สัญลักษณ์จราจร

แบงก์พันปลอมระบาด ธปท.เตือนระวัง แนะวิธีสังเกต
ธนบัตรปลอม /  ธนาคารแห่งประเทศไทย / 

แบงก์พันปลอมระบาด!! ธนาคารแห่งประเทศไทย เตือน ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตก่อนรับธนบัตรด้วยวิธีง่าย ๆ 3 วิธี คือสัมผัส, ยกส่อง,พลิกเอียง เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหนังสือชี้แจงเรื่อง การพบธนบัตรปลอมชนิดราคา 1,000 บาท ว่า ธปท.ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับ การพบการใช้ธนบัตรปลอมชนิดราคา 1,000 บาท และตรวจสอบและพบว่า มีธนบัตรปลอมชนิดราคา 1,000 บาท หมายเลข 9ฉA 3828862 และ หมายเลข 9ฉA 3828863 เข้ามาในระบบ ซึ่งมีลักษณะ แตกต่างจากธนบัตรจริงและที่สำคัญสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า คือ ไม่ปรากฏลายน้ำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ จุดสังเกตในธนบัตรรัฐบาล ประเด็น แบงก์พันปลอมระบาด ทั้งนี้ ธปท.ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องวิธีสังเกตธนบัตรในการนี้ ธปท.ขอความร่วมมือจากประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตก่อนรับธนบัตรด้วยวิธีง่าย ๆ 3 วิธี ดังนี้ 1.การสัมผัส โดยเนื้อกระดาษธนบัตร เป็นกระดาษชนิดพิเศษ มีความเหนียว แกร่ง ทนต่อการพับดึงและให้ความรู้สึกแตกต่างจากกระดาษทั่วไป และการสัมผัสตัวเลขแจ้งราคา และคำว่ารัฐบาลไทย จะรู้สึกสะดุดกับหมึกพิมพ์ 2.การยกส่อง เมื่อยกธนบัตรส่องกับแสงสว่าง จะเห็นลายน้ำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในเนื้อกระดาษอย่างชัดเจนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงรูปลายไทยขนาดเล็กที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษและแถบสีโลหะฝังอยู่ในเนื้อกระดาษ บนแถบมีตัวเลขแจ้งชนิดราคาหรือตราสัญลักษณ์ฯ ด้วย 3.การพลิกเอียง บริเวณมุมของธนบัตร พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ชนิดพิเศษ เมื่อพลิกธนบัตรไปมาสีของตัวเลขจะเปลี่ยนสลับจากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งได้ สำหรับผู้ที่ได้รับธนบัตรปลอม หรือสงสัยว่าเป็นธนบัตรปลอม ขอความร่วมมือไม่นำออกใช้เพราะจะมีความผิดตามกฎหมาย แต่ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากการแจ้งเบาะแสนี้นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดฐานปลอมแปลงธนบัตร ผู้แจ้งจะได้รับรางวัลนำจับ MThai News

เครื่องรางอาถรรพ์เรียกคนรักกลับ
คนรัก /  เครื่องราง / 

ถ้าพูดถึง เครื่องรางอาถรรพ์ ที่เรียกคนรักกลับมา มีหลากหลายชนิดเหมือนกัน ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมี อำนาจสามารถผูกจิตมัดใจ แรงมาก อำนาจพุทธคุณ และเทวา แต่ไม่ใช่ผี จึงไม่ต้องกลัวดวงตก หรือหากินไม่ขึ้น แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันครับ ตะกรุดนางร่ำไร หนุนดวงเรื่องรักโดยเฉพาะ หาคู่สมพงษ์ คู่อุปถัมถ์ คนไม่มีคู่ก็จะหาคู่ดีให้ คนทีมีคู่แล้วเรื่องรักก็จะดียิ่งขึ้น เพทพญาธร บอกได้เลยว่าชิ้นนี้แรงมากๆจริงๆ เป็นเครื่องรางที่บรรดาคณาจารย์ในวงการไสยเวทได้ให้การยอมรับและกล่าวขานเป็นเสียงเดียวกันว่าแรงและพลังฤทธานุภาพมากมาย โดดเด่นในเรื่องสร้างภาพนิมิตในฝันคน เรียกจิตผู้คน คนรัก โดยการสร้างนิมิตให้ฝันถึง สร้างภาพให้อยู่ในหัวให้คิดถึงจนทนไม่ไหวยังไงต้องมาหา ผู้ใดบูชาเพทพญาธร ก็จะบังเกิดมหาเสน่ห์ มหานิยม เป็นที่เมตตาแก่ผู้พบเห็น แคล้วคลาด คงกะพัน กันคุณไสยที่มากับลม บังเกิดโชคลาภอีกด้วยค่ะ และจารยันต์ผูกรูป มัดใจคนรักค่าครู 1500 บาทบอกได้เลยว่าประสบการณ์เยอะมากๆ และเนื่องจากมีลูกศิษย์ท่าอาจารย์ได้มาบอกข่าวว่ามีผู้ลอกเลียนเพทพญาธรเเละวัตถุมงคลชิ้นอื่นมาเพื่อการค้า ดังนั้นของที่มาจากทีร่าที่รารับประกันว่าของแท้เพราะท่านอาจารย์จะทำสัญลักษณ์ไว้ให้ ขุนแผนสามอาถรรพ์ เป็นวิชาการปลุกเสกขุนแผนจากผงมหาภูติ เป็นการรวมของสองวิชาเข้าด้วยกัน คือ สายพรายล้านนา+สายพรายอีสานใต้ เสกด้วยมนต์มหาเสน่ห์ของครูเขมรโบราณเพศตรงข้ามจะพิศมัยเราในแรกเห็น คนทั่วไปจะเมตตารักใคร่ จะมีโชคเรื่องความรักมิได้ขาด ขุนแผนนางเคียง มวลสารสร้างจากผงพรายล้วนจึงแรงมากเมื่อใช้งาน ผู้บูชาควรเช่นประจำทุกวันโกน เป็นความขลังด้วยมนตราลี้ลับสายอีสานและเขมร มีไม่ถึง 20 ชิ้น เพื่อต้องการอิทธิฤทธิ์ทางเสน่ห์รัก หลงที่เต็มเปี่ยม ผู้บูชาหลายคนกลับมาเล่าถึงประสบการณ์ที่คาดไม่ถึงให้ฟังอยู่เป็นนิจเลยทีเดียว น้ำมันหลงมหาหลง ชื่อก็บอกในตัวแล้วว่าหลงมหาหลง เวลาใช้จึงควรพิจารณาให้ดีอย่าได้ทำเป็นเล่นเป็นอันขาด เค้าจะหลงเราโดยเป็นตัวของเค้าเองแต่จะเห็นเรามีเสน่ห์อยู่ตลอดเวลา ท่านอาจารย์แนะให้ไว้ใช้เจิมหน้าผาก เจิมคิ้วเป็นเสน่ห์กับตัวเองจะดีกว่า แล้วคอยบริหารรางรถไฟที่จะวิ่งมาชนกันให้ดีก็แล้วกัน ตะกรุดหนุนดวงบัว 5 ดอก เป็น ตะกรุดครอบจักรวาลมีอิทธิคุณ 108 ไม่ว่าจะเป็นโชคลาภ มหาเสน่ห์ เมตตา แคล้วคลาดคงกะพัน กันคุณไสย หนุนดวงชะตา ช่วยเสริมอิทธิฤทธ์วัตถุมงคลชิ้นอื่นๆ สีผึ้งวิหกราตรี มีอานุภาพรุนแรงตามพลังอาถรรพ์ของป่าช้า ปลุกเสก 7 เสาร์ 7 อังคาร เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นที่หมายปองยามค่ำคืน ชนิดที่ว่าไม่ได้คู่กลับบ้านให้มันรู้ไป สรรพคุณมากมีวิธีใช้เพื่อเป็นเสน่ห์อยู่ในคู่มือให้หลายวิธี น้ำมันตุ๊กแก อาถรรพณ์ของตุ๊กแกป่า และมวลสารอาถรรพ์อีกนับสิบที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ คุณสมบัติของตุ๊กแกก็คือการเกาะยึดที่มั่นแบบไม่มีการปล่อย สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้ผู้อุปถัมภ์ไปไหน มีคนอุปถัมภ์แล้ว หรือยังไม่มี ลองใช้ดู จะมีคนเอาเงินมาให้คุณช่วยใช้ อุปถัมภ์จุนเจือไม่ขาดมือเลยละกัน สีผึ้งอิ่มเอี๊ยง เป็นการผสมผสานระหว่างเมตตามหานิยมและเมตตามหาเสน่ห์ สีดำ ใช้เป็นมหาเสน่ห์ใช้เจิมในที่ลับ สีเขียว ใช้เป็นมหานิยมใฃ้เจิมในที่แจ้ง มีคาถากับวิธีใช้ สุพรรณหงสา (ปางเทวดา) บูชาเพื่อเพิ่ม เสริมสง่า ราศี บารมี สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีคนสนใจขาดความมั่นใจ ไม่มีสง่าราศี เพิ่มเสน่ห์ โชคลาภในตัวเอง อธิษฐานขอสิ่งที่ปรารถนากับพระสุวรรณหงสาซึ่งเป็นเทพได้ตามใจคุณต้องการ พญาจิ้งจก ต้นกำเนิดพ่องั่งของเขมร พญาจิ้งจกนี้ให้คุณวิเศษนัก เป็นยอดมนตราให้คุณทั่งเป็นมหาโชค มหาลาภ และมหาเสน่ห์ อยู่ในองค์เดียว เหมาะสำหรับผู้ประกอบการค้า บูชาเรียกโชคลาภและกำไร คนทั่วไปพกพาก็จะเป็นที่เมตตารักใคร่กับคนรอบข้าง ทั้งยังส่งอิทธิผลให้เพศตรงข้ามมองท่านอย่างน่าพิสมัยด้วย น้ำมันปลิงเงิน ใช้ทาตรงที่ลับ ว่ากันว่าคนที่ได้ร่วมหลับนอนกับเราจะไปไหนไม่ได้อีกติดเราหนึบคล้ายดั่ง ปลิงฉันนั้น เพิ่มเสน่ห์ทางกามคุณด้วยน้ำมันนี้ลงไปใครจะไปไหนได้อีก ตะกรุดหมาเข้าไส้อุดผงพรายมหาภูติ เป็นวิชาทำตะกรุดเสน่ห์ขั้นรุนแรง ชนิดที่ว่า พ่อ แม่ พี่ น้องท้องเดียวกัน ยังทำกันได้ลง…ชายหญิงในบ้านจะมีใจฝักใฝ่กันเอง กับผู้ที่ครอบครองตะกรุดนี้ เป็นที่นิยมและแสวงหากับชายหนุ่มทางภาคเหนือมาก และปัจจุบันเอง สายวิชานี้มีผู้สืบทอดมาน้อย และหาผู้ที่รู้จริงในศาสตร์นี้น้อยคนแล้ว และผู้ที่รู้จริงก็มักมิค่อยทำของออกมาให้บูชากัน สีผึ้งไท้เศรษฐี ผู้ที่พกพาสีผึ้งนี้ เป็นเสน่ห์ เรียกโชคลาภ บันดาลทรัพย์ แม้ยาจกคนจร ยังกลับกลายไปเป็นเศรษฐีได้นั้นเอง พระมนต์ที่ใช้เสกนี้เป็นคาถาแรงและสูง ผู้มีบุญจุงจะได้พบและ ผู้ใดพบแล้วน้ำมาบูชาจักบังเกิดผลประสิทธิ์ดั่งพระมนต์ที่อวยพรจากครูบาอาจารย์ เป็นของค้ำของคูน ให้เพิ่มทรัพย์เพิ่มสินพูนทวี เศียรพระแม่กาลี สร้างความร่ำรวยและช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากมานักต่อนักแล้ว และในวันนี้ผงจินดามณีนี้ได้กลับมาอีกครั้งด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ตามตำราโบราณทุกประการขนานแท้ ผู้ใดบูชาพระแม่กาลี สวดอ้อนวอนขอ ตามจิตประสงค์พระแม่มักประทานโชคลาภให้มิได้ขาดพร่อง ไม่มีอด ไม่มีอยาก ตะกรุดอ่อยหร่อยมหาภูติดลจิต เป็นวิชาการทำตะกรุดสายลาวโซ่ง ที่อาจารย์ดอน ได้ศึกษามาจากฮ้อยลุน ผู้เป็นตาแท้ๆของท่าน มีวิธิการเรียกสูตรเฉพาะตัว และจารตอนเที่ยงคืนของวันจันทร์เท่านั้น ตะกรุดอ่อยหร่อยดลจิตนี้ มีฤทธิ์ทางมหาเสน่ห์ พกติดตัวเป็นเมตตาล้นพ้นนอกจากอักขระยันต์แล้ว ยังมีดวงจิตมหาภูติ เพิ่อเพิ่มฤทธิ์ เหมือนดั่งเทพบุตรแสนหล่อที่เดินไปทางใด ผู้หญิงก็มองตาละห้อย อ่อยหร่อยใจถลิลหา ม้าเสพนางในน้ำมันพรายมหาเสน่ห์ เป็นเครื่องรางด้านกระตุ้นตัณหาราคะ กามารมณ์ ท่านอาจารย์ได้แนะว่าควรพกพาติดตัวไว้เป็นประจำเพื่อเป็นเสน่ห์ ผู้คนจะมองเรางามจับตาขึ้นด้วยพลังลึกลับของวัตถุอาถรรพ์ เพศตรงข้ามจะปรารถนาในตัวเรา โดยเฉพาะคนที่คุณปรารถนาก็จะมีคาถากำกับเฉพาะเพื่อจะให้คนคนนั้นรักและหลง และกำหนัดในตัวคุณตลอดเวลา ใช้เป็นเสน่ห์มัดใจคนรักหรือไว้บริหารเสน่ห์ก็สุดยอดทั้งนั้น กุมารีน้ำหวาน กุมารีนี้จะเป็นรุ่นสอง ต่อจากน้องมดดำ ก็ยังมีฤทธิ์แรงกล้าเช่นเดิม ลูกศิษย์ที่นำไปเช่าบูชามีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทย มาเก๊า ฝั่งเกาลูน สายการค้าการขาย ลูกศิษย์ชาวฮ่องกงจะนิยมมาก เนื่องจากุมารีน้ำหวานนั้น ปลุกเสกให้มีอุปนิสัย น่ารักไม่ดื้อ ชอบทำงาน และขยันเก็บเงิน ไม่ดุร้ายและซนเหมือนกุมารหลายสำนัก อาจารย์ตั้งใจให้เน้นดูแลครอบครัวเสมือนหนึ่งลูกสาว ที่ดูแลพ่อแม่และคนในครอบครัวอย่างดี และเอาใจใส่ เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของการทำมาหากิน สะสมเงินทอง ผู้ที่ค้าขายเหมาะบูชาเป็นอย่างยิ่ง กุมารทองปิ่นเพชร เทวกุมาร โองการพระฤาษีทัศมงคล มีฤทธ์แรงที่สุด แรงมากกว่ากุมารพราย ท่านอาจารย์ปลุกเสกจนเห็นเป็นตัวตน มีอิทธิฤทธิมากสามารถตามคนรักได้ ให้โชคลาภชนิดไม่คาดฝัน แม่พรายน้ำฝน แม่พรายน้ำฝนนี้แหละที่ทำให้ลูกศิษย์ที่เชื่อมั่นบูชาไป บังเกิดโชคลาภต่างๆมานักต่อนัก เป็นวิชาสายพรายของพ่อหนานแก้ว บ้านท่าขาม อ.สันป่าตอง โดยลูกศิษย์ที่นำไปบูชาต่างเกิดประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เช่นว่า เห็นมีผู้หญิงมาพักอาศัยในบ้าน นั่งดูทีวีในบ้าน หรือ นั่งรถไปพร้อมกับเจ้าของ และคอยดลจิตดลใจ แจ้งเหตุร้ายก่อนล่วงหน้า ไม่ว่าผู้บูชาจะมีพลังจิตแรงหรือไม่ ก็จะสามารถสัมผัสและสื่อกับแม่พรายน้ำฝนได้ (ถ้าสมาธิดี มีจิตละเอียดแม่พรายน้ำฝนท่านปรากฎตัวให้เห็นและพูดคุยกันได้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับผู้บูชาไปครั้งก่อน) สีผึ้งขาวดำ (หยิน-หยาง) เป็นสีผึ้งที่ว่าด้วยหลักการสัมพันธุ์กัน ระหว่าง ขาว-ดำ มืด- สว่าง ชาย – หญิง นั้นต้องคู่กันเสมอ เป็นเรืองธรรมชาติกำเนิด หรือหากเป็นเรื่องกามโลกีย์วิสัย เราต้องคำนึงถึงว่าทุกชีวิตล้วนถือกำเนิดจากกามกิจทั้งสิ้น เรียกว่า “ทวิภาวะ” เมื่อสีผึ้งนี้อยู่กับผู้ใดจะสามารถทำให้ความประสงค์เป็นจริง ได้อย่างไม่คาดฝัน ขาดคู่สิ่งใด ธาตุฝ่ายคู่จะวิ่งเข้ามาหา…. มหาภูติ พรายแฝด หนึ่งเชี่ยวชาญล้านนา หนึ่งช่ำชองอีสานใต้ ก่อกำเนิด มหาภูติพรายแฝด เป็นพรายกระซิบบอกโชคลาภ เตือนเหตุ เตือนภัย แรงมากเป็นที่ยอมรับกันในหมู่ผู้เล่นพรายมานานแล้ว เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วย ทาง Horoscope.Mthai.com ต้องการนำเสนอเพื่อเป็นความรู้เท่านั้น ไม่ต้องการสนับสนุนให้เกิดเป็นความเชื่อหรืองมงายแต่อย่างใด

