สืบศพ ไขคดีลับ

ข้อมูลน่ารู้ เที่ยววังเวียง ประเทศลาว
Bluelagoon /  วังเวียง / 

มีเรื่องราวเกี่ยวกับ "วังเวียง" ประเทศลาว อยู่ในบทความ "การเปลี่ยนแปลงจินตภาพเมืองวังเวียง สปป.ลาว จากการพัฒนาท่องเที่ยว" โดย อนุชา คํามุงคุน, ผศ.ดร.ปรานอม ตันสุขานันท์ และ ผศ.ดร.นพดล ตั้งสกุล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่า เมืองวังเวียงเป็นชุมชนขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบแอ่งกระทะลุ่มแม่น้ำซอง ระยะทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปทางทิศเหนือประมาณ 150 กิโลเมตร และอยู่ทางตอนใต้ของเมืองหลวงพระบางประมาณ 200 กิโลเมตร ข้อมูลน่ารู้ เที่ยววังเวียง ประเทศลาว สำหรับชื่อ แม่ซอง ปรากฏเรื่องว่า วังเวียงเดิมเป็นที่อยู่ของเผ่าลาวเทิง (ชาวลาวบนที่สูง) สมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง มีการเข้าตีเมืองเวียงคำ แล้วได้จับเจ้าพระยาเพาใส่ซองไม้เพื่อส่งขึ้นไปเมืองเชียงทอง (หลวงพระบาง) แต่ท่านถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน ซองที่บรรจุพระศพเก็บรักษาไว้ที่นี่ ผู้คนจึงเรียกแม่น้ำนี้ว่าแม่ซอง เมืองวังเวียงมีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงด้านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะทิวทัศน์ภูเขา และหน้าผาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยจังหวะสูง-ต่ำ ประกอบกับภายในพื้นที่มีแม่น้ำไหลผ่าน จึงทำให้กลายเป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ มีศักยภาพดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งจากภายในและต่างประเทศจํานวนมาก จนทำให้วังเวียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องทุกปี ในสมัยอาณาจักรล้านช้าง วังเวียงเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สยาม โดยใช้เป็นพื้นที่รวมคนจากซำเหนือ ต่อมาสมัยราชอาณาจักรลาววังเวียงกลายเป็นเขตทหารราบอากาศที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ทำให้มีผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้น กอปรกับในระยะหลังที่รัฐบาลมีนโยบายย้ายชาวเขาลงมาสู่พื้นที่ราบ วังเวียงจึงเป็นแหล่งชุมชนที่มีทั้งลาวเทิง ลาวสูงและลาวลุ่ม มีสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคือผาแดง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่สถิตของพ่อผาแดงผู้บันดาลโทษภัยให้ชาวเมืองได้ ขณะที่ธรรมชาติ ป่าไม้และ ทุ่งนา ก็ล้วนมีคุณค่าและความหมายในทางการใช้ประโยชน์ที่มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าปัจจุบันชาวเมืองวังเวียงได้ลืมองค์ประกอบเมืองในทางประเพณีไปทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่และความหมายไปจากเดิมเท่านั้น เช่น ผาแดงกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสภาพแวดล้อมเมืองที่มีความสําคัญมากในการสร้างทัศนียภาพอันสวยงามให้แก่ภูมิทัศน์เมือง ขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สังเกต ได้จากศรัทธาของชาวเมืองที่แสดงออกในบริบทของการดําเนินกิจกรรมสําคัญต่างๆ อาทิ การบะบนผ่านเจ้าหรือทรงเจ้า ประเพณีบวงสรวงในเดือนธันวาคม ประเพณีงานบุญกําบ้านกําเมืองในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 7 ประเพณีงานบุญบั้งไฟ ซึ่งประเพณีทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับบูชาพ่อผาแดง การพัฒนาพื้นที่เมืองวังเวียงเพื่อการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเกินจํานวน 100,000 คนต่อปี (ข้อมูลปี 2557) การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวส่งผลให้มีการลงทุนของภาคเอกชนเพื่อพัฒนาธุรกิจด้านการบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะกิจการร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง ที่พัก บริษัทนําเที่ยว ฯลฯ ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็พัฒนาพื้นที่วังเวียงด้วยการปรับปรุงและจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆ ซึ่งล้วนมีส่วนสําคัญในการส่งเสริมการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์แห่งความเป็นชุมชนเมืองที่มีการพัฒนาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้กับเมืองวังเวียง เดิ่นบิน ... หรือ รันเวย์ สนามบินเก่า ของวังเวียง ข้อมูลน่ารู้ เที่ยววังเวียง ประเทศลาว

