ส้ม อมรา

เรื่องเด่นคนบันเทิงปี 2559 สุข ทุกข์ เศร้า ดราม่าเสียงสูง (อันดับ 11-20)
ปันปัน สุทัตตา /  น้ำชา ชีรณัฐ / 

  ต่อจากวานนี้กับอันดับ 1-10 เรื่องเด่นคนบันเทิงปี 2559 ที่หลายๆ เรื่องกลายเป็นกระแสร้อนในโลกออนไลน์ และยังคงพูดถึงกันมาข้ามปี ซึ่งอันดับ 11-20 บอกเลยว่าดราม่าเข้มข้นไม่แพ้กันอย่างแน่นอน แต่ก็มีหลายๆ เรื่อง ที่ยังคงเป็นเรื่องราวดีๆ ซึ้งๆ ของคนในวงการบันเทิง กับความมีน้ำใจช่วยเหลือสังคม และคนในวงการด้วยกัน  11 ปันปัน VS น้ำชา เสียงสูง   เจอนักแคปไวแสงออกมาแชร์กันสนั่น หลังจากสาวมั่น ปันปัน สุทัตตา โพสต์รูปต้นคอปริศนาในไอจี พร้อมข้อความสุดจี๊ด จนกลายเป็นวลีเด็ดแห่งปี เสียงสูง สืบไปสืบมาที่แท้ก็เป็นต้นคอของ น้ำชา ชีรณัฐ งานนี้ทำเอาสาวน้ำชาเดือดปุดๆ แต่เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยดี เมื่อสาวปันปันออกมาแถลงขอโทษ และลาออกจากค่าย GDH559 พร้อมกับฟอลโล่ไอจีของสาวน้ำชา 12 ใหม่ ดาวิกา ดราม่าควีน   โดนสตอเบอร์รี่ไปหลายลูกสำหรับ ใหม่ ดาวิกา ที่จะกระดิกตัวทำอะไรก็ตกเป็นข่าว อาทิ เกาเหลาทับไลน์งานนางเอกรุ่นพี่ ชมพู่ อารยา ทั้งงานโฆษณา ไปเมืองคานส์ แถมไปถึงเมืองคานส์ก็ลืมแต้งกิ้วคอสตูมในไอจีให้แบรนด์เสื้อผ้าอาซาว่า จนเจ้าของแบรนด์ไม่แฮปปี้ แถมผู้จัดการส่วนตัวอย่าง เก้า ก็มีกรณีพิพาทกับผู้กำกับดัง มะเดี่ยว ชูเกียรติ   13 ปิดตำนานรัก ชาคริต-วุ้นเส้น   ไปกันไม่รอดตามที่หลายๆ คนคาดเดาเอาไว้สำหรับคู่รัก ชาคริต แย้มนาม-วุ้นเส้น วิริฒิพา ที่เป็นสามีภรรยาอย่างถูกกฎหมายมานานถึง 5 ปี แต่สุดท้ายความรักของทั้งคู่ก็เกินเยียวยา และต้องควงกันไปเซ็นไปหย่า แต่ทั้งคู่ก็ยังคงเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจที่ดีต่อกัน และคุยได้กันแบบพี่น้องได้เหมือนเดิม    14 เรื่องเล่าเช้านี้ วันไร้สรยุทธ   แฟนๆ ข่าว เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ถึงกับช็อค เมื่อผู้ประกาศข่าวอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่อยู่คู่กับรายการมานานกว่า 13 ปี ต้องลาจอ เพราะเจอประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง กับคดีไร่ส้ม อสมท. ทำให้สรยุทธตัดสินใจยุติบทบาททางหน้าจอทีวี เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย    15 พิม เอาชนะมะเร็ง-แอน อังคณา ป่วยหนัก   หายดีแล้วสำหรับ พิม พิมพ์มาดา ที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่ จนต้องเข้ารักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งช่วงที่รักษาตัวสาวพิมม เธอก็ใช้ธรรมะ และกำลังใจจากคนรอบข้าง ผ่านความยากลำบากของชีวิต จนเวลานี้เธอหายดี แถมลุคผมสั้นก็ทำให้สาวพิม ก็กลายเป็นสาวเท่ ที่ทำให้หลายๆ คนร้องกรี๊ด ต้องติดแฮชแทค #สามีแห่งชาติ ส่วนอีกหนึ่งสาวเซ็กซี่ลายคราม แอน อังคณา อดีตนักร้อง นักแสดง นางแบบ ที่อยู่ๆ ก็ล้มป่วยลงร่างกายซูบผอมไร้เรี่ยวแรง เหตุที่ล้มป่วยเพราะไม่มีเงินไปรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง แต่พอหลังจากตกเป็นข่าวว่าป่วยต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แฟนๆ ก็แห่ให้กำลังใจ และเข้าช่วยเหลือเธอย่างล้นหลาม   16 แอน ทองฯ ประกาศแต่งงาน   รอกันมานานมากๆ ว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวลั่นระฆังสักที สำหรับเจ้าหญิงแห่งวงการมายา แอน ทองประสม กับแฟนหนุ่ม เอ ทินพันธ์ ที่คบหากันมายาวนานถึง 14 ปี มาปีนี้สาวแอนยืนยันว่ามีข่าวดีอย่างแน่นอน และพร้อมมีเบบี้ทันที แต่ยังไงก็ไม่หนีไม่หายไปจากวงการบันเทิงเด็ดขาด 17 ตูน บอดี้สแลม วิ่ง 400 กม.   รักการวิ่งมาราธอนเป็นชีวิตจิตใจสำหรับ ตูน บอดี้สแลม ที่ร่วมกิจกรรมดีๆ ก้าวคนละก้าว วิ่ง 10 วัน จากกรุงเทพ-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 400 กม. เพื่อระดุมทุนช่วยเหลือ รพ.บางสะพาน ในการซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ขาดแคลน จนกลายเป็นกระแสฮืฮฮา และได้รับเงินบริจาคกว่า 70 ล้านบาท  18 หวาย มีเรื่องแล้ว   อยู่ๆ มีคลิปหลุดหน้าคล้ายนักร้องสาวแซบ หวาย ปัญญริสา อาละวาดโวยวายอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ในหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่ามีเรื่องจริง แถมยังโดนขวดฟาดหัว และโดนรุมทำร้ายร่างกาย ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาแถลงข่าวว่าเป็นเรื่องของการเข้าใจผิด และยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงโดนทำร้ายร่างกาย   19 พิษสวาท VS นาคี   เป็นกระแสโด่งดังสุดๆ สำหรับละครเรื่อง พิษสวาท ทางช่อง ONE ที่ได้ นุ่น วรนุช รับเป็น คุณอุบล จนกลายกระแสที่แชร์กันสนั่นในโลกออนไลน์ ตามมาด้วยละครเรื่อง นาคี ทางช่อง 3 ที่ได้ แต้ว ณฐพร มาสวมบทเป็น เจ้าแม่นาคี จนปังไม่แพ้กัน ส่วนรางวัลนักแสดงนำหญิงในปีนี้จะตกเป็นของใคร คงต้องมาลุ้นกัน 20 ชมพู่ แท้งลูก   เป็นเรื่องช็อคส่งท้ายปี 2559 เมื่อนางเอกสาวเจ้าแม่แฟชั่น ชมพู่ อารยา ออกมายอมรับว่าเคยตั้งท้อง แต่ก็ต้องแท้งลูกไป แต่งานนี้สาวชมพู่ และสามี น็อต วิศรุต ก็ยังยิ้มสู้ ให้กำลังใจซึ่งกันซึ่งและกันมาโดยตลอด และรอความพร้อมของสาวชมพู่ ซึ่งมาในปีนี้สาวชมพู่ ก็พร้อมมากๆ สำหรับการที่จะเป็นคุณแม่   

