สัญลักษณ์จราจร

Rise of the Legend หวงเฟยหง พยัคฆ์ผงาดวีรบุรุษกังฟู
Merderer /  Once Upon a time in China / 

นี่คือเรื่องราวของ เฟย ชายหนุ่มผู้ถูกกำหนดชะตาให้เป็นปรมจารย์ในสมัยของเขาและกลายเป็นตำนานตลอดกาลในโลกของการต่อสู้ ในปี1869 ปลายสมัยราชวงค์ชิงเกิดการทุจริตอย่างหนักในราชสำนักทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในกวางเจามีแก๊งทรชนสองแก๊งที่ควบคุมท่าเรือหงผู่คือแก๊งเสือดำและแก๊งทะเลเหนือพวกมันควบคุมท่าเรือโดยการทำให้คนจนและไร้ทางต่อสู้หวาดกลัวหากดูจากภายนอกแล้วเหมือนจะเป็นที่ๆมีแต่ความมั่งคั่งร่ำรวยและโอกาสแต่ในความเป็นจริงแล้วนี่คือนรกบนดิน หลายปีแล้วที่หัวหน้าแก๊งเสือดำเหลยกงพยายามที่จะกำจัดหัวหน้าของแก๊งทะเลเหนือหนึ่งในสมาชิกคนล่าสุดที่เขารับเข้ามาคือเฟยนักสู้ผู้ไร้ความกลัว จากการต่อสู้ที่ดุเดือดเขาเป็นคนปลิดชีพหัวหน้าแก๊งทะเลเหนือเมื่อเหลยกงเห็นความสามารถของเฟยจึงได้รับนักสู้หนุ่มมาเป็นบุตรบุญธรรมและแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งใน 4 เสือไม่นานนักเหลยกงก็เริ่มที่ะดูแลเฟยดั่งเช่นลูกแท้ๆของตัวเอง เส้นทางก่อนที่เฟยจะก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของแก๊งเสือดำนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นในตอนที่เขาอายุได้9ขวบเฟยสูญเสียพ่อไปด้วยน้ำมือทรราชที่เหี้ยมโหดเขาถูกเลี้ยงดูโดยพระและอาจารย์ผู้สอนกังฟูเฟยได้เรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของการแก้แค้นและทักษะที่เขาต้องมีเพื่อการแก้แค้นนั้นๆ ขณะที่เหลยกงวางใจว่าเขาเป็นผู้ควบคุมท่าเรือไว้ได้ทั้งหมดนั้นแก๊งใหม่ภายใต้ชื่อเด็กกำพร้าได้เริ่มมีอำนาจมากขึ้นหัวหน้าแก๊งนำโดยหัวเพื่อนในวัยเด็กของเฟยแก๊งเด็กกำพร้าได้ออกมากำจัดอำนาจอาชญากรรมต่างๆให้หมดไปจากท่าเรือในไม่ช้าแก๊งเด็กกำพร้าก็ได้เริ่มโจมตีการดำเนินงานของเหลยกงรวมถึงโกดังฝิ่นและคลังเก็บเครื่องเงินเหลยกงเริ่มรู้ตัวว่ามีคนทรยศอยู่ในแก๊งแต่ก็ไม่ได้รู้ว่าคนที่หักหลังตนเองจะเป็นบุตรบุญธรรมของตัวเอง เฟยแอบทำงานให้แก๊งเด็กกำพร้าอย่างลับๆมาถึงห้าปีการแก้แค้นที่เจ็บแสบของพวกแก๊งเด็กกำพร้าคือการปล่อยข่าวว่าเหลยกงได้ลักพาตัวและคุมขังคนไว้ในโกดังลับเพื่อส่งไปทำงานยังต่างประเทศพ่อค้าชาวต่างชาติต่างก็พากันยกเลิกสัญญาค้าขายทันทีและบังคับให้เหลยกงปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนก่อการจลาจลอันจะส่งผลให้ท่าเรือต้องหยุดชะงักเฟยเปิดเผยตัวเองและท้าประลองกับเหลยกง เมื่อความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมวีรบุรุษได้เกิดขึ้นในนามของความยุติธรรมและกลายเป็นสัญลักษณ์ของความชอบธรรมและนี่คือจุดเริ่มต้นของ ปรมาจารย์หวงเฟยหง ***เข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ SF Cinema City เท่านั้นครับ*** -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นักเรียนฮือประท้วงผอ.ไม่จัดงานวันเด็ก
ประท้วงผอ. /  ลำปาง / 

นักเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารี จ.ลำปาง รวมตัวประท้วงผู้อำนวยการ อ้างบริหารงานไม่เหมาะสม ไม่สนับสนุนงานวันเด็ก ที่บริเวณโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารี ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ได้มีนักเรียนกว่า 200 คน ออกมารวมตัวกันบริเวณ โรงเรียน พร้อมถือป้ายประท้วงไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตอารี คือ นางสุรางค์ วิสุทธิสระ ผู้อำนวยการโรงเรียน การประท้วงในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารงานภายในโรงเรียน ซึ่งได้ชุมนุมปิดถนน 1 ช่องจราจร บริเวณหน้าโรงเรียน ทำให้การจราจรติดขัด แกนนำของนักเรียนได้ผลัดกันปราศรัยโจมตีการทำงานและพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียนที่ทำตัวไม่เหมาะสมในการบริหารงบประมาณของโรงเรียน จากนั้น เด็กนักเรียนทั้งหมดได้พากันเดินเท้าออกจากโรงเรียนเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร มาชุมนุมประท้วงที่โรงเรียนเทศบาล 7 บ้านสุขสวัสดิ์ ก่อนที่จะเตรียมเดินเท้าเดินทางไปต่อที่บริเวณลานข่วง นครห้าแยกหอนาฬิกา ลำปาง โดยเด็กนักเรียนหนึ่งในแกนนำเปิดเผยว่า ตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวเข้ามาบริหารโรงเรียน ไม่มีนโยบายพัฒนาโรงเรียน ไม่สนับสนุนงบประมาณในกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะช่วงวันเด็กที่ผ่านมาไม่มีการจัดกิจกรรมวันเด็ก

งานแต่งชมพู่ รับแขกยันเช้า เชิญแขกร่วมงาน หมื่นคน
ชมพู่ อารยา /  น็อต วิศรุต / 

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับงานวิวาห์ระดับช้างของนางเอกสาว ชมพู่ อารยา กับแฟนหนุ่มไฮโซ น็อต วิศรุต ที่คาดการณ์ว่าจะมีคนในวงการบันเทิง และวงการไฮโซ-ไฮซ้อ เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีเพียบ เพราะแค่แขกของฝ่ายว่าที่เจ้าสาว ก็เกือบจะครึ่งค่อนวงการไปแล้ว ส่วนฝ่ายชายก็คงจะเป็นเพื่อนๆ ในวงการนักธุรกิจด้วยกัน พื้นที่ในการจัดงานก็คงจะต้องกว้างใหญ่ไพศาลมากๆ งานนี้ดูท่าทางจะไม่เป็นรองงานวิวาห์ของลูกสาวเจ้าสัวซีพีอย่างแน่นอน แถมแว่วๆ มาว่า งานแต่ง ชมพู่-น็อต ต้องเตรียมการ์ดเชิญเกือบๆ หมื่นใบ โอ้โห!!! แบบนี้ไม่รับแขกมาร่วมงานยันเช้าเลยหรอจ๊ะ เอ้า!!! คงต้องเช็กวันเวลาแต่งให้แม่นๆ แล้วละ เพราะคาดว่าถ้าแต่งกันแถวๆ โรงแรมไหน การจราจรคงต้องติดขัดแน่นอน ชมพู่-น็อต

สวยรับวาเลนไทน์! ออริจินส์ ชวนสาวๆ ชิงรางวัล  Plantscription™ Anti-aging power serum
origins /  ออริจินส์ / 

