หนังตลก

น้ำตาล ปลื้มแฟนคลับแห่ต้อนรับ วอนอย่าโจมตี เจนี่ แค่เรื่องเข้าใจผิด
น้ำตาล ชลิตา /  น้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 / 

  เป็นประเด็นฮอตฮิตกันเลยทีเดียว จากกรณีที่มีคลิป น้องน้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ได้มีโอกาสร่วมงานและเข้าไปไหว้ สาวเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ในงานหนึ่ง ภาพออกมาสื่อว่า สาวเจนี่ ไม่ได้รับไหว้ จึงกลายเป็นประเด็นให้ชาวโซเชียลรวมไปถึงแฟนคลับของ น้องน้ำตาล ออกมาโจมตี สาวเจนี่ ล่าสุด น้องน้ำตาล ได้มาร่วมงาน Siam Paragon celebrates the Pride of Thailand 2017 ซึ่งปรากฏกายในชุดประจำชาติพร้อมชี้แจงประเด็นที่เกิดขึ้นมีรายละเอียดดังนี้ วันนี้เป็นยังไงบ้างที่ได้เอาชุดที่เฉิดฉายบนเวทีมาแสดงในวันนี้   "ก็ดีใจค่ะ ที่ทำให้ทุกคนได้เห็น อยากให้ทุกคนได้เห็นความงาม รายละเอียดของชุดที่ทุกคนตั้งใจทำออกมา ดีไซน์เนอร์ไทยได้ทำออกมา" วันนี้ได้หวนมาเจอกับพี่ๆ หลายคนที่เคยทำงานด้วยกัน   "ใช่ค่ะ ดีใจที่ได้กลับมาเจอพี่ๆ เขาอีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับเราก็คืนความสุขให้กับทุกๆ คน คืนความสุขให้กับพี่ๆ ด้วย เพราะเราได้ใส่ชุดออกไป แล้วก็มีคนชอบเยอะ" เป็นอีกครั้งที่ได้ใส่ชุดประจำชาติ   "ใช่ค่ะ ได้ใส่อีกครั้งหนึ่งก็รู้สึกปลื้มใจ" แฟนนางงามมาเยอะมาก   "ใช่ค่ะ ไม่คิดว่าจะมาเยอะขนาดนี้" กระแสก็ยังไม่ตก รู้สึกยังไงบ้าง   "ก็รู้สึกดีใจค่ะ ที่คนยังติดตามเราอยู่ ตอนที่ตาลไปฟิลิปปินส์ก็ยังมีคนมารับถึงสนามบินก็มี ไปตามถึงที่ทำงานเลยก็มี แฟนคลับที่ฟิลิปปินส์ก็มีเอาธงมาให้ เอารูปมา มีเอาสายสะพายมิสยูนิเวิร์สมาให้ด้วย (หัวเราะ) แบบว่าลงทุนมาก แต่ละคนที่เข้ามาหาตาลเขาจะร้อวไห้ รู้สึกดีใจที่ทุกคนยังเหมือนเดิมกับเรา แม้ว่าการประกวดจะจบไปแล้ว" อย่างล่าสุดไปทำอะไรมา   "ก็ไปโปรโมตการท่องเที่ยวของประเทศไทย เชิญชวนให้ทุกคนรู้จักประเทศเรา มาเที่ยวที่บ้านเรา" เหมือนเป็นคนดังคนหนึ่งของบ้านเขาไปแล้ว   "เขาก็ถามนะคะถ้าจะให้ไปแสดงหนังที่โน้นจะเอาไหม ก็เลยบอกว่าถ้ามีโอกาสก็ลองดูก็ได้ เพราะที่นี่ก็เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง แฟนๆ เขาถามกันเฉยๆ ก็ยังไม่มีอะไรเข้ามา ถ้ามีติดต่อก็ลองดู" พูดถึงเรื่องชุดทำไมถึงต้องวางแผนกันต่อวัน   "จริงๆ แล้ว เราวางลุคในแต่ละวันให้ตรงกับแพลนที่เขาให้มาตั้งแต่แรก เราไปที่โน้นมันก็รับเปลี่ยนตลอดเวลา เราก็ตามไม่ทัน เพราะตาลก็ได้รับสเก็ตในวันต่อวัน แล้วเราก็มาดูอีกทีหนึ่งว่าชุดนี้เหมาะกับกิจกรรมที่เราทำไหม เหมาะกับสิ่งที่เราจะต้องไปไหม