ส้ม อมรา

สีมงคล - กาลกิณี ประจำวันเกิด เสริมดวงชะตาให้คุณมีออร่า
ดูดวง /  ทำนาย / 

สีมงคล - กาลกิณี ประจำวันเกิด ในชีวิตประจำวันมีสีต่างๆมากมายรอบตัวเรา เคยสังเกตกันไหมคะ ว่าเราจะมีเสื้อตัวเก่ง หรือชุดโปรดของตัวเองอย่างน้อยๆคนละ 1 ตัว ส่วนเหตุผลอาจจะแตกต่างกันไป บางคนก็ว่าใส่สบาย ใส่แล้วมั่นใจ แต่บางคนก็มองว่าเป็นชุดเสริมดวง ใส่ครั้งไหนมีแต่เรื่องดีๆเกิดตลอด ตรงข้ามกับบางคนที่หยิบเสื้อผ้าสีนี้มาทีไร เกิดเรื่องซวยไปทั้งวัน แล้วจะทำอย่างไรกับปัญหานี้ดีล่ะคะ วันนี้แม่หมอเลยมาบอกต่อสีมงคล และสีกาลกิณี สำหรับคนเกิดแต่ละวัน จะได้เลือกสีให้ถูกโฉลกกับตัวเองได้ง่ายๆจ้า คนเกิดวันอาทิตย์ สีแดง เสริมสร้างลูกน้องและบริวาร สีขาว สีเหลือง เสริมสร้างให้มีสุขภาพที่แข็งแรง สีชมพู เสริมให้ดูมีสง่าราศี สีเขียว เสริมเสน่ห์เมตตา ให้คนหลงใหล สีม่วง สีดำ ให้โชคลาภ ทำมาค้าคล่อง สีส้ม ช่วยให้จิตใจเข้มแข็ง สร้างความสำเร็จ สีเทา เสริมสร้างเมตตาของคนอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับความช่วยเหลืออยู่ตลอด สีฟ้า สีน้ำเงิน เป็นกาลกิณีต่อดวงชะตาวันเกิด ไม่นิยมใช้ คนเกิดวันจันทร์ สีขาว สีเหลือง เสริมสร้างบริวาร สีชมพู ช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรง สีเขียว เสริมสร้างให้ดูมีสง่าราศี สีม่วง สีดำ เพิ่มเสน่ห์เมตตาคนหลงรัก สีส้ม ช่วยในเรื่องโชคลาภ เงินทอง ทำมาค้าขายไม่ติดขัด สีเทา ช่วยให้จิตใจเข้มแข็ง สร้างความสำเร็จให้ชีวิต สีฟ้า สีน้ำเงิน สร้างเมตตามหานิยม สีแดง เป็นสีกาลกิณีของคนเกิดวันจันทร์ เลี่ยงได้จะดี คนเกิดวันอังคาร สีชมพู หมายถึงเสริมสร้างบริวารที่คุณจะมีด้วยความเคารพ สีเขียว จะช่วยเสริมสุขภาพของคุณให้แข็งแรง ปราศจากโรคภัย สีม่วง สีดำ เสริมบุคลิกให้ดูมีสง่าราศี สีส้ม สร้างเมตตาให้คนหลงใหลได้ปลื้ม สีเทา โดดเด่นในเรื่องโชคลาภเงินทอง ทำธุรกิจการค้าได้กำไร สีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมสร้างจิตใจที่เข้มแข็งให้คุณ ประสบความสำเร็จในชีวิต สีแดง จะช่วยในเรื่องคนเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู สีขาว สีเหลือง เป็นกาลกิณีต่อดวงชะตาวันเกิด ควรหลีกเลี่ยง คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) สีเขียว เป็นการเสริมสร้างบริวาร สีม่วง สีดำ ช่วยในเรื่องสุขภาพให้แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ สีส้ม เสริมให้คุณดูมีสง่าราศีมากขึ้น สีเทา เสน่ห์เมตตาคนรักคนหลงจะเพิ่มมากขึ้น สีฟ้า สีน้ำเงิน ช่วยในเรื่องทำมาค้าขาย โชคลาภเงินทอง สีแดง สร้างจิตใจให้เข้มแข็ง ประสบความสำเร็จในชีวิต สีขาวสีเหลืองเพิ่มในเรื่องความเมตตา ให้การช่วยเหลือในทุกๆด้าน สีชมพู เป็นกาลกิณีต่อดวงชะตาวันเกิด ไม่เหมาะกับคนเกิดวันพุธกลางวัน ควรหลีกเลี่ยง คนเกิดวันพุธ (กลางคืน) สีเทา เสริมสร้างบริวาร สีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมให้สุขภาพแข็งแรง สีแดง ช่วยเพิ่มสง่าราศีในตัวเอง สีขาว สีเหลือง โดดเด่นเรื่องเมตตามหานิยม มีคนรักคนชอบ สีชมพู ช่วยในเรื่องการทำมาหากิน เงินทองไหลมาเทมา สีเขียว สร้างจิตใจให้เข้มแข็ง สร้างความสำเร็จ สีม่วง สีดำ สร้างเมตตา คอยให้ความช่วยเหลือ สีส้ม ถือว่าเป็นสีกาลกิณี ไม่เป็นมงคลสำหรับคนเกิดวันพุธกลางคืน ไม่ควรนำมาใช้เด็ดขาด คนเกิดวันพฤหัสบดี สีส้ม เพิ่มบริวารในตัวคุณ สีเทา เสริมสร้างในเรื่องสุขภาพให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย สีฟ้าสีน้ำเงิน ช่วยเพิ่มสง่าราศี สีแดง เสริมสร้างเมตตาและเสน่ห์ให้คนหลงใหล สีขาว สีเหลือง เสริมด้านโชคลาภให้ทำมาค้าคล่อง สีชมพู เสริมจิตใจให้เข้มแข็ง สร้างความสำเร็จ สีเขียว สร้างเมตตา ผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลือ สีม่วง สีดำ เป็นสีกาลกิณีต่อดวงชะตาวันเกิด ไม่นิยมใช้ คนเกิดวันศุกร์ สีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมสร้างบริวาร สีแดง เป็นอายุ เสริมสร้างให้ดูมีสง่าราศี สีชมพู เป็นศรี เสริมสร้างเสน่ห์เมตตา ให้คนหลงใหล สีเขียว ช่วยในเรื่องโชคลาภ เงินทอง คนทำค้าขายจะดี สีม่วง สีดำ เสริมสร้างจิตใจให้เข้มแข็ง สร้างความสำเร็จ สีส้ม เสริมสร้างเมตตาของคนอุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือ สีเทา เป็นกาลกิณีต่อดวงชะตาัวนเกิด ควรเลี่ยง คนเกิดวันเสาร์ สีม่วง สีดำ เสริมสร้างบริวารลูกน้อง สีส้ม ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง สีเทา ทำให้ดูมีสง่าราศี สีฟ้า สีน้ำเงิน สร้างเสน่ห์เมตตาให้คนหลงใหล สีแดง ด้านโชคลาภ ให้ทำมาค้าคล่อง เงินทองไหลมาเทมา สีขาว สีเหลือง ช่วยให้สภาพจิตใจของคุณแข็งแรง สร้างความสำเร็จในชีวิต สีชมพู ให้ผู้ใหญ่เมตตา ให้การช่วยเหลือ สีเขียว เป็นกาลกิณีต่อดวงชะตาวันเกิด ไม่ควรนำมาใช้ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ที่มาจาก : หนังสือรวมคาถาศักดิ์สิทธิ์ (โดย Horo life)

หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว
ดอยหลวงเชียงดาว /  ที่เที่ยวหน้าฝน / 

