สัญลักษณ์จราจร

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม งามหยดย้อย คล้อยลมหนาว
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม /  การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ / 

หนาวนี้ หากคุณยังไม่มีโปรแกรมไปไหน ไม่ได้ไปเที่ยวไกลถึงบนดอย ลองมองหาสถานที่เที่ยวอากาศดี วิวสวย ใกล้กรุงเทพฯ ดูสิ ถ้านึกไม่ออก travel.mthai.com ขอแนะนำให้ไปเที่ยวที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เที่ยวชมวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิม การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แปลงเก็บผักปลอดสารพิษ ตลอดจนทุ่งดอกไม้นานาพรรณ และความงามของธรรมชาติ ท่ามกลางภูเขาและทุ่งหญ้า รับรองว่าจะทำให้คุณรับความประทับใจกลับบ้านไปแน่นอน โดยจะเปิดให้ท่องเที่ยวกันตั้งแต่ วันนี้ - 11 มกราคม 2558 จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม งามหยดย้อย คล้อยลมหนาว จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ถูกเนรมิตขึ้นด้วยเจตนารมณ์ ที่จะอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาวไทยอีสาน สู่สายตาคนไทยรุ่นใหม่และชาวต่างชาติ โดยก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2531 บนพื่นที่กว่า 600 ไร่ ณ เชิงเขาพญาปราบ ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นแหล่งผลิตไข่ไหมจำหน่ายให้เกษตรกร และเป็นพื้นที่ปลูกหม่อนเพื่อเป็นอาหารของหนอนไหม พ.ศ. 2544 จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรปีละครั้ง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมให้ได้เที่ยวชมและเลือกซื้อผัก ดอกไม้นานาชนิด พร้อมทั้งเรียนรู้สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมประเพณีแบบดั้งเดิมของชาวอีสาน และในปีนี้จะมาในไฮไลท์พิเศษประจำปี จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2557  กับนิทรรศการ "ม่อน มอน สะออนหลาย" จุดท่องเที่ยวภายใน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จะแบ่งออกเป็น 5 ส่วน โดยจะมีรถรับส่งผ่านแต่ละจุดทุกๆ 10 นาที ท่านสามารถท่องเที่ยวอย่างคุ้มค่าได้ตลอดทั้งวัน ขอบอกเลยว่าใหญ่จริงๆ แล้วก็สวยมากๆ ด้วยล่ะ จุดที่ 1 : ทุ่งคอสมอสและแปลงเก็บผักปลอดสาร ชมทุกดอกคอสมอส สีชมพูละลานตา สนุกกับการเก็บผักสดๆ จากแปลงด้วยตนเองที่แปลงผักปลอดสารพิษ U-Pic Garden พร้อมมีจุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ก่อนจะขึ้นรถเที่ยวชมจุดต่อไปในฟาร์ม จุดที่ 2 : ลานฟักทองและทุ่งวงกต อิ่มเอมไปกับธรรมชาติที่ล้อมรอบด้วยภูเขาพญาปราบและอ่างเก็บน้ำลำสำลาย ตื่นตาตื่นใจไปกับทุ่งดอกไม้นานาพรรณ ทั้งคอสมอสสีขาว พังพวยสีส้มสดใส ปอเทืองเหลืองอร่าม ลานฟักทองและทุ่งวงกต ที่เป็นสัญลักษณ์เด่นอีกแห่งของฟาร์ม พร้อมจุดชมวิวทุกดอกไม้แบบ 360 องศา ให้คุณได้เก็บภาพกันอย่างจุใจ จุดที่ 3 : หมู่บ้านอีสาน ชมบ้านเรือนอีสานในแบบต่างๆ สัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างใกล้ชิด พร้อมไฮไลท์พิเศษกับนิทรรศการ "ม่อน มอน สะออนหลาย" ให้คุณได้รู้จักกับหม่อนไหมอย่างใกล้ชิด เรียนรู้วงจรชีวิตและขั้นตอนการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม พร้อมชิมลูกหม่อนสดๆ จากต้น จุดที่ 4 : หมู่บ้านจิม ร่วมชมและเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตผ้าไหมอันเลื่องชื่อและเป็นเอกลักษณ์ของ จิม ทอมป์สัน ตั้งแต่หนอนไหมเริ่มสร้างเส้นใยธรรมชาติ การสาวไหม การฟอกย้อมเส้นไหมการทอผ้าไหม ตลอดจนการพิมพ์ผ้าไหม จุดที่ 5 : ตลาดจิม ชมแปลงดอกดาวเรืองฝรั่งเศสแบบไฮโดรโปนิกส์ เลือกซื้อไม้กระถางหลากหลายสายพันธุ์พร้อมผลิตผลทางการเกษตร และสินค้าแปรรูปต่างๆ มากมาย ทั้งอุปโภคและบริโภค เช่นผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม น้ำใบหม่อน น้ำลูกหม่อน ตลอดจนอาหารแปรรูปอีกหลากชนิดให้คุณได้เลือกสรร ก่อนอำลาจิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ       สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 02-216-7368, 085-660-7336  /  Fax: 02-762-2569, 044-373-117 www.jimthompsonfarm.com  /  www.facebook.com/JimThompsonFarmTour เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ตร.วางกำลัง รักษาความปลอดภัย ราชมังฯเข้มจับตั๋วผี
ขายตั๋วผี /  ซูซูกิคัพ / 

พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ เผย พื้นที่โดยรอบสนามราชมังฯ มีการรักษาความปลอดภัยเข้ม พร้อมวางกำลังจับตั๋วผี พ.ต.ท. ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส. เปิดเผยถึงการรักษาความปลอดภัย และการดูแลเรื่องการแอบจำหน่ายตั๋วผี ว่า วันนี้ (17 ธ.ค.) เนื่องจากมีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาเพื่อรอเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการสนธิกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารในการรักษาความปลอดภัย พร้อมกันนี้ได้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ไวัโดยรอบของพื้นที่เพื่อป้องกันมิ ให้เกิดการจำหน่ายตั๋วผี พร้อมเชื่อว่าจะไม่มีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทั้ง นี้ พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ เปิดเผยอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ยังได้เข้มงวดในด้านของการพกพาอาวุธ แอลกอฮอล์ พลุ และดอกไม้ไฟ เข้าไปยังในสนาม โดยได้มีการติดตั้งระบบสแกนวัตถุที่ใช้ในการตรวจจับของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมาอำนวยในด้านของการดูแลรักษาความปลอดภัยอีกด้วย เลี่ยงเส้นทางสนามราชมังคลาฯหัวหมากค่่ำนี้มีฟุตบอลไทย-มาเลฯคาดรถติด ด้าน บก.จร.ประกาศแจ้งข่าว สน.หัวหมาก ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนงดใช้ หรือเลี่ยงเส้นทางบริเวณถนนรามคำแหง เนื่องจากในวันนี้ (17 ธ.ค. 57) จะมีการแข่งขันฟุตบอล AFF SUZUKI CUP รอบชิงชนะเลิศ (นัดแรก) ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติมาเลเซีย ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาชมการแข่งขันฟุตบอลจำนวนมาก (ประมาณ 50,000 คน) อาจทำให้มีปัญหาการจราจรในเส้นทางดังกลาวได้

โครงการ รักษามะเร็งฟรี ด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์ต้านมะเร็ง (Vaccine Stem Cell Anti Cancer)
ประเทศจีน /  ฟูด้า / 

