หนังตลก

ทางเดียวที่จะรอด คือต้องดำดิ่ง ในตัวอย่างฉบับโหดๆจาก As Above, So Below
As Above /  As Above So Below / 

ใกล้จะเข้าฉายกันแล้ว สำหรับใครที่เป็นคอหนังโหดสยองขวัญในที่แคบ อย่าง As Above, So Below ที่ตอนนี้ตัวอย่างใหม่แบบฉบับโหดความยาวเกือบ 4 นาที ได้ออนไลน์ที่ Yahoo! และก็ออกมาน่าจะตอบโจทย์ความน่าอึดอัด และ คับแคบในที่มืดได้อย่างตรงจุดมากทีเดียว พร้อมกับคำโปรยเช่นเคยว่า ถ้าอยากรอดต้องดำดิ่ง นั่นเอง เรื่องราวของสการ์เล็ตและเหล่านักสำรวจ เดินทางลงไปสู่สุสานใต้ดินที่อยู่ใต้ท้องถ­นนในกรุงปารีส ซึ่งเต็มไปด้วยกองกระดูกมนุษย์และเป็นที่ส­ิงสถิตของวิญญาณนับล้าน การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการผจญภ­ัยธรรมดา แต่กลับกลายเป็นการเดินทางสู่นครแห่งความต­ายที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและ ความสยดสยอ­ง พวกเขาต้องเผชิญกับบางสิ่งบางอย่างที่ตามห­ลอกหลอนและจ้องจะพรากชีวิตพวกเขาไป หนังมีกำหนดฉายบ้านเรา 18 กันยายนนี้

ฮิวจ์ แกรนต์ จากมือเขียนบทดาวรุ่ง สู่การสอนแบบดาวร่วง ในตย.แรก The Rewrite
Hugh Grant /  Music & Lyrics / 

จัดได้ว่าเป็นหนังรอม คอม เรื่องใหม่ที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับ The Rewrite ผลงานการกลับมาร่วมกำกับ และ แสดงอีกครั้ง ของหนุ่มหล่อตลอดกาลอย่าง ฮิวจ์ แกรนต์ และผู้กำกับอย่าง มาร์ค ลอว์เรนซ์ จาก Music & Lyrics ซึ่ง The Rewrite ตอนนี้ก็ได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาให้ชมกันแล้ว นอกจาก แกรนต์ หนังยังมี เมลิสซ่า โทเม, เจ เค ซิมมอนส์ และ นักแสดงสาวดาวรุ่ง เบลล่า ฮีธโค้ท ร่วมแสดงอีกด้วย นำแสดงโดย ฮิวจ์ แกรนต์ และ มาริสา โทเม่ ที่รับบทเป็นนักเขียนบทมือรางวัลออสการ์ ที่งานหดหายเพราะไม่มีผลงานฮิตๆมานานนับทศวรรษ เขาตัดสินใจรับจ๊อบเป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัย แต่แทนที่มันจะเป็นเพียงแค่งานคั่นเวลา เขากลับได้รับบทเรียนจากนักเรียนในคลาสแบบไม่คาดฝัน และก็ทำให้เขาตัดสินใจแก้ไขบทในชีวิตของตัวเองซะเลย หนังมีกำหนดฉายในบ้านเรา 9 ตุลาคมนี้ครับ

ชวนส่องเบื้องหลังกว่าจะเป็นคิวบู๊ ของ พันนา ฤทธิไกร พร้อมเปิดใจ ทายาทอาจารย์ผู้ล่วงลับ
BIOSCOPE /  Tearjerker Issue / 

