สืบศพ ไขคดีลับ

สาวตาโตที่รอให้คุณสัมผัส เน นภาดล จันทร์ประสิทธิ์
Nae Napadon Janprasit /  sexy / 

ไม่น่าเชื่อว่าสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าของเราตอนนี้จะทำให้สายตาทุกคู่จับจ้องเธอเป็นสายตาเดียวเหตุผลง่ายๆ คือความเซ็กซี่ในตัวของเธอและสายตาที่น่าค้นหาคู่นั้น เน นภาดล จันทร์ประสิทธิ์ เจ้าของสัดส่วน 36-24-35 จะมาทำให้หัวใจทุกคนเต้นไม่เป็นจังหวะและเร่าร้อนพอๆ กับอากาศซัมเมอร์ตอนนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นการถ่ายแฟชั่น เซ็กซี่ ครั้งแรกของคุณ? เป็นครั้งแรกกับการถ่ายแฟชั่น เซ็กซี่ แบบนี้เลยรู้สึกเกร็งๆ ไปบ้างแต่ก็ทำเต็มที่นะ พี่ๆ ก็ให้กำลังใจกันล้นหลามเพิ่งรู้ว่าที่จริงเราก็มีมุมเซ็กซี่เหมือนกัน หนักใจอะไรเป็นพิเศษมั้ยวันนี้? เนเป็นคนที่สื่อสารทางสายตาไม่ค่อยดีมันจะเป็นอารมณ์เดียวตลอดแต่วันนี้ก็ได้พี่ๆ ช่วยบิ้วท์อารมณ์เปิดเพลงให้ฟังก็ทำพอได้นะดีใจเป็นพิเศษ เซ็ตไหนคิดว่าเป็นตัวเองที่สุด? ชอบเซ็ทที่ใส่เสื้อลายสก็อตสีแดงเพราะเซ็ทนี้ถ่ายด้านข้างเยอะซึ่งเป็นมุมสวยของเนพอดี (หัวเราะ) เพราะมันได้เห็นจมูกปาก ตาชัดเจนทุกคนน่าจะมีมุมสวยของตัวเองเนอะ คุณเป็นสาวแนวไหนกันแน่? ไม่แน่ใจนะแต่ที่แน่นอนคือไม่ใช่สาวหวาน เป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดถึงจะอยู่กับเพื่อนสนิทก็ยังพูดน้อยอยู่ดีชอบเป็นฝ่ายรับฟังมากกว่าไม่ต้องแย่งพูดกับใครด้วย คิดว่าตัวเองเป็นสาวเซ็กซี่มั้ย? แอบเซ็กซี่นะแต่ไม่ค่อยแสดงออกจะเห็นได้ชัดตอนถ่ายรูปความเซ็กซี่จะออกมาเองโดยช่างภาพไม่ต้องบอกหรือจะเซลฟี่ตัวเองก็เซ็กซี่จัดเต็มมาก อย่างนี้ในโทรศัพท์ก็มีรูปลับๆ เต็มไปหมดเลยสิ? มีบ้างค่ะ อันนี้เป็นความลับที่ไม่เคยบอกใครเลยนะ บางทีถ่ายเก็บเอาไว้นานแล้วส่วนมากเป็รูปที่ใส่บิกินี่กับชุดชั้นในคิดอยู่ว่าถ้าโทรศัพท์หายคงเรื่องใหญ่(หัวเราะ) ชอบส่วนไหนในร่างกายตัวเองมากที่สุด? น่าจะเป็นหน้าอกเพราะมีคนกระซิบบอกหลายคนแล้วตอนแรกก็ไม่เชื่อนะแต่หลังๆ เริ่มคล้อยตาม ส่วนตัวก็ชอบนะแบบนี้กำลังดีไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป    ติดตามความน่ารักของน้อง เน นภาดล จันทร์ประสิทธิ์ ได้ที่นี่เลย หรือที่ A'Lure MThai

ตร.จ่อหมายจับ3มือบึ้มป่วนเมืองยะลา ชี้เคยก่อเหตุปี57
ป.วิอาญา /  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน / 

ตำรวจยะลาเตรียมออกหมายพ.ร.ก.ฉุกเฉินจับ 3 มือวางระเบิดป่วนเมืองยะลา หลังออกหมายจับแล้ว 1 ราย ชี้คนร้ายเป็นกลุ่มเดิมเคยก่อเหตุปี 57 ความคืบหน้าเหตุระเบิดป่วนเมืองยะลากว่า 40 จุด เมื่อวันที่ 14 – 16 พ.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ (22 พ.ค.) พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน พร้อมด้วยทีมสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ชุดสืบสวน สภ.เมืองยะลา ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุระเบิดและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่และพยานบุคคล จนสามารถออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุตามหมาย ป.วิ อาญา ได้แล้วจำนวน 1 ราย และกำลังยื่นขอออกหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 3 ราย โดยทั้งหมดเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดิม ที่เคยร่วมกันก่อเหตุเมื่อวันที่ 6-7 มี.ค 2557 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจ (สบ.8) ได้เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดี เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยจะให้เจ้าหน้าที่นำหลักฐาน วัตถุพยานที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด โทรศัพท์มือถือซัมซุงฮีโร่ของกลางที่ตรวจยึดเอาไว้ รวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ มาชี้แจงในที่ประชุมด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวทีนิวส์ MThai News

