สืบศพ ไขคดีลับ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู”
กฤษดา สุโกศล แคลปป์ /  ก้องเกียรติ โขมศิริ / 

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู” “โอกาสที่จะได้บท ได้เล่น ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าโอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ นักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มาถึงมือ ยูอย่าพลาด พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ไม่ว่าจะออกมาเป็นยังไง อย่าปล่อยมัน”  น้อย วงพรู กล่าว แม้การสวมบทบาทเป็นมือปราบสายเวทย์อย่าง ขุนพันธรักษ์ราชเดช จะเป็นเรื่องยาก แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าในกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่ยากระดับปราบเซียน และก็ไม่ใช่ว่าจะให้ใครมารับบทนี้ได้ง่าย ๆ นั่นก็คือบทบาทของมหาโจรผู้เหี้ยมโหด ชั่วร้ายแต่ก็มีมุมรักพวกพ้อง อัลฮาวียะลู คือชื่อตัวละครดังกล่าวนั้นก่อนที่หัวโขนของบทบาทนี้จะถูกสวมลงที่ศีรษะของ กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู และวันนี้ เราจะไปฟังกันว่าดาวร้ายผู้นี้มีอะไรอยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมได้ฟังก่อนที่จะไปเต็มอิ่มกับการแสดงของเขาในโรงภาพยนตร์  เมื่อได้ยินชื่อโปรเจกต์ครั้งแรก และถูกทาบทามให้มาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ หลายคนทราบว่าผมก็เล่นอันธพาลกับโขมมาก่อน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมากสำหรับผม ตอนที่โขมโทรมาชวนรับทันทีเลยครับ พอได้คุยกันปั๊บ ก็ยิ่งอยากเล่น มันเป็นโอกาสที่พลาดไม่ได้นะครับ ตอนแรกที่พอได้อ่านบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมากเลย จะทำได้เปล่า จะทำถึงเปล่า มันยากนะ จำได้ว่ามีซีนหนึ่ง ไม่ใช่ซีนแอคชั่น ส่วนมากน้อยจะเริ่มเครียด และเริ่มคิดว่าจะทำได้เปล่า เป็นซีนที่ต้องพูดเยอะมาก เป็นซีนที่น้อยเผชิญหน้ากับอนันดาครั้งที่ 2 ที่นั่งด้วยกัน ซึ่งเป็นซีนที่หลายคนได้เห็นในทีเซอร์ที่กินลูกกระสุน สิ่งที่ผมต้องพูดกับอนันดานี่เยอะมากเลย เกือบหน้าหนึ่งนะครับ ซึ่งคำที่ใช้ ศัพท์ที่ใช้ เป็นภาษาไทยสมัยก่อนด้วยผมก็เหนื่อย ผมก็ โอ้โห (หัวเราะ)  ทราบว่าขุนพันธ์เป็นภาพยนตร์แอคชั่นเต็มรูปแบบ ทั้งส่วนของเอฟเฟกต์ ระเบิดกระสุน ไปจนถึงการแสดงที่ต้องเชือดเฉือนกันแบบมันส์หยดเลยทีเดียว โดยเฉพาะน้อย-กฤษดา กับ อนันดา ใช่ครับอย่างตอนเราอ่านบท ซีนนี้แอคชั่นมันส์แน่เราอยากเล่น แต่นี่เป็นซีนที่เผชิญหน้ากันระหว่าง2ตัวละครสำคัญซึ่งเป็นคู่ปรับกัน แล้วคำที่เราพูดมันลึกเหลือเกิน คือว่าไดอะล็อคมันดีมาก โมโนล็อคมันดีมาก แล้วมันแรงเหลือเกิน มันขึ้นมาจากข้างใน แต่เรานิ่งนะครับ มันเหมือนเปรียบเป็นแอคชั่นในตัวของเรา เพียงแต่เวลาเราพูดจะนิ่งหน่อย สำหรับนักแสดงมันท้าทายมากนะ ทั้งน่ากลัวแล้วก็ทั้งมันส์ ก็เลยตื่นเต้นกับซีนนี้มากเป็นพิเศษเลยครับ  คาแรคเตอร์ “อัลฮาวียะลู” มหาโจรผู้เหี้ยมโหด ที่ถ่ายทอดการแสดงแบบเกินร้อยของน้อย กฤษดา เป็นอย่างไร อัลฮาวียะลู ก็คือคู่ปรับของขุนพันธ์ เป็นโจรทางภาคใต้ เขาจะปกครองดูแล และคุ้มครองผู้คนในเขตพื้นที่ของเขานะครับ ในอดีตที่ผ่านมาตัวเขาเอง ครอบครัวได้ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ชีวิตเขาเองจะค่อนข้างโดดเดี่ยว หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจใครสักเท่าไหร่ สำหรับเขาแล้วรู้เพียงอย่างเดียวว่านี่คือพื้นที่ของเขา คนพวกนี้เป็นชาวบ้านของเขา เป็นคนของเขา ที่เขาต้องคุ้มครอง และในพื้นที่ของเขาใครจะเข้ามาเขาไม่สน แต่เขาพร้อมจะลุกขึ้นปกป้อง และป้องกัน โดยจะทำทุกอย่างครับ เขาเป็นคนที่มองทุกอย่างเป็นแค่ขาว-ดำเท่านั้น เวลาผมอ่านบทก็จะรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งที่เขาพูดมันจะเป็นแบบเหมือนกับการออกคำสั่ง อืม อืม อืม แรงเสมอ   ถ้าให้คำจำกัดความของอัลฮาวียะลู อัลฮาวียะลู มหาโจรที่ฆ่าไม่ได้ ตายไม่เป็น ขุนพันธ์อาจจะล่าเราได้ แต่ฆ่าเราไม่ได้ เพราะตัวอัลฮาวียะลูเอง มีทั้งความโหดเหี้ยม โหดร้าย คือเป็นโจรที่ฉลาดด้วยนะครับ สามารถฆ่าคนโดยที่ไม่คิดอะไร แต่จะมีอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าเกิดนี่คือที่ของเขาคุณก็จะตายทันที ชื่อของเขาอัลฮาวียะลู แปลว่าหลุมที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งตัวขุนพันธ์ (อนันดา) จะต้องเข้าไปในหลุมนี้ที่ลึกเหลือเกิน เพื่อที่จะดึงความเป็นปมบางอย่างของอัลฮาวียะลู เพื่อที่จะปราบอัลฮาวียะลู เราจะได้เห็นกันว่าขุนพันธ์ทำได้หรือไม่ เป็นตัวละครที่ไม่ธรรมดา มีทั้งความสามารถพิเศษเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่องยิงไม่เข้า คงกระพันและมีอาวุธที่ใช้ประจำตัว อัลฮาวียะลู เขาก็จะมีอาวุธในหลายรูปแบบ นอกเหนือจากการที่เล่นของอยู่แล้ว จะมีกริช มีรอยสักซึ่งเป็นสิ่งที่ป้องกันเขาได้ จริงๆโขมก็เป็นคนบอกมาเองนะครับว่า เวลาเปรียบเทียบพี่น้อยจริงๆแล้วมันไม่ต่างจาก ลอร์ดเวเดอร์นะ ซึ่งจะต้องมีไลท์เซเบอร์ การใช้บังคับคนด้วยจิตได้อะไรอย่างนี้ มีอาวุธ มีอาคม คงกระพัน จริงๆเขาจะค่อนข้างมีทุกอย่างครบถ้วนในคาแรคเตอร์ของเขา และในสุดท้ายเขาจะรู้สึกอย่างนั้นว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ สำหรับผมแล้วคิดว่าตัวขุนพันธ์ไม่น่ามาปะทะกับโจรคนไหนที่มีครบทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ อย่างอัลฮาวียะลู เพราะเขาตายไม่เป็น เวลาเราเล่นบทอัลฮาวียะลูนี่รู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นทั้งวิญญาณ เป็นมนุษย์ ซึ่งผมว่าขุนพันธ์เองก็น่าจะไม่เคยเจอมาก่อนนะครับ ในการที่ต้องถ่ายทอดตัว “อัลฮาวียะลู” หัวหน้าโจรผู้โหดเหี้ยม ที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับตัวตนของ น้อย กฤษดา เลย ต้องมีการเตรียมตัวหรือทำอะไรเป็นพิเศษบ้าง การเตรียมพร้อมก็จะเริ่มตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง  แล้วพอมาถึงในช่วงของการถ่ายทำ ในแต่ละฉากก่อนเล่น ก็ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบท อัลฮาวียะลู ซึ่งเป็นตัวละครที่ค่อนข้างห่างไกลจากคาแรคเตอร์เรามาก การที่บทภาพยนตร์เรื่องนี้มันมีมิติเหลือเกิน แล้วอัลฮาวียะลูเอง อาจไม่ได้เป็นคาแรคเตอร์จริงอย่างขุนพันธ์ แต่ว่าก็ยังมีโจรอีกหลายต่อหลายคน ที่ในชีวิตจริงขุนพันธ์เคยปราบมาแล้วนะครับ   เราก็พยายามเบสคาแรคเตอร์ของเรา กับโจรที่เป็นจริงเหล่านั้นครับ เลยเกิดการตีความ 2 อย่างเราก็พยายามทั้งศึกษาว่า โจรสมัยโน้นเขาเชื่อมั่นในสิ่งอะไร จุดยืนเขาอยู่ที่ไหน เขาเกิดมาเป็นอย่างไรถึงคิดกลายเป็นโจรอย่างนั้น อีกอย่างหนึ่งเราก็พยายามใช้จินตนาการ การตีความ อย่างการที่คาแรคเตอร์เราก็ไม่ได้เป็นจริงด้วย เราก็สามารถใช้อิมเมจิเนชั่นมาสร้าง มันสามารถสร้างสีสันได้ เพราะอย่างในเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ของอัลฮาวียะลู ที่คล้ายๆของขุนพันธ์ด้วยใช่ไหมครับ  ผมก็แบบแอบดูว่าอนันดาเขาเดินยังไง  ขาเขาจะเป็นยังนี่ ไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาจะเรียกยังไงฮะ ขาเขาจะเขย่งครับ น้อยก็จะเริ่มเดินเหมือนอนันดานิดหน่อยแล้วกัน ให้มีอะไรใกล้เคียงกันในการมูฟเม้นท์นิดหน่อยนะครับ (หัวเราะ) ถ้าเปรียบเป็นมวยก็ถือได้ว่าถูกคู่และสมศักดิ์ศรี อนันดา กับน้อย-กฤษดาจับคู่ทางด้านการแสดงรวมไปถึงบู๊แอคชั่น อยากให้พูดถึงการทำงานกับอนันดา ผมจะอายุมากกว่าอนันดา ห่างกันเกือบเจนเนอเรชั่นหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เหมือนอนันดาเข้ามาในวงการก่อนน้อย ก่อนเป็นน้อยวงพรูผมก็จะเห็นอนันดาอยู่แล้ว แล้วเราก็ยังติดภาพมองเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์นะครับ แต่ผมก็พอรู้ว่านิสัยเขาเป็นยังไงอยู่แล้ว เขาเป็นคนที่ติดดินมากครับ แต่ผมจะตื่นเต้นเสมอนะครับ ไม่ว่าจะแสดงกับใครก็ตาม แต่ถ้าเกิดเป็นพวกดาราแบบใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอนันดา หรือว่าชาคริต ผมจะตื่นเต้นเสมอ ผมยังมองเขาเป็นสตาร์ครับ จนกว่ามาเล่นซีนด้วยกันซึ่งอันนั้นผมก็ต้องเริ่มมีสมาธิจริงแล้ว เวลาที่ผมเล่นในขณะนั้นข้างในผมหัวใจกำลังเต้นไวอยู่นะ มันตื่นเต้น โดยเฉพาะซีนแรกครับ สิ่งที่ผมชื่นชม ผมอิจฉานิดหน่อยกับอนันดา เขาเป็นนักแสดงที่รีแลกซ์มากครับ ตั้งใจ เป็นคนที่คอนเซนเทรตได้ทันทีนะครับ การแสดงมันก็สนุกตรงนี้ การรับบทต่อกันแล้วเราก็จะเริ่มเรียนรู้คนนี้แสดงดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอนันดา ซึ่งสิ่งที่เขาทำได้ดี มันเหมือนกับว่าเราเองก็รู้ว่านี่เป็นอนันดาที่เล่นอยู่ใช่ไหมครับ เราจะเชื่อว่าเขาเป็นคาแรคเตอร์นั้น เวลาเขาเล่นบทเป็นขุนพันธ์ เราก็เชื่อว่าเขาเป็นขุนพันธ์ ถึงแม้เราจะรู้ว่านั่นคืออนันดานะ นั่นคือสัญลักษณ์ของนักแสดงที่ดี ที่มีพรสวรรค์ ความสามารถที่พิเศษ ซึ่งบางทีอนันดาอาจจะนิ่งไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้ มันก็เป็นสิ่งที่ผมสังเกตเวลาเล่นกับอนันดานะครับ พลังเขาออกมา แม้เขาจะนิ่งๆ แล้วพอเราแสดงด้วยกันเราก็เริ่มรู้แล้วว่า จะจ้องตากัน สบตากัน หรือจะชกต่อยกัน จะรับกันยังไง เพราะคาแรคเตอร์ผมก็จะแรงเสมอ อนันดาก็จะรับ เล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังของการทำงานในฉากยากๆ ว่าเหนื่อยขนาดไหน สาหัสอย่างไร จริงๆ มันก็มี 2 ฉากนะครับ ก็คือฉากไคล์แมกซ์ของภาพยนตร์ที่ต้องสู้กัน ที่ 2 คนต้องมาแรงใส่กัน แล้วมันก็เหนื่อยจริงๆ ฉากแรกที่ผมเจอเขา เขายังปลอมตัวอยู่ ฉากที่ 2 นี่รู้แล้วว่ามึงเป็นใคร แล้วผมเตรียมตัวแบบ รู้ว่า โอเค ยูตื่นเต้นไม่ได้ ยูต้องโฟกัสนะ ตอนนั้นเราก็ถ่ายที่กุยบุรี มันเหมือนเวลาจะขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ที่อิมแพ็คอะไรอย่างนี้ บางทีมันก็ซ้อมก็คิดมาเยอะแล้ว พอถึงจุดนั้นอย่าตื่นเต้น อย่าไปคิดมากเกินไปให้มันรีแลกซ์ เราก็แสดงได้ดีขึ้น ซีนนั้น ผมก็บอกทุกคนว่าผมขอขับรถผมไปได้ไหม ขอขับรถดูวิวของกุยบุรีที่มันมีภูเขา เริ่มต้องเตรียมพร้อมต้องอินแล้วกับซีนนี้ แล้วผมก็เปิดเพลงของเดอะคิลเลอร์ เพลงแร็ป เหมือนกับมันเป็นเพลงสกอร์ภาพยนตร์ให้กับคาแรคเตอร์ผมครับ แล้วเพลงก็แบบแรง ผมก็กำลังมา แล้วผมก็บอกทีมงานว่า เวลาพร้อมก็โทรมาหาน้อยนะ น้อยรีบขับกลับมาเลย ผมก็แต่งตัวอย่างนี้ในชุดอัลฮาวียะลู ผมก็อินกับคาแรคเตอร์แล้ว มาแล้วเว้ย แล้วพอไปถึงฉากมันต้องโฟกัสมากเลยฮะ นั่นก็เลยเป็นฉากที่มันส์ดีแต่ก็เหนื่อยมาก ประมาณ 2-3 เทคฮะ เริ่มไม่พร้อม เหนื่อยแล้วๆ แต่พอเสร็จแล้วอนันดาก็บอก เฮ้ยทุกคน..