โครงการ รักษามะเร็งฟรี ด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์ต้านมะเร็ง (Vaccine Stem Cell Anti Cancer)  วิธีใหม่ในการป้องกันการแพร่กระจายและการเกิดซ้ำของมะเร็ง งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่พบว่า การเกิดขึ้นและดำเนินไปอย่างต่อเนื่องของชีวิตเป็นผลเนื่องมาจากประชากรของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) ในร่างกายสิ่งมีชีวิตนั้น คือแหล่งที่มาของเนื้อเยื่อต่างๆ ที่ไม่หยุดนิ่ง ก้อนเนื้อมะเร็งก็มีเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งอยู่เช่นเดียวกัน แม้ว่าสัดส่วนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่อยู่ในเนื้องอกมีเพียง0.5%-2% แต่เนื่องจากเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งประเภทนี้มีการผลิตเซลล์มะเร็งเข้าสู่ระยะการขยายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ทำให้มะเร็งเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งเหล่านี้ต่างสามารถต้านทานเคมีบำบัดและรังสีบำบัดได้อย่างชัดเจน ดังนั้น การดำรงอยู่ของเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง คือสาเหตุสำคัญของการเติบโต การแพร่กระจายและการกลับมาเป็นซ้ำภายหลังการรักษาของมะเร็ง ประวัติศาสตร์การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งซึ่งมีมานานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่วงการวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าโรคมะเร็งนั้นเกิดจากเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจนถึงปัจจุบัน ด้วยการศึกษาวิจัยที่ก้าวหน้าลึกซึ้งอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานวิจัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้ค้นพบและใช้ชุดสัญลักษณ์ ALDH, ESA และ CD ในการแบ่งประเภท คัดแยกและขยายเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง จากนั้นได้เสนอแนวคิดเรื่องวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (CSCV) โดยผลงานวิจัยนี้จัดเป็นอันดับที่ 54 ของการค้นพบที่สำคัญ 100 เรื่องแห่งวงการวิทยาศาสตร์ในปี 2012 ศูนย์บำบัดทางชีวภาพ โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าประเทศจีน คือผู้นำด้านการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันและชีววิทยามะเร็งแห่งภูมิภาคเอเซีย ในเบื้องต้นของการพัฒนาวิธีการรักษาด้วยเซลล์ DC-CIK การรักษาด้วยเซลล์ NK และการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus โรงพยาบาลได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมิชิแกน โดยกระบวนการวิจัยเบื้องต้นในห้องปฏิบัติการ ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนการรักษาทางคลินิกโรคมะเร็งของ FDA สหรัฐอเมริกา เกือบ 2 ปีมานี้ทำการพัฒนาทางคลินิกวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (CSCV) ของมะเร็งที่พบบ่อย 7 ชนิด โดยมีขั้นตอนคือ นำเนื้อเยื่อเซลล์มะเร็งที่ปราศจากเชื้อที่มีชีวิตจากร่างกายผู้ป่วย มาทำการแยกเซลล์ให้เป็นเซลล์เดี่ยว ใส่แอนติบอดี้เซลล์มะเร็ง CSCV ใช้เทคนิคการนับและแยกเซลล์ด้วยวิธี Flow Cytometry (วิธีการวัดคุณสมบัติของเซลล์ซึ่งอยู่ในสารละลายที่ไหลอยู่โดยใช้เลเซอร์) ระบุและเรียงลำดับข้อมูล สกัดแยกเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งออกมา จากนั้นนำเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่ผ่านการสกัดใส่ปัจจัยการเจริญเติบโตเพื่อเพิ่มปริมาณในห้องปฏิบัติการ ทำเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งหลังจากขยายปริมาณให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่สาร Adjuvant (สารที่เติมเข้าไปรวมกับแอนติเจนเพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาค่อยๆ ปลดปล่อยแอนติเจน ทำให้กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน) เพื่อสร้างแอนติเจนเซลล์ต้นกำเนิด ได้เป็นวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง เนื่องจากการออกฤทธิ์ของวัคซีนจำเป็นต้องผ่านระบบภูมิคุ้มกันมะเร็งของร่างกายเป็นสื่อกลาง ดังนั้น ก่อนการฉีดวัคซีนต้องตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเสียก่อน ในขณะที่ร่างกายผู้ป่วยมีจำนวนก้อนมะเร็งมากหรือการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต่ำ วัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งก็ยากที่จะออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดหรือสลายมะเร็งก่อน หรือทำการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกัน DC-CIK ก่อนในเบื้องต้นจากนั้นจึงใช้วัคซีน เช่นนี้จึงจะทำให้วัคซีนออกฤทธิ์ได้ผลสูงสุด โดยทั่วไปจะทำการฉีดวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง 2 ครั้งต่อการรักษา1 คอร์ส ทำ 2 ครั้ง/คอร์สเว้นระยะห่าง 1 สัปดาห์ ลักษณะนี้จะทำให้ความสามารถในการรับรู้สัญญาณแอนติเจนของเซลล์มะเร็งของเซลล์ภูมิคุ้มกัน DC เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระตุ้นคุณสมบัติการทำลายของ T เซลล์ในร่างกาย เข้าโจมตีเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่อยู่ในกระแสเลือดและอวัยวะต่างๆ โดยผลในการทำลายเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจะมีประสิทธิภาพคงที่ในระยะเวลาหลายเดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการรักษา ผู้ป่วยต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนอีก 1 คอร์สหลังจากผ่านไป 3-6 เดือน ปัจจุบันที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ามีการใช้และพัฒนาเทคนิคนี้มาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ทำการรักษาผู้ป่วยไปแล้วกว่า 200 ราย ดูจากสถิติการสำรวจเบื้องต้นพบว่า วัคซีน 1 ปีมีประสิทธิผลถึง 60% เมื่อเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบ สามารถยืดเวลาการแพร่กระจายและเกิดซ้ำของมะเร็งได้ถึง 7-12 เดือน  และแทบไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้น เป็นวิธีการทางชีวภาพแบบใหม่ที่ป้องกันการแพร่กระจายและการเกิดซ้ำของโรคมะเร็ง เนื่องในวโรกาสฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทยจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผู้อำนวยการใหญ่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าศาสตราจารย์นายแพทย์สวี เค่อเฉิง ประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2014 ถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2015 โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าจะเปิดรับผู้ป่วยที่เหมาะกับการรักษาด้วยวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจำนวน 100 ราย โดยเสนอให้การตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันมะเร็ง 1 ครั้ง และการฉีดวัคซีนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากผู้ป่วยท่านใดสนใจเข้ารับการรักษาด้วยวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งนี้ สามารถติดต่อได้ที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าสำนักงานกรุงเทพฯ 6/42 โครงการปรัชญาโฮมทาวน์ 3 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เบอร์โทร 02-5423638,094-2211169,081-5803998,092-0062043 ศูนย์ฟูด้าประเทศไทยทำการวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 9.00 ถึง 17.00 เว็บไซต์  www.fudacancerthailand.com เงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ  ระยะเวลาการเข้าร่วมสมัครโครงการ ตั้ง 1 ธันวาคม 2557 ถึง 1 มิถุนายน 2558 นำผล ct/scan  ผลตรวจชิ้นเนื้อ เข้ามาที่ศูนย์ประเทศไทยก่อน เพื่อให้คุณหมอคัดกลอนดูก่อนว่าผู้ป่วยสามารถฉีดวัคซีนสเต็มเซลล์ได้หรือไม่ได้ ผู้ป่วยจะต้องเป็นมะเร็ง7ชนิด มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งโพรงหลังจมูก   ทั้งนี้เน้นสำหรับคนไข้ที่หลังการผ่าตัดหรือไม่เจอเนื้องอกมะเร็งแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อมะเร็งกลับมาเป็นซ้ำและกระจายไปส่วนอื่นวิจัยนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัย มิชิแกน ในสหรัฐอเมริกา การฉีดต่อคอสมีมูลค่า 2,500 ดอลล่าห์ คอร์สหนึ่งต้องฉีด 2 ครั้ง ผู้ป่วยจะต้องออกค่าเดินทางและค่าอาหาร ค่าที่พัก ที่จะเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลฟูด้า ผู้ป่วยต้องเข้ามารับสิทธิ์ที่ศูนย์ฟูด้าอย่างเดียว ไม่มีการจองสิทธิ์ผ่านทางโทรศัพท์ รับสิทธิ์ 100 ท่าน รูปกระบวนการรักษารักษามะเร็งด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์กันมะเร็งต้นกำเนิดมะเร็ง

