ส้ม อมรา

กินเจ แบบไหนถึงจะไม่อ้วน อิ่มบุญได้สุขภาพ และสัดส่วนผลไม้ที่ควรกิน ช่วงกินเจ
กินเจ /  กินเจเพื่อสุขภาพ / 

ปัจจุบันการกินเจได้รับความนิยมมากขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะฝากท้องไว้กับอาหารเจนอกบ้าน หรืออาหารเจสำเร็จรูป แต่ถึงแม้ว่าอาหารเจจะเป็นอาหารสุขภาพ แต่หากเราบริโภคไม่ได้สัดส่วน หรือไม่ถูกหลักโภชนาการแลัว ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เนื่องจากอาหารเจ มักทำมาจากแป้งเป็นหลัก และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ดังนั้น การเลือกกินอาหารเจ จึงไม่ควรเลือกเพียงรสชาติอร่อยเท่านั้น หากยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการกินอาหารเจสูงสุด เรามีเทคนิคจาก คุณรุ่งฉัตร อำนวย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากดังนี้ค่ะ 1.อาหาร การกินเจครบ 5 หมู่ ควรเลือกใช้วัตถุดิบ และแหล่งโปรตีนที่หลากหลายในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ ข้าวกล้อง ถั่ว เห็ด งา เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน และหากในเมนูนั้นมีผักควบคู่ไปด้วยก็จะดีมาก เช่น ผัดหมี่ 1 จาน ควรเพิ่มผักในปริมาณมากขึ้น และลดปริมาณเส้นลงก็จะพอดีกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารทอด และเน้นกินอาหารนึ่ง ต้ม ตุ๋น และพยายามปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว น้ำมันหอยสูตรเจ น้ำตาล เกลือ และซอสชนิดต่างๆ ควรใส่ให้น้อยที่สุด หรือหากไม่ใส่เลยก็จะดีมาก เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดส่วนใหญ่จะมีโซเดียม น้ำตาล หรือไขมันผสมอยู่ และหากปรุงรสในอาหารเจมากๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะโซเดียมสูง เกิดอาการบวม และเสี่ยงต่อเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน ไต หรือเส้นเลือดในหัวใจตีบ เป็นต้น 2.ขนมเจ อาหารช่วงเทศการกินเจมักจะจืดชืดไม่ค่อยถูกปากเท่าไร บางคนจึงอาจกินอาหารคาวน้อย แล้วไปกินขนมหวานแทน ซึ่งขนมในเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมรสหวานจัด จึงควรลดปริมาณการกินลง ให้กินเป็นของตบท้าย หรือเป็นมื้อว่างระหว่างวันแทน สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคว่าเป็นเพียงแค่การชิมก็พอ หากอยากกินก็ให้ลดข้าวหรืออาหารคาวก่อนแล้วจึงค่อยกิน เพราะขนมหวานเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักขึ้น ดังนั้นทางที่ดีควรกินในปริมาณพอเหมาะแล้วหันมากินผลไม้จะดีกว่า 3.เครื่องดื่มเจ เครื่องดื่มช่วงกินเจ โดยเฉพาะในน้ำเต้าหู้ จะมีน้ำตาลมากอยู่แล้ว ส่วนใหญ่น้ำเต้าหู้ที่ขายถุงละ 7-8 บาท มักจะมีปริมาณน้ำตาลทรายอยู่ 1.50 -2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 4.5-6 ช้อนชา อาจจะลองซื้อแบบน้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่เลยได้ยิ่งดี และนมถั่วเหลืองแบบกล่องที่เป็นสูตรหวานน้อยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออาจจะพยายามจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้หวานพอดี แคลอรีต่ำ โดยมีน้ำตาลรวมไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม) 4.ผักและผลไม้ เทศกาลกินเจสามารถเพิ่มมื้อว่างเติมพลังระหว่างวัน ได้ด้วยผลไม้สดที่หวานน้อย พลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร แอปเปิ้ล สับปะรด กล้วย มะละกอ ซึ่งผลไม้ช่วงกินเจ เป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีปริมาณน้ำตาลสูงอยู่แล้ว ยกเว้นผลไม้หน้าร้อน ขึ้นอยู่กับปริมาณการกินมากกว่า โดยแนะนำให้กินเป็นอาหารว่างระหว่างวัน แต่ไม่ควรทานผลไม้แก้หิวแทนมื้ออาหารนั้นๆ นอกจากนี้ ควรกินผักให้ครบทั้ง 5 สี เช่น สีแดง ขาว เขียว ส้ม เหลือง ม่วง โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมากินในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ อีกทั้งควรกินผักสดมากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง สัดส่วนการกินผลไม้ ฝรั่ง = ½ ลูก  ส้ม = 1 ผล  มะละกอ = 7ชิ้นคำ  กล้วยน้ำว้า = 1ผล  แอปเปิล = 1 ผล ภัยของการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อต่างๆ มากมาย ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ซึ่ง สสส. เองก็ได้สร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นโทษภัยมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม กินเจปีนี้นอกจากได้อิ่มบุญและสุขภาพที่ดีกันแล้ว อย่าลืมขยับกายเคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ เรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ team content www.thaihealth.or.th

“บิ๊กเมาน์เท่น 8 วัวก็คือวัว” มันส์กัน 8 เวที กว่า 100 ศิลปิน สนั่น แก่งกระจาน
BIG MOUNTAIN 8 /  บิ๊กเมาน์เท่น 8 / 

    เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งสำหรับเทศกาลดนตรีสุดเฟี้ยว!!.....ที่เหล่าคนรักมิวสิคเฟสติวัลรอคอย สำหรับมหกรรมดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “PEPSI PRESENTS BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 8 วัวก็คือวัว” โดยคราวนี้จัดเต็มจัดใหญ่ระดับพ่อพันธุ์ มันแปดเวที รวมวงชั้นดีทุกสายพันธุ์เพลง ที่จะจัดขึ้น 2 วัน 2 คืน 8 เวที ในวันที่ 10 – 11 ธันวาคม 2559 ณ แก่งกระจาน คันทรี คลับ จ.เพชรบุรี ภายใต้การนำทีมของเจ้าพ่อเฟสติวัล “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม บิ๊กบอส แก่น จัดโดย แกรมมี่ ที่งานนี้ได้ขนทัพศิลปินจากทั่วฟ้าเมืองไทยมารวมกันไว้อย่างคับคั่ง เพื่อมาระเบิดความมันพร้อมหลั่งสารอะดรีนาลีนให้กับแฟนเพลง อาทิ บอดี้สแลม / โมเดิร์นด็อก / 25 อาวเวอร์ส / โปเตโต้ / บิ๊กแอ๊ส/ เกทสึโนวา /พาราด็อกซ์ / ดา เอ็นโดรฟิน / ลาบานูน / ค๊อกเทล / โลโมโซนิค / โพลีแคท / ฮิวโก้ /สล๊อตแมชชีน / แสตมป์ / ทีโบน / สวีท มัลเล็ต / เรโทรสเปค / เดอะ พาราไดซ์ แบงคอก หมอลำ อินเตอเนชั่นแนล / รัศมี อีสานโซล/ บูมบูม แคช / ป๊อป ปองกุล / อ๊อฟ ปองศักดิ์ / เคลียร์ / ซิลลี่ แด๊ก / เดอะเยอร์ส / มัสเก็ตเทียร์ /สครับบ์ / ม็อคค่า การ์เด้นท์ / เป้ อารักษ์ แอนด์ เดอะ ปีศาจแบนด์ / อีทีซี / บอย อิมเมจิ้น / ธีร์ ไชยเดช / สิงโต นำโชค / นิวจิ๋ว / ลุลา / ตู่ ภพธร / ลิปตา / เสลอ/ กริซซี่ คาเฟ่ / บอย ตรัย / แทททูคัลเลอร์ / สมเกียรติ / ซีล / อพาร์ทเม้นท์คุณป้า / คิดแน็ปเปอร์ส / ทาบาสโก้ / เจ็ตเซ็ทเตอร์ / ชาติ สุชาติ / วี วิโอเลต / สหายแห่งสายลม / ทิวส์เดย์ / จุ๋ยจุ๋ย/ มูฟวิ่งแอนด์คัท / เดอะ ฟลามิงโก้ / เท็นทูทเวลฟ์ / ซีซั่นไฟว์ / หนุ่ม กะลา / เดอะไดได / อินสติ้งค์ / เดอะ พากินสัน / แมทนีแม / อินสปิเรทีฟ / มายไลฟ์ เอส อาลี โทมัส) / จิม แอนด์ สวิม / โซลิจูด อีส บลิส /เอ็กซ์ โอแปด โอเก้า / เดอคอนเน็คเตอร์ / บุดดาเบส / เยลโล่แฟง / เจนนี่ แอนด์ ดิ สแกลลี่ แว็กซ / โมโนมาเนีย / เดอะ ไวท์เทส โครว์/ ไมด์ / ส้ม มารี / แร๊พ อิส นาว/ แจ๊ส สปุตนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก / สตูนดิโอ / ปลานิลเต็มบ้าน / ทอล แมน ทริโอ / ร็อคคาเดมี่ เป็นต้น โดย “ป๋าเต็ด” เปิดเผยถึงงานในครั้งนี้ว่า     “ธีมของบิ๊กเมาน์เท่นปีนี้ ก็คือ วัวก็คือวัว ครับ คือวัวมันเหมือนทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบิ๊กเมาน์เท่นเป็นเทศกาลดนตรีที่รวมดนตรีทุกรูปแบบ วงที่คนอยากดู วงที่อยากให้คนดู อยู่ในบรรยากาศสนุกสนานแบบไทยๆก็เลยเรียกว่าวัวก็คือวัว โดยปีนี้เวทีก็จะลดลงเหลือแค่ 8 เวที ทำให้กระชับเพื่อที่จะทำให้เข้มข้นมากขึ้น ทำให้ศิลปินมีเวลาในการโชว์มากขึ้นด้วย”     “ด้านเวทีหลักยังครบอยู่ อย่าง เวทีชิงช้าสวรรค์ เวทีใหญ่ที่จะรวมวงที่แฟนเพลงเยอะๆ รองลงมาก็มาที่เวทีวัวแล้วก็เวทีแบล็คสเตจ เวทีวัวก็จะเป็นแนวป๊อป แบล็คสเตจก็จะเป็นแนวร็อก แล้วก็จะมีเวทีหลังคาแดง , เวทีไข่ที่เป็นเวทีศิลปินมาแรง ...ในงานเรามีผับอีก 3 แบบให้เลือกทั้ง อโคจร สำหรับคนชอบผับแบบชานเมืองที่ยังคงเป็นน้าเน็กเหมือนเดิม บรรยากาศสนุกๆหรือรำวงก็ยังเป็นโจอี้บอยเหมือนเดิม รวมถึงแดนซ์ซิ่งสเตจก็จะเป็นแนวอีดีเอ็มดีเจที่ขนมาแบบจัดเต็ม”     “ ด้านศิลปินหลักๆของเราก็มีมากมาย อาทิ บิ๊กแอส ,บอดี้สแลม , ดาเอ็นโดรฟิน , ทเวนตี้ไฟว์ อาวเวอร์ส , อ๊อฟ ปองศักดิ์ รวมถึงวงใหม่ๆที่ยังไม่เคยได้มาโชว์ที่ บิ๊กเมาน์เท่นมาก่อนอย่าง รัศมี อีสานโซล เป็นแนวหมอลำกับดนตรีฟังก์มาผสมกัน รวมถึงอีกหลายวงที่เราอยากนำเสนอ และที่หลายคนถามถึงเรื่องสถานที่ครั้งนี้เราเต็มที่ทุกอย่าง เชื่อว่าฝุ่นน้อยลงเนื้อที่ทุกส่วนมันกระชับขึ้น เดินไม่ไกล เพราะเราออกแบบให้เดินใกล้มากขึ้น วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ก็จะขายบัตรแล้ว ก็เข้ามาดูศึกษารายละเอียดกันให้พร้อมที่เฟสบุ๊คแฟนเพจของเรา www.bigmountainmusicfestival.com งานเล่นวันที่ 10 -11 ธันวาคมนี้ อยากจะบอกว่านี่คือเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และก็เป็นเทศกาลดนตรีที่สนุกมากจริงๆ มันเหมือนเป็นปาร์ตี้ครับ ยิ่งไปยิ่งสนุก ถามคนที่เคยไปแล้วดูได้แล้วไปเจอกันครับ”     เริ่มจำหน่ายบัตร 1 ต.ค. นี้ บัตรเออร์ลี่คาว (ราคา โค ตะ ระ พิเศษ) ราคาใบละ 1,500 บาท ซื้อ 6 จ่าย 5 วันเดียวเท่านั้น!! ที่ เซเว่นอีเลฟเว่น และ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ทั่วประเทศwww.allticketthailand.com แล้วมาสนุกไปพร้อมกันที่ PEPSI PRESENT BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 8 วัวก็คือวัว 10 – 11 ธันวาคม 2559 ณ แก่งกระจาน คันทรี คลับ จ.เพชรบุรี

หน้ากากทุเรียน หน้ากากนักร้อง  ทอม Room 39 อดีตดาราเด็ก!!
ทอม อิศรา /  ทอม Room 39 / 

หน้ากากทุเรียน แชมป์ the mask singer หน้ากากนักร้อง คนล่าสุด ได้ถอดหน้ากากแล้ว ตรงตามที่ทุกๆคาดเดากันเอาไว้ว่า หน้ากากทุเรียนคือใคร? และหน้ากากทุเรียนแท้ที่จริงเขาคือ ทอม Room39 ทวนความจำ ทำความรู้จักกับหนุ่ม ทอม อิศรา นักร้องนำวง Room 39 โดยเจ้าตัวนั้นเป็นถึงอดีตดาราเด็กชื่อดัง แสดงละครมาแล้วหลายเรื่อง หรือที่รู้จักกันในบทบาทของ "เจ้าส้มฉุน" จากละครเรื่อง เรือนมยุรา เมื่อ 20 ปีก่อน จากนั้นได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ มีการ cover เพลงต่างๆ ลงในยูทูปจนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และกลับมาไทยกลายเป็นนักร้องชื่อดังอย่างเช่นทุกวันนี้ สำหรับในด้านความรัก หนุ่มทอมได้แต่งงานกับสาวนอกวงการ นามว่า ฟิล์ม วณิชยา เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ปี 2559 นั่นเอง... เรียกว่างานดี มีความสามารถคับแก้วจ้ะ หน้ากากทุเรียน ทอมroom39 ขอขอบคุณ ภาพจากไอจี @tom_reckless และ pantip.com เจ้าส้มฉุน เรือนมยุรา ทอม Room 39 ทอม Room 39 ทอม Room 39 ทอม Room 39 ทอม Room 39 ทอม Room 39 ทอม Room 39 ทอม Room 39 ทอม Room 39 - ภรรยา หน้ากากนักร้อง หน้ากากทุเรียน

