สทศ

Funarium Zpell /  ที่เที่ยวเปิดใหม่ / 

เพราะทุกวันคือวันเด็ก! วันนี้ Travel.mthai จะชวนทุกครอบครัว ไปเปิดโลกแห่งความสนุก เที่ยวลั๊ลลากันที่ "Funarium" (ฟันเนเรี่ยม) สวนสนุกแห่งใหม่ใจกลางกรุง ที่มาพร้อมสนามเด็กเล่นในร่ม และห้องแห่งการเรียนรู้แสนเพลิดเพลิน ณ ศูนย์การค้า Zpell @Future park (สเปลล์ @ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) "Funarium Zpell" สนามเด็กเล่นสุดฟินแห่งใหม่! @ สเปลล์ ฟิวเจอร์พาร์ค Travel.mthai ได้มีโอกาสมางานเปิดตัว "Funarium Zpell" สนามเด็กเล่นในร่ม และ ศูนย์พัฒนาพหุปัญญาแห่งใหม่ ที่ศูนย์การค้าสเปลล์ ชั้น 3 โซนเพลย์ซีน (Playzene) ซึ่งที่นี่เปิดเป็นสาขาที่ 2 แล้ว ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,600 ตรม. พร้อมไปด้วยเครื่องเล่นแสนสนุก ที่สะอาดและปลอดภัย รวมถึงมีห้องแห่งการเรียนรู้ พร้อมต้อนรับเด็กๆ และครอบครัว ให้ได้มาสัมผัสความสุขกันในที่แห่งนี้ เอาล่ะ ตาม Travel.mthai เข้าไปดูข้างในกันเลย .. เปิดงานด้วยคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการ Funarium (ฟันเนเรี่ยม) โดยมี พ่อบ๊อบและน้องณัชชา เป็นพิธีกรในงานนี้ และก่อนเดินเข้าไปข้างใน Funarium Zpell ก็มีการเดินขบวนพาเหรดสนุกคึกคัก นำทีมด้วย แม่โบว์ แวนด้า และน้องมะลิ พาขวัญ พร้อมด้วยเหล่าวงดุริยางค์ตัวน้อย   เมื่อเราเข้ามาข้างใน Funarium Zpell ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีข้อมือแม่เหล็กให้เราใส่ติดตัวไว้ พร้อมกับกุญแจและถุงใส่รองเท้า เพื่อเก็บของก่อนที่จะเข้าไปสนุกกันข้างใน ^^ ด้านหน้าก็จะมีโซนล็อคเกอร์น่ารักๆ ตั้งอยู่โดดเด่นเลย เก็บรองเท้าปุ๊บ! เราก็มาลุยเครื่องเล่นกันเลย .. โซนเครื่องเล่นนี้จะเป็นเครื่องเล่นสำหรับเด็กโต หรืออายุตั้งแต่ 4 - 13 ปี เล่นเครื่องเล่นที่นี่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะจะพี่ๆ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และมีป้ายเตือน, การสาธิตวิธีการเล่นให้อยู่ทุกจุด เครื่องเล่นที่นี่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ติดตั้งและนำเข้าจากประเทศอังกฤษ มีขนาดใหญ่ และแข็งแรงพอ ที่จะให้คุณพ่อ-คุณแม่ได้เข้าไปปีนป่าย วิ่ง กระโดด ไปพร้อมๆ กัน ^^ เครื่องเล่นอันแรกที่อยากแนะนำเลยก็คือตัวนี้ เราต้องปืนป่าย ฝ่าฝันตาข่ายถึง 6 ชั้น เพื่อขึ้นไปถึงข้างบน แล้วก็ไสลด์ลงมาจากสไลด์เดอร์ท่ออันนี้ เห็นแบบนี้ขอบอกเลยว่าสนุกและเสียวท้องม๊าก! แต่ถ้าน้องๆ คนไหนไม่กล้าปืน ก็จะมีทางเชื่อมจากเครื่องเล่นอีกทาง ซึ่งเดินมาได้เช่นกันค่ะ เจอเด็กน้อยลูกครึ่ง น้องเอ็ดเวอร์ด คนนี้ กำลังสนุกอยู่เลย ^^ มาต่อกันที่เครื่องเล่นนี้ สนุกแต่มึนหัวติ้วเลย 555 เพราะท่อสไลด์เดอร์จะเป็นวงกลม ไหลลงมาทางด้านล่าง เด็กๆ ชอบเล่นกันมาก ปืนขึ้นไปแล้วสไลด์ลงมา หัวเราะกันคิกคักๆ เลย กระโดดให้สนุกสุดเหวี่ยงบน แทรมโปลีน  ตัวต่อไปที่เราจะพาไปเล่นกันนั้นเป็น ไฮไลท์! ของที่นี่เลยก็ว่าได้ กับ สไลด์เดอร์ยักษ์ ความสูงกว่า 5 เมตร มีทางลงถึง 4 ช่อง ให้เด็กๆ ได้สนุกไปพร้อมๆ กัน  "Ball Shower" แค่ชื่อก็น่าสนุกแล้ว เป็นไฮไลท์! อีกหนึ่งอย่างเลยนะ โดยการเล่นสนุกก็คือ เราจะต้องเข้าไปอยู่ในห้องที่ีมีลูกบอกนับพันลูก จากนั้นเราก็ต้องเก็บลูกบอลใส่ในท่อสูญญากาศ ท่อก็จะดูดลูกบอลขึ้นไปเก็บไว้ทางด้านบน เมื่อครบ 1 นาที ลูกบอลที่เราเก็บได้นั้นก็จะถูกปล่อยลงมาจาดด้านบน ให้เราได้สนุกกัน ^^ ทีมนี้สามัคคี แม่โบว์ น้องมะลิ ช่วยกันเก็บลูกบอลใหญ่เลย ^^ ยังมีลานกว้างเอาไว้ให้เด็กๆ ได้ขี่จักรยาน และขี่สกู๊เตอร์ด้วย ข้างบนเป็นโซนของเล่นสำหรับเด็กโต แต่เด็กเล็กที่อายุไม่ถึง 4 ขวบ ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราก็สามารถเล่นของเล่นได้เหมือน ที่ โซนเครื่องเล่นเด็กเล็ก ที่เพิ่งหัดตลาน หัดเดิน ได้บนพื้นนุ่มๆและปลอดภัย สนุกสนานไปอีก ^^ มาต่อกันที่ มุมทักษะ กันบ้างดีกว่า นอกจากที่ Funarium Zpell นั้นจะมีเครื่องเล่นให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกันแล้ว ที่นี่ก็ยังมีห้องการเรียนรู้ที่น่าสนใจอีกด้วยนะคะ มุม FUN CAFE' ที่ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่อร่อยๆ ถูกสุขลักษณะ สำหรับเด็กๆ และทุกคนในครอบครัว มีทั้งโซนด้านใน และทางด้านหน้าทางเข้า Funarium Zpell  อีกทั้งยังเป็นโซนที่เอาไว้ให้เด็กทำอาหารได้ด้วย เด็กๆ สามารถทดลองและสร้างสรรค์ของอร่อยด้วยตัวเอง ตั้งแต่การนวดแป้ง ตัดแป้งเป็นรูปต่างๆ แต่งหน้าขนม เพลิเดเพลินกันได้ทั้งครอบครัว ^^ ถัดมาที่ ห้องศิลเปราะ เอ้ย! ห้องศิลปะ กันต่อ .. หรือที่เรียกว่า "Recycle Art Center" ให้เด็กๆ ได้ออกไอเดีย ริเริ่มความคิดสร้างสรรค์แบบไม่สิ้นสุด DIY ตกแต่งของหรืองานศิลปะต่างๆ เป็นงานฝีมือแนวรีไซเคิ้ลอาร์ท อีกทั้งยังมี "Party Room" ห้องจัดเลี้ยงแบบไพรเวทแสนอบุอุ่น ที่เด็กๆ สามารถมาจัดงานปาร์ตี้กับเพื่อนๆ โดยเฉพาะงานวันเกิดหรือฉลองวันสอบเสร็จ อีกทั้งเด็กๆ สามารถเลือกธีมงานเลี้ยง ขนมที่อยากทาน ได้ด้วยตัวเองที่ Funarium Zpell นี่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากๆ เลยล่ะค่ะ สนุกสนานท่ามกลางลูกโป่ง ^^ ขนมแสนอร่อย ที่เด็กๆ เอาไว้ทานเล่นกันในงานปาร์ตี้ เล่นเก้าอี้ดนตรีกันค่ะ ^^ มุมถ่ายรูปน่ารักๆ วันนี้ธีมงาน Prince and Princesses มาถึงโซนสุดท้าย "Music For Kids" เวทีกิจกรรมสำหรับให้เด็กๆ ได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับการร้อง เต้น เล่นดนตรี ชอบหรือไม่ลองดูน้องมะลิร้องเพลงออกไมค์เลย ^^ ปิดท้ายด้วย แจกของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกัน เวลาเปิดบริการ : เปืดให้บริการทุกวัน วันธรรมดา ตั้งแต่ 10.30 - 20.00 น. และ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตกฤษ์ ตั้งแต่ 10.00 - 20.00 น. ค่าเข้าใช้บริการ : เด็กเล็ก ความสูงไม่เกิน 105 ซม. ราคา 180 บาท , เด็กโต ความสูงเกิน 105 ซม. ราคา 250 บาท และผู้ใหญ่ ผู้ที่มีอายุเกิน 13 ปี ราคา 70 บาท  **ราคาเข้าใช้บริการ วันธรรมดา สามารถอยู่เล่นได้ไม่จำกัดเวลา ส่วนในวันหยุด อยู่เล่นได้ 2 ชั่วโมง** สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกของ Funarium Zpell ก็สามารถสมัครได้ทั้ง 3 แบบ คือ ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน และรายปี โดยจะได้รับสิทธิพิเศษ และส่วนลดต่างๆ มากมาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 02-150-9195

