สัญลักษณ์จราจร

จากถนนสู่สนามแข่ง 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' ธุรกิจพื้นๆมูลค่าหมื่นล้าน
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

'ทิปโก้ แอสฟัลท์' ผู้นำด้านพื้นผิวถนนยางมะตอยในอาเซียน ก้าวสู่ระดับสากลด้วยความเป็นหนึ่งในเทคโนโลยี ด้วยฝีมือการปูพื้น 'สนามแข่งรถมาตรฐานโลก' เจ้าแรกของไทย เมื่อกล่าวถึง 'ยางมะตอย' หลายคนคงนึกภาพกันออก ว่าคือพื้นผิวจราจร หรือพื้นผิวถนนที่รับใชกันอยู่ทุกวันนั่นเอง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ และมีความเข้าใจในยางมะตอยจริง ๆ ไม่ต้องนึกหรอกครับ เพราะถ้าเป็นตัวบุคคลบอกได้เลยว่าน้อยมาก ถึงไม่มีด้วยซ้ำไป อาจจะมีคนเข้าใจมากขึ้นมาหน่อยว่ายางมะตอยคือ กากที่เหลือจากการกลั่นน้ำมันในโรงกลั่น ถูกต้องนะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยางมะตอยมีรายละเอียดที่เยอะมาก ๆ มีรูปแบบกว่า 200 ผลิตภัณฑ์ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มูลค่าตลาดในไทยไม่น้อยเลย หรือกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี !!! 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' คือบริษัทที่เป็นทั้งผู้ผลิต จำหน่าย และเป็นผู้ปูพื้นผิวยางมะตอยรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน และใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชีย ภายใต้การบรหารของ 'ชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์' ชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' ตุณชัยวัฒน์ เล่าให้กับ MThai News ฟังว่า ธุรกิจยางมะตอยเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงมากในตลาดโลก เอาแค่ง่าย ๆ เฉพาะในประเทศไทยก็มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปีแล้ว และที่สำคัญ 'ยางมะตอย' เป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของเมือง และเศรษฐกิจ ซึ่งในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน นโยบายต่าง ๆ ของทางภาครัฐ คือแรงกระตุ้นความต้องการใช้ยางมะตอยภายในประเทศเป็นสำคัญ จากการพัฒนาถนนในชนบท ถนนเชื่อมระหว่างเมือง ทางด่วนต่าง ๆ ซึ่งทำให้ในปีนี้เอง คุณชัยวัฒน์คาดว่า 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' จะมีรายได้สูงถึง 46,000 ล้านบาท สูงขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ราว 34,000 ล้านบาท ว้าว!!! แต่จากการได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับคุณชัยวัฒน์ MThai News กลับเห็นอะไรมากกว่าการทำธุรกิจเพื่อตัวเงินเพียงอย่างเดียว ประเด็นแรกการที่ 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' สามารถเป็นบริษัทแรกในประเทศไทย และอาเซียนที่สามารถปูพื้นสนามแข่งรถมาตรฐานระดับโลกได้ คือที่สนาม 'ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต' ในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสนามแข่งรถที่ได้มาตรฐานโลก FIA Grade 1 และ FIM Grade A ทำความเข้าใจกันง่าย ๆ ว่าสนามนี้สามารถจัดแข่งได้ทั้ง MOTO Gp และ Formula 1 เลยทีเดียว การปูพื้นสนามแข่งรถต้องมีมาตรฐานสูงขนาดไหน ? คุณชัยวัฒน์เล่าว่า ความเรียบคือมาตรฐานสูงสุดของสนามแข่ง และสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานโลก จะต้องมีความเรียบสม่ำเสมอกันมากที่สุด จนมีความแตกต่างของพื้นผิวได้ไม่เกิน 3 มิลลิเมตร !!! ในระยะทาง 4 เมตร คือพูดง่าย ๆ ว่าไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างได้เลย แค่นึกภาพการปูพื้นผิวก็ไม่รู้จะเริ่มกันอย่างไรแล้วครับ และก็เป็นอย่างที่คิดคุณชัยวัฒน์บอกว่า ถ้าจะให้อธิบายขั้นตอนวิธีการ MThai News อาจจะต้องนั่งรถเล่นคุยกันจนครบถนนทุกเส้นที่ 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' ปูเลยก็ว่าได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดการปูพื้นผิวสนามแข่งรถ ไม่ใช่ใครก็ปูได้ ซึ่ง 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงฝีมือ ลบคำถามของผู้ออกแบบสนามระดับโลกที่ถามว่า 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' คือใคร ? ได้อย่างสนิทใจ จนถึงขั้นเจ้าของสนามแข่งใหญ่ ๆ ถึงกับตามจีบให้ไปปรับปรุงพื้นสนามให้ ทั้งในมาเลเซีย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น !!! เมื่อมาถึงจุดนี้ อะไรคือเป้าหมายต่อไปของ 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' คงเป็นสิ่งที่หลายคนอยากรู้ แต่คำตอบที่ได้จากคุณชัยวัฒน์นั้นทำเอา MThai News แปลกใจพอสมควร เพราะคุณชัยวัฒน์บอกว่า "เราไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นที่หนึ่ง เพราะบางครั้งในทางธุรกิจ คนเป็นที่หนึ่ง ก็ไม่ได้เก่งกว่าคนเป็นที่สอง" ทีเป็นเช่นนั้นเพราะว่า บริษัทที่เป็นที่หนึ่งแค่ขายมากกว่าด้านปริมาณเท่านั้น แต่ 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' เป็นมากกว่าพ่อค้าขายของ เพราะต้องการที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริง ซึ่งการปูพื้นสนามแข่งรถก็เป็นตัวพิสูจน์ 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' มีเทคโนโลยีเรื่องยางมะตอยสูงถึง 200 ผลิตภัณฑ์ ร่วมกับบริษัทพันธมิตรจากฝรั่งเศษ เรียกได้ว่าเป็นผู้นำระดับโลกเลยก็ว่าได้ และสุดท้ายคำถามที่ MThai News รอคอยก็มาถึง ว่าอะไรที่เป็นปัจจัย หลักการ หรือส่วนผสมทางความคิดที่ถูกกลั่นออกมาจากสมองของคุณชัยวัฒน์ ที่ทำให้ 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' ประสบควาสำเร็จ ณ จุดนี้ คุณชัยวัฒน์บอกว่า "การทำงานต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีธีมในการทำงาน และที่สำคัญ ไม่มีอะไรที่ทำแล้วดีที่สุด เราสามารถทำได้ดีกว่าเดิมที่เราคิดว่าดีที่สุดได้เสมอ" สุดยอดครับ 'ทิปโก้ แอสฟัลท์' จะมีก้าวที่สำคัญต่อจากนี้แน่นอน แต่ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าคืออะไร ไม่แน่อาจจะเป็นบริษัทแรกที่สามารถปูพื้นผิวถนนบนดวงจันทร์ได้ !!! อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับเพราะคุณชัยวัฒน์บอกว่า "ไม่มีอะไรทำแล้วดีที่สุด" MThai News

สหภาพขสมก.ยื่นหนังสือนายกฯแนะหารถเมล์ NGV เพิ่ม
ขสมก. /  ขสมก.ร้องเรียนนายกฯ / 

สหภาพ ขสมก. ยื่นหนังสือนายกฯ ชะลอจัดการรถตู้ป้ายดำ แนะหารถเมล์ NGV 3,000 คัน ให้บริการ ปชช. วันนี้ ผ30 ก.ย.) ตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ สร.ขสมก. นำโดย นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพฯ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ชะลอการแก้ไขปัญหารถตู้ป้ายดำ หรือรถตู้ที่ผิดกฎหมายออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้มีรถร่วมบริการเอกชนและรถตู้ เป็นจำนวนมาก วิ่งในเส้นทางที่ทับซ้อนกัน และหากรัฐบาลให้รถป้ายดำที่มีประมาณ 1,500 คัน มาวิ่งร่วมเส้นทาง จะทำให้มีจำนวนรถและการจราจรติดขัดมากขึ้น รวมทั้งอาจเกิดการแย่งผู้โดยสารทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย จึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ นายวีระพงษ์ ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในองค์กรอย่างเร่งด่วน คือรัฐบาลต้องจัดหารถเมล์เอ็นจีวีใหม่จำนวน 3,183 คัน ให้บริการประชาชนเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งเร่งรัดให้มีการเพิ่มค่าตอบแทนพนักงาน ขสมก. โดยเร่งเก็บหนี้ค้างชำระจากรถร่วมที่ซื้อสัมปทานของ ขสมก. และหากต้องการจัดระเบียบรถตู้ป้ายดำควรจัดระเบียบเส้นทางเดินรถไม่ให้ทับซ้อนกัน เช่น เส้นทางชานเมือง เข้าเมือง เป็นต้น นอกจากนี้ ตัวแทนสหภาพฯ จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร ขสมก. เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป

6 ล้อขนเสาโทรศัพท์ชนเสาไฟรถติดหนัก
6 ล้อขนเสาโทรศัพท์ /  6 ล้อขนเสาโทรศัพท์ชนเสาไฟ / 

