สามีตรีตรา

ปู่สมบูรณ์ : ความรักที่ไม่มีวันหมดอายุ
Documentary Film /  Somboon / 

ความรักของคนสมัยนี้มักไม่จีรังยั่งยืน ด้วยความพัฒนาของเทคโนโลยี และ ปัจจัยอีกหลายๆสิ่งที่มักเป็นเรื่องให้คู่รักนอกใจกันอย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้ได้มีหนังเรื่องนึงที่ติดตามความรักของคน 2 คนที่รักกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว จนกระทั่งแก่เฒ่า และหนังเรื่องนั้นก็ชื่อว่า ปู่สมบูรณ์ ปู่สมบูรณ์ บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของ ปู่สมบูรณ์ ฤกษ์กำยี และย่าละเมียด ภรรยาที่ป่วยเป็นโรคไต อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นพลังความรักที่ยิ่งใหญ่ของสามีต่อภรรยาที่เป็นมากกว่า คู่รัก ที่ไม่ว่าจะวันเวลา ความแร้นแค้นยากจน หรือความแก่เฒ่าโรยรา ก็หาใช่อุปสรรค และความรักที่ไม่มีวันหมดอายุครั้งนี้ จะได้รับการถ่ายทอดจนคุณไม่อาจจินตนาการได้ หนังกำกับโดยผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง กฤษฎา ทิพย์ชัยเมธา ที่เคยมีหนังสารคดีเบื้องหลังสตันท์แมนอย่าง The Stunt ออกฉายมาให้กัน ซึ่งในเรื่องนี้เขาใช้เวลาถ่ายทำกันถึง 4 ปี โดยติดตามตั้งแต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความรัก และรวมถึงความทุ่มเทของ ปู่สมบูรณ์ และ ย่าละเมียด ซึ่งหลายครั้งที่ตัวเขาเองนั่นไม่สามารถเข้าไปถ่ายทำได้ ก็ได้ให้ลูกสาวของ ปู่สมบูรณ์ เป็นคนช่วยถ่ายทอดให้ด้วย ซึ่งเอาจริงๆถ้าหากเรื่องราวแบบนี้ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์ ก็คงถูกหาว่าเป็นหนังน้ำเน่าตามสูตร และจะถูกหลายคนยี้หน้าใส่แน่นอน แต่เนื่องด้วยนี่มันคือเรื่องจริง จึงไม่แปลกถ้าหาก ปู่สมบูรณ์ อาจจะสามารถเข้าไปในหัวใจใครหลายคนได้ไม่ยาก ด้วยทั้งเรื่องราวของ ความรัก และ ความห่วงใย ที่เกิดขึ้นจากการโดนคลุมถุงชนในทีแรก จนก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ในขณะที่ตัวเรื่องของ ปู่สมบูรณ์ และ ย่าละเมียด กำลังดำเนินเรื่องและเข้าไปในใจคนดูอย่างช้าๆได้ไม่ยาก น่าเสียดายเหมือนที่ในขณะเดียวกัน ภาษาหนัง ของเรื่องนี้ยังอาจจะไม่เป๊ะสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะในแง่ของการเลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของ ปู่สมบูรณ์ ในช่วงเวลา 4 ปี ที่หนังใช้เวลาการดำเนินเรื่องในแต่ละปี และ การคัดเลือกฟุตเทจออกมาได้ค่อนข้างสั้น โดยเฉพาะการคัดเลือกฟุตเทจในการถ่ายทอดที่ล้วนแล้วแต่มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ โดยไม่มีเรื่องราวและเหตุการณ์มารับรอง จึงทำให้หลายช่วงรู้สึกว่าหนังบิ้วเรื่องความรักของทั้งคู่มากเกินไปจนไม่เป็นธรรมชาติไปสักนิด แต่อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าจะบ่อยที่หนังไทยจะหันมาทำหนังแนวสารคดีถ่ายทอดเรื่องราวความจริง ที่ถ่ายทำยากขนาดนี้ ซึ่ง ปู่สมบูรณ์ ก็ถือว่าซื่อตรง และ ถ่ายทอดออกมาได้ดีในแง่ของความรัก ถึงแม้ว่าจังหวะหนัง และหลายองค์ประกอบอาจจะยังต้องปรับปรุงกันพอสมควรครับ เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

คุณแม่ป้ายแดง เจน ชมพูนุช คลอดลูกชายแล้ว!!
เจน ชมพูนุช /  เจน ชมพูนุช คลอดลูกชาย / 

อดีตนางร้ายชื่อดัง เจน ชมพูนุช ได้ขึ้นแท่นเป็นคุณแม่ป้ายแดงเรียบร้อยแล้วจ้าาาาา หลังเธอได้แต่งงานกับ ไฮโซก้อง ธิติ มาเกือบ 2 ปี ล่าสุดได้คลอดทายาทคนแรก! เพศชาย ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยตั้งชื่อให้ว่า ด.ช.ธีรนัย โกวิทยา หน้าตาน่ารักน่าชังสุดๆ สุขภาพแข็งแรงทั้งแม่และลูก ทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ เจน ชมพูนุช คลอดลูกชาย เจน ชมพูนุช คลอดลูกชาย เจน ชมพูนุช คลอดลูกชาย เจน ชมพูนุช - สามี เจน ชมพูนุช - สามี

ครม.เห็นชอบเปลี่ยนชื่อ ก.ICT เป็นก.ดิจิตอลฯ
กระทรวงดิจิตอล /  กระทรวงไอซีที / 

ครม.เห็นชอบเปลี่ยนชื่อ ก.ICT เป็นก.ดิจิตอลฯ หวังทำงานรอบด้านครอบคลุม เผยของขวัญปีใหม่แต่ละกระทรวงให้ปชช. ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแต่งตั้งคณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งนพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแต่งตั้งดังกล่าว เพื่อให้เกิดการร่วมทำงานระหว่างเอกชนและรัฐบาล ในการกำหนดนโยบายและแผนปฏิบัติงานระดับชาติ นอกจากนั้น ยังได้เห็นชอบพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยเปลี่ยนชื่อกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ หรือกระทรวงไอซีที เป็นกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยตั้งสำนักงานเศรษฐกิจดิจิตอล ขึ้นมาใหม่ เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของกฤษฎีกา พร้อมกันนี้ที่ประชุมครม.ได้รับทราบการจัดทำของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ของกระทรวงต่างๆ แล้ว เช่น กระทรวงพาณิชย์จะการจัดงานลดราคาสินค้า ในวันที่ 24-30 ธันวาคม 57 อีกทั้งจะมีงานแสดงสินค้าต่างๆและสินค้าโอทอปให้เกิดการซื้อขายสภาพคล่อง เริ่มวันที่ 1 มกราคม 58 ส่วนกระทรวงคมนาคม นอกจากการประกาศงดเก็บค่าทางด่วนก่อนหน้านี้ ยังมีการเปิดจองทะเบียนรถออนไลน์จากกรมการขนส่งทางบก และโครงการมอบจักรยานสาธารณะ พร้อมจัดทำช่องทางเดินรถจักรยาน ให้มีความปลอดภัย ด้านกระทรวงศึกษาธิการ มีโครงการครูพระราชทาน และมาตรการฝึกอาชีพจากโครงการอาชีวะ สร้างคน สร้างงาน สร้างชาติ พร้อมกันนี้ได้มีการย้ำมติคณะรัฐมนตรี เรื่องการเพิ่มเติมให้วันที่ 2 มกราคม 2558 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มอีกหนึ่งวัน ขณะที่พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี ที่เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา ในการแบ่งส่วนราชการและกฏกระทรวง ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือ สตช. เป็นผู้เสนอ เพื่อขยายอำนาจของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ในการสืบสวน สอบสวน พิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญา ของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดความสะดวกในการพิจารณาคดีต่างๆภายใต้อำนาจหน้าที่ ส่วนการขยายระยะเวลา เขตการค้าเศรษฐกิจสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการให้ขยายเวลา ออกไปอีกสามปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพื่อส่งเสริมการลงทุน สร้างแรงจูงใจของผู้ประกอบธุรกิจภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 2 ส่วน โดยการลดภาษีรายได้นิติบุคล ให้เหลือร้อยละ 3 และภาษีรายได้บุคคลธรรมดา รวมถึงภาษีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และภาษีค่าธรรมเนียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์เหลือเพียงร้อยละ 0.1 ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "กระทรวงไอซีที" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

5 ท่านผู้หญิง หรือ เลดี้ ของไทย ที่ไม่รู้จัก ไม่ได้
ท่านผู้หญิง /  ศรีรัศมิ์ สุวะดี

ท่านผู้หญิง คือ คำนำหน้านาม ของ สตรีสามัญชนที่สมรส หรือเคยสมรส และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ถึงปฐมจุลจอมเกล้า จึงจะมีคำนำหน้านามว่า "ท่านผู้หญิง" เทียบได้กับคำว่า " เลดี้ " ตามฐานันดรศักดิ์ของอังกฤษ หากสตรีสามัญชนที่มิได้สมรส หากได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นใดก็ตามจึงใช้คำนำหน้านามว่า " คุณ " ลองมาทำความรู้จักกับท่านผู้หญิง ทั้ง 5 ท่านของไทย ที่คุณ ไม่รู้จักไม่ได้! 1..ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม (สกุลเดิม: รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์) - พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หลังจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัยจึงได้สานต่อพระกรณียกิจให้ลุล่วง เช่น การดำรงตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาพิเศษของกองทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นต้น 2.ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล  กรรมการมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานกรรมการ และเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประธานกรรมการมูลนิธินพรัช-รัตนโกสินทร์ กรรมการมูลนิธิศาสตราจารย์นายแพทย์หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร 3.ท่านผู้หญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย เป็นธิดาเพียงคนเดียวของหม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ อดีตองคมนตรี กับหม่อมราชวงศ์บุษบา สธนพงศ์ (สกุลเดิม กิติยากร) พระขนิษฐาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นภรรยาของศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ปัจจุบันท่านลาออกจากราชการมาเป็นนักวิชาการอิสระ และก่อตั้งมูลนิธิสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านวิชาการที่มุ่งดำเนินการศึกษาและวิจัยโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อนำไปสู่การจัดการที่ดีและมีความเป็นธรรมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์ และผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่าย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นภริยานายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และรองเลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง 5.พลตรีหญิง ท่านผู้หญิง ศรีรัศมิ์ สุวะดี (เดิมคือพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ) อดีตพระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา) เรียบเรียงโดย Women MThai Team ภาพจากนิตยสาร LIPS และ wikipedia ข้อควรรู้ ว่าด้วยเรื่องพระยศและคำนำหน้านาม 'ท่านผู้หญิง' ภาพแฟชั่น ท่านผู้หญิง ศรีรัศมิ์ สุวะดี ในชุดผ้าไทย  

76ปีผ่านไป ชาตินิยมที่ยังหลงเหลือจากนโยบาย จอมพลป.
จอมพลป. /  จอมพลป. พิบูลสงคราม / 

