สีผม

จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าถึงไทย เตรียมเข้าพบ “บิ๊กตู่”
จานนี่ อินฟานติโน่ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ประธานฟีฟ่าคนใหม่เดินทางถึงประเทศไทยเรียบร้อยเเล้ว โดยเตรียมเข้าพบ "บิ๊กตู่" ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้องรับ มร.จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยมี "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.ต.ท พิสัณห์ จุดิลก เลขาธิการสมาคม ร่วมให้การต้อนรับ "บิ๊กอ๊อด" กล่าวว่า "การมาครั้งนี้ของอินฟานติโน่ เป็นไปตามคำเชิญของผมเมื่อวันเลือกตั้งประธานฟีฟ่า ซึ่งไทยถือเป็น 1ใน 3 ประเทศเท่านั้นที่เค้าจะไปเยี่ยมเยียน ซึ่งก่อนหน้านี้ อินฟานติโน่ และคณะได้เดินทางไปตรวจสนามฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศ การ์ตา และเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะเดินทางมาไทย ซึ่งการมาครั้งนี้เราจะได้พูดคุยถึงการพัฒนาฟุตบอลไทยในทุกๆด้านที่ยังต้องการการสนับสนุนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ" ทั้งนี้ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เตรียมพา จานนี่ อินฟานติโน่ เข้าพบ "บิ๊กตู่" ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 14.00 น ต่อไปก่อนจะมีกำหนดเดินทางกลับ ในวันที่ 29 เมษายนนี้

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนพฤษภาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวงความรัก /  ดวงเนื้อคู่ / 

ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนพฤษภาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ความรักเจ้าเสน่ห์ ใครพบเห็นก็ชอบความน่ารัก และไหวพริบที่ดีของคุณ แนะนำถ้าโสดก็หว่านเสน่ห์ได้เต็มที่ แต่ถ้ามีแฟนแล้วระวังปัญหาเรื่องหึงหวงนะจ๊ะ ดวงความรักช่วงกลางดเือนไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ไม่เคยรู้ใจเอาเสียเลย คนโสดแรงกว่า ได้เจอคนที่รู้ใจจากการเดินทางไกล ความสัมพันธ์รุดหน้าไปมาก ปลายเดือนความรักมีการเลี้ยงฉลอง ได้รับข่าวดีจากคนใกล้ชิด คู่ที่ดูใจกันอยู่ จะได้ลงเอยกันเสียที คนโสดมีพ่อสื่อแม่ชักคอยแนะนำ คงได้สละโสดเร็วๆ นี้ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ดวงความรักหงอยเหงาเป็นพักๆ แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็กลับมาสวีทกันเหมือนเดิม คนโสดทำตัวน่ารักสดใสเข้าไว้ เข้าตาเพศตรงข้ามแน่นอน กลางเดือนโลกเป็นสีชมพู มีรักกุ๊กกิ๊กตลอด คนโสดแทบไม่ว่างเลย ช่วงนี้เสน่ห์แรง ใครพบเห็นก็ชื่นชมชื่นชอบ  แอบรักแอบชอบใครอยู่ ให้บอกความในใจได้เลย ถ้ามีคนรักแล้ว ควรวางแผนเที่ยวพักผ่อน ความรักก้าวหน้า มีข่าวดีเรื่องบุตร ปลายเดือนความรักจมอยู่กับอดีต ลองมองคนใหม่ๆ บ้าง เปิดโอกาสให้กับตัวเอง ถ่านไฟเก่าจะกลับมาลุกโชน ส่วนคนมีแฟนแล้วคิดหนัก เพราะมีเด็กมายั่วให้น้ำลายไหล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ถ้ามีคนรักแล้ว ให้รักษาน้ำใจกันบ้าง คำพูดที่เกิดจากอารมณ์จะทำให้แตกหักกันได้ แต่เดี๋ยวก็จะได้กุ๊กกิ๊กกัน คนโสดมีแววจะได้เจอเนื้อคู่ ดวงความรักช่วงกลางเดือนยังสับสน คนที่เข้ามาไม่แน่ใจว่าเป็นรักแท้ หรือแค่รักหลง แก้ปัญหาของคนอื่นได้ตลอด แต่พอถึงเรื่องของตัวเองจนมุมทุกที ปลายเดือนถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยหวือหวา ร้อนแรง แต่เป็นรักที่มั่นคงยืนยาว คบใครให้ศึกษากันนานๆ แล้วคุณจะพบรักแท้ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ความรักงอนกันไปมา ถ้าไม่ยอมลดทิฐิลงมาบ้าง เรื่องก็คงไม่จบ คนโสดหาคนถูกใจยังไม่เจอ แต่ถ้าทีเล่นทีจริงมีเต็มไปหมด กลางเดือนมัวแต่รักพี่เสียดายน้อง ถ้ามีคนรักแล้วหวานน้อย ทะเลาะเยอะ แต่ก็จบด้วยความเข้าใจ ปลายเดือนลองเปลี่ยนแปลงตัวเองสักหน่อย จะรู้ว่าคุณเองก็เสน่ห์แรงไม่แพ้ใครเหมือนกัน ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ความรักไม่มีใครยอมใคร บู๊เข้าหากัน ก็เลือดตกยางออกทั้งคู่ สู้ทำดี เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้รักหวานชื่นจะดีกว่า ส่วนคนโสดมีแผนการร้าย ไปแอบชอบคนมีเจ้าของ กลางเดือนมีความสุขสุดๆ กลายเป็นคู่หวานแห่งปี ส่วนคนโสดไม่น้อยหน้า ได้เจอคนถูกใจ มีประสบการณ์แปลกใหม่ให้ตื่นเต้น สิ้นเดือนความรักแง่งอนกันพอหอมปากหอมคอ แต่สุดท้ายคนรักของคุณก็ต้องเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อ ช่วยเหลือปัญหาของคุณจนได้ คนโสดต้องหาเพื่อนช่วยแก้เหงาไปก่อน เล็งใครไว้ส่วนใหญ่มีคู่แล้วทั้งนั้น ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ความรักต่างคนต่างมีดี เลยไม่ค่อยง้อกัน ช่วงนี้ห่างๆ ขาดความเข้าใจ ถูกยุแยงง่าย ยังไงมีเหตุผลหน่อยก็ดี จะได้ไม่พลาด ส่วนคนโสด รักใครชอบใครต้องกล้า ต้องตื้อ ถึงจะได้ครอบครองใจ กลางเดือนมีปากเสียงกันบ่อย ดื้อกันทั้งคู่ ส่วนคนโสดช่วงนี้เสน่ห์แรง มีรักเข้ามาให้เลือก แต่ก็ยังลังเล รักพี่เสียดายน้อง หาข้อสรุปไม่ได้ ปลายเดือนความรักถ้าอยู่ไกลกัน จะมีโอกาสได้เจอกัน คุยกันให้หายคิดถึง โรแมนติกทีเดียว ส่วนคนโสดมักไปเจอกับคนที่ผิดหวัง ปลอบไปปลอบมา เลยกลายเป็นความรักอีกครั้ง ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ความรักคนโสดคงได้สมใจ ช่วงนี้ดวงดี ไปไหนมาไหน ก็มีแต่คนเข้ามาทักทาย มาขอความรัก ส่วนถ้ามีคู่แล้ว ต้องเปลี่ยนบรรยากาศ พากันไปเที่ยวบ้างรักจะได้ยืนยาว กลางเดือนถ้ามีความรักแล้วช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้กันเลย เอาใจใส่เขาบ้าง ความรักจะได้สดชื่น ปลายเดือนความรักมาแบบแปลกใหม่ มีประสบการณ์น่าประทับใจ คนโสดได้สะดุดรัก ถ้ามีคนรักแล้วดูท่าจะมีคนทำให้เขว ทำใจให้มั่นคงหน่อยเดี๋ยวเป็นเรื่อง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ความรักช่วงต้นก็แง่งอนกันตามระเบียบ แต่พอช่วงกลางเริ่มแผ่ว รักกันหวานชื่นดูดดื่ม แถมมีลมพัดหวน ความรักเก่าจะกลับมา คนโสดได้เพื่อนรู้ใจช่วยแนะนำคนดีๆ ให้ กลางเดือนเสน่ห์แรงสุดๆ ใครพบเห็นก็ห้ามไม่อยู่ ต้องเข้ามาทักทาย ยิ้มให้ ทำให้อารมณ์ดีได้ตลอด แต่ถ้ามีคนรักแล้วระวังตัวหน่อย จะเป็นเหตุให้มีปากเสียงกันได้ ปลายเดือนชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ คนรักหลงคุณสุดๆ อยากได้อะไรเป็นต้องหามาให้ ส่วนคนโสดอารมณ์ดีได้เลย ช่วงนี้สวยหล่อเลือกได้ มีคนมารุมจีบ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ความรักอบอุ่น กำลังหวานชื่น คนโสดได้ลงคานเสียที ช่วงนี้เสน่ห์แรง มีคนมาสารภาพรัก ถ้ามีคนรักแล้วหวานฉ่ำ แต่ปลายๆ มีขัดแย้งกันบ้าง ระวังคำพูดหน่อย กลางเดือนใครที่ยังโสด จะได้คู่ชู้ชื่น มีเรื่องราวน่าประทับใจ ส่วนถ้ามีคู่แล้ว จะขี้หึง ขี้หวงเป็นพิเศษ อารมณ์ขึ้นลง แต่สักพักก็หวานกันเหมือนเดิม ปลายเดือนคนมีคู่จะมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลาง ทำให้มีปัญหากันบ่อย ส่วนคนโสดความรักค่อยๆ เริ่มจากความเป็นเพื่อน ดูใจกันไปก่อน ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ความรักเกิดอาการสับสน รักคนนั้นเสียดายคนนี้ คงถึงเวลาต้องเลือก ส่วนคนโสดได้ปิ๊งรักจากการเดินทาง หรือคนต่างที่ต่างถิ่น กลางเดือนดวงความรักถึงพริกถึงขิง ตีกันทุกวัน ไม่ทะเลาะกันเพราะไม่เข้าใจกันเอง ก็มีปากเสียงเพราะมือที่สาม ให้ใจเย็นๆ มีดวงแตกหัก ส่วนคนโสดได้พบรักโดยบังเอิญ ปลายเดือนความรักมึนตึงตลอด ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เผลอๆ อาจมีมือที่สามเข้ามาแทรก พยายามหาเวลาเคลียร์กันดู จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด คนโสดเป็นได้แค่กิ๊ก เจอคนถูกใจทั้งที ก็ดันไปเจอคนมีเจ้าของ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ความรักท่าจะแย่ มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวพัน ช่วงนี้ต้องเอาอกเอาใจแฟนให้ดี จะได้ไม่เผลอไผลไปกับสิ่งยั่งยุ ส่วนคนโสดพอมีเรื่องเด็ดๆ เข้ามาบ้าง แต่ก็ต้องระวังตัว มักเจอต่คนเจ้าชู้ กลางเดือนต้องเรียนรู้กันให้มาก ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ช่วงนี้ดวงขัดแย้งสูงมาก ส่วนคนโสดคงได้แต่แอบมอง ความสัมพันธ์ยังไม่ก้าวหน้า ปลายเดือนมาตกม้าตายตอนจบ ให้คำแนะนำคนอื่นสวยหรู พอถึงคราวตัวเองก็ไปเคยไปรอด คนโสดเริ่มมีคนเข้ามาพัวพัน แต่ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ทุกอย่างเลยดูคลุมเครือ ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ความรักเริ่มมีปากเสียงกันรุนแรงขึ้น ถ้าไม่ออมคำพูดบ้าง อาจมีแตกหัก เลิกรากันได้ ส่วนคนโสดปิ๊งทีไร เป็นต้องไปเจอคนมีเจ้าของประจำ กลางเดือนถ้ารักใครชอบใครต้องแสดงออก ไม่อย่างนั้นจะโดนแย่งเอาได้ ส่วนถ้ามีแฟนเป็นตัวเป็นตน จะมีข่าวดี ความสัมพันธ์ก้าวหน้า ได้ขอแต่งงาน ปลายเดือนกลุ้มใจเรื่องรัก พอไม่มีก็เหงา พอมีก็เข้ามาให้เลือกหลายคน และแถมมีแววว่าจะต้องมานั่งเสียใจที่เลือกคนผิด รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ยังมึนไม่หาย!! โอบาฯ รับ หงส์ มีพลังงานบางอย่าง มั่นใจJKพาทีมซิวแชมป์ ยูโรป้า
ดอร์ทมุนด์ /  ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง / 

ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ดาวยิงตัวเก่งของ ดอร์ทมุนด์ ออกมายอมรับว่า ยังคงผิดหวังจากความพ่ายแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล ในเกม ยูโรป้า ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา พร้อมกับยกให้ "หงส์แดง" เป็นสโมสรที่มีความพิเศษ และอดีตบอสเก่าอย่าง เจอร์เกน คล็อปป์ เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่พาทีมเข้ารอบรองชนะเลิศ แถมยังมั่นใจว่าทีมของ JK จะไปได้ไกลถึงแชมป์แน่นอน หัวหอกวัย 26 กะรัต เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า "ช่วงที่เราขึ้นนำ 3-1 ผมไม่คิดว่าทุกคนจะวางใจได้ แต่เราลงไปเน้นตั้งรับกันในแดนตัวเองเยอะไปหน่อย เพราะก่อนหน้าที่เราไล่เพรสซิ่ง ซึ่งมันได้ผลดีมากๆ" "ลิเวอร์พูล มีบางสิ่งที่สุดพิเศษ และผมคิดว่า เจอร์เกน คล็อปป์ เป็นคนนำพลังงานเหล่านั้นมาให้นักเตะในทีม พวกเขาสามารถชนะได้ทุกเวลา แม้ว่าจะโดนยิงไปเท่าไหร่ก็พลิกกลับมาได้เสมอ พวกเขามีบางอย่างที่วิเศษจริงๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์ ยูโรป้า ได้แน่นอน"

