ส้ม อมรา

กิน ทุเรียน ลดความอ้วนได้จริงหรือ?
ทุเรียนหมอนทอง /  ลดความอ้วน / 

จากกระแสในสังคมออนไลน์ที่แชร์บทความที่บอกว่า กิน ทุเรียน สามารถช่วยลดความอ้วนได้ โดยให้ "กินหลังตื่นนอนตอนเช้า ช่วงเวลา 5.00-7.00 น กินครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ หลังจากนั้นก็ให้ ดื่มน้ำอุ่นตาม คำแนะนำควร งดอาหารเช้าของวันนั้นๆ และกินติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน เพราะความร้อนจากสารกำมะถันและเส้นใยใน ทุเรียน จะไปชวยชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ภายในลำไส้ จึงทำให้คุณนั้นผอมลงและยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นอีกด้วย อาจกิน 2 พูแทนข้าวมื้อเย็นได้ " บทความนี้ถูกแชร์ออกไปมากในเฟสบุค ทำให้เหล่าสาวก ทุเรียน แต่กลัวอ้วนกลับมาตื่นเต้น ดีใจอีกครั้งที่จะได้กินทุเรียนแบบไม่ต้องกลัวอ้วนอีกแล้ว แค่บทความนี้ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน วันนี้เราจะมาพูดถึง ทุเรียน กันค่ะ ว่าจริงๆแล้วการกิน ทุเรียน ครึ่งลูกแบบที่บทความนี้บอก ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ? ในเนื้อเหลืองอวบของ ทุเรียน ประกอบด้วย 3 อย่างหลัก คือ แป้ง จากเนื้อเหลืองแน่นที่กินแล้วหวานมันอร่อยลิ้น ไขมัน มีปนมาอยู่บ้างซึ่งมากกว่าพืชทั่วไป แต่การมีไขมันนี้ทำให้ทุเรียนมีวิตามินอีเยอะ วิตามินแร่ธาตุและกำมะถัน หรือซัลเฟอร์ โดยกำมะถันตัวนี้เองคือตัวร้อน เป็นผู้ร้ายที่ทำให้เกิดอาการร้อนในและกลิ่นไร้เทียมทาน สรรพคุณของ ทุเรียน ช่วยฆ่าเชื้อ จากกำมะถันในเนื้อเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ ช่วยเผาผลาญ จากความร้อนของกำมะถันและน้ำตาลในเนื้อ ช่วยระบาย จากกากที่เป็นเส้นใยยุ่บยั่บในเนื้อ ช่วยทำให้ฝีแห้ง (เนื้อทุเรียน) สรรพคุณทุเรียนช่วยแก้โรคผิวหนัง (เนื้อทุเรียน) สารสกัดจากใบและรากทุเรียนใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการใช้น้ำจากใยวางบนศีรษะของผู้ป่วยจะช่วยลดไข้ได้ (ราก,ใบ) ทุเรียน สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง (ราก) สรรพคุณของทุเรียนช่วยขับพยาธิ (ใบ,เนื้อทุเรียน) ทุเรียน สรรพคุณทางยาช่วยแก้ดีซ่าน (ใบ) ช่วยทำให้หนองแห้ง (ใบ) ช่วยแก้ตานซาง (เปลือก) ช่วยรักษาโรคคางทูม (เปลือก) ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (เปลือก) ช่วยแก้ฝี (เปลือก) ช่วยรักษาแผลพุพอง (เปลือก) ใช้สมานแผล (เปลือก) เปลือกทุเรียนใช้ไล่ยุงและแมลง (เปลือก) นอกจากนี้ ทุเรียน ยังมีฤทธิ์ไล่พยาธิได้ ด้วยกำมะถันที่รุ่มร้อนทำให้ลำไส้ไม่เป็นบ้านแสนสุขของพยาธิอีกต่อไป อีกทั้งกากใยในเนื้อที่ช่วยขัดล้างลำไส้ด้วย การทาน ทุเรียน เพื่อสุขภาพ ควรทานครั้งละไม่เกิน 2 เม็ดขนาดกลาง น้ำหนักเฉพาะเนื้อประมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานสูงถึงประมาณ 190 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย ไขมัน 4.0 กรัม โปรตีน 2.6 กรัม และให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ ประมาณ 17 มก. 36 มก. 1 มก. และ 21 มก.ตามลำดับ แต่ ถ้า หากกินครั้งละ 2-3 พู หรือประมาณ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกนั้น ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากทุเรียนสูงถึงประมาณ 400 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบได้กับทานข้าว 5 ทัพพี หรือน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือก๋วยเตี๋ยวหมู 1 ชาม สำหรับ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ให้ระมัดระวังในการทานทุเรียน ทานได้แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการทานทุเรียน คือ ต้องไม่ทานร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะในทุเรียนมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์อยู่มาก ซึ่งจะละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ทำให้เมาเร็วและเมาหนักขึ้น อาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ เกิดอาการร้อนใน เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเสี่ยงเสียชีวิตได้ ส่วนความเชื่อที่ว่า กิน ทุเรียน แล้วให้กินมังคุดตามเพื่อแก้ร้อนใน ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้จะไม่มีงานวิจัยรองรับ แต่คิดว่าเป็นกุศโลบายของคนรุ่นเก่า ที่คิดว่าทุเรียนเป็นของร้อน แล้วให้กินมังคุดเป็นของเย็นแก้กัน และคงต้องการให้คนกินผลไม้ที่หลายหลากชนิดด้วย ดังนั้นสำหรับคนที่กินทุเรียนจนร้อนใน ควรกินอาหารธาตุเย็นที่มีฤทธิ์แก้ร้อนในตามลงไป ซึ่งมีให้เลือกมากมายตามความเหมาะสมและความชอบของคุณ เช่น ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ บางคนชงน้ำเกลือเจือจางดื่มสักแก้วก็ดีขึ้นได้เช่นกัน กินผักสดต่างๆ ให้มากขึ้น กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ประเภทแตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยวหรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาวให้มากขึ้น หลายคนนิยมกินมังคุดตามหลังกินทุเรียน ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก๊วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย แนะนำเคล็ดในการกินทุเรียนให้ไม่อ้วน และสุขภาพดี เลือกทุกเรียนห่ามจะดีเพราะมีน้ำตาลน้อย แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็กินทุเรียนสุก เนื่องจากงานวิจัยพบว่า ทุเรียนมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อเคอซิทิน ซึ่งเป็นตัวเดียวกับในหอมใหญ่และองุ่น ทั้งนี้พลังต้านอนุมูลอิสระของทุเรียนสุกจะมีมากกว่า มังคุด ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะม่วง ตามลำดับ ถ้าจะกินเพื่อสุขภาพก็ให้กินได้ครั้งละไม่เกิน 2 พูต่อสัปดาห์ และถ้ามื้อไหนกินทุเรียน ก็ไม่ต้องกินข้าวมาก ทุเรียนน้ำกะทิควรหลีกเลี่ยง เพราะอุดมไปด้วยน้ำตาลทั้งจากทุเรียน ข้าวเหนียว และไขมันจากกะทิ และอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ด้วย ขอให้กินทุเรียนกับผลไม้เนื้อเย็นน้ำเยอะ เช่น มังคุด ลองกอง แตงโมเพราะจะช่วยดับร้อนได้ดี อย่ากินทุเรียนร่วมกับเหล้า แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะจะทำให้ยิ่งร้อนจัดขาดน้ำและช็อกได้ เนื่องจากกำมะถันในทุเรียนละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ได้ทราบถึงข้อดี ข้อเสียของทุเรียนกันไปแล้วนะคะ กับบทความที่บอกว่า กินทุเรียนครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ นั้น ก็คงจะเกินความเป็นจริงไปหน่อย เพราะการกินทุเรียนที่ดีต่อสุขภาพนั้นแค่ไม่เกิน 1-2 เม็ดเท่านั้น หากกิน 4-6 เม็ดหรือครึ่งลูกอย่างที่บทความนั้นว่าไว้ แทนที่จะได้ลดความอ้วนกัน โรคอ้วนได้ถามหาแน่ๆค่ะ  อย่างไรก็ตาม ผลไม้หรืออาหารทุกชนิดมีประโยชน์หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ หวังว่าวันนี้ เราคงไข้ข้อสงสัยให้ผู้อ่านได้ ไม่มากก็น้อยใช่ไหมคะ? ขอบคุณที่มาจาก : www.bodyshape.co.th www.goodfoodgoodlife.in.th frynn.com

“หนุ่ม สันติสุข” กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ สุดภูมิใจที่วันนั้นได้แสดงหนัง “ด้วยเกล้า”
'ด้วยเกล้า' /  ธนธรณ์ ฤทธิ์ถกล / 

ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยปัดฝุ่นภาพยนตร์อันทรงคุณค่าเรื่อง ด้วยเกล้า ภาพยนตร์ที่เล่าถึงพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับการปลูกข้าว ชาวนาไทย และโครงการฝนหลวง โดยนำกลับมาฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ซึ่งรายได้ทั้งหมดจากการจัดฉายภาพยนตร์ถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อสมทบทุนมูลนิธิฯ สำหรับส่งเสริมและดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีตัวแทนนักแสดง หนุ่ม สันติสุข พรหมศิริ และ ส้ม ธนธรณ์ ฤทธิ์ถกล ตัวแทนผู้กำกับการแสดง ร่วมงานครั้งนี้ด้วย เริ่มงานด้วยบรรยากาศแบบเป็นกันเอง โดย คุณเกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร รองกรรมการผู้จัดการ ได้ร่วมพูดคุยกับผู้ชมในโรงภาพยนตร์ พร้อมทั้งเผยความรู้สึกในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า “มีความตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมในวันนี้ ทุกคนล้วนมาด้วยใจจริง ๆ ทางไฟว์สตาร์มีความภูมิใจมาก ที่ได้เป็นช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อคนไทยให้ประชาชนได้รับรู้ และหวังว่าทุกท่านจะรู้สึกอิ่มใจไปกับการชมภาพยนตร์ ด้วยเกล้า ในครั้งนี้ครับ” ก่อนที่จะรับชมภาพยนตร์ด้วยความอิ่มเอิบใจ หนุ่ม สันติสุข พรหมศิริ ได้เผยความรู้สึกทั้งน้ำตา เรียกได้ว่าเป็นการกล่าวปิดท้ายกิจกรรมที่ทำเอาคนทั้งโรงภาพยนตร์รู้สึกปลาบปลื้มใจไปด้วย “ขอพูดย้อนไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ในตอนนั้น ยังไม่มีใครนำโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาทำเป็นภาพยนตร์เลย ซึ่งผู้กำกับคือ อาบัณฑิต ฤทธิ์ถกล นับเป็นคนแรกที่ทำ เป็นเรื่องเกี่ยวกับฝนหลวง สำคัญคือเป็นภาพยนตร์ที่ได้พระบรมราชานุญาตให้อันเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ มากถึง 9 เพลง และผมได้ร่วมเป็นหนึ่งในนักแสดงเรื่องนี้ ถือเป็นโอกาสที่ผมปลื้มใจมาก รู้สึกเป็นเกียรติจริง ๆ..." "...และดีใจที่วันนี้ทางไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จัดฉายและมอบรายได้ถวายเป็นพระราชกุศล เหมือนได้มาร่วมย้อนความรู้สึก ย้อนบรรยากาศเก่า ๆ ตอนเราถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่กินใจและมันเป็นสิ่งที่สุดจะบรรยาย ได้เห็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทำฝนเทียมได้ ท่านเป็นผู้แก้ปัญหา แม้จะเหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ เรื่องนี้เป็นการตอกย้ำถึงคำที่ชาวบ้านเรียกพระองค์ท่านว่า เทวดาเดินดิน ผมรู้สึกได้ว่า ขนาดเราทำงาน เล่นหนังเล่นละครมาเป็นร้อยๆเรื่อง ตลอดระยะเวลาแค่สิบหรือยี่สิบปี ยังรู้สึกเหนื่อยมาก เรามองว่าเราทำงานหนัก แล้วพระองค์ท่านละ ผมเห็นว่าท่านทรงงานตลอด ท่านทำจนมาถึงทุกวันนี้ หนังเรื่องด้วยเกล้า ได้ทำให้คนดูเห็นว่าพระองค์ท่านได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ และไม่รู้ว่าอีกกี่ชั่วชีวิตคนจะใช้คุ้มค่ากับสิ่งที่ท่านทรงริเริ่มทำไว้ ผมจึงอยากฝากถึงทุกคนว่า ถวายอาลัยแด่ท่านแล้ว อย่าลืมน้อมนำสิ่งที่ท่านสร้างนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดครับ”

เคสโทรศัพท์ เสริมดวงรวย! เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ
ดวงวันเกิด /  สีเคสโทรศัพท์ / 

เคสโทรศัพท์ เสริมดวงรวยตามวันเกิด เรียกว่าเป็นยุคความรุ่งเรืองของโทรศัพท์มือถือจริง ๆ ค่ะ  เพราะคุณสมบัติของโทรศัพท์ในยุคนี้สามารถตอบสนองความต้องการได้เกือบทุกอย่าง จึงไม่แปลกใจที่บางคนจะมีโทรศัพท์มากกว่าหนึ่งเครื่องด้วยซ้ำ และแน่นอนว่ามีโทรศัพท์ ก็ต้องมี เคสโทรศัพท์ ซึ่งหาซื้อได้ง่าย ราคาก็มีตั้งแต่ถูกมากไปจนถึงแพงมาก แล้วแต่ว่าใครจะกระเป๋าตุงกว่ากัน แต่คุณเชื่อกันไหมคะ เคสโทรศัพท์ สามารถช่วยส่งเสริมดวงวันเกิดของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะสีของเคสโทรศัพท์ มีพลังงานที่ส่งตรงมายังเจ้าของเครื่อง วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai เลยอยากมาแนะนำ เคสโทรศัพท์ ที่เหมาะและเสริมดวงรวยให้กับคุณโดยเฉพาะค่ะ คนเกิดวันอาทิตย์ เคสโทรศัพท์เสริมดวงรวย คือ สีขาว ครีม ดำ ม่วง ควรหลีกเลี่ยง สีฟ้า น้ำเงิน คนเกิดวันจันทร์ ควรเลือกใช้สีส้ม เหลือง ดำ ฟ้า หีกเลี่ยง สีแดง คนเกิดวันอังคาร สีเคสที่แนะนำคือ สีม่วง สีทอง สีส้ม สีน้ำตาล หลีกเลี่ยง สีขาว สีเหลือง คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) เคสโทรศัพท์ ที่แนะนำคือ สีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง หลีกเลี่ยง สีชมพู ส้ม คนเกิดวันพุธ (กลางคืน) แนะนำให้เลือกใช้สีดำ เทา บรอนซ์ น้ำตาล ควรหลีกเลี่ยง สีส้ม สีทอง คนเกิดวันพฤหัสบดี สีเคสเสริมดวงคือสีแดง สีส้ม สีทอง สีที่ควรเลี่ยง สีดำ ม่วง น้ำเงิน คนเกิดวันศุกร์ สีที่เสริมดวงรวย คือสีแดง สีทอง สีชมพู สีฟ้า น้ำเงิน หลีกเลี่ยง สีเทา สีม่วง สีบรอนซ์ คนเกิดวันเสาร์ เคสเสริมดวงรวย คือสีน้ำเงิน ฟ้า ดำ ม่วง หลีกเลี่ยง สีเขียว และ ส้ม ..................................................................................................................................... "มีเคล็ดลับมาบอกอีกนิดหนึ่งค่ะโทรศัพท์เป็นเครื่องรับพลังงานทั้งดีและไม่ดี วิธีล้างพลังงานไม่ดี ให้นำสำลีชุบน้ำมนต์พอหมาด เช็ดเคสโทรศัพท์แบบเบามือ "  ที่มาจาก : I-see magazine

10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว
10 สถานที่ /  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม / 

Travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาให้ทุกท่านได้ชมกัน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่ง โครงการหลวงของพระองค์นั้นมีอยู่เกือบ 40 แห่ง และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น 10 โครงการหลวง น่าเที่ยว ต้อนรับฤดูหนาว ในช่วงเทศกาลปีใหม่และฤดูหนาว ใครที่มีโปรแกรมขึ้นเหนือ อย่าลืมแวะไปชมโครงการหลวงต่างๆ กันด้วยนะ หรือจะเอาไว้เที่ยวในเดือนอื่นในฤดูหนาว ก็ตามสะดวกเลยครับ รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และธรรมชาติ  1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จ.เชียงใหม่ สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวภายในศูนย์ฯ เช่น องุ่นไร้เมล็ด โรงเรือนวนิลา ฯลฯ - ชมแปลงปลูกผัก โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว แปลงปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ฯลฯ - สาธิตการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ดำ กระต่ายพันธุ์เนื้อ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง - ชมการปักผ้า และการตีมีด ฯลฯ - งานปีใหม่ของม้ง จัดช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม มีการละเล่น ชาวเขาจะแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงานที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และนก ระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร เดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกเต๊ะเละโพ (อวบน้อย) ที่มีอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ - ชมทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่บริเวณผาแง่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีทิวทัศน์งดงาม - ชมดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระดอย) ซึ่งจะบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 106 กิโลเมตร  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  108 (เชียงใหม่-ฮอด) ก่อนถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ตามทางหลวงหมายเลข 1009 ราว หลัก กม. ที่30-31 มีทางแยกทางขวามือผ่านบ้านขุนกลาง จุดกางเต็นท์ป่าสน ตรงไปอีก 16 กิโลเมตร จนถึงบ้านขุนวางสังเกตป้ายโครงการทางขวามือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-939-102, 085-717-0399 2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ มะม่วง มะปราง พุทรา ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก - ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว มะระหยก ซาโยเต้ ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง - ประเพณี ที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย - น้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กม. จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กม. รวมระยะทาง 29 กม. ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-248-425, 089-850-6586 3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ - ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได - ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - พิธีกรรมเซ่นไหว้เจ้าที่เพื่อการเกษตรให้ผลผลิตที่ดี จะเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว - การเรียกขวัญและผูกด้ายขวัญ พิธีนี้กระทำขึ้นในหลายโอกาส อาทิ ขึ้นปีใหม่ แต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - น้ำตกทีราชันย์ น้ำตกขนาดกลาง สูง 3 ชั้น ระยะทางห่างจากศูนย์ฯ 6 กิโลเมตร - น้ำตกทีลอเล สูง 5 ชั้น ระยะทางจากศูนย์ฯ 15 กิโลเมตร เดินเท้าต่ออีก 3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติ พรรณไม้ป่า การเดินทาง จากตัวเมืองชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียง มุ่งหน้าอำเภอแม่ลาน้อย ถึง กม.132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266 ขึ้นดอยอีก 30 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-619-533-4 , 083-324-3062 4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก จ.เชียงใหม่  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล เช่น เบบี้ฮ่องเต้ โอ๊คลีฟแดง โอ๊คลีฟเขียว คอสสลัด เรดโครอล ร็อคเก็ตสลัด บัตเตอร์เฮด ผักกาดหวาน ฯลฯ - ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ เช่น ซุกินี คะน้าเห็ดหอม มะระขาว ฯลฯ - ชมนาขั้นบันไดที่สวยงามของชาวกะเหรี่ยง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีปีใหม่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีการละเล่นและเลี้ยงฉลองตามบ้าน ชาวเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่ามาร่วมงานกันทุกคน - ชมงานหัตถกรรมการทอผ้าของกะเหรี่ยงที่มีลวดลายสวยงาม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ปางช้างแม่สะป๊อก น้ำตกแม่สะป๊อก น้ำตกแม่วาง และน้ำตกผาหม่น - ล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติลำน้ำแม่วาง บริเวณบ้านสบวิน การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 68 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) เมื่อถึงอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1013 ตรงไปประมาณ 38 กิโลเมตร จากนั้นจะมีทางแยกซ้ายเข้าบ้านแม่สะป๊อกเหนือ  ระยะทางประมาณ 500 เมตร  ถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-322 , 085-716-3134 5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ เช่น เลมอนทายม์ เลมอนบาล์ม มิ้นต์ คาโมมายล์ โรสแมรี่ หญ้าหวาน ฯลฯ - ชมแปลงงานวิจัยผักเมืองหนาว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์ เทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน - แปลงผักอินทรีย์และแปลงผักขั้นบันไดของชาวบ้านเผ่าม้งที่มีผักมากมายหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดขาวปลี แครอท ปวยเหล็ง ฯลฯ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม - ชมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าม้ง เช่น ตีกลอง เป่าแคน ขลุ่ย การละเล่นชู้จ่าง ฯลฯ - ชมหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การปักผ้าของหญิงม้ง การต้มเหล้าข้าวโพด ฯลฯ - ประเพณีปีใหม่ม้ง จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ชาวเขาทั้งหมู่บ้านจะรวมกันแต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงาม มีการประกวดธิดาดอย การแข่งขัน ล้อเลื่อนไม้ พร้อมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มากมาย การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนล่อง จุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร สามารถ ชมทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกในฤดูหนาวเป็นมุมกว้าง - จุดชมวิวม่อนดอย น้ำตกตาดหมอก น้ำตกวังฮาง - ดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวและลานกางเต็นท์ที่สวยงาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 39 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17  เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ประมาณ กม.ที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ด้านขวามือให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักระยะทางขึ้นเขาอีก  6  กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์  สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด รถยนต์ทุกประเภทสามารถเดินทางได้  มีรถประจำทางผ่านบริเวณทางแยกก่อนขึ้นศูนย์ สายสะเมิงเหนือ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-950-9767 , 083-324-0610 6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา  ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงผลผลิต เช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว ฯลฯ - ชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ เช่น แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน ฯลฯ - ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวกาโด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ฯลฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านสิบสองพัฒนา และบ้านปางค่าเหนือ - ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าเย้าที่บ้านปางค่าใต้ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - ยอดดอยภูลังกา เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยม สูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นสันเขาแคบๆ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้า โดยจุดนี้สามารถมองเห็น สปป.ลาว และสามเหลี่ยมทองคำได้อย่างชัดเจน - ดอยภูนม เป็นสันเขาแคบๆ ทอดตัวต่อลดหลั่นมาจากดอยภูลังกา สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ - ดอยหัวลิง ถ้ามองทางทิศเหนือหรือใต้จะเห็นยอดดอยคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขาด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมและลมพัดแรง การเดินทาง จากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอดอกคำใต้-จุน มุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคำ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1179 เลี้ยวขวาที่ กม.8 เข้าทางหลวงสาย 1148 สายเชียงคำ-น่าน จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ กม.90 ขับต่อไปตามถนนรพช. อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางไปจนถึงวนอุทยานภูลังกา รถเก๋งสามารถขึ้นไปได้อย่างสบาย หากจะขึ้นไปเที่ยวที่ดอยภูลังกา ให้ติดต่อเหมารถ 4WD ที่วนอุทยานภูลังกา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-883-0307 7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ จ.เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแปลงปลูกชาลุงเดช - เรียนรู้วิธีการชงชาและชิมชา ตลอดจนขั้นตอนกรรมวิธีการแปรรูปชาและการบรรจุหีบห่อที่โรงงานชาบ้านปงตอง - ชมโรงเรือนเพาะเห็ดระบบปิด เช่น เห็ดนางรมภูฎาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดปุยฝ้าย ฯลฯ - ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมขนาดใหญ่หลากหลายสีสัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ประเพณีม้ง (กินวอ) คืองานประเพณีขึ้นปีใหม่ของขาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 1-3 ค่ำเดือน 1 ซึ่งตรงกับเดือนมกราคมของทุกปี - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง บ้านม่อนเงาะ การละเล่นโยนลูกช่วง ลูกข่าง การปักผ้าชาวเขา การตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ชมการเก็บใบเมี่ยง ใบชา และชิมยำใบเมี่ยงอาหารขึ้นชื่อของชุมชน การท่องเที่ยวธรรมชาติ - จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,425 เมตร ด้วยความสวยงามของชั้นเขา จึงสามารถชมทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา - เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ - บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำ และมีน้ำตลอดทั้งปี - ถ้ำลม จะมีลมพัดออกมาจากถ้ำตลอดเวลา รู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ - ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ชมโขดหินที่มีลักษณะแตกแต่งกัน รวมถึงต้นไม้ใหญ่อายุกว่าพันปีที่โค่นล้มโดยธรรมชาติ โดยมีทั้งล่องแพไม้และแพยาง โดยแพไม้ไผ่จะงดล่องในช่วงฤดูฝน ส่วนแพยางสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย-อ.ปาย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเลี่ยงเมืองตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือ (อยู่ตรงข้ามกับวัดสบเปิง) เข้าไปม่อนเงาะอีกประมาณ 17 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับไปวัดผางาม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-318-308 8. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - สวนกลางแจ้ง บริเวณสโมสรอ่างขางมีสวนกลางแจ้งหลายสวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของฤดูกาล ได้แก่ สวนแปดสิบ สวนดอยคำ สวนหอม สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ - โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวง - โรงเรือนไม้ดอก เป็นการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวชนิดต่างๆ มากมาย เช่น บีโกเนีย รองเท้านารี พืชกินแมลง มุมน้ำตกในสวนสวย ซึ่งดอกดอกไม้ในสวนเหล่านี้จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตลอดทั้งปี - สวนบอนไซ ภายในสวนจัดแสดงต้นไม้ประเภทสาลี่ เมเปิ้ล สน ที่ปลูกแบบบอนไซ นอกจากนี้ยังมีโดมทรงหกเหลี่ยมจัดแสดงพันธุ์พืชภูเขาเขตร้อนและดอกกล้วยไม้จิ๋วที่สุด ซึ่งจะออกดอกเดือนมกราคมของทุกปี - พระตำหนักเรือนที่ประทับแรมและศาลาทรงงานเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จยังสถานีฯ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง นับถือศาสนาพุทธ หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพชาวเขาจะไม่ผิดหวังแน่นอน - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านขอบด้ง เป็นชาวเขามูเซอดำและมูเซอแดง นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ - วิถีชีวิตของชาวเขาหมู่บ้านหลวง เป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมกุหลาบพันปี (Rhododendron) ในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะออกดอกผลิบานตลอดทางเดิน - จุดชมวิวกิ่งลม สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากท้องฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย - จุดชมวิวหมู่บ้านนอแล นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ความสวยงามของธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยสัมผัสกับแสงแรกแห่งอรุณ และตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงามได้ - กิจกรรมชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวจะเห็นแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยเป็นจำนวนมาก - ขี่จักรยานชมธรรมชาติที่สวยงามของแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาว ช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม - ขี่ล่อชมธรรมชาติ สถานีฯ มีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริหารแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ล่อเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯ - ดูนก ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพที่หาดูยาก การเดินทาง เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 137 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1249 ขึ้นไปอีก 25 กิโลเมตร ถึงดอยอ่างขาง เส้นทางชันและคดเคี้ยว เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังดอยอ่างขาง ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ ปากทางขึ้นดอยอ่างขาง ราคาเหมาประมาณ 1,000-1,500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-450-107-9 9. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ไม้ดอก ผักไฮโดรโพนิกส์ และงานวิจัยพืชเมืองหนาว - สวนแปดสิบพรรษา สวนเฉลิมพระเกียรสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ภายในสวนตกแต่งด้วยกุหลาบพันปี และไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงเฟิร์น แหล่งเก็บรวบรวมพันธุ์เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและพืชสวน รวบรวมพันธุ์เฟินไว้กว่า 50 สกุล 140 ชนิด - โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพืชกินสัตว์ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง พิงกุย ซาราซีเนียชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศบนพื้นที่สูง - สวนกุหลาบพันธุ์ปี รวบรวมพืชสกุล Rhododendron เช่น อาซาเลีย (Azalia) และกุหลาบพันปีชนิดต่างๆ หลายชนิด เป็นพืชการค้าในต่างประเทศและหลายชนิดได้ขยายพันธุ์มาจากต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น คำแดง หรือคำดอย (Rhododendron arboreum) ที่มีการกระจายพันธุ์อยู่ตามพื้นที่สูงของประเทศไทย เช่น ดอนอินทนนท์ ดอยอ่างขาง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - หมู่บ้านม้งขุนกลาง ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง การแต่งกาย การละเล่น เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดในประเทศ 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชมพืชพรรณไม้ป่าดิบเขา มอส ไลเคน และแหล่งดูนกนานาชนิด - พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ กม.ที่ 41 เมื่อ พ.ศ.2530 กองทัพอากาศสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษา 5 รอบ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้นเขา และสวนดอกไม้โดยรอบ - น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ / สวนหลวงสิริภูมิ ภายในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ บริเวณหน้าน้ำตกสิริภูมิมีสวนธรรมชาติตกแต่งด้วยพรรณไม้ ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะประมาณ 500 เมตร เรียกว่า “ สวนหลวงสิริภูมิ ” สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฮอด ตามทางหลวงหมายเลข 108 ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57 ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ไปตามเส้นทางสายนี้จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 มีทางแยกขวามือบ้านขุนกลาง เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงสถานีฯ 91 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-286-777-8 , 080-769-1944 10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ ดอกคาโมมายล์ และดอกหน้าวัว - เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น ส้มโอ ลองกอง มังคุด เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม - ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ - จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ) - สามเหลี่ยมทองคำ ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290  ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18  เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร  สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 053-163-346 , 081-951-9711 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ วันหยุดยาวในเดือนนี้ หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคเหนือ อย่าลืมแวะเวียนไปชมโครงการหลวงต่างๆ ด้วยนะครับ แล้วคุณจะค้นพบความสุขอีกมุมหนึ่ง ที่ธรรมชาติและผู้คนท้องถิ่นจะมอบให้ :) ขอบคุณที่มาและรูปภาพ : www.thairoyalprojecttour.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai

เสื้อผ้าใหม่ จะเลือกใส่วันไหนดีให้มีโชคลาภ !
ดวง /  ดูดวง / 

เสื้อผ้าใหม่ ที่เพิ่งซื้อมาใครๆก็อยากจะใส่เลยในวันพรุ่งนี้ แต่เดี๋ยวก่อนจ๊ะสาวๆ แม่หมอมีเคล็ดลับความเชื่อเรื่องการใส่เสื้อผ้าใหม่มาฝาก มาดูกันว่าใส่วันไหนจะได้โชค แล้วใส่วันไหนจะเฟลสุดๆ วันอาทิตย์ ถ้าใส่เสื้อผ้าใหม่วันนี้ รับรองว่าจะโชคดี ไปไหนก็มีแต่คนสนอกสนใจต้อนรับเป็นอย่างดี ยิ่งถ้าเป็นคนที่เกิดวันอาทิตย์แล้วด้วยจะยิ่งถูกโฉลกมากขึ้น ไม่ว่าจะไปแข่งขันประกวดอะไร หรือแม้กระทั่งเรื่องหัวใจล่ะก็ลัคกี้ชัวร์จ้า วันจันทร์ หากใส่เสื้อผ้าใหม่วันนี้ทำอะไรก็จะราบรื่น ไม่ติดขัดอะไร แต่ก็ไม่มีอะไรหวือหวาน่าตื่นเต้น เน้นสบายๆ มากกว่าค่ะ วันอังคาร อย่าเชียวล่ะ อย่าใส่เสื้อผ้าใหม่วันนี้เลยนะ เพราะจะทำให้พบเจอแต่เรื่องไม่สบายใจ อาจมีคนมาหาเรื่องหรือเอาเรื่องน่าปวดหัวมาสุมให้ แล้วยิ่งไปกว่านั้นคุณอาจควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ มีเรื่องต่อปากต่อคำกับใครๆ ได้ง่าย วันพุธ ไปไหนต่อไหนก็จะพบแต่เรื่องดีๆ คนดีๆ ตัวคุณเองก็จะคล่องแคล่วมนเรื่องการเจรจา อาจได้พบกับเพื่อนใหม่ หรือคนใหม่ที่เข้ามาให้หัวใจได้ตื่นเต้นตึ้กตั้ก . . . ว้าวว วันพฤหัสบดี ว่ากันว่า ใส่เสื้อผ้าใหม่วันนี้จะดีที่สุด จะพบแต่ความสุขสมหวัง จะไปเที่ยวไหนต่อไหนก็แฮปปี้เพลิดเพลินใจ แถมยังโชคดีมากๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใส่เสื้อผ้าสีเหลือง หรือสีส้ม จะยิ่งดีมากเลย วันศุกร์ รับรองว่าหากใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ ในวันนี้ จะได้พบเรื่องตื่นเต้นวูบวาบหัวใจ อาจได้พบคนถูกใจ ระมัดระวังหัวใจตัวเองดีๆ เดี๋ยวไปตกหลุมรักใครเข้าจะหาว่าเราไม่เตือน วันเสาร์ อย่าใส่เสื้อผ้าใหม่วันนี้เลยนะ คุณจะรู้สึกไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัว เหนื่อยง่าย แต่แย่ก็คืออาจพบกับเรื่องเจ็บเนื้อเจ็บตัว เตะโน่นเตะนี่ หกล้มฟกช้ำได้ง่ายๆ เลยล่ะ

2538 อัลเทอร์มาจีบ จากโมโนฟิล์ม ได้รับเลือกฉายใน หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล
2538 อัลเทอร์มาจีบ /  Back to The 90’s / 

2538 อัลเทอร์มาจีบ จากโมโนฟิล์ม ได้รับเลือกฉายใน หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล ภาพยนตร์ไทยจากค่ายโมโนฟิล์ม เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ (Back to The 90’s) ผลงานกำกับโดย เสือ ยรรยง คุรุอังกูร ถูกใจคณะกรรมการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยเข้าฉายในเทศกาล หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล (Luang Prabang Film Festival) ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นการจัดฉายภาพยนตร์เฉพาะอาเซียนและฉายแบบจอกลางแปลง โดยมีภาพยนตร์ที่เข้าร่วมทั้งหมด 9 ประเทศ ได้แก่ ลาว ไทย กัมพูชา พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ได้รับเลือกให้เข้าฉายจากภาพยนตร์ไทยที่เข้าร่วมทั้งหมด 8 เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ (Back to The 90’s) ว่าด้วยเรื่องราวการย้อนเวลาของ ก้อง รับบทโดย เนตั้น แดนอรุณ รามณรงค์ เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เกิดในยุคดิจิตอล ที่จับพลัดจับผลูย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2538 ในบรรยากาศที่ดนตรีอัลเทอร์เนทีฟโด่งดังอยู่ในเวลานั้น ซึ่งที่นั่นก้องได้พบกับพ่อแม่ตัวเองที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ เขาต้องอยู่กับโลกที่เต็มไปด้วยดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ และได้พบกับ ส้ม รับบทโดย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ หญิงสาววัยรุ่นที่ไม่ถูกชะตากับก้องตั้งแต่แรกพบ แต่แล้วส้มกลับเป็นผู้ทำให้ก้องได้รู้จักความรักแบบไม่ฉาบฉวยอย่างที่ก้องเคยเจอมาในยุคของตัวเอง เทศกาลภาพยนตร์ หลวงพระบาง ฟิล์ม เฟสติวัล (Luang Prabang Film Festival) ครั้งที่ 7 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 7 ธันวาคม 2559 สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lpfilmfest.org/content/2016/festival-movies2016.html

