สืบศพ ไขคดีลับ

ไหว้พระเสริมมงคล 12 ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ทำบุญ / 

อุโบสถกลางน้ำ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) แนะนำให้ท่านไปกราบสักการะพระประธานในอุโบสถกลางน้ำ มรดกธรรมหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ชื่อว่า พระยารัตนโกสินธ์ทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปปางปราบพระยาชมพูบดี มีความศักดิ์สิทธิ์สวยงามมาก และนอกจากนี้ยังสามารถชมจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามในอุโบสถ วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) สักการะ พระประธานทั้ง 3 องค์ หรือ “ซำป้อฮุกโจ้ว” ได้แก่ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ พระไภษัชยคุรุพุทธะ จากนั้นให้ท่านไปไหว้เทพเจ้า “ไท้ส่วยเอี้ยะ” เพื่อคุ้มครองดวงชะตาของท่านในปีนี้ และที่ต้องห้ามพลาดเลย คือการไหว้ขอพร เทพเจ้าแห่งโชคลาภ “ไฉ่ซิงเอี้ยะ” ขอพรให้ท่านกิจการรุ่งเรือง ร่ำรวย มั่นคง วัดทิพยวารีวิหาร (วัดกัมโล่วยี่) วัด จีนเก่าแก่ สร้างตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ขอเชิญทุกท่านไปไหว้ขอพรเทพเจ้ามังกรเขียว หรือแชเล่งเอี้ยะ ปีนี้เป็นปีลิงในทางจีน ถือลิงกับมังกรเป็นมิตรคู่กัน คนจีนแต้จิ๋วนับถือกันมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพระาความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน มักอวยพรให้ผู้ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา ด้านการคุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ จากนั้นอย่าลืมไปไหว้เทพเจ้าอุ้มสม อธิษฐานจิตให้สมหวังในความรักและครอบครัวมีความสุข วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ไป สักการะพระนิรันตราย ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปที่รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น เหตุที่ทรงถวายพระนามนี้ เพราะมีพระราชดำริว่า พระพุทธรูปนี้เมื่อขุดได้ก็ไม่ถูกทำลาย และควรที่ผู้ร้ายจะลัก แต่ก็ไม่ลัก แคล้วคลาดไม่เป็นอันตรายถึงสองครั้ง วัดอินทารามวรวิหาร (บางยี่เรือ ฝั่งธนบุรี) เป็น วัดโบราณสมัยอยุธยา แนะนำให้ไปสักการะพระเจดีย์กู้ชาติ เจดีย์ที่บรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากนั้นถวายเครื่องสักการะ และขอพรให้มีปัญญาเฉียบแหลม ดุจคมคาย ทำการสิ่งใดก็สำเร็จทุกประการ ไม่มีอุปสรรคกีดขวาง วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร ไป ไหว้พระประธานยิ้มรับฟ้าในพระอุโบสถ ให้ชีวิตสดใสราบรื่น จากนั้นไปกราบหลวงปู่โต หรือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พร้อมสวดคาถาชินบัญชร ขอให้ท่านปกปักคุ้มครอง คิดทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ ก่อนกลับบ้านแนะนำให้ไปรับพลังชีวิต จากสายน้ำที่ท่าน้ำวัดระฆัง ปล่อยปลาเป็นการทำบุญทำทานก่อนกลับบ้าน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กราบ สักการะขอพระพุทธรังสุโขทัยธรรมมาโมภาส ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาพระธรรมปัญญาบดี ใกล้กับวิหารพระนอน พระพุทธรูปที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 4 จากนั้นให้ไปกราบสักการะพระพุทธเทวปฏิมากร ขอพรให้สำเร็จดุจดังเทวดาสร้างสรรค์ทุกประการ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ควร ไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อโต หรือซำปอกง อธิษฐานจิตเรื่องธุรกิจ การค้า การเดินเรือ ทางอากาศ ขอให้เดินทางปลอดภัย เคล็ดลับคือห่มผ้าหลวงพ่อโต ขอพร และตีระฆัง ตีกลอง บอกฟ้าดินและหลวงพ่อ อย่างละ 3 ครั้ง ก่อนกลับบ้าน แนะนำให้ทุกท่านไปไหว้พระโพธิ์สัตว์กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลเจ้าเกียนอันเกง ที่อยู่คู่ชุมชนกุฎีจีนอันเก่าแก่กว่าร้อยปี วัดบวรนิเวศน์ราชวรวิหาร สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ องค์พระไพรีพินาศ ให้ศัตรูผู้คิดไม่ดีแก่เรา แพ้พ่ายหรือกลับใจมาเป็นมิตรกับเรา ถือเป็นการอภัยสูงสุด ขอพรดังนี้จะยิ่งสัมฤทธิ์ผล ที่สำคัญน้ำมนต์ที่ฐานชุกชี ในพระอุโบสถ ให้นำมาประพรมให้กับตัวเองและครอบครัว ทั้งขลังและศักดิ์สิทธิ์ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร  (วัดสามจีน) ไป กราบพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อทองคำ พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย มีความศักดิ์สิทธิ์มาก จากนั้นอย่าลืมไปกราบพระพุทธทศพลญาณ ประชาชนทั่วไปนิยมมาบนบานกันด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ ขอพรให้สำเร็จสมหวัง การเงินมีทรัพย์มาก วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) เคล็ด ลับในการไหว้ ให้ท่านข้ามฝั่งไปธนบุรี โดยทางเรือ เพราะชื่อว่าการข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อที่จะไปกราบสักการะทำนุบำรุงพุทธศาสนา นั้น จะทำให้ได้รับกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะถือว่ามีความเพียรพยายาม เมื่อไปถึงที่วัดแล้ว ให้ไปกราบสักการะพระประธานในอุโบสถ คือ “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ภายในพระพุทธอาสน์บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ควร ไปกราบสักการะองค์พระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ท่องนะโม  3 จบ และตามด้วยท่อง วาละลุกัง สังวาตังวา 9 จบ จึงอธิษฐานจิตขอบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ช่วยคุ้มครอง ให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป!
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ที่เที่ยวเชียงใหม่ / 