นับได้ว่าการจากไปของ พันนา ฤทธิไกร นักแสดง ผู้กำกับ และนักออกแบบคิวบู๊ ผู้เปิดศักราชใหม่ให้วงการหนังแอ็กชันบ้านเรา ย่อมถือเป็นการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญของวงการหนังไทย รวมไปถึงวงการหนังของโลกเลยก็ว่าได้ หากแต่สิ่งที่พันนาได้แผ้วถางวางเอาไว้ให้วงการหนังแอ็กชันไทยมาตลอดทั้งชีวิตนั้น ล้วนหาได้สูญเปล่าไม่ แต่มันกลับผลิดอกออกผล จนเป็นรากฐานอันแข็งแรง ในระบบการฝึกฝนและผลิต สตันต์แมนอย่างเป็นมืออาชีพ ไปจนถึงวิธีคิดและออกแบบคิวบู๊ในสไตล์ไทยแท้ออกมาให้โลกประจักษ์ได้สำเร็จ พันนา ฤทธิไกร และเพื่อเป็นการอาลัยและรำลึกถึงคุณูปการที่ พันนา ฤทธิไกร ได้ฝากไว้ นิตยสาร Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม จะพาคุณผู้ชมไปดูเบื้องหลังเล็กๆ น้่อยๆ ว่ากว่าจะเป็นคิวบู๊สุดมัน์ที่คุณผู้ชมได้เห็นนั้น มันเกิดมาจากอะไรบ้าง พร้อมทั้งเปิดใจ เซ้ง กวี ศิริคะเณรัตน์ สตันต์รุ่นบุกเบิก ที่ปัจจุบันไปประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกับกองถ่ายหนังต่างประเทศ, พต บรรพต กิหมื่นไวย์ สตันต์รุ่นสองที่เข้ามาอยู่กับกวี ก่อนจะมาช่วยงานในทีมสตันต์อีกที, ท็อป วีระพล ภูมาตย์ฝน สตันต์รุ่นสี่ที่เข้าในช่วงเริ่มต้น ‘องค์บาก’ และ ตอง กฤษณะ ลาดพันนา ลูกชายเพียงคนเดียวของพันนาเอง ที่เตรียมสานต่องานของพ่อ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตของทีม พันนาสตันต์ ที่สืบทอดต่อรุ่นกันมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นที่พี่เซ้ง (กวี ศิริคะเณรัตน์) ครับ การทำงานในยุคแรกๆ กับพี่พันนาเป็นอย่างไรบ้าง เซ้ง : ผมเข้ามาทำงานในหนังเรื่องที่สองของพี่พันนาคือ ‘ซิ่งวิ่งลุย’ ตอนนั้น พี่โต (ประพนธ์ เพ็ชรอินทร์ - เพื่อนสนิทของพันนาที่บุกเบิก เพชรพันนาโปรดักชันมาด้วยกัน แต่เสียชีวิตแล้ว) ก็ยังอยู่ บรรยากาศการทำงานตอนนั้นยังลูกทุ่งมากๆ แต่สนุกครับ ทุกอย่างเราทำกันเองหมด ไม่ว่าจะยกรางดอลลี แบกรีเฟล็กซ์ เล่นเองบ้างอะไรบ้าง โดดแม่น้ำชีก็กระโดดจริงๆ ไม่มีเบาะ ไม่มีกล่อง ไม่มีสลิงอะไรทั้งสิ้น เล่นจริงเจ็บจริง ข้อเท้าหักจริง อะไรแบบนี้ ในยุคแรกการฝึกซ้อมต่างๆ ทำกันอย่างไร เซ้ง : หลังจากถ่ายหนังเสร็จ ก็จะมีการซ้อมทุกวันครับ วิ่งไม่ต่ำกว่าวันละ 10 กิโลฯ เช้า-เย็น เพื่อซ้อมคิวบู๊ ซ้อมร่างกายซ้อมยิมนาสติกอะไรแบบนี้ พี่พันนาแกจะเช่าบ้านให้อยู่หลังนึง หลังจากที่แกขายบ้านไปแล้วตอนที่มาสร้างหนัง ‘เกิดมาลุย’ เสร็จแล้วก็ยังไม่มีเงินซื้อบ้าน แกก็ไปเช่าบ้านอยู่ ผมก็ไปอยู่กับแก ตอนนั้น ‘เกิดมาลุย’ ดังแล้วครับ แต่พี่พันนาก็ยังไม่รวยอยู่ดี (หัวเราะ) คนจัดจำหน่ายน่าจะรวยซะมากกว่า พี่พันนาแกไม่เก่งด้านธุรกิจการเงินเท่าไหร่ แต่แกมีใจคิดที่จะทำหนัง แกก็ไปให้คนอื่นจัดจำหน่าย คนอื่นก็ได้ไป ทำงานอยู่กับพี่พันนามานานแค่ไหนแล้ว เซ้ง : ผมอยู่กับพี่พันนา 2 ปี เสร็จแล้วผมก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ มาเป็นครูฝึกคิวบู๊ที่โมเดลลิง แล้วก็ทำหนังกับพวกฮ่องกงอยู่ 7 ปี หลังจากนั้นก็มาทำหนังฮอลลีวูด จนกระทั่งถึงตอนนี้ 27 ปีแล้วครับ แต่ตลอดเวลาก็ยังมีการไปมาหาสู่กันตลอด เวลาพี่พันนาถ่ายหนัง อย่างตอน ‘องค์บาก’ และ ‘ต้มยำกุ้ง 1’ แกก็เรียกผมเข้าไปช่วยทำ หรือแม้กระทั่งเรื่องล่าสุด ‘เร็วทะลุเร็ว’ ผมก็เข้าไปช่วยพี่พันนาทำ หนังแทบทุกเรื่องที่พี่พันนาทำ แกจะเรียกผมเข้าไปช่วยดูแลฉากอันตราย ฉากใหญ่ๆ นอกจากเรื่องทักษะที่ใช้ในการทำงานทุกวันนี้ มีอะไรอีกบ้างที่ได้เรียนรู้จากพี่พันนา เซ้ง : อันดับแรก ถ้าพี่พันนาไม่ขายบ้านมาทำหนัง ป่านนี้ผมก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ได้มาเป็นสตันต์แมนที่ฝรั่งรู้จัก ที่ฮอลลีวูดรู้จัก แล้วก็ใช้หลักการเดียวกับแกในต่างประเทศคือ เล่นจริงเจ็บจริง เพราะว่าซีจีเราสู้เขาไม่ได้ เราก็ใช้การเล่นจริงเจ็บจริง แต่เรามีวิธีการเซฟตีของเรา เทคนิคบางอย่างที่สร้างเหตุการณ์อันตรายขึ้นมาให้คนดูเห็น แต่เรามีหลักการเซฟตีที่เราทำแล้วปลอดภัย แม้กระทั่งตอนที่ท็อป (วีระพล ภูมาตย์ฝน) ตกลงบนถนนในเรื่อง ‘เกิดมาลุย’ (2004) ที่รถคอนเทนเนอร์ครูดไปแล้วหัวเกือบโดนล้อเหยียบ ก็ใช้วิธีหล่อโฟมเป็นล้อขึ้นมา ถึงแม้หัวจะเสียบเข้าไปก็ไม่เป็นไร คือถึงแม้จะเสี่ยงตายยังไงก็ไม่อันตราย เซ้ง : ใช่ครับ คือจะมีการคุยกันก่อน คิดวิธีการทำ แล้วก็มีการซ้อม เมื่อคุณซ้อมจนชัวร์แล้วว่าโอเค ทุกอย่างปลอดภัยเราก็ค่อยถ่าย แต่ถ้าเป็นสมัย ‘เกิดมาลุย’ หรือ ‘ซิ่งวิ่งลุย’ จะเอาใจเข้าว่า ตายไม่ตายก็...(หัวเราะ) แต่ก็ยังไม่มีใครเสียชีวิต ในทีมที่อยู่ภายใต้การดีไซน์แอ็กชันของพี่พันนานะครับ มีแค่บาดเจ็บ นี่เป็นแค่ความรู้สึกจาก เซ้ง กวี ศิริคะเณรัตน์ สตันต์รุ่นบุกเบิก เพียงคนเดียวเท่านั้น ติดตามการเผยความรู้สึก และเรื่องราวเบื้องหลังชีวิตของ พันนา ฤทธิไกร ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ จาก พต บรรพต กิหมื่นไวย์ สตันต์รุ่นสอง, ท็อป วีระพล ภูมาตย์ฝน สตันต์รุ่นสี่ และ ตอง กฤษณะ ลาดพันนา ลูกชายคนเดียวของ พันนา ฤทธิไกร ได้ในนิตยาร Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม หน้าปก ใหม่ ดาวิกา น้ำตาแตก ได้แล้ววันนี้ ทุกแผงหนังสือชั้นนำ ------------------------------------------

