สทศ

Line อัพเดทเวอร์ชั่น สำรองข้อมูลบน iCloud พร้อมปักหมุดรายการโปรด
line /  อัพเดทเวอร์ชั่น / 

ตื่นตาใช้ได้เลยนะครับสำหรับการอัพเดทใหม่ของ Line ซึ่งเป็นเวอร์ชั่น 6.4.0 แล้ว และทำการเพิ่มของเล่นใหม่ให้สะดวกต่อการใช้งานมากๆ วันนี้เราจะไปดูกันว่ามีอะไรใหม่มาให้เล่นกันกันบ้าง หลังจากทำการอัพเดทเสร็จแล้วเปิด Line จะมีป๊อปอัพนี้เด้งขึ้นมานะครับ คือการ สำรองข้อมูลการแชทไว้บน iCloud ซึ่งส่วนนี้ยินดีด้วยนะครับ กับผู้ที่ใช้ iPhone ด้วยนะครับ ที่ต่อไปนี้ประวัติการแชทของคุณจะสามารถเรียกคืนมาได้แล้ว ฟังก์ชันในการปัดหน้าจอ ปักหมุด เพื่อให้แชทที่เราต้องการนั้นไว้บนสุดได้ ด้วยการสไลด์ห้องแชทไปทางขวา แล้วกดที่ปุ่ม ปักหมุด แชทที่เราเลือกจะอยู่ที่ด้านบนสุดเพื่อง่ายต่อการค้นหาครับ เปิด/ปิด ข้อความแจ้งเตือน ทำได้ง่ายเช่นกัน โดยที่ไม่ต้องเข้าไปห้องแชท จากการสไลด์ห้องแชทไปทางขวา แล้วกดเลือกปุ่ม ลำโพง อ่านแล้ว เพื่อให้คนที่เราคุยอยู่ด้วยขึ้นสถานะเป็น อ่านแล้ว โดยที่ไม่ต้องกดเข้าไปในห้องแชท 2. เพิ่มฟังก์ชั่นในการส่งรูปด้วยความละเอียดสูง และบีบอัดไฟล์วิดีโอ เมื่อส่งจากแอพอื่นๆ ไปยัง Line จะสามารถทำให้เราส่งไฟล์ขนาดใหญ่ได้สะดวกขึ้น 3. เพิ่มความปลอดภัย ด้วยการเปลี่ยนรหัสผ่าน Line Pay เป็นตัวเลข 6 หลัก

ลีน่า ดันแฮม เพื่อน เทย์เลอร์ สวิฟต์ จวกเอ็มวี Famous 'น่าสะอิดสะเอียน!'
Feminism /  Kanye West / 

ดูท่า คานเย่ เวสต์ (Kanye West) จะประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการกวนโทสะชาวบ้านด้วยการปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง Famous แต่ไม่เพียงเท่านั้น เพราะการนำสาวๆ หลายคนมานอนเปลือยกายอวดเรือนร่างในเอ็มวียังทำให้ผู้หญิงหลายคนเกลียดชังเขาเอามากๆ ทีเดียว แม้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) จะไม่ขอออกความคิดเห็นกับเอ็มวีที่มีเรือนร่างหน้าละม้ายคล้ายเธอนอนเปลือยอยู่ข้างๆ เวสต์ แต่เพื่อนของสวิฟต์อย่าง ลีน่า ดันแฮม (Lena Dunham) โปรดิวเซอร์และนักแสดงสาวจากซีรีส์ดัง Girls ก็จวกถึงเรื่องนี้ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว SEE ALSO: Kanye West hops into bed with 11 other celebs for NSFW \'Famous\' video Image: tidal "ตอนนี้ฉันต้องพบเจอเหล่าหุ่นขี้ผึ้งของเหล่าเซเลบริตี้สาวนอนเปลือยกาย ไม่ได้สติ มันดูเหมือนว่าพวกเธอโดนวางยา มันทำให้ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียนจริงๆ" ดันแฮม เล่าต่อว่าเธอเติบโตมาในโลกของศิลปะ ทั้งพ่อและแม่ต่างเป็นศิลปินที่ทำงานเกี่ยวกับภาพนู้ด เธอถูกอบรมเลี้ยงดูว่าการบรรยายถึงการเปลือยกายในทางศิลปะนั้นมันสำคัญและท้าทายมากขนาดไหน "เพราะฉันรู้ว่าการทำงานศิลปะนั้นก็เพื่อให้เรามองในมุมที่ไม่ได้สวยงามเสมอไป... แต่นี่มันไม่ใช่เลย" ดันแฮม ไม่ได้ต้องการเป็นผู้ที่ทำลายความรู้สึกคนอื่น แต่ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยแล้วมองงานนี้โดยที่ไม่พูดอะไรเลย เธอกล่าวว่าเธอชื่นชมบ้านคาร์เดเชียนและเชื่อมั่นว่าพวกเธอต้องการสื่ออะไรบางอย่างที่สำคัญ และรู้ว่าเวสต์นั้นทำงานศิลปะได้ดีเยี่ยม แต่งานศิลปะที่ดีเยี่ยมนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้รู้สึกว่าผู้หญิงเป็นเหยื่อ ดันแฮมยังเสนอไอเดียว่าให้ใช้เค้กปลอมแทน ทำแบบนี้ดูจะเป็นทางออกที่พอดีสำหรับทุกฝ่าย ดูบทความต้นฉบับ : Lena Dunham sticks up for Taylor Swift after Kanye West's 'Famous' video

บุ๋ม ไม่เคลียร์ ท้าชน! เจนี่ งัดหลักฐานเผชิญสื่อพร้อมกัน
เจนี่ บุ๋ม /  ข่าว บุ๋ม ปนัดดา / 

หลังจากทางนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้ออกมาชี้แจงเรื่องการถือหุ้น สัญญา และปมแย่งที่จอดรถฟิตเนสไปแล้วนั้น ในเวลาต่อมาเจ้าตัวก็ได้โพสต์ภาพบรรยากาศตอนแถลงข่าว พร้อมกับแคปชั่นขอบคุณสื่อลงในไอจี ตรงจุดนี้เองก็ได้มีฟีดแบ็คจากทางคู่กรณีอย่างสาว บุ๋ม ปนัดดา ตามมาด้วยเช่นกัน โดยเธอได้เข้ามาคอมเม้นท์ใต้โพสต์ดังกล่าวดังนี้ “เจอกัน คุยกันสักทีได้ไหม? ให้แค่สามเดือนจริงๆเหรอคะ? น้องก็รู้เราสร้างกันมาเป็นปี มานั่งตอบสื่อพร้อมกันสักรอบไหม? เอาหลักฐานมาคุยกัน” จากนั้นก็มีแฮชแท็กทั้ง #ทีมเจนี่ #ทีมบุ๋ม เข้ามาโต้ตอบกันอย่างดุเดือด! ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะไม่จบลงง่ายๆ ซะแล้ววววววววว ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @janienineeleven, @boompanadda เจนี่ โพสต์ขอบคุณสื่อ คอมเม้นท์ถึง เจนี่ จาก บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ - ทนาย

ละครพิษสวาท , เรื่องย่อพิษสวาท
ละคร พิษสวาท /  เรื่องย่อละครละคร พิษสวาท / 

บทประพันธ์โดย : ทมยันตีบทโทรทัศน์โดย : พิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์, วรรณถวิล สุขน้อย, พิมสิรินทร์ พงษ์วานิชสุข, ณัฐกฤตา แย้มศิริกำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่ออำนวยการผลิตโดย : นิพนธ์ ผิวเณร, ถกลเกียรติ วีรวรรณออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง one เรื่องย่อละคร พิษสวาท ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ อัคนี (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) นักโบราณคดีหนุ่ม ได้พบกับหญิงสาวลึกลับนามว่า สโรชินี (วรนุช ภิรมย์ภักดี) เธอแนะนำตัวว่าเธอเป็นนักนิยมโบราณคดี และนักทำนายอดีตอัคนีได้รู้จักกับเธอผ่าน ทับทิมสีเลือด ที่เชษฐา (เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์) หมอนิติเวชเพื่อนซี้รุ่นน้องของอัคนีผ่าเจอในศพของโจรผู้ขโมยวัตถุโบราณ ทันทีที่อัคนีได้สัมผัสทับทิมเม็ดนี้เขาก็รู้สึกผูกพันอย่างประหลาด อัคนียอมรับหน้าที่ค้นหาที่มาของทับทิมเพื่อช่วยเชษฐาตามหาตัวฆาตกรในคดี ละคร พิษสวาท อัคนีค้นหาข้อมูลของทับทิมก็ได้พบว่าทุกอย่างตรงกับที่สโรชินีบอกไว้ ทำให้เขา และสโรชินีต้องติดต่อพูดคุย กันจนทำให้ ทิพอาภา (เรวิญานันท์ ทาเกิด) หญิงสาวสวยผู้เป็นเจ้าของแกลลอรี่ย่านใจกลางเมือง เจ้าของหัวใจ และคู่หมั้น ของอัคนีเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ซึ่งทันทีที่สโรชินีเข้ามาในชีวิตของอัคนี เรื่องราวแปลกก็เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวของคนใกล้ชิดอัคนีเสมอ รวมถึงคุณหญิงอัมพวัน (ปานเลขา ว่านม่วง) ผู้เป็นแม่ และพลโทอัครา (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) พ่อของอัคนี อดีตเสนาธิการกองทัพบก ผู้ปลดเกษียณตัวเองด้วยทั้งคุณหญิงอัมพวัน และอัครารู้สึกได้ถึงความลึกลับ และน่าเกรงขามของสโรชินี ต่างกับพันตรีดนัย (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) รองเลขาธิการพรรค เทอดธรรม เพราะทันทีที่เขาได้เจอกับสโรชินี เขาก็รู้สึกสนใจในตัวสโรชินี และพยายามจะเอาตัวสโรชินีมาเป็นของตัวเองให้ได้ โดยไม่สนใจว่า คุณหญิงอรุณฉาย (ภัทรวรินทร์ ทิมกุล) ภริยาของเขาจะชอบใจหรือไม่ก็ตาม ดนัยเองนอกจากต้องจัดการเรื่องสโรชินีแล้ว เขายังต้องการกำจัดเสี้ยนหนามอย่าง พันโทณรงค์ (ภูทฤทธิ์ พรหมบันดาล) เพื่อนสนิทร่วมรุ่นของอัครา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ไทธำรงค์ พรรคฝ่ายค้าน ผู้ซึ่งคอยขวางทางการคดโกงของดนัยมาโดยตลอดด้านอัคนีเองก็พยายามบอกกับทิพอาภาว่าระหว่างสโรชินี และเขาไม่ได้มีอะไรเกินเลยอย่างที่ทิพอาภา กังวล แต่แท้จริงแล้วในความรู้สึกลึก ๆ ของอัคนี รู้สึกผูกพันกับสโรชินีอย่างประหลาด และยิ่งใกล้ชิดเธอมากเท่าไหร่ ก็ทำให้เขาฝันถึงนางรำในสมัยอยุธยาที่ชื่อ อุบล มากขึ้นเรื่อย ๆ ละคร พิษสวาท อุบล คือนางรำหลวงแห่งราชสำนักถูกพระราชทานให้เป็นเมียของ พระอรรคทหารเอกมากฝีมือแห่ง กรุงอโยธยาในปีพุทธศักราช ๒๓๐๓ หลังจากศึกอลองพญาสิ้นสุดลง เธอ และเขาต่างจงรัก และภักดีต่อแผ่นดินยิ่งชีพ แต่เมื่อวาระสุดท้ายของกรุงอโยธยามาถึง พระอรรคจำต้องลงดาบฆ่าเมียอันเป็นที่รัก เพื่อมอบหมายหน้าที่ ผู้เฝ้าทรัพย์แผ่นดิน ให้กับเธอ ซึ่ง สโรชินี คือร่างจำแลงของอุบลเธอพยายามใช้ทับทิมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ศิราภรณ์ในชุดนางรำหลวงของอุบลเป็นสื่อทำให้อัคนีค่อย ๆ ฟื้นความทรงจำในอดีตชาติของอัคนีว่าความจริงในอดีตนั้นเขาคือพระอรรคขุนศึกแห่งอยุธยา สามีผู้ทรยศความรักความภักดีของเธอนั่นเอง อุบลต้องแบกรับภาระหน้าที่อันทรงเกียรติด้วยความทุกข์ทรมานรักแท้จึงแปรเปลี่ยนเป็นอาฆาตเขาผู้นั้นจักต้องเป็นผู้ปลดเปลื้องพิษสวาทนี้ให้แก่เธอ ละคร พิษสวาท อุบลจึงขออนุญาตจากท่านยมเทพให้เธอได้ลงมาเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารของมนุษย์ เพียงเพื่อต้องการ จัดการกับอัคนี เธอต้องทำให้เขาจดจำอดีต และสำนึกในสิ่งที่เขาเคยทำต่อเธอให้ได้ เพราะหากถ้าเธอมิอาจทำให้เขาจดจำ และสำนึกในสิ่งที่เขาทำกับเธอไว้ เธอก็จะต้องโดนจองจำให้เป็นผู้เฝ้าทรัพย์สมบัติแห่งแผ่นดินนานต่อไปจนชั่วกัปชั่วกัลป์ ความแค้น ที่อุบลมีต่อขุนอรรคจะได้รับการให้ ชดใช้ หรือไม่ ? ความรักที่ได้รับการทรยศเป็นสิ่งตอบแทนจะลงเอยอย่างไร ? ตามหาคำตอบได้ใน ละครพิษสวาท ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง one รายชื่อนักแสดงนำใน ละครพิษสวาท วรนุช ภิรมย์ภักดี รับบท สโรชินี/อุบล ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท อัคนี/ขุนอรรค เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ รับบท เชษฐา เรวิญานันท์ ทาเกิด รับบท ทิพอาภา/ทิพ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท พลโทอัครา/พระโหราจารย์ อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รับบท ดนัย/พระยาพลเทพ ภัทรวรินทร์ ทิมกุล รับบท อรุณฉาย ปานเลขา ว่านม่วง รับบท อัมพวัน วรินทร รัตนสรรค์ รับบท จัน

