สถานที่เที่ยวงานวันเด็ก

ละคร
สน ส่งไพศาล /  แพทริเซีย กู๊ด / 

"มาลีเริงระบำ" บทประพันธ์ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ บทโทรทัศน์ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ กำกับการแสดง : สำรวย รักชาติ เสียงเพลงดังมาจากห้องน้ำหลังบ้านไม้ในหมู่บ้านชนบท ห้องน้ำคือเวที ฝักบัวคือไมโครโฟน กระจกอยู่ตรงหน้า “หนูมาลี”(มีชื่อจริงพ่อตั้งให้ว่า ด.ญ.มาลีเริงร่า อากาศดี)เด็กสาวหน้าตาผิวพรรณสวยราวกับภาพวาด อยู่ในห้องน้ำวันละหลายชั่วโมง เพียงเพื่อร้องเพลงและเต้นรำเลียนแบบศิลปินดังที่อยู่ในทีวี “หนูมาลี” เป็นสาวเหนือจากหมู่บ้านเล็กๆ หนูมาลีเติบโตมาด้วยน้ำมือปู่คนเก่งชอบช่วยเหลือแต่เป็นอัลไซเมอร์ชื่อ “ปู่เชื้อ” และย่าหูตึงใจดีแต่มักทำผิดเพราะฟังไม่ได้ยินชื่อ “ ย่าหงส์” มาลีเติบโตอย่างไม่มีพ่อแม่จึงใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับทีวีและวิทยุแทบทั้งวันหนูมาลีมีความฝันว่าตนจะได้มีโอกาสเข้าร่วมประกวดร้องเพลงแล้วชนะเลิศ โด่งดังเป็นดาวในเมืองหลวงกับรายการทีวีสักรายการหนึ่งนั่นคือฝันที่หนึ่ง ฝันที่สองของหนูมาลีคือการได้พบพ่อบังเกิดเกล้า “เรืองยศ” หรือ พ่อเรือง ที่เข้าไปทำงานในกรุงเทพ ทุกๆเดือนหนูมาลีจะไปที่ไปรษณีย์เพื่อรับเงินที่พ่อเรืองส่งมาให้ ภาพจำสุดท้ายของหนูมาลี คือเมื่อตอนสามขวบ พ่อเรืองในชุดทหารเกณฑ์ เอาข้าวของมากมายมาเยี่ยมปู่ย่า และเข้ามากอดหนูมาลีอย่างรักใคร่ หลังจากนั้นพ่อก็ได้แต่ส่งเงินและจดหมายมา ทุกๆวันสงกรานต์ ปู่ ย่า และหนูมาลี จะไปรอที่ปากทางหมู่บ้านแต่พ่อเรืองก็ไม่มา ปู่บอกว่า พ่อเป็นทหารที่เก่งมาก ป่านนี้คงเป็นเจ้าคนนายคน จึงส่งเงินและจดหมายที่มีแต่ความห่วงใยกลับมาบ้านได้สม่ำเสมอ ปู่และย่าภูมิใจในตัวพ่อเรืองมาก สำหรับหนูมาลี พ่อเรืองคือดวงใจ คือจุดหมาย คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องมีแม่ ! ปู่เคยเล่าให้ฟังว่า พ่อเรืองกับแม่เป็นเพื่อนนักเรียนกัน ทั้งสองแอบได้เสียกันตอนงานลอยกระทง แม่ของหนูมาลีเกิดท้อง ด้วยความที่แม่ของหนูมาลีใฝ่แสงสีในเมืองหลวง หลังจากคลอดลูกก็ทิ้งลูกไว้แล้วหนีเข้ากรุงเทพ พ่อเรืองคนนี้เองที่ไปตระเวนหาลูก ถึงกับต้องขโมยเด็กขึ้นรถสองแถวหนีจากสังคมสงเคราะห์ เรืองยศพาหนูมาลีกลับบ้านมาให้พ่อกับแม่เลี้ยง แล้วดิ้นรนไปหางานทำในเมืองหลวงเพื่อส่งเสียให้หนูมาลีได้เรียนสูงๆ ให้พ่อกับแม่ได้มีเงินรักษาตัวยามเจ็บไข้ พ่อเรืองพูดคุยกับหนูมาลีทางจดหมายปีละครั้ง แต่หนูมาลีส่งจดหมายถึงพ่อเสมอทุกเดือน สิ่งเดียวที่หนูมาลีไม่เข้าใจคือ ทำยังไงพ่อเรืองก็ไม่ยอมให้หนูมาลีออกจากหมู่บ้านไปหาพ่อที่กรุงเทพ ทุกครั้งที่หนูมาลีส่งจดหมายก็ได้แต่ส่งเข้าตู้ไปรษณีย์เลขที่ 14 ไปรษณีย์รัชดา โดยไม่บ่งบอกที่อยู่ใดๆ เมื่อหนูมาลีเรียนจบม.6 หนูมาลีตัดสินใจแน่วแน่ จะเข้ากรุงเทพไปหาพ่อ หนูมาลีตั้งใจจะไปประกวดร้องเพลงในรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงดังที่สุดในประเทศด้านการหาซุปเปอร์สตาร์ สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินทางมาที่กรุงเทพฯ หนูมาลีจะไปดักรอพ่อที่หน้าไปรษณีย์ ยังไงเสียพ่อต้องมาไขตู้เอาจดหมายที่ตนส่งมาทุกเดือน ผ่านการเดินทางที่น่าเวียนหัว เข้ากรุงเทพครั้งแรก เมืองฟ้าอมรตรงหน้าเนืองแน่น ซับซ้อนจนยากที่จะเข้าใจ ทันทีที่ลงจากบขส. หนูมาลีกอดกระเป๋าแน่น พอดีพบเข้ากับอธิ นายตำรวจที่กำลังดักจับ คนส่งยาเสพติด อธิเข้าใจผิด คิดว่ามาลีเป็นคนร้าย จึงไล่จับ มาลีวิ่งหนี จนทองทา เพื่อนของอธิต้องช่วยจับตัวไว้ มาลีต่อสู้ ใช้สนับมือฟันไปที่หน้าอกของทองทาจนเป็นรอยแผลเป็น สุดท้ายทองทา อธิ และมาลีจึงไปสถานีตำรวจด้วยกัน จึงรู้ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด อธิต้องไปจับคนร้ายต่อ ทิ้งให้ทองทาอยู่กับมาลี มาลีไปเฝ้ารอพ่อที่ไปรษณีย์ แต่ด้วยความเป็นห่วง เพราะมืดค่ำ ทำให้ทองทาต้องพามาลีไปพักที่บ้านชั่วคราว แล้วจึงช่วยหนูมาลี ตามหาพ่อต่อไป ท่าทางที่เรียบร้อยสะอาดอ้านของทองทา หยิบจับทำอะไรก็ดูดีงดงามไปหมด ทำให้หนูมาลีอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองเป็นพวกรักร่วมเพศ หนูมาลียังพบใบสมัครร้องเพลง ในกระเป๋าของทองทา หนูมาลีรู้สึกสนิทสนมกับทองทาทันที หนูมาลีถามว่าทองทาจะสมัครการแสดงอะไร ทองทาบอกว่าเขาเป็นแดนเซอร์ เขารักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ หนูมาลีปักใจเชื่อว่า ทองทาเป็นเกย์ เป็นนักล่าฝันจากบ้านนอกเหมือนกันกับตน เพราะทองทาพูดภาษาไทยบางคำแปลกๆ และมีทีท่าเป๋อๆเปิ่นๆเหมือนกันกับตนในเมืองหลวงแห่งนี้ หนูมาลีหารู้ไม่ ทองทาไม่ได้เป็นสาวประเภทสอง เขาเป็นชายหนุ่มปรกติ ที่ชอบดูแลตัวเอง รักศิลปะ เขารักการเต้นทุกชนิดเป็นชีวิตจิตใจ ในวัยเด็กพ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน แม่ที่เป็นนักบัลเล่ต์หนีไปอยู่ต่างประเทศ เขาจึงทิ้งประเทศไทยไปอยู่กับแม่ และเรียนเต้นจนจบปริญญาเอก ทองทามีอาชีพเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นและการแสดงโชว์ มีผลงานมากมายในต่างประเทศ ก่อนจะเดินทางมาที่ประเทศไทยเมื่อไม่กี่วันนี้ ทองทาจึงเป็นผู้ชายทั้งแท่งที่มาจากประเทศนอกไม่ใช่เกย์บ้านนอกอย่างที่หนูมาลีเข้าใจทองทารู้สึกประทับใจในความใสซื่อ จริงใจและใบหน้าที่สวยงามของหนูมาลี เขารู้สึกขำกับอาการตีความเอาเองของหนูมาลีหลายๆอย่าง ก็เลยเออออห่อหมกไปกับหนูมาลี อยู่ช่วยเหลือหนูมาลีไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ได้นอนเคียงข้างสาวสวยช่างฝันที่พูดคุยสนุกทุกคืนเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสนิทสนมกับหนูมาลีอย่างรวดเร็ว ทองทาก้มมองที่หน้าอกด้านซ้ายที่มีหัวใจอยู่ตรงนั้น รอยแผลจากสนับมือทำท่าจะกลายเป็นแผลเป็น เหมือนความประทับใจในตัวสาวน้อยที่ดูจะเพิ่มมากขึ้น ไม่มีทีท่าจะลดน้อยลง มาลีไปรอพ่อที่ไปรษณีย์ทุกวัน จนได้พบกับชงโค ที่มาเอาจดหมายไป เธอสะกดรอยตามไป และได้พบกับการะเกด การะเกดให้มาลี ตามไปดูเจ้าของจดหมายที่กำลังจะขึ้นโชว์บนเวที ดวงตาสองข้างของหนูมาลีจับจ้องอยู่บนเวทีการแสดง ไฟแสงสีปรากฎ หนูมาลีใจเต้น พ่อเรืองที่ตนรอคอยกำลังจะปรากฎตัวขึ้นตรงหน้า และแล้วชายหนุ่มผิวขาวใบหน้าสวยเฉี่ยวก็ปรากฎขึ้น รอยยิ้มฉาบเครื่องสำอางค์ บนร่างสูงสง่า ปรากฏตัวขึ้นราวกับราชินีแห่งคีตศิลป์ เสียงอันทรงพลังราวกับนักร้องมืออาชีพแทรกมากับดนตรีกระหึ่มบนเวที ! หนูมาลีก้มลงมองรูปถ่ายสีของพ่อเรืองในมือที่สั่นเทาของตน ชายหัวเกรียนในชุดทหารเกณฑ์สีเขียวอุ้มกอดหนูมาลีในวัยสามขวบอย่างรักใคร่ นี่คือวันสุดท้ายที่ได้พบหน้าพ่อเรืองเมื่อ15ปีก่อน พ่อเรืองของหนูมาลีไม่ใช่ทหาร ! แต่เป็นกระเทยแต่งหญิง เขาไม่ได้เป็นนายพันหรือนายพลอย่างที่ปู่บอก ไม่ใช่แม้แต่เฮียเจ้าของร้านคาราโอเกะ แต่คือ“โรส”เจ้าของร้านคาราโอเกะที่สวยและร้องเพลงเพราะมาก นี่เองคือคำตอบ ทำไมพ่อจึงไม่มาหาปู่ย่าและแม้แต่ลูกสาวของตัวเอง เพราะพ่อมีชีวิตอีกด้านที่น่าอับอายและไม่อยากให้ใครรู้ โดยเฉพาะคนในครอบครัว !ไม่เพียงแต่หนูมาลีที่ตกใจ โรสเองก็จำหนูมาลีได้ทันที ทั้งสองไม่ใช่พ่อลูกที่โผเข้าหากันกอดกัน ทั้งสองนิ่งอึ้งมองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดๆ ! ทั้งสองไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรในเวลาเช่นนี้ ความผิดหวังในตัวผู้เป็นพ่อ ทำให้มาลีไม่สามารถเรียกเรืองยศ หรือโรสว่าพ่อได้ สุดท้าย โรสจึงให้มาลีเรียกตนเองว่าพี่โรส หนูมาลีต้องอยู่กรุงเทพฯ ต่อไป ทั้งเรื่องเรียนต่อ และเรื่องการเข้าประกวดร้องเพลง เธอกลายเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านของโรส โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า ทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกัน มาลีแสดงทีท่าไม่ชอบบอย คนรักของโรสตั้งแต่แรก แต่บอยก็ไม่ถือสาอะไร มาลีพบว่า เมื่อถอดเครื่องประกอบทั้งหมดออกแล้ว โรสก็เป็นเพียงผู้ชายรูปร่างหน้าตาดี มีท่าทางกระตุ้งกระติ้งมากกว่าปรกติ โรสเป็นคนปากจัด ขี้โวย เอาจริงเอาจัง ดุดัน ตรงไปตรงมา นับแต่วันนั้น หนูมาลีทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านของพี่โรส วันๆหนูมาลีพูดกับพี่โรสไม่กี่คำ พี่โรสเองไม่ได้พูดถึงปู่ย่า ไม่ได้พูดถึงข้อความในจดหมายที่เขียนหากันมาตลอด15ปี พี่โรสและหนูมาลียังคงไว้ซึ่งการเป็นนายจ้างและลูกจ้างเหมือนคนอื่นแต่มีบางสิ่งที่ไม่เหมือน สิ่งนั้นคือสายตาอันห่วงใย ที่โรสจะทอดมองมาที่หนูมาลีครั้งละนานๆ ความผิดปรกติอีกอย่างหนึ่งก็คือ พี่โรสนั้นจะปากไวปากจัด บ่นด่าจิกกัดทุกคนได้ตลอดวลา24 ชั่วโมง แต่สำหรับเด็กเสริฟที่ชื่อหนูมาลีแล้ว โรสไม่เคยดุด่าสักคำ มาลีสมัครเข้าประกวดร้องเพลงพร้อมกับ ชงโค การะเกด ซึ่งเจ้าของสถานีโทรทัศน์คือเมืองแมน พ่อของทองทา ซึ่งเมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เห็นแก่ผลประโยชน์และธุรกิจเป็นใหญ่ และภรรยาคนล่าสุดของเขาก็คือ โยทะกา แม่ของมาลีนั่นเอง ที่สถานี มาลีได้พบกับทองทาอีกครั้ง และเธอก็รู้ในที่สุด ว่าทองทาเป็นลูกของเมืองแมน คู่ต่อสู้คนสำคัญของมาลีก็คือ เบลล่า ลูกสาวต่างมารดาอีกคนของเมืองแมน เบลล่าสนิทสนมกับทองทา เธอเข้าประกวดเวทีนี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้โยทะกาจะทักท้วงในตอนแรก แต่เพื่อกระแสข่าวและเรทติ้งทางสถานี เมืองแมนจึงให้เบลล่าเข้าประกวดในที่สุด โดยมีบุณฑริก ผู้เป็นยาย เป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเบลล่า เมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เขาได้แม่ของทองทา “ช้องนาง” เป็นภรรยาคนแรก ช้องนางที่กำลังมีอนาคตในวงการบัลเล่ต์ ยอมทิ้งฝันนักบัลเลต์ระดับโลกเพราะท้องกับเมืองแมน แต่แล้วช้องนางก็ต้องเสียใจเมื่อพบว่าเมืองแมนไม่หยุดอยู่ที่ตนเอง เมืองแมนแอบไปมีเมียน้อย เป็นสาวไฮโซจากตระกูลเก่าแก่ชื่อ “บัวบุษบง” ช้องนางจึงหย่าและหนีไปต่างประเทศ แต่บัวบุษบงก็อยู่กับเมืองแมนได้ไม่นาน เมืองแมนแอบไปคบกับนางงามระดับประเทศคนดังชื่อ “โยทะกา”เมื่อบัวบุษบงรู้เข้า บัวบุษบงก็กินยาตายทิ้งลูกสาวชื่อ “บุษบาบัณ” หรือ “เบลล่า”เอาไว้ให้แม่ของตนเลี้ยง เมืองแมนแต่งงานกับโยทะกา จากสาวเหนือบ้านนอกมาเป็นนางงาม จากนางงามมาเป็นภรรยามหาเศรษฐี จากภรรยามหาเศรษฐี โยทะกากลายเป็นผู้บริหารรายการทีวีหญิงที่มีความสามารถ มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาอยู่ในสังคม เป็นที่รู้จักของคนทั่วๆไป การแข่งขันเต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งมาลี การะเกด ชงโค เบลล่า ทิมมี่ โกมินทร์ ภูมิ ซึ่งทางเบลล่านั้นมีครูสอนทั้งร้อง ทั้งเต้นให้อย่างครบครัน ส่วนมาลีนั้นไม่มีใคร จึงขอร้องให้ทองทามาเป็นครูสอนเต้นให้ ทองทาจึงใกล้ชิดกับมาลีมากขึ้น ส่วนอธิก็เริ่มสนิทสนมกับการะเกด และชอบการะเกดมาขึ้นทุกวัน โรสไม่ค่อยเห็นด้วยนักที่มาลีเข้าประกวด เพราะอยากให้มาลีเรียนหนังสือมากกว่า แต่เมื่อได้พบกับทองทา เห็นว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่เก่ง และนิสัยดี จึงฝากให้ทองทา ดูแลมาลีอีกแรง มาลีเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ ที่เวทีนี้เอง เธอได้พบกับนักร้องชายในฝัน ซีโร่ อดีตผู้ชนะเลิศจากการประกวดปีที่แล้ว ซีโร่รู้ว่ามาลีหลงรักตนเอง จึงพยายามหว่านเสน่ห์ พูดจาหวานใส่มาลีตลอดเพื่อสร้างกระแส ทองทารู้ดีว่าซีโร่ไม่มีความจริงใจต่อมาลี แต่ไม่อยากพูดให้มาลีเสียใจ ส่วนเบลล่าเองก็ไม่พอใจมากที่ทองทาสนิทสนมกับมาลี จึงหาทางกลั่นแกล้งมาลีตลอดเวลา กิจการที่ร้านของโรสไม่ค่อยดีนัก แล้วชงโค ก็ตกรอบจากการประกวด เจ๊ซูซี่ เพื่อนของโรส ที่ชอบหาเด็กสาว ๆ ไปให้กับ เสี่ยวานิช จึงติดต่อชงโคไปถ่ายภาพโป๊ และสุดท้ายก็ไปมีความสัมพันธ์กับวานิชในที่สุด กลายเป็นผู้หญิงกลางคืนเต็มตัว ซูซี่ยังไม่หยุดแค่นั้น ยังหลอกให้การะเกดไปหาวานิช จนถูกข่มขืน ทั้งทองทา และอธิตามไปช่วยไม่ทัน การะเกดเหมือนตกนรกเพราะทำใจไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ลาออกจากการแข่งขันในที่สุด เหลือมาลีเพียงลำพัง กิจการที้ร้านของโรสก็ต้องถูกปิดลงชั่วคราว เพราะเจ้าหนี้ตามมาทวงหนี้ อาละวาดจนแขกในร้านหนีกันไปหมด บอย ก็พยายามช่วยโรสทุกวิถีทาง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก สุดท้าย มาลีเริ่มยอมรับในตัวของบอยมากขึ้นโรส แคที่ บอย มาลี จึงกลับไปต่างจังหวัด เพื่อเยี่ยม ปู่เชื้อ กับย่าหงส์ ความลับเรื่องที่โรสเป็นกะเทย ถูกเปิดเผยในที่สุด แต่มาลีก็ยืนยันว่า ไม่ว่าโรสจะเป็นยังไง ก็ยังเป็นพ่อของเธอในที่สุด ทองทา รักและเป็นห่วงมาลีเพิ่มขึ้นทุกวัน ตัดสินใจ ร้องเพลงสารภาพรักมาลีบนเวทีเปิดตัวศิลปินหน้าใหม่ของบริษัท เมืองแมนดีใจมากที่จะได้ทองทา มาเป็นศิลปิน เรียกเงินและเรทติ้งอีกคน ส่วนบรมและแซนดี้ ก็หมายมั่นปั้นมือ จะปั้นทองทาให้โด่งดังให้ได้ มาลีไม่ยอมพบหน้าทองทา จนทองทาต้องตามไปหาที่ต่างจังหวัด โรสเชียร์ทองทาจนออกนอกหน้า แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยกัน ซีโร่ก็ตามมาก่อกวน พูดจาไม่ดีใส่โรสไปหลายคำ แต่สุดท้ายเมื่อรู้ว่าโรสเป็นพ่อของมาลี ก็ถึงกับอึ้งไป การะเกดกลับไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด เศร้าใจกับชีวิต อธิคอยตามไปปลอบใจไม่ห่าง แต่ยังไง การะเกดก็ไม่ยอมกลับไปร้องเพลงอีก และด้วยความสงสารที่โรสไม่มีทางออก แคที่ จึงยอมออกทุนให้ก้อนใหญ่ เพื่อให้โรสกลับไปเปิดร้านอีกครั้ง ทุกคนจึงกลับไปที่กรุงเทพ ป้าบุญมา สมศรี ก็กลับมาทำครัวเช่นเดิม แต่คราวนี้โรส เปลี่ยนคอนเซปต์ร้าน ให้แขกที่มา ได้ขึ้นโชว์ กลายเป็นซุปตาร์กันถ้วนหน้า ทำให้ร้านเริ่มโด่งดัง ลูกค้าจองคิวขึ้นโชว์กันแบบข้ามเดือน มาลีกลับเข้าไปร้องเพลงประกวดอีกครั้งด้วยเพลงที่บอกถึงความคิดถึงที่มีต่อทองทา ซึ่งทองทาเอง ก็เข้าห้องอัดเสียงร้องเพลงด้วยความคิดถึงมาลีเช่นเดียวกัน สุดท้ายคืนนั้นเอง ทองทากับมาลีก็ปรับความเข้าใจกันในที่สุด ทั้งคู่บอกรักกัน และยืนยัน และก้าวไปสู่ฝัน ด้วยการร้องเพลงของทั้งคู่ ในขณะที่เส้นทางการร้องเพลงของมาลีกำลังไปได้ดี โรสกลับมีอาการป่วยมากขึ้น ด้วยการเป็นมะเร็งที่ลำไส้ สุดท้ายเขาตัดสินใจ บอกกับโยทะกาว่า มาลีคือลูกสาวของตนเอง ที่เกิดกับโยทะกา โยทะกาดีใจมาก แต่เมื่อมาลีรู้ความจริง กลับรับไม่ได้ที่โยทะกาทอดทิ้งตนไป ขอมีโรสเป็นพ่อเพียงคนเดียว ซ้ำร้ายเมืองแมนยังคงไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ เอาแต่ได้ เขาไปมีความสัมพันธ์กับเลขาจ๋า เลขาของโยทะกา จนโยทะการู้เรื่องในที่สุด โยทะกาเครียดจัด กินยานอนหลับไปเกินขนาดจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทองทาต้องไปดูแล แต่หนูมาลียังไม่ยอมไปเยี่ยม เพราะยังทำใจไม่ได้ เบลล่า เอาจุดอ่อนที่มาลีเรียกโรสว่าพี่ ปลุกกระแสนักข่าวให้เกลียดชังมาลี ที่ไม่ยอมเรียกโรสว่าพ่อ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มาลีขึ้นเวทีร้องเพลงที่ร้านของโรส และเรียกโรสว่าพ่ออย่างเต็มปาก เต็มคำ โรสดีใจมาก ข่าวของมาลีและโรสแพร่กระจายไป อีกทั้งยังเรื่องที่โรสป่วยเป็นมะเร็ง ยิ่งทำให้ประชาชนเห็นใจเธอมากขึ้น จนคะแนนโหวตขึ้นแซงหน้าเบลล่าไปอีก การะเกดกลับมาร้องเพลงอีกครั้งที่ร้านของโรส แต่อดีต ยังคงทำให้เธอหวาดกลัว