ออริจินส์ พาคุณเดินทางไปยัง 3 ทวีป พบแหล่งที่มาของส่วนผสมอันล้ำค่า ที่มีอยู่ใน Plantscription™ Anti-aging power serum      พบกับวิดีโอสารคดี On The Road with Origins เรื่องราวการเดินทางไปยัง 3 ทวีปใน 10 วัน ของเหล่าเซเลบริตี้นักสำรวจของออริจินส์ ที่จะพาไปค้นพบแหล่งที่มาส่วนผสมอันเปี่ยมประสิทธิภาพใน Plantscription™ Anti-Aging Power Serum สูตรใหม่ คู่ปรับ 4 สัญญาณผิวมีริ้วรอย อานุภาพล้ำค่าจากแอโนเกซิสและสรรพคุณสูงกว่า 20 สายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลก      ออริจินส์ ได้เฟ้นหาส่วนผสมจากทั่วทุกมุมโลกที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการรับมือกับปัญหาผิวร่วงโรยตามวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนา Plantscription™ Anti-Aging Power Serum อีกขั้นของการฟื้นบำรุง เสริมประสิทธิภาพของผิว พร้อมเผยผิวเนียนนุ่ม ให้ดูอ่อนเยาว์ยาวนาน Anogeissus ลึกเข้าไปในป่าประเทศกาน่า ความลับและความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติได้ซ่อนตัวอยู่ในไม้ยืนต้นที่ชื่อว่า แอโนเกซิส (Anogeissus) ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่ผูกพันกับวัฒนธรรมแอฟริกันมายาวนาน หลายๆ ชนเผ่า เก็บเกี่ยวราก เปลือก และใบของต้นไม้ดังกล่าวมาสกัด เพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลผิวพรรณมาตั้งแต่สมัยโบราณ นอกจากนี้ผ้าที่ย้อมด้วยเปลือก Anogeissus ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและสถานะทางสังคมของชนเผ่าต่าง ๆ และยังมีความเชื่อที่ว่า หากนำมาผ้านั้นห่อหุ้มตัวเด็กทารกจะสามารถปกป้องจาก สิ่งชั่วร้าย Pea Extract & Bamboo แหล่งรวมของ Amino Acid ที่ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้าย เป็นพืชสายพันธุ์แรกๆ ที่มนุษย์เริ่มเพาะปลูก ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ และ Bamboo ถือเป็นพืชตระกูลหญ้าที่เจริญเติบโตได้เร็วที่สุด สามารถโตได้ถึง 4 นิ้วต่อวัน และเป็น “แหล่งทรัพยากรทดแทน” ชั้นยอด คัดสรรจากประเทศออสเตรเลีย ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ Hyaluronic Acid ตามธรรมชาติในชั้นผิว ส่วนผสมหลักที่มีอยู่ใน Plantscription™ Anti-Aging Power Serum สูตรใหม่  Crithmum Maritum Crithmum เป็นหนึ่งในพืชสายพันธุ์แรกๆ ที่มีวิวัฒนาการมาจากสาหร่าย (พืชใต้ทะเล)กลายเป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตบนบกได้ พบได้ตามแนวชายฝั่ง Brittany Sea  ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจะช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แลดูเปล่งปลั่งและอิ่มเอิบ   ชม VDO ฉบับเต็ม ความยาว 4 นาที ได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=0wX4wRO6Fmk สัมผัสประสบการณ์แห่งความอ่อนเยาว์กับ Plantscription™ Anti-aging power serum ด้วยตัวคุณเอง ลงทะเบียนเพื่อรับผลิตภัณฑ์ขนาดทดลอง http://origins.co.th/discoverplantscription รู้จักหล่าเซเลบริตี้นักสำรวจของออริจินส์ นักสำรวจของออริจินส์ คนแรก Candice Kumai นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เธอเหมาะมากที่จะร่วมการเดินทางค้นพบ Plantscription power serumเพราะเชื่อมั่นในพลังของส่วนผสมจากธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเผยความงาจากภายในสู่ภายนอก รู้จัก Candice Kumai คลิกเลย... Kim Mance นักเขียนเรื่องราวการท่องเที่ยว และออริจินส์ ต่างหลงใหลในการค้นพบ และการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน ที่กระตือรือร้นที่จะสำรวจโลกใบนี้ เพื่อมองหาส่วนผสมที่เปี่ยมประสิทธิภาพจากธรรมชาติ รู้จัก Kim Mance คลิกเลย.... ผู้อยู่เบื้องหลัง การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพอันสวยงาม โดย Ann Street Studio ที่จะพาไปค้นพบแหล่งที่มาส่วนผสมอันเปี่ยมประสิทธิภาพ รู้จักทีมงาน Ann Street Studio คลิกเลย... ชวนคุณมาร่วมสนุกชิงรางวัล Plantscription™ Anti-Aging Power Serum ขนาด 50 ml มูลค่า 4,500 บาท จำนวน 2 รางวัล เพียงตอบคำถามว่า “ ส่วนผสมอันล้ำค่า 3 ชนิดมีอะไรบ้าง และพบได้ที่ทวีปใด” ใบ้ให้นิดนนึงว่าถ้าดูคลิปก็รู้คำตอบแล้ว อย่าลืมชวนเพื่อนๆ มาเล่นกิจกรรมกันเยอะๆ น๊าาาาา…. ร่วมสนุกวันนี้ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2558 ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ทาง http://women.mthai.com วันที่  16 กุมภาพันธ์ 2558 ประกาศรางวัลวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558

ด่วน! 'บิสสิเนสแอร์' ถูกห้ามบิน ทัวร์ไทยค้างเกาหลี 800 คน
กรมการบินพลเรือน /  กังวาลฮอลิเดย์ / 

'การบินพลเรือน' สั่งห้าม 'บิสสิเนสแอร์' บิน เหตุเคลียร์หนี้ไม่ได้ ส่งผลทัวร์ไทยตกค้างในกรุงโซลกว่า 800 คน ด้านเอเย่นต์ทัวร์โอด เป็นแพะรับบาป สายการบินบิสสิเนสแอร์ไลน์ ทำการยกเลิกเที่ยวบินโดยไม่แจ้งผู้โดยสารล่วงหน้า จนทำให้มีผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีกว่า 800 คน และที่สนามบินดอนเมืองจำนวนมากว่า ซึ่งทางการกรมบินพลเรือนได้เคยทำหนังสือตั้งแต่เดือน ธ.ค.57 ห้สายการบินปรับปรุง เคลียร์หนี้สินค่าบริการน้ำมันเครื่องบิน หนี้สินค่าจัดจราจรทางอากาศ ทั้งที่สนามบินอินชอน เกาหลี และที่ฮ่องกง รวมถึงค่าเช่าเครื่องบิน รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มค.58 แต่สายการบินดังกล่าวก็ไม่สามารถดำเนินการจัดการอะไรได้เลย จึงเป็นสาเหตุให้ในวันที่ 16 มค.58 กรมการบินพลเรือนจึงต้องมีคำสั่งให้สายการบินดังกล่าวยกเลิกทำการบิน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไทยตกค้างตั้งแต่คืนวันที่ 15 มค.กว่า 270 คน และในวันที่ 16 มค. ทัวร์กลุ่มที่สองได้ท่องเที่ยวตามโปรแกรมเสร็จสิ้น ก็ไม่สามารถกลับประเทศไทยได้เช่นกัน ทำให้คืนวันที่ 16 ม.ค. นี้ มีผู้โดยสารตกค้างเป็นกว่า 500 คน และในวันที่ 17 มค. จะมีผู้โดยสารมาเพิ่มอีกร่วม 270 คนทำให้ร่วม 3 วันนี้จะมีผู้โดยสารตกค้างกว่า800 คน ด้านนายเจริญ วังอนานนท์ ประธานกรรมการบริษัท กังวาล ฮอลิเดย์ จำกัด ได้ออกมาตำหนิกรมการบินพลเรือนที่ไม่มีการแจ้งให้ทางทัวร์ และผู้โดยสารทราบถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งเหตุการที่เกิดขึ้นจะสร้างความสูญเสียให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และทำให้ผู้จัดทัวร์กลายเป็นแพะรับบาปทันที MThai News

แม่บ้านถูกลอตเตอรี่รับเงินโดนวิ่งราวเกลี้ยง
ถูกลอตเตอรี่ /  ลอตเตอรี่ / 

ตำรวจ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ตรวจที่เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์แม่บ้านมหาเศรษฐีหลังไปขึ้นเงินลอตเตอรี่ มูลค่ากว่า 7 หมื่นบาท เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 21 มค. 58 ร.ต.ท.สมมาตร ตั้งรมย์วิลัย พงส.สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ที่ปากซอยทรัพย์อารีย์ ถนนเอเชีย 41 จึงรุดตรวจที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บริเวณสี่แยกไฟสัญญาญจราจร ปากซอยทรัพย์อารีย์ พบ นางวีรวรรณ สร้างถาวร อายุ 58 ปี อาชีพแม่บ้าน กําลังยืนรอตํารวจ ด้วยท่าทางตื่นตกใจ โดย นางวีรวรรณ เปิดเผยว่า ขณะที่กําลังขี่จักรยานยนต์จะกลับบ้านภายในซอยดังกล่าว ได้มีชายวัยรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี สวมเสื้อยืดสีดํา ไว้ผมรองทรง ขี่จักรยานยนต์ จําแผ่นป้ายทะเบียนไม่ได้ เข้ามาเทียบ แล้วกระชากกระเป๋าถือที่แขวนไว้กับแฮนด์รถ จนทำให้รถเสียหลักแต่ไม่ล้ม รวมทั้งกระชากเอาสร้อยคอทองคํา หนัก 1 บาท ที่แขวนไว้ที่คอพร้อมพระเครื่องเลี่ยมทองคําอีก 1 องค์ ก่อนหลบหนีไป ซึ่งภายในกระเป๋ามีเงินสด 3 หมื่นบาท และ ทรัพย์สินอื่น ๆ อีก รวม 70,000 บาท นางวีรวรรณ ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงหัวค่ำได้นําเอาลอตเตอรี่ จํานวน 10 กว่าใบที่ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว ในงวดที่ผ่านมาไปขึ้นรางวัลเงินสดในตลาดหลังสวน แล้วนั่งพูดคุยจนดึก จึงเดินทางกลับบ้าน จนมาเกิดเหตุดังกล่าว โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป

อื้อฉาว! สื่อผู้ดีเผย แอร์โฮสเตสญี่ปุ่นขายตัว ให้กัปตันเครื่องบิน
ขายตัวให้กัปตัน /  ขายบริการทางเพศ / 

