หนังเกย์

เสียดายตังค์ไหม ถ้าหนังที่ดูเป็นหนังเกย์
ความรัก /  หนังชายรักชาย / 

หนังเกย์ หนังชายรักชาย ดูหนังเกย์แล้วเสียดายตังค์ไหม... สวัสดีค่ะพบกันเป็นประจำทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ดิฉันผู้หญิงวันวาน Women Mthai รายงานตัวค่ะ... ก่อนอื่นดิฉันขอปรบมือให้สนั่นลั่นเมืองกันอีกสักครั้งกับการประสบความสำเร็จที่เรียกว่าเหลือล้นเลยก็ว่าได้ของภาพยนตร์รักหลากสไตส์ หรือรักหลากรส ก็ว่าได้ จะเป็นภาพยนตร์เรื่องไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่ "รักแห่งสยาม" ก็แหมเค้าเหมาไปหมดทั้งเวทีสุพรรณหงษ์ รวมถึงเวทีสมาคมนักวิจารณ์บันเทิง ซึ่งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถือเป็นสุดยอดแห่งความภาคภูมิใจของคนทำหนัง... เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เผอิญดิฉันมองซ้ายแลขวา เห็นมีภาพยนตร์เกาหลีกำลังจะมาฉายในเมืองไทยในเร็ววันนี้ " No Regret " ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าว เป็นเรื่องราวความรักเมื่อ 'ชายหนุ่มพบรักกับชายหนุ่ม' โดยหนุ่มน้อยคนแรกไปขโมยเงินบนรถบัสของหนุ่มใหญ่อีกน เรื่องราวความรักต้องห้ามของทั้งคู่จึงเริ่มขึ้น โดยมีกำหนดออกฉายปลายเดือนมีนาคมที่เกาหลี เมืองไทยมาแน่แต่รอสักนิดนะคะ ดิฉันในฐานะผู้หญิงวันวาน Women Mthai อยากให้สังเกตและอยากให้ดูในรายละเอียดลึกซึ้งของภาพยนตร์เรื่องนี้ "เรื่องนี้ถูกกล่าวขวัญถึงไม่น้อย จากการเปิดฉายในไม่กี่โรงภาพยนตร์ในเกาหลีและกอบโกยรายได้ไป อย่างมหาศาล มันน่าประหลาดใจที่ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายเรื่องนี้สามารถสร้างปรากฏการณ์เช่นนั้นได้ในประเทศที่ มีความเป็นผู้ชายสุดโต่ง สุดตัว และที่สำคัญเกาหลีมีแนวคิดที่ยึดมั่นของระบอบวัฒนธรรมแบบที่มองว่าผู้ชายเป็นใหญ่ที่สุดซึ่งแน่นอนอาจจะหาไม่ได้ในญี่ปุ่น หรือ แม้แต่ในความภูมิใจของความเป็นชายแบบไทยๆ ก็ตาม ในเกาหลีผู้ชายเป็นมากกว่าผู้นำครอบครัว( คุณอย่ามาทำหน้างง นะคะ ) ในที่นี้ก็คือมากกว่าลูกชายที่ต้องสืบตระกูล และหากความเป็นผู้ชายของคุณคือการเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยแล้ว นั่นอาจหมายถึงการต้องหลบซ่อนพฤติกรรมดังกล่าวจากพ่อแม่ เพื่อนฝูง และสังคมที่คุณต้องเกี่ยวข้อง การเป็นเกย์ในเกาหลีไม่ใช่เรื่องที่ควรภาคภูมิใจเลยสักนิด " ฉะนั้น "No Regret" จึงเป็นภาพยนตร์ที่ท้าทายสังคมแดนกิมจิอย่างจริงจัง ( คุณว่าไหมค่ะ ) ดิฉันผู้หญิงวันวานWomen Mthai ก็อดคิดไม่ได้ว่าหนังเกย์ หรือ หนังชายรักชาย หนังรักหลากรส ที่เค้าทำออกมาขายไม่ว่าจะเป็น "Brokeback Mountain" จากฝั่งฮอลลีวู้ด , ETERNAL SUMMER หรือไม่ว่าจะเป็น Go Go G-Boy จากไตหวัน และ "เพื่อนกูรักมึงว่ะ" รวมถึง "รักแห่งสยาม" จากเวทีพี่ไทยบ้านเราเองนั้น คุณคุณเคยคิดกันไหมว่าผู้ผลิตเค้าคุ้มค่าหรือมีกำไรจากการผลิตหนังแนวนี้หรือไม่ ? หรือเค้าคิดทำเพราะใจรักกันแน่ หรือคิดว่าต้องคว้ารางวัลได้แน่ๆ ก็คุณคุณเห็นไหมล่ะค่ะว่าแต่ละเรื่องที่ดิฉันพูดไปได้รางวัลแบบเกินหน้าเกินตากันแทบทุกเรื่อง ทำเอาคนทำหนังยิ้มหน้าบานหุบไม่ลง ภูมิใจไปจนวันตายว่า "ข้าทำหนังไม่ได้หวังรายได้ แต่มีคุณภาพ " หลายครั้งที่ หนังเกย์ หนังชายรักชาย หนังรักหลากรส เข้าฉายในบ้านเรา ไม่ต้องเรื่องอะไร "รักแห่งสยาม" ล่ะกัน (ขอเมาท์หน่อยล่ะกันนะคะ ...ไหนๆ ก็ได้รางวัลมาซะเยอะ ) หนังเรื่องนี้คุณคุณเชื่อไหมค่ะว่ามีปรากฎการณ์หนึ่งที่ดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติทุกครั้งที่ดิฉันไปร่วมงานแถลงข่าวหนังรอบสื่อมวลชน หนังทุกเรื่องทุกครั้งที่ฉายจบ ทุกคนส่วนใหญ่จะปรบมือเป็นเกียรติให้ทุกครั้งทุกเรื่องไป ...แต่นั้นคือรอบสื่อมวลชนรอบแรก รอบพิเศษเท่านั้น แต่คุณคุณเชื่อไหมค่ะว่า... น่าแปลกใจไหมที่ "รักแห่งสยาม" ฉายผ่านไปได้เป็นอาทิตย์ ๆ แล้ว แต่ที่สยามพารากอน ( ไม่รวมถึงทุกโรงนะคะ..อย่ามาเมาท์ล่ะ )พอหนังเรื่องนี้จบลงคนในโรงปรมมือกันจนดิฉันปลื้มใจแทนคนทำหนังซะจริง ๆ ( ในใจคิดอยากให้คนทำหนังมาได้ยิน มาได้เห็นซะเหลือเกิน ...) แต่ประเดี๋ยวก่อนค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะหมั่นใส้ดิฉันว่าชื่นชอบออกหน้าออกตา ปล่าวค่ะคนบ่นก็มีเยอะ โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งดิฉันถามความเห็นคนรอบข้างที่เป็นชายจริง หญิงแท้ หลายคนตอบดังๆ ชัดๆ ว่าไม่ดู " หนังเกย์ " ดิฉันก็งง และคิดตามว่าเค้าไม่ดู ไม่สนใจเลยว่ารายละเอียดพลอตเรื่องจะเป็นเช่นไร แค่พอรู้ว่าเป็นหนังเกย์หลายคนก็ส่ายหน้าแล้ว ก็มากลับมาคำถามเดิมแหละค่ะว่า หนังเกย์ หนังชายรักชาย ที่กระแสดังสุดของเกาหลีจะมาฉายในบ้านเรา คุณคุณ จะเสียเงินไปดูกันไหมค่ะ.....อย่างไรก็ตามดิฉันคงไปแหละค่ะ แล้วจะมาเมาท์ให้ฟังต่อไป Story : ผู้หญิงวันวาน Women Mthai

