สทศ

ไม่ต้องแหวนเพชรเม็ดโต! ก็สวย เก๋ ได้ด้วย
มินิมอลสไตล์ /  สวมแหวน / 

เครื่องประดับสุดฮิตของสาวๆ ที่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ จะโสดหรือไม่โสด ก็ต้องมีติดบ้าน ติดนิ้ว เอาไว้สักวง บางคนชอบมากมีเป็นสิบๆ วงเลยด้วยซ้ำ แล้วสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใส่แหวนแบบไหนให้เข้ากับการแต่งตัวดี ? ขอแนะนำว่าห้ามพลาดจริงๆ กับแหวน Minimal Style ด้วยคอนเซ็ปต์ของสไตล์นี้ที่เรียบง่าย ดูสะอาดตา ให้ความรู้สึก "น้อยแต่มาก" สามารถใส่ได้หมดทุกโอกาสจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ หนูๆ นักศึกษา หรือจะสาววัยทำงาน ก็สามารถค่ะ แถมยังเข้ากับทุกชุดอีกต่างหาก ใครที่ถูกใจกำลังมองหาไอเดียใส่แหวนให้ดูดี ก็อย่ารอช้าค่ะ :) รูปภาพจาก : www.pinterest.com เรียบเรียงโดย : Women Mthai Team

จากไปไม่มีวันกลับ แดเนียล เกอร์สัน หนึ่งในมือเขียนบทของพิกซาร์
Big Hero 6 /  Daniel Gerson / 

แดเนียล เกอร์สัน (Daniel Gerson) มือเขียนบทคนเก่งจากค่ายพิกซาร์ แอนิเมชั่น สตูดิโอ (Pixar Animation Studios) ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับในวัย 49 ปี หลังจากที่เขาต่อสู้กับโรคมะเร็งสมองในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งผลงานของเขาได้สร้างความสนุกสนานให้ทุก ๆ คนได้ประทับใจไม่ว่าจะเป็น Monster Inc. บริษัทรับจ้างหลอนไม่จำกัด, Monster University มหา’ลัยมอนสเตอร์ และ บิ๊กฮีโร่ 6 (Big Hero 6) นอกจากฝีมือการเขียนบทที่ไม่ธรรมดาแล้ว ยังได้ให้เสียงพากย์เป็นตัวประกอบเป็นภารโรงตัวป่วนใน Monster Inc. และเจ้าหน้าที่ตำรวจใน Big Hero 6 ซึ่งนับเป็นความเสียดายต่อการสูญเสียหนึ่งในบุคลากรผู้สร้างสรรค์งานแอนิเมชั่น ในช่วงวัยที่มีพลังสามารถสร้างสรรค์ผลงานแอนิเมชั่นใหม่ ๆ ให้ผู้คนได้สนุกสนาน ติดตามข่าวสารแวดวงฮอลลีวูดที่น่าสนใจได้ใน Entertainment Now วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 น. ช่อง MONO 29 ขอขอบคุณภาพจาก gettyimages.com

หมาเฝ้าบ้าน! ส่องพิรุธทางจักรยานระนอง งบประมาณ 20 ล้าน
ทางจักรยาน /  ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน / 

แฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน เผยถึง ความไม่ชอบมาพากล กรณีที่จังหวัดระนองได้จัดทำเส้นทางจักรยาน งบประมาณ 20 ล้าน เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้โพสต์ภาพและข้อความเผย โครงการทำเส้นทางจักรยาน Bike for All จังหวัดระนอง วงเงิน 20 ล้าน ของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยทางเพจเผย พบอาจตั้งราคากลางงานสีตีเส้นและทาสีทางสูงเกินจริง มีส่วนต่างเฉียดล้าน ส่วนการประมูลงานอาจไม่มีการแข่งขันแท้จริง ทางเพจระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ จากกรณีที่จังหวัดระนองได้จัดทำเส้นทางจักรยานในพื้นที่ตัวเมืองจนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในพื้นที่ ‪‎ทีมหมาเฝ้าบ้าน‬ ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า การจัดทำเส้นทางจักรยานดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจักรยานทั่วประเทศ หรือ Bike for All ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมพลศึกษาได้อนุมัติงบประมาณ 20 ล้านบาท ให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา เขตท้องที่จังหวัดระนอง รับผิดชอบการดำเนินการโครงการส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางจักรยานจังหวัดระนอง ทีมหมาเฝ้าบ้าน พบความผิดปกติเกี่ยวกับการจัดทำโครงการ 2 ประเด็น คือ การกำหนดราคากลางที่ส่อว่าจะแพงเกินจริงและความผิดปกติในการประมูลงาน ประเด็นแรก พบความไม่ชอบมาพากลในการกำหนดราคาสีซึ่งเป็นเนื้อหางานหลักของโครงการนี้ จากแบบ ปร.4 ดังนี้ 1. ราคางานสีเทอร์โมพลาสติก ซี่งโดยปกติราคากลาง (ราคาต้นทุน ไม่ร่วม Factor F) อยู่ที่ 280-290 บาท/ตร.ม. โครงการนี้กำหนดราคากลางไว้ที่ 310.85 บาท/ตร.ม. เมื่อพิจารณาปริมาณงานพบว่าเขตในเมือง มีงานตีเส้นแบ่งช่องทางจักรยาน 4,040 ตร.ม. เขตนอกเมือง มีงานตีเส้น 7,360 ตร.ม. งานสัญลักษณ์จักรยาน 368 ตร.ม. งานลูกศร 66 ตร.ม. รวมเป็นงานทั้งสิ้น 11,834 ตร.ม. ราคาต้นทุนอยู่ที่ 3,708,598.8 บาท คิดเป็นส่วนต่างจากการกำหนดราคาสูงเกินจริงไม่น้อยกว่า 246,000 บาท 2. งานสีโคลด์พลาสติก ซึ่งเป็นสีกันลื่นที่ระยะหลังมักนำมาใช้ทาจุดเสี่ยงเป็นสีแดง ๆ และงานทางจักรยาน เป็นสีที่มีราคาแพง โดยปกติราคากลาง (ต้นทุนไม่รวม Factor F) อยู่ที่ประมาณ 1,005 บาท/ตร.ม. โครงการนี้กำหนดไว้ที่ 1,100 บาท/ตร.ม. (เมื่อคูณ F 1.3041 จะสูงถึง 1,434.51 บาท/ตร.ม.) พบมีงานทาสีทางจักรยาน 9,600 ตร.ม. เฉพาะงานต้นทุนค่าทาสีทางระยะทางเกือบ ๆ 10 กิโลเมตรนี้ อยู่ที่ 10,560,000 บาท ทั้งนี้ส่วนต่างจากการกำหนดราคากลางสูงกว่าปกติอยู่ที่ 912,000 บาท เฉพาะราคากลางงานที่สีที่ส่อว่าจะแพงเกินจริงของงานสีเทอร์โมพลาสติกและโคลด์พลาสติก รวมกันคิดเป็นเงินไม่น้อยกว่า 1,158,000 บาท ประเด็นการประมูลงานพบข้อสังเกตว่าอาจไม่มีการแข่งขันราคาที่แท้จริง การประมูลงานมีการกำหนดราคากลางไว้ที่ 20,094,000 บาท สูงกว่าวงเงินงบประมาณ มีผู้เข้าซื้อซองเพียง 4 ราย เข้ายื่นซองและประมูลงานเพียง 2 ราย คือ หจก. ส.ฤดีทรงธรรมร่วมกิจ กับ หจก.โชคพิพัฒน์พงศ์ โดยรายหลังซึ่งเป็นผู้รับเหมาในพื้นที่เสนอราคาสูงกว่างบประมาณที่ 20,010,000 บาท ส่วนรายแรกเป็นผู้รับเหมาจากกาญจนบุรีเสนอราคาที่ 19,920,000 บาท ต่ำกว่างบประมาณ 80,000 บาท เมื่อตรวจสอบพบว่าคว้างานทางจักรยานในภาคใต้สองแห่ง คือ ภูเก็ตกับระนอง และคว้างานจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวริมคลองบางริ้น จังหวัดระนอง วงเงิน 9.8 ล้านบาท ของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระนอง อีกโครงการ นอกจากนี้ อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในงานก่อสร้างเรือนจำกลางจังหวัดภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี วงเงินรวม 1.6 พันล้านบาท ที่มา ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เด้งฟ้าผ่า! ผบ.บางขวาง เซ่นปม 'มือปืนส่ายก้น' ค้ายาในคุก
ค้ายาในคุก /  ยาเสพติด / 