เป็นไง (หัวเราะ) ในภาพยนตร์ขุนพันธ์แล้ว ยังมีอีกตัวละครที่มีความสำคัญมากๆ ที่จะต้องเกี่ยวพันกับตัวอัลฮาวียะลู นั่นคือหลวงโอฬาร ซึ่งรับบทโดย แฟรงค์ ภคชนม์ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันครั้งที่ 2 แล้วหลังจากอันธพาล กับแฟรงค์นี่เป็นนักแสดงที่ผมให้ความนับถือมากๆ ครับ ถ้าเกิดที่เมืองนอกเขาจะเรียกว่าคาแรคเตอร์แอคเตอร์ เขาอาจจะไม่ได้เป็นแบรด พิตต์ แต่ละคนที่มีฝีมือเยอะเหลือเกินมีโอกาสให้เขาได้โชว์ฝีมือที่เขาเล่นอย่างนี้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นกับแฟรงค์มาก่อนในอันธพาล แล้วพอมาในเรื่องนี้บทก็ไม่เหมือนกันเลย แล้วเวลาผมแสดงกับเขา ผมก็รู้สึกได้เลยว่านี่เป็นนักแสดงที่แท้จริง เขาเหมือนเป็นนักแสดงแล้วพอเขาเปลี่ยนมาเล่นบทอะไรก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง สามารถพลิกบทบาทได้ ให้ตัวละครตัวนั้นโดดเด่น อย่างเรื่องอันธพาลแฟรงค์ก็เป็นตัวไม่ดี อันนี้ก็อีกคาแรคเตอร์หนึ่ง แล้วเขาทำได้ดีมากครับ ผมก็อยากร่วมงานกับแฟรงค์อีกนะครับ จากการทำงานที่ผ่านมาในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์คิดว่าฉากไหนยากที่สุด สำหรับฉากที่ยากมันก็จะมี 2 สไตล์ มันจะมีทั้งฉากที่ไม่ต้องเคลื่อนไหวเลย แค่พูดกันแล้วส่งบทกัน ต้องมีสมาธิมากๆ ซึ่งฉากพวกนั้นจะยากมากอยู่แล้ว อีกฉากหนึ่งก็น่าจะเป็นฉากที่มันเหนื่อยครับ แล้วผมก็ไม่เคยเลยจริงๆนะครับ แสดงอยู่บนเซต ไม่ใช่แค่ 24 ชั่วโมงนะ 36 ชั่วโมง ผมจำได้ถ่ายตั้งแต่เจอกัน 6 โมงเช้า เป็นฉากแอคชั่นสุดท้ายนะครับ6 โมงเช้า ผมก็นึกว่าจะเสร็จภายใน 6 โมงเย็นอย่างนั้น แล้วก็ไปเรื่อยๆอีก จนถึงเที่ยงคืนแล้ว ผมก็เริ่มเหนื่อยแล้ว จนบางที ซีนหนึ่งนี่แสดงๆกันไป แล้วพอคัท เทค 1 เสร็จแล้วก็รอเทค 2 ใหม่ นั่งรอแล้วก็นั่งหลับ เทค 2 โอเค อีกทีหนึ่ง จนต่อถึงเที่ยงวันต่อไป จริงๆนะครับไม่ใช่แค่น้อยคนเดียวนะครับแต่คนอื่นด้วย แต่มันต้องทำให้เสร็จครับ วันนั้นเหนื่อยมากเลย ผมไม่เคยเล่นหนังที่เหนื่อยขนาดนี้มาก่อน มันก็สมควรเหนื่อยนะครับกับฉากนี้ เพราะว่าตอนถ่ายวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายด้วย แล้วก็ซีนแอคชั่นสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย และการที่ต้องมาชกต่อยกัน ยิง แทงกันครับ ก็เหมือนกับเป็นฉากแอคชั่นที่เหนือจริงที่มโหฬาร แล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนการที่นอกเหนือจากการยิงกัน แทงกัน ชกๆๆ แล้วมันก็มีการที่ต้องยกมอเตอร์ไซค์ให้มันลอย ผมเริ่มรู้สึกเหมือนอเวนเจอร์อย่างนี้ (ขำ) เวลาที่เขาไปโพสต์โปรดักชั่นของเขา เราก็ตื่นเต้นนะครับ อยากดูจริงๆว่ามันจะออกมาเป็นยังไง รอบตัวเรามองไปทางไหนก็มีแต่คนเสียชีวิต ที่แบบเลือดไหลอะไรอย่างนี้ แล้วการที่ต้องถ่ายทำกันไปแบบ 16 ชั่วโมง 20 ชั่วโมง มันเหนื่อยแต่มันคุ้มครับแล้วมันคุ้มค่าจริงๆ ฟังๆ ดูแล้วเป็นฉากแอ็คชั่นที่นอกจากยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ยังมีรายละอียดค่อนข้างเยอะมากในฉากนี้ ก็คือในซีนนั้นที่เราถ่ายทำไปใน36 ชั่วโมง ถึงแม้ว่ามันก็เหมือนกับเป็นการถ่ายหนังซีนหนึ่ง แต่พอมันคือ1ซีนในสไตล์ของโขมนี่ มันจะยิ่งมีดราม่าในแอคชั่นนะครับ และมันต้องทำทั้ง 2 อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นดราม่าการแสดง แม้แต่แค่รับบทระหว่างกันและกัน กับการชกต่อยกัน คือการถ่ายทอด 2 อย่างในซีนเดียวกัน ซึ่งสำหรับโขมนี่มันต้องได้ เราต้องเข้าใจว่าเวลาเราเล่นหนังมันมีโอกาสครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นมันก็จะอยู่ในจอ มันจะอยู่ตลอดชีวิตนั่นคือผลงานของเรานะครับ เลยต้องทำให้ถึงทำให้ได้ครับ หลายครั้งถึงเราจะเหนื่อย บางทีเราแสดงก็จะรู้สึกว่าผมอินมาก แต่กลายเป็นไฟดันไม่ได้ บางทีการจะอินแบบ 3-4 เทคก็ยาก ทุกคนไม่ว่าจะเป็นไฟ ทีมงาน นักแสดงทั้ง 2 คน มันต้องลงล็อคพอดีเลยครับ ยิ่งสำหรับโขมอย่างพวกเราทุกคนนี่ ฉากแอคชั่นมันก็อาจจะยากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งรถไฟ มอเตอร์ไซค์ มันต้องมาชนกันในจุดนั้นพอดี มันก็เลยเหนื่อยนะครับ แต่ว่าเวลาทำถึงแล้วเราก็รู้สึกดีจริงๆครับ มันก็คุ้มค่ากับการที่เราตั้งใจหรือทุ่มเททำกัน เลยทำให้เวลาเราอิน แล้วปรากฎว่ามีการสั่งคัท เราก็แบบคัททำไม (หัวเราะ) เวลาเล่นผมก็จะคอยสังเกต ซึ่งผมไม่ได้เป็นนักแสดงระดับโลก อย่างคริสเตียน เบล หรือว่า แดเนี่ยล เดย์ ลูอิส ที่ผมได้ข่าวว่าเขาจะอินทั้งวันเลย แต่ผมจะอินแค่ช่วงเวลาถ่ายซีนนั้นนะ แบบเวลาคัท ผมก็อาจจะบางทีผมก็ยังเป็นคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูตอบโขมอยู่ (เสียงใหญ่) อะไรนะ อยากให้ทำอะไรอีกนะ โอเคๆ ได้ๆ ซึ่งกลายเป็นว่าผมยังอยู่ในคาแรคเตอร์นั้นนะฮะ (หัวเราะ) ความประทับใจที่เกิดขึ้นกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันก็มีฉากประทับใจหลายรูปแบบนะครับ เพราะว่าสิ่งที่โขมเขาทำให้มันดีมากๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือเขาสามารถผสมผสานแอคชั่นกับดราม่าได้อย่างดี และลงตัวทีเดียว เวลาเราไปเล่นหนังเขานี่ เราจะสามารถรู้หรือสัมผัส ได้รับรสชาติในการแสดงที่หลากหลายทีเดียว ฉากแอคชั่นที่มันส์นี่ มันไม่ใช่แค่ผมสู้กับอนันดาเท่านั้นนะครับ อย่างมันเป็นเพียงแค่ฉากที่ทำให้เราได้มีโอกาสได้ขี่ม้า จริงๆผมเองก็เหมือนกับนักแสดง เหมือนผู้ชายทุกคน เด็กๆฝันขี่ม้า อยากยิงปืน การเป็นนักแสดงเราโชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสเล่นขี่ม้า ยิงปืน เป็นโจรอย่างนี้ครับ ข้างในเราก็มีความเป็นเด็ก ก่อนที่จะแสดงก็ไปหัดขี่ม้ากัน แล้วเป็นฉากแรกของการถ่ายทำในหนังที่ผมได้ขี่ม้ามาลุย มาปราบพวกตำรวจ แล้วก็ยิงๆ แล้วเราเองไม่ใช่แค่เริ่มมีความสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นๆ แต่เราก็เริ่มมีกับม้าของเราด้วยนะครับ ม้าของเราตัวไหน อยากได้ตัวเดิมนะ มันก็มีความเป็นเด็กของเรานะครับที่แบบขี่แล้วจะเท่ ยิงปืน ผมก็เลยประทับใจกับความรู้สึกตรงนี้ด้วยนะครับ ในภาพยนตร์จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นความเป็นอัลฮาวียะลู และเป็นอีกฉากที่ผู้ชมจะได้เห็นการแสดงของน้อย กฤษดาที่เข้มข้นมากๆ ก็มีฉากหนึ่งซึ่งรู้สึกว่าเป็นฉากเปิดเผยคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูนะครับ ซึ่งคนที่เล่นของ เขาจะทำยังไงก็ได้เพื่อที่จะมีอำนาจ เขาจะเป็นคนที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะมีพลังมากขึ้นนะครับ ซึ่งเป็นซีนที่เขามาเผชิญหน้ากับพระรูปหนึ่ง แต่พระรูปนี้ก็มีของ ของอันนั้นก็คือฟันที่งอกขึ้นอยู่ในเพดานของปาก ซึ่งถ้าเกิดรวมกับอีก 2-3 อย่างนี่ มันสามารถให้เขาเพิ่มพลังได้อย่างสูงทีเดียวครับ ซึ่งต้องรอไปดู ผมก็ไม่เคยแสดงฉากนี้มาก่อน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่คนดูอาจจะได้พบกับพลังของอัลฮาวียะลูครับ ในเบื้องหลังในการเตรียมตัวทำงานก่อนจะเล่นซีนนี้ ผมก็เริ่มฟังเพลง แต่ผมไม่ได้ฟังเพลงน้อย วงพรูนะ แต่ละซีนผมจะมีซาวน์แทรค ครั้งนี้ผมจะฟัง M&M ครับ เพลงแร็พครับเขาจะเหมือนว่าคนนี้กำลังโกรธอยู่ ฟังแล้วก่อนจะเล่นผมก็แบบเตรียมพร้อมมาละ แอคชั่น เวลาที่เราแสดงมันไม่ใช่แค่คิดเกี่ยวกับว่า ได้รับฟันจากเพดานปากนั้นมานะ ผมก็กำลังคิดถึง M&M กับพลังกับเสียงอันแรงของเพลง มันก็บิ้วท์ในสไตล์นี้ครับ สนุกดีครับ ขุนพันธ์คือโปรเจกต์แห่งความเป็นที่สุด ในหนังของโขมนะครับ เขาจะมีบทที่นักแสดงทุกคนอยาก หรือตื่นเต้นที่จะเล่น มีบทที่น่าสนใจเยอะครับ แล้วมันจะสนุก เวลาเราได้เห็นพัฒนาของนักแสดงแต่ละคนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างอ้อม (กานต์พิสชา เกตุมณี) อย่างนี้นะครับ ซึ่งเธอก็เล่นขุนพันธ์ก่อนมาแสดงแม่เบี้ยด้วยซ้ำ การที่เป็นหนังเรื่องแรกของอ้อมนี่ ตอนนี้เธอก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้น เราก็ได้เห็นเธอเดินออกไปเรื่อยๆ มันเหมือนกับสมัยก่อนที่ผมเคยเล่น 13 เกมสยองกับมะเดี่ยว หลังจากถ่ายกันเสร็จก็เจอมาริโอ้ มะเดี่ยวบอกกำลังมีรักแห่งสยาม เด็กคนนี้ก็มีแวว ตอนนี้แบบ โห เป็นซุปเปอร์สตาร์ เวลาเราเห็น เราก็จะติดภาพอนันดาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เวลาเรามาแสดงกับอนันดา มัน โอ้โฮ คนนี้มันเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ผมก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ผมก็เคลื่อนไหวเก่งนะ ผมน้อย วงพรูนะเว้ย ผมเต้นเก่งนะ(หัวเราะ) ผมเคลื่อนไหวได้เยอะนะ แต่มันจะอีกแบบหนึ่งครับ แล้วก็อย่างแฟรงค์ที่ผมก็รักมากอยู่แล้วนี่ สำหรับเขาอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย แต่ถ้าเกิดผมได้เล่นบทเป็นนักการเมืองนี่ มันท้าทายมากกว่าสำหรับเขาอย่างนั้นนะครับ คือทุกคนสามารถมีโอกาสได้พลิก (ล็อค) บทได้ในหนังของโขมนะครับ แล้วผมก็สนุกมากกับการแสดงกับทุกคนนะครับ ได้เห็นสไตล์ใหม่ของแต่ละคน แม้แต่อนันดาก็อาจจะดูเท่มากเวลาชกต่อยแต่ว่ามันก็เป็นการแสดง ส่วนเดี่ยวเขาก็มาทางแอคชั่นอยู่แล้วนะครับ ก่อนที่เราจะเปิดกล้องถ่ายทำหนังเรื่องขุนพันธ์นี้ ผม อนันดา เดี่ยว กบ ก็ไปฝึกขี่ม้ากัน ฝึกชกมวยกันด้วย แต่สำหรับเดี่ยว คือเขาเกิดมาเพื่อเดินสายนี้โดยตรงเขาธรรมชาติ แล้วเราก็ได้เรียนรู้จากเขาเยอะมากทีเดียวด้วย ผมว่าเดี่ยวเขาก็มักจะได้เป็นคนดีในหนังแอคชั่นของเขา แต่คราวนี้ขอโทษนะ เดี่ยวก็เป็นมือขวาของน้อยนะครับ ที่มาปะทะกับอนันดา และการแสดงด้วยกันกับเดี่ยวส่วนมากก็จะสื่อสารผ่านสายตา ก็แบบเคลียร์ๆ “ฆ่ามัน” เราจะได้เห็นอินเนอร์และการทุ่มเทการแสดงแบบสุดตัว ของนักแสดงทุกๆคน รวมทั้ง น้อย กฤษดา ที่ถึงขนาดว่าติดคาแรคเตอร์ความเกรี้ยวกราดของอัลฮาวียะลูกลับบ้านด้วย ในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะกับบทบาทนี้ บางทีเราเองก็เริ่มลืมไปแล้วว่า ตอนนั้นเราอินไปกับบทมากขนาดไหน ผมก็ไม่นึกว่าผมจะเป็นนักแสดงที่เอาบทกลับมาบ้าน เอาคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูบทนี้ติดกลับมาด้วยนะครับ จนมาวันหนึ่งในขณะที่ผมอยู่ที่บ้าน แล้วก็ทะเลาะกับภรรรยาเล็กน้อย แล้วผมก็เริ่มแบบ ชี้หน้า น่าเกลียดมากเลยครับ ผมก็ไม่จริง แล้วภรรยาผมก็ เฮ้ย ยูไม่เคยชี้หน้าไออย่างนี้มาก่อนนะ นี่มันแรงมากเลยนะ ผมลืมไปๆเพราะว่าบทอัลฮาวียะลูเป็นคนที่ชี้บ่อยมาก เป็นคนที่พูดอะไรมักจะออกมาเป็นคำสั่งเสมอ อาจแค่ส่งสายตาอยากให้เบิ้ลความแรงก็จะชี้ ผมก็ขอโทษภรรยา ไอผิด มันไม่ใช่น้อย มันเป็นอัลฮาวียะลู บางทีมันก็เอากลับมาบ้านด้วย ผมไม่นึกว่ามันจะเป็นถึงขนาดนั้นครับ มันเหมือนกับแค่เวลาพูดมันก็เหนื่อยแล้ว เวลาเล่นคาแรคเตอร์นี้ มันก็เป็นความกลัวนิดหน่อยด้วย เวลาแสดงจนไม่กล้าไปดูมอนิเตอร์ รู้สึกแบบมองตัวเองแรง รู้สึกมันไม่ใช่เราอย่างนั้นนะครับ ผมก็รู้สึกว่าหนังไทยบ้านเราช่วงนี้ก็จะเน้นหนังวัยรุ่นเยอะนะครับ ผมก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นแล้วโอกาสที่จะได้เล่นบท ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ โอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ จนกว่าโขมทำหนังอีกเรื่องหนึ่ง จนกว่าสหมงคลฟิล์ม บาแรมยูชวนผมมาเล่นครับ เรารู้ว่าเวลานักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มา พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ยูจะพลาดไม่ได้อย่างนี้ครับ เราก็เลยต้องเต็มที่ แล้วก็จับมัน อย่าปล่อยมัน ท้ายนี้ น้อย อยากฝากอะไรกับ “ขุนพันธ์” เราก็รู้สึกว่าเราเป็นนักแสดงที่โชคดีจริงๆนะครับ ที่โขมเขามาให้โอกาสเราเล่นบทนี้ เหมือนกับพวกหนังตลกผมก็เคยลองแสดงมาบ้าง หนังโรแมนติกก็เคยมาบ้าง นักแสดงหลายๆคนก็อยากมีโอกาสได้เล่นบทร้ายสักเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่าบทร้ายนี่ เราจะได้เล่นอย่างไร ออกมาเป็นอย่างไร นั่นมันเป็นสิ่งที่ท้าทายมากครับ บทร้ายนี่จะ...(ร้ายอย่างไร) ซึ่งมันก็เป็นความสนุกของการแสดงนะครับ เสียงน้อยก็เสียงนิ่มๆอยู่แล้วด้วย แต่เวลาอ่านบทแล้วก็ไปทิศทางนั้นไม่ได้นะครับ มันก็ต้องลองเสี่ยงละกัน ลองเสี่ยงแบบให้เอาแรงที่สุดที่จะแรงให้ได้แล้วกัน ซึ่งลึกๆแล้วผมก็รู้ว่าโขมอยากให้ผมรุนแรง ก็ต้องหัดพูดให้มันแรงกว่านี้ ผมก็ต้องเริ่มแบบดัดเสียงให้ได้ ซึ่งมันก็ยากนะครับ บางวันก็ เอ๊ะ ทำไมวันนี้เสียงมันไม่มา ผมก็ต้องไปฝึกให้ได้ แต่นี่ผมก็เป็นนักร้องนะแต่มันก็ยากครับ สำหรับบทอัลฮาวียะลูครั้งนี้เป็นการพลิก และเปลี่ยนคาแรคเตอร์ที่สุดที่ผมเคยทำมาครับ

