สาวอินเดีย

งดงามดังความฝัน กับ ภาพชุดใหม่ จาก Cinderella ฉบับคนแสดง
Cinderella /  photo / 

แทบเรียกได้ว่า นี่คือความฝันที่เป็นจริงสำหรับแฟนๆเจ้าหญิงดิสนีย์ เพราะภาพยนตร์ Cinderella ที่เคยสร้างความประทับใจจนสาวน้อยสาวใหญ่ลุกขึ้นมาแต่งเป็นเจ้าหญิงรองเก้าแก้วกันทั่วโลก ครั้งนี้ Cinderella จะกลับมาในฉบับคนแสดง ที่ทั้งอลังการและงดงามราวเทพนิยาย ผลงานของผู้กำกับ เคนเนธ บรานาห์ และได้สาวสวย ลิลี่ เจมส์ มารับบท ซิลเดอเรลล่า และล่าสุดนี้ ขอเชิญชมภาพชุดใหม่ ที่เผยโฉมตัวละครแบบเต็มๆ พร้อมฉากชวนฝันสวยงาม ร่ายมนต์เทพนิยายแห่งความฝัน ของเจ้าหญิงรองเท้าแก้ว ไปกับ Cinderella ในวันที่ 12 มี.ค. 2558 ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Cinderella ได้ที่นี่เลย -----------------------------

