สืบศพ ไขคดีลับ

อ้วกแตก! ทีพีแอล ลงดาบ สิงห์ท่าเรือ สถานหนัก แบนแพทสเตเดี้ยมและแฟนบอลทั้งฤดูกาล
ชัยนาท ฮอร์นบิล /  ฟุตบอลไทย / 

สิงห์ท่าเรือ ทีมในลีกสูงสุดโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก โดนบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ลงโทษสถานหนัก ด้วยการแบนห้ามใช้รังเหย้า สนามแพทสเตเดี้ยม ในนัดที่เหลือทั้งหมดของฤดูกาล และยังห้ามไม่ให้แฟนบอลตามเข้าไปชมเกมส์ทั้งเหย้าและเยือนอีกด้วย สืบเนื่องจากความวุ่ยวาย ในฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่ สิงห์ท่าเรือ พ่ายให้กับ ชัยนาท ฮอร์นบิล คาบ้าน 1-2 และมีแฟนบอลเจ้าบ้านบางส่วนไม่พอใจการทำหน้าที่ของกรรมการ โดยการก่อความวุ่นวายด้วยการคุกคามทีมเยือน และยังพยายามบุกเข้าไปในห้องพักของผู้ตัดสิน นอกจากนี้ยังมีการปิดล้อมอีกนานนับชั่วโมง  ทำให้ทีพีแอล ตัดสินใจลงโทษสถานหนัก เพราะแฟนบอลเจ้าท่าก่อความวุ่นวายลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว โดยทางไทยพรีเมียร์ลีกจะจัดหาสนามเหย้าเป็นกลางให้ใช้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิป:เดือด!แฟนบอลท่าเรือบุกห้องพักกรรมการ

ผลไม้ - อาหารสีดำ 10 อย่าง เพิ่มพลังสุขภาพ
สุขภาพ /  อาหารสีดำ

ผลไม้ - อาหารสีดำ 10 อย่าง เพิ่มพลังสุขภาพ      ขอแนะนำเคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพ คือ ผลไม้ หรือ อาหารสีดำ อย่ามองว่าของดำๆ จะมีหน้าตาสีสันที่ไม่น่ารับประทาน เพราะ อาหารสีดำ เมื่อนำมาปรุงร่วมกับอาหารอื่น ๆ ก็ดูสวยงามและน่ากินได้  ที่สำคัญเมื่อคุณได้อ่านประโยชน์ของอาหารสีดำแล้ว ก็จะทราบว่าสิ่งเหล่านี้ มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพมากมายเลยทีเดียว 1. แบล็กเบอร์รี อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารสูง ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจหลอดเลือดและมะเร็งลำไส้ได้ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจน 2. องุ่นดำ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิต และช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ด้วย และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ช่วยชะลอความชรา ทำให้ผิวพรรณเปล่ง ปลั่งสดใส 3. ถั่วดำ ในบรรดาถั่วด้วยกัน ถั่วดำถือว่าเป็นถั่วที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด เป็นแหล่งโปรตีน เส้นใยอาหาร และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ดีมากอีกด้วย ถั่วดำช่วยให้ระบบทางเดินอาหารดี ช่วยสร้างสมดุลของน้ำตาลในเลือด ไม่ให้เพิ่มหรือลดลงอย่างรวดเร็ว 4. งาดำ อุดมไปด้วยวิตามินบีที่ช่วยบำรุงประสาท ดังนั้นการกินงาเป็นประจำ จะทำให้หลับสบายไม่อ่อนเพลีย ไม่เป็นโรคเหน็บชาหรืออาการปวดเส้นตามแขนขา ช่วยให้เจริญอาหาร และท้องไม่ผูก 5. พริกไทยดำ มีฤทธิ์ในการช่วยกระตุ้นประสาท ช่วยทำให้เจริญอาหาร ทำให้ลิ้นของผู้สูงอายุรับรสได้ดียิ่งขึ้น ช่วยรักษาโรคกระเพาะและลำไส้ ลดการเกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหาร 6. ข้าวเหนียวดำ อุดมไปด้วยวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตา บี 1 บี 2 บี 6 ช่วยบำรุงระบบประสาทส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และวิตามินอี ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ช่วยในการหมุนเวียนโลหิต 7. ข้าวกล้องสีนิล มีเส้นใยอาหารสูง และมีน้ำตาลต่ำ เปลี่ยนจากแป้งเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดช้ากว่าการกินข้าวขัดขาว จึงส่งผลให้อ้วนน้อยกว่า นอกจากนี้ยังช่วยต้านมะเร็ง และลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ 8. ไก่ดำ เป็นอาหารบำรุงเลือดสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์และคนสูงอายุ มีประโยชน์ในแง่ช่วยขับฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ได้ ความดำของไก่ดำนั้นเกิดจากสาร ไมอานินที่มีสรรพคุณทางยา เนื้อไก่ดำยังมีไขมันตํ่ามากกว่าเนื้อไก่ทั่วไป มีธาตุเหล็กสูงช่วยบำรุงเลือด ส่วนมากนิยมนำไปตุ๋นร่วมกับเครื่องยาจีน จะช่วยบำรุงสมอง เพิ่มสมรรถนะการทำงานของร่างกายและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย 9.เบอร์เกอร์ดำ เส้นพาสต้าดำ อาหารพวกนี้ไม่ได้เป็นสีดำตามธรรมชาติค่ะ แต่ผ่านการปรุงให้เป็นสีดำด้วยน้ำหมึกที่อยู่ในตัวปลาหมึก และเจ้าน้ำหมึกที่ว่าก็มีประโยชน์นะคะ เพราะจะมีโปรตีน ไขมันและเกลือแร่ (โดยเฉพาะเหล็ก) ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ   10. เฉาก๊วย ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ช่วยลดไข้แก้ตัวร้อน เป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ มีเส้นใยอาหาร และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ นอกจากนี้หากนำต้นเฉาก๊วยมาต้มให้เดือดแล้วนำน้ำเฉาก๊วยมาดื่มเป็นประจำจะช่วยลดอาการโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานได้อีกด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก... Mommy Pedia

ปอท.รวบยกแก๊ง ชาวต่างชาติตุ๋นแต่งงานสาวไทยผ่านเฟซบุ๊ก
ข่าววันนี้ /  เฟซบุ๊ก / 

ปอท.รวบยกแก๊ง ชาวต่างชาติตุ๋นแต่งงานสาวไทยผ่านเฟซบุ๊ก เตือนให้ระวังการใช้สื่อนออนไลน์ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ พบเบาะแสแจ้ง ปอท. ทันที รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (23 ก.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปรามปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ได้ออกแถลงข่าวหลังทำการจับกุมแก๊งชาวต่างชาติ ในคดีร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม จนเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หลังกลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้ชื่อในเฟซบุ๊ก แอบอ้างหลอกลวงเป็นคนดังตีสนิทกับสาวไทย ก่อนจะหลอกให้โอนเงินทำทีว่าจะเดินทางเข้ามาแต่งงานอยู่กินด้วย ทราบชื่อผู้ต้องหาต่อมา คือ นายคิงสเลส เอ็ดวาร์ด เอ็นมาเนเซ่น อายุ 30 ปี สัญชาติไนจีเรีย, นายทิมายเพลส เคนเนส อิทีลิกา อายุ 43 ปี สัญชาติไนจีเรีย, นายจัสติน บูบา อายุ 28 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ และนางนุจจรี เนียซิลิการ์ อายุ 39 ปี สัญชาติไทย ภรรยานายทิมายเพลส เคนเนส อิทีลิกา ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การสารภาพว่ากระทำการดังกล่าวจริง อีกทั้งจำนนด้วยหลักฐาน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้านพล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบก.ปอท. ได้กล่าวระหว่างการแถลงข่าวการจับกุม ว่า ฝากเตือนผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ควรมีความระมัดระวังในการติดต่อสื่อสารกัน เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อในการก่ออาชญากรรมได้ และหากพบหรือสงสัยว่าจะถูกหลอกลวง สามารถแจ้งมาที่ บก.ปอท. ทันที MThai news

เธอชื่อ จิ่งเถียน นางเอกสวยหวาน ในมาดตำรวจสวยเท่ ใน From Vegas to Macau
A Woman's Epic Poem และ Biography of Sun Tzu /  Anaconda Frightened / 

