สืบศพ ไขคดีลับ

ยกฟ้อง ธาริต หมิ่น พล.ต.ท.สมคิด อุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ
ธาริต /  พล.ต.ท.สมคิด / 

ศาลยกฟ้องคดี "พล.ต.ท.สมคิด" ฟ้องหมิ่น "ธาริต" กล่าวหาอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุฯ ชี้ทำตามหน้าที่ จึงไม่มีความผิด วันนี้ (27 มี.ค.) ศาลอาญารัชดา นัดฟังคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตหัวหน้าจเรตำรวจ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับพวก เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2551 จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.พ.2556 นายธาริต ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนปล่อยชั่วคราว พล.ต.ท.สมคิด จำเลยที่ 1 และ พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี จำเลยที่ 4 ในคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายธาริต ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ มีอำนาจยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ พล.ต.ท.สมคิด ในคดีที่ตกเป็นจำเลยร่วมกันอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย และแม้ว่าศาลไม่ได้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวตามคำร้อง แต่ศาลได้กำชับและมีเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวเพิ่มเติม แสดงว่าศาลเชื่อในคำร้องของนายธาริตบางส่วน ที่ระบุว่า พล.ต.ท.สมคิด มีพฤติการณ์ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี ส่วนการให้สัมภาษณ์ของนายธาริตเป็นการแถลงความคืบหน้าของคดี ทำไปตามอำนาจหน้าที่ในฐานะอธิบดีดีเอสไอ แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต จึงไม่ใช่เป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สามให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เลยไม่ผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวทีนิวส์ MThai News

ว๊ายยย!! ต่อ นุ่งบ๊อกเซอร์โชว์กลางถนน!!
ต่อ ธนภพ /  รถเมล์ คะนึงนิจ / 

ตายแล้ว!! เกิดอะไรขึ้นจู่ ๆ นักแสดงหนุ่ม ต่อ ธนภพ เกิดคลุ้มคลั่งถอดชุดนักเรียนกลางถนน เหลือแต่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว ทำเอาคนที่เห็นอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว เอ๊ะ...เอ๊ะ...แต่อย่าเพิ่งตกใจเพราะนี่เป็นเพียงฉากในละคร คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรี่ส์ 5 : ความรักกับความลับ ตอน ความลับของห้อง ม. 6/3 โดยซีนนี้เป็นตอนจบของความสัมพันธ์รักต้องห้ามครั้งนี้ว่าทั้งคู่จะตัดสินใจอย่างไร? หรือเป็นเพราะสถานะ ''ครู- นักเรียน'' ที่ทำให้รักกันไมได้! งานนี้ หนุ่มต่อ ต้องการพิสูจน์ให้ สาวรถเมล์ คะนึงนิจ ดูกันจะๆ ว่าโตเป็นหนุ่มเต็มตัวแค่ไหน แหม....เล่นโชว์ซิกแพคขาวจั๊วะท่ามกลางสายตาประชาชีเยี่ยงนี้ เป็นใครก็ใจอ่อนว่ามะ.....!!! ต่อ ธนภพ ต่อ-รถเมล์ ต่อ-รถเมล์ ต่อ-รถเมล์

ตั้งข้อหานายแบบ-ผู้จัด อนาจาร เปลือยกายโชว์อาบน้ำกลางห้าง
นายแบบ /  อาบน้ำกลางห้าง / 

ตั้งข้อหานายแบบ-ผู้จัด อนาจาร เปลือยกายโชว์อาบน้ำกลางห้าง รายงานข่าวว่าจากกรณีที่สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ที่อีเวนท์กลางห้างจัดอาบน้ำโชว์โดยให้นายแบบเปลือยกาย โดยหลายคนมองว่าเป็นเรื่องของความไม่เหมาะสมเนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่เปิดสาธารณะและมีเด็กเดินห้างอยู่ด้วยจึงไม่ควรอย่างยิ่งและใคร่ขอให้ผู้จัดงานคิดก่อนก่อนทำ ไม่ใช่คิดแต่จะสร้างความดังให้กับงาน ซึ่งล่าสุด พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องรีบสั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินการทางกฎหมายเป็นผู้ร้องทุกข์เอง พร้อมแจ้งข้อหา“กระทำการอนาจารต่อหน้าธารกำนัล”เป็นคดีลหุโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท แก่นายแบบหนุ่ม 1 คน และผู้จัดงานซึ่งอยู่ในระหว่างการประสานเรียกตัวมาทำการเปรียบเทียบปรับ ส่วนห้างดังกล่าวไม่มีการแจ้งข้อหา เนื่องจากเป็นสถานที่ให้เช่า ไม่ทราบถึงรายละเอียดของงานที่จะมีการกระทำการอนาจารดังกล่าว ที่มา http://www.js100.com/en/site/news/view/12168 MThai News

ผบ.ตร.ลั่น ห้ามตร.ให้ข่าวคดีสำคัญ
ผบ.ตร /  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เซ็นคำสั่ง สั่งห้ามข้าราชการให้ข่าวคดีสำคัญ ผู้ใดฝ่าฝืน ขู่ฟันความผิดวินัย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือวิทยุเร่งด่วนที่สุด ระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดีลักษณะที่ 30 การแถลงข่าว หรือ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ คำสั่ง ร.ที่ 855/2558 ลง วันที่ 15 ส.ค. 2558 เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับการข่าว การแถลงข่าวการให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพสื่อมวลชน และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ คำสั่ง ตร.ที่ 465/2550 ลงวันที่ 15 ส.ค. 2550 เรื่องการปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าว การแถลงข่าวการให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน เนื่องจากปรากฏข้อมูลข่าวสารทางสื่อมวลชนในการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีสำคัญบางคดี ข้าราชการตำรวจได้ให้ข่าวถึงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการสืบสวน การจับกุม ตรวจค้น และการรวบรวมพยานหลักฐานในขั้นตอนต่างๆ ต่อสื่อมวลชน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวบางเรื่องเป็นข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อการสอบสวน พิสูจ์ความผิดและการสืบสวนขยายผลไปยังผู้กระทำผิดที่ร่วมขบวนการอื่นต่อไป รวมทั้งมีการเปิดโอกาสให้ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือ พยาน ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนโดยตรงและไม่มีการควบคุมประเด็นการซักถามให้ทำได้เฉพาะเท่าที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนเท่านั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม จึงกำชับใช้ ผบช. ผบก. ถือปฏิบัติและกำกับดูแลการปฏิบัติการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ของข้าราชการตำรวจในสังกัดต่อสื่อมวลชน ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบโดยเคร่งครัด หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลยหรือจงใจไม่ปฏิบัติตาม จะได้พิจารณาดำเนินการทางปกครองและวินัยกับผู้เกี่ยวข้องไป

Tree In Heaven ,สุดปลายฟ้า สัญญารักนิรันดร์  [พากย์ไทย] ตอนที่12
Tree In Heaven /  สุดปลายฟ้า สัญญารักนิรันดร์

