สุนทรีแลนด์

15 ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศและวิวสุดทึ่ง! ต้องไปให้ได้สักครั้งก่อนตาย
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

การได้ไปเที่ยวพักผ่อน พักร่างกายจากความเหนื่อยล้า นั่นก็ดีมากๆ แล้ว และถ้ายิ่งได้ทานอาหารท่ามกลางวิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ แบบนี้สิดีคูณสอง! วันนี้ Travel.mthai.com มี 15 ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศและวิวสุดทึ่ง! ที่จะทำให้อาหารจานโปรดของเรานั้นอร่อยขึ้นอีกเท่าตัว อีกทั้งได้ซึมซับบรรยากาศจนทำให้ลลืมได้ลงกันเลยทีเดียว ขอบอกเลยว่า ต้องไปให้ได้สักครั้งก่อนตาย! 15 ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศและวิวสุดทึ่ง! ต้องไปให้ได้สักครั้งก่อนตาย 1. Ristorante Grotta Palazzese แคว้นปูลยา (Puglia), ประเทศอิตาลี (Italy) ร้านอาหารที่ได้ขึ้นชื่อว่า วิวสวยที่สุด โรแมนติกที่สุด ตั้งอยู่ทางใต้ของ แคว้นปูลยา ของอิตาลี ตั้งอยู่ในถ้ำ บนชายหาด Polignano a Mare -------------------------------------------------------------------------------------------------- 2. Giraffe Manor, เมือง Langata, ประเทศเคนย่า (Kenya) Giraffe Manor เป็นโรงแรมสร้างอิฐ สไตล์อังกฤษ ตั้งอยู่ในเมือง Langata ซึ่งความพิเศษของที่นี่ก็คือ เราสามารถทานอาหารและได้ใกล้ชิดกับยีราฟในขณะนั่งทานอาหาร หรือแม้กระทั่งจากห้องนอน -------------------------------------------------------------------------------------------------- 3. Ion Luxury Adventure Hotel, ประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) ตั้งอยู่บนภูเขา Hengill ห่างจาก Thingvellir National Park ที่ขึ้นทะเบียนยูเนสโก (UNESCO) เพียง18 กิโลเมตร มีห้องอาหารที่ให้บริการอาหารนอร์ดิก และบาร์ที่สามารถชมความงามของแสงเหนือ บรรยากาศสุดพิเศษ -------------------------------------------------------------------------------------------------- 4. Aiguille du Midi - Restaurant 3842, ชาโมนิกซ์ (Chamonix), ประเทศฝรั่งเศส (France) ทานอาหารบนยอดเขาสูง กว่า 3,842 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยวิวทิวทัศน์ของภูเขา -------------------------------------------------------------------------------------------------- 5. Ithaa Undersea Restaurant, เมือง Alif Dhaal Atoll, มัลดีฟส์ (Maldives) ทานอาหารใต้ท้องทะเล ดำดิ่งลึกลงไปในมหาสมุทรอิเดียกว่า 5 เมตร ที่ภัตตาคาร Ithaa Undersea ให้บรรยากาศเหมือนเราไปเที่ยวอะควาเรี่ยม เห็นปลาน้อยใหญ๋ สัตว์น้ำชนิดต่างๆ และปะการัง ชมวิวใต้ทะเลได้แบบ 270 องศาเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นร้านอาหารใต้น้ำที่สวยที่สุดในโลกด้วย -------------------------------------------------------------------------------------------------- 6. The Snowcastle Of Kemi, เมือง Kemi, ประเทศฟินแลนด์ (Finland) เป็นโรงแรมที่สร้างด้วยน้ำแข็งและหิมะ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ สร้างเป็นปราสาท เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากอีกที่หนึ่ง รวมถึงการได้ทานอาหารในถ้ำน้ำแข็ง ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นเอสกิโมเลยล่ะ -------------------------------------------------------------------------------------------------- 7. Ali Barbour's Cave Restaurant, ประเทศเคนย่า (Kenya) ร้านอาหารตั้งอยู่ภายในถ้ำ มีแสงสว่างจากแสงเทียน ความความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้มนต์ขลัง -------------------------------------------------------------------------------------------------- 8. Labassin Waterfall Restaurant, โรงแรม Villa Escudero Resort, ประเทศ Philippines ทานข้าวแสนอร่อย ท่ามกลางธรรมชาติและความสดชื่นของน้ำตกที่ไหลลงมา เปลี่ยนบรรยากาศการทานข้าวไปอีกแบบ -------------------------------------------------------------------------------------------------- 9. The Green Dragon Pub, Hobbiton, ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) คงถูกใจคอหนัง ลอร์อ ออฟ เดอะ ริง กับการทานอาหารมื้อสุดพิเศษ พร้อมนั่งจิบเบียร์สูตรเด็ดที่มีให้เลือกหลากหลาย ท่ามกลางหมู่บ้านฮอบบิท -------------------------------------------------------------------------------------------------- 10. Sci-fi Dine-in Theater Restaurant, Disney's Hollywood Studios, รัฐฟลอลิดา, ประเทศสหรัฐอเมริกาUSA ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของสวนสนุก Walt Disney ออกแบบให้เป็นเหมือนโรงละครคลาสสิค กลิ่นอายสไตล์เก่า ยุค 50 ให้บรรยากาศเหมือนเราดูหนังอยู่กลางแจ้ง โดยรอบก็จะมีพนักงานเสิร์ฟใส่รองเท้าสเก็ต(Carhops) เน้นเสริ์ฟอาหารแบบ Drive-in -------------------------------------------------------------------------------------------------- 11. Hr Giger Museum Bar, เมือง Gruyères, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ตื่ตาตื่นใจกับการทานกาแฟ และอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศเหมือนอยู่ในโพรงของเอเลี่ยน! ที่เต็มไปด้วยกระดูก -------------------------------------------------------------------------------------------------- 12. The Rock,  Michamvi Pingue, เกาะแซนซิบาร์, ประเทศแทนซาเนีย ทานอาหารพร้อมดื่มด่ำบรรยากาศของมหาสมุทรอิเดีย บนเกาะเล็กๆ ที่ชื่อ แซนซิบาร์ อยู่ในเขตเมืองเก่า และเป็นมรดกโลก -------------------------------------------------------------------------------------------------- 13. El Diablo, เมืองลันซาโรเต (Lanzarote), ประเทศสเปน (Spain) ตั้งอยู่ที่เกาะลันซาโต ของสเปน โดยความพิเศษของที่นี่คือ จะใช้ความร้อนจากพื้นใต้พิภพในการทำอาหาร ซึ่งความร้อนนี้ได้มาจากภูเขาไฟ ภูมิประมาณ 400-500 องศาเซลเซียส -------------------------------------------------------------------------------------------------- 14. Harry Potter Themed Cafe, เมืองโทรอนโต(Toronto), ประเทศแคนาดา (Canada) ชิมกาแฟจากโลกเวทมนต์ ตกแต่งเหมือเราเข้าไปอยู่ที่โลกเวทมนต์ของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ -------------------------------------------------------------------------------------------------- 15. Culiair, ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) กินอาหารบนบอลลูนแห่งเดียวในโลก Source : www.boredpanda.com

ละครคู่ซ่า รสแซ่บ , เรื่องย่อคู่ซ่า รสแซ่บ
ละครคู่รักรสแซบ /  ละคร คู่รักรสแซบ ช่อง7 / 

