ส้ม อมรา

ทริคเริ่ดๆ ที่จะทำให้สาวๆ ถ่ายรูป ออกมาสวย
ถ่ายรูป /  ผอมเพรียว / 

สมัยนี้ การถ่ายรูปกลายเป็นเรื่องสำคัญของสาวๆและทุกคนบนโลกเลยก็ว่าได้  เพราะปัจจุบันโลกโซเชียลกลายเป็น ปัจจัยหลัก อีกหนึ่งอย่างในการดำรงชีวิตแล้ว  ใครจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ก็ต้อง ถ่ายรูป เที่ยวก็ ถ่ายรูป กินก็ถ่ายรูป ปาร์ตี้ก็ถ่ายรูป  วันนี้เรามีทริคเริ่ดๆ มาแนะนำให้สาวๆที่รักการ ถ่ายรูป ให้สวยเด้ง และดูดี มาฝากกันจ้า  หลับตาก่อนเสียงแชะ เมื่อตากล้องลั่นเสียงว่า หนึ่ง ส่องงงง ช่วง ส่องงง.. นี่และค่ะ สาวๆหลับตาแว้บนึง แล้วเมื่อสาม ให้รีบลืมตาขึ้นมา จะทำให้แววตาของคุณดูสดใสขึ้น และมีดวงตากลมโตได้ในชั่ววินาที! กำจัดเหนียง ด้วยการยืดคอ  โถ... สาวๆที่ไหนจะอยากมีเหนียงในรูปใช่มั้ยล่ะ โบกมือลาน้องเหนียงง่ายๆ แค่คุณยืดคอ และกดคางเล็กน้อย (เล็กน้อยนะ !!) ยืดตัว และห้าม ถ่ายรูป มุมต่ำอวดเหนียง (เด็ดขาด!) หน้ากับคอต้องสีเดียวกัน ห้ามเป็นผีหน้าขาวเด็ดขาด ถ้าถ่ายรูปกลางแดดคงไม่มีปัญหาเท่าไหร่หรอกจ้ะ  แต่ถ้าเป็นปาร์ตี้กลางคืน ถ่ายรูปสาดแฟลชล่ะก็ สาวๆที่รองพื้นสว่างเกิน งานเข้าแน่ๆจ้า แต่ไม่ต้องกังวลนะ เพราะสาวๆสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการลงรองพื้นที่คอเพื่อให้สีสม่ำเสมอ เช็คความเรียบร้อยให้ดีก่อน  ก็ถ่ายรูปได้มั่นหน้าแล้ว ปัดมาสคาร่า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแค่คุณปัดมาสคาร่า ดวงตาของคุณจะบริ๊งค์ขึ้นมาได้จริงๆ ไม่เชื่อสาวๆลองดูก็ได้ จำท่าหากินของตัวเองไว้ สาวๆหลายคน ต้องมีท่าประจำบ้างล่ะ ยิ้มแบบนี้แล้วสวย ยืนแบบนี้แล้วผอม จำไว้และนำไปปรับใช้กับการถ่ายรูปซะ ลองวิธีแบบ old school ของพรมแดง เวลายิ้ม ให้เอาลิ้นไว้ที่หลังฟัน (หืมม?) แต่เขาเคลมมาว่าวิธีนี้ทำให้ยิ้มได้สวยและทำให้ยิ้มแบบปากไม่บานด้วยแหละ เพิ่มคิ้ว หยิบดินสอเขียนคิ้วมาเติมก่อนถ่ายรูปให้สีคิ้วเข้มขึ้น เพราะคิ้วจะทำให้ดวงตาและกรอบหน้าของคุณชัดเจนยิ่งขึ้น หาแสงให้ถูกต้อง เพื่อให้หน้าสว่างสดใส เค้าว่ากันว่า แสงดี สามารถเปลี่ยนผีให้เป็นนางฟ้าได้  (หรือสาวๆจะเถียง?) แสงไฟที่ทำให้สาวๆดูดีขึ้นได้ 100% คือแสงสีส้ม สีเหลือง ตามโรงแรมนั่นแหละ ถ้ามีแสงแบบนั้นล่ะก็ วิ่งเข้าหาให้ไวค่ะ รับรองรูปออกมาสวยชัวร์นั่งยัน ยืนยันเลยค่ะ หามุมให้ตัวเอง  ดูปากดิฉันนะคะ " อย่า ถ่ายรูป หน้าตรง "   หน้าตรงเป็นโศกนาฏกรรมของชีวิตเลยก็ว่าได้ ถ้าอยากหน้าเรียวเล็กสั่งได้ สาวๆลองหันหน้าประมาณ 3 ใน 4 ของหน้า ไม่ต้องหันตรงเด๊ะ หามุมที่ทำให้ตัวเองหน้าเล็กเรียว โดยเฉพาะสาวๆที่มีแก้ม ต้องหลบแก้มยุ้ยๆให้ดีเลยนะ ลองใช้ท่าโพสของดาราพรมแดง " มือจับเอว บิดตัวหันข้างนิดๆ"  เป็นท่าประจำของเหล่านางแบบ หรือเซเลบก็ว่าได้ สาวๆรู้ไหมคะว่า ท่านี้สามารถพรางหุ่นได้ดีเลยล่ะ ยิ่งคนที่มีต้นขาใหญ่นะ โพสนี้เหมาะจริงๆ ไม่เชื่อลองดูเลย  หรือจะลองหัดโพสตามดาราแต่ละคน ท่าไหนที่คิดว่าเหมาะกับเรา ถ่ายออกมาแล้วสวย ก็จัดไปเลยจ้า หาพื้นหลังสีขาว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า พื้นหลังสีขาว ทำให้หน้าของสาวๆ ขาวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ก็สังเกตพวกสตูดิโอถ่ายภาพสิคะ ใช้ backdrop เป็นสีขาวซะส่วนใหญ่ เพราะมันช่วยให้นางแบบถ่ายรุปออกมาได้สวยนั่นเอง กดหน้ากล้องเถิดจะเกิดผล ถ้ามีเพื่อนตัวสูงๆ แขนยาวๆละก็ แนะนำให้เพื่อนคนนี้เป็นคนถือกล้อง ยืดมือออกไปด้วยมุมสูง และกดหน้ากล้องลงเล็กน้อย สาวๆก็จะดูผอม หุ่นดีสเลนเดอร์ไปโดยปริยาย อย่า !! ยืนตรงที่แสงลง หน้าดำล้านเปอรเซ็นต์  ถ้าอยากเป็นขวานฟ้าหน้าดำ จะลองดูก็ไม่ว่านะ หาพร๊อบประกอบฉาก การถือของตกแต่ง พร๊อบต่างๆ  เช่น ดอกไม้ ใบหญ้า แก้วน้ำ จานชาม จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากกว่ายืนเฉยๆด้วยนะ ทำให้รอยยิ้มออกมาได้อย่างธรรมชาติ เลิกพูดคำว่า Cheese ได้และ เช้ยเชย ลืมไปเลยค่ะ ไอ้คำว่าชีส แล้วก็ยิ้มแห้งๆ เหมือนคนไร้วิญญาณถูกบังคับให้ ถ่ายรูป ลองใช้วิธีพูดคุยเรื่องตลกๆกัน หรือเล่นมุขกับตากล้องไปเลย คุณจะได้ภาพที่เป็นธรรมชาติและน่าจดจำสุดๆเลยล่ะค่ะ สาวๆที่ได้ทริคไปก็นำไปปรับใช้กันให้เหมาะสมนะจ๊ะ  ชอบแบบไหนก็จัดไป ตามสไตล์ของเราได้เลยจ้า  เรียบเรียง Woman Mthai Team  ที่มา  Dailymakeover  ดูวิธีการโพสเริ่ดๆของเหล่าสาวๆ เซเลบบริตี้ที่งานพรมแดง VMA ได้ที่นี่ ส่องคนดัง! แฟชั่นพรมแดง 2014 MTV Video Music Awards

วิธีบีบน้ำมะนาว ให้น้ำออกหมดจนหยดสุดท้าย
มะนาว /  เคล็ดลับ

แค่บีบน้ำมะนาวธรรมดา ยังต้องมีเทคนิค!! ใครจะคิดบ้างล่ะว่า การหั่นมะนาวผ่าครึ่ง กับผ่าริมๆ แล้วบีบน้ำมะนาวออกมา นั้นได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ... เคล็ดลับดีๆ เอาไว้ใช้ ในยามที่มะนาวแพงแสนแพง รีบนำเคล็ดลับนี้ไปใช้โดยพลัน .. วิธีบีบน้ำมะนาว ให้น้ำออกหมดจนหยดสุดท้าย ผ่าด้านข้างทั้ง 4 มุม เหลือไว้ตรงกลาง แล้วบีบน้ำมะนาว ตามรูปภาพนะคะ * ไม่ควรผ่ากลาง แล้วบีบ เพราะจะได้น้ำมะนาว น้อยกว่าการผ่าข้างๆ ทั้ง 4 ด้าน เคล็ดลับการบีบน้ำมะนาวแบบนี้ ใช้ได้กับการคั้นน้ำผลไม้อื่นๆ อย่าง ส้ม ได้อีกด้วย .. จะได้ผลดีหรือไม่ อย่างนี้ต้องลองเองแล้วนะคะ ที่มา wonderhowto.com

ดิสนีย์แลนด์ (Shutter&Travel)
ดิสนีย์แลนด์ /  ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง / 

