หนังเกย์

Magic Mike : เขย่าฝันสะบัดซิกแพค ในโลกมายา ไปกับหนุ่มที่ชื่อ ไมค์
Chaning Tatum /  Gay / 

เป็นหนังที่ค่ายในไทยได้โปรโมทออกนอกหน้าไว้เหมือนละม้าย จะคล้ายหนังที่ขายแต่ ซิกแพ็ค ของเหล่า หนุ่มๆ อาทิ แชนนิ่ง เททั่ม และอีกมากมาย โดยที่หารู้ไม่ว่าเนื้อเด็ดที่สุดของหนังมันกลับอยู่ที่ภายในซิกแพคเหล่านั่น ที่ตัวหนังได้เข้าฉายให้คนทุกเพศ แต่ไม่เหมาะกับทุกวัยเข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ แชนนิ่ง เททั่ม ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด เมื่อ อดัม เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกัน Magic Mike กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่หลังจากที่เห็นเนื้อหนังในตอนแรก หลายๆคนก็ต่างสาปแช่งว่าตัวหนังจะไม่ได้ทั้ง กล่องเงิน และ คำวิจารณ์ แต่หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาคนที่แช่งเหล่านั่นก็ต้องตกเก้าอี้กันไปหลายขมับ เพราะตัวหนังเปิดตัวสูงถึง 39 ล้านเหรียญ ซึ่งมากทีเดียวสำหรับหนังเรต อาร์ พร้อมทั้งยังได้รับคำชมจากมะเขือเน่าไปสูงถึง 79% อีกด้วย โดยดูเหมือนจะเป็นขาขึ้นของผู้กำกับคนเก่งอย่าง สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก จริงๆ เพราะหลังจากในปีที่แล้วพาเราไปติดเชื้อไวรัสใน Contagion มาแล้ว แถมต้นปีก็ยังพาเราไปลุยกับสาวสุดห้าวใน Haywire ก็ดูเหมือนกับว่าการที่ผู้กำกับผลิตหนังมาถี่ประมาณ 1-2 เรื่องภายในแต่ละปี จะไม่ใช่ปัญหาในด้านของคุณภาพในตัวหนังเลยสักนิด ต่างจากผู้กำกับอีกหลายๆคนที่รีบผลิตหนังโดยไม่สนคุณภาพ เพราะดูเหมือนว่า Magic Mike จะกลายเป็นหนังที่เตรียมติดหนังสร้างชื่อให้กับผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากการที่หนังได้มีการตลาดแนวขายทั้งเหล่าหญิงแท้ และ หญิงเทียม ได้อย่างอยู่หมัด เนื้อในของหนังก็ยังถือว่าสามารถมัดใจคนดูทุกเพศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เพราะ Magic Mike เป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวของ ความฝัน , การใช้ชีวิต และ กาลเวลา ของมนุษย์เรา ที่หนังได้ตั้งโจทย์ที่จี๊ดโดนใจไว้ว่า 'ในตอนเราวัยรุ่น พวกเราหลายๆคนก็ต้องการแค่ชีวิตที่สุดเหวี่ยง แต่หลังจากเราเลยวัยนั่นมาแล้ว สิ่งที่เราต้องการมันกลับเป็นความมั่นคงในชีวิตเสียมากกว่า' ผ่าน 2 ตัวละครหลักอย่าง อดัม และ ไมค์ โดยหนังสามารถถ่ายทอดประเด็นเหล่านั่นผ่านการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะให้ คนดู มีความรู้สึกเป็นตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม ที่ในทีแรกหนังก็จะพาเราหลงเสน่ห์ไปกับชีวิตยามราตรี เงินดี หญิงมา ไปด้วยฉากเต้นที่มีทั้ง ลีลา และ ท่า มัดใจสาวน้อย สาวใหญ่ ได้อย่างดีเยี่ยม ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวละคร อดัม ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของแสงสีที่ตื่นตัวเป็นธรรมดา แต่หลังจากนั่นหนังก็ได้เสนอให้เราเห็นถึงด้านมืดของโลกราตรีแห่งนี้ ว่าเมื่อเราหลงไปในโลกของมายามากๆ สิ่งที่ทำให้เราต้องออกนอกทางก็คงหนีไม่พ้น ยาเสพติด , เซ็กห์ และความโลภมาก โดยหลังจากนั่นหนังก็เริ่มโชว์ฉากเต้นที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และไม่น่าหวือหวาอีกต่อไป จนทำให้เรารู้สึกกลายเป็นตัวละคร ไมค์ ที่เบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกมายา และต้องการความมั่นคง เพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาเต้นได้ตลอดนะ ซึ่งดูเหมือนนอกจากหนังจะสามารถจับประเด็นเกี่ยวกับการใช้ความฝัน ควบคู่ไปกับเรื่องราวของกาลเวลาได้ดีเยี่ยมแล้ว หนังยังสามารถทำให้คนดูทุกเพศ ทุกวัย สนุกไปกับฉากการเต้นของเหล่า แดนเซอร์ชาย ได้อย่างมีเสน่ห์ และเหมือนโดนเวทมนตร์ของ ไมค์ ตามชื่อหนังเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากการเต้นที่ยังถือว่าเอาอยู่ของ เททั่ม นักแสดงแทบทุกคนในหนังก็ยังตีบทแตกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ ที่พัฒนาการแสดงได้อย่างเห็นได้ชัด , แชนนิ่ง เททั่ม ที่นอกจากจะเต้นเก่งแล้วยังสามารถอินไปกับตัวละคร ไมค์ แบบที่คนดูจับต้องได้ และปิดท้ายด้วย แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ที่ตีบทแตกกระจุยได้ดีที่สุดของเรื่อง เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว Magic Mike จึงถือว่าเป็นหนังที่ไม่ได้มีขายแค่เหล่า ซิกแพค และ ชายหนุ่ม แต่มันกลับเต็มไปด้วยประเด็นเสียดสีการใช้ชีวิต ของคนสมัยนี่ ที่มัวแต่สนุกกับโลกมายาในวัย 19 จนลืมนึกไปว่าในวัยย่างเข้า 40 ของตัวเองจะต้องการความมั่นคงมากกว่า ได้อย่างสนุกสนาน และจุกในตอนจบ เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ โดย ลูกอบรสเขียด --------------------------------------------------------------------- เมจิคไมค์ ประการแรกที่ต้องแจ้งก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่หนังเกย์ คอนเฟิร์ม!!! ผู้ชายอย่าเพิ่งผวา แต่สาวๆ หรือครึ่งหนึ่งเป็นสาว ที่ชอบเห็นหนุ่มล่ำถอดเสื้อ น่าจะพกผ้าเช็ดหน้าไปด้วยเพื่อเช็ดน้ำลาย หนังเปิดจอกว้างสุด สีสันหนังตอนกลางวันราวกับใส่ฟิลเตอร์ของอินสตราแกรม ก็สบายตาไปอีกแบบ บางฉากอาจต้องปิดตาดู ไม่ใช่อะไร เขิลลล ฉากเต้นก็แข็งแรงทะมัดทะแมง และมีหลายๆโชว์ที่ดูครีเอท และพาเราเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง ที่อาจไม่เคยได้สัมผัส หนังพูดถึงชีวิตของคณะหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ในมุมของผู้มาใหม่ และผู้ที่อยู่มานานแล้ว ไมค์ (แชนนิ่ง ทาทัม ตาตั้ม) ผู้ที่มีรายได้จากโชว์เต้นถอดผ้า อย่างอู้ฟู่ ทั้งเงินทองและหญิงสาว แต่เขาก็มีเป้าหมายอะไรบางอย่างในชีวิต เปรียบเทียบกับ อดัม (อเล็กซ์ เพ็ตทิเฟอร์) ที่เพิ่งใหม่ในวงการ มองเห็นแต่ด้านที่อู้ฟู่ และก็หลงระเริงไปกับมัน อำนาจทำให้คนเราเปลี่ยนไปเสมอ ไม่มากก็น้อย รวมไปถึง ไอ้คำว่าสนุกของคุณ มันต้องแลกกับอะไรไปบ้าง ไม่มีอะไรฟรี ไม่มีอะไรง่าย อาชีพเปลื้องผ้า จริงๆแล้วก็เปรียบเทียบได้กับชีวิตของมนุษย์เงินเดือน หรืองานที่ได้เงินมาง่ายๆ ฉาบฉวย เป็นงานที่เลี้ยงชีวิตตนเอง สนุก เพลินไปกับมัน แต่มันไม่ใช่อนาคตซะทั้งหมด ถ้าเราระเริงกับชีวิตแบบนั้น มารู้ตัวอีกที 30 หรือ 40 เราก็อยู่ในวัยที่ไปไหนต่อไม่ได้ และหมดอายุในอาชีพนั้นๆ ถ้าเราไม่มีแผน เราจะอยู่อย่างไรต่อ สุดท้าย เราก็ต้องเติบโตและมีแผนเพื่ออนาคต นอกเสียจากว่า คุณจะใช้ชีวิตสนุกสนานนั้นไปให้สุดทางเลยจริงๆ ให้ 8/10 ตั้งคำถามกับเราว่า คุณจะสนุกกับงานที่คุณทำได้อยู่ไปจนอายุเท่าไหร่ มันมีวันหมดอายุไหม อนาคตและแผนของคุณคือ? โดย Tyler movie.mthai.com