จอห์น วู รีเมก Manhunt! ภาพยนตร์แอคชั่นจากแดนปลาดิบ
John Woo /  Manhunt / 

จอห์น วู รีเมก Manhunt! ภาพยนตร์แอคชั่นจากแดนปลาดิบ เมื่อปีที่แล้ว จอห์น วู (John Woo) ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังได้เคยให้สัมภาษณ์ว่าเจ้าตัวอยากจะกลับมาทำภาพยนตร์แอคชั่นเจ๋ง ๆ อีกครั้ง และมีความใฝ่ฝันที่อยากจะสร้างภาพยนตร์ในญี่ปุ่นมานานแล้ว จอห์น วู จะกลับมาในภาพยนตร์รีเมกสัญชาติญี่ปุ่นเรื่อง Manhunt ภาพยนตร์ธริลเลอร์ปี 1976 ที่มีดารานำอย่าง ทากากูระ เคน มารับบทนำ และได้ดาราจากชาวเอเชียเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ จางฮั่นหยู, ฉีเหว่ย, จุน คุนิมูระ, ฮิโรยูกิ อิเคะอุจิ, นานามิ ซากุราบะ, ทาโอะ, มาซาฮารุ ฟุกุยามะ และ ฮาจีวอน Manhunt ว่าด้วยเรื่องราวของ โตวชิว รับบทโดย จางฮั่นหยู ทนายความหนุ่มที่กลายเป็นผู้ต้องหาฆ่าเพื่อนสาวตาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยามูระ รับบทโดย มาซาฮารุ ฟุกุยามะ เข้ามาดูแลในคดีนี้ และพอจะทราบว่าคนร้ายในคดีอาจไม่ใช่คนร้ายที่แท้จริง การร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและทนายความรายนี้จึงเริ่มต้นออกตามหาคนร้ายที่แท้จริง

เพลงประกอบภาพยนตร์ Sing Street ฮิตจนติดชาร์ต iTUNES!
Adam Lavine /  Duran Duran / 

อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Sing Street ได้รับความนิยมจนส่งผลให้อัลบั้มนี้พุ่งทะยานมาอยู่ในอันดับที่ 4 ของชาร์ตอัลบั้มขายดี iTUNES ภาพยนตร์เรื่อง Sing Street เป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับกลุ่มเด็กในยุค 80 ที่ตั้งวงดนตรีกันขึ้นมาเพื่อจีบสาว จากผลงานของ จอห์น คาร์นีย์ ที่เคยสร้างปรากฎการณ์ความฮิตมาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง Begin Again จนดันให้เพลงประกอบภาพยนตร์ในเรื่องติดชาร์ตเพลงฮิตในหลายประเทศทั่วโลก การกลับมาสร้างภาพยนตร์ครั้งใหม่ของเขาก็ประสบความสำเร็จอีกครั้ง จนทำให้อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เพลง Sing Street กลายอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงจนติดอันดับเช่นกัน อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ Sing Street (Original Motion Picture Soundtrack) จะทำให้ผู้ฟังได้ดื่มด่ำกับเพลงเพราะๆ ในแนวร็อคแอนด์โรลและสไตล์ที่ได้รับอิทธิพลจากวงในยุค 80 อย่าง Motorhead, Duran Duran, The Cure เป็นต้น และนอกจากนั้นยังมีเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่อีกทั้งสิ้น 8 เพลง อาทิ เพลง Go Now ที่ได้นักร้องชื่อก้อง อย่าง อดัม เลอวีน จากวง Maroon 5 มาร่วมร้อง สามารถชมตัวอย่างภาพยนตร์และข้อมูลเพิ่มเติมของภาพยนตร์เรื่อง Sing Street ได้ที่ http://www.mono-film.com/main/subhome/4644 และ www.mono-film.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

มิชลินชวนอร่อยริมทาง กับสุดยอด 5 ร้านสตรีทฟู้ดในฮ่องกง
ฮ่องกง

มิชลินชวนอร่อยริมทาง กับสุดยอด 5 ร้านสตรีทฟู้ดในฮ่องกง (พร้อมรับข้อเสนอโดนใจจากคาเธย์แปซิฟิกพาคุณไปตะลอนชิมไกลถึงฮ่องกง) สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทาง เปรียบเสมือนประตูที่จะพาคุณไปสัมผัสความเป็นฮ่องกงขนานแท้และนับเป็นครั้งแรกที่มิชลินไกด์ฮ่องกงได้รวบรวมเอาร้านสตรีทฟู้ดมาไว้ในคู่มือนำเที่ยวฮ่องกงฉบับปี 2016 นี้ช่วยให้เรารับรู้ถึงบรรยากาศอันหลากหลายของแวดวงอาหารฮ่องกงที่แวดล้อมไปด้วยอาหารมากมายที่รอให้คุณมาชิมรสชาติกันถึงที่ และไม่เฉพาะคนพื้นที่และคนต่างถิ่นที่มาอยู่ฮ่องกงเท่านั้นที่พากันมาร้านเหล่านี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกก็ชักชวนกันมาลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นของฮ่องกงอย่างเพลิดเพลินด้วยเช่นกัน การท่องเที่ยวฮ่องกงอยากแบ่งปันข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับร้านสตรีทฟู้ดชวนน้ำลายสอทั้ง 5 ร้านพร้อมคัดสรรเมนูเด็ดที่นักกินตัวยงไม่ควรพลาด! KeeTsui Cake Shop ลองหาจังหวะเหมาะๆ แวะมาชิมแพนเค้กถั่วแดงหอมกรุ่นที่ออกจากเตาอบใหม่ๆ ยั่วน้ำลายด้วยแป้งชั้นนอกที่อบจนกรอบและเนื้อแป้งชั้นในที่เหนียวนุ่ม ร้านขนมอบแบบดั้งเดิมแห่งนี้ยังมีขนมหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น “ไวฟ์เค้ก” ทาร์ตไข่ และ “เค้กลูกเจี๊ยบ” ชื่อดัง เคล็ดลับของร้านนี้อยู่ที่ขนมทุกชิ้นทำด้วยมืออย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้ขนมสดใหม่ทุกวันนั่นเอง 135 Fa Yuen Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุด Mongkok ------------------------------------------- Mammy Pancake ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อร้านนี้เขาทำวาฟเฟิลออกมาได้แหวกแนวกว่าใครในฮ่องกง! วาฟเฟิลที่ว่านี้มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า gaidaantsaiรูปร่างเหมือนไข่สีทองอร่ามติดกันเป็นแพ เวลาทานต้องทานตอนร้อนๆ แล้วคุณจะรู้สึกฟินไปกับความนุ่มหนุบหนับที่ซ่อนอยู่ข้างในและผิวด้านนอกกรุบกรอบ พร้อมท็อปปิ้งที่มีให้เลือกทั้งน้ำตาล นมข้นหวาน และเนยถั่ว 8-12 Carnarvon Road สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุด Tsim Sha Tsui -------------------------------------------   Fat Boy หากคุณอยากลิ้มลองของว่างคลาสสิคสไตล์ฮ่องกงที่มิชลินรับรองความอร่อยไว้เรียบร้อยแล้ว เราขอแนะนำให้คุณไปที่ร้านแฟทบอย แล้วสั่งปลาหมึกเย็นเสียบไม้มาเคี้ยวเพลินๆ ซีฟู้ดสดใหม่ส่งตรงจากท้องทะเล ทานคู่กับน้ำจิ้มมัสตาร์ดและน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษที่ช่วยชูรสให้เมนูนี้เด็ดสะระตี่กว่าใคร! 3 Hau Fook Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดTsim Sha Tsui ------------------------------------------- Three Potato จะมีใครบ้างที่ไม่ชอบมันฝรั่ง ร้านเล็กๆ ร้านนี้รู้ดีว่าใครๆ ก็อดใจไม่ไหวกับเมนูมันฝรั่งที่เลือกอร่อยได้ทั้งทอด อบ หรือทำเป็นแฮชบราวน์ก็น่ากิน ลองสั่งมันฝรั่งอบชีสเบคอนที่อบซ้ำถึงสองครั้งหรือจะเป็นแฮชบราวน์โรยหน้าหัวหอมทอดกับเบคอน และมันฝรั่งอบไข่ อีกหนึ่งเมนูกระตุกต่อมน้ำลายที่เราอยากให้คุณลองชิมคือมันฝรั่งบดราดซอสเกรวี่เห็ด เราแนะนำให้คุณยกแก๊งกันไปชิม จะได้ลองหลากหลายสารพัดเมนูเด็ดของร้านกันอย่างจุใจ! 30-32A Nullah Road สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดMongKok ------------------------------------------- Hop Yik Tai ก๋วยเตี๋ยวหลอดจากร้านHop Yik Tai เป็นเมนูสุดคลาสสิคตัวจริงที่เราไม่สงสัยเลยว่าทำไมมิชลินถึงเลือกให้อยู่ในลิสต์ร้านอาหารแนะนำ เมนูเด็ดของร้านนี้ทำจากแผ่นแป้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อนุ่มที่ค่อยๆ เอามาม้วนห่อเครื่องอย่างพิถีพิถัน แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มสูตรลับทำจากถั่วเหลือง ซอสถั่วหวานและซอสพริก แล้วโรยหน้าด้วยงาขาวเพิ่มสีสันที่รับรองว่าอร่อยลืม! 121 Kweilin Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดSham Shui Po ------------------------------------------- ห้ามพลาด! ข้อเสนอดี ๆ จากสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค (www.cathaypacific.com) เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยชั้นประหยัดเริ่มต้นที่ 4,700 บาทและชั้นธุรกิจเริ่มที่ 12,950 บาท ราคานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษี

4 ร้านเด็ดจังหวัดระนอง ที่ต้องแวะเช็คอิน
ระนอง

ชายฝั่งทะเลตะวันตกอย่างจังหวัดระนอง ก็มีของกินดีๆ เยอะมากไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ เลยค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวก็มีเยอะมาก มีที่ให้ไปได้ทั้งวัน ทั้งทะเลสวยมีมากมายหลายเกาะ อุทยานแห่งชาติต่างๆ หรือจะเที่ยวภูเขา และบ่อน้ำร้อน เวะไหว้พระได้ตลอดทางเลย สวนของกินนั้นก็มีดีหลายร้านเหมือนกันนะคะ วันนี้เรายกมา 4 ร้านเด็ดที่ต้องแวะไปทาน 4 ร้านเด็ดจังหวัดระนอง ที่ต้องแวะเช็คอิน    1.FarmHouse Ranong ร้านอาหารที่เจ้าถิ่นเขาแนะนำมาว่าถ้าอยากรับประทานอาหารจีนอร่อยๆ ให้ลองมาร้านนี้ดู ซึ่งฟาร์มเฮาส์ก็เป็นร้านเปิดใหม่ตกแต่งสไตล์โรงนาของฝรั่ง มีอาหารให้เลือกมากมายทั้งอาหารใต้ อาหารไทย อาหารจีน อาหารแนวยุโรป เบเกอรี่ และกาแฟ รวมไปจนถึงบาร์เครื่องดื่มและเบียร์นำเข้า เมนูแนะนำก็มี หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส ไก่แช่เหล้ากระพรุนหมักงา ฟัวกราซอสส้ม แกงส้มกุ้งผักเหลียงชุบไข่ กุ้งผัดเครื่องแกงสะตอ ขนมฟาร์มหวาน ที่ตั้ง ถนนเรืองราษฎร์ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000 โทร. 094-424-2459 เปิดทุกวัน Buffet เวลา 06.30 - 0.200 น. A La Carte เวลา 11.00 - 23.00 น. Facebook : โรงแรมและร้านอาหารฟาร์มเฮ้าส์ ระนอง FarmHouse Hotel&Restaurant Ranong ------------------------------------------------------------- 2. ร้านอาหารเคียงเล เคียงเล เป็นร้านอาหารโรแมนติกริมทะเลที่เปิดมาแล้วกว่าปี สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกและมองเห็นบรรยากาศสองฝั่งไทยพม่าได้อย่างชัดเจน จุดเด่นของร้านนี้อยู่ตรงอาหารทะเลสดใหม่ และอาหารทะเลพื้นบ้านประจำจังหวัดระนอง เมนูแนะนำได้แก่ ยำเคยกุ้ง ปูนิ่มผัดหมี่กระเฉด หมึกหอมผัดไข่เค็ม ยำถั่วพม่า ที่ตั้ง 123/6 ด้านหน้าเขานางหงส์รีสอร์ท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000 โทร.07-787-3969 เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - 22.00 น. facebook : เคียงเล ~KeingLay~ -------------------------------------------------------------   3. บังโรตีอาหรับ อีกหนึ่งร้านดังของชาวเมืองระนอง ที่ทุกๆ เช้าคนจะแน่นร้านหลังจากผ่านมาหลายรอบจึงขอแวะเข้ามาชิมเสียหน่อย บังกีอาหรับเป้นร้านอาหารสไตล์มุสลิม เมนูส่วนใหญ่จะเป็นโรตีหน้าต่างๆ มากมาย จะกินเป็นขนมหวาน หรืออาหารคามก็มีให้เลือกหมด เมนูแนะนำคือ โรตีอาหรับ โรตีธรรมดา โรตีมะตะบะไก่ ข้าวหมกไก่ต้ม โรตีพิซซ่า ที่ตั้ง ถนนเรืองราษฎร์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง 85000 โทร. 081-852-2033 เปิดวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 06.30 - 16.00 น. facebook : โรตีระนอง บังกีโรตีอาหรับ ------------------------------------------------------------- 4. The Alis Cafe ร้านกาแฟบรรยากาศดี เหมาะแก่การนั่งชิลล์ ดื่มด่ำกับกลิ่นกรุ่นกาแฟหอมๆ และเบเกอรี่ละมุนลิ้น นอกจากนั้นที่นี่ยังมีอาหารจานเดียวหลากหลายเมนูให้เลือกลิ้มลอง ท่ามกลางเพลงบอสซ่าเพราะๆ เมนูแนะนำ เช่น กาแฟ สโคน คาราเมลมัคคิอาโต้ ต้มยำกุ้ง ที่ตั้ง ซอยดับคดี (ตรงข้ามศาลจังหวัดระนอง) ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง 85000 โทร. 07-781-0796 เปิดทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น. facebook : The Alis cafe ------------------------------------------------------------- Weekend issue 91 : Jan 2016 อ่านต่อที่ Mbookstore

ละครลูกไม้ไกลต้น , เรื่องย่อลูกไม้ไกลต้น
ละคร ลูกไม้ไกลต้น /  เรื่องย่อละคร ละคร ลูกไม้ไกลต้น / 