ฝนตก นํ้าท่วม รถติด ลองหาเวลาพักผ่อนกันบ้างมั้ย เป็นห่วง ผมคิดว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคย เห็นภาพ โฮมสเตย์ที่ดอยหลวงเชียงดาว มากันบ้างแล้ว บรรยากาศที่นั่นสุดยอดมาก ผมได้ข่าวจากกลุ่มในเฟสบุคว่ามีโฮมสเตย์เปิดใหม่ วิวแจ่มมาก ผมเห็นรูปแล้วไม่รอช้า ออกเดินทางไปสัมผัส แล้วนำมารีวิวให้ได้ชมกันครับ หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว เริ่มต้นกันก่อนที่การเดินทางครับ อันดับแรกเลย พาตัวเองไปที่เชียงใหม่ครับ จะรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน รถส่วนตัว ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์และความสะดวกเลยครับ ส่วนใครที่อยู่เชียงใหม่อยู่แล้ว ก็นะ (อิจฉา) ผมเลือกไปรถทัวร์ครับ ป.2 379 บาท (งก) 555 ออกจากหมอชิต 19.50 ครับ ถึงเชียงใหม่ ประมาณ 7 โมงเช้ากว่าๆ จากนั้นก็พาตัวเองไปสถานีขนส่งช้างเผือกครับ จะโบกรถแดง ก็ประมาณ 40 บาท หรือจะไปรถคิว 20 บาท ครับ ขนส่งช้างเผือกอยู่ไม่ไกลครับ ถ้ารถแดงไม่พาอ้อม ฮาาาาา ถึงแล้ว จากนั้นเดินเข้าไปเลยครับ มองหารถสีส้มที่เขียนว่า เชียงใหม่-ท่าตอน เขียนง่ายมาก รถออกทุกครึ่งขั่วโมงครับ เจอรถแล้ว ยังขึ้นไม่ได้ ไปซื้อตั๋วก่อนนะครับ ใกล้ๆกันเลย บอกไปเชียงดาวโลด 40 บาท ได้ตั๋วแล้วขึ้นรถโลดดดด อย่าลืมบอกเด็กรถด้วยนะครับ ว่าจอดโลตัสเชียงดาวให้ด้วยโว้ยยยยยยย (อย่าโว้ยตามผมนะ เดี๋ยวโดนถีบลงรถ) จากนั้นก็ตามสะดวกครับ จะนอน ฟังเพลง ชมวิว ก็ตามใจ รถวิ่งประมาณ 1.30 ชม. ก็ถึงแล้วครับ ลงตรงโลตัส ได้เลย แนะนำให้หาข้าวกินก่อนครับ หรือจะหาซื้อขนมไปกินก็ได้ แต่รีบๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวจะไม่มีรถขึ้น ไม่งั้นได้เหมารถล่ะ ค่าใช้จ่ายบาน ถ้าพร้อมแล้วก็ให้เดินตรงมาอีกนิดนึงครับ จะเจอสี่แยก ให้มองหาร้านแสงจันทร์ครับ แล้วเลี้ยวขวาไปอีกนิด จะเจอคิวรถที่ไปเมืองคองครับ ลองถามชาวบ้านเค้าจะแนะนำและช่วยหารถชาวบ้านที่ขึ้นไปครับ พูดง่ายๆ ติดรถชาวบ้านไปนั่นล่ะ บอกว่า จะไปบ้านระเบียงดาวก็ได้ครับ แถวนั้นเค้ารู้กัน ช่วยค่ารถให้สัก 50 บาทครับ ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่ถนนดีครับ ตัดภาพมาอยู่บนรถเลยละกัน ทริปนี้ผมไปคนเดียวครับ ได้เพื่อนใหม่มาด้วย นั่งกินลมชมวิวอยู่หลังกระบะกันเพลินเลย จุดนี้ผมเห็นตอนขากลับ ทะเลหมอกตรงนี้สวยมากครับ แต่แวะไม่ได้ ติดรถเค้ามา T_T เกรงใจ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วครับ ทางลงบ้านระเบียงดาว เดินไปจะเจอบ้านระเบียงดาวเลยครับ แต่ที่ผมจองไว้ต้องเดินลงเนินไปอีกนิด ไม่ไกลครับผม เดินลงเนินมานิดนึงสังเกตทางซ้ายตามรูปเลยครับ จะเป็นทางลงไปบ้านลีซู หรือเดินเลยไปถามที่บ้านสายหมอกก็ได้ครับ เค้าซี้กัน หรือก่อนขึ้นก็โทรหาน้องต้าก็ได้ครับ เค้าดูแลอยู่ที่นั่น บริการและดูแลดีมากครับ จากนั้นก็ไปที่บ้านพักกันเลย ที่นี่เพิ่งเปิดได้ 3 อาทิตย์ครับ เลยยังใหม่มาก ^^ มีที่นอนนุ่มๆ กับผ้าห่มหนาๆ อย่าคิดว่ามันหนาเกินนะครับ ถ้าฝนตกนี่ หนาวเลยทีเดียว มีห้องนํ้าในตัวครับ เตรียมผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟันมาเองนะครับ วันที่ผมไปนี่ เหมือนเป็นเจ้าของโฮมสเตย์เลยครับ พักอยู่คนเดียว 555 เงียบ สงบมาก พระอาทิตย์จะตกด้านหลังโฮมสเตย์ครับ ทำให้ระเบียงข้างหน้านี่ร่มรื่นครับ มีเสื่อ มาปูนอนได้เลยครับ ลมเย็น มีโต๊ะไว้ทานข้าว หรือวางของได้ครับ ลมเย็นเกินจนผมเผลอหลับครับ T_T ตื่นมาอีกทีช่วงเย็นๆ เลยลองออกไปเดินชมวิวครับ ที่นี่เค้าเป็นเครือญาติกัน ลองเดินเข้าไปชมวิวได้ทุกที่ครับ ลองขึ้นไปที่บ้านสายหมอกครับ ช่วงนี้กำลังปรับปรุง น้องต้าแอบกระซิบ จะเปิดให้บริการเดือนหน้าครับผม แสงเปลี่ยนตลอดเวลาครับ เกิดจากแสงที่ลอดผ่านเมฆ ทำให้เพลินเลยครับกับการถ่ายรูป เพลินจนน้องต้าต้องมาบอกว่า ทานข้าวได้แล้ว เตรียมข้าวไว้ที่บ้านพักแล้วครับ ช่วงนั้นฝนตั้งเค้ามาพอดี แจ่มเลย ทานข้าวเคล้าสายฝน มื้อเย็นครับ อิ่มแปล้ กินคนเดียว สักพักนึงฝนหยุดครับ พอมีแสงเย็นโผล่ออกมาอีกนิด นิดเดียวจริงๆครับ แล้วฝนก็เทลงมาต่อ ผมอยู่ถ่ายรูปต่อถึงประมาณ 1 ทุ่มครับ ฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ตอนผมไปยังไม่มีไฟฟ้าครับ แต่ตอนนี้ทางน้องต้ากำลังติดตั้งระบบไฟให้ครับ เพิ่มความสะดวกสะบาย แต่คงไม่ปล่อยไฟทั้งวันครับ คงปล่อยแค่ช่วงกลางคืน เพราะอยากให้พักผ่อนกันจริงๆครับ ลาคืนแรกด้วยภาพนี้ละกันครับ 2 ทุ่ม นอนได้ ชาร์จแบตจริงๆ หรือจะมานั่งที่ระเบียงก็ได้ครับ มีตะเกียงไฟฟ้าให้ เอาเสื่อมาปูนอน ดูหิ่งห้อยก็เพลินดีครับ แต่ของผมฝนตก นอนนนนนนน หลังจากผ่านคืนแรก ด้วยการหลับสนิท มาสะดุ้งตื่นตอนเที่ยงคืน ที่ฝนหนักขึ้น แล้วก็หลับต่อ มาตื่นอีกทีตอน 05.30 ตามเสียงนาฬิกาที่ปลุก แต่ด้วยอากาศเย็นๆ เสียงฝนเบา เลยนอนต่อไปถึง 6 โมง ถึงได้มีสติลุกจากเตียง พอเลื่อนประตูห้องออกเท่านั้นแหละ อื้อหืออออ ฝนตก 5555 หมอกเพียบเลยย เป็นไงล่ะ ฟินมั้ยย หลังจากจิบกาแฟ ที่น้องต้าได้เอามาวางไว้ให้ ก็ออกไปดื่มดํ่ากับสายฝน สายหมอกกัน เปียกช่างมัน บรรยากาศเป็นใจ 555 หมอกมหาศาลเลยล่ะ ข้อดีของฝนตกเค้าล่ะ หลังจากถ่ายรูปจนหนำใจ กลับไปที่ห้องพัก ข้าวต้มร้อนๆ ก็รออยู่แล้วว หิวพอดีเลย บอกตรงๆ เป็นมื้อเช้าที่สุดจริงๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปต่อ ภาพนี้เวลา 09.30 ฝนหยุดแล้ว แต่หมอกก็มาเรื่อยๆ หลังจากเสพบรรยากาศจนอิ่มแล้ว ก็ให้น้องที่โฮมสเตย์พามาส่งที่ปากทาง รอโบกรถกลับเชียงดาวครับ ก็ตรงที่เราลงรถขามานั่นแหละ หลังจากไปคุยตีซี้กับชาวบ้าน ได้นิดนึง เค้าก็ช่วยไปคุยกับชาวบ้านที่จะลงไปเชียงดาวให้ครับ รอดละ ได้รถกลับ ชาวบ้านที่นั่นใจดีครับ ขอแค่เรากล้าที่จะไปคุย สอบถาม ^^ แล้วก็ได้น้องใจดีพาไปส่งถึงจุดพักรถเลยครับ ขอบคุณมากคร้าบบบบ รอดละๆ ถึงตรงนี้ก็สบายแล้ววว รอรถกลับเชียงดาวได้เลยครับ ไปรอตรงรถบัสขาล่องนะครับ ถามก่อนขึ้นนิดนึง ว่าไปเชียงใหม่ใช่มั้ย ถ้าใช่ก็ขึ้นโลดดดด 40 บาท ยาวไปครับ ถึงตอนนี้ ยังจำบรรยากาศตอนนั้นได้เลยครับ ยังไงถ้าจะไป ลองโทรไปคุยกับน้องต้าได้เลยครับ 091-724-7536 สอบถามการเดินทาง ได้ทุกอย่างครับ อ้อ ลืมบอกไป ค่าที่พัก 500 บาท/ 1คน + อาหาร 2 มื้อ (มื้อเย็น-มื้อเช้า) ครับ ขอบคุณที่ติดตามกันครับ ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ ถูกใจแชร์ได้น้าาา สวัสดีครับ ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ https://www.facebook.com/thaibackpack ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ : facebook ไป เที่ยว ทำ ไม

เที่ยวจันทบุรี ย่านเมืองเก่า 'จันทบูร' ตะลุยกินอาหารพื้นเมือง!
ของดีเมืองจันท์ /  ที่เที่ยวจันทบุรี / 