ผกก.โน๊ต สราวุธ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ ในหนัง ครูและนักเรียน
Demon666production /  Teacher and Student / 

ใกล้ได้มาเขย่าต่อมความจิ้น กันอีกครั้ง กับภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างชาย-ชาย ผลงานของผู้กำกับ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม ทีครั้งนี้ จะมาเผยความรู้สึก แนวคิด และสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่คุณผู้ชมอยากรู้กันแบบเต็มๆ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม เล่าถึงแนวคิด หรือไอเดียของภาพยนตร์ ครูและนักเรียน หน่อยครับ เกิดจากความแนวความคิดที่ต้องการนำเสนอปัญหาการใช้ชีวิตคู่ของชายรักชาย ตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทราบว่า อะไรคือพฤติกรรมที่จะทำให้ชีวิตคู่ไม่ราบรื่น โดยนำเสนอในรูปแบบของการติดตามดูชีวิตของเกย์ในช่วงวัยทำงาน ซึ่งที่ผ่านมา เรามักจะได้ดูเรื่องราวของชายรักชายในช่วงรักครั้งแรก puppy love หรือช่วงก่อนที่ตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กัน แต่เราไม่ค่อยได้เห็นภาพเหตุการณ์หลังจากนั้น ซึ่งในชีวิตจริงนั้น ไม่เหมือนในละคร ที่มักจะจบลงที่พระเอกนางเอกแต่งงานกัน แต่ความจริงแล้วมันพึ่งเป็นการเริ่มต้นต่างหาก มีวิธีการคัดเลือกนักเลือกทั้ง 3 คน ให้ตรงกับคาแรคเตอร์ที่วางไว้ ยังไงบ้างครับ เริ่มจากการเขียนบท แล้วจินตนาการถึงหน้าตาตัวละคร ซึ่งเราต้องการคนที่มีลักษณะบุคลิกตรงตามบทประพันธ์ ไม่เป็นการฝืนแสดงเป็นตัวละครนั้นๆ เพราะหนังเรื่องนี้เราต้องการความ Real มากที่สุด ให้รู้สึกเหมือนนักแสดงคือตัวละครนั้นจริงๆ โดยบทของต้น รับบทโดย ตั้ม มีลักษณะของความเป็นครู เพราะมีบุคลิกที่เป็นผู้ใหญ่ ดูน่าเชื่อถือ และเป็นมิตร ทำให้เชื่อได้ว่า เด็กๆจะรัก เคารพ และไว้วางใจในครูคนนี้ อีกทั้ง ตั้มยังมีความหน้าตาดี ซึ่งตรงกับความต้องการของเรา ที่อยากแสดงให้คนดูเห็นว่า แม้แต่คนที่หน้าตาดี ก็ยังมีปัญหาการใช้ชีวิตคู่  อย่าคิดว่าคนหน้าตาดีจะมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขเหมือนในละครเสมอไป / บทของแอล รับบทโดย อาร์ มีลักษณะสีหน้าแววตาที่เศร้า แบบคนที่เก็บความทุกข์ไว้ภายใน พยายามอดทนต่อปัญหา ซึ่งตรงกับชีวิตจริงของเกย์หลายๆคนที่ต้องฝืนอดทนต่อพฤติกรรมของแฟนตนเอง เพราะไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยว  เหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิดออกมา ซึ่งอาร์เป็นคนที่มีแววตาเช่นนั้น และมีทักษะการแสดงสูง ที่สามารถถ่ายทอดทุกอย่างได้จากแววตา/ บทของโจ รับบทโดย อาร์ม  มีลักษณะสีหน้าแววตาของเด็กที่ยังสะอาดใสซื่อ บริสุทธิ์ มองโลกเป็นสีขาว ไว้ใจคนง่าย เพราะยังผ่านเรื่องร้ายๆในชีวิตมาน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีแววตาของความเศร้าแบบเด็กที่มีปัญหาครอบครัว ต้องการความรักความอบอุ่นจากคนรอบข้าง ตรงกับตามบทประพันธ์ เบื้องหลังโปรดักชั่นงานสร้างในเรื่องนี้ ผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้างไหมครับ ภาพยนตร์ใช้ระยะเวลาการเตรียมงานตั้งแต่เริ่มโปรเจ็คต์ เขียนบท จนถึงเริ่มถ่ายทำเป็นปีๆ ผ่านกระบวนการคิด และแก้ไขบทหลายครั้งมาก เพราะต้องการให้หนังมีความสมจริงที่สุด ให้เหมือนกับชีวิตของคนจริงๆที่จับต้องได้  ไม่ให้มีความเป็นนิยาย ไม่ให้มีความเมโลดราม่า ทุกครั้งที่รู้สึกว่าบทมีความเฟค หรือประดิษฐ์เกินจริง เราจะทำการแก้ไขใหม่ทุกครั้ง ทำให้ มีการแก้ไขหลายหน ไปจนถึงขั้นตอนถ่ายทำ จนถึงขั้นตอนการตัดต่อ โลเคชั่นสำหรับการถ่ายทำ เราปักหลักที่จังหวัดกาญจนบุรี ในบริเวณที่เป็นป่าเขาและชนบทเป็นหลัก เพื่อต้องการสื่อให้ผู้ชมเห็นถึงความเป็นธรรมชาติของประเทศเราจริงๆ เราต้องการบอกคนดูว่า เกย์นั้นมีอยู่ทุกที่ แม้แต่ในที่ที่ห่างไกล ไม่ได้จำกัดว่า ถ้าเป็นเรื่องราวของเกย์ จะต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในกรุงเทพฯเมืองแห่งแสงสีเสมอ โปรดักชั่นดีไซน์เป็นสไตล์แบบสมจริง แสดงให้เห็นถึงความงามตามธรรมชาติอย่างแท้จริง เราจะไม่พยายามตกแต่งหรือประดิษฐ์  เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่านี่คือเรื่องจริง ในสถานที่จริง ความงามของภาพเป็นความงามจากสถานที่จริง ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งจนเกินไป โดยสรุปแล้ว ครูและนักเรียน เป็นภาพยนตร์แนวไหนครับ เป็นภาพยนตร์แนว จิตวิทยา ดราม่า  ลงลึกถึงสภาพจิตใจของชายรักชาย มีฉากประทับใจของผู้กำกับไหมครับ ฉากที่ตัวละครหลักในเรื่องแอบแสดงด้านมืดของตัวเองออกมา ในเวลาที่อยู่ตามลำพัง และฉากการปะทะคารมของตัวละครหลักกับคนรัก