หนังตลก

ชุดพร้อม ! อุปกรณ์พร้อม ! เผยภาพปฏิบัติการปราบผีของเหล่า Ghostbusters
Ghostbuster /  คริส เฮมส์เวิร์ธ / 

ชุดพร้อม ! อุปกรณ์พร้อม ! เผยภาพปฏิบัติการปราบผีของเหล่า Ghostbusters ​ "ในภาคนี้คุณจะได้เห็นรถปราบผี Ecto-1 และโลโก้ของบริษัทแบบดั้งเดิม ที่คงความคลาสสิคในยุค 80 ที่หลายคนคุ้นเคย!" กลับมาอีกครั้งกับขบวนการปราบผีที่มีทั้งความโหด มัน ฮา โดยคราวนี้ได้ผู้กำกับ พอล ฟีกจากภาพยนตร์ Spy มานั่งแท่นผู้กำกับภาพยนตร์ Ghostbusters เวอร์ชั่น 2016 พร้อมนำเสนอมุมมองแปลกใหม่ในหนังคอมเมดี้เหนือธรรมชาติ นำแสดงโดยนักแสดงตลกที่เรียกเสียงหัวเราะได้มากที่สุดในปัจจุบันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมลิสซา แม็คคาร์ธีย์, คริสเตน วิ้ก, เคท แม็คคินนอน, เลสลีย์ โจนส์ และคริส เฮมส์เวิร์ธ งานนี้ผู้กำกับสายป่วนเลยถือโอกาสส่งภาพปฏิบัติการปราบผีของเหล่า Ghostbusters มาให้เราได้ชมกันพอเป็นน้ำจิ้มก่อน เตรียมฟอร์มทีมตะลุยปราบผีทั่วราชอาณาจักรพร้อมกันทั่วประเทศ 14 มิถุนายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ !

เบรค ไลฟ์ลี เปิดใจ! ไม่ง่ายที่จะหนีฉลามใน The Shallows นรกน้ำตื้น
Blake Lively /  The Shallows / 

เบรค ไลฟ์ลี เปิดใจ! ไม่ง่ายที่จะหนีฉลามใน The Shallows นรกน้ำตื้น หลังจากตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง The Shallows นรกน้ำตื้น ปล่อยออกมาให้ชมแล้วนั้น สาวสวยเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ท่ามกลางโขดหินอันเวิ้งว้างอย่าง เบลค ไลฟ์ลี (Blake Lively) รับบทเป็น แนนซี่ อดัมส์ หญิงสาวที่กำลังเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่บริเวณชายหาดห่างไกลผู้คน และพบว่าตัวเองหลงเข้าไปอยู่ในถิ่นล่าเหยื่อของฉลามขาวตัวใหญ่ แม้ว่าเธอจะอยู่ห่างจากฝั่งเพียงแค่สองร้อยหลา แต่การเอาชีวิตรอดของเธอกลับกลายเป็นการทดสอบจิตใจครั้งสำคัญ ที่ทำให้เธอต้องใช้ความสามารถ สติปัญญาและความอดทน ทุกอย่างที่เธอมี เบลค ไลฟ์ลี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกในการมารับบทในครั้งนี้ว่า “​หนังเรื่องนี้จะจับใจคุณในระดับสัญชาตญาณค่ะ  มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังในการเอาชีวิตรอด พลังของแรงใจ ตอนที่ฉันได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ ฉันก็จินตนาการว่า ‘ฉันจะทำยังไงในสถานการณ์นั้น’ วิธีที่แนนซี่สู้เพื่อเอาชีวิตรอดค่อนข้างที่จะเหลือเชื่อค่ะ...  "...แนนซี่เป็นตัวละครที่ฉันต้องสวมบทบาท เธอกำลังทำใจหลังจากการเสียชีวิตของแม่ แม้ว่าเธอจะเป็นนักศึกษาแพทย์ไฟแรง แต่แนนซี่กลับพบความสงบใจเวลาอยู่บนกระดานโต้คลื่น และตอนนี้เธอก็พบสิ่งที่เธอกำลังมองหา มันคือชายหาดลับที่เป็นสถานที่พิเศษสำหรับแม่ของเธอ แม้ว่าเธอจะรู้ว่า การเล่นกระดานโต้คลื่นคนเดียวเป็นเรื่องอันตราย เธอตัดสินใจเสี่ยง และต้องไปลำพังเมื่อเพื่อนร่วมทางของเธอถอนตัว เธอทำถึงขนาดโทรศัพท์กลับบ้านเพื่อให้ครอบครัวที่เธอรัก รู้ว่าเธอพบสถานที่พิเศษนี้แล้ว..." "...ระหว่างที่เธอเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ในสถานที่ลับที่แสนงดงามนี้ เธอคิดว่ามันจะเป็นโอกาสให้เธอได้ใช้ความคิดอยู่กับตัวเอง แต่มันโชคร้ายที่เธอบังเอิญไปเจอกับถิ่นล่าเหยื่อของฉลามขาวยักษ์เข้าค่ะ ฉลามเข้าโจมตีเธอ แต่มันทำตามสัญชาตญาณเท่านั้นเอง เธออยู่ห่างจากฝั่งเพียงไม่กี่ร้อยหลา เธออาจจะว่ายน้ำกลับไปได้ แต่ฉลามก็ขวางกั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับความปลอดภัย ลองคิดดูว่าถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไรในเหตุการณ์นี้"  เธอจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์สุดเลวร้ายนี้ได้อย่างไร เมื่อมนุษย์คนหนึ่งกำลังหนีจากฉลามเจ้าถิ่นที่ตัวเองได้เปรียบ เตรียมพบกับความระทึกที่จะกระตุ้นอารมณ์ให้นั่งไม่ติดเก้าอี้ใน The Shallows นรกน้ำตื้น วันที่ 7 กรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ The Legend of Tarzan ตำนานแห่งทาร์ซาน
Alexander Skarsgård /  Christoph Waltz / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว The Legend of Tarzan ตำนานแห่งทาร์ซาน  The Legend of Tarzan ตำนานแห่งทาร์ซาน ว่าด้วยเรื่องราวของ ทาร์ซาน รับบทโดย อเล็กซานเดอร์ ซการ์สการ์ด (Alexander Skarsgård) ที่จากป่าในแอฟริกาและใช้ชีวิตร่วมกับภรรยา เจน รับบทโดย มาร์โก รอบบี้ (Margot Robby) ใช้ชีวิตอย่างชนชั้นสูงในฐานะ จอห์น เคลย์ตันที่ 3 หรือ ลอร์ด เกรย์สโตก วันหนึ่งเขาถูกเชิญให้ไปทำหน้าที่ทูตพาณิชย์แห่งรัฐสภาพในคองโก ซึ่งเขาไม่รู้ตัวเลยว่าได้กลายเป็นหมากบนกระดานในแผนสมคบคิดของ ลีออน รอม รับบทโดย คริสตอฟ วอลซ์ (Christoph Waltz) กัปตันชาวเบลเยี่ยมจอมละโมบ นำไปสู่เรื่องราวการล้างแค้นและการฆาตกรรมที่น่าสะพรึงกลัว ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 25 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันพุธที่ 29 มิถุนายน 2559 โรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) สนับสนุนของรางวัลโดย ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง The Legend of Tarzan ตำนานแห่งทาร์ซาน ทั้งหมด 25 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ปัญญา ชำนาญ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) อรณิชชา ตัถยานุกูล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  ปัชชุดา ธรรมวงษ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  ธนบูรณ์ อภิวัฒโนดม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  เสาวลักษณ์ จินุพันธุ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  นงค์นาถ กิจเถกิง (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) คณวัฒน์ แสงเจริญเกียรติ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  ชาญอนันต์ ชัยเชิงฤทธิ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  ทวีลาภ​ คำทราย​ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  สมชาย แจ่มใส (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) มารุต อัตตโชติ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  วราภรณ์ ดารา (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  อุกกฤษฎ์ เข็มเพชรรุ่งเรือง (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  อาทิตย์ มะลิมาศ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  อินทัช ทรงคุณเจริญ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  สมยศ พีระพลชัยกุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  ดวงกมล เปเรร่า (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  วิลาสินี สว่างพันธ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  สกล ศรีสุขล้อม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  ชนิษฐ์ชา ตีระวรานันท์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สมจิตต์ อมรเพชรกุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  นิพนธ์ รักประทานพร (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  อาณัติ คล้ายสุบรรณ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) วรินทร์พิภพ ชยทัตภูมิรัตน์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  ศรัญญู ถนิมลักษณ์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว)  ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร (ไม่รับสำเนาทุกกรณี) เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

