ส้ม อมรา

ฮือฮา คลิปแสงลึกลับปรากฏเหนือน่านฟ้ารัสเซีย
รัสเซีย /  แสงปริศนา / 

ฮือฮา คลิปแสงสว่างลึกลับโผล่เหนือน่านในประเทศรัสเซีย ทางการยันไม่มีการทดลองใดๆ ชาวบ้านลือเป็นแสงของยูเอฟโอ วานนี้ (18พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่คลิปแสงปริศนา ที่ปรากฏเหนือท้องฟ้าส่องแสงสีส้มในชั่วระยะเวลาประมาณ 10 วินาทีและหายไป ขณะกลุ่มวัยรุ่นที่ขับรถอยู่ถนนสายหนึ่งบริเวณเทือกเขาอูราล ใกล้เมืองเยกัตเตรินเบิร์กในประเทศรัสเซีย จับภาพไว้ได้ และถุกนำมาเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ยูทูป อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ดังกล่าวถูกพูดถึงและสร้างความประหลาดใจให้ชาวรัสเซียอย่างมาก  โดยส่วนใหญ่คาดเดาว่าเป็นการทดลองของทางการรัสเซีย ในขณะที่ทางด้านกองทัพรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้การทดลองใดในวันเกิดเหตุ  ส่วนด้านองค์กรอวกาศของรัสเซียก็ออกมายืนยันเช่นกันว่าไม่มีการปล่อยจรวดในวันนั้น ด้าน วาดิม ครัชชินสกี้ นักดาราศาสตร์ให้ความเห็นว่า สาเหตุไม่ได้เกิดจากอุกกาบาตตกผ่านชั้นบรรยากาศ เพราะลักษณะในกรณีนี้จะต้องมีแสงสีที่ขาวสว่างกว่านี้ ดังเช่นปรากฏการณ์ลักษณะคล้ายๆกันที่เคยเกิดขึ้น ในพื้นที่ใกล้เคียงกันในรัสเซีย เมื่อปีพ.ศ.2556 ซึ่งในที่สุดได้ตรวจพบว่ามาจากเศษอุกกาบาตปะทะแรงเสียดทานกับชั้นบรรยากาศจึงทำให้เกิดแสงเช่นนี้ขึ้น อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์โดยละเอียด เพื่อหาคำอธิบายต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง อลังการ 'แสงเหนือ' เหนือท้องฟ้าชายฝั่งสกอตแลนด์ คลิปแสงเหนือ ผลกระทบจากพายุสุริยะ 7 หมื่นตามล่าฝัน 17 วันทำได้ไง ไปล่าแสงเหนือ ตอนจบ MThaiNews

10 แหล่งท่องเที่ยวหน้าหนาว ครบรสทั่วทุกภาค
10 สถานที่ /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

"หนาวนี้ไปไหนดี" เป็นคำถามในใจที่ทุกคนต่างเป็นกัน เนื่องจากในเมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายหลาก ทำให้เราเลือกไม่ถูกจริงๆ เพราะที่นี่ก็น่าไป ที่โน้นก็น่าลอง มาวันนี้ Travel.mthai.com ได้รวบรวม 10 แหล่งท่องเที่ยวหน้าหนาว ทั่วทุคภาคในประเทศไทย มาให้คุณได้ตัดสินใจกัน มีทั้งที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แบบใกล้ชิดวิถีชาวบ้าน ใกล้ชิดธรรมชาติ และแบบหลีกหนีความวุ่นวายไกลผู้คน เรียกได้ว่าเราจัดให้คุณครบทุกไลฟ์สไตล์ ชอบแบบไหน ก็เตรียมเก็บกระเป๋า แล้วลุยกันเลย 10 แหล่งท่องเที่ยวหน้าหนาว ครบรสทั่วทุกภาค 1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มที่แรกด้วย ดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย เพราะจะขึ้นเหนือทั้งทีต้องไปให้สุด ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้น ๆ ของภาคเหนือเลยก็ว่าได้ นอกจากจะไปถ่ายกับป้ายสูงสุดแดนสยามแล้ว ยังมีจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม หรือจะเดินชมความเขียวขจีของผืนป่า ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน และอ่างกา ที่ชวงนี้เปิดให้เข้าไปเดินเล่นในทุ่งหญ้า สูดอากาศรับลมหนาวอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่มีเจ้าทากตัวน้อยมากวนใจคุณ อากาศบนยอดดอยนั้น หนาวติดอันดับต้นๆ ของประเทศ อุณภูมิติดลบ จนพบน้ำค้างแข็ง ที่เย็นจัดจนเป็นผลึกใส ถ้าจะไปเที่ยว โปรดเตรียมเสื้อกันหนาวของคุณให้พร้อม แล้วออกไปดูของจริงสักครั้งให้เห็นกับตาของตัวเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. 053 286 728 - 9 2. แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ขอบคุณภาพจาก holidaythai.com หากเบื่อกับสถานการณ์รถติด ตามดอยสุดอิตต่างๆ ที่ช่วงเทศกาล ผู้คนจะแออัดอย่างมาก แต่โชคดี เมืองไทยยังไม่สิ้นหวัง เมื่อมีทางเลือกสุดแจ่ม อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ นั่นก็คืออำเภอแม่แจ่ม ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเชียงใหม่ท่ามกลางป่าเขาเขียวขจี สามารถสัมผัสความงามของทะเลหมอกได้ที่จุดชมวิวดอยม่อนหมาก โดยไม่ต้องง้อดอยสุดฮิตอื่นๆ จุดเด่นของอำเภอแม่แจ่มนั้น อยู่ที่ความสวยงามอลังการของนาขั้นบันได ที่ข้าวเริ่มจะออกรวงสีเหลืองทองในช่วงหน้าหนาว อีกทั้งชมบ้านป่าบงเปียง หมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ให้เราได้อิ่มเอิบ เน้นว่า ถ้าเบื่อกับสถานที่ยอดนิยมในเชียงใหม่ ลองมาแม่แจ่มดูสักครั้ง รับรองว่าแจ่มจริง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 053 276 140 - 1 3. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย ขอบคุณภาพจาก siamtravel.in.th ไม่ว่าปีไหนๆ การผจญภัยเดินขึ้นภูกระดึง พร้อมอาการหอบ เพื่อไปถ่ายรูปกับป้าย "ครั้งหนึ่งในชีวิต เราเป็นผู้พิชิตภูกระดึง" ยังคงเป็นที่นิยมคลาสสิกตลอดกาล แต่ไม่ต้องกลัวจะเหนื่อยฟรี เพราะที่ภูกระดึงแห่งนี้มีอะไรให้ชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหินผา ที่กระจายตามจุดต่างๆ ให้คุณได้มองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จนถึงการดูดาวยามค่ำคืน อีกทั้งใบเมเปิ้ลสีแดงริมน้ำตก ที่นับวันจะหายากขึ้น ควรค่าแก่การถ่ายภาพเก็บไว้เป็นอย่างมาก หากจะเที่ยวภูกระดึงให้ครบ ต้องใช้เวลาหลายวันเลยทีเดียว แหล่งท่องเที่ยวมีความไกลจากจุดกางเต็นท์พอควร จะเดินหรือปั่นจักรยานไปก็ตามสะดวก ด้วยอากาศอันหนาวเหน็บ ท่ามกลางธรรมชาติอันแสนมหัศจรรย์ ภูกระดึง จึงเป็นอีกสถานที่ที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต ไปเสียแต่ตอนนี้ ตอนที่เรายังมีแรงเหลืออยู่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โทร. 042 810 833 - 4 4. เชียงคาน จังหวัดเลย หากคุณกำลังมองหาความเงียบสงบ ต้องการผ่อนคลายจากความเครียด ความอ่อนล้าจากการทำงาน เมืองน่ารักแห่งนี้คือคำตอบของคุณ เชียงคาน เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทย ที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน ภาพบ้านเก่าๆที่เรียงรายติดกันอยู่ริมชายโขง บ้านเรือนที่เมืองเชียงคานจะแบ่งออกเป็นซอยเล็กๆ เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน ตกตอนเย็น ก็จะมีถนนคนเดินให้นักท่องเที่ยวได้มาช้อปปิ้งกัน มีสินค้าและของพื้นเมืองต่างๆ ให้คุณได้เลือกสรร มากมาย ท่ามกลางลมหนาว วิวทิวทัศน์ริมฝั่งโขงอันงดงาม ห้อมล้อมไปด้วยผู้คนที่เป็นมิตร รับรองว่าคุณจะต้องยิ้มแก้มปริ จนอยากมาอีกหลายๆ ครั้ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานเลย โทร. 042 812 812 5. บ่อเกลือ จังหวัดน่าน ขอบคุณภาพจาก pixpros.net บ่อเกลือ ตั้งอยู่ใน อ.บ่อเกลือ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 80 กิโลเมตร มีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบน ภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือน การผลิตเกลือสินเธาว์ เพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง บ่อเกลือนี้มีมาแต่โบราณ และจะนำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุงหลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนา และจีนตอนใต้ เมื่อก่อนนี้จะมี บ่อเกลือ หลายบ่อ แต่เดี๋ยวนี้ได้แห้งไปหมด เหลืออยู่เพียงสองบ่อเท่านั้น ซึ่งเป็นบ่อเกลือสาธารณะ ชาวบ้านจะเรียกว่า บ่อเหนือและบ่อใต้ มาชมวิธีการทำเกลือ สัมผัสวิถีชีวิตคนท้องถิ่น ท่ามกลางเทือกเขาสูง มีทิวทัศน์ ทะเลหมอกสวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆ ที่สำคัญอย่าลืมอุดหนุนเกลือสดๆ กลับบ้านกันด้วยนะ รับรอง เค็มแบบต้นตำรับแท้จนถึงหูเลยล่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานแพร่ (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์) โทร. 054 521 127 6. ผาเก็บตะวัน จังหวัดนครราชสีมา ขอบคุณภาพจาก panoramio.com/photo/100567595 ผาเก็บตะวัน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน มีทางขึ้นอยู่ด้านอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา หากคุณมาเที่ยววังน้ำเขียว ก็อย่าลืมแวะมาเก็บภาพดวงตะวันลับขอบฟ้าที่นี่ด้วยนะ รับรองสวยงามไม่เหมือนใคร ไฮไลท์สำคัญของผาเก็บตะวัน การดีดหนังสติ๊ก เป็นหนังสติ๊กขนาดใหญ่ ที่ให้เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เล่น แต่ไม่ใช่ดีดไปส่งเดชนะครับ เพราะว่ากระสุนที่ใช้ มันคือเมล็ดพันธุ์ (ขายลูกละ 10 บาท) ที่ยิงออกไปไกลแค่ไหนก็แล้วแต่กำลัง มันก็จะเจริญเติบโตต่อไป ถือเป็นกุศโลบายชั้นเยี่ยม ที่คอยช่วยเหลือผืนป่าให้ยืนยาว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 044  213 030 7. เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ถ้าจะไปทะเลหน้าหนาว ก็ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามไว้ ที่สำคัญเป็นจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ อย่างจังหวัดชลบุรี ขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง และจุดเด่นเรื่องของหาดทรายสวย น้ำทะเลใส ที่นี่ต้องยกให้เกาะล้าน สถานที่ท่องเที่ยวที่ประกอบด้วยชายหาดน้อยใหญ่มากมาย หาดตาแหวน แนวปะการังน้ำตื้นที่มีสีสันสวยงาม หาดสังวาลย์ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่ชอบนอนอาบแดด หาดทองหลาง เป็นชายหาดขนาดเล็กที่เงียบสงบเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบส่วนตัว หาดแสม มีโขดหินและพื้นป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์มีความสวยงาม เงียบสงบ เส้นทางสัญจรที่สามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกจึงเป็นชายหาดอีกแห่งหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก หาดเทียน สวยงามไม่แพ้หาดตาแหวนแต่มีขนาดเล็ก หาดนวล อยู่ทางตอนใต้ของเกาะล้าน เป็นชายหาดที่มีปะการังสมบูรณ์ เนื่องจากไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากนัก นอกจากนี้ยังมี จุดชมวิวเขานม เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเกาะล้าน และบริเวณนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับนักปั่นจักรยานเสือภูเขาที่ชื่นชอบธรรมชาติ สามารถมองเห็นวิวของกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าบนเกาะได้อีกด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ททท. สำนักงานพัทยา โทร. 038 427 667 8. ยอดเขาเทวดา จังหวัดสุพรรณบุรี ยอดเขาเทวดา เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน จ.สุพรรณบุรี 1,123 เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ในอุทยานแห่งชาติพุเตย มีพื้นที่เกือบ 2 แสนไร่ หรือประมาณ 317 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำ และป่าเขาห้วยพลู เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย มีธรรมชาติที่สวยงามเหมาะที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและยังสามารถมองเห็นทะเลหมอกและไอหมอกที่ปกคลุมไปทั่วทั้งยอดเขา สำหรับการท่องเที่ยวยอดเขาเทวดานั้น สามารถเที่ยวชมได้ทุกฤดูกาลเลยครับ  ที่นี่ถือเป็นสวรรค์ของคนรักการผจญภัยอย่างแท้จริง มีครบทั้งป่าสน น้ำตก แสงอาทิตย์ยามเช้า ทะเลหมอก อากาศหนาวเย็น และวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง แถมอยู่ใกล้กรุงเทพฯ อีกด้วย ลองไปกันดูนะ แล้วจะรู้ว่าเทวดาเขาอยู่กันที่ไหน ดังที่ใครก้ไม่รู้กล่าวไว้ว่า "อยากเจอเทวดาให้ไปสวรรค์ แต่ถ้าไปสุพรรณ จะเจอยอดเขาเทวดา" สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติพุเตย โทร. 035 446 237 9. เขาช้างเผือก จังหวัดกาญจนบุรี เขาช้างเผือก เป็นชื่อยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ เส้นทางเดินไปสู่ยอดเขาช้างเผือกเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า มีจุดไฮไลท์ของการเดินทางอยู่ที่ “สันคมมีด” สันเขาที่สวยงามและน่าหวาดเสียวไปพร้อมกัน เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง 360 องศา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยกให้ที่แห่งนี้เป็น 1 ใน 10 Dream Destinations ที่นักท่องท่องเที่ยวควรไปเยือนมากที่สุดอีกด้วย ในการขึ้นไปเขาช้างเผือกนั้น ทางอุทยานฯ จะจำกัดจำนวนวันละไม่เกิน 60 คน และต้องจองล่วงหน้า 7 วัน พร้อมส่งชื่อ-สกุล เลขที่บัตรประชาชน และที่อยู่ให้ทางอุทยานฯ โดยจะใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร พร้อมกางเต้นท์ค้างคืนบนยอดเขา 1 คืน ซึ่งทางอุทยานฯ จะจัดเจ้าหน้าที่นำทาง และจ้างลูกหาบช่วยขนสัมภาระให้ ส่วนที่มาของชื่อเขานั้น ก็มาจากทะเลหมอกอันงดงามล้ำค่า ประหนึ่งได้เห็นช้างเผือกตัวเป็นๆ ถ้าอยากเห็นบ้าง อย่ารอช้า เตรียมเก็บกระเป๋าเลย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทร. 081 382 0359 10. หาดส้มแป้น จังหวัดระนอง ขอบคุณภาพจาก bloggang.com หาดส้มแป้น เป็นชื่อตำบลในจังหวัดระนอง เป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะรักษะวาริน ซึ่งเป็นบ่อน้ำแร่ที่เกิดจากธรรมชาติแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีกำมะถันเจือปน ทำให้น้ำใสสะอาดบริสุทธิ์ มีประโยชน์ต่อร่างกายในการบำบัดรักษาสุขภาพ มีทั้งหมด 3 บ่อ คือ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก มีอุณภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียส แช่น้ำร้อนแล้ว อย่าลืมมาไหว้พระที่วัดหาดส้มแป้น ซึ่งวัดนี้ไม่มีส้มแป้น แล้วก็ไม่มีหาด แต่มีอ่างเก็บน้ำขนาดย่อม ที่มีสีเขียวมรกต มีปลาพลวงแหวกว่าย บริเวณวัดบรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย มีสายหมอกจางๆ ในยามเช้า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวอีกแห่ง เหมาะสำหรับคนขี้หนาว คนเบื่อดอย ไม่ชอบเดินให้เหนื่อย มาแช่น้ำร้อนแก้เมื่อยกันดีกว่า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานชุมพร (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดชุมพร ระนอง) โทร. 077 501 831 - 2 ขอบคุณข้อมูลบางส่วน จาก อนุสาร อสท. ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2557  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

