สามีตรีตรา

รวมมิตร 16 คาถาเมตตามหานิยม!! เพื่อความเป็นสิริมงคล
คาถา /  คาถามหานิยม / 

วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.Mthai.com ได้รวม คาถาเมตตามหานิยม ที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้ที่ใช้มีความเป็นสิริมงคล มาบอกเพื่อนๆกันครับ ซึ่งแต่ละบทนั้นล้วนแต่เป็นพระคาถาเก่าแก่ ที่ได้สืบทอดต่อกันมา มิได้เป็นการทำให้งมงายใดๆ สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวบุคคลนั้นและกำลังใจของแต่ละคนซึ่งไม่เท่ากัน 1. คาถาเมตตามหานิยม นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู นะโมพุทธายะ นะมะอะอุ (ใช้ภาวนาคาถาก่อนออกจากบ้าน จะทำให้คนที่พบเจอมีความรู้สึกที่ดี การติดต่อใดๆก็จะราบรื่นไม่ติดขัด) คาถามหานิยม อีกบทหนึ่ง เมตตา คุณะณัง อะระหัง เมตตา 2. คาถาเจ้านายเมตตา ปัญจะมังสิระสังขาตัง นาหาย นะกาโร โหติ สัมภะโว อิสวาสุ (ให้สวดท่องภาวนา ๓ จบ ก่อนออกจากบ้าน แล้วเจ้านายจะเมตตา) 3. คาถาขุนแผน เอหิมะมะ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ (ใช้ท่องกับของใช้ส่วนตัวอะไรก็ได้แล้วจะทำให้มีเสน่ห์เป็นที่หลงไหล) 4. คาถาเอ็นดู วิชชาจะระณะสัมปันโน อิติปิโสภะคะวา ปิยะเทวะมนุสสานัง ปิโยพรหมานะ มุตตะโม ปิโยนาคะ สุปัณณานัง ปิณินทะริยัง นะมามิหัง นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ธายินดี ยะเอ็นดู (ให้ท่องคาถาก่อนไปพบผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อให้เกิดความรักใคร่เอ็นดู) 5. คาถาคนนิยม เอหิสาลิกา ยังยัง พุทธัง อาคัจฉาหิ สาลิกาถิง กะระณัง ตาวังคาวา เอหิมะมะ สุวะโปตะโก อะยัง ราชา สุวัณณะวัณณา สาลิกานัง มะโหสะโต ปิยังมะมะ (ใช้สวดภาวนาเมื่อต้องการติดต่อเจรจาในเรื่องสำคัญ ค้าขาย เพื่อให้คนนิยมชมชอบ) 6. คาถาสมัครงาน พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะริรัญ ชีวิตัญวิทัง นะโมมิตตามนุสสาจะ นะเมตตา โมกรุณา (ใช้ท่องก่อนออกจากบ้านไปสัมภาษณ์หรือสมัครงานจะทำให้มีเสน่ห์เป็นที่ประทับใจ) 7. คาถาค้าขายดี โอมอิติพุททัตสะ สุวันนัง วารัชชะคัง วามะนีวาวัตตัง วาพัพพะยัน ละเอหิคาคัชวันติ (ให้เอาใบไม้แช่น้ำใส่ขันไว้แล้วสวดภาวนา เลร็จแล้วนำน้ำไปประพรมให้ทั่วร้าน จะทำให้ขายคล่อง) คาถาอีกบทหนึ่งก็ว่ากันว่าทำให้ทำมาค้าขึ้นเหมือนกันคือ อิติปิโสภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา อิติปิโสภะคะวา พุทโธภะคะวา และอีกคาถาหนึ่งสำหรับพ่อค้า แม่ค้าที่นิยมเสกเป่า ๓ จบ กับสินค้าเหมือนกันคือ พุทธัง  พะหุชะนานัง เอหิจิตตัง เอหิมะนุสสานัง เอหิลาภัง เอหิเมตตา ชมภูทีเป มะนุสสานัง อิตถิโย ปุริโส จิตตัง พันธังเอหิ 8. คาถาสาริกาลิ้นทอง พุทธา อะเนนา มะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิริมะลิยา สุสังคะเยมิ พุทธา อิรปะโย เคมะคุณนะ ปักเขสะเมมะมิ อุนาโลมา ปันนะ วิชายะเต (ใช้สวดภาวนาหากต้องการให้คนรักใคร่ พูดจาเป็นเสน่ห์ ตอนท่องถึงคำว่า มิ ก็ให้แตะที่ลิ้นด้วยทุกครั้ง) 9. คาถาการเจรจา นะโมพุทธายะ มะอะอุ ยะธาพุทโมนะ อุอะอะ อิสวาสุ สัพพะทัสสะ อะสังวิสุ โลปุสะพุภะ (ใช้ภาวนากับน้ำล้างหน้าตอนเช้าก่อนออกจากบ้านไปติดต่อเจรจาเรื่องสำคัญ จะทำให้สำเร็จในสิ่งที่หวังไว้) คาถาอัญเชิญพระเครื่อง พุทธัง อาราธนานัง รักษา ธัมมัง อารธนานัง รักษา สังฆัง อาราธนานัง รักษา (ใช้สวดภาวนากับพระเครื่องก่อนออกจากบ้าน พระจะคุ้มครองเป็นสิริมงคลกับตัวเอง) 10. คาถาอุปถัมภ์ อิติปาระมิตาติงสา อิติสัพพัญมาคะตา อิติโพธิ มนุปปัตโต อิติปิโส จะตมะโน นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ธายินดี ยะเอ็นดู ยะหันตวา ธามัวเมา พุทพาเอา นะโมพุทธายะ (ใช้ท่องก่อนออกจากบ้าน จะทำให้เจ้านายสงสาร ช่วยเหลืออุปถ้มภ์ดี) 11. คาถารักแท้ โอมนะโมพุทธายะ พุทธัง สะระติ ธัมมัง สะระติ สังฆัง สะระติ จิตตังสะมาเรมะมะเอทิ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ (ให้บริกรรมคาถานี้กับลูกอมแล้วอมขณะที่คุยกับคนที่เรารัก จะทำให้เขาคนนั้นเกิดความรักจริงจังขึ้นมา) 12. คาถามัดใจ พุทธัง รัตตะนัง ธัมมัง รัตตะนัง สังฆัง รัตตะนัง  นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ (ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ทำให้คนรักคิดถึง) 13. คาถามนต์รัก โอม นะ ปะ โร รันนะขุเภติ พุทธัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา ธัมมัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา สังฆัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา (ใช้ภาวนากับดอกไม้ก่อนที่จะส่งให้กับคนรัก เมื่อเขาหรือเธอสูดดมดอกไม้ก็จะรักเราตอบ) 14. คาถาใจอ่อน ปัญจะมังสิระสังชาตัง นะอตใจ นะกาโร โหติ สัมภะโว ตรีนิกัตวานะ นะ การัง ปัญจะสัมภะวัง (ใช้ท่องก่อนที่จะพบเจรจากับคนที่เป็นเจ้าหนี้หรือใครก็ตาม จะทำให้ได้รับการผ่อนปรน ใจอ่อนได้ทุกที) 15. คาถาผูกใจคน โอมนะโมพุทธะ นะ มะ อะ อุ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ (ใช้สวดเมื่อต้องการให้คนทั่วไปรักใคร่ยินดี ใช้เสกกับแป้งหรือน้ำหอมก็ได้) 16. คาถามหาเสน่ห์ จันโทอะภกันตะโร ปิติ ปิโย เทวะมนุสสานัง อิตภิโยปุริ โสมะ อะ อุ อุ มะ อะ อิสวาสุ อิกะวิติ (ให้ภาวนาคาถานี้ ๓ จบก่อนออกไปพบคน จะทำให้คนที่ต้องไปพบเกิดความรักใคร่) ติดตามคาถาอื่นๆได้ที่  : หนังสือรวมมงคลคาถาศักดิ์สิทธิ์ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

จ่อคัมแบ็ค! โค้ชซิโก้ตามดูฟอร์ม “ชัปปุยส์” ดวลกิเลนสนามสุพรรณฯเย็นนี้
ชารีล ชัปปุยส์ /  ช้างศึก / 

เฮดโค้ชทัพช้างศึก เตรียมเดินทางไปดูฟอร์มกองกลางลูกครึ่งไทย-สวิสเเลนด์ ลงพบกิเลนผยองเย็นนี้ (14 สิงหาคม) ณ สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทัพช้างศึก ทีมชาติไทย เตรียมเดินทางไปดูฟอร์มนักเตะทีมชาติไทย ระหว่างเกม สุพรรณบุรี เอฟซี เปิดบ้านพบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกโยโยต้า ไทยลีก ช่วงเย็นวันนี้ (14 สิงหาคม) ณ สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี โดยมีรายงานว่า “โค้ชซิโก้” พร้อมกับ ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ เเละ อภิสิทธิ์ ไข่แก้ว ตั้งใจเดินทางไปดูฟอร์มของ ชารีล ชัปปุยส์ กองกลางลูกครึ่งไทย-สวิสเเลนด์ ของสุพรรณบุรี เอฟซี ด้วยตาตนเอง โดยเฉพาะการลงเจอทีมเเกร่งอย่างกิเลนผยอง เพื่อเช็คสภาพร่างกายความฟิต เเละฝีเท้าของอดีตจอมทัพปราสาทสายฟ้าว่าอยู่ในฟอร์มเช่นไร ทั้งนี้เพื่อโอกาสในการเรียกตัวเข้ามาติดทัพช้างศึกในรอบ 2 ปีอีกครั้งนั้นเอง สำหรับทีมชาติไทย มีโปรเเกรมลงสนามนัดเเรกศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย โดยจะออกไปเยือน ทีมชาติซาอุฯ ในวันที่ 1 กันยายน เเละจะเปิดบ้านรับการมาเยือน ทีมชาติญี่ปุ่น ในวันที่ 6 กันยายนที่จะถึงนี้

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬  , เรื่องย่อบ่วงบรรจถรณ์‬
ละครบ่วงบรรจถรณ์ /  เรื่องย่อละครบ่วงบรรจถรณ์ / 

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬ ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัดกำกับการแสดง : ภวัต พนังคศิริควบคุมการดำเนินงาน : อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เรื่องยอ ละครบ่วงบรรจถรณ์ บ่วงบรรจถรณ์ เป็นเรื่องวราวของ แพรนวล บุตรสาวคหบดีชาวเชียงรายที่ตัดสินใจหลีกหนีจากสามีเจ้าชู้ ไปอยู่เชียงรายเพื่อรับมรดกบ้านโบราณของบิดา แพรนวลพบเตียงไม้โบราณสมัยเชียงตุงในห้องเก็บของมีความชอบใจจึงนำมาใช้นอน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแม่บ้าน การนอนคืนแรก แพรนวลนุ่งชุดไทเขินที่ชอบและนอนหลับไปบนเตียง เมื่อตื่นเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่สวนลั่นทมของหอคำในเมืองเชียงตุง ด้วยเวลาที่ย้อนกลับมาห้าสิบสี่ปี และ ได้พบกับหลาวเปิง บุตรบุญธรรมของเจ้ากองไท อดีตผู้ครองนครเชียงตุงและตองริ้วน้องสาวต่างบิดาของหลาวเปิง ละครบ่วงบรรจถรณ์นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท หลาวเปิงใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท แพรนวล ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์

fcแห่ให้กำลังใจ! เป้ย โพสต์เป็นนัย จะสู้เพื่อลูก!!!!
ข่าวเป้ย ปานวาด /  เป้ย ดราม่า / 

     คนแห่ให้กำลังใจ แม่เป้ย ปานวาด กันเพียบ หลังเจ้าตัวโพสต์ดราม่ารัวๆ ลงเพจ Panward Hemmanee ไม่ว่าจะเป็น “คนที่พยายามซ่อมแก้วที่แตก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาโง่ ก็เพราะเขารักแก้วใบนั้นมากเท่านั้นแหละ”, “อย่างน้อยๆ เราก็มีกำลังใจจากใครอีกมากมาย ต่อจากนี้ไป ถึงเวลาที่เราจะต้องลุกขึ้นสู้ ลูกเรายังรอเราอยู่” โดยทั้ง 2 ข้อความนี้ได้ลบออกจากเพจไปแล้ว เหลือเพียงข้อความนี้ “จะสู้ ลูกยังรอเราอยู่”    แน่นอนเกิดดราม่าในช่วงที่มีกระแสแบบนี้ ไม่วายถูกโยงเข้าประเด็นข่าวลืออักษรย่อ สามีนางร้าย ป. แอบพาสาวเข้าโรงแรม! จุดนี้อะไร และยังไง ยังไม่มีใครทราบดีเท่าเจ้าตัว ที่แน่ๆ ตอนนี้สาวเป้ยกำลังต้องการกำลังใจ ช่วยกันส่งแรงใจให้คุณแม่เป้ยกันดีกว่า....  ขอบคุณภาพจาก FB Panward Hemmanee อินสตาแกรม ppanward และจากเพจ ใต้เตียงดารา เป้ย ดราม่า   เป้ย ดราม่า   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด   เป้ย ปานวาด   เป้ย และครอบครัว  

ละครประทีปรักแห่งใจ (ละครเย็น) , เรื่องย่อประทีปรักแห่งใจ (ละครเย็น)
ละครประทีปรักแห่งใจ /  เรื่องย่อละครประทีปรักแห่งใจ / 