5 วิธีลดด่วน สำหรับคน อ้วนลงพุง
ระบบเผาผลาญไม่ดี /  ลดความอ้วน / 

โรค อ้วนลงพุง หรือ Metabolic syndrome เป็นภาวะที่อ้วนโดยเฉพาะส่วนเอวและทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายหลายระบบ Metabolic syndrome คำนี้เป็นคำศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้การอย่างแพร่หลาย หมายถึงกลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติ ส่งผลทำให้เกิดโรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ในที่สุดจะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง สมัยก่อนเรียกกลุ่มโรคนี้ว่า Syndrome X, insulin resistance syndrome เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะ อ้วนลงพุง เพราะในการวินิจฉัยภาวะ อ้วนลงพุง ตามเกณฑ์ของ Adult treatment Panel III และดัดแปลงมาใช้กับชาวเอเชีย ผู้ป่วยจะต้องมีลักษณะ 3 ใน 5 ข้อดังต่อไปนี้ จะต้องอ้วนชนิดลงพุง กล่าวคือมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตร และ 80 เซนติเมตร ในชายและหญิงตามลำดับ มีความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท หรือได้รัแบยารักษาความดันโลหิต มีระดับไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือเป็นผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน มีระดับไขมันชนิดดีน้อยกว่า 40 และ 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับชายและหญิง หรือผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน มีระดับน้ำตาลสูงกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือเป็นผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จากเกณฑ์การวินิจฉัยดังกล่าว คุณเพลินใจ ซึ่งมีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตร มีความดันโลหิตเกิน 130/85 มิลลิลิตรปรอท ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงถึง 300 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จึงเข้าเกณฑ์ของภาวะ อ้วนลงพุง ในขณะที่คุณคณิตไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว เพราะรอบเอวไม่เกิน 90 เซนติเมตร และความดันโลหิตไม่เกิน130/85 มิลลิลิตร ถึงแม้ว่าจะมีระดับไขมันในเลือดเท่ากันก็ตาม โดยผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 3 ข้อ ซึ่งเข้าข่ายว่าเป็นภาวะ อ้วนลงพุง นั้น มีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า ส่วนผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 4 ข้อจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 3 เท่า รวมถึงเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 24 เท่า ซึ่งกรณีของคุณเพลินใจที่มีปัจจัยเสี่ยง 3 ข้อ จึงมีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า ภาวะ อ้วนลงพุง ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพหลายประการ โดยขึ้นกับองค์ประกอบของโรค ได้แก่ ทำให้หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบจึงเกิดโรคหัวใจได้ง่าย ไตจะขับเกลือออกได้น้อยลง ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดตีบ เพราะเลือดจะแข็งตัวได้ง่ายทำให้อุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจ ทำให้เป็นโรคเบาหวานได้ง่าย จะเห็นว่าผลเสียส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อหลอดเลือดแดงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน หรือเบาหวาน การรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มโรค metabolic syndrome ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและโรคเบาหวาน รวมถึงจะต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอื่นด้วย ทำให้การรักษาโดยการปรับพฤติกรรมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น 1. การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ด้วยการลดอาหารประเภทไขมันลง โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีมากในเนื้อสัตว์ที่ติดมัน หนังสัตว์ อาหารทะเลพวกกุ้งและปลาหมึก น้ำมันจากสัตว์ น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว โดยไม่ควรรับประทานอาหารพวกแป้งเกินร้อยละ 50 ของอาหารที่รับประทาน แต่ให้รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ธัญพืช ข้าวกล้อง ผัก พืชตระกูลถั่ว 2. ลดอาหารเค็ม ทั้งนี้เพื่อช่วยลดความดันโลหิต 3. ลดน้ำหนัก พบว่าการลดน้ำหนักลงร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัว จะชะลอหรือลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง 4. แนะนำให้ออกกำลังกายวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ซึ่งจะช่วยลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ในกรณีที่เป็นโรคเหล่านี้อยู่แล้วการออกกำลังกายจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น 5. ปรับเปลี่ยนอาหาร การปรับเปลี่ยนอาหารที่มีส่วนช่วยลดไขมันช่องท้องได้แก่ เปลี่ยน “ข้าวขาว-แป้งขาว-น้ำตาล” เป็นธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังเติมรำ(โฮลวีท) ฯลฯ, ลดเครื่องดื่มเติมน้ำตาล เช่น ชาเขียวรสหวาน-กาแฟเย็น ฯลฯ กินโปรตีน (ถั่ว เต้าหู้ โปรตีนเกษตร งา ไข่ เนื้อ นม) ที่ไม่ผ่านการทอด ลดเนื้อสำเร็จรูป ลดเนื้อติดมัน ลดอาหารทอด ลดไขมันอิ่มตัว เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ฯลฯ ลดไขมันทรานส์ หรือไขมันแปรรูปในโรงงาน เช่น เบเกอรี่ คุกกี้ เค้ก ขนมใส่ถุง ฟาสต์ฟูด ฯลฯ ไม่ลดน้ำหนักเร็วเกิน 1/2 กก./สัปดาห์ เนื่องจากร่างกายอาจปรับตัวเข้าสู่ภาวะขาดอาหาร ซึ่งจะเพิ่มการสะสมไขมันช่องท้องได้ (การลดน้ำหนักเร็วเพิ่มเสี่ยงหนังเหี่ยว หน้าแก่ได้เช่นกัน) หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน หรือความดันโลหิตได้ตามเป้าหมาย ก็จำเป็นต้องใช้ยาในการควบคุม โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับโรคที่เป็น ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

ผกก.โน๊ต สราวุธ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ ในหนัง ครูและนักเรียน
Demon666production /  Teacher and Student / 