เกิดเหตุ รถ 6 ล้อ บรรทุกเสาโทรศัพท์ เสียหลักชนเสาไฟหัก ถนนลำลูกกาขาออก ทำรถติดหลายกิโล วันนี้ (30 ก.ย.) พ.ต.ท.วรพันธ์ พิสุทธ์ธานนท์ สารวัตรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้า ทำให้รถติดเป็นจำนวนมาก บริเวณถนนลำลูกกาขาออก ม.7 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรลำลูกกา ที่เกิดเหตุพบรถ 6 ล้อหมาย ทะเบียน70-5076 พระนครศรีอยุธยา ชนเสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างทางหักโค่นทับรถได้รับความเสียหายเสาโทรศัพท์ขนาดใหญ่ที่บรรทุกมาได้หล่นลงมาบนพื้นผิวถนนทำให้เสียการจราจรไป 2 ช่องทาง และทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร ห่างออกไปเล็กน้อย พบรถ 10 ล้อบรรทุกหินพ่วง หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 80-3245 สระแก้ว ตัวพ่วง 80-3652 สระแก้ว จอดอยู่หนึ่งคัน จากการสอบถาม นายประดิษฐ์ จอมคำ อายุ 47 ปี คนขับรถ 6 ล้อ กล่าวว่า ตนเองขับรถบรรทุกเสาโทรศัพท์ AIS มาจาก อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จะนำไปส่งย่านสายไหม ตนวิ่งอยู่เลนกลางมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถ 10 ล้อบรรทุกพ่วง วิ่งแซงมาทางเลนขวาอย่างเร็ว และกระจกส่องข้างรถสิบล้อเกี่ยวเสาโทรศัพท์ท้ายรถ ทำให้ตนตกใจหักหลบ และรถเสียหลักชนเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบให้รถยกมานำเสาโทรศัพท์ออกนอกผิวจราจร เพราะช่วงเช้ารถจะติดมากอยู่แล้ว จึงทำให้รถติดเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานรถยกมายกเสาออก เพื่อให้การจราจรวิ่งได้เร็วขึ้น

เที่ยวกรุงเทพฯ (Shutter&Travel)
วัดพระแก้ว /  วัดไตรมิตร / 

กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย เสียงอื้ออึงของผู้คนดังอยู่ในหัวเหมือนแมลงหวี่บินวนเวียนไปมา พร้อมเสียงลมหายใจเข้าออกของตนเองดังออกมาเป็นจังหวะ ระหว่างที่ตาซ้ายปิดสนิทพร้อมตาขวาประกบอยู่ที่กล้องถ่ายภาพ ผมกำลังยืนอยู่ที่วัดพระแก้ว ช่วงประมาณเกือบๆ 4 โมงเย็น แดดค่อนข้างแรง รู้สึกได้ถึงหยดเหงื่อที่ไหลหยดลงมาจากหน้าผาก แต่ผมก็ไม่ยอมกด shutter สักทีเพราะคนเดินไปมาไม่ยอมหยุด การเฝ้ารอจังหวะคนที่พอดีๆ เพื่อให้องค์ประกอบของภาพลงตัวในสถานที่ท่องเที่ยวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย … กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เมืองท่องเที่ยวสำคัญเมืองหนึ่งของเอเชีย ที่ถือเป็น Hub ของการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในหนึ่งปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาหลายล้านคน ในปี 2556 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 26,735,583 คนเพิ่มจากปี 2556 ถึง 19.60% การท่องเที่ยวถือเป็นรายหลายหลักอันดับต้นๆ ของประเทศมานาน ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา อยุธยา และอีกหลายจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินกันขวักไขว่ ไม่เว้นกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน แต่กลับกัน ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์คนกรุงอย่าเราๆ ต่างหลงไหลได้ปลื้มกันเมืองตากอากาศหรือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ จนลืมไปว่าเมืองกรุงที่เราอยู่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่คนกรุงอย่างเราๆ อาจจะไม่เคยไปเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่ได้ผิดอะไรที่เราจะมองข้าม เพราะเราอยู่กรุงเทพฯ กันมานาน ทำงานตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ คุ้นชินกับชีวิตเมืองเบื่อหน่ายการเดินทางจากการทำงาน จึงต้องออกไปดูโลกกว้างใหญ่ไกลกรุงกันบ้าง Shutter & Travel ก็แค่อยากชวนเพื่อนๆ คนกรุง ลองก้มมองย้อนดูกรุงเทพฯ กันบ้างไรบ้าง แล้วหยิบกล้องตัวโปรดกับเลนส์ตัวชื่นชอบ ออกมาเที่ยวกรุงเทพฯ กันบ้างครับ "กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย" กรุงเทพฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายและหลากหลายประเภทเป็นเมืองแห่งสีสันทั้งในยามค่ำคืนและยามกลางวันเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความรู้รอบตัวท่องเที่ยวได้ไม่จำกัดเวลาและไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณมากแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีอยู่เป็นจำนวนมากมากของกรุงเทพฯ วัดพระแก้ว วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่นำมาจากกรุงเวียงจันทร์ มาบุญครอง ห้างมาบุญครอง น้อยคนที่จะไม่รู้จัก แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "MBK Center" เพื่อง่ายต่อนักท่องเที่ยว แต่คนไทยชื่อที่เรียกกันจนติดปากคือ "มาบุญครอง" ที่นี่ถือเป็น ศูนย์ค้าที่โด่งดังเข้าขั้นระดับโลก เพราะสินค้าคุณภาพมีให้เลือกหลากหลาย อีกทั้งราคาขายโดยเฉลี่ยก็ไม่แพงจนเกินไป เดิมเคยเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันบริเวณโดยรอบถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดของประเทศ ไทย มีห้างสรรพสินค้าและแหล่งช็อปปิ้งเกิดใหม่มากมายอย่าง Siam Discovery Siam Center Siam Paragon Siam Square รวมถึงห้าง Tokyu    สะพานพระราม 8 สะพานพระราม 8 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวสายทางเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี สะพานนี้เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 พระองค์มีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อบรรเทาการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ารองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี เสาชิงช้า เสาชิงช้า เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีโล้ชิงช้า ในพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม และลานหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ลานคนเมือง) ใกล้กับเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ในพื้นที่แขวงเสาชิงช้าและแขวงวัดราชบพิธ เขตพระนครกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันพิธีโล้ชิงช้าได้เลิกไปแล้ว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นผลงานการออกแบบของศ.ศิลป์ พีระศรี และ จิตรเสน (หมิว) อภัยวงศ์ เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับถนนดินสอ สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเริ่มขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายนพ.ศ. 2482 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคมพ.ศ. 2483 ในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อนุสาวรีย์แห่งนี้ ยังเป็นหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยอีกด้วย เยาวราช ถนนเยาวราช เป็นถนนสายหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ระยะทางความยาวตลอดเส้นทางประมาณ 1 กิโลเมตร ได้รับการกล่าวขานและขนานนามว่าเป็น "ถนนมังกร" โดยมีจุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราชและสิ้นสุดปลายหางมังกรที่บริเวณปลาย สุดของถนน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถนนเยาวราชประกอบไปด้วยจุดสำคัญหลายจุดเช่น วงเวียนโอเดียนถนนเจริญกรุง ซึ่งอยู่ในท้องที่แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของถนนเยาวราชตัดกับถนนทรงสวัสดิ์ (สี่แยกเฉลิมบุรี) ถนนราชวงศ์ (สี่แยกราชวงศ์) และถนนจักรวรรดิ (สี่แยกวัดตึก) ข้ามคลองรอบกรุง (สะพานภาณุพันธุ์) เข้าสู่ท้องที่แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร สิ้นสุดที่แยกถนนพีระพงษ์ตัดกับถนนมหาไชยและถนนจักรเพชร วงเวียนโอเดียน วงเวียนโอเดียน เป็นวงเวียนอยู่หัวถนนเยาวราช เป็นจุดตัดของถนนเจริญกรุง, ถนนเยาวราช และถนนมิตรภาพไทย-จีน อยู่ในเขตสัมพันธวงศ์กรุงเทพมหานคร เป็นวงเวียนที่มีประวัติความเป็นมาคู่กับถนนเยาวราช เคยเป็นศูนย์รวมสถานบันเทิง เดิมเป็นวงเวียนน้ำพุ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ปัจจุบันปรับปรุงเป็นที่ตั้งของ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา ร้านค้าในย่านนี้ เรียกว่า ร้านค้าย่านโอเดียน เป็นย่านเก่าแก่เป็นที่มาของชื่อ เซียงกง แหล่งเครื่องยนต์มือสอง และอะไหล่มือสองจากญี่ปุ่นยุคแรก ปัจจุบัน ยังมีร้านค้าเหล่านี้อยู่บ้าง เช่น ร้านค้าอะไหล่รถยนต์ อะไหล่แทรกเตอร์ ร้านค้าโลหะ และร้านค้าเครื่องเรือ วัดไตรมิตร วัดไตรมิตรวิทยาราม ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ เป็นวัดโบราณอยู่ในที่ลุ่มพระอารามเป็นเรือนไม้ มีชื่อเดิมว่า "วัดสามจีน" เข้าใจกันว่า ชาวจีน 3 คนร่วมกันสร้างพระอารามเพื่อเป็นวิหารทานการบุญ สิ่งสำคัญของวัด คือ พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการบันทึกในหนังสือบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ พระพุทธรูปทองคำองค์นี้มีหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร องค์พระสามารถถอดได้ 9 องค์ จากฐานองค์พระขึ้นไปเนื้อทองบริสุทธิ์ 40% พระพักตร์มีเนื้อทอง 80% ส่วนพระเกศมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ์ 99.99% สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ที่กล่าวมายังเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยของการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ กรุงเทพยังมีที่เที่ยวอีกเยอะที่เราอาจจะไม่เคยไป การถ่ายภาพในสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้เราไม่ควรที่จะรีบร้อน เพราะนักท่องเที่ยวที่มีมากจนอาจจะทำให้เราต้องรอเวลาที่เหมาะที่สุด คนน้อยที่สุดเพื่อองค์ประกอบภาพที่ลงตัวตามที่เราต้องการ ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://th.wikipedia.org Shutter Tips สำหรับคอลัมม์นี้ผู้เขียนขอแบ่งปันเทคนิคการถ่ายภาพ “ท้องฟ้าทไวไลท์” ฟ้าทไวไลท์มี 2 ช่วงเวลาในการถ่ายคือ เช้าและเย็น ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและช่วงพระอาทิคย์ตกไปแล้วในช่วงเย็น แต่ส่วนใหญ่จะนิยมเลือกถ่ายในเวลาเย็น เพราะในเวลาเย็นจะมีโอกาสเห็นแสงไฟตามท้องถนนหนทาง ซึ่งจะเพิ่มสเน่ห์ให้กับภาพได้ 4 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวมีดังนี้ กล้องและขาตั้งกล้อง เลนส์มุมกว้างตั้งแต่ 24 mm เป็นอย่างน้อย(เมื่อนำมาคำนวณกับเซ็นเซอร์ในกล้องตัวคูณเท่ากับ 36 mm เรื่องการเลือกระยะของเลนส์ไม่มีข้อจำกัดตายตัว ช่างภาพบางท่านก็นิยมให้เลนส์เทเลมาถ่ายภาพเจาะ ซึ่งก็ได้ภาพที่สวยงามเช่นกัน ND Filter เพื่อการลดแสง บางครั้งการถ่ายภาพในช่วงที่มีแสงทไวไลท์ อาจจะมีความเร็วซัตเตอร์ที่ยังช้าไม่เพียงพอ การใช้ ND Filter ก็จะช่วยลดแสงยืดเวลาของ Speed Shutter ให้นานออกไป สายลั่น shutter หรือ รีโมทก็ได้ หากไม่มีทั้ง 2 อย่าง อาจจะตั้งเวลา shutter จากตัวกล้องได้ หลังจากเราเตรียมอุปกรณ์ครบเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมาเลือก Location กันเลย หลายคนถามว่าจะถ่ายภาพฟ้าทไวไลท์ จะเลือก Location ทำไม ก็ไม่ผิดนะครับที่จะเงยกล้องขึ้นไปถายเลยก็ได้ แต่ภาพที่จะได้ก็คือฟ้าอย่างเดียว แต่ภาพท้องฟ้าทไวไลท์หนึ่งภาพเราสามารถเพิ่มสเน่ห์ให้กับภาพได้ ด้วยการไปในสถานที่ที่แตกต่างกันไป เช่น ถ้าเราไปในเมืองเราก็จะได้ภาพไฟเพิ่มเติมเข้ามาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของภาพ หรือถ้าเราไปตามท้องถนน เราก็อาจจะได้ไฟหน้ารถหรือท้ายรถเข้ามาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบเช่นกัน หรือถ้าเราไปทะเลสาบ เราก็อาจจะได้ภาพที่สะท้อนวัตถุลงไปในน้ำ ซึ่งก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง Location จึงเป็นตัวกำหนดและเพิ่มสเน่ห์ให้กับภาพท้องฟ้าทไวไลท์ หลังจากเราเลือก Location ได้แล้วเราก็เริ่มถ่ายกันเลย ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวในการออกไปถ่ายภาพท้องฟ้าทไวไลท์ ที่ขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้ ไปก่อนเวลาเสมอ เพื่อให้มีเวลาในการเลือกมุมภาพ เราควรจะไปถึงสถานที่ถ่ายภาพและเลือกมุมภาพที่เราต้องการถ่ายสัก 2-3 มุม ถือเป็นการสำรองไว้ในกรณีที่มันไม่เป็นไปตามที่เราคิดไว้ ส่วนตัวจะไปถึงประมาณ 16.30 น. - 17.00 น. เมื่อได้เวลาและฟ้าที่ต้องการแล้วก็เตรียมกล้องวางบนขาตั้งกล้อง กำหนดค่า ISO ที่ต่ำที่สุดที่กล้องมีให้ ส่วนใหญ่จะ ISO100เลือกโหมดวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งใบ ผู้เขียนขอใช้โหมดการถ่ายภาพในโหมด TV คือการถ่ายภาพแบบกำหนดค่า Speed Shutter ด้วยตนเอง ส่วนค่า F ก็จะแปรผันตามระบบวัดแสงที่วัดได้แต่จะได้ค่า F ที่เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของ Speed Shutter ที่ต้องการ เช่น หากเราต้องการถ่ายภาพไฟหน้ารถให้เป็นเส้นยาวต่อเนื่องจากด้านซ้ายสุดไปขวาสุดของภาพ เราประมาณเวลารถวิ่งเอาไว้ เช่น 8 วินาที เราก็ตั้ง Speed Shutter ที่ 8 วินาที แล้วมาดูว่าค่า F ที่ได้คือเท่าไหร่ แล้วก็กดบันทึกภาพได้เลย (สามารถใช้โหมดถ่ายภาพ M Manual ได้ แล้วแต่ความถนัด) แต่การทำตามขั้นตอนในข้อ 3 ก็มีโอกาสที่จะได้ค่าการวัดแสงออกมาจะสว่างเกินไปคือเลือกที่ 8 วินาทีแล้วค่า F แสดงผลได้ที่ 22หรือแคบที่สุดแล้ว ก็ยังได้ภาพที่โอเวอร์อยู่ ตัวช่วยของเราคือ ใช้ ND Filter ในการลดแสงครับ ND Filter มีลักษณะเหมือนกระจกที่ติดฟิล์มสีดำเข้าไป ซึ่งจะมีให้เลือกตั้งแต่ ND2 ND4 ND8 เลขมากจะลดแสงได้มากตาม และที่สำคัญที่สุดให้ใช้สายลั่น Shutter รีโมท หรือหากไม่มีให้ใช้การตั้งเวลา Shutter แทนเพื่อป้องกันการสั่นไหวจากน้ำหนักมือที่กดลงบน Shutter ================================================================================  *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com ================================================================================

