สีผม

ดับจิ้นสายวาย เจมส์ จิ บอก เกรท แค่พี่น้อง!!
เจมส์ จิรายุ /  เจมส์ จิ / 

  หลังจากภาพความมุ้งมิ้ง แบบโลกนี้มีแค่เราสอง ที่เป็นการซ้อมคอนเสิร์ตหลังเวทีของ หนุ่มเกรท วรินทร กับ เจมส์ จิรายุ ออกมาสู่โลกโซเชี่ยล ก็ทำเอาแฟนคลับสายวายจิ้นกันไปไกล ล่าสุดเจอ หนุ่มเจมส์ ในงานเปิดตัวโทรศัพท์ OPPO R9s Black Edition ณ แพลนนารีฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ เจ้าตัวได้เปิดเผยว่าตอนนี้ตนได้เป็นทูตสันถวไมตรีที่ประเทศญี่ปุ่น และได้มีโอกาสแสดงซีรีส์ด้วย ส่วนเรื่องแฟนคลับจิ้น เกรท-เจมส์ ก็ขำๆ ไม่ซีเรียส แต่ก็ไม่คิดว่าคนจะคิดกันไปไกลขนาดนั้น เพราะเล่นกันปกติอยู่แล้ว ตอนนี้เตรียมตัวไปงานแฟนมี้ตติ้งที่ สปป.ลาว   "ได้มีโอกาสได้เป็นทูตสันถวไมตรี ก็ต้องขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นและสถานทูตไทยที่ประจำที่ญี่ปุ่น จริงๆ แล้วผมไปทำงานที่ญี่ปุ่นประมาณ 2 ปีกว่าๆ อย่างที่ทุกคนรู้กัน พานาในครั้งนี้ก็เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนรู้ด้วย ตอนนี้ไทยกับญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์กันอย่างน้อย 30 ปีแล้ว ได้ไปเดินทางไปที่ญี่ปุ่นได้มีโอกาสเผยแพร่วัฒนธรรม สิ่งดีๆ ของคนไทย ให้คนญี่ปุ่นได้รับรู้ ผลงานก็มีด้วยเรื่อยๆ อยู่แล้วครับ ก็เป็นเกียรติสำหรับผม ถือว่าดีใจ ที่ผู้ใหญ่มองเห็นตั้งแต่ผมไปทำงานเมื่อ 2 ปีที่แล้ว"   "งานThai Fest ล่าสุดก็ดีนะครับ คนเยอะ คึกคัก แฟนคลับที่โน่นก็เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นอีก ก็ค่อยๆ ไป ด้วยกระแสซีรีส์ที่โน่นด้วยด้วยส่วนหนึ่ง ระยะเวลาการเป็นทูตน่าจะปีนึง โปรเจ็คท์ก็มีนะครับ แต่ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงพูดคุยกันอยู่ว่าอะไรที่เราสามารถช่วยเขาได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ส่วนซีรีส์ก็มีโอกาสได้ไปทำมา กระแสก็ดีนะครับ ในโอกาสทำงานซีรีส์และได้ไปถ่ายหนังสั้นด้วย เดี๋ยวก็รองานต่อไป"   "ลุคส์ใหม่ก็รับบทเป็นตัวร้ายครับ ก็ถือเป็นประสบการณ์ครับ มันก็แปลกใหม่ผมไม่เคยทำก่อน แล้วก็พูดภาษาญี่ปุ่นด้วย ถ่ายที่ญี่ปุ่น แล้วก็แต่งตัวแบบญี่ปุ่นด้วย ก็แอบแปลกๆ นิดนึงแต่ก็ถือว่าประสบการณ์ที่ดี ก็มีคนแซวก็บอกว่าแปลกๆ คือมันเป็นในการ์ตูน ที่เขาสร้างมาเป็นการ์ตูน"   "(มีกระแสคู่จิ้นเกรท-เจมส์) ได้เห็นแล้วครับ ก็บันเทิงดีครับ ตอนแรกไม่ได้คิอะไรครับ เพราะว่าด้วยความที่สนิทกันอยู่แล้ว ปกติอยู่แล้ว ไม่ได้คิดอะไร แต่ว่าพอเริ่มเห็นในโซเชียล ทวิตเตอร์เริ่มติดแท็กกัน เริ่มออกทะเลไปซักพักนึง ผมก็เอ่อ..มันมีอย่างนี้ด้วยเหรอ เพิ่งรู้ๆ ครับ แปลกใจครับ งงๆ คือเราไม่รู้ว่าช่วงนี้เขาคิดอะไรกัน ก็ไม่คิดว่าจะติดเทรนด์ทวิตเตอร์"   "กับพี่เกรทก็คุยบ้าง นิดหน่อย เขาก็บอกว่าขำดี ไม่มีอะไร โอเคไหม ก็แล้วแต่ครับผม ยังก็เป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว คือด้วยความที่สนิทกันกับพี่เกรทมากครับ ปกติก็เล่นกันประมาณนี้ แต่ก็เล่นกับทุกคนนะครับ คนเเซวเยอะเขินไหม ก็ไม่ได้เขินนะครับ แต่ก็สนุกดี ได้ไปอ่านลงเรือกัน"   "จากเกรท-บอยกลอยใจใช่ไหมครับ ก็ไม่รู้นะครับ เพราะว่าเกรท-เจมส์ มุ้งมิ้งไหม จริงๆ แล้วก็เป็นอย่างนี้แหละครับ เขาตัดเป็นช่วงมา ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรนะครับ ก็ไม่ถึงกับหวานขนาดนั้น เป็นผู้ชายหวาน หน้าหวานๆ"   "ยังครับ ไม่น่าจะมี เดี๋ยวจะมีแฟนมีตติ้งที่สปป.ลาว ช่วงเดือนกรกฎาคมครับ ตอนแรกจะมีเดือนนี้ แต่ว่าด้วยความที่ไม่ลงตัวอะไรหลายๆ อย่าง ก็เลยเลื่อนไป เป็นครั้งแรกที่ได้ไปประเทศลาวครับ ก็พยายามเตรียมอะไรที่เซอรไพร้ส์ๆ ไปเยอะๆ ก็จะเป็นเพลงอีสาน"   "แต่ละอันก็มีผู้ช่วยคิดครับ เพลงที่ใช้ วิธีการเล่นก็ต้องให้คล้ายคลึงกับสิ่งที่เขาเป็นอยู่ รอบนี้ก็พยายามขนเพลงอีสาน เพลงลาวไปค่อนข้างเยอะ ตอนนี้พยายามท่องเนื้อเพลง จำเนื้อเพลงอยู่ครับ เรื่องการ์ดก็แล้วแต่เขานะครับ ไม่แน่ใจเหมือนกัน อาจจะเป็นเรื่องของการเดินทาง ก็มีทีม เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่เขาจัดให้ ก็ไม่ได้ฮอตขนาดนั้นนะครับ ก็น่าจะเป็นเพราะความปลอดภัย เป็นระเบียบเรียบร้อยครับ เราจะได้คุยกันรู้เรื่องด้วย" อ่านข่าว บ้านจิราณีจะเคืองมั้ย?? เมื่อเจมส์ จิ หันไปมุ้งมิ้งกับเกรท วรินทร         เจมส์ จิรายุ   เจมส์ จิรายุ   เจมส์ จิรายุ   เจมส์ จิรายุ   เจมส์ จิรายุ  