สำหรับคุณผู้ชมท่านใดที่ได้ไปชมภาพยนตร์การกลับมาของโคตรเซียน เรื่อง From Vegas to Macau โคตรเซียนมาเก๊า เขย่าเวกัส กันมาแล้ว นอกจาก 2 นักแสดงนำอย่างรุ่นใหญ่ โจวเหวินฟะ และรุ่นเล็ก เซี๊ยะถิงฟง ที่หักเหลี่ยมกันอย่างเซียน(และเกรียน) ก็คงจะอดสะดุดตากับนางเอกสาวของเรื่องไม่ได้ ใช่แล้วครับ เธอคือ ลอร์เรน ตำรวจจีนสาวสวย มือระดับพระกาฬ ที่สวยใสน่ารักซะจนทุกครั้งที่ปรากฏตัว ก็หยุดสายตาหนุ่มๆ แถมทำเอาเคลิ้มไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว วันนี้เราจะมารู้จักกับตัวจริงของผู้หญิงคนนี้ และผลงานที่ผ่านมากันดีกว่าครับ เธอชื่อ จิ่งเถียน จิ่งเถียน นักแสดงสาวสวยชาวจีน หรือที่ชาวจีนตั้งชื่อเล่นให้เธอว่า "องค์หญิงเชอร์รี่" เกิดมาสวยในวันที่ 21 กรกฎาคม 1989 ส่วนสูง 167 ซม. น้ำหนัก 44 กก. สัดส่วนไม่รู้เหมือนกัน (ขออภัยที่ทำให้ผิดหวังนะคุณผู้ชม) เธอเรียนจบสาขาการเต้นจากสถาบันในปักกิ่ง และยังจบสาขาการทำภาพยนตร์จากวิทยาลัยปักกิ่งโดยเฉพาะอีกด้วย ผลงานช่วงแรกๆ ที่ยังไม่ฉายแววของเธอนั้น ได้รับบทอยู่ในทีวีซีรีย์ เรื่อง A Woman's Epic Poem และ Biography of Sun Tzu และในที่สุด ในปี 2008 เธอก็ได้รับโอกาส แสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในเรื่อง Anaconda Frightened แต่กับบทบาทในเรื่องนี้ เธอก็ยังไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่ อาจถึงขั้นไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเธอแสดงด้วย จนจุดประกายความเป็นดาวของเธอนั้น ได้เริ่มขึ้นจากหนังเรื่องต่อไป จิ่งเถียน ใน My Belle Boss หลังจากบทที่ไม่มีใครสนใจในหนังเรื่องแรกในชีวิต แต่ในปี 2010 หนังสนุกสนาน คอมเมดี้เบาๆ เรื่องต่อมาของเธอ My Belle Boss ที่ จิ่งเถียน ได้แสดงนำ ก็กลายเป็นปรากฏการณ์หนังฮิตถล่มทลาย แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการให้นางเอกสาวน่ารักคนนี้ จนเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากงานแสดงที่ไหลมาเทมาแล้ว เธอยังได้รับการติดต่อให้เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าชั้นนำอีกเพียบเลยทีเดียว จิ่งเถียน ใน The Warring States หนังจอมยุทธหรือขุนศึก คงเป็นเหมือนธรรมเนียมของนักแสดงชาวจีน หลังจากดังเปรี้ยงปร้างไปแล้ว ผลงานหนังเรื่องต่อมาของ จิ่งเถียน คือ The Warring States ที่งานนี้เธอสลัดภาพสาวบอบบางน่ารัก มาใส่ชุดเกราะ ควงดาบ มาดเท่ แถมเก่งกล้าสามารถเสียจนชายยังต้องถอย! จิ่งเถียน ใน Ultra Reinforcement เป็นขุนศึกไปแล้ว ยังไม่ครบถ้าไม่ได้่เป็นจอมยุทธ หนังเรื่องต่อมาอย่าง Ultra Reinforcement จิ่งเถียน ก็สมใจ ได้เป็นจอมยุทธสักที แต่ดันมาแบบผ่ามิติ หลงเวลา ไปเย้ยยุทธจักร โอ๊ย!! ปั่นป่วนกันแบบสุดๆ จิ่งเถียน ใน Tears in Heaven หลังทั้วบู๊ ทั้งวิ่ง ทั้งออกศึก กันมาแล้ว ผลงานช่วงต่อมาของ จิ่งเถียน ก็หันมาทางหนังโรแมนติค และดราม่าบ้าง ไม่ว่าจะเป็น Shadows of Love, Better and Better แต่ที่โดดเด้งกว่าเรื่องอื่น คงต้องยกให้หนังประเด็นครอบครัว ที่ทั้งอบอุ่นและดราม่าครบรสอย่าง Tears in Heaven จิ่งเถียน ใน Special ID  ชาวยุทธก็แล้ว ดราม่าก็แล้ว แต่เรายังไม่เห็นวี่แววตำรวจสาวสมัยใหม่ของเธอเลย ว่าจะมาจากไหน แน่นอนครับ เราไม่ปล่อยให้คุณรอนาน เพราะหนังแอ็คชั่นเรื่อง Special ID  จิ่งเถียน จัดแจงหั่นผมสั้น วางมาดสวยเท่ มาถือปินโชว์ฟอร์มแอ็คชั่น กระโดดโลดโผนโจนทะยานอย่างเมามัน และถ้าแอ็คชั่นครั้งนี้ยังไม่ถึงใจ หนังเรื่องต่อไปของเธอที่เรากำลังจะพูดถึงนี่แหละ แจ้งเกิดเธอไปทั่วเอเชียอย่างสง่างาม จิ่งเถียน ใน Police Story 2013 ใช่ครับ คนทั่วโลกได้รู้จัก จิ่งเถียน ในบท เหมียวเหมียว ลูกสาวของนักสืบจงเหวิน ที่รับบทโดยซูเปอร์สตาร์ เฉินหลง ในหนังแฟรนไชส์สุดฮิต เรื่อง Police Story 2013 หรือที่ในไทยรู้จักกันดีในชื่อ วิ่งสู้ฟัด 2013 และจากผลงานอันโดดเด่นในหนังเรื่องนี้ ทำให้วงการบันเทิงจีน ขนามนาม จิ่งเถียน ให้่เป็นดังเจ้าหญิงคนใหม่แห่งวงการภาพยนตร์จีน เลยทีเดียว ซึ่งหนังเรื่องนี้ ยังคงแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ถึงขนาดที่ทั้ง เฉินหลง และ จิ่งเถียน ได้ถ่ายขึ้นปกและลงนิตยสาร Bazaar Men’s Style magazine อีกต่างหาก จิ่งเถียน ใน From Vegas to Macau หลังจากเอาความสวยหวาน น่ารักไปโด่งดังทั่วเอเชียแล้ว คุณผู้ชมชาวไทยก็ได้พบกับผลงานเรื่องล่าสุดของนางเอกสาว จิ่งเถียน ใน From Vegas to Macau โคตรเซียนมาเก๊า เขย่าเวกัส ในบทบาท ลอร์เรน ตำรวจังกัดจีนแผ่นดินใหญ่ ที่มาตามจับองค์กรโกงข้ามชาติ เธอคือผู้หญิงที่แข็งแกร่ง ซ่อนความสุภาพและนุ่มนวลไว้ภายใน อีกทั้งยังมีฝีมือแบบขั้นเทพ และที่สำคัญคือ เธอสวยน่ารักมาก ว่าไหมล่ะครับคุณผู้ชม ขอปิดท้ายพิเศษด้วยใบปิดฉบับพิเศษจาก From Vegas to Macau ที่มาแบบเน้นๆ จิ่งเถียน กันเลย ติดตามความสวยน่ารัก มากความสามารถของ จิ่งเถียน ได้ใน From Vegas to Macau โคตรเซียนมาเก๊า เขย่าเวกัส ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ส่วนคุณผู้ชมท่านใดที่ยังรู้สึกไม่จุใจ เราแถมอัลบั้มภาพของ จิ่งเถียน แบบชุดใหญ่มาให้ชมกันอีกเยอะ (มาก!!!) ตามไปด้านล่างสุดได้เลย ---------------------------------------