สุ่มผู้โชคดี ! ตร.ไล่เช็คบิลคอมเมนท์โพสด่าจนท. เชิญตัวมาพูดคุย
คอมเมนท์ด่าตำรวจ /  สุ่มผู้โชคดี / 

สุ่มผู้โชคดี ! ตร.ไล่เช็คบิลคอมเมนท์โพสด่าจนท. เชิญตัวมาพูดคุย วันนี้(23) แฟนเพจ Thailand Police Story ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความมีรายงานว่าเพจหนึ่งมีการโพสรูปแจ้งเตือนสมาชิกว่า "สี่แยกไฟแดงพัทยาใต้ อย่าลืมใส่หมวกกันน๊อคนะคะ ตำรวจขยันมากๆ" สมาชิกเพจต่างก็เฮลั่น เข้ามารุมคอมเม้นด่าตำรวจต่างๆนานา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เล่นเฟสบุ๊คจึงเข้ามาเห็น พบว่าหลายคนมีการคอมเมนท์ดูหมิ่นเจ้าพนักงานและหมิ่นประมาทจนเกิดความเสียหายในวงกว้าง ทั้งๆที่ในรูปเป็นการกวดขันวินัยจราจรอย่างถูกต้อง ตำรวจจึงทำการสุ่มผู้โชคดีมา 1 คน สืบจนพบว่าทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จึงติดต่อฝ่ายบุคคลเพื่อเชิญตัวมาพูดคุย โดยชายคนดังกล่าวเผยว่า  "ผมขอโทษตำรวจทุกคน วันนั้นผมเมา ต่อไปนี้ผมจะคิดก่อนทำ ผมสำนึกผิดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง" เมื่อคุยเข้าใจแล้ว ตำรวจพัทยาจึงตัดสินใจไม่ดำเนินคดีใดๆ Admin จึงขอฝากถึงเพื่อนๆครับ สิ่งใดที่เจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจทำผิดจริง การโพสด่าไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าตำรวจยืนหายใจอยู่เฉยๆแล้วไปหมิ่นประมาทให้คนในวงกว้้างเข้าใจผิดว่าตำรวจทุจริต ผมคิดว่ามันจะเสียหายครับ มันเป็นการสร้างค่านิยมให้คนต่อต้านเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น และต่อไปจะไม่มีใครยำเกรงในกฎหมาย ทั้งนี้มีข้อกฎหมายระบุว่า มาตรา 136 : ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 326 “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ” Mthai News