ยุ้ย-ธันญ์ ปลง! ปัญหาผู้รับเหมาเรือนหอไม่เสร็จ ทำแพลนแต่งเลื่อนแล้วเลื่อนอีก!!
ยุ้ย จีรนันท์ /  ธันญ์ ธนากร / 

        เป็นอีกคู่ที่แฟนๆ ลุ้นข่าวดีมาอย่างยาวนาน สำหรับคู่ของ ยุ้ย จีรนันท์ กับ ธันญ์ ธนากร ที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 7 ปีและยังคงหวานมั่นคงกันมาตลอด ล่าสุด สาวยุ้ย มาให้กำลังใจ หนุ่มธันญ์ ในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง "ดารัมซาล่า ความหวังแห่งศรัทธา" พร้อมควงคู่อัปเดตแพลนแต่งงานอีกครั้งว่า ปีนี้คงไม่ทัน เพราะบ้านที่เป็นเรือนหอยังสร้างไม่เสร็จ เนื่องด้วยมีปัญหาหลายอย่างและเปลี่ยนผู้รับเหมามาแล้วถึง 3 ครั้ง ทำให้แพลนแต่งงานต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ทั้งคู่ยอมรับว่าช่วงแรกเครียดมาก ทำได้แค่ปลงและให้กำลังใจกัน รอทุกอย่างลงตัวก็จะมีข่าวดีแน่นอน      ธันญ์ "ยังไม่แต่งปีนี้ เราคุยกันแล้วปีนี้น่าจะยังไม่ทัน บ้านก็ยังไม่เสร็จครับ ตอนนี้ผู้รับเหมาคนที่ 3 กำลังมาแล้วครับ ด้วยการที่คนแรกเบิกเงินล่วงหน้าไป ค่าใช้จ่ายที่เราวางไปมันหมด แต่บ้านยังไม่ได้ตามกำหนดที่เราควรจะได้ เราก็เลยคอนเวิร์สกันไปครับ"     ยุ้ย "ตอนแรกก็เครียดค่ะ แต่หลังๆ ก็ไม่เป็นไรปล่อยไป ก็คุยกันว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปเนอะ เดี๋ยวบ้านก็เสร็จ อดทนหน่อย ถ้าบ้านเราเสร็จ งานเราทุกอย่างลงตัวเรื่องแต่งก็ต้องรอดูกันค่ะ"      ธันญ์ "ตอนนี้บ้านเหลือประมาณ 40% ครับ เรายังทำไม่ถึงปีประมาณ 8-9 เดือน แต่มันเลยกำหนดมา จริงๆ ต้องเสร็จตั้งแต่ก.พ. เจ้าที่ 2 เพิ่งพ้นไปคือปูกระเบื้องเสร็จแล้วลืมใส่ท่อน้ำให้ ผมต้องทุบกันเอง ปูกระเบื้องกันเองใหม่ ตอนนี้ผมทำเองผมกลายเป็นเจ้าที่ 3 แล้ว หลังเจอมาแล้วหลายรอบก็เริ่มทำเป็นหมดทุกอย่างแล้วครับ ก็คงจะต้องคุมเองทั้งหมด"      ยุ้ย "ยุ้ยว่าปัญหามันเป็นเรื่องปกติของการที่เราสร้างบ้าน ต้องเจอกับผู้รับเหมาที่ทำงานไม่ตรงกัน ก็ให้กำลังใจกันเองว่ามันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละเนอะ"     ธันญ์ "แรกๆ เราเครียดนะ มองหน้ากันเครียด เดินก็เครียด หลังๆ เริ่มปลงได้ หันมามองยิ้มกันบอกเดี๋ยวก็เสร็จ ตอนนี้เหลือแต่ทำภายนอกครับแล้วก็บิวท์อิน"     ยุ้ย "บ้านช้าทำให้งานแต่งเลื่อนไปด้วยก็ไม่เป็นไร ยังไม่รีบค่ะ เราทำงานกันเยอะด้วย ถ้าบ้านเสร็จจะประกาศแต่งเลยมั้ยเหรอ ก็อย่างที่บอกถ้าทุกอย่างลงตัว ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะได้ยินข่าวดีค่ะ"     ยุ้ย "ส่วนที่เป็นผู้จัดทำละครก็ใช้เงินเยอะ แต่อันนี้ไม่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเรื่องบ้านค่ะ บ้านก็ส่วนบ้าน งานเราก็วางแผนของเราไว้อยู่แล้ว แค่ตอนนี้เราต้องแบ่งเวลาทำละครด้วย ทำบ้านด้วย ไหนจะงานของแต่ละคนแยกกันไปอีกมันก็เลยค่อนข้างยุ่งๆ ช่วงนี้ค่ะ งานผู้จัดเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ พร้อมจะเปิดกล้องเดือนหน้านี้แล้วค่ะ ครั้งแรกก็ตื่นเต้นเนอะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ แต่ก็ใจเต็ม 100 พร้อมลุยเต็มที่ เราสองคนช่วยกันดูค่ะ อย่างธันเค้าจะดูเต็มตัวเลยเพราะเล่นด้วย ช่วยกำกับด้วย ส่วนงานละครไม่ทิ้งเลยยังรับอยู่นะคะ อย่างยุ้ยจะถ่ายละครส่วนมาก ธันก็เล่นด้วยกำกับด้วย ถ้ายุ้ยมีเวลาก็จะไปช่วยด้วย"     ธันญ์ "ผมจะดูเรื่องโปรดักชั่นด้วยครับ เรื่องทีมงาน เรื่องกล้อง เรื่องแอคชั่นและเล่นด้วย ก็ขอบคุณผู้จัดที่เค้าให้เล่น (หัวเราะ)"     ยุ้ย "จ้างๆ เป็นผู้จัดละครแล้วยังไม่ทิ้งงานแสดงแน่นอนค่ะ ยุ้ยยังรับจ้างเล่นละครอยู่ค่ะ"     ธันญ์ "ค่าตัวเหรอ ผมว่าผมกลัวไม่ถึงบัญชีผมเนี่ย"     ยุ้ย "ขอต่อเหลือครึ่งนึงเนี่ย ไม่รู้จะยอมหรือเปล่า (หัวเราะ) ไม่เป็นไรกำลังสร้างบ้านอยู่ ไม่อยากหักเยอะ เรื่องค่าใช้จ่ายเราก็มีการวางแผนกันว่าต้องใช้จ่ายอะไรเยอะ"     ธันญ์ "เรื่องเงินถ้าอยู่กับผมคงจะคุมไม่ได้ครับ"     ยุ้ย "ใจใหญ่ๆ"       ยุ้ย-ธันญ์   ยุ้ย-ธันญ์   ธันญ์ ธนากร   ยุ้ย จีรนันท์   ยุ้ย จีรนันท์   ยุ้ย-ธันญ์   ยุ้ย-ธันญ์   ยุ้ย-ธันญ์  