Containers Of Hope บ้านตู้คอนเทนเนอร์ สีส้มแสนสวย
ตู้คอนเทนเนอร์ /  แบบบ้านขนาดเล็ก

เรียกได้ว่าตอนนี้กระแส บ้านตู้คอนเทนเนอร์ บ้านพักอาศัยขนาดเล็ก กำลังมาแรง Decor.Mthai จึงอดไม่ได้ที่จะนำตัวอย่างบ้านตู้คอนเทนเนอร์ ขนาดเล็ก มาฝากเพื่อนๆ บ้านตู้คอนเทนเนอร์ หลังนี้สร้างขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการตกแต่งภายในที่สวยงามเหมือนบ้านพักอาศัยทั่วไปเลยค่ะ เพื่อนๆ คงอยากเห็นแล้วใช่มั้ย ถ้างั้นเราไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ Containers Of Hope บ้านตู้คอนเทนเนอร์ สีส้มแสนสวย บ้าน Containers Of Hope นำตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต สองใบ หล่อเสาคอนกรีตยกพื้นขึ้นมาประมาณ 50 เซนติเมตรไว้สำหรับเชื่อมแผ่นคอนกรีตตรงกลางเพื่อเพิ่มความกว้างให้กับตัวบ้าน บันไดเลือกใช้ปูนแผ่นจำนวน 5 แผ่น ปูเป็นบันไดทางขี้น บ้าน Containers Of Hope ภายในบ้าน Containers Of Hope ภายในตกแต่งโล่งๆ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นตัวกั้นระหว่าห้องต่างๆ อย่างเช่นห้องรับแขกกับห้องครัว ใช้โซฟาสีขาวตัวใหญ่ๆ วางกั้นระหว่าง สตูลโต๊ะทานข้าว ผนังบริเวณห้องรับแขกเปิดโล่งด้วยหน้าต่างกระจกใส่บานใหญ่ๆ ล้อมรอบ เล่นระดับหลังคาด้วยหน้าต่างกระจกใส ห้องน้ำตกแต่งโทนสีขาว ทำให้ห้องดูดี สวยสบายตา บ้าน Containers Of Hope สวยทั้งภายในและภายนอก ถ้าถามถึงเรื่องราคาของบ้านตู้คอนเทนเนอร์ก็บอกได้เลยว่าไม่แพงแน่นอนค่ะ ขนาด 40 ฟุต ยังไม่ได้ตกแต่งราคาจะอยู่ที่ 80,000 - 90,000 บาท บ้านหลังนี้ใช้สองตู้ก็จะตกอยู่ประมาณ 180,000 บาทเท่านั้นเอง รวมตกแต่งเข้าไปก็น่าจะไม่เกิน 500,000 บาทค่ะ ขอบคุณ : architecturendesign.net

7 กิจกรรมทำเพื่อพ่อ วันพ่อแห่งชาติ
5 ธันวาคม /  กิจกรรมวันพ่อ / 

จำได้ไหมคะ ตอนสมัยเรียนหรือเพื่อนๆ น้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ตอนนี้ พอใกล้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม หรือวันพ่อแห่งชาติ ทุกปีนั้น จะต้องมีกิจกรรมที่เราต้องร่วมอยู่ในโรงเรียนเสมอๆ อย่าง 7 กิจกรรมทำเพื่อพ่อ วันพ่อแห่งชาติ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาฝาก และมาดูพร้อมๆ กันสิว่า เราทำกิจกรรมเหล่านี้ครบทุกอย่างกันแล้วหรือยัง ดังนี้ 7 กิจกรรมทำเพื่อพ่อ วันพ่อแห่งชาติ 1. การประกวดเขียนเรียงความวันพ่อ "พ่อของฉัน" เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเขียนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อของเราชื่ออะไร ทำงานอะไร ตรากตรำทำงานส่งให้ลูกเรียนหนังสือ  อดทนเพื่อลูก เลี้ยงเรามาดีแค่ไหน และเสียใจมากขนาดไหนที่ลูกทำตัวไม่ดีกับพ่อ อย่างแน่นอน ยิ่งเรื่องราวของใครโดนใจคุณครูจดได้รับรางวัล จนได้ติดขึ้นบอร์ดละก็ คุณพ่อต้องปลื้มใจมากแน่ๆ 2. ประกวดวาดภาพ พ่อของแผ่นดิน อันนี้ก็จะคล้ายๆ การประกวดเขียนเรียงความ แต่ต้องงัดฝีมือมาออกมาประชันกันเสียหน่อย ทั้งการวาดภาพลงสี ความคิดสร้างสรรค์ ว่าในหลวงท่านทรงทำพระราชกรณียกิจอะไรบ้าง ที่เรารู้สึกประทับใจ 3. ทำการ์ดวันพ่อ การ์ดง่ายๆ อย่างการนำกระดาษมาตัดเป็นรูปหัวใจ หรือพบครึ่งกระดาษ A4 พร้อมเขียนความในใจบอกรักพ่อ 4. แต่งกลอนวันพ่อ เปลี่ยนจากการเขียนเรียงความ มาเรียงร้อยความในใจบอกเล่าผ่านบทกอน เพื่อพ่อ ก็ได้นะคะ 5. ประดิษฐ์ดอกพุทธรักษา  ยังจำกันได้ไหมคะ ว่าดอกพุทธรักษาหน้าตาเป็นอย่างไร เด็กๆ สมัยนี้พอจะรู้จักกันอยู่หรือเปล่า ดอกสีเหลืองส้ม เป็นดอกไม้ประจำวันพ่อ ที่คล้ายกับสัญลักษณ์วันแม่ ก็คือดอกมะลิ นั่นเอง ที่คุณครูจะสอนการทำจากกระดาษย่นบ้าง กระดาษโปสเตอร์บ้าง ไปจนถึงผ้าใยบัว และนำไปมอบหรือติดหน้าอกให้คุณพ่อ 6.จัดบอร์ดวันพ่อ ต้อนรับวันพ่อแห่งชาติด้วยการจัดบอร์ดในแต่ละระดับชั้นเรียนที่เป็นตัวแทน บอกเล่าเรื่องราวพระราชกรณียกิจของในหลวง หรือพ่อของเราเอง ลงบนบอร์ดและตกแต่งให้สวยงาม ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะที่จะทำให้บอร์ดออกมาสวยและดึงดูดให้เพื่อนหรือคนอื่นๆ มาหยุดดู แต่จะต้องร่วมมือร่วมใจของเพื่อนๆ ในกลุ่มลงมือร่วมกันทำ งานถึงออกมาดีได้ 7. เขียนคำถวายพระพร นอกจากจะทำบอร์ดบอกเล่าเรื่องราววันพ่อแล้วนั้น การแสดงความกตัญญูและเป็นลูกที่ดีของในหลวงอีกอย่างก็คือ การอวยพร "ทรงพระเจริญ" มอบแด่ท่าน แต่ในแต่ละโรงเรียนก็จะมีไอเดียต่างแตกกันไป ไม่ว่าจะเป็นสมุดลงนามถวายพระพร การเขียนลงบนกระดาษและนำไปติดที่ต้นไม้ต่างๆ เป็นต้น แล้วเพื่อนๆ ละคะ ปีนี้เราทำดีอะไรเพื่อคุณพ่อเราแล้วหรือยัง ถ้ายังต้องรีบหากิจกรรมหรือของขวัญมอบแทนใจ หรือท่านอาจะไม่ได้ต้องการอะไร ขอเป็นเพียงคำพูดว่า รักท่านมากมายขนาดไหน ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าคุณพ่ออาจกำลังรอคอยสิ่งเล็กๆ เหล่านี้จากลูกรักอย่างเราอยู่ก็เป็นได้นะคะ เรียบเรียงข้อมูล teen.mthai.com

กรีนเวฟ 106.5 ชวนรวมพลัง วิ่ง-ปั่น เฉลิมพระเกียรติ
Run & Ride For The King /  Run & Ride For The King เหงื่อนี้เพื่อพ่อ / 

กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม ขอชวนคุณมารวมพลังวิ่ง - ปั่น เฉลิมพระเกียรติครั้งประวัติศาสตร์ กับ Run & Ride For The King ครั้งแรกในประเทศไทยงานวิ่ง-ปั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนเส้นทางสนามกีฬาแห่งชาติ - พระราม 4 - ชิดลม ในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคมนี้ บัตรราคา 300 บาท โดยรายได้ทั้งหมดมอบให้โรงเรียนพระดาบส จังหวัดชายแดนใต้ “จริงๆโครงการนี้เป็นโคงการต่อเนื่องกันมาค่ะ เมื่อก่อนเราทำ Run For The King แต่ครั้งนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเป็น Run & Ride For The King มีทั้งวิ่งและปั่นให้ทุกคนได้มีโอกาสเลือกกันได้เต็มที่ เพราะเราอยากให้ทุกคนมารวมพลังทำสิ่งดีๆร่วมกันอีกครั้งกับการซื้อบัตรเพียงแค่ 300 บาท แล้วเราจะมอบรายได้ทั้งหมดให้กับโรงเรียนในพระดาบส จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อช่วยเด็กยากไร้ในชายแดนใต้ให้ได้มีโอกาสทางการศึกษา และยังนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่กับรูปแบบ Green Running คือเราจะมีการ Reuse (รียูส) ป้ายเลขติดหน้าอกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิคนตาบอดเพื่อใช้ทำหนังสืออักษรเบล และ Recycle(รีไซเคิล) แบนเนอร์หรือป้ายบอกเส้นทางในงานนี้นำกลับมาผลิตเป็นกระเป๋าเท่ๆให้นำกลับมาใช้ได้อีก ซึ่งนอกจากจะมีพวกเราชาวกรีนเวฟแล้วยังมีดีเจในค่ายเอ-ไทม์ มีเดีย อาทิ ดีเจพุฒ พุฒิชัย / ดีเจพีเค ปิยะวัฒน์ / ดีเจเอก กฤษณาวารินทร์ จากคลื่นชิลเอฟเอ็ม 89 / ดีเจโกเมน / ดีเจโจ๊ก เกียรติยศ / ดีเจ เจมส์ จิตตริน จากคลื่น 94 อีเอฟเอ็ม / ดีเจอ้อย นภาพร / ดีเจเฟี้ยต ธัชนนท์ /ดีเจแบม พลาดิสัยสวัสดิ์ / ดีเจเป้ วิศวะ จากกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม และศิลปินดาราอีกมากมาย อาทิ ณัฐ ศักดาธร / ดิว อรุณพงษ์ / บี้ KPN / อี๊ฟ ศิระฉายา / กบ เสาวนิต / คิง The Voice / เต็งหนึ่ง คณิศ / ส้ม มารี / ภีม ภาคิน มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญเพื่อพ่อหลวงของเราด้วยกันนะคะ โดยซื้อบัตรได้จำหน่ายบัตรทาง Thaiticket Major ทุกสาขา และทางเว็บไซต์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 23 พ.ย.นี้เท่านั้น บัตรราคา 300 บาท รายได้ทั้งหมดมอบให้โรงเรียนพระดาบส จังหวัดชายแดนใต้ เจอกันในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 04.00 น. เป็นต้นไปค่ะ คุณผู้ฟังที่สนใจสามารถร่วมสมัคร พร้อมติดตามรายละเอียดของงาน Run & Ride For The King ได้ทางเว็บไซต์ http://greenwave.fm/runandride ค่ะ” ดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล เผย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

C9 ส่งแพทซ์ ปรับปรุงดันเจี้ยน และ Status อาวุธเลเวล 63
C9 /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ C9 (c9.in.th) ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่ ปรับเปลี่ยนค่า Status ของอาวุธ Unique เลเวล 63 ใหม่ และปรับปรุงระดับความยากของดันเจี้ยน อัพเดตแล้ววันนี้ Dungeon (ดันเจี้ยน) 1. ปรับลดระดับความสามารถ (Attack, Defend และ HP) ของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนทุกระดับให้อ่อนแอลง 2. ปรับลดจำนวนมอนสเตอร์ Elite (เขียว), Mid-Boss (ส้ม) ลดลงอย่างมาก 3. ปรับเลเวลสำหรับ Survival ใหม่ Fighter Hunter Shaman Witchblade Mystic