กรมราชทัณฑ์ ลงคำสั่งให้ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ย้ายไปปฏิบัติราชการประจำกรมราชทัณฑ์ หลังพบว่ามีผู้ต้องหาลอบสั่งการค้ายาเสพติดในคุก เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมราชทัณฑ์ได้มีคำสั่งให้ นายสุรพล แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ย้ายให้ ไปปฏิบัติราชการ ประจำกรมราชทัณฑ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) สามารถจับกุมนายวุฒิชัย อ่อนตาจันทร์ อายุ 25 ปี พร้อมเฮโรอีน 60 แท่ง น้ำหนัก 21 กิโลกรัม มูลค่า 50 ล้านบาท ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต จ.ปทุมธานี จากการสอบสวนนายวุฒิชัย รับสารภาพว่า รับจ้างจากนายโอ๋ นักโทษในเรือนจำแห่งหนึ่งเป็นตัวกลางรับงาน ได้ค่าจ้าง 500,000 บาท เพื่อมารับยาเสพติด โดยจะรอให้นายโอ๋ โทรศัพท์มาสั่งการว่าจะให้นำยาเสพติดไปกระจายต่อยังผู้ค้าและผู้เสพรายย่อยในเขต จ.ปทุมธานี ชลบุรี กรุงเทพฯ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่พบว่า นายโอ๋ เป็นคนเดียวกับ นายยศพล แหกล้า อายุ 37 ปี ฉายามือปืนส่ายก้น ที่เคยก่อเหตุยิง น.ส.เกวลิน หงส์ทอง อายุ 28 ปี ว่าที่เจ้าสาว และนางวิมล หงส์ทอง อายุ 53 ปี ว่าที่แม่ยาย แล้วเดินส่ายสะโพกเยาะเย้ย โดยกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้ เหตุเกิดที่ร้านพีเอสโมดิฟาย เลขที่ 21/14 หมู่ 1 ต.ห้วยกะปิ อ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2556 จากการตรวจสอบประวัตินายยศพลพบว่าเคยถูกจำคุกมาแล้ว 3 ครั้ง ต่อมาศาลจังหวัดชลบุรี พิพากษาประหารชีวิต และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 1,200,000 บาท และจ่ายค่าสินไหมให้แก่บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของนางวิมลอีก 2 คน เป็นเงิน 1,410,000 บาท โดยนายยศพลถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง และมาก่อเหตุเป็นตัวการในการสั่งยาเสพติดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายยศพล มาสอบสวน โดยให้การรับสารภาพ จึงอายัดตัวดำเนินคดีเพิ่ม พร้อมทั้งย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี จากกรณีดังกล่าว พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้สืบสวนเชิงลึก จนกระทั่งพบว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำ เข้าไปเกี่ยวข้องและปล่อยปละละเลยให้มีการใช้โทรศัพท์มือถือ ในเรือนจำกลางบางขวาง จึงจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ เข้าจู่โจมตรวจค้น พบโทรศัพท์มือถือ กว่า 10 เครื่อง ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ขณะนั้น ได้ลงนามคำสั่งที่ 108/2559 ให้นายสุรพล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง ไปปฏิบัติราชการ ประจำกรมราชทัณฑ์ พร้อมทั้งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และลงนามคำสั่งที่ 107/2559 ในวันเดียวกัน ให้นายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง อย่างไรก็ตามล่าสุดมีรายงานว่า นายสุรพล ตัดสินใจลาออกจากราชการ เนื่องจากจะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. 2559 ขอบคุณข้อมูล จส.100 ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

10 กว่าปีผ่านไป ขวัญใจวัยทีนแห่งยุค '90 เปลี่ยนไปเย้อออ!?
Aaron Carter /  Gil Ofarim / 

เห็นติ่งเกาหลียุคนี้กรี๊ดสนั่นและเทเงินในกระเป๋าสนับสนุนผลงานของอปป้า-ออนนี่ศิลปิน K-POP กันรัวๆ แต่ย้อนมาดูตัว... อ๊อย สมัย 10 กว่าปีที่แล้ว ชั้นก็เคยเป็นยังงี้นะ! ในวันที่ติ่งฝรั่งในยุค 90 ยุคที่เพลงป๊อปสากลฮิตติดเพดานในตอนนั้น แก่จนกลายเป็นวัยทำงานในตอนนี้(เจ็บต้องคำว่า 'แก่') แล้วเหล่าไอดอลในดวงใจของชั้นล่ะ เค้าเป็นยังไงกันบ้าง? เธอสาว เธอสวย และพวกเธอมาพร้อมเสียงร้องใสกิ๊ง M2M(เอ็มทูเอ็ม) สองสาวดูโอ้จากนอร์เวย์ Marit Larsen  และ Marion Raven ทำให้วัยรุ่นยุคนั้นต้องพยายามดัดเสียงให้ใสเท่า แล้วครวญ "Oh my pretty pretty boy I love you. Like I never ever loved no one before you." ใครร้องเพลงนี้ไม่ได้ถือว่าเชยสะบัด M2M - Pretty Boy (Official Music Video HD) youtube channel : MarionRavenHD ตอนนี้สองสาว Marit และ Marion นางก็ยังวนเวียนอยู่ในวงการเพลงนะคะ แยกย้ายกันทำเพลงเดี่ยวตามสไตล์ของแต่ละคน... ซึ่งทั้งคู่สวยสะพรั่งมาก คืออิจ.แรง! ภาพจาก www.facebook.com/MaritLarsen และ www.facebook.com/marionraven "อืมบ๊อบ ปะดั๊บปะดู่ว๊อบ..." แม้ภาษาอังกฤษจะไม่แตกฉาน แต่ก็ต้องร้องเพลง MMMBop ของ Hanson ให้ได้นะคะ! สามพี่น้องตระกูล Hanson โชว์ความเป็นอัจฉริยะด้านดนตรี ทั้งร้อง-ทั้งทำ-ทั้งเล่น แถมหน้าตาก็ดีไม่แพ้กัน (ลูกใครหนอพ่อแม่ช่างปั้น) เพลงของสามพี่น้องฮอตฮิตมากๆ แถมพัฒนาจากป๊อปใสๆ ค่อยๆ เติบโตตามวัย Hanson - MMMBop youtube channel : HansonVEVO ปัจจุบันทั้งสามยังเป็น Hanson เสิร์ฟผลงานเพลงเหมือนเมื่อครั้งอดีต... Hanson ยังเป็น Hanson เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือภรรยาและลูก (ล่องห้ายยย) ภาพจาก https://www.facebook.com/hansonmusic The Moffatts คือบอยแบนด์วงดนตรีสี่พี่น้อง Scott และน้องๆ แฝดสาม Clint, Bob และ Dave พวกเขาเติบโตในครอบครัวนักดนตรี และพัฒนาการจากวงดนตรีเด็กแนวเพลงคันทรี สู่การเป็นป๊อปร็อกแบนด์สุดป๊อปปูลาร์ จนสาวๆ ยุคนั้นอยากใช้สกุล 'Moffatts' กันถ้วนหน้า! Miss You Like Crazy | TheMoffatts youtube channel : Khao Sanz หลังจากผ่านยุคเฟื่องฟูแล้วแยกวงในเวลาต่อมา Scott, Clint และ Bob ก็ดอดมาใช้ชีวิตและวนเวียนอยู่ในวงการเพลงเมืองไทยด้วยนะ ส่วน Dave นี่แกรนด์โอเพ่นนิ่งไปแล้วจ้ะ(เจ๊นี่เสียดายของมาก) ภาพจาก www.facebook.com/clinton.moffatt แม่ขา หนูอยากได้เขา!... พูดถึง The Moffatts แล้ว จะไม่พูดถึง Gil Ofarim ได้ไงคะ! หนุ่มผมยาวสุดหล่อหน้าหวานที่มากับกีต้าร์คนนี้เค้าเคย feat. กับ The Moffatts ในเพลงฮิต If I only knew ด้วย แถมเพลงเดี่ยวของเขาก็โด่งดังไม่แพ้กัน Gil Ofarim & The Moffats - If You Only Knew youtube channel : kwangbencha โอเคค่ะ ทุกคนลืมหนุ่มหน้าหวานคนนั้นไปก่อนนะคะ เพราะตอนนี้ Gil เปี่ยนไป๊แล้ว! ฮีหล่อและแซ่บมาก! ทรงผมหนวดเครา และรอยสักนั้นช่างสะท้านใจเหลือเกิน!! และแน่นอน 'ผู้ชายดีๆ มีเมียหมดแล้ว คุณจะรออะไร'... ฮีมีลูกและเมียแล้วค่ะ จบปึ่ง! ภาพจาก www.facebook.com/gilofarim Aaron Carter น้องชายตัวกระเปี๊ยกของขุ่นพี่ Nick Carter แห่ง Backstreet Boys ตอนหนุ่มน้อยคนนี้เริ่มออกอัลบั้มเสียงฮียังไม่แตกดีเลย สารภาพว่าเจ๊รู้จัก อารอน เพราะบารมีของพี่ชายน่ะแหละ แต่ฟังเพลง ฟังไปฟังมาก็เพราะดีนี่นา ชอบเลยค่ะ Aaron Carter - I'm gonna miss you forever youtube channel : * * Jeunes artistes * * จากเด็กน้อยหน้าใสในวันนั้น กลายเป็น Aaron Carter ผู้ชายหุ่นแซ่บวันนี้! ถ้ารู้ว่าโตมาจะเป็นแบบนี้ เจ๊ไม่ปล่อยไว้หรอกค่ะ! ภาพจาก twitter.com/aaroncarter ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เปิดบทสัมภาษณ์ 'ยิ่งลักษณ์' แจงสื่อนอกปม 'จำนำข้าว'
ข่าวการเมือง /  ข้าว / 