ใกล้ได้มาเขย่าต่อมความจิ้น กันอีกครั้ง กับภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างชาย-ชาย ผลงานของผู้กำกับ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม ทีครั้งนี้ จะมาเผยความรู้สึก แนวคิด และสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่คุณผู้ชมอยากรู้กันแบบเต็มๆ โน๊ต สราวุธ อินทรพรหม เล่าถึงแนวคิด หรือไอเดียของภาพยนตร์ ครูและนักเรียน หน่อยครับ เกิดจากความแนวความคิดที่ต้องการนำเสนอปัญหาการใช้ชีวิตคู่ของชายรักชาย ตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทราบว่า อะไรคือพฤติกรรมที่จะทำให้ชีวิตคู่ไม่ราบรื่น โดยนำเสนอในรูปแบบของการติดตามดูชีวิตของเกย์ในช่วงวัยทำงาน ซึ่งที่ผ่านมา เรามักจะได้ดูเรื่องราวของชายรักชายในช่วงรักครั้งแรก puppy love หรือช่วงก่อนที่ตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กัน แต่เราไม่ค่อยได้เห็นภาพเหตุการณ์หลังจากนั้น ซึ่งในชีวิตจริงนั้น ไม่เหมือนในละคร ที่มักจะจบลงที่พระเอกนางเอกแต่งงานกัน แต่ความจริงแล้วมันพึ่งเป็นการเริ่มต้นต่างหาก มีวิธีการคัดเลือกนักเลือกทั้ง 3 คน ให้ตรงกับคาแรคเตอร์ที่วางไว้ ยังไงบ้างครับ เริ่มจากการเขียนบท แล้วจินตนาการถึงหน้าตาตัวละคร ซึ่งเราต้องการคนที่มีลักษณะบุคลิกตรงตามบทประพันธ์ ไม่เป็นการฝืนแสดงเป็นตัวละครนั้นๆ เพราะหนังเรื่องนี้เราต้องการความ Real มากที่สุด ให้รู้สึกเหมือนนักแสดงคือตัวละครนั้นจริงๆ โดยบทของต้น รับบทโดย ตั้ม มีลักษณะของความเป็นครู เพราะมีบุคลิกที่เป็นผู้ใหญ่ ดูน่าเชื่อถือ และเป็นมิตร ทำให้เชื่อได้ว่า เด็กๆจะรัก เคารพ และไว้วางใจในครูคนนี้ อีกทั้ง ตั้มยังมีความหน้าตาดี ซึ่งตรงกับความต้องการของเรา ที่อยากแสดงให้คนดูเห็นว่า แม้แต่คนที่หน้าตาดี ก็ยังมีปัญหาการใช้ชีวิตคู่  อย่าคิดว่าคนหน้าตาดีจะมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขเหมือนในละครเสมอไป / บทของแอล รับบทโดย อาร์ มีลักษณะสีหน้าแววตาที่เศร้า แบบคนที่เก็บความทุกข์ไว้ภายใน พยายามอดทนต่อปัญหา ซึ่งตรงกับชีวิตจริงของเกย์หลายๆคนที่ต้องฝืนอดทนต่อพฤติกรรมของแฟนตนเอง เพราะไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยว  เหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิดออกมา ซึ่งอาร์เป็นคนที่มีแววตาเช่นนั้น และมีทักษะการแสดงสูง ที่สามารถถ่ายทอดทุกอย่างได้จากแววตา/ บทของโจ รับบทโดย อาร์ม  มีลักษณะสีหน้าแววตาของเด็กที่ยังสะอาดใสซื่อ บริสุทธิ์ มองโลกเป็นสีขาว ไว้ใจคนง่าย เพราะยังผ่านเรื่องร้ายๆในชีวิตมาน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีแววตาของความเศร้าแบบเด็กที่มีปัญหาครอบครัว ต้องการความรักความอบอุ่นจากคนรอบข้าง ตรงกับตามบทประพันธ์ เบื้องหลังโปรดักชั่นงานสร้างในเรื่องนี้ ผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้างไหมครับ ภาพยนตร์ใช้ระยะเวลาการเตรียมงานตั้งแต่เริ่มโปรเจ็คต์ เขียนบท จนถึงเริ่มถ่ายทำเป็นปีๆ ผ่านกระบวนการคิด และแก้ไขบทหลายครั้งมาก เพราะต้องการให้หนังมีความสมจริงที่สุด ให้เหมือนกับชีวิตของคนจริงๆที่จับต้องได้  ไม่ให้มีความเป็นนิยาย ไม่ให้มีความเมโลดราม่า ทุกครั้งที่รู้สึกว่าบทมีความเฟค หรือประดิษฐ์เกินจริง เราจะทำการแก้ไขใหม่ทุกครั้ง ทำให้ มีการแก้ไขหลายหน ไปจนถึงขั้นตอนถ่ายทำ จนถึงขั้นตอนการตัดต่อ โลเคชั่นสำหรับการถ่ายทำ เราปักหลักที่จังหวัดกาญจนบุรี ในบริเวณที่เป็นป่าเขาและชนบทเป็นหลัก เพื่อต้องการสื่อให้ผู้ชมเห็นถึงความเป็นธรรมชาติของประเทศเราจริงๆ เราต้องการบอกคนดูว่า เกย์นั้นมีอยู่ทุกที่ แม้แต่ในที่ที่ห่างไกล ไม่ได้จำกัดว่า ถ้าเป็นเรื่องราวของเกย์ จะต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในกรุงเทพฯเมืองแห่งแสงสีเสมอ โปรดักชั่นดีไซน์เป็นสไตล์แบบสมจริง แสดงให้เห็นถึงความงามตามธรรมชาติอย่างแท้จริง เราจะไม่พยายามตกแต่งหรือประดิษฐ์  เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่านี่คือเรื่องจริง ในสถานที่จริง ความงามของภาพเป็นความงามจากสถานที่จริง ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งจนเกินไป โดยสรุปแล้ว ครูและนักเรียน เป็นภาพยนตร์แนวไหนครับ เป็นภาพยนตร์แนว จิตวิทยา ดราม่า  ลงลึกถึงสภาพจิตใจของชายรักชาย มีฉากประทับใจของผู้กำกับไหมครับ ฉากที่ตัวละครหลักในเรื่องแอบแสดงด้านมืดของตัวเองออกมา ในเวลาที่อยู่ตามลำพัง และฉากการปะทะคารมของตัวละครหลักกับคนรัก ซึ่งไม่ได้มีการทะเลาะกันอย่างโฉ่งฉ่าง แต่รู้สึกได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่ซ่อนอยู่ภายใน ผ่านสีหน้าแววตาของตัวละคร รู้สึกยังไงครับ กับการร่วมงานกับนักแสดงชุดนี้ ตั้ม และ อาร์ม  เป็นนักแสดงใหม่ แม้เคยผ่านงานแสดงเล็กๆมาบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นหน้าใหม่ของวงการภาพยนตร์  แต่ทั้งสองคนก็มีความตั้งใจในการทำงาน มีความพยายาม ทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และตรงตามที่หนังต้องการ อาร์ เป็นนักแสดงมืออาชีพที่ผ่านงานมาเยอะ มีชั่วโมงบินที่สูงกว่าคนอื่น ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างง่าย ทำให้ทุกอย่างราบรื่นมาก เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสายไปประกวดถึงต่างประเทศ ตัวผู้กำกับเองมีความคาดหวังขนาดไหนครับ ตอนนี้ภาพยนตร์ได้ส่งไปยังเทศกาลหนังของต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งยังไม่รู้ผล แต่ก็ไม่ถึงขั้นคาดหวังว่าจะได้รางวัลใดๆ ขอแค่ได้ฉายโชว์ เพื่อหวังให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้นจากที่เป็นอยู่ หนังเรื่องนี้ อยากบอกอะไรกับคนดูครับ ต้องการสื่อให้ผู้ชมได้รู้ว่า การใช้ชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกสิ่งในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เราควรรับมือกับมันให้ได้ ไม่เช่นนั้นเราอาจต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่าง สุดท้ายนี้ อะไรคือสิ่งที่คนดูจะได้รับ จากการชมภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ครับ ผู้ชมจะได้แง่คิดในเรื่องการยอมรับความเปลี่ยนแปลง  ไม่พยายามฝืนความจริง การพยายามฝืนความเป็นจริงไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ทั้งการบังคับตัวเอง บังคับผู้อื่น ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ดี ร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อน ในภาพยนตร์ ครูและนักเรียน Teacher and Student ได้ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ที่โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด รัชดา ซีนีเพล็กซ์ เท่านั้น ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ครูและนักเรียน ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

จะทำอย่างไรถ้าต้องต่อสู้กับตัวเอง ในตย.แรกจาก Plus One
+1 /  Plus One / 

ปล่อยตัวอย่างแบบซับไทยออกมาแล้ว สำหรับหนังไซไฟ ลึกลับ ไอเดียล้ำอย่าง +1 ( PLUS ONE ) ผลงานไซไฟระทึกขวัญเรื่องล่าสุดจาก เดนนิส อิเลียดิส ผู้กำกับ "The Last House on the Left" ที่คำวิจารณ์จากฝั่งอเมริกาออกมาค่อนข้างดี และดูท่าหนังน่าจะเหวอมากพอสมควรเลยหล่ะ หลังจากทะเลาะกับจิล (แอชลีย์ ฮินชอว์) แฟนสาว เดวิด (ไรส์ เวคฟิล์ด) ตัดสินใจที่จะตามไปง้อเธอที่งานปาร์ตี้แห่­งหนึ่งพร้อมกับเพื่อนของเขา เท็ดดี้ (โลแกน มิลเลอร์) ในระหว่างที่ทุกคนในงานกำลังมันส์สุดเหวี่­ยงกับบรรยากาศโดยรอบ กลับเกิดเรื่องราวประหลาดขึ้น เมื่อมีชิ้นส่วนของดาวตกลงมาในพื้นที่ใกล้­เคียง ทันใดนั้นไฟในงานก็ดับวูบลง ทุกอย่างมืดมิด และทุกคนอยู่ในความตื่นตระหนก!เมื่อไฟติดแขกในงานกลับต้องช็อคยิ่งกว่า เมื่อพวกเขาได้พบว่ามีคนที่รูปร่างหน้าตาเ­หมือนตัวเองปรากฏขึ้นอีกหนึ่งคน! ไร้ซึ่งสาเหตุ ไร้ซึ่งคำอธิบาย เดวิดและเพื่อนพยายามที่จะค้นหาคำตอบของเร­ื่องราวประหลาดนี้ และก่อนที่จะมีใครทันสังเกตเห็น เพื่อนๆ ของ เดวิด และ เท็ดดี้ ก็ถูกฆ่าตายไปทีละคน โดยทีไม่มีทางรู้ว่า คนที่เหลืออยู่ เป็นตัวจริงหรือตัวโคลน หนังมีคิวฉายบ้านเรา 11 กันยายนนี้

