สุขเป็นร้อย เจ็บเป็นล้าน

'โอเปก' ยันไม่ทำสงครามราคาน้ำมัน เชื่อฟื้นตัวระยะยาว
ข่าว /  ข่าวต่างประเทศ / 

'โอเปก' ยันไม่ทำสงครามราคาน้ำมัน และไม่ต้องประชุมเพื่อชะลอการลดลงของราคา เชื่อราคาจะฟื้นตัวในระยะยาวตามความสมดุล เว็บไซท์ 'บลูมเบิร์ก' ดอทคอม รายงานข่าวว่า อับดุลลา เอล-บาดรี เลขาธิการสมาคมประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก ยืนยันว่า โอเปกจะไม่ทำสงครามราคาน้ำมัน และกล่าวเตือนนักลงทุนว่า ไม่ควรมีความตระหนกกับราคามากเกินไป เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่สมดุลกับปริมาณอุปทานน้ำมัน ทั้งนี้ในการประชุมออยล์แอนด์มันนี่ในกรุงลอนดอน นายเอล-บาดรี เปิดเผยว่า โอเปกไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประชุมฉุกเฉินเพื่อชะลอการลดลงของราคาน้ำมัน และคาดว่า ราคาน้ำมัน ซึ่งลดลงมาแล้ว 25% นับแต่เดือนมิถุนายน จะเพิ่มขึ้นในระยะยาว ตามความต้องการใช้ และระดับราคาจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ รวมถึงโอเปกไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากนักจากการลดลงของราคาน้ำมัน และปริมาณการผลิตน้ำมันในปีหน้าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีนี้ที่ประมาณ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน MThai News

ยุติปัญหาบ่อน้ำมัน!! หงส์ฟัดผี แย่งชิงเซ็นเตอร์ฮาร์ฟห้างยา 12 ล้านป.
ปีศาจแดง /  พรีเมียร์ลีก / 

Daily Star สื่อชื่อดังของเกาะอังกฤษ รายงานว่า ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สองยอดทีมแห่งศึก พรีเมียร์ลีก สนใจเป้าหมายเดียวกันก็คือ โอเมอร์ โทปรัค เซ็นเตอร์ฮาร์ฟตัวแกร่งของ เลเวอร์คูเซ่น มาอุดรูรั่วช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ รายงานยังบอกอีกว่า มูลค่าการซ่อมแซมหลังบ้านครั้งนี้ของทั้งสองทีมอยู่ที่ 12 ล้านปอนด์ เพื่อแลกกับ แนวรับวัย 25 ปี ดีกรีทีมชาติ ตุรกี มาเสริมกำลังรับ โดยเฉพาะ "ปีศาจแดง" ที่ช่วงซัมเมอร์เอาแต่เสริมแนวรุก จนลืมไปว่าปราการด่านสุดท้ายก็สำคัญกับทีมไม่แพ้กัน สุดท้ายสิงที่เห็นชัดคือซีซั่นนี้ เกมรับพวกเขาโดนเจาะเป็นว่าเล่น โดย โทปรัค คือเป้าหมายอันดับต้นๆสำหรับการเสริมทัพ เพื่อแก้ปัญหาหลังกากในครั้งนี้ ทั้งนี้ โอเมอร์ โทปรัค ลงสนามรับใช้ "ห้างขายยา" ไปแล้วทั้งหมด 116 นัด กดสกอร์ได้ 4 ลูก ตั้งแต่ถูกซื้อมาร่วมทัพเมื่อปี 2011 ถึงปัจจุบัน

ตลท.คาดออกเกณฑ์คุม หุ้นเก็งกำไร ได้ทันปีนี้
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ตลท.เล็งออกเกณฑ์สกัดหุ้นเก็งกำไร คาดประกาศใช้ปีนี้ พร้อมระบุวอลุ่มปีหน้าแตะ 50,000 ล้าน คาดไอพีโอปี 58-59 เพิ่มมาร์เก็ตแคป 200,000 ล้านบาท นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการ และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท.คาดว่าจะสามารถออกมาตรการควบคุมหุ้นเก็งกำไรได้ในปีนี้ตามแผน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการหารือกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะมีการเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการตลท.ใน1-2 เดือนนี้ และจัดทำ Public Hearing ต่อไป ทั้งนี้นางเกศรา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ในปี 58 จะสามารถขึ้นไปอยู่ที่เฉลี่ยมากกว่า 50,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับจุดสูงสุดเดิมเมื่อปี 56 เนื่องภาวะตลาดที่ดีขึ้น และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน โดย 10 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ 4.2 หมื่นล้านบาท ในขณะเดียวกันคาดว่าจะสามารถเพิ่มมาร์เก็ตแคปของตลาดหลักทรัพย์ในปี 2558-2559 ได้มากกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี จากการที่มีบริษัทต่าง ๆ เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวนมาก ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาดไอพีโอที่ดีต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการต้องการเงินทุนเพื่อไปขยายธุรกิจ ขณะที่นักลงทุนก็มองหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการลงทุน โดยปีนี้พบว่ามีนักลงทุนหน้าใหม่เข้าเปิดบัญชีเพื่อลงทุนในหุ้นไอพีโอเพิ่มขึ้นหลายพันราย MThai News