กสทช.ขอปชช.นำคูปองไปแลกอย่าให้บุคคลชี้นำ
ข่าวทีวีดิจิตอล /  คูปอง / 

เลขาธิการ กสทช. เผยขอให้ ปชช. นำคูปองไปแลก อย่าให้มีบุคคลมาชี้นำ คูปองจะใช้ได้ใน 3 แบบ นาย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ขอให้ประชาชนที่ได้รับคูปองและอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณครอบคลุมตั้งแต่ 80% ขึ้นไปใช้สิทธิของตนเองให้เต็มที่ โดยนำคูปองไปแลกด้วยตนเอง อย่าให้มีคนมาชี้นำเราเพราะแต่ละบริษัทที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้สิทธิประโยชน์ไม่เท่ากัน อยากให้ประชาชนเลือกแลกคูปองตามความต้องการและความพอใจของประชาชนเอง ทั้ง นี้ สำหรับคูปองที่ได้รับไปนั้น จะสามารถนำไปใช้ได้ 3 แบบ คือ ใช้แลกกล่องเซ็ตท็อปบ๊อกซ์ที่มีราคา 690 บาท รวมถึงใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องเซ็ตท็อปบ๊อกซ์ที่มีราคาสูงกว่า 690 และ หรือใช้เป็นส่วนลดในการซื้อทีวีดิจิตอล ณ จุดให้บริการได้แก่ โลตัส, บิ๊กซี, เดอะมอลล์, แม็คโคร, โฮมโปร, เพาเวอร์บาย, ร้านอมรศูนย์รวมอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์, ไอทีซิตี้, เซเว่น อีเลฟเว่น, แฟมิลี่มาร์ท, ร้านหนังสือนายอินทร์, Index Living Mall, Tops, บมจ. อสมท (Mcot), Mega Home, บริษัท เจ ไอ บี คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท แอดไวซ์ โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป จำกัด, Mega market รวมถึงร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในแต่ละจังหวัด โดยจุดรับแลกคูปองทุกแห่งจะมีสัญลักษณ์รับแลกคูปองแสดงอยู่หน้าร้าน นอก จากนี้ กรณีที่ยังไม่ได้รับคูปองดิจิตอลทีวี ให้รีบติดต่อขอรับคูปองที่ทำการไปรษณีย์ที่ดูแลพื้นที่ที่บ้านของท่านตั้ง อยู่ กรณีที่ติดต่อไปยังไปรษณีย์แล้วปรากฏไม่ว่ามีชื่อว่าได้รับคูปอง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับคูปอง ขอให้รีบแจ้งมายัง Call Center สำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200

ตร.ฮ่องกงเตรียมขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุม10ธ.ค.นี้
ขอคืนพื้นที่ /  ชุมนุมฮ่องกง / 

ทางการฮ่องกง ส่งตำรวจประจำการ ที่ย่านแอดไมรัลตี เพื่อเตรียมใช้ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ในวันพุธที่ 10 ธ.ค.นี้  สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หลังจากตำรวจสลายการชุมนุมของผู้ประท้วง และเปิดการจราจรในย่านธุรกิจของฮ่องกงเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2557 ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย พยายามกลับมารวมตัวกันในช่วงค่ำทุกวัน เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของศาลสูง ที่ห้ามผู้ชุมนุมปิดถนนในย่านดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลส่งกำลังตำรวจลงพื้นที่ในย่านแอดไมรัลตี ที่ผู้ประท้วงกลับมาปักหลักชุมนุมกันอีกครั้ง โดยคาดว่า ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ตำรวจจะใช้ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุมบางตา นายโจชัว หว่อง หนึ่งในผู้นำนักศึกษาของการชุมนุม เปิดเผยว่า กลุ่มของตัวเองจะยึดมั่น ในการประท้วงโดยปราศจากความรุนแรง เพื่อเรียกร้องให้ชาวฮ่องกงมีสิทธิ์เลือกผู้นำของตัวเองได้อย่างเสรีในการเลือกตั้ง ปี 2560 โดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐบาลจีน

ชาวไทยทึ่ง Arcadia The Bangkok Landing โชว์อลังการ แมงมุมพ่นไฟ มนุษย์สายฟ้า
ARCADIA SPIDER STAGE /  Gravity Thailand ARCADIA THE BANGKOK LANDING / 

แลนดิ้งลงลานจอดไปเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับงาน Gravity Thailand 2014 present Arcadia The Bangkok Landing (กราวิตี้ไทยแลนด์ 2014 พรีเซ้นท์ อาร์เคเดีย เดอะแบงค็อกแลนดิ้ง) ครั้งแรกในไทย กับการมาของเจ้าหุ่นยนต์แมงมุมยักษ์ ประติมากรรมรีไซเคิลที่สร้างเป็นเวที 360 องศา สูงเท่าตึก 5 ชั้น สั่งตรงมาจากเกาะอังกฤษ เพื่อคนไทยโดยเฉพาะ เจ้าแมงมุมยักษ์ตัวนี้มาพร้อมเอฟเฟ็กต์พ่นไฟ แสง สี เสียง และ ดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์ จากดีเจระดับโลกที่เลือกแลนด์ดิ้งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลก ที่สร้างความตื่นตะลึงความมันส์และเรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ที่มาร่วมงานครั้งได้อย่างเต็มอิ่ม โดยเฉพาะเหล่าบรรดาดารานักแสดงศิลปินไทย ต่างร่วมสนุกกันอย่างสุดเหวี่ยงในงานนี้ เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวลานดนตรีเต้นรำขนาดใหญ่มหึมาที่สุดก็ว่าได้ เริ่มต้นโชว์แลนด์ดิ้งเจ้าแมงมุมปล่อยแสงพร้อมคำทักทายชาวไทยโดยขึ้นธงชาติไทยพื้นใหญ่ให้เป็นสัญลักษณ์ถึงการมาเยือนบ้านเจ้าถิ่นที่มีความรักในแผ่นดินบ้านเกิดอย่างประเทศไทยของเรา เรียกเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดจากชาวไทยได้เป็นอย่างดี เหล่าบรรดาดีเจไทยและเทศ อย่าง BangBangBang (ขันเงิน เนื้อนวล-คีซี่),FreeStyleSeed (ซี๊ด-นรเศรษฐ หมัดคง), DJ Suharit (โต้-สุหฤทธิ์ สยามวาลา), Machina (แมชชีน่า), Adsorb,The Bloody Beetroots SBCR DJ Set, Roni Size+Dynamite MC, Far Too Loud, SKiSM, ก็ทะยอยขึ้นเปิดเพลงเพิ่มความมันส์ ให้ทุกคนได้สนุกไปพร้อมกับกับการโชว์แสง สี เสียงอันทรงพลัง ของเจ้าแมงมุมนี้ และอีกหนึ่งโชว์ ที่เรียกความฮือฮาตื่นตาตื่นใจจากคนดูเป็นที่สุดคือการโชว์ของมนุษย์เทพสายฟ้า หรือ Lords of lightning ที่เป็นอีกหนึ่งโชว์เด็ดระดับโลกที่อาร์คาเดียเตรียมมาโชว์เพื่อคนไทย ก่อนจะปิดท้ายความสนุกจาก Arcadia Soundsystem ดนตรีสุดมันส์จากทีมผู้สร้างอาร์เคเดีย ที่งานนี้ทีมอาร์เคเดียได้นำธงชาติไทยขึ้นมาติดอีกครั้ง แทนคำขอบคุณประเทศไทยที่เจ้าแมงมุมได้มีโอกาสมาเยือน ใครที่พลาดไปสัมผัสประสบการณ์แมงมุมยักษ์ ในครั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างได้ทาง www.gravitythailand.com และ www.facebook.com/GravityThailand

มักง่าย! ประจานมอ'ไซค์ ขี้เกียจยูเทิร์น จอดรถปลดที่กั้น
ปลดที่กั้นกลับรถ /  ปลดที่กั้นยูเทิร์น / 