ก็เลยต้องมีการปรับเปลี่ยนชุดบ้าง" ถึงขั้นต้องมีการสับขาหลอก   "ม่ถึงขนาดนั้นค่ะ เราแค่เปลี่ยนเยอะๆ ในวันหนึ่งเฉยๆ เปลี่ยนให้เขารู้ว่าเราใส่ใจ ก็สนุกในตัวตาลเองด้วยแหละ เราเอาไปเยอะขนาดนั้นเราก็ต้องเปลี่ยนเยอะๆ" คนมองว่าเราทีความพร้อมมาก เหมือนจับทางถูกว่าต้องใส่ชุดไหน   "ก็ต้องให้ความดีความงามให้กับพี่ๆ ดีไซน์เนอร์เลยค่ะ เพราะว่าทุกคนดูขาดมาก เวลาที่ตาลบอกงานอะไรไป เขาก็จะแนะนำว่าชุดนี้ดีกว่า เหมาะสมกว่า มีการติดต่อกันตลอดเวลาอยู่แล้ว" เรื่องข่าวกับเจนี่ เล่าเหตุการณ์วันนั้นหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง   "คือจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย หนูยังไม่รู้เรื่องเลย พอมารู้อีกที อ้าว มีข่าวแล้วเหรอ ตาลไปวันนั้นก็ไหว้พี่เขา แล้วพี่เขาก็ค่ะๆ อาจจะไม่ได้รับไหว้เฉยๆ" แต่ดูในคลิปเหมือนกับว่าพอเราสวัสดีแล้วเขามองผ่านไปเลย   "ตาลจำไม่ได้ ตาลไม่รู้ พี่เขาน่าจะไม่ได้มีอะไร" ได้ไปย้อนดูคลิปไหม   "ไม่ได้ดูอะไรเลยค่ะ หาแต่รูปมาลง" มีข่าวออกมาแบบนี้น้อยใจไหม   "ไม่นะคะ ไม่ได้น้อยใจอะไร เราก็ไม่ได้คิดอะไร หนูว่าพี่เขาก็ไม่น่าจะได้คิดอะไรอยู่แล้ว งงมากที่คนจับโยงกัน เพราะว่าตัวตาลเองเพิ่งมารู้อีกวันที่เป็นข่าวแล้ว" ได้เจอพี่เจนี่สองงานเลย   "ใช่ค่ะ ได้เจอพี่เจนี่สองงาน งานพี่ก้องด้วย กับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านั้นตาลก็ไม่รู้เรื่องเลย พี่เจนี่อยู่กรุ๊ปนึง ตาลก็จะอยู่อีกกรุ๊ปนึง ก็ไม่ค่อยได้คุยกันอยู่แล้ว เห็นบอกว่าที่พี่เจนี่ลงรูปอันนั้นน่ะตาลไม่่รู้ว่าเขาต้องถ่ายรูปข้างบนนั้นอีก แล้วตาลก็เลยเดินตามเขาไป ตามประสาคนไม่รู้เรื่อง จริงๆ แล้วเฟรมนั้นไม่มีตาลอยู่แล้ว แล้วพี่เขาเพิ่งไปเรียกตาลมา ก็เลยได้ถ่าย" สองงานที่ผ่านมามีโอกาสได้ทักทายกันไหม   "คือตาลไปตาลก็ยังไม่กล้าที่จะคุยกับใครมาก เราก็เลยไปได้แค่สวัสดี พี่เขาก็จะแสดงความยินดีกับเรามากกว่า เก่งมากเลย เราไปทำหน้าที่" พี่เจนี่ได้แสดงความยินดีกับเราไหม   "ตอนที่ตาลไปงาน คือมันเกือบจะเริ่มงานแล้ว ตาลก็ได้แค่ถ่ายรูปกับพี่ศรีริต้ากับพี่เจนสุดา แล้วก็รีบเดินไปที่ๆ เขาจัดให้" คนเขาโจมตีพี่เจนี่ด้วย   "อย่าไปโจมตีพี่เขาเลย เพราะบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่า จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย" ได้ข่าวพี่เกล้าจะมาดูแลเรา เป็นผู้จัดการ จริงหรือไม่จริง   "ไม่จริงค่ะ พี่ปุ้นกับพี่นุ่นก็ดูแลตาลเหมือนเดิม ตาลก็สนิทกับทางพี่ใหม่พี่เกล้าอยู่แล้ว พี่เขาเอ็นดูตาลตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ประกวดพี่ปุ้นรู้จักพี่เกล้า