สืบศพ ไขคดีลับ

หนุ่ม ศรราม  เผยครั้งแรกหลังสูญเสียป๋าเดียร์ รับสภาพจิตใจดีขึ้น ซึ้งคนส่งกำลังใจเยอะ
ชุมพร พ่อ หนุ่ม ศรราม /  ข่าว หนุ่ม ศรราม / 

  เรียกว่าเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของพระเอกตลอดกาลอย่าง หนุ่มศรราม เทพพิทักษ์ ที่ต้องมาสูญเสีย ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ ไป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้เตรียมทำใจไว้บ้างแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้หนุ่มศรราม ปิดปากเงียบมาตลอดเพราะยังทำใจไม่ได้ แต่ล่าสุดวันนี้ 16 ก .ค.เวลา ( 18.00 น.) หนุ่มศรราม ยอมให้สัมภาษณ์และยอมรับว่า   "ลำดับแรกเลย ผมและครอบครัวเทพพิทักษ์ เราน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์โสม ที่พระองค์ท่านทรงประทานน้ำหลวงมาอาบศพและพวงมาลา ให้กับป๋า ก็ต้องกราบขอบพระคุณผู้หลักผู้ใหญ่ทุกๆท่าน ที่มีต่อป๋า มีต่อผม และครอบครัว เพราะถ้าให้เอ่ยนามก็คงจะไม่หมดนะ ผมขอกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพครับผม ส่วนสภาพจิตใจ ตอนนี้ก็ดีขึ้นครับ   พรุ่งนี้ก็จัดงานให้ป๋าเสร็จเรียบร้อยมีพิธีฌาปณกิจ จะเก็บอัฐิไว้ส่วนหนึ่งไว้ที่วัดสระเกศ เอาไว้ให้ลูกหลานได้มีโอกาสมากราบไหว้ มาทำบุญทุกปีให้กับป๋า อีกส่วนหนึ่งจะเอาไปลอยอังคารนะครับ ส่วนสถานที่นี้ ขออนุญาตแจ้งอีกทีครับผม ส่วนสภาพจิตใจคุณแม่เหมือนเดิมครับเพราะว่าอาการที่ป๋าป่วย เรารับทราบกันมานานแล้ว และก็สิ่งที่เราดูแลป๋า ในยามที่ท่านยังมีลมหายใจอยู่ เชื่อว่าตัวผมเอง และพี่น้องทุกคน รวมทั้งตัวผมเอง ดูแลป๋าอย่างดีที่สุดครับผม"   สำหรับพิธีฌาปณกิจ ของคุณพ่อชุมพร เทพพิทักษ์ ในวันที่ 17 ก.ค.2560 จะมีการเคลื่อนศพไปตั้งที่ศาลาบำเพ็ญกุศล เวลา 09.00 น. เริ่มทำการทอดผ้าบังสุกุล เวลา 15.50 น. และฌาปณกิจ เวลา 16.00 น. ณ วัดสระเกศ

ขอแค่เป็นคนดี นุ้ย - ตั๊ก เปิดใจเรื่อง น้องภู รับลูกมาปรึกษาเรื่องไม่แมน!!
ตั๊ก ศิริพร /  นุ้ย เชิญยิ้ม

ถือว่าเป็นคุณพ่อและคุณแม่ที่หัวสมัยใหม่มากๆ หลังมีข่าวเม้าท์มอยลูกชายว่าไม่แมนหรือเปล่า?? ล่าสุด ตั๊ก ศิริพร กับคุณสามี นุ้ย เชิญยิ้ม ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับกรณีนี้ รับ น้องภู เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องข่าวนี้ ซึ่งทั้งคู่เข้าใจลูกดี รับได้หากลูกจะเป็นเพศที่สามจริง บอกน้องภูเป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย เรียนเก่ง ไม่เคยมีเรื่องให้ลำบากใจ หากลูกชายจะเป็นอะไรก็ขอแค่เป็นคนดี ขอโทษหากทำให้หลายคนผิดหวัง พร้อมแนะทุกครอบครัวให้เปิดใจ รับฟังลูก... รายละเอียดดังนี้ ตั๊ก “อยากจะออกจากวงการ สำหรับเรื่องนี้พี่ไม่ได้พูดเพราะความเหนื่อยนะ แต่พี่ต้องบอกก่อนว่าพี่นุ้ยเขาเป็นคนเอาธรรมะให้พี่ฟัง อันนี้พี่ต้องขอชมเขา เพราะตั้งแต่พี่ฟังมาไม่มีวันไหนเลยที่พี่จะไม่ฟังเลย ซึ่งพอพี่ฟังบ่อยๆ พี่ก็เริ่มรู้สึกปลง รู้สึกไม่ยึดติดกับอะไร ไม่ว่าจะเป็น ชื่อเสียง เงินทอง หรือแม้แต่เรื่องอะไรก็ตาม ทุกอย่างพี่ปลงหมดแล้ว อย่างเรื่องลูกชายพี่ พี่ก็มองว่า เราเป็นพ่อเป็นแม่ ส่วนเขาก็คือลูก เขามีชีวิตของเขา เราไม่ใช่เจ้าชีวิตเขา เรามีหน้าที่แค่ให้ชีวิตเขาและส่งให้เขาเรียนจนจบ ส่วนหลังจากนี้เราไปยุ่งอะไรเขาไม่ได้แล้ว และพี่ก็จะไม่บังคับหรืออะไรลูกเลย หลายคนอาจจะด่าตั๊กนะว่าเป็นแม่ที่ประคบประหงมลูกจนเกินไป