เปิดบทสัมภาษณ์ 'ยิ่งลักษณ์' แจงสื่อนอกปม 'จำนำข้าว' ลั่น ถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นพูดบ้าง! จากกรณีที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยถึงกรณีส่งข้อสรุปความเห็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า โครงการนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่อดีตนายกรัฐมนตรีมีความผิดเรื่องพฤติการณ์ในการกำกับดูแล และภายในวันเดียวกัน สำนักข่าววอลสตรีท เจอร์นัล ได้รายงานบทสัมภาษณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยัน โครงการการรับจำนำข้าว ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร แต่เธอกลับกำลังถูกดำเนินคดีจากนโยบายที่ได้มีการหาเสียงเอาไว้ และผ่านการนำเสนอกับสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่เธอจะลุกขึ้นพูดบ้าง เพราะตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหาร เธอไม่เคยคิดหนี และเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้พยายามใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอด เพราะผู้มีอำนาจคิดว่าเธอคือต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง ที่มา wsj ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

วอนช่วย! หลวงตาอายุ 98ปี หูไม่ดี ตาเสียอยู่อย่างลำบาก
บริจาค /  พระ / 

วอนช่วยเหลือ หลวงตาอายุ 98 ปี ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หูไม่ดี ตาเสียหนึ่งข้าง อยู่อย่างลำบาก  วันนี้ (11 ก.พ.) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ หลังจากมีผู้นำภาพและเรื่องราวของพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยากยากลำบาก เนื่องจากความชราภาพ มาเผยแพร่ลงในเฟซบุ๊ก ผู้โพสต์เผยว่า ได้ไปสำนักสงฆ์ที่มีพระพุทธรูปสีขาวใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดดอย ใกล้กับเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีพระอยู่รูปเดียวแก่ชรามาก อายุ 98 ปี หูไม่ดี ตาเสียข้างหนึ่ง อีกข้างมองไม่ค่อยเห็น อยู่อย่างลำบาก ศาลาวิหารหลังคาจะพังลงมาแล้ว เนื่องจากปลวกกัดกิน ตอนนี้ทางวัดอยากจะเปลี่ยน โครงหลังคา แต่ขาดงบประมาณ ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในครั้งนี้ จึงวอนขอความช่วยเหลือมา ณ ที่นี้ด้วย สงสารพระท่าน ขออนุโมทนาบุญครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้หากใครสนใจช่วยเหลือ สามารถร่วมบริจาคไปได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ริม ชื่อ น.ส. ธนภรณ์ ก้อนพินิจ เลขที่บัญชี 515-1-47162-7 MThai news ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก วขิราภรณ์ ชุมภู‎

เปลี่ยนไม่เปลี่ยน! สมยศ เปิดใจครั้งแรกกับอนาคตของซิโก้หลังได้รับเลือก
ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน /  บังยี / 

พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกสมาคมฟุตบอลคนที่ 17 ประกาศหลังจากได้รับตำแหน่งว่า จะทำการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารไทยพรีเมียร์ลีกชุดเก่าออกทั้งหมด แต่ยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งเฮคโค้ชทีมชาติไทยของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองแน่นอนหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล “บิ๊กอ๊อด”​พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง  ที่ได้รับคะแนนจากสโมสรสมาชิกอย่างถล่มทลายถึง 62 เสียงจากทั้งหมด 68 เสียงของสมาชิกได้ร่วมแถลงข่าวกับผู้สื่อข่าวพร้อมกับทีมงานบริหาร ซึ่ง นายกส.ลูกหนังคนใหม่เปิดเผยว่าจะทำการเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหารบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกออกทั้งหมด และจะนำบอร์ดบริหารชุดใหม่ที่มาจากตัวแทนของทุกสโมสรเข้าไปบริหารงานแทน นอกจากนี้ยังตอบข้อสงสัยที่แฟนบอลต้องการจะรู้คือ หากว่าได้ตำแหน่งแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติหรือไม่ ซึ่งบิ๊กอ๊อดย้ำชัดเจนว่าจะให้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทำงานต่อไปอย่างแน่นอน

100 ประโยคบอกรักภาษาอังกฤษ วันวาเลนไทน์
ประโยคภาษาอังกฤษ /  ภาษาอังกฤษ / 

คำพูด หรือ การบอกรัก เพียงสั้นๆ ที่ออกมาจากใจ ก็มีความหมายและคุณค่ามาก สำหรับคนที่ได้ยินแล้วนะคะ วันวาเลนไทน์นอกจากเพื่อนๆ จะเตรียมของขวัญเซอร์ไพรส์คนรักแล้ว ก็อย่าลืมนำ 100 ประโยคบอกรักภาษาอังกฤษ วันวาเลนไทน์ ไปบอกเค้าด้วยนะคะ Happy Valentine's Day 100 ประโยคบอกรักภาษาอังกฤษ วันวาเลนไทน์ โดยความหมายของทั้ง 100 ประโยคนี้ส่วนใหญ่ หมายถึงคำว่า “I love you” หรือ ฉันรักเธอ นั่นแหละจ้ะ แต่อยู่ที่สไตล์ของแต่ละคนว่า อยากจะใช้ประโยคบอกรักแบบไหนกับคนรัก ยังไงก็ลองนำคำหวานๆ เหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ Source: Lifehack, scholarship

