หนังจีนซับไทย

ตำรวจไขปม คดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน จากชนวนเรื่องเงิน
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด เบอร์นาต นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

ผลบอล:ต้านไม่ไหว!ฉลามชลบุกโดนเอฟซีโตเกียวยำเละร่วงACL
ชลบุรี เอฟซี /  ผลบอล / 

เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟรอบที่ 3 วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เอฟซีโตเกียว(ญี่ปุ่น) 9-0 ชลบุรี เอฟซี(ไทย) ผู้ทำประตู:1-0 โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ น. 7(เข้าประตูตัวเอง),2-0 ทาคุมะ อาเบะ น.9,3-0 เคอิโกะ ฮิกาชิ น.34,4-0 เรียวอิชิ มาเอดะ น.54,5-0 ทาคูจิ โยเนโมโต้ น.55,6-0โคตะ มิซูนุมะ น.61,7-0 ฮิโรกิ คาวาโนะ  น.73,8-0 ชลทิตย์ จันทคาม น.85(เข้าประตูตัวเอง),9-0 ฮิโรกิ คาวาโนะ น.90 เวลา: 17.30 น. สนาม: โตเกียว สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: bugaboo.tv เริ่มเกมส์ปได้แค่ 7 นาที เจ้าบ้านได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ สกัดลูกเตะมุมผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง ให้ เอฟซี โตเกียว ออกนำ 1-0 และถัดมาอีกแค่อึดใจ เจ้าบ้านมาได้ประตูนำห่างจากจังหวะที่ ทาคุมะ อาเบะ ลากเลื้อยเลาะริมเส้นทางซ้ายตัดเข้ากลางแล้วซัดเสียบเสาแรกเข้าไปให้ เจ้าบ้านนำห่าง 2-0 นาที 12 สถานการณ์ตัวแทนจากไทยเกือบแย่หนักเมื่อ โคตะ มิซูนุมะ หลุดไปยิงเหน่งๆแต่คราวนี้ติดเซฟของ ธณชัย หนูราช นาที 29 การป้องกันลูกโด่งของ ชลบุรี ยังมีปัญหาเมื่อปล่อยให้ ยูอิชิ มารุยาม่า โขกลูกเตะมุมเต็มๆ แต่โชคยังดีที่ ณรงค์ จันทร์เสวก ที่ยืนคุมเส้นยังโหม่งสกัดบอลทิ้งออกมาได้ นาที 34 เจ้าถิ่นที่จบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาดมาได้ประตูหนีห่างไอีก เมื่อ ยูเฮอิ ทากูนากะ แบ็กขวาเติมขึ้นมาเปิดบอลเข้าไปตรงกลางให้ เคอิโกะ ฮิกาชิ แปยัดเสาแรกเข้าไปให้ เอฟซี โตเกียวนำ 3-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลัง นาที 54 เคอิโกะ ฮิกาชิ เก็บบอลได้ในกรอบเขตโทษแล้วดึงจังหวะรอเพื่อนเติมก่อนไหลให้ เรียวอิชิ มาเอดะ เติมมาแปเน้นๆ เข้าไปให้ เอฟซี โตเกียวหนี 4-0 และนาที 55 ชลบุรี เอฟซี แย่หนักเมื่อมาเสียประตูเพิ่มอีก จากการทำประตูของ ทาคูจิ โยเนโมโต้ เจ้าบ้านนำห่าง 5-0 นาที 61 ยูเฮอิ ทากูนากะ เติมขึ้นทางขวาอีกครั้งแล้วเปิดบอลไปให้ โคตะ มิซูนุมะ ตวัดยิงที่เสาไกล เอฟซี โตเกียวนำ 6-0  นาที 73 ฮิโรกิ คาวาโนะ ปราดเข้ายิงเผาขนเป็น 7-0 ท้ายเกมนาที 85 ชลทิตย์ จันทคาม สกัดบอลเข้าประตูเอง  และนาทีสุดท้าย ฮิโรกิ คาวาโนะ มาซัดจุดโทษเข้าประตูไป เป็นลูกปิดท้ายให้โตเกียวชนะ 9-0 ผ่านเข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มไปอยู่กลุ่ม อี ร่วมกับ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ (เกาหลีใต้) บินเหยือง (เวียดนาม) และ เจียงซู (จีน) รายชื่อ เอฟซี โตเกียว:ยูตะ อากาโมโต้(GK),ยูเฮอิ ทากูนากะ,มาซาโตะ โมริชิเกะ,ยูอิชิ มารุยาม่า,ยูอิชิ โคมาโนะ,ทาคูจิ โยเนโมโต้,ฮา เดซุง,เคอิโกะ ฮิกาชิ,โคตะ มิซูนุมะ,เรียวอิชิ มาเอดะ,ทาคุมะ อาเบะ ชลบุรี เอฟซี:ธณชัย หนูราช (GK),สุทธินันท์ พุกหอม,ชลทิตย์ จันทคาม,แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส,กรกช วิริยอุดมศิริ, ณรงค์ จันทร์เสวก, นูรูล ศรียานเก็ม (ปกเกล้า อนัตน์ น.46),เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ,ประกิต ดีพร้อม, คิม ชุล โฮ, โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้, เลอันโดร อัสซัมเซา

ซีซันไฟฟ์ เอาใจคนเหงา! ชวนร่วมกิจกรรม ชิงดินเนอร์สุดหรู
SEASON FIVE /  ซีซันไฟฟ์ / 

ซีซันไฟฟ์ (SEASON FIVE) เอาใจคนเหงา! ชวนควงแขนล่ำ ดินเนอร์สุดหรู กับกิจกรรม ME Make You Happy #1 หลังจากปล่อยเรด้าความเหงาจนกระหึ่มไปทั่วต่างจังหวัดแล้ว ล่าสุดเพลง เหงาเท่าอวกาศ ผลงานขึ้นบ้านใหม่จากค่าย มี เรคคอร์ด ของ ซีซันไฟฟ์ ก็ดำเนินกลยุทธ์ป่าล้อมเมืองได้สำเร็จ! จนเพลงนี้ซิวอันดับหนึ่ง ครองแชมป์เพลงฮิตบนชาร์ตเพลงวัยรุ่นได้สำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว เหงาเท่าอวกาศ - SEASON FIVE Feat.ฟักกลิ้ง ฮีโร่ [Official MV] youtube channel : ME RECORDS และเพื่อเป็นการสนองความแรง และฉลองความเหงาที่มาแรงแซงทุกโค้ง! สี่หนุ่ม ซีซันไฟฟ์ เลยผุดกิจกรรมสุดเก๋ สำหรับคนโสด คนเหงา คนที่กำลังนอนเฝ้าคานทอง เตรียมลุกขึ้นมาสะบัดบ๊อบใส่ความเฉากันได้เลย เพราะค่าย มี เรคคอร์ด ใจป๋าจะส่งคิวปิดจำเป็น อย่าง ซีซั่นไฟฟ์ ทั้ง 'เอก-เจย์-จั๊ก-เปา' เสิร์ฟโปรเลิฟจัดหนัก ให้ได้ควงแขนล่ำๆ ของสี่หนุ่มไปอินกับบรรยากาศโรแมนติกริมทะเล เคล้าเสียงคลื่นและเมโลดี้แห่งความรัก แถมฟรีด้วยดินเนอร์สุดหรู ที่คนมีคู่ต้องร้อง 'อู้หู!' เพราะอยากได้อยากโดนบ้าง!!... พร้อมแล้วอย่ารอช้า รีบไปท้าประลองความเหงากับกิจกรรม ME Make You Happy #1 โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ facebook fanpage : MeRecords กันด่วน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เอ็ม ลูกหม่ำ ยอมรับ! เคยเบื่อสังคมไทยจอมปลอม จนอยากกลับเมืองนอก!!
เอ็ม บุษราคัม /  IG เอ็ม บุษราคัม / 

ถือเป็นการเล่าเปิดใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเลยทีเดียว สำหรับ เอ็ม บุษราคัม ลูกสาวคนสวยของตลกชื่อดัง หม่ำ จ๊กมก ที่ล่าสุดโพสต์ข้อความเล่าชีวิต 5 ปีที่แล้วหลังกลับจากเมืองนอก เพื่อมาใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยกับครอบครัว โดยเธอยอมรับว่าช่วงแรกถึงกับร้องไห้ฟูมฟาย เพราะชอบและยึดติดกับไลฟ์สไตล์อิสระของเมืองนอก พร้อมออกปากครั้งหนึ่งเคยเบื่อสังคมจอมปลอมที่นี่ จนเกิดอาการต่อต้านคนรอบข้าง!! "5 ปีแล้วที่กลับมาอยู่ไทย .... 5 years already went by, time flies!! จำได้ว่าช่วงกลับมาแรกๆ นี่ร้องไห้ฟูมฟาย คิดถึงอเมริกาและแคนาดามากมาย เบื่อสังคมจอมปลอมที่ต้องเผชิญ ขี้เกียจปรับตัวเข้าหาใครทั้งสิ้น ปากที่เคยหมามากๆ ก็ต้องฆ่าหมาในปาก (ตอนอยู่ที่นู้นชอบเม้าคนอื่นแบบต่อหน้าต่อตา 5555) รำลึกถึงไลฟ์สไตล์แบบคิดเองทำเอง อยู่คนเดียว กินคนเดียว ร้องไห้คนเดียวจนชิน พอกลับมาเจอผู้คนมากมาย เห้ยยย รำคาญว่ะ .... เกิดอาการต่อต้านคนรอบข้าง ปิดหูไม่รับฟังใครใดๆ ทั้งสิ้น Lost เป็นปีๆ ค้นหาตัวเองไม่เจอว่าเอาไงกะชีวิต ...... แล้วตอนนี้ละ??.....ชีวิตพลิกมากๆ ตั้งแต่เปิดใจยอมรับและปรับตัว ..... เวลามันผ่านไปไวมากๆ จริงๆ มีเรื่องราวทั้งดีและร้ายเกิดขึ้นมากมาย ❤ แต่วันนี้พูดได้เต็มปากว่า "ชีวิตดีมากเพราะบ้านเราน่าอยู่กว่าที่คิดไว้จริงๆ" ☺" เหมือนประโยคที่ว่า "ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเรา" เนอะสาวเอ็ม ขอบคุณภาพจาก IG @emmeemm เอ็ม บุษราคัม-พ่อหม่ำ เอ็ม บุษราคัม เอ็ม บุษราคัม เอ็ม บุษราคัม เอ็ม บุษราคัม

