สวนสุนันทา

มรภ.สวนสุนันทาVSมรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ต้นกำเนิดวิทยาลัยครู
ครุศาสตร์ /  ต้นกำเนิดวิทยาลัยครู / 

มรภ.สวนสุนันทาVSมรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ต้นกำเนิดวิทยาลัยครู ...เรามาดูกันว่ามหาวิทยาลัยที่มีต้นกำเนิดจากวิทยาลัยครูจนปัจจุบันมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีชื่อเสียงในไทยมากที่สุดทั้งสองสถาบันนี้ จะมีความโดดเด่นด้านไหนกันบ้าง มรภ.สวนสุนันทาVSมรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ต้นกำเนิดวิทยาลัยครู มรภ.สวนสุนันทา ประวัติความเป็นมา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ตั้งอยู่ในพื้นที่วังสวนสุนันทา อันเคยเป็นเขตพระราชฐานของพระราชวังดุสิตในรัชกาลที่ 5 มาก่อน โดยมีรากฐานมาจาก โรงเรียนฝึกหัดครูประถมหญิงแห่งแรกของประเทศไทย จนมีการสถาปนาเป็น โรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 เปิดสอน ประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) ต่อมาจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็น วิทยาลัยครูสวนสุนันทา ในปี พ.ศ. 2518 ได้เปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต และในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 จากสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา ได้ยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา” นับแต่นั้นเป็นต้นมา หลักสูตรคณะที่เปิดสอน คณะที่เปิดสอนทั้งหมดมี 13 คณะ ได้แก่ -    คณะครุศาสตร์ -    คณะวิทยาการจัดการ -    คณะศิลปกรรมศาสตร์ -    คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม -    คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี -    คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ -    วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ -    วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ -    วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน -    วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ -    วิทยาลัยนานาชาติ (หลักสูตรนานาชาติ) -    วิทยาลัยการภาพยนตร์ ศิลปะการแสดง และสื่อใหม่ (หลักสูตรนานาชาติ) -    วิทยาลัยการปกครอง โดยคณะครุศาสตร์ มีหลักสูตร 4 ปี ได้แก่ -    สาขาวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา มีหลักสูตร 5 ปี ได้แก่ -    สาขาวิชาสังคมศึกษา -    สาขาวิชาภาษาไทย -    สาขาวิชาภาษาอังกฤษ -    สาขาวิชาคณิตศาสตร์ -    สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย -    สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป จุดเด่นของมหา’ลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งแรกที่ได้รับรอง ISO 9001 และ ISO 14000 ด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากรอบๆ มหาวิทยาลัยมีทัศนียภาพที่มีความร่มรื่น และยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับการรณรงค์เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม และล่าสุดมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในเดือน ก.ค.2014 ยังได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 17 ของประเทศ อันดับที่ 1863 ของโลกในการจัดอันดับจาก Ranking Web of Universities นอกจากนี้ถ้าพูดถึงคณะครุศาสตร์ก็ต้องนึกถึงที่นี่เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากที่นี่มีทั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย, โรงเรียนประถมสาธิตฯ สวนสุนันทา และโรงเรียนมัธยมสาธิตฯ สวนสุนันทา ที่นักศึกษาสามารถเข้าไปเรียนรู้การเรียนการสอน และการฝึกหัดครูได้ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทายังมีการพัฒนาตนเข้าสูงความเป็นผู้มีศักยภาพในด้านการศึกษา เพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพื่อให้นักศึกษามีคุณภาพ และตอบสนองความต้องการของสังคม สามารถแข่งขันกับมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศได้ เครดิต : th.wikipedia.org/wiki/มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประวัติความเป็นมา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นสถานศึกษาที่ก่อตั้งมานานถึง 119 ปี สถานศึกษานี้เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่จะตั้งโรงเรียนแบบ public school ของอังกฤษโดยโปรดให้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการ เดิมพื้นที่ตั้งเป็นจวนของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุญนาค) ซึ่งพระยาสีหราชเดโชชัย หลานปู่ของสมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้น้อมเกล้าฯ ถวายไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2433 เป็นที่กว้างขวางใหญ่โตเห็นสมควรจัดตั้งเป็นโรงเรียน ให้ชื่อว่า โรงเรียนราชวิทยาลัย เปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2439 และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสถาบันใหม่ว่า “สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา” หลักสูตรคณะที่เปิดสอน คณะที่เปิดสอนทั้งหมดมี  คณะ ได้แก่ -    คณะครุศาสตร์ -    คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี -    คณะวิทยาการจัดการ -    คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ -    บัณฑิตวิทยาลัย โดยคณะครุศาสตร์ มีหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต 5 ปี ได้แก่ -    สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย -    สาขาวิชาภาษาไทย -    สาขาวิชาภาษาอังกฤษ -    สาขาวิชาคณิตศาสตร์ -    สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป -    สาขาวิชาสังคมศึกษา -    สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา -    สาขาวิชาดนตรีศึกษา -    สาขาวิชานาฏยศิลป์ศึกษา -    สาขาวิชาพลศึกษา จุดเด่นของมหา’ลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นในเรื่องคณะครุศาสตร์ เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยที่มีการเปิดสอน การฝึกหัดครูมาเป็นเวลายาวนานกว่า 100 ปี และมีการผลักดันทางการศึกษาเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับกับ AEC ในปัจจุบัน ยังรวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพด้านการเรียนการสอนให้มีความทันสมัย มีเทคโนโลยีเข้ามาประกอบการเรียนการสอน โดยมหาวิทยาลัยมีความมุ่นมั่น ทุ่มเท ตั้งเป้าให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพการบริหารจัดการการศึกษาบนฐานองค์ความรู้สู่การเป็นมหาวิทยาลัยสากลชั้นนำ (World-Class Quality University) เพื่อให้นักศึกษามีความเป็นมืออาชีพ และเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ เปี่ยมด้วยคุณธรรม มีทักษะวิชาการทางภาษาและเทคโนโลยี พร้อมเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน และประชาคมโลก และยังสามารถเป็นแบบอย่างเป็นแหล่งเรียนรู้ สืบสานความเลิศด้านวิชาการ ภาษา ศิลปวัฒนธรรม และกีฬา และมหาวิทยาลัราชภัฏบ้านสมเด็จฯ ยังมีการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการวิจัย และวิชาการ (Research and Academic Hub) ระดับนานาชาติ ที่เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในประเทศ กลุ่มอาเซียน และระดับโลก เน้น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับนักวิจัย นักวิชาการ ดีเด่น ระดับประเทศและระดับสากล, พัฒนาศูนย์ภาษานานาชาติที่ส่งเสริมการเรียนรู้และวิจัยเกี่ยวกับภาษาทุกภาษา, พัฒนาศูนย์นอกที่ตั้ง/วิทยาเขต ที่ได้มาตรฐานระดับสากล เน้นการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และองค์ความรู้สากล ต่อยอดวิชาชีพครูตามความสมัครใจของผู้เรียนของมหาวิทยาลัย และของวิทยาเขต (โครงการช้างเผือก) เครดิต : th.wikipedia.org/wiki/มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ติดตาม Campus Battle ได้ที่นิตยสาร Campus Star No.28 Facebook : www.facebook.com/campusstar

Top 10 โครงการรับตรง
ตารางสอบ /  นักศึกษา / 

น้องๆคนไหนที่กำลังมองหาที่เรียนต่อ วันนี้ teen.mthai มี Top 10 โครงการรับตรง มาฝากน้องๆกันคะ เผื่อว่าใครสนใจ หรือเก็บไว้เป็นตัวเลือกในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ^^ Top 10 โครงการรับตรง  1. รับตรง โครงการส่งเสริมโอกาสศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน จังหวัดนครปฐม ประจําปีการศึกษา 2557 >>> รายละเอียดทั้งหมด 2. รับตรง โครงการพิเศษหลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีการศึกษา 2557 >>> รายละเอียดทั้งหมด 3. รับตรง โครงการพิเศษ หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นประจำปีการศึกษา 2557 (กลุ่ม 2 และ กลุ่ม 3) >>> รายละเอียดทั้งหมด 4. รับตรง (รอบ 2) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปีการศึกษา 2557 >>> รายละเอียดทั้งหมด  5. รับตรง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีการศึกษา 2557 >>> รายละเอียดทั้งหมด 6. รับตรง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีการศึกษา 2557 >>> รายละเอียดทั้งหมด 7. รับตรง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ปีการศึกษา 2557 >>> รายละเอียดทั้งหมด 8. รับตรง หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ปีการศึกษา 2557 >>> รายละเอียดทั้งหมด 9. โครงการรับตรง หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาดิจิทัลมีเดีย(หลักสูตรนานาชาติ) โครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์ ปีการศึกษา 2557 >>> รายละเอียดทั้งหมด 10. รับตรง สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ ปีการศึกษา 2557 >>> รายละเอียดทั้งหมด ที่มา Eduzones.com

อธิการฯม.สวนสุนันทาแถลง!เสียใจรุ่นพี่รับน้องแรง
อธิการบดี /  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา / 

รศ.ดร.ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา แถลงข่าวกรณี น.ศ.ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาเทคโนโลยีการพิมพ์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รับน้อง ด้วยการ หยดน้ำตาเทียนใส่แขน

ทำความเข้าใจ มหาวิทยาลัยนอกระบบ คืออะไร?
ข่าวการศึกษา /  มหาวิทยาลัยนอกระบบ / 

เพื่อนๆ คงจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติใหม่ 4 ฉบับ เรื่องมหาวิทยาลัยนอกระบบ ของ 4 มหาวิทยาลัยได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. 2558 กันไปแล้ว แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า มหาวิทยาลัยนอกระบบคืออะไร มีที่มาที่ไป และข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง รวมทั้งในปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยนอกระบบ แล้วกี่มหาวิทยาลัย วันนี้ทีนเอ็มไทยมีคำตอบให้เพื่อนๆ แล้วค่ะ...ทำความเข้าใจ มหาวิทยาลัยนอกระบบ คืออะไร? ทำความเข้าใจ มหาวิทยาลัยนอกระบบ คืออะไร? "มหาวิทยาลัยนอกระบบ" คือ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่มีการบริหารการจัดการอิสระแยกจากระบบราชการ (autonomous university) แต่ยังได้รับเงินอุดหนุนทั่วไป (block grant) ที่รัฐจัดสรรให้เป็นรายปีโดยตรง เพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย และเพื่อประกันคุณภาพการศึกษา แนวความคิดที่จะนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบนั้น มีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2507 ซึ่งผู้บริหารและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้ยื่นหลักการต่อ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่ได้รับการเห็นชอบ เพียงแต่ได้มีการจัดตั้ง "ทบวงมหาวิทยาลัย" ขึ้น เพื่อดูแลมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แทน "สำนักนายกรัฐมนตรี" ดังนั้น ในยุคนี้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ จึงได้ย้ายไปสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย จากเดิมที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยก็ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายระเบียบของระบบราชการเช่นเดิม ซึ่งทำให้ขาดความคล่องตัวในการดำเนินงาน จึงได้มีความพยายามที่จะนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการเรื่อยมา ต่อมาในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ โดย ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีศึกษาธิการ ก็ได้เสนอ ครม.และ สนช. ให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐของแต่ละมหาวิทยาลัยอีกครั้ง โดยมหาวิทยาลัยนอกระบบมีข้อดีข้อเสีย ดังนี้ ข้อดี - เพื่อเกิดความคล่องตัวในการบริหารมหาวิทยาลัยมากขึ้น - เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล - มหาวิทยาลัยสามารถเปิดหลักสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานได้ - สวัสดิการของบุคลากรในมหาวิทยาลัยเทียบเท่าเอกชน ข้อเสีย - นักการเมืองมีบทบาทในมหาวิทยาลัยมากขึ้น เนื่องจากงบประมาณส่วนหนึ่งยังต้องขอรับการจัดสรรจากรัฐบาล - ค่าเล่าเรียนอาจเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นการตัดโอกาสทางการศึกษาของผู้มีรายได้น้อยทางอ้อม - คณะหรือหลักสูตรที่ไม่คุ้มทุนในการเปิดสอน อาจจะต้องปิดตัวลง - การบริหารงานของฝ่ายบริหารอาจจะไม่โปร่งใส ตรวจสอบได้ยาก - เนื้อหาของร่าง พรบ. มีลักษณะเป็นกฎหมายบริหารจัดการทรัพย์สินที่ดิน ไม่ได้เป็นการบริหารจัดการการศึกษาแต่อย่างใด **โดยข้อเสียเหล่านี้เอง จึงทำให้มีนิสิตนักศึกษาไม่เห็นด้วยจำนวนมาก กับการที่สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ จึงทำให้มีเพจ แนวร่วมนิสิตนักศึกษาคัดค้าน ม.นอกระบบ เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้มียอดไลค์จำนวน 9 พันกว่าไลค์แล้ว ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับ 16 แห่ง และเพิ่มมาใหม่ อีก 4 แห่ง ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบบราชการหรือไม่อยู่ในสายการบังคับบัญชาของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ออกนอกระบบตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย, มีผล 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2533) เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (ออกนอกระบบตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย, มีผล 8 เมษายน พ.ศ. 2535) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มีผลวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2540) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มีผลวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2540) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (ออกนอกระบบตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย, มีผลวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2541) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ออกนอกระบบวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2541) มหาวิทยาลัยมหิดล (มีผลวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2550) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มีผลวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2550) มหาวิทยาลัยบูรพา (มีผลวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2551) มหาวิทยาลัยทักษิณ (มีผลวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (มีผลวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มีผลวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (มีผลวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2551) มหาวิทยาลัยพะเยา (ออกนอกระบบตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย, มีผลวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553) มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (ออกนอกระบบตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย, มีผลวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553) สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา (ออกนอกระบบตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งสถาบัน, มีผลวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555) และล่าสุดมีรายงานจากเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา  ได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติใหม่ 4 ฉบับ เล่ม 132 ตอนที่ 66 ก ลงวันที่ 17 ก.ค. 2558  เรื่องมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มีผลวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มีผลวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558)  มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มีผลวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558)  เป็น มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบเดิม โดยที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้เปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต แทน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มีผลวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558) ทั้งนี้ ยังมีอีก 5 สถาบันอุดมศึกษาที่มีร่างพระราชบัญญัติของสถาบันอยู่ในขั้นตอนต่างๆ ได้แก่ 1. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร  2. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนสุนันทา  3. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 4. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  5. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาล

แรง! ฉะคลิปรับน้องม.ดัง สะท้อนความไร้น้ำยาการศึกษาไทย
กล้วยทับ /  คลิปเต้นกล้วยทับ / 

อัดยับ! คลิปเต้นกล้วยทับ ม.ดัง สะท้อนความไร้น้ำยาวงการศึกษาไทย  บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจาก ผศ.ดร.ธเนศ เวศร์ภาดา ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีรับน้องที่มีการเต้นไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ในขณะนี้ โดยเผยว่า 1.เหตุใดผู้บริหารสถาบันจึงต้องออกข่าวแก้ต่างว่าเป็นนักศึกษาชายกับนักศึกษาสาวประเภทสอง เป็นคำแก้ต่างที่ไม่ฉลาดเลย ภาพในคลิปเป็นเด็กผู้หญิงแน่นอน ในยุคที่โซเชียลมีเดียทรงพลังเช่นนี้ ทุกคนได้เห็นหลักฐานชิ้นเดียวกัน คนที่เห็นข่าวทั้งประเทศกินข้าวไม่ได้กินหญ้า!!! 2.ปลัดกระทรวง ศธ. พูดอะไร? "ทั้งนี้มีการยืนยันว่าในคลิปไม่มีผู้หญิงเลยแม้แต่คนเดียว ขอให้สังคมออนไลน์หยุดวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำเติมนักศึกษา" ถ้าคำพูดนี้เป็นคำพูดของปลัดกระทรวง ศธ.จริง คงต้องบอกว่ามันสะท้อนความปัญญาอ่อนของคนที่ดูแลการศึกษาของชาติอย่างยิ่ง ช่วยแหกพระเนตรดูว่าไม่มีเด็กผู้หญิงจริงหรือ แล้วประโยคที่ขอให้สังคมออนไลน์หยุดวิจารณ์ วิเคราะห์ประโยคนี้ได้ 2 ทาง 1) พูดด้วยทัศนคติของคนที่คิดว่าตัวเองทรงอำนาจ เป็นศูนย์กลางของอำนาจ ซึ่งเป็นมายาคติอย่างยิ่ง 2) พูดแบบคนอ่อนต่อโลกเสียจริงที่ไม่รู้ว่าโลกสังคมออนไลน์ทรงพลังมากเพียงใด 3.งานนี้ สกอ. เป็นตัวละครที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย งานนี้ตัวละครตัวนี้เล่นบทบาทเป็นนักแสดงรับเชิญประเภทผู้คุมกฎของสถาบันการศึกษาทุกแห่ง ซึ่งบางทีตัวละครแบบนี้ก็เป็นตัวละครแบบ cliche คือซ้ำซากน่าเบื่อ ไม่ต้องเผือกเสนอหน้ามาก็ได้ ตัวก็เป็น"ผู้ร้าย" ของสังคมในเรื่องของการประกันคุณภาพการศึกษาอยู่ ควรจะอยู่นิ่งๆ นอกจากนี้ มันสะท้อนให้เห็นว่า ม.ค.อ.1-7 เป็นเพียงกระดาษที่ไร้ประสิทธิภาพ หลุมดำหลุมขาวที่ต้องแสดงให้เห็นวิชานั้นๆ มีสอนเรื่องจริยธรรม ทักษะต่างๆ นั้นเป็นกลไกที่คิดขึ้นจากคนที่ว่างงาน และคนที่หลงวนว่ายอยู่กับหลักการ (กลวงๆ) สรุปข้อ 3 สกอ.ช่วยไปตายที่ไหนก็ได้ รีบๆ ไปเลย ไม่ต้องเสนอหน้าเล่นบทบาทผู้คุมกฎที่ไร้น้ำยาเถอะ ที่มา เฟซบุ๊ค  ผศ.ดร.ธเนศ เวศร์ภาดา ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อุต๊ะ! นาธาน โอมานวัยเด็ก ชุดนักเรียนใสๆ
ดาราตอนเด็ก /  นาธาน โอมาน

 นาธาน โอมาน เริ่มแรกนั้นหลายคนรู้จักเขาในฐานะนักร้องมีเพลงฮิตเพราะๆ ออกมาให้เหล่าแฟนยุค 90 (อุปส์) ได้ฟังกัน ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม Nathan และ สิ่งที่เรียกว่าหัวใจ ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีข่าวเสียหายจนทำให้เขากลายเป็น คนดังจอมลวงโลก ซึ่งปัจจุบันเขาก็ได้กลับเนื้อกลับตัว เดินทางเข้าสู่วงการอีกครั้งพร้อมกับ เทรนด์แฟชั่นล้ำ(โลก) ไม่ว่าจะเป็น คิ้วหลายมิติ(ที่ไม่คิดว่าจะมีคนทำ) รวมถึงแฟชั่นเสื้อผ้ากับรองเท้าส้นสูง บอกได้คำว่าว่า เริ่ดมากคะขุ่นแม่! วันนี้ทีนเอ็มไทยนำภาพวัยเด็ก ของนาธาน โอมาน มาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันคะ จำกันได้ไหมเนี่ย >,< อุต๊ะ! นาธาน โอมานวัยเด็ก ชุดนักเรียนใสๆ อุต๊ะ! นาธาน โอมานวัยเด็ก ชุดนักเรียนใสๆ ประวัตินาธาน โอมาน ชื่อ-นามสกุล : นาธาน โอร์มาน (นาธาน โอมาน, นธัญ โอมานันท์) (ชื่อเดิม ธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล) เกิด : 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 การศึกษา : ประถมศึกษาจบจากโรงเรียนดรุณศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช และเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนทุ่งสง ซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน เมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นาธานก็ได้หนีไปใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานคร โดยศึกษาที่วิทยาลัยเพาะช่าง 2 ปี แล้วต่อปริญญาตรีศิลปศาสตร์ คณะครุศาสตร์ (เอกศิลปะ) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นาธานเข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการถ่ายแฟชั่นนิตยสารอย่างอิมเมจ ลิปส์ ป๊อบทีน จากนั้นก้าวมาเป็นศิลปินนักร้องค่ายอาร์เอส มีอัลบั้มแรกในสไตล์ป็อปร็อกที่ชื่อ Nathan ต่อมาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งจากหนังสือพิมพ์และทางโทรทัศน์ที่เชิญไปสัมภาษณ์เหตุการณ์รอดชีวิตจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ หลังจากนั้น 2 ปีออกผลงานอัลบั้มชุดที่ 2 คือ สิ่งที่เรียกว่าหัวใจ ที่มีแนวดนตรีได้กลิ่นอายของเนปาล รวมถึงในมิวสิกวิดีโอด้วยเช่นกัน จากนั้นได้เปิดบริษัททำทัวร์ไปเที่ยวประเทศเนปาล และออกผลงานเขียนหนังสือเรื่อง ผมมันเด็กหลังเขา (หิมาลัย) และ โลกนี้ไม่เหงาแล้ว (Not A Lonely Planet) ผลงาน อัลบั้มเพลงNathan, สิ่งที่เรียกว่าหัวใจ หนังสือ ผมมันเด็กหลังเขา (หิมาลัย) โลกนี้ไม่เหงาแล้ว (Not A Lonely Planet)

ก้าวข้าม...เพื่อตามฝัน เพลงใหม่จาก คสช เวอร์ชั่นเพิ่มเนื้อร้อง
คสช /  คืนความสุขให้ประเทศไทย

มิวสิควีดีโอเพลง "ก้าวข้าม...เพื่อตามฝัน" เพลงประกอบภาพยนตร์สารคดีชุด "ก้าวข้าม...เพื่อตามฝัน" ทำนอง : พลเรือตรี ณัฐ รัชกุล เนื้อร้อง : นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย ควบคุมการบันทึกเสียง : พลเรือตรี ณัฐ รัชกุล เรียบเรียงดนตรี : นาวาตรี ตระกูล บุญสร้าง ควบคุมการผลิต : นาวาเอก สุวิทย์ จันทร์เพ็ญศรี ศิลปิน : เรือตรี สันติ ลุนเผ่ ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ (โป่ง หิน เหล็ก ไฟ) ธนชัย อุชชิน (ป๊อด โมเดิร์น ด็อก) ณัฐนิช รัตนเสรีเกียรติ (พินต้า) คณะนักร้องประสานเสียง : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา บรรเลง : วงดุริยางค์ราชนาวี บันทึกเสียง : โอเชียน มิวสิค สถานที่ : หอประชุมกองทัพเรือ คณะทำงานเฉพาะกิจ จัดทำภาพยนตร์สารคดีพิเศษ : กองทัพเรือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษ­­ย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม

กทม.จัด '1 เขต 1 วรรณกรรม' หนุนการอ่าน-สร้างความรู้ในท้องถิ่น
1 เขต 1 วรรณกรรมกรุงเทพมหานคร /  กทม. / 

กทม. เปิดโครงการ  'เท่–เหนือ–ไทย 1 เขต 1 วรรณกรรมกรุงเทพมหานคร' หนุนการอ่าน สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ชุมชนของตนเอง วันนี้(27 พ.ค.) เวลา 11.00 น. นายมานิต เตชอภิโชค รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรม "เท่–เหนือ–ไทย 1 เขต 1 วรรณกรรมกรุงเทพมหานคร" ที่เป็นการร่วมมือกันของ กทม. และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดขึ้น โดยจะคัดสรรงานวรรณกรรมโดดเด่นประเภทร้อยแก้ว ทั้งนวนิยายหรือสารคดีที่มีเนื้อหากล่าวถึงเขตนั้นๆ จำนวน50 เขตมาเผยแพร่ เพื่อปลูกฝังและสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น โดยโครงการดังกล่าว มีการจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิเคราะห์กิจกรรมการหาวรรณกรรม 1 เขต 1 วรรณ โดยจะคัดสรรงานที่โดดเด่นมาทั้งหมด 50 เขต นำมาเผยแพร่ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการอ่านที่จะนำไปสู่การเรียนรู้วิถีชีวิตของคนแต่ละชุมชน ทั้งนี้ ยังเป็นการร่วมกันขับเคลื่อนกรุงเทพฯให้เป็นเมืองหนังสือโลก ตามพันธสัญญากับองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก ) นายมานิต เตชอภิโชค รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน ทำให้มีคนสนใจอ่านหนังสือเพิ่มเป็น 11 เล่มต่อปี โดยกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการกระตุ้นการอ่านต่อไปอย่างต่อเนื้อง เพื่อให้ถึง 15 เล่มต่อปี ตามที่ตั้งเป้าไว้ MThai News

'ไทยพาณิชย์'ออกโรง โพสต์โชว์ชื่อสถาบันการศึกษาพนักงาน
ธนาคาร /  ธุรกรรมการเงิน / 

ไทยพาณิชย์ออกโรง ชี้ข้อมูลสถาบันการศึกษาพนักงานที่เพิ่งเข้าทำงานใหม่ กว่า 4,000 คน โต้กรณีดราม่าธนาคารเลือกรับสมัครงานจากสถาบันดัง จากกรณีกระแสในโลกออนไลน์ ภาพป้ายของธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดรับสมัครงานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการเงินฝึกหัด แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเรียนจบปริญญาตรีจากสถาบันดัง 14 แห่งที่ระบุไว้เท่านั้น ส่งผลให้บรรดาชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงเงื่อนไขธนาคารดังกล่าว ต่อมา ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ออกมาชี้แจง ระบุว่า ต้องขออภัย เนื่องจากความผิดพลาดด้านการสื่อสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งความจริงนโยบายของธนาคารเปิดรับนิสิตนักศึกษาจากทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และได้ดำเนินการตามนโยบายนี้ตลอด กระทั่งมีกระแสโจมตีจาก เฟซบุ๊คสำนักทรัพย์สินและรายได้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้ง 40 แห่ง และสำนักทรัพย์สินและรายได้ มีความเห็นพ้องกันว่า จะทำการตอบโต้ โดยเลิกการทำธุรกรรมการเงินทุกชนิดกับธนาคารไทยพาณิชย์ ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ออกชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊คscb thailand โดยระบุว่า แบ่งปันข้อมูลจำนวนพนักงานใหม่ที่เข้ามาอยู่ในครอบครัว SCB ตั้งแต่ปี 57 จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ.58) จำนวนกว่า 4,000 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถจากหลากหลายสถาบันทั่วประเทศ ขอบคุณภาพ scb thailand MThai News

อธิการฯ ม.สวนสุนันทาเสียใจรุ่นพี่รับน้องแรง
ข่าวรับน้อง /  ข่าววันนี้ / 

อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เสียใจ รุ่นพี่หยดน้ำตาเทียนใส่เเขน รุ่นน้อง บอก จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รศ.ดร.ฤา เดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวในการประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 9/2557 ก่อนที่จะมีการแถลงข่าว กรณี น.ศ.ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาเทคโนโลยีการพิมพ์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รับน้อง ด้วยการ หยดน้ำตาเทียนใส่แขน จนเป็นแผลพุพองว่า ตนขอแสดงความเสียใจ ต่อนักศึกษาทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียหาย ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งดำเนินการโดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าว ทั้งยังได้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านร่างกายและจิตใจ ให้สามารถมาเรียนได้ตามปกติ ส่วนการรับน้องมีประเพณีบายศรีสู่ขวัญจริง แต่ไม่มีประเพณีการ หยดน้ำตาเทียนรับน้อง ใส่แขนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ตนเองขอขอบคุณทางครอบครัวผู้เสียหายที่ไม่ติดใจเอาความ และจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ซัน ชีวานนท์ ดาราหนุ่มจากซีรี่ส์ Project X แฟ้มลับเกมส์สยอง
mono29 /  Project X / 

เพิ่งผ่านไปกับงานบวงสรวงซีรี่ส์ "Project X แฟ้มลับเกมส์สยอง" ซีรี่ส์เรื่องใหม่จากช่อง MONO29 ที่มีนักแสดงคุณภาพในค่ายร่วม Project หนาแน่น พ่วงด้วยหนึ่งในนักแสดงน้องใหม่อย่าง ซัน-ชีวานนท์ จำศรี หนุ่มขี้เล่น อารมณ์ดี ประจำกอง หนุ่มคนนี้จะมีวีรกรรมสุดป่วนอะไรบ้างมาดูกันเลย... ซัน ชีวานนท์ ดาราหนุ่มจากซีรี่ส์ Project X แฟ้มลับเกมส์สยอง ซัน ชีวานนท์ ดาราหนุ่มจากซีรี่ส์ Project X แฟ้มลับเกมส์สยอง ประวัติ ชื่อ : ซัน-ชีวานนท์ จำศรี การศึกษา : ปี 1 คณะวิทยาการจัดการ สาขา วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มรภ.สวนสุนันทา วันเกิด : 24 ธันวาคม 2538 ส่วนสูง : 183 ซม. หนัก : 69 กก. สีที่ชอบ :  สีฟ้า อาหารที่ชอบ : ข้าวหมูกรอบ กิจกรรมยามว่าง : เล่นฟุตบอล ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลง, การแสดง คติประจำใจ : ทำทุกอย่างให้เต็มที่ ไม่ว่าผลของมันจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม ผลงาน : ละคร วัยมันพันธุ์อสูร ช่อง 7, Project X แฟ้มลับเกมส์สยอง ช่อง mono29 เรื่องเรียนของหนุ่มขี้เล่น ตอนนี้ซันเรียนอยู่ ปี 1 คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มรภ.สวนสุนันทา ที่เลือกมาเรียนด้านวิทยุ-โทรทัศน์เพราะคิดว่าตลาดด้านนี้มันกำลังบูมครับ การทำงานด้านนี้กำลังเป็นที่นิยม แล้วก็น่าสนใจ ส่วนที่เลือกมหาลัยนี้เพราะเรื่องบรรยากาศครับ คือเป็นมหาลัยที่ไม่ใหญ่มาก แต่ร่มรื่น เห็นมีความสามารถด้านการแสดง แต่แท้จริงแล้วอยากเป็น... อยากเป็นเจ้าของร้านอาหารครับ 55 เห็นรักในด้านบันเทิงแบบนี้ แต่จริงๆ ผมก็อยากจะเปิดร้านอาหารนะ เวลาว่างๆ ผมจะชอบไปตระเวนกิน พอเห็นร้านอื่นๆ แล้วก็รู้สึกอยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง ไม่ได้ถึงขนาดเป็นเชฟเองนะ แค่เป็นเจ้าของร้าน ดูแลร้าน ต้อนรับลูกค้าอะไรแบบนี้น่าสนุกดี วีรกรรมแสบสุดๆ ครั้งหนึ่งในชีวิต เล่าไปจะเสียลุคมั้ย 555 ตอนช่วงมัธยมต้นซันโดนเพื่อนแกล้งบ่อยมาก สารพัดสิ่งเลยครับ จนมีเหตุการณ์หนึ่ง ระหว่างที่เพื่อนแกล้งอยู่เราอยากผายลมพอดี ^^ เลยผายลมอัดหน้าเพื่อนซะเลย เพื่อนก็แตกกระเจิงไปหมดเลยครับ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าแกล้งผมอีกเลย พอขึ้นมัธยมปลายก็กลายเป็นหัวโจกของกลุ่มครับ มาไล่แกล้งคนอื่นแทน 555 หนุ่ม 2 บุคลิก ปกติเวลาอยู่ในกองถ่ายผมจะเฮฮาอยู่แล้วครับ ชอบแกล้งคนอื่นซะส่วนใหญ่ ในกลุ่มเพื่อนๆ เองผมจะเป็นคนฮาๆ สร้างสีสันอยู่แล้วครับ จะเข้ากับคนอื่นได้ง่าย พูดจาตรงไปตรงมา บางทีก็พูดตรงเกินไปเหมือนไม่ค่อยรักษาน้ำใจเพื่อน แต่ก็พูดไปแบบจริงใจ แต่อยู่บ้านนี่จะคนละแบบเลยนะ จะนิ่งๆ เป็นพี่ใหญ่ของน้องๆ คนละลุคเลยล่ะครับ สเปกสาวที่ชอบ ซันจะชอบผู้หญิงน่ารักๆ ครับ ขอแค่น่ารักนะ ไม่ต้องสวยหรอก เพราะน่ารักมันดูได้ตลอดเรื่อยๆ ไม่เบื่อ ที่สำคัญคือ เขาต้องเป็นคนที่เข้าใจผมให้ได้มากๆ ด้วย สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของหนุ่มคนนี้ คุณพ่อ คุณแม่ครับ บางทีก็มีโกรธๆ ท่านบ้างนะ เวลาท่านว่า ดุ หรือตี เพราะบางทีก็มีความรู้สึกว่า เขาไม่มีเหตุผล มองคนละมุมกัน แล้วเราผิดอะไร แค่มองต่างกัน แต่พอผ่านเหตุการณ์นั้นไป หรือไม่ได้เจอกันก็คิดถึงเขา โกรธกันได้ไม่นานหรอกครับ เพราะคุณพ่อ คุณแม่เป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของผม ผลงานล่าสุด ฝากทุกคนติดตามผลงานล่าสุดของผมด้วยนะครับซีรี่ส์ "Project X แฟ้มลับเกมส์สยอง" ช่อง MONO29 ครับ ในซีรี่ส์ผมรับบทเป็น เต๋า หนุ่มช่างสัก ที่อยากเป็นนักมายากลข้างถนน คาแรคเตอร์ก็จะเท่ๆ ครับ แต่ไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่ค่อยแคร์ใคร แต่ลึกๆ ก็แอบต้องการใครสักคน ^^ ฝากติดตามด้วยนะครับ IG : @sun_chewanon ติดตาม Campus Guy ซัน ได้ที่นิตยสาร Campus Star No.22 Facebook : www.facebook.com/campusstar และอ่านออนไลน์ : mbookstore

มิวเซียมกินได้ “กินข้างทาง...นั่งข้างวัง” (Night at the Museum)
Night at the Museum /  มิวเซียม

