สืบศพ ไขคดีลับ

ศาลปกครองยกฟ้อง 'ยิ่งลักษณ์' คดีน้ำ3.5แสนล้าน
ยิ่งลักษณ์ /  ศรีสุวรรณ จรรยา / 

ศาลปกครองสูงสุด ยกฟ้อง "ยิ่งลักษณ์" ในคดีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ระบุเป็นเพียงกรอบแนวคิดยังไม่ปฏิบัติ ด้าน "ศรีสุวรรณ" ยอมรับคำตัดสิน ระบุเดินหน้าตรวจสอบทุกโครงการรัฐบาล วันนี้ (31 ต.ค.) ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษา จากกรณีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 4 คน ในข้อหากระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โดยขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกโครงการ โดยผู้ฟ้องเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งศาลเห็นว่าแผนแม่บทในการจัดการบริหารทรัพยากรน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฏหมาย เนื่องจากแผนงานที่จะทำในอนาคตหลายโครงการยังเป็นเพียงกรอบแนวคิด ที่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพียงพอ ไม่มีการเวรคืนอสังหาริมทรัพย์ และการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดิน จึงไม่มีลักษณะที่อาจมีผลกระทบของประชาชน ดังนั้น การที่รัฐบาลทำแผนจึงไม่ใช่การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หากในอนาคตมีการดำเนินโครงการตามแผนแล้วรัฐไม่ทำประชาพิจารณ์อย่างทั่วถึง ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยของประชาชน ก็เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายจะไปฟ้องศาลให้เพิกถอนเป็นรายโครงการไป ส่วนการฟ้องว่า รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดกฎหมาย อาญา มาตรา 157 และทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. นั้น ศาลเห็นว่า เป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของศาล และไม่มีการฟ้องตั้งแต่ในศาลชั้นต้น จึงไม่รับพิจารณาในประเด็นนี้ ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะผู้ยื่นฟ้อง เปิดเผยภายหลังการเข้ารับฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดว่า ยอมรับคำพิพากษาของศาล โดยรู้สึกเสียใจอยู่บ้างแต่ไม่เสียกำลังใจ ซึ่งแม้ว่าแผนบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านของรัฐบาลชุดก่อน จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็ยังโครงมีแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งตนและสมาคม ก็ได้ส่งหนังสือท้วงติงถึงความจำเป็นของการจัดให้มีกระบวนการประชาพิจารณ์ไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน คาดว่าทางรัฐบาลจะมีหนังสือตอบกลับมาเร็วๆ นี้ และตนจะเดินหน้าตรวจสอบทุกโครงการของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนต่อไป MThai News

นิติเวชพร้อมตรวจดีเอ็นเอ ลูกผญบ.เกาะเต่า24ชม.รู้ผล
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า /  ข่าวเกาะเต่า / 

ผบก.สถาบันนิติเวช พร้อมตรวจดีเอ็นเอ "นมสด" ลูกชายผู้ใหญ่วอ เกาะเต่าวันนี้ ชี้ ระบบสมัยใหม่แค่ 24 ช.ม. ทราบผลว่าตรงหรือไม่ พล.ต.ต. พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ตามที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้รับการประสานงานจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ว่า ในวันนี้ (30 ต.ค.) นายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ และ นายวรท ตู้วิเชียร หรือ นมสด บุตรชาย จะเข้าเเสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการขอเข้าตรวจ DNA ต่อคณะเจ้าหน้าที่เเละสื่อมวลชน หลังครอบครัวถูกกดดันจากกระเเสสังคม โดยเฉพาะบุตรชายถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อสังคมออนไลน์เรื่องคดีฆ่านักท่อง เที่ยวที่เกาะเต่านั้น กรณีดังกล่าว ทางนิติเวชพร้อมที่จะทำการตรวจดีเอ็นเออยู่แล้ว หากทั้งคู่มาในวันนี้ โดยทางหน่วยมีเครื่องมืออันทันสมัย สามารถทราบผลตรวจได้ใน 24 ช.ม. ว่าตรงกันหรือไม่อย่างไร ซึ่งมีความแม่นยำสูง โดยจะนำเอาเนื้อเยื่อที่กระพุ้งแก้ม ของทั้งสองคนมาตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอต่อไป

เจ้าหญิงมาซาโกะแห่งญี่ปุ่นปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี
ญี่ปุ่น /  มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น / 

เจ้าหญิงมาซาโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่นทรงปรากฏพระวรกาย เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี หลัง"มีความผิดปกติในการปรับตัว"  เมื่อวันพุธเจ้าหญิงมาซาโกะได้เสด็จเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ แห่งเนเธอร์แลนด์ และพระอัครมเหสีสมเด็จพระราชินีแม็กซิมาที่พระราชวังหลวงของญี่ปุ่น เป็นการปรากฏพระวรกายครั้งแรกในพระราชพิธีเลี้ยงต้อนรับในรอบห้าปีของพระองค์ พระราชพิธีครั้งนี้สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงเป็นเจ้าภาพ เจ้าหญิงมาซาโกะ พระชนมายุ 50 พรรษา พระชายาในเจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เริ่มประชวรจากความเครียดหลังเข้าร่วมเป็นสมาชิกของราชวงศ์ญี่ปุ่นตั้งแต่ พ.ศ.2536 และนับตั้งแต่มีพระประสูติกาลพระราชธิดาพระองค์แรกเมื่อ พ.ศ.2544 พระองค์ทรงปรากฏพระวรกายต่อสาธารณชนน้อยลงมาก และยังหลีกเลี่ยงการร่วมงานพระราชพิธี ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้วเจ้าหญิงมาซาโกะและสมาชิกของราชวงศ์พระองค์อื่นได้เสด็จเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกของพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ ที่เนเธอร์แลนด์ เนื่องจากทรงเริ่มฟื้นจากอาการประชวรแล้ว ก่อนหน้าที่จะอภิเษกสมรส เจ้าหญิงมาซาโกะดำรงตำแหน่งนักการทูตที่ประสบความสำเร็จ พระองค์มีความเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศหลายภาษา แต่เนื่องจากระเบียบแบบแผนที่เข้มงวดในการใช้ชีวิตในวัง เจ้าหญิงมาซาโกะจึงปฏิเสธคำขออภิเษกสมรสจากเจ้าชายนะรุฮิโตะ ถึงสองครั้งก่อนที่จะมีการอภิเษกสมรสในปี พ.ศ.2536 ในระหว่างทรงพระครรภ์ พระองค์ตกพระโลหิตจากพระครรภ์แรก แต่ได้มีพระประสูติกาลเจ้าหญิงไอโกะในปี พ.ศ. 2544 หลังจากนั้นเจ้าหญิงมาซาโกะทรงประชวรจากความเครียดที่เกิดขึ้นจากการถูกสื่อมวลชนติดตาม และความเข้มงวดในพระราชวัง ซึ่งพระองค์ได้รับการวินิจฉัยว่า "มีความผิดปกติในการปรับตัว" สืบเนื่องมาจากความเครียดและความกังวล Mthai News BBC Thai

15 เหตุผล ว่าทำไมคุณต้องไปชม The Eyes Diary คนเห็นผี พลาดแล้วจะเสียใจ!
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

