หนังตลก

ส่องเบื้องหลัง การถ่ายทำสุดทรหด จนคว้าออสการ์ จาก Birdman
Behind the scene /  Birdman / 

แฟนหนังคงได้เฮลั่นกันไปแล้ว จากการที่ภาพยนตร์ Birdman มายาดาว คว้ารางวัลออสการ์ไปได้ถึง 4 สาขา และที่ลือลั่นที่สุดหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น สาขา กำกับภาพยอดเยี่ยม ที่ผู้กำกับภาพ เอ็มมานูเอล ลูเบสกี ได้จัดหนักด้วยการถ่ายลองเทคตลอดเรื่อง โดยแทบเหมือนจะไม่ได้ตัดต่อเลย! และวันนี้ เราจะพาคุณไปส่องเบื้องหลังดูว่า เส้นทางการถ่ายทำสุดมหัศจรรย์นี้  จะทรหดอดทน และซักซ้อมเป๊ะขนาดไหน มาชมกันได้เลย ร่วมพิสูจน์หนังออสการ์ ซูเปอร์สตาร์ตกอับ กับชีวิตกู้ชื่อเสียง ไปกับ Birdman มายาดาว ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Birdman ได้ที่นี่เลย ---------------------------------

Focus : คิดจะปล้น อย่าตกหลุมรัก
Focus /  Hitch / 

ปีนึง จะมีหนังเรื่องนึงมาให้ชมกัน สำหรับพ่อหนุ่มซูเปอร์สตาร์ วิล สมิธ ที่ในปีนี้ก็มาเจอเราตั้งแต่ต้นปีเลย ในหนังที่เขานำแสดงอย่าง Focus คู่กับนางเอกสาวมาแรงอย่าง มาร์ก็อต รอบบี้ ที่แน่นอนว่าคนไทยน่าจะติดตาภาพของเธออย่างมากจากบทสาวแซ่บใน The Wolf of Wall Street นั่นเอง หนังเป็นเรื่องราวของหัวขโมยระดับเทพ ที่ได้ดันมาเจอสาวเจ้าเสน่ห์อย่างที่รับบทโดย ร็อบบี้ โดยบังเอิญ และนั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาได้ชวนเธอเข้าสู่โลกของการเป็นหัวขโมย ที่ต้องเต็มไปด้วยไหวพริบ และ การหลอกลวง จนกระทั่งพวกเขายังต้องสับสนว่าความรักที่เกิดขึ้นระหว่าง เขา และ เธอ นั่นเป็นเพียงสิ่งนึงในเกมส์การโจรกรรมครั้งใหญ่ หรือเป็นความจริงกันแน่ Focus กำกับการแสดงโดย 2 ผู้กำกับคู่หูอย่าง เกล็น ฟิคาร์ร่า และ จอห์น ริควา ที่มีผลงานที่เคยทำเอาแฟนๆวางใจพวกเขามาในระดับนึงแล้วอย่าง Crazy, Stupid, Love โดยการกลับมาของพวกเขาในเรื่องนี้ พร้อมกับโทนหนังที่มีเรื่องรักมาเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้นักแสดงระดับแม่เหล็กมาประกบคู่กันอีกเช่นเคยก็ดูจะเป็นนิมิตหมายที่ดีไม่ใช่น้อย และผลลัพธ์ดังกล่าวที่ออกมาก็ถือว่าดูสนุกพอถูไถตามที่คิดไว้อย่างไงอย่างงั้น ซึ่งสเน่ห์อย่างนึงของหนังแนวหัวขโมยคือ การที่ตัวหนังจะหลอกล่อคนดูโดยไม่ให้คนดูได้รู้เลยว่าในหัวของเหล่าตัวละครพวกนี้ พวกเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ และพวกเขามีแผนรับมืออะไรมาเพื่อหลอกลวงฝ่ายตรงข้าม และนี่แหละคือจุดขายของความสนุกใน Focus ที่นำมาเสิร์ฟให้คนดูแบบพอเหมาะพอเจาะ รวมไปถึงการผสมผสานเรื่องรักๆ โรแมนติคหวานๆ เข้ามา เพื่อให้ทั้งคุณผู้ชายสามารถสนุกสนานไปกับฉากโจรกรรมและความบ้าบิ่นของตัวเอก ส่วนคุณผู้หญิงก็สามารถจะสนุกไปได้กับในฉากโรแมนติค หวานกุ๊กกิ๊กของนักแสดงนั่นเอง โดยต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า วิล สมิธ จัดเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ผมชื่นชอบมากเป็นอันดับต้น จนขนาดคอยติดตามผลงานของเขามาอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เรื่อง Bad Boys จนมาถึงปัจจุบัน และใน Focus นี่เอง ก็อาจจะมีแอบให้คะแนนความพิศวาสเพิ่มมานิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็รู้สึกว่าพลังซุเปอร์สตาร์ของเขายังเจิดจรัสไม่เคยเสื่อมหายไปไหน (ใช่แล้ว แม้แต่หนังสุดห่วยอย่าง After Earth ก็ตาม) เช่นเดียวกับทางด้านของนักแสดงสาวอย่าง มาร์ก็อต ร็อบบี้ ที่เธอค่อยๆจะฉายออร่าความน่าเอ็นดู และ แซ่บสวยขึ้นมาทุกๆทีเลยก็ว่าได้ ซึ่งโดยรวมตัวหนังก็อาจจะมีช่วงที่น่าง่วง และ การดำเนินเรื่องอาจจะไม่ได้ดูหวือหวา หรือเร่งระดับความน่าตื่นเต้นมากพอให้คนที่หวังจะเข้ามาเห็นหนังโจรกรรมได้สะใจมากเท่าที่ควร แต่ถ้าหากมองมันเป็นหนังในแง่ของหนังโรแมนติคสุดชิลล์ ที่มีบรรยากาศการชิงไหวชิงพริบมาให้คนดูได้สนุกไปกับการดำเนินเรื่องนี้ Focus ก็จะเป็นหนังที่ทำให้คุณไม่ผิดหวัง ไม่ว่าคุณจะพาคนรักของคุณ หรือไปดูกับเพื่อนเพื่อความสนุกสนานก็ตามครับ เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

ขบวนการ ปิ๊ด ปี๊ ปิ๊ด [ยกก๊วนกิ๊กสาว] (Sex is Zero (2002)
หนังเกาหลี

เรื่องย่อ : หลังจากปลดประจำการจากกรมทหาร ผนวกกับความใฝ่ฝันที่จะทำงานเป็นผู้พิพากษา อึนซิก ในวัย 28 จึงต้องฝืนสังขาร สมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และต้องปลอมตัวลดอายุ เพื่อจะได้เข้ากลุ่มกับเพื่อนวัยละอ่อนได้ไม่ขัดเขิน เขากับเพื่อน จอมทะลึ่งอีก 3 คน เช่าห้องพักในมหาวิทยาลัย กิจวัตรยามว่าง คือ การดูวีซีดีหนังเรดเอ็กซ์ แล้ววิพากษ์วิจารณ์อย่างปากจัด เป็นที่สนุกสนาน หลังจากเก็บเกี่ยวความรู้จากหนังต้องห้ามกล่องใหญ่จนทักษะเชิงทฤษฏีใกล้ ล้น ทะลัก ทั้ง 4 จึงคิดลองหาประสบการณ์ภาคสนามกับกลุ่มเป้าหมาย 4 สาวทีมแอโรบิค ประจำมหาวิทยาลัย ที่หลงกลออกเที่ยวกลางคืนด้วยกัน แผนแอ้มไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่ก็ช่วยให้ทั้งหมดสนิทสนมกันมากขึ้น อึนซิก แอบชอบ อึนเฮียว นักเต้นผู้มีพรสวรรค์และมีแววว่าจะขึ้นชั้นติดทีมชาติเมื่อจบการศึกษา ทว่าเธอกลับไปตกหลุมรักหนุ่มหล่อจอมเจ้าชู้… อึนซิก สืบรู้ว่าคนที่ อึนเฮียว ชอบอยู่มีแฟนแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้ จึงจัดการวางแผนเล่นงานให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน ทว่าเจ้าหนุ่มหล่อหลังจากได้เชยชม อึนเฮียว จนหนำใจ เขากลับทิ้งไปในที่สุด อึนเฮียว ต้องทนเศร้าอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเธอก็กำลังเผชิญปัญหาที่ผู้หญิงทุกคน กลัว… เธอต้องเข้าโรงพยาบาลและออกมารักษาตัวอยู่ที่บ้าน นี่คือโอกาสทองของ อึนซิก ที่จะเอาชนะใจเธอให้ได้ /// ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2015/02/2002-sex-is-zero-chang-jung-lim-ji-won.html

ฟ้าดินลิขิต ให้เป็นซุป’ตาร์ จากคนเบื้องหลัง...สู่คนเบื้องหน้า
ชีวิตพลิกผัน /  หนี้สินท่วมหัว / 