สมาร์ททีวีรุ่นใหม่ Altron LTV-5001 ขนาด 50 นิ้ว จุใจกับความบันเทิง
Altron /  LTV-5001 / 

เปิดตัวมาแล้วสำหรับ Altron LTV-5001 ขนาด 50 นิ้ว ด้วยดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ขอบจอบาง เต็มอิ่มกับความละเอียดหน้าจอแบบ Full HD อัพเดตทุกข้อมูลข่าวสารผ่าน Wireless LAN connection ที่เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย พร้อมเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด และเมาส์ ตอกย้ำเอกลักษณ์เด่นของ Altron ด้วย UI (user interface) ที่โดดเด่นใช้งานง่าย ครบครันด้วยช่องต่อ USB และ HDMI รองรับการชม Digital TV โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ Set-Top Box โดยคุณภาพของคนไทย Altron LTV-5001 ขนาด 50 นิ้ว วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่เทสโก้ โลตัส กว่า 120 สาขา, พาวเวอร์มอลล์ สาขา บางกะปิ และท่าพระ, ลาซาด้า และร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมราคาพิเศษ 15,990 บาท รับประกันถึง 3 ปีเต็ม

เตรียมพบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษจาก Wiko สมาร์ทโฟนสัญชาติฝรั่งเศส ได้ที่งาน Thailand Mobile Expo 2016
Android /  smartphone / 

Wiko สมาร์ทโฟนสัญชาติฝรั่งเศส ตอกย้ำคอนเซ็ปต์สมาร์ทช้อยส์ เน้นความคุ้มค่ามั่นใจในคุณภาพ ท้าให้ลองเปิดใจกับสมาร์ทโฟนฟังก์ชั่นครบตามความต้องการใช้งาน และจ่ายในราคาที่เหมาะสม พิเศษสำหรับผู้ซื้อ Wiko ทุกรุ่นรับทันที ประกันตัวเครื่องนานถึง 18 เดือน (จากปกติ 12 เดือน) พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 6 เดือนกับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการเฉพาะในงาน Thailand Mobile Expo 2016 ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-2 ต.ค. นี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังร่วมลุ้นสมาร์ทโฟนฟรีทุกวัน และกิจกรรมภายในบูท Wiko อีกมากมาย

อ้วน รีเทิร์น เตรียมพลิกบทบาทใหม่ในหนังสยองขวัญ เก็บศพ 100 วัน
อ้วน รีเทิร์น /  เก็บศพ 100 วัน / 

อ้วน รีเทิร์น เตรียมพลิกบทบาทใหม่ในหนังสยองขวัญ เก็บศพ 100 วัน อ้วน รีเทิร์น เตรียมกลับมาสร้างความบันเทิงบนจอเงินอีกครั้งใน เก็บศพ 100 วัน ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่ายน้องใหม่ เดซี่ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และพาสาวงามจากเวทีมิสอันเซนเซอร์นิวส์ไทยแลนด์ มาจัดโชว์ความสวยปลดปล่อยความสามารถในภาพยนตร์อีกด้วย นอกจากจะเป็นนักแสดงแล้ว อ้วน รีเทิร์น ยังรับหน้าที่เป็นผู้กำกับร่วมกับ เดซี่ สมชาย อีกด้วย งานนี้เจ้าตัวมาฟิตติ้งเสื้อผ้าหน้าผม ก็เลยได้ให้สัมภาษณ์การทำงานในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ฟังว่า “หนังเรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็นของค่ายหนังน้องใหม่ เดซี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งเดซี่เนี่ยรู้จักกับพี่อ้วนมานาน นับถือกันเป็นพี่เป็นน้องเป็นคุณแม่เป็นลูกสาวกัน เดซี่ก็เข้ามาปรึกษาว่าอยากทำหนังสักเรื่อง เราก็ให้คำแนะนำไปในฐานะที่ทำหนังมาหลายเรื่อง คราวนี้เดซี่ก็บอกว่าขอให้พี่อ้วนเนี่ยช่วยดูกำกับด้วยได้ไหม ด้วยความที่เราก็เป็นห่วงเดซี่เพราะมันก็มือใหม่ไม่เคยทำหนังมาก่อน พี่อ้วนก็เลยตอบตกลงว่าพี่อ้วนจะช่วยดูให้กำกับให้ แต่ก็ต้องร่วมด้วยช่วยกันในการกำกับและต้องทำออกมาให้ดี เพราะมันเป็นหนังเรื่องแรกมันจะเป็นเครดิตของเราไปจนตาย...” “...ซึ่งพี่อ้วนก็ช่วยนั่นแหละ คิวว่างไม่ชนกันเราก็ต้องไปช่วยมันอยู่แล้ว นับถือกันมานานมีอะไรก็ช่วย ๆ กันไป ดีซะอีกมีค่ายหนังใหม่ ๆ เกิดขึ้น มีไอเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้น คนดูหนังก็จะได้เสพอะไรใหม่ ๆ บ้างจากที่เป็นอยู่...” นอกจากนี้พี่อ้วนยังพูดถึงประเด็นการพลิกคาแรกเตอร์ของตัวเองที่จะไม่ได้เป็นสายฮาในภาพยนตร์เรื่องนี้ “มันเป็นบทที่เราไม่เคยเล่นไง ปรกติก็จะเล่นแบบตลกเฮฮาไป แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ มันเป็นหนังผีไม่ใช่หนังตลก ออกแนวหลอน ๆ น่ากลัวด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นบทที่อ่านมันดูท้าทายดีเหมือนกัน” และปิดท้ายกับการให้สัมภาษณ์ประเด็นที่มีนักแสดงหน้าใหม่เยอะ จะมีความกังวลหรือไม่ “สิ่งที่หนักใจคงเรื่องแอคติ้งของนักแสดง การแสดงหนังมันไม่เหมือนละครนะ ถามว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ว่าง่าย คือมันต้องดูหน้างานจริง ๆ ถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่านต้องถ่ายใหม่ ถ่ายซ้ำให้ได้ภาพที่ดีที่สุด แต่เท่าที่ดูตัวนักแสดงเอง เขาก็ได้มีการเรียนแอคติ้งมาแล้ว แต่ละคนฝีมือการแสดงก็มีพกพาติดตัวมาบ้าง ก็อย่างที่บอกนั่นแหละมันต้องทำให้ดีที่สุด”