มักง่าย! ประจานมอ'ไซค์ ขี้เกียจยูเทิร์น จอดรถปลดที่กั้น วันนี้(15ธ.ค.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการแชร์คลิปชายขับรถมอเตอร์ไซค์จอดรถแล้วพยายามปลดที่กั้นยูเทิร์นจุดกลับรถ โดยคลิปดังกล่าวความยาวเพียง45วินาที เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่รถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่เนื่องจากการจราจรกำลังติดขัด ซึ่งในเลนฝั่งตรงข้ามมีชายขับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดตรงจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงมากั้นไว้ห้ามยูเทิร์น แต่ชายคนดังกล่าวก็พยายามปลดที่กั้นจนสามารถปลดได้และมองซ้ายมองขวาว่ามีใครเห็นหรือไม่จากนั้นก็ขับรถออกไปอย่างไม่สนใจใคร ซึ่งรถที่ติดอยู่อีกฝั่งต้องถอยหลังเพื่อให้ชายคนดังกล่าวขับออกไปได้ ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวถูกแชร์ลงบนโลกออนไลน์มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนมองว่าเป็นพฤติกรรมที่มักง่าย ผิดกฎจราจรและเสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงอาจจะทำให้รถติดหนักมากกว่าเดิมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่อยากให้เจ้าหน้าที่นำตัวมาดำเนินคดีเพื่อไม่ให้คนอื่นทำเป็นเยี่ยงอย่าง MThai News ขอบคุณคลิปจากคุณ เห็นโล้วว วว วว

สยอง! หนุ่มไปถ่ายรูปเล่นบนตึกร้างสาทร แต่เจอศพผูกคอตาย
ตึกร้าง /  ตึกร้างสาทร / 

สยอง! หนุ่มไปถ่ายรูปเล่นบนตึกร้างสาทร แต่เจอศพผูกคอตาย วานนี้(5ธ.ค.) จส.100 รายงานข่าวว่านายนัฐวัฒน์ วเสถียร สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ได้ตั้งกระทู้ถึงเรื่องราวสยองขวัญ "เจอศพในตึกร้าง" ได้เข้าไปถ่ายรูปที่ตึกร้างสาทร หรือ อาคารสาทรยูนิคทาวเวอร์ ตรงข้ามวัดยานนาวา ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมไปถ่ายรูปเล่น โดยเจ้าของกระทู้ได้เดินขึ้นไปถ่ายรูปในห้องต่างๆ แต่กลับพบศพคนผูกคอตายอยู่ จึงพยายามโทรแจ้งไปยังสายด่วนฉุกเฉิน 191 199 193 ซึ่งโทรไม่ติดสายไม่ว่างทั้ง3เบอร์ จึงลงมาแจ้งกับตำรวจจราจรบริเวณใกล้เคียงแต่ตำรวจกลับอ้างว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ นายนัฐวัฒน์จึงกลับบ้านและโพสต์เรื่องราวลงบนเว็บไซต์พันทิป ซึ่งทางจส.ได้รับแจ้งจากสมาชิกเกี่ยวกับกระทู้ดังกล่าวจึงได้ประสานมูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง ขอกำลังให้ขึ้นไปตรวจสอบแต่เมื่อขึ้นไปแล้วก็ไม่พบศพจนกระทั่งเจ้าหน้าที่รอให้นายนัฐวัฒน์ พาไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงได้พากันขึ้นไปที่ชั้น43 ตรงบริเวณห้องน้ำ ก็พบศพชาวต่างชาติคาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ4-5วัน จึงได้นำศพเคลื่อนย้ายออกไปเพื่อรอแพทย์ชันสูตรต่อไป ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานความคืบหน้าของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ  คือ นายสตีฟ โจฮาน คริสเตียน แฮมมาสเทน อายุ 35 ปี  ชาวสวีเดน  พบใบขับขี่ ของสวีเดน และบัตรเครดิต 2 ใบ อยู่ในกระเป๋าเงิน  สภาพศพขึ้นอืด ที่ลำคอมีเชือกแขวนคอ โยงกับคานด้านบนในห้องน้ำ ในลักษณะท่ายืน เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ จากการตรวจสอบสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ สำหรับอาคารสาทรทาวเวอร์ เป็นอาคารร้าง ที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ มีความสูง 49 ชั้น แต่ก็ยังมีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้ หัวขโมยเข้ามาลักทรัพย์ภายในอาคาร อีกทั้ง สถานที่แห่งนี้ ก็เป็นที่นิยมของนักถ่ายภาพ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งหากใครจะเข้าไปด้านบน ต้องเสียค่าเข้าชม หากเป็นต่างชาติ คิดราคา 200 บาท ส่วนคนไทย คิดราคา 100 บาท MThai News

คนปัตตานีคึกคักเตรียมแห่ดูเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเยือน
"ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด /  บอลกระชับมิตร / 

นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะประธานฝ่ายอำนวยการจัดการแข่งขันและนายเถลิงศักดิ์ ยกศิริ รองผู้ว่าฯปัตตานี ในฐานะรองประธานฝ่ายอำนวยการจัดการแข่งขัน ได้ร่วมกันประชุมกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมการจัดแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร มิตรภาพอีสาน-ใต้ ครั้งที่ 3 ระหว่างปัตตานี เอฟซี พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้ เวลา 16.30 น. ที่สนามเรนโบว์สเตเดียม อ.เมือง จ.ปัตตานี นายขวัญชาติให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า วันนี้มีการพูดถึงภารกิจของแต่ละฝ่าย ตั้งแต่ฝ่ายจัดหางบประมาณและสิทธิประโยชน์ ฝ่ายสถานที่ ไปจนถึงฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร คาดกันว่าแมตช์นี้จะมีแฟนบอลเดินทางมาชมกันแน่นขนัดอย่างแน่นอน ทำให้การเตรียมความพร้อมต้องสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากแมตช์นี้ทั้งนักฟุตบอล แฟนบอลต่างมีความสุขกันทั้งสิ้น ที่จะมีโอกาสได้เจอกันอีกหลังทีมบุรีรัมย์เดินทางมาแข่งขันที่นี่แล้ว 2 ครั้ง ด้านนายอัมรัน สาแยตือปะ แฟนคลับของทีมปัตตานีเอฟซี กล่าวถึงเกมกระชับมิตรดังกล่าวด้วยว่า นี่คือแมตช์ที่แฟนบอลปัตตานีรอมานาน เพราะทีมบุรีรัมย์เป็นทีมชั้นนำระดับประเทศ มีนักเตะฝีเท้าเยี่ยมมากมายทั้งไทยและเทศ ล่าสุด เพิ่งจะชนะเลิศไทยพรีเมียร์ลีกมา "แฟนบอลปัตตานีสนใจแมตช์นี้กันมาก แทบจะเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ มีคนกล่าวถึงกันมาก พูดกันทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเกมนี้ บางคนก็นับถอยหลังแล้วที่จะรอชมการแข่งขัน ผมกล้าพูดเลยว่าแฟนบอลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่างสนใจกันมากจริงๆ ส่วนตัวมองว่ากีฬาเป็นอีกเรื่องที่สำคัญของคนในพื้นที่ ช่วยเชื่อมสัมพันธ์คนในภาครัฐ คนในชุมชนให้หันมาสามัคคี" นายอัมรันกล่าว และว่า ตนเป็นคนปัตตานี และเชียร์ทีมปัตตานีเอฟซีโดยส่วนตัวไม่มีอะไรที่จะไปช่วยสนับสนุนทีมนี้ได้ ยกเว้นเสียงเชียร์ที่ชาวปัตตานีส่งใจไปถึงนักเตะทุกคน เมื่อทีมเล่นกันเต็มที่ พวกเราก็เชียร์เต็มที่ไม่แพ้กัน "ต้องขอบคุณทีมบุรีรัมย์ที่ยกทีมมาเตะถึงปัตตานี มามอบความสุขให้พวกเรา ทั้งยังช่วยจุดประกายให้เด็กในพื้นที่ได้หันมาเล่นกีฬา" นายอัมรันกล่าว นายธีวินท์ ยะโกะ แฟนคลับของทีมปัตตานีเอฟซีอีกคน กล่าวว่า เป็นเกมที่รอคอยมายาวนาน และแฟนบอลปัตตานีตื่นเต้นที่จะไปชมกันในสนาม ขณะนี้ในเพจปัตตานีเอฟซีมีการไถ่ถามกันมากมายถึงเกมนี้ ยิ่งก่อนหน้านี้เพจบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดได้คอนเฟิร์มถึงแมตช์การแข่งขันนัดนี้ ทางเพจปัตตานีเอฟซีก็นำมาแชร์เผยแพร่ ล่าสุด มีแฟนบอลเข้ากดไลค์ในเพจปัตตานีเอฟซีกันร่วม 3 หมื่นไลค์แล้ว "บุรีรัมย์มีการเสริมแข้งนักเตะชั้นนำหลายคน รวมทั้งนักเตะตัวเก๋าในทีมก็มากับครบครัน อาทิ ธีราทร บุญมาทัน สุเชาว์ นุชนุ่ม หรือนักเตะต่างชาติอย่าง อันเดรส ตูเนซ จากสเปนที่เพิ่งเข้าร่วมทีม ขณะที่ปัตตานีเอฟซีก็มีการเสริมนักเตะต่างชาติเข้ามาหลายคน รวมทั้งนักเตะไทย" นายธีวินท์กล่าว และว่า แม้ว่าส่วนตัวจะชอบทีมบุรีรัมย์มาก แต่คงไม่มีทีมไหนจะมาสู้การเชียร์ทีมปัตตานี บ้านเกิดได้ อยากเห็นเกมนี้เล่นเอ็นเตอร์เทนคนดูให้มากที่สุด เล่นกันเต็มที่ เพราะโอกาสที่คนปัตตานีจะเดินทางไปดูบุรีรัมย์เตะที่ไอ-โมบายสเตเดียมเป็นไปได้น้อยมาก แต่เมื่อมาเล่นถึงปัตตานี พวกเราก็จะลุ้นและเชียร์กันให้สนุก "ล่าสุด มีแฟนบอลจากกรุงเทพฯส่วนหนึ่งได้จองตั๋วเครื่องบินมาที่ จ.ปัตตานี ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้แล้ว หรือก่อนวันเตะ 1 วัน เพราะเขาก็อยากมาดูบุรีรัมย์เตะกับปัตตานีเช่นกัน พวกเราในฐานะแฟนบอลปัตตานีจะเดินทางไปรับถึงสนามบิน" นายธีวินท์กล่าว ที่มา มติชน