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

หมอสมภพไม่มีใบอนุญาตเฉพาะทางทำศัลยกรรมสาวผู้ดี
ข่าวล่าสุด /  ข่าววันนี้ / 

น.ต.น.พ.บุญเรือง เผย หมอสมภพ ไม่มีใบอนุญาตเฉพาะทาง คดีทำศัลยกรรมให้สาวอังกฤษจนเสียชีวิต ชี้แจ้งข้อหาแล้ว พร้อมปิดสถานที่ดังกล่าว 60 วัน นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว นายแพทย์สมภพ แสนศิริ อายุ 51 ปี แพทย์ที่ทำการผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรมให้ นางสาวจอย โนอา วิลเลี่ยม อายุ 24 ปี สัญชาติอังกฤษ จนเสียชีวิต มาตรวจค้นที่ เอสพี คลินิกเวชกรรม เลขที่ 1519/69-70 ถนนลาดพร้าว ซอย 41/1 จากการเข้าตรวจสอบพบว่า คลินิกดังกล่าวได้เปิดเป็นสถานพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทาง โดยมีใบอนุญาตถูกต้องและเปิดให้บริการสำหรับผู้ป่วยนอกเท่านั้น โดยจะไม่ให้มีการค้างคืนและต้องปิดบริการเวลาประมาณ 20.00 น. แต่พบว่าวันเกิดเหตุ ได้เลยเวลาปิดทำการ จึงเข้าข่ายมีความผิด และจากการตรวจสอบพบว่า นายแพทย์สมภพ ที่ทำการผ่าตัด ไม่ได้มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะทาง มีเพียงใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมทั่วไป จึงเข้าข่ายมีความผิดเช่นกัน เจ้าหน้าที่จะได้ส่งเรื่องไปยังแพทยสภาเพื่อดำเนินการสอบสวน รวมถึงจรรยาบรรณของแพทย์ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้มีการแจ้งปิดสถานพยาบาลดังกล่าวเป็นเวลา 60 วัน ทั้งนี้จากการชันสูตรพลิกศพของสถาบันนิติเวชพบว่านางสาวจอย เสียชีวิตจากภาวะระบบหายใจล้มเหลว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาต่อนพ. สมภพ แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด 2 ข้อหา ประกอบด้วย ความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ม.16 และม.24  ในข้อหาประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.291 รวมทั้งแจ้งข้อหาต่อนายแพทย์ณรงค์เดช เจียรพีพันธ์ ในฐานะผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ม.34(2) ในข้อหาเป็นผู้ดำเนินการไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000บาท ……………………………………………………………………….. เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง พบอีก สาวอังกฤษเสียชีวิตขณะทำศัลยกรรมย่านลาดพร้าว อุทาหรณ์ สาวเสียชีวิตระหว่างผ่าตัดทำศัลยกรรม ภาวะ Malignant Hyperthermia จากการวางยาสลบ อีกสาม!! สาวไทยศัลยกรรมเกาหลี ในรายการ let me in คลิปศัลยกรรม ดูจบแล้วจะไม่อยากทำศัลยกรรม ไม่เชื่อลองดู วิธีดูแลตัวเองหลัง ทำจมูก มาใหม่ !

ลูกครึ่งเฮ!! กลาโหม ไฟเขียวให้รับราชการทหารได้
กระทรวงกลาโหม /  รับราชการทหาร / 

มติสภากลาโหม เห็นชอบ แก้ไขการกำหนดสัญชาติพลเรือนที่สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารให้พ่อหรือแม่เป็นสัญชาติไทยอย่างเดียวได้ พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า มติสภากลาโหมเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการกำหนดสัญชาติของผู้ที่จะบรรจุเข้ารับราชการ นายทหารประทวนประจำการ หรือพลทหารประจำการ ทั้งนี้จากสถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนไปและการบังคับใช้ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ปี 2506 ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ภัยคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้การสรรหาบุคคลพลเรือนที่จะบรรจุเข้ารับราชการทหารในตำแหน่งทั่วไป หรือในตำแหน่งวิชาชีพขาดแคลนของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ มีขอบเขตจำกัดกว่าข้าราชการประเภทอื่น หรือแม้กระทั่งทหารกองประจำการที่ปลดเป็นกองหนุนบางรายที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่หากบิดามารดาคนใดคนหนึ่งเป็นผู้มีสัญชาติอื่น ก็ไม่สามารถสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารได้ จึงปรับปรุงระเบียบนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางราชการและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเป็นทหารได้มากขึ้น โดยแก้ไขการกำหนดสัญชาติของผู้ที่จะรับราชการเป็นพลทหารประจำการ นายทหารประทวนประจำการ นายทหารสัญญาบัตรประจำการ มีความสำคัญดังนี้ โดยในกรณีของนักเรียนทหาร เช่น นักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนแพทย์พระมงกุฎเกล้า นักเรียนนายสิบทหารบก นักเรียนจ่าทหารเรือ นักเรียนจ่าทหารอากาศ รวมถึงนักเรียนในสถาบันการศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหมอื่น เช่น นักเรียนช่างฝีมือทหาร นักเรียนพยาบาล นักเรียนดุริยางค์ ยังคงกำหนดสัญชาติที่มีความเข้มข้นเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับบุคคลพลเรือนที่สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารได้ปรับระดับความเข้มข้นของการกำหนดสัญชาติ ให้เปรียบได้กับข้าราชการตำรวจ ข้าราชการอัยการ ตุลาการ เพื่อให้การสรรหาบุคคลของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพสามารถดำเนินการได้กว้างขวางยิ่งขึ้น คือพ่อหรือแม่เป็นสัญชาติไทยอย่างเดียวก็ได้ ส่วนตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บังคับอากาศยาน ผู้บังคับการเรือหลวงหรือตำแหน่งที่ปฏิบัติงานที่กำหนดชั้นความลับ ส่วนราชการอาจกำหนดหลักเกณฑ์การบรรจุหรือแต่งตั้งเป็นการเฉพาะเรื่องเพื่อให้มีระดับความเข้มข้นของการกำหนดสัญชาติได้ตามความเหมาะสม โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ MThai News

