หนังเกย์

ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV
น่ารุ้

----- Forwarded Message ---- From: ~เซ้งจ้า~ To: noolex Sent: Tue, June 22, 2010 7:19:05 PM Subject: [noolex] ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AV เราคงเคยนึกสงสัยว่า เหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน)ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วยเพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้? อย่างที่รู้กัน ว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชียก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่ากลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้น ได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ในย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว …เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมด รัฐบาลญี่ปุ่นในเวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้ามพลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคนทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร…แล้วไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด" เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัวนางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วมชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็นของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิตที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม" อย่างที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วในประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดกด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน…อย่าเข้าคิดว่าเด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้นคงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่…เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ต ใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R X โดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไปของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง…และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร"คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุด หนังเรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อน แล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน?จะถ่ายกล้องแบบไหน? มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุนถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงาม แต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อยอาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน) เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป…โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้น อาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนางเอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง …วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง… …แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง! สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AV แบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว(และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย) เนื้อหาของหนังเรต Xแทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลย มาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัวสัมภาษณ์หน่อยๆ ว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์"ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็"ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ"พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก"อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อน หลังจากนั้น ในยกสองส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะหลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความหลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1 หรือหญิง2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไป และการเล่นรักมากกว่าสองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียกค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่น เมื่อการถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน…แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออกหน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่าตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ! วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทย ที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม(ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขาย หรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้นดาราฮอลลีวู้ด การเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก…เพราะถึงจบปริญญาตรีมาก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทน สิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อกระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้าเป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา"โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับให้เหล่า"ลูกค้า"ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนังที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของเธอ ….โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่า อยากถ่ายวิตถารแค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อนที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้าน เมื่อเกิดค่านิยมว่า"ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้"พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น …ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้น แต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง…และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ยินยอมอาจมีรายการ"ฉุด" กันไปเลย…แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการกักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดูรสนิยมชอบหนังแนวนี้) …จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่า หากไปเดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้นห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด (แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5 คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง"โดยไม่เต็มใจ สูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเอง ก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า) พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้งแถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้างเป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรงมุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) …พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐ อุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลยสำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย …ทั้งนี้เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้นยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ฉะนั้นอยากแปลกใจว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา  …เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง …และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโตอย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉยด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม ที่มา –  http://www.sudteeruk.com/forums/read.php?tid=3299 -- **** รู้จักขอบคุณเมื่อได้รับ ขออภัยเมื่อผิดพลาด คือสิ่งที่สมาชิกกลุ่มพึงกระทำ **** กติกา ง่ายๆ ในกลุ่ม 0. ห้ามโพสเรื่องการเมือง หรือถกเถียงเรื่องการเมืองที่ จะก่อความวุ่นวายภายในกลุ่ม ฝ่าฝืนแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 1. ห้ามโพสรูปภาพหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางเสื่อมเสีย 2. ห้ามใช้วาจาหยาบคาย ห้ามบ่นว่าเมล์ หรือ reply เยอะ 3. ห้ามโฆษณาที่หวังผลประโยชน์ทางการค้า ใครโพสแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 4. ไม่ได้รับเมล์อีกกดลิงค์นี้ http://groups.google.com/groups/bounced 5. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ 6. ห้ามส่ง Invite เวปบิทเข้ากรุ๊ปโดยเด็ดขาด 7. ห้ามใช้ตัวหนังสือ สีแดงใหญ่ในการโพสเมล์ปกติ     - ส่งเมล์เข้ากลุ่มได้ที่ - สมัครรับเมล์-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ - ลาออกจากกลุ่ม-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ * ทั้งสมัครและลาออก ต้องยืนยันลิงค์จากระบบทุกครั้ง   อย่าลืมนะคะ มีอะไรก็แบ่งปัน ^ นู๋เล็ก ^ Group's Owner (-`๏’•ิ__•ิ`๏’-)

กูรู้ vs กูรู #001 ตอบปัญหาวงการหนัง ทำไมหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ
filmotopia /  กูรู้ vs กูรู / 

ขอสวัสดีสมาชิกชาวเอ็มไทย และก็ขออนุญาติใช้พื้นนี้ ตอบคำถามของคอลัมนี้ ซึ่ง เราจะเรียกว่า คอลัมน์ กูรู้ vs กูรู โดยมีผม Filmotopia เป็นผู้ดูแล ใครมีคำถามสงสัยอะไรเกี่ยวกับวงการหนัง ถามมาได้เลยนะครับตามสโลแกน ? "ถามมาตอบหมด ถามก่อนตอบก่อน ถามจริงตอบจริง ถามกวนตอบดุ ถามดีมีรางวัล" ซึ่งการตอบคำถาม ถ้าผมรู้ก็จะตอบเอง แต่ถ้าไม่รู้จริงก็จะเชิญ กูรู ผู้รู้เรื่องนี้จริงมาเป็นผู้ตอบ เมื่อตอบแล้วก็อยากเชิญผู้อ่านทำตัวเป็น กูรู้ มาแสดงความคิดเห็นกันนะครับ อยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้-ความคิดเห็นกันอย่างสุภาพชนนะครับ แต่ถ้าใครจะแขวะจะด่าใคร ก็คงต้องพร้อมรับการโต้ตอบอย่างรุนแรงด้วย เพราะเท่าที่เห็นคนอ่าน mthai ดุดุทั้งนั้น? ก็หวังว่าคอลัมน์นี้จะเป็นประโยชน์กับชาว mthai ทุกคนนะครับ มาดูกัน ว่าคำถามไหน ถูกเลือกมาตอบบ้าง * อนึ่ง คำถามคัดมาจากกระทู้นี้ครับ ส่วนใครจะถามอะไรต่อไป ก็โพสได้ที่กระทู้ดังกล่าวเลยครับ 1. ทำไมวงการหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ (ถามโดย ปอมซัง) Filmotopia ตอบ : อ่านคำถามเสร็จแล้วคิดว่า คุณปอมซัง คงไม่ได้อยากรู้เหตุผลจริงๆหรอก? คงแค่อยากบ่นอยากระบายเพราะตัวเองคงหงุดหงิดใจเมื่อเห็นหน้าเกย์ คงจะเป็นเพราะ คุณปอมซัง มีปมที่ฝังใจมีอดีตกับคนที่เป็นเกย์ หรือ กระเทย เพราะจริงๆ ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างหนังไทยปีละประมาณ 30 เรื่องต่อปี รวมกันก็ 150 เรื่อง ซึ่งจะมาเจอเรื่องที่มีหน้าเกย์ รวมกันไม่เกิน 10 % คือ 15 เรื่อง ซึ่งแต่ละปีก็จะมีปีละไม่เกิน 2-3 เรื่องเท่านั้น ยกเว้นปี 2007 นั้นอาจจะเป็นปีที่มีหนังเกย์เยอะหน่อย คือ รวมกันสัก 6-7 เรื่องคือ เพื่อนกูรักมึงหว่ะ, โกยเถอะเกย์, ขอให้รักจงเจริญ, รักแห่งสยาม, หอแต๋วแตก และ ตั๊ดสู้ฟุต ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขนี้ก็คงพูดไม่ได้หรอกว่า หนังไทยมีแต่หนังเกย์ ซึ่งถ้าจะบอกถึงเหตุผลที่ในปี 2007 มีหนังเกย์เยอะ ก็คงเป็นเพราะช่วงนั้นคนทำหนังเขาเห็นว่า ?เรื่องราวของคนเป็นเกย์เมื่อนำมาสร้างหนังแล้วมันน่าสนใจ ชีวิตพวกเขามีสีสัน มีความแตกต่างทั้งน่าขัน และ น่าเศร้า เพียงพอที่เขาอยากเล่าให้คนดูน่าไปดู ? ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ คุณปอมซัง ไม่ค่อยเห็นด้วย ไม่เป็นไรเห็นแย้งกันต่างกันยังไง คอมเม้นท์กันได้ แต่ขอเตือน คุณปอมซัง หน่อยนะ คนโบราณเขาว่ากันว่า ใครเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น? ไม่รู้ว่า คุณปอมซัง เป็นผู้หญิง หรือ เป็นผู้ชาย แต่ระวังนะเวลาคุณมีแฟนดูดีๆ คุณอาจมีแฟนเป็นเกย์ก็ได้นะ ใครจะไปรู้ !!!!!? -------------------- 2. อยากทราบว่าประเทศไทยมีการจัดเรตหนังที่ฉายตามโรงภาพยนต์เหรอเปล่า แล้วมีการจัดการกับคนดูที่ไม่ผ่านเรตของหนังเรื่องนั้นอย่างไร (ถามโดย TheBiggest) Filmotopia ตอบ : ข้อนี้จะขอเชิญ กูรู ผู้รู้จริงทางด้านนี้มาตอบดีกว่า เพราะเขาเป็นผู้เกาะติด ติดตามเรื่องนี้อยู่ เขาคือ คุณ นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE แว่วๆ ว่า BIOSCOPE กำลังจะมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเล่มหน้า ถ้าสนใจมากกว่านี้ติดตามได้เลย เอ้า!! ฟังคำตอบของ คุณ นคร ได้เลยครับ กูรู ผู้ตอบ : นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE ตอบ : การจัดเรตในประเทศไทยเพิ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เองครับ ซึ่งในบ้านเราแบ่งออกได้เป็น 6 เรตคือ 1. หนังที่จรรโลงสังคมควรสนับสนุนให้คนดู 2. หนังที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย 3. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป 4. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป 5. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป และ 6. หนังที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู (ไม่นับหนังที่ห้ามเผยแพร่ในประเทศนะครับ) ซึ่งหนังตั้งแต่เรต 1-5 นั้นคุณสามารถเข้าชมได้ตามปกติไม่ต้องโชว์บัตรประชาชนแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นเรต 20 นั้นต้องโชว์บัตรก่อนจะซื้อตั๋วทุกครั้งนะครับ ...แต่ถ้าหากคุณอายุไม่ถึง 20 แล้วหลุดเข้าไปดูหนังเรื่องนั้นได้ ก็ไม่ต้องกลัวครับเพราะกฎหมายจะลงโทษโรงหนังที่ขายตั๋วให้คุณ อยู่ที่ว่าโรงหนังจะกล้าเสี่ยงรึเปล่าเท่านั้นเองครับ Filmotopia? วันนี้เอาแค่ 2 คำถามก่อนนะครับ ใครมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับหนังไทยถามมาเลยนะครับ อัพเดตคอลัมน์นี้ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ ครับ --------------------------------------------------------- Tyler ตอบมั่ง สำหรับงานแรก ทางทีมงาน ขอมอบรางวัลเป็น ดีวีดีหนังเรื่อง แต๋วเตะตีนระเบิด ให้คุณปอมซังไปดูถึงบ้านเลยครับ ส่วนคุณ The Biggest เป็นดีวีดีเรื่อง อนึ่งฯ คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง ติดต่อกลับรับของรางวัล ที่เบอร์ 02-5020700 ต่อ 7871 หรืออีเมล์ chaiwat@monotechnology.com ได้เลยครับ (ติดต่อมาภายใน 25 ก.ย. 52นะ) ขอบคุณของรางวัลจาก เมโทรโปรดิสค์

