สามีตรีตรา

งามแต้ Lingling สาวประเภทสองชาวลาว สวยเว่อร์
Miss International Queen 2014 /  ประเทศลาว / 

งามแต้ Lingling สาวประเภทสองชาวลาว สวยเว่อร์ .. สาวลาวขึ้นชื่อว่า สวยใส ผิวขาวกิ๊งๆ อยู่แล้ว แต่พอมาเห็น ผู้ชาย(สวย) คนนี้ถึงกับตะลึง เพราะเธอสวยมากจริงๆ "Lingling" สาวประเภทสองชาวลาว กลายเป็นที่สนอกสนใจในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก เมื่อเธอได้ถ่ายคู่รูปกับ ปอย ตรีชฏา ผู้ชายสวยอันดับต้นๆของไทย แถมหลายๆ คนยังบอกอีกว่า ความสวยนั้นสูสีกันเลยทีเดียว Lingling เป็นตัวแทนสาวประเภทสองของประเทศลาวผู้เข้าร่วมประกวด มิสอินเตอร์เนชันแนลควีน 2014 (Miss International Queen 2014 ) งามแต้ Lingling สาวประเภทสองชาวลาว สวยเว่อร์

สปช.ปิดประตูคนนอก ร่วมวง 'กมธ.ยกร่างรธน.'
กมธ.ยกร่างรธน. /  ที่ประชุมสปช. / 

สปช.ปิดประตูไม่รับโควต้าคนนอก เข้าร่วมนั่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยึด 20 ที่นั่งเป็นคนใน หลายเสียงยังเห็นต่าง กลายเป็นประเด็นให้หลายฝ่ายได้พูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู เกี่ยวกับการพิจารณาข้อเสนอของที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ วิป สปช. ชั่วคราว ตามแนวทางการให้คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสูตรสปช.จำนวน 20 คน แบ่งเป็นบุคคลภายใน 15 คน และบุคคลภายนอก 5 คน ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอโควต้าคนนอกของวิปสปช.ชั่วคราวนั้น ก็มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ ซึ่งสมาชิก สปช.เอง ก็ยังมีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้านด้วยเช่นกัน โดยนายดิเรก ถึงฝั่ง สปช.จังหวัดนนทบุรี กล่าวสนับสนุนข้อเสนอของวิปสปช.ให้บุคคลภายนอก ร่วมนั่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า “ตนเห็นด้วยกับโควต้าคนนอก หากเป็นตัวแทนจากพรรคการเมือง ซึ่งจะทำให้ลดแรงกดดันได้” ด้านน.ส.รสนา โตสิตระกูล สปช. กล่าวว่า “ส่วนตัวต้องการโควตาเป็นคนภายใน สปช.อย่างเดียว เพราะหากให้สัดส่วนคนนอก สปช.เข้ามา ไม่รู้ว่าจะมีวิธีการคัดเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับการทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” ส่วนนายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช.ด้านการเมือง กล่าวยืนยันไม่เห็นด้วยกับโควตาคนนอก เพราะไม่อยากให้ สปช.ที่ตั้งใจเข้ามาทำงานถูกตัดสิทธิ ควรให้โอกาสสมาชิก สปช.ก่อน แต่หากการแสดงความจำนงเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ไม่ถึง 20 คน ค่อยเปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามาทำหน้าที่ก็ยังไม่สาย “หากนำบุคคลภายนอกเข้ามา จะมีข้อครหาจากประชาชนว่า มีการเอื้อประโยชน์ รวมทั้งบุคคลภายนอกยังมีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ เพราะหากจะเอาคู่ขัดแย้งมาเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่ต่างสังกัดพรรคการเมือง หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับเลือกเป็นกรรมาธิการฯ อีกฝ่ายก็จะวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง แทนที่จะได้ทำหน้าที่ในการปฏิรูปอย่างเต็มที่ กลับต้องมาตอบคำถามสังคมไม่มีที่สิ้นสุด สัดส่วน 15 + 5 จะสร้างปัญหาให้กับ สปช.อย่างแน่นอน” นายไพบูลย์ กล่าว โดยวานนี้ (27 ต.ค.)เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า สปช.จะไม่เอาคนนอกมาร่วมเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันได้จากเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม 175 ต่อ 39 เสียง มีมติให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 20 คน มาจากสมาชิก สปช.ทั้งหมด โดยโควต้า 20 ที่นั่ง เบื้องต้นจะให้ สปช.ทั้ง 11 ด้านเสนอชื่อตัวแทนด้านละ 1 คน ส่วน สปช.จังหวัดจะแบ่งเป็น 4 ภาค ให้แต่ละภาคเสนอตัวแทนภาคละ 1 คน รวมเป็น 15 คน ที่เหลืออีก 5 ที่ จะเปิดให้ สปช.ที่แสดงความประสงค์แข่งขันกันเอง โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการ วิปสปช.ชั่วคราว กล่าวภายหลังการประชุมว่า ต้องยอมรับตามมติที่ประชุม แต่ยังคิดว่าต้องพยายามเปิดพื้นที่ให้ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง เข้ามามีบทบาทในการปฏิรูป หรือทำพิมพ์เขียวประเทศ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม "ส่วนตัวไม่สามารถบังคับใครได้ แต่ยังยืนยันว่าจะนำพรรคการเมืองที่มีความขัดแย้ง อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และกลุ่มขัดแย้งทางการเมือง เช่น กปปส. นปช. เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศ โดยเชื่อว่า เวทีนี้จะเป็นของทุกคนการร่างรัฐธรรมนูญต้องเป็นของคนไทย เนื่องจากอยากเห็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน และจะสามารถยุติปัญหาที่เกิดขึ้นได้" ด้านนายไชยยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความคิดเห็นว่า หากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ มาจากคนของ สปช. และ สนช. ทั้งหมด จะทำให้ขาดความหลากหลาย แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหาของการร่างรัฐธรรมนูญว่าเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นหรือไม่ เพราะการเปิดกว้างรับความเห็นจากคู่ขัดแย้งทางการเมืองก็จะทำให้รัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์มากขึ้น แต่หากเนื้อหาของรัฐธรรมนูญไม่เปิดกว้าง กรรมาธิการขาดความหลากหลาย และไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน คสช.ต้องรับผิดชอบ ถึงแม้ที่ประชุม สปช.จะมีมติเป็นเอกฉันท์แล้วก็ตาม แต่ยังคงมีเสียงของความเห็นต่าง เนื่องจากบางส่วนนั้นมองว่าควรที่จะเปิดโอกาสให้กลุ่มที่มีความขัดแย้งทางการเมือง ได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศร่วมกัน และเพื่อไม่ให้สังคมมองว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่างขึ้นมานั้น เป็นการเอื้อหรือจ้องทำลายฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่าที่รองประธาน สปช. คนที่ 1 ในฐานะรองประธานวิปสปช.ชั่วคราวเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า “การขจัดปัญหาการขัดแย้งที่มาตลอดนับสิบปีนั้นจะจบลงด้วยการยกร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ หากไม่ต้องการให้รัฐธรรมนูญเป็นเอกสารที่ถูกตราว่า เป็นกติกาของผู้ชนะที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีทางเดียวคือเปิดโอกาสให้คู่ขัดแย้งเข้ามาร่วมเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” ด้านจอมแฉ อย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ยังอดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็นถึงมติของ สปช. โดยล่าสุดโพสต์ข้อความเชิงเหน็บแนม สปช.ว่าจิตใจคับแคบ ที่ไม่เปิดโอกาสให้คนนอกเข้าร่วมร่างรัฐธรรมนูญ "อภิโธ่ อภิถัง พ่อเจ้าประคูณทูนหัว คิดว่าตัวเองเป็นเทวดาหรือยังไง ร่างรัฐธรรมนูญ นะครับ ไม่ใช่ชงโอเลี้ยง แค่ฟังความเห็นคนนอกอีก 5 คน ยังไม่ให้ จิตใจคับแคบแบบนี้ จะหวังอะไรกับปฏิรูป" อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นนั้น ย่อมเป็นที่จับจ้องจากหลายฝ่ายว่าจะมีความเป็นกลางมากน้อยเพียงใด และจะสามารถร่างรัฐธรรมนูญเพื่อคนไทยทั้งชาติ หรือแค่ต้องการพิฆาตกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น..........และคณะกรรมการยกร่างฯทั้ง 36 คนนั้นจะเป็นบุคคลใดบ้าง ในวันที่ 4 พ.ย.นี้คงชัดเจน MThai News