เดินทางครั้งนี้ ฉบับเดิมเน้น eco trip มีตังค์เท่าไรเอาไปลงกับการเที่ยวและกิน การเดินทางช่างมัน เฮ่ยย ๕๕๕ สรุปเราเดินทางโดยการนั่งรถทัวร์ครับ ทั้งขาไปและขากลับ ก่อนเดินทางก็จัดแจงจับจองนัดแนะกับบริษัทเช่ารถครับ ผมจองรถกับบริษัทท้องถิ่นมั้งไม่รู้เค้าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า ครั้งนี้ผมใช้บริการร้าน "กินเที่ยว รถเช่า เชียงใหม่"  นัดแนะสถานที่รับรถและวันเวลาการรับรถคืนรถให้เรียบร้อยนะครับส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายนั้น เดี๋ยวมีแนบให้ท้ายรีวิวครับ เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป! Day 0 นับเป็น วันที่ 0 แล้วกันครับ  เพราะว่าเป็นวันเริ่มเดินทาง ใช้บริการรถทัวร์ของบริษัทสีฟ้าๆ ๕๕๕ ช่างมัน บริษัทอะไรก็ตามแต่ มาขึ้นรถกันที่ หมอชิต ครับ รอบ 20.35 กะให้ถึงเชียงใหม่เช้า เข้าที่พัก รับรถที่จองไว้ แล้วเที่ยวเลย Day1 ถึงแล้วครับเชียงใหม่ ตามเวลาเป๊ะเลย ตีห้ากว่าๆ เกือบครึ่งได้  พอลงรถปุ๊ปป คณะรถแดงมาจากไหนไม่รู้ รถแดงก่อจ้าววววว ๕๕๕  รู้ตัวอีกทีเดินตามป้าอะไรก็ไม่รู้ไปละต้อยๆ ==*  และนี่คือโฉมหน้าผู้โชคดี ที่พวกเรา ตกลงปลงใจเหมารถแดงในราคา 250 บาท อาเขต-วัดเจ็ดยอด หลังจากที่ตกลงปลงใจ ต่อราคา(ไม่ได้) ก็พากันขึ้นรถมา โชคดีที่ทริปนี้ได้ที่พักฟรี ด้วยเส้นล้วนๆ ไม่มีความผสมอะไรทั้งสิ้น ส่วนเจ้าของเส้นนั้น ได้ไปบอกทางอยู่ข้างๆ คนขับรถ พอเก็บของอาบน้ำ นอนพักเอาแรงนิดหน่อย ท้องก็ร้อง บริษัทรถโทรมาขอเลื่อนเวลาส่งรถ เลยพากันออกมาเดินเล่นครับ ที่แรกที่ไปเยือนก็คือวัดเจ็ดยอดหน้าหอนี่เองครับผม  ไปเดินฆ่าเวลา รอรถที่ได้โทรจองไว้ เผื่อเวลากินข้าวด้วย หลังจากกินข้าวเสร็จเวลาก็ปาไป 9 โมงกว่าๆได้ครับ พากันกลับขึ้นที่พักเตรียมสัมภาระ รอรถมาส่ง พอได้รถมาก็ปาไปประมาณ 09.30 ได้ก็เริ่มออกเดินทาง จุดมุ่งหมายแรกที่เราได้ปักธงไว้เลยนั่นก็คือ ดอยอินทนนท์ ใช้เวลาในการเดินทางราวๆ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ได้ จากในตัวเมืองเชียงใหม่ครับ การเดินทางนี้ ไม่มีผู้ชำนาญเส้นทางแต่อย่างใด จึงได้อ้อนวอน ขอร้องผู้ช่วย ชื่อว่าคุณจีพีเอส ชื่อเล่น พี่จี แล้วกันเนาะ ตลอดการเดินทาง ไม่มีพี่จี พวกผมตายยย ๕๕๕ ถึงแล้ววววววววววว หลังจากที่หลงทางกันอย่างเมามัน โค้งผิดซอยบ้างอะไรบ้าง ๕๕๕ หากขาด พี่จี ไปนี่คงขับเลยไปอีกจังหวัดได้ละมั้ง T^T   พอมาถึง อช.ดอยอินทนนท์ ก่อนเข้าเค้าจะมีด่านเก็บค่าเข้านะครับ จอดรถข้างทางเลย พอลงจากรถปุ๊ป ก็มีป้าคนนึงมาบอกว่าเป็นนักศึกษาไปขอส่วนลดเลย เอาบัตรไปยื่นได้จาก 50 เหลือ 20 แล้วคุณป้าแกก็บอกว่า ช่วยซื้อพวกมาลัยป้าด้วย เดี๋ยวเอาไปไหว้ข้างบน ~   ครับคุณป้า ==* และนี่คือไอ่อ๊อด รถคู่ใจในทริปนี้ ๕๕๕ สมบุกสมบัน อาหารโปรดของไอ่อ๊อดคือ ไม้ไผ่ และท้ายรถตู้ ๕๕๕ ไม่ใช่ละๆ คันนี้เครื่อง 1500 พาขึ้นดอย 5 คน ได้รอดนะครับ สบายๆ เลย ระหว่างทางขึ้นก็มีละอองฝนปรอยๆ ขับไปได้สักครึ่งทางจะเห็นว่ามีหมอกบางๆ เป็นบางจุด และหนามากๆ จนไม่เห็นทางในหลายจุด ต้องระมัดระวังในการขับขี่นะครับสำหรับคนที่จะขับขึ้น ระหว่างทางก็จะเป็น หมอกบ้าง ละอองฝนบ้างครับ มีคนปั่นจักรยานขึ้น มีคนเดินขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่คนไทย ๕๕๕ คนนี้เจอโดยบังเอิญตอนลงถ่ายรูปครับ เขาบอกว่า ให้ช่วยถ่ายรูปให้ไหม แหม่ะ น้ำใจงามจริงๆ เลยชวนมาถ่ายภาพด้วยกันซะเลย แต่ไม่ได้ให้เขาติดรถขึ้นไปครับ เพราะในรถเต็มจริงๆ ไม่ได้แล้งน้ำใจน้า เกือบจะถึงยอดดอยแล้ววว แวะ กิ่วแม่ปาน สักหน่อย อากาศหนาวมากกกกกกกกกกก ยิ่งกว่าฤดูหนาวของ กทม. (ปล.ปิดให้ขึ้นชมตั้งแต่ มิ.ย.-ต.ค.) จุดนี้มีร้านอาหารด้วยนะครับ หมูปิ้ง คอหมูย่าง อะไรย่างมีหมดเลยครับ ปักหมุด ดอยอินทนนท์ ถึงสักที พอเปิดประตูรถเท่านั้นแหละ โอ้วววว หนาวจะอะไรจะขนาดนั้น หมอกลงแบบมองไม่เห็นทาง ๕๕๕ เหมือนจะมีฝนด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำค้างหรือเปล่า แต่เดินหัวเปียกกันทุกคนครับ แนะนำถ้าอยากฮิปส์เตอร์ให้ซื้อผ้ากันฝนสีๆ ไปถ่ายรูปด้วย ๕๕๕ เดินเล่นได้สักพักก็ทนความหนาวเหน็บไม่ได้ เอาดอกไม้ที่ซื้อมาไปไหว้ (ไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าอะไร) แล้วก็รีบขึ้นรถขับลงดอยกันครับ ระหว่างทางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้แวะเที่ยว มีเยอะพอสมควรครับ วันนี้พวกเราแวะกัน 2 ที่ มี หมู่บ้านแม่กลางหลวงที่ข้าวเพิ่งจะปลูกไปเอง และน้ำตกวชิรธาร เที่ยวดอยอิทนนท์เพลิน เดินไปถ่ายรูปไป เวลาก็ล่วงเลยไปประมาณ 4 โมงกว่าได้ครับ เดิมแพลนวันนี้ จะไปแกรนด์แคนยอนต่อ เลยรีบกินข้าวกันที่น้ำตก แล้วรีบขับมุ่งหน้าไปยังแกรนด์แคนยอนครับ แต่... มีแต่ครับ ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ ได้กระหน่ำลงมาอย่างไม่เกรงใจพวกผมเลย ๕๕๕๕ พอเลี้ยวเข้าปากทางเข้าเท่านั้นแหละ ฝนกระหน่ำแบบ โอ๊ยยยย นี่ตั้งใจมามากนะเว้ยย แต่ด้วยฟ้าฝนไม่เอื้ออำนวย เลยตัดสินใจกลับเข้าเมืองครับ พอขับมาได้สัก 500 เมตร นั่นแหละ ฝนหยุดตกจ้า หึ่มมมม พรุ่งนี้ก็ได้ว้า ๕๕ เย็นนี้ไปพักใจกันที่ อ่างแก้ว มช. ก่อนก็ได้ นั่งกินลมชมวิวกันที่ อ่างแก้วแพรวพราวรื่นรมย์ เห็นเขาว่างั้น ๕๕๕๕ มานั่งได้สัก 10 นาที ฝนตกอีกแล้วครับท่านน T^T ตัดสินใจกลับที่พักมาชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนชุด  กินข้าวเย็นนนกันเถอ หิวแล้วว ปิดจ็อบ day 1 เย้ๆๆ หลังจากอกหักมาจากแกรนด์แคนยอน และอ่างแก้วเพราะฝนตก กลับที่พักไปนอนทำสมาธิ ๕๕ ได้ข้อสรุปว่าจะไปหาอะไรกินที่ กาดหน้ามอ Day2 ตื่นเช้าแต่ไก่โห่ รีบปลุกพี่จี แล้วเหยียบรถขึ้นมาข้าวปลาไม่ยอมกิน ๕๕๕๕ กลัวไม่ทันอากาศดีๆ ๕๕๕ ใช้เวลาเดินทางจากในเมืองถึงม่อนแจ่ม ก็ราวๆ 45 นาทีได้ครับ ขึ้นมาถึงถือว่าคุ้มมากก มีอากาศดีๆ มีหมอกบางๆ  มีดอกไม้หลายๆชนิด มีผีเสื้อ มีภูเขา สวยมากก ใช้เวลาถ่ายรูป เดินเล่นสักพักก็ท้องร้องจ๊อกๆๆ พากันลงไปกินข้าวคับ กับข้าวข้างบนก็มีนะ แต่นศ.อย่างพวกเราไม่สู้จริงๆ แวะกินข้าวกินน้ำเสร็จ ขับรถลงดอยมาอีกนิด ระหว่างทางจะเป็น สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่นี่ ไม่ไกลจากม่อนแจ่มมาก สวยดี มีพืชทุกชนิดก็ว่าได้ บางชนิดยังปิดปรับปรุงอยู่นะครับ  ช่วงนี้อันนี้เขาไปเดินลอยฟ้ากันก็ปิดปรับปรุงอยู่นะ หลังจากชมนกชมไม้นานาพันธุ์ ก็ตกลงกันว่าเมื่อวานเราขาดไปที่นึง เรายังไม่ได้ไปเยือนแกรนด์แคนยอนเลย วันนี้ต้องไปให้ได้ ก็เลยรีบออกเดินทาง ๕๕๕ ถึงแล้ววว แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่  ด้วยความคาดหวังว่าฝนจะไม่ตก มีลุ้นตลอดทาง มีครึ้มมาเล็กน้อย  แต่พอขับมาถึงโชคดีที่ฝนไม่ตก น่าเสียดายไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนโดดน้ำ ปล.ฝรั่งเยอะมากกก หลังจากที่กินลมชมฝรั่ง เอ้ยยย ชมวิวที่แกรนด์แคนยอนเสร็จ เส้นทางเดียวกันขับรถเลยมาอีกสักพัก จะเจอกับ กับบ กับบบบบบ จะตื่นเต้นทำไม ? บ้านเก๊าไม้รีสอร์ท แวะถ่ายรูปกันเถอะะ  ก่อนเข้าแจ้งยามเขาก่อนนะครับ ปล.รูปประวัติศาสตร์มีรูปเดียวเท่านั้น นอกนั้นเผ่นนนนน ปิดทริป day 2 ครับ ภาคกลางคืน ท้องเริ่มร้อง เริ่มขับรถหาร้านอาหารพื้นเมือง ตกลงกันอยู่นานได้ข้อสรุปว่า ไปกินกันที่นิมมานครับ อยากบอกว่า วนหาที่จอดรถนานมากกก ถ้าจะไป รีบไปตอนเย็นๆ ได้ร้านต๋องเต็มโต๊ะ  พิกัด นิมมาน ซ.13 รอคิวยิ่งกว่า บอนชอนนะครับบอกเลย อาหารที่นี่อร่อยดีครับ มากันหลายๆคนจ่ายไม่กี่บาทเอง พอกินของคาวเสร็จ ของหวานต้องมาสิครับแหม่ะ ๕๕๕๕ แยกกระเพาะได้ดีงามมาก ร้านต่อไปเป็นร้านอ้อนนมสด หลังมช. ครับ มีขนมปังปิ้ง นึ่ง เปียก แห้ง อะไรก็ว่ากันไป พออิ่มแล้วก็กลับไปนอนนนน Day 3 วันนี้วันสุดท้ายแล้วของทริปนี้ วันนี้มีนัดคืนรถกับทางร้านเวลา 11.20 ครับ เลทให้ 2 ชม. ใจดีมากกกกกกก วันนี้ก็ตื่นสายนิดนึงไม่ได้ไปไหนไกลแล้วครับ ชวนกันว่าจะไปกินปาท่องโก๋ ซื้อของฝากกันที่กาดหลวง ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ บลาๆ ๕๕๕ รสชาติเป็นอย่างไร ไปชิมเอาเอง ที่กาดหลวง มาถึงที่นี่แล้วก็เลยแวะซื้อของฝากกลับบ้านด้วยเลย เย่ๆ กลับจากตลาดก็ได้เวลา คืนรถครับผมมม จากนี้ไปรถแดงเท่านั้น  กราบลาพี่จี ๕๕๕ วันนี้ไม่มีอะไรมากครับ เน้นสายชิว กลับมาจากตลาด ซื้อของเสร็จก็นอนพักผ่อนเอาแรง คืนรถ รับเงินประกันคืนก็เที่ยงกว่าๆ พอดี นี่คือสภาพหลังคืนรถแล้วครับ สำหรับคนที่มาเที่ยวแบบนี้หลายๆ คน แนะนำเช่ารถครับ  คิดว่าน่าจะดีกว่าเพราะว่าไปไหนสะดวกกว่ามากครับ จุดมุ่งหมายเที่ยงนี้ของพวกเราเป็น ร้านข้าวซอยนิมมาน ซอย 7 และ ไอเบอรี่ ซอย 17 ครับผม วันนี้พวกเราเลือกปิดทริป ที่ วัดพระสิงห์ และวัดปราสาท เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน เย้ๆ ไหว้พระกันเสร็จก็เย็นแล้วครับ ออกเดินทางตามหารถแดงไปเมย่า (MAYA) ซื้อของฝากให้พี่ยามกับป้าแม่บ้านที่หอ เย็นนี้กลับไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านขายกับข้าวหน้าหอเลยครับ เสร็จก็เรียกรถแดงไปอาเขต กลับบ้านนนนนนน สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริปนี้ครับ ปิดทริป เชียงใหม่ (หน้าฝน) จะไปต้องได้ไป ในที่สุดทริปนี้ก็คลอดจนได้ กว่าจะได้มานี่ยากลำบากเหลือเกิน ๕๕๕๕ ลุ้นระทึกกับเคสบลาๆๆ แต่ช่างมันเถอะได้มาแล้วนี่นา ทริปนี้เรามาลุยกันที่เชียงใหม่ มาแบบงงๆ คิดแพลนก่อนมา 1 วัน กิกิ เค้าว่ากันว่าขึ้นดอยหน้าฝน ☔ เป็นอะไรที่ฟินมากๆ เลยอยากลองมาดูสักครั้ง ขอบคุณทุกคนน้าาา ที่มาด้วยกัน ขอบคุณที่ลุยไปด้วยกัน แม้บ้างที่มันลำบาก ๕๕๕ ไว้เราไปด้วยกันใหม่นะ C: #เชียงใหม่จะไปต้องได้ไป #ppnnfliveinchiangmai ขอบคุณรูปภาพ-ข้อมูล Facebook : Weerapon Baiya

