สีผม

ปลื้ม ตอบชัด!! ไม่มีทางรีเทิร์น ทับทิม เพราะหมดรักแล้ว
ปลื้ม สุรบถ /  ทับทิม มัลลิกา / 

หลังดาราสาว ทับทิม มัลลิกา โพสต์ภาพขอบคุณของขวัญจากอดีตสามีอย่าง ปลื้ม สุรบถ แถมยังมีภาพ สาวทับทิม นำต้นไม้ไปสวัสดีปีใหม่คุณพ่อของฝ่ายชาย ทำเอาแฟนๆ หลายคนจับตาความสัมพันธ์ของทั้งคู่และเชียร์ให้กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ล่าสุด หนุ่มปลื้ม เปิดใจถึงความสัมพันธ์ของเขากับ สาวทับทิม อดีตภรรยา ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีทางคืนดีกัน ด้วยสาเหตุของปัญหาส่วนตัวในอดีตที่ทำให้หมดรักแล้ว ซึ่งปัจจุบันสามารถคุยกันได้ในสถานะเพื่อนเท่านั้น "เรื่องที่ซื้อของขวัญวันเกิดให้ทับทิม จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมบอกตรงๆ เลยนะว่าไม่มีอะไรเลย ผมกับทับทิมเนี่ยเราก็ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ นานๆ ทีเราจะคุย ผมจะทักไปหาทับทิมเรื่องเดียวเลยคือเรื่องหมา ก็จะคุยกันเรื่องหมาอย่างเดียวเลย ตอนนั้นคือผมคุยเรื่องหมาหรือเรื่องทั่วๆ ไปแล้วผมไปเกาหลีพอดี ก็ถามตามมารยาทว่าจะเอาอะไรที่เกาหลีมั้ย เค้าเลยบอกว่าเป็นผ้าพันคอนุ่มๆ ก็ได้ เค้าชอบผ้าพันคอ ผมเลยซื้อไปให้ แล้วผมมาดูวัน ใกล้วันเกิดเค้าพอดี ก็เลยคิดว่าทั้งทีก็ซื้อให้เค้าดีๆ ไปเลย แต่ว่าไม่ได้เจอกันนะครับ ผมก็ส่งไปทางไปรษณีย์ให้เค้าครับ" "โมเม้นท์พิเศษไม่มีครับ ถ้าถามเรื่องจะกลับไปดีกันมั้ย รีเทิร์นกันมั้ย ผมตอบเองเลยนะ ไม่ครับ ไม่แน่นอน ผมเป็นคนชัดเจนในเรื่องนี้ ผมมองว่ารักที่มันจบไปแล้ว มันหมดไปแล้วก็คือหมดจริงๆ มันก็มีหลายๆ เหตุการณ์ที่ตอนคบกับเค้า ที่เราสู้ละนะ ตอนนั้นเราสู้แล้ว แต่สุดท้ายรักมันพัง ผมบอกตรงๆ เลยว่า รักมันหมดไปเรื่อยๆ มันก็เสียความรู้สึกกันไป ทีนี้พอรักมันพังปุ๊บ เรามาถึงตอนนี้ เราก็รู้มันจบไปเพราะอะไรบ้าง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับเค้าว่าทำไมผมถึงหมดรัก ทำไมถึงหมดไปแล้วจริงๆ" "เราตระหนักถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา มันเลยทำให้รู้สึกว่า ยังไงก็กลับไปคบกันหรือเป็นคนรักกันไม่ได้ เพราะตอนที่ผมหมดรักเค้าในตอนนั้น ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่คนรักแล้ว มันเป็นเหมือนกับว่าเราเป็นได้แค่เพื่อนแล้วจริงๆ อย่างที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ไปตอนเลิกกับเค้าว่า มันไม่ใช่อยู่ๆ มาเป็นเพื่อนหรอกครับ แต่มันมีเหตุการณ์เยอะหลายอย่างที่ทำให้รักมันหมดไป ในเมื่อเราไม่จำเป็นต้องเกลียดกัน ก็เหลืออย่างเดียวแล้วคือเหลือแค่เพื่อน ถ้าจะถามว่าจะกลับไปมั้ย ไม่มีทาง (ยิ้ม) คงเป็นเรื่องยาก" "ตอนนี้โสดครับ ก็มีคุยกับคนอื่นนะ แต่ก็ไม่รีบ ดูๆ กันไป เรารู้สึกว่ารักครั้งต่อไปของเราไม่อยากจะไปเร่งรีบมันแล้ว บวกกับเราโตขึ้นมาในสเต็ปนึง เพราะฉะนั้นตอนนี้เราคงต้องเดินไปข้างหน้าต่อไป แล้วก็เลือกสิ่งที่รู้สึกว่าดีสำหรับเราที่สุด ทับทิมกับครอบครัวของผมก็ยังโอเคเหมือนเดิม ล่าสุดทับทิมก็ไปเจอคุณพ่อมา ซึ่งตัวผมเองเพิ่งรู้พร้อมพ่อด้วยซ้ำว่าเค้าเพิ่งไปเจอมา ก็ไม่มีปัญหาอะไรกันครับผม" "ก่อนหน้านี้ที่แยกทางกันจริงๆ มันไม่มีอะไรต้องเคลียร์กันเยอะครับ เพราะเรารู้ปัญหากันอยู่แล้วว่า มันคืออะไรที่ทำให้รักมันจบลง เลยไม่จำเป็นต้องมาขุดคุ้ยหรือมาคุยกัน เพราะถ้าเกิดมาคุยกันมันก็จะดูเหมือนกับว่า คุยกันเพื่ออยากกลับไปคืนดีกัน ซึ่งเราทั้งสองคนรู้ว่ามันจบแล้วจริงๆ มันก็เลยไม่มีอะไรที่จะต้องเคลียร์ เพราะรู้ปัญหาอยู่แล้วว่าคืออะไร ซึ่งมันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เราก็ยังคุยกันเรื่องทั่วไปได้ แต่ก็ไม่ได้คุยกันเยอะ นานๆ ทีครับ ผมคิดถึงหมาผมมาก อย่างตอนที่ทับทิมเค้าจะไปเกาหลี เค้าจะเอาไปฝากโรงแรมหมา ผมบอกว่าไม่ต้อง เอามาฝากผมนี่ ผมเอามาเลี้ยงอยู่พักนึง คนเลยคิดว่าเอาหมามาเป็นตัวเชื่อม หาข้ออ้างเก่งนะ ไม่ใช่ครับ ผมคิดถึงหมาผมเฉยๆ ถ้าใครรักหมาคงจะเข้าใจความรู้สึกครับ" "ส่วนสาวที่เราไปกินข้าวด้วยกันแล้วโพสต์รูป อันนั้นน้องหงส์หยกครับ พอดีผมมีโปรเจ็คหนังแล้ว ทีนี้น้องเค้าเป็นนักแสดงอยู่แล้วและรู้จักคุณพ่อก็เลยติดต่อน้องเค้าให้มาเล่นเป็นตัวเอกในหนังของผมด้วย ก็เลยคุยกัน แล้วก็ไปกินข้าวคุยกันและโพสต์ลงไอจีก็ได้เรื่องเลย (ยิ้ม) คุยกันเรื่องงานอย่างเดียว ถ้าถามผมน้องเค้าเป็นคนน่ารักนะครับ สำหรับคนที่ผมคุยอยู่ ถ้าผมมั่นใจเมื่อไหร่ หรือผมพร้อม ผมไม่มีมากั๊กๆ ปิดๆ แน่นอน กับหงส์หยกไม่ได้จีบครับ ตอนนี้เราคุยงานกันเฉยๆ ถ้าถามผมน้องเค้าเป็นคนน่ารักครับ แล้วเราก็รู้สึกว่าบางครั้งผมไม่อยากฟันธงครับ มันเป็นไปไม่ได้ครับ จิตใจมนุษย์มันยากหยั่งถึง ผมว่าอนาคตจะเป็นยังไงเราไม่รู้ครับ" ปลื้ม กล่าว ปลื้ม สุรบถ ปลื้ม สุรบถ ปลื้ม สุรบถ ปลื้ม สุรบถ คุณพ่อปลื้ม-ทับทิม ทับทิม มัลลิกา

จากวันแรก ถึงวันนี้ 20 ภาพประทับใจ น้องมะลิ ลูกพ่อปอ-แม่โบว์
ปอ ทฤษฏี /  พาขวัญ สหวงษ์ / 

ครบรอบการจากไปหนึ่งปีของพระเอก ปอ ทฤษฏี ที่เชื่อว่าหลายๆ คน ยังคงพูดถึงเรื่องราวต่างๆ ของพระเอกหนุ่มคนนี้ ที่จะอยู่ในใจของคนไทยไปตลอดกาล และในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เราก็ได้รู้จักกับ น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาวตัวน้อยของพ่อปอ ที่ปรากฎตัวโชว์ความไร้เดียงสาเป็นครั้งแรก ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งในวันนั้นน้องมะลิ ก็ทำให้ใครๆ หลายคน ตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ จนมาถึง ณ วันนี้ เด็กตัวเล็กๆ คนนี้ก็ยังคงสามารถสร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับทุกๆ คนได้เสมอมา จนกลายมาขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่มีเรื่องราวและภาพความประทับใจ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา 1.การปรากฏตัวครั้งแรกของ น้องมะลิ 2 ภาพสุดซึ้งจากไอจีพ่อปอ (9 ธันวาคม 2558) 3 พร้อมหน้า พร้อมตา พ่อปอ แม่โบว์ น้องมะลิ 4 แม่โบว์ น้องมะลิ และแฟนคลับ ในงานฟุตบอลช่อง 3 5 ความในใจสุดซึ้งจากไอจีแม่โบว์ 6 ทรงผมสามจุก ฝีมือแม่โบว์ 7 สวดมนต์ให้พ่อปอ 8 น้องมะลิออกงานอีเว้นท์ครั้งแรกกับแม่โบว์ 9 แม่โบว์-น้องมะลิ ในงานเดินแบบ น่ารักได้อีก 10 สายแบ๊วหนูก็ทำได้นะคะ 11 มาดแอร์โฮสเตส ตัวน้อย 12 มีโฟโต้บุ๊คเป็นของตัวเอง 13 หนูจะนอนตรงนี้ได้ไหมค่ะ 14 ป้าปูก๋า ของน้องมะลิ 15 อาปิลสุดหล่อ ฮอตไม่แพ้หลานมะลิ 16 แม่โบว์ น้องมะลิ ปลูกต้นมะลิให้พ่อปอ ณ ไร่นาป่าสงวน 17 ที่แสนสุขสงบของพระเอกตลอดกาล ปอ ทฤษฎี 18 คนรัก พ่อปอ แม่โบว์ น้องมะลิ 19 หนูคิดถึง พ่อปอ สุดหัวใจ 20 น้องมะลิ แม่โบว์ กับชุดไทยไทยจิตรลดาที่ตั้งใจ ตัดใส่เพื่อพ่อปอ

บ๊ะเจ้า!! น้องดีแลน ลูกชาย แมทธิว-ลิเดีย อายุแค่ 6 เดือน วิดพื้นได้แล้วนะ!!
แมทธิว ดีน /  ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ / 

  เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวสายสตรองที่ชอบออกกำลังกายเอามากๆ สำหรับ แมทธิว ดีน และ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ขนาดตอน สาวลิเดีย ตั้งท้อง9เดือนเธอยังเล่นโยคะโชว์ท่ายากให้แฟนๆ ได้หวาดเสียวกันมาแล้วเลยค่า ล่าสุดลูกชายสุดหล่อวัย 6 เดือนก็ยังถอดแบบความสามารถมาจาก พ่อแมทธิว และ แม่ลิเดีย มาเป๊ะๆ หลังจากที่ แมทธิว-ลิเดีย สอนให้ น้องดีแลน ฝึกออกกำลังกายตั้งแต่เด็ก แถม น้องดีแลน ดูจะชอบการออกกำลังกายเอามากๆ และยังวิดพื้นได้คลานได้ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น แหมๆๆๆ ไปดูกันว่าลีลาท่าทางการวิดพื้นและการคืบคลานของ น้องดีแลน จะน่ารักน่าชังขนาดไหนกันจ๊ะ บอกได้เลยว่าเก่งมากเลยค่ะเจ้าหนูดีแลน!! ขอบคุณภาพจาก IG lydiasarunrat, matthew.deane1, dylandeane_official         โตขึ้นค่อยมากลับหัวคู่กับมี้นะจ๊ะ   ปีใหม่นี้ผมจะไม่คลานถอยหลังแล้วครับ! จะคลานไปข้างหน้าอย่างเดียว   เล่นกับเด็กยักษ์   อยากเดินละ   เย็นนี้กินไรดี   ผมตัวใหญ่กว่าพี่หมีแล้วครัช  

เชน ธนา รุดแจ้งปอท. เอาผิดพ.ร.บ.คอมฯ เว็บดัง กล่าวหามั่วหมิ่น “คนใต้ไม่ใช่ญาติผม”
เชน ธนา /  ข่าว เชน ธนา / 

  เรียกได้ว่าตกเป็นข่าวไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่แถมยังสร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงมหาศาล สำหรับเจ้าบ่าวหมาดๆ เชน ธนา ที่เพิ่งจะจูงมือแฟนสาว เจมส์ กณิการ์ เข้าประตูวิวาห์ไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.60 ที่ผ่านมา แต่กลับกลายเป็นว่าสินสอดที่มีมูลค่ามากถึง 168 ล้านบาท!! กลายเป็นประเด็นใหญ่ไปซะได้ เมื่อมีเว็บไซต์หนึ่งได้ลงข่าวกล่าวหาว่า หนุ่มเชน พูดถึงคนใต้ที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัยว่า “คนใต้ ไม่ใช่ญาติผม ก็เงินผมจะแต่งเท่าไหร่ก็ได้” ซึ่งหลังข่าวถูกเผยแพร่ก็ได้มีการแชร์ และคอมเม้นท์ไปในทางเสียหาย ส่งผลต่อชื่อเสียงและธุรกิจอย่างมาก ทำเอา เชน ธนา ต้องรีบเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สน. ทองหล่อ เมื่อเวลา 15.00น. ของวันถัดมา   ล่าสุดวันนี้ (16ม.ค.60) เมื่อเวลา 09.00น. เชน ธนา ได้ควงภรรยาสาว เจมส์ กณิการ์ พร้อมด้วยทนายส่วนตัวเข้าแจ้งความถึงกรณีดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน ที่ กองปราบปรามกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ณ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเอาผิดเรื่องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และในเรื่องการนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท วันนี้นำหลักฐานอะไรมายื่นบ้าง  "วันนี้มาที่ปอท. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เชื่อว่าจนท. ตามหาผู้กระทำผิดได้วันนี้ที่ปรึกษาด้านกฎหมายก็มี 2 ประเด็นหลักคือผิดพ.ร.บ.คอมฯ ในเรื่องการนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ หมิ่นประมาท ชัดเจน หลักฐานมัดตัวแน่นอน" หลักฐานที่เตรียมมามีอะไรบ้าง  "มีส่วนต้นกำเนิดของเว็บไซต์และตัวลิ้งก์ ความเสียหายเรื่องลูกค้า ธุรกิจ ลูกค้าอินบ๊อกซ์เข้ามาต่อว่า ขู่ด้วย ต้องขอบคุณพี่ๆ สื่อด้วย ที่ทำให้เราตั้งรับได้เร็วขึ้นด้วย ช่วงบ่ายเหตุการณ์ก็เบาลง แต่ก็มีครึ่งหนึ่งที่สบายใจแล้ว แต่อีกครึ่งหนึ่งรู้ว่ามันไม่ถูกต้องก็อยากเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ศิลปินไทยลุกขึ้นมาปกป้องรักษาสิทธิตัวเอง" คิดไหมว่าเรื่องจะร้ายแรงขนาดนี้  "สะเทือนใจ เมื่อคืนนอนตีสาม พยายามจะแบ่งเวลามาดูรูปแต่งงาน เพราะว่าตื่นมาปุ๊บก็มาเจอข่าว ไปสน. เดทแรกก็ไปสน. เลย วุ่นวายไปหมด ไม่มีเวลาไปเม้นท์ขอบคุณเพื่อนๆ ผู้ใหญ่ที่มางานแต่งเลย ดูไปดูมายังเจอคอมเม้นท์ที่ยังเชื่อว่าเราไปว่าพี่น้องชาวใต้" ส่งผลกระทบกับเรามากไหม  "ก็มีด้านจิตใจ ส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง เพราะไม่แน่ใจว่าทุกคนอ่านแต่ภาพข่าว ไม่ได้เข้าไปอ่านเนื้อใน ว่ามันเป็นเว็บปลอมนะ" ด้านธุรกิจกระทบไปเยอะไหม  "ยังไม่แน่ใจ เพราะว่าเมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ แต่วันนี้น่าจะรู้แล้วว่ายอดขายดรอปไปกี่เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าน่าจะมีบ้าง เพราะเมื่อวานตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศก็สะเทือน มันหนักตรงที่พอทุกคนเชื่อปุ๊บ มันก็จะมีเรื่องอารมณ์ คำหยาบ ต่อให้วันนี้เขาเข้าใจแล้ว แต่มันเสียความรู้สึกไปแล้ว พลังมันก็หมด" ที่เขาเข้าใจผิดเครียดมากไหม  "ซีเรียสมาก เพราะมันเรื่องเซ้นซิทีฟ มันไม่ใช่แค่ภาคใต้อย่างเดียว แต่มันประสบอุทกภัยน้ำท่วมด้วย เพราะว่าสมัยปี 54 ผมก็น้ำท่วมเป็นเมตรเลย ที่บางบัวทอง ท่าอิฐ รู้เลยว่ามันทรมานมาก ถ้าจิตใจไม่แข็ง ท้อ ก็อาจฆ่าตัวตายได้เลย พอเจอผู้ร้ายทำแบบนี้อีกมันก็เป็นการซ้ำเติมชาวใต้ไปอีก" ต่อไปจะเป็นยังไง  "หลังจากนี้ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ แต่ว่าถ้ามันเงียบไป ก็ต้องรบกวนคนที่เก่งด้านนี้ ก็ลองช่วยกัน แต่ก็เชื่อว่ายังไงคงต้องจบที่เจ้าหน้าที่" คนที่แชร์ข่าวผิดไปก็ขอโทษ  "ขอบคุณคนที่แชร์ข่าวผิดไป ก็อินบ๊อกซ์ทยอยขอโทษตลอด" รู้สึกยังไง  "ไม่โกรธ เราเข้าใจ เพราะเป็นคนเล่นอินเทอร์เน็ตคนหนึ่ง เราเห็นภาพก็รับเรื่องนั้นไปแล้ว แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่แชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง" ฝากคนที่เล่นอินเทอร์เน็ตยังไงบ้าง  "งานนี้ก็ถือเป็นการเรียนรู้ คนที่เล่นอินเทอร์เน็ตก็มีหลายระดับ ถ้าจะติดตามข่าวก็ควรจะติดตามเว็บที่น่าเชื่อถือ" ฝากอะไรถึงผู้ที่ทำเรื่องนี้  "เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยอมความไม่ได้ เพราะเป็นกระทบต่อความรู้สึกของคนไทย พี่น้องชาวใต้ด้วย" ได้เบาะแสอะไรบ้าง  "ตอนนี้ก็ยังไม่มี แต่ก็เตรียมข้อมูลทั้งที่มี ก็ให้ฝ่ายไอทีพยายามหาข้อมูลอย่างสุดความสามารถ" อ่านข่าวเพิ่มเติม เชน ธนา เอาผิดเว็บมั่วข่าว กร้าว 'คนใต้ไม่ใช่ญาติ' อ่านข่าวเพิ่มเติม เชน-เจมส์ เผยสินสอด 168 ล้าน!! ถือฤกษ์ดีปีหน้าพร้อมปั๊มลูก อ่านข่าวเพิ่มเติม ตะลึงทั้งงาน! เชน ธนา หอบสินสอด 168 ล้าน!!!! แต่งแฟนสาว เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์

ละครบัลลังก์ดอกไม้ , เรื่องย่อบัลลังก์ดอกไม้
ละคร บัลลังก์ดอกไม้ /  เรื่องย่อ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ / 

บัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย : คีตาบทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวีกำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอกออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร บัลลังก์ดอกไม้ พูดชมพู ฤาชุดา หรือ พุด เจ้าของไร่ดอกเล็ก ๆ นาม อุ่นรัก ต้องเข้าไปมีเอี่ยวกับตระกูลธุรกิจพันล้านอย่างสัตยารักษ์โดยไม่ตั้งใจ เมื่อ ปู่เล็ก ผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ ขอร้องให้เธอช่วยดัดนิสัย อนาวินทร์ หรือ วิน สัตยารักษ์ หลานชายคนเดียวของเขา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ และร้ายกาจ ให้พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตระกูล โดยกำหนดให้สาวห้าวชาวไร่อย่างพุดชมพู มาร่วมบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสัตยาอสังหา และส่งคุณชายเทวดาอย่างอนาวินทร์ ไปทำงานที่ไร่อุ่นรักเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อแลกกับสิทธิในการรับมรดกพินัยกรรมประหลาดนี้ สร้างความไม่พอใจให้อนาวินทร์ ผู้มีปมฝังใจว่าปู่ไม่รัก และทิพนาถ แม่เลี้ยงที่เอาแต่เสวยสุขบนกองเงินของสัตยารักษ์อย่างมาก ทั้งคู่มองว่าพุดชมพูเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมาแย่งสมบัติของตระกูลไป ละคร บัลลังก์ดอกไม้ เพียงแค่วันแรกที่พุดชมพูเข้ามาอยู่ในบ้านสัตยารักษ์ เธอก็เปิดศึกกับอนาวินทร์ที่โต๊ะอาหารจนบ้าน แทบแตก เล่นเอาบรรดาคนรับใช้ที่ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจคุณชายของบ้านต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ยังดีที่พุดชมพูมีทนายาหนุ่มประจำตระกูลสัตยารักษ์อย่าง ทรงรบ คอยช่วยดูแล และเบรกเหตุการณ์ไว้ ฝ่ายอนาวินทร์ก็มี การันต์ ลูกกำพร้าที่ปู่เล็กเก็บมาเลี้ยงให้เป็นเพื่อนหลานชาย คอยเป็นเพื่อนคู่คิด และรองรับความโกรธ ขณะที่ทิพนาถก็มี ชวกร หนุ่มคู่ขารุ่นลูกคอยพาไปแก้เซ็งที่บ่อนไฮโซ ซึ่งกลับยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเพราะเสียเงินก้อนโต จนต้องหาทางออกโดยการให้ชวกรแอบใช้ตำแหน่งฝ่ายบัญชีของสัตยาอสังหา ซึ่งได้มาด้วยบารมีของทิพนาถ แอบยักยอกเงินออกจากบริษัท เมื่อเห็นท่าว่าจะต้องรับศึกหนัก พุดชมพูจึงขอร้องให้ ช่อม่วง เพื่อนซี้สาวนักบัญชีมาทำงานเป็นเลขาของเธอที่สัตยาอสังหา หนอนหนังสือช่างฝันอย่างช่อม่วง จึงได้มาทำงานกับหนุ่มตึ๋ผู้เคร่งเครียดกับงาน และจริงจังกับชีวิตแบบเกินร้อยอย่างทรงรบ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าขาแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร พุดชมพูเริ่มต้นปฏิวัติสัตยารักษ์ ด้วยการออกกฎให้คนรับใช้มีวันหยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน รวมทั้งไม่ต้องออกมารับใช้เจ้านายหลัง 4 ทุ่ม ทำเอาทั้งอนาวินทร์ และทพนาถอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใหญ่โต แต่พุดชมพูไม่สะทกท้าน และอ้างความชอบธรรมจากพินัยกรรมที่ให้เธอเป็นผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ สองแม่ลูกจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้เป็นคลื่นใต้น้ำ และเริ่มวางแผนเล่นงานพุดชมพู อนาวินทร์ให้การันต์สืบเรื่องของพุดชมพู จนได้รู้ความลับว่าเธอกลัวความมือ เขาจึงวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับพุดชมพู และแกล้งดับไฟในห้องจัดเลี้ยงจนมืดสนิท หมายจะได้เห็นผู้บริหารใหม่ที่เขาเรียนกว่า ยัยพุดเน่า นั่งร้องไห้ตัวสั่นงันงก แต่เรื่องกลับผิดภาคเมื่อเพื่อนรักอย่างการันต์เข้าไปช่วยพุดชมพูไว้ไม่ให้ต้องอับอายต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อนาวินทร์โกรธที่เพื่อนหักหลัง แม้เขาจะให้อภัยการันต์ที่แก้ตัวว่าทำไปเพราะความไม่รู้ว่าไฟจะดับตอนนั้น แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายความสงสัยในเขตนาของการันต์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เดินหน้ากวนประสาทผู้คุมกฎบ้านอย่างพุดชมพูต่อ ด้วยการพาสาว ๆ มาเสพสุขที่บ้านไม่ซ้ำหน้า และทุกครั้งเขาจะต้องมาเคาะประตูห้องพุดชมพู ทำเป็นเด็กดีมารยายงานด้วยอยู่เสมอ พุดชมพูจึงได้กลับด้วยการจัดฉากเอากล้องวิดีโอพร้อมอุปกรณ์อย่าง โซ่ แส้ กุญแจมือ มาซ่อนแบบไม่เนียนไว้ในห้องอนาวินทร์ทำเอาสาวรายล่าสุดที่อนาวินทร์พามา ต้องเปิดแน่บพร้อมกระจายข่าวลือว่าอนาวินทร์เป็นพวกกามวิตถารเหตุการณ์นี้ทำให้อนาวินทร์แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง เพื่อจับพุดชมพูที่อาจแอบมาทำอะไรพิสดารในห้องเขาอีก ระเบิดลูกต่อมาเกิดขึ้น เมื่อยนาวินทร์จัดงานปาร์ตี้ในบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเดือน เสียงเฮฮาลั่นบ้านจนดึกดื่นนั้น ทำให้ความอดทนของสาวชาวไร่ที่มักเข้านอนแต่หัวค่ำขาดฝัง พุดชมพูสั่งยุติงานปาร์ตี้ทันที การปรากฏตัวของเธอ ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งท่ามกลางชุดสวยหรูของบรรดาเพื่อนฝูงอนาวินทร์ ยังไม่สร้างความแตกตื่น และประหลาดใจเท่ากับอาการใบ้กินของคุณชายของบ้านที่ไม่เคยยอมใคร แม้ วาธิณี หรือ หวาย เพื่อนสาวคนสนิทที่ประกาศกับใครต่อใครว่าเป็นแฟนอนาวินทร์ จะพยายามยุชายหนุ่มให้จัดการกับพุดชมพู แต่ก็ไม่เป็นผล แม้แขกเหรื่อจะวงแตกแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ความโกรธที่ถูกหักหน้าก็ยังไม่ลดลง อนาวินทร์ นึกถึงคำยุของการันต์ที่ให้จัดการรวบหัวรวบหางพุดชมพู เพื่อเขาจะได้ทั้งเมียได้ทั้งสมบัติความคิดบ้า ๆ เสริมแรงด้วยฉากรักตบจูบในทีวีที่เขาเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ทำให้อนาวินทร์เกิดลูกบ้าบุกปล้ำพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักต้องเรียกสติชายหนุ่มด้วยการประเคนแจกันฟาดหัวเขาจนเลือดอาบ และก็เป็นเธอเองที่พาหนุ่มพันธุ์หมาบ้าที่กลายเป็นเหมาจ๋อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล ละคร บัลลังก์ดอกไม้ การยอมหักไม่ยอมงอของพุดชมพูอาจจะเป็นที่ถูกใจคนที่เกลียด และกลัวอนาวินทร์ แต่ไม่ใช่สำหรับ ป้านุ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้านที่เลี้ยงอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก หลังเหตุการณ์หลายปาร์ตี้ ป้านุ่มขอร้องพุดชมพูให้เห็นใจคุณหนูของเธอด้วย เพราะลึก ๆ แล้ว อนาวินทร์เป็นคนขาดความรัก