หนังตลก

รีวิวภาพยนตร์ บุปผาอาริกาโตะ ผีสาวมือใหม่ที่จะมาทำให้ฮอร์โมนทุกคนหลั่ง
ต้อม-ยุทธเลิศ /  นาวิน ต้าร์ / 

รีวิวภาพยนตร์ บุปผาอาริกาโตะ ผีสาวมือใหม่ที่จะมาทำให้ฮอร์โมนทุกคนหลั่ง สิ้นสุดการรอคอยสำหรับภาพยนตร์เรื่อง บุปผาอาริกาโตะ เมื่อตำนานผีสาวสุดสวยนามว่า "บุปผา ราตรี" ได้กลับมาโลดแล่นบนจอเงินอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่คราวนี้ออกจะพิเศษมากกว่าภาคก่อน ๆ อยู่สักหน่อยตรงที่ ผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ ได้เปิดเผยชื่อผู้ที่จะมารับบทเป็นบุปผาคนใหม่คือ เก้า สุภัสสรา ที่เคยรับบทผีสาวมาครั้งหนึ่งแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง "ฝากไว้ในกายเธอ" เนื้อเรื่องของ บุปผาอาริกาโตะ เป็นการวางพล็อตเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับบุปผาราตรีฉบับดั้งเดิม คงไว้เฉพาะเอกลักษณ์ความเป็นหนังบุปผาราตรี ซึ่งจะมีตัวละครที่ขาดไม่ได้อย่างผีสาว ผีเด็ก และเหล่าบรรดาหมอผี (ที่สู้ผีไม่ได้สักที) ตลอดจนสถานที่สิงสู่ของผีสาวก็ยังคงชื่อ "ออสการ์" ไว้อย่างเดิม หากเทียบกับภาคที่ผ่านมา ต้องถือว่า บุปผาอาริกาโตะ มีความเป็นวัยรุ่นสูงกว่า เพราะมีการลดสัดส่วนฉากสยองขวัญประเภทเลือดสาดให้น้อยลงทั้งที่ดีกรีความโหดของผีสาวยังคงอยู่ ในส่วนของแก๊กตลกก็มีปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งก็สามารถเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้โดยไม่เสียอรรถรส รวมแล้วอาจกล่าวได้ว่าบุปผาฯ เวอร์ชั่นนี้สมควรที่จะเรียกว่าเป็นหนังวัยรุ่นที่มีผีเป็นตัวละครสมทบมากกว่าหนังสยองขวัญแบบตุ้งแช่ นอกเหนือจากปรากฏการณ์การรวมตัวของหนุ่ม ๆ แก๊งแฟนฉันทั้ง 6 คนแล้ว บุปผาในภาคนี้ยังได้นักแสดงสาวรุ่นพี่อย่าง พลอย เฌอมาลย์ โผล่มาเป็นแขกรับเชิญแบบสวย ๆ พร้อมกับมุกไล่ไปเสิร์ชกูเกิลดังที่เห็นกันไปแล้วในตัวอย่างภาพยนตร์ ส่วนใครที่ลุ้นว่าสาวพลอยจะมีซีนโผล่ไปจ๊ะเอ๋กับอดีตหวานใจอย่างหนุ่ม นาวิน ต้าร์ หรือเปล่า จุดนี้ขอบอกเลยว่า...ไปลุ้นกันเอาเอง! ท้ายที่สุดนี้ ขอมอบคะแนน 3.5/5 ให้กับประเด็นหนึ่งที่หนังต้องการจะบอกว่า...ความรักจะเป็นสิ่งสวยงามเสมอ ตราบใดที่มันอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์และความจริงใจ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

มีความสวยพริ้ว!! คลิปเบื้องหลังพรีเวดดิ้ง เนย โชติกา - อาร์ม
ข่าว เนย โชติกา /  เนย อาร์ม / 

ควงกันไปถ่ายพรีเวดดิ้งแล้วจ้า ที่เบเนดิกซ์สตูดิโอ วานนี้(2 พ.ค.) สำหรับคู่ของนางร้ายหน้าสวย เนย โชติกา กับว่าที่เจ้าบ่าวนอกวงการนามว่าหนุ่ม อาร์ม โดยทางเมคอัพอาร์ตติสชื่อดังได้เผยแพร่คลิปเบื้องหลังการถ่ายพรีเวดดิ้งให้ชมกันพอกรุบกริบผ่านทางอินสตาแแกรม ขณะที่คู่หวาน เนย - อาร์ม กำลังเต้นรำกันอย่างพร้ิวไหว อย่างกับอยู่ในหนังรักก็ไม่ผิด สำหรับฤกษ์แต่งงานของทั้งคู่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนปีนี้นั่นเอง ซึ่งก่อนจะได้เห็นเวอร์ชั่นเต็ม เรามาดูภาพและคลิปสวยๆ จากการถ่ายพรีเวดดิ้งของทั้งคู่กันไปพลางๆ ก่อนแล้วกัน.....ขอขอบคุณ ภาพและคลิปจากอินสตาแกรม @noeychotika, @pom_vinij, @mairatchada1 พรีเวดดิ้ง เนย โชติกา - อาร์ม พรีเวดดิ้ง เนย โชติกา - อาร์ม พรีเวดดิ้ง เนย โชติกา - อาร์ม