32 ธันวา /  คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ / 

"ยอร์ช กฤษ์ชัย" "เอมี่ จันทิมา เลียวศิริกุล" บอสสาวและโปรดิวเซอร์ ค่ายภาพยนตร์ ?M๓๙? (เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์) ยื่นโอกาสทอง "ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์" ผู้กำกับภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ ประเดิมทำผลงานเปิดตัวบริษัทรายแรกเรื่อง "32 ธันวา" แถมบัญญัติศัพท์สไตล์หนังใหม่ว่า ?คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ? ให้ด้วย งานนี้เจ้าตัวยืนยันถึงน้องรัก "แดน-วรเวช ดานุวงศ์" ร่วมงานแน่ ๆ ยอร์ช เผยว่า ?ผมก็ยืนยันได้เลยครับ ว่ายังคงทำหนังแนวตลกที่คนดูอยู่ ดูแล้วอารมณ์ดี มีความสุขแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุด ยังไม่ใช่หนังเกย์อย่างที่มีข่าวออกมา ซึ่งตรงนี้ผมมีโอกาสได้คุยรายละเอียดต่างๆ กับแดนแล้ว เป็นอันเข้าใจตรงกันว่า หนังผมจะออกมาแบบไหน ผมก็บอกน้องไปว่า พี่เอมี่ ตั้งสไตล์ให้หนังเรื่องนี้ว่า?คอมเมดี้ เลิฟ เลิฟ? แดนฟังครั้งแรกก็ขำเลย ถามผมว่า คำนี้มันมีที่มาอย่างไร? มันมีที่มาก็ตรงที่ว่า พี่เอมี่มองว่าเนื้องานภาพยนตร์ มันก็ทำหน้าที่เหมือนเป็นทอล์กโชว์ ของผู้กำกับ เพียงแต่ ผู้กำกับไม่ได้ไปยืนต่อหน้าคนดูด้วยตัวเอง แต่เป็นการถ่ายทอดผ่านตัวชิ้นงาน ซึ่งผมยังสนุกที่จะถ่ายทอดความตลก ผ่านคำพูดไดอะล็อกต่าง ๆ ของตัวแสดงนะ ครั้งนี้มันคงจะต่างออกไป ตรงที่ว่าตลกแบบเรื่องที่ผ่านๆ มามันขำได้เลยไม่ต้องคิดต่อ คราวนี้มันเป็นคำพูดที่พูดไปแล้วตลกแบบจี๊ดๆ อาจจะหัวเราะหรือถึงกับหัวเราะไม่ออก บางคนอาจหัวเราะทั้งน้ำตา เพราะโดน! คือผมเอามุมที่เป็นเรื่องราวความรักมาเล่าให้มันตลกๆ มันเป็นความรักเบาๆ อมยิ้ม มันจึงไม่โรแมนติกมาก พอเอาสองอย่างมารวมกันมันเลยออกมาเป็นหนังแนวนี้ครับ แล้วก็ต้องขอบคุณ แดน ด้วยที่ยังเชื่อใจกันรีบเคลียร์คิวมาให้ ทั้งๆ ที่งานน้องก็รัดตัวมากครับ? ที่มาจากเดลินิวส์

สัญญาแห่งคิมหันต์
Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด /  ดรัสพงศ์ ตรงประสิทธิ์ / 

เรื่องราวความรักและความผูกพัน ระหว่างตั้มกับคิมหันต์ ที่ก่อตัวขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่ง ท่ามกลางความเหงาอันโดดเดี่ยวริมผืนน้ำทะเลที่ใครหลายคนพากันมาทิ้งความทุกข์เอาไว้เเล้วเดินจากไปในวันที่ความทุกข์จากรักนั้นเจือจางลง..."ตั้ม"เด็กหนุ่มผู้ปิดตัวเองจากครอบครัวที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อมไปทุกด้านแต่ในความเป็นจริงบ้านสำหรับเขาคือกรงเเคบๆที่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่ตั้มพร้อมจะเดินจากไปทันทีเมื่อมีโอกาส จนกระทั่งมาพบกับเด็กหนุ่ม เจ้าของรอยยิ้มสดใสเเววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่าง "คิมหันต์" โลกใบเเคบๆของตั้มค่อยๆเปิดกว้างออกทีละนิด จนเขามองเห็นความสุขเล็กๆที่เรียกว่ามิตรภาพจากเด็กหนุ่มแปลกหน้า ที่เขาเปิดรับให้เป็นเพื่อนรักคนเเรกในชีวิตเเละนับจากวันนั้นโลกของตั้มกับคิมหันต์จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเเละความสุข จนกระทั่งการจากลามาถึง...การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของเขาทั้งสองคน จะลงเอยอย่างไร จริงหรือที่คำสัญญาผูกเราเอาไว้เเล้วทำให้เราพบกันอีกครั้งจากทีมผู้สร้างและผกก. 'Timeline เพราะรักไม่สิ้นสุด' -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครูและนักเรียน Teacher and Student หนังสยิวกิ้วเอาใจสาววาย ฉายให้ได้ดูกันแน่กันยายนนี้
Demon666production /  Teacher and Student / 

ในสังคมปัจจุบันที่เปิดกว้างเรื่องความรักและเพศสภาพ ทำให้เกิดภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเพศที่สามมากขึ้น ตามลำดับ โดยในครั้งนี้ Demon666production ได้นำเสนอเรื่องราวชวนจิ้นครั้งใหม่ ในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า เรื่อง ครูและนักเรียน Teacher and Student ครูและนักเรียน ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม ที่เคยฝากผลงานที่สร้างเสียงฮือฮาไว้มากมายทั้ง หล่อลากไส้, หนังผี, ตายทั้งกลม รวมไปถึงหนังชุด เกย์เว้ยเฮ้ย ซึ่งมีออกมาหลายภาคแล้ว โดยในครั้งนี้ จะมาเล่าเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึกซับซ้อนระหว่าง ครู และ นักเรียน โดยได้นักแสดงนำหนุ่มหล่อที่จะมารับบทแสดงนำ และสร้างสีสันในหนังเรื่องนี้ถึง 3 คน ด้วยกัน เริ่มจาก  ตั้ม มานินพันธุ์ นักแสดงและนายแบบจากเวที Men'sHealth Thailand รับบท ต้น ครูโรงเรียนมัธยมชายล้วน ตามมาด้วย อาร์ กฤษตฌาพนธ์ นักแสดงที่มีผลงานทั้งหนัง เอ็มวี โฆษณา และเจ้าของตำแหน่ง Rising Star จากเวที DutchieBoy รับบท แอล คนรักของต้น และ อาร์ม ปิระมิตร เน็ตไอดอล ขวัญใจวัยรุ่นในนาม “อาร์มกากเย้” รับบท โจ เด็กนักเรียนในการดูแลของต้น และแถมท้ายพิเศษ ด้วยตัวอย่างหนัง แบบสั้นๆ จาก ครูและนักเรียน ที่เห็นแค่นี้ ก็ชวนหยิว ชวนคิดกันไปไกลแล้ว ในตัวอย่างยังน่าติดตามขนาดนี้ ในหนังฉบับเต็ม รับรองจัดหนักกว่านี้แน่นอน ร่วมจิ้น ร่วมฟิน กับภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า ครูและนักเรียน Teacher and Student ได้ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์เอสพลานาด รัชดา -----------------------------------------

