สาวร้อน

แฟชั่น ญาญ่า อุรัสยา สวยน่ารัก ครบทุกมิติ
ญาญ่า-อุรัสยา /  ภาพแฟชั่น / 

แฟชั่น ญาญ่า อุรัสยา จาก นิตยสาร NYLON THAILAND ครบรอบขวบปีที่ 2 ฉบับ 'the anniversary issue' นี้จึงพิเศษกว่าเคย ด้วยการได้นางเอกสุดฮอตของวงการมาขึ้นปกฉลองครบรอบ 2nd anniversary แฟชั่น ญาญ่า อุรัสยา ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ให้ออกมาน่ารัก สวยครบทุกมิติ และมาอัพเดตเทรนด์ใดบ้างที่น่าจับตาที่สุดในฤดูร้อน 2015 แต่ถ้ายังไม่จุใจก็มาต่อกันที่บทสัมภาษณ์สามหนุ่มจากค่าย Spicy Disc อย่าง "The Parkinson" ที่ใครหลายคนต้องหลงเคลิ้มกับแทร็กที่มีชื่อว่า “จะบอกเธอว่ารัก (tell her that I love)” เป็นเพลงที่มีกลิ่นอายของดนตรีแนว Blue-eyed Soul และห้ามพลาดกับการอัพเดตเทรนด์ผม ส่งตรงจากรันเวย์ฤดูกาลใหม่ ไปพร้อม ๆ กับตามติดอินสตาแกรมของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลด้านความงาม ติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ที่ facebook.com/NylonThailand , youtube.com/nylontvthailand และที่ www.nylonthailand.com

จุดชมซากุระ บนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่ง เกียวโต
Full Bloom /  Ginkakuji / 

ผมเชื่อว่า หนึ่งในแรงบันดาลใจของนักเดินทางส่วนใหญ่ ที่ฝันถึงเมื่ออยากไปสัมผัสในประเทศญี่ปุ่น นอกจาก ภูเขาไฟฟูจิ ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดแล้ว ต้องมีดอกไม้ที่สวยแต่บอบบางอย่าง ซากุระ อยู่ในใจแน่นอน การไปชมดอกซากุระบานนั้นต้องมีการวางแผนให้แม่นยำ ซึ่งใน เกียวโต นั้น ปกติซากุระจะบานเต็มที่ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนและมีเวลาให้พวกเราได้ยลโฉมเพียง 7 วัน ก่อนที่ใบสีเขียวจะผลิออกมาแทนที่ จุดชมซากุระบนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่งเกียวโต หนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่ได้รับการโหวตให้เป็นที่สุดคงหนีไม่พ้น เกียวโต เมืองหลวงเก่าที่มีวัดวาอาราม และบ้านเรือนแบบโบราณ ที่จะเป็นแบ็คกราวน์เสริมให้การชม ซากุระนั้นเพอร์เฟ็คท์ขึ้นไปอีก สถานที่หนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำสำหรับผู้อ่าน ที่จะได้เต็มอิ่มกับซากุระอย่างแน่นอน คือเส้นทางสายนักปราชญ์ หรือ Philosopher's Path ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Tetsugaku no michi โดยเส้นทางสายนี้ปูด้วยก้อนหินที่เลียบคลองน้ำใสๆ มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ที่ผู้อ่านจะได้ยลโฉมซากุระที่บานสะพรั่งหลากพันธ์ุตลอดเส้นทาง เส้นทางนี้เริ่มต้นจากวัด Ginkakuji (Silver Pavilion) และไปสิ้นสุดที่วัด นันเซนจิ (Nanzenji) เราสามารถเริ่มต้นการเดินทางโดยนั่งรถเมล์ จากสถานีเกียวโต ด้วยสาย 5 , 17 หรือ 100 โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 35-40 นาที ด้วยค่ารถเที่ยวละ 230เยน มาลงที่ป้าย Ginkakuji เลย ซึ่งในรถจะมีป้ายบอก พร้อมเสียงประกาศว่ากำลังจะถึงป้ายไหนแล้ว เพราะฉนั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะลงผิดป้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายฮิตๆ อย่าง Ginkakuji มีนักท่องเที่ยวคนอื่นลงตามด้วยเยอะแน่นอน สิ่งแรกเห็นหลังจากลงรถเมล์ที่ป้ายแล้ว ก็จะเห็วทิวต้นซากุระผลิดอกรอต้อนรับอยู่ เราก็เดินมุ่งหน้าสู่วัด Ginkakuji เป็นที่แรกในการเริ่มชมซากุระในวันนี้ Ginkakuji Temple หรือ Silver Pavilion (วัดเงิน) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก World Cultural Heritage Sites โดย UNESCO เรียบร้อยแล้ว Ginkakuji เป็นวัดนิกายเซน ถูกสร้างขึ้นโดยโชกุน Ashikaga Yoshimasa หลานชายของท่านโชกุน ที่สร้างวัด Kinkakuji หรือ golden Pavilion (วัดทอง) ซึ่งอาคาร Silver Pavilion (Kannonden) สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกัน เพียงแต่จะไม่ได้มีสีทอง เป็นอาคาร 2 ชั้น และมีนกฟินิกซ์อยู่บนหลังคาอาคารเช่นเดียวกัน ภายในอาณาบริเวณของวัดนั้น จะมีเนินเขาที่ยังมีต้นไม้ใหญ่คงสภาพความเป็นป่าอย่างสมบูรณ์ ซึ่งสามารถเดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้ สามารถมองเห็นวัดได้โดยรอบ รวมถึงทิวทัศน์ของเมืองเกียวโตที่สวยงานอีกด้วย ในวัดมีสระน้ำกว้างอยู่กลางวัดล้อมรอบด้วยสวนแบบญี่ปุ่น และอีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจ คือลานสวนหินทรายสีเงิน หรือที่เรียกว่า “Sea of Silver Sand” และกรวยหินทราย เรียกว่า “Moon Viewing Platform” ที่สร้างขึ้นเพื่อเมื่อแสงของดวงจันทร์กระทบกับลานหินทรายแสงที่ตกกระทบก็จะสว่างไปทั่วบริเวณหน้าอาคาร Silver Pavilion ทำให้เกิดแสงระยิยระยับสวยงาม แต่ผู้เขียนไม่ได้อยู่ชมในช่วงดึกจึงยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจะสวยงามอย่างที่คิดไว้ไหม       หลังจากนั้นก็เดินย้อนออกจากวัด เพื่อเข้าสู่จุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนักปราชญ์ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าเส้นทางสายนี้เป็นเดินเท้าเล็กๆที่ปูพื้นด้วยหิน และเป็นทางเดินเลียบคลองบิวาโกะ ที่มีน้ำใสสะอาด ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต ที่มาของชื่อ “ถนนสายนักปราชญ์” นี้ได้มาจาก ในอดีตนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในช่วงศตวรรษที่ 20 ชื่อ Nishida Kitaro มักจะมาเดินสงบจิตใจที่นี่เพื่อให้เกิดสมาธิ ในวันอื่นๆที่ไม่มีซากุระ เส้นทางนี้จะเป็นเพียงทางเดินเลียบคลองอันแสนเงียบสงบที่ชาวบ้านละแวกนี้ใช้เป็นที่สัญจรและพักผ่อนหย่อนใจ แต่ในช่วงเดือนที่ดอกซากุระบาน ทางเดินเส้นนี้กลับเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่พร้อมใจมาชมความงามของซากุระกว่า 500 ต้นที่ปลูกเลียบไปตามริมคลอง ที่ปกคลุมเส้นทางเดินเส้นนี้ให้กลายเป็นอุโมงค์ซากุระอันแสนงดงาม ในขณะที่มีลมพัดผ่านมา กลีบดอกซากุระก็ปลิวไสวคล้ายกับหิมะ แล้วตกไปยังคลองด้านล่าง จนทำให้คลองกลายเป็นพรมซากุระสีขาวอมชมพู แค่นึกภาพตามก็สุดแสนจะโรแมนติคแล้ว แต่ถ้าใครได้อยู่ตรงนั้นล่ะก็แทบจะอยากให้มีคนจับมือควงแขนกันเดินเลยทีเดียว ตลอดสองข้างทางเดินยังเต็มไปด้วยร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ร้านน้ำชา คาเฟ่ ร้านขายของแฮนด์เมดเก๋ๆ ให้ได้แวะชมแวะดูกันเพลินๆ สวยโรแมนติคซะขนาดนี้ พลาดไม่ได้ที่จะมีศิลปินท้องถิ่นมานั่งวาดภาพวิวเพื่อรังสรรค์เป็นผลงานความทรงจำไว้ในผืนผ้าใบด้วย       เมื่อเพลิดเพลินกับซากุระตามเส้นทางมาจนถึงปลายทางก็จะไปบรรจบกับวัดนันเซนจิ (Nanzen-ji) วัดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดเซนที่มีความสวยงามและสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นวัดที่เป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุทธนิกายเซนสาย Rinzai ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นวังที่ประทับของจักพรรดิคาเมะยะมะ (Kameyama) ด้วยความเลื่อมไสศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระองค์จึงทรงยกวังแห่งนี้ให้ก่อตั้งเป็นวัดนันเซ็นจิ ในปีค.ศ. 1291 แม้ว่าชื่อวัดจะเป็นชื่อนันเซ็นจิ แต่ภายในมีวัดแห่งนี้ ยังมีวัดย่อยๆอยู่อีก 12 แห่ง (เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแค่เพียง 4 แห่ง)   เมื่อเราเดินทางมาถึงวัดแห่งนี้ สิ่งแรกที่จะพบก็คือ Sanmon Gate ประตูไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ สูง 22 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามปราสาทโอซาก้า เมื่อปี ค.ศ. 1615 ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเกียวโตได้บนระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ชั้นสองของประตู หลังจากลงมาจากประตู เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะได้พบกับจุดเด่นของวัดอีกอย่าง คือ สะพานส่งน้ำบิวะ (Lake Biwa Aquaduct) สะพานส่งน้ำนี้สร้างขึ้นในสมียเมจิ โดยการเจาะภูเขาเพื่อขนส่งน้ำ และ สินค้าทางน้ำ จากทะเลสาบบิวะมายังเกียวโต ปัจจุบันก็ยังมีน้ำส่งในท่อส่งน้ำอยู่ แต่คนในเมืองเกียวโตไม่ได้ใช้น้ำจากคลองส่งน้ำแห่งนี้แล้ว นอกจากนี้ วัดแห่งนี้ยังมี วัดย่อย และ สวนเซนที่มีความสงบ เงียบ และสวยงามชวนให้เกิดสมาธิและสงบจิตใจอีกหลายแห่งให้ได้เข้าไปชมกัน   อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับการมาชมซากุระในเส้นทางนี้คือ Keage Incline หลายคน รวมทั้งผมด้วยเมื่อแรกเห็นเคยคิดว่าเป็นทางรถไฟสายเก่า แต่จริงๆแล้วคือทางรถรางเพื่อลากเรือบรรทุกสินค้าที่ล่องมาตามคลองส่งน้ำบิวะแล้วจะต้องลดระดับลงไปถึง 32 เมตร สู่แม่น้ำกะโมะกะวะ ในสมัยเมจิจึงได้มีการสร้างรางนี้ขึ้นมานั่นเอง โดยรางขนาดใหญ่นี้จะเป็นทางลาดชัน ที่ถูกขนาบข้างด้วยต้นซากุระขนาดใหญ่ ที่ผลิดอกเต็มต้นให้เราได้ใกล้ชิดตลอดสองข้าง จากการสังเกตุพบว่า คู่รักต่างนิยมมาถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้ง ส่วนสาวๆก็นิยมใส่ชุดยูกะตะ มาถ่ายรูปคู่กับซากุระ ทำให้การชมซากุระนั้นได้บรรยากาศไปอีกระดับหนึ่ง   จากจุดเริ่มต้น จนมาถึงปลายทางที่ Keage incline เส้นทางสายนี้ เป็นเส้นทางชมซากุระ ที่สามารถใช้เวลาเดินชมแบบชิลๆได้อย่างต่ำครึ่งวันเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเดินชมแบบคนเดียวโดยไม่เหงาเพราะความเพลินในการชมซากุระ แต่ถ้าใครมีคู่ก็มาสวีทกับคนรักได้แบบสุดโรแมนติค โดยนำข้าวกล่องมานั่งทานใต้ต้นซากุระด้วยก็ได้ หรือมากับเพื่อนๆก็ได้ความสนุกอีกแบบ ในเกียวโตยังมีสถานที่ชมซากุระขึ้นชื่ออีกหลายแห่ง ในครั้งต่อไปจะเป็นที่ไหนสามารถติดตามได้ต่อที่นี่นะครับ ค่าเข้าสถานที่ต่างๆในเส้นทางนี้ วัด Ginkakuji 500yen วัด Nanzenji และวัดย่อยภายใน ประตู Sanmon Gate 500yen วิหาร Hojo 500yen วัด Nanzenin 300yen วัด Konchi-in 400yen วัด Tenjuan 400yen ข้อมูลสถานที่ www.japan-guide.com เรื่อง/ภาพ Tonyken

เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด ทีเด็ดแดนอีสาน
บรมพุทโธ /  พระพุทธรูป / 

ถ้าพูดถึงภาคอีสาน หลายคนคงจะนึกถึงอากาศที่ร้อน ไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้พักผ่อนมากนัก แต่ ภูมิภาคนี้ยังมีสิ่งอื่นทดแทนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ภาคอีสานจึงถูกขนานนามว่าเป็น "แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม" ทุกสิ่งถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบวิถีชีวิต และวัดวาอาราม ที่มีความสวยงามโดดเด่นไม่เหมือนใคร travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปบุกแดนอีสานตอนกลาง ด้วยการพาเที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด เมื่องเกินร้อย ที่มากด้วยเสน่ห์อันเหลือล้น เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด ทีเด็ดแดนอีสาน ก่อนที่เราจะพาคุณไปทัวร์ 3 วัดดัง ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับ Landmark สำคัญแห่งจังหวัดร้อยเอ็ดกันก่อน นั่นก็คือ "บึงพลาญชัย" ตั้งอยู่บริเวณศาลากลางเมืองร้อยเอ็ด เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น และที่สำคัญยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือ นอกจากนี้ ตรงบริเวณประตูทางเข้า ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ใกล้กันก็เป็นประตูสาเกตนคร  ประตูเมืองของจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีชื่อเดิมว่า เมืองสาเกตนคร นั่นเอง พอจะรู้จักเมืองร้อยเอ็ดกันคร่าวๆ แล้ว เราไปเริ่มที่วัดแรกกันเลยดีกว่า นั่นก็คือ ... 1. วัดบูรพาภิราม วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ในเขตเทสบาลเมือง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เดิมชื่อวัดหัวรอ มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความสูง 67 เมตร 85 เซนติเมตร บริเวณฐานจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อใหญ่ เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองร้อยเอ็ดอย่างมาก นอกจากนี้ในบริเวณวัด ยังเป็นที่ตั้งศูนย์งานพระธรรมทูต และโรงเรียนปริยัติธรรม อีกด้วย วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ที่ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 2. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) "วัดป่ากุง" เป็นวัดร้างเก่าแก่มีมาตั้งแต่ปี 2313 และหลังจากพระเทพวิสุทธิมงคล "หลวงปู่ศรี มหาวีโร" พระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐาน (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ได้เข้ามาเป็นผู้นำศรัทธาในการพัฒนาวัด จึงได้ดำเนินการขออนุญาตทางราชการจัดตั้งเป็นวัดขึ้น โดยใช้ชื่อที่ประชาชนร่วมกันสร้างว่า "วัดประชาคมวนาราม" สังกัดคณะธรรมยุตติกนิกาย ในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2508 โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นเจ้าอาวาสปกครองและบูรณปฏิสังขรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองเป็นต้นมา ภาพด้านบน คือ เจดีย์มหาวีราจริยานุสรณ์ เจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ระลึกถึง หลวงปู่ศรี มหาวีโร ส่วนไฮไลท์สำคัญของวัดป่ากุง นั่นคือ มหาเจดีย์ทราย บรมพุทโธ (บุโรพุทโธ จำลอง) ส่วนที่มาของการก่อสร้างเจดีย์หินทราย เกิดขึ้นเมื่อคราวพระเดชพระคุณหลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้ไปปฏิบัติศาสนกิจ จำพรรษาที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ พ.ศ.2531 ได้ไปนมัสการเจดีย์โบโรโดร์ (บุโรพุทโธ) ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ได้เห็นความใหญ่โตมโหฬารงดงาม หลวงปู่เกิดความประทับใจมาก เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ได้นำเรื่องราวที่ได้ไปพบมาเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟัง และดำริว่าจะสร้างไว้ที่เมืองไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2535 หลวงปู่ได้สั่งให้พระอาจารย์มานะอตุโลนำพระอาจารย์ศักดิ์ชัย อภิวัฒโน และนายอนุวัตร บูรณะกร(เป็ด) เดินทางไปดูรูปแบบเจดีย์โบโรโดร์ เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างในการก่อสร้าง โดยสถานที่ภายนอกและภายในขององค์เจดีย์ได้ก่อสร้างด้วยหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ให้มีภาพแกะสลักเรื่องราวพระพุทธประวัติและเรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นงานบุญประเพณีประจำจังหวัดร้อยเอ็ดที่เรียกกันว่า "บุญผะเหวด"         วัดประชาคมวนาราม ตั้งอยู่ที่ ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 20 กม. 3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่ในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ส่วน พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นเจดีย์สีขาว ตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีเหลืองทองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ตัวพระเจดีย์มีความกว้าง ความยาว และความสูง ส่วนละ 101 เมตร สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ บนยอดภูเขาเขียว เจดีย์ชั้นบนสุดได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เอาไว้ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล มีทั้งหมด 6 ชั้น เป็นพระเจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ผสมผสานด้วยศิลปะร่วมสมัย โดยวางโครงสร้างตามแบบพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม และพื้นผิวแบบพระธาตุพนม จ.นครพนม         การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายร้อยเอ็ด - อำเภอโพนทอง - อำเภอหนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 จะเห็นได้ว่า จังหวัดเล็กๆ ในแถบอีสานตอนกลาง ก็มีแหล่งท่องเที่ยวอันสุดยอดไม่แพ้ภูมิภาคอื่น ต้องลองไปเห็นด้วยตาของคุณเอง แล้วคุณจะหลงรักเมืองร้อยเอ็ดแบบไม่รู้ตัว ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.สำนักงานขอนแก่น , www.konroiet.com  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!!
อั้ม อธิชาติ /  เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

หวาดเสียวไปตามๆ กัน!! เมื่อพระเอกกล้ามปู อั้ม อธิชาติ โชว์ท่ายากโหนผ้าจากชั้น 4 กลางเซ็นทรัลเวิลด์ ลงมาช่วยนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ จากเหล่าผู้ร้าย พร้อมควงคู่บู๊สนั่นกลางงานเปิดตัว Ati Power ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของ หนุ่มอั้ม ที่นั่งแท่น CEO และแบรนด์แอมบาสเดอร์ ภายในงานมีทั้งเพื่อนฝรั่งคนสนิทของ สาวเจนี่ อย่าง หนุ่มเจสัน และภรรยาคนสวยของ หนุ่มอั้ม อย่าง นัท มีเรีย รวมถึงเพื่อนรักอีกคนอย่าง แอน ทองประสม มาร่วมให้กำลังใจติดขอบเวทีเลยทีเดียว!! งานนี้สองพี่น้องห้อยโหนกำลังใจล้น เข้าขากันเป๊ะเว่อร์สุดๆ เรื่องบู๊ขอให้บอกชิมิ อั้ม-เจนี่ !! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! หวาดเสียว! อั้ม-เจนี่ แท็กทีมโชว์ท่ายาก!! เจนี่-อั้ม หนุ่มเจสัน มาให้กำลังใจ เจนี่ แอน ทองประสม มาให้กำลังใจ หนุ่มอั้ม นัท มีเรีย มาให้กำลังใจสามี

รู้ยัง! โชว์โฮส เทรนด์อาชีพใหม่คนไทย ฮอตเทียบ ซุปตาร์เกาหลี
ช้อปปิ้ง /  ช้อปปิ้งทีวี / 