เปรี้ยวปรี๊ดกรี๊ดสลบ!! ส้มเช้ง สามช่า อวดหุ่นแซ่บซี๊ด 49กะรัต!!
ส้มเช้ง สามช่า /  บุญญาวัลย์ พงษ์สุวรรณ / 

  โอ๊ย...สวยแซ่บมว้ากกกก!!! สำหรับนักแสดงตลกหญิง ส้มเช้ง สามช่า หรือ บุญญาวัลย์ พงษ์สุวรรณ น้องสาวตลกชื่อดัง เท่ง เถิดเทิง หลังจากออกมายอมรับแบบไม่มีกั๊กไม่มีเม้มว่าไปทำหน้าเกาหลีซะจนสวยเช้งสมชื่อแล้ว แถมยังทำเอาหลายคนตกตะลึงจำกันแทบไม่ได้เลยทีเดียว   โดยล่าสุดสาวโสดหลักสี่ สมเช้ง สามช่า ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัย 49 กะรัต ในวันที่ 15ก.ย.ที่จะถึงนี้ ขอจัดหนักจัดเต็มอวดหุ่นแซ่บสุดเซ็กซี่ของสาวเลข 4 ภายใต้บิกินี่สีสันสดใสระหว่างไปเที่ยวทะเลบางแสน ทำเอาหนุ่มๆ สาวๆ ถึงกับอึ้งและทึ่งไปกับหุ่นสุดซี้ดและความหน้าเด็กของ ส้มเช้ง เป็นแทบๆ จนไม่อยากจะเชื่อสายตา งานนี้บอกเลยว่าเรื่องความสวยความงามนี่ยอมกันไม่ได้เลยจริงจริ๊ง!! ถึงจะ 49 แต่ก็เริ่ดได้ไม่เบานะคะคุณผู้ชมมมมม!! ขอบคุณภาพจาก IG somcheng_3cha, somcheng3cha_fanclub ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า   ส้มเช้ง สามช่า ซ้ายปัจจุบัน  

เปิดตัวแล้ว!! Leica Sofort กล้องโพราลอยด์ตัวใหม่ล่าสุด ในราคาหมื่นต้นๆ
Leica /  Polaloid / 

ถ้าพูดถึงยี่ห้อกล้องอย่าง Leica แบรนด์หรูจากเยอรมัน คนก็จะนึกถึงกล้องระดับไฮเอนด์กับราคาสูงที่ลิ่ว โดยในคราวนี้ Leica เปิดตัว Sofort กล้องโพราลอยด์มาให้สาวกได้จัดกัน ที่มาพร้อมกับ แฟลชในตัวเลย เลนส์ 60mm รูรับแสง f/12.7 มีแฟลชในตัวแถมมีโหมดถ่ายภาพถึง 8 โหมด Macro,Bulb, Automatic, Selftimer, Party and People, Sport and Action และ Double Exposure, Selfie ทังนี้ Leica Sofort ยังสามารถใช้ร่วมกับฟิล์มขนาดเดียวกับ Fujifilm Instax mini ได้อีกด้วย ราคาเปิดตัวก็อยู่ที่ 299$ (หรือประมาณ 15,000 บาท) จะมีให้เลือก 3 สี คือ สีมิ้นท์, สีขาว และสีส้ม ที่มา : leica-camera

เราฝันถึงบอลโลก! ซิโก้หวังมีแต้ม,ไม่สนสถิติพร้อมสู้ซาอุฯ,ญี่ปุ่น
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

เฮดโค้ชช้างศึก เเถลงในก่อนเจอทีมชาติซาอุฯ ชี้ทุกคนฝันทุกฟุตบอลโลกโดยเกมนี้ต้องมีเเต้มพร้อมสู้ซาอุฯเเละญี่ปุ่น เเม้สถิติจะเป็นรอง เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 12.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) ที่ห้องแถลงข่าวภายในสนามคิงฟาฮัด สเตเดียม เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เป็นตัวแทนของทีมชาติไทยเข้าร่วมการแถลงข่าวครั้งนี้ ส่วนทีมซาอุดิอาระเบีย ได้ส่ง เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ ไทซีร์ อัล ญัสซิม เป็นตัวแทนของทีม เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า "เราอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างหนักการมาเล่นที่ซาอุถือเป็นงานที่ยาก ซาอุเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ขุมกำลังเต็มร้อย ข้อบกพร่องที่เราเห็นค่อนข้างมีน้อย แต่เราก็ต้องการได้แต้มในเกมนี้ความพร้อมตอนนี้ก็ถือว่าพร้อม เรามีนักเตะที่ดีที่สุด 23 รายในลีก เราจะเล่นฟุตบอลให้สนุก ก็เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยพร้อมสนับสนุนเราอยู่แล้ว” “การมาถึงรอบนี้ถือว่าดีในระดับหนึ่ง แต่เราก็อยากไปบอลโลกที่รัสเซียเหมือนกัน แน่นอนทุกทีมที่อยู่ในกลุ่มแข็งแกร่ง แต่ในเมื่อเรามีโอกาสแล้วเราก็อยากที่จะคว้าไว้ฉะนั้นวันนี้เราอยากให้ทุกคนมองผ่านที่จะประมาทเรา วันนี้เราพร้อมสู้กับทุกทีมไม่ว่าจะเป็นซาอุ หรือ ญี่ปุ่น รวมถึงทีมอื่นๆ ซึ่งเราจะเดินทีละก้าว ฉะนั้นวันพรุ่งนี้เราเชื่อว่ามีโอกาสเหมือนกัน” “ณ ตอนนี้นักเตะของเราสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะเราก็ได้ทำการบ้านทั้งเรื่องจุดบกพร่อง จุดอ่อนทั้งหมดทั้งมวลที่เราเก็บข้อมูล เกมการแข่งขันพรุ่งนี้ (1 กันยายน) เราจะเล่นเต็มที่ เล่นด้วยความสนุก เล่นด้วยความไม่กดดัน เพราะว่าแต่ละทีมในกลุ่มต่างเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และเราก็จะไม่ประมาท” “ถ้าเราชนะ เราต้องชนะด้วยแท็คติกวิธีการเล่น ถ้าเราจะแพ้ ถ้าเราได้เตรียมความพร้อมมาดีที่สุด และตอนนี้เด็กทุกคนก็พร้อมถึงที่สุดแล้ว” “ส่วนเรื่องสถิติที่ไม่ดีที่ผ่านๆมา เราไม่เคยสนใจเรื่องสถิติเหล่านี้ เพราะว่าวันนี้เป็นชุดใหม่ นักเตะชุดใหม่ คิดว่านี่น่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมของทีมชาติที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ที่พัก การเดินทาง ทุกอย่าง รวมถึงยุทธวิธีต่างๆ ทั้งข้อมูลของคู่ต่อสู้ วันพรุ่งนี้เด็กรู้ว่าเขาต้องลงไปทำหน้าที่ยังไง เราสามารถยอมรับได้ทั้งหมด เพราะเราเตรียมความพร้อมมาดี” “นักเตะซาอุฯที่ต้องจับตามองก็มีหลายคน ทั้งกองหน้าเบอร์ 10 (มุฮัมหมัด อัล ชาห์ราวี) แต่เราไม่โฟกัสที่คนใดคนหนึ่ง เพราะสิ่งสำคัญสำหรับทีมคือทีมเวิร์ค ทุกคนสามารถทดแทนกันได้หมด ทีมเรามี 23 คน เราจะไม่ให้ความสนใจกับใครเพียงแค่คนเดียว แต่แน่นอนคนที่เป็นคีย์แมนเราก็ต้องระวังเป็นพิเศษ แต่ทั้งหมดทั้งมวล เด็กทุกคนต้องเข้าใจวิธีการเล่น” "โค้ชซิโก้" กล่าว ฟุตบอลชายทีมชาติไทย จะได้สวมเสื้อสีน้ำเงิน ผู้รักษาประตูสวมชุดสีเขียว ส่วนซาอุดิอาระเบีย จะสวมชุดสีขาว และผู้รักษาประตูใส่ชุดสีส้มในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 ที่จะแข่งขันกันที่สนาม คิง ฟาฮัด สเตเดียม ในคืนวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 00.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

หันมาเน้นกิน อาหารพืช ลดเสี่ยงเป็นโรค แถมยังผอม หุ่นดีได้อีกด้วย
ลดความเสี่ยง /  อาหาร / 