เกย์เว้ยเฮ้ย GTHAI MOVIE
COFFEE /  GTHAI MOVIE / 

ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว ตอนที่1  COFFEE   “นัท” เจ้าของร้านกาแฟ  แอบชอบเด็กเสิร์ฟชื่อ “ต้อม” แต่จำต้องหักห้ามใจ วันหนึ่ง ต้อมถูกพ่อทำร้ายร่างกาย นัทจึงชวนต้อมย้ายมาอยู่กับเขา แต่นัทจะห้ามใจตัวเองได้หรือ ในเมื่อต้องนอนร่วมเตียงกับต้อมทุกคืน... นำแสดงโดย  อัครยุทธ  ทองสุขศรี,  เอ้ะ อธิภัทร ตอนที่2  MEMORY “ปริ ณ” ชายหนุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม ต้องพักรักษาตัวอยู่กับเพื่อนสนิทชื่อ “คริน” วันหนึ่ง ปริณได้รับจดหมายจากผู้หญิงลึกลับว่า “เพื่อนของคุณเป็นเกย์ และกำลังแอบชอบคุณอยู่”  ปริณจะทำอย่างไรต่อไป นำแสดงโดย  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ตอนที่3  SALEMAN “ยอร์ช” กับ “อ๋อง” คู่รักที่คบกันมานานถึงห้าปี  จนไม่รู้สึกอยากมีเซ็กส์เหมือนแต่ก่อน จนวันหนึ่ง ยอร์ชได้พบกับเซลล์แมนหนุ่ม ซึ่งยื่นข้อเสนอว่า “หากคุณยอมซื้อสินค้าของผม ผมจะยอมมีเซ็กส์ด้วย” แล้วยอร์ชจะทำอย่างไร... นำแสดงโดย  ไฮแจ็ค เหมังกร, พันเทพ ราวินิต ,  ฉลองพงษ์  โชติอนันต์ศรี ตอนที่4  UNIFORM “วู่”  เด็กช่างกล ซึ่งมักตีกับคู่อริต่างสถาบันเป็นประจำ  วันหนึ่ง เขาเกือบถูกคู่อริฆ่า แต่เด็กหนุ่มชื่อ “โจ้” มาช่วยวู่เอาไว้  แล้วทั้งสองก็รักกัน  แต่โจ้กลับขอร้องให้วู่เลิกตีกับคู่อริ  แล้ววู่จะเลือกอะไร ระหว่างความรักกับสถาบัน... นำแสดงโดย  ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส ------------------------------------------------------- ภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE  เป็นภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส แนวรักโรแมนติกชายรักชาย 4 ตอน ผลิตขึ้นมาเพื่อนำออกฉายทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ฉายผ่านทางเว็บไซต์ http://www.gthaimovie.com เพียงแห่งเดียว กำกับภาพยนตร์โดย คุณสราวุธ อินทรพรหม  ซึ่งเคยมีผลงานทางด้านรางวัล จากการประกวดภาพยนตร์นอกกระแสมาแล้วหลายเรื่อง รวมทั้งผลงานภาพยนตร์จอเงิน อาทิ “ตายทั้งกลม” , “หนังผี” , “เซ็งเป็ด” นำแสดงโดยกลุ่มนายแบบจากนิตยสารชื่อดัง  อาทิเช่น  กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์,  ไฮแจ็ค เหมังกร, ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ ทองสุขศรี ฯลฯ ------------------------------------------------------- ความเป็นมา ความเป็นมาในการผลิตภาพยนตร์ชุด GTHAI MOVIE เกิดจากไอเดียที่ว่า ต้องการสร้างภาพยนตร์ที่เกย์ทุกคนสามารถเข้าชมได้ง่ายที่สุด มีความเป็นส่วนตัวที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายในการชมมากที่สุด เนื่องจากกลุ่มชายรักชายในประเทศไทยจำนวนมาก ยังไม่สามารถออกมาหาซื้อ DVD ภาพยนตร์แนวนี้ตามแผงได้อย่างเปิดเผย หรือเข้าชมภาพยนตร์แนวนี้ในโรงหนังได้อย่างเปิดเผย ด้วยหลายๆเหตุผล  ทั้งด้านสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้น การชมผ่านทางคอมพิวเตอร์ส่วนตัว จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การสร้างภาพยนตร์เพื่อฉายทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ภาพยนตร์ไม่ถูกควบคุมเนื้อหาโดยกลุ่มนายทุนที่เป็นชายแท้ ซึ่งบางคนอาจขาดความเข้าใจในกลุ่มชายรักชาย ทำให้เนื้อหาสาระของภาพยนตร์ถูกบิดเบือนไปจากความจริง ไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งที่ชายรักชายอยากชมได้อย่างเต็มที่ สำหรับทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้  ผู้กำกับได้ใช้เงินส่วนตัวในการผลิตทุกขั้นตอน  ตั้งแต่งานโปรดักชั่น การผลิต  จนถึงส่วนของเว็บไซต์ และการประชาสัมพันธ์  ซึ่งเป็นการความต้องการในการผลิตงานออกมาให้ประชาชนได้ชม ด้วยความสะดวกและง่ายดายที่สุด  โดยไม่แสวงหาผลกำไร ผลิตโดย    ฉ 20 PRODUCTION กำกับโดย    สราวุธ อินทรพรหม กำกับภาพ    ตุล บุญนวล  ,  เบนจิ ยาโมโตะ บทภาพยนตร์    สราวุธ อินทรพรหม นำ แสดง    กานต์ กุลานุพงศ์, ดนัย บุญชูพันธุ์ ,  ไฮแจ็ค เหมังกร , ชรินทร์  บุญยัง,  ศราวุธ  ขุนวิเศส,  อัครยุทธ  ทองสุขศรี, พันเทพ ราวินิต,  ฉลองพงษ์ โชติอนันต์ศรี ฉายที่เว็บ    http://www.gthaimovie.com เริ่มฉาย    1 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป แฟนเพจ https://www.facebook.com/GthaiMovie ---------------------------------------------

Teacher and Student ครูและนักเรียน
Demon666production /  Teacher and Student / 

ครูและนักเรียน ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ สราวุธ อินทรพรหม ที่เคยฝากผลงานที่สร้างเสียงฮือฮาไว้มากมายทั้ง หล่อลากไส้, หนังผี, ตายทั้งกลม รวมไปถึงหนังชุด เกย์เว้ยเฮ้ย ซึ่งมีออกมาหลายภาคแล้ว โดยในครั้งนี้ จะมาเล่าเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึกซับซ้อนระหว่าง ครู และ นักเรียนโดยได้นักแสดงนำหนุ่มหล่อที่มารับบทแสดงนำและสร้างสีสันในหนังเรื่องนี้ถึง 3 คน ด้วยกัน เริ่มจาก ตั้ม มานินพันธุ์ นักแสดงและนายแบบจากเวที Men’sHealth Thailand รับบท ต้น ครูโรงเรียนมัธยมชายล้วน ตามมาด้วย อาร์ กฤษตฌาพนธ์ นักแสดงที่มีผลงานทั้งหนัง เอ็มวี โฆษณา และเจ้าของตำแหน่ง Rising Star จากเวที DutchieBoy รับบท แอล คนรักของต้น และ อาร์ม ปิระมิตร เน็ตไอดอล ขวัญใจวัยรุ่นในนาม “อาร์มกากเย้” รับบท โจ เด็กนักเรียนในการดูแลของต้นนั่นเอง! ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้นครับ*** --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- “ทุกสิ่งในโลก ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา มีเกิดย่อมมีดับ  แต่หากเรายังยึดติดกับอดีต โดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามการเดินทางของเวลา และไม่ยอมรับความจริง ความหายนะก็จะเกิดขึ้น” - สราวุธ อินทรพรหม ภาพยนตร์เรื่องนี้ ต้องการสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตคู่ชายรักชาย บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สุด นำคนดูเดินทางตามดูชีวิตของคู่รักคู่หนึ่งในช่วงเวลาที่ถึงจุดอิ่มตัว ลงลึกถึงสภาพจิตใจบุคคล ผู้ชมจะได้เห็นภาพความเป็นจริงของเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กับ ผู้ใหญ่ที่มาถึง จุดสูงสุดของการเติบโต และกำลังเข้าสู่จุดเสื่อมถอย  ในบรรยากาศชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมไทย ในต่างจังหวัด ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติของประเทศที่กำลังพัฒนาภายในช่วงเวลา ที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤตทางการเมือง อันนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ของหลายคน ติดตามการเพิ่มโรงและรอบฉายได้ที่  https://www.facebook.com/demon666production ฉายแบบจำกัดโรง เฉพาะโรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา

ตัวอย่างฉบับติดเรต และ ทีวี สป๊อต จากหนังชายเต้นระบำใน Magic Mike
Chaning Tatum /  Gay / 

ทีวี สป๊อต ฉบับติดเรตจาก Magic Mike ตัวอย่างฉบับติดเรตของ Magic Mike เป็นหนังที่บ้านเราได้ฉายกันแน่นอนแล้วในวันที่ 5 กรกฏาคม กับหนังชายระบำเปลื้องผ้าของผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก อย่าง Magic Mike ที่นำแสดงโดยหนุ่มๆมากมายจากฮอลลีวู้ดเช่น แชนนิ่ง เททั่ม , อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร และ แมธธิว แมคคอนนาเฮย์ ที่ในวันนี้ทาง ไลออนเกตส์ ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับติดเรต เน้นขายทั้ง กล้ามสุดล่ำ , ตูด และเนื้อในอีกมากมายของเหล่าดาราชายที่จะมาเต้นระบำเปลื้องผ้าให้คนดูได้ชมกัน พร้อมทั้งยังปล่อย ทีวี สป๊อต ความยาว 30 วินาทีมาให้ชมกันแบบจุใจอีกด้วย ซึ่งบ้านเราได้ชื่อได้ว่า 'เขย่าฝันสะบัดซิกแพ็ค' ได้ชมกันแน่นอนในต้นเดือนกรกฏาคมนี้ โดยค่าย เอ็ม พิตเจอร์ส

กูรู้ vs กูรู #001 ตอบปัญหาวงการหนัง ทำไมหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ
filmotopia /  กูรู้ vs กูรู / 

ขอสวัสดีสมาชิกชาวเอ็มไทย และก็ขออนุญาติใช้พื้นนี้ ตอบคำถามของคอลัมนี้ ซึ่ง เราจะเรียกว่า คอลัมน์ กูรู้ vs กูรู โดยมีผม Filmotopia เป็นผู้ดูแล ใครมีคำถามสงสัยอะไรเกี่ยวกับวงการหนัง ถามมาได้เลยนะครับตามสโลแกน ? "ถามมาตอบหมด ถามก่อนตอบก่อน ถามจริงตอบจริง ถามกวนตอบดุ ถามดีมีรางวัล" ซึ่งการตอบคำถาม ถ้าผมรู้ก็จะตอบเอง แต่ถ้าไม่รู้จริงก็จะเชิญ กูรู ผู้รู้เรื่องนี้จริงมาเป็นผู้ตอบ เมื่อตอบแล้วก็อยากเชิญผู้อ่านทำตัวเป็น กูรู้ มาแสดงความคิดเห็นกันนะครับ อยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้-ความคิดเห็นกันอย่างสุภาพชนนะครับ แต่ถ้าใครจะแขวะจะด่าใคร ก็คงต้องพร้อมรับการโต้ตอบอย่างรุนแรงด้วย เพราะเท่าที่เห็นคนอ่าน mthai ดุดุทั้งนั้น? ก็หวังว่าคอลัมน์นี้จะเป็นประโยชน์กับชาว mthai ทุกคนนะครับ มาดูกัน ว่าคำถามไหน ถูกเลือกมาตอบบ้าง * อนึ่ง คำถามคัดมาจากกระทู้นี้ครับ ส่วนใครจะถามอะไรต่อไป ก็โพสได้ที่กระทู้ดังกล่าวเลยครับ 1. ทำไมวงการหนังไทยมีแต่หนังตุ๊ดๆ (ถามโดย ปอมซัง) Filmotopia ตอบ : อ่านคำถามเสร็จแล้วคิดว่า คุณปอมซัง คงไม่ได้อยากรู้เหตุผลจริงๆหรอก? คงแค่อยากบ่นอยากระบายเพราะตัวเองคงหงุดหงิดใจเมื่อเห็นหน้าเกย์ คงจะเป็นเพราะ คุณปอมซัง มีปมที่ฝังใจมีอดีตกับคนที่เป็นเกย์ หรือ กระเทย เพราะจริงๆ ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างหนังไทยปีละประมาณ 30 เรื่องต่อปี รวมกันก็ 150 เรื่อง ซึ่งจะมาเจอเรื่องที่มีหน้าเกย์ รวมกันไม่เกิน 10 % คือ 15 เรื่อง ซึ่งแต่ละปีก็จะมีปีละไม่เกิน 2-3 เรื่องเท่านั้น ยกเว้นปี 2007 นั้นอาจจะเป็นปีที่มีหนังเกย์เยอะหน่อย คือ รวมกันสัก 6-7 เรื่องคือ เพื่อนกูรักมึงหว่ะ, โกยเถอะเกย์, ขอให้รักจงเจริญ, รักแห่งสยาม, หอแต๋วแตก และ ตั๊ดสู้ฟุต ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขนี้ก็คงพูดไม่ได้หรอกว่า หนังไทยมีแต่หนังเกย์ ซึ่งถ้าจะบอกถึงเหตุผลที่ในปี 2007 มีหนังเกย์เยอะ ก็คงเป็นเพราะช่วงนั้นคนทำหนังเขาเห็นว่า ?เรื่องราวของคนเป็นเกย์เมื่อนำมาสร้างหนังแล้วมันน่าสนใจ ชีวิตพวกเขามีสีสัน มีความแตกต่างทั้งน่าขัน และ น่าเศร้า เพียงพอที่เขาอยากเล่าให้คนดูน่าไปดู ? ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ คุณปอมซัง ไม่ค่อยเห็นด้วย ไม่เป็นไรเห็นแย้งกันต่างกันยังไง คอมเม้นท์กันได้ แต่ขอเตือน คุณปอมซัง หน่อยนะ คนโบราณเขาว่ากันว่า ใครเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น? ไม่รู้ว่า คุณปอมซัง เป็นผู้หญิง หรือ เป็นผู้ชาย แต่ระวังนะเวลาคุณมีแฟนดูดีๆ คุณอาจมีแฟนเป็นเกย์ก็ได้นะ ใครจะไปรู้ !!!!!? -------------------- 2. อยากทราบว่าประเทศไทยมีการจัดเรตหนังที่ฉายตามโรงภาพยนต์เหรอเปล่า แล้วมีการจัดการกับคนดูที่ไม่ผ่านเรตของหนังเรื่องนั้นอย่างไร (ถามโดย TheBiggest) Filmotopia ตอบ : ข้อนี้จะขอเชิญ กูรู ผู้รู้จริงทางด้านนี้มาตอบดีกว่า เพราะเขาเป็นผู้เกาะติด ติดตามเรื่องนี้อยู่ เขาคือ คุณ นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE แว่วๆ ว่า BIOSCOPE กำลังจะมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเล่มหน้า ถ้าสนใจมากกว่านี้ติดตามได้เลย เอ้า!! ฟังคำตอบของ คุณ นคร ได้เลยครับ กูรู ผู้ตอบ : นคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการ BIOSCOPE ตอบ : การจัดเรตในประเทศไทยเพิ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เองครับ ซึ่งในบ้านเราแบ่งออกได้เป็น 6 เรตคือ 1. หนังที่จรรโลงสังคมควรสนับสนุนให้คนดู 2. หนังที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย 3. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป 4. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป 5. หนังที่เหมาะกับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป และ 6. หนังที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู (ไม่นับหนังที่ห้ามเผยแพร่ในประเทศนะครับ) ซึ่งหนังตั้งแต่เรต 1-5 นั้นคุณสามารถเข้าชมได้ตามปกติไม่ต้องโชว์บัตรประชาชนแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นเรต 20 นั้นต้องโชว์บัตรก่อนจะซื้อตั๋วทุกครั้งนะครับ ...แต่ถ้าหากคุณอายุไม่ถึง 20 แล้วหลุดเข้าไปดูหนังเรื่องนั้นได้ ก็ไม่ต้องกลัวครับเพราะกฎหมายจะลงโทษโรงหนังที่ขายตั๋วให้คุณ อยู่ที่ว่าโรงหนังจะกล้าเสี่ยงรึเปล่าเท่านั้นเองครับ Filmotopia? วันนี้เอาแค่ 2 คำถามก่อนนะครับ ใครมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับหนังไทยถามมาเลยนะครับ อัพเดตคอลัมน์นี้ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ ครับ --------------------------------------------------------- Tyler ตอบมั่ง สำหรับงานแรก ทางทีมงาน ขอมอบรางวัลเป็น ดีวีดีหนังเรื่อง แต๋วเตะตีนระเบิด ให้คุณปอมซังไปดูถึงบ้านเลยครับ ส่วนคุณ The Biggest เป็นดีวีดีเรื่อง อนึ่งฯ คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง ติดต่อกลับรับของรางวัล ที่เบอร์ 02-5020700 ต่อ 7871 หรืออีเมล์ chaiwat@monotechnology.com ได้เลยครับ (ติดต่อมาภายใน 25 ก.ย. 52นะ) ขอบคุณของรางวัลจาก เมโทรโปรดิสค์