สื่อผู้ดีอ้างรายงานสื่อญี่ปุ่นระบุว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหลายของญี่ปุ่นขายบริการทางเพศให้กัปตันหลังมีรายได้ลดลง เด ลิเมล์และเดลีสตาร์ อ้างรายงานของ Shukan Post สื่อมวลชนของญี่ปุ่นระบุว่า แอร์โฮสเตสบนเครื่องบินหลายรายไม่ประสงค์เผยชื่ออ้างว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทำการขายบริการทางเพศและยอมเป็นเพื่อนเที่ยวกับ กัปตันเป็นประจำ อันเป็นผลจากรายได้หรือเงินเดือนที่ลดลงอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการสังคมของญี่ปุ่นระบุว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในญี่ปุ่นถูกปรับลดค่าจ้างจากที่เคยได้ถึง 42,000 ดอลลาร์ (ราว 1.36 ล้านบาท) ต่อปีในปี 2004 เหลือเพียง 33,000 ดอลลาร์ (ราว 1 ล้านบาท) ในปี 2013 สำหรับการขายบริการแต่ละครั้งนั้น อยู่ที่ 450 ดอลลาร์ (ราว 14,600 บาท) ถึง 670 ดอลลาร์ (ราว 22,000 บาท) สำหรับการร่วมหลับนอน 90 นาที ขณะที่แอร์โฮสเตสที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี จะสามารถเพิ่มค่าตัวได้ตามความพอใจของทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรายหนึ่งให้ข้อมูลต่อว่าหากแอร์โฮสเตสราย ใดที่ต้องการจะขายตัว จะมีแอร์รุ่นพี่ทำหน้าเป็น "แม่เล้า" คอยหาลูกค้าซึ่งเป็นนักบินให้ สำหรับการติดต่อจะมีการส่งซิกศ์และ สัญลักษณ์โดยระหว่างการตรวจสอบก่อนขึ้นบิน ตามระเบียบการแอร์โฮสเตสต้องตั้งแถวต่อหน้านักบินและนักบินผู้ช่วย ระหว่างนั้นนักบินที่สนใจซื้อบริการจะส่งสัญญาณมือ โดยชู 4 นิ้ว หมายถึงเสนอราคา 40,000 เยน หรือ 339 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อการหลับนอนที่โรงแรม 1 คืน แอร์โฮสเตสวัย 29 ปีรายหนึ่งบอกว่า จ๊อบขายตัวของเธอมีระยะเวลาหมดอายุ โดยแอร์โอสเตสที่เป็นแม่เล้าจะต้องออกจากวงการเมื่ออายุการเป็นแอร์โฮสเตส ของพวกเธอสิ้นสุดลง แต่วงจรนี้ก็จะดำเนินต่อไปเหมือนเดิม เพราะจะมีแอร์โฮสเตสที่อาวุโสขึ้นก้าวขึ้นมาเป็นแม่เล้าแทน ซึ่งวงจรโสเภณีมีมานานหลายปีแล้วตั้งแต่ปี 2007

เปิดตำนานกำเนิดที่มาของ 12 ราศี
12 ราศี /  12ราศี / 

คุณรู้กันหรือเปล่าว่า ราศีต่างๆประจำตัวคุณนั้น ที่คุณใช้ทำนายชีวิตของพวกคุณ มีตำนานว่าอย่างไร ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าไม่น่าจะรู้ เพราะฉะนั้น Horoscope.Mthai.com จึงนำข้อมูลตำนานกำเนิด 12 ราศี มาฝากกัน ซึ่งหลักฐานจริงๆไม่มีว่าใครเป็นผู้คิดค้น แต่คนคนโบราณได้จินตนาการรูปร่างของกลุ่มดาวต่างๆขึ้นมาเอง และตำนานจักราศีที่มีชื่อเสียงมากก็คือจักราศีของกรีก ที่มีตำนานเเบบย่อๆดังนี้ ราศีมังกร(Capricorn) มีตำนานว่า มีแพะเพศเมียตัวหนึ่งชื่ออมัลเทีย ผู้ให้การเลี้ยงดูเทพซุส ยามที่เขาเป็นทารกอยู่ เมื่อแพะตัวนี้ตายลง ซุสจึงให้เกียรตินำร่างของแพะตัวนั้นประดับเป็นหมู่ดาวบนฟากฟ้า ราศีกุมภ์(Aquarius) มีตำนานเล่าว่า กานิมิด บุตรของโทรสกษัตริย์กรุงทรอย ที่กำลังต้อนฝูงสัตว์อยู่ ซุสเกิดมาเห็นและหลงเสน่ของเขาจึงแปลงร่างเป็นนกยักษ์ลักพาตัวกานิมีดไป เขาจึงเป็นผู้แบกคนโทให้เหล่าเทพ และกลายเป็นกลุ่มดาวหลังเสียชีวิต ราศีมีน(Pisces) มีตำนานเล่าว่า เทพีอโฟรไดท์และอีรอสได้แปลงกายเป็นปลาเพื่อหนีอสูรไทฟูน โดยระหว่างหนีนั้นทั้งคู่ได้เอาหางผูกกันไว้ เพื่อไม่แน่ใจว่าไม่หลงทาง และเพื่อเป็นการระลึกถึงในเหตุการณ์นี้ทำให้ปลาคู่เป็นกลุ่มดาวประดับฟากฟ้า ราศีเมษ(Aries) มีลักษณะเป็นเเกะตำนานกรีกเล่าว่า เทพซุสส่งเเกะขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อช่วยฟริกซัสเเละเฮลล์ ให้รอดพ้นจากการทารุณกรรมของเเม่เลี้ยงต่อมาได้นำเเกะไปบูชยัญเเละขนเเกะก็ ได้กลายเป็นขนเเกะทองคำ กัปตันเจสันเเละลูกเรือได้เเล่นเรืออาร์โกน็อต เพื่อค้นหาเเละได้พบกับขนเเกะทองคำในที่สุด ราศีพฤษภ(Taurus) ชาวกรีกเล่าว่าที่ประเทศเฟนิเซียมีสาวงามชื่อยูโรปา ลูกสาวของอินาคัส เทพซุสได้หลงรัก เเต่อินาคัสไม่ยอมเเน่ จึงเเปลงร่างเป็นวัวสีขาวหลอกให้ยูโรปาขึ้นขี่ซุสจึงคิดพาเธอไปดินเเดนนี้ โดยทางทะเล เเต่ก็ไปไม่พ้นเพราะน้ำลึกด้วยเหตุนี้กลุ่มดาววัวบนฟ้าจึงเห็นเเค่เพียงหน้า เเละโหนกของวัวเท่านั้น ราศีเมถุน(Gemini) ตำนานกรีกเล่าว่า คาสเตอร์เเละพอลลัก ลูกชายฝาเเฝดของซุส ทั้งคู่มีพรสวรรค์คนละอย่าง คาสเตอร์เป็นนักชกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พอลลักเป็นผู้นำปราบพยศม้าป่า ความสามารถทั้งสองเคยออกศึกสงครามร่วมกันหลายครั้งเมื่อทั้งคู่สิ้นชีพจึง ส่งวิญญาณทั้งคู่ไปเป็นกลุ่มดาวเจมินี่บนท้องฟ้า ราศีกรกฎ(Cancer) ตำนานกรีกเล่าว่า ปูตัวนี้เป็นสมุนลับๆของฮีรามเหสีของซุส เเละเป็นศัตรูของเฮอคิวลิส ฮีราได้สั่งปูไปทำร้ายเฮอคิวลิส ขณะที่เฮอคิวลิสสู้กับงูไฮดรา เเต่ก็ต้องพ่ายเเพ้ให้กับเฮอคิวลิส ฮีราจึงจึงนำไปไว้ในสวรรค์เป็นกลุ่มดาวปู ราศีสิงห์(Leo) มีตำนานเล่าว่า ราชสีห์เนเมีย อสูรร้ายเเละทรงพลัง ได้ร่อนเร่อยู่ตามเทือกเขาเเละสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนในละเเวกนั้นจน เฮอคิวลิสได้มาปลิดชีพลง เเละให้มันเป็นกลุ่มดาวบนฟ้า ราศีกันย์(Virgo) สาวพรหมจรรค์ที่เป็นเครื่องหมายแห่งความสะอาดบริสุทธิ์และการรับใช้ เธอคือเทพีแห่งความยุติธรรม แอสเตรียผู้เป็นธิดาของซุสและเทมิส แอสเตรียถือพรหมจรรค์และปกครองโลกมนุษย์ด้วยความยุติธรรมเสมกระทั่งมนุษย์มี ความชั่วร้ายมากเกินไปเธอจึงละทิ้งโลก ขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นกลุ่มดาวเวอโก้แทน ราศีตุลย์(Libra) ตาชั่งเป็นเครื่องหมายแห่งความยุติธรรม ตาชั่งราศีนี้เป็นของเทพีแห่งความยุติธรรมแอสเตรียนั่นเอง นี่คือสาเหตุที่กลุ่มดาวเวอโก้และกลุ่มดาวไลบร้าอยู่ไกล้เคียงกัน ตาชั่งนี้ภายหลังถูกประทับบนฟากฟ้า ราศีพิจิก(scorpion) มีสัญลักษณ์เป็นแมงป่อง หมายถึงความรุนแรงและการใช้อำนาจแมงป่องที่ว่ามาจากแมงป่องยักษ์นามว่าสกอปิ อุสผู้มาสังหารนายพรานออเรียนและได้ตายตกตามไปทั้งคู่ เทพี อาทิมิสมาเจอเข้าจึงนำทั้งสองขึ้นไปบนท้องฟ้าโดย ออเรียนคือกลุ่มดาวนายพราน และสกอปิอุสเป็นกลุ่มดาวราศีพิจิกนั่นเอง ราศีธนู(sagitarius) มีสัญลักษณ์เป็นเซนทอร์ยิงธนู เป็นเครื่องหมายแห่งการเดินทาง มีตำนานเล่าว่ามีเซนทอร์ผู้หนึ่งชื่อ ไครอนผู้เรืองปัญญาและเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมเขาได้ถ่ายทอดความรู้ต่างๆให้ วีรบุรุษตำนานกรีหลายคน หลังสิ้นชีวิตลง ไครอนได้กลายเป็นกลุ่มดาวบนฟ้าจากผลความดีของเขา ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail ขอบคุณภาพจาก taleroom