2538 อัลเทอร์มาจีบ จากโมโนฟิล์ม ได้รับเลือกฉายใน หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล
2538 อัลเทอร์มาจีบ /  Back to The 90’s / 

2538 อัลเทอร์มาจีบ จากโมโนฟิล์ม ได้รับเลือกฉายใน หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล ภาพยนตร์ไทยจากค่ายโมโนฟิล์ม เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ (Back to The 90’s) ผลงานกำกับโดย เสือ ยรรยง คุรุอังกูร ถูกใจคณะกรรมการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยเข้าฉายในเทศกาล หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล (Luang Prabang Film Festival) ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นการจัดฉายภาพยนตร์เฉพาะอาเซียนและฉายแบบจอกลางแปลง โดยมีภาพยนตร์ที่เข้าร่วมทั้งหมด 9 ประเทศ ได้แก่ ลาว ไทย กัมพูชา พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ได้รับเลือกให้เข้าฉายจากภาพยนตร์ไทยที่เข้าร่วมทั้งหมด 8 เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ (Back to The 90’s) ว่าด้วยเรื่องราวการย้อนเวลาของ ก้อง รับบทโดย เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์ เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เกิดในยุคดิจิตอล ที่จับพลัดจับผลูย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2538 ในบรรยากาศที่ดนตรีอัลเทอร์เนทีฟโด่งดังอยู่ในเวลานั้น ซึ่งที่นั่นก้องได้พบกับพ่อแม่ตัวเองที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ เขาต้องอยู่กับโลกที่เต็มไปด้วยดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ และได้พบกับ ส้ม รับบทโดย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ หญิงสาววัยรุ่นที่ไม่ถูกชะตากับก้องตั้งแต่แรกพบ แต่แล้วส้มกลับเป็นผู้ทำให้ก้องได้รู้จักความรักแบบไม่ฉาบฉวยอย่างที่ก้องเคยเจอมาในยุคของตัวเอง เทศกาลภาพยนตร์ หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล (Luang Prabang Film Festival) ครั้งที่ 7 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 7 ธันวาคม 2559 สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lpfilmfest.org/content/2016/festival-movies2016.html

อาหารใส่บาตร! ประจำวันเกิด เสริมมงคลเพิ่มผลบุญ
ดวง /  ดูดวง / 

อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิด วิถีชาวพุทธอีกหนึ่งอย่างที่คนไทยทำสืบต่อกันมานานคงหนีไม่พ้นเรื่องการสวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ซึ่งการตักบาตรพระในตอนเช้าไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม ย่อมขาดไม่ได้ที่จะต้องมีครบทั้งอาหารคาว อาหารหวาน รวมไปถึงของใช้ต่างๆที่จำเป็นของพระสงฆ์ โดยจุดประสงค์ที่แท้จริงของการใส่บาตรคือเพื่อให้พระสงฆ์มีแรงกายที่จะบำรุงศาสนาต่อไป และวันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai มีความเชื่อเรื่อง อาหารใส่บาตร ประจำวันเกิดของแต่ละคนมาฝากกันค่ะ อ่านจบแล้ว อย่าลืมแบ่งปันบอกต่อเรื่องบุญแบบนี้ให้คนที่คุณรักด้วยนะคะ :) วันอาทิตย์ อาหารคาว ประเภทไข่ ดาว เจียว ผัด ลูกเขย ลูกสะใภ้ ต้ม แกงกะทิ ฯ อาหารหวาน ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำขิง เงาะ ของถวายพระ หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมากพลู ไหว้พระปางถวายเนตร(พระประจำวันเกิด) กำลังวันเท่ากับ ๖ (สวดแบบย่อ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ) เติมน้ำมันตะเกียงตามวัด ทำทานกับคนตาบอด โรงพยาบาลโรคตา มูลนิธิคนตาบอด โรงพยาบาล โรคหัวใจ มูลนิธิโรคหัวใจ พฤติกรรม ออกรับแสงอาทิตย์อ่อนๆช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพื่อให้เกิดพลัง อย่าใจร้อน เลิกทิฐิ ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น   วันจันทร์ อาหารคาว ประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ เช่นไก่ผัดขิง ไก่ย่าง ไก่ทอดปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหูทอด แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปลาสลิดทอด อาหารหวาน น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มัน ลางสาด ขนมเปี๊ยะ ของถวายพระ แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งๆ ใสๆ ไหว้พระปางห้ามญาติ(พระประจำวันเกิด)กำลังวัน เท่ากับ ๑๕ (สวดแบบย่อ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา ) ทำทานกับมูลนิธิช่วยเหลือสตรี พฤติกรรม ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อยู่เสมอ อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ ให้ความช่วยเหลือสตรี เช่น ลุกให้สตรีนั่งบนรถเมล์ บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรง วันอังคาร อาหารคาว อาหารประเภทเส้น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เนื้อวัว ปลาช่อนตากแห้งทอด อาหารหวาน ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ ขนุน น้ำสไปร์ท น้ำอัดลม ของถวายพระ เหล็ก เส้น เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ ไหว้พระปางไสยาสน์(พระนอน)(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๘ (สวดแบบย่อ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง) ทำทานกับคนพิการทางปาก ปากแหว่ง ผู้ป่วยโรคลมชัก พฤติกรรม ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ขยันให้มากขึ้น ลดอารมณ์ร้อน การชิงดีชิงเด่น วันพุธ(กลางวัน) อาหารคาว เน้นสีเขียว หมู แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมู ฯ คะน้าน้ำมันหอย กุนเชียง อาหารหวาน ขนมเปียกปูนเขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว มะม่วงเขียวเสวย ฝรั่ง ชามะนาว ของถวายพระ สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การเรียนการศึกษา ไหว้พระปางอุ้มบาตร(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๗(สวดแบบย่อปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท ) ทำทานกับคนพิการทางหู โรงพยาบาลโรคสมอง โรงเรียนสอนคนหูหนวก พฤติกรรม อ่านหนังสือธรรมะ ร้องเพลง ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเอง วันพุธ(กลางคืน) อาหารคาว ของหมักดอง ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม ไข่เยี่ยวม้า ห่อหมก อาหารหวาน ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้หัวโตๆ ทุเรียน ของถวายพระ พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม ไหว้พระปางป่าเลไลย์(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๒ (สวดแบบย่อ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ) ทำทาน กับมูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับยาเสพติด พฤติกรรม เลิกบุหรี่ เลิกดื่มหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เลิกการพนัน เลิกทำตัวเหลวไหล เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกยาเสพติดทุกชนิด วันพฤหัสบดี อาหารคาว ประเภทเถา แกงเลียง บวบผัดไข่ น้ำเต้า อาหารหวาน แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้ ของถวายพระ สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา ไหว้พระปางสมาธิ(พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๙ (สวดแบบย่อ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ) ทำทานกับโรงพยาบาลสงฆ์ บริจาคข้าวสาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว พฤติกรรม นั่งสมาธิ สวดมนต์ ถือศีล๕ อย่าซื่อจนเกินไป วันศุกร์ อาหารคาว ประเภทของหอมหวาน ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่ ยำหัวหอม อาหารหวาน ขนมหวาน หอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม กล้วยหอม เค้ก ของถวายพระ นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้สวยหอม ระฆัง ย่าม ไหว้พระปางรำพึง(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๒๑ (สวดแบบย่อ วา โธ โน อะ มะ มะ วา) ทำทานกับเด็กด้อยโอกาส ให้เงิน ให้เสื้อผ้าสวย อาหารที่หอมหวานชวนกินไอศกรีม พฤติกรรม ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส บำรุง ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอด จัดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สวยงาม เลิกการฟุ่มเฟือย วันเสาร์ อาหารคาว ประเภทของขม ของดำมะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู มะเขือยาว อาหารหวาน ลูกตาลเชื่อม กาแฟ โอเลี้ยง ของถวายพระ ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด สร้างห้องน้ำถวายวัด ไหว้พระปางนาคปรก(พระประจำวันเกิด)มีกำลังเท่ากับ ๑๐ (สวดแบบย่อ โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ) ทำทานกับโรงพยาบาลโรคจิต โรงพยาบาลโรคประสาท พฤติกรรม กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี ขยะในบ้านยกทิ้งทุกวัน อย่าหมักหมม ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com