แฟนๆช็อค!! หลัง
คริสโตเฟอร์ รีฟ /  คาล คัลเวอร์ / 

คาล คัลเวอร์ และ คริสโตเฟอร์ รีฟ จะเป็นอย่างไรเมื่อพบว่า ชายที่เล่นซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยรู้จัก อย่างอดีต "ซุปเปอร์แมน" ผู้ล่วงลับอย่าง "คริสโตเฟอร์  รีฟ" จะเคยมีเคยมีความสัมพันธ์แบบ "ชายรักชาย" อันเนื่องมาจาก "ความอยากรู้อยากเห็น" กับอดีตนักแสดงภาพยนตร์โป๊รายหนึ่ง ที่มีชื่อว่า "คาล คัลเวอร์" ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ เมื่อปี ค.ศ. 1987 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อ "ฮอลลีวูด บาบีลอน สไตรค์ อเกน!" โดยบทหนึ่งของหนังสือได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของคัลเวอร์ โดยเขากล่าวว่า เขาพบกับรีฟ เมื่อตอนที่ทั้งคู่เข้ารับการคัดเลือกนักแสดงในละครบรอดเวย์เรื่องหนึ่ง ในช่วงยุค 1970 โดยเขาได้กล่าวว่า รีฟคือ "ชายในฝัน" หลังจากนั้นเขาก็มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับรีฟ เป็นเวลานานถึง 2 เดือน ก่อนที่รีฟจะพบว่าเขาเป็นนักแสดงหนังโป๊ โดยใช้ชื่อในการแสดงว่า "เคซี่ย์ โดโนแวน" นอจากนั้นเขายังกล่าวว่า รีฟเป็น "นักรักที่ยิ่งใหญ่" และไม่คิดว่าเขาเป็น "เกย์" แต่แค่ต้องการจะลองอะไรๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น คริสโตเฟอร์ รีฟ เสียชีวิตเมื่อปี 2004 จากอาการหัวใจล้มเหลว หลังจากที่ป่วยเป็นอัมพาตจากเหตุการณ์ตกม้า เขาได้รับการดูแลจาก "ดานา" ภรรยาของเขาอย่างใกล้ชิด ผู้ซึ่งเสียชีวิตในภายหลังเมื่อปี 2006 ด้วยโรคมะเร็งในปอด โดยทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน. ที่มา/มติชน

ต๊อบ-ชัยวัฒน์ ทองแสง /  หนังโป๊เกย์ / 

นายแบบหนุ่ม "ต๊อบ-ชัยวัฒน์" นักแสดงจากภาพยนตร์ "เพื่อนกูรักมึงว่ะ" และ "หอแต๋วแตก" โร่แจ้งตำรวจกองปราบฯ ถูกแก๊งซีดีเถื่อน นำภาพถ่ายชุดว่ายน้ำลงพิมพ์บนปกหนังเกย์ ส่งวางขายเกลื่อนย่านคลองถม-สะพานพุทธ เผยเนื้อหาของหนังเป็นเรื่องราวของผู้ชายรักร่วมเพศ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ครวญทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและคนทั่วไปอาจเข้าใจว่าเป็นเกย์ ส่วนภาพที่ปรากฏยอมรับเคยถ่ายไว้ในนิตยสาร เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 พ.ย. ที่กองปราบปราม "ต๊อบ-ชัยวัฒน์ ทองแสง" อายุ 20 ปี ดารานายแบบชื่อดัง เข้าพบ พ.ต.ท.เหรียญ บัวลา พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้ที่นำภาพถ่ายในชุดว่ายน้ำที่เคยถ่ายไว้กับนิตยสาร "Volume" ฉบับปักษ์หลัง ประจำเดือนก.พ. 2551 ไปลงตีพิมพ์บนหน้าปกวีซีดีภาพยนตร์สำหรับชาวสีม่วงหรือกลุ่มคนรักร่วมเพศ เรื่อง "GAY THAI 14" พบว่ามีการวางขายที่ตลาดคลองถมและตลาดสะพานพุทธ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา พี่ที่เป็นนักข่าวน.ส.พ.ฉบับหนึ่ง โทรศัพท์มาบอกว่าพบวีซีดีหนังรักร่วมเพศมีภาพของตนปรากฏอยู่บนปกวีซีดีวางขายในตลาดคลองถม และซื้อมาให้ดูเป็นหลักฐานด้วย ครั้งแรกที่เห็นก็เสียความรู้สึกเพราะไม่เคยคิดจะทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ส่วนเนื้อหาในหนังเป็นเรื่องของผู้ชายรักร่วมเพศ ชายรักชาย ตนขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้จักกับบุคคลในภาพยนตร์แต่อย่างใด เรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง คนทั่วไปอาจเข้าใจว่าเป็นเกย์ จึงต้องการให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนที่กระทำมาดำเนินคดี "ที่ผ่านมายอมรับว่าเคยถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ แต่ถ่ายกับนิตยสารดังกล่าวเพียงแห่งเดียวเท่านั้น นอกจากผมแล้วยังพบว่ามีดาราชายอีกหลายคนก็โดนเช่นเดียวกับผมด้วย" ต๊อบ-ชัยวัฒน์กล่าว ภายหลังสอบสวนเบื้องต้น พ.ต.ท.เหรียญลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยเป็นความผิดเข้าข่ายการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งจะให้ชุดสืบสวนของ กก.1 บก.ป.ติดตามจับกุมต่อไป ซ้ายมือคนที่สอง สำหรับประวัติ "ต๊อบ-ชัยวัฒน์" เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 16 ปี เป็นแชมป์การแข่งขันเพาะกายเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รายการ "เรทช์ฟอร์ดคลาสสิค" ปี 2008 และมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง "หอแต๋วแตก" และ "เพื่อนกูรักมึงว่ะ" ในบทพระรอง ที่มีฉากเลิฟซีนวาบหวิวกับผู้ชายด้วยกัน ล่าสุดกำลังมีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง "บางระจัน ภาค 2" และละครเรื่อง "จับตายวายรายสายสมร" ที่มา/ข่าวสด