ดิสนีย์แลนด์ (Shutter&Travel) จากคอลัมม์ก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนถึง มาเก๊า ทริปนี้เป็นทริปเดียวกันที่ผมได้มีโอกาสได้มาเที่ยวฮ่องกงกับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วยตนเองแบบไม่ง้อทัวร์ ส่วนคอลัมม์นี้จะขอเล่าถึง สวนสนุก ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ และ Victoria Peak เสียงจอแจดังอยู่ใกล้ๆ รอบตัว คนพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะฟังดูมีความสุขปนรอยยิ้ม มันเป็นบรรยากาศให้ผมพลอยต้องซึมซับความสุขไปด้วย ผมกำลังยืนต่อคิวกับลูกเพื่อเล่นเครื่องเล่นในดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง ปีนี้ผมอายุย่าง 38 ปี พาลูกมาเที่ยวสวนสนุกมาแล้วหลายที่ตั้งแต่ลูกผม 3 ขวบ ตอนนี้ลูกผมย่าง 9 ขวบปีแล้ว และเป็นครั้งที่ 2 ที่ ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ มีคนกล่าวไว้ว่า หากคุณมีลูก คุณจะได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กอีกครั้ง ... เป็นเรื่องจริงครับ ผมก็ไม่คิดว่าจะได้เข้าสวนสนุกตอนอายุ 38 เช่นกัน หากไม่มีลูก เมื่อคุณพูดถึงสวนสนุก คำที่นึกถึงมีมากมาย “สนุก” “ตื่นเต้น” “หวาดเสียว” “รอยยิ้ม” “ความสุข” เช่นกันสำหรับผมแล้ว สวนสนุกให้ความรู้สึกแบบนี้เลย “ สนุกสุดแสนเที่ยวแดนเนรมิต ” แอบขอย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก มันคือสวนสนุกแห่งแรกในความมรงจำของผม “แดนเนรมิต” ครับ หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้หากมีรุ่นราวคราวเดียวกัน คงไม่มีใครไม่รู้จักที่นี่แน่นอน แดนเนรมิตได้ปิดตัวลงไปแล้วก็จริง แต่สวนสนุกแห่งนี้เป็นสวนสนุกในความทรงจำของคนรุ่นผมครับ เรือไวกิ่ง บ้านผีสิง รถไฟเหาะ รถไฟรางเดียว แกรนด์แคนยอน ป๊อบคอน สายไหม และที่เป็นภาพ Landmark สำหรับที่นี่ คือ ภาพปราสาทเทพนิยายที่ตั้งอยู่ด้านหน้า แต่ถ้าถามเด็กรุ่นหลังๆ คงไม่มีใครรู้จักแดนเนรมิต ลองนึกดูนะครับหากอนาคตดีสนีย์แลนด์หรือยูนิเวอร์เซลมาเปิดที่ประเทศไทย มันจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าบ้านเรามากมายแค่ไหน จากคอลัมม์ก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนถึง มาเก๊า เป็นทริปเดียวกันที่ผมได้มีโอกาสได้มาเที่ยวฮ่องกงกับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วยตนเองแบบไม่ง้อทัวร์ ส่วนคอลัมม์นี้จะขอเล่าถึง สวนสนุกดิสนีย์แลนด์และ Victoria Peak เพื่อให้เด็กๆ ได้สนุกกัน เราเลือกใช้ชีวิตแบบวัยเด็ก 1 วันเต็มๆ ในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ครับ เราออกเดินจากที่พักมาไม่ไกลก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Mong Kong การเดินทางที่ฮ่องกงถือว่าสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ทั้งรถบัส รถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเรือ เราเลือกไปดิสนีย์แลนด์ด้วยการนั่งรถไฟฟ้าครับ จากสถานี Mong Kong นั่งไปไม่นานก็ลงไปเปลี่ยนรถไฟฟ้าขบวนสีส้มที่สถานี Lai King เพื่อนั่งต่อไปยังสถานี Sunny Bay และเปลี่ยนรถไฟฟ้าขบวนพิเศษสายสีชมพูเพื่อเข้าไปในดิสนีย์แลนด์ รถไฟขบวนนี้ถูกตกแต่งในสไตล์ของดิสนีย์แลนด์ หน้าต่าง มือจับ ประตู ดูสวยงาม สวนสนุก สำหรับต่างประเทศแล้วเป็นที่ได้รับความนิยมมากทั้งเด็ก วัยรุ่น ครอบครัว คนจะเยอะมาก สำหรับการเที่ยวสวนสนุกในต่างประเทศในครั้งแรกๆ ของผม ผมเองก็ไม่ค่อยคุ้นชินนัก สงสัยว่าทำไมคนถึงได้เยอะมากมายขนาดนี้ ต่อคิวก็นาน ทั้งวันเล่นได้เพียง 3-4 อย่าง แล้วจะต้องมาสักกี่วันถึงจะได้เล่นครบ รู้สึกเบื่อและเซ็งกับการต่อคิวเพื่อเล่นเครื่องเล่นต่างๆ แต่พอผ่านมาหลายๆ ครั้ง ก็พอจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติ 30 นาที 45 นาที 1 ชั่วโมง เครื่องเล่นบางตัวที่ได้รับความนิยมมากๆ อาจจะใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงเลย ซึ่งเมื่อสังเกตุถึงคนรอบข้างที่เข้าคิวรอเล่นเครื่องเล่นก็ไม่เห็นจะมีใครหงุดหงิด กลับกันส่วนใหญ่จะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและมีความสุข ผมเคยถามไกด์ว่าคนที่นี่ทำยังไง ที่จะมาวันเดียวแล้วได้เล่นครบทุกเครื่องเล่น ไกด์ตอบว่าไม่มีทาง คนที่มาเที่ยวสวนสนุกยินดีจะมาเล่นเพียงไม่กี่อย่าง ยินดีที่จะได้ต่อคิวเล่นเพียงไม่กี่อย่างกับคนรักหรือครอบครัว คนที่นี่คิดอย่างนี้ แล้วก็กลับมาเล่นอีกในวันอื่นๆ ถือว่าได้อยู่และใช้เวลากับคนที่มาด้วยกัน นี่แหละครับความสุขอย่างหนึ่งของคนมาเล่นสวนสนุกที่นี่ การต่อคิวจึงเป็นเรื่องธรรมดา ทุกวันนี้ผมเริ่มเข้าใจและไม่คิดมากกับการต่อคิวเล่นเครื่องเล่น ถึงแม้เราจะข้ามน้ำข้ามทะเล ไม่ได้มากันบ่อยๆ ก็ตาม >< ครั้งนี้เราตั้งใจจะอยู่ดูพลุตอน 3 ทุ่ม แต่ด้วยความเหนื่อยล้าของเด็กๆ ทำให้เรารอดูไม่ไหว เราเดินทางกลับออกมาจากดีสนีย์แลนด์ตอน 2 ทุ่มด้วยรถไฟฟ้าเหมือนเดิม ทริปนี้ยังไม่จบลงเพราะวันรุ่งขึ้นเราจะขึ้นไปชมวิวฮ่องกงที่สวยที่สุดจากยอดเขา Victoria Peak กันครับ ถึงแม้จะเหนื่อยล้าจากการไปดิสนีย์แลนด์ก็ตาม วันรุ่งขึ้นเราก็ยังคงต้องตื่นแต่เช้า เพราะเรายังมีโปรแกรม Victoria Peak อีก แต่เนื่องจากที่เราพักอยู่ที่ฝั่งจิมซาโจ่ย ทำให้เราต้องข้ามกลับไปที่ฝั่ง Central ด้วยเรือข้ามฟากก่อนเราออกจากที่พักที่มงก๊ก เดินทางด้วยรถบัสสาย 1A ไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ Star Ferry Pier ตรงจุดนี้เราจะเห็น Symphony of light ในเวอร์ชั่นกลางวันด้วย พอเรานั่งเรือข้ามฝากไปแล้ว เราพอมีเวลาเหลือจึงตัดสินใจนั่งรถ Big Bus เที่ยวชมเมืองฝั่ง Central กันก่อน ลักษณะของเมืองฮ่องกง เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามี City Scape สวยงามอันดับต้นๆ ของโลก การนั่งรถ Big Bus ชมวิวเมืองก็ถือว่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ประมาณ 1 ชั่วโมงที่เราเสพทัศนียภาพบนรถ Big Bus 2 ชั้น ก่อนที่รถ Big Bus จะพาเรามาจอดที่ทางขึ้น Peak Trim Station พอดี (จากท่าเรือ Star Ferry Pier หากไม่ต้องการนั่ง Big Bus คุณสามารถนั่งรถบัสสาย 15c เพื่อมุ่งหน้าสู่ Peak Tram Station (สถานีรถราง) ตรงเลยก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) การขึ้นไปชมวิวที่ The Peak สามารถเลือกขึ้นได้ 2 ทาง รถบัสหรือรถราง เราตัดสินใจนั่งรถรางขึ้นไปครับ เพื่อจะได้ชมวิว 2 ข้างทางระหว่างขึ้นไปด้วย ซึ่งคนนิยมขึ้นด้วยรถรางมากกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลาที่ต้องต่อคิวสำหรับตั๋วรถรางที่ขึ้นไปบน The Peak หากจะขึ้นไปชมวิวบนจุดสูงสุดจะต้องเสียเงินเพิ่มจาก 40 เหรียญเป็น 75 เหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมวิวฮ่องกงที่สวยที่สุด วิคตอเรียพีค (ไท่ผิงซานติ่ง) คือยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกง สูงจากระดับน้ำทะเล 552 เมตรที่วิคตรอเรียพีคเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวของเกาะฮ่องกงได้ทั้งหมดตั้งแต่อ่าววิคตอเรีย ตึกระฟ้ามากมาย และถือเป็นจุดดู Symphony of Lights ที่สวยงามอีกจุดหนึ่งด้วยและบนนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาเศรษฐี นักธุรกิจ และดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง ================================================================================ Shutter Tips การถ่ายภาพบุคคลในเวลากลางวันหรือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นสูงไปแล้ว อาจจะทำให้หน้ามืดหรือเกิดเงาบนใบหน้า หรือบางครั้งอาจจะเกิดจากเงาของหมวก ซึ่งก็ทำให้เกิดเงาบนใบหน้าแบบที่เราไม่พึงปรารถนา มีวิธีแก้ไขง่ายๆ เพียงแค่เราใช้แฟลชหรือรีเฟลกเพิ่มแสงเข้าที่ใบหน้าของแบบ แต่ส่วนใหญ่การใช้แฟลชจะสะดวกกว่าการใช้รีเฟลก เพราะเราอาจจะไม่มีคนช่วยถือรีเฟลกในระหว่างการท่องเที่ยวหรือออกทริป การถ่ายภาพโดยใช้แฟลชจึงสะดวกรวดเร็วกว่า แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องของกำลังไฟ ควรมีการดูระยะของแฟลชที่จะยิงออกไปที่แบบ หากแรงหรือเบาไป ก็สามารถเพิ่มลดกำลังแฟลชได้ครับ ================================================================================

บุ้งกี๋ แชมป์ The Voice Kids 2 พร้อมปล่อยเพลงแรก คำ ทัก ทาย
The Voice Kids Thailand Season 2 /  คำ ทัก ทาย / 