เตรียมสัมผัสประสบการณ์สุดสยอง กับการเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่อยากเห็น! ใน The Eyes Diary คนเห็นผี ที่จะมาทำให้คุณต้องตัวเกร็ง ขนลุกขนพอง จนอยากปิดตาก็ยังทำไม่ได้! และนี่คือ 15 เหตุผล ว่าทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะถ้าพลาดการเห็นครั้งนี้ไป อาจเสียใจไปจนตาย 1.  ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับมากฝีมือของไทย ที่เคยมีผลงานสุดระทึกขวัญอย่าง คนผีปีศาจ (พ.ศ.2547 ), 13 เกมสยอง ( พ.ศ. 2549 ) ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดจนถูกสตูดิโอจากฮอลลีวู้ดซื้อสิทธิ์ไปรีเมค และ รักแห่งสยาม ( พ.ศ.2550 ) ที่คว้ารางวัลสำคัญ ๆ จากเวทีประกาศรางวัลทางด้านภาพยนตร์ใหญ่ ๆ ในประเทศไปอย่างมากมาย 2.  ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยเหล่านักแสดงเจ้าของรางวัลมากฝีมือ และกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในหมู่วัยรุ่น อย่าง ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย ที่ล่าสุดก็สามารถคว้ารางวัลด้านการแสดงในบทบาทนักแสดงสมทบชายจากสถาบันต่าง ๆ มากมายกับภาพยนตร์เรื่อง "It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก", โฟกัส จีระกุล นักแสดงนักร้องสาววัยรุ่นที่โด่งดัง ประสบความสำเร็จ และน่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง เจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิง และนักแสดงสมทบหญิงจากสถาบันต่าง ๆ มากมาย, เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย นักแสดงสาวขวัญใจวัยรุ่นที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่งของเมืองไทย เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง “ Mary is Happy, Mary is Happy", แจ๊ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา นักแสดงหนุ่มหน้าใสที่กำลังก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว เจ้าของรางวัลคมชัดลึกอวอร์ดสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนร์เรื่อง " Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ" 3.  The Eyes Diary ถูกซื้อสิทธิ์ให้ไปฉายในต่างประเทศ ตั้งแต่ภาพยนตร์ยังไม่เปิดกล้องถ่ายทำด้วยซ้ำ! โดยประเทศที่ซื้อสิทธิ์ไปฉายนั้นส่วนใหญ่อยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SEA (South East Asia) ประกอบไปด้วย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง และไต้หวัน ยกเว้นเพียง พม่า, ลาว, เขมร เพียงเท่านั้น 4.  จริง ๆ แล้ว ปั้นจั่น เป็นคนที่กลัวผีมาก แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้เขาต้องมารับบทเป็น น็อต ซึ่งเป็นคนที่ไม่กลัวผี และอยากจะเห็นผีด้วย ดังนั้นนี่จึงถือเป็นการพลิกบทบาทด้านการแสดงเขาเป็นอย่างมาก เพราะต้องมีการปรับจูนรายละเอียดกันมากมาย 5.  "The Eyes Diary แตกต่างจากหนังผีทั่วไป เพราะว่ามันไม่ได้สักแต่ว่าจะทำให้คนดูตกใจ แต่มันมีเรื่องราวของความรักด้วย นักแสดงนำอย่าง" ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัยกล่าวถึงลักษณะเฉพาะตัวสุดพิเศษในภาพยนตร์เรื่องนี้ 6.  "หนังเรื่องนี้จริง ๆ มันก็คือหนังที่พูดถึงเรื่องราวความรักของตัวละครที่มีอุปสรรคคือความตาย หนังรักที่เอาตัวเราไปแทนได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนที่เรารักตายจากไปโดยที่มีอะไรบางอย่างติดค้างคาอยู่ แล้วเราพยายามจะสื่อสารกับเขา" ผู้กำกับอย่าง มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล กล่าวถึงเรื่องราวที่เป็นประเด็นหลักในภาพยนตร์สุดระทึกขวัญเรื่องนี้ 7.  เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ถึงกับสลัดภาพสาวอินดี้ที่ทุกคนคุ้นตา เพื่อมาถ่ายทอดบทบาทที่เต็มไปด้วยการแสดงทางด้านอารมณ์สุดเข้มข้น และที่สำคัญคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้คือการแสดงบทบาทหนังผีเรื่องแรกในชีวิตของเธออีกด้วย 8.  ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพูดถึงประเด็นหลักคือ การเก็บสะสมของคนตายมาไว้ที่บ้าน รวมไปถึงการตะลุยออกท้าผีในสถานที่ร้าง เฮี้ยน และหลอนที่สุด ซึ่งนี่คือหนึ่งในวิธีการที่จะทำให้ได้ เห็นผี!! 9.  การเมคอัพ เซ็ทฉากศพที่เกิดอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกชนแล้วโดนลากไปกับพื้น และเต็มไปด้วยไส้ เครื่องใน เลือดต่าง ๆ นั้นมีความสมจริงมาก เพราะถึงขนาดว่าชาวบ้านที่ขับรถผ่านมาต้องจอดรถแล้วลงมาดู เพราะเขาคิดว่ามีอุบัติเหตุ มีคนตายจริง ๆ 10.  สถานที่การถ่ายทำภาพยนตร์ส่วนใหญ่นั้นอยู่ที่เชียงใหม่แทบจะทั้งเรื่อง จะมีแค่เฉพาะบางส่วนเท่านั้นที่ถ่ายทำที่กรุงเทพฯ 11.  ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายตรงกับในช่วงเทศกาลวัน ฮาโลวีน พอดี เตรียมหลอนสุดๆได้เลย 12.  เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเพลง "คิดถึง" ได้ถูกขับร้องโดยนักร้องหนุ่มพลังเสียงแสนไพเราะ และกระชากใจอย่าง พละ ธนพล มหัทธนาดุลย์ (พละ The Voice) ซึ่งเพลงนี้เคยเป็นเพลงบัลลาร์ดร็อคอันดับ 1 แห่งยุค’90ของ หรั่ง ชัชชัย สุขขาวดี  นั่นเอง โดยในเวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์นี้จะมีไฮไลท์อยู่ที่การนำเอาเครื่องสายอย่างไวโอลิน วิโอล่า และเชลโล่มาช่วนสร้างความหม่นเศร้าเหงาของบทเพลงให้ทวีคูณมากขึ้นกว่าเดิม 13.  ฝ่ายทีมงานออกแบบสร้างนั้นมีความละเอียด และพิถีพิถันกับอุปกรณ์ประกอบฉาก และสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำมาก เนื่องจากผู้กำกับอย่างมะเดี่ยวต้องการให้ข้าวของทุกชิ้น สามารถสะท้อนถึงบุคลิกคาแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัว และในทุก ๆ สถานที่ในภาพยนตร์ล้วนต่างก็มีเรื่องราว และรายละเอียดที่มาที่ไปที่สัมพันธ์กับแต่ละตัวละคร 14.  ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการนำเอา Mulimotor  (กล้องถ่ายภาพยนตร์ติดกับอุปกรณ์พิเศษ คล้ายเครื่องบังคับวิทยุเพื่อให้ได้มุมภาพถ่ายทางอากาศ Drone Shot) มาสร้างความแปลกใหม่ในการดีไซน์มุมภาพผสมผสานกับการใช้ Steady Camกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดกับตัวผู้กำกับภาพเพื่อแทนสายตา มุมมองของตัวละครต่าง ๆ รวมทั้งของผีด้วย เช่นกัน 15.  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล Special Effect Make up ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในด้านการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟ็คต์ในภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่เคยอยู่เบื้องหลังงานภาพยนตร์อย่าง ฮูอากง, Only God Forgives, Confucius, ICEMAN 3D, The Hangover, WUXIA  เขาคนนี้คือผู้มารับหน้าที่สำคัญในการสร้างสรรค์ และออกแบบผีทุกตัวที่จะปรากฏขึ้นในจอภาพยนตร์ โดยมีคอนเซ็ปต์คือ ตายอย่างไรมาอย่างนั้น "ผีที่เราออกแบบส่วนใหญ่ก็จะเป็นผีที่ตายในลักษณะหลาย ๆ แบบทั้งอุบัติเหตุ ทั้งตายเน่าเฟะ โดนไฟไหม้ อะไรพวกนี้ คือมาในลักษณะที่สยดสยอง ก็ต้องเน้นในเรื่องเอฟเฟกต์ คือต้องทำอย่างละเอียดเพราะว่าเราเห็นเต็ม ๆ เราไม่กั๊กมาเป็นสิบเลย" ท้าทายทุกสายตากับประสบการณ์ เห็นผี ครั้งใหม่!! เพราะรักหมดใจ คนเรายอม ท้าทายได้ทุกอย่าง! เพราะเชื่อสนิทใจ บางคนเลยได้ เห็น ทุกอย่าง!! ร่วมพิสูจน์ความหลอนสุดสะพรึงไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ในวันที่ 30 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย -----------------------------