เจสัน เฟลมมิ่ง ปะทะปีศาจ ในตัวอย่างซับไทยจาก VIY สงครามล้างคำสาปอสูร
VIY /  นิโคไล โกกอล / 

United Home Entertainment เอาใจคอหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีกันอีกครั้ง กับภาพยนตร์เรื่อง VIY สงครามล้างคำสาปอสูร ผลงานของผู้กำกับ โอเลก สเตปเชนโก ที่สร้างจากนิยายเรื่องเยี่ยมของ นิโคไล โกกอล และได้ เจสัน เฟลมมิง มารับบทนำ ที่จะพาคุณผู้ชมไปพบกับการผจญภัย ไขปริศนา และต่อกรกับปีศาจสุดมันส์ ซึ่งล่าสุดนี้ ก็ได้ปล่อยตัวอย่างซับไทย มาให้ชมเรียกน้ำย่อยกันไปพลางๆก่อนแล้ว เรื่องราวใน VIY สงครามล้างคำสาปอสูร เกิดขึ้นในลอนดอน ปี 1713 เมื่อ โจนาธาน กรีน(เจสัน เฟลมมิง)นักทำแผนที่ชาวอังกฤษ  ออกเดินทางเพื่อทำแผนที่ดินแดนทรานซิลเวเนียอันลึกลับ หลังจากข้ามหุบเขาคาร์พาเธียน เขาก็ได้พบกับหมู่บ้านเล็กๆ ที่แยกตัวออกจากโลกภายนอก ชาวบ้านที่นี่ใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัวเพราะหมู่บ้านของพวกเขาถูกปีศาจและสัตว์ประหลาดครอบงำ พวกเขาไม่รู้เลยเหล่าปีศาจได้แทรกตัวเข้ามาอยู่ในวิญญาณของพวกเขานานแล้ว และรอเวลาที่จะได้ออกอาละวาดบนโลกมนุษย์ งานนี้มีเพียง โจนาธาน กรีน ผู้กล้าหาญ คนเดียวเท่านั้น ที่สามารถไขปริศนาและหยุดความบ้าคลั่งของปีศาจเหล่านี้ได้ ติดตามความมันส์ ของภารกิจปราบปีศาจครั้งนี้ไปกับ VIY สงครามล้างคำสาปอสูร ในวันที่ 25 ก.ย. นี้ เฉพาะที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ เท่านั้น ------------------------------------

ใบบัว เครื่องหนังของคนไทย
กระเป๋า /  ใบบัว

วงการเกษตรประเทศไทย ล้ำหน้าไปอีกขั้นกับการนำวัตถุดิบทางธรรมชาติ “ใบบัว” มาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์ ความแปลกใหม่

ฮิลารี สแวงก์ จับมือ ทอมมี่ ลี โจนส์ ข้ามแดน ในตย. The Homesman
The Homesman /  คานส์ / 

ปล่อยออกมาแล้ว สำหรับหนึ่งในหนังที่ได้ร่วมฉายในเทศกาลภาพยนตร์คานส์ปีล่าสุด และเสียงวิจารณ์ก็ออกมาค่อนข้างดีด้วย สำหรับ The Homesman หรือในชื่อไทยว่า 'ศรัทธา ความหวัง แดนเกียรติยศ' ที่ได้ ทอมมี ลี โจนส์ มารับหน้าที่กำกับ พร้อมแสดงเองร่วม แท็คทีมสาวนักแสดงออสการ์อย่าง ฮิลารี สแวงก์ และ เมอร์รีล สตรีป ร่วมด้วย ไฮลี่ สเตลเฟลล์ และอีกมากมายเลยทีเดียว ซึ่งตัวหนังมีคิวฉายไทยเรา 2 ตุลาคมนี้โดย Mono Film และตอนนี้ตย.ซับไทยก็ปล่อยออกมาให้ชมกันแล้วด้วยครับ The Homesman ภาพยนตร์ได้รับเลือกการเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และได้เข้าชิงในสายประกวด เรื่องราวเกี่ยวกับผู้ชายที่เข้าตาจนเมื่อเขาถูกแขวนคอทิ้งไว้ให้ตายแต่กลับ ได้รับการช่วยเหลือจากหญิงสาวโดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องพาผู้หญิงที่สติไม่ดี สามคนเดินทางข้ามรัฐ และการเดินทางครั้งนี้ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับอันตรายและอุปสรรคต่างๆ ระหว่างการเดินทางที่รออยู่ด้วย

ตลก /  ต๊อบ ชัยวัฒน์ / 

เปิดกล้องเริ่มต้นถ่ายทำกันไปแล้วสำหรับภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ เรื่อง “สตรีเหล็ก ตบโลกแตก” ที่สร้างจากเรื่องจริงของทีมนักวอลเล่ย์บอลชาย ที่เป็นกะเทยทั้งทีม งานนี้ได้ผู้กำกับฝีมือดี พชร์ ภเศฐ หยิบเอาเรื่องราวมาปัดฝุ่นกันอีกครั้ง ในแบบฉบับ 2014 โดยเนื้อเรื่อง “สตรีเหล็ก” ภาคนี้จะไม่เหมือนภาคเก่าอย่างแน่นอน เพราะจะอิงจากเรื่องจริงตัวละครจริง ไม่ได้อิงจากหนังเรื่องเก่า จะเป็นหนังย้อนยุคปี 2530 โดยภายในงานได้มีกองทัพนักข่าวต่างให้ความสนใจกับภาพยนตร์เรื่องนี้กันอย่างมากมาย ซึ่งครั้งนี้ทีมสตรีเหล็กได้ขนทัพนักแสดงมาร่วมสร้างสีสัน  นำทีมโดย แทค-ภรัณยู, ฟิลม์-รัฐภูมิ, แอมป์-ปฏิญญา, ต๊อบ-ชัยวัฒน์, โซ่โซ่ -วงศ์พัทธ์ (โซ่AF9), เขื่อน (K-OTIC), บิว-กิตติพัฒน์ (จากมอ6/5), หนักแน่น (จากรักแห่งสยาม), เทป-วรชัย (จากมอ6/5), แจ๊ส-ชวนชื่น สำหรับใครที่เป็นแฟน "สตรีเหล็ก" อดใจรอกันอีกนิด  พร้อมลงจอ  ธันวาคม นี้แน่นอน -------------------------------- ภาพอีกเพียบจ้า สตรีเหล็ก ตบโลกแตก

อู้ย!! หวาดเสียว! กับตัวอย่างพากย์ไทยจาก ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว ฮากรามค้างโดย พันธมิตร
AV /  Logo Motion Picture / 

หลังจากมีหนังอีโรติคทะลุจอสไตล์จีนๆได้เข้ามาฉายในไทยไปแล้ว คราวนี้เตรียมมาพบกับสไตล์ญี่ปุ่นกันบ้าง แต่ไม่ได้มาแนวจริงจัง ชวนสยิว แต่จะมาแบบที่คุณผู้ชายจะได้ทั้งความหวาดเสียว และขำเหงือกแห้ง! กับ ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว Naked Ambition 3D จากค่ายที่รับหน้าที่การจัดจำหน่ายในไทย Logo Motion Picture ที่จะพาไปพบกับวงการ AV ญี่ปุ่นที่ทั้งแสบ ทั้งเสียว ทั้งฮาน้ำตาเล็ด โดยล่าสุดนี้ ก็ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับพากย์ไทยออกมาแล้ว รับประกันความฮาทะเล้น ทะลึ่ง ตึงตัง ด้วยเสียงจากทีมพากย์ พันธมิตร เจ้าตำรับที่คุณคุ้นเคย เมื่ออยู่ๆ ก็ได้กลายเป็นพระเอก AV แถมดังซะด้วยสิ จะทำยังไงดีละทีนี้??!! เตรียมหาคำตอบแบบขำน้ำตาไหลกับ ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว หนังอีโรติคแบบโคตรฮา จากผู้กำกับ ลีกุงล๊อค ที่ได้หนุ่ม แชปแมน โต มาแสดงนำ สบทบด้วยนักแสดง AV ชาวญี่ปุ่น อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ยูเมะ คานะ, ทสึคาสะ อาโออิ, อันริ โอคิตะ, ยุอิ ทัตสึมิ และมาอิโกะ ยูกิ (คุ้นชื่อคนไหนกันบ้างหรือเปล่าเอ่ย คุณผู้ชม?!) ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว 3D เป็นเรื่องราวของ ไวย์แมน (แชปแมน โต) บัณฑิตด้านวรรณกรรม ซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยงานเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับนิยายอิโรติคในหนังสือพิมพ์ ในขณะที่แฟนสาวของเขา กลับมีชื่อเสียงจากงา­นเขียนนิยายรักโรแมนติก จุดเปลี่ยนของชีวิตมาถึง เมื่อ ไวย์แมน ตกงาน จึงตัดสินใจเดินทางไปญี่ปุ่นกับเพ­ื่อนๆ เพื่อลงทุนสร้างหนัง AV ด้วยกัน ทำให้พวกเขาได้รู้จักฮาโตยาม่า (โจซี่ โฮ) ไกด์ชาวฮ่องกงที่ย้ายไปปักหลักที่ญี่ปุ่น ซ­ึ่งมีความหลังฝังใจไม่อยากให้ใครรู้ แถมเธอยังรู้จักวงในธุรกิจ AV อย่างเหลือเชื่อ เอาล่ะสิ ได้ลู่ทางทำงานกันแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น ในระหว่างการถ่ายทำ ไวย์แมน และเพื่อนของเขาพยายามจะเข้าไปแสดง­ความคิดเห็นในหนัง ทำให้นักแสดงนำชายของเรื่อง เกิดรำคาญ และขอถอนตัวไปดื้อๆ แต่เพราะลงทุนไปแล้ว แถมยังต้องเร่งทำงานให้เส­ร็จทันเวลา งานนี้ ไวย์แมน เลยจำใจยอมเป็นพระเอกอย่างไม่ตั้งใ­จเอาซะเลย!!! เขากังวลเกี่ยวกับฝีมือการแสดงหนัง AV ของตัวเองมาก แต่กระแสตอบรับกลับผิดคาด เพราะการแสดงของเขา ได้สร้างภาพลักษณ์­ใหม่ให้วงการหนัง AV ชนิดที่ทำให้สาวๆ ทั้งหลายต่างหลงใหล จนดังพลุแตกในเพียงชั่วข้ามคืน โชคชะตาของพระเอก AV มือใหม่หัดเล่นคนนี้จะเป็นอย่างไร เตรียมหาคำตอบแบบฮาเสียวไส้?! ไปกับ ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว Naked Ambition 3D ได้ในวันที่ 2 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ----------------------------------------

Underworld ไม่รอด เตรียมโดนรีบู๊ตอีกราย
Reboot /  Underworld / 

ถึงแม้ว่าหนังทั้ง 4 ภาค จะทำเงินรวมกันแล้วอยู่ในระดับพอใช้ได้ประมาณ 450 ล้านเหรียญ แต่คงเนื่องด้วยเนื้อเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ รวมถึงภาคล่าสุดยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ล่าสุด โซนี่ ตัดสินใจประกาศรีบู๊ตหนัง แวมไพร์ ปะทะ มนุษย์หมาป่า อย่าง Undeworld ที่นำแสดงโดย เคท บัคกิ้งเซล เรียบร้อยแล้ว โดยในตอนนี้ยังไม่เปิดเผยว่าใครจะมาเป็นผู้กำกับใหม่ของหนังรีบู๊ตชุดนี้ แต่ที่ โซนี่ ยืนยันได้คือจะไม่มีนักแสดงจากฉบับเก่าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน โดยทาง โซนี่ หวังว่าการรีบู๊ตครั้งนี้จะเป็นการเปิดเฟรนไซส์ครั้งใหม่ให้กับชุดนี้ ซึ่งคงเป็นเพราะทางค่ายไม่สามารถตัดใจทิ้งเฟรนไซส์นี้ได้ลงคอ แต่ก็ไม่สามารถหาทางออกให้กับภาคต่อภาคที่ 5 ได้แล้วนั่นเอง โดยเมื่อย้อนกลับไปดู Underworld ทั้ง 4 ภาค ก็จัดได้ว่ามีความกระอักกระอ่วนอยู่มากพอสมควร ทั้งการที่ภาคที่ 3 เป็นการเล่าย้อนถึงเรื่องราวก่อนๆ จนกระทั่งโดนแฟนๆสับเละ หรือแม้แต่กระทั่งภาคล่าสุดอย่างภาค 4 ที่ไม่รู้ว่าจะทำออกมาทำไมนั่นเอง เพราะฉะนั้นนี่ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถ้าหากยังมีแฟนๆต้อนรับแวมไพร์สาวคนดูอยู่อ่านะ

ปอย วาสนาดี มี หนุ่มใหญ่ คอยอุปถัมภ์
ปอย ตรีชฎา /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ฮอตสุดๆ สำหรับนักแสดงสาวสวย ปอย ตรีชฎา แม้ว่าจริงๆ แล้วเธอคนนี้จะเป็นสาวเทียม แต่ความสวยของเธอไม่เคยปราณีใคร เรียกว่าชะนีแท้ๆ บางคนยังอายเลยละค่ะ แถมยังโกอินเตอร์ได้เล่นหนังฮ่องกงระดับฟอร์มยักษ์ประกบซุป’ตาร์ดังๆ หลายคน แว่วๆ ว่าทางฮ่องกงเตรียมดันสาวปอยให้เป็นนักแสดงเบอร์หนึ่ง เพราะนางมีแฟนคลับเยอะมากทั้งประเทศจีน ไต้หวัน เกาหลี ติ่งนางเยอะจริงไรจริง แหมๆๆ ช่างเป็นปีทองของนางจริงๆ เรื่องงานก็ดี เรื่องรักก็เริ่ด เพราะหลังจากเซย์กู๊ดบายกับอดีตแฟนหนุ่ม เอ็ม พีร์ระพงษ์ ไปแล้ว เธอก็พบรักครั้งใหม่เป็นนักแสดงฮ่องกง ที่สำคัญฮอตซะด้วย แม้ว่าเธอจะเปิดเผยว่าคบหากับแฟนหนุ่มชาวฮ่องกงมาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่คุณเธอก็ยังไม่ยอมเปิดตัวซะที งานนี้หลายๆ คนเลยพากันคาดเดาว่าหนุ่มผู้ต้องสงสัยคนนี้อาจเป็น กู่เทียนเล่อ ที่เคยมีข่าวมาก่อนหน้านี้ ก็ไม่รู้ว่าที่ไม่ยอมเปิดตัวเนี่ยเป็นเพราะกลัวหน้าแตกหรืออย่างไร เอ๊ะ!!! หรือว่า She สวยมว้าก...มีตัวเลือกเยอะถึงยังไม่กล้าเปิดตัว ล่าสุดปาปารัซซี่ตาดีเห็นสาวปอยคนงามนั่งทานข้าวอยู่กับหนุ่มใหญ่ ท่าทางหนุ่มปริศนาคนนี้จะดูแลเทคแคร์ตามใจนางดีเว่อร์ อร๊าย...ชะนีแอบอิจฉาวาสนาของเธอจริงๆ ว่าแต่ชายปริศนาผู้นี้คือใคร คงต้องรอฟังจากปากของสาวปอยเองแล้วละค้า... ปอย ตรีชฎา ปอย ตรีชฎา ปอย ตรีชฎา