รถเมล์ทะเลาะกันกลางถนน ไม่พอใจโดนปาดหน้า ทำรถติดยาว
คลิปรถเมล์ /  จรัลสนิทวงศ์13 / 

อีกแล้ว! รถเมล์ทะเลาะกันกลางถนน ไม่พอใจโดนปาดหน้า ทำรถติดยาว กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกออนไลน์อีกครั้งกับคลิป รถเมล์เปิดศึกกันกลางถนน โดยในรอบนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริเวณซอยจรัลสนิทวงศ์ 13 เมื่อคนขับและกระเป๋ารถเมล์อีกคันหนึ่งจอดรถพร้อมกับขึ้นไปต่อว่ากระเป๋ารถเมล์และคนขับของรถเมล์ สาย81 อ้อมน้อย-ปิ่นเกล้า สาเหตุไม่พอใจที่โดนปาดหน้าและขับกวนมาตลอดทาง แล้วยังมาตบกระจกรถเมล์ของตนด้วย ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การจราจรติดขัด จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาเคลียร์ แต่ทั้งคนขับรถของทั้งสองคันก็ไม่หยุดเถียงกัน โดยไม่เกรงใจการจราจรที่ติดอยู่ด้านหลัง อย่างไรก็ตามผู้ชมคลิปดังกล่าวได้เรียกร้องให้ทางคสช. ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาแก้ไขปัญหา ปรับปรุงคุณภาพของรถเมล์ไทยก่อนที่จะมีการขึ้นค่าโดยสารในปีหน้า พร้อมบอกว่าหากจะขึ้นค่าโดยสาร การบริการก็ควรดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ที่บริเวณสุทธิสาร ได้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันคือรถเมล์2คนทะเลาะวิวาทกันเอง เนื่องจาก ไม่พอใจที่โดนปาดหน้า  MThai News ขอบคุณคลิปแนะนำจาก @หนอน ความทรงจำในขวดแก้วตลอดไป ข่าวสาร

ฤดูหนาว เที่ยวพุทธสถาน ณ วัดอุโมงค์ เชียงใหม่
เที่ยววัด /  เที่ยวเชียงใหม่

ระยะเวลาของการก้าวเข้าสู่ฤดูหนาว หลาย ๆ คน เตรียมทริปมุ่งไปสัมผัสกับอากาศเย็น ๆ ชมทะเลหมอก ตามภูเขา ภูดอย ต่าง ๆ เชียงใหม่ เป็นอีกจังหวัดที่เที่ยวได้ตลอดปีจริง ๆ แต่ก็จะคึกคักสุดๆ ช่วง เหมันตฤดู ด้วยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีสายการบินลงเยอะ คนก็เดินทางสะดวกและไปง่าย สิ่งที่หลายคนเตรียมตัว เวลาจะไปเชียงใหม่ ก็จะพูดถึง ร้านอาหารดัง ๆ ร้านกาแฟชิค ๆ ที่แห่กันผุดขึ้นมา รองรับตลาดนักท่องเที่ยว ที่ไปเยือนเชียงใหม่อย่างไม่ขาดสาย แข่งกันสร้าง Signature สร้างเอกลักษณ์ของร้านตัวเอง ให้คนพูดถึง ร้านธรรมดา ๆ คงจะไม่มีคนไปนั่ง แล้วถ่ายรูปอัพ Social เก๋ ๆ มันต้องมี ธีม มี concept คนก็จะพูดถึง แล้วก็หลั่งไหลไปตามกระแส ผมก็ไม่ปฎิเสธ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ... ที่ไปตามกระแส ร้านดังเช่นกัน ฤดูหนาว เที่ยวพุทธสถาน ณ วัดอุโมงค์ เชียงใหม่ วันนี้ ผมมีอีกมุมหนึ่งของเชียงใหม่ ที่อยากให้สัมผัสกัน เป็นวัดที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ ผมรู้จักวัดนี้ได้ ก็ต้องขอบคุณ ก้อย ผู้แนะนำสถานที่นี้ให้ผมด้วยรูปถ่าย อุโมงอิฐ ที่ปากอุโมงค์ ปกคลุมไปด้วยความเขียวของต้นไม้ ตะไคร่เล็ก ๆ เต็มผนังกำแพงอิฐ ดูจากพิกัดแล้ว อยู่ใกล้กับตัวเมืองมาก ซึ่งในขณะนั้น ผมพักอยู่ที่โรงแรม imm ท่าแพ ออกจากโรงแรม มีตุ๊ก ๆ เข้ามาถามว่าจะไปไหน ผมบอกว่า จะไปวัดอุโมงค์ คนขับตุ๊ก ๆ บอกว่า 250 บาท ผมตกใจมาก นี่ขนาดคนไทยด้วยกันยังโดนขนาดนี้ ผมเลยโบกมือ ไม่เอา แล้วเดินมาถามสี่ล้อแดง สรุปตกลงผมไปวัดอุโมงด้วยสี่ล้อแดง ในราคา 30 บาท นั่งคนเดียวทั้งคัน อีกต่างหาก นั่งรถแดงจากประตูท่าแพ ประมาณ 10 นาที ผมก็มาถึงยังประตูทางเข้าวัดอุโมงค์ มีรถจอดอยู่ สองสามคัน ด้านหน้าเงียบๆ ไม่มีนักท่องเที่ยว ณ เวลาที่ผมไปนั้น ผมก็เดินตามป้ายบอกทาง ที่ชี้นำทาง ให้ผมเดินเข้าไปข้างในเรื่อยๆ วัดเต็มไปด้วยต้นไม้ เหมือนกลายๆ ว่าจะเป็นวัดป่า แต่ทางเดินทำดี ลาดคอนกรีตเดินสะดวก ภายในร่มรื่นและรู้สึกเย็น ด้านหน้าสุดจากประตูทางเข้า ขวามือจะเป็นลานจอดรถ สำหรับใครที่นำรถมาเอง ส่วนด้านซ้ายมือเป็น ศูนย์หนังสือพระพุทธศาสนาวัดอุโมงค์ ระหว่างทาง ก็จะมีรูปปั้น เป็นให้สักการะ อยู่เป็นระยะ เดินเข้ามา ก็จะพบกับ หอธรรมโฆษณ์ ซึ่งเป็นหอสมุดที่เก็บเรื่องราวประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา สำหรับผู้ที่สนใจ ทางเดินเข้าไป จะมีป้ายบอกทาง ตรงไปยัง เจดีย์และอุโมงค์ตามป้ายเลยครับ เสาหินอโศกจำลอง ของจริงนั้นตั้งอยู่ที่อินเดีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในอดีตกาล น้อมรำลึกถึงเกียรติประวัติของพระเจ้าอโศกมหาราช   อนุสาวรีย์ของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ   และแล้ว ผมก็ตามลายแทงมาถึง ยังวัดอุโมงค์ วัดนี้เงียบสงบ ผมถอดรองเท้า แล้วก็ค่อย ๆเดินเข้าไปในปากทางอุโมงค์ด้านหน้าสุด จากนั้นก็เดินสำรวจ ข้างในอากาศเย็น ๆ อุโมงค์ทะลุหากัน อุโมงค์นี้ อยู่ด้านล่างเจดีย์อีกที ในระหว่างที่ผมเดิน สำรวจอุโมงค์แต่ละช่องอยู่นั้น ก็เห็น มีนักท่องเที่ยวทยอยมาบ้าง แต่ที่น่าแปลกใจคือ ทั้งหมด เป็นวัยรุ่น หรือไม่ก็เป็นคนท้องถิ่น โดยฟังได้จากสำเนียงภาษาพูด สักพัก ก็มีพระรูปหนึ่ง ซึ่งท่านเดินเข้ามาในอุโมงค์พอดี ท่านหยุดทักทาย พูดคุยกับ หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังหยุดนั่งกราบพระในอุโมงค์ ท่านเทศนาให้หนุ่มสาวฟัง ถึงเรื่องบาปบุณคุณโทษ สอนให้รู้จักเรื่องกรรม เรื่องเวร ผมอยู่ห่างๆ ก็แอบฟังและได้ข้อคิดไปด้วย ออกจากอุโมงค์มาทางด้านหลัง จะมีบันไดให้ขึ้นไปสักการะพระเจดีย์ 700 ปี เป็นเจดีย์ทรงระฆังกลมขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถขึ้นจากทางด้านหน้าก็ได้   วัดอุโมงค์เป็นวัดที่สงบมาก ต้นไม้เยอะ ทำให้รู้สึกร่มรื่นและสงบใจ เป็นอีกหนึ่งวัน ที่มีจุดเด่นน่าสนใจ อยากให้ทุกคนลองไปรู้จัก กับ วัดอุโมงค์ เชียงใหม่ ครับ วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) เชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 135 หมู่ 10 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200  