นอนดึก ทำให้อ้วน จริงๆหรือนี่?
mbookstore /  ทำให้อ้วน / 

เคยสังเกตกันบ้างไหมว่า ในคืนที่คุณ นอนดึก หรือ นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เช้าวันถัดมานอกจากอาการง่วงและอ่อนเพลียแล้ว ยังแปลงร่างให้คุณเป็นคนกินเก่งขึ้น ประหนึ่งว่าเห็นช้างตัวเท่ามดอีกด้วย แต่จะเป็นเพราะอะไรนั้น ไปหาคำตอบกันเลย การนอนดึกหรือนอนหลับไม่เพียงพอ มีผลต่อความอ้วนแน่นอน เป็นเพราะร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมน 3 ชนิดออกมาผิดปกติ คือ ฮอร์โมนคอร์ติซอลฮอร์โมนเลปตินและฮอร์โมนเกรห์ลินซึ่งฮอร์โมนทั้งหมดนั้นมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกินทั้งหมด เมื่อเรานอนดึก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียดออกมามากในวันถัดไป เราจะหิวง่ายกว่าปกติ เพราะร่างกายต้องการพลังงานปริมาณมาก โดยเฉพาะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และเร้าต่อความต้องการน้ำตาล สังเกตว่าเราจะอยากกินของหวานๆนอกจากนี้ยังเร่งการเติบโตของเซลล์ไขมันและสั่งการให้มาสะสมบริเวณพุง ทางแก้คือให้กินผลไม้รสหวานชุ่มฉ่ำแทนขนมหวาน เช่น ส้มสับปะรด แตงโม จะช่วยบรรเทาอาการโหยของหวานได้ การนอนดึกและมีฮอร์โมนเครียดหลั่งมากๆ ยังไปกระตุ้นให้ผลิตฮอร์โมนเกรห์ลิน หรือฮอร์โมนหิว หลั่งออกมาจากเซลล์กระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้หิวเก่งขึ้นต้องหาอะไรเข้าปากมาประทังความหิวให้ลดลง หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรกินอาหารจำพวกโปรตีน เช่น ไข่ขาว ปลา ถั่ว โดยเฉพาะในมื้อเช้า จะช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเกรห์ลินได้ และเลี่ยงอาหารไขมันสูง เพราะยิ่งทำให้หิวง่ายขึ้นนั่นเองแนวทางการดูแลคือไม่ควรกินขนมหวาน อาหารน้ำตาลสูงโดยเฉพาะน้ำอัดลมที่มีปริมาณน้ำตาลฟรุคโตสสูงและเลี่ยงไขมันอิ่มตัวในเนื้อติดมัน นมวัว เนยชีส เพราะอาหารดังกล่าวเป็นตัวการที่ทำให้เราอ้วนนั่นเอง ยิ่งนอนน้อย ก็ยิ่งกินมากขึ้น ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นผลจากภายใน ซึ่งนอกจากจะนำไปสู่โรคอ้วนแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังเช่น โรคเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจอีกด้วยรู้อย่างนี้แล้วก็ควรจะหาทางปรับเปลี่ยนการนอน เพื่อป้องกันปัญหาอื่นๆ ที่ตามมา เครดิตจาก นิตยสาร Health Channelฉบับเดือนตุลาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก
จัดอันดับ /  ที่เที่ยวประเทศไทย / 

