สุขเป็นร้อย เจ็บเป็นล้าน

สื่อฮาร์วาร์ด ตีพิมพ์ข่าว หมอดลฤดี หนีทุน เจ้าตัวแจงปัญหาการเงิน
น.ส. ดลฤดี จำลองราษฎร์ /  หนีทุน / 

สื่อฮาร์วาร์ด ตีพิมพ์ข่าว หมอดลฤดี หนีทุน เจ้าตัวแจงปัญหาการเงิน  เว็บไซต์ thecrimson.com ซึ่งเป็นสื่อภายในของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา  ได้ตีพิมพ์กรณีการหนีทุนของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยทางแฟนเพจ CSI LA ได้เผยว่า หนังสือพิมพ์ของมหาลัย Havrard The Crimson ลงเรื่องดลฤดีหนีทุนแล้ว หลังจากที่ Facebook ของมหาลัยถูกถล่มโดยคนไทยที่ไม่พอใจกับ กรณี น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หนีทุน จนทำให้ rating ของ Harvard ตกไปที่ 2.3ดาว จาก 4ดาว อย่างไรก็ตามนักเขียนข่าวของ The Crimson คิดว่า น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หนีทุน เป็นหนี้แค่ 8 ล้านบาท ซึ่งจริงๆแล้วเธอยังเป็นหนี้มหิดลอีก32ล้านบาท และคิดว่าหมอเผด็จ จะไม่ฟ้องดลฤดี ซึ่งไม่เป็นความจริง ส่วน น.ส.ดลฤดี นั้นเขียน e-mail มาแก้ตัวกับ The Crimson ว่าเธอจะชดใช้หนี้ แต่เป็นเพราะเธอมีปัญหาเรื่องเงิน หางานไม่ได้หลายปี เพราะพาสปอร์ตและวีซ่าของเธอ ไม่สามารถต่ออายุได้ เนื่องจากถูกทางมหาลัยมหิดลระงับเอาไว้ ส่วน Melissa จากหน่วยการสืบสวนคำร้องทุกข์ของ Harvard หรือ Ombud ยังไม่ได้ทำการสืบสวนดลฤดี อย่างที่สื่อไทยมีการกล่าวอ้าง

ธุรกิจรองเท้ามือ 2 คู่ละ 35 บาท ต้นทุนต่ำ กำไรสูง ขายดีเว่อร์ !
ขายส่งรองเท้ามือสอง /  มาม่า รองเท้ามือสอง / 

อีกหนึ่งช่องทางทำกินสร้างรายได้ง่าย ๆ กับ ธุรกิจรองเท้ามือ 2 เริ่มต้นเพียงคู่ละ 35 บาท ต้นทุนต่ำ กำไรสูง ขายดีเว่อร์ !! เรียกได้ว่าด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอาจทำให้มนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ คน อยากหันมาสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองกันมากขึ้น งานนี้ MThai News จึงขอนำคุณผู้อ่านไปล้วงลึก ธุรกิจรองเท้ามือ 2 ร้านเบญจมาศ ของ คุณ เพชรลัดดา อาจยุทธิ์ หรือ น้องมาม่า ลงทุนต่ำแต่ได้กำไรสูง แถมขายดีเว่อร์ เพราะด้วยราคาส่งที่เริ่มต้นเพียงแค่คู่ละ 35 บาท เท่านั้น จุดเริ่มต้นของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กับฝันอันยิ่งใหญ่ ที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ และเมื่อโชคชะตาเข้าข้าง เธอจึงค้นพบเส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี "เริ่มต้นจริง ๆ คือ ขายเสื้อผ้ามาก่อน แต่ดันไปเห็นร้านข้าง ๆ เขาขายรองเท้ามือ 2 คู่ละ 40 บาท รู้สึกทำไมถูกจัง ต้นทุนเท่าไหร่ถึงขายได้ถูกขนาดนี้แถมขายดีอีกด้วย เลยแอบถามเขาบวกกับหาข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ตจนรู้แหล่งว่ารับมาจาก ตลาดโรงเกลือ เราเลยไปบ้าง แรก ๆ ก็งง ๆ ตลาดมันใหญ่มาก แต่ก็มีคนเข้ามาทักจะเอาของแบบไหน เราเลยให้เขาพาไป แล้วศึกษาเรียนรู้ลงมือคัดเองกับมือทุกคู่ ให้ได้แบบที่เราถูกใจและมีคุณภาพไม่แพ้ของมือ 1 จนทุกอย่างค่อย ๆ ลงตัวในที่สุด" ต้องบอกเลยว่า ปัจจุบันนี้ ร้านรองเท้ามือ 2 เบญจมาศ ไม่ต้องไปคัดเองกับมือเหมือนสมัยแรก ๆ แล้ว เพราะเขามีร้านเป็นของตัวเองที่ ตลาดโรงเกลือ โดยมีคนจากเขมรคอยคัดของให้ ก่อนส่งเข้ามาขายในกรุงเทพฯ ซึ่งร้านที่โรงเกลือ เขาไม่ได้เปิดให้ลูกค้าเลือก มีไว้คัดของโดยเฉพาะ หากถามถึงเรื่องราคารองเท้ามือ 2 ที่ ร้านเบญจมาศ จะมีตั้งแต่ราคาเริ่มต้นเพียงคู่ละ 35 บาท เช่น คัทชูส้นสูง คัทชูส้นเตี้ย รองเท้าส้นเตารีด รองเท้าส้นตึก รองเท้าสาน รองเท้าสวม ส่วนรองเท้าผ้าใบหญิง รองเท้าบูทเกาหลี ราคาส่งอยู่ที่ คู่ละ 60 บาท แต่ถ้าเป็น รองเท้าผ้าใบชาย รองเท้าหนังชาย จะแพงกว่าราคาส่งอยู่ที่ คู่ละ 80 บาท "คนเริ่มรู้จักร้านเราจากการทำโฆษณาในโลกออนไลน์ เริ่มต้นจากการประกาศลงเว็บไซต์ เนื่องจากเมื่อก่อนยังไม่มีเฟซบุ๊ก แต่เมื่อมีเทคโนโลยีแบบนี้เข้ามา เราก็ยิ่งทำโฆษณาได้ง่ายขึ้น เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกลุ่ม หากนับจากที่เริ่มทำธุรกิจรองเท้ามือ 2 มาก็ประมาณ 8 ปีแล้ว ส่วนเรื่องรายได้ต้องบอกเลยว่าเกินคาดมาก ๆ หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วยังมีเงินเหลือเก็บได้เป็นล้าน" สำหรับใครที่สนใจ หรือกำลังมองหาธุรกิจที่ลงทุนง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เงินเยอะ ร้านรองเท้ามือ 2 เบญจมาศ เขาขายส่งอยู่ที่ 50 คู่ขึ้นไป คละแบบได้ทั้ง คัทชูแฟชั่น รองเท้าผ้าใบชาย หญิง รองเท้าบูท ยกตัวอย่างเช่น คัทชู 30 คู่ ผ้าใบ 10 คู่ บูท 10 คู่ ในกรณีที่อยู่ต่างจังหวัด ทางร้านเขาก็มีระบบการจัดส่งเช่นกัน แต่จะส่งอยู่ที่ 70 คู่ ขึ้นไป คละแบบได้เหมือนกัน นอกจากนี้ หากใครต้องการเข้าไปเลือกแบบเองจะได้ถูกใจ สามารถเข้าไปเลือกกันได้ที่ ร้านรองเท้ามือ 2 เบญจมาศ ตั้งอยู่ใน ซอยวัดศรีเรืองบุญ ถนนปลายบาง ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ หากไปไม่ถูกโทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 083-7000697 , 086-3251211 , 089-6713145  หรือติดต่อได้ที่ >> เฟซบุ๊กแฟนเพจ: www.facebook.com/Mama.shoes เว็บไซต์: www.Mama-shoes.com เว็บไซต์: www.ขายส่งรองเท้ามือสอง.com ID Line: mama.uk ID Line: mama.shoes พิกัด GPS ร้านรองเท้ามือสองเบญจมาศ 13.803987, 100.411613 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ บรรยากาศร้านรองเท้ามือ 2 เบญจมาศ และลูกค้าที่มาเลือกซื้อรองเท้าไปขายต่อตามแหล่งต่าง ๆ มีทั้งแบบของผู้หญิง และผู้ชาย เฌอมาณย์ นาคพิทักษ์  : ภาพ/เขียน ติดตามคอลัมน์ 108 อาชีพทำเงิน อื่น ๆ ได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

เปิดกลลวงรักออนไลน์! ทำคนโสดสูญเงินกว่า 100 ล้าน
คดีหลอกรักออนไลน์ /  ตำรวจไซเบอร์ / 

ปอท.เดินหน้าปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดกลลวงสุดเด็ดของโจรที่ใช้หลอกเหยื่อในโลกออน์ไลน์ วันที่ 12 ก.พ. 2559 ที่ มิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่นโฮเทล วิภาวดีรังสิตกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในฐานะผู้รับผิดชอบและดูแลการกระทำความผิดเกี่ยวเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ เดินหน้าแก้ปัญหาคดีหลอกรักออนไลน์ หรือ โรแมนสแกม ที่สร้างความเสียหายแก่หญิงไทยเป็นจำนวนมากและสร้างความเสียหายอย่างน่าตกใจในทุกปี พ.ต.อ.ภาณุวัตณ์ ร่วมรักษ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำตวามผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับผู้บังคับการปราบปรามการกระทำตวามผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั้งโจรไทยและต่างชาติ ต่างมุ่งหาความอ่อนไหวของคนเพียงแค่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งคนร้ายมักจะสนใจคนที่โสด คนมีอายุ การศึกษาดี และ มีเงิน ซึ่งสาเหตุที่โจรเลือกเหยื่อที่มีอายุและการศึกษาดี เนื่องจากมักมีรายได้ หรือมีเงินเก็บที่แน่นอน ปัจจุบันคนร้ายสามารถหาข้อมูลของเหยื่อได้ง่าย เพียงเฝ้าดูความเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก จะได้ข้อมูลแล้ว ฉะนั้นการโพสต์โชว์ความหรูหราของตนเองอาจทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ 5 อาการส่งสัญญานว่าเราถูกหลอก มีดังนี้ 1. ตกหลุมรักเราอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เริ่มคุยกันไม่นาน เรียกเราว่าที่รัก สักพักขอแต่งงาน ซึ่งสาเหตุที่โจรเรียกเหยื่อว่าที่รัก ก็เพราะโจรมักจะคุยกับเหยื่อหลายคน เรียกที่รักเหมือนกันหมด เพื่อกันเรียกชื่อผิด 2. ไม่เปิดกล้อง ไม่ยอมให้เห็นหน้าง่าย ๆ บ่ายเบี่ยงไม่อยากเจอ เป็นธรรมดาที่โจรจะไม่ใช้รูปตัวเองเป็นโปรไฟล์ แต่เอารูปคนหน้าตาดีมาหลอกเหยื่อ และถ้าคู่รักออนไลน์ของคุณเป็นชาวต่างชาติและใช้รูปเป็นฝรั่งผิวขาว แทบทั้งหมดเป็นคนผิวดำไนจีเรียแต่ใช้รูปฝรั่งผิวขาวมาหลอก 3. รักกันไม่นานมีเหตุการณ์ให้เราต้องเสียเงิน โจรจะใช้ร้อยแปดเหตุผลให้เราโอนเงินให้ ชวนทำธุกิจ อ้างว่าไม่สบาย ปัญหาชีวิตทำให้เราสงสาร หรือโอนเงินเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมในการรับของขวัญสุดแพงที่เขาส่งมาให้ โดยโจรจะใช้คนกลางอีกคนโทรหาเหยื่อแล้วแสร้งทำทีว่าเป็นคนจากบริษัทขนส่ง หรือ ศุลกากร เพื่อเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการขนส่ง 4. กรณีเป็นชาวต่างชาติมักบอกตัวเองเป็นคนอังกฤษ หรือ อเมริกัน แต่เขียนภาษาอังกฤษผิดแกรมมาตลอด นั่นเพราะว่าร้อยละ 99 เขาคือคนผิวดำไนจีเรียปลอมตัวมาในคราบฝรั่งรูปงาม 5. คุยกันไม่นานชวนเปิดกล้อง ทำกิจกรรม sex online ส่วนใหญ่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักเป็นผู้ชายนึกสนุก แต่หารู้ไม่ว่าในขณะที่คุณกำลังสนุกกับกิจกรรมดังกล่าว คนร้ายอาจกำลังอัดคลิปขณะที่คุณกำลังสำเร็จความใคร่ไว้แบล็กเมล์ นอกจากนี้ ตำรวจไซเบอร์เผยข้อเท็จจริงที่ต้องแปลกใจในการหลอกรักออนไลน์ที่คุณคาดไม่ถึง 5 เรื่องที่จะทำให้ตะลึง ได้แก่ 1. มีเหยื่อมากมายที่ญาติต้องบังคับให้มาแจ้งความ หลังถูกหลอกให้โอนเงินให้คนรักออนไลน์ไปมหาศาล แม้ในวันที่มาแจ้งความเหยื่อยังคงปักใจเชื่อว่านั่นคือรักแท้ และไม่เชื่อว่าตัวเองถูกหลอก 2. คนถูกหลอกมักเป็นคนหน้าที่การงานดี การศึกษาดี ไม่ใช่คนเรียนร้อยอย่าที่เข้าใจ 3. เหยื่อที่หลงเชื่อส่วนมากมักเป็นวัยกลางคนถึงสูงอายุ มีอายุอยู่ในช่วงตั้งแต่ 45 - 60 ปี และเงินนั้นมักเป็นเงินเก็บจากการทำงานมาตลอดชีวิต 4. รายที่สูญเสียมากที่สุดได้โอนเงินให้คนรักที่ไม่เคยพบหน้าแม้แต่ครั้งเดียวเป็นจำนวน 26 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 33 ล้านบาท ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ก่อนเหยื่อจะทราบว่าถูกหลอก 5. ไม่น่าเชื่อโจรสามารถใช้จิตวิทยาในการทำให้เหยื่อรายหนึ่งหลงเชื่อและโอนเงินให้มิจฉาชีพได้ถึง 83 ปี รวมเป็นเงิน 13 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความเสียหายดังกล่าวเป็นเพียงสถิติจากผู้ที่เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้า ปอท.เท่านั้น ไม่ได้นับรวมถึงเหยื่ออีกมากมายที่เข้าแจ้งความต่อเจ้าพนักงานท้องที่อื่น MThai News

จตุพรแฉ!ขบวนการอ้าง 'รมต.-อพศ.' หักหัวคิวงบฯชาติ
จตุพร พรหมพันธุ์ /  หักหัวคิว / 

"จตุพร" แฉซ้ำ กลุ่มคนอ้างชื่อ "รมต. -อพศ." หักหัวคิวโครงการขุดลอกคูคลอง จี้ สตง.สอบด่วน เชื่อ ทำเป็นขบวนการ จากกรณีมีกระแสข่าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ออกมาากล่าวถึงกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยปฏิบัติการผ่านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ในโครงการขุดลอกคลอง และมีการเรียกรับผลประโยชน์มากถึง 70 % ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นจริง ล่าสุด นายจตุพร ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวว่า นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น ได้เดินทางมาพบและได้นำหลักฐานมาให้ส่วนหนึ่ง ระบุถึงคนที่แอบอ้างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นมีตัวตนจริง ตามที่นายถาวร เสนเนียม ได้เคยร้องเรียนไป แต่เรื่องกลับเงียบ ขณะที่กลุ่มธรรมาภิบาลฯ ก็ได้เคยไปยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวก็ไม่มีการเรียกมาสอบถามว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร "กลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่นได้ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดของโครงการนี้ ซึ่งได้แจกให้สื่อมวลชน เช่นกันว่ามีการเก็บเงินหัวคิวเพื่อเป็นค่าจองโครงการจากนั้นก็ต้องจ่ายให้ครบ โดยมีการแอบอ้าง พล.อ.ประวิตร โดยมีชื่อคุณนาย อ.ที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ไม่มีใครกล้าแตะเพราะเดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าไม่รักชาติหากมายุ่งกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก การที่ทหารไปรบนั้นไม่ใช่ที่จะต้องขุดคลอง ลอกท่อ แบบนี้ เพราะฉะนั้นโฆษกกระทรวงกลาโหมนั้นอธิบายหน่อยว่าที่เขามายื่นหนังสือนั้นไม่เป็นจริง เพราะใช้สถานที่ องค์การทหารผ่านศึกอีกทั้งยังมีชื่อ พล.อ.ประวิตร ด้วยก็เลยคิดว่าจะมีการจ้างงาน ถ้าท่านเห็นแบบนี้นั้นนิ่งดูดายไม่ได้เลย ถ้ารัฐบาลจะมองผมเป็นศัตรู แต่ไม่ยอมมองคนที่ใช้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกทำมาหากินกับงบประมาณชาติบ้านเมือง...ก็เอากัน" นายจตุพรกล่าว จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รีบเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกลุ่มคนอ้างชื่อ อผศ. เพราะพบว่าโครงการดังกล่าวมีการเรียกเก็บค่าหัวคิวมากถึงร้อยละ 40 - 50 และระหว่างการตรวจสอบ อผศ. ก็ควรเปิดแผนการโครงการขุดลอกคลองออกทั้งหมด เพื่อเป็นการพิสูจน์และยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการแอบอ้างนี้ อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ละเอียดยิบ! แกรมมี่ฯ แถลงยืนยัน ถือลิขสิทธิ์เพลง ลาบานูน ตามกฎหมาย
Labanoon /  ลาบานูน / 

หลังเกิดกรณีที่ นายชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ กรรมการบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด ค่ายเพลงมิวสิคบั๊กส์ ยื่นฟ้องบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และอดีตศิลปินลูกหม้อ ลาบานูน เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงจาก 7 อัลบั้มของวงลาบานูนเมื่อครั้งอยู่มิวสิคบั๊กส์ โดยเรียกค่าเสียหายสูงถึง 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) ล่าสุดฟากผู้บริหาร, ฝ่ายกฎหมายของแกรมมี่ฯ และศิลปินวง ลาบานูน ก็ออกมามีความเคลื่อนไหวแล้ว   เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา(12 ก.พ.) บุษบา ดาวเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), กษม อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการบริษัทจีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MPI), วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้บริหารของค่าย genie records, ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ผู้บริหาร Rock Opera House และ อดีตผู้บริหารค่ายเพลงมิวสิคบั๊กส์ พร้อมด้วยศิลปิน อ๊อฟ และ กบ บิ๊กแอส ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เพลง ลาบานูน ผ่านรายการข่าวรอบวัน ทางช่อง one โดยฝ่ายบริหารและฝ่ายกฏหมายของแกรมมี่ฯ เผยในทิศทางเดียวกันว่า ที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องลิขสิทธิ์อย่างมาก เคารพและตอบแทนผลงานศิลปินอย่างดีที่สุด โดยใช้กติกาและเรตราคาการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ตามหลักสากล เมื่อมีการนำเพลงไปแสดงสดก็จะถูกหักค่าลิขสิทธิ์เพื่อนำมาส่งให้ผู้สร้างสรรค์ จึงคาดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด เนื่องจากเมื่อกลางปีที่ผ่านมาทางมิวสิคบั๊กส์มีการเปลี่ยนผู้บริหาร จึงอาจจะทำให้ไม่เข้าใจสัญญาและมีการยื่นขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามทางแกรมมี่ฯ เห็นว่าหากต้องการเปลี่ยนแปลงก็ควรให้สัญญาเก่าหมดเสียก่อน ซึ่งสัญญามีกำหนดหมดอายุลงในวันที่ 4 กรกฎาคม ปี 2560 เพลงของ 7 อัลบั้มเก่าของวง ลาบานูน อยู่ภายใต้สัญญาที่ทางมิวสิคบั๊กส์เซ็นเหมาเพื่อใช้ในการจัดเก็บลิขสิทธิ์ทั่วไปกับทางแกรมมี่ฯ ซึ่งเซ็นไว้เมื่อครั้งที่ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ เป็นผู้บริหารของมิวสิคบั๊กส์ โดยหลังจากวง ลาบานูน เซ็นเป็นศิลปินของแกรมมี่ฯ ภายใต้การดูแลของ genie records นั้นก็มีการตรวจสอบสัญญาและพบว่าในข้อตกลง ลาบานูน สามารถนำเพลงเก่ามาใช้ในการแสดงสดได้ ฟาก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้บริหารค่ายเพลงมิวสิคบั๊กส์ เผยเพิ่มเติมว่า ตนเพิ่งรู้เรื่องการฟ้องร้องเมื่อคืนนี้ โดยสัญญาฉบับดังกล่าวตนเองเป็นผู้เซ็นเมื่อครั้งเป็นผู้บริหารมิวสิคบั๊กส์และยินยอมอนุญาตให้แกรมมี่ฯ ทำตามข้อตกลงในสัญญา และที่ผ่านมาทั้งสองบริษัทก็เป็นคู่ค้าที่ดีต่อกันเสมอมา อย่างไรก็ตามแม้ ชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ ผู้บริหารมิวสิคบั๊กส์คนปัจจุบันซึ่งเป็นน้องชายจะเป็นผู้ยื่นฟ้องครั้งนี้ แต่ตนและน้องชายก็ไม่ได้คุยเรื่องงานมากว่า 10 ปีแล้ว และหลังจากเกิดเรื่องตนก็ยังไม่ได้ติดต่อไป การที่มาแถลงข่าวร่วมกับแกรมมี่ฯ ในวันนี้ก็เป็นเรื่องบังเอิญที่ตนเองเข้ามาที่แกรมมี่ฯ และถูกชวนให้มาร่วมแถลงข่าว ตนก็พร้อมที่แถลงข่าวเพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้แสดงจุดยืนว่าอยู่ข้างแกรมมี่ฯ หากพรุ่งนี้น้องชายเชิญไปแถลงข่าวบ้างก็เต็มใจเช่นกัน ด้าน เมธี นักร้องนำวง ลาบานูน ซึ่งมีงานโชว์ที่ จ.สุโขทัย ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตนเองรู้เรื่องดังกล่าวประมาณหกโมงเย็นวานนี้ รู้สึกตกใจ เพราะทางวงไม่เคยย้ายค่ายและมิวสิคบั๊กส์ก็เป็นผู้สร้าง ลาบานูน ขึ้นมา คิดว่าคงเกิดความเข้าใจผิด ในวันนี้ก็รู้สึกว่าดีใจที่ เอก ธเนศ มาร่วมแถลงข่าวด้วยเพราะเป็นผู้รู้เรื่องนี้ดีที่สุด และผู้ปลุกปั้น ลาบานูน ก็คือ เอก ธเนศ อย่างไรก็ตามในฐานะที่ตนเป็นผู้สร้างสรรค์เพลงเช่นกันก็เห็นด้วยกับการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่คนเขียนเพลงก็ควรได้รับผลตอบแทน เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นแม้จะทำให้เสียกำลังใจไปบ้าง แต่สุดท้ายก็เชื่อว่าจะมีทางออก อย่างไรก็ตาม ทางแกรมมี่ฯ ได้ฟ้องกลับ นายชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ ในข้อหาหมิ่นประมาทแล้ว เนื่องจากทำให้แกรมมี่ฯ เสื่อมเสียจากการแจ้งความเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอันไม่เป็นความจริง นอกจากนั้นยังกล่าวพาดพิงในเรื่องศีลธรรมและให้ร้ายแกรมมี่ฯ ในทำนองว่ารังแกค่ายเพลงเล็ก ยิ่งในปัจจุบันมีช่องทางออนไลน์ยิ่งทำให้ข้อมูลแพร่กระจายและสังคมเกิดความเข้าใจผิด แต่จะไม่ได้มีการเรียกร้องค่าเสียหายกลับแต่อย่างใด. ภาพจากรายการ ข่าวรอบวัน ทางช่อง one ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

กูรู ชี้ !! หุ้นไทยสัปดาห์หน้า ยังร่วงต่อ
MSCI /  ตลาดหุ้นโลก / 

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,276.49 จุด ลดลง 4.25 จุด หรือ (-0.33%) มูลค่าการซื้อขายรวม 37,040.49 ล้านบาท สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่ KBANK ราคาปิดที่ 161.00 บาท  ปรับลบ   2.50 บาท  เปลี่ยนแปลง -1.53% PTT ราคาปิดที่ 230.00 บาท  ปรับบวก 2.00 บาท  เปลี่ยนแปลง +0.88% KTB ราคาปิดที่   17.20 บาท  ปรับลบ  0.30 บาท  เปลี่ยนแปลง -1.71% SCB ราคาปิดที่ 130.00 บาท ปรับบวก 1.00 บาท  เปลี่ยนแปลง +0.78% ADVANC ราคาปิดที่ 166.50  บาท ปรับลบ  1.50 บาท  เปลี่ยนแปลง -0.89% สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้า ต้องจับตาตลาดหุ้นจีน ที่จะเปิดทำการในวันจันทร์ที่ (15 ก.พ.) ซึ่งต้องรอดูว่าตลาดหุ้นจีนจะตอบรับอย่างไรกับภาวะตลาดหุ้นทั่วโลก ที่ปรับตัวลงแทบจะตลอดสัปดาห์นี้ โดยปัจจัยภายนอกส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากกว่าปัจจัยภายใน นักลงทุนจึงต้องจับตาปัจจัยเหล่านี้เป็นหลัก ทั้งนี้ อีกประเด็นที่ต้องจับตา คือ ความกังวลเกี่ยวกับสถานภาพของธนาคารในยุโรปหลายแห่ง โดยขณะนี้ นักลงทุนต่างจับจ้องไปที่ดอยช์แบงก์ของเยอรมัน สถานการณ์แย่! ดัชนีตลาดหุ้นโลกร่วงกว่า 20% ตลาดหุ้นโลกร่วงระนาว 20% ขณะ น้ำมันดิบโลกทำสถิติปิดร่วงลงต่ำสุดในรอบกว่า 12 ปี ดัชนีหุ้น MSCI โลก ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นวัดตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลก ร่วงลง 20% จากระดับดัชนีหุ้น MSCI โลกที่เคยสูงสุดในเดือนพฤษภาคมปี 2558 เนื่องจาก ดัชนีหุ้นสำคัญทั้ง 3แห่งในตลาดหุ้นนิวยอร์ค สหรัฐ ซึ่งมีน้ำหนักมากที่สุดในดัชนีหุ้น MSCI โลก ร่วงลงอย่างหนาตาในคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นนิวยอร์ค สหรัฐ ร่วงปิดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ด้าน ตลาดน้ำมันดิบโลกทั้งไนเม็กซ์ นิวยอร์ค และเบร็นท์ อังกฤษ ทำสถิติปิดร่วงลงต่ำสุดในรอบกว่า 12 ปีครั้งใหม่ โดยมีราคาปิดต่ำกว่าบาร์เรลละ 27 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ราคาน้ำมันดิบดิ่ง 29% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ขณะที่ แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (12 ก.พ.) จะถูกปัจจัยกดดันจากต่างประเทศเป็นหลักโดยมีการเคลื่อนไหวของดัชนีระหว่างวัน แนวรับแรกที่ 1,280 จุดและ 1,270 จุด แต่หากหลุดแนวรับดังกล่าวจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,220 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,300 จุด วันที่ 11 ก.พ.59 สถานการณ์แย่! 'หุ้นไทย' ร่วงทะลุ 20จุด 'หุ้นไทย' ท้ายภาคบ่ายรูดหนัก 20 จุด ตามตลาดต่างประเทศ ชี้ ตลาดขาดปัจจัยบวกหนุน ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ (11 ก.พ.) ปิดตลาดที่ 1,280.74 จุด ลดลง 24.00 จุด หรือ (-1.84%) โดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยว่า การปรับตัวลดลงของหุ้นกว่า 20 จุดในช่วงใกล้ปิดตลาด น่าจะเกิดจากประเด็นดัชนีได้รับแรงกดดันจากตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นยุโรปเปิดทำการมาในแดนลบจากความกังวลเรื่องผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทชั้นนำ ขณะเดียวกันดัชนีหุ้นฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดปรับลงแรงถึง 3.85% เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่สถานการณ์ภายในประเทศยังขาดปัจจัยหนุน ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยผันผวนสูง สำหรับราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงแรงกดดัน ได้แก่ PTTEP ราคา 54.00 บาท ลดลง3.75 บาท หรือ 6.49% PTT  ราคา 229.00บาทลดลง 7.00บาท หรือ 2.97% SCB  ราคา 129.00 บาทลดลง 3.00 บาท หรือ 2.27% ด้าน นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยพรุ่งนี้ (12 ก.พ.) มีโอกาสปรับตัวลดลงต่อจากวันนี้ เนื่องจากมีแรงเทขายออกมาและหลุดแนวรับที่ 1290 จุดไปแล้ว โดยมีปัจจัยกดดันมาจากเศรษฐกิจโลก ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ยังไม่ชัดเจนในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้คาดการณ์ว่าเฟดยังคงรอดูตัวเลขการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะประกาศตัวเลขออกมาประมาณต้นเดือนมีนาคมนี้ หลังจากนั้นเฟดจึงจะตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยประเมินกรอบแนวรับอยู่ที่ 1270 จุด และแนวต้านอยู่ที่ 1295-1300 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำนักลงทุน Wait&See เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่มีสัญญาณการเทขาย และหลุดแนวรับสำคัญ 1290 จุด ส่วนนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงแนะนำเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าจะจ่ายปัยผลดี ด้านปัจจัยที่น่าติดตาม ได้แก่ ปัจจัยภายนอกประเทศ อาทิ ตัวเลขยอดค้าปลีกและตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

คืบหน้า ! เหยื่อดินไหวไต้หวันสูงเฉียดร้อย สูญหาย30ชีวิต
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

ตัวเลขผู้เสียชีวิตเหตุแผ่นดินไหวประเทศไต้หวัน พุ่งเกือบ 100 เจ้าหน้าที่เร่งหาผู้สูญหายอีก 30 คน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ความคืบหน้าค้นหาร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศไต้หวัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ล่าสุดพบเพิ่มเป็น 94 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังมีความพยายามที่จะค้นหาร่างผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดผู้สูญหายอยู่ที่ประมาณ 30 คน แต่ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตนั้นเป็นไปได้ยากมาก เมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) ขณะที่ทางการมีการควบคุมตัวผู้บริหารของบริษัทรับเหมาที่ก่อสร้างตึกเหว่ยกวนจินหลง หรือโกลเด้น ดราก้อน ตึกที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว พร้อมตั้งข้อหาประมาทสำหรับการวางโครงสร้างของตึกที่ไม่ถูกต้อง เนื้อหาและรูปภาพโดย INN -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ในไต้หวัน ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 59 ศพ ทั้งนี้ประเด็นเรื่องตึก The Wei-guan Golden Dragon Building ถล่ม เป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างหนัก เพราะเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ทั้งยังมีกรณีมาตรฐานการก่อสร้างอาคารดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ทว่า มีเสียงเรียกร้องให้มีการ ยกเครื่อง มาตรฐานอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว ให้มีความแข็งแรง หลังจากเกิดการละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้าง รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐจัดการกับอาคารเก่า อย่างไรก็ตาม มีอาคารที่ไม่ได้มาตรฐาน ตั้งอยู่ในท้องที่อีกหลายแห่ง และมีความจำเป็นต้องเช็คสภาพ ไม่ต่างจากการตรวจสุขภาพของมนุษย์ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ไต้หวัน ที่พังถล่มจากแผ่นดินไหว... สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานความคืบหน้าเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.4 แมกนิจูด ทางภาคใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้าตรู่ประมาณ 04.00 น. ของวันเสาร์ที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ล สร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ศพ วานนี้มีรายงานว่า อัยการจับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ที่พังถล่ม มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในจุดดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีเอาผิดฐานฆ่าคนตายโดยประมาท เหว่ย-กวน โกลเดน ดรากอน อาคารอพาร์ตเมนต์ที่พักสูง 17 ชั้น ในเมืองไถหนาน เป็นอาคารสูงแห่งเดียวของเมืองที่พังทลายราบ และเป็นจุดที่พบผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด ราว 40 ศพ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวทางใต้ของไต้หวัน ล่าสุดสังเวย 32 ศพแล้ว ยังสูญหายใต้ซากอีกนับร้อย วันนี้ (8 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย บาดเจ็บมากกว่า 500 ราย -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 14 ศพ บาดเจ็ฐกว่า 500 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 150 ราย ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้กว่า 400 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 800 นาย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 156 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในซากอาคารหลายหลังที่พังถล่ม โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยความสูง 17 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง และยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่พักอาศัยในอาคารได้อีกประมาณ 30 ราย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกจากซากปรักหักพังได้แล้วกว่า 250 ราย ส่วนเรื่องการดูแล รัฐบาลได้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว โดยกองทัพได้จัดเตรียมที่นอน 1,200 ชุด ในสถานที่ทั้งหมด 4 แห่งแล้ว ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

ผู้ชายดีๆก็ยังมีนะ! 11 ประเภทผู้ชายที่คุ้มค่าแก่การเปิดใจ
สาวโสด /  อยากมีแฟน / 

            สาวโสดหลายคน น่าจะมีคำถามอยู่ในใจเสมอว่า "เมื่อไหร่เราจะเจอคนดีๆสักทีนะ" คำถามเดิมๆที่ไม่รู้จะไปถามใคร เอาล่ะคุ้น สาวๆ ผู้ชายบนโลกน่ะมีไม่มากแล้วล่ะ และอายุของคุณก็ล่วงเลยไปเรื่อยๆ เราอย่ามาเสียเวลาไปวันๆเลย มาเปิดใจรับผู้ชายที่มีคุณสมบัติดีๆเหล่านี้กันดีกว่า แล้วจะรู้ว่า ผู้ชายดีๆคนนั้นที่เราตามหาน่ะ มันไม่ได้หายากหรอกนะ! อ่อ และถ้าคนที่กำลังดูๆอยู่เขามีคุณสมบัติเหล่าเนี้ยะ ก็เลิกเล่นตัวแล้วเปิดใจให้เขาได้แล้ว 1.ผู้ชายที่ส่งคุณกลับบ้าน ไม่ว่าจะไกลและจะดึกขนาดไหน เรื่องสำคัญของเขาก็คือ เขาต้องส่งคุณไปให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย เพื่อแสดงสปิริตว่าเขาเป็นห่วงและอยากให้คุณปลอดภัย นอกจากนั้นการใส่ใจอื่นๆเช่น เดินข้างนอกริมถนนและให้คุณสาวๆเดินข้างใน หรือเดินตามหลังคุณเวลาอยู่ในที่พลุกพล่าน ก็ถือว่าเป็นเรื่องความรับผิดชอบของคุณผู้ชายนะ 2.ผู้ชายที่ฟังคุณ เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงโดยมากมักจะพูดมากกว่าผู้ชาย และผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักทนฟังสิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเขาคือคนที่ฟังคุณ และต่อให้โดนคำพูดแรงๆว่าใส่แค่ไหน เขาก็อดทนและพร้อมจะอยุ่ข้างๆคุณเสมอ แบบนี้แหละ คนจริง 3.ผู้ชายที่โทรหาคุณ หลังจากเดทด้วยกันแล้ว ถ้าเขายังปรากฏตัว ยังโทรหาคุณ ในวันต่อมาหลังจากเดทกัน เขาคือคนที่คุณควรคุยด้วยและสานต่อนะ นั่นหมายความว่า เขาใส่ใจและไม่หายไปจากคุณ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงความเคารพต่อผู้หญิงนั่นเอง 4.ผู้ชายที่ไม่กลัวการลงหลักปักฐาน เขาไม่กลัวหากต้องจริงจังกับคุณ เขาโตพอที่จะให้คุณค่ากับผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าเขาได้เจอคนที่เขาพร้อมจะลงหลักปักฐานล่ะก็ เขาจะตกลงคบกับคุณอย่างแน่นอน 5.ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงมีความสามารถไม่ต่างจากผู้ชาย เขาต้องไม่ใช่ผู้ชายที่ตัดสินว่า ผู้หญิงทำสิ่งนี้ได้ สิ่งไหนไม่ได้ และที่สำคัญต้องไม่ดูถูกผู้หญิงเป็นอันขาด และนั่นคือคุณสมบัติของสุภาพบุรุษที่พร้อมจะดูแลคุณ และ ควรค่าแก่การพัฒนาความสัมพันธ์อย่างที่สุด 6.ผู้ชายที่คุณสามารถพึ่งพาเขาได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การพึ่งพาได้ในเรื่องฐานะเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถแชร์ความรู้สึกต่างๆได้ สัมผัสได้ว่าเขาจะเป็นเสาหลักให้กับคุณได้ ไม่ใช่สายลมที่ผ่านมาแล้วผ่านไป 7.ผู้ชายที่รักษาคำพูด เขาคือคนที่พูดแล้วทำหรือไม่ ถ้าเขาให้ความสำคัญกับคำพูดและคำสัญญา นั่นคือคนที่ควรค่าแก่การรอคอย  เขาเข้าใจว่าความเจ็บปวดคืออะไร และเขาจะไม่ยอมให้เกิดสิ่งนี้กับคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเขาจะไม่สัญญาอะไรที่เขาทำไม่ได้เป็นอันขาด 8.ผู้ชายที่ดีกับคนอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่คนแก่ สัตว์ และเด็ก ไม่มีอะไรทำใจสาวละลายได้เท่า การเห็นผู้ชายที่อ่อนโยน และมีเมตตากับคนอื่นๆ ต่อให้ไม่หล่อไม่รวย แต่ถ้าทำดีแล้วเมตตากับคนที่ด้อยกว่า บอกเลยว่า สาวๆก็แทบจะระทวยเลยล่ะ เพราะนี่แสดงถึงความจิตใจดี และให้เกียรติผู้อื่น 9.ผู้ชายที่ทำให้คุณหัวเราะได้ ใครบ้างที่ไม่ชอบผู้ชายตลก? หล่อแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีมุขก็น่าเบื่อทีเดียวเชียวล่ะ แต่ถ้าหน้าเฉยๆ แต่เป็นคนมีอารมณ์ขันเมื่อไหร่ล่ะก็ สาวๆแทบจะชอบทันทีเลยล่ะ เพราะอารมณ์ขันนั้นสร้างกันไม่ได้นะ เป็นลักษณะของหนุ่มๆบางคนเท่านั้น ที่สำคัญ หนุ่มตลก ยังทำให้ช่วงเวลาที่เครียดที่สุดเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขได้อีกต่างหาก 10.ผู้ชายที่ช่วยให้คุณเชื่อในตัวคุณเองมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่มั่นใจในตัวเอง เขานี่ล่ะคือคนที่ดึงคุณกลับมา เรียกความมั่นใจของคุณกลับมาได้ทันที เขาคอยให้กำลังใจในวันที่คุณท้อแท้ เขาเชื่อในตัวคุณยิ่งกว่าตัวของเขาเองเสียอีก โถมีแฟนแบบนี้น่ะ โชคดีแล้วล่ะคุ๊น 11.ผู้ชายที่ไม่พยายามเปลี่ยนคุณ ไม่ว่าคุณจะทำตัวเป็นเด็ก ดื้อ เอาแต่ใจ เขาจะมองเห็นความเป็นตัวคุณ และ รักคุณในแบบที่คุณเป็น ถ้าทันทีที่เขาพยายามเปลี่ยนคุณ โดยไม่สนว่าคุณจะเป็นคนยังไง แบบนี้ก็ไม่รอดแล้วล่ะ เพราะไม่ว่าใครก็เปลี่ยนอีกคนไม่ได้จริงๆหรอก เพราะฉะนั้นถ้าเขารักและชื่นชอบคุณจริงๆ เขาจะไม่มีทางเปลี่ยนคุณเป็นอันขาด ที่มา relrule เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ยุคสมัยเปลี่ยน! วัยรุ่นไทยมองมีเซ็กซ์วัยเรียนไม่แปลก
กรุงเทพโพลล์ /  วันวาเลนไทน์ / 

กรุงเทพโพลล์เผยวัยรุ่นไทย 53.4% เชื่อมีเซ็กซ์วัยเรียนไม่ใช่เรื่องแปลก ขณะที่ 3.7% อยากมีเพศสัมพันธุ์กับแฟนในวันวาเลนไทน์ ยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ กรุงเทพโพลล์ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลสำรวจความเห็นของเยาวชนคนไทยจำนวน 1,203 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เรื่อง “วัยเรียน วัยรุ่น ว้าวุ่นวันวาเลนไทน์” พบว่า วัยรุ่นร้อยละ 41.1 ระบุว่าตอนนี้มีแฟนแล้ว รองลงมาร้อยละ 31.5 ระบุว่ายังไม่มีแฟนและยังไม่ได้แอบรักใคร และร้อยละ 27.4 ระบุว่ายังไม่มีแฟนแต่ว่าแอบชอบบางคนอยู่ เมื่อถามว่าอยากได้อะไรจากแฟนหรือคนรักมากที่สุดในวันวาเลนไทน์ ร้อยละ 47.5 อยากไปเที่ยวด้วยกัน ร้อยละ 33.9 อยากได้ดอกกุหลาบ ร้อยละ 31.2 อยากให้บอกรักด้วยคำพูด ร้อยละ 3.7 อยากมีเพศสัมพันธ์เพื่อแสดงความรักในวันวาเลนไทน์ ทั้งนี้เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนนั้น ร้อยละ 53.4 เห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลก แค่ต้องรู้จักป้องกัน (มีสัดส่วนเพศชายมากกว่าเพศหญิง) ร้อยละ 46.6 เห็นว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ เพราะยังอยู่ในวัยเรียน (สัดส่วนเพศหญิงมากกว่าเพศชาย) ส่วนความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นว่ามีมากน้อยเพียงใดนั้น ร้อยละ 58.4 ระบุว่ามีความรู้มาก ร้อยละ 41.6 ระบุว่ามีความรู้น้อย เมื่อถามว่าวิธีหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนที่ดีที่สุด ร้อยละ 35.6 ระบุว่า “ต้องระมัดระวังตัวเองเสมอไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เที่ยวผับบาร์” ร้อยละ 21.2 ระบุว่า “ต้องไม่ไปไหนด้วยกันตามลำพัง” และร้อยละ 17.5 ระบุว่า “ต้องไม่ไว้ใจใครหรือเชื่อใจใครง่ายๆ” เมื่อถามความมั่นใจของตนเองว่าจะ “ไม่มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนได้หรือไม่” พบว่า ร้อยละ 61.2 ระบุว่ามั่นใจว่าทำได้ ร้อยละ 38.8 ระบุว่าไม่ค่อยมั่นใจ สำหรับการสำรวจดังกล่าวทางผู้จัดทำเผยว่า เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงทัศนคติความคิด เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และทำความเข้าใจกับวัยรุ่นยุคปัจจุบันดังกล่าว ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ท่านชายกำมะลอ ผลงานส่งท้ายของ ปอ ทฤษฎี ลงจอต่อสาวน้อยร้อยล้าน
ปอ ทฤษฎี ท่านชายกำมะลอ /  ปอ ทฤษฎี

ยังคงคิดถึงอยู่ตลอดสำหรับพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ที่ตอนนี้ยังมีละครสาวน้อยร้อยล้านที่ออนแอร์อยู่ให้แฟนๆ ได้รับชมกันและอีกหนึ่งผลงานที่หนุ่มปอได้ถ่ายทำไว้ก็พร้อมลงจอให้แฟนๆ ได้ชมกันแล้ว นั่นก็คือ ละครท่านชายกำมะลอ ซึ่งเป็นผลงานส่งท้ายของหนุ่มปอ ประกบคู่กับสาว พริม พริมา ออกกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา18.30น.ต่อจากสาวน้อยร้อยล้าน

12 ประโยคที่ต้องพูดให้ ติดปาก ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์ไปได้ยืนยาว
คนรัก /  ความสัมพันธ์ / 

ว่ากันว่าสิ่งสำคัญของความรัก ก็คือ "การสื่อสาร" หากคู่รักสามารถสื่อสารให้ไปในทิศทางเดียวกัน สร้างความเชื่อมั่น สร้างความเข้าใจให้แก่กันและกันได้ดี ยังไง๊ยังไง ความรักของคุณก็ต้องไปรอดตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงขอเสนอประโยคเด็ดๆ ที่เอาไว้พูดกับแฟน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนยาวนานและใช้ได้ตลอดชีวิต ! 1.ฉันทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า หากคุณไม่แน่ใจว่าทำอะไรผิดหรือเปล่า ให้ยิงคำถามนี้ออกไป เพราะคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า แฟนของคุณกำลังทุกข์ใจอยู่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นการหมั่นถามถึงความรู้สึกของเขา จะยิ่งทำให้คุณและแฟนเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น และให้เกียรติในความรู้สึกของแฟนไปในตัวด้วย  2.ฉันต้องการเธอนะ คู่รักที่มีความสุขที่สุด คือ คู่ที่ต่างรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นสำคัญและรู้ว่าช่วงเวลาที่ห่างกันนั้นเป็นอย่างไร คำง่ายๆอย่าง “ ฉันต้องการเธอนะ” “อยากเจอเธอนะ” “ไปหาได้มั้ย” แค่คำพูดเท่านั้น ก็มีความหมายกับคนฟังแล้ว ว่าคุณต้องการเขาแค่ไหน  ไม่ว่าช่วงเวลาที่ดีหรือเลวร้าย แค่บอกว่ายังต้องการกัน ก็ทำให้คนฟังมีความสุขได้แล้ว 3.ตอนนี้มีความสุขจัง จงอย่าดูแคลนชีวิตรักของคุณเอง เพราะความสุขของการมีชีวิต อาจคือการได้อยู่ข้างๆคนรัก ได้กินข้าวมื้ออร่อยๆ การได้จับมือเดินไปด้วยกัน หรือเล่นกันด้วยเรื่องบ้าบอๆ สิ่งสำคัญคือคุณต้องรู้สึกว่านี่คือความสุข แล้วคนรักของคุณจะมีความสุขเช่นกัน 4.เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ถ้าคุณสองคนได้เจอเรื่องราวเลวร้ายมาด้วยกัน ให้ยึดคำนี้ไว้ให้มั่น เพราะมันช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณและแฟนได้ดี และเป็นการไม่ทิ้งปัญหาไว้ให้กับอีกฝ่ายต้องเคว้งเพียงลำพัง 5.มีอะไรที่พอจะช่วยได้มั้ย ไม่มีอะไรทำให้แฟนภูมิใจเท่า การที่รู้ว่าคุณพร้อมจะอยู่ช่วยเขาในทุกเรื่องๆ และพร้อมเป็นกำลังใจให้เขา แม้ว่าบางครั้ง แฟนคุณอาจไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือที่จริงจังเท่าไหร่ แต่การที่ไดรู้ว่ามีคนเป็นห่วงและถามหาการช่วยเหลือนั้น ก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจได้เป็นเท่าตัว 6.ฉันเชื่อใจเธอนะ ความเชื่อใจ เป็น สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในโลกตอนนี้ สังคมสมัยนี้ การเชื่อใจใครนั้นทำได้ยากเหลือเกิน แต่ถ้าคุณพบคนที่คุณเชื่อใจเขาแล้ว จงบอกเขาเสมอว่า คุณเชื่อใจเขากว่าใคร 7.คนอื่นมองไงไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของเธอ อย่าให้ความรักของคุณสองคน ต้องมาแปดเปื้อนเพราะคำพูดของบุคคลที่สามที่ไม่รู้เรื่อง อย่าโอนอ่อนตามความเห็นของคนอื่น จนลืมไปว่าคนที่รู้ดีที่สุดก็คือ คุณต่างหาก จงเตือนสติอีกฝ่ายไว้เสมอว่า จงอยู่กับความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น 8.ฉันเชื่อในตัวเธอนะ การเชื่อในตัวคนรักเป็นสิ่งที่สวยงามนะ ไม่ว่าการเชื่อในตัวอีกฝ่ายจะทำได้ยาก แต่เชื่อเถอะว่ามันทำได้ และมันทำให้คุณแฟนอุ่นใจสุดๆเลยล่ะ 9.ฉันให้อภัยเธอ การให้อภัยคือของขวัญที่ดีที่สุดที่คนรักจะมอบให้กัน ไม่ว่าปัญหามันจะแย่แค่ไหน การให้อภัยนั้นป็นสิ่งที่สมควรทำ แต่อย่างไรก็ดี การให้อภัยควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม หากคนรักของคุณยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ต้องพิจารณาดีๆแล้วล่ะ ว่าเขาเหมาะสมจะเป็นคนรักของคุณหรือเปล่า 10.จงรักตัวเอง จงรักในสิ่งที่ตัวเองเป็น เพราะจะเป็นไปไม่ได้เลย หากคุณไม่รักตัวเองก่อนจะรักคนอื่น เพราะฉะนั้น พึงระลึกไว้เสมอว่า รักตัวเองให้มาก 11.ฉันเคารพเธอ การเคารพนั้นเป็นสิ่งที่คุณควรจะให้อีกฝ่าย และ พึงจะได้รับจากอีกฝ่าย เพราะฉะนั้นก่อนจะลงไม้ลงมือทำอะไร โปรดนึกไว้เสมอว่า คุณต้องเคารพอีกฝ่ายและนึกถึงความรู้สึกของเขาเป็นสำคัญ 12.ฉันรักเธอ คำง่ายๆที่คนรักส่วนใหญ่ที่คบกันมานานๆมักจะไม่พูดกัน ดังนั้นใครที่คิดว่าคำพูดไม่สำคัญ ขอเถียงชนฝา เพราะคำว่ารักนั้น เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจของคู่รัก สร้างความมั่นใจให้กับแฟนของคุณได้เสมอ ที่มา relrule เรียบเรียงโดย Women Mthai Team 

ภรรยาจับได้ ว่า ผมมีกิ๊กเป็น น้องภรรยา แล้วขอหย่า
กิ๊ก /  ขอหย่า / 

สวัสดีครับ ภรรยาผมจับได้ว่าผมกับน้องภรรยาเป็นกิ๊กกัน (แต่ไม่เคยมีอะไรกัน) เพราะภรรยารู้ว่าผมหลงรักน้องเมียมานานแล้ว ตั้งแต่ผมได้แต่งงานกับภรรยาผมซะอีก แต่ที่แต่งงานคือท้องนะครับ แต่ผมก็รับผิดชอบทุกอย่างเพราะผมรู้ว่าภรรยาผมรักผมมาก แต่ผมไม่ได้รักภรรยาผมตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะความคึกคะนอง ของผมเอง ผมแต่งงานและอยู่กินกันมา ก็ร่วม 3 ปี ในระหว่างนั้น น้องภรรยาของผมก็เวียนไปมาหาสู่ กับครอบครัวของผมตลอด จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้นน้องเมียผมก็อกหักจากแฟนหนุ่ม และเธอเสียใจมาก และเธออายคนที่บ้านเรื่องดังกล่าว เลยมาขออยู่ด้วย ผมพยายามวางตัวเป็นกลางมาตลอด เป็นพี่ที่ดีของน้องเมีย ให้คำปรึกษา ผมกับภรรยาก็ดูแลมาตลอด จนผมเกิดความรู้สึกแบบเก่าๆ ที่มีอยู่ในใจ และได้สารภาพความในใจผ่านแอพไลน์ไปหาน้องเมีย ซึ่งทางน้องเมียไม่ได้โกรธอะไร อาจเพราะเกรงใจพี่ ซึ่งเป็นภรรยาผม ตั้งแต่วันนั้นผมก็ปฏิบัติกับน้องภรรยาแบบเกินความเป็นพี่น้อง ( แต่ไม่ได้เสียกัน เพราะผมตั้งใจจะไม่นอกใจภรรยาผม ) วันนึง ภรรยาผมบอกผมว่า ถ้าจะมีใหม่ ให้ขอกันดีๆ นะ แต่ผมก็ไม่ได้ขอเธอและไม่บอกเธอ จนวันนึงเธอมาดูโทรศัพท์ของผม ปรากฏว่า เธอเห็นข้อความของผมทั้งหมด เธอโกรธผมมาก ผมพยายามอธิบายให้เธอเข้าใจ แต่เธอไม่ฟัง และจะขอหย่ากับผม ผมรักลูกกับภรรยาซึ่งอยู่กินกันมา ถึง 3 ปี ผมเสียใจที่เป็นแบบนี้ แต่ใจผมก็ยังรักน้องเมียอยู่ รักตั้งแต่แรกเห็น รักเพราะองค์ประกอบหลายอย่าง ตรงตามความต้องการ เธอเก่ง มีเสน่ห์ ทุกวันที่ผ่านมาผมหวนคิดถึงแต่เค้า ทำอะไรก็คิดถึง ตลอดเวลา 3 ปี ที่ได้อยู่กินกันมา ทั้งภรรยา และน้องเมีย ไม่เคยทะเลาะกัน แต่ตัวผมนั้น ไม่อยากจะเลิกกับภรรยาเพราะเวลาที่เรามีความสุขนั้นมีมากมาย เคยลำบากด้วยกัน ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าเลือกได้ อยากเลือกไว้ทั้ง 3 คน พร้อมลูก คุณจะดูเหมือนว่าน้องเมียผมคือตัวปัญหา แต่จริงๆ แล้วคือผมเอง ผมเริ่มก่อนเอง ผมทำทุกอย่างพังเอง ผมจะทำอย่างไรดี ผมทำอย่างไรไม่ถูก ตอนนี้ผมพยายามพูดคุย และปฏิเสธ การหย่าร้าง ปฏิเสธการแยกอยู่ เพราะผมไม่ได้นอกใจเค้า แต่เค้าไม่ฟังผมเลย ผมว่าผมเป็นคนดี เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่ติดยา รับราชการ มีเงินเดือน และยอมเปลี่ยนศาสนาเพราะภรรยาผม ผมยอมทุกอย่างเพื่อภรรยาผม ผมรู้สึกไม่ยุติธรรม อยากทราบว่าพอมีแนวทางใดที่ผมพอจะมีทางออกได้ใหม ...ช่วยหน่อยครับ.... ขอบคุณครับ สวัสดีค่ะ : เมื่อ 3 ปีก่อน คุณเลือกความรับผิดชอบ ไม่ได้เลือกความรัก จนถึงตอนนี้ คุณเป็นสามี เป็นพ่อคน ก็มีหน้าที่ของสามีที่ดี ของพ่อที่ดี คุณยังมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อไป คุณลืมไปแล้วหรือคะ ? มาดามรักขอถามให้คุณรู้ตัวรู้ตื่นสักนิด   อะไรคือ "การนอกใจ" ขอคำอธิบายค่ะ บอกมาให้ชัดๆ นะ ว่า "นอกใจ นี่คือ ต้องทำอะไร อย่างไรได้บ้างถึงจะเรียกได้ว่า นอกใจ "  ถ้าภรรยาของคุณไปคุยกับชายอื่นแบบที่คุณปฏิบัติกับน้องภรรยาที่มากเกินกว่าพี่น้องบ้าง ...คุณจะเรียกว่ามันคือ "การนอกใจ"  ไหมคะ ? การคุยกันมากกว่าพี่น้อง การบอกรักกัน มันคืออะไร ? ถึงแม้จะไม่เคยมีอะไรกัน แต่การคุยกัน ปฏิบัติต่อกันแบบนี้ไปนานๆ คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่า คุณจะไม่ทำอะไรเกินเลย ? เอาอะไรมากล้ารับประกันอนาคต?  การที่ภรรยาขอหย่า คุณบอกว่าไม่ยุติธรรม เพราะคุณยอมทุกอย่างเพื่อภรรยาของคุณ.... ถ้าคุณ "ยอมทุกอย่างเพื่อภรรยาคุณ" จริง ... คุณคงมีสติ รู้จักยับยั้งชั่งใจ หักห้ามใจตัวเองมากกว่านี้ ไม่ใช่การหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเองให้ทำเรื่องผิดเป็นถูกแบบนี้หรอกค่ะ  แถมนี่ยังไม่รู้สำนึก ...ยังมีหน้ามาบอกว่า ถ้าเลือกได้ ขอเลือกอยู่กัน  3 คน ....นี่ไม่ได้เรียกว่าเลือก ที่คุณบอกมา นี่เรียกว่า "กินรวบ" " เห็นแก่ตัว"  ถามน้องภรรยาหรือยังล่ะคะ ว่า เธอเลือกคุณ หรือ เธอเลือกพี่สาวของเธอเอง ?   กรุณาอย่าหาเหตุผลมาหักล้างเข้าข้างตัวเอง เพื่ออนุญาตให้ตัวเองออกนอกลู่นอกทางได้อีกเลยค่ะ  การเป็นคนดี ไม่ได้หมายรวมว่า เป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ดีนี่ค่ะ มันคนละเรื่อง คนละโซนพื้นที่ชีวิตกันนะ มันเป็นบาปคนละข้อ เป็นความดีคนละอย่าง คุณเอามารวมกันได้อย่างไรล่ะ ?  ถ้าคุณยังไม่เลือกทำให้มันถูกต้อง ยังรั้นแต่จะทำให้ถูกใจตัวคุณเอง มาดามรักรับประกันว่า เรื่องนี้จบไม่สวยแน่นอน มาดามรักคงไม่ต้องบอกมั้งว่า คุณควรทำอย่างไร ทางที่มันถูกต้อง มันก็มีอยู่ทางเดียว จะกลับตัวกลับใจ หรือ จะทะยานไปตามใจอยาก เลือกเอา จะเป็น "สามีที่ดี " "เป็นพ่อที่ดี"  หรือ "จะเป็นผู้ชายที่อยากหาแต่ความสุขใส่ตัว" ไปเลือก ไปคิดเอาเอง โตๆ กันแล้ว มาดามรัก คงไม่ต้องพูดมาก บุญรักษา จากใจ มาดามรัก 

ผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง! 10 อันดับ ทีมดังปล่อยนักเตะไป รุ่ง กับทีมอื่น
10 อันดับ /  บาร์เซโลน่า / 

งานนี้จัดได้ว่าดีลแต่ละคนเสียหายหลายแสนพอสมควรเลยทีเดียว!! เมื่อมีการจัด 10 อันดับ ทีมดังที่พลาดปล่อยนักเตะของตัวเองออกไปโชว์ฟอร์มในระดับ มาสเตอร์พีช กับทีมอื่นๆ ส่วนจะมีใครติดโผเข้ามาบ้าง ไปเช็คกันได้เลย!! 10 อันดับ ทีมดังปล่อยนักเตะไป รุ่ง กับทีมอื่น 1. ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง - เคยเป็นอดีตเด็กปั้นในศูนย์ฝึกเยาชนของ เอซี มิลาน ก่อนที่จะถูกปล่อยยืมไปยังสโมสรต่างๆ จนกระทั่งสุดท้ายถูกซื้อขาดไปอยู่กับ แซงต์ เอเตียน และกำลังผลิตสกอร์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำกับ ดอร์ทมุนด์ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในขณะที่ค้าแข้งให้ "ปีศาจแดง-ดำ" เจ้าตัวไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามในนามทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว 2. เจอโรม บัวเต็ง - หนึ่งในกองหลังสารพัดประโยชน์ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยปาดหน้าบรรดาบิ๊กทีมซิวตัวมาร่วมทัพ แต่กลับมีเวลาอยู่ในรัง "เรือใบสีฟ้า" ได้เพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น ก็โดนปล่อยกลับบ้านเกิดไปอยู่ บาเยิร์น มิวนิค ในฐานะกองหลังตัวคีย์แมน ซึ่งประสบความสำเร็จกับทัพ "เสือใต้" อย่างมากมาย.. โดยสาเหตุหลักที่ถูกปล่อยออกจาก แมนฯซิตี้ คือฟอร์มไม่ดี แถมยังเคยมรปัญหาในสนามซ้อมกับ "เกรียนโอ้" มาริโอ บาโลเตลลี่ อีกด้วย 3. จอร์จิโอ คิเอลลินี่ - เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจอมแกร่งที่ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของกองทัพ "ม้าลาย" ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยในอดีตเจ้าตัวเคยค้าแข้งให้กับ โรม่า อยู่ 2ฤดูกาล(ปี 2002-04) แต่กลับถูก "หมาป่าแห่งกรุงโรม" ประเมินค่าฝีเท้าต่ำเกินไป ทำให้เจ้าตัวได้ย้ายกลับไปยังต้นสังกัดเก่าอย่าง ลิวอร์โน่ หลังจากนั้นฟอร์มดีจนไปเตะตา ฟิออเรนติน่า จนได้ย้ายมาเฝ้าหลังบ้านให้ "ม่วงมหากาฬ" 1 ซีซั่น สุดท้ายปี 2005 คิเอลลินี่ ก็ได้ย้ายมาเป็นกองหลังขวัญใจคนใหม่ของ ยูเวนตุส จนถึงปัจจุบัน 4. พอล ป็อกบา - มิดฟิลด์วันเดอร์คิด ที่สาวก "เร้ด อาร์มี่" ออกอาการเสียดายแบบสุดๆก็คือเจ้าหนุ่มเลือดน้ำหอมรายนี้ เนื่องจากย้ายไปซบตัก ยูเวนตุส ในปี 2012 ชนิดที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อแม้แต่บาทเดียว โดยปัจจุบันด้วยวัยเพียง 22 กะรัต แต่กลับยึดตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวคีย์แมนของทีมไว้ในกำมือได้สำเร็จ แถมยังลงเล่นให้ทัพ "ม้าลาย" ไปกว่า 160 นัดแล้ว 5. ซามูเอล เอโต้ - ใครจะเชื่อว่าในอดีต ซามูเอล เอโต้ เคยเป็นหนึ่งในนักเตะเยาวชนของ "ราชันชุดขาว" (ตั้งแต่ปี 1996-2007) ก่อนจะถูกผลักดันขึ้นไปสอดแทรกในทีมชุดใหญ่ในปีต่อมา(ได้ลงเพียง 5 นัด ยิงไม่ได้สักลูก) หลังจากนั้นถูกปล่อยยืมไปอยู่ทั้ง เลกาเนส, เอสปันญ่อล และสุดท้ายเป็น มายอร์ก้า ที่ยืมตัวพร้อมกับซื้อขาดมาเป็นเจ้าของ.. ต่อมาในปี 2004 ถือเป็นเวลาแห่งการสร้างชื่อของ เอโต้ อย่างแท้จริงเมื่อเจ้าตัวได้ย้ายไปร่วมทัพคู้แค้นตลอดกาลของ เรอัล มาดริด อย่าง บาร์เซโลน่า พร้อมกับฟอร์มการพังตาข่ายที่ทำได้อย่างถล่มทลาย (201 นัด ซัดไป 129ประตู) 6. แมตส์ ฮุมเมลส์ - เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขวัญใจสาวก "เสือเหลือง" ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างแผลใจให้ บาเยิร์น มิวนิค ได้เป็นอย่างดี เมื่อสมัยยังเป็นดาวรุ่งเจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในนักเตะลูกหม้อของ "เสือใต้" ก่อนที่จะถูก ดอร์ทมุนด์ ยืมตัวมาใช้งานในปี 2008-09 หลังจากนั้นถูกซื้อขาดเข้ามาในฤดูกาลถัดไปด้วยเม็ดเงินเพียง 4 ล้านยูโร เท่านั้น 7. อันเดรีย ปิร์โล - กองกลางสายคลาสสิค ถือว่าเป็นดีลที่พลาดซ้ำสองเมื่อในอดีตเจ้าตัวเคยเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ของ อินเตอร์ มิลาน ก่อนที่ "งูใหญ่" ในยุคนั้นมีกองกลางตัวเทพๆหลายคนจับจองตำแหน่งตัวจริงแบบติดหนึบทำให้ ปิร์โล ถูกปล่อยเช่าไปอยู่ เรจจิน่าและเบรสชา หลังจากนั้นก็โดนขายให้เพื่อนร่วมเมืองอย่าง เอซี มิลาน พร้อมกับสร้างตำนานไว้หลายอย่างกับ "ปีศาจแดง-ดำ" ทว่าในปี 2011 เนื่องจาก เอซี มิลาน เริ่มมีปัญหาทางด้านการเงินทำให้จำเป็นต้องปล่อยนักเตะค่าจ้างแพงด้วยการไม่ต่อสัญญาออกไป จนกระทั่งเจ้าตัวย้ายไปอยู่ ยูเวนตุส ฝีเท้าก็ยังไม่ได้ตกลงไปตามอายุที่ขึ้นหลักเลข 3 แถมยังเป็นคนสำคัญในการพา "ม้าลาย" ประสบความสำเร็จมาอย่างมากมายอีกด้วย 8. เคราร์ด ปิเก้ - เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเลือดกระทิงดุ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ แฟนบอล "ปีศาจแดง" แอบเสียดายอยู่ลึกๆ เมื่อในอดีตพวกเขาเคยเป็นเจ้าของลายเซ็น เคราร์ด ปิเก้ ในสมัยดาวรุ่ง โดยดึงตัวมาจาก บาร์เซโลน่า ซึ่งจุดผกผันของตัวเขาก็คือในระหว่างที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อย ปิเก้ ไปร่วมทัพ เรอัล ซาราโกซ่า ด้วยสัญญายืมตัว ทำให้ฟอร์มการเล่นของอดีตเด็กเก่า "ต่างดาว" เริ่มฉายแสงออกมาในช่วงนั้น ทำให้ บาซ่า ที่เพิ่งดัน เป๊ป กวาดิโอล่า ขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม บาร์เซโลน่า ชุดใหญ่(มาจาก บาร์เซโลน่า เบ) จัดการดึงตัว ปิเก้ กลับมาจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด พร้อมกับพากันประสบความสำเร็จ และกวาดถ้วยแชมป์มาประดับตู้โชว์ได้อย่างมากมาย 9. เธียร์รี่ อองรี - นี่ก็ถือเป็นดีลที่ใจร้อนเป็นเหตุแท้ๆ! เมื่อในอดีต ยูเวนตุส เคยปิดดีล เธียร์รี่ อองรี มาจากสโมสร โมนาโก ได้สำเร็จด้วยเม็ดเงิน 10.5 ล้านปอนด์ แต่ฟอร์มในซีซั่นแรกกลับยังไม่เปรี้ยงปร้าง โดยผลิตสกอร์ได้ 3 ลูก จากการลงสนามในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ทั้งหมด 16 นัด ทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ จัดการดึงดาวยิงคนบ้านเดียวกันมาสร้างชื่อในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม (ชื่อเดิม ไฮบิวรี่) ด้วยการสังหารตาข่ายให้ "ปืนใหญ่" 226 ประตู จากการลงเล่น 369 นัด 10. ราอูล กอนซาเลซ - ใครจะเชื่อว่าครั้งหนึ่งตำนาน "เจ้าชายแห่งชุดขาว" จะเคยเป็นเด็กฝึกหัดของ แอตเลติโก้ มาดริด ในปี 1990-92 ก่อนที่ เรอัล มาดริด จะจัดการเช็คบิลมาปั้นต่อ พร้อมกับเข็นขึ้นชุดใหญ่และสร้างปรากฏการณ์ล่าตาข่ายให้กับ "ราชันชุดขาว" ไปทั้งหมดทุกรายการ 323 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมดถึง 741 นัดด้วยกัน

แฟนเพลงเจ็บซ้ำ! KAT-TUN ประกาศ เตรียมพักวง!!
kame /  Kamenashi Kazuya / 

KAT-TUN (คัต-ตุน) วง J-POP ชื่อดัง ประกาศเตรียม 'พักวง' หลังจบคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 10 ปี ที่โตเกียวโดม 1 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ KAT-TUN ประกาศอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาจะเข้าสู่ช่วงการ 'ชาร์ตแบต.' หลังจากเสร็จสิ้นคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดม ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ โดยเหล่าสมาชิก อย่าง คาเมนาชิ คาซึยะ, อุเอดะ ทัตสึยะ และ ทากามารุ ยูอิจิ ได้แถลงผ่านคลิปวิดีโอซึ่งออกอากาศทาง Jweb ส่วนหนึ่งของข้อความในคลิปวิดีโอ คาเมะ กล่าวว่า หลังจากวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป วง KAT-TUN ซึ่งก่อตั้งมา 10 ปีและเผชิญเรื่องราวมาแล้วมากมาย จะเข้าสู่ช่วง 'ชาร์ตแบต.' ของการกิจกรรมในนามวง โดยหลังจากนี้อีก 1 หรือ 2 ปี วง KAT-TUN จะออกเดินทางอีกครั้ง จึงอยากให้แฟนเพลงรอคอยพวกเขาอย่างมีความหวัง ฟาก ทัตสึยะ เสริมว่า เมื่อสมาชิกทุกคนพร้อมก็จะกลับมารวมตัวกันในฐานะ KAT-TUN อีกครั้งอย่างแน่นอน ด้าน ยูอิจิ กล่าวว่า แม้จะเข้าสู่ช่วงพักวงแต่สมาชิกแต่ละคนก็จะยังคงมีผลงานเดี่ยว และเพื่อความก้าวไปข้างหน้าของ KAT-TUN จึงจำเป็นต้องให้เวลาแก่สมาชิกเพื่อการเติบโตที่มากขึ้น จึงนำเข้าสู่ช่วง 'ชาร์ตแบต.' ของพวกเขา KAT-TUN เพิ่งออกผลงานซิงเกิ้ลใหม่ TRAGEDY ไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีกำหนดจะออกซิงเกิ้ลเพลงต่อไป อย่าง UNLOCK ในวันที่ 2 มีนาคมนี้ ก่อนต่อด้วยการเปิดตัวอัลบั้ม Best of ที่ใช้ชื่อว่า KAT-TUN 10th Anniversary BEST 10Ks เมื่อปลายปีที่แล้ว จุนโนะสุเกะ ทางุจิ ได้ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของ KAT-TUN โดยจะมีผลในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ส่งผลให้คอนเสิร์ตโดมทัวร์ฉลองครบรอบ 10 ปีของ KAT-TUN ในชื่อ KAT-TUN 10th Anniversary LIVE TOUR 10Ks ซึ่งจะเริ่มต้นที่นาโกย่า ในวันที่ 3 เมษายน และปิดฉากที่โตเกียวโดมในวันที่ 1 พฤษภาคมนั้น จะมีเพียงสามสมาชิกที่เหลืออยู่ คือ คาเมนาชิ คาซึยะ, อุเอดะ ทัตสึยะ และ ทากามารุ ยูอิจิ เท่านั้น. ข้อมูลจาก yahoo และ aramajapan ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อบอุ่นกว่าทุกครั้ง! 5 ภาพยนตร์รักที่จะเปลี่ยนวาเลนไทน์ให้มีความหมาย
Yes or No...อยากรัก ก็รักเลย /  ความรัก / 

9 เดือนที่เราได้รับความรักจากแม่อย่างอบอุ่น เรากำเนิดขึ้นมา เติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ และมีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น ได้รู้จักกับผู้คนมากมาย เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ดี และพัฒนาความรู้สึกนี้เป็นความรักที่สวยงาม ความรักของแต่ละคนมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป วาเลนไทน์นี้มาทำความรู้จักกับความรักในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านภาพยนตร์ 5 เรื่องต่อไปนี้ที่จะทำให้มุมมองความรักกว้างขึ้น และเข้าใจความรักของคนอื่นมากขึ้น แสงแดดที่สาดลงมากระทบพื้นในยามเย็น ขณะที่เรากำลังวิ่งเล่นกับเพื่อน ทุกวินาทีเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไม่มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจอยู่ในหัว เหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ว่าด้วยเรื่องราวของผู้หญิงที่ชื่อ “น้อยหน่า” เธอส่งการ์ดแต่งงานมาหา “เจี๊ยบ” เพื่อนผู้ชายในวัยเด็กของเธอ เมื่อเขาเห็นการ์ดแต่งงานใบนี้ ใบหน้าอันเลือนลางของเด็กหญิงน้อยหน่าก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และภาพเหตุการณ์แห่งความสุขในวัยเยาว์ก็พร้อมจะเล่นย้อนให้เขาได้ดูอีกครั้ง ความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเขาและเธอได้ใกล้ชิดกันและมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ความรักครั้งแรกของใครหลายคนในวัยเด็ก อาจไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเป็นความรักที่แท้จริงหรือไม่ รู้แค่ว่าได้อยู่ใกล้กับเธอ ได้เห็นเธอ และได้ยินเสียงของเธอในทุก ๆ วัน ก็เพียงพอแล้ว เมื่อชีวิตเริ่มเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น บ่อยครั้งที่เราจะรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว แม้จะมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ มากมาย เป็นไปได้ไหมที่จะมีใครสักคนที่เข้าใจเราและดูแลหัวใจของเราที่แสนอ่อนล้า ใครสักคนที่เป็นได้มากกว่าเพื่อน แต่ด้วยข้อจำกัดจากการทำงาน อาจทำให้ใครสักคนที่ว่านั้นยังไม่เดินมาหาเราสักที และวันหนึ่งเมื่อฟ้าเป็นใจ สายใยพันผูก ด้ายแดงกระตุกเข้าหากัน ก็ถึงเวลาที่จะได้พบกันคนนั้น เหมือนในภาพยนตร์เรื่อง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ว่าด้วยเรื่องราวของ “เหมยลี่” สาวโสดวัย 30 ปี ที่มีชีวิตการทำงานไม่ต่างจากคนทั่วไป กระทั่งวันหนึ่งประสบอุบัติเหตุขับรถไปชนร้านขายโจ้ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้รู้จักกับผู้ชายที่ชื่อ “ลุง” หนุ่มวิศวกรรถไฟฟ้าที่ใช้ชีวิตแตกต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาขึ้นอย่างช้า ๆ กระทั่งหัวใจของเธอตัดสินใจแล้วว่าเขาคนนี้คือผู้ชายที่เธอจะต้องคว้าไว้ให้อยู่มือ บางทีความรักก็อาจจะเป็นใครสักคนที่เข้ามาในชีวิตโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวก็ได้นะ ความรักบนโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงความรักระหว่างหญิงและชายอีกต่อไป แต่ยังมีความรักของคนที่มีเพศสภาพเดียวกันอีกด้วย ผู้ชายก็สามารถรักและชื่นชอบผู้ชายด้วยกันเอง เคยมีคำกล่าวที่ว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิด และความใกล้ชิดนี้เองที่ทำให้ความรักทำหน้าที่ของมันไปโดยธรรมชาติ การได้อยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนรักกัน สู่การผันแปรเป็นความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน เหมือนในภาพยนตร์ รักแห่งสยาม ว่าด้วยเรื่องราวของ “โต้ง” และ “มิว” เพื่อนสนิทที่บ้านอยู่ตรงข้ามกัน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ครอบครัวของโต้งต้องย้ายบ้านไป เวลาเลยผ่าน ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่สยาม เกิดเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่ทั้งสองได้กลับมาเติมเต็มให้กันอีกครั้ง กระทั่งพัฒนากลายเป็นความสัมพันธ์ที่เกินคำจำกัดความคำว่า “เพื่อน” ไป แม้ทั้งสองคนจะมีผู้หญิงที่เข้ามาเกี่ยวพันก็ตาม นำพาไปสู่การค้นหาตัวเอง และเลือกที่จะทำตามที่เสียงหัวใจเรียกร้อง ท้ายที่สุดหัวใจของเด็กผู้ชายทั้งสองคนก็ไม่ปฏิเสธที่จะเชื่อมถึงกัน ผู้หญิงเองก็สามารถรักและชื่นชอบผู้หญิงด้วยกันเองได้ เหมือนภาพยนตร์เรื่อง Yes or No อยากรัก ก็รักเลย ว่าด้วยเรื่องราวของ “พาย” หญิงสาวที่ต้องมาอยู่หอพักห้องเดียวกันกับ “คิม” หญิงสาวที่ดูภายนอกเหมือนทอม แต่คิมปฏิเสธว่าไม่ได้เป็น แต่ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกทำให้พายไม่สนิทใจ และไม่รู้สึกถูกชะตาด้วย สก็อตเทปสีแดงจึงเป็นเส้นแบ่งเขตไม่ให้ต่างฝ่ายต่างก้าวล้ำกัน คิมเริ่มเข้าหาด้วยความเป็นมิตรและจริงใจจึงทำให้พายยอมใจอ่อน เส้นแบ่งเขตจึงไม่มีความหมายอีกต่อไป และเป็นเพื่อนกันได้ในที่สุด เมื่อใกล้ชิดกันมากขึ้น ความรู้สึกของทั้งสองก็พัฒนาจนมากกว่าคำว่า “เพื่อน” ผีเสื้อเริ่มบินวนในท้อง เกิดเป็นความรักครั้งใหม่ในห้องเล็ก ๆ ห้องนั้น อีกหนึ่งตัวแทนความในใจของใครหลายคนที่อยากให้ทุกคนได้รู้จักกับรักอันบริสุทธิ์ที่เพศสภาพเดียวกันมีให้กัน และความรักที่สวยงามไม่ได้มีเฉพาะความรักของชายและหญิงอีกต่อไป เมื่อถึงเวลาที่มนุษย์ต้องละจากร่างกายไป กลายเป็นเพียงจิตวิญญาณที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า กระนั้นความรักก็ยังคงอยู่ เหมือนภาพยนตร์เรื่อง พี่มากพระโขนง ว่าด้วยเรื่องราวของ “มาก” ชายหนุ่มที่ถูกเกณฑ์ไปรบในช่วงสงครามยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ทิ้งให้ ”นาก” ภรรยาตนที่ตั้งท้องอยู่บ้านเพียงลำพังรอคอยวันที่สามีตนกลับมา เมื่อมากมาถึงก็เกิดข่าวลือว่านากตายพร้อมลูกในท้อง ความที่รักภรรยามากจึงไม่เชื่อ เพราะนากยังคงใช้ชีวิตอยู่กับตนและลูกอยู่ตลอดเวลา เพื่อนของมากและชาวบ้านพยายามบอกความจริงเรื่องนี้ให้ฟัง หลังจากที่มากได้ฟังแล้วมากจึงได้บอกความในใจของตนออกมาให้ทุกคนได้ฟังบ้าง กลายเป็นหนึ่งความรักที่สุดแสนประทับใจ เรียกน้ำตาให้เอ่อล้นพร้อมทั้งรอยยิ้มได้อย่างซาบซึ้ง สุดท้ายแล้วไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในสถานะใดความรักยังคงอยู่ ยังคงรัก และคิดถึงกันตลอดไป จากภาพยนตร์ทั้ง 5 เรื่อง ที่มีเรื่องราวความรักแตกต่างกันออกไป รักในวัยเด็กที่ซื่อตรงและจริงใจ รักวัยผู้ใหญ่ที่เข้าใจกันมากขึ้น รักที่ก้าวข้ามคำจำกัดความของเพศชายและหญิง และรักระหว่างมนุษย์และจิตวิญญาณ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม “รัก” ทำให้เรามีความรู้สึกที่ดี และเติมเต็มให้เราพร้อมก้าวเดินต่อไปในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต หนึ่งภาพสามารถแทนคำพูดได้เป็นล้านคำ หนึ่งคลิปวีดิโอสามารถแทนเรื่องราวได้เป็นล้านเรื่อง คลิปวีดิโอนี้จะเปลี่ยนทัศนคติของความรักเก่า ๆ ทิ้งไป ความรักมีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ความรักไม่มีนิยาม อย่าให้เพศ อายุ เชื้อชาติ ความบกพร่องทางร่างกาย และศาสนามามีอิทธิพลเหนือความรักอันบริสุทธิ์ที่เรามี สุดท้ายนี้ขอให้วาเลนไทน์มีความหมายกับทุกคนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

รอยสัก 7 ตำแหน่งบนเรืองร่างของผู้ชายที่ เซ็กซี่ ดึงดูดใจชวนหลงไหล
man /  old school / 

นอกจากการเลือกแบบ เลือกลายที่ถูกใจแล้ว การเลือกตำแหน่งที่จะสักบนเรือนร่างก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เรามาดูกันว่า รอยสัก 7ตำแหน่งต่อไปนี้ ตำแหน่งใดบ้างที่ช่วยเสริมสร้างจุดน่าสนใจให้แก่ตัวคุณ 1.หัวไหล่ ตำแหน่งยอดฮิตสำหรับการสักหนุุ่มๆ ที่นึกตรงไหนไม่ออกก็เอาที่หัวไหล่ไว้ก่อน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดถูกขึ้นอยู่กับรสนิยมและสไตล์ของแบบที่คุณจะเลือกแล้วล่ะว่าลายสักแบบไหนที่จะเข้ากับหัวไหล่ของคุณ ถ้าให้แนะนำเราขอเลือกลายอักขระแบบชนเผ่าให้คุณละกัน 2.แผ่นหลัง, จุดกึ่งกลางหลัง, ช่วงหัวไหล่ทั้งสองด้านหลัง พื้นที่สุดแสนคลาสสิคสำหรับหนุ่มๆ ที่เหมาะแก่การลงหมึก ยิ่งถ้าได้ขนาดของลายที่ใหญ่จนพาดไปถึงหัวไหล่ทั้งสองข้างด้วยแล้วจะยิ่งทำให้แผ่นหลังของคุณดูใหญ่และมีอะไรให้น่าค้นหาขึ้นเยอะแต่สำหรับชายหนุ้มแล้ว พื้นที่ด้านหลังอย่าเน้นลงสีจัดจ้านมากเกินไป ให้เน้นโทนดำลงเงาเทาเข้าไว้ ความเซ็กซี่ของสีดำกลางแผ่นหลังทานชายคือเสน่ห์ที่สาวๆ ต้องหลอมละลาย 3.ท้องแขน, กล้ามเนื้อด้านในของแขนส่วนบนและล่าง แค่ยกแขนขึ้นโลกก็จะรู้ถึงความเป็นตัวตนของคุณ อีกหนึ่งตำแหน่งที่ดีในการลงเข็ม ซึ่งตำแหน่งนี้เหมาะกับการหาลายที่เป็นตัวอักษร การใช้คำหรือสำนวนเท่ๆ ที่เหมาะกับตัวคุณ แต่เราขอเตือนหน่อยนะว่าพื้นที่ตรงท้องแขนนี่ระดับความเจ็บเมื่อยามที่เข็มลงนี่ให้ 8เต็ม10เลย 4.หน้าอก, หน้าอกทั้งสองข้าง หน้าอกอันหนักแน่นของหนุ่มๆ คือตำแหน่งที่สามารถดึงดูดใจเพศตรงข้ามยามพบเจอ และความเท่ของคุณจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวหากรอยสักของคุณจะเป็นลวดลายพาดโค้งคล้ายสร้อยจากบ่าลงมาถึงกลางหน้าอก 5.ขา หน้าแข้ง, น่อง ไม่เฉพาะแค่ผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายอย่างเราๆ เองถ้าได้เห็นหนุ่มๆ คนไหนใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นสุดเซอร์บวกกับลายสักบริเวณขาด้วยแล้วล่ะก็ยังอดชื่นชมในใจไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นลายชนเผ่าโบราณ ลายพอร์ตเทรตบุคล หรือจะเป็นงูพัน น่องของคุณจะดูสะดุดตาผู้พบเห็นขึ้นมาทันที 6.คอ เป็นพื้นที่ๆ หนุ่มๆ ไม่นิยมการลงเข็มสักเท่าไหร่ แต่เราขอบอกว่า คอที่มีลวดลายของหนุ่มๆ นี่แหล่ะที่สาวๆวูบวาบทุกครั้งยามพบเจอ ไม่ว่าคุณจะสวมเสื้อยืด เสื้อเชิร์ต หรือสูทถ้ามีลอยสักแลบออกมาบริเวณคอจะเพิ่มความฮึกเหิมให้กับภาพลักษณ์ของคุณยามเมื่อคนพบเจอ 7.สีข้าง มันคือพื้นที่ที่ไวต่อความรู้สึกเจ็บปวดที่สุด แต่มันก็คือพื้นที่ที่เท่ที่สุดหากจะเลือกสักบนเรือนร่าง พื้นที่ตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นลวดลายหรือตัวอักขระถ้อยคำจะทำให้คุณเป็นที่สนใจยิ่งถ้าหุ่นของคุณชวนมองด้วสยแล้ว นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่ถอดเสื้อก็ไม่มีชายหน้าใดที่จะเท่เกินคุณได้ รูปภาพจาก : Pinterest

จัดหนัก! มธ. ทุบสถิติถล่มจุฬาฯ 5-1 คว้าเเชมป์บอลประเพณี ครั้งที่ 71
ครั้งที่ 71 /  ชนานันท์ ป้อมบุปผา / 

“ลูกเเม่โดม” ธรรมศาสตร์ ฟอร์มโหดโคตรๆ หลังเป็นฝ่ายถล่มเอาชนะ จุฬาฯ ขาดลอย 5-1 ในศึกฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 71 การเเข่งขันศึกฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 71 เมื่อวันที่ 13 ก.พ.59 ที่ผ่านมา ณ สนามศุภชลาศัย เริ่มเกมมาเป็นทาง ธรรมศาสตร์ ที่ครองบอลได้เหนือกว่า ก่อนนาทีที่ 17 มาได้ประตูออกนำจากลูกฟรีคิกของ สารัช อยู่เย็น ที่ปั่นเบียดโคนเสาเเรกเข้าไปอย่างสวยงามให้ ธรรมศาสตร์ นำ 1-0 ถัดมาอีกเเค่ 3 นาที ธรรมศาสตร์ ติดเครื่องมาได้ประตูที่สองจากลูกจุดโทษเเละเป็น สารัช อยู่เย็น ที่สังหารไม่พลาดให้ ธรรมศาสตร์ นำ จุฬาฯ เป็น 2-0 นาที่ 34 สกอร์ห่างเกินคาดเมื่อ ธรรมศาสตร์ มาได้ประตูที่ 3 จากความผิดพลาดของ อดิศักดิ์ ดวงศรี นายทวาร จุฬาฯ รับบอลหลุดมือ มาเข้าทาง อดิศร พรหมรักษ์ ดีดบอลเข้าไปง่ายๆให้จบครึ่งเเรก “ลูกเเม่โดม” นำอยู่ 3-0 เกมในครึ่งหลังเริ่มมาได้เพียงนาทีเดียว ธรรมศาสตร์ มาได้ประตูขยับหนีออกไปอีก จากจังหวะหลุดของ อดิศักดิ์ ไกรษร ซัดด้วยขวาเสียบเสาสองเข้าไป ธรรมศาสตร์ นำเป็น 4-0 หลังจากนั้นนาทีที่ 70 จุฬาฯ เปิดเกมบุกเเลกอย่างหนักมาได้ประตูไล่มาเป็น 1-4 จากลูกจุดโทษของ อภิวัฒน์ งั่วลำหิน เเต่ถัดมาอีก 5 นาที ธรรมศาสตร์ บวกสกอร์หนีออกไปอีกเป็น 5-1 จากการซัดในเขตโทษของ ชนานันท์ ป้อมบุปผา หลังจากนั้นรูปเกมของทั้งสองทีมยังเป็นไปอย่างสนุก เเต่สุดท้ายทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ก่อนจบเกมเป็นทาง ธรรมศาสตร์ ถล่มเอาชนะ จุฬาฯ ไปอย่างท้วมท้น 5-1 คว้าเเชมป์ฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 71 ไปครอง โดยชัยชนะครั้งนี้ของ ธรรมศาสตร์ ยังได้สร้างสถิติใหม่เมื่อกลายเป็นสกอร์ที่ชนะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มากที่สุดตลอดกาล แทนที่ปี 2479 ที่ชนะ 4-1 และ ปี 2515 ที่เอาชนะไปได้ 4-0 แต่สกอร์รวมที่ทั้งคู่ยิงรวมกันได้มากที่สุดยังเป็นของปี 2493 ที่จุฬาเอาชนะไป 5-3 รายชื่อ 11 ตัวแรกทั้งสองทีม ธรรมศาสตร์ : ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ (ผู้รักษาประตู), อภิเชษฐ์ พุฒตาล (C), อานิสงส์ เจริญธรรม, อดิศร พรหมรักษ์, วัชรพงษ์ คงช่วย, กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์, สารัช อยู่เย็น, วันเฉลิม ยิ่งยง, ธนัตถ์ วงศ์ศุภลักษณ์, อดิศักดิ์ ไกรษร, ชนานันท์ ป้อมบุปผา จุฬาฯ : อดิศักดิ์ ดวงศรี (ผู้รักษาประตู), นัธพงษ์ สายริยา, ปกาศิต แสนสุข, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, อดุลย์ หมื่นสมาน (C), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, วัฒนศัพท์ เจริญศรี, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, ไพฑูรย์ นนทะดี, ฤทธิพร หวานชื่น, วุฒิชัย ทาทอง

ความลับของเหล่านางฟ้าจาก
นางฟ้า /  สายการบิน / 

ความลับของเหล่านางฟ้าจาก สายการบิน Vietjet             แอร์โฮสเตสหรือที่หลายๆคนเปรียบเปรยว่าเป็นนางฟ้านั้นถือเป็นอาชีพในฝันของสาวๆหลายคน โดยจากงานสำรวจพบว่า 60% ของผู้หญิงในช่วงวัย 20 กว่ามักจะใฝ่ฝันถึงการใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบินในฐานะอาชีพแอร์โฮสเตสอยู่เสมอ อ้างอิงจาก Weekly World News พวกเธอต่างก็ยอมรับว่าอาชีพแอร์โฮสเตสเป็นอาชีพที่มีเสน่ห์และมีความดึงดูดในสายตาของพวกเธอ ซึ่งนอกจากจะมีเสน่ห์แล้ว อาชีพนี้ยังมีข้อดีอื่นๆอีกมากมาย อย่างเช่นการได้รับค่าตอบแทนสูง ได้สิทธิท่องเที่ยวเดินทาง และยังมีโอกาสที่จะเอาชนะใจนักบินอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ทั้งนี้ เนื่องจากได้มีคนบางคนกล่าวไว้ว่าอาชีพแอร์โฮสเตสนั้นเป็นอาชีพที่มีการแข่งขันสูงและบางครั้งก็หนักมากจนแทบจะทนไม่ไหวเลยล่ะ จริงอยู่ที่ว่าอาชีพแอร์โฮสเตสนั้นจริงๆแล้วไม่ได้สวยหรูเหมือนในเทพนิยาย แต่อาชีพแอร์โฮสเตสก็ไม่ใช่ฝันร้ายเสียทั้งหมด แน่นอนว่าการแข่งขันนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ แอร์โฮสเตสบางคนที่ขยันเกินหน้าเกินตาคนอื่นก็อาจจะมีสิทธิ์โดนนินทาจากเพื่อนร่วมงานได้ แต่ถ้าลองพิจารณาดูดีๆ สังคมการทำงานในสมัยนี้ไม่ว่าที่ไหนก็มีการแข่งขันแย่งชิงกันทั้งนั้น ซึ่งด้วยบทความนี้ ผู้อ่านจะได้ทราบถึงข้อมูลเชิงลึกที่แท้จริงของชีวิตแอร์โฮสเตสจากสายการบิน Vietjet  แก้ไขความเข้าใจผิด แอร์โฮสเตสส่วนใหญ่มักจะตื่นแต่เช้า พวกเธอจะต้องเผื่อเวลาไว้ถึง 3 ชั่วโมง เพราะหากว่าพวกเธอเกิดสายขึ้นมา อาจจะทำให้เที่ยวบินเกิดความล่าช้าได้ บางครั้งพวกเธอจะต้องเจอกับการเรียกตัวเพื่อให้ขึ้นบินแต่เช้าตรู่ หรืออาจจะเจอกับเที่ยวบินที่บินในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เวลานอนของพวกเธอนั้นแตกต่างไปจากเวลาปกติบ้างในบางครั้ง แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น หนึ่งในแอร์โฮสเตสจาก Vietjet ได้เล่าถึงประสบการณ์เมื่อครั้งที่เธอเหนื่อยล้ากับสภาพอากาศที่แปรปรวน แต่เธอก็ยังต้องประคองสติและเต็มที่กับการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม เธอได้เล่าต่อว่าเมื่อเธอได้พบกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของผู้โดยสาร ความเหน็ดเหนื่อยของเธอก็ทุเลาลงอย่างเหลือเชื่อ ความต้องการในอาชีพแอร์โฮสเตสของธุรกิจสายการบิน ทุกวันนี้ ธุรกิจสายการบินเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีการแข่งขันสูงมาก แต่ละสายการบินต่างก็แข่งขันกันแย่งชิงลูกค้าให้มาใช้บริการของตน ด้วยเหตุนี้ แอร์โฮสเตสจึงกลายมาเป็นที่ต้องการและเป็นเป้าหมายในการแย่งชิงของแต่ละสายการบินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อที่สายการบินจะได้มีคุณภาพการบริการที่ดีนำหน้าสายการบินอื่นๆ ทั้งนี้ แอร์โฮสเตสที่ดีจะต้องเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น มีความกระตือรือร้นในการให้บริการผู้โดยสารด้วยรอยยิ้มและความสุข ซึ่งก็เหมือนกับเหล่านางฟ้าของ  Vietjet ที่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนสะท้อนวิสัยทัศน์ของสายการบินได้เป็นอย่างดี ชีวิตที่แท้จริงของนางฟ้านั้นไม่ได้แย่หรือดีสุดโต่งแบบที่หลายๆคนคิด แต่ในเบื้องหลัง อาชีพนี้ก็มีอะไรหลายๆอย่างที่มากไปกว่าใบหน้าอันสวยงามและรอยยิ้มที่สดใส อย่างในมุมมองของสายการบิน Vietjet ผู้ที่จะมาเป็นแอร์โฮสเตสจะต้องมีความเป็นมืออาชีพและความเป็นมิตร ซึ่งสิ่งที่พวกเธอจะได้รับเป็นการตอบแทนในความสามารถของพวกเธอก็คือรายได้อันน่าดึงดูด ที่มาพร้อมกับสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย แม้ว่าเหล่านางฟ้าของ Vietjet จะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งต่อคุณภาพการบริการของสายการบิน แต่สายการบินก็ยังมีสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากนั้น ซึ่งก็คือการบริการที่แฝงไปด้วยนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ประกอบไปด้วย การแจ้งเตือนการเปลี่ยนตารางการบิน บริการจองตั๋ว และบริการ Skyboss ตัวอย่างหนึ่งของบริการเหล่านี้ก็คือการบริการจองตั๋วที่ทำให้ผู้โดยสารสามารถจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ของสายการบินได้อย่างง่ายดาย Vietjet เป็นสายการบินที่โดดเด่นไปด้วยรางวัลคุณภาพมากมาย อาทิเช่น รางวัล “The Airline with Cultural Creative and Entertainment In-Flight Programs” รางวัล “Golden Star Award for Quality” และรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในเอเชียประจำปี 2015 ซึ่งด้วยบริการ Skyboss สายการบิน Vietjet สามารถที่จะส่งมอบสิ่งอำนวยความสะดวกและสิทธิพิเศษต่างๆมากมายให้แก่ผู้โดยสาร อันประกอบไปด้วย เลาจน์สุดหรู สิทธิในการขึ้นเครื่องก่อน ที่นั่งส่วนตัว อาหารและเครื่องดื่มบริการฟรีบนเครื่อง สิทธิในการเปลี่ยนวันเวลาเที่ยวบิน และอื่นๆอีกมากมาย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ที่ http://www.vietjetair.com หรือ https://www.facebook.com/VietJetThailand/ เพื่อเข้าชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางการบิน ค่าโดยสาร และโปรโมชั่นใหม่ๆ ทั้งนี้ สำหรับการซื้อตั๋วผ่านทางอินเตอร์เน็ต ลูกค้าของสายการบินสามารถทำได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบิน โดยใช้บัตรเครดิต Visa, MasterCard, JCB หรือ American Express หรือสามารถใช้บัตรเดบิต/ATM ที่ได้จดทะเบียนสำหรับการทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ตเรียบร้อยแล้ว