ฮานะเป็นเด็กสาวลูกครึ่งเกาหลี ญี่ปุ่นครอบครัวทำกิจการที่พักเล็ก ๆ แถวบ่อน้ำพุร้อน เธอเป็นกำพร้าพ่อและอาศัยอยู่กับแม่ซึ่งต่อมาก็แต่งงานใหม่กับพ่อหม้ายชาวเกาหลี ซึ่งมีลูกชายติดมาด้วยหนึ่งคน คือ ยุนซู ฮานะเป็นเด็กสาวจิตใจอ่อนโยน เธอยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว รอคอยและพยายามฝึกฝนภาษาเกาหลีเพื่อจะได้ใช้พูดคุยกับพี่ชายของเธอ ยุนซู…เขาสูญเสียแม่ของเขาไปทำให้เขาเหมือนคนเก็บตัวเงียบ การมาญี่ปุ่นกับพ่อเพื่อมาอยู่กับครอบครัวใหม่ของพ่อและมีฮานะเป็นน้องสาวก็ยังไม่อาจทำให้เขาเปิดใจเท่าไรนัก ขณะที่ฮานะแม้จะใช้ภาษาเกาหลีได้เพียงเล็กน้อยแต่เธอก็พยายามก้าวเข้าไปหาเพื่อสร้างความสนิทสนมพี่ชายของเธอ ช่วงที่พ่อและแม่ของเธอไปติดต่องานต่างจังหวัดพวกเขาทิ้ง ฮานะและยุนซูไว้กับป้าซึ่งก็มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ มายะ ต่อหน้าแม่ของฮานะป้าก็ดูแลฮานะอย่างดี ครั้นพอลับหลังป้าก็เริ่มออกลายด้วยการพยายามครอบครองกิจการของแม่ฮานะและบังคับฮานะให้ทำงานต่าง ๆ มากมายขณะที่มายะนั้นแทบไม่ต้องทำอะไร หน้าที่ของเธอคือเรียนหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ ฮานะนอกจากต้องอดทนต่อการกลั่นแกล้งของป้าแล้วเธอยังต้องดูแลยุนซู ซึ่งเขาเข้ามาเรียนในห้องเรียนเดียวกับเธอเพื่อน ๆ โดยในคราวแรก เหมือนยุนซูจะไม่ได้ใส่ใจใยดีต่อน้องสาวคนนี้นักเขามักมีโลกส่วนตัวของเขาเอง ด้วยความแปลกของเขาก็ทำให้ยุนซูมักถูกเพื่อน ๆ แกล้ง ครั้งหนึ่งยุนซูถูกแย่งสร้อยกางเขนไป ฮานะเป็นเพียงคนเดียวที่พยายามช่วยยุนซูยื้อแย่งสร้อยเส้นนั้นกลับคืนมาเพราะเธอรู้ว่า สร้อยนั้นเป็นตัวแทนสิ่งเดียวที่แม่ของยุนซูเหลือไว้ให้ ความพยายามของฮานะที่วิ่งไล่ตามเพื่อน ๆ เพื่อให้ได้สร้อยคืนจนตัวเองเจ็บ ความพยายามที่เธอเที่ยวคุ้ยไปตามหิมะเพื่อหาสร้อยเส้นนั้นจนพบ ทำให้ยุนซูแอบอบอุ่นและซาบซึ้งในความเอื้ออาทรของฮานะ จากนั้นเมื่อฮานะถูกป้าและมายะลูกพี่ลูกน้องกลั่นแกล้งยุนซูก็จะคอยเคียงข้างและช่วยเหลือเธอเสมอ …ความเอื้ออาทรที่พวกเขาต่างมีและใส่ใจต่อกันค่อย ๆ ถักทอสานก่อเป็น "ความรัก" โดยที่ฮานะเหมือนจะระมัดระวังและไม่กล้ายอมรับสักเท่าไร ว่าเธอรักยุนซูมากว่าความเป็นพี่ชายและน้องสาว เนื่องจากเวลานั้นเธอก็มีรุ่นพี่ริวผู้เพรียบพร้อมเขาเป็นนักกีฬา เป็นที่คลั่งไคล้ของนักเรียนหญิง รุ่นพี่ริวคนนี้ คือคนเดียวกับผู้ชายที่มายะหมายปองไว้ เพียงแต่ริวสนใจในตัวฮานะ ยุนซูนั้นชัดเจนต่อความรู้สึกของตัวเองกว่าใคร เขาติดตามฮานะเป็นดังเงา และพยายามทำให้เธอยอมรับความรักของเขา ทำให้เธอยอมรับว่าฮานะก็รักเขามิใช่รุ่นพี่ริว แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรด้วยความที่พ่อแม่ของพวกเขาแต่งงานกันพวกเขาจึงกลายเป็นพี่น้อง ทำให้ฮานะยากจะยอมรับแล้วพยายามปลีกตัวห่างออกจากยุนซูแล้วตั้งใจจะไปโตเกียวกับพี่ริว ทุกอย่างที่เธอกระทำล้วนทำให้เธอเจ็บปวดไม่น้อยกว่ายุนซู การไม่ยอมรับความรักของยุนซูทำให้ยุนซูตัดสินใจจากฮานะไป ในช่วงเวลานั้นพวกเขาไม่มีใครล่วงรู้ข่าวร้ายว่าพ่อของยุนซูและแม่ของฮานะประสบอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางกลับบ้านพวกเขาเสียชีวิตทันที ป้าของฮานะไปดูศพจนแน่ชัดแต่ก็ไม่แพร่งพรายข่าวนี้ให้ฮานะรู้ ป้าของฮานะกลับพยายามขายกิจการของพ่อแม่ฮานะแล้วพามายะหลบหนี้ไปโดยทอดทิ้งฮานะไว้เผชิญชะตากรรมลำพัง เวลาต่อมา ฮานะได้ทำงานเป็นพนักงานของโรงแรมของริว ที่นั่นเธอยังคงต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากและยังรอคอยข่าวการหายตัวไปของพ่อแม่อย่างไร้ร่องรอย เช่นเดียวกับฮานะยังคงรอคอยยุนซูของเธอตลอดเวลา ที่โตเกียวฮานะต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากและโดดเดี่ยวแม้เธอจะมีริวคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ โดยที่ฮานะไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าของห้องพักหรูที่เธอต้องไปให้บริการนั้นที่แท้คือ ยุนซู เขาแอบเฝ้ามองและติดตามดูเธอพร้อมคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ โดยไม่ยอมเปิดเผยตัวแก่เธอ แต่กระนั้นฮานะก็อดที่จะรู้สึกแปลกเหมือนได้กลิ่นและเงาของยุนซูอยู่รอบ ๆ ตัวเธอ ไม่ว่าจะเสียงผิวปากในท่วงทำนองที่ พี่ยุนซูเท่านั้นเป็นคนทำ ตุ๊กตาและเสื้อผ้าหรูหราที่เธอเอ่ยปากเล่น ๆ ว่าอยากได้ก็มาอยู่ในล็อคเกอร์ของเธอ ยามที่เธอไม่มีที่อยู่และหิว เขาก็ให้เธอได้มีอาหารทาน มีที่หลับนอน คนประหลาดที่แอบหยิบยื่นความช่วยเหลือให้อย่างลับ ๆ ทำให้ฮานะสงสัยและต้องการค้นหา เธอเคยคิดว่าคนนั้น อาจเป็นริวแต่แล้วก็ไม่ใช่ กระทั่งวันหนึ่งเธอได้เห็นผู้ชายในชุดสีดำแสนคุ้นในโรงแรมที่เธอทำงานอยู่ฮานะเที่ยวไล่ตามหาเขาเพราะเธอเห็นว่าเขา คือ พี่ยุนซูของเธอ เธอเห็นเจ้าของห้องพักที่เธอเข้าไปทำความสะอาดมีภาพเขียนที่เกี่ยวกับตุ๊กตาหิมะ เป็นภาพเขียนที่เหมือนฉากในความทรงจำระหว่างเธอกับพี่ยุนซู เมื่อเธอสงสัยแล้วยิ่งพยายามตามหาคำตอบ กลับกลายเป็นว่า เจ้าของห้องคือผู้ชายคนอื่น ที่ไม่ใช่พี่ชายคนที่เธอทำร้ายและผลักไสเขาจากเธอไป สร้างความเสียใจแก่เธอจนตราบทุกวันนี้ มิกิ คือ หนึ่งในสมาชิกแก๊งค์มาเฟียพวกเขาจัดประชุมขึ้นที่บาร์แห่งหนึ่งซึ่งมีมายะเป็นเจ้าของ มายะยังคงแค้นเคืองฮานะอยู่มากมายเพราะชีวิตของเธอและความรักของเธอเหมือนถูกฮานะยื้อแย่งและทำมันพังไปเสียหมด เมื่อเธอมีเงินทองมากกว่าด้วยการเป็นผู้หญิงของหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียเธอก็อยากกลั่นแกล้งฮานะที่ได้รับความช่วยเหลือจากริวเรื่อยมาด้วยการให้เธอมาพักด้วย หยิบยื่นเงินทองให้ฮานะใช้หนี้สินที่มีแล้วให้ฮานะเล่นเปียโนในบาร์ชดใช้แทน ที่บาร์นั้นฮานะได้พบกับมิกิ แวบแรกเธอก็จดจำเขาได้ กระทั่งเข้าไปทักเขาว่าเป็นยุนซูแต่มิกิปฏิเสธ มายะแรก ๆ ก็ประหลาดใจที่พบยุนซูอีกครั้งในมาดของสมาชิกมาเฟียนามมิกิ เขาดูมีอนาคต เคร่งขรึมและมีเสน่ห์ จนมายะหลงรักเขา จะอย่างไรก็ตามฮานะก็เชื่อว่ามิกิ คือ พี่ยุนซูของเธอ เธอติดตามเขาให้เขายอมรับ ร้องเรียกหา ขณะที่ยุนซูก็ยืนกรานไม่ยอมรับ จนกระทั่งฮานะได้พบกับสร้อยคอที่ห้องพักพิเศษทำให้เธอมั่นใจว่า คนที่เป็นเจ้าของห้องและคนที่คอยแอบช่วยเหลือเธออยู่ คือ พี่ยุนซูของเธอนั่นเอง ส่วนยุนซูเอง ต่อให้เวลาผ่านไปเขาก็ยังรักฮานะ ทำให้เขาทนไม่ได้เมื่อเห็นเธอร่ำไห้เที่ยวตามหาเขา สุดท้ายเขาก็ต้องออกมาพบเธอ และเรื่องยิ่งเศร้ามากขึ้นเมื่อยุนซูได้รู้ความจริงจากปากมายะว่า พ่อแม่พวกเขาเสียชีวิตแล้ว เพื่อปกปิดความลับนี้ และเพื่อปกป้องฮานะ ยุนซูจำเป็นต้องรับปากที่จะคบกับมายะและไม่พบกับฮานะอีก แม้ยุนซูจะไม่สามารถทำได้ก็ตาม ฮานะและยุนซูต่างมีความสุขที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง พวกเขาใช้เวลาแห่งความสุขด้วยกันพร้อมสัญญาจะไม่ทอดทิ้งกันเหมือนที่เคยทำอีก แต่เมื่อมายะเห็นยุนซูไม่รักษาสัญญาด้วยความโกรธเธอจึงเปิดเผยความลับเรื่องการตายของพ่อแม่ฮานะ ทำให้ฮานะเสียใจมาก พวกเขาไปที่หลุมฟังศพพ่อแม่ ที่ต้นไม้แห่งความทรงจำของยุนซูและฮานะ ที่นั่น แม้ทั้งสองจะไม่ได้เป็นพี่น้องกันอีกต่อไปแล้ว แม้ฮานะจะสามารถรักยุนซูได้อย่างเปิดเผยแต่ยุนซูกลับเลือกที่จะทิ้งฮานะไปแล้วเป็นแค่พี่ชายของเธอ เนื่องจากยุนซูในปัจจุบัน คือ สมาชิกในแก๊งค์มาเฟีย ถ้าเขาเปิดเผยตัวฮานะอาจเป็นอันตรายได้ ยุนซูสับสนและเจ็บปวดมากเขาเองก็ปรารถนาจะได้ใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาและอยากจะออกจากวงการมาเฟียแต่เหมือนเมื่อได้ก้าวเข้าไปแล้วการจะเลิกเป็นเรื่องยาก ยิ่งคู่ปรับเก่าที่มิกิเคยฆ่าเขาให้หัวหน้าแก๊งค์ แต่เขาไม่ได้ตายกำลังกลับมาแก้แค้น ชิมาดะล่วงรู้ว่าผู้หญิงที่มิกิรักคือ ฮานะ ดังนั้นเป้าหมายของชิมาดะ จึงตรงไปที่ฮานะทันที ขณะที่ชิมาดะก็ต่อลองกับหัวหน้าแก๊งค์ที่เริ่มจะไม่ใคร่ชอบใจมิกิสักเท่าไรเมื่อเขาเห็นว่ามายะผู้หญิงของเขาให้ความสนใจมิกิ ยิ่งเมื่อมิกิอยากจะออกจากวงการยิ่งทำให้หัวหน้าแก๊งค์ไม่พอใจมากขึ้น เพื่อให้ความแค้นระหว่างมิกิและชิมาดะยุติเพื่อปกป้องฮานะไว้ มิกิจึงยอมไปพบชิมาดะเพื่อสะสางบัญชีแค้น ชิมาดะจึงใช้มีดแทงมิกิแต่ไม่ถึงตาย พร้อมกล่าวอาฆาตไว้ว่า การพบกันคราวหน้ามิกิไม่รอดแน่ มิกิกลับไปที่บ้านหลังที่เขาซื้อไว้ ให้ฮานะอยู่ บ้านที่พวกเขาใช้ช่วงเวลาช่วงหนึ่งด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ความสุขของพวกเขาก็มักเดินทางผ่านไปเร็วไว้เสมอ มิกิคิดจะถอนตัวแล้วมอบตัวกับตำรวจเพื่อเขาจะได้กลายเป็นคนดีที่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับฮานะได้อย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะฐานะพี่ชายหรือฐานะอะไร ซึ่งเวลานั้นเขาได้ผลักดันให้ฮานะแต่งงานกับริว ซึ่งรักและรอคอยฮานะมานานแสนนาน เพื่อให้ริวได้ปกป้องและดูแลฮานะแทนเขา ชิมาดะได้รับคำสั่งจากหัวหน้าแก๊งค์ให้เก็บมิกิที่จะเข้ามอบตัว แต่มายะมาเห็นเข้าเธอจึงตัดสินใจขับรถชนชิมาดะเสีย ทำให้เรื่องราวยิ่งยุ่งยากเพราะมิกิไม่ได้ต้องการให้ชิมาดะตาย เขาต้องการเข้ามอบตัวพร้อมชิมาดะ แต่เมื่อเรื่องกลายเป็นเช่นนั้น เขาจึงสมอ้างเสียเองว่าเป็นคนฆ่าชิมาดะตาย แล้วให้มายะทำเหมือนเธอไม่รู้เห็นอะไรด้วย มิกิจึงถูกตำรวจไล่ล่า ต้องหลบหนีโดยมีมายะคอยช่วยเหลือ … ยุนซูบอกแก่ริวแกมบังคับให้เขารับปากแต่งงานกับฮานะ โดยเปิดเผยว่าเขาฆ่าคนตาย ฮานะเองก็จำใจต้องยอมแต่งงานกับริวเมื่อเห็นว่าวิธีนั้นเป็นหนทางเดียวจะทำให้พี่ชายเธอมีความสุข ในวันแต่งงานริวขอร้องให้ยุนซูมาอวยพรในงานเพื่อเป็นของขวัญพิเศษแก่ฮานะก่อนเขาจะยอมเข้ามอบตัว แต่ริวเกิดทำแหวนแต่งงานหล่นระหว่างพิธีทำให้ฮานะวิ่งหนีออกมาจากงานแต่งแล้วพบว่ายุนซูถูกแทง แล้วรถคันหนึ่งกำลังจะพุ่งเข้าชนยุนซูของเธอ เธอจึงพุ่งตัวเขาป้องกันยุนซูไว้จนทั้งสองถูกรถชนด้วยกันทั้งคู่…. ความรักของฮานะและยุนซูอันแสนอ่อนโยน ซาบซึ้งของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ทั้งฮานะและยุนซูจะก้าวผ่านขวามหนามและความเจ็บปวดทั้งปวงได้หรือไม่ ติดตามได้ใน Heaven s tree