'เหวง'วอนคสช.ยื่นมือเบรกคดีถอดถอน 'ปู'
คดีถอดถอนยิ่งลักษณ์ /  คสช. / 

"เหวง" วอนคสช.คสช.ยื่นมือยับยั้งคดีถอดถอน "ยิ่งลักษณ์" ขอรอผลประชุมร่วม อสส.-ปปช. 7 พ.ย.ก่อน ชี้ประชาชนจับตาป.ป.ช.อยู่ หากเดินหน้าต่อ หวั่นถูกมองอาฆาตไม่จบสิ้น นายแพทย์เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย และ แกนนำ นปช.กล่าวถึงกรณี ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) รับเรื่องคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าที่ประชุมวันที่ 12 พ.ย.นี้ว่า  "อยากให้ทาง คสช.ยื่นมือเข้ามาแทรกแซง เพราะ คสช.ได้ประกาศหนังสือออกมา ฉบับที่ 63/57 ว่าจะรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม หากไม่ยื่นมือเข้ามายับยั้งก็แสดงว่าประกาศฉบับดังกล่าวไม่มีความจริงใจในการรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม" นายแพทย์ เหวง กล่าวต่อว่า ในเมื่ออัยการสูงสุดให้ความเห็นออกมาแล้วว่า มีหลักกฎหมายข้อไหน ที่อดีตนายกฯ มีอำนาจไประงับยับยั้งหรือยกเลิกนโยบายรับจำข้าวได้ เพราะในอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการต่อเพราะเป็นนโยบายของรัฐ และ ป.ป.ช.บอกโครงการดังกล่าวมีการทุจริตทุกขั้นตอน ด้านอัยการสูงสุดก็อยากให้ ป.ป.ช.นำหลักฐานการทุจริตมาสักหนึ่งขั้นตอนก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนแน่ชัดมาแสดง เมื่ออัยการสูงสุดเห็นแล้วว่าข้อมูลพยานหลักฐานของทาง ป.ป.ช.ยังไม่ครบถ้วนรัดกุมเพียงพอ จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่าง อัยการสูงสุด และ ป.ป.ช.เพื่อหาข้อสรุปของคดีดังกล่าว ซึ่งจะมีการประชุมหารือกันในวันที่ 7 พ.ย.57 จึงอยากให้ทาง คสช.และ สนช.ยับยังเรื่องนี้เอาไว้ก่อน เพื่อรอผลสรุปของที่ประชุม “หากยังมีการเดินหน้าเร่งรัด เร่งรีบอยู่ ก็แสดงว่า ป.ป.ช.กำลังทำผิดต่อ หลักนิติรัฐ นิติธรรมหรือไม่ หากเป็นแบบนั้น อาจทำให้ความรู้สึกของประชาชนที่จับตามองการทำงานของ ป.ป.ช.เกิดความคิดว่าไม่เป็นธรรมต่ออดีตนายกฯ เหมือนเป็นการอาฆาตกันไม่จบสิ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดความขัดแย้งยุ่งเหยิงของประเทศขึ้นมาอีกครั้งได้” นายแพทย์ เหวง กล่าว MThai News

อัยการสมุยยันDNAลูกผญ.วอไม่เกี่ยวคดี-สรุปสำนวนทัน
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า /  ข่าวเกาะเต่า / 

อัยการเกาะสมุย ยัน สรุปสำนวนคดีฆ่า 2 ฝรั่งเกาะเต่า ฟ้องต่อศาล ใน 7 ฝากทันตามกำหนดแน่นอน รอพยานนิติวิทยาศาสตร์จาก ตร. ย้ำผลดีเอ็นเอลูกผู้ใหญ่วอไม่เกี่ยวคดี นายไพบูลย์ อาชวนันทกุล อัยการจังหวัดเกาะสมุย เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการสรุปสำนวนคดี 2 พม่าต้องคดีฆ่า 2 ฝรั่งนักท่องเที่ยว ที่เกาะเต่า ล่าสุด ทางพนักงานอัยการรอพยานบางอย่างทางนิติวิทยาศาสตร์ จากพนักงานสอบสวนในคดีนี้อีกนิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งยืนยันว่า สามารถสรุปสำนวนเพื่อสั่งฟ้องต่อศาลได้ในกำหนด 7 ฝาก 84 วัน ตามกำหนดเวลาแน่นอน ซึ่งขณะนี้ได้ร่างคำร้องฟ้องต่อศาลไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ทันตามกำหนด 7 ฝากแต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุที่ต้องรอบคอบนั้น เนื่องจากว่าพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อขึ้นสู่กระบวนการชั้นศาลแล้วนั้น ถือว่ามีน้ำหนักทางคดีมากกว่าการให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เพราะการให้การอาจกลับคำรับสารภาพได้ ตามที่ปรากฎเป็นข่าว ดังนั้น อัยการจึงต้องรอบคอบในเรื่องพยานหลักฐานในคดีนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ การเข้ามาตรวจดีเอ็นเอของลูกชายผู้ใหญ่วอกับนิติเวชนั้น ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด น่าจะเป็นเพียงการแก้ข้อครหาทางสังคมโซเซียลเท่านั้น