ไปอีกหนึ่ง! อิเนียสต้า ส่ออำลำทัพกระทิงดุ หลังตกรอบยูโร 2016
ยูโร 2014 /  สเปน / 

อันเดรส อิเนียสต้า ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังเกมที่ สเปน พ่ายให้กับอิตาลี กระเด็นตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึก ยูโร 2016 ว่า "ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี มันไม่มีคำพูดใดๆ มันคงถึงเวลาที่ผมต้องคิดเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองแล้ว" จากคำสัมภาษณ์ดังกล่าว ต่างชวนให้คิดว่ากองกลางวัย 34 ปีจาก บาร์เซโลน่า ผู้นี้กำลังจะประกาศอำลาทีมชาติของตัวเองเป็นนัยๆ เหมือนที่เพื่อนร่วมทีมบาร์ซ่าของเขาอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ อำลาทีมชาติอาร์เจนติน่าไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น อิเนียสต้า ประสบความสำเร็จในรายการระดับเมเจอร์กับทีมชาติ ต่างจาก เมสซี่ เพื่อนของเขาอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการคว้าแชมป์ยูโร ในปี 2008 และ 2012 รวมถึงฟุตบอลโลก ในปี 2010 อีกด้วย

เท่อย่างไทย! “เมสซีเจ” พร้อม 3 คนเก่งคว้ารางวัล “ต้นแบบอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย”
กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ /  ชนาธิป สรงกระสินธิ์ / 

“สนช.” เปิดตัว 4 เยาวชน นำโดย “เมสซี่เจ” จอมทัพทีมชาติไทย พร้อมด้วย กานต์ เคพีเอ็น-เทนนิส แชมป์โลกเทควันโดหญิง-ป๊อป เยาวชนคนเก่ง” ต้นแบบอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่รัฐสภา พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงข่าวการจัดโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยเพื่อปลูกจิตสำนึกความรักษ์และหวงแหนศิลปวัฒนธรรมไทยในกลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา โดยเปิดตัว 4 เยาวชนต้นแบบอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ 1. ส.ต.ต.ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือ “เมสซี่ เจ” นักฟุตบอลทีมชาติไทย, 2. นายกษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ หรือ “กานต์” นักร้องแชมป์เคพีเอ็นครั้งที่ 24, 3. น.ส.ดลฤดี ปานดวง หรือ “ป๊อป” เยาวชนคนเก่งปี 2558 รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ และ 4.น.ส.ภาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือ น้องเทนนิส นักเทควันโดหญิงทีมชาติไทย และแชมป์โลกเทควันโดหญิง ปี 2558 เพื่อร่วมรณรงค์ปลุกกระแสสังคมเรื่องการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยและเผยแพร่กิจกรรมของโครงการดังกล่าว เมสซี่เจ กล่าวว่า "คุณพ่อจะสอนให้รู้จักไหว้ รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ ซึ่งก็ปฏิบัติตามอย่างนั้นมาตลอด ไม่ว่าจะรุ่นพี่ โค้ช หรือกระทั่งเพื่อนๆ นักกีฬาด้วยกัน ทั้งนี้ สิ่งที่พบกลับมาคือ ผู้ใหญ่จะเอ็นดูเรา รักเรา และให้โอกาสเรา ฉะนั้นก็อยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาร่วมรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะการไหว้ที่ทำได้ง่ายที่สุด เป็นวัฒนธรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์เวลาชาวต่างชาติเห็นก็รู้ได้ว่านี่คือวัฒนธรรมไทย" “การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเริ่มต้นได้ที่บ้าน ครอบครัวจะต้องเป็นผู้ปลูกฝังตั้งแต่ลูกหลานยังเป็นเด็ก และผู้ใหญ่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ในฐานะที่เป็นคนไทยเราก็ควรมีความตระหนักเห็นคุณค่าและสืบทอดให้วัฒนธรรมไทยอยู่ต่อไป” ชนาธิปกล่าว เครดิต : matichon

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ฮันเนส โฟร์ ฮัลล์ดอร์สชัน ผู้รักษาประตูทีมชาติไอซ์แลนด์...และนักทำหนัง
Hannes Þór Halldórsson

ใครจะไปคิดว่า ผู้รักษาประตูทีมชาติไอซ์แลนด์วัย 32 ปี และนักเตะทีมเอ็นอีซี ไนจ์เมเก็น (NEC Nijmegen) ที่ซึ่งพาทีมเฉือนชนะทีมชาติอังกฤษ และผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลยูโร 2016 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติได้สำเร็จ จะเคยเป็นคนทำหนังมาก่อนด้วย https://vimeo.com/148240996 ฮันเนส โฟร์ ฮัลล์ดอร์สชัน (Hannes Þór Halldórsson) ใช้เวลานอกจากการเล่นฟุตบอลอาชีพในบ้านเกิด ทำทั้งหนังสั้น MV งานวิดีโอ ไปจนถึงงานโฆษณา โดยมีงานที่ดังที่สุดคือ มิวสิควิดีโอเพลง Never forget ของ Greta Salome & Jonsi ตัวแทนประกวดยูโรวิชั่นปี 2012 ของไอซ์แลนด์เอง ก่อนที่เจ้าตัวซึ่งเริ่มติดทีมชาติครั้งแรกในปี 2011 จะตัดสินใจพักงานด้านทำหนัง และมาทุ่มเทด้านฟุตบอลอย่างจริงจัง จนถูกเซ็นสัญญาแบบยืมตัวไปเล่นในทีมฟุตบอลดิวิชั่น 1 ของเนเธอร์แลนด์อย่าง เอ็นอีซี ไนจ์เมเก็น และเกือบจะได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2014 (แต่ไปแพ้โครเอเชียในรอบเพลย์-ออฟ) ก่อนจะพาทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร 2016 ได้สำเร็จ ส่วนเรื่องทำหนังนั้น เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่า คงจะได้กลับมาทำอีกครั้งอย่างจริงจังหลังจากแขวนสตั้ดไปแล้วนั่นเอง (ดูผลงานของเขาได้ที่ยูทูบส่วนตัวของฮัลล์ดอร์สซัน) ตัวอย่างผลงานของ ฮันเนส โฟร์ ฮัลล์ดอร์สชัน  Greta Salome & Jonsi - Never forget https://www.youtube.com/watch?v=KrZHQ4nOags งานโฆษณาบางส่วน https://www.youtube.com/watch?v=8dh2Nb31q0k https://www.youtube.com/watch?v=Xu44--NCHuk ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ตูน ว่าไง?? ก้อย เปรยแรง! อยากมีโมเม้นท์แบบ เป๊ก-นิว
ก้อย ตูน ข่าวดี /  ก้อน ตูน แต่งงาน / 

งานเข้ามั้ย? ดาราสาว ก้อย รัชวิน โพสต์แสดงความยินดีหลังหนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ทำเซอร์ไพร้ส์นักร้องสาว นิว นภัสสร(นิว-จิ๋ว) คุกเข่าขอแต่งงานกันบนเวทีคอนเสิร์ตเมื่อวันก่อน(26 มิ.ย.) แถมแอบแย่บช่วงท้ายๆ ไว้ว่า อยากมีโมเม้นท์นี้บ้าง อะไรบ้าง!! ดังนี้ “โอยยยยย ยินดีกับน้องชาย @peckprem เพื่อนคนแรกในวงการบันเทิงของข้าพเจ้า #เห็นกันมาตั้งแต่นางใส่ชุดนักเรียนสวนกุหลาบมาถ่ายรายการ และ @brandnew_nj ด้วยน้าาาา ดีใจหนักมากกก ดูคลิปขอแต่งงานแล้วน้ำตาจิไหลลล #ไม่ใช่อะไร #อยากมีโมเม้นต์แบบนี้บ้าง5555 #อ่ะเล้อเล่ง #เห็นคู่นี้รักกันมาตั้งแต่ก้อยไปเล่นmv #อย่าเอาความเหงามาลงที่ฉัน #ต่อจากนี้ไปไม่มีคำว่าเหงาแต่จะมีคำว่าเราตลอดไป #ฮิ๊ววววว #รักกันตลอดไปน้าาา Cr. ขอบคุณเจ้าของภาพนี้ด้วยนะก้ะ ปล. ไม่คิดว่า @peckprem จะโรแมนติกขนาดนี้! ดีใจกับนิวที่สุดเลยฮะ :)” เอาไงล่ะจ๊ะพ่อหนุ่ม ตูน บอดี้สแลม คอนเสิร์ตครั้งหน้าจัดเลยมั้ย?? อิอิ ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @rachwinwong ก้อย รัชวิน โพสต์ ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน ก้อย - ตูน