Whiplash : เด็กดื้อครูตี เด็กดีครูด่า?!
Whiplash /  ครูและศิษย์ / 

ถึงแม้ว่าโดยเนื้อหาของภาพยนตร์ Whiplash ที่รัวเสียงกลองมาแต่ไกลนี้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่าง การไล่ตามความฝันของวัยรุ่น วัยบ้าพลัง หนึ่งนายถ้วน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเคี่ยวกรำ และดำเนินไปตามสูตรอย่างไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย แต่เส้นเรื่องหลักเส้นนี้ คงเป็นดังกลองที่พึ่งเริ่มอินโทรเริ่มจังหวะ และหาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เราขอให้ชมมันอย่างตั้งใจตั้งแต่โน้ตตัวแรกยันตัวสุดท้าย ฟังรายละเอียด ความสงบเงียบ ความเกรี้ยวกราด ที่พร้อมจะออกอาละวาดได้อย่างทรงพลังในแบบไม่น่าเชื่อ Whiplash บอกเล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นักเรียนดนตรี ที่เป็นมือกลองผู็มีความสามารถ และใฝ่ฝันเหลือหลายว่าจะไปเล่นในวงชั้นนำ อยู่กลางแสงไฟเหมือนอย่างไอดอล จนความสามารถโดดเด้งนี้ ไปเข้าตา เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ อาจารย์ผู้เล็งเห็นพรสวรรค์ และชักชวนให้ลองเข้ามาเล่นในวงตัวแทนโรงเรียน แอนดรูว์ ตั้งใจโชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่นั่นยังไม่พอที่จะแตะเส้นมาตรฐานของ เฟลชเชอร์ หลักสูตรการเคี่ยวกรำ เพื่อไล่ล่าความฝันฉบับเข้มข้น ถึงลูกถึงคน จึงได้เริ่มขึ้น หาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เพลงนี้ก็แทบจะครบรสจบสิ้นสมบูรณ์ในตัวมันเอง เพราะถึงแม้จะมีความรู้ด้านดนตรี มากพอๆ กับอากาศบนดวงจันทร์ หนังที่ดูท่าจะมุ่งเน้นไปทางดนตรีได้ ก็ยังสามารถมอบความบันเทิง ให้เราได้เพลิดเพลิน และกระแทกกระทั้น สลับกันเป็นพักๆ ได้อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งโดยทางหู กับจังหวะที่รุนแรงของกลอง ดนตรี และแน่นอนรวมไปถึงเสียงก่นด่า ประชดประชัน ของอาจารย์ ที่จัดใส่ศิษย์เสียยังกะเทลงมาจากรถบรรทุก และโดยทางตา จากจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วคล้ายหนังแอ็คชั่น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ซึ่งนั่นทำให้แม้ช่วงแรกจะออกอาการช้ากับการปูเรื่องไปบ้าง แต่หนังก็ทำการเร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนีห่างจากความน่าเบื่อ ยืดยาดไปหลายขุม และมันส์ได้ราวกับหนังที่ยิงกันตูมตามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากการได้เพลินกับจังหวะที่รุนแรงแล้ว Whiplash ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคำถามชั้นดีใส่คนดูและสังคม อันว่าด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรม ที่คนเป็นครูและศิษย์พึงจะมี พึงจะกระทำ หากดำรงสถานะเป็นครู เมื่อครูเล็งเห็นพรสวรรค์ของศิษย์ ที่สามารถต่อยอดได้แบบเห็นอนาคตอีกไกล สิ่งใดควรกระทำมากกว่ากันแน่ ระหว่างการชี้แนะให้ศิษย์รู้ ปูทางและส่งเสริมให้ศิษย์ทำ หากศิษย์คิดเลิกหยุดฝัน นั่นก็เท่ากับครูต้องหยุด และไม่ควรจะไปบังคับขืนใจให้ทำต่อไป หรือการพร่ำสอนชนิดเข้มข้น กำให้แน่นเพื่อให้แทรกตัวเอาชีวิตรอด และดื้อรั้นที่จะผลักดันพาศิษย์ที่เข่าทรุด งอแง ล้มเลิกไปแล้ว ให้กลับมายืนใหม่ จนคล้ายจะบังคับกัน หรือถ้าดำรงอยู่ในสถานะเป็นศิษย์ อะไรคือสิ่งที่ควรทำมากกว่าระหว่าง ทำสิ่งที่อยากทำ แบบไม่มีใครบังคับ เบื่อก็จบ คิดว่าไม่ใช่ก็เลิก ใช้ชีวิตมีความสุขสบายๆ หรือเลือกี่จะดึงดัน ล้มลุกคลุกคลาน ทนฝืนทำสิ่งที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยๆ ให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป้าหมายที่เฝ้าหวัง ทั้งที่มันคือความทรมาน และหากครูและศิษย์ มีเป้าหมายที่จุดจุดหนึ่งเชื่อมโยงกัน การไปให้ถึงฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึงนั้น มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ไปถึงด้วย (แอนดรูว์ สามารถโด่งดังได้ โดยหาลู่ทางอื่นๆ ด้าน เฟลชเชอร์ เองก็สามารถพาวงชนะประกวดได้ โดยไม่ต้องมี แอนดรูว์ เสียด้วยซ้ำ) อีกหนึ่งความดีของหนังเคล้าจังหวะกลองเรื่องนี้ ตกไปอยู่ที่การกระตุ้นและย้ำเตือนเด็กโลกสวยช่างฝันทั้งหลาย ที่มักจะตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ และมองถนนที่จะวิ่งไปสู่มันคือความชอบ ความสนุกสนานสวยงาม การไล่ตามความฝันนี่ช่างมีความสุขจังเลย ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่สวยงามเช่นนั้น การไปสู่จุดที่สูงขึ้น ย่อมต้องมีการพลาดตก บาดเจ็บอ่อนแรง มากบ้างน้อยบ้างอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เมื่อบันไดแห่งความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เราจะทนความเจ็บ สะกดกลั้น และปีนต่อไปให้้สูงขึ้นอีกได้หรือเปล่า หรือนั่งอยู๋ตรงจุดเดิม จุดปลอดภัยอย่างสบายใจ และเพียงพออยู๋แค่นั้น แน่นอนว่าไม่มีทางเลือกใดที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่ความพอใจ และแรงขับภายในว่ามีมากแค่ไหนมากกว่า อาจกล่าวไม่ได้เต็มปากนัก Whiplash คือหนังที่กู่ร้องซึ่งความทะเยอทะยาน เพราะบางครั้งจังหวะของหนัง ก็ซบเซาเชื่องช้า แวะพักรักษาแผล ไปจนถึงถอดใจและพอใจในสิ่งที่มี แต่ถึงกระนั้น ามารถกล่าวได้เต็มปากแทนว่า Whiplash คือหนังแห่งความอดทนอดกลั้น ที่สื่อสารผ่านศิษย์และครู ในเส้นทางเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ยิ่งคุณคิดจะดื้อไปต่อ ครูจะยิ่งตี มิใช่ให้ล้มเลิกแต่ให้คุณอดทน ยิ่งคุณคิดว่าดีพอแล้ว อ่อนข้อทำตามสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว ครูจะยิ่งด่า เพราะนั่นคือการหยุดซึ่งการสร้างสรรค์และพัฒนา และไม่ว่าคุณจะกำลังอดทนเพียงไหน เชื่อเถอะว่าคนที่คอยผลักดันคุณอยู่ อดทนมากกว่าคุณอีกเยอะ เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ โดย Lecter ----------------------

