หนังตลก

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ ปรสิต2 (20ที่นั่ง)
parasyte 2 /  sf cinema city / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 792 จุดเริ่มต้นของสงคราม หรืออวสานของโลกมนุษย์ "Parasyte 2 ปรสิต2" โมโนฟิล์ม, SF Cinema City และ เว็บเอ็มไทย ชวนดูบทสรุปสุดท้ายของหนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนชื่อดัง ปรสิตเดรัจฉาน เรื่องราวของตัวปรสิตที่คุกคามโลกใบนี้ ภาคที่แล้ว ปรสิตเพื่อนรักเขมือบโลก ก็บีบหัวใจไปพอสมควร ภาคนี้ต้องตามไปต่อให้จบครับ มีบัตรให้ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2558 รอบ 20.00 น. (รับบัตรเวลา 19.00 -19.50 น.) ที่โรงภาพยนตร์ SF Cinema City เทอร์มินอล 21 สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย ปรสิต2 หลังจากเหตุการณ์ร้ายแรงที่โรงเรียนมัธยม ชินอิจิและมิกกี้ ได้กลายตัวอันตรายต่อปรสิตตัวอื่นๆ พวกมันจึงรวมตัวเป็นองค์กร โดยมีจุดประสงค์เพื่อฆ่าชินอิจิและยึดครองโลกใบนี้ นำโดย โกโตะ(ทาดาโนบุ อาซาโน่) ปรสิตที่รวดเร็วและแข็งแกร่งที่สุด แล้วใครกันเล่าจะเป็นผู้ชนะและใครที่จะได้อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป คำถาม เลือกตอบมา1ข้อก็พอแล้ว 1. ใครดู ปรสิตภาค1 มาแล้ว ขอดูตั๋วหน่อย โพสท์รูป แล้วจะพาไปดูปรสิต2 รอบฉายก่อนใครเพื่อน (รอบนี้ เสียงญี่ปุ่น) 2. ใครที่ยังไม่ได้ดูภาคแรก หรืออยากดูซ้ำ รู้หรือไม่ จะมีฉายภาคแรกให้ดูฟรีก่อน ถามว่า วันไหน และช่องทางใด? 3. โกโตะ ปรสิตตัวร้ายในภาคนี้ จากหนังตัวอย่าง มันดูโหดกว่าตัวอื่นๆเพราะว่าอะไร  * ประกาศผลพุธ สรุปวันพฤหัส และดูหนังเย็นวันพฤหัส ตัวนี้โหดกว่าตัวภาคที่แล้ว *** อัพเดต 30 มี.ค. 58 อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้วหรือไม่ อัพเดตหรือเปล่า ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น โพสท์เสร็จดูด้วยว่าของตนเองขึ้นถูกต้องหรือไม่ และที่สำคัญ ตอบบนเว็บไซต์ ข้อความที่โพสท์ฟอร์มเฟซบุ๊ค จะไม่นำมานับครับ ขออภัยในความไม่สะดวก ประกาศผล พุธ 5 สิงหาคม 2558 เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. พฤหัสบดี 6 ส.ค. โทรสำรองวันพฤหัสเวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช็คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย โมโนฟิล์ม และ SF Cinema City

นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล
ฉลาม /  ดำน้ำ / 

Q ‘ภาพที่ดีสำหรับผมไม่ต้องสวยเพอร์เฟ็ค แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ครบถ้วน’ ถ้าพูดถึงช่างภาพใต้น้ำระดับชั้นนำของเมืองไทย ชื่อของ ‘นัท สุมนเตมีย์’ น่าจะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ ด้วยประสบการณ์การทำงานมากว่า 20 ปี และมีผลงานเป็นที่โจษจันในระดับสากลรวมถึงการที่เคยคว้ารางวัลภาพถ่ายระดับโลกมาครอง เรียกว่าทำให้คุณนัทคุ้นเคยกับโลกใต้น้ำเป็นอย่างดีโดยเฉพาะบรรดาสัตว์โลกใต้ทะเลที่กลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันไปแล้ว และกว่าจะได้มานั่งพูดคุยกับคุณนัทช่างภาพอารมณ์ดีคนนี้เราถึงต้องขอคิวเป็นพิเศษชนิดที่ว่าพลาดคราวนี้ก็อาจต้องรอกันข้ามปีทีเดียว เพราะด้วยความที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อกันหลายเดือนสิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าดีกรีของ The Master ของเราคราวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล อัพเดทชีวิตช่วงนี้หน่อยครับ? ตอนนี้มีโปรเจ็คทำโฟโต้บุ๊คขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมผลงาน 20 ปีที่ทำงานใต้น้ำของผมชื่อ ‘โอเคียนอส’ เป็นภาษากรีกที่มาของคำว่าโอเชียนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล คัดมา 150 รูปที่เป็นมาสเตอร์พีซ เริ่มตั้งแต่ถ่ายด้วยฟิล์มเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คาดว่าจะออกประมาณต้นปีหน้าครับ ส่วนงานหลักตอนนี้จริงๆ คือเดินทางถ่ายสารคดีทั่วโลกให้กับทีมโลกโสภา เร็วๆ นี้กำลังจะมีรายการสารคดีฉายทางโทรทัศน์ครับ เห็นว่าเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก? ช่วง 3-4 ปีนี้ผมเดินทางเยอะมาก ถ้านับกันจริงๆ ที่พอจะนึกได้มีแอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ตองก้า มาเลเซีย เอกวาดอร์ คอสตาริกา มัลดีฟ ฮาวาย บาฮามาส ที่เพิ่งกลับมาคือเซเชลส์เป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย โดยที่ผ่านมาปกติเดินทางทุกเดือนจะกลับมาพักเมืองไทย 1 สัปดาห์จากนั้นก็เดินทางต่อ เริ่มถ่ายภาพใต้น้ำตั้งแต่ตอนไหนครับ? ผมโชคดีอยู่อย่างคือได้ดำน้ำกับพ่อตั้งแต่เด็ก มีโอกาสได้เห็นทะเลไทยตั้งแต่เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก ช่วงแรกก็ไปใกล้ๆ แถวเกาะล้านพัทยาจากนั้นก็เริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ จากระยอง ไปตราดจากนั้นลงไปทางใต้ ภูเก็ต กระบี่ สิมิลัน ผมคิดว่าโชคดีที่เห็นสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็กได้รู้จักโลกใต้ทะเลตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากนั้นผมมาเริ่มดำน้ำแบบสกูบ้าอย่างเต็มตัวจนเข้าโดยเอ็นทรานซ์ติดที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ ชีวิตนักศึกษาเป็นยังไงบ้างครับ? ที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ผมเลือกเรียนภาพยนตร์ทำให้ผมมองเห็นภาพโดยรวมค่อนข้างกว้าง ส่วนที่ผมเรียนภาพยนตร์แต่มาทำงานภาพนิ่งเพราะว่าสมัยเรียนเคยไปทำงานกองถ่ายหนัง ความใฝ่ฝันคืออยากเป็นตากล้องหนังสารคดีแต่ในยุคนั้นยากมาก เริ่มต้นจากเป็นตากล้องภาพนิ่งประจำกองถ่ายก่อน แต่เรารู้สึกว่าการทำงานมันใช้เวลาเยอะมาก กองถ่ายมันค่อนข้างอุ้ยอ้ายการรอคอยก็เยอะ สุดท้ายค้นพบว่ามันไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของเรา สิ่งที่ต้องการคือตัดสินใจได้คนเดียวและรวดเร็วก็เลยเบนเข็มมาทำภาพนิ่งแทน จุดเปลี่ยนที่ก้าวสู่วงการช่างภาพอาชีพ? ตอนปี 4 ได้มาฝึกงานที่อนุสาร อสท ที่นี่เหมือนเป็นอีกโรงเรียนนึงของผม ตอนนั้นที่ อสท กำลังเป็นยุคเริ่มต้นของการถ่ายภาพใต้น้ำ ทำให้ผมได้เข้าไปเจอกับพี่อภินันท์ บัวหภักดีกับพี่วินิต รังผึ้ง ที่ถ่ายภาพใต้น้ำกันอยู่แล้วจึงได้มีโอกาสไปดำน้ำด้วยกัน ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้างครับ? นี่ล่ะงานที่เราใฝ่ฝัน จากประสบการณ์ที่เรามีตั้งแต่เด็กถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเป็นเรื่องราว แต่ตอนนั้น อสท ยังไม่มีการเปิดรับพนักงานผมเลยออกไปทำเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ถ่ายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาพประกอบหนังสือ หลังจากนั้นจึงมีโอกาสเข้าไปทำที่ อสท เพราะมีตำแหน่งว่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเขียนเรื่องได้ด้วย ผมจึงหัดเขียนตั้งแต่ตอนนั้นแต่ด้วยผมเขียนพรรณณาไม่ค่อยเก่งแต่ใช้การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ นึกถึงภาพที่เราเห็นแล้วก็ลงมือเขียนบรรยายจากความรู้สึก กลับมาที่ อสท รอบนี้ได้ให้อะไรกับพี่นัทบ้างครับ? การกลับมา อสท คราวนี้ผมโฟกัสการถ่ายภาพใต้น้ำมากขึ้น ได้ทำคอลัมน์ประจำคือท่องโลกใต้ทะเลซึ่งเป็นงานที่เราชอบมาก เป็นคอลัมน์ที่ผมทำมายาวนานมา 20 ปีพอดี ที่นี่เหมือนเป็นโรงเรียนของผม ได้เดินทาง พบปะผู้คน ได้ประสบการณ์การทำงานทำให้มีวิชาติดตัวมาถึงทุกวันนี้  หลังจากนั้นออกมาทำ NATURE EXPLORER ตอนปี พศ.2543 เป็นการทำงานที่ท่องโลกธรรมชาติอย่างเดียวเลยมีการเดินทางเกือบทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการในตอนนั้นทำจนหนังสือได้ปิดตัวไป ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระเต็มตัวครับ ความท้าทายของการถ่ายภาพใต้น้ำ? เรากำหนดภาพอย่างที่เราต้องการไม่ได้ เราเป็นคนที่เอาตัวเข้าไปอยู่ตรงนั้นบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของเราถ่ายทอดให้คนอื่นที่ไม่ได้เดินทางไปกับเราได้เห็น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพใต้น้ำคือเวลา เวลาที่เราจะไปอยู่ตรงจุดนั้นที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นพอดี จริงๆ พื้นฐานการถ่ายภาพและมุมมองเป็นส่วนเล็กๆ อาจเรียกว่าเป็นส่วนสุดท้ายก่อนที่ตัดสินใจกดชัตเตอร์เท่านั้นเอง สิ่งสำคัญจริงๆ อยู่ที่การเตรียมการวางแผนการเดินทาง การเลือกจังหวะเวลาที่ไปแล้วเกิดปรากฎการณ์ที่เรารอคอยต่างหากที่สำคัญกว่า ขั้นตอนการวางแผนการเตรียมตัว? สมัยนี้ง่ายขึ้นครับเพราะสามารถหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ ส่วนสมัยก่อนใช้การปรึกษาจากกลุ่มเพื่อนๆ ช่างภาพต่างประเทศที่เคยไปมาก่อน อย่างเช่นจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงไหนของปีเราก็จดบันทึกไว้ว่าช่วงเดือนนี้ของปีจะไปที่ไหน อย่างเช่นช่วงกรกฎา-สิงหาที่แอฟริกาใต้จะเป็นช่วงที่ฝูงซาร์ดีนอพยพ (sardine run) แล้วก็มีฉลามมาไล่ตามกินฝูงซาร์ดีน หรืออย่างเดือนสิงหาวาฬหลังค่อมจะไปออกลูกที่ตองก้ามันจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว กำหนดการที่บอกมามีคลาดเคลื่อนบ้างมั้ยครับ? มีแน่นอน อย่างปรากฎการณ์ซาร์ดีนที่แอฟริกาใต้มันมีทุกปีก็จริง แต่บางครั้งมันเป็นปรากฎการณ์ขนาดใหญ่มากบางปีก็น้อยมากจนแทบไม่มี อันนี้เราไม่รู้แต่ต้องเดินทางไปรอก่อน อย่างเช่นปีนึงเกิดเหตุการณ์แค่อาทิตย์เดียวหรือ 3-4 วันอยู่ที่เราจะเลือกเวลาไปได้พอดีจังหวะหรือเปล่า การถ่ายภาพใต้น้ำมีเรื่องโชคเรื่องดวงมาประกอบด้วยหรือเปล่าครับ? มันเป็นไปได้ทั้งเรื่องโชคเรื่องดวงและการเฝ้ารอ ผมว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน ผมเคยบอกไว้ว่าถ้าเรารอให้โชคเกิดขึ้นอย่างเดียวมันก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเราลงมือค้นหามันด้วยก็จะมีโอกาสมากขึ้น ยกตัวอย่างผมไปรอฝูงซาร์ดีนอพยพ 40 วันก็จะมีโอกาสได้รูปมากกว่าคนที่ไปรอ 20 วัน สิ่งที่ผมเห็นในภาพของช่างภาพสารคดีทุกคนในโลกคือ ‘เวลาที่เขาใช้ไป’ จริงๆ แล้วภาพนิ่งเป็นการกดชัตเตอร์หนึ่งส่วนเสี้ยวของวินาที แต่เบื้องหลังของภาพมันมีที่มายาวนานมากอาจจะผ่านเวลามาแล้ว 20 วันหรือ 20 ปีหรืออาจผ่านเวลามาทั้งชีวิตของช่างภาพคนนั้นก็ได้ อีโก้มีส่วนในการสร้างสรรค์ผลงานมั้ยครับ? มีส่วนครับเวลาพูดถึงอีโก้ในความหมายของคนไทยมักมีความรู้สึกในแง่ลบ แต่จริงๆ แล้วอีโก้สำหรับผมมองว่าการที่จะสร้างผลงานมันต้องมีความฝันแล้วก็ไม่ยอมที่จะทิ้งมันไป บางครั้งผมค่อนข้างดื้อในการทำงานเพราะต้องการพยายามให้ถึงที่สุดแต่ในการทำงานกับธรรมชาติต้องเคารพธรรมชาติ ในบางครั้งเราถ่ายภาพสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถืงคือต้องรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ลองดูภาพของผมทุกวันนี้กับภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้วประสบการณ์จะเป็นตัวบอกถึงภาพที่แตกต่างออกไป สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมใช้วิธีการว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเข้าไปหาเป้าหมาย ภาพที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็นภาพของสัตว์ที่เกิดอาการตื่นตกใจ แต่ทุกวันนี้ผมปรับการทำงานโดยใช้วิธีค่อยๆ หยุดนิ่งเพื่อให้สัตว์สงสัยและเชื่อใจจนเข้ามาอยู่ในระยะที่ถ่ายภาพได้เพราะประสบการณ์ 