2538 อัลเทอร์มาจีบ จากโมโนฟิล์ม ได้รับเลือกฉายใน หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล
2538 อัลเทอร์มาจีบ /  Back to The 90’s / 

2538 อัลเทอร์มาจีบ จากโมโนฟิล์ม ได้รับเลือกฉายใน หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล ภาพยนตร์ไทยจากค่ายโมโนฟิล์ม เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ (Back to The 90’s) ผลงานกำกับโดย เสือ ยรรยง คุรุอังกูร ถูกใจคณะกรรมการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยเข้าฉายในเทศกาล หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล (Luang Prabang Film Festival) ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นการจัดฉายภาพยนตร์เฉพาะอาเซียนและฉายแบบจอกลางแปลง โดยมีภาพยนตร์ที่เข้าร่วมทั้งหมด 9 ประเทศ ได้แก่ ลาว ไทย กัมพูชา พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ได้รับเลือกให้เข้าฉายจากภาพยนตร์ไทยที่เข้าร่วมทั้งหมด 8 เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ (Back to The 90’s) ว่าด้วยเรื่องราวการย้อนเวลาของ ก้อง รับบทโดย เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์ เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เกิดในยุคดิจิตอล ที่จับพลัดจับผลูย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2538 ในบรรยากาศที่ดนตรีอัลเทอร์เนทีฟโด่งดังอยู่ในเวลานั้น ซึ่งที่นั่นก้องได้พบกับพ่อแม่ตัวเองที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ เขาต้องอยู่กับโลกที่เต็มไปด้วยดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ และได้พบกับ ส้ม รับบทโดย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ หญิงสาววัยรุ่นที่ไม่ถูกชะตากับก้องตั้งแต่แรกพบ แต่แล้วส้มกลับเป็นผู้ทำให้ก้องได้รู้จักความรักแบบไม่ฉาบฉวยอย่างที่ก้องเคยเจอมาในยุคของตัวเอง เทศกาลภาพยนตร์ หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล (Luang Prabang Film Festival) ครั้งที่ 7 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 7 ธันวาคม 2559 สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lpfilmfest.org/content/2016/festival-movies2016.html

ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก
จัดอันดับ /  ที่เที่ยวประเทศไทย / 