โชว์โฮส เป็นอาชีพที่สดใหม่มากสำหรับเมืองไทย แต่หากเป็นที่เกาหลี อาชีพโชว์โฮสถือได้ว่าเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และได้รับการยอมรับในวงกว้างถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ จะว่าไปแล้วอาจเปรียบได้กับซุปตาร์หรือเซเลบแห่งแดนกิมจิเลยทีเดียว แล้ว โชว์โฮส คืออะไร ? .....แตกต่างจาก MC หรือพนักงานขายหรือไม่!? จริงๆ แล้วโชว์โฮสเป็นผู้ดำเนินรายการนำเสนอสินค้า (โฮมช้อปปิ้ง) ที่ไม่จำกัดเพศและอายุ แต่คัดสรรจากผู้ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในหลากหลายด้าน ที่สำคัญที่สุด ต้องเป็นบุคคลที่สามารถเข้าใจในความต้องการของมวลชนได้อย่างดี โดยมีคุณลักษณะ ดังนี้ 1. จริงใจ 2. สื่อสารได้อย่างชัดเจน 3. หมั่นค้นหาความรู้รอบตัวเสมอ .....เหตุที่เรียกว่าโชว์โฮส ก็เพราะที่เกาหลีเขาถือว่าบรรดาพิธีกรเหล่านี้ประหนึ่งเจ้าของรายการที่เข้าใจโลกแบบอินไซด์ โดยเฉพาะกลุ่มนักช้อปจอแก้วอย่างถ่องแท้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เพียงไม่ถึง 3 นาทีหลังรายการออนแอร์ คุณจะกดโทรศัพท์สั่งซื้อสินค้าแบบไม่รีรอ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีสินค้าแบรนด์เนมโปรโมชั่นโดนใจคล้ายในห้างสรรพสินค้ามาให้ช้อปกันแบบส่งฟรีถึงหน้าบ้าน คุณจะลำบากออกจากบ้านไปเจอรถติดเพื่ออะไร .....เรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองของพิธีกรสาวสวยหนุ่มหล่อฝีปากล้ำเลิศ เพราะโชว์โฮสเป็นอาชีพมั่นคง รายได้คุ้มเหนื่อย ยิ่งสูงวัยยิ่งเก๋าเกม ที่สำคัญยังพัฒนาความเป็นนักการตลาดในตัวคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ ใครอยากสัมผัสวาทศิลป์โชว์โฮส ลองกดช่อง โอ ช้อปปิ้ง โฮมช้อปปิ้งลูกครึ่งไทย-เกาหลีที่อัดแน่นด้วยสินค้าและโชว์โฮสเหนือคุณภาพ ซึ่งได้รับการเทรนด์จากโชว์โฮสมืออาชีพจากประเทศเกาหลี ออกอากาศทางช่อง 0 กล่อง GMM Z เรามาทำความรู้จัก โชว์โฮส 7 คนแรกของประเทศไทยกันเลย จักรพงษ์ เสมอวงษ์ (JOB) นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ (มิ้งค์) ธีรเศรษฐ์ เศรษฐบุตร (แม็ก) พรวิภา วัชการุณย์ (ลี่เล้ง) โมนิก้า เมอลเลอร์ (โม) พัชรา คงประเทศ (แยม) วรินทราย คะอังทุ (มะเหมี่ยว) .....ช่อง โอ ช้อปปิ้ง ภายใต้การบริหารงานของบจก.จีซีเจ โอช้อปปิ้ง เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง 2 บริษัทยักษใหญ่ผู้ผลิตธุรกิจบันเทิง ระหว่าง บจก. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ CJ O Shopping หนึ่งในเครือซีเจกรุ๊ปจากเกาหลี โดยเป็นช่องแนะนาสินค้าโดนใจที่คัดสรรคุณภาพจากในไทยและทั่วโลก ผ่านการนาเสนอในรูปแบบ Shopfotainment (ช้อปโฟเทนเม้นต์) รายการที่เน้นให้ข้อมูลสินค้าอย่างละเอยด เติมเต็มบริการสะดวกสบายกับการรับของก่อนจ่าย และส่งฟรีทั่วไทย ร่วมด้วยบริการคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24ชม. ทั้งนี้ยังโดดเด่นด้วย Showhost พิธีกรเต็มเปี่ยมคุณภาพ พร้อมมอบความบันเทิงและสาธิตการใช้สินค้าเสมือนเพื่อนที่รู้ใจ ปัจจุบันออกอากาศทางช่อง ๐ (กล่อง GMM Z) และเคเบิลทีวีทั่วไทย  รอชมการอวดฝีไม้ลายมือของว่าที่โชว์โฮส กับรายการเรียลลิตี้ออนสเตจ The Showhost Beyond The Presenter โครงการเฟ้นหาโชว์โฮสครั้งแรกในเมืองไทย ติดตามให้ได้ทางช่อง GMM 25 เริ่มเมษายนนี้นะคะ

ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ /  ดาราวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ กับ 6 หนุ่มแก๊งหินกลิ้ง และแก๊งสาวบัวชมพูกัน และรู้หรือไม่ว่า แก๊งวัยรุ่นในตำนานนี้ ถูกนำมาสร้างแล้วถึง 3 รุ่น แต่ใครจะทันยุคไหนสมัยไหนกันบ้าง และจำพวกเขาคิดถึงพวกเขาขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ   ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เริ่มต้นกันด้วยรุ่นแรก กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยครั้งแรก เมื่อกลางปี พ.ศ. 2534 เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่โด่งดังมากมาก สร้างสถิติภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาตร์ในเวลานั้น โดยเรื่องราวของ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เป็นเรื่องของ 4 หนุ่มนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหินกลิ้ง ที่เป็นก๊วนแสบประจำโรงเรียน นักเรียนรุ่นน้องชั้น ม.5 อยากสืบทอดเจตนารมณ์ ซึ่งในอีกหลายปีต่อมา คิง สมจริง ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บริหาร โพลีพลัส ได้หยิบหนังเรื่องนี้มาปัดฝุ่นทำใหม่ในรูปแบบละครโดยในตอนแรกๆ ของเรื่อง มอส ปฏิภาณ นักแสดงจากเวอร์ชันหนังได้ให้เกียรติมาร่วมรับเชิญในฐานะรุ่นพี่หินกลิ้งและยังมี ชาตรี ชมพู นักแสดงอีกคนจากในหนังก็กลับมารับบทเดิมอีกครั้งคือ อาจารย์ฝ่ายปกครอง โดยหลายอย่างจากเวอร์ชันหนังยังคงอยู่แต่ได้มีการดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น โดย กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหนึ่ง ชื่อ แก็งหินกลิ้ง มีสมากชิก ดังนี้ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์(มอส)  รับบท  ก้าน @mospatiparn  ประธานกลุ่มหินกลิ้ง ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ชอบใช้ในทางที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง(แท่ง) รับบท หมี @tangsaksitdotcom เป็นนักรัก แต่อกหักตลอดเรื่อง ธีรวัฒน์ อรัญยะนาค (โป๋) รับบท บิ๊ก  ประธานชมรมบาสเก็ตบอลหน้าตาดี แต่ตดเหม็นมาก ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ รับบท ก๋อย ผู้มีความสามารถทางด้านภาษาไทย คือพูดติดอ่างทุกคำพวกเขาทั้งสี่เป็นกลุ่มนักเรียนแสบซ่า