สีผม

เขาคือ ไรอัน พอตเตอร์ สุดหล่อผู้ให้เสียง ฮิโระ ฮามาดะ ใน Big Hero 6
Big Hero 6 /  ซานฟรานโซเกียว / 

ไรอัน พอตเตอร์ เขาคือผู้พากย์เสียง "ฮิโระ ฮามาดะ" ใน Big Hero 6 หนุ่มหล่อนักแสดง ผู้กำกับ ผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ ช่างภาพ และนักการกุศลคนนี้ เติบโตขึ้นในโตเกียวประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งอายุได้ 7 ขวบ ภาษาแรกที่เขาพูดได้คือญี่ปุ่น และเขาก็ชื่นชอบการ์ตูนและอนิเมะมาโดยตลอด ในปี 2014 เขาได้แสดงภาพยนตร์ เรื่อง Senior Project และ Underdog Kids นอกจากนี้ เขายังได้แสดงใน Supah Ninjas  ทางนิคเคลโลเดียน ในบทนักเรียนไฮสคูลผู้ค้นพบว่าเขาสืบเชื้อสายมาจากตระกูลนินจานอกเหนือจากการแสดงแล้ว เขายังชำนาญศิลปะการต่อสู้หลายแขนง เขาเริ่มฝึกฝนกังฟูสไตล์เสือขาวตอนอายุได้ 8 ขวบ และได้ศึกษากังฟูสไตล์อู่ซู่ คาราเต้และคาโปเอรา  นอกเหนือจากสไตล์เสือขาวแล้ว เขายังได้ฝึกฝนทริคกิ้งและปาร์กูร์อีกด้วย ล่าสุดเขาคือผู้ให้เสียงที่แสนมีเสน่ห์กับ "ฮิโระ ฮามาดะ" ใน Big Hero 6  ภาพยนตร์แอนิเมชั่นลำดับที่ 54 จาก วอลท์ ดิสนีย์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด จาก ดิสนีย์-มาร์เวล  ที่สร้างโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือการ์ตูนเรื่องเยี่ยมของ มาร์เวล คอมิคส์ โดย ไรอัน พอตเตอร์ พูดถึงตัวละครของเขาว่า "ผมต้องเป็น ฮิโระ ฮามาดะ อัจฉริยะด้านหุ่นยนต์ ผู้มีความชาญฉลาดและมีหัวใจในวัยแบบเด็ก 14 ปีครับ  ฮิโระอยู่กับหุ่นยนต์ต่อสู้ที่ล้ำสมัย ที่ครองบัลลังก์การต่อสู้หุ่นยนต์ใต้ดินที่จัดขึ้นในมุมมืดของซานฟรานโซเกียว แต่เขาก็เป็นตัวสร้างปัญหาครับ  จริงๆ แล้ว เขาเป็นเด็กที่มีจิตใจดีงามนะครับ เขาโชคดีที่ทาดาชิ (พี่ชาย) ได้แนะแนวทางการใช้ความสามารถอันปราดเปรื่องให้  และเป็นแรงบันดาลใจให้เขาใช้สมองของตัวเอง  เพื่อให้เข้าเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีซานฟรานโซเกียวได้ เขาได้แนะนำให้ฮิโระรู้จักเพื่อนๆ ของเขาและสิ่งที่พวกเขาทำที่ซานฟรานโซเกียว เทค พอฮิโระได้เห็นวาซาบิ, ฮันนี, โกโกหรือกระทั่งเฟร็ดลงมือทำงาน เขาก็ตระหนักได้ว่ามันยังมีอะไรอย่างอื่นในโลกกว้างใบนี้ที่ทำให้เขาสนใจได้น่ะครับ" หนุ่ม ไรอัน พอตเตอร์ เสริมอีกว่า "ฮิโระกำลังเติบโตจากการเป็นเด็กชายสู่การเป็นชายหนุ่มครับ ดอน ฮอล (ผู้กำกับ) เล่าและแชร์ไอเดียเหล่านี้ให้ผม ซึ่งมันเป็นช่วงเวลายากลำบากของเด็กและวัยรุ่นบางคน เพราะบางทีเขาจะสร้างนิสัยร้ายกาจและปลงตกกับชีวิตขึ้นมา คือหน้าที่ผมๆต้องทำให้เด็กหนุ่มคนนี้มีน้ำเสียงที่น่าเอ็นดูมากๆ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ก็ต้องลดความร้ายกาจของตัวละครตัวนี้ในแบบที่ทำให้เขาดูสมจริง แต่ก็ต้องมีเสน่ห์ด้วย โชดีที่ผมเองโตขึ้นมากับการดูหนังดิสนีย์ และผมก็โตขึ้นมากับการอ่านการ์ตูนมาร์เวลด้วย    ดังนั้น พอผมได้ยินว่ามีหนังดิสนีย์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูนมาร์เวล  และมีตัวเอกเป็นเด็กเชื้อสายเอเชีย/อเมริกัน ผมต้องเป็นส่วนหนึ่งของมันให้ได้และผมก็ต้องทำให้มันออกมาให้ดีที่สุดครับ” หนุ่มผู้พากย์เสียง  ฮิโระ คนนี้อุทิศตนให้กับการวาดเขียนและการถ่ายภาพ บ่อยครั้งที่เขาได้ทำทั้งสองอย่างพร้อมๆ กันด้วยการสร้างสื่อผสมผสานขึ้นมา และเขาก็ได้กำกับและถ่ายทำวิดีโอศิลปะการต่อสู้ของตัวเอง อีกทั้งยังประทับใจกับดนตรีทุกแนวอีกด้วย เขาวางแผนที่จะเรียนต่อวิทยาลัยในปีหน้าเพื่อศึกษาด้านภาพยนตร์และศิลปะ พอตเตอร์มุ่งมั่นกับการกระตุ้นการรับรู้สำหรับองค์กรการกุศลหลายแห่ง รวมถึงโคเวแนนท์ เฮาส์และบิ๊ก บราเธอร์ส บิ๊ก ซิสเตอร์ส ออฟ อเมริกา เขาทำงานให้กับบิ๊ก บราเธอร์นาน 10 ปี และทำหน้าที่เป็นโฆษกแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2012 นอกเหนือจากนั้น ทอย บ็อกซ์ ออฟ โฮป องค์กรการกุศลที่พอตเตอร์ตั้งขึ้นเองในปี 2011 ก็ได้กระตุ้นการรับรู้และระดมเงินบริจาคให้กับเด็กๆ ที่ไร้บ้านในลอสแองเจลิส ติดตามความมันส์ ของฮีโร่สุดน่ารักอ้วนกลม และผองเพื่อนสุดเนิร์ด ไปกับ Big Hero 6 บิ๊กฮีโร่ 6 ในวันที่ 4 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ และ เปิดรอบพิเศษให้สนุกก่อนใคร 27 พ.ย. - 3 ธ.ค. รอบเวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Big Hero 6 ได้ที่นี่เลย --------------------------------

ชวนเที่ยวเมืองกาญจน์ งานแสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม /  การแสดง แสง สี เสียง / 

เมืองกาญจนบุรี ขอชวนเที่ยวงาน แสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี วันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2557  ชวนเที่ยวเมืองกาญจน์ งานแสงสีเสียง สะพานข้ามแม่น้ำแคว นอกจากนี้ภายในงานท่านจะพบกับ กิจกรรมการแสดงแสงสีเสียง จำลองเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมร้านเหล่ากาชาดจังหวัด และการแสดงมหรสพอีกมากมาย  รอบการแสดง วันอาทิตย์ – พฤหัส เปิดการแสดงวันละ 1 รอบ เวลา 20.00 น. วันศุกร์ – เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แสดงวันละ 2 รอบ เวลา 19.30 น. และ 21.00 น. ขอบคุณที่มา : Facebook เป็นทางกาญจน์

ผมหางม้า 10 แบบ 10 สไตล์ สวย เก๋ ไม่ซ้ำใคร!
ผมหางม้า /  ผมหางม้าเก๋ๆ

10 ผมหางม้า สุดเก๋ สวยไม่ซ้ำแบบ         บางครั้งเราก็ไม่มีเวลามากพอที่จะทำผมสวยออกจากบ้าน ยิ่งในวันที่เร่งรีบต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน แต่ก็ไม่อยากไปในสภาพที่ผมยุ่งเหยิงจนดูไม่ได้ ผมก็ไม่ได้สระ จะทำผมก็ไม่มีเวลาหลังจากนี้เวลาจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แค่คุณเปลี่ยนมัด ผมหางม้า ก็สวยพร้อมออกจากบ้านไปทำงานได้แล้ว 10 ผมหางม้า เก๋ๆ สวย เร็วทันใจ! 1.มัดผมหางม้า ด้วย เส้นผมง่ายๆ     มัดผมหางม้าแบบธรรมดา แล้วแบ่งผมออกมาช่อเล็กๆ ดึงมาพันให้รอบจนปิดยางรัดผม สุดท้ายให้ใช้กิ๊บติดผมโดยซ่อนไว้ตรงด้านล่างของผมหางม้า อย่าลืมฉีดสเปรย์เพื่อให้ผมอยู่ทรงนานตลอดวัน 2.มัดผมหางม้า ด้วย ผมเปียสุดเก๋        มัดผมหางม้าแบบธรรมดา แล้วแบ่งผมออกมาช่อเล็กๆ จากบริเวณด้านล่างของผมหางม้า แล้วนำมาถักเปียให้สวยงาม ดึงผมเเปียมาพันให้รอบจนปิดยางรัดผม แล้วจึงฉีดสเปรย์เพื่อให้ผมอยู่ทรง 3.ถักผมเปียด้านข้าง สวยเก๋!        แบ่งผมออกเป็นช่อๆ แล้วถักเปียโดยเริ่มจากด้านข้างบริเวณใบหู จะถักเปีย 2 หรือ ถักเปีย 3 ก็แล้วแต่ความถนัด เมื่อถักเปียทั้งหมดเสร็จแล้วจึงรวบมัดเป็นผมหางม้าตามปกติ แล้วดึงผมช่อเล็กๆ มาพันปิดให้รอบยางรัดผม จนรอบสุดท้ายจึงใช้กิ๊บติดที่ด้านล่าง ผมหางม้า แค่นี้ก็สวยปิ๊ง!  4.รวบผมง่ายๆ สวยแบบธรรมชาติ       ทรงนี้ต้องใช้แปรงยีผม เพื่อให้ผมตั้งอยู่ตลอดทั้งวัน จากนั้นฉีดสเปรย์หรือลงใส่แว๊กซ์ ที่ด้านบนของผมโดยใช้นิ้วมือจัดแต่งทรง เพื่อให้ผมดูมี Texture มากขึ้น 5.ผมหางม้า สไตล์สาวเรโทร     ทรงผมย้อนยุคเก๋ๆ แสกข้างผมไปด้านใดด้านหนึ่ง โดยเหลือปอยผมด้านหน้าไว้ แล้วมัดผมที่เหลือให้เป็นผมหางม้าสูง จากนนั้นม้วนปลายผมหางม้าให้เป็นลอนแล้วยีผมอีกครั้ง 6.ผมหางม้า แสกข้างเก๋ๆ หนีบผมด้านหน้าให้ตรงสลวย แล้วรวบผมมัดเป็นผมหางม้าไปด้านใดด้านหนึ่ง 7.ทำผมม้วนเกลียว สุดชิค         แสกผมไปด้านใดด้านหนึ่ง ดึงผมตรงกลางมาช่อหนึ่งค่อยๆบิดเป็นเกลียวให้สวยงาม แล้วใช้กิ๊บติดผมเปีย สุดท้ายจึงรวบผมเป็นหางม้าตามปกติ 8.Pompadour ทรงผมสุดฮิตตลอดกาล        ทรงผม ปอมปาดัวร์ ทำง่ายๆ แค่แบ่งผมด้านหน้าแล้วทำให้เป็นทรงสูงๆ แล้วติดกิ๊บไว้ จากนั้นก็มัดผมหางม้าตามปกติ ถ้าคุณเป็นสาวหน้ากลมแนะนำว่าควรทำผมด้านหน้าให้สูงมากๆ เพื่อปรับให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้น 9.ผมหางม้า สไตล์สาวหวาน      มัดผมหางม้าให้ต่ำ จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างดึงแหวกช่อตรงกลางจนเป็นรู แล้วตลบผมหางม้าทั้งหมดเข้าไปด้านในรูตรงกลาง เพือให้ผมม้วนเป็นเกลียวสวยงาม  10.ถักเปียย้อนศร! เป็นการถักเปียโดยเริ่มจากท้ายท้อยขึ้นไป สุดท้ายจึงม้วนผมเก็บไว้ด้านบนสุด ภาพประกอบจาก blog.hairandmakeupbysteph.com

ร.ฟ.ท.แจ้งปิดถ.กำแพงเพชร6หลังหมอชิต
ข่าวล่าสุด /  ถนนกำแพงเพชร 6 / 

ร.ฟ.ท. ปิดถนนกำแพงเพชร 6 หลังสถานีขนส่งหมอชิต ที่หยุดรถไฟ กม.11 ตั้งแต่ 30 พ.ย. เพื่อก่อสร้างรถไฟชานเมือง สายสีแดง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) แจ้งปิดการจราจรบนถนนกำแพงเพชร 6 เริ่มตั้งแต่ด้านหลังสถานีขนส่งหมอชิต ถึงที่หยุดรถไฟ กม.11 บริเวณใต้ทางด่วนศรีรัช ระยะทางประมาณ 700 เมตร เป็นการถาวร เพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างฐานรากทางวิ่งยกระดับ โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางในบริเวณดังกล่าว ร.ฟ.ท. ได้ก่อสร้างถนนใหม่ทดแทน ตลอดแนวด้านข้างฝั่งทิศเหนือของสถานีขนส่งหมอชิต ขนาดความกว้างจำนวน 2 ช่องจราจร เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมถนนกำแพงเพชร 6 กับถนนกำแพงเพชร 2 และกำหนดจัดการจราจรในเส้นทางดังกล่าวให้เดินรถทางเดี่ยว อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว เพื่อสัญจรไป-มา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียนของโครงการ สำนักงานโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต โทร 02-159-8440-43 หรือ www.bangsue-rangsitredline.com

รฟม.เผยรถไฟฟ้าสายสีม่วง คืบ90%เปิดส.ค.59
ข่าวเศรษฐกิจ /  บางใหญ่ / 

รฟม. เผย งานก่อสร้างรถไฟฟ้าคืบหน้า สายสีม่วง 90% เปิดใช้ ส.ค. 59 เร็วกว่าแผนเดิม นาย รณชิต แย้มสอาด รักษาการผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยกับ รายการ ไอ.เอ็น.เอ็น.โฟกัสเศรษฐกิจ ถึงความคืบหน้า การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า ว่า ล่าสุด สายสีม่วง บางซื่อ-เตาปูน-บางใหญ่ มีความคืบหน้าด้านงานโยธาแล้ว 90% คาดว่า เดือน ส.ค. 2559 จะเปิดให้บริการได้ ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิม ส่วน สายสีน้ำเงิน ช่วงส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค, บางซื่อ-เตาปูน-ท่าพระ คืบหน้า 60% ขณะที่สายสีเขียว (ด้านใต้) ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ คืบหน้าเร็วกว่าแผน นอกจากนี้ สายสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต คาดว่า เดือน ก.พ. 58 จะลงนาม และเริ่มก่อสร้างได้เดือน มี.ค. 58 ส่วน สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี, สายสีเหลือง รัชดา-ลาดพร้าว-บางกะปิ-ศรีนคร-ปู่เจ้าฯ สมุทรปราการ รวมถึง สายสีส้ม ล่าสุด ครม. ได้เห็นชอบพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ สายสีม่วง ด้านใต้ ช่วยเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และส่วนต่อขยายสีน้ำเงิน กำลังออกแบบการก่อสร้าง