20 ปีที่ผ่านมาสอนให้ผมรู้ว่ายังไงมนุษย์ไม่มีทางว่ายน้ำได้เร็วกว่าปลา สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้น้ำ? คนทั่วไปมักจะมีความเข้าใจว่าวาฬทุกตัว ฉลามทุกตัว สัตว์ทุกตัวเหมือนกันหมดจริงๆ แล้วไม่ใช่ ทุกตัวมีพฤติกรรมเฉพาะตัว เหมือนเราเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแต่ละตัวมีนิสัยคาแร็คเตอร์ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับวาฬหรือสัตว์ทะเลที่มีประสบการณ์ชีวิตไม่เหมือนกัน บางตัวเคยถูกไล่ล่าแต่บางตัวกลับคุ้นเคยกับมนุษย์ ฉลามเป็นสัตว์น่ากลัวเหมือนที่ร่ำลือกันหรือเปล่าครับ? ฉลามมีความก้าวร้าวแต่ไม่ทุกตัว เขาจะมีลักษณะแสดงออกให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน บางชนิดจะโก่งตัวขึ้นครีบด้านข้างลู่ลงว่ายอย่างรวดเร็วในลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องออกมาจากพื้นที่ของเขา จริงๆ ฉลามก็คือปลาตัวหนึ่งที่กลัวเรา ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ สุนัขที่กัดเราก็คือสุนัขที่กลัวเรา ถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ? วาฬกับโลมาครับ เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการทางสมองใกล้เคียงกับเรามาก ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายๆ คนพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับวาฬกับโลมาอยู่ เพื่อนช่างภาพที่สนิทกันคนนี้ถ่ายภาพวาฬเยอะมากประสบการณ์ที่เขาเล่าให้ผมฟังคือวาฬจำเขาได้และว่ายเข้ามาหา ผมชอบถ่ายวาฬมาก ผมบอกได้เลยว่าถ้าวาฬไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเราจะได้ภาพยากมาก ถึงแม้เขาจะคุยกับเราไม่ได้แต่เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เขายอมรับให้เราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของเขาได้ บางครั้งว่ายเข้ามาดูเราก็มี พื้นที่เป็นเรื่องสำคัญต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้มารุกราน ประสบการณ์การทำงานมายาวนานประทับใจเคสไหนที่สุดครับ? สิ่งที่ประทับใจเหตุการณ์หนึ่งคือผมถ่ายภาพกระเบนราหูที่โคโมโด ผมถ่ายกระเบนราหูตัวนั้นทั้งไดฟ์อยู่ชั่วโมงกว่าแล้วกลับขึ้นมาบนเรือเพื่อพักและเปลี่ยนถังอากาศ 2 ชั่วโมงกว่าแล้วลงไปใหม่ กระเบนราหูตั้วนั้นก็ยังอยู่ที่เดิมและผมเชื่อว่าเขาจำผมได้เพราะพอเห็นผมปุ๊บว่ายเข้ามาหาเลยแล้วก็วนอยู่รอบตัว ประสบการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่พิเศษที่ลืมไม่ลงจริงๆ ครับ เทคนิคเฉพาะตัวในการทำงาน? การทำงานถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะกับสัตว์ทะเลมันจะไม่เหมือนกับการถ่ายภาพสัตว์ป่าการถ่ายสัตว์ป่าบนบกต้องรออยู่ในซุ้มบังไพร ส่วนใหญ่ใช้เลนส์ขนาดยาวถ่ายในระยะค่อนข้างไกลหรือใกล้สุด 15 เมตร แต่ในการถ่ายภาพใต้น้ำระยะไกลที่สุดที่ถ่ายออกมาได้ดีคือไม่เกิน 3 เมตรจากเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะเข้าไปใกล้เป้าหมายได้ยังไง การที่เราอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ เสียงฟองอากาศที่เราดำน้ำมีผลมากกับสัตว์หลายๆ ชนิด เวลาอยู่จำนวนคนน้อยลงโอกาสสัตว์ที่เข้ามาปฎิสัมพันธ์กับเราก็มากขึ้น หรือบางครั้งผมถ่ายรูปมาโครสัตว์ตัวเล็กๆ ต้องใช้เวลาเพราะว่าเราจะไม่ไปจัดแต่งสัตว์ให้ไปอยู่ในมุมที่เราต้อง การฉะนั้นการดำน้ำของผมคือไม่ใช่ว่ายตามกลุ่มไป เรียกว่าคุณนัทมีความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์อยู่ในตัว? อาจจะมีส่วนนะ ผมถ่ายภาพมาตั้งแต่สมัยฟิล์ม ต้องยอมรับอย่างนึงนิสัยเสียของผมคือถ่ายภาพไม่เยอะ จำนวนชัตเตอร์ที่กดไปอาจจะไม่เยอะเท่าช่างภาพรุ่นใหม่ คือเราจะเห็นภาพก่อนแล้วค่อยกดชัตเตอร์ขณะที่ช่างภาพในยุคปัจจุบันจะมีวิธีมองอีกแบบที่ถ่ายภาพปุ๊บแล้วคิดไปว่าจะโปรเซสยังไงต่อให้ภาพออกมาอย่างที่ต้องการ ดังนั้นจำนวนภาพถ่ายของผมไดฟ์นึงมีแค่ 10-20 รูปเอง อาจจะเป็นความชินกับการถ่ายด้วยฟิล์มแบบเมื่อก่อนด้วย ได้ถ่ายภาพแนวอื่นบ้างมั้ยครับ? จริงๆ ผมก็ชอบถ่ายแลนสเคปนะครับ ไวด์ไลฟ์ก็ชอบถ้ามีจังหวะและโอกาส แต่ขณะเดียวกันผมถ่ายคนน้อยมากเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบถ่ายนะ แต่ในบางครั้งผมอาจจะคุยกับคนไม่เก่ง ยกตัวอย่างช่างภาพถ่ายคนที่ผมนับถือคือคุณพิชญ์ เยาว์ภิรมย์ เป็นช่างภาพที่ดึงคาแร็คเตอร์คนออกมาได้ดีมาก เทคนิคพิเศษคือตีซี้คนง่ายมากเวลาไปเดินตลาดไม่ถึงชั่วโมงทั้งตลาดรู้จักคุณพิชญ์เรียบร้อยแล้ว สัตว์ใต้ทะเลที่คิดว่าถ่ายยากในมุมมองของคุณนัท? เยอะมาก ฉลามหัวค้อนเป็นอีกตัวอย่างนึงที่ถือว่าถ่ายยาก เป็นฉลามที่ขี้อายมาก คือเขาจะกลัวเสียงฟองอากาศของเรามาก บางทีว่ายมา 30-40 ตัวพอได้ยินเสียงฟองอากาศปุ๊บกระจายหายไปเลย ผมถ่ายภาพมา 20 ปีได้ภาพฉลามหัวค้อนดีๆ ไม่เกิน 10 รูป ส่วนใหญ่คือต้องแอบอยู่หลังโขดหินและพยายามหายใจให้น้อยที่สุดรอจนเข้ามาใกล้ได้จังหวะแล้วถ่าย มีสัตว์ชนิดไหนอีกมั้ยครับที่อยากถ่ายแต่ยังไม่ได้ถ่าย? เยอะมากครับส่วนใหญ่จะเป็นวาฬ เช่น วาฬบลูด้า วาฬสเปิร์ม วาฬสีน้ำเงิน โอกาสที่จะเจอวาฬไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้จังหวะและเวลาที่เหมาะจริงๆ ช่วยเล่าเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ฟังหน่อยครับ? มีไม่ค่อยบ่อยเพราะปกติก็ต้องระวังตัวเองเต็มที่ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของสัตว์แต่เป็นทะเล กลัวกระแสน้ำในบางจุดดำน้ำมันเป็นช่องแคบ ทำให้มีกระแสน้ำกดลงเป็นสิ่งที่อันตรายมากเพราะสามารถดูดเราลงไปใต้น้ำได้ ในการดำน้ำที่โคโดโมหรือบาหลี ผมพยายามอยู่ติดโขดหินตลอดเพราะบางครั้งกระแสน้ำเปลี่ยนอย่างรวดเร็วค่อนข้างอันตราย ลายเซ็นในภาพที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าเป็นผลงานของคุณนัท? ผมว่าเรื่องลายเซ็นต้องให้คนอื่นดู อาจเป็นเรื่องความใกล้ชิด น่าจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนกับสัตว์มากกว่า ภาพที่ได้มาต้องผ่านการโปรเซสหน้าคอมพิวเตอร์หรือเปล่าครับ? รูปของผมต้องบอกเลยว่า 80% ค่อนข้างดูได้มาตั้งแต่ในกล้องแล้ว บางครั้งก็แทบไม่ได้ปรับอะไรเพิ่มเลยแต่ในบางครั้งพูดตรงๆ ว่าเป็นในแง่เทคนิค อย่างเช่นรูปครึ่งบกครึ่งน้ำข้างบนจะสว่างกว่าข้างล่างอยู่แล้วยังไงต้องผ่านการโปรเซสนิดหน่อยเพื่อจะเกลี่ยแสงด้านบนกับด้านล่างให้เท่ากัน กฎเหล็กประจำตัว? ผมพยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่เห็นอยู่ตามธรรมชาติ สิ่งที่เห็นในภาพคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่ผมมองผ่านวิวไฟเดอร์ของผม แล้วก็พยายามรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด จะบอกว่าไม่รบกวนเลยคงเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกที่ได้เป็นไอดอลเรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำให้ใครหลายคน? เป็นความรู้สึกที่ดี แต่ผมเองไม่ได้เก่งไปกว่าคนอื่น เชื่อว่ามีช่างภาพหลายๆ คนที่มีฝีมือดีกว่า เพียงแต่ว่าผมอาจทำงานตรงนี้มายาวนานคนเลยรู้จักมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง แล้วคุณนัทมีไอดอลกับเขามั้ยครับ? มีครับช่างภาพทุกคนย่อมมีช่างภาพในดวงใจ ส่วนผมมีหลายคนอยู่ถ้าเป็นต่างชาติชอบ ‘เดวิด ดูบิเลต์’ ช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟิกที่ผมเห็นผลงานเขามาตั้งแต่เด็กๆ ภาพของเขาถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากถ่ายรูปใต้น้ำ โดยรูปที่ประทับใจคือฝูงปลาบาร์ราคูด้าม้วนเป็นวงกลมแล้วมีนักดำน้ำอยู่ตรงกลาง ส่วนคนไทยนับถือเป็นพี่เชน หม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่าที่ไม่ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเป็นช่างภาพสัตว์ป่าอย่างเดียว ใช้เวลาเป็นปีอยู่ในป่า ทำงานมา 30 กว่าปีตั้งแต่ผมยังเด็กๆ จนตอนนี้ก็ยังทำอยู่ถือว่าเป็นไอดอลของผมทั้งงานเขียนและงานถ่ายภาพ แอบรู้มาว่าคุณนัทเคยได้รางวัลถ่ายภาพระดับโลกมาด้วย? จะบอกว่าผมส่งรูปประกวดน้อยมาก แต่ปัจจัยที่ทำให้ผมอยากส่งประกวดไม่ใช่เรื่องของรางวัลอย่างเดียวแต่อยู่ที่กรรมการตัดสินด้วย งานประกวดคราวนั้นคือ La Mer จัดประกวดร่วมกับเนชั่นแนลจีโอกราฟิก โดยได้ ‘ไบรอัน สเคอร์รี่’ ช่างภาพของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ที่ส่งไปเพราะอยากให้เขาได้เห็นภาพ อยากรู้ว่ามองเห็นเหมือนที่เรามองมั้ยแล้วก็อยากรู้คำวิจารณ์จากปากเขาด้วย ซึ่งก็บอกกับเรามาว่าเป็นจังหวะภาพที่น่าประทับใจ เบื้องหลังภาพนี้จะบอกว่าฟลุคก็ได้นะ ตอนนั้นไปดำน้ำที่กาลาปากอส จังหวะกำลังจะขึ้นจากน้ำเห็นนกตัวนี้มาลอยตัวอยู่ตรงผิวน้ำแล้วมองมาที่ผมพอดี ในชีวิตช่างภาพใต้น้ำของคุณนัทใฝ่ฝันอยากไปเยือนที่ไหนอีกมั้ยครับ? อยากไปแอนตาร์กติกา อยากถ่ายเพนกวินใต้น้ำ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมันก็อยากเห็นสักครั้งในชีวิต www.okeanos-photobook.com/ FB : Nat Sumanatemeya