แฟนๆช็อค!! หลัง
คริสโตเฟอร์ รีฟ /  คาล คัลเวอร์ / 

คาล คัลเวอร์ และ คริสโตเฟอร์ รีฟ จะเป็นอย่างไรเมื่อพบว่า ชายที่เล่นซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยรู้จัก อย่างอดีต "ซุปเปอร์แมน" ผู้ล่วงลับอย่าง "คริสโตเฟอร์  รีฟ" จะเคยมีเคยมีความสัมพันธ์แบบ "ชายรักชาย" อันเนื่องมาจาก "ความอยากรู้อยากเห็น" กับอดีตนักแสดงภาพยนตร์โป๊รายหนึ่ง ที่มีชื่อว่า "คาล คัลเวอร์" ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ เมื่อปี ค.ศ. 1987 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อ "ฮอลลีวูด บาบีลอน สไตรค์ อเกน!" โดยบทหนึ่งของหนังสือได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของคัลเวอร์ โดยเขากล่าวว่า เขาพบกับรีฟ เมื่อตอนที่ทั้งคู่เข้ารับการคัดเลือกนักแสดงในละครบรอดเวย์เรื่องหนึ่ง ในช่วงยุค 1970 โดยเขาได้กล่าวว่า รีฟคือ "ชายในฝัน" หลังจากนั้นเขาก็มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับรีฟ เป็นเวลานานถึง 2 เดือน ก่อนที่รีฟจะพบว่าเขาเป็นนักแสดงหนังโป๊ โดยใช้ชื่อในการแสดงว่า "เคซี่ย์ โดโนแวน" นอจากนั้นเขายังกล่าวว่า รีฟเป็น "นักรักที่ยิ่งใหญ่" และไม่คิดว่าเขาเป็น "เกย์" แต่แค่ต้องการจะลองอะไรๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น คริสโตเฟอร์ รีฟ เสียชีวิตเมื่อปี 2004 จากอาการหัวใจล้มเหลว หลังจากที่ป่วยเป็นอัมพาตจากเหตุการณ์ตกม้า เขาได้รับการดูแลจาก "ดานา" ภรรยาของเขาอย่างใกล้ชิด ผู้ซึ่งเสียชีวิตในภายหลังเมื่อปี 2006 ด้วยโรคมะเร็งในปอด โดยทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน. ที่มา/มติชน

32 ธันวา /  คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ / 

"ยอร์ช กฤษ์ชัย" "เอมี่ จันทิมา เลียวศิริกุล" บอสสาวและโปรดิวเซอร์ ค่ายภาพยนตร์ ?M๓๙? (เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์) ยื่นโอกาสทอง "ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์" ผู้กำกับภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ ประเดิมทำผลงานเปิดตัวบริษัทรายแรกเรื่อง "32 ธันวา" แถมบัญญัติศัพท์สไตล์หนังใหม่ว่า ?คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ? ให้ด้วย งานนี้เจ้าตัวยืนยันถึงน้องรัก "แดน-วรเวช ดานุวงศ์" ร่วมงานแน่ ๆ ยอร์ช เผยว่า ?ผมก็ยืนยันได้เลยครับ ว่ายังคงทำหนังแนวตลกที่คนดูอยู่ ดูแล้วอารมณ์ดี มีความสุขแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุด ยังไม่ใช่หนังเกย์อย่างที่มีข่าวออกมา ซึ่งตรงนี้ผมมีโอกาสได้คุยรายละเอียดต่างๆ กับแดนแล้ว เป็นอันเข้าใจตรงกันว่า หนังผมจะออกมาแบบไหน ผมก็บอกน้องไปว่า พี่เอมี่ ตั้งสไตล์ให้หนังเรื่องนี้ว่า?คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ? แดนฟังครั้งแรกก็ขำเลย ถามผมว่า คำนี้มันมีที่มาอย่างไร? มันมีที่มาก็ตรงที่ว่า พี่เอมี่มองว่าเนื้องานภาพยนตร์ มันก็ทำหน้าที่เหมือนเป็นทอล์กโชว์ ของผู้กำกับ เพียงแต่ ผู้กำกับไม่ได้ไปยืนต่อหน้าคนดูด้วยตัวเอง แต่เป็นการถ่ายทอดผ่านตัวชิ้นงาน ซึ่งผมยังสนุกที่จะถ่ายทอดความตลก ผ่านคำพูดไดอะล็อกต่าง ๆ ของตัวแสดงนะ ครั้งนี้มันคงจะต่างออกไป ตรงที่ว่าตลกแบบเรื่องที่ผ่านๆ มามันขำได้เลยไม่ต้องคิดต่อ คราวนี้มันเป็นคำพูดที่พูดไปแล้วตลกแบบจี๊ดๆ อาจจะหัวเราะหรือถึงกับหัวเราะไม่ออก บางคนอาจหัวเราะทั้งน้ำตา เพราะโดน! คือผมเอามุมที่เป็นเรื่องราวความรักมาเล่าให้มันตลกๆ มันเป็นความรักเบาๆ อมยิ้ม มันจึงไม่โรแมนติกมาก พอเอาสองอย่างมารวมกันมันเลยออกมาเป็นหนังแนวนี้ครับ แล้วก็ต้องขอบคุณ แดน ด้วยที่ยังเชื่อใจกันรีบเคลียร์คิวมาให้ ทั้งๆ ที่งานน้องก็รัดตัวมากครับ? ที่มาจากเดลินิวส์