ป้าหมอเตือน เด็กทารก กิน น้ำคลอโรฟิลล์ อาจตายได้
น้ำคลอโรฟิลล์ /  ป้าหมอ / 

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพ คุณแม่ท่านหนึ่ง นำ น้ำคลอโรฟิลล์ใส่ขวดนมให้ เด็กทารก ที่มีอายุเพียง 7 วันกินเข้าไปแล้วมีการโฆษณาชวนเชื่อว่า ดีต่อเด็กทารก ทำให้เด็กแข็งแรงมาก นั้น ล่าสุด ป้าหมอ หรือ พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด ได้โพสต์ข้อความเตือนคุณแม่ทั่วประเทศว่า นี่ เป็นการกระทำที่ เสี่ยงอันตราย อาจะทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ป้าหมอขอขอบคุณ คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน ที่กรุณาส่งรูปผู้หญิงคนหนึ่งในโซเชียลมีเดียกำลังเอาน้ำที่เจ้าตัวบอกว่าชื่อน้ำคลอโรฟิลล์ ให้เด็กทารกกิน ด้วยความเป็นห่วงว่า ในปัจจุบัน มีการโพสต์ขายของมากมาย โดยไม่มีการกลั่นกรอง หากผู้ไม่ทราบ หลงใช้ตามโฆษณา ก็จะเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กๆค่ะ ทารกแรกเกิดหนัก 5 กก. ไม่ใช่เด็กปกตินะคะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชมหรือเลียนแบบ อาจเกิดจากการที่คุณแม่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือ เด็กอาจเป็นโรคผิดปกติบางอย่างที่ทำให้มีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ มีผลกับสมองตามมา หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และ การให้ทารกกินน้ำอื่นๆที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผงสำหรับทารกที่ได้รับการเตรียมอย่างถูกสัดส่วน และ สะอาด จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น เกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษจนสมองบวม ท้องร่วงจากติดเชื้อ เกิดอาการแพ้รุนแรง ต่อไปนี้คืะ วิธีให้อาหารตามวัยที่ถูกต้อง ใช้ได้ทั้งกรณีนมแม่และนมผง คำถามจากคุณแม่แฟนเพจเกี่ยวกับวิธีให้อาหารตามวัย >>>>>ลูกของคุณแม่สามเดือนกว่าแล้วค่ะ คุณแม่ให้นมแม่อยู่ และกำลังคิดว่าอาจเริ่มให้อาหารอ่อนๆ ประเภทกล้วยบดหรือว่าข้าวบด แต่เคยได้ยินมาว่าควรให้เมื่อลูกสี่เดือนขึ้นไป ไม่อย่างนั้นอาจไม่ดีต่อกระเพาะอาหารเล็กๆ จึงอยากสอบถามคุณแม่ว่าสามารถเริ่มให้ได้เลยหรือยังคะ และถ้าเริ่มได้ควรเริ่มจากอะไรก่อนดีคะ" ป้าหมอ >>>> ทำไมจึงไม่ควรให้ทารกกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นม ก่อนอายุ 6 เดือน เมื่อ 10 ปีก่อน แนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยหลัง 4 เดือน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 6 เดือนแล้วค่ะ โดยมีงานวิจัยมากมายสนับสนุนคำแนะนำดังกล่าว แต่บุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่ง และหนังสือคู่มือเลี้ยงลูกหลายๆเล่ม ยังไม่ทราบข้อมูลใหม่เหล่านี้ ต่อไปนี้ คือ หน่วยงานที่แนะนำว่า ทารกควรกินนมแม่อย่างเดียว หรือ กินนมผงบวกน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก *องค์การอนามัยโลก *ยูนิเซฟ *สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออสเตรเลีย *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแคนาดา เพราะว่า ทารกส่วนใหญ่จะมีความพร้อมทั้งด้านพัฒนาการและร่างกายในการกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผง เมื่ออายุประมาณ 6-9 เดือน บางงานวิจัยกล่าวว่าเด็กบางคนควรเริ่มกินอาหารตามวัยช้ากว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป เช่น คนที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว อาจเริ่มที่อายุ 12 เดือน หรือ เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด #ข้อดีของการเริ่มอาหารหลังอายุ 6 เดือน - ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วย เพราะได้รับภูมิต้านทานจากนมแม่เต็มที่ มากกว่า 50 ชนิด และยังมีอีกมากมายที่ยังไม่รูัจัก การศึกษาหนึ่งพบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวใน 4 เดือนแรก พบปัญหาโรคหูชั้นกลางอักเสบน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยเร็ว โดยลดลงถึง 40% และมีปัญหาโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจลดลงอย่างชัดเจน - ไม่ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักเกินไป ถ้าเริ่มเร็วเกินไป อาจมีปัญหา ท้องอืด ท้องผูก น้ำย่อยโปรตีนยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ย่อยโปรตีนได้ไม่เต็มที่ น้ำย่อยคาร์โบไฮเดรตยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-7 เดือน น้ำย่อยไขมันยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-9 เดือน - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคแพ้อาหาร งานวิจัยพบว่า ยิ่งให้นมแม่นาน ยิ่งลดความเสี่ยงของโรคแพ้อาหาร เพราะว่าก่อน 6 เดือน เซลเยื่อบุลำไส้ยังอยู่กันแบบหลวมๆ (open) เพื่อให้ ภูมิคุ้มกันจากนมแม่ผ่านเข้าไปตามช่องว่างดังกล่าวเข้าไปอยู่ในเลือดของลูก ช่วยป้องกันการติดเชื้อโรค แต่หากมีการให้อาหารแปลกปลอมอื่นเข้าไป สารแปลกปลอมก็จะเล็ดลอดเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายทารกสร้างสารต่อต้าน จนเกิดปัญหาแพ้อาหารตามมาได้ หลัง 6 เดือนเซลเยื่อบุลำไส้จะอยู่กันชิดๆแล้ว (close) ความเสี่ยงจึงลดลง - ลดความเสี่ยงปัญหาขาดธาตุเหล็ก การให้อาหารอื่นก่อนอายุ 6 เดือน จะทำให้ลำไส้ดูดซึมธาตุเหล็กจากนมได้น้อยลง งานวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับอาหารอื่นก่อน 6 เดือน จะมีปัญหาซีดจากขาดธาตุเหล็กที่อายุ 1 ขวบมากกว่า และเมื่อเริ่มอาหารเสริมแล้ว อย่าลืมให้กินอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นประจำ จะได้ไม่ซีด อีกปัจจัยหนึ่งที่จะลดความเสี่ยงของโรคซีดหลัง 6 เดือน คือ ตอนคลอดควรรีดเลือดจากสายสะดือเข้ามาทางลูก ถึงแม้จะเพิ่มปัญหาตัวเหลืองขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีความสำคัญอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนเมื่อโตขึ้น - ช่วยให้แม่ผลิตน้ำนมได้เต็มที่ เพราะหากกินอาหารตามวัย จะทำให้เด็กกินนมแม่ลดลง แม่จะสร้างน้ำนมลดลง พบว่าเด็กที่เริ่มอาหารตามวัยเร็วก่อน 6 เดือน มีแนวโน้มหย่านมแม่เร็วขึ้น - ลูกมีปัญหาการกินน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยก่อน 6 เดือน เพราะลูกมีความพร้อมมากกว่า อย่าเชื่อคำขู่ว่า ถ้าไม่เริ่มเร็วๆ ลูกจะกินข้าวยาก เพราะเริ่มเร็วเริ่มช้ากว่า 6 เดือน ก็มีปัญหากินข้าวยากได้ทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งเด็กที่กินนมแม่หรือนมผง ก็เจอปัญหากินข้าวยากทั้ง 2 กลุ่ม และข้อเท็จจริง คือ กลุ่มที่เริ่มเร็วกว่า 6 เดือน (เพราะน้ำย่อยและการเคลื่อนไหวของลำไส้ยังไม่พร้อม) และ กลุ่มนมผง (เพราะเด็กนมแม่ รสชาตินมแม่จะแปรเปลี่ยนไปตามอาหารที่แม่กิน จึงทำให้เด็กคุ้นเคยกับรสชาติอาหารมากกว่า แต่นมผง รสชาติจะคงเดิมตลอด) จะมีปัญหากินข้าวยากมากกว่าค่ะ ลูกใครที่กินก่อน 6 เดือน แล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ถือว่าโชคดีไปค่ะ เช่น ให้กินกล้วยตั้งแต่ 1 เดือน ลูกก็ไม่เห็นเป็นไร กระเพาะอาหารก็ไม่เห็นแตกเหมือนกับที่เป็นข่าว ก็เหมือนกับการรัดเข็มขัดนิรภัยที่บางคนไม่รัด ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดีอยู่ แต่ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวนั้นมีแน่ๆค่ะ เช่น แทนที่ลูกจะได้กินนมแม่มากๆ ซึ่งมีสารบำรุงสมอง สารต้านเชื้อโรค สารต้านมะเร็ง ก็ต้องเสียพื้นที่ไปในการกินกล้วยซึ่งไม่มีสารเหล่านี้ และ งานวิจัยพบว่า การเริ่มกินสิ่งอื่นก่อน 6 เดือน จะเป็นสาเหตุทำให้หย่านมแม่ก่อนเวลาอันควรด้วยค่ะ ถ้าเราอยากให้ลูกกินนมแม่ไปได้นานๆ ก็ไม่ควรเริ่มอาหารอื่นก่อน 6 เดือนนะคะ #วิธีการให้อาหารตามวัย ให้เริ่มด้วยข้าวกล้อง (บางคนแพ้ข้าวกล้อง กินแล้วมีผื่นขึ้น หรือ ท้องผูก ก็ให้เปลี่ยนเป็นข้าวขัดขาว) หุงรวมกับถั่ว แล้ว ค่อยๆใส่ผักทีละอย่าง ใช้ซ้ำหนึ่งเมนู นาน 4-5 วัน เพื่อการตรวจสอบว่าไม่มีปัญหาแพ้ อาการแพ้ คือ ผื่น ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือด งอแง ส่วนผลไม้และน้ำผลไม้ ค่อยเริ่มเดือนถัดไป เพื่อให้รู้จักรสชาติของผักซึ่งจืดก่อน เพื่อไม่ให้ติดหวาน ผักที่ใช้มีดังนี้ แครอท ไชเท้า มันเทศ มันฝรั่ง มันม่วง มันญี่ปุ่น ถั่วลันเตา ถั่วแขก ถั่วฟักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วชิกพี ถั่วสปลิท ลูกเดือย ลูกบัว ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี ตำลึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง บ็อคชอย มะรุม ยอดมะระ ผักหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ด หัวหอมใหญ่ บล็อกโครี่ กะหล่ำดอก ฟักขาว แตงกวา แตงร้าน ฟักทอง ฟักเขียว อโวคาโด เมล็ดพืช ควรเลือกผักออร์แกนิกจะได้สารพิษน้อยหน่อย ควรแช่น้ำยาล้างสารพิษ เช่น เบคกิ้งโซดา หรือ น้ำเกลือ หรือ น้ำยาแช่ผัก อโวคาโด เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา เมล็ดแฟล็กซ์ มีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของดีเอชเอ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ส่วนของข้าวกล้องและถั่วจะสุกช้า จึงควรแช่น้ำทิ้งไว้ 24 ชม. จึงค่อยต้มให้สุกด้วยน้ำเปล่า หรือ น้ำซุปผัก ไม่แนะนำน้ำต้มกระดูกหมู เพราะจะได้ไขมันจากสัตว์เข้าไปด้วย ห้ามปรุงรสด้วยซี่อิ๊ว น้ำปลา น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะจะทำให้ลูกติดรสชาติ ไม่ดีกับสุขภาพ แต่ให้ใส่เกลือไอโอดีนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขาดสารไอโอดีน ไม่ใช่ใส่เพื่อให้มีรสชาติ เมื่อข้าวและถั่วสุกดีแล้วจึงค่อยใส่ผัก รอจนสุก ปล่อยให้เย็นแล้วตักใส่ช่องทำน้ำแข็ง เมื่อแข็งแล้วแกะใส่ถุงเก็บนม แยกเป็นแต่ละเมนู เก็บได้นาน 4 สัปดาห์ในตู้เย็นนช่องฟรีส เวลาจะใช้ แกะออกจากถุงใส่ภาชนะที่ปลอดภัยในการอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือ อุ่นบนเตา คนให้เข้ากันดี เพราะบางจุดร้อนจัด เดี๋ยวลวกปากลูก ไม่ควรทำอาหารจากดิบเป็นสุกด้วยไมโครเวฟ สำหรับอาหารของลูก เพราะกลัวจะสุกไม่ทั่วถึง แต่ใช้เป็นการอุ่นอาหารที่สุกมาแล้วได้ค่ะ ส่วนภาชนะ จาน ถ้วย ช้อน ถาดน้ำแข็ง ล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดขวดนมและน้ำเปล่า ไม่ต้องนึ่ง อายุ 6-7 เดือน ให้บดอาหารให้ละเอียด โดยปั่นละเอียด หรือครูดผ่านกระชอน วันละมื้อเดียว หัดให้ลูกกินน้ำจากถ้วยหรือหลอดดูด หรือ ช้อนตักน้ำป้อนเวลากินข้าวแล้วฝืดคอ ในวันแรก เริ่มป้อนเพียง 1 ชต. แล้วตามด้วยนมแม่จนอิ่ม ค่อยๆเพิ่มวันละ 1 ชต. อย่าเพิ่มเร็ว เดี๋ยวท้องอืด แล้วร้องกวนตอนกลางคืน แต่ถ้าลูกไม่อยากกิน อย่าบังคับ ให้หยุดป้อน แล้วค่อยให้ใหม่วันต่อมา จนกินได้ครบมื้อ ปริมาณ 5-8 ชต. นมมื้อนั้น จะเลื่อนการกินออกไปอีก 3-4 ชม. ในกรณีที่ยังไม่ทราบว่าแพ้อาหารหรือไม่ ควรให้กินมื้อเช้า หรือ กลางวัน เพราะหากป้อนมื้อเย็น แล้วมีปัญหาแพ้อาหาร ลูกอาจมีอาการผิดปกติตอนกลางคืน ซึ่งสังเกตอาการได้ยากและต้องไปโรงพยาบาลเวลาฉุกเฉิน แต่ถ้าหากทราบว่า ไม่มีอาการแพ้ อาจเปลี่ยนมาให้อาหารเป็นเวลาเย็น อาจมีประโยชน์ในแง่ อาหารทำให้อิ่มนานขึ้น ลูกอาจหลับได้ยาวขึ้น เริ่มใส่เนื้อสัตว์เดือนที่ 7 คือ ไก่ หมู ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม ปลากราย ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาคัง ปลาตะเพียน (ระวังก้าง) ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง (ต้องต้มให้สุกเต็มที่ หากเป็นยางมะตูม หรือ ไข่ลวกหรือไข่ที่ตอกลงไปในโจ๊ก ซึ่งสุกไม่เต็มที่ เชื้อโรคไม่ถูกทำลาย จะทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือดได้) ปริมาณที่ใส่ต่ออาหาร 1 มื้อ คือ 1 ช้อนโต๊ะพูน ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะไตจะทำงานหนัก บดให้ละเอียด ของใหม่ใช้ทีละอย่าง ใช้ซ้ำ 4-5 วัน เพื่อตรวจสอบอาการแพ้ ส่วนไข่ขาว และ อาหารทะเลให้เริ่มหลังจากอายุ 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย หากเริ่มเร็วเกินไป อาจไปกระตุ้นทำให้เกิดปัญหาแพ้ภายหลังได้ เดือนที่ 7 เริ่มผลไม้ปั่นละเอียดและเติมน้ำลงไปด้วย จะได้ไม่ฝืดคอและไม่หวานเกินไป เป็นอาหารว่างอีก 1 มื้อ ปริมาณ 3-4 ชต. เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ แคนตาลูป ชมพู่ แตงไทย แตงญี่ปุ่น ลูกพลับ ลูกพีช ลูกแพร์ พุทรา กล้วย มะม่วงสุก มะละกอสุก (หากกินผัก ผลไม้ สีเหลือง สีส้ม มากๆ อาจทำให้ผิวสีเหลือง ไม่อันตราย กินต่อไปได้ ถ้าหยุดกินแล้ว กว่าจะหายเหลือง จะใช้เวลานานประมาณ 6 เดือน) ส่วนผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว กีวี สัปปะรด มะเขือเทศ บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ ให้เริ่มหลัง 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย ไม่แนะนำให้ขนมทุกชนิดใน 2 ขวบแรก แม้แต่ขนมปัง หรือ ที่เขาว่าเป็นขนมสำหรับเด็กฝึกถือกินเองก็ตาม เพราะจะทำให้ลูกติดใจรสชาติ ไม่ชอบกินข้าว ฟันผุ เป็นโรคอ้วน และขนมปังก็มีสารอาหารน้อยกว่าข้าว จึงไม่ควรให้รู้จัก ถ้าลูกเป็นเด็กมีปัญหากินข้าวยาก นอกจากนี้ขนมปังเป็นอาหารแปรรูป มีการปรุงแต่งใส่รสชาติ สารกันบูด นมเนยชีส และตัวแป้งสาลีก็ถือเป็นอาหารก่อภูมิแพ้ เดือนที่ 8 – 9 ให้เพิ่มข้าวเป็น สองมื้อ เริ่มป้อนอาหารเนื้อหยาบขึ้น คือ ไม่บดละเอียด แต่ตุ๋นให้นุ่ม เวลาป้อนให้ใช้หลังช้อนบด แต่ต้องดูด้วยว่า ลูกสามารถกินได้หรือไม่ ถ้าเคี้ยวแล้วกลืนได้ ไม่ติดคอ ไม่คายออกมา ไม่อมเอาไว้ในปากโดยไม่กลืน แสดงว่ากินได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ ให้กลับไปบดละเอียดเหมือนเดิม แต่ทำให้ข้นมากขึ้นเล็กน้อย แล้วเดือนหน้าค่อยลองป้อนใหม่ มื้อที่สาม ให้เริ่มเมื่ออายุ 11-12 เดือน และเริ่มทำอาหารแบบไม่ต้องตุ๋น เพียงแค่ต้ม แล้วดูว่าลูกกินได้หรือไม่ เด็กหลายคนเริ่มกินข้าวสวย และข้าวเหนียวได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เริ่มปรุงรสอ่อนๆได้ แต่ต้องดูด้วยว่า ไม่มีปัญหาท้องผูก หรือ ถ่ายออกมาเป็นอาหารไม่ย่อย เนื่องจากการกินอาหารที่หยาบมากขึ้น เวลาเดินทาง แนะนำให้ใช้อาหารสำเร็จรูปบรรจุในกระปุกแก้ว ที่เปิดฝาแล้วตักกินได้เลย เลือกชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล สารกันบูด และนมผง แต่ถ้าอยู่บ้าน แนะนำให้กินอาหารทำเองแช่แข็ง จะมีคุณค่ามากกว่าอาหารสำเร็จรูป ไม่แนะนำอาหารที่เป็นผงชนิดก่อนใช้ให้ผสมน้ำบางยี่ห้อ เนื่องจากมีน้ำตาลและนมวัวผงผสมอยู่ และอาหารที่เป็นผง จัดว่าเป็นอาหารที่มีการดัดแปลงมากเกินไป เนื่องจากผ่านกระบวนการความร้อนที่ทำให้เป็นผง จึงเหลือคุณประโยชน์น้อยลง ควรฝึกให้ลูกได้ตักอาหารกินเอง ตั้งแต่อายุ 9 เดือน ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ โดยให้นั่งเก้าอี้ (high chair) และมานั่งกินพร้อมผู้ใหญ่ จะได้เลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ ไม่ควรกินข้าวพร้อมกับเล่นของเล่น หรือ ดูทีวี หรือ เดินตามป้อนหน้าบ้าน เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัย ไม่มีสมาธิกับการกินข้าว อมข้าว และใช้เวลานานเกินไป ตำราทำอาหารบางสูตร แนะนำให้ใส่เนย มาการีน ชีส หรือ นมวัว หรือ นมผง ลงไปในอาหาร แต่ป้าหมอไม่แนะนำ เนื่องจากทำมาจากนมวัว ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ ส่วนกรณีที่ต้องการเอานมแม่ที่สะสมไว้มาประกอบอาหาร อาจมีที่ใช้ใน 2 กรณี คือ หนึ่ง ลูกไม่ยอมกินนมที่สะสมไว้ หรือ สอง ลูกไม่ยอมกินอาหาร ดังนั้นการเอานมแม่มาผสมกับอาหาร อาจทำให้ยอมรับสิ่งที่ไม่ยอมกินได้ง่ายขึ้น แต่หากลูกยอมกินนมที่สะสมอยู่แล้ว และยอมกินข้าวดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องละลายนมเพื่อนำมาใช้ประกอบอาหาร ให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่หากลูกมีปัญหาดังกล่าว วิธีเอานมแม่แช่แข็งมาใช้ประกอบอาหารคาว ให้ทำอาหารให้ข้นกว่าปกติ หลังจากที่อุ่นอาหารพร้อมจะกินแล้ว ให้ละลายนมแม่มาราดบนอาหาร เพื่อให้ได้อาหารที่มีความเข้มข้นเหมาะสม จะไม่เอานมแม่ไปต้มกับอาหารตั้งแต่ต้น เพราะจะเสียคุณค่าและมีกลิ่นเหม็น หากต้องการนำนมแม่แช่แข็งมาทำเป็นอาหารหวาน คือ เอาก้อนนมแม่แข็งมาปั่นกับผลไม้ที่ต้องการ แล้วตักป้อนให้กินเป็นไอศกรีมผลไม้ เครดิตรูป : คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน คำเตือน : อย่าเลียนแบบหญิงสาวในภาพนี้เด็ดขาด นำมาให้ดูเป็นอุทาหรณ์ อย่าคิดแต่จะขายของโดยขาดสามัญสำนึกของมนุษย์ค่ะ ที่มาจาก :  https://www.facebook.com/SuthiRaXeuxPhirocnKic