วันนี้ Travel.mthai ขอชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวทั่วไทยกันแบบฟินๆ กับ 25 สถานที่เที่ยวในประเทศไทย ที่สวยและบรรยากาศดี เหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอก กัน! งามไม่งามต้องไปสัมผัสกันดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าที่เที่ยวเมืองไทยงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก ^^ ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก 1. ชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง - ซากุระเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น  ดอกนางพญาเสือโคร่ง มีสีชมพูสด เมื่อบานสะพรั่งเต็มต้น จะเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ ความงดงามก็จะแตกต่างกันไป Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว มาให้ทุกท่านได้ชม เผื่อถูกใจที่ไหน จะได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการไปท่องเที่ยวหน้าหนาวกัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว , ภูลมโล 2559 ดินแดนสีชมพูของซากุระเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- สวนสนบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ - นามิเมืองไทย เหมือนไปเกาหลี “สวนสนบ่อแก้ว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กม.ที่ 36 อยู่เลยอุทยานแห่งชาติออบหลวงไปประมาณ 22 กม. เป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่าง ๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็นไม้เบิกนำ เพื่อปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ต้นสนที่นำมาปลูกมีอายุกว่า 40 ปี เพราะปลูกในช่วงปี พ.ศ.2509-2510 จำนวนหลายพันต้น เรียงรายเป็นระเบียบบนลานโล่งเตียนด้านหน้า ทั้งนี้ สวนสน ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษและเป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำนวนสนสามใบ และยูคาลิปตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี ช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุดคือ ฤดูหนาว เพราะในยามเช้าเราจะเห็นม่านหมอกลอยปกคลุมอยู่บริเวณครึ่งบนของลานสน ประจวบกับแสงอาทิตย์ที่ส่องแสงบาง ๆ ลงมา รับรองว่าคุณจะต้องกดชัตเตอร์กล้องแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว -------------------------------------------------------------------------------------------- 3. โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ - ใบไม้เปลี่ยนสี เหมือนไปเกาหลี เมื่อลมหนาวเดินทางมาถึง ป่าสนของ อ.กัลยาณิวัฒนา อำเภอลำดับ 878 ของประเทศไทย จะเริ่มผลัดใบรับฤดูหนาวเปลี่ยนสีเขียวของป่าที่ได้รับน้ำตลอดฤดูฝนให้เป็นสีสันตระการตา ไล่สีตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดงและส้มของต้นเมเปิล ภาพที่เห็นคล้ายผืนผ้าใบไร้ขอบเขต ที่ถูกละเลงสีด้วยพู่กันธรรมชาติ และความที่แต่ละต้นมีการไล่ลำดับสีแตกต่างกัน ยิ่งทำให้ความสวยงามของเฉดสียิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ สนสองใบและสนสามใบของที่นี่เป็น ป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวป่าสนสลับสี โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ -------------------------------------------------------------------------------------------- 4. วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง - เหมือนไปธิเบต แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200ปี) ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว ประหนึ่งทศกัณฐ์พญายักษ์นอนปกปักรักษาเมือง ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง -------------------------------------------------------------------------------------------- 5. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน - สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ปางอุ๋ง มีชื่อเต็ม ว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านรวมไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็น อ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูง เป็นที่เที่ยวสุดโรแมนติกอันดับต้นๆ ของแม่ฮ่องสอน ภาพแสงอาทิตย์สาดสะท้อนน่านน้ำ ผสานไอหมอกจางๆ สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทุกครั้ง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 6. สวนหินผางาม จังหวัดเลย - คุนหมิงเมืองไทย เหมือนไปจีน ตั้งอยู่ที่ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย สวนหินผางามหรือ คุนหมิงเมืองเลย แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี -------------------------------------------------------------------------------------------- 7. ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย - ภูเขาไฟฟูจิเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น ภูป่าเปาะ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภูหอ หรือฟูจิเมืองเลย ได้อย่างชัดเจน และยิ่งเมื่อมีเมฆบางๆ ปกคลุมก็จะยิ่งคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นบนภูป่าเปาะในวันที่ฟ้าเปิด ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูหินร่องกล้าภูหอ ภูหลวง ภูกระดึง ภูผาจิต ภูผาม่าน สวนหินผางาม และเขาค้อ ได้ในมุมมอง 360 องศา อีกด้วย “ภูหอ” มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” ภูหอ เป็นภูเขาที่มีลักษณะเด่นอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวงอีกด้วย -------------------------------------------------------------------------------------------- 8. หาดหงส์ จังหวัดอุบลราชธานี - ซาฮาร่าเมืองไทย หาดหงส์ เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ซึ่งเกิดจากการพัดพาของน้ำและตะกอนทรายมาทับถมกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าไป หากจะไปเยือนสามพันโบก ไปหาดหินสี ไปหาดสลึง อีกหนึ่งที่ที่ต้องไปให้ได้ คือ หาดหงส์ โดยช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าเด็ดมาก คงจะเป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกยามเย็น จะเห็นความสวยงามจากแสงทอง ที่ส่องลงกระทบทรายสีขาวระยิบระยับงามจับตา ว่ากันว่าถ้ามาหาดหงส์ ต้องมากระโดดเนินทราย พุ่งทะยานปลดปล่อยร่างกายให้เต็มที่ ถึงจะเรียกว่ามาถึงที่โดยสมบูรณ์ พอได้บันทึกภาพเก็บไว้ เป็นโมเมนต์ที่เท่มาก ๆ เลยฮะ -------------------------------------------------------------------------------------------- 9. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี - แกรนด์แคนยอนเมืองไทย เหมือนไปอเมริกา สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ อุบลราชธานี ที่ไม่ควรพลาด! -------------------------------------------------------------------------------------------- 10. น้ำตกแก่งโสภา จังหวัดพิษณุโลก - ไนแองการ่าเมืองไทย เหมือนไปทวีปอเมริกาเหนือ (พรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา) น้ำตกไนแอการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และโด่งดังมากๆ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าไม่อยากไปไกล ในเมืองไทยก็มีที่ น้ำตกแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เดิมทีชื่อ น้ำตกแก่งชั้นไดยาน หรือ บันไดยาน จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวและปีใหม่ น้ำตกหลั่งไหลตามชั้นหิน อย่างสวยงาม ให้เราได้สัมผัสความสดชื่นจากน้ำตก -------------------------------------------------------------------------------------------- 11. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี - ทะเลสาบอินเลเมืองไทย เหมือนไปพม่า ทะเลสาบอินเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ในรัฐฉาน เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า ซึ่งมีความสวยงามทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่เราไม่ต้องไปไกลถึงพม่าก็ซึมซับบรรยากาศดีๆ ได้เช่นกัน ที่ สังขละบุรี สังขละบุรี มีแม่น้ำซองกาเรีย เป็นศูนย์รวมความมีชีวิตชีวา เพราะชีวิตต้องหล่อเลี้ยงด้วยสายน้ำ ชาวบ้านที่นี่มีความรักในถิ่นเกิดและธรรมชาติของพวกเขามาก เมื่อคุณไปคุณจะเห็นแววตาแห่งความสุขของพวกเขา เมื่อได้เล่าเรื่องราวถิ่นเกิดอันน่าประทับใจ อีกทั้งมี สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 7 มนต์เสน่ห์แห่งสังขละบุรี รับรองว่าคุณต้องหลงรัก -------------------------------------------------------------------------------------------- 12. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่ - นาขั้นบันไดซาปา เหมือนไปเวียดนาม บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งของนาขั้นบันไดที่สวยงามสุด ๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาสมมากกับการมาสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และความสวยงามของท้องทุ่งนาเขียวและเหลือง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง ไฮไลท์ที่คุณห้ามพลาด -------------------------------------------------------------------------------------------- 13. ซุ้มป่าไผ่ วัดจุฬาภรณ์วนาราม จังหวัดนครนายก ป่าไผ่อาราชิยาม่าเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น วัดที่เงียบสงบ ทางเข้าวัดเป็นอุโมงค์ต้นไผ่ บรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นซุ้มป่าไผ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โน้มเข้าหากันตามธรรมชาติ ทอดตัวเป็นแนวยาวหลายเมตร ให้ความร่มรื่น -------------------------------------------------------------------------------------------- 14. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ พุทธคยาในเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย เป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ ตั้งอยู่ที่รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ โดยสูงถึง 51 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 121.29 เมตร ล้อมรอบด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ พุทธคยา นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องการมาสักการะ ซึ่งในประเทศไทย ก็ได้มีการสร้าง วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ขึ้นเป็นวัดที่ประดิษฐาน เจดีย์ศรีพุทธคยา ก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เจดีย์มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ในส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น รอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืนและประนั่ง เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ -------------------------------------------------------------------------------------------- 15. ทุ่งแสลงหลวง - ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย เหมือนไปออสเตรเลีย ทุ่งแสลงหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 16. เกาะพยาม จังหวัดระนอง - มัลดีฟท์เมืองไทย “เกาะพยาม” ตั้งอยู่ที่ ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน เป็นเกาะขนาดใหญ่ ประกอบด้วยภูเขาขนาดย่อมๆ ป่าไม้เบญจพรรณ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำพวกลิงค่าง หมูป่า นกนานาชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบมากบนเกาะนี้ อ่าวที่สำคัญๆ ได้แก่ อ่าวแม่หม้าย ที่ตั้งของท่าเรือเกาะพยามและที่ทำการหมู่บ้าน อ่าวเขาควาย จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และอ่าวใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะไปอาบแดดและชมพระอาทิตย์ที่นี่เช่นกัน -------------------------------------------------------------------------------------------- 17. เขาสก เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี - กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้ โดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง เขื่อนรัชชประภา เป็นภูเขาหินปูนทียอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต พื้นที่แห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ตั้งอยู่ ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน ซึ่งห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี ประมาณ 84 กิโลเมตร นอกจากความงานที่ลือเลื่องของ เขื่อนรัชชประภา แล้ว การมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับมันคงให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ เหมือนกินลอดช่องไม่ใส่กะทิ ดังนั่นการได้พักค้างคืนที่นี่ ดูจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลของการมาพักผ่อนแบบเต็มที่อย่างที่สุด -------------------------------------------------------------------------------------------- 18. สระมรกต คลองท่อม จังหวัดกระบี่ - จิ่วจ้ายโกวเมืองไทย สระมรกต ที่อยู่ในอำเภอคลองท่อม โดย ณ เวลานี้ สถานที่ดังกล่าวก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่หลายๆ คนให้ความสนใจกันมาก เพราะเอกลักษณ์ที่มีน้ำสวยใสสีเขียวอมฟ้ากลางใจป่า ซึ่งกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำของภาคใต้ สำหรับการเดินทาง ไปยัง สระมรกต นับว่าเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าการปลอกเปลือกกล้วย เพราะถ้าคุณเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปทางอำเภอเหนือคลอง จนถึงอำเภอคลองท่อม ถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลำทับ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4038 ประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวาไปทางอำเภอคลองท่อม ใต้-ทับไทร อีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะเห็นทางเข้าของสระมรกตแล้ว -------------------------------------------------------------------------------------------- 19. ปราสาทสัจธรรม พัทยา - นครวัดเมืองไทย เหมือนไปกัมพูชา ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth) ตั้งอยู่บริเวณอ่าววงพระจันทร์ ตำบลนาเกลือ ในเนื้อที่ 80 ไร่ งดงามด้วย “สถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก” ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า “วังโบราณ” บ้างก็เรียกตามวัสดุของตัวอาคารว่า “ปราสาทไม้” ก่อตั้งและสร้างสรรค์โดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ตัวปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต  มีการใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย  หรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ  ตัวปราสาทเป็นทรงจัตุรมุข  สูง 100 เมตร กว้าง 100 เมตร  แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร   ทั้งภายนอกและภายใน  กล่าวกันว่างามดั่งเทพนฤมิต  สะท้อนแนวคิดนามธรรมออกมาตีแผ่เป็นรูปธรรมให้สัมผัสได้ สื่อถึงความสำคัญของศาสนาและปรัชญาตะวันออก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปราสาทสัจธรรม สถาปัตยกรรมไม้ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ -------------------------------------------------------------------------------------------- 20. มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ - สโตนเฮนจ์เมืองไทย เหมือนไปอังกฤษ สโตนเฮนจ์เมืองไทย เป็นที่เที่ยวแนวอันซีนที่เพิ่งฮิตกันมาไม่นาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติของกลุ่มหินโบราณที่กระจัดกระจายในเขตทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หินเหล่านี้มีรูปร่างต่างๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝนมาเป็นเวลานาน บางคนก็เห็นว่าเป็นรูปหอเอนปิซา บางคนก็ว่าเหมือนเจดีย์ ทั้งนี้ก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไป แต่ที่โดดเด่นที่สุด คือ กลุ่มเสาหินโบราณ 5 ต้นที่คาดว่ามีมาแต่สมัยยุคดึกดำบรรพ์ราว 175-195 ล้านปีก่อน แต่ละต้นมีความสูงราว 12 เมตร นอกจากนั้นแล้วบริเวณรอบๆ ก็ยังมีธรรมชาติสวยงาม มีทุ่งดอกไม้ป่าและจุดชมวิวงามๆ อีกหลายแห่ง -------------------------------------------------------------------------------------------- 23. บ้านสวนน้อย จังหวัดนครราชสีมา บ้านฮอบบิทเมืองไทย เหมือนไปนิวซีแลนด์ บ้านสวนน้อย รีสอร์ต (Baansuannoi Resort) ตั้งอยู่ที่  อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการสร้างที่พักของที่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit และ The Lord of The Rings นั่นเอง มีความน่ารัก อบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อนในวันหยุด ^^ -------------------------------------------------------------------------------------------- 24. สตรอเบอรี่ ทาวน์ จังหวัดระยอง เที่ยวเมืองไทย เหมือนไปเนเธอร์แลนด์ ชื่อของ “Strawberry Town” นั้นถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความหวานและสดใสของเมืองแห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสวยสดงดงามสไตล์ตะวันตก มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตั้งอยู่ตามตึกสีสันสวยงามต่างๆ รวมทั้งอีกหลากหลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้แก่ Holland Village, Town Center, Amazon Trail, Uncle Sam’s Farm, Adventure Land, น้ำพุแห่งฤดูกาล, ลานอเนกประสงค์สำหรับจัดการแสดง หรือดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย ในแต่ละสถานที่จะได้รับการออกแบบให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ของตัวเอง กลมกลืน ไม่แปลกแยกกับภูมิทัศน์โดยรอบที่ดำรงความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว อ่านเพิ่มเติม http://www.brookside.co.th/activity/strawberry-town/ -------------------------------------------------------------------------------------------- 25. มัสยิดกลาง จังหวัดปัจตานี - ทัชมาฮาลเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ใช้เวลาในการก่อสร้างและตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารเป็นเวลา 9 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ สร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น รูปทรงคล้ายกับ “ทัชมาฮาล” ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า  บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบเป็นที่สำหรับ “คอฏีบ” ยืนอ่านคุฏบะฮ์ในการละหมาดวันศุกร์ หอคอยสองข้างนี้เดิมใช้เป็นหอกลางสำหรับตีกลอง เป็นสัญญาณเรียกให้มุสลิมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ ภายในมัสยิดประดับด้วยหินอ่อนอย่างสวยงาม