มิวเซียมสยาม ชวนร่วมงาน “ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม (Night at the Museum)” ครั้งที่ 4 ตอน มิวเซียมกินได้ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคมศกนี้ ที่จะเปิดมิวเซียมสยามให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ “กินข้างทาง...นั่งข้างวัง” ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00 น. ภายในงานตื่นตาตื่นใจกับการเผยสูตรและสาธิตการปรุงอาหารชาววัง อาหารโบราณของห้องเครื่องต้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระมเหสีในรัชกาลที่ 5 สาธิตโดย อาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่สูตรอาหารในแต่ละวันจะไม่ซ้ำกัน เพื่อเผยให้เห็นถึงวิวัฒนาการอาหารสตรีทฟู้ดของไทย ที่มีรากเหง้าแต่ดั้งเดิมมาจากห้องเครื่องต้นในรั้ววัง และในงานนี้ยังมีวางจำหน่ายให้ได้ลิ้มลอง อาทิ น้ำพริกลูกหนำเลี๊ยบ, น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกตะไคร้, ไก่นมวัว, ข้าวในกะหล่ำปลี, ข้าวงบไก่, ข้าวบายศรีปากชาม, แกงเลียงนพเก้า เป็นต้น พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน ได้เวิร์คช็อปกับการปรุงอาหารสูตรสำรับห้องเครื่องต้น รัชกาลที่ 5 นี้อีกด้วย และยังอิ่มหนำสำราญไปกับการออกร้านค้าอาหารชื่อดัง ที่ความอร่อยยกนิ้วให้จนเป็นตำนานร่วม 30 บูธ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายโส่ย, ข้าวแกงร้านฉวาง, ผัดไทยร้านสวัสดี, ข้าวหมกไก่คุณเล็ก, กาแฟ โกปี๊ นครศรีธรรมราช และน้ำแข็งใสร้านเซ็งเซียมอี้ ท่ามกลางบรรยากาศลมหนาวเย็นสบาย เคล้าเสียงเพลงอันไพเราะที่จะขับกล่อมตลอดงาน และชมนิทรรศการที่จะสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของอาหารการกิน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พบกับการสร้างประสบการณ์สดใหม่ ในการชมพิพิธภัณฑ์ ที่เป็นต้นแบบของแหล่งการเรียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ ได้ในงาน “ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม (Night at the Museum)” ครั้งที่ 4 ตอน มิวเซียมกินได้ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคมศกนี้ เวลา 18.00 – 22.00 น. ณ มิวเซียมสยาม เข้าร่วมงานฟรี!!

มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 เผยโฉมสาวงามเข้ารอบ 28 คนสุดท้าย
นางงาม /  ประกวด / 

โฉมหน้า 28 คนสุดท้าย มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 .....ซึ่งผู้เข้าประกวด 28 คนสุดท้าย  มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014  จะเดินทางไปยัง จังหวัดพังงา เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้เป็นที่รู้จัก และกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเข้าพักที่ โรงแรมเซนทารา ซีวิว รีสอร์ต เขาหลัก เป็นเวลา 5 วัน ก่อนกลับมาประกวดรอบฟาสแทร็กส์ .....นอกจากนั้น เป็นครั้งแรกที่ให้ผู้ชมร่วมเป็นกรรมการตัดสิน โดยการโหวตสาวงามผู้เข้าประกวดฯ ที่ท่านชื่นชอบ ผ่านทาง SMS พิมพ์ MTW ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าประกวดฯ 01-28 ส่งมาที่ 4838433 ซึ่งหากสาวงามผู้เข้าประกวด มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 หมายเลขใดมีคะแนนมากที่สุด จะได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายแบบอัตโนมัติ ทันที!!! ***สามารถโหวตได้ตั้งแต่ วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.00 น. และปิดโหวต วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2557 เวลา 18.00 น. .....ซึ่ง รอบตัดสิน มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายนนี้ ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว และ ถ่ายทอดเวลา 22.45 น เป็นต้นไป ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เมญ่า – นนธวรรณ คว้ามงกุฎเกียรติยศ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 เธอคือตัวแทนประเทศไทยไปประกวดเวทีมิสเวิลด์ รู้จัก นางงามผิวสี คนแรก เมญ่า นนธวรรณ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ชนะใจคนดูทั้งประเทศ เมญ่า ยังสามารถฉีกกฎความงามของเวทีบ้านเรา ด้วยการเป็นนางงามผิวสีแทนคนแรก หมายเลข 1 แจ๊คกี้-แจ๊คกี้ ลอว์เลส กำลังศึกษา ระดับปริญญาโท คณะ M.B.A.มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014  หมายเลข 2 จ๊ะจ๋า-ภัทรียา จิตจำเริญ สำเร็จการศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา หมายเลข 3 กัณฑ์-กนิกนัญ ธัญญาณิชกุล สำเร็จการศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเลข 4 เรย์-กุลธิดา พรพิชยานุรักษ์ กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 1 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014  หมายเลข 5 แอ๊พ-สุภิตรา สมบูรณ์ศรี สำเร็จการศึกษา โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย หมายเลข 6 ปุยฝ้าย-ชนนิกานต์ อานามวัฒน์ สำเร็จการศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หมายเลข 7 นีน่า-กมลวรรณ ฉิมพาลี กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 1คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หมายเลข 8 ตีตี้-ภริตา เจียโหงว กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 1 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014  หมายเลข 9 แคร์-ฉัตรฑริกา สิทธิพรม กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หมายเลข 10 เดย์-ณัฎฐา อินทรวงศ์ กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หมายเลข 11 ใบเตย-วิสุมิตรา ประยูรพันธ์ กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 1 คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 หมายเลข 12 เมญ่า-นนธวรรณ ทองเหล็ง กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะการจัดการธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด หมายเลข 13 เบลล์-ชญาณี ประทักษิณกวิน กำลังศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม หมายเลข 14 ซาร่า-ซาร่า เบรทช์เค่ กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 4 คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 หมายเลข 15 แซนดี้-ชลิดา กล่ำปาน กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หมายเลข 16 พลอย-ศุภมาส ปิ่นทอง กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หมายเลข 17 แอนเดรีย-ชาคริยา เดชมาก สำเร็จการศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 หมายเลข 18 ข้าวโอ๊ต-แพรวโพยม ลักษิตานนท์ สำเร็จการศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หมายเลข 19 ปอปลา-ปาริชาติ บุญยืน สำเร็จการศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หมายเลข 20 ฟ้า-พรรณาภา กึ่งวงษ์ กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 4 คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเลข 21 แพท-วีนัส นันทะชัย กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หมายเลข 22 มินท์-วันทนีย์ ฟักแก้ว กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หมายเลข 23 ไข่มุก-นันท์นภัส วิทยาเรืองสุข สำเร็จการศึกษา โรงเรียนศรีวิกรม์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 หมายเลข 24 นุกนิก-พิมพ์นารา เอี่ยมอ่อง กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กรุมเทพฯ หมายเลข 25 เอลลี่-วดรชาสิริ ทรงชน กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หมายเลข 26 หมิว-ลลิตา หงสะมัต สำเร็จการศึกษา โรงเรียนเทพมงคลรังษี หมายเลข 27 เมด้า-เมย์ สมานทรัพย์ สำเร็จการศึกษา คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง หมายเลข 28 แนน-วัจฉรา นาคเกษม สำเร็จการศึกษา โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ทั้ง 28 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ดูเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ .....โดยการประกวดรอบฟาสแทร็กส์ (Fast Tracks) รางวัลพิเศษเพื่อเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายแบบอัตโนมัติ ยังคงเข้มข้นเช่นเดิม ได้แก่ Miss Talent รางวัลความสามารถพิเศษ Miss Top Model รางวัลความสามารถด้านทักษะนางแบบ และ Miss Beauty with a Purpose รางวัลนางงามที่อุทิศตัวเพื่อสังคม ..... มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 อวดหุ่น โชว์ชุดว่ายน้ำ ทูพีชสดใสท้าแดด สาวๆไปเก็บตัวและถ่ายภาพ ชุดว่ายน้ำ ริมชายหาด เขาหลัก จังหวัดพังงา ที่มาภาพจาก MissthailandworldBectero