หนังโลกที่เราอยากดู : The Way He Looks (2014)
Belle and Sebastian /  BIOSCOPE / 

The Way He Looks (2014) : ความรักไม่ต้องการเรตินา ไม่บ่อยนักที่จะมีหนังจากบราซิลเข้าฉายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ (ไม่นับตามเทศกาลหนัง หรือการฉายตามวาระพิเศษต่างๆ) แต่ที่น่าสนใจคือ หนังเรื่องนี้ถูกซื้อเข้ามาจัดจำหน่ายโดย 'คนดูหนัง' ที่หลงรักหนังเรื่องนี้อย่างเต็มเปี่ยม จนถึงขั้นลงทุนซื้อหนังมาฉายด้วยตัวเอง พร้อมเข้าฉายในไทยวันที่ 19 มีนาคมนี้แล้ว ที่สำคัญคือ หนังเรื่องนี้เป็นรัก (สามเส้่า) วัยรุ่นบราซิล ที่เล่าประเด็นเพศสภาพได้คมคาย แถมยังดำเนินเรื่องผ่านตัวละครเด็กหนุ่มตาบอดอีกด้วย!! ลีโอนาร์โด เด็กหนุ่มตาบอดแต่กำเนิดหน้าตาดีที่มีเพื่อนสนิทเป็นหญิงเก้งก้างชื่อ จิโอวานา ผู้คอยพาเขากลับไปส่งบ้านจนโดนพวกหัวโจกเรียกว่าหมานำทาง เธอดูจะแอบชอบเขาอยู่ ทว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อนักเรียนหนุ่มหล่อนาม กาเบรียล เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของชั้นเรียนที่เสียงเครื่องพิมพ์ดีดอักษรเบรลล์ของลี โอนาร์โดดังอยู่ตลอด นักเรียนใหม่เข้ามาสนิทสนมกับคู่เพื่อนสนิท ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะเริ่มจับสังเกตได้ว่าเพื่อนตาบอดของเธอน่าจะคิดกับกาเบรียลเกินเพื่อนซะแล้ว ผู้กำกับ เดเนียล ฆิเบโร (Daniel Ribeiro) เคยคว้ารางวัลหมีแก้ว (หนังเด็ก) สาขาหนังสั้นมาแล้วจาก Café com Leite (2007) ก่อนจะคว้ารางวัลแทบทั่วโลกจากหนังสั้น I Don’t Want to Go Back Alone (2010, เคยฉายในเทศกาลหนังสั้นของมูลนิธิหนังไทย) ซึ่งเรื่องหลังนี่เองที่เขาหยิบมาขยายบทให้กลายเป็นหนังยาวแล้วคว้าทุนจากเบอร์ลินทาเลนต์แคมปัส ทำออกมาเป็น The Way He Looks โดยใช้สามนักแสดงหลักทีมเดิม และเพิ่งไปชนะรางวัลเท็ดดี้ (หนังเกี่ยวกับ LGBT ยอดเยี่ยม) ที่เบอร์ลินปีล่าสุด หนังสั้น I Don’t Want to Go Back Alone (2010) ก่อนขยายมาเป็นหนังยาวในที่สุด https://www.youtube.com/watch?v=KiJbu7h2iEk โดยสิ่งที่โดดเด่นของหนังเรื่องนี้คือ การเป็นหนังรักวัยรุ่นที่กลมกล่อมทั้งในการนำเสนอประเด็นรักร่วมเพศที่มีมิติ ผสานเข้ากับเพลงป๊อปๆ ของ Belle and Sebastian และนักแสดงวัยรุ่นป๊อปๆนำไปสู่การเป็นหนังแบบสาววายที่เรียกเสียงกรีดร้องได้ไม่ยาก (เป็นเครื่องยืนยันต่อวงการหนังว่าเราสามารถจิ้นได้โดยไม่ต้องเสียสติเสมอไป) “คุณไม่มีทางได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมทางสายตา (visual culture) แน่ ถ้าเป็นคนตาบอด ชีวิตในโรงเรียนและระบบสังคมที่ขีดเส้นแบ่งเพศไว้เป็นชายหญิงอีกล่ะ คำถามสำคัญก็คือ แล้วทำไมลีโอนาร์โดถึงเป็นเกย์ หรืออย่างน้อยที่สุด ทำไมเขาถึงชอบผู้ชาย ทำไมเขาชอบกาเบรียล เขาไม่ได้ตัดสินจากหน้าตาด้วยซ้ำ” แม้ว่านักแสดงทีฆิเบโรเลือกมาตั้งแต่ฉบับหนังสั้นนั้นจะหล่อจนเราจินตนาการตามได้ไม่ยาก ถ้าสองคนนี้จะได้กัน “ในขณะที่เรามักเชื่อมโยงเรื่องทางเพศเข้ากับการมองเห็น การเลือกตัวละครเป็นคนตาบอดคือการกระตุกให้เกิดคำถาม” ใช่แล้ว ในเมื่อลีโอนาร์โดที่ตาบอดมาทั้งชีวิตย่อมไม่เคยจินตนาการถึงความรู้สึกประทับใจในเพื่อนเพศชาย ทำไมจึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นได้ล่ะ? หนังลงไปสำรวจความเป็นมนุษย์ของตัวละครทั้งสามภายใต้ความสัมพันธ์หวานๆ ชวนลุ้นนี้ได้อย่างน่าหลงใหลและมีชั้นเชิงเมื่อขยายเป็นหนังยาว ฆิเบโรยังคงแกนหลักของเรื่องไว้ครบถ้วนพร้อมกับเพิ่มประเด็นความเป็นวัยรุ่นที่เป็นสากลเข้ามา เมื่อลีโอนาร์โดเองก็รู้สึกอยากเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่เพียงในเรื่องเพศ แต่ในด้านทางเลือกของชีวิต ภายใต้ครอบครัวที่มีแม่ซึ่งเป็นห่วงจนแทบไม่ให้เขาได้ทำอะไรเอง – รวมถึงการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนที่ใช้ความผิดปกติทางร่างกายมาเป็นเครื่องเล่นสนุก และแน่นอนว่าตัวละครเหล่านั้นย่อมไม่อาจจินตนาการถึงความหลากหลายทางเพศได้ แม้จะล้อเลียนลีโอนาร์โดกับกาเบรียลว่าเป็นคู่เกย์กันก็ตาม “ผมดึงเอาส่วนประกอบที่เฉพาะตัวมากๆ ทั้งการที่ตัวละครเป็นเกย์กับเป็นคนตาบอด ดึงลงมาทำให้ดูสากลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครว่า เฮ้ย ฉันก็เคยรู้สึกแบบนี้ แอบชอบคนอื่นเหมือนที่ไอ้คนนี้เป็นเลย ทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนที่แตกต่างจากเรา” ผู้กำกับหนุ่มกล่าว “ทั้งหมดนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอดทนอดกลั้นเมื่อคุณพบเจอกับสิ่งที่ต่างจากความคุ้นเคยมากๆ หรือขัดกับความรู้สึกของตนเองมากๆ” รางวัลที่เคยได้รับ : Best Feature Film / รางวัล Teddy Award และ Audience Award อันดับ 2 สาย Panorama เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน เยอรมนี หมายเหตุ : อ่านเรื่องราวของคนรักหนังคนนี้ได้ ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=OY9RFKaZoDQ ***เรียบเรียงจาก BIOSCOPE : World Cinema Issue (Online Only At Okkbee)

เจ้าพ่อหนังเกย์เสนอเงิน 65 ล้าน จ้าง จัสติน บีเบอร์ ร่วมฉากเซ็กซ์
หนังเกย์ /  มีเซ็กซ์ / 

เจ้าพ่อหนังเกย์เสนอเงิน 65 ล้าน จ้าง จัสติน บีเบอร์ ร่วมฉากเซ็กซ์

สองพี่น้อง วาโชสกี้ แห่ง Matrix เปิดโปรเจ็คต์
CN 9 /  Gay movie / 

ขึ้นชื่อว่าสองพี่น้อง วาโชสกี้ ผู้สร้างสรรค์มหากาพย์ภาพยนตร์อย่าง The Matrix และล่าสุดงานกำกับ Speed Racer และอำนวยการผลิตอย่าง Ninja Assassin (เรน เล่นทั้ง 2 เรื่องเลย) ใครๆ ก็คงอยากจะรู้ว่าโปรเจ็คต์หนังเรื่องล่าสุด อย่าง CN9 ที่ร่ำลือกันว่าเป็นหนังเกย์อิรักนั้น จะออกมาหน้าตาอย่างไร รำลึกความหลัง ภาพจำจากหนัง The matrix กันหน่อย "นีโอ หลบกระสุน" เด็กๆ ที่บ้านจำไปทำ หลังเดาะกันเป็นแถวๆ "นีโอ หยุดกระสุน" เทพจริงๆ ท่าเตะเสยปลายคาง รู้จักกันดีในนาม "ท่าเตะของทรินิตี้" กลับมาที่หนังใหม่บ้าง เรื่องราวที่เปิดเผยแล้ว เกี่ยวกับ CN9 ก็คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์รักร่วมเพศ ที่เกิดขึ้นระหว่าง ทหารอเมริกัน และหนุ่มอิรัก  (อืม... Brokeback Mountain แห่งตะวันออกกลาง นั่นเอง) ขณะนี้ ทั้ง 2 พี่น้องกำลังคัดเลือกนักแสดงที่เหมาะสมมารับบทนำอยู่ จะไปแจ๊คพอตที่ดาราคนไหน? ก็น่าลุ้นนะเนี่ย จุดนี้ไม่แน่ใจ ว่า "นาย แลร์รี่ วาโชสกี้" ที่ปัจจุบันกลายเป็น "นางสาว ลาน่า วาโชสกี้" ไปแล้วนั้น คือเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดภาพยนตร์เรื่องนี้หรือเปล่า? แอนดี้ และ แลร์รี่ "ก่อนกำเนิดใหม่" เริ่มเป็นตัวของตัวเอง "เรียกชั้นว่า ~ ลาน่า" "ชั้นก็เป็นผู้หญิง!" CN9 เป็นศัพท์ทางการแพทย์ ใช้เรียกเส้นประสาทสมองเส้นที่ 9 (Glossopharyngeal nerve ทำหน้าที่รับรสชาติจากด้านหลัง 1ส่วน 3 ของลิ้น สั่งการต่อมพาโรติดให้หลั่ง และสั่งการกล้ามเนื้อสไตโลฟาริงเจียส (stylopharyngeus) ซึ่งจำเป็นในการรับความรู้สึกสัมผัส ความเจ็บปวด และอุณหภูมิ ความรู้สึกจะถูกส่งไปยังทาลามัสด้านตรงข้ามและไฮโปทาลามิก นิวเคลียสบางอัน ~ ข้อมูลจาก wikipedia) www.newsinfilm.com