ฟ้าดินลิขิต ให้เป็นซุป’ตาร์จากคนเบื้องหลัง...สู่คนเบื้องหน้า ทุกวันนี้การจะมาเป็นศิลปิน-ดารา บอกได้เลยว่ามีหนทางหลายอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการประกวดเฟ้นหานั่นโน่นนี่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครจะสามารถยืนอยู่ในวงการนี้ได้นาน แต่สำหรับบางคนโชคชะตาก็คงจะลิขิตไว้แล้วว่า เขาและเธอเหล่านี้ควรจะต้องมาเป็นศิลปิน-ดาราในวงการนี้จริงๆ จากอดีตเป็นแค่คนเบื้องหลังที่คอยช่วยเหลือคนเบื้องหน้า แต่ทุกวันนี้เขาและเธอเหล่านั้นก็เปลี่ยนที่ยืนใหม่ จากคนเบื้องหลังก้าวขึ้นมาสู่คนเบื้องหน้า ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ชีวิตพลิกผันสุดๆ สำหรับตลกหญิงซุป’ตาร์ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ที่เคยผ่านความลำบากมาอย่างแสนสาหัส มีหนี้ท่วมหัวจนเกือบเอาตัวไม่รอด แต่แล้วฟ้าดินก็เห็นใจเมื่อเธอไปทำงานที่บริษัทเวิร์คพอยท์ในฝ่ายเสื้อผ้า และด้วยความที่มีบุคลิกเป็นเอกลักษณ์ หม่ำ จ๊กมก เลยเป็นป๋าดันให้ไปร่วมแสดงตลกในรายการชิงร้อยชิงล้าน ที่งานนี้เธอสามารถเรียกเสียงฮาได้ทุกครั้ง จนคนดูเริ่มจำเธอได้มากขึ้น หลังจากนั้นเธอก็มีงานต่างๆ เข้ามามากมาย และได้ร่วมงานกับศิลปินดาราอีกหลายๆ คน จนเธอกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงมาจนถึงทุกวันนี้ น้าเน็กซ์ น้าเน็กซ์ ถ้าบอกชื่อจริงว่า เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา หลายคนอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าบอกชื่อว่า น้าเน็ก ทุกคนจะต้องร้องอ๋อทันที แต่จะยิ่งร้องอ๋อขึ้นสำหรับใครที่อายุอยู่ในช่วง 30 ปี ถ้าใครยังจำกันได้กับ น้าเหลือม ตุ๊กตาหุ่นมือรูปงูในรายการเพลงของค่ายแกรมมี่อย่าง เกมฮอตเพลงฮิต เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว น้าเน็กคือเจ้าของเสียงพากย์ของน้าเหลือม นอกจากนี้ เจ้าตัวยังทำงานในตำแหน่งครีเอทีฟให้กับทางบริษัทแกรมมี่ และผันตัวไปเป็นดีเจวิทยุของคลื่นในเครือแกรมมี่ และขึ้นมาอยู่หน้าจอทีวีในฐานะพิธีรายการต่างๆ และกลายมาเป็นพิธีสุดแซบตัวพ่อของวงการในที่สุด เต๋อ ฉันทวิชช์ เต๋อ ฉันทวิชช์ พระเอกตลกของค่ายหนัง GTH อย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ อันที่จริงแล้วหนุ่มเต๋อเคยทำงานฟรีแลนซ์เป็นคนเขียนบทภาพยนตร์ให้กับทางค่ายหนัง GTH และยังเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ตากล้องเบื้องหลัง แอ็คติ้งโค้ช และยังได้ร่วมแสดงเป็นตัวประกอบให้กับหนังหลายๆ เรื่องของทางค่ายนี้ จนวันหนึ่งมีโอกาสได้ไปแคสติ้งหนังกับทางค่าย และได้มารับบทพระเอกเต็มๆ ตัวในหนังเรื่อง กวน มึน โฮ จากนั้นหนุ่มเต๋อก็เริ่มมีชื่อเสียง และกลายเป็นพระเอกของค่าย GTH ไปในทันที แต่งานนี้เจ้าตัวก็ยังไม่ทิ้งงานเขียนบทหนัง ล่าสุดกับหนังเรื่อง พี่มาก...พระโขนง ที่กวาดรายได้ไปถึงพันล้าน ฮั่น เดอะสตาร์ ฮั่น เดอะสตาร์ กลายเป็นเดอะสตาร์ขาแดนซ์ตัวพ่อ สำหรับ ฮั่น เดอะสตาร์ ที่มีใจรักในเรื่องการเต้น จนกลายมาเป็นแดนเซอร์ให้กับศิลปินดังๆ ในค่ายแกรมมี่มาแล้วหลายคน นอกจากนี้ ยังเคยเป็นแดนเซอร์เต้นให้กับศิลปินรุ่นพี่เดอะสตาร์อย่าง บี้ เดอะสตาร์ อีกด้วย จนมาถึงรอบการประกวดเดอะสตาร์ซีซั่นที่ 8 หนุ่มฮั่นจึงตัดสินใจลงสมัคร และติดเข้ารอบเป็น 8 คนสุดท้ายในซีซั่นนี้ แม้ว่าจะได้แค่อันดับที่ 3 ก็ตาม แต่เวลานี้ความดังของหนุ่มฮั่นฮอตสุดๆ จนกลายเป็นศิลปินเดอะสตาร์ที่มีงานชุกมากที่สุด ซีดี เดอะสตาร์ ซีดี เดอะสตาร์ ตามรอยเท้าไฟรุ่นพี่ ฮั่น เดอะสตาร์ มาติดๆ สำหรับหนุ่มน้อย ซีดี กันต์ธีร์ หรือ ซีดี เดอะสตาร์ 10 ที่เพิ่งเรียนอยู่แค่ชั้นมัธยมปลายเท่านั้น แต่ก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกในบ้านเดอะสตาร์ หนุ่มซีดีก็เคยรับงานเป็นแดนเซอร์ให้กับศิลปินในค่ายแกรมมี่หลายๆ คน และยังเคยเป็นแดนเซอร์ให้กับพี่ๆ เดอะสตาร์อีกด้วย จากนั้นพอเวทีเดอะสตาร์ซีซั่นที่ 10 ประกาศรับสมัคร หนุ่มซีดีเลยลงสมัคร และติดเป็น 8 คนสุดท้าย แถมยังตามรอยรุ่นพี่ ฮั่น ด้วยการคว้าอันดับที่ 3 มาครอง จันจิ จันจิรา จันจิ จันจิรา ถ้าในวงการแดนเซอร์พูดถึงชื่อ จันจิ ขึ้นมา ทุกคนจะต้องรู้จักเธออย่างแน่นอน แถมชื่อนี้ในวงการบันเทิงก็มักจะตกเป็นข่าวกับศิลปินหนุ่มๆ หลายคน ไม่ว่าจะเป็น ชิน ชินวุฒ, ฮั่น เดอะสตาร์, จูเนียร์ เดอะสตาร์ สำหรับแดนเซอร์สาวสวยที่ใครๆ มักจะพูดถึงเธออย่าง จันจิ จันจิรา แต่มาทุกวันนี้เธอเลื่อนขั้นขึ้นเป็นศิลปินเต็มตัว กับการเป็นหนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง ไกอา ค่ายดูเอดอท ในเครือบริษัทเวิร์คพอยท์ พอกลายมาเป็นศิลปินซะเอง เธอก็ตกเป็นข่าวกับพระเอกหนุ่มพันล้านอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ โอ อนุชิต โอ อนุชิต อีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพของวงการอย่าง โอ อนุชิต ก่อนที่จะมาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในทุกวันนี้ หนุ่มโอเคยรับจ๊อบเป็นแดนเซอร์ให้กับศิลปินในยุคที่กำลังโด่งดัง ไม่ว่าจะเป็น มอส, ทาทา ยัง ฯลฯ จนเจ้าตัวเกือบจะมีโอกาสได้เป็นศิลปินมีงานเพลง แต่ด้วยความที่คุยกันไม่ลงตัว และรอเวลามานานหลายปี หนุ่มโอตัดสินใจล้มเลิกโอกาสนั้น และหันมาเอาดีทางด้านการแสดง จนกลายเป็นนักแสดงที่ได้รับคำชมจากผลงานเกือบทุกๆ เรื่อง

Predestination : ตัวตนที่เหนือกาลเวลา
Daysbreaker /  Predestination / 

เข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับหนังไซไฟเรื่องเยี่ยมคำวิจารณ์ดี Predestination ของพ่อหนุ่มที่เพิ่งได้เข้าชิงออสการ์อย่าง อีธาน ฮอว์ค ที่เรื่องนี้เห็นเป็นหนังย้อนเวลา แต่ก็ต้องบอกเลยว่าความจริงแล้วตัวหนังมันไปไกลกว่าที่คุณคิดไว้มากโขเลยทีเดียว หนังสร้างจากเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ของนัก เข­ียนในตำนาน โรเบิร์ต เอ ไฮน์ไลน์ ที่กลายมาเป็นผลงานภาพยนตร์ทริลเลอร์-ไซไฟ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกอนาคต เมื่อเจ้าหน้าที่พิเศษ (รับบทโดย อีธาน ฮอว์ค) มีหน้าที่ในการเดินทางย้อนเวลาเพื่อหยุดยั­้งอาชญากรรมก่อนที่มันจะเกิดขึ้น โดยภารกิจสุดท้ายของเขาก็คือการเดินทางกลั­บไปหาชายลึกลับ เพื่อชักชวนให้เข้ามาทำงานเหมือนเขา รวมถึงการตามล่าหาอาชญากรข้ามเวลาปริศนาที่เขาไล่ตามมาตลอดชีวิต หนังเป็นผลงานการกำกับของ 2 พี่น้องอย่าง ไมเคิล สไปริก และ ปีเตอร์ สไปริก ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 แล้ว ที่เขาได้ทำงานร่วมกับนักแสดงหนุ่มอย่าง อีธาน ฮอว์ค โดยจากคำวิจารณ์ที่สื่อนอกต่างยกให้หนังเรื่องนี้เป็น Looper ของปีนี้นั้นไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย แถมหนำซ้ำมันยังดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะในขณะที่ Looper จะเป็นการเผยให้เห็นถึงด้านมืด และการเปลี่ยนแปลงไปของตัวเรา ผ่านกาลเวลา อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต แต่ใน Predestination จะกลับเป็นการพูดถึงเรื่องราวความรัก ผ่านกาลเวลา ที่ในที่นี่นั่นอาจจะไม่สามารถบรรยายได้หมดจดนัก เพราะมันอาจจะไปแตะถึงการสปอยล์ช่วงหักมุมสำคัญของหนังได้ เอาเป็นว่าถ้าหากคุณเป็นคนเหงา ถ้าหากคุณเคยรู้สึกโดดเดี่ยว ดู Predestination แล้วอาจจะทำให้คุณต้องปลื้มปริ่มกับความสุขในการโดดเดี่ยว และวิธีการใช้ชีวิตเพื่อรับมือในอนาคตก็เป็นได้ ซึ่งถึงแม้ว่าในตอนจบของหนัง กับการที่จะเลือกหักมุมแบบหักดิบเช่นนี้ แน่นอนว่าก็ต้องมีช่องโหว่เผยให้คนดูเห็นเป็นธรรมดา แต่ภายใต้ข้อเสียของช่องโหว่เหล่านั้น มันก็มีข้อดีอยู่หลายส่วนที่ทำให้ลบเลือนมันไปได้ และหนึ่งในนั้นคือการที่จุดหักมุมดังกล่าวสามารถตบหน้าคนดูได้อย่างจัง พร้อมตั้งคำถามถึงการมีอยู่ที่แท้จริงของตัวตน และ กาลเวลาได้อย่างแยบยล โดยการเล่าเรื่องของตัวหนังก็สามารถทำได้น่าสนใจ โดยที่ไม่ต้องพึ่งฉากแอ็คชั่น หรือระเบิดภูเขาเผากระท่อมแต่อย่างใดเลยด้วย ทางด้านนักแสดงนอกจาก อีธาน ฮอว์ค ที่แน่นอนว่ามือโปรในการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ของตนในแต่ละเรื่องอยู่แล้ว ก็เห็นจะมีสาวนักแสดงหน้าใหม่อย่าง ซาร่าห์ สนู๊ค นี่แหละ ที่หนังเรื่องนี้เปรียบเสมือนเวทีขนาดย่อมให้เธอได้ปล่อยของอย่างเต็มที่ โดยหลังจากในปีที่แล้วเราเจอเธอในบทสยองขวัญไปใน Jessabelle มาปีนี้เธอจึงแสดงฝีมือที่แท้จริงให้ได้เห็นกันไปเลย ว่าเธอก็มีออร่าในด้านการแสดง และรวมถึงวิธีการถ่ายทอดอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมเหมือนกันนะ โดยเอาเป็นว่าถ้าหากใครที่เป็นคอหนังไซไฟ โดยที่ไม่ได้หวังว่าจะเข้าไปดูหนังไซไฟที่มีแต่การยิงกัน แอ็คชั่นระเบิดตูมตาม แต่กลับเน้นที่พล็อตล้ำๆ ที่จะทำให้คุณเหวอ และทำให้ย้อนกลับมาถามตัวเองถึงเรื่องราวความรัก และ ตัวตน ได้มากขึ้น Predestination ก็จะเป็นหนังที่พร้อมจะตอบโจทย์เหล่านั้นในแง่มุมที่คุณก็จะคิดไม่ถึงครับ เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ครับ โดย Agent17

เฉินคุน-หลีปิงปิง ผนึกกำลังแอ็คชั่น แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ ใน จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร
ZhongKui: Snow Girl and the Dark Crystal /  จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร / 

ปีที่แล้ว แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น ส่งหนังแอ็คชั่น-แฟนตาซีสุดยิ่งใหญ่ The Monkey King ไซอิ๋ว ตอน กำเนิดราชาวานร สร้างปรากฏการณ์ถล่มรายได้หนังเอเชียขึ้นอันดับหนึ่งหนังทำเงินในเมืองไทยมาแล้ว ปีนี้ขอส่งหนังแอ็คชั่น-แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ ZhongKui: Snow Girl and the Dark Crystal จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร  หนังร่วมทุนสร้างระหว่าง จีน, ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ ด้วยทุนสร้างสูงถึง 1,000 พันล้านบาท ให้สะเทือนวงการหนังเอเชียอีกครั้ง พร้อมทีมเทคนิคพิเศษจาก Studio Weta Workshop ผู้ที่เคยทำหนังไตรภาคอย่าง TheLord of the Rings อีกทั้งยังได้ ปีเตอร์ เปา ผู้กำกับภาพ เจ้าของรางวัล ออสการ์ถ่ายภาพยอดเยี่ยม จาก Crouching Tiger, Hidden Dragon มารับหน้าที่ โปรดิวเซอร์ และ กำกับร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย จงขุย เป็นนิทานพื้นบ้านของจีน ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิถังเสวียนจง ในราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 712 ถึง ค.ศ. 756) ถูกหยิบมาสร้างเป็นหนังชุดทางทีวีที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และครั้งนี้ถูกนำมาขึ้นจอใหญ่อลังการด้วยความพิเศษของฉากเทคนิคพิเศษตระการตากว่าเรื่องอื่นๆนักแสดงหนุ่มสุดฮอต เฉินคุน (จาก Young Detective Dee: Rise of the Sea Dragon ตี๋เหรินเจี๋ย ผจญกับดักเทพมังกร และ Mulan: Rise of a Warrior มู่หลาน วีรีสตรีโลกจารึก) รับบทนำเป็นเทพปราบมาร จงขุย แถมควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์อีกด้วย พร้อมอีกหนึ่งนักแสดงสาวสวยมากฝีมือ หลีปิงปิง ในรับบท ราชินีหิมะ (จากผลงานโกอินเตอร์ Transformers: Age of Extinction และ Resident Evil: Retribution) แฮนด์เมด ดิสทริบิวชั่น เตรียมพร้อมให้คอหนังแอ็คชั่น-แฟนตาซีได้พิสูจน์ จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร ในวันที่ 19 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์   -------------------------------

HTC-Valve เปิดตัวแว่น 3 มิติ HTC Re Vive ใช้งานเล่นเกมส์-ดูหนัง
SteamVR

HTC และ Valve ประกาศจับมือร่วมกันผลิตแว่น 3 มิติ HTC Re Vive พร้อมใช้งานกับเทคโนโลยี SteamVR ด้วยมุมมองแว่น 3 มิติ บนแพลตฟอร์ม PC เตรียมวางขายเป็นทางการภายในปี 2015 นี้ สำหรับความร่วมมือของสองบริษัทเป็นลักษณะ"หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์" โดยร่วมมือผลิตอุปกรณ์แว่นตา 3 มิติ ตั้งแต่การผลิตขั้นต้นจนถึงขั้นวางจำหน่าย โดยใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี Steam Machine บนระบบปฏิบัติการ Steam อุปกรณ์ดังกล่าวมีขนาดภาพ 1200 x 1800 พร้อมเฟรมเรต 90 เฟรมต่อวินาที อีกทั้งรองรับลูกเล่นด้านการเคลื่อนไหวและเซ็นเซอร์ต่างๆขณะมองซ้าย-ขวา ยิ่งไปกว่านั้น ไม่เพียงแค่ออกแบบสำหรับการเล่นเกมส์ แต่รองรับสำหรับการรบชมภาพยนตร์เข้ามาด้วย อย่างไรก็ตาม HTC Re Vive ยังไม่มีการเปิดเผยลักษณะการใช้งาน แต่เปิดเผยภาพอุปกรณ์ดังกล่าวออกมาให้ชมเป็นทางการ ดูเพิ่มเติมที่ www.htcvr.com

ฆ่าให้ได้ ถ้านายแน่จริง ในตย.แรก Assasination Classroom ฉบับคนแสดง
Assasination Classroom /  ชั่วโมงลอบฆ่า / 

ไม่น่าเชื่อว่ามังงะเรื่องนี้ก็จะถูกนำมาสร้างเป็นหนังด้วย สำหรับหนังฆ่ามนุษย์ต่างดาวสุดป่วนอย่าง Assasination Classroom ที่ตอนนี้ฉบับหนังคนแสดงก็ได้ปล่อยตัวอย่างแรก พร้อมกับใบปิดออกมาแล้ว ซึ่งเจ้าซีจีของตัวมนุษย์ต่างดาวก็ดูเป็นการ์ตู้น การ์ตูน ตามที่มังงะอยากให้เป็นจริงๆครับ โดยส่วนตัวผมนั้นไม่ใช่แฟนการ์ตูนเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความเห็นว่าตัวหนังเมื่อเทียบกับหนังสือการ์ตูนที่ตอนนี้ไทยออกถึงเล่ม 9 แล้ว แฟนๆจะมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง โดยตัวหนังเป็นเรื่องราวสุดป่วน เมื่อมีมนุษย์ต่างดาวระดับเทพ ได้เข้ามาป่าวประกาศในห้องเรียนสุดพิสดารว่า ถ้าหากใครฆ่าเขาได้จะได้รับเงินรางวัล 1 หมื่นล้านเยน พร้อมแจกอาวุธของเด็กเล่น ที่จะมีผลในการฆ่าเพียงแค่กับเขาเพียงผู้เดียว ใครที่เป็นแฟนๆจากฉบับมังงะก็รอติดตามกันได้เลยครับ เพราะในไทยที่หนังสือการ์ตูนออกโดย สยามคอมมิค ก็ดังพอตัว น่าจะมีคิวฉายเร็วๆนี้แน่นอน หน้าตาหนังสือการ์ตูนฉบับภาษาไทย ที่ออกโดย Siam Inter Comics

ฮิปสเตอร์ ตัวตนจริง หรือ แค่ Wanna be  อยากจะเป็น ?!
hipster /  อยากเป็นฮิปสเตอร์ / 

ยุคนี้ สมัยนี้ ใครไม่รู้จัก  ‘ฮิปสเตอร์ – hipster’ ถือว่าเอาท์สุดๆ เพราะกำลังเป็นกระแสร้อน กระแสนิยมบนโลกออนไลน์ หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่า ‘ฮิปสเตอร์’ คืออะไร... บ่องตง ว่า ไม่ต่างอะไรกับ ‘เด็กแนว’ ยุคก่อน ที่วันนี้กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว ฉะนั้นถ้าจะให้ ‘อิน’ เข้ากับยุคสมัยนี้ ต้องเรียกพวกเขาว่า ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ เท่านั้นถึงจะเหมาะเหม็ง คลิกชม MThai ข่าวภาคซ่าส์ พูดถึงเรื่องนี้กัน แล้วอะไรล่ะเป็นสัญญานบ่งบอกความเป็น ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’?! ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ เป็นคำที่ใช้เรียก หรืออธิบายถึงคนที่ชอบทำตัวแปลก แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคม เป็นคนนอกกรอบ ไม่ชอบตามกระแส (แต่เอาเข้าจริงๆฮิปสเตอร์เป็นกระแสที่มีมานานแล้วในประเทศแถบตะวันตก แต่เพิ่งจะมาเป็นประเด็นในไทยเมื่อไม่นานมานี้) โดยพื้นฐานแล้ว ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ คือกลุ่มบุคคลที่มีความคิดหัวก้าวหน้า รักธรรมชาติ ดูแลสุขภาพ บ้างก็บอกว่า ฮิปสเตอร์ ชอบรับประทานอาหารคลีน (อาหารที่ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง) รักอิสระ ดื่มด่ำงานศิลปะ และชอบปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ แต่ละคนจะมีรายละเอียดต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะนิยมแต่งตัวแบบวินเทจ และมีแนวคิดทางด้านการเมืองไปทางเสรีนิยม หัวก้าวหน้า มักแสดงออกว่าตัวเองไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด หรืออาจจะถึงขั้นชิงชังการเมืองไปเลย สิ่งที่พวกเขาขาดไม่ได้ ต้องอัพเดทตลอด คือ โซเชียล ! ที่สำคัญจำไว้เลยว่า ‘กฎเหล็ก’ ของ ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ คือ....ต้องปฏิเสธว่าตัวเองเป็น ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ บางคนถึงขั้นแสดงความหมั่นไส้ ดูแคลนวัฒนธรรมฮิปสเตอร์กันเลยก็มี ‘ฮิปสเตอร์ไทย’ ทำตัวกันยังไงหรอ? อืมมม...ก็ต้องกินกาแฟร้านแนวๆที่ไม่ใช่ แฟรนไซส์ (Franchise) เลี้ยงแมว ปลูกกระบองเพชร คงคอนเซ็ปต์ ปั่นจักรยานแนววินเทจ นี่แหละวิถีฮิปเตอร์ ชอบอ่านนิตยสารอย่าง  Kinfolk ใช้ แอป VSCO CAM แต่งภาพ มีเสื้อแมรี่อิสแฮปปี แหล่งท่องเที่ยวที่ชาวฮิปสเตอร์ชอบไปมาก คือ เชียงใหม่ ถ้าเป็น ‘ผู้ชาย’ ต้องไว้หนวด ไว้เครา หรือแต่งตัวสไตล์ย้อนยุค หนังที่โคตรฮิปสเตอร์อาจเป็นหนังง่ายๆสนุกๆหรือเป็นหนังที่ยาก แต่ที่แน่ๆต้องไม่เป็นหนังกระแสหลักอย่างแน่นอน เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ ที่ถือว่าเป็น ฮิปสเตอร์ตัวพ่อ  ฉะนั้นหนัง Mary is happy Mary is happy ที่กำกับโดย เต๋อ-นวพล จึงถูกจัดเป็นหนังของเหล่าฮิปสเตอร์ไทยโปรดปรานเป็นที่สุด ขณะที่ อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร หรือ พี่เล็ก-Greasy cafe ก็ขึ้นแท่นเป็นศิลปินในดวงใจของเหล่า ฮิปสเตอร์เมืองไทย ตัวตนจริง หรือ แค่ Wanna be (พวกจอมปลวก) ...วันนี้ ฮิปสเตอร์สไตล์กำลังเป็นเรื่องที่วัยรุ่นไทยหลายคนให้ความสนใจมาก จนกลายเป็นประเด็น ‘ดราม่าฮิปสเตอร์’ ถึงขั้นมีการเสียดสีจิกกัดเหล่าบรรดาฮิปสเตอร์ ผ่านทางโลกออนไลน์ บ้างก็มองว่า หากเป็นตัวตนที่แท้จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กับบางคนพยายามที่จะเป็นอยากจะฮิปสเตอร์ มันก็ดูเป็นเรื่องที่ขัดหูขัดตา บางคนถึงขั้นนำไปตั้งกระทู้สอบถาม ผู้คนในโลกออนไลน์ ว่า "...เป็นฮิปสเตอร์ต้องทำตัวยังไง?..."  แสดงให้เห็นว่ายังมีคนที่พยายามอยากจะเป็น เพราะมันคือแฟชั่น ล่าสุดมีการตั้งเพจ ‘ฉันเป็น Hipster’ จุดประสงค์เพื่อ จิกกัด ประชดประชันพวกที่ชอบตามอย่างกระแสฮิปสเตอร์ โดยเฉพาะ การมาให้นิยามว่าจะเป็นฮิปสเตอร์ได้ต้องเลี้ยงแมว กินกาแฟ แต่งตัววิจเทจ หลีกเลี่ยงกระแสหลัก (ความนิยมของคนหมู่มาก) หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันดูจะฉาบฉวยไปหน่อย เพราะอย่าลืมว่า การอยู่นอกกรอบ นอกกระแส มันก็คือ กระแสนิยม เช่นกัน ดังนั้นทางที่ดีไม่ว่าเราจะเป็นคนสไตล์ไหน การเป็นตัวของตัวเองมันดีที่สุด ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งตามใคร สังคมเองไม่ควร ประเมิน หรือ ตัดสินใคร เพียงเพราะคนสไตล์นี้ที่ เราไม่ชอบ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับมุมมองความชอบของแต่ละคน แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน ขอแค่เป็น ‘คนดี’ ของสังคมคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว MThai News ขอบคุณภาพจาก visitjessjanz,ธนชาติ ศิริภัทราชัย,Mue Wrch

ขอบคุณที่ทิ้งกัน เปลี่ยนสาวบ้านๆอ้วนดำ กลายเป็นสาวสวย
Before&After /  ก่อนและหลัง / 