ผู้ชายชื่อ “น้อย วงพรู” กับ 8 หนังที่เราอยากให้คุณดู
13 เกมสยอง /  Mary is Happy / 

ผู้ชายชื่อ “น้อย วงพรู” กับ 8 หนังที่เราอยากให้คุณดู น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู เป็นนักแสดงลูกครึ่งไทย – อเมริกัน วัย 45 ปี เริ่มต้นเข้าวงการบันเทิงด้วยการเป็นนักร้องนำวงพรู สังกัดเบเกอรี่มิวสิก ก่อนจะมาชิมลางเล่นภาพยนตร์เรื่องแรก คนกราบหมา เมื่อปี พ.ศ. 2539 แต่ไม่ได้ออกฉายในประเทศไทยเนื่องจากกองเซ็นเซอร์ตรวจสอบและพิจารณาว่ามีเนื่องเรื่องไม่เหมาะสม ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจพักเรื่องการแสดงไปนานพอสมควรกว่าจะยอมกลับมารับบทบาทบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งคราวนี้เขาประสบความสำเร็จ และมีผลงานตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับภาพยนตร์ 8 เรื่องที่ น้อย วงพรู ได้ฝากลีลาการแสดงเอาไว้อย่างสวยงามและควรค่าแก่ความทรงจำที่สุด 13 เกมสยอง (2549) หนึ่งในภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่น้อย วงพรู เป็นอย่างมาก กับเรื่องราวชีวิตสุดบ้าระห่ำของชายชื่อ ภูชิต ที่ตกปากรับคำเล่น 13 เกมสุดสยองหลังจากที่ชีวิตผกผันถูกไล่ออกจากงาน แถมยังถูกคนรักทอดทิ้งไปอีก เมื่อเริ่มรับโจทย์จากสายโทรศัพท์ลึกลับ ความโหดเหี้ยมของเกมก็ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นต้องฆ่าคน แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดเล่นเกมนี้ได้ ด้วยเพราะเดิมพันที่เป็นจุดหมายปลายทางนั้นมูลค่าสูงถึง 100 ล้านบาท ความสุขของกะทิ (2552) ภาพยนตร์อุ่นไอรักครอบครัวที่มีจุดเริ่มต้นจากการสูญเสียแม่ ชีวิตที่เหลือของเด็กสาว กะทิ จึงต้องผูกไว้กับตาและยายผู้มีนิสัยรักความเรียบง่าย ตลอดจนเหล่าเพื่อนและญาติสนิทของแม่ อันได้แก่ น้าชฎา น้ากันต์ และลุงตอง ที่มักจะแวะมาเยี่ยมเยือนจนเสมือนว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้กะทิเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับความเชื่อที่ว่า...ในความโศกเศร้าก็มีความสุขที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกัน A Moment in June – ณ ขณะรัก (2552) หนังรักที่เชื่อมโยงคน 3 คู่เข้าไว้ด้วยกันผ่านห้วงเวลาแห่งการตัดสินใจอันยากลำบาก คู่แรก เป็นความรักระหว่างชายหนุ่มสองคน ปกรณ์ และ พล ที่ตัดสินใจแยกกันสักพัก เพราะชีวิตคู่ที่ก้าวต่อไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความรักจะจางหายไป คู่ที่สอง เป็นความรักของคนรุ่นใหญ่ เมื่อ อรัญญา ต้องมาพบกับ กรุง ชายที่เธอมีใจให้มาตลอด 30 ปี เธอมีคำถามมากมายที่อยากรู้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเอ่ยคำ ๆ แรกออกไป และคู่ที่สาม ความรักต้องห้ามที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากการที่ว่าที่เจ้าสาวใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าดันไปเผลอมีใจให้เพื่อนเจ้าบ่าวหนุ่มที่มีครอบครัวแล้ว หลวงพี่เท่ง 3 (2553) การสานต่อภาค 3 กับความฮาที่สอดแทรกธรรมะ ซึ่งในครั้งนี้มีตัวละครหลักคือ น้อย นักร้องหนุ่มสุดเซอร์ที่ตัดสินใจออกบวชเพื่อหนีความวุ่นวายทางโลก หากแต่ด้วยนิสัยตรงไปตรงมาค่อนไปทางขว้างโลก แถมยังชอบพูดจากำปั้นทุบดิน กลับทำให้เขาไม่ได้พบความสงบสุขที่แท้จริงสักที นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระและเหล่าฆราวาสสุดแสบที่มักจะสร้างเรื่องชวนปวดหัวให้พระน้อยอยู่เรื่อย ๆ อีกต่างหาก อันธพาล (2555) ภาพยนตร์ที่สะท้อนภาพสังคมในยุคอันธพาลครองเมือง จ๊อด เฮาดี้ และแดง ไบเลย์ คือสองนักเลงที่เป็นคู่หูกัน ร่วมมือกันต่อกรกับศัตรูโดยไม่สนใจว่าเป็นใครหรือใหญ่โตมาจากไหน ชีวิตของพวกเขากำลังไปได้สวยในแวดวงอันธพาลจนกระทั่งวันหนึ่งจ๊อดถูกจับเข้าคุกหลังจากยิงปืนพลาดไปถูกผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต และเมื่อพ้นโทษออกมาจ๊อดก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการตายของแดง การเสื่อมศรัทธาจากลูกน้อง และการหักหลังจากผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเป็นคนที่เขานับถือ โลงจำนำ (2556) ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการแสดงหนังผีเรื่องแรกของน้อย วงพรู กับการสวมบทบาทเป็นหนึ่ง นักแต่งเพลงสุดแสนธรรมดาที่บังเอิญขับรถไปชนลูกสาวของเพื่อนบ้านจนโคม่า ความต้องการเงินมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หนึ่งและภรรยาตัดสินใจนำของมีค่าทั้งหมดไปที่โรงจำนำ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาล สุดท้ายทั้งคู่จึงเลือกที่จะเดิมพันชีวิตครั้งใหญ่ด้วยการจำนำตัวเองกับผีเพื่อแลกเงินมูลค่า 1 ล้านบาท โดยไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้พวกเขาจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง Mary is Happy, Mary is Happy (2556) หนังสุดอินดี้ที่ผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ได้พล็อตเรื่องมาจากการสุ่มเข้าไปใน Follower ของ Twitter ตัวเอง และพบว่ามีเจ้าของทวิตเตอร์คนหนึ่งใช้ชื่อว่า @marylony ซึ่งชอบทวีตเรื่องของตนราวกับคนเวิ่นเว้อไม่สนใจใคร ในการนี้ผู้กำกับหนุ่มจึงหยิบเอาเหตุการณ์ใน 410 ทวีตแรกของเธอมาร้อยเรียงโดยผูกเป็นเรื่องราวสุดแปลกประหลาดในชีวิตโค้งสุดท้ายปลายระดับชั้นมัธยมของเด็กสาวคนหนึ่ง   ขุนพันธ์ (2559) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หัวเมืองทางใต้เต็มไปด้วยโจรเสือมากมาย แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถเล็ดรอดการจับกุมของร้อยตำรวจโท ขุนพันธรักษ์ราชเดช ตำรวจหนุ่มผู้มีทั้งความสามารถและคาถาอาคมไปได้ นอกจากนี้ขุนพันธ์ยังเลือกที่จะเสนอตัวทำภารกิจที่เสี่ยงอันตรายและไม่เคยมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คนใดเคยทำมาก่อน นั่นก็คือการออกไล่ล่ามหาโจร อัลฮาวียะลู ผู้เหี้ยมโหดและมีคาถาอาคมดุจเดียวกับขุนพันธ์จนสามารถขยายอิทธิพลครอบคลุมทั่วเขตภาคใต้ มาร่วมพิสูจน์ความสามารถทางการแสดงของน้อย วงพรู อีกครั้งกับบทบาทสุดท้าทายแห่งปี มหาโจรอัลฮาวียะลู ในภาพยนตร์ ขุนพันธ์ 14 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์

สยบย้าย! ราชนาวีต่อสัญญา ณัฐพร, ปล่อย 4 เเข้งพ้นทีม
กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ /  ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ / 

ตะหานน้ำยืนยันขยายสัญญาเเนวรับกัปตันทีมออกไปจนจบฤดูกาลนี้ พร้อมได้ยกเลิกสัญญา 4 เเข้งออกจากทีมช่วงเลกสอง ตะหานน้ำ ราชนาวี สโมสรลูกหนังทหารเรือในศึกโตโยต้า ไทยลีก ล่าสุดยืนยันได้ขยายสัญญาเเนวรับกัปตันทีมอย่าง “เจ้าโอ๊ต” ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ออกไปจนสิ้นสุดฤดูกาลนี้เป็นที่เรียบร้อยเเล้ว พร้อมกันนี้ได้ทำการเเยกทางกับ 4 ผู้เล่นที่ออกจากทีมไปช่วงเลกสอง นำโดย รัฐพล อัฐวงษ์, วิชา นันทะศรี, กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ เเละเเข้งโควต้าต่างชาติอย่าง เฟลิเป้ เเฟร์ไรร่า ดาวยิงชาวบราซิลเลียน โดยเรื่องนี้ “บิ๊กอ้น” พลเรือเอก ประพฤติพร อักษรมัต ประธานสโมสรราชนาวี เปิดเผยว่า “ตอนนี้เราได้ขยายสัญญา ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ซึ่งจะอยู่กับเราต่อไปจนจบฤดูกาลนี้ ก็ถือว่าสยบข่าวไปก่อนหน้านี้" "เเต่ก็มีผู้เล่นที่ได้ออกไปเเน่นอนเเล้ว 4 รายคือ รัฐพล อัฐวงษ์, วิชา นันทะศรี, กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ เเละเเข้งนอกก็คือ เฟลิเป้ เเฟร์ไรร่า ที่ไม่มีอยู่ในเเผนการทำทีมช่วงเลกสอง ซึ่งถือว่าเเยกทางกันด้วยดีไม่ได้มีปัญหาอะไร” นายใหญ่ทัพนาวี กล่าว