เล่นมาแล้ว! Lord of the Fallen เกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์
Lord of the Fallen /  Lord of the Fallen รีวิว

เกมส์ Lords of the Fallen เป็นเกมส์ Action-RPG พัฒนาโดย CI Games และ Deck13 Interactive วางขายบน PC, Xbox One และ PlayStation 4 นำเสนอการผจญภัยและต่อสู้อันสุดโหด เต็มพิกัดกับระดับความยากของเกมส์ ผู้เล่นสวมบทบาทเป็น Harkyn ชายฉกรรจ์ที่ถูกตีตราและตัดสินว่าเป็นอาชญากรของแผ่นดิน แต่ขณะเดียวกันเหล่ากองทัพปีศาจได้บุกมายังอาณาจักรของมนุษย์ ทำให้เขาจำเป็นรับภารกิจที่รับมอบหมายเพื่อเหลือมวลมนุษยชาติจากภัยครั้งรุกรานครั้งใหญ่ในครั้งนี้ให้ได้ ด้านอาชีพตัวละคร สามารถเลือกเล่นได้ 3 อาชีพ ได้แก่ Warrior, Rogue หรือ Cleric แต่น่าเสียดายที่ เกมส์ดังกล่าวมีเพียงแค่โหมดผู้เล่นคนเดียว ทั้งๆที่มีศักยภาพจัดทำเกมส์ประเภท Co-Op หรือ PvP ได้ด้วยซ้ำ ระบบการเล่นเกมส์ของ Lords of the Fallen มีความเสมือนกับเกมส์ Darksiders และเกมส์ Dark Souls ซึ่งเบนเข็มให้กับเกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์สัญชาติญี่ปุ่น เนื่องจากระบบการควบคุมและกลไกต่างๆของตัวละครแทบจะเหมือนกันมากๆ หากใครเล่นเกมส์ Dark Souls มาก่อนแล้วมาเล่นเกมส์นี้จะรู้สึกถึงการบังคับและใช้เวลาทำความเข้าใจได้รวดเร็ว นอกจากนี้ เกมส์ดังกล่าวมีส่วนผสมความเป็นเกมส์ประเภท RPG เข้ามา อาทิ ค้นหากุญแจเพื่อเปิดประตูเข้าพื้นที่ใหม่ๆ หาพื้นที่ทางลับ หรือเลือกตอบคำถามกับตัวละคร NPC อันมีผลต่อเนื้อเรื่องในเกมส์ เป็นต้น ด้านระดับความยากของเกมส์ถือว่าอยู่ในระดับที่อยู่ตัว ไม่ยากจนเกินความสามารถ สังเกตจากถูกฟันอย่างน้อย 8-9 ครั้งก็มีสิทธิ์เสียชีวิตได้ เทียบกับเกมส์ฮาร์ดคอร์ที่โดนฟัน 2-3 ครั้งก็ล้มลงได้ แถมเวลาที่ตัวละครถูกโจมตีเสียชีวิต ระบบจะพาย้อนตัวละครไปยังจุด Checkpoint หรือจุดหน้าประตูห้องบอสให้เลย ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับผู้เล่นใหม่ที่อยากสัมผัสเกมส์ประเภทนี้ก็เข้าถึงการเล่นโดยไม่"เหวี่ยง"ตั้งแต่แรกเล่น อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับความยากของเกมส์ Lords of the Fallen ที่มีระดับปานกลางเกือบจะถึงยาก ทำให้ความท้าทายต่อการเล่นดูตื่นเต้นเพียงระดับหนึ่ง เนื่องจากใช้เวลากำจัดศัตรูค่อนข้างง่าย ใช้เวลาจับจุดจังหวะการต่อสู้ได้ไม่นาน องค์ประกอบดังกล่าวทำให้ผู้เล่นเคลียร์เกมส์ได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงช่วงกลางเกมส์ ผู้เล่นจะเผชิญกับศัตรูหน้าใหม่ๆที่บรรจุความท้าทายระดับหนึ่ง กราฟิกและเอนจิ้นเกมส์ Lords of the Fallen ได้แสดงศักยภาพด้วย Unreal Engine 4 ถ่ายทอดบรรยากาศและความคมชัดอย่างเสมือนจริง จัดเก็บรายละเอียดของวัตถุเป็นอย่างดี มีการจัดทำระบบเสียงอันสุดตื่นเต้น ด้านฉากเกมส์ออกแบบมาให้ผู้เล่นมุ่งเดินไปยังเส้นทางหลักมากกว่า แถมขนาดแผนที่ค่อนข้างเล็ก อย่างไรก็ดีที่มันไม่ให้ผู้เล่นรู้สึกหลงทางและวนเวียนอยู่รอบจนรู้สึกมึน ขณะที่การออกแบบมอนสเตอร์และศัตรูในเกมส์ถือว่าสอบผ่าน มีทั้งหลากอารมณ์ตั้งแต่ น่ากลัว, เท่ จนถึงอลังการ ส่วนการออกแบบอาวุธชุดเกราะถือว่ามีความเป็นเอกลักษณ์ดี เมื่อสวมใส่แล้ว นอกจากจะเพิ่มความแข็งแกร่งแล้ว ยังเสริมความเท่ให้กับตัวละครเช่นกัน แวดล้อมในเกมส์ถือว่าตรึงตาตรึงใจเป็นที่สุดไม่มีที่ติ สิ่งที่ไม่ประทับใจกับเกมส์มีข้อบกพร่องจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเฟรมเรตเกมส์ที่ไม่มีความนิ่ง ประสบกับรายละเอียดและวัตถุเกมส์ที่ปรากฏเข้ามาเป็นจำนวนมาก เอฟเฟคเกมส์จัดทำออกมาไม่ค่อยตื่นตาสักเท่าไร เรื่องอนิเมชั่นศัตรูเกมส์บางตัวดูแข็งทื่อ ดูไม่สมจริง และปัญหากรณีเกมส์หลุดกลางคันที่เกิดขึ้นในลักษณะอันสุด"เซอร์ไพรซ์" หาต้นตอไม่ได้ เป็นต้น เกมส์ Lords of the Fallen ถือเป็นเกมส์รุ่นน้องของเกมส์ Dark Souls ที่ตามๆกันมาในแบบฉบับตะวันตก ผู้ที่เคยสัมผัสกับเกมส์มหาโหดจากญี่ปุ่นแล้ว มาเล่นเกมส์นี้ก็จะได้รับความท้าทายใหม่ๆ แต่มีความง่ายขึ้นมาระดับหนึ่ง ส่วนผู้เล่นใหม่ที่ใขว่ขว้าเกมส์ Action-RPG กราฟิกสวยๆแล้ว อยากบอกว่า "ต้องเล่นเกมส์นี้" และอาจไปต่อเกมส์ Dark Souls แบบโหดเรียกพี่กันต่อได้