บุ้งกี๋ พรสวรรค์ ญาณวโร หรือ บุ้งกี๋ The Voice Kids Thailand Season 2 สาวน้อยคนล่าสุด ผู้ชนะจากรายการสุดฮิต The Voice Kids Thailand กลับมาเต็มตัวกับมาดสาวน้อยน่ารัก กับซิงเกิ้ลใสๆ บ่งบอกความเป็นตัวเอง กับเพลง คำทักทาย ภายใต้สังกัด Universal Music ประเทศไทย ที่ได้พี่ฟั่น โกมล บุญเพียรผล โปรดิวเซอร์คนเก่งมาช่วยโปรดิวซ์ให้ พร้อมปล่อยภาพแรกให้แฟนๆได้ชมกันแล้ว กับความสดใส น่ารัก สมวัย ยิ้มเก่ง ที่มาพร้อมกับเสื้อผ้าแนวที่น้องบุ้งกี๋ชอบใส่ประจำ ในสไตล์เอี๊ยมน่ารักๆ "สำหรับเพลง ’คำ ทัก ทาย’ เป็นเพลงที่กี๋รู้สึกภูมิใจมาก มันเป็นเราสุดๆ ทั้งแนวเพลงที่ฟังสบาย ช้าๆซึ้งๆ หรือเรื่องราวในเพลงที่เป็นมุมขี้อายของบุ้งกี๋ ซึ่งใครหลายๆคนอาจจะไม่เคยรู้ว่า เวลาที่เราปลื้มใคร เรามักจะเงียบ และยิ้มๆเขินๆ ไม่กล้าคุยด้วย ก็ต้องขอขอบคุณพี่ฟั่น โกมล บุญเพียรผล ที่โปรดิวซ์เพลงนี้ได้ตรงใจกี๋มากๆ และกี๋ชอบมันมากๆค่ะ การถ่ายทำวันนี้ค่อนข้างสบายๆ พี่ทีมงานน่ารัก บุ้งกี๋ยิงมุกใส่เรื่อยๆ ทำพี่ๆขำตลอดเลยค่ะ (หัวเราะ) ลุคในวันนี้ก็จะเป็นสไตล์เสื้อผ้าที่บุ้งกี๋ใส่ประจำ พวกเอี๊ยม เสื้อลายสก็อต ลายทาง กับรองเท้าผ้าใบง่ายๆ สนุกดีค่ะ กับการถ่ายรูปซิงเกิ้ลครั้งแรกในชีวิต ยิ้มทั้งวัน แต่ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แม้จะตื่นตี 5 ก็ยังสดใส ยิงมุกต่อเนื่อง สร้างเสียงหัวเราะให้พี่ๆตลอดเวลา หนูก็ขอฝากซิงเกิ้ลแรกในชีวิตกับเพลง คำ ทัก ทาย ด้วยนะคะ ที่จะพรีเมียร์ที่แรก ทางคลื่น The New 95.5 Virgin HitZ ในช่วง You Choose The Music กับดีเจส้มเวลา 15.30-16.00 น. ค่ะ อย่าลืม Stay Tune มาฟังซิงเกิ้ลแรกแบบเต็มๆ ด้วยกันกับบุ้งกี๋นะคะ อ้อ สำหรับแฟนๆ ไปฟังตัวอย่างเพลง คำ ทัก ทาย กันก่อน แล้วเพลงเต็ม ฟังพร้อมกัน อังคารหน้านะคะ” มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ร้านโฟชอง ปารีส เตรียมวางจำหน่าย เอแคลร์อยุธยา เดือนกันยายนนี้
ร้านโฟชอง /  เอแคลร์

ร้านโฟชองปารีส เตรียมวางจำหน่าย “เอแคลร์อยุธยา” ขนมเอแคลร์ลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทย ในสัปดาห์แห่งขนมเอแคลร์ที่ปารีส เดือนกันยายนนี้ ร้านโฟชองปารีส (FAUCHON)ในประเทศฝรั่งเศส เตรียมวางจำหน่ายเอแคลร์ลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทย สุดคลาสสิค “เอแคลร์อยุธยา” ในงานสัปดาห์แห่งขนมเอแคลร์  (Éclair Week) ที่ร้านในกรุงปารีสกลางเดือนกันยายนนี้โดยเอแคลร์อยุธยา นับเป็นฑูตแห่งการผสมผสานวัฒนธรรมด้านอาหารของสองประเทศขณะที่แฟนๆ ขนมเอแคลร์ชาวไทยก็จะมีโอกาสได้ลิ้มรสเอแคลร์โฟชองหลากชนิดในสัปดาห์แห่งขนมเอแคลร์ระหว่างวันที่12-20 กันยายนนี้เช่นกัน นางสาวสวภัทร์ พิมพ์ใจชน ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ทีเตชา (ประเทศไทย) ผู้ประกอบการเฟรนไชส์ร้านโฟชอง เปิดเผยว่า   “ร้านโฟชองซึ่งมีประวัติยาวนานร่วม128ปี และมีชื่อเสียงจากขนมอบ ทั้งขนมมาการอง และเอแคลร์ รวมถึงอาหารฝรั่งเศสในสไตล์ร่วมสมัย จะจัดให้มีสัปดาห์แห่งขนมเอแคลร์ขึ้นในวันที่ 12-20 กันยายนนี้ โดยที่ร้านในกรุงปารีส จะนำเสนอขนมเอแคลร์ของโฟชองจากหลากหลายคอลเล็คชั่นและหลากหลายรสชาติให้ลูกค้าได้ตื่นตาตื่นใจและเลือกอร่อยได้ ทั้งแบบรสชาติยอดนิยมในคอลเล็คชั้นคลาสสิค และรสชาติใหม่ๆ รวมถึงขนมเอแคลร์ที่เป็นสูตรเฉพาะหรือซิกเนเจอร์ของร้านโฟชองในแต่ละสาขาในต่างประเทศทั่วโลก “สำหรับไฮไลท์พิเศษของสัปดาห์แห่งขนมเอแคลร์ ที่ร้านโฟชองที่กรุงปารีสในปีนี้ ได้แก่ขนมเอแคลร์รสชาติใหม่ “เอแคลร์ เลมอน เมอแรงก์” (Lemon Meringue Éclair)  ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานความคลาสิคของขนมเอแคลร์ในสไตล์ฝรั่งเศสและเลมอนเมอแรงก์ ซึ่งให้รสชาติเปรี้ยวสดชื่น  นอกจากนี้ ยังมีเอแคลร์ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์จากร้านโฟชองในประเทศอื่นๆ  ซึ่งสำหรับในปีนี้ โฟชองที่ปารีสจะวางจำหน่าย “เอแคลร์อยุธยา” ซึ่งเป็นขนมเอแคลร์ที่เชฟขนมอบของโฟชอง ได้คิดค้นสูตรขึ้นเพื่อเป็นการฉลองการเปิดสาขาในประเทศไทยด้วย โดยเอแคลร์อยุธยา ถือเป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมด้านอาหารของประเทศไทยและฝรั่งเศส ซึ่งทีมเชฟโฟชองนำโดย มร. นิโคลาส์ แจมเบิร์ท เชฟใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนำเอาขนมเอแคลร์ในสไตล์ฝรั่งเศสมารังสรรค์เป็นเอแคร์ “อยุธยา” ที่มีเนื้อเพรสทรี่ครีมเนื้อเนียนนุ่มแบบคลาสสิก ผสมด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของตะไคร้และใบมะกรูด ด้านบนของตัวเอแคลร์ เคลือบด้วยไวท์ช็อคโกแลต แต่งหน้าด้วยเนื้อมะพร้าวรมควัน และประดับด้วยทองคำเปลว สะท้อนความหรูหราและแรงบันดาลใจจากความรุ่งเรืองของยุคสมัยอยุธยา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไทยและฝรั่งเศสมีการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันในหลายๆ ด้าน” นางสาวสวภัทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับร้านโฟชอง ในประเทศไทยทั้งสองสาขาคือที่สยามพารากอน และกรู๊ฟแอทเซ็นทรัลเวิลด์ ก็จะจัดให้มีสัปดาห์แห่งขนมเอแคลร์ขึ้นในวันที่ 12-20 กันยายนนี้เช่นกัน โดยจะมีขนมเอแคลร์จากหลากคอลเล็คชั่นให้เลือกอร่อยกันถึง 11 รส ได้แก่ เอแคลร์เลมอนเมอแรงก์ ที่เปิดตัวพร้อมๆกับที่ปารีส เอแคลร์จากคอลเล็คชั่นคลาสสิคได้แก่ คาราเมล ช็อคโกแล็ต กาแฟ และปารีส-เบรสนอกจากนี้ยังมีเอแคลร์ในรสชาติต่างๆ เช่น เอแคลร์สตอว์เบอร์รี่ ส้ม แบล็คเบอร์รี่ และมัชชะ รวมถึงขนมเอแคลร์อยุธยา และเอแคลร์ชาดอกมะลิ ที่เคยวางจำหน่ายในช่วงวันแม่ที่ผ่านมา โดยจะได้นำกลับมาให้ลูกค้าได้เลือกอร่อยกันอีกครั้ง” พบขนมเอแคลร์สัญชาติฝรั่งเศสหลากหลายรสชาติ ในสัปดาห์แห่งเอแคลร์ ได้ที่ร้าน โฟชอง ชั้น 2 โครงการกรู๊ฟ@เซ็นทรัลเวิลด์และที่ชั้น G สยามพารากอนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองโต๊ะอาหาร ได้ที่ โทร. 02 264 5808-9

อุ่นอาหารซ้ำๆ เสี่ยง! คุณค่าทางโภชนาการ ลดลง
คุณค่าด้านโภชนาการ /  คุณค่าทางอาหาร / 

