สาวร้อน

ถอนตัวปากโป้ง เบนซ์ ไม่ปลื้ม!! เฮียฮ้อ ทวิตพาดพิงวิก 3
เบนซ์ พรชิตา /  หนุ่ม กรรชัย / 

ชัดเจน! เบนซ์ พรชิตา ประกาศถอนตัวจากพิธีกรรายการ ปากโป้ง ของช่อง 8 อย่างกระทันหัน โดยเจ้าตัวเผยไม่ใช่เพราะทางช่อง 3 มีนโยบายเรียกตัวกลับไม่ให้รับงานกับช่องอื่น แต่เธอขอพูดตรงๆ ว่าไม่พอใจที่บิ๊กบอสอาร์เอส โพสต์ทวิตเตอร์พาดพิงมาทางผู้ใหญ่ของช่อง 3 ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นพ่อ-แม่ของเธอ จึงตัดสินใจต่อสายตรงไปถอนตัวกับทาง หนุ่ม กรรชัย พิธีกรร่วมรายการทันทีที่เห็นโพสต์ดังกล่าว ลั่นอยากทำงานด้วยความสบายใจ สำหรับตอนนี้ทางรายการ ปากโป้ง ก็ได้พิธีกรสาว นุ้ย สุจิรา มาเสียบแทนเธอเรียบร้อยแล้ว.... เบนซ์ ถอนตัว ปากโป้ง เบนซ์ ถอนตัว ปากโป้ง เบนซ์ ถอนตัว ปากโป้ง เบนซ์ ถอนตัว ปากโป้ง