เฮ้ย อินอ่ะ ภาพรักลึกซึ้ง งานแต่ง เพศเดียวกัน
คู่เกย์ /  งานแต่ง / 

ความรัก งดงามอยู่ในตัวของมันเสมอ รักไม่เคยกีดกั้น พรมแดน เชื้อชาติ ศาสนา หรือว่า เพศ แต่ใครเลยจะเชื่อว่า ในประเทศเสรีอย่าง อเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับอนุมัติกฎหมายผ่านการรับรอง อนุญาตให้เพศเดียวกันสามารถสมรสได้แล้วที่รัฐนี้ แต่ยังคงมีความคิดเห็นต่างจากบางองค์กร ที่ถึงขั้นปฏิเสธไม่รับงานถ่ายภาพ งานแต่งงาน ของ เพศเดียวกัน เด็ดขาด จนทำให้เกิดกระแสการคอมเม้นต์ครั้งใหญ่บน Fanpage ของ urloved เมื่อ นาย ซาน ราฟาเอล หนึ่งในทีมช่างภาพ บริษัท urloved ได้ออกมาประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของ urloved เองว่า "ทางเราไม่รับงานถ่ายภาพคู่รักที่มีทัศนคติ ความเชื่อ ที่ต่างจากเรา เนื่องจากเป็นการยากที่เราจะทำงานร่วมกันให้ออกมาดีได้ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นช่างภาพให้กับคู่รักที่มีความเชื่อ และทัศนคติในทิศทางเดียวกันกับเรา ซึ่งนั่นจะเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกค้าของเราได้รับบริการที่ดีที่สุดสำหรับวันพิเศษของท่าน และนี่คือมาตรฐานที่เราขอมอบให้แด่ลูกค้าของเรา" อย่างไรก็ตาม หลังจาก ทางบริษัท urloved ได้แถลงออกมาบนเว็บไซต์ ทางอดีตว่าที่คุณลูกค้า คู่กรณีของบริษัทนี้ก็ไม่ได้ออกมาโต้ตอบ หรือ แสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ กับการที่ คู่รักสักคู่ จะตกลงปลงใจมาใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศเดียวกันหรือไม่ แต่พวกเขาต่างก็ต้องผ่าน จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา เหมือนกับคู่รักคู่อื่นๆ และพวกเขาต้องต่อสู้กันมาตั้งกี่ปี กว่าจะได้รับกฏหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันมาได้ The Huffington Post ได้ติดต่อขอภาพงานแต่งงาน คู่รัก เพศเดียวกัน จากตากล้องบริษัทอื่นๆ มาให้ได้ชมกัน ไหนลองมาดูสิว่า บริษัท urloved ได้พลาดอะไรไปบ้าง แมรี่ และ ไดอาน่า ช่างภาพ แอนนา คัพเปอร์เบิร์กบอกกับเราว่า " นี่คือคู่เพื่อนรักของฉันเอง แมรี่ และ ไดอาน่า เราเก็บภาพนี้ ตอนทั้งคู่ไปจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อวันที่ 28 ก.ค.เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันแรกที่กฏหมายนี้ผ่านการรับรองในซานฟรานซิสโก โดยที่ทั้งคู่ได้เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเดือนโดยไม่รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าศาลจะอนุญาตในวันนั้น เหตุผลที่ทั้งคู่เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเพราะว่าเป็นวันครบรอบ 6 ปีที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน และ ทั้งคู่ต้องการให้วันนี้เป็นอีกปีของความทรงจำในวันที่ 28 ก.ค. คู่แต่งงานคู่นี้ ซิ่งออกมาจากงานฉลองแต่งงานทันทีที่ทราบข่าวว่าศาลอนุญาตแล้วในวันนั้น เพื่อมาจดทะเบียนสมรสในทันที มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่ความรักของทั้งคู่จะมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์" อิริคและดอม " เมื่อฉันเริ่มถ่ายภาพงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันครั้งแรก ฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่าจะทำยังไงกับทักซิโด้ทั้ง 2 ชุดดี " ช่างภาพ ทาร่า แอโรวู้ดบอก "มันไม่ใช่เพราะต้องถ่ายภาพผู้ชาย 2 คน แต่มันยากตรงที่การที่จะถ่ายออกมาให้เห็นถึงความผูกพันของทั้งคู่แบบไม่โจ่งแจ้งเกินไป แต่ท้ายที่สุด ฉันก็พบว่ามันง่ายกว่าที่คิด และน่าซาบซึ้งมาก ทั้งอิริคและดอมเป็นคู่ที่น่ารักมาก " เอลิซ่า และ เจนนี่ " รักคือรักเพื่อรัก และ รักจะพาคุณไปพบหนทางเอง " ช่างภาพ ซูซี่ เคลมองต์ กล่าวถึงนิยามสำหรับคู่ เอลิซ่า และ เจนนี่ " การแต่งงานครั้งนั้นคือ เวทมนต์ชัดๆ ฉันไม่สามารถลืมได้เลย ทั้ง เอลิซ่า และ เจนนี่ คือคู่ที่เข้มแข็งมาก และพวกเธอก็ช่างเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงให้กล้าที่จะแตกต่างโดยแท้ ฉันนับถือเส้นทางความรักของทั้งคู่ที่ต้องฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะได้พบและรักกัน ก็เหมือนๆ กับพวกเราทุกคนนั่นแหละ การได้เป็นสักขีพยานเพื่อเฉลิมฉลองชีวิตรักที่ยังต้องฝ่าฟันของพวกเขาต่อจากนี้ เป็นประสบการณ์ที่ช่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งของชาย - หญิง หรือ คู่รักเพศเดียวกัน ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะ แค่ "รัก" นั่นก็มีเวทมนต์ เพียงพอแล้วล่ะ " ลิซ่า และ มิเชล "ลิซ่า และ มิเชล พบรักกันโดยลูกชายของทั้งคู่ เนื่องจากเด็กๆ เป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน และ ลูกๆ คือแก้วตาดวงใจของทั้งคู่ งานแต่งครั้งนั้น จึงได้เชิญเด็กๆ มาเป็นแขกผู้มีเกียรติในงานถึง 27 คน" แอนนา คัพเปอร์เบิร์กกล่าว แจ็ค และ ไรอัน " ทั้งคู่เป็นแรงหนุนความฝันและเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน งานแต่งครั้งนั้นมันสนุกสุดยอด มองไปทางไหนก็ไม่มีที่ติเลยล่ะ " ช่างภาพ ดาน่า ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงทั้งคู่ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ "ไม่มีอะไรที่แตกต่างเลยนะ เมื่อฉันมองที่ทั้งคู่กำลังมีความสุขกับงานแต่งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น คู่เกย์ เลสเบี้ยน หรือ ชาย - หญิง ทุกคู่ก็น่าซาบซึ้งเหมือนกันนั่นแหละ ฉันเห็นอารมณ์รัก และเรื่องราวดีๆ ฉันถึงรับที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเก็บภาพช่วงเวลาดีๆ แบบนี้เสมอๆ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ เป็นคู่ที่มีพลังล้นเหลือ การได้ร่วมงานกับเธอเป็นอะไรที่สนุกที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา แขกที่มาร่วมงานต่างรักและชื่นชมในตัวของทั้งคู่ จนฉันอยากเก็บภาพเหล่านี้ไว้ให้หมด ไม่อยากที่จะหลุดรอดไปเลยแม้แต่ภาพเดียว ทุกๆ ตางรางนิ้วภายในงาน มีแต่รอยยิ้ม กอด และ จูบ ก็นี่คือการแสดงความรักสำหรับครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้นนี่นา " สเตซี่ย์ และ และ ลอร่า ช่างภาพ ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงงานแต่งที่เธอประทับใจที่สุดว่า " เป็นครอบครัวที่รักกันมาก เป็นวันที่ลูกสาวของทั้งคู่มีความสุขที่สุดในชีวิตที่เห็นแม่ๆ ของพวกได้แต่งงานกัน" ไรอัน และ ดาร์เรน " ภาพนี้ถ่ายเพื่อบอกกับตัวเองว่านี่คือเรื่องจริง รัก คือ รัก และมันควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง โดยไร้มุมมองเรื่องเพศมาข้องเกี่ยว " ช่างภาพ ลาริสซ่า เคลฟแลนด์ กล่าวต่อว่า " การถ่ายถาพแต่งงานของทั้งคู่ ไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นน้อยกว่าคู่รักอื่นๆ ที่ฉันเคยถ่ายมาเลย เคมีของทั้งคู่เข้ากันมาก และนั่นทำให้ฉันทำงานง่ายขึ้น ที่จะเก็บภาพให้เห็นถึงความรักของทั้งคู่ได้อย่างงดงามและชัดเจน " เควิน และโทนี่ " เควิน และโทนี่ คือคู่เกย์ คู่แรกที่เรารับงานมา ตอนที่ทั้งคู่เข้ามาติดต่อจ้างเรา ทั้งคู่ก็ไม่ได้แตกต่างจากลูกค้าคนก่อนๆ ของเราแต่อย่างใด ทั้งคู่ก็แค่ ตกหลุมรัก และ ตัดสินใจแต่งงาน มันแตกต่างจากคู่อื่นๆ ไหมล่ะ " แทมมี่และ มาร์ค ตุง ตากล้องงานแต่งงานกล่าว " เราเห็นความรักและการเสียสละเพื่อกันและกันของทั้งคู่ พวกเขาคือครอบครัว พวกเขาคือเพื่อน และนั่นทำให้เราเห็นจริงๆ ว่ารักไม่มีพรมแดน" โรเบิร์ต และ อัลวิน " อัลวิน บูม วัย 83 เป็นคนใจบุญสุนทาน และใช้ชีวิตเป็นนักกิจกรรมตัวยงมาตลอดชีวิตใน ซานฟรานซิสโก และเพิ่งเข้าพิธีแต่งงาน กับ โรเบิร์ต ฮอลเกตต์ เมื่อ 17 พฤษภาคม 2014 นี้เอง" แอนนา คัพเปอร์เบิร์ก เล่า อีว่าและ ลาร่า " ฉันอยากถ่ายภาพงานแต่งของคู่รักเพศเดียวกันมานานแล้ว" ช่างภาพ แมรี่ แมคเฮนรี่กล่าว " อีว่าและ ลาร่า เป็นคู่ที่รักกันมาก และ เขาก็แค่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน มันไม่มีอะไรดีไปกว่า การสนับสนุนและร่วมยินดีไปพวกเธอ ช่วงเวลาที่น่าตื้นตันที่สุด คือ ตอนที่ พ่อของ ลาร่า ขึ้นกล่าวอวยพร และ บอกว่า เขาดีใจมากแค่ไหนที่ลูกสาวได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก " เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ที่มาจาก huffingtonpost