คู่ซ่า รสแซ่บ บทประพันธ์...ชยุต รัตนกรีบทโทรทัศน์...พิง ลำพระเพลิงผู้จัดโดย...ธีระศักดิ์ พรหมเงินกำกับการแสดง...เอกภพ ตันหยงมาศกุลออกอากาศทาง...สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7ผลิตโดย...บริษัท มุมใหม่ จำกัด เรื่องวุ่นๆ เริ่มต้นขึ้น เมื่อลูกสาวเจ้าของโรงงานปลาร้า จับพัดจับผลูมาแต่งงานกับไฮโซหนุ่มเนื้อหอม ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ หญิงสาวจากแดนอีสาน ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กับชายหนุ่มที่แสนจะหยิ่งทะนง แถมพกพาความดันทุรังสูงมาตั้งแต่เกิด ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน ภายใต้ข้อตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายสงครามการต่อสู้เพื่อประกาศชัยชนะระหว่างหนึ่งหนุ่มกับหลายสาว จึงเริ่มขึ้นพร้อมๆ กับความรู้สึกผูกพันของคู่รักต่างถิ่น ที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ แต่ชัดเจนไปด้วยความรู้สึกของคนสองคน สุดท้ายแล้ว เรื่องราววุ่นๆ จะลงเอยอย่างไร มีเพียง แม่ปลาร้ากับพ่อปลาไหลเท่านั้น ที่รู้คำตอบ เรื่องย่อ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ หลังจากเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบสิบปี โรงงานทำปลาร้าแปรรูป แม่ศรีไทยแลนด์ ต้องกลายเป็นโรงงานร้าง เนื่องจากตัวโรงงาน เครื่องจักรในการผลิต ตลอดจนวัตถุดิบฯลฯ อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของโรงงานเสียหายจนไม่อาจนำกลับมาใช้งานได้ หายนะที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้ เรือนแก้ว(มณีนุช เสมรสุต) ผู้เป็นเจ้าของถึงกับล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล เดือดร้อนถึง รสริน (พีชญา วัฒนามนตรี) ลูกสาวคนเดียว ที่ต้องรับภาระในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงงาน รวมทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจมารดา ทั้งที่ความจริงแล้ว รสรินเองก็น้ำตาตกในไม่ต่างจากเรือนแก้วเท่าไรนัก โชคดีที่สองแม่ลูกยังมี สายบัว(ศิรินุช เพ็ชรอุไร) พี่สาวคนเดียวของเรือนแก้วคอยเตือนสติให้กำลังใจ กระทั่งเรือนแก้วมีอาการดีขึ้น หลังออกจากโรงพยาบาล เรือนแก้ว สายบัว และรสริน เริ่มต้นปรึกษาหาทางออกให้กับธุรกิจของครอบครัว ที่เวลานี้ แทบมองไม่เห็นหนทางในการฟื้นฟูกิจการให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เนื่องจากขาดเงินทุนหมุนเวียน รสรินบอกให้แม่ไปยืมเงินจากญาติทางพ่อซึ่งมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐี แต่เรือนแก้วรู้อยู่แก่ใจดีว่าญาติของ อรรณพ ไม่เคยยอมรับเธอในฐานะสะใภ้ และหลังจากอรรณพจบชีวิตลงด้วยโรคร้าย สองแม่ลูกจึงกลายเป็นคนอื่น แม้แต่นามสกุล เรือนแก้วกับลูกสาวยังต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุล เนินสูงชัน ตามเดิม เรือนแก้วนึกได้ว่า อรรณพมีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่งชื่อ ศักดิ์สกุล(ทูน หิรัญทรัพย์) ประสบความสำเร็จร่ำรวยจากการทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เขาได้ให้นามบัตรไว้กับเรือนแก้วพร้อมกับย้ำว่า หากเธอมีเรื่องเดือดร้อนให้ติดต่อเขาได้ทุกเวลา เรือนแก้วจึงตัดสินใจโทรศัพท์เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโรงงานให้ศักดิ์สกุลฟัง พร้อมทั้งเอ่ยปากขอกู้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาปรับปรุงโรงงานและซื้อเครื่องจักร ศักดิ์สกุลรีบเดินทางมาพบเรือนแก้วกับรสริน พร้อมนำเช็คเงินสดสามสิบล้านบาทมามอบให้สองแม่ลูก โดยไม่มีสัญญาเงินกู้ เรือนแก้วกับรสรินจึงลังเลที่จะรับความช่วยเหลือ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อสองแม่ลูกถามความเห็นของสายบัว ซึ่งเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายอยู่แล้ว ก็ได้รับคำตอบว่า ขืนรับความช่วยเหลือครั้งนี้ ดีไม่ดี โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ อาจตกเป็นของศักดิ์สกุลในอนาคตก็เป็นได้ เรือนแก้วจำต้องปฏิเสธความช่วยเหลือจากศักดิ์สกุล ศักดิ์สกุลดูเหมือนจะรู้เท่าทันความคิดของสามสาวตระกูลเนินสูงชัน เขาจึงขอคุยกับเรือนแก้วเป็นการส่วนตัว ศักดิ์สกุลจึงเล่าถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับอรรณพที่ผ่านมาให้เรือนแก้วฟัง ก่อนจะตบท้ายด้วยการเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ศักดิ์สกุลไม่ต้องการให้ กรพงศ์(ศุกลวัฒน์ คณารศ) ลูกชายคนโตแต่งงานกับ อรอาภา(ธัญกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์) ลูกสาวคนเดียวของ รัฐมนตรีวีระ(กฤตย์ อัทธเสรี) นอกจากนั้นเขายังต้องการดัดนิสัย เจ้าชู้ เอาแต่ใจของลูกชาย ที่วันๆ ไม่ยอมทำงานทำการ เวลานี้เขามองไม่เห็นใครที่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยลูกชายให้รอดพ้นจากเงื้อมือของอรอาภาได้ นอกจาก รสริน เพียงคนเดียวเท่านั้นและเขาเชื่อว่าผู้หญิงอย่างรสรินนี่ละที่จะปราบพยศลูกชายได้ ถ้าเรือนแก้วคิดจะตอบแทนความช่วยเหลือของเขา ก็ต้องยอมให้รสรินแต่งงานจดทะเบียนกับกรพงศ์ซึ่งจะทำกันแต่เพียงในนามเท่านั้น หลังจากเรือนแก้วนำเงินมาใช้คืนรสรินก็จะเป็นอิสระทันที เรือนแก้วจึงเรียกรสรินมาพูดคุยถึงข้อเสนอของศักดิ์สกุล รสรินตอบ ปฎิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เรือนแก้วจนใจไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาจูงใจลูกสาวให้ร่วมมือกับภารกิจครั้งนี้ สายบัวซึ่งนั่งฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบจึงเป็นคนชี้หนทางสว่างให้หลานสาว ด้วยการอ้างถึงความเดือดร้อนของคนงานหลายสิบชีวิตที่ต้องตกงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ หลังจากรับฟังเหตุผลยาวเหยียดจากป้าสายบัวในที่สุดรสรินจึงตอบตกลงรับข้อเสนอของศักดิ์สกุล ศักดิ์สกุลที่พอรู้ข่าวก็วางแผน ปรึกษากับ พิมพ์เพทาย(ณัฐชา นวลแจ่ม) ลูกสาวคนเล็กของเขา ที่ไม่ต้องการให้พี่ชายตกเป็นเหยื่อนางแบบสาวที่สวยแต่รูปอย่างอรอาภา และหลังจากสองพ่อลูกคิดแผนการเพื่อรับมือกรพงศ์กับ ดวงกมล(เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์)ได้แล้ว ศักดิ์สกุลจึงเริ่มดำเนินการตามแผนทันที กรพงศ์ถึงกับร้องลั่นเมื่อศักดิ์สกุลบอกเรื่องที่เขาต้องแต่งกับลูกสาวเจ้าของโรงงานทำปลาร้า ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไง เขาก็ไม่อยมทำตามคำสั่งของพ่อเป็นอันขาด ศักดิ์สกุลจึงยื่นคำขาดว่า จะยกเลิกบัตรเครดิตทุกใบที่กรพงศ์ครอบครอง รวมทั้งเงินได้รายเดือนที่ไม่รับ เมื่อได้ฟังคำพูดของบิดาชายหนุ่มถึงกับคอตก สุดท้ายจึงยอมรับข้อเสนอนั้นแต่โดยดี หลังจากนั้นกรพงศ์และอรอาภาได้มาแอบดูหน้าว่าที่เจ้าสาวก่อนที่บ้านเกิดรสริน ก็เกิดตกใจเพราะเข้าใจผิดว่าจิ้งหรีด(ปรัชญานันท์ สุวรรณมณี)ลูกสาวคนงาน คือ รสริน ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กรพงศ์คิดจะล้มงานวิวาห์ให้ได้ ศักดิ์สกุลได้พากรพงศ์มาที่ขอนแก่นอีกครั้ง กรพงศ์จึงแอบหนีออกมาเที่ยวในเมือง ได้มาเจอกับรสรินซึ่งก็เกิดชอบในหน้าตา และนิสัยของหญิงสาว แต่รสรินไม่ยอมบอกความจริงว่าตัวเองเป็นใคร ทำให้กรพงศ์ยิ่งอยากค้นหาและสุดท้ายก็ตกหลุมรักเธอและอยากพาหนีไปอยู่ด้วยกัน ในระหว่างที่ทั้งคู่ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ กรพงศ์มักจะพูดจาให้ร้ายว่าที่เจ้าสาวว่าเป็นคนไม่สวย หวังแต่จะเกาะครอบครัวตนกิน ทำให้รสรินคิดแผนดัดหลังจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ งานแต่งงานระหว่างกรพงศ์กับรสรินจึงเกิดขึ้นท่ามกลางความแปลกใจของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน และบรรดาหญิงสาวที่เคยควงคู่กับกรพงศ์มาก่อน มีเพียงอรอาภาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ถึงความจำเป็นในการตัดสินใจแต่งงานกะทันหันของชายหนุ่มที่เธอหมายปองในครั้งนี้ เพราะก่อนหน้านั้นดวงกมลยังคงยืนยันว่าต้องการให้เธอเข้ามาเป็นสะใภ้ของศาสตราบุรินทร์เหมือนเดิม อรอาภาจึงขนบรรดาเหล่าเพื่อนนางแบบมาเฉิดฉายในงานแต่งของกรพงศ์กับรสริน และจัดการลักหาตัวจิ้งหรีดที่นึกว่าเป็นรสรินไปทำให้เสียโฉมเพิ่มความอับอายหวังล้มงานวิวาห์ แต่สุดท้ายเมื่อทุกคนมาเห็นรสรินตัวจริง กรพงศ์เกิดอาการตะลึงและโมโหที่ตัวเองโดนหลอก อรอาภารู้สึกเสียหน้าที่เห็นหน้ารสรินที่ทั้งสวย หุ่นดี บุคลิกกลักษณะไม่มีเค้าบ้านนอกอย่างที่เธอวาดไว้ อรอาภาต่อว่ากรพงศ์ที่หลอกเธอเรื่องรสริน เพราะอรอาภารู้ดีว่า ถึงกรพงศ์ไม่เต็มใจแต่งงาน แต่พ่อปลาไหลจอมเจ้าชู้อย่างเขามีหรือจะไม่เนื้อเต้นที่ได้แต่งงานกับสาวสวยหุ่นดี ถึงจะเป็นทายาทโรงงานปลาร้า กรพงศ์ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเขากับรสรินแต่งงานกันเพียงในนามเท่านั้น แถมยังหยอดคำหวานว่าทันทีที่เขาหย่าขาดกับรสริน เขาจะรีบแต่งงานกับอาอาภากันที ชายหนุ่มทั้งแค้นและอยากเอาคืนรสริน ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างล้วนตกอยู่ในสายตาของรสรินที่เริ่มเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขา เพื่อจะได้วางแผนรับมือกับการทำหน้าที่ภรรยาพ่อปลาไหล และลูกสะใภ้ตระกูลศาสตราบุรินทร์ในครั้งนี้ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ข่าวการแต่งงานของรสรินสร้างความเสียใจให้กับ พลวัฒน์ (ธนากร ศรีบรรจง) เพื่อนชายคนสนิทที่แอบหลงรักรสรินมานาน แต่เธอก็ยืนยันว่าเธอรู้สึกกับเขาแค่เพื่อนเท่านั้น และเธอรู้ดีว่า นวลพรรณ (วรางคนาง วุฑฒยากร) เพื่อนรักของเธอรู้สึกอย่างไรกับพลวัฒน์ เมื่อรสรินแต่งงานกับกรพงศ์แล้ว เธอคิดว่าอีกไม่นานพลวัฒน์คงตัดใจจากเธอได้ แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของนวลพรรณด้วยเช่นกันหลังจากรสรินก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้ของศาสตราบุรินทร์ หญิงสาวต้องย้ายจากต่างจังหวัดมาอยู่ในบ้านศักดิ์สกุลที่กรุงเทพฯ พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาธุรกิจบ้านจัดสรรที่ศักดิ์สกุลเพิ่งเริ่มดำเนินโครงการได้เพียงไม่นาน พร้อมๆ กับการทำหน้าที่ภรรยาของกรพงศ์ ด้วยการประกาศตัวกับสาวๆ ทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสามีตามกฏหมาย นอกจากนั้นเธอต้องดึงชายหนุ่มเข้ามาทำงานที่บริษัท กรพงศ์ต่อต้านทุกอย่างที่รสรินสั่งให้เขาทำ ก่อนแต่งงานเคยทำตัวอย่างไร เขาก็ทำอย่างนั้น