The Eyes Diary : ทุกข์เพราะอยากสุข
13 เกมสยอง /  mthai / 

หากเป็นมนุษย์ปถุชน ที่ยังไม่ถึงขนาดละทิ้งซึ่งเรื่องทางโลก หรือถ่องแท้ถึงสัจธรรมแห่งชีวิตไปแล้ว ย่อมต้องเกิดความทุกข์จากการสูญเสีย เป็นเรื่องปกติ ซึ่งนั่นคือปฏิกิริยาต่อยอดจากความที่เคยสุข และโหยหาไม่อยากให้ สุข ที่เคยมีนั้นหนีไปไหน ดังเช่นตัวละครแห่ง The Eyes Diary ที่วนเวียนอยู่กับประเด็นเหล่านี้ จมดิ่ง และหนีไปไหนไม่รอดจากก้นบึ้งอดีต ไม่ว่าจะในฐานะคน หรือ วิญญาณ ต่างก็ยังวนเวียนในที่มืด ไม่ยอมพบทางสว่างเสียที The Eyes Diary เล่าเรื่องราวของ น็อต หนุ่มอาสามูลนิธิ ทีแฟนสาวสุดที่รักอย่าง ปลา ต้องมาจากไปเพราะอุบัติเหตุ ทำให้เฝ้าตรอมตรม คิดถึงแต่เรื่องอยากมองเห็นผีให้ได้ เพราะอยากจะสื่อสารกับ ปลา อีกสักครั้ง ด้วยการเก็บของคนตายมาไว้ในบ้านของตัวเอง ตามหลักความเชื่อที่ได้อ่านมา แต่ในขณะที่เพื่อนรอบข้างต่างเจอะเจอกับของดี! มีเพียง น็อต ที่ยังไม่สามารถเห็นได้ดังใจ พร้อมกับการเข้ามาของ มดตะ สาวที่กุมปมชีวิตบางอย่างไว้ ที่ทำท่าจะเข้าอกเข้าใจ น็อต เป็นอย่างดี และ จอห์น เพื่อร่วมอาสา ที่แสดงท่าทีเฉยเมยต่อความอยากเห็นผี เสียจนน่าสงสัย ก่อนอื่นคงต้องชื่นชมผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ และยกความดีให้ความชอบให้่ The Eyes Diary ไปเต็มๆ ก่อนหนึ่งข้อ คือการเลือกแง่มุมตีความโลกวิญญาณในหนัง ที่ไม่ได้เฝ้าแต่จะมุ่งเน้นการหลอกหลอน เขย่าขวัญคนดูด้วยความเละเทะ สยดสยองเลือดสาด แต่เป็นการมองอย่างเข้าอกเข้าใจ (จนบางครั้งก็น่าเห็นใจ) เสมือน คน และ ผี หลอมรวมและใชัชีวิตอยู่ในโลกมิติเดียวกัน ที่ซ้อนทับกันเลือนลาง ขวางกั้นด้วยเพียงควันบางๆ เท่านั้น และไม่มีเหตุผลอะไรที่คนเป็นอย่างเราๆ ต้องไปวี๊ดว๊ายกลัวคนตาย เพราะพวกเขาก็คือปถุชน มีสุขมีเศร้า เหมือนคนเราทุกประการ เพียงแต่สภาพการปรากฏอาจจะไม่ได้สวยงาม เพียงเท่านั้นเอง ซึ่งหากตัดเปลือกแห่งความน่ากลัว เน่าเฟะ น่าสะพรึงออกไป เราก็จะสามารถมองบรรดาผีทุกผู้ตัวตน อย่างเข้าใจ และพร้อมเปิดรับเข้าช่วยเหลือ มากกว่าจะไปวิ่งหนีให้แตกตื่นไร้ประโยชน์ ซึ่งทัศนคติแดนบวกที่มีต่อสิ่งที่คนทั่วไป ตราหน้าว่าน่ากลัวไม่ควรเข้าใกล้เช่นนี้ ก็ทำให้ตัวละครที่วอดวายกลายเป็นผีไปตั้งแต่ต้นอย่าง ปลา ดูท่าจะจูนติด และคงความสัมพันธ์ในระดับที่รับรู้ได้กับตัวละครที่มียังมีลมหายใจ อย่าง น็อต จนคนดูรู้สึกถึงความโหยหาอดีต โหยหาความสุขที่เคยมี จากทั้งสองฝ่ายได้ แต่ถึงกระนั้นปมประเด็นดราม่านี้ ก็ขับเน้นให้ตัวละคร มดตะ และ จอห์น ที่มีเป้าประสงค์ และที่มาอย่างคลุมเครือในตอนแรก ก่อนจะมาเผยในภายหลัง ให้ดำรงเป็นผู้ช่วย ประเภทเฮไหนเฮนั่น ฉันไปด้วย มากกว่าจะไปเสริมเรื่องราวให้เข้มข้น ซ้ำร้ายมุมมองที่น่าสนใจที่เปิดไว้ในช่วงแรกนี้ กลับถูกทำลายลงอย่างช้าๆ ก่อนจะแหลกสลายเมื่อผ่านไปถึงกลางเรื่อง และว่ายน้ำออกทะเลไปสู่ประเด็นอื่น และมุมมองกลับสลับขั้วในช่วงท้ายไปเสียเฉยๆ อาการผีเข้าผีออกนี้จึงทำให้หนังทั้งเรื่องออกมาไม่ถึงกับมีประเด็นแข็งแรง น่าประทับใจ หรือในขณะเดียวกัน ก็ไม่สยองเขย่าขวัญเสียจนแทบทนไม่ไหวเช่นกัน อาการรักพี่ดราม่า เสียดายน้องสยองขวัญ ที่ประดักประเดิดพอตัวนี้ ส่งผลโดยตรงให้หลายๆ การกระทำของตัวละครดูแบนราบไร้เหตุผล จนบางครั้งก็น่ารำคาญอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ถึงกระนั้นสำหรับใครที่คุ้นเคยกับขนบ หรือลายเซ็นบางอย่างของผู้กำกับ มันยังคงปรากฏผ่านจริตของตัวละคร ลูกล่อลูกชนเล็กๆน้อยๆ ที่แอบซ่อนไว้ และมุขตลกเย้าแหย่แบบหยอกแกมหยิก สไตล์วัยรุ่น ที่น่าจะทำให้แฟนๆ ได้เสพสิ่งที่ต้องการอย่างไม่ผิดหวัง ถึงแม้นี่จะไม่ได้ซุกซ่อนความดราม่า ถึงแก่นชีวิตแบบ รักแห่งสยาม หรือ เขย่าขวัญชวนอึดอัด สะดุ้งเฮือกแบบ 13 เกมสยอง แต่สิ่งที่ยังคงพูดกับคนดู และเป็นสิ่งที่ผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังคงพูดถึงอยู่เสมอ คือการติดอยู่ในทุกข์ เพราะโหยหาความสุขที่ดูเหมือนจะใกล้แต่กลับไกลห่าง ไม่ว่าจะชีวิตร่ำรวย ที่ต้องผ่านการทำผิดศีลธรรม ความสวยงามของรักวัยรุ่น แต่รักร่วมเพศก็สิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ หรือแม้แต่ความต้องการมองเห็น พูดคุยกับแฟนสาวที่ตายไปแล้ว แต่หน้าต่างของสองโลกก็ไม่ยอมเปิดออก และการส่งเสียงเรียกร้องจากคน (หรือผี) ที่ไม่มีใครเห็น ใครสนใจ เพื่อที่จะได้มีที่หยัดยืนในสังคม หรือในสายตาของคนที่ตัวเองรัก เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

แฟชั่นแป๊ก! ไมลี่ย์ ไซรัส -ริฮันน่า อวดเต้า
Miley Cyrus /  ไมลี่ย์ ไซรัส / 

สาวนักร้องดัง ไมลี่ย์ ไซรัส (Miley Cyrus) และ ริฮันน่า (Rihanna) ที่มาในคอนเซ็ปอวดเต้าวับๆแวมๆ เหมือนกัน ในงาน amfAR LA Inspiration Gala