บทประพันธ์โดย : โสภี พรรณรายกำกับการแสดงโดย : ปัญญา ชุ่มฤทธิ์ผลิตโดย : บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครลูกไม้ไกลต้น รสา หญิงสาวที่เกิดมาในครอบครัวหาเข้ากินค่ำ ลูกสาวของนางสุภา หญิงม่ายสามีตาย หลังจากที่นายสาน สามีของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ความเป็นอยู่ก็แย่ลง แต่ด้วยความที่ รสาเป็นคนสู้งาน ขยันขันแข็ง จึงทำให้ครอบครัวผ่านวิกฤตไปได้ ผิดกับ มนัส พี่ชายที่มีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างหน้าตา และนิสัยใจคอ มนัสเป็นพี่ชายที่ไม่เอาไหน เกียจร้าน หนักไม่เอาเบาไม่สู้ ตัวของมนัสเอง ก็แอบมีปมในใจ ถึงความต่างของเขากับน้องสาว ที่เหมือนฟ้ากับเหว รสาสวยสง่านิสัยดี แต่มนัสขี้ริ้วขี้เหล่เกเร มนัสจึงแอบสงสัยมาตลอดว่ารสาไม่ใช่น้องแท้ ๆ เขาพยายามคาดคั้นแม่ให้บอกความจริงเรื่องนี้ แต่ไม่เคยได้รับคำตอบที่ต้องการ มนัสติดหนี้พนันบอล จึงไปหลอกแม่ว่ารสากำลังจะถูกเจ้าหนี้นอกระบบอุ้ม เนื่องจากไปลงทุนทำร้านเสื้อกับ บงกช และ มธุรส เพื่อนสนิทแล้วขาดทุน แต่ขอร้องไม่ให้แม่อย่าบอกเรื่องนี้กับรสา เพราะเกรงว่าน้องจะกลัว เขาจะเป็นคนช่วยน้องเอง สุภาเชื่อมนัสสนิทใจแม้จะห่วงรสา แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม จนทำให้ตัวเองล้มป่วย สุภาจึงพยายามรวบรวมเงินเพื่อเอาไปให้มนัสใช้หนี้แทนรสา เหตุการณ์วันนั้นจึงทำให้เธอได้พบแหวนวงหนึ่งที่เคยซุกอยู่ซอกลึกสุดในตู้ แหวนที่กลับมาตอกย้ำอดีตอันแสนเจ็บปวดของเธออีกครั้ง ในอดีต เมื่อยังสาว สุภาเคยทำงานเป็นคนรับใช้บ้าน เฉลิม และ เปรมจิต เจ้าของกิจการอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ด้วยความที่สุภาเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสะสวย จึงเป็นที่ถูกตาต้องใจ เฉลิมมาก เขาจึงออกอุบายหลอกลวงจนสุภาเชื่อและเสียท่ายอมตกเป็นของเขาเพื่อช่วยชีวิต นายสานสามี แต่สุภากลับมารู้ความจริงภายหลัง ว่าเรื่องทั้งหมดที่เฉลิมบอกล้วนเป็นเรื่องโกหก เธอทั้งอับอายและเสียใจน้ำตาแทบเป็นสายเลือด แต่เฉลิมกลับมองเป็นเรื่องเล็กน้อย ขอสุภาอย่าคิดมาก และจบปัญหาด้วยการให้แหวนที่ใส่ติดนิ้วมาเป็นค่าทำขวัญ สุภาไม่อาจทนต่อไปได้ จึงตัดสินใจหนี และโชคช่าง เล่นตลกกับเธอ เมื่อมารู้ภายหลังว่าตัวเองตั้งท้อง จึงตัดสินใจว่าเก็บความลับเรื่องเฉลิมนี้ไว้จนวันตาย ละคร ลูกไม้ไกลต้น ด้วยความเป็นห่วงลูกจึงทำให้สุภาป่วยหนัก ความหวังสุดท้ายที่เธอนึกถึงคือ เฉลิม เขาคือคนที่จะช่วยรสาให้พ้นภัยได้ ก่อนที่จะสิ้นใจ จึงได้เรียกรสาไปสั่งความสุดท้าย พร้อมทั้งบอกความลับที่ตั้งใจปิดมาทั้งชีวิตว่า รสาเป็นลูกของคุณเฉลิม และต้องหาแหวนวงนั้นไปแสดงตัวให้ได้ รสาได้ยินแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเธอไม่ใช่ลูกจริง ๆ ของพ่อสาน การเป็นลูกของเฉลิมหรือไม่ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เธอคาดหวัง แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ เธอต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีให้แม่ จึงไปหาแหวนตามที่แม่บอก เพื่อเอาไปแสดงว่าคุณเฉลิมทำผิดต่อแม่จริง แต่ก็พบว่าแหวนหายไปแล้ว เพราะมนัสเอาไปเสียก่อน ชานนท์ เป็นบุตรชายของคุณพาณิช เจ้าของกิจการอัญมณีแถวหน้าของประเทศไทย ชานนท์มีความหลังที่ฝังใจมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ คือ ภาพที่กัลยา แม่บังเกิดเกล้าหนีไปกับอรุณ นายช่างผู้ควบคุมการผลิตอัญมณีในโรงงานของบิดา โดยไม่ใยดีกับเสียงร้องให้เรียกหาแม่ของอภิรักษ์ น้องชายวัย 7 ขวบ เลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นพ่อจึงกลายเป็นคนเงียบเหงาเศร้าซึม ภาพอภิรักษ์ร้องไห้โหยหาอกแม่ทุกวันคืน ทำให้ชานนท์ต้องเป็นคนเข้มแข็งกลายเป็นที่พึ่งให้ทั้งพ่อและน้องชายที่ อ่อนแอ เขาบ่มเพาะความเกลียดชังแม่ตลอดมาจนโต และให้สัญญากับตัวเองว่าหลังจากนี้ไปชีวิตของเขาจะต้องอยู่โดยไม่มีแม่ จึงพยายามพูดฝังหัวอภิรักษ์ว่าแม่โหดร้ายที่ทิ้งลูกเล็ก ๆ ไปได้ลงคอ สองคนพี่น้องเติบโตขึ้นมา โดยมีแต่พ่อคนเดียว พ่อผู้ซึ่งครองความเป็นม่ายโดยไม่หาหญิงใหม่มาดามใจ พ่อที่เลี้ยงดูสองพี่น้องมาจนโต ชานนท์พร่ำบอกอภิรักษ์ว่า หากวันใดวันหนึ่งแม่เกิดกลับมาหาเราสองคนพี่น้อง ก็ต้องไม่ให้อภัยและไม่ยอมรับแม่เรื่องนี้กลายเป็นปมฝังใจที่ทำให้เค้ามอง โลกในแง่ร้าย และมีอคติโดยไม่รู้ตัวโดยเฉพาะกับผู้หญิง วันหนึ่งขณะที่ชานนท์อยู่ที่บ้าน แม่บ้านมาแจ้งว่ามีหญิงกลางคนมาขอพบอภิรักษ์ ชื่อ กัลยา ชานนท์ออกอาการฉุนเฉียวไม่ให้พบและห้ามคนในบ้านบอกเรื่องนี้กับพาณิชและ อภิรักษ์ พร้อมทั้งออกคำสั่งห้ามเปิดประตูให้กัลยาเด็ดขาด ชานนท์รีบบึ่งรถออกจากบ้าน เขาขับรถผ่านกัลยาที่ยังรออยู่หน้าบ้าน แม้กัลยาจะวิ่งตามเคาะกระจกรถ ชานนท์ก็ไม่ยอมจอด กัลยาเสียใจมาก ส่วนชานนท์ พอพ้นกัลยามา เขาเองก็ต้องจอดรถเพราะต่อสู้กับความรู้สึกตัวเองไม่ไหว ที่ผสมปนเปทั้งตกใจ แค้นใจ เสียใจ จนแทบจะระเบิดออกมาจากอก กัลยากลับมาบ้านเจอ อรุณ ชายชู้ของเธอ ทั้งคู่วางแผนกันเรื่องที่ต้องพยายามเข้าหาอภิรักษ์ให้ได้ จุดประสงค์ของทั้งคู่คือ เบื่อการทำงาน เกลียดความลำบาก จึงต้องการเอาเงินมาเสวยสุข และทำชีวิตที่ให้สุขสบายขึ้น ชานนท์แอบตามกัลยามาจึงได้ยินเรื่องราวทั้งหมดว่าแท้จริงแล้วกัลยาไม่ได้มา หาเพราะคิดถึงลูกแต่อย่างใด ก็ยิ่งชิงชังกัลยาอย่างเต็มที่ รสาตัดสินใจเข้าไปหาคุณเฉลิมที่บริษัท ตามคำแนะนำของบงกช และมธุรส ไม่ใช่เพื่อจะแสดงตัวเป็นลูกและเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ที่เธอควรจะได้ รสาไม่เคยต้องการข้องเกี่ยวกับชีวิตแบบเศรษฐีที่เธอไม่คุ้นเคย ละคร ลูกไม้ไกลต้น จุดประสงค์เดียวของรสา คือต้องการให้เฉลิมไปขออโหสิเป็นครั้งสุดท้ายต่อหน้าศพแม่ของเธอ แต่ผิดพลาด...คุณเฉลิมกลับไม่ใส่ใจในสิ่งที่เธอร้องขอสักนิด แต่กลับเห็นรสาเป็นแค่ใครก็ไม่รู้คนนึงที่เข้ามาสร้างเรื่อง เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์จากเศรษฐีอย่างเค้า จริงอยู่เขาจำสุภาได้ แต่รสาไม่มีหลักฐานใด ๆ มาแสดง นอกจากคำพูดกล่าวอ้างลอย ๆ ประกอบกับเฉลิมเป็นคนมีลูกยาก เพราะมีภาวะเกือบเป็นหมันเป็นทุนเดิม ยิ่งทำให้เขาปฏิเสธรสาได้อย่างไม่แยแส รสาจำต้องออกจากบริษัทอัญมณีทองมาด้วยความผิดหวังที่คนเป็นพ่อแสดงท่าที่ไม่ ยอมรับเธอถึงขนาดนี้ ชานนท์ผู้ซึ่งเป็นคนรักของศศิกานต์ ลูกสาวคนเล็กของคุณเฉลิมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ชานนท์ระแวงว่ารสาอาจเป็นหนึ่งในขบวนการสิบแปดมงกุฎที่คิดจะมาหลอกเอาเงิน เศรษฐีอย่างเฉลิม ไม่ต่างอะไรกับกัลยาแม่ของเขา ด้วยอคติที่ในใจบวกกับบังเอิญได้ยินรสาคุยโทรศัพท์กับมนัสใจความเหมือนพวก มาตุ้มตุ๋น จึงยิ่งเข้าใจผิดมากขึ้น ชานนท์ตั้งใจว่าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้รสามาหลอกหลวงครอบครัวของศศิกานต์แฟน ตัวเองได้ เปรมจิตเฉลียวใจ เมื่อได้รู้จากวรรณฤดีลูกสาวคนโต ว่ามีคนมาแอบอ้างหลอกว่าเป็นลูกเฉลิม แถมศศิกานต์ยังเปรยว่าหน้าเหมือนคุณพ่อด้วย ทำให้เปรมจิตต์นึกย้อนไปถึงวันที่เธอแอบเห็นเฉลิมออกมาจากห้องของสุภาสาวใช้ หน้าตาสะสวยโดยบังเอิญ จึงไปปรึกษาแม่จัน ญาติผู้ใหญ่ที่เปรมจิตให้มาช่วยดูแลความเรียบร้อยในบ้าน แม่จันปลอบจนเปรมจิตสบายใจขึ้นว่าเป็นไปไม่ได้เพราะเฉลิมมีลูกยากกว่าจะมี วรรณฤดีกับศศิกานต์ก็พยายามแทบแย่ แต่ศศิกานต์สังหรณ์ว่า รสาอาจเป็นลูกคุณเฉลิมจริง ๆ เพราะเธอรู้สึกถูกชะตาและผูกพันอย่างประหลาดกับรสา ชานนท์ตัดบทไม่ให้คิดและยืนยันว่ารสาต้องเป็นพวก 18 มงกุฎ ส่วนวรรณฤดีก็เริ่มคิดหนัก ด้วยความกลัวว่าจะต้องถูกแบ่งสมบัติของพ่อไปให้คนอื่น ลึก ๆ ในใจ...วรรณฤดีต้องการครอบครองสมบัติทั้งหมดของพ่อแม่แต่เพียงผู้เดียว แม้กระทั่งน้องสาวแท้ ๆ อย่างศศิกานต์ เธอก็ไม่คิดที่จะแบ่งให้ ด้วยความที่เครียดมาก ทำให้เธอกินไม่ได้ นอนไม่หลับ รสาจึงเป็นลมระหว่างข้ามถนน จนเกือบโดนรถของอภิรักษ์ชน อภิรักษ์รีบลงมาช่วย และรู้สึกตกหลุมรักรสาในทันที ชานนท์จำรสาได้ จึงพยายามบอกอภิรักษ์ว่ารสาไม่ใช่คนดี มีเจตนาจะหลอกลวง แต่อภิรักษ์และคุณพานิชกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น และไม่เชื่อสิ่งที่ชานนท์บอก ชานนท์ใช้อำนาจความเป็นพี่สั่งอภิรักษ์ห้ามยุ่งเกี่ยวกับรสาเด็ดขาดเป็นเหตุ ให้มีปากเสียงกัน ทำให้ชานนท์ยิ่งไม่ชอบรสามากขึ้นไปอีก เขาจะไม่ยอมให้รสามาหลอกคนในครอบครัวเค้าเพิ่มเด็ดขาด ชานนท์พยายามสืบเรื่องของรสา ไปเลียบเคียงถามจากบงกช ซึ่งเป็นเลขาของเขา บงกชยืนยันรสาเป็นคนดี แต่ชานนท์กลับคิดว่าบงกชเข้าข้างเพื่อน ตั้งแต่นั้นบงกชพยายามคอยเป็นตัวเชื่อมไม่ให้ชานนท์เข้าใจรสาผิดไปมากกว่า นี้ เฉลิมนั่งรถกับจากงานเลี้ยง บังเอิญรถดับตรงหน้าวัดสตาร์ทไม่ติด เฉลิมจึงเดินเข้าไปในวัด เห็นรูปหน้าศพของสุภา เมื่อกลับถึงบ้านเฉลิมเดินเข้าบ้านไม่พูดจากับใคร เปรมจิตสงสัยจึงไปถามคนขับรถ ทำให้ยิ่งสงสัยว่ารสาต้องเป็นลูกเฉลิมแน่ ๆ ละคร ลูกไม้ไกลต้น เปรมจิตยิ่งกระวนกระวายใจเรื่องรสา จึงไปสืบประวัติรสาตามอินเตอร์เน็ต แต่ไม่พบข้อมูลที่อยากรู้มากนัก เมื่อสบโอกาสจึงแอบนำของเฉลิมและรสาไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อความแน่ใจ ผลการตรวจปรากฏว่ารสาเป็นลูกเฉลิมจริง เปรมจิตกลุ้มใจมาก ตัดสินใจเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว และกันทุกคนที่เสนอให้พิสูจน์ดีเอ็นเอของรสา ด้วยการอบกว่าคนระดับเฉลิมไม่จำเป็นต้องลดเกียรติลงไปให้ทำอะไรแบบนั้นให้ เสื่อมเสีย เพราะยังไงรสาก็ไม่ใช่ลูกเฉลิมแน่นอน เปรมจิตหาทางหยุดยั้งเรื่องของรสา ด้วยการเสนอให้เงินหนึ่งล้านบาท ชานนท์เฝ้าคอยดูว่าในที่สุด รสาจะยอมรับเงินหรือไม่ เมื่อรสาไม่รับ เขากลับเชื่อว่าเป็นเพราะรสาหวังสมบัติที่มากกว่านั้นของคุณเฉลิม รสาพยายามชี้แจงถึงความตั้งใจของตน แต่ชานนท์ไม่เชื่อ กัลยา มาหาชานนท์อีก รสาเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญ ว่าชานนท์ปฏิเสธไม่ยอมรับว่ากัลยาเป็นแม่ ชานนท์โกรธมาก ห้ามรสาไม่ให้ยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ และออกคำสั่งให้เธอปิดปากให้สนิท ห้ามบอกใครเด็ดขาดโดยเฉพาะอภิรักษ์ แต่รสาแอบคิดว่าอภิรักษ์ควรมีสิทธิตัดสินใจเองเพราะกัลยาก็เป็นแม่ของ อภิรักษ์เหมือนกัน เธอต่อว่าชานนท์มองคนแต่ในแง่ร้าย เหตุการณ์นี้ทำให้รสาได้รู้จักชานนท์มากขึ้นว่าเขามีบาดแผลคล้าย ๆ กับเธอ เขาไม่ยอมรับแม่ แต่รสา มีพ่อที่ไม่ยอมรับลูก กัลยาหลอกใช้ความเป็นคนดีของรสา เป็นตัวช่วยของเธอ กัลยาเล่นละครทำตัวเป็นคนที่น่าสงสารให้รสาเห็นใจและขอร้องให้รสารับปากว่า จะช่วยพูดกล่อมชานนท์ให้ รสาจำใจรับปากด้วยความสงสาร การที่รสาได้รู้เห็นในเรื่องส่วนตัวล้ำลึกของชานนท์ เป็นสิ่งที่ทำให้ชานนท์เข้ามาใกล้ชิดกับรสามากขึ้น เพราะเธอเป็นคนนอกคนเดียวที่รู้ แม้แต่ศศิกานต์ผู้หญิงพิเศษของเขายังไม่รู้ จึงเป็นเหตุที่ทำให้ทั้งชานนท์และรสาขัดแย้งกันยิ่งขึ้น รสายืนยันที่ว่าลูกจะต้องกตัญญูและให้อภัยแม่ ชานนท์ว่ารสาไม่รู้หรอกว่าเขาเจ็บปวดแต่ไหน ชานนท์กับรสาขัดแย้งกันจนเขาใช้กำลังปล้ำจูบเธอ แต่รสาก็มิได้ขัดขืนทั้งชานนท์และรสารู้สึกพอใจในจูบนั้นทั้งคู่ โดยไม่อยากนึกถึงสาเหตุว่าพอใจเพราะอะไร แล้วจากนั้น ทั้งคู่วิ่งหนีหัวใจตัวเองตลอด โดยอาศัยความขัดแย้งระหว่างกันเป็นเครื่องขวางกั้น ลึก ๆ ศศิกานต์เองรับรู้ได้ว่า ระหว่างชานนท์กับรสาต้องมีอะไรที่ปิดบังเธอและคนอื่นไว้ เพราะหลายครั้งที่เธอจับได้โดยบังเอิญว่าชานนท์ออกไปกับรสา แต่เมื่อเธอแกล้งลองถาม ชานนท์ก็ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นไม่มีอะไร ถึงแม้เธอจะพูดกับทุกคนว่าเธอเชื่อใจเขา และถ้าชานนท์จะเปลี่ยนใจ เธอก็ตามใจ ไม่อยากได้เขามาแค่ตัว แต่ไม่ได้หัวใจ แต่ลึก ๆ ศศิกานต์แอบหวั่นใจไม่น้อย จนเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับแม่จัน ธัชชัยเห็นแบบนี้ก็แอบดีใจ เพราะความจริงธัชชัยไม่ได้รักวรรณฤดี เขาแอบรักศศิกานต์มาโดยตลอด แต่ที่ต้องแต่งงานกับวรรณฤดีเพราะรู้ว่าเป็นลูกเขยคุณเฉลิมย่อมก้าวหน้าเร็ว กว่าการเป็นพนักงานกินเงินเดือนในบริษัท อย่างที่เค้าเคยเป็นมาก่อนแน่นอน กัลยามาทำบีบน้ำตาอ้อนรสาให้นัดอภิรักษ์ให้ รสาไม่รู้จะทำยังไง แต่ยอมนัดให้เพราะสงสาร เมื่ออภิรักษ์ได้เจอกัลยา ทีแรกอภิรักษ์จำไม่ได้ แต่พอรู้ว่ากัลยาเป็นใคร เขาก็ขับรถพุ่งหนีไปทันทีตามที่ชานนท์เคยสั่งไว้ แล้วสุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง เขาตัดสินใจขับรถกลับมาหาแม่ กัลยาบอกอภิรักษ์ว่าเธอรู้สึกสำนึกผิดแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยไปเจอชานนท์ แต่ชานนท์ใจแข็งมากไม่ยอมรับแม่ อภิรักษ์สงสารแม่ จึงให้เงินและชวนไปบ้าน กัลยาไม่กล้าไปอ้างว่าชานนท์เกลียดแม่ คงไม่อยากให้กลับไปเหยียบกลับบ้านอีก แต่อภิรักษ์กลับบอกว่าช่างพี่นนท์ แต่สำหรับเขายินดีให้แม่เข้าบ้านเสมอ กัลยาอึ้งไปพูดอะไรไม่ออกเลยวิ่งหนีไป อภิรักษ์น้ำตาซึม รสาจึงปลอบใจ อภิรักษ์ขอบคุณรสา ไม่งั้นคงไม่มีวันได้เจอและคุยกับแม่อีก อภิรักษ์กลับไปบอกพ่อว่าอยากขออนุญาตให้แม่เข้ามาในบ้าน พาณิชยอม แต่ชานนท์ขัดขวาง จนเกิดเรื่องทะเลาะกับอภิรักษ์ใหญ่โต ละคร ลูกไม้ไกลต้น อภิรักษ์สารภาพรักกับรสา รสาขอให้เป็นเพื่อนกัน อภิรักษ์ผิดหวังมากจนทำงานไม่ได้ ชานนท์โทษว่าเป็นความผิดของรสา รสาเหลืออดตอกหน้าชานนท์กลับไปบ้างว่าถ้าชานนท์เป็นคนใจกว้างเรื่องยุ่ง ๆ ในครอบครัวเขาก็จะไม่เกิดและให้เขาเคารพความคิดของอภิรักษ์บ้าง อย่าถือว่าตัวเองถูกไปเสียทุกอย่าง เพราะอภิรักษ์พร้อมที่จะอภัยให้แม่ แต่ชานนท์ไม่ยินยอม กัลยาได้เงินมาก็เอาไปใช้จ่ายซื้อของอย่างสุขสบายกับอรุณ การได้เงินมาง่าย ๆ ทำให้ทั้งคู่ไม่คิดที่จะออกไปทำงาน วัน ๆ จึงคิดแต่วางแผนเรื่องรีดไถเงิน คุณเฉลิมไม่สบายมาก แพทย์ตรวจพบว่าเป็นโรคไตพิการ แพทย์ลงความเห็นว่าคุณเฉลิมต้องเปลี่ยนไต แต่ลูกสาวสองคนคือ วรรณฤดีกับศศิกานต์ไม่อาจให้ไตแก่พ่อได้ เพราะเลือดไม่เข้ากัน ศศิกานต์สงสารพ่อจับใจ จึงเสนอหนทางสุดท้ายคือ ให้รสาไปตรวจเลือดดูว่า สามารถให้ไตแก่คุณเฉลิมได้หรือไม่ วรรณฤดีไม่เห็นด้วยและต่อด้านเต็มที่ ในขณะที่คุณเปรมจิตลังเล แต่ด้วยความรักที่มีต่อสามีอย่างมากในที่สุดคุณเปรมจิตก็ตัดสินใจยอมขอร้อง ให้รสามาตรวจเลือด ศศิกานต์ดีใจ ผิดกันกับวรรณฤดีที่ออกตัวคัดค้านเต็มที่ แต่ 1 เสียงคัดค้านของวรรณฤดีก็ไม่สำเร็จ ตั้งแต่คุณเฉลิมป่วย รสาไปเยี่ยมคุณเฉลิมบ่อยครั้ง เห็นสภาพของคุณเฉลิมที่ทรุดโทรมลงผิดตา ตอนนี้เธอไม่ต้องการอะไรจากคุณเฉลิมอีกแล้ว ไม่ต้องการให้คุณเฉลิมไปขอโทษแม่ก็ได้ ขอเพียงแต่ให้คุณเฉลิมหายดีก็พอ วรรณฤดี เริ่มหาทางออกให้กับตัวเองด้วยการบังคับให้ธัชชัยไปตรวจว่าเป็นหมันรึเปล่า เพราะเค้ากับเธอไม่มีหลานให้พ่อเสียที เฉลิมเคยบอกว่าถ้าวรรณฤดีมีหลายชายให้พ่อ พ่อจะแบ่งมรดกให้หลานมากกว่าใครแน่นอน วรรณฤดีขู่ว่าถ้าธัชชัยเป็นหมันเธอจะเลิกกับเขา ธัชชัยอึ้งที่รู้ว่าวรรณฤดีเห็นเขาเป็นแค่เครื่องมือที่จะทำให้ได้ครอบ ครองมรดกทั้งหมดเท่านั้น มนัส มาสมัครงานเป็นยามที่บริษัทของชานนท์ ต่อมามนัสเอาแหวนที่ขโมยไปมาขายชานนท์เพื่อหาทางรอดจากเจ้าหนี้ ชานนท์จึงรู้ว่านี่คือหลักฐานที่รสาเคยบอกว่ามีแต่ไม่รู้ทำไมไม่เคยนำมาแสดง ชานนท์เอาแหวนให้คุณเฉลิมดู เฉลิมเห็นแหวนก็จำได้ เขากล้ายอมรับกับชานนท์ว่าเคยหลอกหลวงสุภาจริง มาถึงตอนนี้เฉลิมละอายใจมาก แต่แม้รสามีแหวนก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นลูกของเฉลิมรึเปล่า แต่อย่างน้อยทั้งสองคนเริ่มมองรสาในแง่ดีขึ้นว่าเธอไม่ได้พูดลอย ๆ เรื่องเฉลิมทำผิดต่อสุภา เมื่อรสารู้ว่ามนัสเอาแหวนไปขายชานนท์ รสาไปขอซื้อแหวนคืน แต่เธอบอกว่ายังไม่มีเงินก้อนครบแสนตอนนี้ ชานนท์ให้แหวนมาก่อน และบอกรสาว่าคุณเฉลิมเห็นแหวนแล้ว รสาจึงเข้าใจว่าเพราะเหตุใดที่เธอไปเยี่ยมท่านระยะหลัง ๆ ท่านจึงดีกับเธอขึ้นมาก รสามองเพชรที่แหวนแล้วคิดถึงแม่มากคิดถึงสภาพจิตใจแม่ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ที่ต้องอุ้มท้องลูกของชายอื่นโดยบอกสามีไม่ได้ ความกดดันในใจทำให้รสาหน้ามืดวูบ ชานนท์เข้าประคองเธอไว้ทันก่อนที่จะล้ม ศศิกานต์ซึ่งจะเข้ามาในห้องเห็นเข้าพอดี เธอรีบปิดประตูไปอย่างเงียบเชียบ บัดนี้ ศศิกานต์แน่ใจแล้วว่าชานนท์รักรสาแน่นอน อภิรักษ์ทำใจได้เรื่องรสาไม่รับรักและขอเป็นเพื่อนที่ดีของรสา นัดเธอไปทานข้าวกับคุณกัลยา และพาคุณพาณิชไปด้วย คุณกัลยากับคุณพาณิชได้เจอกัน โดยคุณกัลยาไม่รู้ตัวล่วงหน้า เธออึ้งไปเหมือนกันเมื่อเจอสามีเก่า ความผูกพันใดอื่นของคุณพาณิชต่อคุณกัลยาไม่มีแล้ว นอกจากความห่วงใยว่าเธอจะลำบาก เมื่อทานอาหารเสร็จ พาณิชเซ็นเช็คจ่ายเงินให้คุณกัลยาไปหนึ่งแสนบาท ชานนท์รู้ดีทุกอย่างว่าแม่ต้องการอะไร และเขาก็พิสูจน์ให้รสาเห็นความจริงด้วยการพารสาไปบ้านแม่ ทำให้รสาก็ได้รู้ความจริงด้วยตนเองว่า แท้ที่จริงแล้วคุณกัลยามิได้อาลัยอาวรณ์กับลูก ๆ หรือสามีเก่าเลย เธอต้องการเพียงเงินจุนเจือตัวเองและนายอรุณที่เธอรักมากเท่านั้น รสาเข้าใจชานนท์มากขึ้น แต่เธอก็ยังยืนยันว่า ลูกควรกตัญญูต่อแม่บังเกิดเกล้า ชานนท์ว่ารสาคงอยากเห็นเขาเป็นคงโง่ เขาทำไม่ได้ รสาพยายามพูดโน้มน้าวจิตใจชานนท์ ในขณะเดียวกัน รสาและชานนท์ต่างเปิดใจตนเองต่อกัน และรู้ว่าต่างฝ่ายต่างรักกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำรัก ชานนท์รู้สึกผิดต่อศศิกานต์อย่างมาก อภิรักษ์บอกชานนท์ว่าเขาจะรับคุณกัลยามาที่บ้าน และคาดว่าชานนท์ต้องต่อต้านแน่ แต่ผิดคาด ชานนท์ยินยอม อภิรักษ์แน่ใจทันทีว่าเป็นเพราะรสาที่ทำให้ชานนท์เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ อภิรักษ์เจอกับศศิกานต์โดยบังเอิญ จึงได้รู้จากศศิกานต์ว่าชานนท์กับรสารักกัน ศศิกานต์แม้จะเจ็บปวด แต่เห็นด้วยกับอภิรักษ์ว่าควรยินดีกับทั้งสอง ทั้งคู่ตั้งใจว่าจะร่วมมือกันทำให้รสากับชานนท์สมหวัง ธัชชัยเป็นหมันจริง แต่ไม่กล้าบอกวรรณฤดี นุกูลเลยวางแผนสลับเชื้อของเขากับธัชชัย ในวันที่วรรณฤดีกับธัชชัยไปทำกิ๊ฟ เพราะหวังจะได้ส่วนแบ่งมรดก วรรณฤดีตั้งท้องดั่งหวัง จึงคาดคั้นเฉลิมให้เซ็นพินัยกรรมยกสมบัติให้หลานมากกว่าใคร ผลตรวจเลือดของรสาออกมาแล้ว เธอเป็นลูกของคุณเฉลิมจริง และยังสามารถเปลี่ยนไตให้คุณเฉลิมได้ด้วย ตอนแรกคุณเฉลิมไม่ยอมเปลี่ยนไต เพราะไม่ต้องการเอาเปรียบรสาไปมากกว่านี้ แต่รสากลับพูดจนคุณเฉลิมยอม ศศิกานต์ดีใจต่อน้องสาว ส่วนวรรณฤดีอาละวาดกับคุณเปรมจิตราวบ้าคลั่ง มนัสเมื่อรู้ว่ารสาเป็นลูกของคุณเฉลิมจริงก็ไปหาคุณเฉลิมที่โรงพยาบาล บอกว่าเขาเป็นคนเสียสละไม่ได้เรียนหนังสือเพื่อให้รสามีอนาคต คุณเฉลิมใจอ่อนเซ็นเช็คไปให้ รสารู้เข้าไปต่อว่ามนัสให้เอาเงินมาคืน แต่มนัสใช้ไปหมดแล้ว รสาจึงมาขอร้องไม่ให้คุณเฉลิมทำแบบนี้ แต่คุณเฉลิมบอกว่าจะออกทุนให้มนัสกับอรทัยเปิดร้านขายของชำจะทำได้พึ่งตัว เองได้ วันเผาสุภา คุณเฉลิมมาขออโหสิและขอให้สุภายกโทษให้สัญญาว่าจะดูแลรสาต่อไปอย่างดีที่สุด แล้วให้รสาเรียกเขาว่าพ่อ รสาปลื้มใจจนต้องร้องไห้ออกมาในที่สุดเธอก็กู้ศักดิ์ศรีให้แม่สำเร็จ วรรณฤดีรับไม่ได้กลัวพ่อเปลี่ยนใจแบ่งสมบัติให้รสา จึงคิดกำจัดรสาก่อนผ่าตัดเปลี่ยนไตให้คุณเฉลิม นุกูลส่งลูกน้องไปวางระเบิดร้านรสา วันที่ร้านระเบิดชานนท์มารับรสาไปข้างนอก รสาจึงรอดหวุดหวิด แต่มธุรสอยู่ร้านจึงโดยระเบิดบาดเจ็บสาหัส ตำรวจสาวมาถึงตัวนุกูล เขาชัดทอดต่อมาถึง ธัชชัยและวรรณฤดี และแฉเรื่องธัชชัยเป็นหมัน วรรณฤดีถึงกับช็อค ผิดหวังทุกเรื่อง จนคุ้มคลั่งทำร้ายตัวเองจนเสียลูกต้องเข้าโรงพยาบาลโรคจิต ธัชชัยและนุกูลเองต่างก็ต้องรับกรรมในคุก รสาผ่าตัดเปลี่ยนไตให้คุณเฉลิม เมื่อฟื้นขึ้นคนแรกที่รสาเห็นหน้าคือชานนท์ ซึ่งนั่งเฝ้าเธอตลอดเวลา เขาขอเธอแต่งงาน รสา บงกช มธุรสซ่อมร้านแล้วเปิดใหม่ ชานนท์ให้อภัยกัลยาได้ เขายอมพารสา อภิรักษ์ และพาณิช ไปกินข้าวกับกัลยาบ่อย ๆ และให้เงินเดือนกัลยาใช้จ่าย โดยกัลยาก็ยังอยู่กินกับอรุณเหมือนเดิม ชานนท์ขอบคุณรสา เขาเข้าใจแล้วว่าโลกนี้ไม่ได้มีแต่ด้านที่โหดร้าย เขาจะไม่ยอมให้อคติใด ๆ มาบังตาจนเกือบทำให้ชีวิตต้องจมอยู่แต่ในความทุกข์อีกต่อไปแล้ว ติดตามชม ละครลูกไม้ไกลต้น ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ลูกไม้ไกลต้น อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ชานนท์พีชญา วัฒนามนตรี รับบท รสากวิตา รอดเกิด รับบท ศศิกานต์ ธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท วรรณฤดีตากเพชร เลขาวิจิตร รับบท อภิรักษ์อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ รับบท เฉลิม