สมาร์ทวอทช์ กำลังจะกลับมาอีกครั้ง!!
apple /  google / 

สมาร์ทวอทช์ กำลังจะกลับมาอีกครั้ง!! รายงานล่าสุดจาก Strategy Analytics แสดงให้เห็นยอดจัดส่ง “สมาร์ทวอทช์” ที่เพิ่มขึ้นอย่างถล่มทลายกว่าร้อยละ 223 หรือจาก 1.3 ล้านหน่วย ในไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ไปเป็น 4.2 ล้านหน่วย ในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยมีผู้นำตลาดคือ Apple ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดในไตรมาสแรกของปีอยู่ที่ร้อยละ 52.4 ตามมาด้วย Samsung ที่ร้อยละ 14.3 ขณะที่แบรนด์อื่นรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 33.3 สอดคล้องกับรายงานของ Gartner ที่ระบุว่า สมาร์ทวอทช์ คือสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สวมใส่ได้ (Wearable Device) ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด เป็นความจริงที่ว่า สมาร์ทวอทช์ไม่ใช่ของใหม่ เพราะมีอยู่ในตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว แต่สาเหตุที่ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาก็เพราะ ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้พัฒนาให้ความสำคัญกับการงานดีไซน์และความเป็นเอกลักษณ์ ให้ผู้สวมใส่สามารถแสดงความเป็นตัวตนออกมาได้ และที่สำคัญคือ การเข้ามาอย่างเต็มตัวของ Apple กับ Google ที่ต่างพัฒนาแพลตฟอร์มสมาร์ทวอทช์ของตนอย่างเต็มรูปแบบ ก่อให้เกิดระบบนิเวศอันประกอบด้วยแอพพลิเคชั่น อุปกรณ์เสริมและบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ การชำระเงินออนไลน์ อะไรที่โดน? หนึ่งในคุณสมบัติอันโดดเด่นที่สุดของสมาร์ทวอทช์เห็นจะไม่มีอะไรเกิน “การแจ้งเตือน” เพราะขนาดหน้าจอที่เล็กนั้นได้เอื้อต่อการส่งข้อมูลขนาดย่อย ผู้ใช้เพียงชำเลืองมองด้วยหางตาก็ทราบได้ทันทีถึงการอัพเดตข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในแวดวงสนทนา หรือข้อความเข้า โดยไม่ได้เสียเวลาควักสมาร์ทโฟน (ที่นับวันจะมีจอใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ) ออกมาจากกระเป๋า ทำให้ไม่เป็นการเสียมารยาทขณะกำลังนั่งโต๊ะร่วมกับผู้อื่น และสมาร์ทวอทช์สามารถใช้เป็นหน้าจอที่สองและเป็นส่วนต่อขยายของสมาร์ทโฟนได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังช่วยตรวจเช็คสุขภาพให้เราได้อีกด้วย ที่สำคัญยังเพิ่มความสามารถในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันและบันทึกข้อมูลอรรถประโยชน์ต่างๆ เช่น หลอดไฟ เครื่องปรับ อากาศ หรือเครื่องเสียง รวมไปถึงการใช้สมาร์ทวอทช์เป็นเสมือน “บัตรผ่าน” กับ “บัตรเครดิต” ที่สามารถใช้สแกนหรือชำระเงินได้ อนาคตของสมาร์ทวอทช์ อนาคตของสมาร์ทวอทช์อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของผู้ผลิตอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีส่วนประกอบขณะนั้นด้วยว่าจะสามารถรองรับวิสัยทัศน์ที่ว่านั้นด้วยหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องแบตเตอรี่ เพราะหากยังไม่มีซัพพลายเออร์รายใดสามารถผลิตแบตเตอรี่ขนาดเล็กที่อึดทนนานได้แล้ว ผู้ผลิตสมาร์ทวอทช์ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะหากินกันของเดิมเช่นเดียวกับขนาดของตัวเครื่องที่หากผู้ผลิตโปรเซสเซอร์ไม่สามารถผลิตชิปที่มีขนาดเล็กพอก็เป็นอันจบ เครดิตจาก นิตยสาร Digital Age ฉบับเดือนมิถุนายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

10 ไอเดีย แต่งบ้าน Colorful สวยอย่างมีสไตล์
สีพาสเทล /  ห้องหวานๆ

บ้านที่ตกแต่งด้วยสีสดๆ หลากหลายสีจะช่วยให้บ้านดูมีสีสัน มีชีวิตชีวา แต่ถ้าคนเลือกใช้่โทนสีไม่เป็น หรือวางจังหวะของสีไม่ถูก ก็จะทำให้บ้านออกมาลายตาไม่น่าอยู่นะคะ วันนี้ Decor.MThai จึงรวบรวม 10 ไอเดีย แต่งบ้าน Colorful สวยอย่างมีสไตล์ มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันค่ะ Design BY : Ben Finch Design BY : Stone Creek Builders Design BY : Benenate Design Design BY :DKOR Interiors Inc Design By : Woodward Leach Design Design: Lucy and Company Design By : Sunset Properties of Tampa Bay Design By : Leighton Design Group Design By : Phase 2 Design Photography: Ken Hayden Photography ถ้าเพื่อนๆ อยากได้บ้านที่มีสีสันสดใส อยากใช้สีหลายๆ สี ในการตกแต่งบ้าน ก็ลองนำไอเดียตัวอย่างไปปรับใช้ ตกแต่งบ้านเพื่อนๆ กันดูนะคะ

อิตาลี ล้างแค้นจาก 4 ปีก่อน อัดแชมป์เก่า สเปน 2-0 ร่วงรอบ 16 ทีม ยูโร 2016
สเปน /  อิตาลี

อิตาลี คว้าชัยชนะเหนือ สเปน 2-0 จากประตูของ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ กราเซียโน่ เปลเล่ ในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึก ยูโร 2016 เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งให้ทีมกระทิงดุซึ่งเป็นแชมป์เก่าร่วงตกรอบ และยังถือเป็นการล้างแค้นของทีมอัซซูรี่ จากที่พวกเขาเคยพ่ายต่อ สเปน ในนัดชิงรายการนี้เมื่อ 4 ปีก่อนถึง 0-4 อีกด้วย การแข่งขัน ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2559 อิตาลี 2-0 สเปน ผู้ทำประตู: 1-0 จอร์โจ้ คิเอลลินี่ 33', 2-0 กราเซียโน่ เปลเล่ 90'+1 เวลา: 23.00 น. สนาม: สต๊าด เดอ ฟร้องซ์, ปารีส ถ่ายทอดสด: ช่อง 3 HD เกมเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาอย่างหนัก เป็นทางฝั่งอิตาลีที่ได้ลุ้นประตูก่อน จากจังหวะฟรีคิก กราเซียโน่ เปลเล่ ได้ขึ้นโขกเต็มๆ แต่ ดาบิด เด เคอา สามารถพุ่งปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด จากนั้น เอมานูเอเล่ จาคเครินี่ ได้ตีลังกายิงในกรอบเขตโทษ และก็ยังเป็น เด เคอา ที่ปฏิกิริยาไวพอที่จะปัดพ้นอันตรายไปได้อีก เกมผ่านมาครึ่งชั่วโมงเป็นสเปนที่ได้ลุ้นบ้างจากลูกยิงไกลของ อันเดรียส อิเนียสต้า แต่ก็ยังไปตรงตัว จานลุยจิ บุฟฟ่อน ทีมอัซซูรี่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 33 จากจังหวะฟรีคิกบริเวณหัวกระโหลก เอแดร์ ยิงไปติดเซฟ เด เคอา แต่ในจังหวะต่อเนื่องเป็น จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ที่วิ่งเข้ามาซ้ำโล่งๆ เข้าสู่ก้นตาข่าย ส่งให้อิตาลีนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ เกือบบวกเพิ่มได้อีกลูก จากลูกลากตัดเข้าในมายิงของ จาคเครินี่ ยังดีที่ เด เคอา ยังบินปัดออกหลังได้ก่อน ทำให้ครึ่งแรกจบลงที่สกอร์ 1-0 เท่าเดิม ครึ่งหลัง สเปนพยายามโหมบุกหนักเพื่อหวังประตูตีเสมอ แต่อิตาลีก็ใช้ทีเด็ดในจังหวะสวนกลับ เอแดร์ ได้บอลหลุดเดี่ยวควบเข้ากรอบเขตโทษ แต่จังหวะยิงไปติด เด เคอา ที่ออกมาบล็อคเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม นาทีที่ 69 ทีมกระทิงดุได้ลุ้นบ้างจากลูกยิงด้วยซ้ายของตัวสำรอง อาริตซ์ อาดูริตซ์ แต่บอลก็ยังถากเสาไกลออกไป อิเนียสต้า ใกล้เคียงที่จะตีเสมอให้กับสเปนเช่นกัน จากลูกยิงฮาล์ฟวอลเลย์แบบไม่จับ แต่ บุฟฟ่อน ก็ยังเซฟเอาไว้ได้ ต่อมาอีกไม่กี่นาที ผู้รักษาประตูทีมอัซซูรี่ก็ต้องออกแรงอีกครั้ง คราวนี้เป็นการปฏิเสธลูกยิงของ เคราร์ด ปิเก้ ช่วงท้ายเกม ปิเก้ ซึ่งดันมายืนค้ำในแดนหน้า ได้โอกาสทองอีกครั้ง โดยได้ยิงจ่อๆ หน้าปากประตู แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะ บุฟฟ่อน ได้อยู่ดี กลายเป็นว่าอิตาลีมาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มัตเตโอ ดาร์เมียน ปาดบอลเข้ากลางให้ เปลเล่ ตวัดยิงโล่งๆ สวนตัว เด เคอา เข้าไปสู่ก้นตาข่ายเป็น 2-0 ก่อนที่เกมจะจบลงที่ตรงนี้ ทำให้แชมป์เก่าอย่างสเปนร่วงตกรอบ และถือเป็นการล้างแค้นจากเมื่อ 4 ปีก่อนในนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จ สำหรับขุนพลอัซซูรี่ รายชื่อผู้เล่น อิตาลี: จานลุยจิ บุฟฟ่อน; เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, อันเดรีย บาซาญี่; ดานิเอเล่ เด รอสซี่ (ติอาโก้ ม็อตต้า 54'), เอมานูเอเล่ จาคเครินี่, มาร์โก้ ปาโรโล่, มัตเตีย เด ชีโญ่, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ (มัตเตโอ ดาร์เมียน 84'); เอแดร์ (ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ 81'), กราเซียโน่ เปลเล่ สเปน: ดาบิด เด เคอา; เคราร์ด ปิเก้, เซร์คิโอ รามอส, ฆวนฟราน, ฆอร์ดี้ อัลบา; เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เชส ฟาเบรกาส, อันเดรียส อิเนียสต้า; ดาบิด ซิลบา, โนลิโต้ (อาริตซ์ อาดูริตซ์ 46' (เปโดร โรดริเกซ 81')), อัลบาโร่ โมราต้า (ลูคัส วาซเกซ 70')