รู้แล้ว! เหตุรถไฟขยี้ 'คัมรี่' GPS เป็นต้นเหตุ
GPS /  รถไฟขยี้คัมรี่ / 

เหตุรถไฟขยี้เก๋งคัมรี่สองสามี-ภรรยา ญาติ เชื่ออุบัติเหตุ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย คาดก่อนเกิดเหตุสลด จอดดู GPS เช็คเส้นทางแล้วลืมดูทางรถไฟ  จากเหตุรถไฟสายหัวหิน-กทม.ขยี้รถเก๋งคัมรี่ของนายวิทยา รัตนะ หน.ฝ่ายบริหาร รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ และนางรชตวรรณ รัตนะ ภรรยา จนทำให้ไฟลุกไหม้เสียชีวติคาซากรถ 2 ศพ บริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านนาแค หมู่ 5 ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจนท.ตำรวจสงสัยว่าเจตนาฆ่าตัวตาย รถไฟชนเก๋งคัมรี่ เสียชีวิตสองศพ โดยจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พบว่ารถเก๋งคัมรี่ขับมาจอดนานประมาณ 20 นาที แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งให้รถไฟชน ก่อนไฟลุกท่วม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมอาจเป็นการฆ่าตัวตาย หรืออุบัติเหตุ ความคืบหน้า วานนี้ (29 ต.ค.) นายวริช รัตนะ บุตรชายนายวิทยา และนางรจนวรรณ กล่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตของบิดา มารดาที่อาจเป็นการฆ่าตัวตายว่า ประเด็นนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ญาติพี่น้องและคนรู้จักทุกคนไม่มีใครเชื่อ เพราะบิดามารดาของตนตั้งใจไปร่วมงานแต่งงานที่ จ.ขอนแก่น โดยจะแวะรับลูกสาวอีกคน และเยี่ยมยายที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินทางไป จ.ขอนแก่น ซึ่งปกติบิดามารดาเดินทางไปกรุงเทพฯ เป็นประจำ แต่วันเกิดเหตุต้องการแวะซื้อของฝากที่ตัวเมืองเพชรบุรี จึงขับออกนอกเส้นทางที่เคยขับปกติ ช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุยังโทรศัพท์สอบถามเส้นทางจากคนอื่นๆ รวมถึงถามเพื่อนๆ ว่าต้องการของฝากอะไรหรือไม่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าตัวตาย นายวริชกล่าวอีกว่า ในการเดินทางบิดามารดาจะมีไอแพดและGPSใช้หาเส้นทาง และจากภาพเหตุการณ์จะเห็นว่า เมื่อมาถึงทางรถไฟรถของบิดามารดาได้จอดเข้าข้างทาง และเปิดไฟกะพริบ ซึ่งเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากกำลังตั้งระบบGPSอยู่ และบริเวณที่เกิดเหตุยังไม่มีไม้กั้น และไม่มีสัญลักษณ์แจ้งเตือน เมื่อเห็นรถคันหน้าขับข้ามทางรถไฟไป ก็เป็นสัญชาตญาณของคนขับตามหลังที่ออกรถตามไปด้วย โดยที่บิดามารดาอาจไม่ทันได้สังเกตว่ามีรถไฟวิ่งมา ด้านร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เจ้าของคดี ระบุว่า จากการสอบสวนคนในครอบครัวของผู้ตาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การจงใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากทางญาติพี่น้องยืนยันตรงกันว่าทั้ง 2 ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงินหรือเรื่องใดๆ ความรักก็ปกติ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทั้ง 2 กำลังเดินทางไปร่วมงานแต่งงาน โดยออกเดินทางมาจากบ้านที่นราธิวาส มาพักค้างคืนที่ชุมพร 1 คืน ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ติดต่อพูดคุยกับทางญาติตลอด คาดว่าทั้ง 2 คนน่าจะหลงทางและกำลังเปิดเครื่อง GPS นำทางพร้อมโทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับญาติตลอดเวลา ส่วนภาพวงจรปิดที่เห็นทั้ง 2 จอดรถนานผิดปกตินั้น ทางญาติยืนยันว่าทั้ง 2 กำลังเปิดเครื่อง GPS เพื่อหาเส้นทางเดินทางไปยังหาดเจ้าสำราญ เพื่อซื้อของฝากและวิ่งตามถนนเลียบชายทะเล กระทั่งมาเกิดเหตุน่าโศกเศร้าขึ้นดังกล่าว นอกจากนี้ พยานที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายวิทยา กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแท็บเล็ตในรถ ขณะที่จอดอยู่ข้างทาง ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปเพื่อข้ามทางรถไฟ จนกระทั่งรถไฟพุ่งชนท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ญาติยัน2ผัวเมียรถไฟชนดับ ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย รถไฟชนคัมรี่ ไฟลุกวอดทั้งคัน ดับสยอง 2 ศพ

ไม่พลิกโผ! 'สุวณา' นั่งอธิบดีดีเอสไอหญิงคนแรก
กรมสอบสวนคดีพิเศษ /  มติครม. / 

ครม.เห็นชอบตั้ง "สุวณา" นั่งอธิบดีดีเอสไอหญิงคนแรก คาดประเดิมสางคดีชายชุดดำ ขณะตั้ง "วีระยุทธ" เป็นอธิบดีกรมพินิจฯ ขณะแต่งตั้งผู้ว่าฯ 18 จังหวัด พร้อมดึง "โค้ชหรั่ง" นั่งผู้ตรวจราชการกระทรวงท่องเที่ยวฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ต.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ โดยมีมติเห็นชอบให้ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และนายวีระยุทธ สุขเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงนายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ถึงแม้นางสุวณา จะไม่ได้เป็นนักกฎหมาย เพราะจบการศึกษาคณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ได้มีบทบาทเข้าไปร่วมงานกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ นายก่อพงศ์ สุวรรณจูฑะ สามีของนางสุวณา ยังเป็นผู้พิพากษาอาวุโสที่ทำงานใกล้ชิดกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลให้นางสุวณาได้รับการสนับสนุนให้ขยับมาคุมงานดีเอสไอ เพื่อลดกระแสต้านจากคนใน ที่ไม่ต้องการให้ทาบโอนตำรวจมาเป็นอธิบดีดีเอสไอ นอกจากนี้ยังคาดหมายว่านางสุวณาได้รับมอบภารกิจให้เข้ามาสะสางคดีกองกำลังชายชุดดำ ผังล้มเจ้า และคดีม็อบกปปส. ซึ่งดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ โดยคดีทั้ง 2 ส่วน เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองบานปลายจนคสช.ต้องปฏิวัติ MThai News