รวมเทรนด์ แต่งบ้านฤดูหนาว ไอเดียแต่งบ้านแสนอบอุ่น
แต่งบ้านฤดูหนาว /  ไอเดียแต่งบ้าน

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว สภาพอากาศภายนอกบ้านก็ลดลง ถึงอากาศบ้านเราอาจจะไม่ได้หนาวมาก แต่ถ้าเรามีเคล็ดลับและเทคนิคแต่งบ้านให้บ้านอบอุ่นได้ก็เป็นเรื่องดีใช้มั้ยคะ วันนี้เราจึง รวมเทรนด์ แต่งบ้านฤดูหนาว มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ การ แต่งบ้านฤดูหนาว เป็นไอเดียแต่งบ้านที่ทำให้ภายในบ้านมีอากาศที่สบายๆ เลือกใช้ของตกแต่งที่เรียบๆ เน้นตกแต่งลวดลายลงไปบนผนัง เติมผ้าสวยๆ ช่วยให้บ้านดูอบอุ่นผ่อนคลายมากขึ้นค่ะ รวมเทรนด์ แต่งบ้านฤดูหนาว ไอเดียแต่งบ้านแสนอบอุ่น 1. Materials-Mixing Materials-Mixing : ตกแต่งผนังห้องฝั่งใดฝั่งนึงให้เป็นลวดลายสีสันสดใส มีพรมหนาๆ วางอยู่กลางบ้านสัก 1 ผืน และสุดท้ายเลือกใช้ของตกแต่งที่เก๋ๆ สีสันไม่ต้องชูดชาดมากจนเกิดไป มีช่องหน้าต่างเล็กๆ ไว้รับแสงแดดจากภายนอกเข้ามาสู่ภายในบ้าน 2. Pastel Geometries Pastel Geometries : เลือกใช้สีพลาสเทลตกแต่งบ้าน ช่วยให้บ้านดูอ่อนหวาน นุ่มนวล ยิ่งปูพื้นด้วยไม้ยิ่งทำให้บ้านดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น 3. Pastel pink & Gray pastel pink & gray : สีพลาสเทลไม่จำเป็นต้องเป็นแต่สีหวานๆ เสมอไป สีพลาสเทลคือสีต่างๆ ผสมสีขาวลงไปลดความเข้มของสีนั้นๆ เปลี่ยนเป็นสีออกสีนมๆ ช่วยให้บ้านดูอ่อนโยน น่าสัมผัสมากยิ่งขึ้น 4. Color Blocking Color Blocking : ผนังหลากสีช่วยเพิ่มสีสันให้ห้องนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศในบ้านดีมีชีวิตชีวาไม่น่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป 5. 3D Minimalism 3D Minimalism : เพิ่มสีสันให้ห้องนั่งเล่นด้วยภาพ 3 มิติ ภาพๆ เดียวช่วยทำให้ห้องดูมีลูกเล่นมากขึ้นเลยก็ว่าได้ค่ะ 6. Textures Textures : การทาสีสลับฟันปลา ช่วยเพิ่มเทกเจอร์ให้กับผนังได้ แต่แนะนำนะคะ การแต่งบ้านสไตล์นี้ต้องเป็นคนที่ชอบเคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการพักผ่อนแบบสงบๆ เพราะการตกแต่งแบบนี้จะทำให้ห้องเกิดการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ขอบคุณภาพ : pixersize.com เรียบเรียง : ส้มจี๊ด

อาหาร 8 ชนิด สร้างภูมิ สู้... หวัด !!
ภูมิต้านทาน /  หวัด / 

อาหาร 8 ชนิด สร้างภูมิ สู้... หวัด  !! การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะอาหาร 8 ชนิดดังต่อไปนี้ที่เชื่อว่าอาจให้ผลในการช่วยเพิ่มภูมิต้านทานป้องกันหรือลดความรุนแรงของ หวัด  ประกอบด้วย     1. อาหารรสเผ็ดรวมทั้งเครื่องเทศ เช่น กระเทียม พริก ลดอาการคัดจมูก ช่วยให้หายใจโล่งขึ้น     2. กระเทียม ช่วยลดอาการหวัด จะเติมลงในอาหารหรือเคี้ยวสดๆ วันละ 1 - 2 กลีบก็ได้     3. ดื่มน้ำมากๆ แทนที่จะดื่มกาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน อาจดื่มน้ำผลไม้คั้นสดบ้างเพื่อเสริมวิตามินซี เครื่องดื่มร้อนที่ช่วยได้ เช่น ชา น้ำมะนาวอุ่นๆ จะช่วยลดเสมหะได้     4. ซุปไก่ร้อนๆ ช่วยลดอาการคัดจมูก อาจเติมผักหลายๆ สี เพื่อเพิ่มสารแอนติออกซิแดนต์ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี ซุปไก่ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นเคี่ยวนานๆ จนโปรตีนย่อยสลายเป็นไดเปปไทด์ อาจช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายด้วย     5. สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน (วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น     6. ผลไม้ตระกูลส้ม ซึ่งมีวิตามินซีสูง ช่วยลดความเสี่ยงการติดหวัดโดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรืออยู่ในแวดวงคนสูบบุหรี่ บุหรี่เองเพิ่มความเสี่ยงการเป็นหวัดและทำให้ร่างกายต้องการวิตามินซีสูงขึ้น     7. อาหารอื่นๆ ที่เป็นแหล่งวิตามินซี เช่น ฝรั่ง พริกหวาน สตรอเบอร์รี่ สับปะรด กะหล่ำปลี ล้วนแล้วแต่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน     8. ขิง ช่วยลดอาการหวัดและป้องกันหวัด น้ำขิงร้อนๆ ผสมกระเทียม 2 - 3 กลีบ ช่วยให้ระบบหายใจทำงานคล่องขึ้น  ที่มาเนื้อหาจาก kroobannok ................................................................................................................................................... อาการ ไข้หวัด 2009 ไข้หวัดใหญ่ 2009 สัญญานและอาการของคนที่ติดเชื้อ สัญญาน ไข้หวัด2009 และอาการของคนที่ติดเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ 2009

DSI-อย.-ทหารบุกรง.ผลิตภัณฑ์OHOปูนิ่มที่แปดริ้ว
OHO /  ปูนิ่ม / 

DSI อย. และ ทหาร บุกโรงงานบรรจุผลิตภัณฑ์ปูนิ่ม ที่แปดริ้ว ยึดสินค้าส่งตรวจสอบ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และทหาร ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 64/5 หมู่บ้านกุลศิริ ม.1 ตำบลวังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา หลังทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นเครือข่ายและแหล่งผลิตอาหารเสริม “OHO บายปูนิ่ม” จำพวกยาลดความอ้วนชนิดต่าง ๆ ของ น.ส.ศิรินทรา เส็งสิน เจ้าของ “บริษัทโอ้โห สลิม พลัส จำกัด” จากการตรวจสอบค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีการใช้บ้านจัดสรรที่ปลูกติดกันจำนวน 4 หลัง เป็นที่ติดตั้งเครื่องจักรอุตสาหกรรมในการผลิต และทำการบรรจุภัณฑ์ใส่แค็ปซูล รวมจำนวน 10 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์การบรรจุภัณฑ์อีกจำนวนมาก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พร้อมทหารได้ทำการตรวจยึดสินค้าทั้งหมด เพื่อนำไปส่งตรวจสอบจำนวน 1 คันรถบรรทุกทหาร โดยมี นางสาวชัชญา ส้มดี ยอมรับเป็นผู้ดูแลสถานประกอบการดังกล่าว โดยระบุว่า เป็นเพียงผู้รับจ้างทำการบรรจุสินค้าตามที่ลูกค้าสั่งมาเท่านั้น

กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกนิรภัย เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบ้านหรือไม่
กระจก

วันนี้ Decor.Mthai มีความรู้ดีๆ เรื่อง กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกนิรภัย เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบ้านหรือไม่ มาฝากเพื่อนๆ ค่ะ กระจกเทมเปอร์ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่ากระจกนิรภัยนั้นเอง กระจกประเภทนี้เวลาแตกจะแตกเป็นเม็ดๆ จะไม่เป็นอันตรายเวลาแตกนะคะ กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกนิรภัย เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบ้านหรือไม่ ขอบคุณภาพ : sctncodotcom.wordpress.com กระจกเทมเปอร์คืออะไร กระจกเทมเปอร์ : กระจกที่ได้จากการนำกระจก FLOAT ไปผ่านกระบวนการทำเทมเปอร์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง โดยใช้หลักการเดียวกับการทำคอนกรีตอัดแรง คือการสร้างให้เกิดชั้นของแรงอัดขึ้นที่ผิวกระจกเพื่อต้านแรงจากภายนอก โดยการให้ความร้อนกับกระจก ที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดอ่อนตัวของกระจกเล็กน้อยที่ประมาณ 650°C – 700°C และทำให้ผิวกระจกเย็นตัวอย่างรวดเร็ว โดยการใช้ลมเป่าให้เย็นที่กระจกทั้งสองด้าน ผลของความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างผิวนอกกับส่วนกลางเนื้อในของแผ่นกระจก จะทำให้เกิดเป็นชั้นของแรงอัดขึ้นที่ผิวนอกของแผ่นกระจกทั้งสองด้าน โดยจะประกบชิ้นส่วนกลางเหมือนลักษณะแซนด์วิช และชั้นที่ผิวนี้จะช่วยต้านแรงจากภายนอก ทำให้เกิดแรงกระทำที่สมดุลย์กัน  การแตกของกระจกเทมเปอร์ จะแตกกระจายออกเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดข้าวโพด และมีความคมน้อย กระจกเทมเปอร์ไม่สามารถนำมาเจาะ เจียร บาก หรือแปรสภาพได้ คุณสมบัติเฉพาะของกระจกเทมเปอร์ ขอบคุณภาพประกอบ : แม่ก้อย ยูสเซอร์จาก pantip 1. ค่าความแข็งแรงต่อแรงดึง และแรงที่ทำให้หักงอ เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง กระจกธรรมดากับกระจกนิรภัยเทมเปอร์ ที่ความหนา 5 มม. กระจกธรรมดามีค่าความแข็งแรงต่อแรงดึง และแรงที่ทำให้กระจกหักงอ 500- 600 กก./ซม.2 ส่วนกระจกนิรภัยเทมเปอร์มีค่าสูงถึง 1,500 กก./ซม.2 2. การต้านทานน้ำหนัก คือแรงที่มากระทบและแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี 3. ความปลอดภัย คือลดอันตรายที่เกิดจากกระจกนิรภัยเทมเปอร์บาด เพราะการแตกของกระจกดังกล่าวจะแตกกระจายออกเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดข้าวโพด และมีความคมน้อย 4. การต้านทานความร้อน ( Heat Resistance) คือความทนทานของกระจกต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลัน กระจกเทมเปอร์เหมาะกับการนำมาตกแต่งส่วนไหนได้บาง 1. ใช้เป็นประตูบานเปลือย ฉากกั้นอาบน้ำ ผนังกั้นภายใน ผนังกระจกทั้งสองหน้า และ ภายในตัวอาคารได้ 2. ใช้ทำเป็นตู้โทรศัพท์ ห้องโชว์ ตู้สินค้าอัญมณีที่ต้องการความโปร่งแสง แต่ทนต่อแรง กระแทก 3. ใช้ทำเป็นกระจกงานเฟอร์นิเจอร์ เช่น ชั้นวางของ ชั้นโชว์สินค้า 4. ใช้ทำเป็นหน้าต่าง ผนังอาคาร ผนังกระจกของอาคารในบริเวณที่เผชิญกับความร้อน สูงกว่าปกติ 5. นิยมนำมาใช้ติดตั้งในห้องครัว หน้าเตาไฟ เพราะทนความร้อนได้ดี และใช้เป็นท็อปเคาท์เตอร์ครัว เนื่องจากง่ายต่อการทำความสะอาด ข้อควรระวังในการใช้งาน ขอบคุณภาพประกอบ : แม่ก้อย ยูสเซอร์จาก pantip 1. กระจกนิรภัยเทมเปอร์ไม่สามารถตัด เจาะ เจีย บาก ได้ หลังการผลิตเป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์ ดังนั้นการวัดพื้นที่ จำเป็นต้องวัดอย่างระมัดระวัง และควรใช้หน่วยมิลลิเมตรในการวัดเพื่อความแม่นยำ การเผื่อหลวมจะช่วยให้การติดตั้งง่ายขึ้น แต่ต้องไม่หลวมจนกระจกหลุดจากคิ้ว 2. ไม่ควรใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์เดี่ยวๆ เป็นหลังคา เป็นผนังภายนอกอาคารบริเวณชั้นสูงๆ เพราะหากกระจกแตก กระจกจะร่วงลงมาโดนคนที่อยู่ข้างใต้ได้ 3. ไม่ควรใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์เดี่ยวๆ เป็นพื้นอาคาร เป็นพื้นสำหรับเดิน หรือเป็นขั้นบันได เพราะหากกระจกแตก ผู้เดินอยู่จะพลัดตกลงมาได้ รวมทั้งอาจเกิดอันตรายต่อผู้อยู่ด้านล่างเช่นกัน 4. ห้ามใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์ทดแทนกระจกกันไฟ เพราะกระจกนิรภัยเทมเปอร์ไม่สามารถกันไฟเพื่อความปลอดภัยต่อผู้อาศัย ตามข้อกำหนดของการกันไฟได้ สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้กระจกเทมเปอร์แตกเอง กระจกนิรภัยเทมเปอร์ : มีโอกาสแตกด้วยตัวเอง หากกระจกที่เป็นวัตถุดิบมีการปนเปื้อนสารประกอบนิเกิ้ลซัลไฟล์ (NiS) ในกระบวนการผลิตกระจกโฟลท โดยมีอัตราการแตกด้วยตัวเองเฉลี่ยประมาณ 8-10 แผ่นใน 1,000 แผ่น ถ้าอยากรู้ว่ากระจกเทมเปอร์แตกด้วยตัวเองหรือไม่ สามารถสังเกตว่ากระจกแตกด้วยตัวเองหรือไม่ โดยดูที่จุดศูนย์กลางของการแตกว่ามีเศษกระจก 2 ชิ้นติดกันเป็นชิ้นใหญ่กว่าชิ้นอื่นๆ หากมีลักษณะดังกล่าวแสดงว่ากระจกแตกด้วยตัวเอง เรียบเรียงโดย : ส้มจี๊ด

ดูลักซ์ ประกาศ เทรนด์สีใหม่ประจำปี 2015
เทรนด์สี

บริษัท อั๊คโซ่โนเบล (AkzoNobel) ในฐานะผู้ผลิต และจัดจําหน่ายสีชั้นนําระดับโลกภายใต้แบรนด์สี “ดูลักซ์” ได้ ประกาศ เทรนด์สีใหม่ประจำปี 2015  ได้แก่ สีส้มคอปเปอร์ (Copper Orange)  ค่ะ ว่าแล้วเราไปดูตัวอย่างของเทรนด์สีปีนี้กันเลยค่ะ ดูลักซ์ ประกาศ เทรนด์สีใหม่ประจำปี 2015 สีส้มคอปเปอร์ (Copper Orange) : ซึ่งเป็นสีที่สะท้อนให้เห็นถึงทุกเทรนด์หลักที่บ่งบอกตัวตนของปี 2015 นี้ได้อย่างดี อันประกอบไปด้วยทัศนคติอันอบอุ่นและเน้นความสําคัญในเรื่องการแบ่งปันด้วยพาเลตต์สีในกลุ่มนิวทรอลของสีเอิร์ธโทนอย่างสีของดินโคลนไปจนถึงสีของแสงอาทิตย์ที่เน้นโทนเหลืองสีผิวที่สะท้อนถึงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของมนุษย์และสีโทนซีเปียย้อนอดีตน่าจดจํา สีส้มคอปเปอร์ (Copper Orange) จึงเป็นสีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้งที่ผสานเอาความมหัศจรรย์ของทุกๆวันเข้าไว้ด้วยกัน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสีสัน อั๊คโซ่โนเบล ได้จับเอาความเคลื่อนไหวของกระแสต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งในสังคมเกิดใหม่เศรษฐกิจและเทรนด์ดีไซน์จากทั่วโลกมารวมกัน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสีสัน อั๊คโซ่โนเบล ได้จับเอาความเคลื่อนไหวของกระแสต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งในสังคมเกิดใหม่เศรษฐกิจและเทรนด์ดีไซน์จากทั่วโลกมารวมกัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งแรกที่สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของเทรนด์สีในอนาคต จากกรุงสตอกโฮล์มถึงเซี่ยงไฮ้ โทนสีเมทัลลิกมีบทบาทสําคัญในการออบแบบสไตล์โมเดิร์นมากขึ้น การรวมกันของกลุ่มสีโทนอบอุ่นขึ้นอย่างสีชมพู สีแดง และสีส้มสะท้อนมุมมองระดับโลกในเชิงบวกซึ่งมาแทนที่สีโทนเย็นอย่างสีฟ้าและสีเขียวนกเป็ดน้ําในปีที่ผ่านมาข้อมูลวิจัยจากศูนย์สร้างสรรค์สีระดับโลกของอั๊คโซ่โนเบล (AkzoNobel’s Global Aesthetic Center) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่างลงความเห็นตรงกันให้สีส้มคอปเปอร์ (Copper Orange) เป็นสีที่ตอบโจทย์ของเทรนด์นี้ได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่ได้ทําการคาดการณ์สีแห่งปี 2015 เพื่อให้ได้รับความนิยมเพียงเท่านั้น อั๊คโซ่โนเบลมีความต้องการที่จะให้สีแห่งปีนี้สร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้เกิดการพัฒนา การกระตุ้นและฟื้นฟูชุมชนเมืองรอบๆ ตัวเราอีกด้วย นี่คือเหตุผลของการริเริ่มในเรื่อง Human Cities เมื่อเร็วๆ นี้เพื่อเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมของชุมชนเมืองให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มสีสันให้กับอาคารทั้งภายในและภายนอก และการให้ความสําคัญกับด้านต่างๆ ทั้งเรื่องสีสัน มรดกทางวัฒนธรรม การเดินทาง กีฬา การศึกษา และสุดท้ายเรื่องความยั่งยืน ColourFuturesTM 2015 สะท้อนถึงเป้าหมายในการทําให้ชีวิตประจําวันของเรามีความหมายมากยิ่งขึ้น และหวังว่าพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่เกิดจากสีนี้จะช่วยพัฒนาและสร้างความมีชีวิตชีวาให้ชุมชนเมืองของเรามากยิ่งขึ้น การคาดการณ์เทรนด์สีแห่งปี (ColourFuturesTM) : ทุกๆ ปี ณ ศูนย์สร้างสรรค์สีระดับโลกของอั๊คโซ่โนเบล (AkzoNobel’s Globa lAesthetic Center) จะมีการเชิญคณะนักออกแบบอิสระชื่อดังในเรื่องสีดีไซน์ สถาปัตยกรรมและแฟชั่น มาร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนา และวิวัฒนาการของสีต่างๆ และเทรนด์สําหรับปีหน้า คัลเลอร์ฟิวเจอร์สเป็นผลการวิจัยต่อเนื่องระดับนานาชาติในเรื่องเทรนด์และการคาดการณ์ของบริษัท แต่ละปีคัลเลอร์ฟิวเจอร์ส (ColourFuturesTM) จะแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการขับเคลื่อน ที่รวบรวมทุกๆองค์ความรู้เข้าไว้ด้วยกันเพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกสีแห่งปีอีกด้วย ตัวแทนแต่ละภาคส่วนต่างๆ ของโลกจากเอเชีย สหรัฐอเมริกาอเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ ไปจนถึงทุกภูมิภาคในยุโรปผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะมาร่วมพูดคุยถึงสิ่งที่มีอิทธิพลที่สําคัญและการเป็นอยู่ของผู้คนในอีก 1 ปีข้างหน้าพวกเขาต่างดึงเอาแหล่งข้อมูลที่มีความหลากหลายทั้งจากในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ตั้งแต่ศิลปะไปถึงเทคโนโลยี ตั้งแต่การออกแบบมาสู่ธรรมชาติตั้งแต่สถาปัตยกรรมถึงแฟชั่น และตั้งแต่ดนตรีไปจนถึงวัฒนธรรมสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นล่วงหน้า 1 ปีเพื่อเป็นการให้ข้อมูลกับวงการออกแบบที่ต้องการอัพเดตการพัฒนาของเทรนด์ต่างๆ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ มร. เจเรมี่ โรว์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เดเคอเรทีฟเพ้นท์ส ประจําภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ กล่าวว่า “การคาดการณ์เทรนด์สีของเราเกิดจากการวิจัยที่มีรากฐานมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงบนโลกป็นการหล่อหลอมมาจากข้อมูลในแวดวงอุตสาหกรรมการออกแบบและพฤติกรรมผู้บริโภค เราจึงสามารถให้ข้อมูลที่สําคัญและจําเป็นแก่ตลาดสีและผลิตภัณฑ์เคลือบผิวในระดับโลกได้เป็นอย่างดี ในฐานะที่เป็นผู้นําในอุตสาหกรรมสี และผลิตภัณฑ์เคลือบผิวชั้นนําระดับโลกเราต้องการแบ่งปันความรู้ในเรื่องสีสันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนทั่วโลกและทําให้เขาสนุกไปกับการตกแต่งด้วยเช่นกัน” ปี 2015 นับเป็นปีที่ 12 แล้ว สําหรับคัลเลอร์ฟิวเจอร์ส (ColourFuturesTM) จากข้อมูลสําคัญต่างๆ ของเทรนด์สีนี้แสดงให้เห็นว่าอารมณ์เป็นส่วนสําคัญในการค้นหาและมองหาความพิเศษเล็กๆ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับชีวิต ด้วยการใส่ความคิดเชิงบวกในทุกๆ วันการแสวงหาพื้นที่ที่ยังไม่เคยถูกใช้ประโยชน์หรือในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน หรือระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมเรากําลังเรียนรู้ที่จะมองโลกรอบๆตัวในมุมมองที่แปลกใหม่และแตกต่างเรากําลังค้นพบวิถีดั้งเดิม และความเรียบง่ายเพื่อเติมสีสันให้กับชีวิตด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาและการเอาใจใส่ในสิ่งแวดล้อมมากขึ้นปัจจุบันความยั่งยืนเป็นมากกว่าแค่ความชื่นชอบทั่วไปแต่คือสิ่งที่ทุกคนให้ความสําคัญโดยมีรากฐานอันสําคัญคือความมุ่งมั่นอยู่เบื้องหลังนั่นคือการมองหาความมหัศจรรย์ในวันธรรมดาๆ ขอบคุณ : บริษัทสีดูลักซ์