แม่ก็คือแม่! เซเลบ.ไทย คลั่งไคล้ มากันล้นคอนเสิร์ต มาดอนน่า
Madonna /  Madonna Rebel Heart Tour Bangkok / 

เพราะถือเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทย แถมองค์แม่ มาดอนน่า ยังขนโชว์เว่อร์วังอลังการระดับเวิลด์ทัวร์มาเสิร์ฟให้ดูกันอย่างเต็มอิ่ม เลยทำเอา คอนเสิร์ต Madonna Rebel Heart Tour Bangkok Presented by Singha Drinking Water (มาดอนน่า เรเบิ้ล ฮาร์ท ทัวร์ แบงค็อก สนับสนุนโดยน้ำดื่มสิงห์) เต็มเปี่ยมไปด้วยแฟนคลับพันธ์แท้ โดยเฉพาะเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังในทุกวงการของเมืองไทย ซึ่งมารวมตัวกัน ณ คอนเสิร์ตครั้งนี้โดยมิได้นัดหมาย!! ดัง พันกร มาเต็ม (รองเท้าแซ่บมาก!) ชีคุณเต้ และสาวๆ The Face Thailand season 2 คุณแม่น้อย และญาญาญิ๋ง ตู่ ภพธร ก็เลิฟขุ่นแม่ มาดอนน่า เหมือนกัน เก่ง ธชย เปิดรับแนวเพลงทุกสไตล์ เบลล์ ไชน่าดอลล์ มาในลุคแซ่บๆ นางงามและนางเอกคนสวย เมญ่า อ้อม พิยดา มาในลุคสบายๆ แต่ไม่ธรรมดา ซินดี้ สิรินยา สวยเด่นเป็นสง่าจริงๆ แก๊งนี้หน้าคุ้นๆ ทั้งนั้น ไก่ วรายุฑ, ต้อ มารุต และ ป้าแจ๋วมาพร้อมพรั่ง      ใครพลาดคอนเสิร์ต Madonna Rebel Heart Tour Bangkok รอบแรกไป(เพราะบัตรหมดเกลี้ยง) โอกาสสุดท้ายอยู่ที่ คอนเสิร์ตรอบวันที่ 10 กุมภาพันธ์ แล้วนะ! บัตรยังพอมี แล้วเจอกับองค์แม่ได้ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ที่เดิมจ้า~ ภาพจาก www.facebook.com/bectero ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดราม่า! มอไซค์ขายของข้างทาง โดน ตร.ล็อคล้อ-ปรับ 500 บ.
ขายของทางเท้า /  ข่าวตำรวจ / 

ดราม่า! มอไซค์ขายของข้างทาง โดน ตร.ล็อคล้อ-ปรับ500บ. กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Sudarat Buasee ได้โพสต์ภาพคุณลุงท่านหนึ่งจอดรถจักรยานยนต์ขายอาหารข้างทาง แต่สุดท้ายโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อคล้อรถและแจกใบสั่งปรับเป็นจำนวนเงิน 500 บาท โดยเจ้าของภาพได้บรรยายว่า “ ไม่เข้าใจคนทำมาหากินหรือ  ถ้าเป็นพ่อแม่ตัวเองจะทำอย่างไร ให้มาได้ใบสั่ง 500 บาท ขายวันหนึ่งยังไม่ถึงเลย  ไม่คิดจะสงสารคนไทยด้วยกันเลยหรือ แค่จอดขายของ จะโดนเรื่องอะไรกันแน่ใบขับขี่หรือห้ามขาย กระเป๋าเงินลุงก็หายทำบัตรประชาชนใหม่ยังไม่ได้ไปทำใบขับขี่แค่นี้เอง ‪#‎เคยฟังเหตุผลก็บางไหมเข้าใจคนจนบ้างสิ “ โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ได้มีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยแบ่งเป็นสองฝ่าย ซึ่งกลุ่มหนึ่งมองว่าคุณลุงละเมิดกฎหมายจริง เพราะพื้นที่บริเวณดังกล่าวห้ามขายของ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะทำแค่ตักเตือนและควรให้โอกาสคนทำมาหากินด้วย ส่วนอีกฝ่ายกลับมองว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ได้ถูกต้องสมบูรณ์ดีแล้ว หากละเลยไปคุณลุงก็จะกลับมาทำเหมือนเดิมอีก จึงเห็นสมควรที่ยึดกฎหมายโดยไม่ต้องผ่อนปรน ‬ ที่มา สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Sudarat Buasee ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