30 ข้อคิดสั้นๆ เมื่อเจออุปสรรคในความรัก ก่อนจะสาย
ข้อคิด /  ความรัก / 

หลายคู่ตอนแรก รักกันมาก จนคนอิจฉา แต่เวลามีปัญหากับแก้ไขให้ผ่านพ้นไปไม่ได้ซะอย่างนั้น เมื่อปัญหาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็กลายเป็นว่าเส้นทางรักต้องจบลง แต่เคยคิดไหมคะว่า ปัญหาเหล่านี้เกิดจากเราเองหรือเค้าที่ไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองความคิด หรือไม่ยอมรับฟังอีกฝ่ายเลยหรือเปล่า ถ้าคุณกำลังมีปัญหาแบบนี้ละก็ 30 ข้อคิดสั้นๆ เมื่อเจออุปสรรคในความรัก ก่อนจะสาย นี้ น่าจะทำให้คุณทราบคำตอบ และหันกลับมามองปัญหา แก้ไขไปพร้อมๆ กัน 30 ข้อคิดสั้นๆ เมื่อเจออุปสรรคในความรัก ก่อนจะสาย 1. เวลาทะเลาะกัน ให้รีบคิดว่าพรุ่งนี้ก็ลืมแล้วว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร ให้รีบคืนดีกัน 2. อย่าเบื่อที่จะรับสาย เพราะมันดีกว่าไม่มีใครโทรเข้ามา 3. ไม่มองบ้าง ไม่พูดบ้าง ทำให้ความรักยืนยาวขึ้น 4. ความรักไม่ใช่เกมส์กีฬา อย่ามัวแต่หาคนชนะหรือแพ้ ไม่เช่นนั้นเราอาจจะเป็นนผู้แพ้ทั้งคู่ 5. เมื่อคนหนึ่งพูด อีกคนต้องฟัง 6. อย่าเปรียบเทียคนรักของเรากับคนอื่น 7. หาเวลาออกไป dinner บ้าง 8. อย่ามองเหตุผลของตนเป็นใหญ่เสมอ 9. เข้าใจให้มากกว่าเอาแต่ใจ 10. ทำให้เหมือนเพิ่งรักกันวันแรกเสมอ 11. ต้องเข้าใจว่า คิดต่างกัน ไม่ได้แปลว่าไม่รักกัน 12. ฝึกคิดบวกให้มากกว่าคิดลบ 13. กอดกันให้บ่อย เท่าที่คิดถึงกัน 14. ยิ้มให้กัน ให้มากกว่าที่กอดกันยิ่งดี 15. การใช้ชีวิตคู่เท่ากับการแชร์พื้นที่กัน 16. จำไว้ว่า “พื้นที่ส่วนตัว” สำคัญต่อการใช้ชีวิตคู่เสมอ 17. อย่าทำงานหนักเกินไป จนลืมว่ามีใครที่สำคัญกว่านั้น 18. ก่อนนอน..ห่มผ้าให้กันบ้าง 19. ความรักก็เหมือนการเต้นรำ...บางจังหวะเราต้องนำ บางจังหวะเราก็ต้องตาม 20. อย่าทำร้ายคนที่เรารัก ด้วยคำพูดที่แปลว่าไม่รักกัน 21. ดูแลร่างกายกันแล้ว ก็อย่าลืมดูแลจิตใจกันด้วย 22. ความรักหมดได้...ก็เติมใหม่ได้ 23. “สู้” “เป็นกำลังใจให้นะ” 2 คำนี้ ที่ควรพูดบ้าง 24. ทำให้คนเรารักรู้ว่า จะมีเราเคียงข้างและพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันเสมอ 25. ยอมรับที่จะเรียนรู้ ถ้าคิดจะใช้ชีวิตคู่กับใครอีกคน 26. หัดลืมอดีต และเรื่องเก่าๆเสียบ้าง 27. ลองออกไปยืนมองพระจันทร์เต็มดวงด้วยกันบ้างก็ดี 28. ต้องรู้จักพูด “ขอโทษ” ให้เป็น (ถึงไม่ผิดก็ “ขอโทษ” ได้) 29. แชร์เพลงรักไปให้เค้าหรือเธอฟังบ้าง 30. จำไว้ว่า สุดท้ายไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า “ครอบครัว” ข้อมูลจาก pantip

พังยับ! สิบล้อหลับในอัดก๊อบปี้พ่วง18ล้อ คนขับดับคาที่
ชนท้ายรถพ่วง /  ปทุมธานี / 

รถสิบล้อเสยท้ายอัดก๊อบปี้บรรทุกพ่วง 18 ล้อจอดริมทาง รถพังยับคนขับดับคาพวงมาลัยคาดหลับใน เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจสภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุมีรถบรรทุก 10 ล้อ เสียหลักชนท้ายรถบรรทุก 18 ล้อ มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบนถนนรังสิต-นครนายก รังสิต หมู่ 2 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-1319 ปราจีนบุรี เสียหลักชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เทรลเลอร์ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ของบริษัท ธัญญทิพย์ จำกัด หมายเลขทะเบียนหัวลาก 70-3139 ปทุมธานี ตัวพ่วงทะเบียน 70-6952 ปทุมธานี ภายในรถบรรทุกน้ำอัดลมมาเต็มคัน ส่วนที่นั่งคนขับรถสิบล้อ พบศพนายบุญยิ่ง แสงสุธา อายุ 35 ปี เสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ต้องนำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง นำร่างผู้เสียชีวิตออกมา จากการสอบสวนคนขับรถพ่วง 18 ล้อ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองขับรถมาจากคลอง13 ธัญบุรี เพื่อไปส่งเครื่องดื่มที่ย่าน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนจอดรถเพื่อรอรับลูกน้องอยู่ริมถนนได้ประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังโครมที่ท้ายรถ จึงได้เดินออกมาดู ก็พบว่ามีรถบรรทุก 10 ล้อ ชนท้ายรถตน และพบผู้เสียชีวิตดังกล่าว จึงได้โทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนขับรถ 10 ล้อ น่าจะหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งมาชนท้ายรถ 18 ล้อ ที่จอดอยู่ จึงมอบศพให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

ร้อนจัด! สาวกลับจากสมัครงาน ช็อคดับกลางสะพานลอย
ช็อคดับ /  อากาศร้อน / 

สาวเป็นลม ช็อคดับกลางสะพานลอย หลังกลับจากสมัครงาน คาดโรคประจำตัวกำเริบ ประกอบกับอากาศร้อน  วันนี้ (22พ.ค.) แฟนเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand รายงานว่า เมื่อวันที่ 21พฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีหญิงสาวเสียชีวิตอยู่บนสะพานลอยคนข้าม หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ จึงประสานแพทย์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ หญิงสาวนอนเสียชีวิตอยู่บนสะพานลอย สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อแขนยาวสีขาว กระโปรงสั้นสีดำ ไม่พบบาดแผลในร่างกาย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ธนวรรณ อายุ 24 ปี จากการสอบถาม เพื่อนของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งออกมาจากการสมัครงานที่ห้างสรรพสินค้า และได้แยกย้ายเดินทางกลับบ้าน จนกระทั่งเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง มีคนโทรศัพท์มาแจ้งว่า เพื่อนของตนเสียชีวิตอยู่บนสะพานลอย จึงรีบย้อนกลับมาที่เกิดเหตุ ซึ่งตอนที่ตนแยกกับผู้เสียชีวิตมา ก็ยังเห็นว่าปกติดีอยู่ ไม่ได้มีอาการป่วยใดๆ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจเสียชีวิตเพราะโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ ประกอบกับอากาศร้อน และยังไม่ได้ทานข้าวตั้งแต่เช้า จึงเกิดอาการช็อคและเสียชีวิต เบื้องต้นพนักงานสอบสวนนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand

ยูฟัน ขนเงินซุกมาเลย์ จ่อเรียกสอบ 'ดาราดัง'เอี่ยวลงทุน
ขนเงินออกประเทศ /  ดาราดัง / 