ผู้หญิงพันธุ์มหาอำนาจ (Kawashima Yoshiko)
หนังจีน

หลิวเต๋อหัว - เหมยเยี่ยนฟาง - เอ๋อตงเซิน : นําแสดง เรื่องย่อ : คาวาชิม่าโยชิโกะ เดิมลูกสาวคนที่ 14 ของจักรพรรดิเสี่ยว เธอถูกส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นในการฝึกอบรมในรูปแบบของซามูไร แต่สูญเสียความบริสุทธิ์ของเธอเพื่อซามูไร จากนั้นเธอก็แต่งงานกับเจ้าชายมองโกล แต่การแต่งงานล้มเหลว เธอจึงเดินทางไปเซี่ยงไฮ้เธอได้พบกับนักร้องโอเปร่าด้วยความที่เธอสวยเธอจึงประสบความสำเร็จ แต่แล้วเรื่องราวทำให้เธอต้องถูกเนรเทศกลับไปยังญี่ปุ่น เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร โปรดติดตาม Kawashima Yoshiko ผู้หญิงพันธุ์มหาอำนาจ

พอร์ช แซบเว่อร์ ควงสาวหมวย ช็อปกระจาย ไม่สนใครมองเป็นป๋า!!
พอร์ช ศรัณย์ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

อุต๊ะ!! เห็นว่าช่วงนี้งานเยอะจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ไหงพระเอกสุดฮอตอย่างหนุ่มพอร์ช ศรัณย์ ยังแอบดอดพาสาวหมวยเจ้าเก่าคนเดิมมาช็อปปิ้งกันกระจายได้ล่ะเนี่ย ต๊าย...งั้นก่อนหน้านี้ที่มีคนเม้าท์มอยกันว่า หนุ่มพอร์ชเปลี่ยนหน้าบรรดาสาวๆ เห็นทีงานนี้คงจะเป็นแค่ข่าวเม้าท์แล้วกระมัง เพราะพักหลังๆ มานี้ก็เห็นแต่หนุ่มพอร์ชควงแค่สาวหมวยหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น แหม...อย่างนี้ต้องยกนิ้วให้กับความมั่นคงจริงๆ ค้า เพราะตอนแรกก็คิดว่าหนุ่มพอร์ชจะดำเนินรอยตามรุ่นพี่อย่างป๋า วี วีรภาพ ซะแล้ว ที่ใจป้ำสรรหาควงแต่น้องๆ นักศึกษาสาวๆ หน้าละอ่อนมาเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี ที่ทำตัวเป็นพ่อพระเปย์ไม่อั้น แต่เห็นควงสาวหมวยคนนี้อยู่คนเดียวค่อยโล่งอกว่า หนุ่มพอร์ชไม่ได้ทำตัวเจ้าชู้ เพราะถ้าจะเป็นป๋าใจป้ำก็เป็นให้กับน้องหมวยหน้าหวานคนนี้คนเดียวเท่านั้น แหม...ให้มันได้อย่างนี้สิหนุ่มพอร์ช พอร์ช ศรัณย์ พอร์ช ศรัณย์ พอร์ช ศรัณย์ พอร์ช ศรัณย์

ดับปริศนา นศ.สาว ช็อกหมดสติ คาดกินยาอัพไซส์หน้าอก-เพิ่มผิวขาว
กินยาอัพไซส์หน้าอก /  ช็อกหมดสติ / 

ดับปริศนา นศ.สาว ช็อกหมดสติ คาดกินยาอัพไซส์หน้าอก-เพิ่มผิวขาว วันนี้(24 พ.ย.) มีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ช็อกหมดสติภายในห้องพักจึงรีบรุดไปตรวจสอบ แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีผู้นำตัวผู้ป่วยส่งรักษาที่โรงพยาบาลชลประทานปากเกร็ดแล้ว ซึ่งต่อมาสาใคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลง จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า น.ส.เอ๋ (นามสมมติ) อายุ19 ปี ได้ส่งแชทไลน์ข้อความไปหาเพื่อนว่า"ไม่ไหวแล้ว" จากนั้นก็ขาดการติดต่อกับเพื่อน จนทำให้เพื่อนเกิดเป็นห่วงจึงได้มาหาที่คอนโดมิเนียมก็พบว่า น.ส.เอ๋ นอนช็อกหมดสติ ร่างกายซีดขาว น้ำลายฟูมปาก จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและนำเพื่อนส่งโรงพยาบาล ตรวจสอบสภาพในห้องพักไม่พบร่องรอยต่อสู้หรือรื้อค้นใดๆ พบเพียงยาแคปซูลเพิ่มขนาดหน้าอกและทำให้ผิวขาว10กว่าซอง จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่า นางสาวเอ๋ น่าจะเกิดอาการช็อกและหัวใจวายเฉียบพลันจากการกินยาประเภทดังกล่าวเกินขนาด อย่างไรก็ตามต้องรอผลสรุปจากทางแพทย์อย่างเป็นทางการก่อน MThai News ขอบคุณภาพจาก T News

นางสาวไทย 2557 อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ คุณค่าที่เธอคู่ควร
นางสาวไทย /  นางสาวไทย 2557 / 

 อี้ วิลาสินี นางสาวไทย 2557 อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นางสาวไทย2557 และ รองนางสาวไทย ทั้ง 2 ภาพจาก t-pageant.com และแล้วแดนสยามก็ได้ สาวงามคนใหม่ นางสาวไทย 2557 คนที่ 49 ของประเทศไทย อี้ นางสาว วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ สาวงามวัย 20 ปี นักศึกษาระดับปริญญาตรี จากรั้วธรรมศาสตร์  คณะวิทยาลัยนวัตกรรม สาขาการจัดการมรดกวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผู้ที่ได้มงกุฎ สายสะพาย เงินรางวัลและคฑา 8 ทศวรรษนางสาวไทย ไปครองจากการตอบคำถามที่เอาชนะใจคณะกรรมการด้วยคำถามที่ว่า "เวทีประกวดนางสาวไทยแตกต่างจากเวทีอื่นอย่างไร และ เพราะอะไรคุณจึงเลือกมาประกวดบนเวทีนี้ " และ สาว อี้ วิลาสินี เลือกตอบคำถามนี้ ว่า "ความกตัญญูทำให้เวทีนี้แตกต่างจากเวทีอื่นๆ "  จากคำตอบนี้ทำให้เธอผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายมาได้ และเรียกเสียงปรบมือได้ก้องโรงละครอักษรา เธียร์เตอร์ อีกครั้งในคำถามรอบสุดท้าย กับคำถามที่ว่า "คุณในฐานะที่อาจจะได้ครองตำแหน่งนางสาวไทยคนล่าสุด  และ จะมีวิธีปฏิบัติตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับหลัก 12 ประการของท่านนายกรัฐมนตรี "  อี้ วิลาสินี ได้ตอบว่า " ขอเลือก ข้อ 1  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ ค่านิยม 12 ประการของนายกรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรมี ไม่เฉพาะผู้ครองตำแหน่งนางสาวไทย โดยเฉพาะความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นค่านิยมที่สำคัญที่สุดที่พึงปฏิบัติตลอดไป" นอกจากนี้ ตำแหน่งอื่นๆ เป็นของ ... รองนางสาวไทยอันดับ 1  น.ส.พิมพ์ชนก จิตชู (กิ๊บ) อายุ23 ปี ม.อัสสัมชัญ ควบรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน รองนางสาวไทยอันดับ 2 น.ส.เสาวลักษม์ ไชยศิริธัญญา (ลี่) อายุ 23 ปี ม.หอการค้าไทย รองนางสาวไทยอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 7 น.ส.พัชรวรรณ หุตะเศรณี อายุ 22 ปี นักศึกษาปริญญาตรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รองนางสาวไทยอันดับ 4 น.ส.อาทิมา เนตรทิพย์ (พิม) อายุ 24 ปี ม.เกษตรศาสตร์ ทีมงาน Women MThai ขอแสดงความยินดีกับสาวงามทุกท่านที่ได้รับรางวัลมา ณ ที่นี้ ด้วยนะจ๊ะ อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นางสาวไทย 2557 อี้ วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นางสาวไทย2557 ส่วนการประกาศรางวัลพิเศษถึง 7 รางวัลในรอบสื่อมวลชน  ได้แก่.... โดย พิมพ์ชนก จิตชู หมาย เลข 14 วัย 23 ปี บัณฑิตสาวจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาบริหารธุรกิจภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คว้าไปได้ 2 ตำแหน่ง คือ รางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน และนางงามผิวสวย ส่วนรางวัลนางงามขวัญใจมหาชน ได้แก่ ซาเอะ-ฬิษา สุวรรณเกษการ ดีกรีนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เคยคว้ารางวัลขวัญใจชาวหัวหินมาก่อนเมื่อครั้งเก็บตัว ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในขณะที่ แป้ง ร้อยตรีหญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์ ซึ่งจบการศึกษา จากคณะแพทยศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก คว้ารางวัลนางงามทัศนคติดี ด้าน นุ่ม-คเณพร อินต๊ะมูล บัณฑิตสาวจากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาขาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าของรางวัลนางงามมิตรภาพ ส่วนรางวัลนางงามที่มีความคิดไหวพริบเฉลียวฉลาด ได้แก่ น้ำฝน-รินทร์ลภัส วีระชัยวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และรางวัลนางงามหุ่นดีผิวสวย ได้แก่ แซนดี้-ชลิดา กล่ำปาน นักศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เช่นกัน ซึ่งทั้ง 7 สาวงามจะได้รับเงินสดรางวัลละ 1 แสนบาท เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus และ t-pageant.com

Crayon Pop โชว์มินิคอนเสิร์ตแรกในไทย! แฟนๆ แน่นลานหอศิลป์ฯ
Bar Bar Bar /  Crayon Pop / 