สวนนกชัยนาท สวนแห่งความสุขสนุกสนาน
สวนนกชัยนาท /  เที่ยวชัยนาท

ชัยนาท เป็นจังหวัดทางภาคกลางตอนบนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ทุกวันนี้ชัยนาทนับเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอยู่หลายแห่ง แต่ที่นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และนักท่องเที่ยวนิยมมากันมากที่สุดคงหนีไม่พ้น สวนนกชัยนาท สวนนกที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย สวนนกชัยนาท สวนแห่งความสุขสนุกสนาน สวนนกชัยนาทมีขนาดกว้างใหญ่ 248 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาพลอง ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตรโดดเด่นด้วยซุ้มประตูขนาดใหญ่ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยที่สวนนกชัยนาทแห่งนี้นับเป็นสวนนกที่รวบรวมเอานกพันธุ์ไทย และต่างชาติหลากหลายพันธุ์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมมากถึง 63 กรง ภายใต้บรรยากาศร่มรื่น ของต้นไม้ใหญ่ แต่ที่เป็นไฮไลท์ และนับเป็นกรงนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียนั้นต้องยกให้กับ กรงนกขนาด 180x240x24 เมตร ที่ภายในมีนกหลากหายสายพันธุ์ รวมถึงมีการสร้างน้ำตกเทียมสวยงามให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าชมและเสริมบรรยากาศให้ร่มรื่นด้วยสวนบริเวณโดยรอบที่มีทั้งอ่างน้ำขนาดใหญ่ และสวนสุขภาพ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและชาวเมืองได้มาเดินเล่นพักผ่อนกันในช่วงวันหยุด อีกจุดหนึ่งในสวนนกที่น่าสนใจและเป็นความภาคภูมิใจของชาวชัยนาทนั้นต้องยกให้ ท้องฟ้าจำลองซึ่งนับเป็นการเปิดมิติใหม่ให้สวนนกกลายเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญของเด็กๆ โดยภายในอาคารนั้นเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการ และให้ความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ นอกจากท้องฟ้าจำลองแล้ว อีกสองจุดการเรียนรู้ที่สำคัญภายในสวนนกคือ อาคารแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ภายในอาคารมีการจัดแสดงพันธุ์ปลาในแบบตู้ และอุโมงค์มากกว่า 50 ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ปลาที่พบได้ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เช่น ปลาบึก ปลาแรดเผือก ปลาตะเพียนขาว เป็นต้น และอีกจุดคือพิพิธภัณฑ์ไข่นก หรืออาคารที่รวบรวมไข่นกสายพันธุ์ต่างๆที่หายาก และใกล้สูญพันธุ์ทั้งในและต่างประเทศเอาไว้ เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านวงจรชีวิตของนก และสัตว์ปีกที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย เมื่อเดินชมนกชมไม้กันจนเหนื่อยแล้ว อากาศร้อนๆแบบนี้ จะมีอะไรน่าสนุกไปกว่าการลงเล่นน้ำที่ สวนน้ำอวกาศ หรือ Space Water Park ที่มีเครื่องเล่น และสระน้ำหลากหลายรูปแบบให้คุณน้องๆ หนูๆ ได้ลงเล่นน้ำในสระน้ำวนกัน ส่วนผู้ใหญ่หากไม่ต้องการลงน้ำ ก็สามารถหาซื้ออาหารมานั่งปิกนิกกันบริเวณรอบสระน้ำได้ และเมื่อเล่นน้ำกันจนสุขใจ เมื่อเดินออกจากสวนน้ำยังมีการแสดงจากนกยูง ที่มักมายืนรำแพนหางโชว์นักท่องเที่ยวเป็นพระเอกส่งนักท่องเที่ยวกลับบ้าน สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย และหากใครอยากซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน ก่อนขึ้นรถก็อย่าลืมแวะส่วนขายของที่ระลึก ที่มีทั้งงานฝีมือ ส้มโอขาวแตงกวา และผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดชัยนาทให้เลือกซื้อหลากหลายชนิด เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ เหมือนกับเวลาที่ใช้ไปในสวนนกชัยนาท ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายภายในสวนนก และการเดินทางที่แสนจะสะดวกสบายที่สามารถไปกลับได้ภายใน 1 วัน วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หากมีโอกาสลองไปใช้เวลาในสวนนกชัยนาทดู และจะรู้ว่าเวลาแห่งความสุขและสนุกสนานนั้นเป็นเช่นไร เรียบเรียงโดย : Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : tatsuphan.net, panoramio.com, tiewpakklang.com,iurban.in.th

ชมทะเลหมอกลำน้ำโขงที่ จุดชมวิวภูทอก จ.เลย
unseen /  จุดชมวิวภูทอก / 

คนส่วนใหญ่อาจจะประทับใจกับความสงบของเชียงคาน แต่วันนี้ Travel MThai ขอไปชมทะเลหมอกอีกหนึ่งแห่งของภาคอีสาน คือ "จุดชมวิวภูทอก” ตั้งอยู่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สถานที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสปุยของทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิดแบบสุดๆ  ชมทะเลหมอกลำน้ำโขงที่ จุดชมวิวภูทอก จ.เลย  ภาพ : hunter8217  ถ้าหากมองในระยะไกลเบื้องหน้าจะเห็นวิวทะเลหมอกขาวโพลนตัดกับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ ซึ่งนอกจากวิวของทะเลหมอกแล้วยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิว 360 องศา แบบพาโนราม่าของเมืองเชียงคานได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแก่งคุดคู้และลำน้ำโขง ด้วยภูแห่งนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบบริเวณภูสวยบริบูรณ์ด้วยธรรมชาติสร้างสรรค์ ในช่วงเวลาการชมทะเลหมอก คือในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว ที่ให้คุณได้สัมผัสอากาศหนาวได้อีกด้วย ภาพ : คุณชานมชงเอง http://pantip.com/topic/32269760 การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงคานใช้ทางหลวงหมายเลข 211 ไปทาง อ.ปากชม เมื่อผ่านทางแยกเข้าแก่งคุดคู้ จะพบทางแยกขวามือ ปากทางมีป้ายสถานีโทรคมนาคม เชียงคาน สู่เส้นทางขึ้นยอดภูทอก ส่วนใหญ่จะให้นักท่องเที่ยว จอดรถไว้ที่ปากทางขึ้น ภูทอก และให้ใช้บริการรถ สาธารณะ ที่ทางอำเภอเชียงคานได้จัดไว้ ค่าโดยสารประมาณคนละ 60 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวสำนักงานเลย (ททท.) โทร.0 4281 1480 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โทร.0-7648-1900-2 ภาพ : คุณชานมชงเอง http://pantip.com/topic/32269760 ภาพ : คุณชานมชงเอง http://pantip.com/topic/32269760 ภาพ : sapaipae.weebly.com/ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก :  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย /  http://pantip.com/topic/32269760

รฟม.เผยรถไฟฟ้าสายสีม่วง คืบ90%เปิดส.ค.59
ข่าวเศรษฐกิจ /  บางใหญ่ / 

รฟม. เผย งานก่อสร้างรถไฟฟ้าคืบหน้า สายสีม่วง 90% เปิดใช้ ส.ค. 59 เร็วกว่าแผนเดิม นาย รณชิต แย้มสอาด รักษาการผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยกับ รายการ ไอ.เอ็น.เอ็น.โฟกัสเศรษฐกิจ ถึงความคืบหน้า การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า ว่า ล่าสุด สายสีม่วง บางซื่อ-เตาปูน-บางใหญ่ มีความคืบหน้าด้านงานโยธาแล้ว 90% คาดว่า เดือน ส.ค. 2559 จะเปิดให้บริการได้ ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิม ส่วน สายสีน้ำเงิน ช่วงส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค, บางซื่อ-เตาปูน-ท่าพระ คืบหน้า 60% ขณะที่สายสีเขียว (ด้านใต้) ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ คืบหน้าเร็วกว่าแผน นอกจากนี้ สายสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต คาดว่า เดือน ก.พ. 58 จะลงนาม และเริ่มก่อสร้างได้เดือน มี.ค. 58 ส่วน สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี, สายสีเหลือง รัชดา-ลาดพร้าว-บางกะปิ-ศรีนคร-ปู่เจ้าฯ สมุทรปราการ รวมถึง สายสีส้ม ล่าสุด ครม. ได้เห็นชอบพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ สายสีม่วง ด้านใต้ ช่วยเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และส่วนต่อขยายสีน้ำเงิน กำลังออกแบบการก่อสร้าง

เลือกกินอาหารป้องกัน สมองเสื่อม กันเถอะ!
ความจำเสื่อม /  สมองเสื่อม / 

การมีอายุยืนเป็นสิ่งที่ดี แต่ขณะเดียวกันอาจต้องประสบกับปัญหา สมองเสื่อม ซึ่งมีผลต่อความจำ ความเฉลียวฉลาด ความคิดเป็นเหตุเป็นผล และการทำงานของสมอง ซึ่งอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมสูงถึง 50-70% ซึ่งอัลซัลเมอร์เป็นเพียงชนิดหนึ่งของอาการ สมองเสื่อม เท่านั้น  โรค สมองเสื่อม จึงไม่ได้หมายถึงโรคอัลไซเมอร์เสมอไป ลักษณะสำคัญของอัลไซเมอร์คือเซลล์สมองหรือเซลล์ประสาทเสื่อม และมีการสะสมโปรตีนชนิดหนึ่งในสมองเรียกว่า เบต้า-อะมีลอยด์พลัค เชื่อกันว่า ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและการอักเสบในสมองมีบทบาทสำคัญในการเกิดโรค ในขณะที่ปัจจัยทางกรรมพันธุ์อาจมีเพียง 5% แต่ปัจจัยสิ่งแวดล้อมรวมทั้งอาหารมีอิทธิพลต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์มากกว่า สมองเสื่อม จากระบบหลอดเลือดเป็นอีกรูปหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดสโตร๊คหรือเส้นเลือดในสมองตีบ ขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง ความจำที่ถดถอยอาจมาจากการเกิดมินิสโตร๊คหลายครั้ง เกิดการตีบของหลอดเลือดขนาดเล็กซึ่งค่อยๆ ทำอันตรายเซลล์สมองอย่างช้าๆ อาหารจึงมีผลต่อการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างชัดเจน การวิจัยในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่บริโภคอาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของหัวใจก็จะทำให้สมองได้รับอานิสงค์นั้นด้วย งานวิจัยหลายผลงานเปิดเผยว่า ปัจจัยที่มีผลให้เซลล์ สมองเสื่อม และนำไปสู่โรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคหลอดเลือด เบาหวานและโรคอ้วน และคนที่มีโรคเหล่านี้ ย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์สูง สิ่งใดก็ตามที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของหลอดเลือดใหญ่ย่อมส่งผลต่อหลอดเลือดเล็กในสมอง และหากการไหลเวียนของเลือดในสมองลดลงก็จะก่อให้เกิดปัญหาหลงลืมเนื่องจาก สมองเสื่อม การรักษาสุขภาพของหลอดเลือดซึ่งต้องอาศัยเรื่องของอาหารและการออกกำลังกายจึงช่วยดูแลสุขภาพสมองไปในตัว ไขมันเลว ศัตรูสมอง อาหารไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันสัตว์ กะทิ น้ำมันมะพร้าว นอกจากเป็นปฏิปักษ์กับโรคหัวใจแล้วยังเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ถึง 2 เท่าตัวด้วย เช่นเดียวกับที่ไขมันทรานซ์ (มาการีน) เพิ่มความเสี่ยง 2-3 เท่า คอเลสเทอรอลเพิ่มความเสี่ยง สมองเสื่อม ระดับคอเลสเทอรอลที่ขยับสูงขึ้นตอนวัยกลางคน เป็นตัวชี้วัดที่ดีของการเกิดโรคอัลไซเมอร์เมื่อแก่ตัวลง เพราะคอเลสเทอรอลสูงเป็นสาเหตุของเส้นเลือดแดงตีบ รวมทั้งเส้นเลือดในสมองตีบ และยังมีส่วนในการเกิดเบต้า-อะมีลอยด์พลัคอีกด้วย ความดันโลหิตสูงเร่งโรค สมองเสื่อม โรคความดันโลหิตสูงเพิ่มความเสี่ยง สมองเสื่อม จากสภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่นเดียวกับความดันโลหิตต่ำซึ่งทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง แอลกอฮอล์ลดความเสี่ยง สมองเสื่อม เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ถ้าดื่มแต่น้อยจะช่วยป้องกัน สมองเสื่อม แต่ถ้าดื่มชนิดไม่บันยะยันยังก็จะเร่งให้ สมองเสื่อม และเกิดโรคอื่นๆได้   กฏในการดื่มคือผู้ชายวันละไม่เกิน 2 ดริ๊งค์ ผู้หญิงไม่เกินวันละ 1 ดริ๊งค์ วันที่ไม่ดื่มไม่มีการยกยอดไปรวม (ปริมาณมาตรฐานของ 1 ดริ๊ง คือ  เบียร์ 360 มิลลิลิตร (1 กระป๋อง) หรือไวน์ 120 มิลลิลิตร หรือวิสกี้ 45 มิลลิลิตร) คุมเบาหวานไม่ดีเร่ง สมองเสื่อม  สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน หากไม่ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี จะเพิ่มความเสี่ยงโรค สมองเสื่อม อย่างชัดเจน มีบางงานวิจัยแสดงความสัมพันธ์ให้เห็นว่าแม้แต่อาการเตือนเบาหวานก่อนที่เบาหวานจะมาเยือนเต็มตัวก็เพิ่มปัญหาความจำเสื่อมเสียแล้ว ในทำนองเดียวกันระบบการทำงานของหลอดเลือดที่เพี้ยนไปจากปกติ เนื่องจากระดับน้ำตาลที่สูงขึ้น และระดับอนุมูลอิสระที่สูงขึ้นก็มีส่วนเร่งการทำลายสมองด้วยเช่นกัน สารอาหารป้องกัน สมองเสื่อม วิตามินบี วิตามินบีบางชนิด เช่น กรดโฟลิค บี6 บี12 ช่วยควบคุมระดับกรดอะมิโนที่ชื่อว่า โฮโมซิสเตอีน มีหลายงานวิจัยที่พบว่า ผู้ที่มีอัลไซเมอร์จะมีระดับของสารโฮโมซิสเตอีนในเลือดสูง อาหารที่ช่วยเพิ่มกรดโฟลิคและบี6 ได้แก่ ถั่วต่างๆ น้ำส้มคั้น กล้วย ธัญพืชไม่ขัดสี ผักใบเขียวจัด เนื้อสัตว์ สัตว์ปีกและอาหารทะเล ส่วนบี12 มีมากในเนื้อสัตว์ต่างๆ ได้แก่ ไข่และนม สารแอนติออกซิแดนท์ ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คือสารแอนติออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซีและอี มีความสัมพันธ์กับโรค สมองเสื่อม ในแต่ละวันสมองของคนเราผลิตอนุมูลอิสระมากมายทำลายเซลล์สมอง โชคดีที่วิตามินซีและอีจากอาหารช่วยลดอนุมูลอิสระ ป้องกันอันตรายต่อเซลล์สมอง งานวิจัยในสัตว์พบว่าการเสริมวิตามินอี ช่วยให้ความจำ การเรียนรู้ดีขึ้นและลดอันตรายที่จะเกิดกับเซลล์ประสาท งานวิจัย CHAP (Chicago Health and Aging Project) ในสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์พบว่า วิตามินอีลดความเสี่ยงการเกิดอัลไซเมอร์ 67% และคนที่รับประทานอาหารที่มีวิตามิน ซีและอีสูง จะมีปัญหาโรค สมองเสื่อม น้อย ทุกวันนี้ ข้อมูลการวิจัยให้เครดิตกับอาหารที่มีแอนติออกซิแดนท์สูงมากกว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร งานวิจัย CHAP ยังพบว่า เฉพาะอาหารที่มีวิตามินอีสูงให้ประโยชน์ต่อการป้องกัน สมองเสื่อม นักวิจัยเตือนว่าการเสริมผลิตภัณฑ์แอนติออกซิแดนท์ในปริมาณสูงอาจจะเป็นอันตรายกับร่างกายได้ อาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ บรรดาส้มทั้งหลาย ฝรั่ง มะเขือเทศ กีวี พริก กะหล่ำปลีและบร็อคโคลี เป็นต้น อาหารที่มีวิตามินอีสูง ได้แก่ น้ำมันพืช วีทเจิร์ม อะโวคาโด อัลมอนด์ ถั่วลิสง ถั่วพิสตาชิโอนัท และเมล็ดดอกทานตะวัน เสริมสมองด้วยอาหารปลา เยื่อหุ้มสมองของคนเรามีปริมาณไขมันสูงรองจากแหล่งสะสมไขมันในร่างกาย ส่วนของสมองที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงเป็นส่วนที่มีกรดโอเมกา 3 สูง ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่มีในปลาทะเล ทั้งงานวิจัย CHAP และ Rotterdam พบว่า การกินปลาแม้สัปดาห์ละครั้งก็ช่วยลดความเสื่อมโรคอัลไซเมอร์ได้แล้ว เนื่องจากกรดโอเมกา3 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารของเซลล์สมอง ผลิตภัณฑ์เสริมที่เสริมการทำงานของสมอง วิตามินรวม อายุที่มากขึ้นหรือการใช้ยาบางชนิดมีผลลดการดูดซึมสารอาหาร การเสริมวิตามินรวมจะช่วยเพิ่มสารอาหารที่สมองต้องการได้ วิตามินบี12 การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลงและการใช้ยาประเภทยับยั้งกรด (acid blockers) จะยับยั้งการดูดซึมของวิตามินบี12 ทำให้ระดับวิตามินในเลือดลดลง การตรวจเลือดจะช่วยให้ทราบว่ามีความจำเป็นในการเสริมบี12 หรือไม่ สารสำคัญที่ควรจับตามอง ขมิ้น เป็นสมุนไพรที่ใช้กันมากในอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่มีปัญหาอัลไซเมอร์น้อยที่สุด ข้อมูลการวิจัยก่อนหน้านี้คาดว่าสารสีเหลืองในขมิ้นหรือเคอร์คิวมินจะช่วยยับยั้งการเกิดพลัคในสมองได้ ฮิวเปอร์ซีนเอ  สมุนไพรจีนสกัด ช่วยยับยั้งการสลายตัวของสารอะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อสมองช่วยในเรื่องของความจำ แต่สารตัวนี้ยังไม่มีข้อมูลการใช้ในระยะยาว ข้อแนะนำเพื่อป้องกัน สมองเสื่อม ข้อมูลการวิจัยทุกวันนี้ เน้นย้ำอาหารที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรังอันประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว  (จากน้ำมันพืช ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่างๆ และน้ำมันจากปลา) ผักผลไม้ และเน้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดูแลทะนุทะนอมหลอดเลือดอย่าให้มีปัญหาจะช่วยป้องกันโรค สมองเสื่อม ไปได้ในตัว ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine พฤศจิกายน, Issue 58