แต่คุณไม่เคยเป็นแม่คุณไม่รู้หรอกว่าความรักของคนเป็นแม่นั้นมันเป็นยังไง ความรักของแม่มันมีมากมายเหลือเกิน คุณต้องลองเป็นแม่ดู และแม่ที่เขารักลูกก็คงจะเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ด้วยกัน” ตั๊ก “และน้องภูเขาไม่เคยทำอะไรให้พี่ลำบากใจเลยนะตั้งแต่เขาเกิดมา เขาเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย พี่ไม่เคยคิดด้วยซ้ำนะว่าเขาจะดัง เพราะว่าเราสองคนไม่เคยพาเขาไปกอง ไม่เคยสอนเขาเรื่องการแสดง ไม่เคยยัดเยียดอะไรให้เขา แต่ว่าเขาทำด้วยตัวเขาเอง เขาเกิดมาเพื่อเป็นแบบนั้นจริงๆ” นุ้ย “ส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่าลูกชายผมเป็นคนที่กล้านะ เพราะเวลาเขามีเรื่องหรือมีอะไรที่เขาอยากพูดอยากปรึกษาเขาก็จะเดินมาบอกเราตรงๆ และเราในฐานะที่เป็นพ่อแม่เราก็ควรจะเปิดใจให้ลูกบ้าง รับฟังลูกบ้าง ไม่ใช่เอะอะโวยวายกับลูกเวลาลูกขอคำปรึกษา หรือขึ้นเสียงกับลูกบ่อยๆ อีกอย่างช่วงวัยนี้มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเขา เขาก็คงอยากจะให้พ่อแม่ช่วยชี้ช่องทางให้กับเขาว่าเขาควรจะเป็นอะไร เขาควรจะทำอะไร ทำแบบนั้นดีไหม หรือทำแบบนี้ดีไหม ซึ่งลูกผมจะเป็นอะไรผมก็ยังภูมิใจในตัวเขาครับ และผมก็เชื่อด้วยว่าเขาเป็นเด็กที่ดี ไม่ใช่แค่ดีในสายตาเรา แต่ให้เป็นเด็กดีในสายตาคนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรือการวางตัวในสังคม ลูกผมจะเป็นอะไรก็ได้ ผมยอมรับ ผมเปิดอก เปิดใจรับได้หมดเลย ลูกผู้ชายเต็มที่” ตั๊ก “พร้อมให้คำปรึกษากับลูกชายเต็มที่ เห็นพี่งานเยอะก็จริง แต่ว่าในหนึ่งวันพี่ต้องมีเวลาคุยกับเขานะ อาจคุยกับแปปเดียวหรือคุยนานก็แล้วแต่ แต่ต้องคุยกับลูก อย่างน้อยๆ กอดกันหอมกันก็ยังดี พี่ทำแบบนี้เสมอ และพี่ก็จะบอกกับลูกเสมอว่าถ้าหากภูมีเรื่องอะไรภูอย่ามีความลับกับพ่อกับแม่ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน และถ้าครอบครัวเราแข็งแกร่งภูก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว ฉะนั้นถ้าภูมีเรื่องอะไรภูสามารถบอกกับพ่อกับแม่ได้ทุกเรื่อง พ่อกับแม่จะคุยกับภูด้วยเหตุผล ซึ่งตัวพี่เองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเขาจะมาคุยกับเราในเรื่องนี้” นุ้ย “จริงๆ เราก็ยังไม่รู้นะว่าน้องจะยังไง จะสายไหนอะไรก็แล้วแต่ เพราะสิ่งที่เขาเดินมาบอกกับเราเหมือนเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ เป็นในลักษณะของการขอคำปรึกษา แต่ด้วยความที่เราไม่อยากโกหกเพราะเราเป็นคนของประชาชน พี่ก็พูดให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า” นุ้ย “สภาพจิตใจของน้องหลังมีข่าวออกมา เพื่อนเขาส่งข่าวให้เขาดูก่อนเลยครับ ตอนนั้นเราเองก็ไม่สบายใจเป็นห่วงความรู้สึกเขา เราก็เลยโทรไปถามเขาเดี๋ยวนั้นเลยว่าเขาซีเรียสไหมที่พ่อให้สัมภาษณ์ไปอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่เห็นมีอะไรนี่พ่อ ไม่ได้ซีเรียสอะไร เท่านั้นแหละครับเราก็รู้เลยว่าเด็กเขาแยกแยะได้” ตั๊ก “ตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุ 14 เขายังมีอะไรให้ต้องเผชิญอีกเยอะ มันยังไม่แน่นอนหรอก ในวันข้างหน้าเขาอาจจะพบเจอตัวเองว่าเขาอาจจะเป็นอย่างนั้นหรือเป็นอย่างนี้ก็ได้ แต่พี่บอกกับลูกเลยว่า ภูจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่ภูทำอะไรให้แม่ได้ไหม แม่ขอภูแค่ 3 ข้อ 1.ภูต้องเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่ภูจะเรียนได้ 2.