แพทย์เยอรมันชี้ 'ไวรัสซิกา'ไม่กระทบ 'โอลิมปิก' ที่บราซิล
จีน /  ทำแท้ง / 

หัวหน้าคณะแพทย์ทีมนักกีฬาทีมชาติเยอรมัน ระบุ ไวรัสซิกา ไม่กระทบโอลิมปิกที่บราซิล แต่ให้อิสระนักกีฬาตัดสินใจจะเข้าร่วมหรือไม่ แบรนด์ โวลฟาร์ธ หัวหน้าคณะแพทย์ประจำทีมโอลิมปิกของทีมชาติเยอรมัน ออกมากล่าวว่า ไวรัสซิก้าที่กำลังระบาดในประเทศบราซิล จะไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่รีโอ เดอ จาเนโร อย่างไรก็ตาม จะให้ความเคารพต่อการตัดสินใจของเหล่านักกีฬาทั้งหลาย ว่ายินดีจะเข้าร่วมชิงชัยหรือปฏิเสธที่จะไม่เดินทางไปบราซิล โดย นายแพทย์ โวลฟาร์ธ กล่าวว่า นักกีฬามีสิทธิที่จะตัดสินใจว่า พวกเขาจะเข้าร่วมแข่งขันหรือไม่ แต่สิ่งแรกที่เราดำเนินการอยู่คือการเฝ้าระวังและติดตามดูพัฒนาการของเชื้อไวรัสอย่างใกล้ชิด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทางการจีน พบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรก ไม่ห่วงเกิดการระบาดในประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จีนพบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรกแล้ว โดยรายงานระบุว่า ชายชาวจีน วัย 34 ปี ที่เพิ่งเดินทางไปยังอเมริกาใต้เมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นชาวจีนคนแรกที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสซิกา สาธารณสุขและหน่วยงานวางแผนครอบครัว กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวมาจากเมืองกานเสียน ในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน แต่ทางการจีนมองข้ามความเสี่ยงที่โรคดังกล่าวจะแพร่ระบาดในภูมิภาค เนื่องจากจังหวัดเจียงซี เป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น สำหรับผู้ป่วยชายคนดังกล่าว เพิ่งเดินทางกลับมาจากเวเนซุเอลา โดยเดินทางผ่านฮ่องกง และเสิ่นเจิ้น เมื่อวันที่ 28 มกราคม โดยมาพร้อมกับอาการไข้และวิงเวียนศีรษะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชายคนดังกล่าวกำลังถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลบ้านเกิด และอาการเบื้องต้นเริ่มทุเลาขึ้น เนื้อหาจาก INN ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'อินเดีย' ผลิตวัคซีน ไวรัสซิกาได้เป็นแห่งแรกของโลก วานนี้ (3 ก.พ.) สำนักข่าว 'เอ็นดีทีวี' รายงานข่าว กรณีที่นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในไฮเดอรา รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ได้ทำการจดทะเบียนสิทธิบัตรวัคซีนต้านไวรัสซิกา ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในโลกที่สามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ ดร. กฤษณะ เอลล่าประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำการทดลอง วิจัย โดยใช้คนและสัตว์ ในการทดลองระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และ สภาการวิจัยทางการแพทย์อินเดีย (ICMR) เพื่อพัฒนา และแก้ไขวิกฤตการระบาดของเชื้อดังกล่าว ที่มีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น โดยในระยะเวลา 4 เดือนจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้กว่า 1ล้านชิ้น ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ซีดีซี ยังพบผู้ป่วย 'โรคซิกา' ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ในสหรัฐฯเป็นรายแรก ซีเอ็นเอ็น รายงาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ 'ซีดีซี' ยืนยัน กรณีผู้ป่วยโรคซิการายแรกในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากกลับมาจากประเทศเวเนซุเอลา โดยไวรัสดังกล่าว แฝงอยู่ในเลือดผู้ป่วยได้ราวสัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในอสุจิได้นานเท่าไร ซึ่งขณะนี้ซีดีซี กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง กรณีดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากในปี 2556 พบเชื้อไวรัสซิกา ในปัสสาวะและอสุจิ ชายวัย 44 ปี และในปี 2551 พบกรณีเดียวกันในเซเนกัล นอกจากนี้ซีดีซี เผยว่ามีเอกสารที่ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้ ติดต่อผ่านการคลอด ถ่ายเลือด น้ำนมแม่ ได้เช่นกัน องค์กรอนามัยโลก เผยว่า ในปีหน้ากว่า 24 ประเทศ ในอเมกาเหนือ อาจมีผู้ป่วยโรคซิการาว 4 ล้านคน ซึ่งทางการได้ประกาศเตือนให้สตรีหลีกเลี้ยงการตั้งครรภ์นานถึง 2 ปี ในประเทศที่มีการระบาด เพราะเชื้ออาจส่งผลให้ทารกที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อ เกิดมามีศีรษะเล็กผิดปกติ ที่มา cnn ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุข ออกประกาศให้ 'โรคซิกา' เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ ลำดับที่ 23 นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมด้วย พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและที่ปรึกษากรม คร. แถลงข่าวเกี่ยวกับ'โรคซิกา' โรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้สถานการณ์ระบาดของโรคนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน นพ.อำนวย กล่าวว่า ได้มีการออกประกาศเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มเติม 2 ฉบับ โดยฉบับแรก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ โดยระบุอาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตาแดง อาจมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายในบางราย โดยทั่วไปจะมีอาการป่วยประมาณ 1 สัปดาห์ และฉบับที่ 2 ประกาศ สธ. เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ระบุว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคที่ต้องแจ้งความ เมื่อพบผู้ป่วยต้องรายงานให้ สธ.ทราบ การเฝ้าระวังป้องกันโรคจะมีการคุมเข้มเป็นพิเศษใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. หญิงตั้งครรภ์ 2. ผู้ป่วยไข้ออกผื่น เป็นกลุ่มก้อน จะมีการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทันที 3. ทารกที่คลอดแล้วมีศีรษะเล็ก และ 4. ผู้ป่วยที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ โดยจะเน้น 4 มาตรการ คือ 1. การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2. การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3. การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด 4. การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท นอกจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มข้นในการออกไปสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนโรคทันทีและอย่างจริงจังหากมีรายงานโรคดังกล่าว พร้อมทั้งจัดด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศบริเวณสนามบิน เพื่อเฝ้าระวังเข้มแข็งในกรณีที่มีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ ที่มีการระบาดของโรคแล้วมีอาการไข้ประกอบ นอกจากนี้ยังมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนักระบาดวิทยาภาคสนามของประเทศอาเซียนบวก 3 เพื่อปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกันในการป้องกันและควบคุม 'โรคซิกา' เป็นกรณีพิเศษ พร้อมกันนี้ มีการขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันกำจัดทั้งตัวยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ เพราะการกำจัดยุงลาย สามารถควบคุมได้ถึง 3 โรค ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้ซิกา และไข้ปวดข้อชิคุนกุนยา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย ขณะที่เชื้อดังกล่าว กลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มีผลระหว่างประเทศ โดยล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ขอความร่วมมือกับประเทศภาคี ในการรับมือกับโรคดังกล่าวแล้ว หลังจากทารกที่มารดาได้รับเชื้อดังกล่าวในบราซิล กว่า3,000 คน เกิดมามีศีรษะเล็ก สมองพิการ ไม่พัฒนา  ในบราซิล ขณะที่ไม่มีผลร้ายแรงต่อผู้ใหญ่ไม่รุนแรงเท่าไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีคหรือยารักษา ส่วนมาตรการเฝ้าระวังในประเทศไทย สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ส่วนวิธีการป้องกันตัว คือการป้องกันไม่ให้โดนยุงกัด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจ 'แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว' เผยข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ไวรัสซิกา ที่เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกดังนี้ '(Zika Fever ) ระบาดแล้วนะครับ องค์การอนามัยโลก (WHO ) ประกาศให้ไวรัสซิกา ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในบราซิลและประเทศอื่นๆในภูมิภาค เป็น "ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก" โดยนับเป็นการประกาศเตือนภัยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติอีโบลาที่แพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 และ ประเทศไทย ของเราก็ทันสมัยเหลือเกิน โดยหลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศเพียง 1 วัน ประเทศเราก็พบผู้ป่วย เป็นชายไทย อายุ 20 ปี ป่วยอยู่ที่ รพ ภมิพล นะครับ โรคนี้ติดต่อโดย ยุงลายเป็นพาหะ นะครับ กัดคนป่วย แล้วมากัดเรา เราก็ติดเชื้อนะครับ อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร ดูจาก infographic ด้านล่างนี้นะครับ' ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบผู้ป่วยไข้ซิการายที่ 2 ของไทย องค์กรอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉิน พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพล กล่าวถึงกระแสข่าว การพบผู้ป่วยโรคซิการายที่ 2 ของประเทศไทย และเป็น ซึ่งผู้ป่วยรายแรกของโรงพยาบาลภูมิพล เป็นชายไทย วัยราว ๆ 20 เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมาด้วยอาการไข้ มีผื่น ตาแดง เมื่อยตามเนื้อตัว และได้รับหารยืนยันว่าเป็นไข้ซิกา โดยการรักษาจนผู้ป่วยอาการดีขึ้น และออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่ถือว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นพาหะสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้โรคไข้ซิกา ที่กำลังระบาดหนักในละตินอเมริกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผวา มาใกล้ไทยมาก กรมสุขภาพมาเลเซีย เตือน ไวรัสซิกาอาจระบาดเข้าประเทศ เพราะมียุงชุกชุม และยังไม่มีด่านตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ ดร.ลอคมาน ฮาลิม สุไลมาน รองอธิบดีกรมสุขภาพแห่งมาเลเซีย แถลงว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังจับตา สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งเป็นเรื่องตึงเครียดระดับโลกอยู่ในขณะนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายเข้าในประเทศ โดยสาเหตุเกิดจาก มาเลเซีย เป็นประเทศที่มียุงชุกชุม และยุงเองก็เป็นพาหะของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ชาวมาเลเซียยังไม่เคยมีภูมิต้านทานโรคไข้ซิกา และหากมีผู้ป่วยในประเทศก็มีโอกาสที่เชื้อจะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วแม้ผู้ติดไวรัสซิกาจะมีอาการไม่รุนแรงจนถึงชีวิต แต่กระทรวงถือว่าซิกาเป็นเรื่องใหญ่เพราะเชื้ออาจทำให้ทารกในครรภ์ผู้ป่วย เกิดมามีศีรษะเล็กแต่กำเนิด และสมองผิดปกติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ขณะนี้ยังไม่มีจุดตรวจคัดกรองไวรัสดังกล่าวในมาเลเซีย ดังนั้นขอจึงมีการขอความร่วมมือ ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้โปรดแสดงตัวต่อศูนย์กักโรคหรือหน่วยงานสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุดหากเป็นไข้และมีผื่น นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้สตรีมีครรภ์งดเดินทางไปยัง 22 ประเทศและดินแดนที่ไวรัสซิกากำลังระบาด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- องค์การอนามัยโลก เตือน ไวรัสซิกา มีแนวโน้มระบาดไปทั่วทวีปอเมริกาในอนาคต สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามัยโลก เตือนว่า ไวรัสซิกาที่มีอาการติดเชื้อจากการป่วยมีไข้ เยื่อบุตาอักเสบ และปวดศีรษะ เป็นอาการเริ่มแรกของเชื้อไวรัส ถูกพบใน 21 ประเทศ ทั้งในประเทศอาหรับ ทางตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปอเมริกา ซึ่งไวรัสดังกล่าวจะส่งผลไปยังทารกแรกเกิดทำให้สมองมีพัฒนาการต่ำ บางประเทศแนะนำให้หญิงที่ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทารกที่จะเกิดมา ทั้งนี้ไวรัสชนิดดังกล่าวยังไม่มียาป้องกันหรือรักษาด้วย สำหรับไวรัสซิกามีถิ่นกำเนิดและถูกพบครั้งแรกในพื้นที่ทวีฟแอฟริกา ก่อนจะแพร่เข้าสู่อมเริกา และปรากฏอีกครั้งในประเทศบราซิลเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การขาดภูมิคุ้มกันร่างกายตามธรรมชาติยิ่งช่วยให้เชื้อไวรัสดังกล่าวกระจายไปอย่างรวดเร็วด้วย ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเป็นชาวอังกฤษแล้ว 3 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก inn ขอบคุณคลิปวีดีโอจากรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปี ลดเสี่ยงทารกผิดปกติจากเชื้อซิกา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษแถลงข่าวพบชาวอังกฤษติดเชื้อ 'ไวรัสซิกา' จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศไปยังโคลัมเบีย ซูรินามา หรือ ดัตช์เกียนา และกายอานา พร้อมย้ำว่าไวรัสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในอังกฤษ และไม่แพร่กระจาย ติดต่อจากคนสู่คน แต่ส่งผลกระทบทำให้สมองของเด็กทารกที่มารดาติดเชื้อถูกทำลาย ทั้งนี้ 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานว่า จากกรณที่มีเด็กทารก ที่มารดาได้รับเชื้อนี้ ในบราซิล เกิดมาพร้อมศีรษะที่เล็กผิดปกติเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เองทางด้านกระทรวงสาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปีนี้ รวมทั้งสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ ทำให้กลุ่มสิทธิสตรีในเอลซัลวาดอร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการห้ามการทำแท้ง เพราะตามกฎหมายของเอลซัลวาดอร์ห้ามสตรีทำแท้งในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่การถูกข่มขืน เด็กผิดปกติ หรือภาวะที่เป็นอันตรายต่อมารดา เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาด้วย ข่าวที่เกี่ยวข้อง -ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ โรคไข้ซิกา -เตือนเฝ้าระวัง ไวรัสซิกา หรือ ไข้ซิกา สาเหตุหลัก จากยุงลาย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn จส.100 สนับสนุนข้อมูล

หนุ่มคลั่ง! แม่ไม่ให้ตังซื้อบิ๊กไบค์ รัวยิงปืน-ขู่ปาระเบิด
คลุ้มคลั่ง /  น้อยใจแม่ / 

ลูกชายวัย 19 ปี ไม่พอใจแม่ไม่ยอมให้เงินไปซื้อรถบิ๊กไบค์ คว้าปืนยิงขึ้นฟ้า ขู่ปาระเบิด เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าระงับสติอารมณ์ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.วารินชำราบ เข้าควบคุมตัว นายชินเสฏฐ์ อายุ 19 ปี ซึ่งใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงขึ้นฟ้าภายในบ้าน หมู่ 4 ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว จากการเข้าตรวจสอบพบเป็นอาวุธปืนพกแบบบีบีกัน ซึ่งมีการดัดแปลงสามารถใส่ลูกกระสุนจริงขนาด .38 ใช้ยิงได้ 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนปืนที่ยิงขึ้นฟ้าไปแล้ว 5 ปลอก ปืนปากกาขนาด .22 อีก 1 กระบอก มีดพกและพลุอีกจำนวนหนึ่ง จากการสอบสวนนายชินเสฏฐ์ ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ไม่พอใจมารดาไม่ให้เงินไปซื้อรถบิ๊กไบค์ จึงนำปืนที่สั่งซื้อทางไปรษณีย์เมื่อสามเดือนก่อน ออกมายิงระบายอารมณ์ มารดาจึงได้แจ้งให้ตำรวจเข้าระงับเหตุ แต่ระหว่างนั้นนายชินเสฏฐ์ประกาศว่า มีระเบิดมือ และยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อข่มขู่ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาในบ้าน หลังเกิดเหตุได้คุมตัวนายชินเสฏฐ์มาพักสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจ พร้อมตั้งข้อหามีอาวุธปืน และสิ่งเทียมอาวุธไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และอาจทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายได้ พร้อมเตรียมส่งตัวนายชินเสฏฐ์ ไปให้แพทย์โรงพยาบาลตรวจสอบภาวะทางจิต เนื่องจากนายชินเสฏฐ์เคยเข้ารับการตรวจรักษามาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปีที่ผ่านมาด้วย ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ม.ฮาร์เวิร์ดบล็อกชาวเน็ตไทยถล่มโพสต์กรณีทันตแพทย์
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

มหาวิทยาฮาร์เวิร์ด บล็อกบัญชีเฟซบุ๊กชาวไทย หลังหลั่งไหลโจมตีกรณีทันตแพทย์เหนียวหนี้หน้าเพจทางการ สำนักข่าว เอเซียน คอเรสพอนเด้นท์ รายงาน สั่งบล็อกการเข้าแสดงความเห็นของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวไทย ที่แฟนเพจทางการของมหาวิทยาลัย หลังชาวเน็ตไทยหลั่งไหลเข้าแสดงความเห็นแง่ลบเกี่ยวกับอาจารย์ทันตแพทย์ชาวไทย ที่ปฏิเสธการใช้ทุนรัฐบาลไทย โดยสื่อรายงานว่า เรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลัง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ ที่ปัจจุบันเป็นครูสอนที่มหาวิทยาฮาร์เวิร์ด ถูกกล่าวหาว่า กลบเลี่ยงการชำระหนี้รัฐบาลไทย จำนวน 30 ล้านบาท ทำให้ภาระการชำระหนี้ตกอยู่ที่ผู้ค้ำประกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางมหาวิทยาฮาร์เวิร์ดรับทราบเป็นอย่างดี แต่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือพร้อมระบุว่า เป็นปัญหาส่วนตัว ทำให้ชาวไทยที่ไม่พอใจเกี่ยวกับการแสดงท่าทีเฉยชาของมหาวิทยาฮาเวิร์ดเข้าไปแสดงความเห็นในแง่ลบจนทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ต้องจัดการบล็อกบัญชีผู้ใช้ชาวไทย เพื่อป้องกันการแสดงความเห็นที่ไม่ดีบนหน้าแฟนเพจ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ศาลยุติธรรม ชี้แจงคดีหมอฟันเบี้ยวหนี้  47 ล้าน ต้องมาศาลวันนัด14 มี.ค. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีล้มละลายที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นฟ้อง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ม.มหิดล)หลังจากได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ที่สหรัฐฯ เมื่อสำเร็จการศึกษา ดลฤดี ได้หลีกเลี้ยงไม่กลับมาใช้ทุนคืน รวมถึงแต่งงาน เปลี่ยนสัญชาติ และทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ม.มหิดล เป็นโจทก์ที่ 1 และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เป็นโจทก์ที่ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ดลฤดี ผู้รับทุน เป็นจำเลย ต่อศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำ ล.3603/2558 ทั้งนี้ทั้งนั้น คดีล้มละลายนี้ สืบเนื่องจากเป็นคดีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 47,853,435.88 บาท พร้อมกันนี้ ศาลได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 14 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องมาศาลตามนัด ซึ่งหากจำเลยเดินทางมาศาลต่อสู้คดีก็ต้อง พิจารณาไปตามกระบวนการ แต่หากจำเลยไม่มา ศาลจะมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและดำเนินคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งศาลจะนำความจริงมาพิจารณาว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ และมีหนี้สินจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทหรือไม่ หากศาลพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีคำสั่งพิจารณาพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อจำเลย หรือไม่ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ซึ่งในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็จะมีการประชุมเจ้าหนี้ หากเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยกับการประนอมหนี้ ศาลต้องพิพากษาให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย จากนั้นจะถึงกระบวนการในเรื่องที่เจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในกำหนดเวลา 2 เดือน แล้วมีการพิจารณาคำขอชำระหนี้ไปตามลำดับ เมื่อเสร็จแล้ว จะถึงกระบวนการที่สำคัญคือการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยซึ่งศาลจะต้อง ออกหมายเรียกจำเลย ให้มาศาลเพื่อสอบถามถึงมูลเหตุที่ทำให้ตกเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีทรัพย์สินในการชำระหนี้ หากจำเลยไม่มาศาลก็ถือเป็นการขัดขืนหมายเรียก ซึ่งศาลจะมีคำสั่งให้ 'ออกหมายจับ' หลังจากผ่านกระบวนการในการขอรับชำระหนี้ และศาลได้พิพากษาจนตกเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จากนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดี ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News

มหากาฬ! ตัวเเทนฝ่ายกฎหมายส.บอลร้อง กกท. ขอระงับการเซ็นรับรองเลือกตั้ง
นรินทร์พงษ์ จินาภักดิ์ /  ภาคิน จินาภักดิ์ / 

ฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลฯ ส่งตัวเเทนเดินเรื่องยื่นหนังสือกับ การกีฬาเเห่งปนระเทศไทย เพื่อขอระงับผลการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลคนที่ 17 ภาคิน จินาภักดิ์ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ เป็นตัวแทน นรินทร์พงษ์ จินาภักดิ์ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฯ เข้ายื่นหนังสือต่อนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ขอให้ระงับการเซ็นรับรองการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ที่เพิ่งจบลง โดยมองว่ามีการกระทำความผิดตามข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลฯ 2 ข้อ ขอบคุณคลิป : Khaosod Thai Soccer

เปิดห้องซ้อมคอนเสิร์ต! พี่เบิร์ด - น้องใหม่ เตรียมประชันสเต็ปแดนซ์
ธงไชย แมคอินไตย์ /  รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต / 

อีกไม่กี่วัน คอนเสิร์ตของพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ นักร้องซุเปอร์สตาร์ขวัญใจแฟนเพลงไทยตลอดกาล ที่มีชื่อว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ พรีเซ้นท์ส “รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต” ตอน สุขใจนักเพราะ รักคำเดียว ก็กำลังจะระเบิดความมันขึ้นแล้ว งานนี้ไม่ใช่เพียง เบิร์ด ธงไชย เจ้าภาพใหญ่จะมาเสิร์ฟความสุขเท่านั้น แต่พี่เบิร์ดยังชวนตัวพ่อตัวแม่ทุกสายพันธุ์ ทั้งสายโจ๊ะ สายโดด สายแดนซ์ ที่ไม่เคยขึ้นเวทีร่วมกันมาก่อน อาทิ โจอี้ บอย, พลอยชมพู, มาตัง, วง 25 HOURS, ต้า และ สอง PARADOX มาร่วมเป็นแขกรับเชิญ โดยเฉพาะพาร์ทแดนซ์ ที่จะได้นางเอกสาวคนสวย ใหม่ ดาวิกา มาร่วมออกสเต็ปด้วย!! แอบไปดูบรรยากาศจากห้องซ้อม พี่เบิร์ด และ น้องใหม่ ดวลเสต็ปแดนซ์กันหน่อย เบิร์ดควงใหม่ ดาวิกา โชว์ลีลาแด๊นซ์กระจาย เตรียมพร้อมขึ้นคอน...บรรยากาศความน่ารักจากห้องซ้อมเต้น ระหว่างพี่เบิร์ดและใหม่ ดาวิกา ปล่อยStep แด๊นซ์กันอย่างสนุกสนาน เตรียมพร้อมขึ้นคอนเสิร์ตปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ในรวมวง THONGCHAI CONCERT ตอน "สุขใจนักเพราะรักคำเดียว"วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 รอบ 15:00 น. และ19:30 น. และ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 รอบ 15:00 น.อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีบัตรราคา 1,000 / 1,500 / 3,500 / 4,000 / 5,000 บาท และ VIP 6,000 บาทซื้อบัตรได้ที่ www.gmmlive.com 0 2669 8846 หรือwww.thaiticketmajor.com และ Thaiticketmajor ทุกสาขา Posted by GMM LIVE on 29 มกราคม 2016 หลังซ้อมเต้นกันเสร็จ ทั้ง พี่เบิร์ด และ น้องใหม่ ก็ให้สัมภาษณ์ เผยความรู้สึกว่า "คือน้องใหม่เค้าเก่งอยู่แล้ว มีรูปร่างที่เวลาเต้นแล้วมีไลน์เต้นที่สวยมาก เวลาเราอยู่ด้วยกันเบิร์ดก็สร้างความอุ่นใจให้น้องเค้ามากกว่า เพราะในหนัง-ละคร กับบนเวทีคอนเสิร์ตมันต่างกัน แต่พอซ้อมกัน ก็อย่างที่ชมพู่เค้าบอกมาจริงๆ คือใหม่อึดมาก และเบิร์ดจะบอกใหม่ตลอดว่าเวลาอยู่บนเวที เวลาที่เราได้รับพลังจากคนดู นั่นแหละเป็นอะไรที่มีความสุขที่สุดครับ... สำหรับเรื่องความพร้อม พี่เบิร์ดว่ายังไม่พอ ยังกระหายที่จะซ้อมเยอะๆ อยู่เลยเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แล้วมาเจอกันนะครับ รักษาสุขภาพให้ดี เตรียมมาแดนซ์เยอะๆ แต่งตัวไม่ต้องเกรงใจใคร แต่ขอนิดเดียว อย่าใส่ส้นสูงมา จะโดดไม่มันส์ เอาเป็นผ้าใบล้วนๆ นะครับท่านผู้ชม แล้วเจอกันวัน รวมวงธงไชย ครับ" ฟาก ใหม่ ดาวิกา ดูท่าจะเป็นปลื้มสุดๆ! "ตื่นเต้นมากค่ะ พอได้เข้ามาซ้อมเต้น รู้สึกว่ามีพี่เบิร์ดแล้วทุกอย่างมันง่ายขึ้นค่ะ เพราะพี่เบิร์ดจะคอยส่งเสียงเชียร์เพื่อให้เราไปด้วยกัน ตัวใหม่เองแอบมองพี่เบิร์ดตลอดเวลา เวลาพี่เค้าเต้น อุ๊ย พี่เค้าไปท่าไหนแล้วเนี่ย(หัวเราะ) โชคดีที่พี่เบิร์ดมีพลังเยอะมาก เลยดึงพลังมาจากพี่เบิร์ดมาช่วยเรา(หัวเราะ) ถามว่ายากมั้ย สำหรับใหม่ถือว่ายากแต่ก็จะพยายามเต็มที่ค่ะ พี่ๆ เค้าเก่งกันมาก ก็เลยทำให้ใหม่หายเกร็ง ที่เห็นเป็นแค่ออเดิร์ฟนะ เพราะใหม่มีหลายเพลง หลายแบบ ก็อยากให้ทุกคนมาดูกันเยอะๆ นะคะ" สุข! สนุก!! กันแน่นอน ใน ธนาคารไทยพาณิชย์ พรีเซ้นท์ส “รวมวง ธงไชย คอนเสิร์ต” ตอน สุขใจนักเพราะรักคำเดียว ในวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ รอบการแสดง 15.00 น. และ รอบ 19.30 น. และวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 รอบการแสดง 15.00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี จองบัตรและติดตามรายละเอียดคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ทาง www.gmmlive.com : 0 2669 8846 และ Facebook: GMM LIVE, IG: gmmlive และไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครสารวัตรเถื่อน , เรื่องย่อสารวัตรเถื่อน
ละครสารวัตรเถื่อน /  เคลลี่ ธนะพัฒน์ สารวัตรเถื่อน / 

ละคร สารวัตรเถื่อน บทประพันธ์โดย : วสิษฐ เดชกุญชรผลิตโดย : บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัดควบคุมการผลิตโดย : นิรัตติศัย กัลย์จาฤกออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละครสารวัตรเถื่อน เชษฐ์ สารวัตรใหญ่แห่งวัฒนานิมิต กับ จ่าเที่ยง ตำรวจคู่ใจ รู้ข่าวการหักหลังกันในกลุ่มอิทธิพลของเมือง เกิดเหตุการณ์ต่อสู้ชุลมุนกันขึ้น ก็ปรากฏตัว ชายลึกลับ (ธนุส) เข้ามาช่วยตัวประกัน แต่สารวัตรเชษฐ์นั้นเสียชีวิต จ่าเที่ยงโกรธแค้น ทรงยศ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล เพราะเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง แต่จ่าเที่ยงก็มักจะถูกขัดขวางการทำงานจาก ธนสาร รองสารวัตร ที่ไปเข้ากับพวกทรงยศ ถาวร พาราไดซ์ แหล่งบันเทิงชั้นนำของเมือง ระมาดลูกน้องทรงยศชอบ ถมทอง ลูกสาวของถาวร แต่ถมทองไม่สนใจ ธนุส ปลอมตัวเป็นยมมาสังเกตการณ์ เกิดมีเรื่องกับลูกน้องของระมาด จนถูกจ่าเที่ยงจับ ถมทองมาช่วยประกัน และให้ยมพักที่โรงแรม อนงค์รัตน์ นักร้องสาวสวยที่หวังจะใช้อิทธิพลทรงยศช่วยให้โด่งดัง มาสมัครเป็นนักร้องที่ บาร์แองเจิลในเครือถาวรพาราไดซ์ วันหนึ่งยมได้ช่วยอนงค์รัตน์จากคนร้าย ทั้งสองจึงได้รู้จักกัน ในขณะที่จ่าเที่ยงโดนปลดเพราะถูกธนสารใส่ร้าย สะพายนักกีตาร์หนุ่มก็มาสมัครงานที่บาร์ในวันที่ทรงยศมาดูอนงรัตน์ร้องเพลง และรับปากจะช่วยปั้นอนงรัตน์ถ้าเธอเชื่อฟังเขา ระมาด และนักรบกำลังจะฆ่าลูกน้องคนขับรถส่งของผิดกฎหมาย แต่ยมมาช่วยไว้เพราะอยากเก็บไว้เป็นพยาน จากนี้ยมจึงเป็นเป้าหมายที่เหล่าร้ายจับตามองอย่างใกล้ชิด อนงค์รัตน์มาเรียนเต้นที่บริษัททรงยศ ราโพเลขาทรงยศรู้สึกไม่ชอบหน้า และบอกทรงยศว่าอนงค์รัตน์ดูไม่ชอบมาพากล ทรงยศจึงสั่งระมาดให้จับตาไว้ ส่วนจ่าเที่ยงพอจะได้กลับมาทำหน้าที่ก็ถูกทรงยศสั่งเก็บจนยมต้องมาช่วยอีกครั้ง ด้านสะพายได้แอบติดเครื่องดักฟังประเสริฐที่เป็นพวกของทรงยศ แต่ยมมาเห็นจึงคาดคั้นให้สะพายบอกสถานะ จึงรู้ว่าสะพายเป็นหน่วยปราบปรามที่ปลอมตัวมา ทรงยศสั่งให้นักรบไปฆ่าจ่าเที่ยงอีกครั้ง แต่ยมก็ช่วยไว้ได้อีกครา จ่าเที่ยงย้ายไปกบดานที่บ้านพิไร ภรรยาของเชษฐ์ และเป็นคนที่ธนสารแอบชอบมาตลอด ทรงยศสั่งให้สามสาวประเภทสองนักฆ่าไปจัดการจ่าเที่ยง ระหว่างนั้น อนงค์รัตน์ก็แอบไปถ่ายคลิปสินค้าของทรงยศ จ่าเที่ยงถูกสามสาวจับไปทรมาน จนยมมาช่วย จ่าเที่ยงจึงสงสัยว่าทำไมยมถึงรู้แผนของผู้ร้ายเสมอ พร้อมกับที่ระมาดก็เริ่มสงสัยอนงค์รัตน์ จึงให้ราโพสืบประวัติ ถึงรู้ว่าอนงค์รัตน์ต้องการแก้แค้นทรงยศ เพราะน้องชายต้องตายจากยาเสพติดของทรงยศ ทรงยศโกรธมากที่ถูกหลอก ทรงยศคาดคั้นจนอนงค์รัตน์ต้องเปิดเผยความจริง ราโพห้ามทรงยศไม่ให้ฆ่าอนงค์รัตน์เพราะอยากรู้เบื้องหลัง สะพายตามหาคลิปที่อนงค์รัตน์ถ่ายไว้แต่ถูกนักรบชิงไป ประเสริฐเริ่มปรึกษากับบอร์ดใหญ่ถึงวิธีที่จะจัดการทรงยศเมื่อเรื่องเริ่มบานปลาย ยมตามมาช่วยอนงค์รัตน์ และบอกให้ใจเย็น เพราะยังมีเบื้องหลังที่ใหญ่กว่าทรงยศ ยมสอนอนงค์รัตน์ยิงปืนเพื่อป้องกันตัว ยมช่วยจ่าเที่ยงจากคนร้าย และบอกให้จ่าเที่ยงย้ายไปที่อื่น เพราะกลัวจะทำให้เสียแผน แต่จ่าเที่ยงไม่ยอม ทั้งยังโทษว่ายมเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย รุ่งขึ้นจ่าเที่ยงไปที่โรงพัก และได้พบว่าสารวัตรคนใหม่ ธนุสก็คือยมนั่นเอง ทุกคนทราบเรื่องสารวัตรคนใหม่ แต่สะพายค่อนข้างแปลกใจ เพราะเขานั่นแหละที่เป็นสายสืบจากสารวัตรธนุส และเมื่อธนุสยังไม่ให้ความกระจ่าง สะพายจึงตีสนิทถมทองเพื่อถามความลับของธนุส ทรงยศจัดงานเลี้ยงต้อนรับสารวัตรธนุส แต่ธนุสก็ยืนยันจะปฏิบัติงานแบบตรงไปตรงมา ทำให้ทรงยศถึงกับไม่พอใจเพราะต่อไปนี้ศัตรูคนสำคัญของเขาก็คือ ธนุส นั่นเองสุดท้ายเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป เมืองวัฒนานิมิตจะหลุดจากอำนาจมืดได้หรือไม่ ติดตามชม ละครสารวัตรเถื่อน ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครสารวัตรเถื่อน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สารวัตรเถื่อน เคลลี่ ธนะพัฒน์ รับบท นายยมกาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบท อนงค์รัตน์ปิยพันธ์ ขำกฤษ รับบท สะพายพัชญา เพียรเสมอ รับบท ถมทองธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท นายทรงยศอานัส ฬาพานิช รับบท ระมาดธนายง ว่องตระกูล รับบท จ่าเที่ยงจาตุรงค์ โกลิมาศ รับบท ธนสารมาริสา แอนนิต้า รับบท ราโพสาริน บางยี่ขัน รับบท นักรบกลศ อัทธเสรี รับบท ถาวร

หวั่นอันตราย! จับ
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เผย "อาตูร์" ฆ่าหั่นศพ นอนคุกวันแรก ไม่เครียด นอนหลับ กินได้ จับแยกขังเดี่ยวหวั่นอันตราย วันนี้ (11 ก.พ.) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลได้อนุมัติให้ฝากขังผัดแรก นายอาตูร์ เซการ์รา ปรินเซป หรือ นายอาร์เทอร์ อายุ 37 ปี ชาวสเปน ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ทรมาน ฆ่าคนตาย ปิดบังซ่อนเร้นอำพราง ทำลายศพ และรีดเอาทรัพย์สิน จากการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  อายุ 40 ปี นักธุรกิจชาวสเปน และนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น โดยตลอดทั้งคืน นายอาตูร์ ถูกจับแยกขังเดี่ยวในแดนแรกรับของเรือนจำ เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องอาจเกิดอันตรายได้ โดย นายอาตูร์ รับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่เครียดอะไร อีกทั้ง ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ซึ่งทางเรือนจำได้ปฏิบัติกับผู้ต้องหา ตามระเบียบของเรือนจำเหมือนคนอื่น สำหรับความคืบหน้าทางคดีในวันนี้ (11 ก.พ.) คาดว่า ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน จะทำการสรุปผลการตรวจพยานหลักฐานที่เก็บมาได้จำนวนหลายชิ้น และทำการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด  เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

หล่อน้ำใจงาม! บอม ธนิน ทิ้งกระเป๋าเข้าช่วยคุณป้าล้ม!!
บอม ธนิน /  ข่าวบันเทิง / 

เป็นเรื่องราวดีๆ ที่น่าชื่นชมพระเอกหนุ่ม บอม ธนิน จริงๆ เมื่อล่าสุดมีภาพเจ้าตัวทิ้งกระเป๋าและสัมภาระของตัวเองแล้วรีบเข้าช่วยเหลือคุณป้าที่กำลังหกล้มอยู่ข้างถนน โดยผู้ช่วยผู้จัดการของ หนุ่มบอม โพสต์ภาพเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า... "นี่ต้องให้ความน่ารักกี่คะแนน เพิ่งเลิกกองขับรถไปส่งหน้าปากซอยบ้าน กำลังกลับหันไปมองเห็นกระเป๋าและสัมภาระนางวางทิ้งไว้บนพื้น เลยจอดรถดูว่าตัวหายไปไหน เห็นนั่งก้มๆ เงยๆ เก็บของอยู่ข้างรถคันนี้ ก็คิดว่าเป็นอะไร รีบวิ่งไปดู นางกำลังช่วยเก็บของแล้วก็พยุงคุณป้าที่แกลงจากรถแล้วล้มหน้าคว่ำลงไป นี่ก็จะวิ่งไปช่วย แต่เห็นนางน่าจะช่วยเรียบร้อยแล้ว ได้ยินแต่นางพูดว่า โอเคนะครับ ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม พอคุณป้ากับญาติบอกว่าไม่เป็นไร นางเลยเดินกลับไปหยิบกระเป๋า พอคนที่มุงอยู่ตรงนั้นเห็นว่าเป็นใคร กรี๊ดกันใหญ่ ตลกดี นี่จอดรถไกลเลยได้ภาพมุมแบบให้ไปเดาเอาเอง เรื่องดีดี ที่ทำละนอนหลับฝันดีแน่นอน @bomb_tanin ทำดีแล้วทำต่อไป" สนับสนุนคนดี ทำความดีต้องชมชื่น ปรบมือรัวๆ ให้คนหล่อน้ำใจงามอย่าง หนุ่มบอม เลยจ้าาาา!! ขอบคุณภาพจาก IG @thaninnut, bomb_tanin บอม ธนิน บอม ธนิน บอม ธนิน บอม ธนิน

บิดเบือนหรือปิดหูปิดตาปชช.? โดย..จาตุรนต์ ฉายแสง
ข่าวการเมือง /  จาตุรนต์ ฉายแสง / 

"จาตุรนต์" ยก 10 ข้อ ถามรัฐบาล เหตุคนคว่ำร่างรธน. เพราะเห็นต่าง จวก รัฐเลิกอ้าง ใช้คำว่า 'บิดเบือน' ปิดหูปิดตาประชาชน  ภายหลังที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จ่อเอาผิดเพจดังฐานนำเสนอบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่นาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีโดดรับลูกหาช่องกฎหมายดำเนินการเอาผิดให้ เพื่อป้องปราบเพจอื่นและโลกโซเชียลเอาเป็นเยี่ยงอย่าง โดย จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความคิดเห็นในกรณีดังกล่าวว่า เป็นการรับลูกกันเป็นทอดๆของฝ่ายรัฐบาล จนสู่การเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ คสช.ยังขุ่กลุ่มบิดเบือนจถูกเรียกไปปรับทัศนคติ มีคำถามว่าคำว่า "บิดเบือน" แปลว่าอะไร บิดเบือนของพวกนี้แปลว่า "เห็นต่าง" หรือเปล่า จึงยก 10 ข้อ ตั้งคำถามลักณษะนี้เรียกว่าบิดเบือนหรือไม่ (1). ร่างนี้ไม่ดีเพราะทำให้อำนาจอธิปไตยไม่เป็นของปวงชนชาวไทย (2).เปิดช่องให้นายกฯมาจากคนนอก (3). สว.มาจากกลุ่มอาชีพไม่อาจถือว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย จึงไม่เป็นประชาธิปไตย (4). องค์กรอิสระและโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมากเกินไป (5). ระบบเลือกตั้งจะทำให้ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากและเป็นประโยชน์ต่อพรรคขนาดกลางให้โทษต่อพรรคเล็กๆ (6). จะทำให้รัฐบาลอ่อนแอ ไม่มีนโยบายตอบสนองประชาชน (7). จะเกิดการหักล้างการตัดสินของประชาชนโดยองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้คนนอกเป็นนายกฯ (8). ไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน (9). ร่างนี้จะนำสังคมไทยสู่วิกฤตที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น (10). ปิดทางแก้เหมือนร่างไว้ให้ฉีกเท่านั้น 10 ข้อนี้ ถ้าถือว่าบิดเบือน คนที่จะถูกเอาผิดหรือเรียกไปปรับทัศนคติคงมีมากจนนับไม่ถ้วน ที่ยกมานั้นเป็นความเห็น ไม่ใช่เรื่องบิดเบือน แต่ คสช.กับรัฐบาลกำลังบิดเบือนความหมายของคำว่า "บิดเบือน" เสียมากกว่า เพื่อปิดปากคนที่เห็นต่าง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับข้อมูลความเห็นจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ปิดหูปิดตาประชาชน อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> Chaturon Chaisang ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News