รักใดเท่าแม่!แม้ป่วยหนักไม่หาหมอ ขอสู้-ดูแลลูกพิการ
ตาบอด /  พิการซ้ำซ้อน / 

ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง! ประหนึ่งคล้ายเสียงบางอย่างกำลังปะทะผนังบ้านไม้เก่า เมื่อก้าวเข้าข้างใน ปรากฎร่าง "หญิงสาว" ซูบผอมราวหนังติดกระดูก อยู่ในสภาพเปลือยกายนั่งตัวสั่น หันศรีษะไปมากระแทกเข้าฝาบ้าน ยิ่งกว่านั้น สองมือซ้ายขวาล้วงเข้าเบ้าควักลูกตาห้อยโตงเตง ผู้เป็นแม่ไม่รีรอ เกรงลูกอันตราย โผกอดแนบกายคว้าผ้าห่มคลุมตัว ก่อนช่วยลูกนำ "ดวงตา" กลับเข้าที่เดิม สองมือประคองปลอบ สองแก้มแปะเปื้อนคราบน้ำตาไหลลงบนหน้าผากลูก คุณแม่ระเบียบ สุตะวิบูลย์ (อี๊ด) อายุ 64 ปี เล่าย้อนความทุกข์ยากของครอบครัวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า น.ส.วันเพ็ญ สุตะวิบูลย์ (นุช) อายุ 35 ปี  ลูกสาว มีความผิดปกติพิการซ้ำซ้อนโดยกำเนิด ทั้งตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ และโรคหัวใจ เนื่องจากคลอดก่อนกำหนดประกอบกับขณะตั้งครรภ์ ตนเองป่วยเป็นโรคหัดเยอรมัน ส่งผลให้คุณนุชต้องเกิดมาในสภาพเช่นนี้ "หมอบอกให้ทำใจ ถามจะเอาไว้ไหม ด้วยความเป็นแม่ รักเขาสงสารเขา จึงขอเอาไว้ หวังออกมาอาจปกติเหมือนลูกอีก 3 คนก่อน แต่ไม่เป็นดั่งหวัง ก็ต้องเลี้ยงเขาต่อไปให้ได้ เอาสมบัติทั้งหมดมารักษาเขา ขายทุกสิ่งจนหมดตัว จนเขาได้ 2 ขวบ หมอบอกว่าพอเถอะ พอแล้ว หมดหนทางรักษาแล้ว"   ย้อนไปหลาย 10 ปีก่อน คุณป้าอี๊ด มีลูกทั้งหมด 4 คน เป็นลูกสามีเก่า 2 คน และลูกสามีใหม่ 2 คน ซึ่งทั้ง 3 คนคลอดออกมาและเติบโตใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ยกเว้น ลูกคนสุดท้อง คือ คุณนุช เมื่อต้องหมดเงินสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับค่ารักษาอาการป่วยของลูก เคราะซ้ำสามีใหม่ก็มาทอดทิ้ง หอบลูกอีกคนหนีตีจากไป ขณะที่สามีเก่าและลูกอีก 2 คนก็ไม่เคยแวะเวียนมาดูดำดูดีใดๆ ปล่อยหญิงชราและลูกพิการต้องเผชิญชะตากรรมต่อสู้-อยู่ลำพังมาถึงวันนี้ "เชื่อไหม ลำพังเงินรับจ้างหาเช้ากินค่ำยังไม่พอเลย บางวันไม่มีเงินสักบาท ต้องไปขอข้าววัดข้าวชาวบ้านมากินกับลูก หอบลูกไปอาศัยอยู่กับใคร เขาก็รังเกียจ จำต้องออกมาหาที่อยู่เอง และหายืมเงินกู้พวกหมวกกันน๊อค พอไม่มีจ่ายก็ถูกซ้อม ยิ่งซ้อมยิ่งเจ็บยิ่งเจ็บยิ่งไม่มีกำลังทำงานแทบไม่ได้ ถูกซ้อมจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล แต่โชคยังเข้าข้างบ้าง เขาตัดสินให้ผ่อนจ่ายแต่เงินต้นได้ ก็หามาโป๊ะเรื่อยๆกว่าจะหมด หมดแล้วก็เป็นหนี้เพื่อปากท้องอยู่ดี" เมื่อหมดหนทางรักษาลูก-ชีวิตถูกทอดทิ้ง สองมือหอบลูกร่อนเร่กลับมายังบ้านเก่าย่านซอยเรวดี หวังตั้งรากฐานชีวิตใหม่ โชคยังดีที่ฟ้าเมตตาประทานเพื่อนบ้านมีน้ำใจ คุณบุญช่วย อ่ำสอน (หลี) อายุ 68 ปี ผู้ให้เช่าบ้านราคาถูกเพียง 1 พันบาท พร้อมช่วยดูแลลูกเมื่อออกหางานนอกบ้าน แต่ก็ไม่มีใครอยากได้ "หญิงชรา-ป่วยโรคกระดูกทับเส้น" เข้าทำงาน พี่สาวป้าหลีจึงเอื้อเฟื้อเปิดพื้นที่หน้าบ้านติดถนนให้ตั้งโต๊ะค้าขายผลไม้ แต่รายได้ก็ไม่พอจ่าย ยังต้องกู้หนี้ยืมสินอยู่ดี ชีวิตยิ่งวิกฤตหนักเมื่อปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ บ้านที่เขาให้เช่ากลับถูกน้ำท่วมเสียหาย ต้องหอบลูกหนีไปอาศัยอยู่ที่อื่น ด้วยความเวทนา 2 แม่ลูก ป้าหลีพร้อมเพื่อนบ้านรายอื่นๆได้แจ้งเรื่องความช่วยเหลือไปยังเทศบาลนครนนทบุรี ทางเทศบาลฯจึงเข้ามอบสิ่งของยังชีพพร้อมซ่อมแซมบ้านเช่าที่ถูกน้ำท่วมหนักให้ตามโครงการบ้านท้องถิ่นไทยเทิดไท้องค์ราชัน และส่งเจ้าหน้าที่ติดตามความเป็นอยู่ "ตอนน้ำท่วมใหญ่ ชีวิตลำบากมาก ต้องระหกระเหินไปหาที่อยู่ ไปอยู่ไหนใครก็ไล่ แต่ดีที่ป้าหลีและเพื่อนบ้านแจ้งเทศบาลฯมาช่วย โดยเฉพาะซ่อมบ้านและติดเหล็กดัดให้ เพื่อป้องกันคนเข้ามาทำไม่ดีต่อลูก เพราะลูกแก้ผ้าเดินอยู่ในบ้านตลอด ช่วงนั้นเป็นห่วงมาก เพราะเคยเกิดเหตุบ่อย ก็ได้เพื่อนบ้านที่ช่วยกันสอดส่อง" เปิดใจ...คุณแม่ระเบียบ เมื่อบ้านเช่าซ่อมแซมเสร็จประกอบกับมีเพื่อนบ้านใจดี ป้าอี๊ดก็กลับมาปักหลักอยู่บ้านหลังเดิม พร้อมกับของใช้เก่าๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ พัดลมที่ไว้ดับร้อนให้กับลูก พัดลมเพดานและพัดลมตั้งพื้น ได้รับบริจาคจากเพื่อนบ้าน และได้ทางการไฟฟ้ามาช่วยติดตั้งให้ พร้อมกำชับข้อห่วงใย ห้ามเปิดพัดลมตัวเดียวตลอดทั้งวัน หมั่นสลับใช้ตัวอื่น กังวลว่าบ้านหลังนี้อาจเสี่ยงไฟไหม้ เรื่องกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบ้านจากการขับถ่ายของลูก เป็นอีกข้อกังวลของป้าอี๊ด ที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดบ้าน เพราะต้องออกไปตลาดคลองถมแต่หัวรุ่งเพื่อหาซื้อผลไม้มาขาย กว่าจะได้กลับเข้ามาบ้านแต่ละวันก็มืดค่ำ ทำได้เพียงแค่แวะมาดูลูกที่บ้านได้ไม่กี่นาที และการมาแต่ละครั้งต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไป-กลับ เสียเงินราว 20 บาทต่อครั้ง แม้ระยะทางจากที่ขายของถึงตัวบ้านห่างเพียงไม่ถึงกิโลเมตร ก็ไม่สามารถเดินเหินมาได้ เนื่องจากเจ็บปวดจากโรคอาการกระดูกทับเส้น "ทุเรศตัวเองนะ แต่ละวันแค่จะแว๊บไปดูลูก ทางไม่ถึงโล ยังแทบเดินไปไม่ได้ ต้องมาเสียค่าวินฯนั่งไปกลับอีก เจ็บแค่ไหนก็ต้องแบกร่างไปหาลูกให้ได้ ห่วงไปหมด กลัวใครมาทำอะไร กลัวเขาหกล้มเจ็บหรือทำร้ายตัวเองอีก กลัวไฟไหม้ กลัวสารพัด เหตุผลที่ไม่ไปหาหมอมากว่า 10 ปี ก็เพราะเราเป็นห่วงเขามากมากกว่าเราห่วงตัวเอง" เมื่อพูดถึงอาการป่วยของลูก คุณนุชป่วยพิการซ้ำซ้อนตั้งแต่ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ โรคหัวใจ ลมชัก  ร่างกายร้อนตลอดเวลาถึงขั้นใส่เสื้อผ้าไม่ได้มากกว่า 30 ปี และทีมข่าวถึงกับตกใจ ขณะเมื่อสัมภาษณ์ป้าอี๊ด คุณนุชได้พยายามควักลูกตาออกมา จนป้าอี๊ดต้องช่วยนำใส่เข้ากลับที่เดิม ซึ่งเป็นอีกอาการป่วยที่น่าเป็นห่วง เพราะคุณนุชมักควักลูกตาออกอยู่บ่อยครั้ง "ไม่ต้องตกใจหรอก เป็นเรื่องปกติ เขามักจะควักลูกตาออกมาเล่นประจำ เพราะเขาอยากมองเห็น ความมืดมันน่าเบื่อน่ากลัวสำหรับเขา ไม่อันตรายแล้ว แรกๆที่เขาควักออกมาป้าและใครๆก็ตกใจ เขาก็ไม่มีอาการเจ็บและไม่มีเลือดหรืออะไรไหลออกมาแล้ว เพราะตาเขามันทั้งบอดและไร้ความรู้สึกใดๆมานานแล้ว" อ่างปูนหน้าประตูบ้าน มีน้ำใส่ไว้อยู่ครึ่งอ่าง แต่เหตุใดน้ำกลับไม่สะอาดและมีกลิ่นเหม็น? ป้าอี๊ดบอกว่า อ่างนี้คืออีกหนึ่งสิ่งแสนเวทนาสำหรับลูก เพราะนอกจากเขามักขับถ่ายบนที่นอนของตนเองเป็นประจำแล้ว แต่ในบางครั้งเพื่อรอแม่กลับมาจากทำงาน เขาจะนั่งแก้ผ้ารอและลงไปขับถ่ายอยู่ในอ่างนั้น หากป้าอี๊ดยังล่าช้าไม่กลับมา เพื่อประทังความหิวโหย น้ำผสมสิ่งขับถ่ายนั้น คือ อาหารของเขาในทันที "สุดเวทนาเลย วันไหนป้ากลับมาช้า เขารอไม่ไหว เขาก็จะกิน (ฉี่-อึ) ของเขาเองในอ่างน้ำ ป้าเคยกลับมาเห็นต่อหน้า ถึงกับร้องไห้วิ่งเข้ากอดลูกเลย และขอโทษลูกเสมอที่ป้ากลับมาช้า และโทษตัวเองที่ต้องทำให้ลูกตกอยู่ในสภาพนี้" สิ้นเสียงร้องไห้ มือซ้ายปาดน้ำตา มือขวาลูบคลำลำตัวลูก พร้อมพูดว่า ป้าอี๊ดจะไม่มีวันทิ้งลูก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม จะอยู่ดูแลกันไปจนวันตายจาก ไม่สนคำครหาที่ว่า "รังแกลูก" ไม่ปล่อยให้ใครมารับลูกไปดูแล ไม่ว่าจะเป็นแต่สถานสงเคราะห์หรือสถานที่ใดๆ เพียงหวังความเข้าใจในหัวอกของคนเป็น "แม่" แม้จะลำบากยากเข็ญเพียงไร ก็ไม่มีวันทอดทิ้งลูก และ หวังให้สังคม "เห็นใจ" หากใครมีเมตตา-ให้ความช่วยเหลือ "ขอบคุณ MThai ที่มา และ ขอบคุณผู้ใจบุญทั้งหลาย หากได้ดูและอยากช่วยเหลือพวกเรา และอยากให้สังคมเข้าใจป้า เพราะรักลูก จึงไม่อยากให้ใครเอาไป ไม่วางใจว่าใครจะดูแลและรู้ใจเขาได้เท่าเรา และที่สำคัญ เพราะความเป็นแม่ ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม ป้าก็ทิ้งเขาไม่ได้ ไม่มีวัน เราจะตายจากไปด้วยกัน"  คำวิงวอนขอความช่วยเหลือ...คุณแม่ระเบียบ MThai News ขอเป็นกำลังใจกับครอบครัวคุณแม่ระเบียบ และหากผู้ใดใจบุญต้องการให้ความช่วยเหลือ สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชี นาง ระเบียบ สุตตวิบูลย์ เลขที่ 057-1-39218-6 ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา สาขา ติวานนท์ (แคราย) หรือ มอบสิ่งของบริจาคได้บ้านเลขที่ 77/35 ม.4 ซ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี หรือ โทรติดต่อ 086-972-3758 (ป้าระเบียบ) / 086-339-0876 ป้าหลี (เพื่อนบ้านช่วยเหลือป้าระเบียบ) ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน / ภาพ  แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ตื้นตันใจ! ชาวนาร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวผืนนา 'ทรงพระเจริญ'
ข้าว /  ทำนา / 