ภูจะต้องมีอนาคตที่ดี มีหน้าที่การงานที่ดี ต้องเป็นคนเก่ง และข้อ 3. ข้อนี้สำคัญที่สุด คือภูต้องเป็นคนดี ห้ามเป็นภาระต่อแม่ ห้ามเป็นภาระต่อสังคม เท่านั้นแหละค่ะแค่ 3 ข้อ ภูให้แม่ได้ไหม นอกเหนือจากนั้นภูอยากทำอะไรภูทำเลย หรือภูอยากจะเป็นอะไรภูก็เป็นเลย ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่า “ได้ครับ” (ยิ้ม)แถมล่าสุดเขาเอาผลการเรียนมาให้พี่สองคนดู เขาเรียนได้ A ทุกวิชาเลย แค่นี้พี่ก็แฮปปี้แล้ว(ยิ้ม)” นุ้ย “ผลการเรียนของเขาจะ เขียว เขียว เขียว มาตลอด แต่ว่าจะไปแดงตรงส่วนของวิชาพละ เพราะว่าเขาไม่ชอบความรุนแรง เขาไม่ชอบเตะฟุตบอล เขาชอบเล่นแบตมินตัน ชอบว่ายน้ำมากกว่า ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่กล้าเอาผลการเรียนตรงนี้มาให้ดูนะ แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไรเอามาให้ดูได้ ซึ่งพอเห็นว่ามันมีแดงตรงช่องพละ เราก็บอกเขาว่าไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้ เขาออกกำลังอยู่บ้านก็ได้ แค่เอาเรียนไว้ก่อน” นุ้ย “อีกอย่างหนึ่งคือพี่เปิดอกคุยกับลูกเลยนะว่า ตอนนี้เราอาจจะยังไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร ถ้าหากเป็นผู้ชายก็ทำตัวให้ดีกับสังคม แต่ถ้าหากหนูจะเป็นเพศที่ 3 พ่อก็ไม่ว่า แต่ทาหน้าบางๆ ทาปากเบาๆ ก็ละกัน(หัวเราะ) อย่าเพิ่งออกเต็มๆ เราแฟร์ ลูกเขาถึงได้กล้าเข้ามา” ตั๊ก “ถามว่าพี่โอเคไหมที่พี่นุ้ยเขาบอกลูกแบบนี้ เอาจริงๆ นะ พี่เป็นคนบอกเขาตั้งแต่แรกบอกพี่นุ้ยก่อนเลยว่า ลูกเราจะเป็นอะไรก็ได้นะ แต่ขอให้ลูกเราเป็นคนดีก็พอนะพ่อ แถมยุคสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็น ดีเจนุ้ย เอกกี้ ป๋อมแป๋ม แต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้นเลยนะ รวยๆ ทั้งนั้นเลย ดังนั้นลูกจะเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นคนดีเป็นคนเก่งก็พอ” ตั๊ก “แฮปปี้กับลูกมากที่เขาเข้ามาขอคำปรึกษาตรงๆ และไม่มีความลับอะไรกับเรา อย่างที่พี่บอกเลยค่ะ ตั้งแต่เขาเกิดมาจนถึงตอนนี้เขาไม่เคยทำอะไรให้พ่อกับแม่ลำบากใจเลย ไม่เคยเกเร แถมเรียนก็เรียนได้ดี ภาษาอังกฤษก็เก่ง คอมพิวเตอร์ก็ซ่อมเองได้ เรียกว่าทำได้หมดทุกอย่าง ภาษาจีนก็ได้ ซึ่งพี่โอเคมาก” ตั๊ก “คนมองว่าเป็นพ่อแม่ที่หลายคนอิจฉา พี่ไม่รู้นะหลายคนอาจจะว่าพี่เลี้ยงลูกยังไงพี่ก็ไม่ทราบ แต่พี่ขอแค่ให้ลูกพี่เป็นคนดี ไม่เป็นภาระสังคม เป็นคนดีของพ่อแม่แค่นี้ก็พอ แค่นี้เราก็พอใจแล้ว” นุ้ย “เราสองคนขอขอบคุณทุกท่านมากนะครับ ที่ติดต่อครอบครัวเรามาโดยตลอด ตั้งแต่ในวันที่น้องภูยังตัวเล็กๆ จนตอนนี้เขาอายุ 14 ปีแล้ว และเราก็จะทำหน้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทุกๆ ท่าน เพราะว่าเราอยู่จุดนี้เราก็เหมือนเป็นกระจกของสังคม เราจะไม่ทำเรื่องเสียหาย ไม่ทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม แม้แต่ตัวน้องภูเองผมก็ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่า ต้องขอโทษด้วยถ้าหากน้องจะเป็นนู่นเป็นนี่หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ก็อย่าไปว่าเขาเลยครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกกับทุกครอบครัวเลยก็คือ อยากให้เปิดใจรับฟังลูก รับฟังคำปรึกษากับลูก ไม่ว่าลูกเขาจะเป็นอะไรเราก็ต้องเปิดใจรับให้ได้ ในสิ่งที่มาถึงหรือมาไม่ถึงก็แล้วแต่ครับ”ขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @tucknuipooh ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย ตั๊ก - นุ้ย - น้องภู น้องภู