แรงงานไทยเสียชีวิต 1ราย หลังอิสราเอลถูกโจมตีทางอากาศ
ข่าววันนี้ /  ฉนวนกาซา / 

แรงงานไทยเสียชีวิต 1ราย หลังอิสราเอลถูกโจมตีทางอากาศ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเร่งประสานขอย้ายแรงงานไทยออกจากฉนวนกาซา ไปยังจุดปลอดภัย รายงานข่าวแจ้งว่า ได้มีคนไทยเสียชีวิตจากการปะทะกันระหว่างทหารอิสราเอล และกลุ่มกองกำลังชาวปาเลสไตน์ในช่วงที่ผ่านมาแล้ว 1 ราย ภายหลัง เมืองโมชาฟ เนติฟฮาซาว่า เขต Hof - Ashkelon ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟประมาณ 70 กิโลเมตร ถูกโจมตีทางอากาศ โดยนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เผยว่า ได้รับรายงานว่ามีแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศจริง ทราบชื่อคือ นายนรากร กิตติยังกุล ชาว อ.ปัว จ.น่าน ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ออกมายืนยันเช่นกันว่ามีคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวจริง เบื้องต้นได้เร่งติดต่อญาติผู้เสียชีวิต และบริษัทนายจ้างแล้วเพื่อเตรียมนำศพกลับประเทศแล้ว พร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล เพื่อแจ้งให้พิจารณาย้ายแรงงานคนไทยออกจากบริเวณใกล้เคียงฉนวนกาซาไปยังพื้นที่ปลอดภัย MThai news

เงินปากผี Ghost Money (1981) 3/3 จบ (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

นักแสดงนำ : จตุพล ภูอภิรมย์,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์,ล้อต๊อก ผู้กำกับ : ชนะ คราประยูร เรื่องย่อ : ณ หมู่บ้านเขานกเลี้ยง ลุงล้วนเป็นสัปเหร่อ มีลูก 3 คน คือ มนต์ เหล่า หล่อ หล่อชวนเบี้ยวปุยไปขุดศพหาเงินปากผีมาซื้อขนม หล่อพบกระปุกวิญญาณผีเลี้ยง แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรนำกลับไปบ้านและเก็บไว้ ทั้งหมดชวนกันไปขุดศพผีเลี้ยงเอาเงินมาจากศพกลับมา คืนนั้นพวกหล่อได้เงินมามากมาย ผีเลี้ยงตามไปหาเบี้ยวที่บ้านและฆ่าเบี้ยวตาย ผีเลี้ยงกลับไปหามนต์ซึ่งกลับมาจากกรุงเทพ ที่บ้าน มาลี เหลา ล้วนกลับมาถึง มาลีเกิดคลุ้มคลั่งยกใหญ่ จึงเอากระปุกวิญญาณผีมาทุบจึงคลายสะกดทุกคนได้ ผีเลี้ยงโกรธมาลีมาก และฆ่ามาลีตาย ผีเลี้ยงไม่ยอมสู้กับหลวงตาขำ หลวงตาขำจึงเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวกับผีเลี้ยงให้ทุกคนฟัง และพาทุกคนไปปราบผีเลี้ยง ผีเลี้ยงไม่ยอมสู้กับหลวงตา แต่ก็แพ้จึงขอขมาหลวงตา หลวงตาบอกกับผีเลี้ยงให้ชดใช้กรรมที่ทำไว้แต่ผีไม่ยอม หลวงตาจึงให้พิภพ และหมวดเผชิญนำมีดไม้เท้าของซินแสเง็กไปปักลงที่หัวใจผีเลี้ยง เมื่อผีเลี้ยงตายแล้วหลวงตาขำจึงสวดมนต์ทำพิธีแผ่เมตตาให้ รวมทั้งทุกคนด้วย ที่มา : http://www.seeingmole.com/index.php/22957/ghost-money/ 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406193968.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406193308.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406187404.html

ความลับนางมารร้าย : บุษบาเกิดมากับความสดใส โลกของเธอนั้นมีดอกไม้ในหัวใจ
M๓๙ /  ความลับนางมารร้าย / 

เปล่าครับ อย่าพึ่งเข้าใจผิด เห็นขึ้นจั่วหัวอย่างงั้น แต่เราไม่ได้จะมาพูดถึงเพลงสุดฮิตของวงโมเดิร์นด็อกแต่ประการใด แต่เรากำลังจะมาว่ากันถึงหนังเรื่อง ความลับนางมารร้าย ที่ได้ มิน พีชญา มารับบท บุษบา หญิงร้ายที่เก็บสารพัดความลับไว้ในใจแบบ (ไม่ค่อย) มิดชิด โดยถ้าดูจากแค่ชื่อเรื่องและหน้าหนังแว้บแรก ก็พาลจะนึกถึงนางร้ายในละคร ที่กรีดร้องเสียงดัง! พองงงันทำอะไรไม่ได้ก็วิ่งไปฟ้องคุณแม่ขา! แถมชอบด่านางเอกพร้อมเอาน้ำส้มราดหัว! อะไรประมาณนั้น แต่หนังเรื่องนี้กลับไม่ได้มีนางร้ายหรือนางเอกที่แท้จริง เพราะทั้งสองตำแหน่งนั้นถูกใช้ทับซ้อนกันได้อย่างน่าสนใจ ความลับนางมารร้าย คือ เรื่องราวของ บุษบา นางร้ายตัวแม่ตัวแรงประจำแก๊งสาว ที่มีงานอดิเรกรักสนุกไม่ผูกพัน กับหนุ่มๆ (หน้าโง่มั่ง ไม่โง่มั่ง คละกันไป) ที่หลงมาติดกับเสน่ห์ของเธอเป็นว่าเล่น แต่แล้ววันหนึ่งเหมือนความร้ายต้องสะดุด เมื่อเธอได้พบกับ เหนือสมุทร หนุ่มนักธุรกิจแสนดี สุดเลิศเลอเพอร์เฟค ที่ทำเอาเธอเกิดรักจริงไม่อิงนิยายขึ้นมา แถมทำท่าจะไปกันด้วยดีซะด้วย แต่ด้วยศักดิ์ศรีนางร้ายค้ำคอ รวมกับเพื่อนขี้ยุ บุษบา เลยจัดแจงทิ้งรักลงแก้วเหล้าซะเฉย ทำเอา เหนือสมุทร ชอกช้ำระกำทรวง แต่การจากไปของชายคนนี้ กลับทำเอานางร้ายบุษบา รู้สึกเจ็บอยู่ลึกๆ พอเธอรู้ตัวว่าคนนี้รักจริง แล้วอยากจะไปหวนคืน ชายคนนั้นของเธอก็ดูท่าทางจะมีหญิงแก๊งใหม่มาดามใจซะแล้ว แต่เพื่อทวงรักนั้นขึ้นมา บุษบาก็ขอทุ่มสุดเหยียดตัวแม่เลยเหมือนกัน! หากมองในแง่หนังคอมเมดี้ หนังเรื่องนี้ก็มีหลายชอต ที่เรียกเสียงหัวเราะให้ฮาก๊ากกันลั่นโรงอยู่บ่อยครั้ง ตามสไตล์หนังเบาสมอง ดูเพื่อพักผ่อนมากกว่าจะไปถือสาหาความกับเหตุผล หรือปรัชญาลึกล้ำอะไร มุขในเรื่องแม้ไม่ถึงกับเฉียบคม แต่มันก็เรียบง่าย เข้าถึงได้ไม่ยาก และไม่พร่ำเพรื่อมากเกินไปเสียจนน่ารำคาญ เพราะมันถูกคั่นด้วยจังหวะโรแมนติก ปนดราม่านิดๆหน่อยๆ ที่พอจะมาช่วยแก้เลี่ยนได้ แต่ก็ต้องบอกเหมือนเดิมว่า ในแง่ที่ตัวหนังโน้มเอียงไปทางคอมเมดี้ เลยส่งผลโดยตรงให้ระดับอารมณ์ที่ควรจะอินไปกับเรื่องราวการพัฒนาความรัก ถูกตัดทอนไปเยอะพอสมควร จากที่คนดูน่าจะได้อินและเอาใจช่วยไปพร้อมๆกับตัวละคร เรากลับงงๆ และเกิดคำถามว่า อ้าว! ทำไมความรักมันพัฒนาขึ้นลงได้เร็วปานฉาบฉวยถึงเพียงนี้หนอ? ทำให้บางครั้งก็ตามไม่ทัน แล้วดูรักแล้วรักเลยแบบโอเวอร์ไปแบบไม่มีเหตุผลสักเท่าไหร่ สำหรับบรรดาตัวละคร ที่ทุกคนดูไม่เต็มเต็งอยู่นิดๆ กันหมด ทั้งการแต่งกายด้วยชุดทำงานตลอดเวลา หรือบทสนทนาประหลาดๆ ที่ไม่มีในชีวิตจริงแน่ๆ แต่แน่นอนว่าจุดนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะมันเรียกเสียงฮาได้พอกรุ้มกริ่ม แต่จะติดขัดอยู่ตรงที่พระเอก และแก๊งสาว+หนึ่งเก้ง กลับดูไม่มีมิติสักเท่าไหร่ บ้างดีแสนดี บ้างก็ร้ายจ้องจะงาบท่าเดียว แถมต่างก็ดูเพี้ยนๆป่วงๆ เกินวิสัย จนออกมาเหมือนตัวการ์ตูน มากกว่าจะเป็นคนที่มีชีวิตจริงๆ คงเหลือแต่ บุษบา แกนกลางของเรื่องที่ดูท่าจะมีมิติมากที่สุด ถึงแม้จะไม่ได้เห็นที่มาที่ไป หรือพื้นหลังของนิสัยใจคอความเป็นนางร้ายนั้น (แน่นอนว่า ตัวละครอื่นก็ไม่มีเช่นกัน) แต่อย่างน้อย เราก็จะได้เห็นทั้งความมั่นใจเปรี้ยวจี๊ด ไม่ง้อโลกไม่สนใคร ในฐานะนางร้าย และมุมเล็กๆ ที่แอบไปร้องไห้ อ่อนแอ ในฐานะผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งมันช่วยเน้นย้ำถึงประเด็น นางร้ายก็มีความอ่อนแอ และมีรักแท้กับเขาได้เหมือนกัน ไม่ใช่วันๆ จ้องแต่จะฮุบสมบัติและหนุ่มหล่อตามภาพลักษณ์ที่เราต่างคุ้นเคย ถึงแม้หนังจะไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไรมากไปกว่า หญิงสาวที่ปรารถนาความรักจากชายหนุ่ม แต่มันก็ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ภาพรวม ที่เรามักเห็นหนังที่ผู้ชายจะเป็นใหญ่ และแกนกลางของเรื่องอยู่เสมอ หากลองมองความสัมพันธ์ของพระเอกกับนางร้ายโดยทั่วไป เราจะรู้หมดว่าพระเอกหล่อ รวย มีชาติตระกูล หรือมีความรู้สึกที่พัฒนาขึ้นยังไงบ้าง ในขณะที่นางร้ายมาจะโผล่มาแว้บๆ และแสดงเจตนารมย์ชัดเจนถึงแรงปราราถนาที่เกินพอดี แต่เราไม่รู้เลยว่านอกจากความต้องครอบครองที่บทโยนให้แสดงแล้ว ความรู้สึกภายในจะเป็นเช่นไรบ้าง และสุดท้าย พระเอกนางเอกก็ไปแฮปปี้เอ็นดิ้ง ทิ้งนางร้ายจมดิ่งพสุธาแห่งความโศกเศร้า ให้คนดูสมน้ำหน้าไปโดยปริยาย แต่ในหนังเรื่องนี้ ได้เลือกใช้ความเป็นนางเอก (ผู้ชายทุ่มเทให้สุดๆ และสุดท้ายก็เดาๆ กันได้ว่าต้องคู่กับพระเอกเสมอ) และความเป็นนางร้าย (จอมวางแผนให้พินาศ โวยวายเสียงดัง อยากได้พระเอกจนออกนอกหน้า) มารวมกันไว้ในบุคลิกของ บุษบา คนเดียว ทำให้บางครั้งคนดูก็อาจเผลอเห็นใจ และบางครั้งก็ถ่มถุยสมน้ำหน้าเธอไปแบบไม่รู้ตัว อีกทั้งยังมีโอกาสได้สำรวจด้วยว่าภายใต้ความร้ายของผู้หญิงที่เราไม่เคยเห็นนั้นมีแรงจูงใจ หรือเหตุผลอะไรอยู่บ้าง นอกจากมุขตลกที่มาเป็นพักๆแล้ว บุษบา น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถึงแม้จะทำหน้าที่ได้ไม่ถึงกับสมบูรณ์แบบนัก แต่เธอก็น่าจะเป็นคนเดียวที่ช่วยขับเคลื่อน และประคับประคองหนังเรื่องนี้ไปจนจบเรื่องได้ เพราะ บุษบา ก็คือ ผู้หญิงปถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่ถึงแม้จะเคลือบด้วยภาพลักษณ์ที่เกิดมากับความสดใส ซาบซ่า และมั่นใจว่าตัวเองแน่ ในฐานะนางร้ายแค่ไหน ถึงโลกของเธอจะเหมือนมีดอกไม้ในหัวใจ ไว้พร้อมจะแจกจ่ายให้ชายหนุ่มเพียงใด แต่เมื่อพบคนที่ใช่ แล้วคนที่สามารถหล่อเลี้ยงดอกไม้บอบบางจริงๆนั้นจากไป ดอกไม้ที่มีนามสวยหรูว่า บุษบา นี้ก็เหี่ยวแห้งโรยรา จนแทบจะขาดใจเหมือนนางเอกที่อ่อนแอได้เหมือนกัน เรื่องนี้ให้ 7/10 ครับ โดย Lecter ---------------------------