โฆษกทำเนียบขาวUSหนุนกลุ่มประท้วงฮ่องกง
ข่าวฮ่องกงประท้วง /  นักศึกษาประท้วง / 

โฆษกประจำทำเนียบขาว สหรัฐฯ เผย สหรัฐฯ จับตามองการประท้วงในฮ่องกง อย่างใกล้ชิด และขอประกาศสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเกาะติดสถานการณ์การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ในประเทศฮ่องกง อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มแรกของการชุมนุมประท้วงในวันแรก พร้อมประกาศสนับสนุนความมุ่งมั่นปรารถนาของชาวฮ่องกง ด้าน จอร์ช เออร์เนสต์ โฆษกประจำทำเนียบขาวสหรัฐฯ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่า สหรัฐฯ สนับสนุนการเลือกตั้งทั่วไปในฮ่องกง ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย และสนับสนุนความต้องการของชาวฮ่องกง โฆษกประจำทำเนียบขาวสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า สหรัฐฯ เชื่อว่าความชอบธรรมขั้นพื้นฐานของหัวหน้าคณะผู้บริหารของฮ่องกง จะสูงขึ้นและได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากหากเป้าหมายสุดท้ายของการคัดเลือก ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวกระทำโดยการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นโดยประชาธิปไตย อย่างแท้จริง ที่ไม่ได้มีผู้ใดกำกับอยู่เบื้องหลัง ข่าวที่เกี่ยวข้อง งดงาม ! คลิปผู้ประท้วงในฮ่องกง เปิดไฟมือถือชูเป็นสัญลักษณ์ ‘บินไทย’ แจงสนง.ฮ่องกงเปิดปกติ หลังเกิดเหตุชุมนุม วันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2557 ประมวลภาพความตึงเครียด เมื่อนักศึกษา-ปชช.ในฮ่องกงลุกฮือประท้วง

กล้ามาก ! รถติดทะเบียนป้ายแดง
จบ2552 /  ทะเบียนป้ายแดง / 

กล้ามาก ! รถติดทะเบียนป้ายแดง "จบ2552" ของที่ระลึกรับปริญญา เอามาติดวิ่งจริงบนถนน วันนี้(22 ก.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความร้องเรียนไปยังแฟนเพจ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 โดยเป็นภาพของรถยนต์คันหนึ่งติดป้ายทะเบียนป้ายแดง เขียนว่า "จบ 2552" ตรงบริเวณจังหวัดใส่เป็นชื่อมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งป้ายดังกล่าวเป็นป้ายจัดทำขึ้นเพื่อเป็นสินค้าที่ระลึกงานรับปริญญา ซึ่งญาติมักจะซื้อไปแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ป้ายแดง ไม่ใช่ป้ายที่จะนำมาติดรถจริงๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบเรื่องดังกล่าวและเตรียมกวดขันจับกุม ทั้งนี้ตามกฎหมายในส่วนของเรื่องป้ายทะเบียนรถ นั้น มีข้อระบุไว้ว่าห้ามมิให้กระทำการใด ๆ กับตัวแผ่นป้ายทะเบียนที่ทางขนส่งให้มา เช่น ตัด ต่อ แก้ไข ฯลฯ ที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยวิธีใด ๆ โดยมีเจตนาให้เห็นเป็นตัวอักษร หรือ ตัวเลขอื่น ฉะนั้นแล้วหากข้อเท็จจริงปรากฎว่าป้ายทะเบียนรถดังกล่าวมีการ ตัด หรือต่อ แก้ไข หรือ มีการบดบังป้ายทะเบียนรถแล้ว ก็จะถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย ภาพจาก เฟซบุ๊ค นกเอี้ยงโมง นกเอี้ยงโมง Mthai News

เกาะติด อินชอนเกมส์ ตอน มาสคอต อินชอนเกมส์
ช้างศึกขนตางอน /  ซอกแซกอินชอน / 

เกาะติด อินชอนเกมส์ เข้าสู่วันที่ 4 แล้ว ทัพนักกีฬาไทยยังคงไร้เหรียญบนตาราง แต่ก็ได้มีลุ้นกับเทนนิสทั้งหญิงและชาย ถ้าเอาชนะคู่แข่งขันไปได้ ก็จะมีเหรีญติดมือในทันที ส่วนผลงานที่น่าประทับใจสุดๆ เห็นจะไม่พ้น วอลเลย์บอลสาวไทย ที่ฮึดกลับมาตบเอาชนะ นักตบสาวญี่ปุ่นไปได้แบบสุดมันส์ หัวใจหล่นติ้ว แต่แอบบเชียร์สาวญี่ปุ่นอยู่เหมือนกัน ดูแล้วเป็นสีสันในการแข่งขันดีจัง มาต่อกันด้วยทัพนักฟุตบอลหญิง หรือ ช้างศึกขนตางอน กันบ้าง ซึ่งสร้างผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยสอนบอลให้อินเดียไปเบาๆ 10-0 มาดามแป้ง ยินดีเซ็นเช็คให้ตามที่ประกาศเลยเนอะๆ 5 แสนบาท ทัพกีฬาอืนๆ จะเอาแบบ มาดามแป้ง ก็น่าจะดีนะ นักกีฬา จะได้มีขวัญและกำลังใจกันหน่อย สุดท้ายมาที่ ซอกแซกอินชอน ถึงคิวซุปเปอร์แบงค์ สุดเกรียน จะพาเราไปรู้จักกับ มาสคอต ของเอเชียเกมส์ 2014 กัน ครั้งนี้เจ้าภาพใช้สัญลักษณ์เป็นตัวแมวน้ำ ทำออกมาได้น่ารักทีเดียว โดยเจ้าแมวน้ำแต่ละตัวต่างก็มีชื่อเรียกที่มีความหมายทั้งนั้น และยังใช้เป็นสัญลักษณ์เชื่อมความสัมพันธ์มิตรภาพไมตรีระหว่างเจ้าภาพ เกาหลีใต้ กับ เกาหลีเหนือ อีกด้วย

เอ เจ อาร์ต เพรสส์ แอนด์ ซูวีเนียร์

โรงพิมพ์ รับออกแบบ เขียนแบบ รับออกแบบสิ่งพิมพ์ รับพิมพ์รับพิมพ์ / ผลิตสิ่งพิมพ์ทุกชนิด รับพิมพ์ โบว์ชัวร์, แคตตาล็อก, ฉลากสินค้า, หนังสือรุ่น, หนังสืออนุสรณ์ที่ระลึกต่างๆ ฯลฯ แบบฟอร์มกระดาษต่อเนื่อง (ฺBill กระดาษต่อเนื่อง) เช่น ฟอร์มใบส่งของ, ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษี ทุกแบบเป็นกระดาษเคมี copy ในตัว 1-5 copy บิล ฺ(Bill) / ใบเสร็จต่างๆ ในรูปเล่ม เช่น บิลใบส่งของ บิลเงินสด บิลใบกำกับภาษี หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย บิลค่าเช่า ฯลฯ ทุกแบบสามารถ run No. เล่มที่ / เลขที่ได้ ถุงกระดาษ พิมพ์ลวดลายต่างๆ ตามต้องการ ด้วยระบบออฟเซ็ต กล่องกระดาษ ทุกรูปแบบ ทุกขนาด ตามต้องการ เช่น กล่องกระดาษระบบออฟเซ็ต 4 สีสวยสด กล่องกระดาษลูกฟูก หัวจดหมาย ซองจดหมาย ซองเอกสารต่างๆ เช่น ซองสีน้ำตาล ซองสีขาว สามารถเลือกขนาด และพิมพ์ข้อความต่างๆ บนซองได้ งานสติกเกอร์ต่างๆ และบาร์โค๊ต (Sticker & Barcode) เช่น สติกเกอร์ติดฉลากสินค้า สติกเกอร์ติดหน้ารถ สติกเกอร์บาร์โค๊ต มีหลากหลายเสื้อสติกเกอร์ให้เลือกเพื่อความเหมาะสมกับการใช้งาน เช่น pvc ขาว, pvc ใส. กระดาษเงา, กระดาษด้าน, สติกเกอร์ม้วน และยังสามารถเลือกไดคัทเป็นรูปแบบต่างๆ ได้ตามต้องการ เช่น วงกลม วงรี สี่เหลี่ยม ดาว ฯลฯ รับผลิตสินค้าพรีเมี่ยม เพื่อใช้เป็นของขวัญ ของฝาก และส่งเสริมการขาย งานทุกชิ้นสามารถเลือกพิมพ์ หรือสกรีน ลวดลาย ข้อความ โลโก้ต่างๆ ได้ตามต้องการ และลักษณะการใช้งาน แก้วน้ำ (แก้วพรีเมี่ยม) พิมพ์ลายตามสั่ง รับประกันคุณภาพ สีหมึกไม่หลุดลอก แม้ขูดขีดด้วยของมีคม หรือผ่านการขัดล้างเป็นเวลานานๆ นาฬิกาแขวน, นาฬิกาปลุก, นาฬิกาข้อมือ กระเป๋าผ้า กระเป๋าลดโลกร้อน กระเป๋า GiftShop กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าล้อลาก ฯลฯ ร่ม กันแดด กันฝน ทุกขนาด และ ร่มกอล์ฟ เสื้อ เช่น เสื้อยืดคอกลม (T-Shirt), เสื้อคอ V, เสื้อคอปก (POLO), เสื้อแจ็คเก็ต ฯลฯ สามารถเลือกเนื้อผ้า สีผ้า และเลือก ปักหรือสกรีนข้อความต่างๆ ได้ตามต้องการ หมวกแค๊ป (หมวกแก๊ป หมวกพรีเมี่ยม) ไดอารี่, Organizer ปากกา & พวงกุญแจ พรีเมี่ยม หมอนผ้าห่ม ผ้าขนหนู, ผ้าเช็ดตัว, ผ้าเช็ดหน้า สมุดใส่ bookbank, bookbank holder, ซองใส่บุ๊คแบ็งค์, งานพลาสติกต่างๆ รับผลิตเสื้อสะท้อนแสงของหน่วยงานต่างๆ และสามารถใส่ข้อความ สัญลักษณ์ หรือโลโก้ ของหน่วยงานท่าน หรือของผู้สนับสนุนได้ เสื้อตำรวจจราจร, เสื้อตำรวจทางหลวง เสื้อหน่วยกู้ชีพ ems. เสื้อ อปพร. เสื้อ รปภ. เสื้อของหน่วยงานที่ต้องการเน้นเรื่องความปลอดภัย