ปัจจุบันโรคอ้วนเป็นปัญหาอย่างมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยโรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรังที่อาจเป็นสาเหตุสำคัญให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา เช่น โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานหรือโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น ดังนั้นโรคอ้วนจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษา ซึ่งการรักษาสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การใช้ยารักษา และการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันพบว่าการนำยาลดความอ้วนไปใช้ในทางที่ผิดมีมากขึ้น เนื่องจากการซื้อยาลดความอ้วนสามารถหาซื้อเองได้ง่าย โดยไม่ได้มีการแนะนำ ปัจจุบันประชาชนนิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปหรือปรุงประกอบ อาหารในปริมาณที่มาก เมื่อรับประทานไม่หมดก็นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น แล้วนำมาอุ่นรับประทานในมื้อต่อไป ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงอันตรายจากอาหารค้างคืนที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพว่า อาหารที่มีการอุ่นซ้ำซากหรือต้มตุ๋นเป็นระยะเวลานานเกิน 4 ชั่วโมงขึ้นไป จะมีโอกาสทำให้ คุณค่าทางโภชนาการ ลดลง ดังนั้น ควรปรุงอาหารแต่พอกินในแต่ละมื้อ เพราะอาหารที่ปรุงสุกใหม่ คุณค่าทางโภชนาการ จะมีมากกว่าอาหารที่ผ่านการอุ่นหลายๆครั้ง โดยเฉพาะอาหารประเภทเป็ดพะโล้ ห่านพะโล้ หมูสามชั้น ซึ่งในขณะปรุงจะมีการเคี่ยวด้วยน้ำตาลเพื่อให้รสชาติที่อร่อย อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังคือ เมื่อโปรตีนจากเนื้อสัตว์ถูกความร้อนจากการเคี่ยว ต้มตุ๋นเป็นเวลานาน อาหารพวกนี้มักถูกตรวจพบสารกลุ่มเฮ็ตเตอโรไซคลิกเอมีน ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งเกิดที่ความร้อนไม่สูงนัก คือเป็นการรวมตัวระหว่างครีเอตินีนหรือครีเอติน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของน้ำในเนื้อสัตว์ที่มักไหลออกมาเวลาเอาเนื้อสัตว์ออก จากตู้แช่แข็ง กับสารสีน้ำตาลในเนื้อที่ถูกทอดหรือตุ๋น ซึ่งเรียกสารนี้ว่าเมลลาร์ดรีแอคชั่นโพรดักซ์ ส่วนกลุ่มที่สองเกิดจากความร้อนค่อนข้างสูงมาก จากการเปลี่ยนแปลงของกรดอะมิโนในเนื้อสัตว์ระหว่างปรุงอาหาร เช่น การปิ้งหมู อาหารประเภทผักสด ผัดผัก ผักลวก นึ่ง ต้ม ถ้าเหลือแล้วนำไปเก็บไว้รับประทานมื้อต่อไป คุณค่าทางโภชนาการ จะลดลง หากเก็บรักษาไม่ดีพอ จุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนในระหว่างเก็บก็จะทำให้ท้องเสียได้ ส่วนการรับประทานเนื้อแดงมากๆจะมีแนวโน้มทำให้การรับประทานผักและผลไม้ลดลง ทำให้ป้องกันเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไปจากกระบวนการ oxidation หรือการเกิดอนุมูลอิสระ เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งบางชนิด ดังนั้น จึงควรกินผักสดเป็นประจำ อย่างน้อยมื้อละ 2 ทัพพี เพราะในผักมีวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย ทั้งนี้ การปฏิบัติตนให้มีสุขภาพดีด้วยการกินอาหารที่ถูกต้อง ทั้งปริมาณ คุณภาพ ตามหลักโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีคือ กิน อาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย กินผักชนิดต่างๆอย่างน้อยมื้อละ 2 ทัพพี กินผลไม้อย่างน้อยมื้อละ 1-2 ส่วน เช่น กล้วยน้ำว้าหรือส้ม ฃ เลือกวัตถุดิบในการปรุงอาหารที่ปลอดภัยจากการปนเปื้อนของสารเคมีและสิ่ง เจือปน ลดการกินอาหารมัน ได้แก่ อาหารทอดน้ำมัน เช่น ไก่ทอด หมูทอด อาหารที่มีกะทิ เช่น แกงกะทิ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันทอดซ้ำ ลด การกินอาหารหวาน ลดการกินเค็ม โดยเฉพาะเครื่องปรุงรสเค็ม ลดการกินอาหารแปรรูป หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสีเกินความเป็นสีธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์แปรรูปสีแดง หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงไว้ค้างคืน ดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปรกติ ผู้ชายรอบเอวไม่เกิน 90 ซม. ผู้หญิงรอบเอวไม่เกิน 80 ซม. ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ทำใจให้สบาย คิดบวกเสมอ ขอบคุณที่มาจาก : เว็บไซต์กรมอนามัย thaihealth.or.th

ส. ธุรกิจบ้านจัดสรร คาดอสังหาฯปีหน้าโตเกิน 5%
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร คาด ธุรกิจอสังหาฯ ปีหน้าขยายตัวเกิน 5% โครงการรถไฟฟ้าสีชมพู - ส้ม ช่วยหนุน นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ จะทรงตัว หรือติดลบเล็กน้อย แม้ว่าการซื้อขายที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีหลัง จะฟื้นตัวขึ้นจากภาวะการเมืองที่ดีขึ้น แต่จากปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการเมืองร้อนแรงในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ติดลบถึงร้อยละ 5 อย่างไรก็ตาม มองว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ จะทำให้การเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตดีขึ้น โดยเฉพาะความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ที่มีความชัดเจน เช่น สายสีชมพูและสายสีส้ม หากภาวะเศรษฐกิจขยายตัวได้ร้อยละ 4-5 ในปีหน้า จะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าขยายตัวได้เกินร้อยละ 5 ส่วนนโยบายการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกระทรวงการคลัง มองว่าเป็นแนวทางที่ดีที่ทำให้คนที่มีที่ดินรกร้างและไม่ได้ทำประโยชน์ ปล่อยที่ดินออกมา ส่งผลให้ราคาที่ดินแถบชานเมืองและต่างจังหวัดมีราคาสมดุลมากขึ้น

15 ไอเดีย แต่งนอนห้องสีน้ำตาล
สีห้องนอน /  ห้องนอนสีน้ำตาล / 

สีน้ำตาล แม้จะเป็นสีโทนเข้มที่เสี่ยงจะนำมาตกแต่งห้องแล้วทำให้ห้องดูอึดอัด แต่ถ้าหากเลือกใช้ให้เหมาะสมก็สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้เหมือนกัน เช่น การเลือกใช้สีน้ำตาลแค่ด้านใดด้านหนึ่งของผนัง และเหลือผนังด้านที่เป็นสีอ่อนเอาไว้ เพื่อทำให้ห้องดูมีมิติ ไม่คับแคบจนเกินไป หรืออาจจะผสมผสานกับสีสันอื่น ๆ เพื่อเติมความมีชีวิตชีวาให้กับห้องก็ได้ แต่ถ้าหากใครมีห้องนอนกว้างพอ หรือไม่รู้สึกว่าสีน้ำตาลจะทำให้คุณอึดอัด ก็สามารถจัดสีน้ำตาลเต็มเหนี่ยวให้ห้องนอนของคุณได้อย่างไม่ผิดกติกา (ข้อมูลจาก Decorreport.com) รวม 15 ไอเดีย แต่งนอนห้องสีน้ำตาล ห้องนอนโทนสีน้ำตาลอ่อน ภาพไอเดียแต่งห้องนอนสีน้ำตาล จาก www.vangviet.com ภาพไอเดียแต่งห้องนอน จาก www.realestate.com.au ห้องนอนสีน้ำตาล ขาว เรียบง่าย ภาพไอเดียแต่งห้องนอน จาก rejigdesign.com โดดเด่นที่วอลเปเปอร์ลายริ้วสีน้ำตาล เข้ากับเซ็ทที่นอน ภาพไอเดียแต่งห้องนอน จาก www.wowwallpaperhanging.com.au ห้องนอนสีน้ำตาลเรียบง่ายแต่ไม่น่าเบื่อ ภาพไอเดียแต่งห้องนอน จาก dwot.org เน้นสีน้ำตาลที่ลวดลายวอลเปเปอร์ ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ ภาพไอเดียแต่งห้องนอน จาก whatishomeimprovement.com การผสมสีที่ลงตัวระหว่างสีม่วงกับสีน้ำตาล ภาพไอเดียแต่งห้องนอนสีน้ำตาล จาก galleryhip.com พื้นฐานของทั้งสองสีคือสีจากธรรมชาติ การตกแต่งจึงได้อารมณ์สดชื่น สบายใจ ไอเดียแต่งห้องนอน จาก www.decorpad.com ไอเดียแต่งห้องสีน้ำตาลไล่โทนไปถึงสีส้ม แต่งห้องนอนสีน้ำตาล จาก www.zubujk.com อีกไอเดียแต่งห้องนอนที่เรียบง่าย โล่งสลาย ไล่สีน้ำตาลเข้ม อ่อน และสีขาว ไอเดียแต่งห้องนอน จาก www.darcjazz.com ตกแต่งห้องได้ชิคสุดๆ กับลูกเล่นของผ้าปูที่นอน ภาพจาก www.worldwide-response.com การไล่โทนสีของผนัง ให้มีสีเข้มสีอ่อน ทำให้ห้องนี้มีมิติ ไม่อึดอัด ภาพไอเดียแต่งห้องนอน จาก www.iquomi.com โครงเตียงสีน้ำตาลเข้ม ทำให้ห้องนี้มีความนุ่มนวลไม่ตัดกับผนังสีฟ้าอ่อนจนเกินไปนัก ภาพไอเดียแต่งห้องนอน จาก http://orlili.com/ แต่งห้องนอนสีน้ำตาล กับเฟอร์นิเจอร์สีฟ้าเข้ม เป็นการผสมสีเข้มสองสีให้โดดเด่น ภาพจาก www.housedecoratingidea.com ภาพ ไอเดียแต่งห้องนอนสีน้ำตาล-เขียว จาก www.amazon.com รวม 15 ไอเดีย แต่งนอนห้องสีน้ำตาล