6 คู่รักดารา เลิฟทะลุจอ ที่ใครเห็นก็อิจ...ฉา
คู่รัก /  คู่รักดารา

คู่รักดารา เลิฟทะลุจอ ที่ใครเห็นก็อิจ...ฉา     พักเบรกกระแสข่าวร้อนแรงของคนในวงการบันเทิง แล้วเปลี่ยนฟีลมาฟินไปกับความหวานของ คู่รักดารา วงการบันเทิงทั้งไทยกันบ้างดีกว่าค่ะ  ที่จะพาเหรดมาให้คุณๆ ได้ปลื้ม ได้อิจฉา ชนิดที่ฟินจิกหมอน ในเรื่องราวความรักของพวกเขาทั้งคู่ ส่วนจะมีคู่รักคู่ฮอตไหนบ้าง  ไปดูกันเลยจ้าา... คู่รักดารา เหมือน-ต่างที่ลงตัว : หมอโอ๊ค-โอปอล์ จัดเป็นคู่รักคู่หวานที่ทำเอาแฟนคลับช็อคกันเป็นแถวๆ ตั้งแต่ประกาศว่าทั้งคู่คบหากัน จนกระทั่งประกาศแต่งงาน ด้วยเคมีความต่างของทั้งคู่ ทำให้หลายคนคิดว่า รักของ โอปอล์- หมอโอ๊ค เป็นเพียงรักโปรโมท คบกันเพื่อผลประโยชน์  ส่วนบางคนก็เปรียบเทียบเรื่องหน้าตา เพราะหมอโอ๊คเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี แตกต่างกันจะรักกันได้อย่างไร? อีกทั้งยังมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันอีกด้วย แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารักครั้งนี้ คือรักแท้ ด้วยการเข้าพิธีวิวาห์กันในเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมา จนทำให้สาวๆหนุ่มๆทั้งประเทศอิจฉากันไปทั้งประเทศ ที่สำคัญความรักของคู่นี้ยังทำให้เราเห็นว่า ความรักที่แท้จริงไม่อาจวัดได้จากเปลือกนอก แต่ต้องสัมผัสให้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ข้างใน คู่รักลุ้นวิวาห์ : อั้ม-แอมป์ เป็นคู่รักคู่หวานที่ถูกจับตามองมากที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับคู่รักของซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย อย่าง "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" กับหวานใจนักธุรกิจสุดหล่อ แอมป์ พิธาน องค์โฆษิต ที่ความรักของเขาทั้งคู่หวานฉ่ำแบบสุด ๆ ถึงแม้ว่าจะมีโกรธมีทะเลาะกันบ้าง จนเลิกลากันไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็กลับมารักกันได้เหมือนเดิม แถมสวีทเว่อร์ เทคแคร์กันมากกว่าเก่า ซะด้วย ส่วนเรื่องงานวิวาห์นั้น ต้องอาศัยแรงเชียร์จากแฟนคลับ ให้ช่วยกันเชียร์เช้าสายบ่ายเย็น เชียร์กันทุกวันทุกคืน หน่อยแล้วล่ะ  จะได้เห็นสาวอั้มประกาศสละโสดซะที คู่รักมาราธอน  : ซี - เอมี่ ถือว่าเป็นคู่รักมาราธอนที่ แต่งงานร่วมหอลงโลงกันไปแล้ว สำหรับ หนุ่มซี ศิวัฒน์ กับสาวเอมี่ กลิ่นประทุม ที่คบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 8 ปี ถึงแม้จะมีข่าวมือที่สามมาเกี่ยวพัน ให้ระแคะระคายกันบ้าง แต่ทั้งคู่ก็ออกมาปฏิเสธแบบชัดเจน และจูงมือกันผ่านวิกฤตนั้นมาได้ จนได้จูงมือแต่งงานกันไปเมื่อ ปลายเดือนมิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งชีวิตหลังแต่งงานก็แฮปปี้สุดๆ เติมความหวานกันมากกว่าเดิม จนตอนนี้แฟนคลับก็รอลุ้นตั้งตารอ ซี-เอมี่ตัวน้อย กันแล้วล่ะ คู่รักน่ารักมุ้งมิ้ง : เต๋อ ฉันทวิชญ์ - พีค ภัทรศยา รักหวานกันมานานกว่า 5 ปี จนใครหลาย ๆ คนอิจฉาในความหวานของคู่ พีค ภัทรศยา และ เต๋อฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซะเหลือเกิน ล่าสุดทั้งทั้งคู่วางอนาคตร่วมกันด้วยการเปิดร้านขนมอย่างที่สาวพีคชอบ แถมขยันโชว์ภาพน่ารักๆ หวานแข่งกับขนมลงในอินสตาแกรมตลอด แบบนี้จะไม่ให้อิจฉาได้ยังไง... คู่รักหวานสุดขั้ว :  ชาคริต-วุ้นเส้น แต่งงานกันมาได้สองปีกว่าๆ แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารักกันขนาดไหน เพราะเราก็มักจะได้เห็น ชาคริต-วุ้นเส้น ควงกันไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ และขยันเติมความรักให้กันอยู่ตลอดเวลา เคล็ดลับครองรักของทั้งคู่ก็คือ การบอกรัก วิธีที่ง่ายที่สุด ที่ทำให้ภรรยาสุดที่รักมีความสุข และรู้สึกว่าใส่ใจเขาอยู่ตลอดเวลา คู่รักผ่านร้อนผ่านหนาว : เจ เจตริน - ปิ่น เก็จมณี  คู่นี้แต่งงานกันมาแล้ว 13 ปี พร้อมมีลูกชายสุดที่รักทั้ง 3 คน คือ เจ้านาย เจ้าขุน และเจ้าสมุทร ซึ่งทั้งคู่ยังโชว์สวีทกันบ่อยครั้ง แม้ว่าลูกชายจะโตเป็นหนุ่มกันหมดแล้วแต่ความหวานของทั้งคู่ก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผ่านร้อนผ่านหนาว ช่วงเวลาของความทุกข์และความสุขมาด้วยกัน หลังเกิดวิกฤตของครอบครัวครั้งใหญ่ที่คุณแม่คนสวยเกิดป่วยจนถึงขั้นเดินไม่ได้ แต่ทั้งคู่ก็ยังประคับประคองความรักและครอบครัวมาได้ดีจนถึงทุกวันนี้ โดยมีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ "ลูก"นั่นเอง เรียบเรียงโดย...Women Mthai Team เครดิตภาพ...IG @siwat_c, @amy_klinpratoom, @shahkrit, @vjwoonsen, @aum_patchrapa, @opalpanisara, @oak_smith, @peakpattarasaya,