แชร์กันกระหึ่มอีกแล้วจ้า สำหรับกระทู้ฮอตจาก pantip ที่สาวสวยคนหนึ่ง มาเปิดเผยความในใจว่า เธอโดนทิ้งมา และเพราะการที่เธอถูกทิ้งในวันนั้น เลยทำให้ ผู้หญิงบ้านๆ อ้วนดำ ธรรมดาๆคนหนึ่ง เปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็น สาวสวยสุดฮอตไปเลย เคยโดนทิ้งมั๊ยคะ? ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้หรือไม่? มันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก เหมือนเราไม่อะไรดี ไม่มีคุณค่า ไม่มีความหมายอะไรเหลืออีกแล้ว ในโลกนี้ ไม่น่าจะมีสิ่งใดที่ทำให้ตัวเรารู้สึกไร้ค่า ไร้ความหมาย ได้เท่ากับการโดนคนที่เรารักทอดทิ้งไป การโดนทิ้งทำให้ชีวิตหลายคนพัง บ้างก็เป็นรอยด่าง เป็นความทรงจำที่ไม่ดีชีวิต แต่สำหรับหลายๆคน รวมถึงตัวดิฉัน การถูกทิ้งในวันนั้น คือ จุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้หญิงคนนึง ได้กลับมาค้นพบคุณค่าในตัวเราเอง และความสุขที่แท้จริง ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อน ดิฉันชื่อเล่นว่า “อ้ำ” ปัจจุบันเป็นเจ้าของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ที่ผ่านมาบริษัทเราที่ผ่านเราทำงานที่เรียกว่า “พีอาร์” ให้กับคนอื่นมากมาย รวมถึงทำเรื่อง “ภาพลักษณ์” ให้คนอื่นมาเยอะมาก ทำให้กับธุรกิจเล็กๆ ขนาดกลาง นักธุรกิจดังๆ เราแนะนำเขาได้หมดว่าจะต้องปรับปรุงภาพลักษณ์อย่างไร ใช้สื่ออย่างไรที่ทำให้ภาพที่สื่อออกมาดูดี แต่ที่ตลกมากๆ คือ อ้ำแทบไม่เคยดูแลเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองเลย นี่คือรูปอ้ำสมัยก่อน.... ภาพก่อนถูกทิ้ง หลายคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว ทำบริษัทด้านภาพลักษณ์แล้วไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ ใครมาเห็นเขาจะเชื่อหรอ? คำตอบคือ เขาเชื่อค่ะ แม้อ้ำจะเป็นทำงานเป็นหลักในออฟฟิศ แต่คนที่ออกหน้าตลอด ตั้งแต่ขายงาน พรีเซนต์งาน เก็บเงินลูกค้า คือเพื่ออ้ำอีกคนที่เป็นหุ้นส่วน พูดง่ายๆว่างานไหนใช้แรงอ้ำจะเป็นคนทำ แต่งานไหนใช้หน้าตา อ้ำก็ให้เพื่อนทำ ฟังดูตลก แต่เป็นเรื่องจริง เขียนไปเขียนมาเหมือนจะออกทะเล กลับเข้าเรื่องก่อนละกัน เราเป็นคนต่างจังหวัด มีพื้นเพเป็นเด็ก ปราจีนบุรี พ่อเป็นทหาร ชีวิตวัยเด็กเติบโตและอยู่ในค่ายทหารมาร่วม 20 ปี ฉะนั้นเรื่องความห้าวก็เต็มที่ ส่วนความสวยความงามแบบผู้หญิงก็ลืมไปได้เลย และด้วยความที่เป็นลูกทหารชั้นผู้น้อย พ่อก็จะสอนเสมอให้เราเจียมเนื้อเจียมตัว สมัยเด็กเรามีเพื่อนเป็นลูกนายร้อย นายพันที่เขาย้ายมา คบได้ แต่ห้ามตีตัวเสมอ (พ่อเค้าเคร่งครัดเรื่องแบบนี้) ที่บ้านต่างจังหวัด ย่าเรา เลี้ยงแบบเข้มงวด ให้เราเป็นคนเจียมตัว อย่าทะเยอทะยาน ให้เสียสละให้น้องสาวเพราะเราเป็นพี่ เราเลยกลายเป็นผู้หญิงที่โตมาเป็นผู้หญิงที่ ชอบทำงาน อดทนอดกลั้น เจียมตัว ไม่รักสวยรักงาม คือเป็นคนที่มีลักษณะห้าวๆลุยๆ แต่จะไม่แข็งขืนกับใคร เราเป็นคนที่ไม่ค่อยมีโชคกับเรื่องรักเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะเป็นคนรักใครรักจริงและคบนาน แต่สุดท้ายด้วยความที่เราเป็นคนถึก บ้างาน และที่สำคัญไม่เป็นเรื่องการแต่งตัวเลย ความรักก็จืดจาง เพราะเราไม่มีความหวาน เดาว่าเราไม่มีเสน่ห์แบบที่ผู้ชายไทยชอบนัก อยากได้อะไรกมันกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ผู้ชายที่มาคบกับเรารู้สึกว่าเขาไม่ต้อง active อะไรก็ได้ เพราะเราดูแลตัวเองได้หมดแล้ว แต่จริงแล้วไม่ใช่เลย ลึกๆอ้ำว่าผู้หญิงทุกคนก็อยากได้ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัว มีความเป็นผู้นำ แม้ว่าเราจะทำงาน เลี้ยงตัวเองได้ แต่เราก็หวังให้คนที่จะมาเป้นคู่ชีวิตเรานั้น มีความรับผิดชอบ เติบโตก้าวหน้า และคิดถึงอนาคตของครอบครัว ของเรา และของลูก แต่ประสบการณ์ส่วนตัวอ้ำไม่เคยเจอแบบนั้นเลย อ้ำเคยคบผู้ชายไทย 2 คน คนแรกเป็นแฟนกันที่คบตอนอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่สมัยเรียน ปวช. เขาเป็นคนที่ดี รักเรามาก(ในแบบของเค้า) เราคบมาเรื่อยๆถึง 7-8 ปี ชีวิตไม่ไปไหน ไม่เห็นแววว่าเขาจะทำอะไร หรือจะเป็นหลักเป็นหัวหน้าครอบครัวได้ แต่ประเด็นที่คิดย้อนไปแล้วน้ำตาจะไหลคือ เขาเป็นคนขี้หึงมาก (สมัยนั้นเราดีใจว่าเค้าคงรักเรามากๆ) เชื่อไหมว่า เค้าเคยขังเราไว้ในบ้านแล้วออกไปทำงาน ล็อคกลอนจากข้างนอก เราก็โง่เพราะแฟนบอกว่าหวงเลยรักมากไปไม่อยากให้ไปไหน ตอนนั้นทะเลาะกันเพราะเพื่อนในค่ายทหารมาคุยด้วยเฉยๆ แค่นั้นแหละแฟนจับล็อคไว้ แต่ไม่หนักเท่าครั้งหนึ่งที่ทะเลาะกันแล้วเค้าเอาเราขังไว้ในห้องเก็บของใต้บันได พอเราออกมาได้ เค้าก็เตะเราลงไปนอนกับพื้น แล้วยิ้มน้ำลายใส่หน้า เพื่อนๆเชื่อไหม ว่าตอนนั้นเราทนได้และรู้สึกว่าเราเป็นคนผิดเอง เพราะเค้าพูดจนเรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลย เราเก็บมาตลอด เหมือนเป็นจุดดำมืดในชีวิต แต่ไหนๆอ้ำก็คิดจะเล่าแล้วก็ขอแชร์ให้หมดเลยละกัน ถ้ามีส่วนไหนดาร์กไปก็อย่าถือสาเลยนะ อ้ำเชื่อว่าผู้หญิงหลายๆคนก็อาจจะเคยเจอมาบ้าง เพียงแต่จะขุดมาเล่าให้คนอื่นฟังไหมก็เท่านั้นเอง จากนั้นเราก็ย้ายมาทำงานในกรุงเทพ เพราะไปเจอผู้ชายคนนึงเค้ามาเที่ยวรีสอทแถวบ้านแล้วเค้าพูดว่า "มาอยู่กรุงเทพซิ จะหางานทำให้" แล้วเค้าบอกว่า "คล่องแคล่วแบบเรา หางานทำไม่น่ายากหรอก" พอเค้ากลับไปเราก็มานั่งคิดนะ ชีวิตต่างจังหวัดสำหรับเรามันใช่หรือเปล่า เราไม่เคยเห็นภาพตัวเองทำงานมีลูกใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเลย เราก็ลองแอบไปแย็บๆถามย่าเพราะย่าเลี้ยงเรามา แต่ย่าเอง เค้าไม่ได้สนใจเรามากอยู่แล้ว(เราไม่ใช่หลานรัก) เค้ารักน้องสาวเรามากกว่า แกบอกว่า "ไปพ้นๆก็ดีจะได้ไม่ต้องเสียเงินให้เรา" ทั้งๆที่แกก็ไม่ได้ส่งเราเรียนหนังสือสมัย ปวช.อยู่แล้ว เรารับจ้างทำบัญชี เป็นเสมียนในปั๊มน้ำมันแถวบ้านแล้วเก็บเงินส่งตัวเองจนเรียนจบ จุดที่เราจะเข้ากรุงเทพเริ่มใกล้ความจริง เลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพมาอยู่กับผู้ชายคนนี้ ที่ตอนหลังเป็นแฟนคนไทยคนสุดท้ายของเรา ส่วนแฟนที่อยู่ต่างจังหวัดก็เริ่มห่างไปเรื่อยๆ จนเราก็เลิกกันในที่สุด แฟนคนไทยคนที่สองก็คล้ายๆคนแรก คบไปกันไปเรื่อยๆเขาก็มีเรื่องทะเลาะกับที่ทำงานและลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆ เราก็หวังดีอยากให้แฟนมีอะไรทำ เลยคุยกันว่าเราจะไปกู้เงินมาลงทุนเปิดร้านมินิมาร์ทเล็กๆให้เขาดูแล แต่ทำไปได้สัก 6-7 เดือนสุดท้ายก็ไปไม่รอดเพราะเขาไม่ได้ใส่ใจ ก็กลายเป็นขาดทุน แต่ละเดือนๆรายได้ที่หามาก็ต้องไปลงกับหนี้ รวมถึงต้องเลี้ยงตัวเค้าอีกท้องหนึ่งด้วย จนสุดท้ายก็ปิดร้าน เขาก็ไปหางานทำใหม่ และก็ปล่อยให้เราจัดการกับหนี้ส่วนหนี้ไปโดยลำพัง จนสุดท้ายเราก็รู้สึกว่าแบบมันไม่ใช่ เขาไม่น่าจะเป็นคู่ชีวิต เราแอบหมดศรัทธาในตัวเค้า คือรู้สึกว่าทำไมเขาไม่สู้ ไม่พยายามคิดหรือทำอะไร เพื่ออนาคต ซึ่งตอนนั้นก็คิดไปแบบเด็กๆ จะถูกผิดไม่แน่ใจ เพราะเคยมีแฟนมาแค่ 2 คนเท่านั้น โชคชะตาพามาให้ได้ ต้องพานายจากประเทศอิตาลี ซึ่งมาประเทศไทยอยู่เรื่อยๆ หัวหน้าเราสั่งให้ไปดูแลเพราะเขาเพิ่งย้ายมาดูแลงานที่เมืองไทย นายให้ไปรับและเราพอพูดภาษาอังกฤษได้ เราเป็นคนตลกเหมือนผู้หญิงอ้วนดำคนหนึ่งที่เน้นฮา จะขึ้นเขาลงห้วยไปได้หมดและกินเก่งมาก อิตาลี่ส่งอะไรให้เรากินหมด