Reef Sushi Bar & Grill อาหารญี่ปุ่นความแตกต่างอย่างลงตัว
ซูชิ /  ร้านอาหารญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะวันนี้ตามรอยนักชิมและมาเฟียฟู้ด พาชิมอาหารญี่ปุ่นสุดหรู อย่างร้าน Reef Sushi Bar & Grill อยู่ใต้คอนโดศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน ตรงข้ามกับ SCB Park ฝั่งเดียวกับเมเจอร์รัชโยธิน ใครจะรู้ว่าร้านสไตล์หรูหราเหมือนอยู่ใจกลางทองหล่อแต่กับอยู่ใกล้แค่นี้เอง อาหารญี่ปุ่นของที่นี่รับรองว่าต้องไม่เหมือนกับร้านไหนแน่นอน ถ้าอยากรู้ก็ตามมาเฟียฟู้ดไปเลย Reef Sushi Bar & Grill ภายในร้านตกแต่งเหมือนใต้ท้องทะเล เมื่อเดินเข้ามารู้สึกเหมือนเข้า Aquarium เลยทีเดียว ร้านเป็นธีม สีฟ้า ม่วง และตกแต่งลวดลายเหมือนทะเล ทั้งโต๊ะ เพดาน และ พื้น เป็นลายเหมือนน้ำทะเลและหาดทราย เป็นไอเดียเก๋ไก๋มากๆ ทั้งร้านจะมีตู้ปลาอยู่ทุกมุมของร้าน ชั้นล่างจะเป็นตู้ปลาฉลามตัวน้อย หรือที่เรียกกันว่า baby shark นั่นเอง นอกจากจะได้ทานอาหารอร่อยๆ แล้วยังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศภายในร้านอีกด้วย ใครที่ได้มาทานที่ร้านนี้คงอดหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายไม่ได้ ด้านบนชั้นสองจะเป็นบาร์เครื่องดื่ม ที่นี่โดดเด่นเรื่องอาหารญี่ปุ่นแล้วยังมี บาร์เครื่องดื่ม ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ทั้งค็อกเทลและม็อกเทล ออกมาเสิร์ฟกันครบครัน จิบแกล้มกับอาหารรสเลิศ โดยบาร์เทนเดอร์คอยทำเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ที่ยังคงคอนเซปต์ร้านได้ดีก็คือ เบอร์รี่ ที่ถูกแอบแฝงและผสมลงไปเกือบทุกเมนูเลยทีเดียวค่ะ เอกลักษณ์ของร้านที่ไม่พูดไม่ได้ก็คือ การผสมผสานระหว่างของคาวและของหวานให้เกิดเป็นเมนูใหม่ไม่ซ้ำใครแน่นอน มาเริ่มกันที่เมนู Signature ของทางร้านกันเลยกับเมนูที่ถูกการันตีโดยผู้เชี่ยวในวงการอาหาร ยกให้เป็นเมนูสุดยอดของที่ร้าน กับเมนู " Tuna Cheesecake " Tuna Cheesecake 250-. ทูน่าชีสเค้ก เป็นการนำของคาวอย่างปลาทูน่าดิบให้เป็นของหวานได้ไม่น่าเชื่อ โดยการนำทูน่าสอดไส้ในครีมชีสรสชาเขียว ราดด้วยเบอร์รี่ซอสและซอสส้ม ทานคู่กับ ส้มซันคิสต์ สตรอว์เบอร์รี และกีวี่ เมนูนี้ทำให้คนที่ไม่ทานปลาดิบ สามารถทานได้ค่ะ Hotate Berry Sauce 550-. จานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจานจากวัตถุดิบต่างกันสุดขั้วนำมาทำให้เกิดความอร่อยขึ้นมา อย่างหอยเชลล์ที่กริลล์มาพอสุก ทานคู่กับ ส้มซันคิสต์ สตรอว์เบอร์รี ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวต่างกับซอสที่มีรสชาติเผ็ดนิดๆ จานนี้ของคาวและของหวานลงตัวกันได้พอดีค่ะ หอยนางรม เมนูใหม่จากทางร้าน แหล่งที่มาของหอยก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล สุราษฎร์ธานี ประเทศไทยของเรานี่เองค่ะ ของที่บ้านเรานำมาดัดแปลงโดยเชฟมืออาชีพ จานนี้ยังคงคอนเซปต์ร้านคือมิกซ์ผลไม้ลงไปในน้ำจิ้มที่มีให้เลือกถึง 4 รสชาติเลยทีเดียว Maguro Sashimi Plate 1,450 -./ 9 ชิ้น ปลาทูน่า 3 ส่วน เอาใจคนที่ชอบทานปลาดิบและคนที่เป็นแฟนพันแท้ของปลาทูน่า เพราะจานนี้ได้รวบรวมส่วนที่ดีที่สุดของปลาทูน่า 3 ส่วนนั่นก็คือ อะคามิ  เนื้อส่วนกลางลำตัวมีสีแดงไม่มีไขมัน ชูโทโร่ ส่วนท้องหางของปลาทูน่า และ โอโทโร่ เป็นส่วนท้องของลำตัวที่เป็นส่วนที่มีไขมันแทรกอยู่ทั่วชิ้นคำนี้ที่เด็ดที่สุด มันจะละมุนอยู่ในปาก Aburi Sushi Plate 850 -. ซูชิแบบเผาไฟรวม 5 ชิ้น คำใหญ่ๆ ให้เนื้อปลาชิ้นยาว ถูกกิลล์เนื้อชั้นบนของปลา ฟัวกราส์  ตับห่านวัตถุดิบที่สุดยอดก็อยู่ที่ร้านนี้เช่นกัน ฟัวกราส์โปะอยู่บนปูจ๋า กรอบนุ่มราดซอสอร่อยพอดีคำ วันนี้มาเฟียฟู้ดควงคู่มากับพิธีกรสาวสวยสุดเซกซี่กับน้องกุ๊กเกล อลัวร์ มาช่วยการันตีว่าอาหารร้านนี้อร่อยจริงๆ มาเฟียฟู้ดมอบประกาศนียบัตรให้กับ เชฟ จักรวาล บุตรสาร เชฟผู้สร้างสรรค์เมนูอร่อยๆ ให้เราได้ทานกัน คราวหน้ามาเฟียฟู้ดจะพาชิมที่ไหนติดตามกันเรื่อยๆ นะคะ ร้านไหนดี ร้านไหนเด็ด "อร่อยจริงเจอกัน"  แผนที่ร้าน Reef Sushi Bar & Grill

รฟม. เร่งดันรถไฟฟ้า 3 สาย ชง คสช. พิจารณา
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน /  ข่าว / 

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ (รฟม.) เตรียมเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติโครงการรถไฟฟ้าจำนวน 3 เส้นทางภายในปี 2557 ประกอบด้วย 1. สายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี 2. สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และ 3. สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. อยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทางประมาณ 19 กม. ส่วนเส้นทางที่มีการออกแบบ และผ่านความเห็นชอบ จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (อีไอเอ) แล้ว 3 เส้นทาง ประกอบด้วย 1. สายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี 2. สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และ 3. สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง รวมระยะทางประมาณ 120 กม. หากเป็นไปตามแผน จะสามารถประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้ภายในปี 2557 และจะทยอยเปิดให้บริการในปี 2562-2563 หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ รฟม. จะสามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 220 กม. ภายใต้งบลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท MThai News

หนูหิ่น เดอะมูฟวี่ (Noo Hin: The Movie (2006)) 3/3 จบ (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

ผู้กำกับ คมกฤษ ตรีวิมล นักแสดงนำ รุ้งลาวัณย์ โทนะหงษา นุ่น - กชกร ศุภการกิจกุล การ์ตูน - ปาณิศา บัวเจริญ เรื่องย่อ หนูหิ่น เด็กสาว แสบ ซน แห่งบ้านโนนหินแห่ ซึ่งมีวีรกรรม อันแสนแสบประจำหมู่บ้าน ชาวบ้าน ต่างอิดหนาระอาใจ มาวันหนึ่ง เมื่อย่างเข้าหน้าแล้ง พ่อก็มาเจ็บ น้องก็จะเปิดเทอม หนูหิ่นจึงตัดสินใจ เข้าทำงานที่กรุงเทพฯ หนูหิ่นเข้ามารับงานตำแหน่งผู้จัดการบ้าน โดยมีคุณมิลค์แสนสวย คุณส้มโอพี่สาวที่สวยไม่แพ้กันเป็นเจ้านาย หนูหิ่นแอบปลื้มคนสวนข้างบ้าน โดยมารู้ทีหลังว่าคนสวนนั้นคือ คุณทอง ลูกชายคนเล็กของบ้านข้างๆ ความป่วนยังไม่สิ้นสุด เมื่อมีการจัดประกวดสุดยอดนางแบบขึ้น หนูหิ่นยุคุณส้มโอให้เข้าประกวดแต่กลายเป็นว่าการประกวดซุปเปอร์โมเดลครั้งนี้ เกิดเหตุการณ์วุ่นวายจนเป็นเรื่องใหญ่โตชนิดที่ทุกคนงงไปตามๆ กัน ที่มา : http://www.seeingmole.com/index.php/17635/noo-hin/ 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408891558.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408970729.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408896872.html

ตร.รวบสามเณรแต๋ว หลังฉกเงินจากร้านสปา
พระขโมยเงิน /  พระเข้าสปา / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมสามเณรแต๋ว หลังก่อเหตุลักทรัพย์จากร้านสปาชื่อดัง ตรวจสอบประวัติพบเคยถูกจับกุมฐานลักทรัพย์และมอมยาพระสงฆ์มาแล้ว วานนี้ (4 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ได้ควบคุมตัว สามเณรเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ทั่วพื้นที่เมืองเชียงใหม่และใกล้เคียง หลังจากที่ตกเป็นข่าวเข้าไปลักทรัพย์ที่ร้านสปาชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เงินสดไป 30,000 บาท เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งทางสามเณรเอ ให้การรับบสารภาพว่า เพิ่งพ้นโทษจากสถานพินิจออกมา เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนจะบวชเป็นสามเณรอีกครั้งที่วัดแห่งหนึ่ง จ.ลำพูน ต่อมาก่อเหตุลักทรัพย์เจ้าอาวาสและพระครูที่วัดหลายครั้ง ได้ทรัพย์สินไปกว่า 400,000 บาท และยังก่อเหตุเรื่อยมา ทั้งลักทรัพย์โยมอุปถัมภ์อีก 300,000 บาท สร้อยคอทองคำอีก 1 เส้น ล่าสุดเข้าไปที่ร้านสปาแห่งหนึ่ง ขโมยเงินในลิ้นชักร้านไป 30,000 บาท และหยิบบัตรเครดิตของลูกค้าไปรูดใช้ นอกจากนี้สามเณรเอ ยังเคยถูกจับกุมฐานลักทรัพย์และมอมยาพระสงฆ์ เมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว ก่อนจะย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง และพบว่ามีการใช้บัตรเครดิตของผู้เสียหายคนหนึ่งไปใช้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จึงได้ติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นร่างกายผู้ต้องหา ระหว่างที่ถอดจีวรออก พบว่าข้างในสวมใส่ชุดเสื้อสายเดี่ยวสีส้ม เข้ากับกระโปรงผ้าชีฟองพริ้วไสว ทั้งนี้ในกระเป๋าสัมภาระยังพบอุปกรณ์แต่งหน้าและวิกผมอีกด้วย MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง สามเณรแต๋ว เข้าร้านสปา ฉกเงิน3หมื่นหลบหนี

ประวัติ ส้ม พัชรี ทอมหล่อขั้นเทพสุดฮอต
ทอม /  ประวัติ / 

กรี๊ดดดดดดดสลบ...เมื่อเจอหนุ่มคนนี้ มองแว๊บแรก ผู้ชายคนนี้หล่อล่ำเพอร์เฟ็กต์ทั้งหน้าตา รูปร่าง(เพ้อออภาพตาม) สเปกสาวๆ เลยอ่ะ แต่ก็ต้องอึ้งเมื่อรู่ว่า เขาคนนี้คือ ผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายแท้นะจ้ะ แอบเสียดายแต่ไม่เสียใจ เพราะถึงแม้เธอจะเป็นทอม แต่ก็เป็นสาวทอมที่มีใบหน้าหล่อเหลาบาดใจมากๆ และกำลังฮอตสุดๆ ในโลกโซเชียลอีกด้วย กับเธอคนนี้ ส้ม พัชรี อนันต์ทวีรัชต์ และเธอกำลังเป็นไอดอลต้นแบบให้สาวทอมอีกหลายๆ คน ถ้าเพือ่นๆ อดใจไหม่ไหวแล้ว รีบมาติดตามประวัติ ส้ม พัชรี ทอมหล่อขั้นเทพสุดฮอต และภาพหล่อๆ ของเธอให้เลือดกำเดากระชู๊ดดดกันเลย ประวัติ ส้ม พัชรี ทอมหล่อขั้นเทพสุดฮอต ชื่อ : พัชรี อนันต์ทวีรัชต์ ชื่อเล่น : ส้ม ผลงานล่าสุด : 1 ในผู้เข้าประกวด Mr.tom act 2014 IG : @zomanan เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจาก IG : @zomanan เรื่องราวที่น่าสนใจ เฟ้นหาทอมบอย Mr. @tom act ประจำปี 2014 โฉมหน้า 53 ผู้เข้าโครงการประกวด Mr.@tom actz 2014