หอมหวานจัง! บ่อนพนันตอนรับ ฟาน กัล ด้วยดอกทิวลิป
ชาวฮอลแลนด์ /  ดอกทิวลิป / 

วิลเลี่ยม ฮิลล์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ตอนรับ หลุยส์ ฟานกัล กุนซือชาวฮอลแลนด์ด้วยดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฮอลแลนด์ คือดอกทิวลิปนั้นเอง โดยบ่อนดังกล่าว ได้จัดนำเอาดอกทิปลิป ที่เป็นสัญลักษ์ของประเทศฮอลแลด์ มาจัดวางเรียงกันเป็นรูปหน้าของ หลุยส์ ฟาน กัล เพื่อเป็นการตอนรับการมาคุมบังเหียนให้กับ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นเอง ซึงงานศิลป์นี้จะจัดแสดงไว้ที่สวนของโบสถ์ในพิธภัณฑ์ฟุตบอลแห่งชาติ งานแสดงนี้ใช้ดอกทิวลิปรวมทั้งสิ้น 25,000 ดอกเลยที่เดียว และมีขนาด 18x12 ฟุต จัดทำขึ้นเพื่อตอนรับ หลุยส์ ฟานกัล กุนซือชาวฮอลแลนด์คนใหม่ของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นเอง

คอมมิท อะ ซิน เผยคอลเล็กชั่น เดอะ นิว ฮีโรอิน’ (The New Heroine)
Commit a Sin /  คอมมิท อะ ซิน / 

คอมมิท อะ ซิน เผยคอลเล็กชั่น เดอะ นิว ฮีโรอิน’ (The New Heroine) เหล่าแฟชั่นนิสต้าตื่นตา ร่วมอัพเดทเทรนด์เสื้อผ้าสาวมั่นอย่างคับคั่ง หลังจากเปิดตัวคอลเล็กชั่นแรกและได้ผลตอบรับดีเกินคาด ดีไซน์เนอร์สาวไฟแรง แจน-พัทธมน เตชะณรงค์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องแต่งกายสไตล์เทย์เลอร์เมด ‘คอมมิท อะ ซิน’ (Commit a Sin) ก็พร้อมลุยงานตับเย็บสุดสร้างสรรค์ต่อ ถ่ายทอดไอเดียใหม่ประเดิมฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ ในคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าที่ชื่อว่า ‘เดอะ นิว ฮีโรอิน’ (The New Heroine) มาให้เหล่าสาวเก่ง เท่ และมั่นใจในตัวเอง ได้ยลโฉมกันเป็นครั้งแรก ในบรรยากาศวินเทจเป็นกันเองของ ร้านอาหาร ฮอบส์ (HOBS) ชั้น 2 ของโครงการเรนฮิลล์ สุขุมวิท 47 ในวันอังคารที่ 22 กรกฎาคมนี้ เวลา 17.00 น. ก่อนเริ่มต้นเปิดคอลเล็กชั่น ดีไซเนอร์คนเก่ง แจน – พัทธมน เตชะณรงค์ พร้อมครอบครัวที่มาให้กำลังใจพร้อมหน้า ทั้งคุณพ่อไพวงษ์ , คุณแม่ภัสสรา, พี่น้อง เมย์-ไพพรรณี ,ภูผา ,แอ๊ฟ -ทักษอร เตชะณรงค์ ต่างออกมาต้อนรับเหล่าคนดังที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น อาทิ มู่ลี่-อัญชิสา วัชรพล, มิ้นท์-ภัทรศยา ยงรัตนมงคล ,แหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ ,ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์, มะลิ โคทส์ , ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิช,มินท์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง,แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์,มาร์กี้ – ราศี บาเล็นซิเอก้า,เอมมี่ – มรกต กิตติสาระ,น้ำชา ชีรณัฐ ยูสานนท์ ,เชียร์ – ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ,ทับทิม –มัลลิกา หลีกภัย , กราฟ –โอสธี ซุ่นมงคล เป็นต้น จากนั้นก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย เหล่านางแบบปรากฏตัวในชุดคอลเล็กชั่น ‘เดอะ นิว ฮีโรอิน’ ที่สาวแจนนำแรงบันดาลใจจากภาพความประทับใจที่มีต่อความสง่างามของนายทหารมาตั้งแต่ในวัยเด็ก ผสานกับเสียงรัวกลองสวนสนามจากเพลง ‘กราวนด์ คอนโทรล ทู เมเจอร์ ทอม’ (Ground Control to Major Tom) ผลงานของร็อกสตาร์ในดวงใจ เดวิด โบวี่ (David Bowie)’ มาถ่ายทอดผ่านมุมมองการออกแบบไว้อย่างลึกซึ้ง โดยได้นำจุดเด่นของการออกแบบชุดทหารที่มีอย่างหลากหลาย มาผสมผสานเข้ากับการออกแบบในสไตล์ของ คอมมิท อะ ซิน อย่างแยบยล เช่น การปักดิ้นรูปมงกุฎช่อมะกอก (kotinos) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ การประดับช่วงไหล่ของแจ๊กเก็ตด้วยบั้ง สำหรับใส่เครื่องบ่งบอกยศ หรือการใช้สายสะพาย และสายคาดเอวผ้าไหมหลากสี ที่สร้างภาพลักษณ์ให้ดูเรียบเท่ น่าค้นหา เสริมสร้างความมั่นใจอีกระดับให้กับหญิงสาวที่รักความโดดเด่นและสง่างาม “เราได้ตั้งโจทย์กับมุมมองที่มีต่อกฎระเบียบ ความเข้มเเข็งของเหล่าผู้กล้า แล้วนำมาตีความใหม่ในรูปแบบของผู้หญิงที่มีความคิด ฉลาด มีความเป็นผู้นำ แล้วนำเสนอออกมาเป็นงานดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยเทคนิคพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การอัดพลีต, การตีเกล็ดผ้าบนเดรสและชุดกระโปรง ที่เปรียบเปรยถึงความเป็นระเบียบของเหล่าทหารเมื่อเรียงแถวรายงานตัว หรือการตัดเย็บชุดที่เน้นปกซ้อนกันสองชั้นบนตัวเดียว เพื่อแสดงถึงการเก็บความลับทางราชการทหาร” สาวแจนเล่าถึงแนวคิด ไม่เพียงแต่การตีความเชิงสัญลักษณ์และอารมณ์เท่านั้น ดีไซเนอร์สาวได้มองถึงความงามของยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ของวัฒนธรรมทหารในอดีต อาทิ ยุคสมัยจักพรรดินโปเลีย (Napoléon Bonaparte) นายพลชาวฝรั่งเศสผู้มีความสามารถในการรบ ที่ในยุคนั้นเครื่องแบบทหารกลับกลายมามีอิทธิพลหลักต่อแฟชั่นและการแต่งกายของชนชั้นสูง ‘เดอะ นิว ฮีโรอิน’ (THE NEW HEROINE) จึงเป็นนิยามที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของผู้หญิงเก่ง รักความก้าวหน้า พร้อมเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความหรูหราและแตกต่าง พวกเธอปรารถนาจะก้าวไปในสังคมอย่างมาดมั่นและเป็นที่หนึ่งเท่านั้น อัพเดทเทรนด์รับลมหนาวเสร็จ แม่งานก็เชื้อเชิญเหล่าแฟชั่นนิสต้าร่วมสนุกด้วยปาร์ตี้อันแสนอบอุ่น กับการตกแต่งสุดคลาสสิกของร้าน เหมือนยกบรรยากาศการสังสรรค์เฮฮาของเหล่าทหารระหว่างพักรบมาไว้ในค่ำคืนใจกลางกรุงเทพฯ ปลุกหัวใจความเท่ให้เหล่าหนุ่มสาวทุกคนได้รับความประทับใจกันอย่างเต็มเปี่ยม เผยเสน่ห์ในตัวคุณด้วย ‘คอมมิท อะ ซิน’ เครื่องกายดีไซน์คุณภาพที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้หญิงสาวในทุกจังหวะของชีวิต สามารถเลือกชมได้ที่โซนไทยไทย ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม, ‘คอมมิท อะ ซิน’ โชว์รูม ออฟฟิส ซอยวิภาวดีรังสิต 17 และ อินสตาแกรม Commit_a_sin

