สีผม

ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ฉลองเที่ยวบินปฐมฤกษ์สู่ “มัสกัต” ประเทศโอมาน
มัสกัต /  โอมาน / 

ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ฉลองเที่ยวบินปฐมฤกษ์สู่ “มัสกัต” ประเทศโอมาน พร้อมบินตรง 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ฉลองเที่ยวบินปฐมฤกษ์สู่ประเทศโอมานอย่างเป็นทางการ ด้วยเที่ยวบิน XJ555 บินตรงจากกรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานดอนเมือง) สู่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ในวันที่ 28 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมาด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ330-300 โดยมี นายนัตดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ Sheikh Ayman Al hosni, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ท่าอากาศยานโอมาน จำกัด Sheikh Samer Al abhani, ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการพาณิชย์ บริษัท ท่าอากาศยานโอมาน จำกัด และ Mr. Dagmo Ahmed ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสายการบิน บริษัท ท่าอากาศยานโอมาน จำกัด ร่วมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดังกล่าว ณ ท่าอากาศยานนานาชาติมัสกัต ประเทศโอมาน “มัสกัตถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางบินที่เรารอคอยกันมานาน ด้วยการสนับสนุนที่ดีจากเหล่าพันธมิตรในประเทศโอมานและท่าอากาศยานนานาชาติมัสกัตที่ได้ให้เกียรติมาร่วมให้การต้อนรับในวันนี้ เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเส้นทางบินดังกล่าวจะได้รับความนิยมเป็นอย่างดีจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวโอมาน โดยใช้จุดเด่นในการเป็นสายการบินราคาประหยัดช่วยขยายฐานกลุ่มผู้ใช้บริการให้กว้างยิ่งขึ้น ซึ่งผู้โดยสารชาวไทยจากภูมิภาคต่างๆ สามารถเดินทางต่อสู่กรุงมัสกัตได้อย่างสะดวกสบายผ่านการต่อเครื่องที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เช็คอินครั้งเดียวที่ต้นทางและรับสัมภาระที่ปลายทางได้เลยผ่านบริการ Fly Thru ที่จะช่วยสร้างสีสันใหม่สำหรับการเดินทางสู่ตะวันออกกลางให้ง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น” นายนัตดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าว สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ให้บริการเที่ยวบินสู่กรุงมัสกัตด้วยความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (อังคาร พฤหัสบดี เสาร์) สนใจสำรองบัตรโดยสารสู่กรุงมัสกัต ได้ที่ www.airasia.com

ดีเจโซดา ยังต้องหลบ!  มารายห์ แครี่ สวมแค่ชุดชั้นใน เปิดตัวเป็นดีเจ
Mariah Carey /  ชุดชั้นใน / 

ยิ่งนานวันยิ่งแซ่บขึ้นๆ!! สำหรับดีว่าสาว มารายห์ แครี่ (Mariah Carey) ที่ทำเอาตากล้องรัวแฟลชแทบไม่ทัน เมื่อเธอปรากฎตัวในงานเปิดตัวการเป็นดีเจของเธอเองที่ลาสเวกัส เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยชุดชั้นในคอร์เซ็ทซีทรูสีดำอวดหน้าอกหน้าใจไซส์ยักษ์ แต่ยังแอบปกปิดนิดๆ ด้วยการหยิบแจ็กเก็ตหนังมาสวมทับ งาานนี้จัดขึ้นที่ 1 OAK nightclub โรงแรม The Mirage โดยนักร้องสาววัย 46 ปี ปรากฎตัวตอนเวลาราวๆ ตี 1 เมื่อเริ่มวาดลวดลายเปิดเพลง มารายห์ แครี่ ก็ไม่ลืมสลัดแจ็กเก็ตทิ้งเพื่ออวดหุ่นแซ่บแบบเต็มๆ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