ใหม่ คอนเฟิร์ม!! ได้ไปเมืองคานส์ โปรดอย่ามองตามรอยใคร!!
ใหม่ ดาวิกา /  ชมพู่ อารยา / 

หลังมีกระแสข่าวลือออกมาว่านางเอกสาว ใหม่ ดาวิกา จะได้ไปร่วมเฉิดฉายบนพรมแดงเทศกาลหนัง เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ตามรอยรุ่นพี่ซุปตาร์อย่าง ชมพู่ อารยา ล่าสุดมีโอกาสเจอ สาวใหม่ ในงาน Magnum Taste The Classic เจ้าตัวขอคอนเฟิร์ม!! ว่าได้ไปเมืองคานส์กระทบไหล่ซุปตาร์ฮอลลีวู้ดแน่นอน แต่ไปในนามแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแม็กนั่มไทยแลนด์ ซึ่งเป็นคนละงาน ไม่ใช่งานเทศกาลหนังเหมือนกับ สาวชม แต่จะมีโอกาสเดินพรมแดงเดียวกันหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทางผู้จัดงาน โดยส่วนตัวจะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด "จะได้ไปเมืองคานส์ก็รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ เป็นเกียรติมากๆ ค่ะ ก็ต้องเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้า หน้าผม ต้องดูว่าจะไปเจอใครบ้างที่นู่น แต่ที่หลักๆ เลยก็คือต้องเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแม็กนั่มไทยแลนด์ด้วย ยังไงใหม่ก็ต้องขอกำลังใจด้วยนะคะ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ เรื่องนี้เพิ่งจะสรุปค่ะ ใหม่เองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ก็ตื่นเต้น ตอนแรกก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าจะเป็นเรา มันเป็นโอกาสของเราที่เกินความฝันเหมือนกัน" "เรื่องจะได้เดินพรมแดงมั้ย คือครั้งนี้ใหม่ไปในงานโกลเบิ้ลอีเว้นท์ของแม็กนั่มค่ะ อันนี้แน่นอนจริงๆ คือเค้าจัดงานที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสมา 4 ปีแล้ว และทุกปีก็จะมีพรีเซ็นเตอร์ของประเทศต่างๆ ไป ปีนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่แม็กนั่มไทยแลนด์ส่งตัวแทนของประเทศไทยไปค่ะ ใหม่ไม่ได้ไปในเทศกาลหนังนะคะ คนละงาน แต่ก็ถือเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆ หวังที่จะเดินพรมแดงเทศกาลหนังมั้ยเหรอ คือแค่ได้ไปร่วมงานโกลเบิ้ลอีเว้นท์ก็ถือว่าเกินฝันแล้วค่ะ ที่ผู้บริหารบอกว่าอาจมีลุ้นได้เดินพรมแดง คือตอนนี้เราคุยกันแค่ตรงนี้เลยค่ะ ยังไม่ได้บอกว่าต้องเดินนะ ถ้าเค้าบอกให้เดินก็เดิน ถ้าไม่ให้ก็ไม่ได้เดิน" "เรื่องของการเปรียบเทียบกับพี่ชมพู่ มันก็คงเป็นเรื่องปกติของวงการบันเทิง พอไปตรงนั้นเราต่างคนต่างมีหน้าที่ ความรับผิดชอบต่างกัน ที่คนเข้าใจผิดว่าเป็นงานเดียวกันแล้วมีการแบ่งทีม ก็อย่าแบ่งทีมกันเลยค่ะ ส่วนตัวพยายามไม่กดดัน แต่ตื่นเต้นค่ะ ก็จะทำให้ดีที่สุด จะเอาอยู่มั้ยต้องลุ้นค่ะ ครั้งแรกเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ต้องขอกำลังใจด้วยค่ะ โอกาสปรึกษาพี่ชมยังเลยค่ะ ตอนนี้ใหม่ปรึกษาแต่ทางแม็กนั่มเลย เพราะเค้าจัดมา 4 ปีแล้ว" "ส่วนที่คนมองว่าเดินตามรอยพี่ชม อย่าเรียกว่าตามรอยใครเลยดีกว่าค่ะ ใหม่คิดว่าทุกคนมีเส้นทางในการเดินของตัวเอง อย่ามองเป็นการแข่งขันเลย ถ้าต้องเจอพี่ชมจะต้องเตรียมใจทำไมล่ะคะ เจอกันก็ต้องเป็นสิ่งที่ดีค่ะ" ใหม่ กล่าว ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา

ณัฐ ศักดาทร ลุยญี่ปุ่น สื่อความอ้างว้างผ่านเอ็มวี ความหมายที่หายไป
ความหมายที่หายไป /  ณัฐ ศักดาทร