11 วิธีตัดใจจากคนรักให้เด็ดขาด
คนรัก /  ความรัก / 

แม้ว่าการเลิกราจะเป็นเรื่องที่ทำให้คุณนั้นเสียใจมากมาย แต่เมื่อเค้าหมดรักและเดินจากคุณไปแล้ว คุณจะต้องหันกลับมามองตัวเอง มองว่าคุณควรจะตัดใจ ไม่ใช่มีแค่เค้าคนเดียง โลกนี้ยังมีผู้ชายหรือผู้หญิงบนอีกมากมาย มองโลกให้กว้างๆ อย่านั่งคิดโทษตัวเองหรือคิดถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แต่จงก้าวไปข้างหน้า และคุณจะผ่านเรื่องเศร้านี้ไปได้แน่นอน...กับ 11 วิธีตัดใจจากคนรักให้เด็ดขาด (ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้นะคะ)  11 วิธีตัดใจจากคนรักให้เด็ดขาด 1. มองไปข้างหน้าและเยียวยาตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องเอาทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตมาคิดหรอกเพราะสิ่งเหล่านั้นก็เป็นแค่อดีต สูดลมหายใจลึกๆและหมั่นจำใส่สมองไว้ว่าความยากลำบากจะค่อยๆทุเลาลงทีละน้อย ทำให้คุณเป็นอิสระและโลดแล่นได้ไม่ต่างจากนักแสดงในละครสัตว์ จงมองเห็นตัวเองมีความสุขกับชีวิต ล้อมรอบด้วยความสำเร็จและคนที่คุณรัก คุณสามารถมีชีวิตตามที่ใฝ่ฝันได้ จงเลือกที่จะมีความสุข สร้างแรงบันดาลใจและพยายามคิดในแง่บวก 2. ทิ้งสิ่งเก่าๆและมองหาสิ่งใหม่ๆ คุณไม่จำเป็นต้องจดจำทุกสิ่งที่ทำให้คุณเศร้าและโดดเดี่ยว คุณควรสนใจแต่สิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกสบายใจ เอาล่ะเรามาสลัดสิ่งเก่าๆทิ้งและแปลงโฉมให้ตัวเองดูสดใสกันดีกว่า หาเสื้อผ้าใหม่ๆ น้ำหอมกลิ่นใหม่ รองเท้าบู๊ทคู่ใหม่ หรือแม้แต่ผมทรงใหม่ 3. เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยอารมณ์ที่เบาลง หากคุณรู้สึกผิดหรือโกรธขณะที่กำลังเล่าเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ รับรองว่าบรรยากาศโดยรวมคงไม่ค่อยดีแน่ แทนที่จะชี้หน้าว่าเขาคือคนที่ทำให้คุณแย่ คุณควรรู้ว่าการเป็นมนุษย์น่ะบางครั้งมันก็ยากและตอนนี้ได้เวลาที่ต้องเดินต่อไปแล้ว 4. ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ หากคุณมัวแต่นั่งดูทีวี กินพิซซ่า ชีวิตของคุณก็วนเวียนอยู่แค่นี้แหละ ลองมองหางานอดิเรกใหม่ๆ วางแผนสิ่งต่างๆ เข้าร่วมกลุ่ม นัดเพื่อนมาเจอกัน และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ คุณควรตั้งเป้าและวางแผนเพื่อที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย คุณจะรู้สึกฮึกเหิม มุ่งมั่นอยู่ในโลกของความจริง อย่ามัวหลงระเริงอยู่กับภาพลวงตาในอดีตที่ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว 5. นึกถึงอะไรก็ได้ 12 อย่างที่คุณรู้สึกดี สมองของคนเราบางครั้งก็มีความรู้สึกที่ไม่ซับซ้อน มันสามารถโฟกัสเรื่องราวบางอย่างได้ทีละเรื่อง งั้นเราก็ควรโฟกัสแต่เรื่องดีๆสิ เมื่อคุณเริ่มนึกถึงสิ่งดีๆ 12 เรื่อง ความพยายามในการจดจำทั้ง 12 เรื่องพร้อมๆกันจะทำให้คุณลืมนึกถึงคนรักเก่า ลองคิดถึงเรื่องง่ายๆที่คุณมีพร้อมแต่คนอื่นไม่มีสิ เช่น งาน บ้าน อาหาร เตียงนอน ความสามารถในการพูด และบรรดาเพื่อนๆที่รักคุณ เห็นไหมล่ะชีวิตของคุณก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว จริงๆแล้ววิเศษมากเลยล่ะ 6. หางานอดิเรกใหม่ๆ เลือกสิ่งที่คุณสนใจที่จะเรียนรู้จริงๆ เลือกอ่านนิตยสารหรือชมภาพยนตร์ที่คุณสนใจ บางทีคุณอาจจะเริ่มเขียนหนังสือ ฝึกโยคะ หรือคิดค้นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของตัวเอง หรือไม่ก็ลองตกแต่งบ้านในสไตล์ใหม่ๆก็ได้ นอกจากกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยบริหารสมองของคุณ มันยังสร้างสื่อประสาทใหม่ๆขึ้นมาอีกด้วย ที่สำคัญมันจะช่วยกีดกันอดีตของคุณออกไป 7. เป็นอาสาสมัคร เลิกๆๆจมอยู่กับความทุกข์และออกไปทำกิจกรรมที่มีประโยชน์กันดีกว่า ทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากห้วงความคิดแย่ๆไปได้คือการไม่นึกถึงแต่ตัวเองและทำตัวให้เป็นประโยชน์ การคิดบวกสามารถเอาชนะความคิดในแง่ลบได้ทุกครั้ง 8. สร้างเป้าหมายในชีวิตและขีดเส้นตายไว้ อะไรคือเป้าหมายที่คุณตั้งไว้? ลดน้ำหนัก 10 ปอนด์ในสองสัปดาห์เหรอ? ไปเที่ยวฝรั่งเศสในหนึ่งเดือนนี้เหรอ? งั้นก็รีบวางแผนซะ! คราวนี้ลองกำหนดเส้นตายเพื่อที่คุณจะได้เร่งมือเร่งเท้าก้าวเข้าสู่ความสำเร็จ นี่คือเคล็ดลับช่วยลงทุนทั้งในเรื่องอารมณ์และเรื่องเงิน อย่ามัวแต่ตามหาความสมบูรณ์แบบ แต่จงสร้างสรรค์ชีวิตของตัวเองและทำทุกอย่างด้วยความสุข 9. อย่าอีโก้สูง เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราปล่อยวางลำบากคือการที่อีโก้มักจะคอยบอกเราว่าเราน่ะคือคนสำคัญ เราไม่ผิด และเราสามารถเอาชนะใครๆก็ได้ ดังนั้นคุณควรหันหน้าเข้าหากระดานวาดรูป หรือนั่งไตร่ตรองกับตัวเองแล้วคิดทบทวนว่าคุณควรปรับปรุงตัวตรงไหนบ้างและก้าวต่อไปอย่างมั่นคง เลิกโทรหาเขา เลิกส่งข้อความหาเขา และเลิกส่องความเคลื่อนไหวบนหน้า Facebook ของเขาด้วย 10. อย่าคิดแต่ว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายถูก บางทีคุณอาจเจ็บช้ำน้ำใจกับคำพูดของเขา แต่คุณไม่จำเป็นต้องบีบคั้นเพื่อเอาคำขอโทษจากเขาให้ได้ คุณแค่เป็นฝ่ายจบและต้อนรับสิ่งใหม่ๆที่ผ่านเข้ามาจะดีกว่า ตอบสนองชีวิตของคุณด้วยการอยู่ท่ามกลางคนที่คิดบวก วางแผนทำสิ่งต่างๆเพื่อคนที่คุณรักในโอกาสพิเศษเช่น วันเกิด หรือวันหยุด ท้ายที่สุดคนที่ใช่สำหรับคุณก็อาจจะเข้ามาแทนที่คนรักเก่าในไม่ช้า 11. ไขว่คว้าหาการเปลี่ยนแปลง เมื่อสมองของเราจมอยู่กับอดีต เราจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าต่อไปได้ ดังนั้นเราจึงควรเชื้อเชิญการเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นเต้นเข้ามาในชีวิต เช่น การตกแต่งหรือเพิ่มสีสันใหม่ๆให้กับสิ่งที่อยู่รอบข้าง ข้อมูลและแหล่งที่มา : youqueen, issue247