10 อันดับ ดีลสุดห่วยของ ร็อดเจอร์ส
ซิมง มินโญเลต์ /  ติอาโก้ อิลอรี่ / 

จากเหตุการณ์ปัจุบันคงไม่ต้องสาธยายอะไรมากกับผลงานสุดห่วยของ "หงส์แดง" ที่อยู่ครึ่งล่างตาราง พรีเมียร์ลีก แถมทรงบอลยังไม่มีทีท่าว่าจะชนะใครเป็นหลังเสีย หลุยส์ ซัวเรซ ไปให้ บาร์เซโลน่า แค่คนเดียว โดยการเข้ามาของกลุ่มนักเตะใหม่นอกจากจะไม่ช่วยให้ดีขึ้น บางคนกลับทำได้แย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ และนี่คือ 10 อันดับ ที่สุดความผิดพลาดการเซ็นสัญญานักเตะของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตั้งแต่ย้ายมาคุมทัพ เครื่องจักรสีแดง ในช่วงปี 2012 ถึงปัจจุบัน 10 อันดับ ดีลสุดห่วยของ ร็อดเจอร์ส อันดับ 10. ซิมง มินโญเลต์ มือกาวชาว เบลเยี่ยม ย้ายมา ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2013 ดูทรงช่วงแรกก็เหมือนจะดี แต่เอาเข้าจริงถึงสถานการณ์คับขัน มินโญเลต์ กลับไม่เคยเซฟ หงส์ ให้ฟื้นจากความตายได้เลย อันดับ 9. โจ อัลเลน มิดฟิลด์เจ้าของฉายา "ชาบี้ แห่งเวลส์" ถูก ร็อดเจอร์ส สอยตามก้นมาจาก สวอนซี ด้วยเม็ดเงินที่แพงตาค้างถึง 15 ล้านปอนด์ ถ้าเทียบกับ พลังการเบียดแย่งบอลอันน้อยนิด และทิศทางที่ผิดเหลี่ยมเวลาจ่ายบอล ถือว่าไม่คุ้มค่าเลยซักนิด อันดับ 8. ติอาโก้ อิลอรี่ นี่คือหนึ่งในดาวรุ่งจอมพเนจรที่ย้ายมาอยู่ ลิเวอร์พูล ตั้ง 2 ปี แต่ยังโดนมองว่าฝีเท้าไม่ถึง จนต้องถูกปล่อยยืมไปแล้วถึง 2 สโมสร ทำให้หลายคนเอาไปเปรียบเทียบกับ เอริค ไดเออร์ ของ สเปอร์ ที่ย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน เหมือนกัน แต่ทาง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เลือกที่จะให้โอกาส แถมยังทำผลงานใช้ได้เลยทีเดียว อันดับ 7. ลาซาร์ มาร์โควิช ปีกวันเดอร์คิดมูลค่า 20 ล้านปอนด์ ตอนนี้กำลังจมปลักอยู่บนม้านั่งสำรองแบบสุดฟิน หลังจากปรับตัวไม่ได้กับความเร็วและแรงในการเข้าปะทะของฟุตบอล อังกฤษ ทำให้ปัจจุบันดาวรุ่งชาว เซอร์เบีย ยังคงต้องปรับตัวกันต่อไป อันดับ 6. อาลี ซิสโซโก้ แบ็คซ้ายผิวสีรายนี้ถูกซิวมาด้วยสัญญายืมตัว พ่วงออปชั่นซื้อขาด และผลงานในสนามก็ห่วยแตกรั่วไม่มีที่สิ้นสุดได้ตามคาด เพราะ "บีร็อด" ไปสอยมาในช่วงขาลงกับ บาเลนเซีย สุดท้ายก็ต้องส่งกลับเพราะโชว์ฟอร์มได้ไม่เข้าตากรรมการ แถมยังต้องใช้งานเจ้าหนู จอห์น ฟลานาแกน จนแจ้งเกิดไปกับตำแหน่งแบ็คซ้าย ทั้งๆที่ถนัดเล่นเป็นแบ็คขวา อันดับ 5. ฟาบิโอ บอรินี่ บอรินี่ คือหนึ่งในศูนยืหน้าที่มีความคมระดับต้นๆของ พรีเมียร์ลีก แต่ไม่ใช่ที่ ลิเวอร์พูล เพราะนอกจากโอกาสจะน้อย และเมื่อไหร่ที่ได้โอกาส เสือคาบดาบ ก็ไม่เคยทำให้ ตาหวาน ประทับใจในสีเสื้อ หงส์แดง เลยซักครั้ง แถมเร็วๆนี้ยังมีสิทธิย้ายกลับไปเล่นในลีกบ้านเกิดอย่าง กัลโช่ เซเรีย อา อีกด้วย อันดับ 4. วิคเตอร์ โมเซส ปีกจอมพริ้วที่ "บีร็อด" สกิดมาจอยกันด้วยสัญญายืมตัวจากทัพ "สิงห์บลู" จะเรียกว่าฟอร์มตกสุดขีดครั้งหนึ่งในชีวิตการค้าแข้งเลยก็ว่าได้ หลังจากลากเลื้อยไม่ออก และแทบไม่มีส่วนร่วมกับฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ "หงส์แดง" ตลอดฤดูกาล 2013/14 เลย และที่สำคัญปัจจุบัน โมเซส กำลังทำผลงานได้สุดแจ่มกับ สโต๊ค ซิตี้ ที่ตอนนี้มีอันดับบนตาราง พรีเมียร์ฯ เหนือกว่า ลิเวอร์พูล อยู่ 1 ตำแหน่ง อันดับ 3. เดยัน ลอฟเรน เซ็นเตอร์ฮาร์ฟ ตัวความหวัง(ว่าจะดี)ที่เทรนเนอร์ชาว ไอร์แลนด์เหนือ ภูมิใจนำเสนอด้วยราคา 20 ล้านปอนด์ ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ "หงส์แดง" อันดับรูดลงไปอยู่ครึ่งล่างของตารางจากความผิดพลาดส่วนบุคคนของแข้งรายนี้อยู่หลายครั้ง ล่าสุดตามกระทู้ในโลกโซเชี่ยลของแฟนหงส์ต่างพากันเสียดายที่ท่านรองคนเดิมอย่าง แดเนี่ยล แอ็กเกอร์ ถูกขายกลับไปให้ บรอนด์บี้ ด้วยมูลค่าถูกเหมือนได้ฟรี อันดับ 2. อุสซาม่า อัสไซดี้ ปีกชาว โมร็อกโก ที่ปัจจุบันแฟนหงส์หลายคนยังคงตั้งคำถามว่า จะซื้อมาเพื่ออะไร? การที่ "บีร็อด" ไปสอยนักเตะเข้ามาแล้วให้ลงเล่นในลีกแค่ 4 นัด (ซื้อมาเมื่อปี2012) เป็นเหมือลางบอกเหตุว่าทีมงานแมวมอง ลิเวอร์พูล ในต่างแดนชุดนี้ไร้คุณภาพมากๆ อันดับ 1. ยาโก้ อัสปาส อดีตดาวยิงตีนระเบิดของ เซลต้า บีโก้ ย้ายซบรังหงส์ช่วงซัมเมอร์ปี 2013 พร้อมผลงานในลีกสุดอลังการ 14 นัดซัดไป 0 ประตู ปัจจุบันอยู่กับ เซบีย่า ด้วยสัญญายืมตัว แถมยังไม่รักดีด้วยการโวยใส่ ยอดทีมแห่งลุมแม่น้ำเมอร์ซีย์ ว่าไม่อยากกลับไปเจอประสบการแย่ๆใน แอนฟิลด์ อีกต่อไปแล้ว เพราะรับไม่ได้ที่วันๆเอาแต่นั่งทาครีมกันก้นด้านที่ข้างสนาม

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ร้านไก่ทอดชื่อดัง ลั่น มนุษย์มีศักดิ์ศรีเท่ากัน หลังเกิดคลิปฉาว
คุณป้า /  ตบพนักงานKFC / 

ร้านไก่ทอดชื่อดัง ลั่น มนุษย์มีศักดิ์ศรีเท่ากัน หลังเกิดคลิปฉาวลูกค้าตบพนักงาน จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์เหตุที่มีการแชร์คลิปชื่อ คุณป้ามหาโหด  โดยเป็นเหตุการณ์ที่หญิงสาวสวมเสื้อแดงกำลังตบตีพนักงานพาร์ทไทม์ร้านเคเอฟซี ที่จังหวัดราชบุรี ล่าสุดเคเอฟซี ได้ร่อนหนังสือชี้แจงว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปลูกค้าทำร้ายร่างกายพนักงานเคเอฟซีที่ร้านเคเอฟซี สาขาบิ๊กซี ราชบุรี ทางบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนแบรนด์เคเอฟซี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเคเอฟซีสาขาดังกล่าว ได้ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงจากภาพในกล้องวงจรปิด รวมทั้งจากพนักงานและพยานที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วพบว่า สาเหตุของการทะเลาะวิวาทสืบเนื่องมาจากลูกค้าไม่พอใจในการบริการของพนักงาน จึงได้ทำการต่อว่า พูดจาหยาบคายใส่พนักงาน และทำร้ายร่างกาย โดยการตบ เตะ และกระชากผม รวมทั้งให้พนักงานก้มลงกราบเท้าเพื่อขอโทษ โดยในระหว่างที่พนักงานก้มกราบเท้า ลูกค้าได้เตะเสยหน้าพนักงานซ้ำ และพยายามทำร้ายร่างกายอีก จนพนักงานเคเอฟซีที่ร้านหลายคนต้องมาช่วยกันตัวพนักงานที่ถูกทำร้ายออกไป หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ลูกค้าได้เข้าแจ้งความกับตำรวจกล่าวหาว่าพนักงาน เคเอฟซีทำร้ายร่างกาย และฝ่ายครอบครัวพนักงานเคเอฟซีจึงได้ดำเนินการแจ้งความกลับ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ให้ทั้งสองฝ่ายจ่ายค่าปรับเพื่อยุติข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น หลังเกิดเหตุ เคเอฟซีได้ดูแลพนักงานตามสวัสดิการ และผู้บังคับบัญชาได้ตักเตือนพนักงานเกี่ยวกับการแสดงกิริยาไม่เหมาะสมในการทิ้งอุปกรณ์ทำความสะอาดลงพื้นหลังจากที่ลูกค้าเข้ามาต่อว่าและผลักพนักงาน แม้ว่า เคเอฟซีจะมีนโยบายดูแลลูกค้าให้ได้รับการบริการอย่างดีที่สุดและให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด แต่อย่างไรก็ตาม เคเอฟซีขอต่อต้านการกระทำรุนแรงทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการกระทำรุนแรงทางวาจา และ/หรือ ร่างกาย โดยเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุและขอแสดงจุดยืนว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน ที่สำคัญ เคเอฟซีจะทบทวนมาตรการในการบริหารจัดการร้าน และในการดูแลความปลอดภัยให้กับพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ อาทิ มีการจัดอบรมให้ผู้จัดการร้านและทีมที่มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแล ควบคุมระงับเหตุการณ์เกิดการทะเลาะวิวาทภายในร้าน MThai News