เคล็บลับดีๆ สำหรับการใช้ Tablet สำหรับเด็กที่ผู้ปกครองทั้งหลายควรรู้
Advice /  tablet / 

ต้องบอกเลยนะครับว่าเทคโนโลยีทุกวันนี้มันเข้าถึงผู้คนได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ และนับวันอายุของคนที่ใช้ก็ดูจะเด็กลงเรื่อยๆ จนน่าเป็นห่วงมากๆ ทุกวันนี้เด็ก 3-4 ขวบก็นอนเล่น Tablet กันแล้ว เห็นตรงนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วงจริงๆนะครับ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดีๆ ในการใช้ Tablet สำหรับเด็กให้เหมาะกับวัย มาฝากคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองยุคใหม่ทั้งหลายกัน จริงอยู่ที่มีผลวิจัยในต่างประเทศยืนยันกันมาว่าแท็บเล็ตนั้น สามารถนำมาประกอบการเรียนหนังสือรวมทั้งสามารถช่วยเพิ่มทักษะสำหรับเด็กได้ แต่มันจะมีประโยชน์อย่างแท้จริงเมื่อมีผู้ปกครองอยู่เล่นกับพวกเขาด้วยนั้นเองครับ คอยแนะนำการเรียนรู้ต่างๆ  ที่พวกเขาจะเจอ ตรงนี้จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆ ทั้งพัฒนาการทางด้านอารมณ์รวมไปถึงจะช่วยให้พวกเขาจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะเด็กในวัยที่ต่ำกว่า 12 ปี นั้น ไม่ควรปล่อยให้เขาใช้งาน Tablet โดยลำพังเด็ดขาดนะครับ เพราะมันอาจจะทำให้เขากลายเป็นเด็กที่มีสมาธิสั้น อีกทั้งยังจะทำให้เขานั้นกลายเป็นเด็กที่ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควรอีกด้วย 5 ขวบต้องรอไปก่อนนะจ๊ะ สุดท้ายคงเถียงไม่ได้ว่า Tablet นั้นมีประโยนช์ในการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กมาก ซึ่งนอกจากการดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว ควรเล่นในระยะเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย และแน่นอนว่าหลังจากที่เล่นเสร็จแล้วควรพาพวกเขาออกไปเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ด้วยนะครับ เพราะมันจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กได้ครบทุกด้าน เพราะชีวิตในโลกกว้างของเขาไม่ได้มีแค่จอ 4 เหลี่ยมกับอินเตอร์เน็ตนั้นเอง เงินก็ซื้อแท็บเล็ตร้านนี้ไม่ได้ แอดไวซ์ Advice IT

โบว์ น้ำตาซึมเห็นบ้านในฝัน ปอ คุณปู่คุณย่า แอบกลัวไปอยู่ที่อื่น!!
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