สร้างปัญหาให้กับโรงเรียนทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรุ่นน้อง ม.5 ชื่อ ปราโมทย์ แสงศร(โมทย์) รับบท แฉก ที่ขอสืบทอดเจนารมย์ของกลุ่มหินกลิ้งต่อไป กลุ่มหินกลิ้งถูกสบประมาทจากกลุ่มเพื่อนผู้หญิงว่า เป็นกลุ่มบ๊วย ไม่มีอนาคต อยู่เสมอ แต่กลุ่มหินกลิ้งก็ไม่หยุดซ่า สร้างวีรกรรมมิได้หยุดหย่อน พวกเขาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวิทกับนักเรียนต่างโรงเรียนเพราะไปแย่งจีบหญิงคนเดียวกัน ทำให้พวกเขาถูกทำทัณฑ์บน และพวกเขาได้ไปมีเรื่องกับเด็กนักเรียนต่างห้องที่เกเรไม่แพ้กัน วิทิต แลด(เอ) รับบท กรด มีฝีมือในการชู้ตบาสที่ไม่มีใครเหมือน การมีเรื่องในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธภาพระหว่างเพื่อน กรด ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มหินกลิ้งในเวลาต่อมา นอกจากนี้ก็ยังมี กลุ่มสาวๆ 2 คนในเรื่อง ณัฐสิมา คุปตะวาทิน(หมอก) รับบท นิ่ม ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 จากอาการโรคเอสแอลอี ลักษณะคล้ายกับพุ่มพวง ดวงจันทร์ สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ (ปิงปอง) รับบท หญิงแอ๋ว วันหนึ่ง แฉกถูกคู่อริที่เคยมีเรื่องกันครั้งก่อนตีหัวสลบเกือบเอาชีวิตไม่รอด และกรด ต้องลาออกจากโรงเรียนไปทำงานเพราะไม่มีเงินเรียน ก้านเริ่มตระหนักถึงเรื่องความไม่แน่นอน และอนาคตของตัวเอง พวกเขากลับตัวกลับใจ เริ่มต้นเป็นคนดีของพ่อแม่ ครู อาจารย์ และเพื่อน ก่อนจบการศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครบรอบ 25 ปีของโรงเรียน ก่อนถึงวันงาน ก้านตั้งปณิธานกับตัวเองและเพื่อนๆ ว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" วันงานพวกเขาตั้งใจทำอย่างดีที่สุด และแล้วทุกกิจกรรมที่พวกเขาทำล้วนประสบความสำเร็จสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวของพวกเขาเอง ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนที่พวกเขารักเช่นกัน หลังจากนี้พวกเขาจะต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พวกเขามีฝันความฝันและต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 2 ในรูปแบบละคร ทางช่อง 7 ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม  2545   ตอนนี้นักแสดงรุ่นนี้ ก็อายุ 30 อัพกันแล้ว ใครทันกันบ้าง นำโดย แก็งค์หินกลิ้ง สุวินิต ปัญจมะวัต ( หนุ่ม ) รับบท กล้า หรือต้นกล้า พงศกร มหาเปารยะ ( แต๊ง ) รับบท ปกป้อง หรือ ป้อง  @thankpm ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล ( เบ็น ) รับบท พี หรือพีศิลป์ อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ( ฟาน) รับบทกร๋อย หรือยินดี @fanarista (^^หล่อมว๊ากกก) ดนัย ตันธนะศิริวงศ์ ( เจสซี่ ) รับบท กรดหรือมงกรด จิตตริน กุลกัลยาดี  ( ดีเจเจมส์ ) รับบท โมน   @djjem_efm 3 สาว บัวชมพู เบญจณัฎฐ์ อักษรนันทน์ (จิ๊บ) รับบท เดือนสิบ @jibbenjanat ญาดานุช โรจจนวัฒน์ ( เตย ) รับบท เกี๊ยวซ่า @th_toeyhom กาญจน์คนึง  เนตรสีทอง (มีน) หรือ มีน AF 7 รับบท จงรัก  @nongmeenn หลังจากนั้น ความแตกต่างจากภาคแรกก็คือ การเพิ่มสมาชิก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นกลิ้งจูเนียร์ หรือ หินกลิ้งจูเนียร์ (ละคร) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2547  โดยมี 3 หนุ่ม กลิ้งจูเนียร์/หินกลิ้งจูเนียร์ ดังนี้ โชคชัย  บุญวรเมธี (บอย) รับบท บอยไท หรือ บอย @boy_chokchai บุญฤทธิ์  ดุจพิบูลย์ผล (แม็ก) รับบท เก่งกาจ หรือ เก่ง ภานุรุจ ภานุรุจ เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ตามมาด้วย 3 สาว บัวชมพูจูเนียร์ ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า  ชโลทร  กาหลง(กระต่าย) รับบทไวไว  @rabbiitch พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่  ต่อมา ก็ถึงรุ่น กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 3 (ละคร) ปี 2549 นำโดยแก็งหินกลิ้งกลุ่มใหม่ กับ จูเนียร์เดิม ผสมกัน ภานุรุจ  เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ธอร์น  (แก๊งหินกลิ้งจูเนียร์เดิม) จินดาโชติ (ฌอห์ณ) รับบท กึกก้อง หรือ ก้อง @seanjindachot อลัน ยงยืนนาน(แอมเมอร์) หรือ ศิลปินดูโอ ลาฟเฟอร์ แอมเมอร์ รับบท ยูยะ  มิตรชัย ใจสงฆ์(มิกซ์) รับท กัมพ์  ภาณุพงศ์ เศรษฐเสถียร(โอ๊ค) รับบท เดี่ยว หรือ เดี่ยวไฮเทค @oakz_panupong พชร กระต่ายทอง(ใหม่) รับบท ชายน้อย    และที่ขาดไม่ได้  3 สาว บัวชมพู ซึ่งต่อจาก บัวชมพูจูเนียร์ เดิม พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่ ชโลทร กาหลง (กระต่าย) รับบท ไวไว ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า หลังจากนั้น "แก๊งหินกลิ้ง" ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย ชายน้อย, กัมพ์, แน่วแน่ ไม่พร้อมที่จะแสดงต่อไป จึงทำให้ต้องทำการหานักแสดงใหม่ด้วยโครงการ “ชวนน้องมาลองกลิ้ง” จนได้ทั้งสามคนใหม่ ดังนี้ ลูกหมู วิริยะ จิตภักดี  รับบท "ชายพจน์" ที่มีคาแรกเตอร์เป็นเด็กเรียน แอบซนนิดๆ     คิก ภูมิมสิทธิ์ ตั้งพินิจการ พัตเตอร์ ภัทรนันท์ จามิกรณ์ น้องชายแพนเค้ก-เขมนิจ รับบทเป็น "เคนโด้" @putteros เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนสมัยเรียน อย่างห้องเรียน กระดานดำ การเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ชั่วโมงโฮมรูม หรือจะเป้นการลอกการบ้าน แอบเล่น MSN โดดเรียนจนต้องเข้าฝ่ายปกครองบ่อยๆ คิดถึงจัง^^ แต่แบบไหนที่ไม่ดี ก็อย่าเอาไปเป็นแบบอย่างนะคะ เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ วิกิพีเดีย, sharerice, 70-90memory.blogspot.com