ฮาได้อีก เบน ชลาทิศ แปลงร่างเป็น เซเลอร์มูน
Club Friday The Series 5 /  Club Friday The Series 5 ความรักกับความลับ / 

ฮาได้อีก เบน ชลาทิศ ในชุดเซเลอร์มูน ตอนล่าสุดของ ซีรี่ส์ คลับฟรายเดย์ ความลับของมิ้นต์กับมิว หลังจากที่ Club Friday The Series 5 ได้ปล่อยตอนแรก ความลับของคลิปขอแต่งงาน ไปไม่นาน ซึ่งก็ใกล้ถึงบทสรุป ล่าสุด พี่ฉอด เลยไม่รอช้า จัดตัวอย่าง ความลับที่ 2 ในตอน ความลับของมิ้นต์กับมิว มาให้ได้ชมกันทันที โดยในตอนนี้ ได้นักร้องเสียงคุณภาพ เบน ชลาทิศ มารับบทเป็น มิว และ เต๋า สมชาย รับบทเป็น ฮัท ทูนหัวของมิว เอ๊ะ แล้วมิ้นท์คือใคร แล้วทำไมต้องเป็น ความลับของมิ้นต์กับมิว เชิญรับชมตัวอย่างกันเลย ขอบอกว่า ฮาสุดติ่งกระดิ่งแมว แค่เห็น เบน ชลาทิศ แปลงร่างเป็น เซเลอร์มูน นี่ ก็ฮากระจาย เลอค่า คาลามายน์ ทรายสีเพลิง แล้วล่ะครับ คุณผู้ชม ห้ามพลาด Club Friday The Series 5 ตอน ความลับของมิ้นต์กับมิว ออกอากาศ ทุกวันเสาร์ เวลา 21.00 น. เริ่ม 8 พฤศจิกายนนี้ ทางช่อง GMM CHANNEL ทีวีดิจิทัล 25 จานดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวี 35 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

หนุ่มพิการลำปางน้อยใจพ่อแม่ด่าคว้าปืนยิงตัวดับ
ข่าววันนี้ /  น้อยใจพ่อแม่ด่า / 

เกิดเหตุ หนุ่มพิการลำปางน้อยใจถูกพ่อแม่ด่าคว้าปืนยิงทะลุหัวใจดับกลางป่า ร.ต.ท.กันตกวี มีธรรม พนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา ลำปาง เดินทางไปชันสูตรศพ หลังรับแจ้งมีคนใช้อาวุธปืน จ่อยิงเข้าหน้าอกซ้ายกระสุนทะลุตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณที่อ่างเก็บน้ำแม่เปาะ บ้านป่าแข ม.7 ต.นาแก้ว อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแพทย์เวรเดินทางไปถึงพบศพผู้ตายชื่อ นายชัชวาลย์ สงวนนามสกุล อายุ 24 ปี ชาวบ้าน บ้านแม่กึ๊ด ม.1 ต.ทุ่งงาม  อ.เสริมงาม จ.ลำปาง โดยใช้อาวุธปืนแก๊ป ยาวยิงตัวเองเสียชีวิต กระสุนเข้าบริเวณราวนม ซ้ายกระสุนตัดขั้วหัวใจ เสียชีวิต อยู่บริเวณใต้ต้นไม้  บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ส่วนสาเหตุจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ ทะเลาะกับพ่อและแม่อย่างรุนแรง เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ประกอบกับผู้ตายมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก และมีสภาพมือขวาที่หงิกงอ จึงอาจจะน้อยใจพ่อแม่ที่ต่อว่า จึงได้คิดสั้นตัดสินใจคว้าปืนแก๊บออกมากลางป่ายิงตัวเองถึงแก่ชีวิตดังกล่าว

ลี ชอง เหว่ยจ่อโดนแบนหลังตรวจโด๊ปไม่ผ่าน
มาเลเซีย /  ลี ชอง เหว่ย / 

สืบเนื่องจากกรณี ลี ชอง เหว่ย นักแบดมินตันมืออันดับ 1 ของโลกชาวมาเลเซีย วัย 32 ของมาเลเซีย ที่ถูกตรวจพบสารกระตุ้น ในการสุ่มตรวจโด๊ประหว่างการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลก ค.ศ.2014 ที่กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก เมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานสอดคล้องกันว่า ทันทีที่สื่อมวลชนของมาเลเซียระบุชื่อลี ชอง เหว่ย หลังถูกตรวจโด๊ปพบแล้ว ปรากฏว่า สื่อออนไลน์ในมาเลเซียไม่ว่าจะเป็นเวบไซต์, เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, อินสตาแกรม ฯลฯ ล้วนแต่มีการกล่าวขานถึงลี ของ เหว่ย ซึ่งเป็นนักกีฬาขวัญใจของมาเลเซียทั้งชาติอย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด ต่างพากันช็อก กับข่าวดังกล่าว จึงพากันแสดงความคิดเห็นในท่วงทำนองของการเสียใจ ผิดหวัง และเศร้าโศกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ กับนักกีฬาขวัญใจประชาชนเช่นนี้ ทางด้าน หนังสือพิมพ์ ไชน่า นิวส์ ของสาธารณรัฐประชาชนจีนรายงาน ว่า สมาคมแบดมินตันแห่งมาเลเซียยอมรับว่าลี ชอง เหว่ย ถูกตรวจพบการใช้สารกระตุ้น ในการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลก ค.ศ.2014 และมีแนวโน้มว่า จะถูกลงโทษห้ามแข่งขันทั่วโลก เป็นเวลา 2 ปี ตามบรรทัดฐานของสหพันธ์แบดมินตันโลกหากลี ชอง เหว่ยถูกลงโทษดังกล่าวจริง ก็เท่ากับว่า หมดสิทธิแข่งขันแบดมินตันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน ครั้งที่ 31 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิลใน ค.ศ.2016 แน่นอน

  มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
mono29 /  พระนครศรีอยุธยา / 

มีดอรัญญิก เดิมเป็นของชาวเวียงจันทร์และได้อพยพเข้ามาพร้อมกับนำความรู้และเทคนิกการทำเครื่องมือที่ใช้จากเหล็กหรือที่เรียกกันว่า "การตีมีด" และส่วนหนึ่งเป็นช่างทองรูปพรรณ โดยลักษณะของมีดมีขนาดเหมาะมือและสวยงามมาก  ฝักและด้ามประดับด้วยทองคำสลักลายนูน เฉพาะด้ามที่จับถักหุ้มด้วยลวดเงิน ทำให้เกิดผิวสากจับได้กระชับมือ ไม่ลื่นไถล สัญนิษฐานว่าการตีมีดดาบอรัญญิกในสมัยก่อน ทำขึ้นเพื่อใช้งานและใช้เพื่อแสดงตำแหน่งยศด้วย ชาวเวียงจันทร์ได้อพยพเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2365 สาเหตุเนื่องจากเวียงจันทร์ขณะนั้นเกิดการทำมาหากินอัตคัดขาดแคลน จนโจรผู้ร้ายชุกชุมนั่นเอง   มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะเด่นของมีดอรัญญิก มีดอรัญญิกมีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีดมีความเป็นเลิศ มีความทนทานใช้การได้นานนับเป็นปี ๆ บางชนิดใช้งานได้ตลอดชีวิตของผู้ใช้ และมีความสวยงามประณีต มีรอบตีทำให้เหล็กแน่นแข็งแรง ตัวมีดคมบางใช้เหล็กอย่างดี ทำให้คมมีดไม่แตกหรือบิ่น ด้ามมีดแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน ด้ามไม้ใช้ไม้อย่างดี บางด้ามมีการฝังมุกให้สวยงาม ที่สำคัญคือ ตราที่ประทับบนตัวมีดแสดงให้เห็นว่าเป็นมีดอรัญญิกแท้ ปัจจุบันนี้ มีดที่ใช้เครื่องมือไฟฟ้า จะทำให้มีดมีความประณีตมาก ตกแต่งลวดลายได้สวยงามดี บางรายมีแท่นปั้นรูปมีดจะทำให้รูปมีดมีขนาดเท่า ๆ กัน และเหมือนกัน  ในสมัยก่อน การทำมีดต้องอาศัยคนงานหลายคน เช่น คนตีพะเนิน จะต้องฝึกหัดกันมาเป็นอย่างดี จะต้องรู้ว่ามีดรูปไหนควรตีตรงไหน และจะต้องคอยฟังสัญญาณการใช้เสียงของผู้จับเหล็กนี้ ตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า “หน้าเตา” ซึ่งจะต้องเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับการทำมีดเป็นอย่างดีเยี่ยม สถานที่ใช้ในการทำงานบริเวณหมู่บ้านตีมีดเกือบทั้งตำบลท่าช้างจะมีลักษณะการตั้งบ้านเรือนอยู่แบบขนานไปกับสองฟากฝั่งของแม่น้ำป่าสัก แต่ละหลังจะปลูกบ้านแบบใต้ถุนสูง เพื่อป้องกันน้ำที่อาจจะเอ่อล้นสองฟากฝั่งแม่น้ำขึ้นมาท่วมบ้านเรือนได้ การตีมีดของชาวบ้านส่วนใหญ่จะใช้บริเวณใต้ถุนบ้านเป็นที่ประกอบการทำมีด ตั้งแต่การปัดมีดคม ไล่มีด การลับมีด ยกเว้นการเผาเหล็กให้ร้อนแดง ส่วนมากชาวบ้านจะสร้างเป็นโรงเรือนเล็ก ๆ ต่างหาก เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่จะเกิดขึ้นมาได้ ถึงแม้บริเวณใต้ถุนของชาวบ้านจะสูงโปร่งก็ตามแต่ลักษณะของงานที่ต้องใกล้กับความร้อนจากเตาเผาเหล็ก ขั้นตอนการผลิตมีด เตรียมการตีมีด มีปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการ คือ เตรียมคน : ต้องใช้คน 3-4 คนขึ้นไป โดยเฉพาะ การตีมีดในขั้นตอนที่ 1 (การหลาบ) ต้องใช้คนที่มีพละกำลัง ร่างกายแข็งแกร่ง ตลอดจนต้องมีความสามัคคี และประสบการณ์ เป็นอย่างมาก เตรียมอุปกรณ์ : เป็นอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ สำหรับช่างตีเหล็ก หรือช่างตีมีดโดยเฉพาะ เช่น ทั่ง ค้อน พะเนิน คีม สูบลม เตาเผาเหล็ก ตะไบ เหล็กขูด เหล็กไช รางน้ำชุบมีด เขื่อนตัดเหล็ก ขอไฟ หินหยาบ-ละเอียด ทั่งขอ เถาวัลย์เปรียง หลักสี่ (ปากกา) กบ และเลื่อย เป็นต้น เตรียมวัตถุดิบ : วัสดุที่สำคัญในการตีมีดเป็นอันดับแรกได้แก่ เหล็กกล้า ที่ต้องใช้ความชำนาญในการดูสีของเหล็กขณะชุบ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งสำหรับช่างตีมีดอันดับต่อไปคือ ถ่านไม้ไผ่ ซึ่งจะเป็นถ่านที่มีประสิทธิภาพสูงในการเผาเหล็ก ต่างจากถ่านจากไม้ทั่ว ๆ ไป และอันดับสุดท้ายคือ ไม้ที่ใช้ทำด้ามมีด ซึ่งวัสดุดังกล่าวข้างต้น จะมีผู้นำมาจำหน่ายในชุมชนแหล่งผลิตมีดเลย การดำเนินการผลิต มีดอรัญญิก จะมีขั้นตอนในการทำโดยสรุป 10 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ตัดเหล็กให้ได้ขนาดตามความต้องการ เผาไฟให้แดงแล้วนำออกมาจากเตาให้คนสามคนใช้พะเนินตีจนได้รูปหุ่น หรือกูน(ชาวบ้านเรียกว่าการ “ หลาบ” เหล็ก) ขั้นตอนที่ 2 เมื่อได้หุ่นหรือกูนมีดแล้ว นำเอาเข้าเตาเผาไฟอีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้คน คนเดียวตีด้วยค้อนเพื่อขึ้นรูปมีดให้ได้ตามความต้องการ (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ซ้ำ” ) ขั้นตอนที่ 3 เมื่อซ้ำได้รูปมีดแล้ว ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วใช้ค้อนตีจนเนื้อเหล็กเรียบเป็นมันเพื่อให้เนื้อเหล็กเหนียวแน่น คมบาง ตัวมีดตรง (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ ลำเรียบ หรือ ไห่” ขั้นตอนที่ 4 เมื่อไห่ได้รูปมีดพอสมควรแล้ว นำมาแต่งด้วยตะไบ เพื่อให้ได้รูปเล่มสวยงามขึ้น (เรียกว่าการ “แต่ง” ) ขั้นตอนที่ 5 เมื่อแต่งด้วยตะไบได้รูปแล้ว นำมาขูดคมให้บางโดยใช้เหล็กขูด เพื่อทำให้ตัวมีดขาวและบาง (เรียกว่าการ “ขูด” ) ขั้นตอนที่ 6 เมื่อขูดได้คมบางพอสมควรแล้ว ใช้ตะไบหยาบและตะไบละเอียดโสกตามตัวมีด เพื่อให้ตัวมีดขาวเรียบร้อย และคมจะบางยิ่งขึ้น (เรียกว่าการ “ โสก” ) ขั้นตอนที่ 7 เมื่อโสกเรียบร้อยแล้วนำมาพานคม โดยใช้ตะไบละเอียดพานขวางของคมมีดเพื่อให้คมมีดบางเฉียบ (เรียกว่าการ “ พานคมมีด” ) ขั้นตอนที่ 8 เมื่อพานคมแล้วก็นามาชุบ “การชุบ” เป็นเรื่องสำคัญมาก ช่างต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ โดยนำเข้าเผาไฟในเตาเพื่อให้คมแดงตามความต้องการว่าเผาขนาดไหนจึงจะเหมาะสมกับความกล้า แล้วชุบกับน้ำ คมของมีดจะกล้าแข็งไม่อ่อนและไม่บิ่น ขั้นตอนที่ 9 เมื่อชุบแล้วนำมา ฝน หรือลับ โดยใช้หินหยาบ และหินละเอียด ให้คมได้ที่สมัยนี้ใช้หินกากเพ็ชร์ (เรียกว่าการ “ลับคม” ) ขั้นตอนที่ 10 เมื่อฝนหรือลับคมได้ที่แล้ว จึงนำมาเข้าด้ามมีด แล้วใช้น้ำมันทาตัวมีดเพื่อกันสนิม เป็นเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำมีด รับชมคลิป รายการไทยท้าทาย ขอบคุณภาพและข้อมูล fieldtrip.ipst.ac.th / wangnoibeverage.co.th / yutthayastudies.aru.ac.th