นางสาวไทย 2557 มาแล้วโฉมหน้า 24 คนสุดท้าย งดงามคู่แผ่นดิน
นางงาม /  นางสาวไทย / 

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้ายการประกวด นางสาวไทย ประจำปี 2557 พร้อมเผยแบบมงกุฎและของรางวัลจากผู้สนับสนุน โดย การประกวด นางสาวไทย ประจำปี พ.ศ.2557 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “8 ทศวรรษแห่งตำนาน ความงดงามคู่แผ่นดิน” (INFINITY OF BEAUTY) เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีแห่งตำนานการค้นหาหญิงสาวที่สวยที่สุดในประเทศไทย การคัดเลือกรอบแรกจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกสาวงามเหลือ 80 คน และ 40 คนตามลำดับ โดยพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาและบุคลิกภาพเป็นหลัก จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม คณะกรรมการได้คัดเลือกสาวงามอีกครั้งเพื่อเฟ้นหาผู้มีคุณสมบัติดีเด่นให้ผ่านเข้าสู่รอบ 24 คนสุดท้าย โดยเน้นการพิจารณาด้านปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม รวมถึงศักยภาพและความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ของผู้เข้าประกวด และนี่คือโฉมหน้า สาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้าย นางสาวไทย ประจำปี 2557  ดังต่อไปนี้ MT1 นางสาวเกษราวดี เกิดด้วง MT2 นางสาวภัคสุภัสส์ เพชราวิวรรธน์ MT3 นางสาวชลิดา กล่ำปาน MT4 นางสาวณภัสนันท์ สุขสวัสดิ์ MT5 นางสาวชุติมา สารศิลป์ MT6 นางสาวสุกัญญา พันธ์จำปี MT7 นางสาวพัชรวรรณ หุตะเศรณี MT8 นางสาวปรียานารถ ลายคราม MT9 นางสาวชนิดาภา จงปติยัตต์ MT10 นางสาวนคนันทินี วงค์จิตต์ MT11 นางสาวอาทิมา เนตรทิพย์ MT12 นางสาว ฝนทิพยป์ กลิ่นภักดี MT13 นางสาวสุจรรย์จิรา เข็มทรัพย์ MT14 นางสาวพิมพ์ชนก จิตชู MT15 นางสาวแพรวโพยม ลักษิตานนท์ MT16 นางสาวรินทร์ลภัส วีระชัยวงศ์ MT17 นางสาวอุรชาภัทร เดชาเบญจานนท์ MT18 ร้อยตรีหญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล MT20 นางสาววิสุมิตรา ประยูรพันธ์ MT21 นางสาวคเณพร อินต๊ะมูล MT22 นางสาวฬิษา สุวรรณเกษการ MT23 นางสาววิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ MT24 นางสาวพุทธพร ทองพุ่ม ปิดท้ายด้วยภาพมงกุฎ นางสาวไทย 2557 รวมภาพบรรดา 24 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ นางสาวไทย 2557 รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus

ปีเตอร์ เผยคาแรคเตอร์ที่ประทับใจคือบท”คุณหมอปราบ”
ปีเตอร์ คอร์ป /  ชมพู่ อารยา / 

ทำเอาสาวๆ ฟินกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยทีเดียวเมื่อพระเอกปากกว้าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล โดดมารับบท คุณหมอปราบ ผู้ชายอารมณ์ดี ปากร้ายแต่แสนอบอุ่นในละครเรื่องหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ประกบคู่กับ ชมพู่ อารยา ทางช่อง 3 แม้ละครจะจบไปนานมว๊ากๆ แต่คนก็ยังจดจำปีเตอร์ในบทนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากสาวๆ จะฟินแล้ว ปีเตอร์ เองก็ฟินเวอร์ๆ กับบทปราบ ถึงกับยกให้ละครหนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซเป็นละครที่ he ประทับใจมากทีสุด “ละครที่ผมประทับใจมากที่สุดคงเป็น หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ มันเป็นละครเรื่องแรกที่ผมได้ร่วมงานกับ พี่คิง (ผู้กำกับ) แล้วพี่เขาเป็นคนที่ทำงานละเอียดมาก ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นคนที่รอบคอบมาก ประทับใจจริงๆ ครับ” คาแรคเตอร์ในเรื่อง ตรงกับตัวจริงบ้างหรือเปล่า มันมีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายผมนะ ชอบตัวละครตัวนี้ตรงที่เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้มีดราม่ามาก เป็นคนจริงคนหนึ่ง เป็นสัตวแพทย์อยู่ต่างหวัด จิตใจดี อยากช่วยรักษาสัตว์ คือมีหลายๆ อย่างที่ตรงกับตัวผมครับ ร่วมงานกับ ชมพู่ อารยา เป็นไงบ้าง เก่งครับ ชมพู่ เป็นนักแสดงที่เก่งมาก เขาทำให้ผมทำงานง่ายขึ้น ส่งบทมาปุ๊บผมต่อได้ทันที ด้วยความที่เขาเป็นมืออาชีพ จำบทเก่งมาก เรื่องภาษา การอ่านบท มีปัญหาไหมเอ่ย ก็มีอยู่แล้วครับ ฝรั่งอ่านบทไทยนี่ลำบากมากนะ (ยิ้ม) เราต้องเตรียมเวลาไว้เยอะๆ ครับ ต้องมีการเตรียมตัว ถ้าส่งบทให้เลยแล้วอ่านนี่คือไม่ได้แน่ๆครับ ต้องยอมรับว่าถึงจะมีบางฉากบางตอนที่ ปีเตอร์ ออกเสียงภาษาไทยไม่ชัดบ้างแต่แอคติ้งการแสดงที่เป็นธรรมชาติก็สามารถทำให้แฟนๆ ละครลืมๆ ข้อเสียนั้นไปได้ เพราะ he สามารถตีบท “ปราบ” หนุ่มบ้านไร่ที่ปากร้ายแต่ใจดีออกมาได้โดนใจแฟนๆ ทั่วประเทศจนคนอินไปทั่วบ้านทั่วเมือง ที่สำคัญคนพูดกันปากต่อปาก คอละครหลายคนที่ยังไม่เคยดูถึงกับลงทุนไปหาดูละครย้อนหลังกันเลยทีเดียว เพราะการแสดงที่เป็นธรรมชาติมาจากอินเนอร์ที่ดูแล้วไม่ขัดหูขัดตาทำให้ตอนนี้ ปีเตอร์ กลายเป็นพระเอกพ่อลูกอ่อนที่สาวๆ ค่อนประเทศยกให้เป็นพระเอกในดวงใจ