ผู้ช่วยผบ.ตร.เผย 4 ผู้ต้องหา 'ยูฟัน' ขนเงินออกนอกประเทศซุกซ่อนมาเลเซีย พบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 779 ล้านบาท ขณะเตรียมเรียกสอบปากคำเหล่าดาราดัง เอี่ยวชักชวนเหยื่อลงทุน จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด 4 ราย คือ น.ส.นิภาพร ละมี อายุ 36 ปี นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ อายุ 21ปี น.ส.ณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว อายุ 24 ปี และนายบุน เกียท ชู ชาวมาเลเซีย โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดาจ.สงขลา วานนี้ (21 พ.ค.) ล่าสุดวันนี้(21 พ.ค.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ผู้อำนวยการส่วนตรวจ 2 สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่าจากการสอบปากคำ นายบุน เกียท ชู ให้การรับสารภาพว่า เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากแม่ข่ายและกลุ่มสมาชิกยูฟัน โดยมีบัญชีธนาคารทั้งหมด 17 บัญชี ตำรวจตรวจสอบแล้ว 1 บัญชีพบเงินหมุนเวียน 157ล้านบาท ส่วนอีก 16 บัญชีตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเงินที่โอนเข้าบัญชีแต่ละครั้ง จะถอนเงินครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้แจงการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร และจะนำเงินสดซุกซ่อนออกไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากข้อมูลของตำรวจพบว่า นายบุน เกียท ชู มีการใช้ชื่อไทยปลอม และตำรวจตั้งข้อสังเกตว่ามีหน้าตาคล้าย นายอาทิตย์ ปานแก้ว ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ยังหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และจากการตรวจสอบบัญชีนายบุน เกียท ชู กับพวกผู้ต้องหาชาวไทยอีก 3 คนนั้น พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 779 ล้านบาท ส่วนที่พบบุคคลมีชื่อเสียงมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ยูฟันฯ นั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะทำการเชิญมาสอบปากคำเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีนั้น มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้อยู่ระหว่างการรวมรวบพยานหลักฐานในการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเครือข่ายยูฟัน ได้มีการหลอกหลวงประชาชนให้มาร่วมลงทุน รวมทั้งมีผู้ที่มีชื่อเสียงและศิลปินดาราดังหลงเชื่อเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับรายงานข่าวจากชุดสืบสวน ที่มีรายงานว่ามีเครือข่ายยูฟัน มีการชักชวนดารานักแสดง หรือผู้มีชื่อเสียง มาร่วมลงทุนเพื่อความน่าเชื่อถือในธุรกิจ โดยก่อนหน้านี้พบว่า มีรูปภาพระหว่าง นายณัฐวรรธน์ บุญภา ผู้ต้องหาที่ถูกจับ ถ่ายรูปร่วมกับนายมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ หรือ อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ และ นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ นอกจากนี้ยังพบรูปภาพดารานักแสดงคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมกับเครือข่ายยูฟัน อาทิ นายศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ หรือ แมน ดารานักแสดงชื่อดัง นายธีระชาติ ธีระวิทยากุล หรือ อู๊ด เป็นต่อ ศิลปินตลก รวมทั้ง น.ส.ขวัญนภา เรืองศรี หรือ ลาล่า โปงลางสะออน ซึ่งในส่วนของลาล่านั้น พบว่ามีการขึ้นเวทีพูดชักชวนแนะนำธุรกิจยูฟัน ที่โรงแรมการิน อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วย ทั้งนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 25 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 17 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 8 ราย MThai News

แก๊งค้าโรฮีนจามอบตัวเพิ่ม4-ปิดล้อมปาดังเบซาร์รวบอีก5
ค้นปาดังเบซาร์ /  ค้ามนุษย์ / 

ผู้ต้องหาค้าโรฮีนจาเข้ามอบตัวเพิ่มอีก 4 ราย ขณะตำรวจสงขลา บุกปิดล้อมต.ปาดังเบซาร์ รวบผู้ต้องหาตามหมายจับได้อีก 5 วันที่ 21 พ.ค. พล.ต.ท.มนตรี โปรตะนันทน์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาว่า ในวันนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเดินทางเข้ามอบตัว ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเพิ่มอีก 4 ราย ประกอบด้วย นายสมพล อาดำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล,นายสมบูรณ์ สันโด กำนันตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล,นายสมเกียรติ แก้วประดับ และนายโปรเซี๊ยะ อังโชติพันธ์ ขณะเดียวกันชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้ามนุษย์ได้อีก 5 ราย คือ นายอับดุลลาวีด มันตะสุม,นายหมัดยุโส๊ป บิลเหล็ม,นายเจ๊ะเต๊ะ ยะฝาด,นายหมิด หมอชื่น และนายอูเซ็น ชาวบังกลาเทศ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ต้องหาทั้งหมด 9 ราย ไปสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลถึงผู้ที่ร่วมขบวนการ รวมทั้งติดตามจับกุมผู้ที่ถูกออกหมายจับ และยังไม่ได้เข้ามอบตัวเพิ่มอีก ขณะนี้มีผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 43 คน จากยอดการออกหมายจับจำนวน 77 หมาย ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว3 MThai News

ญาติช็อค! ม.3เครียดเรื่องเรียน ผูกคอดับหลังบ้าน
ผูกคอตาย /  ลำปาง / 

เด็กชายอายุ 14 ปี ผูกคอตายหลังบ้าน ญาติเชื่อเครียดเรียนไม่ทันเพื่อน-น้อยใจถูกพ่อแม่ตำหนิไม่ไปโรงเรียน วันที่ 21 พ.ค. ตำรวจสภ.เถิน จ.ลำปาง พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลเถิน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยออมบุญ อ.เถิน รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตาย ที่บ้านเลขที่ 327 ม.6 บ้านหนองบัว ต.ล้อมแรด อ.เถิน จึงเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต ภายในสวนหลังบ้านดังกล่าว บริเวณข้างเล้าไก่ใต้ต้นลำไย พบศพเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง โดยทางญาติได้ช่วยกันนำศพลงมาก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึง ตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย พบรอยเชือกที่ลำคอ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมง จากการสอบถามปู่ของเด็กชายเอ ให้การว่า ตนกับพ่อและแม่ได้พากันออกตามหาหลานชายตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว หลังจากหลานชายไม่ยอมไปโรงเรียน จนกระทั่งช่วงเช้าวันนี้ ตนได้เดินมาทางสวนหลังบ้าน จึงพบว่าหลานชายได้ใช้เชือกแขวนคอตายกับต้นลำไยเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่า มาจากเรื่องการเรียนหนังสือ เพราะว่าหลานชายเคยบ่นว่าไม่อยากเรียนหนังสือแล้ว เพราะเรียนไม่ทันเพื่อน ซึ่งพ่อกับแม่ก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนและสั่งสอน คาดว่าหลานชายอาจจะน้อยใจ จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ขอบคุณภาพจาก มติชน MThai News