Lost in Paradise สวรรค์แกล้งให้รัก
Lost in Paradise /  หนังเกย์ / 

ภาพยนตร์ดราม่าจากเวียดนามที่เล่าเรื่องของคนชายขอบในสังคม และโหยหาความรักความเข้าใจ หนังเล่าโดยผสมพล็อต 2 เส้นเข้าด้วยกัน เรื่องแรกนั้นว่าด้วยรักสามเส้าของผู้ชายสามคน โขย ถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านที่นาจางเพราะรับไม่ได้ที่เขาเป็นเกย์ เด็กหนุ่มจึงมุ่งหน้าสู่ไซ่ง่อนและมาพักอาศัยอยู่กับเพื่อนชื่อ ดง โดยฝ่ายหลังนั้นพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าร่วมกับแฟนหนุ่มของเขาซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการขายตัว เรื่องที่สองนั้นเล่าถึงชายที่สติไม่สมประกอบคนหนึ่ง เป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้าน เขาพยายามทาอาชีพเลี้ยงเป็ด แต่ก็เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น อยู่มาวันหนึ่ง เขาไปตกหลุมรักหญิงแปลกหน้า ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า เธอเป็นโสเภณี ที่คอยบริการผู้ชายในตอนกลางคืน Lost in Paradise เปิดตัวในเทศกาลหนังดังๆ อย่างปูซานและแวนคูเวอร์ ผลงานจากคนทาหนังชาวเวียดนาม วูง็อกดัง ที่สะท้อนความเป็นไปในสังคมร่วมสมัยของเมืองใหญ่อย่างไซ่ง่อนแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซอกหลืบที่ไม่มีใครสนใจจะรับรู้ จนสื่อเรียกหนังเรื่องนี้ว่า เป็นหนังเกย์เรื่องแรกของเวียดนาม ซึ่งบรรยากาศอันอึมครึม หม่นเศร้า บ่งบอกถึงสภาวะอันเงียบเหงาในจิตใจตัวละคร ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ House RCA เท่านั้นครับ*** -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Magic Mike เขย่าฝันสะบัดซิกแพค
Chaning Tatum /  Gay / 

ไมค์ (แชนนิง ทาทัม) เป็นนักธุรกิจ เขาเป็นชายหนุ่มมากความสามารถ ที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ ช่วงกลางวัน เขาใช้เวลาไปกับการไล่ตามความฝันของคนอเมริกา ตั้งแต่การมุงหลังคาบ้านและการทำความสะอาดรถไปจนถึงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากคอนโดบนชายหาดแทมปาของเขา     แต่กลางคืน…เขาร่ายมนต์!!!! เมจิค ไมค์ นักแสดงหนุ่มสุดฮ็อตบนเวทีชายล้วน ได้เขย่าเวทีของคลับเอ็กซ์ควิซิทให้สั่นสะเทือนมานานหลายปีด้วยสไตล์ออริจินอลและท่าเต้นสุดเร่าร้อนของเขา ยิ่งสาวๆ รักเขามากเท่าไหร่ พวกเธอก็ยิ่งจ่ายเงินหนักมือมากเท่านั้น และมันก็ทำให้ดัลลัส (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) เจ้าของคลับแฮปปี้มากขึ้นด้วย เมื่อมองเห็นแววของเด็กหนุ่มที่เขาเรียกว่า คิด (อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์) ไมค์ก็ได้ช่วยดูแลเด็กหนุ่มวัย 19 ปีคนนี้และคอยสอนเขาเกี่ยวกับศิลปะชั้นสูงของการเต้น การปาร์ตี้ การจีบสาวและการหาเงินง่ายๆ ไม่นานนัก นักแสดงใหม่ซิงของคลับคนนี้ก็เริ่มมีแฟนๆ ที่ชื่นชมเขา ในตอนที่ฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นสำหรับโลกแห่งความสนุกสนาน มิตรภาพและช่วงเวลาหฤหรรษ์ ในขณะเดียวกัน ไมค์ได้พบกับบรู๊ค (โคดี้ ฮอร์น) พี่สาวคนงามของคิด เธอเป็นคนที่เขาอยากจะรู้จักสนิทสนมมากขึ้น และดูเหมือนว่าเขาก็มีโอกาส…เว้นแต่ไลฟ์สไตล์ของเขาจะเข้ามาขัดขวาง ———————————————————————————————————————-------- “Magic Mike” นำแสดงโดยแชนนิง ทาทัม, อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์, แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์, โคดี้ ฮอร์น, โอลิเวีย มันน์, แมทท์ โบเมอร์, ไรลีย์ คีอูห์, โจ แมนกานีลโล, เควิน แนช, อดัม โรดริเกซและกาเบรียล อิเกลเซียส “Magic Mike” กำกับโดยผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ (“Traffic”) และเขียนบทโดยรี้ด แครอลิน อำนวยการสร้างโดยนิค เวชส์เลอร์, เกรกอรี จาค็อบส์, แชนนิง ทาทัมและรี้ด แครอลิน ทีมงานเบื้องหลังได้แก่ผู้ออกแบบงานสร้าง โฮเวิร์ด คัมมิงส์, ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย คริสโตเฟอร์ ปีเตอร์สัน, ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายดนตรี แฟรงค์กี้ ไพน์และผู้ออกแบบท่าเต้น อลิสัน ฟอล์ค Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ Channing Tatum ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด (Hollywood) เมื่อเขา (Alex Pettyfer) เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” (Channing Tatum) ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา Magic Mike เปลื้องหมดใจ ผู้ชายโจ๊ะพรึมพรึม สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม (Channing Tatum) จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกันอย่างที่เห็น ร่วมสัมผัสชีวิต จริงของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ Channing Tatum 28 มิถุนายน 2555 นี้

Magic Mike : เขย่าฝันสะบัดซิกแพค ในโลกมายา ไปกับหนุ่มที่ชื่อ ไมค์
Chaning Tatum /  Gay / 