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

เบรค ไลฟ์ลี เปิดใจ! ไม่ง่ายที่จะหนีฉลามใน The Shallows นรกน้ำตื้น
Blake Lively /  The Shallows / 

เบรค ไลฟ์ลี เปิดใจ! ไม่ง่ายที่จะหนีฉลามใน The Shallows นรกน้ำตื้น หลังจากตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง The Shallows นรกน้ำตื้น ปล่อยออกมาให้ชมแล้วนั้น สาวสวยเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ท่ามกลางโขดหินอันเวิ้งว้างอย่าง เบลค ไลฟ์ลี (Blake Lively) รับบทเป็น แนนซี่ อดัมส์ หญิงสาวที่กำลังเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่บริเวณชายหาดห่างไกลผู้คน และพบว่าตัวเองหลงเข้าไปอยู่ในถิ่นล่าเหยื่อของฉลามขาวตัวใหญ่ แม้ว่าเธอจะอยู่ห่างจากฝั่งเพียงแค่สองร้อยหลา แต่การเอาชีวิตรอดของเธอกลับกลายเป็นการทดสอบจิตใจครั้งสำคัญ ที่ทำให้เธอต้องใช้ความสามารถ สติปัญญาและความอดทน ทุกอย่างที่เธอมี เบลค ไลฟ์ลี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกในการมารับบทในครั้งนี้ว่า “​หนังเรื่องนี้จะจับใจคุณในระดับสัญชาตญาณค่ะ  มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังในการเอาชีวิตรอด พลังของแรงใจ ตอนที่ฉันได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ ฉันก็จินตนาการว่า ‘ฉันจะทำยังไงในสถานการณ์นั้น’ วิธีที่แนนซี่สู้เพื่อเอาชีวิตรอดค่อนข้างที่จะเหลือเชื่อค่ะ...  "...แนนซี่เป็นตัวละครที่ฉันต้องสวมบทบาท เธอกำลังทำใจหลังจากการเสียชีวิตของแม่ แม้ว่าเธอจะเป็นนักศึกษาแพทย์ไฟแรง แต่แนนซี่กลับพบความสงบใจเวลาอยู่บนกระดานโต้คลื่น และตอนนี้เธอก็พบสิ่งที่เธอกำลังมองหา มันคือชายหาดลับที่เป็นสถานที่พิเศษสำหรับแม่ของเธอ แม้ว่าเธอจะรู้ว่า การเล่นกระดานโต้คลื่นคนเดียวเป็นเรื่องอันตราย เธอตัดสินใจเสี่ยง และต้องไปลำพังเมื่อเพื่อนร่วมทางของเธอถอนตัว เธอทำถึงขนาดโทรศัพท์กลับบ้านเพื่อให้ครอบครัวที่เธอรัก รู้ว่าเธอพบสถานที่พิเศษนี้แล้ว..." "...ระหว่างที่เธอเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ในสถานที่ลับที่แสนงดงามนี้ เธอคิดว่ามันจะเป็นโอกาสให้เธอได้ใช้ความคิดอยู่กับตัวเอง แต่มันโชคร้ายที่เธอบังเอิญไปเจอกับถิ่นล่าเหยื่อของฉลามขาวยักษ์เข้าค่ะ ฉลามเข้าโจมตีเธอ แต่มันทำตามสัญชาตญาณเท่านั้นเอง เธออยู่ห่างจากฝั่งเพียงไม่กี่ร้อยหลา เธออาจจะว่ายน้ำกลับไปได้ แต่ฉลามก็ขวางกั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับความปลอดภัย ลองคิดดูว่าถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไรในเหตุการณ์นี้"  เธอจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์สุดเลวร้ายนี้ได้อย่างไร เมื่อมนุษย์คนหนึ่งกำลังหนีจากฉลามเจ้าถิ่นที่ตัวเองได้เปรียบ เตรียมพบกับความระทึกที่จะกระตุ้นอารมณ์ให้นั่งไม่ติดเก้าอี้ใน The Shallows นรกน้ำตื้น วันที่ 7 กรกฎาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ละครสายลับรักป่วน , เรื่องย่อสายลับรักป่วน
ละคร สายลับรักป่วน /  เรื่องย่อละคร สายลับรักป่วน / 

