สืบศพ ไขคดีลับ

สู่ดินแดนแห่งฝันอันเวิ้งว้างกว้างไกลที่ทะเลทรายหมูยเน เวียดนาม
เวียดนาม

สู่ดินแดนแห่งฝันอันเวิ้งว้างกว้างไกลที่ทะเลทรายหมูยเน เวียดนาม ▲ หมูยเน พื้นที่แอ่งทะเลทรายอันเลื่องชื่อของเวียดนาม เป็นที่ตั้งของเมืองตากอากาศริมทะเลชื่อดังและเนินทรายหลากสีสันอันงดงาม พร้อมให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสและเก็บภาพบรรยากาศอันน่าประทับใจ ทะเลทรายหมูยเน (Mũi Né) ในอดีตเคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวลับซึ่งเป็นที่รู้จักดีในหมู่นักเดินทางที่ต้องการไปตั้งแคมป์เพื่อรื่นรมย์กับความเงียบสงบและความงดงามของเนินทรายที่ลื่นไหลไปตามจังหวะของธรรมชาติ และสัมผัสกับชายหาดอันสงบงามที่น้อยคนนักจะล่วงรู้ แต่ปัจจุบันหมูยเนได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งพักผ่อนชายทะเลชั้นนำ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม รีสอร์ท สวนพันธุ์ไม้ที่สวยงาม และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมกีฬาทางน้ำชั้นเยี่ยมของประเทศ โดยยังคงมีหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิมตั้งอยู่ในพื้นที่อย่างกลมกลืน ▲ เมืองหมูยเนมีการพัฒนาพื้นที่รอบๆ หมู่บ้านชาวประมงเดิม แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมโรงแรมและศูนย์กลางของกีฬาทางน้ำซึ่งมีชื่อเสียงในหมู่ผู้รักกีฬาและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยเส้นทางเลียบหาดที่ทอดตัวยาวกว่า 10 กิโลเมตร เมืองหมูยเน ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนามเลียบชายฝั่งทะเลจีนใต้ ภูมิประเทศมีความงดงามด้วยแนวต้นปาล์มเรียงรายริมชายหาดและมีกระแสลมพัดแรงสม่ำเสมอ (ในช่วงฤดูแล้งของเวียดนาม) ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นวินด์เซิร์ฟ ไคท์เซิร์ฟ เรือใบ และกีฬาทางน้ำอื่นๆ ทั้งยังเป็นเมืองเพื่อการพักผ่อนชื่อดังสำหรับผู้ที่ต้องการหนีความวุ่นวายจากเมืองไซ่ง่อน โดยมีบริการโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ จึงนับเป็นเมืองตากอากาศที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางมาเยือน ด้วยผังเมืองที่เรียบง่าย ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีวันหลงทางในเมืองหมูยเน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจะตั้งอยู่บนถนนเส้นหลักของเมืองตามแนวชายฝั่งทะเล จึงง่ายต่อการเดินชมเมืองอย่างยิ่งเพราะผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางเลียบหาดที่ทอดตัวยาวกว่า 10 กิโลเมตรของเมืองนี้ และเมื่อมองออกไปยังเส้นขอบฟ้าบนผืนน้ำสีคราม เราจะเห็นหมู่ไคท์บอร์ดจำนวนมากที่โลดแล่นท้าคลื่นอยู่กลางทะเลด้วยเป็นกีฬายอดนิยมของผู้ที่เดินทางมาเยือนเมืองหมูยเน โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม – เมษายนที่ลมพัดแรงเป็นพิเศษ ภายในตัวเมืองยังเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หลากหลาย ทั้งมุมพักผ่อนสบายๆของนักเล่นเซิร์ฟบอร์ด ร้านค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารน่ารักๆ และร้านขายสินค้าแนวบูติกที่เก๋ไก๋เป็นจำนวนมาก ▲ เนินทรายสีขาวสะอาดตาภายใต้ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ถือเป็นทัศนียภาพตามธรรมชาติที่สวยงามเลื่องชื่อของเมืองแห่งนี้ เนินทรายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองหมูยเนมี 2 แห่ง ได้แก่ เนินทรายแดง (Red Sand Dunes) และ เนินทรายขาว (White Sand Dunes) ซึ่งทั้งสองแห่งมีทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาราวกับไม่ใช่สถานที่จริงบนโลกใบนี้ ทั้งยังใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากย่านใจกลางเมือง นับเป็นทั้งโลเกชั่นที่ดีเยี่ยมเพื่อการถ่ายภาพแนวศิลปะและการเดินทางพักผ่อนเพื่อสูดอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์และปลอดความชื้น โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไกลไม่สิ้นสุด เนินทรายขาว คือภูมิประเทศแบบทะเลทรายในฝันของหลายๆคน ด้วยเนินทรายสีขาวสะอาดตาที่ทอดตัวเรียงรายจรดปลายฟ้า ชวนให้เรานึกถึงโลกยุคเก่าที่สะอาดหมดจดไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ รวมถึงความสงบและความงดงามแห่งธรรมชาติที่แท้จริง แม้ในปัจจุบันจะมีธุรกิจรถเอทีวีเข้ามาให้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกีฬาเอ็กซ์ตรีมเป็นจำนวนมาก หากเขตเนินทรายขาวแห่งนี้ยังมีความสงบอยู่มาก เพียงแค่คุณเดินทางลึกเข้าไปอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะได้พบฉากแห่งธรรมชาติอันตระการตาสำหรับการเก็บภาพประทับใจที่หาได้ยากยิ่งบนโลกใบนี้ สำหรับเนินทรายแดงนั้นสามารถเดินทางไปได้ง่ายกว่า โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีจากย่านกลางเมือง อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินสำรวจได้ง่ายกว่าอีกด้วย เนื่องจากเนินทรายในบริเวณนี้มีความชันไม่มากนัก อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญที่พลาดไม่ได้ของเมืองหมูยเนคือ ลำธารแฟรี่สตรีม (Fairy Stream) ที่ถือเป็น “สวรรค์ของนักถ่ายภาพ” แห่งที่สองของเมือง นักเดินทางจะได้พบกับลำธารที่ทอดตัวอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง ขนาบข้างด้วยป่าไม้พุ่มสีเขียวชอุ่มและอีกด้านหนึ่งคือเนินทรายสูงสีแดงเข้ม ภูมิประเทศที่สวยงามอย่างเหลือเชื่อนี้ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เดินทางมาเก็บภาพและเดินท่องไปตามลำน้ำที่งดงามแปลกตานี้ ราวกับการเดินทางสู่โลกแห่งเทพนิยายอันแสนมหัศจรรย์ของดินแดนตะวันออกกลางในโลกยุคโบราณเลยทีเดียว วันนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังประเทศเวียดนามได้อย่างสะดวกสบายกับสายการบินเวียตเจ็ท ด้วยเที่ยวบินไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ - กรุงโฮจิมินห์ ถึง 3 เที่ยวต่อวัน และเที่ยวบินไป-กลับกรุงเทพฯ - ฮานอย 2 เที่ยวต่อวัน นอกจากนี้ สายการบินเวียตเจ็ทยังมีเส้นทางบินในประเทศเวียดนามมากกว่า 30 เส้นทาง สำหรับการไปเยือนเมืองหมูยเนนั้น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถบัสจากกรุงโฮจิมินห์ไปยังเมืองหมูยเนได้อย่างง่ายดาย ซึ่งระยะทางในการเดินทางนั้นประมาณ 200 กิโลจากกรุงโฮจิมินห์ สายการบินเวียตเจ็ท ฉลองกิจกรรม “3D Summer” จัดโปรโมชั่นจองตั๋วโดยสารราคา 0 บาท ซึ่งครอบคลุมเส้นทางบินระหว่างประเทศ ระหว่างเวียดนามสู่ไทย เกาหลีใต้ ไต้หวัน เมียนมาร์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยเปิดจองในช่วง Golden hours เวลา 12.00 – 14.00 น. ของวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2559 สำหรับเดินทางในระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2559 (ยกเว้นวันหยุด) โดยสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตวีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, เจซีบี และ อเมริกันเอ็กซ์เพรส สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vietjetair.com นอกจากนี้ สายการบินเวียตเจ็ทยังนำเสนอกิจกรรมแสนสนุกอีกหลากหลายรายการ เพื่อร่วมฉลองการเดินทางในช่วงซัมเมอร์นี้แก่ผู้โดยสารทุกท่าน ทั้งเกมเทคโนโลยี 3D ในสนามบิน กิจกรรมร่วมสนุกชิงรางวัล การยกระดับมาตรฐานบริการในเครื่องบิน การประกวดถ่ายรูปแบบ 3D และอื่นๆ อีกมากมาย ▲ สายการบินเวียตเจ็ทบริการผู้โดยสารด้วยเครื่องบิน 36 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A320 และ A321 ดำเนินการบิน 250 เที่ยวบินต่อวัน เปิดให้บริการ 50 เส้นทางในเวียดนามและทั่วภูมิภาค รวมถึงเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางในประเทศต่างๆ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน และเมียนมาร์ สายการบินเวียตเจ็ทพร้อมมอบประสบการณ์เที่ยวบินอันน่ารื่นรมย์แก่ผู้โดยสาร ภายใต้การดูแลของลูกเรือที่ทุ่มเทและเปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีในราคาที่คุ้มค่าสูงสุด!