ตื่น เครื่องบินขับไล่แฮริเออร์ กองทัพเรือวิ่งกลางถนน
สัตหีบ /  เครื่องบินขับไล่แฮริเออร์ / 

ชาวบ้านแตกตื่น เครื่องบินขับไล่ แฮริเออร์ กองทัพเรือ วิ่งกลางถนนในอำเภอสัตหีบ ชาวบ้าน ในอำเภอสัตหีบได้แตกตื่น หลังพบเห็นเครื่องบินขับไล่ กองการบินทหารเรือ กองทัพเรือ วิ่งจาก กม.10ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มุ่งหน้าไป ในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ใช้เส้นทางบนถนนสุขุมวิทต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวได้ลงตรวจสอบทราบว่า กองทัพเรือทำการเคลื่อนย้ายเครื่องบินขับไล่โจมตี แฮริเออร์ AV-8S หมายเลข 3107 ที่ประจำการอยู่ฝูงบิน 1 หน่วยบินเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่ปลดประจำการแล้ว มาขึ้นตั้งประจำการยังแท่นจารึกประวัติศาสตร์ ณ พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อให้ลูกหลาน ประชาชน และนักท่องเที่ยว ได้ชม ซึ่งการลำเลียงเครื่องบิน เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทางกองการบินทหารเรือ ได้ใช้รถลากเครื่องบินออกจากที่ตั้งสู่ที่หมาย ซึ่งรวมระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร ใช้ถนนสุขุมวิทเป็นเส้นทางสายหลัก วิ่งผ่านตัดเข้าตัวเมืองสัตหีบ ปิดเส้นทางการจราจรตลอดสายทั้งนี้ ใช้ระยะเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง เครื่องบินได้ถูกเคลื่อนย้ายถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ขอบคุณคลิปจาก เฟซบุ๊ค ป๊อป พิฆาตชายฝั่ง

เตือนขาแชท! ใช้ 'สแตนดี้วางมือถือ' แชทในรถ ผิดกม.
ผิดกฎหมาย /  สแตนดี้วางโทรศัพท์มือถือ / 

รองผบช.น. เตือน ใช้ สแตนดี้วางโทรศัพท์มือถือ แชทขณะขับรถ ผิดกฎหมายมีโทษปรับไม่เกิน 400-1,000 บาท พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) เปิดเผยว่า การใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่นๆโดยใช้แอพลิเคชั่นแชทต่างๆ ในขณะขับรถ โดยเฉพาะการใช้ "สแตนดี้วางโทรศัพท์มือถือ" เพื่อยึดติดกับพวงมาลัยรถยนต์ แล้วใช้โปรแกรมแชทนั้น เข้าข่ายความผิด ถือว่าเป็นการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถซึ่งยึดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2551 ตามมาตรา 43 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ขับรถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยมีอุปกรณ์เสริมสำหรับสนทนา (สมอลล์ทอล์ก) โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์ แต่การใช้สแตนดี้ดังกล่าวถือว่าเป็นการรบกวนสมาธิในการขับรถอย่างมาก เนื่องจากต้องละสายตาจากท้องถนน และการพิมพ์ข้อความก็ต้องละมือข้างหนึ่งไปจากการควบคุมพวงมาลัยรถซึ่งมีความผิดตามกฎหมายมีโทษปรับไม่เกิน 400-1,000 บาท ส่วนการติดสแตนดี้มือถือ หากเปิดลำโพงเสียงเพื่อสนทนาเท่านั้นไม่ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งจะคล้ายกับการใช้สมอลล์ทอล์กโดยกฎหมายดังกล่าว   ได้เริ่มประกาศใช้ไปตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2551 แล้ว หากตำรวจดำเนินการจับกุมแล้วผู้กระทำผิดไม่ยอมรับจะต้องมีการนำเรื่องไปพิจารณาบนชั้นศาลเพื่อดูหลักฐานพยานว่ามีเจตนาเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถหรือไม่ MThai News

5 อันดับข่าวฮอต MThai News ประจำวันที่ 15 ก.ค.
5 อันดับข่าวฮอต /  ข่าวประจำวัน / 

อันดับ 1 เสื่อมอีก!! สาวนักศึกษาพลอดรักแฟนหนุ่มบนรถเมล์ ชาวเน็ตวิจารณ์ ภาพสาวนักศึกษาพลอดรักกับแฟนหนุ่ม บนรถโดยสารประจำทาง เป็นเรื่องไม่เหมาะสม (อ่านต่่อ) อันดับ 2 เช็คด่วน ! เปิดรายชื่อ199แยกทั่วไทย ตำรวจจัดหนัก จัดเต็ม เผยรายชื่อ 199 แยก ทั่วประเทศ ตำรวจประจำจุดจับจริง ผิดกฎจราจร เริ่ม 17 ก.ค.นี้ (อ่านต่อ) อันดับ 3 นักข่าวโวย คสช. สั่งรื้อรังนกกระจอกในทำเนียบ หวังป้องข่าวรั่ว นักข่าว คัดค้านคสช. รื้อห้องผู้สื่อข่าวหนึ่ง 1 เพื่อปรับภูมิทัศน์ทำเนียบรัฐบาล ป้องกันข่าวรั่วไหล ชี้หวั่นมีที่ไม่พอให้สื่อทำงาน ทำลายสัญลักษณ์ประจำทำเนียบ (อ่านต่อ) อันดับ 4 ชาวอังกฤษ ตามหาคนไทย ที่ช่วยเหลือตอนเจอสึนามิปี47 ชาวอังกฤษ ประกาศตามหาคนไทย ที่ให้การช่วยเหลือหลังเจอคลื่นยักษ์สึนามิที่ภูเก็ต เมื่อปี 2547 (อ่านต่อ) อันดับ 5คสช.สั่งรื้อโครงสร้างกตร.,กตช.ชุดเก่าตั้งใหม่ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 87/2557เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ ฉบับ ที่ 89 เรื่อง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (อ่านต่อ)

แถลงการณ์จากแคปิตอล 2 ฉบับซับไทย จาก The Hunger Games: Mockingjay - Part 1
Hunger Games /  Hunger Games 3 / 

ดูเหมือนเก้าอี้ตำแหน่งประธานาธิบดีสโนว์จะร้อนเป็นไฟ จนนั่งไม่ติดซะแล้ว จึงต้องออกมาสร้างภาพลักษณ์ประกาศแถลงการณ์ให้พาเน็ม ที่จวนจะทรยศอยู่รอมร่อ ให้สำเหนียกตัวเองแล้วอยู่ในความสงบ กับ 2 คลิปไวรัลซับไทย แถลงการณ์จากแคปิตอล อันจะนำพาไปสู่ภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอยอย่าง The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 แคปิตอลทีวีขอประกาศแถลงการณ์ฉบับที่ 1 จากประธานาธิดีสโนว์ ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ เป็นหนึ่งเดียว สามัคคีกลมเกลียว และทำตามแคปิตอลเข้าไว้ เข้าใจตรงกันนะ! แคปิตอลทีวีขอประกาศแถลงการณ์ฉบับที่ 2 จากประธานาธิดีสโนว์ ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ เป็นหนึ่งเดียว สามัคคีกลมเกลียว และทำตามแคปิตอลเข้าไว้.........ฮึ! ไม่มีทางหรอกเฟ้ย ใครจะไปยอมถูกกดขี่ เพราะอะไรน่ะเหรอ ไปดูกัน เตรียมตัวของคุณให้พร้อม แล้วลุกขึ้นมาต่อต้านแคปิตอลไปพร้อมกับ ม็อคกิ้งเจย์ สัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติครั้งใหญ่นี้ ใน The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 ในวันที่ 20 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ----------------------------

รถไฟทางคู่ 6 เส้นทาง ฉลุย คสช. สั่งเดินหน้าดำเนินการ
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

คสช. เห็นชอบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม 58-65 พร้อมอนุมัติเงิน 1.08 แสนล้าน เดินหน้าโครงสร้างรถไฟทางคู่ 6 เส้นทาง ตั้ง ประจิน จั่นตอง นั่งประธานจัดสรรเงินลงทุน รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (29 ก.ค. 57) ที่ประชุมใหญ่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีการอนุมัติแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมระยะ 8 ปี (พ.ศ.2558-2565) แล้ว ขณะเดียวกันได้อนุมัติเงินรวมประมาณ 1.08 แสนล้านบาท ในการดำเนินโครงการเร่งด่วนในปีงบประมาณ 2557-2558 ซึ่งประกอบด้วยโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 6 เส้นทาง วงเงิน 127,472 ล้านบาท ได้แก่ 1. ชุมทางจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กม. วงเงิน 26,007 ล้านบาท (58-61) 2. ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กม. วงเงิน 17,293 ล้านบาท (58-61) 3. นครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. วงเงิน 20,038 ล้านบาท (58-61) 4. มาบกะเบา-นครราชสีมา ระยะทาง 132 กม. วงเงิน 29,855 (59-63) 5. ลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กม. วงเงิน 24,842 (59-63) และ6.หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 90 กม. วงเงิน 9,437 ล้านบาท (59-63) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ทาง คสช. ได้แต่งตั้ง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.เป็นประธาน เพื่อพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนภายใน 30 วัน โดยคาดว่า จะหางบประมาณจากในประเทศ ไม่เกิน 15 วัน จะได้ข้อสรุปและจะสามารถดำเนินการได้ในต้นปี 2558 และคาดว่าไม่เกิน 4 ปี โครงการจะเสร็จสิ้น พร้อมกันนี้ คสช.ยังเห็นชอบแนวทางการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ในอนาคต โดยใช้ขนาดทางมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standgard Gauge) รถไฟขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ความเร็ว 160 กม./ชม.ด้วย โดยในระยะเร่งด่วนจะดำเนินการ 2 โครงการ คือ 1. หนองคาย-โคราช-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กม. วงเงิน 392,570 ล้านบาท (58-64) 2.เชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. วงเงิน 348,890 ล้านบาท (58-64) เบื้องต้นได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นำผลศึกษารถไฟความเร็วสูงเดิมมาศึกษาทบทวนเพื่อต่อยอดการออกแบบให้สัมพันธ์กับแนวทางดังกล่าว ก่อนจะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งเพื่อนุมัติดำเนินการต่อไป MThai news

ตำรวจเอาจริง10ข้อหา จับแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร-พูดจาไม่สุภาพ
จราจร /  จับแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร / 

ตำรวจเผยข้อมูล 10 ข้อหา เอาจริงจับแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร พูดจาไม่สุภาพ โกงค่าโดยสาร กวดขันจับกุม จัดระเบียบ วันนี้(19 ก.ค.) ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 ได้เผยว่า ขณะนี้ได้มีการสั่งตำรวจจราจร จัดระเบียบรถแท็กซี่ กวดขันจับกุม 10 ข้อหา ดังต่อไปนี้ 1. ไม่มีหรือไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่ 2. ปฎิเสธไม่รับส่งผู้โดยสาร 3. เรียกเก็บค่าโดยสารเกินราคาที่ตกลงกันไว้ 4.ใช้มาตรแท็กซี่ผิดไปจากที่กำหนดในกฎกระทรวง 5. กระทำการใดๆในลักษณะที่ก่อความรำคาญแก่คนโดยสาร 6.กล่าววาจาไม่สุภาพ เสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าว ต่อคนโดยสาร 7.แซงหรือตัดหน้ารถอื่นในลักษณะฉวัดเฉวียนเป็นที่น่าหวาดเกรงว่าจะเกิดอันตราย 8.รับคนโดยสารภายในบริเวณที่ห้ามรับคนโดยสาร 9.ไม่ส่งคนโดยสาร ณ สถานที่ตกลงกันไว้ หรือ พาคนโดยสารไปทอดทิ้ง ระหว่างทาง 10. แต่งกายไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ขับขี่รถแท็กซี่ ต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง ไม่ใช่ใส่ชุดอะไรก็ได้มาขับรถแท็กซี่รับส่งประชาชน ยิ่งดึกๆ แยกไม่ออกว่าเป็นคนขับหรือคนทั่วไป MThai news