โฆษณาถุงยางเจ๋ง! แก้ปัญหา คู่รักและ แฟนติดโซเชียล เกินไป
ติดมือถือ /  แฟนติดมือถือ / 

เคยมั้ยคะ อยู่กับแฟนแต่เหมือนไม่อยู่ จะมีอะไรกับแฟนแต่ แฟนติดโซเชียล เกินเหตุ ทำให้เป็นปัญหาอยู่ตะหงิดๆแต่ไม่เคยพูดมันออกมา... วันนี้ดูเร็กซ์เจ้าของผลิตภัณฑ์ถุงยางอนามัยรายใหญ่ ได้เผยคลิปเคล็ดลับของความรักให้ยั่งยืนกับทางแก้ของปัญหานี้ โดยคลิปวิดีโอนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และมีคนดูแล้วมากกว่า 30 ล้านคนทั่วโลก ที่ใครที่รู้สึกแบบนี้อยู่ อาจจะเจอวิธีแก้ที่คุณคาดไม่ถึง!  โดย คนที่เข้ามาดูนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คลิปวิดีโอนี้แหละเป็นเคล็ดลับในการที่จะทำให้ชีวิตรักของเขาทั้งคู่ยั่งยืน จริงๆ  เอาล่ะสิ เซ็กซ์ใครมีปัญหาอาจต้องดูซะหน่อยแล้ว !  เพราะบางครั้งบางทีเทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราจนเราอาจลืมไปด้วยซ้ำว่ายังมีสิ่งที่สำคัญกว่าเทคโนโลยีที่อยู่ข้างๆเราเสมอ 40% จากผลสำรวจยอมรับว่า พวกเขาได้มีการใช้สมาร์ทโฟนระหว่างการความสัมพันธ์ทางเพศ ผลสำรวจนี้ช่างน่าตกใจเลยทีเดียว ว่าเราให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากไปหรือไม่?  นอกจากคลิปวิดีโอข้างต้นแล้วดูเร็กซ์ยังได้เชิญชวนทำกิจกรรม Earth Hour เป็นโครงการร่วมมือระดับนานาชาติ รณรงค์ให้ปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้คนหันมาตระหนักถึงปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อนมากขึ้น โดยในปีนี้ จะตรงกับเวลา 20.30 - 21.30 ของวันที่ 28 มีนาคม ตามวันและเวลาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ โดยดูเร็กซ์เชิญชวนให้คู้รักทั้งหลายนั้นได้ปิดไฟฟ้าแต่เปิดไฟรักกัน ทั้งนี้ใครจำทำตามก็ไม่ว่าแต่อย่างใดนะจ๊ะ     ที่มา femalefirst.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

พบหลักฐานสำคัญ ในบ้านพักนักบิน 'เยอรมันวิงส์'
ผู้ช่วยนักบิน /  หลักฐานชิ้นสำคัญ / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกตรวจค้นบ้านพักของนักบินผู้ช่วยเครื่องบินโดยสาร 'เยอรมันวิงส์' ก่อนพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถไขความลับของสาเหตุที่แท้จริงได้ วันนี้ (27มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีโศกนาฏกรรม เที่ยวบิน 4U9525ของเครื่องบินโดยสาร 'เยอรมันวิงส์' พุ่งชนบริเวณเทือบเขาแอลป์ ในประเทศฝรั่งเศส ล่าสุดพบหลักฐานชิ้นสำคัญ ในบ้านพักของ นายอันเดรอาส ลูบิตซ์ นักบินผู้ช่วยวัย 28 ปี ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะจงใจทำให้เครื่องตกหลังจากกัปตันไม่สามารถกลับเข้าไปยัง cockpitได้ ทั้งนี้รายงานระบุว่าสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกตรวจค้นบ้านพักนอกเมืองดึสเซลดอร์ฟ เพื่อแกะรอย สาเหตุของเหตุสลดใจซึ่งมีเหยื่อสังเวยชีวิตกว่า 150 ราย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองดึสเซลดอร์ฟ เปิดเผยผ่านสื่อ 'เดลี่ เมลล์' ของอังกฤษว่า ได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่อาจนำไปสู่การไขปริศนาดังกล่าว และถูกนำไปตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในตอนนี้ โดยหลักฐานสำคัญดังกล่าวอาจช่วยบอกได้ว่าอุบัติเหตุเครื่องบินตกเกิดขึ้นเพราะอะไร จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่านายลูบิตซ์เคยเข้ารับการบำบัดอาการป่วยทางจิต และมีซึมเศร้าขั้นร้ายแรงในปี 2552 และยังคงได้รับความช่วยเหลือจากแพทย์จนกระทั่งเกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้น MThai News ที่มา foxnews

สับสยอง...บ้านผีสิง (Lost Soul in the Ancient House (2009)) 1/2
หนังจีน

Linna Yao, Michael Tong Man Lung, Chen Kuan Tai, Carl Ng Ka Lung : นําแสดง /// เนื้อเรื่องย่อ : หลีอี้เฟยต้องการทำรายงานเกี่ยวกับคดีปริศนาหลังจากที่จีนถูกปลดปล่อย แต่อาจารย์จิงขอให้เฟยเปลี่ยนเรื่องที่จะทำใหม่ แต่เฟยก็ดื้อรั้นไม่ยอม เฟยไปที่บ้านเลขที่ 1 ฟงหยีหูถงและได้พบเรื่องราวประหลาดเข้า หลี่เหม่ยหวินปู่ของเฟยห้ามเฟยไม่ให้ยุ่งและสนใจเรื่องนึ้แต่เฟยไม่เชื่ออาจารย์จิง จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับบ้านหลังนี้กับเฟย แต่เขาก็ประสบอุบัติเหตุตายก่อนยิ่งทำให้เฟยอยากรู้ ความเป็นมาของบ้านนี้ Li Yifei want to do a report on the unsolved case after China released. But I ask Jing Fei change the subject to make new ones. But Fei was not willful. Fei went to number one ear Fong Yee Tong and found a strange one. Li Mei Yun grandfather Fei Fei does not care about the mess and I do not believe you owe, but Fei Jing. To provide information about this house Fei. But he died before the accident makes Fei curiosity. The history of this home /// ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2015/03/2009-lost-soul-in-ancient-house-linna.html

รู้หรือไม่ ดื่มน้ำมะนาว ให้ถูกวิธี ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ มากกว่าที่คิด
ดีต่อสุขภาพ /  ดื่มน้ำมะนาว / 