ซึ่งไม่ได้มีการทะเลาะกันอย่างโฉ่งฉ่าง แต่รู้สึกได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่ซ่อนอยู่ภายใน ผ่านสีหน้าแววตาของตัวละคร รู้สึกยังไงครับ กับการร่วมงานกับนักแสดงชุดนี้ ตั้ม และ อาร์ม  เป็นนักแสดงใหม่ แม้เคยผ่านงานแสดงเล็กๆมาบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นหน้าใหม่ของวงการภาพยนตร์  แต่ทั้งสองคนก็มีความตั้งใจในการทำงาน มีความพยายาม ทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และตรงตามที่หนังต้องการ อาร์ เป็นนักแสดงมืออาชีพที่ผ่านงานมาเยอะ มีชั่วโมงบินที่สูงกว่าคนอื่น ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างง่าย ทำให้ทุกอย่างราบรื่นมาก เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสายไปประกวดถึงต่างประเทศ ตัวผู้กำกับเองมีความคาดหวังขนาดไหนครับ ตอนนี้ภาพยนตร์ได้ส่งไปยังเทศกาลหนังของต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งยังไม่รู้ผล แต่ก็ไม่ถึงขั้นคาดหวังว่าจะได้รางวัลใดๆ ขอแค่ได้ฉายโชว์ เพื่อหวังให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้นจากที่เป็นอยู่ หนังเรื่องนี้ อยากบอกอะไรกับคนดูครับ ต้องการสื่อให้ผู้ชมได้รู้ว่า การใช้ชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกสิ่งในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เราควรรับมือกับมันให้ได้ ไม่เช่นนั้นเราอาจต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่าง สุดท้ายนี้ อะไรคือสิ่งที่คนดูจะได้รับ จากการชมภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ครับ ผู้ชมจะได้แง่คิดในเรื่องการยอมรับความเปลี่ยนแปลง  ไม่พยายามฝืนความจริง การพยายามฝืนความเป็นจริงไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ทั้งการบังคับตัวเอง บังคับผู้อื่น ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ดี ร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อน ในภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student ได้ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้น ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

8th /  ฉัตร์ชัย / 

ปรากฏการณ์ใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทย ที่ผู้กำกับฯ หนุ่ม "ฉัตร์ชัย ยอดมณี" ผู้ผ่านงานโฆษณามาสร้างหนังครั้งแรกเรื่อง "แปดวัน แปลกคน (The 8th Day)" ทำเป็นหนังขาว-ดำ ทั้งนี้ฉัตร์ชัยเผยว่า "ที่เลือกทำหนังขาว-ดำ เพราะมันได้สร้างฝันของเราให้เป็นจริง สิ่งที่ทำไม่ใช่หนังทั่วๆ ไป มันเป็นทางเลือกใหม่ของคนที่ชอบดูหนัง เพราะหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่หนังผีโครมครามหรือหนังตลาด เราคิดว่ามันเป็นหนังขาว-ดำตั้งแต่มันเป็นบทแล้ว พออยู่ที่บทปุ๊บทุกอย่างมันก็ต้องเป็นขาว-ดำหมด การแต่งหน้า กล้องทุกอย่างต้องเป็นขาว-ดำหมด มันไม่เหมือนชาวบ้านเขา"เป็นหนังที่ไม่เหมือนหนังธรรมดา มันทำให้ยากขึ้นมั้ย "ด้วยระยะเวลาเตรียมงานอยู่กับมัน 2 ปีกว่า บวกกับความตั้งใจที่จะทำ เวลาถ่ายมันเลยไม่ยาก อีกอย่างด้วยความที่เราฉายหนังกันบนโต๊ะเสร็จหมดแล้ว นักแสดงเขาก็รับรู้หมดแล้วว่าเขาต้องเล่นอะไร""หนังใช้เวลาถ่ายแค่ 25 วัน โดยไม่มีวันหยุดเลย มันเป็นเรื่องที่ดีมาก การแสดงที่เราถ่ายทำกันทุกวันกราฟมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จน วันสุดท้ายมันจะถูกระเบิดออกมา"หนังเป็นชีวิตของคนใน 8 วัน ถ่ายตามตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายเลยหรือเปล่า "ครับ เราถ่ายไล่อารมณ์ของตัวละครตั้งแต่วันแรกเลย เพราะตัวนักแสดงแต่ละคนจะมีอารมณ์แสดงของเขาอยู่ เรายอมเสียงบหน่อยที่จะไล่ถ่ายแต่ละวัน ปกติหนังธรรมดาเขาจะถ่ายสับไปสับมา มันดีตรงที่มันทำให้ถ่ายง่ายขึ้น แต่อารมณ์ของนักแสดงไม่ต่อเนื่อง เรื่องนี้ไม่มีการถ่ายซ่อม พอถ่ายวันสุดท้ายเสร็จเราก็ทำลายฉากหมดเลย"มันไม่เสี่ยงจนเกินไปเหรอ "ไม่เสี่ยงครับ เราใช้คำว่าเราเป็นมืออาชีพพอ สิ่งที่ทำมันคือที่อยู่ในหนัง"คาดหวังเรื่องรายได้ไหม "ไม่คาดหวังตรงนี้ แต่ผมคาดหวังในเรื่องของคนดู คาดหวังฟีดแบ๊ก ผมเชื่อว่าผมทำหนังที่ดีอยู่ มันอาจจะไม่มีผลเรื่องรายได้ แต่ผมคาดหวังว่าคนที่ดูหนังผมเสร็จแล้วจะพูดว่าเป็นหนังที่เขาไม่เคยดู ณ เวลานี้คนเขาอาจจะอัดหนังตลก หนังผี หนังเกย์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมขอเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะผลิตหนังแนวนี้" ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ลองไปดูภาพหนังในเว็บ จะรู้ว่าแปลกไม่แปลกยังไงhttp://www.8thdaythemovie.com/