บก.จร.แนะเลี่ยง รามคำแหง ฟาดแข้งไทย-มาเลย์
การจราจร /  ซูซูกิคัพ / 

บก.จร. แจ้งหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนรามคำแหง คาดคน 5 หมื่นคน แห่ชม "ช้างศึกไทย" ฟาดแข้ง "เสือเหลือง" บอลซูซูกิคัพ เย็นนี้ ที่ราชมังคลาฯ เมื่อวัน ที่ 17 ธันวาคม กองบังคับการตำรวจจราจร ประกาศแจ้งว่า สน.หัวหมาก ได้ประชาสัมพันธ์ วันพุธที่ 17 ธันวาคม เวลาประมาณ 19.00 น. จะมีการแข่งขันฟุตบอล AFF SUZUKI CUP 2014 รอบชิงชนะเลิศนัดแรก ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติมาเลเซีย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้มาชมการแข่งขันประมาณ 50,000 คน อาจทำให้มีปัญหาการจราจรในเส้นทางถนนรามคำแหง จึงแจ้งผู้ใช้เส้นทางให้ทราบเป็นข้อมูลและพิจารณาหลีกเลี่ยงเส้นทาง ผกก.สน.หัวหมาก เผย จะเริ่มเร่งระบายรถหน้า ม.รามคำแหงตั้งแต่บ่าย เพื่อให้ผู้ชมเดินทางมาดูฟุตบอลไทย-มาเลย์ เย็นนี้ พ.ต.อ. ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สน.หัวหมาก เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในการแข่งขันฟุตบอลเย็นนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมสถานการณ์ จำนวน 500 นาย และเริ่มจัดการระบายรถบริเวณถนนรามคำแหง ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป เพราะเมื่อครั้งที่แล้วประชาชนที่มาดูการแข่งขันฟุตบอลบางรายมาไม่ทันการแข่งขัน โดยแบ่งเจ้าหน้าตำรวจจราจรไปตามจุดที่กำหนด สำหรับผู้ที่จะ เดินทางมาชมฟุตบอล แนะนำให้มารถโดยสารหรือรถสาธารณะจะดีกว่า แต่ถ้าหากจะนำรถมาเองให้มาเป็นหมู่คณะ เพื่อที่จะประหยัดพื้นที่ในการจอดรถและลดการเกิดจราจรติดขัดอีกทางหนึ่ง ด้วย ผกก.สน.หัวหมาก กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการจำหน่ายต๋วผีหรือตั๋วขายเกินราคาหน้าสนามนั้น เบื้องต้น ตำรวจไม่มีมาตรการลงโทษ เนื่องจากว่าเป็นตั๋วจริงที่ซื้อมาจริงแล้วมาขายต่อ และต้องดูอีกที่ว่าเป็นของจริงหรือไม่

ยังไงกันแน่? ตร.ยันหนุ่มเจอศพที่ตึกร้าง ไม่ได้โทรแจ้ง191
ข่าวล่าสุด /  ตึกร้าง / 

ตำรวจยัน ปมหนุ่มเจอศพบนตึกร้าง ไม่ได้โทรแจ้ง 191 หลังโพสต์บอร์ดดัง โวยโทรไม่ติด-ไร้คนรับสาย! วันนี้(7ธ.ค.) หลังที่มีผู้คนบนโลกออนไลน์พากันวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อมีผู้ไปโพสต์กระทู้ในเว็บบอร์ดซื่อดังว่า พบศพคนผูกคอตายอยู่บน อาคารสาทรยูนิคทาวเวอร์ ตรงข้ามวัดยานนาวา ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมไปถ่ายรูปเล่น ทางผู้โพสต์กระทู้ระบุว่าหลังจากได้พบกับศพ จึงพยายามโทรแจ้งไปยังสายด่วนฉุกเฉิน 191 199 193 แต่โทรไม่ติดสายไม่ว่างทั้ง3เบอร์ จึงลงมาแจ้งกับตำรวจจราจรบริเวณใกล้เคียงแต่ตำรวจกลับอ้างว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ ล่าสุดมติชนทีวี รายงานว่า ได้สอบถาม พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เพื่อสอบถามถึงกรณีดังกล่าว ได้ความว่า ได้ดำเนินการติดต่อกลับไปยังผู้โพสต์ข้อความแล้ว  เพื่อสอบถามว่าใช้หมายเลขใดโทรมา และโทรมาช่วงเวลาใด ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าไม่ได้มีการใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือโทรมา อีกทั้งทางผู้โพสต์แจ้งว่าได้ใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรมา เจ้าหน้าที่จึงให้สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบหมายเลขตู้โทรศัพท์ตามพื้นที่ที่ผู้โพสต์ข้อความให้ข้อมูล แต่ผลปรากฎว่าไม่มีหมายเลขดังกล่าวโทรเข้ามาแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เร่งรัดให้แก้ปัญหาร้องเรียนเรื่องการโทร 191 ไม่ติด หรือไม่มีผู้รับ โดยจ้างบริษัทภายนอกที่ผ่านการอบรมเข้ามาช่วยเรื่องการรับโทรศัพท์และประสานงานประมาณ 40 คน ซึ่งปัจจุบัน191 มีด้วยกัน 60 คู่สาย มีโต๊ะปฏิบัติการ 15 โต๊ะ (อยู่ระหว่างปรับปรุงระบบ3โต๊ะ) โดย ผบ.ตร.เน้นย้ำกำชับให้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อเป็นของขวัญก่อนปีใหม่ให้ประชาชนได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากได้รับข้อมูลผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์รับแจ้งเหตุ191ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 อาคารบก.02 พบว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการมีการรับแจ้งเหตุแต่ละพื้นที่บันทึกข้อมูลชื่อและที่อยู่ผู้แจ้งข้อมูลและประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขณะเดียวกันพบว่ามักมีเด็กโทรเข้ามาก่อกวน และล้อเล่นอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ทาง 191 มีระบบ บล็อคเบอร์โทรศัพท์เพื่อไม่ให้โทรเข้ามาแต่มาตรการดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้ดี เพราะเจ้าหน้าที่คำนึงด้วยว่าหากวันหนึ่งปลายสายอาจจะต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ก็ได้ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์-มติชนทีวี,ภาพจากข่าวสด