ตื้นตันใจ! ชาวนา จ.นครสวรรค์ ร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวบนผืนนา 'ทรงพระเจริญ' เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากกรณีที่นายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ อายุ 45 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 3 ต.บางพระหลวง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สร้างความฮือฮาด้วยการได้เนรมิตพื้นที่การเกษตรกว่า 2 ไร่ของตนเอง ทำนาข้าว โดยมีการปลูกต้นข้าวเรียงรายให้ออกมาเป็นรูปตัวอักษรพยัญชนะไทย คำว่า “ทรงพระเจริญ” เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างความสวยงามอย่างมาก จนถึงขั้นมีผู้คนต่างเดินทางไปถ่ายภาพความสวยงามกันอย่างไม่ขาดสาย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ 9 ก.พ. นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ พร้อมด้วย พล.ต.บุญยืน อินกว่าง ผบ.มทบ.31 และหัวหน้าส่วนราชการ เดินทางไปร่วมกันทำพิธี ลงแขกเกี่ยวข้าวที่แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" หลังถึงฤดูที่จะต้องเก็บเกี่ยวพันธุ์เมล็ดข้าวตามกำหนดครบ 3 เดือน โดยมีนายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ เจ้าของแปลงนาดังกล่าว ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงนักเรียนนักศึกษา กว่า 300 คน มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวกันอย่างคึกคัก ส่วนเมล็ดพันธ้าวที่เก็บเกี่ยวได้ เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวปัง กข 41 ซึ่งนายจีรพงษ์ มีความประสงค์ที่จะเก็บส่วนหนึ่งไว้ทำนาในฤดูกาลต่อไป ขณะที่เมล็ดข้าวอีกส่วนหนึ่ง ได้ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นำแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว ให้นำไปปลูกในแปลงของตนเอง เพื่อเสริมความเป็นมงคล ทางด้านด้าน นายจีรพงษ์ เปิดเผยว่า แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" ผืนนี้ ตนมีความตั้งใจทำอย่างมาก ที่จะทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศมาโดยตลอด ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี จนมาถึงวันนี้ ครบ 3 เดือนที่จะต้องเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ปลูกไว้แล้ว ยิ่งทำให้ตนรู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก ซึ่งในส่วนของการทำนาครั้งต่อไป ตนจะทำแบบนี้ทุกปี เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังสามารถทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

7 เคล็ดลับ เติมรสชาติ เซ็กส์ ให้คู่รักที่กินตับกันมานาน กลับมาขึ้นสวรรค์อีกครั้ง
sex /  เซ็กส์ / 

คงปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าสำหรับคู่รักบ้างคู่ที่นอนด้วยกันมานาน มันต้องเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีอาการเบื่อกันบ้าง วันนี้ Men.MThai จะพาไปดู 7 เคล็ดลับง่ายๆ ในการเพิ่มรสชาติให้กับลีลารักบนเตียงของเรากับแฟนสาว ให้กลับมาขึ้นสวรรค์ชั้น 7 อีกครั้ง แบบที่ทำกันได้ทั้งปีไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียว จัดหนักกันในตอนเช้า ซึ่งมันได้รับการพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าการปฏิบัติกิจกันในตอนเช้านั้นดีที่สุดสำหรับมนุษย์เรา มันเหมือนเป็นการเริ่มต้นวันที่ดีด้วยการปลดปล่อยพลังรักไปด้วย ถ้าไม่มีโอกาสก็อย่างน้อยให้ได้ซัก 1 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ยังดีครับ จัดกันตั้งแต่ลืมตาตื่นเลยก็ได้ลองสะกิดเธอดูในตอนเช้า หรือจะลองเล่นแบบรักหลับก่อนเธอจะตื่น มันก็ตื่นเต้นไปอีกแบบรับลองฟินแน่นอน เล่นเซอร์ไพรส์กันซักหน่อย อันนี้รับลองว่าแม้แต่คนที่ไม่ชอบเซอร์ไพรส์ก็รับรองว่าต้องยอมแน่นอน เพราะการเซอร์ไพรส์นั้นแก้ได้ตรงจุดที่สุดในการแก้ความน่าเบื่อจำเจของชีวิตคู่ แม้แต่เราเจอแฟนสาวใส่ชุดเซ็กซี่นอนรออยู่เรายังรู้ตื่นเต้นเลย ลองจู่โจมพวกเธอแบบที่ไม่ทันตั้งตัวดูบ้าง สร้างความประหลาดใจให้พวกเธอดู รับรองอารมณ์พุ่งปี๊ดสุดๆ ทำเหมือนเราได้พบกันครั้งแรก หากเราจะยังพอจำความรู้สึกครั้งแรกก่อนที่เราจะมี เซ็กส์ กับเธอได้ ครั้งนั้นเป็นครั้งที่เราจะรู้สึกตื่นเต้นที่สุด เป็นความรู้สึกที่ทั้งกลัวแล้วตื่นเต้นว่าเซ็กส์ในครั้งนี้จะออกมาดีหรือเปล่า แล้วเธอจะชอบมันไหม ลองทำเป็นสวมบทบาทดูก้ได้นะครับ เช่น เราไปลองไปผับกันหรือสถานที่แปลกๆ แล้วลองทำเป็นไม่รู้จักกัน จากนั้นก็หิวเธอกลับมาจัดหนักจัดเต็มเรียกได้ว่าสะอื้นกันเลยทีเดียว ประโยชน์จากเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยที่ดี ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนำดิลโด้มาช่วยตอนมีเซ็กส์นะครับ แหม่... เกิดเธอติดใจแล้วไม่ต้องการเราขึ้นมาจะยิ่งเละเทะไปกันใหญ่ชีวิตคู่ เทคโนโลยีในที่นี้ผมหมายถึงการคุยไลน์หรือแชทกับเธอนั้นเอง จากที่เคยถามเรื่องทั่วไปให้น่าเบื่อลองเปลี่ยนเป็นคุยทางลามกหน่อยๆ อาจจะเป็นในเวลางานหรือเวลาทั่วไป ตรงนี้จะเพิ่มความอยากกระตุ้นอารมณ์ให้เราอยากเจอกันมากขึ้นด้วยครับ และรับรองพอกลับบ้านมาพบกันก็ใส่กันยับแน่ ฮ่าๆ ลองเปลี่ยนสถานที่ดู เหมือนวลีตลกๆ ที่ว่า ความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง ลองที่ระเบียงบ้างก็ได้ อันนี้เรื่องจริงนะครับ ฮ่าๆ กินกันบนเตียงมาแล้วเป็นร้อยๆ ครั้งมันก็ต้องมีเบื่อเป็นเรื่องแน่นอน แต่ผมก็ไม่ได้บอกให้ไปจัดหนักกันที่ระเบียงจริงๆ นะครับ เปลี่ยนสถานที่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงที่สาธารณะให้ชาวบ้านดูกันเป็นของฟรีเดี๋ยวจะมีคลิปหลุดมาละชีวิตพัง หมายถึงลองเปลี่ยนจากเตียงไปที่โซฟา ห้องครัว โต๊ะทำงาน ห้องน้ำ หรือถ้าความสามารถเยอะจะโหนราวบันไดก็ได้นะครับ ฮ่าๆ จัดหนักกับท่าแปลกๆ อันนี้รับรองเติมอารมณ์รักกันกับมาเต็มร้อยแน่นอน เปิดโลกใหม่ให้เธอด้วยการชวนเธอดูหนังโป๊ อันนี้ค่อนข้างยากนิดนึงเนื่องจากอย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่ามันพวกเธอนั้นมักไม่ค่อยถูกกับหนังพวกนี้ แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าเธอลองดูด้วยรับรองว่ามันจะจุดอารมณ์พีคแบบแปลกให้เธอแน่นอนจนต้องอุทานว่า เฮ้ย!! เซ็กส์มันมีแบบนี้ด้วยหรอ? อาจจะลองทำตามท่าแปลกๆ ตามในหนัง อาจจะจัดตามให้สมบทบาทถึงอารมณ์สุดๆ ลยก้ได้ แต่เตือนไว้ก่อนนะครับ ต่อให้เธอยอมดูด้วย แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะไปงัดขุมทรัพย์แร่ไอเทมหาอยากทั้งหมดที่คุณมีมาโชว์ให้เธอดู จุดนี้พวกเธอมีคอบเขตและขีดจำกัดนะครับ ฮ่าๆ เปลี่ยนบรรยากาศชมวิวภูเขา,ทะเล อันสุดท้ายนี้รับรองว่าจะเติมรสชาติรับให้กลับมาเต็มอารมณ์ตลอดทั้งปีแน่นอน โดยการวางแผนออกไปเที่ยวกัน อันนี้เปลี่ยนสถานที่ของจริงครับ อย่างน้อยก็เดือนละครั้งแล้วมันยังถือเป็นการพักผ่อนไปในตัวด้วย เปลี่ยนบรรยากาศจากบ้านหลังเดิมที่กินกันมานาน ไปฟิตเจอริ่งกันไปพร้อมทั้งชมวิวทะเลหรือภูเขากันไปตอนจัดหนักรับรองว่าเปลี่ยนอารมณ์ได้สุดๆ 12 เดือน 12 ที่ พีคตลอดทั้งปีไม่มีเบื่อแน่นอนครับ ฮ่าๆ เนื้อหาโดย Men.MThai