9 ผัก สมุนไพร มหัศจรรย์ รักษาได้หลากโรค
ผัก /  ผักรักษาโรค / 

อาหารที่ผู้บริโภคเห็นความสำคัญน้อยที่สุดอย่าง ผัก นั้น กลับกลายเป็นอาหารที่มีคุณค่ามากชนิดหนึ่ง เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช่น เกลือแร่ วิตามิน อยู่เป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคือ สารบางอย่างที่มีคุณค่าต่อร่างกาย จะมีเฉพาะใน ผัก เท่านั้น เห็นที่ว่าจะไม่ลิ้มชิมรส ผัก ก็คงจะไม่ดีต่อสุขภาพนัก นอกจากใน ผัก จะมีคุณค่าต่อร่างกายแล้ว ผัก ยังช่วยรักษาโรคได้อย่างไม่น่าเชื่อ บางทียาที่หมอให้ ยังไม่อาจสู้ทานพืช ผัก เหล่านี้เลย เรามาดูกันว่ามี ผัก อะไรที่ช่วยรักษาโรคได้อย่างน่ามหัศจรรย์ บ้าง 1. ขี้เหล็ก สำหรับคนสมัยใหม่ อาจจะไม่ชอบทานสักเท่าไรนัก แต่ถ้าเป็นคนสมัยก่อน รุ่นคุณพ่อคุณแม่เราขึ้นไปแล้ว บอกเลยว่าอาหารที่ทำด้วย ผัก ขี้เหล็กจัดเป็นอาหารรสเลิศถูกปากมากเลยทีเดียว และนอกจากใช้ประกอบอาหารแล้ว ใบขี้เหล็กสามารถรับประทานเป็นยาชั้นดี เพราะใบขี้เหล็กมีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี 1 และไนอาซิน สรรพคุณทางยาของใบขี้เหล็กมีสารชนิดหนึ่งออกฤทธิ์ต่อประสาททำให้นอนหลับดี แก้ท้องผูกได้ดี และบำรุงร่างกายให้กระชุ่มกระชวยได้ 2. หัวปลี หัวปลี ที่เป็นส่วนดอกของต้นกล้วย ที่หลายคนไม่ชอบทาน หารู้ไม่ว่าใบหัวปลีนั้นมีธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือด แก้โลหิตจาง และยังคงลดน้ำตาลในเลือดได้ รวมถึงยังสามารถทานแก้โรคเกี่ยวกับลำไส้ได้เป็นอย่างดี 3. มะระขี้นก มะระขี้นก เป็น ผัก พื้นบ้านของไทย ที่คนไทยนิยมนำยอดอ่อนและผลอ่อนมาปรุงเป็นอาหารโดยนำมาลวกเป็น ผัก จิ้ม แต่หลายคนก็ไม่ชอบทานนัก เพราะว่าขม มีผิวขรุขระ แต่ว่ามะระขี้นกนี้ เป็นยาชนะเบาหวานชั่นยอดเลยนะ เพราะมะระขี้นกนี้ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด อันเป็นสาเหตุของเบาหวาน และสามารถชะลอการเกิดต้อกระจกซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวานได้ รูปแบบวิธีทานที่ให้ผลลดน้ำตาลในเลือดก็ไม่ซับซ้อน คือสามารถใช้ได้ทั้งน้ำคั้น ชงเป็นชา หรือกินในรูปแบบของแคปซูล ผงแห้งก็ได้ 4. ผัก ตำลึง ตำลึงเป็น ผัก ที่นิยมนำยอดมาลวกหรือนึ่ง เป็น ผัก จิ้มน้ำพริก หรือนำยอดอ่อน ใบอ่อนมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย คำลึงจัดว่ามีสรพพคุณทางยาที่เยอะมาก อย่างผลอ่อนที่ก้านดอกเริ่มจะหลุดกินสดได้กรอบอร่อย ไม่ขม เป็นยาบำรุงสุขภาพ รักษาปากเป็นแผล ได้ หลายคนใช้ตำลึงในการรักษาโรคผิวหนังพวกผื่นแพ้ ตำแย หมามุ่ย หนอนคัน บุ้ง หอยคัน มดคันไป ผื่นคันจากน้ำเสีย ผื่นคันจากละอองข้าว ผื่นคันชนิดที่ไม่รู้สาเหตุ เริม งูสวัด สุกใส หิด สิว ฝีหนอง เป็นต้น บางคนก็ทานตำลึง เพื่อระบายท้อง ลดการอึดอัดท้องหลังกินอาหารเนื่องจากมีสารช่วยย่อยแป้ง และช่วยแก้ร้อนใน เป็นต้น และที่สำคัญคือตำลึงเป็นยาพื้นบ้านใช้รักษาเบาหวาน ทั้งราก เถา ใบ ใช้ได้หมด มีสูตรตำรับหลากหลาย และในตำราอายุรเวทก็มีการใช้เป็นยารักษาเบาหวานมานานนับพันปี ชาวเบงกอลในอินเดียใช้ตำลึงเป็นยาประจำวันสำหรับแก้โรคเบาหวาน 5. ผักเชียงดา ผักเชียงดา เป็นพืชผักไม้เลื้อย ทางภาคเหนือ เถาสีเขียว ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวเหมือนน้ำนม ใบ เดี่ยว รูปกลมรี ท้องใบเขียวแก่กว่าหลังใบ ใบออกตรงข้อเป็นคู่ๆ ยอดอ่อนและใบอ่อนของผักเชียงดา นำมากินเป็นผัก มีรสขมอ่อนๆ และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก และยังเป็นผักที่หมอยาพื้นบ้านใช้เป็นผักเพิ่มกำลังในการทำงานหนักและใช้เป็นยารักษาเบาหวาน นอกจากนี้ผักเชียงดาสามารถนำไปใช้ลดน้ำหนัก เพราะว่าผักเชียงดาช่วยให้มีการนำน้ำตาลไปเผาผลาญมากกว่าการนำไปสร้างเป็นไขมันสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และพบมีรายงานการศึกษาว่าผักเชียงดาสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง 6. แครอท นับเป็นผักที่ให้เบต้าแคโรทีสูง ซึ่งสารที่พบในแครอทนี้จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย มีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งจะออกฤทธิ์ในการรักษาไข้หวัด ไอ เจ็บคอ ปอดอักเสบ ลดการอักเสบและบวมได้ ถ้าใช้ทาผิวภายนอกช่วยลดอาการแสบร้อนของผิวเนื่องจากโดนแดดเผาไหม้ ลดฝ้าและรอยด่างดำลงได้ นอกจากนี้การทานแครอทยังช่วยป้องกันลดมะเร็งปอด มะเร็งมดลูก กระเพาะอาหารและเต้านม ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยในระยะพักฟื้น ลดความอ่อนเพลียเหนื่อยง่าย รักษาโรคลำไส้อักเสบ ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดขาว บรรเทาอาการข้ออักเสบ ช่วยล้างพิษในตับ บำรุงสายตา แก้ตาฝ้าฟาง ตาบอดกลางคืน ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร ขับพยาธิไส้เดือน บำรุงผิว ชะลอความชราของผิวพรรณได้ดีด้วย 7. ถั่วฝักยาว รู้หรือไม่ว่าผักที่มีวิตามีนซีสูงที่ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี ที่จะมีผลช่วยให้เลือดดี ผิวพรรณสวย ถั่วฝักยาวมีกากใยอาหารจำนวนมาก ซึ่งกากใยชนิดนี้จะทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะ ได้สารจำพวกเจลลาตินเคลือบที่กระเพาะ ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วอิ่มนาน สารชนิดนี้จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้เพราะว่าจะไปจับกับกรดน้ำดี เมื่อน้ำดีไม่พอใช้ในร่างกายก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งการใช้น้ำดีต้องใช้คอเลสเตอรอลเป็นวัตถุดิบ ด้วยเหตุนี้จึงสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลลงได้ ถ้านำถั่วฝักยาวไปต้มเอาน้ำดื่มจะช่วยรักษาบำรุงไต 8. กะหล่ำปลี เป็นผักที่ได้รับการยกย่องว่าสามารถป้องกันรักษามะเร็งได้หลายชนิด มีวิตามินซีสูง มีสารอาหารกลูตามีนช่วยกระตุ้นให้กระเพาะอาหารสร้างเยื่อบุผนังกระเพาะได้รวดเร็ว ทำให้แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้หายได้เร็ว จึงใช้เป็นอาหารในการรักษาโรคกระเพาะและป้องกันมะเร็งลำไส้ได้ดี อีกทั้ง กะหล่ำปลียังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิ คุ้มกันในร่างกาย ช่วยล้างพิษในตับ ช่วยให้ระบบน้ำดีทำงานได้ปกติ ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยใช้น้ำคั้นหรือกินสด (แต่ปริมาณในแต่ละวันไม่มาก) ใช้ใบสดประคบเต้านมแม่ลูกอ่อนช่วยลดความปวดจากการคัดเต้านมลงได้ 9. ผักกาดขาว ถือเป็นเจ้าแห่งเส้นใยและโฟเลท ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีบทบาทในการควบคุมความเป็นปกติของชีวิตทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา นั่นคือการสร้างระบบประสาทและ DNA อีกทั้งเส้นใยของผักกาดขาวช่วยกระตุ้นการเคลื่อน ไหวของลำไส้ ช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันอุจจา ระแข็ง เนื่องจากเส้นใยไม่จับกันแน่นและสามารถถนอมน้ำไว้จึงทำให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ ไม่เพียงแค่นี้ เพราะผักกาดนั้นมีรสหวานไม่ร้อนไม่เย็น ช่วยลดอาการอึดอัดบริเวณหน้าอก ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ ลดการเต้นของหัวใจ ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการทำงานของไต สารพัดประโยชน์ และเป็นได้สารพัดยาเลยล่ะค่ะ สำหรับผักแต่ละชนิด บางทีสิ่งเหล่านี้อาจอยู่ใกล้ตัวเรามากเกินไปจนหลายคนมองข้ามคุณค่าที่น่าทึ่งไป อย่าลืมชายตามองพืชผักกันบ้าง แล้วคุณจะได้ฟื้นฟูสุขภาพจากอาหารนานาประดยชน์อย่างพืชผักเหล่านี้ ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

แหวน ฐิติมา แกร่ง! สู้มะเร็งตัดเต้านมออกทั้งสองข้าง
แหวน ฐิติมา /  แหวน ฐิติมา ป่วยมะเร็งเต้านม

หัวใจแกร่งมว๊ากกกก สำหรับนักร้องรุ่นใหญ่ แหวน ฐิติมา ล่าสุดออกมาอัปเดตอาการป่วยโรคมะเร็งเต้านมหลังใช้เวลารักษามาปีกว่า เผยขณะนี้รักษาไปเสร็จทุกขั้นตอนแล้ว โดยได้มีการผ่าตัดเต้านมออกทั้งสองข้าง และมีการใส่เข้ามาใหม่ นอกจากนั้นก็มีการฉายแสงอีก 25 ครั้ง และทำเคมีบำบัด จากนี้เหลือเพียงกินยาวันละ 1 เม็ดเป็นเวลา 5 ปีและไปพอหมอตามนัดเท่านั้น สำหรับผลข้างเคียงนั้นพบว่ามีผมร่วง มือชา และคอแหบ ส่วนตอนนี้อาการโดยรวมปกติแล้ว กลับมาร้องเพลงได้เหมือนเดิม ซึ่งหมอบอกให้สร้างความสุขและพยายามไม่เครียดนั่นเอง... ยังไงต้องขอเป็นกำลังใจให้เธอด้วยอีกแรงจ้าาาาาาขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @waenthitima แหวน ฐิติมา แหวน ฐิติมา แหวน ฐิติมา แหวน ฐิติมา แหวน ฐิติมา