สุดยอดกลเม็ด วิธีเปิดขวด จากของรอบตัว 21 อย่าง
วิธีเปิดขวด /  ไอเดีย

ไม่มีที่เปิด ไม่ใช่ปัญหา รวมสุดยอด วิธีเปิดขวด จากของใกล้ตัว มันก็แน่นอนอยู่แล้วแหละนะ ที่ผู้ชายอย่างเราเวลาไปปาร์ตี้ มันก็ต้องมีการดื่ม การดริ้งค์ เพื่อเพิ่มบรรยากาศบ้างแหละนะ และแน่นอนว่าสิ่งที่จะเพิ่มบรรยากาศให้มีอัตรสให้ดียิ่งขึ้น มันก็ต้องเป็นแอลกอฮอล์ หรือ เครื่องดื่มอัดลมที่เป็นฝาจีบนั่นเอง (ก็แถได้นะ 555555+) ซึ่งนั่นแหละครับคือประเด็นของเรื่องนี้ สมุตินะครับว่า ถ้าเรากำลังปาร์ตี้อยู่กับเพื่อน อยู่นอกสถานที่เอาท์ดอร์ อย่างทะเล ภูเขา หรือจะเป็นสนามหญ้าต่างๆ แล้วถึงเวลาที่จะต้องเปิดขวดแล้วมันหาที่เปิดขวดไม่ได้ จะทำไงดีอ่ะ? ซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกจริงๆ ครับ สำหรับคนเปิดขวดด้วยที่เปิดขวดเป็นวิธีเดียว ใช้ วิธีเปิดขวด อื่นๆ ไม่เป็น วันนี้ทาง Men.MThai เราเลยจะขอนำเสนอ วิธีเปิดขวด สุดเจ๋งที่หาได้จากของใช้ใกล้ตัว ที่เพื่อนๆ ต้องอึ้งว่า เห้ย มันใช้ได้จริงดิ มาฝากเพื่อนๆ กันครับ ใช้แหวนเปิดขวด ใช้กุญแจเปิดขวด ใช้หัวเข็มขัดเปิดขวด ใช้ไฟแช็คเปิดขวด ใช้กุญแจมือเปิดขวด ...จะไปหากุญแจมือมาจากไหนเนี่ย ใช้ธนบัตรเปิดขวด ใช้ขวดที่ 2 หรือจะใช้ ช้อน หรือจะ ตะเกียบ เปิดขวดก็ยังได้ ใช้แผ่นซีดีเปิดขวด ใช้ที่เย็บกระดาษ หรือจะใช้ปลั๊กชาร์จโทรศัพท์ หรือ ที่แกะลูกแม็ก เปิดขวดก็ได้นะ ใช้โน๊ตบุ๊ค (แล็บท็อป) เปิดขวด ...เหยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ใช้ปลายส้นสูงเปิดขวด ใช้ตัวล็อกคาราไบเนอร์ก็ไม่ใช่ปัญหา ใช้กระป๋องเปิดขวดก็ได้อยู่นะ ใช้มีดแมเชเทเปิดขวดก็สบายๆ ...คือแบบ เอ่อออออ 555555+ ใช้อุปกรณ์ช่างอย่างไขควง หรือ ค้อนเปิดขวดก็ได้ แมนๆ และสุดท้าย ใช้กรวยจราจร

พรีเมี่ยมชีสเค้ก ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ จากฮอกไกโด
ชีสเค้ก /  ฮอกไกโด

ถึงเมืองไทยแล้ว... ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ จากฮอกไกโด เชิญลิ้มรสความอร่อยกับ “พรีเมี่ยมชีสเค้ก” และ “คาตาลาน่า” รสชาติเลอค่า แบบฟินมิรู้ลืมการันตีด้วยรางวัลชนะเลิศ สุดยอดความอร่อยระดับประเทศ “ ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ ”สุดยอดแบรนด์ผู้ผลิตชีสอันโด่งดัง ยอดขายถล่มทลาย และฮอตสุดๆ จากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นมาถึงเมืองไทยแล้ว โดยเริ่มเปิดตัวของหวานรสเลิศอย่าง “พรีเมี่ยมชีสเค้ก”โดยผลิตจากชีสที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขัน All Japan Natural Cheese Contest จากทั่วประเทศญี่ปุ่น พร้อมเปิดตัว“คาตาลาน่า”พุดดิ้งอบเคลือบหน้าด้วยคาราเมลกรอบ สูตรต้นตำรับจากเมืองโทกาจิ จังหวัดฮอกไกโดมาให้คนไทยได้ลิ้มลองแล้ววันนี้ที่โซนกูร์เมต์มาร์เก็ตชั้น 4ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม พร้อมเตรียมส่ง “เฟรชคาราเมล” สินค้ายอดนิยมบุกเมืองไทยเร็วๆ นี้ คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ผู้บริหาร ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ(ประเทศไทย) เปิดเผยถึงสาเหตุการนำแบรนด์“ ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ ”เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยว่า เนื่องด้วยตนเองเป็นคนที่ชอบทาน ชีสและชื่นชมในความอร่อยของของหวานญี่ปุ่นมาก และมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้ง รู้สึกว่า ขนมญี่ปุ่นมีหลากหลายมิตินอกจากจะเน้นรสชาติที่ดี ใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพตามฤดูกาล คนญี่ปุ่นยังคำนึงถึงแพคเกจจิ้งที่สวยงาม “ ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ ”เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่นิยมหอบหิ้วกลับมาฝากเพื่อนฝูงที่สนิทอยู่เป็นประจำก็มีความรู้สึกว่าอยากจะนำสิ่งที่อร่อยนั้นมาให้ผู้บริโภคคนไทยได้ทดลองชิมและรู้จักกันด้วย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภทชีสและคาราเมลสดที่“ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ” ถือว่าเป็นเจ้าแรกที่สร้างความฮือฮาและได้รับความนิยมมากในประเทศญี่ปุ่นซึ่งอาจจะยังไม่ได้แพร่หลายมากนักในเมืองไทยเพราะการนำกลับมาเป็นของฝากค่อนข้างยากเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนทำให้คาราเมลสดนั้นละลายได้ง่าย แต่คนไทยที่มีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่นนั้นเชื่อว่าหลายท่านต้องรู้จักคุ้นเคยแบรนด์นี้เป็นอย่างดี ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม และกรรมวิธีการทำที่ได้มาตรฐาน จนได้มารู้จักกับ มร. ทานากะ โยชิตาเกะ เจ้าของแบรนด์ “ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ” ซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการคิดค้นสูตรคาราเมลสด และมีชื่อเสียงในด้านการทำชีส โดยมีฟาร์มโคนมอยู่ที่เมืองโทกาจิ จังหวัดฮอกไกโด ที่ถือเป็นแหล่งผลิตนมที่มีคุณภาพสูงและขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์นี้กว่า 100 ชนิดและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายถือเป็นเป็นของฝากที่ได้รับความนิยมสูงจากนักท่องเที่ยวทั่วไป จึงได้เจรจานำแบรนด์นี้เข้าสู่ตลาดในประเทศไทย สำหรับแบรนด์ “ ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ ”โดยมี มร. ทานากะ โยชิตาเกะ เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งชื่อแบรนด์สื่อความหมายถึง “ฟาร์มแห่งทุ่งมวลดอกไม้”ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดฮอกไกโด จากโรงงานเล็กๆ ที่มีพนักงานเพียงสิบกว่าคน จนปัจจุบันถือได้ว่าเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีพนักงานกว่าพันคน ซึ่งฟาร์ม“ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ” ที่ฮอกไกโดเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปีหลังจากนั้นจะไม่สะดวกให้เข้าชม เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะตกหนักลากยาวไปถึงประมาณเดือนเมษายน ผู้เยี่ยมชมสามารถดูกรรมวิธีการผลิตชีสและคาราเมลได้จากฟาร์มฮานะบาตาเกะ โบคุโจ ในเมืองโทกาจิได้ตามช่วงเวลาดังกล่าวพร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมภายในฟาร์มปัจจุบันทางโรงงานได้มีการผลิตสินค้าออกมาด้วยกำลังการผลิตสูงตามความต้องการของผู้บริโภคซึ่งใช้วัตถุดิบหลักคือนมโคสดในปริมาณร่วม 20 ตันต่อเดือนในการผลิตชีสธรรมชาติ (Natural Cheese) หลากหลายรูปแบบ ซึ่งหลังจากนั้นจึงจะนำชีสไปพัฒนาเข้าสู่กระบวนการเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตอาหาร ขนมทานเล่น และของหวานขึ้นอีกมากมาย ที่วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น และในหลายประเทศแถบเอเชีย สินค้าสร้างชื่อที่เป็นที่รู้จักกันดีของแบรนด์คือ“เฟรชคาราเมล”ซึ่งโด่งดังมากในประเทศญี่ปุ่น การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศ Monde Selection 4 ปีซ้อนจากผู้ส่งเข้าประกวดทั่วโลกรสชาตินุ่มละมุน ละลายในปาก มีให้เลือกทานหลากมาย ทั้งเฟรชคาราเมลรสออริจินอล, รสซากุระ, ลาเวนเดอร์, สตรอเบอรี่ฯลฯสำหรับกรรมวิธีการผลิตจะใช้แรงงานคนในการผลิตทุกขั้นตอนในการเคี่ยวคาราเมลอย่างยาวนานร่วมชั่วโมงเพื่อให้เนื้อเข้ารูปและได้รสชาติมาตรฐานคงที่จากนั้นจึงจะสามารถนำไปพัฒนาต่อจากเฟรชคาราเมลแบบเม็ด มีการใส่รสชาเขียว, รสซากุระ, รสลาเวนเดอร์ และอีกรสชาติให้มีความหลากหลาย ซึ่งสินค้าประเภทเฟรชคาราเมล ทางบริษัทฯ จะนำออกวางจำหน่ายแก่ลูกค้าคนไทยเร็วๆ นี้ และสำหรับ“พรีเมี่ยมชีสเค้ก”ที่ทางแบรนด์ภูมิใจนำเสนอ ถือเป็นการผลิตจากวัตถุดิบหลักอย่างชีสคุณภาพเยี่ยม ที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันการประกวดชีสจากทั่วประเทศญี่ปุ่น (All Japan Natural Cheese Contest) ในปี 2011โดยได้นำมาทำเป็นชีสเค้ก รสเลิศ และเปิดตัวในเมืองไทยไปแล้ว 3 รสชาติ คือรสครีม (Cream Cheesecake), รสกามองแบร์ (Camembert Cheesecake) และรสแรคเล็ต (Raclette Cheesecake) ที่ให้รสชาติชีสหนักแน่นเต็มๆ เนื้อ แบบไม่มีแป้งผสม ส่วน“คาตาลาน่า” เมื่อฟังชื่อดูอาจไม่คุ้นหูมากนัก แต่หากได้ลองเดินทางไปในแถบยุโรป จะถือได้ว่าคาตาลาน่าเป็นของหวานที่ขึ้นชื่อมาก จริงๆ แล้วคาตาลาน่ามีต้นกำเนิดมาจากสเปน แต่มาโด่งดังที่อิตาลี ลักษณะจะคล้ายกับไอศกรีมแช่แข็งที่โรยผงน้ำตาลแล้วเผาไฟด้านหน้าเพื่อให้เกิดผิวน้ำตาลไหม้บางกรอบมีรสขมนิดหน่อยตัดกับรสชาติหวานๆ ของเนื้อคาตาลาน่าด้านล่างอย่างลงตัว ซึ่งมี2 รสชาติ คือรสวานิลลาดั้งเดิม(Original Catalana) และรสชาเขียว(UjiMatchaCatalana)ที่ทางร้านเลือกใช้ชาเขียวเกรดพรีเมี่ยมชั้นดีจากเกียวโต และชิสึโอกะ ซึ่งถือว่าขึ้นชื่อในการผลิตชาเขียวชั้นเลิศมาเป็นส่วนผสม ที่ให้กลิ่น และออกรสชาติแบบพิเศษผู้ทานสามารถนำผลไม้สดอย่างสตรอเบอรี หรือผลไม้ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่างตระกูลเบอรี่มา ท็อปปิ้งด้านบนจะเข้ากันมาก เวลาทานเอาออกมาจากช่องฟรีซ แล้วตักกินได้เลยจะให้รสชาติที่หวาน หอม นุ่ม ละมุนลิ้นสุดๆ ก้าวต่อไปของ“ฮานะบาตาเกะ โบคุโจ” ในเมืองไทยมีโครงการที่จะเปิดในรูปแบบคาเฟ่และน่าจะเป็นแหล่ง เช็คอินแห่งใหม่ที่พร้อมให้บริการ อาหาร – ของหวาน – เครื่องดื่มที่คุณจะรู้สึกฟินสุดๆ แบบไม่ต้องเดินทางไกล ไปถึงฮอกไกโด