ดรีมมี่ RUSH สาวขี้อาย น่ารัก น่าค้นหา กับสัดส่วน 38-26-35
rush /  ดรีมมี่ / 

"น้องดรีมมี่" สาวขี้อาย น่ารัก น่าค้นหาคนนี้ ในสไตล์สาวเซ็กซี่อวบอึ๋ม ซึ่งมาพร้อมกับสัดส่วน 38-26-35 มาดูกันว่าแฟชั่นเซ็กซี่ครั้งแรกของเธอกับ RUSH จะมีไม้เด็ดมากระแทกใจแฟนๆ ขนาดไหน อะไรคือตัวจุดประกายที่ทำให้คุณอยากจะมาถ่ายแบบเซ็กซี่? : ก็ปกติเราเป็นคนที่ชอบอะไรที่มันเซ็กซี่ๆ อยุู่แล้วค่ะ รู้สึกว่าผู้หญิงเซ็กซี่เป็นผู้หญิงที่ไม่น่าเบื่อ อย่างเป็นผู้หญิงน่ารักๆ ผสมเซ็กซี่หน่อยๆ ก็โอเคเลย แล้วตัวเองคิดว่าเซ็กซี่แค่นี้พอแล้วหรืออยากจะเซ็กซี่ขึ้นกว่านี้อีก? : ก็อยากจะเซ็กซี่ขึ้นนะคะ ถ้าอะไรที่มันคือการพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ ก็โอเค อย่างเรื่องความเซ็กซี่ของตัวเอง ถ้ามันเพิ่มขึ้นก็จะดีมากเลยค่ะ เคยมีประสบการณ์ถ่ายแบบโดยที่ทีมงานทั้งหมดเป็นผู้ชายไหม? : ครั้งนี้ครั้งแรกเลยค่ะ(หัวเราะ) ก็รู้สึกเขินๆ ค่ะ ก็ใช้วิธีมโนว่าพวกพี่ๆ เป็นเกย์เป็นตุ๊ดแก้เขินไป เคยมีความสัมพันธ์แบบที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟนบ้างหรือเปล่า? : เคยมีความรู้สึกแบบนั้นครั้งแรกตอนอายุ 16 ค่ะ ก็ตอนนั้นเป็นเหมือนระยะเวลาที่เรากำลังดูใจกันกับคนที่จะมาเป็นแฟนอยู่ ความรักของเราในตอนนี้? : ความรักของหนูตอนนี้ ก็เป็นประมาณนั้นแหละ มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน เพราะว่าก็ยังดูๆ ใจกันอยู่ เหมือนกับว่าเราเพิ่งคบกัน เพิ่งได้คุยได้ทำความรู้จักกัน ผู้ชายเจ้าชู้กับผู้ชายโกหกเก่ง เราเกลียดแบบไหนมากว่ากัน? : โห ไม่ชอบทั้งคู่เลยอ่ะ เพราะปกติก็ไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้และโกหกอยู่แล้ว แต่ก็เคยเจอคนแบบนั้นนะ แล้วเรามีวิธีจัดการกับเขายังไง? : เลิกคบเลย หรือบางครั้งเราอาจจะมีฝากอะไรทิ้งท้ายก่อนเลิก เอาให้เจ็บ เอาให้จำเราจนวันตายเลย (หัวเราะ) วิธีบอกรักผู้ชายแบบแปลกๆ ของคุณ? : ก็สมมุติว่าเราจะไปหาเรื่องเค้าก่อน ไปทะเลาะกับเขาให้เค้าไม่ชอบเรา แต่ตอนเฉลยก็ซื้อดอกกุหลาบหรือของขวัญไปเซอร์ไพรส์เค้า ให้เค้าแปลกใจ แล้วหาสถานที่เซอร์ไพรส์แบบที่มีคนเยอะๆ เลย เคยคุยกับแฟนนานที่สุดกี่ชั่วโมง? :นานสุดของเราก็ 2-3 ชั่วโมง แต่ปกติที่ไม่ติดโทรศัพท์เพราะว่า เราอยากใช้เวลาอยู่กับคนข้างๆ มากกว่า ให้ความสำคัญกับคนรอบข้างมากกว่าโทรศัพท์ สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟนๆ RUSH บ้างไหม? : คือการถ่ายแบบครั้งนี้เป็นการถ่ายแบบเซ็กซี่ครั้งแรกของดรีมเลย ก็ขอฝากผลงานของดรีมไว้ใน RUSH Magazine ฉบับเดือนมีนาคมนี้ด้วยนะคะ ติดตามแฟชั่นเซ็ทอื่นๆ ได้ที่ RUSH#67 March