Crayon Pop โชว์มินิคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทย! แฟนๆ ร่วมชมแน่นลานหอศิลป์ฯ พร้อมร่วมสนับสนุนการณรงค์ให้เด็กไทยสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครแน่นไปถนัดตา เมื่อแฟนๆ เกิร์ลกรุ๊ป 5 สาว Crayon Pop รวมทั้งเด็กๆ ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปจํานวนมากพร้อมใจกันเดินทางมาร่วมงานเปิดตัวโครงการ 'เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก The 7% Project Presents Crayon Pop Live in Bangkok' จัดโดย มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย Asia Injury Prevention (AIP) Foundation และองค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children เกิร์ลกรุ๊ปสุดแนวจากแดนกิมจิเปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลล่าสุด Uh-ee เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างมากมายจากแฟนๆ หลังจากนั้นก็ได้กล่าวขอบคุณแฟนคลับทุกคน โดยบอกว่ารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มาแสดงสดๆ ต่อหน้าทุกคนในการเดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรกในวันนี้ พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทุกคนรวมสนับสนุนโครงการ The 7% Project โดยทั้ง 5 สาวบอกว่าการสวมหมวกนิรภัยนอกจากจะเป็นเรื่องที่สําคัญเพราะสามารถปกป้องชีวิตเด็กๆ ได้แล้ว ยังสามารถเป็นเรื่องสนุกได้อีกด้วยเพียงแค่หาหมวกที่เหมาะกับบุคลิกตัวเองและสวมใส่อย่างมั่นใจก็สามารถทําได้ทุกอย่าง เหมือนอย่างที่พวกเธอแสดงให้เห็นบนเวทีในวันนี้ ก่อนจะเข้าสู่โชว์ต่อไป อย่าง เพลง Lonely Christmas นอกจากนั้นสาวๆ Crayon Pop ยังได้ร่วมถ่ายรูปกับแฟนๆ ที่ชนะการประกวดถ่ายภาพ Selfie กับหมวกกันน็อคอีกด้วย แล้วก็ถึงช่วงเวลาสําคัญเมื่อเสียงดนตรีเพลง Bar Bar Bar เพลงที่ทําให้พวกเธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเริ่มขึ้น แฟนๆ ทุกคนก็ใส่หมวกกันน็อคของตัวเองแล้วก็กระโดดเตรียมตัว ‘Jumping’ อย่างสนุกสนาน ทำเอาบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักสุดขีด ก่อนที่ทั้ง 5 สาวจะทิ้งท้ายมินิคอนเสิร์ตด้วยการพูดเป็นภาษาไทยว่า “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก” นอกจากการแสดงของ Crayon Pop แล้วก็ยังมี น้องเกล โสพิชา หนูน้อยอูคูเลเล่ เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศจากรายการ Thailand’s Got Talent ซีซั่น 2 มาร่วมสร้างสีสัน โดยน้องเกลได้ร้องเพลง อาย.เลิฟ.ยู พร้อมกับอูคูเลเล่คู่ใจ โดยผู้ชมทั้งลานหอศิลป์ฯ ต่างร่วมกันร้องตามอย่างสนุกสนาน ฟาก คุณครูนกเล็ก หรือ อาจารย์จีรภัทร์ สุกางโฮง เจ้าของฉายา 'ครูพันธุ์ใหม่ หัวใจโซเชียล' และเพื่อนครูจากโรงเรียนบางมด (ตันเปาว์วิทยาคาร) มาพร้อมกับการแสดง 'ครูยอนป๊อป คัฟเวอร์แดนซ์' รวมทั้ง บีบอย กรุ๊ป SaCrew (สาคู) ที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมด้วยลีลาท่าเต้นประกอบหมวกกันน็อคที่โลดโผนโจนทะยานสมกับเจ้าของรางวัลชนะเลิศ ‘Battle’ มากมายจากทั่วประเทศ ในส่วนของพิธีการสําคัญ มีตัวแทนครูและนักเรียนจาก 7 โรงเรียนนําร่องขึ้นเวทีร่วมลงนามสนับสนุนโครงการโดยทั้ง 7 โรงเรียนได้เป็นโรงเรียนที่ริเริ่มให้มีการเรียนการสอนเรื่องความปลอดภัยทางจราจร และการสวมหมวกกันน็อคอย่างถูกต้องอยู่ในหลักสูตรของโรงเรียน โดย คุณ อลิสัน เซลโควิทซ์ ผู้อํานวยการองค์การช่วยเหลือเด็กประจําประเทศไทย กล่าวว่า "ดิฉันขอประกาศเปิดโครงการรณรงค์ The 7% Project เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก อย่างเป็นทางการ เราทุกคนในที่นี้สามารถร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงได้โดยการนําความรู้ที่ได้จากวันนี้ไปบอกต่อกับเพื่อนและทุกคนที่รู้จัก รวมทั้งร่วมสนับสนุนการรณรงค์โดยตรงได้โดยการร่วมลงนามที่ www.7-percent.org" ด้าน คุณ รัตนวดี เหมนิธิ วินเธอร์ ผู้อํานวยการประเทศไทย มูลนิธิห้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย กล่าวว่า "วันนี้มีคนออกมาร่วมชมคอนเสิร์ตและสนับสนุนโครงการเป็นจํานวนมากจริงๆ ดิฉันเชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทําให้เรื่องความปลอดภัยทางถนนโดยเฉพาะสําหรับเด็กได้รับความสนใจในระดับชาติ" โครงการ The 7% Project สนับสนุนโดย บีอีซี-เทโร มิวสิค แมริออท โรงแรมคอร์ทยาร์ด โดย แมริออทกรุงเทพฯ ยูพีเอส เวสปิอาริโอ มูลนิธิสมาพันธ์ยานยนต์สากล (FIA Foundation) การบินไทย และนิตยสาร Seventeen ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