เปิดแล้ว!! เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก
กิน เที่ยว ช้อป /  คอมมูนิตี้ มอลล์ / 

เปิดเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ เดอะ พาซิโอ พาร์ค (The Paseo Park) กาญจนาภิเษก คอมมูนิตี้ มอลล์ สไตล์ญี่ปุ่น จุดนัดพบของทุกๆ คน สถานที่กิน ชิล ช้อป แห่งใหม่ย่านชานเมือง พร้อมให้บริการคุณแล้ว วันนี้ เปิดแล้ว!! เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก ศูนย์การค้าสาขาที่ 3 “เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก” เปิดให้บริการแล้ววันนี้ (บางส่วน) โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันมี่ 25 มีนาคม 2558  กับคอนเซ็ปต์ “ญี่ปุ่น 3 ยุค” ด้วยพื้นที่โครงการทั้งหมด 50 ไร่ ใช้งบประมาณการลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท มูลค่าที่ดิน 1,100 ล้านบาท คาดรายได้รวมต่อปีทั้งสิ้น 2,850 ล้านบาท ซึ่ง เดอะ พาซิโอ พาร์ค ถือว่าเป็นสาขาล่าสุดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของ ศูนย์การค้า เดอะ พาซิโอ พาร์ค สามารถตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าครอบครัว และคนวัยทำงานได้เป็นอย่างดี เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก โดดเด่นด้วยการตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นถึง 3 ยุค ได้แก่ สมัยโบราณ “ยุคเอโดะ”, สมัยปัจจุบัน “ยุคเฮเซ” และยังได้จำลองบรรยากาศของญี่ปุ่น "FUTURISTIC" ในอนาคตที่มีเทคโนโลยีและความเจริญสูงสุด โดยได้หยิบยกสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์รวมทั้งสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นญี่ปุ่น เช่น เสาโทริอิ (torii) เปรียบเสมือนประตูทางเข้าสู่สวรรค์ในความเชื่อของญี่ปุ่นโบราณตั้งตระหง่านกลางศูนย์ฯ, ธงปลาคาร์ฟ ที่โบกสะบัดสัญลักษณ์แห่งความแข็งแรงของวันเด็กผู้ชายในประเทศญี่ปุ่น, รูปปั้นแมวกวักนำโชค ที่สื่อถึงความเป็นสิริมงคล กิจการการค้าที่รุ่งเรือง เป็นต้น ขอบคุณที่มา : webboard.edtguide.com  ,  รูปภาพจาก : facebook.com/thepaseobytbn

คลิปน่ารัก!! ลูกฮิปโปแคระ เกิดใหม่สวนสัตว์ในกรุงลอนดอน
กรุงลอนดอน /  คลิปน่ารัก / 

โฉมหน้า ลูกฮิปโปแคระ เกิดใหม่สุดน่ารัก ที่สวนสัตว์วิพสเนดในกรุงลอนดอน สวนสัตว์วิพสเนดในกรุงลอนดอนของอังกฤษ เปิดตัวสมาชิกใหม่ลูกฮิปโปโปเตมัสแคระเพศผู้วัยเกือบเดือน ที่ลืมตาขึ้นดูโลกหลังวันคริสต์มาสอย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูก แม้ว่าแม่ของมันจะเคยเผชิญกับการคุกคามของโรคมะเร็งก็ตาม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่า สวนสัตว์วิพสเนด แห่งสมาคมสัตววิทยาลอนดอน เผยภาพสุดน่ารักของลูกฮิปโปโปเตมัสแคระเพศผู้ อายุราว 3 สัปดาห์ เดินเตาะแตะไปตามพื้นคอกที่ปูด้วยฟางหนานุ่มคลอเคลียอยู่กับแม่ของมัน โดย ฟลอรา แม่ฮิปโปวัย 28 ปี ให้กำเนิดมันเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น แม้ก่อนหน้านี้ฟลอราจะต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งก็ตาม สตีฟ ไวท์ ผู้ดูแล กล่าวว่า ในตอนแรกที่เกิดมา ตัวมันลื่นมากเหมือนกับสบู่ก้อนยักษ์ การมาถึงของลูกฮิปโปแคระเพศผู้ตัวนี้ สร้างความยินดีให้แก่สวนสัตว์อย่างมาก เพราะมันเป็นเพียงหนึ่งในฮิปโปแคระเพศผู้เพียงไม่กี่ตัว ในโครงการอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์แห่งยุโรป (อีอีพี) โดยเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ลูกฮิปโปแคระเพศเมียชื่อโอลิเวีย วัย 1 เดือน จากสวนสัตว์ปาร์เกนในสวีเดนเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่ทำให้มันถูกนำไปเปรียบเทียบกับสัญลักษณ์ของยางรถยนต์ยี่ห้อดัง จนถูกตั้งฉายาว่า "เจ้าหนูมิชลิน" ทั้งนี้ ฮิปโปแคระเป็นสัตว์ที่มีสถานะการอนุรักษ์จัดอยู่ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species). ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์