หนุ่มปากกล้าผงะ! ตำรวจบุกรวบคาห้อง หลังโพสต์คลิปท้าทาย
ข่าววันนี้ /  คลิปตำรวจจับ / 

ตำรวจสน.บางนา บุกจับหนุ่มเจ้าของ คลิปตำรวจไทยไม่เฟี้ยว คาห้องพัก ด้านเจ้าตัวหน้าซีดหลังถูกให้พูดเหมือนในคลิปอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้มีวัยรุ่นคนหนึ่ง โพสต์คลิป "ตำรวจไทยไม่เฟี้ยวววว ไม่เคยจับกูได้" ผ่านโลกออนไลน์ ท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา ทำนองว่าตำรวจไทยไร้ความสามารถ ไม่มีปัญญาจับตนเข้าห้องขังได้แม้ตนจะทำผิดกฎหมายนั้น ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก @ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร บก.02 ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอ นาทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ สน.บางนา ได้บุกเข้าจับกุมชายคนดังกล่าวภายในห้องพัก ซึ่งทันทีที่เห็นตำรวจเขาถึงกับหน้าถอดสีทำตัวไม่ถูกพูดไม่ออก ทำตัวไม่ถูก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะให้พูดท้าท้ายแบบในคลิปที่เผยแพร่ไปก็ตาม MThai news

8 สิ่ง รถไฟญี่ปุ่น ไม่เหมือนรถไฟไทย!
รถไฟญี่ปุ่น /  เที่ยวญี่ปุ่น / 

รถไฟของประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะ ความเนี้ยบ และความตรงเวลาอย่างญี่ปุ่นมีอะไรที่น่าสนใจที่รถไฟประเทศเราไม่มีหลายๆ อย่าง นับว่าดีมากหากมาประยุกต์ใช้กับรถไฟบ้านเรา แต่มันจะเป็นไปได้มั้ย คงต้องรอให้ทางผู้ใหญ่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้กัน ว่าแต่เรามาดูรถไฟญี่ปุ่นกันก่อนนะ 8 สิ่ง รถไฟญี่ปุ่น ไม่เหมือนรถไฟไทย! 1. โบกี้สำหรับผู้หญิง ที่ญี่ปุ่นจึงจัดให้รถไฟซักโบกี้นึงเป็นโบกี้เฉพาะสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนที่เบียดๆ สาวๆ ทั้งหลายจะได้ไม่ต้องกลัวโดนลวนลามหรือเบียดกับผู้ชายในตู้ทั่วไป โดยมากตู้สำหรับผู้หญิงจะเป็นช่วงเวลาเช้าและเลิกงานที่คนเยอะจริงๆ ในระหว่างวันตู้นั้นผู้ชายก็สามารถขึ้นได้ตามปกติครับ ใครจะไปญี่ปุ่นโดยเฉพาะโตเกียวลองสังเกตสติกเกอร์สีชมพูๆ แบบนี้ให้ดีนะครับ เป็นประโยชน์แน่นอนเพราะหมายถึงตู้นั้น สำหรับผู้หญิงขึ้นโดยเฉพาะ  แต่สำหรับข้อนี้ รถไฟไทยเริ่มจัดทำตู้สำหรับผู้หญิงแล้วเหมือนกันนับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆ 2. โบกี้สำหรับคนขี้หนาว ด้วยความขี้หนาวของคนญี่ปุ่นนี้เอง ก็ไม่แปลกที่ญี่ปุ่นจะมีรถไฟบางขบวนที่เปิดแอร์เบาๆ เบาแบบว่าบางทีพ่นลมเฉยๆ ไม่ปรับอุณหภูมิ จริงๆ นะ ไม่ได้หลอก เรียกกันว่าเปิดแบบ  ใครอ่านตัวจีนออกก็จะเข้าใจทันทีว่าแปลว่า พ่นลม/ส่งลม การเปิดแอร์แบบนี้ คนไทยที่เพิ่งมาญี่ปุ่นมั่นใจว่าตายแน่ๆ รถไฟหลายๆ ขบวนที่ญี่ปุ่นมักจะมีรถไฟสำหรับคนขี้หนาวนี้อยู่ นั่นหมายถึง หน้าร้อนจะเปิดแอร์ไม่แรง แต่หน้าหนาวโบกี้นี้ก็จะอุ่นกว่าโบกี้อื่นๆ ถ้าใครมาญี่ปุ่นก็อย่าลืมสังเกตสัญลักษณ์แอร์เบานี้ด้วย ไม่งั้นต้องทนร้อนไปตลอดทาง ไอเดียนี้ที่ไทยน่าจะเอาไปประยุกต์เป็นขบวนแอร์แรง รับรองว่าคนขึ้นกันตรึม 3. แยกแถวต่อ สำหรับคนที่จะขึ้นก่อนขึ้นหลัง อันนี้อาจงงหน่อย แต่เหมาะมากในการสร้างระเบียบในการต่อแถว ยกตัวอย่างเช่น เรากำลังจะกลับบ้านด้วยรถด่วน แต่รถที่มาถึงก่อนเป็นรถแบบจอดทุกสถานี (หวานเย็น) ที่ญี่ปุ่นก็จะมีที่ยืนให้เราต่อแถวรอรถขบวนต่อไปแบบไม่เกะกะคนที่จะขึ้นรถขบวนก่อนเรา โดยเขียนเป็นเส้นที่พื้น ปัดหางแถวสวยงามไม่ขวางทางใคร ป้องกันการแซงแถวและการยืนออกันมั่วๆ ซึ่งอาจสร้างความลำบากแก่คนขึ้นลงขบวนก่อนหน้าเรา  วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงดูเป็นประเทศที่เป็นระเบียบมากเวลาจะขึ้นหรือลงรถไฟ นอกจากจะสวยงามน่าดูชมแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดความเครียดจากการแย่งชิงเพราะไม่ต่อแถวอีกด้วย 4. ไม่ใช้มือถือพูดคุยเด็ดขาด ที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องปกติมากที่จะไม่พูดโทรศัพท์ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในรถไฟนี่แทบจะเรียกว่าต้องห้ามเลยด้วยซ้ำ ใครหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ฮัลโหลลลลล” เมื่อไหร่นี่โดนมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแน่นอน บางคนอาจถามว่าทำว่าทำไมที่ญี่ปุ่นต้องซีเรียสกับการห้ามคุยโทรศัพท์บนรถไฟด้วย เหตุผลแรกๆ เลยคือ มารยาท มีงานสำรวจความเห็นคนญี่ปุ่น สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดบนรถไฟคือเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าและเสียงการคุยโทรศัพท์ ถ้าใครนึกไม่ออกว่าน่ารำคาญยังไง ให้นึกถึงเสียงริงโทนแสนแซ่บเมกะฮิตซ์แดนซ์กระจายในรถไฟบ้านเรา หรือคนที่นั่งเม้าท์โทรศัพท์ตลอดทาง จนเราซึ่งแอบฟังอยู่แทบจะช่วยนางออกความเห็นตามไปด้วย 5. ต้องปิดสัญญาณมือถือในที่นั่งคนชรา หญิงมีครรภ์ ผู้มีปัญหาทางร่างกาย นอกจากจะไม่ค่อยเจอคนคุยด้วยเสียงดังในรถไฟแล้ว ที่ญี่ปุ่นจะมีการแบ่งที่นั่งที่หัวหรือท้ายขบวนให้กับผู้ชรา หญิงมีครรภ์ และคนที่อาจมีปัญหาทางร่างกาย เป็นต้น ที่นั่งนี้จะมีป้ายเขียนประมาณว่า...นอกจากเราจะต้องสละที่นั่งให้พวกเขาเหล่านั้นก่อนแล้ว หากอยากอยู่บริเวณนั้น ก็ต้องปิดสัญญาณสื่อสารให้หมดด้วย พูดง่ายๆ คือปิดมือถือนั่นเอง 6. การขึ้นบันไดเลื่อน ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ไม่ว่าจะที่ไทยหรือที่ไหนๆ ว่า เวลาขึ้นบันไดเลื่อนต้องชิดซ้ายหรือชิดขวากันแน่?? อย่างที่โตเกียว คนส่วนมากจะชิดซ้าย ส่วนที่โอซาก้า คนจะชิดขวากันหมด เช่นเดียวกับที่เรากำลังรณรงค์กันในรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินที่กรุงเทพฯ จริงๆ ที่ญี่ปุ่นมีการชิดด้านใดด้านหนึ่งอย่างเป็นระเบียบนี้มานานมากแล้ว ในขณะที่บ้านเรากำลังเริ่มต้นรณรงค์จริงจัง แต่ที่น่าแปลกใจคือ ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้น พยายามให้คนยืนทั้งสองฝั่งของบันไดเลื่อน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยบ้างล่ะ จะได้ไม่มีคนวิ่งบนบันไดเลื่อน หรือด้วยเหตุผลของการบำรุงรักษา เพราะถ้ายืนออกันด้านเดียวอาจเกิดความไม่สมดุลของบันไดเลื่อน 7. พนักงานช่วยยัดคนลงไปในรถไฟ ตอนชั่วโมงเร่งด่วน รถไฟในโตเกียวโดยเฉพาะสายจากชานเมืองเข้ามาตัวเมือง อัดแน่นยิ่งกว่าอะไรในโลกใบนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือนายสถานีที่ต้องทำหน้าที่พิเศษ นั่นคือคอยผลักและยัดผู้โดยสารเข้าไปในรถให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว หวังว่าที่ไทยยังคงไม่ต้องมีนะ 8. ใบแจ้งว่ามาสายเพราะรถไฟ สมมติว่าวันไหนเกิดเหตุที่ทำให้รถไฟมาช้า แล้วทำให้เราไปโรงเรียนหรือที่ทำงานไม่ทัน ที่สถานีรถไฟจะมีกระดาษวางตั้งเอาไว้ให้เราหยิบไปเป็นหลักฐานว่าไม่ใช่ความผิดของเรานะ แต่เป็นเพราะรถไฟช้า หัวหน้าหรืออาจารย์จะได้ไม่สามารถเอาผิดเราได้ บางที่มีให้เลือกหยิบได้ว่าสายไปแล้วกี่นาทีแบบในรูปที่พี่โชหามาให้ดู เขาเขียนเป็นเลขเวลา 10 20 30 นาทีเลยทีเดียว แหม อยากให้ที่จ่ายเงินทางด่วนบ้านเรามีใบนี้ให้หยิบบ้างจังเลย ขอบคุณข้อมูลจาก http://webboard.edtguide.com/  และ www.dek-d.com บทความน่าสนใจแนะนำ : รีวิว ที่ชั้นธุรกิจ Thai Air Asia X ไปเกาหลี Flatbed สบายจริงมั้ย? :: 8 สิ่ง รถไฟญี่ปุ่น ไม่เหมือนรถไฟไทย! :: รวม คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้ ในสนามบิน :: เที่ยวเกาหลี ข้อมูลเตรียมตัว เที่ยวเกาหลี เรื่องน่ารู้ก่อนไป เกาหลีใต้

