สุนทรีแลนด์

ครบรอบ50ปี ไนกี้ กับบางเรื่องที่คุณอาจไม่รู้
nike /  กีฬา / 

พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจของแบรนด์ไนกี้ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกีฬายี่ห้อดังสัญชาติสหรัฐฯ เนื่องในโอกาสที่ปีนี้ ครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งไนกี้ จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้เป็นอย่างไร และชื่อไนกี้ รวมถึงโลโก้ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีที่มาจากไหน เนื่องในโอกาสที่ไนกี้เข้าสู่ปีที่ 50 ในปีนี้ ทาง Business Insider จึงนำเรื่องราวที่น่าสนใจของไนกี้ ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน มาเผยแพร่ โดยจุดเริ่มต้นของไนกี้นั้น เกิดขึ้นในปี 2507 ในชื่อบลูริบบ้อน และทำการจัดจำหน่ายรองเท้าแบรนด์ญี่ปุ่น Onitsuka Tiger ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นไนกี้อย่างเป็นทางการในปี 2514 ผู้ก่อตั้งไนกี้ คือ บิล บาวเวอร์แมน โค้ชกรีฑาของมหาวิทยาลัยโอเรกอน ที่สร้างชื่อเสียงให้กับทีมชาติสหรัฐฯในการแข่งขันโอลิมปิกหลายครั้ง และฟิล ไนท์ นักวิ่งระยะกลางจากพอร์ทแลนด์ ซึ่งเคยเรียนในมหาวิทยาลัยโอเรกอน ซึ่งช่วงเริ่มต้นกิจการนั้น ไนกี้มีเงินในธนาคารแค่ 1,200 ดอลลาร์เท่านั้น ในช่วงแรก ไนท์ต้องการตั้งชื่อกิจการนี้ว่า "ไดเมนชั่น ซิกซ์" (Dimension 6) แต่ก็ได้ข้อสรุปว่าเป็นชื่อไนกี้ในตอนท้าย โดยไนกี้นั้น เป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งชัยชนะของกรีกโบราณ รองเท้าคู่แรกของไนกี้ มีจุดกำเนิดมาจากเครื่องทำวาฟเฟิลของภรรยาบาวเวอร์แมน ซึ่งเช้าวันหนึ่ง ภรรยาของเขากำลังทำวาฟเฟิล บาวเวอร์แมนจึงเกิดไอเดียเรื่องการทำพื้นรองเท้ากีฬา ที่ต่างไปจากเดิม เพื่อให้เกิดการยึดเกาะพื้นสนามมากยิ่งขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมา บาวเวอร์แมนจึงนำไปจดลิขสิทธิ์ ในชื่อของ “Nike Waffle Trainer” ในปี 2517 โลโก้ไนกี้ ที่เห็นเป็นเครื่องหมายถูก อย่างที่ทุกคนคุ้นตากันเป็นอย่างดีนั้น ออกแบบโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยโอเรกอน ชื่อว่า แคโรลิน เดวิดสัน ค่าออกแบบในตอนนั้น อยู่ที่ 35 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าเทียบกับตอนนี้ก็ประมาณ 200 ดอลลาร์ ปัจจุบัน เดวิดสันได้ถือหุ้นในไนกี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 640,000 ดอลลาร์ หรือราว 21 ล้านบาท ส่วนสโลแกนคำว่า “Just Do It” มาจากแกรี กิลมอร์ ฆาตกรชื่อดังของโอเรกอน ที่ต้องโทษประหารชีวิต ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะถูกประหาร เขาได้พูดคำว่า “let’s do it” ซึ่งคำดังกล่าวถูกเปิดเผยในเวลาต่อมา และกลายเป็นคำพูดที่ถูกโจษจันไปทั่วโอเรกอนและทั่วสหรัฐฯ จากนั้น ไนกี้ได้ยึดสโลแกนนี้ ในการโปรโมทสินค้ามาโดยตลอด และนำมาใช้ในโฆษณาครั้งแรก เมื่อปี 2531 ซึ่งโฆษณาดังกล่าวนำแสดงโดยวอลท์ สแตค นักวิ่งระดับตำนานวัย 80 ปี โดยใช้ฉากของสะพานโกลเด้น เกทในซานฟรานซิสโกเป็นตัวเดินเรื่อง อีกหนึ่งตำนานของไนกี้คือ ไมเคิล จอร์แดน นักบาสเกตบอลชื่อดัง ที่ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยให้ไนกี้ โด่งดัง และมียอดขายถล่มทลาย และแม้ว่าจอร์แดน จะเลิกเล่นบาสเกตบอลอาชีพตั้งแต่ปี 2546 แต่จอร์แดนก็ยังมีรายได้หลักต่อปีกว่า 60 ล้านดอลลาร์จากไนกี้ และกลายเป็นบุคคลที่ไนกี้เป็นผู้สนับสนุนหลักมาโดยตลอด และหากพูดถึงโฆษณาของไนกี้ ที่โด่งดังที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง คงหนีไม่พ้นโฆษณารองเท้ารุ่น Air Max ในปี 2530 ซึ่งโฆษณานี้ ใช้เพลง “Revolution” ของวง The Beatles มาเป็นเพลงประกอบ ถือเป็นครั้งแรกที่เพลงของ The Beatles มาอยู่ในโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ สุดท้าย น้อยคนนักที่จะทราบว่า ไนกี้ สตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ บ้านเกิดของไนกี้แต่อย่างใด แต่กลับอยู่บนถนนออกซ์ฟอร์ด ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ที่นี่ใช้งบก่อสร้างมากถึง 10 ล้าน 5 แสนปอนด์ หรือราว 546 ล้านบาท มีทั้งหมด 3 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 42,000 ฟุตเลยทีเดียว ที่มา - วอยซ์ทีวี