กุ๊บกิ๊บ - บี้ อุ้มลูกสาวโชว์ เผยเจ็บสุดคลอด น้องเป่าเปา ธรรมชาติ ไม่ใช่ในน้ำ!!
กุ๊บกิ๊บ คลอด /  ข่าว บี้ กุ๊บกิ๊บ / 

ขุ่นพ่อและขุ่นแม่ป้ายแดงอีกคู่ของวงการ บี้ KPN และ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ออกมาเปิดใจหลังคลอด น้องเป่าเปา ลูกสาวด้วยวิธีธรรมชาติ(ไม่ใช่คลอดใต้น้ำ) ไปเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับชื่อ เป่าเปา เป็นภาษาจีน แปลว่า สมบัติ หรือแปลว่า เบบี้น้อยๆ เผยตั้งใจจะเลี้ยงเอง ด้านหนุ่มบี้บอกมีลูกแล้วทำให้รักกุ๊บกิ๊บมากขึ้น ด้านสาวกุ๊บเองก็เอ่ยขอบคุณสามีที่ดูแลเธอดีมากๆ บอกเลือกคนไม่ผิด ส่วนรายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ กุ๊บกิ๊บ “วินาทีแรกที่เห็นลูกคือเจ็บมาก เจ็บที่สุด เพราะตอนที่คุณหมอดึงออกมามันเจ็บที่สุด เนื่องจากกิ๊บไม่ได้มีการกรีดการอะไรก่อนเลย พยายามกับคุณหมอเก่งมากค่ะ เพราะทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติมากจริงๆ ส่วนบี้เขาก็เป็นคนตัดสายสะดือให้ลูก” บี้ “ช่วงที่ปากมดลูกเปิดประมาณ 7-10 เซนติเมตร คือเจ็บที่สุด เพราะเขาเบ่งมา 3 ชั่วโมง จนเขาเกือบจะหมดแรง ตอนนั้นคุณหมอเขาก็เลยเอามือของกิ๊บไปจับหัวลูก กิ๊บเขาก็เลยเร่งเบ่งเฮือกสุดท้ายและหมอก็ช่วยดึงลูกออกมา” บี้ “มีแต่งหน้าด้วยนะหลังคลอดเสร็จ คือเจ็บก็จริงแต่ต้องมีแรง เพราะตอนแรกกิ๊บแต่งหน้ามาแล้ว แต่ระหว่างคลอดมันร้องมันอะไรก็เลอะไปหมด” กุ๊บกิ๊บ “เราคลอดธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์เพราะไม่อยากให้เขาเป็นภูมิแพ้ รวมถึงคลอดแบบนี้ส่งผลดีต่อเด็กด้วย อะไรที่ดีต่อลูกกิ๊บก็อยากให้เขาได้ไป ยิ่งพอออกมาแล้วเขาแข็งแรงมากเลยนะ กินก็เก่ง ห่อลิ้นเองได้ด้วย” กุ๊บกิ๊บ “อธิบายก่อนนะคะกิ๊บไม่ได้คลอดในน้ำเลย แต่กิ๊บใช้อุปกรณ์ในห้องทั้งหมด คืออ่างน้ำ เชือกโหน ลูกบอล เก้าอี้ ยืนกอดสามี ซึ่งน้องก็ไม่ออกมานะ สุดท้ายไปจบที่โถส้วม เพราะช่วงโถส้วมทำให้น้องหัวเริ่มโผล่ จากนั้นจึงได้เอาตัวไปคลอดบนเตียงค่ะ" กุ๊บกิ๊บ “เราเองก็ประทับใจเหมือนกันนะที่ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ เพราะมีช่วงหนึ่งที่เกือบถอดใจแล้วเหมือนกัน แต่ก็โชคดีได้คุณหมอช่วยให้กำลังใจ คุณหมอคอยบอกอยู่เสมอว่า อีกนิด อีกนิด และที่ผ่านมาก็มีคนคอยบอกกิ๊บอยู่เสมอว่ากิ๊บตัวคลอดไม่ได้หรอก แต่กิ๊บก็ทำได้ และกิ๊บก็อยากสนับสนุนให้คุณแม่คลอดแบบนี้ด้วยนะ” บี้ “เขาเจ็บจนบี้ต้องร้องไห้ตามเขา กิ๊บเขาเก่งมากจริงๆ ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน ผมนับถือเขามากครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตาเหมือนพ่อ แต่เล่นกล้องเก่งมากและก็หน้าตาทะเล้นน่าจะเหมือนแม่ เวลามีคนมาเยี่ยมเขาก็ไม่งอแง ให้ลืมตามองกล้องเขาก็มอง เขาดูชินกับคนนะ” บี้ “ตั้งใจจะเลี้ยงเองครับ แต่ก็คงต้องให้คุณย่าคุณยายมาช่วยมาให้คำแนะนำด้วยเหมือนกัน” กุ๊บกิ๊บ “แต่กิ๊บอยากชมบี้นะ เขาเก่งมากเขาอยู่ด้วยทุกช่วงเวลาจริงๆ เขาคอยช่วยดูแลลูกตลอด เหมือนเขาอยากที่จะเป็นคุณพ่อที่ทำได้หมด” บี้ “ติดลูกครับ(หัวเราะ) ไม่หรอก 50/50 แชร์ๆ กันไป บี้รักกิ๊บมากขึ้นนะ รักเขาที่เขาทำได้ขนาดนี้ เขาเจ๋งมากครับ” กุ๊บกิ๊บ “เรายังนั่งคุยกันอยู่เลยนะว่าเราดีใจที่เรามีลูกเร็ว และเขาทำให้เราได้มีโอกาสลองประสบการณ์หลายๆ อย่าง เพราะถ้าเอาจริงๆ หากเราอายุมากกว่านี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้ค่ะ” บี้ “ชื่อเล่น "เป่าเปา" แปลว่า "สมบัติ" หรือ "เบเบี๋น้อย" ก็หมายความว่าเขาคือสมบัติของเราสองคน ส่วนชื่อจริงตอนนี้ก็เลือกๆ คิดๆ ไว้อยู่ว่าชื่อไหนเหมาะกับน้อง ถ้าชัวร์เมื่อไหร่จะบอกอีกที” กุ๊บกิ๊บ “อาการของกิ๊บหลังคลอดลูกประมาณ 