นอนดึก ทำให้อ้วน จริงๆหรือนี่?
mbookstore /  ทำให้อ้วน / 

เคยสังเกตกันบ้างไหมว่า ในคืนที่คุณ นอนดึก หรือ นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เช้าวันถัดมานอกจากอาการง่วงและอ่อนเพลียแล้ว ยังแปลงร่างให้คุณเป็นคนกินเก่งขึ้น ประหนึ่งว่าเห็นช้างตัวเท่ามดอีกด้วย แต่จะเป็นเพราะอะไรนั้น ไปหาคำตอบกันเลย การนอนดึกหรือนอนหลับไม่เพียงพอ มีผลต่อความอ้วนแน่นอน เป็นเพราะร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมน 3 ชนิดออกมาผิดปกติ คือ ฮอร์โมนคอร์ติซอลฮอร์โมนเลปตินและฮอร์โมนเกรห์ลินซึ่งฮอร์โมนทั้งหมดนั้นมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกินทั้งหมด เมื่อเรานอนดึก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียดออกมามากในวันถัดไป เราจะหิวง่ายกว่าปกติ เพราะร่างกายต้องการพลังงานปริมาณมาก โดยเฉพาะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และเร้าต่อความต้องการน้ำตาล สังเกตว่าเราจะอยากกินของหวานๆนอกจากนี้ยังเร่งการเติบโตของเซลล์ไขมันและสั่งการให้มาสะสมบริเวณพุง ทางแก้คือให้กินผลไม้รสหวานชุ่มฉ่ำแทนขนมหวาน เช่น ส้มสับปะรด แตงโม จะช่วยบรรเทาอาการโหยของหวานได้ การนอนดึกและมีฮอร์โมนเครียดหลั่งมากๆ ยังไปกระตุ้นให้ผลิตฮอร์โมนเกรห์ลิน หรือฮอร์โมนหิว หลั่งออกมาจากเซลล์กระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้หิวเก่งขึ้นต้องหาอะไรเข้าปากมาประทังความหิวให้ลดลง หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรกินอาหารจำพวกโปรตีน เช่น ไข่ขาว ปลา ถั่ว โดยเฉพาะในมื้อเช้า จะช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเกรห์ลินได้ และเลี่ยงอาหารไขมันสูง เพราะยิ่งทำให้หิวง่ายขึ้นนั่นเองแนวทางการดูแลคือไม่ควรกินขนมหวาน อาหารน้ำตาลสูงโดยเฉพาะน้ำอัดลมที่มีปริมาณน้ำตาลฟรุคโตสสูงและเลี่ยงไขมันอิ่มตัวในเนื้อติดมัน นมวัว เนยชีส เพราะอาหารดังกล่าวเป็นตัวการที่ทำให้เราอ้วนนั่นเอง ยิ่งนอนน้อย ก็ยิ่งกินมากขึ้น ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นผลจากภายใน ซึ่งนอกจากจะนำไปสู่โรคอ้วนแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังเช่น โรคเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจอีกด้วยรู้อย่างนี้แล้วก็ควรจะหาทางปรับเปลี่ยนการนอน เพื่อป้องกันปัญหาอื่นๆ ที่ตามมา เครดิตจาก นิตยสาร Health Channelฉบับเดือนตุลาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