วันนี้ Travel.mthai ขอชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวทั่วไทยกันแบบฟินๆ กับ 25 สถานที่เที่ยวในประเทศไทย ที่สวยและบรรยากาศดี เหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอก กัน! งามไม่งามต้องไปสัมผัสกันดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าที่เที่ยวเมืองไทยงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก ^^ ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก 1. ชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง - ซากุระเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น  ดอกนางพญาเสือโคร่ง มีสีชมพูสด เมื่อบานสะพรั่งเต็มต้น จะเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ ความงดงามก็จะแตกต่างกันไป Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว มาให้ทุกท่านได้ชม เผื่อถูกใจที่ไหน จะได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการไปท่องเที่ยวหน้าหนาวกัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว , ภูลมโล 2559 ดินแดนสีชมพูของซากุระเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- สวนสนบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ - นามิเมืองไทย เหมือนไปเกาหลี “สวนสนบ่อแก้ว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กม.ที่ 36 อยู่เลยอุทยานแห่งชาติออบหลวงไปประมาณ 22 กม. เป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่าง ๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็นไม้เบิกนำ เพื่อปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ต้นสนที่นำมาปลูกมีอายุกว่า 40 ปี เพราะปลูกในช่วงปี พ.ศ.2509-2510 จำนวนหลายพันต้น เรียงรายเป็นระเบียบบนลานโล่งเตียนด้านหน้า ทั้งนี้ สวนสน ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษและเป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำนวนสนสามใบ และยูคาลิปตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี ช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุดคือ ฤดูหนาว เพราะในยามเช้าเราจะเห็นม่านหมอกลอยปกคลุมอยู่บริเวณครึ่งบนของลานสน ประจวบกับแสงอาทิตย์ที่ส่องแสงบาง ๆ ลงมา รับรองว่าคุณจะต้องกดชัตเตอร์กล้องแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว -------------------------------------------------------------------------------------------- 3. โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ - ใบไม้เปลี่ยนสี เหมือนไปเกาหลี เมื่อลมหนาวเดินทางมาถึง ป่าสนของ อ.กัลยาณิวัฒนา อำเภอลำดับ 878 ของประเทศไทย จะเริ่มผลัดใบรับฤดูหนาวเปลี่ยนสีเขียวของป่าที่ได้รับน้ำตลอดฤดูฝนให้เป็นสีสันตระการตา ไล่สีตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดงและส้มของต้นเมเปิล ภาพที่เห็นคล้ายผืนผ้าใบไร้ขอบเขต ที่ถูกละเลงสีด้วยพู่กันธรรมชาติ และความที่แต่ละต้นมีการไล่ลำดับสีแตกต่างกัน ยิ่งทำให้ความสวยงามของเฉดสียิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ สนสองใบและสนสามใบของที่นี่เป็น ป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวป่าสนสลับสี โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ -------------------------------------------------------------------------------------------- 4. วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง - เหมือนไปธิเบต แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200ปี) ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว ประหนึ่งทศกัณฐ์พญายักษ์นอนปกปักรักษาเมือง ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง -------------------------------------------------------------------------------------------- 5. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน - สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ปางอุ๋ง มีชื่อเต็ม ว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านรวมไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็น อ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูง เป็นที่เที่ยวสุดโรแมนติกอันดับต้นๆ ของแม่ฮ่องสอน ภาพแสงอาทิตย์สาดสะท้อนน่านน้ำ ผสานไอหมอกจางๆ สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทุกครั้ง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 6. สวนหินผางาม จังหวัดเลย - คุนหมิงเมืองไทย เหมือนไปจีน ตั้งอยู่ที่ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย สวนหินผางามหรือ คุนหมิงเมืองเลย แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี -------------------------------------------------------------------------------------------- 7. ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย - ภูเขาไฟฟูจิเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น ภูป่าเปาะ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภูหอ หรือฟูจิเมืองเลย ได้อย่างชัดเจน และยิ่งเมื่อมีเมฆบางๆ ปกคลุมก็จะยิ่งคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นบนภูป่าเปาะในวันที่ฟ้าเปิด ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูหินร่องกล้าภูหอ ภูหลวง ภูกระดึง ภูผาจิต ภูผาม่าน สวนหินผางาม และเขาค้อ ได้ในมุมมอง 360 องศา อีกด้วย “ภูหอ” มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” ภูหอ เป็นภูเขาที่มีลักษณะเด่นอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวงอีกด้วย -------------------------------------------------------------------------------------------- 8. หาดหงส์ จังหวัดอุบลราชธานี - ซาฮาร่าเมืองไทย หาดหงส์ เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ซึ่งเกิดจากการพัดพาของน้ำและตะกอนทรายมาทับถมกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าไป หากจะไปเยือนสามพันโบก ไปหาดหินสี ไปหาดสลึง อีกหนึ่งที่ที่ต้องไปให้ได้ คือ หาดหงส์ โดยช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าเด็ดมาก คงจะเป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกยามเย็น จะเห็นความสวยงามจากแสงทอง ที่ส่องลงกระทบทรายสีขาวระยิบระยับงามจับตา ว่ากันว่าถ้ามาหาดหงส์ ต้องมากระโดดเนินทราย พุ่งทะยานปลดปล่อยร่างกายให้เต็มที่ ถึงจะเรียกว่ามาถึงที่โดยสมบูรณ์ พอได้บันทึกภาพเก็บไว้ เป็นโมเมนต์ที่เท่มาก ๆ เลยฮะ -------------------------------------------------------------------------------------------- 9. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี - แกรนด์แคนยอนเมืองไทย เหมือนไปอเมริกา สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ อุบลราชธานี ที่ไม่ควรพลาด! -------------------------------------------------------------------------------------------- 10. น้ำตกแก่งโสภา จังหวัดพิษณุโลก - ไนแองการ่าเมืองไทย เหมือนไปทวีปอเมริกาเหนือ (พรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา) น้ำตกไนแอการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และโด่งดังมากๆ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าไม่อยากไปไกล ในเมืองไทยก็มีที่ น้ำตกแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เดิมทีชื่อ น้ำตกแก่งชั้นไดยาน หรือ บันไดยาน จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวและปีใหม่ น้ำตกหลั่งไหลตามชั้นหิน อย่างสวยงาม ให้เราได้สัมผัสความสดชื่นจากน้ำตก -------------------------------------------------------------------------------------------- 11. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี - ทะเลสาบอินเลเมืองไทย เหมือนไปพม่า ทะเลสาบอินเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ในรัฐฉาน เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า ซึ่งมีความสวยงามทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่เราไม่ต้องไปไกลถึงพม่าก็ซึมซับบรรยากาศดีๆ ได้เช่นกัน ที่ สังขละบุรี สังขละบุรี มีแม่น้ำซองกาเรีย เป็นศูนย์รวมความมีชีวิตชีวา เพราะชีวิตต้องหล่อเลี้ยงด้วยสายน้ำ ชาวบ้านที่นี่มีความรักในถิ่นเกิดและธรรมชาติของพวกเขามาก เมื่อคุณไปคุณจะเห็นแววตาแห่งความสุขของพวกเขา เมื่อได้เล่าเรื่องราวถิ่นเกิดอันน่าประทับใจ อีกทั้งมี สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 7 มนต์เสน่ห์แห่งสังขละบุรี รับรองว่าคุณต้องหลงรัก -------------------------------------------------------------------------------------------- 12. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่ - นาขั้นบันไดซาปา เหมือนไปเวียดนาม บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งของนาขั้นบันไดที่สวยงามสุด ๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาสมมากกับการมาสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และความสวยงามของท้องทุ่งนาเขียวและเหลือง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง ไฮไลท์ที่คุณห้ามพลาด -------------------------------------------------------------------------------------------- 13. ซุ้มป่าไผ่ วัดจุฬาภรณ์วนาราม จังหวัดนครนายก ป่าไผ่อาราชิยาม่าเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น วัดที่เงียบสงบ ทางเข้าวัดเป็นอุโมงค์ต้นไผ่ บรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นซุ้มป่าไผ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โน้มเข้าหากันตามธรรมชาติ ทอดตัวเป็นแนวยาวหลายเมตร ให้ความร่มรื่น -------------------------------------------------------------------------------------------- 14. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ พุทธคยาในเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย เป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ ตั้งอยู่ที่รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ โดยสูงถึง 51 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 121.29 เมตร ล้อมรอบด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ พุทธคยา นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องการมาสักการะ ซึ่งในประเทศไทย ก็ได้มีการสร้าง วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ขึ้นเป็นวัดที่ประดิษฐาน เจดีย์ศรีพุทธคยา ก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เจดีย์มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ในส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น รอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืนและประนั่ง เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ -------------------------------------------------------------------------------------------- 15. ทุ่งแสลงหลวง - ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย เหมือนไปออสเตรเลีย ทุ่งแสลงหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 16. เกาะพยาม จังหวัดระนอง - มัลดีฟท์เมืองไทย “เกาะพยาม” ตั้งอยู่ที่ ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน เป็นเกาะขนาดใหญ่ ประกอบด้วยภูเขาขนาดย่อมๆ ป่าไม้เบญจพรรณ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำพวกลิงค่าง หมูป่า นกนานาชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบมากบนเกาะนี้ อ่าวที่สำคัญๆ ได้แก่ อ่าวแม่หม้าย ที่ตั้งของท่าเรือเกาะพยามและที่ทำการหมู่บ้าน อ่าวเขาควาย จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และอ่าวใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะไปอาบแดดและชมพระอาทิตย์ที่นี่เช่นกัน -------------------------------------------------------------------------------------------- 17. เขาสก เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี - กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้ โดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง เขื่อนรัชชประภา เป็นภูเขาหินปูนทียอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต พื้นที่แห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ตั้งอยู่ ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน ซึ่งห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี ประมาณ 84 กิโลเมตร นอกจากความงานที่ลือเลื่องของ เขื่อนรัชชประภา แล้ว การมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับมันคงให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ เหมือนกินลอดช่องไม่ใส่กะทิ ดังนั่นการได้พักค้างคืนที่นี่ ดูจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลของการมาพักผ่อนแบบเต็มที่อย่างที่สุด -------------------------------------------------------------------------------------------- 18. สระมรกต คลองท่อม จังหวัดกระบี่ - จิ่วจ้ายโกวเมืองไทย สระมรกต ที่อยู่ในอำเภอคลองท่อม โดย ณ เวลานี้ สถานที่ดังกล่าวก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่หลายๆ คนให้ความสนใจกันมาก เพราะเอกลักษณ์ที่มีน้ำสวยใสสีเขียวอมฟ้ากลางใจป่า ซึ่งกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำของภาคใต้ สำหรับการเดินทาง ไปยัง สระมรกต นับว่าเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าการปลอกเปลือกกล้วย เพราะถ้าคุณเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปทางอำเภอเหนือคลอง จนถึงอำเภอคลองท่อม ถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลำทับ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4038 ประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวาไปทางอำเภอคลองท่อม ใต้-ทับไทร อีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะเห็นทางเข้าของสระมรกตแล้ว -------------------------------------------------------------------------------------------- 19. ปราสาทสัจธรรม พัทยา - นครวัดเมืองไทย เหมือนไปกัมพูชา ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth) ตั้งอยู่บริเวณอ่าววงพระจันทร์ ตำบลนาเกลือ ในเนื้อที่ 80 ไร่ งดงามด้วย “สถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก” ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า “วังโบราณ” บ้างก็เรียกตามวัสดุของตัวอาคารว่า “ปราสาทไม้” ก่อตั้งและสร้างสรรค์โดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ตัวปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต  มีการใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย  หรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ  ตัวปราสาทเป็นทรงจัตุรมุข  สูง 100 เมตร กว้าง 100 เมตร  แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร   ทั้งภายนอกและภายใน  กล่าวกันว่างามดั่งเทพนฤมิต  สะท้อนแนวคิดนามธรรมออกมาตีแผ่เป็นรูปธรรมให้สัมผัสได้ สื่อถึงความสำคัญของศาสนาและปรัชญาตะวันออก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปราสาทสัจธรรม สถาปัตยกรรมไม้ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ -------------------------------------------------------------------------------------------- 20. มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ - สโตนเฮนจ์เมืองไทย เหมือนไปอังกฤษ สโตนเฮนจ์เมืองไทย เป็นที่เที่ยวแนวอันซีนที่เพิ่งฮิตกันมาไม่นาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติของกลุ่มหินโบราณที่กระจัดกระจายในเขตทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หินเหล่านี้มีรูปร่างต่างๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝนมาเป็นเวลานาน บางคนก็เห็นว่าเป็นรูปหอเอนปิซา บางคนก็ว่าเหมือนเจดีย์ ทั้งนี้ก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไป แต่ที่โดดเด่นที่สุด คือ กลุ่มเสาหินโบราณ 5 ต้นที่คาดว่ามีมาแต่สมัยยุคดึกดำบรรพ์ราว 175-195 ล้านปีก่อน แต่ละต้นมีความสูงราว 12 เมตร นอกจากนั้นแล้วบริเวณรอบๆ ก็ยังมีธรรมชาติสวยงาม มีทุ่งดอกไม้ป่าและจุดชมวิวงามๆ อีกหลายแห่ง -------------------------------------------------------------------------------------------- 23. บ้านสวนน้อย จังหวัดนครราชสีมา บ้านฮอบบิทเมืองไทย เหมือนไปนิวซีแลนด์ บ้านสวนน้อย รีสอร์ต (Baansuannoi Resort) ตั้งอยู่ที่  อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการสร้างที่พักของที่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit และ The Lord of The Rings นั่นเอง มีความน่ารัก อบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อนในวันหยุด ^^ -------------------------------------------------------------------------------------------- 24. สตรอเบอรี่ ทาวน์ จังหวัดระยอง เที่ยวเมืองไทย เหมือนไปเนเธอร์แลนด์ ชื่อของ “Strawberry Town” นั้นถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความหวานและสดใสของเมืองแห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสวยสดงดงามสไตล์ตะวันตก มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตั้งอยู่ตามตึกสีสันสวยงามต่างๆ รวมทั้งอีกหลากหลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้แก่ Holland Village, Town Center, Amazon Trail, Uncle Sam’s Farm, Adventure Land, น้ำพุแห่งฤดูกาล, ลานอเนกประสงค์สำหรับจัดการแสดง หรือดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย ในแต่ละสถานที่จะได้รับการออกแบบให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ของตัวเอง กลมกลืน ไม่แปลกแยกกับภูมิทัศน์โดยรอบที่ดำรงความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว อ่านเพิ่มเติม http://www.brookside.co.th/activity/strawberry-town/ -------------------------------------------------------------------------------------------- 25. มัสยิดกลาง จังหวัดปัจตานี - ทัชมาฮาลเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ใช้เวลาในการก่อสร้างและตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารเป็นเวลา 9 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ สร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น รูปทรงคล้ายกับ “ทัชมาฮาล” ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า  บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบเป็นที่สำหรับ “คอฏีบ” ยืนอ่านคุฏบะฮ์ในการละหมาดวันศุกร์ หอคอยสองข้างนี้เดิมใช้เป็นหอกลางสำหรับตีกลอง เป็นสัญญาณเรียกให้มุสลิมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ ภายในมัสยิดประดับด้วยหินอ่อนอย่างสวยงาม