วันแม่ เลือกของทำบุญ ใส่บาตรตามวันเกิด
ของทำบุญ /  ของใส่บาตร / 

ทำบุญ วันแม่ปีนี้ พาแม่ไปทำบุญตามวันเกิด แต่ละคนอาจจะ ทำบุญ ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะ ทำบุญ เลี้ยงพระกันที่วัด หรืออาจจะเลือกทำบุญ ไปเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า หรือผู้สูงอายุที่บ้านพักคนชรา หรือจะ ทำบุญ ที่เป็นประโยชน์ทางสังคมอื่นๆ ก็สามารถทำได้ แล้วแต่คุณจะสะดวกว่าจะทำอะไรครับ การเลือกของ ทำบุญ นั้นก็สำคัญ ซึ่งการเลือกของ ทำบุญ ใส่บาตร ตาม วันเกิด จะช่วยเพิ่มบุญบารมีของท่านได้เร็วยิ่งขึ้น Horoscope.Mthai.com จึงนำวิธีการ เลือกของ ทำบุญ ใส่บาตร ตาม วันเกิด ตามแต่ละวันมาฝากกันครับ ท่านที่เกิดในวันอาทิตย์ ต้องทำอาหาร ใส่บาตร เรียกว่าตระกูลไข่และกะทิ อาหารคาว ก็ให้เน้นอาหารสารพัดไข่ ไม่ว่าจะเป็นไข่ดาว ไข่เจียว หรือไข่ลูกเขย และแกงกะทิ และส่วนผสมของกะทิหรือต้มข่าต่างๆ อาหารหวาน ก็ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวกะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำขิง หรือเงาะ ของถวายพระ ให้ถวายหลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์ แสงสว่าง แว่นตา  พยายามตื่นแต่เช้าหน่อยเพื่อออกมารับแสงอาทิตย์ตอนเช้าร่างกายจะได้เกิดพลัง ของตัวท่านเอง และทำให้แข็งแรงมีพลังเสริมบารมี และหมั่นเติมน้ำมันตะเกียงด้วยนะคะ จะได้มีชีวิตสว่างตามน้ำมันที่เราเติมเติมก็อย่าวนไปมาเทเท่านั้นชีวิตไม่วน เวียน หลังจากทำบุญแล้ว ควรสวดคาถาของแต่ละวัน (วันที่เกิด) สำหรับท่านที่เกิดวันอาทิตย์ สวดวันละ 6 จบ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ ท่านที่เกิดในวันจันทร์ ควรถวายของที่เกี่ยวกับไก่ และของต้ม หรือผัดครับ แต่ถ้าท่านหลีกเลี่ยงในการรับประทานไก่ก็จะดี หรือเอาอาหารที่มีไก่ผสมให้ทำบุญได้เลย  อาหารคาว ประเภทที่มีสัตว์ปีก หรือสัตว์น้ำ เช่น ไก่ผัดขิง ปูผัดผงกะหรี่ ต้มยำไก่ อาหารหวาน เช่น น้ำเต้าหู้ น้ำอ้อย โดนัท นมสด เผือก มัน ขนมเปี๊ยะ และลางสาดแก้วมังกร กล้วยหอม หรือน้ำว้า ของถวายพระ ก็มีแก้วน้ำ แจกัน และของที่เกี่ยวกับน้ำและทำของเป็นคู่เน้นน้ำ พยายามทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อย่าวิตกกังวลจนเกินเหตุ และควรให้ความช่วยเหลือสตรีให้มาก ๆ ถ้าเจอผู้หญิงโหนรถเมล์อยู่ก็ควรจะลุกให้นั่งหรือช่วยถือของก็จะส่งผลดี หลังจากทำบุญแล้ว ควรสวดคาถาของแต่ละวัน (วันที่เกิด) สำหรับท่านที่เกิดวันจันทร์ สวดวันละ 15 จบ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ท่านที่เกิดวันอังคาร เราจะเน้นของ ใส่บาตร ที่เกี่ยวกับเส้น เรื่องที่ดีต่างๆ ของเป็นเส้นก็ดังนี้ ให้ ใส่บาตร อาหารประเภทเส้น อาหารคาว ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ หรือก๋วยเตี๋ยว และเนื้อปลา อาหารหวาน จะมีฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ระกำ ขนุน และน้ำอัดลมต่างๆ เลือกน้ำแดงก็ดี ของถวายพระ ให้ถวายด้วยเครื่องไม้เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร พัดลม หรือกรรไกรตัดเล็บและเครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับการก่อสร้างต่างๆ ดีและทำบุญตามกำลังวัน 8 บาทหรือจะทำคู่มิตร 21 บาท จะได้ช่วยทำให้เกิดการสร้าง และซ่อมแซม และทั้งวันควรหาเวลา ทำบุญ ที่วัดหรือล้างห้องน้ำถ้าทำได้ แต่ก็จะต้องทำให้เราอารมณ์ดีเสมอทั้งวันทำใจให้แจ่มใส หลังจากทำบุญแล้ว ควรสวดคาถาของแต่ละวัน (วันที่เกิด) สำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร สวดวันละ 8 จบ ติ หัง จะโต โร ถิ นัง ท่านที่เกิดในวันพุธกลางวัน จะพิเศษตรงที่ถ้าเป็นพุธกลางวัน ให้เน้นอาหารประเภทสีเขียว อาหารคาว แกงเขียวหวาน ผัดคะน้าน้ำมันหอย เส้นเซียงไฮ้ยำ หมี่หยกผัดน้ำมัน ชะอมทอดไข่ ของหวาน ก็ควรจะเป็นขนมเปียกปูน น้ำฝรั่ง องุ่นเขียวหรือองุ่นแดงก็ได้ หรือแล้วแต่หาได้ ชมพู่ แอปเปิ้ลเขียว แก้วมังกรขาว ของถวายพระ ด้วยอุปกรณ์การศึกษา หนังสือธรรมะ และหนังสือเพื่อส่งเสริมการฝึกทักษะต่างๆ ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเองและให้ ทำบุญ ตามกำลังวันครั้งละ 17 บาท ก็จะทำให้มีโชคและส่งเสริมดวงชะตาท่านให้ดีขึ้นครับ หลังจากทำบุญแล้ว ควรสวดคาถาของแต่ละวัน (วันที่เกิด) สำหรับท่านที่เกิดวันพุธกลางวัน สวดวันละ 17 จบ ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ท่านที่เกิดวันพุธกลางคืน จะ เน้นของหมักดอง อาหารคาว อย่างผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง ผัดหน่อไม้กับไก่ หรือหมู ข้าวหมาก ข้าวเหนียวดำ ของหวาน เฉาก๊วยของดำต่างๆ หรือผลไม้หัวโต ๆ อย่างทุเรียน หรือขนุน แก้วมังกรแดง องุ่นแดง ของถวายพระ ควรถวายพัดลม เทปธรรมะ หรือซีดีธรรมะ และให้ ทำบุญ ด้วยปากกา เครื่องเสียงหรือไมโครโฟนก็ได้ เครื่องขยายเสียง ถ้ายาแก้โรคลม ยาหอม ข้อคิดควรเลิกสูบบุหรี่(ถ้าสูบอยู่) เลิกดื่มแอลกอฮอล์ เลิกพนันหรืออย่าเป็นตัวการส่งเสริมให้ทำผิดศีลธรรม อย่าเที่ยวกลางคืน ไม่แตะยาเสพติด และไม่ค้ายาหรืออย่าชี้แนวทางที่ไม่ดีให้คนอื่น เท่านี้ก็ส่งเสริมดวงให้ ดีและ ทำบุญ ตามกำลังวันครั้งละ 12 บาท ควรสร้างพระและเข้าวัดฟังธรรมและปฏิบัติธรรมบ้างจะส่งผลดีกับดวงให้คุณอย่าง มากมาย หลังจากทำบุญแล้ว ควรสวดคาถาของแต่ละวัน (วันที่เกิด) สำหรับท่านที่เกิดวันพุธกลางคืน สวดวันละ 12 จบ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ ท่านที่เกิดในวันพฤหัสบดี อาหารคาว ให้ทำบุญอาหารประเภทพืชผักที่เป็นเถา เช่น การทำบุญด้วยน้ำเต้าหู้ และ ผัดบวบ ผัดน้ำเต้า ผัดฟักกับไข่ และอาหารประเภทนี้จะส่งเสริมให้ดวงชะตาท่านดี เพราะท่านเป็นคนห่วงใยเลยให้ ทำบุญ เป็นประเภทนี้ซึ่งจะส่งเสริมเรื่องการช่วย เหลือให้ดีขึ้น คนจะได้คิดถึงไม่เสื่อมคลาย ของหวาน แตงโม แตงไทย น้ำแตงโมหรือน้ำผลไม้ที่เกี่ยวกับสีแดง น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้ และน้ำผลไม้เสริมสุขภาพต่างๆ และของที่บำรุงสมองจะได้โล่งสบาย องถวายพระ คือ สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา หมอนถวายพระ 1 คู่ หรืออาสนะ เวลาทำบุญให้นึกถึงบริวารและทำบุญตามกำลังวันครั้งละ 19 บาทไปด้วยจะได้ทำให้การสอนหรือการบอกกล่าวเขาจะเชื่อฟังมากขึ้น และเราจะเสริมความสุขนอนก็หลับสบาย หลังจากทำบุญแล้ว ควรสวดคาถาของแต่ละวัน (วันที่เกิด) สำหรับท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี สวดวันละ 19 จบ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ ท่านที่เกิดในวันศุกร์ ควรทำบุญด้วยของหอม ของออกหวาน ของสวยงาม และเน้นอาหารที่ทำจากข้าวหอม หรือเกี่ยวกับคำว่าหอมดังนี้ อาหารคาว ทำบุญ ข้าวปากหม้อ ซึ่งข้าวนั้นต้องเป็นข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ยำรวมมิตรใส่หอมใหญ่ ไข่เจียวใส่หัวหอมใหญ่ ปลาช่อนลุยสวน หรือลุยดงใส่หัวหอมเป็นเครื่องผสมเรียกว่าใส่น้ำลาดนั้นเอง ห่อหมก ขนมจีบหมูหรือกุ้ง แกงส้มหรือต้มจืดใส่หัวไชเท้า ของหวาน เครื่องดื่มต่างๆ ให้ใช้หลักๆ น้ำเก็กฮวย น้ำกล้วยหอม เค้กกล้วยหอม ขนม รวมมิตร น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง และแอปเปิ้ล สาลี่ ฝรั่งกิมจู น้ำมะพร้าวเผา เงาะเชื่อมหรือเงาะลอยแก้ว ของถวายพระ เวลา ทำบุญ ให้ ทำบุญ ของเป็นคู่ และของหอมหรือกำยานเทียนและธูปหอมก็จะดีอย่างมากทีเดียว เพราะจะทำให้การดำเนินชีวิตดีและราบรื่นด้วย แต่อย่าลืมทำทานด้วยเงินและชำระหนี้สงฆ์ด้วยจะทำให้การเงินของท่านและมีโชค ลาภเสมอควรใส่ตามกำลังวันเกิดด้วยนะคะสัก 21 บาทจะทำให้ดีเสมอครับ หลังจากทำบุญแล้ว ควรสวดคาถาของแต่ละวัน (วันที่เกิด) สำหรับท่านที่เกิดวันศุกร์ สวดวันละ 21 จบ วา โธ โน อะ มะ มะ วา ท่านที่เกิดในวันเสาร์ ควรทำบุญด้วยของดำ ของขมและเปรี้ยวนิดนึง ของที่รักษาสุขภาพจะดีมาก อาหารคาว เช่น มะระยัดไส้หมูสับ น้ำพริกพริกกะปิ น้ำพริกปลาทู เมี่ยงปลาทู  มะเขือยาว แกงเลียง แกงส้มมะรุม ของหวาน ลูกตาลเชื่อม หม้อแกง  กาแฟ ชาดำเย็น โอเลี้ยง มะตูมเชื่อม มะละกอ สับปะรด  ของถวายพระ ทำบุญ ให้ซื้อที่ดินถวายวัด สร้างฐานพระฐานเทพ  ร่ม กระเบื้องมุงหลังคา สร้างหอระฆัง  โรงนอนของพระหรือสงฆ์หรือเรียกว่ากุฏิ ห้องน้ำ ทำบุญโลงศพ ชำระหนี้สงฆ์ครั้งละ 10 บาท 20 บาทได้เลยแต่ทุกครั้งที่ ใส่บาตร ให้ทำตามกำลังวันจะดี หลังจากทำบุญแล้ว ควรสวดคาถาของแต่ละวัน (วันที่เกิด) สำหรับท่านที่เกิดวันเสาร์ สวดวันละ 10 จบ โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ ดูดวงปี 2556 ดูดวง 12 ราศี กับ อ.คฑา