ทึ่ง! 20 อาชีพสุดแปลกจากทั่วโลก ที่ไม่คิดว่ามีอยู่จริง
ต่างประเทศ /  ทั่วโลก / 

ตอนนี้อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ โลกเราเปลี่ยนแปลงและเปิดกว้างมากขึ้น เช่นเดียวกับอาชีพอาชีพที่เราอาจไม่เคยรู้ และไม่คิดว่ามันมีอยู่จริงเหล่านี้ จะสร้างรายได้ได้ดีสุดๆ จนคุณต้องทึ่ง! แต่ก็ต้องซูฮกในความสามารถและความตั้งใจทำงานของพวกเขาด้วยนะคะ เพราะกว่าจะได้รายได้มามันไม่ใช่ง่ายดายเลยจริงๆ ไม่เชื่อไปดูกัน ทึ่ง! 20 อาชีพสุดแปลกจากทั่วโลก ที่ไม่คิดว่ามีอยู่จริง 1. รับเป็นเพื่อนเจ้าสาวในงานแต่ง สร้างรายได้ถึง 10,000 บาท ถึง 70,000 บาท ต่องานแต่ง 1 งาน 2. นักปลดชนวนระเบิดใต้น้ำมีรายได้ถึง 3.5 ล้านบาทต่อปี 3. เป็นหุ่นโชว์ที่มีชีวิตสร้างรายได้ถึง 3,500 บาท ต่อชั่วโมง 4. ช่างซ่อมลิฟต์ที่คอยช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ในลิฟต์เวลาไฟดับ ทำรายได้ 2.5 ล้านบาทต่อปี 5. นักชิมไวน์ ทำรายได้ 2.8 ล้านบาท 6. คนประกาศเลขบิงโก ทำรายได้ 1.9 ล้านบาทต่อปี 7. นักทดลองเฟอร์นิเจอร์ ทำรายได้ 1.1 ล้านบาทต่อปี 8. นักทดสอบอุปกรณ์เซ็กส์ทอย ทำรายได้ 1.4 ล้านบาทต่อปี 9. นักชิมอาหารสัตว์เลี้ยง ทำรายได้ 1.4 ล้านบาทต่อปี 10. พนักงานงมลูกกอล์ฟ จากสระน้ำในสนามกอล์ฟ ทำรายได้ถึง 3.5 ล้านบาทต่อปี 11. คนเร่ขาย Hot Dog ทำรายได้ถึง 1 – 3.5 ล้านบาท ต่อปี 12. ผู้สื่อสารกับวิญญาณ ทำรายได้ถึง 1.4 ล้านบาท 13. คนทดสอบสไลด์เดอร์ ทำรายได้ 1 ล้านบาทต่อปี 14. ทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม ทำรายได้ถึง 1.7 ล้านบาทต่อปี 15. นักดองศพ มีรายได้ถึง 1.6 ล้านบาทต่อปี 16. คนทำความสะอาดจอโรงภาพยนตร์ มีรายได้ถึง 1.6 ล้านบาท (แต่ต้องทำงานตอนกลางคืนนะ) 17. นักชิมไอศกรีม มีรายได้ 2 ล้านบาทต่อปี 18. นักตกแต่งอาหาร มีรายตั้งแต่ 1.1 ล้านบาท ถึง 2 ล้านบาท ต่อปี 19. รับจ้างมอบความอบอุ่น ทำรายได้ 2,100 บาทต่อชั่วโมง 20. คนทดสอบกระดาษทิชชู่ว่ามีกลิ่นเหม็นเกินไปมั้ย หรือระคายเคืองต่อผิวมั้ย ทำรายได้ 670,000 บาท ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว ข้อมูลและภาพจาก : lifebuzz, catdumb

วงการเพลงเศร้า!!! อู เดย์ทริปเปอร์ จากไปอย่างสงบเมื่อเช้านี้!!!
อู วาสิต มุกดาวิจิตร /  เดย์ ทริปเปอร์

ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและวงการเพลงไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากในเช้าวันที่ 29 พ.ค. เราได้สูญเสียบุคคลสำคัญของวงการเพลงไทย อู วาสิต มุกดาวิจิตร อดีตนักร้องวงอินดี้ชื่อดัง Day Tripper จากโรคมะเร็งและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ หลักรักษาตัวนานร่วมปี ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์โดยจะมีการรดน้ำศพในวันนี้ ที่ ศาลา7  วัดบึงทองหลาง ซอยลาดพร้าว 101 ทางทีมงาน music.mthai ต้องขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค เดย์ ทริปเปอร์ (Day Tripper)

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559 /  ศึกจ้าวมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. บิ๊กแบงค์ ช.โค้วยู่ฮะอีซูซุ  Vs  นิเชาว์ สุวิทย์ยิมส์ 2. เพชรบุญชู ส.สมหมาย  Vs  โจเซ่ ภูเก็ตไฟตท์คลับ 3. ยอดพยัคฆ์ ศิษย์สองพี่น้อง  Vs  เด่นพนม ร.ร.กีฬาโคราช 4. โตโต้ ก.ศักดิ์ไพลิน  Vs  ยอดขุนพล ม.ราชภัฏจอมบึง ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. สิงห์ดำ จิตรเมืองนนท์  Vs  เพชรโคกคอน อิมิเน้นท์แอร์ 2. เพชรยะหา จ่าจิตรจะนะ  Vs  ยอดกตัญญู ว.คงวิเศษยิม 3. พยัคฆ์ชุมพล ศิษย์จำรูญ  Vs  แสนพล ลูกบ้านใหญ่ 4. นนทชัย จิตรเมืองนนท์  Vs  รุ่งศักดิ์ ศักดิ์บุรีรัมย์ ศึกยอดมวยไทย เวทีมวย รังสิต เวลา 14:00 น. 1. ยอดสยาม สิงห์ป้อมปราบ  Vs  เข็มเพชร พุ่มพันธุ์ม่วง 2. เพชรนที พลิ้ววาโย  Vs  ขวานเพชร ส.สุวรรณภักดี 3. เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่   Vs   ขวานเพชร ส.สุวรรณภักดี 4. สิงห์สยาม สิงห์ป้อมปราบ   Vs   พลังเดช ส.เพชรบุญมี ศึกยอดมวยไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรีสตูดิโอ เวลา 15:00 น. 1. เปเป้เล็ก ป.อ่าวทะเลบางเสร่  Vs  กังวาลทอง ต.หลักสอง 2. เปเป้เล็ก ต.หลักสอง  Vs  ก้องเพชร เอส.ที.ดี.ทรานสปอร์ต     3. เด็ดขาด ป.พงษ์สว่าง  Vs  เดชฤทธิ์ ป.เตละกุล 4. มรกต คมสายไหม  Vs  กานต์ ก.กัมปนาท ศึกมวยไทยลุมพีนีเกริกไกร เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. เสือบิน นายกเอท่าศาลา  Vs  ชัยณรงค์ จ่ายุทธกองสืบ 2. ยอดชาติชาย ฮัวโรงน้ำแข็ง  Vs  หนุ่มน้อย ศิษย์เจ๊เหมียว 3. ตลาดแขก ศักดิ์สัมฤทธิ์  Vs  ยุทธการ ท.เทพสุทิน 4. เพชรนำชัย ก.กลมเกลียว  Vs  พันตรีเล็ก ศิษย์ผู้พันเดิม ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!?
ATM เออรัก เออเร่อ /  กวน มึน โฮ / 