เนื่องจากแม่แท้ ๆ เสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา ส่วนพ่อก็มาจากไปอีกคนตั้งแต่เขายังเด็ก เหลือก็แต่ปู่เล็กที่มัวยุ่งกับบริษัท จนไม่มีเวลาให้หลานชาย กับแม้เลี้ยงอย่างทิพนาถที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง พุดชมพูได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจคุณหนูอารมณ์ร้ายขึ้นมาบ้าง เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนในการทำให้คุณชายไฮโซยอมตามเธอไปเป็นคนงานไร่ วันหนึ่งขณะที่อนาวินทร์จะขับรถไปทำงาน พุดชมพูก็จัดแจงยัดเยียดตัวเองไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ และใช้เวลาตลอดระยะทางจากบ้านถึงสัตยาอสังหาในการเจรจาสงบศึกกับอนาวินทร์ พร้อมแสดงความจริงใจโดยยื่นข้อเสนอว่าหากอนาวินทร์ทำงานที่ไร่ได้ครบสามเดือน เขามีสิทธิขอรางวัลจากเธอหนึ่งอย่าง อนาวินทร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป และดูจริงใจของพุดชมพู จึงตกลงใจลองรับข้อเสนอ สมาชิกไร่อุ่นรักต้อนรับอนาวินทร์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป สาวใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ภัทรา แม่ของพุดชมพู ที่รู้จักลูกสาวดีว่าเก่งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคด ๆ ได้เสมอ ก็ยังอดเป็นกำลังไม่ได้กับการจับคุณชายเทวดามาเป็นคนงานไร่ ข้างฝ่าย จิระ หรือ โจ้ เพื่อนสนิทอีกคนของพุดชมพูนั้น มองอนาวินทร์อย่างไม่ไว้ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจ้แอบชอบพุดชมพูมานาน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อาจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนที่หญิงสาวมอบให้ได้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวง และห่วง เมื่ออนาวินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตพุดชมพู ฝ่ายจิตรา น้าสาวก็อดกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาที่หล่อเหลาของอนาวินทร์ และแอบจับคู่จิ้นให้กับหลานสาวของเธออนาวินทร์ต้องปรับตัวกับชีวิตชาวไร่ไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาดื้อหรืออิดออด พุดชมพูที่จับจุดได้ว่าเขาเป็นพวกไม่ยอมแพ้ ก็จะแกล้งสบประมาทจนชายหนุ่มเกิดลูกฮึดจะเอาชนะ และตกหลุมพรางเจ้าของไร่อยู่เสมอพุดชมพูเริ่มสังเกตเห็นอีกด้านหนึ่งของอนาวินทร์ วิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างเคารพ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ รวมทั้งการตั้งใจเรียนรู้ และทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีก็แต่ความปากเสียเท่านั้นที่อนาวินทร์ดูจะรักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ละคร บัลลังก์ดอกไม้ นอกจากพุดชมพู และจีระแล้ว อนาวินทร์ยังมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ ลุงหมาย หัวหน้าชมรมอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ซึ่งดูจะเอ็นดู และเข้าใจคนหนุ่มเลือดร้อนเป็นอย่างดีวันหนึ่งลุงหมายชวนพุดชมพู อนาวินทร์ และจิระไปดูที่ทำการชมรมหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเขา ตอนเย็นขากลับฝนตกหนัก ทำให้รถติดหลัมโคลน ลุงหมายกับจิระอาสาเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทิ้งพุดชมพูกับอนาวินทร์ไว้เฝ้ารถ หญิงสาวนั่งมองสายฝนแล้วคิดถึงวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องพยายามตั้งหลัก และลุกขึ้นสานฝันของพ่อให้ชายหนุ่มฟัง โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่าแค่อยากแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่มันทำให้อนาวินทร์มองเธอเปลี่ยนไป เขานึกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า และสงสัยว่าเธอเอาความเข้มแข็งแบบนั้นมาจากไหนกันหนอ แม้อนาวินทร์จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกภายในใจเขาก็สะท้อนออกมา เมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกคลุมหัวให้พุดชมพูไม่เปียกฝน สายฝนที่เริ่มซาสวนทางกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อขึ้นในใจของทั้งสองคน การตากฝนวันนั้นทำให้อนาวินทร์รู้สึกว่ากำลังจะเป็นไข้ ระหวางเดินหายากินอยู่ในครัว เขาเห็นพุดชมพูเดินเข้าห้องเก็บของ และถูกจิตราล็อคไว้ในนั้นโดยไม่ตั้งใจ ด้วยความหมั่นไส้ศัตรูคู่กัด อนาวินทร์จึงคิดจะปล่อยพุดชมพูไว้เผชิญกับความมืดที่เธอหวาดกลัว เขากลับเข้าห้องมานอนพัก เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองไม่อาจหลับได้อย่างสบายใจ เขาตัดสินใจเดินไปดูที่ห้องเก็บของ และหัวใจวูบลงเมื่อได้ยินเสียงสะอึ้นเบา ๆ จากาภยใน เขารีบหากุญแจมาเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่พุดชมพูออกมาได้ เธอกลับคิดว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เลยต่อว่าเขาอย่างรุนแรงอนาวินทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวด เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่ใคร ๆ มักมองว่าเรื่องเลว ๆ ต้องเป็นฝีมือเขา เหมือนในอดีตที่ปู่ตำหนิเขาอย่างรุนแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ กลายเป็นปมสำคัญในใจของอนาวินทร์ ว่าเขาไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครเลย แต่เย็นวันนั้นเองพุดชมพูได้รู้ความจริงว่าจิตราเป็นคนล็อคเธอไว้ในห้องเก็บของ พุดชมพูรู้สึกผิดที่ต่อว่าอนาวินทร์ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยเธอไว้ เธอไปหาอนาวินทร์เพื่อขอโทษเลยได้รู้ว่าชายหนุ่มนอนซมด้วยพิษไข้ถึงขั้นไม่ได้สติ พุดชมพูรีบเช็ดตัวให้ และคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ จนชายหนุ่มรู้สึกตัว พุดชมพูเอ่ยขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ขณะที่อนาวินทร์ก็ขอบคุณที่เธอดูแลเขาอย่างดี แม้จะนอนซมเพราะพิษไข้ ชาหยนุ่มก็พอรู้ว่าพุดชมพูคอยเช็ดตัวเขาเพื่อลดความร้อนอยู่เกือบทุกชั่วโมง ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงต้องมาเยี่ยมพุดชมพูกับอนาวินทร์เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งสองเซ็นเอกสารของบริษัท วันหนึ่งทั้งสองมาปรากฏตัวที่ไร่อุ่นรักพร้อมวาธิณี ซึ่งเวียนไปหาอนาวินทร์ที่บริษัทหลายครั้ง แต่ไม่เจอตัว เธอจึงตามทนายหนุ่มมาหาอนาวินทร์ถึงไร่ และเริ่มปิดฉากกระรานพุดชมพู จิระทั้งรำคาญทั้งหมั่นไส้สาวไฮโซเลยออกมาปะทะคารมกับวาธิณีแทน พุดชมพูอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปประชุมเทศกาลดอกไม้ในตัวเมือง โดยมีอนาวินทร์ติดตามไปด้วย เพียงแต่คราวนี้เขาอาสาเป็นคนขับแทนที่จะนั่งเป็นคุณชายเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มไปนั่งรอพุดชมพูที่ร้านกาแฟกึ่งเกลลอรี่แห่งหนึ่ง เขาหยุดมองภาพถ่ายใบหนึ่งด้วยความสนใจภาพของพุดชมพูในชุดนักเรียนมัธยมยืนกอดช่อเบญจมาศ ในภาพนั้นเธอผมยาว บุคลิกช่างแตกต่างจาพุดชมพูในปัจจุบัน อนาวินทร์มองดวงตาที่ยิ้มสดใสนั้นราวต้องมนต์สะกด แต่แล้วเสียงร้องไห้ช่วยจับขโมยก็ปลุกเขาจากภวังค์ อนาวินทร์ช่วยจับตัวขโมยไว้ได้ แต่แล้วก็นึกสะท้อนใจเมื่อสิ่งที่ชายมอซอคนนั้นขโมยมาเป็นแค่กับข้าวถุงหนึ่งเท่านั้น อนาวินทร์จึงควักเงินซื้อข้าวถุงนั้นให้ขโมย โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของพุดชมพูแอบมองมุมอ่อนโยนของคุณชายแห่งสัตยารักษ์อยู่ เมื่อทำงานที่ไร่อุ่นรักครบสามเดือน อนาวินทร์ทวงรางวัลที่พุดชมพูสัญญาว่าจะให้ เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการ แต่ก้นลงจูบพุดชมพูในสวนสวยหลังบ้าน ข้างแนวต้นพุดชมพู ต้นไม้ที่อนารินทร์เคยมองว่าไม่มีเสน่ห์ แต่วันนี้มันสวยจับใจ หลังจากคืนนั้น อนาวินทร์ก็คอยตามติดพุดชมพูไม่ห่าง จนจิระเริ่มจับตาอย่างไม่ไว้ใจ เขาพยายามเข้ามาเป็นก้างขวางคอ ไม่ให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง จนเริ่มจะผิดใจกับอนาวินทร์ แต่ก็มีบางวันที่สามเส้ากลายเป็นสี่เส้าเมื่อวาธิณีมาร่วมวงด้วย ซึ่งกลับทำให้จิระต้องจัดการกับวาธิณีแทน จนวันหนึ่งที่จิระแอบเห็นพุดชมพูกับอนาวินทร์หยอกล้อกันในเรือนเพาะกล้า จิระเห็นแววตาของพุดชมพูที่มองชายหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอยออกมาเงียบ ๆ คืนนั้นสมาชิกไร่อุ่นรักยกขบวนกันไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนบ้านลุงหมายหมักเหล้าสาโทไว้โอ่งใหญ่ เหล้าเถื่อนนี่เองเป็นสื่อกลางให้อนาวินทร์กับจิระได้เปิดใจคุยกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงทำงานกันอย่างเข้าขา จะขัดขากันบ้างก็เรื่องที่ทรงรบชอบมองช่อม่วงเป็นสาวเพ้อฝันไม่อยู่กับความจริง แถมยังกินจุผิดผู้หญิงทั่วไป แต่ช่อม่วงก็ค่อย ๆ แสดงให้ทรงรบเห็นทีละนิดว่าเธอทั้งฉลาดแถมมีสายตาแหลมคมอ่านคนได้ขาด ช่อม่วงพบหลักฐานว่าชวกรยักยอกเงินบริษัทไปก้อนใหญ่ ทรงรบจึงโทรตามพุดชมพูกลับมาจัดการ พุดชมพูไล่ชวกรออกจากบริษัทโดยไม่บอกอนาวินทร์ เพราะเชื่อว่าทิพนาถน่าจะมีส่วนรู้เห็นจึงไม่อยากให้อนาวินทร์ลำบากใจ ทิพนาถ และชวกรแค้นจัด คิดหาทางกำจัดพุดชมพูออกไปจากสัตยารักษ์ เช่นเดียวกับการันต์ที่เริ่มสังเกตท่าทีของอนาวินทร์กับพุดชมพู แม้การันต์จะโตมากับอนาวินทร์แต่การันต์รู้สึกเก็บกดที่กลายเป็นคนไม่มีตัวตนเมื่ออยู่กับอนาวินทร์ ไม่มีใครเห็นคุณค่าเด็กกำพร้าอย่างเขา เมื่อเทียบกับทายาทสัตยารักษ์ ความอิจฉากลายเป็นความเกลียดชัง เขาเกลียดที่เห็นอนาวินทร์มีความสุขการันต์ยุให้พุดชมพูผิดใจกับอนาวินทร์ด้วยการบอกเธอว่า อนาวินทร์คิดจะหลอกจีบเธอเพื่อให้ได้มรดกง่ายขึ้นด้านหนึ่ง พุดชมพูก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อึกใจนึง เธอเริ่มรู้สึกว่าการันต์ไม่น่าไว้ใจ คืนหนึ่งพุดชมพูได้รับโทรศัพท์ด่วนจากจิระ บอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนเพาะพันธุ์ไม้ พุดชมพูตกใจมือไม้สั่น เพราะในโรงเรียนนั้นมีต้นไม้ตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับอยู่ อนาวินทร์อาสาขับรถพาเธอกลับไร่ทันทีระหว่างทางก็คอยกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เมื่อไปถึงพุดชมพูเข่าอ่อน มองโรงเรือน และต้นไม้ของพ่อที่เหลือแต่ซากด้วยใจสลายเธอเป็นลล้มพับไปตรงนั้น อนาวินทร์รีบพาเธอไปโรงพยาบาล และคอยดูเธอไม่ห่างจิระมาแจ้งว่าตำรวจสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง แถมพูดทำนองสงสัยว่าอนาวินทร์เป็นตัวการ อนาวินทร์มีปากเสียงกับจิระ จนพุดชมพูต้องระงับศึก และบอกจีระว่า เธอเชื่อใจอนาวิณทร์ว่าจะไม่ทำอะไรลอบกัดแบบนี้ อนาวินทร์หัวใจพองโตที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ระหว่างนั้นทางจังหวัดจัดงานเทศกาลดอกไม้ประจำปี และมีกิจกรรมไฮไลท์เป็นการประกวดหนุ่มดอกไม้ พุดชมพูใช้ไม้เดิมคือสบประมาทอนาวินทร์ จนเขารับคำท้าเข้าประกวด ชายหนุ่มคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ตามที่คุยไว้ ด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลงที่ฝากความในใจไปถึงพุดชมพู แถมยังประกาศบนเวทีว่าเข้าประกวดในฐานะแฟนเจ้าของไร่อุ่นรัก เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งบาง รวมทั้งวาธิณีที่มาดูการประกวดด้วย วาธิณีไปอาละวาดใส่พุดชมพู แต่อนาวินทร์ออกมาปกป้อง และบอกวาธิณีให้เลิกยุ่งกับเขา จีระช่วยลากวาธิณีออกไป และเตือนสติให้เธอยอมรับความจริง ซึ่งลึก ๆ แล้ว เขาก็เดือนตัวเองแบบนั้นเช่นกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เกณฑ์คนงานของสัตยาอสังหา สร้างโรงเรือนใหม่ที่เขาออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ระหว่างกำลังง่วนกับงานป้านุ่มโทรศัพท์มาหา อนาวินทร์นึกรำคาญที่ป้านุ่มชอบโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้น เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าป้านุ่มเสียชีวิต เพราะฝึกมือโจรที่บุกบ้านกลางดึก อนาวินทร์แทบล้มทั้งยืน ป้านุ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เขามี ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านเห็นคนสวมเจ๊กเก็ต และหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้า และออกจากบ้านในเวลาใกล้เคียงกับที่ป้านุ่มเสียชีวิต แต่ หมวดจัดวา เจ้าของคดีแอบกระซิบอนารินทร์ว่าเขาสงสัยคนในบ้านมากกว่า เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณถนนใกล้เคียงไม่มีภาพชายคนนี้เลย หลังงานศพป้านุ่ม อนาวินทร์บังเอิญพบลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งของสัตยาอสังหาภายนอกบริษัท ลูกค้าถามถึงข่าวลือที่อนาวินทร์จะทิ้งบริษัทหันไปทำไร่ อนารินทร์สอบถามที่มาของข่าวลือจนได้รู้ว่า คนใกล้ตัวกำลังจ้องทำลายเขาอยู่ พุดชมพูเรียกทิพมาถมาทวงถามถึงการใช้หนี้ที่ชวกรโกงบริษัทไป เมื่อชวกรรู้ก็ยิ่งโกรธ และส่งคนไปดักทำร้ายพุดชมพู โชคดีที่ทรงรบ และช่อม่วงอยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันเอาตัวรอดมาได้ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหาตัวต้นเหตุอยู่นั้น