ยูอาอิน ส่งคลิปอ้อนแฟนไทย ร่วมมีตติ้งสร้างความทรงจำดีๆ
ดาราเกาหลี

ยูอาอิน ส่งคลิปอ้อนแฟนไทย ร่วมมีตติ้งสร้างความทรงจำดีๆ ในงาน “2014 YOO AH IN Fan Meeting Tour in Thailand” ใก้ลเข้ามาทุกทีแล้วสำหรับ สำหรับงาน 2014 ยูอาอิน แฟนมีตติ้ง ทัวร์ อิน ไทยแลนด์ (2014 YOO AH IN Fan Meeting Tour in Thailand) หนุ่มหล่อมาดกวนๆ “ยูอาอิน” เลยส่งคลิปมาทักทายอ้อนแฟนๆ ให้มาร่วมเล่นเกม พูดคุยอย่างใก้ลชิด เพื่อเป็นการสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นบริษัท นีโอ ครีเอชั่น ได้เพิ่มความพิเศษให้ สำหรับบัตรราคา 5,500 บาท VIP รับสิทธิพิเศษ เข้าร่วมงานแถลงข่าว และ รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นต์จากมือ “ยูอาอิน” ในงานแถลงข่าววันที่ 28 พฤศจิกายน พร้อมไฮไฟท์กับยูอาอินวันงานแฟนมีตติ้งอีกด้วย /บัตร 3,500 บาท (รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นต์ และไฮไฟท์วันงานแฟนมีตติ้ง) / บัตร 2,000 บาท (ไฮไฟท์ในงานแฟนมีตติ้ง) งานนี้เรียกได้ว่าฟินกันสุดๆ อย่างแน่นอน นับเวลาถอยหลังและมาพบกับ “ยูอาอิน” ได้ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา 17:00 น. ที่โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ หนุ่ม “ยูอาอิน” ส่งเสียงอ้อนมาขนาดนี้แล้ว แฟนๆ จะพลาดได้อย่างไร รีบซื้อบัตรเพื่อไปจ้องตาใก้ลชิดกันกับหนุ่มเจ้าเสน่ห์คนนี้ ด่วนเลยนะจ๊ะ เริ่มจำหน่ายบัตร ในวันที่ 29 ตุลาคม 2557 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ทาง www.neocreation.co.th และติดตามความเคลื่อนไหวก่อนใครได้ที่ FB: Neo Creation และ www.neocreation.co.th คลิปน่ารักๆ ของ 2014 YOO AH IN Fanmeeting tour in Thailand

โรเบิร์ท /  โรเบิร์ต / 

http://th-th.facebook.com/Robert.Tv.Thailand บ้า ๆ ... เพี้ยน ๆ ... เกรียน ๆ ... ทีวี ... ไทยแลนด์

มิยาบิ บุฟเฟ่ มา 4 จ่าย 3 !!!
Miyabi /  มิยาบิ / 

โปรโมชั่น มิยาบิ บุฟเฟ่ มา 4 จ่าย 3 !!! อร๊ายย...! Miyabi (มิยาบิ) จัดโปรโมชั่น มิยาบิ มา 4 จ่าย 3 เอาใจคนรักปิ้งย่างอีกแล้วค่าา จะต้องยกพวกไปอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างที่ มิยาบิ ซะแล้วละค่า! มิยาบิ บุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นให้คุณมาอร่อยกับสารพัดเมนูปิ้งย่างและอาหารญี่ปุ่น อาทิ เนื้อหมักมิโซะ หมูหมักซอสพริกไทยดำ ปลาแซลมอน ปลาไข่ เนื้อแกะนิวซีแลนด์ หอยแมลงภู่หมักซอสโคจูจัง ข้าวปั้นหน้าปลาแซลมอน ข้าวห่อสาหร่ายแคลิฟอร์เนีย ทาโกะยากิ ไข่ตุ๋น และ ฯลฯ ในราคาท่านละ 399 บาท และ 498 บาทสำหรับบุฟเฟ่ต์พรีเมี่ยม (ราคาสุทธิรวมเครื่องดื่มแล้ว)อร่อยไม่อั้นกับ มิยาบิ วันนี้ พิเศษสุดกับโปรโมชั่น มา 4 จ่าย 3 ทุกวัน ทั้งวัน หรือเลือกรับส่วนลด 15% สำหรับลูกค้าทั่วไป และส่วนลด 20% สำหรับสมาชิก สำหรับท่านที่ไปกันไม่ถึง 4 คน โปรโมชั่นชวนให้มือไม้สั่นอย่างนี้ มีตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2557 เท่านั้น ยกก๊วนกันไปฟินได้ที่ มิยาบิ สาขาที่ร่วมรายการ ได้แก่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เซ็นทรัล บางนา เซ็นทรัล ขอนแก่น เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ MAYA เชียงใหม่ โลตัส ศรีนครินทร์ MBK Center สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MiyabiGrill

งานเข้าแล้ว! บังดุล เจ็บข้อเท้าส่อถอนทัพช้างศึกล่าแชมป์ซูซูกิคัพ
กิเลนวัลเลย์ จ.นครราชสีมา /  ชนาธิป สรงกระสินธุ์ / 

ช้างศึก ทีมชาติไทย งานเข้าเต็มๆ หลังได้รับข่าวไม่ดีเท่าไหร่นักเมื่อ บังดุล อดุล หละโสะ กัปตันทีม ซึ่งเป็นห้องเครื่องตัวสำคัญของทีม มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง ทำให้ส่อที่จะถอนทัพ โดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เตรียมสู้ศึกใหญ่ปลายปี เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ระหว่างวันที่ 22-29 พ.ย.57 โดย ทีมชาติไทย อยู่สายบี ร่วมกับ สิงคโปร์ (เจ้าภาพ ), มาเลเซีย และเมียนมาร์ ล่าสุด โชคทวี พรมรัตน์ และใกล้รุ่ง ตรีจักสังข์ ที่เป็นผู้คุมซ้อม ณ กิเลนวัลเลย์ จ.นครราชสีมา ได้เน้นหนักในเรื่องติวแท็คติกที่จะใช้เล่นกับ นิวซีแลนด์ ในเกมอุ่นเครื่องวันที่ 18 พ.ย.นี้ หลังการฝึกซ้อม โชคทวี พรมรัตน์ ออกมาเปิดเผยถึง สภาพทีมว่า ตอนนี้ ชนาธิป สรงกระสินธุ์ กับ อดิศร ไกรษร มีอาการเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ที่หนักใจมากสุดคงเป็นรายของ บังดุล อดุล หละโสะ ที่เจ็บข้อเท้าเรื้อรัง ซึ่งต้องให้ พี่ซิโก้ ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร เพราะเท่าที่คุยในเบื้องต้นกับ อดุล สภาพร่างกายของเขาไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่นัก ด้าน บังดุล อดุล หละโสะ กล่าวว่า อาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้ามาจากการเล่นให้กับ ชลบุรี เอฟซี ซึ่งในนัดชิงไทยคมเอฟเอคัพ ผมก็ต้องฉีดยาลงเล่น อาการมันถึงจะทุเลาลงมาบ้าง แต่ตอนมาซ้อมกับทีมชาติไทย ช่วงแรกก็ยังดีๆอยู่ แต่ตอนนี้เหมือนอาการมันกำเริบขึ้นมา ผมจึงอยากจะพักให้หายขาด ส่วนจะกระทบกับทีมชาติหรือไม่นั้น ก็ขอให้ พี่ซิโก้ เป็นคนตัดสิน ทั้งนี้ ทีมชาติไทย จะอุ่นเครื่องกับ นิวซีแลนด์ ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา เวลา 18.30 น.