จบแบบนี้ อินดี้ อินทัช ยอมรับผิด!! ไม่คิดก่อนพูด
อินดี้ อินทัช /  วาววา ณิชารีย์

ทำเอาติ่งจิ้นหงายเงิบกันไป หลังคู่จิ้นที่ดูเหมือนจะเป็นคู่จริงอย่าง อินดี้ อินทัช กับสาว วาววา ณิชารีย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานะกันแบบหนังคนละม้วน โดยฝ่ายชายบอกสาววาววาแค่เพื่อน ซึ่งตนกำลังคบสาวนอกวงการอยู่ชื่อ แก้มยุ้ย ด้านฝ่ายหญิงให้สัมฯ บอกกำลังพัฒนาความสัมพันธ์กับหนุ่มอินดี้ จากนั้นฝ่ายชายก็โดนขุดรัวๆ โดยแฉคบซ้อนหลายคน! ยังไม่จบเท่านั้น เพราะมีแชทหลุดที่คล้ายจะเป็นการสนทนากันในแอพไลน์ของทั้งคู่ มีการเตี๊ยมกันลงรูปในโซเชียล และเตี๊ยมบทสัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่งยังไม่ทันหายสงสัยว่าแชทนี้หลุดมาจากไหน??? ทางหนุ่มอินดี้ก็ออกมาโพสต์ "ขอโทษ" ในความผิดพลาด และคำสัมภาษณ์คราวก่อน บอกจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป ดังนี้ "หลายวันที่ผ่านมานี้ ทุกคนคงเสียความรู้สึกกับดี้มาก ผมอยากจะขอโทษในสิ่งที่ผมได้ให้สัมภาษณ์ไปครั้งก่อน ที่ทำให้ใครหลายๆคนไม่พอใจ เป็นความผิดพลาดของผมเองที่ไม่ได้ยั้งคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อน แต่ผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นจริงๆครับ" "จากนี้ผมก็จะเดินหน้าต่อไปและตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากหลายๆคนที่ส่งมาให้ผม และขอโทษทุกคนสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่มาขอโทษในวันนี้ ผมไม่ได้ขอให้ทุกคนให้อภัย หรือ เห็นใจ แต่แค่อยากขอโทษในสิ่งที่ดี้ได้ทำผิดพลาดไปจริงๆ ครับ #ขอโทษครับ #ขอบคุณทุกๆกำลังใจ" อินดี้ ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากไอจี @indianaindy อินดี้ อินทัช อินดี้ อินทัช อินดี้ อินทัช อินดี้ อินทัช อินดี้ - วาววา

พุดเดิ้ล ยกมือไหว้ คิมเบอร์ลี่!! ถ้าจะหวงมากขนาดนี้เอา หมาก ปริญ คืนไปเถอะ!!(มีคลิป)
คิมมี่ คิมเบอร์ลี่ /  คิมเบอร์ลี่ / 

  รู้แล้วค่าว่ารักมว้ากกก...หวงมว้ากกกขนาดไหน!! สำหรับนางเอกสาว คิมมี่ คิมเบอร์ลี่ ที่ล่าสุดนักแสดงและผู้จัดฯอารมณ์ดี พุดเดิ้ล ปาจรีย์ โพสต์คลิปเรื่องราวสุดโหดมันฮาขณะกำลังดูคลิปตนกับ หมาก ปริญ โอบกอดกันอย่างดื่มด่ำมีความสุขมาก แต่ทว่า สาวคิมเบอร์ลี่ เข้ามาเห็นเข้าก็เลยเกิดอาการหวงผู้ขึ้นมาถึงขนาดยืนคร่อม สาวพุดเพิ้ล เลยทีเดียวโดย พุดเดิ้ล ได้โพสต์แคปชั่นยอมแพ้และขอร้อง สาวคิมเบอร์ลี่ ในอินสตาแกรมส่วนตัวเอาไว้ด้วยว่า   “ไว้ชีวิตพี่ด้วยค่ะคิม!!! @kimmy_kimberley #ถ้าจะยืนคร่อมขนาดนี้ #อีกนิดก็คงจะจิกหัวตบแล้วสินะ #อ่ะคืนก็ดะ #ผลักหมากปริญออกจากอ้อมอกด้วยความไม่เต็มใจ #ลูบผมหงอกตัวเองเบาๆก่อนคลานเข่าถอยออกมาอย่างผู้แพ้ #จบ cr. @dew_ka”   แหมๆๆ ถ้าจะหวงกันซะขนาดนี้ อย่าว่าแต่ สาวพุดเดิ้ล เลย เจ๊ก็ว่ารีบเอา หมาก ปริญ คืนไปเถอะค่ะ เจ๊ไม่อยากมีเรื่อง อิอิ!! ขอบคุณภาพจาก IG payoon3, mark_prin, kimmy_kimberley IG @payoon3 ไม่ได้แรดค่ะแม่...แค่ไม่อยากขัดใจผู้ชาย!!! #ก็ผู้ชายอ้อนวอนอ่ะนะ #เห็นได้ชัดว่าทางเราหวงตัวมาก #แต่ผู้ชายก็ตื๊ออ่ะนะ #ทางเราก็กลัวผู้ชายเสียใจ #ทางเรากลัวผู้ชายไม่มีกำลังใจทำงาน #ทางเราห่วงคนดูละครช่อง3 #ทางเราเลยต้องฝืนยอมๆไป #ยืนยันว่าทางเราไม่ได้หิวกระหายอะไรเลย #ว่าแต่ผู้ชายจะแค่พาไปฉี่แน่นะ #ไม่ใช่พาชั้นไปกดทิ้งในชักโครกใช่มะ #ระแวงเบาๆ cr. @dew_ka ไม่ได้แรดค่ะแม่...แค่ไม่อยากขัดใจผู้ชาย!!! #ก็ผู้ชายอ้อนวอนอ่ะนะ #เห็นได้ชัดว่าทางเราหวงตัวมาก #แต่ผู้ชายก็ตื๊ออ่ะนะ #ทางเราก็กลัวผู้ชายเสียใจ #ทางเรากลัวผู้ชายไม่มีกำลังใจทำงาน #ทางเราห่วงคนดูละครช่อง3 #ทางเราเลยต้องฝืนยอมๆไป #ยืนยันว่าทางเราไม่ได้หิวกระหายอะไรเลย #ว่าแต่ผู้ชายจะแค่พาไปฉี่แน่นะ #ไม่ใช่พาชั้นไปกดทิ้งในชักโครกใช่มะ #ระแวงเบาๆ cr. @dew_ka IG @payoon3 รักมิวมาก...แต่หมากต้องมาก่อน!!! #กำลังเคลิ้มเนาะ #ต้องการสมาธิเนาะ #รู้เรื่องเนาะ @mewnittha cr. @dew_ka รักมิวมาก...แต่หมากต้องมาก่อน!!! #กำลังเคลิ้มเนาะ #ต้องการสมาธิเนาะ #รู้เรื่องเนาะ @mewnittha cr. @dew_ka IG @payoon3 ไว้ชีวิตพี่ด้วยค่ะคิม!!! @kimmy_kimberley #ถ้าจะยืนคร่อมขนาดนี้ #อีกนิดก็คงจะจิกหัวตบแล้วสินะ #อ่ะคืนก็ดะ #ผลักหมากปริญออกจากอ้อมอกด้วยความไม่เต็มใจ #ลูบผมหงอกตัวเองเบาๆก่อนคลานเข่าถอยออกมาอย่างผู้แพ้ #จบ cr. @dew_ka ไว้ชีวิตพี่ด้วยค่ะคิม!!! @kimmy_kimberley #ถ้าจะยืนคร่อมขนาดนี้ #อีกนิดก็คงจะจิกหัวตบแล้วสินะ #อ่ะคืนก็ดะ #ผลักหมากปริญออกจากอ้อมอกด้วยความไม่เต็มใจ #ลูบผมหงอกตัวเองเบาๆก่อนคลานเข่าถอยออกมาอย่างผู้แพ้ #จบ cr. @dew_ka