ยอดชาย เมฆสุวรรณ ยก ป๋าเดียร์
ยอดชาย เมฆสุวรรณ /  ป๋าเดียร์ ชุมพร / 

  เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของ ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ เหล่าศิลปินดาราต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างคับคั่ง ด้านดารานักแสดงรุ่นใหญ่ ยอดชาย เมฆสุวรรณ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่สนิทสนมและร่วมงานกับ ป๋าเดียร์ ชุมพร มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่รุ่นบุกเบิกของวงการบันเทิงไทยเลยก็ว่าได้ ได้เผยเรื่องราวในอดีตที่น่าจดจำและไม่เคยลืมเลือนของ ป๋าเดียร์ ว่าเป็นรุ่นพี่ที่คอยช่วยแนะนำเรื่องการแสดงตั้งแต่ตนเข้าวงการใหม่ๆ และยังเป็นพี่ชายที่ขี้แกล้ง ขี้อำ แม้พี่ชายคนนี้จะจากไปแต่ผลงานและความดีของพี่ชายก็ยังฝากไปยังคนรุ่นหลังต่อไป ลั่นอยากปั้นหุ่นขี้ผึ้งเก็บไว้เป็นความทรงจำและเป็นตำนานของหนังไทย!!   "ครั้งแรกที่ได้เจอกับพี่เดียร์ แกก็อำผมเลย และอำแรงด้วย แกเป็นคนตลก เห็นอะไรก็ขำไปหมด ครั้งนั้นผมไปถ่ายเรื่องนพเก้า ที่สระบุรี ซึ่งผมเป็นพระเอกพี่เดียร์เป็นผู้ร้าย หลังถ่ายเสร็จก็ไปพักที่โรงแรม นั่นเป็นการเจอกันครั้งแรกระหว่างเรา ช่วงประมาณ 6 โมงเย็นพี่เขาก็มาคุยกับเราในห้องพัก เรายังรู้สึกเลยว่าเขาเป็นคนดี เข้ามาสอนมาเทคแคร์ ตอนนั้นปี 2516 ผมก็เพิ่งได้เข้าวงการครั้งแรก และสักพัก แกก็บอกว่า เดี๋ยวกลับก่อนนะ เข้ากรุงเทพ จากนั้นประมาณทุ่มกว่าๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามาแล้วบอกว่าตอนนี้พี่เดียร์ถูกรถชนเสียชีวิตแล้ว พรุ่งนี้ให้ไปรดน้ำศพด้วยเราก็ตกใจเพราะเพิ่งคุยกันตอน 6โมงเย็น และเวลาประมาณช่วงตี 1 กว่าๆ เรากำลังจะเข้านอนก็ได้ยินเสียคนเคาะประตู พอเปิดประตูออกไปก็เห็นพี่เดียร์ยืนอยู่ เราตกใจมาก แกจะเป็นคนชอบขี้อำตลอด"   "มีอยู่ครั้งหนึ่งมันเหมือนเกิดเป็นปฏิหาริย์เพราะผมฝันเห็น หลวงปู่สงฆ์ จันทสโร วัดเจ้าฟ้า ศาลาลอย ซึ่งผมไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน พอไปค้นในประวัติก็ได้เห็นภาพด้านตรงที่นั่งหลังโก่ง ผมจึงนำแบบมาปั้นหุ่นขี้ผึ้ง แต่ก็คิดในใจว่าเห็นด้านเดียว มันจะเหมือนหรือเปล่าแต่เราก็หยุดไม่ได้ แต่ถ้าจะทำต่อไปก็ลังเลกลัวจะไม่เหมือน สักพักก็มีเสียงกดออดที่หน้าบ้าน ปรากฎว่าเป็นพี่เดียร์มาหา ซึ่งปกติแกไม่เคยมาหาผมเลย พอแก้ห็นว่าผมกำลังปั้นพระอยู่ แกก็บอกว่าเหมือนแล้วหยุดทำเลยนะ แต่นี้พอไม่ต้องปั้นต่อ เพราะพี่เดียร์อยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็กๆ ท่านเป็นอาจารย์ของพี่เดียร์ที่อยู่จ.ชุมพร เหมือนท่านดลจิตดลใจให้พี่เดียร์มาเช็คผลงาน"   "ระยะหลังพี่เดียร์กับผมจะติดต่อกันตลอด แกจะมาหาที่บ้าน มานั่งคุย วันที่แกเส้นโลหิตในสมองแตก แล้วไม่สบายหนักมาก แกให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาบอกว่าแกไม่สบายเข้าโรงพยาบาล ตอนแรกเรานึกว่าแกอำ เพราะแกชอบอำเราก็เลยไม่เชื่อ เราก็พยายามจะตามหา เช็คไปตามโรงพยาบาล ซึ่งก็ไม่เจอชื่อของแกอยู่ที่โรงพยาบาลไหน สักพักมีผู้หญิงโทรมาบอกว่าพี่เดียร์กลับมาบ้านแล้ว เราเลยไปหา แล้วเห็นพี่เดียร์นอนอยู่บนเตียง น้ำตาผมไหลเลย ตอนนั้นแกพูดไม่ได้แล้ว เพราะเส้นโลหิตในสมองแตก"   "ตอนแกมีชีวิตอยู่ ผมไปบอกแกนะครับ ว่าอยากปั้นรูปแก