ยังไง?? เนย รีเทิร์น ดีเจภูมิ ควงดูบอลสเปน
เนย เนโกะจั้มพ์ /  ดีเจภูมิ / 

ทำเอาแฟนๆ แอบเชียร์ให้รีเทิร์นกันจริงๆ สำหรับคู่ของนักร้องสาว เนย เนโกะจั๊มพ์ และอดีตคนเคยรักอย่าง ดีเจภูมิ ภูมิใจ ที่เลิกรากันไปเป็นปีแล้ว แต่ล่าสุดควงคู่บินลัดฟ้าไปดูบอลถึงเมืองมาดริด ประเทศสเปน แถม สาวเนย ยังโพสต์ข้อความแสนหวานชวนจิ้นว่า "มีความสุขจัง ^^.... ชีวิตเรามันจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการมีความสุขมั้ย...อยากรู้จริงๆ" และ "การจะทำความรู้จักใครสักคนมันไม่จำเป็นที่จะต้องมากังวลหรอกว่าคนนี้จะใช่หรือไม่ คุยไปจะเสียเวลามั้ย? เราแค่ทำตัวเองให้เป็นคนที่มีคุณค่า คุ้มค่า.. หากได้รู้จักด้วยแค่นั้นก็พอละ.. ทำตัวเองให้ดีที่สุดในแบบที่ตัวเองเป็นแค่นี้ก็พอละ แล้ววันนึงถ้าจังหวะมันจะเจอคนที่ใช่มันก็ใช่เองแหละ ไม่ต้องพยายามหรอก เหนื่อยไป้ ! เอาเวลาที่นั่งกังวลมามีความสุขกับตัวเองดีกว่า" ด้านดีเจภูมิก็โพสต์แบบขำๆ ว่า "ตอนคบกันก็เชียร์ให้เลิกกันจัง... ตอนเลิกกันก็เชียร์ให้คบกันจัง... สรุปพวกแกเอาไงกันแน่เนี้ยยย...งง!" งานนี้จะมีรีเทิร์นหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไปนะจ๊ะ!! เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ

พีค ภัทรศยา อดีตสาวเกมส์ Ragnarok Online Girl สู่ซุปเปอร์สตาร์
Ragnarok Online /  RO Girl / 

น้องพีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ดารานักแสดงชื่อดังที่กลายเป็นดาวเด่นในแวดวงละครและภาพยนตร์ รู้หรือไม่ว่าก่อนที่เธอเป็นซุปเปอร์สตาร์ เธอเคยเข้าร่วมประกวดสาว RO Girl จากเกมส์ออนไลน์ดัง Ragnarok Online (ragnarok.in.th) จาก Playpark ในช่วงน่ารักวัยใส วันนี้เรามาดูชุดภาพที่น้องพีคเคยเข้าประกวดให้กับเกมส์ออนไลน์ดังในครั้งนั้นกัน อดีต RO Girl พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ใน ปัจจุบัน (ภาพจาก IG)

ฐิสา แย้ง หันมาเซ็กซี่ ไม่เกี่ยวทะเลาะกันถี่
กัน นภัทร /  ฉัตร ปริยฉัตร / 

พักหลังๆ ไม่รู้ว่าตั้งแต่ทะเลาะกับหวานใจอย่างหนุ่ม กัน นภัทร ถี่เกินไปหรือเปล่า เวลาออกงานหรือเวลารับงานถ่ายแบบมักจะเห็นสาว ฐิสา วริฏฐิสา หันมาปรับลุคให้ดูเซ็กซี่ผิดจากเมื่อก่อนที่เป็นสาวใสแบ๊ว ซึ่งสาวฐิสารับว่า “จริงๆ แล้วไม่เกี่ยวกับว่าทะเลาะกับกันแล้วจะหันมาประชดด้วยการหันมาทำตัวให้เซ็กซี่ มันไม่เกี่ยวกันเลยเพราะหนูกับกันก็รู้จักและคบกันมา 4-5 ปีแล้ว เรื่องทะเลาะกันนี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวหนูแยกแยะได้ ไม่ว่าหนูจะรับงานถ่ายแบบหรือว่างานอีเว้นต์ก็จะดูที่ความเหมาะสมมากกว่า อีกอย่างคุณแม่กับพี่ผู้จัดการก็จะช่วยดูแล้วว่า มันไม่โป๊จนเกินไป ถ้ามันเซ็กซี่น่ารักใสๆ เหมาะกับหนูก็พอรับได้ค่ะ เรียกว่าขอเซ็กซี่อย่างมีลิมิต ไม่ให้มันน่าเกลียดหรือทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูแย่เท่านั้นแหละค่ะ” ฐิสา วริฏฐิสา ฐิสา วริฏฐิสา ฐิสา วริฏฐิสา

พ่อแม่สาวลาวตกตึกดับร้องกสม.หลังคดีไม่คืบ
ฆาตกรรม /  ฆาตกรรมน้องแป้ง สาวลาว / 

ตัวแทนทูตลาว นำพ่อแม่ สาวลาวตกตึกเสียชีวิต เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ร้อง กสม. หลังคดีไม่คืบ นานกว่า 4 เดือน ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. วันนี้ (31 ตุลาคม) โดยมี นางพอน ชุมพลพักดี มารดาผู้เสียชีวิต และ นายทานตะวัน ไชยวง บิดาผู้เสียชีวิต (พ่อเลี้ยง) เป็นตัวแทนฝ่ายญาติของ นางสาวต่าย ดาวเฮือง หรือ น้องแป้ง สาวชาวลาว ที่เสียชีวิตจากเหตุพลัดตกตึก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมี นายสุทัศน์ เงินหมื่น ในฐานะทนายความของฝ่ายญาติผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่จากสถานทูตลาว ประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ กสม. โดยมี น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการ กสม ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง และการเมือง เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อขอ กสม. ได้ติดตาม และประสานงานให้มีการตรวจสอบกระบวนการไต่สวนของเจ้าหน้าที่ ให้มีความตรงไปตรงมาตามที่ฝ่ายญาติติดใจและมีข้อสงสัย โดยให้เร่งรัดในการสืบสวนสอบสวนในคดี และทำให้คดีมีความโปร่งใส พร้อมกับให้คดีมีความคืบหน้า เนื่องจากคดีดังกล่าวดำเนินมานานกว่า 4 เดือน

วิวาห์ล่ม! เต๋อ น้ำตาซึม เลิก!! พีค
พีค ภัทรศยา /  เต๋อ ฉันทวิชช์ / 

ช็อก! กันถ้วนหน้า พระเอกหนุ่ม เต๋อ ฉันทวิชช์ เผยงานวิวาห์ล่ม!! โดยออกมายอมรับกับสื่อด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่าได้เลิกรากับทางสาว พีค ภัทรศยา ลงแล้ว หลังทั้งคู่ใช้เวลาดูใจกันมาได้ 7 ปีซึ่งถือเป็นเลขอาถรรพ์ สำหรับสถานะตอนนี้เหลือแค่พี่น้องแม้ในเรื่องของความรู้สึกจะยังรักกันมากก็ตาม เผยสาเหตุเกิดจากหลายๆ เรื่องสะสมมานานจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ และไปกันไม่ได้ ดังนั้นจึงคุยกันด้วยดีและเลือกทางออกได้ว่าควรจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เบรกงานแต่งที่แพลนกันไว้คร่าวๆ ว่าจะเป็นในปีหน้าเอาไว้ก่อน ดีกว่าถ้าแต่งกันไปแล้วต้องเลิกกันในอนาคตนั่นเอง... ซึ่งถ้าหากมีความคืบหน้าอย่างไรทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com จะติดตามรายละเอียดมารายงานให้ทราบกันต่อไป พีค-ภัทรศยา เลิก เต๋อ ฉันทวิชช์ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

 แฉอีกมุม ข่าวหมาน้ำทิพย์โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค
ข่มขืนสุนัขม /  ข่มขืนหมา / 

 แฉอีกมุม ข่าวหมาน้องน้ำทิพย์ โดนทารุณ อาจเป็นข่าวลวง หลอกเงินบริจาค พบประเด็นน่าสงสัย วันนี้(31 ต.ค.) จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวสุนัขชื่อ น้องน้ำทิพย์ ถูกคนทารุณและกระทำชำเราจนป่วยติดเชื้อภายในและเสียชีวิตเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งซึ่งทำงานในหน่วยNGOที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สัตว์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คแฉข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับประเด็นข่าวน้องน้ำทิพย์โดนคนข่มขืนว่า เจาะประเด็น คนหากินกับหมา 1. ตัวเองไม่มีรถ (ไม่สามารถพาน้องปั๊คมาหาหมอได้เอง) แต่ไปรับหมาป่วยมาได้ยังไงเยอะแยะมากมาย 2.คุยว่าบ้านหลังละ 2 ล้าน สามีเงินเดือนเป็นแสน แต่สี่ร้อยบาทค่ารักษาหมา จ่ายไม่ไหว ต้องระดมทุน 3.ขอให้คนไปช่วยเยอะแยะมากมาย แต่พอดารามีตังค์ขอช่วยด้วย ดันโวยวาย หาว่าเกาะหมาดัง ขอโทษทีเถอะ ดาราเค้าดังมานานแล้ว! แล้วเคสที่ช่วยๆอยู่ทั้งคนทั้งหมาเป็นร้อยๆเคสที่ไม่ได้ออกข่าว กะน้องหมาอีกตัวที่โดนคนทำร้าย มันจะไปเกาะดังตรงไหน? 4.บุ๋มโดนพาลว่าทำไมไปบอกว่า บุ๋มกับเก๋ รับเคสนี้แล้ว! บุ๋มพูดตอนไหน? ในไอจีขึ้นแต่เนื้อข่าวตาม นสพ. ถามจริงๆเถอะ หมาอยู่กับคุณ มีคนใจโหดนำมาทิ้ง คุณรู้ได้ยังไงว่าโดนข่มขืน??? เพราะคุณหมอบอกว่า ปั๊คตัวเล็กมากนิ้วเข้าไปยังลำบาก หมอบอกว่า น้องน่าจะแค่มดลูกอักเสบ! จากการติดเชื้อ! 5. หมอบอกให้แอดมิด เธอยืนยันว่า จะเอากลับบ้าน? ติดเชื้อขนาดนั้น? เอาไปนอนข้างๆ ถ่ายรูป ดูดี 6.แต่พอเดอะว๊อยส์ ขอดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ขอแค่ให้พาไปหาหมอ เธอบอกว่า อย่าใช้ความเป็นดาราเข้ามายุ่ง?? 6. น้องหมาตายกลางทางวันนี้ เวลาประมาณ 12:30น เราถามว่า แล้วเงินที่คนบริจาคทำไง เธอบอกว่า บริจาคไปหมดแล้ว (ตอนไหนวะ?) 7. พอนักข่าวถามและขอดูศพน้องปั๊ค เธอเอากลับบ้านและรีบฝังทันที เธอบอกมันจบแล้ว! 8. ในเฟสเธอตอนเช้ามีการบอกว่า ให้หยุดการพูดข่าวว่า น้องโดนข่มขืน (ประหนึ่งไม่อยากฟัง) ใช่สิ ก็เพราะเธอรู้นี่ ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่เธอแต่ง ทำให้มันเป็นประเด็นน่าสงสาร พอเป็นข่าว ก็เริ่มโวยวาย! 9. องค์กรทำดี เราส่งเสริมคนทำดี แต่ถ้าใครมาทำมาหากินกับความขี้สงสารของประชาชน เราจำเป็นต้องเปิดโปง 10. อย่าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อย่ามาโบ้ยว่า ดารารังแก ชั้นอยู่ข้างความถูกต้องและประชาชนเสมอ! 11. คนนี้เอาหมามาจากคุณฟาริดา ซึ่งคุณฟ้าเอาน้องปั๊คมาจากนครนายก หมอตรวจแล้วเป็นแค่ท่อปัสสาวะติดเชื้อพอเธอเอามาวันเดียว ออกข่าวว่า หมาโดนข่มขืนและระดมทุนรักษา ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกแชร์ออกไปและกลายเป็นข้อสงสัยที่ต้องการให้สาวผู้ที่นำหมาน้องน้ำทิพย์ไปดูแลก่อนตายออกมาชี้แจงกับสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการผลักดันพรบ.คุ้มครองสัตว์เพื่อลดการทารุณกรรมในสัตว์เลี้ยงด้วย Mthai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ร่วมไว้อาลัย น้องน้ำทิพย์ น้องหมาผู้โชคร้าย ที่ถูกคนชั่วเลี้ยงทำร้ายทารุณ!! โลกออนไลน์ตื่นตัว ล่ารายชื่อร่างพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์