ละครเรือนพะยอม , เรื่องย่อเรือนพะยอม
เริอนพะยอม

ผลิตโดยบริษัท : ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัดบทประพันธ์โดย: รอมแพงบทโทรทัศน์โดย : เริงใจนำแสดงโดย :ธาวิน เยาวพลกุล, คามิลล่า กิตติวัฒน์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เรื่องย่อ เรือนพะยอม ช่อง 7 เรื่องราวของสองหนุ่มสาวที่มีเหตุให้ต้องผิดหวังในรักจากอดีตชาติ เขาและเธอได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ณ สถานที่แห่งรักเพื่อเริ่มต้นสานสัมพันธ์ครั้งใหม่ แต่กลับต้องเผชิญกับวิญญาณลึกลับที่มีปมในใจและความอาฆาตจากหญิงสาวที่หมายปองในตัวชายหนุ่มอยู่ ทั้งคู่จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษารักครั้งนี้ไว้ไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม แฝงแง่คิดที่ว่าการเสียสละและความเชื่อใจคือบทพิสูจน์รักแท้ เรือนพะยอม ช่อง7 แม้ไม่อยากเชื่อ แต่ทุกอย่างก็ทำให้วฤกษ์เชื่อว่า หัวใจของเขาและเธอเป็นของกันและกันมาตั้งแต่อดีตชาต คำสัญญาและสัตย์สาบานที่หัวใจของเขาจะมั่นคงต่อรักเธอ เป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้เขาและเธอได้กลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง หากคราวนี้เขาจะไม่มีวันพรากจากเธออีกต่อไป ความเจ็บปวดครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว เมื่อเธอคือหัวใจของเขา เขาจะปกป้องและรักเธอด้วยหัวใจรักของเขาทั้งหมด เรือนพะยอม เริ่มตอนแรก 5 มิถุนายน 2560 ทีมละคร เรือนพะยอม คุณพฤษ์กับแม่พะยอม ละคร เรือนพะยอม ละคร เรือนพะยอม ละคร เรือนพะยอม ช่อง7 ผืแม่จิต เรือนพะยอม ช่อง7 รายชื่อนักแสดงเรือนพะยอม ธาวิน เยาวพลกุล รับบท วฤกษ์ พนาเวท (ปัจจุบัน) / คุณพฤกษ์ พนาเวท (อดีต)คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท ครูรสิกา (ปัจจุบัน) / คุณพะยอม (อดีต)กรรณาภรณ์ พวงทอง รับบท คุณจิตณัฐชา นวลแจ่ม รับบท กมลรัตน์ โชติรส (ก้อย) (ปัจจุบัน) / คุณจันทร์ ราชโชติรส (อดีต)วาทิต โสภา รับบท ดรลอรลีฬห์ โสตถิวันวงศ์ รับบท จารุวรรณธีร์ วณิชนันทธาดา รับบท นเรนทร์ธัญวิสิฎฐ์ เสียงหวาน รับบท ภานุวัต โชติรสเบญจณัฏฐ์ อักษรนันทน์ รับบท กานดาปัทฐิมาภรณ์ ภาระกุล รับบท วิยะดาดวงตา ตุงคะมณี รับบท ปาริชาตภัสสร บุณยเกียรติ รับบท กรรณิการ์ โชติรสอนุสรณ์ เดชะปัญญา รับบท พ่อเลี้ยงของรสิกาคนางค์ ดำรงหัด รับบท รสลินเด็กหญิงอรวรรยา โตสมบัติ รับบท ภคมล (หนูมิว)