ททท. เปิดตัวโครงการ A Touch of Thai Vehicles  เส้นทางสร้างสรรค์เที่ยววิถีไทยท่องวิถีถิ่น
A Touch of Thai Vehicles /  รถตุ๊กตุ๊ก / 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในการเปิดโครงการส่งเสริมยานพาหนะท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยว หรือ A Touch Of Thai VEHICLES พร้อมเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวสร้างสรรค์ 4 จังหวัด 8 เส้นทาง ชูเสน่ห์ยานพาหนะท้องถิ่น นำร่องพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวด้วยรถตุ๊กตุ๊ก เรือหัวโทง รถม้า ลำปาง และสกายแลป ต่อยอดการท่องเที่ยววิถีไทยสัมผัสวิถีท้องถิ่น  A Touch of Thai Vehicles นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยยานพาหนะท้องถิ่น หรือ A Touch of Thai Vehicles เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวด้วยยานพาหนะท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพบริการ  และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของยานพาหนะท้องถิ่นซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญ อันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการท่องเที่ยว“วิถีไทย”และการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวท้องถิ่นหรือ “Local Experience” ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก อีกทั้งยังเปิดเส้นทางท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง (Foreign Independent Traveler : FIT) เช่น กลุ่มเดินทางเป็นครอบครัว (Family) กลุ่มสุภาพสตรี (Lady) และกลุ่ม Baby Boomers ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ    ให้สามารถสัมผัสการท่องเที่ยวในแบบวิถีไทย ผ่านการโดยสารยานพาหนะท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว โดยนำร่องพัฒนาใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ใช้รถตุ๊กตุ๊ก จังหวัดกระบี่ ใช้เรือหัวโทง จังหวัดลำปาง ใช้รถม้า และจังหวัดเลย ใช้รถสกายแลป สำหรับการเปิดตัวโครงการและเส้นทางในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนางสาวอนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ หรือ น้องเนท มิสยูนิเวอร์สไทยแลนด์ 2015 เจ้าของรางวัลชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม “Tuk Tuk Thailand” จากเวทีประกวดนางงามจักรวาล 2015 และคุณเร แม๊คโดแนลด์ เจ้าของรายการ TT RIDER          ที่เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วประเทศด้วยรถตุ๊กตุ๊ก ร่วมเล่าประสบการณ์การเดินทางด้วยพาหนะท้องถิ่นที่            น่าประทับใจและความสนุกสนานที่ได้รับ นายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางท่องเที่ยวทั้ง 4 จังหวัด 8 เส้นทาง ได้สร้างสรรค์ให้ เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และสัมผัสได้จริง อาทิ การนั่งรถม้าที่จังหวัดลำปาง จะไม่เป็นเพียงการเที่ยวชมเมืองเท่านั้น แต่จะได้เรียนรู้ย้อนรอยประวัติศาสตร์ลำปาง 3 ยุค  ในกรุงเทพมหานคร ททท.ได้พัฒนาเส้นทางเพิ่มเติม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถตุ๊กตุ๊กชมแสงสีที่สวยงามของโบราณสถาน สถานที่สำคัญและชีวิตของคนกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนซึ่งมีความสวยงามและแตกต่างจากกลางวัน  สำหรับจังหวัดกระบี่ เอกลักษณ์ที่สำคัญคือความสวยงามของทะเล ซึ่งพาหนะที่ใกล้ชิดทะเลที่สุดคือ เรือหัวโทง ช่วยให้สามารถสัมผัสกระบี่ในมุมมองแบบชาวเล เช่น การล่องคลองมะรุ่ยที่อำเภออ่าวลึก ซึ่งเป็นทิวทัศน์แบบทะเลในที่สวยงามไม่แพ้ประเทศใดๆ นอกจากนั้น เรือหัวโทงยังสามารถล่องผ่านอุโมงค์ป่าโกงกางที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งล้อมรอบบ้านเกาะกลาง เพื่อเปิดสู่วิถีชีวิตชุมชนที่อบอุ่น  ส่วนอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ททท. ได้เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถสกายแลป ได้แก่  วัดต่าง ๆ แก่งคุดคู้ บ้านชาวไทดำที่บ้านนาป่าหนาด ทำให้เกิดการกระจายรายได้ ใช้จ่ายในท้องถิ่นมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทางด้าน “น้องเนท” อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์  มิสยูนิเวอร์สไทยแลนด์ 2015 เจ้าของรางวัลชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม “Tuk Tuk Thailand” จากเวทีประกวดนางงามจักรวาล 2015 ได้มาเล่าถึงประสบการณ์อันน่าประทับใจที่ได้สวมชุด ตุ๊กตุ๊ก ไทยแลนด์ บนเวทีประกวดระดับโลกในวันเปิดโครงการ A Touch of Thai Vehicles   ว่า “มีความประทับใจมากที่ได้สวมชุดตุ๊กตุ๊กในการประกวดนางงามจักรวาล 2015 และก็ได้รางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม  ซึ่งดีไซเนอร์ที่ออกแบบนั้นก็ไม่ได้ดัดแปลงอะไรมากมาย แต่ได้ยกเอารถตุ๊กตุ๊กจริงนั่นเลยมา  แต่ความจริงต่างชาติก็รู้จักตุ๊กตุ๊กของไทยดีอยู่แล้ว และการที่เรานำชุดประจำชาติซึ่งเป็นตุ๊กตุ๊กก็เหมือนเป็นการตอกย้ำภาพเอกลักษณ์ที่ดีของไทยอย่างหนึ่งให้ชาวโลกได้รู้จักมากขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณ ททท. ที่ได้นำแนวคิดนี้ไปช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวด้วยค่ะ เป็นเหมือนจุดมุ่งหมายหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยแล้วจะต้องนั่งตุ๊กตุ๊กสักครั้งให้ได้หรือเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ อีกอย่างการสวมชุดตุ๊กตุ๊ก ในการประกวดทำให้เราไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะทุกคนรู้จักดี ก็จะว้าวตุ๊กตุ๊กไทยแลนด์อะเมซิ่ง เพื่อนก็มาขอถ่ายรูป เป็นการโปรโมทประเทศไทยไปในตัว  แนทขอบคุณทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมากที่ได้สนับสนุนงบประมาณทำชุดนี้ขึ้นมาค่ะ” ทางด้าน  เร แม็คโดแนลด์ เจ้าของรายการ TT RIDER กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการนำรถตุ๊กตุ๊ก มาเป็นสัญลักษณ์รายการว่า  “ผมคิดว่ารถตุ๊กตุ๊กนอกจากจะเป็นเอกลักษณ์ไทยอย่างหนึ่งแล้ว ผมว่าขนาดของมันไม่ใหญ่ สามารถขับไปไหนต่อไหนได้บนเส้นทางที่ไกลๆ ที่คนขี่มอร์เตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ หรือขับรถออฟโรดสีคูณสี่ไปได้เช่นกัน  อย่างผมขับรถตุ๊กตุ๊กไปลาว พม่า ญี่ปุ่น  ขับไปไหนก็มีแต่รอยยิ้มครับ หรือ แม้แต่รถม้าลำปาง ที่ผมไปจังหวัดลำปางก็หลายครั้งแต่ไม่ได้ขี่รถม้าเลย แต่พอได้ลองก็รู้สึกยอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ที่นุ่มนวล ความรู้สึกในการนั่งรถม้าชมเมืองมันได้เข้าถึงความเป็นท้องถิ่นจริง ๆ อย่างเรือหัวโทงที่กระบี่ก็ได้ไปนั่งมาแล้ว   กระบี่หาดทรายทะเลสวยงามใครไปก็ต้องไปถ่ายรูป หัวโทงที่เราได้ไปสัมผัสนั้นเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่จริงๆ ขณะที่คนขับเรือ หรือรถม้าเองก็เป็นเจ้าบ้านที่ดีช่วยแนะนำให้ความรู้เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ กับเราด้วย จึงอยากให้ทุกคนไปเที่ยวแล้วได้ลองสัมผัสบรรยากาศของสถานที่นั้นๆ ด้วยยานพาหะนะท้องถิ่นกันครับ โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยยานพาหนะท้องถิ่น ได้มีการจัดทำคู่มือแนะนำการท่องเที่ยวชุด “A Touch of Thai Vehicles” ตลอดจนจัดทำ Mobile Application ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้จากเว็ปไซต์ www.tourismthailand.org/tourismproduct หรือ โทร 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