หนุ่มหึงโหดยิงสาวดับก่อนยิงตัวตายตาม2ศพ
ข่าววันนี้ /  ยิงกัน / 

หนุ่มใหญ่เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี วัย 40 หึงโหดยิงสาว 18 ดับ ก่อนยิงตัวตายตาม รวม 2 ศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งมีเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิตที่หน้าบ้านเลขที่ 97/2 หมู่ 10 ริมถนนสายเดิมบาง-บ้านทึง ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพ นายแมน เหมือนแก้ว อายุ 40 ปี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซอง นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่หน้าบ้าน ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกซองตกอยู่ ขณะเดียวกันยังพบว่าที่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 10 ต.นางบวช ที่อยู่ใกล้เคียงกันมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 รายคือ น.ส.สุกัญญา ด้วงนิยม อายุ 18 ปี ที่อาชีพเป็นพนักงานให้บริการผู้โดยสารบนรถโดยสารปรับอากาศสายเดิมบางนางบวช-กรุงเทพมหานคร มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนขนาดเดียวกันเข้าเต็มใบหน้า ญาติได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเดิมบางนางบวชไปก่อนหน้าแล้ว แต่ น.ส.สุกัญญา ได้เสียชีวิตหลังถูกนำส่งโรงพยาบาล สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ น.ส.สุกัญญา กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน นายแมน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุและได้มาหลงรัก น.ส.สุกัญญา ได้เดินเข้ามาขอพูดคุย แต่ น.ส.สุกัญญา ไม่ยอมคุยด้วย จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนที่ นายแมน จะชักอาวุธปืนที่พกมาด้วย ยิงใส่ น.ส.สุกัญญา เต็มใบหน้า 1 นัด จน น.ส.สุกัญญา ล้มลง จากนั้น นายแมน ได้เดินออกจากบ้านไปและใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงศีรษะตัวเองจนเสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านที่พบศพ ทั้งนี้ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ เฉลียวศิลป์ ผกก.สภ.เดิมบางนางบวช เผยว่า สาเหตุมาจากเรื่องที่ นายแมน กลัวว่า น.ส.สุกัญญา จะไปมีใจให้ชายอื่น จึงใช้อาวุธปืนยิง น.ส.สุกัญญา จนเสียชีวิต ก่อนจะใช้ปืนยิงตัวเองตายตามดังกล่าว

โฆษณา perfect body ของ วิคตอเรียซีเคร็ท โดนจวกยับ!
Victoria Secret /  วิคตอเรียซีเคร็ท / 