‘ศรุต ขันวิไล’  สตันต์เลือดไทยโกอินเตอร์
BIOSCOPE /  Ip man 3 / 

ศรุต ขันวิไล "ในวันที่ข้าพเจ้าได้ต่อยกับ ดอนนี่ เยน" เรียบเรียงโดย วรากร พูลแสง น้อยคงนักที่รู้ว่า ยังมีคนไทยอีกคนที่ไปโลดแล่นในระดับอินเตอร์  ไม่เพียงรอยช้ำทางร่างกาย เขายังต้องฝ่าฟันอุปสรรคจนก้าวขึ้นมาเป็นทีมสตันต์แถวหน้าของเมืองไทย  เขาคนนี้มีผลงานประจักษ์สายตามานานมากแล้ว แต่คนไทยหลายคนไม่ค่อยรู้จักเขา ' ไซม่อน กุ๊ก ' หรือ ศรุต ขันวิไล ศรุต ขันวิไล หรือ Simon kuke  เริ่มต้นจากการชักชวนเข้าวงการ โดย พันนา ฤทธิไกร  ให้มาเป็นสตันต์ให้กับ จา พนม ใน 'องค์บาก 2' และ 'ต้มยำกุ้ง' ส่วนใหญ่เป็นฉากเสี่ยงตายและฉากโดนกระทำ  เรียนจบจากวิทยาลัยพละศึกษา มหาสารคาม  โดยศรุตโลดแล่นมาในเบื้องหลังวงการบันเทิงมากกว่า15แล้ว  ด้วยกระแสหนังแอ็กชั่นบ้านเราซบเซาลง ตลาดหนังบ้านเรา ตอนนั้นก็เป็นหนังคอเมดี้ ทีมสตันต์แมนก็เริ่มกระจาย  พออย่างนั้นก็เริ่มมีปัญหาทางบริษัท และสุดท้ายเขาก็แยกตัวออกมาเพื่อค้นหาตัวเอง จากนั้น 15 ปี ระหกระเหินเดินก้าวบนทางสายนี้มาโดยตลอด ถึงแม้ไม่โด่งดัง แต่ก็ไม่ย่อท้อ สู้ฟันฝ่ามานะจนถึงวันนี้ที่ไม่เพียงคนไทยจะได้รู้จักเขาอย่างกว้างขวาง หากแต่ยังดังไกลไปถึงเมืองนอกเมืองนา กับบทบาทล่าสุดในหนัง “ยิปมัน 3” (Ip Man 3) ฉากต่อสู้กันในลิฟท์ระหว่างปรมาจารย์ยิปมันกับศรุตนั้น กลายเป็นอีกหนึ่งฉากสำคัญฉากหนึ่งที่ถูกใจคนดูไม่ใช่น้อย ศรุตเล่าว่า  “รู้สึกดีใจที่ได้มาเล่นกับดอนนี่ เยน  ตอนไปถ่ายทำ เป็นเหมือนกับนักแสดงคนหนึ่ง เขาให้สำคัญไม่น้อยกว่าซีน ไมค์ ไทสัน เลย  ซึ่งตอนแรกที่ให้เล่น จะให้เล่นลุคที่น่ากลัว  เลยต้องเล่นกล้ามเพิ่ม    ด้านหยวน วู ปิง เป็นผู้กำกับคิวบู๊ที่เป็นมาเชียล อาร์ต  ด้วยไอดีความคิดไม่เหมือนใคร ชอบเป็นคนทำคิวบู๊ที่มีความอาร์ต อธิบายด้วยภาพ สิ่งเล็กๆจะไม่มองข้ามเลย  เขาทำออกมาแล้วดูกลมกลืน ไม่ออกเป็นมวยไทยมาก  ไม่แพ้หมดรูปเท่าไหร่   ออกแบบมาเพื่อให้สมจริงที่สุด” ศรุตมองว่า “โอกาสสตันต์ไทยในต่างประเทศ ถือว่ามีมาก เขาจะชอบสตันต์แมนไทย เพราะสามารถทำอะไรก็ได้ และค่าตัวถูก  ถ้าเทียบกับเมืองนอก จะมีเกรดของสตันต์  ถ้าฝึกจบ มีงานแน่นอน  หนังรองรับเยอะ  บ้านเรา ใครๆก็อยากเป็นสตันต์   มันไม่มีมาตรฐานของสตันต์แมน  บ้านเราเอาราคาถูกไว้ก่อน  วงการสตันต์แมนไทย จึงไม่ไปไหนสักที  ถ้าบ้านเรามีเกรด แบ่งประเภท  ให้เกรดที่ถูกต้อง  จะเป็นสิ่งดี มันก็จะส่งผลต่อรายได้ด้วย “ ในที่สุดแล้ว ความฝันสูงสุดของศรุตนั่น คือการได้กลับมาทำหนังสักเรื่องที่เป็นของตัวเอง หากแต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือการสร้างตัวตนในฐานะนักแสดงเบื้องหน้า ก้าวที่เขาพึ่งเริ่มต้นซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จกันต่อไป คลิปสัมภาษณ์ การทำงานในกองถ่าย 'ยิปมัน3' https://www.youtube.com/watch?v=AFT5iYbaLOE

(จะ) อยู่ก่อนแต่งหรือ (จะ) แต่งก่อนอยู่  สาวมั่นยุคใหม่ คิดยังไงกันนะ ?
cohabitation /  couple / 

(จะ) อยู่ก่อนแต่งหรือ (จะ) แต่งก่อนอยู่? สาวเปรี้ยวปรี้ดดด หลายคนอาจบอกว่า ‘อยู่ก่อนแต่ง’ ยุคนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ทำไม๊สาวๆหลายคนถึงยังต้องการ ‘มีงานแต่ง’ ก่อนจะตัดสินใจ ‘กิน อยู่ หลับ นอน’ กับ ‘ผู้ชาย’ สักคน ! ลองมาฟัง เหตุผลอันน่าสนใจของ 3 สาวจาก 3 อาชีพ กันค่ะ กัปตันไผ่ (พิชา คล่องพิทยาพงษ์) นักบินหญิงลุคเท่ วัย 34 ปี ของสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส อยากจะ ‘แต่ง’ ก่อนจะ ‘อยู่’ ? กัปตันไผ่ : คิดว่าถ้าเลือกได้ ถ้าทุกอย่างลงตัว ทุกคนก็คงอยากจะแต่งงานกัน แต่อาจจะติดอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาสองคน แต่ไผ่ก็ไม่ได้ มองว่าการอยู่ด้วยกันก่อนเป็นเรื่องผิด เพราะคนที่อยู่ด้วยกันก่อนก็คงมีเหตุผลของเขา ถ้า ‘เขา’ ชวนให้ ‘อยู่กันก่อนแต่ง’ กัปตันไผ่ : ถ้าใครมาชวนอยู่ก่อนก็จะบอกงั้นแต่งกันเลย เพราะอายุมันไม่รอท่าแล้ว (หัวเราะ) 34 แล้ว จะมาอยู่ดูกันก่อน แล้วเมื่อไหร่จะได้แต่ง เสียเวลามาลองอยู่...แล้วด้วยอาชีพนักบิน ที่เดี๋ยวก็ต้องไปบิน เดี๋ยวก็ต้องไปบิน จะลองอยู่ก่อน หรือแต่งก่อน ก็คงแทบไม่ต่างกัน เพราะ อีกอย่างไผ่คิดว่าถ้าอยู่กันก่อนแล้วไม่เวิร์ค มันก็ต้องเริ่มต้นใหม่อยู่ดี เปลืองตัว เปลืองชื่อ ...คนรุ่นพ่อแม่เรา เขายังอยู่กันมาได้หลังแต่งงานโดยที่ไม่เคยได้ลองอยู่กันมาก่อน ชีวิตคู่มันเป็นเรื่องของการที่ต้องจูน ต้องปรับตัวเข้าหากันบ้างอยู่แล้ว ถ้าคนรุ่นก่อน ทำได้เราก็ต้องทำได้ เพียงแต่อาจจะต้องมีความอดทนมากกว่าคนในปัจจุบัน ที่การหย่าร้างมันง่ายมาก กระทบกระทั่งกันนิดหนึ่งก็เก็บของออกจากบ้านแล้ว... หมอผักบุ้ง (ศิรินทิพย์ ลาวัณย์รัตนากุล) ทันตแพทย์หญิงมาดนิ่ง เจ้าของคลินิกทันตกรรมพร้อม (Prompt Dental Clinic) วัย 31 ปี อยากจะ ‘แต่ง’ ก่อนจะ ‘อยู่’ หมอผักบุ้ง : เวลาได้ยินว่าใครเขาอยู่กันก่อนแต่ง ก็ไม่ได้คิดว่าเขาทำผิดหรือว่าทำถูกนะคะ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นความคิดที่แตกต่างของแต่ละคน  แต่โดยส่วนตัวคิดว่าจะไม่อยู่ก่อนแต่ง เพราะเป็นคนมีกฎเกณฑ์เยอะ อีกอย่างคืออยากให้มีความพิเศษในการขยับสถานะจากคนที่ คบกันแบบแฟนมาเป็นคนที่จะอยู่ด้วยกัน ดิฉัน : หมอบุ้งจะไม่ยอมอยู่ก่อนแต่งแน่ๆ หมอผักบุ้ง : แม้แต่ไปเที่ยวด้วยกัน 2 คนยังไม่ไปเลย ต้องมีเพื่อนหรือคนที่สามไปด้วย คือในความรู้สึกของบุ้ง ถ้าทำอย่างนั้นเราจะรู้สึกผิดกับพ่อแม่ที่เขาตั้งใจเลี้ยงเรามา แล้วพรหมจรรย์ของเรา บุ้งคิดว่ามันควรต้องมอบให้คนพิเศษ คือสามีของเราในวันแต่งงาน ...ถ้าเรามีลูก เราจะสอนลูกอย่างไรเราจะกล้าพูดได้อย่างไร ว่าหนูอย่าทำอย่างนั้น เพราะบุ้งคิดว่าถ้าเราจะสอนใคร เราควรทำได้ก่อน.... แป้น (ปิยะนุช แป้นน้อย) นักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย อายุย่าง 27 ปีที่ได้รับการยกย่องจากเหล่าติ่ง และแฟนเพจหลายล้านคนให้เป็น 'ลิเบอโร’ (ตัวรับอิสระ)หรือ ‘จอมขุดหน้าหวาน’ อยากจะ ‘แต่ง’ ก่อนจะ ‘อยู่’ แป้น : ความรักนะคะ ใครจะบอกได้ว่าเราจะแต่งกับคนที่เราคบหาอยู่หรือไม่ ถ้าอยู่กันแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะแต่งก่อนหรืออยู่ก่อน หนูว่าก็โอ.เค.ละ และ ไม่ได้มองว่าการอยู่กันก่อนเป็นเรื่องของการไม่รักศักดิ์ศรีหรือไม่รักนวลสงวนตัว ยุคนี้แล้ว ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะเลือก ถ้า ‘เขา’ ชวนให้ ‘อยู่กันก่อนแต่ง’ แป้น : ถ้าชวน...ก็คงปฏิเสธค่ะ เพราะด้วยหน้าที่เรา ด้วยภาระที่เรามีอยู่ หนูยังไม่พร้อม ดิฉัน : แล้วถ้าวันหนึ่ง ไม่ได้เป็นนักกีฬาทีมชาติแล้ว แล้วแฟนชวนว่า...อยู่ด้วยกันเหอะ แป้น : ก็จะบอกเขาว่างั้นก็แต่งเลยเหอะ(หัวเราะ) เพราะสำหรับหนู ไม่ว่าจะอยู่ก่อนหรือแต่งเลย ก็ต้องใช้เวลาในการศึกษากันเหมือนกัน ...ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็มีสิทธิ์ทำอะไรในฐานะภรรยาได้เต็มที่ แต่ถ้าอยู่ก่อน แต่ยังไม่แต่ง ทำอะไรก็อาจไม่เต็มที่เหมือนคนที่แต่งงานกันแล้ว... ‘การแต่งงาน’ คือ ‘ความพิเศษ’ หมอผักบุ้ง : การแต่งงาน การทำพิธีทุกอย่างให้ถูกต้อง คือเรื่องการ ให้ความสำคัญ คือเรื่องของความพิเศษ มากกว่าเรื่องของการแคร์สังคม คำว่าพิเศษไม่ได้หมายความว่าต้องจัดงานแต่งใหญ่โต เชิญแขกมาร่วม งานเป็นพัน เพียงแต่บุ้งต้องการความพิเศษของแขกที่เราเชิญ คือเขาต้อง เป็นคนที่สำคัญกับเราจริงๆ เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจ กัปตันไผ่ : การแต่งงานเป็นความศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง ถ้าเราได้ก้าวเข้าไป ตรงนั้น ก็เหมือนเป็นอีกสเต็ปหนึ่งการจะเลิกกัน หรือเก็บของออกจากบ้าน ก็ต้องคิดมากกว่า ไผ่ไม่อยากข้ามสเต็ป คือถ้าไปกันง่ายๆ ก็อาจจะออกมา ง่ายๆเหมือนกัน  ‘แต่งงาน’ แล้วอาจะไม่ ‘Happy Ending’ กัปตันไผ่ : การแต่งงานมันอาจจะเป็นแค่เครื่องมือ ให้เราฝ่าฝัน ข้ามไปด้วยกัน แต่จะอยู่ยั้งยืนยงไหม การแต่งงานคงไม่ใช่คำตอบเพราะพอใช้ชีวิตกันไป มีปัญหาต่างๆเขามา ก็อยู่ที่ว่าทั้งคู่จะร่วมกันแก้ปัญหาได้ดีแค่ไหน หรือว่าเอา ปัญหาเข้ามาที่บ้านมากแค่ไหนมากกว่า แต่อย่างน้อยถ้ามีงานแต่งงาน มีความทรงจำที่ดีต่อกัน มันอาจจะเป็นกำลังใจให้นึกถึงวันนั้น และอาจจะ พร้อมที่จะกลับมาเริ่มกันใหม่ หมอบุ้ง : เพราะทุกวันนี้ที่เรามีแฟน เดี๋ยวก็ทะเลาะกันจุกจิก เดี๋ยวก็ดีกัน อยู่แล้วละ มันอยู่ที่การปรับตัวเข้าหากันหรือยอมรับในกันและกันได้ มากน้อยแค่ไหนมากกว่า แป้น : อนาคตไม่มีใครบอกได้หรอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไหม แต่การแต่งงานเหมือนการย้ำเตือนเราว่า มีอีกคนเข้ามาในชีวิตนะ เราควรดูแลเขา และเขาก็ควรดูแลเรา แต่ถ้าอนาคตมันเกิดต้องแยกกัน ก็ต้องยอมรับความจริง เหตุผลของ 3 สาว อาจเหมือน หรือต่างไปจากเหตุผลของอีกหลายคน แต่ถ้าเลือกแล้ว (ไม่ว่าจะ ‘แต่งก่อน’ หรือ ‘อยู่ก่อน’) และมั่นใจว่า ไม่ได้ทำผิด หรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร...ก็อย่าได้แคร์ แต่ก็อย่าลืมหยุดเพื่อ ‘คิด’ และหยุดเพื่อ ‘เลือก’ กันสักนิดนะคะ