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!? บางครั้งเวลาจะเลือกดูภาพยนตร์สักเรื่องก็อาจเกิดคำถามขึ้นหน่วง ๆ ในใจว่าจะดูอะไรดี ในเมื่อหนังรักก็ชอบ หนังตลกก็ใช่ สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นหนังในกลุ่ม โรแมนติกคอเมดี ที่เปรียบเป็นลูกผสมไฮบริดระหว่างความรักหวานซึ้งกับความหฤหรรษ์บันเทิงที่ลงตัว และในวันนี้ เราได้รวบรวมรายชื่อภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี จำนวน 5 เรื่อง ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับใจใครต่อใคร การันตีด้วยยอดรายได้ที่สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...มาลุ้นไปพร้อม ๆ กันได้เลย ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2557 รายได้ 330.59 ล้านบาท หนังรักเบาสมองเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดของ เมษ ธราธร ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ต้องการเล่าเรื่องราวความสับสนอลหม่านเมื่อนายช่างหนุ่มผู้ไม่สันทัดภาษาอังกฤษจำเป็นต้องเข้าคอร์สติวอย่างเร่งด่วนจากติวเตอร์สาวเพื่อตามไปง้อแฟนสาวชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปทำงานต่างประเทศ โดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชายหนุ่มกับหญิงสาวเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน งานนี้เจ้าของสถิติคู่พระนาง 300 ล้าน ก็หนีไม่พ้นนักแสดงลูกหม้อประจำค่ายหนังอารมณ์ดี GTH ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ที่มาจับคู่กันได้อย่างเหมาะสมลงตัวสุด ๆ ATM เออรัก เออเร่อ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2555 รายได้ 152.50 ล้านบาท ยังคงอยู่กับผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ เมษ ธราธร ที่ครั้งนี้ได้นำเอาเรื่องราวความรักลับ ๆ ระหว่างชายหญิงที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน แต่ด้วยกฎเหล็กที่ระบุว่าห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน เขาและเธอจึงต้องออกโรงปฏิบัติภารกิจชิงไหวชิงพริบแก้ปัญหาเครื่อง ATM ที่จ่ายเงินเกินอัตรา เพื่อบีบให้อีกฝ่ายลาออกก่อนที่ความลับของทั้งคู่จะถูกเปิดเผยและพานทำให้ถูกไล่ออกไปด้วยกันทั้งสองคน โดยในหนังเรื่องนี้ก็ยังได้นางเอกคู่บุญของผู้กำกับอย่าง ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร มารับบทนำประกบคู่กับมือเขียนบทหนังพันล้าน เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซึ่งเคมีความเข้ากันของทั้งคู่เลอค่าจนค่ายหนังต้นสังกัดสั่งไฟเขียวทำภาค 2 ในรูปแบบละครซีรีส์ที่ใช้ชื่อว่า ATM 2 คู่เวอร์ เออเร่อ เออรัก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2552 รายได้ 145.82 ล้านบาท หนังรักอารมณ์ดีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 รถไฟฟ้า BTS ที่ได้ ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม มาควบสองตำแหน่ง ได้แก่ ผู้กำกับและคนเขียนบท เรื่องราวเล่าถึงชีวิตคนเมืองที่วุ่นวายอยู่กับการทำงาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอายุก็เกือบจะล่วงเลยวัยแห่งการสวีทกับแฟนไปซะแล้ว ผู้กำกับของเรื่องได้เลือกให้ คริส หอวัง มารับบทพนักงานบริษัทธรรมด๊าธรรมดาวัยสามสิบ ผู้ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขึ้นคานทองนิเวศ เธอจึงต้องเริ่มมองหาชายหนุ่มที่จะมาเติมเต็มชีวิตคู่ของเธอให้สมบูรณ์ และคน ๆ นั้นก็คือ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพัน หนุ่มวิศวกรรถไฟฟ้า BTS กะดึก และเรื่องราวคงลงเอยได้อย่างง่ายกว่านี้ หากว่าเธอไม่ใช่คนทำงานกลางวัน ส่วนเขาเป็นคนทำงานกลางคืน นอกจากหนังเรื่องนี้จะปลุกกระแสให้สาวโสดอยากหาแฟนหนุ่มหล่อ ๆ มาไว้ข้างกายสักคน ความนิยมของกลุ่มผู้ชมที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ยังส่งผลให้มีการต่อยอดเรื่องราวในซีรีส์ของค่าย GTH อีกถึง 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ - GTH Side Story ตอน รถไฟฟ้ามาหานะเพลิน ที่เล่าถึงเรื่องราวของ เพลิน เด็กสาวที่เคยปรากฏตัวในฐานะตัวละครสมทบของภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ - น้ำตากามเทพ เป็นการนำละครโทรทัศน์ที่ปรากฏเป็นฉากสั้น ๆ ในภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ มาขยายเป็นเรื่องขนาดยาว กวน มึน โฮ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 130.00 ล้านบาท กวน มึน โฮ คือการผันตัวเองมากำกับหนังรักเป็นครั้งแรกของ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล หลังได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ตัวหนังเล่าถึงการผจญภัยของคู่พระนาง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่บังเอิญเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเวลาเดียวกัน ภายใต้ความไม่รู้จักกันพวกเขาออกเดินทาง ทั้งกิน ทั้งเที่ยว และสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน จนกลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจทั้งที่ต่างฝ่ายไม่รู้จักชื่อและที่มาที่ไปของกันและกันเลยด้วยซ้ำ (ปล. คนดูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วพระเอกนางเอกของเรื่องชื่ออะไร เห็นเรียกแต่ “ด่าง ๆ”) สุดเขตสเลดเป็ด ค่าย M39 / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 125.03 ล้านบาท ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ฝีมือการกำกับของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดกับหนังประเภทนี้มาหลายปี โดยครั้งนี้เขาได้เล่าเรื่องราวความรักและความฝันผ่านมุมมองหนุ่มอินดี้ผู้ไม่ค่อยจะแคร์เวิลด์ แต่ดันไปตกหลุมรักสาวคลั่งดาราตัวเอ้ แถมมีสกิลปากที่กวนสุด ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปบนความต่างทางนิสัยแบบสุดขั้ว และนอกจากจะได้หนุ่มนักดนตรีมาดเซอร์อย่าง เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ มาเข้าคู่กับสาวสุดติสต์ ยิปโซ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ (ชื่อเดิม รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) หนังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงตลกท็อปฟอร์มมาร่วมสมทบกันอีกมากมายหลายชีวิต อาทิ โก๊ะตี๋ อารามบอย, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ แจ๊ส ชวนชื่น

ว่าน วันวาน เป็นปลื้ม ซิงเกิ้ลแรกในชีวิต “แพ้หัวใจตัวเอง” กระแสดีเวอร์!!!
ว่าน The Voice /  ว่าน วันวาน / 