ย้อนวันวานไปกับ ร้าน เพลินวาน พาณิชย์ ตอน ชุมชนบางรอด Siam Square ONE
ย้อนยุค /  วินเทจ / 

ใครที่ขึ้น BTS ที่สถานีสยามเป็นประจำ เวลายืนรอรถไฟฟ้ามาต้องเห็นร้านนี้อย่างแน่นอนกับร้าน เพลินวาน พาณิชย์ เป็นร้านที่อยู่บนชั้น 3 ของสยามสแควร์วัน ที่ตกแต่งในแนววินเทจ ซึ่งแปลกตาเป็นอย่างมากกับร้านแนวนี้และอยู่บนห้างแบบนี้ ที่เห็นเป็นแรกนั่นก็คือหัวรถบรรทุกเก่าๆ ที่โผล่ออกมาจากในร้าน และรถเก่าๆ ที่จอดอยู่ริมระเบียงของร้าน ทำให้คนที่ผ่านมาเห็นอยากเข้าไปสัมผัสภายในร้านว่าเป็นอย่างไร ส่วนตัวเองก็ยังไม่เคยเข้าไปทั้งที่เห็นอยู่ประจำเมื่อยืนรอรถไฟฟ้า เราไปดูบรรยากาศด้านในกันเลยดีกว่าค่ะ ย้อนวันวานไปกับ ร้าน เพลินวาน พาณิชย์ ตอน ชุมชนบางรอด Siam Square ONE เพลินวาน พาณิชย์ มีอยู่ด้วยกัน 4 สาขา คือ ตึก Civic Parkทองหล่อ 13 , เพลินวาน หัวหิน , The Street รัชดา และ สยามสแควร์วัน แต่ละสาขานั้นจะมีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน ส่วนสาขาสยามนั่นจะเป็นคอนเซ็ปต์ที่มีชื่อตอนว่า "ชุมชนบางรอด ชุมชนที่ไม่เคยหลับใหล"  เป็นการนำเรื่องราวจริงของชุมชนนี้มาบอกเล่าผ่านการตกแต่งร้าน เล่าเรื่องราวที่สมัยทหาร GI เข้ามาตั้งฐานทัพในเมืองสยาม สมัยนั้นเป็นสมัยของความหลากหลาย ทั้ง เชื้อชาติผิวพรรณ สําเนียง ภาษา วัฒนธรรม จึงเกิดเป็นแรงบันดารใจของร้านเพลินวานในสาขา สยามแห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านที่ย้อนยุคให้นึกถึงสมัยก่อนที่ประเทศไทยมีการเป็นอยู่แบบไทยๆ และเป็นยุคที่ชาวตะวันตกเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในเรื่องของอาหารการกิน จึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ชวนให้นึกถึงวันเก่าๆ เป็นอย่างยิ่ง เพลินวาน พาณิชย์หลักๆ จะเป็นร้านขายกาปฟ และจำหน่ายขนม ของเล่นของไทยที่เกือบจะหายไปแล้วในปัจจุบัน (นี่คือบรรยากาศภายในร้าน)       เมื่อเข้ามาถึงที่ชุมชนแห่งนี้แล้ว แน่นอนว่าต้องมีหลากหลายร้านที่อยู่ในเพลินวาน พาณิชย์ ที่เป็นเหมือน Food Court ย่อยๆ อยู่ภายในจะมี สิบล้อรอรัก Casaper Burger ร้านน้ำพริกรสเด็ดของบ้านกลมกิ๊ก ร้านกาแฟเพลินวาน, ร้านไอติมปากหวานของน้ำหวาน ซาซ่า, ขนมจีนเจ๊าะแจ๊ะ ร้านทำผม Smile Club Thailand ของโทนี่ รากแก่น ร้านเตี๋ยวหน้าคลัง ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขนมหวาน สิบล้อรอรัก Casaper Burger และบาร์เครื่องดื่มของตรอกบางยี่ขัน ข้าวไข่ทรงเครื่องกระทะร้อน 80 บาท ไข่กระทะ 80 บาท ข้าวหน้าไก่ 90 บาท ขนมปังปิ้งสังขยา 60 บาท น้ำแข็งไสจั้มบ๊ะ 69 บาท กาแฟเต้าหู้งาดำปั่น 110 บาท ข้างแรม (ชาเย็น) ยามสาย (มัทชะลาเต้ ปรุงเย็น) ชาไทยลาเต้ร้อน --------------------------------------------------- โปรโมชั่น : ทรูแบล็คการ์ดและเรดการ์ด ซื้อ 1 แถม 1 เมนูข้ามแรม (ชาเย็น) และลูกค้าทรูการ์ดลด 10% อาหารและเครื่องดื่ม (ตั้งแต่วันนี้ - 30 ก.ย. 59)

เซอร์ไพรส์!! ซุปตาร์สาวฟินแค่ไหน เมื่อคนรักขอแต่งงาน!!
ขอแต่งงาน /  เซอร์ไพรส์ / 

ว้าวๆๆๆ อยากมีแบบนี้ อยากได้แบบนี้ อยากเจอแบบนี้กับเขาบ้างจริงๆ เลย เรียกว่าสาวๆ หลายคนอยากมีโมเม้นต์โดนขอแต่งงานกันไม่น้อยเลยล่ะเจ้าค่ะ ยิ่งเป็นการเซอร์ไพรส์ตามแบบฉบับคนบันเทิงสมัยนี้ด้วยแล้วยิ่งน่าตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ ซึ่งช่วงหลังๆ ดูเหมือนจะเป็นกระแสที่คอนข้างอินเทรนด์สำหรับคนในวงการเหลือเกิน เพราะคู่รักดาราหลากหลายคู่จัดหนักให้เห็นอยู่กันบ่อยๆ ล่าสุดหนุ่มหล่อรวยอารมณ์ขัน เป๊ก เปรมณัช ก็ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานแฟนสาวอย่าง นิว นภัสสร กลางเวทีคอนเสิร์ตไปหมาดๆ ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งยินดีทั้งอิจฉาไปในคราวเดียว จุดนี้ลองมาย้อนๆ ดูแล้วนับว่ามีคู่รักคนบันเทิงไม่น้อยเลยที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัวด้วยการเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน วันนี้ขอรวบรวมความน่ายินดีของแต่ละคู่กันอีกสักครั้ง อยากรู้จังว่าซุปตาร์สาวแต่ละคนที่ถูกแฟนหนุ่มขอแต่งงานนั้นแต่ละนางมีความฟินระดับไหน ซึ่งนอกจากการเซอร์ไพรส์ของหนุ่มเป๊กที่ทำเอาสาวนิวน้ำตาร่วงด้วยความปลื้มปริ่มกลางเวทีคอนเสิร์ตแล้ว ย้อนไปที่คู่สินสอดและพิธีแต่งอลังการงานสร้างสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นนางเอกสุดฮอตอย่าง ชมพู่ อารยา รายนี้คบหากับไฮโซหน้าตี๋ น็อต วิศรุต มานานหลายปี สุดท้ายพ่อคุณก็ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกที่ต้องบอกเลยว่าอิจฉาหนักมากกกก นางร้ายสุดแซบอย่าง เอมมี่ มรกต ก็ฟินไม่น้อยหน้าเพื่อนซี๊อย่างชมพู่เพราะ ไฮโซเจมส์ จิรายุทธ โชว์หรูขอแต่งงานไกลถึงประเทศฝรั่งเศส แหมๆๆ โรแมนติกอะไรเยี่ยงนั้น และที่โรแมนติกไม่แพ้กันก็คงเป็นพระเอกมาดกวนอย่าง ซี ศิวัฒน์ ที่ขอแฟนสาว เอมี่ กลิ่นประทุม แต่งงานด้วยแหวนของคุณแม่กลางร้านอาหารหรูหลังจากคบหาดูใจกันมานานถึง 8 ปี เรียกว่าหวานหยดติ๋งไปเลยแหละ ด้านนางงามคนสวยอย่าง ชาม ไอยวริญท์ และนักแสดงมากความสามารถอย่าง น้ำฝน กุลณัฐ แม้จะอินเลิฟกับหนุ่มตาน้ำข้าวด้วยกันทั้งคู่ แต่บอกเลยว่าฝรั่งยุคนี้โรแมนติกไม่น้อยหน้าใคร เซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน 2 สาวชนิดหวานสุดติ่ง ถึงจะคนละเวลาคนละสถานที่ก็เถอะแต่ความโรแมนติกนั้นไม่ต่างกันสักนิด ต่อกันที่หนุ่มหล่ออย่าง แมน การิน คบหาดูใจกับนักแสดงสาว เกล เวธกา มานานโข พอถึงคราวจะขอแต่งงานทั้งทีก็ต้องมีเซอร์ไพรส์กันบ้าง โดยคู่นี้เลือกบรรยากาศคลาสสิกแต่โรแมนติกระดับ 10 อย่างทะเลมัลดีฟส์มาเป็นสักขีพยาน ซึ่งอบอุ่นและหวานจนทะเลไม่เหลือความเค็มเลยทีเดียว เด็กวัดร้อยล้านอย่าง เอก ศุภากร ก็สรรหาสถานที่ขอแต่งงานแฟนสาวอย่าง โบว์ ธัญญะสุภางค์ ได้ยอดเยี่ยมเหมือนกัน เรียกว่าอาจจะแปลกกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาที่เลือกขอแต่งงานกลางสะพานพระราม 8 แต่ก็ทำให้สุดที่เลิฟอย่างสาวโบว์ปลื้มปริ่มจนน้ำตาเล็ดได้เหมือนกัน ปิดท้ายกันที่ว่าที่เจ้าสาวอย่าง เนย โชติกา ณ ตอนนี้แม้จะยังไม่ได้เข้าประตูวิวาห์เหมือนคู่อื่นๆ เขา แต่เจ้าหล่อนก็มีโมเม้นต์โดนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกลางปาร์ตี้วันเกิดจากแฟนหนุ่มอย่าง ไฮโซอาร์ม ไปแล้วนะเออ แหมๆๆ แต่ละคู่แต่ละนางท่าทางจะฟินกันสุดๆ กับการโดนเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ เอ้า!! เอาเป็นว่าหวานแบบนี้ไปนานๆ ก็แล้วกันนะจ๊ะๆ นิว - เป๊ก นิว - เป๊ก นิว - เป๊ก นิว - เป๊ก ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี ชาม - เจมส์ ชาม - เจมส์ ชาม - เจมส์ ชาม - เจมส์ น้ำฝน - จอร์แดน น้ำฝน - จอร์แดน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน โบว์ - เอก โบว์ - เอก โบว์ - เอก โบว์ - เอก โบว์ - เอก เนย - อาร์ม เนย - อาร์ม เนย - อาร์ม เนย - อาร์ม ขอบคุณรูปภาพจาก IG @chomismaterialgirl @brandnew_nj @peackprem @noeychotika @siwat_c @amy_klinpratoom @charm.th @namfonkullanut @man_karin @bothunyasupan @akejiradt @aimeemorakot

ดูย้อนหลัง โชว์เริ่ดๆ ปังๆ SING YOUR FACE OFF ซีซั่น 2... ใครคว้าแชมป์!?
SING YOUR FACE OFF /  กรีน อัษฎาพร / 

ปิดฉากอย่างสุดประทับใจ สำหรับรายการ เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ SING YOUR FACE OFF ซีซั่น 2 รายการแข่งขันร้องเพลงรูปแบบใหม่ที่จะทำให้แฟนรายการประหลาดใจในทุกๆ โชว์ จากดารา 6 คน โบว์ เมลดา สุศรี, กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล, ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์, บอส โตนนท์ วงบุญ, โหน ธนากร ศรีบรรจง และ นุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร ที่เปลี่ยนหน้า-แปลงโฉม-จับไมค์ เพื่อพิชิตเงินสมทบทุนในการร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิประจำตัว เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ SING YOUR FACE OFF ซีซั่น 2 เทปสุดท้าย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา มีแต่การแสดงเริ่ดๆ ปังๆ ที่เหล่าผู้เข้าแข่งขันต่างงัดความสามารถ ทุ่มสุดตัวเพื่อหวังพิชิตแชมป์... เวทีของแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูย้อนหลังกัน ราชาเพลงป๊อป ไมเคิล แจ็กสัน ฟื้นคืนชีพ ด้วยโชว์ของ S1 กรีน อัษฎาพร แดนซ์สนั่นฟลอร์ในเพลง Bad จากสาวหวานมาเป็นหนุ่มหล่อ! S2 โบว์ เมลดา หล่อละลายใจชนิดน้ำตาเกาะ ในเพลง Sugar ของ Maroon 5 นิกกี้ มินาช มาเจอ 'นินุ้ย มินาช' หน่อยเป็นไง! S3 นุ้ย ธนวัฒน์ กับการแสดงในเพลง Star ships S4 โหน ธนากร อินเนอร์ดี้ดี สรุปว่าใช่-ใช่ปะ!? จริตมาเต็มในเพลง Welcome To Burlesque ของ Cher โชว์นี้เซ็กซี่เบอร์แรง! Diamonds ของ Rihanna จากฝีมือเปลี่ยนหน้าท้าโชว์โดย S5 บอส โตนนท์ มีพัฒนาการทุกสัปดาห์ มาวีคนี้ องค์ Bruno Mars ก็ลง S6 ต้นหอม ศกุนตลา แบบเต็มๆ ในเพลง The Lazy Song และในที่สุด ผลก็ปรากฏว่าดาราสาว กรีน อัษฎาพร สามารถครองตำแหน่ง Sing Your Face Off The Year แชมป์ของรายการ เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ SING YOUR FACE OFF ซีซั่น 2 คว้าเงินรางวัลมูลค่า 1,200,000 บาท ให้กับมูลนิธิ สายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิประจำตัวของเธอไปได้... ขอแสดงความยินดีด้วยจ้า ข้อมูลจากรายการ เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ SING YOUR FACE OFF ซีซั่น 2 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู”
กฤษดา สุโกศล แคลปป์ /  ก้องเกียรติ โขมศิริ / 