อิตาลีก็ขำ เราคิดว่าเค้าเปนหัวหน้าช่างตำแหน่งใหญ่ๆ แต่ตอนเรามารู้ตอนหลังว่าเค้าคือหุ้นส่วนหลักของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มีสาขาอยู่ 7 ประเทศทั่วโลก ทุกครั้งที่เค้ามาเมืองไทย เราก็จะถูกส่งไปรับ และแน่นอนว่าในที่สุดเราก็คบกับอิตาลี่คนนี้ แล้วโลกอันสวยงามก็เปลี่ยนฉากชีวิต จากพนักงานบริษัทธรรมดาคนนึงเงินเดือน 13,000 สมัยก่อนนั่งรถเมล์ไปทำงาน ห้างก็ไม่ค่อยไปโรงหนังก็ไม่เคยดูกับชาวบ้าน บ้านนอกเข้ากรุงมามุ่งทำงานและตั้งหน้าใช้หนี้กับแฟนเก่าที่ทำไว้ คิดแค่นั้น ได้กลายเปลี่ยนเป็นเค้าพาเราไปกินอาหารดีๆ พาไปเดทที่ร้านสวยๆที่เราไม่มีปัญญาไปแน่ๆ มีชีวิตแบบคุณนายฝรั่ง แฟนกลับอิตาลีส่งเงินมาให้เดือนละ5หมื่น เสาร์อาทิตย์เราก็ไปซื้อของที่ห้าง ชอบอะไรก็กล้าซื้อเพราะมีเงิน สุขสำราญ สำลักความสุขและความรัก โลกเป็นสีชมพูมาก เราฝันว่าจะมีงานแต่งงานน่ารักๆ แฟนคนนี้เป็นคนที่เปิดโลกให้เรามาก เขาทำให้เรากล้าเผชิญโลก กล้าเดินออกไปไหนมาไหนโดยเค้าเป็นความมั่นใจในส่วนที่เราไม่เคยมี เวลาคุยงาน คุยกับเพื่อนฝรั่ง เขาสอนเราให้มีมุมมองต่างๆในการทำธุรกิจ ตอนนั้นบอกตรงๆว่าอ้ำรู้สึกชื่นชมแฟนฝรั่งมากว่านี่ละเราตัดสินใจไม่ผิดเลยจริงๆ คบกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนึงเขาบอกว่าลาพักร้อนกลับไปต่างประเทศ จะกลับไปนานหน่อย เพราะต้องไปดูแลแม่ที่ป่วยด้วย เราก็เข้าใจ จากอาทิตย์ เป็นเดือน สุดท้ายผ่านไปเป็นปี เราก็พยายามถาม เค้าก็บอกว่ายุ่งบ้าง ต้องไปดูแลงานอีกที่บ้าน จนกระทั่งมารู้ภายหลังจากเพื่อนของเขาว่าจริงๆแล้วเขากับครอบครัวยังไม่ได้หย่าอะไรกัน ที่ผ่านมาเราโง่เอง ช่วงนั้นก็เป๋ไปบ้าง แต่ก็พยายามทำใจและคิดถึงสิ่งดีๆที่เขาให้เรา เช่น มุมมองความคิด มันเป็นอะไรหลายๆอย่างที่มีค่ามากที่ติดตัวเรามาจนทุกวันนี้ พอเลิกรากับฝรั่งคนนั้นก็ไป ก็เข้าสู่แฟนฝรั่งคนที่สอง และเป็นคนท้ายสุดของชีวิต เป็นคนที่ให้บทเรียนกับเรามากที่สุด และเป็นคนที่ทำให้เราพบกับสัจธรรมชีวิต ฝรั่งคนนี้เข้ามาคุยๆจีบๆเรา เพราะเพื่อนแนะนำให้รู้จักกัน เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนในกลุ่ม(ตอนมีแฟนฝรั่งคนแรก อ้ำก็เลยได้มีกลุ่มเพื่อนที่เป็นฝรั่งหลายคน) จนในที่สุดเราก็ได้คบกัน ตอนนั้นอ้ำหนักประมาณ 55 กิโล ประกอบกับที่เป็นคนตาโต และผิวคล้ำ ก็เป็นสเปคฝรั่งเลย ชีวิตในช่วงแรกก็มีความสุขมาก เราก็เลยตกลงทำธุรกิจด้วยกัน และคิดว่าคนนี้แหละ คือคนสุดท้ายของชีวิต คือคนที่เราจะฝากอนาคตไว้ด้วย เราเข้ากันได้ทุกอย่าง ตั้งแต่นิสัย อาหารการกิน มุมมองต่างๆ จนไปถึงเรื่อง....^_^ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่อ้ำมีความสุขมาก สุขจนเรารู้สึกว่าเราไม่ต้องห่วงสวย หรือมองใครเผื่อเลือกอีกแล้ว เพราะคนนี้คือคนสุดท้ายของเรา และเขารักเราด้วยใจจริง ตอนนั้นอ้ำก็คิดอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตในแต่ละวันของเราเต็มไปด้วยความสุข รวมถึงวางแผนเพื่อสร้างครอบครัวกัน นอกจากการเรื่องงานที่เราทำร่วมกันแล้ว(และรายได้ก็โอเค) สิ่งที่น่าจะมาเติมเต็มให้เขาได้คือชีวิตในบ้าน อ้ำทำหน้าที่แม่บ้านไม่ขาดตกบกพร่องตามแบบฉบับของหญิงไทย ตั้งแต่ปัดกวาดเช็ดถู จนไปถึงเรื่องอาหารการกิน และเมื่อทำอาหารกิน แน่นอนที่สุดเราก็กลายเป็นคนกินเยอะไปตามธรรมดา ประกอบกับเราไม่ได้ห่วงสวยงามอีกแล้ว ตอนนั้นก็ยอมรับเลยว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปไกลมาก และไม่ใช่แค่เราที่อ้วนขึ้นแฟนเราก็อ้วนขึ้น และสิ่งที่สังเกตได้เลยคือ ชีวิตคู่เราในเรื่องนั้นก็ค่อยๆจางลงไป ตอนแรกเราก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าคนเราคบกันมาถึงจุดหนึ่งเรื่องแบบนี้มันก็ลดความหวือหวาไปได้เป็นธรรมดา แต่ถัดมาสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ คือเขาเริ่มเหมือนเบื่อๆเรา ไม่มีโมเม้นต์ความหวานเหมือนช่วงแรกๆ ไม่กอด ไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้ ทำอะไรก็ไม่ค่อยถูกใจมากขึ้น บรรยากาศแบบนี้มันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และช่วงหลังๆเริ่มทะเลาะกันบ่อยๆ จนในที่สุดเขาบอกเราว่าลองแยกกันอยู่เถอะ เพราะบางครั้งการที่เราเป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เป็นทั้งแฟนกัน มันทำให้เราแยกบทบาทกันไม่ถูก และมันอาจจะกระทบเรื่องงานด้วย ตอนนั้นเราไม่เข้าใจ เสียใจ พยายามยั้งเขาไว้ทุกทาง จนวันนึงเขาก็ออกจากบ้านไป โดยที่ยังทิ้งของไว้ ช่วงนั้นเพื่อนเขาก็บอกเราว่าเขามีคุยๆกับผู้หญิงคนอื่นอยู่นะ เราก็พยายามคิดในแง่ดีว่าก็ฝรั่งอะนะ เขาอาจจะมีกันบ้าง เรื่องรักกับเซ็กส์ไม่ได้มาด้วยกัน และคิดไปถึงขั้นว่าเราขาดตกบกพร่องอะไร ดูแลเค้าไม่ดีรึเปล่า จะเรียกว่าโง่หรือหลงสามีฝรั่งก็ได้นะ แต่ตอนนั้นเราคิดอย่างงั้นจริงๆ จากนั้นเราก็พยายามดึงเขากลับมา ซื้อของให้เอาใจเขา พยายามหวานใส่เขา ชวนเขามากินข้าวที่บ้าน ทำทุกอย่างที่เรียกว่าอ้อนวอนขอให้เขากลับมา เราทำอยู่อย่างนั้นเป็นเดือนๆ แต่ยิ่งทำเขาก็ยิ่งห่าง ถึงเลิกงานปุ๊บเขาก็กลับ เจอหน้าคุยแค่งาน แล้วไม่มีคุยอะไรกัน ถึงวันนึงเราก็พยายามอยากจะเคลียร์ว่าสุดท้ายจะเป็นยังไง เพราะตอนแยกกันอยู่เราก็ไม่ได้พูดเรื่องเลิกกัน ตอนนั้นก็โง่คิดว่ายังมีหวังอยู่บ้าง ดแต่สิ่งที่เราได้ยินกลับมาคือ.... “ไอไม่ได้รักยูแล้ว จะพยายามเลย มันไม่ช่วยอะไร” “ทำไมยูไม่กลับไปส่องกระจกดูสารรูปของตัวเองบ้าง ว่ายูเปลี่ยนไปแค่ไหน” “จะให้ไออยู่ด้วยได้ยังไง ไอไม่มีอารมณ์ด้วยหรอก” ผู้ชายได้ยินอะไรแบบนี้คงจะรู้สึกเฉยๆนะ แต่อ้ำว่าผู้หญิงเราเวลาเจอะเจอคำพูดตอกหน้าแบบนี้มันทิ่มแทงมาก โดยเฉพาะจากคนที่รักกัน ตอนนั้นก็เสียใจ ทำใจไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยดูสารรูปตัวเองจริงๆอย่างที่เค้าว่า เพราะเราคิดว่าคนที่รักกันจริงๆถึงขั้นจะสร้างครอบครัวกัน มันน่าจะก้าวข้าวเรื่องแบบนี้ไปได้แล้ว ช่วงนั้นก็เมามายฟูมฟายไปเรื่อยๆ เพื่อนก็พยายามปลอบแล้วปลอบอีก แต่สิ่งนึงที่เลิกทำไปแล้วคือการไปตามต่อไอ้ฝรั่งคนนั้น เพราะเรารู้สึกว่าเขาทำร้ายจิตใจเรามาก และคงไม่มีประโยชน์ ปัจจุบัน สวยปิ๊ง ทำได้ไงเนี่ย?? ท้ายสุดขอขอบคุณคนสามคนที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งนี้ คนแรกคือเพื่อนอิ๊ก ที่เป็นทั้งหุ้นส่วนธุรกิจ และยังเป็นครูสาวแสนสวยแห่งโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนซี้ ที่นอกจากจะช่วยรับฟังปัญหาแล้ว ก็ยังช่วยเราฟันฝ่าอุปสรรค และอยู่ข้างเราเสมอ คนที่สองคือ พี่หมอโอ๋ พญ.ณัฏฐาภณิตา รพีพงษ์พัฒนา แห่งณัฏฐาคลินิก ซึ่งอ้ำรักเหมือนพี่สาวแท้ๆคนหนึ่งเลย พี่หมอเป็นคนที่ช่วยให้แนวคิดดีๆ เรื่องความงามของผู้หญิง ขอบคุณที่ให้ดูรูปและเล่าเรื่องราวชีวิตในวันนั้น รวมถึงเป็นแรงบรรดาลใจดีๆให้กับอ้ำเสมอมา และคนสุดท้ายคือ สตีเฟ่น แฟนฝรั่งคนนั้นที่ทิ้งกันไป แม้สิ่งที่ยูทำไว้จะย่ำแย่มากๆ ไม่ว่าจะทำพูด หรือการกระทำในช่วงที่จะเลิกกัน แต่เพราะการกระทำและคำพูดแย่ๆที่ทำร้ายจิตใจนั่นละ ก็กลายเป็นส่วนสำคัญมากๆที่ทำให้อ้ำได้ realize ว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต และตลอดมาอ้ำละเลยอะไรไป ขอบคุณมากนะสตีเฟน ขอบคุณที่ทิ้งกัน... ที่มาเรื่องราวจาก http://pantip.com/topic/33296842