เตรียมตัวให้พร้อม ตำรวจพกกล้องDSLR ถ่ายชัดๆ จับรถผิดกฎจราจร
199แยกทั่วประเทศ /  กวดขันวินัยจราจร / 

17 ก.ค. ดีเดย์กวดขันวินัยจราจร นโยบาย 5 จอม ตร.พร้อมพกกล้องDSLR ถ่ายคนทำผิดกฎจราจร วันนี้(16 ก.ค.) แฟนเพจ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 ได้เผยแพร่ภาพอุปกรณ์กล้อง DSLR สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไว้ถ่ายภาพผู้กระทำความผิดกฎจราจร โดยสามารถซูมถ่ายจากระยะไกลได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะถ่ายลักษณะของรถ ทะเบียนรถและการทำผิดกฎจราจร จากนั้นจะส่งไปใบสั่งไปที่บ้านคล้ายกับกรณีของกล้องตรวจจับผิดกฎจราจร ซึ่งอุปกรณ์กล้อง DSLRของเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มมีการใช้แล้ว และในวันพรุ่งนี้(17 ก.ค.) จะมีการกวดขันวินัยจราจรใน 199 แยกทั่วประเทศไทย ตามที่ได้มีการประกาศไปแล้ว โดยขณะนี้ตำรวจจราจรกรุงเทพฯทุกสถานี อบรมปล่อยแถวตำรวจ ออกปฎิบัติการคืนพื้นผิวจราจรให้ประชาชน ใช้นโยบาย 5 จริง นโยบายแรก และพร้อมปฎิบัติ นโยบาย 5 จอม ซึ่งเป็นนโยบายที่ 2 ต่อจากนโยบายแรก รวมทั้ง การจัดระเบียบ จยย.รับจ้าง, การจับกุมรถแท็กซี่ ใน 10 ข้อหาหลักตามนโยบายที่สั่งมา ข่าวที่เกี่ยวข้อง เช็คด่วน ! เปิดรายชื่อ199แยกทั่วไทย ตำรวจจัดหนัก จัดเต็ม

เที่ยวมัสยิดสวยรอบโลก ต้อนรับแสวงบุญเดือนรอมฎอน
มรดกโลก /  เที่ยวมัสยิดสวยรอบโลก / 

ทางเว็บไซต์ Skyscanner ได้รวบรวมมัสยิดสวย จากสถานที่ต่างๆ รอบโลก ไว้ให้นักเดินทางทั้งชาวไทยพุทธ ไทยคริสต์ ไทยอิสลามและทุกศาสนาความเชื่อที่รักการเดินทาง ไปแสวงหาความหมายของชีวิตในช่วงเทศกาลรอมฎอน เข้าร่วมงานประเพณีท้องถิ่นของเดือนรอมฎอนในประเทศต่างๆ และไปยลโฉมมัสยิดที่ขึ้นว่าเป็นมัสยิดที่สวยระดับโลก เที่ยวมัสยิดสวยรอบโลก ต้อนรับแสวงบุญเดือนรอมฎอน  เดือนรอมฎอน (Ramadan) หมายถึงอะไร? เดือนนี้มีที่มาว่าเป็นเดือนที่พระเจ้าของศาสนาอิสลาม ได้ประทานคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นหลักธรรมในการดำเนินชีวิตให้แก่ผู้มีศรัทธา คัมภีร์ที่ว่านั้นก็ คือ คัมภีร์อัลกุรอ่าน โดยมหาคัมภีร์เล่มนี้ได้รวบรวมเรื่องราวศาสตร์ในแขนงต่างๆ ที่โยงใยถึงความสัมพันธ์ของมนุษยชาติ กับพระเป็นเจ้าและทุกสรรพสิ่งในจักรวาลเข้าไว้ด้วยกัน และได้มีพะศาสดาเป็นตัวอย่างแห่งการปฏิบัติตน เพื่อประโยชน์สุขของมนุษย์โลกให้ชาวอิสลามได้ปฏิบัติตาม ซึ่งแน่นอนว่า การปฏิบัติตนในช่วงเดือนรอมฎอนนั้น ก็จะต้องมีความสอดคล้องกับหลักธรรมในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ โดยในปีนี้วันแรกเริ่มของการถือศีลอด คือ วันที่ 1 รอมฏอน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 29 มิถุนายน 2557 ซึ่งถือเป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลาม แต่การถือศีลอดนั้น ได้มียกเว้นเฉพาะสำหรับหญิงมีครรภ์ เด็ก คนเจ็บ คนแก่ และคนเดินทาง โดยในส่วนของคนเดินทางนั้นจะต้องถือศีลอดในช่วงเวลาอื่นเป็นการชดเชย การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน หลักการถือศีลอด คือ การงดรับประทานอาหารทุกชนิดในช่วงเวลากลางวัน ตั้งแต่รุ่งสางไปจนถึงตะวันลับขอบฟ้า และจะต้องคอยระมัดระวังมิให้มีสิ่งใดเข้าไปในเขตทวารต่างๆ ของร่างกาย อันได้แก่ ทวารหนัก ทวารเบา จมูก ปาก หู และตา และผู้ที่ถือศีลอดนั้นจะต้องปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ระงับความคิดฟุ้งซ่านที่ไม่ดีต่างๆ และในเขตทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีชุมชนอิสลามขนาดใหญ่อยู่นั้น ก็จะมีพิธีละหมาดร่วมกันในยามกลางคืนอีกด้วย การถือศีลอดนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวอิสลามได้ใคร่ครวญถึงการกระทำอันสมควรที่พระเป็นเจ้าได้สอนสั่ง และให้เกิดความเห็นอกเห็นใจแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อันจะน้อมนำมาซึ่งสันติสุข ความช่วยเหลือเกื้อกูลและภราดรภาพในโลกมนุษย์ มัสยิดศักดิ์สิทธิ์ที่งามวิจิตรที่สุดในโลก 10 แห่ง มัสยิดอากุงแห่งบันดาร์อาเจะห์ (Masjid Agung Baiturrahman-The Great Mosque) เมืองบันดาร์อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย  มัสยิดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 แต่ถูกไฟไหม้ใหญ่ในช่วงสงครามเมืองในอดีต และได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1879-1881 สถาปัตยกรรมการออกแบบ และตกแต่งของมัสยิดแห่งนี้ ได้อิทธิพลมาจากศิลปะโมกุลของชาวเปอร์เซีย และชาวตุรกีที่มีลักษณะโอ่อ่า มัสยิดแห่งนี้ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองอาเจะห์ และเป็นหนึ่งในมัสยิดที่สวยที่สุดของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย มัสยิดซีอาน (Great Mosque of Xi’an) เมืองซีอาน ประเทศจีน มัสยิดในเขตเอเชียอาคเนย์บนประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ที่มีอายุกว่า 1300 ปี ที่คาดว่าถูกสร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 742 ในช่วงของราชวงศ์ถัง เพราะถังไจ่ฮ่องเต้นั้นทรงมีจิตเมตตากุศล เปิดรับทุกศาสนา โดยศาสนาอิสลามนั้นได้รับการเผยแพร่เข้ามาจากพ่อค้าชาวเปอร์เซีย ที่เข้ามาตั้งรกรานบนแผ่นดินจีน มัสยิดแห่งนี้มีงานสถาปัตยกรรมและประติมากรรมศิลปะจีนผสมอาหรับ โดยลักษณะตัวอาคารจะคล้ายๆ กับวัดจีนทั่วไป แต่ลวดลายการตกแต่งตามผนังภายในจะเป็นงานศิลปะของตะวันออกกลาง ถือเป็นมัสยิดที่ทั้งเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ และยังมีความงามของศิลปะจากสองทวีปที่ผสมผสานกันได้อย่างสวยงาม โดดเด่นมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มัสยิดสุลต่านโอมาร์อาลี (Sultan Omar Ali Saifuddin Mosque) เมืองบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน มัสยิดหินอ่อนอันโอ่อ่าของกษัตริย์บรูไน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในมัสยิดที่สวยที่สุดในเขตเอเชียแปซิฟิก วัสดุก่อสร้างหลักของมัสยิดได้ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศโดยตรง เช่น หินอ่อนจากอิตาลี หินแกรนิตจากเซี่ยงไฮ้ และโคมไฟระย้าจากอังกฤษ บริเวณยอดโดมนั้นก็ประดับด้วยแผ่นทองคำแท้ถึง 3.3 ล้านแผ่น มัสยิดแห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของบรูไนอีกด้วย มัสยิดไบตุล มุคคาร์ราม (Baitul Mukarram Mosque) เมืองธากา ประเทศบังกลาเทศ มัสยิดประจำชาติของชาวบังกลาเทศ ที่เริ่มสร้างในช่วงต้นของปีทศวรรษ 1960 และเสร็จสิ้นการก่อสร้างในปี ค.ศ. 1968 โดยได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง อับดุลฮุสเซน (T Abdul Hussain Thariani) โดยรูปแบบสถาปัตยกรรมนั้นได้ทำการจำลองแบบมาจากมัสยิดล้อมอัลละฮอมแห่งเมืองมักกะห์ และการตกแต่งนั้นได้รับอิทธิพลทั้งจากศิลปะอินเดียและเปอร์เซีย มัสยิดแห่งนี้ได้รับการขยายพื้นที่ในภายหลัง เพื่อรองรับจำนวนคนที่เข้ามาสวดมนต์เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลก มัสยิดตาจอุล (Taj'ul Mosque) เมืองโภปาล ประเทศอินเดีย มัสยิดหินอ่อน ที่มีงานสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกที่สวยงาม มีจิตรกรรมและประติมากรรมเพดานที่หรูหรา มีงานสถาปัตยกรรมผสมของศิลปะโมกุลอันสวยงาม มีความโดดเด่นด้วยโดมหินอ่อนสูง 18 ชั้น จำนวน 3 โดม ตัวอาคารสีชมพูตามความนิยมของชาวอินเดีย ซุ้มและโถงทางเดินที่โอ่โถง มัสยิดแห่งนี้นอกจากจะใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ยังเป็นโรงเรียนอิสลามประจำเมืองอีกด้วย มัสยิดสีฟ้าแห่งมาซาร์ อี ชารีฟ (Blue Mosque/ Shrine of Ali) เมืองมาซาร์-อี-ชาริฟ ประเทศอัฟกานิสถาน มัสยิดสีฟ้าครามอันสวยงามวิจิตร กระเบื้องทุกแผ่นที่ใช้ในการตกแต่งมัสยิดนี้ ได้รับการทำลวดลายดอกไม้จากการตัดกระเบื้องสีชิ้นเล็กๆ แล้วมาประกอบกันเป็นลายดอกไม้บนกระเบื้องแผ่นใหญ่ มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานของอาลี ผู้ซึ่งเป็นลูกเขยของพระศาสดาโมฮัมหมัด ผู้นำแห่งศาสนาอิสลาม ตามความเชื่อของชาวเมืองแห่งนี้เล่ากันว่าร่างของท่าอาลีที่ถูกซ่อนมาบนหลังของอูฐ เพื่อหลบหนีข้าศึกนั้นได้ถูกฝังลงในแผ่นดินแห่งนี้ แต่ไม่สามารถหาพิกัดได้ และท่านอาลีได้มาเข้าฝันชาวเมืองถึงสถานที่ฝังร่างของท่าน หลังจากนั้นจึงได้มีการขุดค้นพบสุสานของท่านและได้สร้างมัสยิดครอบสุสานขึ้น เพื่อระลึกถึงและเป็นเกียรติให้แก่ผู้นำอิสลามแห่งอัฟกานิสถานท่านนี้ ในบริเวณมัสยิดยังมีต้นไม้ที่ประดับด้วยนกพิราบสีขาว ตามความเชื่อของชาวพื้นเมืองว่ามัสยิดแห่งนี้ เป็นสัญลักษณ์ถึงสันติภาพ และความสงบสุขอีกด้วย มัสยิดเชค ซาเยด (Sheikh Zayed Mosque) เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  มัสยิดของสุลต่านที่หรูหราอลังการอีกแห่งหนึ่ง แม้ว่ามัสยิดแห่งนี้จะมีอายุเพียงแค่ 7 ปีเท่านั้นแต่ก็ได้ไต่อันดับขึ้นเป็นแลนด์มาร์คสำคัญอันดับ 2 ของโลกในปีนี้ จากนักท่องเที่ยวรอบโลก ตัวอาคารของมัสยิดนั้นสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหมด และส่วนของสีทองประดับนั้นก็ชุบด้วยทองคำแท้ พื้นที่ของมัสยิดทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 30 เอเคอร์ (ราว 75.87 ไร่) และใช้เวลาการก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 – ค.ศ. 2007 จึงจะแล้วเสร็จ นอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญของประเทศแล้ว ยังมีส่วนของห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวมความรู้ของศาสตร์ด้านต่างๆ ไว้มากมาย ในหลากหลายภาษา และเอกสารสำคัญๆ ในอดีตที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปีอีกด้วย มัสยิดนาบาวี หรือ มัสยิดแห่งมาดีนะห์ (Al-Masjid al-Nabawi/ Prophet’s Mosque) เมืองมาดีนะห์ ใกล้กับสนามบินเมืองเจดดะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ 622 ปีก่อนคริสตกาล มัสยิดแห่งนี้ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวอิสลาม ที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 ของโลก รู้จักกันในนามว่า “มัสยิดของท่านศาสดา” เพราะสร้างขึ้นโดยพระศาสดาของศาสนาอิสลาม “มูฮัมหมัด” โดยแต่เดิมนั้นมัสยิดแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่เชื่อมต่อกับบ้านของท่าน ว่ากันว่าการตกแต่งภายในของมัสยิดแห่งนี้เต็มไปด้วยปริศนาโค้ดลับของศาสนาอิสลามอยู่ตามลวดลายกำแพงและผนังเสาต่างๆ และรหัสลับเหล่านี้ก็สานต่อเรื่องราวของศาสนาอิสลามและคำสอนได้อย่างฉลาดและแยบยล มัสยิดแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญทางศาสนา ที่ทำการศาล ที่ทำการสมาคมท้องถิ่นและโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามอีกด้วย มัสยิดล้อมอัลละฮอม (Al-Masjid Al-Haram) เมืองมักกะห์ ใกล้กับสนามบินเมืองเจดดะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย  ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ 636 ปีก่อนคริสตกาล เป็นมัสยิดที่มีความสำคัญที่สุดของโลกและถือเป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถจุคนได้ถึง 4 ล้านคน มัสยิดแห่งนี้ยังรู้จักกันในนาม “แกรนด์มัสยิด” (Grand Mosque) อีกด้วย ในแต่ละปีจะมีชาวอิสลามจากทั่วทุกมุมโลกแห่แหนไปแสวงบุญและสักการะมัสยิดศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ในช่วงเวลาของการประกอบพิธีฮัจญ์หรือฮัจย์ (Haj) เพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต มัสยิดฮัซซัน 2 (The Hassan II Mosque or Grande Mosquée Hassan II) เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก มัสยิดที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ของโลกและใหญ่ที่สุดในประเทศโมร็อกโกและในเขตอาฟริกา สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1993 โดยภายในอาคารสามารถจุคนได้ถึง 25000 คน และในบริเวณลานอเนกประสงค์ภายนอกนั้น สามารถจุคนได้มากกว่า 80000 คน กองทุนในการสร้างมัสยิดแห่งนี้ มาจากผู้มีจิตศรัทธามากมายจากทั้งประชาชนในประเทศและชาวอิสลามจากทั่วทุกมุมโลก การตกแต่งมีความโอ่อ่าและสวยงามตามลักษณะผสมของศิลปะอิสลาม ศิลปะมัวร์ และงานฝีมือพื้นบ้านของโมร็อกโก ในบริเวณด้านนอกของมัสยิดนั้น ก็มีน้ำพุประดับถึง 40 แห่งอีกด้วย ข้อมูลและภาพจาก skyscanner.co.th