เราก็ได้ไปกินข้าว ไปคุย ไปเล่นกันบ่อย" ต้องปรับตัวอะไรยังไงไหม เพราะงานรุมเยอะ   "ตอนนี้ยังไม่ได้พักเต็มที่เลย ทางพี่เกล้าก็ยังไม่ได้มีทาบทามเลย เรื่องสแกนงานให้ก็ยังไม่รู้เลยค่ะ ตอนนี้ทางกองเองก็หางานจนเต็มหมดแล้ว กับทางกองก็มีสัญญา 3 ปี" มีคนบอกว่าเราหยิ่ง   "หนูอาจจะเป็นคนหน้านิ่งแล้วดูเหมือนหยิ่ง เพราะว่าตาลโดนเรื่องหยิ่งเยอะมาก ตั้งแต่เข้ามหาลัยแล้ว เป็นคนถ้าไม่รู้จักใครจะทำหน้านิ่งๆ หน้านิ่งปกติของตาลนะคะ ตาลไม่ได้หยิ่ง (หัวเราะ)" ตกใจไหมที่เข้ามาวงการแล้วเจอข่าวเลย   "ก็นิดนึง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเจอข่าว แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เป็นการปรับตัวของเราด้วย เราอาจจะต้องยิ้ม น่ารักๆ ก็ต้องฝึกยิ้ม" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG janienineeleven น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา น้ำตาล ชลิตา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

ส่องชีวิตซุปตาร์เบ้าหน้าอินเตอร์!! ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต
ชมพู่ อารยา

               ฮอตและปังไม่แพ้ซุป’ตาร์ตัวแม่คนไหนๆ เลย สำหรับนางเอกหน้าฝรั่งอย่าง ชมพู่ อารยา เรียกว่าโลดแล่นในวงการบันเทิงมานานนม สะสมสกิลความฮอตมาเรื่อยๆ จนในเวลานี้สวยปังดังเวอร์สมกับระยะเวลาอันยาวนาน แม้ปัจจุบันจะสละโสดและกำลังจะกลายเป็นคุณแม่ในอีกไม่ช้า แต่ความฮอตและความเซ็กซี่นั้นไม่สร่างซาเลยจริงๆซุป’ตาร์หน้าอินเตอร์               เป็นนางเอกชาวไทยที่หน้าตาอินเตอร์สุดๆ สำหรับ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต หรือ อารยา อัลเบอร์ตา ฮาร์เก็ต ที่หลายคนรู้จักกันดี เห็นสวยหน้าอินเตอร์แบบนี้นั้นก็เพราะสาวเจ้าเป็นลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ นั่นเอง ชมพู่เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2524 ที่ประเทศไทย เรียนและเติบโตที่ประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ต้องแปลกใจหากสาวสวยหน้าลูกครึ่งคนนี้จะพูดไทยได้อย่างชัดเจนมิสมอเตอร์โชว์                หน้าสวยหุ่นดี ด้วยเหตุนี้ความเป็นซุป’ตาร์เลยเป็นสิ่งที่ ชมพู่ อารยา คู่ควร เริ่มต้นชีวิตในแวดวงบันเทิงด้วยวัยเพียง 17 ปีกับการประกวด มิสมอเตอร์โชว์ ปี 2541 จากนั้นความเป็นนักแสดงก็พุ่งเข้าใส่เธอเต็มๆ ละครเรื่อง เพลงพราย ปี 2542 เป็นละครเรื่องแรกที่ชมพู่ได้ชิมลางบทบาทนางเอก แต่รู้หรือไม่ว่า ตัวประกอบ คือบทบาทแรกที่ชมพู่ได้ลิ้มลองก่อนจะขึ้นแท่นเป็นนางเอกด้วยซ้ำ โดยเธอโชว์คาแรกเตอร์นางแบบเพียงไม่กี่นาทีไว้ในละครเรื่อง มารยาริษยา ทางช่อง 5 เมื่อปี 2541 ปีแรกของการเริ่มต้นเข้าวงการนั่นเองหมอชิต...