โฟกัส ไม่กล้าออกตัวแรง กลัวรักวืดรอบ 2 !!
โฟกัส จีระกุล /  เก้า จิรายุ / 

กลายเป็นสาวแกร่งในสายตาของทุกคนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับสาว โฟกัส จิระกุล ที่ก่อนหน้านี้ทำให้หลายคนได้เห็นธาตุแท้ของนิสัยผู้ชายเจ้าชู้ แถมตอนนี้หลายคนกำลังแอบลุ้นให้สาวโฟกัสกับหนุ่ม เก้า จิรายุ จิ้นกันนอกจอ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยฟินทะลุจอกันมาแล้ว เพราะทั้งคู่เคยร่วมงานกันในซีรีส์คลับฟรายเดย์ ตอนความลับของสัญญาใจ เพราะคู่นี้เคมีเข้ากันมากๆ ซึ่งงานนี้สาวโฟกัสยังไม่อยากจะพูดอะไรมาก เพราะขืนออกตัวแรงเหมือนครั้งที่แล้วกลัวว่าจะวืดเป็นรอบที่ 2 เพราะถ้าหนุ่มที่สาวโฟกัสกำลังคบอยู่นั้นเป็นหนุ่มเก้าจริง หวั่นจะมีปัญหากับคุณแม่ที่หวงลูกชายสุดๆ ซึ่งสาวโฟกัสรับว่าหนุ่มเก้าเป็นคนที่ร่วมงานแล้วโอเคที่สุด ส่วนเรื่องที่หลายคนลุ้นอยากจะเห็นหน้าหนุ่มคนที่สาวโฟกัสกำลังแอบซุ่มคบอยู่นั้นคงต้องรอไปก่อน ตอนนี้นางอยากให้ชัวร์จริงๆ ไม่อยากที่จะหน้าแหก แค่นี้หลายคนก็มองว่าสาวโฟกัสออกตัวแรงมาตลอดแล้ว อ้าว!! งานนี้บรรดาแฟนคลับของสาวโฟกัสก็ตั้งหน้าตั้งตาลุ้นกันต่อไปจ้า โฟกัส จิระกุล โฟกัส จิระกุล โฟกัส จิระกุล-เก้า จิรายุ

เครือข่ายค้าโรฮีนจามอบตัวอีก2 ปัดข้อหาขอสู้คดีชั้นศาล
ค้ามนุษย์ /  ปาดังเบซาร์ / 

ผู้ต้องหาค้าโรฮีนจา เข้ามอบตัวเพิ่มอีก2ราย พบเป็นเครือข่าย "นายกเล็กปาดังเบซาร์" ขณะระนองตรวจยึดเรือประมงดัดแปลงใช้ขนโรฮีนจา วันที่ 22 พ.ค. พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงความคืบหน้าการดำเนินการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจาว่า นายทนงศักดิ์ เหมมันต์ และนายศราวุธ พรหมกระหมัด สองผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังวานนี้(21 พ.ค.) นายวุฒิ วุฒิประดิษฐ์ อดีตตำรวจ จ.สตูล เครือข่ายค้ามนุษย์กลุ่มเดียวกับ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง ได้เข้ามอบตัว โดยผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองราย เป็นเครือข่ายของนายบรรจง ปองผล นายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ สำหรับดังกล่าว สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 46 ราย จากที่ถูกออกหมายจับ 77 ราย  ยังเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 31 ราย ส่วนที่จังหวัดระนอง นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยถึงผลการเปิดยุทธการตัดวงจรการค้ามนุษย์ ปิดเส้นทางขนส่งจากต้นทางว่า ได้ใช้มาตรการเด็ดขาดเข้าตรวจยึดเรือประมงดัดแปลงที่ใช้ในการขนชาวโรฮีนจาโดยได้ยึดของกลางให้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว 3 ลำ นอกจากนี้ยังมีเรือที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยอีก 9 ลำ ที่กรมเจ้าท่า กำลังตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยได้สั่งให้ระงับการใช้เรือเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีอีก 7 ลำ เป็นเรือสัญชาติเมียนมา ซึ่งได้ประสานส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่ของเมียนมาแล้ว เพื่อให้ทราบว่าเป็นเรือประมงดัดแปลงที่มีจุดประสงค์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ขอบคุณข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว3 MThai News

หนุ่มประชดเมียผูกคอดับ คาดปมเรื่องบนเตียง
คนเลี้ยงม้า /  ประชดเมีย / 

หนุ่มเลี้ยงม้าทะเลาะกับเมีย หนีผูกคอตายหวังประชดดับอนาถ คาดเกิดจากปัญหาเรื่องบนเตียง   วันที่ 21 พ.ค. 58 เกิดเหตุคนงานเลี้ยงเจอศพผูกคอตายภายในสนามม้าแห่งหนึ่ง จุดเกิดเหตุบริเวณช่องจำหน่ายตั๋ว พบผู้เสียชีวิตอยู่ในท่านั่งหลังชนฝา ใช้เชือกไนล่อนผูกคอ และแขนมีรอยถูกของมีคมบาด คาดว่าน่าจะเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมง จากการสอบสวน ทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายเสือ อายุ 45 ปี เป็นคนงานเลี้ยงม้าในสนามแห่งนี้ ภรรยาของผู้เสียชีวิต เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง นายเสือจึงใช้มีดกรีดเข้าที่ท่อนแขนเพื่อประชดตน ก่อนจะหายตัวไปจากห้องพักที่สนามม้า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะเกิดอาการน้อยใจเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว เนื่องจากมีข้อมูลจากเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตระบุว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตเพิ่งไปเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ทำให้เกิดทะเลาะมีปากเสียงกับภรรยา รวมทั้งมีปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ด้วย MThai News