ตะลุย 8 ร้าน 8 สไตล์ หลากหลายสัญชาติสำหรับวันวาเลนไทน์นี้ ที่ Eight Thonglor
Eight Thonglor /  KTC / 

ทีมงาน MThai มีโอกาสได้รับเชิญจากทางบัตรเครดิต KTC เนื่องจากเราแอบได้ยินมาว่าทาง KTC จัดแคมเปญใหญ่ร่วมกับ Eight Thonglor ฉลองครบรอบ 8 ปี ภายใต้ชื่อว่า “Happy8 Dining กับบัตร KTC” ต้อนรับวันแห่งความรักในเทศกาลวันวาเลนไทน์ 2016 เหมาะสำหรับทีมกินเที่ยวอย่างพวกเรา เรียกได้ว่างานนี้มีตัวเลือกให้ถึง “8 ร้าน 8 สไตล์ยิ่งใหญ่สมกับเป็น Eight Thonglor” “Welcome drink เป็นชามะนาวในขวดแสนเก๋จาก One Two Tea” 1.Sushi CYU & Carnival Yakiniku เริ่มต้นกันที่ร้านแรก “ซูชิจู แอนด์ บาร์บีคิว คาร์นิวัล ยากินิคุ” เป็นร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสุดแสนพรีเมียม ที่มีตั้งแต่ซูชิและปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น โดยวันนี้ได้รับเกียรติจากเชฟของทางร้านมาอธิบายถึงเมนูอาหารของร้าน ซึ่งโดยปกติแล้วจะหาเวลาเจอตัวได้ยากทีเดียวค่ะ ระหว่างรอไฮไลท์เด็ดของทางร้านซึ่งก็คือยากินิคุ ที่ใช้เนื้อวัวไทยเฟรนส์ A4,A5 ทางร้านก็นำซูชิมาเสิร์ฟบอกว่าเป็นของทางเล่นระหว่างรอ แต่พอทีมงานได้ชิมแล้วบอกเลยว่าปลาสดมากกกก เกินกว่าจะเป็นของทางเล่นอีกนะจ๊ะ ใครมาก็อย่าลืมสั่งเซ็ทนี้ดูนะ เนื้อวากิวระดับตำนาน บอกเลยว่าที่ร้านติดหนึ่งในห้าอันดับเนื้อวากิวที่ดีที่สุดสำหรับคนรักเนื้อจะต้องมาลิ้มลองทาน ด้วยประสบการณ์กว่า 24 ปีจากประเทศญี่ปุ่น การันตีเรื่องคุณภาพดีงามแน่นอน (แค่เห็นลายก็สวยงามน้ำลายไหลกันแล้วใช่ไหมละ) “วิธีการทานโกเบแบบออริจินอลและสันคอ” จากภาพแยกกันออกไหมจ๊ะ ว่าแบบไหนโกเบปกติหรือแบบไหนเป็นสันคอ มาเริ่มกันจากเนื้อตัวลายสวยงามจะเป็นโกเบออริจินอล สามารถปิ้งลงไปบนเตาได้เลย พอสุกก็กลับอีกด้าน เวลารับประทานจะทานกับเกลือญี่ปุ่น และส้มโชยุรสชาติจะหอม หวาน ละลายในปากจริงๆ ส่วนอีกแบบนึงจะเป็นสันคอค่ะ เนื้อจะนุ่นแต่ไม่ละลายเท่าลายสวยเวลาทานก็จิ้มกับน้ำจิ้ม ก็อร่อยมันไปอีกแบบนึงค่ะ สำหรับคนไม่ทานเนื้อทางร้านก็มีเซ็ทหมูไว้ให้ทานนะคะ เปิด – ปิด : วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11.30 – 14.00 น. และ 18.00 – 22.00 น. (เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.30 – 22.00 น.) ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่น,อะลาคาร์ท,ซูชิ,ปิ้งย่าง เบอร์ติดต่อ : 02-713-8321, 085-145-1722 2.MASALA ART “บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเรียบหรูมีกลิ่นอายความเป็นอินเดีย” มาต่อสำหรับร้านที่สองกับแคมเปญนี้กันค่ะ ร้านนี้จะเป็น “อาหารอินเดีย” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “มาซาลา อาร์ท” มีความหมายมาจากเครื่องแกงมาซาลาผสมกับคำว่าอาร์ทค่ะ เป็นกลิ่นอายของอาหารอินเดียที่มีการปรุงด้วยศิลปะและใจ ทำให้ผู้ท่านสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้ทำอาหารจานนั้นๆ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากมิสเตอร์ซีเจ เจ้าของร้านมาบรรยายที่มาของอาหารอินเดียให้พวกเราทราบกันค่ะ โดยร้านนี้จะเป็นอาหารอินเดียสไตล์ทางเหนือ “Appetizer และข้าวอินเดีย” เริ่มด้วยของทานเล่นอย่างขนมปังโยเกิตลูกชิ้นผัก สอดไส้โยเกิตเดฮีเคคาบับ รสชาติจะเหมือนขนมปังที่รสและกลิ่นของผัก แล้วมีทอปปิ้งเป็นโยเกิตอินเดียค่ะ เข้ากันได้อย่างดีเรียกอร่อยมาก เนื้อโยเกิตของเค้าจะรสชาติคล้ายครีมชีสนุ่มเข้ากับขนมปังรสผักเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ตามมาด้วยอาหารหนักอย่างแกงกุ้งอินเดีย ที่มีเครื่องแกงเข้มข้นเผ็ดร้อน สามารถเลือกทานได้ระหว่างแป้งนาน (กระเทียมหรือธรรมดา) หรือทานคู่กับข้าวอินเดียที่คลุกเคล้าเครื่องเทศสีเหลืองนวลหอมอร่อยเข้ากันได้อย่างดีกับแกงค่ะ ส่วนไก่สีแดงที่เราเห็นนั้นเป็นคล้ายไก่ย่างอบเครื่องเทศเรียกว่า “ชิคเก้นทิการ์” เมนูยอดฮิตสำหรับใครที่ทานอาหารอินเดียต้องไม่พลาด แอบกระซิบอีกนิดว่าทางร้านจะไม่มีเนื้อหมูหรือเนื้อวัวนะคะ จะทำอาหารเฉพาะเนื้อไก่, กุ้งและเนื้อแพะ สำหรับคนที่ทานมังสวิรัติสามารถไปทานที่ร้านนี้ได้ค่ะ เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-13.00 น. และ 18.00-22.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารอินเดียทางตอนเหนือ,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-713-8357 3.Crepes&Co “เครปแอนส์โค” หากใครอยู่ย่านสุขุมวิทจะต้องเคยได้ยินชื่อนี้แน่นอน กับตำนานเครปฝรั่งเศสรสอร่อยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ใครจะบ้างว่าเครป แอนส์ โค มีสาขา Eight Thonglor และที่สำคัญไม่ได้อร่อยแต่เครปนะจ๊ะ เพราะที่ร้านมีอาหารคาวให้ทานกันแบบอยู่ท้องกันไปเลยหละ “เครป แอนส์ โค” ที่นี่มากกว่าเมนูของหวาน “Tajine Zitoun” ประเดิมกันด้วยเมนูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แลดูภาคพื้นผิวมหาสมุทรสุขภาพดี๊ดีได้ใจทีมงานกันไปเลยทีเดียวกับอาหารจานนี้ “Tajine Zitoun” เมื่อเปิดผะอบออกมาจะเจอกับไก่ตุ๋นมะกอกดำและมะนาวเครื่องเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โมรอคโคกันสุดสุด ทานคู่กับข้าวคูสคุสและฮารีซาซอส อาจจะดูแปลกตาแต่สำหรับคนที่ชอบเครื่องเทศจานนี้ก็เข้มข้นเข้ากันดีค่ะ “Moroccan Briouattes & Supreme” ตามมาด้วยของทานเล่นอย่าง Moroccan Briouattes ที่เป็นเนื้อผัดกับข้าวและผงอบเชย แล้วนำมาทอด จานนี้ถูกใจเป็นพิเศษเหมือนคล้ายเปาะเปี๊ยะทอดอร่อยดีค่ะ และเมนู Supreme เป็นเครปคาวซิกเนเจอร์ของทางร้านที่จะต้องมาลองทานกันให้ได้ “Crepe Framboise” มาถึงเมนูปิดท้าย เมนูฟินเป็นพิเศษเป็นเครปหวานที่อร่อยมากกกกกกก ทีมงานการันตีว่าหากได้ลองทานแล้วนั้น จะต้องหลงรักและกลับมาทานซ้ำอย่างแน่นอน ตัวแป้งเครปกรอบอร่อยค่ะ ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ หอมหวานอมเปรี้ยว แต่งจานด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่ง ความเปรี้ยวของซอสตัดกันได้อย่างไอศครีมวนิลารสละมุนที่สอดไส้อยู่ภายใต้แป้งเครป ใครละจะอดใจไหวกับเมนูนี้ ต้องไปลองกันให้ได้นะคะสำหรับร้าน “Crepes & Co” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งเวลา 9.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร :สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน, ฝรั่งเศส, กรีก, โมรอกโค, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-726-9398-9 4.FLANN O’BRIEN’S IRIS PUB “บรรยากาศ Indoor&Outdoor ชิลสบายสุดสุด” “ฟลาน โอ ไบรอันส์” เป็นร้านอาหารสไตล์โฮมเมดไอริสกึ่งผับ ภายในร้านจะเน้นการตกแต่งโดนเน้นสีเขียวและมีกลิ่นอายของโทนสีของไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นสไตล์ไอริช โดยสโลแกนของที่ร้านแห่งนี้คือ No strangers at Flann O'Brien's, Only friends you haven’t met yet นั่นก็คือ ไม่มี “คนแปลกหน้า” ที่ฟลาน โอเบรียนส์.. มีแค่ “เพื่อน” ที่เรายังไม่รู้จัก เท่านั้นค่ะ ทางร้านจะเน้นความเป็นกันเอง มีความบันเทิงและสนุกสนานแต่จะคงไว้ซึ่งบริการและอาหารที่ได้มาตรฐาน “คลังเบียร์สุดยอดความอร่อยของชาวไอริสต้องที่นี่เลย” นอกจากอาหารโฮมเมดสไตล์ไอริสแล้ว ที่พลาดไม่ได้เลยเห็นจะเป็นเบียร์หลากหลายประเภทค่ะ มีตั้งแต่อ่อนไปจนถึงหนัก นอกจากหลายชนิดแล้วยังหลายสีอีก มีชนิดที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ทานได้ด้วยนะคะ วันนี้ทีมงานของลองชิมจิบๆเบียร์ดำแทนละกัน หอมเข้มฟินกันสุดๆ “Chef’s house Salad& Homemade Irish Lamb Stew” เริ่มกันด้วยสองเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างสลัด Chef’s house Salad และเมนู Homeade Iris Lamb Stew