5 อันดับข่าวฮอต MThai News ประจำวันที่ 23 ต.ค
5 อันดับข่าวฮอต /  ข่าวประจำวัน / 

อันดับ 1 เมื่อแม่เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกสวนกลับ "แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกตอกกลับ แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู(อ่านต่อ ) อันดับ 2 หลอน!! ตร.สหรัฐจับกุมหนุ่มฆ่าเหยื่อให้แฟนมีเซ็กซ์กับศพ ตำรวจสหรัฐจับกุมแฟนหนุ่มฆ่าเหยื่อ เพื่อให้แฟนสาวมีเซ็กซ์กับศพ(อ่านต่อ ) อันดับ 3 วอนช่วย! สาวอายุ 26 แต่เหมือนเด็ก 10 ขวบ ชาวบ้านวอนช่วยหลือ หญิงสาวอายุ 26 แต่ดูเหมือนเด็ก 10 ขวบ เดือดร้อนอับอาย สมัครงานไม่มีคนรับ (อ่านต่อ) อันดับ 4 โละสต๊อกยาง 2 แสนตัน ทำสนามฟุตซอล กระทรวงเกษตรฯ เตรียมโละสต๊อกยาง 2 แสนตัน ทำสนามฟุตซอล งบกว่า 6,500 ล้าน พร้อมลดปริมาณส่งออกยางลงมาอยู่ที่ 70%(อ่านต่อ) อันดับ 5 คสช.ลั่น! เปล่าห้าม ปู-แม้ว บินอินเดีย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกไม่มีความจำเป็นต้องสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปประเทศอินเดีย (อ่านต่อ)