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู” “โอกาสที่จะได้บท ได้เล่น ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าโอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ นักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มาถึงมือ ยูอย่าพลาด พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ไม่ว่าจะออกมาเป็นยังไง อย่าปล่อยมัน”  น้อย วงพรู กล่าว แม้การสวมบทบาทเป็นมือปราบสายเวทย์อย่าง ขุนพันธรักษ์ราชเดช จะเป็นเรื่องยาก แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าในกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่ยากระดับปราบเซียน และก็ไม่ใช่ว่าจะให้ใครมารับบทนี้ได้ง่าย ๆ นั่นก็คือบทบาทของมหาโจรผู้เหี้ยมโหด ชั่วร้ายแต่ก็มีมุมรักพวกพ้อง อัลฮาวียะลู คือชื่อตัวละครดังกล่าวนั้นก่อนที่หัวโขนของบทบาทนี้จะถูกสวมลงที่ศีรษะของ กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู และวันนี้ เราจะไปฟังกันว่าดาวร้ายผู้นี้มีอะไรอยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมได้ฟังก่อนที่จะไปเต็มอิ่มกับการแสดงของเขาในโรงภาพยนตร์  เมื่อได้ยินชื่อโปรเจกต์ครั้งแรก และถูกทาบทามให้มาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ หลายคนทราบว่าผมก็เล่นอันธพาลกับโขมมาก่อน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมากสำหรับผม ตอนที่โขมโทรมาชวนรับทันทีเลยครับ พอได้คุยกันปั๊บ ก็ยิ่งอยากเล่น มันเป็นโอกาสที่พลาดไม่ได้นะครับ ตอนแรกที่พอได้อ่านบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมากเลย จะทำได้เปล่า จะทำถึงเปล่า มันยากนะ จำได้ว่ามีซีนหนึ่ง ไม่ใช่ซีนแอคชั่น ส่วนมากน้อยจะเริ่มเครียด และเริ่มคิดว่าจะทำได้เปล่า เป็นซีนที่ต้องพูดเยอะมาก เป็นซีนที่น้อยเผชิญหน้ากับอนันดาครั้งที่ 2 ที่นั่งด้วยกัน ซึ่งเป็นซีนที่หลายคนได้เห็นในทีเซอร์ที่กินลูกกระสุน สิ่งที่ผมต้องพูดกับอนันดานี่เยอะมากเลย เกือบหน้าหนึ่งนะครับ ซึ่งคำที่ใช้ ศัพท์ที่ใช้ เป็นภาษาไทยสมัยก่อนด้วยผมก็เหนื่อย ผมก็ โอ้โห (หัวเราะ)  ทราบว่าขุนพันธ์เป็นภาพยนตร์แอคชั่นเต็มรูปแบบ ทั้งส่วนของเอฟเฟกต์ ระเบิดกระสุน ไปจนถึงการแสดงที่ต้องเชือดเฉือนกันแบบมันส์หยดเลยทีเดียว โดยเฉพาะน้อย-กฤษดา กับ อนันดา ใช่ครับอย่างตอนเราอ่านบท ซีนนี้แอคชั่นมันส์แน่เราอยากเล่น แต่นี่เป็นซีนที่เผชิญหน้ากันระหว่าง2ตัวละครสำคัญซึ่งเป็นคู่ปรับกัน แล้วคำที่เราพูดมันลึกเหลือเกิน คือว่าไดอะล็อคมันดีมาก โมโนล็อคมันดีมาก แล้วมันแรงเหลือเกิน มันขึ้นมาจากข้างใน แต่เรานิ่งนะครับ มันเหมือนเปรียบเป็นแอคชั่นในตัวของเรา เพียงแต่เวลาเราพูดจะนิ่งหน่อย สำหรับนักแสดงมันท้าทายมากนะ ทั้งน่ากลัวแล้วก็ทั้งมันส์ ก็เลยตื่นเต้นกับซีนนี้มากเป็นพิเศษเลยครับ  คาแรคเตอร์ “อัลฮาวียะลู” มหาโจรผู้เหี้ยมโหด ที่ถ่ายทอดการแสดงแบบเกินร้อยของน้อย กฤษดา เป็นอย่างไร อัลฮาวียะลู ก็คือคู่ปรับของขุนพันธ์ เป็นโจรทางภาคใต้ เขาจะปกครองดูแล และคุ้มครองผู้คนในเขตพื้นที่ของเขานะครับ ในอดีตที่ผ่านมาตัวเขาเอง ครอบครัวได้ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ชีวิตเขาเองจะค่อนข้างโดดเดี่ยว หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจใครสักเท่าไหร่ สำหรับเขาแล้วรู้เพียงอย่างเดียวว่านี่คือพื้นที่ของเขา คนพวกนี้เป็นชาวบ้านของเขา เป็นคนของเขา ที่เขาต้องคุ้มครอง และในพื้นที่ของเขาใครจะเข้ามาเขาไม่สน แต่เขาพร้อมจะลุกขึ้นปกป้อง และป้องกัน โดยจะทำทุกอย่างครับ เขาเป็นคนที่มองทุกอย่างเป็นแค่ขาว-ดำเท่านั้น เวลาผมอ่านบทก็จะรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งที่เขาพูดมันจะเป็นแบบเหมือนกับการออกคำสั่ง อืม อืม อืม แรงเสมอ   ถ้าให้คำจำกัดความของอัลฮาวียะลู อัลฮาวียะลู มหาโจรที่ฆ่าไม่ได้ ตายไม่เป็น ขุนพันธ์อาจจะล่าเราได้ แต่ฆ่าเราไม่ได้ เพราะตัวอัลฮาวียะลูเอง มีทั้งความโหดเหี้ยม โหดร้าย คือเป็นโจรที่ฉลาดด้วยนะครับ สามารถฆ่าคนโดยที่ไม่คิดอะไร แต่จะมีอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าเกิดนี่คือที่ของเขาคุณก็จะตายทันที ชื่อของเขาอัลฮาวียะลู แปลว่าหลุมที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งตัวขุนพันธ์ (อนันดา) จะต้องเข้าไปในหลุมนี้ที่ลึกเหลือเกิน เพื่อที่จะดึงความเป็นปมบางอย่างของอัลฮาวียะลู เพื่อที่จะปราบอัลฮาวียะลู เราจะได้เห็นกันว่าขุนพันธ์ทำได้หรือไม่ เป็นตัวละครที่ไม่ธรรมดา มีทั้งความสามารถพิเศษเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่องยิงไม่เข้า คงกระพันและมีอาวุธที่ใช้ประจำตัว อัลฮาวียะลู เขาก็จะมีอาวุธในหลายรูปแบบ นอกเหนือจากการที่เล่นของอยู่แล้ว จะมีกริช มีรอยสักซึ่งเป็นสิ่งที่ป้องกันเขาได้ จริงๆโขมก็เป็นคนบอกมาเองนะครับว่า เวลาเปรียบเทียบพี่น้อยจริงๆแล้วมันไม่ต่างจาก ลอร์ดเวเดอร์นะ ซึ่งจะต้องมีไลท์เซเบอร์ การใช้บังคับคนด้วยจิตได้อะไรอย่างนี้ มีอาวุธ มีอาคม คงกระพัน จริงๆเขาจะค่อนข้างมีทุกอย่างครบถ้วนในคาแรคเตอร์ของเขา และในสุดท้ายเขาจะรู้สึกอย่างนั้นว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ สำหรับผมแล้วคิดว่าตัวขุนพันธ์ไม่น่ามาปะทะกับโจรคนไหนที่มีครบทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ อย่างอัลฮาวียะลู เพราะเขาตายไม่เป็น เวลาเราเล่นบทอัลฮาวียะลูนี่รู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นทั้งวิญญาณ เป็นมนุษย์ ซึ่งผมว่าขุนพันธ์เองก็น่าจะไม่เคยเจอมาก่อนนะครับ ในการที่ต้องถ่ายทอดตัว “อัลฮาวียะลู” หัวหน้าโจรผู้โหดเหี้ยม ที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับตัวตนของ น้อย กฤษดา เลย ต้องมีการเตรียมตัวหรือทำอะไรเป็นพิเศษบ้าง การเตรียมพร้อมก็จะเริ่มตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง  แล้วพอมาถึงในช่วงของการถ่ายทำ ในแต่ละฉากก่อนเล่น ก็ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบท อัลฮาวียะลู ซึ่งเป็นตัวละครที่ค่อนข้างห่างไกลจากคาแรคเตอร์เรามาก การที่บทภาพยนตร์เรื่องนี้มันมีมิติเหลือเกิน แล้วอัลฮาวียะลูเอง อาจไม่ได้เป็นคาแรคเตอร์จริงอย่างขุนพันธ์ แต่ว่าก็ยังมีโจรอีกหลายต่อหลายคน ที่ในชีวิตจริงขุนพันธ์เคยปราบมาแล้วนะครับ   เราก็พยายามเบสคาแรคเตอร์ของเรา กับโจรที่เป็นจริงเหล่านั้นครับ เลยเกิดการตีความ 2 อย่างเราก็พยายามทั้งศึกษาว่า โจรสมัยโน้นเขาเชื่อมั่นในสิ่งอะไร จุดยืนเขาอยู่ที่ไหน เขาเกิดมาเป็นอย่างไรถึงคิดกลายเป็นโจรอย่างนั้น อีกอย่างหนึ่งเราก็พยายามใช้จินตนาการ การตีความ อย่างการที่คาแรคเตอร์เราก็ไม่ได้เป็นจริงด้วย เราก็สามารถใช้อิมเมจิเนชั่นมาสร้าง มันสามารถสร้างสีสันได้ เพราะอย่างในเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ของอัลฮาวียะลู ที่คล้ายๆของขุนพันธ์ด้วยใช่ไหมครับ  ผมก็แบบแอบดูว่าอนันดาเขาเดินยังไง  ขาเขาจะเป็นยังนี่ ไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาจะเรียกยังไงฮะ ขาเขาจะเขย่งครับ น้อยก็จะเริ่มเดินเหมือนอนันดานิดหน่อยแล้วกัน ให้มีอะไรใกล้เคียงกันในการมูฟเม้นท์นิดหน่อยนะครับ (หัวเราะ) ถ้าเปรียบเป็นมวยก็ถือได้ว่าถูกคู่และสมศักดิ์ศรี อนันดา กับน้อย-กฤษดาจับคู่ทางด้านการแสดงรวมไปถึงบู๊แอคชั่น อยากให้พูดถึงการทำงานกับอนันดา ผมจะอายุมากกว่าอนันดา ห่างกันเกือบเจนเนอเรชั่นหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เหมือนอนันดาเข้ามาในวงการก่อนน้อย ก่อนเป็นน้อยวงพรูผมก็จะเห็นอนันดาอยู่แล้ว แล้วเราก็ยังติดภาพมองเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์นะครับ แต่ผมก็พอรู้ว่านิสัยเขาเป็นยังไงอยู่แล้ว เขาเป็นคนที่ติดดินมากครับ แต่ผมจะตื่นเต้นเสมอนะครับ ไม่ว่าจะแสดงกับใครก็ตาม แต่ถ้าเกิดเป็นพวกดาราแบบใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอนันดา หรือว่าชาคริต ผมจะตื่นเต้นเสมอ ผมยังมองเขาเป็นสตาร์ครับ จนกว่ามาเล่นซีนด้วยกันซึ่งอันนั้นผมก็ต้องเริ่มมีสมาธิจริงแล้ว เวลาที่ผมเล่นในขณะนั้นข้างในผมหัวใจกำลังเต้นไวอยู่นะ มันตื่นเต้น โดยเฉพาะซีนแรกครับ สิ่งที่ผมชื่นชม ผมอิจฉานิดหน่อยกับอนันดา เขาเป็นนักแสดงที่รีแลกซ์มากครับ ตั้งใจ เป็นคนที่คอนเซนเทรตได้ทันทีนะครับ การแสดงมันก็สนุกตรงนี้ การรับบทต่อกันแล้วเราก็จะเริ่มเรียนรู้คนนี้แสดงดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอนันดา ซึ่งสิ่งที่เขาทำได้ดี มันเหมือนกับว่าเราเองก็รู้ว่านี่เป็นอนันดาที่เล่นอยู่ใช่ไหมครับ เราจะเชื่อว่าเขาเป็นคาแรคเตอร์นั้น เวลาเขาเล่นบทเป็นขุนพันธ์ เราก็เชื่อว่าเขาเป็นขุนพันธ์ ถึงแม้เราจะรู้ว่านั่นคืออนันดานะ นั่นคือสัญลักษณ์ของนักแสดงที่ดี ที่มีพรสวรรค์ ความสามารถที่พิเศษ ซึ่งบางทีอนันดาอาจจะนิ่งไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้ มันก็เป็นสิ่งที่ผมสังเกตเวลาเล่นกับอนันดานะครับ พลังเขาออกมา แม้เขาจะนิ่งๆ แล้วพอเราแสดงด้วยกันเราก็เริ่มรู้แล้วว่า จะจ้องตากัน สบตากัน หรือจะชกต่อยกัน จะรับกันยังไง เพราะคาแรคเตอร์ผมก็จะแรงเสมอ อนันดาก็จะรับ เล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังของการทำงานในฉากยากๆ ว่าเหนื่อยขนาดไหน สาหัสอย่างไร จริงๆ มันก็มี 2 ฉากนะครับ ก็คือฉากไคล์แมกซ์ของภาพยนตร์ที่ต้องสู้กัน ที่ 2 คนต้องมาแรงใส่กัน แล้วมันก็เหนื่อยจริงๆ ฉากแรกที่ผมเจอเขา เขายังปลอมตัวอยู่ ฉากที่ 2 นี่รู้แล้วว่ามึงเป็นใคร แล้วผมเตรียมตัวแบบ รู้ว่า โอเค ยูตื่นเต้นไม่ได้ ยูต้องโฟกัสนะ ตอนนั้นเราก็ถ่ายที่กุยบุรี มันเหมือนเวลาจะขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ที่อิมแพ็คอะไรอย่างนี้ บางทีมันก็ซ้อมก็คิดมาเยอะแล้ว พอถึงจุดนั้นอย่าตื่นเต้น อย่าไปคิดมากเกินไปให้มันรีแลกซ์ เราก็แสดงได้ดีขึ้น ซีนนั้น ผมก็บอกทุกคนว่าผมขอขับรถผมไปได้ไหม ขอขับรถดูวิวของกุยบุรีที่มันมีภูเขา เริ่มต้องเตรียมพร้อมต้องอินแล้วกับซีนนี้ แล้วผมก็เปิดเพลงของเดอะคิลเลอร์ เพลงแร็ป เหมือนกับมันเป็นเพลงสกอร์ภาพยนตร์ให้กับคาแรคเตอร์ผมครับ แล้วเพลงก็แบบแรง ผมก็กำลังมา แล้วผมก็บอกทีมงานว่า เวลาพร้อมก็โทรมาหาน้อยนะ น้อยรีบขับกลับมาเลย ผมก็แต่งตัวอย่างนี้ในชุดอัลฮาวียะลู ผมก็อินกับคาแรคเตอร์แล้ว มาแล้วเว้ย แล้วพอไปถึงฉากมันต้องโฟกัสมากเลยฮะ นั่นก็เลยเป็นฉากที่มันส์ดีแต่ก็เหนื่อยมาก ประมาณ 2-3 เทคฮะ เริ่มไม่พร้อม เหนื่อยแล้วๆ แต่พอเสร็จแล้วอนันดาก็บอก เฮ้ยทุกคน..เป็นไง (หัวเราะ) ในภาพยนตร์ขุนพันธ์แล้ว ยังมีอีกตัวละครที่มีความสำคัญมากๆ ที่จะต้องเกี่ยวพันกับตัวอัลฮาวียะลู นั่นคือหลวงโอฬาร ซึ่งรับบทโดย แฟรงค์ ภคชนม์ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันครั้งที่ 2 แล้วหลังจากอันธพาล กับแฟรงค์นี่เป็นนักแสดงที่ผมให้ความนับถือมากๆ ครับ ถ้าเกิดที่เมืองนอกเขาจะเรียกว่าคาแรคเตอร์แอคเตอร์ เขาอาจจะไม่ได้เป็นแบรด พิตต์ แต่ละคนที่มีฝีมือเยอะเหลือเกินมีโอกาสให้เขาได้โชว์ฝีมือที่เขาเล่นอย่างนี้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นกับแฟรงค์มาก่อนในอันธพาล แล้วพอมาในเรื่องนี้บทก็ไม่เหมือนกันเลย แล้วเวลาผมแสดงกับเขา ผมก็รู้สึกได้เลยว่านี่เป็นนักแสดงที่แท้จริง เขาเหมือนเป็นนักแสดงแล้วพอเขาเปลี่ยนมาเล่นบทอะไรก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง สามารถพลิกบทบาทได้ ให้ตัวละครตัวนั้นโดดเด่น อย่างเรื่องอันธพาลแฟรงค์ก็เป็นตัวไม่ดี อันนี้ก็อีกคาแรคเตอร์หนึ่ง แล้วเขาทำได้ดีมากครับ ผมก็อยากร่วมงานกับแฟรงค์อีกนะครับ จากการทำงานที่ผ่านมาในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์คิดว่าฉากไหนยากที่สุด สำหรับฉากที่ยากมันก็จะมี 2 สไตล์ มันจะมีทั้งฉากที่ไม่ต้องเคลื่อนไหวเลย แค่พูดกันแล้วส่งบทกัน ต้องมีสมาธิมากๆ ซึ่งฉากพวกนั้นจะยากมากอยู่แล้ว อีกฉากหนึ่งก็น่าจะเป็นฉากที่มันเหนื่อยครับ แล้วผมก็ไม่เคยเลยจริงๆนะครับ แสดงอยู่บนเซต ไม่ใช่แค่ 24 ชั่วโมงนะ 36 ชั่วโมง ผมจำได้ถ่ายตั้งแต่เจอกัน 6 โมงเช้า เป็นฉากแอคชั่นสุดท้ายนะครับ6 โมงเช้า ผมก็นึกว่าจะเสร็จภายใน 6 โมงเย็นอย่างนั้น แล้วก็ไปเรื่อยๆอีก จนถึงเที่ยงคืนแล้ว ผมก็เริ่มเหนื่อยแล้ว จนบางที ซีนหนึ่งนี่แสดงๆกันไป แล้วพอคัท เทค 1 เสร็จแล้วก็รอเทค 2 ใหม่ นั่งรอแล้วก็นั่งหลับ เทค 2 โอเค อีกทีหนึ่ง จนต่อถึงเที่ยงวันต่อไป จริงๆนะครับไม่ใช่แค่น้อยคนเดียวนะครับแต่คนอื่นด้วย แต่มันต้องทำให้เสร็จครับ วันนั้นเหนื่อยมากเลย ผมไม่เคยเล่นหนังที่เหนื่อยขนาดนี้มาก่อน มันก็สมควรเหนื่อยนะครับกับฉากนี้ เพราะว่าตอนถ่ายวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายด้วย แล้วก็ซีนแอคชั่นสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย และการที่ต้องมาชกต่อยกัน ยิง แทงกันครับ ก็เหมือนกับเป็นฉากแอคชั่นที่เหนือจริงที่มโหฬาร แล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนการที่นอกเหนือจากการยิงกัน แทงกัน ชกๆๆ แล้วมันก็มีการที่ต้องยกมอเตอร์ไซค์ให้มันลอย ผมเริ่มรู้สึกเหมือนอเวนเจอร์อย่างนี้ (ขำ) เวลาที่เขาไปโพสต์โปรดักชั่นของเขา เราก็ตื่นเต้นนะครับ อยากดูจริงๆว่ามันจะออกมาเป็นยังไง รอบตัวเรามองไปทางไหนก็มีแต่คนเสียชีวิต ที่แบบเลือดไหลอะไรอย่างนี้ แล้วการที่ต้องถ่ายทำกันไปแบบ 16 ชั่วโมง 20 ชั่วโมง มันเหนื่อยแต่มันคุ้มครับแล้วมันคุ้มค่าจริงๆ ฟังๆ ดูแล้วเป็นฉากแอ็คชั่นที่นอกจากยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ยังมีรายละอียดค่อนข้างเยอะมากในฉากนี้ ก็คือในซีนนั้นที่เราถ่ายทำไปใน36 ชั่วโมง ถึงแม้ว่ามันก็เหมือนกับเป็นการถ่ายหนังซีนหนึ่ง แต่พอมันคือ1ซีนในสไตล์ของโขมนี่ มันจะยิ่งมีดราม่าในแอคชั่นนะครับ และมันต้องทำทั้ง 2 อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นดราม่าการแสดง แม้แต่แค่รับบทระหว่างกันและกัน กับการชกต่อยกัน คือการถ่ายทอด 2 อย่างในซีนเดียวกัน ซึ่งสำหรับโขมนี่มันต้องได้ เราต้องเข้าใจว่าเวลาเราเล่นหนังมันมีโอกาสครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นมันก็จะอยู่ในจอ มันจะอยู่ตลอดชีวิตนั่นคือผลงานของเรานะครับ เลยต้องทำให้ถึงทำให้ได้ครับ หลายครั้งถึงเราจะเหนื่อย บางทีเราแสดงก็จะรู้สึกว่าผมอินมาก แต่กลายเป็นไฟดันไม่ได้ บางทีการจะอินแบบ 3-4 เทคก็ยาก ทุกคนไม่ว่าจะเป็นไฟ ทีมงาน นักแสดงทั้ง 2 คน มันต้องลงล็อคพอดีเลยครับ ยิ่งสำหรับโขมอย่างพวกเราทุกคนนี่ ฉากแอคชั่นมันก็อาจจะยากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งรถไฟ มอเตอร์ไซค์ มันต้องมาชนกันในจุดนั้นพอดี มันก็เลยเหนื่อยนะครับ แต่ว่าเวลาทำถึงแล้วเราก็รู้สึกดีจริงๆครับ มันก็คุ้มค่ากับการที่เราตั้งใจหรือทุ่มเททำกัน เลยทำให้เวลาเราอิน แล้วปรากฎว่ามีการสั่งคัท เราก็แบบคัททำไม (หัวเราะ) เวลาเล่นผมก็จะคอยสังเกต ซึ่งผมไม่ได้เป็นนักแสดงระดับโลก อย่างคริสเตียน เบล หรือว่า แดเนี่ยล เดย์ ลูอิส ที่ผมได้ข่าวว่าเขาจะอินทั้งวันเลย แต่ผมจะอินแค่ช่วงเวลาถ่ายซีนนั้นนะ แบบเวลาคัท ผมก็อาจจะบางทีผมก็ยังเป็นคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูตอบโขมอยู่ (เสียงใหญ่) อะไรนะ อยากให้ทำอะไรอีกนะ โอเคๆ ได้ๆ ซึ่งกลายเป็นว่าผมยังอยู่ในคาแรคเตอร์นั้นนะฮะ (หัวเราะ) ความประทับใจที่เกิดขึ้นกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันก็มีฉากประทับใจหลายรูปแบบนะครับ เพราะว่าสิ่งที่โขมเขาทำให้มันดีมากๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือเขาสามารถผสมผสานแอคชั่นกับดราม่าได้อย่างดี และลงตัวทีเดียว เวลาเราไปเล่นหนังเขานี่ เราจะสามารถรู้หรือสัมผัส ได้รับรสชาติในการแสดงที่หลากหลายทีเดียว ฉากแอคชั่นที่มันส์นี่ มันไม่ใช่แค่ผมสู้กับอนันดาเท่านั้นนะครับ อย่างมันเป็นเพียงแค่ฉากที่ทำให้เราได้มีโอกาสได้ขี่ม้า จริงๆผมเองก็เหมือนกับนักแสดง เหมือนผู้ชายทุกคน เด็กๆฝันขี่ม้า อยากยิงปืน การเป็นนักแสดงเราโชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสเล่นขี่ม้า ยิงปืน เป็นโจรอย่างนี้ครับ ข้างในเราก็มีความเป็นเด็ก ก่อนที่จะแสดงก็ไปหัดขี่ม้ากัน แล้วเป็นฉากแรกของการถ่ายทำในหนังที่ผมได้ขี่ม้ามาลุย มาปราบพวกตำรวจ แล้วก็ยิงๆ แล้วเราเองไม่ใช่แค่เริ่มมีความสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นๆ แต่เราก็เริ่มมีกับม้าของเราด้วยนะครับ ม้าของเราตัวไหน อยากได้ตัวเดิมนะ มันก็มีความเป็นเด็กของเรานะครับที่แบบขี่แล้วจะเท่ ยิงปืน ผมก็เลยประทับใจกับความรู้สึกตรงนี้ด้วยนะครับ ในภาพยนตร์จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นความเป็นอัลฮาวียะลู และเป็นอีกฉากที่ผู้ชมจะได้เห็นการแสดงของน้อย กฤษดาที่เข้มข้นมากๆ ก็มีฉากหนึ่งซึ่งรู้สึกว่าเป็นฉากเปิดเผยคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูนะครับ ซึ่งคนที่เล่นของ เขาจะทำยังไงก็ได้เพื่อที่จะมีอำนาจ เขาจะเป็นคนที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะมีพลังมากขึ้นนะครับ ซึ่งเป็นซีนที่เขามาเผชิญหน้ากับพระรูปหนึ่ง แต่พระรูปนี้ก็มีของ ของอันนั้นก็คือฟันที่งอกขึ้นอยู่ในเพดานของปาก ซึ่งถ้าเกิดรวมกับอีก 2-3 อย่างนี่ มันสามารถให้เขาเพิ่มพลังได้อย่างสูงทีเดียวครับ ซึ่งต้องรอไปดู ผมก็ไม่เคยแสดงฉากนี้มาก่อน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่คนดูอาจจะได้พบกับพลังของอัลฮาวียะลูครับ ในเบื้องหลังในการเตรียมตัวทำงานก่อนจะเล่นซีนนี้ ผมก็เริ่มฟังเพลง แต่ผมไม่ได้ฟังเพลงน้อย วงพรูนะ แต่ละซีนผมจะมีซาวน์แทรค ครั้งนี้ผมจะฟัง M&M ครับ เพลงแร็พครับเขาจะเหมือนว่าคนนี้กำลังโกรธอยู่ ฟังแล้วก่อนจะเล่นผมก็แบบเตรียมพร้อมมาละ แอคชั่น เวลาที่เราแสดงมันไม่ใช่แค่คิดเกี่ยวกับว่า ได้รับฟันจากเพดานปากนั้นมานะ ผมก็กำลังคิดถึง M&M กับพลังกับเสียงอันแรงของเพลง มันก็บิ้วท์ในสไตล์นี้ครับ สนุกดีครับ ขุนพันธ์คือโปรเจกต์แห่งความเป็นที่สุด ในหนังของโขมนะครับ เขาจะมีบทที่นักแสดงทุกคนอยาก หรือตื่นเต้นที่จะเล่น มีบทที่น่าสนใจเยอะครับ แล้วมันจะสนุก เวลาเราได้เห็นพัฒนาของนักแสดงแต่ละคนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างอ้อม (กานต์พิสชา เกตุมณี) อย่างนี้นะครับ ซึ่งเธอก็เล่นขุนพันธ์ก่อนมาแสดงแม่เบี้ยด้วยซ้ำ การที่เป็นหนังเรื่องแรกของอ้อมนี่ ตอนนี้เธอก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้น เราก็ได้เห็นเธอเดินออกไปเรื่อยๆ มันเหมือนกับสมัยก่อนที่ผมเคยเล่น 13 เกมสยองกับมะเดี่ยว หลังจากถ่ายกันเสร็จก็เจอมาริโอ้ มะเดี่ยวบอกกำลังมีรักแห่งสยาม เด็กคนนี้ก็มีแวว ตอนนี้แบบ โห เป็นซุปเปอร์สตาร์ เวลาเราเห็น เราก็จะติดภาพอนันดาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เวลาเรามาแสดงกับอนันดา มัน โอ้โฮ คนนี้มันเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ผมก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ผมก็เคลื่อนไหวเก่งนะ ผมน้อย วงพรูนะเว้ย ผมเต้นเก่งนะ(หัวเราะ) ผมเคลื่อนไหวได้เยอะนะ แต่มันจะอีกแบบหนึ่งครับ แล้วก็อย่างแฟรงค์ที่ผมก็รักมากอยู่แล้วนี่ สำหรับเขาอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย แต่ถ้าเกิดผมได้เล่นบทเป็นนักการเมืองนี่ มันท้าทายมากกว่าสำหรับเขาอย่างนั้นนะครับ คือทุกคนสามารถมีโอกาสได้พลิก (ล็อค) บทได้ในหนังของโขมนะครับ แล้วผมก็สนุกมากกับการแสดงกับทุกคนนะครับ ได้เห็นสไตล์ใหม่ของแต่ละคน แม้แต่อนันดาก็อาจจะดูเท่มากเวลาชกต่อยแต่ว่ามันก็เป็นการแสดง ส่วนเดี่ยวเขาก็มาทางแอคชั่นอยู่แล้วนะครับ ก่อนที่เราจะเปิดกล้องถ่ายทำหนังเรื่องขุนพันธ์นี้ ผม อนันดา เดี่ยว กบ ก็ไปฝึกขี่ม้ากัน ฝึกชกมวยกันด้วย แต่สำหรับเดี่ยว คือเขาเกิดมาเพื่อเดินสายนี้โดยตรงเขาธรรมชาติ แล้วเราก็ได้เรียนรู้จากเขาเยอะมากทีเดียวด้วย ผมว่าเดี่ยวเขาก็มักจะได้เป็นคนดีในหนังแอคชั่นของเขา แต่คราวนี้ขอโทษนะ เดี่ยวก็เป็นมือขวาของน้อยนะครับ ที่มาปะทะกับอนันดา และการแสดงด้วยกันกับเดี่ยวส่วนมากก็จะสื่อสารผ่านสายตา ก็แบบเคลียร์ๆ “ฆ่ามัน” เราจะได้เห็นอินเนอร์และการทุ่มเทการแสดงแบบสุดตัว ของนักแสดงทุกๆคน รวมทั้ง น้อย กฤษดา ที่ถึงขนาดว่าติดคาแรคเตอร์ความเกรี้ยวกราดของอัลฮาวียะลูกลับบ้านด้วย ในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะกับบทบาทนี้ บางทีเราเองก็เริ่มลืมไปแล้วว่า ตอนนั้นเราอินไปกับบทมากขนาดไหน ผมก็ไม่นึกว่าผมจะเป็นนักแสดงที่เอาบทกลับมาบ้าน เอาคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูบทนี้ติดกลับมาด้วยนะครับ จนมาวันหนึ่งในขณะที่ผมอยู่ที่บ้าน แล้วก็ทะเลาะกับภรรรยาเล็กน้อย แล้วผมก็เริ่มแบบ ชี้หน้า น่าเกลียดมากเลยครับ ผมก็ไม่จริง แล้วภรรยาผมก็ เฮ้ย ยูไม่เคยชี้หน้าไออย่างนี้มาก่อนนะ นี่มันแรงมากเลยนะ ผมลืมไปๆเพราะว่าบทอัลฮาวียะลูเป็นคนที่ชี้บ่อยมาก เป็นคนที่พูดอะไรมักจะออกมาเป็นคำสั่งเสมอ อาจแค่ส่งสายตาอยากให้เบิ้ลความแรงก็จะชี้ ผมก็ขอโทษภรรยา ไอผิด มันไม่ใช่น้อย มันเป็นอัลฮาวียะลู บางทีมันก็เอากลับมาบ้านด้วย ผมไม่นึกว่ามันจะเป็นถึงขนาดนั้นครับ มันเหมือนกับแค่เวลาพูดมันก็เหนื่อยแล้ว เวลาเล่นคาแรคเตอร์นี้ มันก็เป็นความกลัวนิดหน่อยด้วย เวลาแสดงจนไม่กล้าไปดูมอนิเตอร์ รู้สึกแบบมองตัวเองแรง รู้สึกมันไม่ใช่เราอย่างนั้นนะครับ ผมก็รู้สึกว่าหนังไทยบ้านเราช่วงนี้ก็จะเน้นหนังวัยรุ่นเยอะนะครับ ผมก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นแล้วโอกาสที่จะได้เล่นบท ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ โอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ จนกว่าโขมทำหนังอีกเรื่องหนึ่ง จนกว่าสหมงคลฟิล์ม บาแรมยูชวนผมมาเล่นครับ เรารู้ว่าเวลานักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มา พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ยูจะพลาดไม่ได้อย่างนี้ครับ เราก็เลยต้องเต็มที่ แล้วก็จับมัน อย่าปล่อยมัน ท้ายนี้ น้อย อยากฝากอะไรกับ “ขุนพันธ์” เราก็รู้สึกว่าเราเป็นนักแสดงที่โชคดีจริงๆนะครับ ที่โขมเขามาให้โอกาสเราเล่นบทนี้ เหมือนกับพวกหนังตลกผมก็เคยลองแสดงมาบ้าง หนังโรแมนติกก็เคยมาบ้าง นักแสดงหลายๆคนก็อยากมีโอกาสได้เล่นบทร้ายสักเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่าบทร้ายนี่ เราจะได้เล่นอย่างไร ออกมาเป็นอย่างไร นั่นมันเป็นสิ่งที่ท้าทายมากครับ บทร้ายนี่จะ...(ร้ายอย่างไร) ซึ่งมันก็เป็นความสนุกของการแสดงนะครับ เสียงน้อยก็เสียงนิ่มๆอยู่แล้วด้วย แต่เวลาอ่านบทแล้วก็ไปทิศทางนั้นไม่ได้นะครับ มันก็ต้องลองเสี่ยงละกัน ลองเสี่ยงแบบให้เอาแรงที่สุดที่จะแรงให้ได้แล้วกัน ซึ่งลึกๆแล้วผมก็รู้ว่าโขมอยากให้ผมรุนแรง ก็ต้องหัดพูดให้มันแรงกว่านี้ ผมก็ต้องเริ่มแบบดัดเสียงให้ได้ ซึ่งมันก็ยากนะครับ บางวันก็ เอ๊ะ ทำไมวันนี้เสียงมันไม่มา ผมก็ต้องไปฝึกให้ได้ แต่นี่ผมก็เป็นนักร้องนะแต่มันก็ยากครับ สำหรับบทอัลฮาวียะลูครั้งนี้เป็นการพลิก และเปลี่ยนคาแรคเตอร์ที่สุดที่ผมเคยทำมาครับ

มีความเหงา! แม่โบว์ เล็งรับงานเพิ่ม เผย น้องมะลิ เข้าโรงเรียน ส.ค.นี้
แม่โบว์ น้องมะลิ /  ข่าว โบว์ แวนดา / 

      มีความเหงา! แม่โบว์ แวนดา เผยอีกเดือนเดียว น้องมะลิ ก็จะเข้าโรงเรียนแล้ว รับเป็นห่วง แค่นึกก็คิดถึงลูกซะแล้ว บอกจะแอบไม่ดูลูกที่โรงเรียน โดยระหว่างนั้นถ้ามีงานในวงการติดต่อเข้ามาก็ยินดีรับ จะได้ไม่เหงา ส่วนของ น้องมะลิ คงต้องเลือกรับเฉพาะหยุดเสาร์-อาทิตย์ งานละครต้องดูความสมัครใจของลูกสาวอีกที รายละเอียดมีดังนี้    “สิงหาคมมะลิจะเข้าโรงเรียนแล้ว อีกเดือนเดียวค่ะ ตอนนี้ก็พยายามฝึกให้เค้าช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เรื่องการเข้าห้องน้ำ การกินเอง เพราะถ้าเค้าทำเองไม่ได้ เราก็จะห่วงเค้าหนักเข้าไปอีก ก็ได้บอกเค้าเวลาขับรถผ่านหน้าโรงเรียน ก็บอกว่าเดี๋ยวต้องมาอยู่ที่นี่นะ”    “ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ไม่มีงอแงค่ะ เพราะเค้าเคยไปที่โรงเรียน 2-3 ครั้ง ไปวิ่งเล่นต้องตามจับ เค้าก็ชอบค่ะ พอเห็นพี่ๆ เพื่อนๆ เราก็ไม่ต้องห่วงเค้า เค้าเล่นไม่ห่วงแม่ เราก็ต้องห่วงตัวเอง(หัวเราะ) สำหรับโบว์แค่ตอนนี้นึกว่าเค้าจะต้องเข้าโรงเรียนก็คิดถึงแล้วค่ะ ก็คงจะแอบไปดูไม่ให้เค้าเห็น วันแรกที่ไปส่งก็จะพยายามดูแลจัดการตัวเอง ไม่อยากให้เค้ามาพะวงหน้าพะวงหลัง เป็นโรงเรียนนานาชาติใกล้บ้านค่ะ”    “ฝึกให้น้องเข้าห้องน้ำและทานอาหารเองก็เริ่มฝึกได้นะคะ แรกๆ ก็จะมีสับสนบ้าง เค้าบอกฉี่ๆ ชี้ไปที่กระโถน พัฒนาการเค้าก็ดีขึ้นเรื่อยๆ”    “สำหรับงานของโบว์จะรับมากขึ้นมั้ยเหรอ ถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาสก็ยินดีค่ะ ก็ดีจะได้ไม่เหงาด้วยในระหว่างที่เค้าไปโรงเรียน ก็มีงานติดต่อเข้ามาบ้างนะคะ แต่ตอนนี้ยังคุยๆ กันอยู่ว่าตัวเราจะทำได้มั้ย แน่นอนว่าโบว์ไม่เคยทำงานในวงการอยู่แล้วนะคะ หลายอย่างอาจจะเข้ามารวดเร็ว แต่โบว์ก็จะพยายามให้มากที่สุด และงานทุกชิ้นที่จ้างมาเราก็เต็มที่อยู่แล้ว จะพยายามให้มากที่สุด”    “ส่วนงานละครก็มีเปรยๆ มาแล้ว ขอดูบทนิดนึง ไม่ใช่บทไม่ดีนะ แต่ขอดูตัวเราว่าเราทำได้มั้ย บทที่คิดว่าเข้าก็น่าจะเป็นคุณแม่คุณลูกคงไม่ได้แตกต่างอะไรมาก”    “สำหรับงานของน้อง ถ้าเปิดเทอมแล้วก็คงจะเป็นเสาร์-อาทิตย์ค่ะ หรือไม่ก็เป็นตอนเย็นเลย คงไม่ให้กระทบกับเวลาเรียนอยู่แล้วค่ะ ไม่เสียดายที่ไม่มีเวลารับงานเยอะเหมือนแต่ก่อนนะคะ เพราะถ้าถึงเวลาเรียนก็ให้เค้าโฟกัสที่เรียน ส่วนงานก็เหมือนเป็นกิจกรรมของเค้า เค้าก็ดูมีความสุขได้เรียนรู้ด้วย”    “ละครของมะลิก็กำลังคุยกันอยู่ว่ามันได้มั้ย เพราะถ้ามันหนักมากโบว์ก็ไม่เอานะ โบว์ไม่อยากบังคับให้น้องทำ อาจจะเป็นเอ็กซ์ตร้าวิ่งผ่านหน้ากล้องก็ได้(หัวเราะ) แบบวิ่งไปเลย ให้ทำอะไรที่เป็นตัวเค้า ไม่บังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ถ้าให้เป็นตัวเด่นคงไม่ไหว” โบว์ กล่าว แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ   น้องมะลิ   แม่โบว์ - น้องมะลิ