สงสารหรือสมน้ำหน้าดี! แฟนบอล มือบอนจุดพลุใส่การ์ดโดนยำอ่วม
การ์ด /  จุดพลุแฟร์ / 

เกิดเรื่องขึ้นอีกแล้วในเกมที่ ช้างศึก ทีมชาติไทย ลงสนามอุ่นเครื่องเอาชนะ ทีมชาตินิวซีแลนด์ ไปได้ 2-0 ซึ่งในสนามแข่งขันเหตุการณ์ปกติดี แต่ที่ไม่ปกติคือบนอัฒจรรย์ แฟนบอลมือดีโยนพลุแฟร์ใส่การ์ด ก่อนโดนพลเมืองดีรวบตัวซ้อมอ่วม มีการรายงานว่า แฟนบอล ช้างศึก ทีมชาติไทย กลุ่มหนึ่งที่ชอบจุดพลุแฟร์ในสนาม เพื่อฉลองการทำประตูของทีมชาติไทย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวการ์ดสนาม ได้เข้ามาห้าม ทำให้แฟนบอลดังกล่าวไม่พอใจ จุดพลุแฟร์ใส่การ์ด แล้ววิ่งหลบนี้ แต่ทว่าก็ไปโดนแฟนบอลช่วยกันจับตัว พร้อมกันนีมีรายงานว่า ชายคนดังกล่าวถูกทำร้ายร่างกายอีกด้วย ทั้งนี้การจุดพลุแฟร์ในสนามบอลเมืองไทย เป็นเรื่องต้องห้ามเนื่องจากเป็นการก่อกวนผู้อื่น แต่ทว่าก็มักจะมีแฟนบอลแอบนำพลุแฟร์เข้าไปจุดในสนามเสมอๆ

ซิโก้เปิดโผ22รายชื่อลุยซูซูกิคัพ 2014
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย ประกาศตัดตัวผู้เล่นเหลือ 22 คน ส่งชื่อร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2014 หลังจบเกมอุ่นเครื่องเอาชนะ นิวซีแลนด์ 2-0 เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยตัดชื่อ ภิญโญ อินพินิจ กับ นูรูล ศรียานเก็ม หลุดจากทีม สำหรับรายชื่อทีมชาติไทย 22 ราย ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), ชนินทร์ แซ่เอียะ(สิงห์ท่าเรือ) กองหลัง : พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา , อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา (บีอีซี เทโรศาสน), อาทิตย์ ดาวสว่าง(เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), สุทธินันท์ พุกหอม(ชลบุรี เอฟซี), ประวีณวัช บุญยงค์(บางกอกกล๊าส) , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) กองกลาง : ชนาธิป สรงกระสินธุ์(บีอีซี เทโรศาสน), อดุล หละโสะ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (ชลบุรี เอฟซี), สารัช อยู่เย็น, ศราวุฒิ มาสุข (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), ชาริล ชัปปุยส์ (สุพรรณบุรี เอฟซี), ประกิต ดีพร้อม (ทีโอที เอสซี) กองหน้า : สมปอง สอเหลบ (แบงค็อก ยูไนเต็ด), ชัยณรงค์ ทาทอง ,มงคล ทศไกร (อาร์มี่ ยูไนเต็ด), อดิศักดิ์ ไกรษร(บีอีซี เทโรศาสน), กีรติ เขียวสมบัติ (ปตท.ระยอง) ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฟอร์มแจ๋วนะเนี่ย!ช้างศึกไล่ถลุงนิวซีแลนด์ก่อนตัดตัวลุยซูซูกิคัพ