เรื่องน่ารู้ สัญลักษณ์บนเหรียญของไทย
ประวัติ /  สัญลักษณ์ / 

เพื่อนๆ เคยสังเกตภาพสัญลักษณ์ที่ปรากฎบนเหรียญบาท ไม่ว่าจะเป้นเหรียญ 25 สตางค์ จนถึง 10 บาทนั้น มีภาพอะไรปรากฏอยู่หรือไม่ ถ้าไม่เพื่อนๆ ลองหยิบเหรียญขึ้นมาดูตอนนี้กันก่อนเลยค่ะ หลังจากดูแล้ว เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่าสถานที่ที่ปรากฎนั้น คือที่ไหนบ้างและมีประวัติความเป็นมาและความสำคัญอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วไปติดตาม เรื่องน่ารู้ สัญลักษณ์บนเหรียญของไทย กันเลยค่ะ เรื่องน่ารู้ สัญลักษณ์บนเหรียญของไทย ประวัติความเป็นมาของเหรียญ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) มีการใช้หอยเบี้ยและพดด้วง ในการชำระเงิน การค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศ มีการใช้เบี้ยทองแดงในต่างประเทศ จึงมีพระราชดำริให้ทำเบี้ยทองแดงจากประเทศอังกฤษมาเป็นตัวอย่าง 3 ชนิด ในปี จ.ศ.1197 หรือ พ.ศ. 2378 เมื่อทอดพระเนตรแล้วไม่โปรดในลายตรา จึงมิได้นำออกใช้ แต่ก็ทรงพระราชประสงค์ที่จะทำเหรียญรูปกลมแบนอย่างสากล แต่ยังไม่สำเร็จก็เปลี่ยนรัชกาล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) การค้าระหว่างไทยกับต่างประเทศก็ได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พ่อค้าชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขายมากขึ้นและได้นำเงินเหรียญของตนมาแลกกับเงินพดด้วงจากรัฐบาลไทยเพื่อนำไปซื้อสินค้าจากราษฎร แต่ด้วยเหตุที่เงินพดด้วงผลิตด้วยมือจึงทำให้มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกและการค้าของประเทศเสียประโยชน์ พระองค์จึงมีพระราชดำริที่จะเปลี่ยนรูปเงินตราของไทยจากเงินพดด้วงเป็นเงินเหรียญ ในปี พ.ศ. 2399 ได้ทดลองทำเหรียญรูปกลมแบนอย่างสากล โดยใช้ค้อนทุบตีโลหะให้เป็นแผ่นแบน แล้วตัดเป็นรูปเหรียญกลม ให้ได้ตามขนาดและน้ำหนัก แล้วใช้แม่ตราตีประทับ (HAND-HAMMERRING METHOD) แต่ผลิตได้ช้าและไม่เรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีการใช้แม่ตราตีประทับกับเงินเหรียญต่างประเทศ เพื่อให้ราษฏรยอมรับ ในปี พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้คณะทูตไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียที่ประเทศอังกฤษ สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย ได้จัดส่งเครื่องทำเหรียญเงินขนาดเล็กเข้ามาถวาย ทำงานด้วยแรงงานคนโดยใช้วิธีแรงอัดแบบ SCREW PRESS METHOD เป็นราชบรรณาการ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าให้จัดทำเหรียญกษาปณ์จากเครื่องจักรขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกกันว่า "เหรียญเงินบรรณาการ" ในขณะเดียวกันคณะทูตก็ได้สั่งซื้อเครื่องจักรทำเงินชนิดแรงดันไอน้ำ จากบริษัท เทเลอร์ เข้ามาในปลายปี 2401 พระองค์จึงโปรดเกล้าให้สร้างโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้นที่หน้าพระคลังมหาสมบัติ ในพระบรมมหาราชวัง ติดตั้งเครื่องใช้งานได้เมื่อ ปี พ.ศ. 2403 พระราชทานนามว่า "โรงกระสาปณ์สิทธิการ"ในสมัยนี้จึงถือว่ามีการใช้เหรียญกษาปณ์แบบสากลนิยมขึ้นเป็นครั้งแรก ต่อมาแม้ได้ประกาศให้ใช้เงินตราแบบเหรียญแล้วก็ยังโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เงินพดด้วงอยู่ เพียงแต่ไม่มีการผลิตเพิ่มเติม ได้ผลิตตามแจ้งที่แจ้งแก่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติเมื่อ ปี พ.ศ. 2438 พบว่ามีเหรียญตรามงกุฎดังกล่าวให้แลกอยู่ 6 ราคา ด้วยกัน คือ ราคา สองบาท หนึ่งบาท สองสลึง หนึ่งสลึง หนึ่งเฟื้อง และ สองไพ แต่ผลิตได้น้อยไม่พอแก่ความต้องการ นอกจากนี้ยังมีเหรียญ หนึ่งตำลึง กึ่งตำลึง และกึ่งเฟื้อง แต่ไม่ได้นำออกใช้ จึงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย พระองค์แรกที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิรูปเงินตราไทย จากที่เคยใช้เงินพดด้วง หรือเงินกลมที่ใช้มาแต่โบราณกาลให้มาใช้เงินเหรียญหรือเงินแบน แบบสากล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงมาตรา เงินตราไทย ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น คือ ชั่ง ตำลึง บาท สลึง เฟื้อง เป็นระบบโดยใช้หน่วยเป็นบาท และสตางค์ คือ 100 สตางค์ เป็น 1 บาท ตั้งแต่ พ.ศ. 2441 อันเป็นมาตราเงินตราไทยมาจนถึงปัจจุบัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพระบรมรูปของพระองค์ประทับลงบนเหรียญ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ไทยประทับลงบนเหรียญกษาปณ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ เริ่มจากเหรียญทองแดงและเหรียญดีบุกตราพระบรมรูป - ตราแผ่นดิน ใน พ.ศ. 2493 ผลิตเหรียญราคา 5 บาท ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2515 ผลิตเหรียญราคา 10 บาท ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2531 และได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก รวมทั้งมีการพัฒนาจัดทำเหรียญที่ระลึก ต่อเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบัน คือ 1. เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน (Circulated coins) เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ใช้หมุนเวียนกันอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน มี 9 ชนิดราคา คือ 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์, 25 สตางค์, 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ แต่ที่ใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมี 6 ชนิดราคา คือ 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท, 1 บาท, 50 สตางค์, 25 สตางค์ ส่วนเหรียญชนิดราคา 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ1 สตางค์ มีใช้ในทางบัญชีเท่านั้น 2. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก (Commemorative coins) เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ผลิตออกใช้ในวโรกาสและโอกาสที่สำคัญตทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือเหตุการณ์ระหว่างประเทศ โดยจัดทำ 2 ประเภท คือ ขัดเงา และไม่ขัดเงา ข้อแตกต่างระหว่างเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกก็คือการวางลวดลายด้านหน้าและด้านหลัง โดนเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนจะวางลวดลายแบบ American Turning ซึ่งจะต้องพลิกดูลวดลายด้านหลังในแนวดิ่ง สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกได้จัดวางลวดลายแบบ European Turning ซึ่งจะต้องพลิกในแนวนอนเพื่อดูลวดลายด้านหลัง 3. เหรียญที่ระลึก (Medal) เป็นเหรียญที่ผลิตขึ้นเนื่องในวโรกาสและโอกาสที่สำคัญต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างจากเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกตรงที่จะ ไม่มีราคาหน้าเหรียญ เนื่องจากมิใช่เงินตราจึงไม่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เหรียญทำมาจากอะไร กรมธนารักษ์ระบุว่า ปัจจุบัน มีเหรียญที่มีมูลค่าจริงสูงกว่าราคาหน้าเหรียญอยู่ 3 ชนิด คือ เหรียญ 25 สตางค์ เป็นเหรียญกษาปณ์สีแดงเรื่อ ใส้ในเป็นเหล็ก 99% ส่วนด้านนอกชุบด้วยทองแดง 1% เส้นผ่านศูนย์กลาง 16 มม. น้ำหนัก 1.9 กรัม มีต้นทุนการผลิตเหรียญละ 50 สตางค์ค่ะ เหรียญ 50 สตางค์ ผลิตจากโลหะผสมแบบเดียวกัน คือ ใส้ในเป็นเหล็ก 99% ด้านนอกชุบด้วยทองแดง 1% เช่นกัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 18 มม. และ มีน้ำหนักถึง 2.4 กรัม ต้นทุนการผลิตเหรียญละ 70 สตางค์ค่ะ เหรียญ 1 บาท ผลิตจากโลหะผสม มีสีขาว โดยใส้ในเป็นเหล็ก ส่วนด้านนอกชุบด้วยนิกเกิล มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 มม. น้ำหนัก 3 กรัม ต้นทุนการผลิตสูงถึงเหรียญละ 1.80 บาท ค่ะ ส่วนเหรียญที่มีต้นทุนการผลิตไม่ขาดทุน ซึ่งกรมธนารักษ์ไม่ระบุว่าต้นทุนเหรียญละเท่าไหร่ มีอยู่ 3 ชนิด คือ - เหรียญ 2 บาท เป็นโลหะสีทอง ซึ่งผลิตจากทองแดงผสมด้วยนิกเกิลและอลูมิเนียม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 21.75 มม. น้ำหนัก 4 กรัมค่ะ - เหรียญ 5 บาท เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว ผลิตจากโลหะผสมคือ ใส้ในเป็นทองแดง ส่วนด้านนอกเคลือบกด้วยนิกเกิล มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 24 มม. น้ำหนัก 6 กรัมค่ะ - เหรียญ 10 บาท เป็นเหรียญสีขาวกับสีทอง โดยวงนอกเป็นโลหะผสม คือ ทองแดงกับนิกเกิล วงในผลิตจากทองแดง นิกเกิล และ อะลูมิเนียม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 26 มม. หนัก 8.5 กรัมค่ะ ความหมายจากสัญญลักษณ์ที่อยู่ในเหรียญกษาปณ์ต่างๆ  ประกอบด้วยเหรียญ 10 บาท , 5 บาท , 2 บาท , 1 บาท , 50 สตางค์ , 25 สตางค์ , 10 สตางค์ , 5 สตางค์ และ 1สตางค์ ซึ่งลวดลายที่ปรากฏอยู่บนเหรียญนั้นจะเป็นลวดลายที่แสดงถึงสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยด้านหน้าเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีคำว่า ประเทศไทย เพื่อแสดงถึงสถาบันชาติ และด้านหลังเป็นรูปวัดต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อแสดงถึงสถาบันศาสนา โดยลวดลายวัดบนเหรียญกษาปณ์ชนิดต่างๆ มีดังนี้ เหรียญ 25 สตางค์ - วัดมหาธาตุ เป็นรูป พระบรมธาตุเจดีย์ วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและชาวพุทธทั่วไป ตัวเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำหรือทรงโอคว่ำ ได้รับอิทธิพลจากศิลปะลังกา มีความโดดเด่นอยู่ที่ยอดเจดีย์ซึ่งหุ้มด้วยทองคำแท้ พิธีที่นิยมปฏิบัติกันในช่วงวันมาฆบูชาและวันวิสาขบูชาของทุกปีก็คือ การแห่ผ้าขึ้นธาตุ ซึ่งจัดเป็นงานบุญประจำปีที่มีผู้คนทั่วทุกสารทิศมาร่วมสร้างกุศลกัน โดยมีความเชื่อว่า หากใครได้นำผ้าขึ้นธาตุแล้วนั้น ไม่ว่าจะขอพรเรื่องใดก็จะสำเร็จได้ดังหวัง และความมหัศจรรย์ที่เป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ด้วยก็คือ องค์พระบรมธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางใด เหรียญ 50 สตางค์ - พระธาตุดอยสุเทพ เป็นรูป “พระบรมธาตุ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และดินแดนล้านนาของไทย และถือเป็นหนึ่งในเจ็ดของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ในแถบภาคเหนือตอนบนและเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีมะแม โดยพระบรมธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมมิกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ในภายหลังได้มีการบูรณะ และสร้างฉัตรไว้ทั้งสี่มุมของพระบรมธาตุ อันหมายถึงสัญลักษณ์ของความร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ เหรียญ 1 บาท - วัดพระแก้ว เป็นรูป พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือพระศรีรัตนเจดีย์ ภายในวัดพระแก้ว ตั้งอยู่บนฐานไพที ทางทิศตะวันตก รูปแบบจำลองมาจากเจดีย์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ ณ พระราชวังกรุงศรีอยุธยา มีความสูงประมาณ 40 เมตร ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากลังกา เหรียญ 50 สตางค์ เป็นรูป พระบรมธาตุ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และดินแดนล้านนาของไทย และถือเป็นหนึ่งในเจ็ดของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ในแถบภาคเหนือตอนบนและเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีมะแม พระบรมธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมมิกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ในภายหลังได้มีการบูรณะ และสร้างฉัตรไว้ทั้งสี่มุมของพระบรมธาตุ อันหมายถึงสัญลักษณ์ของความร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ เหรียญ 2 บาท - ภูเขาทอง เป็นรูป พระบรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันดีในนาม ภูเขาทอง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แต่มาแล้วเสร็จลงในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีรูปแบบเป็นพระเจดีย์แบบกลม (ทรงลังกา) บนยอดเขา เพื่อให้เป็นเจดีย์ที่สูงใหญ่ของพระนคร ในภายหลังมีการบูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2509 โดยบุกระเบื้องโมเสกสีทองที่องค์พระเจดีย์ พร้อมกับมีการสร้างพระเจดีย์องค์เล็กๆ รายรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่ทั้ง 4 ทิศ และภายในพระเจดีย์องค์ใหญ่ยังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สำหรับงานประเพณีที่สำคัญของวัดสระเกศฯ ก็คือ งานวัดภูเขาทอง ที่จะจัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี โดยจะมีการห่มผ้าแดง งานสมโภชน์องค์พระบรมสารีริกธาตุ และเทศกาลงานวัดในคราวเดียวกัน เหรียญ 5 บาท - วัดเบญจมบพิตร เป็นรูป พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามที่นับว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีเอกลักษณ์ตรงที่ใช้วัสดุแบบตะวันตก มาสร้างสถาปัตยกรรมแบบไทย จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบของศิลปะไทย สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากประเทศอิตาลี โดยสร้างเป็นทรงจตุรมุข หลังคาซ้อน 4 ชั้น บริเวณหน้าต่างของพระอุโบสถมีการใช้กระจกและมีการเขียนสีลงบนกระจก ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบไทยอย่างลงตัว ภายในประดิษฐานพระพุทธชินราช (จำลอง) เป็นพระประธาน อยู่ภายใต้รัตนบัลลังก์บรรจุพระสรีรางคารของรัชกาลที่ 5 เหรียญ 10 บาท - วัดอรุณราชวราราม เป็นรูป พระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามโดยวัดอรุณฯ เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา สำหรับองค์พระปรางค์นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดฯ ให้สร้างขึ้นแทนพระปรางค์ที่มีอยู่เดิม จนมาแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระปรางค์ และให้มีการจัดงานฉลองขึ้น โดยทรงสถาปนาวัดอรุณฯ ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกอันดับหนึ่ง และเสด็จพระราชดำเนินมาทอดผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นครั้งแรก จ่อเปลี่ยนหน้าเหรียญกษาปณ์ใหม่ นอจากนี้ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2557 กรมธนารักษ์  กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมธนารักษ์กำลังศึกษาแนวทางการเปลี่ยนซีรีส์ หรือรูปแบบเหรียญทั้ง 9 ชนิด ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาทิ เหรียญ 25 สตางค์, เหรียญ 50 สตางค์, เหรียญบาท, เหรียญ 2 บาท, เหรียญ 5 บาท และเหรียญ 10 บาท เนื่องจากเหรียญดังกล่าวออกมาใช้เป็นเวลานานแล้ว จึงมีสภาพสึกและเปลี่ยนยุคไปบ้าง ส่วนบางเหรียญก็มีปัญหาต่อการใช้จ่าย เพราะประชาชนบางคนอาจจะแยกรูปลักษณ์ของเหรียญไม่ออก เช่น เหรียญบาทกับเหรียญ 2 บาท ทั้งนี้ สำหรับการเปลี่ยนซีรีส์เหรียญดังกล่าว ต้องศึกษารูปแบบจากหลายประเทศและยังต้องให้ความร่วมมือกับอังกฤษในการผลิต เหรียญกษาปณ์ เพราะอังกฤษเป็นผู้ผลิตเหรียญกษาปณ์รายใหญ่ให้กว่า 20 ประเทศทั่วโลก อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบหลักการในการร่วมมือกับอังกฤษในการผลิตเหรียญแล้ว โดยเหรียญกษาปณ์ที่เตรียมผลิตใหม่จะต้องมีคุณสมบัติหยิบจับง่าย มีส่วนผสมสารกันเปื้อนสนิม ไม่สกปรกง่าย และรูปแบบต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ส่วนการปลอมแปลงเหรียญกษาปณ์ทำได้ยาก เพราะมีต้นทุนสูงในการทำเพลท ทั้งนี้ เมื่อทำการศึกษารูปแบบและแนวทางการผลิตได้แล้ว ก็เตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาเห็นชอบต่อไป คราวนี้เราก็คงต้องรอดูการเปลี่ยนแปลงของหน้าเหรียญกษาปณ์ใหม่อีกทีนะคะ ว่าจะมีออกมาใหม่หรือไม่และจะออกมาใช้ได้เมื่อไร สัญลักษณ์บนหน้าเหรียญเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ถ้ามีข้อมูลปุบ ทีนเอ็มไทยจะรีบมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันแน่นอน แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใหม่จริงๆ สิ่งที่เราควรทำอย่างแรกเลยก็คือ เก็บสะสมเหรียญแบบเดิมที่มีไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นของหายาก และเป็นของเก่าแก่ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูแน่นอน ข้อมูลและภาพ pantip, wikipedia, ohozaa, mcot, sator4u

อดีต ส.ส.เพื่อไทย บุกพบ
ประยุทธ์ /  ผลกระทบ / 

อดีต สส.พรรคเพื่อไทย  บุก ทำเนียบขอพบนายกรัฐมนตรี พิจารณาทบทวนปรับเปลี่ยนเส้นทางสถานีปลายทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู หลังผลกระทบประชาชนจำนวนมาก วันที่ 15 มกราคม เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานมูลนิธิคนรักเมืองมีน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์, นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงษ์,นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์,นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. ในพื้นที่ดังกล่าว ขอเข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีการพิจารณาทบทวนปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูเฉพาะสถานีที่ 29 (ตลาดมีนบุรี) เพื่อให้เลี้ยวซ้ายจากถนนรามอินทรา ไปยังถนนสุวินทวงศ์ เนื่องจากพื้นทีดังกล่าว มีพี่น้องประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่นมากกว่าในตลาดมีนบุรีที่รถไฟฟ้าจะเข้าไปจอด การเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุวินทวงศ์ จะเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคต ปัจจุบันถนนสุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) อยู่ในระหว่างปรับปรุงให้เป็นถนน8ช่องทางเดินรถ ผ่านเขตหนองจอกไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ถนนดังกล่าวมีถนนร่วม และซอยแยกต่างๆเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนหนาแน่นมา เช่น ถนนหทัยราษฎร์ ออกสู่ถนนสายพหลโยธิน และถนนสุขาภิบาล 5 ถนนสามวา และถนนนิมิตใหม่ออกสู่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ถนนราษฎร์อุทิศไปสู่เขตหนองจอก ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวจะมีประชาชนอาศัยหนาแน่นมากขึ้นทุกวัน พร้อมแสดงรายงานสวนดุสิตโพลล์ ได้ทำการสำรวจ จากประชาชน ในพื้นที่ดังกล่าว พบว่าร้อยละ 82.35 ต้องการให้เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู เลี้ยวซ้ายจากถนนรามอินทรา ไปยังถนนสุวินทวงศ์ เพื่อรับคนกว่า 2 แสนคนที่ อยู่บริเวณดังกล่าว อีกทั้งคณะกรรมาธิการฯ ในสภาชุดที่แล้วที่พิจารณาระบบโครงการรถไฟฟ้า ก็ได้ลงพื้นที่ศึกษาแล้วต่างมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าสมควร จะจัดสร้างสถานีที่29 ไปยังถนนสุวินทวงศ์ และใช้เป็นสถานีซ่อมบำรุงด้วย ซึ่งนอกจากจะลดปัญหาการจราจรที่ประชาชนนำรถเข้าในเมือง และจะทำให้เศรษฐกิจย่านกรุงเทพฝั่งตะวันออกดีขึ้น และในอนาคตอันใกล้จะทำให้รถไฟฟ้าสายนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังเขตหนองจอกและจังหวัดฉะเชิงเทราได้ง่ายขึ้น ขอบคุณข้อมูลและภาพ มติชน 

บิ๊กเนจัดเต็ม! บิดประวัติศาสตร์ ซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ
ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต /  ซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ / 

บิ๊กเนจัดเต็ม! บิดประวัติศาสตร์ ซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ขึ้นชื่อว่า "บิ๊กเน" นายเนวิน ชิดชอบ ต้องจัดหนักจัดเต็มอยู่แล้ว โดยล่าสุดได้แถลงพร้อมกับสัมภาษณ์พิเศษกับเหล่าบรรดาสื่อมวลชนเกี่ยวการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2015 สนามที่ 2 ครั้งแรกในประเทศไทย ที่โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการมอเตอร์ไซค์ทางเรียบของไทย ความพร้อมของช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ FIM มาตรวจสอบสภาพความพร้อม และรับรองให้เป็นสนามระดับ เอฟ ไอ เอ็ม เกรดเอ เรียบร้อยแล้ว รวมถึงจัดอบรมและสัมมนาการทำงานของกรรมการภาคสนามเพื่อเตรียมความพร้อม โดยจะแข่งขันระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2558 ถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 13.00-14.00 น. ซึ่งไทยเป็นชาติที่ 24 ในโลกที่ได้จัดแข่งขัน และจัดเป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยจะมีนักแข่งของไทยถึง 5 คนลงแข่งขัน เป็นไวด์การ์ด 4 คน จากยามาฮ่า ได้แก่ เฉลิมพล ผลไม้ และ เดชา ไกรศาสตร์ ขณะที่ ฮอนด้า ได้แก่ จักกฤษณ์ แสวงสวาท และ รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ ด้านอีกคนคือ “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ที่แข่งอยู่ในซีรี่ส์นี้อยู่แล้ว สำหรับบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด บรรลุสัญญากับ ดอร์น่า ดับเบิลยูเอสบีเค ออร์แกไนเซชั่น (DWO) ผู้ดูแลลิขสิทธิ์การแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2015-2017 ส่วนบัตรเข้าชมการแข่งขัน แฟนความเร็วชาวไทย สามารถซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ ทิคเก็ต ใน เซเว่น อีเลเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิส ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.allticketthailand.com บัตร VIP LOUNGE ราคา 3,000 บาท สำหรับ 1 วัน / 5,000 บาท สำหรับ 3 วัน บัตร Grandstand ราคา 1,500 บาท สำหรับ 1 วัน / 2,000 บาท สำหรับ 3 วัน และบัตร Side Stand 300 บาท สำหรับ 1 วัน / และ 500 บาท สำหรับ 3 วัน เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 มกราคมนี้ เป็นต้นไป