เมื่อแปลชื่อหนังเทศเป็นภาษาไทย
คําผกผวน

----- Forwarded Message ---- From: พ่อเจ้าสระ อู To: Sent: Sat, July 31, 2010 11:15:22 AM Subject: [noolex] เมื่อแปลชื่อหนังเทศเป็นภาษาไทย Mummy.............................. แม่จ๋า Mummy Return.....................แม่จ๋ากลับมาเถอะ Gone with the Wind ..............ลอยไปตามลม xXx......................................หนังโป๊ X-Men ..................................ผู้ชายหื่น Flyboys ................................กระหัง ?? Dragonball.............................แก้วมังกร (อร่อยดี) Saving Private Ryan………………บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น James Bond Dr. No………………เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make senseสุดๆ) Catch me if you can ...............จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ) Pearl harbor……………………………ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา) Saw1 Saw2 Saw3 Saw4……………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4 Home alone.............................บ้านเดี่ยว Ghost Ship ..............................ผีเล่นพนัน What women want ................... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ) Women On Top .........................ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน U-571........................................คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ) 8MM.........................................8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย) A whole nine yard......................ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาว) 8Mile........................................12.87กิโลเมตร Ocean’s eleven…………………………11 มหาสมุทร Ocean’s twelve…………………………12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ) Eight below………………………………ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??) 20,000 leagues under the sea…………(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่) Mystic River ...............................แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม) Who am I...................................ผมเป็นใคร ? I am Sam....................................ผมคือยุรนันท์ Payback…………………………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด) Paycheck ....................................จ่ายด่วน ระวังเด้ง Pay it forward.............................จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน) Cheaper by the dozen.................เหมาโหลถูกกว่า อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ Twelve Monkeys..........................ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก) Charlie's Angel............................นางฟ้าของชาลี Charlie and The Chocolate Factory............... ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มีหลายอย่างจังนะชาลี) Firewall………………………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่) Star wars - return of the jedi…………กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์ Star gate……………………………………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน) Inside man…………………………………………ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ) Dirty Dozen………………………………………..โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ) Van Helsing.....................................รถตู้นรกร้องเพลง Deep Impact ..................................กระแทกลึกๆ Red Eyes ......................................ตาแดง (ไปหาหมอสิ) Tomorrow Never Dies ........................พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย Die Another Day .............................ตายวันอื่น(ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย) The man in the iron mask ....................คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด Toy Story................................................เรื่องของต้อย??? Iron will ……………………………………………..จะเหล็ก The Silence of the Lamb ........................ลูกแกะเงียบ(หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้) Die Hard..........................................(ตายแข็ง แข็งตาย) Con Air ...................................................................ข้าวโพดผึ่งลม Cast Away ..............................................................ขว้างไปไกลๆ Windtalkers ............................................................ ลมพูดได้ Million Dollar Baby ................................................ล้านดอลจ๊ะที่รัก Bigfish...................................................ปลาบึก The net..................................................ตาข่าย The Matrix.............................................ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์ The Fantastic 4........................................4 ยอดกุมาร Ultraviolet..............................................มหาม่วง (หนังเกย์) The Day After Tomorrow........................................มะรืนนี้ Notting Hill.............................................ไม่มีอะไรที่ภูเขา Cat Woman............................................แมวตัวเมีย Bat Man................................................ค้างคาวตัวผู้ เครดิต ที่นี่ดอทคอม พ่อ สระอู ช่างทองต้องพึ่งช่างชัก ช่างสลักต้องพึ่งช่างเขียน ช่างรู้ต้องพึ่งช่างเรียน ช่างติเตียนไม่ต้องพึ่งใคร -- **** รู้จักขอบคุณเมื่อได้รับ ขออภัยเมื่อผิดพลาด คือสิ่งที่สมาชิกกลุ่มพึงกระทำ **** กติกา ง่ายๆ ในกลุ่ม 0. ห้ามโพสเรื่องการเมือง หรือถกเถียงเรื่องการเมืองที่ จะก่อความวุ่นวายภายในกลุ่ม ฝ่าฝืนแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 1. ห้ามโพสรูปภาพหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางเสื่อมเสีย 2. ห้ามใช้วาจาหยาบคาย ห้ามบ่นว่าเมล์ หรือ reply เยอะ 3. ห้ามโฆษณาที่หวังผลประโยชน์ทางการค้า ใครโพสแบนทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบ 4. ไม่ได้รับเมล์อีกกดลิงค์นี้ http://groups.google.com/groups/bounced 5. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ 6. ห้ามส่ง Invite เวปบิทเข้ากรุ๊ปโดยเด็ดขาด 7. ห้ามใช้ตัวหนังสือ สีแดงใหญ่ในการโพสเมล์ปกติ     - ส่งเมล์เข้ากลุ่มได้ที่ - สมัครรับเมล์-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ - ลาออกจากกลุ่ม-ส่งเมล์เปล่ามาที่ noolex+ * ทั้งสมัครและลาออก ต้องยืนยันลิงค์จากระบบทุกครั้ง   อย่าลืมนะคะ มีอะไรก็แบ่งปัน ^ นู๋เล็ก ^ Group's Owner (-`๏’•ิ__•ิ`๏’-)

เอาความเหงาไปทิ้งทะเล กับภาพชุดใหม่จาก สัญญาแห่งคิมหันต์ โดยผู้สร้าง Timeline
Dolphin film /  Summer to winter / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างมาให้ชมกันไปก่อนหน้า ครั้งนี้ สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ภาพยนตร์โรแมนติก อบอุ่นเค้ลาเสียงคลื่น ของความรักชาย-ชาย จากผู้สร้าง Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด ที่จะพาคุณผู้ชมไปร่วมสุข เศร้า เหงา ซึ้ง กับเรื่องราวดีๆ ที่คุณไม่ควรพลาด โดยล่าสุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ปล่อยภาพนิ่งชวนอุ่นหัวใจออกมาให้ชมอีกหนึ่งชุดใหญ่ ตามไปดูภาพเต็มๆ ที่ด้านล่างสุดกันได้เลย สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ถูกเขียนและพัฒนาขึ้นมาจาก แรงบันดาลใจเล็กๆที่มีเรื่องราวของความเหงาในจิตใจของคน โดยมีสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศที่ใครหลายคนคงได้ยินกันว่าเอาความเหงาความเศร้าไปทิ้งไว้ที่ทะเล และเช่นเดียวกันบ่อยครั้งที่คนเรามีความสุขมักจะไปสังสรรค์กันที่ทะเล ก่อให้เกิดจุดประกายเล็กๆที่เป็นแรงบันดาลใจที่จะนำเรื่องราวของความเหงาและความสุข มาร้อยเรียงกันจนเป็นเรื่องราวของ สัญญาแห่งคิมหันต์ จากค่าย Dolphin film ผลงานเรื่องก่อนหน้านี้ของค่าย อย่าง Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด เล่าเรื่องความรักผ่านกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปผสมผสานกับรูปแบบต่างๆของความรัก จนเกิดเป็นกระแสชื่นชมอย่างมากมายในโลกโซเชี่ยลเน็ทเวิร์ค และถูกพูดถึงในแง่มุมที่มีความเป็นหนังรักฉบับเพศที่สามที่มีความซึ้งกินใจ ประทับใจต่อผู้ชมหลายๆคน ต่อมาทางค่ายตลอดจนผู้กำกับและคนเขียนบท จึงได้พยายามให้ภาพยนตร์ที่จะสร้างต่อจากนั้นมีความเป็นแบบแผน และลักษณะเฉพาะของทางค่ายมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมาสู่ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องความรักและมิตรภาพอย่าง สัญญาแห่งคิมหันต์ ในที่สุด สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ทีมนักแสดงคุณภาพ มารับบทสุดเข้มข้น โดยเฉพาะตัวละครหลัก ที่เฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ มานานหลายเดือน จนมาลงตัวที่ บ๊อด ราชสัก พนาสันติภาพ รับบท "คิมหันต์" หนุ่มน้อยน่ารักยิ้มมีเสน่ห์ และ วอร์ม อัทธนีย์ โตคีรี รับบท "ตั้ม" เด็กหนุ่มโลกส่วนตัวสูง พูดน้อยขยันเก็บความรู้สึกและปัญาหาต่างๆไว้กับตัว มีเพียงการถ่ายภาพและกล้องคู่ใจของเขาเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนแก้เหงา อีกทั้งร่วมด้วยนักแสดงสมทบอีกมากมาย อาทิเช่น พลอย มลสิชา วงษ์สุนทร, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวณิชย์, เอกชัย ศรีวิชัย, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์,  ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และ ดีเจ มะตูม ร่วมสุขเศร้า เหงาเคล้ากลิ่นอายทะเล ไปกับ สัญญาแห่งคิมหันต์ Summer to winter ได้ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ ได้ที่นี่ แถมพิเศษด้วยมิวสิควีดีโอเพลง ไม่เปลี่ยนไป เพลงประกอบภาพยนตร์ สัญญาแห่งคิมหันต์ โดย ดิว ภูการ ---------------------------