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด
สายการบิน /  เครื่องบิน / 

อุบัติเหตุเครื่องบินแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะมีผู้รอดชีวิตมากน้อยแค่ไหน ก็ล้วนสะเทือนขวัญผู้คนไม่น้อย และทุกครั้งที่มีผู้รอดชีวิต ก็มักจะถามไถ่กันเสมอว่า นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด นั่งตรงไหน รอดมาได้อย่างไร หากต้องเผชิญกับอุบัติภัยต่างๆ นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด “นั่งตรงไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น” หลายๆ ความเห็นอาจจะคิดเช่นนี้ หรือไม่ก็ “แล้วแต่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดตรงไหน” นี่ก็พิจารณาตามสถานการณ์ นิตยสารป็อบปูลา มาแคนนิกส์ (The Popular Mechanics) เคยวิจัยโดยการวิเคราะห์ทางสถิติไว้ว่า ที่นั่งบนเครื่องบิน... นั่งด้านท้ายปลอดภัยกว่า จากการศึกษาสถิติจากอุบัติเหตุต่างๆ ของสารพัดสายการบินที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาได้นำข้อมูลอุบัติเหตุ 20 ครั้ง พร้อมทั้งแผนผังที่นั่งของผู้โดยสารมาวิเคราะห์ โดยแบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน สรุปได้ว่า ยิ่งอยู่ห่างจากหัวเครื่องบินเท่าใด ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น โดยสถิติผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินส่วนใหญ่ 40% มีที่นั่งบริเวณหางเครื่องบิน   นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ? ........................................................................................ วิเคราะห์ได้ดังนี้ อุบัติเหตุ 11 ใน 20 ครั้ง ผู้โดยสารที่นั่งแถวท้ายๆ ส่วนใหญ่ปลอดภัย หรือประสบเหตุเบากว่า โดยใน 7 กรณีของกลุ่มนี้ผู้โดยสารที่ปลอดภัยนั่งอยู่ในแถวท้ายๆ อีกทั้งได้ยกตัวอย่างอุบัติเหตุในปี 2525 กับสายการบินฟลอริดา (Air Florida) ที่เกิดขึ้นในวอชิงตันดีซี และปี 2515 กับอีสเทิร์น 727 (Eastern 727) ที่ท่าอากาศยานเคนนาดี ในนิวยอร์ก ซึ่งผู้โดยสารของทั้ง 2 กรณีที่รอดชีวิตล้วนนั่งอยู่บริเวณหางของเครื่องบิน อีกทั้งยังมีกรณี ดีซี-8 ของสายการบินยูไนเต็ด (United DC-8) เกิดน้ำมันหมดกลางอากาศใกล้กับพอร์ตแลนด์ ในปี 2519 มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ทั้งหมดล้วนนั่งอยู่ใน 4 แถวแรก นอกจากนี้ มีอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งเท่านั้นที่ผู้โดยสารบริเวณด้านหน้าประสบเหตุเบากว่า เพราะเหตุเกิดที่บริเวณปีก ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 5 เกิดระหว่างปี 2531-2535 อย่างอุบัติเหตุในปี 2532 ที่ไอโอวากับสายการบินยูไนเต็ด มีผู้โดยสารรอดชีวิต 175 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ห้องผู้โดยสารส่วนหน้าปีกและส่วนหัว และอีก 3 ครั้งที่ทั้งผู้นั่งส่วนหัวและท้ายเครื่องมีโอกาสรอดชีวิตพอๆ กัน ส่วนผู้ที่นั่งบริเวณหัวลำปลอดภัยนั้น มีเพียง 1 กรณีเท่านั้น ในปี 2532 เครื่องโบอิง 737-400 ของสายการบินยูเอสแอร์ (USAir) เกิดอุบัติเหตุบนทางวิ่ง (รันเวย์) มีผู้โดยสารเสียชีวิตเพียง 2 รายคือ ผู้ที่นั่งในแถวที่ 21 และ 25 ........................................................................................ เมื่อคำณวนตามอัตราการรอดชีวิตแล้ว สรุปว่า ผู้ที่นั่งเคบินท้ายมีอัตราการรอดชีวิตถึง 69% หากเกิดอุบัติเหตุ และไล่ขึ้นมาในเคบินส่วนปีกโอกาสรอด 56% เสมอกับเคบินส่วนหน้าปีก **** เคบินที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำสุดคือเคบินแรก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ โดยมีอัตราการรอดชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุเพียง 49% ........................................................................................ ประเมินภาพรวมแล้ว อัตราการรอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องบินไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนของเครื่องก็ตาม เมื่อแน่ใจว่ารัดเข็มขัดแน่นแล้ว ก็ทำใจให้สบาย ตั้งใจฟังลูกเรือแนะนำกรณีฉุกเฉินต่างๆ และประคองสติให้มั่นขณะเกิดเหตุ อุบัติเหตุเมื่อปี 2531 กับเครื่องบินโบอิง 737 ที่สหรัฐอเมริกา มีผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่อยู่ส่วนเคบินแรก ซึ่งนับเป็นอุบัติเหตุเพียง 5 ครั้งที่ผู้โดยสารส่วนหน้ารอดชีวิต จากกลุ่มตัวอย่างมา 20 กรณี (ภาพ : AP/Wide World Photos)   ภาพจากป็อบปูลา มาแคนนิกส์ที่แบ่งเครื่องบินออกเป็น 4 ส่วน เมื่อวิเคราะห์ตามสถิติ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สีเขียว-ห้องผู้โดยสารส่วนท้าย (Rear Cabin) คือส่วนที่มีโอกาสรอดถึง 69%, สีเหลืองประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือห้องผู้โดยสารที่บริเวณปีกและหน้าปีก มีอัตรการรอดชีวิต 56% และส่วนสีแดง-ห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ (First/Bussiness Class) มีโอกาสรอดชีวิต 49% (และยิ่งอยู่แถวหน้าโอกาสรอดต่ำลงไปอีก) ...............................................................  นั่งเครื่องบินตรงไหนปลอดภัยที่สุด ที่มา : ผู้จัดการ สิ่งที่ควรรู้เมื่ออยู่บนเครื่องบิน

TEEN TOP ระเบิดคอนเสิร์ต-เสิร์ฟความฟิน ขโมยหัวใจแองเจิ้ลไทย
2014 TEENTOP My Dear Angle in Bangkok /  Teen Top / 