ในโลกโซเชียลหลายคนคงรู้จักชื่อ “ว่าน วันวาน” หรือ “ว่าน-รัชยาวีร์ วีระสุทธิมาศ” เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะมีน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังมีสไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่นเป็นที่จับตามอง ทำให้มีแฟนๆ ติดตามอยู่ไม่น้อย “ว่าน” รักในการร้องเพลงและเดินสายประกวดตามเวทีต่างๆ แม้จะไม่เคยสมหวัง แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ โดยเวทีล่าสุดที่เข้าประกวดคือ “The Voice Thailand Season 4” แม้ “ว่าน” จะไปได้เพียงแค่รอบ “Live” แต่ว่านก็คิดว่า ต้องมีสักวันที่เป็นวันของเธอ เพียงแค่ไม่ใช่วันนี้ แล้ววันนั้นก็มาถึงอย่างรวดเร็ว เพราะหลังจากสิ้นสุดการประกวดไม่นาน หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ ก็คว้าตัว “ว่าน” มาร้องเพลง “แพ้หัวใจตัวเอง” ประกอบละครเรื่อง “เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ” แถมกระแสตอบรับยังแรงเปรี้ยงอีกด้วย โดยสาว ว่านได้เปิดเผยว่า “ตกใจมากค่ะ เพราะตอนที่ปล่อยเพลง “แพ้หัวใจตัวเอง” ออกมาให้ทุกคนได้ฟัง ว่านอยู่ต่างประเทศ พอกลับมา ยอดวิวขึ้นไป 2 ล้านวิวแล้ว คือตกใจมาก ไม่คิดว่าจะได้รับกระแสที่แรงและเร็วขนาดนี้ ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะยังไม่เคยมีผลงานเพลงที่เป็นของตัวเองเลย เพลงนี้เป็นเพลงแรก ความรู้สึกจะต่างจากการนำเพลงคนอื่นมาร้อง รวมถึงความยากที่เพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะนอกจากจะต้องตีความหมายของเพลงเพื่อให้เข้าถึงอารมณ์แล้ว เราต้องตีความหมายของตัวละครด้วย เอาตัวเราเข้าไปในละครให้ได้ ความยากมันอยู่ตรงที่ เรามีเวลาน้อยมากในการทำการบ้าน แต่เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ที่เรามีโอกาสได้ร้องเพลงที่ทำมาเพื่อให้เราร้องโดยเฉพาะ ตอนอัดร้อง ว่านพยายามเข้าถึงอารมณ์และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด จนมาถึงวันนี้ว่านก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่าน และแฟนเพลงทุกคนนะคะที่มอบโอกาสนี้ให้ว่าน และอยากฝากไปถึงทุกๆคนที่มีความฝันเหมือนกับว่านนะคะว่า อย่าเพิ่งท้อ ต้องมีสักวันที่เป็นของเราค่ะ”

เจนนิเฟอร์ คิ้ม โชว์เก๋า จัดคอนเสิร์ตเดี่ยว
Kim รับแขก /  ฉอด สายทิพย์ / 

เอ-ไทม์ โชว์บิส ชวนทุกคนมาทำตัวให้สบายต้อนรับการกลับมาของดีว่าสาธารณะ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” อีกครั้ง ศิลปินที่ไม่ได้มีหน้าตาเป็นจุดขาย เพลงฮิตของตัวเองก็มีอยู่ไม่กี่เพลง แต่ไม่น่าเชื่อว่าเธอมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง!!! และการกลับมาครั้งที่ 5 นี้ในคอนเสิร์ต “Kim รับแขก” รับรองว่าไม่ธรรมดา โดยจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ล็อบบี้ อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส พร้อมด้วยแขกรับเชิญครบทีม ไม่ว่าจะเป็น เบิร์ดกะฮาร์ท, ปาน ธนพร แวกประยูร และพระเอกสุดฮอต ฌอห์ณ จินดาโชติ คิ้ม ขอเปิดบ้านเริ่มงานด้วยการชวนแขกมาเสิร์ฟโชว์เรียกน้ำย่อยให้สื่อมวลชวนและแขกผู้มีเกียรติที่มาเยี่ยมบ้านในวันนี้ ประเดิมด้วยศิลปินคู่ดูโอ้ “เบิร์ดกะฮาร์ท” มาฟีจเจอริ่งกันในเพลง “ลืม” ต่อด้วยควงสามีแห่งชาติของยุคนี้ “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ขึ้นมาจับไมค์โชว์เสียงร้องบนเวทีในเพลง “พรุ่งนี้ไม่สาย” ก่อนปิดท้ายด้วยนักร้องสาวสายดราม่า “ปาน ธนพร” กับครั้งแรก ของการมาปะทะกันในเพลง “กุหลาบแดง” เรียกได้ว่าทั้งเจ้าบ้านและแขกไม่มีใครยอมใคร ก่อนพิธีกรของงาน ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล จะเชิญ “พีฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” บอสใหญ่ของบ้าน เอ-ไทม์ โชว์บิส พร้อมด้วย เจ้าของบ้านครั้งนี้ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ขึ้นมาพูดคุยถึงการกลับมาของคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 5 นี้ โดย พี่ฉอด กล่าวว่า “ทุกครั้งที่เราพูดถึง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เราจะเห็นภาพของนักร้องหญิงที่มีเสียงทรงพลัง และที่มากไปกว่านั้นคือ ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะและพี่ว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของวงการเพลงไทยนะคะ คือเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพลงฮิตเป็นของตัวเอง แต่เธอกลับมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง และทุกคอนเสิร์ตของคิ้มที่เกิดขึ้นกระแสตอบรับอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะครั้งที่แล้วที่เป็นคอนเสิร์ต 45 ปีที่เราคิดว่านั่นคือที่สุดของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม แต่ก็มีกระแสเรียกร้องให้เธอกลับมาอีกครั้ง ก็เลยเกิดขึ้นมาเป็นคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่เราเห็นว่ามันถึงเวลาของเธอ อีกครั้งแล้วจริงๆ และสีสันของคอนเสิร์ตเจนนิเฟอร์คิ้มทุกครั้งคือ แขกรับเชิญ ซึ่งครั้งนี้สิ่งที่ต่างไปจากทุกครั้งคือ การโคจรมาเจอกันของแขกรับเชิญแต่ละคนที่วาไรตี้มากๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนเวทีก็ครบรสแน่นอนค่ะ เรื่องเพลงยิ่งไม่ต้องห่วงเลย ชื่อ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็การันตีอยู่แล้วว่าต้องดี”  มาถึงฝั่ง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เจ้าของบ้านพูดถึงแขกรับเชิญแต่ละคนกันบ้าง “สำหรับ เบิร์ดกะฮาร์ท ไม่มีอะไรมากไปกว่าความคิดถึงค่ะ คิดถึงเบิร์ดกะฮาร์ท คิดถึงเพลงของเค้า คิดถึงคารมของทั้งคู่ แต่ก็รู้สึกเกร็งมากคือคอนนี้ชื่อคิ้มรับแขก แต่คุณเบิร์ดกะฮาร์ทมากันสองคน เลยไม่ทราบว่าจะกลายเป็นคิ้มลงแขกรึเปล่า พูดเล่นแต่เอาจริงนะคะ คุณสองคนเตรียมตัวให้ดีนะคะ ส่วน ปาน ธนพร คือพอเรามองหาแขกผู้หญิงซักคน สายแบ๊วไม่ใช่ทางเราแน่ๆ คุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วชื่อของปานก็ผุดขึ้นมาในหัว ถ้าพูดถึงเสียงของนักร้องที่ชอบที่สุด คือเสียงของปาน ธนพร นี่แหละ แถมยังนับเป็นนักร้องหญิงคนแรกที่มาเป็นแขกรับเชิญบนเวทีของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วย ฌอห์ณ จินดาโชติ ถามว่าถูกใจตรงไหน? น่าจะทั้งตัวและหัวใจ คือน้องเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์แล้วก็ มีความอบอุ่น สามีแห่งชาติจะกลายเป็นสามีส่วนบุคคลหลังจากขึ้นเวทีคอนเสิร์ตนี้ นี่คือคำเตือน! ชะนีน้อยจะต้องอิจฉากอริลล่า อย่างฉันแน่นอน ส่วนแขกรับเชิญคนพิเศษอีกคน คือคนนี้ต้องอุบไว้ก่อนจริงๆ แต่รับรองว่าพอเปิดหน้ามาปุ๊บ ทุกคนเซอร์ไพรส์แน่ๆ รับรองเลยว่าคนนี้บนเวทีชีไม่ยอมใครจริงๆค่ะ” ทำตัวให้สบายแล้วมาร่วมเป็นแขกคนพิเศษของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วยกัน ในวันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม เวลา 19.00 น. และ วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม เวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเกตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / และ 1,500 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โครงการกองทุน เพื่อผู้ป่วยยากไร้ มูลนิธิรามาธิบดี รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com / www.facebook.com/Atimeshowbiz