อธิการบดีสั่งลงโทษ! รับน้องฉาว ม.ดัง เต้นท่าติดเรท
นักศึกษา /  นิสิต / 

อธิการบดีสั่งลงโทษแล้ว ปมคลิปฉาวรับน้องมหาวิทยาลัยชื่อดัง เต้นท่าติดเรท หลังโดนวิพากษ์วิจารณ์ยับ จากกรณีประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ หลังมีการแชร์คลิปเหตุการณ์รับน้อง ขณะที่รุ่นน้องนักศึกษาเฟรชชี่ร้องเพลง พร้อมทั้งเต้นประกอบเพลง ซึ่งท่าเต้นค่อนข้างล่อแหลม ทั้งขึ้นคร่อมและโยกย้าย รวมถึงเพลงมีเนื้อหาสองแง่สองง่าม จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างล้นหลาม ล่าสุด นายฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้เรียกประชุมด่วนเกี่ยวกับคลิปการรับน้องที่ไม่เหมาะสม ของนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ วิทยาการจัดการ โดยภาพที่ปรากฏในคลิปเกิดขึ้นหลังกิจกรรมไหว้ครู ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาเดินทางกลับไปแล้ว รุ่นพี่จึงจัดกิจกรรมรับน้องต่อ เป็นเกมละลายพฤติกรรม ทางมหาวิทยาลัยได้สั่งห้ามการจัดกิจกรรมลักษณะนี้แล้ว แม้ว่าจะไม่มีเด็กบาดเจ็บ แต่เป็นการแสดงออกที่เกินขอบเขต ทั้งนี้ ได้มอบหมายผู้ช่วยอธิการบดี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง นักศึกษารุ่นพี่ นักศึกษาปี 1 และอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อตำหนิและลงโทษตัดคะแนนความประพฤติ อย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอาจารย์ที่ปรึกษา จะต้องถูกลงโทษด้วยที่ปล่อยปละละเลย สำหรับกิจกรรมรับน้อง จะต้องเป็นไปอย่างเปิดเผย ไม่จัดกิจกรรมล่อแหลม ทำตามระเบียบมหาวิทยาลัย ห้ามรุ่นพี่แตะเนื้อต้องตัวรุ่นน้อง ห้ามออกนอกสถานที่ ขณะเดียวกัน นายแพทย์กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอให้มหาวิทยาลัย ดูแลกิจกรรมรับน้องที่เป็นข้อกังวล ครูบาอาจารย์ต้องให้คำแนะนำและสอดส่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และไม่ให้มีการล่วงละเมิดทั้งร่างกายและจิตใจ เรื่องที่เกิดขึ้นสังคมยอมรับได้ยาก ด้านรุ่นพี่ที่อยู่ในกิจกรรมรับน้องนี้ได้ออกมาขอโทษ และยอมรับว่าเด็กรุ่นน้องเล่นกันจนเลยเถิด ขอบคุณข้อมูล/ภาพ bugaboo.tv ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ปดิวรัดา กับความหมายที่แท้จริง!
ประวัติศาสตร์ไทย /  เกร็ดความรู้ / 

ปดิวรัดา นิยายรักจากปลายปากกาของนักเขียนรุ่นบรมครูนามว่า สราญจิตต์ .. ตอนนี้ถูกนำมาสร้างเป็นละคร และทีนเอ็มไทยเชื่อว่าตอนนี้หลายคนกำลังติดละครเรื่องนี้กันแน่ๆ เพราะได้ 2 พระ-นางคู่จิ้น อย่าง เจมส์ จิรายุ กับ เบลล่า ราณี มารับบทคู่กัน ทั้งคู่ได้รับคำชมว่าเหมาะสมกับบทที่ได้รับและถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้เป็นอย่างดี แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าความหมายที่แท้จริงของ "ปดิวรัดา" นั้นแปลว่าอะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ! ปดิวรัดา กับความหมายที่แท้จริง! ปดิวรัดา กับความหมายที่แท้จริง! ปดิวรัดา (ปะ-ดิ-วะ-รัด-ดา) แปลว่า ภริยาที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อสามี ในนิยายหรือละครนั้นไม่ได้หมายถึงชื่อของบุคคล แต่ ปดิวรัดา ผู้เขียนนิยายต้องการแสดงให้เห็นถึงตัวของศรีภรรยา ผู้หญิงที่ดี มีความจงรักภักดีต่อสามี ซึ่งชื่อนี้มีที่มาจากนามของ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทรงเป็นถึงพระอรรคชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั่นเอง พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลดาวัลย์ กรมหมื่นภูมินทรภักดี ผู้เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 16 ในสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดาจีน ทรงประสูติเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2405 พระองค์เสด็จสิ้นพระชนม์ ณ พระตำหนักในสวนสุนันทา เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ในปี พ.ศ.2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สถาปนา หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ ขึ้นเป็น พระอรรคชายาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์กรมขุนสุทธาสินีนาฎ พร้อมกับพระเชษฐภคินีร่วมพระบิดามารดาคือ หม่อมเจ้าบัว ลดาวัลย์ เมื่อเป็นพระมเหสี มีพระอิสริยยศเป็น พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค กรมขุนอรรควรราชกัลยา หม่อมเจ้าปิ๋ว ลดาวัลย์ เมื่อเป็นพระมเหสี มีพระอิสริยยศเป็น พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ (สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2430) ต่อมาในปี พ.ศ. 2468 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า อยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น "พระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา" เติมสร้อยพระนามถวายว่า "ปิยมหาราชปดิวรัดา" ซึ่งคำว่า "ปดิวรัดา" (อ่านว่า ปะดิวะรัดดา) แปลว่า ภริยาที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อสามี คือสมเด็จพระปิยมหาราชนั่นเอง พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทรงรับราชการฝ่ายในเป็นพระภรรยาเจ้าทรงอิสริยยศเป็นพระมเหสี ตำแหน่ง พระอรรคชายาเธอ มีหน้าที่ ควบคุมดูแลห้องพระเครื่องต้น ของเสวยคาวหวาน อีกทั้งทรงเป็นผู้ที่ตั้งโรงเลี้ยงเด็กขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย บริเวณตำบลสวนมะลิ ถนนบำรุงเมือง อุทิศพระกุศลประทานพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ที่สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงรับเด็กกำพร้าและเด็กยากจนมาเลี้ยงดู สอนให้เล่าเรียน และฝึกวิชาชีพทั้งหญิงและชาย ทรงเป็นองค์อุปนายิกาสภาอุณาโลมแดง (สภากาชาดไทย) ในสมัยหนึ่งอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะรับสั่งขานพระนามพระอัครชายาองค์นี้ว่า เจ้าสาย ด้วยทรงยกย่องในฐานะ ที่เป็นราชสกุลพระเกียรติยศของพระวิมาดาเธอฯ ที่ปรากฎในแผ่นดินจนถึงเวลานี้ คือข้อที่ทรงกำกับดูแลห้องเครื่องต้นถวาย พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ มาตลอดรัชกาล พระวิมาดาเธอฯ ทรงบำรุงสนองเบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดี เช่นเดียวกับที่ทรงทำถวายพระโอรสธิดา ได้เล่ากันว่าคราวหนึ่งทรงซื้อเงาะ ร้อยผลราคาร้อยบาท เพื่อคว้านตั้งเครื่องต้น แต่ในส่วนเครื่องของพระองค์นั้นกลับไม่มี และไม่โปรดเงาะราคาผลละหนึ่งบาทเพราะแพงเกินไป ทรงรับสั่งว่า "ขอให้ลูกผัวสุขสบายก็เป็นที่พอใจแล้ว" นอกจากพระคุณสมบัติวิเศษทางอาหารทรงมีพระคุณสมบัติอีกข้อคือ ทรงมีพระปัญญาสามารถฉลาดลึกซึ้ง และทรงแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ดี นอกจากนี้เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า? พระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา ทรงเป็นผู้คิดค้นสูตรตำรับเครื่องจิ้มและข้าวปรุงต่างๆ อาทิเช่น น้ำพริกลงเรือ, น้ำพริกมะม่วง, น้ำพริกเผาทรงเครื่อง, น้ำพริกกุ้งแห้ง, น้ำพริกสะเดา, น้ำพริกปลาร้า, น้ำปลาแมงดา, น้ำปลาจิ้มส้มเครื่องทอด, ปลาร้าสำเร็จ, ปลาร้าสับ, ข้าวกรอบ, ข้าวงบปลา, ข้าวราดแกง เป็นต้น ขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org, pirun.ku.ac.th