รสรินเริ่มถอดใจในการทำหน้าที่ภรรยาของกรพงศ์ เธอคิดจะกลับบ้านไปช่วยเรือนแก้วบริหารโรงงาน ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อใช้หนี้หมดแล้วเธอค่อยหย่าขาดจากชายหนุ่ม เวลานี้นอกจากจิ้งหรีดที่เรือนแก้วส่งให้มาอยู่เป็นเพื่อนเธอแล้ว เธอก็แทบไม่มีใครที่สามารถพูดคุยปรับทุกข์ด้วยได้ ขณะที่รสรินเกิดความท้อแท้ โรงงานแม่ศรีไทยแลนด์ก็เริ่มกลับเข้าสู้ภาวะปกติ ยอดสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทคู่ค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ตรงกันข้ามกับโครงการบ้านจัดสรรของศักดิ์สกุบที่เริ่มประสบปัญหา เนื่องจากถูกมือดีปล่อยข่าวเรื่องการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน กระทั่งทางเขตได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ แม้ผลการตรวจสอบจะเป็นไปด้วยดี แต่ข่าวที่ออกไป กลับส่งผลกระทบต่อยอดสั่งจอง รสรินรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการบ้านจัดสรร เธอจึงโทรไปปรึกษากับนวลพรรณหญิงสาวแนะนำให้รสรินไปขอความช่วยเหลือจากพลวัฒน์ ที่เวลานี้ทำงานอยู่สำนักพิมพ์บ้านแสนสุขซึ่งจัดพิมพ์นิตยสารเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน รสรินตอบตกลงทันทีเพื่อพลิกวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ให้เป็นประโยชน์กับบริษัท ละครคู่ซ่า รสแซ่บ รสรินจึงเริ่มต้นภารกิจกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัท เมื่อเหตุการณ์ภายในบริษัทเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี รสรินได้รับการยอมรับจากศักดิ์สกุลมากขึ้น ถึงขนาดต้องการให้หญิงสาวกับลูกชายมีความสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง แต่อรอาภายังคงเกาะติดกรพงศ์ รสรินเริ่มลุกขึ้นมาตอบโต้ กรพงศ์เริ่มเห็นใจ รสริน เพราะนอกจากหญิงสาวจะต้องเป็นฝ่ายรับมือดวงกมลกับอรอาภาแล้ว เธอยังต้องช่วยทำงานในบริษัท ไหนจะต้องคอยดูแลปรนนิบัติเขาในฐานะภรรยา ทั้งเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้า จะยกเว้นเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องบนเตียง กรพงศ์ไม่รู้เลยว่า ทุกเรื่องที่รสรินทำให้เขานั้น นอกเหนือจากต้องการตอบแทนบุญคุณของศักดิ์สกุลแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่รสรินเก็บไว้ในใจก็คือ เธอต้องการเอาชนะกรพงศ์ให้หันมาสนใจเธอ จากที่เคยตั้งแง่รังเกียจรสริน กรพงศ์เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้หญิงสาว เขาพยายามหัดกินอาหารที่มีส่วนผสมของปลาร้าที่หญิงสาวทำขึ้นโต๊ะ นากจากนั้นกรพงศ์ยังหันมาศึกษาธุรกิจของครอบครัว เขาเริ่มเข้าไปทำงานในบริษัท พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของชายหนุ่มสร้างความแปลกใจให้กับทุกคนในครอบครัวอานนท์น้องชายสุดหล่อของรสรินเรียนจบกับมาจากเมืองนอก รสรินเข้าใจว่าน้องชายไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเธอสั่งไม่ให้ใครบอกน้องกลัวน้องจะเรียนไม่จบ แต่สายบัวกลับส่งข่าวบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับรสรินทั้งหมดให้อานนท์ทราบ ทำให้อานนท์ไม่พอใจครอบครัวของกรพงศ์ และอานนท์ก็เอาความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปโยนให้กับพิมพ์เพทายน้องสาวของกรพงศ์นั่นเอง ละครคู่ซ่า รสแซ่บ รสรินเริ่มเห็นตัวตนอีกด้านของกรพงศ์ ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบ ความมีน้ำใจ ฯลฯ ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกดีให้กับเธอ แต่หญิงสาวพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยกับชายหนุ่ม เพราะรู้ดีว่าหลังจากเรือนแก้วนำเงินมาคืนศักดิ์สกุลครบตามจำนวนที่ยืมไปเสร็จเรียบร้อย เธอก็ต้องหย่าขาดจากกรพงศ์อยู่ดี อานนท์แสดงความไม่พอใจบ้านศาสตราบุรินทร์ทั้งบ้านไม่เว้นแม้แต่ศักดิ์สกุลกับพิมพ์เพทาย จนถูกพิมพ์เพทายตอกหน้ากลับไป อานนท์ขอร้องให้รสรินเลิกกับกรพงศ์แล้วกลับบ้าน แต่รสรินปฏิเสธอ้างว่าต้องทำตามสัญญา ทางด้านแม่ศรีไทยแลนด์ กิจการโรงงานปลาร้าดีขึ้นตามลำดับ พอรู้ข่าวเรื่องศาสตราบุรินทร์ก็กระวนกระวาย อานนท์เห็นพิมพ์เพทายถูกโจมตีในเฟส ก็เริ่มสงสาร อดไม่ได้ที่จะเข้าไปสู้กับพวกเกรียนคีย์บอร์ด จนถูกเอาไปลือว่าเป็นผัวพิมพ์เพทาย แต่แล้วอรอาภาต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อศักดิ์สกุลกับกรพงศ์ปฏิเสธการช่วยเหลือครั้งนี้อย่างไม่ใยดี แถมสองพ่อลูกยังบอกอีกว่า เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นเพราะแผนการชั่วร้ายของอรอาภา ละครคู่ซ่า รสแซ่บ เมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตร อรอาภาจึงเชิดหน้ากลับไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย เพราะคิดว่าอีกไม่ช้ากรพงศ์กับครอบครัวจะต้องกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ในขณะที่เธอได้เงินมาฟรีๆ ถึงสามสิบล้านบาท อานนท์คิดเข้าทางอรอาภาเพื่อหาวิธีเอา 30 ล้านมาคืน อรอาภาหลงคารมอานนท์จนยอมเลิกกับหนุ่มไฮโซคนใหม่ที่เพิ่งคบแล้วเผยไต๋เรื่องความลับต่างๆออกมาจนหมด อานนท์เอาหลักฐานอันนี้ไปบลัฟ รมต.วีระให้คืนเงิน 30 ล้าน พร้อมกับให้แก้ข่าวให้ศาสตราบุรินทร์ รมต.วีระจำใจทำตามทั้งที่ยังแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้ พิมพ์เพทายขอบคุณและเผลอกอดเขา ทั้งคู่เริ่มรู้ใจตัวเองว่าเริ่มชอบกันแล้ว แต่ยังคงวางท่ากันอยู่ ขณะที่เหตุการณ์ภายในครอบครัวกำลังคลี่คลายไปในทางที่ดี กรพงศ์กลับกำลังรับรู้ถึงความสูญเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเขารู้ดีว่า ขณะนี้ครอบครัวเขาต่างหากที่มีหนี้สินติดค้างกับครอบครัวรสรินดังนั้น คงถึงเวลาที่เขาต้องหย่าขาดกับหญิงสาว ตามที่ศักดิ์สกุลได้บอกไว้ เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบหญิงสาว เขาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่ากับรสรินทันที รสรินเข้าใจว่ากรพงศ์ต้องการหย่าเพื่อกลับไปหาอรอาภา หญิงสาวจึงรีบทำตามความต้องการของชายหนุ่มทันที เมื่อต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระแล้ว รสรินได้เข้าไปลาศักดิ์สกุล ดวงกมล พิมพ์เพทาย ก่อนออกเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดทันที ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ในวันที่รสรินเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด พลวัฒน์ได้ขับรถมารับเธอที่บ้าน เมื่อกรพงศ์เห็นลักษณะท่าทางสนิทสนมที่สองหนุ่มสาวแสดงออกต่อกัน ทำให้เขาเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกผูกพันที่มีต่อรสริน หลังจากวันที่หญิงสาวจากไปกรพงศ์เอาแต่เก็บตัวไม่พูดไม่จากับใครอาการซึมเศร้าของชายหนุ่มหาได้รอดพ้นจากสายตาคนในบ้าน เช่นเดียวกับรสริน หลังจากเป็นอิสระและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดตามเดิม หญิงสาวได้แต่ทุ่มเทให้กับการทำงานในโรงงานวันๆ แทบไม่พูดไม่จากับใคร เรือนแก้วกับสายบัวต่างเฝ้ามองพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคนของรสรินด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เรือนแก้วจึงโทรศัพท์ไปเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของลูกสาวให้ศักดิ์สกุลฟัง ถึงได้รู้ว่ากรพงศ์ก็มีอาการเดียวกับรสริน ทั้งสองฝ่ายจึงสรุปว่าสองหนุ่มสาวนั้นรักกัน และจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง และแล้ว...แผนการพิสูจน์รักของกรพงศ์กับรสรินจึงเริ่มต้นขึ้น ในวันที่กรพงศ์ได้รับบัตรเชิญงานแต่งงานระหว่างพลวัฒน์กับรสริน ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก ศักดิ์สกุลกับดวงกมลเห็นอาการของลูกชายจึงรีบใส่ไฟว่า รสรินจำเป็นต้องแต่งงานกับพลวัฒน์เพื่อจะได้ลืมกรพงศ์ พร้อมทั้งกู้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล เพราะไม่อยากเป็นแม่หม้ายตั้งแต่ยังสาว ละครคู่ซ่า รสแซ่บ กรพงศ์เริ่มคิดได้ว่า รสรินต้องมีใจให้เขาอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบแต่งงานเพื่อจะได้ลืมเขาตามที่ศักดิ์สกุลกับดวงกมลบอก คิดได้อย่างนั้นแล้ว กรพงศ์จึงรีบขับรถมุ่งหน้าไปหารสรินเพื่อขัดขวางงานแต่งงานที่จะมีขึ้น เมื่อเดินทางไปถึงที่หมาย กรพงศ์รีบบุกขึ้นไปหารสรินถึงห้องนอนของหญิงสาว รสรินซึ่งกำลังแต่งตัวเพื่อเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้นวลพรรณ ถึงกับตกใจและแปลกใจ เมื่อกรพงศ์ตรงเข้ากอดเธอพร้อมทั้งสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเธอ ก่อนจะขอร้องให้เธอยกเลิกงานแต่งงานกับพลวัฒน์และกลับไปเป็นภรรยาเขาตามเดิม ด้านอานนท์ก็อ้อมแอ้มขอจีบพิมพ์เพทาย พิมพ์เพทายขอดูความประพฤติก่อนว่าจะไม่เป็นอย่างพี่ชายเธอ อานนท์เลยบอกว่าจะพิสูจน์ให้ดู รสรินดีใจที่ได้ฟังคำสารภาพรักจากกรพงศ์ หญิงสาวตัดสินใจบอกความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มพร้อมทั้งย้ำว่างานแต่งงานในวันนี้ เป็นงานแต่งของพลวัฒน์กับนวลพรรณ ส่วนเธอเป็นแค่เพื่อนเจ้าสาวให้นวลพรรณแค่นั้น กรพงศ์ได้ฟังจึงหยิบการ์ดที่มีชื่อของรสรินกับพลวัฒน์ให้รสรินดู เมื่อเห็นการ์ดงานแต่งงานนั้นแล้ว รสรินรู้ได้ทันทีว่าเป็นแผนการของเรือนแก้วกับศักดิ์สกุลอย่างแน่นอน หลังจากกรพงศ์ได้ปรับความเข้าใจกับรสรินเสร็จเรียบร้อย สองหนุ่มสาวจึงพากันออกมานอกห้องและได้พบว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพร้อมทั้งคู่บ่าวสาวตัวจริงของงานได้ออกมายืนรอต้อนรับ ต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี ที่แม่ปลาร้ากับพ่อปลาไหลได้กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ด้วยความรักความเข้าใจที่มีให้กันตลอดไป... รายชื่อนักแสดง ละครคู่รักรสแซบ พีชญา วัฒนามนตรี รับบท รสริน เนินสูงชัน ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท กรพงศ์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท อานนท์ ณัฐชา นวลแจ่มรับบท พิมพ์เพทาธนากร ศรีบรรจง รับบท พลวัฒน์ วรางคนาง วุฑฒยากร รับบท นวลพรรณ ธันยกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์ รับบท อรอาภามณีนุช เสมรสุต รับบท เรือนแก้วทูน หิรัญทรัพย์ รับบท ศักดิ์สกุล ศาสตราบุรินทร์เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ รับบท ดวงกมล ศาสตราบุรินทร์ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ ละครคู่ซ่า รสแซ่บ