จี้วธ.คุมเข้ม
...ในขวด /  Anu Dalam Botol / 

นายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ. นาย ชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้ายุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก พร้อมด้วยนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง นำสมาชิกทั้งผู้ใหญ่ และนักเรียน ประมาณ 40 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึก และแสดงละครล้อเลียนเรียกร้องให้ วธ.ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายในละคร และภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เนื่องในเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนรณรงค์ ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยมีนายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ.เป็นผู้แทนรับหนังสือ นายชินพัฒน์กล่าวว่า ข้อเรียกร้อง 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ให้เข้มงวดกับผลงานละคร ภาพยนตร์ที่จงใจสื่อมิติความรุนแรง กดขี่ทางเพศ ดื่มเหล้าทุบตี จนกลายเป็นการบ่มเพาะ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อเด็กและเยาวชน และคนในสังคม 2.ให้ส่งเสริมภาพยนตร์ ละคร และรายการโทรทัศน์ รวมถึง มิติทางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่สนับสนุนความเสมอภาคหญิงชาย บทบาทของผู้ชายที่ดี ผู้ชายที่รับผิดชอบครอบครัว ไม่ปลูกฝังค่านิยมแบบชายเป็นใหญ่ และ 3.สร้างพื้นที่ ช่องทางสำหรับสาธารณชน เพื่อใช้ร้องเรียน หรือเสนอแนะสื่อต่าง ๆ ทั้งที่เหมาะสม และไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน "เห็นว่าความรุนแรง วัฒนธรรมผู้ชายเป็นใหญ่เผยแพร่ผ่านละคร และภาพยนตร์เกือบทุกช่อง ถามว่ามาตรการของรัฐในการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ หรือเรตติ้ง ซึ่งใช้สัญลักษณ์ น, ท, ฉ กำกับได้ผลหรือไม่ คิดว่าละครบางเรื่องควรฉายหลัง 4 ทุ่ม แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะกระแสทุนนิยมแรง สื่อประเภทนี้มีผลประโยชน์เยอะ กลายเป็นแค่ว่าให้คอยเฝ้าระวังสื่อ ที่สำคัญจากการประเมินผลการจัดเรตติ้ง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ผล เพราะปัญหายังมีเหมือนเดิม" นายชินพัฒน์กล่าว นายปรารพ กล่าวว่า วธ.ยินดีรับข้อเสนอของเครือข่ายฯ และจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อผลักดันข้อเสนอเป็นวาระแห่งชาติ และจะประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหามาตรการควบคุมการใช้พฤติกรรมความรุนแรง และภาพความไม่เหมาะสมในละคร และภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดให้ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตภาพยนตร์ ประเมินตนเอง เพื่อจะได้ทราบว่าละครที่ผลิตสู่สาธารณชนเหมาะสมเพียงใด ที่มา : มติชน

Lost in Paradise สวรรค์แกล้งให้รัก
Lost in Paradise /  หนังเกย์ / 

ภาพยนตร์ดราม่าจากเวียดนามที่เล่าเรื่องของคนชายขอบในสังคม และโหยหาความรักความเข้าใจ หนังเล่าโดยผสมพล็อต 2 เส้นเข้าด้วยกัน เรื่องแรกนั้นว่าด้วยรักสามเส้าของผู้ชายสามคน โขย ถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านที่นาจางเพราะรับไม่ได้ที่เขาเป็นเกย์ เด็กหนุ่มจึงมุ่งหน้าสู่ไซ่ง่อนและมาพักอาศัยอยู่กับเพื่อนชื่อ ดง โดยฝ่ายหลังนั้นพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าร่วมกับแฟนหนุ่มของเขาซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการขายตัว เรื่องที่สองนั้นเล่าถึงชายที่สติไม่สมประกอบคนหนึ่ง เป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้าน เขาพยายามทาอาชีพเลี้ยงเป็ด แต่ก็เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น อยู่มาวันหนึ่ง เขาไปตกหลุมรักหญิงแปลกหน้า ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า เธอเป็นโสเภณี ที่คอยบริการผู้ชายในตอนกลางคืน Lost in Paradise เปิดตัวในเทศกาลหนังดังๆ อย่างปูซานและแวนคูเวอร์ ผลงานจากคนทาหนังชาวเวียดนาม วูง็อกดัง ที่สะท้อนความเป็นไปในสังคมร่วมสมัยของเมืองใหญ่อย่างไซ่ง่อนแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซอกหลืบที่ไม่มีใครสนใจจะรับรู้ จนสื่อเรียกหนังเรื่องนี้ว่า เป็นหนังเกย์เรื่องแรกของเวียดนาม ซึ่งบรรยากาศอันอึมครึม หม่นเศร้า บ่งบอกถึงสภาวะอันเงียบเหงาในจิตใจตัวละคร ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ House RCA เท่านั้นครับ*** -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่าง (แบบสั้นๆ) Teacher and Student ครูและนักเรียน
ครูและนักเรียน /  Demon666production / 

ในสังคมปัจจุบันที่เปิดกว้างเรื่องความรักและเพศสภาพ ทำให้เกิดภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเพศที่สามมากขึ้น ตามลำดับ โดยในครั้งนี้ Demon666production ได้นำเสนอเรื่องราวชวนจิ้นครั้งใหม่ ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า เรื่อง ครูและนักเรียน Teacher and Student

funny /  ขำๆ / 

เรื่องตลก แปลชื่อหนัง   Mummy.............................. แม่จ๋า Mummy Return.....................แม่จ๋ากลับมาเถอะ Gone with the Wind ..............ลอยไปตามลม xXx......................................หนังโป๊ X-Men ..................................ผู้ชายหื่น Flyboys ................................กระหัง ?? Dragonball.............................แก้วมังกร (อร่อยดี) Saving Private Ryan………………บัญชีสะสมทรัพย์ส่วนตัวของคุณไรอั้น James Bond Dr. No………………เจมส์ พันธบัตร ตอน คุณหมอปฏิเสธ (make senseสุดๆ) Catch me if you can ...............จับฉันถ้าคุณกระป๋อง (เวอร์ชั่นซับนรกจริงๆ) Pearl harbor……………………………ท่าไข่มุก (อำเภอ ท่ามะกา) Saw1 Saw2 Saw3 Saw4……………เห็นแล้ว1 เห็นแล้ว2 เห็นแล้ว3 เห็นแล้ว 4 Home alone.............................บ้านเดี่ยว Ghost Ship ..............................ผีเล่นพนัน What women want ................... ผู้หญิงอยากอะไร (นั่นน่ะสิ) Women On Top .........................ผู้หญิง (อยาก) อยู่ ข้างบน U-571........................................คุณไม่ใช่คนแรก (อิอิ) 8MM.........................................8 มิลลิเมตร (โห โคตรสั้นเลย) A whole nine yard......................ยาวทั้งหมด 9 หลา (นี่ก็โคตรยาว) 8Mile........................................12.87กิโลเมตร Ocean’s eleven…………………………11 มหาสมุทร Ocean’s twelve…………………………12 มหาสมุทร (เป็น 20 มหาดินสอ) Eight below………………………………ใต้เลขแปด (เลขเจ็ด ??) 20,000 leagues under the sea…………(ใต้ทะเลมีบอลให้แทงอีกหลายคู่) Mystic River ...............................แม่น้ำ น่าสงสัย (อืมม) Who am I...................................ผมเป็นใคร ? I am Sam....................................ผมคือยุรนันท์ Payback…………………………………….จ่ายคืนหลัง (เพราะกองหน้าโดนประกบหมด) Paycheck ....................................จ่ายด่วน ระวังเด้ง Pay it forward.............................จ่ายล่วงหน้า (สงสัยเป็นระบบเติมเงิน) Cheaper by the dozen.................เหมาโหลถูกกว่า อันนี้เป็นชื่อไทยตามแบบหนังสือเด๊ะๆ Twelve Monkeys..........................ลิงโหลนึง (บอกแล้วว่าเหมาโหลมันถูก) Charlie's Angel............................นางฟ้าของชาลี Charlie and The Chocolate Factory............... ชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต (มีหลายอย่างจังนะชาลี) Firewall………………………………………กำแพงไฟ (ละครช่องเจ็ด หรือเปล่าพี่) Star wars - return of the jedi…………กำแพงดาว (ก็ได้ยินเป็น Star wall อะ) ภาคกลับรถที่เจดีย์ Star gate……………………………………ประตูดาว (ภาคต่อของเรื่องข้างบน) Inside man…………………………………………ข้างในคนผู้ชาย (หนังเรียนผ่าตัดของคณะแพทย์เหรอ) Dirty Dozen………………………………………..โหลสกปรก (ก็เอาไปล้างสิ) Van Helsing.....................................รถตู้นรกร้องเพลง Deep Impact ..................................กระแทกลึกๆ Red Eyes ......................................ตาแดง (ไปหาหมอสิ) Tomorrow Never Dies ........................พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย Die Another Day .............................ตายวันอื่น(ก่อนหน้านี้มันบอก พรุ่งนี้ก็ไม่ตาย) The man in the iron mask ....................คนผู้ชายในหน้ากากเตารีด Toy Story................................................เรื่องของต้อย??? Iron will ……………………………………………..จะเหล็ก The Silence of the Lamb ........................ลูกแกะเงียบ(หนังเศร้า ชีวิตลูกแกะใบ้) Die Hard..........................................(ตายแข็ง แข็งตาย) Con Air ...................................................................ข้าวโพดผึ่งลม Cast Away ..............................................................ขว้างไปไกลๆ Windtalkers ............................................................ ลมพูดได้ Million Dollar Baby ................................................ล้านดอลจ๊ะที่รัก Bigfish...................................................ปลาบึก The net..................................................ตาข่าย The Matrix.............................................ติวคณิต พิชิตเอ็นทรานซ์ The Fantastic 4........................................4 ยอดกุมาร Ultraviolet..............................................มหาม่วง (หนังเกย์) The Day After Tomorrow........................................มะรืนนี้ Notting Hill.............................................ไม่มีอะไรที่ภูเขา Cat Woman............................................แมวตัวเมีย Bat Man................................................ค้างคาวตัวผู้ ที่มาจาก http://variety.teenee.com/foodforbrain/28294.html