10 ที่พักสุดโรแมนติก ที่ฆ่าคนโสดแบบไม่รู้ตัว
10 รีสอร์ทสวย /  10 อันดับ ที่พัก / 

ลมหนาวโชยมาขนาดนี้ คาดว่าหลายคนคงอยากไปพักผ่อนต่างจังหวัดเป็นแน่ ลองจินตนาการดูว่าถ้าได้ไปจู๋จี๋กับคนรู้ใจ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ จะฟินกันขนาดไหน  travel.mthai.com จึงรวบรวม 10 ที่พักสุดโรแมนติก เหมาะสำหรับคนมีคู่ งานนี้คนโสดมาเห็นอาจช้ำใจ ยังไงก็ไม่โกรธกันนะ ไม่มีแฟน ก็ไปสนุกกับเพื่อนได้อยู่แล้ว จริงมั้ย ? 10 ที่พักสุดโรแมนติก ที่ฆ่าคนโสดแบบไม่รู้ตัว 1. ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ท (X2 Kui Buri Resort)    อยากจู๋จี๋แบบส่วนตั๊วส่วนตัว ก็ต้องที่นี่เลย ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ท (X2 Kui Buri Resort) หัวหิน รีสอร์ทสไตล์วิลล่าสุดโมเดิร์น บนหาดทรายขาวแสนสงบ ที่ที่คุณและคนรู้ใจจะได้พักผ่อนในบรรยากาศสุดโรแมนติกจนลืมโลกภายนอก ได้นอนแช่ตัวในสระว่ายน้ำกว้างๆ ชมวิวท้องฟ้าและทะเลสวยๆ ตบท้ายด้วยดินเนอร์มื้อค่ำเคล้าเสียงคลื่นที่ ห้องอาหาร 4K (4K Restaurant) ยิ่งได้อยู่กับคนรู้ใจสองต่อสองด้วยแล้ว คงเป็นคืนที่แฮปปี้สุดๆไปเลย 2. คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa)    หลบความวุ่นวายในเมือง มาสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa) เขาใหญ่ เพียงระยะทางสั้นๆจากกรุงเทพฯ ก็ได้สัมผัสบรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้และทุ่งหญ้ากว้างไกล ห้องพักเรียบง่ายมีสไตล์ เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ ได้เห็นทั้งวิวทะเลสาบและสนามกอล์ฟแบบพาโนรามาอีกด้วย ใครที่อยากถ่ายภาพให้ได้ฟีลโรแมนติกหน่อย ให้รอตอนพระอาทิตย์ตกดิน รับรองว่าสวยจนใครเห็นก็อิจฉา 3. เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort)    เพียงแรกเห็นก็ตกหลุมรัก เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort) จ.เชียงใหม่ เข้าอย่างจัง ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารที่เด่นสะดุดตาด้วยใบไม้สีเขียวสดที่ขึ้นปกคลุมทั้งหลัง ให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย ห้องพักก็สวยแปลกตาในสไตล์โคโลเนียล พร้อมชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้สักโบราณชั้นดี ส่วนด้านนอกยังเป็นสวนเขตร้อน ให้เกี่ยวก้อยเดินเล่นดูดอกไม้ หรือจะพากันไปขี่จักรยานชิลๆรอบรีสอร์ท ก็ได้อารมณ์กุ๊กกิ๊กไปอีกแบบ 4. เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท (The FloatHouse River Kwai Resort)     ชวนคนข้างๆไปล่องแพสไตล์รีสอร์ทกันที่ เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท (The FloatHouse River Kwai Resort) จ.กาญจนบุรี แพวิลล่าลอยน้ำที่ทำจากไม้ทั้งหลัง มีหลังคาทรงโปร่งให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย และเมื่อออกสู่ระเบียงก็จะเจอกับความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ ที่ขนาบข้างด้วยภูเขาและแม่น้ำทั้งซ้ายและขวา ใครที่อยากกินบรรยากาศชิลๆ ก็นั่งแช่ขาในน้ำชมวิวให้เพลินใจ ส่วนใครอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย แนะนำให้เล่นแพเปียก หรือเดินเที่ยวถ้ำละว้า ก็สนุกไม่แพ้กัน คู่ไหนชอบเที่ยวแบบกินลมชมธรรมชาติ จัดไป! 5. ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La A Natu Bed & Bakery)    รีสอร์ทขนาดเล็ก แต่เสน่ห์เกินตัว ต้องยกให้ ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La A Natu Bed & Bakery) บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้านหน้าเป็นหาดส่วนตัว ส่วนด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได ที่พักตกแต่งสไตล์พื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ แถมชื่อบ้านพักแต่ละหลังก็แปลกไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็น บ้านข้าวเหนียว บ้านข้าวฟ่าง บ้านข้าวตอก บ้านต้นหอม บ้านตะไคร้ และบ้านใบมะกรูด ส่วนสิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ เบเกอรี่โฮมเมดสูตรเฉพาะ หอมอร่อยละมุนลิ้น ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ 6. โม รูมส์ (Mo Rooms)     อีกหนึ่งที่พักยอดฮิตติดหูของเชียงใหม่ในขณะนี้ โม รูมส์ (Mo Rooms) โรงแรมขนาดกะทัดรัด ที่ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมดีไซน์แปลกแหวกแนว ตั้งแต่รูปทรงอาคารด้านนอกที่เหมือนกล่องสี่เหลี่ยมวางซ้อนทับกันไปมาเป็นชั้นๆ เผยให้เห็นผนังปูนเปลือยที่ดูเรียบง่ายแต่เท่ห์ ตลอดจนห้องพักด้านในที่เรียกว่า “ห้อง 12 นักษัตร” ซึ่งมีดีไซน์แตกต่างกันไปทั้ง 12 ราศี เป็นการผสานความเชื่อและศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และแม้จะดูเป็นโรงแรมเล็กๆ แต่ก็มีพื้นที่สำหรับสระในร่มให้ว่ายน้ำรีแล็กซ์กันด้วยนะ... โม รูมส์ เค้าจิ๋วแต่แจ๋วใช่ไหมล่ะ 7. ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท-นอติคัล-กะตะ บีช (Sugar Marina Resort-Nautical-Kata Beach)      ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท-นอติคัล-กะตะ บีช (Sugar Marina Resort-Nautical-Kata Beach) จ.ภูเก็ต รีสอร์ทเท่ๆ สไตล์กะลาสี ที่จะทำให้คุณหยิบกล้องมารัวชัตเตอร์กันจนมือหงิก เพราะทั่วทั้งรีสอร์ทตกแต่งโดยใช้ธีมสีฟ้า-ขาว เพื่อเน้นความสดใส ตามผนังยังประดับด้วยภาพวาดเรือและท้องทะเล บวกกับของตกแต่งน่ารักๆอีกหลายชิ้นที่ให้อารมณ์ทะเล๊ทะเล แต่งานนี้อย่ามัวถ่ายรูปอัพไอจีกันเพลิน จนลืมเอาเวลาไปสวีทกับคนข้างๆล่ะ เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน 8. แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club)      หากกำลังฝันถึงรีสอร์ทสไตล์ยูโรเปี้ยนคันทรี และสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ที่มีหญ้าเขียวขจี ต้องมาที่ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club) เขาใหญ่ ด้วยชื่อ “Rancho” ที่แปลว่าคอกม้า ที่นี่จึงมี “ม้า” เป็นสัญลักษณ์ของรีสอร์ท ภายนอกตกแต่งในสไตล์ยุโรป ประดับด้วยรูปปั้นสุดคลาสสิก ส่วนภายในห้องพักก็ตกแต่งไม่ซ้ำกัน ด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ สีหวานแหวว เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ราวกับอยู่ในคฤหาสน์ผู้ดีอังกฤษ ยิ่งพาคนรู้ใจไปเที่ยวสองต่อสองแล้วล่ะก็ อั๊ย! สวรรค์ชัดๆ 9. มาราเกซ หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua Hin Resort & Spa)      อีกหนึ่งที่พักยอดนิยมตลอดกาล พูดชื่อแล้วหลายคนคงร้องอ๋อ... มาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua Hin Resort & Spa) รีสอร์ทติดทะเลสไตล์โมร็อกโกแห่งเดียวในหัวหิน ที่คุณจะตะลึงในความสวยตั้งแต่ประตูทางเข้า เสมือนกำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนอาหรับ ตัวอาคารประดับด้วยกระเบื้องโมเสก มีประตูทรงโค้งมนรับกับหลังคาโดมสูง ไม่ว่าจะมองทางไหนก็สวยไปซะหมด แถมยังมีดาดฟ้าส่วนตัวให้ออกมานอนดูดาวรับลมเย็นๆตอนกลางคืนได้ด้วย คอนเฟิร์มว่าบรรยากาศเป็นใจให้สละโสดจริงๆ 10. โฟโต้ โฮเทล (Foto Hotel)     “เท่ห์แบบมีสไตล์ ถ่ายภาพได้ทุกมุม” คงบอกความเป็น โฟโต้ โฮเทล (Foto Hotel) จ.ภูเก็ต ได้ดีที่สุด เรื่องดีไซน์ก็เก๋ไม่ซ้ำใคร ตกแต่งเน้นโทนสีขาว-ดำ มีกล้องฟิล์มสมัยโบราณตั้งโชว์ตามจุดต่างๆ และที่ผนังห้องยังเต็มไปด้วยภาพวิถีชีวิตชาวบ้านเรียงรายให้เดินดูกันจนเพลิน เหมือนได้ชมงานศิลปะอยู่ในแกเลอรี่เลยทีเดียว คู่รักคู่ไหนที่ชอบความทันสมัยและหลงใหลการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ จะต้องร้องว่า...ฟินเฟ่อออร์! ขอบคุณที่มา : www.hotelsthailand.com/travel-guide