อพยพแรงงานไทย 4พันคนในอิสราเอล-เร่งนำ1ศพกลับ
ข่าววันนี้ /  ฉนวนกาซา / 

กระทรวงการต่างประเทศ เผย มีคนไทย 38 คน ประสงค์ขอย้าย ผลจากสู้รบในอิสราเอล พร้อมสั่งให้ย้ายคนไทย 4 พันคน ออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย ขณะที่ กต.เร่งประสานนำศพคนไทยเสียชีวิต 1 รายกลับบ้าน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกรณี นายนรากร กิตติยังกุล ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.ปัว จ.น่าน แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอล ว่า เบื้องต้นได้ประสานญาติผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเคลื่อนย้ายศพ ทั้งนี้ มีคนไทยจำนวน 38 คน ประสงค์ขอย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งสถานทูตไทยฯ ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล และนายจ้างในนิคมการเกษตร 96 แห่ง ซึ่งอยู่ใกล้ฉนวนกาซา และมีคนไทยทำงานอยู่ประมาณ 4,000 คน ให้ย้ายคนไทยออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย รัศมีห่างประมาณ 10-20 กิโลเมตร โดยไม่มีข้อแม้ และให้ยุติการทำงานชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการอพยพคนไทยออกจากประเทศอิสราเอล ขณะที่สถานทูตไทยฯ ติดตามสถานการณ์และดูแลคนไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด กต.ประสานทุกฝ่ายนำศพแรงงานไทยกลับบ้าน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีแรงงานไทยเสียชีวิตในอิสราเอล ว่า ตามที่มีรายงานข่าวว่า มีแรงงานไทยเสียชีวิตบริเวณนิคมเกษตรกรรมใกล้กับฉนวนกาซานั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ รายงานว่าได้ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บจากระเบิดของปืนวิถีโค้ง (ปืนครก) ระหว่างช่วงพักกลางวันบริเวณเรือนเพาะชำในนิคมเกษตรกรรม ก่อนที่จะถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาลในเมือง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำส่งศพของแรงงานไทยกลับประเทศ รวมทั้งได้ติดต่อกับญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประกาศเตือนตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา ให้แรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในพื้นที่นิคมการเกษตร อยู่ห่างจากฉนวนกาซา 10-20 กม. ให้หยุดงานโดยไม่มีข้อแม้ และขอให้อยู่แต่ในที่พักของตนเอง หรืออาคารที่ปลอดภัยเท่านั้น รวมทั้งประสานกับกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลในการช่วยเคลื่อนย้ายแรงงานไทยออกจากบริเวณนิคมเกษตรกรรมที่ใกล้ชายแดนฉนวนกาซาไปยังพื้นที่ปลอดภัยในโอกาสแรก กระทรวงการต่างประเทศ ขอแจ้งช่องทางติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ดังนี้ โทรศัพท์: สถานเอกอัครราชทูตฯ +972-9 954 8412-13 ผู้ช่วยทูตแรงงาน +972-54-469-3476 รองผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงาน +972-54-469-3477 หัวหน้าฝ่ายกงสุล +972-54-636-8150 เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุล +972-50-437-0759 และ เฟซบุ๊ก “ทุกเรื่องเมืองยิว” เร่งย้ายศพแรงงานไทยในอิสราเอลออกพท. นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยความคืบหน้า เหตุแรงงานไทยในอิสราเอล เสียชีวิต 1 ราย เนื่องจากเหตุโจมตีทางอากาศว่า ทางสถานทูตไทยประจำอิสราเอลได้ประสานว่าจะส่งศพให้กับครอบครัว เนื่องจากบิดาไม่สะดวกเดินทางไปรับด้วยตนเอง โดยจะไม่มีการผ่าชันสูตรศพ ส่วนการเยียวยาช่วยเหลือมีขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว สำหรับผู้เสียชีวิต ทราบว่าเพิ่งไปทำงานเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ทางทูตไทยประจำอิสราเอลได้มีการประสานเพื่อเคลื่อนย้ายแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี ซึ่งมีจำนวนกว่า 4,200 คน ไปยังจุดที่ปลอดภัยแล้ว โดยจะไม่มีการถามความสมัครใจ เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสีย ข่าวที่เกี่ยวข้อง แรงงานไทยเสียชีวิต 1ราย หลังอิสราเอลถูกโจมตีทางอากาศ