ประทีปรักแห่งใจ บทประพันธ์โดย : นภาสรรบทโทรทัศน์โดย : ปารดากำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทา ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละครประทีปรักแห่งใจ ประทีปรักแห่งใจ เป็นเรื่องราวของ เมลดา คุณหนูไฮโซผู้เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์ในชีวิต และไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตนี้จะต้องตกระกำลำบาก เพราะมัลลิกา ผู้เป็นแม่ปลูกฝังว่าไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากมาย แค่ใช้ชีวิตหรูหราสุขสบาย และแต่งงานกับผู้ชายรวย ๆ สักคนก็พอ ครั้นคุณหนูเมลดาผู้มีชีวิตแสนสุขสบายต้องกลายเป็น หงส์ปีกหักในชั่วข้ามคืน สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ซ้ำแม่ที่คิดว่าจะเป็นหลักยึดเหนี่ยว ให้แก่ชีวิตก็หวังพึ่งอะไรไม่ได้ แล้วยังกลายเป็นภาระให้อีก เมื่อเจอปัญหารุมเร้าทุกด้าน คุณหนูเมลดาผู้ใช้ชีวิต ในโลกสีชมพูจะเอาตัวรอดได้อย่างไร นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่อง ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนชีวิตของเมลดา ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ คือ แม่ที่ทรงหยิบยื่นดวงประทีปชีวิตให้แก่เธอ เมลดา ศรานุสรณ์ หรือ มินนี่ คือหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์ในชีวิต ไม่ว่ารูปร่างหน้า ฐานะ ชื่อเสียงในวงสังคม พร้อมกับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าผู้หญิงที่เกิดมามีความเพียบพร้อม ไม่จำเป็นต้องขวนขวาย ทำสิ่งใดให้เหนื่อยยากลำบาก แค่รอเวลาให้เหมาะสมแต่งงานกับผู้ชายที่ดีพร้อมก็พอแล้ว ดังนั้นเมื่อจบการศึกษา ในปีนี้แล้วเธอจึงไม่มีเป้าหมายในชีวิตอะไรนอกจากรอเวลาแต่งงานกับ เป็นหนึ่ง เอกนุกูลกิจ ชายหนุ่มที่เมลดา คบหามานานเป็นปี ในขณะที่มีความยินดีกับงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้า แต่เธอกลับมีความสับสนและไม่แน่ใจอยู่ด้วยว่า อยากแต่งงานกับเป็นหนึ่งจริงหรือเปล่า หรือว่าจำเป็นต้องแต่ง เมื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษา กับมัลลิกาผู้เป็นมารดา ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่กันไปก็เรียนรู้นิสัยกันปรับตัวเข้าหากันได้เอง ระหว่างที่เมลดาและเพื่อน ๆ นั่งปรึกษาหารือกันเรื่องชุดแต่งงาน ต้องใจ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยผ่านมา แล้วพูดจากระแทกแดกดัน เมลดาลุกขึ้นตอบโต้จนเพื่อน ๆ ต้องห้ามปรามไม่ให้ไปสนใจกับพวกบ้านนอก ที่ไม่มีเงินพอจะทำอย่างคนรวยเขาทำกันได้ จึงคิดอิจฉาเท่านั้นเอง แล้วเมื่อเพื่อนทั้งสองคนแยกย้ายกันไป คนที่เข้ามา แทนที่คือ แพรวดาว แฟนเก่าของเป็นหนึ่ง ที่แม้จะเลิกรากันไปก่อนที่เป็นหนึ่งจะมาคบหากับเมลดา แต่แพรวดาว ก็ยังพูดจาว่าเมลดานั้นเป็นมือที่สามแย่งคนรักของเธอ อย่างวันนี้ก็เข้ามาพูดจาบอกว่าการที่เป็นเป็นหนึ่งจะแต่งงาน ก็เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น หาใช่ความรักไม่เป็นหนึ่งมารับเมลดาไปลองแหวนหมั้นที่ร้านเพชร แต่กลับกลายเป็นว่าแหวนที่เมลดาลองสวมนั้นหลวม เพราะทำผิดไซส์ เพชรประดับ เจ้าของร้านเพชรเผลอหลุดปากบอกว่าแหวนที่ทำมานั้น อาจจะเป็นไซส์นิ้ว ของแพรวดาว ทำให้เมลดาโกรธมาก และสั่งให้เขาทำแหวนให้เธอใหม่ และงอนออกจากร้านกลับบ้านทันที โดยที่เป็นหนึ่งก็ไม่ได้ตามมาง้องอน เมลดาเริ่มรู้สึกว่าเป็นหนึ่งอาจจะไม่ได้รักเธอจริงอย่างที่แพรวดาวบอก และตัวเธอเอง ก็ไม่ได้เจ็บปวดหรือเสียใจอะไรมากมายนอกจากรู้สึกเสียหน้าเท่านั้น ซึ่งตัวเธอเองก็อาจจะไม่ได้รักเป็นหนึ่งมากอย่างที่คิดก็ได้ ละครประทีปรักแห่งใจ เมื่อกลับมาปรึกษากับมารดาถึงความไม่แน่ใจในความรัก และอยากจะเลื่อนการแต่งงาน กลับถูกมารดาห้ามปรามไม่ให้เธอคิดมาก และยืนยันว่าไม่มีทางที่เป็นหนึ่งจะไม่รักหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อมอย่างเธอ แม้แต่บิดาของเธอก็ไม่ยินยอมให้เธอได้มีโอกาสตัดสินใจสิ่งใด ในขณะที่เป็นหนึ่งก็ตามง้องอน และเปลี่ยนร้านทำแหวนพิสูจน์ ความจริงใจโดยการพาเธอไปเลือกซื้อเพชรใหม่ ทำแหวนวงใหม่จนเมลดาใจอ่อนลืมความขุ่นข้องหมองใจทั้งหมด เพราะรู้ว่าถึงแม้เธอจะเลื่อนการแต่งงานออกไป เธอเองก็ไม่มีแผนชีวิตสำรองด้านอื่นๆ เลยพิธีหมั้นช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี เมลดาเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ภาพเจ้าสาวที่เห็นในกระจกนั้นเหมือน ตุ๊กตากระเบื้องเนื้อดีมากกว่าจะเป็นคนจริง เครื่องหน้าที่งดงามอยู่แล้วยิ่งถูกแต่งเติมลงไปอีกก็ยิ่งสวยงามไม่มีที่ติ ระหว่างที่คู่บ่าวสาวกำลังถ่ายรูป และรับแขกที่มาในงานอยู่นั้น แพรวดาวก็เข้ามาในงานด้วยชุดราตรีขาวฟูฟ่อง ประหนึ่งชุดเจ้าสาว ปฏิกิริยาของเป็นหนึ่งเมื่อเห็นแพรวดาวนั้นทำให้เมลดารู้สึกหน้าชา แม้จะเตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องเจอสถานการณ์นี้ แต่ไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ยิ่งมีเสียงซุบซิบจากแขกเหรื่อว่าแพรวดาวเป็นคนรักเก่าของ เจ้าบ่าวด้วย เมลดาพยายามจะทักทายด้วยดี แต่แพรวดาวกลับทิ้งคำพูดบางอย่างไว้ทำให้เมลดาไม่สบายใจนัก ขณะที่งานเลี้ยงและพิธีการทุกอย่างดำเนินไป ท่ามกลางความไม่แน่ใจของเมลดาที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลง อะไรได้อีกแล้ว แม้ว่าตัวเองอยากจะยกเลิกตอนนี้ก็คงจะสายไปแล้ว แต่ปรากฏว่า ชัยพงศ์ บิดาของเป็นหนึ่ง เข้ามาประกาศยกเลิกงานแต่งงานเพราะรู้ข่าวมาว่ากิจการของ ประยุทธ บิดาของเธอนั้นกำลังจะล้มละลาย เมลดาเริ่ม รับรู้ความจริงใจของเป็นหนึ่งเมื่อเขาสลัดมือเธอออกอย่างเมินเฉย แล้วยิ่งรับรู้มากยิ่งขึ้นเมื่อบิดายอมรับความเป็นจริง เรื่องที่กำลังจะล้มละลาย แม้เขาจะยืนยันว่าไม่คิดจะให้ครอบครัว ของเป็นหนึ่งต้องเข้ามาช่วยโอบอุ้มกิจการ แต่ขอร้องไม่ให้ยกเลิกงานแต่งงานเท่านั้น แต่ชัยพงศ์กลับไม่สนใจแล้วพาเป็นหนึ่งกลับออกไปทันทีประยุทธอับอาย และเครียดมากจนโรคหัวใจกำเริบ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล สองแม่ลูกที่ไม่เคยมีแผนในการดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง และไม่ได้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จึงไม่มีเงินออมในธนาคารเหลือมากนัก เงินสดก้อนสุดท้ายที่ต้องจ่ายให้โรงพยาบาล และจัดงานศพอย่างเรียบง่าย มีคนมาร่วมงานอย่างบางตาจน น่าใจหาย เมื่อล้มละลายก็ทำให้ญาติมิตรสหายที่เคยมีมากมายขาดหายไปในพริบตา แม้แต่เพื่อนสนิทร่วมมหาวิทยาลัย ของเมลดาก็ไม่ได้ปรากฏกายขึ้นในงานศพเลย เมลดานัดพบเพื่อนเพื่อจะหางานทำ แต่เพื่อนไม่ได้คิดจะให้ความช่วยเหลือแถมยังพูดจาดูถูกอีก หล่อนจึงแยกออกมาแล้วเดินเล่นเรื่อยเปื่อยในห้าง จนมาพบกับเป็นหนึ่ง และแพรวดาวในร้านเสื้อ เขาจะจ่ายค่าเสื้อผ้าให้ แต่เมื่อแรกเมลดาไม่คิดจะรับความเอื้อเฟื้อนี้ แต่อยากประชดแพรวดาวจึงยอมรับมาทั้งหมด สร้างความขุ่นเคืองให้กับแพรวดาว โดยที่เมลดาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีผลร้ายติดตามมาอย่างไรบ้างข่าวไฮโซตกยากอย่างเมลดาดังไปถึงบ้านของ ปองคุณ ชายหนุ่มผู้เคยอกหักจากสาวเมืองกรุง และแบกความเจ็บช้ำไว้จนไม่ยอมชายตามองหญิงอื่นอีกเลย แถมยังมีอคติในใจอีกต่างหาก เขารับรู้ข่าวนี้อย่างไม่มีความเห็นอกเห็นใจนักต่างจาก ใจใส มารดาของเขาที่รู้สึกสงสารเมลดา แล้วเมื่อต้องใจเข้ามาหาแล้วแสดงตัวว่ารู้จักกับไฮโซสาว ผู้ตกยากนี้ แล้วแสดงความคิดเห็นในเชิงสมน้ำหน้า ทำให้ใจใสรู้สึกไม่ชอบใจ ทั้งยังรู้ว่าต้องใจมีความรู้สึกพิเศษ กับปองคุณด้วยแล้ว จึงเอ่ยปากตักเตือนลูกชายโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ให้ความสนใจนัก เมลดากลับมาถึงโรงแรมที่เช่าพักอาศัยชั่วคราวอยู่กับมารดา เพราะยังไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหน ท่ามกลางความรู้สึกที่ต้องคิดหาทางออกด้วยเงินที่มีเหลืออยู่ไม่มากนัก มัลลิกาผู้เป็นแม่ที่หวังว่าจะเป็นที่พึ่งพิงได้ กลับไม่มีความคิดอะไรเลย นอกจากการคร่ำครวญ และยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม สร้างความหนักใจให้กับเธอยิ่งนัก แถมยัง มีคนโทรศัพท์มาข่มขู่ให้หนี้อีกในจำนวนเงินห้าแสนบาท สองแม่ลูกจึงคิดหาทางหนีออกจากโรงแรม เมลดามืดแปดด้าน ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป มัลลิกาจึงคิดว่าจะไปบากหน้าไปหา มาลัย พี่สาวร่วมสายเลือดที่เธอไม่เคยติดต่อมานานกว่ายี่สิบปีแล้วระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังคิดจะเดินทางไปหามาลัย ทางด้านมาลัยเองก็ฝันถึงน้องสาว และคิดห่วงใยขึ้นมาบ้าง แต่ต้องใจก็ทักท้วงอย่างไม่เห็นด้วยนัก เพราะหล่อนรู้มาตลอดว่าเมลดานั้นเป็นญาติที่เรียนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกันมาตลอด แต่ไม่เคยแสดงตัวเพราะรังเกียจที่เมลดาเป็นสาวสวยไฮโซที่ทำตัวเหมือนคนไร้สมอง แม้จะได้รับรู้ข่าวว่า บัดนี้เมลดานั้นกำลังตกยากลำบาก ต้องใจก็ไม่มีความรู้สึกสงสารสองแม่ลูกเลยสักนิด นอกจากจะคิดสมน้ำหน้าเท่านั้น ละครประทีปรักแห่งใจ สองแม่ลูกเดินทางมาถึงแถวบ้านมาลัยแล้ว แต่เพราะไม่ได้กลับมานานกว่ายี่สิบปี สภาพบ้านเรือนที่เปลี่ยน แปลงไป ทำให้มัลลิกาไม่มั่นใจ จึงให้เมลดาไปถามหามาลัยกับชาวบ้านแถว ๆ นั้นเอง เมลดาไม่เข้าใจมารดา ตัวเองสักนิดว่าทำไมต้องเป็นตนที่ต้องทำอย่างนั้น แต่ในจังหวะนั้นเองที่หล่อนเห็นชายหนุ่มหน้าเหมือนโจรขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา แล้วหยุดจะเข้าไปหามัลลิกาที่ยืนทำท่าจะเป็นลมอยู่ข้างทาง เมลดาเข้าใจว่าเขาเป็นโจรจะเข้ามาขโมยข้าวของ ของเธอกับแม่ จึงเข้าไปอาละวาดทุบตีชายคนนั้น จนมาลัยเข้ามาห้ามปรามแล้วจึงรู้ตัวว่าเธอเข้าใจผิด เลยตัดสินใจ แกล้งเป็นลมเพื่อเป็นการแก้หน้าให้ตัวเองเมื่อมาลัยพาสองแม่ลูกเข้ามาในบ้านแล้ว เมลดาก็แทบช็อกเมื่อรับรู้ว่าต้องใจ เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่ชอบพูดกระแนะแหนเธอนั้นกลับกลายมาเป็นญาติกัน เพราะต้องใจ คือลูกสาวของ มาลัย พี่สาวของมารดาเธอนั่นเอง แล้วชายหน้าโจรที่เธอเข้าใจผิดก็คือ ปองคุณ ชายหนุ่มที่ต้องใจหมายปองนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อต้องใจรับรู้ว่าสอง แม่ลูกจะมาพักอาศัยอยู่ด้วย หล่อนจึงแสดงความไม่พอใจ และคัดค้านหัวชนฝา มาลัยต้องตัดความรำคาญแล้ว ขอตัดสินใจเอง ด้วยการให้สองแม่ลูกมาอยู่ด้วยกันได้ แต่ต้องทำงานบ้านแลกเปลี่ยน และต้องทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยง ชีพเองด้วย แค่วันแรกเมลดาก็แทบจะรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่หลับที่นอน การต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่เคยต้องหยิบจับทำเลยสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน แล้วยังถูกบังคับ ให้ทำกับข้าว แถมมารดายังรักสบายหลบเลี่ยงไปปล่อยให้เธอผจญกับสิ่งใหม่ ๆ นี้เพียงคนเดียว ซึ่งระหว่างนี้ เธอยังไปมีเรื่องขัดแย้งกับปองคุณ ที่ต่างคนต่างไม่ชอบหน้ากัน ปองคุณแบกอาการอารมณ์เสียกลับไปถึงบ้าน แต่ในจิตสำนึกก็ยังสงสัยตัวเองว่าทำไมเขาต้องอคติกับเมลดาขนาดนี้ หรือว่าเขาเกิดสนใจเธอขึ้นมา แม้จะไม่มีความเชื่อในเรื่องของรักแรกพบเลยก็ตามเช้าวันแรกในสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ เมลดาเอาตัวรอดจากอาหารมื้อแรก ด้วยการแอบออกไปซื้อข้าวต้มมาเป็นอาหารเช้าแทนการทำเอง ซึ่งก็ถูกมาลัยจับได้ และคาดโทษเอาไว้ หลังจากนั้นหล่อนก็ต้องมาหัดทำงานจักสาน จึงได้รู้ว่ามาลัยรวบรวมชาวบ้านมาตั้งกลุ่มสมาคมแม่บ้าน เพื่อหารายได้กับการสร้างกลุ่มงานจักสานขึ้นมา เมลดาได้พบกับใจใส ที่จะมาเป็นครูสอนเรื่องงานจักสานให้กับเธอ และมารดา เมื่อเริ่มต้นเมลดาก็ปากเสียวิจารณ์ และอวดรู้จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน รวมทั้งใจใสเองที่เมื่อแรกยังมีความเมตตาสงสาร ใจใสสวนคำพูดของเมลดา และสั่งสอนจนหล่อนต้องยอมสงบปากสงบคำลง เมลดาหัดสานปลาตะเพียนอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ก็ต้องมาสะดุดลงอีก เมื่อต้องใจเข้ามาสั่งให้หล่อนไปทำกับข้าว มื้อกลางวัน เมลลาจำต้องอดทนเชื่อฟัง แล้วยังต้องไปทำคนเดียวเพราะดันไปประกาศว่าหล่อนสามารถทำได้ แต่พอมาถึงในครัวหล่อนก็ต้องยืนเคว้ง เพราะไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้เลย ข้าวก็หุงไม่เป็น เตาแก๊สก็ไม่รู้จะเปิดยังไง หล่อนหยิบจับทำทุกอย่างไปอย่างคนไม่รู้ จนปองคุณเข้ามาพบวิธีการเปิดเตาแก๊สของหล่อนที่อันตรายมาก เขาตำหนิหล่อนจนร้องไห้ ปองคุณใจอ่อนยอมช่วยเหลือให้หล่อนรอดพ้นมีอาหารมื้อกลางวันสำหรับทุกคน ดูเหมือนทุกอย่างจะผ่านไปได้ แต่ต้องใจที่ตั้งใจจะจับผิดเมลดา จึงทำให้ทุกคนรู้ว่าอาหารมื้อนี้เป็นฝีมือ ปองคุณ มาลัยจึงลงโทษไม่ให้สองแม่ลูกได้กินอาหารกลางวัน เมลดากลัวมารดาจะทนไม่ไหว จึงแอบออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ร้านมาให้ ระหว่างที่นั่งแอบกินอยู่นั้น หล่อนได้ยินเสียงชาวบ้านที่มาทำงานจักสานที่บ้านมาลัย นินทาว่าร้ายหล่อน กับมารดาและดูถูกว่าหุ่นไล่กาในท้องนายังมีประโยชน์เสียยิ่งกว่าตัวหล่อนกับมารดาเสียอีก เมลดาเจ็บปวด และพยายามระงับอารมณ์เต็มที่ หล่อนคิดมากจนต้องหันมาพิจารณาตัวเองว่าหล่อนไร้ค่าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ระหว่างนั้นเมลดาไม่รู้ตัวเลยว่ามีนักข่าวเห็นเหตุการณ์นั้น และแอบถ่ายรูปหล่อนพร้อมกับอัดคลิปเสียงไปด้วย ช่วงบ่ายวันนั้นเมลดาเงียบขรึมจนมัลลิกามองอย่างเป็นห่วง หล่อนโมโหหญิงชาวบ้านที่นินทาหล่อนจนเกิด แรงฮึดจนสามารถสานปลาตะเพียนได้ดี จนใจใสออกปากชมและบอกว่าถ้าหล่อนตั้งใจที่จะทำก็จะทำได้ และยังบอกว่าเห็นแววในตัวหญิงสาวจะสามารถทำงานจักสานได้ดีเหมือนคนอื่น ๆ วันต่อมาเมลดาทำอาหารเช้าได้ดีขึ้น เพราะมัลลิกาเข้ามาช่วยด้วยไม่ได้หลบเลี่ยงไปเหมือนทุกครั้ง แต่ต้องใจก็ ยังหาเรื่องว่าได้อีก แต่ เดช พ่อของต้องใจออกปากปกป้องทำให้ต้องใจไม่พอใจ และออกไปกินข้าวนอกบ้าน จึงได้ไปพบว่ามีข่าวของเมลดาที่ตกยากมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่อยุธยา แถมยังลงถึงเรื่องราวที่ชาวบ้านเม้าท์เมลดาด้วย แม้ต้องใจจะสะใจ แต่ก็พยายามจะบอกชาวบ้านที่รู้เรื่องให้ปิดข่าวเรื่องนี้ เพราะกลัวว่าเจ้าหนี้ที่สองแม่ลูกหนีมา จะตามมาถึงที่นี่ แล้วรีบกลับบ้านมาแจ้งข่าวกับมาลัย แต่ไม่อยากให้สองแม่ลูกรู้เรื่องนี้จึงไล่ให้ออกไปซื้อของที่ห้างในเมือง แต่กลับกลายเป็นว่าเมลดาไปเปิดเช็กอีเมล์แล้วทราบเรื่องข่าวทั้งหมดด้วยความอับอาย ละครประทีปรักแห่งใจ เมื่อกลับมาถึงจึงไปเก็บตัวอยู่ในห้องเก็บของแล้วไม่ออกไม่ได้ ปองคุณเข้ามาช่วยเพราะเข้าใจผิดว่าหล่อนจะฆ่าตัวตาย หลังจากถกเถียงกันแล้ว เมลดาก็แสดงความคิดว่าอยากจะพัฒนางานจักสาน ที่ป้ามาลัยทำอยู่ให้ดีขึ้น และมีราคามากกว่านี้ ปองคุณจึงแนะนำให้หญิงสาวไปเรียนรู้ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เมลดาสนใจมากแต่ก็ยังติดที่มารดา จะยอมไปด้วยหรือไม่ ปองคุณจึงรับอาสาว่าวันรุ่งขึ้นเขาจะพาหล่อนและมารดาไปเที่ยวชมที่ศูนย์ศิลปาชีพ ก่อนการตัดสินใจ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นไม่ค่อยดีนักของสองหนุ่มสาวเริ่มเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เมลลาเริ่มนับข้อดีของปองคุณ ได้หลายข้อแล้วที่สำคัญเขาทำให้หัวใจของหล่อนอบอุ่นกว่าผู้ชายคนไหน ๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทางด้านครอบครัวของแพรวดาว และเป็นหนึ่ง มาร่วมเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการหลังงานแต่งงานของเป็นหนึ่ง และเมลดาถูกยกเลิกไป และถือว่าเป็นการฉลองหมั้นระหว่างเป็นหนึ่งกับแพรวดาวด้วย แม้เป็นหนึ่งจะรู้สึกผิดกับเมลดามากแค่ไหน แต่เขาเองก็รู้ว่าใจของเขานั้นมีแพรวดาวอยู่เสมอ ความรู้สึกที่มีต่อเมลดานั้นคือความเป็นพี่น้องกันมากกว่า เพราะความรู้สึกนี้นี่เองที่ทำให้เขายังแสดงความห่วงใย และกังวลว่าป่านนี้เมลดาจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อมีการพูดถึงกันในเรื่องของเมลดาทำให้เขาเหม่อลอยคิดมาก และด้วยอาการที่เขาเป็นแบบนี้ทำให้แพรวดาว เข้าใจผิดว่าเขายังมีใจเผื่อให้เมลดาด้วย ทำให้เป็นเป็นภัยไปสู่เมลดาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว เมื่อแพรวดาวคิดจะตัดบัวไม่ให้เหลือใย หล่อนจึงว่าจ้างนิคมลูกน้องคนสนิทของบิดา ให้โทรไปข่มขู่ว่าประยุทธเคยยืมเงินแล้วไม่คืน โดยตั้งใจจะแค่ข่มขู่เพื่อให้สองแม่ลูกหนีไปอยู่ไกล ๆ เพื่อไม่ให้เป็นหนึ่งติดต่อกับสองแม่ลูกนั้นได้อีกเท่านั้น แต่เมื่อรับรู้ว่าสองแม่ลูกนั้นหนีไปอยู่แค่อยุธยา หล่อนจึงสั่งให้นิคมตามไปจัดการอีกครั้ง ปองคุณพาเมลดา และมัลลิกาไปเยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพ โดยมีต้องใจตามไปด้วย สร้างความหนักอกหนักใจ ให้กับเมลดาตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่มัลลิกาที่ทำท่าจะไม่ยอมไปด้วย แถมยังมีต้องใจที่อาจจะมาแสดง ลมเพชรหึงใส่เธออีก คิดไปคิดว่าก็เริ่มสงสัยตัวเองขึ้นมาซะอีกว่าตัวเองเริ่มมีใจให้ปองคุณหรือเปล่า ปองคุณใช้จักรยานในการเที่ยวชมศูนย์ศิลปาชีพ เมลดาขี่จักรยานไม่เป็นจึงต้องซ้อนหลังปองคุณ สร้างความขุ่นเคืองให้กับต้องใจยิ่งนัก แต่สำหรับเมลลาแล้วคือความอบอุ่นใจที่บังเกิดขึ้นเงียบ ๆ ในระหว่างที่หล่อนกำลัง ผจญเจอมรสุมชีวิตที่หนักหนาสาหัสนี้ เมลดาเดินชมการฝึกงานวิชาชีพต่าง ๆ ด้วยความสนใจ แต่วิชาชีพที่เมลดาให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือแผนกสอดย่านลิเภา ส่วนมัลลิกาสนใจแผนกศิลปะประดิษฐ์ และนี่เป็นครั้งแรกสนใจสิ่งอื่นนอกเหนือจากการสังสรรค์ และช็อปปิ้ง และหล่อนก็เห็นด้วยที่มารดาจะสนใจในวิชาชีพนี้ หล่อนเริ่มเรียนรู้ว่าที่ศูนย์ศิลปาชีพนี้คือสถานที่ที่นำแสงสว่างที่จะนำความหวังมาสู้ชีวิตต่อไปได้ ระหว่างที่เมลดาเดินเที่ยวชมในศูนย์ศิลปาชีพด้วยความรู้สึกของการเริ่มมีหวังขึ้นมาบ้าง ต้องใจก็ได้ข่าวว่าที่บ้านมีนักเลงบุกมาทวงหนี้สองแม่ลูก พอไม่เจอก็อาละวาดทำลายข้าวของในบ้านของมาลัยด้วย เมลดาจึงคิดว่าจะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นเพื่อตัดปัญหา แต่ปองคุณกลับเสนอให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านของเขาเพื่อความปลอดภัย ทำให้ต้องใจเกิดความไม่พอใจและพยายามคัดค้านอย่างมาก แต่ปองคุณยังยืนยันว่าเขาทำเพื่อเพราะมนุษธรรม ไม่สามารถจะปล่อยให้สองคนแม่ลูกออกไปผจญภัยกันเพียงสองคนได้ เมลดานั้นแม้จะดีใจที่มีทางออก แต่หล่อนก็ยังกังวลว่าถ้าย้ายไปอยู่บ้านปองคุณ เธอจะต้องมีปัญหากับต้องใจอีกต่อไปอย่างไม่จบไม่สิ้นแน่ๆ เมื่อทุกคนไปรวมตัวกันที่บ้านของปองคุณ ต่างก็ปรึกษาหารือกันถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้น มาลัยนั้น คิดจะใช้หนี้แทนให้จบกันไป แต่พวกนักเลงกลับไม่ยอมรับเงิน ยืนยันว่าจะต้องเป็นเงินของสองแม่ลูกนี้เท่านั้น ทำให้เกิดความสงสัยกันขึ้นมาว่าจริง ๆ แล้ว ประยุทธเป็นหนี้จริง ๆ หรือเปล่า เมื่อสอบถามมัลลิกาผู้เป็นภรรยา ก็ไม่เคยรู้เรื่องของสามีตัวเองเลย ทำให้เมลดาเผลอตัวตำหนิมัลลิกาอย่างรุนแรง จนมาลัยต้องห้ามปราม ในที่สุดปองคุณรับอาสาจะสืบเรื่องหนี้สินของประยุทธให้เพื่อความสบายใจของทุกคน การพักอาศัยในบ้านปองคุณแตกต่างจากการพักอาศัยที่บ้านของมาลัยอย่างคนละขั้ว ที่นี่ห้องพักสะดวกสบาย ข้าวของเครื่องใช้มีพร้อมสรรพ แถมยังไม่ต้องทำงาน ทำอาหารเองอีกด้วย แต่เมลดาก็พยายามจะเข้าช่วยเหลือ หยิบโน่นทำนี่ เพื่อต้องการจะทดแทนพระคุณเจ้าของบ้าน ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยหล่อนกับมารดา ใจใสแนะนำให้ทั้งสอง คนเข้าไปฝึกอาชีพที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยจากพวกนักเลงที่สุด แถมยังได้ฝึกอาชีพ ซึ่งสองแม่ลูกก็เห็นดีตามนั้นทางด้านแพรวดาวรับรู้ว่านิคมทำงานให้ไม่สำเร็จตามที่เธอต้องการ จึงต่อว่าและยังไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้าง เป็นหนึ่งเดินเข้ามาได้ยินโดยไม่ที่แแพรวดาวไม่รู้ตัว เป็นหนึ่งกลับมาบ้านพบว่าบิดามีแขก และไม่ยอมให้ใครเข้ามา รบกวนรวมทั้งตัวเขาด้วย เพราะลูกน้องของบิดาที่กางกั้นห้ามมิให้เขาเข้าบ้าน ครั้นบิดาได้ยินเสียงเขาโวยวาย อยู่ด้านนอกจึงเรียกเขาให้เข้าไปได้ ยิ่งเพิ่มพูนความสงสัยขึ้นอีกมากนักว่าบิดามีลับลมคมในอะไรปิดบังเขา ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวด้วย ละครประทีปรักแห่งใจ ในห้องนั้นเป็นหนึ่งได้พบกับ ศุภวัฒน์ พัฒนะกิจกำจร ที่บิดาแนะนำว่าบุคคลผู้นี้จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน ซึ่งเขาพอจะรู้ประวัติชายหนุ่มคนนี้ว่าไม่ค่อยจะขาวสะอาดนัก มีข่าวกับสาวน้อยสาวใหญ่มากมาย หลังจากการหย่าร้างกับสิริมน ภรรยาสาวสวยชื่อดังในวงสังคม แต่แค่ความเจ้าชู้ของเขาไม่ใช่สิ่งที่เป็นหนึ่งจะไม่ชอบใจ แต่เป็นเพราะ ชื่อเสียงที่ไม่ดีว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายมากกว่า แต่เป็นหนึ่งก็รักษามารยาทในการพูดจาด้วยเป็นอย่างดี แล้วก็อดเป็นห่วงบิดาไม่ได้จึงเอ่ยปากตักเตือน ซึ่งนอกจากจะไม่สำเร็จแล้วยังทำให้ชัยพงศ์หัวเสียเป็นอย่างมากด้วยเป็นหนึ่งรู้สึกเหนื่อยล้ากับเรื่องราวที่เขาได้รับรู้ทั้งสองเรื่องในวันนี้เป็นอย่างมาก เมื่อนอนครุ่นคิดถึงเรื่องราว ต่าง ๆ แล้วจึงตัดสินโทรหานักสืบที่เขาจ้างไปตามหาที่อยู่ของเมลดา ทำให้ได้รับรู้เรื่องว่าเมลดามีผู้ชายบ้านนอกคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ แล้วยังได้ดูคลิปที่มีนักเลงตามไปอาละวาดที่บ้านของมาลัยด้วย เขาจำหน้านิคมได้ จึงรู้สึกผิดหวังกับแพรวดาวมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นทำให้เขาตัดสินที่จะไม่วางมือจากเมลดาแม้จะรู้ว่าเขากำลังนำตัวเองไปสู่ปัญหา และสิ่งที่เขาคาดคิดไม่ถึงเลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะนำปัญหาและหายนะมาสู่ครอบครัวของเขาอย่างอเนกอนันต์ วันที่ปองคุณนัดจะพาเมลดากับมารดาไปสมัครเข้าเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ต้องใจแวะมาแต่เช้าด้วยบุคลิกที่เปลี่ยนไปจากเดิม หล่อนหันมาใส่กระโปรง แต่งหน้าเข้มจัด หล่อนกลายเป็นตัวตลกของทุกคนแบบไม่รู้ตัว ปองคุณเองก็ไม่กล้าจะพูดตรง ๆ จึงบอกแค่ว่าหล่อนดูสวยแปลกตาดี ต้องใจจึงคิดว่าเมื่อตัวเองหันมาแต่งตัวแต่งหน้าแบบนี้จะ สามารถดึงใจของปองคุณได้ เมื่อเมลดาสมัครเรียนเรียบร้อยแล้ว ต้องใจยังไม่วายแขวะว่ากระทบกระแทกจนมาลัยต้องออกโรงปกป้อง สองแม่ลูกทำให้ต้องใจงอนเดินหนีออกมา เมลดาตามไปพูดคุยเพื่ออยากจะปรับความเข้าใจ โดยไม่รู้ว่าปองคุณเดินตามไปด้วย ต้องใจสารภาพว่ารักปองคุณ และไม่อยากให้ปองคุณต้องมาเสียใจกับสาวไฮโซซ้ำสองอีก แล้วเล่าเรื่องของ สิริมน คนรักเก่าของปองคุณที่ทิ้งเขาไปแต่งงาน ปล่อยให้ชายหนุ่มต้องชอกช้ำใจมากว่าห้าปี เมลดาเองก็เคยรู้จัก สิริมนแต่ไม่สนิท เคยเจอกันตามงานสังคมเท่านั้น หล่อนจึงแสดงความแปลกใจถึงความสัมพันธ์ของปองคุณ กับสิริมน และแม้ว่าตัวเองจะมีความรู้สึกดี ๆ กับปองคุณอยู่มาก แต่ไม่อยากจะมีปัญหากับญาติอย่างต้องใจ จึงพูดรับปากว่าเธอจะไม่ยุ่งเกี่ยว และคิดอะไรเกินเลยกับปองคุณอย่างเด็ดขาด นั่นทำให้ปองคุณซึ่งแอบฟังอยู่รู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจคล้ายถูกมีดกรีดซ้ำที่รอยแผลเดิม และคิดว่าจะเปิดใจให้กับต้องใจ ที่เห็นคุณค่าและมั่นคงในรักที่มีต่อเขา เสมอมาปองคุณพาเมลดากับต้องใจไปไหว้พระ ขณะที่อยู่ในวัดเมลดารู้สึกว่ามีคนแอบมองอยู่ตลอดเวลา เธอเข้าใจว่า เป็นพวกแก๊งทวงหนี้ หลังจากส่งต้องใจลงที่ตลาดแล้วทั้งสองจึงขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางปองคุณรู้ว่ามีคนขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา เขาจึงหลอกพาไปในที่เปลี่ยวแล้วยิงยางรถจนคนขับไม่สามารถหนีได้ เมื่อใช้ปืนขู่จนมารู้ ทีหลังว่าคนที่ตามมานั้นไม่ใช่แก๊งทวงหนี้ และกลายเป็นเป็นหนึ่งที่แอบติดตามเมลดามาจากวัดนั่นเอง ปองคุณยอมจ่ายค่าเสียหายค่าซ่อมรถ และพาสองคนไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ตามประสงค์ของเป็นหนึ่งที่ร้องขอ เขาแยกตัวออกมานั่งรอโดยมีเมลดามองตามด้วยความไม่สบายใจสร้างความฉุนเฉียวให้กับเป็นหนึ่งเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อรับรู้ได้ว่าบัดนี้เมลดาอาจจะเปลี่ยนใจจากเขาไปเต็มร้อยแล้ว หันมาไปสนใจหนุ่มท่าทางบ้านนอกคนนั้น เขาจึงพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้เมลดากลับกรุงเทพฯ โดยเขายินดีจะรับดูแลหล่อนและมารดาอย่างดี และจะจัดการ เรื่องหนี้สินให้ด้วย แต่เมลดาไม่ยอมรับการช่วยเหลือนั้น และยืนยันว่าเธอยินดีจะใช้ชีวิตแบบที่กำลังทำอยู่ปองคุณอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ว่าเมลดาพูดจาสิ่งใดกับคนรักเก่า เมื่อได้รับคำตอบที่เขารู้สึกยินดี เมื่อรู้ว่าเมลดายืนยันจะทำตามเจตนารมย์เดิม คือการเข้าไปเรียนฝึกอาชีพที่ศูนย์ศิลปาชีพ โดยไม่คิดจะกลับกรุงเทพฯตามคำชวนของเป็นหนึ่ง ปองคุณเริ่มสืบเรื่องการเป็นหนี้ของประยุทธจากโทรศัพท์ที่เมลดายังเก็บไว้ ทำให้เขาพบว่าประยุทธมีการติดต่อ กับศุภวัฒน์ เขาไม่อยากจะคิดว่าเป็นคนคนเดียวที่เคยทำลายหัวใจของเขา เขาจึงโทรไปขอให้ศรุต เพื่อนตำรวจช่วยสืบให้ ทำให้เขาโดนเพื่อนแซวว่าเขาคงกำลังจะมีความรักอีกครั้ง ก่อนจะส่งเมลดาและมารดาเข้าศูนย์ศิลปาชีพ ปองคุณจึงพาทั้งสองคนไปห้าง เพื่อซื้อของใช้เตรียมตัวเข้าไปอยู่หอ โดยมีต้องใจตามไปอีกตามเคยเมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จ เมลดากับมัลลิกาแยกตัวไปซื้อของกันสองคน แต่ช่วงจังหวะที่มัลลิกาขอไปห้องน้ำ เมลดาถูกชายสองคนใช้มีดจี้ให้เดินออกจากห้าง โชคดีที่มีหญิงอ้วนคนหนึ่ง เข้ามาช่วยเมลดาไว้ได้ แพรวดาวรับรู้ว่าลูกน้องทำงานพลาดด้วยความโมโห จึงตัดสินใจจ่ายเงินปิดปากไป เพราะกลัวจะมีหลักฐานโยงใยมาถึงตัวเพราะเริ่มรู้สึกว่าพักหลัง ๆ มานี้ เป็นหนึ่งเริ่มมาเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามถึงนิคม แล้วเป็นหนึ่งคงไม่รู้ตัวว่าหล่อนทราบเรื่องที่เขาตามไปเมลดาถึงอยุธยา หล่อนเก็บความหึงหวงและคับแค้นใจไว้เงียบ ๆ จึงสั่งให้นิคมไปจัดการขั้นเด็ดขาดอีกครั้งแต่ก็พลาดอีกตามเคย ยังดีที่พักหลัง ๆ หล่อนเริ่มไม่ค่อยจะใส่ใจกับเป็นหนึ่งมากเท่าเดิม เพราะความสนใจของหล่อนตอนนี้กำลังอยู่ที่ ศุภวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มพ่อม่ายเนื้อหอม ที่แม้เขาจะไม่ได้หล่อเหลา อะไรมากมาย แต่ก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้แพรวดาวไม่อาจจะละสายตาจากผู้ชายคนนี้ได้เลย ละครประทีปรักแห่งใจ เหตุการณ์ที่เกิดกับเมลดาในห้าง ทำให้ปองคุณคิดว่าต้องรีบสืบเรื่องเจ้าหนี้ของเมลดาให้เร็วที่สุด เพื่อนของเขาแนะนำให้ไปแจ้งความไว้ก่อน แต่ปองคุณกลับคิดว่าถ้าย้ายเข้าไปอยู่ในศูนย์ศิลปาชีพแล้วก็น่าจะปลอดภัย ศรุตวิเคราะห์เหตุการณ์นี้มาอย่างมากมาย และมีข้อสงสัยไปถึงแพรวดาวด้วยในเรื่องของการหึงหวง และสิ่งที่ได้รับรู้ อย่างชัดเจนก็คือ ศุภวัฒน์ คือคนคนเดียวกันจริง ๆ ปองคุณจึงตัดสินใจติดต่อกับสิริมนอีกครั้งเป็นหนึ่งพบยุทธชัย ลูกน้องคนสนิทของประยุทธที่บริษัทของตัวเอง ยุทธชัยกลายมาเป็นคนสนิทของ ศุภวัฒน์แทน ทำให้เขารู้สึกว่าคนนี้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทของประยุทธล้มละลาย เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ที่มากกว่าจึงสามารถหักหลังเจ้านายตัวเองได้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นให้เป็นหนึ่งเริ่มสืบหาเรื่องราวอย่างเงียบ ๆ รวมทั้ง เรื่องที่แพรวดาวใช้นิคมทำด้วย แม้เขาค่อนข้างจะแน่ใจว่าเป็นแผนของแพรวดาวที่ส่งคนไปข่มขู่เมลดา แต่ก็ไม่มีหลักฐานจะจัดการกับหล่อนได้ แล้วเรื่องที่สำคัญคือถ้าเขาแตกหักกับแพรวดาวเรื่องนี้ จะกระทบไปถึงธุรกิจของสองครอบครัวต้องแตกหักลง ซึ่งพ่อของเขาคงไม่ยินยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เมลดากับมัลลิกาย้ายตัวเองจากบ้านปองคุณไปเข้าหอพักในศูนย์ศิลปาชีพ ระหว่างทางที่ปองคุณไปส่งสองแม่ลูก เขาก็มีเรื่องต้องถกเถียงกับเมลดา และแสดงความไม่พอใจเมื่อญิงสาวพูดถึงเป็นหนึ่ง มัลลิกาซึ่งนั่งอยู่เริ่มสงสัยและบอกกับเมลดาตรง ๆ ว่าเธอสงสัยว่าปองคุณจะมีใจให้กับลูกสาวของเธอ เมื่อเจอกับสภาพหอพักที่อยู่ร่วมกับ คนอื่นอีกนับสิบ เมลดาก็แทบจะถอดใจ แต่เมื่อเจอว่ามัลลิกาโอดครวญอย่างหนักหล่อนจึงต้องทำใจให้เข้มแข็ง และคิดว่าต้องยอมรับสภาพนี้ให้ได้ และยังต้องเตือนให้มารดาแสดงสีหน้าให้ดี เพราะกลัวคนอื่นจะเข้าใจผิดแล้วสิ่งที่ทำให้หล่อนดีใจจนลืมนึกเรื่องอื่นไปเลย ก็คือหล่อนได้พบกับหญิงสาวร่างอวบที่เคยช่วยเหลือหล่อนในวันที่ถูกจี้ การเริ่มเรียนวันแรก เมลดารับรู้ว่าแผนกที่เธอเลือกเรียนการสอดย่านลิเภานั้นด้วยอาการใจฝ่อนิด ๆ ว่าหล่อน จะไปรอดไหม เพราะแผนกนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นการฝึกอาชีพที่ยากที่สุด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเรียนงานสอดย่านลิเภาได้สำเร็จ และการจะเริ่มเรียนได้ก็ต้องมีการทดสอบก่อน ที่น่าแปลกใจที่สุดคือปองคุณมาช่วยสอนในแผนกนี้ด้วย แค่เริ่มต้นเขาก็เชือดหล่อนเสียไม่มีชิ้นดีแล้วสิริมน และปองคุณ ไปปรากฎตัวในงานเลี้ยงเปิดตัวหุ้นส่วนระหว่างชัยพงศ์ วินัย พ่อของแพรวดาว และศุภวัฒน์ โดยไม่ได้รับเชิญ แพรวดาวออกอาการเป็นเดือดเป็นร้อนแทนศุภวัฒน์ จนเป็นหนึ่งเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ ของคนทั้งคู่ ในขณะที่ศุภวัฒน์นั้นเริ่มรับรู้ว่าสิริมนกำลังจะมาเอาคืน เพราะเมื่อตอนที่เขาเป็นแต่งงานกับสิริมนนั้น ได้ถ่ายโอนหุ้นในกิจการห้างสรรพสินค้าของครอบครัวหล่อนไปให้เจษฎา กว่าครอบครัวหล่อนจะรู้ตัวห้างนั้นก็หลุดมือไปแล้ว ยังดีว่าหล่อนยังมีกิจการทางด้านอื่นรองรับอยู่ จึงยังคงอยู่ได้โดยไม่ล้มละลายไปเหมือนกับประยุทธ เพราะปองคุณหายหน้าไป ทำให้เมลดาไม่มีสมาธิพอที่เรียนรู้จนหล่อนแทบจะถอดใจ แต่ได้ครูอย่างผลที่มากล่าวเตือนสติ และบอกว่าแท้จริงแล้วปองคุณเป็นห่วงหล่อนมาก ถึงขนาดฝากฝังให้ช่วยดูแลอย่างดี ในระหว่างที่เขาไปทำธุระที่อื่น เมลดาหวั่นไหวจนเริ่มจะรู้ใจตัวเองว่าคงจะรักปองคุณเข้าให้ แต่ก็ไม่อยากจะคาดหวังมาก เพราะกลัวจะผิดหวัง และจะไม่ยอมเปิดเผยความในใจก่อน แม้คนรอบตัวจะบอกว่าปองคุณเองก็คงจะมีใจให้หล่อนเช่นกัน แล้วเมื่อได้รับฟังคำบอกเล่าจากผลและผู้ร่วมเรียนคนอื่น ๆ ช่วยกันให้กำลังใจก็ทำให้เมลดามีใจที่หึกเหิมขึ้นอีกครั้ง พร้อมจิตใจที่หวั่นไหว และอบอุ่นขึ้นในคราเดียวกัน ต่อให้ปองคุณจะปากร้าย แต่เขาก็เป็นคนที่คอยให้กำลังใจหล่อนเสมอมา และที่น่าแปลกคือก็คือเขาเข้ามานั่งในหัวใจของหล่อนโดยไม่รู้ตัวเป็นหนึ่งเริ่มระแคะระคายว่า ศุภวัฒน์ อาจจะคิดไม่ซื่อ เมื่อบิดาเริ่มขยายการลงทุนอย่างรวดเร็ว เขาจึงหาทางที่จะพูดคุยกับยุทธชัยโดยไม่ให้ใครรู้ระหว่างนี้เขาเลยลองโทรไปหาเมลดาตามเบอร์ที่หล่อนให้ไว้ แทนที่จะเป็นป้ามาลัยรับ กลับเป็นต้องใจมารับแทนและพูดจาไม่ดีจนเป็นหนึ่งนึกโมโห แต่เขาต้องการจะติดต่อกับเมลดาให้ได้ จึงขอให้ต้องใจมาพบเขาที่กรุงเทพฯ เมลดาผ่านบททดสอบแล้วจึงเริ่มฝึกการสานย่านลิเภา หล่อนเริ่มทำตลับทรงรีขนาดเล็กจนสำเร็จ และมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ตอนนี้ใครจะว่าหล่อนไร้ค่ายิ่งกว่าหุ่นไล่กาไม่ได้อีกแล้ว ปองคุณโผล่เข้ามาเงียบ ๆ และยังใช้คำพูดแรง ๆ ให้หญิงสาวน้อยใจอีกเช่นเคย แต่เพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนของหล่อนต่างพากันล้อเลียน ที่เห็นปองคุณมาถกเถียงแง่งอนกัน เพราะรู้ถึงความในใจของสองหนุ่มสาว ผลจึงอนุญาตให้เลิกเรียนก่อนเวลาได้ปองคุณบอกกับเมลดาว่าบิดาของหล่อนไม่ได้หนี้ใคร แต่ที่ถูกข่มขู่น่าจะเกิดจากแพรวดาวที่ต้องการให้หล่อนไปให้ไกลจากเป็นหนึ่งเพราะความหึงหวง หล่อนจึงคิดว่าถ้าอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่องราวคงจะเงียบ ๆ ไปเอง และปองคุณยังบอกเพิ่มเติมอีกถึงเรื่องว่า ศุภวัฒน์อาจจะมีส่วนในเบื้องหลัง ที่บิดาต้องล้มละลายจึงร่วมมือกับสิริมนที่โดนศุภวัฒน์ โกงเหมือนกันสืบเรื่องนี้ เมลดาจึงเข้าใจผิดไปอีกว่าทั้งหมดที่ปองคุณกำลังทำนั้น ทำเพื่อคนรักเก่าอย่างสิริมนมากกว่าที่จะคิดช่วยเหลือหล่อนจริงๆ ทางด้านต้องใจไปพบกับเป็นหนึ่งตามนัดที่ห้างสรรพสินค้า หล่อนแต่งตัวแบบที่คิดว่าดูดีที่สุด แต่กลับกลายเป็นตลกมากในสายตาของชายหนุ่ม หลังจากกินข้าวพูดคุย และฝากโทรศัพท์มาให้เมลดาแล้ว เขาจึงพาหล่อนไปเดินดูเสื้อผ้าที่เหมาะสม และดูดีจริง ๆ ระหว่างนั้นทั้งสองคนก็เห็นแพรวดาวเดินควงมากับศุภวัฒน์ ทำให้ต้องใจไม่ค่อย เข้าใจในความรักของคนในวงสังคมนัก แล้วออกโรงปกป้องเมลดาเมื่อคิดว่าเป็นหนึ่งจะแอบคบหาลับหลังแพรวดาว ในขณะที่ปองคุณกำลังกลัดกลุ้มในท่าทีหมางเมินของเมลดา และกำลังคิดหาวิธีที่จะง้อหล่อน ต้องใจก็โผล่มาที่บ้าน หล่อนบอกว่าเจอกับเป็นหนึ่งที่กรุงเทพฯ และเขาได้ฝากโทรศัพท์มาให้เมลดา แล้วพูดทำนองว่าเมลดาคงจะไม่ทนอยู่ที่นี่ได้นาน ยิ่งมีคนรักเก่ามาให้ความช่วยเหลือแบบนี้สักวันเมลดาก็คงจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ยิ่งทำให้ใจของปองคุณแย่ลงไปมากกว่าเดิมแต่ต้องใจก็พูดสะกิดใจเขาที่ว่าหล่อนพบศุภวัฒน์เดินควงกับแพรวดาว เขาเริ่มมั่นใจว่าศุภวัฒน์ต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องการล้มละลายของประยุทธ และการโอนย้ายหุ้นของสิริมนแน่นอน ต้องใจนำโทรศัพท์มาให้เมลดาที่ศูนย์ศิลปาชีพแต่เมลดาไม่ยอมรับกลับจะยกให้หล่อนแทน ละครประทีปรักแห่งใจ เป็นหนึ่งนัดพบยุทธชัยที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาสืบมาได้ เมื่อยุทธชัยรับรู้ว่าเป็นหนึ่งรู้เรื่องบางอย่างมาแล้ว เขาจึงบอกเล่าเหตุผลที่เขาเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้ศุภวัฒน์นั้น เพื่อต้องการจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับประยุทธ เจ้านายเก่าที่เขารัก และเคารพมาก โดยการยอมเป็นคนเห็นแก่เงินในสายตาคนอื่นแล้วแฝงตัวเข้ามารวบรวมหลักฐานเพื่อจะเอาผิดศุภวัฒน์ แล้วในความจริงอีกอย่างที่ทำให้เป็นหนึ่งแทบจะช็อกตายคือบิดาของเขาและของแพรวดาวมีส่วนร่วมในการทำให้ประยุทธต้องล้มละลายด้วยเป็นหนึ่งตัดสินใจที่จะพูดคุยกับแพรวดาวก่อนที่จะคุยกับบิดา เขาพยายามจะหาทางออกร่วมกันระหว่างหล่อนกับเขา แต่ดูเหมือนแพรวดาวจะมั่นใจในตัวศุภวัฒน์ จนบอกกับเป็นหนึ่งว่างานแต่งงานจะไม่มีวันล้ม จะต้องแต่งเพื่อรักษาหน้าตาและผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้แล้วหลังจากก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตที่ตัวเองพอใจ โดยจะยอมให้เป็นหนึ่งมีผู้หญิงคนอื่นได้แต่ต้องยกเว้นเมลดา ส่วนตัวหล่อนนั้นก็จะไม่เลิกกับศุภวัฒน์แล้วยังขู่อีกด้วยว่าหล่อนจะต้องจัดการกับเมลดาขั้นเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เขาได้มีโอกาสพบกับเมลดาอีก เขาจึงโทรไปหาต้องใจเพราะติดต่อเมลดาไม่ได้ พร้อมกับกับเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังด้วยแล้วบอกต้องใจรีบไปบอกเมลดาให้ระวังตัว แต่พอต้องใจมาถึงที่ศูนย์ศิลปาชีพ กลับพบว่าปองคุณกับเมลดากำลังสารภาพรักกันทำให้ความตั้งใจที่จะมาเตือนเรื่องแพรวดาวจะส่งนักเลงมาข่มขู่ เกิดความคิดชั่ววูบขึ้นมาว่าถ้าไม่บอกเรื่องนี้ให้เมลดารู้ แล้วปล่อยให้เมลดาถูกขู่เพื่อให้หนีไปอยู่ที่อื่นบางทีต้องใจอาจมีโอกาสแย่งปองคุณกลับคืนมาก็ได้แพรวดาวไปออกงานสังคมกับศุภวัฒน์ แล้วก็ไปจบกันที่คอนโดแล้วรับปากกับหล่อนว่าจะส่งคนไปจัดการกับเมลดาให้ตามที่หล่อนร้องขอ แล้วศุภวัฒน์ชักชวนให้แพรวดาวยกเลิกงานแต่งงานกับเป็นหนึ่งแล้วให้พ่อของเธอถอนหุ้นออกจากบริษัทของเป็นหนึ่ง แพรวดาวเกิดความรู้สึกผิดถ้าจะต้องทำอย่างนั้นก็เท่ากับเธอเป็นคนทำลาย ครอบครัวของเป็นหนึ่งให้ล่มจม แต่ศุภวัฒน์ก็พยายามเกลี้ยกล่อมจนแพรวดาวเริ่มคล้อยตาม เพราะสงสัยว่าเป็นหนึ่งเองก็กำลังสืบเรื่องของเธออยู่เหมือนกันทำให้เธอต้องตัดสินใจเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ทางด้านเป็นหนึ่งก็พยายามจะพูดคุยกับบิดาของเขา และบอกว่าศุภวัฒน์กับวินัยกำลังจะคิดหักหลังเขาอยู่ เมื่อความโกรธมาครอบงำ และเขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นได้ เมื่อยุทธชัยถูกลอบยิง สิริมนจึงวางแผนปล่อยข่าวว่าเขามีอาการโคม่าใกล้ตาย แล้วเริ่มดำเนินตามแผนที่จะจับ ศุภวัฒน์ให้ได้โดยเรียกเป็นหนึ่งมาร่วมรับรู้ด้วยว่าศุภวัฒน์ และวินัยมีแผนจะโดยความผิดเกี่ยวกับของการทำลายบริษัทของประยุทธ ให้เป็นความผิดของชัยพงศ์คนเดียว ด้วยการสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมาในวันที่วินัยจะมา ขอถอนหุ้นแล้วเธอจะนำเอาหลักฐานจริงมาตลบหลังสองคนนั้นทีหลัง เป็นหนึ่งรับรู้ด้วยความรู้สึกผิดต่อเมลดา เขาได้แต่หวังว่าหล่อนคงจะยอมให้อภัยกับครอบครัวของเขา ในขณะที่เรื่องราวทางด้านธุรกิจกำลังขับเคี่ยวกัน ทางด้านเมลดาก็กำลังมีความสุขกับงานที่ทำได้สำเร็จเป็นชิ้นแรกและผลงานนั้นผ่านการทดสอบด้วย หล่อนดีใจจนเผลอกระโดดกอดปองคุณต่อหน้าทุกคน ซึ่งช่วงนี้เมลดา และมัลลิกาต่างปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้อย่างมีความสุข และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น และความรักของเมลดา ก็กำลังเติบโตเบ่งบานสุขสมหวังอีกด้วย ปองคุณให้รางวัลเมลดาด้วยการพาออกไปกินข้าวข้างนอกศูนย์ศิลปาชีพ โดยบอกกับมัลลิกาว่าขอไปกันเพียงลำพัง แม้มัลลิกาจะออกอาการงอน ๆ บ้างแต่ก็ยอมแต่โดยดี เมื่อถึงที่ร้านแล้วปองคุณก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมลดาโกรธเป็นหนึ่งจนคิดว่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือใด ๆ แต่ปองคุณกลับช่วยแก้ต่างแทน เป็นหนึ่งจนหล่อนน้อยใจ และเดินหนีออกจากร้านโดยที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย แต่ออกมาได้ไม่ไกลมากนัก หล่อนก็เจอชายร่างสูงใหญ่เข้ามาทำร้าย และพูดข่มขู่ให้รีบย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น และไม่ให้ติดต่อกับคนทางกรุงเทพฯอีก กว่าปองคุณจะวิ่งตามมาช่วยทัน เมลดาก็โดนชกที่ท้องจนลงไปนอนกองอยู่กับพื้นแล้ว ปองคุณพาเมลดาไปแจ้งความ และบอกว่าหล่อนไม่ต้องหนีไปไหน เขาจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง พร้อมทั้งบอกเล่าถึงแผนการที่สิริมนได้วางไว้เพื่อจัดการกับศุภวัฒน์ แม้เมลดาจะแย้งด้วยความไม่มั่นใจแต่ปองคุณก็ยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยแน่นอน เมลดากลับมาปรึกษากับมัลลิกาว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต ในเมื่อตอนนี้หล่อนมีความผูกพันกับที่นี่ และเริ่มสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่อยากกลับไปเป็นคุณหนูไฮโซอีก แต่ด้วยความน้อยใจปองคุณที่เหมือนจะขับไล่ไสส่งให้เธอกลับไป มัลลิกาจึงให้คำปรึกษาว่าให้กลับไปจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่ทางไหน ศุภวัฒน์กับวินัยมาประกาศถอนหุ้นในที่ประชุม และโยนความผิดทุกอย่างให้กับชัยพงศ์ โดยมีหลักฐานที่ทำปลอมขึ้นแถลงกับนักข่าวด้วย เมื่อข่าวแพร่ออกไป สิริมนจึงพายุทธชัย พยานปากสำคัญไปให้การที่โรงพัก ศุภวัฒน์พยายามดิ้นเพื่อจะเอาตัวรอดเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถจะหลุดพ้นจากหลักฐานที่มีมามัดตัวเองได้ ทั้งหมดถูกจับกุมโดย ไม่มีการให้ประกัน ทางด้านมาลัยที่ได้รับข่าวว่าเมลดาถูกทำร้าย จึงบอกกับต้องใจทำให้หล่อนรู้สึกผิดมาก และสารภาพกับมารดาว่าตัวเองผิดที่ไม่ยอมบอกเมลดาทั้ง ๆ ที่รู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น มาลัยปลอบโยน และให้ข้อคิดจนต้องใจรู้สึกโล่งใจที่ได้คุยกับมารดา หล่อนพร้อมจะขอโทษเมลดากับมัลลิกาเพื่อจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่เพื่อสร้างความรักและความเข้าใจอันดีให้แก่กัน เป็นหนึ่งเคลียร์เรื่องราวทางกรุงเทพฯ เสร็จแล้วจึงมารับเมลดากับมัลลิกาที่ศูนย์ศิลปาชีพ ทั้งสองคนแม้จะมีความอาลัยอาวรณ์กับสถานที่นี้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องกลับไปกรุงเทพฯ เพื่อจะฟื้นฟูกิจการของประยุทธขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นหนึ่งยินดีจะรับผิดชอบสิ่งที่บิดาของเขาได้กระทำกับครอบครัวของเมลดาด้วยการคืนเงินสองร้อยล้าน พร้อมซื้อบ้านคืนจากแบงก์ให้หญิงสาวด้วย เมลดาแวะไปลาผลที่โรงฝึก ผลจึงมอบกระเป๋าย่านลิเภาให้เมลดาเป็นที่ระลึก ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯ เมลดาขอแวะที่บ้านป้ามาลัยเพื่อไปล่ำลากันก่อน และต้องใจก็ถือโอกาสกราบโทษมัลลิกา และขอโทษเมลดาด้วยที่ตนเคยทำเรื่องไม่ดีไว้กับทั้งสองคนอย่างมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน มีความรักความอบอุ่นอบอวลของครอบครัว ที่พร้อมจะช่วยเหลือประคับประคองชีวิตในยามทุกข์ และสุขร่วมกันตลอดไป ละครประทีปรักแห่งใจ ขณะที่เมลดากลับกรุงเทพฯไปแล้ว ปองคุณกลับไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกหรือไม่ เพราะรู้ว่าเมลดามีนิสัยที่มุ่งมั่น หากหล่อนกลับไปเป็นนักธุรกิจเต็มตัวเพื่อจะสานฝันของบิดาต่อไปแล้วเขาจะทำอย่างไรกับความรักครั้งนี้ แต่เขาก็ได้รับกำลังจากต้องใจ และมารดาให้เขาลุกขึ้นต่อสู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความรัก โดยไม่ยึดติดกับความผิดหวังที่เคยมีมาในอดีตอีก เมลดา และมัลลิกากลับมาใช้ชีวิตในบ้านหลังเดิม แต่ความรู้สึกกลับไม่เหมือนเดิม หญิงสาวยังตื่นมาทำอาหารเช้า ทั้งที่เป็นหนึ่งก็ได้จัดคนงานมาคอยรับใช้ไว้ให้อย่างเพียบพร้อมแล้วแม้จะมีความสุขสบายเหมือนเดิม แต่ก็ยังคิดถึงความเป็นอยู่ที่ศูนย์ศิลปาชีพ เมลดาไปออกงานทอล์กโชว์โดยถือกระเป๋าย่านลิเภาที่ผลให้มาเพื่อเป็นประชาสัมพันธ์ให้คนไทยหันมาสนใจงานย่านลิเภากันมากขึ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับดีจนเมลดามีความคิดที่จะทำธุรกิจที่ส่งเสริมงานฝีมือคนไทย โดยจะยุติธุรกิจเดิมของบิดาที่ทำเกี่ยวกับเครื่องหนัง ซึ่งจะเป็นผลดีกับบริษัทของเป็นหนึ่งที่อาจจะมีโอกาสฟื้นตัวได้อีกครั้ง หล่อนจึงไปหายุทธชัย และยกหุ้นของกิจการให้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่หล่อนวางแผนชีวิตแล้วว่าจะขายคฤหาสน์หลังงาม แล้วไปซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ที่อยุธยา ในขณะที่เมลดาจัดการเรื่องธุรกิจในกรุงเทพฯให้เรียบร้อย เพื่อจะรีบไปตามหาหัวใจของตัวเองนั้น ก็เกิดอุปสรรคในชีวิตรักขึ้นมาอีก เมื่อวันที่หล่อนกับเป็นหนึ่งกอดเพื่อล่ำลากันอยู่นั้น ปองคุณที่พร้อมจะกล้าเผชิญหน้ากับความรัก ก็ดันมาเห็นและไม่ถามไถ่ใด ๆ หนีกลับอยุธยาไปเลย ทำให้เมลดาต้องหันมาวางแผนง้องอนปองคุณ โดยได้รับความช่วยเหลือจากต้องใจ และทุกคนที่ศูนย์ศิลปาชีพ แผนการง้องอนเกิดขึ้นในงานฉลองเลื่อนตำแหน่งของวิชัย ที่จัดขึ้นในศูนย์ศิลปาชีพ เลยกลายเป็นว่างานเลื่อนตำแหน่งถูกแย่งซีนเป็นงานง้องอนเปิดเผยความรัก และขอแต่งงานกันของหนุ่มสาวสองคน ได้มาปรับความเข้าใจกัน ท่ามกลางบรรยากาศของความรักแบบเพื่อน แบบครอบครัว แบบครูและศิษย์ ความเป็นพี่เป็นน้อง และมีคู่รัก ที่ทำให้ยิ่งอบอวลไปด้วยรัก และความอบอุ่นยิ่งขึ้น ติดตามชมละคร ประทีปรักแห่งใจ ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครประทีปรักแห่งใจ เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559 นักแสดงนำ ละครประทีปรักแห่งใจ ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ รับบท ปองคุณปรียากานต์ ใจกันทะ รับบท เมลดาน้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัย รับบท ต้องใจวิธวัฒน์ สิงห์ลำพอง รับบท เป็นหนึ่งธีรตี บุตรดีหงส์ รับบท แพรวดาวจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท มัลลิกาสมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ประยุทธเวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท ชัยพงศ์นฤมล พงษ์สุภาพ รับบท หนึ่งฤทัยขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท ใจใสอนันต์ บุญนาค รับบท เอกชัยปวีณา ชารีฟสกุล รับบท มาลัย

รีวิว Pete’s Dragon : มังกรเพื่อนรัก
Pete's Dragon /  review / 

รีวิว Pete’s Dragon : มังกรเพื่อนรัก พล็อตเรื่องที่เด็กน้อยหลงป่าและได้รับการช่วยเหลือจากสัตว์ในป่าคอยฟูกฟักจนเติบใหญ่นั้นมีให้เราเห็นกันอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น The Jungle Book, The Legend of Tarzan และล่าสุดกับ Pete’s Dragon ภาพยนตร์รีเมกสุดล้ำจินตนาการจาก Walt Disney ที่เคยสร้างความประทับใจแก่สายตาผู้ชมทั่วทั้งโลกมาแล้วในเวอร์ชั่น Animated Musical เมื่อปี ค.ศ. 1977 Pete’s Dragon ฉบับ 2016 ผลงานกำกับของ เดวิด โอเวอร์รี่ เล่าถึง พีท (รับบทโดย โอกส์ เฟกลีย์) เด็กวัย 4 ขวบที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนหลงเข้าไปในป่า พีทได้พบกับเจ้ามังกรขนฟูสีเขียวด้วยความบังเอิญ ทั้งสองกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่พีทก็ได้ตั้งชื่อให้เจ้ามังกรตัวนี้ว่า เอลเลียต ตามชื่อตัวละครในนิทานเรื่องโปรดของเขา Elliot Gets Lost พีทอาศัยอยู่ในป่ากับเอลเลียตอย่างมีความสุข จนกระทั่งวันหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เกรซ (รับบทโดย ไบรซ์ ดัลลัส ฮาเวิร์ด) เข้ามาในป่าพร้อมกับว่าที่สามีซึ่งเป็นหัวหน้าคนตัดไม้ แจ็ค (รับบทโดย เวส เบนลีย์) และลูกสาวของเขา นาตาลี (รับบทโดย อูน่า ลอเรนซ์) ทั้งสามได้เจอพีทและตั้งข้อสังเกตว่าเด็กตัวคนเดียวจะสามารถอยู่รอดในป่าเพียงลำพังได้อย่างไร พีทถูกรับตัวเข้าไปอยู่ในเมืองและทำให้เรื่องราวของมังกรเพื่อนรักของเขากลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และนั่นก็รวมถึงพวกไม่หวังดีที่หมายจะจับเอลเลียตเพื่อสร้างชื่อเสียง การเริ่มต้นเรื่องนั้นมีลักษณะเหมือนหนังแนวเดียว ๆ กัน คือมีเหตุบางอย่างทำให้เด็กน้อยหลงเข้าไปในป่า และได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งมีชีวิตที่คนทั่วไปมองว่าดุร้าย เด็กชายเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กซุกซนและก็มีความกล้าหาญ จนเมื่อเวลาที่เขาต้องกลับสู่สังคมมนุษย์นั้นเดินทางมาถึง ทุกอย่างจึงมีอันต้องเปลี่ยนแปลงไป ทว่าภายใต้ความจำเจของพล็อตเรื่องนั้น ความพิเศษอย่างหนึ่งที่สัมผัสได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้คือ บรรยากาศของป่าที่สวยงาม ดึงดูดให้ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องโดยไม่รู้ตัว และยามที่เหตุการณ์ในเรื่องพลิกผัน ความรู้สึกที่กระทบต่อจิตใจของตัวละครก็กระทบต่อจิตใจของผู้ชมให้รู้สึกร่วมไปด้วยอย่างน่าประหลาด โอกส์ เฟกลีย์ คือเด็กน้อยที่ทำการสื่อสารความสดใสและความหม่นเศร้าได้เป็นอย่างดี หากแต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเรื่องคงหนีไม่พ้นเจ้ามังกรเอลเลียต ที่นอกจากรูปลักษณ์จะค่อนคล้ายไปทางกึ่งสุนัขกึ่งมังกรแล้ว นิสัยใจคอของเจ้าเขียวนี่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูพีทเวลาอยู่กับสัตว์เลี้ยงจริง ๆ (คือนิสัยเหมือนหมานั่นแหละ) ดังนั้น ผู้ชมที่จะพาลูกเล็กเด็กแดงไปดูหนังจึงสบายใจได้ มังกรในเรื่องน่ารักและเป็นมิตรในเลเวลที่จะไม่ให้บุตรหลานของท่านร้องไห้งอแงตั้งแต่ต้นเรื่องอย่างแน่นอน ! ประเด็นของหนังที่สอดแทรกไว้ในทุกความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครก็คือเรื่อง ครอบครัว ทั้งจากพีทที่เหมือนตลอดหลายปีที่ผ่านมาจะมีเอลเลียตเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ทั้งจากครอบครัวของนาตาลีที่แม้ว่าพ่อของเธอกำลังจะแต่งงานใหม่ แต่พวกเขาทั้งสามก็มอบความอบอุ่นให้แก่กันราวอย่างไม่มีอคติ ทำนองเดียวกับตัวร้ายของเรื่องอย่างตัวร้ายของเรื่อง กาวิน (รับบทโดย คาร์ล เออร์บาน) ที่สุดท้ายก็กลับใจเพราะเห็นแก่แจ็คผู้เป็นพี่ชาย กล่าวได้ว่า Pete’s Dragon เป็นหนังสูตรสำเร็จที่อบอวลไปด้วยนัยยะความเป็นครอบครัว ไม่มีพิษไม่มีภัยต่อเด็กและเยาวชนของชาติ เหมาะสำหรับคนที่ปรารถนาความผ่อนคลายแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ บทจะยิ้มคือยิ้ม ! บทจะเศร้าคือเศร้า ! รวม ๆ แล้วคะแนนสุทธิจึงขอให้ไว้ที่ 4/5 ตามนี้ครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

ตัวพ่อตัวแม่สุดปัง!! แต่งงาน-มีลูกก็ยังฮอต
ตัวพ่อตัวแม่ /  สุดฮอต / 

   ถึงแม้ลั่นระฆังวิวาห์กันไปแล้วหลายคนสำหรับ พระเอก-นางเอก ตัวพ่อ ตัวแม่ของวงการบันเทิง แต่ถึงจะสละโสดมีคู่ครองมีลูกยังไง ก็ไม่สามารถลดระดับความฮอตและความแซ่บ ของการเป็นซุปตาร์ ของพระเอก-นางเอกเบอร์ต้นๆ เหล่านี้ได้ แถมบางคนแต่งงานไปแล้ว กลับโด่งดังยิ่งกว่าเดิมซะอีก นุ่น วรนุช     แต่งงานมานานหลายปี แต่ก็ยังไม่มีทายาท งานนี้นางเอกแอคติ้งเลิศอย่าง นุ่น วรนุช เลยขออนุญาตคุณสามีต๊อด ออกมาเล่นละครแก้เหงา แถมละครหลายๆ เรื่องหลังจากแต่งงาน ก็ปังแทบทุกเรื่อง อาทิ ทองเนื้อเก้า, อีสา รวีช่วงโชติ, เพื่อนรัก เพื่อนริษยา ล่าสุดกับละครที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอย่าง พิษสวาท ทางช่อง ONE ที่สาวนุ่นรับบท คุณอุบล วิญญาณนางรำอาฆาตแค้น ที่ทั้งสวย ทั้งหลอนในคราวเดียวกัน ชมพู่ อารยา     มีสามีอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้วสำหรับนางเอกสาวตัวแม่แฟชั่นนิสต้า ชมพู่ อารยา ที่ยังคงสนุกสนานกับการเหินฟ้าไปดูแฟชั่นโชว์ที่ต่างประเทศ เดินพรหมแดง แต่งตัวเป๊ะปัง แถมยังมีหนัง มีละคร ที่รอออนแอร์ปีนี้ แต่ล่าสุดทางคุณสามี พี่น็อต ก็ขอให้สาวชมพู่เพลาๆ งานในวงการ เพื่อที่จะได้มีเวลาปั๊มลูกกันซะที อิอิอ!!! มาช่า วัฒนพานิช     ถึงแม้ มาช่า นางจะมีลูกชายตั้งแต่อายุ 17-18 ปี แต่ก็ยังคงฮอตและคงความเผ็ดแซ่บไว้ตลอดกาลในฐานะ นักร้อง-นักแสดง ตัวแม่ของค่ายแกรมมี่ จนมา พ.ศ. นี้ ใครๆ ก็เรียกเธอว่า แม่ช่า-เจ๊ช่า แถมเหล่าเก้งกวางชาวสีม่วงทุกๆ นาง ก็ยกให้เธอเป็น ขุ่นแม่ขา!!! ของยุคนี้อีกด้วย ป๋อ ณัฐวุฒิ     กลายเป็นคุณพ่อลูกสองสายเฮฮาปาจิงโก๊ะ สำหรับพระเอกมาดเข้ม ป๋อ ณัฐวุฒิ ที่ยังคงรั้งตำแหน่งพระเอกเบอร์ต้นๆ ของช่อง 3 ไว้ได้ แม้จะมีพระเอกรุ่นใหม่เข้ามาๆ แต่ก็สู้บารมีของหนุ่มป๋อไม่ได้ เพราะความเป็นกันเอง และเข้าขาได้กับพระเอกทุกรุ่น ทำให้หนุ่มป๋อกลายเป็นที่รักของทุกๆ คน เคน ธีรเดช     ยังคงเป็นพระเอกเบอร์ต้นๆ ของช่อง 3 แม้ว่าจะมีลูกชาย 2 คนแล้ว สำหรับพระเอกตลอดกาลอย่าง เคน ธีรเดช ที่ภรรยาอย่าง หน่อย บุษกร ผันตัวขึ้นแท่นเป็นผู้จัดละคร งานนี้คนที่จะต้องมาเป็นพระเอกให้ ก็หนีไม่พ้นสามีของตัวเอง และเรื่องต่อไปอย่าง ระเริงไฟ ก็จับสามี ประกบกับนางเอกตัวแม่อย่าง นุ่น วรนุช ตุ้ย ธีรภัทร     หล่อคมเข้มมีสไตล์ในแบบฉบับ ตุ้ย ธีรภัทร บิ๊กบอสคลื่นวิทยุ SEED 97.5 FM ที่คิววางจากงานเมื่อไหร่ ก็โดดไปรับงานละครทันที แถมอายุอานามขนาดนี้ ก็ยังได้บทพระเอกอยู่ตลอด แม้ว่าจะแต่งงานมีเมียมีลูกแล้ว แต่ก็ยังคงซ่อนความแซบแบบเข้มๆ ให้สาวๆ ได้แอบกรี๊ดกันเบาๆ ติ๊ก เจษฎาภรณ์     พระเอกตัวพ่อที่ความหล่อยังอยู่ยงคงกระพันสำหรับ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ที่ถึงจะแต่งงานมีเมีย มีลูก แต่ความหล่อพาน้ำเดิน ของพี่ติ๊ก ก็ยังทำให้สาวแท้ สาวเทียม เพ้อหาอยู่ตลอดเวลา เพราะคนอะไรยิ่งอายุเยอะก็ยิ่งหล่อเป็นร้อยเท่าพันเท่า จนต้องยกขึ้นหิ้งให้กลายเป็นพระเอกสมบัติของชาติ ไมค์ พิรัชต์     กำลังเปรี้ยงปร้างอยู่ดีๆ มีผลงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สำหรับ ไมค์ พิรัชต์ โดยเฉพาะสาวๆ ในประเทศจีน ที่กำลังกรี๊ดกร๊าดหนุ่มไมค์อย่างหนักมาก แต่อยู่ๆ หนุ่มไมค์ ก็ดันมีลูกขึ้นมาซะงั้น แต่การมีเบบี้ ก็ไม่ได้ทำให้ความฮอตของหนุ่มไมค์ลดลงไปแม้แต่น้อย

แพร งัดแชทหลักฐานยัน ฟิล์ม น้องใหม่ฯ ทำร้ายลูก ให้สังคมตัดสินว่าใครโกหก!!
แพร ชนิตา /  ฟิล์ม น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ / 

แถลงระลอกสอง แพร ชนิตา อดีตภรรยาสาวของนักแสดงหนุ่ม ฟิล์ม ณัฐกวี ขอแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการหอบหลักฐานเป็นอินบ็อกซ์จากพี่สาวของฝ่ายชาย ที่เจ้าตัวยอมรับกับพี่สาวเองว่าทำร้ายลูกชายเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้! ยันคุณแม่ของหนุ่มฟิล์มทราบเรื่องตั้งแต่เธอท้องได้ 6 เดือน ในส่วนนี้มีหลักฐานเป็นแชทของเธอกับคุณแม่ของฝ่ายชายมาโชว์ หลังจากนี้ขอจบ ถ้าอีกฝ่ายไม่ออกมาพูดอะไรกระทบเธอและลูกอีก บอกอโหสิกรรมให้ เปรยอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว ไม่เชื่อว่าฝ่ายชายรักลูก บอกปล่อยให้ลูกเป็นคนตัดสินเองว่าอยากจะเจอพ่อเขามั้ย ส่วนถ้าหนุ่มฟิล์มจะไม่ได้อยู่ในวงการก็เพราะทำตัวเอง เรื่องที่บอกจะฆ่าตัวตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ... รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ “ที่เขาแถลงก็ได้ฟังอยู่นะ แต่ที่รู้สึกว่าฟังแล้วเป็นเรื่องจริงก็คือเขายอมรับว่าเขาเป็นพ่อแล้วเราขายขนมจีบด้วยกัน แค่นั้น” “เรื่องทำร้ายลูก ดูไลน์ค่ะ ที่เขาแชทมาขอเลิกกับเรา เขาก็บอกว่าฉันไม่อยากทำร้ายเธอด้วยความรุนแรงแบบนี้อีกแล้ว เขายอมรับว่าเขาเจ้าชู้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับพอร์ช เขายอมรับด้วยตัวเขาเองว่าเขาไม่อยากทำร้ายเราด้วยความรุนแรง แล้วที่เขาว่าเขาไม่เคยตามเทียวไร้เทียวขื่อเรา แต่เขาก็ยังไลน์มาตามทุกครั้ง” “ฉันอยากรู้เธอทำอะไร ฉันเหนื่อยก็อยากกอดเธอ อยากไปเที่ยวที่เธออยากไป ฉันรู้สึกเป็นเดอะฮักเลยที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาก็ไลน์มาดราม่าคิดถึงเรื่องเก่าๆ เมื่อคืนฉันฝันถึงเธอด้วย จิตใต้สำนึกฉันมันคิดถึงแต่เรื่องเธอ เหมือนเราเคยมีกันและกันเลิกไปมันเลยรู้สึกขัดๆ ถ้าย้อนเวลาฉันจะย้อนไปวันที่ตัดสินใจกลับมาทำงานตรงนี้อีกไหม เขาจะเลือกไม่ทำแล้วจะขายขนมจีบด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ นี่เป็นข้อความที่คุยกันตอนที่เขาขอเลิกกับเราไปแล้วแต่เราก็ยังคุยกันอยู่” “ประเด็นที่เขาปฎิเสธว่าเขาไม่ได้ทำร้ายลูก ในส่วนนี้พี่สาวของเขาได้ติดต่อเรามาทางเฟซบุ๊ค พี่สาวกับพ่อของเขาเพิ่งทราบเรื่องว่ามีน้องพอร์ช ก็เข้ามาขอโทษแทนเขา ก็บอกว่าอาจจะไม่สามารถขอโทษแทนตัวผู้ชายได้นะแต่ก็อยากจะขอโทษ แล้วเขาก็ได้คุยกับน้องชายเขาแล้ว เขาก็รับสารภาพว่าเขาทำจริงๆ” “พี่สาวคุยกับเราบอกว่า ทางผู้ชายโทรมาหาเราทางเฟซบุ๊ค ว่าเราเสียๆ หายๆ ว่าไม่ยอมฟังยอมเตี๊ยมกับมันก่อน แล้วเอ่ยชื่อเราว่าอีแพร์ อย่าไปคุยกับมันอีกนะ พี่สาวเขาก็มาบอกเรา หลังจากนั้นเขาก็ไปว่าพี่สาวเขาว่าโพสต์อย่างนั้นทำไม หลังจากที่พี่สาวเขาและพ่อเขาโพสต์ขอโทษแพร์จริงๆ ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ทางผู้ชายก็ไปต่อว่าพี่สาวว่าเขาไม่โอเคที่โพสต์ไปแบบนั้น” “พี่สาวเขาก็มาเล่าว่าน้องชายเขามาโวยวาย ว่าจะทำอะไรก็ทำเลยนะกูไม่เคยเห็นมึงเป็นพี่อยู่แล้ว เงินสักบาทก็ไม่เคยช่วย พ่อปู่ย่าห่านั่นอ่ะไม่ใช่ญาติกู มีแต่อยากเห็นกูตกต่ำ นี่คือคำที่พี่สาวเขาบอกมา” “แล้วก็จะมีไลน์ของพี่สาวเขาที่เขาคุยกับน้องเขาส่งมาให้แพร ซึ่งเขายอมรับว่ามันร้อง เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ พี่สาวเขาก็ถามว่าจะทำยังไงต่อเขาก็บอกช่างมันเหอะปล่อยวางแล้ว คือตัวผู้ชายยอมรับกับตัวพี่สาวว่าเขาทำจริงๆ พี่สาวเขาบอกว่าตอนแรกเหมือนตัวน้องชายเขาอ่อนลงเริ่มที่จะยอมรับแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาไปคุยกับใครถึงกลายเป็นว่าเขาเฟซบุ๊คมาด่าพี่เขา ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วออกมาแถลงข่าวไม่ยอมรับ” “พี่สาวเขามาซัพพอร์ทเรา เขาพูดกับเราเลยว่า น้องเขารักนะไม่ใช่ไม่รักแต่เขาไม่อยากรักแบบพ่อแม่รังแกฉัน ทางพ่อก็รักแต่ด้วยความที่โตมาคนละครอบครัว เขาไม่ได้ใกล้ชิดผูกพันแต่เขาก็พยายามจะสอนตลอด เขาเลยรู้สึกว่าถ้าน้องเขาต้องเป็นดาราแล้วเป็นดาราที่นิสัยไม่ดีเขายอมให้น้องไม่เป็นดาราดีกว่า เขาอยากเอาน้องเขาออกมาเพื่อรับผิดชอบ ทำหน้าที่ที่ควรทำ ไม่ใช่ว่าออกมาปฎิเสธแล้วอยู่กับความสังคม ความหน้าตาดีแบบนี้ เขาบอกว่าถ้ารักตัวผู้ชายจริงๆ ต้องดึงเขาออกมา ไม่ใช่ถลำให้เขาทำผิดซ้ำไปอีก” “พี่สาวเขามาเข้าข้างเรา รู้สึกเฉยๆ ก่อนในตอนแรกเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นยังไง ก็รู้สึกว่าเขาก็พูดถูกในหลายเรื่อง ก็รู้สึกดีที่ยังมีความถูกต้องอยู่บนโลกใบนี้” “แม่ฟิล์มบอกว่าเพิ่งทราบเรื่องพร้อมสื่อ แพรไม่มีหลักฐานแน่ชัดแต่เขาทราบตั้งแต่ที่แพรท้องได้ 6 เดือน เขาก็ทราบเรื่องแล้วไม่ใช่ว่าเพิ่งมาทราบก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็มีหลักฐานเป็นแชทที่คุยกัน แพรเริ่มเปิดว่าแพรมีลูกตอนเขาได้ 1 ขวบ ก็เอารูปลูกโพสต์เฟซบุ๊ค น้าเขาก็แชทมาว่าจริงรึเปล่า ใช่ลูกเธอกับหลานเขาไหม อย่าลบเขาออกจากเฟซบุ๊คนะ” “ตัวผู้ชายไม่ยอม เหมือนพอเราเปิดเผยตัวก็ไลน์มาต่อว่า ว่าเราทำให้ที่บ้านเขาทะเลาะกัน ถ้าเรื่องนี้ถึงหูยาย ยายจะไม่ส่งเงิน เธอไม่คิด ฉันเครียดมากแทนที่จะอยู่บ้านได้ต้องออกไปอยู่ที่อื่น เราก็บอกว่าเราผิดอะไร นี่คือลูกฉันแล้วฉันไม่ได้เปิดเผยว่าฉันมีลูกกับใคร คือเรากลายเป็นคนผิดที่ทำให้น้าๆ ญาติเขารู้ ตอนนั้นน้าเขาเองดีกับเรามาก ไม่โกรธไม่เกลียดเรา เพราะเขายังพิมพ์มาบอกว่าอย่าลบเขาออกนะ ยังคุยกับเขาได้อยู่นะ” “ส่วนคุณแม่เขาที่บอกว่าเพิ่งทราบว่าเรามีลูก เราก็มีหลักฐานเป็นแชทจากเฟซบุ๊คเขาทักมาหาเรา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. สืบเนื่องมาจากเราอินจากการดูละครสะท้อนสังคม จึงโพสต์เฟซบุ๊คว่า เด็กจะโตมายังไงก็แล้วแต่จุดเริ่มต้นมาจากพ่อแม่และการเลี้ยงดู จากนั้นแม่เขาก็ทักมาว่า จะพูดจะโพสต์อะไรให้มันเกรงใจบ้าง คนที่ต้องถูกสั่งสอนมากๆ ก็คือเธอ เป็นแม่คนต้องรับผิดชอบหลายอย่างจะสนใจใครทำไมว่าจะเอาลูกมั้ย ที่เขาบอกว่า เขาคิดว่าน้องพอร์ชคือหลานเรา อันนี้คือประเด็นที่เขายอมรับด้วยตัวเขาเองว่า เราเป็นแม่คน นั่นแสดงว่าเขารู้แล้วว่าเรามีลูกแล้ว และเขาก็ด่าเราค่อนข้างแรง แล้วอะไรที่คุณแม่บอกว่าพอร์ชเป็นหลาน เขารู้มาตลอดตามหลักความจริงว่าพอร์ชคือลูกของเราคือหลานของเขา ถ้าหลักฐานเอกสารแน่ชัดเราไม่มี แต่ถ้าเป็นคำพูดตอนน้องเกิด เขาไม่ให้ลูกชายเซ็นรับรองบุตร เพราะกลัวเรื่องของเอกสารทะเบียนราษฎร์ คุณแม่จะให้สามีเขาเซ็นรับเป็นพ่อแทน แต่เราไม่ยอมด้วยความเป็นแม่ สุดท้ายเราได้ของทางผู้ชายให้เซ็นตามที่แถลงไปตอนแรก” “ที่เขาแถลงแล้วพูดว่าเขารักลูก ต้องบอกว่าจะมีช่วงนึงที่แพรขอเอกสารเพื่อจะทำพาสปอร์ตให้น้อง เราก็ไปศึกษาว่าต้องใช้เอกสารบิดามั้ย ก็ไปบอกเขาว่ามันต้องใช้นะ เขาตอบกลับมาว่าไม่รู้ไม่ต้องใช้ก็ได้มั้ง ก็บอกไปว่าพ่อเด็กตายหรือว่าเลิกไปแล้วก็ได้ นี่เหรอคะที่บอกว่ารักลูก” “เขาบอกว่าอยากเจอลูกมาก แต่เหมือนเราขวางไม่ให้เจอ แพรไม่เคยเลยที่จะไม่ให้เขาเจอลูก เขารู้หมดว่าบ้านเราอยู่ไหน แล้วลูกจะอยู่ที่ไหน ชีวิตประจำวันเราไม่ได้ทำอะไรมาก ถ้าเขาคิดถึงลูกจริงๆ หรือรักลูกจริงๆ ไม่ยากที่จะมาเจอ เราไม่ใช่คุณแม่ใจยักษ์ใจมาร คุณแม่เขามีโอกาสได้เจอหลานแล้วตอนน้องเกือบ 1 ขวบ เราก็มีหลักฐานแน่นอนไม่ได้พูดลอยๆ” “เขาแถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาหมดเลย พูดหนังคนละม้วนกับเราเลย เราขอคุยด้วยหลักฐานดีกว่า ใครๆ ก็ออกมาพูดได้ว่า เธอทำร้ายลูก ฉันไม่ได้ทำร้ายลูก ถ้าไม่มีหลักฐานตรงนี้เอาตามหลักความจริงก็ได้ คิดว่าแพรเป็นแม่ที่อยู่ดีๆ จะตีลูกตัวเองให้เขียวเล่นๆ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ตั้งแต่ 3 ขวบด้วยนะ จะทำไปเพื่ออะไร” “ถามว่าทำไมเราเพิ่งออกมาพูดตอนนี้ เรากับเขาไม่ใช่เพิ่งเลิกกัน เราผ่านการเลิกผ่านการให้อภัยมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้มันไม่ใช่ประเด็นหึงหวง เราทำแบบนี้เพราะอยากจะออกมาจากชีวิตเขาแล้ว ฉันอยากจะไปมีอนาคตของฉันแล้ว คุณก็ไปมีอนาคตของคุณ ถ้าเราอยากจะไปดึงเขากลับไปจะมาทำแบบนี้มั้ย เราไม่อยากจะดึงเขากลับมาเลย เรามีแต่อยากให้เขาไปจากชีวิตเรา แต่เขาก็ยังมาวนเวียนอยู่ในชีวิตเราก็ไม่อยากจะอยู่กับความซ้ำๆ ซากๆ แล้ว” “ครั้งนี้แพรเรียกว่าอโหสิกรรมเลยดีกว่า แต่ถ้าเขายังยืนยันว่ารักลูกมาก ก็ให้เป็นสิทธิ์ของลูกตัดสินว่าอยากจะเจอพ่อเขามั้ย เราไม่ไปกีดกันเพราะเขาเป็นพ่อลูกกัน เมื่อวานเขาขอโทษ อโหสิกรรมให้ค่ะ อโหสิกรรมก็คือการให้อภัยแล้วนะ ให้อภัยคืออาจจะมีการวนเวียนกลับมา แต่อโหสิกรรมคือขาดเลย” “ฟ้องร้อง ไม่มีค่ะ ถ้าจะทำ ทำไปนานแล้ว ถ้าเขาจะหอบหลักฐานมาโต้อีกครั้ง ก็จะสู้ไปกับลูกค่ะ ผิดว่าตามผิด เราว่าไปตามความจริง เราสู้ด้วยความจริงดีกว่า อย่าสู้ด้วยคำโกหกค่ะ มันเหนื่อย” “ทางเขาบอกว่าเราพูดไม่หมด ไม่บอกว่าเป็นครูฝึกสอน เราอาจจะไม่ได้แบบลงรายละเอียดว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่ถามว่าเจอกันที่โรงเรียนไหม ใช่ค่ะ เราเจอกันวันแม่ที่ 12 สิงหา ซึ่งเป็นช่วงตอนปลายจะจบเทอมต้น พอปิดเทอมเราถึงตัดสินใจที่จะคุยกับเขา คบกับเขา เพราะเขาก็พูดเองว่าเมื่อคุณออกไปข้างนอกก็เป็นคนธรรมดาทั่วไปแล้วนะ ไม่ได้สอนเขาหรืออยู่ในโรงเรียนนั้นแล้ว เราจึงตัดสินใจที่จะคบกัน คือเทอมสองเราไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกับเขาแล้ว ไปฝึกอีกสถาบัน ต่างเทอมก็ต่างที่” “กระแสครูจีบนักเรียน เราเริ่มต้นความสัมพันธ์เหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องเลย แต่ถ้าถามว่าเจอกัน จุดเริ่มต้น มันเจอกันที่โรงเรียน แต่เราคบกันหลังจากปิดเทอมแล้ว เขาจีบเรานับจากวันนั้น โดยใช้วิธีการเหมือนที่เขาแถลงค่ะ โดยปรึกษาว่าอยากจะเข้าวิศวะ แต่เขาเรียนศิลป์คำนวณเข้าวิศวะไม่ได้ เราก็เลยให้คำปรึกษาเพื่อที่จะเป็นแนวทางในการไปเข้ามหาวิทยาลัยแค่นั้น แต่หลังจากนั้นก็มีการคุย มีการจีบพาไปนู่นไปนี่ พอสิงหาคมมันก็ปลายแล้ว ตุลาคมก็ปิดเทอม หลังจากนั้นเดือนสองเดือนเราก็ถึงค่อยเริ่มสานความสัมพันธ์” “ตั้งแต่มีเรื่อง ทางเขาไม่ติดต่อมาเลยค่ะ คุณแม่เขาบอกจะเป็นกาวใจ ไม่เลยค่ะ คือจริงๆ เขามีเบอร์แม่เรานะ แม่เราไม่ได้บล็อคเบอร์เขา มีแต่เราที่บล็อคเบอร์เขา เพราะเราไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรอีกแล้ว แต่ถ้าเขาจะติดต่อในเรื่องของลูก อย่างที่บอกค่ะ เราไม่ใช่เซเลป เขารู้ชีวิตประจำวันและรู้ว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน ถ้าเขาอยากจะเจอน้องพอร์ชมันง่ายมากเลย ง่ายกว่าที่หนูอยากจะไปเจอเขาด้วยซ้ำ” “ถ้าเขาติดต่อมา ยืนยันคำเดิมค่ะ เราไม่มีอะไรต้องคุยหรือต้องเคลียร์กันแล้ว มันก็อยู่ที่เขาค่ะ หลักฐานทั้งหมดเป็นความจริง แพรไม่ได้มานั่งปั้นหรือมโนอะไรขึ้นมา คำขอโทษหรือชดใช้ ไม่ค่ะ ไม่มีประโยชน์ต่อแพร คำขอโทษหรือสิ่งชดใช้อะไรไม่ได้ทำให้ชีวิตแพรดีขึ้นหรือแย่ลง” “อยากให้เรื่องจบยังไง ก็จบแบบที่แพรออกมายืนยัน คือเมื่อวานที่เขาออกมาปฏิเสธโดยเขาทำให้แพรโดนสังคมตราหน้าว่ากุเรื่อง สร้างเรื่องโกหก เพราะฉะนั้นแพรก็ออกมายืนยันว่าแพรไม่ได้โกหกแค่นั้นจบ แพรว่าสังคมตัดสินได้ค่ะ” “ที่บอกว่าจะจบ ไม่ขุดขุ้ยแล้ว ก็ขอให้เขาจบจริงๆ นะคะ เพราะเราจบแล้ว เราจะจบได้ต่อเมื่อเราเป็นผู้บริสุทธิ์ หนูออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของหนู ที่หนูแถลงเพราะอยากให้ทุกคนรู้ความจริงเป็นยังไง ใครโกหก ใครไม่โกหก เรารู้อยู่แก่ใจ แต่คนภายนอกเขาไม่ได้อยู่ใต้เตียงเราเขาไม่รู้หรอก อยู่ที่เขาว่าจะจบไหมหรือจะทำอะไรอีก” “ถ้าเขาออกมาอีก ก็อยู่ที่ว่าเขาจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างที่บอกไปว่าแพรจะไม่ออกมาแล้วถ้าไม่กระทบแพรกับลูก แต่ก่อนหน้าที่เขาออกมาคือมันกระทบมาบอกว่าเราพูดไม่จริง เราเลยต้องออกมาพูดอีก แต่ถ้าเขาจะออกมาพูดแล้วให้กระทบเราอีก เราก็ต้องออกมาต่อสู้ค่ะ อยากให้เป็นเคสสุดท้ายจริงๆ คือไม่รู้ว่ามันจะมีบ่วงกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีกไหม ขอให้แพรไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะ แพรออกมาแล้วไม่ขอเดินกลับไปอีก” “ความรู้สึกรัก เยื่อใย มันรักไม่ลงค่ะ มันไม่เหลือแล้วอ่ะ พยายามจะให้ความเป็นพ่อของลูกนะคะ แต่มันก็อยู่ที่ตัวเขาว่าพยายามจะทำตัวเป็นพ่อของลูกหรือเปล่า ปากเขาบอกว่ารักลูก คิดถึงลูก อยากเจอลูก แต่มันก็ยังเป็นแบบเดิม ไม่มีประโยชน์อะไร” “ครั้งหนึ่งเคยรักคนนี้ แพรยอมรับนะคะว่ามันเป็นความผิดพลาดของตัวเรา แต่คนทุกคนต้องมีความผิดพลาดเนอะ ไม่มีใครจะเพอร์เฟคตลอด แต่แพรขอเอาความผิดพลาดครั้งนี้เป็นบทเรียนในชีวิต ให้มันเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดของชีวิตแพรเลยดีกว่า" “อยากบอกอะไรสังคม แพรว่าในสังคมเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นอีกแน่นอน จะเกิดกับใครก็ไม่รู้ จะเป็นข่าวหรือไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง อยากบอกแค่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้ใช้สติมากกว่าอารมณ์ ถ้าเราเห็นว่าความถูกใจ พอใจ มาก่อนความถูกต้องเหมาะสม เมื่อนั้นชีวิตก็พัง แต่แพรไม่ได้ท้อกับชีวิตถึงกับต้องคิดสั้น คิดว่ามีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้วเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ แพรคิดเสมอค่ะวันนี้ไม่ใช่วันที่แย่ที่สุดของแพรหรอก มันต้องมีวันที่แย่กว่านี้อีก และต้องมีวันที่ดีกว่านี้อีกแน่นอน” “การที่ออกมาพูดอาจทำให้ฟิล์มอยู่ในวงการไม่ได้แล้ว มันก็ไม่ใช่ตัวแพรทำนะ มันก็เป็นตัวเขาทำ ถ้าเขาเป็นคนดีก็ไม่มีใครออกมาแฉเขาได้ถูกไหมคะ” “อธิบายตอนที่เขายอมรับกับพี่สาวว่าเขาทุบตีลูกอีกครั้ง ในไลน์ใช่ไหมคะ เขาบอกว่ามันร้องเลยควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อวานเขายอมรับว่าเคยตีลูกตอนหนึ่งขวบเพราะลูกดื้อ ตีเพราะสั่งสอนก็มีเกิดขึ้น แต่ไม่ได้รุนแรงเท่าตอนสามเดือน และที่เขาบอกไม่เคยทำร้ายร่างกายแพร ทำลายแต่ข้าวของใช่ไหม ทำร้ายข้าวของก็ทำแต่แพรไม่มีหลักฐาน ส่วนทำร้ายร่างกายแพรมีหลักฐานค่ะ แต่ไม่เห็นหน้าแพรนะ หากไม่เชื่อเดี๋ยวแพรจะเอาชุดนี้มาให้ดู ยังมีชุดนี้อยู่ ประมาณ 6 เดือนที่แล้วค่ะ ส่วนมากที่จะทะเลาะเชื่อไหมว่าจำไม่ได้ มันไม่น่าจำอ่ะ แต่ถ้าพูดเรื่องหึงหวงบอกเลยว่าไม่ เพราะโทรศัพท์เขากับโทรศัพท์เราคนละโลกเลย ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวกัน แต่ถ้าทะเลาะจะเป็นเพราะเขาชอบแกล้งให้เราโมโหหรือหงุดหงิด แพรโดนเขาทำร้าย 2-3 ครั้งค่ะ ด้วยเรื่องพวกนี้จะไม่ใช่เรื่องหึงหวงเลย จะมีแต่เรื่องงี่เง่าที่ไม่น่าทะเลาะ” “ฟิล์มบอกว่าตั้งแต่เกิดเรื่องเครียดถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย มันก็ไม่เกี่ยวกับแพรแล้วเนอะ แต่ว่าถ้าถามความรู้สึกจริงๆ อยากฝากบอกเขาว่าปัญาหาที่เขาเจอตอนนี้ไม่เท่าที่แพรเจอมาตลอดนะ สิ่งที่แพรเจอมาตลอดบวกกับสิ่งที่แพรต้องดำเนินชีวิตต่อไปมันหนักหนากว่าที่เขาเจออีกถ้าเขาคิดได้แค่ว่าเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว มันก็ไม่มีใครช่วยเขาได้แล้วค่ะ ถ้ามนุษย์แม่คนไหนเคยเป็นมนุษย์แม่หรือซิงเกิ้ลมัมจะรู้เลยว่ามันต้องการกำลังใจ มันเหนื่อยมาก เหนื่อยจนน้ำตาไหล แต่เหนื่อยแค่ไหนพอเห็นหน้าลูก ความเหนื่อยมันหายไปหมดเลย ถ้าเขารักลูกเหมือนที่เขาพูดนะคะ เขาจะอยากมีกำลังใจ อยากมีชีวิตอยู่ต่อค่ะ โดยที่ไม่ต้องมีใครมาดึงมาเติมเขาเลย” “อนาคตเราก็ดี เรียนจบแล้วต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่น แต่พอมีลูกเลยต้องอยู่แบบนี้ ใช่ค่ะ เหมือนที่เขาบอกว่าเพศแม่หรือเพศหญิงยอมที่จะให้อนาคตตัวเองเป็นยังไงได้เพื่อลูกเพื่อครอบครัว ก็อยากจะบอกเขาว่าเราก็เสียสละแล้วนะในจุดๆ นึง มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเสียสละบ้าง มันไม่มีใครหรอกที่จะเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ไปตลอดค่ะ” “เขาไม่ไปซื้อแพมเพิร์ส เพราะเขาบอกว่าเขาเป็นดารา จุดนี้คือจริง คือเขาไม่สามารถที่จะหิ้วแพมเพิร์สห่อใหญ่ๆ ได้ เพราะว่าคนจะสงสัยได้ว่าเขาซื้อแพมเพิร์สไปให้ใคร เราก็หิ้วเอง ไม่มีรถก็หิ้วนั่งมอไซต์ไป” “เขาบอกว่าถ้าเขาดัง มีเงินจะยอมเปิดเผยครอบครัว เอาแค่ปัจจุบันนี้ดีกว่าค่ะ เขากล้าเผชิญความจริงหรือเปล่า ถ้าปัจจุบันคุณกล้าเผชิญความจริง อนาคตมันดีแน่นอน หนูไม่กล้าคาดหวังถึงอนาคตค่ะ” “แม่เขาเครียดมากที่ลูกจะฆ่าตัวตาย ส่วนแม่เรา ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูกเนอะ แม่แพรก็รักแพร แม่แต่ละคนมีวิธีการจัดการ เลี้ยงดูหรือบ่มเพาะลูกไม่เหมือนกัน แม่แพรไม่ใช่ไม่เครียด แต่เขาก็อยากที่จะให้อภัย เขาพูดกับแพรมาคำนึงว่าเธอชนะแล้วเธอสวมมงกุฏอยู่ในนรกเธอโอเคมั้ย แพรก็เลยบอกว่าเมื่อก่อนแพรก็อยู่ในนรกมาตลอดนะแม่ แต่แพรไม่ได้สวมมงกุฏแค่นั้นเอง” แพร ชนิตา กล่าว แพร ชนิตา แพร ชนิตา แพร ชนิตา ฟิล์ม ณัฐกวี

ละครเงาอโศก , เรื่องย่อเงาอโศก
ละครเงาอโศก /  เรื่องย่อละครละครเงาอโศก / 

เงาอโศก ดัดแปลงจากบทประพันธ์ เงาอโศก ของ ชูวงศ์ ฉายะจินดา บทโทรทัศน์ : รัชนี โกลด์ริค และ ทีมแอ็กแซ็กท์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัส เวลา 20.30 น. ทางช่อง one 31 เรื่องย่อ ละครเงาอโศก มนไท(ฌอห์ณ จินดาโชติ) ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปทุกอย่าง เป็นบุตรชายคนเดียวของ เจ้าคุณมหัทธ์ฯ(จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) และ คุณหญิงทับทิม(สาวิตรี สามิภักดิ์) มนไทคบหาอยู่กับ วิยะดา(กรณ์ภัสสร ด้วยเศียรเกล้า) บุตรสาวของ เวทย์(ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) และ วิมล(ณหทัย พิจิตรา) ซึ่งคุณหญิงทับทิมอยากให้ทั้งสองหมั้นหมายกันก่อนที่มนไทจะไปเรียนต่อต่างประเทศ วันหนึ่ง ปี่(ด.ญ. ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ) เด็กหญิงวัย 8 ขวบ แอบโดดรั้วเข้ามาในสวนหลังบ้าน มหัทธเวศม์พอดี ปี่เห็นวิยะดากำลังออดอ้อนมนไท ทำให้ปี่อดขำไม่ได้ ด้วยความอายวิยะดาไล่ตีปี่ แต่มนไทห้ามไว้และถามปี่อย่างปรานี จนรู้ว่าปี่เป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่กับ ยายเทียม(ศันสนีย์ วัฒนานุกูล) และแอบเข้ามาเด็ดยอดต้นอโศกไปเป็นอาหาร มนไทสงสารจึงให้เงินค่าขนมปี่ไปเล็กน้อย แต่สำหรับปี่แล้วเงินจำนวนนั้นมีค่ามหาศาล และความมีน้ำใจของมนไทก็ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเธอว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณของเธอ ละครเงาอโศก เจ้าคุณมหัทธ์ฯ เป็นชายเจ้าชู้มีอนุภริยาหลายคน หนึ่งในนั้นคือนวล(ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของ นุชา(กรกฎ ตุ่นแก้ว) ส่วนอีกคนคือ ละม่อม(นุศรา ประวันณา) มีลูกติดคือ ลักขณา(รัตนาภรณ์ กลิ่นกุหลาบหิรัญ) ด้วยความกลัวลักขณาจะจับมนไท คุณหญิงจึงคอยจับผิดลักขณาจน คุณเจียร(ปรารถนา สัชฌุกร) ซึ่งเป็นทั้งแม่บ้านใหญ่และเพื่อนสนิทของคุณหญิงทับทิม ต้องเตือนมนไทให้อยู่ห่างๆ ลักขณา แต่มนไทไม่ได้สนใจ เพราะเขาคิดกับลักขณาแค่พี่น้องวันหนึ่งวิยะดาขับรถชนยายเทียมถึงแก่ความตาย ทำให้ครอบครัวเวทย์และวิมลรับปี่ไปอุปการะ และตั้งชื่อให้ใหม่ว่าปิยะฉัตร แต่ปี่ก็ยังเป็นเพียงเด็กรับใช้ในบ้านมีเพียง วิภาวรรณ(แอริน ยุกตะทัต) น้องสาวของวิยะดาคนเดียวที่สงสารปี่ วันที่มนไทจะเดินทางไปเรียนต่อ ปี่วิ่งตามไปมอบผ้าเช็ดหน้าปักชื่อมนไทให้เป็นของขวัญ มนไทจึงหยิบเอาดอกอโศกที่ร่วงกับพื้นส่งให้ปี่เป็นของตอบแทน หลังจากนั้นเวทย์ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการที่เชียงใหม่ ทำให้ปี่ต้องย้ายตามไปด้วย ส่วนบ้านมหัทธเวศน์ก็เงียบเหงา เพราะความสัมพันธ์ของแม่ลูกเกิดแตกหัก คุณหญิงทับทิมเอาแต่นั่งร้องไห้เสียใจผสมกับความอาลัยคิดถึงที่ลูกชายไปเรียนต่อเมืองนอก ละครเงาอโศก หลายปีต่อมา ปี่(เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) ซึ่งเติบโตเป็นสาวสวย และมนไทก็เรียนจบ จึงส่งข่าวมาบอก เกื้อ(จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม) ลูกพี่ลูกน้องและเป็นหมอประจำตัวคุณหญิงว่ายังไม่กลับเมืองไทย จนกว่าจะมีพร้อมทุกอย่างแล้วกลับไปแต่งงานกับวิยะดาเท่านั้น ทางด้านวิยะดากลายเป็นสาวเปรี้ยวที่สุดในเชียงใหม่ เธอลืมมนไทไปหมดแล้ว และมีเป้าหมายจะจับพ่อเลี้ยง พงศ์อินทร์(ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ในขณะที่มนไทยังเขียนจดหมายรักมาหาวิยะดาอยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่าปี่เป็นคนคอยตอบจดหมายแทนในนามของวิยะดา แล้วยังมีผ้าพันคอเสื้อไหมพรมที่เกิดจากฝีมือของปี่ส่งไปให้มนไท วิยะดาคอยตามตื้อพงศ์อินทร์ไม่ลดละ แต่พงศ์อินทร์ไม่สนใจเพราะในใจของเขามีแต่ แม้นวาด(รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์) คนรักเก่า พงศ์อินทร์สนิทสนมกับปี่ เพราะรู้เรื่องของเขากับแม้นวาดดี วิยะดาหมั่นไส้ที่พงษ์อินทร์สนใจปี่มากกว่าเธอจึงคิดหาทางกำจัดปี่ พอดีกับที่คุณเจียรเขียนมาขอตัววิยะดาให้ไปดูแลคุณหญิงทับทิมที่อาการทรุดหนัก วิภาวรรณเลยเสนอให้คุณวิมลส่งปี่ไปแทนวิยะดา ละครเงาอโศก คุณวิมลเห็นดีเห็นงาม เพราะไม่อยากให้ลูกสาวต้องไปลำบาก ปี่จึงได้เดินทางกลับไปบ้านมหัทธเวศน์อีกครั้งคุณหญิงจำปี่ไม่ได้และเรียกปี่เป็นวิยะดาทุกคำ คุณเจียรจึงให้ปี่รับว่าเป็นวิยะดาไป เพื่อสุขภาพของคุณหญิง ปี่ยอมทำตามด้วยความสงสาร และเฝ้าดูแลคุณหญิงอย่างเอาใจใส่ เกื้อจึงพลอยเข้าใจผิดไปด้วยว่าปี่คือวิยะดา จึงรีบไปบอกมนไทว่าวิยะดามาคอยดูแลคุณหญิงที่ป่วยหนักจนอาการดีขึ้น ทำให้มนไทยิ่งซาบซึ้งในความดีของวิยะดา เขาตัดสินใจกลับเมืองไทยทันที เพื่อไปหาผู้หญิงแสนดีของเขา แต่แล้วเขากลับได้เจอหน้าปี่ มนไทโกรธมากที่ปี่แอบอ้างเป็นวิยะดา แม้คุณเจียรจะบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดของคุณหญิงเอง และสาเหตุที่ปี่ต้องมาดูแลคุณหญิง ก็เพราะวิยะดาไม่ยอมมา แต่มนไทก็ยังไม่เชื่อ คุณหญิงดีใจมากที่มนไทกลับมา จึงอยากให้มนไทกับวิยะดาแต่งงานกัน ยิ่งทำให้มนไทเข้าใจผิดคิดว่าปี่ฉวยโอกาสที่จะได้แต่งงานกับเขา เรื่องราวความรักของปี่กับมนไทจะลงเอยอย่างไร? ติดตามชมได้ใน ละคร เงาอโศก เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 7 กันยายนนี้ ทางช่องวัน31 ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก ละครเงาอโศก

5 คู่รักคนดังที่ทำให้รู้ว่า อดีตและอนาคตไม่สำคัญเท่ากับปัจจุบันที่มีเธอ
Angelina Jolie /  Brad Pitt / 

5 คู่รักคนดังที่ทำให้รู้ว่า อดีตและอนาคตไม่สำคัญเท่ากับปัจจุบันที่มีเธอ ดาราคนดังฝั่งตะวันตกหลายต่อหลายคู่มีข่าวรัก ๆ เลิก ๆ ให้เห็นในหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง แต่จะมีสักกี่คู่ที่ความรักของคนทั้งสองจะยังต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และอนาคตก็ยังมีแววว่าจะจับมือจูงกันเดินต่อไป แม้จะมีข่าวฉาวมากมายมาสั่นคลอนความสัมพันธ์ก็ตาม และ 5 คู่รักคนดังต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นว่าในวันนี้เขาและเธอก็ยังเดินบนเส้นทางชีวิตไปพร้อม ๆ กัน เดวิด - วิคตอเรีย เบ็คแฮม (David Beckham & Victoria Beckham) คู่รักที่ฮอตที่สุดในเวลานี้ เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเลยทีเดียว พวกเขาครองรักกันมานาน 19 ปี ทั้งคู่ได้เจอกันและสานสัมพันธ์กันครั้งแรกในปี 1997 และอีก 2 ปีต่อมาก็แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันจนมีโซ่รักคล้องใจ ทั้งหมด 4 คน บรูคลิน, โรมิโอ, ครูซ และลูกสาวคนสุดท้อง ฮาร์เปอร์ พวกเขาทั้งคู่ได้ถูกโหวตให้เป็นคู่รักที่เซ็กซี่ที่สุดของโลกอีกด้วย แบรด พิตต์ - แอนเจลีนา โจลี (Brad Pitt & Angelina Jolie) ต่างที่รู้กันว่าทั้ง แอนเจลีนา โจลี และ แบรด พิตต์ ต่างผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่แอนเจลีนา โจลี ป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาผ่าตัดแบรด พิตต์ ก็คอยอยู่ดูแลเธอไม่ห่าง และพวกเขาก็ถือเป็นตัวท็อประดับแถวหน้าของฮอลลีวูดอีกด้วย ทั้งสองได้แต่งงานกันและมีครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะมีลูกถึง 6 คน โดยแบรด พิตต์ ได้เคยเขียนเล่าเรื่องราวความรักของเขากับแองเจลินา โจลี ได้อย่างน่าสนใจว่า "ภรรยาก็คือภาพสะท้อนของสามี ถ้าคุณรักภรรยามาก เธอก็จะรักคุณมากเช่นกัน" อดัม เลอวีน - เบฮาตี พรินสลู (Adam Levine & Behati Prinsloo) มาถึงคู่นักร้องที่แซ่บที่สุดกับนางฟ้าจาก Victoria’s Secret เรียกได้ว่าคู่นี้หวานกันมาก อดัม เลอวีน เริ่มคบหากับ เบฮาตี พรินซ์ลู นางแบบวิกตอเรียส์ซีเคร็ตชาวนามิเบีย เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 และหมั้นกันในเดือนกรกฎาคมปี 2013 แต่งงานกันในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 และทั้งคู่กำลังจะมีบุตรคนแรกด้วยกัน ด้วยความที่อดัมเองก็ติดภรรยาคนนี้มาก จะเห็นว่าในอินสตาแกรมจะมีรูปภรรยาอยู่ไม่น้อยเลย แถมเวลาปาปารัซซีถ่ายก็จะเจอพวกเขาทั้งคู่จู๋จี๋ และแสดงความรักกันออกจะบ่อย เรียกได้ว่าทำให้แฟน ๆ ต่างอิจฉากันใหญ่ แซม แคลฟลิน - ลอร่า แฮดด็อก (Sam Claflin & Laura Haddock) คุณเคยได้ยินคำนี้ไหม “ความโรแมนติกมันมีอยู่จริง!” คู่รักที่กำลังหวานชื่นกับลูกที่น่ารักในท้องของภรรยา ที่แฟน ๆ ต่างพูดกันว่าเวลาที่ แซม แคลฟลิน มอง ลอร่า แฮดด็อก สายตาของเขาเหมือนอีโมจิมีชีวิตได้เลย และทั้งคู่ตอนนี้กำลังดังเป็นพลุแตก ยิ่งตัวของแซม ด้วยแล้วบอกเลยว่าราศีคุณพ่อราศีคนดังกำลังจับ เรียกได้ว่าคู่นี้เป็นอีกหนึ่งคู่ที่เรายกให้ว่าเลิศเพอร์เฟกต์ที่สุด บารัค - มิเชลล์ โอบามา (Barack – Michelle Obama) มาถึงคู่สุดท้าย เรียกได้ว่าคู่นี้ก็เป็นอีกคู่ที่ถูกจับตามองทั่วโลกกับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และสตรีหมายเลขหนึ่ง บารัค โอบามา และ มิเชลล์ โอบามา ทั้งคู่พบเจอกัน เมื่อก่อนที่บารัคเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทกฎหมาย Sidley Austin ในชิคาโก และมิเชลล์ เป็นพี่เลี้ยงของบารัค โอบามา เขาได้ตกหลุมรักเธอครั้งแรกและนัดเธอออกเดท จนทั้งคู่ได้แต่งงานกันและใช้ชีวิตคู่มาร่วม 20 ปี ความหวานของทั้งคู่ก็ยังไม่จางหาย เพราะบารัคมักจะแสดงความรักต่อภรรยาที่รักออกสื่อและในที่สาธารณะอยู่บ่อยครั้ง และนี้จึงเป็นสาเหตุของจุดกำเนิดของหนังเรื่อง Southside with You ให้รักเปลี่ยนโลก ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เล่าเรื่องเดทแรกของทั้งคู่ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนผ่านแผ่นฟิล์มที่กำลังจะได้ติดตามในเร็ว ๆ นี้

อั้ม - นัท ยัน ฟ้าโปรดไม่ใช่ลูกบุญธรรม ยังรอลูกตัวเอง ไม่รีบ มาเมื่อไรเมื่อนั้น
อั้ม อภิชาติ /  ข่าว นัท มีเรีย

เห็นสองสามี-ภรรยา นัท มีเรีย และ อั้ม อธิชาติ โพสต์รูปน้องฟ้าโปรดออกสื่อบ่อยๆ จนทำหลายคนคิดว่าคู่นี้คงรอลูกตัวเองไม่ไหว จนรับน้องฟ้าโปรดเป็นลูกบุญธรรมไปซะแล้ว ล่าสุด ทั้ง อั้ม-นัท ก็ได้ออกมาบอกแล้วว่า ไม่ได้รับน้องฟ้าโปรดมาเป็นลูกบุญธรรม ซึ่งฟ้าโปรดเป็นลูกของลูกพี่ลูกน้องนัทอยู่แล้ว ตนก็รักเหมือนลูก ให้เรียกว่าลูกทูนหัวดีกว่า ส่วนลูกตัวเองเมื่อไรจะมีนั้น ตนไม่ได้รีบร้อนอะไรมาก็พร้อม ไม่มาก็พร้อม ถึงไม่มีลูกเราทั้งคู่ก็พอใจกับชีวิตตอนนี้อยู่แล้ว เรื่องลูกก็ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติดีกว่า ส่วนประเด็นที่บอกว่ามีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับเจ้าเวหา ตอนนี้ยังเป็นเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนตัวอะไร เรื่องการทำงานยังดำเนินไปตามปกติ มีการอัพเดททีมงาน และนักแสดงทุกคนว่าช่วงนี้เราทำอะไรอยู่ ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ทางเราก็ได้ช่วยเหลือนักแสดงเท่าที่จะช่วยได้ ส่วนเรื่องจะฟ้องร้องกับทางบริษัทเอเจนซี่ไหม ก็ขอให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายดูแล ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้ ยังไม่มีข้อสรุป น้องฟ้าโปรดหลานเป็นยังไงบ้างนัท : "น้องฟ้าโปรดตอนนี้ก็ขวบกว่าแล้ว กำลังน่ารัก เริ่มคุยเริ่มจำเสียงจำหน้าได้ ก็หลงอยู่ค่ะตอนนี้"อั้ม : "ลงรูปน้องเยอะ วันแม่เขาก็เอาพวงมาลัยมาไหว้ เวลาถ่ายรูปน้องจะอารมณ์ดี จะยิ้ม" เห็นว่าจะรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมนัท : "ไม่ได้รับเลี้ยงมาเป็นลูกบุญธรรมนะคะ เขาเป็นลูกของลูกพี่ลูกน้องนัทอยู่แล้ว เราเป็นญาติกัน แต่จริงๆก็รักเหมือนลูกเรานั่นแหละ เรียกว่าเป็นลูกทูนหัว" เริ่มอยากมีเป็นของตัวเองรึยังนัท : "ไปเรื่อยๆก่อน ใจเย็นๆไม่ได้รีบร้อน ถ้ามีเดี๋ยวก็มีเอง มีก็พร้อมไม่มีก็พร้อมค่ะ ตอนนี้ทุกอย่างดีหมดแต่เขายังไม่มาก็คือยังไม่มา เราสั่งไม่ได้ของแบบนี้ เรื่องอุปการะเด็กคงไม่รับค่ะ ตอนนี้เราก็มีน้องๆที่ส่งๆอยู่ มีความสุขกับชีวิตตอนนี้มาก ถ้ามีน้องมันก็จะดีขึ้นไปอีก แต่ถ้าไม่มีเราก็ค่อนข้างพอใจกับชีวิตตอนนี้แล้ว"อั้ม : "ไม่กดดันนะ การเกิดก็คือการเกิดวันนึงถ้าเขาก็จะเกิดมาใช้ชีวิตร่วมกัน ก็เป็นดวงชะตาของแต่ละคน เราก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ" เห็นคุณแม่อั้มชอบปฎิบัติธรรม มีได้ขอพรให้มีลูกไหมอั้ม : "ท่านก็ให้เรื่อยๆทุกที่แหละ แต่หลานสำหรับคุณแม่ก็เยอะแล้ว ท่านคงขออยากให้มีบ้างจะได้ทันน้องๆพี่ๆ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก แต่ท่านก็มีแนะนำตามประสาคนแก่ว่าไปไหว้ที่นั้นที่นี่สิ"นัท : "ตอนนี้มีคนบอกให้ไปขอพรเยอะมาก ก็ขอบคุณมากจริงๆสำหรับทุกท่านที่ให้กำลังใจกันมาเยอะ" เรื่องซีรีส์เจ้าเวหามีข่าวว่าจะเปลี่ยนผู้กำกับจริงไหมนัท : "ไม่มีค่ะ ทุกอย่างเหมือนเดิม" "แอนดริว"ได้มีการติดต่อมาบ้างไหมอั้ม : "คือให้เรื่องของการทำงานเราได้มีการแจ้งทีมงานและนักแสดงทุกท่านว่าช่วงนี้เราทำอะไรอยู่ หรือจะใช้คิวหรือไม่ใช้คิวก็จะอัปเดต" เมื่อวานที่ให้สัมภาษณ์ว่าทางเราได้จ่ายเงินชดใช้ค่านักแสดงไปบางส่วน แล้วทางบริษัทเอเจนซี่ฝ่ายนู้นได้ติดต่อมาหรือทราบข่าวไหมว่าเราจ่ายไปนัท : "ไม่รู้เลยค่ะ แต่ถ้ามีข่าวออกไปเขาก็คงรู้นะ"อั้ม : "เรื่องของคนอื่นเราไม่สามารถตอบได้จริงๆ เพราะก็ต้องให้เกียรติกับทุกๆท่าน เพราะฉะนั้นอะไรที่ช่วยเหลือได้ ผมก็พร้อมที่จะทำเท่าที่ความสามารถจะทำได้" ถ้าวันนึงทีมนักแสดงที่ยังไม่ได้รับเงินรวมตัวกันฟ้องร้อง เรามีความคิดเห็นยังไงอั้ม : "เอ่อ...เท่าที่ทราบตอนนี้ เรามีให้คำปรึกษาน้องๆนักแสดงอยู่ แต่รอให้ถึงวันนั้นดีกว่าว่าเขาจะทำอะไร ให้เขาเป็นคนออกมาพูดเองดีกว่า" เขามีรวมตัวอยากให้เราเป็นหัวหน้านำเรื่องฟ้องร้องไหมอั้ม : "ไม่ถึงขนาดนั้นครับ เอาเป็นว่าอะไรที่เราช่วยเหลือได้ก็ช่วยเหลือกัน จริงๆน้องๆนักแสดงทุกคนก็เหมือนเป็นพี่ๆน้องๆเรา" แล้วตัวเราเองจะฟ้องไหมอั้ม : "ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตดีกว่า แต่ ณ ตอนนี้ผมไม่สามารถพูดอะไรได้เยอะ ทุกอย่างเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายดูแล" บางกระแสบอกว่าละครเรื่องต่อไปอาจจะพับโครงการไปเลย เพราะมีปัญหาเยอะ อั้ม : "จริงๆอันนี้ยังไม่ทราบ ยังไม่มีการคุยกัน แล้วหน้าที่ของเราคือการผลิต เราก็เตรียมงาน และได้เรียนฝ่ายต่างๆไป ก็ต้องมีการประชุมว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง"นัท : "เมื่อวานให้สัมภาษณ์ไปแล้ว มันก็ประมาณนั้นจริงๆ ตอบค่อนข้างคลุมหมดแล้ว วันนี้ก็อนุญาตตอนแต่นี้เพราะเมื่อวานตอบไปเยอะแล้ว ตอนนี้เรื่องมันยังไม่มีข้อสรุป ถ้ามีจะแจ้งให้ฟังอีกครั้งนึงค่ะ" อั้ม - นัท อั้ม - นัท อั้ม - นัท อั้ม - นัท อั้ม - นัท - น้องฟ้าโปรด

เดือดระดับ 10 หนิง ฉะ! เพจกุข่าว นางร้าย ป. ปากปลาร้า สามีมีกิ๊ก
ข่าว หนิง ปณิตา /  นางร้ายในจอ

     เจอแบบนี้ก็ต้องเดือด! สิคู้ณณณณณ นางร้ายในจอ หนิง ปณิตา ถูกเพจกุข่าวพาดพิงอ้างเป็น "นางร้าย ป. ปากปลาร้า สามีมีกิ๊กตั้งแต่คลอดลูกใหม่ๆ" ระดับขุ่นแม่หนิงเจอแบบนี้ก็ไม่อยู่เฉยแน่นอน โพสต์ตอกกลับด่วนจี๋ ปลอม!! ถ้าจะเขียนขนาดนี้ใช้ชื่อจริงไปเลย!! และถ้าไม่แก้ไขก็จะดำเนินคดีทางกฏหมาย ดังนี้    "ถ้าจะเขียนขนาดนี้ใช้ขื่อจริงไปเลยคร่า เหมือนที่หนิงใช้ชื่อตัวเองจริงๆไปเม้นต์ในข้อความ แล้วถ้าจะเขียนแบบนี้กล้าๆหน่อยแสดงตัวตนชัดเจนกันไปเลย ไม่ต้องสร้างเพจปดปิดตัวตนออกมาด่าดาราแรงๆแบบนี้ เดี่ยวนี้เพจแรงๆด่าดารา สร้างกระแสให้คนไปอ่าน เพื่อขายโฆษณา ผุดเป็นดอกเห็ด บางเพจก้อน่ารักดี จิกกัดกันเบาๆ (บางครั้งส่วนตัวยังไปเม้นต์คุยด้วย) แต่นี่ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบรรยายได้ ... ปลอม .. เอาเป็นว่าดำเนินการแก้ไขภายในวันพรุ่งนี้มิฉะนั้นขออนุญาติดำเนินคดีตามกฎหมาย (อย่าคิดว่าใช้อักษรย่อจะไม่โดน) อ้อ!!!ฝากถึงคนที่คอมเม้นต์ ทุกคนมีสิทธิในการวิพากษ์วิจารถ้าใช้คำพูดที่ดี และมีมารยาท ส่วนตัวมักจะเก็บคำพูดที่คนตำหนิกับไปพิจรณาเสมอว่าจริงรึเปล่า เพื่อปรับปรุงแก้ไข แต่พวกที่เขียนด้วยวาจาหยาบๆก้อเอาเหอะ เอาที่สบายใจ !! ขอโทษนะ บังเอิญเป็นคนชัดเจน ใครดีมาดีตอบใครร้ายมาถ้าไม่มากไปพอให้อภัย แต่ถ้าแบบไม่รู้สำนึก เชิญ คิดเอาเองนะ"    โดยล่าสุดเพจดังกล่าวก็ได้มีการลบกระทู้ข่าวนี้ไปแล้ว แต่ทางสาวหนิงเองกำลังรออยู่ว่าจะมีการ "ขอโทษ" เธอด้วยไหม?? ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ningpanita และข้อมูลจาก NingPanita Fanpage หนิง โพสต์ฉะเพจกุข่าว   หนิง ปณิตา   หนิง ปณิตา   หนิง ปณิตา   หนิง และครอบครัว  

รวยเละ! ส.บอลจัดงานมอบเงินรางวัล,สนับสนุนช้างศึกยอดรวม 35 ล้าน
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

ทัพช้างศึกชื่นใจทั่วหน้าหลังรับทรัพย์ยอดเงินรางวัลเเละเงินสนับสนุนร่วม 35 ล้านบาท จาก 2 รายการผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายคัดบอลโลกเเละเเชมป์คิงส์คัพ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องพาโนรามา ชั้น 14 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดงาน มอบเงินสนับสนุนและเงินรางวัลแก่สต๊าฟฟ์โค้ชและนักฟุตบอลชายทีมชาติไทย ภายในงานมี พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, คุณรุ่งโรจน์ ขันชะลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, คุณขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริษัท ทรูวิชั่น กรุ๊ป จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด มหาชน, คุณศรีเทพ งามอัครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ รายา โรงแรม เดอะ รายา, คุณวัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าบริหารธุรกิจ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ไทยรัฐ กรุ๊ป, คุณสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตนเลียมชั้นปลาย สำหรับเงินสนับสนุนที่มอบให้กับนักฟุตบอลทีมชาติไทย และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช แบ่งเป็น 2 รายการ คือ เงินสนับสนุน 30,000,000 บาท ที่ทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย แบ่งเป็น 6 นัดๆ ละ 5,000,000 บาท โดยใช้อัตราส่วนแบ่ง นักกีฬา 70% (21,000,000 บาท) ผู้ฝึกสอน 30% (9,000,000บาท) และเงินสนับสนุน 5,000,000 บาท ที่คว้าแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 โดยใช้อัตราส่วนแบ่ง นักกีฬา 70% (3,500,000 บาท) ผู้ฝึกสอน 30% ( 1,500,000บาท) นักกีฬาที่ติดทีมชาติ ได้รับเงินรางวัล แยกออกตามจำนวนนัดที่มีรายชื่อ ดังนี้ ได้รับเงินสนับสนุน 1,217,400 บาท ประกอบด้วย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ธีราทร บุญมาทัน, สุทธินันท์ พุกหอม, ประทุม ชูทอง, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, สรรวัชร์ เดชมิตร, ศราวุฒิ มาสุข, ปกเกล้า อนันต์, ธีรศิลป์ แดงดา, มงคล ทศไกร ได้รับเงินสนับสนุน 1,014,500 บาท ประกอบด้วย สารัช อยู่เย็น, อดิศักดิ์ ไกรษร, ฉัตรชัย บุตรพรม, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, กรวิทย์ นามวิเศษ ได้รับเงินสนับสนุน 811,600 บาท ประกอบด้วย อดุล หละโสะ, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ทริสตอง สมชาย โด, ธนา ชะนะบุตร, ประกิต ดีพร้อม ได้รับเงินสนับสนุน 608,700 บาท ประกอบด้วย ประวีณวัช บุญยงค์ ได้รับเงินสนับสนุน 405,800 บาท ประกอบด้วย เอกชัย สำเร, พุทธินันท์ วรรณศรี, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้รับเงินสนับสนุน 202,900 บาท ประกอบด้วย ทศวรรษ ลิ่มวรรณเสถียร, อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์, จักรพันธ์ พรใส, สุริยา สิงห์มุ้ย, มิก้า ชูนวลศรี, สมพร ยศ, จักรพันธ์ แก้วพรม, ชนินทร์ แซ่เอี้ย, อุกฤษณ์ วงศ์มีมา, ศิลา ศรีกาปัง, ยุทธจักร ก้อนจันทร์ ขณะที่ทีมงานผู้ฝึกสอน ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน ดังนี้ ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ เสนำเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน จำนวน 1,189,800 บาท นายใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน จำนวน 840,000 บาท 
นายพรรษา มีสัตย์ธรรม ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน Goal จำนวน 840,000 บาท 
นายอภิสิทธิ์ ไข่แก้ว ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน จำนวน 322,200.00 
นายวิรัช วังจันทร์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน Goal จำนวน107,400 บาท 
ร.ศ.ดร.ดิษยา รัตนากร แพทย์ประจำทีม จำนวน 537,000 บาท Andy Schillinger Physiotherapy จำนวน 644,400 บาท นายวิฑูรย์ มิ่งขวัญ Physiotherapy จำนวน 537,000 บาท นายณฐกร ฉิมพาลี เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 291,500 บาท นายชาตรี แสงสว่าง เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 349,800 บาท นายสุรสิทธิ์ ทองสุข เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 291,500 บาท นายวิษณุพงษ์ ทองเจิม เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 291,500 บาท 
นายบัณฑิต เทียบทอง เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 291,500 บาท 
นายฉัตรชัย สวงขันธ์ เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 233,200 บาท นายพชร ชูสิน เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน116,600 บาท นายวัชรัตน์ จันทะวงษ์ เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 58,300 บาท 
คุณสาวิตรี ปี่แก้ว เจ้าหน้าที่ทีม จำนวน 58,300 บาท สำหรับฟุตบอลชายทีมชาติไทย เตรียมลงทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 พบกับทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ที่สนาม คิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559 และพบกับทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

สุดซึ้ง!! แจ๊ส ชวนชื่น ให้แหวนเพชรเม็ดเป้งเซอร์ไพรส์เมีย!!
แจ๊ส ชวนชื่น /  ข่าว แจ๊ส ชวนชื่น / 

  หลังสับขาหลอกออกมาโพสต์ว่าไม่มีอะไรจะเซอร์ไพรส์ให้ภรรยาที่เคารพรัก แจง ปุณณาสา ในวันครบรอบแต่งงาน 3 ปี (24ส.ค.) แต่ล่าสุด แจ๊ส ชวนชื่น ก็ทำซึ้งด้วยการเซอร์ไพรส์แรกในชีวิตให้กับภรรยาสาวคนสวย ด้วยการจัดเตรียมงานฉลองครบรอบวันแต่งงาน 3 ปีที่ประดับตกแต่งไปด้วยลูกโป่งสวยๆ และของขวัญวันครบรอบแต่งงานชิ้นพิเศษเป็นแหวนเพชรเม็ดเป้ง!!   ไม่วาย แจ๊ส ชวนชื่น ยังได้โพสต์ภาพบรรยากาศการเซอร์ไพรส์ ที่คุณภรรยาฉีกยิ้มจนแก้มปริด้วยความปลาบปลื้มดีใจ พร้อมกับแคปชั่น โคตรจริงใจตามสไตล์ตลกชื่อดังว่า   “ครบรอบแต่งงาน. 24. สิงหา. เซอร์. ไพร์ครั้งแรกของผม. รักนะ @jangjit”   พร้อมกับแคปชั่นติดตลกว่า “ฟินไปซิ. มึง นำ้ตากูทั้งนั้น. 555555555. @jangjit”   ส่วนด้านภรรยาสาว แจง ปุณณาสา ก็ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งที่คุณสามีที่รัก แจ๊ส ชวนชื่น ให้แหวนเพชรในวันครบรอบแต่งงาน 3 ปีทั้งที่เมื่อก่อนฝ่ายชายไม่มีเงินซื้อให้แต่รักกันด้วยใจว่า   “เมื่อสามปีที่แล้วยังจำได้แจ๊สไม่มีตังซื้อแหวนสวยๆให้นะ เราก็บอกว่าใส่อะไรก็ได้.แต่วันนี้เค้าไปจัดหาเตรียมทุกๆอย่างให้ พูดไม่ออกเลย อยากบอกว่าเลือกคนไม่ผิดจริงๆ @jazzpadung” ขอบคุณภาพจาก IG jazzpadung, jangjit, aonglipimsupra แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนช แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น เซอร์ไพรส์เมีย แจ๊ส ชวนชื่น วันครบรอบแต่งงาน

ละครเลือดรักทระนง , เรื่องย่อเลือดรักทระนง
ละครเลือดรักทระนง ช่อง3 /  ละครเลือดรักทระนง ตอนแรก / 

เลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย : นางแก้วบทโทรทัศน์โดย : ดนยา ทรัพย์ยิ่งออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครเลือดรักทระนง จะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ในขณะที่พุดกรอง (ธัญญาเรศ รามณรงค์) กำลังลำบากลำบนกับการเบ่งคลอดลูกนั้น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้านนอก ตำรวจกำลังล้อมจับเสือกาจ (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) เสือร้ายจอมโหดสามีของนางพุดกรองนั่นเอง และในทีสุดเสือกาจ ก็ถูกตำรวจจับตัวได้ ในจังหวะที่พุดกรองคลอดลูกออกมาสำเร็จเป็นลูกสาวเสือกาจไม่มีโอกาสที่จะลาเมียหรือเห็นหน้าลูกแม้แต่น้อย แต่นั่นก็เป็นไปตามความตั้งใจของพุดกรอง เพราะพุดกรองคือคนที่วางแผน ส่งสาส์นไปบอกตำรวจให้มาจับเสือกาจในวันที่เธอคลอดลูก และเมื่อเสือกาจถูกจับแล้ว พุดกรองก็ตั้งใจทิ้งลูกน้อยที่เพิ่งคลอดไว้กับนางกุเลา พี่สาวของเสือกาจ พุดกรองเกลียดเสือกาจ หลอกเธอว่าร่ำรวยจนหลงเชื่อ ทิ้งสามีเก่า และลูกมาอยู่ด้วย แต่เมื่อเสือกาจไม่ได้รวยอย่างที่หวัง และเธอยังตั้งท้องกับเสือกาจ โดยไม่ได้ต้องการ เธอจึงคิดตีจาก และกำจัดเสือกาจ และทิ้งลูกน้อยอย่างไม่ใยดี หญิงงามที่มีจิตใจโหดเหี้ยมโลภโมโทสันต์ อย่างพุดกรอง จะไม่ยอมให้ชีวิตต้องตรากตรำ อยู่กับความจนแน่นอน เธอตั้งใจมั่นว่าเธอต้องมีชีวิตที่สุขสบายเป็นคุณนายให้ได้ และเธอก็ได้นำพาชีวิตตัวเองไปพบสิ่งที่ตั้งใจไว้ เธอจึงเดินทางไปพบนางละมุด (รมิดา ประภาสโนบล) ญาติสาวที่เป็นบ่าวในคฤหาสน์นารายณ์ ณ คฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์ เลิศพาณิชย์ (ดอม เหตระกูล) คหบดีม่ายผู้มีจิตใจเมตตา อารีย์ ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไป พระศานต์ก็มอบหมายให้ แม่นิ่ม (รามาวดี นาคฉัตรีย์) ญาติของภรรยาเป็นแม่นมคอยดูแลราม ราชภักดี เลิศพาณิชย์ (ธนวรรธน์ วรรธนภูติ) บุตรชายคนเดียวเป็นอย่างดี ส่วนตัวคุณพระศานต์ เมื่อได้พบเจอกับพุดกรอง ที่ทำว่ามาเยี่ยมนางละมุดบ่าวในบ้าน นางพุดกรอง พยายาม ปั้นเสน่ห์ต่าง ๆ ให้คุณพระ ติดใจหลงใหล จนต้องขอแต่งงาน ตามแผนที่พุดกรองตั้งใจไว้ ข่าวการแต่งงานใหม่ของนางพุดกรอง รู้ถึงหูของเสือกาจที่ติดคุกอยู่ เสือกาจถึงกับคลั่งแค้น จนต้องพยายามแหกคุกออกมา หวังจะดูน้ำหน้าหญิงคนชั่วที่ทิ้งลูก และวางแผนให้เขาต้องติดคุกอยู่หลายปี เสือกาจออกมาหานางกุเลา และรับกระถิน (เดียร์น่า ฟลีโป) ลูกน้อยสายเลือดโจร ผู้อาภัพ ต้องถูกเลี้ยงดูแบบตกระกำลำบาก อด ๆ อยาก ๆ ไม่ได้รับการอบรม จึงมีนิสัยคล้ายเด็กผู้ชาย และดื้ออย่างมหาวายร้าย พูดจาหยาบคายทุกคำ เสือกาจมารับตัวกระถินเพื่อตามหาพุดกรองที่เมืองกรุงพูดกรองเมื่องแต่งงานอย่างสุขสบายเป็นคุณนาย และได้นางละมุดเป็นต้นห้องที่เรียกได้ว่านายว่าขี้ข้าพลอยในทุกเรื่อง แม้ว่าทุกคนจำต้องยอมรับ คุณนายคนใหม่ แต่รามก็ไม่ได้ยอมรับในตัวพุดกรอง วันนึงพุดกรองจำใจต้องพาสร้อยสน (ณัฐวรา วงศ์วาสนา) ลูกสาวคนแรกให้มาอยู่ด้วยเนื่องจากสามีคนแรกตาย และญาติของนายสนสามีคนแรกก็พาสร้อยสนมาทิ้งไว้ที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์เองก็ยินดีที่จะเลี้ยงดูสร้อยสนด้วยความเมตตา ละครเลือดรักทระนง รามเกลียดตัวพุดกรองจนรังเกียจมาถึงสร้อยสน ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ความเกลียดชังของราม แสดงออกมาอย่างที่คุณพระก็ห้ามไม่ได้ แต่แม่นมของราม คือแม่นิ่มจะคอยสอนเด็กชายให้มีใจกว้าง ๆ เป็นสุภาพบุรุษ ยอมรับในความสุขของบิดา และเอื้อเฟื้อทุกคนที่ต่ำต้อยกว่า แม่นิ่มเป็นผู้ที่อยู่ในศีล ในธรรม จึงดูแลและปกป้องคนในบ้านด้วยใจเมตตา แม่นิ่มมีต้นห้องชื่อจันทร์ (นฤมล พงษ์สุภาพ) ที่คอยช่วยเหลือเป็นหูเป็นตา เมื่อพุดกรองถูกรามเกลียดมาก ๆ นางจึงเกลียดตอบด้วย และคิดแค้นหาทางแกล้งราม และแม่นิ่มอยู่เสมอ เมื่อเสือกาจเดินทางมาถึง คฤหาสน์นารายณ์ เขาอ้างว่าเป็นพี่ชายมาหาพุดกรอง มาเข้าพบเข้ากับนางจันทร์ นางจันทร์หวังดีจึงนำความไปบอกพุดกรองต่อหน้าคุณพระ ทำให้พุดกรองออกมาพบ แต่พุดกรองก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่า คนที่มาคือ เสือกาจ และกระถิน พุดกรองไม่ยอมรับคนทั้งสอง และยังขับไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แม้ว่ากระถินจะเข้าไปหา และกอดตัวพุดกรองไว้ นางกลับสะบัด และถ่มน้ำลายใส่ ทำให้เสือกาจแค้นใจ เข้าตบตีทำร้ายกระถิน เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของรามที่แอบดูอยู่ เมื่อคุณพระศานต์ออกมาเห็นเหตุการณ์ เสือกาจก็จะเข้าทำร้ายคุณพระนายทด (กรุณพล เทียนสุวรรณ) ทนายความประจำตระกูล เข้าช่วยจะยิงเสือกาจตกน้ำหายไป กระถินตกใจร่ำร้องหาพ่อให้เป็นที่น่าเวทนานัก คุณพระสอบถามความจริงทั้งหมด แต่นางพุดกรองไม่ยอมรับ รามจึงออกมาเปิดเผยความจริงต่อหน้าคุณพระศานต์ คุณพระรู้สึกเวทนาสงสารกระถินน้อยผู้อาภัพ ที่แม่ไม่ใยดี จึงออกปากสั่งให้พุดกรองรับกระถินไว้ในอุปการะของคฤหาสน์นารายณ์ด้วย แล้วคุณพระจึงจะให้อภัยพุดกรองดังเดิม พุดกรองผูกใจเจ็บราม และรอเวลาที่จะชิงสมบัติทุกอย่างของรามให้ได้ กระถินถูกพุดกรองรังเกียจเดียดฉันท์ จนแม่นิ่มอดเวทนาไม่ได้ จึงรับเป็นผู้ดูแลขัดเกลา กระถินเอง กระถินจากเด็กทโมนให้กลายเป็นเด็กที่มีมารยาท และฉลาดเฉลียว เธอรักแม่นิ่มมากราวกับเป็นแม่แท้ ๆ เพราะเธอไม่มีใครในโลกให้รักอีกแล้ว แม่นิ่มสงสารที่กระถินมักจะถูกแม่แท้ ๆ และนางละมุดเองก็ชอบด่าว่า ว่าเป็นเลือดโจร แม่นิ่มสั่งสอนให้กระถินได้คิด และเอาดีให้ได้ ว่าจะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ซึ่งกระถินจดจำไว้เสมอ รามเห็นใจกระถินที่ถูกพุดกรองปฏิเสธ เขาจึงเอ็นดู และให้ความสนิทสนมกับกระถิน จนสร้อยสนน้อยใจเสมอ เพราะรามแสดงความรังเกียจสร้อยสน จนเธอเข้าหน้าเขาไม่ติดเลย ความรู้สึกของรามที่มีต่อกระถินค่อย ๆ พัฒนา และผูกพัน อย่างที่รามเองก็ไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันสองพี่น้องราชนิกูลบ้านใกล้เคียง ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ปานปรีย์ (อเล็กซ์ เรนเดล) และม.จ.บัวบูชา ปานปรีย์ (พิจิตรา สิริเวชพันธ์) ก็ไปมาหาสู่กับคฤหาสน์นารายณ์ตลอด โดยที่ท่านบรรณเอ็นดูกระถิน ให้ความสนิทสนมด้วย และยินดีที่จะอุปการะกระถิน ถ้าหากไม่มีใครต้องการ ทำให้รามหึงหวง ไม่ค่อยพอใจ พุดกรองเองอยากให้ท่านชายบรรณคบหากับสร้อยสน ก็ต้องผิดหวัง พุดกรองเริ่มเบื่อคุณพระที่แก่ขึ้นทุกวัน เธอจึงแอบลักลอบได้เสียกับนายทด ที่หนุ่มแน่นเข้าขากับเธอมากกว่ากระถินเริ่มโตเป็นสาวน้อย สดใส เรียนเก่ง ในขณะที่สร้อยสนเป็นเด็กหัวช้า จนต้องเรียนซ้ำชั้นกับกระถิน และมักจะทำอะไรไม่ได้ดังใจพุดกรอง ความฉลาดเฉลียวของกระถินเป็นที่ถูกใจคุณพระ คุณพระจึงให้กระถินมาคอยอ่านหนังสือให้คุณพระที่เจ็บออดๆ แอดๆ ฟัง พุดกรองเริ่มระแวงเพราะกระถินนั้น พอเริ่มเป็นสาวก็สวยคมสมส่วน เธอกลัวว่ากระถินจะประจบเอาใจคุณพระจนเธอหมดความหมายส่วนรามนั้น ความรู้สึกของเขาได้พัฒนาจนเป็นความรัก ความผูกพันต่อสาวน้อยกระถินอย่างจริงจัง คุณพระส่งรามไปเรียนต่อเมืองนอก ตามที่พุดกรองคาด และหวังไว้ คุณพระให้กระถินเป็นผู้เขียนจดหมายโต้ตอบกับรามแทนเขา โดยแอบหวังให้รามกับกระถินได้รักใคร่ชอบพอกัน กระถินไม่อยากถูกยัดเยียดให้ราม เธอถูกให้เขียนจดหมายให้เขา ตามหน้าที่ ส่วนรามก็รู้สึกสนุกที่จะได้เขียนโต้ตอบกับหญิงสาวที่ตนแอบรัก ละครเลือดรักทระนง ในระหว่างที่รามเริ่มถูกใจกระถิน สร้อยสนก็แอบชอบพอกับนิธิ (วัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ) หลานของทด ที่ทดส่งเสียให้เรียนหมอ เพราะนิธิจะมาคอยดูแล และตัวหนังสือให้สร้อยสน สร้อยสนแอบเห็นความสัมพันธ์ชู้สาวของทด และพุดกรอง เธอไม่สบายใจต่อการกระทำของแม่ จึงขอร้องให้แม่เลิกพฤติกรรมแบบนี้ แต่กลับถูกพุดกรองตบตี ด่าว่า และจับได้ว่าสร้อยสนแอบรักกับนิธิ พุดกรองไม่พอใจเพราะต้องการให้สร้อยสนได้กับราม เธอโกรธมาก ขอให้ทดไล่นิธิออกไปจากชีวิตสร้อยสน กระถินได้แอบรับรู้เรื่องราวทั้งหมด ทั้งพุดกรองกับทด สร้อยสนกับนิธิ เธอรู้สึกเป็นห่วงสร้อยสน และในขณะเดียวกันก็ผิดหวัง และสงสารคุณพระศานต์มากที่ถูกพุดกรองสวมเขา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเปิดโปงแม่แท้ ๆ ของเธอได้ลงคอ รามกลับมาเยี่ยมบ้าน คราวนี้เขาได้แสดงออกชัดเจนว่าชอบกระถิน ส่วนกระถินก็ยังไม่กล้าพอที่จะยอมรับ และไม่อยากให้ถูกจับคู่ง่าย ๆ รามจึงเข้าใจผิดคิดว่ากระถินมีใจให้กับท่านชายบรรณ ทั้งคู่จึงกระเง้ากระงอดกันอยู่เสมอ ปาริชาติหรือปูเป้ (ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) ลูกสาวพลตรีคร้าม (ทนงศักดิ์ ศุภการ) นายทหารใหญ่ถูกใจราม ตั้งแต่ที่พบกับบนเรืองตอนเดินทางกลับไทย ปาริชาติพยายามหาทางรู้จักราม และรุกด้วยการมาหารามถึงที่บ้าน สร้างความไม่พอใจให้พุดกรองเพราะคิดว่าปาริชาติจะมาเป็นเสี้ยนหนามของสร้อยสน และเมื่อปาริชาติรู้ความจริงว่าพุดกรองเป็นเพียงแม่เลี้ยงของราม ก็ไม่ให้ความเคารพ ปาริชาติวางท่ากร่างใส่ทุกคน และกระถินเองก็ไม่พอใจที่ปาริชาติก้าวร้าวต่อพุดกรอง กระถินออกโรงปกป้องพุดกรองจนมีเรื่องกับปาริชาติ จนรามต้องออกมาห้ามปราม และให้กระถินขอโทษต่อแขกผู้มาเยือน กระถินแอบน้อยใจที่รามตำหนิตัวเอง จนในที่สุดเธอก็รู้ตัวเองว่าเธอหลงรักรามนั่นเอง และยิ่งกระถินรู้ใจตัวเอง เธอก็ยิ่งหนีหัวใจของตัว ทำตัวออกห่างจากรามให้มากเพราะคิดว่ารามกำลังชอบพอกับ ปาริชาติ และรามก็พยายามหาโอกาสอธิบาย และปรับความเข้าใจกับกระถิน โดยมีแม่นิ่มเป็นตัวกลาง ที่รามพยายามมาปรึกษาเรื่องราวของหัวใจเสมอรามต้องกลับไปเรียนต่อที่เมืองนอก โดยที่ระหว่างนั้น ร่างกายของคุณพระศานต์ทรุดหนักลงทุกวัน รามสัญญาต่อคุณพระว่าจะรีบเรียนให้จบ และกลับมาดูแลกิจการแทนคุณพระโดยเร็ววัน รามฝากให้กระถินดูแลคุณพระผู้เป็นพ่อแทนเขา เพราะเขาไม่ไว้ใจใคร นอกจากแม่นิ่ม และกระถินเท่านั้น กระถินรีบรับปากว่าจะดูแล และปกป้องคุณพระเท่าชีวิตของตัวเองทีเดียว กระถินแอบจับได้ว่าพุดกรอง ร่วมกับทนายคดโกงเงินในบัญชีบริษัท และยังวางแผนจะแอบขโมย พินัยกรรมที่พระศานต์ทำขึ้น และปลอมแปลงขึ้นใหม่ เนื่องจากคุณพระต้องการยกสมบัติให้กับรามในฐานะทายาท ส่วนของพุดกรอง คุณพระกลับมอบให้กระถินดูแล กระถินตัดสินใจพูดห้ามปรามพุดกรอง แต่กลับถูกพุดกรองด่าทอและตบตี กระถินยอมให้พุดกรองตี เธอบอกว่าต่อให้พุดกรองตีเธอให้ตายไปต่อหน้า เธอก็จะไม่ยอมให้พุดกรองทำร้าย และโกงผู้มีพระคุณ อย่างคุณพระศานต์ กระถินถูกพุดกรองตบตีจนเจ็บไปทั้งตัว สร้องสนทนไม่ได้สงสารกระถิน กระถินขอร้องสร้อยสนว่าต้องไม่ยอมให้พุดกรองเนรคุณต่อผู้ชุบเลี้ยงให้ชีวิตมา เช่นคุณพระศานต์ สร้อยสนรับปาก ละครเลือดรักทระนง เมื่อรามกลับไปศึกษาต่อ คราวนี้ด้วยปาริชาตใช้เล่ห์มารยา ความเป็นผู้หญิง รามเสียท่าพลาดพลั้ง มีความสัมพันธ์กับปาริชาติ จนปาริชาติถือโอกาสย้ายเข้ามาอยู่กับรามให้รามรับผิดชอบ ปาริชาติจับได้ว่ารามกับกระถินเขียนจดหมายหากันตลอด เธอจึงเก็บจดหมายทั้งหมดของกระถินไว้ และแอบส่งรูปของเธอกับรามกลับไปให้กระถิน เพื่อนแสดงตัวว่าเป็นคนรักของราม กระถินเจ็บปวดมากเมื่อรู้ว่ารามคบกับปาริชาติไปแล้วและเมื่อพุดกรองรอวันให้คุณพระศานต์ ตายไปเองไม่ไหว เธอจึงคิดวางแผน วางยาคุณพระด้วยความร่วมมือของทด และละมุด คุณพระถูกวางยาจะร่างกายทรุดหนัก กระถินเริ่มเอะใจ เธอตามสืบจนพบว่า ละมุดใส่ยาในอาหาร และกระถินเองที่เป็นคนป้อนอาหารให้คุณพระกับมือ เธอพยายามจะพาคุณพระไปรักษา แต่สายไปเสียแล้ว ก่อนที่พระศานต์จะเสียชีวิต เขาขอร้องให้กระถินแต่งงานกับราม กระถินอึดอัดใจแต่ไม่กล้าขัดจึงรับปากตามที่คุณพระต้องการ รามได้รับข่าวร้ายการตายของคุณพระศานต์ ผู้เป็นบิดา เขารีบเดินทางกลับมาทันที หลังจากงานศพคุณพระผ่านไป สร้อยสนร่วมมือกับกระถิน ในการไม่ยอมรับพุดกรอง และทดที่ทำการโกงได้สำเร็จ สร้อยสนแอบดูพินัยกรรม ที่ทดทำขึ้นใหม่ เพื่อจะไว้ใช้หักหลังพุดกรอง โดยในพินัยกรรมระบุว่า ให้รามแต่งงานกับลูกสาวของพุดกรองจนมีทายาท ถึงจะมีสิทธิในสมบัติคนละครึ่งกับพุดกรอง แต่หากรามไม่ยอมแต่งงาน จะถือว่าสละสมบัติทั้งหมดให้พุดกรองแต่เพียงผู้เดียว รามโกรธจัดเรื่องพินัยกรรม เพราะพุดกรองบอกว่ารามต้องแต่งงานกับสร้อยสน แต่สร้อยสนวางแผนหักหลังพุดกรองโดยให้กระถินเข้าพิธีแต่งงานแทนตัวเอง รามจำใจคิดว่าต้องแต่งงานกับสร้อยสนเพราะต้องการรักษาคฤหาสน์ที่เป็นของแม่เขาไว้ รามพาลโกรธกระถินเพราะคิดว่ากระถินรู้เห็นเป็นใจกับพุดกรอง และรามไม่รู้ว่ากระถินเองก็โกรธเรื่องปาริชาติ เธอกับรามมีปากเสียงกัน จนในที่สุดกระถินรู้ว่ารามไม่น่าจะรู้เห็นเรื่องจดหมายของเธอที่เขียนไป และรูปที่ปาริชาติส่งกลับมาในงานแต่งงาน กระถินมาปรากฏตัวขึ้นในฐานะเจ้าสาวแทนสร้อยสนที่หายตัวไป กระถินประกาศต่อหน้าแขกเหรือที่มางานว่าตัวเองเป็นลูกสาวคนนึงของพุดกรองเช่นกัน ทำให้พุดกรองไม่พอใจที่รามได้ทั้งการแก้เผ็ดพุดกรอง และได้แต่งงานกับกระถินตามความต้องการอยู่แล้ว รามจึงประกาศยืนยันแต่งงานกับกระถินด้วยความเต็มใจ หลังจากพิธีแต่งงาน รามพยายามคาดคั้นกระถินเรื่องพินัยกรรม แต่กระถินไม่ยอมบอก ปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย เพราะเป็นสิ่งที่คุณพระศานต์ได้เคยขอร้องเอาไว้อยู่แล้ว รามจึงมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ากระถินมีบางอย่างที่เป็นความลับ และไม่ยอมบอกต่อเขา ละครเลือดรักทระนง รามได้ทียกให้กระถินเป็นคุณผู้หญิงของบ้านเพื่อลดบทบาทของพุดกรอง สร้อยสนแกล้งโกหกว่าเธอถูกกระถินจับขังตัวเอาไว้ พุดกรองเจ็บใจที่ถูกซ้อนแผนแย่งชิงอำนาจไป เธอจึงสั่งให้ทดหาทางกำจัดรามไปให้ได้เพื่อที่สุดท้ายแล้วเธอจะได้แย่งสมบัติจากกระถินมาเป็นของเธอ กระถินละอายที่ใช้วิธีชุบมือเปิบเข้ามาเป็นภรรยาของราม ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยายามเลี่ยงด้วยการเป็นภรรยาแต่เพียงในนามแต่ไม่ยอมเข้าหอกับราม ตรงกันข้ามกับรามที่ต้องการจะแต่งงานอยู่กินกับกระถินจริง ๆ เพราะเขารู้สึกว่ากระถินมีเรื่องอะไรบางอย่างปกปิดไว้อยู่ และเขาเชื่อว่าถ้าได้เป็นคน ๆ เดียวกันแล้วเขาจะปรามกระถินได้อยู่หมัด และกระถินจะไม่กล้ามีความลับกับเขาอีกจันทร์กับแม่นิ่มพยายามจะปราบพยศให้กระถินยอมย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับราม กระถินทำหน้าที่ภรรยาดูแลรามแบบตะขิดตะขวงใจ รามอยากให้กระถินยอมเป็นภรรยาของเขาด้วยความเต็มใจ กระถินเอาแต่เขินอาย และไว้ตัวจนกระทั่งเธอนึกได้ว่านายทด และพุดกรองอาจจะวางแผนเก็บรามอีกคน กระถินจึงยอมที่จะย้ายไปอยู่ห้องข้าง ๆ รามเพื่อจะได้ปกป้องเข้าได้อย่างใกล้ชิด รามแอบดีใจเพราะคิดว่ากระถินยอมใจอ่อนให้เขาแล้วแต่เขาก็รอเวลาให้เธอยินยอมพร้อมใจ รามถือโอกาสพากระถินไปฮันนีมูนที่หัวหิน ทดคิดจะใช้โอกาสนี้เก็บรามเสียเพื่อไม่ให้มีคนสงสัย ที่หัวหินรามกับกระถินต้องพักอยู่ห้องเดียวกัน กระถินยอมเป็นของรามด้วยความเต็มใจโดยมีแม่นิ่ม และจันทร์คอยลุ้นอยู่ทุกขณะจิต ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังดี่มด่ำกับห้วงรักในระหว่างฮันนีมูน ความรักของราม และกระถินกำลังจะไปด้วยดี แต่ปาริชาติ ก็ตามมาอาละวาดอีก ถือสิทธิ์ว่าเป็นภรรยาของรามอีกคน รามขอตัดขาดกับปาริชาติ ทำให้พลโทคร้าม พ่อของปาริชาติบีบบังคับทางการค้า ทำให้รามจนตรอก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไหนจะเรื่องของพุดกอง และทด ที่พยายามจะวางแผนฆ่าราม และกระถินเพื่อเอาสมบัติ เรื่องราวความรักของราม และกระถินจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชมกันต่อได้ในละคร เลือดรักทระนง ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร เลือดรักทระนง เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเลือดรักทระนง ธนวรรธน์ วรรธนภูติ รับบท ราม เลิศพาณิชย์เดียร์น่า ฟลีโป รับบท กระถิน ธัญญาเรศ รามณรงค์ รับบท พุดกรอง อเล็กซ์ เรนเดล รับบท ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ณัฐวรา วงศ์วาสนา รับบท สร้อยสนวัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ รับบท นิธิดอม เหตระกูล รับบท คุณพระศานต์ รามาวดี นาคฉัตรีย์ รับบท แม่นิ่มกรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ทดชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท ปาริชาติจักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบท เสือกาจพิจิตรา สิริเวชพันธ์ รับบท บัวบูชา ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง ละครเลือดรักทระนง

เชื่อมือ!อองรีเชื่อเป๊ปปั้นสโตนส์เป็นแบบปิเก้ได้
จอห์น สโตนส์ /  พรีเมียร์ลีก / 

เธียร์รี่ อองรี อดีตกองหน้าชื่อดังเชื่อว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะสามารถปั้น จอห์น สโตนส์ ให้เป็นยอดกองหลังอย่าง เคราร์ด ปิเก้ ที่บาร์เซโลน่าได้ปราการหลังวัย 22 ปีย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวเป็นสถิติถึง 47.5 ล้านปอนด์ ซึ่ง อองรี อดีตดาวเตะบาร์เซโลน่า และ อาร์เซน่อล ที่ตอนนี้เป็นนักวิเคราะห์เกมทางโทรทัศน์ ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าภายใต้การดูแลของเป๊ป จะทำให้ สโตนส์ จะสามารถพัฒนาตัวเองให้เป็นยอดนักเตะแบบ  เคราร์ด ปิเก้ ได้ เหมือนอย่างสมัยที่ เป๊ป เคยปั้นสามีของ ชากิร่า มาแล้วตอนที่ร่วมงานกันที่คัมป์นู

ถูกมองทะเลาะ ชาคริต เรียกงาน! วุ้นเส้น บอกไม่เดือดร้อนเรื่องเงินขนาดนั้น!!
วุ้นเส้น วิริฒิพา /  ชาคริต แย้มนาม / 

        พูดเลยว่าทริปญี่ปุ่นแฮปปี้มาก! สำหรับคู่สามีภรรยา วุ้นเส้น วิริฒิพา และ ชาคริต แย้มนาม ที่ก่อนหน้านี้ออกมายอมรับว่าชีวิตคู่กำลังมีปัญหาแต่ตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว และเพิ่งกลับมาจากทริปกระชับรักที่ญี่ปุ่น ล่าสุดมีข่าวเม้าท์ออกมาอีกว่า ทั้งคู่คืนดีกันนานแล้ว แต่สร้างกระแสทะเลาะเรียกอีเว้นท์ งานนี้ สาววุ้นเส้น เปิดใจระหว่างมาร่วมงาน "Brain & Eyes Exhibition by I-DEE" ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องสร้างกระแส ไม่คิดเอาเรื่องส่วนตัวมาปนเรื่องงาน เพราะเราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินขนาดนั้น!!             "ล่าสุดมีข่าวว่าคืนดีพี่คริตนานแล้ว แต่ยังสร้างกระแสเรียกงาน ไม่ใช่จริงๆ วุ้นว่าเรื่องนี้เหมือนเอาเรื่องส่วนตัวมาอยู่ในงาน มันควรจะเอามาปนกันให้น้อยที่สุดตามทัศนคติของวุ้น การเป็นดาราก็อยากให้แยกเรื่องงานก็คือเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว เข้าใจว่าพอมันเป็นข่าวแล้วก็ต้องทำใจและยอมรับให้ได้ เราก็ตอบได้เท่าที่เราตอบเราก็โอเค แต่ถามว่ามันจะทำให้เรางานเยอะขึ้นมั้ยมันก็ไม่ใช่หรอก เพราะเราก็ทำงานเท่าเดิมอยู่ดี อีเว้นท์น้อยกว่าเมื่อก่อนอีก ซึ่งเรารู้สึกว่ามันคงไม่เกี่ยว แต่ก็ดีตรงที่ได้โอกาสมาอธิบายว่าความจริงเป็นยังไง ก็โอเค"              "มีข่าวแบบนี้ก็ไม่นอยด์เรื่องปกติค่ะ คนก็มีสิทธิ์คิดได้หมดทุกอย่าง ก็ไม่เป็นไร ถ้ามีงานอีกก็ดี (ยิ้ม) เพราะจริงๆ ตอนที่วุ้นเป็นข่าวกับพี่คริตใหม่ๆ เค้าก็ติดต่องานเรามาก่อนที่จะเป็นข่าวอีก แต่ว่าช่วงอาทิตย์นี้หลังจากกลับมาจากญี่ปุ่นนี่แหละถึงมีคนติดต่อมาเยอะขึ้น ก็คงอยากจะอัพเดทมากกว่า แต่ถามว่าดีกันแล้วจะเรียกงาน ใครเค้าอยากจะเอาเรื่องนี้มาเล่น เราเองก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินขนาดนั้นไง ก็แล้วแต่ทัศนคติของแต่ละคนดีกว่า"              "จริงๆ งานอีเว้นท์เราก็นานๆ ออกทีอยู่แล้ว แต่พอช่วงไหนมีข่าวมันก็มีติดๆ กันบ้าง ซึ่งติดๆ กันก็ไม่ได้ทุกวัน แต่แป๊บๆ ก็จะหายไป วุ้นอยู่วงการมาเป็น 10 ปีแล้ว จะรู้ว่าช่วงนี้มีข่าว ช่วงนี้ไม่มีข่าวก็อาจจะซาลงไป แต่งานอื่นก็ยังมีเรื่อยๆ เพราะอีเว้นท์ไม่ใช่งานหลักของเราอยู่แล้ว เราต้องเลือกรับงานอยู่แล้วค่ะ แต่งานอีเว้นท์ที่ติดต่อเข้ามาส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานที่เหมาะกับเราอยู่แล้ว เราก็สามารถรับได้"              "ถ้าจะเรียกกระแสก็คงออกงานคู่ด้วยกันไปแล้ว คือเราไม่ได้คิดว่ามันจำเป็นไงอะไร อย่างที่บอกว่าอีเว้นท์ไม่ใช่งานที่ทำให้รวยได้ มันก็แค่เป็นงานหนึ่งที่มีเวลาก็มาออก ถ้าไม่มีข่าวยิ่งดีเลย นึกออกป่ะเพราะการที่ต้องมายืนตอบแบบนี้บางทีมันก็เหนื่อยนิดนึง แต่สุดท้ายแล้วเราอยู่ในวงการ เราก็เข้าใจ กลับมาจากญี่ปุ่นเราก็ยังทำงานหนักเหมือนเดิม ไม่ได้อยู่ด้วยกันมากขึ้นหรือน้อยลง ก็คืออยู่ด้วยกันเยอะสุดแล้วที่ญี่ปุ่น กลับมาก็ต่างคนต่างทำงาน กลัวว่าสุดท้ายมันจะกลับไปอยู่จุดเดิมมั้ยก็กลัวค่ะ แต่ประเด็นหลักมันก็มีหลากหลายไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เอาเป็นว่าทำทุกวันให้ดีไปก่อน ถ้ามีอะไรก็ค่อยแก้ไขกันไป"               "ส่วนเรื่องเจนสุดาเพื่อนเราว่ามีน้องแล้ว อันนี้ควรจะให้คุณเจนสุดาเป็นคนมาตอบมั้ยคะ ตอบแทนกันไม่ได้ค่ะ ไม่ใช่ท้องเรานะคะ ถ้าท้องเรา เราจะตอบได้ อันนี้ก็คือต้องถามเจนดูเองว่าไปถึงขั้นนั้นหรือยัง เดี๋ยวเค้าคงอัพเดทให้เร็วๆ นี้ แต่หวังว่าจะมีนะ เราไม่แน่ใจ แต่ก็หวังว่าจะมี และถ้ามีจริงๆ เราพูดแทนไม่ได้ อันนี้ให้เดาเองละกันว่ามีหรือไม่มี แต่มั่นใจว่าอีกไม่นานเดี๋ยวเจนเค้าคงออกมาบอกเอง ขออีเว้นท์ให้เจนเยอะๆ นะคะ (หัวเราะ)"              "เราอยากให้มีอยู่แล้วค่ะ ใครที่พร้อมเราก็สนับสนุน เพราะเราเองก็เข้าใจ เค้าอยากมีมากและพอได้มีจริงๆ ก็คงแบบแฮปปี้มาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่เค้าว่ามีหรือยัง กดดันมั้ยเหรอเพื่อนมีลูกกันหมดแล้ว ก็ไม่ค่อยอะไรมาก ทุกคนรู้ว่าเรายังไม่พร้อมจริงๆ" วุ้นเส้น กล่าว      วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น-ชาคริต   วุ้นเส้น-ชาคริต   วุ้นเส้น-ชาคริต