ที่ผ่านมาเราอาจรู้ว่า ดื่มน้ำมะนาว ดื่มดีมีประโยชน์ แต่จะดื่มอย่างไรให้ได้คุณค่าสูงสุด วันนี้เรามีเคล็ดลับมาฝาก ก่อนอื่นให้ล้างมะนาวให้สะอาดแล้วนำไปใส่ตู้เย็น หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงให้นำออกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำมะนาวที่หั่นแล้ววางลงในภาชนะปิดฝาสนิทได้ เติมน้ำผึ้งและน้ำเปล่าลงไป ปิดฝาให้สนิทและนำไปแช่ตู้เย็น วันรุ่งขึ้นหยิบ 2 ชิ้นแรกมาทานกับน้ำอุ่น มะนาวลูกหนึ่งสามารถแบ่งทานได้ประมาณ 1 สัปดาห์ พยายามไม่ใส่น้ำตาลจะทำให้ได้รับประโยชน์จากการ ดื่มน้ำมะนาว สูงสุด รายงานโดย Health Mthai Team ข้อมูลจาก Women+

'ธัมมชโย'เบี้ยวนัดDSI ส่งพระลูกวัด-ทนายแจงแทน
ดีเอสไอ /  ธรรมกาย / 

“ธัมมชโย” เบี้ยวนัดดีเอสไอครั้งที่2 อ้างป่วย ส่งพระมหาบุญชัย-ทนายความชี้แจงแทน กรณีรับเช็คเงินบริจาคสหกรณ์ฯคลองจั่น ยืนยันเจ้าอาวาสไม่เคยจับเช็ค วันนี้ (26มี.ค.58) พระมหาบุญชัย จารุทัตโต ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรณีรับเช็คจำนวน 15 ฉบับ จากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกหมายเรียกให้พระธัมมชโย เข้าพบเพื่อให้ปากคำตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่พระธัมมชโยได้ขอเลื่อนนัดมาเป็นวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลาตามกำหนด กลับไม่มาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง แต่ส่งพระมหาบุญชัย พร้อมกับทนายความมาแทน นายสัมพันธ์ กล่าวว่า มีการสั่งจ่ายเช็คบริจาคเข้าบัญชีพระธัมมชโยโดยตรงจริง แต่เจ้าอาวาส ไม่เคยรับเงินหรือจับเช็คเอง เพียงแต่สอบถามว่า ยอดเงินบริจาคมีจำนวนเท่าใด เช็คที่สั่งจ่าย ในชื่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือผู้ถือ ทั้ง 15 ฉบับ จึงไม่ต้องมีการเซ็นสลักหลังเช็ค พระมหาบุญชัยจึงเป็นผู้จัดการนำเช็คที่สั่งจ่ายชื่อพระธัมมชโย ไปขึ้นเงินเข้าบัญชีเจ้าอาวาสทุกฉบับ ดังนั้นพระมหาบุญชัยจึงเป็นผู้รู้เรื่องทั้งหมด โดยที่พระธัมมชโยไม่รู้เรื่องเลย ทั้งนี้ การรับบริจาค มีทั้งบัญชีของวัด และบัญชีของเจ้าอาวาส แต่ไม่ขอตอบว่า มีการนำเงินแต่ละบัญชีไปใช้อย่างไร และปัจจุบันมียอดเงินเท่าใด ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในการประชุมคณะพนักงานสอบสวนประจำสัปดาห์ในวันที่ 27 มี.ค.นี้. จะมีอัยการเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งดีเอสไอจะนำเสนอประเด็นที่พระธัมมชโยไม่เดินทางเข้าให้ปากคำตามหมายเรียก โดยอ้างว่ายังมีอาการป่วย และไม่รู้เห็นเรื่องการรับเช็ค ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนจะพิจารณาข้อมูลการให้ปากคำว่าเพียงพอหรือไม่ ยังจำเป็นต้องเรียกพระธัมมชโยเข้าชี้แจงด้วยตัวเองอีกหรือไม่ ส่วนจะมีการออกหมายจับกรณีที่พระธัมมชโยขัดหมายเรียกถึง 2 ครั้งหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนพิจารณาว่ายังได้รับความร่วมมือในการส่งเจ้าหน้าที่การเงินเข้าชี้แจงและยังสามารถติดต่อได้ หากยังต้องการข้อมูลจากพระโดยตรงก็คงต้องออกหมายเรียกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะขอหารือในที่ประชุมก่อนแถลงความชัดเจนอีกครั้ง ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ ภาพจาก www.dmc.tv MThai News

ไขความลับ เพราะเหตุใด 'cockpit' จึงถูกล็อกจากด้านใน
cockpit /  ล็อกจากด้านใน / 

หลายสมุมุติฐาน ‘เยอรมันวิงส์’  กรณีเงื่อนงำใหม่ เมื่อห้องนักบินถูกล็อกจากด้านใน จนทำให้หนึ่งในนักบินไม่สามารถเข้า cockpit ได้ก่อนเครื่องพุ่งชนเทือกเขาแอลป์ เป็นข่าวช็อกโลก ในกรณีเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 เที่ยวบิน 4U 9525 เครื่องบินโดยสารของสายการบิน ‘เยอรมันวิงส์’ หลังจากการถอดเทปจากกล่องดำที่ยังคงสภาพและใช้ได้ดี ล่าสุดวันนี้สื่อนอกตีข่าว พบหลักฐานใหม่ ที่แสดงถึงเงื่อนงำบางอย่าง ของการเกิดโศกนาฏกรรมพุ่งชนบริเวณเชิงเขาของเทือกเขาแอลป์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ขณะเดินทางจากเมืองบาร์เซโลนา ของสเปน ไปยังเมืองดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วันนี้ ทีมข่าวเอ็มไทยได้เกาะติดกระแสการไขปริศนาดังกล่าว จากรายงานของสำนักข่าว 'ดิ อินดิเพนเดนธ์' ที่ออกมาตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับกรณีที่ประตูห้องนักบิน หรือ 'cockpit' เกิดล็อกจากด้านในก่อนเครื่องจะดิ่งลงบริเวณที่เกิดเหตุ อันน่าสนใจดังนี้ 1.ระบบการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเครื่องบินส่วนใหญ่ จะมีฉากกั้นระหว่างห้องโดยสารและห้องนักบินที่ค่อนข้างบาง สายการบินส่วนใหญ่จึงมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ยกตัวอย่างจากกรณี เหตุการณ์ วินาศกรรมก้องโลก 9/11 เมื่อมีผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธจี้ข่มขู่นักบินเพื่อเข้าควบคุมการบินในขณะทำการก่อความไม่สงบ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว สายการบินต่างๆได้ตระหนักถึงภัยจากการก่อการร้าย และเริ่มทุ่มทุนเพื่อทำการติดตั้งประตูเสริมสร้างความปลอดภัย ป้องกันห้องนักบิน ซึ่งเป็นห้องควบคุมเครื่องจากการบุกรุก และสามารถกันกระสุน ซึ่งน่าจะหมายรวมถึงระบบการป้องกันการลุกล้ำเข้าไปอย่างรัดกุมดังกล่าว คือการล็อกประตูจากด้านในนั่งเอง 2.มีวิธีที่ลูกเรือจะสามารถเข้าไปในห้องดังกล่าวหรือไม่ ? ในความเป็นจริงแล้ว หากนักบินออกมาทำธุระนอกห้อง cockpit สายการบินส่วนใหญ่จะมีระบบคีย์การ์ดหรือรหัสมาตรฐานที่จะสามารถนำพาลูกเรือกลับเข้าไปในห้องควบคุมได้ แต่ประตูจะไม่สามารถเปิดจากด้านนอกได้ในระยะเวลาที่ตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า ประมาณ 5-20 นาที ซึ่งเป็นไปได้ว่า หลักฐานจากการถอดเทป คือเสียงที่ทำการเคาะประตู อาจจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 5 -20 นี้ก็เป็นได้ 3.มาตรฐานการบิน กับจำนวนของนักบิน มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน ? ปัจจุบันมีสายการบินมากมายที่กำหนดให้เครื่องทะยาน ภายใต้การปฏิบัติงานของนักบินเพียงหนึ่งได้ จะสามารถควบคุมการบินแต่แบบเดี่ยวๆ จากสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ กระนั้นเยอรมันวิงส์ มีนโยบายให้ประตูระหว่างห้องโดยสารและcockpit ถูกเปิดออกน้อยครั้งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 4.สองทฤษฏีที่ขัดแย้ง จนนำไปสู่โศกนาฏกรรม ! สองข้อสังเกตที่อาจเป็นไปได้ในกรณีของ เยอรมันวิงส์ คือนักบินผู้ที่ทำการควบคุมอยู่เพียง 1 รายใน cockpit มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ต่อการปฏิบัติงาน เช่นเจ็บป่วย และพยายามจะนำเครื่องลงฉุกเฉิน โดยเริ่มต้นจากการลดระดับความสูงลง แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าโชคร้ายที่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ หรืออาจเป็นเพราะระบบ keycode ล้มเหลว และอีกหนึ่งข้อสงสัยคือ นักบินที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น จงใจให้เกิดเหตุร้ายขึ้น กล่าวคือ มูลเหตุจากการฆ่าตัวตาย สองสมมุติฐานที่มีความเป็นไปได้ ถูกตั้งขึ้นท่ามกลางข้อกังขา 5.สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป BEA หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการไขปริศนา โศกนาฏกรรม ‘เยอรมันวิงส์’ จะถูกกดดันทั้งจากญาติผู้เสียชีวิตและสังคม ให้เปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุการณ์สลดใจ ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สายการบินน้อยใหญ่เปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินงาน เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการสายการบินทั่วโลก MThai News