รอยสักกระชากใจ!! ส่องซุปตาร์ไทย หล่อ ดิบ เถื่อน
รอยสัก /  TATTOO / 

หน้าหล่อๆ มาดเท่ๆ ก็ว่ากระชากใจแฟนคลับมากพออยู่แล้วนะ แต่พอได้มาเห็น รอยสัก ใต้ร่มผ้าของหนุ่มๆ คนบันเทิงแล้ว บอกเลยว่าบรรดาติ่งกรี๊ดในใจกันอีกเพียบ ก็เพราะความหล่อแบบดิบๆ เถื่อนๆ นั่นแหละที่โดนใจสาว เรียกว่ามีไม่น้อยเลย สำหรับซุปตาร์หนุ่มๆ ในวงการบันเทิงบ้านเราที่มีรอบสักสวยๆ เก๋ๆ แปะอยู่บนเรือนร่าง ไม่เพียงแค่นักร้องมาดร็อก หรือตัวร้ายมาดแบดบอย แต่พระเอกหน้าหล่อๆ ใสๆ ก็เต็มใจให้ช่างลงเข็มสักลวดลายบนเนื้อหนังมังสาเช่นกัน บ้างก็สักเพื่อความเท่ บ้างก็สักเพื่อความรัก บ้างก็สักเพื่อเสริมดวง แต่ใครกันบ้างล่ะที่เป็นทาสศิลปะเท่ๆ ที่เรียกว่ารอยสัก เอาเป็นว่าตามไปส่องแบบด่วนๆ เลยดีกว่า ก้อง กรุณ ก้อง กรุณ ก้อง กรุณ ชาคริต โดม ปกรณ์ ลัม โดม ปกรณ์ ลัม ตุ้ย เกียรติกมล ตุ้ย เกียรติกมล ตูน บอดี้แสลม ตูน บอดี้แสลม ตูน บอดี้แสลม โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน แทค ภรัณยู แทค ภรัณยู บอย พิษณุ บอย พิษณุ บีม ศรัณยู บีม ศรัณยู แบงค์ ปรีติ แบงค์ ปรีติ แบงค์ ปรีติ ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี ป๊อก ภัสสรกรณ์ ป๊อก ภัสสรกรณ์ ป๊อก ภัสสรกรณ์ ป๊อก ภัสสรกรณ์ หนุ่ม ศรราม หนุ่ม ศรราม ออย ธนา ออย ธนา ออย ธนา กาย รัชชานนท์ กาย รัชชานนท์ ปีเตอร์ คอร์ป ปีเตอร์ คอร์ป ขอบคุณรูปภาพจาก magazinedee.com

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

รู้หมือไร่!? 4 พฤษภาฯ คือวัน Star Wars !
BIOSCOPE /  May the force be with you / 

สุขสันต์วันพักผ่อนแก่เหล่าแฟนสตาร์วอร์สทั่วโลก หนึ่งแฟรนไซส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลอย่าง Star Wars ของ จอร์จ ลูคัส ที่กลายเป็นอีกหนึ่งกลุ่มวัฒนธรรมย่อยซึ่งมีแฟนคลับสนับสนุนอยู่ทั่วโลก โดยมีวลีเด็ดที่แฟนๆ คุ้นเคย "May the force be with you." เป็นเสมือนคำทักทายของสาวกสตาร์วอร์สด้วยกัน แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าวลีเด็ดนี้ กลับกลายมาเป็นที่มาของวันหยุดสบายๆ ที่เหล่าแฟนของสตาร์วอร์สมีไว้เพื่อเฉลิมฉลองพักผ่อนกันอย่าง Star Wars Day อีกด้วย โดยที่มาวันสตาร์วอร์สนั้น เกิดขึ้นในปี 1979 ซึ่งในวันที่ 4 พ.ค. ปีนั้น หนังสือพิมพ์ The London Evening News ต้องการประกาศแสดงความยินดีกับนาง มาร์กาเร็ต แธ็ตเชอร์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ซึ่งพึ่งชนะในการเลือกตั้ง ไปพร้อมกับการโปรโมทหนังสตาร์วอร์สไปในตัว จึงได้ใช้พื้นที่ครึ่งหนึ่งของหน้าโฆษณาในเพื่อประกาศว่า " 'May the Fourth' Be With You, Maggie. Congratulations. "  ที่ล้อไปกับวลีเด็ดของเหล่าแฟนสตาร์วอร์ส จนลูคัสตัดสินใจประกาศให้วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นแสมือนวันหยุดเฉลิมแลองของเหล่าสตารวอร์สไปโดยปริยาย ซึ่งเมื่อปี 2011 เหล่าแฟนสตาร์วอร์สก็ได้รวมตัวกันฉลองในหลายเมืองทั่วโลก ภาพบรรยากาศงานทั่วโลก

ยอมใจแม่!! ลุคแรก ชมพู่ อารยา เตรียมความพร้อมก่อนไปคานส์
ข่าว ชมพู่ อารยา /  ชมพู่ คานส์ / 

ว่าด้วยเรื่องของแม่!! ความ สวย ปัง ต้องมีทุกที่ไป... ติ่งไม่มีคำว่าผิดหวัง มาดูลุคล่าสุดของนางเอกตัวแม่และแฟชั่นนิสต้าของไทย ชมพู่ อารยา ในงานแถลงความสำเร็จของ ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ จัดไปกับชุดเดรสลูกไม้สีดำจากแบรนด์สุดหรู Dolce & Gabbana พร้อมต่างหูเพชรน้ำงามจาก Chopard แม่เจ้า!! งามอะไรเบอร์นั้น และนี่คือโฉมแรก เตรียมความพร้อมก่อนไปเจิดจรัสอยู่ที่งานพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ในปีนี้ CANNES FILM FESTIVAL 2016 ว่ากันว่ามีถึง 10 ชุดด้วยกัน ยอมใจนางจริงๆ จ่ะขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @chomismaterialgirl, @lofficielthailand, @chom_cambodia_fan ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา

ส่อง บ้านหม่ำ จ๊กมก และครอบครัววงษ์คำเหลา
บ้านหม่ำ /  เปิดบ้านดารา

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไป ส่อง บ้านหม่ำ จ๊กมก และครอบครัววงษ์คำเหลา กันค่ะ ก่อนอื่นต้องพูดก่อนเลยว่า ครอบครัวดาราตลกคนนี้ เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก ภายใน บ้านหม่ำ จ๊กมก มีสมาชิกในบ้านด้วยกัน 4 คน นั้นก็คือตัวพี่หม่ำ ภรรยา น้องเอ็มลูกสาวคนโต และน้องมิกซ์ลูกชายคนเล็กของพี่หม่ำค่ะ ส่อง บ้านหม่ำ จ๊กมก และครอบครัววงษ์คำเหลา บ้านพี่หม่ำ จ๊กมก และครอบครัววงษ์คำเหลา เริ่มต้นด้วย "สวนรอบบ้าน" บ้านหลังนี้มีสวนล้อมรอบบ้าน มองไปทางไหนก็จะเห็นสีเขียวของต้นไม้ หน้าบ้านจะมีโอ่งน้ำล้นในสระขนาดกลาง และมีหินวางประดับอย่างสวยงาม นอกจากสวนรอบบ้านแล้ว บ้านพี่หม่ำยังมีสระว่ายน้ำสวยๆ ด้วยนะคะ มาต่อด้วย "หน้าบ้าน" หน้าบ้านจะมีระเบียงยื่นออกมาจากตัวบ้านไว้สำหรับนั่งเล่น นอนเล่น ชมบรรยากาศรอบๆ บ้าน ส่วนรับแขกและนั่งเล่น ส่วนรับแขกและนั่งเล่น : จะตกแต่งด้วยโซฟา 2 สี คือสีขาวครีมและสีแดงสด ถึงสองสีนี้จะโดดกันเยอะ แต่โซฟาทั้งสองตัวนี้มีสไตล์ที่คล้ายๆ กัน คือจะมีความคลาสสิคเท่ๆ อยู่ในตัวเอง ตัวสีแดงจะเด่นที่ผนักพิงด้านหลัง จะบุด้วยผ้ากำมะหยี่ตอกด้วยหมุดสีขาวออกทองๆ ส่วนตัวสีครีมจะมีหมุดปักอยู่บริเวณขอบของโซฟา จึงทำให้โซฟาสองตัวนี้อยู่ภายในห้องเดียวกันได้ ห้องครัว ห้องครัว : จะมีเตาไฟฟ้าอยู่บริเวณกลางห้อง ไว้สำหรับประกอบอาหาร ท๊อปของเคาน์เตอร์ปูด้วยหินอ่อนสีดำง่ายต่อการทำความสะอาด ส่วนตัวบิวอินต่างๆ ภายในห้องนี้ เลือกใช้เป็นไม้สีโอ๊ค โต๊ะทานข้าวเป็นไม้ย้อมด้วยสีดำเงา แต่ไม่ทิ้งความเป็นไม้ด้วยการเก็บลายของไม้ไว้ทำให้โต๊ะดูเท่ไม่ซ้ำใคร มาถึงส่วนสุดท้าย "ห้องนอน" ของคนในครอบครัวนี้ เริ่มด้วย "ห้องนอนพี่หม่ำ" ห้องนอนพี่หม่ำ : ตกแต่งหัวเตียงด้วยการบุผ้าเป็นสีขาว และกรุผนังสูงขึ้นไปถึงฝ้าเพิ่มความสวยงามด้วยสแตนเลสลายข้าวหลามตัด และติดกระจกเงาที่มีกรอบกระจกเป็นสแตนสลักลายพื้นผิวมันวาว เพิ่มความหรูหราอลังการให้กับห้องอย่างมากเลยค่ะ ต่อด้วยห้อง "น้องมิกซ์" ลูกชายพี่หม่ำ ห้องน้องมิกซ์ : ตกแต่งเรียบๆ แต่หรูหราด้วยหัวเตียงที่บุผ้าสีน้ำตาล และลวดลายของวอลเปเปอร์บนผนัง คุมโทนสีห้องด้วยสีน้ำตาล ปิดท้ายด้วย "ห้องน้องเอ็ม" ลูกสาวคนโต ห้องน้องเอ็ม : ตกแต่งด้วยโทนสีขาว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในห้องจะเป็นสไตล์วินเทจเคลือบผิวด้วยสีพ่นสีขาว แต่จะมีส่วนของหัวเตียงที่จะบุด้วยผ้าสีครีม และเก้าอี้ปลายเตียงที่เป็นสีครีม เพื่อที่จะทำให้ห้องไม่จืดจนเกินไป แต่สีก็จะไม่โดนขึ้นมามากนัก เห็นภาพบรรยากาศภายในบ้านของพี่หม่ำกันไปแล้ว เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่คนในบ้านอยู่แล้วมีความสุข มีรอยยิ้มมากมายจากคนในบ้าน ถึงบ้านจะดูหลังใหญ่ แต่ก็มากไปด้วยความอบอุ่นนะคะ ขอบคุณภาพจาก : IG : emmeemm, vongkumlao,motjokmok “เนื้อหานี้เผยแพร่โดย http://decor.mthai.com — หากเนื้อหาไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ”

เทศกาลใหญ่ส่อเค้าวุ่น คนทำหนังโวยโดนนักการเมืองแซะ!
Busan International Film Festival /  Truth Shall Not Sink With The Sewol / 