ปืนอย่าเผลอ!! หงส์ พร้อมจ่าย 31 ลย. ล่าหัว เปรโดร ปีใหม่นี้
บาเซโลน่า /  ลิเวอร์พัดเลี่ยน / 

Fichajes สื่อจากแดนกระทิงดุ ตีข่าวว่า ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะทุบคลังจำนวน 31 ล้านยูโร เพื่อแลกกับ เปโดร ปีกสารพัดประโยชน์ของ บาเซโลน่า มาขจัดปัญหาแนวรุกที่กำลังฝืดในช่วงปีใหม่นี้ แต่งานนี้ไม่ง่าย เพราะยังมีกระดูชิ้นโตอย่าง อาร์เซน่อล ที่วางแข้งชาวสเปนให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆสำหรับการเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบสองนี้อยู่ด้วย แข้งเลือดกระทิงดุวัย 27 ปี ตกเป็นตัวสำรองอย่างเป็นทางการภายใต้การคุมอำนาจ "ต่าวดาว" ของ หลุยส์ เอ็นริเก้ หลังจากนำเข้า หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงกระหายเนื้อจาก ลิเวอร์พูล มาเมื่อช่วงซัมเมอร์ ทำให้ เปโดร จำเป็นต้องหาต้นสังกัดใหม่หากยังอยากมีชื่อลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริง ทั้งนี้ ตัวรุกดีกรีทีมชาติ สเปน ลงสนามรับใช้ บาร์เซโลน่า ไปแล้วทั้งหมด 276 นัด เจาะตาข่ายได้ 88 ประตู ตั้งแต่ถูกดันขึ้นทัพชุดใหญ่เมื่อปี 2008 ถึงปัจจุบัน

คลิป เตือนภัยผู้หญิง บนท้องถนน ใส่อะไรเดินถนนก็ไม่ปลอดภัย
คลิปผู้หญิง /  คุกคามทางเพศ / 

องค์กรที่ต่อต้านการคุกคามทางเพศบนถนนที่มีชื่อว่า Hollaback ได้สร้างคลิปวีดีโอ เตือนภัยผู้หญิง ที่ให้อาสาสมัครหญิงรายหนึ่ง เดินตามชายหนุ่มที่ซ่อนกล้องไว้ในกระเป๋าเป้ แอบบันทึกภาพเหตุการณ์หลังจากนี้ โดยให้ หญิงสาวเดินไปเรื่อยๆ บนถนนใน นิวยอร์ก โดยที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแสนธรรมดา สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ และเดินตามท้องถนนไปเรื่อยๆ เป็นเวลาเกือบ 10 ชั่วโมง โดยในระหว่างที่เดินนั้น เธอถูกผู้ชายตามท้องถนน คุกคามทางเพศมากกว่า 100 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาลวนลาม หรือแม้แต่ เดินตามมาอย่างประชิดตัวเป็นเวลาหลายนาทีก็มี เพื่อตีแผ่ให้สังคมได้เห็นความไม่ปลอดภัย ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุที่นำไปสู่การข่มขืนและทำร้ายร่างกายต่อไปได้อีก หลังจากที่คลิปวีดีโอนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีคนดูกว่า 10ล้านคน และผู้คนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นมากกว่า 6หมื่นความคิดเห็น หนึ่งในความคิดเห็นนึงกล่าวว่า นี่คือเหตุผลที่ผู้หญิงอย่างเราไม่ควรออกจากห้องครัว เป็นผู้หญิง ใส่อะไรก็ไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้น ควรระวังตัวเอง ไม่ประมาท และ ใช้ชีวิตอย่างมีสติทุกนาทีดีที่สุด เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาจาก time.com

กรณ์ จวกรัฐทำงานล้มเหลว เหตุเอาผิดกิตติรัตน์ ไม่ได้
กรณ์ จาติกวณิช /  กิตติรัตน์ ณ ระนอง / 

อดีตรัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช โพสต์ซัดรัฐบาลทำงานล้มเหลว หลังไม่ดำเนินคดีกับ กิตติรัตน์ ปมไม่จัดตั้ง กองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายผ่านสภา แนะ คสช. ปรับปรุงกฎหมายใหม่หากมาตราใดมาตราหนึ่งเอาผิดผู้กระทำไม่ได้ วันนี้ (30 ต.ค. 57) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Korn Chatikavanij วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการเอาผิดกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ได้ ภายหลังไม่ยอมดำเนินการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ เป็นกฎหมายที่ผ่านสภาออกมาแล้ว ขณะเดียวกันได้ฝากถึง คสช. ว่า หากมาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรมีการแก้ไขให้ใช้ได้เสีย ระบบรัฐล้มเหลว นิติบัญญัติออกกฎหมาย - ฝ่ายบริหารไม่ทำตาม - องค์กรอิสระไม่มีทางไป เรื่องนี่ยาวนิดนึง แต่มีผลต่อเราทุกคนครับ 1. ข้อเท็จจริง “รัฐสภา” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออกกฎหมาย “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการส่งเสริมการออมให้กับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญประมาณ 25 ล้านคน กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยผู้รักษาการกฎหมายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลางปี 2554 เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคุณธีระชัยและคุณกิตติรัตน์ มาเป็นรัฐมนตรีคลังตามลำดับ คุณธีระชัยอยู่ในตำแหน่งไม่นาน พอคุณกิตติรัตน์เข้ามาสานต่อก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการจัดตั้ง กอช. ตามที่กฎหมายกำหนด การละเว้นโดยเจตนานี้พิสูจน์ได้จากบทสัมภาษณ์ จากการรายงานโดยข้าราชการ และจากการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามกำหนดเพื่อจัดตั้งกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมเงินออมของคนไทย 25 ล้านคนจึงเกิดไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือความจงใจของฝ่ายบริหาร ที่จะไม่ทำตามกฎหมายของบ้านเมือง กฎหมายที่มาจากการลงคะแนนสนับสนุนโดยนักการเมืองจากทุกพรรค รวมไปถึงวุฒิสภา 2. คำถามสามข้อ คำถามข้อที่หนึ่ง ผมขอถามว่า ฝ่ายบริหารควรมีสิทธิ์หรือไม่ ในการที่จะเลือกว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับที่ผ่านสภามาแล้ว ผมมั่นใจว่าทุก ๆ คนก็ต้องตอบว่า "ไม่มีสิทธิ์ !” รัฐบาลรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ มิเช่นนั้นยุ่งแน่ครับ หากละเลยก็จะกลายเป็นว่าฝ่ายบริหารเปรียบเป็นพระเจ้า นิติบัญญัติร่างกฎหมายไป ก็โดนปฏิเสธง่าย ๆ ด้วยการนิ่งเฉย กฎหมายไม่สามารถคุ้มครองสิทธิให้ใคร คำถามที่สอง ผมขอถามต่อว่า “เอาผิดเขาได้ไหม” เดิมทีผมก็คิดว่าน่าจะได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ” คำถามที่สาม สรุปว่าเอาผิดอดีตรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ “ยกคำร้อง” โดยให้เหตุผลว่าคุณกิตติรัตน์ "ไม่มีเจตนาทำผิดทางอาญา และไม่ส่อไปในทางทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" (จากคำแถลงผลการประชุมกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 21 ตุลาคม) 3. ทางออก ที่ผมและพวกยื่นฟ้องคุณกิตติรัตน์ ไม่ใช่เพราะเราหวังร้ายต่อท่าน เราเพียงหวังว่าเราจะสามารถกระตุ้นให้ผู้เป็นรัฐมนตรีทำตามหน้าที่เท่านั้น ผมขอไม่เถียงกับ ป.ป.ช. ที่สำคัญคือข้อเท็จจริงที่วันนี้ประชาชน 25 ล้านคนเสียโอกาสที่จะได้รับจากการสมทบเงินออมของเขาจากรัฐบาล คนหาเช้ากินคํ่านับสิบล้านคนมีแต่หนี้ ไม่มีเงินออม ไม่มีหลักประกันชีวิตในวัยชรา ส.ส. จากทุกพรรคได้ช่วยกันออกกฎหมายนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหา ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้กองทุนตามกฎหมายนี้กลับมาเดินหน้าได้ และเราจะทำอย่างไรไม่ให้ฝ่ายบริหารเลือกใช้อำนาจตามใจชอบแบบนี้อีก ผมไม่ขอพูดถึงเหตุผลของคุณกิตติรัตน์ที่ไม่ยอมทำตามหน้าที่ แต่ขอพูดเพียงว่า “กฎหมายคือกฎหมาย” ถ้าฝ่ายบริหารคิดว่ากฎหมายไม่ดี ก็ควรเสนอแก้กฎหมายในสภา ตอนนั้นคุณก็มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่เมื่อ ป.ป.ช. บอกว่าเราไม่สามารถเอาผิดฝ่ายบริหารที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้ ผมว่านี่คือความล้มเหลวของระบบการบริหารบ้านเมือง และถ้าเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะมานั่งเสียเวลาออกกฎหมายใหม่กันทำไม ถ้ารัฐบาลในอนาคตไม่ต้องทำตาม และ ป.ป.ช. ก็ยืนยันว่าเอาผิดเขาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช. ตีความกฎหมายอย่างนี้ เราจึงต้องขอฝากให้ คสช. และสภาปฏิรูปช่วยพิจารณาปัญหานี้ด้วยครับ ถ้ามาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรแก้ให้ใช้ได้เสีย เพราะหากกฎหมายที่ผ่านสภาไร้ความหมาย หากอำนาจเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง เมื่อนั้น... ประเทศไทยคงไม่ใช่สังคมที่น่าอยู่ MThai news

'ชาติชาย-ธัชพล' เต็งชิงดำ เก้าอี้ ผอ.ออมสิน
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

บอร์ดแบงก์ออมสิน เตรียมประชุมเลือก ผอ.ใหม่วันนี้ ก่อนเสนอคลังยื่นต่อครม.อนุมัติ 'ชาติชาย-ธัชพล' เบียดกันสูสี นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการธนาคาร จะเสนอรายชื่อผู้ที่ผ่านการสรรหาให้ที่ประชุมพิจารณา โดยอาจจะเสนอเพียงรายชื่อเดียว หรือ สองรายชื่อ คือ อันดับหนึ่ง และอันดับสอง เผื่อมาด้วยภายในการประชุมวันนี้ ซึ่งหลังจากตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครแล้ว มีผู้ผ่านคุณสมบัติแค่ 4 คน เป็นผู้สมัครคนใน 2 คน และเป็นผู้สมัครคนนอกอีก 2 คน จากจำนวนผู็สมัครทั้งหมด 8 คน โดยทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ จากธนาคารกสิกรไทย และนายปริญญา พัฒนภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย โดยผู้สมัครที่มาแรง และคาดว่า จะเป็นตัวเต็ง มีด้วยกัน 2 คน คือ นายชาติชาย จากธนาคารกสิกรไทย และ นายธัชพล จากธนาคารออมสิน สำหรับนายธัชพล ถือเป็นลูกหม้อของธนาคารออมสิน เคยผ่านตำแหน่งงานสำคัญๆ มาหลายตำแหน่ง ล่าสุดมีตำแหน่งเป็น รองผู้อำนวยการ และยังทำหน้าที่รักษาการแทนตำแหน่งผู้อำนวยการด้วย ปัจจุบันเขาอายุ 54 ปี จบการศึกษาปริญญา 7 ใบ ตั้งแต่ปริญญาตรี โท และ เอก ด้านนายชาติชาย ปัจจุบันเป็น รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ดูแลธุรกิจสินเชื่อสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบุคคลรวมถึงธุรกิจบัตรเครดิต มีความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนได้รับมอบหมายให้ดูแลสินเชื่อบ้านของธนาคารกสิกรไทย และขยายธุรกิจจนปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อ 2 แสนกว่าล้านบาท มีส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับต้น ๆ ของระบบธนาคารพาณิชย์ MThai News

ยังไง?? เนย รีเทิร์น ดีเจภูมิ ควงดูบอลสเปน
เนย เนโกะจั้มพ์ /  ดีเจภูมิ / 

ทำเอาแฟนๆ แอบเชียร์ให้รีเทิร์นกันจริงๆ สำหรับคู่ของนักร้องสาว เนย เนโกะจั๊มพ์ และอดีตคนเคยรักอย่าง ดีเจภูมิ ภูมิใจ ที่เลิกรากันไปเป็นปีแล้ว แต่ล่าสุดควงคู่บินลัดฟ้าไปดูบอลถึงเมืองมาดริด ประเทศสเปน แถม สาวเนย ยังโพสต์ข้อความแสนหวานชวนจิ้นว่า "มีความสุขจัง ^^.... ชีวิตเรามันจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการมีความสุขมั้ย...อยากรู้จริงๆ" และ "การจะทำความรู้จักใครสักคนมันไม่จำเป็นที่จะต้องมากังวลหรอกว่าคนนี้จะใช่หรือไม่ คุยไปจะเสียเวลามั้ย? เราแค่ทำตัวเองให้เป็นคนที่มีคุณค่า คุ้มค่า.. หากได้รู้จักด้วยแค่นั้นก็พอละ.. ทำตัวเองให้ดีที่สุดในแบบที่ตัวเองเป็นแค่นี้ก็พอละ แล้ววันนึงถ้าจังหวะมันจะเจอคนที่ใช่มันก็ใช่เองแหละ ไม่ต้องพยายามหรอก เหนื่อยไป้ ! เอาเวลาที่นั่งกังวลมามีความสุขกับตัวเองดีกว่า" ด้านดีเจภูมิก็โพสต์แบบขำๆ ว่า "ตอนคบกันก็เชียร์ให้เลิกกันจัง... ตอนเลิกกันก็เชียร์ให้คบกันจัง... สรุปพวกแกเอาไงกันแน่เนี้ยยย...งง!" งานนี้จะมีรีเทิร์นหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไปนะจ๊ะ!! เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ

มาแล้ว ทีเซอร์ The Technicians นำแสดงโดย คิมอูบิน
คิมอูบิน /  ซีรีส์เกาหลี / 

มาแล้ว ทีเซอร์ The Technicians นำแสดงโดย คิมอูบิน .. ภาพยนตร์เรื่อง 'The Technicians' เผยภาพโปสเตอร์ตัวละคร และภาพตัวอย่างภาพยนตร์ออกมาให้ชมกันเป็นครั้งแรก สร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมเป็นอย่างยิ่ง มาแล้ว ทีเซอร์ The Technicians นำแสดงโดย คิมอูบิน  เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม Trinity Entertainment บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ ได้เปิดเผยภาพโปสเตอร์ตัวละครและภาพตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง 'The Technicians' ออกมาให้ชมกันแล้ว 'The Technicians' เป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงเรื่องราวของเหล่าช่างเทคนิคที่มารวมตัวกันเพื่อขโมยดาบที่ซ่อนอยู่ในศุลกากรอินชอนที่มีมูลค่า 150,000 ล้านวอน ในเวลา 40 นาที โดยมีผู้กำกับ คิมฮงซอน ที่เคยกำกับภาพยนตร์เรื่อง 'Traffickers' มารับหน้าที่กำกับ นำแสดงโดย คิมอูบิน, คิมยองชอล, โกชางซอก, อีฮยอนอู, โจยุนฮี และอิมจูฮวาน สำหรับภาพโปสเตอร์ตัวละครที่เปิดเผยออกมาในครั้งนี้ เผยให้เห็นภาพของคิมอูบิน โกชางซอก และอีฮยอนอู ซึ่งในภาพโปสเตอร์ที่ถ่ายแบบโคลสอัพ แสดงให้เห็นสีหน้าอย่างชัดเจนนั้น คิมอูบินได้เผยรอยยิ้มเยือกเย็น ส่วนโกชางซอกแสดงสีหน้าที่พอใจ ในขณะที่อีฮยอนอูเผยให้เห็นอิมเมจที่แตกต่างด้วยรอยยิ้มเย็นกับแววตาที่เฉียบคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง  'The Technicians' ที่สร้างความฮือฮาจากการร่วมงานกันของนักแสดงวัยรุ่น คิมอูบิน และอีฮยอนอู กับนักแสดงมากความสามารถ คิมยองชอล และโกชางซอก ก็กำลังได้รับความคาดหวังและจับตามองเป็นอย่างมากว่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ชมได้มากน้อยเพียงใด ข้อมูลจาก www.popcornfor2.com