ดาราแห่เดินพรมม่วง ไนน์เอ็นฯ อวอร์ด 2016 เวียร์-ปุ๊กลุก คว้านักแสดงชาย-หญิงแห่งปี!
งานประกาศรางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2016 /  พรมม่วง ไนน์เอ็น

     ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ งานประกาศผลรางวัลเกียรติยศไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด ปี 2016 ภายใต้แนวคิด "หน้าม่านคุณภาพ หลังม่านคุณธรรม" เช่นเคยเหล่าศิลปิน-ดาราตบเท้าเดินพรมม่วงกันแน่น ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ปุ๊กลุก ฝนทิพย์, บุ๋ม ปนัดดา, แซมมี่ เคาวเวลล์, บี้ เคพีเอ็น, แพนเค้ก เขมนิจ, สายป่าน+เบย์, เสก โลโซ, ธันวา สุริยจักร ฯลฯ และผลรางวัลบางส่วนในสาขาต่างๆ มีดังต่อไปนี้ - รางวัลพระราชทาน "บันเทิงเทิดธรรม" ได้แก่ กิ๊ก มยุริญ - รางวัลนักแสดงแห่งปี ชาย ได้แก่ เวียร์ ศุกลวัฒน์ - รางวัลนักแสดงแห่งปี หญิง ได้แก่ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ - รางวัลละครโทรทัศน์แห่งปี ได้แก่ สุดแค้นแสนรัก - รางวัลพิธีกรแห่งปี ได้แก่ เปอร์ สุวิกรม - รางวัลบุคคลเบื้องหลังแห่งปี ได้แก่ ธงชัย ประสงค์สันติ - รางวัลครอบครัวแห่งปี ได้แก่ ครอบครัวเค้ามูลคดี และรางวัลขวัญใจมหาชน(ผลจากการโหวต) ได้แก่ เจมส์ จิรายุ ทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com ต้องขอแสดงความยินดีกับทุกๆ ท่านที่ได้รับรางวัลมา ณ โอกาสนี้ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์   ปุ๊กลุก-เวียร์-ธงชัย เจมส์ จิรายุ   กิ๊ก มยุริญ   เปอร์ สุวิกรม   ครอบครัว เค้ามูลคดี   แซมมี่   ปุ๊กลุก ฝนทิพย์   แพนเค้ก เขมนิจ   บอม - ไอซ์   สายป่าน - เบย์   ธันวา - แซมมี่   บี้ เคพีเอ็น   โอปอล์ ปาณิสรา  

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือนมิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวงการเงิน /  ดูดวง / 

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือนมิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) การเงินไม่เข้าใครออกใคร จะทำอะไรให้คิดดีๆ มีโอกาสที่จะผิดใจกันสูง ปฏิเสธอะไรได้ก็ให้รีบทำไปก่อน กลางเดือนการเงินมีค่าใช้จ่ายเยอะ ช่วงนี้อาจต้องขุดเอาเงินเก็บออกมาใช้ก่อน ถึงมีโชคลาภเข้ามาบ้าง แต่ก็จำเป็นต้องควักจ่ายออกไปอยู่ดี เรียกว่าเงินอยู่ในมือไม่นาน ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การเงินหมุนเวียนคล่อง มีบ้างที่ขัดแย้งผลประโยชน์ แต่ไม่ขัดสน การเดินทางมีโชคลาภ กลางเดือนการเงินอยู่ในกระเป๋าไม่ได้นาน มีเหตุต้องจ่ายออกไปเยอะ ลงทุนกับใครให้ระวังถูกโกง จ่ายก่อนได้คืนยากแน่นอน ปลายเดือนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ หยิบจับอะไรก็ขึ้น ได้ผลประโยชน์ การเสี่ยงลงทุนไม่เหมาะ มักมีข้อผิดพลาดมาให้ต้องเสียดาย ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) การเงินอย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร ช่วงนี้คุณจะถูกเอาเปรียบ เก็บเงินไว้ก่อนช่วงปลายพอมีจังหวะที่ดี แต่ที่แน่ๆ ช่วงนี้คุณมีลาภปากได้กินฟรีอยู่เรื่อยๆ กลางเดือนมีเรื่องให้ต้องใช้จ่ายมาก ส่วนใหญ่เป็นผลสืบเนื่องมาจากเรื่องที่สร้างไว้ในช่วงที่ผ่านมา ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากๆ แต่ยังดีมีลาภเข้ามาช่วย แต่ถึงอย่างไร ช่วงนี้ไม่ควรใจอ่อน ให้ความช่วยเหลือใครง่ายๆ จะพาตัวเองเดือดร้อน กลางเดือนแม้จะต้องลงทุนในบางเรื่อง แต่ก็ได้ทุนคืนอย่างรวดเร็ว มีโชคลาภ ปลายเดือนแม้จะไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็นับว่าได้สม่ำเสมอ ช่วงนี้เดินทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเงินก็จะประสบความสำเร็จ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การเงินใช้จ่ายคล่องมือ มีรายรับเข้ามาเรื่อยๆ ช่วงนี้จัดสรรปันส่วนพอเหมาะ ทำให้ไม่มีปัญหา แถมยังมีลาภจากการเดินทางไกล ปลายเดือนเงินที่ออมไว้รู้สึกว่าจะน้อยลง เป็นช่วงของการจ่ายออก หรือเอาเงินมาลงทุน มาซื้อของที่อยากได้ ต้องเริ่มเก็บออมกันอีกครั้ง แต่ไม่ต้องห่วง ที่ลงทุนจะไม่สูญเปล่า ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การเงินขยันหาขยันใช้ มีรายรับหลายทาง แต่ก็มีจ่ายออกเยอะ มีลาภจากการเสน่หา พูดดีมีชัยไปกว่าครึ่ง คุณจะปวดหัวไปกับเรื่องเงินทอง ทั้งที่มีโอกาสในการหาผลประโยชน์ แถมมีรายได้เสริม แต่ก็มีเหตุให้ต้องจ่ายออกตลอดปลายเดือนรายจ่ายจุกจิก อย่ารับปากค้ำประกันใครเด็ดขาด ผลที่ตามมาคือความเดือดร้อนและความขัดแย้ง ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การเงินจ่ายจนวุ่น หยิบนั่นจ่ายนี่ ต้องหาเงินมาหมุนเวียนตลอด เงินก็ใช้หัวสมองก็เริ่มเครียด ดวงเรื่องโชคยังไม่มี ได้มาต้องรีบเก็บไว้ก่อน กลางเดือนจ่ายเงินเก่ง มือเติบ เรื่องเล็กน้อยคุณหน้าใหญ่ใจโตเสมอ พอถึงช่วงปลายจะเริมหน้ามืด ปลายเดือนการเงินหาได้น้อย เงินก้อนที่คิดว่าได้ชัวร์ กลับเป็นแค่หวังลมๆ แล้งๆ ช่วงนี้มีค่าใช้จ่ายมาก ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดีใจถือเงินได้ไม่นาน มีอันต้องลอยหายไปกับเรื่องจุกจิกสารพัด ช่วงนี้อย่าพยายามรับปากใคร จะส่งผลเดือดร้อนให้ตัวเองแน่นอน เงินทองอยู่ไม่นิ่ง อยากซื้อรถ อยากซื้อของแพง แต่ไม่ต้องห่วงสภาพคล่องตัวดีมาก แถมยังมีลาภจากการเดินทางอีกด้วย ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การเงินแรกๆ ใช้จ่ายไม่ค่อยสะดวก มีเรื่องเสียเงิน ทำข้าวของเสียหาย ทำของหาย มีลาภฟลุ้คๆ มีรายได้เสริม กลางเดือนการเงินความหน้าใหญ่ใจโต ทำให้เงินหมดไปเยอะ จะโทษตัวเองก็ไม่กล้า เลยพาลอารมณ์เสียกับคนอื่น ช่วงนี้ได้เฮ มีลาภปากกินฟรีเงินอยู่ครบ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การเงินมีรายจ่ายไปกับสุขภาพ ค่าซ่อมและคนอื่นๆ แต่พอมีโชคลาภอยู่บ้าง มักได้มาแบบฟลุ้คๆ กลางเดือนเสียเงินไปก่อนถึงได้คืนตอนหลัง ปลายเดือนการเงินสภาพคล่องดี มีคนมาช่วยอุปถัมภ์ ช่วงนี้แม่ยกใจดี อยากได้อยากทำอะไรช่วยสุดตัว มีลาภปากบ่อย ระวังน้ำหนักตัวด้วย ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การเงินไม่ขัดสน แม้ไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ช่วงนี้ก็มีรายได้เสริมบ่อย แถมยังมีเจ้ามือเลี้ยงหลายงาน ถ้ารู้จักเก็บออม ก็คงพอมีเงินเหลือเก็บไม่น้อย กลางเดือนใช้จ่ายไม่ค่อยพอ มักมีเรื่องจุกจิกให้ต้องควักจ่าย พอมารู้ตัวอีกทีก็หมดไปเยอะแล้ว ถ้ามีเงินเข้ามาต้องหาวิธีเก็บ ถ้าตัวเองเก็บไม่อยู่ ก็ต้องให้คนอื่นช่วยเก็บ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การเงินใจนั้นก็อยากเก็บออม แต่ทำไมมีเรื่องล่อตาล่อใจไปหมด ต้องควักจ่ายอยู่เสมอ คุณจะหมดไปกับผู้อื่น เน้นการให้ กลางเดือนได้ลาภจากผู้ใหญ่ ช่วงนี้ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือจากใคร ให้มั่นใจ เอ่ยปาก รับรองไม่มีใครปฏิเสธ ปลายเดือนได้เงินเป็นกอบเป็นกำ คุณที่ชอบเสี่ยงลุ้น เล่นหุ้น มีโอกาสดีมากๆ คนที่เคยช่วยไว้จะกลับมาตอบแทน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เก่ง วงเฟลม โพสต์เดือด เพลงดังเพราะความสามารถ ไม่ต้องเลียขาใคร
รักสนุก /  วงเฟลม / 

   แจ้งเกิดด้วยเพลงดังอย่าง "รักสนุก" สำหรับหนุ่มๆ วงร๊อคพันธุ์ไทย "วงเฟลม" โดยนักร้องนำอย่าง เก่ง อภิมงคล คูณทาการ หรือ เก่ง วงเฟลม ที่อยู่ๆ ก็เกิดอาการอยากจะอธิบายให้ใครหลายๆ คนเข้าใจเสียทีว่า พวกเขาคือกลุ่มคนดนตรีที่มีความสามารถ และทำผลงานเพลงเอง และเหตุที่ทำให้หนุ่มเก่งต้องออกมาชี้แจง ก็เพราะมีบางกลุ่มคิดว่า พวกเขานั้นโชคดี ที่มีคนแต่งเพลงและทำดนตรีให้ งานนี้เจ้าตัวเลยเกิดอาการปรี๊ดแตกตามประสาคนทำงาน เลยขอออกมาบอกผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่าแบบนี้    มีหลายคนๆชอบมาบอกและถามผม(แม้กระทั้งคนในวงการและศิลปินบางคน)ว่า "วงเฟลมนี่โชคดีเนอะ มีคนแต่งเพลงและทำดนตรีให้..เลยมีเพลงดังเยอะ "... ผมก็เลย สะตั้นไป 3 วิ ..เพราะมันอาจจะผิดที่ผมไม่ได้บอก(ไม่ชอบบอก) หรือ เขาอาจไม่รู้.. งั้นขอบอกเลยแล้วกัน "เพลงทุกเพลงของ วง เฟลม เนื้อร้อง/ทำนอง ผมแต่งเองร้องเองหมดทุกเพลงน่ะครับ(มีแค่1-2เพลงของคนอื่น ที่มีพี่ๆที่เคารพขอแต่งให้บ้าง แต่ก็เป็นเพลงประกอบอัลบั้ม ไม่ใช่เพลงหลัก) และ มี พี่เจน มือกีตาร์เป็นคนทำดนตรี(ทุกชนิด)/ทำโปรแกรมอัด /mix เบื้องต้น/เรียบเรียงทุกอย่างทั้งหมดโดย พี่เจน .. วง เฟลมทำงานเองครับ เราทำอย่างนี้กันมา 10 ปีแล้วครับ".. (นอกนั้นก็แค่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็ขอความช่วยเหลือเพื่อนฝูงพี่น้องกันไป แต่ส่วนใหญ่ 90% มาจากเรา2คนครับ) "ที่เห็นเดินๆอยู่บนถนนสายนี้ทุกวันนี้ เราทำเองน่ะครับ ส่งตรงผู้บริหารเลย ไม่จำเป็นต้องผ่านหรือฝากใคร(หมายถึงไม่ต้องผ่านแมวมองน่ะ ไม่ใช่ไม่ต้องผ่านโปรดิว เพราะโปรดิวศิลปินทุกคนต้องมี หรือไม่ก็เป็นโปรดิวตัวเอง) นั่นแหละ เมื่อมีวิชาอยู่กับตัวจะกลัวอะไร มั่นใจก็ทำเลย ผิดก็ผิดที่เรา ดีก็ดีที่เรา ก็เลยไม่ค่อยสุงสิงกับใครถ้าไม่จำเป็น เห็นทำกันเองอย่างนี้ ก็ 100,000,000 ล้าน วิว ร้อยคอนเสิร์ตบวก/ข้ามปี อยู่น่ะ " #โชว์คอนเสิร์ตก็เป็นพวกเราวงเฟลม #ที่คิดช่วยกัน #ไม่ได้มีเทพที่ไหนมาจัดการให้ #คนเราถ้ามีความสามารถ #ไม่ต้องไปกลัวอะไร #และไม่ต้องไปเลียแข้งเลียขาใคร #ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน #ทำสิ่งเรารักแล้วมันจะดีเอง #โอเคน่ะ #โอเคป่ะ  #หน้าตาตอนนี้เหมือนศพ #เพราะไม่ได้นอนกันเกือบ48ชั่วโมง ขอบคุณข้อมูลจาก IG  kengflame "รักสนุก" เพลงแจ้งเกิด วงเฟรม โอเคป่ะ? (Yes or No) feat. นุช วิลาวัลย์ อาร์ สยาม  ซิงเกิ้ลล่าสุด วงเฟรม  100 ล้านวิว

เที่ยวอินโดฯ
ที่เที่ยวอินโดนีเซีย /  ภูเขาไฟโบรโม่

อินโดนีเชีย เป็นประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอยู่หลายที่ สถานที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็เช่น เกาะบาหลี (Bali), วัดบุโรพุทโธ (Borobudur), โทราจาแลนด์ (Torajaland), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple) เป็นต้น นอกจากนี้อีกหนึ่งสถานที่ที่ควรไปมากๆ ก็คือ ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ที่ตั้งอยู่ทางทางตะวันออกของเกาะชวา โดยเพจเฟสบุ๊ค Coundsheck's journey. จะพาเราไปแอดเวนเจอร์กัน งานนี้นอกจากจะได้ชมภูเขาไฟแล้ว ยังนั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก อีกด้วย เที่ยวอินโดฯ "East Java" หมู่เกาะชวา ชมภูเขาไฟ นั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดติ่ง! บอกไปอินโดฯ ใครๆก็นึกว่าไปบาหลี แต่คราวนี้เราขอออกนอกเมือง พาทุกคนไป East Java หรือหมู่เกาะชวาตะวันออก แหล่งที่อุดมไปด้วยภูเขาไฟที่ยังระเบิดได้ พร้อมภูมิทัศน์สุดเซอเรียล งานนี้เรานั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดตั้งกะเที่ยวมาา ถึงดูลุย แต่ไปฟอลโล่วกันได้ไม่ยากแน่นอน อ้ะ พร้อมล้ะ ลุย!!! ทริปนี้เริ่มจากเรานั่งเครื่องบินไปลงที่ Surabaya (สุราบายาเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโด) เพื่อพบคนขับรถที่เราดีลไว้ตั้งแต่แรก (ซึ่งวิธีดีลจะบอกท้ายโพสน้ะ) เพื่อขับรถยาว 5 ชม. ออกจากสุราบายาไปถึงจุดหมายแรกของเรา นั่นก้คือโบรโม่! กว่าจะไปถึงโบรโม่ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว เราเข้านอนเร็วมากเพราะวันต่อมาเราต้องตื่นตั้งแต่ตี 2 เพือขึ้นไปดูวิวพระอาทิตย์ขึ้น ตื่นปุ้ปรีบขึ้นรถขับคลุกคลุกคลุก ขึ้นเขา penanjakan mountain ซึ่งเราจะสามารถเห็นภูเขาพีคๆ ทั้งหมดของแถบนี้ได้จากบนเขาแห่งนี้ ขับวกไปวนมา ประมาน 45 นาที เราเริ่มรู้สึกได้ว่าปริมาณรถรอบตัวนี่หนาแน่นมาก และด้วยความที่เราตื่นสาย จุดชมวิวยอดฮิตรถติด! 5555 คนขับจึงพาเราเดินเลาะเข้าป่า ไปยังจุดชมวิวอีกที่ที่มีชื่อว่า kingkong view, รอพระอาทิตย์กันไปสาม ชม. แสงเริ่มมา พอพระอาทิตย์ขึ้นมาชนยอดเขาเท่านั้นแหล่ะ โอ้โหหหหหหหหหหห รู้แล้วทำไมคนชอบดูพระอาทิตย์ขึ้น ดีมากกกกกกกกกกก และนี่คือสิ่งที่ทำให้เรายอมตื่นสายขึ้นมาบนนี้ ที่เห็นตรงหน้าคือภูเขา Batok ส่วนที่พ้นควันม้วนๆ นั่นแหละคือ Bromo Bromo เป็นหนึ่งในภูเขาที่ยัง active บนเกาะชวา เลยไม่แปลกที่พ่นควันปุ๋ยๆ พร้อมระเบิดได้ (ถ้าจำไม่ผิด โบรโม่ระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว) พระอาทิตย์เป็นลำๆๆๆๆๆ ใครชอบถ่ายรูปเวอร์วังเก็บแลนด์สเคปอลัง น่าจะชอบ เราลงจากจุดชมวิว ไปกันต่อ ลืมบอกไปว่า ในช่วงที่เราเที่ยวไปทั่วเขตโบรโม่ เราจะใช้รถจี๊ป เพราะสามารถลุยกับพื้นที่ได้มากกว่ารถกึ่งๆ รถตู้ที่เรานั่งมา แถวนี้เลยเต็มไปด้วยรถจี๊ปหลายร้อยคัน ชอบมาก สนุกกกก ตื่นเต้นมากก ไม่เคยนั่ง 5555555 เรามาจอดรถที่ลาดดินสีเทากว้างๆ ด้านหน้าของโบรโม่ คาดว่าที่เป็นสีนี้เพราะดินตะกอนภูเขาไฟ เพราะเดี๋ยวเราจะขึ้นไปชมปากปล่องถูเขาไฟแบบใกล้ชิดกัน ตรงลานนี้นอกจากจะมีรถจี๊ปแล่นไปมา ยังมีม้าจำนวนมาก รอพาเราขึ้นไปที่โบรโม่ เพราะจากตรงนี้ ต้องเดินทางอีก 3 กิโลแหนะ แน่นอนมาถึงแล้วใครมันจะเดิน เราเลือกขี่ม้าในราคา 100000 รูปี หรือราวๆ 250 บาท โดยจะมีคนจูงเราและน้อง(ม้า) เดินผ่านโตรกเขาต่างๆเพื่อไปถึงฐานของโบรโม่ ตอนแรกเกร็งมาก ปีนนู่นปีนนี่กลัวน้องเจ็บ แต่คนจูงเราบอก น้องโอเคคคคคคค  ที่เชิงภูเขามีม้าจำนวนมากที่รอนักท่องเที่ยวลงมาจากเขาเพื่อขี่กลับไปที่รถจี๊ป คนจูงม้าของเราชื่อ Sandi ให้การ์ดชื่อเค้ากะเราไว้ บอกว่าปีนขึ้นไป ละลงมาให้เรียกเค้าน้ะ เด่วเค้าพาม้ามารับเรากลับ เมื่อมองกลับไปก็รู้ว่าน้องม้าพาเราผ่านด่านภูมิประเทศยุบยับมาไกลมั่กกก นี่คือบรรไดที่เราต้องปีนไปอีกต่อเพื่อให้ถึงปากปล่องของโบรโม่ สังเกตุว่าคนเยอะมาก เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่ามาล้ะจะเปลี่ยว บางคนก็ไม่ปีนบันได ปีนเอาเองสดๆเลย และเมื่อปีนไปถึง นี่คือปากปล่องของโบรโม่ในตำนานนนนนน โอ่ย ตื่นเต้นน้ะ กลัวระเบิดด้วย 555555555 นี่คือร่องรอยจากการประทุ แน่นอนที่เป็นเส้นๆคืออดีตทางไหลของลาวาจากโบรโม่นั่นเอง  บนปากปล่องมีสันเล็กๆให้เราเดินสำรวจรอบปากปล่องได้ด้วยน้ะ ใครปีนได้ระดับไหน สำรวจกันตามสบายเลยยย  ภูมิประเทศเมื่อมองจากปากปล่องง ที่เห้นเป็นเหมือนอาคิเต็กเจอร์อะไรบางอย่าง นั่นคือวัดฮินดู วัดเดียวของแถวนี้เลย ข้างๆเราคือ Batok ภูเขาที่เราเห็นจากจุดชมวิวนั่นเอง คนที่นี่มีความเชื่อเรื่องการไหว้เทพเจ้า จึงมีคนขายดอกไม้ เพื่อใช้สักการะ เห็นคนซื้อไป เพื่อโยนลงไปในปากปล่องเพื่อบูชาเทพ ตามความเชื่อของอินดู ไกด์เราบอกว่าดอกไม้พวกนี้อยุ่ได้ 5 ปีโดยไม่เหี่ยวน้ะ  จากโบรโม่ เรานั่งรถจี๊ปไปทุ่งหญ้าลับด้านหลังกันต่อ ใครจะรู้ว่ามีทุ่งหญ้าเขียว วิวเวอร์วังมาซ่อนอยู่หลังภูเขาไฟที่ก่อนหน้านี้เป็นที่ราบสีเทาขนาดยักษ์  เหมือนวาร์ปมาอยู่ที่ไหนซักที่ที่ไม่เชื่อว่าจะเป็นอินโด  รถจี๊ปบางคันนั่งบนหลังคาได้ เจ๋งอ้ะ อยากเล่นบ้าง น่าสนุก ถ่ายรูปไปเรื่อยเจอกลุ่มควันสีขาวขนาดยักษ์ลอยมา มันไม่ใช่ควันอะไรหรอก แต่มันคือเมฆ! แบบเดียวกะเมฆที่ลอยบนท้องฟ้าเลย