  ยังคงสวยงามเสมอสำหรับความรักความผูกพันของครอบครัวสหวงษ์ แม้พระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี จะลาลับไปแล้วก็ตาม ล่าสุดวันนี้(25ก.ค.59) โบว์ แวนดา ควง น้องมะลิ พาขวัญ ซุปตาร์ตัวน้อยขวัญใจประชาชนไปร่วมงานเปิดตัวโครงการ เวิลด์แก๊สเติมพลังไหให้หัวใจอบอุ่น โชว์ฝีมือการทำอาหารง่ายๆ ที่ น้องมะลิ ร่วมทำได้ พร้อมกับเผยถึงเหตุการณ์ที่ไปเยี่ยม คุณปู่สงวน และ คุณย่าพิศมัย ครั้งล่าสุด ถึงกับน้ำตาซึมที่ได้เห็นบ้านในฝันของ ปอ ทฤษฎี ที่คุณปู่คุณย่าสร้างให้ไว้เสร็จเรียบร้อย รับคุณปู่คุณย่าแอบกลัวไปอยู่ที่อื่นไม่กลับมาอยู่บ้านบุรีรัมย์ กลัวทำใจไม่ได้ที่ไม่ได้เห็นหน้า น้องมะลิ!!   "ไปบุรีรัมย์มา ก็ไปทำบุญพี่ปอค่ะ บอกคุณแม่ว่าจะไปดูบ้านที่คุณพ่อ คุณแม่พี่ปอ สร้างเสร็จแล้ว คุณพ่อก็ให้เราไปดู เขามีความสุข คุณพ่อพี่ปอ จะไปไร่ทุกวัน เขาบอกว่าเวลาอยู่ไร่ เขามองไปไกลๆ เหมือนเขาได้เห็นพี่ปอตลอดเวลา ในบ้านก็จะมีของทุกอย่างของพี่ปอ ของใช้ก็จะอยู่ครบ พอเข้าไปจะรู้สึกว่าเป็นบ้านของพี่ปอ น้องมะลิ ก็วิ่งตลอด ยังไม่ได้นอน ถ้าว่างก็จะไปอีกค่ะ บ้านน่ารัก สบายค่ะ" เข้าไปแล้วเป็นยังไงบ้าง?   "น้ำตาซึม ก็นึกถึงเขา วันนั้นที่เข้าไปมีออนแอร์รายการตีสิบพอดี คุณพ่อก็รีบปลีกตัวไปที่ไร่ แล้วทุกคนก็ถามว่าคุณพ่อไปไหน แกไปนั่งดูรายการที่ไร่ แล้วก็ร้องไห้ แกคงไม่อยากให้ใครเห็น ก่อนที่จะมีไร่พี่ปอเคยคุยกับคุณพ่อไว้ว่าถ้าวันนึงจะต้องมีไร่ที่ใหญ่ๆ ให้พ่อให้ได้ พี่ปอพยายามหาอะไรที่พ่อทำแล้วมีความสุขก็ได้ไร่นี้มา มันเป็นฝันของพี่ปอเลยค่ะ เหนือความฝันของพี่ปอ คุณพ่อ คุณแม่ คือสิ่งที่พี่ปอรักที่สุด ฉะนั้นถึงวันนี้ไม่มีพี่ปอ ก็จะบอกคุณพ่อ คุณแม่ตลอดว่า ความรักเรายังคงเหมือนเดิม แล้วมันจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ไม่มีพี่ปอแล้วต่างคนต่างอยู่" คิดจะพาคุณพ่อ คุณแม่ พี่ปอ มาอยู่กรุงเทพด้วยกันมั้ย?   "ไม่ได้ ตอนแรกคุณแม่จะมาอยู่ กลัวเราอยู่ไม่ได้ เพราะโบว์อยู่กับมะลิสองคน โบว์ก็บอกว่าแม่อยู่ไม่ได้หรอก ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้อยู่ โบว์อยากให้อยู่ ทุกครั้งที่เปิดประตูเข้ามาโบว์อยากเห็นใครสักคนก็ได้อยู่ในบ้าน แต่พอมันไม่มีก็ไม่เป็นไร เอาความรู้สึกแม่ไว้ก่อน เพราะว่าถ้าโบว์กับน้องออกมางานข้างนอก แม่นั่งอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้ เพราะของทุกอย่างในบ้านคือของพี่ปอหมด เลยบอกให้อยู่บุรีรัมย์ เพื่อนก็เยอะเวลาไปไหนก็ง่าย แต่คุณแม่ก็เป็นห่วงตลอด โทรมาถามทุกวัน บ้านนี้เป็นบ้านพี่ปอ โบว์ก็จะอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านี้มีแพลนจะย้ายบ้านกับพี่ปอ แต่ไม่มีพี่ปอแล้ว โบว์ก็ไม่ย้ายก็จะอยู่ที่นี่ ตอนที่พี่ปอป่วย 70 วัน คุณพ่อ คุณแม่ ก็วิตกเรื่องนี้ว่า ถ้าวันนึงพี่ปอ ไม่อยู่แล้ว ครอบครัวเราจะเป็นยังไง จะแยกกันอยู่มั้ย กลัวว่าโบว์จะไปอยู่ที่อื่น และคงทำใจไม่ได้ถ้าไม่ได้เห็นมะลิ อย่างที่เห็น มะลิ หน้าเหมือนพี่ปอเป๊ะ โบว์รักทุกคน วันนี้เราต้องทำให้ดีที่สุด"   "ส่วนเรื่องหนังปฏิเสธไปแล้ว บทดีนะคะ แต่รู้สึกว่าความสามารถเราไม่ถึงเลยยุติไปเลย ถามว่าเสียดายมั้ย ก็เสียดาย แต่มานั่งประเมินแล้วความสามารถตัวเองไม่ถึงก็เลยปฏิเสธไปค่ะ" โบว์กล่าว โบว์ แวนดา น้องมะลิ   โบว์ แวนดา น้องมะลิ   โบว์ แวนดา น้องมะลิ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   น้องมะลิ พาขวัญ   โบว์ แวนดา น้องมะลิ   น้องมะลิ พาขวัญ  

โตส แจ้งความกลับ ฟ้า บาร์บี้ ขู่หากเคลื่อนไหวอีกจะงัดคลิปแฉ!
พจน์ อานนท์ /  โตส อัครัช / 