กระสือสาว (2516) 3/3 จบ (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

สมบัติ เมทะนี - พิศมัย วิไลศักดิ์ - สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต - เมตตา รุ่งรัตน์ - ด.ช.สยม สังวริบุตร : นําแสดง เนื้อเรื่องย่อ : เรื่องราว ได้เปิดฉากขึ้นที่หมู่บ้าน โขมงหัก อันเป็นที่มาของนิยายชีวิตพิสดารเรื่องนี้ ขณะนั้นผู้คนอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ได้รับการรบกวนรังควานจากผีกระสือคนหนึ่ง ในที่สุดพวกชาวบ้านก็พร้อมใจกันลงมือปราบปราม คืนวันหนึ่งผีกระสือคนนั้นออกหากินตามปรกติ พวกชาวบ้านซึ่งซุ่มซ่อนคอยทีอยู่พอเเลเห็นผีกระสือก็พากันกรูเกรียวออกไล่ฆ่าฟัน ผีกระสือพลาดพลั้ง เสียทีถูกฟันด้วยมีดดาบเเละถูกจี้ด้วยคบไฟที่หน้าเป็นแผลฉกรรจ์ ถึงเเม้ได้รับบาดเจ็บสาหัสแทบว่าจะวายวาง แต่ก็ยังกระเสือกกระสนกลับไปเข้าร่างที่บ้านจนได้ การจึงปรากฏว่าผีกระสือคนนั้น...คือหญิงชราผู้มีชื่อว่า... ฉิม! (สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต) เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ได้ปลุกให้บัวคลี่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) หลานสาวของยายฉิมตื่นขึ้นมา เมื่อหญิงสาวเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นสภาพของยาย มีบาดแผลเหวอะหวะน่ากลัว บัวคลี่ก็ตกใจเเละซักถามเรื่องราว ยายฉิมโกหกหลานสาวว่า มีคนลอบเข้ามาทำร้าย แล้วตัดบทไม่ให้ซักถามอะไรต่อไปอีก โดยบอกว่าเวลามีน้อยพร้อมกันนั้น ยายฉิมก็มอบเเหวนทองหัวพลอยสีแดงสุกใสให้บัวคลี่ และบอกเป็นคำสั่งให้สวมแหวนติดนิ้วตลอดไป เมื่อบัวคลี่รับคำยายฉิมก็สิ้นใจไปอย่างสงบ สร้างความวิปโยคโศกศัลย์ให้แก่บัวคลี่เป็นอย่างยิ่ง โดยหารู้ไม่ว่าแหวนสมบัติอันมีค่าสิ่งเดียวของยายวงนี้นี่แหละ ที่จะทำให้บัวคลี่ต้องพบกับชะตากรรมอย่างน่าสงสาร วันรุ่งขึ้น หนุ่ม บุญเมือง (สมบัติ เมทะนี) คนรักของบัวคลี่ ได้ชวน จู๊ด (ชุมพร เทพพิทักษ์) เพื่อนสนิทมาหาบัวคลี่แต่เช้าตรู่ ทั้งนี้ บุญเมือง บอกกับเพื่อนรักว่าเป็นเพราะเมื่อคืนฝันไม่ดี แต่จู๊ดไม่ยอมเชื่อ ลงความเห็นว่า ที่บุญเมืองฉุดเขามาจากเสื่อที่นอนในอากาศที่เย็นสบายอย่างนี้ เป็นเพราะบุญเมืองมีความรักคิดถึงบัวคลี่มากนั่นเอง เนื่องจากว่าบุญเมืองกับเขาไปธุระที่หมู่บ้านอื่นเสียหลายวัน ทั้งสองสหายผู้มีความรักกันอย่างเพื่อนตายได้มาถึงบ้านบัวคลี่ บุญเมืองแปลกใจที่เห็นบ้านเงียบเชียบผิดปรกติ ด้วยความคุ้นเคยจึงถือวิสาสะขึ้นบันไดบ้านไป เขาตรงไปที่ห้องนอนคนรักเเต่พบว่าไม่มีใครอยู่เลย ร้องเรียกก็ไม่มีใครขาน จึงก้าวปราดๆ มาที่ห้องนอนของยายคนรัก โดยมีจู๊ดตามมาติดๆ แล้วที่นี่เองบุญเมือง ก็พบภาพบัวคลี่นอนฟุบอยู่บนร่างของยายฉิม ด้วยเสียงเรียกอีกครั้ง บัวคลี่ได้ตื่นขึ้นมา ทันทีที่เห็นหน้าคนรัก หญิงสาวก็โผเข้าสู่อ้อมเเขนบุญเมือง พร้อมกับร่ำไห้บอกว่ายายตายเสียเเล้ว และกำชับไว้ก่อนสิ้นใจว่า ให้เก็บศพไว้อย่าได้เผาจี่ตามประเพณีเป็นอันขาด ทั้งไม่ให้ไปบอกกล่าวใครรู้ด้วย ซึ่งหล่อนจะต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการสนองพระคุณของยายที่ ได้อุ้มชูชุบเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย วันวิปโยคได้ผ่านพ้นไปจนถึงเย็นวันหนึ่ง บัวคลี่ได้มาจุดธูปเคารพศพยายฉิม ซึ่งเก็บไว้ในโรงนาข้างบ้านที่นี่เอง ฉัตร (แมน ธีระพล) หนุ่มนักเลงหัวไม้ของหมู่บ้านโขมงหัก ซึ่งติดเนื้อต้องใจในบัวคลี่มานานแล้ว ได้เข้ามาพบจึงรู้ว่า ยายของบัวคลี่ตายเสียแล้ว ฉัตรเห็นเป็นโอกาสเหมาะ บัวคลี่อยู่ลำพังคนเดียว จึงเข้าลวนลามปลุกปล้ำจะเอาบัวคลี่เป็นเมีย เคราะห์ดีบุญเมืองกับจู๊ดมาช่วยไว้ทันการ ด้วยความรักความสงสาร บุญเมืองบอกบัวคลี่ว่า เขาจะขอคุ้มครองปกป้องบัวคลี่ไปจนชั่วชีวิต บัวคลี่ก็ตกลงปลงใจ เพราะหญิงสาวก็รักบุญเมืองมิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน บุญเมืองกับบัวคลี่ ครองรักครองเรือนกันอย่างมีความสุข โดยมีจู๊ดย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันด้วย เเต่แล้ว เหตุการณ์ที่จะทำให้ชีวิตของบัวคลี่ ต้องพบ กับวิบากกรรมก็มาถึง ในคืนวันหนึ่งดึกสงัดแล้ว บัวคลี่ซึ่งนอนหลับอยู่ข้างบุญเมือง มีอาการเหมือนฝันร้าย พลิกกายกระสับกระส่ายไปมา และแล้วเหมือนปาฏิหาริย์ ที่หัวแหวนพลอยอันสุกใสวงนั้น ได้ปรากฏภาพหน้ายายฉิมเรียกร้องสะกดหลานสาวออกไปหากินเยี่ยงกระสือ " ไปซี่บัวคลี่...เอ็งต้องไป...ออกไปหากินเดี๋ยวนี้ " ด้วยอำนาจปีศาจยายฉิม บัวคลี่สาวสวยเมียรักของบุญเมือง ก็กลายเป็นกระสือออกจากร่างไปทางหน้าต่าง อ้า...บัวคลี่ผู้น่าสงสาร ขณะนี้หญิงสาวได้กลับกลายเป็นผีกระสือสาว โดยการสิงสู่ของปีศาจยายฉิมไปเสียเเล้ว ! ศีรษะของบัวคลี่ที่มีแต่ไส้ ได้ล่องลอยไปไกลทุกทีๆ ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านหลังหนึ่ง ที่นี่เมียของชาวนาหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วัน หม้อใส่รกยังคงวางอยู่ปลายกระดานไฟ เด็กอ่อนนอนอยู่ในกระโจม โดยมีชายผู้เป็นสามี นอนเฝ้าเมียอยู่หน้ากระดานไฟ กระสือบัวคลี่นัยน์ตาวาวอย่างหิวกระหาย เเละที่สนใจอย่างยิ่งก็คือรกเด็กในหม้อดินใบนั้น กระสือบัวคลี่ลอยเข้าไปในบ้าน ตรงรี่เข้าไปหมายจะกินรกในหม้อให้สาสมกับความหิวโหย แต่ทว่ายังไม่ทันไร หญิงเเม่ลูกอ่อนตื่นขึ้นมาพบเสียก่อน หล่อนหวีดร้องสุดเสียง ปลุกผัวให้ตื่นขึ้นมา พอเห็นภาพตรงหม้อรกเท่านั้น ชายผู้เป็นสามีก็ถลันเข้าคว้าหอกพุ่งเข้าใส่หมายศีรษะกระสือบัวคลี่ทันที ฉึกก์ก์ก์ ! แน่นอนเหลือเกิน ถ้าหากกระสือบัวคลี่ไม่ลอยหลบไปเสียก่อนแล้ว ชีวิตจะต้องจบสิ้นลงด้วยคมหอกเล่มนั้น ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/06/2516-master-dvd-rip.html 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406301304.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406314860.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406303101.html