5 อันดับข่าวฮอต ประจำวันที่ 30 ก.ย.
5 อันดับข่าวฮอต /  ข่าวประจำวัน / 

5 อันดับข่าวฮอต MThai News ประจำวันที่ 30 ก.ย. อันดับ 1 เศรษฐีวัยรุ่นประมูลทะเบียนสวย ‘1 กก 1111′ 25ล้าน ติดอัลเมร่า กรมขนส่งฯ มอบป้ายทะเบียนเลขสวย ธนภัทร ชนะการประมูลทะเบียนรถ 1 กก 1111 มูลค่า 25 ล้านบาท (อ่านต่อ) อันดับ 2 เสรีไทย นัด ’14ตุลา’ แต่งชุดดำ รวมตัวราชดำเนิน-ราชประสงค์ เสรีไทย นัด ’14ตุลา’ แต่งชุดดำ รวมตัวราชดำเนิน-ราชประสงค์ จ่อประท้วงยาวแบบฮ่องกง (อ่านต่อ) อันดับ 3 หาดูยาก เมฆสีรุ้งโผล่เหนือท้องฟ้าที่เชียงใหม่ หาดูยาก เมฆสีรุ้งโผล่เหนือท้องฟ้าที่เชียงใหม่ (อ่านต่อ) อันดับ 4 งดงาม ! คลิปผู้ประท้วงในฮ่องกง เปิดไฟมือถือชูเป็นสัญลักษณ์ งดงาม ! คลิปผู้ประท้วงในฮ่องกง เปิดไฟมือถือชูเป็นสัญลักษณ์ (อ่านต่อ) อันดับ 5 6 ล้อขนเสาโทรศัพท์ชนเสาไฟรถติดหนัก เกิดเหตุ รถ 6 ล้อ บรรทุกเสาโทรศัพท์ เสียหลักชนเสาไฟหักถนนลำลูกกาขาออก ทำรถติดหลายกิโล (อ่านต่อ) MThai News

มาเฟียฟู้ดตะลุย เทศกาลกินเจ 2557 จังหวัดภูเก็ต ตอนที่ 1
ยกเสาโกเต้ง /  ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย / 

เทปพิเศษเฉพาะกิจ กับการตะลุย เทศกาลกินเจ ของมาเฟียฟู้ด มาร่วมประเพณีถือศีลกินผักกันถึงจังหวัดภูเก็ต ประเพณีถือศีลกินผักของชาวภูเก็ตได้ปฎิบัติสืบทอดกันมาทุกปีนับเวลาได้เป็นหลายร้อยปีแล้วเป็นประเพณีอันดีงามของชาวภูเก็ต ซึ่งเทศกาลกินเจปีนี้พิเศษกว่าทุกปีคืองานจะจัดขึ้นสองครั้ง ตามปฏิทินฝ่ายจีน(จันทรคติ) ได้กำหนดมีเดือน 9 สองครั้ง มาเฟียฟู้ดและทีมงานตามรอยนักชิมถือโอกาสดีได้มาเทศกาลกินเจที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรีวิวให้ชาวสมาชิก MThai ได้ชมกัน และได้โอกาสเผยแพร่ประเพณีอันดีงามของชาวภูเก็ตที่สืบต่อกันมาอย่างช้านาน เป็นการร่วมทำบุญไปพร้อมๆ กับมาเฟียฟู้ด มาเฟียฟู้ดตะลุย เทศกาลกินเจ 2557 จังหวัดภูเก็ต ตอนที่ 1 ครั้งแรกระหว่าง 23 กันยายน - 3 ตุลาคม 2557 เมื่อวันอังคารที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๗ ๑๗.๐๐ น. ประกอบพิธียกเสาโก้เต้ง ๒๓.๐๐ น. ประกอบพิธีเส้เจ่งอ๊าม(ชำระศาลเจ้าด้วยไม้หอม) ๒๓.๔๕ น. ประกอบพิธีอัญเชิญองค์หยกฮ๋องส่งเต่ และองค์กิ้วฮ๋องไต่เต่ มาเฟียฟู้ดพามาชมพิธียกเสาโกเต้ง ที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ยกเสาโกเต้งขึ้นและอัญเชิญตะเกียง 9 ดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นพิธีถือศีลกินผัก ประกอบพิธียกเสาโก้เต้ง การยกเสาโกเต้ง ไว้หน้าศาลเจ้านั้น เป็นการประกอบพิธีอัญเชิญ เจ้ายกฮ่องซ่งเต่ หรือพระอิศวร และกิ๋วอ๋องไต่เต่ หรือพระผู้ใหญ่ทั้งเก้า มาเป็นประธานในพิธี และจะนำตะเกียง 9 ดวง ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ ของการเริ่มพิธีไว้บนเสาโกเต้ง เสร็จสิ้นพิธียกเสาโกเต้งของวันที่ 23 กันยายน 2557 ตามมาเฟียฟู้ดไปชิมอาหารเจที่ตลาดบริเวณหน้าศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งมีอาหารเจขายมากมายเต็มถนน มีหลากหลายร้านให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็น ทอดมันเจ เผือกทอด เบือทอด โรตีเจ ซูชิเจ ซาลาเปา และอีกหลายอย่างมากมาย ขอบอกว่าคนกินเจมาคราวนี้รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ทางทีมงานเก็บภาพกันไม่หวัดไม่ไหวเลยทีเดียว                 ร้านอาหารเจบริเวณหน้าศาลเจ้า จะยังมีอยู่ถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2557 และจะมีอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 23 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2557 สำหรับคนที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศเทศกาลกินเจต้องไม่พลาด เดินซื้อของกินกันเพลินอยากจะนั่งพักทานอาหารสบายๆ จนมาเจอร้าน อาหารเจ เหอเต๋อ สะดุดกับเมนูอาหารมากมายหลายอย่าง สีสันน่าทาน วางเรียงรายอยู่เต็มหน้าร้าน และประทับใจกับป้ายที่เขียนไว้ว่า รายได้นำไปเผยแพร่ธรรม จึงตัดสินใจเข้าไปนั่งกินกันเลยค่ะ นอกจากจะอิ่มบุญจากการกินเจแล้วยังอิ่มบุญมากขึ้นไปอีกเพราะว่ารายได้ทั้งหมดนำไปใช้ประโยชน์ในทางธรรมอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม เป็นอันสิ้นสุดกับเทศกาลกินเจของวันนี้ ขอบอกเลยว่าอิ่มบุญและอิ่มอกอิ่มใจ และเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ประเพณีกินเจของชาวภูเก็ต วันต่อไปสำหรับทริปภูเก็ตจะเป็นอย่างไรติดตามได้ใน food.mthai.com เท่านั้น ขอขอบคุณการสนับสนุน จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตโทรศัพท์ 07-621-1036,07-621-2213 โทรสาร 07-621-3582อีเมล์ : tatphiket@tat.or.thwww.tourismthailand.orgwww.facebook.com/tatphuket-------------------------------------------------------------มาเฟียฟู้ดตะลุย เทศกาลกินเจ 2557 จังหวัดภูเก็ต ตอนที่ 2 รูปภาพ ภาพถ่าย อภินิหารม้าทรง เทศกาลถือศิลกินเจ ที่ภูเก็ต 18+