คน 34.12% รับไม่ได้แท็กซี่ อ้างส่งรถ แก๊สหมด เลือกผู้โดยสาร
ข่าวแท็กซี่ /  นิด้าโพล / 

โพลเผยคน 34.12% รับไม่ได้แท็กซี่ อ้างส่งรถ แก๊สหมด เลือกผู้โดยสาร แนะตรวจประวัติเพิ่มความปลอดภัย วันนี้ (22 ก.ค. 57) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 1,257 หน่วยตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15 – 20 กรกฎาคม 2557 ถึงกรณี ความในใจของผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ : แนวทางสู่การปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะ พบว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่ประชาชนพบจากการให้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์ ได้แก่ ร้อยละ 34.12 การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร เลือกผู้โดยสาร โดยชอบอ้างว่าไปส่งรถ/แก๊สหมด/อยู่นอกเส้นทาง เลือกรับเฉพาะผู้โดยสารชาวต่างชาติ ร้อยละ 12.72 เป็นการขับรถไม่ถูกกฎจราจร ขับรถหวาดเสียว ขับปาดหน้า ขับผ่าไฟแดง จอดซ้อนคัน ร้อยละ 11.98 เป็นคนขับพูดจาหรือมีพฤติกรรมไม่สุภาพกับผู้โดยสาร หรือผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น ๆ ร้อยละ 10.09 เป็นคนขับขาดความซื่อสัตย์สุจริต เช่น ทอนเงินไม่ครบ เรียกเก็บค่าโดยสารเกินกว่าอัตราที่ทางราชการกำหนด พาผู้โดยสารไปเส้นทางที่อ้อม ออกนอกเส้นทาง ร้อยละ 6.32 เป็นสภาพรถเก่า ไม่สะอาด ประตูชำรุด แอร์ไม่เย็น เข็มขัดนิรภัยชำรุด ร้อยละ 4.91 เป็นคนขับชอบพูดเรื่องการเมือง ร้อยละ 4.75 ไม่เคยพบเจอปัญหาใด ๆ ในการให้บริการ ร้อยละ 4.08 ไม่จอดรับ – ส่ง ผู้โดยสารตามป้าย จอดรถเลยป้าย จอดรถรับ – ส่งผู้โดยสารในเลนกลาง ร้อยละ 2.04 คนขับรถใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ร้อยละ 2.00 คนขับชอบถามเรื่องส่วนตัวผู้โดยสาร ขณะที่ร้อยละ 6.99 ระบุว่า อื่น ๆ เช่น คนขับดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ขณะขับรถ มีพฤติกรรมส่อเจตนาไปทางการก่ออาชญากรรม หรือการล่วงละเมิดทางเพศ ไล่ผู้โดยสารลงกลางทาง สภาพคนขับไม่พร้อม บัตรประจำตัวคนขับไม่ตรงกัน ไม่ชำนาญเส้นทาง พูดเรื่องส่วนตัว เปิดวิทยุเสียงดัง เป็นต้น ทั้งนี้เมื่อถามว่าสิ่งที่ต้องการให้พัฒนาในด้านการบริการของคนขับรถแท็กซี่ในด้านต่าง ๆ นั้น ร้อยละ 19.12 ระบุว่า ต้องการให้มีการพัฒนาในเรื่องของการไม่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร / ไม่เลือกผู้โดยสาร ไม่เห็นแก่ได้ รองร้อยละ 17.25 ระบุว่า เป็นความมีระเบียบวินัยในการขับรถ เคารพและปฏิบัติตามกฎจราจร ร้อยละ 16.98 ระบุว่า เป็นการพูดจาและพฤติกรรมที่สุภาพ กับทั้งผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น ๆ ร้อยละ 8.88 ระบุว่า เป็นการแต่งกายของคนขับที่ดูดี สะอาดสะอ้าน มีความพร้อมในการให้บริการ ร้อยละ 8.31 ระบุว่า เป็นความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ ไม่เอาเปรียบผู้โดยสาร ร้อยละ 6.29 ระบุว่า เป็นการเอาใจใส่ในสภาพความพร้อมของรถที่ให้บริการ ร้อยละ 5.21 ระบุว่า เป็นการมีจิตสาธารณะในการให้บริการ ร้อยละ 4.28 ระบุว่า เป็นความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านเส้นทาง ร้อยละ 4.22 ระบุว่า เป็นการจอดรับ – ส่ง ผู้โดยสารเฉพาะตามป้าย เลนในสุดเท่านั้น ร้อยละ 3.37 ระบุว่า ไม่มีพฤติกรรมที่ส่อเจตนาไปทางการก่ออาชญากรรม หรือการล่วงละเมิดทางเพศ ร้อยละ 3.07 ระบุว่า เป็นการละเว้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ขณะขับรถ ร้อยละ 0.99 ระบุว่า เนื่องจากคนขับแท็กซี่ที่บริการไม่ดี มีเป็นแค่บางส่วน/เป็นเฉพาะบุคคลเท่านั้น ในภาพรวมถือว่าดีอยู่แล้ว จึงยังไม่เห็นด้านที่ควรพัฒนา และ ร้อยละ 2.02 ระบุว่า อื่น ๆ เช่น ความปลอดภัยของผู้โดยสาร การตรวจสอบประวัติของคนขับ ป้ายทะเบียนประจำตัวผู้ขับที่ไม่ตรงกัน ความเชี่ยวชาญในด้านเส้นทาง มีจุดเรียกบริการแท็กซี่โดยเฉพาะ การลดราคาเชื้อเพลิง รวมไปถึงทักษะ การป้องกันตัวของคนขับที่เกิดจากการก่ออาชญากรรม ส่วนข้อเสนอแนะ หรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการให้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์ ร้อยละ 19.87 ระบุว่า ควรบังคับใช้กฎหมายการกระทำผิดอย่างจริงจังและเข้มงวด ร้อยละ 19.83 ระบุว่า ควรตรวจสอบประวัติและมีการคัดเลือกผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด ร้อยละ 17.37 ระบุว่า ควรปลูกฝังด้านคุณธรรม จริยธรรม มารยาท วินัยในการขับขี่และการให้บริการ ร้อยละ 14.32 ระบุว่า ควรมีการอบรมผู้ขับขี่ทุก 1 – 2 ปี ร้อยละ 14.05 ระบุว่า ควรกำหนดบทลงโทษการกระทำผิดของผู้ขับขี่รถบริการสาธารณะให้สูงกว่าผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลธรรมดา ร้อยละ 4.96 ระบุว่า ผู้ขับขี่รถบริการสาธารณะต้องผ่านการอบรมการขับขี่รถสาธารณะไม่น้อยกว่า 1 เดือน / 3 - 6 เดือน / ไปจนถึง 1 ปี ร้อยละ 4.61 ระบุว่า ควรกำหนดอายุของผู้ขับขี่ โดยมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป (อายุผู้ขับเฉลี่ย 27.24 ปี) ร้อยละ 2.97 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ มาตรการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารและคนขับ เช่น มีระบบ GPS ระบุตำแหน่งรถ การตรวจสอบประวัติคนขับ ป้ายประจำตัวผู้ขับที่ตรงกับคนขับ เพิ่มความเข้มงวดในการออกใบอนุญาตขับขี่ กำหนดระดับการศึกษาของผู้ที่จะขับรถแท็กซี่ ให้จบการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนต้น/เทียบเท่า ขึ้นไป ควบคุมอายุการใช้งานของรถแท็กซี่ ควรจัดระเบียบสีแท็กซี่ใหม่ มีจุดเรียกใช้บริการรถแท็กซี่โดยเฉพาะ ร้อยละ 2.03 ไม่มีข้อเสนอแนะ/ไม่มีความคิดเห็น MThai news

วิจารณ์แซด เบนซ์หรูป้ายทะเบียน'กรุงธนบุรี' ตร.เตรียมจับถึงบ้าน
รถเบนซ์กรุงธนบุรี /  เบนซ์ป้ายกรุงธนบุรี

ตำรวจทราบข้อมูลแล้ว เตรียมจับรถทะเบียนปลอมป้ายกรุงธนบุรีถึงบ้านพัก  เฟซบุ๊ค ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 ได้เผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกรณีที่มีการแชร์ภาพรถเบนซ์ป้ายทะเบียน กรุงธนบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบระบบพบว่ารถคันดังกล่าวเอาไปทำทะเบียนเอง แต่เดิมเป็นป้ายทะเบียนกรุงเทพฯแต่เจ้าของเอาทะเบียนไปทำใหม่ ซึ่งพบว่ารถเบนซ์คันนี้จดทะเบียนที่สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 1 เป็น รถ MERCEDES BENZ รุ่น SLK200 CGI สีดำ ขนาด 1796 ซีซี จดทะเบียน เมื่อ พ.ย.55 วันสิ้นอายุภาษี 23 พ.ย.57 ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อเจ้าของและที่อยู่แล้วและจะส่งตำรวจจราจร ไปตรวจสอบจับกุมที่บ้านพัก ซึ่งสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบัน ทะเบียนกรุงธนบุรีตอนนี้ไม่มีอยู่ในสารบบของกรมการขนส่งแล้ว และรถคันนี้เป็นรถรุ่นใหม่เพิ่งจดทะเบียน พ.ย. 2555 ยังไม่ถึง 2 ปีเลย เพราะฉะนั้นจงใจละเมิดกฎหมายชัดๆ แบบนี้ผิดกฎหมายถึงแม้จะเป็นป้ายเก่าสมัยยังมีกรุงธนบุรีแต่เมื่อเอารถคันหนึ่งคันใดไปจดใหม่แล้วประสงค์จะใช้หมายเลขเดิมก็ต้องเปลี่ยนเป็นกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ว่าปัจจุบันมีการทำป้ายทะเบียนปลอมจำนวนมาก ซึ่งมักจะเกิดปัญหาเวลาที่เกิดอุบัติเหตุและการผิดกฎจราจร จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและเข้มงวดร้านที่รับทำป้ายปลอมแบบนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหาไปเรื่อยๆ MThai News

10 สนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก
10 อันดับ /  ความรู้รอบตัว / 

จะว่าไปแล้วช่วงนี้มีข่าวเรื่องของ เครื่องบินตก เครื่องบินระเบิด บ่อยมากๆ ซึ่งทีนเอ็มไทยก็เคยนำเสนอเรื่องของ 9 เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เครื่องบิน ที่เคยถูกยิงตก ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันแล้ว วันนี้ก็ขอนำเสนอเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องบินบ้างละกันเนอะ นั่นก็คือ 10 สนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก จะอันตรายยังไง หวาดเสียวแค่ไหน และทำไมถึงได้ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดในโลก แบบนี้ต้องไปติดตามกันแล้วหล่ะ! 10 สนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก 10. Qamdo Bamda Airport, ทิเบต สนามบินที่ตั้งอยู่ในจุดที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ความสูง 4,334 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และเป็นสนามบินที่มีรันเวย์ยาวถึง 5,500 เมตรด้วยกัน ส่วนสาเหตุที่ต้องมาสร้างสนามบินอยู่ที่นี่ เนื่องจากพื้นที่แถบนี้ไม่มีที่ราบอื่นเลย และพื้นที่อยู่สูงขนาดนี้ย่อมมีอากาศเบาบางมาก ผู้โดยสารขาเข้าจะได้รับคำเตือนก่อนออกจากเครื่องให้เคลื่อนไหวช้าๆ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพออกซิเจนที่มีเพียงน้อยนิด ทางด้านตัวเครื่องบินก็ต้องใช้กำลังขับที่มากกว่าปกติด้วย 9. Juancho E. Yrausquin Airport, เกาะซาบา ตั้งอยู่บนเกาะซาบา เขตปกครองของเนเธอร์แลนด์ในทะเลแคริบเบียน ด้านหนึ่งติดไหล่เขา ที่เหลือก็ล้อมรอบด้วยทะเลล้วนๆ ความสุดยอดของที่นี่คือ มีรันเวย์ยาวเพียง 400 เมตรเท่านั้น แถมเมื่อพ้นของรันเวย์ปุ๊บก็จะกลายเป็นหน้าผาและผืนทะเลทันที และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ทางการเนเธอร์แลนด์เข้มงวดเรื่องการอนุญาตใช้สนามบินสุดๆ 8. Gustaf III Airport, เซนต์บาร์เธเลมี ตั้งอยู่บนเกาะเซนต์บาร์เธเลมี เขตปกครองของฝรั่งเศสในทะเลแคริบเบียน ตัวสนามบินตั้งอยู่บนเชิงเขาติดชายหาด ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำอยู่ใกล้ๆ รันเวย์พื้นผิวคอนกรีตของที่นี่มีความยาว 650 เครื่องบินที่ขึ้นลงที่นี่จึงมักเป็นเครื่องขนาดเล็กที่จุผู้โดยสารไม่เกิน 20 ชีวิต และเครื่องต้องบินเฉี่ยวหัวนักท่องเที่ยวก่อนลงแตะรันเวย์ แต่ทว่าความอันตรายของมันก็อยู่ที่การต้องเชิดหัวเครื่องให้พ้นสันเนินเขานี่แหละ 7. Ice Runway, แอนตาร์คติกา สนามบินที่ดัดแปลงมาจากพื้นน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์คติกา ถึงจะเป็นพื้นน้ำแข็ง แต่ก็สามารถรับมือการลงจอดของเครื่องใหญ่ขนาดโบอิ้ง 757 ได้เลยทีเดียว แถมตัวนักบินเองก็ยังยืนยันด้วยว่า พื้นน้ำแข็งที่นี่แข็งแกร่งไม่แพ้รันเวย์คอนกรีตเลยด้วยซ้ำ จะมีปัญหานิดหน่อยก็แค่บางครั้ง เวลาเครื่องแลนดิ้งแล้วไปหยุดอยู่ห่างจากจุดที่จะจมลงใต้พื้นน้ำแข็งแค่ไม่กี่นิ้วเท่านั้น! 6. Courchevel Airport, ฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนความสูง 2,00ค เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ติดกับพื้นที่เล่นสกียอดนิยมบนเทือกเขาแอลป์ จุดประสงค์หลักของสนามบินแห่งนี้ก็คือ เพื่อขนส่งเหล่าบรรดานักสกีทั้งหลายนั่นเอง รันเวย์พื้นผิวยางมะตอยมีความยาว 525 เมตร รองรับเฉพาะเครื่องบินเล็กปีกตรึงและเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น วันไหนถ้าหมอกลงจัดหรือเมฆลอยต่ำ สนามบินก็จะไม่อนุญาตให้ทำการบินเด็ดขาด เนื่องจากที่นี่ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่เพียงพอ 5. Barra International Airport, สก็อตแลนด์ ตั้งอยู่บนเกาะบาร์รา ประเทศสก็อตแลนด์ เป็นสนามบินที่ใช้หาดทรายมาเป็นรันเวย์ นั่นทำให้ตารางการบินต้องฝากไว้กับช่วงน้ำขึ้น-น้ำลงเท่านั้น ถึงจะมีแต่ทราย แต่สนามบินแห่งนี้ก็มีถึง 3 รันเวย์ด้วยกัน แต่ละรันเวย์มีความยาว 799, 680 และ 846 เมตรตามลำดับ วางต่อกันเป็นรูปสามเหลี่ยม รองรับเฉพาะเครื่องบินเล็กเท่านั้น 4. Toncontin International Airport, ฮอนดูรัส ตั้งทางตอนเหนือของเมือง Tegucigalpa ในประเทศฮอนดูรัส รองรับทั้งเที่ยวบินทางการทหารและการพาณิชย์ ความอันตรายของมันอยู่ที่ความผันผวนรุนแรงของสภาพอากาศ เพราะตั้งอยู่ใกล้ภูเขา แถมปลายรันเวย์เดิมยังอยู่ติดกับเชิงเขาด้วย แม้ปัจจุบันรันเวย์พื้นผิวยางมะตอยจะถูกต่อขยายให้ยาว 2,163 เมตรแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นสนามบินที่ติดอันดับเสี่ยงอันตรายสูงอยู่ดี 3. Tenzing Hillary Airport, เนปาล ตั้งอยู่ตรงจุดเริ่มต้นที่นักปีนเขาจะเดินทางขึ้นสู่เบสแคมป์เพื่อพิชิตเอเวอเรสต์ สภาพความเลวร้ายของอากาศนั้นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะกระแสลมก็รุนแรง เมฆก็หนาทึบ ทำให้มีทรรศนะวิสัยต่ำสุดๆ แม้ในวันที่มีแสงตะวันและท้องฟ้าเปิดเหนือกรุงกาฐมาณฑุแล้วก็ตาม ตัวเลขความยาวของรันเวย์อยู่ที่ 460 เมตร รองรับเฉพาะเครื่องบินเล็กและเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น 2. Madeira Airport, โปรตุเกส อยู่บนเกาะมาเดร่า ประเทศโปรตุเกส อยู่ท่ามกลางภูเขาและท้องทะเล มีทั้งความสวยงามและอันตรายระดับสุดยอด รันเวย์ของเดิมนั้นถือว่าสั้นมาก ต่อมาทางการโปรตุเกสจึงได้ต่อเติมความยาวออกไปอีกเท่าตัว โดยการต่อเติมรันเวย์ขึ้นเหนือโครงสร้างสะพานพิเศษ ซึ่งใช้ตอหม้อสูง 70 เมตร จำนวน 180 ต้น กลายเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวของสนามบินแห่งนี้ไปในที่สุด ปัจุบันรันเวย์มีความยาว 2,781 เมตร 1. Gibraltar International Airport, ยิบรอลตา ลองนึกภาพการจราจรในกรุงเทพฯ ที่รถต้องจอดต่อแถวรอไฟแดงเพื่อรอให้รถไฟวิ่งผ่านดู แต่ที่นี่ต่างกันตรงที่ไม่ใช่รถไฟ แต่เป็นเครื่องบิน! เนื่องจากสนามบินแห่งนี้เป็นสนามบินเพื่อการพาณิชย์ที่รันเวย์ดันไปตัดกับ Winston Churchill Avenue ถนนเส้นหลักของเมืองที่จะมุ่งหน้าไปยังชายแดนประเทศสเปนนั่นเอง! ขอบคุณที่มาข้อมูล : Pantip, FHM

คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น
กรมทางหลวง /  คสช. / 

คสช. เห็นชอบขยายถนน ผ่านเขาใหญ่-ดงพญาเย็น  เชื่อมผืนป่ามรดกโลก แก้ปัญหาอุบัติเหตุ ขณะที่กรมทางหลวง เล็งของบฯ 2,900 ล้านบาท สร้างเป็นอุโมงค์ หวังให้คนและสัตว์สามารถร่วมใช้เส้นทางด้วยกันได้ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (23 ก.ค. 57) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เห็นชอบโครงการขยายเชื่อมผืนป่ามรดกโลก ถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ช่วง กม.42-47 แล้ว เพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุในบริเวณดังกล่าว โดยนายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เผยว่า โครงการนี้กรมทางหลวงเตรียมขยายเส้นทางจาก 2ช่องจราจร เป็น 4ช่องจราจร เพื่อแก้ปัญหาการจราจรที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งแนวทางการดำเนินการจะเป็นรูปแบบใดนั้นยังไม่ได้สรุปแน่ชัด คงต้องศึกษาในรายละเอียด ปัญหาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะอยู่ในเขตผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ขณะที่นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง เผยว่าได้มีการวางแผนสร้างอุโมงค์ในการขยายช่องทางดังกล่าวในเบื้องต้น เพื่อให้คนและสัตว์สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวร่วมกันได้ โดยกรมทางหลวงเตรียมขออนุมัติงบประมาณปี 2558 จำนวน 2,900 ล้านบาท เพื่อเตรียมก่อสร้างต่อไป MThai news ........................................................................................................................ บทความอื่นๆ รวม ที่พักเขาใหญ่ ที่พักปากช่อง แหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก นอนชิลล์ อากาศดี กลางขุนเขาและแมกไม้

ขนส่ง ชง คสช. ย้ายหมอชิต -เอกมัยไปที่ใหม่
ขนส่ง /  บขส. / 

บขส. คาดสัปดาห์นี้ชัดเจนขึ้นย้ายขนส่งหมอชิต - เอกมัย ไปที่ใหม่ หวังรองรับผู้โดยสารที่มีจำนวนมากขึ้น คาดใช้พื้นที่ถนนพหลโยธิน, บางนา-ตราด เป็นสถานีขนส่งใหม่เหตุคล่องตัว รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (14 ก.ค. 57) นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ออกมาปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) และสถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออก(เอกมัย) ไปยังสถานที่ใหม่ เพื่อเป็นการขยายพื้นที่ไว้รองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ต้องการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นต่อ ว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมถึงเรื่องดังกล่าว จากนั้นจะสรุปเพื่อเสนอให้ คสช. พิจารณาต่อไป แต่จะย้ายไปที่ใดนั้นตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องรอข้อมูลจากสถาบันพระจอมเกล้าธนบุรีที่กำลังศึกษาอยู่ว่าที่ใดจะเหมาะสม แต่คาดว่าน่าจะใช้พื้นที่ย่านถนนพหลโยธิน เป็นหมอชิตใหม่ เพราะสามารถรองรับการขนส่งสายเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือได้ ขณะที่สถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออกนั้น บขส.สนใจพื้นที่บริเวณถนนบางนา-ตราด เพราะอยู่รอบนอกที่การจราจรคล่องตัวเหมาะกับการนำมาทำเป็นสถานีขนส่งสาธารณะ สำหรับแนวทางการลงทุนขยายสถานีขนส่งผู้โดยสารทั้ง 2 แห่ง บขส.ได้วางมาตราการไว้ 3 แนวทางคือ 1. บขส.ลงทุนเอง โดยอาจใช้การกู้เงิน หรือนำกำไรสะสมที่มีอยู่ประมาณ 3,000 ล้านบาทมาใช้ 2.การร่วมทุนกับเอกชน และ 3.ให้เอกชนลงทุนทั้งหมด MThai news