20 นาที กิ๊บก็เดินไปเข้าห้องน้ำได้เลย เดินได้ปกติ สั่งไก่ทอดมากินทันที(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ของรับขวัญหลานมีพี่ๆ ในวงการส่งมาให้เยอะมากค่ะ แต่ใครให้ทองให้เงินเดินเข้ามาก่อนเลย ส่วนใครให้ดอกไม้หรือตุ๊กตารอก่อน(หัวเราะ) ตลกมากค่ะ คือมีพี่ๆ ผู้ใหญ่หลายคน” บี้ “คนที่สองเราอยากได้ชายหนึ่งหญิงหนึ่งครับ แต่คงต้องพักก่อนสัก 2-3 ปี ให้เขาเป็นพี่สาวที่ดูแลน้องได้ครับ” บี้ “รางวัลเหรอ เอาไว้อีกสัก 2-3 เดือน ค่อยว่ากันอีกทีนะเรื่องของรางวัล(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ความเป็นแม่ สัญชาติญาณมันมาเอง เพราะเอาจริงๆ เราก็ไม่ได้ไปเรียนรู้อะไรมาก คือกิ๊บไม่อยากให้ชีวิตของเราเปลี่ยน แต่เราต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้นเอง เลี้ยงเขาให้เป็นปกติ เพราะโลกมันไม่ได้สวยมากขนาดนั้น ไม่ต้องประคบประหงมมากหรอกค่ะ” บี้ “ผมรักกิ๊บมากขึ้นครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตอนที่แต่งงานก็คิดว่าตัวเองโชคดีแล้วนะที่ได้เขาเป็นสามี แต่ตอนที่กิ๊บท้องกิ๊บได้รู้อีกว่าเขาน่ารัก เขาเป็นสามีที่ดูแลกิ๊บดูแลได้ดีจริงๆ เขาใส่กางเกงในให้ในวันที่เราใส่เองไม่ได้ เขานวดเท้าให้ ยิ่งในวันคลอดเขาก็ยังนั่งอยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนกลัวเลือดจนเป็นลม ก่อนคลอดเขานั่งดูคลิปคลอดลูกเพื่อที่เขาจะได้ไม่กลัวเลือดตอนอยู่ในห้องคลอดกับกิ๊บ บี้คือคนที่ทำให้กิ๊บรู้ว่าอีกนิดเดียวมันจะผ่านไป ให้กิ๊บทนอีกนิดหนึ่งเพื่อลูกในเวลาที่กิ๊บเกือบจะยอมแพ้ กิ๊บเลือกไม่ผิดที่แต่งงานกับบี้ค่ะ” กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ CELL คลื่นสยองแทรกโลก
cell /  Isabelle Fuhrman / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว CELL คลื่นสยองแทรกโลก CELL คลื่นสยองแทรกโลก ภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายสยองขวัญของ สตีเฟน คิง (Stephen King) ว่าด้วยเรื่องราวของสัญญาณลึกลับที่แผ่ขยายมาในรูปแบบของคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือทั่วโลก ก่อนจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายจนทำลายมันสมองของมนุษย์ และเปลี่ยนผู้คนให้คลุ้มคลั่งไล่ฆ่าผู้คนในแบบที่ไม่มีใครจะหยุดได้ เรียกว่า โฟนเนอร์ ภาพยนตร์เล่าเรื่องของครอบครัวหนึ่ง เคลย์ ริดเดล รับบทโดย จอห์น คูแซค (John Cusack) คุณพ่อที่ออกเดินทางตามหาภรรยาและลูกชาย ก่อนจะต้องตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลในสนามบินแห่งหนึ่ง หนทางเดียวที่เขาจะได้พบกับลูกชายอีกครั้ง คือการต้องออกเดินทางร่วมกับ ทอม แม็คคอร์ท รับบทโดย ซามูเอล แอล แจ็คสัน (Samuel L. Jackson) เจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดินขาลุย และสาวน้อยที่ยังรอดจากสัญญาณมรณะ อลิซ แม็กซ์เวล รับบทโดย อิซาเบล เฟอร์แมน (Isabelle Fuhrman) โดยที่พวกเขาต้องจับมือกันเพื่อฝ่าฝูงโฟนเนอร์คลั่งที่กำลังส่งต่อสัญญาณเพิ่มทวีคูณ เอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์นี้ให้ได้ ตอบคำถาม Loading... ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2559 โรงภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้ มาบุญครอง รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-20.00 น.) ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศรายชื่อผู้โชคดีภายในวันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2559 ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร (ไม่รับสำเนาทุกกรณี) เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