ลูกดารา ฉายแววตามรอยพ่อแม่
อ้อม พิยดา /  พอลล่า เทเลอร์ / 

ต๊าย...ตาย ไอ้ที่เขาว่ากันว่า ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น สงสัยว่าจะจริงซะแล้วละค้า...ก็แหมๆๆ ดูบรรดาทายาทคนบันเทิงสมัยนี้สิคะ หน้าตาน่ารัก สวยหล่อ ได้พ่อได้แม่มาทั้งน้านนน...แถมเรื่องความสามารถก็ฉายแววซุป’ตาร์กันมาตั้งแต่แบเบาะเลยทีเดียว พอเริ่มโตขึ้นหน่อยก็ชิมลางงานในวงการบันเทิงได้อย่างไม่เคอะไม่เขิน ทั้งถ่ายแบบ เดินแบบ พรีเซ็นเตอร์ เล่นละคร บลาๆๆ ทำได้สารพัดสมเป็นลูกคนดัง เอ้า!!! ลองไปเบิ่งกันหน่อยซิว่ามีลูกเต้าเหล่าใครกันบ้าง น้องนาวา น้องนาวา หนูน้อย นาวา ลูกสาวสุดที่เลิฟของ แม่อ้อม พิยดา และ พ่ออาร์ต ศรา ยิ่งโตก็ยิ่งหน้ารัก ใครเห็นเป็นต้องหลง เรียกว่าสาวน้อยคนนี้มีพัฒนาการไวอย่างเห็นได้ชัด ออร่าความน่ารักก็จับใช่ย่อย งานนี้คุณพ่อคุณแม่คงตั้งใจปั้นมาอย่างดี น้องนาวาถึงได้ออกมาน่ารักครบสูตร พร้อมเจิดจรัสขึ้นแท่นเป็น ซุป'ตาร์ตามคุณแม่ค้าาา... น้องไลลา น้องไลลา เป็นอีกหนึ่งเด็กน้อยที่เชื้อไม่ทิ้งแถว สำหรับ น้องไลลา ลูกสาวตัวน้อยๆ ของคุณแม่ยังสาว พอลล่า เทเลอร์ ที่บอกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวเนี่ย เพราะหนูไลลาเธอน่ารักถอดแบบคุณแม่มาอย่างกับโคลนนิ่ง ส่วนเรื่องความสามารถไม่ต้องพูดถึง พอลล่าน้อยตัวจิ๋วชิมลางงานในวงการบันเทิงแบบถี่ยิบ ทั้งถ่ายโฆษณา เดินแบบ ถ่ายแบบ ทำได้สบายมาก อ๊ะๆๆ อนาคตคงได้สืบทอดงานในวงการแทนคุณแม่แน่นอน เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว สำหรับสามหนุ่มหล่อวัยละอ่อนอย่าง เจ้านาย, เจ้าขุน, เจ้าสมุทร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวานของ เจ เจตริน และคุณแม่สวยไม่สร่าง ปิ่น เก็จมณี จุดนี้ไม่มีอะไรมาก แค่จะบอกว่าเด็กอะไรไม่รู้ยิ่งโตยิ่งหล่อ แว่วว่าลูกชายบ้านนี้เป็นที่หมายของสาวๆ ไปทั่วบ้านทั่วเมือง แหม...ก็อย่างว่าล่ะนะ เกิดมาหน้าตาดี ใครๆ ก็อยากงาบ เอ้ย!!! อยากรู้จัก อยากจับจองกันทั้งนั้น หุหุ น้องโสน น้องโสน เผลอแป๊บเดียวโตขึ้นเป็นกอง สำหรับ น้องโสน สิสราญ ลูกสาวสุดที่รักของ มอส ปฏิภาณ รายนี้ยิ่งโตก็ยิ่งรู้งาน พาโชว์ตัวที่ไหนคุณเธอไม่มีอาการงอแง กวนใจพ่อแม่ให้งานเสีย แถมเจอกล้องยังยิ้มสู้ตลอด ไอหยะ!!! คำว่าซุปตาร์ฝังอยู่ในสายเลือดจริงๆ นะเนี่ย อิอิ น้องโปรด น้องโปรด หนุ่มน้อยคนนี้ก็ใช่ย่อย สำหรับ น้องโปรด อัษศดิณย์ ลูกชายสุดที่เลิฟของ พ่อป๊อป นิธิ และ แม่เป้ย ปานวาด เรียกว่าปั้นให้หน้าตาถอดกันมาแบบเป๊ะเว่อร์ แก้มยุ้ย ตาโต ปากกระจับ ฉายแววพระเอกตั้งแต่เล็กๆ เลยทีเดียว แถมยังฮอตแข่งกับแม่ซะด้วย เพราะมียอดฟอลโล่ในไอจีที่คุณแม่สร้างให้เหยียบหลักแสน อุ๊ตะ!!! เยอะกว่าดาราบ้างคนซะอีกนะเนี่ย คิกๆๆ น้องณดา น้องณดา เด็กอาร๊ายยย...น่ารักน่าชั่งจริงๆ เชียว สำหรับ น้องณดา ปุณณดา ลูกสาวคนสวยของนางเอกตัวแม่ กบ สุวนันท์ กับคุณพ่อสุดหล่อ บรู๊ค ดนุพร พูดลยว่าเป็นซุปตาร์ตัวจิ๋วที่น่าจับตามอง เพราะยิ่งโตออร่าก็ยิ่งเปล่ง คอนเฟิร์มเลยว่าอนาคตคงจะได้เห็นหนูน้อยณดาขึ้นแท่นเป็นนางเอกแถวหน้าแทนแม่กบแน่ๆ ก็ขนาดตัวแค่นี้ยังฉายแววซุปตาร์ให้เห็นแล้วเลย หุหุ น้องณัชชา น้องณัชชา เป็นหนูน้อยอัจฉริยะไปแล้ว สำหรับ น้องณัชชา ลูกสาวคนเก่งของ พ่อบ๊อบ ณัฐธีย์ หลายคนคงติดหูติดตาและติดปากกันดีผ่านรายการ เอเชียคอนเน็ค ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเด็กอะไรเก่งเกินตัวจริงๆ และเพราะความเก่งเกินร้อยของหนูน้อยนั่นแหละ ที่โดดเด่นจนกลายเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลอย่างล้นหลาม ชมบ้าง ติบ้าง จนเด็กงง เอ้า!!! ดูปากณัชชาชัดๆ นะคะ ว่าหนูไม่ได้ดัดจริตแต่มันเป็นฟิลลิ่งค้าาา...อย่าคิดมาก

ทนาย กนส. /  วิญญัติ ชาติมนตรี / 

"วิญญัติ ชาติมนตรี" ทนาย กนส. ยื่นหนังสือต่อ "ดีเอสไอ" ขอความเป็นธรรม คดีคนร้ายชุดดำ!