อ่านไปน้ำตาไหลไป 'เก็กฮวยช่วยแม่' เพจเด็กจุฬาฯขายแซนวิชเพื่อแม่ป่วย
ขายแซนวิช /  ขายแซนวิชรักษาแม่ / 

จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวของน้องเอก นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ขายแซนวิชเพื่อหาเงินช่วยแม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ล่าสุดน้องเอก ได้สร้างแฟนเพจชื่อเก็กฮวยช่วยแม่ซึ่งเป็นแฟนเพจสำหรับบันทึกเรื่องราวของเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่คุณแม่ล้มป่วยจนไปถึงช่วงเวลาในการต่อสู้เพื่อหาเงินมารักษาแม่ โดยน้องเอกเล่าในบันทึกบทแรกของแฟนเพจ เก็กฮวยช่วยแม่ว่า 1. ข่าวร้าย 20 พฤศจิกายน 2556 "โรงเล็ก" ในเวลานั้น เป็นช่วงเวลา ที่เด็กๆนิเทศ จะเรียกกันว่า เทศกาล "ละครโรงเล็ก" ที่เปิดโอกาสให้ใครก็ตาม นิสิตปีใดก็ตามสามารถที่จะทำละคร "เล็ก" ของตนออกมาโชว์ฝีมือกัน เป็นผลให้ คณะคนเยอะเป็นพิเศษ เนืองเเน่นไปด้วย ผู้คนที่กำลังพยายามจะเข้าบทบาท อ่านบทและลืมโลกทั้งใบตรงหน้าของเขา แล้วเข้าไปอยู่ในกระดาษแผ่นนั้น ผมนั่งมอง ผู้คนเหล่านี้ด้วยความชื่นชม เพราะมันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมนั้นเข้าไม่ถึง เหมือนเช่นเคย งานที่ผมทำได้ก็คืองาน "สเตจ" (stage) หรือ ฝ่ายกำกับละคร ที่จริงก็ไม่มีอะไรมากหรอกคับ ผม ขนของเข้าฉาก ออกฉาก พานักเเสดงเข้าออก ดูเเลความเรียบร้อย และมันก็เป็นความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เราได้เห็นตอนจบที่ทุกๆคน ปรบมือเกรียวกราว หรือคนมีความสุข หัวเราะกับมัน ซึ่งสิ่งที่ผมเห็น ก็จะมีแต่ความมืด และเเสงสีที่แสดงอารมณ์ ตัดกันไปมาที่หลังฉาก เขียว แดง ส้ม ม่วง ตามอารมณ์ นั้นๆที่ต้องการจะสื่อ ผมได้เห็นแค่นั้นจริงๆ แต่ก็ได้รู้สึกไปกับมัน และสนุกไปกับมัน ระหว่างที่การซ้อมดำเนินไป เวลาก็ล่วงเลยตามไปด้วย 2 ถึง 3 ทุ่มได้เเล้ว แต่ทุกคนยังคงตั้งหน้าตั้งตา ซ้อมต่อไป โทรศัพท์ที่แบตเสื่อมของผม ทำให้แบตอยู่ไม่ยืดถึงกลางคืน ผมต้องชาร์จไว้ใกล้ และฝากเพื่อนไว้ จนพักซ้อม วันนั้น เพื่อนที่ช่วยดูโทรศัพท์ของผมคือ ฟิวเจอร์ "เอกๆ แม่เอกโทรมาหลายครั้งแล้วอะ โทรกลับด้วย" แน่ล่ะ ระหว่างที่ซ้อมละคร เราต้องคอยเล่นไปด้วย ยกของ จัดของ เรารับโทรศัพท์ไม่ได้ "โอเคๆ เดี๋ยวโทรไป"ผมปลดล็อกเเละเปิด ขึ้นดู miss call และพบว่า มี 4 สายของแม่ที่ค้างไว้ผมรู้สึกทันทีว่าต้องมีเรื่องด่วนแน่ๆ ปกติอย่างมากคุณแม่จะโทรแค่ 2 สาย รู้ว่าเอกไม่รับ ก็จะทิ้งไว้ก่อน ผมกดโทร ไม่ติด ผมกดโทรอีกครั้ง ก็ยังไม่ติด ระหว่างนั้นสมองของผมเเล่นไปว่า อะไรน่าจะทำให้เกิดการโทรแบบนี้ แม่ต้องมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจแน่ๆ และสิ่งที่ผมนึกได้ใกล้เคียงที่สุดก็คือ ม็อบ เดือน พฤศจิกายน เป็นเดือนที่การเมืองเริ่มเข้มข้น มีการนัดชุมนุมใหญ่ที่ราชดำเนินในเร็วๆนี้ อันที่จริงเหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกถึง เมื่อปี 53 ที่มีการชุมนุม ของ ฝ่าย นปช. คุณพ่อ คุณแม่ก็โทรมา บอกให้ผมกลับบ้านเหมือนกัน เพราะกลัวว่าจะมีอันตรายที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น คราวนั้นผมกลับ แต่ก็ต้องทิ้งงาน ทิ้งกิจกรรมที่ทำกับเพื่อนในตอนนั้น ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเป็นเรื่องเดิมๆ ไม่ผิดเเน่ ผมลงมาจากตึกและไปหาอะไรใส่ท้อง ที่หอยู ตามประสา เด็กนิเทศฯ ที่มักจะทำกิจกรรมกันดึกๆ และมาหาอะไรกินตอนนี้ งานนี้เซเว่น กับร้านเกาเหลารับทรัพย์ไปเต็มๆ ผมซื้อเเซนวิช ไข่ต้มและน้ำ จากเซเว่น เเละเดินไปกลางลาน ระหว่างหอหญิง หอชาย ตรงนั้นมีที่ให้เรานั่งและพักขาได้ ผมค่อยๆกินอาหาร และมองดูความนิ่งของบรรยากาศยามค่ำคืนของหอยู เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น และเป็นคุณแม่ที่โทรกลับมา เอกรีบรับโดยไม่ต้องคิด "ครับแม่ ว่าไง" "อืม คือ พรุ่งนี้จะมีทำบุญที่บ้าน อยากให้เอกมาด้วย" "เห้ย ตลกป่าวแม่ เราไม่เคยทำบุญบ้านเลยนะ ทำไมอยู่ดีๆทำอะ" "ก็อยากจะทำให้มันดีๆ สบายใจ เพราะดูเหมือนจะมีเเต่ปัญหาอะไรหนักๆเข้ามาเยอะ หลวงปู่ จะเข้าเมืองมาทำด้วย แม่ให้ป้าช่วยติดต่อละ" "เดี๋ยวครับ แม่ คือไม่ได้บอกเอกก่อน เอกมีต้องช่วยพี่เค้าทำละคร  คือ ตกลงกับพี่เค้าไปแล้วด้วย  ถ้าเอกอยู่ดีๆไปมันจะ ไม่ดีนะแม่" "อืม ก็อยากให้เอกมา" น้ำเสียงแม่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน "แม่มีอะไรรึเปล่า บอกเอกตรงๆได้เลยนะ" "ก็คือ งานทำบุญบ้านอะไรนี่เราก็ไม่ได้มีบ่อยไง ก็อยากให้เอกมาด้วย อีกหน่อยเอกก็ต้องมาอยู่ จะได้เป็นมงคลกับตัวเอกไง" "ไม่ๆ ฮะ คือ ถ้าบอกก่อนเอกก็น่าจะไปได้ แต่อันนี้เอก ตกลงกับพี่ไปแล้วอะ" "มาก่อนวันนึงได้มั้ย ขอพี่เค้าวันนึง จะได้มา..." ผมเริ่มหงุดหงิด "แม่ มีไรจะบอกเอกรึเปล่า มันแปลกๆนะ ถ้าแบบแม่อยากให้เอกกลับไปเพราะมันมีม๊อบอะ เอกเข้าใจนะแต่เอกกลับไม่ได้ เอกไม่ชอบที่แม่ทำแบบนี้อะ อยากให้บอกเอกมาตรงๆเลย เอกไม่ใช่เด็กแล้ว เอกคุยได้ เข้าใจได้เอางี้คับ ถ้าเป็นเรื่องม็อบ เอกไม่กลับนะเเม่...""ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องนั้นก็ตามใจ"แม่วางสายไป ผมงง ปกติแม่เป็นคนใจเย็นมาก ไม่ค่อยมีจังหวะเสียดสีเท่าไหร่ นี่เหมือนจะเป็นครั้งแรก ผมพบว่ามันผิดปกติอย่างแรง ผมโทรไปหาน้อง น้องไม่รับ ผมโทรไปหาพ่อ พ่อก็ไม่รับ เหมือนเวลาที่เราอยากจะติดต่อใครมากที่สุด มันมักจะทำไม่ได้ ผมควักโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง คราวนี้ผมเปิดไลน์ ไลน์ไปถามทั้งพ่อ แม่ น้อง เหมือนทุกอย่างจมอยู่กับความเงียบตอนนี้ผมเริ่มอยากกลับบ้านแล้ว อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงไลน์ดังขึ้น ผมรีบเปิดดูทันที ผมเห็นคุณแม่ไลน์ และสิ่งที่ผมเห็นคือ"แม่เป็นมะเร็งระยะที่สอง"มี 2 notification อันหลังคือข้อความนี้ เอกช็อก ไม่เคยคิดเลยว่า ตัวอักษรเล็กๆในไลน์ จะสร้างความรู้สึกที่แย่ได้มากขนาดนี้ ผมน้ำตาจะไหล ไม่รู้อะไรเกิดขึ้น "มะเร็ง" ชื่อนี้ฟังดูร้ายแรง ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับมันเลย ไม่รู้ว่ามีกี่ระยะ และระยะที่ 2 นี่เป็นอย่างไร ผมปวดหัว และเครียดขึ้นมาทันที เหมือนทุกๆสิ่งที่จับต้องได้มลายหายไป ทุกกฎ ทุกเรื่องราว ไม่มีอะไรน่าตกใจ สำคัญและต้องใส่ใจมากกว่าข้อความเล็กๆนี้ผมตั้งสติ เอานิ้วแตะลงไปบนไลน์อันนั้น เอก คือ แม่ไปโรงพยาบาลและตรวจพบว่าแม่เป็นมะเร็งระยะที่สอง ไม่มีเวลาสำหรับการคิดอะไรอีกแล้ว ผมกดเบอร์แม่ และโทร โดยทันที "โอเค เอกจะกลับคืนนี้" "....ผมได้รับรู้ว่าคุณแม่ของผมเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย โลกทั้งใบพังทลาย ความฝันทั้งหลายมลายสิ้น ไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยว สุดท้าย มีแค่ว่า จะสู้หรือจะถอย ผมเลือกอย่างแรก โดยตัดสินใจว่าจะสู้ แม้ว่าจะเหนื่อยเท่าไหร่ อันที่จริงก็ยังไม่รู้หรอก แต่ก็ตัดสินใจ  เวลา เหมือน ขาดความหมาย ผมไม่รู้จริงๆว่า ผมเหลือเวลาอยู่เท่าไหร่ เหลือเพียงแค่ให้ทุกวินาทีนั้น ได้คุ้มค่าจริงๆ..." --------------------------------------- สำหรับใครที่อยากช่วยน้องเอกหรืออ่านเรื่องราวเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่แฟนเพจ เก็กฮวยช่วยแม่ หรือคลิกที่นี่>>> เก็กฮวยช่วยแม่ ข่าวที่เกี่ยวข้อง นิสิตจุฬาฯ ขายแซนวิช หาเงินแสนห้าต่อเดือน รักษาแม่ป่วยมะเร็ง