ทุลักทุเล! ตร.ชาร์จชายคลั่งโดดตึกขากลับเจอลิฟท์ค้าง
ข่าวล่าสุด /  คลุ่มคลั่ง / 

ชายคลั่งหมายกระโดดตึก จนท.ใช้เวลาเจรจานาน 4 ชม.จึงเข้าชาร์จไว้ได้ ขณะนำตัวลงชั้นล่าง เคราะห์ซ้ำ ลิฟท์ค้างกว่า10นาที จึงนำตัวส่งโรงพักได้อย่างทุลักทุเล วันที่ 26 มี.ค.58 เวลา 10.00 น. เกิดเหตุชายอายุประมาณ 38 ปี มีอาการคลุ้มคลั่ง และกลัวทุกคนมาทำร้าย พยายามจะกระโดดตึก จากชั้น 5 ของอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่บริเวณซอยเจริญกรุง 76/1 ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 9 ชั้น ที่ห้อง 509 จนท.ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนามกว่า 4 ชั่วโมง กระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. จนท.สามารถชาร์จตัวได้ โดย จนท. 1 คน และชายดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และระหว่าง จนท.นำตัวชายดังกล่าวมาชั้นล่าง ลิฟท์ได้ค้างนานกว่า 10 นาที เนื่องจากมีน้ำหนักเกินความจุที่ 350 กิโลกรัม ทำให้เจ้าหน้าที่ด้านนอกต้องใช้กำลังงัดลิฟท์กว่า 10 นาที จึงนำตัวออกมาได้ ก่อนจะพาไปควบคุมสติอารมณ์ที่ สน.วัดพระยาไกร ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุดังกล่าว คาดว่า ชายดังกล่าวเกิดอาการเครียดเรื่องงาน อาจมีเรื่องผิดหวังจากตำแหน่งหน้าที่ ประกอบกับต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายหลายอย่าง ขณะนี้อยู่ระหว่าง จนท.ตรวจสอบหาสารเสพติดในร่างกาย หากไม่พบ จะได้รับการปล่อยตัวทันที ขอบคุณภาพ จส.100 MThai News

5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก!
ต่างประเทศ /  เกร็ดความรู้ / 

ขึ้นชื่อว่า "คุก" คงไม่มีใครอยากทำผิดแล้วต้องเข้าไปอยู่ที่นั่นแน่ๆ แต่ใครจะไปรู้ว่า 5 คนที่ทีนเอ็มไทยกำลังพูดถึงอยู่นี้ เขาทำผิดกฏหมายและต้องเข้าไปจำคุกอยู่นาน ทั้ง 5 คนนี้กลับฉายความคิด ไอเดีย และความสามารถออกมา ทั้งๆที่อยู่ในที่ที่น่าหดหู่เช่นนั้น แล้วพวกเขาสร้างอะไรหล่ะ? อย่ารอช้า ตามมาดูกันเลยดีกว่า >,< 5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก! 5 บุคคลเปลี่ยนโลกถึงแม้จะถูกขังอยู่ในคุก! 1. เดวิด มาร์แชลล์ วิลเลียมส์ (David Marshall Williams) เดวิด มาร์แชลล์ วิลเลียมส์ เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1900 บิดาเป็นผู้มีอาชีพทำฟาร์ม เป็นผู้มีฐานะดีผู้หนึ่งในแคโรไรน่า พ่อเขาเป็นคนดี แต่เขาไม่ทำถ่านเลยสักนิด เขาไม่ชอบโรงเรียน ชอบหนีเรียน แถมชอบเที่ยวเตร่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาชำนาญคือเขาประกอบปืนเป็น!! แถมยังประดิษฐ์ปืนด้วยตนเองเสียด้วย พอเดวิดโตขึ้น เขาก็ทำธุรกิจผลิตสุราเถื่อน ตอนแรกมันถูกกฎหมายแต่พอรัฐบาลห้ามเขาก็เลิกไม่ได้ซะแล้ว จนกระทั้งวันหนึ่งในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1920 นายอำเภอท้องถิ่น พร้อมทั้งข้าราชการพากันไปล้อมโรงต้มกลั่นของเดวิดเพื่อจะจับตัวเขาและพรรคพวกในฐานฝ่าฝืนกฎหมาย ทำให้เดวิดและพรรคพวกต้องต่อสู้กันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ผลคือเขาทำให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตาย เขาเลยหลบหนี แต่ในที่สุดเขาก็มอบตัวและสู้คดีผลคือเขาต้องใช้ชีวิตในเรือนจำ 30 ปี และนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนโลกเพราะในคุกนั้นเขาได้สิทธิพิเศษบางอย่างที่ไม่ใช้ขอกินพุดดิ้งหรือขอดูแมนยูแตะกับเซสซี หากแต่ เขามีสิทธิพิเศษในการประกอบปืนและออกแบบปืนได้ตามใจปรารถนา โดยเขาได้คิดค้นปืนระบบแก๊ส-ลูกสูบ เนื่องจากเขาเห็นว่าปืนของเจ้าหน้าที่ที่ใช้อยู่นั้นไม่เหมาะในการยิงนักโทษ(ในกรณีที่นักโทษก่อความรุนแรง) เขาเป็นคนออกแบบปืนทั้งๆ ที่อยู่ในคุก โดยปืนที่เขาคิดค้นนั้นเป็นประโยชน์ต่อวงการหลายๆอย่าง เช่นทำให้ปืนยิงเร็ว มีอนุภาพร้ายแรงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญในการลดน้ำหนักของปืน จนทุกวันนี้ปืนระบบแก๊ส 99.9% ใช้หลักการของ วิลเลียมส์ทั้งสิ้น อีกทั้งทำให้สงครามปืนทันสมัย เวลาเล่นเกม Call of Duty ก็ไม่น่าเบื่อสำหรับคุณอีกต่อไป 4. วิลเลียม แอดดิส (William Addis) เพื่อนๆ คงไม่เชื่อว่าเรือนจำที่แสนสกปรกที่เต็มนั้นจะเป็นที่กำเนิดอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่าง “แปลงสีฟัน” ได้ และเจ้าสิ่งนี้เองที่ทำให้มันติดในอันดับของใช้ที่โลกขาดไม่ได้ในบัดดล ที่จริงสมัยก่อนก็มีหลายคนใช้ยาสีฟัน เช่น กิ่งไม้, ขนนก, กระดูกสัตว์, ขนเม่น จนกระทั้งมีนักประดิษฐ์คิดค้นแปรงสีฟันคนแรกก็คือ วิลเลียม แอดดิส ชาวเมืองเคิร์กเคนวอลล์ ซึ่งเกิดทำผิดมีอันต้องเข้าไปนอนในคุกข้อหาใช้ความรุนแรง ในปี 1770 ตอนนั้นผู้คนทั้งในและนอกคุกใช้วิธีแปรงฟันโดยใช้เกลือหรือเขม่ามาใส่ในเศษผ้า นำมาถู ๆ ที่ฟัน รวมถึงนายแอดดิสด้วย เขาทำแบบนี้หลายปีจนเขามีความคิดว่าน่าจะเป็นการดีถ้ามีอุปกรณ์ที่ช่วยในการทำความสะอาดฟันดีกว่านี้ โดยเขาได้ใช้ กระดูก จากนั้นก็นำมาเจาะเป็นรูเล็ก ๆ แล้วก็ขอขนแปรงจากผู้คุมมายัดลงไปในรูแล้วติดกาว แล้วตัดขนแปรงให้พอเหมาะ ได้แล้วแปรงสีฟันอันแรกของโลก และเมื่อแอดดิสออกจากคุก เขาก็เริ่มกิจการประดิษฐ์แปรงสีฟันเพื่อจำหน่ายอย่างที่หวังไว้ และก็มีขายมาจนทุกวันนี้ (เขาตายในปี 1840) ซึ่งรูปแบบและสีสันก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงและคิดค้นอีกภายหลัง  3. เจสซี่ ฮอว์ลี่ย์ (Jesse Hawley) เจสซี่ ฮอว์ลี่ย์ เป็นพ่อค้าแป้งในกรุงเจนีวา นิวยอร์ค เขาถูกจำคุกในปี 1807 เนื่องจากเขามีปัญหาการขนส่งจนเป็นหนี้ ต้องติดคุก 20 เดือน จุดเริ่มต้นเเกิดขึ้นในระหว่างอยู่ในคุกเขาได้เขียนเรียงความเรื่องหนึ่งชื่อ “Hercules” ออกเผยแพร่ว่าน่าจะขุดคลองอีรีห์ (Erie Canal) จากแม่น้ำฮัดสันเพื่อแก้ปัญหาขนส่ง ผลงานของเขานั้นกลายเป็นผลงานที่โดดเด่นจนทำให้ผู้เกี่ยวข้องมีความคิดจะขุดคลองให้มันเป็นจริง และเรียงความของเขาได้รับการพิสูจน์ว่ามีอิทธิพลในการพัฒนาคลองอย่างแท้จริง ซึ่งคลองอีรีห์นั้นทำให้อเมริกาเจริญจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง เพราะคลองอีรีห์เป็นคลองที่ถูกขุดในนิวยอร์คยาว 363 ไมล์ (584 กม.) จากอัลบานี นิวยอร์ค ในแมนฮัดสัน ไปยัง บัฟฟาโล นิวยอร์ค เริ่มขุด1817-1825 (เปิดอย่างเป็นทางการ 26 ตุลาคม 1825) มีส่วนความสำคัญมากต่อศูนย์กลางการค้าขายในทวีปอเมริกาเหนือ สมัยก่อนนั้นอเมริกาต้องใช้การขนส่งโดยใช้เกวียนเป็นหลัก หากแต่หลังจากมีการสร้างคลองทำให้มีการขนส่งด้วยเรือเพิ่มขึ้นมา และคลองนี้ เป็นท่าเรือเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ที่สามารถขนส่งสินค้าออกไปยังแอตแลนติกได้ ซึ่งมีผลทำให้รัฐนิวยอร์คและเมืองนิวยอร์คกลายเป็นเมืองที่และศูนย์กลางค้าขายของอเมริกาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังตัวจุดชนวนกระแสการลงทุนในเรื่องการขนส่งและการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ของสหรัฐอเมริกา 2. โรเบิร์ต แฟรงคลิน (Franklin Robert Stroud) โรเบิร์ต แฟรงคลิน(28 มกราคม 1890-21 พฤศจิกายน 1963) ก่อนที่จะนักโทษนั้น เขายังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนแถววอชิงตัน อเมริกาที่หลงรักหญิงคาบาเร่ต์คนหนึ่ง ที่จริงทั้งสองน่าจะมีชีวิตมีความสุขตลอดกาล หากแต่น่าเศร้า เมื่อต่อมาเขาทำร้ายร่างกายแฟนตัวเองอย่างรุนแรง ทำให้เขาถูกพิพากษาจำคุก 12 ปี ฐานฆาตกรรม และถูกขังในคุกอัลคาทราซด้วย ดูๆ ไปชีวิตของเขาก็เหมือนนักโทษธรรมดา หากแต่แปลกหน่อยตรงที่ ระหว่างที่เขาถูกจำคุกอยู่ เขาได้พบรักใหม่ นั้นก็คือ “นก” เขาเริ่มรักนก รักถึงขนาดนำเลี้ยงนกในห้องขัง ซึ่งตามกฎเรือนจำไม่ให้อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ (จนเป็นเหตุย้ายไปขังในคุกอัลคาทราซ) แต่กระนั้นเขาก็ได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนกโดยบริยาย และได้เขียนหนังสือ iseases of Canaries และ Stroud's Digest on the Diseases of Birds เกี่ยวกับพยาธิและโรคในนก ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาวงการสัตวแพทย์ เกี่ยวกับพยาธิวิทยา ทั้งๆ ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเขาเป็นคนบ้า แต่กระนั้นเขามีไอคิวถึง 134 และนอกจากนี้เรื่องราวของเขายังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Birdman of Alcatraz ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจภาพยนตร์แนวคนคุกจนถึงปัจจุบัน 1. มีเกล เด เซร์บันเตส (Miguel de Cervantes Saavedra) มีเกล เด เซร์บันเตส เป็นในตระกูลชนชั้นกลางในปี ค.ศ. 1547-1616 ที่เมืองอัลกาลาเดเอนาเรส ประเทศสเปน เขาไม่เคยเรียนระดับมหาวิทยาลัย เขาเป็นทหารและบาดเจ็บจนมือซ้ายของเขาพิการ แถมยังถูกเคยโจรสลัดจับในประเทศแอลจีเรียอีก เขาถูกขังตั้งแต่ปี 1575 จนกระทั่งกองโจรได้รับค่าไถ่ตัวและปล่อยเขาเป็นอิสระในปี ค.ศ. 1580 แต่ชีวิตของเขาก็ติดคุกอีก เมื่อปี 1597 ในข้อหาปัญหาหนี้สิน ระหว่างที่เขาถูกขังในคุกเขาได้แต่งนิยายเรื่องดอนกิโฆเต้ขึ้น(และตีพิมพ์ส่วนแรกของเรื่องเมื่อปี ค.ศ. 1605)  ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน (El ingenioso hidalgo don Quixote de la Mancha) เป็นนิยายที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก เป็นนิยายเสียดสีล้อเลียนนิยายอัศวิน เนื้อเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้ กล่าวถึงขุนนางต่ำศักดิ์ผู้สูงอายุ และไร้เรี่ยวแรงคนหนึ่งแห่งแคว้นลามันช่า ซึ่งคลั่งไคล้นิยายอัศวินมาก ถึงกับขายที่ดินจำนวนมากเพื่อหาซื้อนิยายอัศวิน ในที่สุดก็คิดไปว่าทุกสิ่งทุกอย่างในนิยายเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง จึงปรารถนาที่จะเป็นยอดอัศวินดังที่ปรากฏในหนังสือเหล่านั้น เขาสร้างเกราะและหมวกจากกระดาษแข็ง นำม้าผอมโซตัวหนึ่งมาตั้งชื่อว่าโรสินันเต้ จากนั้นจึงตั้งชื่อของตนใหม่ว่า ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า และแต่งตั้งชาวนาเป็นอัศวินสำรอง "ซานโช่ ปันซ่า" ทั้งสองคนร่วมผจญภัยโดยต่อสู้กับศัตรูร้ายในความคิดของดอนกิโฆเต้ เช่น กังหันลมซึ่งดอนกิโฆเต้เข้าใจว่าเป็นยักษ์ แม้นิยายเรื่องนี้จะมีอายุ 400 ปีแล้วก็ตาม หากแต่หนังสือนี้ได้รับยกย่องว่าเป็นนิยายดีที่สุดที่โลกนี้เคยมีมา บ้างกล่าวว่า ดอนกิโฆเต้ คือนิยายเรื่องแรกของโลก เป็นหนังสือที่แปลเป็นภาษาอื่น มากที่สุดในโลก รองจากไบเบิ้ล ดอนกิโฆเต้ฯ ได้ชื่อว่าเป็นไบเบิ้ลแห่งมนุษยชาติ และเนื้อหาคงอ่านง่ายไม่ซับซ้อนเหมือนหนังสือโบราณเรื่องอื่นๆ ขอบคุณที่มา kon-mee-klass.blogspot.com, http://www.cracked.com/article_18422_5-people-who-changed-world-from-inside-prison.html, th.wikipedia.org