ท่าเซ็กส์จากหนัง 50 Shades of Grey ฝึกวิทยายุทเพื่อความฟิน!!!
50 Shades of Grey /  ท่าเซ็กส์จากหนัง / 

ท่าเซ็กส์จากหนัง 50 Shades of Grey ฝึกวิทยายุทเพื่อความฟิน!!! มั่นใจว่าในวันนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักหนังเรื่อง 50 Shades of Grey กันอย่างแน่นอน เพราะว่าเมื่อช่วงเดือนกุมภาที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเกิดกระแส อีโรติกฟีเวอร์กันทั้งโลก ซึ่งที่เรียกว่าจะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงจะเป็นฉากสุดสยิวในเรื่องที่พาเราจินตนาการไปไหนต่อไหน นั่นเองครับ และวันนี้ทาง Men.MThai เราจะขอนำเสนอ ท่าเซ็กส์จากหนัง 50 Shades of Grey มาให้เพื่อนได้เอาไปทำกัน เพื่อเพิ่มความสนุกสนานบนเตียงของเพื่อนๆ กับ แฟนสาวของเพื่อนๆ กันครับ เปิดพรหมจรรย์ The Deflower ท่านี้ให้เราจับเข่าของเธอขึ้นไปบนอากาศแล้วให้อาขาค้างไว้ เหมือนกับนางเอกสาว Anastasia ตอนที่กำลังเสียซิงในครั้งแรก แล้วค่อยๆ ใส่กระปู๋เข้าไปช้าๆ เข้าออกประมาณ 4-5 ครั้ง หลังจากน้นให้เราใช้ศอกยันตัวเราตร้อมนอนทับตัวเธอหลังจากนันก็เพิ่มสปีดเร็วๆ จนเธอต้องร้องว้าวววววววววว ความปรารถนาของ อนาตาเซีย The Anastasia Demand ให้เราเข้าเธอจากข้างหลัง โดยท่านี้อย่างที่รู้มันเป็นอะไรที่เข้าได้ลึกที่สุด โดยให้เราเข้าไปช้าๆ หลังจากที่ใส่เข้าไปได้แล้วซํก 2-3 ครั้ง ให้เราดึงกระปู๋ออก และเธอรู้สึกโหยหาเพิ่ม แล้วค่อยใส่เข้าไปใหม่ รสชาติแหน่งคุณเกรย์ The Grey Tease ให้เรามัดข้อแขนของเธอเอาไว้ด้วยกัน หลังจักนั้นพาเธอขึ้นเตียง ให้จับแขนเธอให้ยกไปข้างบน แล้วจูบเธอไปทั้งตัว จากหัว ถึงเท้า หลังจากนั้นให้เราบุกโจมตีไปที่ต่อมสยิวและเล่นกับมันด้วยลิ้น ช้าๆ ให้เธอเสียวซ่านก่อนที่จะสอดใส่เข้าไปในตัวเธอย่างเต็มเหนี่ยว เสียวสยิวจากที่สูง The Frisky Flip หลังจากที่เล้าโลมกันอยู่ซักพัก ด้วยท่านอนหงาย ให้เราจับเธอพลิกตัวและยกก้นข้องเธอสูงขึ้นมา (ให้ัวของเธอนอนราบไปกับเตียงนะ) หลังจากนั้นก็จัดเต็มแบบระดับสูงเลย (จะตีก้นเธอไปด้วยก็ดีนะ #ดีอ๊อกกกก #ดีออก) กระตุ้นหัวนมสไตล์คุณเกรย์ The Mr. Grey Nipple Rub เป็นท่าเล้าโลมอีกท่า ให้เธอเปลือยท่อนบนแล้วเอาแขนทั้งสองของเธอโอบบริเวณคอของเราเอาไว้ แล้วหลังจากนั้นให้เราใช้ใบหน้าจูบไปตามซอกคอของเธอไปพลางระหว่างที่เรากำลังนวดคลึงบริเวณหน้าอกของเธอครับ พันธนาการแห่งความสยิว The Erotic Crop ให้เรามันร่างกายของเธอด้วยเชือกให้เธอรู้สึกตื่นเต้น (ตามภาพเลย) แล้วปิดตาของเธอเอาไว้ โดยให้ปมเชือกที่มัดเอาไว้ของท่อนล่าง อยู่บริเวณจุดติ่งสยิวของเธอ ให้เธอได้เตรียมตัวเอาไว้ก่อนที่จะใส่ของจริงเข้าไปครับ เตียงแห่งความหรรษา The Bed Post Bend ในระหว่างที่กำลังอยู่บนเตียง ให้เรารัดเธอด้วยกุญแจมือเอาไว้กับขอบเตียง และยกก้นของเธอขึ้นมาสูงๆ คล้ายกับท่า เสียวสยิวจากที่สูง ที่นำเสนอก่อนหน้านั่นเองครับ ช่วงเวลาเร่งด่วนของคุณเกย์ The Grey Quick Thrust ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่รีบร้อน ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีเซ็กส์ไม่ได้นะครับ ให้เรานอนคร่อมร่างของเธอ โดยจับแขนของเธอเอาไว้เหนือหัว แล้วให้เข้าของเราจิกช่วงเท้าของเธอเอาไว้ไม่ให้เธออ้าขาออกพร้อมสอดใส่เข้าไปแบบเร็วๆ โดยให้เธอช่วยดันตัวให้เราด้วยนั่นเองครับ ลูกบอลสุดหฤหรรษ์ The Ben Wa Experience ให้เธอแล่นตัวลงไปข้างหน้าจับข้อเท้าของเรา หลังจากนั้นให้เราสอดใส่ลูกบอลสุดสยิวไปข้างในจิมิของเธอแล้วให้เธอเดินอ่อยเรา (หรือจะทำตามในหนังแบบที่นางเอกเดินไปเอาน้ำก็ไม่ว่านะ) ในขณะที่ลูกบอลนั้นอยู่ในตัวของเธอผสมผสานกับสัมผัสจากเรามันจะยิ่งทำให้เธอไปถึงสววรค์ได้เร็วขึ้นนะเออออออ!!! บุกยึดพื้นที่บนโต๊ะ The Desk Domination ให้เธอทำเหมือนนางเอง ให้เธอเป็นผู้ควบคุมเรา (อันที่จริงต้องควบคุมการทรงตัวบนโต๊ะไม่ให้เคลื่อนมากกว่า 55555+) และให้เราจัดการกับเธอ ด้วยความเร็ว ในขณะที่เธอต้องเกร็งกับการที่คอยจับโค๊ะไม่ให้ขยับนั่นเองครับ สัมผัสทั้งสอง The Two Touch ให้เธอเป็นผ่ายอยู่ข้างหน้าคุณโดยให้เธอเปลื้องผ้าออกทั้งหมด แล้วเราจับบริเวณหน้าอกของเธอมือหนึ่ง ส่วนอีกมือให้เรากระตุ้นต่อมสยิวของเธอ พร้อมๆ กับจูบที่ซอกคอไปด้วย ถือว่าท่านี้เป็นท่าเล้าโลมขั้นสูงเลยทีเดียวนะ!!! ท่านั่งน้ำกระจาย The Wet Ride ระหว่างที่อยู่ในอาบน้ำ ให้เรายกเธอมานั่งอยู่บนตักของเรา แล้วให้เธอควบคุมการจัดการของเราทั้งหมด แล้วหลังจากนั้นให้เราเป็นคนจักการเธอบ้าง จากให้เธอเป็นฝ่ายทำ ให้เราจัดการด้วยการยกตัวเธอขึ้นและลงผสมกับให้เธอขย่มด้วยตัวเองครับ ชิวหาพาเพลิน The Tongue on Top ให้เธอนอนหงายและเราเป็นผู้บรรเลงเพลงรักด้วยการใช้ลิ้นจัดการของเธอ โดยให้เธอเป็นคนให้จังหวะ โดยการที่เมื่อเธอใกล้เสร็นเมื่อใหร่ ให้เธอบอกให้เราหยุดทำทันที่ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นน้องชายของเราสอดใส่เขาได้แทน ท่าครบสูตร 50 เฉด Fifty Shades of Flogging ให้เรามัดพันธนาการตัวเธอทั้วแขนและขาเอาไว้กับเตียงพร้อมปิดตาของเธอเอาไว้ หลังจากนั้นให้เธอใส่หูฟังและเปิดเพลงที่อีโรติก หลังจากนั้นใช้แส้พาดไปที่หน้าอกของเธอบาๆ ต่อด้วยการบรรจงจูบร่างกายของเธอไปทั้งตัวและต้อด้วยการใช้ลิ้นจัดการกับเธอ และพอเธอใกล้จุดแล้วให้เราปลดล็อกช่วงขาเธอออก (ปล่อยแขนล็อกไว้กับเตียงเหมือนเดิม) แล้วจัดเต็มให้เธอลืมไม่ลงไปเลย Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://www.cosmopolitan.com/sex-love/positions/news/g4237/fifty-shades-sex-positions/?