คนทำหนังเกาหลีใต้รวมตัวประท้วงปกป้องเสรีภาพ หลังหนังสารคดีฉาวเป็นเหตุทำเทศกาลดังโดนล้วงลูก โดย ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ (BIOSCOPE) ส่อเค้าวุ่นขึ้นทุกทีสำหรับเทศกาลหนังยักษ์ใหญ่ของเอเชียอายุกว่า 20 ปีอย่าง “เทศกาลหนังนานาชาติปูซาน” (Busan International Film Festival) ที่กำลังจะมีขึ้นช่วงครึ่งแรกของเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งมีข่าวว่า อาจโดนคนทำหนังเกาหลีใต้รวมตัวกันประท้วงไม่ส่งหนังเข้าร่วม เนื่องจากไม่พอใจที่รัฐบาลยื่นมือเข้ามาแทรกแซง ความขัดแย้งดังกล่าวก่อตัวมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว เมื่อ ซอบยองซู นายกเทศมนตรีเมืองปูซาน (ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ที่สุดของเทศกาล) ขอให้ทางเทศกาลยกเลิกการฉาย Truth Shall Not Sink With The Sewol หนังสารคดีที่ประนามความไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐในปฏิบัติการกู้ภัยเรือเซวอลล่มซึ่งส่งผลให้มีคนตายถึงกว่า 300 คน  แต่ทางเทศกาลปฏิเสธคำขอนี้ ด้วยเหตุผลว่ารัฐกำลังละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและทำตัวไม่ต่างจากเซ็นเซอร์ เหตุการณ์นี้เองที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวายป่วงตามที่ คิมจีซ็อค เอ็กเซ็กคิวทีฟโปรแกรมเมอร์ของเทศกาลบอก เพราะปีต่อมา เทศกาลก็โดนรัฐบาลกลางหั่นงบเหลือครึ่งเดียว ตามด้วยการโดนตรวจสอบบัญชีและ ลีย็องกวาน ผู้อำนวยการเทศกาลโดนฟ้องในข้อหาใช้งบเกือบ 500 ล้านวอนเป็นค่าจ้างนายหน้าโดยไม่มีเอกสารถูกต้อง ขณะที่ทางเมืองปูซานยืนยันว่าการตรวจสอบนี้ไม่ใช่การแก้แค้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการฉายหนังสารคดีดังกล่าว แต่เพื่อดูแลให้เทศกาลใช้งบอย่างถูกต้อง และปีนี้ทางเมืองก็เพิ่งอนุมัติงบให้ 6 พันล้านวอน (เท่าปีที่แล้ว) ให้เทศกาลได้จัดต่อ อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งยังลามมาสู่เรื่องอื่นอีก นั่นก็คือการสรรหาผู้อำนวยการเทศกาลคนใหม่ ซึ่งทางเมืองอยากเป็นคนเสนอในฐานะที่เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ ขณะที่คนทำหนังก็อยากส่งคนในวงการขึ้นนั่งตำแหน่งมากกว่า โดยล่าสุด สมาคมโปรดิวเซอร์และคนทำหนังเกาหลีใต้ประกาศว่า หากทางเมืองปูซานยังถือว่าตัวเอง “เป็นเจ้าของ” เทศกาลนี้ พวกเขาก็จะบอยคอตต์ไม่เข้าร่วมงานจนกว่านายกเทศมนตรีจะลาออกและมีความชัดเจนว่าเทศกาลเป็นอิสระไม่ถูกรัฐแทรกแซงอีกต่อไป ผู้เชี่ยวชาญในวงการบันเทิงวิเคราะห์ว่า แม้รัฐบาลเกาหลีใต้จะปลาบปลื้มมากต่อความสำเร็จของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมบันเทิงของประเทศ (ซีรีส์ The Descendants of the Sun ทำรายได้มหาศาลทั่วเอเชีย โดยเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่) แต่รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีปาร์คกึนฮเยก็ยังไม่สามารถทำใจมอบเสรีภาพให้แก่ศิลปินอย่างเต็มที่ได้ โดยเฉพาะหากผลงานของพวกเขาเป็นการวิพากษ์ความล้มเหลวร้ายแรงของภาครัฐเอง จึงเป็นหน้าที่ที่เหล่าศิลปินต้องต่อสู้เพื่อจะปกป้องเสรีภาพของตนเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ปัจจุบัน เทศกาลหนังปูซานไม่ได้เป็นเวทีสำหรับอวดผลงานของคนทำหนังเกาหลีใต้สู่สายตาชาวโลกเพียงด้านเดียว แต่สำหรับคนเกาหลีใต้เอง งานนี้ก็เป็นโอกาสหนึ่งในเพียงไม่กี่โอกาสที่พวกเขาจะได้ดูหนังหลากหลายทั้งหนังฟอร์มใหญ่ฟอร์มเล็ก เพราะการเปลี่ยนแปลงนโยบายให้ทุนสนับสนุนของรัฐเมื่อไม่นานที่ผ่านมาส่งผลให้โรงหนังอาร์ตเฮาส์อิสระหลายโรงต้องปิดตัวไป ขณะที่โรงหนังมัลติเพล็กซ์ปัจจุบันก็ถูกครอบครองโดยค่ายใหญ่ซึ่งสนใจแต่การฉายหนังบล็อคบัสเตอร์เป็นหลัก การรักษาเสรีภาพของเทศกาลหนังให้ปลอดจากการแทรกแซงของรัฐ ถือเป็นประเด็นที่คนทำเทศกาลหนังทั่วโลกให้ความสำคัญ เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คนทำหนังระดับแนวหน้าของโลกรวมทั้ง เธียร์รี เฟรโมซ์ ไดเร็กเตอร์เทศกาลหนังเมืองคานส์ก็เพิ่งส่งจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้นายกเทศมนตรีเมืองปูซานแสดงความเคารพต่อเสรีภาพทางศิลปะของทางเทศกาลด้วย