แพท ณปภา โล่ง! ศาลให้ประกันตัวในชั้นฝากขัง
แพท ณปภา /  เบนซ์ เรซซิ่ง

ดาราสาว แพท ณปภา โล่งอกได้กลับบ้านไปเลี้ยงลูก หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(15 พ.ค.) เนื่องจากพบความเชื่อมโยงทางการเงินกับทาง เบนซ์ เรซซิ่ง สามีของเธอ เพราะไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินจำนวน 1.9 ล้านบาทได้ ทั้งนี้เธอได้ให้การปฏิเสธ ด้านนายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท ยื่นต่อศาลเพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งศาลนัดครั้งหน้าในวันที่ 3 ก.ค. นี้ ด้านสาวแพท แจงไม่ได้หนีหมายเรียก แต่หมายมาถึงตนวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งในหมายนัดวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเธอเตรียมเอกสารและเงินประกันตัวไม่ทัน ไม่เช่นนั้นวันนี้เธอคงไม่ได้มายืนตรงนี้ ทนาย เปรยในเรื่องเนื้อคดีวันนี้ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เหลือประเด็นอีกนิดหน่อยก็จะได้รับข่าวดี ซึ่งจะมีการนำเอกสารเสนอพนักงานสอบสวนอีกครั้งไม่เกิน 1-2 วัน แจงเรื่องทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเพื่อให้พนง.สอบสวนทบทวนหลังแพทตกเป็นผู้ต้องหา สาวแพทบอกรู้สึกตกใจ หลังทราบเรื่องหมายจับ ยันทำทุกอย่างตามกฏหมาย เปรยไม่มีใครอยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยิ่งตนเป็นคนมีชื่อเสียงด้วยแล้ว ยันตนก็เป็นแค่คนธรรมดาคนนึง อยากให้ทุกคนเชื่อมันในตน อยู่ตรงนี้มานานรู้ว่าอะไรดีไม่ดี ทนายเสริม ยกเรื่องนี้เป็นตัวอย่างในการรับโอนเงินโดยไม่รู้ เป็นอุทาหรณ์กับสังคมจะรับเงินใครก็ต้องสอบถามกันนิดนึง... รายละเอียดดังนี้ ทนาย "ตอนนี้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวที่ 5 แสนบาทเท่ากับของคุณเบนซ์ กำหนดนัดมาศาลครั้งหน้า 3 ก.ค.60 ส่วนเรื่องหมายที่ยังมีหลายคนขัดข้องก็ให้เจ้าตัวอธิบายดีกว่า" แพท "ที่พี่ๆ นักข่าวถามมาเรื่องหมายเรียกนั้น เรื่องหมายวันที่ 11 ก.ค.60 มันค่อนข้างจะเร่งรัดเร็วมาก มาถึงเป็นวันที่ 8 ตอนกลางคืน กว่าเราจะคุยทนายเตรียมเอกสาร แพทเองก็เป็นนายประกันตัวเองด้วย ก็วันที่ 9 พ.ค. วันที่ 10 พ.ค.ก็เป็นวันหยุดด้วยไปธนาคารไม่ได้ เอกสารไม่พร้อม ทำให้วันที่ 11 พ .ค.จึงให้ทนายเข้าไปขอเลื่อนนัดก่อนแต่เผอิญว่าหมายก็ออกมาก่อนที่ทนายจะไปถึง ทั้งๆที่แพทก็ไม่ได้จะหนีหรือไม่ให้ความสำคัญ แต่ก็ต้องมีเวลาให้เราเตรียมตัวด้วย ด้วยระยะเวลาของหมายเร็วมาก ถ้านับตามวันจริงๆ ก็ 3วัน ซึ่งมันก็เร็วสำหรับเราในการเตรียมตัวทุกอย่าง หลายๆ คนก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่าแพทไม่มาตามหมาย คือถ้าหนีจริงๆ ก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรือให้สัมภาษณ์ตรงนี้แน่นอน คงจะไปอยู่อีกที่นึง เพราะว่าเตรียมเงินประกันก็ไม่ทัน หมายเขาเตรียมไว้ตอนไหนเราก็ไม่รู้ พอทนายไปถึงตอนช่วงประมาณเที่ยงๆ ก็มีหมายแปะที่เอเรียเรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งจริงๆ เราตั้งใจให้ทนายไปชี้แจงและขอเลื่อนด้วยเหตุผลเราเตรียมตัวไม่ทันแค่นั้นเอง ไม่ได้จะหนีหมายอย่างที่เป็นข่าว อย่างที่บอกถ้าไปตามวันที่ 11 จริงๆ ด้วยระยะเวลา 3 วันแล้ววันที่ 10 พ.ค.ซึ่งเป็นวันหยุดราชการอีก แพทบอกเลยว่าอาจจะไม่ได้มาสัมภาษณ์แพทตรงนี้นะคะ อาจจะต้องสัมภาษณ์ที่อื่นเพราะแพทเตรียมเอกสารไม่ทัน" ทนาย "เอกสารที่เตรียมมาวันนี้ หลักประกันเราก็ใช่สมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 5 แสนบาท ท่านก็อนุญาตโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ถูกจำกัดสิทธิ์ออกนอกประเทศ ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ใช่ครับ ในเรื่องคดีเราปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนข้อสงสัยของเจ้าพนักงานเหลือประเด็นอีกนิดเดียวจริงๆ ครับ ถ้าอดทนอีกสักนิดนึงน่าจะได้ยินข่าวดี" ทนาย "นัดครั้งหน้า คือต้องกราบเรียนจริงๆ ว่าน้องจะทำรายการบัญชีปีนึง 622 รายการ และจากที่พวกเราทราบว่ามีรายการที่ติดปัญหาอยู่ 18 รายการอยู่ประมาณ 3% ของทั้งปีแล้วถามว่าวันนี้ทำอะไร วันนี้ไปซื้ออะไรบางทีมันจำไม่ได้ แต่เราก็พยามที่จะรวบรวมหลักฐานและนำเสนอพนักงานสอบสวนอีกครั้งใน 1-2 วันนี้" แพท "ในเรื่องของรูปคดีทั้งหมดแพทขอให้พี่ทนายเป็นคนตอบนะคะแต่ว่าถ้าถามวันนี้เราก็ดำเนินการตามที่เจ้าหน้าบอกและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนี้ถ้าจะถามในเชิงกฏหมาย แพทรบกวนถามทนายแพทดีกว่า เพราะแพทไม่ได้เก่งเรื่องนี้ ต่อจากนี้แพทจะไปเลี้ยงลูกแล้วค่ะ" ทนาย "เรื่องเรียกร้องขอความเป็นธรรม ต้องเรียนให้ความรู้อย่างนี้ว่า ที่ผ่านมาเราไม่เคยยื่นหรือร้องขอความเป็นธรรมเลยจนกระทั่งเราทราบหมายเรียกผู้ต้องหา แสดงว่าเราใกล้จะตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว เราถึงร้องขอความเป็นธรรมให้เจ้าพนักงานสอบสวนทบทวนก่อนว่าข้อวินิจฉัยและข้อกฏหมายของท่านมันถูกต้องหรือไม่ หลังจากนี้พอวันนี้ตกเป็นผู้ต้องหา เราก็ยังมีสิทธิ์ที่จะนำเสนอหลักฐานในชั้นสอบสวนทั้งหมด ที่มีทั้งก่อน หลัง และระหว่างเกิดเหตุให้ดูทั้งหมดว่าธุรกรรมทางกานเงินของน้องไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ใช้จ่ายวันนึง 1-2 พันเป็นปกติอย่างนี้ครับ หลังจากนั้นเราต้องทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปที่พนักงานสอบสวนไปอีกครั้งก่อนที้จะดำเนินคดี แน่นอนต้องทำงานร่วมกันหลังจากวันนี้ไปก็ต้องพูดคุยกันแต่ ณ ปัจจุบันยังไม่ได้พูดคุย" แพท "ตอนแจ้งข้อหา เรียกว่าตกใจดีกว่าค่ะ ก็ถ้าทุกคนตามข่าวก็น่าจะเห็นข่าวที่ออกมาเรื่อยๆ ข่าวก่อนหน้าก่อนที่จะมาถึงวันที่ 8 พ.ค.ที่แพทโดนหมายทุกคนก็น่าจะเข้าใจเหมือนที่แพทเข้าใจเราโอเคตามที่ท่านให้ข่าวไว้ คงไม่มีอะไรแล้ว จนมามีหมาย ก็ตกใจ แต่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดก็ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฏหมาย เขานัดถ้าเราสะดวกหรือพร้อมเราก็มา ถ้าเราไม่พร้อมเราก็ยื่นเอกสารชี้แจงไปว่าเพราะอะไร จริงๆ มันเป็นอะไรที่พูดยากก็ไม่มีใครอยากจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เราไม่ได้เก่งไปซะทุกอย่าง แต่อันนี้เราต้องยอมรับว่าเป็นคนธรรมดา และยิ่งตอนนี้อยู่ในจุดที่แบบทุกคนให้ความสนใจ สิ่งสำคัญคือชื่อเสียงที่ตอนนี้มันกลายเป็นข่าวคนจับจ้อง ในส่วนอื่นๆ แพทยังเชื่อในตัวแพทและคนรอบข้าง คนในครอบครัวและเพื่อนก็ยังเชื่อมั่นในตัวแพท แล้วแพทอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวแพท แพทอยู่ในวงการมานานและรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี อะไรที่มันทำหรือไม่ต้องทำในส่วนนอกเหนือจากนั้นเราคงกำหนดอะไรไม่ได้จริงๆ" ทนาย "เรื่องนี้เป็นตัวอย่างกรณีของแพทท่านผู้บัญชาการท่านก็ได้ให้สัมภาษณ์ กรณีของน้องก็เป็นตัวอย่างว่าในการรับโอนเงินโดยไม่รู้บางทีก็ต้องสอบถามกันบ้างก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ให้คนได้ข้อคิดในการรับเงินจากบุคคลใดๆ ก็ต้องสอบถามกันนิดนึง หลักฐานเงินล้านกว่า มีครับ ผมส่งไปหมดแล้ว" แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