76ปีผ่านไป ชาตินิยม ที่ยังหลงเหลือจากนโยบาย จอมพลป. วันนี้ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 76 ปีที่แล้ว  ใครจะยังจำได้ว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยงแปลงครั้งใหญ่ที่สุดนับหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี2475   โดยชายที่ชื่อว่า แปลก ขีตตะสังคะ หรือ พันตรีหลวงพิบูลสงคราม ต่อมาคือ "จอมพล ป. พิบูลสงคราม" นายกรัฐมนตรีที่ได้รับการขนานนามว่า นายกฯตลอดกาล และจอมพลกระดูกเหล็ก วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ถือว่าเป็นวันที่จอมพล ป.ก้าวขึ้นสู่อำนาจนายกรัฐมนตรีคนที่ 3ของประเทศไทย และเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัยครั้งแรก 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 – 1 สิงหาคม พ.ศ. 2487 (5 ปี 228 วัน)และครั้งที่2 คือ 8 เมษายน พ.ศ. 2491 – 16 กันยายน พ.ศ. 2500 (9 ปี 161 วัน) ถือว่ายาวนานมาก เด็กรุ่นนี้คงจำภาพของท่านจอมพลป.ในแง่ของชาตินิยมและการปลุกระดมในการคลั่งชาติ แต่ลืมไปว่าอีกภาพหนึ่งของจอมพลป. พิบูลสงคราม คือผู้พลิกโฉมประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว MThai News ขอถือโอกาสนี้ยกเกร็ดประวัติศาสตร์การเมืองในอดีตเกี่ยวกับ รัฐนิยมของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน ให้คนรุ่นหลังได้ลองอ่านและเห็นถึงอีกมุมของคุณูปการของท่าน รวมไปถึงรู้ว่าแท้จริงวัฒนธรรมบางอย่างที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็เริ่มมาจาก จอมพลป. นายกฯคนนี้เอง  การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมดนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีผู้นำที่มาพร้อมกับนโยบายสร้างชาติเปลี่ยนวัฒนธรรม มุ่งส่งเสริมอัตลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในอารยประเทศ การเปลี่ยนแปลงนั้นรวมถึงวัฒนธรรมดนตรีที่ส่งผลกระทบต่อดนตรีไทยในปัจจุบัน มีแบบแผนให้มีการพัฒนาปรับปรุงทั้งระบบเสียงให้มีความเทียบเท่ากับดนตรีสากล ปรับปรุงมาตรฐานของนักดนตรีให้มีความสามารถตามที่กรมศิลปากรเป็นผู้กำหนด รวมถึงการบันทึกโน๊ตในรูปของบรรทัด 5 เส้น ​ โดยมีการตราเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดวัฒนธรรมทางศิลปกรรมเกี่ยวกับการบรรเลง การขับร้องและการพากย์ พุทธศักราช 2486 หากไม่ทำตามมีโทษตามกฎหมาย เหตุนี้สร้างความยุ่งยากจากเรื่องของดนตรีไทยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นข้อจำกัด ดังเช่นปรากฎในภาพยนตร์โหมโรง กลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดนตรีไทยในยุคนั้นมาถึงยุคปัจจุบันเสื่อมความนิยมลงไปเรื่อยๆ บวกกับกระแสวัฒนธรรมต่างชาติที่รุนแรงและแพร่หลายมากยิ่งขึ้น สวัสดี เป็นคำทักทายประจำชาติ สมัยของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กำหนดให้คนไทยใช้คำว่าสวัสดีเป็นคำทักทาย นอกจากนี้ยังมีการใช้การทักทายแบ่งตามช่วงเวลาเลียนแบบชาวตะวันตกด้วย เช่น ตอนเช้า "อรุณสวัสดิ์" มาจากคำว่า "good morning" "ทิวาสวัสดิ์" มาจากคำว่า "good afternoon" "สายัณห์สวัสดิ์" มาจากคำว่า "good evening" "ราตรีสวัสดิ์" มาจากคำว่า "Good Night" นอกจากนี้ยังมีการวางระเบียบการใช้คำแทนชื่อเป็นมาตรฐาน เช่น ฉัน, ท่าน, เรา เปลี่ยนจากสมัยก่อนที่ใช้ กู มึง เอ็ง ข้า ว่าด้วยรัฐนิยม [ชาตินิยม] รัฐนิยมเป็นประกาศ 12 ฉบับของจอมพลป. พิบูลสงคราม ลักษณะคล้ายกฎหมายบังคับใช้ทั่วไป มีจุดประสงค์เพื่อปลุกระดมให้รักชาติ โดยประกาศรัฐนิยม ฉบับที่ 1  คือการพลิกโฉมประเทศ เปลี่ยนชื่อจากสยามมาเป็น ประเทศไทย เรียกประชาชนในชาติว่า "คนไทย" "....รัฐนิยมฉบับที่ 1: เรื่อง การใช้ชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติ     โดยที่ชื่อของประเทศนี้ มีเรียกกันเป็นสองอย่าง คือ “ไทย” และ “สยาม” แต่ประชาชนนิยมเรียกว่า “ไทย” รัฐบาลเห็นสมควรถือเป็นรัฐนิยมใช้ชื่อประเทศให้ต้องตามชื่อเชื้อชาติและความ นิยมของประชาชนชาวไทย ดั่งต่อไปนี้ ก. ในภาษาไทย  ชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติให้ใช้ว่า “ไทย” ข. ในภาษาอังกฤษชื่อประเทศ ให้ใช้ว่า THAILAND ชื่อประชาชน และสัญชาติให้ใช้ว่า THAI..." ต่อมาก็มีนโยบายให้เรียกทุกคนว่าคนไทย แม้จะมีเชื้อสายอื่นก็ตาม ห้ามมิให้แบ่งแยก เพื่อส่งเสริมความเป็นปึกแผ่น [รัฐนิยมฉบับที่3] หลังจากเปลี่ยนชื่อประเทศก็มีรัฐนิยมอีกหลายฉบับที่ประกาศตามกันมา เช่น เรื่องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี การเคารพธงชาติ ที่ปัจจุบันกลายเป็นแบบแผน เคารพธงชาติเวลา 8.00น. และ 18.00น. ก่อนเข้าเรียนต้องมีการสวดมนต์ไหว้พระ "...เมื่อได้เห็นผู้ใดไม่แสดงความเคารพดังกล่าวพึงช่วยกันตักเตือนชี้แจงให้เห็นความสำคัญแห่งการเคารพธงชาติ เพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี..." คนไทยต้องอ่านออกเขียนได้ รัฐนิยมประกาศให้คนไทยต้องอ่านภาษาไทย เรียนภาษาไทย พูดภาษาไทย โดยระบุว่าเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่ดีประการที่หนึ่งนั้น คือ ศึกษาให้รู้หนังสือไทยอันเป็นภาษาของชาติ อย่างน้อยต้องให้อ่านออกเขียนได้ ประการที่สอง ชนชาติไทยจะต้องถือเป็นหน้าที่อันสำคัญในการช่วยเหลือสนับสนุนแนะนำชักจูง ให้พลเมืองที่ยังไม่รู้ภาษาไทย หรือยังไม่รู้หนังสือไทย ให้ได้รู้ภาษาไทย หรือให้รู้หนังสือไทยจนอ่านออกเขียนได้ โปรดช่วยเหลือเด็ก ผู้พิการและผู้สูงอายุ ในรัฐนิยมฉบับที่ 12 มีการประกาศว่า ในที่สาธารณสถานหรือในถนนหลวง ให้บุคคลทำการช่วยเหลือคุ้มครองโดยลักษณะที่จะยังความปลอดภัยให้แก่เด็ก คนชราหรือคนทุพพลภาพในการสัญจรไปมา หรือในการหลบหลีกภยันตรายผู้ใดสามารถกระทำการช่วยเหลือคุ้มครองดังกล่าวในข้อ 1 ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้มีวัฒนธรรม ควรได้รับความนับถือของชาวไทย รัฐนิยมในชีวิตประจำวัน ต่อมารัฐนิยมเริ่มก้าวล่วงเข้ามาถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนในยุคสมัยนั้น โดยมีการประกาศอย่างจริงจังในรัฐนิยม ฉบับที่10 11  โดยระบุว่า รัฐนิยม ฉบับที่ 10 เรื่องการแต่งกายของประชาชนชาวไทยและห้ามผิดเพศ ผู้ชายสวมหมวกใส่เสื้อชั้นนอกคอเปิดหรือปิด สวมกางเกงขายาวแบบสากล สวมรองเท้าหุ้มส้นและหรือหุ้มข้อ และถุงเท้า ส่วนผู้หญิงก็ต้อง สวมหมวก ใส่เสื้อนอกคลุมไหล่ สวมผ้าถุง ใส่รองเท้าหรือหุ้มส้นและถุงเท้า เป็นต้น พักกลางวันไม่เกิน1ชั่วโมง รัฐนิยม ฉบับที่ 11 เรื่องกิจประจำวันของคนไทย ( ประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2484 ) โดยชนชาติไทยพึงบริโภคอาหารให้ตรงเวลา ไม่เกินวันละ 4 มื้อ และนอนประมาณ 6-8 ชั่วโมงต้องมุ่งมั่นทำงาน พักกลางวันไม่เกิน 1 ชั่วโมง มีเวลาทำสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ ทั้งชำระร่างกายแล้วจึงรับประทานอาหารว่าง ในเวลากลางคืนก็ควรใช้ในการพบปะสนทนาในครอบครัว มิตรสหาย ทั้งใช้ศึกษาหาความรู้ หรือในการมหรสพ ส่วนวันหยุดก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อร่างกายและจิตใจ เล่นกีฬา พักผ่อน ทำบุญ ฟังเทศน์ เป็นต้น สาเหตุที่มีประกาศรัฐนิยมทั้ง2ฉบับ ต้องเข้าใจว่าสมัยก่อนคนไทยไม่ได้ใช้ชีวิตกันแบบนี้ บางกลุ่มเป็นคนป่า คนเรือแพ ใช้เวลาไปกับการทำไร่นา บางคนก็ปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ทำมาหากินเพราะถือว่ามีที่ดิน ข้าวปลาที่สมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว ค่อยทำเมื่อไหร่ก็ได้ การกำหนดแบบแผนนี้ ช่วยทำให้คนไทยขยันขึ้นมาบ้าง และเพื่อให้ใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์ รู้จักการจัดสรรเวลาที่ถูกต้อง ที่สำคัญคือรัฐนิยมที่ประกาศมาเกือบทุกฉบับส่งเสริมภาพลักษณ์ให้คนไทยดูดีขึ้นเปลี่ยนจากพวกบ้านป่าเมืองเถื่อนเป็นผู้ดีศิวิไลซ์  ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากรัฐนิยมข้างต้น ปัจจุบันก็ยังคงเป็นมรดกตกทอดมาสู่คนยุคหลังและกลายเป็นชีวิตประจำวัน เป็นแบบแผนที่บางคนเรียกมันว่ากรอบแห่งการดำเนินชีวิต ใครผิดแปลกจากนี้จะกลายเป็นคนนอกกรอบไปทันที ผิดกฎไปในทันที ซึ่งต่อมาแม้จะหมดยุคการบังคับใช้รัฐนิยมไปแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่า รัฐนิยมมันฝังลึกลงไปในวัฒนธรรมของคนไทยไปเป็นส่วนหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย เราประพฤติปฏิบัติตามโดยไม่ถือว่ามันเป็นข้อบังคับกันไปแล้ว By @Nookkill :P