mahogany homes แสนหวานใน บ้านมะฮอกกานี
บ้านชั้นเดียว /  แบบบ้าน

วันนี้ Decor.MThai ได้หยิบเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ mahogany homes แสนหวานในบ้านมะฮอกกานี มาให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ บทความนี้เป็นบทความของคุณศิวนาถ  เสนาประทุม ภาพประกอบสวยๆ จากชยพล  ปาระชาติ Mahogany Homes แสนหวานใน บ้านมะฮอกกานี ลองจินตนากการถึงหนังเรื่อง Mahogany ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า นางสาวมะฮอกกานี ของ Paramout ที่เข้าฉายเมื่อปี 1975 นำแสดงโดย Diana Ross รับบทเป็นนางเอก ด้วยเพลงประกอบอันสุดแสนไพเราะติดหูอย่าง Do You Know Where You're Going To ด้วยความที่ชื่นชอบทั้งเนื้อเรื่อง และบทเพลงจึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณนก ศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอนโฮม จำกัด ตัดสินใจตั้งชื่ออาคารหลังนี้ว่า บ้านมะฮอกกานี กอปรกับอาณาบริเวณของบ้านที่ร่มรื่นไปด้วยเจ้าต้นไม้ชนิดนี้ที่ปลูกเรียงรายแตกกิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา สร้างความสดชื่น รื่นรมย์ และความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี คุณนกออกมาต้อนรับทีมงานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม กับชุดที่เต็มไปด้วยสีสันสว่างสดใส รับกับบรรยากาศของบ้านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เธอเล่าให้ทีมงานฟังถึงที่มาของบ้านแสนน่ารักหลังนี้ว่า "ที่ดินแปลงนี้เราเห็นมาตั้งแต่ช่วงปี 48 ตอนนั้นมีโอกาสได้มาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ซึ่งมีบ้านอยู่ในโครงการนี้ ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ และผู้คนไม่พลุกพล่าน ครั้งแรกที่เห็นก็รู้สึกถูกใจประกอบกับที่เราอยากปลูกสร้างบ้านเอง ด้วยหลังจากนั้น 5 ปีถัดมา ก็ได้กลับมาซิ้อด้วยราคาที่ลดลงเยอะมาก อีกทั้งที่ดินดังกล่าวก็อยู่ติดกับบ้านเพื่อน ซึ่งเราก็ตั้งใจว่าอยากให้เป็นบ้านพักตากอากาศในช่วงวันหยุด และในอนาคตหากเกษียณก็จะกลับมาอยู่มากขึ้น ซึ่งคุณนกก็ได้สถาปนิกของบริษัท เธอเองมาสานต่อความต้องการโดยโจทย์แรกที่เธอตั้งใจนั้น คืออยากได้บ้านรูปทรงโคโลเนียล เพื่อเป็นบ้านสำหรับการพักผ่อนหรือบ้านตากอากาศ การออกแบบก็เรื่มจากการวางฟังก์ชั่นการใช้สอยที่ต้องลอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของบ้าน บ้านหลังนี้จึงออกมาในลักษณะที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน แต่เพียงพอและใช้งานจริงได้อย่างสะสวfสบาย บ้านมะฮอกกานีหลังน้อยมีพื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร ด้วยข้อจำกัดของเจ้าของโครงการที่ไม่ให้สร้างบ้าน 2 ชั้น ประกอบกับที่ดินซึ่งเป็นเนินลาดเอียง รวมถึงการเชื่อมต่อกับบ้านข้างเคียงที่เกือบจะเป็นบ้านแฝด ทั้งในแง่ของสายตาและการเข้าถึง อีกทั้งต้นไม้เดิมที่ทั้ง 2 บ้านอยากเก็บรักษาไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคพอสมควร ในการออกแบบบ้าน ซึ่งสถาปนิกเองก็ได้รวบรวมข้อมูลทดลองออกแบบขึ้นมาอยู่หลายแบบ โดยรูปทรงโคโลเนียลนั้นจะเข้ากันได้ยาก กับฟังก์ชั่นที่คุณนกต้องการ สุดท้ายก็มาลงตัวที่แบบบ้านชั้นครึ่งในสไตล์ Barn House บ้านทรงโรงนาของฝรั่ง มาพร้อมทรงหลังคา Garbrel Roof ที่เข้ามาตอบโจทย์ภาพรวมทั้งภายในและภายนอกทั้งหมดได้อย่างลงตัวพร้อมทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากทรงหลังคา และเข้ากันได้ดีกับไม้ฝาที่คุณนกต้องการ แต่เนื่องจากเป็นทรงหลังคาที่สถาปนิกเองไม่คุ้นเคย และไม่เคยออกแบบมาก่อนก็ต้องใช้เวลาศึกษานานพอสมควร ทั้งนี้การออกแบบภายในจึงเป็นลักษณะโถงกว้างเปิดโล่งด้วยประตูบานเฟี้ยมกระจกใส และหน้าต่างบานกว้างดีไซน์อยู่รอบตัวบ้าน ทำให้ลมพัดผ่านอากาศถ่ายเทได้ทั้งวัน โดยบ้านหลังนี้ก็ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศมีเพียงพัดลมเท่านั้น  และเนื่องจากเป็นบ้านที่อยู่ในโครงการที่สวย และมีจุดเด่นใกล้ขุนเขา บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ร่มรื่น มีเสียงสายน้ำไหลเพราะมีลำธารอยู่ใกล้ๆ คุณนกจึงต้องการให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายนอกเป็นพิเศษ ฉะนั้นการออกแบบส่วนใหญ่จึงถูกเทสัดส่วนไปที่พื้นที่เฉลียงเพื่อให้สามารถพักผ่อนหย่อนใจตลอดจนทำกิจกรรม หรือใช้ชีวิตภายนอกได้อย่างสบาย สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด สถาปนิกจึงพยายามเชื่อมพื้นที่ภายในออกสู่ภายนอกผ่านกิจกรรมตามฟังก์ชั่น คือ Counter pantry เพื่อความสะดวกในการพัก และเสิร์ฟอาหารได้อย่างคล่องตัว เหมาะกับสำหรับปาร์ตี้ในครอบครัวยิ่งนัก ขณะเดี่ยวกันห้องนอนของคุณแม่ ก็ได้ถูกดีไซน์ให้อยู่ชั้นล่างเพื่อสะดวกในการเดิน และหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุจากการเดินขึ้นลงบันได ก่อนจะขึ้นสู่ชั้นบนด้วยบันไดสีเขียวเข้มเป็นที่สะดุดตา ซึ่งคุณนกเธอได้แรงบันดาลมาจากแมกกาซีนฝรั่ง ซึ่งไปเปิดเจอที่ร้าน Kinokuniya ในช่วงที่กำลังสร้างบ้านพอดี เมื่อเห็นแล้วเกิดประทับใจ และย้ำว่า "ฉันต้องดีไซน์บันไดเป็นสีเขียว" นั่นจึงเป็นที่มา จากนั้นโทนสีเขียวพาสเทลที่ฉาบทาผนังจึงตามมาภายหลัง ซึ่งเธอก็บอกกับเราว่าเป็นโจทย์ที่ประหลาดอยู่เหมือนกัน เมื่อรูปทรงหลังคาถูกนำมาดีไซน์ให้กลมกลืนกับสเปซภายในบ้าน ฉะนั้นห้องนอนของคุณนกที่อยู่ชั้นบน จึงให้ความรู้สึกคล้ายกับห้องนอนใต้หลังคาเชื่อมออกมายังระเบียงที่ถูกต่อเติมขึ้นด้วยพื้นไม้ลามิเนตสู่ส่วนนั่งเล่น ที่ส่วนใหญ่คุณนกจะใช้เป็นพื้นที่รับแขก และจับปาร์ตี้เล็กๆ และยังปรับเป็นที่นอนสำหรับรองรับแขกได้ด้วย อีกทั้งยังทำให้ Dormer ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ ที่หลังคาสามารถใช้งานได้จริง เพราะนอกจากจะเป็นช่องเปิดให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามา และช่วยระบายอากาศให้กับภายในแล้ว ยังเป็นเสมือนจุดชมวิวที่ระดับชั้น 2 เพื่อมองออกไปภายนอกแล้วเกิดการเชื่อมต่อกับบริบทแวดล้อมได้อีกจุดหนึ่ง คงจะดีไม่น้อยหากปั้นปลายชีวิตของเรา ได้อยู่กับครอบครัวที่รัก มีเพลงให้ฟังมีหนังสือให้อ่าน มีความอร่อยของอาหารที่ร่วมกันลงมือทำอยู่ตรงหน้า ได้ยิ้มหัวเราะกับเพื่อนฝูงข้างบ้าน แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศดีๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเติมเต็มความสุขให้เกิดขึ้นทุกวันได้ไม่ยาก เฉกเช่นเดียวกับครอบครัวของคุณนก ภายในบ้านมะฮอกกานีแสนหวานหลังนี้ ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน Jan 2016 จาก Mbookstore 