ตุ๊กแกรักแป้งมาก : ดูแล้วมาคุยกัน จดหมายรักถึงวงการภาพยนตร์ไทย โดย ยุทธเลิศ
ชนม์ทิดา อัศวเหม /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

ก่อนที่จะเข้าไปชมภาพยนตร์ชื่อแปลกอย่าง ตุ๊กแกรักแป้งมาก ดูจากการโปรโมทและตัวอย่าง ต้องขอยอมรับเลยว่าไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก ถึงแม้จะเป็นการย้อนวันวาน และ วัยเด็ก จากผกก.ขวัญใจอย่าง พี่ต้อม ยุทธเลิศ แต่ก็แน่นอนว่าเมื่อพิมพ์มาแบบนี้แล้ว หลังจากดูหนังก็ไม่ต่างอะไรจากฟ้ากับเหว เพราะนี่คือหนังไทยม้ามืด ที่หาดูได้ยาก และรอคอยมาตั้งนานแล้วนั่นเอง “ตุ๊กแกรักแป้งมาก” ภาพยนตร์ที่จะพาทุกคนย้อนอดีตกลับไปในยุคที่ผู้คนไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ใน โลกออนไลน์ แต่มันคือยุคอันสดใสของหนุ่มสาวที่ให้ค่าของความรักมากกว่าความเกลียดชัง เรื่องราวของหนุ่มสาวในยุคดิสโก้เฟื่องฟูเล่าผ่านความทรงจำวัยเยาว์ของเด็ก ชาย “ตุ๊กแก” (แสดงโดย เก้า จิรายุ ละอองมณี) ที่ถูกเลี้ยงเเละเติบโตที่เมืองโบราณริมฝั่งโขงอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ตลอดชีวิตวัยเด็กของตุ๊กแกได้ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่หลังโรงหนังช่วยครูป๋อง วาดคัทเอ้าท์ให้โรงหนัง “เพชรเชียงคาน” เมื่อโตขึ้น ตุ๊กแกเข้าไปเรียนศิลปะที่กรุงเทพฯ จนจบชั้น ปวช ตุ๊กแกก็ตัดสินใจออกมาช่วยเพื่อนรุ่นพี่ในกองถ่ายเพราะความที่ตุ๊กแกอยู่กับ หนังมาจนชอบหนังเป็นชีวิตจิตใจ เเละในเวลานั้นเองตุ๊กแกได้พบกับ “คุณแป้ง” คุณหนูลูกสาวนายอำเภอที่เคย เรียนอยู่ชั้นเดียวกับตุ๊กแกในอดีตเมื่อสิบกว่าปีที่เเล้ว สำหรับตุ๊กแก เขาไม่เคยลืมเด็กหญิงแป้งที่จากเชียงคานไปโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้ร่ำลาคนนี้ ไปจากความทรงจำเลย แต่การได้พบกับแป้งในครั้งนี้กลับไม่เหมือนดังเช่นในอดีต แป้งเปลี่ยนไปทั้งใจเเละกายจนตุ๊กแกเเทบจะจำเด็กหญิงที่แสนดีของเขาไม่ได้ แต่ด้วยความทรงจำอันดีในอดีต ตุ๊กแกตัดสินใจทิ้งทุกอย่างก่อนจะทุ่มสุดตัวเพื่อจะทำให้แป้งกลับมาเป็นแป้ง คนเดิมที่เขาเคยรู้จัก แม้ว่าจะต้องเสี่ยงกับการที่เขาจะสูญเสียเธอไปตลอดชีวิตก็ตาม ซึ่งสำหรับใครที่เคยดูหนังลายเส้นของพี่ต้อม ยุทธเลิศ ไม่ว่าจะเป็นทั้งหนังชุดมือปืน, หนังผีอย่าง บุปผา หรือแม้แต่กระทั่งหนังโรแมนติคอย่าง กุมภาพันธ์ และ รักสามเศร้า ก็จะพบว่าในแต่ละแนวหนังของพี่ต้อมแกนั่น สามารถคงความเป็นตนเองได้อย่างจับต้องได้ และ เข้าถึงคนดูมากๆสำหรับที่จูนติดกับตัวหนัง หรือเข้าใจในสิ่งที่พี่ต้อม มักจะหยิบเอาจากซอกเล็กๆในสังคมมาพูด โดยในผลงานใหม่อย่าง ตุ๊กแกรักแป้งมาก นี้ก็เช่นกัน แต่สิ่งที่ตัวหนังจะพูดถึงนั่นไม่ได้ไปไหนไกล แต่มันคือ วงการภาพยนตร์ไทย นี่เอง ที่ต้องขอบอกเลยว่าเซอร์ไพรส์มากๆกับที่เนื้อแท้ของมันแล้วคือ Cinema Paradiso ของเมืองไทยขนาดย่อมๆเลยก็ว่าได้ มีทั้งความหลงไหลในภาพยนตร์ แต่ก็สามารถกัดจิกถึงวงการนี้ได้อย่างแสบสันต์ ซึ่งถ้าเพียงนับเอาแค่ส่วนนี้ของหนังก็จัดได้ว่ากินขาดโดยที่ไม่ต้องไปมองในส่วนอื่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียนถึงอาชีพผู้กำกับ, การก๊อปปี้ถึงบุคลิกบุคคลที่มีอยู่จริงในวงการหนังไทยมาล้อเลียน หรือแม้แต่กระทั่งการหยิบสถานการณ์ต่างๆที่มักจะเกิดขึ้นในวงการของหนังไทย มากัดจิกได้อย่างมันส์ปาก แต่ทั้งนี่ทั้งนั่นสิ่งที่ทำไปก็ดูเหมือนจะเป็นเพราะด้วยความรักในวงการ และ ความรักในภาพยนตร์ ซึ่งใครที่เป็นคนรักหนังดูแล้วคงจะสะกิดใจได้เป็นระยะแน่นอน โดยมันผสมผสานกับอีกหนึ่งไม้ตายของหนัง นั่นคือการหวนคืนสู่วันวานในวัยเด็ก ทั้งในแง่ของวันวานของเรื่อง ภาพยนตร์ และ การใช้ชีวิต ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องถูกนำไปเปรียบเทียบกับ แฟนฉัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เนื่องด้วยบรรยากาศที่เกิดขึ้นใน เชียงคาน และรวมถึงการพูดถึงเรื่อง ภาพยนตร์ เป็นแกนหลักมากกว่า การหวนคืนครั้งนี้ของ ตุ๊กแก จึงเปรียบเสมือนได้เอาจิตวิญญาณวัยเด็กของตนเข้าไปอยู่ในโรงหนัง โดยมีเพื่อนสนิทนั่งอยู่ข้างๆมากกว่าจะไปลงเล่นในสนามอย่าง เช่น แฟนฉัน ทำ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าใครเป็นคอหนังก็น่าจะชื่นชอบกันทั้งในแง่ของการที่ได้ระลึกถึงเพื่อนในวัยเด็ก และสิ่งที่ตนเองเคยหลงไหลอย่าง ภาพยนตร์ การรับบทนำของ เก้า จิรายุ ในครั้งนี้ก็ต้องขอชื่นชมว่าสามารถแสดงออกมาได้ดีกว่าหนังเรื่องอื่นๆที่ผ่านมา เช่นกันกับด้านของนางเอกสาวอย่าง เพลง ชนม์ทิดา ที่สามารถโดดเข้ามารับงานแสดงได้อย่างไม่น่าขัดตาม รวมถึงน้องแม็ค และ น้องพรีม ชนิกานต์ ตัวเอกในวัยเด็กที่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับหนัง ก็ไม่ได้เพียงแต่มาเพื่อ ฟูมฟาย แต่ทั้งคู่ก็สามารถมอบการแสดงที่ส่งผลประกอบมายังสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย ซึ่ง ตุ๊กแกรักแป้งมาก เนี่ย มันก็น่าขำเหมือนกันนะ ที่ตัวหนังแท้จริงแล้วมันก็ไม่ต่างจากประโยคนึงที่ในหนังได้อธิบายไว้ ว่า บทมันดี มันเป็นหนังที่ไม่เคยมีใครสร้างมานานแล้ว แต่ถ้าหากว่าจะให้สร้างเอง ก็คงไม่ค่อยมีค่ายไหนกล้ายอมเสี่ยง เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า ถ้าหากคุณเป็นคนรักหนัง เป็นคอหนัง ต้องห้ามพลาดทุกประการครับ เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ครับ