ครูและนักเรียน Teacher and Student หนังสยิวกิ้วเอาใจสาววาย ฉายให้ได้ดูกันแน่กันยายนนี้
Demon666production /  Teacher and Student / 

ในสังคมปัจจุบันที่เปิดกว้างเรื่องความรักและเพศสภาพ ทำให้เกิดภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเพศที่สามมากขึ้น ตามลำดับ โดยในครั้งนี้ Demon666production ได้นำเสนอเรื่องราวชวนจิ้นครั้งใหม่ ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า เรื่อง ครูและนักเรียน Teacher and Student ครูและนักเรียน ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม ที่เคยฝากผลงานที่สร้างเสียงฮือฮาไว้มากมายทั้ง หล่อลากไส้, หนังผี, ตายทั้งกลม รวมไปถึงหนังชุด เกย์เว้ยเฮ้ย ซึ่งมีออกมาหลายภาคแล้ว โดยในครั้งนี้ จะมาเล่าเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึกซับซ้อนระหว่าง ครู และ นักเรียน โดยได้นักแสดงนำหนุ่มหล่อที่จะมารับบทแสดงนำ และสร้างสีสันในหนังเรื่องนี้ถึง 3 คน ด้วยกัน เริ่มจาก  ตั้ม มานินพันธุ์ นักแสดงและนายแบบจากเวที Men'sHealth Thailand รับบท ต้น ครูโรงเรียนมัธยมชายล้วน ตามมาด้วย อาร์ กฤษตฌาพนธ์ นักแสดงที่มีผลงานทั้งหนัง เอ็มวี โฆษณา และเจ้าของตำแหน่ง Rising Star จากเวที DutchieBoy รับบท แอล คนรักของต้น และ อาร์ม ปิระมิตร เน็ตไอดอล ขวัญใจวัยรุ่นในนาม “อาร์มกากเย้” รับบท โจ เด็กนักเรียนในการดูแลของต้น และแถมท้ายพิเศษ ด้วยตัวอย่างหนัง แบบสั้นๆ จาก ครูและนักเรียน ที่เห็นแค่นี้ ก็ชวนหยิว ชวนคิดกันไปไกลแล้ว ในตัวอย่างยังน่าติดตามขนาดนี้ ในหนังฉบับเต็ม รับรองจัดหนักกว่านี้แน่นอน ร่วมจิ้น ร่วมฟิน กับภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า ครูและนักเรียน Teacher and Student ได้ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์เอสพลานาด รัชดา -----------------------------------------

เป็นเกย์หรือไม่
สามี /  เกย์ / 

สามีชอบเข้าเว็บเกย์ โหลดหนังเกย์ ชอบคุย M กับเด็กหนุ่มๆ FB มีแต่หนุ่มรุ่นๆทั้งนั้น เคยถามสามีบอกว่าไม่มีอะไร แค่ดูเพลินๆ คุยสนุกๆเท่านั้น ตอนนี้สามีอายุ 42 ดิฉันอายุ 40 มีลูก 2 คน สามีจะเป็นเกย์ไหมคะ คำตอบ : สวัสดีค่ะ คุณผู้ชายที่แมนทั้งแท่งเขาจะไม่มีพฤติกรรมการบริโภคสื่อ หรือ สังคมออนไลน์เยี่ยงนี้นะคะ   เพศชายเค้าจะไม่ดูแล้วเพลิน แต่เค้าจะดูแล้วสะอิดสะเอียนค่ะ  ต่อให้มีลูกด้วยกัน ก็ไม่ได้รับประกันว่าเค้าจะไม่ได้เป็นเกย์นี่คะ  เกย์ที่แต่งงานมีลูกก็มีให้เห็นอยู่เยอะแยะมากมายในสังคม  ความจริง มันปิดกันอย่างไรก็ปิดไม่มิดค่ะ  ขึ้นอยู่กับใจคุณเองแล้วล่ะค่ะ ว่ารับได้หรือไม่ได้  ในสิ่งที่เค้าเป็น  เราเปลี่ยนเค้าไม่ได้  สิ่งที่เราทำได้คือทำใจ เผชิญหน้ากับความจริง  จะอยู่ต่อเป็นครอบครัว หรือจะทำอย่างไรต่อไป  ขึ้นอยู่กับคุณสามี-ภรรยาจะคุยกันเอาเองแล้วล่ะค่ะ ขอให้สติอยู่กับตัวนะคะ บุญรักษา จากใจ มาดามรัก ค่ะ

ตัวอย่างฉบับติดเรต และ ทีวี สป๊อต จากหนังชายเต้นระบำใน Magic Mike
Chaning Tatum /  Gay / 