นางกวัก! กับเคล็ด(ไม่)ลับ บูชาอย่างไรให้ค้าขายร่ำรวย ?
ขายของ /  ค้าขายร่ำรวย / 

เดี๋ยวนี้จะหันไปทางไหนก้เจอแต่พ่อค้าแม่ขาย ที่ต่างก็ขนของมาขายกันเยอะมากกว่าแต่ก่อน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการแข่งขัน แล้วจะทำอย่างไรให้ร้านเปิดใหม่อย่างเราขายดี มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนอยู่ไม่ขาดสาย จึงต้องมีการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเช่น นางกวัก ให้การค้าขายของเราราบรื่นมากขึ้น เพื่อให้การบูชนางกวัก เกิดผลบันดาลโชคลาภ แม่หมอแห่ง Horoscope.mthai.com แนะนำให้นำองค์บูชานางกวักขึ้นหิ้งบูชาในวันศุกร์ โดยมีของเซ่นไหว้สักการะ ดังนี้ 1. ดอกไม้ 5 สี 2. น้ำอบไทยหรือน้ำปรุงและน้ำหอมก็ได้ 3. ธูปแดง เทียนแดง 12 คู่ 4. ผลไม้สีแดง 2 ชนิด 5. ผ้าแดง 1 เมตร นำของเครื่องไหว้ทั้งหมดวางลงบนผ้าแดงและจุดธูปเทียนตามที่ได้จัดเตรียมไว้ พร้อมทั้งสวดพระคาถา ดังต่อไปนี้.. ตั้งนะโม 3 จบ โภคัง ชณะ ทุ สะ มะ นิ (สวดบูชา 8 จบ) โอม มหาสิทธิโชคชัย พุทธะ มะอะอุ โอมบรมฤษี 108 พระองค์ ปู่เจ้าเขาเขียว มีบุตรคนเดียวชื่อ นางกวัก ชายเห็นชายทัก หญิงเห็นหญิงรัก มานี มานะ ประสิทธิเวทย์ให้กู บุคคลรู้จักพักตร์กูถ้วนหน้า โอม มะมา พ่อมา พากูไปเมือง กูได้เพชร แหวนนิลจินดานับหมื่นล้านทะนาน กูค้าเสน่หา สัพพะเมตตาค้ากำไรคล่องคล่อง กูจะค้าเงิน เงินก็ไหลนอง กูค้าทองทองก็ไหลมา เต็มอิ่ม เต็มพุง กินเพื่อนเอ๋ย วันนี้สารพัดลาภ ทรัพย์สินเก็บหายิ่งกว่าบรรดา ทั้งปวง บูชาบูชาเพี้ยง ประสิทธิลาภผลข้าคนเดียว โอม นะชา ลิเต นะชาลิติ สวาหะ สวาโอม เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com  ที่มาจาก : หนังสือลายเซ็นดี ลิขิตรวย

น้องโพสต์แฉ หลังพี่สาวถูก รปภ. คอนโดบุกห้อง
คอนโด /  ตึกคอนโด / 

เอพีโพสต์แจงกรณีรปภ.เข้าห้องลูกค้าคอนโดหรู อยู่ในรับผิดชอบของคณะนิติฯและบ.รักษาความปลอดภัย ทั้งน้องชายผู้เสียหายระบายลงโซเชียล จากกระแสในโลกออนไลน์ กรณีที่มีการแชร์เรื่องราว ผู้พักอาศัย คอนโดแห่งหนึ่ง ถูก รปภ.แอบไขกุญแจเข้าห้อง เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นที่ตื่นตัวและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชาวโซเชียล จากนั้นมีผู้ใช้งานพันทิปรายหนึ่งแจ้งข้อมูลว่า ทางเอพีฯ รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้วและได้ติดต่อหาลูกค้าทันทีที่ทราบเรื่อง ทั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการนิติบุคคลและบริษัทรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเอพีฯ ได้ส่งมอบส่วนกลางและการบริหารจัดการให้กับคณะกรรมการนิติบุคคลแล้ว ซึ่งคณะกรรมการนิติฯและเจ้าของร่วมได้คัดเลือกและจัดจ้าง บริษัท M Management ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกค้า นอกจากนี้ น้องชายเจ้าของห้องได้โพสต์เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว ระบุว่า เมื่อวานนี้ 21/5/2558 ทางคอนโดได้เชิญ ผู้ร้าย(รปภ.) และ ครอบครัวผม พร้อมกับลูกบ้านในคอนโด มาเล่าเรื่องราวให้ฟัง โดยพี่สาวคนโตเล่าให้ฟังว่ารปภ. คนนี้แอบอ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ และ เห็นคีย์การ์ดแม่บ้านวางอยู่จึงหยิบไป (Keycardแม่บ้านขึ้นได้ทุกชั้น) เพื่อต้องการไปยืมเงินเพื่อนที่ห้อง 458 ชั้น 42 (แต่ผมอยู่ห้อง 557 ชั้น 42) ซึ่งความจริงห้อง 458 นั้นอยู่ชั้น 36 พอเอา Keycard ไปตรวจสอบ ปรากฏว่าไม่ใช่ครับ มันคือ Keycard ที่เคยหายไปนานแล้วตอนที่ Condo มีการซ่อมแซม เขาเลยให้ Keycard กับช่างซ่อม Condo เพื่อไปซ่อมงานแต่มันได้หายไป1ใบ ซึ่งหายไปนานแล้ว ตอนที่เอาไปเช็ค Record การ์ดใบนี้ได้มีการใช้ขึ้นชั้น 42 เวลา ตี 4-5 และ หลังจากเกิดเรื่อง การ์ดใบนี้ถึงพึ่งโดน deactivate ให้ใช้การไม่ได้ ตอนนี้ทางเรากังวลเรื่องความปลอดภัยมากกว่าสิ่งใด ทั้ง 2 บริษัท โดย ได้ออกมาบอกขอแก้ตัว จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ให้คนอาศัยรู้สึกปลอดภัย พอถามว่าจะทำยังไง เค้าก็บอกจะเพิ่มยาม และ การตรวจอาคารต้องให้ช่างของนิติฯ(M-management)เดินประกบด้วยทุกครั้ง คือ ผมอยู่คอนโดนี้มานานพอสมควร ผมรู้ครับว่าเค้ารัดกุมเรื่องคนภายนอกที่จะเข้าออก แต่ปัญหามันอยู่ที่คนใน  ผมคงไม่สามารถมั่นใจได้ว่า การที่คุณมาเดินตรวจตรากับช่างของนิติฯ แล้วจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ซึ่ง ขนาดตอนเกิดเหตุ ช่างของนิติฯที่มีหน้าที่ต้องเฝ้าดูหน้าจอ Monitor ยังหายไปไหนไม่รู้ ผลที่ได้คือไม่มีการช่วยใดๆ ซ้ำร้ายยังถูกคนร้ายลวงให้ขึ้นไปดูอีกรอบ แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆจากฝ่ายนิติฯ แล้วถ้าสมมุติ เกิดฝ่าย รปภ. กับ ช่างของนิติฯ ร่วมมือกันละ? คุณคัดกรองคนที่สมัครเป็น รปภ.(G4S) เข้มงวดแค่ไหน? ส่วน รปภ.คนร้ายได้ถูกล๊อคตัวที่บ้าน และ พาไปหาตำรวจเพื่อมอบตัวที่ สน.มักกะสัน รวมทั้ง จะฝากขังในช่วงเย็นแต่ปรากฏว่าต้องได้หมายศาลจึงจะฝากขังได้เลยให้กลับมาก่อนพรุ่งนี้ค่อยพาไปใหม่ ตอนนี้เลยมีการควบคุมและเฝ้าไว้ที่นิติฯครับ สภาพจิตใจพี่สาวผมตกต่ำลงเรื่อยๆ พี่สาวผมสองคน จบจากอเมริกาทั้งคู่ ไม่ว่าจะ กฏหมาย หรือ การรับผิดชอบของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่นั้นต่างกับที่นี้ราวฟ้ากับดินครับ  พี่สาวผมทั้งสองคนอยู่ที่อเมริกามาตั้งแต่เด็ก กลับมาไทยเนื่องจากจะมาช่วยธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเปิดบริษัทใหม่ แต่ตอนนี้ต้องมาเสียทั้งงาน ทั้งเงิน ทั้งเวลา ไหนจะต้องมาระแวง ไม่กล้าไปไหน อยากถามตัวคนร้าย และ คนที่ช่วยเหลือคนร้าย(ไม่ว่าจะมีหรือไม่นะครับ) ว่าถ้าเรื่องนี้เกิดกับ พี่สาว น้องสาว แท้ๆ หรือ แม่ ของคุณ คุณจะทำยังไง แค่ตอนที่ผมรู้เรื่อง ตอนขับรถจากมหาลัยเอแบคไปคอนโด มือผมนี้เย็นและสั่นไปด้วยความโกรธ แต่ผมเคารพกฏหมายครับ ทุกอย่างต้องว่าตามด้วยเรื่องของกฏหมาย ขอบคุณข้อมูล pantip MThai News