ถึงแม้จะเป็นช่วงหน้าฝนแต่เราก็ไม่ยอมแพ้ เก็บกระเป๋าไปเที่ยว จ.จันทบุรี กัน หลายคนอาจจะรู้กันดีว่าจังหวัดในแถบนี้ ทั้ง จันทบุรี ระยอง ตราด จะเป็นแหล่งสวนผลไม้ แต่การไปเที่ยวเมืองจันทน์ 2 วัน 1 คืน ของเรานั้น จะพาเพื่อนๆ ไปเยี่ยมชมย่านเมืองเก่า แหล่งท่องเที่ยวในประวัติศาสตร์ พร้อมกินของท้องถิ่นแสนอร่อยกันค่ะ บอกเลยว่าเมืองนี้เสน่ห์มากล้นทีเดียว ^^ เที่ยวจันทบุรี ย่านเมืองเก่า 'จันทบูร' ตะลุยกินอาหารพื้นเมือง! ครั้งนี้ Travel.MThai ได้มีโอกาสตะลุยถิ่น เมืองจันทน์ ที่ไม่ได้มีดีแค่ผลไม้ แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้เราได้ชมและค้นหาอีกมากมาย หลายคนคงอาจจะเคยเที่ยวที่ธรรมชาติกันมาบ้างแล้ว คราวนี้ Travel.MThai ขอไปแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ดูบ้าง แต่จะไปที่ไหนบ้าง ตามกันมาเลย! วันแรก เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตอน 7 โมงเช้า มุ่งหน้าไปยัง จ.จันทบุรี กันค่ะ แต่เพราะเป็นช่วงหน้าฝน ฝนตกตลอดการเดินทาง บวกกับรถติด ทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าที่เราคิดไว้พอสมควร เรามาถึงจันทบุรีก็เกือบเที่ยงแล้ว ท้องร้องจ๊อกๆ ก็เลยแวะกินข้าวเที่ยงกันที่ จันทรโภชนา (สาขามหาราช) เป็นสาขาที่ 2 ตกแต่งเน้นโทนสีขาว สะอาดตา ร้านนี้มีชื่อเสียงมากในเมืองจันทน์ เปิดมานานกว่า 50 ปีแล้ว และเป็นร้านอาหารร้านแรกในจันทบุรี ที่ได้ “เชลล์ชวนชิม” ใครมาต้องแวะมาทานที่นี่นะ >,< ร้านจันทรโภชนา มีเมนูเด็ดหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง แกงหมูชะมวง, เส้นจันท์ผัดปู, ถั่วฝักยาวผัดกุ้งแห้งใส่กะปิ, กระวานผัดฉ่าไก่, สละลอยแก้ว และที่เด็ดๆ ก็คือนี่นำผลไม้ในแต่ฤดูมาทำเป็นเมนูอาหารด้วย อย่างที่เรากินกันวันนี้ก็คือ ส้มตำทุเรียน และ มัสมั่นไก่ใส่ทุเรียน อันนี้เริ่ดมาก เพราะเนื้อทุเรียนที่นำมาทำนั้นไม่เละ เนื้อเหมือนมัน และไม่มีกลิ่นทุเรียน ปลื้มปริ่ม! นอกจากของคาวแล้ว ที่ร้านจันทรโภชนา ก็มีอาหารแปรรูป ผลไม้แปรรูป ของหวาน ให้เลือกซื้อกลับบ้าน หรือเป็นของฝากก็ได้ด้วยค่ะ หลังจากอิ่มท้อง ก็เดินทางกันต่อ จุดหมายต่อไปของเราคือ "ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับ" ที่เมืองจันทน์นั้นถือเป็นอันดับต้นที่มีการค้าขาย ส่งออกอัญมณีใหญ่ที่สุดของโลก! ที่นี่จะมีจัดนิทรรศการให้เราได้รู้ถึงความเป็นมาของอัญมนี ตั้งแต่การขุด ขั้นตอนการผลิต จนถึงการแปรรูปเลย เดินเข้ามาก็จะเจอกับอัญมณีชนิดต่างๆ โดยที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป มีข้อมูลความเป็นมาให้ได้ศึกษากันค่ะ จันทบุรีได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลากมิติ ที่มีทั้งการทำการเกษตร ปลูกผลไม้ ทำไร่ ประมง ท่องเที่ยว และจันทบุรียังมีอุตสาหกรรมที่สำคัญมากก็คือ อุตสาหกรรมพลอย มีชื่อเสียงเรื่องการทำพลอยมาตั้งแต่สมัยโบราณ รัชกาลที่ 2 มีพลอยที่โด่งดังไปทั่วโลก คือ 'ทับทิมสยาม' เราเพิ่งจะรู้เหมือนกันว่า ที่จันทบุรีนั้นจะมีการซื้อขายพลอยกันคึกคักมากๆ มีมูลค่าการซื้อนับสิบล้านบาทต่อวันเลย ถ้าคิดเป็นปีก็กว่าหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว OMG!!! หลังจากนั้นเขาก็จะนำไปเจียระไน ทำเป็นเครื่องประดับ และเราได้ฉายา 'พลอยเมืองจัทน์' มีชื่อเสียงรู้จักไปทั่วโลก อีกด้วย บนลูกโลกนั้น จะแสดงให้เราเห็นถึงอัญมณีในที่ต่างๆ ทั่วโลก ห้องจัดแสดงประวัติความเป็นมาของอัญมณี ตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น ยุคอารยธรรมอียิปต์, ยุคอารยธรรมจีน, ยุคอารยธรรมเมโสโปเตเมีย, ยุคอารยธรรมกรีกโบราณ เป็นต้น การจำลองมงกุฏของราชวงศ์ต่างๆ โดยใช่อัญมณี ประดับ สวยเล่อค่าค่ะ บอกเลย!! เมื่อเดินชมจนถึงทางออกก็จะมีร้านเครื่องประดับหลายร้านตั้งอยู่ ให้เราได้เลือกซื้อกัน ทั้งสร้อยคอ แหวน ตุ้มหู ส่วนเราชอบอันนี้ เป็นพลอยหินสีในขวดโหล เห็นแบบนี้แต่ละสีมีความหมาย ช่วยในเรื่องต่างๆ ด้วยนะ เหมือนกำไลหินที่ฮิตๆ กันนั่นแหละ >,< นำซื้อเป็นของฝากน่ารักๆ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี" คือจุดหมายต่อไปของเรา ตั้งอยู่บริเวณโบราณสถานค่ายเนินวง ซึ่งเป็นป้อมค่ายคูเมืองคันดินโบราณ ที่สร้างขึ้นเพื่อรับศึกญวนในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่นี่เราจะได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาตร์ เมืองจันทน์เยอะแยะเลยค่ะ ลงรถปุ๊บก็เจอป้อมค่ายคูเมือง แบบนี้เลย เข้าไปข้างในก็จะมี พี่ๆ คอยต้อนรับ พี่วิทยากรพูดแนะนำ และพาชมสถานที่ต่างๆ ด้วยค่ะ โดยภายในพิพิธภัณฑ์ แบ่งออกเป็น 6 ห้องด้วยกัน คือ 1. ห้องจัดแสดงสินค้า และวิถีชาวเรือในสมัยโบราณ เส้นทางการเดินเรือ เมืองท่าโบราณ และสินค้าที่นำไปแลกเปลี่ยนค้าขาย โดยมีเรือสำเภาจำลองขนาดเท่าของจริง ซึ่งบนเรือได้มีการจัดแสดงให้เราได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของลูกเรือระหว่างเดินทาง ตลอดจนสินค้าต่างๆ ด้วยค่ะ เรือสำเภาจำลองขนาดเท่าของจริง ของมีค่าที่พบจากแหล่งเรือจม บริเวณอ่าวไทย ก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนเรือสำเภาจำลอง บริเวณชั้นล่างของเรือก็จัดแสดงให้เห็นเกี่ยวกับสิ่งของ เครื่องปั้นดำเผา ถ้วย ชาม ไม้ฝาง ทองแดงง เป็นต้น ที่จะนำไปแลกเปลี่ยนค้าขาย