ฮือฮา พบไทม์แคปซูล อายุกว่า 100 ปี ในสหรัฐฯ
กล่องไทม์แคปซูล /  สหรัฐ / 

 ผุดพบกล่อง ไทม์แคปซูล บรรจุความลับสุดยอดและจะเปิดออกเอง อายุกว่า 100 ปี ที่อนุสาวรีย์วอชิงตัน ในสหรัฐฯ วานนี้ (30ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว การผุดพบ กล่องไทม์แคปซูล อายุกว่า 100 ปี ที่ทำจากทองแดง ซึ่งเป็นกล่องที่จะเปิดออกเองเมื่อถึงกำหนดเวลา โดยถูกพบในระหว่างการซ่อมแซมอนุสาวรีย์วอชิงตัน ในบัลติมอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่องดังกล่าวถูกปิดผนึก และใส่หลังแผ่นโลหะที่วางอยู่ตรงหน้าของช่องเพื่อเป็นที่ระลึกครบรอบร้อยปีอนุสาวรีย์ในวันพิทักษ์ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1915 ซึ่งจะไม่มีใครสามารถเปิดออกได้เนื่องจากอาจจะทำให้ข้อมูลที่บันทึกไว้หายไป โดยไทม์ แคปซูลกล่องนี้ จะถูกย้ายไปที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะวอลเตอร์เพื่อความปลอดภัยในระหว่างการบูรณะอนุสาวรีย์วอชิงตัน ทั้งนี้จากรายงานระบุว่ากล่องยังไม่ได้ยังไม่ถูกเปิด และไม่มีใครรู้ว่ากล่องได้ถูกตั้งเวลาให้เปิดออกในวันไหน โดยนักอนุรักษ์ให้ความเห็นว่าการเปิดกล่องนี้ออก เป็นไปได้ยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลยว่าจะยังคงรักษาข้อมูลด้านในกล่องไว้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่เม็กซิโก ในระหว่างที่คนงานกำลังซ่อมแซมหอระฆังสูง 200 ฟุต อยู่นั้น ได้พบกับ "ไทม์แคปซูล" ซึ่งเป็นกล่องโลหะบรรจุสิ่ง ซึ่งมีอายุถึง 222 ปี โดยมีการระบุ วันที่บรรจุของลงกล่องนั้นตรงกับวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1791 โดยบาทหลวงให้ความเห็นว่า ไทม์ แคปซูลชิ้นนี้บรรจุสิ่งของสำคัญทางศาสนาอยู่ด้านใน ซึ่งนักประวัติศาสตร์กล่าวว่า คนโบราณมักจะเก็บของสำคัญ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิเอาไว้ใน ไทม์แคปซูล เพื่อสะท้อนประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ หรือรักษาไว้เพื่อป้องกันเหตุภัยพิบัติ ที่อาจจะเกิดขึ้นและทำให้ของมีค่าเหล่านี้เกิดความเสียหาย MThai new

อีกมุม ข่าวหมาน้ำทิพย์โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค
ข่มขืนสุนัขม /  ข่มขืนหมา / 

อีกมุม ข่าวหมาน้องน้ำทิพย์ โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค พบประเด็นน่าสงสัย วันนี้(31 ต.ค.) จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวสุนัขชื่อ น้องน้ำทิพย์ ถูกคนทารุณและกระทำชำเราจนป่วยติดเชื้อภายในและเสียชีวิตเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งซึ่งทำงานในหน่วยNGOที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สัตว์ รวมไปถึงมีการแชร์ข้อความที่อ้างว่ามาจากบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดีและชัญญ่า ทามาดะ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คแฉข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับประเด็นข่าวน้องน้ำทิพย์โดนคนข่มขืนว่า เจาะประเด็น คนหากินกับหมา 1. ตัวเองไม่มีรถ (ไม่สามารถพาน้องปั๊คมาหาหมอได้เอง) แต่ไปรับหมาป่วยมาได้ยังไงเยอะแยะมากมาย 2.คุยว่าบ้านหลังละ 2 ล้าน สามีเงินเดือนเป็นแสน แต่สี่ร้อยบาทค่ารักษาหมา จ่ายไม่ไหว ต้องระดมทุน 3.ขอให้คนไปช่วยเยอะแยะมากมาย แต่พอดารามีตังค์ขอช่วยด้วย ดันโวยวาย หาว่าเกาะหมาดัง ขอโทษทีเถอะ ดาราเค้าดังมานานแล้ว! แล้วเคสที่ช่วยๆอยู่ทั้งคนทั้งหมาเป็นร้อยๆเคสที่ไม่ได้ออกข่าว กับน้องหมาอีกตัวที่โดนคนทำร้าย มันจะไปเกาะดังตรงไหน? 4.บุ๋มโดนพาลว่าทำไมไปบอกว่า บุ๋มกับเก๋ รับเคสนี้แล้ว! บุ๋มพูดตอนไหน? ในไอจีขึ้นแต่เนื้อข่าวตาม นสพ. ถามจริงๆเถอะ หมาอยู่กับคุณ มีคนใจโหดนำมาทิ้ง คุณรู้ได้ยังไงว่าโดนข่มขืน??? เพราะคุณหมอบอกว่า ปั๊คตัวเล็กมากนิ้วเข้าไปยังลำบาก หมอบอกว่า น้องน่าจะแค่มดลูกอักเสบ! จากการติดเชื้อ! 5. หมอบอกให้แอดมิด เธอยืนยันว่า จะเอากลับบ้าน? ติดเชื้อขนาดนั้น? เอาไปนอนข้างๆ ถ่ายรูป ดูดี 6.แต่พอเดอะว๊อยส์ ขอดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ขอแค่ให้พาไปหาหมอ เธอบอกว่า อย่าใช้ความเป็นดาราเข้ามายุ่ง?? 6. น้องหมาตายกลางทางวันนี้ เวลาประมาณ 12:30น เราถามว่า แล้วเงินที่คนบริจาคทำไง เธอบอกว่า บริจาคไปหมดแล้ว (ตอนไหนวะ?) 7. พอนักข่าวถามและขอดูศพน้องปั๊ค เธอเอากลับบ้านและรีบฝังทันที เธอบอกมันจบแล้ว! 8. ในเฟสเธอตอนเช้ามีการบอกว่า ให้หยุดการพูดข่าวว่า น้องโดนข่มขืน (ประหนึ่งไม่อยากฟัง) ใช่สิ ก็เพราะเธอรู้นี่ ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่เธอแต่ง ทำให้มันเป็นประเด็นน่าสงสาร พอเป็นข่าว ก็เริ่มโวยวาย! 9. องค์กรทำดี เราส่งเสริมคนทำดี แต่ถ้าใครมาทำมาหากินกับความขี้สงสารของประชาชน เราจำเป็นต้องเปิดโปง 10. อย่าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อย่ามาโบ้ยว่า ดารารังแก ชั้นอยู่ข้างความถูกต้องและประชาชนเสมอ! 11. คนนี้เอาหมามาจากคุณฟาริดา ซึ่งคุณฟ้าเอาน้องปั๊คมาจากนครนายก หมอตรวจแล้วเป็นแค่ท่อปัสสาวะติดเชื้อพอเธอเอามาวันเดียว ออกข่าวว่า หมาโดนข่มขืนและระดมทุนรักษา ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกแชร์ออกไปและกลายเป็นข้อสงสัยที่ต้องการให้สาวผู้ที่นำหมาน้องน้ำทิพย์ไปดูแลก่อนตายออกมาชี้แจงกับสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการผลักดันพรบ.คุ้มครองสัตว์เพื่อลดการทารุณกรรมในสัตว์เลี้ยงด้วย Mthai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ร่วมไว้อาลัย น้องน้ำทิพย์ น้องหมาผู้โชคร้าย ที่ถูกคนชั่วเลี้ยงทำร้ายทารุณ!! ภาพความซี้งของน้องหมา ที่จะทำให้คุณต้องน้ำตาซึม รวมภาพ ล่ารายชื่อร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