เก็บตก!! พรมแดงสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24
ใหม่ ดาวิกา /  เต้ย จรินทร์พร / 

ผ่านพ้นไปอย่างสวยงาม สำหรับงานประกาศรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2557 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเย็นวานนี้ (1 มี.ค.) ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีเหล่าซุปตาร์ตบเท้าร่วมงานมากมาย อาทิ ใหม่ ดาวิกา, เก้า จิรายุ, เต้ย จรินทร์พร, ไอซ์ ปรีชญา, หนูนา หนึ่งธิดา, สายป่าน อภิญญา, เก้า สุภัสสรา และคนอื่นๆ อีกมากมาย โดยปีนี้รางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยมได้แก่ เก้า จิรายุ จากหนัง ตุ๊กแกรักแป้งมาก และผู้แสดงนำหญิงได้แก่ เต้ย จรินทร์พร จาก Timeline จดหมาย ความทรงจำ ส่วนผู้แสดงสมทบหญิงตกเป็นของ สายป่าน อภิญญา จากหนัง ภวังค์รัก ฝ่ายสมทบชายตกเป็นของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ จากหนัง แผลเก่า และหนังทำเงิน 100 ล้านอย่าง คิดถึงวิทยา กวาดไปทั้งหมด 6 รางวัล ส่วนภาพยนตร์ยอดเยี่ยมได้แก่ ภวังค์รัก จ้าาาา!! เต้ย-เก้า-สายป่าน ใหม่ ดาวิกา เต้ย จรินทร์พร ไอซ์ ปรีชญา หนูนา หนึ่งธิดา สายป่าน อภิญญา เจนสุดา ปานโต เก้า สุภัสสรา นก สินจัย เพลง-เก้า เจ้าสัวบุญชัย-ตั๊ก บงกช

มังกรผงาด ในใบปิด และ 2 คลิปใหม่จากซีรี่ย์ Game of Thrones Season 5
Game of Thrones /  Game of Thrones Season 5 / 

ใกล้จะเริ่มฉายกันเข้าไปทุกทีแล้ว สำหรับสุดยอดซีรี่ย์สุดฮิตที่ได้รับคำชมหนาหูมาทุกซีซั่น สำหรับ Game of Thrones ที่ตอนนี้ซีซั่น 5 ที่มีกำหนดฉายในเดือนเมษายนนี้ ก็ได้เริ่มโปรโมทกันอีกครั้งนึงแล้ว หลังจากปล่อยตัวอย่างออกมาเรียกน้ำย่อยแฟนๆให้ฮือฮากันไป มาคราวนี้ก็ถึงคิวใบปิดแรก พร้อมกับคลิปใหม่อีกเล็กน้อยออกมาด้วยครับ โดยใบปิดแรกที่หนังปล่อยออกมาเป็นภาพของตัวละคร ไทเรียน เลนนิสเตอร์ ที่รับบทโดย ปีเตอร์ ดิงลาร์จ กำลังยืนเผชิญหน้ากับมังกร ซึ่งแน่นอนว่าน่าจะเป็นหนึ่งในลูกๆของ คาลิสซี่ แดเนริส ซึ่งจากตัวอย่างก็น่าจะบอกใบ้ได้อยู่ว่าภาคนี้พวกเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง โดยนอกจากนั้นซีรี่ย์ยังปล่อย 2 คลิปใหม่ออกมาในชื่อว่า The Sight ซึ่งเป็นมุมมองคลิปผ่านสายตาตัวละคร ซึ่งจะบอกใบ้อะไรบางอย่างให้กับคนดูกันแน่ ซึ่งเรามารอติดตามชมความยอดเยี่ยมของซีรี่ย์ชุดนี้กันได้ เริ่มออนแอร์ตอนแรก 12 เมษายนนี้ครับ

กองทัพ โปสเตอร์คาแรคเตอร์ของ Avengers: Age of Ultron
Avengers: Age of Ultron /  ซูเปอร์ฮีโร่ / 

ทะยอยปล่อยเซตโปสเตอร์ออกมาอีกเพียบ น่าจะออกมาครบคนนั่นแหละสำหรับ Avengers: Age of Ultron ตอนนี้ออกมาเป็นภาพของ โทนี่ สตาร์ค, ฮัลค์, แบล็ค วิโดว์, ธอร์, นิค ฟิวรี่ ท่ามกลางการโจมตีของเหล่า อัลตรอน เดี๋ยวมีมาเพิ่มอีก จะมาอัพเดตให้ครับ ผลงานการออกแบบโปสเตอร์เซตโดย BLT Communications, LLC เจ้าเดียวกับที่ทำให้หนัง ไอ้แมงมุม ภาคอิเล็คโคร, การ์เดี้ยน ออฟ กาแล็กซี่, อินทูเดอวูด, สพันจ์บ็อบภาคล่าสุด, กัปตันอเมริกา วินเทอร์โซลเดอร์, รถถังฟิวรี่, แกรนด์บูดาเปสท์, โนอา ฯลฯ โอ้ เยอะ มาร์เวล สตูดิโอส์ ภูมิใจเสนอ  “อเวนเจอร์ส: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก” มหากาพย์ภาคต่อของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องยิ่งใหญ่ตลอดกาล เมื่อโทนี่ สตาร์คต้องการที่จะปัดฝุ่นโครงการเพื่อสันติสุขของชาวโลกขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดไว้ และเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ผู้ทรงพลังอย่าง ไอรอนแมน, กัปตันอเมริกา, ธอร์, ดิ อินเครดิเบิ้ล ฮัลค์, แบล็ค วิโดว์ และ ฮอว์คอาย ต้องเผชิญกับบททดสอบอันยิ่งใหญ่โดยมีชะตากรรมของโลกแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อ “อัลตรอน” สุดยอดวายร้ายได้ถือกำเนิด มีเพียงเหล่าอเวนเจอร์สเท่านั้นที่จะสามารถหยุดยั้งเขาและผนการอันชั่วร้าย ของเขาได้ ความวิตกกังวลของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ยอดนักสู้และการกระทำที่ไม่คาดคิดได้นำไป สู่มหากาพย์การผจญภัยระดับโลกที่ไม่มีใครเหมือน เตรียมตัวพบกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สุดอลังการเมื่อเหล่าอเวนเจอร์สกลับมาใน อเวนเจอร์ส: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก

ตุ๊กกี้ เชื่อ!! ปอบมีจริง เผย “ของดี” พลิกชีวิต
ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ /  ผีปอป / 

ปักใจเชื่อมาตั้งแต่เด็กว่า ผีปอป ที่เราเคยดูแต่ในหนังมีอยู่จริงสำหรับตลกสาวตัวแม่ของเมืองไทย ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ โดยเจ้าตัวเล่าว่า “หนูเป็นเด็กบ้านนอก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี เรานับถือผีฟ้าทางบรรพบุรุษหนู โดยเฉพาะทางพ่อ จะมีการรำผีฟ้าเพื่อรักษาโรค หนูเองก็เคยทำวิจัยจบปริญญาตรี หนูก็ทำวิจัยเรื่องปอปผีฟ้า หนูเห็นกับตา พี่เชื่อมั้ย ยายร่างทรงแก่ๆ แบบกำลังจะหมดลม แต่พอขึ้นรำผีฟ้า สามารถปีนต้นมะพร้าวได้โดยที่ไม่เหนื่อยไม่ล้า สามารถวิ่งรอบกองไฟ 40 กว่ารอบก็ไม่เหนื่อย ทั้งๆ ที่เขาก็จะสิ้นลมแล้ว เพราะอายุแกเกือบ 100 แล้ว เห็นกับตา เชื่อด้วย ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กค่ะ” ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ สมัยเด็กเคยเจอผีปอปกับตัวเองมั้ย “คือทุกปีหมอธรรมหรือสัปเหร่อแถวบ้านจะมาประกาศว่า ผีปอบกำลังจะเข้าหมูบ้าน 30 ตัว 40 ตัว เขาก็ให้เอาหินตามถนน หินก้อนแดงๆ ไปปลุกเสกแล้วไปขว้างใส่หลังคาไล่ผีปอป ของแบบนี้ไม่เจอกับตัวยากที่เชื่อ จากที่หนูเห็น ใครดวงตก ปอบจะวิ่งเข้าทวารทั้ง 5 โดยธรรมเนียม คนอีสานจะกลัวสองอย่าง 1.ปอป 2.แม่ม่าย อย่างสมมุติปีนี้ผีแม่ม่ายจะเอาชีวิตคนที่ขึ้นต้นด้วย ส ที่บ้านก็จะทำพิธีอะไรบางอย่างเพื่อป้องกันผี แถวบ้านทำแบบนี้มาตั้งแต่เกิด” ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ เชื่อเรื่องผีเรื่องสาง แล้วตุ๊กกี้มีอะไรยึดเหนี่ยว “หนูจะบูชาพระอยู่สององค์ ก็คือพ่อกับแม่ เวลาไปไหนมาไหน หนูจะท่องมนต์ให้แคล้วคลาดปลอดภัย “นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู นะโมพุทธายะ นะมะอะอุ” ท่องก่อนออกไปทำงาน ไปเจรรา ไปต่อรอง หรือขอความเป็นธรรม ท่อง 3 รอบ ขอพรจากพ่อแม่ดลบันดาลให้เราแคล้วคลาด แค่คิดจะตอบแทนพ่อแม่ ให้เงินพ่อแม่ บุญนี้จะตอบแทนให้เรามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น เหมือนชีวิตหนูที่ได้เงินมาสร้างบ้านให้พ่อ ซื้อรถให้พ่อ เราได้กลับมามากกว่านั้น เหมือนเทวดาดลบันดาลให้ ยิ่งเราทำดีกับพ่อแม่มากเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ” ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ได้ข่าวว่าแอบไปเสริมดวงด้วยใช่หรือเปล่า “ในชีวิต หนูมีหมอดูประจำชีวิต คือดูตั้งแต่ยังไม่เป็นตุ๊กกี้ จนเป็นตุ๊กกี้ทุกวันนี้ เขาชื่อหมออางค์ โอนตัง 200 โทรคุยทางโทรศัพท์ดูให้เลย แม่นมาก แบบบอกกับหนูว่า อีก 3 อาทิตย์หนูจะซื้อรถสีอะไร ทายขนาดว่า จะลาออกจากพนักงานประจำมาเป็นศิลปินเต็มตัว หนูปรึกษาทุกเรื่อง หมอดูคนนี้ของจริง หนูก็ได้หมออางค์นี่แหละที่พาไปแนะนำให้รู้จักหลวงพ่อท่านหนึ่งที่นครศรีธรรมราช ที่ได้สักกระเป๋าตังค์ เจิมถุงเงินถุงทอง จนทำให้ตุ๊กกี้มีงานมีเงินทุกวันนี้ค่ะ” เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