แต่แกบอกว่ายังไม่ตาย ยังไม่อยากให้ปั้น แต่ตอนนี้ถ้าหนุ่ม ศรราม มีรูปอะไรเอามาให้ ผมก็อยากจะปั้น คือมันเป็นอีกหนึ่งความทรงจำ เพราะเขาเป็นตำนานของหนังไทยเลยนะ ไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก ชุมพร เทพพิทักษ์ และวันนี้ที่แขกมาร่วมงานกันเยอะก็เพราะสิ่งต่างๆ ที่พี่เคยสร้างเอาไว้ มันเป็นผลสืบเนื่องมา ผมก็ขอให้พี่เดียร์ไปสู่สุคติ ไปอยู่ภพภูมิที่ยิ่งๆ ขึ้นไปครับ"   ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์     ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ   ยอดชาย เมฆสุวรรณ  

ละครรักซ่อนแค้น , เรื่องย่อรักซ่อนแค้น
รักซ่อนแค้น /  ละคร รักซ่อนแค้น / 

รักซ่อนแค้นบทโทรทัศน์ภาษาไทย : ก้องเกียรติ โขมศิริ กำกับการแสดง : อรรถพร ธีมากร อำนวยการผลิต : นิพนธ์ ผิวเณร, ถกลเกียรติ วีรวรรณ เรื่องย่อละคร รักซ่อนแค้น "มีคนบอกว่าใครก็ตามที่พูดว่าเข้าใจเรื่องความรัก เขาไม่เข้าใจอะไรเลย"หลังจากที่แม่หนีไปไม่เคยกลับมาและพ่อที่เป็นนักเลงต้องเสียชีวิตอย่างไร้ค่า เมฆ(ศรัณยู วินัยพานิช) และ ปืน (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต) สองพี่น้องจึงกลายเป็นเด็กกำพร้าถูกส่งเข้าบ้านเมตตา ทั้งคู่ถูกเด็กคนอื่นๆ ล้อเรื่องพ่อที่เป็นนักเลง เมฆพยายามบอกน้องชายให้อดทน เพราะไม่อยากให้ปืนต้องโตมาเป็นนักเลงอย่างพ่อ ปืนพยายามอดทนตามที่พี่ชายบอก แต่ก็ยังคงถูกเด็กรุ่นใหญ่เจ้าถิ่นแกล้งจนทนไม่ได้ เมฆจึงตัดสินใจพาน้องชายหนีจากบ้านเด็กกำพร้ามาเร่ร่อนอยู่กันตามลำพัง เมฆขอให้ปืนสัญญาว่าจะเลิกใช้กำลังเพื่อแก้ปัญหา ปืนจำใจสัญญาเพราะรักพี่ชาย กระทั่งวันหนึ่งปืนหมดความอดทนไปมีเรื่องกับวัยรุ่นเจ้าถิ่น เมฆไม่พูดอะไรกับปืนพร้อมเดินออกจากบ้านไปนับจากวันนั้น และไม่เคยกลับมาอีกเลย รักซ่อนแค้น ปืนใช้ชีวิตตามลำพังโดยปราศจากพี่ชายและเกเรไปวันๆ จนได้เจอกับ ป้าแตง หญิงกลางคนจิตใจดีที่รับเด็กเร่ร่อนหลายคนมาเลี้ยงดูด้วยความรัก ปืนรู้สึกว่านี่คือครอบครัว เพราะป้าแตงรักเด็กทุกคนเหมือนลูก ที่แห่งนี้ปืนได้เจอกับ สร้อย(ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ) สาวห้าวที่มีความเด็ดเดี่ยวและเพื่อนเด็กเร่ร่อนอีกหลายคน พวกเขาเติบโตขึ้นมาด้วยการสั่งสอนดูแลของป้าแตง แม้จะอดบ้าง มีกินบ้าง แต่ทุกคนก็ช่วยดูแลกันและกันตลอดมา เพื่อหาเงินมาช่วยแม่แตง ปืนก็มักจะลงต่อยมวยเวทีเล็กๆ มันเป็นงานที่ดีในความคิดของปืน เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ระบายอารมณ์อีกด้วย รักซ่อนแค้น หลังจากผ่านไป 7 ปี ปืนก็ได้ข่าวเมฆอีกครั้ง แม้จะมีความรู้สึกโกรธเกลียดที่พี่ทิ้งตนเองไว้ตามลำพัง ก็ไม่อาจสู้ความรักที่มีต่อพี่ชายได้ ปืนตัดสินใจไปหาพี่ชาย สองพี่น้องได้เจอกันอีกครั้ง แต่เวลาแห่งความสุขก็สั้นนัก เพราะวันนั้นเมฆตัดสินใจโดดตึกเพื่อจบชีวิตตัวเอง แม้เมฆจะรอดชีวิต แต่ก็ได้แค่นอนนิ่ง ไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ ปืนสืบเรื่องราวชีวิตของเมฆจากไดอารี่ และรู้ว่าที่ผ่านมาเมฆมีความรักอยู่กับ อิน(วรรณรท สนธิไชย) ซึ่งกำลังเป็นดาราสาวดาวรุ่งที่ออกสื่อต่างๆ แทบทุกวัน และวันที่ปืนได้เจอกับเมฆ ก็ตรงกับวันที่อินประกาศหมั้น วารินทร์(อัครัฐ นิมิตรชัย) นักธุรกิจหนุ่มทายาทบริษัทพันล้าน ปืนโกรธพี่ชายที่อ่อนแอพอๆ กับที่เกลียดอิน ผู้หญิงที่ทำร้ายหัวใจคนดีๆ อย่างพี่ชายของเขาได้ และสิ่งที่ผู้หญิงอย่างอินจะได้รับ มันต้องหนักหนาสาหัสกว่าที่พี่ชายเขาต้องเจอ ปืนสาบานกับตัวเอง!!! รักซ่อนแค้น ระหว่างนั้นวารินทร์ประกาศหาบอร์ดี้การ์ดให้กับอินคู่หมั้นสาว โอกาสแก้แค้นมาถึงแล้ว ในที่สุดปืนได้ถูกเลือกให้เป็นบอร์ดี้การ์ดอิน แต่ตลอดเวลาที่ได้ใกล้ชิดกับอิน ปืนจะทำเย็นชาและปฏิบัติต่อเธอไม่ดีเท่าไหร่ เพราะปืนมองอินเป็นผู้หญิงใจร้าย แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ปืนก็ได้พบว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด แถมยังพบเรื่องราวชีวิตที่น่าสงสารของเธอ อินจริงใจต่อคนรอบข้างและเห็นค่าของความรัก ปืนพยายามใกล้ชิดอินเพื่อทำให้เธอเคลิบเคลิ้มหวั่นไหวจนตกหลุมรักเขา และปืนใช้ความรู้สึกเป็นเสมือนดาบ ที่บรรจงแทงลงหัวใจของอิน แต่มันกลับทิ่มแทงหัวใจของปืนไปพร้อมๆ กัน เพราะปืนเองที่เป็นฝ่ายเผลอใจรักอินมากขึ้นทุกวัน ความรักที่ก่อเกิดจากความแค้นอันแสนเจ็บปวด ก่อให้เกิดความรู้สึกผิดของที่พวกเขาทั้งสองคนและเส้นทางรักของคนทั้งคู่เดินไปสู่ปลายทางอย่างไร? ติดตามได้ใน “รักซ่อนแค้น” ออกอากาศตอนแรกวันพุธที่ 26 ก.ค.นี้ เวลา 20.15น. ทางช่องวัน 31 รายชื่อนักแสดง รักซ่อนแค้น ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต รับบทเป็น ปืนวรรณรท สนธิไชย รับบทเป็น อินศรัณยู วินัยพานิช รับบทเป็น เมฆอัครัฐ นิมิตรชัย รับบทเป็น วารินทร์ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ รับบทเป็น สร้อยรณวีร์ เสรีรัตน์ รับบทเป็น ไอ้อ้วนเสกสรร สุทธิจันทร์ รับบทเป็น ไอ้หงอคงสมจิตร จงจอหอ รับบทเป็น บาร์โค้ดชนัตพล สังสิทธิเสถียร รับบทเป็น โชกุนอริญรดา ธีมากร รับบทเป็น ขนุนสมมาตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ถวิลณหทัย พิจิตรา รับบทเป็น กัลยาอรรถพร ธีมากร รับบทเป็น เฮียเก๋าปิยะพงค์ ตุรงคกุล รับบทเป็น สายลมเล็ก ไอศูรย์ รับบทเป็น อดุลย์นฤมล พงษ์สุภาพ รับบทเป็น นอบพาวิช ทรัพย์รุ่งโรจน์ รับบทเป็น แม่นพิมพกานต์ แพร่คุณธรรม รับบทเป็น แมว รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น รักซ่อนแค้น

ปันปัน ส่งแม่เป็นครั้งสุดท้าย!! ฝันถึง+อยากสานต่อร้องเพลง แหวน ฐิติมา
แหวน ฐิติมา /  ปันปัน เต็มฟ้า

บรรยากาศในพิธีเคลื่อนศพ แหวน ฐิติมา ขึ้นตั้งบนจิตกาธาน โดยมี ปันปัน เต็มฟ้า เป็นผู้ถือภาพของแม่แหวน เวียนรอบเมรุ สำหรับกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา เวลา 18.00 น. ณ เมรุวัดธาตุทอง โดยสาวปันปัน ได้เปิดใจก่อนส่งแม่เป็นครั้งสุดท้ายมาดังนี้ "วันนี้ได้มาส่งคุณแม่ อย่างแรกเลยที่รู้สึกคือสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ได้พระราชทานพวงมาลาและจะเสด็จมาพระราชทานเพลิงศพให้คุณแม่ นับว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลปันปันมากๆ และเป็นเกียรติสำหรับคุณแม่ด้วยค่ะ" "รู้สึกปลาบปลื้มใจแทนคุณแม่มากค่ะ คุณแม่มีทั้งเพื่อน มีทั้งคนที่รัก ทั้งแฟนคลับและครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ ทุกคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างคุณแม่มาจนถึงทุกวันนี้ หลายๆ ท่านก็มาบอกกับเราว่าจะสนับสนุนปันปันต่อไป ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ รู้สึกว่าคุณแม่เป็นคนที่น่ายกย่องมากๆ เหมือนเราก็อยากจะดำเนินตามรอยคุณแม่ค่ะ คุณแม่เก่งมากๆ ทำตัวให้มีคนรัก มีคนนับถือขนาดนี้" "สภาพจิตใจวันนี้ ก็เข้มแข็งมากกว่าวันนั้นค่ะ พอมีคนให้กำลังใจ มีแขกมา