึงแม้จะเสี่ยงกับ HIV ต่ำตามระยะ Window Period แต่การร่วมเพศเข้าฉากแบบไม่ป้องกันก็ยังเสี่ยง ซิฟิลิส กอโนเลีย อยู่ดี จากคำสัมภาษณ์ของ Mr. Marcus นักแสดงหนังโป๊ผิวดำ เว็บไซท์หนังโป๊บางราย ออกความคิดเห็นกับกรณีดังกล่าวว่า พวกเขาก็ถ่ายทำฉากเซ็กซ์ที่ไม่ป้องกัน แต่ก็ใช้การกักตัวดาราที่ถ่ายทำให้กินอยู่ในบ้านพักของบริษัทหลายสัปดาห์ (ตาม window period) แล้วค่อยตรวจเลือดแล้วค่อยแสดง ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้นักแสดงในฉากรู้สึกปลอดภัยกันทุกฝ่าย ในขณะที่บางฝ่ายก็แย้งว่า แล้วจะเอาเงินถุงเงินถังที่ไหนมาเลี้ยงดูดาราหนังโป๊เป็นเดือนๆก่อนถ่ายทำ ขาดทุนพอดี ชีวิตต้องสู้ต่อไป Rod Daily ซึ่งกลายเป็นวีรบุรุษดาราหนังโป๊ ที่กล้าประกาศตัวออกมาแล้ว และกล่าวออกสื่อว่า “ฉันหยิกหน้าตนเอง พระอาทิตย์ยังสาดส่องแสงอุ่นๆบนใบหน้าฉัน ชีวิตยังคงสวยงาม” (Had to pinch myself a few times no doubt. But the sun still shines on my face and its warm. Can't take my heart ever. I love life, blessed.) Read more: ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆคน รวมทั้งได้กล่าวว่า ตัวเขาและแฟนสาว คงจะต้องอำลาวงการเพื่อรักษาสุขภาพตนเอง และถึงแม้ เขาจะสามารถแสดงหนังโป๊กับบรรดานักแสดงที่ติดเชื้อเหมือนกัน Rod บอกว่า เขาคงไม่เสี่ยงที่จะแลกเชื้อเพื่อให้เกิดการ “วิวัฒนาการ” ของเชื้อโรคให้มันรุนแรงกว่าเดิม ในขณะที่นักแสดงหนังโป๊รุ่นพี่หลายคน ก็แสดงความเห็นใจกับ Cameron Bay ที่ฝันในวงการหนังโป๊ของเธอจบลงแล้ว การเปิดตัวว่าเธอติดเชื้อ เท่ากับปิดโอกาสตนเอง ไม่มีโอกาสเสี่ยงแสดงกับใครได้อีก และน่าเศร้าที่วงการนี้ไม่มี สหภาพ สหกรณ์ใดๆที่จะดูแลนักแสดงติดเชื้อระยะที่ต้องออกจากวงการ เธอต้องดูแลตนเอง และหาอาชีพอื่นเอง กฎหมายสหรัฐฯต้องเข้มกว่านี้ เดิม ทางสหรัฐฯโดยเฉพาะ Los Angeles เอง ก็เตรียมออกกฎหมายให้นักแสดงหนังโป๊ทั้งหมดสวมถุงยางแสดง และทำให้เกิดการขู่กันไปมาว่า หาก LA ออกกฎหมายนี้ บริษัทหลายๆรายจะย้ายออกไปถ่ายทำในรัฐอื่น จนแล้วจนรอด กฎหมายนี้ก็ไม่คลอดออกมาเสียที โดยที่ทางบริษัทเหล่านี้ก็อ้างว่า การใส่ถุงยางแสดงทำให้คุณค่าในการขายลดลง เพราะคนดูไม่ชอบ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่นักแสดงเริ่มติดเชื้อมหันภัยเอดส์กันแบบนี้ ผู้ชมหนังโป๊คงต้องพิจารณาว่า จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขคนแสดงมีความสุข หรือ จะดูหนังโป๊ที่คนดูมีความสุขและคนแสดงเสี่ยงตายกับโรคเอดส์ สุดท้ายแล้ว…มันเป็นข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวของ ผู้ชม หรือ ผู้ผลิตกันแน่? ---------------------------------------------------------------- ประวัติมหันภัยเอดส์คุกคามวงการหนังโป๊สหรัฐฯ ปี 2004 Darren James นักแสดงผิวดำปิศาจที่หลายคนเชื่อว่า เขารู้ตัวว่าติดเอดส์ก่อน แต่ยังคงแสดงต่อไป จนทำให้นักแสดงหญิงอย่างน้อยสามคนติดโรคไปด้วย ปี 2010 Derrick Burts นักแสดงหนุ่ม ทั้งหนังชายหญิง และหนังเกย์ แม้จะใช้ถุงยางระหว่างถ่ายทำ ก็ติดเชื้อเอดส์ โดยเชื่อว่าติดเชื้อจากออรัลเซ็กซ์ และกลายเป็นตัวแทนที่รณรงค์ให้วงการหนังโป๊ใช้ถุงยาง