หนังโลกที่เราอยากดู : A Hologram for the King (2016)
A Hologram for the King

ตามความฝันแบบอเมริกันชน...ในทะเลทราย เรียบเรียงจาก A Hologram for the King : American Dream (in Saudi Arabia) นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 172 (พ.ค. 2559) ตะะวันออกกลางอาจถูกมองด้วยความหวาดหวั่นจากโลกตะวันตก แต่ในสายตาของนักธุรกิจตกอับชาวอเมริกันอย่าง อลัน เคลย์ (ทอม แฮงค์ส)... หนึ่งในมหาอำนาจแห่งคาบสมุทรอาหรับอย่างประเทศซาอุดิอาระเบีย กลับหมายถึงโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้กอบกู้ชีวิตอันพังพาบลงไปกลับคืนมา อาจฟังดูพิลึก แต่ท่ามกลางทะเลทรายกับกฎหมาย ศาสนาอันเคร่งครัดนี่เอง ที่ความฝันอเมริกันชนของเขางอกงามขึ้นมาอีกครั้ง “เขาเป็นคนอเมริกันที่ชีวิตพลิกคว่ำลงมาทับตัวเอง” ทอม แฮงค์ส พูดถึงตัวละครของเขา เพียงเดินหมากทางธุรกิจพลาดไปก้าวเดียว อดีตเซลส์แมนอนาคตรุ่งผู้ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างอลัน เคลย์ ก็แทบจะเป็นบุคคลล้มละลายในทันที หนี้สินบานเบอะ ชีวิตแต่งงานวินาศ ค่าเทอมจะจ่ายให้ลูกสาวไม่มี แถมยังมีก้อนปริศนาที่เขาสงสัยว่าจะเป็นก้อนเนื้อมะเร็งผุดขึ้นมาตรงท้ายทอย ปัจจัยวายป่วงเหล่านี้ล้วนส่งผล(หรือถีบส่ง)ให้เขาตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้าเมื่อเห็นโอกาสเรืองรองอย่างริบหรี่อยู่ที่ซาอุฯ "เขามีปัญหาท่วมหัวจนเขาไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดออกไปทางไหน เลยเดินทางเป็นพันๆ ไมล์ไปรอคำอนุมัติจากผู้ทรงอำนาจกลางทะเลทรายแปลกถิ่น... ผมชอบที่มันสะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจอเมริกาได้ดีเหลือเกิน เรามีปัญหายุ่งเหยิงแต่กลับมองหาทางแก้ไปที่อื่นหมดยกเว้นแต่ในกระจก” เดฟ เอ็กเกอร์ส ผู้เขียนฉบับหนังสือ พูดถึงตัวละคร อลัน เคลย์ มองเผินๆ เคลย์ก็ไม่ต่างชนชั้นกลางอเมริกันในช่วงวัยเดียวกันที่ถูกรุมเร้าด้วยปัญหานานาชนิด ยึดเกาะอยู่กับ ‘อเมริกัน ดรีม’ อย่างสิ้นหวัง และเสี่ยงจะโดนเขี่ยทิ้งจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาได้ทุกเมื่อ... คาแร็กเตอร์ของเขาและสารทำนองนี้เองที่เป็นจุดสนใจแรกเริ่มของ เดฟ เอ็กเกอร์ส ผู้เขียนฉบับนิยาย กระทั่งเขาได้ยินเรื่องเล่าจาก พี่เขยถึงความประหลาดโลกของ ‘นิคม- เศรษฐกิจกษัตริย์อับดุลเลาะห์ (King Abdullah Economic City)’ เรื่องราวที่เหลือจึงงอกเงยตามมา กลิ่นอายการเล่าแบบ ‘น้อยได้มาก’ อันถูกนำไปเทียบเคียงกับมือประพันธ์คลาสสิกอย่าง เออร์เนสต์ เฮ็มมิงเวย์, การบรรยายรายละเอียดอย่างไม่ประดิดประดอยอารมณ์ จนให้ผลคล้ายคลึงกับรายงานข่าวมากกว่าเรื่องแต่ง, การครุ่นคำนึงซึ่งสะท้อนมุมมองที่ตัวละครมีต่อวิกฤตชีวิต เศรษฐกิจ และ โลกาภิวัตน์ได้อย่างทรงพลังและ ‘ทันโลก’ จนน่าใจหาย... เหล่านี้คือจุดเด่นบนหน้ากระดาษซึ่งผู้กำกับชาวเยอรมันฝีมือดีอย่าง ทอม ทีคเวอร์ (ผู้กำกับชาวเยอรมันซึ่งเคยผ่านงานดัดแปลงหนังสือเป็นหนังมาแล้วทั้ง Perfume: The Story of a Murderer และ Cloud Atlas) มองเห็นศักยภาพที่จะเอาไปทำหนังได้ “ผมอ่านแล้วเห็นภาพทันทีว่าหน้าตา ของหนังจะเป็นยังไง ไม่ใช่แค่หนังดัดแปลง ดาดๆ แน่นอน แต่เป็นหนังที่มีเสียงเล่า โดดเด่นเป็นของตัวเอง” ทีคเวอร์ลงมือเขียนบทดัดแปลงเอง (เขาเล่าขำๆ ว่าเอ็กเกอร์สอนุมัติโดยมีข้อแม้สำคัญว่า ‘อย่าเป็นไอ้ตูดหมึก’) โดยมีนักแสดงเพียงคนเดียวที่เขาเล็งไว้ว่าเหมาะเจาะกับบทพระเอกชีวิตพังสุดๆ ... นั่นก็คือ ทอม แฮงค์ส และนี่จึงเป็นครั้งที่ 2 ที่ทีคเวอร์ได้กลับมาร่วมงานกับแฮงค์สหลังจาก Cloud Atlas “ตั้งแต่ตอนอ่านนิยายผมก็เห็นเป็นหน้าของเขาโผล่ขึ้นมาบนหน้ากระดาษเลยแหละ” ทีคเวอร์บอก Run Lola Run คือผลงานธริลเลอร์สุดเจ๋งที่สร้างชื่อให้ทีคเวอร์ในระดับนานาชาติให้ผู้กำกับวัย 50 คนนี้เมื่อปี 1998 เล่าถึงสาวผมแดง (ฟรังคา โพเทนเทอ) ที่ต้องวิ่งหาเงินก้อนโตมาช่วยชีวิตแฟนหนุ่ม โดยหนังให้เธอวิ่ง 3 รอบซึ่งแต่ละรอบเหตุการณ์ระหว่างทางผันผวนไปจนทำให้ผลลัพธ์ปลายทางไม่เหมือนกัน... แต่ใน A Hologram for the King นั้น การวิ่งตามความหวังล้มๆ แล้งๆ ของเคลย์กลับเป็นเหมือนการไล่คว้าภาพลวงตากลางทะเลทราย ภาพจำลองโฮโลแกรมสำหรับกษัตริย์จะต่างอะไรจากภาพฝันของเขา...ที่ต่อให้สมจริงแค่ไหนก็มิอาจจับต้องได้เลย https://www.youtube.com/watch?v=UW4OE1egbHs ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