มายังไง! ประธานนาวีดึง “พี่เบิร์ด-ธงไชย” เรียกศรัทธาเเฟนบอล
พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต /  ราชนาวี / 

นายใหญ่ "ตะหานน้ำ" ยันปล่อยแข้ง 8 ออกจากทีมเรียบร้อย พร้อมจัดการดึง "พี่เบิร์ด" ช่วยโปรโมทสโมสรเรียกเรทติ้งเเฟนบอล พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต ประธานสโมสรฟุตบอลราชนาวี ยอมรับกำลังประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งความคืบหน้าขณะทาง บิ๊กอ้น กล่าวว่า สภาพการเงินของทีมตอนนี้ดีขึ้นเรื่อย หลังจากได้เงินจากสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุนในส่วนที่ขาด ส่วนเรื่องของตัวนักกีฬาที่สโมสรปล่อยออกไป 8 รายนั้นเนื่องจากไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีม จึงอยากให้นักเตะเหล่านี้ได้มีโอกาสได้ลงเล่นกับทีมอื่นๆ ส่วนตัวใหม่ สโมสรกำลังตัดสินใจอยู่ โดยเฉพาะตำแหน่งศูนย์หน้า "เป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิมครับ เราจะพยายาม รักษาอันดับให้อยู่ในไทยลีกต่อไป นอกจากนี้เรายังมีข่าวดีคือทางสโมสรได้ พี่เบิร์ด (ธงไชย แม็คอินไตย) มาช่วยเป็นพรีเซนเตอร์ ส่วนตัวผมกับพี่เบิร์ด มีความสนิทสนมและรู้จักกันมานานแล้ว ซึ่งพี่เบิร์ดเอง ก็ยินดีที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้สโมสรในนามกองทัพเรือ เป็นเหมือนพีอาร์ให้กับสโมสร" บิ๊กอ้น กล่าว สำหรับการแข่งขันนัดถัดไปของสโมสรฟุตบอลราชนาวี จะเปิดสนามราชนาวี สัตหีบ ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วันที่ 29 มิถุนายน เริ่มการแข่งขันเวลา 18.00 น. ถ่ายทอดสดทาง ทรูสปอร์ต เอชดี 3