เดินป่าหน้าหนาวระวังไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วย สครับไทฟัส ถึงตาย
ข้อควรระวัง /  เดินป่า

ในช่วงฤดูหนาวมีประชาชนจำนวนมาก นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวตามดอยสูงและท่องเที่ยวเดินป่า เพื่อชมความงามของธรรมชาติ และสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น แต่ภัยที่จะมาจากป่าเขาหรือพื้นที่ชนบท ก็คือ โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือ ไข้รากสาดใหญ่ ที่เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนกัด เดินป่าหน้าหนาวระวังไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วย สครับไทฟัส ถึงตาย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อธิบายว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ และแนะนำประชาชนให้ระมัดระวังโรคนี้ เพราะส่วนใหญ่ประชาชนจะถูกกัดในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัว รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ปวดกระบอกตา ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 50 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้ บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง พบประมาณ 1 ใน 5 เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้ ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า โรคนี้พบผู้ป่วยได้ตลอดปี มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์ นักท่องป่า ทหาร และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า จะพบมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว โดยตัวไรแก่จะอาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดิน เมื่อฟักเป็นตัวอ่อน ไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์ เช่น หนู กระแต หรือคนที่เดินผ่าน เพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคสครับไทฟัส โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 ม.ค.-16 พ.ย. ที่ผ่านมา ทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วย 8,000 ราย เสียชีวิต 5 ราย ภาคเหนือมีผู้ป่วยมากที่สุด 3,013 ราย รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,461 ราย ผู้ป่วยเกือบร้อยละ 90 อาศัยในเขตชนบทและป่าเขา โดยโรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่มียารักษาให้หายได้ ขอให้ประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ไฟ กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า พุ่มไม้ ป่าละเมาะ แต่งกายให้มิดชิด สวมรองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา หลังออกจากป่าให้รีบอาบน้ำ และซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้ และภายหลังจากกลับจากเที่ยวป่า หรือกางเต็นท์ภายใน 2 สัปดาห์หากป่วย มีไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ หรือตรวจพบสะเก็ดแผล ที่มีรอยไหม้คล้ายถูกบุหรี่จี้ที่ผิวหนัง ขอให้นึกถึงโรคนี้ และควรรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเข้าไปในป่า เพื่อรับการรักษาโดยเร็วป้องกันการเสียชีวิต หากตรวจพบว่าเป็นโรค ให้รับประทานยาปฏิชีวนะครบตามแพทย์สั่ง และไปติดตามผลการรักษาตามนัด รายงานพิเศษ นสพ.ข่าวสด

ตามฟอร์ม! บังยี ออกโรงนอนยันผมไม่ได้ทำอะไรผิด
Worldfootballinsider /  นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย / 

บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นฟีฟ่าเมมเบอร์ ปฎิเสธตนไม่ได้ทำอะไรในการโหวตเจ้าภาพฟุตบอลโลก พร้อมให้ตรวจสอบ Worldfootballinsider สื่อดังได้รายงานว่า บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมที่จะให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการโหวตเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2022 แน่นอน โดย บังยี เปิดเผยต่าอสื่อชื่อดังว่า ผมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด เขาต้องการรู้อะไรผมก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล เรื่องนี้ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล เรื่องนี้ผมไม่เข้าใจจริงๆ เท่าที่ผมรู้คือตัวผมโปร่งใสตลอด ทั้งนี้การถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน สืบเนื่องจาก โมฮัมเหม็ด บิน ฮัมมัม อดีตประธานเอเอฟซี ถูกตีข่าวจาก ซันเดย์ไทม ในทำนองว่าได้ให้สินบนกับไทย ซึ่งส่งผลต่อความสัมพันธ์ระดับประเทศในเรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติ ในอ่าวไทย ซึ่งมีมูลค่านับล้านๆ ดอลลาร์ นอกจากนี้  บังยี วรวีร์ มะกูดี ยังเคยถูกกล่าวหาว่า เป็น 1 ใน 4 ฟีฟ่าเมมเบอร์ ที่ขอรับสินบน จากอังกฤษ ในการโหวตเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 แต่การโหวตครั้งนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่ง บังยี ก็ได้ปฎิเสธว่าไม่เป็นเรื่องจริง

สุดยอด! สร้างสรรค์ฉากเกมส์ Heroes of Newerth แบบฉบับเลโก้
Heroes of Newerth /  Hon / 

Tencent ผู้ให้บริการเกมส์ออนไลน์จากประเทศจีน ได้เปิดเผยภาพฉากเกมส์ MOBA อย่าง Heroes of Newerth ในแบบฉบับ Lego ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเตรียมนำแสดงในงานแสดงเกมส์ Tencent Game Canival 2014 ในปลายปีนี้ สำหรับฉากเกมส์ Heroes of Newerth ในรูปแบบ Lego ได้เริ่มต้นสร้างขึ้นนานกว่า 29 วัน มีความกว้างถึง 256 คูณ 256 เซนติเมตร ใช้ตัวต่อเลโก้กว่า 5 แสนชิ้นในการสร้างสรรค์ฉากการต่อสู้ให้เหมือนกับเกมส์ ภายในฉาก ผู้เล่นจะได้เห็นสถานที่ต่างๆที่เหมือนในเกมส์ อาทิ ฐานทัพของแต่ละฝ่าย พื้นที่ป่าตามแห่งต่างๆ ป้อมปืนปราการในแต่ละจุด หรือลำธารที่อยู่บริเวณกลางฉาก ขั้นตอนการเริ่มงานโปรเจคใหญ่ครั้งนี้ เริ่มต้นจากการปรินท์ฉากเกมส์ขนาดใหญ่ พร้อมด้วยสั่งชุดเลโก้กว่า 250 เซ็ท และทำการเทียบสีตัวต่อให้ตรงกับฉากมากที่สุด จากนั้นเริ่มต้นออกแบบโครงสร้าง 3 มิติ ในแต่ละอาณาเขต ทำการต่อวัตถุประเภทต่างๆจำพวกต้นไม้, ป้อมปราการ หรือสิ่งปลูกสร้างของทั้งสองฝ่าย ระหว่างการดำเนินงานก็พบกับอุปสรรคมากมาย และเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เหล่าทีมงานได้ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนในการสร้างสรรค์ให้เทียบเท่ากับเกมส์มากที่สุด

ทุกคนต้องหลงรัก น้องยูเค ประเดิมหนังเรื่องแรก ประกบ แดน วรเวช ใน The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ
The One Ticket /  ด.ญ.ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล / 