พอขึ้นมาด้านบนของเรือ เราก็จะเห็นหุ่นปั้นจำลอง ที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง ที่เพือนๆ เห็นอยู่นี่ คือ ใบสาคู ในสมัยก่อนใช้ทำเป็นใบเรือ มีความเหนียวและทนทานมากๆ (ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย) ความสวยงามของ เรือสำเภา ด้านหลัง หลังจากเดินชมห้องแรกกันไปแล้ว มาต่อกันห้องที่ 2 ห้องจำลอง จัดแสดงขั้นตอนการปฏิบัติงานโบราณคดีใต้น้ำ การเก็บกู้ชิ้นส่วนของโบราณต่างๆ  3. ห้องคลังวัตถุโบราณ อันนี้ถูกจัดเก็บไว้ในห้อง เพื่อนรักษาสภาพของชิ้นส่วนต่างๆ ค่ะ 4. ห้องเรือและวิถีชาวเรือ จำลองเรือประเภทต่างๆ ที่ล้วนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างตามการใช้สอยในแต่ละพื้นที่ 5. ห้องของดีเมืองจันทน์ จัดแสดงประวัติความเป็นมาของ จ.จันทบุรี ตั้งแต่สมัยก่อนประสัติศาสตร์ สมัยประวัติศาสตร์ การก่อตั้งเมือง ตลอดจนเรื่องราวของ 'ชาวชอง' ชนพื้นเมืองของจันทบุรี นอกจากนี้ยังมีให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ธรรมชาติ และของดีเมืองจันทน์ให้เราได้รับรู้กันอีกด้วย 6. ห้องบุคคลสำคัญ ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ พระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เหตุการณ์สำคัญการทำสงครามก่อนและหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เส้นทางเดินทัพเมื่อครั้งมารวมพลที่จันทบุรี มาถึงจันทบุรีทั้งที จะลืมสโลแกน แดนผลไม้ ได้ยังไง ตามไปกินผลไม้อร่อยๆ กันที่ "สวนผลไม้ป้าแกลบ" กัน! ที่นี่ไม่ได้มีแค่เพียงสวนผลไม้ให้เราได้เลือกหยิบ จับ กิน กันอย่างเดียว แต่มีผลไม้แปรรูปหลากหลายชนิด ไปถึงก็มีผลไม้วางให้ทานกันละลานตาเลยจ้า ... เมืองจันทน์ มหัศจรรย์แดนผลไม้ จะขาดราชินีไปได้ยังไง "ทุเรียน" มีให้เลือกทั้งแบบ 2 แบบ หวานปกติ กับหวานน้อย ที่นี่มีสโลแกนด้วยนะ หวานน้อย แต่อร่อยมาก สำหรับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ อร่อยตามสโลแกน คอนเฟิร์มค่ะ ^^ นอกจากผลไม้สด ที่นี่ก็มีผลไม้แปรรูปหลากหลายเลยค่ะ แต่ที่อยากแนะนำเลยก็คือ ทุเรียนทอด และทุเรียนแบบสแนค เป็นแท่งกรอบชิ้นเล็กๆ ทานเล่นเพลินดีแท้! ดูสิ หน้าตามันยั่วยวน น้ำลายไหล ขนาดไหน!!! โบกมือลา บ้ายบาย สวนป้าแกลบ .. เดินทางไปที่พักของเราคืนนี้กันดีกว่า คืนนี้เราเข้าพักที่ โรงแรม มณีจันท์ รีสอร์ท แอนด์ สปอร์ตคลับ (Maneechan Resort) ค่ะ เป็นโรงแรมที่ขึ้นชื่อในจังหวัดจันทบุรี โดยด้านหน้าทางเข้าก็จะทำสถาปัตยกรรมเป็นเหมือนป้อมปืน ซึ่งเขาตั้งใจออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์ของเมืองจันทน์ บนเพดานจะทำเป็นเหมือนรูปเจียระไน เหลี่ยมพลอยเมืองจันทน์ 81 เหลี่ยม Welcome Drink ของที่นี่ค่ะ "น้ำส้มมะปี๊ด" หรือส้มจี๊ด นั่นเอง รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ไม่แสบคอ สดชื่น >,< ห้องพักค่ะ  เปิดม่านออกมาก็เจอวิวสวน สบายๆ บรรยากาศดีมากๆ ^^ หลังจากนอนเต็มอิ่ม ตื่นมาฝนก็ยังคงตกปรอยๆ และสม่ำเสมอ ทั้งคืนยันเช้า (ฮืออ ~) ป่ะ .. ทานข้าวเช้ากันดีกว่า เราก็มาทานข้าวเช้ากัน ที่นี่มีของให้เลือกทานเยอะแยะไปหมด ทั้งก๋วยเตี๋ยว , เมนูเบรคฟาสต์, ขนมปัง, ชา กาแฟ, ซุป, สลัดผัก, ผลไม้, น้ำผลไม้คั้นสด, ไอศกรีม ถามว่ามื่อเช้านี้อิ่มไหม .. บอกเลยว่า มาก!!!!! กินไปอย่างละนิด อย่างละหน่อย .. แล้วมาจบลงที่ 'ไข่กระทะ' >,< อิ่มมื้อเช้าแล้วเราจะออกเดินทางกันไปที่ ย่านเมืองเก่า 'ชุมชนริมน้ำจันทบูร' กันค่ะ แต่ก่อนจะถึงนั้นขอแวะไปกราบนมัสการ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และศาลหลักเมืองประจำจังหวัด ให้เป็นศิริมงคลกันซะหน่อย ทั้ง 2 ที่ตั้งอยู่ติดกันเลยค่ะ แต่! ฝนฟ้าไม่เป็นใจสักเท่าไหร่ ฝนตกหนักกระหน่ำสุดๆ แต่เราก็สู้ไม่ถอย ใส่คอนเวิร์ส (ไม่ใช่ไรพกไปคู่เดียว >,<) พร้อมชุดกันฝน ลุยฝนไปไหว้กันซะเลย ถึงแล้ว 'ชุมชนริมน้ำจันทบูร' เป็นที่ที่มีเสน่ห์และน่ารักมากๆ เลยค่ะ ทั้งผู้คนและร้านขายของระแวกนี้ มีร้านอาหาร ร้านขนมเก๋ๆ ให้เลือกนั่งหลายร้านเลย ย่านเก่าจันทบูร นั้นเป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรี แต่เดิมจะเรียกกันว่า "บ้านลุ่ม" เป็นชุมชนเก่าแก่ของคนจีนและญวนอพยพ ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าของจันทบุรี ในสมัยรัชกาลที่ 5 เราแวะมาที่ ร้าน 'ท่ามาจัน' ร้านนี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร คือเขาจะใช้ ปิ่นโต ใส่อาหารพร้อมเสิร์ฟให้เราทานกัน ได้บรรยากาศย้อนวัยเด็กแบบสมัยก่อนเลย ดีงามอ่ะ ปิ่นโตน่ารักมาก! แต่วันนี้เราไม่ได้มาชิมของอร่อยร้านนี้ เพราะมีงานของ ททท. โครงการอาหารถิ่นตะลุยกินทั่วไทย ค่ะ และมีสาธิตการทำข้าวคลุกพริกเกลือ อาหารถิ่นประจำจังหวัดจันทบุรีด้วย บรรยากาศภายในร้าน ชวนให้นึกถึงวัยเด็ก ตกแต่งด้วยไม้ และมีของสะสมสมัยก่อนเยอะเลย ในแถบย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร นั้นมีร้านขายของ ขายอาหาร และของหวานเต็มไปหมด รวมถึงร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนี้ด้วย 'ร้านบางเวลา Cafe'&Gallery' ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านท่ามาจันเลย พี่เจ้าของร้านชื่อพี่ น้อยหน่า เป็นนักวาดการ์ตูนขายหัวเราะเก่า ตอนนี้กลับบ้านมาเปิดร้านกาแฟค่ะ (เฮ้ย! เราอ่านกันตั้งแต่เด็กๆ เลยนะ) ร้านน่ารัก อบอุ่น ส่วนรูปภาพที่เห็นก็เป็นตัวการ์ตูนประจำตัวพี่น้อยหน่าค่ะ ร้านมี 2 ชั้น เปิดประตูไม้แล้วเดินขึ้นไปนั่งเล่น กินของอร่อยๆ ของทางร้านได้ชิลๆ เลย นอกจากที่นี่จะมี เบเกอรี่และเครื่องดื่ม ขายแล้ว ยังมีของน่ารักขายอีกด้วย ทั้งโปสการ์ด เสื้อยืด หนังสือ ของทำมือ ล้วนเป็นตัวการ์ตูนที่พี่น้อยหน่าวาดค่ะ น่ารักมากๆ ซื้อ โปสการ์ด กลับไปฝากเพื่อนๆ ดีกว่า ^^ แต่ที่เราชอบที่สุดก็คือ ถ้าซื้อของทานในร้านพี่เขาจะวาดรูป portrait ตัวเราให้ด้วย ตอนนั้น ตรงนั้นเลย คือดี! ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 9.00 - 21.00 น. ยกเว้นวันจันทร์นะจ๊ะ (FB : บางเวลา กาแฟและแกลเลอรี่ ) นี่ไง! พี่น้อยหน่า กำลังวาดรูปให้เราอยู่เลย ^^ ออกจาก คาเฟ่ น่ารักๆ แล้วไปหาของกินกันต่อ! ถ้าพูดถึงอาหารถิ่นประจำจังหวัดจันทบุรีแล้ว ก็ต่อเป็น "ข้าวคลุกพริกเกลือ" ฮั่นแน่! คิดเหมือนเราล่ะสิ เราฟังครั้งแรกก็งงๆ อยู่ว่า เอาพริกเกลือที่จิ้มกับผลไม้มาทำหรอ แต่เปล่าค่ะ! ข้าวคลุกพริกเกลือของที่นี่คือ น้ำจิ้มซีฟู้ด นำมาคลุกกับข้าว เสิร์ฟพร้อมเนื้อหมูนุ๊มนุ่ม หรือกุ้ง ปลาหมึก ตะหาก เรามาทาน ข้าวคลุกพริกเกลือ กันที่ร้าน "ก๋วยเตี๋ยวขลุกขลิกต้มยำมะนาว" ค่ะ เดินเลาะริมน้ำจันทบูร ข้ามสะพานมาอีกฝั่ง ร้านจะตั้งอยู่ในซอยแรกเลย อยู่ตรงข้ามกับวัดจันทนาราม ที่นี่เป็นเจ้าแรกที่ขายข้าวคลุกพริกเกลือ นอกจากนี้ก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวขลุกขลิกต้มยำมะนาว รสเด็ด ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 - 15.30 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ค่ะ หน้าตาเป็นแบบนี้ .. รสชาติกลมกล่อม อร่อย เราชอบนะ ยิ่งกินกับไข่มะตูมเยิ้มๆ แล้ว ฟิน! กินอิ่มแล้ว! ออกเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญกันต่อดีกว่า ที่  "อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล" เขาว่ากันว่า ที่นี่เป็นโบสถ์คาทอลิกที่มีความเก่าแก่ และเป็นโบสถ์หรือวัดที่งดงามที่สุดในประเทศไทยด้วย พอได้เห็นเท่านั้นแหละ โอ้โห! สวยกว่าที่คิดเยอะมากๆ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล หรือ วัดพระแม่ปฏิสนธินิรมล มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีสแตนกลาส(สวยที่สุดในอาเซียน) โบสถ์แห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก โบสถ์แห่งนี้ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งใช้เวลา 2 ปี ในการบูรณะ ข้างนอกได้ต่อเติมยอดแหลม ส่วนด้านในที่เพื่อนๆ เห็นเป็นสีโอรสนั้นถูกทาใหม่ทั้งหมด รวมถึงผนัง เพดาน ลวดลายต่างๆ ได้ถูกเพ้นท์ใหม่ทั้งหมดโดยช่างศิลป์จากกรมศิลปากร เข้าไปข้างในโบสถ์กัน! ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้คือ จำลองแม่พระ จากองค์พระประธาน จำลองมาเป็น แม่พระประดับพลอย หล่อองค์ด้วยเงินบริสุทธิ์ หนัก 76 กิโล. หลังจากนั้นก็ใช้สว่านเจาะเป็นรูเล็ก นำพลอยหลายชนิดต่อเข้าไป ซึ่งทุกเม็ดมีหนามเตยใช้ล็อคเพชรไว้หมด เป็นงานที่ละเอียดและสวยงามมากค่ะ มีหนึ่งเดียวในโลกด้วย สร้างขึ้นเนื่องการโอกาสฉลองโบสถ์มีอายุครบ 100 ปี ชุมชนอายุครบ 300 ปี ขับรถไปอีกหน่อย ทาง อ.แหลมสิงห์ อยู่ติดทะเล ก็จะพบกับ "ตึกแดง" ลงไปถ่ายรูปได้แป๊บเดียว พี่ฝนก็เทกระหน่ะลงมาอีกครั้ง! >,< น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เปิดให้เราเข้าชมข้างในอาคาร แต่ไม่เป็นไรเราเอาข้อมูลมาฝากๆ "ตึกแดง" เป็นอาคารที่สร้างขึ้นโดยทหารฝรั่งเศส ตอนที่ยึดเมืองได้ และพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมปัจจามิตร ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 .. เป็นอาคารชั้นเดียวก่อด้วยอิฐถือปูน ตัวอาคารทาสีแดง ข้างในมีด้วยกัน 5 ห้อง มีประตูกลางเชื่อมถึงกันหมด ที่นี่ใช้เป็นกองบัญชาการและเป็นที่พักสำหรับทหารฝรั่งเศสที่ประจำการอยู่บริเวณปากน้ำแหลมสิงห์ ถัดไปอีกหน่อย เราก็จะพบแลนด์มาร์กอีกที่ "คุกขี้ไก่" ที่เราได้ยินกันตั้งแต่เด็กๆ ที่นี่ถูกสร้างขึ้นตอนที่ถูกฝรั่งเศสยึดครองเหมืองจันทบุรีเช่นเดียวกันกับตอนสร้างตึกแดง เมื่อเหตุการณ์ ร.ศ.112 โดยที่นี่เล่ากันว่าใช้เป็นที่กักขังนักโทษ ตัวคุกสร้างด้วยอิฐถือปูน กว้างยาวด้านละ 4 เมตร สูง 10 เมตร หลังคาเป็นรูปปิรามิด มีประตูออก 1 บาน มีช่องระบายลมทุกด้าน เดิมฝรั่งเศสสร้างเป็นป้อม เรียกว่า "ป้อมฝรั่งเศส" ต่อมาได้จับนักโทษมาขัง แล้วเลี้ยงไก่ไว้ข้างบนให้ถ่ายมูลใส่หัวนักโทษ นี่แหละคือที่มาของคุกขี้ไก่ >,< แต่ปัจจุบันก็ทรุดโทรมไปมาก เพราะไม่ได้รับการดูแล จบทริป 2 วัน 1 คืน ที่จันทบุรีกันแล้ว หวังว่าเพื่อนๆ คงจะชอบกันนะคะ ชวนกันเที่ยวในเมืองไทยกันดีกว่า เพราะบ้านเรามีแหล่งท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ที่พร้อมให้เราค้นหาอีกมากมาย อย่างเช่นวันนี้ที่ Travel.MThai ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่จันทบุรี เมืองที่มากไปด้วยประวัติศาสตร์ อาหารอร่อย ^^ ครั้งหน้าเราไปไหน อย่าลืมติดตามกันนะคะ บ้าบาย ... ขอขอบคุณ ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน (Matichon Academy), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