ที่ี่เป็นที่ราบสูง สูงมากระดับเมฆวิ่งเล่นได้นั่นแหละ เราเลยบอกคขับให้ขับรถไปหากลุ่มเมฆ นี่คือวิวตอนเราอยู่ข้างในนั้น คือแบบ เซอร์เรียลมาก จอดรถลงไปถ่ายรูปสิครัช รออะไร 555555555 เซอร์เรียลจริงน้ะ รู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอไรงี้ นี่คือรถเรากะคนขับรถชื่ออีวาน อีวานบอกว่า อ้ะๆ แกรๆ เราต้องไปต่อน้ะ จอดตรงนี้นานๆ อาจมีใครวิ่งฝ่าหมอกมาชนเราได้น้ะ 5555555 เราบอกลาโบรโม่ ขับรถลงเขาเพื่อมาแวะที่ Madakaripura น้ำตกอีกที่ที่พีคไม่แพ้กัน เริ่มจากเดินจากปากทางเข้าไปกิโลกว่าๆเราจะเห็นเส้นสีขาวอยู่ลิบๆ  ล้ะเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ที่นี่มีเพิงไว้ให้นั่ง ให้หลบฝน ให้ใส่เสื้อกันฝนด้วย เพราะแถวนี้ชื้น ฝนตกเป็นปรกติ เราใส่เสื้อกันฝน เดินสวนไปตามน้ำตกเล็กๆเพื่อขึ้นไปต้นทางน้ำ อ้ะนี่ไงเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายล้ะ  ที่ใส่เสื้อกันฝน ฝนไม่ได้ตกแต่อย่างใด แต่เราต้องลอดน้ำตกอื่นๆเข้ามา! กว่าจะมาถึงตรงนี้ ขออถัยไม่มีรูปลอดน้ำตก เพราะมันเสี่ยงเกินกว่าจะเอากล้องขึ้นมาถ่ายจริงๆ สงสารเราหน่อย 55555555555  คือรอบๆดีมากกกกกก ฟินมากกกกกก รูปไม่สามารถเล่าความเซอเรียลและยิ่งใหญ่ของน้ำตกได้จริงๆ แต่ขอให้มา เชื่อเรา (เสื้อกันฝนกะรองเท้าแตะมีขายตรงทางเข้าด้วยน้ะ 25-30 บาท ไม่แพงเลย) ออกจากน้ำตก เราขับรถอีก 7 ชั่วโมง เลียบทะเล ลงไปทางใต้เพื่อไปภูเขาไฟ มิชชั่นของเราอีกลูกคือ Kawha Ijen! เราขับรถมาถึงเขตของ Ijen ก็เป็นเวลาดึกอีกแล้วตามสไตล์ แต่พีคกว่าคือ พรุ่งนี้เราต้องเดินขึ้นเขาตอนตี 1! งานนี้เราบอกเลยว่า ขอให้ฟิตร่างกายมาให้พร้อม ! ตั้งแต่ตี 1 เราเดินขึ้นเขาพร้อมด้วยเพื่อนมากมาย เดินขึ้นเนินชันไม่ต่ำกว่า 40 องศา เป็นระยะทางประมาน 3-4 กิโล (แต่เดินจริงโครตไกล อย่าไปเชื่อ) บอกเลยว่าเหนื่อยสลบ เราเดินสลับพักหลายรอบสุดๆ อ้วกไป 1 รอบ (จริงๆ) จะตายมาก กว่าจะผ่านทางชันมหาโหดมาเป็นทางที่ไม่ชันมาก เรียบๆ ช่วงใกล้ถึงยอดเขา แต่พอขึ้นมาเจอกลุ่มควัน และทะเลสาปสีฟ้าข้างหน้า คือแบบ โอ้ยยยยย ยอมมมมมมมม คุ้มมากกกกกก สลบบบบ แต่ก่อนอิเจี้ยนยังไม่มีทะเลสาป แต่พอผ่านการระเบิดครั้งล่าสุดมา อยู่ดีดีก็เปิดเป็นทะเลสาปสีฟ้าขึ้นปากปล่องอิเจี้ยน  เนื่องจากอยากเห็นทะเลสาปใกล้ๆ เลยปีนตามทางคนเหมืองลงไปด้านล่าง ของภูเขาไฟ สวยมั้ยล่าาาาาาาาาาา สลบบบ นอกโลกมากกกก เข้าใกล้ได้อีกจึ๋งนึง ควันกำมะถันเริ่มเปลี่ยนทิศมาทางเรา เลยต้องปีนกลับขึ้นมาด้านบน ต้องบอกก่อนว่าที่อิเจี้ยนนี่ เป็นเหมืองแร่กำมะถันด้วย ถ้าเราปีนลงไป อาจโดนรมควันกำมะถันตาย ควันเริ่มเปลี่ยนทิศไล่หลังมา นี่คือเพื่อนร่วมทริปที่ยังยืนหยัดเก็บภาพจนนาทีสุดท้าย ตัดมานาทีต่อมา พวกเรากำลังกินน้ำ หาผ้าปิดปาก เพราะควันจากกำมะถันสูดเข้าไปแล้วแสบคอมาก แสบตานิดๆด้วย ปีนขึ้นมาด้านบนให้พ้นกลุ่มควัน นี่คือไกด์ผู้นำเราปีนเขาและปีนลงไปข้างล่างด้วย ถามเราตลอดตอนขึ้นเขาว่าโอเคมั้ย คือตอนปีนนี่ น้องไม่โอเคคคคค พูดเลยยยยยย นักท่องเที่ยวเพียบ เซอร์เรียลสุด นี่ดาวอังคารรึเปล่า หรือดาว dr.mann ในอินเตอร์สเตลล่า ต้นไม้ใบไม่แถวๆนั้นเป็นสีเทาๆ ไม่รู้เกิดจากใครเผา หรือเอฟเฟคจากภูเขาไฟ (สรุปอาจจะเกิดจากกำมะถัน >,<) พระอาทิตย์เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนเราขึ้นมาพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราอดดู บลูเฟรม ไปตามระเบียบ (ลาวาสีฟ้า ที่เราต้องมาให้ถูกช่วงเวลาคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และยังมีแสงจันทร์เท่านั้น เราถึงจะเห็น) สวยสลบ เหมือนหิมะ แต่ไม่ใช่ ถ่ายรูปจนพอใจ เราก็เดินลงจากยอดเขา เจอพี่คนนี่ นั่งกินกาแฟและพรินเกิ้ล อยู่ข้างทาง ชิลมากกกกกกก มันต้องแบบนี่เซ่ ระหว่างทางก็มีพี่ๆชาวเหมืองเดินสวนไปสวนมา ขนแร่กำมะถันไปขายตลอด  ตรงกลางทางจะมีจุดให้นั่งพัก ขายบะหมี่ pop mie นี่แหละ คือถึงจุดนี้รู้ตัวว่าหิวล้ะ ต้องจัดหน่อย การมาอินโดคำฮิตที่ควรรู้เลย คือ AYAM แปลว่า ไก่ 55555 คำอื่นๆที่น่าจะรู้ คือ NASI = ข้าว, GORENG = ผัด, AYAM = ไก่, MIE = หมี่  คนที่ลงมาจากเขาเค้าก็จะมานั่งพักกัน ก่อนเดินลงต่อไป เราใช้เวลา ชม กว่าๆ ลงมาถึงตีนเขา แต่ตอนขึ้นนี่ สาม ชม เลยน้ะะะ เอาซี่ คนเรา เราบอกลาอิเจี้ยน ขับรถยาวๆ 10 ชม. กลับสุราบายา จบทริปโดยสมบูรณ์ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ คือพาร์ทนี้ยาวมากจริงๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กันบ้าง ข้อมูลอื่นๆ วิธีติดต่อรถและไกด์ : เราใช้เอเจนซี่ชื่อ Tommy ด้วยการอีเมล์ไปสอบถาม และพิมพ์แพลนการเดินทางของเราไปให้ทอมมี่ เพื่อจองรถและไกด์ จากนั้นทอมมี่ก็จะนัดวัน ที่เราจะมา แล้วเค้าจะมารับเราถึงสนามบิน ขับรถพาเราไปในทุกที่เบื้องต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเราตกคนละประมาน 2 ล้านรูปี / คน (ประมาณ 5000 บาท) ติดต่อได้ตามอีเมลนี่เลย Tommy(blueisland_024@yahoo.com) ปล. จากอิเจี้ยน เราสามารถไปบาหลีต่อได้ด้วยน้ะ คนขับรถจะพาเราไปถึงท่าเรือเลยแหละ ปล2. ใครงงตรงไหน อินบ้อกซ์มาถามได้เลย ยินดี ขอบคุณข้อมูล และรุปภาพจาก https://www.facebook.com/coundsheckjourney/ ติดตามทริปท่องเที่ยวสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.facebook.com/coundsheckjourney/