Whole foods, plant-based diet คือ การรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติ เป็นหนึ่งในแนวทางการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในรอบปีที่ผ่านมา และยังคงอยู่ในกระแสความนิยมจากผู้คนจำนวนมากต่างจากแนวทางอื่นๆ เนื่องจากมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นคุณประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้รับประทานอาหารในแนวทางนี้ อาทิเช่น ผลงานการศึกษาของ ดร.ดีน ออร์นิช และ ดร.แมคดูกัล ที่ระบุว่าอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินั้นสามารถป้องกันและจัดการกับโรคเรื้อรังชนิดต่างๆ ได้ นอกจากจะช่วยในการรักษารูปร่างแล้ว งานวิจัยทางการแพทย์ในหลายสาขายังชี้ให้เห็นว่าการรับประทานอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ได้อีกด้วย วิทยาลัยสาธารณสุขแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard School of Public Health) แนะนำว่าอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลักนั้นจะช่วยลดค่าความดันโลหิตได้ นักวิจัยจากฮาวาร์ดยังพบว่าผู้ที่รับประทานผักและผลไม้มากกว่าคนทั่วไปเป็นระยะเวลากว่า 14 ปีนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดน้อยลงอีกด้วย การรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติทุกวัน แตกต่างจากแนวทางในการรับประทานแบบอื่นๆ เพราะสามารถทำได้ง่ายและคุ้มค่า ซึ่งแนวทางนี้จะเน้นการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักโดยไม่มีการสกัด ไม่มีการขัดสี ไม่มีการแปรรูปใดๆ และลดการรับประทานเนื้อสัตว์กับอาหารแปรรูปให้น้อยลง อาหารธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยนำสารอาหารหลักที่ให้พลังงานทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันที่ดีเข้าสู่ร่างกาย โดยไม่ได้เน้นแค่สารอาหารเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการผสมผสานของสารอาหารที่หลากหลายที่เหมาะสมกับร่างกายของคนเรามาก นอกจากคุณประโยชน์ที่มากมายแล้ว ยังเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากพืชผักผลไม้ใกล้ตัว ที่สามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย มะพร้าว – ผลไม้ท้องถิ่นมากคุณประโยชน์ นอกจากความชื่นใจดับกระหายแล้ว น้ำมะพร้าวยังประกอบด้วยสารไซโตไคนินเป็นจำนวนมาก ไซโตไคนินเป็นกลุ่มฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโต พัฒนาการ และความแก่ของร่างกายมนุษย์ การดื่มน้ำมะพร้าวจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีส่วนช่วยรักษาความหนุ่มสาวไว้ได้ ฟักทองและมะละกอ – ขุมทรัพย์ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลการศึกษาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติในสหรัฐอเมริการะบุว่า ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและส้ม เช่น ฟักทอง มะละกอ และแครอทนั้นอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ผักผลไม้เหล่านี้ยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกายอีกมากมายหลายประการ ฟักทอง จัดว่าเป็นผลไม้ประเภทหนึ่งซึ่งนิยมนำมารับประทานกันทั่วไป โดยใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารคาวหวานหลายชนิด เราสามารถเลือกอิ่มกับเมนูง่ายๆ อย่างเช่น ผัดฟักทองรับประทานกับข้าวกล้อง นอกจากฟักทองจะประกอบไปด้วยวิตามินเอและแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยบำรุงสายตาและทำให้การมองเห็นในที่ที่มีแสงน้อยดีขึ้นแล้ว ฟักทองยังอุดมไปด้วยใยอาหารในปริมาณสูง ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมแคลอรี แคโรทีนอยด์ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวตึงกระชับ การรับประทานฟักทองและมะละกอจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี นอกจากเนื้อฟักทองแล้ว เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกายด้วยเช่นกัน ในเมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างเซโรโทนิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีอารมณ์ดี ลองทานเมล็ดฟักทองเป็นอาหารว่าง รับรองว่าคุณต้องรู้สึกมีความสุขมากขึ้นแน่นอน ผักใบเขียว – อาหารพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับชีวิตในเมืองอันแสนวุ่นวายและเร่งรีบ การหาผักและผลไม้รับประทานในแต่ละมื้ออาจดูเป็นเรื่องยาก แต่อันที่จริงแล้วสารพัดพืชผักผลไม้ที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง ผักโขม หรือผักคะน้านั้น สามารถหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือในสลัดบาร์ทั่วไป การปรุงอาหารที่บ้านยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหากคุณต้องการควบคุมปริมาณน้ำมัน เกลือ และน้ำตาลด้วยตนเอง การทำอาหารจากผักสักจานที่บ้านนั้นยังใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น ลองเมนูง่ายๆ อย่างผักบุ้งหรือผักโขมลวกแล้วโรยหน้าด้วยอัลมอนด์บดกับพริกซอย รับประทานพร้อมข้าวกล้องหุงร้อนๆ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สารอาหารที่เต็มเปี่ยม ผักใบเขียว ยังประกอบไปด้วยใยอาหารในปริมาณสูง และช่วยรักษาระบบการย่อยอาหาร เช่น การทำความสะอาด และลดการอักเสบ นอกจากนี้ผักใบเขียวยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่นๆ ช่วยในการลดน้ำหนักและการรักษาน้ำหนักให้คงที่ ผักสีเขียวเข้ม เช่น พืชในตระกูลผักโขมอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก จากผลการศึกษาของกรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา พบว่าผักโขมที่ปรุงแล้วขนาด 1 ถ้วยตวงมีธาตุเหล็ก 1 มิลลิกรัมซึ่งมากกว่าตับวัวปริมาณ 85 กรัมเสียอีก อย่างไรก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทาน อาหารพืช เป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติแนวทางนี้ ว่าเป็นการทานผักประเภทใบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งความจริงเรายังจำเป็นต้องเพิ่มพืชผักผลไม้ที่ให้แป้ง เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวโพด ฟักทอง และข้าวกล้อง ไปในมื้ออาหารด้วย หากทานอาหารในหมวดหมู่นี้ให้ครบทุกชนิด นอกจากจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว คุณจะสนุก และมีความสุขกับการรับประทานมากขึ้นอีกด้วย

แซ่บสมชื่อ! ส้ม ณัชพร อุ้มท้อง7ด. ถ่ายแฟชั่นคู่สามีฝรั่ง
ส้ม ณัชพร /  ส้ม วู้ดดี้ / 

     เผ็ดแซ่บมว๊าก!! ส้ม ณัชพร ชวนสามีฝรั่งนามว่า ฟิลลิป ถ่ายแฟชั่นก่อนคลอดเพื่อเก็บไว้ให้ลูกดูตอนโต โดยสาวส้มขณะนี้ตั้งท้องลูกชายได้ 7 เดือนแล้ว ตั้งชื่อให้ว่า “พุทธรักษา” ซึ่งเธอก็ได้โพสต์รูปเซ็ตนี้รัวๆ ในไอจีพร้อมแคปชั่นว่า “Thank you babies. อยากเห็นหน้าตัวเล็กเร็วๆ ภาพเซ็ทนี้เดวส้มจะทำเป็นหนังสือเก็บไว้ให้ลูกได้ดูตอนเขาโต ลูกชายชื่อไทยชื่อพุทธรักษานะคะ ให้พระพุทธเจ้ารักษาลูกและโตขึ้นไปได้รักษาคำสอนของพุทธะนะคะลูก ส่วนชื่อฝรั่งพ่อกำลังเลือกอยู่ค่ะ กดดันนางอยู่555” ยังไงก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยนะจ๊ะว่าที่คุณแม่ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @orangedrama ส้ม ณัชพร ท้อง 7 เดือน   ส้ม ณัชพร กับสามี และลูกในท้อง 7 เดือน   ส้ม ณัชพร กับสามี และลูกในท้อง 7 เดือน   ส้ม ณัชพร ท้อง 7 เดือน  