ทักษิณ จ้อเวทีผู้นำเอเชีย ต่างชาติยอมรับ?
ทักษิณ /  ทักษิณ ชินวัตร / 

ห่างหายไปจากพื้นที่สื่อไปนาน แต่การกลับมาโล่นแล่นบนเวทีโลกอีกครั้ง ทำให้ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกพูดถึงในหลากหลายแง่ ทั้งเรื่องกฎหมายการเดินทางเข้าออกประเทศ ที่เป็นที่กังขาว่า เหตุใดเกาหลีใต้ ไม่มีกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรืออย่างไร ไทยจะมีท่าทีอย่างไรกับการปรากฎตัวของบุคคลที่มีคดีติดตัว หรือในเรื่องของเนื้อหา การพูดบนเวที Asian Leadership Conference 2015 "70 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง: การสร้างสันติภาพและความรุ่งเรืองในเอเชีย" ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ที่อดีตนายกฯ จะมีการแสดงวิสัยทัศน์อย่างไร จะว่าไปแล้ว หากตัดในเรื่องความขัดแย้งภายในประเทศไทย มองในเรื่องของธุรกิจ ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คือตัวแปรสำคัญในการก่อร่างสร้างนโยบายพัฒนาชาติอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะถึงจุดวิกฤติ จนกระทั่งต้องหลบหนีออกนอกประเทศแบบไม่สวยหรู ทางเกาหลีใต้เองไม่ได้เปิดเผยเหตุผลว่า เหตุใดจึงเชิญบุคคลต้องโทษ หนีคดี มาร่วมการประชุม ทั้งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ต่อต้านการคอรัปชั่นมากที่สุดประเทศหนึ่ง บ้างก็ว่า เป็นการสร้างกระแสเพื่อให้สื่อจับตา หรือว่าเป็นพวกจอมเสี้ยม เจตนาแฝงก็เป็นไปได้ แต่เอาเข้าจริงๆ บนเวทีนี้ ส่วนใหญ่มองไปถึงเรื่องความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นอย่างยั่งยืน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิสัยทัศน์ เพื่อพัฒนาประเทศชาติ ภาพรวมในการประชุม พูดถึงการหารือของประเทศในทวีปเอเชีย ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงยึดมั่นในเรื่องของบุคคลระดับล่าง โดยกล่าวว่า ต้องร่วมกันทุ่มเท นำเอานวัตกรรมลงสู่รากหญ้า เป็นนวัตกรรมอันจะสร้างงาน และความสุขในชีวิตให้แก่กันทุกคน คิดให้สร้างสรรค์มากขึ้นว่า เอเชียจะใช้ทุนและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสามารถของผู้คน ส่วนหนึ่งของข้อความ ที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย โพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ส่วนตัว กล่าวถึง หลักนิติรัฐ ที่อดีตนายกฯ ให้ความสำคัญ “ผมต้องแสดงความยินดีกับการก่อตั้งธนาคารการลงทุนสาธารณูปโภคแห่งเอเชีย (AIIB) ซึ่งควรมีมานานแล้ว เป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ เอเชียมีเงินทุนสำรองมากกว่า 7 ล้านล้านเหรียญ กว่า 60% ของเงินทุนสำรองโลก ส่วนหนึ่งของกองทุนนี้จะสามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลทางเศรษฐกิจที่ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น การเติบโตนั้นจะยั่งยืนและเชื่อถือได้ เฉพาะเมื่อใช้หลักนิติรัฐ และมีพื้นที่เปิดกว้างให้กับความสร้างสรรค์ ผมหมายถึงทั้งพื้นที่ทางกฎหมายและการเมืองที่ปล่อยให้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างสินทรัพย์และกระแสเงินแก่สังคมของเรา” “นิติรัฐนั้นเป็นสินทรัพย์อันจับต้องมิได้ทางเศรษฐกิจอันสำคัญที่สุด โดยใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด ผลประโยชน์ทางการค้าและการพัฒนาเศรษฐกิจนั้นสำคัญกว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศ นั่นทำให้เอเชียคงสันติภาพเอาไว้ได้ตลอด 7 ทศวรรษที่ผ่านมา” ใจความที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวมา เป็นที่แน่ชัดว่า การเมือง ความขัดแย้ง เป็นเรื่องของผลประโยชน์ แต่สิ่งที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ คือเรื่องของเศรษฐกิจ ปากท้อง การจัดการ และการพัฒนา ที่แน่ๆ ไม่ได้พูดถึงเรื่องคอรัปชั่น คดีที่ติดตัวมา ที่เป็นประเด็นปัญหายาวถึงปัจจุบัน ความขัดแย้งที่ผ่านมาในประเทศ ด้านหนึ่งมองว่า ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษหนีคดี ถูกตัดสินว่ามีความผิด ขณะที่อีกด้านหนึ่งมองเป็นเรื่องของ คดีทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ ทำให้ทั้งญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ รวมถึงบางประเทศ ยังปล่อยให้โลดแล่น เดินทางเข้าออกประเทศได้ แม้ไม่ได้พูดถึงอะไรที่กระทบไทย แต่ก็ได้เห็นว่า ประเทศเหล่านี้ยังคงให้ความสนใจกับแนวคิดของอดีตนายกฯ สุดท้ายแล้ว ทุกประเทศไม่ว่าจะมีระบอบการปกครองแบบไหน ย่อมต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มองเห็นปัญหา สื่อสารและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาประเทศ ให้ประชาชนอยู่ได้ ไม่เดือดร้อน และที่สำคัญต้องมีความตั้งใจจริง จริงใจ นำพาประเทศไปได้ด้วยดี เพชรพิริยะ MThai News