6 เหตุผลดีๆ ที่ควรดื่ม น้ำอุ่นผสมมะนาว ทุกเช้า
ดื่มน้ำ /  ทุกเช้า / 

อยากรู้ไหมว่าทำไมเราถึงแนะนำให้ต้องดื่มน้ำเปล่ากับมะนาวทุกเช้า วันนี้ Women Mthai มีคำตอบมาบอกคุณสาวๆ ลองเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบเดิมๆ แล้วมาเริ่มต้นวันใหม่ของคุณสาว ด้วยน้ำอุ่นผสมมะนาว ด้วยคุณสมบัติที่เหล่าแพทย์แผนโบราณที่มีมานานแล้ว และนอกจากนั้นก็ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกมากมาย และนี่คือเหตุผลดีๆทั้งหมด ที่จะชวนสาวๆ มาดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาวกันทุกวันค่ะ 1.ช่วยในการย่อยอาหาร ไม่เพียงแต่ น้ำอุ่นผสมมะนาว จะช่วยในการกระตุ้นระบบการทำงานทางเดินอาหารแล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ที่สาวๆเรามักจะมีปัญหากันอยู่เสมออีกด้วย 2.เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย มะนาว หรือ ผลไม้ในตระกูลส้ม มีวิตามินซีที่สามารถช่วยต่อสู้โรคหวัดและวิตามินซีเหล่านี้จะช่วยดูดซึมธาตุเหล็กซึ่งมีบทบาทในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ให้ต่อสู้กับโรคที่แวะเวียนมาเยี่ยมเราได้ดี 3.ปรับสมดุลให้ร่างกาย หากร่างกายของคุณ มีค่า pH ที่อยู่ในระดับไม่สมดุลแล้ว อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอ เกิดโรคเรื้อรัง หรือกลายเป็นคนขี้โรค และถึงแม้ว่ามะนาวจะเป็นกรด แต่ก็มีค่าความด่างสูง ก็สามารถช่วยปรับสมดุลในร่างกายได้ โดยเฉพาะหากคุณคือ คนในจำพวกที่ กินแต่เนื้อสัตว์ หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากๆ ดื่มเถอะ! 4.ช่วยดีท็อกซ์ ล้างพิษ น้ำมะนาวเป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ ซึ่งหมายความว่ามันจะช่วยให้ร่างกายของคุณล้างของเหลวและสารพิษออกมาพร้อมกับมัน นอกจากนี้ยังมีกรดซิตริก ช่วยเพิ่มเอนไซม์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับอีกด้วย 5.ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ลองเปลี่ยนจากการดื่มกาแฟทุกเช้า มาเป็น น้ำอุ่นผสมมะนาว ดูบ้าง คุณจะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เพราะมะนาวช่วยให้ความรู้สึกสดชื่นและยังทำให้ออกซิเจนในเลือดชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย 6.ดื่มแล้ว ผิวสวย หากคุณสาวๆ มีผิวที่หมองคล้ำ แห้งกร้าน นั่นเป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าร่างกายคุณกำลังขาดน้ำอย่างเรื้อรัง ลองตื่นเช้ามาแล้วดื่ม น้ำอุ่นผสมมะนาว ดู เพราะวิตามินซีมีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพผิวและเสริมสร้างสารต้านอนุมูลอิสระให้สามารถต่อสู้กับการเกิดริ้วรอยได้อย่างดี ประโยชน์มากมายขนาดนี้ ไม่ลองก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ...ไปซื้อมะนาวแพร๊บ...... รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาเรื่องจาก http://learni.st

ขนไก่ไทย ฟอร์มแจ่มเก็บชัย4นัดรวดแบดมินตันเอเชียตาคัพ
กรุงจาการ์ตา /  ต้นน้ำ / 

การแข่งขันแบดมินตัน รายการ เอเชียตา คัพ 2014 ชิงเงินรางวัลรวม 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 32,000,000 บาท) รอบแรก ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย แข่งแบบพบกันหมด โดยเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขัน รอบแรก นัดที่สี่ โดย ทีมชาติไทย ที่ชนะมาก่อนหน้านี้ 3 นัดรวด พบกับ แชมป์เก่า มาเลเซีย ปรากฏว่า ประเภทชายเดี่ยว เจ้าสอง ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข พ่าย ดาเรน เหลียว ไป 2 เกมรวด 18-21, 9-21 จากนั้นประเภทหญิงเดี่ยว น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ก็มาเอาชนะ ตี จิง ยี่ ไปได้ 2 เกมรวด 21-6, 21-9 ทำให้ ขนไก่ไทย ตีเสมอ มาเลเซีย 1-1 คู่ ประเภทชายคู่ เอ มณีพงศ์ จงจิตร กับ ต้นน้ำ นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร ชนะ ฮูน เทียน ฮาว กับ ตัน วี เคียง 2 เกมรวด 21-13, 21-15 ทำให้ ขนไก่ไทย ขึ้นนำ 2-1 คู่ ก่อนที่ประเภทคู่ผสม เต่า สุดเขต ประภากมล กับ ส้ม สราลีย์ ทุ่งทองคำ จะมาชนะ ตัน เอี๊ยะ กวง กับ ง๊อก ฮุย หลิน ไป 2-0 เกม 21-19, 21-15 ส่งผลให้ ขนไก่ไทย เอาชนะ 3-1 คู่ ส่งผลให้ ขนไก่ไทย มีชัยทั้ง 4 นัดที่ลงสนาม โดยการแข่งขันนัดต่อไปจของ ขนไก่ไทย จะต้องดวลกับ ทีมรวมดาราเอเชีย ในวันที่ 1 ธ.ค.57 เวลา 18.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

7 สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่สวยที่สุดในโลก
ที่สุดในโลก /  สัตว์แปลก

วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 7 สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่สวยที่สุดในโลก มาให้เพื่อนๆ ได้ชมความสวยงามของพวกเจ้าหน้าแหลมนี้กันคะ ซึ่งส่วนมากเราจะเห็นเจ้าหมาป่าพันอยู่ที่คอของหนุ่มสาว มันได้กลายเป็นแฟชั่นที่ฮิตกันในปัจจุบันไปซะแล้ว โดยที่ไม่ได้เห็นความสวยงามที่มีชีวิตจริงๆ! ของพวกมันเมื่ออยู่ในธรรมชาติ อ่ะชอบตัวไหนกันบ้าง .. 7 สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่สวยที่สุดในโลก 1. Fennec Fox : หมาจิ้งจอกเฟนเนก หมาจิ้งจอกเฟนเนก (Fennec fox) หรือ หมาจิ้งจอกทะเลทราย (Desert fox) ในวงศ์สุนัขเป็นหมาจิ้งจอกขนาดเล็กที่สุดในโลก เพราะเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักประมาณ 1.75 กิโลกรัม (ใกล้เคียงกับชิวาวาเลยนะ >,<) เฟนเนก มีขนสีน้ำตาลเหลืองตลอดทั้งตัว ดวงตาสีดำ มีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนคือ ใบหูที่ยาวมากๆ! บางตัวอาจยาวได้ถึง 15 เซนติเมตรเลยทีเดียว หมาจิ้งจอกเฟนเนกมีถิ่นกระจายพันธุ์อยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา โดยอาศัยอยู่ในทะเลทราย มีพฤติกรรมรวมกันเป็นฝูงขนาดเล็ก หากินในเวลากลางคืน โดยมีอาหารหลักคือ แมลงชนิดต่าง ๆ ด้วยการขุดคุ้ยจากการฟังเสียงจากใบหูที่มีขนาดใหญ่ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถกินสัตว์ที่มีขนาดเล็ก, ไข่นก และผลไม้ แต่ก็ยังตกเป็นเหยื่อของสัตว์กินเนื้อที่มีขนาดใหญ่กว่าได้เช่นกัน แต่ด้วยสภาพร่างกายที่เหมาะกับการอาศัยอยู่ในทะเลทราย ทำให้สามารถเอาตัวรอดได้ดี ขนที่อุ้งเท้าของ เฟนเนก จะหนามีไว้ใช้สำหรับเดินบนพื้นทรายที่ร้อนระอุได้ ขนสีน้ำตาลเหมือนสีของทรายของช่วยให้อำพรางตัวได้ในทะเลทราย อีกทั้งขนทำหน้าที่สะท้อนความร้อนจากแสงแดดในเวลากลางวัน ส่วนตอนกลางคืนก็ทำหน้าที่สะสมความอบอุ่นไว้เพื่อต่อสู้กับความหนาวเย็น เนื่องจากเป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางคึน ขยายพันธุ์ด้วยการตั้งท้องนานครั้งละ 2เดือน เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 9 เดือน โดยจะตกลูกปี​ละ​ครั้ง ​เป็น​สัตว์​ที่​มี​คู่​ตัว​เดียว​ตลอด​ชีวิต ตัวผู้​จะ​ดุร้าย​และ​หวง​คู่ อีก​ทั้ง​ทำ​หน้าที่​คอย​หา​อาหาร​ให้​ตัวเมีย​ตลอด​เวลา​ช่วง​ที่​ตั้ง​ท้อง​และ​ให้​นม ตกลูกครั้งละ 2-4 ตัว ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารัก และมีขนาดเล็ก จึงทำให้หมาจิ้งจอกเฟนเนกกลายเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งของมนุษย์ เช่นเดียวกับ สัตว์เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นฉายาของทีมฟุตบอลทีมชาติแอลจีเรียอีกด้วย โดยเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Les Fennecs หมายถึง "หมาจิ้งจอกทะเลทราย" 2. Red Fox : หมาจิ้งจอกแดง  มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับหมาทั่วไปแต่มีขนาดเล็กกว่า ขนตามลำตัว มีสีเทาแดงหรือสีน้ำตาลแดง บางตัวอาจมีสีน้ำตาลส้ม สีขนบริเวณปลายหูและขามีสีดำ สีขนอาจมีเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ กล่าวคือ สีขนจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงในช่วงที่มีอากาศมีความชื้นสูง พบทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ, ทวีปยุโรป, ตะวันออกกลาง, ปากีสถาน ภาคเหนือของอินเดีย, เนปาล, ภูฏาน, ภาคเหนือของพม่า, จีน, ภาคเหนือของลาวและเวียดนาม หมาจิ้งจอกแดง สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้อาศัยอยู่ในภูมิประเทศที่หลากหลายได้ นอกจากนี้จากการศึกษานานกว่า 40 ปี ของนักวิจัยพบว่า หมาจิ้งจอกแดงสามารถส่งเสียงร้องได้หลากหลายมากถึง 40 เสียง สำหรับการสื่อสารกันเอง, การหาคู่ หรือการสื่อสารกันเฉพาะในฝูงหรือครอบครัว หมาจิ้งจอกแดง นับเป็นหมาจิ้งจอกชนิดที่มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางที่สุด และนับเป็นต้นแบบของหมาจิ้งจอกทั้งหมด ดังนั้นจึงปรากฏในวัฒนธรรมและความเชื่อของชนชาติต่าง ๆ มาแต่โบราณ โดยชาวตะวันตก หมาจิ้งจอกจะเป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์ และปรากฏในนิทานพื้นบ้าน และนิทานอีสปหลายเรื่อง สำหรับชาวเอเชียตะวันออก เช่น ชาวจีน หรือชาวญี่ปุ่น เชื่อว่า หมาจิ้งจอกแดงสามารถแปลงร่างเป็นปีศาจเพื่อหลอกลวงมนุษย์ได้ เช่น ปีศาจจิ้งจอก, ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง เป็นต้น 3. Marble Fox : หมาจิ้งจอกมาร์เบิ้ล หมาจิ้งจอกมาร์เบิ้ล นั้นจัดอยู่ในสปีชีส์เดียวกับ Red Fox (หมาจิ้งจอกแดง) นอกจากนี้สี-ลวดลายที่เพื่อนๆ เห็นนั้นไม่ได้เกิดมาจากธรรมชาติของพวกมัน แต่เกิดมาจากการที่มนุษย์นั้นทำขึ้น ซึ่งมนุษย์นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับเครื่องแต่งกาย ขนเฟอร์! นั่นเอง 4. Gray Fox : หมาจิ้งจอกสีเทา Gray Fox (หมาจิ้งจอกสีเทา) อาศัยอยู่ทางใต้ของอเมริกา-ทางตอนเหนือของแคนนาดา ( เวเนซุเอลาและโคลัมเบีย ) สิ่งที่โดดเด่นก็คือ สีขนที่มีสีผสมกันที่สวยงาม หางยางฟู นอกจากนี้หมาจิ้งจอกสีเทายังสามารถปืนต้นไม้ได้เก่งอีกด้วย 5. Silver Fox : จิ้งจอกสีเงิน Silver Fox (จิ้งจอกสีเงิน) มีสิ่งที่โดดเด่นแบบเห้นได้ชัด คือ ขนฟูๆของมันที่สีจะออกไปทางสีเงิน-เทา บางตัวขนจะมีสีฟ้าเทาที่หาง เมื่อก่อนจิ้งจอกสีเงินถือว่าเป็นสัตว์ที่มีมูลค่ามากตัวหนึ่งอีกด้วย นอกจากนี้มันก็ยังถูกนำไปทำเครื่องนุ่งห่ม เครื่องแต่งกาย เช่นในสมัยขุนนางในรัสเซีย, ยุโรปตะวันตก และจีน >,< น่าสงสารจัง~ 6. Arctic Fox : หมาจิ้งจอกอาร์กติก หมาจิ้งจอกอาร์กติก (Arctic fox), หมาจิ้งจอกขั้วโลก (Snowy fox) หรือหมาจิ้งจอกหิมะ (Polar fox) เป็นหมาจิ้งจอกขนาดเล็ก อาศัยอยู่ทั่วไปในเขตชายผั่งมหาสมุทรอาร์กติกตลอดจนเขตทุนดราที่เต็มไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง มีขนสีขาวเพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ช่วยให้ล่าเหยื่อได้ง่าย และสามารถพรางตัวจากศัตรูได้ด้วย หมาจิ้งจอกอาร์กติกจัดว่าเป็นสัตว์ที่สามารถปรับสภาพให้ดำรงอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวจัดได้ดีชนิดหนึ่ง มีระบบการปรับอุณหภูมิ ที่สามารถควบคุมความร้อนในร่างกายได้ สามารถทนอยู่ได้ในที่ ๆ มีอุณหภูมิต่ำถึง -50 องศาเซลเซียสได้ หมาจิ้งจอกอาร์กติกจะมีใบหน้าที่สั้นกว่าหมาจิ้งจอกชนิดอื่น และมีใบหูที่เล็ก ขนของมันฟูหนา เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อน มันจะมีขนอยู่บริเวณอุ้งเท้าเพื่อช่วยให้เดิน และวิ่งบนพื้นน้ำแข็งได้ในช่วงที่หิมะตกหนัก หรือเกิดพายุหมาจิ้งจอกอาร์กติกจะขุดโพรงลึกลงไปใต้หิมะ และขดตัวนอนโดยใช้หางของมันตวัดมาปิดตัวและหน้าไว้คล้ายคนห่มผ้าห่ม และเมื่อฤดูหนาวหมดลง หิมะเริ่มละลาย ต้นไม้เริ่มผลิใบอ่อน หมาจิ้งจอกอาร์กติกเองก็มีการเปลี่ยนแปลง ขนสีขาวของมันจะร่วงลง และมีขนสีเทาอมน้ำตาลขึ้นแทนและจะสั้นกว่าขนในฤดูหนาว ทำให้ตัวมันดูเล็กลง และมีขนาดเท่าแมวบ้านเท่านั้น ในขั้วโลกเหนือฤดูร้อนนั้นสั้นมาก และเมื่อฤดูหนาวกลับมา จิ้งจอกขั้วโลกก็จะเปลี่ยนสีขนกลับไปเป็นขนสีขาวอีกครั้ง เป็นการบอกให้รู้ว่า การต่อสู้กับความหนาวเย็นกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง 7. Cross Fox  เป็นสุนักจิ้งจอกที่แตกแขนง แยกออกมาจากสายพันธุ์ Red Fox  (หมาจิ้งจอกแดง) ส่วนใหญ่พบเห็นได้ทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกาคะ เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com อ้างอิงจาก boredpanda.com,th.wikipedia.org

5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้จากการถลกหนังพี่เสือน้อย
ฆวน มาต้า /  พรีเมียร์ลีก / 

เข้ารูปเข้ารอบขึ้นเรื่อยๆสำหรับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถเก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันได้เป็นครั้งแรกหลังจากเปิดบ้านเอาชนะ ฮัลล์ ซิตี้ ของสตีฟ บรูซ อดีตกัปตันทีมไปแบบไม่ยากเย็น 3-0 ทำให้ทีมกลับมายึดที่ตำแหน่งท็อปโฟร์ของตารางแบบที่ต้องการ ในขณะที่ครึ่งทางของฤดูกาลกำลังคืบคลานเข้ามา  และถือเป็นอีกนัดที่แฟนบอลผู้มีตราปีศาจถือสามง่ามในหัวใจได้นั่งดูบอลแบบสบายใจ ไม่ต้องลุ้นจนตะคริวขึ้นที่ซี่โครงแบบนัดที่ผ่านๆมา มาดู5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้จากชัยชนะนัดนี้ สัญญาณที่ดีก่อนช่วงหฤโหด ใครๆก็รู้ดีว่า ลีกผู้ดีโหดหินขนาดไหน ในช่วงปลายปีที่ทุกทีมจะต้องลงแข่งแบบถี่ยิบในระยะเวลาแค่ 1 สัปดาห์ เอาแค่ในเดือนสุดท้ายของเดือน แม้จะไม่มีโปรแกรมฟุตบอลยุโรปและฟุตบอลถ้วยลีกคัพลูกทีมของ หลุยส์ฟานกัล ต้องลงเล่นถึง 6 นัด แต่ในนัดนี้ทีมส่งสัญญาณที่ดี ในเรื่องของรูปแบบการเล่นการเคาะบอลสปีดบอล การเคลื่อนที่พูดง่ายๆคือความเข้าใจในระบบการเล่นของนักเตะค่อยๆลงตัวขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เห็นคือการครองบอลที่มีเปอร์เซ็นเหนือกว่าผู้มาเยือนถึง 77 เปอร์เซ็น รวมไปถึงสัญญาณ การกลับมาช่วยทีมของนักเตะที่บาดเจ็บไปก่อนนี้อย่าง มาร์กอส โรโฮที่กลับมายืนครบ 90 นาที อันเดร์ เอร์เรร่า ที่กลับมาสีส่วนอย่างมากต่อเกมส์ และ การกลับมาอีกครั้งของ ราดาเมล ฟัลเกา แม้จะต้องเสีย อังเคคล ดิมาเรียไป ตั้งแต่ต้นเกมส์ก็เถอะ คิดว่าน่าจะชินกันได้แล้วนะไอ้เรื่องนี้ ประตูปลุกผีของ RVP ก่อนหน้านี้ โรบิน ฟานเพอร์ซี่ โดนจับตามองอย่างมากกับฟอร์มการเล่นที่หล่นหายไปอย่างน่าใจหาย แม้จะยิงประตูได้มากกว่ากองหน้าสามคนของบางทีมรวมกัน จนถูกกดดันอย่างหนัก และแรงกดนั้นได้ถาโถมเข้ามามีผลกับ ผลงานในสนามอย่างช่วยไม่ได้ อย่างที่เห็นในนัดนี้ ช่วงต้น อดีตกัปตันอาร์เซน่อลพยายามที่จะเล่นแบบฝืนธรรมชาติของตัวเองมากไป และโอกาสเหน่งๆในครั้งแรกแต่ก็ทำไม่ได้ เชื่อว่าการจ่ายให้ เวนย์รูนี่ย์ คู่หูยิงได้น่าจะเรียกความมั่นใจให้กับเจ้าตัวไม่น้อย และอาการดีใจหลังพังประตูสุดสวยให้ทีมได้ มันเผยหมดเลยว่า การพังประตูได้ในช่วงเวลาที่ย่ำแย่มันเหมือนการยกภูเขาออกจากอกขนาดไหน ไม่แน่ว่าประตูนี้อาจจะเรียกความมั่นใจปลุกความเป็นผีของดาวซัลโวสองสมัยกับสองสโมสรกลับมาอีกครั้ง  คริส สมอลลิ่ง องค์ลง ฟอร์มการเล่นสองนัดหลังสุดของ คริส สมอลลิ่ง น่าจะทำให้แฟนๆ อภัยให้กับเหลืองแดงโง่เง่า จากนัดแมนเชสเตอร์ดาร์บี้แล้ว กับฟอร์มที่โดดเด่นในนัดนี้ แถมการขึ้นไปช่วยพังประตูเบิกร่อง จนทำให้ทีมเล่นง่ายขึ้นอีกเป็นกอง ไม่เท่านั้น ยังเกือบทำประตูที่สองได้ด้วยถ้าหากไม่ติดตัวคุมเส้น ถือว่าผลงานโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยทีเดียว ในระหว่างที่เพื่อนๆกองหลังคนอื่นกำลังจิ๊จ๊ะกับพยาบาลจนเพลิน จนลืมกลับมาช่วยทีมก็คงเป็น สมอลลิ่ง ที่จะยึดหน้าที่ตรงนี้ไปยาวๆ ในช่วงนี้จนกว่าจะเจ็บ หรือทำอะไรโง่ๆอีก แก๊งค์สเปนคัมแบ็ค คู่หูดูโอ้จากแดนกระทิงที่ค่าตัว เฉลี่ยนคนละ 30 ล้านปอนด์ฉกฉวยโอกาสที่ได้รับจากในนัดนี้เอาไว้ได้อย่างน่าพอใจ โดยรายแรก ฆวน มาต้า ที่กลับมายึดตำแหน่ง11 ตัวจริงได้อีกครั้ง นัดนี้เพลย์เมกเกอร์ชาวสเปนโชว์ความขยันวิ่งหาบอลเชื่อมเกมส์ ทำให้รอยต่อระหว่างเกมส์รับและรุก เนียนตา และเกือบได้เครดิตหากแต่ว่า ฟัลเกา จะช่วยยิงให้มันดีกว่านั้นอีกหน่อย ส่วนอีกคนคือ อันเดร์ เอร์เรร่า ที่เดี้ยงยาวตั้วแต่ช่วงต้นฤดูกาล ได้รับโอกาสแบบส้มหล่นเพราะ อังเคล ดิมาเรีย มาบาดเจ็บตั้งแต่ต้นเกมส์ จนถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง และก็ไม่ทำให้ผิดหวังผลงานตลอดเวลาที่อยู่ในสนามค่อนข้างเข้าตา และการมีส่วนร่วมกับ2 ประตูของทีมคือเครื่องยืนยัน  ระยะทำการของ เวนย์ รูนี่ย์ กลับมาพังประตูได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ เวนย์ รูนี่ย์ โดยประตูที่สองเป็นการประสานงานกับ โรบินฟานเพอร์ซี่ ที่ไม่มีให้เห็นมานานแล้ว ตอนนี้ หลุยส์ ฟานกัล น่าจะมั่นใจแล้วว่ากองหน้าคือตำแหน่งที่ดีที่สุดของ กัปตันทีมร่างอวบระยะสุดท้ายคนนี้  ไม่ใช่กองกลางตัวปั้นเกมส์แบบที่กุนซือชาวดัตช์อยากจะให้เป็น แต่โจทย์ที่ยากและท้าทายกว่านี้กำลังมาพร้อมๆกับร่างกายที่ฟิตสมบรูณ์ของ ฟัลเกา และความมั่นใจที่เพิ่งเรียกคืนมาของ ฟานเพอร์ซี่ คือการจับทั้งหมดให้ผนึกกำลังลงสนามไปหลอนแนวรับทีมเยือนให้ได้พร้อมๆกัน หรือต้องมีใครเป็นฝ่ายไป (นั่งสำรอง) (สำหรับนัดต่อไปไม่ต้องรอนาน แมนยูฯ จะลงสนามวันอังคารที่ 2 ธันวาคมกับสโต๊ค ซิตี้)