สูตร น้ำพริกไข่ปู กินคู่กับผักและข้าวสวยร้อนๆ
น้ำพริก /  ไข่ปู

เพียงแค่ได้ยินว่า "ไข่ปู" อยู่ในชื่อเมนู ก็นึกนึกรสชาติออกแล้ว ว่าต้องหวานมันแน่นอน เมื่อนำมาไข่ปูสีส้มๆ มาทำเป็นน้ำพริก นึกถึงความฟินไม่ออกเลยทีเดียว ต้องมีรสชาติ ที่หวาน เผ็ด เค็ม กลมกล่อมอย่างแน่นอน ยิ่งกินกับผักและข้าวสวยร้อนๆ ยิ่งฟิน อย่าลืมทอดไข่เจียวมากินด้วยกัน ตามสูตร น้ำพริกไข่ปู ได้ตามนี้เลยค่ะ ส่วนผสม ปูไข่ 1 ตัว กระเทียม สับ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ ไข่แดงเค็ม 1 ฟอง น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสด 2-3 เม็ด ผักชี สำหรับตกแต่ง ผักสด ตามต้องการ วิธีทำ นำปูไปนึ่งให้สุก แล้วแกะทั้งเนื้อและไข่ออกมาใส่ถ้วยไว้ ตั้งกระทะใส่น้ำพริกเผาลงไปผัด ใส่เนื้อปู ไข่ปู และไข่เค็มลงไปผัด ใช้ตะหลิวยีๆให้เป็นชิ้นเล็กๆ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ ผัดไปเรื่อยๆจนแห้งได้ที่ ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยพริกขี้หนูและใบผักชี เสิร์ฟพร้อมกับผักสดตามต้องการ แค่นี้ก็ได้ น้ำพริกไข่ปู มาเพิ่มอีกหนึ่งเมนูในมื้ออาหาร เมนูที่กินด้วยแล้วอร่อยคือไข่เจียว หรืออาจจะต้มจืดมาอีกสักถ้วย แล้วหุงข้าวหอมมะลิร้อน รับรองว่ามื้อนี้ฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ

นี่ Katy Perry ไง! จำไม่ได้เหรอ?
Halloween /  Hillary Clinton / 

ฮาโลวีนปีนี้ นักร้องสาว Katy Perry ขอเกาะติดกระแสการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ด้วยการแปลงโฉมเป็น Hillary Clinton ผู้ลงสมัครเข้าชิงที่เธอถือหางเข้าข้างสุดตัว... (และเป็นการช่วยหาเสียงที่เข้ากับเทศกาลแบบเนียนๆ!?) ดูจากรูปก็รู้ว่า Katy Perry ทุ่มสุดตัว ทั้งใส่วิก สวมเสื้อผ้าฮิลลารี่ รวมไปถึงเมคอัพทั้งผิวหน้าและผิวกายให้ละม้ายคล้าย Hillary Clinton มากที่สุดในทุกอณู! อย่างไรก็ตาม Orlando Bloom แฟนหนุ่มสุดหล่อของ Katy Parry ไม่ได้ร่วมแจมเป็น Bill Clinton อย่างที่หลายคนคาดเดา แต่เขากลับแปลงโฉมเป็น Donald Trump ผู้สมัครประธานาธิบดีคู่แข่งของ Hillary แต่มาในเวอร์ชั่นตัวการ์ตูน goofy ใส่วิกสีส้ม ที่เดินตามมาข้างหลังต่างหาก... (นี่มันแซะกันชัดๆ!) A photo posted by KATY PERRY (@katyperry) on Oct 29, 2016 at 6:30pm PDT A photo posted by KATY PERRY (@katyperry) on Oct 28, 2016 at 11:54pm PDT Katy Perry wasn't with her for Halloween, she WAS her. (And yes, that's Orlando Bloom as Donald Trump): https://t.co/Fbqm1XmhUh pic.twitter.com/hjNgzioQbS — E! News (@enews) 29 ตุลาคม 2559 ว่าแต่ มุกล้อเลียนการเลือกตั้งประธานาธิบดีคงใช้ได้แค่ปีนี้เท่านั้นนะจ๊ะ... รอจับตาดูฮาโลวีนปีหน้าเลยว่า Katy จะมามุกไหนอีก!!? ดูบทความต้นฉบับ : Katy Perry dressed up as a scary good Hillary Clinton for Halloween

เสริมมงคล! ด้วยการเลือกสีเสื้อผ้าตามวันเกิด
ดวง /  ดูดวง / 

นอกจากรูปแบบความทันสมัยของเสื้อผ้า และเส้นใยที่นุ่มสวมใส่สบายแล้ว สีสันของเสื้อผ้าก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะศาสตร์ ในการเลือกใส่เสื้อผ้าสีสันต่างๆ ตามวันเกิดที่มีมาแต่โบราณกว่า 700 ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยการใช้ตำรามหาทักศา ซึ่ง อ. คฑา ชินบัญชร ได้รวบรวมแล้วนำมาบอกต่ออีกที นอกจากการ เสริมมงคล แล้ว ยังช่วยให้เรามีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมีความสุขได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ อาจจะใช้สีแดง สีส้ม หรือสีอื่นๆ มาประกอบ เพื่อให้เกิดความมีสิริมงคล สำหรับชีวิต ไม่ใช่เฉพาะสีประจำวันอย่างเดียว ควรจะเลือกสวมใส่เสื้อผ้า ด้วยโทนสีแดง ทั้งแดงสด แดงเข้ม แดงม่าเมี่ยว รวมทั้งชมพู ส้ม หรือแสด จะช่วยให้คนเกิดวันนี้รู้สึกสดชื่น ส่วนสีทอง ครีม และเขียว จะให้ความเป็นมงคลในเรื่องของโชคลาภ สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ ผู้ที่เกิดวันนี้ มีนิสัยอ่อนโยน อ่อนหวาน นุ่มนวล แต่ขี้ใจน้อยไปสักนิด พยายามอย่าคิดมากนัก เพราะอาจทำให้มีเรื่องหงุดหงิดไม่สบายใจ แต่ก็เป็นคนดีมีน้ำใจ และมีเสน่ห์ในตัวเองเป็นพิเศษ สีเสื้อผ้าที่ควรใส่คือ เหลือง ทอง ไข่ไก่ ครีม ฟ้า น้ำเงิน เพราะจะมีผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน สีเขียว หมายถึงการเลื่อนตำแหน่ง ความขยันขันแข็ง หรือความกระตือรือร้นในการทำงาน ส่วนสีม่วง จะหมายถึง โชคลาภ สรุปแล้วสีที่เหมาะสำหรับคนเกิดวันจันทร์มากที่สุดก็คือ เหลือง เหลืองทอง ไข่ไก่ หรือสีที่ออกแนวเอิร์ธโทนนั่นเองค่ะ สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร เป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง โดดเดี่ยว ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง เป็นคนตรงไปตรงมา มีความยุติธรรมเป็นที่สุด ที่สำคัญคือเป็นคนรักเดียวใจเดียว และรักครอบครัวเป็นที่สุด ผู้ที่เกิดวันนี้ควรเลือกใส่เสื้อผ้าสีชมพู แดง ส้ม เขียว เป็นพิเศษ เพราะเป็นสีมงคล และจะทำให้คนเกิดวันอังคารดูอ่อนหวานนุ่มนวล และดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สีชมพู และแดง ยังหมายถึงโชคลาภอีกด้วย สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ เป็นคนที่มีเสน่ห์ และมีไหวพริบปฏิภาณ คำพูดคำจาของผู้ที่เกิดวันพุธนั้นถือว่ามีเสน่ห์ร้ายเหลือทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ใครได้ฟังรับรองว่าต้องเคลิบเคลิ้มตามไปด้วยแน่ สีเขียวนอกจากจะเป็นสีประจำวันแล้ว ก็ยังเป็นสีแห่งโชคลาภของคนวันพุธอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เขียวอ่อน เขียวแก่ เขียวใบไม้ รวมทั้งสีธรรมชาติ ของสายลมและแสงแดด ก็ถือเป็นสีแห่งสิริมงคล ที่จะช่วยเสริมสร้างพลังชีวิตให้กับผู้ที่เกิดวันพุธได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี คนที่เกิดวันพฤหัสบดี เขาบอกว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูง ซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว ที่สำคัญคือมีความเป็นผู้นำ เป็นผู้ที่คิดไปถึงอนาคต วางแผนไกล และมีเสน่ห์น่าค้นหา สีส้ม สีทอง สีประกายต่างๆ อย่างบรอนซ์ทอง บรอนซ์เงิน รวมถึงสีที่เกี่ยวกับเอิร์ธโทน ก็ถือว่าใช้ได้ อีกทั้งสีน้ำตาลอ่อน และน้ำตาลแก่ ก็เป็นมงคลกับผู้ที่เกิดวันนี้ เสื้อผ้าที่เลือกใส่ควรเป็นสีส้ม แสด ทอง เพราะเป็นที่จะนำเรื่องดีๆ มาสู่ตัวคุณ สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นคนที่มีความสุข สดชื่น รื่นรมย์ สดใสตลอดเวลา มองโลกในแง่ดี และมีอารมณ์ขัน เป็นเสน่ห์อย่างดีให้ ทั้งกับเพศตรงข้าม และเพศเดียวกัน ใครๆ ก็อยากทำความรู้จักกับคนเกิดวันศุกร์ทั้งนั้นแหละ ถึงจะมองโลกในแง่ดี และคิดการณ์ไกล แต่ก็ต้องระวังกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่ายไว้บ้าง สีที่ให้ความเป็นมงคลของคนเกิดวันนี้คือ สีฟ้าทุกแบบ สีน้ำเงินเข้มสามารถเลือกสวมใส่เสื้อผ้าได้ทุกสี แต่สีที่นำโชคลาภได้ดีคือ สีชมพู ฟ้า น้ำเงิน แดง เหลืองอ่อน ขาว ครีม และสีทอง สำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น และเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยยอมใคร มีความขี้ใจน้อย ต้องลดทิฐิลงบ้าง เนื่องจากเป็นคนตรงไปตรงมา เสน่ห์ของคนที่เกิดวันเสาร์ คือ เป็นผู้ที่มีความลึกลับ น่าค้นหา และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ถ้าอยากให้ผู้ที่เกิดวันนี้มีเสน่ห์ ก็ต้องเลือกใส่เสื้อผ้าสีม่วง ทั้งม่วงอ่อน ม่วงเม็ดมะปราง สีฟ้า สีน้ำเงินเข้ม หรือชมพู จะช่วยส่งเสริมให้คนวันเสาร์ดูมีเสน่ห์ น่ารัก อ่อนหวานและนุ่มนวลขึ้น อีกทั้งทำให้ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนอีกด้วย เรียบเรียงโดย  : Horoscope.mthai.com