ซัมซุง เผยโฉม Samsung Pay การชำระเงินรูปแบบใหม่ผ่านสมาร์ทโฟน
samsung /  Samsung Pay / 

ซัมซุง เผยโฉม Samsung Pay รูปแบบใหม่ของการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านสมาร์ทโฟนที่ใช้ง่าย สะดวก ปลอดภัย ตอบรับความต้องการคนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัล พกแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เหมือนมีกระเป๋าสตางค์และบัตรเครดิตติดตัว ล่าสุดเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนเพื่อเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้ทดลองใช้ก่อนใครในเมืองไทย พร้อมขนทัพสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและอุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้ อัดแน่นด้วยโปรโมชันแบบจัดเต็ม ที่งานไทยแลนด์ โมบายล์ เอ็กซ์โป 2016 โชว์เคส 29 กันยายน – 2 ตุลาคมนี้ ซัมซุง เพย์ การชำระเงินรูปแบบใหม่ผ่านสมาร์ทโฟน โดดเด่นด้วยคุณสมบัติ 3 ประการ ได้แก่ 1. ใช้ง่าย หลังจากลงทะเบียนใช้งานซัมซุง เพย์ แล้ว เมื่อต้องการชำระเงินก็แค่หยิบสมาร์ทโฟนออกมา เลือกบัตรที่ต้องการ สแกนลายนิ้วมือยืนยันตัวตน และแตะสมาร์ทโฟนกับเครื่องรูดบัตร เพียงเท่านี้ก็สามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างง่ายดาย 2. สะดวก เพราะซัมซุง เพย์ รองรับเทคโนโลยี MST (Magnetic Secure Transmission) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับเครื่องรูดบัตรเครดิตที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย และยังรองรับเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของระบบการจ่ายเงินอีกด้วย ไม่ว่าที่ใดที่รับบัตรเครดิตก็สามารถรองรับ ซัมซุง เพย์ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใส่บัตรเครดิตได้มากสุดถึง 10 ใบ รวมทุกสิทธิประโยชน์ในเครื่องเดียว โดยไม่จำเป็นต้องพกกระเป๋าสตางค์หรือบัตรเครดิตให้ยุ่งยากอีกต่อไป 3. ปลอดภัย อุ่นใจด้วยระบบโทเคน (Tokenization) ที่สร้างเลขบัตรดิจิทัล แทนการใช้เลขบัตรเครดิตจริงในการชำระเงิน ปลอดภัยขึ้นอีกขั้นด้วยระบบยืนยันตัวตนผ่านลายนิ้วมือทุกครั้งที่ชำระเงิน และ ระบบรักษาความปลอดภัยชั้นหนึ่ง ซัมซุง น็อกซ์ (Samsung KNOX) ตู้เซฟที่ช่วยปกป้องข้อมูล ตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ ซึ่งยังไม่มีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใดทำได้