สุดเศร้า! น้องอิม เด็กชาย7ขวบถูกถังสีระเบิดใส่ เสียชีวิตแล้ว
ถังสีเก่าระเบิด /  น้องอิม / 

ญาติสุดเศร้า 'น้องอิม'เด็กชายวัย 7 ปี ที่ถูกถังสีระเบิดใส่ขณะนำมาเล่นตีกลอง เสียชีวิตแล้ว หลังรักษาตัวนานกว่าสัปดาห์ วันนี้ (26 มี.ค. 58) มีรายงานว่า ด.ช.วันชนะ หรือน้องอิม กลิ่นฉ่าง อายุ 7 ปี ที่ถูกถังสีพลาสติกเก่าระเบิดใส่ ขณะนำมาเล่นตีกลองที่จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจนานกว่า 1 สัปดาห์ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะปอดติดเชื้อรุนแรง ทำให้น้ำท่วมปอด จึงส่งผลให้เด็กซึ่งมีภูมิต้านทานต่ำ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ด้านครอบครัวน้องอิม ได้เดินทางมารับศพ ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดไผ่โสมนรินทร์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมร่ำไห้ยอมรับว่า ยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ และเป็นไปได้อยากได้ลูกชายกลับคืนมา ทั้งนี้ ฝากเตือนไปยังผู้ปกครองที่ทำงานและไม่มีเวลาดูแลบุตร จำเป็นต้องทิ้งอยู่กับญาติหรือผู้สูงอายุ ให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และอยู่ในสายตลอดเวลา ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24 ภาพจาก www.cliphotkhaohit.com MThai News

