สรรเสิรญ

ศอฉ. เตรียม เสนอ ครม. ขยายเคอร์ฟิวอีก 7 วัน
ศอฉ. /  สรรเสิรญ / 

ศอฉ. เตรียม เสนอ ครม. ขยายเคอร์ฟิวอีก 7 วัน ตั้งแต่ เที่ยงคืน ยัน ตี 4 เมื่อวันที่ ?24 พ.ค.เวลา 16.00 น. ?ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯในฐานะ ผอ.ศอฉ. พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมและ ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ จากนั้น พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงข่าวว่าในที่ประชุมของ ศอฉ.ได้มีการพูดถึงการห้ามออกจากเคหสถานในยามวิกาล ซึ่งข้อสรุปของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.ประทีป ตัณประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่1และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นตรงกันว่า ยังมีความจำเป็นที่จะคงมาตราการในเรื่องการห้ามออกนอกเคหสถานในยามวิกาลไปอีก7วัน แต่มีการปรับระยะเวลาให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตสะดวก มากขึ้น คือเวลา 24.00 น.-04.00น. ตั้งแต่วันอังคาร ที่25 พ.ค.-วันจันทร์ 31 พ.ค. รวมถึงพื้นที่ต่างจังหวัดทั้ง 24 จังหวัด และในวันพรุ่งนี้ทาง ศอฉ.จะนำเสนอรัฐบาลให้พิจารณา โดยทราบว่า นายสุเทพ จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือใน ครม. เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายใช่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า มีข้อมูลในลักษณะเช่นนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บอกว่า ถึงแม้ว่าระยะเวลาจะสั้นแค่ 4 ชั่วโมง แต่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้และมีประโยชน์ต่อการทำงาน ซึ่งวัตถุประสงค์ของการประกาศเคอร์ฟิวคือแยกกลุ่มผู้ร้ายออกจากประชาชน ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนจนเกินไป ในช่วงค่ำถึงเที่ยงคืน ประชาชนน่าจะปฎิบัติภารกิจได้เสร็จสิ้น เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการหารือถึงการติดตามแกนนำที่ยังหลบหนีอยู่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า มีการพูดถึง แต่เปิดเผยไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายพยายามอย่างที่สุดที่จะนำตัวแกนนำทั้งที่หลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใครรับประกันได้ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า นายอริสมันต์ พงเรืองรอง ถูกจับกุมนั้นยังไม่ได้รับรายงานในที่ประชุมจึงเข้าใจว่ายังจับกุมไม่ได้ สำหรับข่าวลือว่า นายอริสมันต์ ถูกสังหารขณะจับกุมตัวนั้นตนไม่ทราบและไม่มีการพูดถึงในที่ประชุม เมื่อถามว่า ในส่วนของชายชุดดำ 500 คนได้จับกุมมาดำเนินคดีแล้วหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ต้องแยกประเด็นว่า ก่อนที่การชุมนุมจะยุดติลงมีคำถามว่ากองกำลังดังกล่าวมีกี่คน ซึ่งตนก็อธิบายไปว่ามีอาวุธสงครามที่จับได้จำนวนมากและยังมีการค้นพบอยู่เรื่อยๆ ในส่วนของตัวกองกำลังคือการ์ดซึ่งมี 2 กลุ่มรวม 500คน แต่เมื่อการชุมนุมยุติลง การ์ดส่วนหนึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกควบคุมตัวรวมทั้งแกนนำ และส่วนที่เหลือมีการกระจายปะปนกับประชาชน ซึ่งการ์ดของ กลุ่ม นปช.