อนาวินทร์เข้ามากับการันต์พร้อมรูปถ่ายหลายใบ ที่การันต์อ้างว่าเป็นหลักฐานว่าพุดชมพูกับทรงรบรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจสมคบกันหลอกอนาวินทร์ ทิพนาถกับชวกรเองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลักฐานว่าพุดชมพูยักยอกเงินของบริษัท พุดชมพูพยายามอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมไล่พุดชมพูให้เก็บของออกไปจากบ้านสัตยารักษ์ ก่อนไปพุดชมพูมอบจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงเธอให้อนาวินทร์ไว้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจเจตนาดีของปู่ และได้รู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน พุดชมพูกลับไร่ด้วยสภาพเหมือนคนใจสลาย เธอยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบอนาวินทร์ ฝ่ายอนาวินทร์เองก็ไม่ต่างกันนัก เขาคิดถึงพุดชมพู จึงมานั่งย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้ในห้องเผื่อมันจะมีภาพของพุดชมพูบ้าง แต่เขากลับพบหลักฐานสำคัญว่าใครเป็นคนฆ่าป้านุ่ม ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบมาหาอนาวินทร์เพื่อบอกเรื่องสัญญาลับ ที่พุดชมพูเซ็นไว้ก่อนเข้าทำงานกับสัตยารักษ์ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากเธอแต่งงานกับอนาวินทร์ เธอจะไม่มีส่วนในสมบัติใด ๆ ของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น รวมทั้งอนาวินทร์ยังต้องบริจาคเงินมรดกสามสิบเปอร์เซ็นต์เข้าการกุศลด้วย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พุดชมพูคิดจะหลอกทายาทของสัตยารักษ์ อนาวินทร์อ่านจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงพุดชมพู และปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องเป็นผู้นำสัตยารักษ์แทนปู่ให้ได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในที่ประชุมผู้บริหารสัตยาอสังหา อนาวินทร์ประกาศไล่การันต์ออกจากตำแหน่งรองกรรมการ เขาแสดงหลักฐานที่ได้มาจากการว่าจ้างช่อม่วงอย่างลับ ๆ ว่าการันต์มีส่วนในการร่วมกับชากรปลอมแปลงเอกสารเพื่อใส่ร้ายพุดชมพู อนาวินทร์ยังมีข้อมูว่า การันต์ปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และส่งลูกค้าของสัตยาอสังหาไปให้บริษัทคู่แข่งที่การันต์แอบถือหุ้นไว้ อนาวินทร์ยังเชิญตำรวจมาจับตัวการันต์ฐานฆาตกรรมป้านุ่ม โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อนารินทร์แอบติดไว้ในห้องนอนของเขาว่าทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ป้านุ่มวิ่งหนีออกจากห้อง และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่กี่วัน การันต์ได้ประกันด้วยออกไป เมื่ออนาวินทร์รู้ข่าวก็นึกเป็นห่วงพุดชมพู จึงชวนทรงรบกับช่อม่วงไปที่ไร่ แต่การันต์ไปถึงก่อน และจับตัวพุดชมพูไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้หลบไปอยู่ต่างประเทศ และต้องการให้อนาวินทร์ถอนฟ้อง การันต์บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าป้านุ่ม แต่ป้านุ่มแอบได้ยินตอนที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องจ้างคนไปเผาโรงเรียนของพุดชมพู เขาพยายามจะให้เงินแลกกับการปิดปากแต่ป้านุ่มไม่ยอมคุยด้วย การันต์จึงแกล้งให้ป้านุ่มเข้าใจผิดว่าอนาวินทร์กลับมาที่บ้าน เมื่อป้านุ่มมาที่ห้องของอนาวินทร์ก็พบการันต์รออยู่ ป้านุ่มด่าการันต์ที่อกตัญญูต่อบ้านสัตยารักษ์ เขาพลั้งมือฆ่าป้านุ่มเพราะความโกรธ เลยจัดฉากให้ดูเหมือนขโมยเข้าบ้าน ระหว่างนั้น พุดชมพูหลอกดึงความสนใจของการันต์ อนาวินทร์อาศัยจังหวะนั้นโดดเข้ารวบตัวการันต์ไว้ ขณะที่ทรงรบเข้าแย่งปืนไว้ได้ แต่การันต์ใช้มีดที่ซ่อนไว้ฟันอนาวินทร์ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทันจึงไม่โดนจุดสำคัญ การันต์คิดจะซ้ำ หมายเอาชีวิตทายาทสัตยารักษ์ แต่ลุงหมายกับชาวบ้านมาช่วยพร้อมปืนหลายกระบอก การันต์จึงสิ้นฤทธิ์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ หลังเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย อนาวินทร์พยายามง้อพุดชมพู เขาเฉลยว่าตัวเองแกล้งหลงเชื่อการันต์ และไล่พุดชมพูออกจากบ้าน เพื่อกันหญิงสาวให้ห่างจากอันตรายระหว่างที่เขาเดินหน้าสืบเรื่องทั้งหมด แม้พุดชมพูจะเชื่อในความหวังดีของชายหนุ่ม แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับตอนถูกขับไล่ ทำให้เธอกลัวที่จะรักอนาวินทร์แบบเต็มหัวใจ อีกทั้งเธอไม่อยากทำให้อนารินทร์ต้องลำบากใจ กับการเสียมรดกตามเงื่อนไขสัญญาลับ พุดชมพูจึงขอให้อนาวินทร์เลิกติดต่อกับเธอ เดือนต่อมา ช่อม่วงกัทรงรบ ซึ่งเพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน ชวนพุดชมพูไปเที่ยวทะเล โดยบอกว่าเพิ่งชิงรางวัลแพ็คเกจที่พักพร้อมอาหารมาได้ ภัทราซึ่งเห็นลูกสาวซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณมาตลอด ตั้งแต่บอกปัดอนาวินทร์ ช่วยคะยั้นคะยอให้พุดชมพูไปพักผ่อน ช่อม่วงเล่าให้พุดชมพูฟังว่า จิระไปเรียนปริญญาโทด้านเกษตรศาสตร์ และต้นถูกอาจารย์ส่งตัวไปช่วยงานกิจการอาหารปลอดสารพิษ ที่บ้านของวาธิณีกำลังเริ่มทำเพื่อทดแทนธุรกิจที่ปิดตัวไป หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง พุดชมพูกลับมาไร่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ภัทรามองหน้าช่อม่วงกับทรงรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวอย่างรู้กัน ภัทราให้พุดชมพูไปดูต้นไม้ใหม่ในสวน พุดชมพูเปิดประตูออกไปสวนหลังบ้าน ก็พบกับศาลาไม้ตั้งอยู่กลางแนวต้นพุดชมพู อย่างที่พ่อเธอฝันไว้ แต่ทำไม่สำเร็จ กลางศาลามีช่อดอกเบญจมาศพร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า แต่งงานกันนะ อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแหวนล้อมเพชร พุดชมพูแกล้งถามว่า ไม่กลัวเสียเงินมรดกหรือ อนาวินทร์ยิ้มรับแล้วตอบว่า มรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่เล็กทิ้งไว้ให้เขาก็คือพุดชมพู และเขาจะรักษามรดกชิ้นนี้ไว้ด้วยหัวใจเขาตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครบัลลังก์ดอกไม้ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท อนาวินทร์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท พุดชมพู กวี ตันจรารักษ์ รับบท ทรงรบ มัจฉา โมซิมันน์ รับบท ช่อม่วง มาวิน ทวีผล รับบท จิระ โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท วาธินี/หวาย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท การันต์ โกสินทร์ ราชกรม รับบท ชวกร ชนานา นุตาคม รับบท ทิพนาถ พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ป้านุ่ม ณัฐฐา ลอยด์ รับบท ภัทรา ดีใจ ดีดีดี รับบท จินรา ญาณี ตราโมท รับบท ลุงหมาย วราพรรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท วิภา สุเมธ องอาจ รับบท ทรงศักดิ์ เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาทิตย์/ปื่เล็ก เวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท วันชัย สรัลธร คล้ายอุดม รับบท นิลลดา ขอบคุณภาพจากIG:#บัลลังก์ดอกไม้