โมโนฟิล์ม จัดเปิดตัวหนัง What If  กันต์-ปันปัน ร่วมแชร์ความรู้สึกแอบรักเพื่อน
What If /  กันต์ ชุณหวัตร / 

สิ้นสุดการรอคอยแล้ว สำหรับภาพยนตร์เพื่อนรัก รักเพื่อน อย่าง What If รักได้มั๊ย ถ้าหัวใจแอบรัก ที่ทุกคนรอคอย กับการกลับมาอีกครั้งของ แดเนียล แรคคลิฟฟ์ ที่สลัดคราบพ่อมดน้อย มาเป็นหนุ่มซังกะตาย และดันแอบชอบเพื่อนตัวเอง ที่ล่าสุดนี้ ได้จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีนีม่า ชั้น 6 เทอมินอล 21 บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์รอบสื่อมวลชนเรื่อง What If รักได้มั๊ย ถ้าหัวใจแอบรัก ที่นำแสดงโดย แดเนียล แรคคลิฟฟ์ และ โซอี้ คาซาน ร่วมด้วย เมแกน พาร์ค , อดัม ไดรเวอร์ และ เรฟ สปาล โดยในงานได้พิธีกรคนเก่ง ป๋อมแป๋ม เทยเที่ยวไทย มาชวน ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ และกันต์ ชุณหวัตร นักแสดงจากซีรีย์ฮอร์โมน ที่เป็นเพื่อนสนิทกันทั้งในจอและนอกจอ มาแชร์ความรู้สึกแอบรักเพื่อน แบบทั้งสนุกทั้งแอบเขินเบาๆ กันเลยทีเดียว ก่อนจะปิดท้ายด้วย การถ่ายรูปรวมของแขกผู้มีเกียรติ ได้แก่ คุณพัฒนพงศ์ สุนทรกำจรพานิช ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Movie Business โมโนฟิล์ม พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์และศิลปิน ปันปัน และ กันต์  ซึ่งงานนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนอย่าล้นหลาม ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ กันต์ ชุณหวัตร ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราว เพื่อนรัก รักเพื่อน ครั้งนี้ไปกับ What If รักได้มั๊ย ถ้าหัวใจแอบรัก ได้ในวันที่ 28 ส.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ What If ได้ที่นี่เลย -----------------------------------

พวกเราพร้อมสู้ ไปกับปีกแห่งการปฏิวัติ ใน 6 ใบปิดใหม่ จาก The Hunger Games: Mockingjay - Part 1
Hunger Games 3 /  poster / 

ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังมหกรรมเกมล่าชีวิตทั้งที มีเหรอจะหยุดปล่อยของเรียกกระแส และล่าสุดนี้ ภาพยนตร์  The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ก็ได้ปล่อยใบปิดใหม่ออกมาอีกชุดแล้ว ในชื่อว่า Rebel Warriors โดยนำเหล่า 6 นักรบแห่งเขต 13 ท่าทางขึงขัง และจับอาวุธ ยุทธโธปกรณ์พร้อมลุกขึ้นต่อกรกับแคปิตอล ภายใต้การนำของสาวน้อยผู้มากับไฟ แคทนิส เอเวอร์ดีน หรือ ม็อกกิ้งเจย์ ความหวังของเหล่าผู้ปฏิวัติ! เตรียมตัวของคุณให้พร้อม แล้วลุกฮือปฏิวัติไปพร้อมกับเหล่านักรบใน  The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ได้ในวันที่ 20 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ได้ที่นี่เลย --------------------------------------

น่ารักเกิ๊น!! เมื่อฮีโร่จาก มาร์เวล พากันเป็นแฟนคลับ เฮลโหล คิตตี้
Captain America: The Winter Soldier /  Hello Kitty / 

ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ส่งออกจาก มาร์เวล สตูดิโอ เรื่องใด ก็ล้วนแต่สร้างทั้งกระแส และรายได้ชนิดถล่มทลายกันเกือบทั้งนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่แฟนๆ จะหยิบยืมตัวละครในหนัง มาทำใหม่แบบเท่ล้ำโลก หรือปู้ยี่ปู้ยำเสียจนชวนฮาน้ำตาเล็ด ซึ่งครั้งนี้ ก็ถึงคิวจากบรรดาฮีโร่จาก ดิ อเวนเจอร์ส (แถมศึกกัปตันอเมริกาปะทะวินเทอร์โซลเยอร์อีกหนึ่งเรื่อง) ที่โดนจับมาเปลี่ยนลุค จากมาดเท่ขาลุย กลายเป็นน่ารักมุ้งมิ้ง สีชมพูหวานแหววฉบับ เฮลโหล คิตตี้ แอ๊บแบ๊วอย่างนี้ พี่ๆจะไปพิทักษ์โลกกันอีท่าไหนละเนี่ย??!! ที่มา: geekxgirl ---------------------------------------- ความจริงถูกเปิดเผย เมื่อ Hello Kitty เธอ "ไม่ใช่แมว"