เมื่อปี 2010 ปี 2013 (มิถุนายนที่ผ่านมา) Mr. Marcus ถูกตัดสินจำคุกเมื่อเดือน  เนื่องจากศาลลงความเห็นว่าเขารู้ตัวว่าเป็น ซิฟิลิส แต่ยังคงแสดงแพร่เชื้อต่อไป (โดยเจ้าตัวอ้างว่า นึกว่าเป็นผื่นตรงนั้นเลยซื้อยามาทา) อ้างอิงจาก http://www.news.com.au/world-news/porn-star-rod-daily-announces-hiv-status-less-than-two-weeks-after-actress-cameron-bay-revealed-diagnosis/story-fndir2ev-1226710956954#ixzz2eUUiZ6o4 http://www.cnbc.com/id/101008596 http://iamatreasure.com/about-us/statistics/ http://www.nydailynews.com/entertainment/tv-movies/derrick-burts-aka-cameron-reid-aka-derek-chambers-reveals-hiv-positive-calls-condoms-article-1.471706 http://www.dailymail.co.uk/news/article-2410893/Second-porn-star-weeks-announces-HIV.html http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info_id=901

Permanent Residence ผมจะรอ จนกว่าคุณจะรัก
House RCA /  Jackie Chow / 

ภาพยนตร์รักจากฮ่องกงที่ก่อกระแสฮือฮามาทั่วเอเชีย Permanent Residence ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของเกย์คนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นยาวนานกับ เพื่อนสนิทที่เป็นชายแท้ๆ และความรักแบบลุ่มๆ ดอนๆ กับคู่รักเกย์ของตนเอง มันพูดถึงการตามหาความรักที่ยั่งยืน และการลงหลักปักฐานทางอารมณ์ที่ทำได้อย่างยากลำบาก สกั๊ด ผู้กำกับวัย 40 ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาจากประสบการณ์ชีวิตของตนเอง แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่านั้น คือการเสนอภาพความสัมพันธ์แบบชาย-ชาย อย่างตรงไปตรงมาและไม่แคร์กรอบของสังคม ทำให้ Permanent Residence กลายเป็นหนังเกย์เอเชียที่อื้อฉาวมากๆ เรื่องหนึ่งในรอบปีที่ผ่านมา สำหรับคอหนังเกย์ หรือแฟนหนังรักโรแมนติคดราม่า ไม่ควรพลาดเด็ดขาด Permanent Residence มีโปรแกรมฉายที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2554 เป็นต้นไป  ติดตามรายละเอียดได้ทางwww.facebook.com/houseRCA หรือ โทร 0-2641-5177-8

จี้วธ.คุมเข้ม
...ในขวด /  Anu Dalam Botol / 

นายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ. นาย ชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้ายุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก พร้อมด้วยนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง นำสมาชิกทั้งผู้ใหญ่ และนักเรียน ประมาณ 40 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึก และแสดงละครล้อเลียนเรียกร้องให้ วธ.ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายในละคร และภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เนื่องในเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนรณรงค์ ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยมีนายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ.เป็นผู้แทนรับหนังสือ นายชินพัฒน์กล่าวว่า ข้อเรียกร้อง 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ให้เข้มงวดกับผลงานละคร ภาพยนตร์ที่จงใจสื่อมิติความรุนแรง กดขี่ทางเพศ ดื่มเหล้าทุบตี จนกลายเป็นการบ่มเพาะ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อเด็กและเยาวชน และคนในสังคม 2.ให้ส่งเสริมภาพยนตร์ ละคร และรายการโทรทัศน์ รวมถึง มิติทางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่สนับสนุนความเสมอภาคหญิงชาย บทบาทของผู้ชายที่ดี ผู้ชายที่รับผิดชอบครอบครัว ไม่ปลูกฝังค่านิยมแบบชายเป็นใหญ่ และ 3.สร้างพื้นที่ ช่องทางสำหรับสาธารณชน เพื่อใช้ร้องเรียน หรือเสนอแนะสื่อต่าง ๆ ทั้งที่เหมาะสม และไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน "เห็นว่าความรุนแรง วัฒนธรรมผู้ชายเป็นใหญ่เผยแพร่ผ่านละคร และภาพยนตร์เกือบทุกช่อง ถามว่ามาตรการของรัฐในการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ หรือเรตติ้ง ซึ่งใช้สัญลักษณ์ น, ท, ฉ กำกับได้ผลหรือไม่ คิดว่าละครบางเรื่องควรฉายหลัง 4 ทุ่ม แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะกระแสทุนนิยมแรง สื่อประเภทนี้มีผลประโยชน์เยอะ กลายเป็นแค่ว่าให้คอยเฝ้าระวังสื่อ ที่สำคัญจากการประเมินผลการจัดเรตติ้ง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ผล เพราะปัญหายังมีเหมือนเดิม" นายชินพัฒน์กล่าว นายปรารพ กล่าวว่า วธ.ยินดีรับข้อเสนอของเครือข่ายฯ และจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อผลักดันข้อเสนอเป็นวาระแห่งชาติ และจะประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหามาตรการควบคุมการใช้พฤติกรรมความรุนแรง และภาพความไม่เหมาะสมในละคร และภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดให้ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตภาพยนตร์ ประเมินตนเอง เพื่อจะได้ทราบว่าละครที่ผลิตสู่สาธารณชนเหมาะสมเพียงใด ที่มา : มติชน

ตัวอย่างฉบับติดเรต และ ทีวี สป๊อต จากหนังชายเต้นระบำใน Magic Mike
Chaning Tatum /  Gay / 

ทีวี สป๊อต ฉบับติดเรตจาก Magic Mike ตัวอย่างฉบับติดเรตของ Magic Mike เป็นหนังที่บ้านเราได้ฉายกันแน่นอนแล้วในวันที่ 5 กรกฏาคม กับหนังชายระบำเปลื้องผ้าของผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก อย่าง Magic Mike ที่นำแสดงโดยหนุ่มๆมากมายจากฮอลลีวู้ดเช่น แชนนิ่ง เททั่ม , อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร และ แมธธิว แมคคอนนาเฮย์ ที่ในวันนี้ทาง ไลออนเกตส์ ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับติดเรต เน้นขายทั้ง กล้ามสุดล่ำ , ตูด และเนื้อในอีกมากมายของเหล่าดาราชายที่จะมาเต้นระบำเปลื้องผ้าให้คนดูได้ชมกัน พร้อมทั้งยังปล่อย ทีวี สป๊อต ความยาว 30 วินาทีมาให้ชมกันแบบจุใจอีกด้วย ซึ่งบ้านเราได้ชื่อได้ว่า 'เขย่าฝันสะบัดซิกแพ็ค' ได้ชมกันแน่นอนในต้นเดือนกรกฏาคมนี้ โดยค่าย เอ็ม พิตเจอร์ส

Magic Mike : เขย่าฝันสะบัดซิกแพค ในโลกมายา ไปกับหนุ่มที่ชื่อ ไมค์
Chaning Tatum /  Gay / 