สีสันสร้าง บรรยากาศในห้องครัว
ห้องครัว /  ไอเดียแต่งห้องครัว

วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งทีก็อยากที่จะพักผ่อนให้เต็มที่ในขณะเดียกันก็เป็นคนขี้เหงา ขาดเพื่อนไม่ค่อยได้เลยเลือกใช้วันหยุดตอนปายๆ ให้เป็นช่วงจิบน้ำชาเบาๆ ชวนเพื่อนสนิทมานั่งเล่นพูดคุยกัน เพียงเท่านี้วันหยุดของเราก็ไม่เหลาจนเกินไป โดยเลือกใช้ห้องครัวเป็นพื้นที่หลัก และตกแต่งเพิ่มเติมให้มีบรรยากาศที่ดูเบาบางสบายตา สีสันสร้าง บรรยากาศในห้องครัว ด้วยความตั้งใจที่คิดไว้แล้วว่าจะเป็นการจิบน้ำชาเบาๆ เพราะฉะนั้นจึงเลือกภาชนะที่หยิบหาได้ง่ายจากในบ้าน โดยใช้สีขาวเป็นหลักเพื่อความสบายตา และดูเบาไม่หนักเข้มหรือสดจนเกินไป อย่างกลัวว่าจะจืดซืดเพราะเราเน้นไปที่สีโดยรวมของดอกไม้ที่นำมาใช้ตกแต่ง สีสันจะช่วยสร้างบรรยากาศได้อยู่ที่การเลือกใช้ดอกไม้คราวนี้ขอเลือกใช้รูปทรงสวยงามของไฮเดรมเยียที่มีสีสวยตามธรรมชาติไร้การปรุงแต่งอย่างสีฟ้าคราม หรือน้ำเงินอมม่วงบวกกับรูปทรงที่จับช่อกันเป็นพุ่มดูเข้ากันได้ดีกับสีของกระเบื้องที่ติดอยู่ที่ผนัง และหน้าบานสีขาว เมื่อนำไปจัดวางอยู่บนโต๊ะกลางที่ทำจากไม้สีอ่อนยิ่งตัดกันสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้น ความสวยงามจะรวมกันอยู่ที่โต๊ะกลางทั้งหมด เพราะตั้งใจให้เป็นที่วางชุดน้ำชา และของว่างเนื่องจากไม่ได้เป็นมื้อหนักเลยไม่จำเป้นต้องใช้พื้นที่อะไรให้มากมายนัก ทำให้การจัดคราวนี้ดูง่าย และสวยสลายตาไปด้วยกันโดยเพิ่มความชุ่มชื่นเข้าไปด้วยใบไม้สีเขียว  และแซมช่อดอกไฮเดรนเยียสีเขียวอ่อนทำให้น้ำหนักของสีเขียวที่เกิดจากใบดูไม้ไม่เข้มจัด จากนั้นค่อยๆ เลือกดอกไม้ที่มีสีโทนร้อนสดใสเข้ามาแต่งแต้มภายหลัง โดยสีที่เลือกใช้เป็นสีสันสดเพื่อให้ดูมีจุดเด่นที่ตัดกับบ้างทำให้องค์ประกอบของสีดูลงตัวมากขึ้นกว่าการเลือกใช้สีโทนเย็นทั้งหมด แบ่งจัดช่อเป็นสองช่อลงในตะกร้าหวายสีขาว และวางลงบนผ้ารองจานสีขาวที่ฉลุขอบดูอ่อนหวาน และนำชุดน้ำชามาวางลงไปประดับดอกไม้สีส้มในแก้ว วางตกแต่งเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เครดิตจาก นิตยสาร @Kitchen ฉบับเดือนกรกฎาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ผลบอล: เก็บส้ม2เม็ด! ซลาตัน ล่อเต็มแข้งพา ผีแดง ทุบ บอร์นมัธ ประเดิม3แต้มพรีเมียร์ลีก
บอร์นมัธ /  ปีศาจแดง / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2559 บอร์นมัธ 1-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : 0-1 ฆวน มาต้า น.40, 0-2 เวย์น รูนีย์ น.59, 0-3 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช น.64, 1-3 อดัม สมิธ น.69 เวลา : 19.30 น. สนาม : วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : BeIN SPORTS 1 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดประเดิมฤดูกาล 2016/17 ของ ทีมขวัญใจมหาชนอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่วันนี้มีคิวบุกไปเยือนรัง วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม ของ บอร์นมัธ โดยก่อนเกม โชเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจส่ง 2 นักเตะใหม่อย่าง เอริก ไบญี่ และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ลงประเดิมสนามในสีเสื้อ "ปีศาจแดง" ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ส่วนทางฝั่ง เฮนริค มคิทาร์ยาน มีชื่อเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น [เริ่มเกม] 10 นาทีแรกถือว่าเจ้าบ้าน บอร์นมัธ ไม่ได้เกรงกลัวศักดิ์ศรีของลูกทีม โชเซ่ มูรินโญ่ เลยแม้แต่นิด แถมยังมีจังหวะเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากความผิดพลาดส่วนตัวของ ลุค ชอว์ ที่จับบอลยาวไปเข้าทาง คัลลั่ม วิลสัน ซัดเน้นๆแต่โดนบอลผิดเหลี่ยมออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ผ่าน 20 นาทีแรกของเกม ถึงตรงนี้กลายเป็นทีมรองบ่อนอย่าง บอร์นมัธ ที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองพร้อมกับหาจังหวะสร้างความลำบากใจให้แผงหลัง "ปีศาจแดง" ได้มากกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะพาบอลเข้าไปยังพื้นที่อันตราย ยังทำได้ไม่เด็ดขาดเท่าที่ควร ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม หลังจากที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมรับแล้วรอสวนกลับอยู่นาน โชเซ่ มูรินโญ่ เริ่มสั่งลูกทีมให้เดินหน้าลุยใส่แผงหลัง บอร์นมัธ มากขึ้น โอกาสลุ้นจบสกอร์ถือว่าทำกันได้ไม่ค่อยคม โดยเฉพาะลูกยิงหน้ากรอบเขตโทษเน้นๆของ เวย์น รูนีย์ แต่บอลทั้งเบาและตรงตัว อาร์เธอร์ โบรุค ทำให้สกอร์ยังคงเสมอกันอยู่ที่ 0-0 GOAL! นาที 40 และแล้ว "ปีศาจแดง" ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกส้มหล่น และเป็นความผิดพลาดส่วนตัวของ สตีฟ คุก ที่ส่งคืนหลังสั้นถูก ฆวน มาต้า ยิงไปติดเซฟ โบรุค ก่อนที่เจ้าตัวจะมาตามซ้ำดาบสองช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายออกนำ บอร์นมัธ ช่วงท้ายครึ่งแรก 1-0 พร้อมกับจบ 45 นาทีไปด้วยสกอร์นี้ เริ่มครึ่งหลัง ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม นาที 51 ยูไนเต็ด เกือบมาได้ประตูที่สองจากจังหวะประสานงานกันของสองตัวรุกวัยเก๋าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดีดบอลให้ เวย์น รูนี่ย์ หลุดไปยิงติดเซฟ อาร์เธอร์ โบรุค พลาดโอกาสพาทีมทำประตูทิ้งห่างออกไปอย่างน่าเสียดาย GOAL! นาที 59 เวย์น รูนีย์ เก็บส้มหล่นโขกเหน่งๆจากจังหวะ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ยิงแป๊ก ช่วยให้ "ปีศาจแดง" เข้าสู่สถานการณ์ผ่อนคลายหลังออกนำไป 2-0 GOAL! นาที 64 อิบราฮิโมวิช ระเบิดตาข่ายให้ "ปีศาจแดง" ได้สองนัดติด(ต่อจากเกม คอมมูนิตี้ ชิลด์)จากจังหวะวางเท้าส่องไกลบอลพุ่งเข้าไปจมที่ก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย GOAL! นาที 69 ช่วงเวลาเพียงไม่นานแฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮบ้าง จากจังหวะที่แบ็คขวาอย่าง อดัม สมิธ ดันขึ้นสูงมากระทุ้งเต็มแข้ง บอลผ่านเซฟ เด เคอา เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยสดงดงาม ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าถิ่นพยายามเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูที่เหลือคืน แต่ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ เด เคอา ได้สำเร็จทำให้ จบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายบุกมาสยบ บอร์นมัธ ถึงถิ่นไปด้วยสกอร์ 3-1 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม บอร์นมัธ : อาร์เธอร์ โบรุค(GK), อดัม สมิธ, ไซม่อน ฟรานซิส, สตีฟ คุก, ชาร์ลี แดเนี่ยลส์, แฮร์รี่ อาร์เตอร์, ลูอิส คุก, แอนดรูว์ เซอร์มัน, จอร์ดอน ไอบ์, คัลลั่ม วิลสัน, โจชัว คิง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา(GK), อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เอริก ไบญี่, ดาลี่ย์ บลินด์, ลุค ชอว์, อันเดร์ เอร์เรร่า, มารูยาน เฟลไลนี่, ฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สถิติของทั้งสองทีมในเกมนี้

รีวิวร้าน Bibim house (บิบิมเฮาท์) อาหารเกาหลีราคาย่อมเยา
กิมจิ /  อาหารเกาหลี / 

ทุกคนพอจะนึกฉากในซีรี่ย์เกาหลีที่นักแสดงกำลังคลุกข้าวในหม้อร้อนๆ คำโตๆ แล้วซดแกงเผ็ดสีส้มดูรสจัดจ้านในหม้อทองเหลืองเดือดปุดๆ กับไก่ทอดกรอบๆ คลุกซอสชุ่มช่ำออกมั้ยคะ นี่ขนาดแค่ดูยังไม่ได้กลิ่นนะเนี่ย ท้องก็โครกครากแล้ว วันนี้เรามีร้านอาหารเกาหลีสไตล์ซีรี่ย์มาฝากกันค่ะ นั่นก็คือ... Bibim House นั่นเอง บรรยากาศในร้านให้อารมณ์เกาหลี๊เกาหลี ใช้สีสันสดใสทำให้เจริญอาหาร อารมณ์เหมือนทานอาหารอยู่ในร้านใจกลางกรุงโซล ที่นั่งสบายไม่อึดอัด พนักงานบริการดีเยี่ยมเลยค่ะ ว่าแล้วก็ต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่า Bibim กันก่อน คำนี้มาจากเมนูชื่อ Bibimbab (บิบิมบับ) หรือข้าวยำเกาหลีที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเห็นในซีรี่ย์บ่อยๆ บิบิมบับ คือข้าวที่โรยหน้าด้วยเครื่องเคียงได้แก่ หมูย่างเกาหลี กิมจิ แตงกว่าญี่ปุ่นคลุกน้ำมันงา ถั่วงอกลวก เห็ดลวก แครอทฝอยลวก ซอสพริกโคชูจังและสุดท้ายโปะด้วยไข่ดาวยางมะตูม บิบิมบับจะเสิร์ฟมาถ้วยหินที่ร้อนจัด เสียงดังฉ่าๆ เวลากินก็สนุกสนานตรงที่เราได้คลุกเคล้าข้าวกับเครื่องทั้งหมดเข้าด้วยกันแบบโคเรียนสไตล์ ถือเป็นเมนูแนะนำของร้าน มองไปโต๊ะไหนเป็นต้องเห็นถ้วยหินแบบนี้ทุกโต๊ะเลย มาต่อกันที่เมนูน่องไก่คลุกซอสกระเทียม กรอบนอกนุ่มใน คลุกซอสกระเทียมสูตรจากทางร้าน หอมๆ หวานๆ เค็มๆ เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี เพลินๆ หยุดไม่อยู่เลยค่ะ (ฮา) ต่อด้วยกิมจิชิเก หรือแกงกิมจินี่เอง น่าตาดูเผ็ดแต่จริงๆ ไม่เผ็ดเท่าไหร่ เป็นเพราะสีของกิมจิเลยดูจัดจ้าน แต่รสชาติถือว่าเยี่ยม กลมกล่อม กิมจิก็กำลังดีไม่เปรี้ยวจนเกินไป ในหม้ออัดเต็มไปด้วยซี่โครงนุ่มเปื่อยชนิดรูดได้เลยไม่ต้องเคี้ยว แป้งต๊อกหนึบๆ และวุ้นเส้นเกาหลี ที่นี้ก็รู้แล้วใช่มั้ยคะว่า เย็นนี้กินอะไรดี?