กินเจที่ภูเก็ตเริ่มคึกคาดเงินสะพัดกว่า3พันล้าน
กินเจ /  ภูเก็ต / 

บรรยากาศถือศีลกินผักภูเก็ตเริ่มคึกคัก ททท. คาด เงินสะพัดกว่า 3 พันล้านบาท บรรยากาศ งานประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต เริ่มคึกคักขึ้นแล้ว ขณะนี้ศาลเจ้าต่าง ๆ ที่ร่วมจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก ได้มีการเตรียมความพร้อมในการประกอบพิธียกเสาโกเต้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่างานประเพณีถือศีลกินผักได้เริ่มขึ้นแล้ว โดย พิธีดังกล่าวจะมีขึ้นช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย.) ขณะที่การเข้ามาของนักท่องเที่ยว น.ส.วรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผช.ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับงานกินผักที่จะมีขึ้นวันที่ 24 ก.ย. - 2 ต.ค. นี้ ททท.ภูเก็ต ได้ประมาณการไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาไม่ต่ำกว่า 6 แสนคน สร้างรายได้กว่า 3 พันล้านบาท โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะเป็นนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนจาก มาเลเซีย สิงคโปร์ และนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ปัจจุบันเข้ามาภูเก็ตเป็นจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวเหล่านี้มีความเชื่อว่าการมาถือศีลกินผักที่จังหวัดภูเก็ต จะทำให้ชีวิตมีแต่ความโชคดี กิจการเจริญรุ่งเรือง

ตร.โพสต์ประจานเบนซ์หรูป้ายแดงจอดขวางทาง โดนล็อคล้อ-แจกใบสั่ง
จอดขวางทาง /  จอดรถทับทางม้าลาย / 

ตร.โพสต์ประจานเบนซ์หรูป้ายแดงจอดขวางทาง โดนล็อคล้อ-แจกใบสั่ง แฟนเพจ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02  ได้เผยแพร่ภาพตำรวจ สน.บางโพ ล็อคล้อพร้อมแจกใบสั่งรถเบนซ์หรูป้ายแดง โดยระบุข้อหาจอดรถกีดขวางการจราจร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า "มีเงินซื้อรถเบนซ์ ป้ายแดง แต่ไม่มีจิตสำนึก " พร้อมทั้งโพสต์ภาพประจาน ซึ่งชาวสังคมออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวสังคมออนไลน์อีกหลายคนมองว่าเรื่องระเบียบวินัยจราจรคนไทยมักจะละเมิดอยู่บ่อยครั้งและคิดว่าไม่เป็นไร อยากให้เจ้าหน้าที่เข้ามากวดขันโดยไม่แบ่งว่ารถหรูหรือรถธรรมดา จับปรับให้เท่าเทียมกัน ทั้งนี้ตามพรบ.จราจร มาตรา 57มีข้อบังคับระบุว่า เว้นแต่จะได้มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถ ที่บริเวณดังต่อไปนี้ (1) บนทางเท้า (2) บนสะพานหรือในอุโมงค์ (3) ในทางร่วมทางแยก หรือในระยะสิบเมตรจากทางร่วมทางแยก (4) ในทางข้าม หรือในระยะสามเมตรจากทางข้าม (5) ในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามจอดรถ (6) ในระยะสามเมตรจากท่อน้ำดับเพลิง (7) ในระยะสิบเมตรจากที่ติดตั้งสัญญาณจราจร (8) ในระยะสิบห้าเมตรจากทางรถไฟผ่าน (9) ซ้อนกันกับรถอื่นที่จอดอยู่ก่อนแล้ว (10) ตรงปากทางเข้าออกของอาคารหรือทางเดินรถ หรือในระยะห้าเมตรจากปากทางเดินรถ (11) ระหว่างเขตปลอดภัยกับขอบทาง หรือในระยะสิบเมตรนับจากปลายสุดของเขตปลอดภัยทั้งสองข้าง (12) ในที่คับขัน (13) ในระยะสิบห้าเมตรก่อนถึงเครื่องหมายหยุดรถประจำทางและเลยเครื่องหมายไปอีกสามเมตร (14) ในระยะสามเมตรจากตู้ไปรษณีย์ (15) ในลักษณะกีดขวางการจราจร MThai News

กระทืบตำรวจเละ หลังจับได้แอบกินตับกับเมียชาวบ้าน
ตำรวจเป็นชู้ /  ตำรวจเป็นชู้แฟนชาวบ้าน / 

ตำรวจจราจรวัย 40 ปี ถูกกระทืบเละ หลังแอบมีสัมพันธ์สวาทกับภรรยาชาวบ้าน เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมาเว็บไซต์ข่าวจีน “เป่ยจิง นิวส์ ” รายงานจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนว่า ตำรวจจราจรวัย 40 ปี นามสกุล “หลี่”ในเขตซุ่ยซี มณฑลกวางตุ้งของจีนถูกจับได้ว่าลักลอบเป็นชู้กับภรรยาของหนุ่มใหญ่รายหนึ่ง เหตุการณ์เริ่มจากนายหลี่และหญิงสาวกำลังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่ในรถบริเวณข้างถนน สามีของหญิงที่อยู่ในรถได้ปรี่เข้ามาเคาะกระจกของทั้งคู่ เมื่อประตูรถเปิดออก เขาก็ดึงตัวนายหลี่ออกมาพร้อมกับเข้าทำร้ายร่างกายทันที ทั้งนี้สามีของหญิงรายนี้ได้สงสัยความสัมพันธ์ของทั้งสองมานานหลายปีแต่ไม่สามารถติดตามจับผิดได้ แต่ในที่สุดเขาก็สามารถจับได้ว่าชายชู้และภรรยาของเขาแอบมีสัมพันธ์สวาทจริงตามที่เขาสงสัย ซึ่งขณะที่จับได้นายหลี่อยู่ในสภาพเปลือยไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า เขาจึงนำตัวมายืนประจานข้างถนนเพื่อรอตำรวจมาจับกุมตัว ในเวลาต่อมานายตำรวจคนดังกล่าวถูกไล่ออกจากการเป็นตำรวจจราจร เพราะเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวเป็นข่าวและล่วงรู้ถึงผู้บังคับบัญชา MThai News

ชาวสวนยาง /  นายกรัฐมนตรี / 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงขอความร่วมมือชาวสวนยางอย่าเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เผยนายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงาน เร่งพูดคุยแก้ปัญหาในพื้นที่แล้ว ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ชาวสวนยางพารา 16 จังหวัดภาคใต้ นัดเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือราคายางพาราตกต่ำในวันที่ 8 ต.ค.นี้ ว่า รัฐบาลอยากขอความร่วมมือให้เกษตรกรชาวสวนยาง อย่าเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ      ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ เพราะนอกจากจะทำให้ชาวสวนยางพาราไม่ได้รับความสะดวกทั้งเรื่องที่พักอาศัยและสภาพการจราจรแล้ว การรวมกลุ่มกันจำนวนมากจะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย เพราะสถานการณ์ในกรุงเทพฯ เพิ่งคลี่คลายลงไป เราทุกคนจึงอยากให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ หากม็อบยางพาราเดินทางถึงกรุงเทพฯ รัฐบาลจะส่งใครเข้าชี้แจงและรับข้อร้องเรียน  ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า รัฐบาลอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงทันทีที่มีการรวมกลุ่มของชาวสวนยางในแต่ละจังหวัดและอยากให้เกษตรกรยื่นข้อร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมประจำจังหวัด เพื่อให้ศูนย์ดำรงธรรมแยกและส่งข้อร้องเรียนมายังส่วนกลาง เพื่อแก้ปัญหาต่อไป ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเกษตรอำเภอ หน่วยงานในแต่ละจังหวัดไปพูดคุยและสรุปผลการพูดคุยในพื้นที่เข้าในยังส่วนกลาง แต่หากไม่ได้ข้อยุติจริงๆ ก็ต้องดูและพิจารณากันอีกครั้ง MThai News

โรงเรียนสะเดายานยนต์ สอนขับรถยนต์

โรงเรียนสะเดายานยนต์ สอนขับรถยนต์ เปิดหลักสูตร สอนขับรถยนต์และกฎจราจร เรียนได้ทุกรุ่นทุกวัย ชายและหญิง เปิดรับสมัครทุกวัน เรียนจบแล้วพร้อมใบขับขี่ ขอเชิญพี่น้องรีบสมัครด่วน ช่วงนี้มีโปนโมรชั่นพิเศษสุด ติดต่อด่วน 08-1990-5110