ทีวี สป๊อต ฉบับติดเรตจาก Magic Mike ตัวอย่างฉบับติดเรตของ Magic Mike เป็นหนังที่บ้านเราได้ฉายกันแน่นอนแล้วในวันที่ 5 กรกฏาคม กับหนังชายระบำเปลื้องผ้าของผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก อย่าง Magic Mike ที่นำแสดงโดยหนุ่มๆมากมายจากฮอลลีวู้ดเช่น แชนนิ่ง เททั่ม , อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร และ แมธธิว แมคคอนนาเฮย์ ที่ในวันนี้ทาง ไลออนเกตส์ ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับติดเรต เน้นขายทั้ง กล้ามสุดล่ำ , ตูด และเนื้อในอีกมากมายของเหล่าดาราชายที่จะมาเต้นระบำเปลื้องผ้าให้คนดูได้ชมกัน พร้อมทั้งยังปล่อย ทีวี สป๊อต ความยาว 30 วินาทีมาให้ชมกันแบบจุใจอีกด้วย ซึ่งบ้านเราได้ชื่อได้ว่า 'เขย่าฝันสะบัดซิกแพ็ค' ได้ชมกันแน่นอนในต้นเดือนกรกฏาคมนี้ โดยค่าย เอ็ม พิตเจอร์ส

ความจริงของหนัง AV  การเปิดเผยครั้งแรกของโลก
หนังAV /  หนังโป๊

ความจริงของหนัง AV การเปิดเผยครั้งแรกของโลกคำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและตอบกระทู้นี้เราคงเคยนึกสงสัยว่าเหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน) ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วย เพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้?อย่างที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชีย ก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่า กลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ใน ย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว ...เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมดรัฐบาลญี่ปุ่นใน เวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้าม พลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคน ทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร...แล้ว ไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด"เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัว นางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วม ชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็น ของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิต ที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม"อย่าง ที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วใน ประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดก ด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน...อย่าเข้าคิดว่า เด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้น คงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่...เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ตใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R Xโดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไป ของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง...และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์ หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร" คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุดหนัง เรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อนแล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน? จะถ่ายกล้องแบบไหน?มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุน ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงามแต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน)เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป...โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้นอาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนาง เอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง ...วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง... ...แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง!สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AVแบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว (และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย)เนื้อหาของหนังเรต X แทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลยมาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัว สัมภาษณ์หน่อยๆว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์ "ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็ "ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ "พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก "อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อนหลังจากนั้น ในยกสอง ส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะ หลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความ หลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1หรือหญิง 2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไปและการเล่นรักมากกว่า สองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียก ค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่นเมื่อการ ถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน...แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออก หน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่า ตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ!วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทยที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม (ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขายหรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่น เป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้น ดาราฮอลลีวู้ดการเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก...เพราะถึงจบปริญญาตรีมา ก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทนสิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อ กระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้า เป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา" โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับ ให้เหล่า "ลูกค้า" ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนัง ที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของ เธอ ....โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่าอยากถ่ายวิตถาร แค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อน ที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้านเมื่อเกิดค่านิยมว่า "ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้" พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์ นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้ เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น ...ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้นแต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง...และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ ยินยอมอาจมีรายการ "ฉุด" กันไปเลย...แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการ กักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดู รสนิยมชอบหนังแนวนี้)จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่าหากไป เดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้น ห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด(แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง" โดยไม่เต็มใจสูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเองก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมากเพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง แถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้าง เป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรง มุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) ...พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐอุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศ ญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลย สำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย ...ทั้งนี้ เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้า เข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้น ยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ฉะนั้นอยากแปลกใจ ว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา ...เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง ...และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโต อย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉย ด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม...เครดิตจาก Road to av

Eternal Summer เราก็เป็นหนึ่งในนั้น
Eternal /  Summer / 

หนังที่เล่าเรื่องของคนรักร่วมเพศ ไม่ได้ผลักคนดูที่เป็นชายรักหญิงหรือหญิงรักชายให้ออกห่าง เพราะรสนิยมทางเพศของคนทั้งสองกลุ่มไม่ต้องกัน แต่น่าจะเป็นเพราะหนังเรื่องนั้นๆ ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็น "หนังเกย์-เลสเบี้ยน" แทนที่จะมองว่ามันเป็นเพียงหนังเรื่องหนึ่งที่มี "ตัวละครเอกเป็นเกย์-เลสเบี้ยน" มากกว่า ใน Spider Lilies ตัวละครเอกทั้ง 2 เป็นหญิงที่นิยมในเพศเดียวกัน แต่มันก็เป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งสำหรับคนทุกเพศ เพราะสามารถเจาะแก่นความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งผู้ชมสามารถสัมผัสได้จากการสร้างตัวละครที่มีมิติสมเหตุสมผล และการดำเนินเรื่องราวที่อาจจะ "เหนือจริง" บ้าง แต่ก็ "ไม่เกินจริง" (หรือไม่สมจริง)ดูหนังเรื่องนี้จึงเหมือนกำลังทัศนาชีวิตมนุษย์ แบบมองข้ามรสนิยมทางเพศของใครของมันไปได้เลย เพราะตัวละครก็คล้ายจะมีชะตากรรมเดียวกับคนดู ในทางกลับกัน เราเองก็เป็นหนึ่งในพวกเขาทำนองเดียวกับ Eternal Summer ซึ่งตัวละครเอกคนหนึ่งก็มีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หนังสมควรถูกเรียกว่า "หนังเกย์ที่ดี" มากไปกว่า "หนังที่ดี"เพราะไม่ว่าจะชมชอบในเพศไหน หนังก็ทำให้เราเข้าใจในความเป็นมนุษย์ได้มากขึ้นทั่วกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุแห่งความเหงา-แปลกแยก ความรักผูกพัน ความสับสนเจ็บปวด ฯลฯ โดยหนังเปิดเรื่องด้วยวัยเด็กของเจิ้งฉิง และ โย่วเหิง 2 หนุ่มน้อยที่บังเอิญได้มาเป็นเพื่อนกันเพราะคำสั่งครู"นายคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน" โย่วเหิงในวัยเด็กบอกเพื่อนรักอย่างนั้น นั่นก็เพราะคนเกเรอย่างเขา หาใครเป็นมิตรไม่ได้เลยฉันถูกบังคับ, เจิ้งฉิงตอบในใจ แต่นานวัน เขาก็รู้ตัวว่าตกหลุมรักเพื่อนคนนี้เข้าให้แล้ว กระนั้นเขาก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายเก็บงำความในใจไว้ข้างเดียว เพราะผู้ชายจะรักกัน ใช่เรื่องง่ายเสียเมื่อไหร่ความจริง หญิงจะรักชายก็ไม่ได้ทำง่ายๆ อย่างที่ฮุ่ยเจียมาตกหลุมรักเพื่อนสนิทอย่างเจิ้งฉิง แต่แม้จะถูกปฏิเสธ และรับรู้ความจริงว่าตนเองไม่ใช่รสนิยม หญิงสาวก็ยังปรารถนาดีต่อชายหนุ่มไม่เสื่อมคลาย ชายไม่จริง-หญิงแท้รักกันได้ยาก แต่ใครบอกล่ะว่ารักของชายจริง-หญิงแท้จะราบรื่นเสมอไป อย่างคู่ของฮุ่ยเจียกับโย่วเหิงที่จับพลัดจับผลูมาชอบพอกัน แต่ความรักเพื่อนของฝ่ายชาย ก็ทำให้เขาไม่กล้าจะเปิดเผยความจริง ด้วยเข้าใจว่าเพื่อนจะยอมรับไม่ได้ หากรู้ว่าเขากำลังรักกับผู้หญิงที่ (เขาเข้าใจว่า) เป็นคนรักเก่าของเพื่อนตัวเองผู้ชมอาจจะไม่นึกรักหนังเรื่องนี้เท่าที่ควร ถ้าเพียงแต่หนุ่มสาวทั้งสามจะยื้อแย่งคนรัก-ผลักไสศัตรูหัวใจกันสักหน่อย แต่เท่าที่เป็นอยู่ พวกเขาไม่ใช่แค่คนรัก แต่ยังเป็นเพื่อนรักชนิดที่ทำร้ายหัวใจกันไม่ลงอีกด้วย ความสัมพันธ์แบบ 3 เส้านี้จึงน่าเห็นใจ และบีบหัวใจคนดูเป็นอย่างยิ่งโครงเรื่องแบบนี้ใครจะนำไปเล่าก็คงได้ แต่การให้รายละเอียดของเนื้อหาที่ดีและสมเหตุสมผล น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้กินใจผู้ชมได้มากกว่าเรื่องไหนๆ นอกจากนี้ หนังยังมีดีตรงที่สร้างตัวละครได้อย่างมีมิติ และไม่มีใครเลยที่เกิดมาเพื่อเป็นส่วนเกินของเรื่อง (Eternal Summer) ถูกเรียกอย่างผิวเผินว่าเป็นหนังเกย์ แต่แทนที่จะทำให้ฮุ่ยเจีย-หญิงสาวคนเดียวของกลุ่ม กลายเป็นตัวประหลาดในหมู่ชาย (รักชาย) หนังก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่าคนเขียนบทรักเธอไม่น้อยไปกว่าตัวละครชายอีก 2 คนเลย ใช่แต่ตัวละคร แม้แต่ฉากร่วมรักเร่าร้อนระหว่าง 2 หนุ่ม ก็หาได้เป็นส่วนเกินของหนัง เพราะพิจารณาให้ดีก็จะพบว่ามันมีความสำคัญกับเรื่องไม่น้อย เนื่องจากเป็นการพิสูจน์ความรู้สึกดีๆ ที่ผู้ชายมีต่อกันในฐานะ "เพื่อน" (คล้ายๆ กับว่าถ้ายอมตายแทนกันได้ ทำไมจะยอมทำอย่างอื่นให้ไม่ได้)หลายองค์ประกอบในหนังจึงไม่ได้ถูกทำขึ้นแบบเอามัน หากแต่ผ่านกระบวนการคิดมาแล้วเป็นอย่างดี ทั้งนี้ กระบวนการคิด-ตั้งคำถามยังถูกส่งไปให้ผู้ชมได้สานต่อตามประสบการณ์ของแต่ละคนด้วยหนึ่งในคำถามนั้นมีอยู่ว่า ทำไมเราจึงมักจะเรียกหนังที่มีตัวละครรักร่วมเพศว่าหนังเกย์-เลสเบี้ยน แต่ไม่เรียกหนังที่มีตัวละครรักต่างเพศว่าหนังชายรักหญิง หากนิยามมันเพียง "หนังเรื่องหนึ่ง" เท่านั้น?ถ้าตอบคำถามนี้ได้ การอธิบายอีกหลายข้อสงสัยเกี่ยวกับอคติทางเพศ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปที่มาจากหนังสือพิมพ์

Lost in Paradise สวรรค์แกล้งให้รัก
Lost in Paradise /  หนังเกย์ / 

ภาพยนตร์ดราม่าจากเวียดนามที่เล่าเรื่องของคนชายขอบในสังคม และโหยหาความรักความเข้าใจ หนังเล่าโดยผสมพล็อต 2 เส้นเข้าด้วยกัน เรื่องแรกนั้นว่าด้วยรักสามเส้าของผู้ชายสามคน โขย ถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านที่นาจางเพราะรับไม่ได้ที่เขาเป็นเกย์ เด็กหนุ่มจึงมุ่งหน้าสู่ไซ่ง่อนและมาพักอาศัยอยู่กับเพื่อนชื่อ ดง โดยฝ่ายหลังนั้นพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าร่วมกับแฟนหนุ่มของเขาซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการขายตัว เรื่องที่สองนั้นเล่าถึงชายที่สติไม่สมประกอบคนหนึ่ง เป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้าน เขาพยายามทาอาชีพเลี้ยงเป็ด แต่ก็เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น อยู่มาวันหนึ่ง เขาไปตกหลุมรักหญิงแปลกหน้า ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า เธอเป็นโสเภณี ที่คอยบริการผู้ชายในตอนกลางคืน Lost in Paradise เปิดตัวในเทศกาลหนังดังๆ อย่างปูซานและแวนคูเวอร์ ผลงานจากคนทาหนังชาวเวียดนาม วูง็อกดัง ที่สะท้อนความเป็นไปในสังคมร่วมสมัยของเมืองใหญ่อย่างไซ่ง่อนแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซอกหลืบที่ไม่มีใครสนใจจะรับรู้ จนสื่อเรียกหนังเรื่องนี้ว่า เป็นหนังเกย์เรื่องแรกของเวียดนาม ซึ่งบรรยากาศอันอึมครึม หม่นเศร้า บ่งบอกถึงสภาวะอันเงียบเหงาในจิตใจตัวละคร ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ House RCA เท่านั้นครับ*** -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กูรู้ vs กูรู #001 ตอบปัญหาวงการหนัง ทำไมหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ
filmotopia /  กูรู้ vs กูรู / 

ขอสวัสดีสมาชิกชาวเอ็มไทย และก็ขออนุญาติใช้พื้นนี้ ตอบคำถามของคอลัมนี้ ซึ่ง เราจะเรียกว่า คอลัมน์ กูรู้ vs กูรู โดยมีผม Filmotopia เป็นผู้ดูแล ใครมีคำถามสงสัยอะไรเกี่ยวกับวงการหนัง ถามมาได้เลยนะครับตามสโลแกน ? "ถามมาตอบหมด ถามก่อนตอบก่อน ถามจริงตอบจริง ถามกวนตอบดุ ถามดีมีรางวัล" ซึ่งการตอบคำถาม ถ้าผมรู้ก็จะตอบเอง แต่ถ้าไม่รู้จริงก็จะเชิญ กูรู ผู้รู้เรื่องนี้จริงมาเป็นผู้ตอบ เมื่อตอบแล้วก็อยากเชิญผู้อ่านทำตัวเป็น กูรู้ มาแสดงความคิดเห็นกันนะครับ อยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้-ความคิดเห็นกันอย่างสุภาพชนนะครับ แต่ถ้าใครจะแขวะจะด่าใคร ก็คงต้องพร้อมรับการโต้ตอบอย่างรุนแรงด้วย เพราะเท่าที่เห็นคนอ่าน mthai ดุดุทั้งนั้น? ก็หวังว่าคอลัมน์นี้จะเป็นประโยชน์กับชาว mthai ทุกคนนะครับ มาดูกัน ว่าคำถามไหน ถูกเลือกมาตอบบ้าง * อนึ่ง คำถามคัดมาจากกระทู้นี้ครับ ส่วนใครจะถามอะไรต่อไป ก็โพสได้ที่กระทู้ดังกล่าวเลยครับ 1. ทำไมวงการหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ (ถามโดย ปอมซัง) Filmotopia ตอบ : อ่านคำถามเสร็จแล้วคิดว่า คุณปอมซัง คงไม่ได้อยากรู้เหตุผลจริงๆหรอก? คงแค่อยากบ่นอยากระบายเพราะตัวเองคงหงุดหงิดใจเมื่อเห็นหน้าเกย์ คงจะเป็นเพราะ คุณปอมซัง มีปมที่ฝังใจมีอดีตกับคนที่เป็นเกย์ หรือ กระเทย เพราะจริงๆ ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างหนังไทยปีละประมาณ 30 เรื่องต่อปี รวมกันก็ 150 เรื่อง ซึ่งจะมาเจอเรื่องที่มีหน้าเกย์ รวมกันไม่เกิน 10 % คือ 15 เรื่อง ซึ่งแต่ละปีก็จะมีปีละไม่เกิน 2-3 เรื่องเท่านั้น ยกเว้นปี 2007 นั้นอาจจะเป็นปีที่มีหนังเกย์เยอะหน่อย คือ รวมกันสัก 6-7 เรื่องคือ เพื่อนกูรักมึงหว่ะ, โกยเถอะเกย์, ขอให้รักจงเจริญ, รักแห่งสยาม, หอแต๋วแตก และ ตั๊ดสู้ฟุต ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขนี้ก็คงพูดไม่ได้หรอกว่า หนังไทยมีแต่หนังเกย์ ซึ่งถ้าจะบอกถึงเหตุผลที่ในปี 2007 มีหนังเกย์เยอะ ก็คงเป็นเพราะช่วงนั้นคนทำหนังเขาเห็นว่า ?เรื่องราวของคนเป็นเกย์เมื่อนำมาสร้างหนังแล้วมันน่าสนใจ ชีวิตพวกเขามีสีสัน มีความแตกต่างทั้งน่าขัน และ น่าเศร้า เพียงพอที่เขาอยากเล่าให้คนดูน่าไปดู ? ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ คุณปอมซัง ไม่ค่อยเห็นด้วย ไม่เป็นไรเห็นแย้งกันต่างกันยังไง คอมเม้นท์กันได้ แต่ขอเตือน คุณปอมซัง หน่อยนะ คนโบราณเขาว่ากันว่า ใครเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น? ไม่รู้ว่า คุณปอมซัง เป็นผู้หญิง หรือ เป็นผู้ชาย แต่ระวังนะเวลาคุณมีแฟนดูดีๆ คุณอาจมีแฟนเป็นเกย์ก็ได้นะ ใครจะไปรู้ !!!!!? -------------------- 2. อยากทราบว่าประเทศไทยมีการจัดเรตหนังที่ฉายตามโรงภาพยนต์เหรอเปล่า แล้วมีการจัดการกับคนดูที่ไม่ผ่านเรตของหนังเรื่องนั้นอย่างไร (ถามโดย TheBiggest) Filmotopia ตอบ : ข้อนี้จะขอเชิญ กูรู ผู้รู้จริงทางด้านนี้มาตอบดีกว่า เพราะเขาเป็นผู้เกาะติด ติดตามเรื่องนี้อยู่ เขาคือ คุณ นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE แว่วๆ ว่า BIOSCOPE กำลังจะมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเล่มหน้า ถ้าสนใจมากกว่านี้ติดตามได้เลย เอ้า!! ฟังคำตอบของ คุณ นคร ได้เลยครับ กูรู ผู้ตอบ : นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE ตอบ : การจัดเรตในประเทศไทยเพิ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เองครับ ซึ่งในบ้านเราแบ่งออกได้เป็น 6 เรตคือ 1. หนังที่จรรโลงสังคมควรสนับสนุนให้คนดู 2. หนังที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย 3. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป 4. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป 5. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป และ 6. หนังที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู (ไม่นับหนังที่ห้ามเผยแพร่ในประเทศนะครับ) ซึ่งหนังตั้งแต่เรต 1-5 นั้นคุณสามารถเข้าชมได้ตามปกติไม่ต้องโชว์บัตรประชาชนแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นเรต 20 นั้นต้องโชว์บัตรก่อนจะซื้อตั๋วทุกครั้งนะครับ ...แต่ถ้าหากคุณอายุไม่ถึง 20 แล้วหลุดเข้าไปดูหนังเรื่องนั้นได้ ก็ไม่ต้องกลัวครับเพราะกฎหมายจะลงโทษโรงหนังที่ขายตั๋วให้คุณ อยู่ที่ว่าโรงหนังจะกล้าเสี่ยงรึเปล่าเท่านั้นเองครับ Filmotopia? วันนี้เอาแค่ 2 คำถามก่อนนะครับ ใครมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับหนังไทยถามมาเลยนะครับ อัพเดตคอลัมน์นี้ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ ครับ --------------------------------------------------------- Tyler ตอบมั่ง สำหรับงานแรก ทางทีมงาน ขอมอบรางวัลเป็น ดีวีดีหนังเรื่อง แต๋วเตะตีนระเบิด ให้คุณปอมซังไปดูถึงบ้านเลยครับ ส่วนคุณ The Biggest เป็นดีวีดีเรื่อง อนึ่งฯ คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง ติดต่อกลับรับของรางวัล ที่เบอร์ 02-5020700 ต่อ 7871 หรืออีเมล์ chaiwat@monotechnology.com ได้เลยครับ (ติดต่อมาภายใน 25 ก.ย. 52นะ) ขอบคุณของรางวัลจาก เมโทรโปรดิสค์

A Year without love
Love /  without / 

เซ็กซ์... บาป... และแรงปรารถนา... เจ้าของรางวัลหนังเกย์ยอดเยี่ยม จากเทศกาลหนังเมืองเบอร์ลิน ขอเชิญเยียวยาหัวใจด้วยความเจ็บA YEAR WITHOUT LOVE (UN ANO SIN AMOR)ภาพยนตร์จากประเทศอาร์เจนติน่า ที่คละคลุ้งไปด้วยบรรยากาศหม่นทึบ ท้าทายประสบการณ์ของผู้ชมอย่างเหลือเชื่อ ตัวละครเอกของเรื่องเป็นนักเขียนคนหนึ่งที่ทราบว่าตนเองตัดเชื้อ HIV และจะต้องเสียชีวิตภายใน 1 ปี แต่แทนที่จะเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ เขากลับมุ่งหน้าสู่การบำบัดจิตใจของตนเอง ด้วยการเขียนไดอารี่ แต่ไดอารี่ของเขาจะน่าสนใจได้อย่างไร หากไม่มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาจึงพาตัวเองเข้าไปสัมผัสกับคนแปลกหน้าใน SEX CLUB นี่คือเจ้าของรางวัลเทดดี้ อวอร์ดส์ จากเทศกาลหนังเมืองเบอร์ลิน (ให้สำหรับหนังเกย์/เลสเบี้ยน) และยังคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเกย์/เลสเบี้ยนที่โด่งดังที่สุดในโลกอย่าง L.A. Outfest ยังไม่นับคำสรรเสริญเยินยออีกมากมาย ที่ทำให้ Un Ano sin amor เป็นการเปิดศักราชใหม่ของหนังอาร์เจนติน่าอย่างแท้จริงเกร็ดภาพยนตร์ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากชีวิตจริงของ ปาโบล เปเรซ นักเขียนหนุ่มวัย 30 ปีชาวอาร์เจนติน่า ที่เขียนบันทึกเรื่องของตนเอง ทันทีที่ทราบว่าติดเชื้อเอดส์ และจะอยู่บนโลกนี้ได้ไม่นานนัก- เปเรซตั้งใจว่า ระหว่างจดบันทึกใน 1 ปี เขาจะต้องเจอความรักจากใครสักคน แต่เขาคิดผิด มันเป็นปีที่ปราศจากความรักโดยสิ้นเชิง เปเรซจึงตั้งชื่อบันทึกของเขาว่า บันทึกปีที่ไร้รัก (A Year without Love)- A Year without Love ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โดยผู้กำกับหน้าใหม่ อนาฮี เบอร์เนรี ซึ่งเธอเป็นผู้หญิง!- ในตอนที่หนังไปฉายที่เทศกาลหนังเมืองเบอร์ลิน คนดูต่างแปลกใจว่าผู้กำกับหนังเรื่องนี้เป็นผู้หญิง ทั้งๆ ที่เนื้อหาเป็นเรื่องราวด้านมืดของเกย์ และเต็มไปด้วยภาพที่รุนแรง- อนาฮี เบอร์เนรี เรียนจบภาพยนตร์จากฝรั่งเศส และเป็นคนที่ดูหนังมาเยอะมาก เธอจึงไม่ได้กังวลกับเนื้อหาที่ดูล่อแหลม- เบอร์เนรีกล่าวว่า สิ่งที่ฉันสนใจ มี 2 เรื่องด้วยกัน หนึ่งเรื่องของคนกำลังจะตาย ฉันกำลังจะย่าง 30 แล้ว แต่ฉันไม่ได้เข้าใจความตายเลย ฉันต้องการหาคำตอบไปพร้อมๆ กับตัวละคร สองคือเรื่องเกย์ ฉันไม่ได้สนใจประเด็นเกย์มากกว่าสร้างให้มันเป็นเงื่อนไขหนึ่งของชีวิต แต่การรีเสิร์ชทำให้ฉันเข้าใจอะไรที่มากกว่านั้น- นักแสดงผู้มารับบท ปาโบล เปเรซ คือ ฮวน มินูฮิน นักแสดงหนุ่มวัย 30 ผู้ยอมลดน้ำหนักให้ตนเองผอม และยอมเล่นบทโป๊เปลือยอย่างที่ไม่มีใครกล้าทำ- นอกจากรางวัลเทดดี้ อวอร์ด และ LA Outfest ซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่ A Year without Love ยังคว้ารางวัลจาก เทศกาลภาพยนตร์เกย์และเลสเบี้ยนที่มหานครนิวยอร์กด้วย และรางวัลจากเทศกาลหนังในอาร์เจนติน่าอีกหลายรางวัลตัวละครฮวน มินูฮิน รับบท ปาโบล เปเรซคาร์ลอส อีเชวาร์เรีย รับบท นิโคลัสมิมิ อาร์ดู รับบท คุณป้าของปาโบลฮาเวียร์ แวน เดอ เคาเตอร์ รับบท มาร์ตินออสมาร์ นูเนซ รับบท นายอำเภอ (บาเอซ)ริคาร์โด มอริเอลโล รับบท ฮวนบาร์บารา ลอมบาร์โด รับบท ฮูเลีย24 กรกฏาคม 2551 เฉพาะที่ house RCA

สัญญาแห่งคิมหันต์
Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด /  ดรัสพงศ์ ตรงประสิทธิ์ / 

เรื่องราวความรักและความผูกพัน ระหว่างตั้มกับคิมหันต์ ที่ก่อตัวขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่ง ท่ามกลางความเหงาอันโดดเดี่ยวริมผืนน้ำทะเลที่ใครหลายคนพากันมาทิ้งความทุกข์เอาไว้เเล้วเดินจากไปในวันที่ความทุกข์จากรักนั้นเจือจางลง..."ตั้ม"เด็กหนุ่มผู้ปิดตัวเองจากครอบครัวที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อมไปทุกด้านแต่ในความเป็นจริงบ้านสำหรับเขาคือกรงเเคบๆที่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่ตั้มพร้อมจะเดินจากไปทันทีเมื่อมีโอกาส จนกระทั่งมาพบกับเด็กหนุ่ม เจ้าของรอยยิ้มสดใสเเววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่าง "คิมหันต์" โลกใบเเคบๆของตั้มค่อยๆเปิดกว้างออกทีละนิด จนเขามองเห็นความสุขเล็กๆที่เรียกว่ามิตรภาพจากเด็กหนุ่มแปลกหน้า ที่เขาเปิดรับให้เป็นเพื่อนรักคนเเรกในชีวิตเเละนับจากวันนั้นโลกของตั้มกับคิมหันต์จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเเละความสุข จนกระทั่งการจากลามาถึง...การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของเขาทั้งสองคน จะลงเอยอย่างไร จริงหรือที่คำสัญญาผูกเราเอาไว้เเล้วทำให้เราพบกันอีกครั้งจากทีมผู้สร้างและผกก. 'Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด' -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------