Siamese Kittenz ไอดอลสัญชาติไทย ขายความใสและฟรุ้งฟริ้ง!
Siamese Kittenz /  SMKT / 

หากใครกำลังเอียนกับเกิร์ลกรุ๊ปที่แข่งกันเปิดนิด-ปิดหน่อยและขายภาพลักษณ์เซ็กซี่สุดหวือหวา และอยากสบายสายตาด้วยเหล่าสาวน้อยวัยใสที่มาพร้อมความน่ารักสุดฟรุ้งฟริ้ง... เจ็ดสาว Siamese Kittenz คือคำตอบของคุณ!! Siamese Kittenz (ไซมิส คิทเท่นส์) หรือเรียกย่อๆ ว่า SMKT คือเจ็ดสาววัยใส วัย 13-14 ปี ประกอบไปด้วย พิม เฟย์ ไหม จุ๊ยส์ เฟท แพตตี้ และ หลิว พวกเธอคือไอดอลสายเลือดไทยแท้จาก Kelba Music ซึ่งเพิ่งเปิดตัวซิงเกิ้ลแรกที่มีชื่อว่า ซึนเดเระ สดๆ ร้อนๆ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง ด้วยเพลง ซึนเดเระ ซึ่งโดดเด่นด้วยเนื้อเพลงและท่วงทำนองสุดสดใส บวกกับความน่ารักไร้เดียงสา สาวแว่น เหล็กดัดฟัน และมาพร้อมยูนิฟอร์มชุดนักเรียนของเหล่าสาวน้อยเหมียวสยาม Siamese Kittenz จะทำให้แฟนเพลง(โดยเฉพาะหนุ่มๆ โอตาคุ) ใจละลายอย่างแน่นอน!... ไม่เชื่อ? ลองฟังเพลงของพวกเธอดูสิ!! ปลุกความเป็นหมีในตัวคุณได้ทางแฟนเพจของ Siamese Kittenz ที่ https://www.facebook.com/SMKTclub ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เซ็กส์ทอยติดกล้อง ของเล่นใหม่ที่เก็บภาพนาทีฟินข้างในจิมิสาว!
sex /  sextoy / 

เซ็กส์ทอยติดกล้อง ของเล่นใหม่ที่เก็บภาพนาทีฟินข้างในจิมิสาว! ในปัจจุบันนี้มวลมนุษยชาติก็ต่างนิยมที่จะถ่ายรูป เซลฟี่ กันเป็นอาจิณอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ไหน ทำอะไร มนุษย์เราก็มีอารมณ์สุนทรีที่จะหยิบมือถือออกมาแชะๆ ภาพเก็บภาพเอาไว้ดูได้ทุกเมื่อจริงๆ สินะ และมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้คนสมัยนี้บางส่วน จะมีรสนิยมชอบถ่ายภาพถ่ายคลิปเอาไว้ในขณะมีเซ็กส์กัน แต่มันก็ได้ถ่ายแค่ภาพแบบภายนอกแบบภาพรวมๆ และมันจะดีแค่ไหนหล่ะ ถ้าเราสามารถถ่ายรูปคลิปได้ ในลักษณะที่ลึกเข้าไปได้ข้างใน วันนี้ทาง Men.MThai ขอนำเสนอของเล่นใหม่สุดสยิว เซ็กส์ทอยติดกล้อง นั่นเองครับ เซ็กส์ทอยเครื่องสั่นสยิวที่สามารถเก็บภาพสุดสยิวกิ้วในขณะที่ผ่ายหญิงกำลังถึงจุดสุดยอดจากภายในได้ถูกคิดค้นออกมาแล้วนะครับ โดยเจ้า เซ็กส์ทอยติดกล้อง ดังกล่าวมีชื่อว่า Svakom Gaga Camera Vibrator โดยจุดประสงค์ของมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ที่ว่าจะพาการถ่ายเซ็กส์เทปไปให้ไกลขึ้นอีกหนึ่งระดับนั่นเองครับ โดยภาพวิดีโอที่ถ่ายได้นั้นจะถูกอัพโหลดขึ้นไปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ มือถือสมาร์ทโฟนของเรา ผ่านการซิงค์และเชื่อมต่อการเล่น FaceTime นั่นเองครับ (อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ก็ เซ็กส์ทอยติดกล้อง อันนี้เวลาใช้งานถ้าอยากจะเก็บภาพในช่วงเวลาสุดสยิวภายในจิมิของสาวๆ ก็ต้องเปิดการเชื่อมต่อ Facetime เปิดกล้องที่ติดอยู่บนหัวเซ็กส์ทอยดังกล่าวก่อน ถึงจะได้ดูวิดีโอมุมกล้องสุดอลังการงานสร้างในครั้งนี้!!!) โดยตัวแทนของทางบริษัท Lovehoney ที่เป็นผู้ผลิตเซ็กส์ทอยอันนี้ ได้ออกมากล่าวว่า "มันจะช่วยให้คู่รักได้รู้จักกันมากขึ้นในทุกส่วนของร่างกายโดยไม่มีจุดไหนต้องปิดบังกันเลย ซึ่งเซ็กส์ทอยของเราได้ถูกออกแบบมาด้วยกล้องคุณภาพดี เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวภาพที่ได้มาจะดูไม่สด" โดยเจ้าเซ็กส์ทอยชิ้นนี้มีราคาค่างวดอยู่ที่ £119.99 หรือประมาณ 6000 บาท ผมคิดว่าหลายๆ คนคงคิดว่า โหยยยยย อุปกรณ์บ้าบออะไร ใครจะไปซื้อ แต่เพื่อนๆ คิดผิดครับ เพราะว่ามันขายดิบขายดีมากมาย เพราะความแปลกใหม่ของมันและความอยากรู้อยากรองของคู่รักนั่นเอง Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://www.independent.co.uk/news/weird-news/the-sex-selfie-stick-lets-you-facetime-the-inside-of-a-vagina-10080436.html