2014 TEENTOP My Dear Angle in Bangkok ระเบิดคอนเสิร์ตเรียกความฟิน ขโมยหัวใจแองเจิ้ลเมืองสยาม กลับมาคราวนี้ไม่ผิดหวังจริงๆ หลังปล่อยให้แองเจิ้ลไทยเฝ้าถวิลหากว่า 2 ปี หกหนุ่มบอยแบนด์ K-POP วง TEEN TOP ทั้งโตและหล่อขึ้น พร้อมทั้งยังรักษาสัญญาใจที่เคยให้ไว้กับเหล่าแองเจิ้ลไทย หวนกลับมาระเบิดคอนเสิร์ต 2014 TEENTOP My Dear Angle in Bangkok จัดเต็มทั้งร้อง! ทั้งเต้น! ออดอ้อนละลายหัวใจแองเจิ้ลชนิดสัมผัสได้กระทั่งเม็ดเหงื่อ ทำเอา แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ร้อนแรงแทบแตกเลยทีเดียว! 2014 TEENTOP My Dear Angle in Bangkok จัดโดย บริษัท Goat Entertain จำกัด เซ็นสัญญากับ บริษัท Top Media จำกัด ประเทศเกาหลีใต้ ต้นสังกัดของบอยแบนด์สุดฮอต TEEN TOP พร้อมกันนี้ยังได้พันธมิตรสำคัญ อย่าง เครื่องดื่มคิ๊กกาปู้, โชกุน เอ็กซ์เพรส และ เอ็กซ์โซติก ทราเวล ไทยแลนด์ ที่ร่วมให้การสนับสนุนในครั้งนี้ด้วย โดยคอนเสิร์ตเริ่มต้นความฟินตั้งแต่คอนเสิร์ตยังไม่เริ่ม เมื่อผู้จัดเปิดโอกาสให้แฟนคลับผู้โชคดี 200 คน ได้เข้าชมการซ้อมก่อนการแสดงจริงจากศิลปินคนโปรดอย่างใกล้ชิด ทำเอาเหล่าแองเจิ้ลน้อยใหญ่ต่างฟินไปตามๆ กัน มาถึงช่วงคอนเสิร์ตจริง ซึ่งเปิดเวทีด้วยเพลงแรก Missing ก็เรียกเสียงกรี๊ดได้ถล่มทลาย เพราะความคิดถึงกว่า 2 ปีได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยสมาชิกทั้งหกของ TEEN TOP อย่าง แคป, แนล, ริคกี้, แอลโจ, ชางโจ และ ชอนจี ก็จัดเต็มตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อไม่ให้แฟนๆ ผิดหวัง และต่อเนื่องด้วยเพลง Love is เป็นเพลงที่ 2 ก่อนจะหยุดพักหายใจหายคอ ทักทายแองเจิ้ลไทยด้วยประโยคที่ว่า "คิดถึงจุงเบย คิดถึงกันรึเปล่า" ก่อนขยับมาหน้าเวที เพื่อชวนให้แองเจิ้ลลุกขึ้นเต้นด้วยเพลง I Wanna love และ Baby U จนกระทั่งเพลง Date ซึ่งเหล่าแองเจิ้ลชาวไทยก็ยังเสียงดีไม่มีตก ทั้้งโยกและขยับร่างกายตามอย่างสนุกสนาน ก่อนที่ทั้งหกหนุ่มจะหลบเข้าหลังเวทีเพื่อส่งเวทีต่อให้พิธีกรพลังเหลือล้น หนูอิมอิม และล่ามภาษาเกาหลี ดีเจ ยูคอนยอง ออกมาทำหน้าที่ ซึ่งงานนี้ขอบอกว่าไม่ใช่แค่แองเจิ้ลไทยที่ฟินเท่านั้น เพราะพิธีกร อย่าง หนูอิมอิม ก็ฟินไม่น้อยหน้า ออกตัวสารภาพหน้าเวทีว่างานนี้กำไรชีวิตสุดๆ จะขอทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดพลัง เลยออกไอเดียเด็ดให้หกหนุ่ม TEEN TOP ทักทายแองเจิ้ลด้วยท่าทางต่างๆ แทนคำพูด เริ่มต้นด้วย แอลโจ ซึ่งทักทายเบาๆ ด้วยการส่งจูบ ฟาก ชางโจ ทำท่าส่งหัวใจอย่างน่ารัก ต่อด้วย ชอนจี ที่ขยิบตาพร้อมชูสองนิ้วอย่างทะเล้น ด้านหนุ่ม แนล อวดภาษาไทยด้วยคำว่า "รักนะจุ๊บๆ" พร้อมกล่าวขอบคุณ ก่อนส่งต่อไปให้ ริคกี้ ซึ่งมาแนวนิ่งๆ แต่ขโมยซีนเพื่อนร่วมวงด้วยการหันหลังส่ายก้นดุ๊กดิ๊กให้แฟนๆ ได้กรี๊ด ฟากหนุ่ม แคป ที่ไม่ทิ้งมาดความหล่อสุดเท่ ส่งความรักด้วยท่าซารางเฮโยเป็นคนปิดท้าย พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอก็ยกเวทีให้ TEEN TOP ได้โชว์เพลงจังหวะช้าๆ อย่าง No ให้แฟนๆ ในฮอลล์ได้โยกกันเบาๆ แล้วต่อเนื่องด้วยเพลง Love u ก่อนที่จะเปิดวิดีโอเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง I’m Sorry ให้แองเจิ้ลชาวไทยได้ชมกัน แล้วเสิร์ฟความสนุกไม่ให้ขาดตอนด้วยไลฟ์เวอร์ชั่นของเพลงนี้ที่หนุ่มๆ กระซิบว่าตั้งใจซ้อมเต็มที่เพื่อแองเจิ้ลไทย รวมไปถึงอีกสองเพลง อย่าง Don’t I และเพลง Rock Star ซึ่งหนุ่มๆ TEEN TOP เองก็เต็มที่ไม่แพ้กัน มีแค่การร้อง การเต้น ก็อาจไม่ครบสูตร ว่าแล้วสองพิธีกรก็ขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งพร้อมอุปกรณ์การเล่นเกมส์ อย่าง กระดานวาดภาพและสีชอล์ค พร้อมให้เหตุผลว่าเมื่อคอนเสิร์ตครั้งที่แล้วหนุ่มๆ TEEN TOP จับคู่แองเจิ้ลวาดภาพสไตล์แอ็บสแตรกต์จนเป็นที่ถูกอกถูกใจ มาคราวนี้เลยเอาเกมส์นี้กลับมาให้เล่นอีกครั้ง แต่เปลี่ยนกติกาว่าต้องออกมาเป็นภาพเสมือนจริง งานนี้จิตรกรจำเป็นทั้งหกก็ตั้งใจวาดกันอย่างเต็มที่ พร้อมบรรจงเซ็นชื่อบนภาพผลงานเอกก่อนมอบให้แองเจิ้ลผู้โชคดีอีกด้วย แล้วต่อด้วยการสอนภาษาไทยให้ศิลปินคนโปรด โดยให้ TEEN TOP ทั้งหกมองหน้าแองเจิ้ลและบอกว่านึกถึงคำว่าอะไร ฟากแองเจิ้ลก็ต้องเขียนออกมาเป็นภาษาไทยเพื่อให้เจ้าตัวเขียนตาม ซึ่งทั้งหกหนุ่มก็ทำได้ดี ลายมือสวยไม่แพ้คนไทย แถมยังโชว์สปีดดีไม่มีตกอีกต่างหาก กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วว่า TEEN TOP มาเมืองไทยเมื่อไหร่ก็ต้องเรียนเต้นเพลงไทย ครั้งนี้พวกเขามาพร้อมกับเพลงเด็กอนุบาล อย่าง กำมือขึ้นแล้วหมุน ทำเอาแฟนๆ ได้เก็บภาพหลุดของหกหนุ่่มไว้ในความทรงจำให้ได้เคลิ้มกันข้ามสัปดาห์ เพราะแต่ละท่าที่ครูอิมอิม สอน ช่างไม่ธรรมดา! และเพราะอีกหนึ่งความพิเศษก็คือ เพราะวันที่ 23 พฤศจิกายน ถือเป็นวันคล้ายวันเกิดของหนุ่ม แอลโจ ทางทีมงานเลยจัดเซอร์ไพร้ส์ดับไฟกลางเวที โดยมีแองเจิ้ลประสานเสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้หนุ่ม แอลโจ ให้อย่างสุดเสียง ก่อนเจ้าของวันเกิดจะกล่าวความรู้สึกว่า "ขอบคุณมากครับ ผมสนุกจนลืมไม่ลงเลย" มาถึงช่วงท้ายของคอนเสิร์ต หนุ่มๆ TEEN TOP จัดมาให้ชมชุดใหญ่ด้วยเพลง Walk by, Be ma Girl, Miss Right และ Rocking แต่เหมือนแองเจิ้ลไทยจะยังไม่จุใจ เลยขออังกอร์ต่ออีกเพลง ด้าน TEEN TOP เลยจัดเพลง Crazy ส่งแองเจิ้ลกลับบ้านอย่างสุดฟิน! โดยเฉพาะ 500 ผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์ไฮทัชสัมผัสมือแบบแนบชิดกับทั้งหกหนุ่ม ก่อนจะลงจากเวที TEEN TOP ก็ยังทิ้งท้ายด้วยคำมั่นว่าจะกลับมาจัดคอนเสิร์ตอีกครั้งแน่นอน! ขยันออดอ้อนแบบนี้สินะ ถึงได้ครองหัวใจแองเจิ้ลไปเต็มๆ!! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ยูอาอิน เอาใจแฟนชาวไทย! เพิ่มบัตรแฟนมีตติ้งให้ได้ฟินทุกที่นั่ง!
YOO AH IN /  YOO AH IN Fan Meeting Tour in Thailand / 