ไอเอส แพร่คลิปสังหารตัวประกันญี่ปุ่นแล้ว 1
ตัวประกันญี่ปุ่น /  เคนจิ โกโตะ / 

กลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนไอเอส แพร่คลิปสังหารตัวประกันชาวญี่ปุ่นแล้ว 1 ด้านทางการยุ่นยันเป็นของจริง หลังมีข่าวลือหนาหูว่าอาจเป็นคลิปปลอม สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส ได้มีการเผยแพร่คลิปสังหารตัวประกันชาวญี่ปุ่นแล้ว 1 ราย หลังเรียกร้องเงินค่าไถ่จำนวน 200 ล้านดอลลาร์ ภายใน 72 ชั่วโมง แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยคลิปดังกล่าวเผยแพร่เป็นภาพของนายเคนจิ โกโตะ นักข่าวอิสระ อายุ 47 ปี ซึ่งถือภาพศพนายฮารูนะ ยูคาวะ อายุ 42 ปี ในสภาพศพถูกฆ่าตัดคอ ซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปไม่นาน ก็ถูกลบทิ้งไปจนทำให้มีเสียงลือว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปปลอมเพราะ ไม่มีสัญลักษณ์ของกลุ่มปรากฏในคลิป ขณะที่ทางการญี่ปุ่นได้ออกมายืนยันในเวลาต่อมา โดยเชื่อว่าคลิปที่ถูกเผยแพร่เป็นคลิปจริง ภายหลังได้ตรวจสอบภาพจากวิดีโอ ทำให้นายกรัฐมนตรีอาเบะ เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉิน และประณามการสังหารตัวประกันญี่ปุ่นว่าไร้เหตุผลและไม่สามารถให้อภัยได้ ยืนยันญี่ปุ่นจะไม่ก้มหัวให้กลุ่มก่อการร้าย MThai News

5 ที่สุดคดีในประวัติศาสตร์ของเอฟบีไอ
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เราจะรู้กันดีว่า สำนักงานสอบสวนกลาง หรือที่เราเรียกกันว่า FBI นั้นเก่งในเรื่องสืบสวนสอบสวน ดังไปทั่วโลก ไขคดีต่างๆมามากมาย วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปดู 5 ที่สุดคดีในประวัติศาสตร์ของเอฟบีไอ กันคะ บอกเลยว่าอาชญากรในสมัยก่อนนั้นก็ไม่ธรรมดา ตำรวจ เอฟบีไอ ต้องไล่ล่าตามจับกันให้วุ่นทีเดียว >,< ในยุคสมัยก่อนนั้น FBI ต้องเข้าทำคดีที่หลากหลายมากๆ เช่น สมัยสงครามโลกเน้นคดีจารกรรม ยุคถัดมาเน้นคดีอันธพาลครองเมือง ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เน้นคดีเกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์และฟาสซิสต์ ต่อมาเน้นคดีอาชญากรรมด้านการเงิน และปัจจุบันเน้นอาชญากรรมระหว่างประเทศ การก่อการร้าย คดียาเสพติด และการฟอกเงิน รวมถึงเอฟบีไอก็ยังต้องพบเจอกับอาชญากรตัวบิ๊กๆ อีกหลายตัวเลย เช่น บินลาเดน, ไดเวอร์ ขุนส่า ฯลฯ 5 ที่สุดคดีในประวัติศาสตร์ของเอฟบีไอ อัล คาโปน เจ้าพ่อที่เหนือเจ้าพ่อ อัล คาโปน เขาเป็นนักธุรกิจ หัวหน้าแก๊ง และจอมวายร้าย ในช่วงทศวรรษที่ 20-30 เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในทำเนียบ "เจ้าพ่อมาเฟีย"ในสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ที่ FBI มีแฟ้มประวัติอาชญากรรมของเขาหนานับพันหน้า แต่ไม่เคยเอาผิดเขาได้เลยสักครั้ง และความฉลาดเอาตัวรอดของเขา แต่อัลคาโบนดันมาตายน้ำตื้นจากข้อหาที่เจ้าหน้าที่ที่ยัดความผิดข้อหาเดียวคือ "หลีกเลี่ยงภาษี" จนกระทั้งถูกส่งตัวไปยังคุกอัคาทราซแบบไม่เกิดเลย แต่ถึงอย่างไร อัล คาโปน ยังมีนิสัยน่ารักอย่างหนึ่งคือเขาไม่เคยทำให้ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อนเลยยกเว้นกับคู่อริที่เห็นเมื่อไหร่เป็นต้องยิงทิ้ง แต่เขาก็สั่งไม่ให้ฆ่าเด็ก ผู้หญิง คนแก่ และครอบครัวของคู่อริด้วย โอ้...ช่างน่ารักจริงๆ จอห์น ดิลลิงเจอร์ สุภาพบุรษจอมโจร อันนี้เป็นสื่อมวลชนตั้งฉายากันไปเอง เพื่อเป็นสัญลักษณ์การค้าครับ กับ จอห์น ดิลลิงเจอร์ หัวหน้าแก๊งโจรปล้นธนาคารที่โด่งดังที่สุดในเขตรัฐโอไฮโอและอินเดียน่า ในช่วงทศวรรษที่ 1930 เพราะตลอดเพียงปีเดียวของการก่ออาชญากรรม จอห์น ดิลลิงเจอร์ และแก๊งของเขาปล้นธนาคารถึง 22 ครั้ง ได้เงินไปราว 3 แสนกว่าดอลลาร์ นอกจากนั้นยังยิงเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนบริสุทธิ์เสียชีวิตอีก 15 คน บาดเจ็บอีก 17 คน เขาเคยถูกจับ 3 ครั้ง แต่หนีออกมาได้ทุกครั้ง จนทำให้ผู้อำนวยการ FBI ถึงกับต้องออกประกาศทางวิทยุด้วยตนเองประกาศจับว่า "มันคือขุนโจรร้ายแห่งยุคและเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของชาติ" บอนนี และไคลด์ คู่แท้จอมโจร พวกเขาเป็นสองคู่หูจอมโจรชื่อดังที่เคยสร้างความปั่นป่วน แก่ตำรวจทั่วทั้งเท็กซัสและละแวกรัฐใกล้เคียงมาตลอด 2 ปี วีรกรรมของพวกเขาน่ะสุดยอดเลย ทั้งยิงนายอำเภอและผู้ช่วยนายอำเภอ และฆ่าคนจำนวนมากเพียงแค่เงินจำนวนน้อยนิด แต่ถึงแม้พวกเขาจะตายไปนานแล้ว พวกคนในท้องถิ่นก็ยังไม่ลืมความทรงจำของพวกเขาได้ ถึงกับสร้างรูปปั้นเป็นวีรบุรุษในท้องถิ่นเลยที่เดียว เพร็ทตี บอย ฟลอยด์ ฆาตกรหมู่ที่แคนซัส เช้าตรู่วันที่ 17 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1933 ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่า นี้เป็นอาชญากรรมของ FBI ก็เป็นบันทึกลงในแฟ้มอาชญากรรมของ FBI เมื่อเจ้าหน้าที่ 3 คน สารวัตรสืบสวนตำรวจโอคลาโฮมา 1 นาย ถูกฆาตกรรมกลางแจ้งขณะควบคุมจอมอาชญากรที่ก่อคดีมากมายคนหนึ่งกลับสู่เรือนจำ หลังจากหลบหนีมานานถึง 3 ปี คดีนี้ช็อกคนทั่วแคนซัส ซิตีทั้งเมืองเพราะมันเกิดขึ้นกลางเมืองต่อหน้าสาธารณชนมากมาย ทำให้นำไปสู่การจับตายมือปืนที่เป็นต้นเหตุนาม ชาร์ลส์ อาร์เธอร์ ฟรอยด์ หรือฉายา เพร็ตตี บอย ในเวลาต่อมา แบบไล่ล่าแบบพลิกแผ่นดินเลยครับ คดีลักพาตัวหนูน้อย ลินด์เบริก หลังอาทิตย์ตกดินวันที่ 1 มีนาคม ปี ค.ศ. 1932 ราวสองทุ่มที่เย็นฉ่ำด้วยฝนตกโปรยปราย คฤหาสน์ของนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงชื่อ ชาร์ลส์ ออกุสตุส ลินด์เบิร์ก ใกล้กับโฮปเวลล์ นิวเจอร์ซี ถูกบุกรุกโดยคนแปลกหน้า มันเข้าไปลักพาตัวหนูน้อย ชาร์ลส์ เอ. ลินด์เบริร์ก จุเนียร์ วัย 1 ขวบ โดยที่ทุกคนในบ้านไม่รู้ตัว พร้อมมีจดหมายเรียกค่าไถ่เงินนับล้านดอลลาร์ถ้าไม่ทำไม่งั้นเด็กตาย ตำรวจทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแลกตัวหนูน้อยแต่ผลสุดท้ายกับได้ศพสยองแทน หนูน้อยนั้นตายตั้งแต่วันที่รักษาตัวแล้วล่ะ ดังนั้นทาง FBI จึงตั้งสืบสวนอย่างหนักเพื่อสืบสวนคดีที่ซับซ้อนนี้ให้ได้ด้วยการเดิมพันกับชื่อเสียงของ FBI เลยทีเดียว ขอบคุณที่มา http://www.soccersuck.com/boards/topic/998118