หรือเมนูสตูเนื้อแกะตุ๋นพร้อมเครื่องเทศสดสไตล์ไอริส พอลองชิมแล้วต้องบอกว่าเนื้อแกะไม่มีกลิ่นสาปเลยค่ะ หากทานร้อนๆรสชาติจะดีและเข้มข้นมากทีเดียว “Beef and Guinness pie & Banger and Mash” ปิดท้ายด้วยสองเมนูเด็ด คือ สตูว์เนื้อตุ๋นกับเบียร์ดำกินเนสส์ พร้อมผักต่างๆ และเครื่องเทศสดสไตล์ไอริช ใช้เนื้อนำเข้าเกรดเอตุ๋นให้เปื่อยกับเบียร์ดำกินเนสส์ ดิปคู่กับมันฝรั่งทอดชิ้นโต หากได้เบียร์เย็นๆสักแก้วรับรองคืนนี้สนุกแน่นอน สุดท้ายกับเมนู Banger and Mash หรือ ไส้กรอกหมูรสาติต้นตำหรับ ด้วยเนื้อไส้กรอกแน่น ชิ้นใหญ่หนา หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟทานพร้อมกับมันฝรั่งบด และราดด้วยซอสเกรวี่ เข้มข้นจนต้องทานให้หมด เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อเมริกันบาร์, โฮมเมดไอริส,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-392-2898 5.HOLA Barcelona Tapas&Wine Restaurant “โอลา สแปนิช” ร้านอาหารสเปนในกรุงเทพฯ ว่าหาทานได้ยากแล้วยังหาที่เด็ดยากกว่า แต่สำหรับร้านนี้ทีมงานเราการันตีอยากให้ไปลอง เพราะมันอร่อยมากจริงๆ “ Pealla Seafood” Pealla Seafood หรือข้าวผัดสเปน เป็นเมนูแนะนำของที่ร้านโอลา สแปนิช ที่ยอมรับว่าตอนแรกเฉยๆ แต่พอได้ลองชิมเท่านั้นมันอร่อยมาก มากจริงๆ ตัวข้าวญี่ปุ่นร่วนเข้ากับซอสหอมมันกุ้งและเครื่องซีฟู้ดครบรส หอมเคล้าน้ำมันมะกอก อร่อยขนาดต้องทานให้หมด หากทานไม่หมดเจ้าของร้านมีงอนกันน่าดู อยากให้มาลองเมนูนี้กัน “Red wine Sangria ที่ร้าน Ohla Spanish Food” เห็นแก้วแบบนี้อย่าเผลอคิดว่าเป็นน้ำแดงนะจ๊ะ เพราะ Red Wine Sangria คือน้ำผลไม้ผสมกับไวน์แดง จิบดับร้อนยิ่งอากาศเมืองไทยแล้วละก็ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เป็นเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยให้มื้ออาหารนั้นสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ ทีมงานเราก็กินเพลินไปหลายแก้วอยู่ ><” “กุ้งกระเทียมและสลัดปลาแซลมอน” ระหว่างรอเมนูต่างๆ สลัดปลาแซลมอนก็เด็ดไม่แพ้กัน จะมีส่วนผสมของผลไม้และอะโวคาโด้ ส่วนน้ำสลัดที่ร้านก็คิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่เอง แถมผักก็กรอบสดเข้ากับปลาแซลมอนสุดๆ จานนี้แอบแย่งกันทานใหญ่เลยละ ตามมาด้วยกุ้งกระเทียมที่เจ้าของไม่ห่วงสูตรเลยสักนิด แต่กลับไปบ้านก็ไม่มีลูกค้าท่านไหนทำได้เท่ากับที่ร้านนี้อีกแล้ว ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันอร่อยมากจนกระทั่งน้ำมันถึงกับต้องซด ทีมงานละอยากได้ข้าวสวยเสียจริงๆ แถมที่ร้านยังเป็นน้ำมันมะกอกบอกเลยทานแล้วยังได้สุขภาพดีอีก สมกับเป็นร้านอาหารแนะนำสุดๆ “ข้าวผัดสเปนหมึกดำและมีทบอล” ปิดท้ายกันด้วยเมนูข้าวผัดสเปนในสไตล์แบบมีซอสหมึกดำ ก็อร่อยเข้มข้นไปอีกแบบค่ะ จะเค็มๆมันๆเข้ากับปลาหมึกและข้าวได้อย่างดี รวมถึงมีทบอลก็เป็นอาหารทานเล่นกินเพลินๆเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารสเปน เบอร์ติดต่อ : 02-713-8387 6.TADAIMA “ทาไดมะ” ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมของดาราหนุ่มสุดหล่อ “กันต์ กันตถาวร” ที่มีหลากหลายสาขาเริ่มต้นด้วยคอนเซปต์สุดชิคอาหารทุกจานราคาเดียว 88 บาท จากนั้นค่อยมาปรับมีความหลากหลายของอะลาคาร์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปลาดิบ เราไม่คิดว่าร้านทาไดมะจะสดได้มากขนาดนี้ และวันนี้เชฟก็ได้มาโชว์การแล่ปลาตัวใหญ่ให้เราชมกันด้วยค่ะ . “เชฟที่ร้านทาไดมะ โชว์แล่ปลาแซลมอน” ใครจะเชื่อว่าพี่ปลาแซนมอนตัวนี้หนักถึง 4-6 กิโลกรัมกันเลยเชียว พี่เชฟรีบหันอย่างคล่องแคล่ว แข็งแรงชนิดที่ว่าคนทั่วไปหากไม่ชำนาญอาจได้โดนมีดบาดมือกันก็เป็นได้ และแล้วก็ออกมาเป็นชิ้นเนื้อปลาแซลมอนสวยงาม (ทีมงานแอบกลัวหัวปลาแซลมอน) ซาซิมิสดมากกกกกกกกกกกกก ไม่คิดว่าร้านไม่ได้เน้นปลาพรีเมียมระดับห้าดาวเทียบเท่าร้านระดับชื่อดังทั่วไป จะมีซาซิมิสดและอร่อยขนาดนี้ รับรองว่าต้องไปซ้ำแน่นอนไม่พลาดค่ะ ทั้งราคาและคุณภาพขนาดนี้ กุ้งสด, แซลมอนชิ้นใหญ่ ปลาโอโตโร่สดฟินละลาย เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : ญี่ปุ่น, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9883 7.HOUSE* 10 HOUSE* 10 ร้านเก๋ไก๋สไตล์ปราสาทเก่า ดูภายนอกนอกจากจะดูเก่าผสานกลิ่นอายแบบชิคๆ เหมือนโรงงานเก่าแล้ว ภายในยังตกแต่งได้แบบสวยงามลงตัว ใครจะเชื่อว่าร้านแห่งนี้เป็นร้านอาหารไทยแสนอร่อย และกลางคืนจะเป็นสถานที่แฮงคเอาท์ชั้นดีด้วยดนตรีสด และรสของเครื่องดื่มต่างๆ “ต้มยำไข่เจียวรสจัดจ้าน VS ข้าวผัดหมูฝอย” ใครว่าอาหารไทยจำเจต้องมาเจอคู่นี้ ต้มยำไข่เจียวรสแซ้บบบ บอกเลยว่าแซ้บลืมมมม ทานคู่กับข้าวผัดหมูฝอย หอมพริกบีบมะนาวสด หูยยย ฟินนน เรียกว่าเป็นคู่สร้างคู่สม คู่แซบที่เข้ากันที่สุด เหมาะกับคู่รักแซบแซบบบ ห้ามพลาดกับร้านนี้และเมนูนี้ค่ะ “ยำเส้นแก้ว VS หมูกรอบบู้ลิ้ม” ยังแซบกันไม่พอต้องต่อด้วยของทานเล่น เมนูนี้คุณสาวๆไม่ต้องกลัวอ้วน กับเมนูเส้นแก้วยำสารพัดพริกและเครื่องผักสด กุ้ง หมูมากันแน่นอร่อยอย่าบอกใคร ตามมาด้วยหมูกรอบบู้ลิ้ม ชื่อก็น่ารักจอมยุทธ์ซะขนาดนี้รสชาติก็ต้องอร่อยอย่างแน่นอน มีมะนาวและเกลือมาให้ แซบลืมมมมกันไหมล่ะคะทุกทาน ปิดท้ายด้วยเมนูสำหรับวาเลนไทน์นี้เท่านั้น (เราลองแล้วเด็ด) อยากให้ไปลองกันอีกแล้วชื่อให้ถามเจ้าของร้านเองนะจ๊ะ เพิ่งคิดได้ตอนนั้นเลย แต่อร่อย “เมนูเครื่องดื่มหอมหวาน ใส่สตอเบอร์รี่สดอย่าทานเยอะละมันจะเมา” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารไทยฟิวชั่น, ผับแอนเรสเตอรองท์ เบอร์ติดต่อ : 081-837-1133 8.BAR STORIA De Caffe “บาร์ สตอเรีย เดล คัฟเฟ่” ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโครงการ Eight Thonglor เป็นคาเฟ่เล็กๆที่ผสมผสานกลิ่นอายน่ารักของความเป็นตะวันตก นอกจากมีไฮไลท์เป็นกาแฟดริปแล้ว ยังมี All Day Breakfast บริการทุกวันอีกด้วยคะ เรียกน้ำย่อยได้ดีด้วยซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสัมผัสถึงรสเห็ดไม่ใช่แก่กลิ่นเหมือนบางทีคะ อันนี้ขอชมเลย “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสุดๆ” “หอยแมลงภู่ฝรั่งเศสอบซอสครีมและซอสมะเขือเทศ” จากนี้เป็นจานเด็ดที่หากมาทานที่ร้านนี้ บอกเลยว่าต้องรักพี่เสียดายน้อง เพราะรสชาติเค้าอร่อยทั้งคู่แถมมีรสสัมผัสที่แตกต่างกัน ตัวครีมจะละมุนหอมถึงขนาดต้องซดพร้อมเนิ้อหอยมันเข้ากันได้ดี ส่วนอีกจานนึเป็นซอสมะเขือเทศที่ละมุนเข้มข้นมากกว่าซอสคะ เพราะส่วนผสมที่หลากหลาย เราอยากให้ไปลองทานลิ้มรสความเป็นอาหารอิตาเลียนกัน จริงๆแล้วมีอีกหลายเมนูที่ทางร้านได้ลองนำมาให้เราได้ลิ้มรสและทานกัน อร่อยเกือบทุกเมนูจริงๆจนไม่สามารถสรรหาคำบรรยายได้เทียบเท่ากับอยากให้เพื่อนๆสมาชิกเอ็มไทยได้ไปลองเลือกสรรเมนูทานกันคะ อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าที่คาเฟ่แห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งกาแฟดริปนำเข้าชั้นดี ยังเป็นร้านที่ขาย All Day Breakfast น่าลองทุกเมนูไว้ไปลองทานกันดู เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 – 22.30 น. ประเภทอาหาร :ออลเดย์เบรคฟาสท์, กาแฟ, อิตาเลียน, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9301 สำหรับวันนี้ทางทีมงาน MThai ต้องขอขอบคุณบัตรเครดิต KTC ที่ให้เราได้ไปลองทานอาหารอร่อยๆและนำมาแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนสมาชิกกันคะ และสำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิต KTC อย่าพลาดกับแคมเปญ “Happy Eight Dining with KTC” เพราะว่ามอบส่วนให้ถึง 50% ร้านไหนส่วนลดเป็นอย่างไรบ้าง อย่าลืมติดตามได้ที่แฟนเพจของทาง KTC นะคะ