ระวัง! สารตกค้าง ในผักผลไม้
ผลไม้ /  ผัก / 

‘ผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง’ หลายคนคงเคยได้ยินข้อความรณรงค์ให้คนไทยหันมากิน ผัก ผลไม้ควบคู่กับอาหารชนิดอื่นๆ กินให้ครบทุกมื้อ และให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม แต่ปัจจุบันกลับพบว่า ผักและผลไม้ที่มีคุณค่าต่อร่างกาย กลับมีสารเคมีตกค้างเกินปริมาณที่กำหนดไว้ … หากเป็นอย่างนี้แล้ว ผู้บริโภคควรทำอย่างไร? ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงาน เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN : Thailand Pesticide Alert Network) ให้ข้อมูลว่า จากการสุ่มตรวจผัก ผลไม้ 10 ชนิด คือคะน้า ถั่วฝักยาว พริกจินดา ผักชี กะเพรา ส้มไทย ส้มจีน แอปเปิล ฝรั่ง แตงโม และสตรอเบอร์รี่ ตรวจพบสารเคมี 4 กลุ่ม ตกค้างในผักผลไม้ 10 ชนิด คือมี กลุ่มคาร์บาเมท ซึ่งมีสารอันตรายร้ายแรงอย่างคาร์โบฟูแรน กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ออกาโนคลอรีน ไพรีทรอยด์ ซึ่งทั้งหมดเป็นสารเคมีกำจัดแมลง ส่วนอีกกลุ่มเป็นสารป้องกันเชื้อราและโรคพืช คือ คาร์เบนดาซิม  ซึ่งเพิ่มการตรวจเฉพาะใน ส้ม แอปเปิล และสตรอเบอร์รี่ “ก่อนการตรวจสอบคิดว่า สารคาร์เบนดาซิม อาจมีตกค้างบ้าง แต่อาจเพราะไม่เคยมีการตรวจสอบมาก่อน เมื่อได้ตรวจจริงๆ จึงพบว่าการตกค้างเยอะกว่าค่า MRLs ค่อนข้างมาก ถ้าหากมีการสะสมในระยะยาวก็เป็นอันตรายหมด เพียงแต่เป้าหมายในการก่อโรคเรื้อรังแตกต่างกัน” ปรกชล อธิบายเพิ่มเติม ค่า MRLs คืออะไร? MRLs หรือ Maximum Residue Limits  คือ ระดับปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในอาหาร ที่ยอมรับให้มีได้ที่พบในอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ จะแสดง ค่า MRLs เป็นหน่วย มิลลิกรัม (มก.) ของสารพิษตกค้างต่อกิโลกรัม (กก.) ของผลิตภัณฑ์อาหาร โดยในประเทศไทย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จะเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดการจัดตั้งค่ามาตรฐานสารพิษตกค้างในพืชผลเกษตร ‘ผัก ผลไม้ในห้าง สารตกค้าง มากกว่า ตลาดสด’ ปรกชล บอกเล่าถึงการสุ่มตรวจผักผลไม้ว่า การสุ่มตรวจผัก ผลไม้ทั้ง 10 ชนิด จะแบ่งตรวจในห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีทั้งผักที่รับรองมาตรฐานและไม่ได้รับรองมาตรฐาน Q หรือ เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ส่วนตลาดจะมีทั้งตลาดค้าส่งและตลาดสดทั่วไป โดยจะสุ่มตรวจใน 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ซึ่งตรวจทั้งในห้างและตลาดสด ส่วนขอนแก่น ยโสธร และสงขลา จะตรวจในตลาดสดอย่างเดียว และผลการสุ่มตรวจส่วนใหญ่พบว่า ในห้างมีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานมากกว่าตลาดสด สำหรับผัก ผลไม้ที่พบว่ามีค่า MRLs ตกค้างเกินมาตรฐานสูงสุด คือ ส้มสายน้ำผึ้ง พบสารเคมีตกค้าง 100%  ฝรั่ง 69.2% แอปเปิล 58 % คะน้า 54% สตรอเบอร์รี่ ส้มจีน กะเพรา ชนิดละ 50% ถั่วฝักยาว 42.8% ผักชี 36 % แตงโม15% และพริกจินดา 8.3% เนื่องจากผัก ผลไม้ทั้ง 10 ชนิด ที่สุ่มตรวจเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ทำให้เกิดความต้องการบริโภคสูงขึ้น กระบวนการผลิตจึงต้องรวบรัดเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคนั่นเอง และจากการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่พบว่า ผักในห้างมี สารตกค้าง เยอะกว่าตลาดสด เนื่องจากเมื่อส่งผัก ผลไม้ขึ้นห้างสรรพสินค้า ความกังวลเรื่องการตลาดจะไม่มี เพราะสามารถขายได้ราคาสูง และผักที่อยู่ในห้างต้องมีลักษณะสวย ไม่มีรอยกัดกินของแมลง ทำให้การกำจัดแมลงทำได้อย่างเต็มที่ ปรกชล บอกอีกว่า หลักจากที่มีการตรวจสอบ ทางเครือข่ายฯ ได้พูดคุยกับห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ผู้ค้าปลีก และหน่วยงานภาครัฐ เกี่ยวกับการแก้ปัญหา เนื่องจากการตกค้างของสารเคมีในผัก ผลไม้มีค่าเฉลี่ย เกินมาตรฐานมากถึง 46.6% จึงต้องได้รับการควบคุมโดยด่วน ส่วนด้านผู้ประกอบการรับทราบปัญหาและพยายามกำชับให้ตัวแทนรับส่งสินค้า หรือทางพ่อค้าคนกลางบอกต่อไปยังด้านเกษตรกร ให้ลดปริมาณการใช้สารเคมี และสร้างความร่วมมือผลักดันการกำหนดค่า MRLs ที่คุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น ‘ผู้บริโภคต้องเปลี่ยนพฤติกรรมและตื่นตัว’ ‘จริงๆ แล้วผู้บริโภคเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดสิทธิ์ หากเราสนใจแหล่งที่มาของผักและผลไม้ การให้ความสำคัญเรื่องสารเคมีตกค้าง หรือการส่งเสริมให้เกิดการผลิตผัก ผลไม้แบบปลอดภัยมากขึ้น โดยการเลือกซื้อผัก ผลไม้ที่ปลอดสารเคมี การเลือกบริโภคผักจากการเกษตรในรูปแบบอื่นๆ อย่างเกษตรอินทรีย์หรือกินผัก ผลไม้ที่ตรงตามฤดูกาล ก็เป็นการลดการผลิตนอกฤดูกาล ลดการควบคุมโรคแมลงและการใช้สารเคมีต่างๆ’ ปรกชล เสนอแนะ นอกจากนี้ ยังทิ้งท้ายไว้ว่า การทำความสะอาด ผักผลไม้ โดยการล้างด้วยน้ำสะอาด สามารถลดได้บางส่วนสำหรับสารเคมีที่ไม่ดูดซึม แต่สารเคมีที่มีการดูดซึมในเนื้อเยื่อ ก็ไม่สามารถล้างออกได้ เราจึงต้องเปลี่ยนแปลงที่ขั้นตอนการผลิต เกษตรกรต้องไม่มีการใช้สารเคมีประเภทดูดซึม หรือใช้แล้วควรเว้นระยะเก็บเกี่ยวเพื่อให้สารเคมีสลายไป ประเทศไทยมีการใช้สารเคมี 400 กว่าชนิด สารตกค้าง ที่มีสารเคมีดูดซึมในเนื้อเยื่อปนอยู่ถึง 51 % เราเองในฐานะผู้บริโภคควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ ผู้บริโภคสามารถสนับสนุนเกษตรทางเลือก การเกษตรปลอดสารพิษ รวมทั้งการรู้จักตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้บริโภค ก็จะช่วยให้สังคมตื่นตัว หันมาสนใจ และทำให้หน่วยงานภาครัฐ ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ พร้อมกับร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ขอบคุณที่มาจาก : พิมพ์ชนก ศรเพชร Team Content www.thaihealth.or.th