13 หนังผีไทย...ใครไม่เคยดูถือว่าพลาดหนักมาก !
คน ผี ปีศาจ /  คนเห็นผี / 

13 หนังผีไทย...ใครไม่เคยดูถือว่าพลาดหนักมาก ! ขอต้อนรับเข้าสู่เทศกาลฮาโลวีน เทสกาลที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความน่าสะพรึงกลัวจากภูตผีปีศาจนานาชนิด และแน่นอนว่าในประเทศไทยบ้านเรา ความเชื่อเรื่องผีก็ได้ถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์อยู่บ่อยครั้ง แต่จะมีสักกี่ครั้งที่เรื่องราวสยองขวัญเหล่านี้จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม วันนี้เราได้รวบรวม 13 หนังผีสัญชาติไทยที่มั่นใจว่าแฟน ๆ หนังต้องเคยชมมาแล้วมากกว่าครึ่ง ว่าแต่จะมีเรื่องสุดสยองเรื่องใดบ้างนั้น...ตามไปชมกันเลย   นางนาก (2542) ผู้กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร นักแสดง : อินทิรา เจริญปุระ, วินัย ไกรบุตร, ปราโมทย์ สุขสถิตย์, พัชริญา นาคบุญชัย, บุญส่ง อยู่ยั่งยืน, ประชา ถาวรเฟีย หนังผีระดับตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เรื่องราวความรักระหว่างผีตายทั้งกลมกับสามีผู้กลับมาจากสงคราม ความรักระหว่างคนกับผีดำเนินไปท่ามกลางความสยองขวัญของผู้คนที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียง จนกระทั่งวันหนึ่งที่ฝ่ายชายได้รู้ความจริงว่าเมียของตนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ผีสามบาท (2544) ผู้กำกับ : พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม, ออกไซด์ แปง นักแสดง : พีท ทองเจือ, ปราโมทย์ แสงศร, พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี, ดาหวัน สิงห์วี, กัลยณัฐ สีบุญเรือง หนังผีขนาดสั้น จำนวน 3 เรื่องที่ไม่มีนัยยะเกี่ยวพันกัน เนื้อเรื่องแต่ละตอนว่าด้วยแนวคิดเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด การจองเวร และไสยศาสตร์มนต์ดำ ถือเป็นหนังผีไทยเรื่องแรกที่แบ่งออกเป็นตอนสั้น ๆ ทำให้เกิดกลวิธีการนำเสนอหนังในรูปแบบนี้ต่อมาอีกหลายเรื่อง คนเห็นผี (2545) ผู้กำกับ : ออกไซด์ แปง, แดนนี่ แปง นักแสดง : Angelica Lee, Lawrence Chou, ฌัชฌา รุจินานนท์ เมื่อสาวตาบอดคนหนึ่งได้รับบริจาคดวงตาทำให้เธอสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ ทว่าโลกกลับไม่สวยงามอย่างที่เธอคิด เพราะดวงตาที่เธอได้รับมานั้นทำให้เธอเห็น “อะไร” ที่มากกว่าคนทั่วไป...มันเป็นสิ่งลี้ลับ สุดหลอน และอาจทำให้เธอเปลี่ยนใจอยากกลับไปตาบอดอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้ ! บุปผาราตรี (2546) ผู้กำกับ : ยุทธเลิศ สิปปภาค นักแสดง : ไลลา บุญยศักดิ์, กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์, ชมพูนุช ปิยะภาณี, ศิริสิน ศิริพรสมาธิกุล, สมชาย ศักดิกุล หนังผีไตรภาค (ที่ภาค 3 แบ่งเป็น 3.1 กับ 3.2) เรื่องสยองขวัญปนฮาน้ำตาเล็ดเกิดขึ้นเมื่อชาวอพาร์ตเมนท์ต้องการจะหาวิธีกำจัดผีสาวที่สิงอยู่เพราะมีปูมหลังเรื่องความรักและความแค้น แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ไปไหน แถมนับยังยิ่งเฮี้ยนหนักกว่าเดิมขึ้นเรื่อย ๆ อีกต่างหาก คน ผี ปีศาจ (2547) ผู้กำกับ : ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นักแสดง : อมรา อัศวนนท์, ภุมวารี ยอดกมล, ธีรดนัย สุวรรณหอม, อเล็กซ์ เรนเดลล์ เด็กสาวคนหนึ่งย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยดูแลหลานชายของป้าที่เป็นคนทรงเจ้า ภายในบ้านที่ดูหลอนผิดธรรมชาติ เด็กสาวได้พบว่าวันที่ป้าออกไปทำงานและเผลอล็อกกุญแจจากด้านนอกนั่นแหละ คือวันที่น่ากลัวที่สุดของเธอในบ้านหลังนี้ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกูล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ นักแสดง : อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ณัฐฐาวีรนุช ทองมี, อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ หนังผีที่สร้างจากความเชื่อว่ากล้องถ่ายรูปสามารถบันทึกภาพของวิญญาณได้ ช่างภาพหนุ่มจึงต้องออกตามหา ความจริงว่าผีในรูปคือใคร ทำไมจึงมาปรากฏตัวในรูปถ่ายของเขา ทว่ายิ่งสืบสาวราวเรื่องเขาก็ได้พบว่าผีร้ายนั้นอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด และไม่แน่ว่ามันต้องการเอาชีวิตหรือต้องการอยู่กับเขาไปตลอดกาลกันแน่ !?!! ผีช่องแอร์ (2547) ผู้กำกับ : ทิวา เมยไธสง นักแสดง : ปิยธิดา วรมุสิก, บรรเจิด สันธนะพานิช, ลินินา พุทธิธาร, ธนเดช มีประเสริฐ, ทนงศักดิ์ สงวนศักดิ์, เกรียงศักดิ์ แกล้วเกล้า จากเหตุอาชญากรรมของจริงสู่เรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม กับคดีฆาตกรรมซ่อนศีรษะของศพในห้องช่องแอร์ ความเฮี้ยนระดับพระกาฬของผีสาวคือการออกอาละวาดไล่ทำร้ายคนทุกคนที่เห็นหน้าของเธอแล้ว เด็กหอ (2549) ผู้กำกับ : ทรงยศ สุขมากอนันต์ นักแสดง : จินตหรา สุขพัฒน์, ชาลี ไตรรัตน์, ศิรชัช เจียรถาวร การย้ายมาอยู่โรงเรียนประจำคือการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งสำคัญของเด็กชายคนหนึ่ง ทุกค่ำคืนในอาณาบริเวณโรงเรียนจะเต็มไปด้วยความวังเวง ชวนให้จินตนาการถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับเด็กที่เคยจมน้ำในสระว่ายน้ำจนเสียชีวิต แต่ใครจะไปเอะใจว่าเพื่อนสนิทที่อยู่ข้าง ๆ เขานี่แหละ คือ บุคคล (หรือผี) ที่อยู่ในเรื่องเล่านั้น ? ผีคนเป็น (2549) ผู้กำกับ : มณฑล อารยางกูร นักแสดง : พิชญ์นาฎ สาขากร, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, อาภาสิริ นิติพน, โชคชัย เจริญสุข, กิรเดช เกตกินทะ, สมพงษ์ ทวี หนังซ้อนหนัง...ซ้อนกันไปซ้อนกันมา 3 ตลบ เนื้อเรื่องว่าด้วยนักแสดงสาวที่ต้องสวมบทบาทเป็นนักแสดงในการทำแผนประกอบการฆาตกรรมที่เคยเกิดการฆาตกรรมขึ้นจริง และเธอก็ได้พบเจอกับผีจริง ๆ ซึ่งเป็นมีความเกี่ยวพันกับเหตุฆาตกรรมของจริง (งงมั้ยล่ะ ?) เปนชู้กับผี (2549) ผู้กำกับ : วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง นักแสดง : ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, สุพรทิพย์ ช่วงรังสี แรงบันดาลจากภาพวาดของ ‘เหม เวชกร’ สู่ภาพยนตร์สยองขวัญสไตล์ย้อนยุค เมื่อหญิงสาวท้องแก่นางหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อตามหาสามีที่พลัดพราก จนมาหยุดพักรอนแรมที่เรือนคนใช้ของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่คุณนายเจ้าของบ้านชอบทำตัวลึกลับถึงขั้นมีผู้กล่าวว่าบนห้องนอนแห่งนั้น...เธอกำลังเล่นชู้กับผี ! บอดี้ ศพ #19 (2550) ผู้กำกับ : ปวีณ ภูริจิตปัญญา นักแสดง : อารักษ์ อมรศุภศิริ, อรจิรา แหลมวิไล, กฤตธีรา อินพรวิจิตร, ปรเมศร์ น้อยอ่ำ, ภัทรวรินทร์ ทิมกุล หนังผีสไตล์สืบสวนสอบสวนที่พระเอกของเรื่องกำลังสับสนว่าตนเองประสบกับปรากฏการณ์วิญญาณหรือเพียงแค่มีอาการทางประสาทเท่านั้น ท่ามกลางความจริงและความลวงที่แยกกันไม่ออก เขาต้องหาทางหยุดยั้งผีสาวอดีตอาจารย์สอนจิตวิทยาไม่ให้เข่นฆ่าผู้คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ลัดดาแลนด์ (2554) ผู้กำกับ : โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ นักแสดง : สหรัถ สังคปรีชา, ปิยธิดา วรมุสิก, สุทัตตา อุดมศิลป์ หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน ‘ลัดดาแลนด์’ ได้เพียงไม่นาน ก็เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น วิญญาณสาวรับใช้ชาวพม่ายังคงเดินเข้าเดินออกบ้านทุกหลังที่เคยว่าจ้างเธอ แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่าปัญหาภายในครอบครัวที่เขาและเธอพบเจอ ความไม่ไว้ใจและความไม่เชื่อใจ...นับวันยิ่งทำให้ความเป็นครอบครัวถูกลดทอนลง แต่ยังไม่ทันที่ปัญหาจะคลี่คลาย เหตุฆาตกรรมครั้งใหม่ก็เกิดขึ้นในหมู่บ้าน แถมครั้งนี้มันเกิดขึ้นที่บ้านข้าง ๆ ของเขาและเธออีกด้วย พี่มากพระโขนง (2556) ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกุล นักแสดง : มาริโอ้ เมาเร่อ, ดาวิกา โฮร์เน่, พงศธร จงวิลาส, ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, อัฒรุต คงราศรี, กันตพัฒน์ สีดา ลืม ‘พ่อมาก’ และ ‘แม่นาค’ ที่ทุกคนรู้จักไปซะ ! นี่คือการรีเมกหนังผีระดับตำนานให้มีอรรถรสอย่างถึงที่สุด เมื่อชายหนุ่มทหารผ่านศึกเดินทางกลับมาบ้านพร้อมสหายทั้งสี่ ความหฤหรรษ์บันเทิงเกิดขึ้นเมื่อแก๊งสี่หนุ่มดันไปรู้ความลับว่าเมียสาวของเพื่อนได้เสียชีวิตลงแล้ว มีเพียงวิญญาณผีตายทั้งกลมที่อาศัยอยู่ในบ้าน แต่พวกเขาจะบอกความจริงนี้ให้เพื่อนรู้ได้อย่างไร ในเมื่อฝ่ายหญิงก็เฮี้ยนซะขนาดหนักจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