ปริศนาที่แห่งนี้รอคุณมาพิสูจน์ Alcatraz 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ซีรีส์ดังช่อง โมโน29
302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ /  Alcatraz / 

ส่งซีรีส์หลากรสมาให้คนดูได้ลิ้มลอง และนี่ก็อีกหนึ่งซีรีส์แนวลึกลับ สืบสวน ที่ mono29 อยากให้คุณได้พิสูจน์กัน Alcatraz Season 1 : 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ที่จะได้ดูกันวันแรก ตอนแรก อาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557 นี้ เวลา 10.00 - 11.00 น. Alcatraz 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ Alcatraz Season 1 (อัลคาทราซ) 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ปี 1 "เมื่อ 302 ชีวิตบนอัลคาทราซหายไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขา 3 คนจึงต้องผนึกกำลังไขปริศนาล่าทะลุมิติ" คำจำกัดความ Alcatraz เรื่องราวเกี่ยวกับบรรดานักโทษตัวร้ายถูกที่จับกุมและอยู่รวมกันที่คุกอัลคาทราซ หรือ“เดอะ ร็อค” ที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุด ผสมกับการเรื่องราวเชิงวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางข้ามเวลาเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมดที่อยุ่ในซีรีส์เรื่องนี้ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม ปี 1963 วันที่คุกอัลคาทราซถูกสั่งให้ปิดตัวลงเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณและความทรุดโทรมของสถานที่ เป็นเหตุให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย และเป็นวันที่นักโทษทั้งหมดบนเกาะรวมไปถึงบรรดาผู้คุมจำนวนกว่า 302 ชีวิตต้องทำการย้ายออกจากคุกแห่งนี้เพื่อไปประจำการยังสถานที่และคุกอื่นๆ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่มีใครรู้เลยว่า ในวันนั้นไม่เคยมีใครได้ก้าวออกจากเกาะแห่งนี้เลย  วันนั้นนักโทษและผู้คุมทั้งหมดบนเกาะอัลคาทราซได้หายตัวไปจากเกาะโดยไม่มีคำอธิบายใดๆว่าพวกเขาทั้งหมดหายไปได้อย่างไร ? หรือเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบนเกาะแห่งนี้ ? ยังคงเป็นเงื่อนงำ และต้องหาข้อพิสูจน์ต่อไปจนถึงปัจจุบัน เวลาผ่านมาจนถึงปี 2012 เจ้าหน้าที่ตำรวจสาว Rebecca Madsen ได้พบกับคดีฆาตกรรมอดีตรองพัศดีของเกาะอัลคาทราซและได้พบรอยนิ้วมือของฆาตกรด้วย แต่ที่น่าสงสัยคือพบเบาะแสฆาตกรคือหนึ่งในนักโทษแห่งคุกอัลคาทราซที่ตามรายงานของรัฐบาลระบุว่าตายไปแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน นั้นคือในช่วงปี 1963 นั่นเอง โดยปริศนาทั้งหมดนำ Rebecca ไปพบกับ Emerson Hauser หัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษของ FBI ผู้ดูแลการสืบสวนคดีการหายตัวไปอย่างลึกลับที่เกิดขึ้นบนเกาะอัลคาทราซ พร้อมด้วย ดร.Diego Soto นักวาดการ์ตูนและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับคุกอัลคาทราซ ตอนนี้พวกเขาทั้ง 3 คนต้องผนึกกำลังกันเพื่อไขปริศนาให้ได้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นบนเกาะอัลคาทราซ , ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเดินทางข้ามเวลาครั้งนี้ และ มีวัตถุประสงค์ใดกันแน่ เหตุการณ์แปลกๆได้เกิดขึ้น เมื่อเธอยิ่งสืบลงลึกไปมากจนพบว่า นักโทษคนนี้ยังดูหนุ่มเหมือนเมื่อปี 1963  คำถามก็คือ เขาหายไปไหนมา ? และทำไมเขาดูไม่แก่เลย!  งานนี้พวกเขาทั้งสามต้องใช้ความสามารถอย่างหนักหน่วงในการร่วมไขปัญหา และร่วมตามหาคนจำนวน 302 คนที่หายไป ว่าพวกเขาหายไปไหนและใครพาพวกเขาไป ติดตามเรื่องราวลึกลับทั้งหมดนี้ได้ในAlcatraz (อัลคาทราซ) ติดตามชม Alcatraz Season 1 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ได้ทางช่อง MONO29 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา10.00-11.00 น.

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ตร.พัทยาลุยกวาดจับสาวประเภท2ไทย-ลาว
จับสาวประเภท2 /  ตำรวจพัทยาจับสาวประเภท 2 ไทย-ลาว / 

ตำรวจพัทยา ลุยกวาดจับสาวประเภท 2 ไทย-ลาว ตัดตอนแก๊งล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว เมื่อช่วงเช้า ตำรวจชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำโดย ร.ต.อ.เนติธร รัตนสุชานันท์ รอง สวป. ได้นำกำลังออกกวาดล้างแก๊งสาวประเภทสอง มั่วสุ่มจับกลุ่มหวังก่อเหตุล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว ตั้งแต่บริเวณสายชายหาดเมืองพัทยา ไปจนถึงถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ เพื่อเป็นการป้องเหตุ ทั้งนี้ จากการกวาดล้าง สามารถจับกุมกะเทย 30 ราย แยกเป็นสัญชาติลาว 5 คน ตรวจสอบเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน มีผู้ไม่พกบัตรจำนวน 3 คน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือนก่อนทำการดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับคนละ 200 บาท แล้วปล่อยตัวไป ร.ต.อ.เนติธร กล่าวว่า ส่วนใหญ่กลุ่มกะเทยที่จับกุมมักเคยเป็นผู้ต้องสงสัยและผู้ถูกกล่าวหาในคดีล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง

โรงละครมายากล ณฤทธิ์โชว์ เปิดใหม่ ที่เวเนเซีย หัวหิน
มายากล /  หัวหิน / 

สถานที่เที่ยวหัวหิน แห่งใหม่ ที่มาหัวหิน แล้วคุณต้องมาชม โชว์ที่ดีที่สุดอีกที่หนึ่ง "ละครเงามือ" ศิลปะการแสดง ระดับโลก ที่ถูกสืบทอดมานับพันปี ต้นกำเนิดจากนักแสดงชาวอียิปต์โบราณ สำหรับแสดงให้องค์ราชา และราชวงศ์ชั้นสูง สืบทอดมาเป็นศิลปะการแสดงเงามือในปัจจุบัน ปัจจุบันการแสดงละครเงาได้มีการแสดงในหลายประเทศ ทั่วโลก และเป็นการแสดงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ซึ่งนักแสดงจะต้องผ่านการฝึกฝนทักษะ และต้องใช้ ความสามารถพิเศษ ค่อนข้างสูงมาก ในการใช้มือ เพียง 2 ข้าง ที่จะต้องดัดแปลงและทำรูปร่าง ๆ ต่างๆ ให้เหมือนจริง และถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อความบันเทิง ความสนุกสนาน ให้กับท่านผู้ชม แต่ในเมืองไทย แทบจะไม่มีให้ชม และขาดการสืบสาน สานต่อศิลปะการแสดงแขนงนี้ ทั้งนี้ อาจารย์ณฤทธิ์ ภักดีภูเบศร์ ได้ใช้การแสดงชุดนี้ สะกดคนดูกว่า 20,000 คนที่ประเทศอินโดนีเซีย และได้รับรางวัลระดับโลก คือ แชมป์ Best of Entertainer 2000 และด้วยความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ศิลปะการแสดงชุดนี้ จัดทำเป็นโรงละครขึ้น โดยเปิดแสดงที่ เวเนเซีย หัวหิน ทุก ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

ศาลสั่ง“บิลลี่ โอแกน”เป็นบุคคลล้มละลาย
บิลลี่ /  บิลลี่ ล้มละลาย / 

ศาลมีคำสั่ง“บิลลี่ โอแกน”เป็นบุคคลล้มละลาย พบเคยทำธุรกิจ 2 แห่ง สถานะเป็นบริษัทร้างทั้งหมด มีรายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำพิพากษาศาลล้มละลายกลาง ที่มีคำสั่งให้ บิลลี่ โอแกน อดีตนักร้องชื่อดัง เป็นบุคคลล้มละลาย ตามคดีหมายเลขแดงที่ ล. 3891/2556 ระบุว่า "ด้วยคดีเรื่องนี้ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำพิพากษาให้ นายวิลเลี่ยม หรือบิณฑ์ลี่ฎ์ มิตตกริน โอแกน หรือ นายบิลลี่ หรือบิฬฬี่ โอแกน ลูกหนี้ เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ลูกหนี้ ไม่ปรากฏอาชีพ ประกาศ ณ วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557" ก่อนหน้านี้นายวิลเลี่ยม มิตตกริน โอแกน หรือ นายบิลลี่ เคยจดทะเบียนทำธุรกิจ 2 แห่ง 1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัตตาหาร จดทะเบียนวันที่ 14 มกราคม 2540 ทุน 3 แสนบาท ที่ตั้งเลขที่ 415/17 ซอยสุขุมวิท 101/1 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นาย ธนานต์ บุญเสรฐ ร่วมเป็นหุ้นส่วน ต่อมาเลิกกิจการ นายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 2. บริษัท โรงบ่มดนตรี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 4 มิ.ย.41 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบกิจการผลิตนักร้อง นักแสดง สิ่งบันทึกเสียง โสตทัศนวัสดุ งานดนตรีกรรม ที่ตั้งเลขที่ 119/20 ซอยสามภพนฤมิตร ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายวิลเลี่ยม มิตตกริน โอแกน และ นายจาตุรนต์ เอมซ์บุตร เป็นกรรมการ ต่อมาเลิกกิจการ และนายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2545 MThai News