ทวนความจำ! หน้ากากนักร้อง ใครเป็นใคร? ลุ้นแชมป์! ทุเรียน หรือ อีกา โดนกระชากหน้ากาก
The Mask Singer หน้ากากนักร้อง

     มาแรงแซงโค้งทุกรายการจริงๆ สำหรับ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ที่ทำเอาบิ๊กบอสเกมส์โชว์อย่าง เสี่ยตา ปัญญา แห่ง Workpoint ยิ้มไม่หุบ เพราะเรตติ้ง และกระแสตอบรับของรายการ ดีงามเกินความคาดหมาย เพราะหลายๆ คนรอลุ้นว่า ภายใต้หน้ากากนักร้องของผู้เข้าแข่งขัน เขาคือใครกันแน่นอน ซึ่งหลายๆ คนที่ถอดหน้ากากออกมา ก็สามารถสร้างปรากฏการณ์ต่างๆ ได้อย่างมากมาย จนกลายกระแสสังคมสนั่นในโลกโซเชียลฯ แบบชั่วข้ามคืน ซึ่งทุกๆ หน้ากากที่โดนกระชากออกมา มักจะมีเรื่องเล่าถึงที่มาที่ไป ว่าทำไม่ถึงเลือกที่จะเป็นนักร้อง ภายในใต้หน้ากากนี้ งานนี้เราเลยขอทบทวนความจำของแฟนๆ รายการว่า 30 หน้ากากนักร้อง ที่โดนกระชากออกไปแล้ว เขาคือใคร...ภายใต้หน้ากากอะไร   และว่าที่แชมป์หน้ากากนักร้องในซีซั่นนี้อย่าง หน้ากากทุเรียน และ หน้ากากอีกาดำ เขาคือใครกันแน่? ที่จะต้องมาไฟว์กันด้วยพลังเสียงในรอบตัดเชือก ซึ่งจะต้องมีหนึ่งนักร้อง ที่โดนกระชากหน้ากากเป็นคนที่ 31 ส่วนแชมป์หน้ากากนักร้องในซีซั่นนี้ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่า เขาจะโดนถอดหน้ากากตอนไหน จะถูกเฉลยไปพร้อมๆ กันหรือไม่ หรือจะโดนถอดหน้ากากอีกครั้ง ในคอนเสิร์ตใหญ่ที่ใกล้จะมาถึง หรือผู้ที่เป็นแชมป์ จะไม่โดนถอดหน้ากากเลย และให้แฟนๆ จดจำหน้ากากนักร้องที่ชนะไปอย่างตลอดกาลในซีซั่นนี้ ว่าเขาคือหน้ากาก....!!! หน้ากากฟีนิกซ์ : จ๊ะจ๋า พริมรตา หน้ากากโพนี่ : แปม ไกอา หน้ากากแมวตาเดียว : สุเมธ (สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง) หน้ากากน้ำพริกหมู : สงกรานต์ เดอะ วอยซ์ หน้ากากระฆัง : อาร์ม กรกันต์ หน้ากากกลองชุด : นิก เดอะสตาร์ หน้ากากทักซิโด้ : จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม หน้ากากเทวดา : เบล นันทิตา หน้ากากพยาบาล : แตงโม นิดา หน้ากากผัดไทย : ส้มเช้ง สามช่า หน้ากากสาวน้อย : โป้ โยคี เพลย์บอย หน้ากาก นกฮูก = จีน กษิดิศ หน้ากาก หมูป่า = ก้อย รัชวิน หน้ากากวัว : ออดี้ หน้ากากเจ้าหญิง : ตั๊ก ศิริพร หน้ากากโดรน : พีเค ปิยะวัฒน์ หน้ากากเพชร : เป้ วงมายด์ หน้ากากดำน้ำ : กวาง AB Normal หน้ากากอียิปต์ : แนนซี่ (ร๊าฟฟี่-แนนซี่) หน้ากากแม่มด : สุนารี ราชสีมา หน้ากากเจ้าชาย : ดาว ขำมิน หน้ากากมังกร : บุ๋ม ปนัดดา หน้ากากฮันบก : ปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช หน้ากากเกอิชา : ชมพู่ ก่อนบ่าย หน้ากากอาหมวย : ซี ฉัตรปวีณ์ หน้ากากนักรบ : แจ๊ค แฟนฉัน หน้ากากผีเสื้อสมุทร : เสนาหอย หน้ากากปลาหมึก : เอมมี่ มรกต หน้ากากนกอินทรี : พาที สารสิน หน้ากากจิงโจ้ : เป๊ก ผลิตโชค