เรื่องแปลกๆ สารพัดเลขเด็ด ก่อนหวยออก!!
ลอตเตอรี่ /  สลากกินแบ่ง / 

ขอบอกว่า ทีมงานสรรหาเพื่อเอาใจคอหวยโดยเฉพาะ และหากเรื่องราวที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ทำให้แฟนคลับ MThai ขุ่นคล้องหมองใจ ก็ต้องกราบขออภัยไว้ ณ ทีนี้ด้วยครับ เริ่มกันที่เรื่องแปลกๆ ลูกหมูประหลาด มีงวง มีเขี้ยว คล้ายพระพิฆเนศ ลำตัววัดโดยรอบ 25 ซม. ความยาวของลำตัว 32 ซม. เท้าทั้ง 4 ขาปกติ น้ำหนักตัว 1,500 กรัม ตายมาแล้ว 4วัน แต่สภาพเนื้อหนังไม่เน่าเปื่อย ขอบคุณภาพจาก kppnews.net  เหตุเกิดขึ้นที่บ้านของนางอำพร จันทร์ศรี อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 6 บ้านบึงหล่ม ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ชาวบ้าน ชาวช่อง โดยเฉพาะเหล่าคอหวยแห่มาขอดูกัน หัวบันไดไม่แห้ง ยิ่งเจ้าของบ้านนำร่างลูกหมู ใส่พานทองเหลือง ปูด้วยผ้าขาว ผูกผ้าสามสี แถมเพิ่มความขลังด้วยการนำแผ่นทองคำเปลวปิดไว้ที่ร่างหมู ยิ่งเพิ่มความสนใจให้กับชาวบ้าน เพราะเดิมที่มาดูกันเฉยๆ แต่คราวนี้เล่นหอบเอา ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ ขอโชคลาภกันเลยทีเดียว เรื่องนี้ก็อัศจรรย์ มิใช่น้อย เมื่อเจ้าอาวาสบ้านโนนสวรรค์ จ.ร้อยเอ็ด นั่งสมาธินิมิตเรือโบราณ โดยมีแม่ย่านางบอกว่า ฝังอยู่ที่ริมแม่น้ำชีท่าทรายเสี่ยลอ วันรุ่งขึ้นเมื่อญาติโยมทราบเรื่องได้พากันเอารถแบ็คโฮไปขุด ปรากฎว่า นะจังงัง พบเรือโบราณไม้ตะเคียนทอง ลักษณะคล้าย เรือสำเภาจีน ขนาดความยาว 26 เมตร กว้าง 5 เมตร อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี สร้างความตื่นเต้นกับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง และก็เป็นไปตามระเบียบ ชาวบ้านในจังหวัดใกล้เคียง แห่นำ ดอกไม้ ธูปเทียน ผ้าสามสี มากราบไหว้ ขอโชคลาภ และขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ขณะนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านโนนสวรรค์ ข่าวสุดท้ายต้องให้เขา เพราะไม่ว่าใครเจอเหตุการณ์นี้ มักจะโดนเต็มๆเกือบทุกราย โดนเต็มๆที่ว่าคือถูกหวย ถูกลอตเตอรี่ จ้าพี่น้อง... โดยเฉพาะเจ้าของรถทัวร์ ผู้ร่วมเหตุการณ์ และคอหวย คงได้ลุ้นกันสุดชีวิต จากเหตุการณ์ที่ นางเสริฐ มาลากุล หญิงสาวชาวลาวท้องแก่ วัย 30 ปี เกิดเจ็บท้องใกล้คลอดระหว่างโดยสาร บัสโดยสาร 99 VIP 2 ชั้น สีฟ้าคาดชมพู สายนครพนม-กรุงเทพฯ ทะเบียน 15-5818 กท. เลขข้างรถ ม.4(ก) 26-1123 ที่มีนายประสิทธิ์ ธงทอง พนักงานขับรถ ขณะรถวิ่งผ่านผาเสวยกลางภูพาน มุ่งหน้าจังหวัดสกลนคร ปรากฎว่า นางเสริฐ เกิดอาการเจ็บท้องใกล้คลอด อย่างหนัก โรงพยายาลก็ยังอยู่อีกไกล คนขับผู้โดยสารต่างตกใจทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ได้ น.ส.กีรติยา อุ่นเจริญ นักสังคมสงเคราะห์ รพ.จิตเวชราชนครินทร์นครพนม ผู้โดยสารที่นั่งมาบนรถด้วยกัน ช่วยทำคลอด โดยได้โทรศัพท์สอบถามวิธีทำคลอดกับเพื่อนที่เป็นพยาบาลเป็นระยะๆ ขณะที่ ผู้โดยสารคนอื่นๆก็ได้แต่ ลุ้นและภาวนาให้แม่และเด็กปลอดภัย และแล้วชีวิตใหม่ก็ได้ออกมาดูโลก เด็กคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย เป็น เพศชาย ทุกคนลงความเห็นและตั้งชื่อว่า น้องรถบัส หลังจากทั้งแม่และลูก ถูกนำตัวไปยัง รพ.พระอาจารย์แบน ที่อยู่กลางเทือกเขาภูพาน อ.ภูพาน จึงทราบว่า เด็กทารกมีน้ำหนัก 2,300 กรัม สมบูรณ์แข็งแรงทั้งแม่และลูก เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะถือเป็น เรื่องแปลก เรื่องอัศจรรย์ หรืออะไรก็ตาม โปรดใช้วิจารณญาณในการรับรู้พิจารณาสิ่งที่อ่านด้วยเหตุและผลได้ เว้น 'คอหวย' น่าจะถึงเวลา 'ลุ้นระทึก' กันแล้วสินะ งวดนี้ขอให้โชคดีกันทุกคน... MThai News

ส่อง รายได้หนังในไทย วันที่ 19 - 25 ก.พ. 58 ใครรอดใครร่วง มาดูกัน
Birdman /  box office / 

เป็นประจำทุกสัปดาห์ วนมาถึงเวลาที่เราจะพาคุณผู้ชมไปส่อง รายได้หนังในไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมากัน และในวันที่ 19 - 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ตารางได้ก็มีสะเทือนกันเช่นเคย ไฟสงครามช่างเร็วแรง เพียงสัปดาห์เดียว Dragon Blade ก็ยกขบวนฟัดขึ้นแชมป์ไปเรียบร้อย ตามมาด้วยภารกิจเทรนด์สายลับ Kingsman: The Secret Service ที่ยังตั้งหน้าตั้งตาดูดเงินต่อเนื่อง ด้าน Penguins of Madagascar ก็ได้แฟนๆ ไปอุดหนุนไม่เบา สำหรับ Fifty Shades of Grey สาวเล็กสาวใหญ่ก็ยังแห่แหนไปแน่นโรง ต่อด้วยแอ็คชั่นมันส์ๆกับ Wild Card และหนังออสการ์ Birdman ทางด้าน ซิงเกิลเลดี้ เพราะเคยมีแฟน ก็ยังเก็บได้อีกเล็กๆ ตามติดด้วย Unbroken คุณภาพเข้ม ข้ามมาที่ Jupiter Ascending ที่เก็บได้บางเบา แต่รายได้รวมยิ้มแก้มแตก ปิดท้ายด้วยหนังเพลงไพเราะ กับ Song One สัปดาห์หน้า แก๊งหนุ่มสุดเนี้ยบทั้งสิบ และการปิดตำนานนินจาคาถา ได้มีสะเทือนอันดับรายได้หนัง แน่นอน! ข้อมูลจาก: Bioscope ------------------------

ระเบิดแล้ว 'สงครามไซเบอร์' ปฏิบัติการสะท้านโลก !!
กลุ่มก่อการร้าย /  ยุคดิจิตอล / 

ยุคโลกาภิวัฒน์ เป็นยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ และด้วยพลังแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ นั่นเองยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการทำสงคราม บังเกิดสงครามในรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่าคือ 'สงครามไซเบอร์' (Cyber warfare) หรือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อการทำสงคราม แม้จะฟังดูแล้วไม่คุ้นชินเท่าไรนัก แต่ในฐานะที่ได้มีโอกาส ติดตามข่าวสารรอบโลก ทำให้สามารถอุปมาได้ว่า สงครามในรูปแบบดังกล่าว เป็นสงครามรูปแบบใหม่ที่ใช้พื้นที่ในโลกไซเบอร์เป็นสมรภูมิรบ เพื่อปะทะกันในรูปแบบต่างๆกันอย่างดุเดือด สงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) คือ การใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตในการทำสงคราม วิธีการโจมตีกันมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ชนิดเบาที่สุดจนถึงรุนแรงที่สุด อาทิ - การโจมตีเว็บ หรือ บล็อคเว็บ - การโฆษณาชวนเชื่อด้วยการเผยแพร่ข้อมูลด้านการเมืองผ่านอินเตอร์เน็ต - การเจาะข้อมูลลับ โดยแฮกเกอร์ - การทำลายอุปกรณ์ด้านการทหารที่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงาน หากระบบคอมพิวเตอร์ถูกทำลาย อาวุธนั้นก็ทำงานไม่ได้ หรือทำงานไม่แม่นยำ - การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟา ประปา การสื่อสาร การขนส่งและคมนาคม ซึ่งระบบเหล่านี้มักควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนต่อการโจมตีมาก สงครามไซเบอร์ได้อุบัติขึ้นแล้วในหลายประเทศ จะเห็นได้ชัดจาก ในช่วงสงครามอ่าวที่สหรัฐโจมตีอิรัก และสงครามอิรักครั้งที่สอง ขณะนั้นสิ่งที่สหรัฐต้องทำก่อนอื่นคือ ทำลายเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอีเล็คโทรนิคของอิรักที่ใช้ควบคุมระบบการยิงของอาวุธ และเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2007  ก็เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก เมื่อประเทศเอสโทเนีย ถูกโจมตีด้วยไซเบอร์อย่างหนัก รัฐสภา กระทรวง ทบวง กรม ธนาคาร และสื่อสารมวลชนต่าง ๆ จนข้อมูลเสียหายพังยับเยิน เวลาห่างกันเพียง 5 เดือน ตึกเพนทากอน กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา และที่ทาการรัฐบาลของฝรั่งเศส เยอรมัน และอังกฤษ ถูกโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เมื่อต้นเดือนกันยายนปี 2007 สงครามไซเบอร์ จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสมรภูมิรบอับดับ 4 ที่มนุษย์นำมาประหัดประหารซึ่งกันและกันในทางอ้อม รองจาก สมรภูมิรบทางบก ทางทะเล และทางอากาศ กระทั้ง นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ 'เดวิด คาเมรอน'  ประกาศให้ หน่วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ยกระดับให้สงครามไซเบอร์ ขึ้นมาเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร นอกจากนั้น นิตยสารนิวยอร์ก ไทม์ ยังมีรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยค้นพบ โปรแกรมซอฟแวร์ที่เป็นอันตรายที่ เรียกว่า Stuxnet ที่ได้แทรกซึม เข้าไปอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของ โรงงานและมีการแพร่กระจาย การโจมตีครั้งแรกในโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมที่สำคัญที่ตั้งอยู่ที่รากฐาน ของเศรษฐกิจที่ทันสมัย จุดประสงค์ของกลุ่มนักรบไซเบอร์ นอกจากจะมุ่งหมายต่อทรัพย์สินที่ได้จาก การยักยอกจากการโจมตีข้อมูลทางการ เงินแล้ว ยังมุ่งหมายให้เกิดความหวาด กลัว ดังเช่นกรณีที่ ‘ไซเบอร์คอลิฟะห์’ กลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งอ้างตัวว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม 'รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย' ก่อเหตุแฮกเจาะระบบบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์หลายบัญชี รวมถึงแฮกทวิตเตอร์ นิตยสารนิวส์วีค เพื่อโพสต์ข้อความข่มขู่ นางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐฯ พร้อมขู่จะกำลังจับตาดูเธอ พร้อมทั้งจะตามล่าเธอและครอบครัว การสร้างตัวละคร 'ไอซิลจัง' ของชาวญี่ปุ่น ก็เป็นอีกหนึ่งของ ‘สงครามไซเบอร์’  ที่สร้างความฮือฮาให้กับทั่วโลกเป็นการสงครามแบบ 'Google Bomb' หรือ การลบภาพความโหดร้าย ด้วยการสร้างการ์ตูน เพื่อเป็นตัวละครแทนตัวนักรบในกลุ่มไอเอส ลงไปในสื่อสังคมออนไลน์ หวังโจมตีกลุ่มไอเอส ด้วยการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ ของกลุ่มญิฮัดในโลกอินเตอร์เน็ต ด้วยการล้อเลียน แฝงด้วยนัยยะอย่างลึกซึ้ง จุดประสงค์คือ มุ่งหวังให้ผู้ที่ค้นหาคีย์เวิร์ด เกี่ยวกับกลุ่มไอเอส พบกับภาพตัวการ์ตูนเหล่านี้แทนภาพความโหดเหี้ยมทารุณจากที่เคยเป็น ทั้งยังเป็นการตอบโต้ การสังหารโหดตัวประกันชาวญี่ปุ่น 2 รายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการฆ่าตัดศีรษะ ซึ่งทำให้โลกยกย่องชาวญี่ปุ่นในข้อที่ว่า แม้จะถูกกระทำด้วยความรุนแรง แต่กลับตอบโต้ด้วยวิธีแบบสันติวิธีกลับไป แต่คงไม่มีเหตุการณ์ไหนที่นิยามคำว่า สงครามออนไลน์ได้ดีเท่ากับ กรณี โซนี่พิกเจอร์ ผู้ผลิตภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวูดอย่างหนังเจ้าปัญหาเรื่อง 'ดิ ดินเทอร์วิว' หนังลอบสังหารนาย 'คิม จองอึน' ผู้นำสูงสุดแห่งดินแดนโสมแดง ที่ถูกมือดี นามว่า ‘GOP’ หรือ Guardians of Peace สวมบทบาทแฮกเกอร์เจาะระบบข้อมูลของล้วงความลับ สาวไส้ได้รับความเสียหายหนัก พร้อมข่มขู่ไม่ให้ทางต้นสังกัดฉายหนังเรื่องดังกล่าว ทั้งข้อมูลที่เป็นความลับสุดยอดที่ถูกนำออกมาเปิดเผย และยังปิดตายเครื่อข่าวของโซนี่ฯ เป็นเวลานานหลายวัน ทำให้ทางโซนี่ พิกเจอร์สูญรายได้กว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,200 ล้านบาท ทั้งยังขู่ก่อการร้ายในโรงภาพยนตร์ โดยยกเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ที่เกิดขึ้นที่สหรัฐฯ หากโซนี่ พิกเจอร์ ยังดึงดันจะฉายหนังเรื่องดังกล่าว โดยกำหนดการณ์เดิมในวันที่ 25 ธ.ค. ปี 2557 ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในการสร้างความหวาดกลัว ด้วยการข่มขู่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในรูปแบบของการคุกคามในโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นจริง และทำให้โซนี่ต้องถอดผังการฉายหนังเรื่องดิ อินเทอร์วิว ออกจากโรงภาพยนตร์ในที่สุด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายประเทศ และ องค์กรต่างๆ ทั่วโลก ตระหนักถึงความไม่มั่นคงในโลกไซเบอร์ จำต้องทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อปกป้องข้อมูลลับ เช่นเดียวกับรัฐบาลไทยที่กำลังผลักดัน ร่างพ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ หลายฝ่ายเห็นดี เพียงขอให้ อย่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ก็เพียงพอ MThai News