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

แถลงข่าวคอนเสิร์ต '93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน' สุดอบอุ่น
93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน /  ชาลี อินทรวิจิตร / 

ศิลปินแห่งชาติร่วมงานล้น! ศิลปินหลากรุ่นรวมตัว!! ในงานแถลงข่าว 93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงานแถลงข่าวเปิดตัวคอนเสิร์ต 93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของ ครู ชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ ปี 2536 สาขาศิลปะการแสดง(ผู้ประพันธ์คำร้อง-ผู้กำกับฯ ภาพยนตร์) จัดโดย บริษัท โคลีเซียม อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งนำโดย คุณพรพิมล มั่นฤทัย ประธานกรรมการบริษัทฯ ในฐานะผู้ครอบครองลิขสิทธิ์บทเพลงอมตะของครูชาลีแต่เพียงผู้เดียว ภายในหอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยกรุ่นกลิ่นอายแห่งอดีต ด้วยการนำโปสเตอร์ภาพยนตร์เก่าที่จัดสร้างโดย คุณ คมน์ อรรฆเดช มาให้ได้ชม ก่อนที่สองพิธีกร บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ และ คุณ ศิวพร ฉันทไกรวัฒน์ จะนำเข้าสู่บรรยากาศการแถลงข่าวคอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็ได้รับเกียรติจาก คุณ พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วย ครู ชาลี อินทรวิจิตร และ คุณ พรพิมล มั่นฤทัย ประธานกรรมการ บริษัท โคลีเซียม อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด มาร่วมพูดคุยถึงที่มาที่ไปในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ไฮไลท์ของงานต้องยกให้การได้ฟังเสียงร้องสดๆ จากเหล่าศิลปินแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น คุณ สันติ ลุนเผ่ ในเพลง ป่าลั่น, คุณ สุเทพ วงศ์กำแหง กับเพลง ครวญ, ฟาก วง เดอะ ฮอทเปปเปอร์ คอรัส พร้อมใจกันร้องเพลง บ้านเรา, ต่อด้วย คุณ ธานินทร์ อินทรเทพ มาในบทเพลง สวรรค์มืด จากนั้นเป็นหน้าที่ของนักร้องดีว่าส์ ไก่ อัญชุลีอร บัวแก้ว ด้วยเพลง หนามชีวิต และเซอร์ไพร์สปิดท้ายงานด้วยศิลปินรุ่นเล็กแต่น้ำเสียงโดดเด่น อย่าง แก้ม เดอะสตาร์ ที่มาร้องเพลง ฉันรอจูบจากเธอ ถือเป็นโชว์เรียกน้ำย่อยก่อนจะไปจัดเต็มกันในคอนเสิร์ตซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ไม่เพียงเท่านั้น เพราะภายในงานแถลงข่าวยังได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติ คุณ จินตนา สุขสถิตย์ หนึ่งในศิลปินรับเชิญของคอนเสิร์ตซึ่งมาให้กำลังใจตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนที่ผู้บริหารและเหล่าศิลปินจะถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก พร้อมยืนยันว่าทุกท่านพร้อมทั้งกายและใจเพื่อแสดงคอนเสิร์ตแก่ครูเพลง ชาลี อินทรวิจิตร อย่างแน่นอน คอนเสิร์ต 93 ปี ชาลี อินทรวิจิตร เพลงหนังคู่แผ่นดิน จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2559 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,500 / 1,000 และ 800 บาท จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. 0-2262-3456 โดยรายได้ส่วนหนึ่งสมทบกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เคาะเเล้ว! ส.บอลมอบสิทธิ์ไทยรัฐถ่ายคิงส์คัพ-ทุ่ม 16 ล้านเบียดช่อง 3, Now
คิงส์คัพ /  ช่อง 3 / 

สมาคมฟุตบอลประกาศให้ไทยรัฐคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดคิงส์คัพครั้งที่ 44 หลังเทงบก้อนโตร่วม 16 ล้านบาทเบียดเอาชนะช่อง 3 และช่อง NOW สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศให้ไทยรัฐ ทีวี เป็นผู้ได้สิทธิ์บริหารจัดการและถ่ายทอดสดการแข่งขันคิงส์คัพครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายนนี้ หลังทุ่มงบประมาณรวม 16 ล้านบาท เบียดชนะคู่แข่งที่เสนอตัวเข้ามาอย่าง บ.บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (ช่อง3) และ บ.กรุงเทพธุรกิจ (ช่องNOW) พล.ต.อ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกลูกหนังไทยกล่าวว่า "ทั้ง 3 บริษัทอย่าง กรุงเทพธุรกิจ, บีอีซี เทโร และไทยรัฐ ทีวี ต่างก็มีศักยภาพในการดำเนินการบริหารจัดการที่มีคุณภาพไม่แพ้กันเลย ทุกบริษัทมีความตั้งใจที่จะทำให้การแข่งขันคิงส์คัพให้เป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 100 ปีสมาคมฯ และด้วยเป็นถ้วยที่ทรงพระราชทานจากพระเจ้าอยู่หัว แต่เราเองก็สามารถเลือกได้เพียงบริษัทเดียว" "ทางคณะกรรมการพิจารณาจึงต้องเลือกบริษัทที่จะทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเรียบร้อย และเป็นบริษัทที่มีค่าตอบแทนสูงสุด จึงได้เลือกบริษัทไทยรัฐ ทีวี เป็นผู้บริหารจัดการการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทางคิงส์ คัพ ประจำปีนี้" "โดยรายละเอียดที่ได้เสนอมาให้ทางคณะกรรมการพิจารณามีดังนี้ เงินรางวัลประจำการแข่งขันทั้งหมด 100,000 เหรียญสหรัฐ (3.5ล้านบาท) , ค่าตอบแทนให้กับสมาคมฯ จำนวน 10 ล้านบาท และอีก 80,000 เหรียญสหรัฐ (2.8ล้านบาท) สำหรับค่าเชิญทีมต่างๆ ที่จะเข้ามาร่วมการแข่งขัน พร้อมด้วยรายละเอียดการจัดการแข่งขันด้านอื่นๆ ซึ่งทางคณะกรรมการพิจารณาก็ได้ไตร่ตรองแล้วเห็นชอบว่าเป็นข้อเสนอที่สูงสุด" “บิ๊กอ๊อด” กล่าว สำหรับการเเข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ยังต้องรอหนังสือยืนยันอีกหนึ่งชาติระหว่าง อุสเบกิสถาน เเละ ซีเรีย ส่วนอีก 2 ทีมที่คอนเฟิร์มเเล้วคือ ยูเออี เเละโอมาน โดยจะทำการเเข่งขันในระหว่างวันที่ 3-5 มิ.ย.59 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

หงจินเป่า เป็น บอดี้การ์ด! ในตัวอย่างล่าสุด The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น
The Bodyguard /  ฉีเคอะ / 

หงจินเป่า เป็น บอดี้การ์ด! ในตัวอย่างล่าสุด The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น หากใครกำลังนึกอยากชมภาพยนตร์บู๊แอคชั่นในแบบฉบับหนังฮ่องกงแล้วล่ะก็ The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น คืออีกหนึ่งภาพยนตร์ที่จะเข้ามาแก้ความอยากในอีกไม่นานนี้ครับ ยิ่งไปกว่านั้นความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการรวมดารานำของฮ่องกงไว้แน่นเอี้ยด ประเดิมด้วยนักแสดงหลักผู้คร่ำหวอดวงการภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้อย่าง หงจินเป่า เป็นทั้งผู้กำกับ กำกับคิวบู๊ และนักแสดงนำ พร้อมด้วย หลิวเต๋อหัว รับบทนำและเป็นผู้อำนวยการสร้าง ตามขบวนด้วย ฉีเคอะ ผู้กำกับชื่อดัง เม๊าะเจี๊ยะ และ ซื่อเทียน สองนักแสดงตลกแอคชั่น ต่อด้วย หยวนเปียว หยวนหัว หยวนชิว หยวนถิง และ หยวนเป่า ปิดท้ายด้วยนักแสดงรุ่นใหม่ เอ็ดดี้ เผิง เฝิงเส้าเฟิง และ หูจุน อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่แฟน ๆ ดาราฮ่องกงไม่ควรพลาด The Bodyguard แตะไม่ได้ ตายไม่เป็น ว่าด้วยเรื่องราวของบอดี้การ์ด รับบทโดย หงจินเป่า ที่วางมือจากวงการมานาน และเริ่มทุกข์ทรมานจากภาวะสมองเสื่อม กระทั่งบอดี้การ์ดได้พบกับเด็กสาวและได้เป็นเพื่อนต่างวัยกัน เหตุไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น เมื่อพ่อของเด็กผู้หญิงคนนี้ รับบทโดย หลิวเต๋อหัว เข้าไปพัวพันกับแก๊งอาชญากรรม พ่อและเด็กสาวหายตัวไป ทำให้บอดี้การ์ดผู้วางมือต้องกลับมายกมือขึ้นสู้อีกครั้งเพื่อช่วยสองพ่อลูกนี้ให้ได้ ร่วมพิสูจน์ฝีมือระดับตำนานของหงจินเป่า 12 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

นี้หรือเด็ก 9 ขวบ! “เมสซี่น้อย แห่งสุราษฎร์” เพชรเม็ดงามที่กิเลนรีบคว้าตัว (มีคลิป)
กิเลนผยอง /  ด.ช.จรณินทร์ พรหมชัยศรี / 

กลายเป็นข่าวฮือฮาไม่น้อยเมื่อกิเลนผยอง จัดการคว้าตัวดาวรุ่งเจ้าของฉายา “เมสซี่น้อย แห่งสุราษฎร์” เด็กวัยเพียง 9 ปีเข้าสู่รั่วอะคาเดมี่เป็นที่เรียบร้อย เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างความฮือฮาด้วยการเซ็นสัญญาเจ้าหนูอัจฉริยะ “เมสซี่น้อย” เเห่งสุราษฎร์ธานีหรือ “น้องมาวิน” ด.ช.จรณินทร์ พรหมชัยศรี วัย 9 ปีเข้าสู่สังกัด หลังเจ้าเด็กคนนี้โชว์ฟอร์มได้คนละ TEEN กับเด็กในระดับเดียวกัน โดยคาดหวังว่าจะเป็นดาวดวงใหม่เเละเพชรเม็ดงามในวงการลูกหนังในอนาคต ซึ่งฝีเท้าจะโดดเด่นไปชมกันเลย... เครดิตคลิป : youtube-CRAZY BOY, tplhotclips

TENDO สวรรค์ของคนรักปลาดิบ
tendo /  ซาชิมิ / 

เทนโดะ แปลว่า สวรรค์ และที่นี่คือสวรรค์ของหนุ่มนักศึกษาปี 3 ที่หลงรักอาหารญี่ปุ่นจนกระทั่งได้พบเพื่อนเชฟชาวญี่ปุ่น จึงช่วยกันสร้างสรรค์เมนูอาหารและเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นตามความใฝ่ฝันของเขา Tendo เป็นร้านน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ 2 เดือน ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อที่แน่นขนัดไปด้วยร้านญี่ปุ่นมากมาย แต่เจ้าของร้าน หนุ่มเจตั้น เศรษฐีสุวรรณ มีจุดแข็งที่ไม่เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ โดยจะเน้นที่ปลาแปลกๆ ซึ่งนำเข้ามาโดยตรงจากญี่ปุ่นแบบสดใหม่อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ที่นี่จึงไม่ได้มีเพียงแซลมอนหรือทูน่าแบบที่ร้านอื่นมี แต่ยังมีปลามากมายที่เราอาจะไม่เคยรู้ว่ามันทานได้อย่างเช่นปลา Sayori, Suzuki หรือ Kampachi และปลาแต่ละตัวสามารถนำมาประกอบขึ้นได้เป็นหลายเมนู  หลากหลายรสชาติต่างกันไปตามประสบการณ์ของเชฟ เช่น ซาชิมิซูชิ ยำหรือย่างเกลือ และมีโรลต่างๆ มากมาย ปลาสดๆ จากญี่ปุ่นจะให้อร่อยที่สุดก็ต้องชิมรสชาติของเนื้อปลาแท้ๆ ในรูปของซาชิมิพร้อมวาซาบิสดและจิ้มซีอิ๊วเล็กน้อย ซาชิมิที่นี่เสริ์ฟพร้อมกับซอสพอนซึโรยต้นหอม จะได้รสชาติที่นุ่มและไม่เค็มจนเกินไป ปลา Sayori หรือปลาเข็ม เป็นปลาตัวเล็ก ปากแหลมยาว เนื้อขาวใสและหนังบางกรุบกรอบ รสชาติหวานมาก ส่วน ปลา Suzuki เป็นปลาเนื้อขาวที่มีเนื้อแน่น ส่วนปลา Kampachi เนื้อบางใสแจ๋ว อันนี้นำมาทำเป็นซูชิ ใส่ข้าวนิดเดียว เนื้อปลากรอบอร่อยและสดมากๆ ค่ะ มาตรฐานของที่นี่คือปลาทุกชิ้นจะหั่นมาเท่ากัน ชิ้นละ 15 กรัม คำละ 150 บาท ชูโทโร่กับโรลปลาไหล หอมมันล้ำเลิศ ส่วนผู้ที่ชอบชีสต้องลอง Hotate Spicy Sauce เยิ้มมันกันทีเดียว โรลต้มยำกุ้ง เมนูแปลกใหม่น่าสนใจที่อยากให้ลอง ไส้คือแตงกวา อะโวคาโด้ และสาหร่าย ท็อปด้วยกุ้งต้ม ส่วนซอสต้มยำกุ้งนั้นเคี่ยวจนข้นหยอดมานิดๆแต่แซ่บทีเดียวค่ะ ข้าวหน้าเนื้อวากิวคือที่สุดของที่สุดในความหอม มัน นุ่ม หวานซอสปอนสึนิดๆ (890 บาท) หรือจะเลือกเนื้อออสเตรเลียก็มีค่ะ เทนโดะ เปิดทุกวันทั้งกลางวันและเย็น เป็นร้านญี่ปุ่นน้องใหม่ที่น่าสนใจและมีสิ่งใหม่ให้ได้ลิ้มลองกัน โดยเชฟจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆทุกอาทิตย์ค่ะ TENDO อาคารอเนกวานิช 3 อยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 4 และ 6 โทฯ 09-6787-9688 ขอบคุณภาพบางส่วนจาก: https://www.facebook.com/tendo.bangkok

โรงหนังแบบนี้ที่เราอยากเห็น : Lexi Cinema
Cinema /  gallery หนัง รูปภาพหนังใหม่ Movie / 