13 หนังผีไทย...ใครไม่เคยดูถือว่าพลาดหนักมาก !
คน ผี ปีศาจ /  คนเห็นผี / 

13 หนังผีไทย...ใครไม่เคยดูถือว่าพลาดหนักมาก ! ขอต้อนรับเข้าสู่เทศกาลฮาโลวีน เทสกาลที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความน่าสะพรึงกลัวจากภูตผีปีศาจนานาชนิด และแน่นอนว่าในประเทศไทยบ้านเรา ความเชื่อเรื่องผีก็ได้ถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์อยู่บ่อยครั้ง แต่จะมีสักกี่ครั้งที่เรื่องราวสยองขวัญเหล่านี้จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม วันนี้เราได้รวบรวม 13 หนังผีสัญชาติไทยที่มั่นใจว่าแฟน ๆ หนังต้องเคยชมมาแล้วมากกว่าครึ่ง ว่าแต่จะมีเรื่องสุดสยองเรื่องใดบ้างนั้น...ตามไปชมกันเลย   นางนาก (2542) ผู้กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร นักแสดง : อินทิรา เจริญปุระ, วินัย ไกรบุตร, ปราโมทย์ สุขสถิตย์, พัชริญา นาคบุญชัย, บุญส่ง อยู่ยั่งยืน, ประชา ถาวรเฟีย หนังผีระดับตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เรื่องราวความรักระหว่างผีตายทั้งกลมกับสามีผู้กลับมาจากสงคราม ความรักระหว่างคนกับผีดำเนินไปท่ามกลางความสยองขวัญของผู้คนที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียง จนกระทั่งวันหนึ่งที่ฝ่ายชายได้รู้ความจริงว่าเมียของตนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ผีสามบาท (2544) ผู้กำกับ : พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม, ออกไซด์ แปง นักแสดง : พีท ทองเจือ, ปราโมทย์ แสงศร, พิมพ์ศิริ พิมพ์ศรี, ดาหวัน สิงห์วี, กัลยณัฐ สีบุญเรือง หนังผีขนาดสั้น จำนวน 3 เรื่องที่ไม่มีนัยยะเกี่ยวพันกัน เนื้อเรื่องแต่ละตอนว่าด้วยแนวคิดเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด การจองเวร และไสยศาสตร์มนต์ดำ ถือเป็นหนังผีไทยเรื่องแรกที่แบ่งออกเป็นตอนสั้น ๆ ทำให้เกิดกลวิธีการนำเสนอหนังในรูปแบบนี้ต่อมาอีกหลายเรื่อง คนเห็นผี (2545) ผู้กำกับ : ออกไซด์ แปง, แดนนี่ แปง นักแสดง : Angelica Lee, Lawrence Chou, ฌัชฌา รุจินานนท์ เมื่อสาวตาบอดคนหนึ่งได้รับบริจาคดวงตาทำให้เธอสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ ทว่าโลกกลับไม่สวยงามอย่างที่เธอคิด เพราะดวงตาที่เธอได้รับมานั้นทำให้เธอเห็น “อะไร” ที่มากกว่าคนทั่วไป...มันเป็นสิ่งลี้ลับ สุดหลอน และอาจทำให้เธอเปลี่ยนใจอยากกลับไปตาบอดอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้ ! บุปผาราตรี (2546) ผู้กำกับ : ยุทธเลิศ สิปปภาค นักแสดง : ไลลา บุญยศักดิ์, กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์, ชมพูนุช ปิยะภาณี, ศิริสิน ศิริพรสมาธิกุล, สมชาย ศักดิกุล หนังผีไตรภาค (ที่ภาค 3 แบ่งเป็น 3.1 กับ 3.2) เรื่องสยองขวัญปนฮาน้ำตาเล็ดเกิดขึ้นเมื่อชาวอพาร์ตเมนท์ต้องการจะหาวิธีกำจัดผีสาวที่สิงอยู่เพราะมีปูมหลังเรื่องความรักและความแค้น แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ไปไหน แถมนับยังยิ่งเฮี้ยนหนักกว่าเดิมขึ้นเรื่อย ๆ อีกต่างหาก คน ผี ปีศาจ (2547) ผู้กำกับ : ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นักแสดง : อมรา อัศวนนท์, ภุมวารี ยอดกมล, ธีรดนัย สุวรรณหอม, อเล็กซ์ เรนเดลล์ เด็กสาวคนหนึ่งย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยดูแลหลานชายของป้าที่เป็นคนทรงเจ้า ภายในบ้านที่ดูหลอนผิดธรรมชาติ เด็กสาวได้พบว่าวันที่ป้าออกไปทำงานและเผลอล็อกกุญแจจากด้านนอกนั่นแหละ คือวันที่น่ากลัวที่สุดของเธอในบ้านหลังนี้ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกูล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ นักแสดง : อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ณัฐฐาวีรนุช ทองมี, อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ หนังผีที่สร้างจากความเชื่อว่ากล้องถ่ายรูปสามารถบันทึกภาพของวิญญาณได้ ช่างภาพหนุ่มจึงต้องออกตามหา ความจริงว่าผีในรูปคือใคร ทำไมจึงมาปรากฏตัวในรูปถ่ายของเขา ทว่ายิ่งสืบสาวราวเรื่องเขาก็ได้พบว่าผีร้ายนั้นอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด และไม่แน่ว่ามันต้องการเอาชีวิตหรือต้องการอยู่กับเขาไปตลอดกาลกันแน่ !?!! ผีช่องแอร์ (2547) ผู้กำกับ : ทิวา เมยไธสง นักแสดง : ปิยธิดา วรมุสิก, บรรเจิด สันธนะพานิช, ลินินา พุทธิธาร, ธนเดช มีประเสริฐ, ทนงศักดิ์ สงวนศักดิ์, เกรียงศักดิ์ แกล้วเกล้า จากเหตุอาชญากรรมของจริงสู่เรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม กับคดีฆาตกรรมซ่อนศีรษะของศพในห้องช่องแอร์ ความเฮี้ยนระดับพระกาฬของผีสาวคือการออกอาละวาดไล่ทำร้ายคนทุกคนที่เห็นหน้าของเธอแล้ว เด็กหอ (2549) ผู้กำกับ : ทรงยศ สุขมากอนันต์ นักแสดง : จินตหรา สุขพัฒน์, ชาลี ไตรรัตน์, ศิรชัช เจียรถาวร การย้ายมาอยู่โรงเรียนประจำคือการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งสำคัญของเด็กชายคนหนึ่ง ทุกค่ำคืนในอาณาบริเวณโรงเรียนจะเต็มไปด้วยความวังเวง ชวนให้จินตนาการถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับเด็กที่เคยจมน้ำในสระว่ายน้ำจนเสียชีวิต แต่ใครจะไปเอะใจว่าเพื่อนสนิทที่อยู่ข้าง ๆ เขานี่แหละ คือ บุคคล (หรือผี) ที่อยู่ในเรื่องเล่านั้น ? ผีคนเป็น (2549) ผู้กำกับ : มณฑล อารยางกูร นักแสดง : พิชญ์นาฎ สาขากร, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, อาภาสิริ นิติพน, โชคชัย เจริญสุข, กิรเดช เกตกินทะ, สมพงษ์ ทวี หนังซ้อนหนัง...ซ้อนกันไปซ้อนกันมา 3 ตลบ เนื้อเรื่องว่าด้วยนักแสดงสาวที่ต้องสวมบทบาทเป็นนักแสดงในการทำแผนประกอบการฆาตกรรมที่เคยเกิดการฆาตกรรมขึ้นจริง และเธอก็ได้พบเจอกับผีจริง ๆ ซึ่งเป็นมีความเกี่ยวพันกับเหตุฆาตกรรมของจริง (งงมั้ยล่ะ ?) เปนชู้กับผี (2549) ผู้กำกับ : วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง นักแสดง : ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, สุพรทิพย์ ช่วงรังสี แรงบันดาลจากภาพวาดของ ‘เหม เวชกร’ สู่ภาพยนตร์สยองขวัญสไตล์ย้อนยุค เมื่อหญิงสาวท้องแก่นางหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อตามหาสามีที่พลัดพราก จนมาหยุดพักรอนแรมที่เรือนคนใช้ของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่คุณนายเจ้าของบ้านชอบทำตัวลึกลับถึงขั้นมีผู้กล่าวว่าบนห้องนอนแห่งนั้น...เธอกำลังเล่นชู้กับผี ! บอดี้ ศพ #19 (2550) ผู้กำกับ : ปวีณ ภูริจิตปัญญา นักแสดง : อารักษ์ อมรศุภศิริ, อรจิรา แหลมวิไล, กฤตธีรา อินพรวิจิตร, ปรเมศร์ น้อยอ่ำ, ภัทรวรินทร์ ทิมกุล หนังผีสไตล์สืบสวนสอบสวนที่พระเอกของเรื่องกำลังสับสนว่าตนเองประสบกับปรากฏการณ์วิญญาณหรือเพียงแค่มีอาการทางประสาทเท่านั้น ท่ามกลางความจริงและความลวงที่แยกกันไม่ออก เขาต้องหาทางหยุดยั้งผีสาวอดีตอาจารย์สอนจิตวิทยาไม่ให้เข่นฆ่าผู้คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ลัดดาแลนด์ (2554) ผู้กำกับ : โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ นักแสดง : สหรัถ สังคปรีชา, ปิยธิดา วรมุสิก, สุทัตตา อุดมศิลป์ หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน ‘ลัดดาแลนด์’ ได้เพียงไม่นาน ก็เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น วิญญาณสาวรับใช้ชาวพม่ายังคงเดินเข้าเดินออกบ้านทุกหลังที่เคยว่าจ้างเธอ แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่าปัญหาภายในครอบครัวที่เขาและเธอพบเจอ ความไม่ไว้ใจและความไม่เชื่อใจ...นับวันยิ่งทำให้ความเป็นครอบครัวถูกลดทอนลง แต่ยังไม่ทันที่ปัญหาจะคลี่คลาย เหตุฆาตกรรมครั้งใหม่ก็เกิดขึ้นในหมู่บ้าน แถมครั้งนี้มันเกิดขึ้นที่บ้านข้าง ๆ ของเขาและเธออีกด้วย พี่มากพระโขนง (2556) ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกุล นักแสดง : มาริโอ้ เมาเร่อ, ดาวิกา โฮร์เน่, พงศธร จงวิลาส, ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, อัฒรุต คงราศรี, กันตพัฒน์ สีดา ลืม ‘พ่อมาก’ และ ‘แม่นาค’ ที่ทุกคนรู้จักไปซะ ! นี่คือการรีเมกหนังผีระดับตำนานให้มีอรรถรสอย่างถึงที่สุด เมื่อชายหนุ่มทหารผ่านศึกเดินทางกลับมาบ้านพร้อมสหายทั้งสี่ ความหฤหรรษ์บันเทิงเกิดขึ้นเมื่อแก๊งสี่หนุ่มดันไปรู้ความลับว่าเมียสาวของเพื่อนได้เสียชีวิตลงแล้ว มีเพียงวิญญาณผีตายทั้งกลมที่อาศัยอยู่ในบ้าน แต่พวกเขาจะบอกความจริงนี้ให้เพื่อนรู้ได้อย่างไร ในเมื่อฝ่ายหญิงก็เฮี้ยนซะขนาดหนักจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้