มุมน่ารักของนักสู้ผู้สร้างป่า
Dtac

เรื่องราวของร้อยตำรวจตรี วิชัย สุริยุทธ หรือที่รู้จักกันในนาม ดาบวิชัย นักสู้ผู้สร้างป่า จากที่ปลูกต้นไม้มากกว่า 2 ล้านต้น ในอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้กล่าวคำมั่นว่า “ผมจึงตั้งใจปลูกต้นไม้ไปเรื่อยๆ จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

ชื่นชม! โชเฟอร์สองแถวพัทยาเก็บเงินคืน นทท.รัสเซีย
ข่าวพัทยา /  ข่าววันนี้ / 

โชเฟอร์สองแถว พัทยา น้ำใจงาม เก็บเงิน 60,000 บาทได้บน รถสองแถว ส่งคืน 2 สามีภรรยาชาว รัสเซีย พ.ต.ท. ภัทรศา เดชภาคกุล พนักงานสอบสวนสภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก 2 สามีภรรยาสัญชาติรัสเซีย ว่าทำกระเป๋าเงินหล่นบนรถสองแถว ขณะที่ขึ้นมาจากท่ารถรุ่งเรืองทัวร์ แต่ไม่สามรถจำเลขข้างรถได้ ภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงได้ทำการสอบสวนทราบชื่อ คือ Miss Ddria Labkovskaya อายุ 29 ปี สัญชาติรัสเซีย ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังทำกาสอบถามผู้เสียหายอยู่นั้น ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ว่ามีรถสหกรณ์สองแถวเก็บเงินกระเป๋าเงินได้ จึงได้นำมายัง สภ.เมืองพัทยา ทางด้าน Miss Ddria Labkovskaya อายุ 29 ปี พร้อมด้วยสามีชาติเดียวกันทราบข่าวถึงกับดีใจ จนกระทั่ง นายสุรโชค ทรัพย์เฉลิม อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/1 ม.1 ต.หลักชัย อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ โชว์เฟอร์รถสหกรณ์พัทยา เดินทางนำกระเป๋าเงินดังกล่าวมาพบเจ้าหน้าที่ ซึ่ง 2 สามีภรรยาต่างชาติถึงกับดีใจอย่างสุดซึ้ง เบื้องต้นได้ตรวจสอบจำนวนพบว่าอยู่ครบถ้วน โดยเป็นเงินสดสกุลต่างๆคิดเป็นเงินไทยกว่า 60,000 บาท นทท.สาวชาวรัสเซีย กล่าวด้วยความดีใจอย่างมากว่า ตนและสามีเพิ่งเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองไทย และตรงมาเที่ยวที่เมืองพัทยา โดยเป็นวันแรกที่เดินทางมาถึง และนั่งรถมาลงที่ท่ารถทัวร์ย่านพัทยาเหนือ จากนั้นได้ขึ้นรถสองมา ก่อนที่จะมาลงที่บริเวณถนนชายหาดใกล้เคียงเซ็ลทรัล พัทยา บีช และพบว่ากระเป๋าเงินได้หล่นหาย คาดว่าน่าจะหล่นอยู่บนรถสองแถว จึงได้พากันมาแจ้งความ เพราะไม่มีเงินติดตัวเลย และไม่รู้จะไปนอนที่ไหน หลังจากที่ตำรวจแจ้งตนว่ามีผู้เก็บได้และกำลังนำมาส่งให้ จึงรู้สึกดีใจและซาบซึ่งในน้ำใจของคนไทยจริงๆ นายสุรโชค เผยว่า รับนักท่องเที่ยวทั้งสองมาจากท่ารถทัวร์รุ่งเรืองทัวร์ พัทยาเหนือ มาลงที่ชายหาด เมื่อขับรถไปสักพัก มีนักท่องเที่ยวที่โดยสารอยู่ด้านหลัง เก็บกระเป๋ามาให้ตน พบว่ามีทรัพย์สินอยู่ในกระเป๋า คาดว่าผู้ที่ทำหล่นคงกำลังเดือนร้อนเป็นอย่างมาก ประกอบกับเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพอดี เลยแจ้งให้ทราบ ตำรวจจราจรจึงนำมาที่สภ.เมืองพัทยา เพื่อพบเจ้าของกระเป๋าดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าพนักงานสอบสวนได้ทำการลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมในความมีน้ำใจที่ดีต่อนักท่องเที่ยวที่มาเยือนพัทยา ทั้งนี้ Miss Ddria Labkovskaya ได้มอบเงินให้กับนายสุรโชคเป็นค่าตอบแทนในความมีน้ำใจกว่า 6,000 บาท ข้อมลข่าวจาก tnnthailand.com

To My Beloved ฝากหัวใจแด่เธอที่รัก [พากย์ไทย] ตอนที่16 End
To My Beloved /  상두야 학교가자 / 

เมื่อการแต่งงานของ ซอชานจู กับ สามีอายุอ่อนกว่า โกจินเซ ดำเนินมาถึงปีที่ 3 ซอชานจู บังเอิญได้พบกับ ชอยอึนฮยอค แฟนเก่าซึ่งเคยขอเลิกกับเธอ เพื่อไปแต่งงานกับนักธุรกิจสาวไฮโซ ที่เป็นเบาหวาน ในขณะที่ด้านโกจินเซ ได้พบกับฮงรัน อดีตเด็กสาวข้างบ้านที่เขาเคยให้สัญญา ว่าจะไปเยี่ยมเยียน จนเวลาผ่านไป โกจินเซ ก็ไม่เคยได้รักษาสัญญานั้น ชีวิตแต่งงานของซอชานจู กับโกจินเซ ต้องประสบปัญหาอย่างหนักเมื่อ ชานจู รู้ว่า จินเซ แอบหาห้องพักให้ฮงรัน และแน่นอนว่า ชีวิตแต่งงานต้องสะบั้นลง เมื่อ จินเซ รู้ว่าอึนฮยอค มาขอคืนดีกับภรรยาของเขา และพาภรรยาของเขาเข้าโรงแรมจนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง Beloved เป็นซีรีย์เมโลดราม่า ที่ใช้ภาพนิ่ง สลับภาพเคลื่อนไหว เพื่อคุมโทนอารมณ์ของเนื้อหาให้หม่นหมอง และเครียด ไม่ให้บรรยากาศของ เรื่องดูครึกครื้นจนเกินไป

เกร็ดน่ารู้ ก่อนไป เที่ยวพม่า
เที่ยวพม่า /  เรื่องน่ารู้

ประเทศพม่า  หรือ เมียนมาร์ (Myanmar) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (Republic of the Union of Myanma) เป็นรัฐเอกราชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับอินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาวและไทย สำหรับนักท่องเที่ยวหรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการเดินทางไปเยือน พม่าควรมีการ เตรียมตัวก่อนการเดินทาง ดังต่อไปนี้ เกร็ดน่ารู้ ก่อนไป เที่ยวพม่า การเตรียมพร้อมด้านร่างกาย แนะนำว่าควรตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนที่จำเป็นให้ครบถ้วน รวมถึงเตรียมยาประจำตัวมาให้เพียงพอ เพราะการสาธารณสุขของเมียนมาร์ยังไม่ทันสมัย การเตรียมพร้อมด้านการเงิน ระบบการเงินระหว่างประเทศของเมียนมาร์ต้องผ่านระบบธนาคารของรัฐเท่านั้น และตู้เบิกเงินอัตโนมัติมีไม่แพร่หลาย อีกทั้งยังไม่รองรับการถอดเงินจากบัญชีในต่างประเทศ รวมถึงไม่มีการโอนเงินระหว่างประเทศ ดังนั้นจึงควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐมาให้เพียงพอ เที่ยวพม่า เนื่องจากโรงแรม และร้านค้าในเมียนมาร์ส่วนใหญ่จะไม่รับบัตรเครดิตหรือ Traveler’s Cheque สภาพของธนบัตรที่นำมาจะต้องอยู่ในสภาพใหม่ ไม่ยับ ไม่มีรอยขีดข่วน หรือเลอะสี และควรเป็นธนบัตรรุ่นใหม่ ทั้งนี้ ธนบัตร 100 ดอลลาร์สหรัฐที่หมายเลขขึ้นต้นด้วย CB โรงแรมและร้านค้าในเมียนมาร์อาจปฏิเสธที่จะไม่รับ การตรวจลงตราและหนังสือเดินทาง : ผู้ที่จะเดินทางเข้าเมียนมาร์ต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ และตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวหรือประเภทนักธุรกิจก็ได้ ทั้งนี้ สามารถขอรับการตรวจลงตราได้จากสถานทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย โดยทั่วไปมีอยู่ 3 ประเภท คือ 1. Tourist Visa หรือการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว มีอายุ 28 วัน 2. Business Visa หรือการตรวจลงตราประเภทธุรกิจอยู่ในเมียนมาร์ได้นาน 10 สัปดาห์ ผู้ที่ทำธุรกิจอยู่ในเมียนมาร์สามารถขอรับการตรวจลงตราแบบเข้า-ออกประเทศได้ หลายครั้ง 3. Entry Visa (สำหรับเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ และแขกของหน่วยงาน/รัฐบาลเมียนมาร์) จะอยู่ในเมียนมาร์ได้ 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาร์ได้เปิดบริการ Visa on Arrival สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทาง 26 ชาติ รวมทั้งประเทศไทย โดยให้บริการเฉพาะการตรวจลงตราประเภท (1) Transit Visa (2) Business Visa (3) Entry Visa ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mip.gov.mm อนึ่ง ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าเมียนมาร์เพื่อการท่องเที่ยว ยังจำเป็นต้องขอรับการตรวจลงตราที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ตามปรกติ สำหรับผู้ที่ประสงค์จะอยู่ในเมียนมาร์เกิน 4 สัปดาห์ จะต้องขอรับการตรวจลงตราสำหรับพำนักอยู่ในเมียนมาร์เป็นเวลานาน เรียกว่า Stay Permit อาจมีอายุใช้งานถึงหนึ่งปี และขอต่ออายุออกไปได้อีก การตรวจลงตราแบบเข้า-ออกประเทศได้หลายครั้งในช่วงหนึ่งปีนี้ก็มีเช่นกัน ท่านจะต้องยื่นเรื่องขอ Stay Permit จากกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของเมียนมาร์ก่อน ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในเมียนมาร์เกินกว่า 4 สัปดาห์จะต้องยื่น Departure Form (D Form) ต่อทางการเมียนมาร์ ก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศ * หมายเหตุ เด็กที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป จะต้องขอรับการตรวจลงตรา ระบบไฟฟ้า และการสื่อสาร : ระบบโทรศัพท์ในเมียนมาร์ยังไม่เสถียรมากนัก การใช้งานระบบโรมมิ่งของโทรศัพท์มือถือจากประเทศไทยยังไม่สามารถใช้ได้กับ ทุกเครือข่ายและจำกัดอยู่ในบางพื้นที่เท่านั้น ท่านที่ประสงค์จะใช้โทรศัพท์มือถือใน เมียนมาร์ควรซื้อซิมการ์ดท้องถิ่น (ราคาประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐ) ระบบไฟฟ้าในเมียนมาณ์ยังไม่เสถียรมากนัก ไฟฟ้าดับบ่อยครั้งระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม โรงแรมชั้นนำทั่วไปในกรุงย่างกุ้งและเมืองใหญ่ต่าง ๆ มักจะมีเครื่องปั่นไฟสำรองไว้ใช้ในกรณีกระแสไฟฟ้ามีไม่เพียงพอ การเข้าพำนักในเคหสถานของชาวเมียนมาร์ ระเบียบราชการกำหนดว่า ชาวต่างชาติจะต้องไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือสถานีตำรวจในท้องที่ที่ตนเดินทางเข้าไปพัก โดยปกติถ้าเข้าพักตามโรงแรม โรงแรมจะเป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้เอง แต่ถ้าไปขอค้างคืนตามวัดหรือบ้านคน จะต้องไปลงทะเบียนกับตำรวจด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทั้งกับตัวท่าน และผู้ให้ที่พักพิงกับท่านในภายหลัง หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศเมียนมาร์เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อหรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น โดยสามารถลงทะเบียนกับแผนกกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ด้วยตนเองหรือแจ้งผ่านอีเมล์ thaiembassyygn@gmail.com การเดินทางสัญจรภายในประเทศเมียนมาร์ การเดินทางระหว่างเมืองในเมียนมาร์ หากเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากกรุงย่างกุ้ง สามารถเดินทางโดยทางรถได้ แต่สภาพรถ ทั้งรถประจำทาง และรถแท็กซี่ หรือรถตู้รับจ้าง โดยส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเก่า และคนขับรถส่วนมากไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ การใช้บริการแท็กซี่ มีอย่างแพร่หลายในกรุงย่างกุ้งและเมืองใหญ่ต่าง ๆ แต่ผู้โดยสารควรต่อรองราคาก่อน เนื่องจากรถแท็กซี่ทั่วไปจะไม่มีมิเตอร์ อีกทั้งสภาพถนนระหว่างเมืองต่างๆ ก็มีสภาพไม่ดีเป็นหลุม เป็นบ่อ โดยเฉพาะหน้าฝน เมียนมาร์มีรถไฟเชื่อมระหว่างจังหวัด ที่สำคัญทั่วประเทศ ราคาถูก แต่ไม่สะดวกและใช้เวลาเดินทางนานมาก การเดินทางโดยสายการบินท้องถิ่นจึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว สำหรับการบินภายในประเทศจะสะดวกที่สุด แต่ตารางการบินอาจไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงเวลาทำการบินอย่างกะทันหันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติ ผู้โดยสารควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นผิดเที่ยวบิน เนื่องจากทุกเที่ยวบินภายในประเทศใช้ประตู (gate) เดียวกัน ในช่วงฤดูฝน หรือฤดูมรสุม อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเที่ยวบินบ่อยครั้งเนื่องจากระบบสนามบินใน ต่างจังหวัดไม่มีระบบนำร่องโดยเฉพาะในภาคใต้ของเมียนมาร์ แต่สภาพของเครื่องบินและการบริการภายในเครื่องบินอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ข้อควรระวังในการพำนักอยู่ในเมียนมาร์ 1) ไม่ควรพูดคุยเรื่องทางการเมืองของเมียนมาร์กับบุคคลทั่วไปที่ไม่รู้จักมักคุ้น 2) ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น หรือกางเกงขาสั้นในสถานที่สาธารณะ และในสถานที่สำคัญทางศาสนา 3) ไม่ควรถ่ายรูปในบริเวณสนามบิน สถานีรถไฟ และสถานที่ราชการก่อนได้รับอนุญาต เมื่อจะถ่ายรูปชาวเมียนมาร์ก็ควรขออนุญาตเช่นกัน 4) ควรมีความสำรวมในวัดและศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น 5) ระมัดระวังการพูดเชิงลบเกี่ยวกับประเทศหรือชาวเมียนมาร์ในที่สาธารณะ เพราะมีชาวเมียนมาร์จำนวนมากที่เข้าใจภาษาไทยได้ดี 6) เมียนมาร์ได้เปลี่ยนชื่อประเทศแล้ว จึงไม่ควรใช้ชื่อเดิม (Burma) กับชาวเมียนมาร์ 7) ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรจัดเตรียมยาประจำตัวมาด้วย 8) ควรระมัดระวังเลือกรับประทานอาหารและน้ำดื่มจากร้านที่สะอาดถูกสุขอนามัย โดยเฉพาะน้ำดื่ม ควรดื่มน้ำที่บรรจุในขวดปิดผนึกเรียบร้อย 9) ทางการเมียนมาร์อาจห้ามชาวต่างชาติเดินทางไปยังบางเมืองหรือบางพื้นที่ หากประสงค์ที่จะเดินทางไปเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวของเมียนมาร์ ควรตรวจสอบข้อมูลก่อน ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย ที่อยู่ 132 ซอย 71 ถนนสาทรเหนือ กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท์ 0 2233 0278, 0 2233 2237 โทรสาร 0 2236 6898 e-mail : myanmarembassybkk@gmail.com (หากเดินทางโดยรถไฟฟ้า-BTS ลงที่สถานีสุรศักด์) เวลาทำการวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.00-15.00 น. ที่มา : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง

ตัวอย่างที่สอง The Couple รัก ลวง หลอน
ตัวอย่างหนัง /  The Couple / 

ในคืนแต่งงาน จุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของ กานต์ (พิชญะ นิธิไพศาลกุล) กับ อ้อม (สุชาร์ มานะยิ่ง) ที่หวังจะสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสยองขวัญ เมื่ออ้อมพบศพ สิตา (มะลิ โคทส์) พี่สะใภ้ของกานต์ผูกคอตายอยู่ภายในบ้าน ทุกคนลงความเห็นว่าสิตาฆ่าตัวตายแม้ไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจกะทันหันเช่นนี้ แต่หลังจากวันนั้น อ้อมเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ร่างกายที่เคยเป็นของตนถูกผีสิตาพยายามเข้าครอบครอง หวังเปิดโปงเงื่อนงำการตายและแก้แค้นทุกคนที่เกี่ยวข้อง อ้อมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนท่ามกลางความงุนงงของกานต์ รวมทั้ง กุล (วรัลชญาน์ จินดารักษ์วงศ์) พี่สาวคนโต และ กรณ์ (เศรษฐพงษ์ เพียงพอ) พี่ชายคนรองและสามีของสิตา กานต์คิดว่าอ้อมป่วย แต่การรักษาใด ๆ ก็ไร้ผล ยิ่งกานต์พยายามช่วยเหลืออ้อมมากเท่าไหร่ กลับยิ่งพบความลับอันมืดดำของครอบครัวที่พี่ทั้งสองปกปิดเอาไว้มากเท่านั้น ปริศนาการตายของสิตานำมาซึ่งเหตุการณ์สยองที่เผยให้เห็นอีกด้านอันน่ากลัวของคนใกล้ตัว เมื่อพี่น้องร่วมสายเลือดกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้า แม้แต่คู่ชีวิตก็ไม่อาจแน่ใจได้อีกต่อไปว่า ยังเป็น ‘คนรัก’ คนเดิมอยู่หรือเปล่า… ถึงเวลาที่ทุกคนต้องเลือกข้าง!

สนช.จ่อเพิ่มโทษ คุกตลอดชีวิต จอมตุ๋ย-บังคมอมนกเขา
ข่มขืน /  ข่าววันนี้ / 

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เตรียมจะผ่านร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ก.ม.อาญา เอาความผิดหนักจอมหื่นกระทำชำเราเด็ก ไม่ว่าจะใช้อวัยวะเพศ ตุ๋ย ช่องปาก หรือสิ่งอื่น รวมถึงผู้กระทำชำเรา-อนาจารศพ มีโทษขั้นจำคุกตลอดชีวิต โดยรายงานเผยว่า การประชุม สนช. ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ จะมีการพิจารณาเรื่องด่วน 13 เรื่อง ซึ่งในจำนวนนั้นมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยแก้ไขความผิดเกี่ยวกับเพศ มีสาระสำคัญที่กำหนดให้ผู้ใดที่กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภริยา หรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 8 หมื่นบาทถึง 4 แสนบาท ทั้งนี้ การกระทำชำเราดังกล่าวหมายความว่าการกระทำ เพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก ของผู้อื่น และถ้าการกระทำความผิดเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปีถึง 20 ปีและปรับตั้งแต่ 1.4 แสนบาทถึง 4 แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต นอกจากนี้ ยังมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ที่บัญญัติว่าผู้ใดกระทำชำเราศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดกระทำอนาจารแก่ศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพ อัฐิ หรือเถ้าของศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศพ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ MThai News

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

To My Beloved ฝากหัวใจแด่เธอที่รัก [พากย์ไทย] ตอนที่15
To /  My / 

เมื่อการแต่งงานของ ซอชานจู กับ สามีอายุอ่อนกว่า โกจินเซ ดำเนินมาถึงปีที่ 3 ซอชานจู บังเอิญได้พบกับ ชอยอึนฮยอค แฟนเก่าซึ่งเคยขอเลิกกับเธอ เพื่อไปแต่งงานกับนักธุรกิจสาวไฮโซ ที่เป็นเบาหวาน ในขณะที่ด้านโกจินเซ ได้พบกับฮงรัน อดีตเด็กสาวข้างบ้านที่เขาเคยให้สัญญา ว่าจะไปเยี่ยมเยียน จนเวลาผ่านไป โกจินเซ ก็ไม่เคยได้รักษาสัญญานั้น ชีวิตแต่งงานของซอชานจู กับโกจินเซ ต้องประสบปัญหาอย่างหนักเมื่อ ชานจู รู้ว่า จินเซ แอบหาห้องพักให้ฮงรัน และแน่นอนว่า ชีวิตแต่งงานต้องสะบั้นลง เมื่อ จินเซ รู้ว่าอึนฮยอค มาขอคืนดีกับภรรยาของเขา และพาภรรยาของเขาเข้าโรงแรมจนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง Beloved เป็นซีรีย์เมโลดราม่า ที่ใช้ภาพนิ่ง สลับภาพเคลื่อนไหว เพื่อคุมโทนอารมณ์ของเนื้อหาให้หม่นหมอง และเครียด ไม่ให้บรรยากาศของ เรื่องดูครึกครื้นจนเกินไป