แฟนมีตติ้ง ยูอาอิน เอาใจแฟนชาวไทย เพิ่มบัตรราคา 1,000 บาท ให้ได้ฟินทุกที่นั่ง! เตรียมนับเวลาถอยหลัง พบหนุ่มหล่อมาดกวนเจ้าเสน่ห์ ยูอาอิน ในงาน 2014 ยูอาอิน แฟนมีตติ้ง ทัวร์ อิน ไทยแลนด์ (2014 YOO AH IN Fan Meeting Tour in Thailand) ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา 17:00 น. ที่โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ ยิ่งใกล้วันแฟนมีตติ้ง ยูอาอิน ยิ่งมีความพิเศษมาเซอร์ไพร้ส์แฟนๆ ขึ้นเรื่อยๆ ครั้งนี้ บริษัท นีโอครีเอชั่น จำกัด ผู้จัดใจดี เพิ่มบัตรราคาพิเศษเอาใจแฟนๆ ที่อยากมาฟินกับหนุ่มมาดเท่คนนี้ในราคาเพียง 1,000 บาทเท่านั้น!! โดยนอกจากเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ร่วมสนุกในบรรยากาศแฟนมีตติ้งแล้ว ยังมีการเลือกผู้โชคดี 50 คนเพื่อมาไฮไฟว์ อย่างใกล้ชิดกับ ยูอาอิน ด้วย! สำหรับบัตรราคาอื่นๆ ความฟินก็ยังคงมีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น บัตร 5,500 บาท ฟินยกกำลัง 2 ด้วยการได้ร่วมแถลงข่าว, รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นต์จากมือ ยูอาอิน พร้อมสนุกกับงานแฟนมีตติ้งและไฮไฟว์แบบใกล้ชิด) / บัตร 3,500 บาท ร่วมฟินในงานแฟนมีตติ้งและไฮไฟว์ พร้อมรับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นไปนอนกอดให้ฝันดี / บัตร 2,000 บาท ฟินซะ! ด้วยการร่วมสนุกสนานในแฟนมีตติ้งและไฮไฟท์อย่างใกล้ชิด  โดยจะเปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. นี้ เป็นต้นไป ใครยังไม่มีบัตรรีบตามไปซื้อกันให้ไว มิฉะนั้นจะพลาดความสนุกสนานที่ หนุ่มหล่อ ยูอาอิน เตรียมมาพิเศษเพื่อชาวไทย ในงาน 2014 ยูอาอิน แฟนมีตติ้ง ทัวร์ อิน ไทยแลนด์ (2014 YOO AH IN Fan Meeting Tour in Thailand) เข้าไปติดตามรายละเอียดการจำหน่ายบัตรได้ทาง www.neocreation.co.th และติดตามความเคลื่อนไหวก่อนใครได้ที่ FB: Neo Creation และ www.neocreation.co.th ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ซุป’ตาร์ชื่อเหมือนต่างคนต่างวาระ!!!
ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก /  บี้ สุกฤษณ์ / 

ชื่อซ้ำไม่ใช่เรื่องแปลก! แต่จะว่าไปแล้วเหล่าบรรดาซุป’ตาร์และคนในวงการบันเทิงที่ชื่อซ้ำกันก็ออกจะมีเยอะแยะมากมาย อยู่ที่ว่าใครตั้งใจตั้งชื่อให้ซ้ำให้จำง่าย หรือถือเคล็ดชื่อซ้ำคนดังแล้วจะดังตามไปด้วย มาดูกันว่าซุป’ตาร์เมืองไทยมีใครที่ชื่อเล่นซ้ำกันบ้าง และถึงแม้จะชื่อเหมือนแต่ก็ต่างคนต่างวาระกันนะคะ! บี้ The Star VS บี้ KPN ก้าวเข้าสู่วงการจากการประกวดร้องเพลงในรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 3 ด้วยตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 แต่ บี้ เดอะสตาร์ หรือบี้ สุกฤษฎิ์ ก็กลายเป็นนักร้องขวัญใจมหาชนที่ทั้งร้อง เต้น เล่นละครสารพัด แถมยังได้คุณหนูบอย ถกลเกียรติ เป็นแบ็คดี ป้อนงานต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ แถมยังดันให้ไปดังที่ประเทศจีนอีกต่างหาก ส่วนด้าน บี้ KPN หรือ บี้ ธรรศภาคย์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ที่ไต่เต้าแจ้งเกิดจากการประกวดร้องเพลงเช่นกัน แต่เป็นเวทีเคพีเอ็น อวอร์ด ครั้งที่ 20 และนับว่า He ดังในยุค KPN อยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น แถมยังโกอินเตอร์ร่วมงานกับเกาหลีอีกต่างหาก เรียกได้ว่าความหล่อและเสียงกินกันไม่ลงสำหรับคู่นี้ เจมส์ จิ VS เจมส์ มาร์ ถือเป็นโอกาสงามๆ ของ 2 สิงห์หนุ่มแห่งวังจุฑาเทพซะจริง ที่ทางช่องทั้งผลักทั้งดันกันสุดฤทธิ์สำหรับ เจมส์ จิรายุ และ เจมส์ มาร์ ทั้งคู่เป็นที่รู้จักและแจ้งเกิดจากละครโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ แม้ทั้งคู่จะแจ้งเกิดจากละครเรื่องเดียวกันแถมมีแฟนคลับอยู่กลุ่มเดียวกันก็ตาม แต่ทั้ง เจมส์ จิ และเจมส์ มาร์ ก็วาดลวดลายโชว์ลีลาความเป็นพระเอกจนกลายเป็นซุป’ตาร์หน้าใหม่ที่ออกมาตักตวงเรตติ้งและตักตวงหัวใจจากแฟนคลับทั่วประเทศไปซะแล้วโดยเฉพาะเจ้าลิงน้อยเจมส์ จิเพราะงานนี้ได้ผู้จัดการอย่างปิ๊ก ฌาณฉลาด ให้ดังทั้งในประเทศรวมทั้งผลักทั้งดันให้โกอินเตอร์ที่เกาหลีอีกต่างหาก เคน ธีรเดช VS เคน ภูภูมิ ปล่อยให้รุ่นใหญ่ชิลล์นำหน้าไปก่อน เพราะคุณพ่อลูกสองอย่าง เคน ธีรเดช กลายเป็นพระเอกค้างฟ้ารุ่นใหญ่ไปซะแล้ว แต่สำหรับ เคน ภูภูมิ ก็ไม่น้อยหน้าถือว่าเป็นพระเอกดาวรุ่งที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์ 30 กำลังแจ๋ว ประกบคู่นางเอกซุป’ตาร์ อั้ม พัชราภา แถมยังโด่งดังจากบทบาทของสุภาพบุรุษหนุ่ม วีกิจ ในละครฮิต แรงเงา ที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้มีกระแสเม้าท์ว่า เคนน้อย เตรียมตัวก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกแทนที่รุ่นพี่ เคนใหญ่ อย่างแน่นอน มิ้นท์ ณัฐวรา VS มิ้นต์ ชาลิดา สำหรับ 2 สาว ม.มิ้น ที่แจ้งเกิดในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ มิ้นท์ ณัฐวรา ดังแซงหน้ามาก่อน แถมยังมีข่าวพัวพันถึงความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่าง หมาก ปริญ ส่วน สาว มิ้นต์ ชาลิดา ก็ดันเป็นข่าวไม่ลงรอยกับหนุ่มหมาก กรณีพิพาทถึงแม่ จนเป้นข่าวใหญ่โตขึ้นหน้าหนึ่งอยู่หลายวัน แต่พักหลังดูเหมือนว่า มิ้นท์ ณัฐวรา จะเฟดตัวจากนางเอกไปเป็นนางร้ายซะส่วนใหญ่ ส่วนด้าน สาวมิ้นต์ ชาลิดา กลับยิ่งแรงแซงโค้งเป็นนางเอกแถวหน้าที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ทางช่อง แถมเรื่องรักก็ยังโดดเด่น แถมตอนนี้นางกำลังคบหาดูใจอยู่กับทายาทโบนันซ่า เขาใหญ่ อย่างหนุ่ม ภูผา เตชะณรงค์ อีกด้วยถึงตอนนี้ความสัมพันธ์จะยังไม่บ่งชัดแต่คอนเฟิร์มว่าตอนนี้ทั้งคู่สนิทกันจริงจัง เมย์ เฟื่องอารมย์ VS เมย์ พิชญ์นาฏ นับเป็นนางร้ายสุดเซ็กซี่ทั้ง 2 ภาค สำหรับ เมย์ เฟื่องอารมย์ คุณแม่มือใหม่นางร้ายมือโปรนิสัยดี๊ดีแถมฝีมือยังระดับพระกาฬ ที่ตอนนี้นางหันมาเป็นผู้จัดละครปั้นนักแสดงเองกับมือ ส่วนด้านนางร้ายเซ็กซี่ชื่อเหมือนอีกนางหนึ่ง เมย์ พิชญ์นาฏ นอกจากฝีมือจะฉกาจขึ้นแท่นแล้ว คุณเธอก็ยังแบ๊วไม่เลิก เพราะที่ผ่านมานางก็เข้าร่วมชมรมคนรักเด็ก แต่ดูแล้วเรื่องรักๆของสาวเมย์ พิชญ์ ก็ยังดูไม่ลงตัวสักที ไม่ใช่เพราะนางเลือกเยอะหรอกค๊า เพราะบรรดาผู้ชายที่เข้ามาข้องแวะกับนางแต่ละคนนี่สิคะแสบตัวพ่อเลยทีเดียว กระแต ศุภักษร VS กระแต อาร์สยาม แม้ชื่อจะเหมือนแต่ก็คนละไซส์นะขอบอก เพราะใครๆ ก็รู้ว่าด้านสาวทรงตู้ม กระแต ศุภักษร ไม่เคยยิ่งหย่อนเรื่องความเซ็กซี่ ซึ่งล่าสุดคุณเธอจะแขวนเต้าหันไปควบรถแข่งโดยมีแฟนหนุ่มนักแข่ง หลุยส์ คอยเทคแคร์ดูแลไม่ห่างจนทั้งคู่จะลั่นระฆังวิวาห์ในต้นปีหน้า58 ส่วนด้าน สาว กระแต อาร์สยาม ชื่อแฝดคนละฝาแต่ความดังของนางยิ่งกว่าพลุแตกซะอีก นอกจากความเซ็กซี่ในการเป็นนักร้องลูกทุ่งสาวยุคใหม่แล้ว ที่ผ่านมานางก็สร้างกระแสความฮือฮาไม่แพ้ใคร เพราะตกเป็นข่าวมือที่ 3 ระหว่างความสัมพันธ์ของ ซี-เอมี่ คู่รักคู่หวานของวงการทำให้ She ฮอตฮิตติดลมบนเป้นที่เม้าท์มอยจนมาถึงทุกวันนี้!! นุ่น วรนุช VS นุ่น ศิรพันธ์ เรียกได้ว่าเป็นสองเจ้าแม่ดราม่าที่เดินตามรอยกันมาก็ว่าได้ สำหรับสองสาว น.นุ่น โดยนางหนึ่งเป็นถึงนางเอกซุป’ตาร์เจ้าแม่ดราม่าตัวจริงเสียงจริง เพราะ นุ่น วรนุช ไม่เคยทำให้แฟนละครผิดหวัง แม้ล่าสุดคุณเธอจะผันมาเป้นนักแสดงอิสระ ก็มีบรรดาผู้จัดของแต่ละช่องต่างหมายจ้องจองคิวนางกันให้จ้าระหวั่น จนตอนนี้นางไม่มีเวลาปั๊มทายาทสิงห์น้อยกับกับสามีคุณที่รักกันเลยทีเดียว ส่วนด้าน นุ่น ศิรพันธ์ แม้ประสบการณ์จะน้อยกว่าแต่นางก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เรื่องดราม่านี่ก็ต้องยกให้นางเช่นกันและถึงตอนนี้นางจะยังติดสัญญาอยุ่กับทางบรอดคาทซ์แต่นางก็ขออนุญาติจากผุ้จัดคนเก่งขอข้ามไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกค่ายดูบ้างทำให้หลายคนรอดูบทบาทใหม่ของสาวนุ่น ศิรพันธ์ ในผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก VS ใบเฟิร์น มกจ๊ก ทำเอาสับสนไม่น้อยสำหรับชื่อของ 2 สาวที่เหมือนกันทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง แต่จะแตกต่างกันที่สาว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ สาวน้อยน่ารักที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า...รัก กลับกลายมาเป็นนางเอกของช่อง 7 ถึงแม้ว่าช่วงแรกๆ กระแสความดังของนางจะทะลุจอแต่พักหลังๆ มาดูจะแผ่ว ไปดังเปรี๊ยงปร้างทางด้านภาพยนตร์มากซะกว่า ส่วน สาวใบเฟิร์น พิมพ์ชนก พลบูรณ์ หรือที่รู้จักกันในนามลูกสาวดาวตลก จาตุรงค์ มกจ๊ก แม้จะเป็นลูกตลกแต่เธอก็น่ารักน่าชังเอาการทีเดียว เพราะเธอแจ้งเกิดจากการประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ 2003 ก่อนที่จะผันตัวมารับงานแนวคอมเมดี้ตามรอยพ่อ