ตัวแทน80ปท.ทั่วโลกลงนามตกลงBankingSecrecy
แบงกิ้ง ซีเคร็คซี

80 ประเทศทั่วโลกร่วมลงนามในข้อตกลง ยกเลิกมาตรการรักษาความลับของธนาคาร เพื่อป้องกันและปราบปรามการเลี่ยงภาษีจากการซุกซ่อนบัญชีลับนอกประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ผู้แทนจากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ร่วมลงนามในข้อตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศที่มีส่วนร่วม เพื่อยกเลิกข้อปฏิบัติความลับทางธนาคาร หรือ แบงกิ้ง ซีเคร็คซี โดยมีเป้าหมายเพื่อกวาดล้างการฉ้อโกงและการเลี่ยงภาษี ในการประชุมเวทีโลกด้านความโปร่งใสและการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านภาษี ซึ่งนายโวล์ฟกัง ชอยเบลอ รมว.กระทรวงการคลังเยอรมัน เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ข้อตกลงระบุให้รัฐบาลของแต่ละประเทศที่ร่วมลงนาม มีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและส่งต่อให้ประเทศอื่น โดยมีเป้าหมายว่า ทุกประเทศจะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พลเมืองของตนถือครองอยู่นอกประเทศ โดย 51 ประเทศลงนามในข้อตกลง ซึ่งจะมีผลบังคับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2560 ขณะที่อีก 30 ประเทศ ซึ่งรวมถึงออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ บาฮามาส และยูเออีให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมตามเงื่อนไขของข้อตกลงดังกล่าวในปี 2561 ส่วนสหรัฐไม่ลงนามในข้อตกลงนี้ แต่เลือกที่จะดำเนินการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระดับทวิภาคีแทน เช่นเดียวกับเงื่อนไขเฉพาะที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้น เช่นสวิตเซอร์แลนด์ที่ระบุว่า จะแลกเปลี่ยนข้อมูลเฉพาะกับประเทศที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของตนเท่านั้น จึงอาจส่งผลให้ผู้ร่ำรวยจากประเทศที่ยากจนหลุดพ้นการตรวจสอบไปได้ นอกจากนี้ อาจมีคนบางกลุ่มอาศัยบริษัทหรือมูลนิธิเป็นฉากหน้า ซึ่งบัญชีเหล่านี้มักไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของการตรวจสอบ

หลอน แก๊งค้าศพระบาด เหตุสนองประเพณีวิวาห์ผี ในจีน
ค้าศพ /  งานแต่งงานระหว่างคนตาย / 

ความเชื่อดั้งเดิมของจีนที่เชื่อกันว่า หากศพของของบรรพบุรุษถูกฝังในหลุมศพอยู่อย่างโดดเดี่ยว จะนำพาโชคร้ายมาให้ลูกหลาน ดังนั้นจึงเกิดประเพณีสุดสยองที่เรียกว่า งานวิวาห์ศพ ขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดงานวิวาห์ศพ จะเป็นไปใน 2 รูปแบบ คือการแต่งงานกันระหว่างคนสองคนที่เสียชีวิตพร้อมกัน และอย่างที่สอง หากผู้ใดที่เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว จะต้องเป็นหน้าที่ของลูกหลาน ในการหาศพหญิงสาว มาแต่งงานกับศพของญาติผู้ใหญ่ตังเองเพื่อแก้เคล็ด ล่าสุดวานนี้  (30ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจในจีน ได้ทำการจับกุม นายวัง คนร้ายและพวกอีก 8 คน ได้ทำงานขโมยรถจักรยานยนต์ แต่สอบสวนไปกลับพบว่า เขาคือคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่มีส่วนพัวพันธ์กับการขโมยศพและทำการขายให้กับผู้ที่ต้องการนำศพไปใช้ในพิธี อย่างไรก็ตาม แก๊งค่าศพให้ปากคำว่าพวกเขาขุดศพหญิงสาวที่ถูกฝังนานประมาณ 3 เดือน และนำไปขายได้ในราคาถึง 18,000 หยวน หรือราว 95,000 บาท ในขณะที่ ศพที่เพิ่งเสียชีวิตจะยิ่งขายได้ราคาดี โดยราคาในตลาดมืดจะอยู่ที่ 16,000 หยวนถึง 20,000 หยวน หรือราว 8หมื่น ถึง 1 แสนบาท ยกตัวอย่างเช่น อีกหนึ่งกรณีที่มีการลักลอบค้าศพในจีน เกิดขึ้นที่ มณฑลเหอเป่ย์ เจ้าหน้าที่รวบตัว นายหน้าค้าศพสำหรับการประกอบพิธี โดยคนร้ายทำการเก็บไว้ในร่างกายในโรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่เขาจะขายไปในราคาสูงถึง 38,000 หยวน (2 แสนบาท)  ซึ่งสร้างกำไรให้กับเขาถึง 20,000 หยวน (8หมื่นบาท) ทั้งนี้ทั้งนั้น การค้าศพมนุษย์ในจีน เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่ง ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2555 เกิดกรณีที่หญิงสาวเสียชีวิตลง โดยที่ทางครอบครัวของเธอเป็นผู้ขายร่างกายไร้วิญญาณของเธอให้กับครอบครัวฝ่ายชายเสียเอง อย่างไรก็ตามเธอเพิ่งจะเสียชีวิต จึงสามารถขายศพของเธอได้ราคาสูงลิ่ว ถึง 167,000 บาท ส่วนครอบครัวที่ยากจน แต่ยังยึดถือประเพณีวิวาห์ผีนี้อยู่นั้น พวกเขาจะใช้ตัวแทน อย่างเช่น รูปปั้นเงิน หรือใช่ขนมปังปั้นเป็นรูปคนและใช้ถั่วดำเป็นตา แทนศพจริงๆ หรืออาจจะซื้อศพเก่าในราคาถูกมาแต่งตัวให้สวยงามแทน อย่างไรก็ตาม ในงานจะมีการจัดงานคล้ายๆกับคนเป็น คือ การเลี้ยงอาหาร และการมอบสินสอดทองหมั้นเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามการขโมยศพนังคงเป็นเรื่องผิดกฏหมายในจีน  เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ 3 ใบปิด และ ทีเซอร์แรกสุดสยอง เมื่อเขาแต่งงานกับผี ใน รักเราเขย่าขวัญ MThai news

ผุดแฟนเพจให้กำลังใจนมสด ลูกผู้ใหญ่วอเกาะเต่า
ข่าวเกาะเต่า /  ฆ่า / 

วันนี้(31ต.ค.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์พากันตั้งข้อสงสัยว่า นายวรท ตู้วิเชียร หรือนมสด บุตรชายของ นายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ เป็นผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา แม้นายวรทหรือนมสด จะตกเป็นผู้ถูกวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อย่างรุนแรง แต่ล่าสุดก็ได้มีผู้ก่อตั้งแฟนเพจเฟซบุ๊คชื่อว่า นมสด FanClub ให้กำลังใจน้องนมสด ซึ่งเพจดังกล่าวระบุว่าสร้างขึ้นเพื่อให้กำลังใจ นายวรท ตู้วิเชียร หรือนมสด อย่างไรก็ตามแพทย์นิติเวชจาก 3 สถาบัน ประกอบด้วย ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ร.พ.รามาธิบดี และ ร.พ.ศิริราช ไปตรวจพิสูจน์ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ DNA ในส่วนของนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ว่า ผลการตรวจเทียบเคียงดีเอ็นเอของ นายวรท กับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ พบว่า DNA ไม่ตรงกันกับวัตถุพยานใดๆ รวมถึง ดีเอ็นเอ ในน้ำเชื้ออสุจิในศพของเหยื่อสาวชาวอังกฤษด้วย ได้รายงานผลให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแถลงให้สื่อมวลชนและสังคมรับทราบต่อไป MThai News