กิตติศักดิ์ ปัดโกงเงินสจล. ตร.มั่นใจเป็น 'บอสใหญ่'
กิตติศักดิ์ มัทธุจัด /  มอบตัวสู้คดี / 

"กิตติศักดิ์ มัทธุจัด" ปัดยักยอกเงินสจล. เผยยืมเงินทรงกลดครั้งละ 200 ล้าน นาน 3 ปี ด้านตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ มั่นใจเป็น "บอสใหญ่" ผบ.ตร.ชี้ไม่ใช่การมอบตัว ความคืบหน้าการติดตามคดียักยอกทรัพย์ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กว่า 1.6 พันล้านบาท หลังนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหารายสำคัญติดต่อขอเข้ามอบตัว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวเดินทางมาแถลงข่าวยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว โดยมีพล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บังคับการกองปราบปรามร่วมแถลง ซึ่งผลจากการสอบสวนเบื้องต้นนายกิตติศักดิ์ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ระบุไม่รู้จักกับ นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดีสจล. เป็นการส่วนตัว แต่ยอมรับว่ารู้จักนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ ที่รู้จักกับน.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนการคลังของสจล.อีกทอดหนึ่ง โดยได้ยืมเงินนายทรงกลดมาลงทุน ซึ่งนายทรงกลดได้โอนเงินให้ครั้งละประมาณ 100-200 ล้านบาท เป็นจำนวนหลายสิบครั้งในระยะเวลา 3 ปี โดยไม่รู้แหล่งที่มาของเงินดังกล่าว ทั้งนี้พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ ส่วนการดำเนินการจับกุมในครั้งนี้ ยืนยันว่าได้จับกุมนายกิตติศักดิ์ไม่ใช่การมอบตัวซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปประสานความร่วมมือกับตำรวจอังกฤษ กดดันนายกิตติศักดิ์ จนเดินทางกลับประเทศไทย และจากการตรวจสอบพบนายทรงกลด โอนเงินให้นายกิตติศักดิ์ กว่าพันล้าน โดยมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการทำธุรกรรมการเงินชัดเจน และเชื่อว่ามีการเตรียมตัวปรึกษากับนักกฎหมายมาเป็นอย่างดี หลังจากนี้จะส่งตัวนายกิตติศักดิ์ให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม สอบปากคำต่อ พร้อมคัดค้านประกันตัวก่อนขออำนาจศาลฝากขังต่อไป ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า ทั้งนี้นอกจากนายกิตติศักดิ์แล้ว ไม่น่าจะมีผู้บงการใหญ่กว่านี้ เนื่องจากการสืบสวนของตำรวจ ไม่พบมีเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นอีก และจากการสอบปากคำนายกิตติศักดิ์ ให้การว่า น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดของลูกน้องเกี่ยวกับเรื่อง "บอสใหญ่" โดยตัวการใหญ่ของคดีนี้น่าจะเป็น นายกิตติศักดิ์ สำหรับคดีนี้ มีผู้ต้องหาทั้งหมด 14 คน ส่งฟ้องดำเนินคดีแล้ว 11 คน ประกอบด้วย นายทรงกลด ศรีประสงค์, น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์, นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์, นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการ, นางสมบัติ โสประดิษฐ์, น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์, นางระดม มัทธุจัด, นายภาดา บัวขาว, นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล., นายศรุต ราชบุรี และนายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดี สจล. และยังหลบหนีอีก 2 คน คือ นายสมพงษ์ สหพรอุดมการ และนายธวัชชัย ยิ้มเจริญ ข้อมูลจาก สวพ.FM91 .................................................. ตำรวจกองปราบคุมตัว กิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหารายสำคัญยักยอกเงิน สจล.กว่า 1.6 พันล้านคาสุวรรณภูมิ บินจากอังกฤษขอมอบตัวสู้คดี จ่อแถลง 10 โมงวันนี้ วันที่ 22 พ.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม เดินทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเข้าควบคุมตัว นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด หรือเป้ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ร่วมกันลักทรัพย์ ร่วมกันฟอกเงินของสถานบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หลังติดต่อขอมอบตัวเพื่อสู้คดี ทั้งนี้ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา และเป็นผู้ต้องหารายสำคัญซึ่งกุญแจสำคัญในการสาวไปถึงตัวบอสใหญ่ ในคดีร่วมกันลักทรัพย์เงินสจล.ไปกว่า 1.6 พันล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายกิตติศักดิ์ หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ส่วนรายละเอียดจะแถลงข่าวอีกครั้งที่กองบังคับการปราบปราม ในวลา 10.00 น.วันนี้ ขอบคุณภาพจาก VOICETV MThai News

ชื่นชม หนุ่มกู้ภัย นุ่งผ้าห่อศพ ออกช่วยเหลือสังคม
กู้ภัย /  ช่วยเหลือสังคม / 

ชื่นชม หนุ่มกู้ภัย นุ่งผ้าห่อศพ ออกช่วยเหลือสังคม ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊ครายหนึ่งซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หนุ่มกู้ภัยคนหนึ่งนุ่งผ้าห่อศพ ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้คน โดยเจ้าของภาพเผยว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  ช่วยเหลือสังคม ซึ่งที่เห็นพี่เขาใส่ชุดแบบนั้น ?เอาผ้าห่อศพมานุ่งห่มแบบนั้น? ? ?เพราะเขาใส่เสื้อผ้าไม่ทันครับ?  โดยเหตุการณ์?ก่อนหน้านั้นมีคนจมน้ำตาย? ที่สะพานท้ายตลาดอู่ทอง ?เมื่องมศพเจอแล้ว? ?ก็มีเหตุรถชนกันต่อ โดยพี่กู้ภัยบอกว่า? ??ชีวิตของประชาชนต้องมาก่อนทุกๆ "พี่เขาบอกคือทำกู้ภัยไม่ได้เงินสักบาทเดียว น้ำมันก็ต้องเติมเอง ข้าวก็ซืัอกินเอง และเจ้าหน้าที่ท่านอื่นต้องทำมาหากินไม่มีใครว่างมา กู้ภัยที่เขาอยู่ไม่ค่อยมีคนมาทำกัน เพราะไม่มีเงินเหมือนที่อื่น ก็เลยไม่ค่อยมีคนทำกัน พี่เขาสุดยอดจริง" ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ได้มีกระแสชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ชายกู้ภัยเป็นจำนวนมากและยกย่องให้เป็นหนึ่งในคนดีของสังคม ขอบคุณภาพจาก @รอเทอกลับมา อย่างไร้ความหวัง MThai News