สายลับรักป่วน บทโทรทัศน์โดย : สมหมาย เลิศอุฬาร, พิสิษฐ์ พงษ์พิชญ์, อันนาบีกำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทา ผลิตโดย : บริษัท มายน์แอทเวิร์คส์ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร สายลับรักป่วน ความรัก และการไว้ใจ เป็นสิ่งที่ทำให้คนสองคนแต่งงาน และสร้างครอบครัวกัน แต่การโกหก จะทำลายความรัก และการไว้ใจ การแต่งงานเปลี่ยนคำว่า ฉัน กับ เธอ ให้กลายเป็นคำว่า เรา แต่การโกหกหลอกลวง จะเปลี่ยนคำว่า เรา ให้เหลือเพียงแค่ ฉัน กับ เธอชีวิตหลังแต่งงานของ ดิน (แอนดริว เกร้กสัน) สายลับฝีมือดีของหน่วยงานพิเศษ ที่ทางรัฐบาล จัดตั้งขึ้น เพื่อปราบปรามกระบวนการคอรัปชั่นป่วนเมือง กับ รัน (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) สาวสวยบุคลิกดี ลูกสาวคนเดียวของ รัฐมนตรีไพศาล(ดิลก ทองวัฒนา) กับ คุณหญิงมณีมาลา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) คุณหญิงไฮโซ คงจะไปได้สวย ถ้าดินไม่ต้องปกปิดเรื่องที่เขาเป็นสายลับกับทุกคน รวมถึงรันภรรยาของเขาด้วย ละคร สายลับรักป่วน งานนี้ไม่ธรรมดา เมื่อสายลับอยากมีความรัก แต่ต้องเก็บเป็นความลับ ภายใต้อุปสรรค์รักที่มีเงื่อนไข? ไหนจะภารกิจลับปราบปรามคนชั่ว ไหนจะภารกิจรัก ศึกหนักจากมณีมาลาแม่ยาย ที่กำลังเดินหน้าแผนการ ยัดเยียด โทนี่ (เมธัส ตรีรัตนวารีสิน) หนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีให้กับรันลูกสาว แม้ว่าดินจะมี 2 เพื่อนซี้ สายลับฝีมือดีในทีมของเขาอย่าง ร๊อค (พิชญะ นิธิไพศาลกุล) เพลย์บอยหนุ่มสุดหล่อ ผู้รอบรู้เรื่องไอที และมือแฮ็คข้อมูลอันดับต้น ๆ กับ คุกกี้ (จตุรงค์ พลบูรณ์) ผู้เชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์อุปกรณ์ไฮเทค ที่มีประสบการณ์ด้านครอบครัว และด้านความรักเป็นเลิศ คอยให้ความช่วยเหลือเขาอยู่ก็ตาม ละคร สายลับรักป่วน ขณะที่ ดิน, ร๊อค และ คุกกี้ กำลังปฏิบัติภารกิจ ตามสืบเรื่องการวางระเบิดป่วนเมืองของวายร้ายตัวพ่อ อย่าง ยศพล (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) ด้วยการให้ดินตามจีบ อินทิรา (โชติกา วงศ์วิลาศ) แฟนสาวพราวเสน่ห์ของยศพล เพื่อสืบหาข้อมูลเอาผิดยศพล รันก็เกิดสงสัยว่าดินกำลังนอกใจ จึงระบายให้ 2 เพื่อนสนิทสุดซ่าอย่าง รุ้ง (มณีรัตน์ คำอ้วน) และ โจโจ้ (เกริก ชิลเลอร์) ฟัง จนมณีมาลาเกิดรู้เรื่อง จึงติดต่อจ้าง แตน (กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล) สายลับจับชู้ ตามสืบเรื่องของดินกับอินทิรา ละคร สายลับรักป่วน ส่วนร๊อคก็ต้องคอยวางแผนขัดขวาง ไม่ให้แตนทำงานได้สำเร็จ เพื่อไม่ให้ภารกิจลับของดินถูกเปิดเผย จนนำพาไปสู่จุดเริ่มต้น ของความรัก ระหว่างคู่ของร๊อค กับแตน จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ ภารกิจของสายลับ กำลังป่วนภารกิจรัก และชีวิตคู่หลังแต่งงาน ของดินกับรัน บนความไว้ใจ และคำโกหก จะดำเนินต่อไปอย่างไร? ภารกิจของสายลับจะถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อใด? ตามลุ้นกันต่อได้ใน ละครสายลับรักป่วน ภารกิจสุดหิน ฟินยกกำลัง 2 ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครสายลับรักป่วน เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สายลับรักป่วนแอนดริว เกร้กสัน รับบท ดิน เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รับบท รัน เมธัส ตรีรัตนวารีสิน รับบท โทนี่ พิชญะ นิธิไพศาลกุล รับบท ร๊อค กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล รับบท แตน เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท มณีมาลา ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไพศาล จตุรงค์ พลบูรณ์ รับบท คุกกี้ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท ยศพล โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท อินทิรา มณีรัตน์ คำอ้วน รับบท รุ้ง เกริก ชิลเลอร์ รับบท โจโจ้ พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร รับบท ลีโอ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท แคนดี้ อาท ธนาธร รับบท ประเสริฐ อุ่นเรือน ราโชติ รับบท แวว ณัฐภัสสรา อดุลยาเมธาสิริ รับบท เม

หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว
ดอยหลวงเชียงดาว /  ที่เที่ยวหน้าฝน / 

ฝนตก นํ้าท่วม รถติด ลองหาเวลาพักผ่อนกันบ้างมั้ย เป็นห่วง ผมคิดว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคย เห็นภาพ โฮมสเตย์ที่ดอยหลวงเชียงดาว มากันบ้างแล้ว บรรยากาศที่นั่นสุดยอดมาก ผมได้ข่าวจากกลุ่มในเฟสบุคว่ามีโฮมสเตย์เปิดใหม่ วิวแจ่มมาก ผมเห็นรูปแล้วไม่รอช้า ออกเดินทางไปสัมผัส แล้วนำมารีวิวให้ได้ชมกันครับ หนีกรุงไปชาร์จแบต บ้านลีซูโฮมสเตย์ ดอยหลวงเชียงดาว เริ่มต้นกันก่อนที่การเดินทางครับ อันดับแรกเลย พาตัวเองไปที่เชียงใหม่ครับ จะรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน รถส่วนตัว ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์และความสะดวกเลยครับ ส่วนใครที่อยู่เชียงใหม่อยู่แล้ว ก็นะ (อิจฉา) ผมเลือกไปรถทัวร์ครับ ป.2 379 บาท (งก) 555 ออกจากหมอชิต 19.50 ครับ ถึงเชียงใหม่ ประมาณ 7 โมงเช้ากว่าๆ จากนั้นก็พาตัวเองไปสถานีขนส่งช้างเผือกครับ จะโบกรถแดง ก็ประมาณ 40 บาท หรือจะไปรถคิว 20 บาท ครับ ขนส่งช้างเผือกอยู่ไม่ไกลครับ ถ้ารถแดงไม่พาอ้อม ฮาาาาา ถึงแล้ว จากนั้นเดินเข้าไปเลยครับ มองหารถสีส้มที่เขียนว่า เชียงใหม่-ท่าตอน เขียนง่ายมาก รถออกทุกครึ่งขั่วโมงครับ เจอรถแล้ว ยังขึ้นไม่ได้ ไปซื้อตั๋วก่อนนะครับ ใกล้ๆกันเลย บอกไปเชียงดาวโลด 40 บาท ได้ตั๋วแล้วขึ้นรถโลดดดด อย่าลืมบอกเด็กรถด้วยนะครับ ว่าจอดโลตัสเชียงดาวให้ด้วยโว้ยยยยยยย (อย่าโว้ยตามผมนะ เดี๋ยวโดนถีบลงรถ) จากนั้นก็ตามสะดวกครับ จะนอน ฟังเพลง ชมวิว ก็ตามใจ รถวิ่งประมาณ 1.30 ชม. ก็ถึงแล้วครับ ลงตรงโลตัส ได้เลย แนะนำให้หาข้าวกินก่อนครับ หรือจะหาซื้อขนมไปกินก็ได้ แต่รีบๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวจะไม่มีรถขึ้น ไม่งั้นได้เหมารถล่ะ ค่าใช้จ่ายบาน ถ้าพร้อมแล้วก็ให้เดินตรงมาอีกนิดนึงครับ จะเจอสี่แยก ให้มองหาร้านแสงจันทร์ครับ แล้วเลี้ยวขวาไปอีกนิด จะเจอคิวรถที่ไปเมืองคองครับ ลองถามชาวบ้านเค้าจะแนะนำและช่วยหารถชาวบ้านที่ขึ้นไปครับ พูดง่ายๆ ติดรถชาวบ้านไปนั่นล่ะ บอกว่า จะไปบ้านระเบียงดาวก็ได้ครับ แถวนั้นเค้ารู้กัน ช่วยค่ารถให้สัก 50 บาทครับ ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่ถนนดีครับ ตัดภาพมาอยู่บนรถเลยละกัน ทริปนี้ผมไปคนเดียวครับ ได้เพื่อนใหม่มาด้วย นั่งกินลมชมวิวอยู่หลังกระบะกันเพลินเลย จุดนี้ผมเห็นตอนขากลับ ทะเลหมอกตรงนี้สวยมากครับ แต่แวะไม่ได้ ติดรถเค้ามา T_T เกรงใจ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วครับ ทางลงบ้านระเบียงดาว เดินไปจะเจอบ้านระเบียงดาวเลยครับ แต่ที่ผมจองไว้ต้องเดินลงเนินไปอีกนิด ไม่ไกลครับผม เดินลงเนินมานิดนึงสังเกตทางซ้ายตามรูปเลยครับ จะเป็นทางลงไปบ้านลีซู หรือเดินเลยไปถามที่บ้านสายหมอกก็ได้ครับ เค้าซี้กัน หรือก่อนขึ้นก็โทรหาน้องต้าก็ได้ครับ เค้าดูแลอยู่ที่นั่น บริการและดูแลดีมากครับ จากนั้นก็ไปที่บ้านพักกันเลย ที่นี่เพิ่งเปิดได้ 3 อาทิตย์ครับ เลยยังใหม่มาก ^^ มีที่นอนนุ่มๆ กับผ้าห่มหนาๆ อย่าคิดว่ามันหนาเกินนะครับ ถ้าฝนตกนี่ หนาวเลยทีเดียว มีห้องนํ้าในตัวครับ เตรียมผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟันมาเองนะครับ วันที่ผมไปนี่ เหมือนเป็นเจ้าของโฮมสเตย์เลยครับ พักอยู่คนเดียว 555 เงียบ สงบมาก พระอาทิตย์จะตกด้านหลังโฮมสเตย์ครับ ทำให้ระเบียงข้างหน้านี่ร่มรื่นครับ มีเสื่อ มาปูนอนได้เลยครับ ลมเย็น มีโต๊ะไว้ทานข้าว หรือวางของได้ครับ ลมเย็นเกินจนผมเผลอหลับครับ T_T ตื่นมาอีกทีช่วงเย็นๆ เลยลองออกไปเดินชมวิวครับ ที่นี่เค้าเป็นเครือญาติกัน ลองเดินเข้าไปชมวิวได้ทุกที่ครับ ลองขึ้นไปที่บ้านสายหมอกครับ ช่วงนี้กำลังปรับปรุง น้องต้าแอบกระซิบ จะเปิดให้บริการเดือนหน้าครับผม แสงเปลี่ยนตลอดเวลาครับ เกิดจากแสงที่ลอดผ่านเมฆ ทำให้เพลินเลยครับกับการถ่ายรูป เพลินจนน้องต้าต้องมาบอกว่า ทานข้าวได้แล้ว เตรียมข้าวไว้ที่บ้านพักแล้วครับ ช่วงนั้นฝนตั้งเค้ามาพอดี แจ่มเลย ทานข้าวเคล้าสายฝน มื้อเย็นครับ อิ่มแปล้ กินคนเดียว สักพักนึงฝนหยุดครับ พอมีแสงเย็นโผล่ออกมาอีกนิด นิดเดียวจริงๆครับ แล้วฝนก็เทลงมาต่อ ผมอยู่ถ่ายรูปต่อถึงประมาณ 1 ทุ่มครับ ฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ตอนผมไปยังไม่มีไฟฟ้าครับ แต่ตอนนี้ทางน้องต้ากำลังติดตั้งระบบไฟให้ครับ เพิ่มความสะดวกสะบาย แต่คงไม่ปล่อยไฟทั้งวันครับ คงปล่อยแค่ช่วงกลางคืน เพราะอยากให้พักผ่อนกันจริงๆครับ ลาคืนแรกด้วยภาพนี้ละกันครับ 2 ทุ่ม นอนได้ ชาร์จแบตจริงๆ หรือจะมานั่งที่ระเบียงก็ได้ครับ มีตะเกียงไฟฟ้าให้ เอาเสื่อมาปูนอน ดูหิ่งห้อยก็เพลินดีครับ แต่ของผมฝนตก นอนนนนนนน หลังจากผ่านคืนแรก ด้วยการหลับสนิท มาสะดุ้งตื่นตอนเที่ยงคืน ที่ฝนหนักขึ้น แล้วก็หลับต่อ มาตื่นอีกทีตอน 05.30 ตามเสียงนาฬิกาที่ปลุก แต่ด้วยอากาศเย็นๆ เสียงฝนเบา เลยนอนต่อไปถึง 6 โมง ถึงได้มีสติลุกจากเตียง พอเลื่อนประตูห้องออกเท่านั้นแหละ อื้อหืออออ ฝนตก 5555 หมอกเพียบเลยย เป็นไงล่ะ ฟินมั้ยย หลังจากจิบกาแฟ ที่น้องต้าได้เอามาวางไว้ให้ ก็ออกไปดื่มดํ่ากับสายฝน สายหมอกกัน เปียกช่างมัน บรรยากาศเป็นใจ 555 หมอกมหาศาลเลยล่ะ ข้อดีของฝนตกเค้าล่ะ หลังจากถ่ายรูปจนหนำใจ กลับไปที่ห้องพัก ข้าวต้มร้อนๆ ก็รออยู่แล้วว หิวพอดีเลย บอกตรงๆ เป็นมื้อเช้าที่สุดจริงๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปต่อ ภาพนี้เวลา 09.30 ฝนหยุดแล้ว แต่หมอกก็มาเรื่อยๆ หลังจากเสพบรรยากาศจนอิ่มแล้ว ก็ให้น้องที่โฮมสเตย์พามาส่งที่ปากทาง รอโบกรถกลับเชียงดาวครับ ก็ตรงที่เราลงรถขามานั่นแหละ หลังจากไปคุยตีซี้กับชาวบ้าน ได้นิดนึง เค้าก็ช่วยไปคุยกับชาวบ้านที่จะลงไปเชียงดาวให้ครับ รอดละ ได้รถกลับ ชาวบ้านที่นั่นใจดีครับ ขอแค่เรากล้าที่จะไปคุย สอบถาม ^^ แล้วก็ได้น้องใจดีพาไปส่งถึงจุดพักรถเลยครับ ขอบคุณมากคร้าบบบบ รอดละๆ ถึงตรงนี้ก็สบายแล้ววว รอรถกลับเชียงดาวได้เลยครับ ไปรอตรงรถบัสขาล่องนะครับ ถามก่อนขึ้นนิดนึง ว่าไปเชียงใหม่ใช่มั้ย ถ้าใช่ก็ขึ้นโลดดดด 40 บาท ยาวไปครับ ถึงตอนนี้ ยังจำบรรยากาศตอนนั้นได้เลยครับ ยังไงถ้าจะไป ลองโทรไปคุยกับน้องต้าได้เลยครับ 091-724-7536 สอบถามการเดินทาง ได้ทุกอย่างครับ อ้อ ลืมบอกไป ค่าที่พัก 500 บาท/ 1คน + อาหาร 2 มื้อ (มื้อเย็น-มื้อเช้า) ครับ ขอบคุณที่ติดตามกันครับ ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ ถูกใจแชร์ได้น้าาา สวัสดีครับ ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ https://www.facebook.com/thaibackpack ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ : facebook ไป เที่ยว ทำ ไม