รีวิว Finding Dory : บางครั้งสิ่งดี ๆ ก็เกิดได้เพราะความบังเอิญ
Disney /  Finding Dory / 

รีวิว Finding Dory : บางครั้งสิ่งดี ๆ ก็เกิดได้เพราะความบังเอิญ ย้อนไป 13 ปีที่แล้ว หลาย ๆ คนคงเคยประทับใจกับภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวแห่งปีอย่าง Finding Nemo หรือ นีโม่...ปลาเล็ก หัวใจโต๊...โต กันมาแล้ว และที่สำคัญหลังจากหนังเรื่องดังกล่าวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ก็ได้เกิดกระแสอยากเลี้ยงเจ้าปลาการ์ตูนตัวสีส้มกันเป็นทิวแถว ในขณะที่อีกหนึ่งตัวละครหลักของเรื่องอย่างเจ้าปลาขี้ตังเบ็ดฟ้านามว่า ดอรี่ (Dory) กลับมีคนจำได้ไม่มากนัก มาในปีนี้ Disney และ Pixar จึงได้กลับมาสานต่อความอบอุ่นใต้ผืนน้ำสีครามด้วยการนำดอรี่กลับมาเป็นตัวชูโรงในชื่อภาพยนตร์ว่า Finding Dory ผจญภัยดอรี่ขี้ลืม ด้วยฝีมือการกำกับจากผู้กำกับเจ้าเดิม แอนดรูว์ สแตนตัน (Andrew Stanton) โดยเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากที่ดอรี่ได้ช่วยเหลือพ่อปลาการ์ตูน มาลิน ให้ตามหาลูกชาย นีโม่ จนได้กลับมาอยู่ด้วยกันในแนวปะการังแถบทวีปออสเตรเลีย วันหนึ่งดอรี่เกิดระลึกถึงครอบครัวของตนสมัยเด็ก แต่ด้วยความที่เป็นปลาความจำสั้น ดอรี่จึงต้องเกณฑ์สองพ่อลูกปลาการ์ตูนออกเดินทางข้ามมหาสมุทรอีกครั้ง โดยคราวนี้มีจุดหมายอยู่ไกลถึงแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่าการเดินทางครั้งใหม่นี้ Pixar ได้ใส่รายละเอียดลงไปในเนื้อเรื่องได้ครบถ้วนและสวยงาม บรรยากาศใต้น้ำมีความขุ่นและมีจังหวะการกระเพื่อมของสายน้ำแตกต่างจากโลกเหนือผิวน้ำอย่างชัดเจน ในส่วนของการดำเนินเรื่องนั้นเป็นเส้นตรงเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับเด็กที่ชอบดูการ์ตูนเนื่องจากไม่มีตัวร้ายแบบสุดโต่งที่เข้ามาป่วนให้สถานการณ์เลวร้ายลงไป แถมการเปิดตัวตัวละครใหม่อย่างปลาหมึก แฮงค์ หรือฉลามวาฬ เดสทินี่ ก็ทำได้แบบฟีลกู๊ด แม้สุดท้ายคนดูแทบจะไม่รู้ที่มาที่ไปของเจ้าพวกนี้สักเท่าไรก็ตาม จะว่าไปแล้ว...ไฮไลท์ของภาพยนตร์ค่ายนี้คือการนำเสนอด้วยแนวคิดแบบบุคลาธิษฐาน (Personification) หรือก็คือการสมมุติให้สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์กระทำกิจกรรมได้เหมือนกับมนุษย์ และในภาพยนตร์ Finding Dory การนำเสนอสิ่งนี้ก็ปรากฏอย่างเหลือล้ำจนไม่น่าเชื่อว่าสัตว์น้ำตัวกระจิ๋วจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ (ฮ่า ๆ ๆ) สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนออกมาอย่างเด่นชัดเจน ได้แก่คุณค่าของคำว่า ครอบครัว ซึ่งกินความหมายตั้งแต่พ่อแม่สายเลือดเดียวกัน เพื่อนสนิทที่รักกันเสมือนเป็นคนในครอบครัว ตลอดจนแหล่งที่อยู่อาศัยที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นตัวของตัวเอง นอกจากนี้ผู้ชมจะยังได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของดอรี่ในการตามหาครอบครัว ที่แม้ว่าความทรงจำของตนจะหลง ๆ ลืม ๆ ไปบ้าง แต่เมื่อมีความพยายามในหัวใจแล้วต่อให้มหาสมุทรกว้างใหญ่เพียงใดเราก็ย่อมพร้อมที่จะก้าวผ่านมันไป ท้ายที่สุด...แนะนำให้เข้าโรงหนังตรงเวลานะครับ เพราะหนังสั้นปาดหน้าตามธรรมเนียมของ Pixar เรื่อง Piper น่ารักมาก...ก...ก สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ขอให้คะแนนไว้ที่ 4/5 นะครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

โหน่ง ชะชะช่า ปริ่ม! ลูกชายคนเล็กบวชแทนคุณเช้านี้
ข่าว โหน่ง ชะชะช่า /  บุหรี่ ลูกชาย โหน่ง / 

ตลกชื่อดัง โหน่ง ชะชะช่า สุดปลื้ม! ลูกชายคนเล็ก บุรี หรือชื่อเดิม บุหรี่ ศิวนาถ เอี่ยมสุข ถือฤกษ์ดีเมื่อช่วงเช้าของวันนี้(21 มิ.ย.) ปลงผมเข้าพิธีอุปสมบททดแทนคุณพ่อแม่ ณ วัดเอี่ยมประดิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้รับฉายาทางธรรมว่า "ถาวโร" แปลว่า "ผู้มั่นคง" งานนี้มีเหล่าพี่น้องในวงการตลกแห่มาร่วมอนุโมทนาบุญกันเพียบ อาทิ เท่ง เถิดเทิง, ตุ๊กกี้ ชิงร้อย กับบูบู้ แฟนหนุ่ม, โน้ต เชิญยิ้ม, เจี๊ยบ เชิญยิ้ม, ส้มเช้ง สามช่า ฯลฯ สำหรับขบวนแห่นาคนั้นก็เก๋กู๊ดไปอีก เพราะได้นำรถคลาสสิคของนาคบุรีมาร่วมขบวนด้วยนั่นเอง ยังไงทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอร่วมอนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้ด้วยจ้าาาาาาาขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก ห้องข่าวบันเทิง workpoint และอินสตาแกรม @nong_chachacha ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช ลูกชาย โหน่ง ชะชะช่า บวช

รวมประโยคเด็ดจากปาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ว่าที่ดาวยิงผีแดงตัวใหม่
ซลาตัน /  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช / 

หลังจากที่ลุ้นรอข่าวกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุด ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ศูนย์หน้าชาวสวีดิชก็ได้ชิงประกาศด้วยตนเองก่อนทางสโมสรว่าเขาจะย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า แน่นอนว่าแฟน ปีศาจแดง คงจะรู้จักกับดาวยิงวัย 34 ปีรายนี้กันดีอยู่แล้ว แต่เราจะนำเอาประโยคเด็ดๆ ที่เขาเคยพูดเอาไว้ตลอดอาชีพค้าแข้งมานำเสนอ เผื่อที่ว่าทุกคนจะได้รู้จักกับตัวตนของเขามากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะมีการเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ "ซลาตัน ไม่จำเป็นต้องทดสอบฝีเท้า" - ครั้งหนึ่ง อิบราฮิโมวิช เคยเกือบเซ็นสัญญากับ อาร์เซน่อล ซึ่งทางสโมสรได้ทำเสื้อที่สกรีนชื่อของเขาเอาไว้ที่ด้านหลังแล้วด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมต้องการให้นักเตะจาก มัลโม่ ผู้นี้ทดสอบฝีเท้าตามขั้นตอนให้ถูกต้องเสียก่อน แน่นอนว่ามีเหรอที่แข้งอินดี้อย่างเขาจะเห็นดีเห็นงามด้วย? "มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ผมอดหัวเราะไม่ได้ที่ผมมันช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน" - ดาวยิงชาวสวีดิชเน้นย้ำถึงความมั่นใจในตัวเองถึงขีดสุด "สิ่งหนึ่งที่แน่นอนเลยคือ ฟุตบอลโลก ที่ไม่มีผม มันก็ไม่มีอะไรน่าดูแล้ว" - บทสัมภาษณ์ของเขาหลังจากที่ สวีเดน แพ้ โปรตุเกส ในรอบเพลย์-ออฟ อดไปเล่น ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล "สิ่งที่ คาริว ทำได้กับลูกฟุตบอล ผมก็ทำได้เหมือนกันด้วยผลส้ม" - อิบราฮิโมวิช ตอก ยอห์น คาริว ที่วิจารณ์เกี่ยวกับทักษะลูกหนังของเขา "ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก ก็เธอมี ซลาตัน อยู่แล้วนี่" - คำตอบของคำถามที่ว่าเขาได้ซื้อของขวัญอะไรให้กับภรรยาในวันเกิดหรือเปล่า "ใครจะได้แชมป์ก็ช่างแม่มเถอะ! ผมจะไปพักร้อน" - แผนการในช่วงหน้าร้อนของ อิบราฮิโมวิช เมื่อ สวีเดน ไม่ได้ผ่านไปเล่นรอบสุดท้าย ยูโร 2012 "มาที่บ้านฉันสิไอ้หนู เอาน้องสาวแกมาด้วยนะ เดี๋ยวได้รู้กันเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นเกย์" - อิบราฮิโมวิช ตอบนักข่าวที่เซ้าซี้ถามเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศของเขา "ผมก็ชอบดอกไม้ไฟนะ แต่ผมจะเล่นมันนอกบ้านที่สวน หรือไม่ก็ที่เสียบเคบับ ผมไม่เล่นมันในบ้านผมให้โง่หรอก" - อิบราฮิโมวิช เหน็บ มาริโอ บาโลเตลลี่ ในช่วงที่มีข่าวจุดพลุไฟในบ้านจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต "ผมสามารถเล่นได้ทั้ง 11 ตำแหน่งนั้นแหละ เพราะว่านักเตะที่ดีจะต้องเล่นให้ได้ทุกพื้นที่" - แม้แต่ตำแหน่งผู้รักษาประตูก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ อิบราฮิโมวิช "ทำไมต้องไปถามพระเจ้าด้วยล่ะ? ก็คุณกำลังคุยกับเขาอยู่นี่ไง!" - นักข่าวถึงกับอึ้งที่ได้ประจันหน้ากับพระเจ้าโดยไม่รู้ตัว "หาก เวย์น รูนี่ย์ อยากย้ายมาที่นี่ (ปารีส แซงต์-แชร์กเม็ง) ผมก็อยากเล่นร่วมกับเขาอยู่เหมือนกันนะ แต่เขาจะต้องยอมรับความจริงให้ได้ก่อนว่า ซลาตัน น่ะทำประตูสวยๆ ได้มากกว่าเขาเยอะ" - ตอนนี้กลายเป็นว่าทั้งคู่จะได้เล่นร่วมทีมด้วยกันจริงๆ แล้ว แต่เป็นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด "ผมมาอย่างราชา จากไปอย่างตำนาน" - ในวันที่เขาอำลา เปแอสเช ก็ยังไม่วายที่จะทิ้งประโยคเท่ๆ ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว @iamzlatanibrahimovic สำหรับสถานการณ์ของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในตอนนี้ ค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้วว่าเขาจะย้ายเข้ามาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งตามข่าวจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกันในวันนี้ ซึ่งถ้าเป็นจริงตามนั้น น่าสนใจเหลือเกินว่าเราจะได้ฟังประโยคเด็ดๆ อะไรอีกบ้างจากสุดยอดศูนย์หน้าผู้นี้