อะไรกัน!? เมื่อลูกอมอย่าง PEZ ก็เตรียมกลายเป็นหนังได้
Brother in Laws /  Celeste and Jesse Forever / 

ช่วงนี้ฮอลลีวู้ดมีแต่ข่าวที่จะหยิบเรื่องต่างๆมาสร้างเป็นหนังได้เหวอเสมอ หลังจากเพิ่งเจอกับ อิโมจิ จากค่าย โซนี่ ไป ตอนนี้แม้แต่ลูกอมที่ไม่มีเรื่องราวใดๆเลยอย่าง PEZ ก็จะกลายมาเป็นหนังได้แล้ว โดยเชื่อเลยว่าทุกคนน่าจะผ่านตากับเจ้าขนมลูกอมยี่ห้อ PEZ กันมาไม่มากก็น้อย กับความโดดเด่นของมันคือแท่งที่ใส่ลูกอม ตรงหัวมักจะสร้างจากคาแรกเตอร์ดังๆจากการ์ตูน และ ภาพยนตร์ โดยได้รับความนิยมอย่างมาก มายาวนานถึง 88 ปี และตอนนี้มันก็ยังคงทำผลิตอยู่ครับ หัวๆแบบนี้น่าจะเคยผ่านตากันมาบ้างนะ โดยตัวหนังเรื่องนี้ถึงแม้จะยังไม่มีเรื่องราวอะไรมากนัก แต่ที่แน่ๆคือมันจะถูกสร้างโดยค่ายอย่าง Envision Media Arts เจ้าของเดียวกับที่เคยสร้างหนังโรแมนติคเล็กๆอย่าง Celeste and Jesse Forever โดยตัวหนังจะมีมือเขียนบทอย่าง คาเมรอน เฟย์ จาก Brother in Laws มารับหน้าที่เขียนบทให้ครับ ซึ่งทางตัวผู้สร้างเองก็ได้แต่กล่าวยั่วแฟนๆเล็กน้อยว่า จะเอาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มาดัดแปลงเป็นหนังแนวแฟนตาซี เพื่อที่จะให้ผู้ชมทุกวัยได้สนุกไปกับมัน เหมือนกับรสชาติของลูกอม ซึ่งท้ายสุดแล้วมันจะออกมาเป็นยังไงกันหล่ะ ก็ต้องติดตามชมกันต่อไปครับ

กู๊ด KPN อัพเดตชีวิต 'เรียนต่อที่อเมริกา'
KPN Awards /  กู๊ด / 

กู๊ด KPN อัพเดตชีวิต 'เรียนต่อที่อเมริกา' สัญญา 'จะตั้งใจเรียนพร้อมฝากขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งไปให้' เดินทางไปศึกษาต่อด้าน Master Degree สาขา Economic ที่ประเทศอเมริกาได้สองเดือนกว่าแล้ว สำหรับ กู๊ด KPN หรือ ชยพล ปัญหกาญจน์ ซึ่งเจ้าตัวได้อัพเดตชีวิตการเรียนและใช้ชีวิตการใช้ชีวิตในต่างแดนต้องปรับตัวอีกเยอะ แต่เพราะได้กำลังใจจากครอบครัวและแฟนคลับเลยทำให้สู้ไม่ถอย พร้อมสัญญาจะรีบตั้งใจเรียนเพื่อกลับมาหาทุกคนให้เร็วที่สุด กู๊ด เผยความรู้สึกว่า "การได้มาใช้ชีวิตต่างประเทศครั้งแรกแบบต้องอยู่นานๆ ยอมรับว่าชีวิตค่อนข้างเปลี่ยนแปลงเยอะเลยครับ ถือว่าลำบากเลยทีเดียว เพราะทำอะไรก็ไม่สะดวกเหมือนตอนอยู่ที่ไทย เราต้องรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเองแบบ 100% และอีกอย่าง ต่างเมืองต่างวัฒนธรรม ต้องมีการปรับตัวอีกเยอะครับ (เหงาไหม) เหงามากกก... เพราะมันไม่เหมือนการมาเที่ยว มันคือการมาใช้ชีวิต แต่ก็สนุกมากเหมือนกัน แล้วก็คิดถึงที่บ้านมากด้วย ซึ่งคุณพ่อ คุณแม่ และพี่เกรท(วรินทร ปัญหกาญจน์) คอยส่งกำลังใจมาให้ตลอด ผมว่ากำลังใจจากครอบครัวสำคัญมากจริงๆ ครับ ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้เรารู้สึกว่ายังอยู่ใกล้กันเพราะมันติดต่อกันได้ง่าย รวมไปถึงแฟนคลับด้วยที่ทวีตหากันตลอด" "เวลาว่างๆ ผมก็จะไปดูหนังฟังเพลงแล้วก็เข้ายิมครับ ส่วนเรื่องเรียนนี่ยากสุด ลำบากสุดเลย เพราะว่ามันเป็นการเรียนในสภาพแวดล้อมใหม่ ซึ่งบอกเลยว่าต่างจากการเรียนแบบที่ประเทศไทยมาก ทั้งวิธีการเรียนการสอนของอาจารย์และตัวนักศึกษาเองที่มีความกระตือรือร้นในการมีส่วนร่วมในห้องเรียนอย่างสูงมาก ทำให้เราต้องแอ็คทีฟตัวเองอยู่ตลอดเวลา เรื่องภาษาก็ยังถือเป็นอุปสรรค ดังนั้นจึงต้องตั้งใจมากเป็นพิเศษจริงๆ แต่ผมก็ทำได้นะสามารถคว้า A มาสองตัวละนะครับ(ยิ้ม) อยากบอกว่าคิดถึงแฟนคลับที่ไทยมาก จากที่ได้เคยเจอกันตามงานบ้างได้พบปะพูดคุยก็ไม่ได้ทำแล้ว แต่ก็ต้องขอบคุณที่ยังไม่เคยลืมกู๊ด ที่สำคัญขอบคุณทุกกำลังใจที่มาคอมเม้นท์มาตอบมาเชียร์กันในทางอินสตราแกรม ขอบคุณมากๆ จริงครับ มันก็ทำให้หายเหงาไปได้เยอะ สัญญาจะรีบเรียนรีบกลับไปหานะครับ(ยิ้ม)"   ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ทอม ครูซ เผย อยากทำภาคต่อ Edge of Tomorrow ร่วมกับ เอมิลี่ บลันท์
All you need is kill /  Edge of Tomorrow / 