ทางการไต้หวันสั่งห้ามข้าราชการระดับสูงศึกษาต่อที่จีน
ความสัมพันธ์ไต้หวันจีน /  จีน / 

ความสัมพันธ์ตึงเครียด เมื่อล่าสุดทางการไต้หวันประกาศห้ามข้าราชการระดับสูงศึกษาต่อในจีนแผ่นดินใหญ่อ้างเหตุผล "ความมั่นคงของชาติ"  สำนักข่าว บีบีซี รายงานข่าว ทางการไต้หวันประกาศห้ามข้าราชกาลระดับสูงเดินทางไปศึกษาต่อในจีนแผ่นดินใหญ่ และมีผลบังคับใช้วานนี้ (30ต.ค.) โดยจะบังคับใช้กับเจ้าหน้าที่ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลลับ อาธิเช่น ผู้พิพากษา รัฐมนตรี และนายกเทศมนตรี ทั้งนี้ ซินดี้ ซุย ผู้สื่อข่าวบีบีซี รายงานว่า ทางการไต้หวันมีความกังวลว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงเหล่านี้อาจจะเปิดเผยข้อมูลลับระดับประเทศโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ก่อนหน้านี้ เฉินเหว่ย เซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวในวันพุธที่ผ่านมา ว่าการ ได้ทบทวนเรื่องนี้หลายครั้งจนกระทั่งถูกตีพิมพ์เป็นกฎระเบียบที่ถูกปรับปรุงขึ้นใหม่ และคำนึงถึงด้านความมั่นคงของชาติเป็นหลัก ภายหลังจากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในไต้หวัน มักจะเลือกศึกษาต่อที่ประเทศจีน เนื่องด้วยเหตุผลในการสร้างความสัมพันธ์ เพื่อต่อยอดโอกาศทางการค้าและการลงทุน โดยส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะเลือกศึกษาที่มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน ในมณฑลฝูเจี้ยน โดยความสัมพันธ์ระหว่าง จีนแผ่นดินใหญ่ และ ไต้หวัน เริ่มสั่นคลอนลง เมื่อกลุ่มนักศึกษาและประชาชนชาวไต้หวันรวมตัวกัน ณ อาคารรัฐสภา ใจกลางกรุงไทเป เพื่อประท้วงการทำสัญญาการค้ากับจีนแผ่นดินใหญ่ของรัฐบาล  ด้วยสาเหตุมาจาก “ข้อตกลงทางการค้าและบริการ” ซึ่งพวกเขาหวั่นเกรงว่าจะเป็นช่องโหว่ให้จีนเข้ามามีอิทธิพลเหนือเศรษฐกิจไต้หวัน รวมไปถึงกุมอำนาจแห่งสภากฎหมายนี้ นอกจากนี้ในด้านการขยายอิทธิพลของจีนที่ประชาชนชาวไต้หวันกำลังหวั่นใจว่าจะมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นในอดีต จีนและไต้หวัน ได้แบ่งแยกแยกการปกครองออกจากกัน นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปี 2492 โดยผู้นำเจียง ไคเช็ค ที่แพ้สงคราม และลี้ภัยทางการเมืองมายังไต้หวัน ต่อจากนั้น เขาได้ตั้งรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐจีน และหวังจะกลับไปยึดคืนแผ่นดินใหญ่ MThai New

ระลึกชาติแบบเรียน EP.2 - 'พ่อหลีพี่หนูหล่อ' แบบเรียนไทยยุคชาติผู้ดี
ผู้ดี /  พ่อหลีพี่หนูหล่อ / 

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้จัดนิทรรศการระลึกชาติในแบบเรียน โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแบบเรียนไทยแต่ละยุคแต่ละสมัย แบ่งเป็น 6 ยุค ตามบริบทของสังคมและการเมืองไทย ทีมข่าว MThai News ได้มีโอกาสเยี่ยมชมนิทรรศการนี้และมองว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจ จึงขอหยิบนิทรรศการมาเขียนเป็นเรื่องราว 6 ตอนย่อยๆตามยุคได้ให้ลองอ่านกัน  หลังจากพาไปรู้จักจุดเริ่มต้นของแบบเรียนไทย จากตอนที่แล้ว ระลึกชาติในแบบเรียน : ตอนที่1เชื่อมั้ย? ฝรั่งแต่งแบบเรียนไทย (ใครยังไม่อ่านคลิกกลับไปอ่านได้นะ) มาถึงตอนนี้จะเล่าถึงแบบเรียนไทยยุคที่2 ในช่วงปี พ.ศ.2464-2474) ซึ่งยุคนี้ตรงกับสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งการศึกษาไทยในยุคนี้มีแบบแผนมากขึ้น เนื่องจากในช่วงต้นของการขึ้นครองราชย์รัชกาลที่6 เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศ รวมทั้งซุนยัดเซ็น ผู้นำปฏิวัติของจีนได้เดินทางมาเยี่ยมแผ่นดินไทยถึง 4 ครั้ง ทำให้ชนชั้นนำของไทยเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกอาจจะมีผลกระทบต่อไทยจึงมีการเร่งสร้างการศึกษา ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดของชาติโดยจากพระบรมราโชวาทปลุกใจเสือป่าของรัชกาลที่6 ได้มีข้อระบุว่า ในข้อกำหนดหน้าที่ประจำตัวของทุกคน ระบุว่า "มุ่งสอนให้ผู้เรียนรู้ถึงหน้าที่ของต้นที่มีต่อประเทศชาติ จะต้องต่อสู้ศัตรูเพื่อป้องกันประเทศ ต้องเสียภาษีอากรเพื่อบำรุงประเทศ ถ้าเป็นเด็กต้องมีหน้าที่ศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้มีความรู้เพื่อประกอบการทำมาหาเลี้ยงชีพตนสืบไป ถ้าเมื่อถึงเวลาที่มีอันตรายมาสู่ประเทศบ้านเมืองของเราแล้ว แม้ใครไม่ทำใจยอมสละชีวิตของตนเพื่อป้องกันชาติบ้านเมือง ก็จงเลิกเป็นคนไทยเสียเถิด อย่าเอาชื่อไทยไปเรียกตนให้เพื่อนบ้านพลอยอายด้วยเลย ควรหลบหน้าไปให้พ้นถิ่นฐานบ้านตน ไปอยู่โดยลำพังตนอันเปนที่รักยิ่งกว่าชาติ ศาสนา นั้นเสียดีกว่า" ในยุคสมัยของรัชกาลที่6 มีการสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในรัชกาลที่5 ยกขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย มีการตราพระราชบัญญัติประถมศึกษาให้เด็กอายุ7ปี จนถึง 14 ต้องเข้าเรียนหนังสือ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างชัดเจนของคนไทย ทรงริเริ่มการสร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวง โปรดเกล้าฯสถาปนาเป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยด้วย จะเห็นได้ว่าการศึกษาอย่างมีแบบแผนที่ชัดเจนและการศึกษาสมัยใหม่เริ่มเข้ามาในยุคนี้แล้ว นอกจากการมุ่งเน้นให้ประชาชนชาวสยามอ่านออกเขียนได้ตามการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สอดแทรกในแบบเรียนไทยตลอดเวลาคือความคิดเรื่องรัฐชาติ หน้าที่พลเมือง ซึ่งในแบบหัดอ่านหนังสือไทย แต่งโดยพระวิภาชน์วิทยาสิทธิ์ (สังข์ พุกกะเวศ) ที่ใช้ในช่วงปีพ.ศ.2464-2480 และช่วงปี พ.ศ.2499-2520 ได้มีเนื้อหาปรากฎเกี่ยวกับพลเมืองของชาติให้เป็นคนดี โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นผู้ดี คือ เป็นผู้ที่มีความรู้ มีคุณสมบัติผู้ดี มีมารยาท มีการศึกษา ศิวิไลซ์ อาศัยในเมืองและมีฐานะที่ดี เนื้อหาในตำราเรียนเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะจากชาวป่ามาเป็นผู้ดีคนเมือง เช่นบทเรียน "พ่อหลี พี่หนูหล่อ"และ"นายเถื่อนเป็นนายเมือง" ซึ่งเรื่องหลังคัดมาจากหนังสือพลเมืองดีของพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ในปี 2454 ซึ่งเนื้อหาสอดคล้องกับแบบเรียนยุคชาติผู้ดีอย่างพอเหมาะพอเจาะเลยมีการนำมาให้เรียนกันใหม่ในยุคหลังด้วย ตัวอย่างบทเรียนพ่อหลี พี่หนูหล่อ ความเดิมตอนที่แล้ว ระลึกชาติในแบบเรียนEP.1-เชื่อมั้ย? ฝรั่งแต่งแบบเรียนไทย