7 เรื่องน่ารู้ของโรงเรียนเวทมนตร์ฝั่งอเมริกา Ilvermorny
Books /  Elias Story / 

7 เรื่องน่ารู้ของโรงเรียนเวทมนตร์ฝั่งอเมริกา Ilvermorny เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ได้เผยเรื่องราวความน่าสนใจครั้งใหม่เกี่ยวกับโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ Ilvermorny ลงในเว็บไซต์ Pottermore โรงเรียนแห่งนี้มีเรื่องราวที่แปลกแตกต่างไปจากฮอกวอตส์ที่ทุกคนเคยรู้ และ 7 ข้อต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Ilvermorny 1. ทำความรู้จักกับ Isolt Sayre เรื่องราวของโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ Ilvermorny เริ่มต้นจากเด็กสาวเลือดบริสุทธิ์ที่มีชื่อว่า Isolt Sayre เธอเกิดในปี 1603 บิดาของเธอเป็นบุคคลที่สืบเชื้อสายมาจากมอร์ริแกน จอมเวทย์ชื่อดังของไอริช ครอบครัวของเธอถูกสังหารขณะที่เธออายุ 5 ขวบ แต่เธอได้รับการช่วยเหลือจากพี่สาวของแม่นามว่า Gormlaith Gaunt ซึ่งมีความบาดหมางกับแม่ของเธอ เป็นผู้ที่คลั่งไคล้เลือดบริสุทธิ์ด้วยกัน และเชี่ยวชาญเวทมนตร์ศาสตร์มืด และรู้ทีหลังว่าฆาตกรที่แท้จริงก็คือเธอนั่นเอง เธอบังคับให้ Sayre อยู่กับเธอมาตลอดระยะเวลา 12 ปี กระทั่งเธอหนีออกมา และได้ขโมยไม้กายสิทธิ์ของป้าเธอมาด้วย ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของตัวจริงของไม้กายสิทธิ์นี้ก็คือ Salazar Slytherin เธอไม่เคยได้รับอนุญาตให้ใช้ไม้กายสิทธิ์ เธอหลงใหลในฮอกวอตส์ และจินตนาการว่าตัวเองได้เข้าเรียนในนั้น Sayre ตัดผมของเธอและหลบหนีไปยังสหรัฐอเมริกา โดยปลอมตัวเป็นหนุ่มมักเกิลนาม Elias Story เธอหนีไปยังภูเขาที่ซึ่งได้พบกับสัตว์วิเศษสองตัวอย่าง Hidebehind และ Pukwudgie (กอบลิบชาวยุโรป) เธอได้กลายเป็นเพื่อนกับเจ้า Pukwudgie และตั้งชื่อให้มันว่า William มันได้สอนให้เธอรู้จักกับสัตว์วิเศษตัวอื่น ๆ อีกมากมาย 2. เริ่มต้น Ilvermorny เพื่อสอนเด็ก ๆ Sayre ได้แต่งงานกับหนุ่มมักเกิลนามว่า James ทั้งสองได้รับเลี้ยงเด็กกำพร้าผู้ชายสองคนนามว่า Shadwick และ Webster ต่อมา Sayre ได้หาวิธีทำไม้กายสิทธิ์ให้เด็กทั้งสองคน และด้วยความช่วยเหลือจาก Horned Serpent พวกเขากเริ่มสร้างโฮมสกูลเล็ก ๆ ภายใต้ชื่อ Ilvermorny ซึ่งเป็นชื่อของที่พักของ Sayre ที่ถูกทำลายในวัยเด็ก เด็กจากตระกูล Wampanoag และ Narragansett ที่อยู่ใกล้เคียงก็มาเรียนที่โรงเรียนด้วย Sayre และ James สร้างไม้กายสิทธิ์ให้เด็ก ๆ และจุดเริ่มต้นของโรงเรียนสอนเวทมนตร์ที่คล้ายกับฮอกวอตส์ก็เริ่มต้นขึ้น 3. 4 บ้านใหม่ที่ไม่ได้คัดโดยหมวกคัดสรร Image: pottermore บ้านทั้ง 4 หลังของ Ilvermorny ได้แก่ Horned Serpent, Wampus, Thunderbird และ Pukwudgie เป็นชื่อที่ตั้งจากสัตว์วิเศษที่ Sayre, James, Chadwick และ Webster ชื่นชอบนั่นเอง โรงเรียนนี้ไม่มีหมวกคัดสรร แต่ใช้วิธีการให้เด็กนักเรียนยืนอยู่ตรงกำแพงเวทมนตร์และรอให้มีสัญลักษณ์ของบ้านปรากฏขึ้น สำหรับ Horned Serpent จะมีคริสตัลเปล่งแสงขึ้นที่หน้าผาก Wampus จะส่งเสียงคำราม Thunderbird จะกระพือปีกของตนเอง และ Pukwudgie จะปล่อยลูกธนูขึ้นสู่ท้องฟ้า ไม่บ่อยนักที่แต่ละบ้านจะเลือกเด็กพร้อมกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับพ่อมดแม่มดตัวน้อยว่าจะเลือกบ้านหลังไหน บ้านทั้งสี่หลังสื่อถึงอะไรบ้าง Horned Serpent บ้านหลังนี้เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงจิตใจและจอมเวทย์ที่ได้รับการยกย่อง Wampus หมายถึงความแข็งแกร่ง เสือดำเวทมนตร์ และนักรบผู้มีชื่อเสียง เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงร่างกาย Thunderbird เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงจิตวิญญาณและการผจญภัยที่น่ายกย่อง Pukwudgie เป็นชื่อที่มาจากสัตว์เวทมนตร์เจ้าเล่ห์ และผู้รักษาที่น่ายกย่อง เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงหัวใจ 4. โบกมือลาผ้าคลุมสีดำ ต้อนรับสีฟ้าและแครนเบอร์รี่ นักเรียนในโรงเรียนจะไม่ได้ใส่ผ้าคลุมสีดำเดินไปไหนต่อไหน แต่แทนที่ด้วยสีฟ้าและสีแครนเบอร์รี่ซึ่งเป็นเกียรติกับ Sayre และ James “สีฟ้าเป็นสีที่ Sayre ชื่นชอบ และความใฝ่ฝันในวัยเด็กที่อยากจะอยู่ในบ้านเรเวนคลอในฮอกวอตส์ ส่วนสีแครนเบอร์รี่ให้เกียรติถึงความชื่นชอบแครนเบอร์รี่พายของ James” เจ.เค. โรว์ลิง กล่าว “ผ้าคลุมของนักเรียน Ilvermorny ทุกคนจะผูกติดกับปมกอร์เดียนสีทอง" 5. Gomlaith ปรากฏตัวอีกครั้ง Image: pottermore ทันทีที่รู้ข่าวว่า Sayre แต่งงานกับ James มักเกิลหนุ่ม Gomlaith จึงเดินทางมุ่งหน้าไปยังสหรัฐอเมริกาอย่างโกรธเกรี้ยว เธอได้สาปให้สองสามีภรรยาหลับใหล และทำให้ไม้กายสิทธิ์ของ Sayre ใช้การไม่ได้ด้วยภาษาพาเซล ในที่สุด Gomlaith ถูกฆ่าตายจากความช่วยเหลือจากครอบครัวและกอบลินอย่าง William the Pukwudgie ไม้กายสิทธิ์ของ Slytherin สูญหายไป และต้นสเนกวู้ดได้เติบโตขึ้นในบริเวณนั้น ใบของมันมีพลานุภาพในการรักษาที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันถึงความดีงามอันสูงส่งของ Salazar 6. ผู้สืบทอดจาก Sayre สานต่อเรื่องราว Chadwick กลายมาเป็นพ่อมดผู้แต่งหนังสือ Chadwick’s Charms เล่มที่ 1-4 ซึ่งเป็นตำราเรียนในโรงเรียน Ilvermorny เขาแต่งงานกับสาวผู้รักษาชาวเม็กซิกันนาม Josefina Calderon ครอบครัวของเธอเป็นที่รู้จักกันดีในประวัติศาสตร์โลกเวทมนตร์ของชาวอเมริกัน ส่วน Webster กลายเป็นมือปราบมาร ทำงานในลอนดอน ลงหลักปักฐานกับแม่มดหญิงชาวสก็อต และส่งลูกเรียนที่ฮอกวอตส์ ลูกสาวฝาแฝดของ James และ Sayre ชื่อว่า Martha และ Rionarch แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะ Martha เป็นสควิบและเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างคนไร้เวทมนตร์ ส่วน Rionach สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดใน Ilvermorny พูดภาษาพาเซล และเป็นโสด 7. ความเป็นไปได้ที่จะมีแฮกริดคนใหม่ William the Pukwudgie ดูจะเป็นตัวละครที่มีความคล้ายคลึงกับแฮกริดมากที่สุด ทำหน้าที่ปกป้องโรงเรียน ชอบหัวเราะเวลาคิดไอเดียอะไรใหม่ ๆ ซึ่งเป็นตัวตนของ William จริง ๆ ไม่มีใครรู้ว่ามีชีวิตอยู่มานานแค่ไหน แต่เขาปกป้องอนุสาวรีย์ของ Sayre ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าโรงเรียนอย่างสุดความสามารถ และวางดอกไม้บนหลุมศพของ Sayre ในวันครบรอบวันเสียชีวิตทุกปี ดูบทความต้นฉบับ : J.K. Rowling just dropped 6 bombshells about American Hogwarts

รู้ยัง!! ไข้หวัดเจ็บคอหายได้ ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะ /  เจ็บคอ / 