ซึ่งอธิก็หาทางจับวานิช เอาผิดให้ได้ แต่เขาก็รอดไปทุกครั้ง สุดท้าย การะเกดจึงยอมเป็นพยานคดีถูกวานิชข่มขืน จนวานิชถูกจับในที่สุด ทั้งการะเกดและอธิ รักและเข้าใจกัน ส่วนชงคง ก็กลับมาอยู่ที่ร้าน เลิกอาชีพค้าบริการ โดยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากโรส และทุกคน กระแสข่าวของซีโร่เริ่มแผ่วเบาไป เขาจึงคิดหาวิธีสร้างข่าวกับหนูมาลี ด้วยการเข้าไปในห้องแต่งตัว เพื่อถ่ายรูปกับมาลี แสดงว่าสนิทสนมกัน ซีโร่คิดจะลวนลามมาลี โชคดีที่โรสเข้ามาช่วยทัน มาลีแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ซีโร่คิดร้ายต่อตนเอง ทำให้ซีโร่หมดอนาคตไปในทันที เมืองแมนมีโอกาสได้เจอมาลีเข้าอย่างจัง จึงเกิดหลงไหล อยากได้มาลีมาเป็นของตนเอง และไม่เหลียวแลเลขาจ๋าอีก โดยที่เมืองแมนไม่รู้ว่า มาลีคบอยู่กับทองทา เมื่อเบลล่ารู้เรื่องจึงแกล้งส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปหาเมืองแมน อ้างว่าเป็นหนูมาลี ซึ่งมีใจให้กับเมืองแมน ทำให้เมืองแมนเข้าใจผิดคิดว่าหนูมาลีมีใจให้ อาการป่วยของโรสทรุดหนัก จนทุกคนรู้กันหมด ทั้งโยทะกา มาลี โรส ชงโค การะเกด อธิ สมศรี บุญมา ที่เสียใจที่สุดก็คือบอย เขาร้องไห้ กอดโรส อ้อนวอนให้โรสไปรักษาตัว เพื่ออยู่เป็นกำลังใจให้กับทุกคน สุดท้ายโยทะกาจึงยื่นมือเข้ามาช่วย พาโรสไปรักษาตัว การประกวดร้องเพลงรอบสุดท้ายมาถึง คะแนนของเบล สู้มาลีไม่ได้ เธอจึงคิดหาทางกำจัดมาลี ด้วยการให้คนร้ายจับตัวมาลี ไปที่คอนโดเมืองแมน เมืองแมนปลุกปล้ำมาลี ดีที่โยทะกามาช่วยไว้ทัน เธอใช้ปืนยิงที่ขาของเมืองแมน เพื่อช่วยมาลี ลูกสาวคนเดียวของเธอ ทองทาตามมาอีกคน ต่อสู้กับคนร้าย ที่ลักพาตัวมาลีมา แล้วมอบตัวให้กับอธิ ทองทาพามาลีขึ้นเวทีร้องเพลงทันเวลา แต่เบลล่าก็ใช้กลโกงจนชนะการประกวด มาลีภูมิใจมากที่ได้ร้องเพลง มันคือนาทีที่ยิ่งใหญ่ ที่เธอได้มอบให้กับผู้ชม พร้อมทั้งครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างโรส และโยทะกา โรสยิ้มปลื้มที่เห็นหนูมาลีได้ทำให้ฝันเป็นจริง อาการของโรสทรุดหนัก แต่เขากลับดีใจที่ร้านอาหารของเขาขายดิบขายดี จนสามารถปลดหนี้สินได้ โรสทำพินัยกรรมมอบส่วนแบ่งให้กับทุกคน และให้มาลีดูแลกิจการต่อ ฝากฝังให้โยทะกาดูแลมาลีแทนตนต่อไป อธิขอการะเกดแต่งงาน ส่วนทองทาก็ขอมาลีแต่งงาน เพียงรอให้มาลีเรียนจบก่อนเท่านั้น ทั้งคู่ก็จะแต่งงานกัน โรสหมดลมในอ้อมกอดของหนูมาลี ทุกคนเศร้าใจ เมืองแมนไม่สามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ซ้ำยังถูกปลดจากการเป็นผู้บริหารสถานี โยทะกาสู้คดี เรื่องที่ยิงเมืองแมน ว่าเป็นการปกป้องลูกสาวตนเอง ทองทาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสถานีแทน โดยมีโยทะกา บรม แซนดี้ เป็นผู้ช่วย ส่วนซีโร่ก็สำนึกผิด กลับมาขอโทษมาลี และทองทาก็ให้โอกาสซีโร่ได้กลับมาทำงานเรื่องการร้องเพลงอีกครั้ง บุณฑริก ยังคงเพ้อเจ้อเรื่องทรัพย์สมบัติ ส่วนเบล ก็ถูกดำเนิคดีเรื่องจ้างวาน คนมาทำร้ายมาลี เบลเริ่มมีอาการเพ้อ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ด้วยความที่ทะเยอทะยาน ชอบแก่งแย่งชิงดี จนไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้ มาลีกลายเป็นนักร้องที่โด่งดัง มีงานไม่ได้หยุด ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ที่ชนะเลิศในการประกวด อีกทั้งความรักที่มีกับทองทาก็ผลิบานขึ้นทุกวัน ถึงวันนี้มาลีจะไม่มีโรสเคียงข้าง แต่เธอก็มีโยทะกาคอยดูแล พร้อมทั้งเสียงเพลงที่อยู่กับเธอไปตลอดกาล รายชื่อนักแสดง แพทริเซีย กู๊ด รับบท มาลีสน ยุกต์ ส่งไพศาล รับบท ทองทาวรวุฒิ นิยมทรัพย์ รับบท โรสณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล รับบท การะเกดเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท ร.ต.ต.อธิชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท เบลล่าเมธัส ตรีรัตนวารีสิน รับบท ซีโร่ธัญญาเรศ เองตระกูล รับบท โยทะกาเล็ก ไอศูรย์ รับบท เมืองแมนเธียยเกศ ไอสุรางฆ์ รับบท ชงโควรายุฑ มิลินทจินดา รับบท แคที่ชลนที ณรงค์ชัย รับบท บอยนรินทร ณ บางช้าง รับบท แซนดี้กลศ อัทธเสรี รับบท บรม