รู้ก่อนใคร! ดวง 12 ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดูดวง 12 ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) การงานโดดเด่น ก้าวหน้าได้งานใหม่ การเงินเข้ามากออกมาก ไม่เหลือเก็บ มีลาภลอยฟลุ้คๆ ลงทุนได้เลย รวยแน่นอน ระวังอุบติเหตุ และปัญหาสุขภาพ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ระวังอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่าใจร้อน คนโสดเสน่ห์แรงเป็นพิเศษ พบรักจากเพื่อนเก่า คนมีแฟนใจต้องนิ่ง ไม่งั้นจะเจอมือที่สาม การเงินโดดเด่น มีข่าวดีจากทางไกล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) งานครู อาจารย์ ข้าราชการ โดดเด่นเป็นพิเศษ ระวังขัดแย้งกับคนในครอบครัว ผู้ใหญ่เข้าใจผิด ธุรกิจส่งออก เดินหน้าลุยได้เต็มที่ คนโสดพบรักจากการทำงาน ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) งานข้าราชการโดดเด่นเป็นพิเศษ ผู้ใหญ่ส่งเสริม ระวังของหาย การเดินทางมีอุปสรรค คนโสดพบรักใหม่ คนมีคู่ได้ขยายครอบครัว มีบุตร มีลาภลอยฟลุ้คๆ ได้ของถูกใจ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) เอกสาร สัญญา คดีความ ได้รับชัยชนะ ผู้หญิงราศีนี้จะดวงดีกว่าผู้ชายเล็กน้อย ธุรกิจความสวยงาม เสื้อผ้า จะโดดเด่น เสื้อผ้าสีเขียว สีส้ม เป็นสีมงคล ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ระวังของหาย กล้ามเนื้อกระดูกข้างขวาจะมีปัญหา การเงินดีขึ้น รายรับคล่องตัว เพศตรงข้ามให้การสนับสนุน เปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่อาศัย งานโดดเด่น ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ระวังเกิดเรื่องเข้าใจผิด ให้รีบเคลียร์ มีข่าวดีเกี่ยวกับงานและการเงิน ศัตรูจะหันกลับมาเป็นมิตร การเดินทางมีอุปสรรค ล่าช้า มีลาภลอยฟลุ้คๆ คนโสดเนื้อหอม คนมีคู่อย่าใจโลเล ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) คนมีคู่ต้องหนักแน่น รักเดียวใจเดียว ให้ถวายของเป็นคู่ จะช่วยให้รักราบรื่นมากขึ้น งานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศจะโดดเด่น มีเรื่องหงุดหงิดกับบริวาร แต่การเงินคล่องตัว ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) คิดมาก กังวลไปเอง ทั้งเรื่องงาน เงิน และความรัก ผู้ใหญ่การสนับสนุน เหมาะกับลงทุน คนมีครอบครัว ความรัก มีข่าวดี มีลาภลอยฟลุ้คๆ คนโสดพบรักกับเพื่อนเก่า ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มีเกณฑ์เดินทางท่องเที่ยว ทิศใต้,ตะวันออก นำโชคที่ดีมาให้ ธุรกิจอาหารเสริม ยา จะโดดเด่นเป็นพิเศษ ดวงการศึกษา สอบแข่งขัน จะผ่านฉลุย ความรักน่าหงุดหงิด ไม่มีเวลาให้กัน ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) คนโสดพบรักกับคนมีอายุมากกว่า คนมีคู่จะมีบุตร เดินทางระวังของหาย มีลาภลอยจากเพศตรงข้าม งานเหนื่อย แต่ได้ขยับขยายก้าวหน้า สุขภาพระวัง กล้ามเนื้อ ของมีคมบาด และของร้อน ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ดวงความรัก แฟนเก่าจะกลับมาคบกันต่อ ลูกหนี้ที่เคยยืมเงินไป จะกลับมาจ่ายคืน มีเกณฑ์เปลี่ยนงาน ขยับขยายไปในทางที่ดี ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม จะโดดเด่นเป็นพิเศษ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ถวายสังฆทาน ให้ได้บุญใหญ่อย่างแท้จริงต้องรู้จัก...ปล่อยวาง
ถวายสังฆทาน /  ทำบุญ / 

ถวายสังฆทาน ทางพระพุทธศาสนาไม่ได้หมายถึงถังสีเหลือง สีส้มเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการถวายที่ดินให้วัด การสร้างศาลา กุฏิ และการทำความดีในรูปแบบอื่นๆ ที่มีอีกมากมาย เพราะฉะนั้นแล้วจะว่าไปการทำบุญก็ล้วนแล้วแต่อยู่รอบตัวเรา ไม่ได้ห่างไกลตัวเราออกไปเลย วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยอยากมาแนะนำการทำบุญ ถวายสังฆทาน ให้ได้บุญอย่างที่จริงมาฝากกันค่ะ การให้ทานนั้น เป็นการฝึกจิต ขัดเกลาใจให้ละความตระหนี่ ถี่เหนียว ให้ละความโลภ ความหวงแหน ดังนั้นเมื่อเรามีกำลังใจที่จะให้ผู้อื่น และเกิดความปิติเบิกบานที่ได้ให้ไปแล้ว ก็ควรจะปล่อยวางในอารมณ์นั้นๆ หรือเรียกว่าสละอารมร์นั้นออกไป ก็เรียกว่าการสละอีกหนึ่งขั้น เพราะการให้ทานอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า มิใช่การให้วัตถุสิ่งของเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสละ ในเมื่อเราให้ทานแล้ว เราย่อมได้รับบุญ หากแต่เราอย่าไปยึดมั่นถือมั่น หมายถึงให้สละความยึดมั่นถือมั่นในบุญออกไป เพราะหากไม่สละออกไปแล้ว ก็จะเกิดทุกข์ ทุกข์เพราะเห็นว่าบุญนี้เป็นของตน หรือเห็นว่าสิ่งที่ตนได้ให้ไปแล้วก็ยังเป็นของตนเองอยู่ ใครจะมาเหยียบย่ำหรือทำลายไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงความหวงแหน ความยังไม่สละอย่างแท้จริง หลายคนที่ได้ทำบุญให้ทานไปแล้ว มักจะยึดติดจนเกินไป เช่น ฉันไปทำบุญมา ศาลานี้ฉันเป็นคนออกเงิน บุญที่เกิดขึ้นต้องเป็นของฉันเท่านั้น ใครจะมาทำลายไม่ได้ เป็นต้น หรือบางคนถวายที่ดินให้กับวัด จิตใจก็ยังหวง คอยสอดส่องอยู่ตลอดว่าใครจะสร้างอะไรบนที่ดินของตนเอง แล้วจะสร้างเหมือนที่ตัวเองคาดหวังไว้หรือไม่ จนกลายเป็นตั้งความหวังจนเกินไป หากความหวงแหนนั้นยังมีอยู่ในจิตใจตราบจนวินาทีสุดท้าย เมื่อตายไปก็จะได้เกิดเป็นเทวดาระดับล่างๆ เพื่อดูแลทรัพย์สมบัติที่ตนได้ให้ไว้ จริงอยู่ที่คุณจะได้บุญใหญ่ เป็นการ ถวายสังฆทาน อีกอย่างหนึ่ง แต่จิตใจของคุณไม่ได้สละ หรือปล่อยวาง จึงไม่สามารถจะเป็นเทวดาระดับสูงกว่านั้นได้ แม้แต่โบราณสถานต่างๆ ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ที่เราได้ดูแลเพราะทำตามหน้าที่ แต่ก็ยึดถือจนเกินไป ไม่สามารถปล่อยวางได้จนเกิดเป็นทุกข์ ดังนั้นแล้ว หากทำบุญก็ควรปล่อยวาง ไม่ควรยึดติดว่าเป็นของตัวเอง " เพราะไม่ว่าบุญหรือบาป ย่อมไม่ใช่ทางสายกลาง ยังเป็นทางสุดโต่งอยู่ ยังไม่ใช่ทางหลุดพ้น เพราะได้ชื่อว่าบุญ แม้จะเป็นฝ่ายดีก็จริง แต่ยังทำให้สรรพสัตว์ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ดี " ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ หนังสือ เพิ่มบุญด้วยสังฆทาน โดย Mbookstore