คำถามที่ 1 ยาที่ผู้ใหญ่มักให้เรากินเวลาที่เราเป็นหวัดเจ็บคอมียาอะไรบ้าง แล้วพวกเรารู้ไหมว่ายาแต่ละอย่างต่างกันอย่างไร? - อย่างแรก คือ ยาลดไข้ แก้ปวด เช่น พาราเซตามอล กินเฉพาะเมื่อเป็นไข้หรือปวดหัว ถ้าไม่มีไข้ ไม่ปวดหัว ไม่ต้องกิน ห้ามใช้แอสไพรินในเด็กที่เป็นไข้หวัดอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง - อย่างที่ 2 คือ ยาแก้คัดจมูก ถ้าไม่คัดจมูก ไม่ต้องกิน - ถ้ามีน้ำมูกหรือน้ำมูกไหล ควรเช็ดหรือล้างรูจมูกด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรกินยาแก้แพ้เพื่อลดน้ำมูก เพราะจะทำให้น้ำมูกหรือเสมหะข้นเหนียวสั่งออกยาก ทำให้หายใจลำบากมากขึ้น - อย่างที่ 3 คือ ยาปฏิชีวนะ ที่มักเรียกผิดว่าเป็นยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะเป็นยาอันตราย และมักมีการใช้อย่างผิดๆ โดยเฉพาะในโรคหวัดเจ็บคอ ยากลุ่มนี้ เช่น เพนนิซิลลิน อะม็อกซีซิลลิน วันนี้เราจะเรียนรู้เรื่องนี้กัน คำถามที่ 2 ยาแก้อักเสบ กับ ยาปฏิชีวนะ เหมือนกันหรือเปล่า?  - ไม่เหมือนกัน แต่คนจำนวนมากเข้าใจผิดและเรียกสับสน ทำให้ใช้ยาผิด - ยาแก้อักเสบ (ยาต้านการอักเสบ Anti-inflammatory drugs) เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดไข้ แก้ปวด ลดบวมอักเสบ โดยไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค ตัวอย่างเช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน - ส่วนยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่มีฤทธิ์แก้อักเสบโดยตรง ตัวอย่างเช่น เพนนิซิลลิน อะม็อกซีซิลลิน - คนส่วนใหญ่มักเรียกผิดว่า ยาปฏิชีวนะ เป็น ยาแก้อักเสบ เพราะเมื่อติดเชื้อแบคทีเรียแล้วกินยาปฏิชีวนะ ยาจะไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของต่อมทอนซิลอักเสบเป็นหนอง เมื่อเชื้อตายไปอาการคออักเสบ (เจ็บคอ คอแดง เป็นหนอง) จะลดลงเองโดยอัตโนมัติ คนจึงมักเรียกผิดว่าเป็น ยาแก้อักเสบ - การเรียก ยาปฏิชีวนะ ว่ายาแก้อักเสบ จึงทำให้เข้าใจผิด และใช้ยาผิดประเภท เพราะคิดว่าเมื่อมีคออักเสบ ไม่ว่าจะจากสาเหตุใด (เช่น เชื้อไวรัส หรือภูมิแพ้) ต้องใช้ยานี้ ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ควรใช้ คำถามที่ 3 เป็นหวัด เจ็บคอ มีไข้ จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งถูกต้องหรือไม่? - ไม่ถูกต้องและเป็นการใช้ยาที่ไม่สมเหตุผล เพราะอาการเจ็บคอเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ คือ 1. เกิดจากการติดเชื้อไวรัส (ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ) 2. เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ) - เด็กที่เป็นหวัดเจ็บคอส่วนใหญ่เป็นเพราะติดเชื้อไวรัส การกินยาปฏิชีวนะจึงไม่ทำให้หายป่วย เพราะยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อไวรัสไม่ได้ และยังมีโอกาสเสี่ยงอันตรายจากผลข้างเคียงของยา ต่อร่างกายด้วย คำถามที่ 4 จะรู้ได้อย่างไรว่า ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย? - ดูจากภาพนี้ ทางขวามือเป็นการติดเชื้อไวรัส (ซึ่งพบบ่อยกว่า) เจ็บคอส่วนใหญ่ (8 ใน 10 ราย) เกิดจากเชื้อไวรัสมีอาการต่อมทอนซิลบวมแดง คอแดง ซึ่งทำให้เจ็บคอ อาจมีอาการไอร่วมด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะก็หายได้ - ส่วนภาพซ้ายมือ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย (ซึ่งพบน้อยกว่า) จะเห็นว่านอกจากคอแดง ต่อมทอนซิล บวมแดง และเจ็บคอแล้ว ยังมีข้อแตกต่างคือ มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิล มีฝ้าสีเทาที่ลิ้น และมักจะคลำพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้ขากรรไกรโตด้วย และจุดแตกต่างที่สำคัญที่สังเกตได้ง่าย คือ มักจะไม่มีอาการไอ คำถามที่ 5 หวัดเจ็บคอจากเชื้อไวรัส รักษาอย่างไร? - เด็กๆ ทุกคนมีภูมิต้านทานของร่างกายที่เอาชนะเชื้อไวรัสได้อยู่แล้ว แต่ในช่วงที่ไม่สบาย เราอาจมีอาการเป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ไอ มีน้ำมูกหรือเสมหะ และรู้สึกเพลีย -  ในช่วงเวลานี้ “พระเอกภูมิต้านทาน” กำลังต่อสู้กับเชื้อไวรัสอยู่ ส่วนยาแก้คัดจมูก และยาลดไข้ คือ “ผู้ช่วยพระเอก” ที่จะทำให้เราทุเลาอาการเหล่านี้ จนกว่าพระเอกจะปราบผู้ร้ายเชื้อไวรัสได้หมดซึ่งมักใช้เวลา 3 – 4 วัน เป็นอย่างน้อย คำถามที่ 6 หวัดเจ็บคอจากเชื้อไวรัส หายเองได้จริงหรือ? - ขณะที่ “พระเอกภูมิต้านทาน” กำลังสู้กับ “ผู้ร้ายเชื้อไวรัส” คุณแม่หรือผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กอย่างพวกเรา คือ “นางเอกคนสำคัญ” เพราะว่าจะต้องดูแลเรามากกว่าเวลาปกติ ด้วยการช่วยเช็ดตัวลดไข้ จัดยาที่จำเป็นและหาอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มหรือโจ๊ก ให้เรากิน รักษาบริเวณลำคอของเรา ให้อบอุ่น และให้เราดื่มน้ำมากๆ - นอกจากนี้ การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอหรือระคายเคืองในคอของเราได้ - การทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ภูมิต้านทานร่างกายของเราแข็งแกร่ง เพียงไม่กี่วัน เชื้อไวรัสหวัดก็ต้องล่าถอยไปเอง คำถามที่ 7 น้ำมูกหรือเสมหะสีเขียวเหลือง แปลว่า ต้องกินยาปฏิชีวนะใช่หรือเปล่า? - ไม่ใช่ เพราะการมีน้ำมูกหรือเสมหะข้นและเป็นสีเหลืองหรือเขียวเพียงประการเดียว ไม่ได้แปลว่า เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือมีอาการแย่ลง - โรคหวัดในระยะใกล้หาย เราจะมีอาการดีขึ้น ปริมาณน้ำมูกจะลดลง แต่ลักษณะของน้ำมูกจะข้นขึ้น และอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวโดยเฉพาะในตอนเช้า ซึ่งไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่เป็นลักษณะอาการของโรคหวัดตามปกติ จึงไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ - นอกจากนี้ คนที่เป็นหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน มักจะไอนานเป็นสัปดาห์ และมีเสมหะ สีเขียวเหลืองได้ โดยไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย - ดังนั้น การมีน้ำมูกหรือเสมหะสีเขียวเหลือง ไม่ได้แปลว่าต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งไป คำถามที่ 8 กินยาปฏิชีวนะ “เผื่อ” ไว้ก่อน ไม่ดีหรือ? - ไม่ดีแน่นอน ไม่ควรทำเป็นอันขาด ถ้าเราเป็นหวัดจากเชื้อไวรัส แล้วไปกินยาปฏิชีวนะซึ่งมีไว้ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เราจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลย แต่จะได้รับโทษหรือเสี่ยงอันตรายจากการใช้ยาปฏิชีวนะ - อันตรายจากยาปฏิชีวนะอย่างแรก คือ การแพ้ยา - อันตรายประการที่สอง คือ เชื้อดื้อยา คำถามที่  9 แพ้ยาปฏิชีวนะ มีอันตรายอย่างไร?  - ผู้ที่แพ้ยาอาจมีผื่นขึ้น ถ้าแพ้ยารุนแรงอาจทำให้หายใจไม่ออก ผิวหนังหลุดลอกทั่วตัว เม็ดเลือดแดงแตก ตับอักเสบ เป็นต้น - เด็กๆ ลองอ่านที่ข้างกล่องยาปฏิชีวนะดูจะเห็นคำเตือนว่าเป็น “ยาอันตราย” และเตือนว่า ยานี้อาจทำให้เกิดการแพ้ และอาจเป็นอันตรายถึงตายได้ - วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงที่จะแพ้ยา คือ 1. ใช้ยาเท่าที่จำเป็น ไม่ใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ 2. ถ้าเราเคยแพ้ยาใด เราควรจำชื่อยานั้นให้ได้ หรือจดชื่อยาพกไว้กับตัว 3. บอกแพทย์หรือเภสัชกรว่าเราแพ้ยานี้ เมื่อไปรับการรักษาทุกครั้ง 4. ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ยาได้ คำถามที่  10. เชื้อดื้อยา คืออะไร? - ทุกครั้งที่เรากินยาปฏิชีวนะ เชื้อแบคทีเรียที่อ่อนแอจะตายไป ส่วนที่เหลือก็จะก้าวร้าวขึ้น ดุขึ้นมีการกลายพันธุ์ หรือผลิตลูกหลานให้ทนต่อยาปฏิชีวนะ เรียกว่า เชื้อดื้อยา แปลว่า ยาปฏิชีวนะ ชนิดนี้ใช้กับแบคทีเรียเหล่านี้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว - เมื่อเกิดเชื้อดื้อยา ทำให้เราต้องเปลี่ยนไปใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ไปเรื่อยๆ ซึ่งยาใหม่เหล่านี้มักมี อันตรายมากกว่าและมีราคาแพงกว่ายาเดิม - คนที่กินยาปฏิชีวนะบ่อยเกินไป เชื้อโรคก็เริ่มปรับตัวสู้กับยาได้ ต่อไปเวลาเจ็บป่วยก็ไม่มียาใด จัดการกับเชื้อโรคนั้นๆ ได้ คำถามที่  11 ทำไมจึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง หรือแบ่งยากันกิน? - คุณหมอสั่งยาปฏิชีวนะโดยพิจารณาจากน้ำหนักตัว อายุ และอาการของคนไข้ ซึ่งต้องใช้ความรู้ทางการแพทย์ และการตรวจร่างกายอย่างละเอียด - เราไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง หรือแบ่งยาปฏิชีวนะของเราให้ผู้อื่นกินอย่างเด็ดขาด เพราะมักมีข้อผิดพลาด เช่น 1. ใช้ยาปฏิชีวนะในโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น กินยาปฏิชีวนะรักษาโรคหวัดซึ่งเป็นเชื้อไวรัส 2. ใช้ยาที่ไม่เหมาะสมกับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ เพราะเชื้อแบคทีเรียมีหลายชนิด จึงต้อง เลือกใช้ยาปฏิชีวนะให้เหมาะกับเชื้อแต่ละชนิด 3. ใช้ยาในขนาดต่ำหรือสูงกว่าที่ควรจะเป็น เพราะยาปฏิชีวนะ 1 ชนิด มีหลายขนาดความแรง 4. ใช้ยาด้วยความถี่ที่ไม่ถูกต้อง เช่น ยาที่ต้องกินวันละ 3 ครั้ง แต่กินแค่วันละ 2 ครั้ง 5. ใช้ยาด้วยระยะเวลาที่สั้นเกินไปหรือนานเกินไป (ส่วนใหญ่ที่พบ คือ สั้นเกินไป เช่น ยาที่ต้องกินติดต่อกัน 10 วัน แต่กินแค่ 2-3 วัน) - ที่สำคัญ เราไม่รู้ว่าคนอื่นแพ้ยาอะไร หรือมีโรคประจำตัวอะไร การแบ่งยาของเรา ให้เขากินจึงอันตรายมาก ที่มาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

YG. เปิดตัว Black Pink เกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่ที่มีสาวไทย!
Black Pink /  BLACKPINK / 

YG Entertainment เฉลย Black Pink (แบล็ค พิงค์) เกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่มีสมาชิกแค่สี่สาว! วันนี้(29 มิ.ย.) YG Entertainment ได้เปิดเผยภาพหมู่ของเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่ของทางค่าย ในนาม Black Pink ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย เจนนี่ (Jennie), ลิซ่า (Lisa), จีซู (Jisoo) และ โรเซ่ (Rosé) สมาชิกคนแรก เจนนี่ คิม เกิดปี 1996 เธอเคยปรากฏโฉมในมิวสิควิดีโอเพลง That XX ของ G-Dragon รวมทั้งเคยร่วมเวทีรายการ Inkigayo แสดงเพลง Black กับ G-Dragon อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เจนนี่ คิม ยังสามารถใช้ภาษาเกาหลี, ภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว ลิซ่า หรือ ลลิสา มโนบาล สมาชิกชาวไทยของวง Black Pink และยังถือเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เดบิวต์ภายใต้สังกัด YG. อีกด้วย ลิซ่า เกิดในปี 1997 โดยก่อนหน้านี้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์แฟชั่น NONAGON ประกบสองหนุ่มฮอต B.I และ Bobby จากวง iKON รวมทั้งรวมแสดงในมิวสิควิดีโอเพลง Ringa Linga ของ แทยัง รุ่นพี่ร่วมค่ายด้วย สมาชิกที่แฟนคลับสังกัด YG. ค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตา อย่าง จีซู เกิดปี 1995 นอกจากภาพลักษณ์น่ารักสะดุดตาแล้ว จีซู ยังมีความสามารถทั้งการร้อง-การเต้นที่โดดเด่น และเคยมีผลงานมาแล้วอย่างมิวสิควิดีโอเพลง Spoiler ของ Epik High, มิวสิควิดีโอเพลง I’m Different ของ Hi Suhyun และผลงานการถ่ายแบบ พรีเซ็นเตอร์โฆษณา และร่วมแสดงในซีรี่ส์เรื่อง Producer โรเซ่ สมาชิกคนสุดท้ายของ Black Pink (ชื่อจริง ปาร์ค แชยอง) เกิดในปี 1997 เธอเกิดและเติบโตในประเทศออสเตรเลีย ก่อนหน้านี้ โรเซ่ อยู่ในสถานะเด็กฝึกของค่าย YG. มาตั้งแต่อายุ 14 ปี และเมื่อปี 2012 เธอเคยโชว์น้ำเสียงอันไพเราะของเธอผ่านบทเพลง Without You ของ G-Dragon ไว้ด้วย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ YG Entertainment อธิบายถึงความหมายของชื่อ Black Pink ว่า 'สีชมพูคือสีที่สื่อถึงความงดงามได้ดี แต่ความงดงามก็ไม่ใช่ทุกสิ่ง สื่อได้ดั่งเกิร์ลกรุ๊ป Black Pink ที่งดงามแต่พวกเธอก็เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ด้วย' มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

รีวิวแกะกล่อง Huawei P9 ดูกันชัดๆ ข้างในมีอะไรบ้าง
huawei /  Huawei P9 / 

หลังจากเปิดตัวมาซักระยะชื่อของ Huawei P9 ที่มาพร้อมกล้องคู่ Leica ก็เป็นที่ตื่นตาอย่างมาก จนตอนนี้มันได้มาอยู่ในมือของเราแล้ว และวันนี้เราจะทำการแกะกล่อง Huawei P9 ให้ดูกันชัดๆ ไปเลย ว่าด้านในนั้นมาพร้อมอะไรกันบ้าง ลองไปดูกันครับ กล่องมาเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสดูแปลกตาดี ด้านหน้ามาพร้อมสีขาว จอขนาด 5.2 นิ้ว ด้านหลังเป็นสีเงินดูหรูหรามาก กล้องคู่ Leica อุปกรณ์ที่มาพร้อมเครื่อง แค่เห็นตัวเครื่องก็สวยจนเนื้อเต้นแล้วครับ คราวหน้าผมจะมารีวิวพลังของมันแบบเต็มๆ รอดูกันได้เลยครับ

เงิน 2,000 บาท กับ ว่าง 2 วัน ไปชิลใกล้กรุง ที่ เขาเขียว - เกาะสีชัง!
เขาเขียว /  เที่ยวชลบุรี / 

เมื่อเรากับเพื่อนมีวันว่างตรงกันสองวัน ทริปปล่อยเบลอเที่ยววันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจึงเกิดขึ้น พร้อมแล้วไปชิลกัน ทริปนี้เกิดขึ้นเพราะเราอยากไปพักเต้นท์ติดแอร์ที่เอสตาเต้รีสอร์ทในเขาเขียว + อยากปั่นจักรยานชิลๆ ชมวิว ให้อาหารสัตว์ ส่วนอีกหนึ่งวันกะว่าไปหาที่ชิลเอาดาบหน้า จนมาลงเอยที่เกาะสีชัง บางอย่างแพลนบางอย่างไม่ได้แพลน จึงเกิดทริปสนุกๆ นี้ขึ้น ^^ เงิน 2,000 บาท กับ ว่าง 2 วัน ไปชิลใกล้กรุง ที่ เขาเขียว - เกาะสีชัง! Budget : 2,000 บาท/คน (รวมทุกอย่างแล้ว) Accommodation : Estate Camping Resort & Safari Transportation : รถยนต์ + เรือโดยสารข้ามไปเกาะสีชัง + เหมาสามล้อเที่ยวรอบเกาะ Day1 : กรุงเทพฯ-เขาเขียว Day2 : เขาเขียว-เกาะสีชัง-กรุงเทพฯ ขับรถจากกรุงเทพฯราวสองชั่วโมงก็มาถึงที่พัก Estate Camping Resort & Safari ถ้าจองตรงกับรีสอร์ทจะราคาสองพันต้นๆ เราจองผ่าน Booking มาได้ราคา 1950 บาท/คืน รวมอาหารเช้าค่ะ รอบๆเต้นท์มีกวางน้อยวิ่งเล่นทั้งวันทั้งคืนค่ะ เราสามารถให้อาหารได้ แต่น้องกวางเค้าขี้อาย ต้องค่อยๆย่องเข้าหาไม่ให้เค้าตกใจ กระโจมอาบน้ำโอเพ่นแอร์ มีน้ำอุ่นบริการ คืนนี้เราจะอาบน้ำใต้แสงดาว ภายในเต้นท์สะอาด สะดวก สะบาย มีแอร์เย็นฉ่ำ มีตู้เย็นจิ๋ว แค่นอนกลิ้งไปมาก็เพลินแล้ว โซนห้องน้ำแยกฝั่งหญิง-ชาย มีตู้ล็อคเกอร์แล้วก็ที่อ่างล้างหน้าและกระจกไว้รองรับแขกได้เยอะเลย สำรวจที่พักโดยรอบเสร็จแล้ว ได้เวลาแวะไปเยี่ยมเยียนสัตว์น้อยใหญ่ในเขาเขียวกัน เนื่องจากว่าเราพักกับรีสอร์ทข้างในสวนสัตว์ จึงไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชมเพิ่ม ยกเว้นพวกโชว์สัตว์ต่างๆที่จะเก็บเงินแยกอยู่แล้วรอบละประมาน 50 บาท เราตั้งใจมาเช่าจักรยานขี่ไปรอบๆ แต่วันนี้ที่เช่าจักรยานไม่เปิดให้บริการ เรากับเพื่อนลังเลว่าจะเช่ารถกอล์ฟดีไหมเพราะค่าเช่าชั่วโมงละ 350 บาท สุดท้ายเลยตัดสินใจขับรถวนไปรอบๆเอาค่ะ รถเราใช้แก๊ส ประหยัดเงินในกระเป๋าไว้เที่ยวอย่างอื่นดีกว่า จริงๆเราว่าในสวนสัตว์ก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรมากค่ะ ออกจะหดหู่หน่อยๆด้วยซ้ำ เพราะสัตว์ส่วนใหญ่ดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา อาจเป็นเพราะเค้าโดนขัง ไม่ได้อยู่ตามธรรมชาติที่ควรอยู่ แต่อย่างที่บอกว่าเราอยากมาพักบรรยากาศเงียบๆ นอนเต้นท์ติดแอร์ ใกล้ชิดธรรมชาติ ก็เลยไม่รู้สึกผิดหวังอะไรค่ะ บริเวณที่พักมีมีชิงช้าให้เล่น อยู่ใกล้ๆร้านอาหารของรีสอร์ท กินข้าวเช้าเสร็จเรามานั่งชิลซักพัก หลังจากนั้นก็เช้คเอาท์ เก็บของพร้อมออกเดินทางไปเกาะสีชัง ขับรถจากเขาเขียวไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็มาถึงเกาะสีชัง เราจอดรถไว้ที่สวนสาธารณะใกล้ๆท่าเรือ เพราะต้องนั่งเรื่อไปที่เกาะประมาณ 45 นาที ค่าเรือเที่ยวละ 50 บาท/คน วิวระหว่างที่อยู่บนเรือ เราโชคดีที่มาในวันที่ฟ้าสวย ลมดี ถึงแดดจะแรงแต่ก็สู้ไหวค่ะ มาถึงท่าเรือเราใช้บริการเหมาสามล้อเที่ยวรอบเกาะ ที่นี่เค้าเรียกว่าสกายแล็ป พอลงท่าเรือจะมีคนมาคอยถามว่า เช่าสามล้อไหม? เช่ามอไซค์ไหม? เรากับเพื่อนขี่มอไซค์ไม่แข็งทั้งคู่ เลยเหมาสามล้อค่ะ ราคา 250 บาท เขาจะอยู่กับเราทั้งวัน หลักๆ จะพาเที่ยวสถานที่ไฮไลท์ของเกาะ 4 จุด คือ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่, จุดชมวิวช่องเขาขาด, พระจุฑาธุชราชฐาน(พระราชวังบนเกาะ), หาดถ้ำพัง เลือกใช้บริการกับคนไหนก็ได้ค่ะ ชาวบ้านน่ารักทุกคน ดูเป็นเกาะเล็กๆเงียบๆ หรือเพราะเรามาวันธรรมดารึเปล่าไม่แน่ใจ อยากชวนมาอุดหนุนการท่องเที่ยวที่นี่กันเยอะๆ เกาะนี้ไม่โก่งราคาค่ะ 1.วิวจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ สถานที่แรกที่พี่สามล้อพามาไหว้พระทำบุญซักสิบนาทีเสริมความเป็นสิริมงคล จะได้ไปเที่ยวต่อแบบสบายใจกัน วิวอีกมุมจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ 2. จุดชมวิวช่องเขาขาด ตรงนี้ถ่ายรูปสวยมากกกกก นั่งชิวได้เป็นชั่วโมงเลย ถึงแดดจะแรงแต่ลมดีจริงๆค่ะวันนี้ ฟ้าใสน้ำสวยเชียว ถ้าไม่เกี่ยงแดดก็เดินเล่นไปได้ถึงโขดหินนู่น อีกมุมนึงของจุดชมวิวช่องเขาขาด มองคลื่นกระทบฝั่งก็เพลินดีนะ สวีทกับเพื่อนซักหน่อย มาด้วยกันต้องรักกันเข้าไว้ 3.มาถึงพระราชวังแล้ว จุดที่ห้ามพลาดในการไปถ่ายรูปคือ สะพานอัษฎางค์ ถ่ายรูปก็สวยนั่งชิลก็สบายนะ ได้รูปที่พอใจแล้วก็เดินสำรวจรอบๆพระราชวังต่อ เงียบ สงบ ประทับใจไม่น้อยเลย 4. หาดถ้ำพัง ที่สุดท้ายของวันนี้แล้ว ที่นี่มีเตนท์ผ้าใบให้เช่า นั่งกิน นอนชิล ลงเล่นน้ำได้ตามอัธยาศัย แต่เราไม่ได้เตรียมตัวมาเล่นน้ำเลยแค่เดินถ่ายรูปเล่นเลียบหาด แล้วก็เดินขึ้นมาเก็บภาพจากมุมสูง น้ำสีสวยมากกก ฟ้าก็มากกกก เราจะขึ้นเรือรอบสี่โมงเพื่อออกจากเกาะ ระหว่างทางกลับไปท่าเรือก็จะได้เห็นบ้านเรือนและการใช้ชีวิตของชาวบ้านบนเกาะในวันธรรมดาที่ไม่เร่งรีบ เป็นเกาะที่น่ารักจริงๆค่ะ จบทริปด้วยความประทับใจ ขอบคุณที่ตามอ่านจนจบนะคะ ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ https://www.facebook.com/theneverlonelyjourney/

บาร์ตัน สับแหลก โจ ฮาร์ท ควรเอาเวลาไปซ้อมมากกว่าเล่นโฆษณาแชมพู
บาร์ตัน /  ยูโร 2016 / 

โจอี้ บาร์ตัน มิดฟิลด์เลือดเดือดวัย 33 ปี ออกมาสับแหลก โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูเพื่อนร่วมชาติ หลังจากทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ตลอด ยูโร 2016 ที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่าควรเอาเวลาไปซ้อม มากกว่าจะไปเล่นโฆษณาแชมพู เฮด แอนด์ โชลเดอร์ บาร์ตัน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยติดธงทัพสิงโตคำรามออกมาใส่ยับหลัง อังกฤษ ร่วงตกรอบแบบไม่น่าประทับใจว่า "อังกฤษมีปัญหาเรื่องแนวคิด ดูอย่าง โจ ฮาร์ท ที่เขาก่อความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วพอช่วงพักครึ่ง ผมก็มาเห็นโฆษณาแชมพูของเขา มันทำให้ผมหงุดหงิดมาก นักเตะของเราเดี๋ยวนี้เอาแต่คิดเรื่องหาเงินมากกว่าคว้าชัยชนะกันแล้วเหรอ?" "ผู้รักษาประตูอย่างเขาเอาเวลามาเล่นโฆษณาแชมพูทำไมกัน? เขาควรจะเอาเวลาว่างนี้ไปฝึกซ้อมพิเศษมากกว่าไหม?" คลิกเพื่อชมโฆษณาชุดหล่อใสไร้รังแคที่ทำเอา โจอี้ บาร์ตัน เดือดเป็นฟืนเป็นไฟ

ท้าพิสูจน์!! Samsung Galaxy S7 ในพูลปาร์ตี้ริมสระ แบบฉบับยิ่งมืดยิ่งมันส์
mobile /  s7 / 

ซัมซุงชวนท้าพิสูจน์ความสามารถกันน้ำและถ่ายสวยแม้แสงน้อยอีกครั้ง จัดงาน Samsung Galaxy S7 #TGIF Pool Party ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยิ่งมืดยิ่งมันส์” ชวนผู้ร่วมงานกระโดดลงน้ำโพสต์และถ่ายภาพใต้น้ำอย่างสนุกสนาน พร้อมเซอร์ไพรส์สุดว้าวจากแขกรับเชิญที่มาในความมืด ซึ่งทางซัมซุงท้าทายให้ผู้ร่วมงานยกกาแลคซี่ เอส 7 ขึ้นมาถ่ายเพื่อการันตีว่าชัดและสว่างยิ่งกว่าที่ตาเห็น ซัมซุง นำโดย นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอทีร่วมด้วยนายบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด และ นางสาววราพร ลิขิตจรรยากุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส ร่วมกันเพื่อพิสูจน์ความสามารถเด่นสุดว้าว ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถกันน้ำได้ลึกสุดถึง 1.50 เมตร นานสุด 30 นาที ด้วยมาตรฐานไอพี 68 หมดกังวลแม้สมาร์ทโฟนเปียกน้ำหรือเล่นน้ำอยู่ในสระ จึงสนุกกับชีวิตได้แบบไร้ขีดจำกัด และ ความสามารถในการถ่ายรูปได้สวยชัดแม้แสงน้อย ด้วยรูรับแสงกว้าง F1.7 เรียกว่ามืดแค่ไหนก็ถ่ายได้ ชัดยิ่งกว่าที่ตาเห็น ซัมซุงได้จัดสตูดิโอได้น้ำให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุก โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นลงไปโพสต์ท่าใต้น้ำ หรือจะไปเก็บภาพนางแบบก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องนำกาแลคซี่ เอส 7 ลงไปใต้น้ำด้วย และซัมซุงยังได้จัดโซนอาหารที่มีสีสันสวยงามให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองใช้โหมด Food shot ในการทดลองถ่ายภาพอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้นักร้องคู่หวานอย่าง คัตโตะ วงลิปตา และ เบียร์ เดอะ ว้อยซ์ ที่มาสร้างความสนุกสนานครื้นเครง แต่ก่อนจะได้เห็นหน้านักร้องอย่างชัดเจนนั้น ซัมซุงมีกิมมิคให้ผู้ร่วมงานได้พิสูจน์ความสามารถในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยกันอีกครั้ง ที่ซัมซุงกล้าการันตีว่าชัดยิ่งกว่าที่ตาเห็น ก่อนที่จะเผยว่านักร้องที่มาเป็นใครนั้นก็มีการปิดไฟในงานแล้วให้ใช้กาแลคซี่ เอส 7 ส่องดูว่าจะเดาออกหรือไม่ว่านักร้องที่มาร่วมงานเป็นใคร ปิดท้ายงานอย่างประทับใจด้วยโชว์สุดพิเศษจากซัมซุงให้ผู้ร่วมงานได้เก็บภาพความประทับใจในความมืดกันอีกครั้งกับ Ping Pong Ball Projecting

พาเที่ยว ตลาดเหมืองแร่ ถนน เกษตรนวมินทร์
The Walk เกษตร นวมินทร์ /  ตลาดกลางคืน / 

วันนี้ผมพามาเที่ยวตลาดเปิดใหม่ ตลาดเหมืองแร่ บนเกษตรนวมินทร์ ถนนเส้นนี้มีตลาดนัดกลางคืน หลายตลาด ที่พามาวันนี้เป็นโครงการที่อยู่หน้า The Walk เกษตร- นวมินทร์ ตลาดเพิ่งเปิดเป็นช่วง soft opening ร้านค้าบางร้านยังอยู่ในขั้นตอนตกแต่งครับ แต่บรรยากาศที่นี้ไม่เหมือนใครครับ เป็นตลาดที่ใช้แนวคิดเรื่องเหมืองแร่ มาใช้เป็น concept ตลาด แนวย้อนยุค  มีฉากหลังเป็น ห้าง The walk ทำให้สวยงาม ได้บรรยากาศอีกรูปแบบหนึ่ง ตลาดมีจุดชมวิว ทำให้เห็นตลาดทั้งตลาด เหมาะสำหรับ ใครที่ชอบบรรยากาศเก่า ๆ แวะมาเดินไม่ผิดหวังแน่ มีสินค้าหลากหลาย หลายโซนให้เลือกซื้อหา ที่ผมชื่นชมเป็นพิเศษคือโซนรถโบราณ มีรถโบราณคลาสิค มาให้ได้ชื่นชมกัน มีที่จอดรถทั้งในร่ม และลานจอดให้จอดฟรี มากกว่าพันคัน ห้องน้ำสะอาดเข้าได้ที่ ห้างThe Walk เที่ยวชม ตลาดเหมืองแร่ ถนน เกษตรนวมินทร์ ยังมีร้านอีกเยอะครับ เพิ่งหัด โพส คราวหน้า จะเอามาลองเพิ่มเติมให้ครับ