โฆษณาวิคตอเรียล่าสุด ดูเผินๆก็อาจจะไม่ต่างจากโฆษณาบิลบอร์ดทั่วไปใช่ไหมละคะ   เพราะก็มีสาวหุ่นดีสวมชุดชั้นในยืนโพสเซ็กซี่ตามสไตล์ โฆษณาวิคตอเรียซีเครทเขาล่ะ แต่แหม... จู่ๆก็อปปี้ไรเตอร์ ก็ดั๊น เลือกใช้คำได้กัดกินหัวใจผู้ที่ผ่านไปผ่านมาว่า " The perfect body " ทำให้บริษัทแทบจะลุกเป็นไฟ เนื่องจากชาวเนตในทวิตเตอร์ รุมประนามกันว่า ทำแบบนี้เหมือนการเหยียดรูปร่างกันเลยนะเนี่ย โดยเริ่มแรกในประเทศอังกฤษ คนก็ต่างวิพากย์วิจารณ์ว่า โฆษณาชุดชั้นในตัวนี้แสดงถึงผู้หญิงที่ ร่างกายไม่แข็งแรง อ้อนแอ้นเกินไป ต่างหาก แถมยิ่งไปกว่านั้น สามสาวจากรั้วมหาลัยทั้งสาม  Frances Black, Gabriella Kountourides และ Laura Ferris แห่งมหาวิทยาลัย Leeds ประเทศอังกฤษ ได้ทิ้งข้อความไว้ในเวป Change.org (เวปไซต์เพื่อการรณรงค์ทุกด้านของโลก)  ว่า "ทุกๆวัน ผู้หญิงจะถูกครอบงำด้วยสื่อต่างๆ โดยเฉพาะเรื่อง หุ่น เรื่องความสวยความงาม ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งไปกว่านั้น ในข้อความนั้น ก็ไม่แสดงถึงความหลากหลายของความสวยของผู้หญิง แต่กลับระบุเฉพาะเจาะจงว่า นี่คือหุ่นที่ เรียกว่าเพอร์เฟค" " เราอยากให้ วิคตอเรีย ออกมาขอโทษและรับผิดชอบสำหรับ การโฆษณาที่แสดงถึง ผู้หญิงที่หุ่นเพรียวลมจนเหมือนคนไม่แข็งแรง และคำพูดว่าที่ว่า " Perfect body " ที่ทำให้ผู้บริโภคถูกตัดสินในด้านลบทันทีที่ได้เห็น และยิ่งไปกว่านั้นยังสร้างมาตรฐานที่แสนจะหลอกลวงให้กับคนปุถุชนทั่วไป  ว่าต้องผอมแบบนี้เท่านั้น จึงจะเพอร์เฟค และขอร้องให้เลิกทำ โฆษณาที่ใช้ข้อความสร้างความขุ่นเคืองแบบนี้อีก "      โดย ณ ตอนนี้ ก็ยังไม่มีการตอบรับจาก วิคตอเรีย ซีเครท อย่างเป็นทางการ มีเพียงการต่อต้านจากผู้คนผ่าน แฮชแท็ค #imperfect โพสรูปภาพทางโซเชียลต่างๆ ทั้งอินสตาแกรม เฟสบุ้ค เพื่อบอกว่า ฉันเป็นแบบนี้ฉันก็เพอเฟ็คนะยะเธ๊ออออ !! ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากคนที่ต่อต้าน     นอกจากนั้นยังมีการร่วมลงชื่อผ่านเวปไซต์ Change.org เวปไซต์เพื่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งถ้าใครไม่เห็นด้วย ก็สามารถลงชื่อถอดถอนโฆษณาตัวนี้ได้ด้วยนะจะบอกให้  ก็รอดูกันต่อไปค่ะ ว่า วิคตอเรีย ซีเครทจะออกมาทำอะไรกับ โฆษณา perfect body หรือเปล่าน้า  ที่มาจาก Yahoo.com , Change.org เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

โชว์พลาด??  นักมายากลสาวโชว์ปลดพันธนาการหวิดดับในน้ำ
นักมายากล /  ปลดพันธนา

โชว์พลาด?? นักมายากลสาวโชว์แสดงปลดพันธนาการหวิดดับในน้ำ

ศาลปกครองยกฟ้อง 'ยิ่งลักษณ์' คดีน้ำ3.5แสนล้าน
ยิ่งลักษณ์ /  ศรีสุวรรณ จรรยา / 

ศาลปกครองสูงสุด ยกฟ้อง "ยิ่งลักษณ์" ในคดีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ระบุเป็นเพียงกรอบแนวคิดยังไม่ปฏิบัติ ด้าน "ศรีสุวรรณ" ยอมรับคำตัดสิน ระบุเดินหน้าตรวจสอบทุกโครงการรัฐบาล วันนี้ (31 ต.ค.) ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษา จากกรณีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 4 คน ในข้อหากระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โดยขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกโครงการ โดยผู้ฟ้องเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งศาลเห็นว่าแผนแม่บทในการจัดการบริหารทรัพยากรน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฏหมาย เนื่องจากแผนงานที่จะทำในอนาคตหลายโครงการยังเป็นเพียงกรอบแนวคิด ที่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพียงพอ ไม่มีการเวรคืนอสังหาริมทรัพย์ และการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดิน จึงไม่มีลักษณะที่อาจมีผลกระทบของประชาชน ดังนั้น การที่รัฐบาลทำแผนจึงไม่ใช่การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่หากในอนาคตมีการดำเนินโครงการตามแผนแล้วรัฐไม่ทำประชาพิจารณ์อย่างทั่วถึง ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยของประชาชน ก็เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายจะไปฟ้องศาลให้เพิกถอนเป็นรายโครงการไป ส่วนการฟ้องว่า รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดกฎหมาย อาญา มาตรา 157 และทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. นั้น ศาลเห็นว่า เป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของศาล และไม่มีการฟ้องตั้งแต่ในศาลชั้นต้น จึงไม่รับพิจารณาในประเด็นนี้ ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะผู้ยื่นฟ้อง เปิดเผยภายหลังการเข้ารับฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดว่า ยอมรับคำพิพากษาของศาล โดยรู้สึกเสียใจอยู่บ้างแต่ไม่เสียกำลังใจ ซึ่งแม้ว่าแผนบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านของรัฐบาลชุดก่อน จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็ยังโครงมีแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งตนและสมาคม ก็ได้ส่งหนังสือท้วงติงถึงความจำเป็นของการจัดให้มีกระบวนการประชาพิจารณ์ไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน คาดว่าทางรัฐบาลจะมีหนังสือตอบกลับมาเร็วๆ นี้ และตนจะเดินหน้าตรวจสอบทุกโครงการของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนต่อไป MThai News