หวานทั้งในและนอกจอ!! อินดี้-วาววา โพสต์ไอจีเผยความรู้สึกถึงกันและกัน
ลูบคมกามเทพ /  วาววา นิชารีย์ / 

  ถึงละครจะจบไป แต่ความฟินของคู่นี้เขายังไม่จบง่ายๆ นะจ๊ะ สำหรับคู่พระ-นางจากเรื่อง คิวปิดฮัต ตอน ลูบคมกามเทพ อย่างหนุ่ม อินดี้ อินทัช กับนักแสดงสาว วาววา นิชารีย์ ต้องบอกว่าเคมีคู่นี้เขาลงตัวกันดีจริงๆ เพราะหวานในจอไม่พอ ยังมีสวีทกันนอกจออีกด้วย โดยเฉพาะรูปคู่แบบฟินๆ ในไอจีของทั้งสองนั้น นอกจากจะมาแบบถี่ๆ ให้แฟนคลับกรี๊ดกร๊าดกันไปแล้ว ล่าสุดยังมีคลิปที่ฝ่ายชายได้โพสต์ขอบคุณ สาววาววา  ที่คอยเป็นห่วงเป็นใยและอยู่ข้างกันมาเสมอตลอดระยะเวลาที่อยู่ในกองว่า "สุดท้ายนี้ ... อยากให้ทุกๆคนปรบมือให้กับนางเอกของผม ถ้าไม่มีเธอ ผมคงไม่สามารถเป็นแดเนียลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ... ขอบคุณมากนะณิชารีย์ กับความน่ารัก ความสดใส ความเป็นห่วงเป็นใย และทุกๆอย่างที่คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอมา ดี้มีความสุขแบบที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ ยังคิดถึงตอนเช้าๆที่ลากดี้ไปแต่งหน้าทำผม ลากไปทานข้าว ทำยิ่งกว่าแม่ มันเป็นสเน่ห์อย่างนึงที่เธออาจจะไม่รู้ตัว แต่ก็น่ารักมากๆเลยแหละ จริงๆนะ ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ดี้อยากจะบอกวาว่า จะว่าไปแล้วเราก็เป็นทีมที่ดีเหมือนกันนะ ทำงานกับเธอเป็นอะไรที่โคตรแฮ๊ปปี้จริงๆ แล้วเราแหกกฏละครไทยกันไปหลายข้อเลยล่ะ 55555 ให้พูดความรู้สึกทุกอย่างคงไม่หมด ... สุดท้ายนี้ดี้เลือกวีดิโอนี้ เพราะเธอเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดแล้วล่ะ ขอบคุณมากนะครับ ... ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด.. until we meet again @wawwa_nc"  ด้าน สาววาววา ก็ไม่รอช้าโพสต์รูปขอบคุณ หนุ่มอินดี้ ผ่านไอจีของตนเช่นกันว่า "ไม่มีอะไรมาก แค่อยากขอบคุณสำหรับทุกอย่างเช่นกันนะคะ ขอบคุณสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย ทุกครั้งที่วาหันกลับมาเจอ รอยยิ้มละไม และมือที่จับกันไว้ ก้าวผ่านสิ่งต่างๆมาด้วยกัน ขอบคุณความรู้สึกดีดีที่มีให้กัน ทำให้เรามีผลงานที่ออกมาอย่างสวยงาม #ลูบคมกามเทพ @indianaindy #แดเนียลที่รัก" ซึ่งงานนี้แฟนคลับก็ต่างแห่ไปคอมเม้นต์ถึงความน่ารักของทั้งคู่กันอย่างล้นหลาม อ๊ะๆๆ น่ารักขนาดนี้ ถ้าทั้งคู่มีข่าวดี เอ้ย!! มีงานคู่ด้วยกันอีกเมื่อไหร่เดี๋ยวทางเราจะอัพเดทให้ฟังกันเรื่อยๆ นะค้าาา  ขอบคุณรูปภาพจากไอจี: @indianaindy,@wawwa_nc                  