นิ้วกลม โพสต์ FB ขบวนล้อการเมือง เปรียบเป็นกระจกสะท้อนสังคม
ขบวนล้อการเมือง /  ฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ / 

นิ้วกลม โพสต์FB ขบวนล้อการเมือง เปรียบเป็นกระจกสะท้อนสังคม นายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เจ้าของนามปากกา นิ้วกลม ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็น ผ่านแฟนเพจ Roundfinger เกี่ยวกับการจับตาเพ่งเล็งขบวนล้อการเมืองของงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์  ใจความส่วนหนึ่งระบุว่า ในชีวิตคนเรา กระจกที่ดีคือผู้คนรอบตัว เมื่อทำหน้าที่การงานในสังคม กระจกที่ดีคือคำวิจารณ์จากผู้คนในสังคม หากจะนำผ้าดำไปคลุมกระจกไว้ตลอดเวลาคงเป็นเรื่องน่าเสียดายโอกาสที่จะได้มองเห็นตัวเองชัดๆ เพื่อพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงและยิ่งถ้ากระจกบานนั้นเป็นกระจกที่มีอารมณ์ขันด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าส่อง น่ารับฟัง ผมคิดถึงบรรยากาศในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ สิ่งที่ผมคิดถึงมากๆ คือบรรยากาศโต้ตอบกันด้วยถ้อยคำแซวกันอย่างแสบคันและสนุกสนานโดยไม่มีการถือโทษโกรธกันผมคิดถึงบรรยากาศแบบนั้นในสังคมไทย เช่นกันกับขบวนล้อการเมืองและแปรอักษรที่หนุ่มสาวทั้งหลายพยายามสะท้อนความคิดเห็นของพวกเขาที่มีต่อสังคมและบ้านเมืองผ่านสุ้มเสียงที่มีอารมณ์ขันและความคิดสร้างสรรค์เต็มเปี่ยม ยากจะปฏิเสธว่า โดยรากวัฒนธรรมแล้วคนไทยเป็นคนสนุกสนานเฮฮา เราชอบแซว ชอบเล่นมุกเสียดสีกันเอาสนุก แต่ก่อนก็ไม่ถือโทษโกรธกัน บางเรื่องที่เพื่อนแซว ถ้าเป็นเรื่องที่น่ารับฟัง เราอาจจะนำไปปรับปรุงด้วยซ้ำไป ช่วยกันสร้างสังคมที่ยังคงมีพื้นที่ให้การล้อเลียน การตักเตือนและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมีอารมณ์ขันกันดีกว่าไหม เพราะสังคมที่ไม่มีพื้นที่ให้การล้อเลียนเลยนั้นถ้าไม่เงียบสงัดจนวังเวง ก็คงเต็มไปด้วยถ้อยคำรุนแรงที่ไม่เหลือมิตรภาพอยู่ในหัวใจ "แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ การทำหน้าที่โดยไม่มีกระจกเลยสักบานมันคงชวนให้เปลี่ยวเหงาเกินกว่าจะทนไหวนะครับ ไม่มีใครอยากปล่อยให้ท่านเดียวดายหรอกครับ มีกระจกอยู่รอบตัวท่านเพียงท่านเปิดผ้าคลุมสีดำนั้นออก" ที่มา  Roundfinger ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News