5 อาชีพยอดฮิตของผู้ชายที่ผู้หญิงเป็นผู้บุกเบิก
คนแรกของโลก /  ต่างประเทศ / 

ตั้งแต่อดีตใครๆ ก็มักจะบอกกันว่าผู้ชายนั้นฉลาดกว่าผู้หญิง เป็นผู้นำ และผู้บุกเบิกสิ่งต่างๆ มามากมาย แต่จะเห็นได้ว่าผู้หญิงก็มีส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่ากันเลยนะคะ ในประวัติศาสตร์ก็มักจะมีการบันทึกเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่ผู้หญิงนั้นเป็นผู้สร้าง บุกเบิก หรือแม้กระทั่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสัมคมหรือประวัติศาสตร์โลกเรื่องต่างๆ อีกด้วย และนี่คือ 5 อาชีพยอดฮิตของผู้ชายที่ผู้หญิงเป็นผู้บุกเบิก คุณหล่ะเคยรู้รึเปล่า? ^^ 5 อาชีพยอดฮิตของผู้ชายที่ผู้หญิงเป็นผู้บุกเบิก 1.โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลกคือผู้หญิง ใครจะไปคิดว่าโค้ดคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนจะมีผู้หญิงเป็นคนบุกเบิก ซึ่ง “Ada Lovelace” คือสาวน้อยโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลกจากยุคศตวรรษที่ 19 ซึ่งในเวลานั้นเธอกับ Charles Babbage (ชายผู้รู้จักกันในฉายาบิดาแห่งคอมพิวเตอร์) ได้ร่วมมือกันเขียนโค้ดแบบอัลกอริทึ่มที่ใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ตัวแรกของโลก นอกจากนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังมีนักคณิตศาสตร์หญิงอัจฉริยะ 6 คน ที่ได้ฉายาว่า “มนุษย์คอมพิวเตอร์ (Human Computers)”ถูกเรียกเข้ากองทัพ เพื่อให้ช่วยคิดค้นโค้ดโปรแกรมของคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ตัวแรกของโลกอีกด้วย!!! 2.ผู้หญิงคือนักหมักเหล้าชั้นแนวหน้า ในปัจจุบันผู้หญิงราว 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ถูกจ้างให้ทำงานในโรงผลิตเบียร์ แต่หลักฐานในยุคอียิปต์โบราณบนเฮียโรกลีฟิคชี้ว่าการหมักเบียร์เป็นหน้าที่ของผู้หญิง และมันก็เป็นหน้าที่ในครัวเรือนของภรรยา แต่พอย่างเข้าศตวรรษที่ 17 เมื่ออุตสาหกรรมเฟื่องฟู เบียร์ก็บูมมากและหน้าที่เหล่านั้นก็ถูกยึดไปจากมือผู้หญิง จนถึงปัจจุบัน 3. ในช่วง 1916-1923 ผู้หญิงคือคนกำหนดทิศทางวงการภาพยนตร์ แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่ขอบอกว่าในยุค 1916-1923 เป็นยุคที่ผู้หญิงมีบทบาทสูงมากในการสร้างหนังให้สหรัฐอเมริกา ซึ่งศาสตราจารย์ Jane Gaines จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพิ่งค้นพบว่าผู้หญิงในยุคนั้นคือผู้บุกเบิกการทำหนังเงียบ และพวกเธอก็เก่งซะจนผู้ชายยังยอมแพ้ นอกจากนี้เจ้าของสตูดิโออินดี้ส่วนใหญ่ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงทั้งนั้น แต่น่าเสียดายที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของงานทั้งหมดในยุคนั้นขาดการเก็บรักษาที่ดี ทำให้งานของหญิงสาวเหล่านี้ถูกโลกลืมเลือน 4. ผู้หญิงคือมือกลองคนแรกของโลก ในปัจจุบันคนจะมองว่ามือกลองเป็นอาชีพของผู้ชาย แต่หนังสือเรื่อง When The Drummers Were Woman ได้ระบุว่ามือกลองคนแรกของโลกเป็นผู้หญิงที่มีชื่อว่า Lipushiau ซึ่งเป็นนักบวชสาวสวยของดินแดนเมโสโปเตเมีย เมื่อ 3,000 ปีก่อน หญิงสาวส่วนใหญ่จะได้ตีกลอง และนั่นถือเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์แต่ระยะหลังผู้หญิงกลับถูกสั่งห้ามให้ยุ่งกับดนตรี ฉะนั้นมือกลองหญิงจึงแทบไม่หลงเหลืออีกเลย 5. ผู้หญิงบุกเบิกวงการแพทย์ ต้องยอมรับว่าหมอในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่ในยุคอียิปต์และกรีกโบราณล้วนระบุตรงกันว่า ผู้หญิงถูกยกย่องให้เป็นดั่งเทพธิดาแห่งการรักษา แถมหลายคนยังเชี่ยวชาญในนรีเวชวิทยาและการทำคลอดมาก แต่พอเข้าสู่ยุคกลาง (Middle Ages) คนที่จะเป็นหมอได้ต้องมีวุฒิจากสถานศึกษาเท่านั้น และผู้หญิงก็ถูกแบนออกจากระบบนี้ส่วนใครที่ยังฝืนหาความรู้ก็จะถูกหาว่าเป็นแม่มด ซึ่งครั้งหนึ่งได้เกิดเรื่องเจ็บแสบมาก เมื่อศาสตราจารย์หญิง Trotula เขียนตำราแพทย์ที่มหัศจรรย์เล่มหนึ่งขึ้นมา แต่ผู้ตีพิมพ์กลับเปลี่ยนชื่อคนเขียนเป็นผู้ชาย เพราะพวกเขาทำใจเชื่อไม่ลงว่าหนังสือที่เปี่ยมคุณภาพเล่มนั้นผู้หญิงจะเป็นคนคิดได้ ที่มา: Huffingpost, meekhao.com

เทศกาลกินเจ
กินเจ /  กินเจปี57 / 

ใกล้ถึงช่วงถือศีลกินเจกันแล้ว หรือที่เรียกว่า เทศกาลกินเจ นั่นเอง ทั้งนี้เราควรจะมีการเตรียมตัวกันอย่างไร Horoscope.mthai ไม่รอช้าที่จะนำข้อมูลดีๆมาฝากเพื่อนๆกันครับ ทั้งนี้บางคนอาจกินเจล่วงหน้า 1 วัน หรือที่เรียกว่า "ล้างท้อง"การ บูชาจะกำหนดในวันขึ้น 1 ค่ำ ขึ้น 3 ค่ำ ขึ้น 6 ค่ำ และขึ้น 9 ค่ำ ซึ่งชาวจีนจะนุ่งห่มชุดขาวไปไหว้พระ ไหว้เจ้าตามวัดหรือศาลเจ้า และถือศีล 5 บางคนเคร่งขนาดถือศีล 8 ก็มี ในช่วงท้ายของ เทศกาลกินเจ ก็จะมีการลอยประทีปที่คำจีนเรียกว่าปั่งจุ้ยเต็ง ลักษณะคล้ายกับลอยกระทงของไทยเรา และพิธีจะจบด้วยการส่งเทพเจ้าในวันขึ้น 10 ค่ำ  ดังนั้นสีเหลืองจึงเป็นสีของพุทธศาสนา หรือผู้ทรงศีล บนธงจะเขียนตัวอักษรสีแดง อ่านว่า "ไจ" หรือ "เจ" มีความหมายว่า "ของไม่มีคาว" เหตุที่ใช้สีแดง เพราะชาวจีนเชื่อว่า เป็นสีมงคล สร้างความเจริญให้แก่ชีวิต ธงเจนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้พุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตนถือศีลกินเจได้ตระหนักถึงการไม่ เบียดเบียนชีวิตสัตว์ และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วงระยะเวลา 9 วัน 9 คืน ช่วงเวลา 9 วันที่กินเจนั้น ผู้ที่ต้องการเป็นผู้ถือศีลกินเจอย่างครบสมบูรณ์ตามประเพณี ต้องปฏิบัติตัวดังนี้ 1.    งดเว้นเนื้อสัตว์ และทำอันตรายต่อสัตว์ 2.    งดนม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์ 3.    งดอาหารรสจัด ทั้งอาหารเผ็ด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด 4.    งดผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เช่น ผักชี กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว กุยช่าย รวมทั้งใบยาสูบ 5.    รักษาศีลห้า  รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ 6.    ทำบุญทำทาน สำหรับคนที่เคร่งครัดจะนุ่งขาวห่มขาว 7.    สำหรับผู้ที่เคร่งครัดมากๆ แยกภาชนะสำหรับใส่เนื้อสัตว์ออก เพื่อปรุงอาหารเจ โดยไม่ปล่อยให้ดับ เพื่อเป็นพุทธบูชา และรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินเกิด อย่างไรก็ดี หยุดกินคือหยุดฆ่า กรรมที่สร้างนี้ จักติดตามสนองเราในไม่ช้า ทำให้สุขภาพร่างกาย อายุขัยของเราสั้นลง เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ จากเวรกรรมซึ่งรักษาได้ยากและเรื้อรังด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน ชีวิตบั้นปลายจะไม่มีความสุข เพราะมีแต่โรคภัยไข้เจ็บ ขอบคุณข้อมูลจากบทความ อ .ตั้ม  ศรีนเรศพยากรณ์