ณัฐ ศักดาทร ลุยญี่ปุ่น สุดคุ้ม เหนื่อยโหด! หนาวสุดขั้ว!! ถ่ายมิวสิควิดีโอ ความหมายที่หายไป ที่แดนปลาดิบ ศิลปินนักร้องครบเครื่อง ณัฐ ศักดาทร ลุยญี่ปุ่นถ่ายทำเอ็มวีเพลง ความหมายที่หายไป เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง FATHERS ที่ณัฐได้แรงบันดาลใจในการแต่งเนื้อร้องทำนองตอนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว ณัฐ เล่าว่า "ภาพยนตร์เรื่อง FATHERS เป็นภาพยนตร์ที่ผมร่วมแสดงกับ พี่อั๊ต อัษฏา และพี่นก สินจัย และได้มีโอกาสแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย โจทย์เพลงผมตีความจากตัวละครในหนัง เพลงนี้แทนความรู้สึกของตัวละครแทบทุกตัวในเรื่อง FATHERS ที่เมื่อวันหนึ่งความรักของทุกคนหายไป ชีวิตและโลกของทุกคนก็เปลี่ยนไปด้วย" "เพลง ความหมายที่หายไป เกิดขึ้นตอนที่ผมไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว แล้วมันมีโมเม้นท์นึงที่ครอบครัวผมกลับก่อนผมอยู่เที่ยวต่อ มีวันหนึ่งผมได้อยู่กับตัวเองทั้งวัน เป็นวันที่ผมเดินไปรอบเมืองเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ไม่ขึ้นรถ แล้วอยู่ดีๆ ก็เกิดความรู้สึกเหงา เคว้งคว้าง คิดถึงทุกคนในครอบครัวเรารู้สึกว่าพอคนที่เรารักหายไปหมด ความสุขที่อยู่ตรงหน้าและสิ่งที่มีความหมายมันก็หายไปด้วย" ความหมายที่หายไป (ost. FATHERS) - NAT SAKDATORN【MV single version】 youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL "ในส่วนของเอ็มวีก็ไปถ่ายทำกันที่ญี่ปุ่นครับ เราอยากได้ภาพที่เล่าถึงความรู้สึกที่อยู่ข้างใน สะท้อนความอ้างว้างท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน จนไปถึงบรรยากาศของหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่ว สะท้อนความเหงาอ้างว้างให้เห็น ซึ่งก็สมใจครับได้ภาพสวยงาม เหงา อ้างว้างตามที่ต้องการ เป็นการถ่ายทำที่สนุกและท้าทายมาก เจออากาศทุกรูปแบบ เพราะเรานั่งรถไฟไปหลายเมือง ทั้งโตเกียว, ยูซาว่า, นิงาตะ, อุระสะ เจอทั้งแดด ทั้งฝน ทั้งลม และหิมะ แต่ละวันไม่ซ้ำกันเลย บางวันอากาศแค่ 1-3 องศา วันสุดท้ายนี้สนุกมากครับ คือเรานั่งรถไฟกำลังจะกลับไปถ่ายทำต่อที่โตเกียว แต่ระหว่างทางผ่านเมืองอุระสะ ทุกคนมองออกไปเห็นทุ่งนาที่ปกคลุมด้วยหิมะ แล้วรู้สึกเหมือนกันว่ามันคือซีนที่เราอยากได้เลย มันเข้ากับเพลงมาก เลยตัดสินใจนั่งรถไปย้อนกลับไปถ่ายทำที่นั้นแทน แล้วก็ได้ภาพที่สวยมากจริงๆ รอดูกันนะครับ" ดาวน์โหลดเพลง ความหมายที่หายไป (OST. FATHERS) ของ ณัฐ ศักดาทร กันได้ที่ *123 ตามด้วยรหัส 1010 แล้วกดโทรออก และติดตามข่าวสารของณัฐได้ที่ Face book, Instagram, Twitter: MUSICCREAM มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ซาโก้ Effect!! คล็อปป์ งัดแผนเด็ดเตรียมดึง ซูโบติช คุมหลังบ้านหงส์
ดอร์ทมุนด์ /  มามาดู ซาโก้ / 

Revier Sport สื่อท้องถิ่นของ เยอรมัน ประโคมข่าว เจอร์เกน คล็อปป์ บอสใหญ่ขวัญใจแฟนบอล "หงส์แดง" เตรียมแผนดึงตัว เนเวน ซูโบติช ปราการหลังศิษย์เก่าจากสโมสร ดอร์ทมุนด์ มาเฝ้าหลังบ้านให้กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ แนวรับดีกรีทีมชาติ เซอร์เบีย วัย 27 ปี มีข่าวมาตลอดว่าเตรียมขนข้าวของออกจากถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค หลังจบฤดูกาลนี้ สาเหตุหลักเป็นเพราะได้รับโอกาสลงสนามค่อนข้างน้อยในยุคการทำทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล โดยก่อนหน้านี้ได้รับความสนใจจาก ฮัมบูร์ก แต่ดูท่าว่าระยะหลัง "สิงห์หนุ่ม" จะเริ่มลดความสนใจลงไป ทำให้เป็นโอกาสดีของ "หงส์แดง" ที่เตรียมเสีย มามาดู ซาโก้ ไปกับการโดนแบนเพราะใช้สารกระตุ้นผิดกฎของ ยูฟ่า พร้อมกับหันไปคว้าตัว ซูโบติช กลับมาเป็นลูกศิษย์ คล็อปป์ อีกครั้งในสีเสื้อแดงเพลิงของ ลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาลนี้ ทั้งนี้ ซีซั่นปัจจุบัน(2015/16) เนเวน ซูโบติช ทำสถิติลงสนามรับใช้ "เสือเหลือง" ไปทั้งหมดทุกรายการเพียง 11 นัดเท่านั้น ต้องมาตามลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วกองหลังชาว เซิร์บ รายนี้จะตัดสินใจเดินทางมาเป็นลูกศิษย์ เจอร์เกน คล็อปป์ รอบสองหรือไม่

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทอย ปฐมพงศ์ หรือ แตงโม เพื่อนรักเพื่อนร้าย
Club friday /  คณะนิเทศศาสตร์ / 

กำลังลุ้นกันสุดตัวสำหรับ CLUB FRIDAY TO BE CONTINUED ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย ทางช่อง GMM25 ว่าแต่สาวๆ คงมีแอบหลงรักตัวละครใหม่ที่แสดงโดยหนุ่มทอย-ปฐมพงศ์ เรือนใจดี กับบท แตงโม หนุ่มวัย 19 เรียนปี 3 คณะนิเทศฯ น้องชายของ เชอร์รี่ (รับบทโดย สายป่าน) กันบ้างล่ะ งั้นตามมาดูช่วงเวลาเรียนของหนุ่มคนนี้กันบ้างดีกว่า ว่าหนุ่มหน้าใสแบบนี้เขาเรียนคณะอะไรกันน้า หนุ่มหน้าใส ทอย ปฐมพงศ์ กับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย จุดเริ่มต้นมาเป็นนักศึกษาเอกภาพยนตร์ ผมซิ่วมาจากที่อื่นก่อน ก่อนหน้านั้นเรียนนิเทศฯ ด้านวิทยุโทรทัศน์ที่ม.เนชั่น แต่พอลองเรียนไปแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่แนวทางของเรา ตอนแรกก็กลัวหนุ่มหน้าใส ทอย ปฐมพงศ์ กับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยคำว่าซิ่วนะ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจย้ายมาเรียนทางสาขาวิชาการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แทน แล้วที่เลือกที่ม.รังสิต เพราะคิดว่าคณะนี้กำลังบูมแล้วก็มีอุปกรณ์ครบครันอยู่แล้ว ตอนมาปีแรกก็ค่อนข้างต้องปรับตัว เพราะจากที่ซิ่วมาแล้วยังไม่ชินกับสังคมที่ใหญ่มากๆ แต่ตอนนี้ขึ้นปี 2 ก็เริ่มโอเคขึ้นแล้วครับ ความสนุกสนานในสไตล์เด็กนิเทศฯ ผมชอบเรียนปฎิบัติ เพราะรู้สึกว่าเวลาเรียนทฤษฎีมากๆ บางครั้งมันก็ไม่ค่อยรับนะ ตอนนี้ก็เริ่มเรียนการผลิตหนังสั้นและเอ็มวีจากศูนย์เลย จากตอนแรกที่เคยเรียนแค่กล้องธรรมดา แต่ตอนนี้ต้องมีการดูมุมกล้อง ดูการจัดแสง ปรับค่าต่างๆ บรรยากาศในคลาสก็สนุกสนาน พวกผมผู้ชายก็จะมีแซวๆ อาจารย์ขำๆ บ้าง เพราะอาจารย์ทุกคนสไตล์วัยรุ่นกันหมด ปรับตัวแบ่งเวลา “เรียน” และ “บันเทิง” ให้ลงตัว ผมเข้าวงการตั้งแต่ตอนปี 1 เทอม 2 พอดีตอนนั้นได้เป็นเดือนของคณะด้วย เขาก็เอารูปมาจากโซเชียล แล้วก็เลยได้มีโอกาสออดิชั่น อย่างตอนนี้มีผลงานเรื่องล่าสุดเป็น CLUB FRIDAY TO BE CONTINUED ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย ก็ต้องแบ่งเวลาว่าเราจะเรียนวันจันทร์ถึงพุธนะ แล้วถ่ายวันพฤหัสถึงอาทิตย์ แรกๆ ก็ปรับตัวยาก แบ่งเวลาไม่ถูกเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็เริ่มลงตัวขึ้น พยายามไม่ให้เวลาเรียนกับงานมันชนกัน งานนี่แหละทำให้ได้ฝึกปฎิบัติจริงๆ วิชาปฎิบัติส่วนใหญ่ก็ได้เอามาใช้ในการทำงาน อย่างที่ได้เคยเรียนเบื้องหลังหรือการแสดงมา เวลาถ่ายละครก็มีบ้างที่เสนอทีมงานว่ามุมนี้ดีมั้ย เราก็จะรู้ทั้งบล็อกกิ้ง มุมกล้อง การจัดแสง ส่วนวิชาทฤษฎีในห้องเรียน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยตั้งใจเรียนมากเท่าไหร่ 55 เป็นเด็กหลังห้องนะ แต่พอถึงเวลาใกล้สอบก็มีนัดเพื่อนๆ ในกลุ่มไปติวกัน เซอร์สุดๆ ไม่หลุดความเป็นเด็กฟิล์ม สาวๆ นิเทศฯ นี่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแล้วครับ ส่วนผู้ชายจะเซอร์มากกว่านะ ยิ่งเอกภาพยนตร์ด้วยแล้ว จะเซอร์มาก แบบสไตล์ฤาษี เสื้อผ้าขาดๆ สะพายกระเป๋าย่ามก็มีนะ ถ้าให้นิยามความเป็นเด็กนิเทศฯ ผมว่าพวกเราเป็นพวกปฎิบัติแน่น ไม่เน้นทฤษฎี แต่เน้นประสบการณ์ แล้วก็มีความเป็นครอบครัวมากๆ รุ่นพี่ดูแลเทคแคร์กันตลอด ส่วนคำพูดติดปากของกลุ่มเราคือคำว่า “มาว่ะ” เป็นความรู้สึกว่าถ้าทำแบบนี้มันใช้ได้นะ คือเป็นคำชมของเด็กเอกภาพยนตร์นะ อนาคตของบัณฑิตนิเทศฯ รุ่นใหม่ ความใฝ่ฝันอยากเป็นผู้กำกับครับ อย่างตอนนี้เราก็ทั้งเรียนและทำงานอยู่แล้ว ก็น่าจะได้ทำทั้งเบื้องหน้าแล้วก็เบื้องหลัง ซึ่งก็อาจจะต้องดูช่วงใกล้ๆ จบอีกที ว่าเพื่อนๆ เขามีแนวทางไหนกันบ้าง อาจจะมีเรื่องของโปรดักชั่นที่เราจะช่วยกันทำก็ได้ จากรุ่นพี่เอกฟิล์มถึงน้องๆ สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนนิเทศฯ ผมคิดว่าไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลยนะ มาแค่ใจที่รักก็พอ แล้วรุ่นพี่ที่จบไปจากที่นี่แล้วอยู่ในวงการบันเทิงก็มีอยู่ทุกกอง ซึ่งมันก็ทำให้ง่ายมากๆ เวลาที่เราจะไปฝึกงานหรือว่าไปทำงานจริง อย่างตอนนี้ที่ผมไปเล่น CLUB FRIDAY ก็ได้เล่นกับพี่สายป่าน ซึ่งจบจากที่นี่เหมือนกัน พี่เขาก็แนะนำตลอดว่าให้ตั้งใจเรียน ไม่ควรขาดเรียน ถ้าวันไหนไม่ได้เข้าก็ควรจะบอกอาจารย์ให้ทราบล่วงหน้า ติดตามบทสัมภาษณ์ทอยได้ในคอลัมน์ About Campus ที่นิตยสาร Campus star No.35 เร็วๆ นี้จ้า Facebook : www.facebook.com/campusstar

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

ฟูโผล่กรุงโรม! เอเย่นต์ยันมีโอกาสย้ายไปโรม่า
กัลโช เซเรีย อา /  ข่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / 

มารูยาน เฟลไลนี่ นักเตะหุ่นโย่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าอาจตัดสินใจย้ายไปเล่นกับ โรม่า ในฤดูกาลหน้าหลังสื่อรายงานว่าแข้งชาวเบลเยี่ยมรายนี้เดินทางไปดูเกม กัลโช่ เซเรีย อา ที่ทีมหมาป่าแห่งโรมเปิดบ้านเจอกับ นาโปลี เฟลไลนี่ วัย 28 ปีลงสนามให้ทีมปีศาจแดงไปทั้งหมด 32 เกมในฤดูกาลนี้แต่แฟนบอลดูจะไม่ค่อยปลื้มกับฟอร์มการเล่นของเขามากนัก ขณะที่ ลูเซียโน่ ดิโอโนฟริโอ เอเย่นต์ของนักเตะยืนยันว่าเฟลไลนี่มีโอกาสย้ายไปร่วมทีมหมาป่าแห่งกรุงโรมแม้จะยังไม่มีการพูดคุยกันในช่วงนี้ก็ตาม "ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ผมยังไม่ได้รับการติดต่อจากโรม่า ส่วนการย้ายทีมจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ แน่นอน โรม่าคือตัวเลือกที่เป็นไปได้"

ดา เอ็นโดรฟิน - ETC ร่วมแจมสุดมันครั้งแรก บนเวที โอเอซีส O2 STAGE
ETC /  ดา เอ็นโดรฟิน / 

ดา เอ็นโดรฟิน - วง ETC ร่วมแจมสุดมันครั้งแรก บนเวที โอเอซีส O2 STAGE ที่สุดของเวทีเปิดกว้างทางดนตรีแห่งยุคสมัย เปิดตัวครั้งแรกอย่างอลังการสำหรับที่สุดของเวทีเปิดกว้างทางดนตรีแห่งยุคสมัย O2 STAGE เวทีเสรีทางดนตรีโปรเจคใหม่ ที่ Overdrive Guitar Magazine และ OASIS Creative Market ติดอาร์ซีเอ จับมือร่วมกันสร้างโปรเจคทางดนตรีเพื่อคนรักดนตรีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ร่วมนำเสนอความสามารถทางด้านดนตรีที่มีคุณภาพโดยไม่จำกัดแนว บนเวทีเดียวกันกับศิลปินมืออาชีพชื่อดังเพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนรวมถึงผู้รักในดนตรีทุกวันศุกร์ต้นเดือน เริ่มต้นเวทีแรกศุกร์ที่ 22 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ด้วยโชว์ชุดพิเศษ ของ ดา เอ็นโดรฟิน, วง ETC และศิลปินอื่นๆ อีกมากมาย เริ่มต้นกันตั้งแต่ช่วงเย็นท่ามกลางสีสันของตลาดที่เจือกลิ่นอายของไอเดียและความคิดสร้างสรรค์และผู้คนขวักไขว่ในร้านค้าที่ร่วมงานก่อนพลบค่ำ บรรยากาศในงานเริ่มคึกคักกันตั้งแต่แสงแห่งความมืดมาเยือน ด้วยบรรดาบุคคลดังจากหลากหลายแวดวงและเหล่าบรรดาศิลปินชื่อคุ้นหูมากมาย ท่ามกลางคนเมืองที่รักและชื่นชอบเสพย์งานดนตรีคุณภาพที่ทยอยจับจองพื้นที่ หลังทักทายจากพิธีกรในงานก็ประเดิมเวทีด้วยศิลปินสาวคลื่นลูกใหม่ น้องเทป ดวงพร กาญจนสถิตย์ ทายาทมือกีตาร์ในตำนาน กิตติ กีตาร์ปืน กับการโชว์น้ำเสียงที่เรียกเสียงปรบมือจากคนฟัง และถึงพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดย คุณ ชยดิษฐ์ หุตานุวัชร์ Chairman ของ Oasis Outdoor Arena & Oasis Creative Market และ อ.ปราชญ์ อรุณรังษี ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการนิตยสารดนตรี Overdrive ขึ้นพูดคุยเรื่องราวและวัตถุประสงค์ของ O2 Stage ตามด้วยน้อง ออกัส มือกลองรุ่น mini แต่ลีลาและสุ้มเสียงไม่เล็กตาม ในบทเพลง Up Town Funk ตามต่อด้วยศิลปินสาวชื่อดัง ดา เอ็นโดรฟิน มาในบทเพลงสร้างชื่อ ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ, เพลงนี้มันเกี่ยวกับความรัก และเพลง สิ่งสำคัญ ในรูปแบบฟังสบายๆ สไตล์อะคูสติก ก่อนจะปิดท้ายด้วย ETC กับบทเพลงดังหลายเพลง พร้อมกับการขึ้นแจมจาก ดา เอ็นโดรฟิน, หนึ่ง จักรวาล และ อาจารย์ปราชญ์ สร้างความคึกคักสมเป็นบรรยากาศยามค่ำคืนวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่แสนสุขกับเสียงเพลงอย่างแท้จริง ความสุขทางเสียงดนตรีจะเปิดกว้างอย่างนี้อีกบนเวที O2 STAGE ในทุกวันศุกร์ต้นเดือนของทุกๆ เดือนตลอดปี ทั้งจากศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย... ผู้ที่รักในดนตรีทุกคนสามารถเดินทางมาชมดนตรีดีๆ มีคุณภาพและคุณค่าแบบนี้ได้ที่ OASIS Creative Market และติดตามรายชื่อนักดนตรีในแต่ละเดือนได้ทางเฟซบุ๊คเพจ O2 STAGE (www.facebook.com/o2stage) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ชาคริต เคลียร์!! ใครบอก วุ้นเส้น มีลูกไม่ได้..??
ชาคริต แย้มนาม /  วุ้นเส้น วิริฒิพา / 

เพิ่งจะครบรอบแต่งงาน 4 ปีไปหมาดๆ สำหรับคู่รักสุดหวาน ชาคริต แย้มนาม และ วุ้นเส้น วิริฒิพา แต่ก็ยังไม่มีวี่แววผลิตทายาทตัวน้อยกันสักที ล่าสุดมีข่าวลือออกมาว่า สาววุ้น ผลตรวจสุขภาพไม่แข็งแรงและไม่สามารถมีลูกได้! งานนี้สามีสุดรักอย่าง หนุ่มคริต ถึงกับต้องออกมาเคลียร์แทนว่าไม่เป็นความจริง แค่ทั้งคู่ยังไม่พร้อม ขอทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานก่อนเท่านั้นเอง!! "วันครบรอบแต่งงานปีนี้นิ่งๆ ครับ เบาๆ เพราะต่างคนต่างก็ทำงาน สำหรับผมถือเป็นวันดีครับ นอกจากจะครบรอบแต่งงานแล้วยังไม่พอ ยังได้รับคุณแม่กลับจากโรงพยาบาลด้วย การฉลองคงไม่มี เพราะมันยังมีวันอื่น วาระอื่นอีกที่คอยมาทดแทนกันตลอด ต้องบอกว่าช่วงนี้วุ้นทำงานหนักกว่าผมอีกนะ ทุกวันจริงๆ ผมเองยังรอรายการ รอซีรี่ส์เปิด" "โมเม้นท์พิเศษ จริงๆ ทุกเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน เราก็ทำให้เต็มที่กับตรงนั้นอยู่แล้ว ของขวัญปีนี้ต้องบอกว่ายังไม่มีเลย จะมีก็ดอกไม้ คำหวานๆ ก็พอแล้วแหละ (หัวเราะ) บางทีบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องมีอะไรตลอดเวลาเนอะ เดี๋ยวเดือนพ.ค. ก็จะไปถ่ายรายการด้วยกันที่อเมริกาครึ่งเดือน คงได้มีเวลาอยู่ด้วยกันอีกเยอะเลย ภาพหวานก็ไว้ติดตามดูแล้วกัน ทุกวันนี้อาทิตย์นึงเราก็แพลนว่าวันไหนจะไปกินข้าวดูหนังกัน เพราะรู้ว่างานยุ่งทั้งคู่" "อาการคุณแม่ก็เกือบหายเป็นปกติแล้วครับ เดินได้ คุยได้ เล่นตลกได้แล้วครับ กลับมาอยู่บ้านเพราะท่านคิดถึงบ้าน แต่เราอยากให้อยู่โรงพยาบาลใกล้ชิดคุณหมอให้มากที่สุด ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นปฏิหาริย์จริงๆ ตอนนี้ก็ต้องมีพยาบาลคอยดูแล แม่เค้าเป็นคนแอคทีฟ เป็นเวิร์คกิ้งวูเมน ต้องคอยตามเค้าให้ทันนิดนึง ไม่ชอบให้ใครมายุ่ง แต่สุดท้ายก็ต้องรู้ว่าอยู่ในช่วงพักฟื้น จะเดินเองได้แต่ต้องมีคนตามประกบนิดนึง อาการตอนนี้ก็ดีใจครับ แต่ยังไม่วางใจ 100% อย่าล้มนะเพราะมันจะมีเลือดซึม จะเป็นอะไรได้ง่ายกว่าคนอื่น และอีกอย่างเป็นโรคหัวใจพริ้วอยู่ด้วย คือหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ" "สุขภาพตัวผมหลังจากที่สึกออกมาก็ได้ไปตรวจเลือดเพิ่ม ทำประกันใหม่ เพิ่มเบี้ยประกัน สุขภาพดีครับไม่มีอะไร ส่วนวุ้นเค้าก็ดูสดใสดีนะ ก็โอเค แต่เค้าทำงานหนักก็อาจจะมีความคิดในแบบของเค้าว่า ตอนนี้ยังแอคทีฟอยู่ ยังทำงานได้ เพราะอนาคตหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้หญิงคืออยู่บ้าน ดูแลลูก ก็อยากให้เค้ามีความสุข อยากทำก็ให้ทำเต็มที่" "ล่าสุดมีกระแสข่าวออกมาว่าผลตรวจสุขภาพของวุ้นไม่อำนวยที่จะมีลูก ไม่ๆ คือทุกคนเวลาทำงานหนักก็จะทำให้สุขภาพทรุดโทรม หรือตรงนั้นตรงนี้ไม่แข็งแรง ก็ต้องบู๊ทนิดนึงให้มันแข็งแรง ซึ่งมันเป็นปกติอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะผู้หญิง ก็ไม่มีการคุยกันนะว่ามีไม่ได้ คือสามารถมีได้ครับ คิดว่าไม่น่าจะมีไม่ได้ ปัญหาเสี่ยงอะไรไม่มี ไม่งั้นคงไม่วิ่งทำงานขนาดนี้ เรื่องมีน้องต้องบอกเลยว่ายังไม่รีบ ใครที่มีไปก่อนก็ยินดีด้วย แต่คู่เรายังไม่รีบ แต่ก็ยังไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจ แต่ก็ไม่ได้คิดทุกวัน ก็ดูแลซึ่งกันและกันไป" ชาคริต กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @vjwoonsen, shahkrit ชาคริต แย้มนาม ชาคริต แย้มนาม ชาคริต แย้มนาม ชาคริต-วุ้นเส้น ชาคริต-วุ้นเส้น ชาคริต-วุ้นเส้น

เทศกาลเก็บสตรอเบอร์รี่สดๆ จากต้น ที่ประเทศเกาหลี
Yangpyeong /  สตรอเบอร์รี่ / 

เทศกาล Yangpyeong Strawberry Festival (양평딸기체험축제) ที่ประเทศเกาหลี เป็นเทศกาลที่ผู้เข้าชมสามารถเด็ดสตรอเบอร์รี่สดๆ จากฟาร์มมารับประทานกันได้เลย สตรอเบอร์รี่สดจากฟาร์ม ประเทศเกาหลี สีแดงฉ่ำขนาดนี้ เรียกได้ว่า สด กรอบ น่าทานสุดๆ ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม และในปีนี้จะมีถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2016 เท่านั้น เวลา 10.00 - 16.00 น. แนะนำให้จองล่วงหน้าก่อนไป จะได้ไม่เสียเที่ยวจ๊ะ  นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมต่างๆมากมายในฟาร์มให้ร่วมสนุกอีกด้วย เช่น การนำสตรอเบอร์รี่มาทำอาหาร เป็นต้น Yangpyeong นั้น ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งล้อมลอบไปด้วยภูเขาหลายลูกมากๆ ดังนั้นจึงถือได้ว่าเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินอยู่มากทีเดียว ผลไม้จึงน่ารับประทานอย่างที่เห็น ใครอยากไป ชี้พิกัดตามนี้เลย : Yangpyeong-gun Rural Village San 48-1, Hwajeon-ri, Yongmun-myeon, Yangpyeong-gun, Gyeonggi-do เบอร์จองคิว : 1330 Travel Hotline: +82-2-1330 (Korean, English, Japanese, Chinese) หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: +82-31-774-5427, 5431 ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวเกาหลี, http://blog.naver.com/yp_nadri

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

โตแล้วเมาได้! ชาวเน็ตเผยคลิป ซอลลี่ ชูแก้วเหล้า แดนซ์ในผับ
f(x) /  Sulli / 

ชาวเน็ตเผยคลิบสาว ซอลลี่ ชูแก้วเหล้า ออกลีลาแดนซ์ในผับ สิ้นภาพลักษณ์ไอดอลสาว-สวย-ใส! มีความเคลื่อนไหวออกมาให้ชาวเน็ตเม้าท์อย่างต่อเนื่องทีเดียว สำหรับสาว ซอลลี่ อดีตสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง f(x) ที่หลังจากเพิ่งโชว์ช็อตสวีท อัพรูปจูบกับแฟนหนุ่มต่างวัย ชเวจา Dynamic Duo ออกมาไม่ทันไร (อ่านข่าวเก่า) ล่าสุดก็มีชาวเน็ตเผยคลิปวิดีโอขณะที่สาว ซอลลี่ กำลังเริงราตรีออกมาอีกแล้ว ในคลิปเผยให้เห็นบรรยากาศในผับแห่งหนึ่ง โดยมี ซอลลี่ ซึ่งสวมใส่เดรสคล้องคอสีดำคว้านลึก ในมือถือแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เธอยกแก้วขึ้นดื่มพลางเต้นอย่างเซ็กซี่ และรายล้อมไปด้วยชายหนุ่มมากมาย 클럽 간 설리 @헨즈클럽 Sulli in the club youtube channel : car001 บางคลิปยังเผยให้เห็น ดาซม สมาชิกน้องเล็กของวง SISTAR เต้นอย่างสนุกสนานอยู่กับ ซอลลี่ ด้วย 160424 jennaflybaby IG update with.sulli & dasom 1 🍺 pic.twitter.com/a2pTe9J8Rm — jin_ri_sul (@jin_ri__sul) April 24, 2016 ชาวเน็ตเผยว่าภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ Henz Club ผับในย่านมหาวิทยาลัยฮงอิก โดยด้านหลังของ ซอลลี่ ก็คือ DJ Freeze จากค่าย Amoeba Culture ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ ชเวจา แฟนหนุ่มของเธอนั่นเอง. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