พร้อมมว้ากกก!! ชมพู่ อารยา อุ้มท้องลูกแฝดเตรียมเดินพรมแดงเมืองคานส์!!
ชมพู่ อารยา /  ข่าว ชมพู่ อารยา / 

  ขัดใจขุ่นแม่ไม่ได้จริงๆ เลยค่า!! สำหรับนางเอกฮอต ชมพู่ อารยา ที่ล่าสุดวันนี้ (11พ.ค.60) ได้อุ้มท้องลูกแฝดมายังสนามบินสุวรณภูมิเพื่อเดินทางไปร่วมเดินพรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงวันที่ 18-20พ.ค.นี้ งานนี้ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศและส่งกำลังใจให้ ชมพู่ อารยา คุณแม่สายสตรองก่อนขึ้นเครื่องไปสร้างชื่อเสียงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์อีกครั้ง!!   โดย ชมพู่ อารยา เปิดเผยว่าการเดินทางไปครั้งนี้มีความชัดเจนมากเหมือนกับปีที่ผ่านมา ส่วนปีนี้มีการเตรียมตัวมากขึ้น และสิ่งที่เป็นห่วงก็คือสภาพจิตใจของตนเองต้องทำให้จิตใจดีไม่เครียด ยันเรื่องส้นสูงไม่ได้มีผลต่อทารกในครรภ์ เพราะด้วยอาชีพตนชินกับการใส่ส้นสูงอยู่แล้ว พร้อมกันนั้น สาวชมพู่ ยังเผยถึงทารกในครรภ์ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ตอนนี้ก็เริ่มดิ้นแล้ว สำหรับวันที่ 13พ.ค.นี้อายุครรภ์ครบก็จะครบ 5 เดือนจ้า!!   "ก็ดีค่ะ ก็พยายามไม่เครียด ให้ชิลล์ที่สุด ก็อย่างที่เคยเรียนให้ทราบว่าปีนี้พาร์ทเนอร์เราค่อนข้างเยอะ เรียกว่าการทำงานราวมกันของพาร์ทเนอร์ในปีนี้ค่อนข้างชัดเจนกว่าปีที่แล้วมาก ทุกๆ ฝ่ายก็ทำการบ้านกันอย่างเต็มที่ คือทุกคนก็อยากให้ชมเบาใจและชิลล์ที่สุด สุขภาพจิตสำคัญเพราะทุกปีเวลาไปมันก็มีแรงกดดัน แต่ปีนี้ก็ตั้งใจว่าจะเป็นแม่ชี (หัวเราะ)"   "อย่างที่แจ้งให้ทราบค่ะก็คือว่าทางลอรีอัลไทยแลนด์ร่วมกับทางลอรีอัลโกลเบิลเรื่องหน้าเรื่องผมเราก็ไม่ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว ส่วนเรื่องชุดทางลอฟฟิเซียลก็เข้ามาช่วยแบบเต็มตัวมากยิ่งขึ้น ปีที่แล้วก็ช่วย ปีนี้ก็ช่วย ก็เหลือแค่มีหน้าที่ตัดสินใจตอนท้ายๆ ที่เราต้องตัดสินใจเท่านั้น แต่ว่าความวุ่นวายอะไรต่างๆ เขาก็พยายามไม่บอกเรามาก"   "(มีน้องแล้วจะลำบากไหมใช้ชีวิตที่นู่น เราต้องเปลี่ยนอะไรเยอะไหม?) จริงๆ ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ที่นู่นคือทีมโกลเบิลดูแลดีมากอยู่แล้ว มาตรฐานตรงนั้นไม่ใช่แค่เรา มันระดับนักแสดงหรือคนระดับโลกที่มาอยู่รวมกันตรงนั้น เพราะฉะนั้นมาตรฐานการดูแลคงไม่ใช่ว่าลำบาก เพียงแต่ว่าอย่างที่แจ้งให้ทราบว่าบางทีมันก็เป็นเรื่องของจิตใจที่ต้องทำให้มันชิลล์"   "ต้องเดินทั้งหมด 4 วันค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเดิน 4 วันติด หรือจะเว้นวันนึง ชมเห็นชุดคร่าวๆ ค่ะ คือเราต้องมีช้อยส์ เพราะว่าร่างเราไม่เหมือนเดิม (หัวเราะ) ก็ต้องเผื่อรูดซิปไม่ขึ้นบ้าง และที่ต้องเดินทางก่อนส่วนนึงก็เพราะเรื่องชุดเป็นประเด็นสำคัญ ต้องใช้เวลาในการปรับให้เข้ากับตัวเรา ก็อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าเดิม"   "คือชมค่อนข้างเปิดกว้างนะ ชมเป็นคนค่อนข้างเปิดมากๆ แบรนด์ใหม่ๆ หรือดีไซเนอร์หน้าใหม่ ถ้าโดนและใช่ ชมก็พร้อมที่จะลองอยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ว่าเจ้าเก่าที่เรามีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันมันก็มี แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็จะขึ้นอยู่กับตอนที่เราฟิตติ้งนี่แหละว่ารูดซิปขึ้นหรือเปล่า"   "ปีนี้ก็พยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ แต่ก็อย่างที่แจ้งให้ทราบว่ามันอาจจะมีข้อจำกัดบางอย่าง ก็มีอะไรที่เราอยากทำในปีก่อนๆ ปีนี้ก็อาจจะทำไม่ได้ ก็ต้องเก็บไว้รอให้กลับมาเฟิร์ม"   "(พอมีน้องมาด้วยแล้วตื่นเต้นขึ้นไหม?) คานส์มันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นทุกๆ ปีอยู่แล้ว แต่อย่างที่ชมบอกว่าแต่ละวันที่นู่นมันมีเรื่องอะไรให้รับมือตลอดเวลา ก็ค่อนข้างจะวุ่นวาย ก็เป็นห่วงสุขภาพจิตใจตัวเองมากกว่า เพราะว่าถ้าเครียดมันจะดึงทุกอย่าง มันจะดึง