แม่โบว์ - น้องมะลิ สวยสง่าในชุดไทยจิตรลดา เผยเป็นชุดที่ ปอ ทฤษฎี อยากให้ใส่ (มีคลิป)
ปอ ทฤษฎี /  น้องมะลิ พาขวัญ / 

ครบรอบ 1 ปีเต็มแล้วสำหรับการจากไปของพระเอกหนุ่มขวัญใจประชาชน ปอ ทฤษฎี ที่วันนี้ (18 มกราคม 2560) ทาง ครอบครัวสหวงษ์ ได้จัดงานครบรอบ 1 ปีแห่งการจากไปให้กับอดีตพระเอกหนุ่ม ที่วัดธรรมธีราราม อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งงานนี้ แม่โบว์ แวนดา และ น้องมะลิ พาขวัญ ได้สวมชุดไทยจิตรลดาสีขาวมาร่วมพิธีทางศาสนา ซึ่งแม่โบว์ ได้เผยถึงบรรยากาศงานทำบุญครบรอบการจากไปของปอ ทฤษฎี ว่า....   "บรรยากาศวันนี้ก็เต็มไปด้วยญาติพี่น้องและแฟนคลับทุกท่านที่เดินทางมาจากทั่วประเทศเลย ทุกคนก็ตั้งใจเดินทางมาเพื่อร่วมทำบุญให้กับพี่ปอ ซึ่งตัวโบว์เองก็รู้สึกดีและก็ขอบคุณทุกๆ ท่านมากๆ เลยค่ะ อย่างแฟนคลับที่มาในวันนี้เขาก็ให้ความช่วยเหลือเราหลายๆ อย่าง น่ารักมาก คอยถามไถ่อยู่ตลอดว่าจะมีอะไรให้พวกเขาช่วยอีกไหม และเมื่อวานนี้ที่ไร่นาป่าสงวนก็เต็มไปด้วยดอกมะลิ"   "สำหรับบรรยากาศการปลูกต้นมะลิเมื่อวานนี้ โบว์ต้องขอเล่าก่อนว่า ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาก็จะมีแฟนคลับแวะเวียนไปเยี่ยมเราอยู่ตลอด และก็มีการนำดอกไม้ต่างๆ ไปลงไว้ที่ไร่ เนื่องจากเขาทราบดีว่าพี่ปอเป็นคนที่ชอบดอกไม้ รวมถึงดอกแวนด้า ซึ่งก็คือดอกไม้ที่เป็นชื่อโบว์ และล่าสุดก็มีดอกมะลิ คือทุกครั้งที่เข้าไปในบ้านไร่โบว์ก็จะเห็นความเขียวขจีกับสีสันที่งดงาม ต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะ" ก่อนที่เราจะมางานในวันนี้ได้บอกพี่ปอก่อนไหมว่าเราจะจัดงานให้เขา ?  "โบว์บอกตลอดค่ะ จริงๆ แล้วทุกครั้งที่โบว์จะต้องออกจากบ้านโบว์ก็จะบอกพี่เขาตลอด บอกให้เขาไปกับโบว์ บอกให้เขาไปส่งลูกด้วยกัน และอย่างวันนี้โบว์ก็บอกเขาว่าให้เขากลับบ้านด้วยกันนะ คือพูดถึงเขาตลอด พูดถึงเขาทุกๆ เช้า" อย่างเหตุการณ์ที่เหมือนว่าน้องมะลิเขาสัมผัสถึงพ่อได้และก็เรียก พ่อปอ พ่อปอ อันนี้คือยังไง ?  "ปกติเวลาน้องเขาเห็นรูปพี่ปอเขาก็จะเรียกชื่ออยู่แล้วค่ะว่า พ่อปอ พ่อปอ แต่ถ้าเกิดว่าอยู่ๆ เขามองไปไกลๆ แล้วเรียกตะโกนว่า พ่อปอ พ่อปอ มาด้วยๆ ทฤษฎี สหวงษ์ คือตอนนี้เขาเรียกชื่อเต็มๆ ของโบว์ ของปอ ของตัวเขาเองได้แล้ว อย่างเมื่อสักครู่นี้เขาก็ยังพูดว่า พ่อปอ ทฤษฎี สหวงษ์ น่ารัก" เห็นว่าชุดที่พี่โบว์และน้องมะลิใส่มาร่วมงานครั้งนี้ก็เป็นชุดที่ตั้งใจตัดขึ้นมาโดยเฉพาะด้วย ?  "ใช่ค่ะ จริงๆ ชุดนี้เสร็จนานแล้วนะคะ แต่ก็ลุ้นอยู่ตลอดว่ามะลิจะใส่ไหม (ยิ้ม) เพราะปกติเวลาเขาใส่ชุดยาวๆ รัดๆ เขาจะอึดอัด แต่วันนี้ต้องขอบคุณเขามากที่ใส่ให้แม่วันนี้ (หัวเราะ) ก็ด้วยความที่ชุดนี้ตัวพี่ปอเองเขาก็อยากให้เราใส่ เพราะเขาเป็นคนที่ชอบอะไรไทยๆ เขาอยากเห็นมะลิใส่ชุดไทย อยากให้ลูกสาวรำไทย ซึ่งเรื่องนี้โบว์ก็ตั้งใจว่าจะพยายามให้น้องเขาลองเรียนดู" ตั้งใจจะใส่ชุดนี้ให้บ่อยขึ้นไหมในเวลาที่เราต้องทำบุญ ?  "เอ่อ...ที่ผ่านมาเวลาที่โบว์ไปวัดโบว์ก็จะคิดอยู่เสมอนะคะว่าอยากใส่ชุดไทยจังเลย แต่ก็แอบคิดอีกเหมือนกันว่าเวลาคนอื่นที่เขาเห็นเขาจะคิดว่าเราเยอะไปหรือเปล่า ซึ่งใจจริงโบว์ โบว์ชอบชุดไทยอยู่แล้วนะคะ โบว์อยากใส่ผ้าถุงไปวัด และเมื่อก่อนพี่ปอเขาก็จะบอกเสมอว่าใส่สิไม่เห็นต้องแคร์คนอื่นเลย เพราะเขาเองก็ชอบเขาอยากเห็นโบว์ใส่ชุดไทย แต่ด้วยความที่ตอนนั้นโบว์ไม่มีโอกาสได้ใส่ วันนี้โบว์ก็เลยตั้งใจใส่มา ถึงแม้จะไม่สามารถถามเขาได้ว่าเขาชอบไหม แต่โบว์ก็คิดว่าเขาน่าจะยิ้มอยู่ค่ะ (ยิ้ม)" วันเวลาผ่านมาจนครบ 1 ปีแล้ว ตัวเราเองเข้มแข็งขึ้นมากขนาดไหน ?  "เข้มแข็งในระดับหนึ่งค่ะ แต่ความอ่อนแอมันก็อยู่ในตัวเราทุกวันเนอะ ซึ่งเราก็ต้องพยายามบอกตัวเองว่าไม่ให้ร้อง แต่พอขึ้นห้องนอนไปปุ๊บ โบว์ก็ยังคงเว้นที่ให้เขานอนอยู่ ของที่เขารักทุกอย่างก็ยังคงวางอยู่ข้างๆ ยังคงคิดเสมอว่าถ้าหากหันไปแล้วจะยังเห็นเขา แต่ทุกคืนที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอเขาเลย ก็ไม่เป็นไรค่ะ ถึงแม้จะไม่สามารถเห็นเขาได้ แต่ก็ยังรู้ว่าเขาอยู่ในใจเราเสมอค่ะ" ถึงแม้พี่ปอจะไม่ได้อยู่ข้างๆ แล้ว แต่เขาเป็นพลังให้เราดำเนินชีวิตยังไงบ้าง ?  "พี่ปอเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนโบว์ทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่สมัยที่อยู่ด้วยกัน พี่ปอเขาสอนโบว์เสมอว่าให้เรารักกันทุกวัน ให้หอมกันกอดกันทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หรือเวลากลับถึงบ้านหลังจากที่เขาทำงานเสร็จโบว์ก็ต้องกอดเขาหอมเขาเสมอ หากวันไหนไม่กอดไม่หอมเขาก็จะงอน (ยิ้ม) เขาบอกว่าทุกครั้งที่เรากอดกันหอมกันแบบนี้ เป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าวันหนึ่งเขาจะได้กลับมาหรือเปล่า ดังนั้นเราจึงต้องมีความรักให้กันทุกวัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาทิ้งให้โบว์ ทำให้โบว์เข้าใจว่าเราต้องให้ความสำคัญกับความรักต่อคนในครอบครัว และคนทั่วไปที่เราเจอ การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ รวมถึงการขอบคุณและการขอโทษ" บรรยากาศที่คนมารวมตัวกันในวันนี้หากพี่ปอรับรู้ได้พี่โบว์คิดว่าเขาจะรู้สึกยังไง ?  "โบว์ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ คือพี่ปอเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่ ดังนั้นสิ่งที่โบว์พูดได้ก็คือคำว่าขอบคุณค่ะ ขอบคุณแฟนคลับพี่ปอทุกท่าน ญาติพี่น้องทุกๆ ท่าน รวมถึงทุกคนที่มาที่นี่และทุกคนที่ส่งกำลังใจมา โบว์ต้องขอขอบพระคุณทุกคนมากๆ ที่ไม่เคยลืมกันตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณจากหัวใจจริงๆ ค่ะ" แม่โบว์ - น้องมะลิ แม่โบว์ - น้องมะลิ

จุดพลุปังๆ กอล์ฟ-ขวัญ ยิ้มแก้มปริ!! จบดราม่าแม่ไม่ปลื้ม!!