ทำความรู้จัก A.cian บอยแบนด์เกาหลีแท้ๆ จากครอบครัวไทยแลนด์
A.CIAN /  HYEOK JIN / 

A.cian ห้าหนุ่ม K-POP สุดเท่ เปิดใจสัมภาษณ์พิเศษ เผยก้าวใหม่สู่ประเทศไทย แจ้งเกิดในฐานะบอยแบนด์เบอร์แรกจาก Mono Music Korea แจ้งเกิดในเมืองไทยได้อย่างน่าสนใจสุดๆ! สำหรับห้าหนุ่ม ซังฮยอน (Sang Hyeon), จองซัง (Jung Sang), จินโอ (Jin.O), ฮยอกจิน (Hyeok Jin) และ โลเจ (LO-J.) สมาชิกของบอยแบนด์วง A.cian (เอเชี่ยน) ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ฝีไม้ลายมือที่น่าสนใจเท่านั้น แต่เพราะการคัมแบ็คสู่วงการเพลงเกาหลีอีกครั้งของพวกเขา ภายใต้ชายคาบ้านหลังใหม่ในการดูแลของ Mono Music Korea โดยการบริหารของ Mono Group บริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ก็ยิ่งทำให้ A.cian กลายเป็นหนึ่งในบอยแบนด์เกาหลีที่แฟนเพลง K-POP ในเมืองไทยจับตามองมากที่สุดในช่วงนี้เลยทีเดียว หลังจากเดินหน้าทำกิจกรรมโปรโมทมินิอัลบั้ม เอาช์ (Ouch) ที่ประเทศเกาหลีใต้เพียงไม่นาน ห้าหนุ่ม A.cian ก็บินตรงไปยังประเทศไทยเพื่อร่วมถ่ายทำภาพยนตร์ไทยเรื่อง 'คน อก หัก' ผลงานเรื่องใหม่จากค่าย Mono Film ซึ่งจ่อจะเข้าฉายราวต้นปีหน้า แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะ A.cian ยังแย้มข่าวดีว่าพวกเขามีแผนงานที่จะมาจัดโชว์เคสแนะนำผลงานเพลงให้แฟนๆ ชาวไทยได้ฟังกันอย่างเต็มตัวในเดือนธันวาคมนี้ รวมทั้งเพลงใหม่ซึ่งจ่อเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ก็ยังทำเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยอีกด้วย แต่ก่อนจะถึงวันที่บอยแบนด์วง A.cian หวนกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง ทาง music.mthai.com ก็เป็นเวบไซต์หนึ่งเดียวที่ได้เก็บบทสัมภาษณ์สุดพิเศษจากห้าหนุ่มวง A.cian มาฝากกัน พูดได้เต็มปากว่า exclusive สุดๆ เพราะไม่เพียงจะสัมภาษณ์ล้วงลึกให้แฟนๆ ได้รู้จักพวกเขาได้มากขึ้นกว่าเคยแล้ว หนุ่มๆ วง A.cian ก็ยังแอบร้องเพลงใหม่เวอร์ชั่นภาษาไทยให้ได้ฟังอีกต่างหาก! พร้อมแล้ว คลิกชมวิดีโอ exclusive interview กับบอยแบนด์วง A.cian ที่ด้านล่างกันได้เลย... โลเจ A.Cian ซังฮยอน A.Cian จินโอ A.Cian  ฮยอกจิน A.Cian จองซัง A.Cian ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com