แม่ใจยักษ์! ยัดลูกลงกล่องโฟมทิ้งสวนกล้วยสัตหีบ
ชุลบุรี /  ทิ้งทารก / 

ตำรวจเร่งล่าแม่ใจร้าย จับลูกอายุ7 วันยัดกล่องโฟมทิ้งกลางสวนกล้วยชลบุรี สลด! ถูกมดตะนอยรุมต่อยทั่วร่าง วันที่ 21พ.ค. พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเด็กทารกแรกเกิด ถูกนำมาวางทิ้งไว้ในสวนกล้วย บริเวณบ้านเลขที่ 216/5 ซ.วัดเขาคันธมาทน์ ม.9 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ห่างไกลจากชุมชน ระยะทางจากถนนลงไปที่สวนกล้วยประมาณ 10 เมตร พบเด็กทารกแรกเกิดเพศชาย สภาพสมบูรณ์แข็งแรง น้ำหนักตัว 3.2 กก. อายุไม่เกิน 7 วัน สภาพนอนเปลือยอยู่ในกล่องโฟม ตามตัวถูกมดตะนอยรุมกัด จนเป็นตุ้มจุดแดงทั่วใบหน้าและร่างกาย ชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างพากันด่าสาปแช่งถึงพฤติกรรมใจที่โหดร้ายของแม่ลูกอ่อนรายนี้ จากการสอบถามชาวบ้านผู้พบศพทารก ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกับสามี ได้มาดูแลความเรียบร้อยในสวน ได้ยินเสียงร้องของเด็กทารก จึงได้ออกเดินตามหาที่มาของเสียง จนพบเด็กทารกเพศชายถูกแม่ใส่กล่องโฟมนำมาทิ้งไว้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบเด็กทารกให้อยู่ในความดูแลของ นางลลิดา สายโสภา หัวหน้าฝ่ายสังคมสงเคราะห์ กองสวัสดิการสังคม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาคันธมาทน์ เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ก่อนนำส่งมอบเด็กไปไว้ในตู้อบของโรงพยาบาลสัตหีบ เพื่ออยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนทางด้านการติดตามตัวแม่ใจร้ายรายนี้ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ออกติดตามหาเบาะแสในการจับกุมแล้ว อย่างไรก็ตาม หากประชาชนท่านใด ทราบเบาะแสของแม่รายนี้ ก็สามารถแจ้งมาได้ที่ สภ.สัตหีบ หมายเลขโทรศัพท์ 038-438183 ได้ตลอดเวลา ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์ MThai News

มะกันพบคลังหนังโป๊ในหลุมหลบภัย 'บิน ลาดิน'
กลุ่มก่อการร้าย /  บิน ลาดิน / 

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการก่อการร้าย พบไฟล์หนังลามกอนาจาร ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่พบภายใต้หลุมหลบภัยของนาย  'อุซามะฮ์ บิน ลาดิน' วันนี้ (21พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่า หน่วยคอมมานโด สหรัฐฯ บุกเข้าตรวจสอบหลุมหลบภัยของนาย 'อุซามะฮ์ บิน ลาดิน' หนึ่งในผู้ก่อตั้งและหัวหน้าอัลกออิดะฮ์ รับผิดชอบเหตุวินาศกรรม 9/11 ในปากีสถาน และได้พยายามกู้คืนไฟล์เอกสารของภายใต้การครอบครองนายบิน ลาดิน ทว่า ภายหลังจากการกู้คืนไฟล์เอกสารดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อมูล และรวบรวมไว้เป็นหลักฐานในการแกะรอยการก่อการร้าย ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย และได้พบกับสื่อลามกอนาจารเป็นจำนวนมาก ถูกกักเก็บไว้ โดยเจ้าหน้าที่ที่มีการสบการณ์ในการดำเนินการตรวจสอบหลักฐานทางเทคโนโลยี เพื่อไขความลับ เจาะข้อมูลเพื่อเข้าถึงช่องทางในการก่อการร้าย เปิดเผยว่า การตรวจพบสื่อลามกไม่ใช่เรื่องผิดปกติ อย่างไรก็ตาม นายอุซามะฮ์ บิน ลาดิน บุคคลที่โลกต้องจดจำชื่อไปอีกแสนนาน เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์ ผู้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันราย บิน ลาดิน เป็นหนึ่งในบุคคลที่เอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุด เนื่องจากมีเอี่ยวในการก่อการร้ายในสหรัฐฯหลายครั้ง เขาเสียชีวิตลงเมื่อปี 2554 ด้วยฝีมือการปลิดชีพจากหน่วยซีลสหรัฐ MThai News ที่มา theguardian

ตร.บุกค้นกุฏิพระวัดดังเชียงใหม่-แอบถ่ายสาวอาบน้ำมนต์
คลิปสาวอาบน้ำมนต์ /  พิธอาบน้ำมนต์ / 

รอง ผบช.ภาค 5 นำกำลัง ตร.บุกค้นกุฏิพระสมควร วัดใหม่ห้วยทราย จ.เชียงใหม่ หลังสืบทราบว่าเป็นสถานที่แอบถ่าย 'คลิปสาวอาบน้ำมนต์' ขณะเข้าตรวจสอบพบว่าพระควรคิดได้หลบหนีไปแล้ว วันนี้ 22 พ.ค. พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 210/2558 ได้เข้าตรวจค้นกุฏิของพระควรคิด กณฺโตภาษี หรือ อาจารย์หนาน หรือ นายควรคิด กองเงิน อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นพระลูกวัดอยู่ที่วัดใหม่ห้วยทราย หมู่ 4 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จากการเข้าตรวจสอบพบว่าพระควรคิด ได้หลบหนีออกไปจากวัดไปแล้ว ภายในกุฏิ พบว่าห้องน้ำที่ให้ผู้มาติดต่อทำพิธีอาบน้ำมนต์นั้นอยู่ติดกับห้องน้ำในกุฏิพระควรคิด โดยพฤติกรรมของพระควรคิด จะให้หญิงสาวเข้าไปอาบน้ำมนต์ในห้องน้ำอีกห้อง และพระควรคิด ก็จะเข้าไปในห้องน้ำอีกห้องหนึ่ง ซึ่งมีการเจาะรูผนังห้องน้ำที่ติดกัน เพื่อบันทึกภาพ และพบว่ารูใหญ่มีการเพิ่งอุดปูน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดหลักฐานสำคัญไว้เพื่อนำไปตรวจสอบ และไปรวบรวม พร้อมทำเรื่องไปยังเจ้าคณะอำเภอ ถึงพฤติกรรมของพระควรคิด ได้พิจารณาด้วย ถึงแม้ว่าพฤติกรรมของพระรูปนี้ไม่เข้าข่ายถึงขั้นปาราชิก ก็ตาม แต่เข้าข่าย "โลกะวัชชะ" หรือโลกติเตือน ก็เป็นดุลพินิจของทางเจ้าคณะอำเภอต่อไปว่าจะให้พ้นสภาพเป็นพระหรือไม่อย่างไร MThai News ที่มา... ข่าวสด