เสียดายตังค์ไหม ถ้าหนังที่ดูเป็นหนังเกย์
ความรัก /  หนังชายรักชาย / 

หนังเกย์ หนังชายรักชาย ดูหนังเกย์แล้วเสียดายตังค์ไหม... สวัสดีค่ะพบกันเป็นประจำทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ดิฉันผู้หญิงวันวาน Women Mthai รายงานตัวค่ะ... ก่อนอื่นดิฉันขอปรบมือให้สนั่นลั่นเมืองกันอีกสักครั้งกับการประสบความสำเร็จที่เรียกว่าเหลือล้นเลยก็ว่าได้ของภาพยนตร์รักหลากสไตส์ หรือรักหลากรส ก็ว่าได้ จะเป็นภาพยนตร์เรื่องไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่ "รักแห่งสยาม" ก็แหมเค้าเหมาไปหมดทั้งเวทีสุพรรณหงษ์ รวมถึงเวทีสมาคมนักวิจารณ์บันเทิง ซึ่งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถือเป็นสุดยอดแห่งความภาคภูมิใจของคนทำหนัง... เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เผอิญดิฉันมองซ้ายแลขวา เห็นมีภาพยนตร์เกาหลีกำลังจะมาฉายในเมืองไทยในเร็ววันนี้ " No Regret " ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าว เป็นเรื่องราวความรักเมื่อ 'ชายหนุ่มพบรักกับชายหนุ่ม' โดยหนุ่มน้อยคนแรกไปขโมยเงินบนรถบัสของหนุ่มใหญ่อีกน เรื่องราวความรักต้องห้ามของทั้งคู่จึงเริ่มขึ้น โดยมีกำหนดออกฉายปลายเดือนมีนาคมที่เกาหลี เมืองไทยมาแน่แต่รอสักนิดนะคะ ดิฉันในฐานะผู้หญิงวันวาน Women Mthai อยากให้สังเกตและอยากให้ดูในรายละเอียดลึกซึ้งของภาพยนตร์เรื่องนี้ "เรื่องนี้ถูกกล่าวขวัญถึงไม่น้อย จากการเปิดฉายในไม่กี่โรงภาพยนตร์ในเกาหลีและกอบโกยรายได้ไป อย่างมหาศาล มันน่าประหลาดใจที่ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายเรื่องนี้สามารถสร้างปรากฏการณ์เช่นนั้นได้ในประเทศที่ มีความเป็นผู้ชายสุดโต่ง สุดตัว และที่สำคัญเกาหลีมีแนวคิดที่ยึดมั่นของระบอบวัฒนธรรมแบบที่มองว่าผู้ชายเป็นใหญ่ที่สุดซึ่งแน่นอนอาจจะหาไม่ได้ในญี่ปุ่น หรือ แม้แต่ในความภูมิใจของความเป็นชายแบบไทยๆ ก็ตาม ในเกาหลีผู้ชายเป็นมากกว่าผู้นำครอบครัว( คุณอย่ามาทำหน้างง นะคะ ) ในที่นี้ก็คือมากกว่าลูกชายที่ต้องสืบตระกูล และหากความเป็นผู้ชายของคุณคือการเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยแล้ว นั่นอาจหมายถึงการต้องหลบซ่อนพฤติกรรมดังกล่าวจากพ่อแม่ เพื่อนฝูง และสังคมที่คุณต้องเกี่ยวข้อง การเป็นเกย์ในเกาหลีไม่ใช่เรื่องที่ควรภาคภูมิใจเลยสักนิด " ฉะนั้น "No Regret" จึงเป็นภาพยนตร์ที่ท้าทายสังคมแดนกิมจิอย่างจริงจัง ( คุณว่าไหมค่ะ ) ดิฉันผู้หญิงวันวานWomen Mthai ก็อดคิดไม่ได้ว่าหนังเกย์ หรือ หนังชายรักชาย หนังรักหลากรส ที่เค้าทำออกมาขายไม่ว่าจะเป็น "Brokeback Mountain" จากฝั่งฮอลลีวู้ด , ETERNAL SUMMER หรือไม่ว่าจะเป็น Go Go G-Boy จากไตหวัน และ "เพื่อนกูรักมึงว่ะ" รวมถึง "รักแห่งสยาม" จากเวทีพี่ไทยบ้านเราเองนั้น คุณคุณเคยคิดกันไหมว่าผู้ผลิตเค้าคุ้มค่าหรือมีกำไรจากการผลิตหนังแนวนี้หรือไม่ ? หรือเค้าคิดทำเพราะใจรักกันแน่ หรือคิดว่าต้องคว้ารางวัลได้แน่ๆ ก็คุณคุณเห็นไหมล่ะค่ะว่าแต่ละเรื่องที่ดิฉันพูดไปได้รางวัลแบบเกินหน้าเกินตากันแทบทุกเรื่อง ทำเอาคนทำหนังยิ้มหน้าบานหุบไม่ลง ภูมิใจไปจนวันตายว่า "ข้าทำหนังไม่ได้หวังรายได้ แต่มีคุณภาพ " หลายครั้งที่ หนังเกย์ หนังชายรักชาย หนังรักหลากรส เข้าฉายในบ้านเรา ไม่ต้องเรื่องอะไร "รักแห่งสยาม" ล่ะกัน (ขอเมาท์หน่อยล่ะกันนะคะ ...ไหนๆ ก็ได้รางวัลมาซะเยอะ ) หนังเรื่องนี้คุณคุณเชื่อไหมค่ะว่ามีปรากฎการณ์หนึ่งที่ดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติทุกครั้งที่ดิฉันไปร่วมงานแถลงข่าวหนังรอบสื่อมวลชน หนังทุกเรื่องทุกครั้งที่ฉายจบ ทุกคนส่วนใหญ่จะปรบมือเป็นเกียรติให้ทุกครั้งทุกเรื่องไป ...แต่นั้นคือรอบสื่อมวลชนรอบแรก รอบพิเศษเท่านั้น แต่คุณคุณเชื่อไหมค่ะว่า... น่าแปลกใจไหมที่ "รักแห่งสยาม" ฉายผ่านไปได้เป็นอาทิตย์ ๆ แล้ว แต่ที่สยามพารากอน ( ไม่รวมถึงทุกโรงนะคะ..อย่ามาเมาท์ล่ะ )พอหนังเรื่องนี้จบลงคนในโรงปรมมือกันจนดิฉันปลื้มใจแทนคนทำหนังซะจริง ๆ ( ในใจคิดอยากให้คนทำหนังมาได้ยิน มาได้เห็นซะเหลือเกิน ...) แต่ประเดี๋ยวก่อนค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะหมั่นใส้ดิฉันว่าชื่นชอบออกหน้าออกตา ปล่าวค่ะคนบ่นก็มีเยอะ โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งดิฉันถามความเห็นคนรอบข้างที่เป็นชายจริง หญิงแท้ หลายคนตอบดังๆ ชัดๆ ว่าไม่ดู " หนังเกย์ " ดิฉันก็งง และคิดตามว่าเค้าไม่ดู ไม่สนใจเลยว่ารายละเอียดพลอตเรื่องจะเป็นเช่นไร แค่พอรู้ว่าเป็นหนังเกย์หลายคนก็ส่ายหน้าแล้ว ก็มากลับมาคำถามเดิมแหละค่ะว่า หนังเกย์ หนังชายรักชาย ที่กระแสดังสุดของเกาหลีจะมาฉายในบ้านเรา คุณคุณ จะเสียเงินไปดูกันไหมค่ะ.....อย่างไรก็ตามดิฉันคงไปแหละค่ะ แล้วจะมาเมาท์ให้ฟังต่อไป Story : ผู้หญิงวันวาน Women Mthai