4 เคล็ดลับใส่เสื้อลายสก็อตยังไงให้ดูดี
เคล็ดลับ /  แฟชั่นวัยรุ่นผู้ชาย

หนุ่มๆ สาวๆ เคยเจอปัญหากับการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่เป็นลายสก็อตหรือไม่? กลัวซื้อมาใส่แล้วจะทำให้เราดูเหมือนคนตัดอ้อย อะไรแบบนั้น แล้วเราจะทำยังไงดี อยากจะใส่ลายสก็อตใจจะขาด วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 4 เคล็ดลับใส่เสื้อลายสก็อตยังไงให้ดูดี มาฝากเพื่อนๆ กันคะ เผื่อหนุ่มสาวคนไหนอยากดูดี๊ดูดี ก็ลองนำเคล็ดลับนี้ไปใช้กันดูนะ ^^ 4 เคล็ดลับใส่เสื้อลายสก็อตยังไงให้ดูดี  1.หยุดเลยนะ ถ้าคิดจะใช้สีคู่ตรงข้าม หากใครอยากเป็นเด็กแนว แต่ไม่อยากตัดอ้อย เหมียวแนะนำเลยว่าควรหลีกเลี่ยงคู่สีที่ตัดกันแบบจี๊ดจ๊าด เพราะมันทำให้ลุคของคุณดูหลุดกรอบจากความเท่ที่จินตนาการไว้เลยล่ะ 2.ใส่เสื้อตัวโคร่งและติดกระดุม ระวังกลายเป็นผู้ใหญ่บ้าน กรณีนี้ถ้าผู้หญิงใส่อาจเหมือนสาวแก่นบ้านนอก ไม่มีปัญหา แต่ถ้าผู้ชายใส่น่ะหรอ ยิ่งตัวโคร่งๆนี่ยิ่งฮาเลย แถมถ้าติดกระดุมอีกรับรองผู้ใหญ่บ้านชัดๆ ดังนั้นหากใครมีเสื้อตัวโคร่งควรเลือกใช้เป็นเสื้อคลุม และไม่จดกระดุมมากกว่า 3.เลือกลายให้เหมาะตามขนาดพุง ใครผอมตัวเล็ก สามารถใส่เสื้อลายสก็อตที่มีตารางกว้างและใหญ่ได้ เพราะจะทำให้เราดูตัวใหญ่ขึ้น ส่วนใครที่อ้วนมีเนื้อเยอะ แนะนำให้ใส่ช่องตารางเล็กๆก็จะช่วยให้ดูผอมขึ้นได้ 4.รองเท้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จริงๆแล้วจะใส่รองเท้าผ้าใบ ส้นสูง หรือบูทก็ไม่มีปัญหา แต่หลักสำคัญคือต้องพยายามให้สีแมตช์กับเซ็ตที่คุณตั้งใจใส่ เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็จะกลายเป็นนางแบบ นายแบบ ที่ไม่ต้องตัดอ้อยอีกต่อไปแล้วล่ะเมี๊ยว ที่มา wearyouwant

อพยพแรงงานไทยกว่า4,000คนออกจากกาซา
กรุงเทลอาวีฟ /  ข่าววันนี้ / 

สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงเทลอาวีฟ ประสานถึงทางการอิสราเอล ให้ดูแลความปลอดภัย พร้อมอพยพแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบ กว่า 4,000 คน เว็บเพจของสถานทูตไทยในอิสราเอล ที่ใช้ชื่อว่า ทุกเรื่องเมืองยิว รายงานว่า แรงงานไทยที่เสียชีวิต ชื่อ นายนรากร กิตติยังกุล อายุ 36 ปี ชาว อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดของจรวดจากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศเมื่อวานนี้ (23 ก.ค. 2557) เวลาประมาณ 12.15 น. ตามเวลาในอิสราเอล หรือประมาณ 15.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งผู้เสียชีวิตทำงานอยู่ที่โมชาฟเนติฟฮาซาร่า เขตฮอฟ แอชเคล่อน ใกล้เขตกาซา โดยอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟ ประมาณ 70 กม. ทางสถานทูตได้ประสานกับตำรวจสากลและทางการอิสราเอลที่เกี่ยวข้อง ในการจัดการศพรวมทั้งขอให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานทูตแจ้งบริษัทนายจ้างเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ การเตรียมส่งศพกลับประเทศไทย และแจ้งให้ญาติทราบ กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล ระบุว่า ผู้เสียชีวิตและครอบครัวจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายจากรัฐบาลอิสราเอลอย่างเต็มที่ ตามกฎหมายประกันสังคมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังประสานเตรียมนำแรงงานไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังที่ที่มีความปลอดภัย ขณะนี้มีแรงงานไทยในอิสราเอลประมาณ 27,000 คน ซึ่งเป็นแรงงานต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุดในอิสราเอล ขณะที่ นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน มอบให้จัดหางานจังหวัดน่าน แจ้งข่าวกับญาติผู้เสียชีวิต และพร้อมประสานกับทางการอิสราเอล ส่งศพกลับมาประเทศไทย โดยญาติจะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ 40,000 บาท รวมถึงเงินค่าประกันชีวิตจากบริษัทประกันภัย ขณะเดียวกัน ให้กรมการจัดหางาน ขอความร่วมมือนายจ้างในอิสราเอลให้แรงงานหยุดทำงานชั่วคราว เพื่อไปพักในที่ปลอดภัย และขอให้สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล หารือทางการอิสราเอล เคลื่อนย้ายแรงงานที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงจากการสู้รบประมาณ 4,276 คน ออกมาโดยเร่งด่วน พร้อมทั้งได้ชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในเขตเสี่ยงภัยจากการสู้รบ ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงทั้งกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้รายงานความคืบหน้าให้ทราบทันที ข่าวที่เกี่ยวข้อง แรงงานไทยเสียชีวิต 1ราย หลังอิสราเอลถูกโจมตีทางอากาศ

แพท เอา แมท อยู่! ปลูกต้นรัก 11ปีหวานชื่น
แมท ภีรนีย์ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ปลูกต้นรักกันมาตั้งแต่สาวเจ้ายังเอ๊าะๆ เลยทีเดียว สำหรับ แมท ภีรนีย์ กับแฟนหนุ่มรุ่นพี่นอกวงการนามว่า แพท ที่คบหาดูใจกันมานานถึง 11 ปี แต่ความรักของทั้งคู่ก็ยังไม่หมดโปรโมชั่น แม้จะมีช่วงที่ห่างเหินแต่ทั้งคู่ก็จูนกลับมาหวานชื่นได้เหมือนเดิมต่อให้สาวแมทต้องทำงานร่วมกับผู้ชายหล่อๆ ระดับซุปžตาร์ในวงการหลายคน แฟนคลับเชียร์จิ้นคนนั้นคนนี้อยู่บ่อยๆ ก็ไม่สามารถทำให้สาวแมทหวั่นไหวได้ ทั้งนี้เพราะนางมีแฟนหนุ่มที่แสนดีคอยเอาอกเอาใจอยู่ไม่ห่าง ต่อให้นางงอแง ขี้งอน เอาแต่ใจ เหวี่ยง วีนบ้างตามประสาผู้หญิง หนุ่มแพทก็ไม่ถือสาเพราะความดีที่เสมอต้นเสมอปลายของ He ทำให้สาวแมทถึงกับติดแฟนงอมแงม หลังๆ จึงเปิดตัวมากขึ้น พูดถึงแฟนมากขึ้น แม้จะมีกระแสวิจารณ์ว่านางสวยระดับนางเอกแต่กลับมีแฟนหน้าตาบ้านๆ นางก็ไม่ยี่หระ ก็แหม...ความรักไม่ได้วัดกันที่หน้าตาซะหน่อย แค่หัวใจหล่อ จิตใจดี เอาใจเก่ง แค่นี้แมทก็ไปไหนไม่รอด แมท-แพท แมท-แพท แมท-แพท

ชาวบ้านอินเดียรุมประชาทัณฑ์ 3ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าข่มขืนเด็ก 7 ขวบ
ข่มขืน /  ฆ่าข่มขืน / 

ชายชาวอินเดีย 3 คน ถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์อาการสาหัส หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 7 ขวบ แล้วนำไปแขวนไว้กับต้นไม้ วานนี้ (24 ก.ค.) เอเอฟพีรายงานคดีช็อกในอินเดียเมื่อ ชาย 3 คนถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุข่มขืนด.ญ.วัย 7 ขวบ แล้วนำร่างเด็กไปแขวนไว้กับต้นไม้ คดีดังกล่าวเริ่มจาก ด.ญ.วัย 7 ขวบหายจากบ้านในเขตมิดนาปอร์ไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันพุธที่ 23 ก.ค. กระทั่งช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี มีผู้พบศพเด็กถูกแขวนไว้กับต้นไม้ ทำให้ชาวบ้านพากันสงสัยว่าเด็กอาจถูกข่มขืนแล้วนำศพมาแขวนไว้เหมือนคดีเด็กสาวอายุ 12 และ 14 ปีถูกกระทำมาก่อนในแคว้นอุตตรประเทศ เมื่อเดือนพ.ค. จึงโกรธแค้นมาก เมื่อตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 รายได้ ชาวบ้านจึงพากันรุมประชาทัณฑ์ จนผู้ต้องสงสัย1 ราย เสียชีวิต อีก 2 ราย ยังอาการสาหัสรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องรอผลการตรวจชันสูตรของแพทย์ก่อนว่าเด็กหญิงถูกข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่ MThai News ขอบคุณภาพจาก AFP PHOTO/STR