3 คลิปจุใจ! จอห์น คาร์นีย์ เปิดใจกว่าจะได้ Sing Street รักใครให้ร้องเพลงรัก
John Carney /  Sing Street / 

3 คลิปจุใจ! จอห์น คาร์นีย์ อธิบายกว่าจะได้ Sing Street รักใครให้ร้องเพลงรัก กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงทีเดียว สำหรับภาพยนตร์ดนตรีที่กำลังมาแรงที่สุดในเวลานี้ Sing Street รักใครให้ร้องเพลงรัก ที่หลังจากผู้โชคดีจากกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งสื่อมวลชนและนักวิจารณ์ภาพยนตร์เข้าชมในรอบสื่อมวลชนต่างรู้สึกประทับใจและพูดกันปากต่อปากถึงความเจ๋งของภาพยนตร์เรื่องนี้ สำหรับผู้ที่อารมณ์ค้างกับภาพยนตร์เรื่อง Sing Street รักใครให้ร้องเพลงรัก มาเติมเต็มทุกอารมณ์ไปพร้อมกันอีกครั้งในเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์อย่างจุใจทั้ง 3 คลิป และคลิปที่ 3 เป็นเรื่องราวของตัวผู้กำกับที่ส่งผลต่อหนังเรื่องนี้ เราจะได้เห็นมุมมอง ความสามารถและ ความอ่อนโยนของผู้กำกับอย่าง จอห์น คาร์นีย์ (John Carney) คลิปแรกจะพูดถึงเรื่องราวที่มาก่อนที่จะเป็นภาพยนตร์เรื่อง Sing Street รักใครให้ร้องเพลงรัก ซึ่งเป็นเรื่องราวโดยตรงจากผู้กำกับที่พูดถึงเรื่องราวในช่วงวัยเด็กของเขา คลิปที่สองพูดถึงนักแสดงที่มาร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่องนี้ การคัดเลือกนักแสดง และจุดเปลี่ยนที่เขาอาจจะตัดสินใจไม่ทำหนังเรื่องนี้ ถ้าหากไม่ได้ตัวเอกในแบบที่เขาต้องการ และคลิปสุดท้ายเป็นเรื่องราวของตัวผู้กำกับที่ส่งผลต่อหนังเรื่องนี้ เราจะได้เห็นมุมมอง ความสามารถ และความอ่อนโยนของผู้กำกับ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวความน่าประทับใจที่กว่าจะได้ภาพยนตร์รักสไตล์ จอห์น คาร์นีย์ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ และนี่คืออีกหนึ่งเฉดความรักจากผู้กำกับภาพยนตร์รักที่ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง 30 มิถุนายนนี้ ร้องเพลงรักให้ผู้หญิงฟังพร้อมกันในโรงภาพยนตร์