โลกไหนคือความเป็นจริง ในตัวอย่าง The Divergent Series: Insurgent
2 ภาค /  Allegiant / 

ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้รอนาน หลังจากปล่อยทีเซอร์สั้นๆไป สำหรับหนังที่สร้างจากนวนิยายขายดี ที่เป็นภาคต่ออีกเรื่องอย่าง The Divergent Series: Insurgent ภาคต่อของ Divergent คนแยกโลก ที่เข้าฉายในเราชมกันไปเมื่อต้นปี โดยภาคต่อในชื่อว่า Insurgent ก็รอเข้าฉายอยู่แล้วเดือน มีนาคม ปี 2015 ซึ่งทิ้งห่างจากภาคแรกเพียงปีเดียว เพื่อไม่ให้รอนาน โดยตอนนี้ตัวอย่างฉบับเต็มตัวแรกก็เผยออกมาให้ชมกันแล้ว และเห็นได้ชัดเลยว่าภาคต่อนี่ยกระดับจากภาคแรกขึ้นมาสูงทีเดียว โดยเฉพาะฉากแอ็คชั่น และ สเกลหนัง ที่ดูท่าจะใหญ่ และ สนุกขึ้นทีเดียวครับ ซึ่งในภาคนี้จะดำเนินเรื่องต่อจากภาคแรก เรื่องราวการเดินทางตามหาความหมายของสัญลักษณ์ทั้ง 5 โดย ทริซ และ โฟร์​ต้องการจะค้นหาคำตอบว่าทำไมเหล่า ไดเวอร์เจ้น ต้องถูกกำจัด โดยในระหว่างนั่นพวกเขาก็ต้องโดนตามล่าจาก เจนีน ผู้ที่จะทำให้ทุกสัญลักษณ์อยู่ในระเบียบด้วยเช่นกันครับ แฟนๆรอชมกันได้เลย

แชร์ว่อน! ภาพนักเรียนคลานเข่าเข้าห้อง หลังถูกทำโทษมาสาย
ข่าววันนี้ /  คลานเข่า / 

นักเรียนโรงเรียนหญิงล้วนย่านสุขุมวิทแห่ร้อง หลังถูกลงโทษให้คลานเข่าเข้าห้องหามาสาย ด้านอาจารย์บอกนี่คือวิถีกุลสตรี ทำไปเพื่อให้เกิดความเข็ดหลาบ วานนี้ (12 ธ.ค. 57) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเรื่องสุดฮือฮาขึ้น เมื่อนักเรียนโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังย่านสุขุมวิท ต่างพากันโพสต์ภาพ และติดแฮชแท็ก #snfact และ#sn เผยให้เห็นนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งคลานเข่าจนทำให้เข่าด้านในทวิตเตอร์ เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยอาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียนดังกล่าวได้แจง ว่า ภาพที่ปรากฎเป็นการลงโทษเด็กนักเรียนที่มาสายของโรงเรียน และเป็น 1 ในหลายวิธีที่โรงเรียนเลือกใช้เพื่อต้องการให้เด็กหลาบจำ แต่ไม่มีการเฆี่ยนตี หรือต่อว่านักเรียน ซึ่งการคลานเข่าก็เป็นอีกวิธีที่กุลสตรีไทยควรศึกษาและปฏิบัติ เมื่อเห็นว่าเป็นประโยชน์จึงนำการคลานเข่ามาเป็นวิธีลงโทษดังกล่าว แต่ไม่คิดว่าจะทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้ อย่างไรก็ตามจะมีการหารือกับคณะอาจารย์ปกครองอีกครั้งว่าจะมีการยกเลิก และหาวิธีการลงโทษเด็กมาโรงเรียนสายด้วยวิธีอื่นที่หรือไม่ ขณะที่ รศ.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การลงโทษดังกล่าวถือว่ารุนแรงมากและไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ทั้งนี้อยากฝากไปถึงอาจารย์ด้วยว่าการจะลงโทษเด็กนักเรียนที่มาสายควรสอบถามถึงสาเหตุก่อนเพราะบางคนไม่ตั้งใจ แต่มาสายเพราะสภาพการจราจรในปัจจุบันที่รู้ๆ กันอยู่ MThai News

นครศรีฯ -ตรัง-พัทลุง อ่วม น้ำท่วมสูง หลังฝนหนัก
ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช /  ข่าววันนี้ / 

นครศรีฯ -ตรัง-พัทลุง อ่วม น้ำท่วมสูง หลังฝนตกหนัก ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่ ผบ.ทบ.สั่งทหารช่วยผู้ประสบภัยแล้ว รายงานข่าวแจ้งว่า ที่จ.นครศรีธรรมราช ได้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ภายหลังเกิดเหตุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมเส้นทางจราจร และบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย เบื้องต้นพบมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขณะที่หลายพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ทั้งจ.ตรัง, จ.พัทลุง ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน แต่ยังไม่มีรายงานตวามเสียหาย หรือผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ด้านพันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 4 กำลังเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้แจ้งเตือนให้ทุกหน่วยทหารในพื้นที่ภาคใต้ติดตามสถานการณ์น้ำและเข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัย ร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างทันที ต่อเนื่องและตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างดีที่สุด ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “น้ำท่วม” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> ภาพจาก สายัณห์ ศรีใหม่ MThai News