LUNAFLY, Tiny-G M, นัททิว นำทีมสานสัมพันธ์ไทย-เกาหลี  28-30 พ.ย. นี้
G-Twenty /  J-min / 

LUNAFLY, Tiny-G M และ นัททิว นำทีมศิลปินเตรียมเข้าร่วมงานสานสัมพันธ์ ไทย-เกาหลี ระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายนนี้ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย (Embassy of the Republic of Korea) ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม (Ministry of Culture, Thailand) จัดงาน Thailand-Korea Friendship Festival 2014: Together with ASIAN หรือ TKFF 2014 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2557 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ ไทย-เกาหลี และเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยมี บริษัท เค.ที.ซี.ซี จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดงาน LUNAFLY TINY-G M ซึ่งงานในปีนี้มีศิลปินทั้งไทยและเกาหลีเข้าร่วมมากมาย อาทิ ลูน่าฟลาย (Lunafly) วงแบนด์อะคูสติก-ป๊อบ จากสังกัดเกาหลี NEGA NETWORK, มิ้นท์ และ เจ มิน สองสาวจากยูนิต Tiny-G M, นัททิว อีกหนึ่งศิลปินไทยที่ปล่อยผลงานในเกาหลี, เกิร์ลกรุ๊ปวง จีทเวนตี้ (G-Twenty) จาก MONO MUSIC และ นักร้องสาว เชอรีน หรเวชกุล นอกจากนั้นภายในงานยังมีการแสดงวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ อาทิ การแสดงชุดรับขวัญข้าว, รอยอีสาน, ลาวกระทบไม้ การแสดงพื้นบ้านเกาหลี อาทิ การแสดงระบำหน้ากาก, เชิดสิงโต และการแสดงไต่เชือกที่หาชมได้ยาก รวมทั้ง นันทาโชว์, HISPOP, โชว์ทำอาหารเกาหลีจากเชฟชื่อดัง ลีซังฮัก และโชว์โคฟเวอร์แดนซ์ระดับประเทศ โดยภายในงานยังจะได้พบกับ ลีซอบิน รองอันดับหนึ่ง Miss Korea ปี 2557 นักศึกษาเอกภาษาไทยที่เป็นตัวแทนการแลกเปลี่ยนของทั้งสองประเทศ รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย นัททิว G-Twenty งานนี้เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามตารางการแสดงและรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ThailandKoreaFriendshipfestival หรือโทร 0-2539-7387 ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ผัวทิ้ง เพลงลูกทุ่งสุดฮิต ประจำสัปดาห์
Intensive Watch /  Top 5 / 

มิวสิคเอ็มไทย Top 5 ประจำสัปดาห์นี้ เรามาติดตามความเคลื่อนไหว ในวงการ เพลงลูกทุ่ง กันบ้าง วันนี้ เราเลยขอนำชาร์ตจาก Intensive Watch บริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการข้อมูลการตลาดและ การวิจัย ได้จัดอันดับเพลงยอดนิยมจากการเปิดจริงของวิทยุและทีวียอดนิยมทุกช่อง เรามาดูกันว่า 5 เพลงลูกทุ่ง ที่ถูกเปิดมากที่สุด มีเพลงอะไรกันบ้าง (ชาร์ตประจำสัปดาห์ที่ 46/2014 -- 09.11.2014 - 15.11.2014) อันดับที่ 5 : ทนพิษความเศร้าไม่ไหว - หญิง ธิติกานต์ อาร์ สยาม อันดับที่ 4 : ขอโง่อีกสักครั้ง - แจ๊ค ธนพล อาร์ สยาม “ ควายบ้านอื่น กินฟางแล้วทำนา ควายบ้านนี้มองฟ้า กินน้ำตาแล้วทำใจ.....” ขอโง่อีกสักครั้ง เพลงลูกทุ่งหวานเศร้า เคล้าน้ำตาลูกผู้ชายที่ยอมเป็น “ควาย” ให้เธอหลอก เพลงใหม่จาก แจ๊ค ธนพล อาร์ สยาม อันดับที่ 3 : ผีเสื้อใจร้ายกับดอกไม้ใจอ่อน - เอิ้นขวัญ วรัญญา เนื้อหาของเพลง ผีเสื้อใจร้ายกับดอกไม้ใจอ่อน นี้ สาวเอิ้นขวัญ บอกว่า ผีเสื้อ คือตัวแทนของผู้ชาย ดอกไม้ คือตัวแทนของผู้หญิง เป็นเหมือนการเปรียบถึงความรักของคนสองคน เมื่อคบกันจนเบื่อผู้ชายก็เป็นฝ่ายไป ปล่อยให้ผู้หญิงต้องเจ็บช้ำอยู่ฝ่ายเดียว อันดับที่ 2 : เมื่อไหร่จะพอ - เดือนเพ็ญ อำนวยพร อาร์ สยาม เมื่อไหร่จะพอ แนวเพลงลูกทุ่ง จังหวะกลางๆ ฟังง่าย ความหมายโดนใจทุกคำ ไพเราะด้วยเสน่ห์เสียงร้องที่คม ลึก ชัดเจน มีเสน่ห์เป็นธรรมชาติแบบฉบับตัวแม่ สมกับฉายา "หมอลำสาวเสียงเด่น" เดือนเพ็ญ อำนวยพร อันดับที่ 1 : ผัวทิ้ง - กล้วย คลองหอยโข่ง "ผัวทิ้งค่ะ หนูโดนผัวทิ้ง เจ็บจริงไรจริงพี่น่าจะรู้ น้ำตามันตกในท่วมหัวใจอยู่ พี่มาจีบหนู รักจริงหรือเปล่า " ผัวทิ้ง เพลง สำหรับผู้หญิงช้ำรัก ภาษาบ้านๆ ฟังง่ายๆ จากสาวปักษ์ใต้เสียงสวย กล้วย คลองหอยโข่ง สาวน้อย จาก อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เธอมาพร้อมกับความน่ารักน่าชัง และ "หรอยแรง” ตามสไตล์สาวปักษ์ใต้ จากอัลบั้ม สหภาพลูกทุ่ง ลองไปฟังกันดู และนี่ก็คือ 5 เพลงลูกทุ่ง ที่ถูกเปิดแอร์เพลย์ ทางคลื่นวิทยุมากที่สุด จากการจัดอันดับโดย Intensive Watch สัปดาห์หน้า มาติดตามกันต่อว่า เพลงไหน จะถูกจัดอันดับ 5 เพลงฮิตในรอบสัปดาห์ กับ มิวสิคเอ็มไทย Top 5