ทุกคน ทาง ศอฉ.ไม่ได้มีรายชื่อทั้งหมด จึงต้องเป็นเรื่องการสอบสวนสืบสวนจากแกนนำและการ์ดที่ถูกควบคุมตัวก็จะโยงใยไปถึง ขณะนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังดำเนินการอยู่ เมื่อถามว่า มีกลุ่มคนมีสีเข้าไปเกี่ยวข้องกับกองกำลังเข้าไปพัวหันกับกองกำลังติดอาวุธหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เป็นข้าราชการทำงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน คงไม่สามารถข้ไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการก่อการร้ายได้ แต่หากมีผู้ใดฝ่าฝืนเข้าไปเกี่ยวพันและมีหลักฐานก็ต้องรับโทษ แต่ตอนนี้ยังไม่มี โดยทีมข่าว Mthai

 พ.อ.สรรเสริญ โต้ อัมสเตอร์ดัม ฟ้องศาลโลก ศอฉ.ฆ่า 91 ศพ
ฟ้องศาลโลกฆ่า 91 ศพ /  สรรเสิรญ / 

โต้ทหารไม่ได้ฆ่าเสื้อแดง ชี้เหตุภายในไทย ฟ้องศาลโลกทำไม่ได้ สืบเนื่องจากกรณีที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนาย ความส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี? ทำรายงานการกระทำที่ถือเป็นอาชญากรต่อมนุษย์ในเหตุการณ์ เม.ย.2552 และพ.ค. 2553 ที่ผ่านมา โดยรายงานมีการระบุว่า ได้ใช้อาวุธยิงพลเรือนที่ไร้ซึ่งมีอาวุธ ยื่นต่ออัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยมีกรรมการศอฉ.หลายคนเป็นจำเลยนั้น พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ.กล่าวว่า เรื่องนี้ทางศอฉ.มีฝ่ายกฎหมาย ซึ่งในที่ประชุมยังไม่ได้รายงานเรื่องนี้เข้ามา ขณะเดียวกันตนก็ไม่ชัดเจนในเรื่องข้อกฎหมายว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย การสลายการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา ทหารไม่ได้ไปไล่ฆ่าประชาชน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมเองได้กระทำเกินขอบเขตกฎหมาย ซึ่งศาลในประเทศไทยวินิจฉัยรัฐบาลที่เป็นผู้ดูแลความมั่นคง ย่อมมีอำนาจระงับ ยับยั้งเหตุการณ์ได้ เพราะรัฐบาลได้พยายามต่อรองและดำเนินการอย่างถึงที่สุดด้วยความรอบคอบแล้ว การเคลื่อนไหวมีบางสิ่งที่แอบแฝงอยู่ ถ้าเราจะดำเนินการโดยไม่เห็นแก่เวลา ก็สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปแล้ว แต่มีผู้พยายามที่จะใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ จึงต้องดำเนินการด้วยหลักสากล ซึ่งการกระทำทั้งหมดก็มีการแจ้งสื่อ เช่นวิทยุ โทรทัศน์ ด้วย อีกทั้งยังไม่มีการปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชน "ไม่รู้ว่าศาลโลกจะมีอำนาจในการเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดใน ประเทศไทยหรือเปล่า เพราะกระบวนการยุติธรรมในเมืองไทยก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ใครผิดใครถูก ก็มีการร้องทุกข์และก็มีการดำเนินการตามขั้นตอน ในส่วนนี้อยากให้ตรวจสอบเพราะตนไม่ชัดเจน"พ.อ.สรรเสริญ กล่าว อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวคงไม่ต้องนำเข้าหารือในที่ประชุม ศอฉ.เพราะมีฝ่ายกฎหมายอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าศาลโลกมีอำนาจรับเรื่องกล่าวหาร้องทุกข์ได้ทุกเรื่องหรือไม่ แต่เชื่อว่าการจะรับเรื่องใดจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูล ข้อกล่าวหาเพื่อนำมาประกอบ เรียบเรียงข่าวโดย Mthai news