นัท รับหนีบ อั้ม สวีทญี่ปุ่น ยังไร้แววมีลูก!
นัท มีเรีย /  อั้ม อธิชาติ / 

เป็นคู่รักหนึ่งที่หลายคนลุ้นตัวโก่งว่าเมื่อไหร่จะมีทายาทคนแรกมาให้ชมเชยสักที ล่าสุดนักร้องสาว นัท มีเรีย เผยจัดทริปสวีทหวานกับคุณสามีสุดเลิฟ อั้ม อธิชาติ ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ก่อนเปรยแบบขำๆ ว่าแอบนโมกับฝ่ายชายว่ากำลังตั้งท้องอยากกินนู้นกินนี่เป็นพิเศษ(อิอิ) บอกยังไร้แวววี่จะมีเจ้าตัวน้อยอยู่เลยจ้าาา!! "ก็เพิ่งกลับมาจากทริปญี่ปุ่นก็สนุกดีค่ะ ไปญี่ปุ่นครั้งนี้เดี๋ยวเดินเดี๋ยวกินอยู่ตลอด ทริปนี้เราไปกันกลุ่มใหญ่ประมาณ 8-9 คน มีครอบครัวน้องสาวของคุณอั้มก็ไปด้วย พอไปเที่ยวกันหลายคนเหมือนมีเรื่องคุยโจ๊กๆ สนุกดีค่ะ ส่วนซีนสวีทหวานของอั้ม-นัท ก็ปกติค่ะ เหมือนเราคุยเล่นเดินกัน อาจจะมีบ้างที่สวีทด้วยบรรยากาศของดอกไม้เปลี่ยนสีที่ยังเหลืออยู่บ้าง ถ่ายรูปตรงนั้นเป็นชั่วโมงเลยค่ะ" "ทริปนี้ก็ถือเป็นทริปพักผ่อนค่ะ แต่ก็มีบางช่วงที่เราอยากกินนู้นกินนี่ เปรี้ยวปากอยากกินอะไรๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่ากำลังจะท้อง แต่ถือว่าทริปสนุกดีน่ะ นัทจะทำแบบขำๆ ว่าคันไม้คันมืออยากจะกินนู้นนี่ หรือว่าจะเป็น?!! ก็ทำให้ลุ้นกันไปทำแบบเฮฮา ก็ไม่รู้เป็นอย่างไรไปเที่ยวต่างประเทศทีไร ไม่สำเร็จเรื่องนี้เลย คงปล่อยให้ลุ้นกันต่อไปค่ะ" นัท มีเรีย กล่าว นัท มีเรีย นัท มีเรีย นัท มีเรีย นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ

คุมตัวผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ ทำแผนผลักญี่ปุ่นตกบันไดเมื่อปี 46
คดีครูญี่ปุ่น /  คดีครูญี่ปุ่นหายตัว / 

คุมตัวนายสมชายและนางพรชนก ทำแผนผลักนายคาซิโตชิ ทานากะ ตกบันไดจนเสียชีวิตเมื่อปี 46  วันนี้ (25 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยควบคุมตัวนายสมชายและนางพรชนก มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ขนาด 2 คูหา เลขที่ 99/427-428 หมู่ 9 ริมถนนบางนา-ตราด กม. 18 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังนายสมชายสารภาพเพิ่มเติมว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุผลักนาย นายคาซิโตชิ ทานากะ อายุ 57 ปี สามีชาวญี่ปุ่นคนแรกของนางพรชนกจนตกบันไดเสียชีวิต นายสมชายให้การว่า ในวันเกิดเหตุตนได้มาดื่มเหล้ากับผู้เสียชีวิต จนกระทั่งกลางดึกแยกย้ายกันพักผ่อน แต่เมื่อนายทานากะออกมาเข้าห้องน้ำ จึงสบโอกาสผลักเขาจนตกบันไดจากชั้น 4 ลงมาชั้น 3 จากนั้นตนก็ได้ตามลงมาดูพบว่านายทานากะยังมีชีวิตอยู่ จึงจับศีรษะของนายทานากะยัดกับซี่กรงราวบันได พร้อมใช้เท้าเหยียบคอ เพื่อให้ขาดอากาศหายใจ นานประมาณ 10-15 นาที จึงทำทีเรียกคนอื่นว่าผู้เสียชีวิตตกบันได และให้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า จากตรวจสอบสำนวนการชันสูตรศพ รวมถึงได้เชิญนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ มาร่วมตรวจสอบด้วย แพทย์ยืนยันว่า บาดแผลที่เกิดจากศพนั้น ไม่ได้เกิดจากการตกบันไดเพียงอย่างเดียว ประกอบกับได้ข้อมูลจากพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ สำหรับพยานในเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ นายสมศักดิ์ แซ่ลิ้ม น้องชายของนายสมชาย ผู้ต้องหา เขาได้เปิดเผยว่า เมื่อปี 2546 ตน ผู้ตาย นายสมชาย นางพรชนก และบิดาของตน พักอยู่ในอาคารพาณิชย์ดังกล่าวด้วยกัน รวม 5 คน วันเกิดเหตุทั้ง5ได้นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกัน กระทั่งดึกจึงได้แยกย้ายกันไปนอน โดยตนนอนอยู่ชั้นล่างเมื่อช่วงเวลาประมาณตี 3 ตนได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน เป็นภาษาญี่ปุ่นจากชั้นบน จนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น จึงขึ้นไปดู ก็เห็นนายทานากะนอนแน่นิ่งอยู่ที่บันไดชั้น 3 และพบนายสมชายกับนางพรชนกยืนอยู่ใกล้กับผู้ตาย ก่อนที่นางพรชนกจะให้ตนช่วยนำร่างนายทานากะส่งรพ. แต่แพทย์ระบุว่านายทานากะเสียชีวิตมาก่อนแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่านางพรชนกได้บอกให้พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคน ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ว่า นายทานากะตกบันไดเสียชีวิต แล้วเรื่องก็เงียบไปนานหลายปี จนตนทราบข่าวว่า ลูกสาวของผู้ตายไปขอให้ตำรวจรื้อคดีขึ้นมาใหม่ จึงได้เดินทางมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ นายสมชายเปิดเผยถึงเหตุจูงใจในการก่อเหตุว่า เป็นเพราะหึงหวงและคิดว่าหากผู้ตายเสียชีวิต ก็จะเข้ามาดูแลกิจการของผู้เสียชีวิตแทน เมื่อทำแผนเสร็จเรียบร้อยเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งฟ้องที่ศาลอาญา รัชดา ขอบคุณภาพประกอบจาก จส100 MThai News

เบนซ์-มิค จุ๊บแก้มโชว์สวีท!! ที่เกาหลี
เบนซ์ พรชิตา /  มิค บรมวุฒิ / 

น่ารักกันได้ตลอดสำหรับคู่นี้ นางเอก เบนซ์ พรชิตา กับคุณสามีสุดเลิฟ มิค บรมวุฒิ ที่หลายคนลุ้นให้มีเบบี๋กันซะเหลือเกิ๊นนนน แต่อย่างที่บอกว่าเขาแพลนปั๊มกันไว้แล้วให้มีกำหนดคลอดในปีลิง ซึ่งเป็นปีเกิดของทั้งคู่ด้วย สำหรับช่วงนี้ก็ควงกันไปสวีทเบาๆ ที่ประเทศเกาหลี เรียกว่าชวนให้จิ้นกันยิ่งกว่าคู่พระ-นาง เพราะทั้งคู่ได้จุ๊บแก้มโชว์ฟอดใหญ่ให้ฟินกันพอกรุบกริบ... รักนะ จุ๊บๆ เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค

นางสาวไทย 2557 มาแล้วโฉมหน้า 24 คนสุดท้าย งดงามคู่แผ่นดิน
นางงาม /  นางสาวไทย / 

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้ายการประกวด นางสาวไทย ประจำปี 2557 พร้อมเผยแบบมงกุฎและของรางวัลจากผู้สนับสนุน โดย การประกวด นางสาวไทย ประจำปี พ.ศ.2557 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “8 ทศวรรษแห่งตำนาน ความงดงามคู่แผ่นดิน” (INFINITY OF BEAUTY) เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีแห่งตำนานการค้นหาหญิงสาวที่สวยที่สุดในประเทศไทย การคัดเลือกรอบแรกจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกสาวงามเหลือ 80 คน และ 40 คนตามลำดับ โดยพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาและบุคลิกภาพเป็นหลัก จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม คณะกรรมการได้คัดเลือกสาวงามอีกครั้งเพื่อเฟ้นหาผู้มีคุณสมบัติดีเด่นให้ผ่านเข้าสู่รอบ 24 คนสุดท้าย โดยเน้นการพิจารณาด้านปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม รวมถึงศักยภาพและความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ของผู้เข้าประกวด และนี่คือโฉมหน้า สาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้าย นางสาวไทย ประจำปี 2557  ดังต่อไปนี้ MT1 นางสาวเกษราวดี เกิดด้วง MT2 นางสาวภัคสุภัสส์ เพชราวิวรรธน์ MT3 นางสาวชลิดา กล่ำปาน MT4 นางสาวณภัสนันท์ สุขสวัสดิ์ MT5 นางสาวชุติมา สารศิลป์ MT6 นางสาวสุกัญญา พันธ์จำปี MT7 นางสาวพัชรวรรณ หุตะเศรณี MT8 นางสาวปรียานารถ ลายคราม MT9 นางสาวชนิดาภา จงปติยัตต์ MT10 นางสาวนคนันทินี วงค์จิตต์ MT11 นางสาวอาทิมา เนตรทิพย์ MT12 นางสาว ฝนทิพยป์ กลิ่นภักดี MT13 นางสาวสุจรรย์จิรา เข็มทรัพย์ MT14 นางสาวพิมพ์ชนก จิตชู MT15 นางสาวแพรวโพยม ลักษิตานนท์ MT16 นางสาวรินทร์ลภัส วีระชัยวงศ์ MT17 นางสาวอุรชาภัทร เดชาเบญจานนท์ MT18 ร้อยตรีหญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล MT20 นางสาววิสุมิตรา ประยูรพันธ์ MT21 นางสาวคเณพร อินต๊ะมูล MT22 นางสาวฬิษา สุวรรณเกษการ MT23 นางสาววิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ MT24 นางสาวพุทธพร ทองพุ่ม ปิดท้ายด้วยภาพมงกุฎ นางสาวไทย 2557 รวมภาพบรรดา 24 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ นางสาวไทย 2557 รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus

แกนนำ กปปส. รวมตัวสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1 ปี
กปปส. /  ข่าววันนี้ / 

แกนนำรวมตัววัดสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1ปี กปปส. ด้านพิธีกรดัง กนก รัตน์วงศ์สกุล โพสต์ รักและคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา ขณะที่เพจ Suthep Thaugsuban รีรันข้อความเก่า "เราจะสู้จนกว่าชนะ" รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 ต.ค. 57) บรรดาแกนนำกปปส. อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายอิสระ สมชัย , เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร , น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ,นายชัย ราชวัตร ขณะที่อดีตส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกษิต ภิรมย์ , นายธีรภัทร -นางนิภา พริ้งศุลกะ , นายธานี - นายเชน เทือกสุบรรณ ได้รวมตัวที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำเนินงานทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกฯของกลุ่มได้ประกาศออกไป โดยกิจกรรมในงานส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางศาสนา เช่นการอุปสมบทหมู่จำนวน 120 รูป ในชื่อโครงการ “บวชพระเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว” และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของ กปปส. รวมถึงการปาฏกฐาธรรมพิเศษ ของพระสุเทพ ปภากโร ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้รับฟัง ขณะเดียวกันในหน้าเพจเฟซบุ๊กของเหล่าแกนนำและผู้มีชื่อเสียงกลุ่ม กปปส. หลายคนได้โพสต์ภาพและข้อความครบรอบ 1 ปีการรวมตัวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกร และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ที่ระบุว่า "จากก้าวแรกวันที่ 1 สู่วันที่ 204 จากสามเสน ถึง สามแสน สู่ "มวลมหาประชาชน" นับล้านๆ! ได้ไปทำบุญให้ "วีรชน" ทุกท่านที่จากไปด้วยครับ เช้าวันนี้..มีแต่คิดถึง..พวกเราทุกๆคน..คิดถึงมากๆ" ด้านเพจ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ได้มีการนำภาพและข้อความเก่าครั้งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. เคยประกาศบนเวทีชุมนุมสามเสน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ออกมาเผยแพร่ด้วย โดบระบุว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 MThai news

'ชาติชาย-ธัชพล' เต็งชิงดำ เก้าอี้ ผอ.ออมสิน
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

บอร์ดแบงก์ออมสิน เตรียมประชุมเลือก ผอ.ใหม่วันนี้ ก่อนเสนอคลังยื่นต่อครม.อนุมัติ 'ชาติชาย-ธัชพล' เบียดกันสูสี นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการธนาคาร จะเสนอรายชื่อผู้ที่ผ่านการสรรหาให้ที่ประชุมพิจารณา โดยอาจจะเสนอเพียงรายชื่อเดียว หรือ สองรายชื่อ คือ อันดับหนึ่ง และอันดับสอง เผื่อมาด้วยภายในการประชุมวันนี้ ซึ่งหลังจากตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครแล้ว มีผู้ผ่านคุณสมบัติแค่ 4 คน เป็นผู้สมัครคนใน 2 คน และเป็นผู้สมัครคนนอกอีก 2 คน จากจำนวนผู็สมัครทั้งหมด 8 คน โดยทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ จากธนาคารกสิกรไทย และนายปริญญา พัฒนภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย โดยผู้สมัครที่มาแรง และคาดว่า จะเป็นตัวเต็ง มีด้วยกัน 2 คน คือ นายชาติชาย จากธนาคารกสิกรไทย และ นายธัชพล จากธนาคารออมสิน สำหรับนายธัชพล ถือเป็นลูกหม้อของธนาคารออมสิน เคยผ่านตำแหน่งงานสำคัญๆ มาหลายตำแหน่ง ล่าสุดมีตำแหน่งเป็น รองผู้อำนวยการ และยังทำหน้าที่รักษาการแทนตำแหน่งผู้อำนวยการด้วย ปัจจุบันเขาอายุ 54 ปี จบการศึกษาปริญญา 7 ใบ ตั้งแต่ปริญญาตรี โท และ เอก ด้านนายชาติชาย ปัจจุบันเป็น รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ดูแลธุรกิจสินเชื่อสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบุคคลรวมถึงธุรกิจบัตรเครดิต มีความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนได้รับมอบหมายให้ดูแลสินเชื่อบ้านของธนาคารกสิกรไทย และขยายธุรกิจจนปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อ 2 แสนกว่าล้านบาท มีส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับต้น ๆ ของระบบธนาคารพาณิชย์ MThai News