คุณพ่อก็ดีขึ้นค่ะ อย่างวันคอนเสิร์ตคุณพ่อก็ได้เจอกับเพื่อนเก่าๆ นักร้องนักดนตรีที่คุณพ่อเคยทำงานด้วย" "ห่วงคุณพ่อ ห่วงค่ะ ตอนนี้ก็ยังห่วงค่ะ เพราะคุณพ่อค่อนข้างมีอายุแล้ว และค่อนข้างจะชินกับอะไรที่เดิมๆ ก็เลยต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อ และตอนนี้บ้านค่อนข้างเงียบ คือบ้านเราอยู่กัน 3 คนคือ ปันปัน คุณพ่อและคุณแม่ ตอนนี้ก็เหลือ 2 คนในบ้าน ก็ค่อนข้างเงียบ เดี๋ยวคงพาคุณพ่อไปทำกิจกรรม เดี๋ยวจะพาไปหัวหินอะไรแบบนี้ค่ะ บ้านมันดูว่างเปล่า เราอยู่ด้วยกัน 3 คนก็ใช้ทุกอย่างร่วมกัน เดิมก็คือนอนด้วยกัน 3 คน ปันปันเพิ่งมามีห้องของตัวเองเมื่อไม่นานนี้เอง ของของคุณแม่ก็มีอยู่ทั่วบ้าน ตอนเก็บของก็รู้สึกคิดถึงคุณแม่ตลอดอยู่แล้ว แต่ก็พยายามจะเข้มแข็งมากขึ้น" "ฝันถึงคุณแม่ มีฝันถึงคืนนึงค่ะ ห่างจากวันที่คุณแม่เสียมา 2 วัน ฝันถึงแต่ไม่ได้เป็นภาพอะไรมาก ก็เหมือนคุณแม่ยืนอยู่ก็เป็นภาพที่ดีๆ ค่ะ ตอนที่คุณแม่อยู่โรงพยาบาลก็ยังทำให้เราเห็นว่าคุณแม่เข้มแข็งอยู่ตลอด น้อยครั้งมากที่จะบอกว่าท้อ คุณแม่ไม่เคยพูดเลยว่าอยากไปแล้วต่อหน้าเรา ทำให้เรารู้สึกว่าคุณแม่เป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดแล้ว ตอนนี้เชื่อว่าคุณแม่ก็ยังห่วงปันอยู่ เพราะคุณแม่จากไปค่อนข้างเร็วและปันก็ยังอยู่ในช่วงรอยต่อของชีวิต อย่างเรื่องการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ แต่ก่อนคุณแม่จะเป็นคนทำให้หมด ตอนนี้เราก็ต้องจัดการการจ่ายเงินเองทุกอย่าง ดูแลบ้านด้วย ก็ต้องเข้มแข็งมากขึ้น ก็ต้องเป็นผู้นำครอบครัวค่ะ อย่างที่บอกว่าปันต้องดูแลคุณพ่อด้วย คุณพ่อไม่ค่อยแข็งแรง เราก็ต้องดูแลระบบทั้งหมดของบ้าน" "สานต่อคุณแม่ ความจริงอยากจะร้องเพลงคุณแม่ แต่ก็ต้องรอโอกาสอีกทีค่ะ เพลงคุณแม่เราก็ร้องได้เกือบหมดอยู่แล้ว เมื่อก่อนปันชอบไปคอนเสิร์ตกับคุณแม่มากค่ะ เวลาคุณแม่ไปคอนเสิร์ตต่างจังหวัดปันก็ไปด้วยตลอด หลังจากนี้ก็คงเคลียร์บ้านและหางานทำด้านที่เรียนมาคือเศรษฐศาสตร์ อาจจะทำงานธนาคารเกี่ยวกับการลงทุนให้เป็นงานหลักของเรา งานในวงการบันเทิงก็ไม่ได้ทิ้งค่ะ ยังรับเป็นงานๆ ได้อยู่แล้วค่ะ" "อัฐิ น่าจะเก็บไว้ในโกศ 2 โกศอย่างที่เราเตรียมกันไว้คือ อันนึงไว้บ้านเราจะซื้อโต๊ะอะไรมาวางไว้ อีกอันก็จะไว้กับคุณยายที่บ้านครอบครัวสุตสุนทร ลอยอังคาร ตอนนี้เห็นคุณพ่อบอกว่าจะไปที่กองทัพเรือค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าวันไหนและมีใครไปบ้าง เตรียมต้องคุยกันอีกทีค่ะ" "กล่าวอาลัยให้คุณแม่ เหมือนพูดในสิ่งที่เราไม่ค่อยได้บอกคุณแม่เท่าไหร่ คุณแม่เป็นคนที่เข้มแข็งมาก เราอยู่ในจุดที่รู้ว่ามันคือตัวตนของคุณแม่ เราก็ไม่ค่อยได้บอกว่าขอบคุณนะที่แม่เข้มแข็ง บอกรักและขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่เคยทำให้เราตั้งแต่เด็กคุณแม่ก็อยู่เคียงข้างเรามาตลอด" "ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ทุกคนรักคุณแม่ขนาดนี้ เราเป็นลูก เราก็ดีใจที่เห็นมีคนรักคุณแม่เยอะ ทุกคนห่วงใยและใส่ใจเราขนาดนี้ค่ะ ถึงแม้คุณแม่จะจากไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังห่วงคุณแม่ หนูจะพยายามนำข้อดีทุกอย่างของคุณแม่มาใช้กับตัวหนูค่ะ" ปันปัน กล่าว พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา พิธีพระราชทานเพลิงศพ แหวน ฐิติมา

ติ๊นา ร่วมสวดศพคืนที่ 3 เผยเพลง แหวน ฐิติมา คือจุดเริ่มต้นการเป็นนักร้อง!!