ศอฉ.ขีดเส้นม็อบออกจากราชประสงค์ก่อนบ่าย 3 วันนี้
ขีดเส้น /  ม็อบ / 

ศอฉ. ประกาศให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ราชประสงค์วันนี้ (17-05-10) อัพเดต!! 17 พ.ค. 2553 รัฐบาลขีดเส้นบ่าย3 ให้ออกจากราชประสงค์ ก่อนดำเนินการขั้นต่อไปเพื่อให้แดงสลายชุมนุม นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเปิดโอกาสให้เด็ก สตรี และคนชรา เดินทางออกนอกพื้นที่แยกราชประสงค์ตลอดเวลาไปจนถึงเวลา 15.00 น.วันนี้ หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป "ทางการจะส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปตรวจสภาพร่างกาย และสุขอนามัยให้กับประชาชน ประสานตำรวจคัดแยกกลุ่มบุคคลออกจากสถานที่ชุมนุม" นายปณิธานกล่าว ------------------------------------------------------------------------------------------------------ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ 16 พ.ค. ? โฆษก ศอฉ. เผย ศอฉ.มอบหมายตำรวจให้ประสาน พม.-กาชาด-เอ็นจีโอ-สื่อ ไปชวนผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์เดินทางกลับบ้านภายในบ่าย 3 โมงพรุ่งนี้ จะพิจารณาผ่อนผันโทษให้ เผย ศอฉ.เตรียมถกตำรวจอีกรอบเกี่ยวกับพื้นที่ใน กทม.ที่จะประกาศเคอร์ฟิว เพื่อแยกแยะประชาชน ขณะที่ ผบ.ทบ.สั่ง 3 เหล่าทัพบริจาคเลือดช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมแจงแนวทางที่จะใช้กระสุนจริง พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงภายหลังการประชุม ศอฉ.ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน ว่า ศอฉ.มอบหมายให้ตำรวจไปประสานงานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์? (พม.) เจ้าหน้าที่กาชาด องค์กรเอกชน หรือเอ็นจีโอ? พร้อมสื่อมวลชน เข้าไปในพื้นที่ชุมนุมแยกราชประสงค์ เพื่อเชิญชวนผู้ชุมนุม โดยเฉพาะสตรี เด็ก คนชรา ออกนอกพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้? ซึ่งประชาชนสามารถออกนอกพื้นที่ชุมนุมในทุกเส้นทาง และอำนวยความสะดวกให้กลับบ้านทุกคน แต่จะต้องแสดงเจตนารมณ์ให้ชัดเจนว่า อยากจะออกนอกพื้นที่ด้วยการแสดงตนกับเจ้าหน้าที่ และไม่มีอาวุธออกมา ส่วนโทษที่กระทำผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า หากพร้อมที่จะออกมาตามคำเชิญชวนของเจ้าหน้าที่ก็จะพิจารณาผ่อนผันโทษให้? โดยจะมีเวลาตัดสินใจตั้งแต่วันนี้ ถึงเวลา 15.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (17 พ.ค.) และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ในเวลา 14.00 น. ตำรวจจะประชุมวางแผนและหารือกับ ศอฉ.อีกครั้งว่า จะประกาศเคอร์ฟิวในถนนเส้นทางใดหรือพื้นที่ใดบ้าง ?ฝ่ายความมั่นคงพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้ยุติการชุมนุม การประกาศเคอร์ฟิวในเขตต่าง ๆ และถนนเส้นสำคัญใน กทม. เพื่อให้ตำรวจ ทหาร ปฏิบัติภารกิจได้ง่ายขึ้น ไม่เป็นภาระในการแยกผู้บริสุทธิ์ออกจากผู้ก่อการร้าย ซึ่งต่างจากการปิดถนน โดยเคอร์ฟิวที่ประกาศในถนนเส้นหนึ่งเส้นใดจะห้ามประชาชนเดินเข้าไปในถนนเส้น นั้น ซึ่งเมื่อประกาศแล้วประชาชนต้องไม่เข้าไป หากฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่จะเข้าไปจับกุมดำเนินคดี? ทั้งนี้ ถ้าเราไม่ประกาศเคอร์ฟิวเราจะแยกแยะไม่ออกว่าใครที่เป็นไทยมุง ใครเป็นผู้ก่อการร้าย? ใครเป็นพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป? พ.อ.สรรเสริญ กล่าว โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ขณะนี้ ศอฉ.ได้ข้อมูลข่าวสารมาว่า กลุ่มก่อการร้ายพยายามสร้างสถานการณ์ใช้กระสุนยิงใส่เจ้าหน้าที่ทำให้เกิด ความเข้าใจผิดว่า ยิงกันเอง และเป็นไปได้ว่า มีการใส่ชุดทหาร ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า จะมีการยิงใส่ประชาชน และสื่อมวลชน ทั้งนี้ฝากเตือนสื่อว่า การเข้าไปในพื้นที่จะต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้อำนวยความสะดวก พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุม ศอฉ.แล้ว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ประชุมหน่วยปฏิบัติ โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านต่าง ๆ อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยชีวิตผู้บาด เจ็บในเหตุต่าง ๆ ทุกพื้นที่? เพื่อให้สามารถเข้าไปปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บได้ และกำชับให้ 3 เหล่าทัพ คือกองทัพบก เรือ อากาศ ที่เป็นฝ่ายสนับสนุนให้ร่วมกันบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับ บาดเจ็บจากเหตุการณ์กระทบกระทั่งครั้งนี้ ส่วนการกำหนดพื้นที่ใช้กระสุนจริงนั้น โฆษก ศอฉ. ชี้แจงว่า แม้มีการปิดประกาศก็ไม่ได้หมายความว่า จะใช้กระสุนจริงยิงในทุกกรณี แต่จะเป็นการกำหนดแนวให้เห็นว่า กลุ่มผู้ชุมนุมหรือผู้ก่อการร้ายจะเคลื่อนที่เลยแนวนี้ไม่ได้ แต่จะดูเป็นกรณี ๆ ไป และยืนยันว่า เราจะไม่ใช้อาวุธสงครามกับประชาชนที่ไม่มีอาวุธร้ายแรงอยู่ในมือ โดยปืนเอ็ม 16? ปืนทาโวร์ ทั้งหลายจะดำเนินการเพื่อยิงข่มขวัญ ยิงผู้ถืออาวุธร้ายแรง และป้องกันชีวิตของเจ้าหน้าที่กรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้? นอกเหนือจากนั้นถ้ามีกลุ่มที่พยายามเคลื่อนที่กดดันทหาร ตำรวจ ก็จะใช้กระสุนปืนลูกซองยิงต่ำกว่าระดับหัวเข่า พ.อ.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ช่วงนี้มีข่าวลือเกิดขึ้นมาก จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการบริโภคข้อมูลข่าวสาร และ ศอฉ.จะชี้แจงข้อมูลเป็นระยะ อย่างกรณีมีข่าวชายชุดดำ มีคนเสื้อแดงเสียชีวิตเต็มไปหมดใต้ทางด่วน จึงเป็นข่าวปล่อย ดังนั้นขอให้บริโภคข้อมูลข่าวสารให้ละเอียด อย่าดูเฉพาะภาพ แต่ขอให้ดูในรายละเอียดด้วย.