เป็นหนังที่ค่ายในไทยได้โปรโมทออกนอกหน้าไว้เหมือนละม้าย จะคล้ายหนังที่ขายแต่ ซิกแพ็ค ของเหล่า หนุ่มๆ อาทิ แชนนิ่ง เททั่ม และอีกมากมาย โดยที่หารู้ไม่ว่าเนื้อเด็ดที่สุดของหนังมันกลับอยู่ที่ภายในซิกแพคเหล่านั่น ที่ตัวหนังได้เข้าฉายให้คนทุกเพศ แต่ไม่เหมาะกับทุกวัยเข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ Magic Mike เป็นหนังที่ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ แชนนิ่ง เททั่ม ก่อนเข้าวงการฮอลลีวู๊ด เมื่อ อดัม เลือกที่อยากจะเต้นระบำเปลื้องผ้า ความเร่าร้อนของการเต้นเปลื้องผ้าบนเวที จากนักเต้นรุ่นพี่อย่าง “ไมค์” ซึ่งสาเหตุที่เขาเลือกเพราะเป็นงานที่หาเงินได้ง่าย เพียงแค่ใช้สรีระ รวมถึงผู้หญิงและปาร์ตี้ที่มันส์สุดเหวี่ยงในชีวิตของเขา สาวน้อยสาวใหญ่เตรียมน้ำหลายไหลย้อยกันได้เลย เพราะแชนนิ่ง เททั่ม จะสลัดผ้าให้เหลือน้อยชิ้นที่สุดในหนังเรื่องนี้ ด้วยบทบาทที่เขาจะเล่นเป็นหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ซึ่งใครจะรู้หรือไม่ว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ชีวิตจริงของ เททั่มเองด้วย ก่อนที่เขาจะเข้ามาวงการฮอลลีวูดและโด่งดังกัน Magic Mike กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ที่หลังจากที่เห็นเนื้อหนังในตอนแรก หลายๆคนก็ต่างสาปแช่งว่าตัวหนังจะไม่ได้ทั้ง กล่องเงิน และ คำวิจารณ์ แต่หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาคนที่แช่งเหล่านั่นก็ต้องตกเก้าอี้กันไปหลายขมับ เพราะตัวหนังเปิดตัวสูงถึง 39 ล้านเหรียญ ซึ่งมากทีเดียวสำหรับหนังเรต อาร์ พร้อมทั้งยังได้รับคำชมจากมะเขือเน่าไปสูงถึง 79% อีกด้วย โดยดูเหมือนจะเป็นขาขึ้นของผู้กำกับคนเก่งอย่าง สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก จริงๆ เพราะหลังจากในปีที่แล้วพาเราไปติดเชื้อไวรัสใน Contagion มาแล้ว แถมต้นปีก็ยังพาเราไปลุยกับสาวสุดห้าวใน Haywire ก็ดูเหมือนกับว่าการที่ผู้กำกับผลิตหนังมาถี่ประมาณ 1-2 เรื่องภายในแต่ละปี จะไม่ใช่ปัญหาในด้านของคุณภาพในตัวหนังเลยสักนิด ต่างจากผู้กำกับอีกหลายๆคนที่รีบผลิตหนังโดยไม่สนคุณภาพ เพราะดูเหมือนว่า Magic Mike จะกลายเป็นหนังที่เตรียมติดหนังสร้างชื่อให้กับผู้กำกับ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก ได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากการที่หนังได้มีการตลาดแนวขายทั้งเหล่าหญิงแท้ และ หญิงเทียม ได้อย่างอยู่หมัด เนื้อในของหนังก็ยังถือว่าสามารถมัดใจคนดูทุกเพศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เพราะ Magic Mike เป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวของ ความฝัน , การใช้ชีวิต และ กาลเวลา ของมนุษย์เรา ที่หนังได้ตั้งโจทย์ที่จี๊ดโดนใจไว้ว่า 'ในตอนเราวัยรุ่น พวกเราหลายๆคนก็ต้องการแค่ชีวิตที่สุดเหวี่ยง แต่หลังจากเราเลยวัยนั่นมาแล้ว สิ่งที่เราต้องการมันกลับเป็นความมั่นคงในชีวิตเสียมากกว่า' ผ่าน 2 ตัวละครหลักอย่าง อดัม และ ไมค์ โดยหนังสามารถถ่ายทอดประเด็นเหล่านั่นผ่านการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะให้ คนดู มีความรู้สึกเป็นตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม ที่ในทีแรกหนังก็จะพาเราหลงเสน่ห์ไปกับชีวิตยามราตรี เงินดี หญิงมา ไปด้วยฉากเต้นที่มีทั้ง ลีลา และ ท่า มัดใจสาวน้อย สาวใหญ่ ได้อย่างดีเยี่ยม ก็ไม่ต่างอะไรจากตัวละคร อดัม ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของแสงสีที่ตื่นตัวเป็นธรรมดา แต่หลังจากนั่นหนังก็ได้เสนอให้เราเห็นถึงด้านมืดของโลกราตรีแห่งนี้ ว่าเมื่อเราหลงไปในโลกของมายามากๆ สิ่งที่ทำให้เราต้องออกนอกทางก็คงหนีไม่พ้น ยาเสพติด , เซ็กห์ และความโลภมาก โดยหลังจากนั่นหนังก็เริ่มโชว์ฉากเต้นที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และไม่น่าหวือหวาอีกต่อไป จนทำให้เรารู้สึกกลายเป็นตัวละคร ไมค์ ที่เบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกมายา และต้องการความมั่นคง เพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาเต้นได้ตลอดนะ ซึ่งดูเหมือนนอกจากหนังจะสามารถจับประเด็นเกี่ยวกับการใช้ความฝัน ควบคู่ไปกับเรื่องราวของกาลเวลาได้ดีเยี่ยมแล้ว หนังยังสามารถทำให้คนดูทุกเพศ ทุกวัย สนุกไปกับฉากการเต้นของเหล่า แดนเซอร์ชาย ได้อย่างมีเสน่ห์ และเหมือนโดนเวทมนตร์ของ ไมค์ ตามชื่อหนังเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากการเต้นที่ยังถือว่าเอาอยู่ของ เททั่ม นักแสดงแทบทุกคนในหนังก็ยังตีบทแตกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์ ที่พัฒนาการแสดงได้อย่างเห็นได้ชัด , แชนนิ่ง เททั่ม ที่นอกจากจะเต้นเก่งแล้วยังสามารถอินไปกับตัวละคร ไมค์ แบบที่คนดูจับต้องได้ และปิดท้ายด้วย แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ที่ตีบทแตกกระจุยได้ดีที่สุดของเรื่อง เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว Magic Mike จึงถือว่าเป็นหนังที่ไม่ได้มีขายแค่เหล่า ซิกแพค และ ชายหนุ่ม แต่มันกลับเต็มไปด้วยประเด็นเสียดสีการใช้ชีวิต ของคนสมัยนี่ ที่มัวแต่สนุกกับโลกมายาในวัย 19 จนลืมนึกไปว่าในวัยย่างเข้า 40 ของตัวเองจะต้องการความมั่นคงมากกว่า ได้อย่างสนุกสนาน และจุกในตอนจบ เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ โดย ลูกอบรสเขียด --------------------------------------------------------------------- เมจิคไมค์ ประการแรกที่ต้องแจ้งก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่หนังเกย์ คอนเฟิร์ม!!! ผู้ชายอย่าเพิ่งผวา แต่สาวๆ หรือครึ่งหนึ่งเป็นสาว ที่ชอบเห็นหนุ่มล่ำถอดเสื้อ น่าจะพกผ้าเช็ดหน้าไปด้วยเพื่อเช็ดน้ำลาย หนังเปิดจอกว้างสุด สีสันหนังตอนกลางวันราวกับใส่ฟิลเตอร์ของอินสตราแกรม ก็สบายตาไปอีกแบบ บางฉากอาจต้องปิดตาดู ไม่ใช่อะไร เขิลลล ฉากเต้นก็แข็งแรงทะมัดทะแมง และมีหลายๆโชว์ที่ดูครีเอท และพาเราเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง ที่อาจไม่เคยได้สัมผัส หนังพูดถึงชีวิตของคณะหนุ่มระบำเปลื้องผ้า ในมุมของผู้มาใหม่ และผู้ที่อยู่มานานแล้ว ไมค์ (แชนนิ่ง ทาทัม ตาตั้ม) ผู้ที่มีรายได้จากโชว์เต้นถอดผ้า อย่างอู้ฟู่ ทั้งเงินทองและหญิงสาว แต่เขาก็มีเป้าหมายอะไรบางอย่างในชีวิต เปรียบเทียบกับ อดัม (อเล็กซ์ เพ็ตทิเฟอร์) ที่เพิ่งใหม่ในวงการ มองเห็นแต่ด้านที่อู้ฟู่ และก็หลงระเริงไปกับมัน อำนาจทำให้คนเราเปลี่ยนไปเสมอ ไม่มากก็น้อย รวมไปถึง ไอ้คำว่าสนุกของคุณ มันต้องแลกกับอะไรไปบ้าง ไม่มีอะไรฟรี ไม่มีอะไรง่าย อาชีพเปลื้องผ้า จริงๆแล้วก็เปรียบเทียบได้กับชีวิตของมนุษย์เงินเดือน หรืองานที่ได้เงินมาง่ายๆ ฉาบฉวย เป็นงานที่เลี้ยงชีวิตตนเอง สนุก เพลินไปกับมัน แต่มันไม่ใช่อนาคตซะทั้งหมด ถ้าเราระเริงกับชีวิตแบบนั้น มารู้ตัวอีกที 30 หรือ 40 เราก็อยู่ในวัยที่ไปไหนต่อไม่ได้ และหมดอายุในอาชีพนั้นๆ ถ้าเราไม่มีแผน เราจะอยู่อย่างไรต่อ สุดท้าย เราก็ต้องเติบโตและมีแผนเพื่ออนาคต นอกเสียจากว่า คุณจะใช้ชีวิตสนุกสนานนั้นไปให้สุดทางเลยจริงๆ ให้ 8/10 ตั้งคำถามกับเราว่า คุณจะสนุกกับงานที่คุณทำได้อยู่ไปจนอายุเท่าไหร่ มันมีวันหมดอายุไหม อนาคตและแผนของคุณคือ? โดย Tyler movie.mthai.com