ผลบอล: ดุเดือดเลือดพล่าน! สิงห์บลู โดนรัว2เม็ดไล่เจ๊า หงส์ขาว หวิดมือเปล่ากลับบ้าน
ผลบอล /  ผลบอลสด / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 สวอนซี ซิตี้ 2-2 เชลซี ผู้ทำประตู : 0-1 ดิเอโก้ คอสต้า น.18, 1-1 กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน(จุดโทษ) น.59, 2-1 เลรอย เฟอร์ น.62, 2-2 ดิเอโก้ คอสต้า น.81 เวลา : 22.00 น. สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : BeIN SPORTS 1 ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดียวประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 เป็นการพบกันระหว่าง "หงส์ขาว" สวอนซี มีคิวเปิดรัง ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี เริ่มเกม 10 นาทีแรก แม้ว่าเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายได้ครอบครองบอลซะส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถหาโอกาสสร้างสรรค์ประตูได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ผิดกับทางฝั่งผู้มาเยือนที่สวนกลับมาเมื่อไหร่ได้ลุ้นจบกอร์แทบจะทุกรอบ GOAL! นาที 18 พูดยังไม่ทันขาดคำ! ระหว่างที่เจ้าถิ่นกำลังบุกอยู่เพลินๆแต่พอโดนสวนกลับขึ้นมาแล้วคราวนี้คนจบสกอร์เป็น ดิเอโก้ คอสต้า ได้ตะบันเต็มข้อเข้าไปชนิด ลูคัส ฟาเบียนสกี้ หมดสิทธิป้องกัน ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม หลังจาก "สิงห์บลู" ได้ประตูขึ้นนำ ก็กลายเป็นพวกเขาที่กลับมาครองบอลและเดินหน้าหาประตูที่สองจากทางเจ้าบ้าน โดยโอกาสถือว่าใกล้เคียงขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะ ดิเอโก้ คอสต้า ที่เฉียดจะเบิ้ลประตูที่สองให้กับตัวเองและทีมลดความตึงเครียดก่อนจบครึ่งแรก แต่ความเด็ดขาดยังมีไม่มากพอ ทำให้จบ 45 นาทีแรก เชลซี ยังคงนำอยู่ที่ 1-0 เปิดฉากครึ่งหลังมากลับกลายเป็นเหมือนกรรมตามสนอง เชลซี ที่เป็นฝ่ายเปลี่ยนมาเล่นเกมรุก และโดน สวอนซี สวนกลับจนพังไม่เป็นท่า โดยในนาที 59 "หงส์ขาว" มาได้จุดโทษจากจังหวะ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ออกมากวาด ซิเกิร์ดส์สัน ล้มลงในกรอบเขตโทษพร้อมกับโดนสังหารตีไข่แตกไล่เจ๊าไป และหลังจากนั้นเพียง 3 นาที แกรี่ เคฮิลล์ แจกส้มหล่นให้ เลรอย เฟอร์ วิ่งเข้ามาฉกบอลไปยิงผ่าน กูร์ตัวส์ เข้าไปอย่างง่ายดาย / แต่หลังจากนั้น "สิงห์บลู" ก็ยังคงกัดฟันลุยต่อ และมาได้ประตูตามตีเสมอจากจังหวะจัรยานอากาศของ ดิเอโก้ คอสต้า ช่วยให้ทุกอย่างกลับมาเท่ากันใหม่อีกครั้งในนาที 81 แต่ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถบวกสกอร์กันได้เพิ่ม ทำให้จบ 90 นาทีเจ๊ากันไปอย่างสุดมันส์ที่ 2-2 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม สวอนซี ซิตี้ : ลูคัส ฟาเบียนสกี้(GK), ไคล์ นอฟตัน, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, ฆอร์ดี้ อามัต, นีล เทย์เลอร์, เลรอย เฟอร์, แจ็ค คอร์ค, คี ซุง ยอง, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, สตีเฟ่น คิงส์ลี่ย์, เฟร์นานโด ยอเรนเต้ เชลซี : ธิโบต์ กูร์กตัวส์(GK), บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, วิลเลี่ยน, ออสการ์, เนมันย่า มาติช, เอแด็น อาซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า

วันสารทจีน! กับขนมโบราณ 5 อย่างที่ห้ามลืม
ขนมโบราณ /  คนจีน / 

ในปี 2559 นี้ วันสารทจีน ตรงกับวันพุธที่ 17 สิงหาคม ชาวจีนและลูกหลานที่มีเชื้อสาย จะรวมตัวกันไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อแสดงถึงความกตัญญู ตามความเชื่อแล้วการไหว้ในวันสารทจีน จะประกอบไปด้วยชุดอาหาร 3 ชุด ดังนี้ 1. ชุดสารทจีนสำหรับไหว้เจ้าที่ จะต้องทำการไหว้ตอนเช้า โดยประกอบไปด้วยอาหารคาว หวาน ขนมที่ไหว้จะนิยมเป็นขนมถ้วยฟู กุยช่าย ขนมเทียน ขนมเข่ง ซึ่งต้องมีจุดสีแดงแต้มไว้ตรงกลาง เนื่องจากชาวจีนเชื่อกันว่าสีแดง คือ สีแห่งความเป็นศิริมงคล  นอกจากนั้นควรจะมี น้ำชา ผลไม้ เหล้าจีน หรือกระดาษเงิน กระดาษทอง ตามสมควร 2. ชุดสารทจีนสำหรับไหว้บรรพบุรุษ จะมีความคล้ายกับชุดสารทจีนไหว้เจ้าที่ แต่ส่วนมากจะทำเมนูอาหารที่บรรพบุรุษชื่นชอบ แล้วแต่บุคคล อีกทั้งควรจะมีอาหารที่เป็นน้ำเช่น แกง ต้มจืด หรือขนมน้ำใสๆ  และนิยมให้ขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้ น้ำชา แก่บรรพบุรุษ รวมไปถึงกระดาษเงิน กระดาษทอง เพื่อเชื่อกันว่าให้บรรพบุรุษนำไปใช้ในภพภูมิของตนเอง 3. ชุดสารทจีนสำหรับไหว้สัมภเวสี สัมภเวสี ในที่นี้หมายถึง ดวงวิญญาณเร่รอน ดวงวิญญาณไม่มีญาติ จะต้องทำการไหว้นอกบ้าน ซึ่งจะประกอบไปด้วยของคาวหวานและผลไม้ตามต้องการ และที่ขาดไม่ได้คือ เหล้าขาว เส้นหมี่ น้ำชา และกระดาษเงิน กระดาษทอง ซึ่งทุกอย่างจะต้องวางอยู่ด้วยกันในการเซ่นไหว้   ขนมที่ใช้ไหว้ ในสมัยโบราณชาวจีนใช้ขนมไหว้ 5 อย่าง เรียกว่า โหงวเปี้ย หรือเรียกชื่อเป็นชุดว่า ปัง เปี้ย หมี่ มั่ว กี ปัง คือขนมทึงปัง เป็นขนมที่ทำมาจากน้ำตาล เปี้ย คือขนมหนึงเปี้ย คล้ายขนมไข่ หมี่ คือขนมหมี่เท้า ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าข้างในไส้เต้าซา มั่ว คือขนมทึกกี่ เป็นขนมข้าวพองสีแดงตรงกลางมีไส้เป็นแผ่นบาง กี คือขนมทึงกี ทำเป็นชิ้นใหญ่ยาวเวลาจะกินต้องตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่ชาวไทยเชื้อสายจีนใช้ขนมเทียน ขนมเข่งในการไหว้ โดยหลักของที่ไหว้ก็จะมีของคาว 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ไก่ หมู เป็ด ไข่ หมึก ปลา เป็นต้น ของหวาน 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ขนมเทียน ขนมมัดไต้ ขนมถ้วยฟู หรือขนมสาลี่ปุยฝ้าย ขนมเปี๊ยะ ส้ม หรือผลไม้ตามใจชอบ รูปประกอบโดย : Horoscope.Mthai.com