เท่อย่างไทย! “เมสซีเจ” พร้อม 3 คนเก่งคว้ารางวัล “ต้นแบบอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย”
กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ /  ชนาธิป สรงกระสินธิ์ / 

“สนช.” เปิดตัว 4 เยาวชน นำโดย “เมสซี่เจ” จอมทัพทีมชาติไทย พร้อมด้วย กานต์ เคพีเอ็น-เทนนิส แชมป์โลกเทควันโดหญิง-ป๊อป เยาวชนคนเก่ง” ต้นแบบอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่รัฐสภา พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงข่าวการจัดโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยเพื่อปลูกจิตสำนึกความรักษ์และหวงแหนศิลปวัฒนธรรมไทยในกลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา โดยเปิดตัว 4 เยาวชนต้นแบบอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ 1. ส.ต.ต.ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือ “เมสซี่ เจ” นักฟุตบอลทีมชาติไทย, 2. นายกษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ หรือ “กานต์” นักร้องแชมป์เคพีเอ็นครั้งที่ 24, 3. น.ส.ดลฤดี ปานดวง หรือ “ป๊อป” เยาวชนคนเก่งปี 2558 รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ และ 4.น.ส.ภาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือ น้องเทนนิส นักเทควันโดหญิงทีมชาติไทย และแชมป์โลกเทควันโดหญิง ปี 2558 เพื่อร่วมรณรงค์ปลุกกระแสสังคมเรื่องการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยและเผยแพร่กิจกรรมของโครงการดังกล่าว เมสซี่เจ กล่าวว่า "คุณพ่อจะสอนให้รู้จักไหว้ รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ ซึ่งก็ปฏิบัติตามอย่างนั้นมาตลอด ไม่ว่าจะรุ่นพี่ โค้ช หรือกระทั่งเพื่อนๆ นักกีฬาด้วยกัน ทั้งนี้ สิ่งที่พบกลับมาคือ ผู้ใหญ่จะเอ็นดูเรา รักเรา และให้โอกาสเรา ฉะนั้นก็อยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาร่วมรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะการไหว้ที่ทำได้ง่ายที่สุด เป็นวัฒนธรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์เวลาชาวต่างชาติเห็นก็รู้ได้ว่านี่คือวัฒนธรรมไทย" “การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเริ่มต้นได้ที่บ้าน ครอบครัวจะต้องเป็นผู้ปลูกฝังตั้งแต่ลูกหลานยังเป็นเด็ก และผู้ใหญ่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ในฐานะที่เป็นคนไทยเราก็ควรมีความตระหนักเห็นคุณค่าและสืบทอดให้วัฒนธรรมไทยอยู่ต่อไป” ชนาธิปกล่าว เครดิต : matichon

Jack Reacher: Never Go Back ยอดคนสืบระห่ำ 2
Jack Reacher: Never Go Back /  ทอม ครูซ / 

Jack Reacher: Never Go Back ยอดคนสืบระห่ำ 2

ละคร บุษบาหน้าตลาด , เรื่องย่อ บุษบาหน้าตลาด
ละคร บุษบาหน้าตลาด /  ละคร บุษบาหน้าตลาด / 