แหวน ฐิติมา /  ติ๊นา คริสติน่า / 

  ยังคงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าสำหรับการสวดพระอภิธรรมศพนักร้องดัง แหวน ฐิติมา ณ ศาลา 4 วัดธาตุทอง ซึ่งวันนี้ 12 ก.ค.60 เป็นคืนที่ 3 แล้ว โดยมีศิลปิน-ดาราจำนวนมากต่างมาร่วมฟังสวดในวันนี้ ด้านนักร้องสาว ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ เปิดใจถึงการจากไปของ แหวน ฐิติมา พี่สาวที่แสนดีว่า ตกใจที่ทราบข่าวการจากไป รู้สึกเสียใจที่มาไม่ทันรดน้ำศพเพราะกำลังเดินทางกลับจากต่างประเทศและไม่ได้ร่วมคอนเสิร์ตกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ได้ส่งใจมาให้ เชื่อพี่สาวไปสบายแล้ว พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ในอดีตตนได้ใช้เพลงของ แหวน ฐิติมา มาสกรีนเทสต์ตอนเข้าแกรมมี่ใหม่ๆ และเพลงของ แหวน ฐิติมา ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้ตนมาเป็นนักร้องอีกด้วย   "วันที่มีพิธีรดน้ำศพติ๊นาไม่ได้มาร่วมงานเพราะว่าเพิ่งกลับจากต่างประเทศ ซึ่งมาถึงก็ค่ำแล้ว ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นบอกไม่ถูกเหมือนเพิ่งเจอกับพี่แหวนเมื่อวันที่ทำดอกไม้จันทน์เอง ยังเห็นพี่แหวนมีพลังเหมือนปกติมาก แล้วก็มาทราบวันหลังจากนั้นไม่กี่วันพี่แหวนเข้าโรงพยาบาล"   "สำหรับพี่แหวนแล้ว พี่แหวนเป็นพี่สาวที่น่ารักและใจดี เจอกี่ครั้งก็อบอุ่น ซึ่งการจากไปของพี่แหวนถือเป็นการสูญเสียบุคคลที่ดีและมีความสามารถ รวมถึงเป็นที่รักของคนทั้งตึกแกรมมี่ โดยความประทับใจที่มีต่อพี่แหวนจะเป็นความรู้สึกที่ว่าถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อย เพราะมีโอกาสได้เจอกันตามงานในบางครั้ง แต่ทุกครั้งที่ได้เจอก็ต่อกันติด"   "ส่วนตอนที่ไหว้ศพพี่แหวน ติ๊นาก็บอกว่าเสียใจมากที่ไม่ได้มาร่วมพิธีรดน้ำศพ รวมถึงไม่ได้ไปร้องเพลงในคอนเสิร์ตร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ว่าก็ได้ส่งใจมาให้ วันนี้ก็ถือว่าเป็นการที่มาลาพี่แหวน เชื่อว่าพี่แหวนไปสบายแล้ว ไม่มีกังวลอะไรเพราะคงเห็นว่าทุกคนรักพี่แหวนและน้องปันปันมากแค่ไหน (ให้กำลังใจน้องปันปันยังไง?) ติ๊นาเชื่อว่าน้องปันปันได้ความเข้มแข็งมาจากพี่แหวนเยอะ และเชื่อว่าน้องปันปันรู้ว่ายังไงพวกเราไม่ทิ้งน้องปันปันอยู่แล้ว"   "ตอนที่ติ๊นาเข้ามาสกรีนเทสต์เพื่อเป็นนักร้องของแกรมมี่ เพลงของพี่แหวนเป็นเพลงที่นำมาใช้ในการเทสต์เสียงคือเพลง "ฟ้ายังมีฝน" และ "หยิบดินสอ" ซึ่งเป็นสองเพลงที่พี่เต๋อ(เรวัต)ให้ตนไปฟังไปซ้อมแล้วนำมาร้องคือเพลงเพราะอยู่แล้ว และเราได้รับมอบหมายให้ไปซ้อมเพลงนี้เพื่อมาเทสต์ตอนเข้าแกรมมี่ใหม่ๆ มันทำให้เราดีใจ เพราะเพลงของพี่แหวนเป็นจุดเริ่มต้นให้ติ๊นามาเป็นนักร้อง"   "ในส่วนของคอนเสิร์ตน่าจะมีเคยขึ้นร่วมกันบ้าง หรืออย่างเวลาเราเล่นคอนเสิร์ต พี่แหวนก็จะมาดู และมาหลังเวที มาถ่ายรูปกัน (ถ้าวันนี้พี่แหวนฟังอยู่ เราอยากจะฝากบอกอะไรถึงพี่เขา?) อยากจะบอกว่าในแกรมมี่มีพี่ๆ อยู่ไม่กี่คน ที่เป็นพี่ที่น่ารัก และพี่แหวนเป็นพี่คนนึงที่ทุกคนรัก เคารพ ชื่นชมมาก เป็นผู้หญิงเก่ง ติ๊นาว่าพี่แกผ่านการรักษามาระยะนึงแล้ว มันคงไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับโรคนี้ที่ตะผ่านมาได้ จนถึงวินาทีสุดท้ายของพี่เขา มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และไม่ใช่เรื่องสบายแน่ๆ ถึงได้บอกว่าวันนี้พี่แหวนหลับสบายแล้ว และอยู่ในที่ดีๆ ที่มองเราอยู่ตอนนี้ และแกคงภูมิใจว่าทุกคนรักแกมากๆ ติ๊นาเชื่ออว่าพี่แหวนเห็นแน่ๆ" ติ๊นากล่าว ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์