“2538 อัลเทอร์มาจีบ” โดนใจ ! ได้ฉายงาน “หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล ครั้งที่ 7”
2538 อัลเทอร์มาจีบ /  พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ / 

“2538 อัลเทอร์มาจีบ” โดนใจ ! ได้ฉายงาน “หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล ครั้งที่ 7” 2538 อัลเทอร์มาจีบ แห่งค่ายโมโนฟิล์ม ถูกใจคณะกรรมการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยเข้าฉายในเทศกาล หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล (Luang Prabang Film Festival) ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นการจัดฉายภาพยนตร์เฉพาะอาเซียนและฉายแบบจอกลางแปลง โดยมีภาพยนตร์ที่เข้าร่วมทั้งหมด 9 ประเทศ ได้แก่ ลาว ไทย กัมพูชา พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยภาพยนตร์เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ได้รับเลือกให้เข้าฉายจากภาพยนตร์ไทยที่เข้าร่วมทั้งหมด 8 เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ เป็นการย้อนเวลาของ ก้อง (เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์) เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เกิดในยุคดิจิตอลที่จับพลัดจับผลูย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2538 ในบรรยากาศที่ดนตรีอัลเทอร์เนทีฟโด่งดังอยู่ในเวลานั้น ซึ่งที่นั่นก้องได้พบกับพ่อแม่ตัวเองที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ และเขาต้องอยู่กับโลกที่เต็มไปด้วยดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ และได้พบกับ ส้ม (ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) หญิงสาววัยรุ่นที่ไม่ถูกชะตากับก้องตั้งแต่แรกพบ แต่แล้วส้มกลับเป็นผู้ทำให้ก้องได้รู้จักความรักแบบไม่ฉาบฉวยอย่างที่ก้องเคยเจอมาในยุคของตัวเอง ผลงานกำกับโดย เสือ ยรรยง คุรุอังกูร ทั้งนี้ เทศกาลภาพยนตร์ หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล (Luang Prabang Film Festival) ครั้งที่ 7 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 7 ธันวาคม 2559 สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

หนุ่มเสียงดี เป๊ก ผลิตโชค อุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
ผลิตโชค อายนบุตร /  เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร / 

เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร นักร้องหนุ่มเสียงดี เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล วานนี้ (5 พ.ย.59) นักร้องหนุ่ม เป๊ก ผลิตโชค ได้เข้าพิธีอุปสมบทหมู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงมาร่วมอนุโมทนาบุญ อาทิ แพรว คณิตกุล, อี๊ฟ พุทธธิดา, ส้ม มารี, นิว นภัสสร (นิว จิ๋ว) พระเป๊ก ได้รับฉายาธรรมว่า 'ปุญญภาโค' ซึ่งหมายถึง ผู้มีส่วนแห่งบุญ โดยมีกำหนดการอุปสมบทศึกษาธรรมะเป็นระยะเวลา 15 วัน A photo posted by yasuhiko555 (@yasuhiko555) on Nov 4, 2016 at 9:39pm PDT A photo posted by - Leoryutj - (@ryuleo) on Nov 5, 2016 at 4:37am PDT ภาพจาก IG 2morrow / jokekiattiyos / brandnew_nj / yasuhiko555 / ryuleo มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ปริ่ม! ส้ม ณัชพร คลอดลูกชายคนแรก! “น้องพุทธรักษา” ในวันที่ 5 ธ.ค.
ส้ม ณัชพร /  น้องพุทธรักษา

    ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อและคุณแม่ป้ายแดงอย่างสาว ส้ม ณัชพร กับ ฟิลลิป สามีชาวต่างชาติ หลังสาวส้มเพิ่งจะให้กำเนิดลูกชายคนแรกในวันดีดีอย่างวันนี้(5 ธ.ค.) ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ตั้งชื่อให้ว่า “น้องพุทธรักษา” แข็งแรงปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูก โดยเฉพาะหนุ่มน้อยตัวใหญ่มาก หน้าตาน่ารักน่าชังสุดๆ โดยมีญาติ และเพื่อนสนิทไม่ว่าจะเป็น วู้ดดี้ มิลินทจินดา, กาละแมร์ พัชรศรี ฯลฯ ทยอยมาร่วมยินดีกันอย่างอบอุ่น...ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก IG @kalamare, @orangedrama, @woodytalk และ FB Jakawin Photography ส้ม ณัชพร คลอดลูกชาย   ส้ม ณัชพร คลอดลูกชาย   ส้ม ณัชพร คลอดลูกชาย   ส้ม ณัชพร คลอดลูกชาย   ส้ม ณัชพร คลอดลูกชาย   ส้ม ณัชพร คลอดลูกชาย   ส้ม ณัชพร คลอดลูกชาย   ส้ม ณัชพร คลอดลูกชาย   ส้ม ณัชพร คลอดลูกชาย  

กินเจ แบบไหนถึงจะไม่อ้วน อิ่มบุญได้สุขภาพ และสัดส่วนผลไม้ที่ควรกิน ช่วงกินเจ
กินเจ /  กินเจเพื่อสุขภาพ / 

ปัจจุบันการกินเจได้รับความนิยมมากขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะฝากท้องไว้กับอาหารเจนอกบ้าน หรืออาหารเจสำเร็จรูป แต่ถึงแม้ว่าอาหารเจจะเป็นอาหารสุขภาพ แต่หากเราบริโภคไม่ได้สัดส่วน หรือไม่ถูกหลักโภชนาการแลัว ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เนื่องจากอาหารเจ มักทำมาจากแป้งเป็นหลัก และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ดังนั้น การเลือกกินอาหารเจ จึงไม่ควรเลือกเพียงรสชาติอร่อยเท่านั้น หากยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการกินอาหารเจสูงสุด เรามีเทคนิคจาก คุณรุ่งฉัตร อำนวย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากดังนี้ค่ะ 1.อาหาร การกินเจครบ 5 หมู่ ควรเลือกใช้วัตถุดิบ และแหล่งโปรตีนที่หลากหลายในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ ข้าวกล้อง ถั่ว เห็ด งา เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน และหากในเมนูนั้นมีผักควบคู่ไปด้วยก็จะดีมาก เช่น ผัดหมี่ 1 จาน ควรเพิ่มผักในปริมาณมากขึ้น และลดปริมาณเส้นลงก็จะพอดีกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารทอด และเน้นกินอาหารนึ่ง ต้ม ตุ๋น และพยายามปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว น้ำมันหอยสูตรเจ น้ำตาล เกลือ และซอสชนิดต่างๆ ควรใส่ให้น้อยที่สุด หรือหากไม่ใส่เลยก็จะดีมาก เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดส่วนใหญ่จะมีโซเดียม น้ำตาล หรือไขมันผสมอยู่ และหากปรุงรสในอาหารเจมากๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะโซเดียมสูง เกิดอาการบวม และเสี่ยงต่อเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน ไต หรือเส้นเลือดในหัวใจตีบ เป็นต้น 2.ขนมเจ อาหารช่วงเทศการกินเจมักจะจืดชืดไม่ค่อยถูกปากเท่าไร บางคนจึงอาจกินอาหารคาวน้อย แล้วไปกินขนมหวานแทน ซึ่งขนมในเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมรสหวานจัด จึงควรลดปริมาณการกินลง ให้กินเป็นของตบท้าย หรือเป็นมื้อว่างระหว่างวันแทน สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคว่าเป็นเพียงแค่การชิมก็พอ หากอยากกินก็ให้ลดข้าวหรืออาหารคาวก่อนแล้วจึงค่อยกิน เพราะขนมหวานเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักขึ้น ดังนั้นทางที่ดีควรกินในปริมาณพอเหมาะแล้วหันมากินผลไม้จะดีกว่า 3.เครื่องดื่มเจ เครื่องดื่มช่วงกินเจ โดยเฉพาะในน้ำเต้าหู้ จะมีน้ำตาลมากอยู่แล้ว ส่วนใหญ่น้ำเต้าหู้ที่ขายถุงละ 7-8 บาท มักจะมีปริมาณน้ำตาลทรายอยู่ 1.50 -2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 4.5-6 ช้อนชา อาจจะลองซื้อแบบน้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่เลยได้ยิ่งดี และนมถั่วเหลืองแบบกล่องที่เป็นสูตรหวานน้อยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออาจจะพยายามจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้หวานพอดี แคลอรีต่ำ โดยมีน้ำตาลรวมไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม) 4.ผักและผลไม้ เทศกาลกินเจสามารถเพิ่มมื้อว่างเติมพลังระหว่างวัน ได้ด้วยผลไม้สดที่หวานน้อย พลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร แอปเปิ้ล สับปะรด กล้วย มะละกอ ซึ่งผลไม้ช่วงกินเจ เป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีปริมาณน้ำตาลสูงอยู่แล้ว ยกเว้นผลไม้หน้าร้อน ขึ้นอยู่กับปริมาณการกินมากกว่า โดยแนะนำให้กินเป็นอาหารว่างระหว่างวัน แต่ไม่ควรทานผลไม้แก้หิวแทนมื้ออาหารนั้นๆ นอกจากนี้ ควรกินผักให้ครบทั้ง 5 สี เช่น สีแดง ขาว เขียว ส้ม เหลือง ม่วง โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมากินในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ อีกทั้งควรกินผักสดมากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง สัดส่วนการกินผลไม้ ฝรั่ง = ½ ลูก  ส้ม = 1 ผล  มะละกอ = 7ชิ้นคำ  กล้วยน้ำว้า = 1ผล  แอปเปิล = 1 ผล ภัยของการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อต่างๆ มากมาย ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ซึ่ง สสส. เองก็ได้สร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นโทษภัยมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม กินเจปีนี้นอกจากได้อิ่มบุญและสุขภาพที่ดีกันแล้ว อย่าลืมขยับกายเคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ เรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ team content www.thaihealth.or.th