แดนว่าไง? หลังแพทตี้ คัฟเวอร์ PPAP อ่านแล้วเขินเลย!!!
Pen-Pineapple-Apple-Pen /  แดน วรเวช / 

    ไม่หลุดเทรนด์จริงๆ สำหรับนักแสดงสาวสุดน่ารัก แพทตี้ อังศุมาลิน หวานใจนักร้องหนุ่ม แดน วรเวช ที่หลังมีกระแสเพลงฮิตอย่าง Pen Pineapple Apple Pen ที่ตอนนี้เหล่าคนดังแห่กันคัฟเวอร์ ฮาบ้าง น่ารักบ้าง ตามสไตล์ของแต่ละคน ไม่เว้นแม้แต่สาวแพทตี้ ที่ขอจัดให้คนดูแบบน่ารัก ใสๆ เรียกยอดไลค์หนุ่มๆ ได้มากมาย จนหนุ่มแดนยังต้องขอแชร์คลิปของแฟนสาว ทำเอาแฟนคลับมาแซวกันยกใหญ่ว่างานอวดแฟนก็มานะคะ แถมหนุ่มแดนยังมีแคปชั่นที่ทำเอาคนอ่านเห็นแล้วฟินแทน ที่บอกว่า "น่ารักเกินไปละ" ไม่รู้ว่าที่บอกแบบนี้ชมจริงๆ หรือแอบหวงกันแน่คะเนี่ย ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม pattieung , danworrawech น่ารักเกินไปละ😳 A video posted by Dan Worrawech (@danworrawech) on Sep 27, 2016 at 12:57am PDT

ทำความรู้จัก ยักษ์ 12 ตน ในวัดพระแก้ว ยักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย!
ที่สุดในประเทศไทย /  ยักษ์วัดแจ้ง / 

รู้หรือไม่? วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดคู่บ้านคู่เมืองของเรานั้น เป็นวัดที่มียักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย! มากถึง 12 ตน ที่คอยเฝ้าประตู หรือทวารต่างๆ เราไปหาคำตอบนี้พร้อมๆ กันดีกว่า! ทำความรู้จัก ยักษ์ 12 ตน ในวัดพระแก้ว ยักษ์เยอะที่สุดในประเทศไทย! วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวัดที่ รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งในปัจจุบันเป็นวัดและเป็นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ยักษ์ทั้ง 12 ตน ที่ยืนเฝ้าประตูหรือทวารต่างๆ ในวัดพระแก้วนั้น ล้วนแต่เป็นยักษ์ชั้นกษัตริย์ และเป็นคู่ต่อสู้ของพระรามทั้งสิ้น ซึ่งยักษ์เหล่านี้สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พร้อมกับยักษ์วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) ยักษ์ตนที่ 1 : ทศกัณฐ์ (กายสีเขียว)  มีหน้า ๑๐ หน้า ครองกรุงลงกา ยักษ์ตนที่ 2 : สหัสเดชะ (กายสีเขียว) ครองเมืองปางตาล ยักษ์ตนที่ 3 : ไมยราพณ์ (กายสีม่วงอ่อน)  ครองเมืองบาดาล ยักษ์ตนที่ 4 : วิรุฬจำบัง (กายสีเขียวเจือดำ) เป็นบุตรพญาทูษณ์ ครองเมืองจารึก ยักษ์ตนที่ 5 : สุริยาภพ (มีกายสีแดง) เป็นโอรสของสหายทศกัณฐ์ เฝ้าด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร ยักษ์ตนที่ 6 : อินทรชิต (มีกายสีเขียว) เป็นบุตรทศกัณฐ์กับนางมณโฑ เฝ้าด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร ยักษ์ตนที่ 7 : มังกรกัณฐ์ (กายสีเขียวอ่อน)  เป็นบุตรพญาขร ครองเมืองโรมคัล อยู่ทางด้านหน้าพระอุโบสถ ยักษ์ตนที่ 8 : วิรุฬหก (กายสีขาบ หรือน้ำเงินเข้ม) ครองเมือง มหาอันธการนคร อยู่ทางด้านหน้าพระอุโบสถ ยักษ์ตนที่ 9 :  ทศคีรีธร  (กายสีน้ำตาล) เป็นยักษ์ฝาแฝด ลูกของทศกัณฐ์ กับนางช้าง ยักษ์2ตนนี้จึงมีปลายจมูกเป็นงวงช้างเล็กๆ ยักษ์ตนที่ 10 : ทศคีรีวัน (กายสีเขียวแก่) เป็นยักษ์ฝาแฝด ลูกของทศกัณฐ์ กับนางช้าง ยักษ์2ตนนี้จึงมีปลายจมูกเป็นงวงช้างเล็กๆ ยักษ์ตนที่ 11 : จักรวรรดิ (กายสีขาว) เป็นเพื่อนสนิทกับทศกัณฐ์ ครองกรุงมลิวันอยู่ด้านหน้าทางเข้า ยักษ์ตนที่ 12 : อัศกรรณมารา (กายสีม่วงเข้ม)  ครองเมืองดุรัม ขอบคุณข้อมูล MORRAGET

IMDb กระทบ! กฎหมายใหม่ไม่อนุญาตให้เปิดเผยอายุของนักแสดง
AB-1678 /  Gabrielle Carteris / 

IMDb กระทบ! กฎหมายใหม่ไม่อนุญาตให้เปิดเผยอายุของนักแสดง เป็นที่ทราบกันดีในหมู่คนที่ติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์ว่าฐานข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์และอุตสาหกรรมบันเทิงของสหรัฐอเมริกาที่เป็นที่คุ้นเคยกันดีนั่นก็คือ Internet Movie Database หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า IMDb ซึ่งเว็บไซต์นี้เผยแพร่ข้อมูลของภาพยนตร์ รวมไปถึงข้อมูลพื้นฐานของนักแสดง เช่น วันเกิด อายุ แต่ IMDb กำลังเจอปัญหา เพราะวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ผู้ว่ารัฐแคลิฟอร์เนียได้เซ็นผ่านกฎหมาย AB-1678 ซึ่งว่าด้วยการจำกัดข้อมูลส่วนบุคคลของเหล่านักแสดง โดยเว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลอย่างเช่น IMDb จะถูกสั่งให้ลบและไม่สามารถแสดงข้อมูลวันเกิดและอายุของนักแสดงได้ในกรณีที่ไม่ประสงค์ให้เผยแพร่ ด้าน แกเบรียล คาร์เทอริส (Gabrielle Carteris) กล่าวว่ากฎหมายนี้จะช่วยป้องกันปัญหาการแบ่งแยกทางอายุในการเลือกจ้างนักแสดงในวงการนักแสดงและวงการโทรทัศน์ได้ และยังเสริมว่านักแสดงหลายคน โดยเฉพาะผู้หญิงต้องรับมือกับปัญหาเรื่องอายุมาโดยตลอด และการบอกอายุของพวกเขาให้รู้กันไปทั่ว จะเป็นผลกระทบต่อการตัดสินใจเลือกนักแสดงของคนทำหนัง ในขณะที่ ไมเคิล เบเกอร์แมน (Michael Bakerman) ประธานองค์กรอินเทอร์เน็ต กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้กระทบเสรีภาพในการพูด เพราะข้อมูลที่พวกเขาแสดงขึ้นคือความจริงพื้นฐาน และผู้ประกอบการในอินเทอร์เน็ตไม่ควรถูกลงโทษเพราะพฤติกรรมการใช้ข้อมูลของคนอื่นเช่นที่กฎหมายนี้ระบุไว้ ติดตามข่าวสารแวดวงฮอลลีวูดได้ในรายการ Entertainment Now วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 7.30 น. ช่อง MONO29

 อั้ม พัชราภา ปาร์ตี้วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป จัดชุดแม่บ้านเซ็กซี่ที่สุดในสามโลก!!
อั้ม พัชราภา /  ข่าว อั้ม พัชราภา / 

  แม่ก็คือแม่!! สำหรับนางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา ที่เมื่อวานนี้(29ก.ย.)ได้ออกงานอีเว้นท์ก็สร้างความฮือฮาแฟนคลับเนืองแน่นไปตามระเบียบ แถมมีการพูดดักคอก่อนไว้เลยว่า “ห้ามถามเรื่องผู้ชายนะคะ” พร้อมกับย้ำกันชัดๆ ถึงสถานะอีกครั้งว่า “โสดสนิท แต่ไม่เหงา” !!   หลังจากนั้น อั้ม พัชราภา ก็เปลี่ยนลุคแต่งตัวเป็น sexy maid แม่บ้านฝรั่งหัวทองสุดเซ็กซี่ไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนสนิทอย่าง ชาย อานันท?ทวีป ที่จัดขึ้นในธีม Chai's hotel โดยมีเพื่อนดารานักแสดงและเซเลบบิตี้คนดังอาทิ หนิง ปณิตา, เมย์ เฟื่องอารมย์, เก๋ ชลดา, ตอง ภัครมัย, เมย์ พิชญ์นาฏ, แหวนแหวน ปวริศา ต่างแต่งตัวจัดเต็มไปร่วมปาร์ตี้และอวยพรวันเกิดอย่างคับคั่ง นานๆ จะเห็นขุ่นแม่ลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบนี้ งานนี้ อั้ม พัชราภา ก็เลยขอโพสต์ภาพในอินสตาแกรมแบบรัวๆ พร้อมกับระบุแคปชั่นที่ทำเอาเจ้าของวันเกิดปลื้มปริ่มยิ้มแก้มปริว่า   “ไม่รักไม่แต่งมานะเนี้ย@chai_anandadvip”   แม่ก็คือแม่จริงๆ เลยค่า!! ขอบคุณภาพจาก IG aum_patchrapa, maypitchy, whanpavarisa, pakkaramai, ningpanita อั้ม พัชราภา วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   อั้ม หนิง วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   อั้ม พัชราภา วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   อั้ม พัชราภา วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   อั้ม พัชราภา   อั้ม เมย์ พิชญ์นาฏ   วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป   อั้ม เมย์ เฟื่องอารมย์   วันเกิด ชาย อานันท์ทวีป  

ซัมซุง เผยโฉม Samsung Pay การชำระเงินรูปแบบใหม่ผ่านสมาร์ทโฟน
samsung /  Samsung Pay / 

ซัมซุง เผยโฉม Samsung Pay รูปแบบใหม่ของการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านสมาร์ทโฟนที่ใช้ง่าย สะดวก ปลอดภัย ตอบรับความต้องการคนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัล พกแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เหมือนมีกระเป๋าสตางค์และบัตรเครดิตติดตัว ล่าสุดเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนเพื่อเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้ทดลองใช้ก่อนใครในเมืองไทย พร้อมขนทัพสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและอุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้ อัดแน่นด้วยโปรโมชันแบบจัดเต็ม ที่งานไทยแลนด์ โมบายล์ เอ็กซ์โป 2016 โชว์เคส 29 กันยายน – 2 ตุลาคมนี้ ซัมซุง เพย์ การชำระเงินรูปแบบใหม่ผ่านสมาร์ทโฟน โดดเด่นด้วยคุณสมบัติ 3 ประการ ได้แก่ 1. ใช้ง่าย หลังจากลงทะเบียนใช้งานซัมซุง เพย์ แล้ว เมื่อต้องการชำระเงินก็แค่หยิบสมาร์ทโฟนออกมา เลือกบัตรที่ต้องการ สแกนลายนิ้วมือยืนยันตัวตน และแตะสมาร์ทโฟนกับเครื่องรูดบัตร เพียงเท่านี้ก็สามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างง่ายดาย 2. สะดวก เพราะซัมซุง เพย์ รองรับเทคโนโลยี MST (Magnetic Secure Transmission) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับเครื่องรูดบัตรเครดิตที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย และยังรองรับเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของระบบการจ่ายเงินอีกด้วย ไม่ว่าที่ใดที่รับบัตรเครดิตก็สามารถรองรับ ซัมซุง เพย์ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใส่บัตรเครดิตได้มากสุดถึง 10 ใบ รวมทุกสิทธิประโยชน์ในเครื่องเดียว โดยไม่จำเป็นต้องพกกระเป๋าสตางค์หรือบัตรเครดิตให้ยุ่งยากอีกต่อไป 3. ปลอดภัย อุ่นใจด้วยระบบโทเคน (Tokenization) ที่สร้างเลขบัตรดิจิทัล แทนการใช้เลขบัตรเครดิตจริงในการชำระเงิน ปลอดภัยขึ้นอีกขั้นด้วยระบบยืนยันตัวตนผ่านลายนิ้วมือทุกครั้งที่ชำระเงิน และ ระบบรักษาความปลอดภัยชั้นหนึ่ง ซัมซุง น็อกซ์ (Samsung KNOX) ตู้เซฟที่ช่วยปกป้องข้อมูล ตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ ซึ่งยังไม่มีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใดทำได้

ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก
จัดอันดับ /  ที่เที่ยวประเทศไทย / 