ขนอาวุธ /  จตุพร / 

"จตุพร" ปูด "ศอฉ."ส่งจนท.นำอาวุธมาวางบริเวณการชุมนุม หวัง ใส่ร้ายเสื้อแดง วันนี้ 6 พ.ค. ที่เวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.ได้ แถลงว่า? นปช.ยังยินดีต่อทางออกสันติวิธีทุกรูปแบบ แต่ถึงขณะนี้เรามีแผนจะนัดประชุม เพราะเข้าใจว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จะเริ่มต้นนับ 1 ของตัวเอง แต่เอาเข้าจริงขั้นตอนนี้ยังไม่เริ่มต้นขึ้นได้ง่าย เพราะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านชัดเจน ถึงขนาดจะไล่นายกฯออกจากตำแหน่ง จึงทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องเชิญแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เข้าพบ และพรุ่งนี้ก็เชิญแกนนำเสื้อหลากสีเข้าพบ ดังนั้นแกนนำจึงเห็นว่าการประชุมของนปช.ต้องขยับไปอีก 1 วัน เพราะนายอภิสิทธิ์ยังนับ ?1 ไม่เสร็จ หากมีการทุบโต๊ะทวงบุญคุณจะแฉข้อมูล นายอภิสิทธิ์จะมีท่าทีอย่างไร เราไม่รู้ว่างานนี้จะมีการแบล็คเมล์ทางการเมืองหรือไม่ หากรัฐบาลยังขาดความชัดเจน สิ่งที่เราทำคือต้องรอไปก่อน เพื่อให้นายอภิสิทธิ์ทำความเข้าใจกับพรรคเดียวกัน พรรคร่วมและผู้มีบุญคุณให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนที่เราจะดำเนินการต่อไป ?การที่กลุ่มพันธมิตรฯจะออกมาขับไล่อีกฝ่าย เป็นสิ่งที่เราก็ไม่คาดคิด เรากังวลว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะยุ่งไปกันใหญ่ นี่รัฐบาลหนทางจะตีบตันว่าจะไม่มีรับบาลมาให้ไล่อีก เพราะกลุ่มพันธมิตรฯไล่ทุกรัฐบาล ดังนั้นฝากบอกกลุ่มพันธมิตรฯว่ารัฐบาลชุดนี้เราไล่ของเราอยู่ก่อน หากคนเสื้อแดงก็ไล่ พันธมิตรฯก็ไล่ และนายอภิสิทธิ์จะอยู่ต่อไปอย่างไร? นายณัฐวุฒิ กล่าวและว่าสำหรับมาตรการปรองดองนี้ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงให้นายอภิสิทธิ์ทำการบ้านให้จบก่อน? สิ่งนี้จึงสะท้อนให้เห็นภาวะการเป็นผู้นำในเก้าอี้นายกฯ ของนายอภิสิทธิ์ไม่มีเลย เพราะจะตัดสินใจเดินหน้า หรือจะดำเนินการใดใดได้เลยทางการเมือง เพราะเขามีกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังพร้อมที่จะทวงบุญคุณ ตนไม่ต้องการเห็นบรรยากาศการแบล็คเมล์กัน นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับท่าทีของศอฉ. แม้จะอ้างอิสระในการทำงาน และอ้างว่าจำเป็นต้องใช้กฎหมายจัดการกับคนเสื้อแดง หากจะหาเรื่องข่มขู่ปราบปรามกันทุกวัน ตนคิดว่านี่ไม่ใช่บรรยากาศสร้างสรรค์ ศอฉ.ควรละความกระหายเลือด และลดความคิดที่ว่าประชาชนเป็นศัตรู เพื่อให้สถานการณ์มีการตึงเครียดของการเผชิญหน้าลดลง สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่คนไทยและคนทั่วโลกไม่ต้องการเห็นสถานการณ์เช่นนี้ อีกทั้งการตั้งด่านหรือการกระชับเจ้าหน้าที่เข้ามาใกล้บริเวณรอบการชุมนุม หากได้ผลผู้ชุมนุมคงไม่แน่นได้ขนาดนี้ จึงป่วยการที่ศอฉ. จะทำ รวมทั้งการละเมิดสิทธิของประชาชนโดยการส่งข้อความ โดยที่ประชาชนไม่ได้เป็นสมาชิก ตนถือว่าเป็นการละเมิด ดังนั้นศอฉ.ควรแจ้งหมายเลขตอบกลับด้วย ?เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการแสดงความเห็นสามารถส่งข้อความตอบกลับไปได้ นายจตุพร กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. นั้นยังคิดว่าตัวเองเป็นข้าราชการอยู่หรือไม่ ที่มีการแถลงข่าวในลักษณะข่มขู่คุกคามเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของประเทศ จะจับ จะสลายการชุมนุม ตนคิดว่ามันไม่ใช่วิสัย เพราะนายอภิสิทธิ์ได้เสนอแนวทางการปรองดอง สำหรับการที่ศอฉ.ขอตรวจค้นในพื้นที่การชุมนุม ซึ่ง2-3 วันมานี้ทราบว่าศอฉ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาลอบวางอาวุธในบริเวณเพื้นที่การชุมนุมของนปช. จากนั้นจะขอเข้ามาตรวจค้นและนำผู้สื่อข่าวไปตรวจสถานที่เป้นพยาน เพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง ถ้าต้องการเข้ามาตรวจค้น ตนยินดีเพื่อให้ทหารเข้ามาคนเดียว คือ พ.อ.สรรเสริญ เท่านั้น นายจตุพร กล่าวต่อว่า กรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์จับอาวุธสงครามได้ที่ย่านอ่อนนุช ที่มีผู้ต้องหา3 คนนั้น ซึ่งในนั้นมีผู้หญิงรวมอยู่ด้วยนั้น ตนอยากให้นายธาริตออกแถลงข่าวให้ชัดเจนว่าไม่ได้ซ้อมผู้ต้องหาที่เป็นผู้หญิง เพื่อให้ซัดทอดใส่ร้ายคนเสื้อแดง วิธีการเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเพราะอยู่ในช่วงการเจรจากความปรองดอง ทีมข่าวMthai

ศอฉ.เรียกพร้อมพงศ์แจง จนท.ขังแดง
ขังเสื้อแดง /  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน / 

หากพบว่าเป็นข้อเท็จ มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ทหารมีการคุมตัว 11 กลุ่มคนเสื้อแดง ที่ ค่ายทหาร จ.กาญจนบุรี พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตำรวจได้ออกหมายเรียก นายพร้อมพงศ์เข้าชี้แจงข้อมูล เพราะจากการตรวจสอบจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่พบว่า มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว รวมทั้งจากการตรวจสอบ 3 ใน 11 รายชื่อ ที่โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยพบว่า 3 รายชื่อ ที่มีการอ้างอิง คือ นายพันธุ์ศักดิ์ ฉิมพลี จ.ขอนแก่น เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และชอบที่จะไปร่วมชุมนุมกับทุกกลุ่มที่มีการชุมนุม ซึ่งจากการสอบถามมารดาของ นายพันธุ์ศักดิ์ ยืนยันว่ายังติดต่อกันได้อยู่ ส่วนน.ส.นวล โคกเจริญ ชาวขอนแก่น ตรวจสอบแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร และ นายสง่า พวงมาลา ชาวหนองบัวลำภู มีอาชีพเป็น รปภ. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยทางโทรศัพท์แล้ว ปรากฏว่าไม่เคยถูกควบคุมแต่อย่างใด บางคนไม่มีรายชื่อในทะเบียนราษฎร์ และ ไม่เคยถูกควบคุมตัวตามที่มีการกล่าวหา หากนายพร้อมพงศ์ ไม่สามารถชี้แจงได้ ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในข้อหาบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ซึ่งจะมีโทษให้จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท นอกจากนี้ พ.อ.สรรเสริญ ยังกล่าวว่า ไม่มีความขัดแย้งกับรัฐบาล กรณีมีมติลดพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระบุรัฐบาลมีอำนาจในการตัดสินใจ ?รัฐบาลมีอำนาจในการตัดสินใจ เพราะต้องตอบคำถามประชาชนและสังคม จึงมีอำนาจที่จะพิจารณาตามที่เห็นเหมาะสม แต่หากวันข้างหน้าเกิดเหตุอะไรขึ้น ก็สามารถใช้ พ.รบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรได้" พ.อ.สรรเสริญกล่าว เรียบเรียงข่าวโดย Mthai news