Sherlock Holmes /  กาย ริทชี / 

ผู้กำกับ "กาย ริทชี" สร้าง "เชอร์ล็อค โฮล์มส์" เป็นหนังเกย์ สั่ง "โรเบิร์ต ดาวนีย์" จับคู่ "จู้ด ลอว์" เล่นบทสวีต นักสืบย้อนยุคกับคู่หู ดร.วัตสัน เตรียมจะลงโรงในสหรัฐ แน่ๆ ปลายปีนี้ สำหรับภาพยนตร์ "Sherlock Holmes" จากฝีมือการกำกับของ "กาย ริทชี" ล่าสุด มีข่าวออกมาว่า หนังนักสืบย้อนยุคเวอร์ชั่นนี้ไม่ธรรมดา เพราะผู้กำกับคนเก่ง สร้างสรรค์บทเกย์ใส่เข้าไปให้ นักสืบคลาสสิก กับคู่หู ดร.วัตสัน ซะงั้น "โรเบิร์ต ดาวนีย์" ผู้รับบทเป็น "Sherlock Holmes" ในครั้งนี้ เลยมีอันต้องจับคู่ดู๋ดี๋กับ ดร.วัตสัน อันมีผู้แสดงคือนาย "จู้ด ลอว์" "ดาวนีย์" เปิดเผยประเด็นเกย์ในหนังคลาสสิกเรื่องนี้กับ "Britain?s News of the World" ว่า ผู้กำกับพัฒนาบทความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ซับซ้อนของคู่หู "โฮล์มส์" กับ "ดร.วัตสัน" ที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน รูมเมท "ไมเคิล เมดเวด" นักวิจารณ์หนังบอกว่า นี่เป็นความจงใจของผู้กำกับ "กาย ริทชี" ที่จะสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ให้กับ "Sherlock Holmes" เวอร์ชั่นนี้ และกะขาย "ดาวนีย์" กับ "ลอว์" ดาราสุดแมนที่ถูกจับมารับบท "โฮโมเซ็กช่วล" คู่กัน ซึ่งก็จะทำให้ "Sherlock Holmes" ไม่เพียงเป็นแค่หนังนักสืบระดับตำนาน แต่จะกลายเป็นหนังเซ็กซี่ ที่คนอยากดูคู่เกย์อย่าง "ดาวนีย์" กับ "ลอว์" น่าจะเป็นสาวๆ นักวิจารณ์ "ไมเคิล เมดเวด" ไม่เชื่อว่าผู้ชายทั่วไป (ที่ไม่ใช่เกย์) จะอยากดูอะไรแบบนี้สักเท่าไร ขณะที่ "โรเจอร์ จอห์นสัน" บรรณาธิการ นิตยสาร "Sherlock Holmes" ตั้งข้อสังเกตจากการติดตาม ผลงานต้นฉบับ ของนักเขียน "อาร์เธอร์ โคแนน ดอยล์" ว่า "วัตสัน" มีบางอย่างที่กระเดียดไปทางไม่ค่อยจะแมน แม้ตามท้องเรื่อง เขาจะเป็นสามีที่ดี มีภรรยาเป็นตัวเป็นตน ขณะที่ "โฮล์มส์" เองก็ดูเหมือนจะไม่ได้แสดงออกชัดเจน เรื่องอารมณ์โรแมนติกอีโรติก ไม่ว่าจะกับผู้หญิงหรือผู้ชาย บรรณาธิการ "Sherlock Holmes" คิดว่าหนัง "Sherlock Holmes" เวอร์ชั่นเกย์ น่าจะได้รับการตอบรับพอสมควร จากผู้ชมที่เป็นคนรุ่นใหม่ แต่ลองคิดดูเล่นๆ ว่าถ้า "อาร์เธอร์ โคแนน ดอยล์" มารู้เรื่องนี้เข้า เขาก็ไม่แน่ใจว่า "ดอยล์" จะโกรธจนหนวดกระดิก หรือจะเห็นคล้อยตามการตีความของ "กาย ริทชี" เหมือนกัน ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ

ความจริงของหนัง AV  การเปิดเผยครั้งแรกของโลก
หนังAV /  หนังโป๊

ความจริงของหนัง AV การเปิดเผยครั้งแรกของโลกคำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและตอบกระทู้นี้เราคงเคยนึกสงสัยว่าเหตุใดทำไมผู้ชายญี่ปุ่น(บางส่วน) ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วย เพราะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบางคนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา "วัตถุนิยม" ก็ได้?อย่างที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชีย ก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่า กลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา "บริโภค" นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ใน ย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว ...เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมดรัฐบาลญี่ปุ่นใน เวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้าม พลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคน ทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร...แล้ว ไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? "ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด"เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัว นางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วม ชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็น ของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง "ธรรมดา"ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิต ที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม"อย่าง ที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วใน ประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดก ด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน...อย่าเข้าคิดว่า เด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้น คงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่...เพราะฉะนั้นจะต้องหา "ลำไพ่พิเศษ" เพื่อมาซับพอร์ตใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า "เคยดู" แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R Xโดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไป ของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง...และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์ หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ "สอดใส่"กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ "กำไร" คืนโดยใช้การ "ลงทุน" ให้น้อยที่สุดหนัง เรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อนแล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน? จะถ่ายกล้องแบบไหน?มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุน ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงามแต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน)เมื่อทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป...โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้นอาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนาง เอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง ...วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง... ...แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง!สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AVแบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว (และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย)เนื้อหาของหนังเรต X แทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลยมาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัว สัมภาษณ์หน่อยๆว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์ "ของที่แม่ให้มา" อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็ "ช่วยตัวเอง" ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ "พระเอก" เข้ามาช่วย "เล้าโลม" ให้นางเอก "อุ่นเครื่อง" ในยกแรกก่อนหลังจากนั้น ในยกสอง ส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะ หลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความ หลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1หรือหญิง 2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไปและการเล่นรักมากกว่า สองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียก ค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่นเมื่อการ ถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน...แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออก หน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่า ตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ!วงการหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทยที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม (ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขายหรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่น เป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้น ดาราฮอลลีวู้ดการเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอวียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก...เพราะถึงจบปริญญาตรีมา ก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทนสิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อ กระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้า เป็น "ร่างกาย" นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ "เซ็กซ์"โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น "พื้นที่โฆษณา" โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับ ให้เหล่า "ลูกค้า" ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนัง ที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของ เธอ ....โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่าอยากถ่ายวิตถาร แค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อน ที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้านเมื่อเกิดค่านิยมว่า "ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้" พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์ นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้ เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น ...ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง "เต่งตึง" อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้นแต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ "ข่มขืน" โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง...และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ ยินยอมอาจมีรายการ "ฉุด" กันไปเลย...แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการ กักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดู รสนิยมชอบหนังแนวนี้)จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่าหากไป เดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้น ห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด(แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น "หนัง" โดยไม่เต็มใจสูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียวแม้แต่ผู้ชายเองก็อาจโดนฉุดไปเล่น "หนังเกย์" เข้า พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมากเพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง แถมยิ่งถ้าเป็นการ "รุมโทรม" ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้าง เป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรง มุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) ...พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐอุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศ ญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลย สำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย ...ทั้งนี้ เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้า เข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้น ยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ฉะนั้นอยากแปลกใจ ว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา ...เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง ...และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโต อย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉย ด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม...เครดิตจาก Road to av