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

สุรินทร์ กำไลหางช้าง สุดยอดเครื่องราง
กำไลหางช้าง /  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

กำไลหางช้าง เครื่องราง เสริมมงคลบารมี ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ตามความเชื่อโบราณของชาวกูยเลี้ยงช้าง จากกรณี ที่พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และผู้บัญชาการทหารบก ได้โชว์กำไลเงินหางช้าง เครื่องรางของขลัง ตามความเชื่อแต่โบราณ เป็นเครื่องรางของขลัดที่สวมใส่ข้อมือ มาเป็นเวลานาน แล้วนั้น ที่ หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ภายในศูนย์คชศึกษา (คต-ชะ-สึก-ษา) ซึ่งพื้นที่เป็นที่มีการเลี้ยงช้างมากที่สุด และมีเครื่องรางของขลังที่ทำจากหางช้าง งาช้าง ตะขอช้าง ที่มีให้ผู้สนใจนับถือ ได้มาเช่าบูชา เป็นเครื่องรางของขลังประจำตัวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกำไลหางช้าง ที่มีการทำเป็นกำไลข้อมือ ตีเป็นเกลียวขนาดเท่าข้อมือ ซึ่งเป็นหางช้างจริง ที่มีการตัดมาจากหางช้าง และบางส่วนก็นำมาจาก ช้างที่ล้มตาย ไปแล้ว นำมาทำเป็นเครื่องรางของขลัง ซึ่งผู้ที่บูชา หรือชื้อไปแล้ว ก็จะนำไปตกแต่งให้สวยงาม โดยนำเครื่องเงินครอบไว้ หรือ มีฐานะหน่อย ก็จะครอบหรือหุ้มด้วยทองคำ ซึ่งก็จะทำให้ กำไลหางช้างมีราคาสูงขึ้นไปด้วย วันนี้ (17 ก.ย.) ที่หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ผู้สื่อข่าว เดินทางไปสักเกต บรรยากาศการท่องเที่ยว ที่ศูนย์คชศึกษา พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ เดินทางมาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ของที่ระลึกก็ยังคงเป็น สิ่งของ จากช้าง เช่น แหวนงาช้าง แหวนหางช้าง กำไลข้อมืองาช้าง กำข้อมือกระดูกช้าง ตระขอบังคับช้าง กำไลหางช้าง นอกจากนั้นยังมีการแสดงของช้างที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เข้าชม อย่างต่อเนื่องทุกวัน แต่ช่วงนี้ นักท่องเที่ยวค่อนข้างบางตา ในขณะ เดียวกันเรื่องของเครื่องรางของขลังเกี่ยวกับช้างก็ยังเป็นที่เชื่อถือของ ชาวช้าง และได้นำมาให้นักท่องเที่ยวที่มีเที่ยวชมการแสดงของช้าง หรือชมวิถีชีวิตช้าง ความเป็นอยู่ของช้าง ที่อยู่ภายในศูนย์คชศึกษา และโครงการคชอาณาจักร (คต-ชะ-อา-นา-จัก) โดยเฉพาะเครื่องรางของขลัง จากช้าง ที่หลายคนเชื่อ  ใครมีไว้ในครอบครอง จะมีบารมีและเสริมสิริมงคลให้กับครอบครัวและตัวเอง เช่นกำไลหางช้าง ซึ่งเป็นสิ่งมงคลหรือเครื่องรางของขลัง อีกอย่างที่ชาวกูยเลี้ยงช้าง ให้ความเคารพและเชื่อจะเสริมสร้างบารีและเสริมศิริมงคลให้กับผู้ที่มีไว้ โดยเฉพาะการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ปัดรังควาน และสิ่งไม่ดีไม่ให้เขามาใกล้ตัว -ตาสง่า ศาลางาม อายุ 86 ปี (เสื้อสีขาว) หมอช้างแห่งหมู่บ้านช้างบ้านหนองบัว ต.กระโพ บอกว่า หางช้าง นับเป็นเครื่องรางและของขลังที่ชาวกูยเลี้ยงช้างให้ความนับถือเป็นอย่างมาก อีกอย่างหนึ่ง ผู้ใดมีไว้ก็จะเป็นมงคลและเสริมบารมี เป็นสิ่งที่จะปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและของไม่ดี ไม่ให้เข้าใกล้ตัวของผู้ที่มีครอบครองไว้ เป็นความเชื่อที่นับถือมาแต่โบราณ จนถึงทุกวันนี้ เช่นเดียวกับตาไผ่ ศาลางาม อายุ 74 ปีหมอช้างอื่นคนบอกว่าการที่เอาหางช้างมาทำเป็นกำไลหรืออื่นๆจะต้องมี พิธีกรรมในการขอจากช้างที่เป็นเจ้าของหาง  โดยจะต้องทำพิธีขอขมาช้างก่อน