มีอะไรอยู่ในกระเป๋าเดินทางใบนี้?? เบื้องหลังกองถ่ายหนังสยองขวัญ
กองถ่ายหนัง /  ซาราย สักขณา / 

อีกหนึ่งภาพยนตร์รักโรแมนติกสุดหลอน ที่ชวนให้คนดูระทึกไปกับทุกเสี้ยววินาที “บองสรันโอน : คน รัก ผี”  ซึ่งนำแสดงโดย เร แม๊กโดแนลด์ และนางเอกสาวหน้าคมชาวกัมพูชา ซาราย สักขณา ในภาพยนตร์ต้อนรับนักดูหนังระดับ AEC เรื่องแรกแห่งปี 2558 โดยฉากนี้เป็นฉากที่ “เวือน” รับบทโดย ซาราย สักขณา สาวชาวกัมพูชาผู้อยู่กับการรอคอยการกลับมาของแฟนหนุ่มผู้ซึ่งจากไปอย่างไร้เยื้อใย กลับเข้าห้องพักด้วยสภาพบาดเจ็บสาหัส เธอตัดสินใจหอบร่างโชกเลือดของตัวเองลงไปซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบนี้ซึ่งมีความหมายกับเธอมาก โดยก่อนที่จะถ่ายทำฉากสำคัญนี้  ผู้กำกับฯ เปิ้ลแอบหวั่นใจนิดๆ ด้วยเกรงว่านักแสดงสาวจะกลัวที่แคบ เพราะต้องลงไปขดตัวอยู่ในกระเป๋าเดินทางจริงๆ แถมต้องปิดกระเป๋ารูดซิบขังตัวเองอยู่กับความมืดอีกด้วย ซึ่งสักขณาก็ออกตัวมาตลอดว่า ไม่เป็นไร เธอตื่นเต้นที่ได้แสดงฉากแบบนี้ แต่ทันทีที่ผู้กำกับฯ สั่งเดินหน้าแอคชั่น จากความตื่นเต้นกลับกลายเป็นความหวาดกลัวขึ้นมาทันทีสำหรับสาว “สักขณา” โดยโลเคชั่นที่ใช้ในการถ่ายทำฉากนี้  ทีมงานยกกองมาถ่ายทำกันที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว โดยเซ็ตฉากให้เป็นห้องพักของหญิงสาวชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ถ้าลองนึกถึงขนาดกระเป๋าเดินทางแล้ว ก็ไม่น่าจะใหญ่พอให้คนหนึ่งคนลงไปซ่อนตัวอยู่ภายในได้ แถมยังต้องยื่นมือออกมาจัดการรูดซิปปิดตายด้วยตัวเองอีกต่างหาก! งานนี้ทีมงานจึงต้องต้องจัดหากระเป๋าเดินทางใบสำคัญกันยกใหญ่  แต่ก็ยังไม่วายกังวลว่า นางเอกของเราจะลงไปนอนได้หรือไม่ ก่อนถ่ายทำจริง  ผู้กำกับฯ เปิ้ล  จึงเรียก สักขณา มาซักซ้อมเสียก่อนหนึ่งครั้ง นางเอกของเราที่ชื่นชอบฉากสยดสยองอยู่แล้วไม่อิดออด รีบวิ่งมาทันที พร้อมกับบอกว่า “ซูๆ (saou saou)”  หรือที่แปลว่า สู้ๆ ในภาษาไทย  ก่อนจะยัด เอ้ย! เอาตัวเองลงไปอยู่ในกระเป๋าได้แบบพอดีเป๊ะ!  ชนิดที่ว่ายังเหลือพื้นที่ให้หายใจได้อีกนิดหน่อย พอถึงเวลาถ่ายทำจริง  สักขณาที่เปรอะเปื้อนเลือดไปทั้งตัว  ก็วิ่งเข้ามาในห้อง ก่อนจะมองซ้ายมองขวา หาที่ปลอดภัย  จนหันไปเห็นกระเป๋าเดินทางวางอยู่ เธอจึงรีบพาร่างตัวเองเข้าไปนอนขดอยู่ในกระเป๋า ก่อนจะค่อยๆยื่นมือที่เต็มไปด้วยเลือดออกมา เพื่อรูดซิปปิดกระเป๋าอย่างช้าๆ...ทำเอาทีมงานหลายคนขนลุก ไปกับการแสดงของสักขณา แต่สำหรับผู้กำกับฯ เปิ้ล ที่ควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ด้วย ต้องบอกว่า เฮ้อ...โล่งใจ  เพราะห่วงว่านางเอกสาวจะทำได้หรือไม่   เป็นอันว่าการถ่ายทำฉากนี้เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบตามที่ ผกก. ตั้งใจไว้  แต่ดูเหมือนนางเอกสาวของเรา “ซาราย สักขณา” ที่แม้จะสนุกสนานตลอดการถ่ายทำ แต่ก็แอบมากระซิบบอกเล่าความรู้สึกให้เราฟังหลังถ่ายทำเสร็จว่า “ต้องยอมรับว่าตอนแรกรู้สึกสนุกมากที่รู้ว่าต้องลงไปนอนในกระเป๋า เพราะส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องราวแนวสยองขวัญ ลึกลับอยู่แล้ว  การได้เล่นแสดงอะไรแบบนี้ ก็เลยพลอยตื่นเต้นไปด้วย  แต่เอาจริงๆ พอฉันได้เข้าไปอยู่ในบทของเวือน รู้สึกได้ถึงสิ่งที่เวือนได้รับ บาดเจ็บทั้งทางกายและทางใจ  เรียกว่าสาหัสมากสำหรับผู้หญิงต่างถิ่นที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว  การพยายามหาที่ซ่อนที่ปลอดภัย จึงน่าจะเป็นทางออกดีที่ที่สุดสำหรับเธอ ซึ่งสำหรับฉันแล้วฉากนี้เป็นอีกหนึ่งฉากของภาพยนตร์เรื่อง “บองสรันโอน : คน รัก ผี” ที่น่ากลัว และน่าติดตามมาก ซึ่งกว่าจะผ่านฉากนี้ไปได้ เล่นเอาเครียดอยู่เหมือนกัน แต่ก็สนุกดี ที่ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ พี่เปิ้ล และทีมงานคนไทยทุกคนใส่ใจทุกรายละเอียดในการทำงานมากๆ อยากให้ผู้ชมได้มาลองสัมผัสกับฉากหลอนๆ ฉากนี้ค่ะ” แม้ว่าเบื้องหลังจะเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่เบื้องหน้ารับรองว่า ฉากนี้จะสร้างความสะพรึงอย่างแน่นอน ติดตามได้ในภาพยนตร์เรื่อง "บองสรันโอน : คน รัก ผี” สะพรึงกับห้องเช่าหลอนได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ -----------------------------

ประกาศผลรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 ภวังค์รัก คว้าหนังเยี่ยม
The Master /  จิรายุ ละอองมณี / 

หลังชาวโลกประกาศกันไปหลายเวที ครั้งนี้ก็ถึงเวลาสำหรับหนังไทยกันแล้ว กับรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 ทีพึ่งมีการประกาศผลไปสดๆร้อนๆ ในค่ำคืนที่ 1 มี.ค. นี้ โดย สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ มาดูกันดีกว่าว่า หนังไทยคุณภาพที่คุณผู้ชมตามลุ้นตามเชียร์กันอยู่นี้ เรื่องไหนจะคว้ารางวัลกลับไปบ้าง แล้วหนังชนะรางวัลนี้จะตรงใจคุณหรือไม่ พร้อมแล้วก็มาชมกันเลย สาขา เทคนิคการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม : สมิง พรานล่าพราน  สาขา เทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม : ห้องหุ่น สาขา ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม : แผลเก่า สาขา ถ่ายภาพยอดเยี่ยม : คิดถึงวิทยา สาขา ลำดับภาพยอดเยี่ยม : คิดถึงวิทยา สาขา กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม : คิดถึงวิทยา สาขา เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : คิดถึงวิทยา (เพลง ไม่ต่างกัน-25 hours) สาขา ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม : คิดถึงวิทยา  (หัวลำโพงริดดิม)   สาขา บันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม : รัก ลวง หลอน (ริชาร์ด ฮอคส์) สาขา บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : คิดถึงวิทยา สาขา ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม : The Master สาขา ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : อภิญญา สกุลเจริญสุข (ภวังค์รัก) สาขา ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง (แผลเก่า) สาขา ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : จรินทร์พร จุนเกียรติ (Timeline จดหมาย-ความทรงจำ) สาขา ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม : จิรายุ ละอองมณี (ตุ๊กแกรักแป้งมาก)   สาขา ผู้กำกับยอดเยี่ยม : ลี ชาตะเมธีกุล (ภวังค์รัก) สาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : ภวังค์รัก (บริษัท ฟาร์ซันฟิล์ม, คิกเดอะแมทชีน, เวอร์ติคอร์ฟิล์ม จำกัด)  รางวัลสุพรรณหงส์เกียรติยศ : คุณ สมบัติ เมทะนี สรุปผลรางวัล สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 คิดถึงวิทยา --- 6 รางวัล ภวังค์รัก --- 3 รางวัล แผลเก่า --- 2 รางวัล รัก ลวง หลอน --- 1 รางวัล ห้องหุ่น --- 1 รางวัล ตุ๊กแกรักแป้งมาก --- 1 รางวัล Timeline จดหมาย-ความทรงจำ --- 1 รางวัล The Master --- 1 รางวัล สมิง พรานล่าพราน  ---- 1 รางวัล ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : จรินทร์พร จุนเกียรติ (Timeline จดหมาย-ความทรงจำ) ,ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม : จิรายุ ละอองมณี (ตุ๊กแกรักแป้งมาก),  ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : อภิญญา สกุลเจริญสุข (ภวังค์รัก) และ ผู้กำกับยอดเยี่ยม รวมถึง หนังยอดเยี่ยม ะ ลี ชาตะเมธีกุล (ภวังค์รัก) ------------------------- // Post by Sahamongkolfilm International. (function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, 'script', 'facebook-jssdk'));Post by Sahamongkolfilm International.