เที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ดินแดนแห่งเทพนิยาย
เที่ยวรัสเซีย /  เที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

เมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เป็นเมืองที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนรัสเซีย ด้วยอารยธรรมที่เก่าแก่ และสถาปัตยกรรมที่เอป็นเอกลักษณ์ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ถือเป็นเมืองที่น่าลองไปเหยียบสักครั้งในชีวิต นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ดีต่างจากเมืองอื่นๆ ในรัสเซียแล้ว ยังมีความลึกลับจากสถาปัยที่โดดเด่นยิ่งกว่า และมีความสำคัญไม่แพ้กรุงมอสโค ทั้งการค้าการขายกับทางยุโรป หรือจะเรื่องที่เขาว่ากันว่า ผู้หญิงที่นี่สวยที่สุดในโลกตะวันตก เที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ดินแดนแห่งเทพนิยาย ขอย้อนเวลาหาอดีตสักหน่อย สมัยเริ่มก่อตั้งดินแดนแห่งนี้ พระเจ้าปีเตอร์มหาราช หรือ ปีเตอร์ เดอะ เกรตแห่งรัสเซียมีโอกาศได้มาเยือนดินแดนที่ติดกับคาบสมุทรบอลติกใกล้กลับ ประเทศฟินแลนด์ พระองค์เกิดหลงไหลได้ปลื้มกับพื้นที่นี้มากถึงกับมีคำสั่งให้ สร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้ทันที คล้อยหลังต่อมาไม่ถึง 10 ปี ด้วยความวิจิตรงดงามราวเทพนิยาย เซนต์ปีเตอร์บิร์กก็ถูกสถาปนาเป็นนครหลวงแทนกรุงมอสโก เซนต์ปีเตอร์บิร์กเติบโตด้วยเม็ดเงินจากท้องพระคลังหมายมั้นปั้นมือจะวัด ความทันสมัยให้ได้เท่าอัมสเตอร์ดัมของฮอลแลนด์และลอนดอนของอังกฤษ ด้วยสไตล์ที่เรียกว่า “ยูโรเปียน” ความงามของเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ถูกรังสรรค์จากศิลปินทั่วทุกมุมแผ่นดินยุโรป ทำให้เมืองแห่งนี้ดูยุโรปจ๋ามากกว่ามอสโกและเมืองต่างๆ ในรัสเซีย แต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็มาเยือนเมืองแห่งนี้อีกครั้ง หลังจากสิ้นสุดยุคการปกครองของกษัตริย์ทำให้มีการย้ายเมืองหลวงกลับไปเป็น ที่มอสโก และหลังจากการตายของเลนิน เซนต์ปีเตอร์เบิร์กถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นเลนินกราดเพื่อเป็นเกียรติต่อ เลนิน เซนต์ปีเตอร์เบิร์กต้องรับการมาเยือนภัยครั้งใหญ่ที่ฮิตเลอร์สั่งพลทหารนาซี หมายยึดรัสเซียที่กำลังอ่อนแรงทำให้ หน้าต่างของยุโรปบานนี้เสียหายอย่างหนักมีประชากรล้มตายแตะหลักล้าน กลับมาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเซนต์ปีเตอร์เบิร์กบ้าง อย่างที่บอกเป็นเซนต์ปีเตอร์เบิร์กเป็นนครที่ใครหลายคนเคยมาแล้วต้องตกหลุม รัก หากพูดถึงเมืองแห่งนี้คงอดพูดไม่ได้กับอภิมหาสถาปัตยกรรมระดับโลก “มหาวิหารเซนต์ไอแซค” มหาวิหารแห่งนี้เปรียบเสมือนป้ายบอกทางว่านี้ละ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก วิหารเซนต์ไอแซคถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1710 โดยใช้หินแกรนิตชิ้นเดียวขนานกว่า 118 ตัน จำนวน 48 ชิ้นเพื่อนำมันมาเป็นฐานรองรับโดมที่ใหญ่ติดระดับโลกอีกชิ้นหนัก 67 ตัน บนพื้นที่กว่า 4000 ตารางเมตร วิหารแห่งนี้ใหญ่พอที่จะรับคนร่วม 10000 ภายในถูกตกแต่งไปด้วยอัญมณีประดับ เช่น มาคาไคล ลาปิสลาสุลีและหินอ่อนคุณภาพดีหลากสีตามด้วยเครื่องตกแต่งที่ทำด้วยสำริด เครือบทองคำเปลว และภาพปูนเปียก รวมถึงรูปปูนปั้นแกะสลักถูกใช้แต่งโบสถ์ ทั้งภายนอกและภายในเพื่อความอลังการด้วยช่างฝีมือดีทั่วรัสเซียกว่า 200 คน วิหารแห่งนี้ถูกทำและขยายต่อทั้งหมด 3 ครั้ง กินระยะเวลาถึง 40 ปี กินเงินหลวงไปจำนวนมหาศาลแต่ผลลัพธ์ของมันวิจิตรเกินกว่าใครจะทำได้อีกครั้ง และใกล้พื้นที่ใกล้เคียงกันกับมหาวิหารไอแซคก็จะมีรูปปั้นที่เรียกว่า “The Bronze Horseman” รูปปั้นแห่งนี้เปรียบเสมือนรูปจำลองของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ได้สร้าง เมืองแห่งนี้ขึ้นมา เป็นความตั้งใจของพระนางแคทเธอรีนที่ต้องการสัญลักษณ์เพื่อระลึกถึงบุรุษใน ดวงใจของพระนาง พระนางแคทเธอรีนสั่งศิลปินชื่อดังจากเมืองน้ำหอม นามว่า เอเตียง โมริส ฟัลโคเน็ต ให้ปั้นร่างพระเต้าปีเตอร์ชี้พระหัตถ์ไปยังแม่น้ำเนวา พร้อมทอดพระเนตรไปทิศทางเดียวกันแสดงถึงปณิธานของพระองค์ที่ทรงหวังว่าเมือง แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางและมหาอำนาจใหม่ของยุโรป ส่วนงูที่อยู่ใต้เกือกม้าหมายถึงภัยร้ายที่ไม่สามารถกลั้นกลายเข้ามาในถิ่น นี้ได้ รูปปั้นแห่งนี้ใช้เวลาตั้งแต่ปี ค.ศ.1766-1778  วิหารไอแซคเปิดให้บริการวันพฤหัสถึงอังคารตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 เข้าชมได้ 2 ชั่วโมง ข้ามมาที่ ปีเตอร์ฮอฟหรือปีเตอร์ดวาเวซ พระราชวังฤดูร้อนที่ตั้งอยู่แทบชานเมืองของที่นี้ ปีเตอร์ฮอฟเป็นพระราชวังที่ถูกนิรมิตโดยศิลปินเอกในสมัยนั้น ที่ชื่อว่าฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ และเลอ บรอง ทั้งสองทำคนละส่วนในพระราชวังนี้โดยตัวภายในพระราชวังนั้นเป็นหน้าที่หลัก ของราสเทรลลี่ที่ออกแบบความงามในสไตล์ผสมเรอเนสซองส์ บารอคและคลาสสิก ราสเทรลลี่เลือกที่จะใช้โคมไฟระย้า งานไม้แกะสลักและภาพวาดสีน้ำมันเป็นหลัก มีการแทรกงานภายในอีกหลายจุดในแบบจีนไม่ว่าจะเป็นห้องที่ใช้ไหมทอเป็นลายนก และอิทธิพลจากเติร์กในห้องนอนด้านหน้าจะหันออกสู่อ่าวฟินแลนด์ ส่วนของเลอ บรองถูกพระเจ้าปีเตอร์เชิญมาสร้างลานน้ำพุโดยเฉพาะ ลานน้ำพุแห่งนี้ถือเป็นจุดหลักของประสาทแห่งนี้ก็ว่าได้สถานที่แห่งนี้จะ เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ - อังคารสุดท้ายของเดือน ตั้งแต่เวลา 10.30 - 18.00 แต่หากใครจะไปชมน้ำพุต้องเลือกเวลาไปสักหน่อยเพราะจะเปิดลานแค่เดือนพฤษภาคม - กันยายนเท่านั้น โบสถ์สโมนี่ย์คอนแวนส์ โบสถ์สีฟ้าอ่อนสวยฝันของสาวๆ ที่ชอบความสดใสปนน่ารัก สโมนี่ย์เป็นโบสถ์สไตล์บารอคตั้งตระหง่านริมแม่น้ำเนวา ออกแบบโดยฟรานเชสโก ราสเทรลลี่เจ้าเก่าที่เป็นผู้ออกแบบ สถาปัยตกรรมของเมืองนี้เกินกว่าครึ่งเป็นงานของราสเทรลลี่เริ่มแรกถูกสร้าง ขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ในการศึกษาด้านศาสนาของแม่ชีแหงออโธดอกซ์ ต่อมาสถานที่แห่งนี้กลายเป็นสำนักชีสำหรับเด็กสาวที่มีเชื้อขุนนางและ กษัตริย์ เมื่อเวลาล่วงเลยมาสำนักชีแห่งนี้กลายเป็นหอแสดงคอนเสิร์ต กลายเป็นสถานที่ราชกาล สุดท้ายกลายเป็นสมบัติของคณะสังคมศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่ง มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์เบิร์กในที่สุด ตามต่อกันที่ซาร์สกาเยเซโล พระราชวังที่ถูกรอบกรอบด้วยสวยขนาดใหญ่ ถูกออกแบบโดยศิลปินเจ้าเดิมฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ อาคารสูงกว่า 3 ชั้นลากความยาวไกลถึง 300 เมตร ภายในเน้นความสง่างามแบบอ่อนช้อยและหรูหรา เน้นความสดใสจากสีฟ้าตัดสีขาว มีงามปั้นประดับเสาและหัวเสาด้วยสีทอง แต่พระนางแคทเธอรีนมหาราชที่เข้ามาพักผิงกลับไม่เห็นด้วยกับงานภายในของราส เทรลลี่จึงมีการเปลี่ยนแปลง พระนางแคทเธอรีนจัดงานนี้ให้สถาปิกคนสนิทที่ชื่อว่าชาร์ล คาเมรอลเข้ามาแก้ เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 - 17.00 ปิดวันจันทร์และอังคารสุดท้ายของเดือนเหมือนเคย เมื่อพูดถึงพระนางแคทเธอรีนมหาราชกับช่างคนโปรดที่ทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง ครั้นพอพระนางมีราชบุตรนามว่า พอลที่ 1 พระองค์จึงตัดสินใจให้สร้างพระราชวังปาฟลอฟ ในลักษณะคล้ายกับซาร์สกาเยเซโล ปาฟลอฟถูกตั้งอยู่กลางสวนกว้าง โดยมีชาร์ลคุมงานงานสร้างแต่พระเจ้าพอลที่ 1 กลับไม่ประทับใจเท่าไหร่จึงมีคำสั่งให้วินเซนโซ เบรนนาช่างอิตาลีอีกคนมาทำงานร่วมกับคาเมรอนให้ออกแบบปาฟลอฟ พระนางแคทเธอรีนและบุตรชายต้องการเห็นปาฟลอฟออกมาเป็นฝรั่งเศสมากกว่าให้ เป็นอิตาลี ทำเอาชาร์ล คาเมรอนงอนไปพักหนึ่งก่อนกลับมากลับมาสร้างจนเสร็จ พระราชวังแห่งนี้มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่าซาร์สกาเยเซโลมาก ว่ากันว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีชของศิลปินทั้งสองก็ว่าได้ ปาฟลอฟ เปิดตั้งแต่ 10.00 - 17.00 ทุกวัน พูดถึงความกลัวของพระเจ้าพอลที่ 1 กันหน่อย ครั้นเมื่อพระองค์ทรงได้ขึ้นครองราชบังลังก์ย์พระองค์มีความเกลียดพระมารดา ของตนที่แอบเล่นชู้และยังกลัวการลอบทำร้ายจากคนรอบข้าง กลัวที่จะถูกปลงประชนม์จึงของย้ายออกจากพระราชวังฤดูหนาวและสั่งให้วินเซนโซ เบรนนาและวาซิลี บาเซนอฟสร้างพระราชวังมิคาอิลลอฟสกี้ขึ้นมา ในปี ค.ศ. 1797 วังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็วเป็นอาคารทรง 8 เหลี่ยมแบบยุคกลางล้อมรอบด้วยสวนขนาดใหญ่ยักษ์ ตีกรอบด้วยแม่น้ำล้อมตัวอาคารอีกชั้น ทั้งยังมีรับสั่งให้สร้างปราการภายในตัวอาคาร เครื่องตกแต่งภายในด้วยของล้ำค่ามากมายและหนึ่งในนั้นมีบางอย่างที่พระองค์ เอามาจากทาวาริชเชสกี้พาเลซ คฤหาสน์ชายชู้ของพระมารดาของตน แต่สุดท้ายพระเจ้าพอลที่ 1 ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ในห้องบรรทมหลังจากพระองค์มาประทับได้เพียง 47 วัน ปัจจุบันวังแห่งนี้กลายเป็นสถานศึกษาเกี่ยวกับวิศกรรม เป็นพิพิธภัณฑ์แกลอรี่ศิลปพและรวมรวบภาพวาดของกษัตริย์รัสเซียตั้งแต่ศตวรรต ที่ 17 - 20 ประสาทแห่งนี้เปิดให้เข้าชมได้ 2 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 หยุดวันอังคารครับ ต่อโอราเนียนบาร์ม ที่แปลต้นไม้สีส้ม ตามภาษาท่องถิ่น เป็นวังเก่าของเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ เมนชิคอฟที่เป็นสหายคนสนิทของพระเจ้าปีเตอร์ วังแห่งนี้ถูกสร้างไกลออกจากเมืองเซนต์ปีเตอร์เบร์กได้ราว 40 กิโล ก่อนกลายเป็นแกรนด์ พาเลซในช่วงสมัยของพระนางแคทเธอรีนที่ 2 ได้สร้างวังทรงจีนที่มีความอ่อนช้อยสไตล์บารอคและตกแต่งภายในด้วยความ อลังการในรูปแบบรอคโคโค เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุด พระราชวังแห่งนี้เคยผจญสงครามในยุคสมัยของฮิตเลอร์ที่ต้องการยึดโซเวียต แต่พระเจ้าทรงคุ้มครองความงามแห่งนี้ไว้ไม่ได้ถูกทำลายลงเหมือนวังนอกเมือ งอื่นๆ ที่นี้ยังคงตฺมไปด้วยศิลปะแบบรัสเซียดั้งเดิมไว้ทั้งดุ้นพร้อมรับแขกที่มา เยือนวังแห่งนี้ เปิดบริการตั้งแต่ 9.00 - 20.00 ฝั่งสวย ในตัวอาคารเปิดตั้งแต่ 10.00 - 18.00 หยุดวันจันทร์วันเดียวนอกนั้นของให้เดินเที่ยวได้ตามสบาย ปิดท้ายด้วยเฮอร์มิเทจและอเล็กซานเดอร์คอลัมน์ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่เจ้าของงานสร้างชื่อว่า ฟรานเชสโก ราสเทรลลี่ พระราชวังฤดูหนาวแห่งนี้ถูกตกแต่งในสไตล์บารอค ใช้ลวดลายที่อ่อนช้อยสวยงามตัดทองแต้มแต่งด้วยโดมระย้าดูเลิศหรู ประดับด้วยปูนปั้นฝีมือบรมครูและงานแกะสลักระดับเทพ ถือเป็นสุดยอดสถาปัยอีกชิ้นที่ราสเทรลลี่รังสรรค์ได้อย่างวิจิตร ปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งสมบัติที่ล้ำค่ามากที่สุดในโลกมากกว่า 2.7 ล้านชิ้น ร่วมถึงผลงานของศิลปินที่โด่งดังสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น Leonardo Da Vinci, Picasso, Raphael, Rubens, Rembrandt, Botticelli, Michelangelo, Velazquez, Goya และงานที่คนไทยรู้จักกับดีก้านข้าวโพดทองคำประดับด้วยเพชรปักในถ้วยน้ำเจียร จากก้อนหินคริสตัน หรือมงกุฎขนาดเล็กของซาร์ทาด้วยทองคำ เงิน เพชร ทับทิม ไพลิน ทั้งหมดถูกรวมไว้ที่แห่งนี้หมดแล้ว พระราชวังฤดูหนาวเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.30 - 18.00 ปิดวันจันทร์ ยังเหลืออีกหลายที่ที่เรายังไม่ได้แนะนำในเมืองแห่งนี้ หากคุณได้มีโอกาศไปรัสเซียจริงๆ คุณอย่าพลาดที่จะไปเหยียบเมืองแห่งนี้ เซนต์ปีเตอร์เบิร์กมันคือหน้าต่างของยุโรปจริง บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com