หนุ่มยุ่นเผาตัวเองโดดห้างฯสีลมดับ
ข่าววันนี้ /  จุดไฟเผาตัวเอง / 

ชายชาวญี่ปุ่น จุดไฟเผาตัวเอง ก่อนดิ่งจากชั้น 4 อาคารธนิยะ พลาซ่า ย่านสีลม เสียชีวิตคาที่ พ.ต.ท.ภูมิยศ เหล็กกล้า พนักงานสอบสวนผู้ชำนานการพิเศษ สน.บางรัก เข้าตรวจสอบเหตุ ชายจุดไฟเผาตัวเอง ก่อนที่จะกระโดด ลงมาจากบริเวณ ชั้น 4 ภายในอาคาร ธนิยะพลาซ่า ถนนสีลม แขวงสุรวงศ์ เขตบางรัก เป็นเหตุให้เสียชีวิต  พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต เป็นชาย ทราบชื่อ คือ นายวาตานาเบ้  ชินจิ อายุ   37 ปี  นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น สภาพศพ ไหม้เกรียม นอนเสียชีวิต บริเวณชั้น 1 ใกล้กับทางออกของอาคาร ซึ่งจากการ สอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัย ของอาคารธนิยะ พลาซ่า ทราบว่า ช่วงที่ห้างใกล้จะปิด และลูกค้ากำลังทยอย ออกจากศูนย์การค้า ระหว่างนั้น ได้ยินเสียง เหมือนคนตกลงมา จึงเข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่า มีคนถูกไฟไหม้ นอนอยู่ที่พื้นชั้น 1 จึง นำถังดับเพลิง มาช่วยกันดับไฟ แต่ชายคนดังกล่าว ได้ เสียชีวิตลงแล้ว จึงแจ้ง ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ  และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ผู้ตาย ได้เตรียมการมา เพื่อฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะ เพราะขณะเกิดเหตุ ได้ นั่งห้อยขา ที่ระเบียงชั้น 4 ในลักษณะหันหลัง ก่อนจะใช้น้ำมัน ที่เตรียมมา จำนวน 3 ขวด ราดที่ตัว แล้วจุดไฟเผา ก่อนจะทิ้งตัวร่วงลงมาที่พื้นชั้น 1 จนเสียชีวิต และตรวจสอบภายในกระเป๋า พบ น้ำมันอีก 1 ขวดครึ่ง และ ขวดเครื่องดื่ม ชูกำลัง รวมถึงยารักษาโรค ประจำตัว อีกจำนวนหนึ่งด้วย จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนศพของนายวาตานาเบ้ นั้น ได้ นำส่งชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ แล้ว

โหดเหี้ยม นักข่าวเม็กซิกันถูกฆ่า โพสต์รูปศพลงทวิต ข่มขู่ผู้ติดตาม
ทวิตเตอร์ /  ผู้มีอิทธิพลในเม็กซิโก / 

แก๊งค้ายาผู้มีอิทธิพลในเม็กซิโก สังหารนักข่าวโพสต์ภาพศพเหยื่อลงทวิตเตอร์ ข่มขู่ผู้ติดตามให้เกรงกลัว วานนี้ (23ต.ค.) สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์รายงานข่าวของ มาเรีย เดโร ซาริโอฟูรูบิโอ นักข่าวชาวเม็กซิกัน ที่ถูกสังหารโหด และนำภาพศพมาเผยแพร่ลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวของเธอ ซึ่งสื่อนอกได้ให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นฝีมือของแก๊งค้ายา ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น มาเรีย ทำงานให้กับ เว็บไซต์ข่าวพลเมืองที่ได้รับความนิยม ชื่อว่า 'ความกล้าหาญสำหรับตาเมาลีปัส' ซึ่งมีสื่อสังคมใหญ่ มีผู้ติดตามในเฟสบุ๊ค กว่า 510,000 คน และในทวิตเตอร์ กว่า 1 แสนคน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ มาเรีย ใช้นามแฝง ชื่อว่า เฟรินา ( Felina ) ในการเปิดโปงการก่ออาชญากรรม ในรัฐตาเมาลีปัส ในเม็กซิโก เพื่อเรียกร้องให้คนที่จะกล้าหาญและเข้ามาแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับแก๊งอาชญากรรม มาเรียเริ่มถูกคุมคามเมื่อต้นเดือนตุลาคม แต่เธอยังไม่หยุดยั้งอุดมการณ์ โดยเมื่อต้นเดือน บัญชีของเธอได้ดูเปลี่ยนไป และ นั่นเป็นจุดจบของเธอ เพราะมีการสวมรอยใช้บัญชีของเธอ โดยการโพสต์ภาพศพอันน่ากลัว เพื่อประกาศเตือนผู้ต่อต้านไปยังบัญชีของเธอ ซึ่งกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ มักจะก่อเหตุ สังหารโหด ลักพาตัว และการพัวพันกับยาเสพติด ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ไม่สามารถรายงานผ่านสื่อใดๆได้ นอกจากสื่อสังคมออนไลน์ เพราะเกรงกลัวต่ออำนาจมืด ทั้งนี้ประชาชนส่วนมาก จึงหันไปใช้สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ เป็นช่องทางในการเปิดโปงการก่ออาชญากรรมและการทำผิดของกลุ่มเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เม็กซิโกยังคงเป็นประเทศที่อันตรายมากสำหรับอาชีพนักข่าว ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวอิสระรายอื่นๆ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรวจสอบ และเร่งสืบหาผู้กระทำผิดโดยเร็ว Mthai News