ททท.ตราด ชวนเที่ยว 6 เกาะในฝัน เมืองต้องห้ามพลาด
หมู่เกาะรัง /  เกาะกูด / 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราดร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค ภายใต้กิจกรรม “ กาลครั้งหนึ่ง ณ เกาะในฝัน ..... ทะเลตราด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2557 เส้นทางตราด – เกาะกูด – หมู่เกาะรัง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลตราด ททท.ตราด ชวนเที่ยว 6 เกาะในฝัน เมืองต้องห้ามพลาด นางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการแจ้งให้นักท่องเที่ยวได้รู้ว่าทะเลตราดที่สวยงามพร้อมต้อนรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเลแล้วและในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ชู 3 กลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศภายใต้แนวคิด “หลงรักประเทศไทย” ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการท่องเที่ยวด้านตลาดในประเทศประจำปี 2558 ประกอบด้วย1. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองทางเลือก 2. โครงการ Dream Destinations 2015 กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน ส่งเสริมให้คนไทยออกไปท่องเที่ยวในเส้นทางสายดอกไม้ตลอดทั้งปี และ 3. โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยวสำหรับการเปิด12แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดทางเลือกใหม่ทั่วประเทศ จะเป็นการกระจายการท่องเที่ยวสู่จังหวัดท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพ ในการรองรับนักท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “เมืองต้องห้าม...พลาด” ประกอบด้วยจังหวัดตราด ลำปาง เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ เลย สมุทรสงคราม ราชบุรี จันทบุรี ตรัง ชุมพร น่าน และนครศรีธรรมราช ซึ่งในส่วนของจังหวัดตราดเราได้กำหนดให้พื้นที่นี้เป็น “เมืองเกาะในฝัน” ในส่วนของกิจกรรม “กาลครั้งหนึ่ง ณ เกาะในฝัน ..... ทะเลตราด” ประกอบด้วยการศึกษาเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์จังหวัดตราด ณ พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด เดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราด, เยี่ยมชมความมหัศจรรย์ของพื้นที่แบนราบกลางทะเลและฝูงกวางป่านับร้อยตัว ณ เกาะกระดาด ชายหาดเกาะกูดที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัญมณีอ่าวไทย” ชมความสวยงามโลกใต้ทะเลหมู่เกาะรัง,น้ำตกคลองเจ้า, ชมวิถีชีวิตของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ชุมชนที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (รางวัลกินรี), และการเยี่ยมชมสวนสละสมโภชน์ สวนสละพันธุ์สุมาลีที่มีคุณภาพ พร้อมกันนี้ยังได้จัดให้นักท่องเที่ยวทุกคนร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่ทะเลตราด เพื่อเป็นการสร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติอีกด้วย” ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมคนละ 4,299 บาท/ท่าน (พักคู่) รับจำนวนจำกัดดาวน์โหลดกำหนดการ traveleastthailand.org สมัครได้ที่สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด โทรศัพท์. 08-1777-2124 (ภายในวันที่ 24พฤศจิกายน 2557) สอบถามเพิ่มเติม ททท.สำนักงานตราด โทรศัพท์. (039) 597-259-60 (ทุกวันในเวลาราชการ)

ดาราหนังเอวีแดนหมีขาว ถูกลวงมาขืนใจโดดระเบียงหนี เจ็บสาหัส
ดาราหนังสำหรับผู้ใหญ่ถูกล่อลวง /  ดาราหนังเอวี / 

นักแสดงภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ ถูกลวงมาขืนใจนานหลายชั่วโมง จนทนไม่ไหว ตัวสินใจกระโดดหนีลงมาจากระเบียงชั้น 3 บาดเจ็บสาหัส วานนี้ (29ต.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว 'โลล่า เทย์เลอร์' ดาราหนังผู้ใหญ่ชื่อดัง ในรัสเซีย ถูกล่อลวงมาทำอาชญากรรมทางเพศ ซึ่งคนร้ายกล่าวอ้างการนัดหมายในครั้งนี้ เพื่อให้เธอสัมภาษณ์ และพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อแคสติ้งบทหนังของตัวเอง 'โลล่า เทย์เลอร์' ถูก ดริมทรี โคเซนโคป และ มาร์คซิม พิริเพนสโก้ สองคนร้าย รุมใช้ความรุนแรงทางเพศอยู่นานหลายชั่วโมง โดยคนร้ายอ้างว่า เป็นการทดสอบบทหนัง แต่ท้ายที่สุดเธอพยายามหนี โดยตัวสินในกระโดดจากระเบียงชั้น 3  ของตึก อาการบาดเจ็บสาหัส ซึ่ง โลล่า ถูกพบโดยชาวบ้านที่กำลังจูงสุนัขมาเดินเล่นอยู่ในระแวกนั้น เขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในขณะที่พบตัวโลล่า เสื้อผ้าของเธอฉีกขาด และพบร่องรอยการถูกทำร้าย และบาดแผลบริเวณริมฝีปาก ฟกช้ำเพราะถูกจับกระแทกกับพื้น และขาของเธอหักทั้งสองข้าง ซึ่งพลเมืองดีคนดังกล่าวรีบโทรแจ้งตำรวจและเรียกรถพยาบาลทันที อย่างไรก็ตาม ดริมทรี โคเซนโคป และ มาร์คซิม พิริเพนสโก้ คนร้ายที่ก่อเหตุโหดเหี้ยมในครั้งนี้ ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 30 ปี ข่าวที่เกี่ยวข้อง น่ากินไหม! ข้าวกล่องหน้าAV ภรรยาประชดสามีเอาแต่ดูหนังโป๊ สาวใจเด็ด! แย่งปืนเป่าหัวไอ้หื่นดับ หลังโมโหถูกบุกบังคับข่มขืน วีไอพี ตีแผ่เรื่องราว ภัยข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศ เด็กหญิง Mthai News

รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน
ดอยภูคา /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

หน้าหนาวที่จะถึงนี้ ใครที่ไม่อยากท่องเที่ยวจังหวัดใหญ่ๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนไปเยือนจำนวนมาก อยากหลีกหนีไปในที่ที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมากนัก Travel.mthai.com ขอแนะนำให้มา รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่านสิครับ ภูมิทัศน์สวยไม่แพ้ที่ไหนๆ พร้อมชมดอกของต้นชมพูภูคา สวยงามจนคุณต้องประทับใจแน่นอน รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน ดอยภูคา ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดยครอบคลุมพื้นที่ใน 8 อำเภอ คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม และอำเภอบ่อเกลือ มีพื้นที่ประมาณ 1,065,000 ไร่ เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ไพศาล ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน ต้นชมพูภูคา เป็นพรรณไม้ที่มีชนิดเดียวในโลก ในประเทศไทยพบเพียงที่เดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ต้นชมพูภูคา เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร เปลือกเรียบ สีเทาอ่อน ออกดอกเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม การเดินทางไปดอยภูคา จากจังหวัดน่าน เดินทางโดนรถยนต์ ทางหลวงหมายเลข 1080 สู่ อ.ปัว ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากนั้นแยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ระยะทาง 25 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา แผนที่โดยรอบ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่มา : www.oceansmile.com  ,  เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai  ขอบคุณรูปภาพจาก : hamanan.com , thetrippacker.com , pantip.com (คุณฟูบิ -(ฟูบีราย)-) ลิ้งที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวบ่อเกลือ บนภูเขาที่จังหวัดน่าน , อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน , พิชิต! ภูพยัคฆ์ จ.น่าน

รู้แล้ว! เหตุรถไฟขยี้ 'คัมรี่' GPS เป็นต้นเหตุ
GPS /  รถไฟขยี้คัมรี่ / 

เหตุรถไฟขยี้เก๋งคัมรี่สองสามี-ภรรยา ญาติ เชื่ออุบัติเหตุ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย คาดก่อนเกิดเหตุสลด จอดดู GPS เช็คเส้นทางแล้วลืมดูทางรถไฟ  จากเหตุรถไฟสายหัวหิน-กทม.ขยี้รถเก๋งคัมรี่ของนายวิทยา รัตนะ หน.ฝ่ายบริหาร รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ และนางรชตวรรณ รัตนะ ภรรยา จนทำให้ไฟลุกไหม้เสียชีวติคาซากรถ 2 ศพ บริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านนาแค หมู่ 5 ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจนท.ตำรวจสงสัยว่าเจตนาฆ่าตัวตาย รถไฟชนเก๋งคัมรี่ เสียชีวิตสองศพ โดยจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พบว่ารถเก๋งคัมรี่ขับมาจอดนานประมาณ 20 นาที แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งให้รถไฟชน ก่อนไฟลุกท่วม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมอาจเป็นการฆ่าตัวตาย หรืออุบัติเหตุ ความคืบหน้า วานนี้ (29 ต.ค.) นายวริช รัตนะ บุตรชายนายวิทยา และนางรจนวรรณ กล่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตของบิดา มารดาที่อาจเป็นการฆ่าตัวตายว่า ประเด็นนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ญาติพี่น้องและคนรู้จักทุกคนไม่มีใครเชื่อ เพราะบิดามารดาของตนตั้งใจไปร่วมงานแต่งงานที่ จ.ขอนแก่น โดยจะแวะรับลูกสาวอีกคน และเยี่ยมยายที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินทางไป จ.ขอนแก่น ซึ่งปกติบิดามารดาเดินทางไปกรุงเทพฯ เป็นประจำ แต่วันเกิดเหตุต้องการแวะซื้อของฝากที่ตัวเมืองเพชรบุรี จึงขับออกนอกเส้นทางที่เคยขับปกติ ช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุยังโทรศัพท์สอบถามเส้นทางจากคนอื่นๆ รวมถึงถามเพื่อนๆ ว่าต้องการของฝากอะไรหรือไม่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าตัวตาย นายวริชกล่าวอีกว่า ในการเดินทางบิดามารดาจะมีไอแพดและGPSใช้หาเส้นทาง และจากภาพเหตุการณ์จะเห็นว่า เมื่อมาถึงทางรถไฟรถของบิดามารดาได้จอดเข้าข้างทาง และเปิดไฟกะพริบ ซึ่งเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากกำลังตั้งระบบGPSอยู่ และบริเวณที่เกิดเหตุยังไม่มีไม้กั้น และไม่มีสัญลักษณ์แจ้งเตือน เมื่อเห็นรถคันหน้าขับข้ามทางรถไฟไป ก็เป็นสัญชาตญาณของคนขับตามหลังที่ออกรถตามไปด้วย โดยที่บิดามารดาอาจไม่ทันได้สังเกตว่ามีรถไฟวิ่งมา ด้านร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เจ้าของคดี ระบุว่า จากการสอบสวนคนในครอบครัวของผู้ตาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การจงใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากทางญาติพี่น้องยืนยันตรงกันว่าทั้ง 2 ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงินหรือเรื่องใดๆ ความรักก็ปกติ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทั้ง 2 กำลังเดินทางไปร่วมงานแต่งงาน โดยออกเดินทางมาจากบ้านที่นราธิวาส มาพักค้างคืนที่ชุมพร 1 คืน ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ติดต่อพูดคุยกับทางญาติตลอด คาดว่าทั้ง 2 คนน่าจะหลงทางและกำลังเปิดเครื่อง GPS นำทางพร้อมโทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับญาติตลอดเวลา ส่วนภาพวงจรปิดที่เห็นทั้ง 2 จอดรถนานผิดปกตินั้น ทางญาติยืนยันว่าทั้ง 2 กำลังเปิดเครื่อง GPS เพื่อหาเส้นทางเดินทางไปยังหาดเจ้าสำราญ เพื่อซื้อของฝากและวิ่งตามถนนเลียบชายทะเล กระทั่งมาเกิดเหตุน่าโศกเศร้าขึ้นดังกล่าว นอกจากนี้ พยานที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายวิทยา กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแท็บเล็ตในรถ ขณะที่จอดอยู่ข้างทาง ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปเพื่อข้ามทางรถไฟ จนกระทั่งรถไฟพุ่งชนท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ญาติยัน2ผัวเมียรถไฟชนดับ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย รถไฟชนคัมรี่ ไฟลุกวอดทั้งคัน ดับสยอง 2 ศพ

เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน
การศึกษา /  เยาวชนไทย / 

สุดยอด! เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สร้างชื่อเสียงให้กับคนไทยกันอีกแล้วจ๊ะ...ขอปรบมือให้ดังๆ เลย เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน โดยน้องๆ คณะเยาวชนไทย จำนวน 41 คน ได้เดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 23-28 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้ ไทยได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมทำการแข่งขันใน 21 สาขาจากทั้งหมด 25 สาขา และสามารถทำผลงานได้อย่างดี คว้าเหรียญรางวัลมาทั้งสิ้น 21 รางวัล แยกเป็น 7 เหรียญทอง ใน 6 สาขา ประกอบด้วย 1. นายธวัชชัย เมืองมูล และ นายจักรพงษ์ หมื่นแสน จากสาขา แมคคาทรอนิกส์  มทร.ล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ 2. น.ส.ยุวะดี สนิทพจน์ จากสาขาแต่งผม  โรงเรียนเสริมสวยเกศศิริ พัทยา นานาชาติ 3. นายธงไชย งามสมสุข จากสาขาปูกระเบื้อง วิทยาลัยเทคโนโลยีบุญถาวร 4. นายดนัยกานต์ ศรีสุข จากสาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม  ม.ศิลปกร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี 5. นายศุภรัตน์ รัตนพันธ์ จากสาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 นครราชสีมา 6. นายสุระพงศ์ ดวงลีลา จากสาขาเขียนแบบและออกแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ มทร.ล้านนา ลำปาง สำหรับเหรียญเงิน 1 เหรียญ คือ นายศิริศักดิ์ สวิหนิ สาขาเทคโนโลยีสายเครือข่าย เหรียญทองแดง 5 เหรียญจาก 4 สาขา ได้แก่ 1. นายทัตพงศ์ พรมพิงค์ สาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม 2. น.ส.สุนิสา ชัยฤทธิ์ สาขากราฟิกดีไซน์ 3. นายชัยพร สมบูรณ์ชัย และ นายมงคล เทพวรรณ สาขาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ชนิดเคลื่อนที่ 4. นายจักรกริช เนียมอาภา สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม และประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม (รางวัลชมเชย) 12 ใบ ได้แก่ น.ส.วัชรพร ศุภผลา สาขาแต่งผม, นายสุรชัย บุญส่ง สาขาเทคโนโลยียานยนต์, นายอภิวัฒน์ ทาคำห่อ สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี, นายณัฐวุฒิ ผลทำมา สาขาท่อและสุขภัณฑ์, นายชาญณรงค์ พรพันธุ์สกุล สาขาก่ออิฐ, นายรักษิต บานใจ สาขาก่ออิฐ, นายชวิน อิงชาติเจริญพร สาขาเว็บดีไซน์, นายณัฐภณ นพวรรณ สาขากราฟิกดีไซน์, นายปณชัย ศรีพิมาน สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น, นายหัสพงศ์ เมธีวัชระนาภรณ์ สาขาประกอบอาหาร, นายธีรชัย นันธิษา สาขาประกอบอาหาร, นายธงชัย ดอนจันทร์เขียว สาขาการออกแบบและเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยมีผู้เข้าแข่งขันในอาเซียนรวม 10 ประเทศ 283 คน ลำดับที่ 1 คือ ประเทศเวียดนาม รองลงมา อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ของการแข่งขัน  นอกจากนี้เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 41 คน จะได้ไปอบรมพัฒนาฝีมือเพิ่ม ก่อนคัดเลือกให้เหลือ 20 คน เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (WorldSkills) ครั้งที่ 43 ที่ประเทศบราซิลในปี 2559  ทั้งนี้ ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียมมอบเงินรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจโดย เหรียญทองจะได้รับ 150,000บาท เหรียญเงิน 75,000บาท เหรียญทองแดง 40,000 บาทและประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม 20,000 บาทอีกด้วย Cr. thairath, nationtv

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

ศาลปกครองยกฟ้อง 'ยิ่งลักษณ์' คดีน้ำ3.5แสนล้าน
ยิ่งลักษณ์ /  ศรีสุวรรณ จรรยา / 

ศาลปกครองสูงสุด ยกฟ้อง "ยิ่งลักษณ์" ในคดีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ระบุเป็นเพียงกรอบแนวคิดยังไม่ปฏิบัติ ด้าน "ศรีสุวรรณ" ยอมรับคำตัดสิน ระบุเดินหน้าตรวจสอบทุกโครงการรัฐบาล วันนี้ (31 ต.ค.) ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษา จากกรณีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 4 คน ในข้อหากระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โดยขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกโครงการ โดยผู้ฟ้องเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งศาลเห็นว่าแผนแม่บทในการจัดการบริหารทรัพยากรน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฏหมาย เนื่องจากแผนงานที่จะทำในอนาคตหลายโครงการยังเป็นเพียงกรอบแนวคิด ที่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพียงพอ ไม่มีการเวรคืนอสังหาริมทรัพย์ และการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดิน จึงไม่มีลักษณะที่อาจมีผลกระทบของประชาชน ดังนั้น การที่รัฐบาลทำแผนจึงไม่ใช่การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หากในอนาคตมีการดำเนินโครงการตามแผนแล้วรัฐไม่ทำประชาพิจารณ์อย่างทั่วถึง ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยของประชาชน ก็เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายจะไปฟ้องศาลให้เพิกถอนเป็นรายโครงการไป ส่วนการฟ้องว่า รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดกฎหมาย อาญา มาตรา 157 และทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. นั้น ศาลเห็นว่า เป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของศาล และไม่มีการฟ้องตั้งแต่ในศาลชั้นต้น จึงไม่รับพิจารณาในประเด็นนี้ ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะผู้ยื่นฟ้อง เปิดเผยภายหลังการเข้ารับฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดว่า ยอมรับคำพิพากษาของศาล โดยรู้สึกเสียใจอยู่บ้างแต่ไม่เสียกำลังใจ ซึ่งแม้ว่าแผนบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านของรัฐบาลชุดก่อน จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็ยังโครงมีแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งตนและสมาคม ก็ได้ส่งหนังสือท้วงติงถึงความจำเป็นของการจัดให้มีกระบวนการประชาพิจารณ์ไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน คาดว่าทางรัฐบาลจะมีหนังสือตอบกลับมาเร็วๆ นี้ และตนจะเดินหน้าตรวจสอบทุกโครงการของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนต่อไป MThai News