บ้านหลังแรก               ละครเรื่องแรกกับบทบาทนางเอกคือ เพลงพราย ที่ออกอากาศทางช่อง 7 สี คนที่ให้โอกาส ชมพู่ อารยา ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในวงการมายาก็คือ รัมภา ภิรมย์ภักดี ผู้เขียนบทประจำบริษัทดาราวิดีโอแห่งช่อง 7 สี จึงไม่ผิดถ้าจะบอกว่า วิกหมอชิต หรือ ช่อง 7 สี คือบ้านหลังแรกของนางเอกหน้าอินเตอร์ที่ชื่อชมพู่คนนี้อารยาย้ายรัง               บ้านหลังแรกก็คือบ้านหลังแรก ชีวิตคนเรามีบ้านได้หลายหลัง เหมือนกับนางเอกสาว ชมพู่ อารยา ที่แม้จะแจ้งเกิดและเป็นนางเอกแถวหน้าของวิก 7 สีมาตั้งแต่ปี 2542 แต่เมื่อเวลาผ่านไปอะไรใหม่ๆ ก็ย่อมผ่านมา ปี 2551 ชมพู่โบกมือลาวิกหมอชิตพร้อมเซ็นสัญญากับช่องคู่แข่งอย่าง วิกพระราม 4 หรือ ช่อง 3 โดยทิ้งผลงานเรื่องสุดท้ายอย่าง ดาวเปื้อนดิน ไว้ให้คอละครช่อง 7 ได้ชื่นชมกันเรยาพาปัง               มีหลายเสียงหลายกระแสแอนตี้และไม่ปลื้มกับการตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับช่อง 7 สีของ ชมพู่ อารยา หมอดูบางรายก็ทำนายทายทักว่าหากชมพู่ย้ายช่องกระแสจะดับ ไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร แต่สิ่งที่เห็นก็ได้พิสูจน์แล้วว่าความปังไม่เข้าใครออกใคร แม้ผลงานเรื่องแรกกับช่อง 3 อย่าง เพลิงพราย จะไม่เปรี้ยงอย่างที่หลายๆ คนลุ้นและจับตามอง แต่บทแซบๆ อย่าง เรยา ในละครเรื่อง ดอกส้มสีทอง ก็เหมือนจะเป็นบทที่สวรรค์ส่งมาให้เธอคนนี้ได้ฮอตปรอทแตก กลายเป็นซุป’ตาร์ตัวแม่อย่างที่เราเห็นกัน เรียกว่ากระแสความแรง ความแซบ ความฮอต ทุกอย่างถาโถมใส่ชมพู่แบบเต็มๆ ชนิดถูกที่และถูกเวลาเซ็กซี่สตาร์ตัวแม่               ดูเหมือนอะไรๆ ก็เป็นใจให้ ชมพู่ อารยา กลายซุป’ตาร์ที่ฮอตปังดังเวอร์ตั้งแต่ย้ายช่อง เรื่องผลงานละครยกนิ้วให้ไปเลย เรื่องความเซ็กซี่ก็เช่นกัน เบียดบี้เพื่อนร่วมวงการที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่า เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ อย่าง อั้ม พัชราภา ได้แบบสูสี ฟาดรางวัลเวทีเซ็กซี่มาก็มากมาย จุดนี้คงต้องยอมใจยกให้ชมพู่เป็นตัวแม่อีกหนึ่งคนของเซ็กซี่สตาร์เมืองไทยไปเลยเจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า               หลายๆ คนยกให้ ชมพู่ อารยา เป็นดาราสาวที่จัดว่าเป็นผู้นำเรื่องแฟชั่นการแต่งตัวมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเจ้าหล่อนมักจะล้ำนำเทรนด์ก่อนใครๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม แอคเซสเซอรี่ ที่เมื่อชมพู่หยิบมาเสริมจับมาเติมเมื่อไหร่ เหล่าแฟนคลับและหลายๆ คนก็มักจะตามเทรนด์กันถ้วนหน้าพรมแดงเมืองคานส์               เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของดาราสาวที่ชื่อ ชมพู่ อารยา และเป็นหน้าเป็นตาให้กับวงการบันเทิงไทยไม่น้อย สำหรับการร่วมเดินพรมแดงใน เทศกาลหนังเมืองคานส์ ของเธอคนนี้ เรียกว่าเป็นซุป’ตาร์คนไทยส่วนน้อยที่มีโอกาสได้ไปสัมผัส ซึ่งชมพู่นั้นเหยียบพรมแดงงานนี้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 4 ปี แล้วเกาเหลาฉาวโฉ่               ประเด็นเกาเหลาเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนบันเทิงและไม่เว้นนางเอกที่ชื่อ ชมพู่ อารยา ด้วย แม้จะไม่ใช่นางเอกสายเหวี่ยงสายวีนดูคลีนไปซะทุกด้าน แต่ประเด็นเกาเหลาก็ยังมีมาประดับชีวิตในเส้นทางสายบันเทิง ชัดเจนหน่อยคงเป็นเมื่อหลายปีก่อนกับนักแสดงสาว ออย ศรุตา ที่โต้กันผ่านสื่อไปมาอย่างแซบถึงใจพร้อมประโยคเด็ดที่ว่า 'ต้นทุนสูงกว่า' กับรุ่นน้องที่ฮอตมากมายอย่าง ใหม่ ดาวิกา ก็ด้วย แล้วไหนจะ อั้ม พัชราภา ที่หลายคนมองว่ารัศมีความปังเบียดบี้กันจนเหมือนไม่อยากร่วมงานและป๊ะหน้ากันไม่ว่าจะกรณีใดๆ อีกต่างหากวิวาห์ 108 ล้าน                แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันไม่ได้จริงๆ เรื่องความสามารถด้านการแสดงอาจจะเป็นพรสวรรค์ควบคู่ไปกับดวงที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่ในเรื่องของเนื้อคู่ต้องพึ่งบุพเพสันนิวาสอย่างจริงจัง และ ชมพู่ อารยา ก็เป็นผู้หญิงที่วาสนาดีมากคนหนึ่ง พบเจอความรักที่สวยงาม สละโสดไปกับ ไฮโซน็อต วิศรุต ให้ผู้หญิงค่อนประเทศได้อิจฉาด้วยสินสอดที่แพงลิ่ว จนใครๆ ต่างก็เรียกขานงานแต่งของเธอกับเขาว่า วิวาห์ 108 ล้านว่าที่คุณแม่                แต่งงานออกเรือนไปแล้วแต่ยังคงมีผลงานให้ได้เห็นกันอยู่ทั้งงานแสดงและงานพิธีกร แต่พอถึงจุดที่ชีวิตคู่จำเป็นจะต้องสมบูรณ์แบบด้วยการเพิ่มเติมทายาท ชมพู่ อารยา ก็ขอเบรกงานเพื่อทำหน้าที่สำคัญบ้าง ซึ่งชมพู่เคยตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เป็นแม่คนอยู่ช่วงหนึ่ง แต่แล้วก็พบกับความผิดหวังเมื่อเจ้าตัวแท้งลูกคนแรกไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะเสียหลักไปบ้างแต่ ณ วันนี้ชมพู่และสามีอย่างน็อตยิ้มได้เต็มที่ และคงยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อกำลังจะได้เป็นพ่อคนแม่คนเต็มตัว เพราะเธอคนนี้ตั้งครรภ์อีกครั้งสมความตั้งใจแล้วนั่นเองขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG @chomismaterialgirl, ลูกกวาดมอมแมม, polyplus, ch7.com, broadcastthai.com ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา เวทีมิสมอเตอร์โชว์ (คนที่ 3 จากซ้าย)   ชมพู่ อารยา บทบาทตัวประกอบ   ชมพู่ อารยา ในละครเรื่องแรก เพลงพราย   ชมพู่ อารยา ในละคร ดาวเปื้อนดิน   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา บทบาท เรยา ในละคร ดอกส้มสีทอง   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา   ชมพู่ อารยา - น็อต วิศรุต   ชมพู่ อารยา

เวียร์ โป๊ะแตกกลางโต๊ะ โชว์ชุดชั้นในสีชมพู ใน ละคร คู่ซ่า รสแซ่บ
เวียร์ ศุกลวัฒน์ /  ละคร คู่ซ่า รสแซ่บ / 

   การพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ที่มารับบทพระเอกมาดทะเล้นอย่าง กรพงศ์ ในละครเรื่อง คู่ซ่า รสแซ่บ ผลิตโดย บริษัท มุมใหม่ จำกัด ที่งานนี้เริ่มต้นความฮา ก็ทำเอาช็อคกันไปตามๆ กัน เมื่อกรพงศ์คว้าเอาชุดชั้นในสีชมพูขึ้นเช็คปากกลางโต๊ะอาหาร ทำเอายี้ กันตั้งบ้าน หมดลุคพระเอกมาดเท่กันไปเลยจ้า แต่เอ๊ะ เปลี่ยนมาเป็นพระเอกมาดทะเล้น ขี้เล่นกันแทนนะ ขำขันรับละครตอนแรกเมื่อ กรพงศ์(เวียร์ ศุกลวัฒน์ ) นั่งอยู่โต๊ะอาหารกับ ศักดิ์สกุล(ทูน หิรัญทรัพย์) และ พิมพ์เพทาย(แนท ณัฐชา) ตั้งใจจะหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมา แต่ทุกคนต่างช็อค เพราะเป็นชุดชั้นในสีชมพูแทนเข้าแถม ดวงกมล(จิ๊ก เนาวรัตน์)เข้ามาทีหลังดันเผลอหยิบมาเช็ดหน้าอีกคน เล่นเอาโยนทิ้งร้องลั่นกันสนั่น ละคร คู่ซ่า รสแซ่บ    งานนี้ ผู้กำกับ หยก-เอกภพ ตันหยงมาศกุล ก็จัดฉากทำเอาฮากันทั้งกอง เพราะเบื้องหลังสุดจะบรรยาย ด้วยการเข้าฉากที่ตลกและยังต้องเล่นกับชุดชั้นในสีชมพูที่ขนาดค่อนข้างบิ๊กไซส์ ก็ทำเอาหนุ่มเวียร์มีแซวๆ ว่าเอาของใครมาให้ ทั้งทีมงานเองก็ตั้งใจหามาเพื่อให้ฉากนี้มีสีสัน และความตลกสมโรแมนติกคอมเมดี้ ทั้งยังนักแสดงแต่ละคนก็สาดมุกไม่ซ้ำสักเทค ทำเอาทุกคนหัวเราะกันไม่หยุด แม้บรรยากาศจะร้อนอบอ้าว ก็ไม่มีใครพลาดแถมเพิ่มพลังให้กันเต็มที่จ้า    แค่เริ่มตอนแรกก็สนุกอย่าบอกใครเชียว เรียกได้ว่าขนความตลกมาเสิร์ฟให้แฟนละครได้ชมก่อนนอน แถมเห็นถึงความน่ารักของสองพระนางที่เคมีสุดฟิน สมคู่จิ้นพันธ์ข้าวเหนียวแน่นอน ห้ามพลาด ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ออกอากาศตอนแรกวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20.30น. ทางช่อง 7 HD ละคร คู่ซ่า รสแซ่บ ละคร คู่ซ่า รสแซ่บ ละคร คู่ซ่า รสแซ่บ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง