สีผม

หนุ่มโสดเปิด บ้านสุดหรู ประกาศหาคู่แต่งงาน
บ้านสุดหรู

วันนี้ Decor.MThai ได้รวมภาพ หนุ่มโสดเปิด บ้านสุดหรู ประกาศหาคู่แต่งงาน มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ บ้านสุดหรู หลังนี้เป็นบ้านของ Don Milisav Juan Gonzales Brzi หมุ่มโสดที่ต้องการหาคู่ชีวิตเพื่อร่วมสร้างครอบครัวไปกลับเขาในบ้านหลังนี้ ว่าแล้วเราไปชมภายในบ้านของเขากันดีกว่าค่ะว่าจะสวย หรู ขนาดไหน หนุ่มโสดเปิด บ้านสุดหรู ประกาศหาคู่แต่งงาน บ้านของ Don Milisav Juan Gonzales Brzi หมุ่มโสด ห้องนั่งเล่นสุดอลังการ ห้องนั่งเล่นประดับด้วยชุดโซฟาสไตล์หลุย บัวฝารอบห้องเลือกให้เป็นสีทอง ห้องครัว ห้องครัวตกแต่งด้วยตู้สีขาว เพิ่มความสวยงามด้วยหน้าบานลูกฟัก และพวกมือจับสีทอง ห้องน้ำ ห้องน้ำตกแต่งด้วยกระเบื้องหลากลาย เพิ่มความหรูด้วยสุขภัณฑ์ที่มีสั่งทำลายพิเศษเป็นสีทอง สุดท้ายคือห้องนอน ห้องนอนคุมโทนด้วยสีทองหรูอลังการแบบสุดๆ มุมต่างๆ ภายในบ้าน เป็นไงบ้างคะ เห็นไอเดียแต่งบ้านของ หนุ่มโสด คนนี้กันไปแล้ว ถ้าสาวๆ คนไหนสนใจสมัครเป็นเจ้าสาวก็ลองหาลายละเอียดเพิ่มเติมดูนะคะ แต่ได้ยินมาแว่วๆ ว่า เขาต้องการเจ้าสาวอายุ 16-20 ปีเท่านั้นนะคะ อิอิ ^_^ ขอบคุณ : boredpanda.com

เคยเห็นกันยัง! แห่งแรกและแห่งเดียวสนามบอลจรเข้
ตุรกี /  บูร์ซาสปอร์ / 

ไม่นานเกินรอสโมสรบูร์ซาสปอร์ทีมดังซูเปอร์ลีก ตุรกี ออกมาเผยภาพสนามเหย้าแห่งใหม่ ติมซาห์ อารีน่า ที่มีลักษณะภายนอกเป็นจรเข้ขนานยักษ์พันรอบสนามเอาไว้ โดยแหล่งข่าวระบุว่ารังเหย้าแห่งใหม่ของ บูร์ซาสปอร์ จะสามารถเปิดใช้งานได้อย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ สนาม ติมซาห์ อารีน่า รอบนอกทั้งหมดของสนามถูกดีไซน์เป็นรูปจระเข้สีเขียวซึ่งบริเวณปากมีไฟดวงยักษ์ไว้เปิดตอนกลางคืนส่วนภายในจุผู้ชมได้ 45,000 คน หมายเหตุ ติมซาห์ ในภาษาตุรกีแปลว่า จระเข้

รู้จักยัง โรคแมวข่วน ทาสแมวต้องอ่าน!
จากสัตว์สู่คน /  อาการ / 

ท่านที่เลี้ยงแมวหลายท่านอาจเคยได้ยินกิตติศัพท์ของ โรคแมวข่วน กันมาบ้างแล้ว บางคนอาจสงสัยว่า “แมวข่วน” นั้น ถึงกับเป็นโรคกันเลยหรือ วันนี้ผมมีข้อมูลจาก ผศ.น.สพ.ดร. ชาญณรงค์ รอดคำ จาก ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เกี่ยวกับโรคนี้มาฝากกันครับ โรคแมวข่วนคืออะไร โรคแมวข่วน หรือ Cat Scratch disease เป็นโรคในแมวที่สามารถติดต่อจากแมวสู่มนุษย์ได้ด้วย มีสาเหตุจากอะไร โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า บาร์โทเนลล่า เฮนเซลเล่(Bartonella henselae) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบ อาศัยอยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดงของแมว มีรูปร่างเป็นแท่งสั้น โค้งงอเล็กน้อย สามารถก่อโรคได้ในมนุษย์ (Zoonoses) เมื่อคนถูกแมวกัดหรือข่วน หรือถูกแมวเลียที่บาดแผลได้ อาการที่พบ ในแมว ภายหลังการติดเชื้อ แมวจะมีเชื้อในกระแสโลหิตในระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนถึงหลายปี อาการของโรคในแมว อาจพบว่ามีไข้ เบื่ออาหาร ม่านตาอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้ผิวหนังอักเสบ และเหงือกอักเสบ แต่ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการป่วยใดๆ แต่จะเป็นตัวแพร่โรคสู่คนได้ ในคน คือ มีรอยโรคบนผิวหนัง มีไข้ และมีอาการของต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (Lymphadenopathy) รวมถึงตับอักเสบ ในรายที่รุนแรงอาจเกิดการติดเชื้อทั่วร่างกายได้ สัตว์ชนิดใดเป็นโรคแมวข่วนได้บ้าง แมวทั้งที่เป็นสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ป่าก็สามารถติดเชื้อ Bartonella henselae ได้ตามธรรมชาติ แมวที่มีเชื้อมักไม่แสดงอาการป่วย แต่จะเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่คนได้ สัตว์ติดต่อโรคกันได้อย่างไร เชื่อกันว่าหมัดแมว (Ctenocephalides felis) เป็นพาหะนำเชื้อจากแมวตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่ง แต่เชื้อไม่ติดต่อโดยตรงระหว่างแมวกันเองจากการข่วนหรือกัดกัน การติดต่อจากแมวสู่คน คนสามารถติดโรคแมวข่วนนี้ได้ จากการถูกแมวที่มีเชื้อกัด ข่วน หรือเลียบาดแผล เนื่องจากเมื่อแมวตัวที่มีเชื้อในกระแสเลือด แล้วแมวเกา กัด หรือข่วนตัวเองจนมีเลือดออก เชื้อในกระแสเลือดก็จะติดอยู่ตามซอกเล็บ เขี้ยวและฟันของแมว เมื่อแมวเลีย กัด หรือข่วนเจ้าของจนเกิดแผล เชื้อก็สามารถเข้าสู่บาดแผลได้ อาการที่พบคือ พบผื่นแดง ตุ่มพอง แผลหลุมที่บริเวณบาดแผล อาจพบต่อมน้ำเหลืองโต โดยทั่วไป โรคนี้สามารถหายเองได้ภายใน 4-8 สัปดาห์ แต่ในคนที่มีร่างกายอ่อนแอ หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะมีความเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อโรคนี้ แล้วทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด มีไข้ เกิดการติดเชื้อที่ตา ระบบประสาท หรือมีตุ่มนูนที่ผิวหนัง นอกจากนี้ยังพบรายงานการ ติดเชื้อแทรกซ้อนที่หัวใจ และตับอีกด้วย การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ สามารถทำได้โดยการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ (antibody detection) การตรวจหาตัวเชื้อบาร์โทเนลล่าโดยการเพาะเชื้อ การใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (Polymerase Chain Reaction, PCR) และเทคนิคทางอณูชีววิทยาอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อในแมวนั้น ไม่สามารถบอกได้ว่า ในขณะนั้นแมวกำลังติดเชื้ออยู่หรือไม่ ในขณะที่วิธีการเพาะเชื้อ การใช้ PCR และเทคนิคทางอณูชีววิทยาอื่นๆ สามารถบอกได้ว่าแมวกำลังติดเชื้อหรือมีเชื้ออยู่ในกระแสเลือด การตรวจการติดเชื้อบาร์โทเนลล่าในแมวมีความจำเป็นในหลายกรณี เช่น การตรวจเมื่อต้องการทำการถ่ายเลือด (Blood transfusion)โดยการตรวจในแมวตัวให้เลือด (Blood donor) และตรวจเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงในการติดเชื้อสู่คน โดยในโปรแกรมการถ่ายเลือดหากพบว่าตัวให้เลือดสามารถติดเชื้อบาร์โทเนลล่าจะไม่มีการนำมาใช้เป็นตัวให้เลือด เนื่องจากการรักษาให้ผลที่ไม่แน่นอนในการกำจัดเชื้อจากกระแสเลือด เมื่อไรที่เราควรไปพบแพทย์ หากโดนแมวข่วน แล้วมีอาการดังต่อไปนี้ให้ไปปรึกษาแพทย์ อาทิ แผลกัดหรือข่วนหายช้า รอบรอยกัดหรือข่วนแดงขึ้นและกว้างขึ้น ต่อมนํ้าเหลืองบริเวณรักแร้หรือขาหนีบบวมและปวดอยู่เป็นเวลานาน ปวดกระดูกหรือปวดข้อ หรือมีอาการอ่อนเพลียอย่างผิดสังเกตและเป็นไข้นานหลายวันครับ การป้องกันโรคแมวข่วน 1.ป้องกันไม่ให้แมวมีหมัด เพราะหมัดเป็นตัวนำเชื้อโรคบาร์โทเนลล่ามาสู่แมว 2.เมื่อแมวข่วนให้ทำการล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ และใช้ยาฆ่าเชื้อทาแผลให้เร็วที่สุด 3.หลีกเลี่ยงจากภาวะที่ทำให้แมวข่วนเช่น เช่นการเล่นกับแมวอย่างรุนแรง เป็นต้น 4.หากโดนแมวข่วน แล้วมีอาการดังต่อไปนี้ให้ไปปรึกษาแพทย์ เช่น แผลกัดหรือข่วนหายช้า รอบรอยกัดหรือข่วนแดงขึ้นและกว้างขึ้น ต่อมนํ้าเหลืองบริเวณรักแร้หรือขาหนีบบวมและปวดอยู่นาน ปวดกระดูกหรือปวดข้อ หรือมีอาการอ่อนเพลียอย่างผิดสังเกตและเป็นไข้นานหลายวันครับ จะเห็นว่าโรคนี้สามารถป้องกันได้ไม่อยากเลยนะครับ หากปฏิบัติได้ดังนี้แล้ว รับรองได้ว่าเราสามารถอยู่กับแมวได้อย่างมีความสุข และห่างไกลจากโรคแมวข่วนนี้ แน่นอนครับ ที่มาเนื้อหาจาก  : เว็บไซต์แนวหน้า โดย อาจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร. ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เพราะกลัวเมียนั้นเอง! เบ็คแฮม เผยเหตุตามดูลูกเดตกับสาว
บรู๊คลิน /  วิคตอเรีย / 

อดีตซุปตาร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดวิด เบ็คเฮม ได้เปิดเผยถึงเหตุที่เขาต้องตามลูกชายสุดโปรด อย่าง บรู๊คลิน ตอนเดตกับสาว เป็นเพราะว่า เมียสั่ง นั้นเอง เดวิด เบ็คเฮม ซุปเปอร์สตาร์ลูกหนังชาวอังกฤษ ได้เปิดเผยถึงเรื่องที่เขาต้องตามเฝ้าลูกชายคนโต บรู๊คลิน ตอนที่นัดเดตกับสาวครั้งแรก เป็นเพราะว่า วิคตอเรีย เมียสุดที่เลิฟเป็นคนสั่งให้ตามไปเฝ้าดูนั้นเอง ทั้งนี้ หนุ่มเบ็ค ได้เล่าว่า "บรู๊คลิน มาบอกในว่า วันวาเลนไทน์ เขาจะพาสาวคนนึงไปดินเนอร์ด้วย แล้วผมก็เห็นด้วย จึงเอาเรื่องนี้ไปบอก วิคตอเรีย แต่เธอกลับบอกว่าจะอนุญาติให้ไปก็ต่อเมื่อผมต้องตามไปเฝ้าดูด้วย ซึ่งผมก็ต้องทำตาม" ทั้งนี้ บรู๊คลิน ได้เขาเป็นนักเตะเยาวชนของ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล แต่ดูท่าว่าฝีเท้าเขาจะไม่เด่นเหมือนอย่างพ่อของเขา ทำให้มีข่าวออกมาว่า อาร์เซนอล จะไม่ต่อสัญญาและจะปล่อยออกไปหลังจบฤดูกาลนี้

ใจยังไม่แตก!! ราฮีม โต้ผมไม่ใช่เด็กน้อยหน้าเงิน
ควีนส์ปาร์ค /  ราฮีม สเตอร์ลิ่ง / 

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกกึ่งศูนย์หน้าของ ลิเวอร์พูล ออกมาโต้ตอบสถานการณ์เรื่องสัญญาฉบับใหม่ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะลงเอยด้วยดี โดยเจ้าหนูวัย 20 ปี ยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่พวกหน้าเงินอย่างที่ใครๆพูดกัน แต่แค่ต้องการพุ่งสมาธิไปกับฟุตบอลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนสัญญาฉบับใหม่ก็อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่ารอจนจบฤดูกาลค่อยมาเปิดโต๊ะเจรจากันอีกที "มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินเลย" วันเดอร์คิดดีกรีทีมชาติอังกฤษให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าว BBC "มันไม่เคยเกี่ยวกับเรื่องเงิน สิ่งที่ผมจะพูดถึงก็คือการซิวแชมป์ตลอดอาชีพการเป็นนักฟุตบอลต่างหาก" "ผมไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นพวกหน้าเงินทั้งๆที่อายุแค่ 20 ปี แต่ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าไอ้หนูคนนี้มันรักที่จะเล่นฟุตบอล และโชว์ฟอร์มได้เยี่ยมให้กับทีม" "ผมได้ยินข่าวมาว่าตัวผมเองปฎิเสธทุกข้อเสนอที่ลิเวอร์พูลยื่นมาให้ แต่สโมสร,เอเยนต์ และตัวผมเอง ก็ออกมาพูดเรื่องนี้ชัดเจนแล้วว่าขอไปเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่กันหลังจบฤูดูกาล เพราะฉะนั้นมันถึงได้น่าผิดหวังมากที่รู้ว่าสถานการณ์เรื่อสัญญาฉบับใหม่มันยังเป็นข่าวอยู่ซ้ำซาก" อดีตเด็กสร้าง ควีนส์ปาร์ค ทิ้งทวน

รื้อหิ้งหนังเก่า : Basic Instinct (1992) - เจ็บธรรมดา...ที่ไม่ธรรมดา
18+ /  1992 / 

Basic Instinct (1992) - เจ็บธรรมดา...ที่ไม่ธรรมดา พอล เวอร์โฮเวน (Paul Verhoeven) ผู้กำกับชาวดัตช์ที่ข้ามมาโด่งดังในฮอลลีวูดจากหนังแอ็คชันอย่าง Robocop (1987) และ Total Recall (1990) ซึ่งว่ากันว่าในยุคทศวรรรษที่ 1980-90 ผู้กำกับเนื้อหอมในยุคนั้นอย่างเวอร์โฮเวน ใช้ทุนในการสร้างหนังสูงเป็นรองแค่ เจมส์ แคเมรอน (Titanic) เท่านั้น  แถมยังได้ชื่อว่าเป็นนักทำหนักที่นิยมใส่ความรุนแรงในฉากต่อสู้และฉากเซ็กซ์แบบสุดขั้ว จนได้รับฉายาจากคนในฮอลลีวูดว่า "ไอ้บ้าชาวดัตช์" หรือ Mad Dutch ...ซึ่งหนึ่งในหนังที่ทำให้ภาพคนทำหนังของเขาถูกจดจำแบบนั้น คือภาพยนตร์สุดฉาวในปี 1992 เรื่องนี้ และนี่คือฉากที่ทำให้หนังเรื่องนี้ โกยเงินไปกว่า 350 ล้านเหรียญทั่วโลก... แคทเธอรีน เทรเมลล์ (ชารอน สโตน) ในชุดแซ็คสีขาวที่สั้นถึงแค่ขาอ่อนของเธอ เธอรวบผมตึงมัดขึ้นไปด้านหลังเผยให้เห้นต้นคองามระหง ก่อนจะเผยอริมฝีปากอันอวบอิ่มเพื่อคาบบุหรี่ ทันใดนั้น ตำรวจนายหนึ่งก็เอ่ยทักขึ้นว่าที่นี่ห้ามสูบบุหรี่ ก่อนเทรเมลล์จะย้อนถามกลับไปด้วยน้ำเสียงท้าทาย "คุณจะจับฉันด้วยข้อหาสูบุหรี่หรือไงคะ?" การสืบสวนเริ่มขึ้น ภาพวางซ็อตถ่ายจากมุมต่ำ ทำให้เห็นเรียวขาอันยาวเรียวของเทรเมลล์ที่แนบชิดกับชายกระโปรงสุดสั้นจู๋ ทันใดนั้นก่อนที่ทุกคนจะตั้งตัว...เทรเมลล์ยกขาไขว้ออกจากกัน ตัวละคร (หรือแม้กระทั่งคนดู) เผลอลืมหายใจพร้อมกันไปชั่วขณะ ด้วยเพราะพริบตาที่เทรเมลล์ไขว้ห้างนั้น ได้เผยให้เห็น 'ของลับ' อย่างชัดเจน ฉากนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในภาพสำคัญครั้งหนึ่งของวงการภาพยนตร์ ว่ากันว่ามันคือการลักไก่ที่ทำให้หนังรอดพ้นจากคมกรรไกรกองเซ็นเซอร์ ที่นอกจากเป็นซีนที่แสดงให้เห็นว่าเพศหญิงถือไผ่ที่เหนือกว่าและไล่คุกคามเพศชายแล้ว ยังส่งให้ชื่อของ ชารอน สโตน กลายเป็นดาราสุดฮ็อตเพียงชั่วข้ามคืนอีกด้วย สิ่งที่ทำให้ Basic Instinct ถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้น คือความสุดขั้วกว่าหนังประเภทเดียวกัน ทั้งความร้อนแรงของเกมล่าและฉากเซ็กซ์ที่มีผู้หญิงเป็นผู้คุมเกม ฆาตกรที่ฉลาดเป็นกรด และบรรยากาศของหนังธริลเลอร์ที่เร้าใจราวกับหนังแอ็กชั่น ...แต่ความแรงที่ทำให้มันกลายเป็นหนังฉาวคลาสสิคไปได้ คือฉากเซ็กซ์ร้อนแรงของสโตน กับ ไมเคิล ดักลาส ไปจนถึงฉากเซ็กซ์ระหว่างดักลาสกับ จีน ทริปเปิลฮอร์น ที่ทำให้หนังได้เรต NC-17 (หรือเรตสูงสุด) จนต้องกลับมาตัดใหม่ถึง 14 รอบ!! ก่อนจะได้เรต R ในที่สุด ไม่จบแค่นั้น Basic Instinct ยังมีเรื่องอื้อฉาวนอกจอมาอีกระรอก กับประเด็นนำเสนอเทรเมลล์ผู้เป็นเลสเบี้ยนในภาพของฆาตกรโรคจิต (เอาเข้าจริง ตัวละครหญิงทั้ง 4 คนในเรื่องนี้ ไม่เป็นฆาตกร ก็เป็นเลสเบี้ยน) จนถูกกลุ่มรักร่วมเพศต่อต้าน ไปจนถึงกล่าวหาว่า ทั้งเวอร์โฮเวนและ โจ เอสเตอร์ฮาส - ผู้เขียนบท เป็นพวก 'เกลียดผู้หญิง' หรือ 'กลัวรักร่วมเพศ' จากกรณีนี้ กลุ่มเกย์และเลสเบี้ยนจึงแก้เผ็ดด้วยการเฉลยตอนจบไปเลยว่า "ใครคือฆาตกร" เพื่อทำลายจุดขายของเรื่อง...แต่ที่ไหนได้ มันกลับยิ่งทำให้คนอยากดูหนังเรื่องนี้มากขึ้นกว่าเดิมอีก!! และอีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือเบื้องหลังฉาก 'ไขว้ห้าง' ที่ ชารอน สโตน ถึงกับกรี๊ดแตกในรอบฉายวงใน เมื่อรู้ว่ามันได้เห็นลึกไปถึงไหนต่อไหน (สโตนอ้างว่าเธอไม่คิดว่ามุมกล้องจะทำให้เห็นถึงขนาดนั้น) แถมดูจบเธอก็เดินไปตบหน้าเวอร์โฮเวน พร้อมขู่ว่าถ้าไม่เอาฉากนี้ออกเธอจะฟ้องศาล...แต่เวอร์โฮเวนปฏิเสธ แถมยังออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสารอีกว่า สโตนก็พูดกลับไปกลับมาแบบนี้ประจำ เพราะตอนถ่ายเธอก็เห็นทุกซ็อต และไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย ข่าวลือความขัดแย้งระหว่างสโตนกับเวอร์โฮเวนในกรณีนี้ ยังคงถูกพูดมาจนถึงปัจจุบัน (ลือไปถึงกระทั่ง เวอร์โฮเวนโจมตีความสามารถทางการแสดงของสโตน เพราะเธอปฏิเสธที่จะมีเซ็กซ์กับเขา) ซึ่งกระแสฉาวๆ ทั้งในและนอกจอนี่เอง ที่ทำให้ Basic Instinct ไม่เพียงประทับในความทรงจำของคนดูในยุค 90 แล้ว ยังส่งอิทธิพลต่อหนังในแนวอีโรติก - เขย่าขวัญในรุ่นต่อๆ มาอีกมากมาย ... 14 ปีต่อมา ในห้องฉายหนังของสตูดิโอ ชารอน สโตน ในวันที่เธอไม่ได้โด่งดังเช่นแต่ก่อน เธอพึ่งดู Basic Instinct 2: Risk Addiction (2006) จบไป ในทันทีนั้นเธอเดินเข้าไปหา ไมเคิล เคตัน-โจนส์ ผู้กำกับของเรื่อง แล้วด่าว่า "ฉากโป๊ๆ ที่ฉันเล่นมันหายไปไหนหมด... ฉันต้องการให้ฉากเหล่านั้นกลับมานะ ฉันต้องการให้คนดูรู้ว่า ผู้หญิงในวัย 48 อย่างฉันก็สามารถเล่นบทแบบนี้ได้ ไมเคิล...เรามาบ้ากันดีกว่า!" https://www.youtube.com/watch?v=wLGx5YT6sOg **เรียบเรียงจาก Scoop Basic Instinct 2: Risk Addiction - เจ็บธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เจ็บครั้งนี้ไม่มีวันลืม โดย นลัท ตั้งพรพิพัฒน์ นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 53 (เมษายน 2549)

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เอาใจสาวๆ! เอซี มิลาน ประกาศเป็นพันธมิตรกับ Hello Kitty
hello kitty /  กัลโช เซเรีย อา / 

สโมสรปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี เอซี มิลาน ประกาศเป็นพันธมิตรกับบริษัทญี่ปุ่นเจ้าของลิชสิทธิ์ Hello Kitty ตัวการ์ตูนสุดน่ารักขวัญใจคุณผู้หญิงและเด็กๆ จากความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ได้เห็นแบรนด์ของ Hello Kitty ในสีเสื้อของ เอซี มิลาน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของสโมสรที่ต้องการจะเพิ่มฐานแฟนบอลผู้หญิงให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน Hello Kitty เตรียมออกคอลเลคชั่นใหม่ในเดือนกันายายนนี้ และอาจจะได้เห็น “มิลาเนลโล” มาสค็อตของมิลานไปร่วมปรากฏในสินค้าของ Hello Kitty ด้วย

รัสเซล ปีเตอร์ส ซุปเปอร์สตาร์คอมเมดี้สุดฮา กลับมาเรียกเสียงหัวเราะจากแฟนชาวไทยอีกครั้ง
ALMOST FAMOUS WORLD TOUR /  RUSSELL PETERS / 

หากคุณชอบความฮา...ก็เตรียมขำกรามค้างไปกับ ซุปเปอร์สตาร์สแตนอัพ คอมเมดี้ตัวเอ้ รัสเซล ปีเตอร์ส (RUSSELL PETERS) ศิลปินเดี่ยวไมโครโฟนอันดับ 1 จากแคนาดา ที่จะหวนมาเรียกเสียงหัวเราะในบ้านเราอีกครั้ง ให้แฟนๆที่เมืองไทยต้องขำจนท้องแข็งด้วยมุกและวัตถุดิบใหม่ๆ หลังเสร็จภารกิจจากรายการฮิตทางช่อง ลาสท์ คอมมิค สแตนดิ่ง (Last Comic Standing ) และภาพยนตร์ที่ได้รับคำชื่นชมอย่าง เชฟ (Chef) และ เน็ทฟลิกซ์ (Netflix) กับการออกทัวร์ครั้งใหม่ของเขาที่ชื่อว่า “ออลโมสท์ เฟมัส เวิล์ด ทัวร์” (ALMOST FAMOUS WORLD TOUR ) ซึ่งจะเปิดแสดงในวันที่ 4 เมษายนนี้ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิล์ด สำหรับการแสดงครั้งนี้ รัสเซลจะนำเรื่องราวขำๆเกี่ยวกับชุมชนที่เขาโปรดปราน เรื่องในที่ทำงาน โทรศัพท์มือถือ การออกเดท และคุณลุงของเขาที่ไม่เคยโดนต่อยปาก พร้อมปล่อยมุกฮาจัดสดแหย่ผู้ชมในสไตล์เฉพาะตัว ร่วมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ ดีเจ สปินแบด (Spinbad) จากนิวยอร์กซิตี้ ดีเจประจำทัวร์ ที่จะมาร่วมสร้างสีสัน และยังมีจอสกรีนที่จะทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับโชว์ของรัสเซลอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง ลีลาคอมเมดี้ทอล์คโชว์ของรัสเซลนั้น เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และไหวพริบที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะจนผู้ชมน้ำตาเล็ด และหยุดหัวเราะไม่ได้กับมุกตลกที่ไม่แพ้ทัวร์ครั้งแรกในไทยของเขาเมื่อปี 2555 อย่างแน่นอน ซึ่งครั้งนั้นบัตรเข้าชมก็จำหน่ายหมดเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็ว รัสเซล ปีเตอร์ส ซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการสแตนอัพ คอมมาดี้ ทุบสถิติด้วยการจำหน่ายบัตรชมการแสดงขนาดความจุระดับอารีน่าหมดเกลี้ยงในหลายประเทศ นิตยสาร Forbes จัดอันดับให้เขาเป็นนักแสดงรวยอารมณ์ขันที่ทำเงินสูงสุดติด 10 อันดับแรกของโลกในปี 2552 และปี 2553 และ ออลโมสท์ เฟมัส เวิล์ด ทัวร์ ทัวร์ล่าสุดของเขาก็ยังได้รับคำชื่นชมจากสื่ออีกด้วย “ปีเตอร์สมักจะคิดมุขใหม่ๆได้เสมอ เขากล่าวว่ามุกใหม่ในทัวร์ออลโมสท์ เฟมัส เวิล์ด ทัวร์ของเขาลดเรื่องการเสียดสีความแตกต่างทางวัฒนธรรม และเพิ่มมุกเกี่ยวกับ “วัฒนธรรมของการเป็นรัสเซล” แอลเอ ไทม์ส “สิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกี่ยวกับปีเตอร์สคือทุกอย่างเหมือนจะสร้างให้เขามาเป็นสุดยอดดาวตลก ความเป็นนักแสดงตลกมันอยู่ตัวของเขา” เดอะ การ์เดียน สำหรับแฟนๆ ที่ชื่นชอบ รัสเซล ปีเตอร์ส ห้ามพลาด!! กับการกลับมาแสดงอีกครั้งของเขา ใน “ออลโมสท์ เฟมัส เวิล์ด ทัวร์” (ALMOST FAMOUS WORLD TOUR ) ที่จะมาปล่อยมุกฮากระจาย ในวันเสาร์ที่ 4 เมษายนนี้ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิล์ด บัตรราคาเริ่มต้นที่ 2,000 บาท เริ่มจำหน่ายบัตรแล้วที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0-2262-3838 หรือได้ที่ www.thaiticketmajor.com หรือ www.bectero.com หรือwww.facebook.com/bectero มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ฮอตไม่หยุด คนไลค์ทะลุล้าน แซง เพจดราม่า ลิบลับ
อีเจี๊ยบ เลียบด่วน

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ฮอตไม่หยุด คนไลค์ทะลุล้าน แซง เพจดราม่า ลิบลับ สีสันโซเชียลวันนี้ มีเรื่องคลายเครียดมาให้ขำกันเล่นๆ แต่ถ้าใครอยากอ่านข่าวซีเรียสเชิญคลิกหมวดข่าวการเมืองและเศรษฐกิจได้เลยจ้า  เรื่องราวฮอตบนโลกโซเชียลขณะนี้คงหนีไม่พ้นแฟนเพจ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ที่เปิดมาได้ยังไม่ครบปีล่าสุดก็มีคนกดไลค์เกินหนึ่งล้านคนแล้ว อาศัยคาแร็กเตอร์และการใช้ภาษาสุดกวน ส่งผลให้ตอนนี้อีเจี๊ยบ เลียบด่วนกลายเป็นขวัญใจคนบนโลกออนไลน์ แซงหน้าแฟนเพจดัง Drama Addict ที่โตคู่กันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงแรกเพจอีเจี๊ยบยังอาศัยเพจ Drama ในการใช้เป็นช่องทางในการกระจายข่าว จากการเปิดเพจใหม่ๆเรียกง่ายๆว่าพึ่งบารมี แต่สุดท้ายเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วนก็ทิ้งห่างยอดไลค์จนได้ โดยในงานนี้ เพจอีเจี๊ยบ ถึงกับโพสต์ข้อความที่สร้างความหมั่นไส้ให้กับชาวเน็ต ว่า "โพสนี้จะเป็น โพสสุดท้าย ของเพจในฐานะเพจหลักแสนนะครับ จะเข้ามาด่า มาทัก มาจุดพลุร่วมกันก็เชิญได้เลย เพราะพอเป็นเพจหลักล้าน ในวันพรุ่งนี้ผมจะหยิ่งมาก อาจเข้าถึงผมยากขึ้น ใครที่จะรอแคป 999999 ก็เชิญนะ ไม่มีอะไรเป็นรางวัลให้หรอก ขอบคุณทุกคนจริงๆครับ ผมรักคุณ เชื่อเถอะว่าผมพูดจริง" MThai News

ยังจำกระแสชุดนี้สีอะไรได้ไหม นี่เป็นวีดีโอที่จะทำให้คุณอึ้งกว่า
ภาพลวงตา /  ภาพมายา / 

ยังจำกระแสชุดนี้สีอะไรได้ไหม นี่เป็นวีดีโอที่จะทำให้คุณอึ้งกว่า

EODกู้วัตถุคล้ายระเบิดผูกเสาไฟฟ้า ถ.พัฒนาการ ได้แล้ว
ถนนพัฒนาการ /  ระเบิด / 

ล่าสุดเมื่อเวลา 12. 45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ EOD ได้เข้าตรวจสอบและเก็บกู้พบว่าวัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดไดนาไมท์ปลอม เป็นเพียงม้วนกระดาษเปล่าสีน้ำตาลเท่านั้น ภายในไม่มีดินระเบิดและ ไม่ได้ต่อวงจร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์จากบุคคลที่ไม่หวังดี ขณะเดียวกันก็ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสและพยาน รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุเพื่อติดตามตัวผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ดังกล่าวมาดำเนินคดี และในเวลา 15:00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. โฆษก ตร. พร้อมด้วย ผบช.น.จะแถลงข่าวเหตุการณ์ดังกล่าวที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ภาพจาก@jackdailynews    ..................................................... ระทึก พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดผูกติดกับเสาไฟฟ้าบริเวณถนนพัฒนาการขาออก ซอย 63-65  ภาพจากเฟซบุ๊ก Rungrot Kongpiban วันนี้ (1 ม.ย.) เมื่อเวลา 10.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดผูกติดกับเสาไฟฟ้าบริเวณถนนพัฒนาการขาออก ซอย 63-65  ขณะที่เจ้าหน้าที่ EOD ยืนยันพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดมีวงจรและระบบจุดชนวนกับนาฬิกาตั้งเวลาแบบดิจิตอล แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นประทัดยักษ์หรือวัตถุระเบิดชนิดใด โดยเจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่และปิดการจราจร เพื่อความปลอดภัยในรัศมี สำหรับความคืบหน้า MThai News จะนำรายงานให้ทราบต่อไป MThai News

อึ้งไปเลยกับนักเตะเจ้าของฉายา
ข่าวกีฬา /  บอลสเปน / 

ดาเนี่ยล ดานาเลส กัปตันทีมกูอาร์เตส ได้รับฉายาสุดฮาจากสื่อในสเปนว่า “เอล โคอาล่า” หรือ ไอ้หมีโคอาล่า หลังดานาเลสถูกถ่ายภาพได้ตอนที่เขากำลัง ปีนเสาประตู ในเกมที่ทีมของเขาลงสนามพบกับ เตรูเอล ความจริงคือการที่นักเตะปีนป่ายเสาหรือคานประตูเป็นเรื่องผิดกติกาในเกมฟุตบอล โชคดีที่ผู้ตัดสินไม่เห็นเหตุการณ์นี้ ดานาเลสเลยไม่ถูกลงโทษ โดยนักเตะรายนี้ให้เหตุผลว่าที่เขาต้องปีนเสาประตูก็หวังว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ทีมเสียประตูจากลูกเตะมุมของคู่แข่ง ดานาเลส ให้สัมภาษณ์ว่า “ตอนนั้นเราเสียลูกเตะมุมและทีมคู่แข่งก็มีนักเตะที่สูงมาก สิ่งที่ผมคิดคือปีนเสาเพื่อที่จะกระโดดให้สูงกว่าคู่แข่ง ผมทำไปตามสัญชาตญาณและคงไม่ทำอีก ผมอ่านกติกาและเพิ่งรู้ว่าทำแบบนี้อาจโดนลงโทษได้ เพื่อนร่วมทีมผมบอกว่ามันเป็นอะไรที่บ้ามาก”

โฆษกฯ ยัน ผู้ว่าฯ กทม. ไม่เคยไล่ปชช.ไปอยู่บนดอย
น้ำท่วมกรุงเทพ /  สุขุมพันธุ์ บริพัตร

โฆษกประจำตัว ผู้ว่าฯ กทม. แจงผ่านเฟซบุ๊ก ระบุการแถลงข่าวของผู้ว่าฯกทม. กรณีน้ำท่วม ไม่มีประโยค หรือข้อความไหนเลยที่ไล่ประชาชนไปอยู่ดอย จากรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ว่าฯ กทม. ม.ร.วงสุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ตัดพ้อผ่านสื่อจากเหตุน้ำท่วมขังในพื้นที่เมืองกรุงหลายจุดหลังเกิดมีฝนตกหนักว่า หากใครไม่พอใจ ไม่อยากเจอน้ำท่วม ให้ไปอยุ่บนดอยตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกประจำตัว ผู้ว่าฯ กทม. ได้เขียนข้อคามผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่า ผู้ว่าฯ ที่เป็นคนมาจากการเลือกตั้งได้คะแนนเป็นล้าน คงไม่มีเจตนาไล่ให้ปชช.ที่เลือกท่านไปอยู่บนดอยแน่ ในฐานะโฆษกประจำตัวของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร) ผมขออนุญาตชี้แจงประเด็นที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ กรณีการแก้ปัญหาฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา และคำสัมภาษณ์ของท่านผู้ว่าฯ ในวันที่ 25 มีนาคม 2558 มี 3 ประเด็นครับ 1. การแก้ปัญหาของกทม. ในสถาณการณ์ฝนตกหนัก 70 - 80 มิลลิเมตร ในวันที่ 24 มีนาคม ใช้เวลาในการระบายน้ำ 1 - 2 ชั่วโมง หรือจุดที่หนักสุดก็ 3 ชั่วโมง ถ้าจะย้อนกลับไปดูในอดีด ปี52 ซึ่งเป็นปีแรกที่ผู้ว่าสุขุมพันธุ์เข้ามาทำงาน บางพื้นที่น้ำท่วม 3 - 4 วัน แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวอีกเลย หรือแม้แต่ปี 54 ที่รัฐบาลในขณะนั้นคาดการณ์ ว่าน้ำจะท่วมทั้ง 50 เขต ของ กทม. แต่ท่านผู้ว่าก็ได้อำนวยการและสั่งการ โดยการลงพื้นที่ทุกวัน จนสามารถป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจไว้ได้ถึง 12 เขต ไม่ใช่ความบังเอิญหรือความโชคดีครับ แต่เป็นการวางแผนและอำนวยการการแก้ปัญหาในพื้นที่ของผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ และระบบที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องครับ 2. คำสัมภาษณ์ ในวันที่ 25 มีนาคม 2558 ถ้าใครที่อยู่ในห้องแถลงข่าวจะทราบว่า ประโยคแรกท่านผู้ว่าฯ กล่าวว่า "ผมขอขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ทุกท่าน ที่ได้กรุณาแสดงข้อกังวล และข้อคิดเห็นทั้งที่เป็นบวกและเป็นลบต่อผมและ กทม. " หลังจากแถลงถึงการทำงานของ กทม. กับการแก้ปัญหาเมื่อวาน (24 มี.ค.58) พร้อมทั้งยังได้ชี้แจงในพื้นที่ๆ เป็นปัญหา และกทม.ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เพราะเป็นที่เอกชน กทม. ได้พยายามขอมาโดยตลอด เช่น พระราม9 ซอย 7 ถือว่าท่านชี้แจงได้ครอบคลุมและครบถ้วนทุกประเด็น (แต่ไม่ถูกนำเสนอ) จนมาถึงช่วงตอบคำถาม นักข่าวท่านหนึ่งซึ่งพยายามจะถามย้ำให้ท่านรับปากว่าจะไม่เกิดปัญหาแบบเมื่อวานอีก ท่านก็ตอบแบบอารมณ์ขันว่าผมไม่ใช่เทวดานี่ครับ ซึ่งนักข่าวและผู้ที่อยู่ในห้องแถลงข่าวส่วนใหญ่ก็เข้าใจ หรือแม้แต่คำว่าไปอยู่ดอย นักข่าวคนเดิม ก็ถามอีกว่า ท่านนายกฯ กังวลเรื่องน้ำท่วมกทม. แล้วท่านกังวลไหม ท่านก็ตอบว่า กทม. เป็นเมืองน้ำ ทำไมผมจะไม่กังวล ถ้าจะไม่ให้กังวล ก็ต้องไปอยู่ดอย ก็ไม่มีประโยค หรือข้อความไหนเลยที่ไล่ประชาชนไปอยู่ดอย เพียงเพราะมีสื่อบางฉบับ!! ที่มีนัยเอาเรื่องดังกล่าวไปขยายผล รวมถึงกลุ่มโซเชียลที่ขาดความรอบคอบในการตรวจสอบความถูกต้อง ก็เอาไปขยายผลต่อ โดยขาดความรับผิดชอบ!!! 3. ตลอดเวลา 6 ปี ที่ผมทำงานกับท่านผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ สิ่งที่ผมเห็นเป็นประจำก็คือการให้เกียรติทุกคน ไหว้คนทุกคน ข้าราชการ ลูกจ้าง กทม. และทุกคนจะรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้ ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ เมื่อลงจากรถท่านเดินหาคนงานกวาดก่อน ยกมือไหว้ ขอบคุณที่ช่วยดูแล กทม. ไปทานอาหาร ท่านก็เดินไหว้แทบจะทุกโต๊ะ ประชาชนบางคนถึงกับเดินมาชมท่านให้ผมได้ยินบ่อยๆ ว่า เห็นมีแต่ท่านผู้ว่าฯ นี่แหละที่ไม่ว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งก็เดินไหว้ประชาชน เพราะที่เค้าเห็นจะไหว้เฉพาะตอนเลือกตั้ง คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วยคะแนนนับล้านคะแนน จะไม่มีทางไล่ประชาชนไปอยู่ดอยหรอกครับ ผมไม่ได้ออกมาแก้ตัวให้ท่านผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่กทม. เพียงแต่ต้องการให้เห็นข้อเท็จจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด และเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผมอยากชี้ให้สังคมเห็นว่าในโลกปัจจุบันการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และเลือกนำเสนอเพื่อให้เป็นที่สนใจ โดยขาดความรับผิดชอบ!! แล้วสังคมที่เราอยากเห็น สังคมที่ต้องการความรักความสามัคคี จะเกิดขึ้นได้อย่างไร MThai News

แอบส่อง บ้านพลอย ชิดจันทร์ บ้านหรู สุดอลังการ
บ้านพลอย ชิดจันทร์ /  เปิดบ้านดารา

วันนี้ Decor.MThai ได้ไป แอบส่อง บ้านพลอย ชิดจันทร์ บ้านหรู สุดอลังการ มาฝากเพื่อนกันค่ะ ถ้าพูดถึงคุณพลอย ชิดจันทร์ เพื่อนๆ หลายท่านคงจะนึกถึง หนังเรื่องสวยลากไส้ กันอย่างแน่นอน เพราะเธอเป็นนักแสดงนำของเรื่องนี้ และตอนนี้เธอก็ยังเป็นคุณแม่ลูกสี่ แต่ยังสวย น่ารักอยู่เหมือนเดิม ว่าแล้วเราไปดูบ้านของเธอกันเลยค่ะ ว่าจะสวยเหมือนเจ้าของ และจะอลังการอย่างที่พูดมั้ยนะไปชมกันค่ะ แอบส่อง บ้านพลอย ชิดจันทร์ บ้านหรู สุดอลังการ ส่อง บ้านพลอย ชิดจันทร์ บ้านหรู สุดอลังการ มาเริ่มที่ห้องนั่งเล่นกันเลย ห้องนั่งเล่นตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาล สีน้ำตาลเป็นสีที่บ่งบอกถึงความอบอุ่น ต่อด้วยห้องน้ำ ห้องน้ำตกแต่งด้วยโมเสคสีเทาดำ เพิ่มความหรูให้กับตัวห้องได้เป็นอย่างดี ห้องนอน ห้องครัว ห้องครัวผนังด้านหนึ่งตกแต่งเป็นกระจกใส ช่วยเพิ่มให้บ้านดูโปร่งไม่คับแคบ รวมมุมสวยๆ มุมต่างๆ ภายในบ้าน ปิดท้ายด้วยสวนหน้าบ้าน สวนหน้าบ้านหลังนี้เรียกว่าได้ว่าใหญ่มากๆ เพราะคุณพลอยเขาต้องการมีไว้ให้เป็นสนามเด็กเล่นของลูกน้อยค่ะ เป็นไงคะ เรียกได้ว่าบ้านสวยอลังการมากๆ เลยใช้มั้ยคะ นอกจากบ้านที่สวยและใหญ่แล้ว เรายังได้รับถึงกลิ่นอายความอบอุ่นของคนในบ้านอีกด้วย บ้านหลังใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ทำให้ความอบอุ่นของคนในครอบครัวนี้จางหายไปได้ค่ะ ขอบคุณภาพสวยๆ จาก ig : ploychidjun, http://gossipstar.mthai.com/instagram/ploychidjun/ "เนื้อหานี้เผยแพร่โดย http://decor.mthai.com — หากเนื้อหาไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ"

ใครทำน้องพี่มีตาย! พี่โล้น เจสัน สเตแธม บู๊ระห่ำฆ่าเรียบ ใน Fast & Furious 7
Fast & Furious 7 /  Fast 7 / 

หลังจากที่เคยระห่ำฆ่าคนเป็นว่าเล่นมาหลายเรื่อง ครั้งนี้ พี่โล้นโหด เจสัน สเตแธม จะกลับมาในภาพยนตร์ Fast & Furious 7 เร็ว...แรงทะลุนรก 7 ในบท เด็คการ์ด ชอว์ เพื่อล้างแค้นให้น้องชาย ด้วยการไล่เป่าหัวครอบครัวซิ่งตัวต้นเหตุให้กระจุย! เห็นอำมหิตซิ่งขั้นเทพใน Transporter เด็ดแค่ไหน รับร้องครั้งนี้ จัดหนักมิดคันเร่งยิ่งกว่าเดิมเห็นๆ เจสัน สเตแธม ตามธรรมเนียมผู้ร้ายของ Fast & Furious โอเวน ชอว์เป็นคู่ปรับที่น่าประทับใจที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยต้องเผชิญ อย่างไรก็ดี ด้วยการกำจัดฮัน เด็คการ์ด ชอว์ ตัวละครของ เจสัน สเตแธม กลับร้ายกาจกว่าน้องชายของเขา ด้วยเป้าหมายที่มีความเป็นส่วนตัวยิ่งกว่า นั่นคือการเด็ดชีพดอมและลูกทีม ทีละคนๆ ผู้อำนวยการสร้าง มอริทซ์ กล่าวว่า "ชอว์เป็นตัวอันตรายครับ ตอนนี้ ตัวเอกของเราเป็นนักรบแล้ว บางคนก็มีฝีมือเยี่ยมที่สุดในโลก และเราก็ต้องการนักรบที่สามารถต่อกรกับพวกเขาได้ เราต่างก็รู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณว่า เจสัน สเตแธม จะเป็นคนที่เราต้องการ ซึ่งมันก็ได้รับการยืนยันด้วยเสียงตอบรับที่ท่วมท้นที่มีต่อการปรากฏตัวของเขาในภาคที่แล้วครับ" สเตแธม เจ้าของผลงานภาพยนตร์แอ็คชันยอดนิยมหลายต่อหลายเรื่อง กระตือรือร้นที่จะบอกว่าตัวละครของเขาไม่ใช่ผู้ร้ายที่แบนราบ เช่นเดียวกับดอม ชอว์เองก็มีคติในการใช้ชีวิตเช่นกัน นั่นคือการล้างแค้นให้กับน้องชายของเขา และในการไล่ล่าพวกเขา เขาเป็นคนที่มีเข็มทิศศีลธรรมที่ไม่สั่นคลอน แม้ว่าจะบิดเบี้ยวก็ตาม โดย เจสัน สเตแธม กล่าวว่า "ชอว์ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนเลย เขามีความคิดแบบขาวดำมากๆ เลือดก็คือเลือดและไม่มีอะไรจะมาขวางกั้นเขาได้ ดังนั้น เขาก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องล้างแค้นให้กับน้องชายเขา ทุกอย่างถูกเปิดเผยออกหมดแล้ว และเขาก็จะทำกับพวกเขาเหมือนที่พวกเขาทำกับเวน แต่แม้ว่าดอมกับชอว์จะแตกต่างกันแค่ไหน พวกเขาก็ยังเหมือนกันมากอีกด้วย พวกเขาต่างก็มีคติในการใช้ชีวิต ต่างก็เชื่อในครอบครัว มันเป็นการเปรียบเทียบที่ยอดเยี่ยมระหว่างตัวละครทั้งสองครับ" หลังจากที่เขาระบุภัยคุกคามใหม่ต่อครอบครัวของเขาได้แล้ว ดอมก็เริ่มเป็นฝ่ายรุกด้วยการไล่ล่าชอว์ วัน ที่ลุ้นกับการเผชิญหน้ากันของสองยักษ์ใหญ่คู่นี้ ได้พัฒนาสไตล์ที่จะนำเสนอภาพวิชวลที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับฉากแอ็คชันและสตันท์ ที่ทำให้แฟรนไชส์นี้โด่งดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานกับธีมการล้างแค้นที่ถูกเพิ่มเข้ามา โดยผู้กำกับ เจมส์ วาน เผยว่า "Fast & Furious 7 ได้แตะธีมคลาสสิกของความแค้น การเอาคืนและการดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ผมเป็นแฟนของธีมหนังแบบนี้ และการสามารถใส่เอาความมืดหม่นนิดๆ เข้าไปในแฟรนไชส์นี้ได้ก็เป็นเรื่องเจ๋งดี มันทำให้หนังเรื่องนี้มีอารมณ์ดิบเถื่อนที่ชัดเจนครับ" เหยียบคันเร่งให้ทะลุพิกัด สาดกระสุนให้หมดแม็กซ์! ไปกับ Fast & Furious 7 เร็ว...แรงทะลุนรก 7 ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Fast & Furious 7 ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

รักแท้! ชาวเน็ตแชร์ ชายหนุ่ม สัญญาดูแล สาวตลอดชีวิต
ดูแลตลอดชีวิต /  รักแท้ / 

รักแท้! ชาวเน็ตแชร์ ชายหนุ่ม สัญญาดูแล สาวตลอดชีวิต แฟนเพจ กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand ได้โพสต์เรื่องราวที่ทำให้คนบนโลกออนไลน์ประทับใจ โดยเผยว่า ยังจำหญิงสาวอายุ 22 ปี ที่ตั้งครรภ์ 4 เดือน แล้วถูกรถพ่วง 18 ล้อ เฉี่ยว ขณะซ้อนรถเครื่องสามี ระหว่างทางกลับบ้าน หลังเสร็จจากการไปหาหมอ ตรวจครรภ์ คนนี้ได้ไหม? ที่เคยออกมาให้สื่อ ช่วยประกาศ หาพยานผู้เห็นรถพ่วงคันนั้น ให้ช่วยแจ้ง รายละเอียดเข้ามา เพื่อหวังได้รับ การช่วยเหลือ เรื่องค่ารักษา จากบริษัทของรถพ่วง ยังจำกันได้ไหม? จากเหตุรถชนทำให้เธอต้องตัดแขนและตัดขา ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนเดิม วันนี้ สามีเธอ ตอบตำถามของนักข่าว และ บอกว่า "จะดูแลไปตลอดชีวิต" นี่คือ คำสัญญาจากสามี หลังภรรยา ต้องกลายเป็น คนพิการ แขน-ขาขาด เพียงชั่วข้ามคืน นักข่าวถามต่อไปว่า เสียใจไหม? ผมไม่เสียใจ เพราะผมยังมีชีวิตอยู่ ลูกผมก็ยังอยู่ ภรรยาผม ก็ปลอดภัย ยังไงก็ต้อง สู้ต่อไป "ไม่อยากให้เขาคิดว่าเขาเป็นภาระ เพราะเขาคือ คนที่ผมรัก ผมสัญญาว่าจะ ดูแลเขาอย่างเต็มที่ ยังไง ผมก็รักเขา เหมือนเดิม" สามีกล่าว พร้อมกับอุ้มภรรยาของเค้าอย่างทะนุถนอมตลอดเวลาเมื่อไปไหนมาไหน...และจะอุ้มไปตลอดชีวิตความรักแบบนี้สิ ที่เรียกว่า "รักแท้" ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ ชาวสังคมออนไลน์ต่างชื่นชมและให้กำลังใจความรักของทั้งสองคน ขอให้ดูแลกันและกันต่อไปนานๆ ขอบคุณภาพจาก กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand MThai News

มิกค์...ราศีพระเอกเริ่มจับ พระเอกเบอร์ต้นๆ มีหนาว
มิกค์ ทองระย้า /  ข่าวบันเทิงวันนี้

เล่นละครบทร้ายๆ มาหลายเรื่อง ก็ยังเฉยๆ แต่พอหนุ่ม มิกค์ ทองระย้า แก้ผ้าแก้ผ่อนถ่ายแบบโชว์หัวนมสีชมพู ซิกซ์แพ็คแน่นๆ แซบๆ เท่านั้นละค่ะ เก้งกวางนางชะนีทั้งประเทศต่างพากันยกแขนขึ้นโยนหนุ่มมิกค์ให้กลายเป็นหนุ่มที่น่ากินที่สุดในสยามประเทศ แม้แต่ทางวิกหมอชิตเองก็เหอะ!!! พอเห็นว่ากระแสแก้ผ้าแก้ผ่อนของหนุ่มมิกค์โอเคเวรี่กู๊ด ก็อนุมัติให้หนุ่มมิกค์แก้ผ้าแก้ผ่อนถ่ายแบบเรียกเรตติ้งได้ตามสบาย แถมทางช่องก็ยังจับหนุ่มมิกค์ให้ลองชิมลางรับบทเป็นพระเอกดูบ้าง งานนี้ก็ยิ่งทำให้เรตติ้งของหนุ่มมิกค์พุ่งกระฉูด จนมีพระเอกหลายๆ คนในช่อง ถึงกับมีหนาว เพราะเรื่องหน้าตาและบอดี้ของหนุ่มมิกค์ในเวลานี้ถือว่ากินขาดพระเอกเบอร์ต้นๆ ของช่องได้อย่างสบายๆ ไม่แน่อีก 2-3 ปีข้างหน้า พระเอกเบอร์ต้นๆ ของวิกหมอชิตอาจจะมีรายชื่อของหนุ่มมิกค์ ทองระย้า ติดอันดับท็อปไฟว์ก็เป็นได้ มิกค์ ทองระย้า มิกค์ ทองระย้า

ละครกลกิโมโน , เรื่องย่อกลกิโมโน
เบิร์ด ธงไชย /  ชมพู่ อารยา / 

เรื่องย่อละคร กลกิโมโน บทประพันธ์โดย : พงศกรผลิตโดย : บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่นควคุมการผลิตโดย : หน่อง อรุโณชาออกอากาศทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ณ เมืองสึกิ เกิดพายุหิมะถล่มครั้งยิ่งใหญ่ นี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติธรรมดา แต่เป็นฝีมือของ นางปีศาจหิมะ ที่โกรธแค้น โฮชิ เทพเจ้านกกระเรียนที่ไม่ยอมรับรักเธอ นางปีศาจหิมะต้องการให้โฮชิเห็นประชาชนที่โฮชิรักต้องมีอันเป็นไปต่อหน้าต่อตา โฮชิต่อสู้กับนางปีศาจหิมะจนสามารถช่วยประชาชนได้สำเร็จ แต่การต่อสู้ทำให้กิโมโนของโฮชิขาดวิ่น โฮชิกลับสวรรค์ไปไม่ได้ต้องติดค้างอยู่บนโลกมนุษย์ เขาจึงต้องพรากจาก เมียวโจ คนรักที่อยู่บนสวรรค์ โฮชิเฝ้าคิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ แต่เชื่อว่าเธอเองก็คิดถึงเขาอยู่เช่นกัน โฮชิมั่นใจว่าสักวันจะได้พบกับสาวคนรักอีกครั้ง ไม่ว่านานแค่ไหนเขาก็จะรอ 400 ปีผ่านไป รินดารา สาวไทยแสนสวยที่ได้รับทุนมาเรียนต่อปริญญาโทสาขากายภาพบำบัดที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะทางมหาวิทยาลัยตัดสินใจไม่ให้ทุนเรียนต่อ เหตุเพราะรินดาราลักลอบขโมยสัตว์ทดลองออกไป รินดาราได้แต่ก้มหน้ายอมรับผลการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย เพราะรินดาราไม่สามารถพูดออกไปได้ว่า สาเหตุของการขโมยสัตว์ทดลองเป็นเพราะความสามารถพิเศษของเธอที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้เธอได้ยินเสียงพวกมันร่ำร้องขอให้ช่วยรักษาบาดแผลบนลำตัว รินดาราพยายามทำเฉยเมยต่อเสียงสัตว์เหล่านั้นเหมือนอย่างที่ สุรินทร์ และ ดวงดาวพ่อแม่เคยเตือนเอาไว้ตั้งแต่เด็ก แต่รินดารารู้อยู่คนเดียวว่ายิ่งเธอไม่สนใจเท่าไหร่ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของเธอก็จะยิ่งเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนมากขึ้นเท่านั้นเหมือนอะไรบางอย่าง จะเตือนว่ารินดาราไม่มีสิทธิ์เพิกเฉยต่อความสามารถพิเศษเพราะทุกอย่างถูกลิขิตมาไว้แล้ว รินดารามั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสามารถพิเศษและปานรูปดาวบนแผ่นหลังจะต้องเป็นที่มาของอะไรบางอย่างที่รอให้เธอหาคำตอบ แล้วผลของการไม่เพิกเฉยต้องทำให้รินดาราต้องดิ้นรนทำงานหาเงินเพื่อเป็นค่าเทอมในปีต่อไป ขอให้เป็นงานที่ไม่เบียดเบียนใครรินดาราทำได้หมด แล้วงานล่าสุดของเธอที่มีค่าตอบแทนอย่างงดงามก็คือ การแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงอยู่ในสวนสนุก ในขณะที่รินดารากำลังทำงานด้วยความเพลิดเพลินอยู่กับลูกค้า เธอก็ได้ยินเสียงนกบนต้นไม้พูดขึ้นมาว่า มีเด็กผู้หญิงพิการนั่งอยู่บนรถเข็นล้อเลื่อนกำลังพลัดหลงกับคุณอาชายสุดหล่อกับคู่ควงสาวที่มัวแต่จีบกัน และดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะมุ่งหน้าไปที่สระน้ำ รินดาราวิ่งไปช่วยเด็กน้อยได้ทันก่อนที่รถจะไถลลงสระน้ำได้อย่างเฉียดฉิว รินดารากอดปลอบเด็กน้อยชื่อว่า อายูมิ มิยาคาวะ ที่เอาแต่ร้องไห้สะอื้นด้วยความตกใจ ก่อนที่ อาคิระ มิยาคาวะ และ ริเอะ ชินเอบะ ผู้ปกครองของเด็กน้อยจะมาพบเข้า ทั้งสองยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไร ริเอะก็กล่าวหาว่ารินดาราอาจจะเป็นพวกตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูล มิยาคาวะ ส่งมาลักพาตัวอายูมิ รินดาราทนไม่ได้จึงเถียงกลับจนริเอะพูดไม่ออก แต่คนที่ไม่เคยยอมแพ้ใครอย่างริเอะก็จัดการรินดาราด้วยการทำให้รินดาราถูกไล่ออกจากงาน รินดาราประกาศไว้กับตัวเองว่าจะไม่ขอเจอยัยริเอะกับอาคิระอีกเลย รินดาราอยู่ในสภาพลำบากอีกครั้ง แล้วเหมือนโชคจะเข้าข้างเธอเมื่อมีคนติดต่อผ่านอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยว่าจะให้เธอไปเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กหญิงพิการที่เมืองสึกิ เมื่อในนิทานแสนสวยงามที่รินดาราฝันอยากไปตั้งแต่เด็ก และเมืองสึกินี้เองที่เป็รแรงบันดาลใจทำให้รินดาราขอทุนเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ที่ผ่านมารินดาราต้องเรียนหนักและต้องประหยัดเงินทุกบาทจึงยังไม่เคยไปเมืองสึกิสักครั้ง รินดาราตื่นเต้นดีใจดีมากก่อนที่จะพบว่าผู้ที่มาติดต่อเธอคืออาคิระ ผู้ชายมาดขรึมเก๊กหล่อแฟนของยัยผู้หญิงนิสัยไม่ดี รินดารากำลังจะปฏิเสธโดยไม่เสียเวลาลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่อาคิระที่เหมือนจะอ่านใจรินดาราออกรีบบอกว่า ไม่ใช่เขาที่เป็นคนอยากให้รินดาราไปดูแลหลานสาว แต่เป็นคนอื่น รินดาราสังเกตเห็นได้ว่าอาคิระดูไม่ค่อยเต็มใจอยากจะมาทำหน้าที่นี้สักเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่รินดาราคิด การที่อาคิระยอมมาเชิญรินดาราด้วยตัวเองเป็นเพราะ คุณย่ามิกิ คุณย่าที่เขารักและเคารพมากขอร้องมาว่าให้ทำเพื่อบุคคลผู้มีพระคุณต่อมิยาคาวะ อาคิระขอร้องให้รินดาราไปพบกับเขาคนนั้นด้วยตัวเองแล้วค่อยตัดสิ้นใจว่าจะรับหรือไม่รับงานนี้ รินดารายอมไปกับอาคิระเพราะอยากรู้ว่าเขาคนนั้นคือใคร พอถึงที่หมายซึ่งเป็นหน้าอุโมงค์คอกวีสทีเรีย อาคิระบอกให้รินดาราเข้าไปข้างในคนเดียว แล้วภาพของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าอุโมงค์คอกวิสทีเรียอันสวยสดงดงามราวกับดวงดาวพร่างพรายแม้เวลากลางวัน เขาคนนั้นคือ ท่านชายโฮชิ ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอันเปี่ยมสุข แต่แววตากลับแฝงความเศร้าหมอง เพียงแค่คำพูดของเขาไม่กี่คำก็ทำให้รินดาราเหมือนตกอยู่ในมนต์ ตอบรับทำงานที่คฤหาสน์มิยาคาวะทันที โดยที่ไม่รู้เลยว่าการเดินทางไปเมืองสึกิครั้งนี้จะทำให้ได้พบคำตอบที่เธอรอคอยมาตลอดชีวิต ณ ขณะเดียวกันที่ตระกูลโคสึกะ ตระกูลศัตรูคู่อาฆาตกับตระกูลมิยาคาวะกำลังร้อนเป็นไฟ เมื่อ ไดซุเกะ ชายชราวัย 70 ปี อ่านพบคำทำนายในตำราโบราณของบรรพบุรุษว่ากำลังมีผู้หญิงเดินทางมาที่มิยาคาวะ และผู้หญิงผู้นี้จะนำพาหายนะมาสู้โคสึกะตระกูลโคสึกะเป็นตระกูลใหญ่ในหุบเขาสึกิ พวกเขาเป็นเจ้าพ่อธุรกิจการเกษตรและเป็นตระกูลผู้ดูแลศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นเทพเจ้าทางด้านพืชผลทางการเกษตร ขณะที่เทพเจ้านกกระเรียนทองคำคือเทพเจ้าแห่งสุขภาพและชีวิตที่ยืนยาว โดยมีตระกูลมิยาคาวะทำหน้าที่ดูแลศาลให้ สองตระกูลนี้ไม่ถูกกันมาตลอดเพราะความเชื่อและศรัทธาในเทพเจ้าของตัวเอง ตระกูลโคสึกะเข้าใจผิดไปว่าเทพเจ้านกกระเรียนเป็นต้นเหตุทำให้เทพเจ้าจิ้งจอกของพวกเขาสูญสลาย และเชื่อว่าเทพเจ้านกกระเรียนยังกลับขึ้นสวรรค์ไม่ได้ ทว่าไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่แห่งใดบนโลกนี้ ทุกคนในตระกูลโคสึกะจึงถูกปลูกฝังให้ขัดขวางไม้ให้เทพเจ้านกกระเรียนกลับขึ้นสวรรค์ เพราะไม่เช่นนั้นตระกูลโคสึกะจะต้องมีอันเป็นไป ฮิเดโนริ โคสึกะ หลานชายวัย 25 ปีลูกของไดซุเกะทำหน้าที่สืบว่าผู้หญิงที่มาคฤหาสน์มิยาคาวะเป็นใครด้วยการส่งฮิโตชิ ผีเด็กตัดผมหน้าม้าสวมชุดยูกาตะสีน้ำเงินที่เขาเลี้ยงไว้ใช้งานให้ไปที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ทำให้รินดาราเกือบจะโดนผีหลอกตั้งแต่คืนแรกที่มาอยู่ที่คฤหาสน์มิยาคาวะ แต่รินดารารอดปลอดภัยมาเพราะท่านชายโฮชิมาช่วยไว้ และเขายังมอบเหรียญเซโมริลายนกกระเรียนซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังของญี่ปุ่นให้รินดาราเอาไว้เป็นเครื่องคุ้มกันภัยจากอันตรายทั้งปวง ทำให้ฮิโตชิเข้าใกล้รินดาราไม่ได้ ทางด้านรินดาราเริ่มงานดูแลหนูน้อยอายูมิด้วยการบริหารให้กล้ามเนื้อคลาย เด็กหญิงร้องไห้ลั่นด้วยความเจ็บปวด อาคิระมาเห็นเข้าก็ไม่พอใจเข้าไปห้ามทันที รินดาราเข้าใจแล้วว่าที่อายูมิอาการไม่ดีขึ้นเป็นเพราะเด็กน้อยถูกประคบประหงมมากเกินไป กล้ามเนื้อไม่ได้ออกแรงอย่างที่ควรจะเป็น รินดาราใช้สิทธิของการเป็นผู้ดูแลอายูมิจัดโปรแกรมชีวิตเด็กน้อยให้หมด อาคิระจำใจต้องยอมรับรินดาราเพราะคำสั่งของคุณย่ามิกิ อาคิระแปลกใจว่าทำไมย่ามิกิต้องทำเหมือนรินดาราเป็นคนพิเศษมาก ไหนจะยังสายตาที่ท่านชายโฮชิมองรินดาราช่างหวานซึ้งและคุ้นเคย อาคิระจ้างนักสืบสืบประวัติของทั้งสอง นักสืบไม่พบข้อมูลใดๆ น่าสงสัย แต่ที่แปลกคือ นักสืบไม่พบข้อมูลของท่านชายโฮชิเลยแม้แต่นิดเดียวว่าเขาเป็นใครมาจากไหน วันหนึ่งรินดาราพาอายูมิเข้าไปในเมืองเพื่อเปิดหูเปิดตา สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กน้อยอยากกลับมาเดินได้อีกครั้ง สองสาวต่างวัยได้พบกับ แป้งร่ำ และ เกียว เจ้าของร้านนวดแผนไทย รินดาราดีใจที่มีคนไทยอยู่ใกล้ๆ ให้อบอุ่นใจ แต่ขากลับรินดาราเกือบถูกสุนัขจิ้งจอกทำร้าย เสื้อผ้าของเธอฉีกขาดเล็กน้อย โชคดีที่อาคิระและโฮชิช่วยเอาไว้ทัน แต่สิ่งที่ทำให้โฮชิตกตะลึงก็คือ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดารา โฮชิแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาคิดถูกต้อง รินดาราคืออวตารส่วนหนึ่งของเมียวโจ เมียวโจส่งรินดารามาช่วยทำให้กิโมโนโฮชิปักเสร็จแล้วพาเขากลับสวรรค์ แต่ตอนนี้รินดารายังจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร โฮชิกับมิกิจะช่วยฟื้นความจำให้รินดารา มิกิจึงวางแผนให้รินดาราขึ้นไปบนหอคอยอันเป็นเขตห่วงห้ามของคุณย่ามิกิ เผื่อว่ากิโมโนโฮชิจำทำให้รินดาราจำได้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ แต่เมื่อกิโมโนโฮชิปรากฎต่อสายตา ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดาราเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงจนเธอเป็นลมสลบไป โฮชิรู้แล้วว่าตอนนี้ร่ายหยาบของมนุษย์อย่างรินดารายังไม่สามารถรับพลังงานบริสุทธิ์ของเทพได้ ต้องรอให้ร่างของรินดาราพร้อมด้วยตัวเองเท่านั้น ตอนนี้โฮชิจึงได้แต่เฝ้ารอให้รินดาราจำได้ว่าเธอเป็นใคร มิกิหวังว่าจะถึงวันนั้นเร็วๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทางด้านฮิเดโนริตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเลือดเต็มตัว เนื้อตัวเปรอะเปื้อนดินโคลน ฮิเดโนริจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งไดซุเกะเข้ามารับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลานชาย จึงรู้ว่าเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริเริ่มออกฤทธิ์ สุนัขจิ้งจอกตัวที่ทำร้ายรินดาราก็คือฮิเดโนรินั่นเอง แท้จริงแล้วฮิเดโนริเป็นลูกครึ่งมนุษย์และปีศาจจิ้งจอก พ่อของฮิเดโนริรักกับนางปีศาจจิ้งจอกที่ปลอมตัวเป็นหญิงสาวสวย เมื่อฮิเดโนริกำเนิด ทั้งสองก็ทิ้งเด็กชายไว้กับไดซุเกะก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะตามคนรักเข้าป่าไปอยู่กับฝูงสุนัขจิ้งจอก ไดซุเกะไม่เคยคิดว่าจะบอกเรื่องนี้ให้กับหลานรู้เพราะอยากให้มันเป็นความลับตลอดกาล แต่เมื่อเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวฮิเดโนริกำลังมีพลังอำนาจเหนือเลือดมนุษย์ ไดซุเกะจึงทำพิธีสักยันต์บนแผ่นหลังของฮิเดโนริ และสอนให้ฮิเดโนริรู้จักควบคุมปีศาจจิ้งจอกให้อยู่ภายใต้การควบคุมของฮิเดโนริ กว่าฮิเดโนริจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองเป็นได้ เขาก็อาละวาดใส่ฮิโตชิหลายครั้ง ฮิโตชิตกใจกลัวจึงเข้าไปหลบในห้องของไดซุเกะ แล้วเขาก็เผลอทำตุ๊กตาฮินะรูปผู้หญิงผมยาวผิวขาวซีด ปากเป็นสีแดงตกแตก ทำให้วิญญาณของนางปีศาจหิมะที่ตระกูลโคสึกะกังขังอยู่ในตุ๊กตาฮินะตัวนั้นมานานหลายร้อยปีถูกปลดปล่อยโดยไม่มีใครรู้ นางปีศาจหิมะเป็นเพียงมวลสารไร้รูปกายมันจึงเข้าไปสิงอยู่ในร่างของ ยูกิ เกอิชา สาวแสนสวยที่เป็นทาสความรักของ มาโกะโตะ ชินเอบะ พ่อของริเอะที่ผ่านมามาโกะโตะให้ความหวังกับยูกิจนเธอรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ยูกิเรียกร้องอยากแต่งงานกับเขา มาโกะโตะรำคาญสุดขีดจึงสั่งเก็บยูกิ ยูกิต้องจบชีวิตด้วยความรักความแค้นไม่ต่างจากที่นางปีศาจหิมะที่เคยรู้สึกมาก่อน นี่เป็นช่องโหว่ที่ทำให้นางปีศาขหิมะสามารถสิงร่างของยูกิได้ แล้วนางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็กลับมาหามาโกะโตะ พร้อมกับซากศพของลูกน้องของเขาที่เธอสูบกินกิเลสตัวพวกมันจนแห้งกรัง ด้วยความกลัวสุดขีดทำให้มาโกะโตะยอมเป็นทาสรับใช้ ช่วยยูกิตามหาเทพเจ้านกกระเรียนชายที่เธอยังรักหมดหัวใจที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วยูกิก็ได้พบกับโฮชิอยู่ในงานทานาตะ ยูกิอยากจะเข้าไปหาเขาแต่พลังของเธอยังน้อยเกินไป ทว่า ยูกิยังรู้สึกที่อย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังอยู่ในเมืองสึกิและอยู่กับครอบครัวมิยาคาวะ ยูกิคิดไปเองว่าสาเหตุที่เมื่อก่อนโฮชิไม่รับรักเธอ เป็นเพราะเธอเป็นนางปีศาจหิมะน่าเกลียดน่ากลัว แต่ตอนนี้เธออยู่ในร่างของหญิงสาวแสนสวยแล้วโฮชิน่าจะรักเธอได้ ดังนั้นยูกิจึงสั่งให้ริเอะพาคุณย่ามิกิและอาคิระมาที่บ้าน โดยอ้างว่ายูกิอยากจะสั่งคุณย่ามิกิทอกิโมโน เมื่อพบโอกาสยูกิก็จัดการสะกดจิตคุณย่ามิกิคนใกล้ชิดที่สุดของโฮชิให้ทำตามความต้องการของยูกิ ทำให้หลังจากนั้นเป็นต้นมาคุณย่ามิกิก็เอาแต่พูดถึงยูกิให้โฮชิฟัง และยังขอให้โฮชิไปพบกับยูกิอีกด้วย โฮชิมาพบยูกิตามนัดที่ซุ้มอุโมงค์วิสทีเรียเพราะยูกิจงใจให้ตัวเองเหมือนเมียวโจคนรักของโฮชิ แต่โฮชิกลับไม่มีท่าทีอ่อนไหวกับยูกิเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเขายังเกิดความสงสัยว่ายูกิไม่ใช่คน โฮชิจึงล่อพายูกิไปที่ศาลเจ้าอันเป็นสถานที่ที่ปีศาจเข้าไม่ได้ ยูกิเกือบจะแสดงท่าแท้ของตัวเองออกมาให้โฮชิเห็น แต่เธอก็เอาตัวรอดมาได้ ในงานทานาบาตซึ่งตรงกับวันเกิดของรินดารา รินดาราแปลกใจมากว่าทำไมเธอถึงไม่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ปานรูปดาวเหมือนวันเกิดที่ผ่านมา รินดารายอมเล่าเรื่องปานรูปดาวให้โฮชิฟังเพราะเธอไว้ใจเขาอย่างประหลาด โฮชิพูดเป็นในให้รินดาราได้คิดว่าปานรูปดาวอาจจะพอใจที่เธออยู่ในเมืองสึกินี้แล้วก็ได้ รินดารายังไม่เข้าใจที่โฮชิพูดแต่แน่ใจว่าต้องมีอะไร รินดาราพยายามหาคำตอบให้กลับตัวเอง แต่ยิ่งหาเท่าไหร่เธอยิ่งรู้เรื่องประหลาดเกี่ยวกับโฮชิทางด้านฮิเดโนริพยายามทำร้ายรินดาราด้วยการส่งผีไปฆ่าแต่ไม่สำเร็จ เพราะรินดารามีเหรียญเซโมริปกป้อง ฮิเดโนริจึงใช้วิธีเข้าไปทำความรู้จักกับรินดาราเพื่อหาทางทำร้ายเธอ แต่ยิ่งฮิเดโนริอยู่ใกล้รินดารามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงรักในความน่ารักสดใสของเธอมากขึ้นเท่านั้น จนฮิเดโนริเกิดความรู้สึกลำบากใจที่จะฆ่ารินดารา ฮิเดโนริเกิดเกิดความคิดว่าแค่หาทางไล่รินดาราไปให้พ้นจากเมืองสึกิก็น่าจะพอแล้ว รินดาราได้เห็นรูปถ่ายเมื่อสมัยห้าสิบปีของพ่อสามีของแป้งร่ำ ผู้ที่ปรากฎอยู่ในรูปหน้าตาละม้ายคล้ายท่านชายโฮชิ รินดาราจึกวางแผนให้ท่านขายไปพบกับพ่อสามีของแป้งร่ำ จนรินดารารู้ว่าท่านชายโฮชิคือผู้ชายในรูปจริง ๆ แต่หน้าตาของท่านชายไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย รินดาราจึงแน่ใจแล้วว่าเรื่องล่ำลือเกี่ยวกับชายหนุ่มที่อยู่บนหอคอยของคฤหาสน์มิยาคาวะก็คือท่านชายโฮชิด้านทางฮิเดโนริรู้เรื่องว่าฮิโตชิแอบหนีไปเล่นกับอายูมิที่คฤหาสน์มิยาคาวะอยู่บ่อยๆ ฮิเดโนริเรียกฮิโตชิมาลงโทษและกักขังเอาไว้ในตุ๊กตาฮิะ แต่ ไอ บังเอิญไปพบเข้าแล้วทำตุ๊กตาฮินะแตก ฮิโตชิหลุดออกมาหาอายูมิ และได้รับการปกป้องจากท่านชายโฮชิ ทำให้ฮิเดโนริได้เจอกับท่านชายโฮชิแล้วรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ซึ่งขณะเดียวกันนั้นไดซุเกะรับรู้แล้วว่านางปีศาจหิมะหลุดออกไปจากตุ๊กตาฮินะ ไดซุเกะรีบทำพิธีเรียกมันกลับมา แต่มันกลับมาในสภาพของมนุษย์สาวสวยชื่อยูมิ ไดซุเกะจะจัดการกักขังปีศาจหิมะเอาไว้เหมือนเดิม แต่นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิโพล่งออกมาว่า เธอรู้ว่าตอนนี้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่ที่ไหนและเธอจะขอให้แก้แค้นเทพเจ้านกระเรียน เพื่อแก้แค้นให้เธอและให้เทพเจ้าจิ้งจอกที่ต้องสลายไป เพราะฝีมือของเทพเจ้านกกระเรียน เมื่อฮิเดโนริรู้เรื่องเข้าจึงกระจ่างแล้วว่าท่านชายโฮชิเป็นเทพเจ้าจริง ๆ ไดซุเกะจึงยอมปล่อยนางปีศาจหิมะโดยไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนการณ์ของนางปีศาจหิมะ นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูจิหลอกใช้พลังของไฮซุเกะแล้วถ้าทุกอย่างสมหวัง เธอจะจัดการกับไดซุเกะเป็นคนแรก เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากไดซุเกะจนมีพลังกลับคืนมา นางปีศาจหิมะที่อยู่ในร่างของยูกิก็ กลับไปพบกับโฮชิที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ยูกิอ้างไปว่าที่หายหน้าไปหลายวันเพราะมีธุระส่วนตัว โฮชิจึงไม่สงสัยอีกแล้วว่าโฮชิมีอาการเป็นห่วงผู้หญิงที่ชื่อรินดารามากเป็นพิเศษ จึงอยู่รอพบหน้ารินดารา เมื่อพบหน้ายูกิยังไม่รู้ว่ารินดาราเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจ ยูกิรู้แต่ว่ารินดาราสวยเหลือเกิน ประกอบกับสายตาของโฮชิยามมองรินดาราช่างอ่อนหวานอ่อนโยนจนเธอนึกอิจฉาอยู่ในใจ ยูกิจึงตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างกับรินดารา นางปีศาจหิมะในร่างยูกิหลอกล่อรินดาราเพื่อฆ่า แล้วนางปีศาจหิมะจะสิงเข้าไปอยู่ในร่างของรินดาราเสียเอง แต่นางปีศาจหิมะทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะจิตของรินดาราไม่ได้บอบช้ำเพราะความรักเหมือนอย่างยูกิ แล้วอาคิระกับโฮชิก็มาช่วยรินดารา รินดาราตกอยู่ในสภาพแย่มากจากพลังอำนาจประหลาด โฮชิจึงตัดสินใจคืนร่างเป็นเทพเจ้านกกระเรียนเพื่อช่วยรินดารา ทำให้รินดารากระจ่างแล้วว่าโฮชิไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเทพเจ้านกกระเรียนตามตำนานในนิทาน เท่านั้นยังไม่พอมิกิยังพารินดาราขึ้นไปดูกิโมโนโฮชิบนหอคอยเพียงแค่รินดารายื่นมือไปแตะลายปักรูปนกกระเรียนบนกิโมโน ภาพความจำว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของเมียวโจก็ปรากฎขึ้นในหัว รินดาราได้คำตอบแล้วว่า เธอเกิดมาเพื่อช่วยส่งท่านชายโฮชิกลับสวรรค์ โดยต้องตามหาขนนกกระเรียนทองคำแล้วนำมาปักบนกิโมโนให้สำเร็จ แต่ทั้งหมดนี้อาคิระยังไม่รู้เรื่อง รินดาราเริ่มหน้าที่ของตัวเองด้วยการหาข้อมูลของขนนกกระเรียนทองคำ รวมทั้งถามกับ แฮโรลด์ เจ้าของสถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียผู้โด่งดังที่มาขอกิโมโนของตระกูลมิยาคาวะไปจัดแสดงในงาน แต่แฮโรลด์ไม่เคยได้ยินว่าขนนกกระเรียนทองคำมีจริง ๆ แต่การสนทนาครั้งนั้นทำให้ริเอะได้ยินแล้วนำไปบอกกับยูกิ ยูกิรวบรวมสิ่งที่รู้มาจนแน่ใจว่ารินดาราคือส่วนหนึ่งของเมียวโจที่ลงมาช่วยพาโฮชิกลับสวรรค์ ยูกิสั่งให้ไดซุเกะและฮิเดโนริคอยหาทางขัดขวางไม่ให้รินดาราหาขนนกกระเรียนทองคำเจอ ช่วงนั้นรินดาราไปหาเพื่อนชื่อ เคนจิ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย นักศึกษาปริญญาโทคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลับเดียวกันกับรินดารา เคนจิกำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องสัตว์พิเศษในตำนานของเทพนิยายต่างๆ เช่น ล็อคเนสแห่งทะเลสาปล็อคเนส เยติมนุษย์หิมะแห่งฮิมาลัย ฯลฯ รินดาราถามเคนจิเรื่องนกกนกระเรียนทองคำ แต่เคนจิบอกว่ามันเป็นสิ่งที่หายากมาก ร้อยปีถึงวจะมีกำเนิดสักครั้ง ความหวังที่จะช่วยโฮชิของรินดาราดูจะริบหรี่เหลือเกิน แต่แล้วก็เหมือนฟ้าดลใจ เมื่อเคนจิเดินทางมาหารินดาราที่คฤหาสน์มิยาคาวะว่าได้คุยกับ ป้าอัง ญาติของเคนจิที่อยู่เมืองไทยมีขนนกกระเรียนทองคำ และป้าอังก็ยินดีจะมอบขนนกกระเรียนทองคำให้รินดารา และที่ผ่านมาป้าอังฝันว่ามีผู้หญิงมาบอกว่าให้เก็บขนนกกระเรียนนี้ไว้ สักวันพวกเขาจะมารับ ป้าอังเชื่อว่าต้องเป็นรินดารา เพราะผู้หญิงในฝันหน้าเหมือนรินดาราไม่มีผิด รินดารานำเรื่องนี้ไปเล่าให้ย่ามิกิและท่านชายโฮชิฟังโดยไม่รู้ตัวว่าอาคิระกำลังแอบฟังเรื่องทั้งหมดอยู่ อาคิระก็เลยรู้ความจริงทั้งหมด และเขาก็ยินยอมที่จะร่วมมือช่วยปลดปล่อยท่านชายโฮชิกลับคืนสู่สวรรค์ ในระหว่างนั้นเองทางเมืองไทยก็ส่งข่าวมาว่าพ่อของรินดารามีอาการป่วย รินดาราและอาคิระจึงตัดสินใจเดินทางไปหาป้าอังพร้อมกับเคนจิที่เมืองไทย เพื่อตามหาขนนกกระเรียนและเพื่อรักษาอาการของพ่อ แต่ถึงกระนั้นไอก็ยังขอติดตามไปดูเส้นไหมที่เมืองไทยด้วย หากความจริงแล้วไอไปตามคำสั่งของฮิเดโนริ ไอรักฮิเดโนริมากแล้วความรักนี้ทำให้ไอมองไม่ออกว่าฮิเดโนริกำลังหรอกใช้เธอรินดารากับอาคิระเดินทางไปเมืองไทยด้วยกัน อาคิระได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของรินดารา ได้เห็นถึงการสู้ชีวิตของหญิงสาวทำให้อาคิระเข้าใจรินดารามากขึ้น ขณะเดียวกันรินดาราก็ได้เห็นมุมอ่อนโยน ความมีน้ำใจของอาคิระที่ปฏิบัติต่อทุกคนในครอบครัวของเธอ ทำให้ความรักก่อเกิดขึ้นในใจของทั้งสองแบบเงียบๆ แต่ทั้งสองยังไม่สามารถคิดสิ่งใดได้ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการตามหาขนนกกระเรียนทองคำจากญาติของเคนจิ ขณะเดียวกัยรู้ว่ายูกิไม่ใช่คนอย่างที่เขาเคยคิดจริงๆ แต่โฮชิไม่แสดงออกมาให้ยูกิรู้ว่าเขารู้ความจริง เพราะโฮชิอยากจะช่วยพูดและทำให้นางปีศาจหิมะในร่างยูกิยอมลดกิเลสในใจตัวเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะในของนางปีศาจหิมะลุ่มหลงอยู่ในกิเลศมากเหลือเกินทันทีที่รินดารากับอาคิระไปถึงบ้านป้าอัง กลับพบว่าป้าอังเกิดอาการมึนเบลอ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตนเองมีขนนกกระเรียนทองคำ เพราะความจริงแล้วที่ป้าอังต้องเป็นเช่นนี้เป็นฝีมือของฮิเดโนริที่แอบสะกดรอยตามมา โดยมีไอเป็นนางนกต่อคอยสือความลับอยู่ ดังนั้นไม่ว่ารินดารากับอาคิระจะทำอะไร ฮิเดโนริจะรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด แต่มีเรื่องที่ไอกับฮิเดโนริไม่รู้คือ ความสามารถพิเศษได้ยินสัตว์พูดรองรินดารา รินดารารู้เรื่องจากแมวป้าอังว่ามีคนปริศนามาทำร้ายป้าอังให้เป็นแบบนี้ และที่สำคัญแมวรู้ด้วยว่าป้าอังเก็บขนนกกระเรียนไว้ที่ไหน แต่รินดาราไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับใครแม้กระทั่งอาคิระเพราะรินดาราไม่รู้แน่ชัดว่าใครคือคนปริศนาพวกนั้น รินดารารอจนกลับมาถึงคฤหาสน์มิยาคาวะถึงนำขนนกกระเรียนทองคำของป้าอังออกมา สร้างความดีใจกับย่ามิกิและท่านชายโฮชิเป็นอย่างมาก แต่อาคิระกลับน้ายใจที่รินดาราไม่ไว้ใจเขา ไม่ยอมบอกว่าหาขนนกกระเรียนได้แล้ว รินดาราอธิบายเหตุผลให้อาคิระเข้าใจว่า เธอสงสัยว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ไกล้พวกเรา แล้วยังไม่ทันขาดคำขนนกกระเรียนทองคำที่ได้มาจากป้าอังก็ถูกมือดีขโมยไปเผาทำลายจนไม่เหลือซาก อาคิระก็เลยวางแผนกับรินดาราสร้างเรื่องขึ้นมาว่ายังมีขนนกกระเรียนทองคำเพื่อล่อมือดีให้ปรากฎตัว จนกระทั่งแผนสำเร็จ ทุกคนมิยาคาวะรู้ว่าไอเป็นสายลับให้โคสึกะมาตลอด ไอกับอาคิระทะเลาะกันอย่างรุนแรงแล้วไอก็หนีออกจากคฤหาสน์มิยาคาวะไปอยู่ที่คฤหาสน์โคสึกะกับฮิเดโนริ อาริคะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น รินดาราคอยปลอบใจ แล้วความใกล้ชิดก็ทำให้ทั้งสองรู้ใจตัวเองว่ารักอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และอาคิระก็รู้อยู่แก่ใจว่ารินดาราเกิดมาเพื่อช่วยท่านชายโฮชิไม่ใช่เขา แล้วช่วนนั้นเองรินดาราก็ได้พบกับ ฮิเมะ ลูกนกที่พลัดหลงจากแม่และกำลังถูกแมวไล่จับกิน รินดาราช่วยฮิเมะและเลี้ยงดูมันอย่างดี ทางด้านยูกิสั่งให้มาโกะโตะหาเหยื่อมาให้เธอสูบกินกิเลสอีก แต่มาโก๊ะทำไม่ได้เพราะตอนนี้ตำรวจเริ่มตามสืบคดีคนหายไปหลายคน ยูกิโกรธมากจึงสูบกิเลสของมาโกะโตะซะเลย ริเอะเข้ามาเห็นภาพเข้าก็พยายามจะช่วยพ่อแต่ก็ช่วยไม่สำเร็จ มาโกะโตะตายในสภาพที่ไม่ต่างจากเหยือที่เขาหามาให้ยูกิภาพพ่อถูกกินทำให้ริเอะถึงกับเสียสติต้องอยู่โรงพบาบาลด้วยความหวาดกลัว ตอนแรกยูกิจะกินริเอะด้วยแต่ยูกิสัมผัสได้ว่าการที่ริเอะยังมีชีวิตอยู่ในสภาพป่วยเช่นนี้ ความห่วงใยที่อาคิระมีให้ริเอะสร้างความปวดร้าวหัวใจให้รินดารา และเมื่อไหร่ที่รินดาราเจ็บปวดเพราะความรักจนถึงขีดสุด เมื่อนั้นนางปีศาจหิมะจะสามารถสิงร่างของรินดาราได้ ยูกิจึงปล่อยริเอะเอาไว้ก่อน แต่ท่านชายโฮชิรู้ทันแผนของยูกิ เขาจึงพยายามทำให้รินดารากับอาคิระเข้าใจกัน แม้ว่าหัวใจของเขาจะเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องทนเห็นรินดารารักกันกับอาคิระ ยูกิอยากให้อาคิระกับรินดาราเข้าใจผิดกัน จึงวางแผนกันฮิเดโนริให้จับตัวอายูมิไปลักซ่อน ฮิเดโนริใช้ให้ผีเด็กฮิโตชิที่เขาเพิ่มจับมาใหม่ได้อีกครั้งให้ทำงานนี้ ฮิโตชิยอมทำเพราะเด็กชายโกรธที่อายูมิกลับเขา ฮิโตชิล่ออายูมิมาได้สำเร็จ แล้วยูกิก็สร้างเรื่องว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะความประมาทของรินดารา อายูมิจึงหายตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโอชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีตัวไป แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนของยูกิ เพราะท่านชายโฮชิบอกให้อาคิระเข้าใจเสียก่อนว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังมาจากนางปีศาจหิมะ อาคิระกับรินดาราจึงไม่เข้าใจผิดกันแต่ช่วยกันตามหาอายูมิ แต่ก็ยังหาไม่พบ ทางด้านโฮชิออกไปพบกับยูมิเพื่อเจรจาให้ปล่อยอายูมิ แต่ยูกิกลับใช้อายูมิเป็นเครื่องมือต่อรองให้โฮชิยอมให้โอกาสเธอ เธอจะทำให้โฮชิรักเธอให้ได้ แต่โฮชิปฏิเสธเพราะยูกิยังไม่รู้จักความรักที่แท้จริงแล้วจะรักใครได้อย่างไร สร้างความโกระแค้นให้ยูกิ ยูกิจึงขู่เอาไว้ว่าจะถล่มเมืองสึกิอีกครั้ง โฮชิได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจตามลำพัง เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังเป็นห่วงอายูมิที่หายตัวไป จนกระทั่งรินดาราตามกาอายูมิพบจากความช่วยเหลือของฮิโตชิที่กลับใจมาช่วยเพื่อนรัก หลังจากที่รู้ว่าแท้จริงแล้วอายูมิไม่เคยรังเกียดเขาเลย เธอแค่ตกใจในครั้งแรกที่รู้เรื่องว่าฮิโตชิไม่ใช่คนเท่านั้นเอง แล้วเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้อายูมิกลับมาเดินได้อีกครั้ง โฮชิจึงตอบแทนน้ำใจของฮิโตชิด้วยการปลดปล่อยเด็กน้อยให้ไปผุดไปเกิด ทางด้านยูกิก็กลับไปสั่งให้ไดซุเกะร่วมมือกับเธอถล่มเมื่อสึกิ แต่ไดซุเกะยังไม่ทำเพราะป่วยหนัก ยูกิโกรธก็เลยทำร้ายไดซุเกะพร้อมกับพูดให้เขารู้ความจริงว่า พวกโคสึกะเข้าใจผิดมาโดยตลอด แล้วยูกิก็สูบกิเสลในตัวไดซุเกะ วิญญาณของไดซุเกะที่มีความรู้สึกผิดต่อเทพเจ้านกกระเรียนจึงไปหาฮิเดโนริแล้วเล่าความจริงให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ฮิเดโนริเข้าใจทุกอย่างและมีความโกรธแค้นนางปีศาจหิมะมาก เขายอมไปปรับความเข้าใจกับพวกมิยาคาวะและขอให้ทุกคนยกโทษให้ไอ อาคิระและย่ามิกิก็เลยยอมให้อภัยไอต่อมายูกิถล่มเมืองสึกิเหมื่อนเมื่อสี่ร้อนปีที่แล้วเพื่อหวังให้ผู้คนในเมืองล้มตายและจะฆ่ารินดารา อาคิระ โฮชิ และฮิเดโนริร่วมมือกับช่วยรินดาราและทำร้ายนางปีศาจหิมะกันอย่างยากลำบาก เพราะพลังของนางปีศาจหิมะมากเหลือเกิน แต่สุดท้ายความสามัคคีและหัวใจที่รักรินดาราก็ทำให้ทั้งสามชายช่วยกับปราบปีศาจหิมะได้สำเร็จ เมื่อจัดงานศพของไดซุเกะเสร็จเรียบร้อย ฮิเดโนริก็กลับไปปอยู่ในป่ากับฝูงสุนัขจิ้งจอก เพราะการต่อสู้กับนางปีศาจหิมะครั้งนั้นทำให้เขาไม่สามารถควบคุมพลังของปีศาจสุนัขจิ้งจอกในตัวเองได้อีก และเกรงว่าตัวเองจะทำร้ายมนุษย์ด้วยพลังของปีศาจในตัว ฮิเดโนริจึงยอมทั้งทุกอย่างทั้งตระกูลโคสึกะและไอผู้หญิงที่รักเขาสุดหัวใจ แม้ไอจะพยายามดึงตัวเขาไว้โดยบอกเรื่องที่เธอกำลังท้องกับเขา แต่ฮิเดโนริก็ต้องจากไปพร้อมกับคำสัญญาว่าสักวันจะกลับมาหาเธอกับลูกการต่อสู้ครั้งนั้นก็ทำให้ท่านชายโฮชิบาดเจ็บสาหัส เขาต้องรีบกลับสวรรค์เร็วที่สุด แต่ยังกลับไม่ได้เพราะไม่มีขนนกกระเรียนทองคำ แม้ว่ารินดาราจะเพิ่มค้นพบว่าฮิเมะเป็นลูกนกกระเรียนทองคำ แต่ฮิเมะก็เด็กจนกว่าจะทำขนมาปักชุดได้ ทุกคนมองไม่เห็นทางออกว่าจะเอาขนนกกระเรียนที่ไหนมาปักกิโมโนโฮชิจนกระทั่งแม่ของฮิเมะบินตามหาฮิเมะจนพบแล้วรับรู้ถึงความมีน้ำใจของรินดารา แม่ของฮิเมะก็เลยตอบแทนด้วยการผลัดขนสีทองของตัวเองให้รินดารานำไปปักชุดกิโมโนโฮชิจนสำเร็จ แต่ก่อนที่โฮชิจะสวมใส่กิโมโนโฮชิเพื่อกลับสู่สวรรค์ โฮชิรู้ว่ารินดารามีบางอย่างที่ยังติดค้างอยู่ในใจระหว่างความรู้สึกของเธอที่มีต่อโฮชิและมีแต่อาคิระ โฮชิจึงนัดให้ทั้งสองนัดพบปรับความเข้าใจกันที่สวนวีสทีเรีย จนรินดารากับอาคิระเข้าใจกันและยอมสารภาพความรักต่อกัน ริเอะถึงแน่ใจแล้วว่าตัวเองหมดสิทธิ์ในตัวอาคิระอีกต่อไป เธอจึงบินกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสไม่มายุ่งกับความรักของอาคิระและรินดาราอีกเลย โฮชิจึงกลับสู่สวรรค์ได้อย่างสุขใจเวลาผ่านไป อาคิระพารินดารามาฝากท้องที่โรงพยาบาลในเมือง แล้วรินดาราก็เพิ่งหันไปเห็นผู้ชายที่เดินสวนกัน ชายคนนั้นมีใบหน้าที่ดูอบอุ่นเป็นมิตร เขาก้มหัวแล้วยิ้มทักทายให้กับอาคิระและรินดาราอย่างยินดีปรีดาที่ได้เห็นทั้งคู่มีความสุข ก่อนที่เขาจะเดินหายไปในฝูงชน ใบหน้าของเขาและดวงตาสีเขียวช่างละม้ายคล้ายกับท่ายชายโฮชิเหลือเกิน ติดตามชม ละครกลกิโมโน ได้ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครกลกิโมโน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2558 รายชื่อนักแสดงนำ ธงไชย แมคอินไตย์ รับบท ท่านชายโฮชิ อารยา เอ ฮาร์เก็ต รับบท รินดารา (ฮิคาริ) ภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท อาคิระ มิยาคาวะ นัฐฐพนท์ ลียะวณิช รับบท ฮิเดโนริ โคสึกะ ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ รับบท ยูกิ/นางปีศาจหิมะ จินตรา สุขพัฒน์ รับบท มิกิ มิยาคาวะ ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไดซุเกะ โคสึกะ ด.ญ.กุลฑีรา ยอดช่าง รับบท อายูมิ มิยาคาวะ มิณฑิตา วัฒนกุล รับบท ไอ มิยาคาวะ อริสา ทองบริสุทธิ์ รับบท ริเอะ ชินเอบะ อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท มาโกะโตะ ชินเอบะ ด.ช.ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ รับบท ฮิโตชิ หนูอิมอิม ก้าวมหัศจรรย์ รับบท แป้งร่ำ ธงธง มกจ๊ก รับบท เกียว อณูวรรณ ปรีญานนท์ รับบท เคโกะ ธัญญา รัตนมาลากุล รับบท นานะ อัศนัย เทศทะวงศ์ รับบท นารุตะ กรกฎ ธนภัทร รับบท อัตสุโอะ ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท สุรินทร์ สุปราณี เจริญผล รับบท ดวงดาว วิศรุต หิมรัตน์ รับบท เริงตะวัน นารา เทพนุภา รับบท เรืองนภา

แห่ขอลายเซ็น ‘ยิ่งลักษณ์’ งานหนังสือแห่งชาติศูนย์สิริกิติ์
คิดอย่างยิ่งลักษณ์ /  พ็อกเก็ตบุ๊ก / 

ประชาชนแห่ต่อคิวขอลายเซ็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในงานเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ก "คิดอย่างยิ่งลักษณ์" งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์สิริกิติ์ ภาพจาก@JanewitC วันนี้(1 เม.ษ.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปร่วมงานเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ก "คิดอย่างยิ่งลักษณ์" และ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีมาในชุดเลื้อแขนยาวสีม่วง กางเกงขายาวสีดำ พร้อมแจกลายเซ็นเป็นที่ระลึกแก่แฟนคลับ อย่างเป็นกันเอง ซึ่งมีประชาชนมายืนรอต่อคิวเพื่อขอลายเซ็นเป็นจำนวนมาก MThai News ภาพจาก@JanewitC ภาพจาก@TV24Official ภาพจาก@Porntip_TV24  MThai News