โม รับผิด! นอกใจเอง เหตุเลิก ทอมอ้อม
โม อมีนา /  โม อมีนา อ้อม / 

ปิดฉากรักอีกคู่!! สำหรับนางร้ายคนสวยขวัญใจทอม-ดี้อย่าง โม อมีนา ที่เพิ่งเปิดตัวว่ามีสาวหล่อคนใหม่นามว่า อ้อม ยุพดี มาดูแลหัวใจได้ไม่นาน ก็โพสต์ไอจีตัดพ้อส่อแววรักร้าวซะงั้น ล่าสุด สาวโม ยอมรับเลิกรากับ อ้อม มาเป็นอาทิตย์แล้ว เพราะความเจ้าชู้ของตัวเอง โดยขอยอมรับผิดว่าเธอเองก็มีส่วนไม่ดีที่นอกใจคุยกับคนอื่น ซึ่งอีกฝ่ายมีนิสัยจุกจิกคอยเช็คตลอดเลยเป็นเหตุทำให้ทะเลาะกัน สาวโม จึงตัดสินใจขอห่าง! แบบไม่กลัวคนมองว่ารักเร็ว-เลิกเร็ว บอกในเมื่ออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี และยังเชื่อว่าสักวันจะเจอคนของเราจริงๆ ... ขอบคุณภาพจาก IG @ mo_amena, about_aom โม-อ้อม โม-อ้อม โม-อ้อม โม-อ้อม

คู่บ่าวสาว ติดเครื่องรูดบัตรเครดิต สำหรับแขกไม่สะดวกใส่ซอง
งานแต่งงาน /  ลำปาง / 

คู่บ่าวสาว ติดเครื่องรูดบัตรเครดิต หน้างานแต่งงาน  สำหรับแขกไม่สะดวกใส่ซอง แจกไอโฟน6 วันนี้(23 พ.ย.) สำนักข่าวทีนิวส์ รายงานข่าวงานแต่งงานของคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งที่ถือว่าเรียกเสียงฮือฮาไปทั้งประเทศเพราะในงานยังมีการจับชิ้นส่วนมอบโทรศัพท์ไอโฟนพลัสให้กับแขกที่เข้าร่วมงานด้วย โดยงานแต่งงานดังกล่าวเป็นของเจ้าบ่าว นายวสันต์ คำบุญทา อายุ 31 ปี เจ้าของร้านผลิตสื่อโฆษณาในลำปางและน.ส.รชยา ชมภูทิพย์ อายุ 26 ปี จัดขึ้นที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง  ภายใต้ชื่องานว่า มหกรรมงานแต่งพิสดารบันลือโลก ซึ่งทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานกว่า10ปี ก่อนจะได้ฤกษ์เข้าพิธีวิวาห์ บริเวณหน้างานมีการเล่นเกมส์ชิงโชคมากมาย แต่ไฮไลต์เด็ดที่ทำให้เป็นที่สนใจของงานคือบริเวณโต๊ะทางเข้างานสำหรับลงทะเบียนแขกและเซ็นต์หนังสืออวยพรบ่าวสาว นอกจากจะมีกล่องรับซองแล้วยังมีเครื่องรูดบัตรเครดิตไว้สำหรับแขกที่ไม่สะดวกจะใส่ซองอีกด้วย โดยในงานมีแขกเข้าร่วมกว่า1,000คน พร้อมทั้งเชิญดารา นักร้องเช่น แหม่ม พัชริดา , ต้อม เรนโบว์ , ชมพู ฟรุตตี้พร้อมวง , บุ๋ม ปุยฝ้าย , นิว มาวิน อาร์สยาม เข้าร่วมงานด้วย ซึ่งล้วนแต่เป็นศิลปินที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวชื่นชอบเป็การส่วนตัว MThai News ขอบคุณคลิปจาก สำนักข่าวทีนิวส์