ไม่มาจ้า! โกดิน ปัดผีขออยู่ค้ำตราหมีต่อไป
ดิเอโก้ โกดิน /  ปีศาจแดง / 

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องตามล่าหากองหลังตัวใหม่ต่อไป เมื่อ ดิเอโก้ โกดิน ปราการหลังจอมแกร่งของ แอตเลติโก้ มาดริด ออกมาปัดถึงเรื่องการย้ายฟาก ดิเอโก้ โกดิน เซนเตอร์ฮาล์ฟ วัย 28 ปี กัปตันของ ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ที่เป็นเป้าหมายของ หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่ ปีศาจแดง ในตลาดนักเตะรอบสอง เดือนมกราคมนี้ ก็ต้องสลายไป เมื่อ โกดิน ได้ออกมาสยบข่าวลือในเรื่องการย้ายทีมของตัวเขาแล้ว โดย โกดิน ได้กล่าวกับ อาส สื่อดังของสเปน ว่า "ผมรู้สึกว่าผมอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของผมเลย ผมมองเห็นตัวเองว่าจะแขวนสตั๊ดที่นี่ ผมอยากอยู่ที่ แอตเลติโก้ มาดริด ไปอีกหลายๆ ปี"

แซ่บเวอร์ ปฏิทินซันโว 2015 เปิดตัว 5 สาวสุดเซ็กซี่
ปฏิทินซันโว 2015 /  ซาร่าปฏิทินซันโว 2015 / 

ปฏิทินซันโว 2015 เปิดตัว 5 สาวแซ่บนำโดย ซาร่า มาลากุล เลน, ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์, แก้ม กวินตรา, หมิว สิริรภัส และ เฟิร์น ศุภนารี สาว Girls next door 5 สาวแซ่บ ปฏิทินซันโว 2015 5 สาวแซ่บ ปฏิทินซันโว 2015 5 สาวแซ่บ ปฏิทินซันโว 2015 5 สาวแซ่บ ปฏิทินซันโว 2015 5 สาวแซ่บ ปฏิทินซันโว 2015 5 สาวแซ่บ ปฏิทินซันโว 2015

ประกาศปิดเพจ
ข่าววันนี้ /  ท่านผู้หญิงบุษบา / 

ประกาศปิดเพจ "พระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา" วันนี้(15ธ.ค.) แฟนเพจที่ใช้ชื่อว่า "พระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา" ซึ่งมีผู้ติดตาม 313,476 คน ได้ประกาศปิดตัวลงอย่างเป็นทางการแล้ว โดยแอดมินผู้ดูแลเพจนี้ได้โพสต์ข้อความว่า ประกาศปิดแฟนเพจ เรียนสมาชิกแฟนเพจทุกท่านครับ ก่อนอื่นต้องขออภัยทุกท่านด้วยครับที่แฟนเพจนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้เพราะทีมงานแอดมินเราอยู่ในช่วงปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยเข้าไปหารือกับทางผู้ใหญ่ จึงทำให้ล่าช้า และตอนนี้เป็นมติที่สรุปกันแล้วว่า แฟนเพจนี้มีความจำเป็นที่จะต้องปิดตัวลง โดยแจ้งกับทาง www.facebook.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะมีผลภายใน 14 วันตามขั้นตอนของเว็บไซต์ดังกล่าว และทีมงานแอดมินทุกคนต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการติดตามข่าวสารที่ผ่านมาด้วยครับ และในช่วงนี้มีอีกหลายแฟนเพจที่จัดทำขึ้นมาโดยนำเสนอข่าวสารต่างๆมากมายไม่ต่ำกว่า10 แฟนเพจ ทำให้สมาชิกที่ติดตามอยู่เกิดความสับสนว่าควรจะติดตามที่ไหนดี เพราะบางแฟนเพจนำข่าวสารต่าง ๆ มาลงโดยไม่มีการกลั่นกรองให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงเป็นที่น่ากังวลมาก เพื่อให้เป็นไปในทิศทาง แอดมินจะะขออนุญาตปิดแฟนเพจนี้ และถ้าหากท่านต้องการติดตามข่าวสารต่อไป ให้ติดตามได้ทางแฟนเพจ เรารัก "พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี" MThai News

ซาร่า นำทีม 5 สาวแซ่บ! เปิดปฏิทินซันโว2015
แก้ม กวินตรา /  ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์ / 

จัดใหญ่จัดแซ่บ หนุ่มๆ กดไลค์จนนิ้วล็อก!! เมื่อ 5 ดารานางแบบสาวสุดเซ็กซี่ระดับแถวหน้าของเมืองไทย นำโดย ซาร่า มาลากุล เลน, ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์, แก้ม กวินตรา, หมิว สิริรภัส และ เฟิร์น ศุภนารี สาว Girls next door ปีล่าสุดจาก FHM แทคทีมร่วมงานเปิดตัว ปฏิทินซันโว 2015 ณ ลานเบียร์สิงห์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อคืนที่ผ่านมา งานนี้ 5 สาวเสิร์ฟความเซ็กซี่ทะลุองศาเดือดกับโชว์สุดเร่าร้อนแนวสปอร์ตตี้เกิร์ล ประชันจัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใคร จะแซ่บสุดติ่งขนาดไหนนั้นไปชมกันเล๊ยยยย!! หมิว สิริลภัส หมิว สิริลภัส หมิว สิริลภัส เฟิร์น ศุภนารี แก้ม กวินตรา แก้ม กวินตรา ฟลอเรนซ์ เฟเวอร์ ฟลอเรนซ์ เฟเวอร์ ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล แก้ม กวินตรา ซาร่า มาลากุล เฟิร์น ศุภนารี 5 สาวเซ็กซี่ เปิดตัวปฏิทินซันโว 2015 5 สาวเซ็กซี่ เปิดตัวปฏิทินซันโว 2015

17 เชื้อพระวงศ์ คลื่นลูกใหม่ ที่น่าจับตา ของโลก
พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรีตน์ /  ราชนิกูล / 

มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังคงมีระบอบพระมหากษัตริย์อยู่ ราชนิกูลรุ่นใหม่ๆ ต่างทรงมีความเชี่ยวชาญ และ ความโดดเด่นส่วนพระองค์แตกต่างกันไป ลองมาทำความรู้จักกับเหล่า เชื้อพระวงศ์ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้จัก แต่บอกได้เลยว่า แต่ละพระองค์ทรงไม่ธรรมดานะจ๊ะ 1. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ แห่ง ประเทศไทย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมีพระชนมายุ 27 ชันษา ทรงเป็นพระธิดาใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พระ นัดดาใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง) ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.93 และทรงได้รับรางวัลนิสิตดีเด่นประจำปีการศึกษา 2551 ด้วยมีผลการการเรียนอันน่าพึง ใจ หลังจากนี้พระองค์ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศฝรั่งเศส พระองค์ได้รับการจัดอยู่ในลำดับที่ 16 โดยนิตยสารฟอร์บส์ ใน เยาวราชนิกุลที่ทรงได้รับความนิยมมากสุดในโลกยี่สิบอันดับ ในปี พ.ศ. 2556 เว็บไซต์ askmen ได้จัดอันดับพระองค์ว่าเป็นเจ้า หญิงที่โดดเด่นที่สุด อันดับที่ 7และพระองค์ได้รับรางวัล "แฟชั่นไอคอน" จากนิตยสาร นูเมโร ไทยแลนด์ ในปีเดียวกัน ทั้งนี้ ทรงมีแบรนด์เสื้อผ้าส่วนพระองค์คือ "สิริวัณณวรี" (Sirivannavari)และมีแบรนด์ของแต่งบ้านส่วนพระองค์ชื่อ "สิริวัณณวรีเมซอง" (Sirivannavari Maison) 2. Prince Carl Philip, Prince of Sweden, Duke of Värmland เจ้าชาย Carl Philip ผู้สง่างาม รัชทายาทลำดับ 3 แห่งสวีเดน พระเชษฐาของเจ้าหญิง Madeline ทรงมีพระชนมายุ 35 ชันษา โดยทรงสำเร็จการศึกษาทางการทหารจาก Swedish National Defense College ก่อนจะทรง ศึกษาต่อที่ Swedish University of Agricultural Sciences งานอดิเรกที่ทรงโปรดคือ สกี, ขับรถแข่ง และ งานออกแบบกราฟฟิก 3. Charlotte Marie Pomeline Casiraghi of Monaco ทรงมีพระชนมายุ 26 ชันษา รัชทายาทลำดับ 7 แห่งโมนาโค ทรงเป็นพระนัดดาใน Prince Rainier และ เจ้าหญิงเกรซ แห่งโมนาโค เจ้าหญิง Charlotte ทรงมีบุคลิกภาพที่งามสง่า เนื่องจากเป็นที่รู้จักกันดีว่า ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางการขี่ม้า และได้ทรงเข้าร่วมการแข่งบังคับม้ามาแล้วทั่วโลก ในปี 2010 ทรงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับกุชชี่ในคอลเล็คชั่นสำหรับนักขี่ม้า โดยมีการแข่งขันออกแบบฉลองพระองค์ให้แด่เจ้า หญิงผู้ทรงสง่าพระองค์นี้อีกด้วย ในปี 2012 ทรงเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วเมืองเนื่องด้วยพระองค์ทรงขี่ม้า ในฉลองพระองค์ชุดอินเดียนแดง 4.Prince George Alexander Louis of Cambridge เจ้าชายจอร์จ รัชทายาทลำดับ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ พระโอรสในดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงประสูติเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี 2013 ทรงออกงานอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อครั้ง รอยัล ทัวร์ ณ นิวซีแลนด์ จากนั้นพระองค์ได้ทรงเป็น แฟชั่นไอคอน พระองค์น้อย เฉกเช่นเดียวกับพระมารดา 5. Infanta Leonor of Spain เจ้าหญิง Leonor แห่ง Asturias รัชทายาทอันดับที่ 1 ของสเปน ทรงมีพระชนมายุเพียง 9 ชันษา ทรงเป็นพระธิดาองค์โต ของกษัตริย์ Felipe และพระราชินี Letizia 6.Prince Haji 'Abdul 'Azim of Brunei ขณะนี้ เจ้าชาย ทรงมีพระชนมายุ 32 ชันษา ทรงเป็นองค์รัชทายาท ด้วยทรงเป็นพระโอรสองค์โตในสุลต่านแห่งบรูไน (องค์สุลต่าน Haji Hassanal Bolkiah) เจ้าชายทรงเคยเข้ารับการศึกษา ณ สถาบันทางการทหารชื่อดัง Royal Military Academy Sandhurst ที่เดียวกับที่เจ้าชายแฮร์รี่แห่งราชวงศ์อังกฤษทรงเข้ารับการฝึก แต่ทรงหนีออกมา หลังจากเปิดเทอมได้ 1 สัปดาห์ เนื่องจากสถาบันแห่งนี้มีกฎระเบียบที่เคร่งครัด และการฝึกการทหารอย่างหนัก เจ้าชาย Azim ทรงนิยมงานปาร์ตี้เป็นอย่างมาก ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ทรงออกสื่อจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง งานปาร์ตี้ของพระองค์มักจะมีเซเลบริตี้ระดับโลกอย่าง ลินเซย์ โลฮานและ พาเมล่า แอนเดอร์สันมาร่วมงานด้วยบ่อยครั้ง 7. Princess Sikhanyiso of Swaziland เจ้าหญิง Sikhanyiso ทรงมีพระชนมายุ 27 ชันษา พระธิดาในกษัตริย์ Mswatiที่สาม แห่ง Swaziland หนึ่งใน ไม่กี่ประเทศที่ยังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจาก คณะ ดิจิตอล คอมมิวนิเคชั่น จาก มหาวิทยาลัยซิดนีย์ พระองค์ทรงเป็น เฟมินิสต์ เต็มตัว หลังแสดงออกด้วยพระดำรัสต่อต้านระบบช้างเท้าหน้า (ชายเดินนำ หญิงเดินตาม) และ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าๆ โดยเฉพาะ ประเพณีผู้ชายนิยมมีภรรยาหลายบ้าน ทรงนิยมสวมฉลองพระองค์ด้วยชุด แบบตะวันตก และมีพระประสงค์จะเป็นนักร้องฮิปฮอป 8.Andrea Albert Pierre Casiraghi of Monaco เจ้าชาย Andrea ทรงมีพระชนมายุ 30 ชันษา เป็นพระนัดดาในเจ้าชายไรเนอร์ และเจ้าหญิงเกรซ เคลลี่ พระองค์ทรงเป็น รัชทายาทลำดับที่สี่ในบัลลังก์แห่งโมนาโค พระองค์ทรงเข้าศึกษาเป็นเวลาสั้นๆ ที่ McGill University ในแคนาดาก่อน ที่จะสำเร็จปริญญาตรีที่the American University ในกรุงปารีสและสำเร็จปริญญาโทในสาขาความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศจาก New School ในนิวยอร์ค เจ้าชายทรงมีพระอัจฉริยภาพด้าน ภาษาอังกฤษ ,อิตาลี,ฝรั่งเศสและเยอรมัน ทรงหลงใหลกีฬาทางน้ำ,การขี่ม้าและ ฟุตบอล เจ้าหญิง Catharina-Amalia พระองค์กลาง 9.Princesses Catharina-Amalia, Princess of Orange, Princess of the Netherlands เจ้าหญิง Catharina-Amalia ทรงมีพระชนมายุ 11 ชันษา องค์รัชทายาทลำดับต่อไปที่จะขึ้นครองบัลลังก์แห่งเนเธอร์ แลนด์ อันประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์, คูราเซา,อารูบ้า และ วินท์ มาร์เตน เจ้าหญิงทรงมีพระขนิษฐาอีก 2 พระองค์ คือ เจ้าหญิง Alexia และ เจ้าหญิง Ariana พระบิดาของพระองค์คือ กษัตริย์ แห่งเนเธอร์แลนด์ พระนามว่า Willem-Alexander 10.Prince Amedeo of Belgium องค์รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งเบลเยี่ยม ทรงมีพระชนมายุ 28 ชันษา เจ้าชาย Amedeo ทรงเป็นพระโอรสองค์โต ในเจ้าชาย Astrid และเจ้าหญิง Lorenz ทรงมีเชื้อสายจากทั้ง ออสเตรีย,เบลเยี่ยม,อิตาลี,ฝรั่งเศส,สวีเดนและ สเปน ทำให้พระองค์มี พระนามเต็มว่า Amedeo Marie Joseph Carl Pierre Philippe Paola Marcus d'Aviano ทั้งนี้ พระองค์เพิ่งเสกสมรสไปเมื่อเดือนก.ค. 2014 ที่ผ่านมา 11. Sheikh Hamdan Bin Mohammed Bin Rashid Al Maktoum of the UAE ชีค Hamdan Bin Mohammed Bin Rashid Al Maktoum ทรงมีพระชนมายุ 32 ชันษา เป็นโอรสลำดับที่2 หนึ่งในทายาทจำนวน 23 พระองค์ ของชีคโมฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มักทวม พระองค์เป็นมกุฏราชกุมารแห่งดูไบ และยังนักประพันธ์บทกวีชื่อดังในนามปากกา "Fazza" ทรงจบการทหารจาก Sandhurstจากนั้นทรงศึกษาต่อ ณ London School of Economics แต่ไม่ได้ทรงศึกษาต่อจนจบ พระองค์ทรงมีความสามารถ ทางการบังคับม้า,โดดร่ม,ขับรถ,ขี่อูฐและ แล่นเรือ 12.Prince Henry Charles Albert David of Wales เจ้าชายแฮร์รี่ ในปีนี้ทรงมีพระชนมายุ 30 ชันษา ทรงเป็นองค์รัชทายาทลำดับ 4 รองจาก เจ้าชายจอร์จ พระโอรสในดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 2 ในเจ้าชายชาร์ล และ เจ้าหญิงไดอาน่า ไม่ว่าพระองค์ทรงขยับไปทางไหน ก็มักเป็นข่าวได้เสมอไม่ว่าจะทรงเสด็จฯ ไปอเมริกา หรือ พระฉายาลักษณ์เปลือยอันอื้อฉาวในงานปาร์ตี้ ที่ลาสเวกัส พระองค์ทรงรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนทหาร Sandhurst และเคยประจำการในกองทหารม้าของกองทัพราชอาณาจักร 13.Princess Beatrice Elizabeth Mary of York เจ้าหญิง Beatrice ทรงมีพระชนมายุ 26 ชันษา ทรงเป็นรัชทายาทหญิงองค์แรก แต่หากนับตามลำดับ พระองค์ทรงเป็น รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงเป็นพระธิดาองค์โตใน เจ้าชาย แอนดรูว์ แห่งยอร์ค และ ซาร่าห์ เฟอร์กูสัน ,ดัชเชส แห่ง ยอร์ค ทรงสำเร็จการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ จาก University of London พระองค์ทรงมักเข้าร่วมการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ อื่นเสมอ ทั้งยังทรงเป็น เชื้อพระวงศ์เพียงองค์เดียวที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันลอนดอนมาราธอน เจ้าหญิงทรงเปิดประมูลพระมาลาที่เคยทรงสวมไปร่วมงาน อภิเษกสมรส ของ เจ้าชายวิลเลี่ยม และ เคท มิดเดิลตัน ไม่น่าเชื่อว่า ถูก ประมูลไปในราคาสูงถึง $123,325 หรือราว 4 ล้านกว่าบาทไทย 14.Prince Félix Léopold Marie Guillaume of Luxembourg พระโอรสใน แกรนด์ ดยุค เฮนรี่และ แกรนด์ดัชเชสมารีอา เทเรซ่า ทรงมีพระชนมายุ 30 ชันษา นับเป็นองค์รัชทายาทลำดับ 2 แห่ง ลักเซมเบิร์ก พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จาก Pontifical Athenaeum Regina  Apostolorum ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ทรงเชี่ยวชาญการใช้ภาษา ลักเซมเบิร์ก,อังกฤษ,ฝรั่งเศส และ เยอรมัน ทั้งนี้พระองค์ ยังทรงศึกษาภาษาสเปนและ อิตาลีเพิ่มเติมด้วย 15.Princess Theodora of Greece and Denmark เจ้าหญิง ธีโอโดร่า ทรงมีพระชนมายุ 31 ชันษา ทรงเป็นพระธิดาองค์สุดท้องในจำนวนทั้ง 4 พระองค์ในกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ และ พระนาง แอนน์ มารี แห่งเดนมาร์ก เจ้าหญิง ธีโอโดร่า ยังทรงเป็น เจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ค ตามสายข้างพระมารดา ทำให้ ทรงเป็นองค์รัชทายาทในลำดับที่ 350 แห่งเชื้อพระวงศ์อังกฤษ แม้กรีซจะไม่ได้ปกครองโดยสถาบันพระมหากษัตริย์อีกต่อไปก็ตาม เจ้าหญิงทรงสำเร็จการศึกษาสาขาศิลปะการละคร จาก Brown University และในปี 2010 ทรงเสด็จฯไปประทับ ณ ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เพื่อก้าวสู่วงการบันเทิง พระองค์ได้ทรงร่วมแสดงในเรื่อง "The Bold and the Beautiful" 16.Princess Ingrid Alexandra of Norway เจ้าหญิง Ingrid Alexandra ทรงมีพระชันษา 10 ปี เป็นพระธิดาองค์เดียวและเป็นองค์โตใน มกุฏราชกุมาร Haakon ทรงเป็นองค์รัชทายาทลำดับที่ 2 ของราชวงศ์นอร์เวย์ ในปี 1990 รัฐธรรมนูญของนอร์เวย์ได้แก้ไขให้ทายาทองค์โตไม่ว่าจะเป็นเพศใด สามารถสืบราชบัลลังก์ได้ ซึ่งทำให้เจ้าหญิง Ingrid เป็นเจ้าหญิงพระองค์แรกที่ได้รับผลจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ และเมื่อเดือนธันวาคมปี2009 พระองค์ได้ให้พระโอวาทต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ซึ่งขณะนั้นพระองค์ทรงมีพระชันษาเพียง 6 ปี 17. Princess Madeleine, Princess of Sweden, Duchess of Hälsingland and Gästrikland เจ้าหญิง Madeleine ทรงมีพระชนมายุ 32 ชันษา องค์รัชทายาทลำดับ 4 แห่งราชวงศ์สวีเดน พระสหายมักเรียกพระองค์สั้นๆ ว่า "เลน" เมื่อสมัยพระเยาว์ เคยทรงเลือกสวมชุดฉลองพระองค์เข้าร่วมงานราตรีที่ต่างจากธรรมเนียมสวีเดนทำให้เป็นที่กล่าวขานไปทั่วสวีเดน เมื่อเดือนมิ.ย. 2013 พระองค์ทรงเข้าพิธีเสกสมรสกับ Christopher O'Neil นักไฟแนนซ์ชาวนิวยอร์ค ที่มาจาก businessinsider เรียบเรียงโดย Women MThai Team

เจสสิกา แชสเทน สวยหลอน ในภาพแรกจาก Crimson Peak โดย ผกก.กิลเลอร์โม เดล โตโร
Crimson Peak /  photo / 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้เห็นภาพของ ทอม ฮิดเดิลสตัน หลุดออกมาจากกองถ่าย ครั้งนี้ภาพยนตร์สยองขวัญ เรื่อง Crimson Peak ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ กิลเลอร์โม เดล โตโร (Pacific Rim, Hellboy, Pan's Labyrinth) ก็ได้ปล่อยภาพนิ่งภาพแรกออกมาให้ชมกันแล้ว โดยเผยโฉมของ เจสสิกา แชสเทน ที่ปกคุลมด้วยบรรยากาศสวยหลอน มืดหม่นชวนสะพรึง Crimson Peak เป็นเรื่องราวของ อีดิธ ครัชชิง นักเขียนสาว ที่ต้องพานพบกับความน่าสะพรึงกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวสามี และเบื้องหลังตัวตนสุดลี้ลับ ที่เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน โดยนอกจาก เจสสิกา แชสเทน แล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้ ทอม ฮิดเดิลสตัน, จิม เบรเวอร์, มีอา วาซิโควสกา และ ชาลี ฮันแนม มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์สุดสยองครั้งนี้ด้วย ผู้กำกับ กิลเลอร์โม เดล โตโร พาดูบรรยากาศงานสร้าง Crimson Peak ภาพยนตร์ Crimson Peak  มีกำหนดฉายในอเมริกา วันที่ 16 ต.ค. 2015 ส่วนแฟนๆ ชาวไทย ก็ต้องรอติดตามข่าวกันต่อไป --------------------------

รู้จัก 9 บทบาทสุดมหัศจรรย์ ของ จอห์นนี่ เดปป์ ก่อนจะไปเจอสายลับอลเวง Mortdecai
Alice in Wonderland /  charlie and the chocolate factory / 