หนึ่งประสบการณ์ ล่องเรือสำราญ Star Cruises
มาเลเซีย /  ล่องเรือ / 

จะดีแค่ไหน ถ้าได้พาคนรู้ใจไปล่องเรือสำราญตามรอยแจ็คกับโรสดูสักครั้ง แล้วเราก็ได้มีโอกาสไปล่องเรือสำราญ Star Cruises (สตาร์ครูซ) ลอยละล่องในน่านน้ำสิงคโปร์-มาเลเซีย กับเรือ SuperStar Gemini (ซูเปอร์สตาร์ เจมิไน) เรือสำราญสุดหรูเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน นับเป็นหนึ่งประสบการณ์ดีๆ ที่ในชีวิตนี้ ได้มีโอกาสมาสัมผัส ^^ พร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าเรือ Star Cruises ลำนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจอะไรบ้าง หนึ่งประสบการณ์ ล่องเรือสำราญ Star Cruises ออกเดินทางสู่ประเทศสิงคโปร์ด้วยสายการบิน Jetstar Airways เป็นครั้งแรก... ตื่นเต้นไม่ใช่เล่นแฮะ ด้วยความที่เรามาถึงสิงคโปร์ก่อนเวลาขึ้นเรือพอสมควร เลยเอากระเป๋าเดินทางไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ Check-in Baggage บริเวณท่าเรือ Singapore Cruise Centre ก่อน แล้วค่อยไปเดินช้อปอุ่นเครื่องที่ ศูนย์การค้า HarbourFront Centre และห้าง Vivo City กันต่อ ได้ของมานิดหน่อยพอหอมปากหอมคอค่า 5 โมงเย็น ได้เวลากลับไปเตรียมตัวขึ้นเรือที่ท่าเรือ Singapore Cruise Centre กันแล้ว การเดินทางที่น่าตื่นตาตื่นใจกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ววว ไปลุยกันเลยคร๊าาา Welcome on Board!! ขอต้อนรับทุกท่านขึ้นสู่เรือสำราญระดับโลก SuperStar Gemini ที่พร้อมออกเดินทางจากสิงคโปร์มุ่งหน้าสู่มะละกา เมืองมรดกโลก และนครประวัติศาสตร์ที่สำคัญของมาเลเซียแล้ว ณ บัดนี้ เรือสำราญ SuperStar Gemini ของ Star Cruises เป็นเรือสำราญลำมหึมาที่เปรียบเสมือน “เมืองลอยน้ำ” ที่รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 1,530 คน เพียบพร้อมไปด้วยห้องพักสุดหรูกว่า 765 ห้อง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมายที่มีความหรูหราทันสมัยระดับโลก การแสดงโชว์ต่างๆ และความบันเทิงแบบครบครัน ตลอดจนการบริการชั้นเยี่ยม เพื่อเป็นเครื่องรับประกันว่าการมาพักผ่อนบนเรือสำราญร่วมกับครอบครัว เพื่อน และคนที่คุณรักในครั้งนี้ จะเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานและบรรยากาศสุดผ่อนคลายตลอดทั้งทริป พอเข้ามาภายในเรือ เราจะพบกับ เคาน์เตอร์เช็คอิน (Reception) เป็นอันดับแรก ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 โซนกลางเรือ จุดนี้จะเป็นจุดที่รับติดต่อเอฟเวอรี่ติงจิงเกอเบลล์ ตั้งแต่ซื้อแพ็คเกจ Wi-Fi, ซื้อแพ็คเกจทัวร์ 1 Day Trip เมืองมะละกา ไปจนถึงการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ บนเรือลำนี้ ซึ่งกิ๊บเก๋ตรงที่เค้าจะให้ใช้ Access Card เป็นเหมือนบัตรเครดิต ในการช้อปปิ้งและชำระค่าบริการต่างๆ บนเรือ แล้วค่อยมาเคลียร์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช้ไปก่อนลงจากเรือ โอ้โห! บัตรใบเดียวเฟี้ยวได้ทั้งเรือเลยแฮะ สะดวกสบายจริงๆ เลยนะคะ ก๊อกๆๆ ! ไปเปิดประตูดูห้องพักต่างๆ ของเรือ Star Cruises ลำนี้กันดีกว่าค่ะ อยากเห็นละว่าแต่ละห้องจะหรูหราฟู่ฟ่าขนาดไหน ทริปนี้ เราพักห้อง Oceanview Stateroom with Window ค่ะ ชอบห้องนี้เพราะมีหน้าต่างให้ชมวิวทะเลแสนงามกันด้วยนะคะ ภายในห้องสะดวกสบาย ขนาดกำลังดี ไม่รู้สึกอึดอัดเลยค่ะ มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเตียงนอน 2 เตียง โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า โซฟาพักผ่อน LCD TV ห้องน้ำในตัวพร้อม Amenities เพียบพร้อม มีน้ำดื่มให้วันละ 2 ขวด และปลั๊กไฟ Universal Adapter ให้ถึง 4 รู เรียกได้ว่าเพียงพอกับความต้องการเลยทีเดียวค่ะ วันที่ 2 เราสามารถเลือกได้ว่าจะลงไปเที่ยวเมืองมะละกาแบบ 1 Day Trip ซึ่งจะมีค่าทัวร์อยู่ที่คนละ 89 SGD (ประมาณ 2,300 บาท) หรือถ้าไม่อยากออกไปไหน ก็สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมอันหลากหลายบนเรือลำนี้ได้เช่นกันค่า ในส่วนของกิจกรรมนันทนาการ และ Facilities บนเรือสำราญ Star Cruises นั้น มีมากมายจนลองแทบไม่หมดเลยล่ะค่ะ ทั้งสระว่ายน้ำ อ่างจากุซซี่ ลานวิ่งจ๊อกกิ้ง ฟิตเนสเซ็นเตอร์ นอกจากนี้ยังมีบริการนวดผ่อนคลาย สปา ซาวน่า (มีค่าใช้จ่าย) คาราโอเกะ บาร์เครื่องดื่ม ร้านดิวตี้ฟรีที่ยกขบวนน้ำหอม เครื่องสำอางไปจนถึงสินค้าปลอดภาษีต่างๆ มาลดราคาเป็นจำนวนมาก และห้องแสดงโชว์ต่างๆ อาทิ มายากล ร้อง เล่น เต้น ให้เราได้ชม ช้อป ชิม ชิลล์แบบไม่มีเบื่อ จนลืมวันลืมคืนไปเลยทีเดียว มารู้ตัวอีกทีก็ต้องกลับซะแล้ว นี่แหละน้า เค้าถึงบอกว่า เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ช่วงเวลาที่ประทับใจมากที่สุดสำหรับเรา เป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดินค่ะ ภาพแสงสีทองและดวงอาทิตย์ดวงกลมโตกำลังลาลับขอบฟ้า มีลมทะเลเย็นๆ พัดมาปะทะใบหน้า พร้อมๆ กับได้สัมผัสกลิ่นอายทะเล เป็นภาพที่ฟินสุดๆ และจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไปค่ะ ใครที่อยากไปบ้างก็ลองเข้าไปดูข้อมูลกันได้นะคะที่  http://www.starcruises.com