ฟิลิปส์ ส่องสว่าง สืบสานมรดกไทย เชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมเมืองนครศรีธรรมราช
ฟิลิปส์ /  วัฒนธรรม

ฟิลิปส์ส่องสว่าง สืบสานมรดกไทย เชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมเมืองนครศรีธรรมราช “พระธาตุเมืองคอน” นครศรีธรรมราช – วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ ที่ชาวนครเรียกว่า วัดพระธาตุ โบราณสถานสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นมิ่งขวัญชาวเมืองนครศรีธรรมราชตลอดจนพุทธศานิกชนไทย หนึ่งในความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ ที่สะท้อนความงามทางศิลปะอันโดดเด่น และเป็นสัญลักษณ์สืบทอดความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของชาวไทย มีจุดศูนย์กลางคือ “พระบรมธาตุ” หรือที่รู้จักกันดีในนาม “พระธาตุเมืองคอน” พระธาตุในรูปแบบเจดีย์ทรงระฆังแห่งนี้ ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปีพุทธศตวรรษที่ 13 เพียบพร้อมด้วยพัฒนาการด้านสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง และแผนผัง และเป็นที่เคารพและเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนา ตลอดมา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศจดทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารให้เป็นโบราณสถาน และเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556 คณะกรรมการมรดกโลก มีมติในการประชุมคณะกรรมการสมัยที่ 37 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา รับรองวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเข้าสู่บัญชีเบื้องต้น ก่อนเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกกับทางองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) การตกแต่งไฟวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อชูจุดเด่น เสริมสร้างความสวยงามให้แก่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และ “พระบรมธาตุ” จึงได้ถูกดำเนินการขึ้นจากทางจังหวัดนครศรีธรรมราช โดย บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบและติดตั้งระบบแสงสว่างใหม่ ณ วัดพระมหาธาตุแห่งนี้ นอกจากนั้นฟิลิปส์ในฐานะผู้นำวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการออกแบบและติดตั้งระบบแสงสว่างใหม่นี้ โดยแนวคิดมากจากแคมเปญ นวัตกรรมฟิลิปส์ นวัตกรรมเพื่อคุณ โครงการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สู่สังคม ที่เปิดโอกาสให้คนไทยร่วมโหวตและส่งไอเดียเพื่อให้ฟิลิปส์นำไปสร้างสรรค์ให้เป็นรูปธรรมขึ้น โดยแนวคิดชนะเลิศในหัวข้อ “ส่องสว่างความเป็นไทยสู่ชาวโลก” นั้นต้องการให้ฟิลิปส์ติดตั้งระบบแสงสว่างให้พระบรมธาตุเจดีย์ วัดมหาธาตุมหาวิหาร นครศรีธรรมราช นายธนากร วงศ์วิเศษ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “การออกแบบแสงสว่างตกแต่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พิลิปส์คำนึงถึงความสำคัญและประวัติศาสตร์อันยาวนานของสถานที่แห่งนี้ การดีไซน์สีของแสงให้ส่องไปยังองค์พระธาตุ ช่วยส่งเสริมให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้นในยามค่ำคืน แต่ยังตอบโจทย์และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม โดยฟิลิปส์ได้กำหนดการให้สีของแสงเป็นโทนเหลืองนวล และสีขาว เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ การให้สีของแสง จึงเป็นไปในหลักเกณฑ์ที่เป็นการเคารพในความเป็นโบราณสถานสำคัญ และการออกแบบเน้นไปที่ยอดเจดีย์ที่เป็นทองคำ เมื่อใช้ไฟส่องสว่างจะยิ่งเพิ่มความงดงามมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พระบรมธาตุเจดีย์มีความสวยงาม โดดเด่น มองเห็นในระยะไกลในยามค่ำคืน” ระบบไฟที่ใช้ในการออกแบบแสงสว่างตกแต่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนี้ ประกอบด้วย Philips ColorBurst Powercore, Philips ColorBust Compact Powercore และ Philips ColorReach Powercore ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแสงสว่าง แอลอีดี ที่มีประสิทธิภาพสูง เฉิดฉายในฐานะแสงไฟหลัก ที่ได้รับการออกแบบคิดค้นและผลิตด้วยเทคโนโลยีสร้างสรรค์ของฟิลิปส์ เพื่อการตกแต่งแสงให้แก่สถาปัตยกรรมภายนอกอาคารและในสนามโดยเฉพาะ ซึ่งนอกจากให้สีและแสงที่สวยงามแล้ว ยังประหยัดไฟและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 50,000 ชั่วโมง นอกจากนี้ประหยัดเนื้อที่ในการติดตั้ง เนื่องจากโคมไฟฟิลิปส์แอลดีดี ที่ใช้นี้สามารถปรับและเปลี่ยนสีของแสงได้ในโคมเดียว “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟิลิปส์มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าแก่สังคมไทย เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนไทยทั่วประเทศ ในครั้งนี้ ฟิลิปส์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนร่วมกับองค์กรท้องถิ่นและชาวนครศรีธรรมราช ในการออกแบบและตกแต่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ให้งดงาม โดดเด่น เป็นที่เคารพสักการะ สืบทอดพระพุทธศาสนาของชาวไทย และเป็นความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของชาวไทยทั้งประเทศ พร้อมยังเป็นการส่งเสริมให้สถานที่นี้เป็นที่รู้จักและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชม สร้างอาชีพให้พ่อค้า แม่ขายในท้องถิ่น ก่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนต่อไป ตามเป้าหมายของแคมเปญ นวัตกรรมฟิลิปส์ นวัตกรรมเพื่อคุณ” นายธนากรกล่าวสรุป เกี่ยวกับแบรนด์แคมเปญ “นวัตกรรมฟิลิปส์ นวัตกรรมเพื่อคุณ” แบรนด์แคมเปญ “นวัตกรรมฟิลิปส์ นวัตกรรมเพื่อคุณ” ได้รับการเปิดตัวขึ้นเมื่อ 26 กันยายน 2013 ที่ผ่านมา ด้วยความมุ่งมั่นในบทบาทผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าแก่สังคม ฟิลิปส์ร่วมมือกับพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชนในการคัดกรองแนวคิดจากความท้าทายและปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจากทั้งหมด 15 แนวคิด เหลือ 9 แนวคิด ใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ นวัตกรรมส่องสว่างเพื่อเมืองไทยน่าอยู่ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพดีๆ มีได้ทุกคน และนวัตกรรมเพื่อชีวิตล้ำๆ ของผู้หญิงวันนี้ เพื่อนำมาสู่ขั้นตอนการโหวตและแชร์ไอเดียโดยประชาชนในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ผ่านเวปไซท์ www.meaningfulinnovation.asia/thailand โดยแนวคิดชนะเลิศ ที่จะได้รับการสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริงในปีนี้ ได้แก่ “ส่องสว่างความเป็นไทยสู่ชาวโลก”, “โรคหัวใจในเด็ก ตรวจเช็คแต่เนิ่นๆ” และ “ชีวิตสะดวกสบาย สไตล์คนสุขภาพดี” โดยฟิลิปส์ได้รับผลโหวตและการร่วมเสนอแนวคิดทั้งสิ้น จำนวน 21,344 ผลโหวต และ1,900 แนวคิด ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์แคมเปญ นวัตกรรมฟิลิปส์ นวัตกรรมเพื่อคุณ เป็นแคมเปญเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยนอกเหนือจากประเทศไทย แคมเปญดังกล่าวยังมีขึ้นใน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และปากีสถาน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดแบรนด์แคมเปญของฟิลิปส์ได้ที่ www.meaningfulinnovation.asia เกี่ยวกับรอยัลฟิลิปส์ รอยัลฟิลิปส์แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) เป็นบริษัทที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Well-being) มุ่งมั่นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วยนวัตกรรมที่มีคุณค่าในด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ (Healthcare) ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) และไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง (Lighting) สำนักงานใหญ่ฟิลิปส์ตั้งอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2556 ฟิลิปส์มียอดขาย 23.3 พันล้านยูโร มีพนักงานประมาณ 112,000 คน และดำเนินธุรกิจในมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก บริษัทเป็นผู้นำระดับโลกในผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษาโรคหัวใจ ธุรกิจเพื่อการดูแลสุขภาพได้ที่บ้าน โซลูชั่นเพื่อการบริหารพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โซลูชั่นเพื่อเทคโนโลยีแสงสว่างใหม่ และผลิตภัณฑ์ที่สามารถสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และฟิลิปส์เป็นผู้นำในธุรกิจ เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์เพื่อความบันเทิงแบบพกพาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยในช่องปาก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวฟิลิปส์ได้ที่ www.philips.com/newscenter