นศ.สาวร้องปวีณาถูกคนขับ2แถวพยายามข่มขืน
ข่มขืน /  ข่มขืนชลบุรี / 

นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าร้องมูลนิธิปวีณา หลังถูกคนขับรถ 2 แถวพยายามข่มขืน ขณะล่าสุด ศาลมีนบุรี ออกหมายจับแล้ว - ตร. คาด หนีกบดาน ตจว. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นำ น.ส.ก้อย (นามสมมติ) อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 และ พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้กำกับการ สน.ลำผักชี เพื่อขอให้เร่งติดตามคดีคนร้ายซึ่งเป็นคนขับรถสองแถว พยายามจะข่มขืน น.ส.ก้อย โดยผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้นั่งรถสองแถววิ่งระหว่างหัวตะเข้-ฮอนด้า แขวงลำปลาทิว เมื่อรถวิ่งก่อนจะถึงซอยฮอนด้า เหลือตนเพียงคนเดียว รถสองแถวก็ขับออกนอกเส้นทางและขับด้วยความเร็ว ตนจึงกระโดดลงจากรถ ช่วงสะพานลำปลาเน่า แต่คนขับก็จอดและบังคับให้ตนขึ้นหน้ารถ จึงเกิดการยื้อยุดต่อสู้กัน ระหว่างนั้น มีพลเมืองดีขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงให้การช่วยเหลือ จากนั้นจึงได้บอกผู้ปกครองให้พาเข้าแจ้งความ สน.ลำผักชี และร้องมูลนิธิปวีณาเพื่อให้การช่วยเหลือ ขณะที่ พ.ต.อ.ศราวุธ กล่าวว่า ภายหลังได้รับแจ้งความจึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับ นายศตวรรษ แก้วสุขโข อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว ในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังและกระทำอนาจาร ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่า นายศตวรรษ เคยมีประวัติเสพยาบ้า และถูกจับกุมในพื้นที่ สน.ฉลองกรุง เมื่อปี 2554 และขณะนี้ ตำรวจเชื่อว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างจังหวัดแล้ว ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

'สมยศ'สั่งตามจับตัวพ.อ.อภิวันท์ หลังศาลออกหมายจับ
คดีหมิ่นเบื้องสูง /  คสช. / 

รอง ผบ.ตร. สั่งการชุดสืบสวน ควานหาตัว พ.อ.อภิวันท์ หลังศาลออกหมายจับ คดีหมิ่นเบื้องสูงแล้ว พล.ต.อ.สม ยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม ว่า ล่าสุด ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบัน ตามประมวลอาญามาตรา 112 กรณีขึ้นปราศรัยเวที นปช.กล่าวพาดพิงสถาบันฯ ในท้องที่ สน.ชนะสงคราม อย่างไรก็ตาม หลังศาลออกหมายจับแล้วหลังจากนี้ ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามตัว พ.อ.อภิวันท์ มาดำเนินคดีโดยเร็วซึ่งเป็นกระบวนตามปกติที่ตำรวจจะต้องทำอยู่แล้ว โดยเฉพาะคดีหมิ่นสถาบันฯ ที่เราให้ความสำคัญ ทั้งนี้คิดว่า พ.อ.อภิวันท์ คงทราบอยู่แล้วว่า ศาลได้ออกหมายจับ ซึ่งหากไม่เข้ามอบตัว ตำรวจก็ต้องติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ผายลม บ่อย เป็นเพราะใช้หลอดดูดเครื่องดื่ม สาวๆรู้ตัวกันหรือไม่
น่าอาย /  ผายลม / 

อาการ ผายลม เรื่องแบบนี้ถ้าธรรมชาติเรียกร้องก็อย่าฝืนจะดีกว่า (แต่ถ้าจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ก็ต้องทำให้เนียนที่สุด) การผายลมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นก๊าซที่ผลิตขึ้นโดยแบคทีเรียในลำไส้ ในวันหนึ่งคุณสามารถตดได้ถึง 1.5 ลิตรทีเดียว! แต่คนเราจะผายลมมากน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น • การกลืนน้ำลาย การใช้หลอดดูดเครื่องดื่ม การเคี้ยวรับประทานอาหาร • ชนิดของอาหารที่รับประทาน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะไม่ถูกกับอาหารชนิดใด ทำให้เกิดภาวะย่อยยาก เช่น ถั่ว นมวัว น้ำอัดลม หัวหอมใหญ่ บล็อคโคลี่ กะหล่ำปลี ส้มโอ ลูกพรุน เนื้อสัตว์บางชนิด ซึ่งร่างกายอาจย่อยได้ไม่ดี ทำให้เกิดอาการท้องอืด เรอและผายลม • มีอาการผิดปกติในระบบย่อยอาหารอยู่ก่อน เช่น โรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน โรคลำไส้แปรปรวน หรือแม้แต่ความเครียด หรือเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ก็ทำให้เกิดแก๊สในลำไส้มากได้เช่นกัน ถ้าไม่อยากให้ตัวเองผายลมและเรอมากไป ก็ต้องสังเกตและหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ถูกกับร่างกาย งดดื่มน้ำอัดลมที่มีแก๊สมาก เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน หลังรับประทานอาหารพยายามเดินย่อยก่อนสัก 5-10 นาที แต่ถ้ารู้สึกว่ามีอาการท้องอืด จุกแน่น เรอหรือผายลมมากผิดปกติ เป็นติดต่อกันนานๆ ขอแนะนำให้พบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ความลับถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลก็จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องน่าอายส่งผลต่อสุขภาพและบุคลิกแบบนี้ คุณควรจะแบ่งปันความทุกข์ในใจให้สมาชิกในครอบครัว หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อชี้ทางออกให้นะคะ ขอขอบคุณ นิตยสาร Health Today

มือบึ้มกลับใจนำจนท.ชี้จุดซุกระเบิดย่านนนท์
ซุกระเบิด /  ผู้ต้องหากลับใจ / 

ผู้ต้องหามือระเบิดกลับใจ นำเจ้าหน้าที่ชี้จุดซุกระเบิดในย่านเมืองนนทบุรี พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รอง ผบช.ภ.1.รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รรท.ผบช.ภ.1, พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อม พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผอ.ส่วนกฎหมาย กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัว นายอภิชาติ หรือ อัคคี พวงเพ็ชร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ในข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อนุญาต ไว้ในครอบครอง โดยฝ่าฝืนกฎหมาย และฝ่าฝืนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.” มาชี้จุดที่ผู้ต้องหาสารภาพว่าได้นำระเบิด RGD 5 มาซุกซ่อนไว้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 57 ที่ผ่านมา ล่าสุด นายอภิชาติ ผู้ต้องหาได้มีความสำนึกผิดกลับใจเผยสถานที่ที่นำระเบิดชนิดขว้าง RGD 5 จำนวน 2 ลูกที่ซุกซ่อนไว้ในย่าน จ.นนทบุรี จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาเดินทางมากลางดึกบริเวณซอยครัวมะรุม หรือซอย 13 เมษา หมู่ 3 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ด้านถนนสนามบินน้ำ พร้อมทั้งประสานชุดเก็บกู้ EOD ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังจากผู้ต้องหาได้ชี้จุดที่ทำการซุกซ่อนไว้ เจ้าหน้าที่ EOD จึงได้เข้าทำการตรวจสอบ ปรากฏว่าพบลูกระเบิด RGD 5 สภาพใหม่ จำนวน 2 ลูก ใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีแดง ซึ่งถูกซุกไว้ภายในโพรงหญ้าที่มีกิ่งไม้แห้งปกคลุม ทางเจ้าหน้าที่ EOD จึงได้ทำการเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัย จากนั้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายอภิชาติ ขึ้นรถกลับไปทันที