บุษบาหน้าตลาด บทประพันธ์ : อรุณรตีบทโทรทัศน์ : ฐา-นวดีสถิตยุทธการกำกับการแสดง : บัณฑิต ทองดีออกอากาศ : ทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ทางช่อง 3 เรื่องย่อ เรื่องราวของสาวน้อยลูกมหาเศรษฐีณีที่โดนแย่งสมบัติไปตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่ชะตาเจ้ากรรมที่ส่งเด็กน้อยอย่างดอกไม้ให้ไปเติบโตในร้านดอกไม้แถวปากคลองตลาดอย่างอบอุ่น แล้วก็ขีดเส้นทางให้เธอได้เดินกลับมาเพื่อช่วยแม่แท้ๆที่เสียสติไปทวงสมบัติของเธอคืน ดอกไม้ข้างถนนต้องปรับตัวให้เป็นดอกไม้ชั้นสูงให้ได้เพื่อทวงสิทธิ์ที่เป็นของเธอและแม่แท้ๆคืนมา ตลาดดอกไม้... ฝนเทลงมาหนาเม็ดจนแทบมองไม่เห็น ในเงามืดมีร่างของใครบางคนกำลังวางทารกตัวน้อยกำลังร้องไห้เสียงดังสนั่นหน้าร้านดอกไม้ในตลาด เสียงร้องของเด็กน้อยทำให้ประตูร้านถูกเปิดออก ละมุนอุ้มเด็กขึ้นมา จ่าผุยที่กำลังเข้าเวรขี่จักรยานตรวจชุมชนทำหน้าสงสัยว่า เด็กที่ไหนมาร้องอยู่ เขาเป็นพยานเพียงคนเดียวในคืนนั้นที่เห็นเหตุการณ์ ! 18 ปี ผ่านไป ร้านดอกไม้บุษบาเป็นที่รู้จักของคนในตลาดทั้งเรื่องฝีมือการจัดดอกไม้ที่ไม่เป็นรองร้านดอกไม้ใหญ่ๆมีชื่อโด่งดังในแถบนั้นเพราะแม่ละมุนเจ้าของร้านมักจะหาวิธีจัดดอกไม้ใหม่ๆมาอยู่เสมอ และดอกไม้ลูกสาวคนสวยที่อายุอานามพึ่งย่างเข้าสู่วัย 18 กับลูกสมุนปากกรรไกรอย่างไอ้ดุ้งเองก็เป็นที่รู้จักกันทั่ว แต่ถึงแม้สองคนนี้จะแสบยังไง ดอกไม้ก็ยังเป็นที่รักของชาวตลาดด้วยความมีน้ำใจคอยช่วยเหลือแม่ค้าด้วยกันแถบนั้นอยู่เสมอเช้าตรู่วันหนึ่ง ขณะที่ดอกไม้กำลังไปส่งดอกไม้ให้ละมุนเหมือนปกติ เสน่ห์หรือตาเหน่คนขับรถตู้ของคฑาลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด เกือบจะขับรถชนกรรณิกาแก้ว พอดีดอกไม้เห็นเข้าเสียก่อนจึงเข้าช่วยไว้ได้ทัน แต่ดอกไม้ไม่รู้ว่าบ้านของแก้วอยู่ที่ไหน จึงพาแก้ว กลับไปที่บ้านของตน คฑาซึ่งนั่งอยู่ในรถเสน่ห์ เลยลงจากรถมาดูเหตุการณ์ พวกแม่ค้าเห็นคฑาก็จำได้ทันทีว่าเป็นลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด คฑากลับมาบ้านพบช้องนางผู้เป็นแม่ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความดีใจ เขาเล่าเหตุการณ์เรื่องที่เสน่ห์ขับรถเกือบชนดอกไม้ให้แม่ฟัง แต่สืบสงวน พี่สาวกับไม่ใยดี เกรงดอกไม้จะมาหาประโยชน์จากคฑา ละคร บุษบาหน้าตลาด พนัสให้กรจีบตามหาแก้ว เพราะหากเธอหายสาบสูญ กว่าพนัสและกรจีบจะมีสิทธิจัดการกับมรดกของแก้ว ต้องรอถึง 5 ปี แต่หากหลอกให้แก้วเซ็นต์มอบมรดกให้ยังดีกว่า สุดท้าย กรจีบจึงรีบออกตามหาแก้ว พนัสเป็นสามีใหม่ของกรจีบ แต่พอลับตาคน เขาก็ชอบลวนลามกรกนกอยู่บ่อยครั้ง รุ่งขึ้นประมุขพากรจีบ กรกนก ถนอมศรีมาแจ้งความเรื่องแก้วหาย พอดีกับที่ดอกไม้กับจ่าผุย พาแก้วมาที่โรงพัก ทำให้แก้วได้พบกับทุกคน คฑาไปเริ่มงานที่บริษัทของช้องนาง โดยมีสืบสงวนเป็นพี่เลี้ยงให้ สืบสงวนเหมือนไม่เต็มใจให้คฑาเข้าไปรู้ความลับที่บริษัทนัก อ้างกับช้องนางให้เปิดบริษัทใหม่ให้ แต่คฑาไม่เห็นด้วย สืบสงวนพาคฑาไปเดินดูกิจการที่ตลาด จนคฑาสังเกตเห็นได้ว่า พ่อค้าแม่ค้า ไม่ชอบสืบสงวนนัก ถมเงิน เพื่อนของคฑา ซึ่งเป็นทนายความ เปิดบริษัทสำนักงานทนายความถมทองและบุตร อยู่ที่เดียวกับบริษัทของอังกาบ ทำให้เขาได้พบกับดรุณพิมพ์ ลูกของอังกาบ ทั้งคู่บังเอิญติดอยู่ในลิฟท์ที่กำลังค้างอยู่ด้วยกัน ทำให้ถมเงินรู้สึกประทับใจในตัวดรุณพิมพ์ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งดรุณพิมพ์เองก็เป็นเพื่อนรักกับดอกไม้ แถมเล่าเรื่องที่สืบสงวนพาน้องชายคือคฑา มาดูกิจการที่ตลาดให้ดอกไม้ฟังด้วย ดรุณพิมพ์ไม่ชอบใจที่อังกาบผู้เป็นแม่จะให้เธอ หรือดรุณา พี่สาว คนใดคนหนึ่ง แต่งงานกับคฑาอีกด้วย สำหรับดรุณพิมพ์แล้ว เขาสนิทกับคฑามาตั้งแต่เด็ก คิดเพียงว่าคฑาเป็นพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ด้านกรกนกก็ไม่อยากอยู่บ้านกับกรจีบและพนัส จึงมาของานทำกับพอลล่า พอลล่าจึงส่งกรกนก ไปคัดตัวเป็นนางแบบเสื้อผ้าให้กับเครือกิจไพบูลย์ของอังกาบ ทำให้กรกนกได้พบกับดรุณา ทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรก ช้องนางจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของคฑาขึ้นที่บ้าน สืบสงวนแอบอิจฉา อังกาบพาดรุณามางานด้วย ส่วนดรุณพิมพ์ไปช่วยดอกไม้จัดดอกไม้ในงาน กรจีบก็พากรกนกมาแนะนำให้คฑารู้จักด้วย สืบสงวนได้พบกับพนัส รู้สึกพอใจในตัวพนัสตั้งแต่แรกเห็น ช้องนางกับแก้ว ก็พูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก ประมุขมาหาแก้วที่บ้าน จึงรู้ว่าไปงานเลี้ยง นึกถึงอดีตที่แก้วร้องไห้กับช้องนาง เรื่องที่ท้องกับเอก ประมุขยินดีแต่งงานกับแก้ว เพื่อรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่แก้วปฎิเสธ ทำให้เขาเสียใจมากดรุณพิมพ์ พาดอกไม้ กับดุ้ง มากินข้าวในงานเลี้ยง ดอกไม้จึงได้พบกับคฑา ส่วนดรุณพิมพ์ก็ได้พบกับถมเงิน ถมเงินจึงรู้ว่าดรุณพิมพ์ เป็นลูกคุณอังกาบ ส่วนคฑาก็รู้ว่า ดอกไม้เป็นเพื่อนกับดรุณพิมพ์ แก้วดีใจมากที่ได้พบกับดอกไม้ แก้วพูดอวดว่าดอกไม้จบมัณฑนศิลป์มา ช้องนางเองก็ชื่นชมดอกไม้ คฑาได้ที รีบชวนให้ดอกไม้มาทำงานตกแต่งคนโด กับโฮมออฟฟิศของบริษัทด้วย ดอกไม้อยากช่วยงานแม่ที่ร้าน คฑาจึงเสนอให้มาทำงานกับเขาอาทิตย์ละ 3 วัน ละมุน จึงเห็นดีด้วย พนัสถูกเจ้าหนี้ซ้อมปางตายแล้วยึดรถไป สืบสงวนไปพบเข้าพอดี จึงนำส่งโรงพยาบาล กรจีบรีบมาเยี่ยมทันที จนพนัสพ้นขีดอันตราย รุ่งขึ้น สืบสงวนเอากระเช้าไปเยี่ยม พนัสรีบจับมือสืบสงวน ทั้งสองมีใจตรงกัน โดยที่กรจีบยังไม่ทันระแวงสงสัย คฑาพาดอกไม้มาส่งที่บ้าน ทั้งคู่ตัวเปียกปอน เพราะก๊อกน้ำรั่ว แล้วน้ำก็กระเด็นใส่ ละมุนจึงให้ดอกไม้พาคฑาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วคฑาก็เผลอหลับไปที่บ้านของดอกไม้นั่นเอง จ่าผุยมาเจอคฑาอยู่ที่บ้าน นึกหึงละมุนคิดว่าคฑามาเฝ้าละมุน จนดอกไม้ต้องไล่คฑากลับไป คฑาสงสัยเรื่องก๊อกน้ำรั่ว จึงถามดอกไม้ รุ่งขึ้นดอกไม้จึงให้คฑาเอาแบบ และเสปคของผลิตภัณฑ์ที่สั่งมา ดอกไม้จึงบอกกับคฑาว่ามันผิดเสปค ถ้าผู้รับเหมาไม่ชุ่ย ก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้รับเหมากับสืบสงวน คฑาเริ่มเครียด ผู้รับเหมา รีบโทรบอกสืบสงวน สืบสงวนจึงจะหาทางกำจัดดอกไม้ กรจีบเป็นคนสั่งให้คนร้าย ไปทำร้ายดอกไม้ แต่เมื่อลูกน้องโทรมารายงาน แล้วบอกว่า มีชายหน้าบากคนหนึ่งมาช่วยดอกไม้ไว้ กรจีบแทบล้มทั้งยืน รู้ว่าต้องเป็นเสงี่ยม คนสวนเก่าแก่ในบ้าน แน่นอน ยิ่งเสงี่ยมปกป้องดอกไม้มากเท่าไหร่ กรจีบก็แน่ใจว่าดอกไม้เป็นลูกของแก้ว กรจีบเครียดจัด ไปเล่าเรื่องให้ชมัยฟัง เสงี่ยมตั้งปฎิญาณต่อหน้าพระประธาน ว่าจะแก้ไขเรื่องราวที่ตนเคยทำเลวร้ายไว้กับดอกไม้ และจะปกป้องดอกไม้ให้ถึงที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด ดรุณาหาทางเข้าใกล้คฑา ด้วยการไปเสนองานเรื่องคอมเพล็กซ์ให้ช้องนางฟัง และชวนเข้าร่วมหุ้นด้วยกัน เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ใกล้ชิดคฑาอีกด้วย สืบสงวนส่งคนร้ายไปเผาบ้านดอกไม้ แต่เสงี่ยมช่วยไว้ได้ทัน ด้านดรุณพิพม์ก็ไปทำงานที่บริษัทของถมเงินอีกด้วย คฑาให้ถมเงินเป็นทนายความส่วนตัวให้ ดูและเรื่องสัญญาคอมเพล็กซ์ เพราะไม่ไว้ใจคนของสืบสงวนอีกต่อไปกรจีบส่งคนร้ายไปยิงดอกไม้จนได้รับบาดเจ็บ คฑาพาส่งโรงพยาบาล และชวนถมเงินไปแจ้งความ จ่าผุยรู้เรื่อง รีบให้ตำรวจเข้ามาดูแล้ว แก้วรู้ข่าวว่าดอกไม้ถูกยิง ก็รีบมาเยี่ยมทันที แก้วทำพินัยกรรม ยกมรดกให้กับดอกไม้ พร้อมทั้งรับเป็นลูกบุญธรรมอีกด้วย ดอกไม้ไม่รับ แต่แก้วให้ช้องนางไปช่วยพูดให้ดอกไม้มาอยู่เป็นเพื่อนแก้วที่บ้าน ละมุนมีข้อแม้ ว่าจะยอมให้ดอกไม้ไปอยู่ด้วย จนกว่าแก้วจะหาลูกที่แท้จริงพบ สุดท้าย ดอกไม้กับดุ้ง จึงไปอยู่ที่บ้านแก้ว โดยมีคฑา และดรุณพิมพ์ คอยไปดูแลอยู่ไม่ห่าง กรกนกไปถ่ายแบบ ให้แฟชั่นคอมเพล็กซ์ โดยมีอังกาบ ดรุณา มาดูการถ่ายแบบด้วย คฑาก็พาดอกไม้มาด้วยเช่นกัน เพราะดอกไม้เคยรับปากไว้กับช้องนางไว้ว่า จะช่วยงานให้ถึงที่สุด กรกนกทำทีแกล้งเป็นลม เพื่อได้ใกล้ชิดกับคฑา ซ้ำยังหาทางแกล้งดอกไม้ด้วย แต่คฑาไม่สนใจกรกนก อีกทั้งยังตามดอกไม้ไม่ห่าง ทั้งกรกนก อังกาบ ดรุณา ไม่พอใจที่ดอกไม้ได้ใจของคฑาไปครอง ข่าวเรื่องที่แก้วรับดอกไม้เป็นลูกบุญธรรม ถูกลงหนังสือพิมพ์จนทั่ว สุดท้ายแก้วตัดสินใจพาดอกไม้ ไปเปิดตัวที่งานการกุศลงานหนึ่ง วาริศ ซึ่งเป็นเจ้าของแกลลอรี่ ก็นำภาพวาดมาประมูลด้วย เขาได้เห็นดอกไม้และรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบเลยทีเดียว กรจีบยังไม่ละความพยายามที่จะเขี่ยให้ดอกไม้พ้นจากแก้วไปให้ได้ เธอให้บริษัทที่จัดงานไปจ้างละมุนมาจัดดอกไม้ ละมุนมางานโดยที่ไม่รู้ว่า ดอกไม้อยู่ที่นั่นด้วย ดอกไม้ดีใจที่ได้พบกับละมุน แต่กลับถูกสาวสังคมต่อว่าเรื่องที่มีชาติกำเนิดเป็นลูกสาวร้านขายดอกไม้ ดอกไม้ไม่สนใจคำครหา กลับตรงเข้าไปหาละมุน และพูดปกป้องศักดิ์ศรีของแม่ตนเอง วาริศยิ่งทึ่งในความดีในตัวดอกไม้ แก้วเสียใจที่ทำให้ดอกไม้ต้องพบกับเรื่องไม่ดี และสัญญาจะไม่พาเธอออกงานสังคมอีก ดอกไม้มาส่งแม่ที่บ้าน ละมุนพูดเตือนสติด้วยความเป็นห่วง ว่าสังคมชั้นสูง จะทำให้ลูกสาวเธอเจ็บปวด โดยเฉพาะคฑา ซึ่งเป็นทายาทเศรษฐี กลัวดอกไม้จะต้องพบกับความเจ็บปวด เพราะด้วยความที่ต่างชนชั้น ทำให้ดอกไม้ได้คิด และเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่เข้าใกล้คฑาอีก เพราะกลัวใจตนเองจะหวั่นไหว ทำให้คฑาเสียใจมาก อีกทั้งสืบสงวน ยังคงพูดใส่ไฟให้ช้องนางฟัง ว่าดอกไม้ลืมกำพืดตนเอง ตีตัวออกห่างคฑา แล้วไปคบหากับวาริศ ทำให้ช้องนางเข้าใจในตัวดอกไม้ผิดไปคฑาพาดอกไม้มาทำบุญที่วัด และได้พบกับเสงี่ยม ดอกไม้จำได้ว่าเสงี่ยมเคยช่วยชีวิตเธอไว้ ตอนที่บ้านถูกไฟไหม้ เสงี่ยมบอกว่า ในอดีตตนเอง เป็นคนสวนบ้านของแก้ว อยากจะพบ และพูดคุยเรื่องสำคัญกับแก้วสักครั้ง เมื่อกรจีบรู้เรื่อง จึงให้คนไปดักทำร้ายเสงี่ยม แต่สืบสงวนและพนัสรู้เข้าเสียก่อน เลยมาชิงตัวเสงี่ยมไป แล้วทำทีว่าเป็นคนดี โดยที่เสงี่ยมไม่รู้เท่าทัน พนัสกับสืบสงวน หวังจะให้เสงี่ยมบอกความลับเรื่องลูกของแก้วออกมาให้ได้ ดอกไม้ตกลงรับปากไปเป็นนางแบบให้กับวาริศ ยิ่งสร้างความหึงหวงให้กับคฑา วาริศยอมรับกับคฑาว่าชอบดอกไม้ด้วยใจจริง ยิ่งทำให้คฑาเครียดหนัก อังกาบไปตามให้ดรุณพิมพ์กลับมาอยู่ที่บ้าน พร้อมทั้งไปอาละวาดกับถมเงิน ถมเงินปฎิเสธว่าดรุณพิมพ์ไม่ได้อยู่กับตน สุดท้าย อังกาบจึงรู้ว่าลูกสาวไปอยู่กับละมุนนั่นเอง ละคร บุษบาหน้าตลาด แก้วขอร่วมหุ้น ลงทุนเรื่องคอมเพล็กซ์กับช้องนาง โดยคฑานั้นเป็นผู้ดูแลกิจการแทนช้องนาง ส่วนแก้วให้ดอกไม้เป็นผู้ดูแลเรื่องงานตกแต่งภายในทั้งหมด อังกาบไม่พอใจที่ดอกไม้เข้ามามีสิทธิ์เสมอตน กรจีบกับสืบสงวนเองก็นิ่งเฉยไม่ได้ สืบสงวนหลอกให้ดอกไม้ ใช้ผู้รับเหมาที่เธอรู้กันมารับทำช่วงต่อจากดอกไม้ หวังจะกลั่นแกล้งดอกไม้จนถึงที่สุด ในงานเปิดตัวคอมเพล็กซ์ กรกนก ได้เป็นนางแบบหลัก เดินแบบพร้อมเครื่องเพชรราคาแพง สืบสงวนได้ทีใส่ร้ายดอกไม้จึงวางแผนอย่างแยบยล ให้พนัสปลอมตัวเป็นพนักงาน แล้วสลับเครื่องเพชรตัวจริงเอาไปเสียเอง ส่วนดอกไม้กลับรับเคราะห์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย พนัสขโมยเพชรตัวจริงไป สารวัตรดนัยนพ เข้ามาสืบเรื่องราวด้วยตนเอง ดรุณาได้ที จะหาเรื่องดอกไม้ จึงขอให้ดนัยนพ จับคนร้ายให้ได้ ซึ่งดนัยนพเองนั้นรับปาก แต่ก็เชื่อมั่นว่าดอกไม้ไม่ใช่คนร้าย คฑาเป็นห่วงดอกไม้มากที่ถูกใส่ร้าย แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตอนนี้ดอกไม้ตีตัวออกห่างเขาเหลือเกิน ช้องนางเองก็เสียใจที่ดอกไม้ทอดทิ้งคฑา จึงบอกให้สืบสงวน ยกเลิกการสั่งดอกไม้จากร้านละมุน ทำให้ดอกไม้และละมุนเสียใจมาก ดรุณาตัดต่อคลิปเสียงว่าดอกไม้รักทั้งคฑาและวาริศในเวลาเดียวกัน ทำให้คฑาเสียใจมาก แต่ดรุณพิมพ์พบความจริงเข้าเสียก่อน จึงบอกกับดอกไม้ ว่าจะบอกความจริงกับคฑาให้ได้ ดรุณพิมพ์ต่อว่าดรุณา ที่ใช้วิธีสกปรก เพื่อที่จะได้หัวใจของคฑามา ซ้ำเธอยังรู้อีกว่าแม่ให้คนไปสืบประวัติของถมเงิน ยิ่งทำให้ดรุณพิมพ์เสียใจที่ทั้งแม่และพี่สาวไม่เข้าใจในตัวเธอ คฑารู้ความจริงในที่สุด มาหาดอกไม้เพื่อปรับความเข้าใจกันดอกไม้ถูกใส่ร้ายเรื่องที่ไม่โปร่งใสด้านการบริหารงาน สุดท้ายเรื่องราวใหญ่โต สืบสงวนรีบฆ่าปิดปากคนที่เกี่ยวข้อง จนดอกไม้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปอีก ละมุนห่วงลูกสาวมาก กรจีบหาทางขับไล่ดอกไม้ ให้ออกจากบ้านแก้วได้ในที่สุด ดอกไม้จึงกลับมาอยู่กับแม่ กรจีบยังไม่หยุดแค่นั้น ส่งคนร้ายไปทำร้ายแก้วปางตาย คฑารีบพาแก้วไปเยี่ยมในวันรุ่งขึ้น แต่พนัสกับกรจีบไม่ให้เยี่ยม ดอกไม้เสียใจ ซบหน้าร้องไห้กับคฑา แก้วต้องผ่าตัดด่วน และต้องการเลือด แต่กรจีบไม่ยอมบริจาคให้ ดอกไม้อาสาบริจาคเลือดให้ โชคดีที่เป็นกรุ๊ปเดียวกัน หมอประมุขจึงขอให้ดอกไม้พาละมุน มาบริจาคเลือดอีกคน เผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินกับแก้ว แต่กลายเป็นว่าดอกไม้กับละมุน มีกรุ๊ปเลือดคนละกรุ๊ปกัน หมอประมุขเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง อังกาบรู้ความจริงเรื่องที่ถมเงินมีฐานะ และเป็นเศรษฐีคนหนึ่งเลยทีเดียว จึงไม่ขัดขวางความรักระหว่างดรุณพิมพ์และถมเงิน อีกต่อไป ซ้ำยังจะบังคับให้ดรุณพิมพ์หมั้นกับถมเงินอีกด้วย แต่ดรุณพิมพ์ไม่ยอม เพราะเป็นการบังคับถมเงินเกินไป แก้วกลายเป็นอัมพาต สมใจกรจีบ ซ้ำกรจีบยังไล่ถนอมศรี พยาบาลประจำตัวออกไปอีกด้วย ถึงแม้คฑา จะหาทางไปเยี่ยมแก้ว แต่กรจีบก็กีดกันทุกทาง กรกนกเห็นความร้ายกาจของแม่มากขึ้นทุกวัน เริ่มสงสารและเห็นใจแก้ว กรกนกเริ่มกลับใจ พยายามหาทางให้ดอกไม้กับวาริศ มานำตัวแก้วไป แต่ถูกแม่จับได้เสียก่อน เสงี่ยมเห็นข่าวการป่วยของแก้ว เป็นห่วง เพราะทุกอย่างเกิดจากความผิดของตนเอง ยิ่งได้ฟังเรื่องที่สืบสงวนกับพนัสคุยกัน เรื่องที่จะกำจัดแก้วกับดอกไม้เสงี่ยมจึงตัดสินใจหนีไปจากห้องที่พนัสขังตัวเองได้ในที่สุด แล้วรีบไปหาดอกไม้ที่บ้านละมุน พบคฑาอยู่ด้วยกัน เสงี่ยมเล่าความจริงเมื่อยี่สิบปีที่แล้วให้ทุกคนฟัง ละคร บุษบาหน้าตลาด เสงี่ยมบอกถึงเหตุการณ์วันที่แก้วคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิง แล้วกรจีบให้ชมัย นำเด็กไปกำจัดทิ้งเพราะเป็นลูกไม่มีพ่อ กลัวครอบครัวจะอับอาย ชมัยจึงนำเด็กมาให้ตน เสงี่ยมไม่อยากฆ่าเด็ก จึงนำมาวางไว้ที่หน้าบ้านละมุน ละมุนกับจ่าผุยมาเจอเข้า ละมุนจึงเก็บเด็กมาเลี้ยง ซึ่งเด็กคนนั้นก็คือดอกไม้นั่นเอง ละมุนน้ำตาไหลพราก เมื่อความจริงเปิดเผยกลัวดอกไม้จะไม่รักตนแล้ว แต่ดอกไม้กลับก้มลงกราบแทบเท้าที่ละมุนเลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่ เสงี่ยมกราบขอโทษละมุนและดอกไม้ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น คฑาก็พลอยร้องไห้ไปกับดอกไม้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่ดุ้งที่นั่งฟังอยู่ก็ร้องไห้ไปด้วยทั้งดรุณพิมพ์ ถมเงิน วาริศ ดนัยนพ ต่างได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด คฑาแนะนำให้ดอกไม้ไปตรวจดีเอ็นเอ ที่สำคัญ ต้องช่วยแก้ว แม่แท้ ๆ ของดอกไม้ มาจากกรจีบให้ได้เสียก่อน คฑาวราริศ ดอกไม้ ได้รับความช่วยเหลือจากการกนก พาแก้วออกมาได้ในที่สุด แก้วดีใจมากที่รู้ความจริงเรื่องที่ดอกไม้เป็นลูกที่แท้จริงของเธอ แก้วพูดขอบใจที่ละมุนเลี้ยงดูแก้วมาเป็นอย่างดี ช้องนางเองก็พลอยดีใจไปกับดอกไม้ด้วยที่ได้พบแม่ที่แท้จริงเสียที ผลตรวจดีเอ็นเอออกมา ปรากฏว่าดอกไม้กับแก้ว เป็นแม่ลูกกันจริง ๆ กรจีบรับไม่ได้ที่ดอกไม้จะมาแย่งทุกอย่างไป เธอกลายเป็นคนที่ไม่ได้อะไรเลย พนัสเห็นว่ากรจีบหมดตัว จึงตีตัวออกห่าง หนีไปอยู่กับสืบสงวน กรจีบคุ้มคลั่ง สะกดรอยตามมา จึงรู้ว่าทั้งคู่ ลักลอบคบหากัน ความแค้น จึงทำให้กรจีบนำปืนไปยิงสืบสงวน แต่พนัสกลับรับเคราะห์แทน แล้วรีบให้สืบสงวนหนีไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พนัสก็เสียชีวิต กรจีบ จึงถูกตำรวจจับ ไปชดใช้กรรมในคุก กรกนกเสียใจมาก ทั้งแก้วและดอกไม้ ต่างปลอบโยน ว่ายังมีคนที่รักและหวังดีต่อกรกนกอยู่ แก้ว ดอกไม้ คฑา ช้องนาง ดรุณพิมพ์ ถมเงิน ทุกคนต่างเป็นธุระจัดงานศพให้พนัส สืบสงวนแอบมายืนร้องไห้อยู่ในงานสวดศพ กรกนกเห็นสืบสงวน จึงตามไปคุยเรื่องที่พนัสกับสืบสงวนแอบคบหากัน จนเกิดเรื่องราวร้าย ๆ ขึ้น ช้องนางเดินเข้าไปได้ยินพอดี จึงรู้ว่า สืบสงวนเป็นชู้กับพนัส ช้องนางเสียใจมาก ซ้ำร้าย เธอยังพบเพชรที่หายไปอยู่ในกระเป๋าของสืบสงวน ช้องนางจึงมั่นใจว่าลูกสาวตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายด้วย เมื่อช้องนางรู้ความลับทุกอย่าง สืบสงวนจึงต้องจำใจปิดปากช้องนาง เธอแกล้งผลักให้แม่ตกบันไดมา แต่โชคดีคฑากับดอกไม้มาช่วยไว้ทัน นำส่งโรงพยาบาล สืบสงวน จึงถูกตำรวจจับในที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด อังกาบกับดรุณพิมพ์ ปรับความเข้าใจกันได้ ถมเงินพาดรุณพิมพ์กลับไปส่งที่บ้าน และมีงานหมั้นหมายระหว่างดรุณพิมพ์กับถมเงินในเวลาต่อมา ดรุณาอดน้อยใจไม่ได้ ที่น้องสาวมีคนรักไปแล้ว แต่ก็ไม่นาน สารวัตรดนัยนพก็มาสานสัมพันธ์ ปลูกต้นรัก และคบหากับดรุณาอีกด้วย คฑายังคงน้อยใจที่วาริศ ยังเฝ้าตามติดดอกไม้ไม่ห่าง ช้องนางก็นึกสงสารคฑา จึงอยากให้ลูกชายแต่งงาน ความน้อยใจ คฑาจึงพูดไปว่าจะแต่งงานกับกรกนก ดอกไม้เองก็เสียใจ ละมุนไม่อาจทนเห็นดอกไม้ไม่มีความสุข จึงไปสารภาพกับช้องนาง ว่าตนเป็นคนขอร้องให้ดอกไม้ ตีตัวออกห่างคฑา เพราะกลัวว่าดอกไม้จะต้องเสียใจ ไม่นึกว่า จะทำให้คฑาและดอกไม้ต้องเจ็บปวด ช้องนางจึงเข้าใจทุกอย่าง วาริศเองก็ยอมรับกับดอกไม้ว่า รักเธอจริง ๆ แต่เขาก็ยอมรับว่าดอกไม้นั้นมีคฑาอยู่เต็มหัวใจ เช่นเดียวกับกรกนก ที่รู้ชัดว่าคฑาเองก็รักดอกไม้เช่นเดียวกัน สุดท้ายทุกคน ทั้งช้องนาง วาริศ กรกนก คฑา แก้ว ละมุน จึงทำที จัดงานแต่งงานระหว่างคฑาและกรกนกขึ้น แล้วเชิญดอกไม้เข้ามาในงาน กรกนก เอ่ยปากขอโทษทุกอย่างที่ผ่านมา และจะยินดีมาก หากคนที่เธอรักมีความสุข นั่นก็คือดอกไม้ คฑาขอดอกไม้แต่งงานท่ามกลางสักขีพยานมากมาย ดอกไม้กับคฑาจึงได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข หมดเรื่องราวร้าย ๆ เสียที รายชื่อนักแสดงสรวิชญ์ สุบุญ รับบท คฑาชีรณัฐ ยูสานนท์ รับบท ดอกไม้ปวิช เวียงนนท์ รับบท ถมเงินนันท์ปภัทร ปิ่นโรจน์กีรติ รับบท ดรุณพิมพ์ณิชาวรินทร์ เบิกอรุณรุ่ง รับบท กรกนกเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท วาริศอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท สืบสงวนธนิดา กาญจนวัฒน์ รับบท ดรุณาจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท กรรณิกาแก้วเกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท หมอประมุขอภิรดี ภวภูตานนท์ รับบท กรจีบวรรณษา ทองวิเศษ รับบท ละมุน