ระทึก! โพสต์FBช่วยเด็กตกซอกหินลานหินแตก
ตกซอกหิน /  ติดซอกหิน / 

นักท่องเที่ยวโพสต์เฟซบุ๊ก นาทีชีวิตช่วยหนูน้อยตกซอกหินลานหินแตก บนภูหินร่องกล้า เตือนให้เดินตามลูกศร เพิ่มความระมัดระวังในช่วงหน้าฝน ในเฟซบุ๊กของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีผู้โพสต์รูปและข้อความ นาทีชีวิตช่วยเหลือหนูน้อย ที่ประสบอุบัติเหตุ ตกลงไปในซอกหินของลานหินแตก สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โดยเจ้าของภาพใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า Vongsaton Binthep ทั้งนี้ เจ้าของภาพได้เขียนข้อความว่า ได้พยายามให้ความช่วยเหลือหนูน้อย วัยประมาณ 3 ขวบ ที่พลัดตกลงไปในซอกหินที่แคบและมีความลึก แต่โชคดีที่มีรากไม้ขนาดใหญ่กั้นขวางอยู่ ทำให้ตัวของหนูน้อยค้างติดอยู่กับรากไม้จึงทำให้ไม่ตกลงไป ต่อมาก็สามารถช่วยเหลือหนูน้อยรายนี้ขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ เจ้าของเฟซบุ๊ก Vongsaton Binthep ยังได้โพสต์ภาพและข้อความเตือนอีกว่า การเดินบนลานหินแตก ควรเดินตามลูกศรและขากลับต้องเดินย้อนศรกลับมา (บางช่วงไม่มีศรชี้ขากลับ) นักท่องเที่ยวหลายคน หาทางกลับไม่เจอ หรือประมาทมักกระโดดข้ามร่องซึ่งอันตรายมาก ๆ และมีอุบัติเหตุถึงเสียชีวิตหลายคนแล้ว ถ้าสังเกตทุกช่วงข้ามจะมีสะพาน หรือมีลักษณะเป็นหินธรรมชาติรองรับ ไม่มีการกระโดดข้ามร่องเด็ดขาด ถ้ามาถูกทาง โดยเฉพาะในหน้าฝนยิ่งต้องระวัง

ลือทักษิณ ถูกจับที่จีน ผู้ช่วย ประวิตร ยันไม่จริง
ข่าวทักษิณถูกจับ /  ข่าววันนี้ / 

ผู้ช่วยรองนายกฯ ปัด ข่าวทักษิณ ถูกจับที่จีน ชี้แค่ข่าวลือปลุก เสื้อแดง โจมตีรัฐบาล เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังมีข้อความปรากฎในหน้าเพจเฟซบุ๊กระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกทางการจีนจับกุมตัวหลังทางการไทยได้ประสานงานจีนให้จับกุม ซึ่งข้อความดังกล่าวระบุว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ก็ได้ถูกตำรวจสากลสะกดรอยติดตามมานาน จนกระทั่งทางการไทยประสานงานไปอย่างลับ ๆ แล้วให้ตำรวจจีนจับกุมตัวไว้ พร้อมยึดพาสปอร์ตทุกเล่มชั่วคราว ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และขอให้โทรศัพท์ประสานงานมายังผู้มีอำนาจในรัฐบาลไทยเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่ถูกปฏิเสธ และขณะที่ถูกจับกุมตำรวจจีนได้แสดงหมายจับของทางการไทยทันที ไม่อนุญาตให้พูดและพาขึ้นรถตำรวจไปอย่างรวดเร็ว โดยมีหน่วยคอมมานโดตามประกบอย่างแน่นหนา พาไปสถานที่ที่ไม่เปิดเผย อย่างไรก็ดีเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก้ได้สร้างความสนใจให้กับผู้ที่พบเห้นเป็นจำนวนมาก ก่อนที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ) จะออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Paisal Puechmongkol ตอบโต้ถึงกระแสข่าวลือดังกล่าวโดยระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลวงปลุกคนเสื้อแดงเท่านั้น หลอกด่ารัฐบาล ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด "ความปราชัยของข่าวลือ!!! หลังปล่อยข่าวเท็จว่า พล.อ. ประวิตร ดอดพบท่านแม้วที่เมืองจีนเจ๊งบ๊งไปแล้ว ก็เปลี่ยนข่าวเท็จใหม่จากข่าวซูเอี๋ยเป็นข่าวลบว่าทักษินถูกตำรวจจีนจับเพื่อหลอกพี่น้องเสื้อแดงให้ด่ารัฐบาลอีกแล้ว ผมเช็กแล้วไม่ได้ถูกจับครับแต่ไปดูหมีแพนด้าที่เสฉวนโน่น ไปไหว้ศาลขงเบ้งมั่งก็น่าจะดีนะโยม" ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาปฏิเสธเช่นกันว่า การเดินทางไปประเทศจีนของ พล.อ. ประวิตร เป็นการเดินทางไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์และงานความมั่นคง รวมไปถึงการเจรจาเรื่องข้าวและราคายางพาราเท่านั้น ไม่ได้ไปพบกับ พ.ต.ท. ทักษิณ เพราะเรื่องการเคลียร์คดีของ พ.ต.ท. ทักษิณนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องของกฎหมาย ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และถ้า พ.ต.ท. ทักษิณ อยากกลับประเทศไทย ก็ไม่ต้องต่อสายตรงถึงใคร ให้ขึ้นเครื่องบินกลับมาเลย MThai news