วันนี้ Travel.mthai ขอชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวทั่วไทยกันแบบฟินๆ กับ 25 สถานที่เที่ยวในประเทศไทย ที่สวยและบรรยากาศดี เหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอก กัน! งามไม่งามต้องไปสัมผัสกันดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าที่เที่ยวเมืองไทยงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก ^^ ชวนไปฟิน! 25 ที่เที่ยวทั่วเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก 1. ชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง - ซากุระเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น  ดอกนางพญาเสือโคร่ง มีสีชมพูสด เมื่อบานสะพรั่งเต็มต้น จะเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ ความงดงามก็จะแตกต่างกันไป Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว มาให้ทุกท่านได้ชม เผื่อถูกใจที่ไหน จะได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการไปท่องเที่ยวหน้าหนาวกัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 10 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง รับลมหนาว , ภูลมโล 2559 ดินแดนสีชมพูของซากุระเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- สวนสนบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ - นามิเมืองไทย เหมือนไปเกาหลี “สวนสนบ่อแก้ว” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง กม.ที่ 36 อยู่เลยอุทยานแห่งชาติออบหลวงไปประมาณ 22 กม. เป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่าง ๆ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เพื่อทดลองหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาเป็นไม้เบิกนำ เพื่อปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ต้นสนที่นำมาปลูกมีอายุกว่า 40 ปี เพราะปลูกในช่วงปี พ.ศ.2509-2510 จำนวนหลายพันต้น เรียงรายเป็นระเบียบบนลานโล่งเตียนด้านหน้า ทั้งนี้ สวนสน ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจวัตถุดิบเพื่อทำเยื่อกระดาษและเป็นแปลงทดลองปลูกพืชจำนวนสนสามใบ และยูคาลิปตัส ในเนื้อที่ทั้งหมด 2,072 ไร่ อากาศของที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี ช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุดคือ ฤดูหนาว เพราะในยามเช้าเราจะเห็นม่านหมอกลอยปกคลุมอยู่บริเวณครึ่งบนของลานสน ประจวบกับแสงอาทิตย์ที่ส่องแสงบาง ๆ ลงมา รับรองว่าคุณจะต้องกดชัตเตอร์กล้องแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว -------------------------------------------------------------------------------------------- 3. โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ - ใบไม้เปลี่ยนสี เหมือนไปเกาหลี เมื่อลมหนาวเดินทางมาถึง ป่าสนของ อ.กัลยาณิวัฒนา อำเภอลำดับ 878 ของประเทศไทย จะเริ่มผลัดใบรับฤดูหนาวเปลี่ยนสีเขียวของป่าที่ได้รับน้ำตลอดฤดูฝนให้เป็นสีสันตระการตา ไล่สีตั้งแต่เหลืองและน้ำตาลของต้นสนแดงและส้มของต้นเมเปิล ภาพที่เห็นคล้ายผืนผ้าใบไร้ขอบเขต ที่ถูกละเลงสีด้วยพู่กันธรรมชาติ และความที่แต่ละต้นมีการไล่ลำดับสีแตกต่างกัน ยิ่งทำให้ความสวยงามของเฉดสียิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ สนสองใบและสนสามใบของที่นี่เป็น ป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวป่าสนสลับสี โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ -------------------------------------------------------------------------------------------- 4. วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง - เหมือนไปธิเบต แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200ปี) ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว ประหนึ่งทศกัณฐ์พญายักษ์นอนปกปักรักษาเมือง ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถที่เรียกว่าดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยวอันซีน! วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง -------------------------------------------------------------------------------------------- 5. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน - สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ปางอุ๋ง มีชื่อเต็ม ว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านรวมไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็น อ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูง เป็นที่เที่ยวสุดโรแมนติกอันดับต้นๆ ของแม่ฮ่องสอน ภาพแสงอาทิตย์สาดสะท้อนน่านน้ำ ผสานไอหมอกจางๆ สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนทุกครั้ง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 6. สวนหินผางาม จังหวัดเลย - คุนหมิงเมืองไทย เหมือนไปจีน ตั้งอยู่ที่ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย สวนหินผางามหรือ คุนหมิงเมืองเลย แนวผาหินปูนสูงใหญ่แลดูเป็นสง่า ทอดตัวเป็นแนวยาว โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายาก และต้นไม้ยักษ์ อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี -------------------------------------------------------------------------------------------- 7. ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย - ภูเขาไฟฟูจิเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น ภูป่าเปาะ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภูหอ หรือฟูจิเมืองเลย ได้อย่างชัดเจน และยิ่งเมื่อมีเมฆบางๆ ปกคลุมก็จะยิ่งคล้ายภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นบนภูป่าเปาะในวันที่ฟ้าเปิด ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูหินร่องกล้าภูหอ ภูหลวง ภูกระดึง ภูผาจิต ภูผาม่าน สวนหินผางาม และเขาค้อ ได้ในมุมมอง 360 องศา อีกด้วย “ภูหอ” มีลักษณะเป็นภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิยามา ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย” ภูหอ เป็นภูเขาที่มีลักษณะเด่นอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวงอีกด้วย -------------------------------------------------------------------------------------------- 8. หาดหงส์ จังหวัดอุบลราชธานี - ซาฮาร่าเมืองไทย หาดหงส์ เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ซึ่งเกิดจากการพัดพาของน้ำและตะกอนทรายมาทับถมกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าไป หากจะไปเยือนสามพันโบก ไปหาดหินสี ไปหาดสลึง อีกหนึ่งที่ที่ต้องไปให้ได้ คือ หาดหงส์ โดยช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าเด็ดมาก คงจะเป็นช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกยามเย็น จะเห็นความสวยงามจากแสงทอง ที่ส่องลงกระทบทรายสีขาวระยิบระยับงามจับตา ว่ากันว่าถ้ามาหาดหงส์ ต้องมากระโดดเนินทราย พุ่งทะยานปลดปล่อยร่างกายให้เต็มที่ ถึงจะเรียกว่ามาถึงที่โดยสมบูรณ์ พอได้บันทึกภาพเก็บไว้ เป็นโมเมนต์ที่เท่มาก ๆ เลยฮะ -------------------------------------------------------------------------------------------- 9. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี - แกรนด์แคนยอนเมืองไทย เหมือนไปอเมริกา สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เขตบริเวณบ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร สามพันโบกคือความงดงามใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นแค่เพียงในยามน้ำแล้งเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง “โบก” เป็นภาษาลาว เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของ แอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง นั่นเองมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการจำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม เที่ยว 7 สิ่งมหัศจรรย์ อุบลราชธานี ที่ไม่ควรพลาด! -------------------------------------------------------------------------------------------- 10. น้ำตกแก่งโสภา จังหวัดพิษณุโลก - ไนแองการ่าเมืองไทย เหมือนไปทวีปอเมริกาเหนือ (พรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา) น้ำตกไนแอการา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และโด่งดังมากๆ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าไม่อยากไปไกล ในเมืองไทยก็มีที่ น้ำตกแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เดิมทีชื่อ น้ำตกแก่งชั้นไดยาน หรือ บันไดยาน จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวและปีใหม่ น้ำตกหลั่งไหลตามชั้นหิน อย่างสวยงาม ให้เราได้สัมผัสความสดชื่นจากน้ำตก -------------------------------------------------------------------------------------------- 11. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี - ทะเลสาบอินเลเมืองไทย เหมือนไปพม่า ทะเลสาบอินเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ในรัฐฉาน เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า ซึ่งมีความสวยงามทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่เราไม่ต้องไปไกลถึงพม่าก็ซึมซับบรรยากาศดีๆ ได้เช่นกัน ที่ สังขละบุรี สังขละบุรี มีแม่น้ำซองกาเรีย เป็นศูนย์รวมความมีชีวิตชีวา เพราะชีวิตต้องหล่อเลี้ยงด้วยสายน้ำ ชาวบ้านที่นี่มีความรักในถิ่นเกิดและธรรมชาติของพวกเขามาก เมื่อคุณไปคุณจะเห็นแววตาแห่งความสุขของพวกเขา เมื่อได้เล่าเรื่องราวถิ่นเกิดอันน่าประทับใจ อีกทั้งมี สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 7 มนต์เสน่ห์แห่งสังขละบุรี รับรองว่าคุณต้องหลงรัก -------------------------------------------------------------------------------------------- 12. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่ - นาขั้นบันไดซาปา เหมือนไปเวียดนาม บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งของนาขั้นบันไดที่สวยงามสุด ๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยวิวท้องทุ่งนาบนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน เกิดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามน่าชมอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน และปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่เหมาสมมากกับการมาสัมผัสบรรยากาศดี ๆ และความสวยงามของท้องทุ่งนาเขียวและเหลือง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง ไฮไลท์ที่คุณห้ามพลาด -------------------------------------------------------------------------------------------- 13. ซุ้มป่าไผ่ วัดจุฬาภรณ์วนาราม จังหวัดนครนายก ป่าไผ่อาราชิยาม่าเมืองไทย เหมือนไปญี่ปุ่น วัดที่เงียบสงบ ทางเข้าวัดเป็นอุโมงค์ต้นไผ่ บรรยากาศเหมือนอยู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นซุ้มป่าไผ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โน้มเข้าหากันตามธรรมชาติ ทอดตัวเป็นแนวยาวหลายเมตร ให้ความร่มรื่น -------------------------------------------------------------------------------------------- 14. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ พุทธคยาในเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย เป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ ตั้งอยู่ที่รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ โดยสูงถึง 51 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 121.29 เมตร ล้อมรอบด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ พุทธคยา นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องการมาสักการะ ซึ่งในประเทศไทย ก็ได้มีการสร้าง วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ขึ้นเป็นวัดที่ประดิษฐาน เจดีย์ศรีพุทธคยา ก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เจดีย์มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ในส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น รอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืนและประนั่ง เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ -------------------------------------------------------------------------------------------- 15. ทุ่งแสลงหลวง - ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย เหมือนไปออสเตรเลีย ทุ่งแสลงหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย นอกจากนี้ยังมีทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนสองใบ คือทุ่งหญ้าเมืองเลนและทุ่งโนนสน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย -------------------------------------------------------------------------------------------- 16. เกาะพยาม จังหวัดระนอง - มัลดีฟท์เมืองไทย “เกาะพยาม” ตั้งอยู่ที่ ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน เป็นเกาะขนาดใหญ่ ประกอบด้วยภูเขาขนาดย่อมๆ ป่าไม้เบญจพรรณ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำพวกลิงค่าง หมูป่า นกนานาชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบมากบนเกาะนี้ อ่าวที่สำคัญๆ ได้แก่ อ่าวแม่หม้าย ที่ตั้งของท่าเรือเกาะพยามและที่ทำการหมู่บ้าน อ่าวเขาควาย จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และอ่าวใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะไปอาบแดดและชมพระอาทิตย์ที่นี่เช่นกัน -------------------------------------------------------------------------------------------- 17. เขาสก เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี - กุ้ยหลินเมืองไทย อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้ โดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง เขื่อนรัชชประภา เป็นภูเขาหินปูนทียอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต พื้นที่แห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ตั้งอยู่ ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน ซึ่งห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี ประมาณ 84 กิโลเมตร นอกจากความงานที่ลือเลื่องของ เขื่อนรัชชประภา แล้ว การมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับมันคงให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ เหมือนกินลอดช่องไม่ใส่กะทิ ดังนั่นการได้พักค้างคืนที่นี่ ดูจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลของการมาพักผ่อนแบบเต็มที่อย่างที่สุด -------------------------------------------------------------------------------------------- 18. สระมรกต คลองท่อม จังหวัดกระบี่ - จิ่วจ้ายโกวเมืองไทย สระมรกต ที่อยู่ในอำเภอคลองท่อม โดย ณ เวลานี้ สถานที่ดังกล่าวก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่หลายๆ คนให้ความสนใจกันมาก เพราะเอกลักษณ์ที่มีน้ำสวยใสสีเขียวอมฟ้ากลางใจป่า ซึ่งกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำของภาคใต้ สำหรับการเดินทาง ไปยัง สระมรกต นับว่าเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าการปลอกเปลือกกล้วย เพราะถ้าคุณเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ไปทางอำเภอเหนือคลอง จนถึงอำเภอคลองท่อม ถึงแยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอลำทับ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4038 ประมาณ 100 เมตร แล้วเลี้ยวขวาไปทางอำเภอคลองท่อม ใต้-ทับไทร อีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะเห็นทางเข้าของสระมรกตแล้ว -------------------------------------------------------------------------------------------- 19. ปราสาทสัจธรรม พัทยา - นครวัดเมืองไทย เหมือนไปกัมพูชา ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth) ตั้งอยู่บริเวณอ่าววงพระจันทร์ ตำบลนาเกลือ ในเนื้อที่ 80 ไร่ งดงามด้วย “สถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก” ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า “วังโบราณ” บ้างก็เรียกตามวัสดุของตัวอาคารว่า “ปราสาทไม้” ก่อตั้งและสร้างสรรค์โดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ตัวปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต  มีการใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย  หรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ  ตัวปราสาทเป็นทรงจัตุรมุข  สูง 100 เมตร กว้าง 100 เมตร  แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร   ทั้งภายนอกและภายใน  กล่าวกันว่างามดั่งเทพนฤมิต  สะท้อนแนวคิดนามธรรมออกมาตีแผ่เป็นรูปธรรมให้สัมผัสได้ สื่อถึงความสำคัญของศาสนาและปรัชญาตะวันออก อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ปราสาทสัจธรรม สถาปัตยกรรมไม้ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ -------------------------------------------------------------------------------------------- 20. มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ - สโตนเฮนจ์เมืองไทย เหมือนไปอังกฤษ สโตนเฮนจ์เมืองไทย เป็นที่เที่ยวแนวอันซีนที่เพิ่งฮิตกันมาไม่นาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติของกลุ่มหินโบราณที่กระจัดกระจายในเขตทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ หินเหล่านี้มีรูปร่างต่างๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝนมาเป็นเวลานาน บางคนก็เห็นว่าเป็นรูปหอเอนปิซา บางคนก็ว่าเหมือนเจดีย์ ทั้งนี้ก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไป แต่ที่โดดเด่นที่สุด คือ กลุ่มเสาหินโบราณ 5 ต้นที่คาดว่ามีมาแต่สมัยยุคดึกดำบรรพ์ราว 175-195 ล้านปีก่อน แต่ละต้นมีความสูงราว 12 เมตร นอกจากนั้นแล้วบริเวณรอบๆ ก็ยังมีธรรมชาติสวยงาม มีทุ่งดอกไม้ป่าและจุดชมวิวงามๆ อีกหลายแห่ง -------------------------------------------------------------------------------------------- 23. บ้านสวนน้อย จังหวัดนครราชสีมา บ้านฮอบบิทเมืองไทย เหมือนไปนิวซีแลนด์ บ้านสวนน้อย รีสอร์ต (Baansuannoi Resort) ตั้งอยู่ที่  อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการสร้างที่พักของที่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit และ The Lord of The Rings นั่นเอง มีความน่ารัก อบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อนในวันหยุด ^^ -------------------------------------------------------------------------------------------- 24. สตรอเบอรี่ ทาวน์ จังหวัดระยอง เที่ยวเมืองไทย เหมือนไปเนเธอร์แลนด์ ชื่อของ “Strawberry Town” นั้นถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความหวานและสดใสของเมืองแห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสวยสดงดงามสไตล์ตะวันตก มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตั้งอยู่ตามตึกสีสันสวยงามต่างๆ รวมทั้งอีกหลากหลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้แก่ Holland Village, Town Center, Amazon Trail, Uncle Sam’s Farm, Adventure Land, น้ำพุแห่งฤดูกาล, ลานอเนกประสงค์สำหรับจัดการแสดง หรือดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย ในแต่ละสถานที่จะได้รับการออกแบบให้มีสไตล์และเอกลักษณ์ของตัวเอง กลมกลืน ไม่แปลกแยกกับภูมิทัศน์โดยรอบที่ดำรงความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว อ่านเพิ่มเติม http://www.brookside.co.th/activity/strawberry-town/ -------------------------------------------------------------------------------------------- 25. มัสยิดกลาง จังหวัดปัจตานี - ทัชมาฮาลเมืองไทย เหมือนไปอินเดีย มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ใช้เวลาในการก่อสร้างและตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารเป็นเวลา 9 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ สร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น รูปทรงคล้ายกับ “ทัชมาฮาล” ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า  บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบเป็นที่สำหรับ “คอฏีบ” ยืนอ่านคุฏบะฮ์ในการละหมาดวันศุกร์ หอคอยสองข้างนี้เดิมใช้เป็นหอกลางสำหรับตีกลอง เป็นสัญญาณเรียกให้มุสลิมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ ภายในมัสยิดประดับด้วยหินอ่อนอย่างสวยงาม