สลดใจ! เด็กทารกพลัดตกหม้อซุป อาการโคม่าในจีน !!
ข่าวจีน /  จีน / 

 อุทาหรณ์ !! เด็กหญิงพลัดตกลงในหม้อน้ำซุปขนาดใหญ่ในจีน อาการสาหัส วานนี้ (23พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวเด็กหญิง วัย 1 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน ของจีน ถูกไฟลวกอย่างรุนแรง เนื่องจากสะดุดและพลัดตกลงไปในหม้อต้มซุปขนาดใหญ่ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ในอาการโคม่า เด็กหญิงเคราะห์ร้ายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยไหม้ พุพองอย่างรุนแรง โดยแพทย์กล่าวว่าอวัยวะภายในไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรนักเพราะโชคดีที่ครอบครัวของเธอนำมาส่งโรงพยาบาลในทันที อย่างไรก็ตาม หนูน้อยเคราะห์ร้ายยังต้องเฝ้าระวังอาการ เพราะภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง เป็นระยะที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างมาก ทั้งนี้ ครอบครัวของหนูน้อยเคราะห์ร้าย ซึ่งมีฐานะที่ค่อนข้างยากจนอยู่แล้ว ต้องประสบกับปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ที่สูงถึง 50,000 หยวน หรือราว 2.6 แสนบาท โดยที่พ่อของเธอที่กำลังรับการรักษาตัวจากโรคมะเร็งอยู่ ต้องหยุดการรักษา เพื่อนำเงินมาจ่ายค่ารักษาลูกสาวของพวกเขาแทน MThai News

อ้อม-อาท เครียด ตามใจลูกสาว รีบปั๊มทายาทคนที่ 2
อ้อม พิยดา /  อาท ศรา / 

ต๊าย...กว่าจะมีน้องนาวาได้คนหนึ่งหนุ่ม อาท ศรา ก็เคยโดนเม้าท์ว่าไร้น้ำยามาแล้ว งานนี้คุณแม่คนเก่งอย่าง อ้อม พิยดา ดั๊น...เร่งอยากที่จะมีทายาทเพิ่มอีกคนตามใบสั่งของลูกสาวคนสวยอย่างน้องนาวา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สาวอ้อมเคยประกาศไว้ว่า ขอมีน้องนาวาแค่เพียงคนเดียว แต่เพราะอดที่จะสงสารลูกไม่ได้ ที่ต้องมาบ่นเปรยๆ ว่าเหงา ไม่มีเพื่อนเล่น จนคุณแม่อ้อมต้องพาไปทำงานด้วยทุกวัน ก็เลยมาปรึกษาสามีสุดที่รักว่าช่วงนี้ต้องขยันทำการบ้านกันหน่อย เพราะถ้ายังไม่ได้ผลอีกคงต้องหันไปโด๊ปยาจีนเหมือนที่เคยทำมาก่อน เพราะถ้าปล่อยไว้นาน โอกาสที่จะมีทายาทคนที่ 2 ก็จะริบหรี่ลงอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ก็อายุเริ่มเยอะด้วยกันทั้งคู่ บวกกับช่วงหลังๆ มานี้สาวอ้อมเองก็มีงานเยอะขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ไหนจะทำงานเบื้องหลัง แถมงานเบื้องหน้าเธอก็ยังไม่ทิ้ง ต๊าย...อย่างนี้มาลุ้นกันดีกว่าว่า น้องนาวาจะได้มีน้องตัวน้อยๆ มาเป็นเพื่อนเล่นได้สมใจเมื่อไหร่ อ้อม-อาท อ้อม-อาท อ้อม-อาท

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

มีน กลัว ต่อ โดนฉก รีบยืนยันสถานะแฟน
ต่อ ธนภพ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ซีรี่ส์จบแต่คนยังไม่จบค้า...จุดนี้ต้องบอกก่อนนะคะว่าที่ยังไม่จบเนี่ยหมายถึงความฮอตของหนุ่มตี๋หัวเกรียนคนนี้ต่างหากล่ะคะ ต่อ ธนภพ ขวัญใจวัยว้าวุ่นทั้งหลาย เพราะไม่ว่าจะมีฮอร์โมนรุ่นใหม่เข้ามามากแค่ไหน ก็ไม่ทำให้เรตติ้งตกเลยจริงๆ ไม่ว่าจะไปโชว์หรือออกงานที่ไหน แฟนคลับสาวรุมตามกรี๊ดกันให้วุ่น ล่าสุดได้ยินว่ามีงานละครรุมทาบทามดึงไปร่วมงานหลายต่อหลายเรื่อง และในที่สุดก็มาลงล็อคที่ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ เรียกว่าเป็นการก้าวกระโดดจากช่องดิจิตอลมาขึ้นแท่นเป็นพระเอกช่อง 3 แบบเต็มตัว แถมยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับนางเอกสาวสวยของวิก 3 พระราม 4 ให้แฟนละครได้จิ้นอีกหลายคู่แน่นอน งานนี้รับรองเลยว่าอนาคตต้องฮอตกว่านี้อีกเท่าตัวแน่ๆ ล่าสุดปาปารัซซี่ตาดีแชะภาพหนุ่มต่อกำลังเดินอยู่กับสาว ดูไปดูมานึกว่าใครที่ไหน ที่แท้สาวมีน หวานใจตัวจริงของหนุ่มต่อนี่เอง ว่าแต่ก่อนหน้านี้ที่ทราบมาว่าสาวมีนเธอต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ไหงมาเดินเล่นอยู่กับหนุ่มต่อได้ ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเรียนจบแล้วหรือทนความคิดถึงไม่ไหว เลยต้องบินกลับมาเติมความหวาน เพื่อยืนยันสถานะแฟนให้โลกรับรู้ ก่อนจะถูกมือดีฉกไปรับประทานซะก่อนรึเปล่า ก็แหม...มีแฟนหล่อแถมฮอตขนาดนี้ ปล่อยให้ไกลหูไกลตานานๆ ก็อาจจะเข้าข่ายแมวไม่อยู่หนูร่าเริงก็ได้ ใครจะไปรู้ เอ้า!!! เอาเป็นว่าอย่าประมาทเป็นดีที่สุดค่ะคุณน้อง ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