นศ.ขอโทษผ่านสื่อ ทิ้งชิ้นส่วนคล้ายทารก ทำชาวบ้านผงะ!
ชิ้นส่วนมนุษย์ /  ซากทารก / 

2 นักศึกษาสาว แจงชิ้นส่วนคล้ายเด็กทารกถูกทิ้งถุงขยะย่านท่าข้าม เป็นเจลลาติน ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ประกอบหนังสั้นพร้อมขอโทษผ่านสื่อ ที่ทำให้ตื่นตระหนก วันนี้ ( 3 มี.ค.) 2 นักศึกษาสาว สาขาภาพยนตร์ วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สกนธ์ ศรีวัฒกะพงศ์ พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีผู้พบชิ้นส่วนคล้ายเด็กทารกในถุงขยะ ย่านท่าข้าม โดยนักศึกษาทั้ง 2 ระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นเจลาติน ผสมเลือดเทียม และไส้หมู ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบฉาก ในการถ่ายทำหนังสั้นเกี่ยวกับการทำแท้ง เพื่อส่งอาจารย์ หลังถ่ายทำเสร็จได้เก็บชิ้นส่วนทั้งหมดใส่ถุงดำอย่างดี และนำไปทิ้งในช่วงหัวค่ำ จนกระทั่งมีผู้มาพบและเข้าใจผิดว่าเป็นซากทารก นอกจากนี้ นักศึกษาทั้ง 2 ยังได้กล่าวขอโทษผ่านสื่อ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ตื่นตระหนก สร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้พบเห็น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า จากการสอบสวนพบว่า ทั้ง 2 คนไม่ได้มีเจตนาที่ทำให้ตื่นตระหนก และมีการห่อชิ้นส่วนดังกล่าวในถุงขยะเป็นอย่างดี แต่คนเก็บของเก่าไปขุดคุ้ยและเกิดความเข้าใจผิด ทั้ง 2 จึงไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดแต่อย่างใด ขอบคุณข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว3 MThai News

ใจดี! นักธุรกิจสาวใหญ่ แจกข้าวชาวบ้านฟรี เดือนละแสน
นักธุรกิจ /  เจ๊จ๋า / 

เจ๊จ๋า นักธุรกิจเมืองคอนใจดี ทุ่มเดือนละแสน แจกข้าวชาวบ้านฟรี วันละ 300 ห่อ นาน 3 ปี วันนี้ (3มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่จ.นครศรีธรรมราช มีนักธุรกิจหญิงชื่อ นางอัมพาพันธ์ อมรวานิชย์ อายุ 61 ปี หรือ เจ๊จ๋า เจ้าของร้านขายผ้าโชคดี ย่านการค้าท่าวัง นำข้าวสวยพร้อมน้ำพริกและไข่ต้ม เมนูอาหารเจต่างๆ แจกให้ชาวบ้านได้รับประทานกันฟรีๆวันละ 300 ห่อ นางอัมพาพันธ์ เปิดเผยว่า สามีตนเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ตอนนี้อยู่กับลูกชายอายุ 40 ปี ลูกเคยบอกให้ตนหยุดทำแบบนี้ เนื่องจากเห็นผู้เป็นแม่เหนื่อย เพราะต้องเตรียมประกอบอาหารแจกคน แต่ตนยืนยันว่ามีความสุขลูกจึงไม่ขัด สำหรับค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารตกประมาณวันละ 3,000 บาท เฉลี่ยเดือนละ 100,000 บาท ทำอย่างนี้มาเกือบ 3 ปีแล้ว และจะแจกอาหารต่อไปเรื่อยๆ  เพราะตนรู้สึกว่าได้รับอะไรจากสังคมมามากมาย จึงต้องการตอบแทนสังคมบ้าง MThai News

ไม่น่าเชื่อ !! สาวฝาแฝดสองสัญชาติครึ่งอังกฤษ-จาเมกา
จาเมกา /  ฝาแฝด / 

สองฝาแฝดสองสัญชาติ ซึ่งมีบิดาเป็นคนผิวขาว และมารดาเป็นชาวจาเมกา วานนี้ (2 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว ของ 'มาเรีย และ ลูซี่' สองสาวฝาแฝดคนละฝา ลูกครึ่งอังกฤษ-จาเมกา ที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งทั้งคู่มีความแตกต่างกันมากจนแทบจะไม่มีใครเชื่อว่าทั้งสองจะเป็นฝาแฝดกันจริงๆ ทั้งนี้รายงาน ระบุว่า มาเรียซึ่งมีลักษณะภายนอกเหมือนมารดาของทั้งคู่ ซึ่งเป็นชาวจาเมกา ที่มีผิวสี ผมหยิก ในขณะที่ลูซี่ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับบิดา ที่มีผิวขาว ตาฟ้า ผมบลอนด์อย่างชาวตะวันตก โดยทั้งคู่ได้รับการถ่ายทอดยีนส์มากจากพ่อซึ่งมีความแตกต่างทางเชื้อชาตินั่นเอง อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่กำเนิดขึ้นในปี 2540 ซึ่งขณะนี้พวกเธออายุได้ 18 ปี พวกเธอเปิดเผยผ่านสื่อว่า ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าทั้งสองเป็นเพื่อนกันมากกว่าฝาแฝด มีเพียงใบสูติบัตรเท่านั้นที่จะยืนยันความสัมพันธ์ที่แท้จริงของทั้งคู่ได้ พร้อมกันนี้ประเทศหลายประเทศที่ มักจะมีความหลายหลายทางเชื้อชาติ ที่มีความหลายหลายทางเชื้อชาติดังนั้นจึงเกิดกรณีเช่นนี้ได้บ่อยครั้งกว่าในแถบเอเชีย ซึ่งเป็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้จากการแบ่งประเภทยีนส์ ดังนั้นคู่สมรสบางรายจะมีการแบ่งแยกประเภทยีนส์มากจากภูมิหลังของเชื้อชาติในแต่ละราย โดยในกรณีของมาเรียและลูซี่ เป็นกรณที่เกิดขึ้นได้เพียงหนึ่งในล้านเท่านั้น MThai News ที่มา nypost