ซึ่งสิ่งของที่จะต้องใช้คือ กรวยขัน 5 ผ้าขาว หรือผ้าขาวม้า น้ำหอม เพื่อมาทาช้าง จากนั้นเจ้าของก็จะทำพิธีขอขมาก่อนจะตัดเส้นหาง ซึ่งจะไม่ตัดหมด จากนั้นจะนำมาทำเป็นแหวน หรือ กำไลมือ  ซึ่งใครมีไว้ก็จะเป็นสิ่งปัดเป่าความชั่วร้ายให้ออกไปจากครอบครัวและตนเอง เป็นสิ่งเสริมบารีและเป็นศิริมงคล นั้นคือความเชื่อในเรื่องของหางช้างเพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่มีบารมี ช้างจะใช้หางในการปัดเป่าที่ต่างๆที่จะมากัด หรือมาใกล้ตัว ให้หนีห่างออกไป ผู้ที่มีไว้ในครอบครอง จึงว่า เป็นผู้มีบารมี ไม่มีสิ่งใดมาทำร้ายได้ ตามความเชื่อของคนโบราณมา

อั๊ยย่ะ! น้องวันใหม่ ควงว่าที่พี่สะใภ้ มาร์กี้ รับงานคู่
มาร์กี้ ราศรี /  บอย ปกรณ์ / 

แฟนคลับฟินกันเป็นแถว! สำหรับคู่จิ้นอย่างพระเอกหนุ่ม บอย ปกรณ์ กับนางเอกสาว มาร์กี้ ราศรี ที่หลายคนพร้อมใจเชียร์ให้จิ้นนอกจอ แถม หนุ่มบอย ยังเคยสอนน้องสาวสุดเลิฟอย่าง น้องวันใหม่ เรียกฝ่ายหญิงว่า "พี่สะใภ้" กลางงานทำบุญวันเกิดมาแล้ว ล่าสุด 2 สาว วันใหม่-มาร์กี้ รับงานคู่เดินแบบด้วยกันครั้งแรกที่งาน Kids International Fashion Week 2014 ตอกย้ำตำแหน่ง...ว่าที่พี่สะใภ้ของครอบครัวฉัตรบริรักษ์ เรียกเสียงกรี๊ดสร้างความฟินกันไปทั่วหน้าเลยจ้าาา!! ขอขอบคุณภาพจาก... lk4788, taklongkukkik, margieworld, mnsnmee, nate_jeera มาร์กี้-น้องวันใหม่ มาร์กี้-น้องวันใหม่ มาร์กี้-น้องวันใหม่ มาร์กี้-น้องวันใหม่ น้องวันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ มาร์กี้-น้องวันใหม่-คุณแม่งามทิพย์

โมเรโน่ โพสทวิตเตอร์ จะไม่มีวันลืมค่ำคืน UCL! กับ ลิเวอร์พูล ไปตลอดกาล
ยูฟ่า แชมปี้ยนส์ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายเท้าจรวดของ ลิเวอร์พูล โพสรูปภาพบนทวิตเตอร์พร้อมข้อความว่า คำคืนที่ยากจะลืมเลือน!! หลังจากเจ้าตัวได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องให้ทัพ "หงส์แดง" และสุดในศึก ยูฟ่า แชมปี้ยนส์ลีก นัดแรกในรอบแบ่งกลุ่ม และครั้งแรกในชีวิตของเจ้าตัวบนเวทีนี้เลยด้วย แข้งเลือดกระทิงดุ วัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างสวยหรูกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล แม้ฟอร์มโดยรวมของทีมจะยังดูไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ แต่ความไว้วางใจกับบทบาทแบ็คซ้ายถือว่าเขาดีกว่าตัวเลือกสำรองทีที่มีอยู่ในทีมพอสมควรทีเดียว

นปช.ร้อง ผบ.ตร.ทำคดี
ชายชุดดำ /  ผบ.ตร / 

กลุ่ม นปช. เดินทางยื่นจดหมายเปิดผลึกถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการคดีชายชุดดำ ด้วยความโปร่งใส ตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.พร้อมนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำ และทนายความ เดินทางเข้าพบพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการคดีชายชุดดำ ตามหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยทางกลุ่ม นปช.ได้ทำจดหมายเปิดผนึกทำความเข้าใจและเรียกร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะให้มีการสอบสวนจับกุมรวมถึงการทำแผนเป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ซึ่งทางกลุ่ม นปช.ได้ตั้งข้อสังเกตการแถลงข่าวจับกุมชายชุดดำ 5 คนว่า ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจว่าผู้ถูกจับกุมเป็นเหตุให้ทหารและพลเอกร่มเกล้า ธุวธรรมเสียชีวิต แท้จริงแล้วตำรวจเพียงตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเหตุการณ์ที่แถลงเป็นคนละจุดสถานที่และต่างเวลากับกรณีพลเอกร่มเกล้าเสียชีวิต ทั้งที่ผลการสอบสวนและหลักฐานได้ข้อยุติว่าพลเอกร่มเกล้าพร้อมทหาร 4 นาย เกิดจากระเบิดขว้างแบบ M 67 ไม่ใช่อาวุธที่นำมาแถลง ซึ่งที่ผ่านมาศพของทหารไม่ได้มีการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาสำหรับผู้เสียชีวิตผิดธรรมชาติ มีเพียงแค่กรณีศพของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละเท่านั้น ซึ่งการแถลงข่าวมุ่งหวังเชื่อมโยงจากปี 2553 ถึง 2557 ให้สังคมเข้าใจว่าเป็นการกระทำต่อเนื่องโดยไม่แสดงความขัดเจนของข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จึงเรียกร้องต่อพล.