เป็นหนังที่ค่ายในไทยได้โปรโมทออกนอกหน้าไว้เหมือนละม้าย จะคล้ายหนังที่ขายแต่ ซิกแพ็ค ของเหล่า หนุ่มๆ อาทิ แชนนิ่ง เททั่ม และอีกมากมาย โดยที่หารู้ไม่ว่าเนื้อเด็ดที่สุดของหนังมันกลับอยู่ที่ภายในซิกแพคเหล่านั่น ที่ตัวหนังได้เข้าฉายให้คนทุกเพศ แต่ไม่เหมาะกับทุกวัยเข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ แชนนิ่ง เททั่ม ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด เมื่อ อดัม เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกัน Magic Mike กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่หลังจากที่เห็นเนื้อหนังในตอนแรก หลายๆคนก็ต่างสาปแช่งว่าตัวหนังจะไม่ได้ทั้ง กล่องเงิน และ คำวิจารณ์ แต่หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาคนที่แช่งเหล่านั่นก็ต้องตกเก้าอี้กันไปหลายขมับ เพราะตัวหนังเปิดตัวสูงถึง 39 ล้านเหรียญ ซึ่งมากทีเดียวสำหรับหนังเรต อาร์ พร้อมทั้งยังได้รับคำชมจากมะเขือเน่าไปสูงถึง 79% อีกด้วย โดยดูเหมือนจะเป็นขาขึ้นของผู้กำกับคนเก่งอย่าง สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก จริงๆ เพราะหลังจากในปีที่แล้วพาเราไปติดเชื้อไวรัสใน Contagion มาแล้ว แถมต้นปีก็ยังพาเราไปลุยกับสาวสุดห้าวใน Haywire ก็ดูเหมือนกับว่าการที่ผู้กำกับผลิตหนังมาถี่ประมาณ 1-2 เรื่องภายในแต่ละปี จะไม่ใช่ปัญหาในด้านของคุณภาพในตัวหนังเลยสักนิด ต่างจากผู้กำกับอีกหลายๆคนที่รีบผลิตหนังโดยไม่สนคุณภาพ เพราะดูเหมือนว่า Magic Mike จะกลายเป็นหนังที่เตรียมติดหนังสร้างชื่อให้กับผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากการที่หนังได้มีการตลาดแนวขายทั้งเหล่าหญิงแท้ และ หญิงเทียม ได้อย่างอยู่หมัด เนื้อในของหนังก็ยังถือว่าสามารถมัดใจคนดูทุกเพศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เพราะ Magic Mike เป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวของ ความฝัน , การใช้ชีวิต และ กาลเวลา ของมนุษย์เรา ที่หนังได้ตั้งโจทย์ที่จี๊ดโดนใจไว้ว่า 'ในตอนเราวัยรุ่น พวกเราหลายๆคนก็ต้องการแค่ชีวิตที่สุดเหวี่ยง แต่หลังจากเราเลยวัยนั่นมาแล้ว สิ่งที่เราต้องการมันกลับเป็นความมั่นคงในชีวิตเสียมากกว่า' ผ่าน 2 ตัวละครหลักอย่าง อดัม และ ไมค์ โดยหนังสามารถถ่ายทอดประเด็นเหล่านั่นผ่านการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะให้ คนดู มีความรู้สึกเป็นตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม ที่ในทีแรกหนังก็จะพาเราหลงเสน่ห์ไปกับชีวิตยามราตรี เงินดี หญิงมา ไปด้วยฉากเต้นที่มีทั้ง ลีลา และ ท่า มัดใจสาวน้อย สาวใหญ่ ได้อย่างดีเยี่ยม ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวละคร อดัม ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของแสงสีที่ตื่นตัวเป็นธรรมดา แต่หลังจากนั่นหนังก็ได้เสนอให้เราเห็นถึงด้านมืดของโลกราตรีแห่งนี้ ว่าเมื่อเราหลงไปในโลกของมายามากๆ สิ่งที่ทำให้เราต้องออกนอกทางก็คงหนีไม่พ้น ยาเสพติด , เซ็กห์ และความโลภมาก โดยหลังจากนั่นหนังก็เริ่มโชว์ฉากเต้นที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และไม่น่าหวือหวาอีกต่อไป จนทำให้เรารู้สึกกลายเป็นตัวละคร ไมค์ ที่เบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกมายา และต้องการความมั่นคง เพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาเต้นได้ตลอดนะ ซึ่งดูเหมือนนอกจากหนังจะสามารถจับประเด็นเกี่ยวกับการใช้ความฝัน ควบคู่ไปกับเรื่องราวของกาลเวลาได้ดีเยี่ยมแล้ว หนังยังสามารถทำให้คนดูทุกเพศ ทุกวัย สนุกไปกับฉากการเต้นของเหล่า แดนเซอร์ชาย ได้อย่างมีเสน่ห์ และเหมือนโดนเวทมนตร์ของ ไมค์ ตามชื่อหนังเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากการเต้นที่ยังถือว่าเอาอยู่ของ เททั่ม นักแสดงแทบทุกคนในหนังก็ยังตีบทแตกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ ที่พัฒนาการแสดงได้อย่างเห็นได้ชัด , แชนนิ่ง เททั่ม ที่นอกจากจะเต้นเก่งแล้วยังสามารถอินไปกับตัวละคร ไมค์ แบบที่คนดูจับต้องได้ และปิดท้ายด้วย แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ที่ตีบทแตกกระจุยได้ดีที่สุดของเรื่อง เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว Magic Mike จึงถือว่าเป็นหนังที่ไม่ได้มีขายแค่เหล่า ซิกแพค และ ชายหนุ่ม แต่มันกลับเต็มไปด้วยประเด็นเสียดสีการใช้ชีวิต ของคนสมัยนี่ ที่มัวแต่สนุกกับโลกมายาในวัย 19 จนลืมนึกไปว่าในวัยย่างเข้า 40 ของตัวเองจะต้องการความมั่นคงมากกว่า ได้อย่างสนุกสนาน และจุกในตอนจบ เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ โดย ลูกอบรสเขียด --------------------------------------------------------------------- เมจิคไมค์ ประการแรกที่ต้องแจ้งก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่หนังเกย์ คอนเฟิร์ม!!! ผู้ชายอย่าเพิ่งผวา แต่สาวๆ หรือครึ่งหนึ่งเป็นสาว ที่ชอบเห็นหนุ่มล่ำถอดเสื้อ น่าจะพกผ้าเช็ดหน้าไปด้วยเพื่อเช็ดน้ำลาย หนังเปิดจอกว้างสุด สีสันหนังตอนกลางวันราวกับใส่ฟิลเตอร์ของอินสตราแกรม ก็สบายตาไปอีกแบบ บางฉากอาจต้องปิดตาดู ไม่ใช่อะไร เขิลลล ฉากเต้นก็แข็งแรงทะมัดทะแมง และมีหลายๆโชว์ที่ดูครีเอท และพาเราเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง ที่อาจไม่เคยได้สัมผัส หนังพูดถึงชีวิตของคณะหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ในมุมของผู้มาใหม่ และผู้ที่อยู่มานานแล้ว ไมค์ (แชนนิ่ง ทาทัม ตาตั้ม) ผู้ที่มีรายได้จากโชว์เต้นถอดผ้า อย่างอู้ฟู่ ทั้งเงินทองและหญิงสาว แต่เขาก็มีเป้าหมายอะไรบางอย่างในชีวิต เปรียบเทียบกับ อดัม (อเล็กซ์ เพ็ตทิเฟอร์) ที่เพิ่งใหม่ในวงการ มองเห็นแต่ด้านที่อู้ฟู่ และก็หลงระเริงไปกับมัน อำนาจทำให้คนเราเปลี่ยนไปเสมอ ไม่มากก็น้อย รวมไปถึง ไอ้คำว่าสนุกของคุณ มันต้องแลกกับอะไรไปบ้าง ไม่มีอะไรฟรี ไม่มีอะไรง่าย อาชีพเปลื้องผ้า จริงๆแล้วก็เปรียบเทียบได้กับชีวิตของมนุษย์เงินเดือน หรืองานที่ได้เงินมาง่ายๆ ฉาบฉวย เป็นงานที่เลี้ยงชีวิตตนเอง สนุก เพลินไปกับมัน แต่มันไม่ใช่อนาคตซะทั้งหมด ถ้าเราระเริงกับชีวิตแบบนั้น มารู้ตัวอีกที 30 หรือ 40 เราก็อยู่ในวัยที่ไปไหนต่อไม่ได้ และหมดอายุในอาชีพนั้นๆ ถ้าเราไม่มีแผน เราจะอยู่อย่างไรต่อ สุดท้าย เราก็ต้องเติบโตและมีแผนเพื่ออนาคต นอกเสียจากว่า คุณจะใช้ชีวิตสนุกสนานนั้นไปให้สุดทางเลยจริงๆ ให้ 8/10 ตั้งคำถามกับเราว่า คุณจะสนุกกับงานที่คุณทำได้อยู่ไปจนอายุเท่าไหร่ มันมีวันหมดอายุไหม อนาคตและแผนของคุณคือ? โดย Tyler movie.mthai.com