รางวัลชีวิตกับทะสวย น้ำใสๆ ที่เกาะกูด จ.ตราด
chamshouse /  จามส์เฮ้าส์ / 

เกาะกูด .. อยู่ที่ไหน? เป็นคำถามที่ต้องได้ยินถามกลับมาในทุกครั้ง ที่เราบอกว่า "ไปเที่ยวเกาะกูดมาค่ะ" เกาะกูด อยู่จังหวัดตราด ถ้านึกพิกัดไม่ออก ให้นึกถึงเกาะช้าง แต่เดินทางไกลกว่าเกาะช้างมานิดหน่อย ถ้านั่งเรือเฟอร์รี่ ก็ประมาณ 1.30 ช.ม. ค่ะ รางวัลชีวิตกับทะสวย น้ำใสๆ ที่เกาะกูด จ.ตราด เคยไปเยี่ยมเกาะกูดเมื่อหลายปีก่อน จากที่เคยนั่งเรือไม้ไป ก็นั่งประมาณ 4 ช.ม. พอไปถึงแล้วได้มองที่น้ำทะเล (ระหว่างทางหลับ) เราถึงกับตะลึง เพราะที่ท่าเรือนั้นน้ำทะเลใสและเขียวมาก .. พอวันนี้ก็ยังใสและเขียวอยู่ แม้จะไม่เท่าวันวาน แต่ก็พูดได้ว่า "ไม่ผิดหวัง" ทะเลไทยสวยๆ ภาพจากสะพานหน้าหาด อ่าวคลองหิน หากอยากดำน้ำดูปะการัง แนะนำช่วงเที่ยงๆ นะคะ ช่วงที่เราเดินทางนี้ ประมาณวันที่ 21 - 23 มีนาคม 58 ฟ้าตอนเช้ายังอึมครึม เหมือนฝนจะตก แต่ทั้งวันก็ยังมีแดดจ้าเป็นระยะ และวันที่ไปถึงแล้วก็ได้เก็บภาพพระอาทิตย์เลิกงานมาฝากอย่างภาพด้านล่างค่ะ พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเล่นน้ำ หรือนั่งชมวิว ทะเลเกาะกูด นอกจากน้ำทะเลใสๆ แล้ว สิ่งที่เราประทับใจมากก็คือ ลมทะเล ไม่ทำให้เหนียวตัวเลย ผมไม่เหนียวพันกันด้วย ...มันเหมาะสำหรับการไปพักผ่อน อ่านหนังสือริมทะเล ฟังเพลง อาบำแดด นอนกลิ้งเกลือกทรายขาวๆ เบื่อๆ ก็หยิบ สน็อกเกิ้ล ไปดำดูปลาที่หน้าหาดของรีสอร์ท ... ใช้เวลาเต็มที่ข้างนอกห้องพัก ถ้าคุณๆ ไม่กลัวดำอ่ะนะ มุมชิลล์ที่หน้าอ่าวคลองหิน หน้าหาด จามส์เฮ้าส์รีสอร์ท แต่สำหรับ "ไทยสไตล์" ในการไปเที่ยวทะเล เราจะนอนรอ เล่นเน็ต เช็คเฟซบุ๊ก แชทไลน์ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ จากนั้นสักบ่าย 4 โมง เราก็จะนวยนาดพร้อมชุดบิกินีสีสวยๆ แล้วไปโพสต์ท่าถ่ายรูปริมทะเล เล่นน้ำนิดหน่อย พอให้ได้โดนน้ำทะเล และให้ความรู้สึกที่ว่า "ฉันมาถึงทะเล" แล้วนะ อ่าวคลองหิน ยามเช้า อากาศเย็นสบาย แต่พระอาทิตย์ยังไม่ยอมออกมาจากก้อนเมฆ จะยังไงก็ตาม นี่คือความสุขในของแต่ละคน คนเราไม่จำเป็นต้องมีความสุขเหมือนกัน ขอแค่ให้เรารู้สึกว่า เฮ้ ฉันแฮปปี้น่ะ แค่นี้นะ จบนะ .. วางสาย!!! : ) เกาะกูด เป็นอีกสถานที่ที่เราอยากแนะนำจริงๆ ค่ะ เพราะไปแล้วรู้สึกเหมือนได้พักผ่อน ชิลล์ อากาศดี ประทับใจ พูดเลย .... ไว้ต้องเก็บตังค์ไปเที่ยวที่นี่อีกสักครั้ง ให้รางวัลกับตัวเอง ให้รางวัลชีวิต ลองทะเลใหม่ๆ ทะเลไทย ที่ไหนก็สวย เกาะกูดสวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว เดินดีๆ นะคะ ระวังลื่น .. แต่เพื่อภาพสวยๆ เราต้องยอม ชิงช้ารูปไข่ครึ่งใบ ลองได้เอนตัวลงไป แล้วจะรู้สึกไม่อยากลุกไปอีกนานเลย หอยนางรม ตามก้อนหิน ที่เจ้าของรีสอร์ทบอกว่า ชาวบ้านจะมาเก็บไปกินในตอนที่น้ำลด นั่งชิงช้าเล่น ชมวิวดีๆ ที่ อ่าวคลองหิน หรือ อ่าวตะเคียน เกาะกูด กิจกรรมต่างๆ บนเกาะกูด 1. ดำน้ำ ตื้น-ลึก 2. ตกปลา ตกหมึก 3. เที่ยวน้ำตก (น้ำตกคลองเจ้า, ห้วงน้ำเขียว และ น้ำตกคลองยายกี๋) 4. ชมหมู่บ้านชาวประมง (อ่าวใหญ่ และ อ่าวสลัด) 5. Night Life : นั่งดริงค์เบาๆ กับบาร์เล็กๆ ฟังเพลงดนตรีสด 6. นั่งชิลริมทะเล ชมพระอาทิตย์สวยๆ , เล่นโยคะ , เล่นวอลบอล์, สปา, อ่านหนังสือ , ฟังเพลง, ขี้เกียจ! (เอ๊ะ อันหลังนี่ไม่น่าใช่กิจกรรมนะคะ ฮ่าๆ) ระยะเวลาสำหรับการไปท่องเที่ยว แนะนำว่า อย่างน้อยต้องพักที่เกาะกูด 2 คืนค่ะ ให้สมกับที่เราเดินทางมาค่อนข้างยาวนาน ให้สมกับความสวยงามของทะเลที่รอคุณอยู่ กิจกรรมที่เราบอกไว้ด้านบน ต้องการมากกว่า 2 วันแน่นอน หมู่บ้านชาวประมงอ่าวใหญ่ หากมีเวลา ขอแนะนำว่า เช่ามอเตอร์ไซค์ แล้วขี่รถเล่นรอบๆ เกาะ เดินเล่นดูวิถีชาวประมง อย่างทริปที่เราไปนี้ ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในการเดินและนั่งเล่น ถ่ายรูปที่นี่ค่ะ เครื่องบินของบางกอกแอร์เวยส์ และ เก้าอี้สีแดง คือ ในเรือเฟอร์รี่ค่ะ การเดินทาง ไปเกาะกูด สำหรับทริปของเราครั้งนี้ เราเดินทางแบบนี้ค่ะ 1. บินไปกับ "บางกอกแอร์เวยส์" ใช้เวลาบิน 50 นาที 2. นั่งรถตู้จากสนามบิน อีก 50 นาที ไปท่าเรือ "แหลมศอก" 3. นั่งเฟอร์รี่ ของบริษัท "บุญศิริ" เป็นเรือคาตามารันค่ะ มีแอร์ด้วยค่ะ ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 1.30 ชม. ขึ้นไป ตามแต่สภาพอากาศ การเดินทางแบบนี้ทำให้ไม่เหนื่อยมากค่ะ เพราะถ้าเราขับรถจากกรุงเทพฯ ก็ประมาณ 4 ช.ม. จะทำให้เรารู้สึกใช้เวลาเดินทางนานมาก แต่ถ้าใครที่ไม่รีบ ขับมาเรื่อยๆ แวะระหว่างทาง ก็น่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเส้นทางนี้ ของกินและผลไม้เพียบ การเดินทางไปเกาะกูด ยังโรงแรมหรือรีสอร์ทต่างๆ ควรสอบถามจากเจ้าหน้าที่โรงแรม ว่าจะจัดหารถตู้ รับส่งจากสนามบินไปท่าเรือ และโรงแรมได้ไหม ในราคาเท่าใหร่ เพราะถ้าเราจองไปก่อนจะทำให้เราสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้นค่ะ ไม่ต้องไปหารถรับจ้างหน้างาน ทำให้เสียเวลาเข้าไปอีก วิลล่าให้อารมณ์อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ให้ความสะดวกสบายไว้ครบครัน ที่พัก ในเกาะกูด ที่พักในครั้งนี้ พักที่ "จามส์เฮ้าส์ รีสอร์ท" ค่ะ ต้องบอกว่า รีสอร์ทนี้อยู่ในทำเลที่เหมาะกับการไปหามุมสวย มุมสงบ และมุมพักผ่อนจริงๆ พระอาทิตย์ตกในทะเล หน้าหาดสามารถดำน้ำดูปลาได้ และไม่ไกลกันนัก ยังมีที่ที่เรียกว่าเหมาะสำหรับตกปลาจริงจัง เพราะหน้าหาดของ จามส์เฮ้าส์รีสอร์ท นั้น มีปลาค่อนข้างชุมค่ะ และสำคัญอีกคือ มีปลาการ์ตูนด้วย Facebook : https://www.facebook.com/chamshouse Website : http://www.chamshouse.com/ เลขที่ 2 หมู่ที่ 5 อ่าวคลองหิน, ตำบลเกาะกูด, อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด 23000 THAILAND. โทร. : + 66 (0)82 878 2878 , มือถือ : +66 (0)81 651 4744 อีเมล์สอบถามข้อมููล : info@chamshouse.com จอง : reservation@chamshouse.com อ่านรีวิวเพิ่มเติม จามส์เฮ้าส์ รีสอร์ท มุมพักผ่อนในเกาะกูด จังหวัดตราด เดี๋ยวเพิ่มเติมรายละเอียดอื่นๆ ให้อีกนะคะ รอแป๊บน๊า : การเดินทางไปเกาะกูด , สถานที่น่าสนใจในเกาะกูด ,  ที่พักแนะนำในเกาะกูด ,  หมู่บ้านชาวประมง , น้ำตกในเกาะกูด

ระทึก! แก๊สระเบิดทำ 'อพาร์ตเมนต์นิวยอร์ก'ไฟลุกท่วม
อพาร์ตเมนต์นิวยอร์ก /  แก๊สระเบิด / 

เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากแก๊สระเบิด ส่งผลให้อพาร์ตเมนต์ 2 หลังในย่านอีสต์วิลเลจของนครนิวยอร์กพังถล่ม ล่าสุดมีผู้บาดเจ็บแล้ว 19 ราย วานนี้ (26 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว เหตุไฟไหม้อย่างรุนแรง เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากเหตุแก๊สระเบิด ที่อาคารสูง 5 ชั้นหลังหนึ่งในเขตอีสต์ วิลเลจ บนถนน เซคอนด์ อเวนิว ในรัฐนิวยอร์ก ส่งผลให้อาคารบางส่วนถล่มลงมา ซึ่งแรงระเบิดส่งผลให้อาคาร 2 หลังพังถล่มลงมา หนึ่งในนั้น คืออาคารที่เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น และเพลิงยังลุกลามต่อไปยังอาคารใกล้เคียงอีก 2 หลัง ทั้งนี้ได้มีประกาศเป็นเหตุดังกล่าว เป็นเหตุเพลิงไหม้ในระดับ 7 แล้ว รายงานระบุว่า ไฟได้ลุกลามไปยังอาคารหลังที่ 2 แล้ว ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 ราย ในจำนวนนี้ 4 คนมีอาการอยู่ในขั้นโคม่า โดยเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังจากผู้บาดเจ็บก็วิ่งหนีออกจากอาคาร บางคนอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส จากหลักฐานเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากแก๊สระเบิด เพราะมีบริษัทเอกชนกำลังซ่อมแซมท่อก๊าซอยู่ในอาคารหลังหนึ่งที่ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนประมาณ 250 นาย รวมถึงรถดับเพลิงจำนวนมากถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงประสบปัญหาในการควบคุมเพลิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเข้าไปประเมินงานอัพเกรดท่อก๊าซภายในอาคารหลังหนึ่ง แต่ปรากฏว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เบื้องต้นคาดว่าเหตุเกิดจากแก๊สรั่ว พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนจำเร่งทำการสืบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ต่อไป MThai News