ทิชา จีทเวนตี้ ชวนแจ้งเกิด! โค้งสุดท้าย MONO WARP AUDITION
G20 /  GTwenty / 

แจ้งเกิดศิลปินหน้าใหม่มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดค่ายเพลง โมโนมิวสิค ในเครือ โมโนกรุ๊ป พร้อมเฟ้นหาและเตรียมผลักดันศิลปินเลือดใหม่สู่วงการเพลงเมืองไทยอีกครั้ง ด้วยโปรเจค MONO WARP AUDITION (โมโน วาร์ป ออดิชั่น) ที่มาในคอนเซ็ปต์ 'เต้นให้ยับ-อัพไอจี-30วินาที-วาร์ปมาเป็นศิลปิน'... พูดเลยว่าน่าสนใจจริงๆ!! งานนี้ ทิชา หนึ่งสาวจากเกิร์ลกรุ๊ป จีทเวนตี้ (พชรวรรณ วาดรักชิต) ในฐานะศิลปินรุ่นพี่ที่แจ้งเกิดภายใต้ชายคา โมโนมิวสิค และประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง เลยแวะมาบอกน้องๆ ที่สนใจว่า อย่าช้า รีบคว้าโอกาสครั้งนี้ไว้! ใครรู้ตัวว่ามีดี และมีอายุระหว่าง 12-17 ปี เตรียมแจ้งเกิดในฐานะศิลปินเลือดใหม่กันได้เลย ผ่านในโปรเจค MONO WARP AUDITION (โมโน วาร์ป ออดิชั่น) เพียงแค่อัดคลิปเต้นกับเพลงใดก็ได้ความยาว 30 วินาที ไม่จำกัดจำนวนคลิป แล้วโพสต์ลงอินสตาแกรมของตัวเองพร้อมติดแฮชแท็ก #MONOWARP สามารถส่งคลิปได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 3 ตุลาคม ผู้ที่เข้ารอบจะมีโอกาสเข้ามาออดิชั่นสดๆ กับทีมงานโมโนมิวสิค ในวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม เพื่อคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 คน เซ็นสัญญาเตรียมตัวเป็นศิลปินแนวป๊อปแดนซ์ ออกผลงานเพลงคุณภาพและสร้างสรรค์โดยนักแต่งเพลงโปรดิวเซอร์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย โดยมีกำหนดปล่อยซิงเกิ้ลแรกต้นปี 2560 สนใจติดตามดูข้อมูลเพิ่มเติมทาง www.facebook.com/monomusic ทิชา จีทเวนตี้ ทิชา จีทเวนตี้ ทิชา จีทเวนตี้ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

5 กลยุทธ์ใช้เทคโนโลยี โมบาย คอมเมิร์ช ในการทำธุรกิจค้าปลีก
ร้านค้าออนไลน์ /  สินค้าออนไลน์ / 

บริษัท แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ อินคอปเปอร์เรท (แนสแนค: แมนฮัตตัน) ผู้ให้บริการด้านซัพพลายเชนเชิงพาณิชย์ คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลักษณะการค้าปลีกที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เน้นการซื้อสินค้าแบบเป็นส่วนตัวมากขึ้น และความแพร่หลายของการใช้บริการ โมบาย คอมเมิร์ช นำไปสู่ความท้าทายท และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรม และกลยุทธ์ของการค้าปลีกในปี 2016 ไปจนถึงปี 2017 เปิดประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้งรูปแบบส่วนตัว เพื่อรับมือกับการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ร้านค้าปลีกต้องกำหนดบทบาทใหม่ของร้านค้า โดยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อน ยกระดับการให้บริการ และ บริหารจัดการกำไร นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมยังทำให้พนักงานมีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างคุณค่าของแบรนด์ และส่งมอบประสบการณ์การให้บริการแบบส่วนตัวได้ในทุกช่องทาง กำหนดหน้าที่ของพนักงานขายในร้านค้า ด้วยการให้ความรู้แก่พนักงาน ซึ่งพนักงานไม่ควรรู้เพียงแค่ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ แต่เพื่อมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ดีให้แก่ลูกค้า  พวกเขาจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสต๊อกสินค้า คลังสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งหมด เพื่อให้พนักงานขายสามารถขายสินค้าที่มีอยู่ได้ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การขายสินค้าที่มีอยู่ในร้านค้าเท่านั้น การให้ข้อมูลที่ชัดเจนแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้า และความสามารถในการจัดส่งสินค้า เช่น สามารถจัดส่งได้ในวันถัดไปหลังจากที่สั่งซื้อสินค้า โดยจังส่งให้ที่บ้านจะยิ่งทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้ ยอมรับในพลังของเจนเนอเรชั่นวาย ในตอนนี้ที่เป็นยุคเจนเนอเรชั่นวาย  เราสามารถนำประสบการณ์ที่รับรู้จากความต้องการของผู้บริโภค มาช่วยพัฒนากลยุทธ์ในการทำธุรกิจค้าปลีกได้ดียิ่งขึ้น โดยในประเทศไทยคิดเป็นอัตราส่วน 32 % ของกลุ่มคนในยุคเจนวาย ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดระบบการใช้เงินแบบใหม่ นั้นคือ Cashless systems หรือระบบไร้เงินสด และหากร้านค้าปลีกไม่สามารถนำเสนอความสะดวกสบายในระบบชำระเงิน ก็มีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้าในกลุ่มเจนวาย การนำเทคโนโลยีจากสมาร์ทโฟนมาใช้ เพื่อให้เกิดความสำเร็จทางการค้า โดยใช้ช่องทางดิจิตัล พนักงานขาย สามารถเข้าถึงแคตตาล็อกสินค้าออนไลน์ ซึ่งมีประวัติการเข้าชมสินค้าของลูกค้า  โดยสามารถดูได้จากช่องทางประวัติสินค้าที่เคยซื้อแล้ว รายการสินค้าที่ต้องการ ตระกร้าสินค้าออนไลน์ และประวัติการคืนสินค้า เป็นต้น ความสามารถต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เกิดความง่าย ในการเลือกซื้อสินค้า และมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่จะเช็คจำนวนสินค้าคงเหลือได้ การจัดส่งที่รวดเร็ว และการรับคืนสินค้า ร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ไม่ได้แข่งขันกันที่ราคา จะเน้นการแข่งขันทางด้านความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า นี่คือนโยบายที่จะช่วยตอบแทนลูกค้า และเป็นความสะดวกสบายที่ร้านค้าจะมอบให้แก่ลูกค้าได้