หลายคนคงเคยเห็นหน้าหมวยๆ กับรอยยิ้มสดใสของ น้องยูเค ด.ญ.ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล ผ่านงานแสดงมิวสิควิดีโอ, ละคร และโฆษณากันมาบ้างแล้ว แต่ล่าสุด หนูน้อยฝีมือดีรายนี้กำลังจะมีงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ ประกบนักแสดงตัวพ่อ แดน วรเวช ที่รับรองได้เลยว่าทุกคนจะต้องหลงรักเธอเพราะความน่ารักแสนซนสมวัยอย่างแน่นอน โดย น้องยูเค พูดถึงหนังเรื่องแรกของตัวเองด้วยความตื่นเต้นว่า "ในเรื่องนี้หนูรับบทเป็น ป.ปลา ค่ะ เป็นเด็กอายุ 7 ขวบ อยู่กับพ่อโป้ง (แดน วรเวช) ตามลำพังสองคน แล้วป.ปลา ก็ต้องทำงานบ้านจนถึงเรื่องเรียนด้วยตัวเอง พ่อไม่ค่อยสนใจ ป.ปลามีวงเกิร์ลกรุ๊ปขวัญใจที่จะมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย ป.ปลาก็เลยเก็บเงินจนครบและฝากพ่อจองบัตร แต่พ่อเอาเงินไปทำอย่างอื่นไม่ได้จองบัตร ทีนี้บัตรหมด พ่อไม่รู้จะทำยังไง เลยต้องไปชวนแก๊งเพื่อนช่วยกันทำภารกิจตามล่าหาบัตรมาให้หนู นี่เลยเป็นที่มาของความสนุกในเรื่องนี้ค่ะ" น้องยูเค เล่าอีกว่า "หนูดีใจที่ได้เล่นหนังเรื่องแรก ตื่นเต้นแล้วก็สนุกค่ะ พี่ๆ ใจดีทุกคน ถ่ายดึกๆ หนูก็มีง่วงบ้าง ดีใจที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วย อากาศร้อนมาก หนูกลับมาตัวดำเลย เล่นเรื่องนี้ก็สนุก ไม่เครียดเลยค่ะ พี่ปอย (ผู้กำกับ) ใจดี ไม่ดุ แล้วก็น่ารัก ก็จะคอยสอนหนูว่าต้องแสดงยังไง เล่นยังไงค่ะ พี่แดนก็ใจดี ไม่ดุเหมือนกัน พี่แดนเป็นคนตลก ชอบเล่านิทานให้หนูฟังด้วย ตอนแรกๆ ก็ไม่สนิทกันเท่าไหร่ แต่พอตอนหลังๆ เล่นไปนานๆ ก็สนิทกัน ไม่อยากให้ถ่ายหนังจบเลยค่ะ อย่าลืมมาดูหนังของหนูกันเยอะๆ นะคะ สนุกมากๆ ค่ะ" ด้านผู้กำกับ ปอย ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ก็ชื่นชมนักแสดงรุ่นจิ๋วมากความสามารถคนนี้ว่า "คือผมดูเด็กหลายๆ คนที่มาแคสกันก็มีความสามารถ แต่น้องยูเคผมเจอครั้งแรก ผมประทับใจเขาเลย น้องเป็นคนพูดจาฉะฉาน กล้าแสดงออก ไม่กลัวคน แล้วก็ก่อนหน้านี้ ผมได้ดู MV หนังสั้นที่น้องเล่นก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้แววตา เล่นแล้วออกมาสดใส ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ผมก็เลยลองมาแคสดู แล้วเราก็ได้ไอเดียจากเขาเอามาใส่เพิ่มในบทด้วย วันแรกจนถึงปิดกล้องนี่น้องเขามีพัฒนาการเล่นดีขึ้นมากๆ แล้วก็ความคิดของเขานี่โตเป็นผู้ใหญ่แต่ยังพูดจาเป็นเด็กอยู่ เมื่อไหร่ที่กองสนุก น้องก็จะเต็มที่ ซึ่งมันก็กระตุ้นให้ทีมงานสนุกด้วย" เตรียมชมความน่ารักสดใสของหนูน้อยยูเคกันได้ใน The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ พร้อมฮาปนซึ้งไปกับความรักของพ่อลูก และมิตรภาพของผองเพื่อนสุดรั่วกันได้ทั้งครอบครัว ในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ ได้ที่นี่เลย ------------------------------

งานเข้า!!! คู่จิ้น ไวท์-กัปตัน โดนเม้าท์…ดังแล้วโคตรหยิ่ง
กัปตัน ชลธร /  ไวท์ ณวัชร์ / 

อยู่ๆ ก็ดังแบบไม่ทันตั้งตัว สำหรับสองหนุ่มคู่จิ้น กัปตัน ชลธร และ ไวท์ ณวัชร์ ที่ตอนนี้ไปไหนมาไหนก็จะมีแฟนคลับตามติดไปทุกหนทุกแห่ง ตะโกนแหกปากเรียก ปุณณ์-โน่ แบบไม่แคร์สายตาใคร ซึ่งหลายๆ คนยังสงสัยว่าสองหนุ่มเขาโด่งดังมาจากไหน แต่ถ้าถามวัยรุ่นสายพันธุ์วาย ที่ชอบแนวความรักแบบผู้ชายกับผู้ชาย ก็จะบอกว่าสองคนนี้โด่งดังมากจากซีรี่ส์วัยรุ่นเอาใจชาววายอย่าง Love Sick The Series รักวุ่น...วัยรุ่นแสบ แต่ล่าสุดดูเหมือนความดังจะเป็นอุปสรรคกับสองหนุ่ม กัปตัน-ไวท์ ซะแล้ว เพราะกำลังโดนเม้าท์ว่า หลงแสงสีเสียง และมีพฤติกรรมดังแล้วหยิ่งอีกด้วย ซึ่งหนุ่มกัปตันเผยว่า “บางทีอาจจะเป็นอารมณ์ของแฟนคลับที่เข้าถึงพวกเราไม่ได้ เพราะแฟนคลับมีเยอะมาก บางครั้งเราอาจจะทักทายไม่ทั่วถึง อันนี้ผมก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ ข่าวนี้ทำให้ผมกับพี่ไวท์ค่อนข้างคิดมากพอสมควร ไม่อยากให้ทุกคนมองเราสองคนหยิ่ง อย่างเวลาไปงานไหน ผมก็จะพยายามมองหาทุกๆ คนอยู่แล้ว แต่อาจจะมีจังหวะที่เราไม่ได้มอง เขาพยายามทักเรา แต่เราไม่เห็น ก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ” ต้องบอกว่าคู่นี้แฟนคลับเขาเยอะจริงอะไรจริง ถ้าเขาทักทายแฟนๆ คนไหนไม่ทั่วถึง ก็ใจเย็นนิดนึงนะจ๊ะ อย่ามโนไปเองว่าเขาหยิ่งยโส โอกาสที่จะได้เจอเขามีอีกตั้งเยอะตั้งแยะเนอะ กัปตัน ชลธร - ไวท์ ณวัชร์ กัปตัน ชลธร - ไวท์ ณวัชร์ กัปตัน ชลธร - ไวท์ ณวัชร์

ชูวิทย์ โพสต์FB 'ส่วยสามัคคี' มองให้ลึก สาวให้ถึงต้นเหตุ
ข่าวล่าสุด /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ โพสต์FB 'ส่วยสามัคคี' มองให้ลึก สาวให้ถึงต้นเหตุ ชี้ ผู้ร่วมขบวนการเยอะ วันนี้(28 พ.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความสืบเนื่องจากกรณีที่มีการจับกุมตำรวจนายผู้ใหญ่ไปดำเนินคดีร้ายแรง โดยเผยว่า ส่วยสามัคคี ไม่ใช่เฉพาะสังคมไทยที่ตั้งคำถามต่อกรณีอดีตผบชก.สอบสวนกลาง ที่แอบอ้างเก็บส่วยได้เป็นพันๆล้าน แม้กระทั่งนิตยสารระดับโลกอย่าง "Time” ยังโทรสัมภาษณ์ผมเมื่อเช้านี้ ว่าเกิดอะไรขึ้น? เพราะไม่เคยพบมาก่อนว่ามีการจับกุมคอรัปชั่นถึงระดับผู้บัญชาการ เอาจนติดคุกติดตาราง คนไทยมัวแต่ตื่นตะลึงกับทรัพย์สมบัติที่ขุดพบมากมายมหาศาลเป็นพันๆล้าน แต่กลับไม่ตั้งคำถาม สาวไปถึงต้นเหตุว่า ผบชก.สอบสวนกลาง และ รองฯระดับพลตำรวจตรี กับดาบตำรวจไม่กี่คน จะเก็บส่วยได้ถึงขนาดนี้หรือ? มันไม่ใช่เก็บส่วยตามตลาดโต้รุ่งนะครับ ถึงจะมีเครือข่ายที่สั้นเท่าห่างอึ่งแบบนี้ หากเป็นเรื่องน้ำมันเถื่อน น้ำมันจากที่ไหน? ทะเลไหน? เรือลำไหน? ส่งไปที่ไหน? เข้าฝั่งอย่างไร? หากเป็นเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ตำแหน่งใด? ใครเป็นคนซื้อ? ซื้อเท่าไหร่? ซื้ออย่างไร? หลักฐานต้องสาวไปทั้งกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง จะไป "โทษคนตาย" ที่ฟื้นขึ้นมาแก้ต่างไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าเป็น "บ่อนกำถั่ว" การพนันประเภทกำถั่วนั้นเป็นการพนันระดับชาวบ้าน วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่เล่นกัน ส่งส่วยแค่ระดับจ่าไม่ถึงผู้บัญชาการ แต่มันต้องเป็นบ่อนการพนันระดับ "เวิลด์คลาส" อย่างบ่อนโคลอนเซ่พระราม 9 และ รัชดา ที่มีการพนันทุกประเภทตั้งแต่บาคาร่า ไฮโล สล็อตแมชชีน รูเล็ต รถกอล์ฟรับส่ง ทัวร์จีนมาลง นักการเมืองแวบไปเล่น ถึงจะจ่ายส่วยได้มากอย่างที่เห็น ส่วยขนาดนี้ให้ผมตีลังกายันยังไหว ไม่ใช่มีเพียงเท่านี้ แต่เป็นกระบวนการ "ส่วยสามัคคี" ร่วมมือกันทำอย่างพร้อมเพรียง ถึงจะได้ทรัพย์สินมโหฬารขนาดใช้รถสิบล้อขน MThai news

แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตามรอยภาพยนต์ Alexander เที่ยวอุบลราชธานี
Alexander /  ตามรอยหนัง / 

จังหวัดอุบลราชธานี เปิดแหล่งท่องเที่ยว ตามรอยหนังดัง เส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์ Alexander อุบลราชธานี เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว โดยมีการแสดงอุปกรณ์การถ่ายทำ, เสื้อผ้า,อาวุธ,ฉากถ่ายภาพ พร้อมชมภาพยนตร์ฉากที่ถ่ายทำในประเทศไทย ที่แหล่งท่องเที่ยวที่บ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ อุบลราชธานี แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ในอุบลราชธานี ตามรอยภาพยนต์ Alexander นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิด แหล่งท่องเที่ยว ตามรอยเส้นทางการถ่ายทำภาพยนตร์ Alexander ซึ่งเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขง เจียม ในปี 2547 โดยมีบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นักแสดงไทยร่วมแสดงด้วย ซึ่งการเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสร้างจุดเด่นของจังหวัดอุบลราชธานี ให้เป็นที่รู้จักและสนใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น อุทยานแห่งชาติผาแต้ม, สามพันโบก, หาดชมจันทร์, หาดสลึง, ปากบ้อง, เขื่อนสิริธร, เขื่อนปากมูล, แม่น้ำสองสี, ด่านพรมแดนช่องเม็ก และแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียง โดยแหล่งท่องเที่ยว ตามรอยเส้นทางการถ่ายทำภาพยนตร์ Alexander ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ตามเส้นทางถนนเลี่ยงเมืองสายอุบลราชธานี - พิบูลมังสาหาร บ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ ภายในพื้นที่ได้จัดให้เป็นกระโจมแสดงนิทรรศการประวัติของกษัตริย์ Alexander การถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้แสดง,พร้อมแสดงอุปกรณ์ประกอบการถ่ายทำเช่น เสื้อผ้า, อาวุธ, ฉากภาพยนตร์,สถานที่ถ่ายภาพ พร้อมชมการฉายภาพยนตร์ฉากที่ถ่ายทำในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ให้ชมในระบบ 4 มิติอีกด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไป ตลอดจนสถาบันการศึกษา สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ตามรอยภาพยนต์ Alexander เที่ยวอุบลราชธานี พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี /ข่าว BN-007 / ภาพ ที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 อุบลราชธานี ข้อมูลและภาพ จาก http://www.hugubon.com/ ติดตามความเคลื่อนไหวใน จังหวัดอุบลราชธานี https://www.facebook.com/Hugubon24

ทรงไหนเริ่ด? บิกินี่แว็กซ์ ตัดผมให้น้องสาว 12 แบบ 12 สไตล์
bikini wax /  Brazilian wax / 

 บิกินี่แว็กซ์ ตัดแต่งทรงผมให้น้องสาว กล้าป่ะ?       บิกินี่แว็กซ์ เป็นการตกแต่งทรงผมในที่ลับ หลักๆจะมีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ บิกินี่แว็กซ์ เป็นการตัดแต่งเล็กน้อย เพื่อไม่ให้มีส่วนเกินออกมานอกบริเวณขอบบิกินี่, เเฟรนช์แว็กซ์ (French Wax) จะลึกเข้าไปกว่าขอบบอกินี่ จนเหลือไว้เแต่บริเวณตรงกลาง, ฟูลบราซิลเลี่ยนแว๊กซ์ เป็นการกำจัดขนด้านล่างทุกจุดทุกเส้นลึกไปจนถึงด้านหลัง, บราซิลเลี่ยนแว๊กซ์ (Brazilian  wax) แว๊กซ์ชนิดที่ว่าไม่เหลืออะไรเลย โล่งสุดๆ        ทรงอื่นๆก็มีอย่างเช่น ทรงเพลย์บอย, รูปหัวใจ, รูปลูกศรชี้ขึ้น-ลง ซึ่งมีอีกหลากหลายทรงให้คุณเลือกได้ตามใจชอบ สาวๆ women mthai อาจจะยังเขินอายกันอยู่ มาเรียกชื่อทรงให้ถูกก่อนจะไปตัดผมให้น้องสาวกันนะจ๊ะ ว่าแต่คืนนี้ทรงไหนดีนะ? 1. Landing strip โกนเกือบทั้งหมด ยกเว้นตรงกลางตัดแต่งให้เป็นแนวตั้ง จะปล่อยไว้ให้สั้นหรือยาวก็แล้วแต่คุณชอบเลย เหมาะสำหรับการใส่บิกินี่เส้นเล็กและแคบ 2. Sweet Heart ถ้าอยากเพิ่มความโรแมนติค รูปหัวใจเป็นสิ่งที่สื่อความหมายได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับวันวาเลนไทน์ หรือ วันครบรอบวันแต่งงาน รับรองหนุ่มๆไม่มีวันลืมแน่นอน 3. Brazilian Wax  แว๊กซ์ชนิดถอนรากถอนโคนไม่เหลืออะไรเลย ขนสักนิดก็ไม่มี โล่งหวิวเบาสบายกันไปเลยล่ะ ประมาณว่ากลับไปเป็นเด็ก 14 อีกครั้ง ทรงนี้เหมาะสำหรับสาวๆที่ชอบใส่บิกินี่ และ กางเกงในแบบเอวต่ำมากๆ 4.Martini  เป็นทรงสามเหลี่ยมกลับหัวลง ด้านบนจะเลี้ยงไว้มากหน่อย แต่ด้านข้างจะแว๊กซ์ออกให้เกลี้ยง เหมาะสำหรับการใส่บิกินี่ที่เว้ามากๆ และ ชุดชั้นในแบบเอวต่ำ เว้าโคนขาสูง 5.Postage stamp 6. Victory   7.Mohawk 8.Diamond ลักษณะคล้ายสามเหลี่ยมแต่ตัดตรงมุมทั้ง 2 ด้านออก ก็กลายเป็นเพชรน้ำงามไปซะแหละ  9.Star คืนนี้ดวงดาวจะลงทัณฑ์เธอเอง 10.Moon  11.This way เหมือนเป็นการบอกใบ้เชิญชวนด้วยลูกศรชี้ลง แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันกำลังกระซิบบอกว่า "come on baby" 12.Get up ลูกศรชี้ขึ้นไปข้างบน อ๊ะ! ต้องการจะบอกใบ้อะไรน๊า....         ผู้ชายส่วนใหญ่มักชอบให้น้องสาวของคุณสะอาด บางคนก็ลงทุนยอมจ่ายเงินจูงมือพาแฟนสาวไปทำที่ร้านเองเลย แถมจ่ายเงินให้อีกด้วย การแว็กซ์ครั้งแรกของคุณผู้หญิงคงไม่ต้องบอกว่าจะเจ็บปวดขนาดไหน แต่หลังจากนั้นคุณจะชอบมันเอง เพราะสาวๆจะรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  เหตุผลที่สาวๆ ต้องทำ บิกินี่แว็กซ์ 1.เพราะแฟนอยากให้ทำ ผู้ชายไม่ได้ชอบความเป็นธรรมชาติของป่าดงดิบหรอกนะจ๊ะ บางครั้งก็ต้องดูแลตัดแต่งต้นไม้บ้างเพื่อความสวยงาม 2.เพราะคุณรักความสะอาด จุดซ่อนเร้นมักเป็นจุดอับ โดยเฉพาะช่วงประจำเดือน ผู้หญิงบางคนที่รักสะอาดมากๆ จึงนิยมการ แว็กซ์ เพราะดูแลง่าย ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ แล้วอย่าลืมไปลองกันดูนะค๊า..... บิกินี่แว๊กซ์ มาแว๊กซ์ขนให้น้องสาวกันเถอะ! เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก www.buzzfeed.com

จากมาตรากฎหมายสู่หนัง ผกก.อรุณศักดิ์ เข้าใจหญิงรักหญิง ใน 1448 รักเรา..ของใคร
1448 รักเรา..ของใคร /  บทสัมภาษณ์ / 

ขึ้นชื่อว่าความรักแล้ว ก็ไม่อาจมีอุปสรรคใดๆ มาขวางกั้น ซึ่งผู้กำกับ อรุณศักดิ์ อ่องลออ นำเสนอความรักสุดอบอุ่นหัวใจ ของหญิงรักหญิง ในภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ที่มีจุดกำเนิดจาก สองบรรทัดในกฏหมายที่เกียวพันถึงคนนับล้านคน ในเมืองไทย และเฉกเช่นเดียวกันในสังคมโลกอีกนับหลายล้านคน อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กำกับ 1448 รักเรา..ของใคร ซึ่งผู้กำกับ อรุณศักดิ์ ได้กล่าวว่า "การทำหนังแต่ละครั้ง มันคือการหลอมรวมศาสตร์แห่งศิลปทุกแขนงให้ลงตัว และครบร้อยเปอร์เซนต์ กับหนังเรื่อง 1448 รักเรา..ของใคร มันเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ทางบริษัท สตาร์ลิ่ง จำกัด โดยคุณปั้น และ คุณจุลคนเขียนบท เป็นผู้จุดประกาย และทำให้ผมต่อยอด ด้วยประเด็นแปลกแยกแตกต่างของคนกลุ่มหนึ่ง กับความคิดและวิถีความรัก การอยู่ร่วมกันในสังคม และกติกาสังคม ที่เรียกกันว่า กฏหมายมาตรา 1448 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปี บริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรส ก่อนนั้นได้" ผู้กำกับ อรุณศักดิ์ เผยอีกว่า "หากเรานับความต่างเป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมชาติ ทุกความต่างจึงควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติ หากพูดถึงชีวิตและความรัก หนังเรื่องนี้ ก็เป็นสมมติอีกอันหนึ่งที่เราใคร่ครวญ ศึกษา และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตต่อกัน ผมตั้งใจเต็มที่ ที่จะทำให้หนังสวย บทเพลงงดงาม ได้รับความบันเทิง และได้ขบแง่มุมความคิด กระทั้งเรียนรู้ที่จะเข้าใจเมล็ดพันธ์ มนุษย์ชนิดต่างๆ  ในทุกสภาวะมิติ หลายคนอาจเห็นคว้าง และเห็นแกว่งกับหนังไทย บางคนทดท้อ สำหรับผม เราผ่านช่วงเวลาเหล่านี้มาหลายครั้ง และหนังไทยยังคงอยู่ มีคนต่อยอดอยู่เสมอ และมันจะคงอยู่ตลอดไป ไม่ได้ต้องการให้สงสาร แต่อยากให้ดูแล้ววิพากษ์ เพื่อคนทำหนังต้องฟังและเก็บเป็นข้อมูล ให้หนังไทยมีที่ยืน ผมหวังเช่นนั้น" "ผมตั้งใจนำเสนอความเท่าเทียมกันของความเป็นคน แล้วอยากให้คนทุกคนมองคนให้เท่ากัน หนังเรื่องนี้สิ่งหนึ่งที่นำเสนอคือเรื่องสิทธิมนุษยชนที่มันถูกซ่อนอยู่ใน นี้ อย่างที่เราเรียกร้องกันมากคือความคิดต่าง คิดต่างได้แต่ต้องอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นแบบนี้ คนอีกกลุ่มเป็นแบบนี้ เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน ในความแตกต่างที่แต่ละคนมี เพราะฉะนั้นความรักนี้มันหลุดพ้นไปแล้ว มันเลยทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว เหมือนที่สองคนนี้เขารักกัน เขาไม่ได้มองว่าคุณเป็นใคร จะเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชาย สิ่งที่คนดูจะได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้คือความเข้าใจ ความเข้าใจที่จะเรียนรู้อยู่ด้วยกันด้วยสันติ" อรุณศักดิ์ อ่องลออ ทิ้งท้าย ชัดเจนในรักแท้ ด้วยความรักของ เธอ กับ เธอ ไปกับ 1448 รักเรา..ของใคร ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย ---------------------------

30 สำนวนภาษาอังกฤษ คำสแลงที่มักเจอในชีวิตประจำวัน
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ /  เกร็ดความรู้ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีความรู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับภาษาอังกฤษมาฝากเพื่อนๆ กันคะ เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่มักเจอในชีวิตประจำวัน ซึ่งเราควรรู้ไว้ เผื่อไว้พูดกับชาวต่างชาติ หรือจะนำไปสนทนากับเพื่อนๆ แค่นี้เราก็ได้คำศัพท์ สำนวนเพิ่มมาอีกตั้งหลายคำเลยนะ ^^ 30 สำนวนภาษาอังกฤษ คำสแลงที่มักเจอในชีวิตประจำวัน (ภาค 1) 30 สำนวนภาษาอังกฤษ คำสแลงที่มักเจอในชีวิตประจำวัน (ภาค 1) 1. “Twenty-four Seven”  สำนวนนี้หมายความว่าอะไร เนื่องจากหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง และหนึ่งอาทิตย์ก็มี 7 วัน สำนวนนี้จึงมีความหมายว่า “ตลอดเวลา ทุกๆนาทีของทุกๆวัน” ค่ะ 2.  “Get the ball rolling” ความหมายของสำนวนนี้ก็คือ “เริ่มทำอะไรสักอย่าง” แค่จำไว้ว่า “Let’s get the ball rolling” ความหมายเท่ากับ “Let’s start now-เราเริ่มกันเถอะ” 3. “Take it easy”  ถ้ามีคนพูดกับคุณว่า “I don’t have any plans this weekend.  I think I’ll take it easy.” ความหมายของสำนวนนี้ก็คือ “ผ่อนคลาย” หรือ “พักผ่อน” ค่ะ สำนวนนี้ก็เข้าใจง่ายเหมือนกันค่ะ “I’m going to take it easy.” ความหมายก็คือ “I’m going to relax.-ฉันจะพักผ่อนสักหน่อย” 4. “Sleep on it” ถ้ามีคนๆหนึ่งพูดว่า “I’ll sleep on it.” ความหมายของเขาก็คือ “ฉันขอใช้เวลาในการตัดสินใจสักหน่อย” เพราะฉะนั้น ถ้ามีคนพูดกับคุณว่า “I’ll get back to you tomorrow.  I have to sleep on it.” ความหมายของเขาก็คือ “ฉันขอเวลาตัดสินใจสักหน่อย แล้วจะบอกคำตอบพรุ่งนี้” เพราะฉะนั้น “Sleep on it คือ ขอเวลาตัดสินใจ แล้วจะบอกคำตอบทีหลัง” ค่ะ 5. “I’m broke.” อันนี้ได้ยินบ่อยมากๆเลยค่ะ สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่ามีร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดเสียหรือใช้การไม่ได้แต่ความหมายจริงๆของสำนวนนี้ก็คือ “ฉันไม่มีเงินเลย” หรือ “ถังแตก” นั่นเองค่ะ “I’m broke.” เท่ากับ “I have no money - ฉันไม่มีเงินเลย” สำนวนนี้ใช้กันมาก และได้ยินกันบ่อยๆค่ะ 6. “Sharp” เมื่อใช้กับเวลา ยกตัวอย่างเช่น “The meeting is at 7 o’clock sharp!” คุณว่าหมายความว่าอะไรคะ ความหมายก็คือ “การประชุมจะเริ่มตอนเจ็ดโมงเป๊ะ” เวลามีคนใช้คำว่า “Sharp” ตามหลังเวลาพูดกับคุณ ความหมายก็คือเขาต้องการย้ำเวลานั้นๆ และบอกคุณว่า “อย่ามาสายนะ” 7. “Like the back of my hand”  ความหมายของสำนวนนี้คืออะไร “the back of my hand หรือ หลังมือของตัวเอง” เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดี คุณรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหลังมือคุณ คุณเห็นอยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นถ้าฉันพูดว่า “I know this city like the back of my hand.” ความหมายของฉันก็คือ “ฉันรู้จักเมืองนี้ดีมากๆ ฉันคุ้นเคยกับเมืองนี้” สำนวนนี้ก็ใช้กันบ่อยมากค่ะ เราอาจปรับเปลี่ยนใช้สำนวนนี้ได้ว่า “He knows this city like the back of ‘his’ hand” ก็ได้นะคะ ความหมายก็จะยังเหมือนกัน ก็คือ “รู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งดี หรือ คุ้นเคยเป็นอย่างดี” ค่ะ 8. “Give me a hand.” ถ้ามีคนพูดกับคุณว่า “Do you want to give me a hand?” เขาหมายความว่า “Do you want to help me?” สมมุติว่ามีคนๆหนึ่งถือของมา แล้วเขาพูดว่า “Would you give me a hand?” เขาไม่ได้ขอมือคุณเฉยๆนะคะ เขากำลังขอให้คุณช่วยเขาหน่อยค่ะ “Would you give me a hand?” คือ “Would you help me?-คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม” 9. “In ages” ยกตัวอย่างเช่นใช้ในประโยคว่า “I haven’t seen him in ages” ความหมายของ “in ages” ก็คือ “for a long time-เป็นเวลานานมาก” นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้น “I haven’t seen him in ages” ก็เท่ากับ “I haven’t seen him for a long time-ฉันไม่ได้เจอเขามานานมากแล้ว” จำไว้นะคะ “in ages” แปลว่า “เป็นเวลานานมาก”  10. “Sick and tired” สำนวนนี้แปลได้ว่า “ไม่ชอบ หรือ เกลียด” ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณพูดว่า “I’m sick and tired of doing homework.” ความหมายก็คือ “ฉันไม่อยากทำการบ้านแล้ว ฉันไม่ชอบทำการบ้านเลย” 11. "behind one's back"  แปลว่า พูดหรือกระทำโดยอีกคนหนึ่งไม่รู้ตัว หรือ พูดลับหลัง ตัวอย่างเช่น Pete loves to gossip Jay behind his back. (พีทชอบที่จะนินทาเจลับหลัง โดยเขาไม่รู้ตัว) 12. "turn one's back on"  แปลว่า ไม่สนใจ ไม่ช่วยเหลือ ทอดทิ้ง  ตัวอย่างเช่น John never turn his back on his girlfriend when she needs help. (จอห์นไม่เคยไม่เคยทอดทิ้งเฉยเมยต่อแฟนสาวของเขา เมื่อเธอต้องการความช่วยเหลือ) 13. "get back at"  แปลว่า แก้แค้น แก้เผ็ด เอาคืน ตัวอย่างเช่น If it takes me 10 years I will get back at him. (ถึงแม้จะต้องเสียเวลาสัก 10 ปี ผมก็จะต้องแก้แค้นมัน) 14. "hold something back"  แปลว่า ซ่อน ไม่เปิดเผย ไม่เต็มใจเปิดเผย ตัวอย่างเช่น I could tell from his nervousness that he was holding back something. (ฉันสามารถจะบอกจากอาการตื่นเต้นของเขาได้ว่า เขากำลังปิดบังอะไรบางอย่าง) 15. "be my guest" แปลว่า พูดหรือทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจกัน 16. "be oneself" แปลว่า เป็นปกติธรรมดา "You haven't been yourself lately. Is anything wrong?" (เธอดูเหมือนมีเรื่องไม่ค่อยสบายใจ มีอะไรรึเปล่า) 17. "be tired of" แปลว่า รำคาญ เบื่อ เช่น I was tired of working for other people, so now I'm self-employed. (ผมเบื่อที่เป็นลูกจ้าง ขณะนี้ได้ออกมาทำกิจการของตนเองแล้ว) 18. "beyond hope" แปลว่า ไม่มีโอกาสที่จะดีขึ้น ตัวอย่างเช่น Everyone has tired to help him with his drink problem, but I think he is beyond hope. (ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเขาได้พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยให้เขาพ้นจากปัญหาดื่มเหล้า แต่ฉันว่าไร้ประโยชน์) 19. "big-headed" แปลว่า หยิ่งยะโส ตัวอย่างเช่น  "Here she comes! she always boasts about her success. I don't know why she's so big-headed." (นี่ไงล่ะ คนที่ชอบคุยโวว่าตัวเองเก่ง ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงชอบอวดตัวเองนัก) 20. "A great deal" แปลว่า จำนวนมาก มากมาย ตัวอย่างเช่น We've heard a great deal about you. (พวกเราได้ยินเรื่องเกี่ยวกับคุณมากมาย) 21. "After all"  แปลว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตัวอย่างเช่น But after all, they are our children. (แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็เป็นลูกๆ ของเรานะ) 22. "After one's own heart" แปลว่า ได้ดังใจ สมใจคิด ถูกใจจริงๆ ตัวอย่างเช่น I love you, boy. You are always a child after my own heart. (พ่อรักลูกนะ ลูกเป็นลูกที่สมใจพ่อเสมอ) 23. "All over the place " แปลว่า ทั่วทุกที่ ทุกหนทุกแห่ง กระจัดกระจาย เกลื่อน ตัวอย่างเช่น Your books are all over the place. (หนังสือของคุณวางอยู่ทั่วไปหมด) 24. "Around the corner" แปลว่า  อยู่ใกล้ๆ อยู่ไม่ไกล ใกล้เข้ามาแล้ว ตัวอย่างเช่น The examination is right around the corner. (การสอบใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว) 25. "As a matter of fact" แปลว่า อันที่จริง ตามที่จริง จริงๆ แล้วตัวอย่างเช่น As a matter of fact, l don't like them either. (อันที่จริงแล้วฉันก็ไม่ชอบพวกเขาเหมือนกัน) 26. "As far as I am concerned" แปลว่า ตามความเห็นของฉัน ตามความคิดฉัน เท่าที่ทราบ ตัวอย่างเช่น As far as I am concerned, he should get fired. (ตามความเห็นฉันนะ เขาควรจะถูกไล่ออก) 27. "Watch your mouth" แปลว่า ระวังปาก ระวังคำพูด มีความหมายเดียวกับ Watch your tongue 28. "Let the cat out of the bag" แปลว่า หมายถึง หลุดปากเผยความลับออกมา ตัวอย่างเช่น  “I let the cat out of the bag about their wedding plans.” 29. "To feel under the weather"  หมายถึง ไม่สบาย ป่วย ตัวอย่างประโยค “I’m really feeling under the weather today; I have a terrible cold.” 30. "Jack of all trades" หมายถึง คนที่รู้ทุกอย่าง รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่เก่งจริงสักอย่าง ตัวอย่างประโยค “A jack of all trades,master of none.” แปลว่า รู้ไปหมด แต่ไม่เก่งสักอย่าง เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_youtube.php?youtube_id=181,http://www.wegointer.com/2014/11/20-idioms/

ลุ้นรัก โอ๊ต-เฟอร์นิก้า จะไปต่อหรือจอดสนิท ในซีรีส์ เกรียนเฮาส์ อาทิตย์นี้
GreanHouse The Series /  ซีรีย์ / 

เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว สำหรับซีรีส์ เกรียนเฮาส์ ที่ในที่สุดก็ได้เวลา แก๊งเกรียน ต้องกลับมาเรียนหนังสือ ในความกังวลที่ทุกคนต้องกลับมาเรียนกับรุ่นน้อง ยังมีอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ เพราะชมรมหนังสั้นของพวกเขา ต้องแข่งกับชมรมดนตรี เพื่อแย่งชิงห้องชมรม นอกจากศึกระหว่างชมรมแล้ว ยังเป็นศึกหัวใจ เมื่อชมรมดนตรี มี "เฟอร์นิก้า" และ "ริวจิ" เป็นสมาชิก แถมริวจิยังดูแอบปลื้มเฟอร์นิก้าซะด้วย แต่แค่นั้นยังไม่พอ เพราะ เกรียนเฮาส์ ตอนนี้ ยังเสริมความสนุกโดยอาจารย์เสน่ห์ ที่รับบทโดยเจ้าพ่อแห่งความฮา ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง กลับมาสร้างสีสันให้ชาวเกรียนอีกครั้ง โอ๊ต หรือ ริวจิ ใครจะได้หัวใจเฟอร์นิก้าไปครอง และ ชมรมหนังสั้น หรือ ชมรมดนตรี จะได้เป็นเจ้าของห้องชมรม ติดตามได้ในซีรีส์ เกรียนเฮาส์ Ep.9 ใน วันอาทิตย์ที่  30  พ.ย. นี้ เวลา 20.50 น. ทางโมเดิร์น ไนน์ ทีวี และ MCOT HD ----------------------------