จิ้นแทบไม่ลง แพทริเซีย-สนสวย แข่งกัน!!!
สน ยุกต์ /  แพทริเซีย กู๊ด / 

เป็นอีกหนึ่งคู่พระ-นางที่คอละครจับคู่ให้จิ้น สำหรับสาวน้อยวัยกระเตาะ แพทริเซีย ธัญชนก กับพระเอกหนุ่ม สน ยุกต์ เมื่อครั้งที่ได้ร่วมงานกันเรื่องแรกในละคร แค้นสเน่หา ก็ทำเอาแฟนๆ ถูกอกถูกใจจนยกให้เป็นคู่ขวัญประจำจอ เวลานี้โดดมาป๊ะหน้ากันอีกครั้งในละครสุดอลังของ ไก่ วรายุฑ อย่าง มาลีเริงระบำ ก็ทำเอาประชาชีตื่นเต้นยกใหญ่ แต่จุดนี้ไม่รู้ว่าออนแอร์ให้เห็นไปบ้างแล้ว จะยังทำให้บรรดาติ่งออกอาการจิ้นฟินกระจายอยู่หรือเปล่า เพราะแม้จะเคยทำให้หลายๆ คนปลื้มปริ่มกับความน่ารักจากละครเรื่องก่อน แต่พอมาเรื่องนี้ดูแล้วจิ้นแทบไม่ลง เพราะออร่าของหนุ่มสนนั้นสวยเฉิดฉายยิ่งกว่าสาวแพทริเซียเป็นไหนๆ เบิกตาเบิ่งเสื้อผ้าหน้าผมบวกกับบุคลิกที่แลดูสำอางของเจ้าตัวแล้ว จากที่จะฟินจับคู่ให้จิ้นทั้งในจอและนอกจอตามประสาหนุ่มสาว จะกลายเป็นว่าฟินตามแบบฉบับเพื่อนสาวเสียมากกว่า ก็พ่อหนุ่มเจ้าเล่นสวยแข่งนางเอกของเราซะขนาดนี้ แถมข่าวเกย์เก้งกวางยังมีออกมาให้ได้เห็นตล๊อด...ตลอด งานนี้จะยังจิ้นกันลงหรือเปล่า ก็สุดแล้วแต่ท่านผู้ชมล่ะค้าาา... สน-แพทริเซีย สน-แพทริเซีย สน-แพทริเซีย

กลัวชะนีละอ่อนตีท้ายครัว บุ๋ม แอ๊บแบ๊ว มัดใจแฟนเด็ก
บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม เอก เอกริน / 

ชิชะ!! รู้สึกว่าตั้งแต่คบหาดูใจกับแฟนเด็กหุ่นล่ำกล้ามโตอย่าง เอก เอกริน สาวใหญ่หุ่นอึ๋มชั่วโมงบินสูงอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ดูจะสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่สำคัญขยันแอ๊บเด็กเอาใจแฟนหนุ่มสุดๆ หลังจากที่ประกาศว่าจะแต่งงานกันในปีหน้า ดูคู่นี้จะหวานขึ้นทุกวันตัวติดกันอย่างกะปาท่องโก๋ ควงกันไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ แม้หลายคนจะมองว่าอายุที่ห่างกันของทั้งคู่จะเป็นอุปสรรค แต่สำหรับสาวใหญ่อย่างบุ๋มดูจะไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดส์ ดูจากช่วงหลังๆ ที่นางแต่งตัวสิจ๊ะเด็กวัยรุ่นยังอาย นอกจากนางจะหมั่นดูแลทรวดทรงองค์เอวและหนังหน้าให้ดูสวยเต่งตึงฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอแล้ว เรื่องการแต่งตัวของนางช่วงนี้ก็ดูจะแอ๊บแบ๊วลดอายุลงไปเยอะ ทั้งมัดผมแกละ ใส่เสื้อผ้าอย่างกะเด็กวัยรุ่น เห็นแล้วก็แซบเหลือหลาย มิน่าหนุ่มเอกถึงเอาอกเอาใจกระดิกตัวไปทางไหนก็คอยเป็นมือเป็นเท้าให้ตลอด ลงทุนแอ๊บแบ๊วมัดใจแฟนหนุ่ม ออดอ้อนฉอเลาะบ้างในบางครั้งแบบนี้ ไม่รู้เพราะกลัวชะนีหน้าใสวัยทีนจะมาตีท้ายครัวหรือเปล่าน้า... บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก