สามีตรีตรา

อาลัย!! 4 คนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ “มิตร-พุ่มพวง-บิ๊ก-ปอ”
ปอ ทฤษฎี /  ข่าวปอ ทฤษฎี ล่าสุด / 

เป็นสัจธรรมที่ว่ามีเกิดขึ้นก็ต้องมีดับไป และการสูญเสียที่เกิดขึ้นแก่คนในวงการบันเทิงที่ผ่านมาก็มีไม่น้อย แม้ตัวจะจากไปแล้วแต่พวกเขาได้สร้างความดี ความประทับใจ เป็นคนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ และยังคงอยู่ในใจเสมอ!!! ฮีโร่แห่งตำนาน “มิตร ชัยบัญชา” มิตร ชัยบัญชา เป็นตำนานที่น่าจดจำสำหรับฮีโร่วีระบุรุษชุดดำขวัญใจมหาชน ซึ่งโด่งดังในบทของ อินทรีแดง มิตร ชัยบัญชา เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงไทยช่วงปลายปี 2499 และเป็นพระเอกภาพยนตร์ไทยในช่วง พ.ศ.2500 – 2513 รวมผลงานในขณะนั้น 266 เรื่องจากทั้งสิ้น 300 กว่าเรื่อง ซึ่ง มิตร ชัยบัญชา มีผลงานการแสดงที่โดดเด่นมากและหลากหลายทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นบทบู๊ รัก ตลก หรือ ดราม่า เขาทำได้หมด มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีแดง เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2513 มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตขณะถ่ายทำฉากโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายจากภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง ในภาพยนตร์ชุด อินทรีแดง เรื่องที่ 6 ที่ มิตร ชัยบัญชา แสดงในบท โรม ฤทธิไกร หรือ อินทรีแดง โดยเขาตกลงว่าจะแสดงฉากนี้ด้วยตัวเอง แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคและแรงกระตุกของเครื่องบิน ทำให้เขาไม่ได้เหยียบบนบันได ต้องโหนตัวอยู่เป็นเวลานาน และได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการใช้ข้อมือซ้ายเกี่ยวพันกับบันไดลิง แต่เชือกบากข้ดมือจนเกือบขาด เขาจึงตัดสินใจแกะเชือกที่รัดข้อมือแล้วปล่อยตัวลงมา โดยตั้งใจว่าจะลงสู่บึง แต่ด้วยแรงลมทำให้เขาตกลงมากระแทกพื้นตรงจอมปลวก จากความสูง 300 ฟุต เสียชีวิตทันที มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีทอง ศพของ มิตร ชัยบัญชา ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแคนางเลิ้ง หลังจากครบ 100 วัน มีการพระราชทานเพลิงศพโดยได้ย้ายจากวัดแคนางเลิ้งไปวัดเทพศิรินทร์ มีประชาชนหลั่งไหลไปร่วมงานกว่า 3 แสนคนมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และได้มีการตั้งศาลบริเวณ หาดจอมเทียน พัทยาใต้ สถานที่ที่ มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต และได้มีการปรับปรุงสร้างรูปหล่อของ มิตร ชัยบัญชา ในชุดอินทรีทอง ไว้ที่ศาลด้วย หลังจากนั้นช่วง พ.ศ.2549 – 2550 มีการรวมใจสร้างอนุสรณ์สถานมิตร ชัยบัญชา พร้อมหุ่นไฟเบอร์กลาส ที่บ้านไสค้าน จ.เพชรบุรี บ้านเดิมของ มิตร ชัยบัญชา ฮีโร่ในตำนานด้วย มิตร ชัยบัญชา มิตร ชัยบัญชา โปสเตอร์ภาพยนตร์ มิตร ชัยบัญชา ราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือ ผึ้ง นักร้องเพลงลูกทุ่ง เจ้าของฉายา ราชินีลูกทุ่ง ผู้มีน้ำเสียงไพเราะ โดดเด่น จำเนื้อเพลงได้โดยที่เธอไม่รู้หนังสือ และยังเป็นแม่แบบให้กับนักร้องรุ่นหลัง แม้จะไม่ได้เรียนและอ่านหนังสือไม่ออก แต่ความจำดีเยี่ยม เริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่างๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย พุ่มพวง ดวงจันทร์ เมื่อไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน และได้เห็นความสามารถของผึ้งจึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง แก้วจ๋า โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ และได้แยกออกจากวงดนตรีของไวพจน์ ไปอยู่วงดนตรีอื่นๆ ในเวลาต่อมา ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง มนต์ เมืองเหนือ รับเป็นลูกศิษย์ และเปลี่ยนชื่อให้เป็น "พุ่มพวง ดวงจันทร์" ได้รับบันทึกเสียง และได้ตั้งวงดนตรีเป็นของตนเองมีเพลงดังมากมาย อาทิ หนูไม่รู้, หนูไม่เอา, ตั๊กแตนผูกโบว์ ฯลฯ และมีงานภาพยนตร์หลายเรื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวงได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ในปี พ.ศ.2521 จากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ช่วงบั้นปลายของชีวิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ป่วยเป็นโรตไตขั้นรุนแรง จนต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวทะเลาะกับสามี ไกรสร แสงอนันท์ กระทั่ง พุ่มพวง ย้ายตัวมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช พบว่าเธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอี หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต ในเวลาต่อมาแพทย์เจ้าของไข้ได้เปิดเผยว่าอาการของพุ่มพวงดีขึ้น แต่ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์ จึงพาพุ่มพวงไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ที่ จ.พิษณุโลก หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช พุ่มพวงก็เกิดอาการช็อกและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบในวันที่ 13 มิ.ย.2535 พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้มีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีการสร้างหุ่นพุ่มพวง ตั้งอยู่ในศาลาริมสระน้ำ วัดทับกระดาน ซึ่งมีการจัดงานรำลึกถึงพุ่มพวงทุกปี ช่วง 13-15 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของเธอ และได้มีการนำชีวิตของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ มาสร้างเป็นละครและภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ หุ่นขี้ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ “บิ๊ก ดีทูบี” บอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่น บิ๊ก ดีทูบี บิ๊ก อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ หนึ่งหนุ่มบอยแบนด์ในสมาชิกวงดีทูบี ค่าย อาร์เอสฯ เข้าสู่วงการด้วยการประกวดร้องเพลงโครงการ Panasonic Star Challange และมีผลงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณาตามลำดับก่อนจะมาเป็นสมาชิกวงดีทูบี ขณะที่วงดีทูบี กำลังโด่งดังถึงขีดสุด บิ๊กเกิดประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ส่วนตัวตกคูน้ำย่านศรีนครินทร์ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 ซึ่งบิ๊กมีอาการน้ำคำท่วมปอด แต่การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี บิ๊กสามารถทักทายแฟนเพลงได้อีกครั้งด้วยการชูสองนิ้วสู้ตาย พร้อมการเขียนเป็นตัวอักษรบอกแฟนๆ ว่า "ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงครับเจอกันแน่นอนครับ" ก่อนที่บิ๊กจะอาการโคม่า บิ๊ก ดีทูบี แพทย์ตรวจพบเชื้อรา Scedosporium ในสมอง ซึ่งโอกาสรอดชีวิตมีเพียง 0.01% เท่านั้น และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ปาณรวัฐ ซึ่งเป็นชื่อขอพระราชทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มีความหมายว่า "ผู้มีชีวิตอยู่ตามคำขอ" เพื่อเป็นศิริมงคล บิ๊ก ดีทูบี ภายหลังการรักษาด้วยวัคซีนเฉพาะโรคและได้รับกำลังใจอย่างมากมาย บิ๊กรอดชีวิตและออกจากห้องไอซียูในเวลาต่อมา แต่กลายเป็นเจ้าชายนิทราซึ่งสร้างความเศร้าโศกแก่แฟนเพลงเป็นอย่างมาก บรรดาแฟนคลับต่างทั้งสวดมนต์ พับนกกระเรียน และทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้บิ๊กกลับมา แต่เบื้องหลังการดูแลบิ๊กทั้งหมดก็คือ นายอุดมและนางยุพา กิตติกรเจริญ คุณพ่อคุณแม่ของ บิ๊ก ที่อยู่เคียงข้างลูกชายเสมอ บิ๊ก ดีทูบี สุดท้าย บิ๊ก ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2550 ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดทางปอดที่โรงพยาบาลศิริราช หลังเป็นเจ้าชายนิทราจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ถึง 4 ปี ด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น ในช่วงที่เขาโด่งดังถึงสุดขีด บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี "ปอ ทฤษฎี" พระเอกนิสัยดีตลอดกาล ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2523 เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนายแบบโฆษณา กระทั่งได้รับรางวัลสุดยอดหนุ่มคลีโอ ปี 2004 ทางบางกอกดราม่า ค่ายละครของช่อง 3 เห็นแววจึงเรียกเข้าไปแคสงาน หลังจากผ่านการแคสติ้งได้เข้าเรียนการแสดงกับช่อง 3 และได้เล่นละครเรื่อง “ลิขสิทธิ์หัวใจ” เป็นเรื่องแรกโดยแสดงคู่กับ แพท ณปภา ตันตระกูล ในนามของ Power 3 และมีผลงานละครอย่างต่อเนื่อง 30 เรื่องด้วยกัน สำหรับละครที่โด่งดังสร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็คือเรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา, ทัดดาว บุษยา, ดาวเรือง, ต้มยำลำซิ่ง ซึ่งละครเรื่อง “สาวน้อยร้อยล้าน” กำลังออนแอร์ในปัจจุบัน และละคร “ท่านชายกำมะลอ” มีกำหนดออนแอร์ในปี 2559 นี้ ปอ ทฤษฎี และจากการรับบทหนุ่มบ้านๆ จากละคร ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ปอ ทฤษฎี จึงได้รับฉายาว่า “พระเอกภูธร” และ ปอก็ยังค้นพบตัวเองหันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำอาชีพชาวนาจริงๆ จนได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นพระเอกติดดินใช้ชีวิตไม่ฟุ้งเฟ้อ ปอ ทฤษฎี นอกจากนี้ ปอ ทฤษฎี ยังมีผลงานอื่นๆ อีกมากมายทั้งงานร้องเพลง งานภาพยนตร์ พากษ์เสียงภาพยนตร์ ละครเวทีอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "นางเสือง" และละครเพลงกลางแจ้ง "พระมหาชนก เดอะ ฟีนอมินอลไลฟ์โชว์" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ปอ ทฤษฎี ในเดือนสิงหาคม 2558 ปอ ทฤษฎี รับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งด้วยโรคไข้เลือดออก และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2558 อาการของ ปอ ทฤษฎี ทรุดหนักเข้าขั้นวิกฤติ เกิดภาวะตับวายและไตวายเฉียบพลัน มีภาวะตกเลือดอย่างมากในโพรงเยื่อหุ้มปอดข้างซ้าย มีอาการหายใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์จึงใช้เครื่องมือฟอกไต และเครื่องมือพยุงการหายใจนับตั้งแต่นั้น และได้มีการตัดขาเหนือข้อเท้าข้างซ้าย ตัดปอดซ้าย และรับการผ่าตัดเป็นระยะๆ เพื่อพยุงอาการตามลำดับ ปอ ทฤษฎี แต่ต่อมาอาการของ ปอ ทฤษฎี ก็ทรุดลงอย่างหนักเนื่องจากการติดเชื้อที่ปอดข้างขวา ลุกลาม จนสุดท้ายร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษา และเสียชีวิต ณ โรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2559 เมื่อเวลา 11.50 น. ก่อนวันเกิดของ ปอ ทฤษฎี อีก 5 วันก็จะครบอายุ 36 ปีบริบูรณ์ พิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ร่างของ ปอ ทฤษฎี ได้ถูกนำไปทำพิธีที่วัดกลางอารามหลวง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีประชาชนมาร่วมแสดงความไว้อาลัยอย่างหนาแน่น และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 24 ม.ค.2559 ทั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประทานผ้าไตร - ดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ด้วย ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ขณะที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล โบว์ แวนดา ภรรยาสาว ได้พา น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ซึ่งเป็นลูกสาวของ ปอ ทฤษฎี มาเยี่ยมอยู่เสมอ ซึ่ง ปอ ทฤษฎี ยังไม่เคยเปิดเผยภรรยาและลูกต่อหน้าสื่อมาก่อนสร้างความเซอร์ไพร้สให้แฟนละครไม่น้อย แต่ความน่ารักของน้องมะลิก็ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจมหาชนไปซะแล้ว และแม้พระเอกหนุ่มจะลาจากไปแล้ว แต่ความดีที่ ปอ ทฤษฎี ได้เคยทำไว้ ค่อยๆ หลั่งไหลพรั่งพรูให้เราได้รับรู้และถือเป็นแบบอย่างในการทำดีต่อไป... ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ - โบว์ แวนดา ขอบคุณภาพจาก www.thaifilm.com, FB พุ่มพวง ดวงจันทร์, บิ๊ก ดีทูบี อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ, IG portid

หวั่นอันตราย! จับ
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย "อาตูร์" ฆ่าหั่นศพ นอนคุกวันแรก ไม่เครียด นอนหลับ กินได้ จับแยกขังเดี่ยวหวั่นอันตราย วันนี้ (11 ก.พ.) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังผัดแรก นายอาตูร์ เซการ์รา ปรินเซป หรือ นายอาร์เทอร์ อายุ 37 ปี ชาวสเปน ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ทรมาน ฆ่าคนตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ และรีดเอาทรัพย์สิน จากการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวสเปน และนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น โดยตลอดทั้งคืน นายอาตูร์ ถูกจับแยกขังเดี่ยวในแดนแรกรับของเรือนจำ เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องอาจเกิดอันตรายได้ โดย นายอาตูร์ รับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่เครียดอะไร อีกทั้ง ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรือนจำได้ปฏิบัติกับผู้ต้องหา ตามระเบียบของเรือนจำเหมือนคนอื่น สำหรับความคืบหน้าทางคดีในวันนี้ (11 ก.พ.) คาดว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะทำการสรุปผลการตรวจพยานหลักฐานที่เก็บมาได้จำนวนหลายชิ้น และทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด  เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

ไทม์ไลน์ฉบับย่อ หลังเตียงหัก จับผิดสำนวนปมแฉ 'ทับทิมนอกใจปลื้ม'
คลิปเสียง /  ทับทิม / 

ไม่เป็นอันทำอะไร สำหรับนักสืบออนไลน์ที่พากันตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับกรณีมีบุคคลปริศนา ออกมาแฉเรื่องราวใต้เตียงของคู่ ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ซึ่งเหลือเพียงร่องรอยความสัมพันธ์ของความเป็น 'เพื่อน' แต่เรื่องนี้ เห็นทีจะไม่จบลงง่าย ๆ เนื่องจาก มีความไม่ชอบมาพากล ที่ไม่อาจไม่เล็ดลอดสายตานักสืบโซเชียลเหล่านี้ไปได้ จึงมีการนำเอากระทู้ ที่มีการเผยแพร่เรื่องราวผ่านเว็บไซต์พันทิป ในเชิงที่สื่อว่า  ทับทิม มัลลิกา นอกใจ ปลื้ม พร้อมงัดหลักฐานมามัดตัวฝ่ายหญิงเป็นคลิปเสียง ที่มีการแชร์สนั่นโลกออนไลน์ ว่ากระทู้ดังกล่าว มีสำนวน การใช้ภาษาคำว่า 'ละ' แทนคำว่า 'และ' คล้ายสำนวนภาษา ที่ปลื้ม ใช้โพสต์บรรยายภาพ หรือโพสต์ลงในสื่อโซเชียลส่วนตัวดังนี้ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- ส่วนกรณีเรื่อง ชายปริศนา ชื่อคังเหว่ย ที่เข้ามาพัวพันในเรื่องดังกล่าว มีการผูกโยงไปถึงนักร้องชื่อดังตัวอักษรย่อ ช. ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันไปทั่วโลกออนไลน์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุคคลปริศนา อ้างเป็นน้อง ปลื้ม แฉสนั่นออนไลน์ 'ทับทิม' อดีตภรรยา พร้อมแนบคลิปเสียงยัน เกิดการแชร์เรื่องราวของปมดราม่า อดีตคู่สามีภรรยา ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา หลังจากที่ทั้งคู่ออกมายอมรับว่า 'เตียงหัก' พร้อมทั้งลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อน โดย สาวทับทิม ขอลาออกจากรายการ VRZO พร้อมทั้งมีการปล่อยภาพแฉฝ่ายชาย เกี่ยวกับหญิงสาวมือที่ 3 ซึ่งฝ่ายชายยืนยันว่าไม่มีเรื่องเกินเลย พร้อมทั้งกล่าวว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่นำเรื่องมาประติดประต่อกัน เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น มีประเด็นต่อคือ มารดาของ ปลื้ม สุรบถ ได้โพสต์รูปภาพผ่านไอจีส่วนตัว แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ตนกำลังเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 6 กระทง เกี่ยวกับการกระทำของอดีต 'ลูกสะใภ้' จนเกิดกระแสวิพากษ์ไปทั่วทุกสารทิศ กระนั้นวานนี้เพจ Black Hat โพสต์คลิปเสียงหญิงสาวปริศนา พร้อมเช็คอินสถานที่ "พัฒนาการ 46 สัมภาษณ์งานรายการ VRZO VRZO VRZO!!!!!" ซึ่งหญิงสาวลึกลับในคลิปบอกเล่าความสัมพันธ์ของตนเองกับหนุ่มปริศนา ฟันธงเสียงหญิงสาวคนในคลิปว่า เหมือนกับ สาวอักษรย่อ บต. หนึ่งในทีมงานรายการ VRZO ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้ปิดทุกช่องทางออนไลน์ ส่วนตัวไปแล้ว ยังไม่จบเพียงเท่านั้น วันนี้ มีการแชร์ภาพ แคปเจอร์ ของเรื่องราว ที่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์พันทิปของ 'บุคคลปริศนา' ที่อ้างตัวว่าเป็นน้องคนหนึ่งของปลื้ม พร้อมทั้งแฉเรื่องราวของอดีตภรรยา ถึงความไม่เป็นธรรม ที่สังคมรุมประณามฝ่ายชายแต่ฝ่ายเดียวหลังจากที่ทั้งคู่เลิกกัน IG : tubtimofficial พร้อมกันนี้ยังได้แฉเรื่องราวว่า 'ขณะที่พี่ปลื้มคบกับพี่ทับทิมจะมีผู้ชายแอบคุยในLINEตลอด พอพี่ปลื้มจับได้ก็จะทำเป็นโชว์ว่าจะเลิกคุยๆแต่สุดท้ายก็ยังแอบคุยกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าที่เป็นดารา หรือคนเก่าๆที่เคยเป็นข่าว เวลาทะเลาะกันพี่ทับทิมก็จะชอบโทรหาให้ผู้ชายมารับและหายไปสองวัน พี่ปลื้มจับได้ตั้งแต่เริ่มคบกับพี่ทับทิมใหม่ๆแล้วแต่ยังไม่ยอมเลิกจนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นกิ๊กเก่าและชอบขับรถมารับละหายไปเป็นวันๆเป็นดาราอักษรนำ "ช" ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายที่ทำให้ความอดทนทั้งหมดของพี่ปลื้มหมดไปนี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 (ซึ่งพี่ทับทิมกับพี่ปลื้มยังไม่เลิกกัน) เหตุการณ์เกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านตลาดนัดรถไฟ ซึ่งพี่ทับทิมกับผู้ชายชื่อ คังเหว่ยได้ไปทำเรื่องน่าเกลียดกันในร้านแห่งนั้นในมุมมืดๆ แต่ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าร้านนั้นมีกล้องวงจรปิด ตอนนั้นผมได้ไปช่วยงานที่ร้าน...ที่อยู่ตรงแถวนั้นพี่ทับทิมจึงlineมาหาผมและส่งข้อความเสียงมาตามข้างล่างนี้่' https://youtu.be/5G_LjDEJZPE อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทู้ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากเว็บไซต์แล้ว แต่กระนั้น เรื่องดังกล่าวกลับไม่รอดพ้นมือดี บันทึกเรื่องราวเอาไว้ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่า จะมีการออกมาชี้แจงความจริงเรื่องดังกล่าวจากทั้งคู่หรือไม่ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป... ที่มา nantapat.paru

อยู่ก่อนแต่ง เวิร์คมั้ย หากว่าคุณกำลังคิด ที่จะหอบผ้าไปอยู่กับผู้ชายเฉยๆต้องอ่าน
ความรัก /  ธรรมเนียม / 

หากว่าคุณกำลังคิด ที่จะหอบผ้าไปอยู่กับผู้ชายเฉยๆ ลองมาดูความเชื่อเกี่ยวกับการ อยู่ก่อนแต่ง กันค่ะ ..... " ธรรมเนียม อยู่ก่อนแต่ง " หอบผ้าไปอยู่ด้วยกันเฉยๆ เป็นธรรมเนียมตะวันตกที่คนไทยหันมาทำตามฝรั่งกันให้เกร่อ อันที่จริงสมัยนี้คงหาสาวบริสุทธิ์ได้ยากเย็นเต็มที แต่ผู้หญิงที่เคยมีแฟนมาแล้วกับเคยผ่านการอยู่กินกับผู้ชายเฉยๆ มาแล้ว ดีกรีความรุนแรงย่อมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะผ่านการมีเซ็กส์มาแล้วทั้งสองกรณีก็ตาม เผื่อจะช่วยให้มองเห็นข้อดีข้อเสียได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อยากรู้จักกันให้ลึกซึ้งก็ต้องอยู่ด้วยกัน .......บางคู่แต่งงานกันมาเป็นสิบปียังมีเรื่องให้ช็อคให้แปลกใจกันบ่อยๆ นับประสาอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน เพราะฉะนั้นมันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกค่ะ แค่หอบผ้ามาอยู่ด้วยกันก็คิดว่ารู้จักกันดีแล้วงั้นหรือ เราเรียนรู้คนได้ทุกวัน อย่าว่าแต่สิบเดือนเลย แม้แต่สิบปีก็ยังเรียนรู้กันไม่หมด การอยู่ก่อนแต่งช่วยให้เรียนรู้กันและกันได้บางเรื่อง แต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง ข้อแตกต่างของการแต่งงานและการอยู่ด้วยกันเฉยๆคือ การแต่งงานเป็นการผูกมัดกันไปตลอดชีวิต...ต่อให้ไปกันไม่รอดก็เถอะ ส่วนการอยู่กินด้วยกันเฉยๆผูกมัดกันแค่ปีเดียวเท่านั้น ความมั่นคงและมั่นใจในกันและกันยังมีน้อย แถมยังมองข้อดีข้อเสียของกันและกันด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงกว่าปกติ ถ้าหึงก็หึงกว่าปกติ ในขณะที่คู่แต่งงานจะรู้สึกผ่อนคลาย ไม่มีอารมณ์หรืออคติที่รุนแรงเกินเหตุ .......ถ้าอยากเรียนรู้นิสัยส่วนตัวกันจริงๆต้องออกเดินทางไปพักผ่อนไกลๆด้วยกัน ยิ่งหลายวันยิ่งดี ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะๆ ไม่จำเป็นต้องหอบผ้าย้ายมาอยู่กับเขาให้เปลืองตัว เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ได้ผลดีจริงๆ ... อยากเสมอภาคและทันสมัยต้องอยู่ก่อนแต่ง เป็น ความคิดที่ผิดมหันต์ มีผลการศึกษาสรุปออกมาแล้วว่า การแต่งงานนั้นยุติธรรมและเสมอภาคกว่าการอยู่กินกันเฉยๆ เช่น ผู้ชายแต่งงานแล้วจะเอาใจใส่ดูแลลูกมากกว่าผู้ชายที่อยู่กินกันเฉยๆ ข้อดีของการอยู่กินกันคือ ผู้หญิงจะรู้สึกว่าสามารถควบคุมชีวิตตัวเองได้และมีอิสระได้เป็นตัวของตัว เองมากกว่า ส่วนผู้ชายที่อยู่ด้วยกันก็จะทำงานบ้านน้อยกว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้ว ยิ่งเรื่องเงินด้วยละก็ ความรับผิดชอบจะน้อยกว่าผู้ชายที่เป็นสามีอย่างน่าใจหาย ทำให้เขากลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปโดยปริยาย ผิดกับสามีซึ่งจะแสดงพาวเวอร์ทางการเงินกับภรรยา เพื่อแสดงความเป็นผู้นำครอบครัวอันภาคภูมิใจ สำหรับผู้ชายที่อยู่กินกันเฉยๆ นอกจากเราต้องออกเงินในส่วนของตัวเองแล้ว เวลาเลิกกันเราอาจจนลงกว่าเดิม เพราะไม่มีเงินเก็บสะสม ผิดกับการหย่า อย่างน้อยยังได้ค่าเลี้ยงดูหรือทรัพย์สินอะไรติดไม้ติดมือบ้าง ... แต่งงานเมื่อพร้อมมีลูก แล้วเมื่อไรวันนั้นจะมาถึงเล่าคะคุณขา ถ้าเขาไม่อยากมีลูกละ แล้วเราก็รอจนแก่เกินแกง หมดวัยมีลูกน้อยไว้เชยชม...น่าเศร้ามาก การอยู่ก่อนแต่งเป็นตัวถ่วงทำให้เสียเวลาช่วงวัยเจริญพันธุ์ไปอย่างน่า เสียดาย "เคล็ดลับรับมือ อยู่ก่อนแต่ง" อย่าอยู่เกินหนึ่งปี ถ้าหวังได้แต่งงานกัน ยอมรับความจริงให้ได้ว่า ระยะเวลาหนึ่งปีนั้นนานพอที่เราจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ดังนั้นถ้าเราต้องการแต่งงานแต่เขาไม่...ก็ควรปลีกตัวออกมาดีกว่า ผลที่ตามมาหลังจากนั้นอาจมีสองทางคือ เขาจะคิดถึงเรามากจนต้องคัมแบ็ค หรือไม่ก็หายหัวไปเลย ซึ่งในกรณีหลังนี้เป็นทางออกที่ดี เพราะถึงอย่างไรเราคงไม่อยากร่วมชีวิตกับผู้ชายคนนี้อีกต่อไปแล้ว เลียนแบบชีวิตแต่งงานให้เหมือนที่สุดด้วยการแชร์งานบ้าน ไม่ควรทำตัวเป็นแจ๋วรับงานบ้านมาทำเองทั้งหมด การทำแบบนี้จะทำให้เขากลายเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวไปโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นอย่าสร้างนิสัยเห็นแก่ตัวให้เขา ความสัมพันธ์ที่ดีต้องเสมอภาคกัน มีอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และเคารพให้เกียรติกัน ไม่แข็งกร้าวใส่กัน โปรดอย่าลืมว่า เราได้สร้างนิสัยหลายอย่างขึ้นมาในระหว่างอยู่กินด้วยกันเฉยๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหลังจากแต่งงานแล้ว ทำตัวในแบบที่เราภูมิใจในตัวเองดีกว่าค่ะ ตั้งเป้าหมายร่วมกัน อย่าอยู่ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ลองหันมาฟังและยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ แม้ว่าเป็นสิ่งที่เราไม่อยากฟังนัก ถ้าเขาบอกว่า ยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน หรือไม่เคยคิดจะแต่งงาน ก็อย่าหลอกตัวเองหรืออยู่ด้วยความหวังลมๆแล้งๆว่า สักวันเขาคงเปลี่ยนใจ ถ้าเราต้องการคนซื่อสัตย์ ให้สังเกตพฤติกรรมตอนอยู่กินด้วยกันคือ ถ้าเราได้น้อยกว่าที่ต้องการ ก็อย่าจมปลักอยู่กับเขานานเกินไป ถึงแม้แต่งงานกันแล้ว ก็อาจจบด้วยการแยกทางกันชัวร์ เพราะการแต่งงานเปลี่ยนนิสัยคนได้ยาก ควรเชื่อในสิ่งที่เห็นและรู้สึก ทำความเข้าใจให้ชัดเจนไปเลยว่าเราต้องการอะไร และควรแชร์เป้าหมายในชีวิตด้วยกัน เวลาจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าจุดมุ่งหมายของเราและเขาคืออะไรกันแน่ การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นเพียงวิธีหนึ่งในการได้เรียนรู้กันและกัน .......ถ้าการอยู่ก่อนแต่งไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมกับเรา ก็ยังมีวิธีอีกมากมายในการเรียนรู้ว่า นี่คือ "ความรักยืนยงหรือแค่ความหลงชั่วคราว"   .

เปิดปากผู้ชาย 10 ประการ เบื้องหลังการ นอกใจ
คู่สมรส /  ชีวิตคู่ / 

   เปิดปากผู้ชาย 10 ประการ เบื้องหลังการ นอกใจ      ปัญหาการ นอกใจ ของคู่สมรส เป็นเรื่องที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่วันนี้เราจะมาเปิดเผยอีกหนึ่งความจริงที่น่าสนใจ ว่าเบื้องหลังการนอกใจนั้น มันมีอะไรแฝงอยู่บ้างมาฝากกันค่ะ ความจริงข้อที่ 1 ผู้ชายส่วนมากยังคงรักภรรยาของตนอยู่แม้จะนอกใจไปแล้ว การนอกใจของผู้ชายไม่ได้เกิดขึ้น เพราะพวกเขาไม่รักภรรยาของตนเองอีกแล้ว แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อพวกผู้ชายไม่พึงพอใจสภาพที่เป็นอยู่ในบ้าน เช่น เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ เหนื่อยกับการเลี้ยงลูก รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ฯลฯ เมื่อมีใครบางคนเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายนี้ไปได้ ก็เลยทำให้เขาพลาดพลั้งนอกใจภรรยาไปนั่นเอง แนวทางป้องกันคือ สามีภรรยาต้องหาเวลาดีๆ ร่วมกันบ้าง รวมถึงเวลาดีๆ ในช่วงค่ำคืนด้วย คนสองคนต้องหาโอกาสคุยกันถึงเรื่องดีๆ อนาคตดีๆ ที่จะสร้างร่วมกัน ฯลฯ เพื่อที่ว่าคนของเราจะได้มีเป้าหมาย ไม่ต้องไปสร้างเป้าหมายนี้กับคนอื่น ความจริงข้อที่ 2 ผู้หญิงที่เขาปันใจให้มักเป็นคนใกล้ตัว ภรรยาควรทราบไว้ว่า เพื่อนสมัยเด็ก เพื่อนสมัยเรียน แฟนเก่า น้องที่ทำงาน เด็กฝึกงาน คือ ผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆ ไม่ใช่สาวในผับในบาร์แต่อย่างใด เพราะคนที่จะเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับสามีของคุณได้ อย่างน้อยก็ต้องมีความสัมพันธ์ดีๆ กันมาก่อน เช่น อาจเคยช่วยเหลือกันมาสมัยเรียน หรือสมัยทำงาน ทางที่ดีคือ พยายามทำให้สามีรู้สึกว่าคุณสำคัญต่อเขา และมีดีเหนือกว่าเพื่อนร่วมงานของเขาให้ได้ ความจริงข้อที่ 3 การนอกใจอาจแค่คลายเครียด การนอกใจภรรยาที่เกิดขึ้นกับผู้ชายนั้น ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขาไม่รู้จะแก้ไขความสัมพันธ์ในบ้านที่มันย่ำแย่อย่างไร ดังนั้น เขาจึงออกไปหา “บางสิ่งบางอย่าง” จากข้างนอก เผื่อว่า มันจะสามารถทดแทนสิ่งที่ครอบครัวไม่สามารถให้กับเขาได้นั่นเอง ความจริงข้อที่ 4 ผู้ชายก็รู้สึกผิดที่นอกใจภรรยา ภรรยาไม่ได้ร้องไห้น้ำตานอง เสียใจแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้ชายเองก็รู้สึกผิดกับการกระทำของตนเองเช่นกัน ความจริงข้อที่ 5 คนนอกใจภรรยามักจะดีกับภรรยาเป็นพิเศษ ดีเป็นพิเศษในที่นี้เช่น ขยันทำการบ้านบ่อยๆ ซึ่งภรรยาที่ใกล้ชิดกับสามีมักสังเกตความผิดปกตินี้กันได้แทบทุกคน ความจริงข้อที่ 6 ผู้หญิงก็นอกใจไม่แพ้ผู้ชาย การศึกษาของมหาวิทยาลัยอินเดียนา ระบุว่า ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างก็พบเจอปัญหาการนอกใจได้พอ ๆ กัน แต่เหตุผลที่ใช้ในการนอกใจนั้นแตกต่างกัน เพราะผู้หญิงที่นอกใจนั้นมักเป็นเรื่องของการขาดที่พึ่งทางอารมณ์ และการไม่ได้รับความพึงพอใจในชีวิตคู่ แต่ผู้ชายมักเกี่ยวกับความต้องการทางเพศเป็นหลัก ความจริงข้อที่ 7 ภรรยามักจับพิรุธสามีได้เสมอ ไม่จำเป็นว่าสามีเป็นคนดัง หรือคนธรรมดาทั่วไปแล้วจะมีผลต่อการจับพิรุธของภรรยา เพราะภรรยาส่วนมากมักมีเซนส์เรื่องนี้กันอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นเรดาร์กันเลยก็ว่าได้ ความจริงข้อที่ 8 การนอกใจมักจบลงด้วยการคืนดี แม้จะไม่เสมอไป แต่โดยมาก การนอกใจก็ทำให้หลายคู่หันกลับมาคืนดี รวมถึงแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองเพื่อรักษาครอบครัวให้คงอยู่ได้ ผู้ชายเอง หลังจากหันไปสนใจกับความสัมพันธ์ใหม่ (ที่น่าตื่นเต้นกว่า) สักพักก็จะเริ่มรู้สึกตัวว่า ใครคือคนที่เขาอยากอยู่ด้วยมากที่สุด (ซึ่งมักเป็นภรรยา ไม่ใช่ชู้รักใหม่แต่อย่างใด) และเริ่มรู้สึกว่า ผู้หญิงที่เขาปันใจให้นั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ดีหรือสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ความจริงข้อที่ 9 แม้จะกลับมาคืนดีกับภรรยาแล้ว ผู้ชายอาจยังไม่ลืมผู้หญิงคนนั้น น่าเศร้าที่ข้อนี้ก็เป็นความจริงที่ต้องยอมรับด้วยเช่นกัน เพราะในการเผลอใจมีอะไรๆ กับหญิงอื่นนั้นอาจมีบางสิ่งบางอย่างที่เขาลืมไม่ลงซ่อนอยู่ นั่นจึงทำให้เขาอาจย้อนนึกถึงได้ (แม้เขาจะกลับมาคืนดีกับภรรยาแล้วก็ตาม) ความจริงข้อที่ 10 คนที่นอกใจจะสำนึกถึงความผิดที่ทำลงไปเสมอ เมื่อได้กลับมาคืนดีกัน และสร้างครอบครัวใหม่อีกครั้งหลังการนอกใจนั้น สามีทุกคนรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะเขาได้สร้างบาดแผลครั้งใหญ่กับภรรยาและลูกๆ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานในการเยียวยาให้ดีขึ้น และสิ่งนั้นคือผลที่ผู้ชายรักสนุกทั้งหลายต้องยอมรับมันให้ได้ ทางที่ดี สำหรับใครก็ตามที่กำลังจะมีประเด็นชู้สาวเข้ามาในชีวิต ก็กล้าหาญกับชีวิตสักหน่อย ยอมรับสักนิดว่าตนเองมีภรรยาและลูกแล้ว ไม่ต้องอ้างปัญหาในครอบครัว เพราะคนที่มีครอบครัวคนไหนๆ ก็ต้องเจอปัญหาเสมอ รวมถึงสาวๆ ถ้ารักจะส่ง SMS หาคนที่มีภรรยาแล้วก็ต้องบอกตัวเองให้รักษาหน้า รักษาชื่อเสียงครอบครัววงศ์ตระกูลเอาไว้บ้าง ดีกว่าปล่อยให้ภรรยาเขาเก็บหลักฐานฟ้องเรียกค่าเสียหายให้อับอายนะคะ เราขอบอกว่า...หาผู้ชายโสดๆ เถอะค่ะ... ขอบคุณข้อมูลดดีจาก... WomansDay.com/pooyingnaka.com

คลื่นความเย็นซัด 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ปชช. หนาวยะเยือก
ColdSnaps2016‬ /  Snow Challenge / 

คลื่นความเย็นพัดเข้าทางตอนเหนือของประเทศ 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ประชาชนสวมเสื้อหนาว-ผิงไฟ สภาพอากาศของเมือง ชิมลา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เย็นลงอย่างรวดเร็วในช่วงวานนี้ หลังจากมีหิมะตกอย่างหนักผ่านไปเพียง 1 วัน ซึ่งความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน มีหิมะตกหนักเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้ทางเชื่อมต่าง ๆ ถูกตัดขาด โดยประชาชนต้องสวมเสื้อกันหนาวหนาหลายชั้น และพยายามรักษาความอบอุ่นด้วยการอยู่ใกล้กับกองไฟนอกจากนี้ยังมีหิมะตกอย่างหนัก ที่เทือกเขาปีปัญจาล ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ กั้นระหว่าง 2 รัฐ โดยทางการสั่งให้มีการปิดถนนหลังจากที่หิมะตกหนัก ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหิมะรุนแรงครั้งนี้หลายรัฐ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- กรมอุตุนิยมวิทยา เผย วันที่ 4 - 6 ก.พ. นี้ ภาคเหนืออุณภูมิลดลง 3 - 6 องศาฯ ส่วนภาคใต้ฝรตกแห่งบางแห่ง กทม. มีหมอกตอนเช้า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ในช่วงวันที่ 6 - 8 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ส่วนพยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 17.00 น. วันนี้ - 17.00 น. วันพรุ่งนี้ มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 - 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เก็บตกลมหนาว ประมวลภาพปรากฏการณ์ยะเยือกในเอเชีย ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส 25 ม.ค. 2559 ประชาชนสวมใส่เครื่องแต่งกายกันหนาว เดินตามท้องถนน พนักงานรักษาความปลอดภัยบนรถไฟฟ้า บีทีเอส สวมใส่เสื้อกันหนาว ในวันที่ 25 ม.ค. 2559 แม่ค้าขายอาหารข้างทาง สวมใส่เครื่องแต่งกาย เพื่อป้องกันความหนาว กทม. 25 ม.ค. 2559 เวียดนาม 25 ม.ค. 2559 ไต้หวัน 25 ม.ค. 2559 ปากีสถาน 25 ม.ค. 2559 ฟุกุโอะกะ ญี่ปุ่น 25 ม.ค. 2559 ญี่ปุ่น 26 ม.ค. 2559 ชาวบ้านในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ถูกขังอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากผลกระทบจากพายุหิมะถล่ม  ข่าวต่างประเทศ รายงานผลกระทบจากพายุหิมะในสหรัฐฯ กรณีที่นาย ชอว์ หยิน และ เฮเลน หลิว สามีภรรยา ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ไม่สามารถออกจากบ้านได้ หลังจากที่เปิดประตูบ้านมาเจอกำแพงหิมะสีขาวหนาหลายเมตร กลบทางเข้าออกจนมิด จากนั้นทั้งคู่ รีบโทรเรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือโดย แต่โชคร้ายที่สภาพอากาศอันเลวร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกระทั่งเมื่อกู้ภัยมาถึง พวกเขาต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงเพื่อขุดหิมะออกจากหน้าประตูบ้านได้ในที่สุด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาวแท้-เทียมแห่แชร์กระแสใหม่ ฝรั่งล่ำแก้ผ้าท้าหนาว โดดใส่หิมะสนั่นโซเชียล  หากคุณอาศัยอยู่ในประเทศ หรือเมืองที่อากาศหนาวอุณหภูมิติดลบ ถึงขึ้นหิมะตก แน่นอนว่าคุณจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าหนา และพยายามไม่ออกไปอยู่ในที่ที่อากาศหนาว แต่ไม่ใช่สำหรับ ชาเลนจ์รอบใหม่ ซึ่งเป็นการท้าหนาวที่ต้องใช้ความ 'สตรอง' สุด ๆ จนทำให้ ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ เป็นแคมทเปญที่ดูเด็ก ๆ ไปเลย หลังจากกระแส ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ ซาไป ในช่วงที่วิกฤตอากาศหนาวกระจายตัวไปทั่วโลกเช่นนี้ ได้เกิดไวรัลระลอกใหม่เกิดขึ้น นั่นก็คือ สโนว์ ชาลเลนจ์ (Snow Challenge) ซึ่งเป็นการท้าทายให้เพื่อน ๆ ออกมาสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น หรือชุดว่ายน้ำ พร้อมทั้งออกนอกบ้าน เพื่อเผชิญกับอากาศหนาวติดลบ และมีหิมะปกคลุมทั่วพื้นที่ จากนั้น ผู้รับคำท้า จะต้องกระโดด พุ่งตัวลงสู่กองหิมะ เผชิญกับอากาศหนาวยะเยือก นอกจากนี้ ยังมีการแชร์คลิปฝรั่งแซ่บในแคมเปญด้งกล่าว จากเพจ สมาคมนิยมฝรั่งล่ำ ที่รวบรวมเอาหนุ่มหล่อ หุ่นดี ซึ่งกำลังปฏิบัติภาระกิจ สโนว์ ชาลเลนจ์ ทำให้มีผู้เข้าไปกดไลท์ และ แชร์คลิปดังกล่าวต่อออกไปราว 8 พันครั้ง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สลดใจ ! สหรัฐฯ ประชาชนเสียชีวิตเฉียดครึ่งร้อย จากผลพวงของปรากฏการณ์พายุหิมะถล่ม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะถล่มอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 48 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหัวใจวายฉับพลัน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สื่อชิลีเผยแพร่ภาพขณะคลื่นยักษ์สูง 5 เมตรซัดเข้าฝั่งเมืองวีญา เดล มาร์ ซึ่งความรุนแรงของคลื่น ทำให้รถที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงตะแคงข้าง สาเหตุสาเหตุของการเกิดคลื่นสูงครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากที่ ชิลีเผชิญพายุรุนแรงซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งยังเกิดอุทกภัย บ้านเรือนราว 15,000 ต้องเผชิญกับไฟดับราวชั่วโมง ทั้งนี้คลื่นยักษ์ สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ ไฟทาง และแผงกั้นจราจรจำนวนมาก จนกระทั่งทางการต้องนำธงแดง มาปักไว้เพื่อเตือนภัยบริเวณชายหาดตลอดแนว พร้อมทั้งมีคำ สั่งห้ามประชาชนลงว่ายน้ำในทะเลอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งปิดถนนบริเวณหน้าหาด อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก BBC Thai ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกิดประเด็นร้อนแรง ที่มีการพูดถึงเรื่องหิมะในประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ อุณหภูมิลดลงในช่วง 1-2 วันอย่างเห็นได้ชัด ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิภัยพิบัติแห่งชาติ คาดว่า อีก 3-4 วันอากาศจะร้อนขึ้น และเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์จะเข้าสู่ฤดูร้อน โดยสาเหตุที่ในช่วงนี้มีอากาศหนาว มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน ปรากฎการณ์เอลนินโญ และการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำอุ่น ทำให้เกิดสภาพอากาศที่เรียกว่า 'หนาวสองชั้นอากาศ' คืออากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือ และลมแรงกระทบพื้นที่สูงมากผิดปกติ ส่งผลให้ลมหนาวลงมาถึงภาคใต้ตอนบน เมื่อพูดถึงกรณีที่จะมีหิมะตกในประเทศไทย ได้ความว่า หากอุณหภูมิพื้นผิวโดยปกติต้องต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสอย่างดอยอินทนนท์ แต่ที่เห็นในภาพโซเชียลเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว หรือเพียงแต่เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้งเท่านั้น แต่นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นปรากฏการณ์หิมะตก เพราะอุณหภูมิไม่ต่ำมากพอ และหากอุณหภูมิติดลบฝนที่ตกลงมาก็จะกลายเป็นหิมะได้ สนับสนุนข้อมูลโดย springnews ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ในทุก ๆ ปี เมืองคาสโนยาสค์ เมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นไซบีเรียน ประเทศรัสเซีย จะมีการจัดเทศกาลประจำปี โดยสมาชิกของสโมสรว่ายน้ำราว 300 ชีวิต จะออกมาว่ายน้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ เพื่อท้าอากาศหนาวในช่วงที่อุณหภูมิติดลบ ด้วยเหตุผลอันน่าประหลาดใจ โดยสมาชิกสโมสรดังกล่าว จะมีวัยตั้งแต่ ต่ำกว่า 1 ปี ไปจนถึง 79 ปี โดยส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ทั้งนี้สมาชิกบางคนได้ให้เหตุผลว่า การอาบน้ำด้วยน้ำเย็นยะเยือกเช่นนี้ ส่งผลดีต่อสุขภาพของพวกเขา ทั้งยังมีการกล่างอ้างว่า กิจกรรมนี้ ช่วยให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ เผยว่า กิจกรรมนี้ช่วยผ่อนคลาย และเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปี น้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ จะกลายเป็นน้ำแข็งปีละหลายเดือน เนื่องจากสถาพอากาศที่หนาวเหน็บติดลบราว ๆ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นอากาศที่หนาวเหน็บและสามารถคร่าชีวิตคนได้เลยทีเดียว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ชาวเมืองในรัสเซีย ผจญอากาศหนาวสุดขั้ว อุณหภูมิ ติดลบ 50 องศา ยาวนานกว่า 280 วัน ล่าสุด 'บีบีซีไทย' ได้นำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของชาวเมืองในรัสเซียที่อุณหภูมิต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียส ในเมืองโนรีลส์ก แคว้นไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ซึ่งเมืองนี้ เป็นหนึ่งในเมืองที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล หรือ เส้นสมมุติบริเวณขั้วโลกเหนือที่ลากขนานกับเส้นศูนย์สูตร ในเมืองดังกล่าว เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ถูกค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เช่นแร่จำพวก นิกเกิล ทองแดง และโคบอลต์ ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษเป็นวงกว้าง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนมาตั้งถิ่นฐานด้วยเช่นกัน โดยสภาพอากาศที่นั่นจะหนาวจัดตลอดเวลา อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -9 องศาเซลเซียส มีฤดูหนาวยาวนานถึง 280 วัน อุณหภูมิในฤดูหนาวอาจถึง -58 องศาเซลเซียส โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในเมืองดังกล่าว ราว ๆ 170,000 คน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทะเลสาบและหาดโคลนในเอเชียตะวันออกกลายเป็นน้ำแข็ง วิกฤตอากาศหนาวรุนแรงในรอบศตวรรษ สำนักข่าว บีบีซี รายงานข่าว วิกฤตอากาศหนาว ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทวีปเอเชีย ที่ล่าสุด ในเกาหลีใต้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบนท้องถนน จากสภาพอากาศที่เลวร้าย ตามเกาะและท่าอากาศยานกลายเป็นอัมพาต เพราะเกิดพายุหิมะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ ออกคำเตือนกรณีที่คลื่นอากาศหนาวในกรุงโซลเมืองหลวงของประเทศ รุนแรง ทั้งอุณหภูมิในเมืองหลวงยังลดลงถึง -18 องศาเซลเซียสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่มา koreaherald ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกาหลีใต้เผชิญสภาพอากาศหนาวเฉียบพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยหนาว ในกรุงโซล ครั้งแรกในรอบ 5 ปี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ได้เกิดคลื่นความเย็นพาดผ่านประเทศเกาหลีใต้ ทำให้อากาศในกรุงโซล หนาวจัดอย่างฉับพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ ต้องประกาศเตือนภัยสภาพอากาศหนาวในเมืองหลวง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดย อิทธิพลของคลื่นความเย็น ทำให้อุณหภูมิอากาศในกรุงโซล เริ่มหนาวเย็นมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งวัดได้ ถึงลบ 16 องศาเซลเซียสและวันที่ 24 ม.ค. วัดได้ถึงลบ 18 องศาเซลเซียส โดย สำนักอุตุฯ เกาหลีใต้ คาดว่า อุณหภูมิอากาศในกรุงโซลในช่วงอย่างน้อย 2-3 วันข้างหน้า จะมีอุณหภูมิอากาศลดต่ำสุด ที่ระดับต่ำกว่าลบ 15 องศาฯ ในตอนเช้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ออกมาโพสต์รูปภาพแสดงอุณหภูมิที่ลดลงในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อกันหนาวออกมาทำงานนอกบ้าน ขณะที่สื่อในเอเชีย รายงานว่าปีนี้มีหิมะตกในหลายประเทศ อาทิ เวียดนามที่มีหิมะปกคลุมไปทั่วภูเขาสูงที่ซาปา ทั้งกว่าครึ่งประเทศมีอากาศหนาวปกคลุม โดยอุณหภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปรากฏการณ์หิมะตก แต่ในปีนี้นับปีที่มีหิมะตกปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลอดหลายๆ ปี นอกจากนี้ สปป.ลาว มีรายงานว่าหิมะตกหลังอุณหภูมิติดลบ 3 องศาฯ ใน จ.หัวพัน มีการแพร่ภาพถ่ายเกล็ดหิมะปกคลุมเป็นหย่อมๆ เบาบาง แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้ สร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ทางฝั่ง ไต้หวัน ที่โดยปกติไต้หวันจะมีหิมะตกเฉพาะในเขตภูเขาสูงระดับพันเมตรแต่คราวนี้มีหิมะตกในระดับความสูงเพียง 400 ม.เท่านั้น ทั้งอุณหภูมิยังลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศหนาวแล้วถึง 15 คน ในเขตซินไถเป่ยและไท่หยวน ส่วนทางด้าน จีน ทางตอนใต้ ที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้น รวมถึงในช่วงฤดูหนาว อากาศในพื้นที่ไม่หนาวจัด แต่ในปีนี้แปลกกว่าทุกปี เนื่องจากในมณฑลกวางตุ้งประสบกับคลื่นความหนาวรุนแรง เกิดน้ำแข็งจับตัว โดยวานนี้ นครกว่างโจวเกิดหิมะตกครั้งแรกในรอบ 60 ปี ทำให้ประชาชน ออกมาเล่นตุ๊กตาหิมะกันอย่างสนุกสนานในวันนี้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ อุณหภูมิที่ลดต่ำลง เกิดจากคลื่นกระแสลมหนาว ได้เคลื่อนตัวลงมาถึงเขตที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น ทว่าโดยปกติมักไม่หนาวจัดถึงจุดเยือกแข็งหรือเกิดหิมะตก แต่ในปีนี้บางประเทศในอาเซียนกลับมีอากาศเย็นยะเยือกจนน้ำค้างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ฉุน! จุดประทัด 'ตรุษจีน' เสียงดังกระหน่ำยิงเพื่อนบ้านสาหัส
จุดประทัด /  ฉลองตรุษจีน / 

เกิดเหตุวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้าน บาดเจ็บสาหัส 2 ราย หลังไม่พอใจจุดประทัดฉลอง 'ตรุษจีน' เสียงดัง เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุชายวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในหมู่บ้านริมสวน หมู่ 4 ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี ที่เกิดเหตุอยู่หน้าบ้านเลขที่ 98/196 เบื้องต้นทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บคือนายณัฐธวัช คงธนศิลป์ และนางศิริวรรณ คงธนศิลป์ สามี-ภรรยา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเกษมราษร์ บางใหญ่ ผู้ก่อเหตุคือนายธนิน หรือไปร์ สังข์รุ่ง อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 มม.จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืน ขนาด .38 มม. จำนวน 11 ปลอก รอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบถาม นายธนิน รับสารภาพว่า เนื่องจากไม่พอใจที่นายณัฐวัช จุดประทัดไหว้เจ้าเสียงดัง ตนจึงใช้อาวุธปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 6 นัด ขณะที่ตนจะเดินเข้าบ้านนายณัฐธวัช ได้พูดจาท้าทายตนว่า อย่าเก่งแต่ยิงขึ้นฟ้า ตนจึงยิงใส่ไป 1 นัด แต่กระสุนไปโดนนางศิริวรรณ เข้าที่ขาซ้าย ระหว่างนั้นนายณัฐธวัช ได้วิ่งเข้ามาหาตน เพื่อแย่งอาวุธปืน ตนจึงยิงปืนใส่นายณัฐธวัช อีก 4 นัด ก่อนที่นายณัฐธวัช จะล้มลง หลังก่อเหตุตนได้หลบเข้าไปสงบสติอารมณ์ในบ้าน ก่อนจะออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ผจญสงครามทวยเทพ และ อภิมหาอสุรกาย ในตัวอย่างซูเปอร์โบลว์จาก Gods of Egypt
Gods of Egypt /  I Robot / 

เป็นหนังที่เตรียมทำเงินถล่มทะลายรับต้นปีของค่าย ไลอ้อนเกตส์ ได้เลย สำหรับสงครามทวยเทพแห่งอียิปต์อย่าง Gods of Egypt ของผกก. อเล็กซ์ โพรยาส จาก I,Robot ที่ล่าสุดได้ปล่อยตัวอย่างรับเทศกาล ซูเปอร์โบล์ว ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยในตัวอย่างใหม่ความยาวนาทีกว่าๆเผยทั้งฟุตเทจใหม่จากฉากแอ็คชั่น และรวมไปถึงเหล่าอสุรกายที่จะมาปรากฏกายเป็นคู่ปรับให้แก่พระเอกในเรื่องนี้ด้วย ตัวหนังมีพระเอกหนุ่มอย่าง เจอราร์ด บัตเลอร์ รับบทนำในบท เทพเจ้าเซ็ธ ตัวร้าย ร่วมด้วย นิโคไล คอสเตอร์ วัลดาอู จาก Game of Thrones และ เบรนตัน ทเวทส์ ในบทมนุษย์ธรรมดา ที่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาสงครามเทพเจ้านี้ Gods of Egypt ถ่ายทอดเหตุการณ์ในโลกมนุษย์เมื่อ ปีศาจ มนตรา และความชั่วร้ายจากลุ่มแม่น้ำไนล์ได้เข้าครอบครองโลก “เซธ” (เจอราร์ด บัตเลอร์) เทพเจ้าแห่งความมืดซึ่งเป็นที่กล่าวขานว่าชั่วร้ายและเหี้ยมโหดที่สุด กลายเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด ส่งผลให้โลกทั้งใบตกอยู่ภายใต้ความวุ่นวายและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง “ฮอรัส” เทพเจ้าแห่งแสงสว่าง (นิโคไล คอสเตอร์ วัลดาอู) จึงส่งเด็กหนุ่มผู้กล้าหาญ เบค (เบรนตัน ทเวทส์) เป็นตัวแทนเพื่อโค่นอำนาจของเซธลงให้ได้ แต่ศึกครั้งนี้หาใช่เรื่องง่าย เมื่อเบคต้องผ่านการทดสอบทั้งความกล้าหาญความทุ่มเทเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาแกร่งพอกับการรับหน้าที่เป็นเป็นวีรบุรุษผู้เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียว ของมนุษยชาติ ตัวหนังมีคิวเข้าฉายในไทย 25 กุมภาพันธ์นี้ครับ

ให้เพลงเล่าเรื่อง! เค้าว่า นี่คือเพลงของ ปลื้ม-ทับทิม
VRZO /  จะบอกว่า..."อยากกลับไป...เปลี่ยน" / 

หลังจาก 'เตียงหัก' จนทำให้ความรักของอดีตสามีภรรยาขวัญใจวัยทีน ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อน เรื่องราวของทั้งคู่ก็กลายเป็นมหากาพย์ มีข้อมูลออกมาให้ชาวโซเชี่ยลเสพย์ดราม่ากันต่อเนื่อง ชนิดที่ว่าถ้าเปรียบเป็นการแข่งขันกีฬาก็ผลัดกันรุก-ผลัดกันรับ แซ่บสุดๆ! จากข้อมูลที่อัพเดทมาหมาดๆ ก็เพิ่งมีชายหนุ่มนิรนามซึ่งอ้างว่าตนเองเป็นคนใกล้ตัวของ ปลื้ม งัดหลักฐานมาแฉว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะเตียงหักอย่างเป็นทางการ สาว ทับทิม ก็มีรักซ้อนแถมมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมด้วย (อ่านรายละเอียดข่าว) ก่อนจะเขียนข้อความทิ้งท้ายให้ชวนคิดอีกว่า " รู้สึกเรื่องนี้พี่ปลื้มจะทำไว้นานละ ไม่รู้เป็นความในใจอะไรบางอย่างของพี่ปลื้มรึเปล่าเหมือนกัน แต่ดูตรงกับชีวิตพี่ดี https://www.youtube.com/watch?v=JnV5nx9DwJo " คลิปวิดีโอ 'จะบอกว่า..."อยากกลับไป...เปลี่ยน"' ซึ่งให้เสียงบรรยายตัวละครหลักโดย ปลื้ม และ ทับทิม นั้น กำลังเล่าเรื่องอะไรบางอย่างหรือเปล่านะ? ลองคลิกดู รับรองเก็ตแน่นอน!! จะบอกว่า..."อยากกลับไป...เปลี่ยน" Youtube channel : XICK Channel ไปฟังเพลง น้ำตาไม่มีความหมาย กันเต็มๆ .. เพราะดีนะ! น้ำตาไม่มีความหมาย - MUXICK [Official Lyrics MV] youtube channel : XICK Channel ภาพจาก www.instagram.com/tubtimofficial ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เตรียมเสื้อกันหนาวไว้เลย! 14-15 ก.พ.นี้ อากาศหนาวอีกรอบ รับวาเลนไทน์
ภัยหนาว /  วาเลนไทน์ / 

เตรียมเสื้อกันหนาวไว้เลย! กรมอุตุฯ เผย 14-15 ก.พ.นี้ อากาศหนาวอีกรอบ รับวาเลนไทน์ วันนี้(10 ก.พ. 59) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศในช่วง 5 วันข้างหน้า คาดว่า ช่วงวันที่ 10-13 กุมภาพันธ์ จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ยังอยู่ในขั้นที่เรียกว่าอากาศหนาว จากนั้นวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ จะมีความเย็นเข้ามาอีกระลอก เป็นผลให้เกิดหมอกหนาในหลายพื้นที่ ผู้ใช้ยวดยานพาหนะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ด้าน ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี ยืนยันว่า แม้หลังวันที่ 9 กุมภาพันธ์ อุณหภูมิจะสูงขึ้น แต่ก็จะยังต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส และช่วงวันที่ 16-17 และ 21-23 กุมภาพันธ์ จะมีความเย็นเข้ามาเป็นระยะ ๆ จนกว่าจะผ่านพ้นวันที่ 23 กุมภาพันธ์เลย MThai News

ลงดาบ ! มารดาชั่ว ขายลูกสาว 6 ขวบ ชวนผู้ชายมาข่มขืนถึงบ้าน
ข่มขืน /  ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก / 

มารดาชั่ว โฆษณาขายตัวลูกสาววัยเพียง 6 ขวบ ทางโลกโซเชียล.... เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'มิรเรอร์' รายงานข่าวชวนสะเทือนใจ กรณีที่ผู้เป็นแม่วัย 35 ปี จากรัฐวอชิงตัน สหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุก 26 ปี หลังก่อคดีสุดช็อก โพตส์ขายลูกสาวกิน ผ่านโลกออนไลน์โจ๋งครึ่ม โฆษณาดังกล่าว ถูกเผยแพร่ไปทางออนไลน์อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ด้วยถ้อยคำเชิญชวนให้ผู้ที่มีรสนิยมทางเพศชื่อชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ให้มาข่มขืนลูกสาววัย 6 ขวบของเธอถึงที่บ้าน โดยเรื่องเลวร้าย เกิดขึ้นหลายครั้งก่อนหน้าที่จะมีการดำเนินคดี เธอและสามีถูกจับกุมตัวเมื่อปี 2557 หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเรื่องและนำกำลังไปตรวจสอบที่บ้านของเธอ พบว่าภายในบ้านมีคลิปวีดีโออนาจาร แสดงให้เห็นชายรายหนึ่งกำลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง ขณะที่ผู้เป็นแม่นั่งดูอยู่หน้าตาเฉย ความคืบหน้าล่าสุด ศาลได้ตัดสินความผิดให้แม่ใจทรามหลายกระทง ส่วนสามีของเธอถูกดำเนินคดีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ถูกพิพากษาจำคุก 27 ปี ส่วนเด็กหญิงเคราะห์ร้ายและน้องชายของเธอ ถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของศูนย์ปกป้องเด็ก แปลและเรียบเรียงโดย MThai News ที่มา  mirror

แม่ปลื้ม สุรบถ เข้าแจ้งความ อ้าง ทับทิม ส่งข้อความข่มขู่ลูกชาย
VRZO /  ข่าวทับทิมปลื้ม / 

นางภักดิพร สุจริตกุล เข้าแจ้งความอ้างถูก ทับทิม มัลลิกา แบล็คเมล์ ข่มขู่ ทำให้ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง หลังเลิกลากับลูกชาย ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย รายานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (7 ก.พ. 59) นางภักดิพร สุจริตกุล มารดาของนาย สุรบถ หลีกภัย หรือ ปลื้ม ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจ สน.คลองตัน เพื่อเข้าแจ้งความขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะถูกแบล็กเมล์ หลังจากที่ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ได้ประกาศแยกทางกันจนเป็นข่าวโด่งดังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนางภักดิพร เผยว่าสาเหตุที่ต้องเข้าขอลงบันทึกประจำวันในครั้งนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา น.ส.มัลลิกา หรือทับทิม (อดีตลูกสะใภ้) ได้มีการส่งข้อความในทำนองข่มขู่ หมิ่นประมาท แบล็กเมล์ มาทางแอพลิเคชั่นไลน์ในโทรศัพท์มือถือของลูกชาย จึงเกรงว่าจะได้รับอันตรายกับชีวิตของลูกและตัวเอง เพื่อความปลอดภัยจึงเข้ามาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานดังกล่าว ทั้งนี้ก่อนการเดินทางเข้าแจ้งความนางภักดิพร ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว ระบุว่า "มาแจ้งความหลายคดีค่ะ ทั้งของแม่และปลื้ม 1. คดีหมิ่นประมาททำให้เกิดความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้ถูกผู้อื่นดูหมิ่นเหยีดหยามเข้าใจผิด ถูกเกลียดชัง ไม่สามารถประกอปอาชีพเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ 2. คดียักยอกทรัพย์ 3. คดีข่มขู่ ขู่กรรโชค บังคับบีบคั้นจิตใจทั้งผ่านคนในครอบครัว - และทางสื่อสารแบ็ลคเมล์ ทั้งทางมือถือและทางไลน์หลายครั้งหลายคราวทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้ได้ตามจุดประสงค์ของผู้ข่มขู่ 4. คดีบุกรุกบ้านและบริษัท เพื่อลักทรัพย์และลักลอบบันทึกภาพ ทั้งเสียงจากสถานที่และ cctv โดยไม่ได้รับอนุญาติ จากเจ้าของบริษัทและเจ้าของบ้าน ทางเรามีกล้องอีกหลายตัวทั้งที่สตรีมปั๊ค -บ้านและบริษัททำให้สามารถเห็นบุคลที่มาทำการ อันน่าจะไปทำให้ทั้งบุคคล และบริษัทและบุคคลอื่นๆ เสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งทางตรงและทางอ้อมประการใดๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรืออดีตก็ตาม 5. คดีรบกวน ก่อความรำคาญทั้งทางมือถือ และทางไลน์ ทาง social network ที่เป็นของส่วนตัวทั้งตัวแม่และปลื้มทั้งกลางวันและกลางคืน 6. และอื่นๆ อีก 2 รายการจาก" อย่างไรก็ดีเมื่อข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปไม่นาน เจ้าตัวกลับลบข้อความดังกล่าวออก เหลือไว้เพียงภาพการเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สน.คลองตันเท่านั้น ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News โพสต์แรกจาก ทับทิม หลัง ปลื้ม ยอมรับว่าเลิก!!! หลังเป็นประเด็นลือหนักทั่วโซเชียลว่าคู่สามีคนดังอย่าง ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ถึงคราวเตียงหักรักร้าวไปอีกคู่!! และก็เป็นไปตามข่าวลือ

ปดิวรัดา กับความหมายที่แท้จริง!
ประวัติศาสตร์ไทย /  เกร็ดความรู้ / 

ปดิวรัดา นิยายรักจากปลายปากกาของนักเขียนรุ่นบรมครูนามว่า สราญจิตต์ .. ตอนนี้ถูกนำมาสร้างเป็นละคร และทีนเอ็มไทยเชื่อว่าตอนนี้หลายคนกำลังติดละครเรื่องนี้กันแน่ๆ เพราะได้ 2 พระ-นางคู่จิ้น อย่าง เจมส์ จิรายุ กับ เบลล่า ราณี มารับบทคู่กัน ทั้งคู่ได้รับคำชมว่าเหมาะสมกับบทที่ได้รับและถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้เป็นอย่างดี แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าความหมายที่แท้จริงของ "ปดิวรัดา" นั้นแปลว่าอะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ! ปดิวรัดา กับความหมายที่แท้จริง! ปดิวรัดา กับความหมายที่แท้จริง! ปดิวรัดา (ปะ-ดิ-วะ-รัด-ดา) แปลว่า ภริยาที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อสามี ในนิยายหรือละครนั้นไม่ได้หมายถึงชื่อของบุคคล แต่ ปดิวรัดา ผู้เขียนนิยายต้องการแสดงให้เห็นถึงตัวของศรีภรรยา ผู้หญิงที่ดี มีความจงรักภักดีต่อสามี ซึ่งชื่อนี้มีที่มาจากนามของ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทรงเป็นถึงพระอรรคชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั่นเอง พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลดาวัลย์ กรมหมื่นภูมินทรภักดี ผู้เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 16 ในสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดาจีน ทรงประสูติเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2405 พระองค์เสด็จสิ้นพระชนม์ ณ พระตำหนักในสวนสุนันทา เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ในปี พ.ศ.2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สถาปนา หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ ขึ้นเป็น พระอรรคชายาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์กรมขุนสุทธาสินีนาฎ พร้อมกับพระเชษฐภคินีร่วมพระบิดามารดาคือ หม่อมเจ้าบัว ลดาวัลย์ เมื่อเป็นพระมเหสี มีพระอิสริยยศเป็น พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค กรมขุนอรรควรราชกัลยา หม่อมเจ้าปิ๋ว ลดาวัลย์ เมื่อเป็นพระมเหสี มีพระอิสริยยศเป็น พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ (สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2430) ต่อมาในปี พ.ศ. 2468 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า อยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น "พระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา" เติมสร้อยพระนามถวายว่า "ปิยมหาราชปดิวรัดา" ซึ่งคำว่า "ปดิวรัดา" (อ่านว่า ปะดิวะรัดดา) แปลว่า ภริยาที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อสามี คือสมเด็จพระปิยมหาราชนั่นเอง พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทรงรับราชการฝ่ายในเป็นพระภรรยาเจ้าทรงอิสริยยศเป็นพระมเหสี ตำแหน่ง พระอรรคชายาเธอ มีหน้าที่ ควบคุมดูแลห้องพระเครื่องต้น ของเสวยคาวหวาน อีกทั้งทรงเป็นผู้ที่ตั้งโรงเลี้ยงเด็กขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย บริเวณตำบลสวนมะลิ ถนนบำรุงเมือง อุทิศพระกุศลประทานพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ที่สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงรับเด็กกำพร้าและเด็กยากจนมาเลี้ยงดู สอนให้เล่าเรียน และฝึกวิชาชีพทั้งหญิงและชาย ทรงเป็นองค์อุปนายิกาสภาอุณาโลมแดง (สภากาชาดไทย) ในสมัยหนึ่งอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะรับสั่งขานพระนามพระอัครชายาองค์นี้ว่า เจ้าสาย ด้วยทรงยกย่องในฐานะ ที่เป็นราชสกุลพระเกียรติยศของพระวิมาดาเธอฯ ที่ปรากฎในแผ่นดินจนถึงเวลานี้ คือข้อที่ทรงกำกับดูแลห้องเครื่องต้นถวาย พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ มาตลอดรัชกาล พระวิมาดาเธอฯ ทรงบำรุงสนองเบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดี เช่นเดียวกับที่ทรงทำถวายพระโอรสธิดา ได้เล่ากันว่าคราวหนึ่งทรงซื้อเงาะ ร้อยผลราคาร้อยบาท เพื่อคว้านตั้งเครื่องต้น แต่ในส่วนเครื่องของพระองค์นั้นกลับไม่มี และไม่โปรดเงาะราคาผลละหนึ่งบาทเพราะแพงเกินไป ทรงรับสั่งว่า "ขอให้ลูกผัวสุขสบายก็เป็นที่พอใจแล้ว" นอกจากพระคุณสมบัติวิเศษทางอาหารทรงมีพระคุณสมบัติอีกข้อคือ ทรงมีพระปัญญาสามารถฉลาดลึกซึ้ง และทรงแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ดี นอกจากนี้เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า? พระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทรงเป็นผู้คิดค้นสูตรตำรับเครื่องจิ้มและข้าวปรุงต่างๆ อาทิเช่น น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกมะม่วง, น้ำพริกเผาทรงเครื่อง, น้ำพริกกุ้งแห้ง, น้ำพริกสะเดา, น้ำพริกปลาร้า, น้ำปลาแมงดา, น้ำปลาจิ้มส้มเครื่องทอด, ปลาร้าสำเร็จ, ปลาร้าสับ, ข้าวกรอบ, ข้าวงบปลา, ข้าวราดแกง เป็นต้น ขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org, pirun.ku.ac.th

อยู่ในช่วงโปรโมชั่น เคลลี่ สวีท นาย หนักมาก!!
เคลลี่-น้องนาย /  ข่าวบันเทิงวันนี่้

อยู่ในช่วงโปรโมชั่นรักหวาน มองไปทางไหนโลกก็เป็นสีชมพูสำหรับนักแสดงหนุ่มขาบู๊ เคลลี่ ธนะพัฒน์ ซึ่งกำลังปลูกต้นรักกับนักแสดงสาวหน้าใหม่รุ่นน้องที่อายุห่างกันถึง 20 ปี อย่างสาว นาย ชนุชตรา นักแสดงจากละครพื้นบ้านเรื่องแก้วหน้าม้า ถึงอายุจะห่างกันมากแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค แถมหนุ่มเคลลี่ยังรู้จักเข้าหาผู้ใหญ่จนแม่ของฝ่ายหญิงเอ็นดูเปิดไฟเขียวให้ศึกษาดูใจกันอย่างเต็มที่ นอกจากจะควงกันไปนู่นมานี่ สวีทหวานอย่างเปิดเผยแล้ว คู่นี้ก็ขยันอัพรูปคู่โพสต์ลงไอจีให้คนในโลกไซเบอร์อิจฉาตาร้อนอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะหนุ่มเคลลี่ที่ดูเหมือนจะแฮปปี้กับการคบเด็กมากๆ นอกจากหน้าตาจะผ่องใสแล้วอุปทานว่า He แลดูเด็กกว่าอายุจริงเยอะ คบเด็กมันดีแบบนี้นี่เอง! ยังไงก็ขอให้หวานกันไปเรื่อยๆ สวีทกันไปนานๆ นะยูว์ อย่าเพิ่งหมดโปรโมชั่นละ!! เคลลี่-น้องนาย เคลลี่-น้องนาย เคลลี่-น้องนาย เคลลี่-น้องนาย

ฟิล์ม, บี้, กอล์ฟ นำทีม มหกรรมคอนเสิร์ตฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่
กอล์ฟ พิชญะ /  ธรรศภาคย์ ชี / 

THAI CCTV MUSIC FESTIVAL 2016 มหกรรมคอนเสิร์ตฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ ฟิล์ม รัฐภูมิ, ปอย ตรีชฎา, กอล์ฟ พิชญะ นำทีมศิลปิน ไทย-จีน โชว์ล้นเวที สถานีโทรทัศน์ ไทย ซีซีทีวี จัดมหกรรมคอนเสิร์ตฉลองตรุษจีนสุดยิ่งยิ่งใหญ่ THAI CCTV MUSIC FESTIVAL2016 (ไทย ซีซีทีวี มิวสิค เฟสติวัล 2016) ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์ วัน โดยแขกผู้มีเกียรติ ศิลปิน ดารา นักร้อง นางงาม ร่วมเดินพรมแดง ท่ามกลางสื่อมวลชนและผู้มาร่วมงานนับพันคน โดยมี 4 พิธีกร Ye Ma (มาร์ค), Suqing (ซูชิง), อาตี้-จิตรภาณุ ภูมิฉัฏฐ์มงคล และ ปอ-ณฐมน ภูวะปัจฉิม ร่วมดำเนินรายการ สำหรับบรรยากาศภายในงาน ได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานเปิดงานขึ้นกล่าวอวยพรเนื่องในวันตรุษจีน พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติทั้งจากประเทศไทยและประเทศจีนอีกมากมาย โดยหลังเสร็จสิ้นช่วงพิธีการ ความสนุกบนเวทีก็เริ่มต้นขึ้น ด้วยการแสดงแรกจากกลุ่มนักเต้น Konglong (ข่งหลง) ที่มาโชว์สเต็ปเทพเรียกเสียงกรี๊ด ตามมาด้วยมินิคอนเสิร์ตของ ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ควงไมค์โชว์เพลงจีน Shang Hai Tan (ซาง ไห่ ทาน) และเพลงไทย เหงาเข้าใจ พร้อมด้วยแขกรับเชิญ มีมี่ พร้อมวิไล หลี่สิริโรจน์ ศิลปินสาวแห่งสถานีโทรทัศน์ไทย-จีน ร่วมโชว์เพลง Ni Shi Wo Xin Nei De Yi Shou Ge (หนี่ ซื่อ หว่อ ซิง เน่ย เตอ อี้ โซ่ว เกอ) โชว์สวีทเล็กๆเรียกเสียงกรี๊ด ต่อด้วยโชว์เดี่ยวจาก มีมี่ ในเพลง Zui Chu De Meng Xiang (จุ้ย ชู เตอ เมิ้ง เสี่ยง)    ตามมาด้วย การแสดงเต้นรำหมึกจีน โดยคุณ Yan Nuokan (เหยียน หนื่อค่าน) คุณ Huang Ting (หฮวง ถิง) และ อาจารย์สุเทพ สังข์เพชร กับภาพวาดรูปดอกบัวแสนสวยงาม และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินจีน คุณ Liu Jia (หลัว เจีย) ก่อนตามมาด้วยแฟชั่นโชว์อลังการโดยกลุ่มนักเต้น Tiger (ไทเกอร์) ประกอบการแสดงบรรเลงกู่เจิงในเพลง จอมใจบ้านมีดบิน โดย ด.ช. ธนวิน ธนพรถวัล นักบรรเลงกู่เจิงวัย 7 ขวบ ด้านเจ้าบ่าวป้ายแดง ธรรศภาคย์ ชี (บี้ เคพีเอ็น) ควงคู่มากับ น้องอิงค์ วนัฏษณา วิเศษกุล the voice china (เดอะ วอยซ์ ไชน่า) ร่วมโชว์มินิคอนเสิร์ต ครวญเพลงจีนให้ฟังกันสุดฟินทีเดียว    สลับด้วยความตื่นเต้นกับการแสดงโชว์กายกรรมตัวอ่อนโดย คุณ Li Chengyang (หลี่ เฉิงหยาง) และ Gao Wenya (เกา เวินหยา) ก่อนจะได้พบกับโชว์สุดฮอตของซุป’ตาร์สาวสวย ปอย ตรีชฎา โชว์ความน่ารักและเซ็กซี่เล็กๆ เล่นเอาเคลิ้มกันทั้งฮอลล์ ด้านกลุ่มศิลปินน้องใหม่ Buff4 (บัฟโฟ) ขนมาให้ฟังทั้งเพลงจีน Ya Li Da (ยา หลี่ ต้า) และเพลงไทย Yes-Cool (เยส-คูล) แล้วตามติดมาด้วยการแสดงเปียโนและไวโอลิน โดยผู้บรรเลง คุณฐิติวัฒน์ จรพุทธานนท์ และ คุณมหกิจ เลิศชีวานันท์ ก่อนปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตของ กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล และ แวว กนกพร สรอุดมฤทธิ์ ศิลปินของสถานีโทรทัศน์ไทย-จีน ซึ่งมาส่งความสุขสุดยิ่งใหญ่ด้วยเพลง Xiang Ni De 365 Tian (เสี่ยง หนี่ เตอ 365 เทียน) ให้ทุกท่านโชคดีรับตรุษจีนตลอด 365 วัน กันเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่พลาดร่วมชมมหกรรมคอนเสิร์ต THAI CCTV MUSIC FESTIVAL2016 (ไทย ซีซีทีวี มิวสิค เฟสติวัล 2016) ในวันนั้นไปก็ไม่ต้องเสียใจ! เพราะสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม THAI CCTV (ไทย ซีซีทีวี) จะนำเทปบันทึกการแสดงสดมาออกอากาศ ให้ได้รับชมพร้อมกัน 6 ช่องสถานีโทรทัศน์ดังทั้งไทย-จีน โดยประเทศไทย รับชมได้ทาง สถานีโทรทัศน์ ไทย ซีซีทีวี หมายเลข 123 และ ช่องสปริงส์นิวส์ หมายเลข 19 สำหรับประเทศจีน รับชมได้ทาง สถานีโทรทัศน์อันฮุย มณฑลอันฮุย ,สถานีโทรทัศน์กวางตุ้ง มณฑลกวางตุ้ง , สถานีโทรทัศน์เซียงไฮ้ ตงฟาง มณฑลเซียงไฮ้ , ช่องภาพยนตร์เฉิงตู มณฑลเฉิงตู ในวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 20.00 น. นับเป็นปรากฏการณ์ออกอากาศพร้อมกันสองประเทศเป็นครั้งแรก!! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/TCCTVTHAILAND : IG : THAICCTV ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com