จัดได้ว่าเป็นหนุ่มฮ็อตที่ไม่เคยหยุดหย่อน เพราะอย่างที่เพิ่งบอกไปว่าตอนนี้ ครูซ มีโปรเจคต์ภาคต่อที่เตรียมแสดงแน่ๆแล้วอยู่ 2 เรื่องคือ Top Gun 2 และ Mission: Impossible 6 แต่ล่าสุดจากการตระเวนทัวร์โปรโมทให้กับ Mission: Impossible 5 อยู่นั่น เขาก็ไม่เผยถึงหนังสุดโปรดเรื่องนึงของเขาเมื่อปีที่แล้ว (และอาจจะรวมถึงคนดูอีกหลายๆคนด้วย) อย่าง Edge of Tomorrow ที่ถึงแม้มันอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จบนตารางหนังทำเงิน แต่ว่าคำวิจารณ์และคำชมจากแฟนๆก็ช่างล้นหลาน จน ทอม ครูซ ได้ให้สัมภาษณ์ออกมาว่า อยากจะให้หนังเรื่องนี้มีภาคต่อเสียจริง 'ผมเคยแหย่ ดั๊ก ไลแมน (ผู้กำกับ) และ คริสโตเฟอร์ แม็คคัวรี่ (มือเขียน และ เป็นผกก.แห่ง Mission Impossible 5 ด้วย) ไปทีนึง คือแบบว่าตอนนั้นพวกเราอยู่ด้วยกัน และผมก็แบบว่า คือผมมีไอเดียสำหรับภาคต่อเรื่องนี้นะ และมันต้องสนุกมากแน่ๆ ซึ่งงานนี้เราต้องพึ่ง เอมิลี่ บลันท์ แต่หลังจากที่ผมชวนเธอมา เธอก็ตอบว่า 'โธ่ ขอเวลาฉันพักอีกสักปีเถอะ' เพราะฉะนั้นได้ยินแบบนี้แล้ว ก็ดูเหมือนว่าภาคต่อที่ว่านี้น่าจะเริ่มเดินเครื่องไปถึงขั้นเขียนบท และวางไอเดียโครงร่างไว้แล้วแน่นอนหล่ะครับ ตอนนี้ก็เหลือเพียงแต่ว่าเหล่าผกก. มือเขียนบท และ ทอม ครูซ จะมีเวลาว่างจากงานมากแค่ไหน ถึงจะมาพัฒนาโปรเจคต์นี้ต่อให้เป็นจริงได้ เพราะเรื่องเงินทุนนั้น ค่าย ฟ็อกซ์ อาจจะใจได้ ลองให้โอกาสหนังภาคต่อเรื่องนี้ดูสักตั้ง แบบที่ วอร์เนอร์ เคยให้กับ Pacific Rim 2 ซึ่งภาคแรกรายได้ไม่ประสบความสำเร็จ มาแล้วนั่นเอง

ดราม่า! 40 ปียังไม่จบ อเมริกาเคยส่งคนไปดวงจันทร์
Mthai ข่าวภาคซ่าส์ /  นีลอาร์มสตรอง / 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะครบรอบ 46 ปีของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติที่ยานอะพอลโล11 ของสหรัฐอเมริกา และนีลอาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ ซึ่งต่อมาบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูลทฤษฎีสมคบคิดว่าแท้จริงแล้วอเมริกาจัดฉากตบตาคนทั้งโลก จนกลายเป็นข้อสงสัยว่าเรื่องนี้ไปดวงจันทร์กันจริง ๆ หรือแค่แหกตา MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะขอรวบรวมข้อมูลมาลองให้วิเคราะห์กัน ที่มาของทฤษฎีสมคบคิด อเมริกาไม่เคยส่งคนไปดวงจันทร์ อันที่จริงกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่มีการถกเถียงกันตั้งแต่ปี1970 โดยอ้างว่าภารกิจที่คนทั้งโลกเห็นนั้น มาจากการจัดฉากถ่ายทำ รวมถึงเป็นกระแสที่มาจากหนังเรื่องแคปปิคอร์นวัน ที่ว่าด้วยโครงการลวงของนาซ่าที่ส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ก่อให้เกิดประเด็นนี้ขึ้นมา ถึงแม้ต่อมาจะมีการพิสูจน์ได้จริง ๆ ว่า ยานอะพอลโล11 ไปดวงจันทร์มาแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังมีข้อกล่าวหาที่ว่า ภาพที่เผยแพร่ขณะนีล ปักธงอเมริกานั้นถูกถ่ายทำขึ้นในสตูดิโอ เพื่อความสมบูรณ์แบบในการเป็นโฆษณาชวนเชื่อ ทำไมต้องไปดวงจันทร์? ในช่วงนั้นเป็นยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แสดงแสนยานุภาพทางด้านความล้ำหน้าของเทคโนโลยีด้วยการส่งยูริ  กาการิน มนุษย์คนแรกไปอวกาศ อเมริกาเลยโชว์เหนือกว่าด้วยการส่งคนไปดวงจันทร์ ซึ่งเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า อเมริกาเป็นเบอร์หนึ่งของเทคโนโลยีขั้นสูงสุด รวมถึงเป็นจุดเบี่ยงเบนความสนใจจากสายตาชาวโลกที่เพ่งเล็งการบุกโจมตีในสงครามเวียดนามของสหรัฐด้วย โดยโครงการนี้ได้ทำการรวบรวมเงินได้กว่า 6 หมื่นล้านบาท จากประชาชนอเมริกา และองค์กรต่าง ๆ ร่วมใจบริจาคแต่หลายคนมองว่าส่วนหนึ่งเงินถูกนำไปใช้ในสงครามเวียดนามด้วย จุดจับผิด และข้อโต้แย้ง  1.ข้อสังเกตที่ว่าภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่มีคุณภาพดีอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าจะถ่ายในอวกาศ ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าได้มีการเลือกภาพถ่ายที่ดีที่สุด นำไปคัดเลือกอีกทีก่อนนำมาเสนอต่อสื่อมวลชน โดยภาพส่วนใหญ่ถูกตัดกรอบ จัดวางองค์ประกอบภาพให้ดีขึ้น โดยภารกิจนี้ถ่ายด้วย กล้องฮัสเซลแบลดคุณภาพสูงด้วยเลนซ์ไซสส์ที่มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน  เลยได้ภาพที่ออกมาสมบูรณ์แบบ 2.ข้อสังเกตสี และแสงเงาผิดปกติซึ่งเงาจากดวงจันทร์ ไม่ควรจะมีมุมเดียวกับเงาของวัตถุบนพื้นโลก ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าต้นแสงมาจากดวงอาทิตย์ และดาวอื่น ๆ ที่ส่องเข้ามาบนดวงจันทร์ ประกอบกับเกิดความกระเจิงเนื่องจากฝุ่นหินบนดวงจันทร์ ทำให้ได้สี และแสงเงาแบบดังกล่าว 3.ข้อสังเกตที่ว่าทำไมมีภาพถ่ายมากเกินไป แทบจะทุก ๆ 15 วินาทีของภารกิจ ซึ่งเกินกว่าคุณภาพของกล้องในยุคนั้นจะทำได้ ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่านักบินอวกาศได้รับการฝึกฝนให้ใช้เครื่องมือการถ่ายภาพเป็นอย่างดี นอกจากนี้อุปกรณ์การถ่ายภาพ ยังทำให้สามารถถ่ายภาพได้สะดวก ถึงขนาดที่ถ่ายได้สองภาพต่อหนึ่งวินาที ถ้าดูภาพที่ถ่ายมาจะพบว่า ภาพจำนวนมากถูกถ่ายต่อเนื่องกัน ความเห็นนักวิชาการไทย ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ด้าน  ‘ยานอะพอลโล 11 ไปลงดวงจันทร์มาแล้ว’ แต่มีหลายคนเชื่อตามที่ตั้งข้อสงสัยกันแบบทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด ว่าไม่จริง ยานอะพอลโลไม่ได้บินไปถึงดวงจันทร์ มันแค่หนังที่ฮอลลีวู้ดทำขึ้น หลักการแย้งของผมก็คือ ถ้ามันไม่จริง ป่านนี้ทั้งโซเวียต-รัสเซีย ทั้งประเทศ อื่น ๆ ที่มีความสามารถด้านอวกาศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ฯลฯ ได้ออกมาแฉ มาถล่มกันเละไปแล้ว สำหรับหลักฐานในการแย้งสำคัญ ก็คือ ภาพจากยาน LRO Lunar Reconnaissance Orbiter ที่โคจรรอบดวงจันทร์ พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงมาก ได้ถ่ายภาพยานอะพอลโล 11 ลงดวงจันทร์ Lunar Module ได้ในปี 2012  ซึ่งหากสงสัยสามารถเข้าไปหาดูภาพได้ รวมถึงภาพของอะพอลโลลำอื่น ๆ สำหรับข้อโต้แย้งอื่น ๆ พวกที่ว่าทำไมถ่ายภาพออกมา เงาคนดูผิดปรกติ หรือธงตั้งตรง ไม่ห้อยตก หรือรอยเท้านีล อาร์มสตรอง ชัดเกิน … พวกนี้ทางสมาคมดาราศาสตร์ประเทศไทย ได้อธิบายไว้หมดแล้ว สามารถติดตามอ่านได้ในรายงานพิเศษชื่อ ” เราไปมาแล้วจริงๆ : จับผิดคนจับโกหก” ซึ่งเขียนโดย วิษณุ เอื้อชูเกียรติ MThai News

แม่ไม่ว่า! หญิง ฮอต ควงเพื่อนชายเที่ยวห้าง
หญิง กัญญาพัชญ์ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ปลีกตัวออกมารับงานฟรีแลนซ์ หญิง กัญญาพัชญ์ ก็ถือโอกาสเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น หญิง ธนิจจิญญา เผื่อชีวิตจะดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องความรัก และดูเหมือนจะได้ผลนะคะคุณ นอกจากจะมีงานละครเจ้าสาวเฉพาะกิจแล้ว แว่วๆ ว่าเจ้าหล่อนก็กำลังมีละครอีกเรื่องจ่อคิวรออยู่เหมือนกัน นอกจากเรื่องงานกำลังจะไปได้สวย เรื่องความรักก็ดูท่าจะฮอตไม่แพ้กัน เพราะปาปารัซซี่ตาดีของเราแอบเห็นเจ้าหล่อนควงเพื่อนชายเที่ยวห้าง แวะทานข้าวกันตามประสาคนคุ้นเคย ไม่รู้หนุ่มคนนี้จะมาวินกว่าคนก่อนหรือเปล่า แต่เจ๊ได้ข่าวว่านางมีเพื่อนชายเยอะเจ้าค่ะ เป็นธรรมดาที่จะควงกันไปเดินห้างบ้าง ดูหนังบ้างตามประสาวัยรุ่น ได้ข่าวว่าทางบ้านของสาวหญิงเองก็ไฟเขียวในการให้อิสระที่จะเลือกคบหาเพื่อนฝูง โดยเฉพาะหนุ่มสไตล์เกาหลี หล่อ ขาว ตี๋เนี่ยสเปคสาวหญิงเขาเลยเจ้าค่า หญิง กัญญาพัชญ์ หญิง กัญญาพัชญ์ หญิง กัญญาพัชญ์

ทอม ครูซ ยัน ไม่ปล่อยเวลาให้เสียปล่าว พร้อมเดินเครื่อง Mission: Impossible 6
Mission: Impossible 6 /  Mission: Impossible Rogue Nation / 

ภาค 5 เพิ่งจะเริ่มเข้าฉายไป แต่ว่าก็เป็นอันแน่นอนอยู่แล้วว่าตัวหนังที่ได้รับคำวิจารณ์ดีกว่าทุกภาคขนาดนี้ ก็ต้องทำเงินเป็นกอบเป็นกำจนอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับ Mission: Impossible Rogue Nation ที่ตอนนี้ตัวหนังเพิ่งเริ่มเข้าฉายในไทย และทั่วโลกไป ซึ่งใครที่ได้รับชมมาแล้วก็ต้องชื่นชอบมันเป็นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะด้วยฉากแอ็คชั่นสุดมันส์ หรือฉากสตันท์ที่ ทอม ครูซ ทุ่มทุนเล่นเองทั้งหมดครับ โดยล่าสุดก็ดูเหมือนว่า ทอม ครูซ จะไม่ยอมปล่อยให้เวลาเสียปล่าวจริงๆ เพราะหลังจากเขาได้ไปออกรายการ The Daily Show เพื่อโปรโมทหนังภาค 5 นี่ เขาก็ได้เผยยั่วน้ำลายแฟนๆกันแล้วว่า ตัวหนังภาคที่ 6 ของ ซีรี่ย์ชุดนี้ เตรียมจะเริ่มถ่ายทำซัมเมอร์ปีหน้าแล้วครับ ซึ่งถ้าหากเป็นตามอย่างที่ ทอม ครูซ ว่าจริง แม้ตอนนี้จะยังไม่มีเผยทั้งชื่อมือเขียนบท และ ผู้กำกับ ก็จะเรียกได้ว่าเป็นการสร้างภาคต่อที่ค่อนข้างรวดเร็วมาก เมื่อเทียบกับระยะห่างจากทุกๆภาคที่ผ่านมา โดยงานนี้แฟนๆเห็นข่าวแล้วว่าก็ใช่จะต่อต้านอะไรซะที่ไหนหล่ะ เพราะเล่นประกาศมาซะขนาดนี้ ก็ยิ่งทำให้แฟนๆลุ้นอยากชมกันเลยว่า ในภาคหน้า ทอม ครูซ จะไปเล่นสตันท์ให้โลกทึ่งได้มากกว่าแค่การเกาะเครื่องบินหรือไม่ โดยตอนนี้สำหรับใครที่ยังไม่ได้ชมภาคที่ 5 ก็ตีตั๋วไปมันส์ได้แล้วทุกโรงภาพยนตร์ครับ

จากเจ้าพ่ออาชญากรรม สู่สายลับให้กับเอฟบีไอ ในตย.ใหม่สุดโหดจาก Black Mass
Black Mass /  Johnny Depp / 

นี้อาจจะจัดได้ว่าเป็นผลงานการคืนฟอร์มของ จอห์นนี่ เดปป์ ก็เป็นได้ หลังจากไปหมกมุ่นอยู่กับงานของหนังตลกอยู่หลายปี ตอนนี้เขากลับมาพร้อมกับบทซีเรียส ที่อาจจะมีแววชิงออสการ์อีกครั้ง สำหรับ Black Mass ผลงานการกำกับของผกก.หน้าใหม่อย่าง สก็อตต์ คูเปอร์ ที่ตอนนี้ตัวหนังได้มีตัวอย่าง และ ใบปิดใหม่ออกมาให้เราชมกันแล้ว และมันก็ออกมาดูดีมากเสียด้วย ทั้งการตัดต่อไล่อารมณ์ และ โทนความเคร่งเครียดที่คนดูสามารถสัมผัสได้ โดยงานนี้นอกจาก เดปป์ ตัวหนังยังมีนักแสดงทั้ง เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์, ดาโกต้า จอห์นสัน และ โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน ร่วมแสดง กับเรื่องราวที่สร้างจากเรื่องจริงของ วิทนี่ย์ บัลเกอร์ มาเฟียดีกรีโหดตัวพ่อแห่งบอสตัน ผู้ทรงอิทธพลและน่าเกรงขามแบบไม่มีใครกล้าแหยม แต่ในคราบของอาชญากร บัลเกอร์ ก็แอบเป็นสายให้กับเอฟบีไอ โดยมีจุดประสงค์เพื่อโค่นล้มมาเฟียอิตาลี ที่ขู่ทำร้ายครอบครัวของเขาด้วย โดยตัวหนังมีกำหนดฉายในไทย กันยายน นี้ครับ

คิดจะพัก อย่าคิดถึงการเป็น ฟรีแลนซ์ ในใบปิดแรกจาก 'ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ'
Heart Attack /  จีทีเอช / 

เตรียมจะเข้าฉายในเดือนหน้ากันแล้ว สำหรับผลงานเรื่องใหม่ของผกก.สายอินดี้ ที่กระโดดมาสู่ค่ายหนังใหญ่อย่าง GTH อย่างเต็มตัว กับผกก. เต๋อ นวพล จาก Mary is Happy, Mary is Happy ที่ตอนนี้หนังใหม่ชื่อย้าวยาวของเขาอย่าง 'ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ' ที่ดึงเอาพระเอกสุดฮ็อตในช่วงนี้อย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และนางเอกพันล้านอย่าง ใหม่ ดาวิกา มาประกบคู่กันในหนังของชีวิต ฟรีแลนซ์ และ คุณหมอ ที่เรื่องราวสุดอลหม่าน และวุ่นวายเกิดขึ้นได้แบบไม่มีพัก โดยตอนนี้ตัวหนังก็ได้ปล่อยใบปิดแบนเนอร์แรกออกมาให้เราชมกันแล้ว ก่อนที่ตัวอย่างน่าจะตามมาเร็วๆนี้ ซึ่ง โปสเตอร์ แรก ยังไม่เปิดเผยอะไรมาก นอกจากหน้าตาเหนื่อยๆของ 2 นักแสดงอย่าง ซันนี่ และ ใหม่ ที่ดูแล้วน่าจะได้ฟีลอารมณ์ของเหล่า ฟรีแลนซ์ และ คุณหมอ ไปเต็มๆ ซึ่งเรื่องราวความรัก และ งานที่ไม่เสร็จของพวกเขาจะเป็นอย่างไร รอติดตามได้ในโรงภาพยนตร์ 3 กันยายนนี้ครับ

จูบจริงหรือมุมกล้อง?
นิก คุณาธิป ปิ่นประดับ /  นิ้ง ศรัณยา จำปาทิพย์ / 

มากความสามารถจริงๆ สำหรับพระเอกหนุ่มสุดเฮี้ยวขวัญใจวัยรุ่นอย่าง “นิก-คุณาธิป ปิ่นประดับ” กับผลงานล่าสุด เลิฟเฮี้ยว เฟี้ยวต๊อด ที่ครั้งนี้ ผู้กำกับสุดแนว “พจน์ อานนท์” ขอดันนักแสดงหนุ่มขึ้นแท่นเป็นพระเอกเต็มตัวครั้งแรก นอกจากจะต้องรับบทเป็นพระเอกแล้วก็ยังต้องมีฉากเข้าพระเข้านางกับนางเอกน้องใหม่  “นิ้ง-ศรัณยา จำปาทิพย์” กับฉากเลิฟซีนสุดฟินท่ามกลางบรรยากาศสวยๆสุดแสนจะโรแมนติกท่ามกลางป่าเขาของ อำเภอ แม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ อีกด้วย โดยพระเอกหนุ่มสุดเฮี้ยวเผยว่า “ผมก็รู้สึกตื่นเต้นและก็ดีใจที่พี่พจน์ให้ความไว้วางใจให้เรามาเล่นหนังเรื่องนี้ ซึ่งความยากมันก็เพิ่มขึ้นตามประสบการณ์ที่ผมสั่งสมมาคือ ได้เล่นเป็นพระเอกเต็มตัวครั้งแรก จากเมื่อก่อนเราจะมีกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ บทก็จะเฉลี่ยกันไป  แต่ผมคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน  สำหรับเรื่องนี้เล่นเป็นพระเอกไม่เท่าไหร่แต่ที่ยากคือมันจะมีฉากเลิฟซีนกับ นิ้ง(ศรัณยา) ซึ่งเขาเองก็ใหม่เพิ่งจะเป็นนางเอกเรื่องแรก มันก็จะมีเขินๆกันบ้างเพราะน้องยังใหม่ ก็ต้องมีการปรับ จูนกันบ้างนิดๆหน่อยๆ  เพราะเป็นหนังเรื่องแรกอาจจะยังไมค่อยเข้าใจเรื่องระบบการทำงานมากนัก ผมก็จะช่วยบ้างเท่าที่จะแนะนำได้ ก็อาศัยว่าตัวเองมีประสบการณ์มากกว่าในเรื่องการทำงาน” “สำหรับความยากเรื่องการเข้าฉากของเรา 2 คนคือฉากนี้มันจะต้องดูเป็นเลิฟซีนหวานๆ น่ารักน่ารัก ฉากในเรื่องมันก็อาจจะไม่ได้มากมายอะไรนักสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผมกับ นิ้ง มันยากอยู่ครับ แล้วตรงที่ต้องเล่นฉากเลิฟซีนกันเราสองคนจะต้องยืนอยู่บนสะพานแขวนสูงๆซึ่งมันก็โคลงเคลงไปมา  แต่บรรยากาศรอบข้างสวยงามมาก บรรยากาศดี ทำให้เราคลายความกังวลลงไปได้บ้างครับ  ส่วนในฉากก็ต้องเล่นให้ได้ตามที่ผู้กำกับฯ(พี่พชร์)สั่ง ซึ่งเขาก็อยากให้เราจูบจริงๆ แต่ผมมีความรู้สึกว่าเราแค่ใช้มุมกล้องมันก็น่าจะโอเค ก็บอก “นิ้ง”ว่าเล่นเต็มที่จะได้ไม่ต้องเทคเยอะ ส่วนจะจูบกับนิ้ง จริงหรือใช้มุมกล้อง เอาไว้แฟนๆลองไปดูกันในโรงภาพยนตร์นะครับ” “เลิฟเฮี้ยว เฟี้ยวต๊อด” ภาพยนตร์รักสุดฮาน้ำตาเล็ด ยกทีมนักแสดงหน้าใหม่และรุ่นใหญ่สุดแนวมาร่วมสร้างสีสันให้กับเรื่องนี้ 30 กรกฎาคม 2558 นี้ ในโรงภาพยนตร์  รับรองความฮา...แน่นอน ------------------------

15 คำสัญญา ที่คู่รักควรให้คำสัญญาแก่กัน ถ้าอยากคบกันไปตลอดชีวิต
คำสัญญา /  คำสัญญาของคนรัก / 

ถ้าคุณมีความรักแล้ว และได้เจอกับคนที่คุณอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยไปอีกนานๆ คำสัญญานั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ หลายคนอาจบอกว่า สัญญามีไว้ให้กับคนที่ไม่แน่นอนเท่านั้น แต่ไม่ใช่หรอกค่ะ คนที่ไม่อยากสัญญานั้นเป็นเพราะเขาคิดว่าเขาจะรักษามันไว้ไม่ได้ต่างหาก  หากคุณอยากจะเป็นคนรักที่ดีและอยู่กับคนนี้ตลอดไป นี่คือ 15 คำสัญญาที่คู่รักควรมีไว้ 1.สัญญาว่าจะฟังกัน ความรัก ความสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้นจากการสื่อสารเป็นหลัก ถ้าความเข้าใจมันเกิดขึ้น ปัญหาก็คงไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการฟังเป็นจุดที่สำคัญในการสื่อสารกัน อย่าใส่อารมณ์หรือคิดแต่จะพูดฝ่ายเดียว จงฟังกันและกันด้วย  2.สัญญาว่าจะเรียนรู้กัน การคบกันนั้นเป็นเรื่องยากเหมือนการเรียนหนังสือแหละค่ะ ความรู้มันมีไม่รู้จบหรอก คุณสองคนต้องเรียนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในอนาคตและพร้อมจะโตไปด้วยกัน และไม่ว่าจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแค่ไหนก็จะไม่ปล่อยมือออกจากกัน 3.สัญญาว่าจะให้อีกฝ่ายเป็นตัวของตัวเอง เราควรจะรักอีกฝ่ายในสิ่งที่เขาเป็น อย่าพยายามที่จะเปลี่ยนอีกฝ่าย เพราะท้ายสุดแล้ว คนที่คุณรัก เขาก็ต้องเป็นตัวเขาอยู่ดี อย่าเปลี่ยนเขาและจงอยู่กับเขา 4.สัญญาว่าจะให้อีกฝ่ายเติบโต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความฝัน หน้าที่การงาน สัญญาว่าคุณจะไม่รั้งเขาไว้ จากการเติบโตในหน้าที่การงาน หรือการทำตามความฝัน จะคอยอยู่ข้างๆเป็นกำลังใจและไม่หนีไปไหน 5.สัญญาว่าจะมีชีวิตเพื่อกันและกัน จำไว้ว่าคุณไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว ต่อไปคุณต้องมีอนาคตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำความฝัน อนาคต อย่าลืมคิดว่าจะทำอย่างไรกับอนาคต เพื่อปูทางให้ความสัมพันธ์นั้นดำเนินไปอย่างสวยงาม 6.สัญญาว่าจะหาเวลาให้กัน ไม่ว่าคุณจะยุ่งขนาดไหน อย่าลืมหาเวลาให้กัน แม้ว่าจะมีเพียงเวลาไม่มากนักต่อวัน แต่อย่าลืมใส่ใจความรู้สึกกัน มาเห็นหน้ากันบ้าง 7.สัญญาว่าจะทำงานเป็นทีม การทำงานบ้าน อย่าคิดว่าเป็นงานของใครสักคน แต่จงคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน 8.สัญญาว่าจะรักษาสิ่งที่เป็น "เรา" ร้านโปรด รายการโปรด สถานที่โปรด อย่าลืม อย่าละเลย จงจำไว้เสมอว่าสถานที่ต่างๆและสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับเรา และมันคือความทรงจำที่สวยงามของเรา 9.สัญญาว่าจะใส่ใจความสนใจของอีกฝ่าย ฝ่ายชายชอบดูบอล ฝ่ายหญิงชอบช้อปปิ้ง ถึงแม้คุณจะไม่ถวิลหาสิ่งเหล่านั้น และเบื่อที่จะต้องรอคอย แต่อย่าลืมว่า มันเป็นสิ่งที่เป็นตัวเขา จงให้เวลากับเขาบ้าง นั่งเล่นอยู่ข้างๆเขาเวลาดูบอลบ้าง คุณผู้ชายก็รอแฟนบ้าง 10.สัญญาว่าจะให้เกียรติเขาด้วยการแสดงออกว่ารัก อย่าลืมเคลียร์กับโลกใบนี้ว่า คุณรักเขา ด้วยการแสดงออกในที่สาธารณะบ้าง เช่น จับมือเขา เล่นกับเขา และแนะนำกับคนอื่นว่า คนนี้ภรรยา คนนี้สามี ให้เกียรติอีกฝ่ายด้วยการให้เขามีสถานะที่ชัดเจน 11.สัญญาว่าคุณจะเลือกเขาเสมอ ไม่ว่าจะมีใครเข้ามา อีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายที่ชนะและคุณเลือกเสมอ 12. สัญญาว่าจะหาเรื่องแปลกใหม่ทำด้วยกัน อย่าให้ความรักเป็นเรื่องรูทีนน่าเบื่อ หาอะไรสนุกๆทำด้วยกันบ่อยๆ หาเรื่องใหม่ๆ ทำ อาจจะเป็น ดูหนังเรื่องใหม่ เล่นเกมใหม่ๆ ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ แค่นี้ก็พอแล้ว 13.สัญญาว่าจะรับโทรศัพท์เสมอ อย่าปล่อยให้โทรศัพท์ของอีกฝ่ายกลายเป็นมิสคอล คิดไว้เสมอว่า การที่เขาโทรมานั้นแสดงความเป็นห่วงเสมอ อย่าปล่อยปละละเลย เพราะไม่แน่สายนั้นอาจเป็นเรื่องฉุกเฉินที่คุณอาจจะเสียใจภายหลังก็ได้ หากไม่รับ 14.สัญญาว่าจะรักครอบครัวเขาเหมือนครอบครัวคุณ เมื่อมีความรัก หรือ มีความสัมพันธ์มันไม่ได้จบแค่คุณสองคน ครอบครัว เพื่อยฝูง คนรอบข้าง คุณต้องรู้จักอย่างทั่วถึง และอย่าลืมใส่ใจให้ความรักเหมือนที่เขาทำ เช่น ไปเยี่ยมพ่อแม่เขาบ้าง ซื้อขนมไปฝากบ้าง 15.สัญญาว่าจะไม่จากไปไหน สัญญาว่าจะคิดถึงกันแม้ต้องไกลจากกัน สัญญาว่าไม่ว่าจะเจอทุกข์ภัยร้ายแค่ไหนก็จะไม่ปล่อยมือจากกัน คำสัญญาอาจไม่มีความหมายถ้าคนที่รักษาสัญญาเขาไม่รักษาไว้ อย่าลืมนะคะ ว่าคนรักที่ดีและชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าปล่อยปละละเลยและจงรักษาไว้ให้ดี ที่มา lifehack เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

3 คลิปใหม่ จาก The Man From U.N.C.L.E. มาพร้อมฉากขับเรือไล่ล่าสุดมันส์
CIA /  KGB / 

เตรียมเข้าฉายให้คนดูได้รับความมันส์กระหน่ำวันแม่กันแล้ว สำหรับผลงานเรื่องล่าสุดของผกก. กาย ริชชี่ ที่พักยกจาก เชอร์ล็อค โฮมส์ และหันมาทำหนังแอ็คชั่นลีลาสุดกวนอย่างเก่า กับหนังที่สร้างมาจากซีรี่ย์ในชื่อเดียวกันเมื่อยุค 90 อย่าง The Man From U.N.C.L.E. หรือในชื่อไทยว่า 'คู่ดุไร้ปราณี' ซึ่งตอนนี้ตัวหนังได้ปล่อย 3 คลิปใหม่ออกมายั่วน้ำลายกันแล้ว โดย 3 คลิปดังกล่าวก็มีทั้งประกอบ ฉากขับรถไล่ล่า, ฉากขับเรือไล่ล่า และคลิปโชว์ลีลาสุดกวนจากตัวละครของ ฮิวจ์ แกรนท์ ที่หลังจากหายหน้าหายตาจากจอใหญ่ไปสักพัก เขาพร้อมจะกลับมาบู๊ระห่ำด้วยหนังเรื่องนี้แล้ว The Man from U.N.C.L.E. ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปี 1960 เมื่อสงครามเย็นปะทุขึ้นอย่างหนัก หน่วย The Man from U.N.C.L.E. ซึ่งมีสายลับ CIA โซโลและสายลับ KGB เคอร์ยาคิน ทั้งคู่ต้องจำใจทิ้งความบาดหมางและร่วมกันปฏิบัติภารกิจหยุดยั้งองค์กรแห่ง อาชญากรรมลับทั่วโลก ซึ่งมีจุดหมายคือการเพิ่มอาวุธนิวเคลียร์และเทคโนโลยีเพื่อทำลายสมดุลของ มหาอำนาจ ทว่าผู้บงการพวกเขาได้กลับมีเพียงลูกสาวของนักวิทยาศาสตร์เยอรมันที่หายตัว ไปซึ่งเธอคือกุญแจสำคัญสู่การแทรกซึมเข้าองค์กรอาชญากรรม! ทั้งคู่ต้องแข่งกับเวลาเพื่อหาตัวพ่อของเธอให้พบ และปกป้องโลกจากความวินาศนี้ 12 สิงหาคมนี้ มันส์แน่นอน