The Light Between Oceans /  ดีเร็ก เซียนฟรานซ์ / 

จากปรากฏการณ์หนังสือขายดีที่เรียกน้ำตาผู้อ่านทั่วโลก และได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากที่สุดถึง 40 ภาษา ในปีนี้ The Light Between Oceans กำลังจะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยฝีมือผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ของฮอลลีวู้ด ดีเร็ก เซียนฟรานซ์ จาก Blue Valentine พร้อมทั้งรวมพลัง 3 นักแสดงระดับรางวัลออสการ์ อลิเซีย วิกันเดอร์ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก The Danish Girl ราเชล ไวซ์ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Constant Gardener ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ นักแสดงผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก Steve Jobs และ 12 Years a Slave ด้วยงานด้านภาพที่สวยสะกดทุกฉากจากฝีมือผู้ออกแบบงานสร้างของ The Great Gatsby และถ่ายทำใน 2 ประเทศ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สถานที่ถ่ายทำเดียวกับ The Hobbit อีกทั้งยังได้โปรดิวเซอร์มือทอง เดวิด เฮย์แมน ผู้ปลุกปั้นหนังดังอย่าง Harry Potter และ Fantastic Beast and Where to Find Them มาอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ หนังถ่ายทอดเรื่องราวของ ทอม เชอร์บอร์น (รับบทโดย ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) อดีตนายทหารผู้ทำหน้าที่เฝ้าประภาคารอันห่างไกลกับชุมชน เขาและ อิซาเบล ผู้เป็นภรรยา (รับบทโดย อลีเซีย วิกันเดอร์) ที่เสียลูกไปหลังคลอด เธอตกอยู่ในอาการซึมเศร้า จนทอมใกล้หมดพลังใจที่จะทำให้เธอกลับมาสดใสดังเดิม ไม่นานนัก ปาฏิหาริย์ก็คล้ายจะเป็นจริงขึ้นมา พวกเขาพบทารกหญิงคนหนึ่งอยู่บนเรือที่ถูกทิ้งกลางทะเล พวกเขาไม่รู้ว่าเด็กคนนี้มาจากไหน และเรือที่อับปางลงนั้นคือเรือของใคร แต่ที่แน่ ๆ มันคือของขวัญจากเบื้องบนที่พวกเขาเฝ้ารอมานาน พวกเขาตั้งชื่อเด็กทารกว่า ลูซี่ ฟูมฟักหนูน้อยด้วยความรักทั้งหมดที่มี แต่เมื่อทอมและอิซาเบลเดินทางเข้าไปในเมือง และพบว่าหญิงคนหนึ่ง (รับบทโดย เรเชล ไวซ์) กำลังบ้าคลั่งหัวใจสลาย เพราะสูญเสียลูกน้อยจากอุบัติเหตุทางเรือเมื่อไม่กี่ปีก่อน เทียบวันและเวลาดูแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมากว่าทารกของหญิงคนนั้น คือ ลูซี่ แก้วตาดวงใจของทอมและอิซาเบลนั่นเอง แล้วทั้งคู่ควรเก็บเด็กคนนี้ไว้ หรือ คืนเธอให้แม่ที่แท้จริงของเธอ The Light Between Oceans เตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 8 ธันวาคมนี้

ททท. เปิดตัวโครงการ A Touch of Thai Vehicles  เส้นทางสร้างสรรค์เที่ยววิถีไทยท่องวิถีถิ่น
A Touch of Thai Vehicles /  รถตุ๊กตุ๊ก / 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในการเปิดโครงการส่งเสริมยานพาหนะท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยว หรือ A Touch Of Thai VEHICLES พร้อมเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวสร้างสรรค์ 4 จังหวัด 8 เส้นทาง ชูเสน่ห์ยานพาหนะท้องถิ่น นำร่องพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวด้วยรถตุ๊กตุ๊ก เรือหัวโทง รถม้า ลำปาง และสกายแลป ต่อยอดการท่องเที่ยววิถีไทยสัมผัสวิถีท้องถิ่น  A Touch of Thai Vehicles นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยยานพาหนะท้องถิ่น หรือ A Touch of Thai Vehicles เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวด้วยยานพาหนะท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพบริการ  และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของยานพาหนะท้องถิ่นซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญ อันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการท่องเที่ยว“วิถีไทย”และการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวท้องถิ่นหรือ “Local Experience” ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก อีกทั้งยังเปิดเส้นทางท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง (Foreign Independent Traveler : FIT) เช่น กลุ่มเดินทางเป็นครอบครัว (Family) กลุ่มสุภาพสตรี (Lady) และกลุ่ม Baby Boomers ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ    ให้สามารถสัมผัสการท่องเที่ยวในแบบวิถีไทย ผ่านการโดยสารยานพาหนะท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว โดยนำร่องพัฒนาใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ใช้รถตุ๊กตุ๊ก จังหวัดกระบี่ ใช้เรือหัวโทง จังหวัดลำปาง ใช้รถม้า และจังหวัดเลย ใช้รถสกายแลป สำหรับการเปิดตัวโครงการและเส้นทางในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนางสาวอนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ หรือ น้องเนท มิสยูนิเวอร์สไทยแลนด์ 2015 เจ้าของรางวัลชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม “Tuk Tuk Thailand” จากเวทีประกวดนางงามจักรวาล 2015 และคุณเร แม๊คโดแนลด์ เจ้าของรายการ TT RIDER          ที่เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วประเทศด้วยรถตุ๊กตุ๊ก ร่วมเล่าประสบการณ์การเดินทางด้วยพาหนะท้องถิ่นที่            น่าประทับใจและความสนุกสนานที่ได้รับ นายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางท่องเที่ยวทั้ง 4 จังหวัด 8 เส้นทาง ได้สร้างสรรค์ให้ เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และสัมผัสได้จริง อาทิ การนั่งรถม้าที่จังหวัดลำปาง จะไม่เป็นเพียงการเที่ยวชมเมืองเท่านั้น แต่จะได้เรียนรู้ย้อนรอยประวัติศาสตร์ลำปาง 3 ยุค  ในกรุงเทพมหานคร ททท.ได้พัฒนาเส้นทางเพิ่มเติม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถตุ๊กตุ๊กชมแสงสีที่สวยงามของโบราณสถาน สถานที่สำคัญและชีวิตของคนกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนซึ่งมีความสวยงามและแตกต่างจากกลางวัน  สำหรับจังหวัดกระบี่ เอกลักษณ์ที่สำคัญคือความสวยงามของทะเล ซึ่งพาหนะที่ใกล้ชิดทะเลที่สุดคือ เรือหัวโทง ช่วยให้สามารถสัมผัสกระบี่ในมุมมองแบบชาวเล เช่น การล่องคลองมะรุ่ยที่อำเภออ่าวลึก ซึ่งเป็นทิวทัศน์แบบทะเลในที่สวยงามไม่แพ้ประเทศใดๆ นอกจากนั้น เรือหัวโทงยังสามารถล่องผ่านอุโมงค์ป่าโกงกางที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งล้อมรอบบ้านเกาะกลาง เพื่อเปิดสู่วิถีชีวิตชุมชนที่อบอุ่น  ส่วนอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ททท. ได้เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถสกายแลป ได้แก่  วัดต่าง ๆ แก่งคุดคู้ บ้านชาวไทดำที่บ้านนาป่าหนาด ทำให้เกิดการกระจายรายได้ ใช้จ่ายในท้องถิ่นมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทางด้าน “น้องเนท” อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์  มิสยูนิเวอร์สไทยแลนด์ 2015 เจ้าของรางวัลชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม “Tuk Tuk Thailand” จากเวทีประกวดนางงามจักรวาล 2015 ได้มาเล่าถึงประสบการณ์อันน่าประทับใจที่ได้สวมชุด ตุ๊กตุ๊ก ไทยแลนด์ บนเวทีประกวดระดับโลกในวันเปิดโครงการ A Touch of Thai Vehicles   ว่า “มีความประทับใจมากที่ได้สวมชุดตุ๊กตุ๊กในการประกวดนางงามจักรวาล 2015 และก็ได้รางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม  ซึ่งดีไซเนอร์ที่ออกแบบนั้นก็ไม่ได้ดัดแปลงอะไรมากมาย แต่ได้ยกเอารถตุ๊กตุ๊กจริงนั่นเลยมา  แต่ความจริงต่างชาติก็รู้จักตุ๊กตุ๊กของไทยดีอยู่แล้ว และการที่เรานำชุดประจำชาติซึ่งเป็นตุ๊กตุ๊กก็เหมือนเป็นการตอกย้ำภาพเอกลักษณ์ที่ดีของไทยอย่างหนึ่งให้ชาวโลกได้รู้จักมากขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณ ททท. ที่ได้นำแนวคิดนี้ไปช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวด้วยค่ะ เป็นเหมือนจุดมุ่งหมายหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยแล้วจะต้องนั่งตุ๊กตุ๊กสักครั้งให้ได้หรือเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ อีกอย่างการสวมชุดตุ๊กตุ๊ก ในการประกวดทำให้เราไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะทุกคนรู้จักดี ก็จะว้าวตุ๊กตุ๊กไทยแลนด์อะเมซิ่ง เพื่อนก็มาขอถ่ายรูป เป็นการโปรโมทประเทศไทยไปในตัว  แนทขอบคุณทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมากที่ได้สนับสนุนงบประมาณทำชุดนี้ขึ้นมาค่ะ” ทางด้าน  เร แม็คโดแนลด์ เจ้าของรายการ TT RIDER กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการนำรถตุ๊กตุ๊ก มาเป็นสัญลักษณ์รายการว่า  “ผมคิดว่ารถตุ๊กตุ๊กนอกจากจะเป็นเอกลักษณ์ไทยอย่างหนึ่งแล้ว ผมว่าขนาดของมันไม่ใหญ่ สามารถขับไปไหนต่อไหนได้บนเส้นทางที่ไกลๆ ที่คนขี่มอร์เตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ หรือขับรถออฟโรดสีคูณสี่ไปได้เช่นกัน  อย่างผมขับรถตุ๊กตุ๊กไปลาว พม่า ญี่ปุ่น  ขับไปไหนก็มีแต่รอยยิ้มครับ หรือ แม้แต่รถม้าลำปาง ที่ผมไปจังหวัดลำปางก็หลายครั้งแต่ไม่ได้ขี่รถม้าเลย แต่พอได้ลองก็รู้สึกยอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ที่นุ่มนวล ความรู้สึกในการนั่งรถม้าชมเมืองมันได้เข้าถึงความเป็นท้องถิ่นจริง ๆ อย่างเรือหัวโทงที่กระบี่ก็ได้ไปนั่งมาแล้ว   กระบี่หาดทรายทะเลสวยงามใครไปก็ต้องไปถ่ายรูป หัวโทงที่เราได้ไปสัมผัสนั้นเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่จริงๆ ขณะที่คนขับเรือ หรือรถม้าเองก็เป็นเจ้าบ้านที่ดีช่วยแนะนำให้ความรู้เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ กับเราด้วย จึงอยากให้ทุกคนไปเที่ยวแล้วได้ลองสัมผัสบรรยากาศของสถานที่นั้นๆ ด้วยยานพาหะนะท้องถิ่นกันครับ โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยยานพาหนะท้องถิ่น ได้มีการจัดทำคู่มือแนะนำการท่องเที่ยวชุด “A Touch of Thai Vehicles” ตลอดจนจัดทำ Mobile Application ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้จากเว็ปไซต์ www.tourismthailand.org/tourismproduct หรือ โทร 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

ลูกเกด เคลียร์ข่าวลือ! ทะเลาะเดือดจน มาช่า ถอนตัวเมนเทอร์เดอะเฟซ 3
ลูกเกด เมทินี /  มาช่า วัฒนพานิช / 

        แซ่บจริงอะไรจริงตั้งแต่ยังไม่ออนแอร์เลยทีเดียว สำหรับรายการ เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ที่ซีซั่นนี้ได้เมนเทอร์คนใหม่อย่าง มาช่า วัฒนพานิช มาร่วมเพิ่มความสนุกให้กับรายการ แต่ก็ตามมาพร้อมกระแสข่าวลือมากมาย ทั้งข่าวเมนเทอร์หวิดตบกลางรายการ ทะเลาะกันจนกระทั่งมีข่าวลือว่า สาวมาช่า ขอถอนตัวออกไปแล้ว ล่าสุดเจอ เมนเทอร์ลูกเกด มาร่วมงาน "Numero Thailand Seminar on Best Beauty Brand Products 2016-17" จึงได้สอบถามถึงข่าวลือดังกล่าว งานนี้ เมนเทอร์ลูกเกด ออกตัวว่าอยากเล่าแต่พูดไม่ได้ ให้รอติดตามชมในรายการและฟังจากปาก มาช่า เอง ด้าน คุณเต้ กันตนา เจ้าของรายการประกาศชัด ใครสปอยล์ก่อนโดนฟ้องแน่!!              "ที่คนสงสัยเดอะเฟซไทยแลนด์ซีซั่น 3 พี่มาช่าหายไปไหนก็ต้องรอดูค่ะ อันนี้ก็ไม่รู้พี่ช่าจะตอบยังไงนะคะ ก็ต้องรอดูว่ารายการปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง ข่าวว่าพี่ช่าถอนตัวเพราะหายไป 2 เทป อันนี้ก็บอกอะไรไม่ได้ เพราะเดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์ว่าอะไรมันเกิดขึ้น แต่รู้สึกว่าตอนนี้มีกระแสมากมาย แต่ขอบอกเลยว่าปีนี้มีดาราชื่อดังมาเยี่ยมมาร่วมในรายการเดอะเฟซฯ เยอะมาก มีเยอะแทบจะทุกสัปดาห์ทุกเทปเลย เพราะฉะนั้นรอดูค่ะ ก็เหมือนกับทุกปีที่เราจะมีกรุ๊ปไลน์ไว้ส่งข่าวตอบกันอะไรอย่างนี้ ส่วนกระแสที่บอกว่าจะตบกันกลางรายการ อันนั้นเราสัมภาษณ์แบบสนุกสนานขำๆ ก็ดุเดือด ซีซั่นที่แล้วก็ดุเดือด ก็มีทะเลาะกัน ปีนี้ก็ไม่น้อยค่ะ ก็สนุกเหมือนกัน"              "ข่าวที่ว่าสร้างกระแสทะเลาะกันจนพี่ช่าออกหรืออะไร เกดต้องบอกว่าแฟนคลับของรายการนี้เค้าเก่งมากเลย เค้าดูทุกจุด ทุกเม็ด ทุกหยด คอยสังเกตทุกอย่างเลย ชุดนี้ใครใส่ ชุดนั้นใครไม่ใส่ ทำไมคนนั้นดูเด่นกว่า คือเค้าต้องการจะดูแล้ว ทุกอย่างเค้าเอามาเป็นกระแสหมด เท่าที่ทราบทางรายการก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไร เพราะฉะนั้นเกดก็คงไม่สามารถจะบอกอะไรได้มากมาย แต่บอกได้แค่ว่าสนุกมากๆ"               "ส่วนที่คนจับผิดจากวันเกิดบีว่าไม่มีพี่ช่า จริงๆ วันนั้นก็จะไม่มีเกดนะคะ เพราะวันนั้นเราถ่ายเสร็จแล้วต้องรีบไปสนามบิน กำลังจะก้าวขึ้นรถอยู่ก็โดนคว้ามา ตอนนั้นคือกำลังจะกลับบ้านที่ภูเก็ตค่ะ พอเสร็จแล้วก็รีบไปสนามบินเลย แต่ยังไงก็ต้องรอดูนะคะ มันก็มีบ่อยครั้งที่เมนเทอร์ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 3 คน มันก็มีถ่ายเดียว ถ่ายแก๊งใครแก๊งมัน เราก็เครียดอยู่เหมือนกัน เพราะมีรูปเยอะมากที่อยากจะลง ที่ถ่ายกับลูกสาว แต่ไม่สามารถลงเพราะเดี๋ยวความแตก แต่จะบอกให้ว่าแฟนคลับเค้าละเอียดแค่ไหน มีอยู่วันนึงเกดพาน้องๆ ทีมซีซั่น 3 ไปยิงเลเซอร์แล้วเกดหันหน้าใส่กล้อง ให้สาวๆ หันหลังเพื่อให้มันสนุกสนาน ให้คนเค้าดูกันไป แฟนคลับก็สังเกตไปวงกลมสร้อยว่าคนนี้เคยใส่ ต้องอยู่ทีมลูกเกดแน่เลย คนนี้เคยใส่เสื้อตัวนี้เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เห็นมั้ยมีความอยากดูรายการนี้มากค่ะ"               "ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าคุณเต้ขู่จะฟ้องคนสปอยล์ คันมากเลยอยากเล่ามาก อันนี้อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาเคยมีบุคคลที่เคยลงสปอยล์ ซึ่งถ้าคุณทำแบบนั้นมันก็น่าเสียดาย เพราะคนเค้ารอดู คนมาสปอยล์มันก็ไม่สนุก เกดก็เลยคิดว่าคุณเต้ไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ก็อาจจะต้องใช้เรื่องกฎหมายเข้ามาช่วย เพราะมันก็ไม่ควรสปอยล์ เวลามีคนสปอยล์ไม่เสียเซลฟ์ค่ะ เพราะว่าไม่ได้เป็นเจ้าของรายการ (หัวเราะ) มันก็เสียดายอรรถรส บางทีก็อึ้งว่าเค้ารู้กันได้ไง ใครสปอยล์ เหมือนอยู่ที่กองถ่ายเลย หรือหลุดจากกองถ่ายจริงๆ บางทีทีมงานเค้าก็คุมไม่ทั่วถึง ก็พยายามเก็บเป็นความลับให้มากที่สุด เพราะเป็นรายการที่คนสนใจมาก เราก็อยากทำให้ดีและสนุกที่สุด"               "คุณเต้ก็บอกถ้าใครสปอยล์จับได้จะฟ้อง โดยเฉพาะคนในกองเลยค่ะ บางทีช่างแต่งหน้าประจำของเกดมาไม่ได้แล้วเป็นช่างคนอื่นมา เราต้องคอยเตือนเค้าว่า อย่าถ่ายรูปเล่น จะโพสต์อะไรต้องระวังหน่อย บางทีเราโพสต์แป๊บเดียวแล้วลบ แต่มันไปไกลแล้วก็ต้องระวังหน่อย ตอนนี้ถ่ายไปประมาณ 9-10 เทปแล้วค่ะ เวลาคนถามมากๆ ก็ไม่รู้สึกกดดันหรือเครียด เรารู้สึกดีที่มีคนสนใจ รักและอยากรู้อยากเห็นอยากดูรายการนี้ แต่ถ้าคนไม่ถามนั่นสิ จะรู้สึกว่าไม่มีใครอยากดูรายการไม่มีใครสนใจเหรออะไรแบบนี้" ลูกเกด กล่าว      ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด-มาช่า   เมนเทอร์เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3   เมนเทอร์เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3   เมนเทอร์เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3  

อ่านบทปุ๊บ คิดถึงปั๊บ! นาโอมิ วัตต์ส เธอเท่านั้นที่ผู้กำกับ Shut In ต้องการ
Farren Blackburn /  Jacob Tremblay / 

อ่านบทปุ๊บ คิดถึงปั๊บ! นาโอมิ วัตต์ส เธอเท่านั้นที่ผู้กำกับ Shut In ต้องการ จากความชื่นชอบในความสามารถทางการแสดงของสาว นาโอมิ วัตต์ส (Naomi Watts) จากภาพยนตร์เรื่อง Mulholland Dr. ที่ออกฉายในปี 2001 ผู้กำกับคนดัง แฟร์เรน แบล็คเบิร์น (Farren Blackburn) ได้ทาบทามให้เธอมารับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Shut In หลอนเป็น หลอนตาย ที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเราช่วงพฤศจิกายนนี้ “ตอนผมได้บทมาอ่าน พออ่านจบแล้วผมนึกถึงหน้าของ นาโอมิ วัตต์ส ลอยมาเป็นคนแรกเลย ผมติดใจการแสดงของเธอจากเรื่อง Mulholland Dr. ผมชอบการแสดงของเธอที่สามารถเปลี่ยนสีหน้าจากปกติให้กลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัวได้แบบฉับพลัน ผมว่าเธอสามารถสื่อสารความกลัวออกมาให้คนดูได้รู้สึก ได้เห็น และสัมผัสได้” นาโอมิ วัตต์ส รับบทเป็น แมรี นักจิตวิทยาสาวที่อาศัยอยู่ในย่านชนบทของเมืองนิวอิงแลนด์ เธอต้องติดอยู่ในบ้านท่ามกลางพายุหิมะ ขณะเดียวกันก็ต้องตามหาเด็กผู้ชายคนหนึ่งให้พบก่อนที่จะหายตัวไปอีกด้วย ซึ่งการมารับบทในภาพยนตร์สุดระทึกเรื่องนี้ เจ้าตัวได้เล่าความรู้สึกให้ฟังว่า “ในเรื่องนี้แมรีเป็นนักจิตวิทยาที่ทุ่มเทเวลาในการดูแลคน ๆ หนึ่งเป็นเวลานาน โดยที่ไม่ค่อยได้ออกไปเจอกับโลกภายนอกตามวิสัยของคนปกติ ทำให้เธอเหมือนเป็นคนที่มีอารมณ์เก็บกดแล้วก็กลายเป็นว่าเธอเริ่มมีอาการฝันร้ายและมีอาการผิดปกติ ซึ่งฉันได้ศึกษาการทำงานของนักจิตวิทยาทั่วไปว่าเขาใช้เวลาไปกับอะไร อย่างไร เพื่อให้เข้าถึงบทบาทให้มากที่สุด และในเรื่องนี้ฉันยังได้ร่วมงานกับ เจคอบ เทรมเบลย์ (Jacob Tremblay) หนุ่มน้อยที่ต้องบอกว่าเป็นอัจฉริยะในการแสดง เขาสามารถตีบทได้แตก และส่งอารมณ์ให้ฉันได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

อ้วน รีเทิร์น เตรียมพลิกบทบาทใหม่ในหนังสยองขวัญ เก็บศพ 100 วัน
อ้วน รีเทิร์น /  เก็บศพ 100 วัน / 

อ้วน รีเทิร์น เตรียมพลิกบทบาทใหม่ในหนังสยองขวัญ เก็บศพ 100 วัน อ้วน รีเทิร์น เตรียมกลับมาสร้างความบันเทิงบนจอเงินอีกครั้งใน เก็บศพ 100 วัน ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่ายน้องใหม่ เดซี่ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และพาสาวงามจากเวทีมิสอันเซนเซอร์นิวส์ไทยแลนด์ มาจัดโชว์ความสวยปลดปล่อยความสามารถในภาพยนตร์อีกด้วย นอกจากจะเป็นนักแสดงแล้ว อ้วน รีเทิร์น ยังรับหน้าที่เป็นผู้กำกับร่วมกับ เดซี่ สมชาย อีกด้วย งานนี้เจ้าตัวมาฟิตติ้งเสื้อผ้าหน้าผม ก็เลยได้ให้สัมภาษณ์การทำงานในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ฟังว่า “หนังเรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็นของค่ายหนังน้องใหม่ เดซี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งเดซี่เนี่ยรู้จักกับพี่อ้วนมานาน นับถือกันเป็นพี่เป็นน้องเป็นคุณแม่เป็นลูกสาวกัน เดซี่ก็เข้ามาปรึกษาว่าอยากทำหนังสักเรื่อง เราก็ให้คำแนะนำไปในฐานะที่ทำหนังมาหลายเรื่อง คราวนี้เดซี่ก็บอกว่าขอให้พี่อ้วนเนี่ยช่วยดูกำกับด้วยได้ไหม ด้วยความที่เราก็เป็นห่วงเดซี่เพราะมันก็มือใหม่ไม่เคยทำหนังมาก่อน พี่อ้วนก็เลยตอบตกลงว่าพี่อ้วนจะช่วยดูให้กำกับให้ แต่ก็ต้องร่วมด้วยช่วยกันในการกำกับและต้องทำออกมาให้ดี เพราะมันเป็นหนังเรื่องแรกมันจะเป็นเครดิตของเราไปจนตาย...” “...ซึ่งพี่อ้วนก็ช่วยนั่นแหละ คิวว่างไม่ชนกันเราก็ต้องไปช่วยมันอยู่แล้ว นับถือกันมานานมีอะไรก็ช่วย ๆ กันไป ดีซะอีกมีค่ายหนังใหม่ ๆ เกิดขึ้น มีไอเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้น คนดูหนังก็จะได้เสพอะไรใหม่ ๆ บ้างจากที่เป็นอยู่...” นอกจากนี้พี่อ้วนยังพูดถึงประเด็นการพลิกคาแรกเตอร์ของตัวเองที่จะไม่ได้เป็นสายฮาในภาพยนตร์เรื่องนี้ “มันเป็นบทที่เราไม่เคยเล่นไง ปรกติก็จะเล่นแบบตลกเฮฮาไป แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ มันเป็นหนังผีไม่ใช่หนังตลก ออกแนวหลอน ๆ น่ากลัวด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นบทที่อ่านมันดูท้าทายดีเหมือนกัน” และปิดท้ายกับการให้สัมภาษณ์ประเด็นที่มีนักแสดงหน้าใหม่เยอะ จะมีความกังวลหรือไม่ “สิ่งที่หนักใจคงเรื่องแอคติ้งของนักแสดง การแสดงหนังมันไม่เหมือนละครนะ ถามว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ว่าง่าย คือมันต้องดูหน้างานจริง ๆ ถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่านต้องถ่ายใหม่ ถ่ายซ้ำให้ได้ภาพที่ดีที่สุด แต่เท่าที่ดูตัวนักแสดงเอง เขาก็ได้มีการเรียนแอคติ้งมาแล้ว แต่ละคนฝีมือการแสดงก็มีพกพาติดตัวมาบ้าง ก็อย่างที่บอกนั่นแหละมันต้องทำให้ดีที่สุด”