ชัตดาวน์กรุงเทพฯ 12 มหาวิทยาลัยประกาศงดเรียน
ชัตดาวน์กรุงเทพ /  มหาวิทยาลัย

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มกปปส. จะชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 มกราคมนี้ มีมหาวิทยาลัยที่คาดว่าได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชน รวม 25 แห่ง และมีสถาบันอุดมศึกษาที่แจ้งงดการเรียนการสอน/เลื่อนสอบ จำนวน 12 แห่ง ดังนี้ 1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งดการเรียนการสอนวันที่ 13-15 มกราคม 2. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) งดการเรียนการสอน และการทำงาน ที่วิทยาเขตท่าพระจันทร์ วันที่ 13-15 มกราคม 3. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) งดการเรียนการสอนวันที่ 13-14 มกราคม 4. มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) งดการเรียนการสอนและการทำงานที่วิทยาเขตวังท่าพระ และตลิ่งชัน วันที่ 13 มกราคม 5. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) งดการเรียนการสอนวันที่ 13 มกราคม 6. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)กรุงเทพ เลื่อนการสอบกลางภาคที่เดิมกำหนดสอบวันที่ 13-14 มกราคม ออกไป และจะแจ้งกำหนดการสอบให้ทราบภายหลัง 7. มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) เลื่อนการสอบซ่อมเสริม จากเดิมสอบวันที่ 13-18 มกราคม ไปเป็นวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 8. สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน งดการเรียนการสอนวันที่ 13-14 มกราคม 9. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนาถ งดการเรียนการสอนวันที่ 13-14 มกราคม 10. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ งดการเรียนการสอนและการทำงาน วันที่ 13-14 มกราคม 11. มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย งดการเรียนการสอนวันที่ 13 มกราคม และมหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ งดการเรียนการสอนวันที่ 13 มกราคม ส่วนมหาวิทยาลัยที่ยังไม่ประกาศงดการเรียนการสอน และอยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวน 13 แห่ง ได้แก่ 1. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) 2. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) 3. มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)จันทรเกษม 4. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจล.) 5. มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย 6. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 7. มหาวิทยาลัยเกริก 8. มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น 9. มหาวิทยาลัยศรีปทุม 10. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตยศเส 11. วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา วิทยาเขตสุรวงค์ 12. มทร.พระนคร 13.มรภ.พระนคร ทั้งนี้ขอให้นักศึกษาติดตามข้อมูลต่าง ๆ จากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่ตนเองอย่างต่อเนื่อง MThai News

สวนสุนันทา ลงโทษแล้ว รุ่นพี่รับน้องโหดใช้เทียนหยดใส่แขน
ข่าวรับน้อง /  ข่าววันนี้ / 

รุ่นพี่รับน้องโหด ใช้น้ำตาเทียนหยดใส่แขน จนเป็นแผลพุพอง ด้านราชภัฎม.ดัง ร่อนแถลงสั่งภาคทัณฑ์รุ่นพี่แล้ว เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Aut Tra Pon ได้มีการโพสต์ภาพสุดสยองที่อ้างว่าเป็นร่องรอยของกิจกรรมรับน้องของสถาบันราชภัฎชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ด้วยการนำน้ำตาเทียนหยดลงไปบนท้องแขนของรุ่นน้อง ก่อนจะส่งผลทำให้เป็นแผลพุพองทั้งตัว พร้อมเรียกร้องให้สถาบันดังกล่าวออกมารับผิดชอบ โดยเจ้าของเพจได้ระบุว่า "น้องผมเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาเทคโนโลยีการพิมพ์ แล้วโดนรุ่นพี่รับน้องแบบป่าเถื่อนมาก แล้วพอไปสอบถามอาจารย์กลับได้คำตอบที่ดีมากว่า มันเป็นการรับน้องของรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ที่ทำต่อๆ กันมา แล้วเค้าก็บอกว่า ได้เรียกรุ่นพี่มาตักเตือนแล้ว ถ้าเป็นลูกเป็นหลานคุณบ้างล่ะ คุณคงไม่อยู่เฉยๆ แน่นอน ผมกับครอบครัวคงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบลงแบบง่ายๆ แน่นอน ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มันจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์นี้กับใครอีก รบกวนขอความเห็นใจช่วยกันแชร์ทีนะครับ เหตุการณ์แบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นกับน้องคนอื่นๆ อีก ผมไม่อยากให้เรื่องนี้มันเงียบหายไป จากพี่ผมไปสอบถามคุณพ่อคุณแม่ของเด็กบางคน เค้าก็กลัวไม่กล้าไปแจ้งความ เพราะกลัวลูกจะถูกรุ่นพี่ทำร้าย และบางคนก็ไม่มีเวลาพาลูกไปแจ้งความ เพราะความจน งานก็หยุดไม่ได้ จะนั่งรถไปแต่ละที ค่ารถก็หลายร้อยบาท มันคงจะดูเป็นเงินไม่เยอะสำหรับคนรวย แต่มันเยอะมากนะครับสำหรับคนจนๆ กลับการที่ต้องมานั่งลางานแล้วหาเงินค่ารถไปแจ้งความ กับการกระทำสิ้นคิดของพวกคุณ" ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า จากการสอบสวนพบว่ารุ่นพี่จำนวนหนึ่งทำผิดจริงด้วยความคึกคะนอง จึงได้ลงโทษทางวินัยด้วยการภาคทัณฑ์ตามระเบียบสภามหาวิทยาลัยฯ รวมทั้งขอโทษคู่กรณีอย่างเป็นทางการ และจะกวดขันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้มหาวิทยาลัยฯ เสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น จึงขออภัยต่อผู้ปกครองและนักศึกษาที่ถูกกระทำ และจะดำเนินการทุกวิถีทางให้เรื่องยุติและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด MThai news