ขวัญ อุษามณี /  ข่าว ขวัญ อุษามณี / 

  น่าชื่นชมมากๆ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี กับ กอล์ฟ พิชญะ ที่หลังจากมาคบกันอีกครั้งก็ดูเหมือนว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามไม่น้อย โดยเฉพาะอาการคุณแม่ไม่ปลื้ม แต่ล่าสุด กอล์ฟ พิชญะ ก็ทุ่มสุดตัวเทสุดหัวใจเพื่อเป็นส่วนสำคัญที่ทำความฝันเรื่องธุรกิจของ ขวัญ อุษามณี เป็นจริงขึ้นมาได้อย่างสวยสดงดงามและสมบูรณ์แบบ จนคุณแม่ปราณี เอ่ยปากชมว่าเก่ง ซึ่งวันนี้ 19ม.ค.60 ขวัญ อุษามณี ถือฤกษ์งามยามดีเปิดตัวธุรกิจใหม่ที่ตั้งใจทำมายาวนานถึง 2 ปีด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเองกับธุรกิจ UZI COSMETIC ณ บริเวณชั้น M (Crystal Court) สยามพารากอน พร้อมกับเปิดใจภูมิใจในตัว หนุ่มกอล์ฟ มาก รู้สึกโชคดีที่มีผู้ชายที่จริงใจกับตนรองจากคุณพ่อ แพลนอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกำหนดได้ แต่ทุกวันนี้เป็นความสุขที่เต็มเติมให้กันและกันมาตลอดหลังจากห่างหายมานาน 10 ปี และไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้หายไป ขวัญ : "ดีใจที่วันนี้ได้สิ้นสุดสักที เพราะขวัญก็ตั้งใจทำยูซี่ คอสเมติกของขวัญมาก ประมาณเกือบสองปี ทุกสิ่งทุกอย่างก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ออกมาเป็นแบรนด์ของขวัญ มีส่วนผสมจากต่างประเทศและได้ใบรับรองจากสวิสเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส มีพี่กอล์ฟคอยช่วย เพราะเขาจะรู้เรื่องธุรกิจเยอะ พี่กอล์ฟก็จะเป็นคนดีลเรื่องงาน ก็จะได้ปะป๊า มาม้าของพี่กอล์ฟประสานงานให้ เพราะว่าธุรกิจในประเทศไทยก็ค่อนข้างจะยากอยู่แล้ว และอันนี้เป็นการอิมพอร์ท การชิปปิ้งซึ่งขวัญไม่ค่อยมีความรู้เลย ก็ได้พี่กอล์ฟคอยสอนงาน" เป็นธุรกิจที่ทำด้วยกันหรือเปล่ากอล์ฟ : "เป็นธุรกิจของน้องคนเดียวครับ แต่ตัวซีจีที่เห็นกอล์ฟเพิ่งตัดเสร็จเลย เพราะงานเปิดตัวเลื่อนเข้ามาทำให้ไทม์มิ่งการตัดซีจีมันลดลงไป"ขวัญ : "ใช้แรงงานพี่กอล์ฟค่ะ ตั้งแต่สตอรีบอร์ด ใช้ทุกอย่าง เมื่อกี๊ตอนบ่ายโมงก็ยังใช้อยู่เลยค่ะ ส่วนนึงที่ขวัญประสบความสำเร็จก็เพราะว่าส่วนนึงมาจากครอบครัว มาจากคุณแม่ที่ไว้วางใจเราให้ดูแลธุรกิจตรงนี้ด้วยตัวเราเอง ขวัญก็คงไม่สามารถไปปรึกษาใครหลายๆ คนได้ แต่พี่กอล์ฟเป็นหนึ่งในนั้น คอยซัพพอร์ทขวัญในทุกๆ เรื่อง คอยเคียงข้างขวัญตลอดไม่ว่าจะเจอปัญหาไหน จะมีอุปสรรคอะไร ก็ยังอยู่หาทางออกให้ขวัญเสมอ" เต็มใจทำให้ทุกอย่างกอล์ฟ : "เต็มใจครับ ความฝันของขวัญก็เหมือนความฝันของกอล์ฟครับ ถ้าเขาทำแล้วประสบความสำเร็จ มีความสุข เราก็ดีใจ เราอยากทำให้ เราตั้งใจทำ มันเป็นความฝัยของเขาทำมาปีกว่าๆ แล้ว เราทำอะไรได้เราก็ช่วยเต็มที่" กอล์ฟพิสูจน์ตัวเองได้ดีขนาดนี้ ขวัญภูมิใจขนาดไหนขวัญ : "ขวัญภูมิใจในตัวพี่กอล์ฟมากค่ะ ขวัญโชคดีที่มีผู้ชายคนนึงที่จริงใจกับขวัญ หวังดีกับขวัญ รองจากคุณพ่อขวัญก็คือพี่กอล์ฟนี่แหละค่ะ" ลงทุนเยอะขนาดไหนขวัญ : "เยอะมากค่ะ แต่อันนี้เป็นทุนส่วนตัวของขวัญเอง แบ่งมาจากครอบครัวขวัญด้วย เป็นเงินที่ขวัญตั้งต้นใหม่ ซึ่งขวัญทำงานหนักมากในการพยายามให้มีคอสเมติกตรงนี้ เพราะว่ามันมีการอิมพอร์ทมีการชิปปิ้งมีโพรเซสต่างๆ ที่ทำให้เราค่อนข้างที่จะต้องลงทุน แต่เราก็พยายามผลักดันตัวเองว่าต้องมีวันนี้ ถ้าเราทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วสิ่งดีๆ มันจะอยู่รอบตัวเรา" เห็นว่าชอบสี GK ที่สุด ขวัญ : "สีจีเคเป็นสีที่ใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะเป็นสีนี้ค่ะ ทำยังไงก็ไม่ได้สักที สีเพี้ยนไปหมด จนกระทั่งพี่กอล์ฟกลับมาขวัญก็ขอความช่วยเหลือ พี่กอล์ฟลองผสมใช้ระยะเวลาไม่ถึงสองนาทีได้แล้ว แต่หนูทำสีนี้มาเป็น 5-6 เดือนไม่ได้อะ ก็ขอปรบมือ (ชื่อสีมาจากชื่อกอล์ฟ-ขวัญ) ขวัญเป็นคนตั้งเองว่าเป็นสีกอล์ฟ-ขวัญ" กอล์ฟช่วยดูแลหมดเลย เรียกว่าวาดความฝันของขวัญให้ออกมาเป็นความจริงกอล์ฟ : "จริงๆ ธุรกิจมันก็ยาก ตอนนี้ใครๆ ก็ทำคอสเมติก ขวัญก็คิดว่าจะทำยังไงให้ออกมาแล้วทุกคนว้าว แล้วรู้สึกว่าแตกต่างจากตลาด กอล์ฟก็รู้สึกว่าอยากทำให้มันสุด และต้องเป็นสิ่งที่เขาชอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพลง ซาวด์ กำกับ เราจะคุยกันก่อนทุกอย่าง คือดึงไอเดียของน้องมาเยอะ ก็ต้องมาตบๆ แล้วน้องก็เชื่อ" ขวัญ : "พี่กอล์ฟจะพยายามสอนค่ะ อย่างบางที่เขาบอกว่าเป็นคนรักกันจะทำงานกันไม่ได้ มันไม่จริงเลยนะ ยิ่งเรารู้จักนิสัยใจคอกัน พี่กอล์ฟก็จะรู้ใจเราค่ะ"กอล์ฟ : "แรกๆ ก็อาจจะมีตีกันบ้าง ไม่ชอบเสียงนี้เลย เสียงเพลงแบบนี้ไม่ชอบ พอใส่หูฟังให้ฟังก็อ่อ พอดีละๆ" วันนี้ก็อบอุ่นเลยคุณแม่มีโอบเอวกอล์ฟด้วย แม่มีกระชิบอะไรเราบนเวทีไหมกอล์ฟ : "ก็ไม่ได้พูดอะไร ก็มีบอกว่าเก่ง"ขวัญ : "คุณแม่บอกว่าเก่ง คือเราก็มีความสุขกันแล้วค่ะ ขวัญก็รักปาป๊า หม่าม้า รักน้องหญิง รักพี่ๆ พี่กอล์ฟหมดทุกคน คุณแม่ขวัญก็รักพี่กอล์ฟเหมือนกัน คุณแม่ก็พาพี่กอล์ฟไปทำบุญด้วยกันครอบครัว เพราะคุณแม่ก็รู้ว่าพี่กอล์ฟลำบาก คอยดูแลคุณแม่ ก็ต้องขอบคุณคุณแม่ด้วยที่ให้โอกาสพี่กอล์ฟ ให้ทางเดินที่เราจะมีความสุขกัน" ถือว่าวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ยิ้มได้ทั้งคู่เลยกอล์ฟ : "ก็ดีครับ ตอนแรกก็ตื่นเต้นแทน กว่าจะถึงวันนี้ วันนี้กอล์ฟรู้สึกว่ากอล์ฟลนมาก ทำอะไรไม่ถูก ปกติจะมานั่งงานชิวๆ เป็นแขก แต่อันนี้ต้องมานั่งดูเองทุกอย่าง ก็ตื่นเต้นแทน แต่เห็นน้องแล้วก็รู้สึกดีครับ" วางแผนอนาคตหรือยัง ขวัญบอกว่าอยากแต่งแล้วนะกอล์ฟ : "กอล์ฟก็อยากแต่ง(ยิ้ม) แต่บางครั้งในเรื่องการแต่งงาน มันเป็นเรื่องของอะไรหลายๆ อย่างที่อาจจะแบบมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องสร้างความพร้อมให้เราก่อน ก็พยายามจะทำให้พร้อมให้เร็วที่สุด ผมก็เลือกคนนี้แล้วล่ะ ถามว่าอีกกี่ปีก็...เดี๋ยวค่อยว่ากัน" กอล์ฟพูดแบบนี้แล้วเราว่าไงขวัญ : "ก็คืออนาคตเราไม่รู้นะว่าเป็นยังไง เราจะอยู่ด้วยกันหรือเปล่า แต่ว่าทุกวันนี้ที่เรามีกันและกัน เป็นความสุขที่เติมเต็มกันและกันมาตลอด ถ้าเกิดใครมาเป็นเหมือนเราที่เคยหายไป 10 ปี ก็คงไม่มีใครอยากให้สิ่งนี้หายไปไหนอีกแล้ว"กอล์ฟ : "ก็ช่วยกันสร้างไปครับ เติบโตไปด้วยกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน แบบนี้มีความสุขกว่า" รูปในไอจีที่กอล์ฟเข้ามาหึงขวัญ : "ตอบเลยค่ะ ! (เน้นเสียง)กอล์ฟ : "ทำไมต้องดุด้วยเนี่ย(หัวเราะ) ก็บางทีน้องทำงานเราก็เข้าใจ ก็เข้าใจ บางทีก็เกลื่อนกลาดไปหน่อย นี่ดีนะวันนี้ให้ตัดชุดนี้อะ ก็หวงครับ เป็นใคร ใครก็หวงครับ"ขวัญ : "หนูจะใส่โจงกระเบนแล้วค่ะ คือพี่กอล์ฟเขาเป็นคนขี้เล่นค่ะ เล่นจนเลอะเทอะไปหมด(หัวเราะ) ถามว่าเรายอมตามไหมพี่เขาไม่ชอบให้เซ็กซี่ เราก็ตามบ้าง เพราะเราก็ต้องให้เกียรติ แต่เราก็ไม่ได้เรียบร้อยผ้าพับไว้ ก็มีนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่ไม่นอกใจนะ(ยิ้ม)" ขวัญ กอล์ฟ ขวัญ กอล์ฟ ขวัญ กอล์ฟ และครอบครัว กอล์ฟ แม่ขวัญ กอล์ฟ แม่ขวัญ กอล์ฟ แม่ขวัญ กอล์ฟ แม่ขวัญ