มีด้วยเหรอออ? โรงหนังที่ไม่ฉายหนังเพื่อเงิน แต่เพื่อความสุขของชุมชน! โดย ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ (BIOSCOPE) “โรงหนังที่พาหนังไปตระเวนฉายทั่วเมือง, บริจาคกำไรทั้งหมดให้การกุศล, ทำขึ้นด้วยจุดประสงค์จะให้ชาวเมืองได้มีกิจกรรมมาพบปะเฮฮากัน, สร้างประสบการณ์ดีๆ ให้ผู้คนได้ทึ่งในมนตร์มหัศจรรย์ของหนัง และเพื่อให้ชาวเมืองได้มีช่วงเวลาที่มีความสุข” โอ้วววว ในโลกนี้มีโรงหนังที่คิดที่ทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรออออ!? ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่ามันมีอยู่จริงๆ ...นี่คือ “Nomad” กิจกรรมฉายหนังที่โรงหนัง Lexi Cinema ในลอนดอนทำต่อเนื่องมาเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และถ้านั่นยังน่าทึ่งไม่พอ ข้อมูลอีกข้อก็คือ โรงหนังแห่งนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของชุมชน และไม่ได้วางตนเป็นโรงหนังเพื่อธุรกิจล้วนๆ ทว่าเป็น “โรงหนังเพื่อสังคม” Lexi Cinema ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอนดอนและฉายหนังสารพัดแนวตอบสนองผู้ชมหลากหลายกลุ่ม แต่เมื่อเล็งเห็นว่ายังมีคนอีกมากมายที่ไม่มีโอกาสดูหนังเหล่านี้ พวกเขาก็เลยจัดกิจกรรม “โรงหนังป๊อปอัพ Nomad” ขึ้นพาหนังไปฉายในบริเวณต่างๆ ทั่วลอนดอน (ตั้งแต่สวนสาธารณะ, พิพิธภัณฑ์ ไปยันย่านโรงงาน, โรงเบียร์ และสุสาน) โดยมีทั้งหนังกลางแปลงพร้อมบาร์ขายอาหารและเครื่องดื่ม  บางครั้งมีดนตรีเล่นสดแถม มีนิทรรศการ มีของแจก มีการเล่นเกมประกวด ฯลฯ ส่วนหนังที่ฉายก็มีตั้งแต่หนังคัลต์คลาสสิก, หนังเกรดบีเน้นความมันเฮฮา, หนังฮิตใหม่บ้างเก่าบ้าง สลับสับเปลี่ยนด้วยหนังสั้นและหนังอาร์ตหาดูยาก, จับมือกับหน่วยงานต่างๆ ทำอีเวนท์พิเศษทางศิลปะและวัฒนธรรม (เช่น จัดฉายหนังและนิทรรศการศิลปะ 4 คืนรวด ร่วมกับ Royal Academy of Arts, ฉายหนังเกี่ยวกับน้องหมา โดยจัดร่วมกับ The Mayhew Animal Home และให้คนดูพาหมาไปร่วมงานได้) แถม Nomad ยังผลิตหนังสั้นเองด้วยในชื่อชุด 1000 Londoners ซึ่งประกอบด้วยหนังสั้น 3 นาทีหลายๆ เรื่องที่จะทยอยฉายในแต่ละครั้ง เนื้อหาว่าด้วยชีวิตของผู้คนหลากหลายในนครลอนดอน Nomad ได้ชื่อว่าเป็น “Social Enterprise Pop-Up Cinema” แห่งแรกของสหราชอาณาจักรที่บริจาคกำไรทั้งหมดให้แก่การกุศล โดยมอบกำไรให้สถาบัน The Sustainability Institute ในแอฟริกาใต้เพื่อใช้ทำงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กๆ ขณะที่ตัวโรงหนัง Lexi Cinema เองก็ดำเนินกิจการแบบไม่ค้ากำไรเกินควร อาศัยการสนับสนุนของผู้ชมในท้องถิ่นและการทำงานแบบอาสาสมัครของคนรักหนังที่มีความเชื่อเหมือนๆ กันว่า โรงหนังดีๆ แบบนี้ควรมีอยู่ในพื้นที่ของพวกเขา ^^

6 เรื่องน่ารู้ก่อนดูภาพยนตร์เรื่อง High-Rise ตึกระทึกเสียดฟ้า
High-Rise /  Jeremy Irons / 

6 เรื่องน่ารู้ก่อนดูภาพยนตร์เรื่อง High-Rise ตึกระทึกเสียดฟ้า 1. ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston) ทิ้งเสื้อคลุมไว้บนแอสการ์ด และกลับมาเป็นปุถุชนธรรมดาในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่า “โลกิ” จะร้ายแค่ไหน แต่ใน High Rise รับรองว่าทอมจะร้ายจนผู้ชมคาดไม่ถึงเลยทีเดียว 2. จากนวนิยายยุค 70 ของ เจ.จี.บัลลาร์ด (J.G.Ballard)  ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นภาพยนตร์เรื่อง High Rise ว่าด้วยเรื่องของอนาคตอันใกล้ และในเวลานี้คืออนาคตที่ว่านั่นเอง 3. เจ.จี. บัลลาร์ด (J.G.Ballard) คือนักเขียนชาวอังกฤษคลื่นลูกใหม่แนวไซไฟ ผู้ได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในนักเยนที่มีความสำคัญที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 4. ฉากตึกระฟ้าที่มีการแบ่งชนชั้น และงานออกแบบยังคงเสน่ห์ของความเป็นยุค 70 ไว้อย่างครบถ้วน 5. ผู้กำกับ เบน วีทลีย์ (Ben Wheatley) ได้ผสมผสานอารมณ์ทั้ง 3 แบบ จากภาพยนตร์ 4 เรื่อง ได้แก่ ความเข้มข้นทางอารมณ์แบบ Down Terrace, Kill List ความตลกขบขันแบบ SightSeers และความตื่นเต้นระทึกขวัญแบบ A Field in England เข้าไว้ด้วยกัน 6. ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำที่เมืองเบลฟาสต์ ตอนเหนือของไอร์แลนด์ ซึ่งมีสภาพที่คล้ายคลึงกับลอนดอนในช่วงยุค 70 High Rise ตึกระทึกเสียดฟ้า ว่าด้วยเรื่องราวในปี 1975 เมื่อ “โรเบิร์ต แลงก์” รับบทโดย ทอม ฮิตเดลิสตัน (Tom Hiddleston) หมอหนุ่ม ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในตึกระฟ้าหรูหราชั้นที่ 25 ในกรุงลอนดอน ตึกแห่งนี้ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง โดยมี “แอนโธนี รอยัล” รับบทโดย เจเรมี ไอออนส์ (Jeremy Irons) สถาปนิกผู้เป็นเจ้าของตึกอาศัยอยู่ชั้นบนสุด แต่ละชั้นในตึกแห่งนี้ต่างมีเรื่องราวที่ไม่เหมือนกัน การแบ่งแยกชนชั้น ความไม่เท่าเทียมกัน และดูเหมือนว่าความเปราะบางนี้จะรวมตัวกันกลายเป็นการประท้วงต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของคนชั้นต่าง ๆ โดยมี “ริชาร์ด ไวลเดอร์” รับบทโดย ลุค อีแวนส์ (Luke Evans) นักทำภาพยนตร์สารคดีที่อาศัยอยู่ชั้น 2 เป็นแกนนำ