เกย์ - ทอม สมานฉันท์ วีเจ.จ๋า ฮาสุดๆ
คริตกะจ๋า /  ชาคริต / 

หนึ่ง ธนาธรจากเดิมหนังใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่าValentine ก่อนจะมาใช้ชื่อไทยว่า "คริตกะจ๋า บ้าสุดๆ" ฟังดูย่ำแย่พอๆกัน เหมือนไม่รู้จะตั้งว่าอะไร ชื่อภาษาอังกฤษก็ "ง่ายซ๊า...า" ชื่อภาษาไทยก็ ตั้งเหมือนคนหมดมุก ก็เอาชื่อดารานี่แหละว๊า ขายชื่อดารามันซะเลย แต่ตัวหนังกลับมีดีกว่าชื่อง่ายๆนั้นมากมาย เก่ง (ชาคริต แย้มนาม) เกย์ไฮโซเจ้าของธุรกิจพลาสติก ที่กำลังตามล่ารักจากผู้ชายชื่อ กาย(หลุยส์ พงษ์พันธ์) ขณะที่ แพร ทอมเศรษฐีเจ้าของโรงแรมก็กำลังวาดหวังความรักจากสาวสวยชื่อ แพร(จิ๊บ ปกฉัตร) จะด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิตหรืออย่างไรก็สุดคาดเดา ทั้งสองขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาพบว่า ทั้งสองสลับร่างกัน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นวายที่เกิดตามมาเว้ากันซื่อๆ ก็ต้องขอบอกว่า หลังจากที่หนังไทยที่สร้างเกี่ยวกับ เพศทางเลือก มักจะจบลงด้วยความโศกเศร้าร้าวราน ประมาณว่า "ชาตินี้ไม่มีวันที่พวกมรึงจะได้สมหวังกันหร๊อก" หนังเรื่องนี้เสนอตัวที่จะเป็น "เทพประทาน" ให้มวลเหล่าชาวเพศทางเลือกได้มีโอกาสชื่นชมสมประดีกับเขาบ้างหนังเริ่มต้นด้วยพล็อตเรื่องในแบบที่อาจจะกลายเป็น หนังฮาบ้าบอไร้สติ หนังเกย์ กะเทย เหมือนที่สร้างๆกันมา แต่เมื่อหนังเดินไป หนังก็จะเริ่ม "ปล่อยของ"ออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็น"ของดี" ที่น่าลิ้มลอง ผ่านงานแสดงระดับสุดยอดของสองดารานำ ชาคริต กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช พร้อมด้วยทีมนักแสดงสมทบที่เลือกเฟ้นมาได้ลงตัวสุดๆทุกตัวละครเมื่อเรื่องเดินไปใกล้จะจบ หนังเกือบจะกลายเป็น "หนังกะเทยเห็นแก่ตัว กับ ทอมใจประเสริฐ" ที่มีสิทธิ์โดนเกย์ประท้วงแน่ๆ (โดยยัยอะไรสักคนที่ชอบออกมาประท้วงบ่อยๆนั่นน่ะ) แต่เมื่อเดินไปถึงตอนจบเข้าจริง หนังก็ทำหน้าที่ตาม เจตนารมย์ที่ตั้งใจแต่ต้นคือ "ทำให้ชาวเพศทางเลือกได้สมหวังบนจอเสียที""ผู้ชาย" ที่กลายเป็นเพศที่เจ้าเล่ห์และร้ายกาจที่สุดในเรื่อง ก็ได้บทเรียนอย่างสาสม ที่ปรากฏในตอนท้ายเรื่อง ชนิดที่ถ้าคุณไม่นั่งดูให้ถึงภาพสุดท้ายของหนังจริงๆ คุณมีสิทธิ์พลาด ไคลแมกซ์สำคัญนี้แน่นอนแต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผมขอไม่เปิดเผยอะไรให้มากมาย ด้วยเกรงว่าจะเสียอรรถรส แต่ขอให้คุณๆไปชมด้วยตัวเองน่าจะดีกว่าขอปรบมือดังๆให้กับ จ๋า ณัฐฐาวีรนุช หลังจาก "จุดระเบิด" จากบทบาทในหนัง "แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า" ที่ทำให้ผู้คนได้เห็นว่า เธอเล่นหนังแนวโรแมนติก คอเมดี้ได้ดีมาก มาเรื่องนี้ เธอยิ่ง "เปล่งประกาย"แจ่มชัดที่สุด เธอเล่นได้พริ้วมาก ทั้ง ตลก เซ็กซี่ อ่อนไหว จะให้เธอหน้าเยิน หน้ายับ หน้าตลก ไปจนกระทั่ง อวดเต้าทำนมปริ่ม อวดลีลาเฉียดเอ็กซ์ "จ๋า จัดให้"เธอปล่อยลูกบ้าเหมือนโด๊ป M150 เกินวันละ 2 ขวด เธอเล่นได้มีสีสันมันส์กระจายสุดๆณ วันนี้ ผมขอมอบตำแหน่ง "เจ้าแม่หนังโรแมนติก คอมเมดี้" ให้เธอโดยดุษฏี ชนิด "ใครแย่ง...กรูตบ"! ขอบอกว่า ผมชื่นชมโสมนัสเธอจากหนังเรื่องนี้มั่กๆชาคริต หนึ่งในนักแสดงชายที่ผมชื่นชม ในฐานะที่ที่ผ่านเขาเป็นนักแสดงที่เล่นบทได้หลากหลาย และแต่ละบทเขาก็เล่นได้อย่าง "มีดีไซน์" ซึ่งเท่าที่เห็นชัดๆ ผมเห็นมีอยู่แค่ พงษ์พัฒน์,นพพล,ศรัณยู,ฉัตรชัยและ ชาคริตเท่านั้น ชาคริต ทำให้บททอม ในร่างกะเทย ดูมีมิติ ลุ่มลึก อ่อนไหว ขณะที่ วีเจจ๋า ขโมยซีนในส่วนที่เป็น คอมเมดี้ ชาคริต ก็เก็บแต้มในส่วนที่เป็น ดรามา ชนิดที่ผู้ชมต้องหลั่งน้ำตาแน่ๆอีกรายที่ให้การแสดงระดับ "เปล่งประกาย" นอกจาก วีเจ.จ๋า ก็คือ หลุยส์พงษ์พันธ์ที่เล่นได้ ฮา อึ้ง ทึ่ง เสียวสุดๆ หลังจากเรื่องนี้ เขาจะมีงานวิ่งชนอีกเพียบแน่นอน ดูเหมือนตำแหน่ง "เจ้าพ่อหนังฮา"ของ อนันต์ บุนนาคจะเจอ ตัวตายตัวแทนเข้าให้แล้วชอบมากกับการเลือกทีมสมทบ 4 ตัวละคร คือ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม กับ แจ๊ค แฟนฉันในบทเพื่อนกะเทยของ เก่ง และ จิ๊ก เนาวรัตน์ กับ อ้น ศรีพรรณ ในบท ทอมเพื่อนของ แพร ทั้ง 4 เล่นกันได้มันส์มากๆ จนรู้สึกเสียดายว่าบทน้อยไปหน่อยเจี๊ยบ เชิญยิ้ม ดูดีมากในบท กะเทยแต่งหญิง หลังจากที่เคยเห็นเขาเล่นใน"อีส้มสมหวัง" แจ๊ค แฟนฉันในมาดกะเทยเด็กในเรื่องนี้ ทำให้ผมเห็นว่า "โก๊ะตี๋"เจอคู่แข่งเข้าให้แล้ว เหมือนตอนที่ ลูกเกด เมทินี เจอเบียดรัศมีโดย อั้ม พัชราภา อย่างไงอย่างงั้น ถ้าไม่ ระวังหลัง"โอกาสที่ โก๊ะตี๋ จะถูกทาบรัศมีบทกะเทยโดย แจ๊ค แฟนฉัน มีอยู่เห็นๆอ้น ศรีพรรณ ไปได้สวยกับบทตกลอยู่แล้ว จิ๊ก เนาวรัตน์ ทำให้ผมนึกถึงเธอในหนังดังในอดีตเรื่อง "ปูลม" ที่เธอเล่นเป็นนางเอกที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย ในเวอร์ชั่น อีกหลายสิบปีต่อมาที่ "ปูลม" กลายเป็น "ทอม" ฮาไม่แพ้กันผมชอบไอเดียที่ คนสองคนที่กำลัง "ตามล่าหาความรัก" มาขับรถชนกันบนสะพานสารสิน ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สะพานแห่งความรัก" ที่กลายเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้ตัวละครได้ค้นหาหัวใจตัวเอง ไอเดียนี้ทำให้พล็อตหนังที่ดู "ตลาดจ๋า" ดู"ขลัง" ขึ้นมาทันที ถือเป็นการสืบสานตำนานรักอมตะของสะพานรักสารสินให้คงอยู่ต่อไป ด้วยมุมมองที่เปี่ยมอารมณ์ขัน แต่มากมายด้วย หัวใจที่อุดมรักฉากที่ เก่ง กะ แพร ขับรถชนกันเพื่อจะคืนร่างในตอนจบ จะกลายเป็น "ฉากรักขลังๆ" ที่น่าจดจำไปอีกนานอาจสรุปได้ความว่า นี่เป็นหนังที่ชื่อเรื่องไม่ชวนให้คาดหวัง "อะไรมากมาย"แต่ที่จริงแล้ว หนัง "ให้มากกว่า" ในการเรียนรู้ถึง ความรักโดยเฉพาะ ในกลุ่มเพศทางเลือกที่หนนี้แสดงให้เห็นว่า มีคนพยายามจะเข้าใจพวกคุณมากขึ้น.ที่มา หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

Magic Mike : เขย่าฝันสะบัดซิกแพค ในโลกมายา ไปกับหนุ่มที่ชื่อ ไมค์
Chaning Tatum /  Gay / 

เป็นหนังที่ค่ายในไทยได้โปรโมทออกนอกหน้าไว้เหมือนละม้าย จะคล้ายหนังที่ขายแต่ ซิกแพ็ค ของเหล่า หนุ่มๆ อาทิ แชนนิ่ง เททั่ม และอีกมากมาย โดยที่หารู้ไม่ว่าเนื้อเด็ดที่สุดของหนังมันกลับอยู่ที่ภายในซิกแพคเหล่านั่น ที่ตัวหนังได้เข้าฉายให้คนทุกเพศ แต่ไม่เหมาะกับทุกวัยเข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ แชนนิ่ง เททั่ม ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด เมื่อ อดัม เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกัน Magic Mike กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่หลังจากที่เห็นเนื้อหนังในตอนแรก หลายๆคนก็ต่างสาปแช่งว่าตัวหนังจะไม่ได้ทั้ง กล่องเงิน และ คำวิจารณ์ แต่หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาคนที่แช่งเหล่านั่นก็ต้องตกเก้าอี้กันไปหลายขมับ เพราะตัวหนังเปิดตัวสูงถึง 39 ล้านเหรียญ ซึ่งมากทีเดียวสำหรับหนังเรต อาร์ พร้อมทั้งยังได้รับคำชมจากมะเขือเน่าไปสูงถึง 79% อีกด้วย โดยดูเหมือนจะเป็นขาขึ้นของผู้กำกับคนเก่งอย่าง สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก จริงๆ เพราะหลังจากในปีที่แล้วพาเราไปติดเชื้อไวรัสใน Contagion มาแล้ว แถมต้นปีก็ยังพาเราไปลุยกับสาวสุดห้าวใน Haywire ก็ดูเหมือนกับว่าการที่ผู้กำกับผลิตหนังมาถี่ประมาณ 1-2 เรื่องภายในแต่ละปี จะไม่ใช่ปัญหาในด้านของคุณภาพในตัวหนังเลยสักนิด ต่างจากผู้กำกับอีกหลายๆคนที่รีบผลิตหนังโดยไม่สนคุณภาพ เพราะดูเหมือนว่า Magic Mike จะกลายเป็นหนังที่เตรียมติดหนังสร้างชื่อให้กับผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากการที่หนังได้มีการตลาดแนวขายทั้งเหล่าหญิงแท้ และ หญิงเทียม ได้อย่างอยู่หมัด เนื้อในของหนังก็ยังถือว่าสามารถมัดใจคนดูทุกเพศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เพราะ Magic Mike เป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวของ ความฝัน , การใช้ชีวิต และ กาลเวลา ของมนุษย์เรา ที่หนังได้ตั้งโจทย์ที่จี๊ดโดนใจไว้ว่า 'ในตอนเราวัยรุ่น พวกเราหลายๆคนก็ต้องการแค่ชีวิตที่สุดเหวี่ยง แต่หลังจากเราเลยวัยนั่นมาแล้ว สิ่งที่เราต้องการมันกลับเป็นความมั่นคงในชีวิตเสียมากกว่า' ผ่าน 2 ตัวละครหลักอย่าง อดัม และ ไมค์ โดยหนังสามารถถ่ายทอดประเด็นเหล่านั่นผ่านการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะให้ คนดู มีความรู้สึกเป็นตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม ที่ในทีแรกหนังก็จะพาเราหลงเสน่ห์ไปกับชีวิตยามราตรี เงินดี หญิงมา ไปด้วยฉากเต้นที่มีทั้ง ลีลา และ ท่า มัดใจสาวน้อย สาวใหญ่ ได้อย่างดีเยี่ยม ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวละคร อดัม ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของแสงสีที่ตื่นตัวเป็นธรรมดา แต่หลังจากนั่นหนังก็ได้เสนอให้เราเห็นถึงด้านมืดของโลกราตรีแห่งนี้ ว่าเมื่อเราหลงไปในโลกของมายามากๆ สิ่งที่ทำให้เราต้องออกนอกทางก็คงหนีไม่พ้น ยาเสพติด , เซ็กห์ และความโลภมาก โดยหลังจากนั่นหนังก็เริ่มโชว์ฉากเต้นที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และไม่น่าหวือหวาอีกต่อไป จนทำให้เรารู้สึกกลายเป็นตัวละคร ไมค์ ที่เบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกมายา และต้องการความมั่นคง เพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาเต้นได้ตลอดนะ ซึ่งดูเหมือนนอกจากหนังจะสามารถจับประเด็นเกี่ยวกับการใช้ความฝัน ควบคู่ไปกับเรื่องราวของกาลเวลาได้ดีเยี่ยมแล้ว หนังยังสามารถทำให้คนดูทุกเพศ ทุกวัย สนุกไปกับฉากการเต้นของเหล่า แดนเซอร์ชาย ได้อย่างมีเสน่ห์ และเหมือนโดนเวทมนตร์ของ ไมค์ ตามชื่อหนังเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากการเต้นที่ยังถือว่าเอาอยู่ของ เททั่ม นักแสดงแทบทุกคนในหนังก็ยังตีบทแตกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ ที่พัฒนาการแสดงได้อย่างเห็นได้ชัด , แชนนิ่ง เททั่ม ที่นอกจากจะเต้นเก่งแล้วยังสามารถอินไปกับตัวละคร ไมค์ แบบที่คนดูจับต้องได้ และปิดท้ายด้วย แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ที่ตีบทแตกกระจุยได้ดีที่สุดของเรื่อง เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว Magic Mike จึงถือว่าเป็นหนังที่ไม่ได้มีขายแค่เหล่า ซิกแพค และ ชายหนุ่ม แต่มันกลับเต็มไปด้วยประเด็นเสียดสีการใช้ชีวิต ของคนสมัยนี่ ที่มัวแต่สนุกกับโลกมายาในวัย 19 จนลืมนึกไปว่าในวัยย่างเข้า 40 ของตัวเองจะต้องการความมั่นคงมากกว่า ได้อย่างสนุกสนาน และจุกในตอนจบ เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ โดย ลูกอบรสเขียด --------------------------------------------------------------------- เมจิคไมค์ ประการแรกที่ต้องแจ้งก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่หนังเกย์ คอนเฟิร์ม!!! ผู้ชายอย่าเพิ่งผวา แต่สาวๆ หรือครึ่งหนึ่งเป็นสาว ที่ชอบเห็นหนุ่มล่ำถอดเสื้อ น่าจะพกผ้าเช็ดหน้าไปด้วยเพื่อเช็ดน้ำลาย หนังเปิดจอกว้างสุด สีสันหนังตอนกลางวันราวกับใส่ฟิลเตอร์ของอินสตราแกรม ก็สบายตาไปอีกแบบ บางฉากอาจต้องปิดตาดู ไม่ใช่อะไร เขิลลล ฉากเต้นก็แข็งแรงทะมัดทะแมง และมีหลายๆโชว์ที่ดูครีเอท และพาเราเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง ที่อาจไม่เคยได้สัมผัส หนังพูดถึงชีวิตของคณะหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ในมุมของผู้มาใหม่ และผู้ที่อยู่มานานแล้ว ไมค์ (แชนนิ่ง ทาทัม ตาตั้ม) ผู้ที่มีรายได้จากโชว์เต้นถอดผ้า อย่างอู้ฟู่ ทั้งเงินทองและหญิงสาว แต่เขาก็มีเป้าหมายอะไรบางอย่างในชีวิต เปรียบเทียบกับ อดัม (อเล็กซ์ เพ็ตทิเฟอร์) ที่เพิ่งใหม่ในวงการ มองเห็นแต่ด้านที่อู้ฟู่ และก็หลงระเริงไปกับมัน อำนาจทำให้คนเราเปลี่ยนไปเสมอ ไม่มากก็น้อย รวมไปถึง ไอ้คำว่าสนุกของคุณ มันต้องแลกกับอะไรไปบ้าง ไม่มีอะไรฟรี ไม่มีอะไรง่าย อาชีพเปลื้องผ้า จริงๆแล้วก็เปรียบเทียบได้กับชีวิตของมนุษย์เงินเดือน หรืองานที่ได้เงินมาง่ายๆ ฉาบฉวย เป็นงานที่เลี้ยงชีวิตตนเอง สนุก เพลินไปกับมัน แต่มันไม่ใช่อนาคตซะทั้งหมด ถ้าเราระเริงกับชีวิตแบบนั้น มารู้ตัวอีกที 30 หรือ 40 เราก็อยู่ในวัยที่ไปไหนต่อไม่ได้ และหมดอายุในอาชีพนั้นๆ ถ้าเราไม่มีแผน เราจะอยู่อย่างไรต่อ สุดท้าย เราก็ต้องเติบโตและมีแผนเพื่ออนาคต นอกเสียจากว่า คุณจะใช้ชีวิตสนุกสนานนั้นไปให้สุดทางเลยจริงๆ ให้ 8/10 ตั้งคำถามกับเราว่า คุณจะสนุกกับงานที่คุณทำได้อยู่ไปจนอายุเท่าไหร่ มันมีวันหมดอายุไหม อนาคตและแผนของคุณคือ? โดย Tyler movie.mthai.com

ชมตัวอย่างใหม่จากหนังไทยสุดร้อนแรง The Blue Hour อนธการ ฉาย 6 สิงหานี้
The Blue Hour /  กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ / 

อดใจรอกันอีกนิด ถึงแม้จะเลื่อนฉาย แต่ก็ได้ดูกันแน่นอน สำหรับหนังไทยสุดร้อนแรงแห่งปีอย่าง 'The Blue Hour อนธการ' ที่หลังจากเปิดตัวกระหึ่มไปแล้วในเทศกาลหนังเกย์ แอนด์ เลสเบี้ยน ตอนนี้ก็กำลังจะได้เข้าฉายในโรงเป็นที่เรียบร้อย และเนื่องในโอกาสนั้น หนังเลยได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ฉบับเต็มพร้อมกับโปสเตอร์ออกมาให้เราชมกันแล้วครับ โดย "อนธการ" คือ เวอร์ชั่นเต็มของ "คืนสีน้ำเงิน" จากซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน นำแสดงโดย โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ และ กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ หนังเวอร์ชั่นยาวนี้ได้รับการคัดเลือกให้ฉ­ายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเม­ืองเบอร์ลิน (Berlin International Film Festival) ซึ่งเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดหนึ่ง­ในสามของโลก เรื่องราวของ ตั้ม (อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์) เป็นเด็กมัธยมที่ถูกเพื่อนที่โรงเรียนรังแ­ก เป็นประจำ ตั้มไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัว และพ่อมักทำร้ายร่างกายตั้ม จนกระทั่งวันหนึ่ง ตั้มได้นัดเจอกับภูมิ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) เด็กหนุ่มลึกลับที่ตั้มรู้จักจากอินเตอร์เ­น็ต ทั้งสองคนได้นัดเจอกันที่สระว่ายน้ำร้าง และมีความสัมพันธ์กัน ภูมิทำให้ตั้มรู้สึกถึงความอบอุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตั้มโหยหาอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยได้รับมันจากใคร เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไป ตั้มได้เข้าสู่โลกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างค­วามฝันและความจริง ที่เต็มไปด้วย ความมืด วิญญาณ และอันตราย จนนำไปสู่การก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่สุดในช­ีวิตของเขา รอติดตามกันได้ 6 สิงหาคมนี้ ในเครือ SF เท่านั้นครับ