ก่อนที่แฟนๆ จะได้ชมผลงานการแสดงเรื่องล่าสุดของซูเปอร์สตาร์มากพรสวรรค์อย่าง จอห์นนี่ เดปป์ กับบทบาทยอดสายลับจอมกวนประสาท ในภาพยนตร์เรื่องใหม่อย่าง Mortdecai สายลับพยัคฆ์รั่วป่วนโลก วันนี้เราจะไปย้อนดูการรับบทเป็นตัวละครอันน่ามหัศจรรย์ ซึ่งไม่เคยจำกัดขอบเขตการแสดงของผู้ชายคนนี้กัน และนี่คือ 9 บทบาท 9 คาแรกเตอร์ในภาพยนตร์ของ จอห์นนี่ เดปป์ ที่ทุกครั้งคือการนำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่ น่าเหลือเชื่อ แต่กลับโดนใจผู้ชมเสมอ และจะเป็นคำตอบที่ดีว่า ทำไม? ผู้ชายคนนี้ถึงได้มีแฟนๆ ที่คลั่งไคล้ และรอคอยติดตามผลงานใหม่ของเขาอยู่ทั่วโลกอย่างใจจดใจจ่อตลอดมา เรามาเจาะลึกกันดีกว่า ว่าแต่ละบทจะมหัศจรรย์บันลือโลกขนาดไหน 1. จอห์น ดิลลิงเจอร์ (John Dillinger) จาก Public Enemies (2009) ในภาพยนตร์เรื่องนี้เขารับบทเป็น จอห์น ดิลลินเจอร์ ซึ่งถูกยกให้เป็นตำนานของจอมโจรชื่อดังกระฉ่อนในยุค 1930’s จอห์น ดิลลินเจอร์ ที่ถูกตีตราให้เป็นอาชญากรหมายเลขหนึ่งของหน่วยFBI เนื่องจากเขาได้ทำการปล้นธนาคารมากมายในช่วงยุคเศรษฐกิจตกต่ำ แต่อย่างไรก็ตามการลงมือปล้นของเขานี้กลับสามารถสร้างเสียงชื่นชมให้กับประชาชนทั่วไปคนอื่น ๆ เป็นอย่างมากเนื่องจากเคยถูกจับแค่ 3 ครั้ง แต่ก็ยังสามารถแหกคุก หลบหนีออกมาได้ทุกครั้ง ถือได้ว่าเป็นการพลิกบทบาทที่น่าสนใจ เนื่องจากว่านี่เป็นภาพยนตร์แนว Drama – Gangster ที่ได้ Michael Mannผู้กำกับยอดฝีมือ มาสร้างสรรค์ผลงาน นอกจากนี้ จอห์นนี่ เดปป์ยังได้ร่วมประชันบทบาทกับ Christian Bale อีกด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นดาราที่มีพลังด้านการแสดงทั้งคู่ หนำซ้ำทั้งคู่ยังมอบการแสดงที่มีเคมีอันแสนลงตัวกันดีจริง ๆ 2. เอ็ด วู๊ด (Ed Wood) จาก Ed Wood (1994) นี่เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเรื่องจริง  งานนี้ จอห์นนี่ เดปป์ขอรับบทเป็นบุคคลในวงการภาพยนตร์บ้าง เพราะว่าในหนังเรื่องนี้เขาได้รับบทเป็น เอ็ด วู๊ด ว่าที่ผู้กำกับที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สุดห่วย" ตลอดกาล จอห์นนี่ เดปป์ ยังคงมอบการแสดงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใส่ทั้งความเพี้ยน ความฮา ซึ่งก็สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดูในบทบาทของหนังเรื่องนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้นี่ยังเป็นภาพยนตร์นี่นำเสนอให้เห็นถึงความสัมพันธ์ มิตรภาพ และความรักในศิลปะภาพยนตร์ได้อย่างงดงาม และน่าจับใจมากที่สุดเรื่องหนึ่ง 3. อิคาบอด เครน (Ichabod Crane) จาก Sleepy Hollow (1999) จอห์นนี่ เดปป์แท็กทีมกับผู้กำกับคู่บุญ ทิม เบอร์ตัน อีกครั้ง Sleepy Hollow มาในบรรยากาศของสไตล์แบบโกธิค เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมฆ่าตัดหัว ที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า สลีปปี้ ฮอลโลว์ โดยชาวบ้านได้ร่ำลือกันว่านี่เป็นฝีมือของผีขี่ม้าหัวขาด เดปป์ รับบทบาทเป็นนายตำรวจนักสืบอาชญากรรม ผู้ซึ่งต้องมาไขคดี ค้นหาความจริงว่าใครเป็นผู้ลงมือด้วยวิธีการสุดโหดแบบนี้เขาไม่เชื่อในเรื่องราวที่ชาวบ้านร่ำลือกัน จนกระทั่งในที่สุดวันหนึ่ง เขาก็ดันได้มาพบเจอกับผีขี่ม้าหัวขาด ด้วยตาของตัวเอง! 4.สวีนี่ย์ ทอดด์ (Sweeney Todd) จาก Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street (2007) นี่เป็นภาพยนตร์แนว Musical ถือได้ว่าเป็นผลงานที่สำคัญของป๋าเดปป์เลยก็ว่าได้ เพราะว่าหนังเรื่องนี้เป็นตัวส่งให้เขาได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ และรางวัลลูกโลกทองคำ ซึ่งสุดท้ายแล้วเดปป์ก็สามารถคว้ารางวัลลูกโลกทองคำในสาขา “นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทตลกและเพลง" กลับไปนอนกอดได้ในที่สุด! จอห์นนี่ เดปป์ รับบทบาทเป็นชายหนุ่มช่างตัดผมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นในหัวใจ เนื่องจากว่าเขานั้นเคยโดน “ ผู้พิพากษาเทอร์ปิน”พรากลูก และเมียไปอย่างต่อหน้าต่อตา วันหนึ่งเขาจึงตัดสินใจมาเปิดร้านตัดผมเพื่อที่จะได้รอการชำระแค้นให้กับผู้พิพากษาเทอร์ปินอย่างสาสม สิ่งที่เซอไพรส์ในหนังเรื่องนี้ก็คือ การที่ได้เห็นเดปป์เอ่ยปากร้องบทเพลง แถมเสียงของเขาก็ยังไพเราะน่าฟังอีกด้วย นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นเดปป์แสดงสีหน้า และแววตาสุดจะเคร่งเครียด พร้อมกับการลงมือฆ่าแบบเลือดสาดแทบจะตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นอีกสีสันหนึ่งที่เปล่งประกายเอามาก ๆ ในบทบาทการแสดงของเขา 5. เอ็ดเวิร์ด มือกรรไกร (Edward Scissorhands) จาก Edward Scissorhands (1990) ถ้านับกันตามเวลาปีที่ออกฉายแล้ว นี่ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ จอห์นนี่ เดปป์ และผู้กำกับอย่าง ทิม เบอร์ตัน ได้ทำงานร่วมกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นนิมิตรหมาย และจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะว่าหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้ร่วมงานกันอยู่บ่อย ๆ จนกลายเป็นนักแสดง ผู้กำกับคู่บุญ คู่หนึ่งแห่งวงการ โดย เดปป์ รับบทเป็นชายหนุ่มนามว่า เอ็ดเวิร์ด เขาถูกสร้างขึ้นมาโดยนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง แต่เหตุการณ์กลับมาพลิกผันตรงที่ว่า นักวิทยาศาสตร์ยังสร้างมือของเขาไม่ทันเสร็จ ก็ดันเสียชีวิตไปซะก่อน นั่นจึงทำให้เอ็ดเวิร์ดจึงต้องใช้กรรไกรแทนมือทั้งสองข้าง ถ้าภาพลักษณ์อันติดตาของ จอห์นนี่ เดปป์ คือตัวละครอันสุดเพี้ยน และแปลกประหลาด Edward Scissorhands ก็คือภาพยนตร์ที่ทำให้เกิดนิยามนั้นขึ้นมา เพราะว่าตัวละครเอ็ดเวิร์ดนั้นเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดมากมาย (ซึ่งก็แน่นอนเพราะว่าเขาไม่ใช่มนุษย์แบบเต็มตัว) ไม่ว่าจะเป็น รูปลักษณ์ภายนอก ท่าทางการเดิน รวมไปถึงกิริยาต่าง ๆ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าตัวละครเอ็ดเวิร์ดนั้นจะเต็มไปด้วยความเพี้ยนมากมายเพียงใด แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า นี่เป็นบทบาทของจอห์นนี่ เดปป์ ที่ชวนให้คนดูได้หลงรัก ซาบซึ้ง และประทับใจ (รวมไปถึงเรียกน้ำตาได้อย่างง่ายดาย) มากที่สุดเรื่องหนึ่ง 6. วิลลี่ วองก้า (Willy Wonka) จาก Charlie and the Chocolate Factory (2005) ผมบ็อบสุดชิค - ลีลาสุดกวน - การพูดสุดตลก นี่คือนิยามของคาแร็คเตอร์ของป๋าเดปป์ในหนังเรื่องนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการพลิกบทบาทที่โดนใจเหล่าแฟน ๆ เป็นอย่างมาก เพราะ จอห์นนี่ เดปป์ ได้ผันตัวมาเป็นเจ้าของโรงงานช็อกโกแลต อันเป็นขวัญใจของเหล่าเด็ก ๆ บทบาทของเขาในหนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม พ่วงเข้ากับลีลาการแสดงแบบสุดป่วงพิสดาร และงานสร้างสุดแฟนตาซี นอกจากนี้ วิลลี่ วองก้า ยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในตัวละครตลอดกาล ของโลกภาพยนตร์อีกด้วย 7. แมด แฮทเทอร์ (Mad Hatter) จาก Alice in Wonderland  (2010) จอห์นนี่ เดปป์ ยังคงมาพร้อมกับคาแรคเตอร์อันเต็มเปี่ยมไปด้วยสีสัน และความเพี้ยนอยู่เช่นเคย กับการมารับบทเป็น แมด แฮทเทอร์ ในหนังเรื่องนี้ เดปป์ต้องผ่านการเมคอัพสุดจัดจ้านบนใบหน้า และยังต้องแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเครื่องแต่งกายสุดแฟนตาซีอีกด้วย โดย จอห์นนี่ เดปป์ ร่วมประชันบทบาทกับ มีอา วาสิโควสกา ในบทบาทของ อลิซ ที่เธอต้องเดินทางกลับสู่ดินแดนพิศวงอีกครั้ง เพื่อยุติการครอบครองบัลลังก์อันโหดร้ายของราชินีแดงลงให้ได้ ลีลาการแสดงของเดปป์ในหนังเรื่องนี้โดดเด่น และหลุดโลกเป็นอย่างมาก จนทำให้นี่กลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่หลายคนมักจะนึกถึงขึ้นมา เมื่อได้ยินชื่อของชายหนุ่มนามว่า จอห์นนี่ เดปป์ 8. แจ็ค สแปร์โรว์ (Jack Sparrow) จาก The Pirate of the Caribbean (2003 –2011) แทบจะไม่ต้องบอกกล่าวอะไรกันมากเลย สำหรับการรับบทบาทเป็นกัปตันสุดเพี้ยนที่สุดแห่งมวลมหาสมุทรในภาพยนตร์เรื่องนี้ เรียกได้ว่านี่คือบทบาทที่เป็น "มาสเตอร์พีซ" ที่สุดเรื่องหนึ่งของ จอห์นนี่ เดปป์ เลยก็ว่าได้ เขาตกหลุมรัก และอินกับบทบาทของ กัปตันแจ็คสแปร์โรว์ นี้เป็นอย่างมาก จนทำให้ในช่วงนั้นที่เขาได้เล่นหนังเรื่องนี้ เวลาเขาจะเดินทางไปเที่ยว หรือไปซื้อของ เขาก็มักจะสวมบทบาททั้งลีลา และการแต่งตัวให้เป็นแบบคาแร็คเตอร์กัปตันแจ็คสุดเพี้ยนนี้ไปกับตัวเองด้วย จนสามารถเรียกรอยยิ้ม และสร้างเสียงฮาให้กับแฟน ๆ หรือผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมากนอกจากนี้ เขายังเคยได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ และรางวัลลูกโลกทองคำในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากบทบาทของ แจ็ค สแปร์โรว์ มาแล้วอีกด้วย 9. ชาลี มอร์ตเดอไค (Charles Mortdecai) จาก Mortdecai (2015) จอห์นนี่ เดปป์ ขอกระดิกหนวดกลับมากวนโลก! ในมาดของคาแรคเตอร์นักสืบมาดกวนป่วนแสบ ที่พร้อมจะจัดเต็มทั้งเสน่ห์แพรวพราวและเล่ห์เหลี่ยมเหนือชั้น พร้อมสร้างคาแรกเตอร์ที่ไม่เหมือนใครให้ผู้ชมต้องคลั่งไคล้อีกครั้งนอกจากนี้หนังยังร่วมนำแสดงโดยดารามากฝีมืออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กวินเนธ พัลโทรว์ ( Iron Man, Shakespeare in Love), ยวน แมคเกรเกอร์ (Star Wars, Trainspotting), พอล เบททานีย์ (A Beautiful Mind, The Da Vinci Code), โอลิเวยีย มุนน์ (Iron Man 2 , Magic Mike) และ ออเบรย์ พลาซ่า (Scott Pilgrim vs. the World) Mortdecai เป็นเรื่องราวของสายลับในคราบนักซื้อขายงานศิลปะมาดผู้ดี ชาร์ลี มอร์ตเดอไค (จอห์นนี เดปป์) ที่มีภรรยาสวยเริ่ดแต่จอมเหวี่ยงอย่าง โจฮันนา (กวินเนธพัลโทรว์) และคนรับใช้ขาโหดคู่ใจอย่าง จ็อค (พอล เบททานีย์) ออกตะลุยภารกิจระดับโลก เมื่อเขาได้รับมอบหมายจาก สารวัตรมาร์ตแลนด์ (ยวน แมคเกรเกอร์) ให้งัดเอาเสน่ห์ ใช้ทุกเล่ห์กล ในการตามหาภาพเขียนล้ำค่าที่ถูกขโมยไป ซึ่งร่ำลือกันว่ามีรหัสลับซ่อนไว้ซึ่งอาจนำไปสู่ขุมสมบัติล้ำค่าจำนวนมหาศาลของพวกนาซี! Mortdecai เป็นผลงานการกำกับโดย เดวิด โคปป์ ซึ่งเป็นผู้เขียนบทหนังดังๆ อย่าง Mission: Impossible (1996), Spider-Man (2002), War of the Worlds (2005) และ Jack Ryan: Shadow Recruit (2014) นอกจากนี้ยังเคยกำกับ และร่วมงานกับเดปป์ในหนังระทึกขวัญซ่อนเงื่อนอย่าง Secret Window (2004) และเคยกำกับหนังแอ๊คชั่นมันส์สุดแนวอย่าง Premium Rush (2012) มาแล้ว ร่วมไขรหัสลับ กับนักสืบสุดกวนประสาท ไปกับ Mortdecai สายลับพยัคฆ์รั่วป่วนโลก ในวันที่ 22 ม.ค. 2558 ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Mortdecai ได้ที่นี่เลย   -----------------------------

โคตรซึ้ง !! คนเก็บขยะในจีน เก็บเงินซื้อแหวนเพชรให้เมีย
คนเก็บขยะ /  คนเก็บขยะซื้อแหวยเพชรให้ภรรยา / 

 ชื่นชม คุณปู่สู้ชีวิต ยึดอาชีพเก็บขยะขายในจีน เก็บเงินสะสม จนสามารถซื้อแหวนเพชรให้ภรรยาสุดที่รัก เพื่อนตอบแทนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข วันนี้ ( 19 ธ.ค. ) สำนักข่าวต่างประเทศ ชายชรา อาชีพเก็บขยะ ที่ไม่ถูกเปิดเผยชื่อ วัย 70 ปี เก็บเงินเพื่อที่จะนำมาซื้อแหวนเพชรให้กับภรรยา ทั้งคู่อาศัยอยู่ที่เมืองคอร์ลา เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีน ชายเก็บขยะรายนี้เดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งกับภรรยา และซื้อแหวนเพชรด้วยเงินสดที่ผู้เป็นสามี เก็บสะสมมาหลายปี เขาเผยว่าทั้งคู่ร่วมทุกข์ กันมานานหลายปี ซึ่งตลอดเวลาภรรยาของเขาต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก จึงอยากตอบแทนและให้กำลังใจเธอด้วยแหวนวงนี้ MThai News ที่มา CCTV

ยิ่งยง โต้! เมียเก่าแฉ ไม่ส่งค่าเลี้ยงดูหลาน
ยิ่งยง ยอดบัวงาม /  ยิ่งยง ลูกสาว / 

กลายเป็นประเด็นเมื่อ เฟิร์น ยศยา อดีตภรรยานักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ยิ่งยง ยอดบัวงาม ออกมาร้องทุกข์กับสื่้อมวลชนว่า หลังแยกทางกันและมีลูกสาว 1 คนคือ น้ำฝน พิมพ์นารา บัวงาม ที่ตอนนี้อายุ 25 ปี ได้สามีเป็นชาวต่างชาติที่เคยมีข่าวถูกสามีทำร้ายร่างกายซึ่งไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากผู้เป็นพ่อ และลูกสาวมีลูกอีก 2 คน (ลูกติดอีก 1 คน) ในฐานะยายเลยอาสารับเลี้ยงดูหลาน แต่ล่าสุด เฟิร์น ยศยา ทราบข่าวว่า น้ำฝน ได้ไปพักอาศัยอยู่กับ ยิ่งยง แล้วจึงพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ที่ออกสื่อครั้งนี้เพราะต้องการให้ ยิ่งยง รับหลานทั้ง 3 คนไปดูแล เนื่องจากตนเองมีฐานะยากจนไม่สามารถแบกรับภาระได้อีกต่อไป ล่าสุดนักร้องดัง ยิ่งยง ยอดบัวงาม ควงลูกสาว น้ำฝน เคลียร์ทุกประเด็นในรายการ สดใหม่ ไทยแลนด์ ทางช่อง 2 เปิดใจยินดีรับหลานมาเลี้ยงดูเอง แต่ไม่ขอส่งเป็นเงินค่าเลี้ยงดูให้ ท้าอีกฝ่ายนัดรับตัวหลาน วอนอย่าสร้างข่าวเพราะแคร์ภรรยาปัจจุบัน จ่อติดต่อพ่อฝรั่งของเด็กร่วมกันรับผิดชอบ!! ยิ่งยง "จริงๆ ผมกับเค้าเลิกกันมาเป็น 20 ปีแล้วนะครับ ด้วยปัญหาที่มันต่อเนื่องคือเรื่องลูกสาว เรื่องหลาน มันพูดยากตรงนี้ คือผมไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบหลานแต่แรกด้วย และที่สำคัญคือลูกสาวเคยไปขอมาเลี้ยงแล้ว ตอนที่ผมมาเคลียร์เรื่องลูกสาวจบ ผมก็พาลูกมาอยู่ก็จะให้เค้าเอาหลานมาด้วย เพราะยังไงทางนู้นคงจะลำบากไม่ค่อยมีอะไรเลี้ยงหลาน เราก็เป็นห่วง ถ้าเกิดเอามาเลี้ยงดูแลที่นี่มันก็จะได้ไม่เดือดร้อนกัน แต่วันนึงเค้าไม่ให้หรือยังไงผมก็ไม่ทราบ เพราะให้ลูกสาวเป็นคนดำเนินเรื่องตรงนั้นทั้งหมดครับ" น้ำฝน "ตอนเข้าไปพูดคุยครั้งแรกก็ตั้งแต่ประมาณสิงหาคมปีที่แล้วค่ะ ตอนแรกหนูคุยกับทางคุณแม่ทิพย์ก่อนว่าหนูคิดถึงลูก หนูขอเอาลูกมาอยู่กับหนูได้มั้ย คุณแม่บอกเอาสิโทรไปขอเค้าเลย เดี๋ยวคุณแม่ให้คนขับรถไปรับ พอโทรไปเค้าบอกว่า กูไม่ให้ ถ้ามึงอยากได้ มึงก็มาเอาเอง มึงหาปัญญามาเอาให้ได้ เค้าพูดประมาณนี้ค่ะ หนูโทรไปหลายครั้งมาก ทั้งไม่รับสายมั่ง ให้คนอื่นรับมั่งค่ะ" ยิ่งยง "ด้วยเจตนาของลูกคือเค้าอยากได้ลูกเค้ามาเลี้ยงอยู่แล้ว แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบเหมือนกันไม่แน่ใจ คือจริงๆ พอจบเรื่องน้องฝน ด้วยปัญหาอะไรหลายอย่างมันประดังเข้ามาพอเคลียร์ลงตัวเราก็พาลูกสาวมาอยู่ที่บ้านมาฟื้นฟู ยอมรับว่าเค้าป่วยโดนมาเยอะที่โดนแฟนทำร้ายสลบเป็นเดือน สมองก็ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ แต่ถ้าเอาหลานมาก็ต้องไปจ้างคนมาเลี้ยงด้วย ให้เค้าดูคนเดียวคงไม่ได้ คือสิ่งที่จะต้องจัดการเป็นอย่างยิ่งเลย ถ้าให้เค้าอยู่กับลูก ผมว่าเค้าเลี้ยงไม่ไหวหรอก เรามีเงินซับพอร์ทให้ แต่ให้เค้าดูแลเองคงไม่ได้ ต้องหาคนมาช่วย" ยิ่งยง "มันเป็นหน้าที่ของเราครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าด้วยจิตของตายายมันเป็นหน้าที่จริงๆ บางทีลูกหลานทำงานมีแฟนในกรุงเทพส่งหลานให้ตายายเลี้ยงอยู่บ้านนอกตั้งเยอะแยะ แล้วเราช่วยคนมาเยอะซึ่งบางทีเราไม่รู้จักเค้า เราสงสารเค้าเลยช่วย แล้วทำไมสายเลือดเราจะช่วยไม่ได้" ยิ่งยง "กับอดีตภรรยาผมไม่คุยครับ ผมไม่คุยกับเค้าเพราะมันไม่ต้องคุยแล้ว มันจบกันไป 20 ปีแล้ว จะคุยอะไรก็ต้องผ่านคนอื่น ผมก็แคร์เมียผมด้วยไง แฟนเราทำทุกอย่าง เหนื่อยทุกอย่าง เค้ารับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้องฝนซึ่งจบไปหมาดๆ ตอนนี้มามีเรื่องหลานอีกแล้ว ถ้าเป็นผมผมก็ไม่ไหวนะ สมมติถ้าเป็นผมแล้วภรรยามีข่าวแบบนี้อยู่เรื่อยๆ เราก็ไม่ไหวเหมือนกัน หลานเป็นหลานของผม ไม่ใช่หลานของเรา พอเรามีปัญหาจะเอาหลานมาเราก็ต้องคุยกันก่อน บางทีไม่ได้เลี้ยงแต่เด็กเราไม่รู้จิตใจของเด็กนั่นคือปัญหาที่จะตามมาในเรื่องของครอบครัว เพราะฉะนั้นเราต้องแคร์คนของเราก่อน ส่วนเรื่องหลานถ้าทางนู้นเค้าจะให้มาเราก็ยินดีอยู่แล้ว" ยิ่งยง "ตามสื่อเค้าก็บอกว่าให้เราเอาไปรับเลี้ยง ผมก็ยังไม่ชัดเจนว่ารับเลี้ยงคือยังไง ให้ส่งเงินไปให้ใช่มั้ย ตรงนี้ผมไม่เอานะ ผมไม่ส่งนะ ผมแคร์ความรู้สึกของคนที่บ้านของแฟนเรา เหมือนกับว่าเอาเงินที่ทำงานกับแฟนปัจจุบันไปส่งให้คนเก่าคือมันไม่ใช่แล้ว เค้าเองก็มีครอบครัวมีคนของเค้าไปแล้ว แต่ถ้าเค้าให้หลานมาจะให้ฝนไปรับกับคนขับรถทันทีเลย ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เราช่วยคนมาเยอะแยะ ทำไมเราจะช่วยหลานของเราไม่ได้" ยิ่งยง "ตอนเค้าออกมาเรียกร้องก็ตกใจนะ ทำไมทำข่าวบ่อยจังเลย ผมก็เหนื่อยนะ เหนื่อยที่จะต้องมาคุยกับพี่ๆ น้องๆ เราทุกคนนี่แหละ ผมก็เครียดด้วย ทำงานเยอะด้วยทำให้เราเฟลเสีย บางทีอะไรบ่อยๆ ก็รับไม่ไหว วนมาที่เดิมก้าวไม่พ้นไม่จบสักทีอยากให้มันจบ ก็บอกว่าถ้าจะให้หลานมาก็จะได้จบ ที่สำคัญผมจะต้องไปคุยกับอดีตสามีของลูกสาวว่ายูจะรับผิดชอบลูกคนไหนก็รับไป ยูเป็นพ่อต้องมีเลือดที่เป็นพ่อหน่อย ใจนักเลงหน่อย ไม่ใช่สร้างขึ้นมาคนนึงแล้วก็ทิ้งขว้าง โดยไม่คิดว่าคนที่คุณสร้างขึ้นมามันจะเป็นกรรมของเค้าของสังคม เพราะฉะนั้นคุณต้องรับผิดชอบ ผมไม่แน่ใจว่าอยู่เมืองไทยหรือเปล่า" น้ำฝน "อยู่เมืองไทยค่ะ เค้าไลน์มาหาหนูครั้งล่าสุดก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ เค้าบอกว่า ซินดี้คัมแบ็กนะ กลับมาหาเค้านะ กลับมาเป็นครอบครัวอย่างนั้นอย่างนี้ หนูก็อ่านไลน์แต่ไม่ตอบค่ะ หนูยังไม่ได้คุยเรื่องลูก เค้าเป็นคนที่ซ่อนแซะเลยยังไม่อยากคุย ตอนนั้นหนูยังไม่ได้มาอยู่กับคุณพ่อ เค้าก็ส่งเสียเลี้ยงดูหนูและลูก แล้วพอหนูมาอยู่กับพ่อก็ไม่มี ทั้งทีตอนไปขึ้นศาลเค้าบอกจะให้เดือนละเท่านั้นเท่านี้ หนูก็ไม่เห็นเงินนั้นเลย ส่วนของลูกหนูไม่มั่นใจเพราะหนูไม่ได้ติดต่อทางนั้นแล้ว ตั้งแต่มาอยู่กับพ่อ หนูคิดถึงและเป็นห่วงลูก อย่างน้อยถ้าเค้ามาอยู่กับทางหนูก็มีคุณพ่อคอยซับพอร์ทให้เรียนโรงเรียนดีๆ คืออยู่ทางนั้นพูดได้เลยว่ามันไม่มีอนาคตแน่นอนค่ะ" น้ำฝน "จะคุยกับแม่เราเองอีกทีมั้ย ถ้าให้หนูคุยเองหนูไม่คุย เพราะอารมณ์หนูไม่เหมือนคนปกติ ถ้าจะคุยต้องเป็นตัวแทนหรือใครก็ได้คุย ถ้าจะให้ไปรับก็ไปรับตอนนี้เลยมั้ย จะเอายังไง ถ้าจะเอาเงินหนูก็ไม่ให้ เพราะเค้าเป็นเหมือนผู้หญิงที่ได้คืบจะเอาศอกได้ศอกจะเอาวาค่ะ ตอนนี้น้องโอลิเวียร์ 4 ขวบ โอลิเวอร์ปีหน้า 3 ขวบค่ะ" ยิ่งยง "ผมว่าตอนนี้ต้องคุยกับเลขาผมที่เคยรับสายกับเค้าต้องประสานดูว่าจะเอายังไง ถ้าให้ไปรับก็ยินดีเลยครับจะได้จบ และขอให้จบไปเลย" น้ำฝน "ขอให้เป็นข่าวสุดท้ายแล้วค่ะ" ยิ่งยง "ผมก็ไม่แน่ใจว่าเค้าจะดึงเรื่องราวให้ยืดเยื้อมั้ย ถ้าเค้าลงขนาดนี้ก็น่าจะปล่อยได้แล้วแหละ ถ้าเค้าไม่ปล่อยก็ไปถามกันเองแล้ว ทำได้แค่นี้จริงๆ เรายินดีรับผิดชอบหลานอยู่แล้วแต่ขอให้มาอยู่กับเรา ถ้าเคลียร์ไม่ได้ผมคงไม่ฟ้องหรอกครับ ไม่รู้จะฟ้องทำไม การฟ้องร้องเอาหลานหรือเอาลูก ผมว่ามันไม่ใช่ คือถ้าคุณไม่มีปัญญาเลี้ยงก็ส่งมาให้เราเลี้ยงก็จบแล้ว ไม่ต้องไปเหนื่อยฟ้อง กับทางพ่อของเด็กคือตอนนี้ผมกำลังขอรับหลานมาก่อน และอาจมีตัวแทนไปคุยกับเค้าว่ายูจะรับผิดชอบยังไงบ้าง ถ้าเกิดเค้าไม่รับผิดชอบ เราก็รับผิดชอบเพราะเป็นหน้าที่ของเรามันก็ต้องทำ แต่ด้วยคำว่าลูกผู้ชาย ยูสร้างขึ้นมายูต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ทำแล้วทิ้งแบบนี้มันไม่ใช่เหมือนเป็นการดูถูก แล้วยูเป็นฝรั่ง ฝรั่งมีความรับผิดชอบที่สุด เป็นคนเฟรนด์ลี่ที่สุด ถ้าไม่รับผิดชอบลูกถือว่ายูแย่มาก คนไทยอย่างผมนี่ต้องรับผิดชอบทั้งลูกทั้งหลาน หลานนี่เราก็ยินดี แต่ยูต้องมาช่วยด้วย ไม่ใช่โยนความรับผิดชอบ มันต้องช่วยกัน" ยิ่งยง "กับอดีตภรรยาไม่บอกอะไรครับ ข่าวแบบนี้ขอให้หยุดเถอะ อย่าออกเลยครับ มันทำให้ผมและครอบครัวผมอารมณ์เฟล เราต้องยอมรับว่าถ้าคุณเป็นทิพย์ทุกวันนี้คุณต้องไม่สบายใจไม่พอใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณก็มีครอบครัวใหม่แล้ว ต่างคนต่างแยกทาง 20 กว่าปีแล้ว เราแยกกันดีๆ ดีกว่า ไม่ต้องมาสร้างอะไรแบบนี้อีกแล้ว ถ้าให้เอาหลานมาก็ยินดีครับ เรายินดีดูแลนี่คือขั้นตอนแรก ส่วนขั้นตอนที่ 2 คือต้องไปคุยกับพ่อเด็กว่าจะเอายังไง" น้ำฝน "หยุดเถอะค่ะ อย่าทำให้พ่อหนูเสียไปมากกว่านี้เลย ความจริงคุณพ่อไม่ใช่คนแบบนี้ ทุกคนในวงการรู้หมดว่าคุณพ่อน่ารักเป็นคนดี อย่ามาสร้างภาพลบให้คุณพ่อเลยค่ะ หยุดเถอะค่ะ" ขอบคุณภาพประกอบจากสำนักข่าว TNN24 ยิ่งยง-น้ำฝน (ลูกสาว) ยิ่งยง-น้ำฝน (ลูกสาว) ยิ่งยง-น้ำฝน (ลูกสาว) เฟิร์น อดีตภรรยา ยิ่งยง ยอดบัวงาม เฟิร์น อดีตภรรยา ยิ่งยง ยอดบัวงาม

10 อันดับ แฟชั่นชุดว่ายน้ำสุดฮอต แห่งปี 2014
จัดอันดับ /  ชุดว่ายน้ำ / 

10 อันดับ แฟชั่นชุดว่ายน้ำ สุดฮอต แห่งปี 2014       ลมร้อนพัดมาเหล่าดาราก็ขอสลัดผ้าท้าลมร้อนกันซะหน่อย อวดหุ่นสุดเซี๊ยะ กระชากใจหนุ่มๆ ใกล้สิ้นปี 2014 เข้ามาทุกที Women Mthai ขอจัดแฟชั่นที่สุดแห่งปี 2014 มาฝากทุกคนกัน ซึ่งการจัดอันดับจะวัดจากจำนวนยอดผู้เข้าชมตลอดปี 2557 ใครจะเป็นสาวฮอตที่สุดมาลุ้นกันเล๊ยยยย…….ชมแฟชั่นแบบเต็มๆคลิกที่รูปได้เลยนะจ๊ะ อันดับที่ 10 แฟชั่นชุดว่ายน้ำ ณฉัตร วัลเณซ่า เซ็กซี่ฟินเว่อร์ ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร VOLUME อันดับที่ 9 แฟชั่น Fantastic Woman ปอย ตรีชฎา ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร Lips อันดับที่  8 แฟชั่น SEXY SUNSHINE เนย โชติกา วงศ์วิลาศ ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร LEMONADE  อันดับที่7 แฟชั่น ส่องหัวใจ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร สุดสัปดาห์  อันดับที่ 6 แฟชั่นชุดว่ายน้ำ INTO THE BLUE ฝ้าย ณิชานันท์ ฝั้นแก้ว ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร VOLUME  อันดับที่ 5 แฟชั่นชุดว่ายน้ำ STRONG SEXY STAR เมย์ พิชญ์นาฎ สาขากร ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร LIPS อันดับที่ 4 แฟชั่นชุดว่ายน้ำ ในหน้าหนาว ของ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร IMAGE อันดับที่ 3 แฟชั่นชุดว่ายน้ำ HAPPY TOGETHER ซี ศิวัฒน์ – เอมี่ เอมิกา ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร IMAGE อันดับที่ 2 แฟชั่นชุดว่ายน้ำ NYMPH หญิง รฐา โพธิ์งาม ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร IMAGE อันดับที่ 1 แฟชั่นชุดว่ายน้ำ สุดเซ็กซี่ จาก จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร แพรว         ปีหน้าลมร้อนพัดมาดาราสาวหุ่นเซ็กซี่ จักจั่น- อคัมย์ศิริ ยอมสลัดผ้ามาโพสท่าถ่ายชุดว่ายน้ำเป็นครั้งแรก ทำเอาหนุ่มๆใจละลายกันไปเลย จนคว้าอันดับ 1 ไปครอง เพราะมียอดผู้เข้าชมแฟชั่นเซ็ทนี้เกือบแสน ขอบอกว่าคุ้มค่ากับที่ยอมสลัดผ้ามาถ่ายแบบแล้วล่ะจ้า...  เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก magazinedee.com

รวมภาพ ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี (อดีตพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา)
ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี /  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา

ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี ในเว็บไซต์วิกิพีเดีย ซึ่งก่อนหน้านี้ ระบุฐานันดรศักดิ์ไว้คือ "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ" แต่หลังจากมี "ราชกิจจานุเบกษา" เผยแพร่เรื่อง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศั­กดิ์แห่งพระราชวงศ์ ปรากฏว่า หน้าเว็บไซต์วิกิพีเดีย ก็ได้มีการปรับเนื้อหาทันที โดยระบุใหม่ล่าสุดเป็นว่า "พลตรีหญิง ท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี (ภายหลังมีดำริเปลี่ยนนามเป็น 'นางสาวศรีรัศมิ์ สุวะดี')เกิด: 9 ธันวาคม พ.ศ. 2514 หรือเดิม "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร" ภายหลังได้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระรา­ชวงศ์ อันมีผลตั้งแต่วันที่วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ประวัติ ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี อดีตพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ นางสาวศรีรัศมิ์ สุวะดี เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2514 ที่จังหวัดสมุทรสาคร มีชื่อเล่นว่า อี๊ด เป็นธิดาของนายอภิรุจ สุวะดี และนางวันทนีย์ สุวะดี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 5 คน เข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรีย­นเทศบาลบ้านมหาชัย (อนุกูลราษฎร์) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากโรงเรียนกรุง­เทพการบัญชีวิทยาลัย ระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมา­ธิราช คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการทั่วไป ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระบรม­โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2545 และสำเร็จการศึกษาปริญญาโท หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คหกรรมศาสตร์) ภาคพิเศษ สาขาวิชาการพัฒนาการครอบครัวและเด็ก คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ใกล้แชมป์!ช้างศึก สอนเชิง เสือเหลือง2-0 ชิงดำซูซูกิคัพ
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ /  กีรติ เขียวสมบัติ / 

ผลฟุตบอลสด เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมแรก วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2557 ทีมชาติไทย 2-0 ทีมชาติมาเลเซีย ประตู : 1-0 ชาริล ชัปปุยส์ (จุดโทษ) น.70, 2-0 เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ น.85 สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา : 19.00 น. การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมแรก ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ช้างศึก ทีมชาติไทย อดีตแชมป์ 3 สมัย รับการมาเยือนของ เสือเหลือง มาเลเซีย อดีตแชมป์ 1 สมัย ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้วในการแข่งขันครั้งนี้ ในรอบแรก ช้างศึก ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายไล่แซงเอาชนะ เสือเหลือง มาเลเซีย ไปได้ 3-2 โดยเกมนี้ ทีมชาติไทย จะไม่มี กีรติ เขียวสมบัติ ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีก และเจ้าเก่ง อดิศร พรหมรักษ์ ที่ได้รับบาดเจ็บหัวเข่า แต่จะได้ เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร ผู้ทำ 2 ประตูในเกมแรกที่ 2 ทีมนี้พบกัน พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือกในแดนหน้า เวลาประมาณ 16.00 น. กองทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย ได้เดินทางมาถึงสนามราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนจะจอดรถตรงประตูทางเข้าสนาม เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทามกลางแฟนบอลชาวไทย ให้การต้อนรับอย่างหนาตา ส่งเสียงเชียร์กันอย่างน่าชื่นใจ เริ่มครึ่งเวลาแรก ช้างศึก ทีมชาติไทย ต่อเกมกันได้อย่างน่ากลัวทางริมเส้นฝั่งซ้าย นาทีที่ 3 กลายเป็น เสือเหลือง มาเลเซีย ที่ได้ลุ้นประตูก่อนจากการโขกของ อัมรี่ ยาห์ยาห์ แต่ทว่าไปตรงตัว กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จากนั้นนาทีที่ 4 เป็นคราของ ช้างศึก บ้างเมื่อ ชาริล ชัปปุยส์ ไหลบอลไปทางริมเส้นฝั่งขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม หักเรียดเข้าไปถึง มงคล ทศไกร ได้ง้างเท้ายิงในกรอบเขตโทษ แต่ยิงไม่ดีบอลลอยข้ามคานไป นาทีที่ 6 มาเลเซีย มาได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ นอร์ชาห์รุล ตาลาฮา ได้ส้มหล่นยิงวอลเลย์หน้ากรอบเขตโทษ โชคดียังเป็นของ ช้างศึก ที่ เจ้าตอง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยืนอยู่ตรงนั้นชกบอลออกมาได้ จากนั้นทั้ง 2 ทีมก็เปิดเกมแลกกันอย่างสนุกตื่นเต้น นาทีที่ 30 เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะจ่ายให้ สารัช อยู่เย็น วิ่งขึ้นมาใส่เต็มแข้งแต่ ฟารีซาล มาร์เลียส นายด่านเสือเหลือง ล้มตัวรับบอลไว้ได้ นาทีที่ 33 เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร โดนทำฟาวล์หน้ากรอบเขตโทษ ทำให้ ช้างศึก ได้ฟรีคิก ชาริล ชัปปุยส์ วิ่งข้ามบอล เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ วิ่งเข้าไปปั่นโค้งด้วยเท้าซ้ายบอลจะเสียบเสา แต่ ฟารีซาล มาร์เลียส วิ่งไปรับบอลไว้ได้ นาทีที่ 43 ช้างศึก เกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ สุทธินันท์ พุกหอม สาดสกัดบอลไปแดนหน้า เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร ได้ขึ้นเบียดแย่งบอลกับกองหลังก่อนจะได้ส้มหล่น กระชากบอลไปในกรอบเขตโทษ และได้ชิพอย่างเหนือชั้นทว่ากองหลังแหย่เท้าได้ทันทำให้บอลลอยออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0 เริ่มครึ่งเวลาหลังกองทัพ ช้างศึก พยายามที่จะเปิดเกมเข้าใส่อย่างหนัก หวังที่จะเอาประตูออกนำให้ได้ก่อนโดยเร็ว นาทีที่ 51 ช้างศึก มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย ชาริล ชัปปุยส์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษทางเสาสอง นักเตะไทยพยายามเข้าเล่นบอลแต่โดนดันล้ม ผูตัดสินให้เล่นต่อทำให้ ช้างศึก ไม่ได้ลุ้นประตู นาทีที่ 54 นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม ได้บอลหลุดไปทางฝั่งขวาก่อนจะจ่ายกลับมาให้ มงคล ทศไกร ได้วอลเลย์บอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว จากนั้น ช้างศึก ก็โหมบุกได้ชุดใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะเจาะประตู เสือเหลือง มาเลเซียได้ เกมผ่านหนึ่งชั่วโมง มาเลเซีย แสดงอาการหมดแรงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ ช้างศึก ทีมชาติไทย เปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง นาทีที่ 67 มงคล ทศไกร ไล่บอลให้ อดิศักดิ์ ไกรษร ได้ยิงเต็มแข้งบอลพุ่งไปตรงตัว ฟารีซาล มาร์เลียส นาทีที่ 70 ช้างศึก ก็มาได้จุดโทษเมื่อ อดิศักดิ์ ไกรษร โดนเกี่ยวล้มลงในกรอบเขตโทษ ชาริล ชัปปุยส์ รับหน้าที่สังหารเสียบเสาซ้ายมือตัวเองเข้าประตูไป ช้างศึก ทะยานออกนำ 1-0 นาทีที่ 85 สกอร์บอร์ดในสนามก็ขยับอีกครั้งเมื่อ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้บอลกระชากหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะบรรจงจ่ายให้ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ซัดบอลหายเข้าประตูไป ช้างศึก หนี เสือเหลือง 2-0 จากนั้น ช้างศึก ก็เปิดเกมบุกตามเสียงเชียร์แฟนบอลชาวไทย แต่ทว่าสุดท้ายก็ไม่อาจจะเจาะประตูเพิ่มได้ ทำให้จบเกม ช้างศึก ทีมชาติไทย เอาชนะ เสือเหลือง มาเลเซีย ไปได้ 2-0 ครองความได้เปรียบในเกมแรกไปก่อน โดยเกมที่ 2 ช้างศึก จะไปเยือนถิ่น บูกิต จาริล ของเสือเหลือง ในวันที่ 20 ธ.ค.57 เวลา 19.00 น. ซึ่งทีมงานนักเตะจะเดินทางในวันที่ 18 ธ.ค.57 เวลา 12.00 น. ที่สนามบินดอนเมือง รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) (C), นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม, สุทธินันท์ พุกหอม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา, สารัช อยู่เย็น (อดุล หละโสะ น.90+3), ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, มงคล ทศไกร (ประกิต ดีพร้อม น.68), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, อดิศักดิ์ ไกรษร ทีมชาติมาเลเซีย :  ฟารีซาล มาร์เลียส (ผู้รักษาประตู), คุนานลาน ซุบรามาเนียม, ชูกอร์ อาดาน (C), ฟาดลี่ ชาส, ซูบีร์ อัซมี่, อาซามมุดดิน อากิล, บาดรี่ ราดซี่ (บาดโดรล บัคเตียร์), อัมรี่ ยาห์ยาห์ (ซาฟี ซาลี่), ซาฟิก รอฮิม, ปุตรา มหายุดดิน, นอร์ชาห์รุล ตาลาฮา

ลัลลาเบล กาวใจ ไอด้า-แอมมี่ ลุ้นคืนดีสามคน พ่อ แม่ ลูก
แอมมี่ ไชยอมร /  แอมมี่ ไชยอมร / 

ขึ้นแท่นเป็นซิงเกิ้ลมัมไปหมาดๆ สำหรับสาวสวยสุดแนวอย่าง ไอด้า ไอรดา ที่หลังจากแยกทางกับอดีตสามี แอมมี่ ไชยอมร กับกรณีเรื่องมือที่สามไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และแม้ว่าหนุ่มแอมมี่เองจะออกมายอมรับ แถมยังประกาศง้อขอโอกาสกลับไปแก้ตัวอีกครั้ง แต่สาวไอด้าเองเธอก็ใจแข็งสุดๆ ยังคงยืนกรานต่างคนต่างอยู่ไม่ขอข้องเกี่ยว แหม...She ก็คงเจ็บแล้วจำไม่อยากโดนสวมเขารอบสอง ก็อย่างว่าละค่า เรื่องแบบนี้ไม่เจอกับตัวก็พูดยาก แต่ยังไงซะทางสถาบันครอบครัวก็อยากให้ทั้งสองรีเทิร์นปรับความเข้าใจกัน จะได้คอยเติมเต็มความรัก ความอบอุ่นให้กับลูกสาว ยิ่งตอนนี้หนูน้อย ลัลลาเบล เองก็กำลังโตขึ้นทุกวัน จุดนี้ต้องบอกก่อนเลยว่า ถึงแม้ทั้งสองจะแยกทางกันไปแล้ว แต่สาวไอด้าก็ไม่เคยปิดกั้นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก เพราะคุณเธอก็ยังใจกว้างยอมให้แอมมี่ได้เจอกับลูกสาวตลอด เอ๊ะ! ต้องเจอหน้ากับอดีตสามีบ่อยๆ อย่างนี้ไม่รู้ว่าจะยอมใจอ่อนบ้างรึเปล่า ไม่แน่น้องลัลลาเบลอาจจะคอยเป็นกาวใจ จนในที่สุดสาวไอด้ายอมใจอ่อนรีเทิร์นกลับมาเป็นครอบเดียวกันสามคน พ่อ แม่ ลูก ก็เป็นได้ แต่ยังไงซะก็ขอเอาใจช่วย เพราะยังไงสถาบันครอบครัวก็ถือว่าเป็นรากฐานที่ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องอยู่ที่หนุ่มแอมมี่แล้วละค่ะ ว่าจะสามารถพิสูจน์ความจริงใจได้รึเปล่า แอมมี่-ไอด้า-ลัลลาเบล แอมมี่-ไอด้า-ลัลลาเบล แอมมี่-ไอด้า-ลัลลาเบล