energy ทุกอย่างลง เพราะฉะนั้นต้องอารมณ์ดีๆ (ยิ้ม)"   "คือจริงๆ ชมว่าเขาก็เป็นธรรมชาติของเขานะคะ ก็จะขรุกขรักทั้งวัน แต่ตอนนี้ไม่แพ้ท้องแล้ว แต่เราก็จะกลัวพวกเหนื่อยง่าย เพราะเขาดึงพลังเราไปเยอะ แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ดูแลเรื่องการพักผ่อนนอนเต็มที่ ออกกำลังกายพอประมาณให้เราฟิต ก็มีบ้างนะพวกอาหาร (หัวเราะ) เพราะว่าคนท้องหิวบ่อย ทานได้ไม่ค่อยเยอะแต่ว่าหิวบ่อย หิวปุ๊ปมันต้องทานเลย"   "(คุณน็อตเขาตื่นเต้นไหม?) เดี๋ยวเขาตามไป (บอกลูกไหมว่าปีนี้ไปกับแม่นะลูก?) ก็มีบอกบ้าง แต่คือตอนนี้เขายังไม่มีหู (หัวเราะ) อีกประมาณเป็นเดือนเหมือนกันกว่าแกจะได้ยิน แต่ว่าก็โทรจิตเอา จริงๆ คงไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องงานมาก เพราะปกติเขาก็ไม่ได้ยุ่งเรื่องงานมากอยู่แล้ว แต่เหมือนเป็นที่พึ่งทางใจมากกว่า (ยิ้ม) อย่างน้อยหมดวันก็คือเราเห็นสามีเรา จริงๆ โรงแรมกับพรมแดงมันห่างกัน 3 นาที มันเป็นระยะทางที่ใกล้กันมาก แล้วช่วงเวลาเดินพรมแดงจริงๆ มันสั้นมาก คิดว่าที่พรมแดงคงให้ทีมงานคนอื่นที่จำเป็นไปมากกว่าเช่นคนที่ต้องทำหน้าที่ Live น่าจะเป็นตรงนั้นมากกว่า เพราะว่าเดินจริงๆ แป๊ปเดียว เดินเสร็จปุ๊ปหมุนรถกลับมาถึงโรงแรมแล้ว"   "(น็อตเป็นห่วงอะไรเราเป็นพิเศษไหม?) เขาก็มีบ้าง แต่เขาก็รู้ว่าชมก็เนิร์สพอสมควร อ่านเยอะอะไรเยอะ เขาก็รู้ว่าเราเคร่ง ก็เลยไม่ค่อยจะอะไร"   "สำคัญที่สุดเลยสำหรับคุณแม่ที่ชมว่านะ ก็คือความเครียด อะไรที่ทำแล้วสบายใจก็ทำไปถ้าไม่ได้เกินขอบเขตอะไรของคนท้อง แต่ตุณหมอก็ไม่ได้ห้ามอะไรชมมากมายนะ เขาให้คำแนะนำแบบกว้างๆ มาก คือจริงๆ ส้นสูงไม่ได้มีผลต่อทารกในครรภ์นะ แต่ที่เขาไม่อยากให้ใส่ส้นสูงกันเพราะกลัวเราจะสะดุดและล้มมากกว่า ซึ่งด้วยอาชีพของเราก็คุ้นเคยกับส้นสูงอยู่แล้วนะคะ แต่อีกอย่างจะกลัวเรื่องปวดหลังเพราะคนท้องต้องรับน้ำหนักเยอะอยู่แล้วใช่ไหม แต่โดยนิสัยถ้าชมไม่ได้ทำงาน ชมก็จะไม่ใส่ส้นสูงเดินห้างอยู่แล้ว ถ้าใส่ก็ใส่เป็นระยะสั้นๆ มากกว่าค่ะ ไปเดินคานส์ครั้งนี้ก็คงต้องใส่แหละค่ะ"   "ก็อยากแข็งแรงเนอะ เวลาออกเราก็รู้สึกว่ามันทำให้ไม่เหนื่อยง่าย เวลาได้ยืดเส้นยืดสายอาการเกร็งหรือเส้นยึดช่วงลำตัว ช่วงหลัง การออกกำลังกายมันก็ช่วยให้สบายตัว นอนหลับสบาย การตั้งท้องถ้าเราออกกำลังกายแบบถูกต้องมันก็ทำได้ เราก็ต้องปรึกษาคุณหมอก่อนเพราะแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ถ้าคุณไม่เคยทำมาก่อนเลยแล้วอยากจะมาเปรี้ยวตอนท้องอันนี้ไม่แนะนำค่ะ แต่ว่าถ้าทำมาโดยตลอดแล้วบางตำราบอกว่าทำได้ถึง 80% ของที่เราเคยทำด้วยซ้ำ แต่อย่าไปทำอะไรที่มันเสี่ยงจากการตกจากที่สูง หรือปั่นจักรยานเอ้าท์ดอล์ แต่ถ้าเราออกกำลังกายแล้วมีเทรนเนอร์ที่เชี่ยวชาญก็จะดีกว่า"   "(เห็นภาพในไอจีถ่ายกับสามีค่อนข้างหวาน?) (หัวเราะ) คือจริงๆ เป็นเรื่องบังเอิญที่เพื่อนชมอยู่ด้วยพอดี เพื่อนชมชอบถ่ายรูปให้ และปกติชมจะถ่ายท้องตัวเองเก็บไว้ตลอดอยู่แล้ว แต่เราก็เคยพูดกันตลอดว่าทำไมไม่เอาพ่อมันมาถ่ายด้วย และวันนั้นแกอยู่บ้านพอดี ชมเพิ่งไปออกกำลังกายเสร็จกลับมาแล้วเจอ เลยได้ถ่ายเก็บไว้ มีรูปลงเก๋ๆ (พอได้เห็นภาพรวมพ่อแม่ลูกในเฟรมเดียวกันแล้ว) เออ ถ่ายสวยดี (หัวเราะ)"   "(มีโอกาสได้ไปดินเนอร์วันครบรอบแต่งงานไหม?) จริงๆ วันที่ 10 เขาก็ชวนเหมือนกัน แต่คือชมยุ่งมากต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง ชมเลยบอกเดี๋ยวเอาไว้ไปเจอที่คานส์แล้วกัน ของขวัญไม่มีอ่ะ ก็นี่ไงมีลูกให้สองคนแล้ว (หัวเราะ)"   "นอนๆ อยู่วันรุ่งขึ้นตื่นมาแล้วมันป่องเลยอ่ะ เหมือนมีอะไรเสกขึ้นมา มหัศจรรย์มากค่ะ และตอนนี้ก็เริ่มดิ้นแล้ว วันเสาร์นี้จะครบ 5 เดือนแล้วค่ะ ก็ยังรู้สึกว่าเราก็ยังเป็นเรานะ แต่จะรู้สึกว่าช่วงนี้ค่อนข้างจะใจเย็นมาก อย่างที่บอกเป็นแม่ชีอยู่ตอนนี้ (หัวเราะ)" ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์