จากกรณีที่ ฟ้า บาร์บี้ นางแบบและเน็ตไอดอลชื่อดังออกมาแฉว่าถูกนักแสดงหน้าใหม่ในสังกัดของ พชร์ อานนท์(พจน์ อานนท์) นามว่า โตส อัครัช ทำร้ายร่างกายและได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.หัวหมาก จากนั้นหนุ่มโตสเองก็ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมทั้งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาไปนั้น ล่าสุดวันนี้(25 ก.ค.) หนุ่ม โตส อัครัช ออกมาเปิดใจในรายการ ปากโป้ง ทางช่อง 8 และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนได้มีการแจ้งความกลับไปทาง ฟ้า บาร์บี้ อดีตแฟนสาว ในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เกิดความเสียหายไปเรียบร้อยแล้ว เผยจริงๆ ตั้งใจจะแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จอีกด้วยซ้ำ เปรยกรณีที่อีกฝ่ายอ้างว่าแฟนเก่าตนอินบ็อกข้อความไปร่วมแฉด้วยนั้นไม่มีแน่นอน ทั้งนี้ตนยังไม่มีการติดต่อกับใครตั้งแต่เกิดเรื่อง โอดโดนสังคมต่อว่าไม่แมน! บอกเสียใจ ปัดอยากดัง เล็งงัดหลักฐานเป็นคลิปโชว์อีกรอบถ้าฝ่ายหญิงออกมาแถลงอีกครั้ง บอกถ้าตนเป็นฝ่ายถูกก็ช่วยมาขอโทษด้วย! ส่วนความสัมพันธ์ยืนยันไม่มีการกลับมาคุยกันอีกแน่นอน ลืมไปเลย ไม่เคยมีคนแบบนี้บนโลกนี้!! สำหรับกรณีที่พจน์บอกให้เลิกคบกับฝ่ายหญิงนั้นเชื่อว่าพูดถูกแล้ว ส่วนตนตอนนี้ถูกพจน์สั่งพักงานถึง 2 เรื่องด้วยกัน... รายละเอียดทั้งหมดมี ดังนี้ “วันนี้ผมต้องขอออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าผมไม่ได้ทำ สำหรับกรณีที่เขาออกมาบอกว่าผมทำร้ายร่างกายเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นก็คือ เขาเป็นคนนัดให้ผมไปเจอเองและผมก็ไปตามที่เขานัด แต่ตามปกติเราสองคนเลิกกันแล้วนะเพียงแค่เรายังเจอกันได้ ซึ่งพอผมไปตามที่เขานัดปุ๊ป เขาก็บอกให้ผมไปรอเขาอยู่ในที่ๆ หนึ่งก่อนแล้วค่อยออกมาเจอเขา ซึ่งพอเขาบอกมาแบบนั้นผมก็เลยรู้สึกเอะใจว่าเขาน่าจะออกไปไหนแน่ๆ” “จากนั้นผมก็เลยตัดสินใจว่าจะแอบไปหน้าบ้านเขา แต่ด้วยความที่มือถือผมแบตหมด ผมก็เลยต้องขับรถไปตรงป้อมยามและก็โทรบอกเขาว่าผมอยู่หน้าบ้านเขาแล้วนะ ไหนบอกว่าอยู่บ้านไง จากนั้นเขาก็เลยขับรถกลับมาและพอเจอกันผมก็ถามเขาปกตินะครับว่าไปไหนมา บอกให้โตสมาและออกไปหาคนอื่นมาใช่ไหม คือผมถามเขาดีๆ ปกติ ไม่ได้โวยวายหน้าบ้าน ไม่ได้บีบแตร หรือทำอะไรตามที่เขาพูดเลย และถ้าผมทำแบบนั้นจริงๆ ยามที่ป้อมไม่มาไล่ผมเหรอ ตำรวจไม่มาจับผมเหรอถ้าผมบุกรุกบ้านเขาขนาดนั้น” “ผมคุยอารมณ์ดีปกติอยู่แล้วครับ เพราะผมก็ไม่ได้สนอะไร เนื่องจากเราสองคนต่างก็มีคนของตัวเองอยู่แล้ว แต่ผมแค่ถามเฉยๆ ว่าเขานัดผมออกมาแล้วเขาไปหาคนอื่นมาเหรอ ซึ่งมันก็เป็นคำถามกวนๆ แต่ในเมื่อจับไม่ได้ผมก็ขับรถออกไปกับเขาตามปกติ และตลอดเวลาที่อยู่บนรถผมก็พูดแต่เรื่องนี้นะ ย้ำแต่เรื่องนี้ จนเหมือนเขาจะโมโหและก็เริ่มด่าผม ด่าผมเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนกวนๆ ถ้าโดนด่าผมจะนิ่งทำหูทวนลมใส่ เขาก็เลยดูแบบว่าหมั่นไส้ผม จากนั้นก็เริ่มถีบผม ยกขาขวาขึ้นมาถีบเลย เขาเป็นคนทำร้ายร่างกายผมก่อน เขาจิกหัวผมดึงลงมาเหยียบเล่นๆ แถมตอนนั้นผมก็กำลังขับรถอยู่ด้วย” “แต่ผมมีสติไงครับ ผมเอาเท้าขวาเหยียบเบรคและก็ขับรถเบี่ยงไปข้างทาง คือผมจะตบเขายังไง เพราะตอนนั้นผมโดนเขาตบทุกที่ ซึ่งผมยอมรับนะว่าผมจับมือให้เขาหยุดจริง แต่ผมจับเพื่อดันตัวเขาออกไป รวมถึงบอกกับเขาด้วยว่าถ้าหากเขาทำแบบนี้อาจจะทำให้รถคว่ำได้ แต่ถ้าเขาอยากตายก็โอเค โตสจะขับรถไปเรื่อยๆ ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน จากนั้นผมก็กลับมาขับรถปกติ แต่เขาก็จับผมถีบผมเรื่อยๆ นะ ซึ่งพอผมขับรถมาถึงบ้านเขาก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ดี และก็คุยกับผมดีๆ ได้” “สาเหตุก็คือพอไปถึงบ้าน คนที่เขาไปหาก็ทักมาหาเขาพอดี จากนั้นผมก็เลยถามเขาอีกว่าไหนล่ะที่บอกว่าไม่ได้ไปหาใคร แล้วนี่คืออะไร และเขาก็บอกกลับมาว่าโอเคเดี๋ยวเลิกยุ่งกับคนนี้ก็ได้ แต่โตสก็ไปเลิกยุ่งกับคนนั้นสิ เราจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งผมก็ยืนยันไปกับเขานะว่าผมเลิกยุ่งกับคนนั้นไม่ได้ เพราะเขาก็เป็นคนที่ดีสำหรับผม” “ผมปกติเลยครับ ไม่ได้หึงเลย จะนัดเจอผมก็ได้ กินข้าวก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เราสองคนคบซ้อน ก็ประมาณนั้นครับ คือเราเคยคบกันมา 11 เดือน เราไม่เคยห่างกันเลย ดังนั้นมันก็ต้องมีความผูกพันกันด้วย ตอนอยู่บนรถสู้กลับมั้ย อย่างที่ผมบอกครับ ผมยอมรับว่าผมจับมือขวาเขาและก็ดันตัวให้เขาหยุด แต่ผมไม่ได้ทำร้ายร่างกายเขาเลย ผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิง” “ที่บอกว่าตบหน้าเขาตอนถึงบ้าน แถวบ้านผมมีกล้องวงจรปิดนะ ถ้าเห็นกล้องจะรู้เลยว่าผมเดินเข้าบ้านและเขาเดินตาม การปิดประตูทุกอย่างคือปกติ ตอนแม่เดินเข้ามาเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งนะครับ แม่ยังถามอยู่เลยว่ามีอะไรกันเหรอ เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร” “เอากำปั้นทุบหน้าเขา ถ้าผมทุบจริงๆ รอยไม่น้อยขนาดนั้นหรอกครับ หน้าต้องแตกแล้ว ยิ่งเหยียบหน้า เหยียบหัว จมูกเขาต้องดั้งหัก ขาหัก แขนหักแล้ว รอยเขียวช้ำมาได้ยังไง ต้องถามเขาเองครับ ผมไม่รู้เหมือนกันว่ารอยมาได้ยังไง ผมยอมรับแค่อย่างเดียวว่ามีแค่รอยตรงแขนขวาที่ผมจับเขา อาจจะเป็นเพราะผมจับแน่นไปก็ได้” “ก่อนจะแยกกัน ผมเห็นแค่รอยแขนรอยเดียวครับ ส่วนรอยอื่นผมไม่รู้ ผมไม่ขอพูดดีกว่าว่ามันเป็นยังไง มีกระแสว่าเขาทำขึ้นมาเอง ผมไม่รู้ ต้องถามเขาครับ ผมให้เกียรติเขา เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ ตอนที่เขาแถลงข่าว ฟังครับ ตอนที่ผมฟังบางเรื่องผมก็ตลกนะ แต่บางเรื่องผมก็ดูไปแล้วก็นึกว่าเขาเป็นคนนิสัยยังไง ผมอยู่กับเขามานาน ผมรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง” “ที่บอกในรายการว่าเขาขู่ไว้ ถ้าผมไม่คืนดีเขาจะสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา อันนี้ผมไม่ขอพูดดีกว่าครับ ต้องไปถามเขาว่าเขาพูดจริงหรือเปล่า เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ ถ้าหากผมพูดอะไรออกไปเป็นผู้ชายผมพูดไปก็ดูผิด ดูเป็นหน้าตัวเมีย เขายืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงซึ่งไม่ตรงกัน ใช่ครับ ไม่ตรงเลยครับ ผมไม่ได้ทำร้ายเขาเลย” “น้ำเสียงตอนทะเลาะกัน ผมเป็นคนนิ่งๆ แต่เขาก็จะเป็นคนที่ด่าตามที่เคย มีรุ่นพี่ออกมาพูดว่าเขาด่าผมยังไงบ้าง และพอผมทำหน้านิ่งๆ กวนๆ เขาก็ยิ่งหมั่นไส้ ผมพูดอะไรเยอะไม่ได้ แต่ผมให้ทุกคนที่ดูข่าวตัดสินเองดีกว่าว่าเรื่องมันเป็นยังไง” “วันนั้นพอเราคุยกันเสร็จก็นอนนะครับ เพราะเราคุยกันถึง 6 โมง แต่นอนปกตินะครับ เราง่วงกันทั้งคู่ จับมือนอนปกติ คุยกันดี ตอนเช้าผมขับรถไปส่งเขาที่บ้าน เขาเข้าบ้านไปเอาเงินมากินข้าวแถวซอยบ้านเขาด้วยนะครับ อารมณ์โกรธไม่มีเลย ทุกอย่างเป็นปกติเลย” “ตั้งแต่มีเรื่อง ผมไม่คุยแล้วครับ ผมโดนขนาดนี้ผมไม่คุยแน่นอน คดีความล่าสุดผมก็เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาและก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของเขาแล้วครับ ส่วนผมก็แจ้งความกลับเขาเหมือนกันในข้อหาดูหมิ่น คือเขาดูหมิ่นผมตรงข้อความช่วงท้ายที่เขาพิมพ์ลงเฟสบุ๊คว่า ผมเป็นคนไม่ดี หลอกเงินผู้หญิง” “เรื่องแฟนเก่าส่งข้อความไปบอกเขาว่าเคยโดนผมทำร้าย ผมไม่เคยทำเลยครับ แฟนเก่าคนไหนที่เคยโดนผมทำร้ายร่างกายแสดงตัวออกมาเลยครับ ผมไม่ได้มีแฟนมานิดเดียวนะ ผมมีมาเยอะนะ และก็มีแฟนเก่ามาให้กำลังใจผมเยอะเหมือนกัน” “ถ้าเขาจะไกล่เกลี่ยผมก็ยินดีไกล่เกลี่ยครับ แต่ตอนนี้ผมแจ้งความเขาคืนแล้วด้วย และตอนนี้ผมก็อยู่เฉยๆ หลักฐานผมมีพร้อม พร้อมดำเนินคดีเขาทันที ถ้าให้ผมมาขอโทษและให้ผมยอมเขาจริงๆ ผมจะไม่มาสู้ถึงทุกวันนี้เลย หลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ผมเห็นแล้วครับ และผมบอกได้เลยเขามีแค่ตอนที่ผมขับเข้าไปกับขับออก แต่ของผมมีมากกว่านั้น” “ฟีดแบค ตอนนี้คนก็คิดกันไปแล้วว่าผมเป็นแบบนั้นจริงๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ฟังอะไรเลย ถามว่าเสียใจไหม ผมเสียใจครับ พ่อแม่ผมก็เสียใจ เพราะท่านไม่เคยสอนให้ผมทำร้ายผู้หญิง สิ่งไหนที่ผมผิดผมก็ยอมรับ แต่สิ่งไหนที่ผมไม่ผิดผมก็ไม่ยอมรับครับ” “เขาทำทั้งหมดนี้ไปเพื่ออะไร ผมไม่ขอพูดดีกว่าครับ อยากดัง ก็ส่วนหนึ่งครับก็น่าจะมี ส่วนผมจะอยากดังเพื่ออะไรครับ ผมเล่นหนังของพี่พจน์มา 4-5 เรื่องแล้ว ผมไม่เคยช่วยโปรโมทหนัง ผมไม่เคยเผยตัวว่าผมเป็นนักแสดง ทุกคนไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าผมคือใคร แต่พอมีข่าวนี้ผมดังเลย ทุกคนรู้เลยว่าผมไงโตสตบผู้หญิง” “ถ้าเขาออกมาแถลงอีก ผมจะงัดหลักฐาน งัดคลิป งัดภาพออกมาให้ทุกคนได้เห็นเลย และผมจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น ผมจะให้ทุกคนคิดตามเองว่ามันเป็นยังไง เรื่องจบยังไง ถ้าผมถูกจริงๆ ผมจะให้เขามาขอโทษ และก็จะยกฟ้องคดีที่ผมแจ้งเขา คือตอนนี้เขาแจ้งความเท็จผมใช่ไหมคับ และถ้าผมถูกผมจะฟ้องกลับเลยว่าเขาแจ้งความเท็จทั้งหมด” “ผลกระทบ ช่วงแรกๆ ก็ส่งผลนะครับ แต่ผมก็ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจแล้วว่าผมไม่ได้ทำ แชทระหว่างผมกับพี่พจน์ถูกปล่อยออกมาด้วย ใช่ครับ พี่พจน์เขาเคยบอกว่าอย่าคบกับคนนี้นะ แต่ผมไม่เคยเชื่อเพราะผมรักผู้หญิงคนนี้ และผมก็คิดว่าเขาคงไม่เป็นแบบที่พี่พจน์ว่าหรอก ถามว่าพอเกิดเรื่องพี่พจน์เขาว่ายังไงบ้าง เขาก็พักงานผมแล้วครับ พักผมจากงานภาพยนตร์ 2 เรื่อง” “ยืนยันว่าไปบ้านเขาไม่ได้เข้าไปเพื่อง้อเขาแน่นอน ใช่ครับ ผมเข้าไปบ้านเขายังไม่เจอตัวเขาเลย ทั้งๆ ที่ตอนที่เขาออกมาพูดเขาบอกว่าเขาอยู่บ้านและผมก็ไปบีบแตรส่งเสียงดัง เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ เขาหลอกคนอื่นได้แต่เขาหลอกตัวเองไม่ได้ และอย่าให้ผมต้องพูดลึกกว่านี้ อย่าให้ผมต้องเป็นคนแฉ อย่าให้ผมต้องเอาเรื่องจริงมาพูด อย่าให้ผมต้องเอาหลักฐานออกมายืนยัน” “ความสัมพันธ์งงๆ ระหว่างเราสองคนตอนนี้ก็คือจบแล้วแน่นอน ถ้าข่าวถึงขนาดนี้ผมไม่กลับมาคุยแน่นอนครับ ลืมไปเลยว่ามีคนแบบนี้ในโลกนี้ กับคนปัจจุบันตอนนี้ ผมก็เห็นใจเขานะครับ เพราะเรื่องนี้ก็ส่งผลถึงเขาเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าเลิกยุ่งกับเขาดีกว่าเพราะผมก็กลายเป็นคนมีข่าวไปแล้ว” โตส กล่าว โตส อัครัช โตส อัครัช โตส อัครัช โตส อัครัช โตส อัครัช ฟ้า บาร์บี้

แก๊งขนฟูแก๊งปราบผีหลีกทาง! ยานเอ็นเตอร์ไพรส์ออกตัวแรงขึ้นอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศ
Anton Yelchin /  Chris Pine / 

แก๊งขนฟูแก๊งปราบผีหลีกทาง! ยานเอ็นเตอร์ไพรส์ออกตัวแรงขึ้นอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศ หลุดจากอันดับที่ 1 เรียบร้อยแล้ว สำหรับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องดังอย่าง The Secret Life of Pets เรื่องลับแก๊งขนฟู ที่รักษาตำแหน่งในอันดับที่ 1 ของบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐอเมริกาได้เพียงแค่สองสัปดาห์เท่านั้น สัปดาห์นี้ก็โดนยานอวกาศที่ล้ำสมัยที่สุดของมวลมนุษยชาติอย่างเอ็นเตอร์ไพรส์ทะยานแซงหน้าเบียดเหล่าสัตว์เลี้ยงให้หล่นไปอยู่ในอันดับที่ 2 เริ่มต้นท้ายสัปดาห์ของเดือนกรกฎาคมรับการมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Star Trek Beyond ซึ่งเป็นภาคที่สามที่ทำขึ้นจอใหญ่ ภายใต้การนำของกัปตัน เจมส์ ที. เคิร์ก รับบทโดย คริส ไพน์ (Chris Pine) กับการเดินทางสำรวจดวงดาวปริศนาที่รอให้มนุษย์เข้าไปทำความรู้จัก และดูเหมือนว่าในภาคนี้ยังเป็นการปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้ายของ เชคอฟ รับบทโดย แอนตัน เยลชิน (Anton Yelchin) อีกด้วย และภาคนี้เชคอฟมีบทบาทมากกว่าสองภาคที่ผ่านมา เปิดตัวกวาดรายได้ 59.6 ล้านเหรียญ ต่อกันด้วยภาพยนตร์เหล่าสัตว์เลี้ยงที่ดูแล้วอาจจะไม่น่าเลี้ยงอย่างที่คิด The Secret Life of Pets ที่สร้างความสนุกสนานในอันดับที่ 1 มาแล้วถึงสองสมัยก็กลับหล่นลงมาอยู่ในอันดับที่ 2 เสียแล้ว ว่าด้วยจินตนาการถึงเหล่าสัตว์เลี้ยงที่บ้าน เมื่อปล่อยให้พวกมันได้อยู่ในที่พักอาศัยตามลำพัง พวกมันจะทำเรื่องทะเล้นอะไรกันบ้าง แม้จะอยู่ในอันดับที่ 2 แต่ก็กวาดรายได้เข้ากระเป๋าเพิ่มอีก 29.3 ล้านดอลลาร์ การกลับมาของบริษัทปราบผีในยุค 2016 อย่าง Ghostbusters บริษัทกำจัดผี ที่ได้สี่สาวหน้าใหม่มาเริ่มงานปราบผี ซึ่งบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ประกอบกับหนุ่มหล่อกล้ามล่ำมานั่งเป็นประชาสัมพันธ์ ก็สร้างความสนุกสนานความครื้นเครงจากความเปิ่นและความง่าวให้แฟนคลับได้ชื่นชอบกัน แม้กระแสจะดูแผ่วลงไปแต่กวาดรายได้เพิ่มไปอีก 21.6 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์นี้ยังมีอีกสองภาพยนตร์ที่เข้าใหม่อย่าง Lights Out มันออกมาขย้ำ ภาพยนตร์ที่ได้ เจมส์ วาน (James Wan) มาเป็นโปรดิวเซอร์ ซึ่งเสียงลือเสียงเล่าอ้างการันตีความหลอนของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ธรรมดาเลยทีเดียว เปิดตัวในอันดับที่ 4 ทำรายได้เปิดตัวไป 21.6 ล้านดอลลาร์ เท่ากับรายได้ของ Ghostbusters ในสัปดาห์นี้ มาดูกันว่าในสัปดาห์หน้าความหลอนของผีปิดไฟจะเอาชนะเหล่าแก๊งกำจัดผีได้หรือไม่ และการรวมแก๊งอีกครั้งของภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากยุคน้ำแข็ง Ice Age: Collision Course เมื่ออุกกาบาตชนโลก ยุคน้ำแข็งกำลังจะหายไป ทั้งหมดจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างไร แฟน ๆ ไอซ์เอจให้การต้อนรับด้วยอันดับที่ 5 ของบ็อกซ์ออฟฟิศ ทำรายได้เปิดตัวไป 21 ล้านดอลลาร์

ปลุกความเป็นญี่ปุ่นในตัวคุณ ! เมื่อ โต้ง บรรจง ยกกองถ่าย
GDH559 /  ฉันทวิชช์ ธนะเสวี / 

ปลุกความเป็นญี่ปุ่นในตัวคุณ ! เมื่อ โต้ง บรรจง ยกกองถ่าย "แฟนเดย์" ไปถึงแดนปลาดิบ แม้ว่าตอนปิดกล้องภาพยนตร์ กวน มึน โฮ ผู้กำกับพันล้าน โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล จะออกตัวว่าขอไม่ยกกองไปถ่ายทำที่หนาว ๆ อีก ทว่าสำหรับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่จะออกฉายประเดิมค่ายใหม่ GDH559 อย่าง แฟนเดย์...แฟนกันแค่วันเดียว พี่โต้งของเราก็มีอันต้องกลับคำพูดด้วยการยกกองถ่ายภาพยนตร์ พร้อมด้วยทัพนักแสดงไม่ว่าจะเป็น เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และมิว นิษฐา จิรยั่งยืน ไปตะลุยความหนาว -20 องศาไกลถึงแดนปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น กันเลยทีเดียว งานนี้เราจึงขอถือโอกาสฉกภาพสวย ๆ จาก ig ผู้กำกับมือเก๋ามาอัพเดทให้แฟนหนังได้ชมกันเพลิน ๆ ก่อนจะได้ไปชมภาพยนตร์ฉบับเต็มพร้อมกันในโรงภาพยนตร์ 1 กันยายนนี้ ขอบคุณภาพจาก ig banjong_p **หมายเหตุ สืบเนื่องจากการข้อมูลที่ผิดพลาดในบทความก่อน ทางทีมงานผู้จัดทำได้ลบบทความดังกล่าว และจัดทำบทความใหม่โดยได้ตรวจทานความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว**

คดีพลิก!! หูฟัง iPhone 7 จะไม่มาพร้อมพอร์ต Lighting ตามที่คาดการณ์กัน
EarPods /  iphone / 

ดูเหมือนคดีจะพลิกซะแล้วนะครับสำหรับหูฟัง iPhone 7 คราวนี้ ซึ่งตามที่คาดกันว่าหูฟัง EarPods จะมาพร้อมพอร์ต Lighting แทนที่แจ็ค 3.5 มิลลิเมตรนั้น ดูจะไม่เป็นอย่างงั้นซะแล้ว โดยล่าสุดนักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ได้วิเคราะห์ว่าทาง Apple น่าจะให้ Adapter พอร์ต Linhting สำหรับแปลง ที่รองรับแจ็ค 3.5 มิลลิเมตรแบบเก่า ซึ่งจะไม่ใช่หูฟังพอร์ต Linhting หรือหูฟังไร้สายตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี่ จะไม่ได้เห็นหูฟังไร้สายด้วย แต่ดูเหมือนว่ารูเสียบแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร จะหายไปแน่นอน ที่มา www.phonearena.com