ต.อ.สมยศและคณะ ให้นำคดีผู้เสียขีวิตปี 2553 ไม่ว่าจะเป็นทหาร หรือประชาชนทุกรายเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และดำเนินการตามวิธีการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดเท่าเทียม และโดยเร็ว เพื่อให้สังคมเข้าใจผิดและต้องหาคนผิดมาลงโทษ และไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องถูกกล่าวหา อีกทั้งขอให้ไม่กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน คุกคามบีบคั้น ให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องรับสารภาพทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการแถลงข่าวจับกุมการทำแผนต้องทำโดยมีหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของบุคคลใดหรือคณะใด นอกจากนี้ นปช.ขอทำความเข้าใจว่า ยินดีให้การสืบสวนสอบสวนดำเนินไปตามกฎหมายและหลักฐานไม่ได้ขัดขวาง แต่ขอให้ทำงานตรงไปตรงมา พร้อมทั้งขอปฏิเสธการแถลงที่นำไปสู่ข้อสรุปว่า นปช.มีกองกำลังติดอาวุธโดยยืนยันว่าที่ผ่านมาเคลื่อนไหวสงบ โดยหวังว่าตำรวจจะสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้น MThai News

ตำนานบทใหม่! ชาบี้ ทำสถิติเล่นแชมเปียนส์ลีกมากสุด
บาร์เซโลนา /  บาร์เซโลน่า / 

หลังจากเมื่อค่ำตีนที่ผ่านมาใน ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก บาร์เซโลนา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เฉือนเอาชนะ อาโปเอล นิโคเซีย ไปได้ 1-0 นั้น ชาบี เอร์นานเดซ ก็ได้สร้างสถิติใหม่ให้กับวงการฟุตบอลยุโรป เมื่อเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้ ซึงกลายเป็นผู้เล่นที่ลงเล่นรายการ ยูฟ่า แชมปเปียนส์ลีก มากที่สุดเทียบเท่ากับ ราอูล กอนซาเลซ แล้ว ชาบี เอร์นานเดซ กองกลางตัวเก่งของ บาร์เซโลนา กลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นใน ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มากที่สุด โดยลงสนามเท่ากับ ราอูล กอนซาเรซ อดีตกองหน้าของ เรอัล มาดริด ซึ่งหลังจากเขาได้เป็นตัวจริงในเกมที่ บาร์เซโลนา เฉือนเอาชนะ อาโปเอล นิโคเซีย ไปได้ 1-0  ทำให้เขาลงเล่นรายการนี้ไปแล้วถึง 142 นัด ทั้งนี้ ชาบี้ ยังมีโอกาสที่จะทำลายสถิติลงได้อีกถ้าเขายังได้รับโอกาสลงสนามช่วย บาร์เซโลนา ในศึกแชมเปียนส์ลีก โดย 6 อันดับนักเตะที่ลงสนามมากที่สุดในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประกอบด้วย 1. 142 นัด - ราอูล กอนซาเลซ (แขวนสตั๊ด), ชาบี้ เอร์นานเดซ 2. 141 นัด - ไรอัน กิ๊กส์ (แขวนสตั๊ด), อิเกร์ กาซิยาส 3. 125 นัด - คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ (แขวนสตั๊ด) 4. 124 นัด - พอล สโคลส์ (แขวนสตั๊ด) 5. 120 นัด - โรแบร์โต้ คาร์ลอส (แขวนสตั๊ด) 6. 115 นัด - การ์เลส ปูโยล (แขวนสตั๊ด)

ปณท เปิดบริการใหม่ส่งพาสสปอร์ตถึงบ้าน 3 วัน
กรมการกงสุล /  บริการส่งหนังสือเดินทาง / 

ไปรษณีย์ไทย จับมือ กรมการกงสุล เปิดบริการใหม่ เพิ่มทางเลือกส่งหนังสือเดินทางให้กับลูกค้าใน 3 วัน นายสัญญา ทองสะพัก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานระบบปฏิบัติการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้ร่วมกับกรมการกงศุล เปิดบริการเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชนด้วยบริการหนังสือเดินทางด่วนพิเศษทางไปรษณีย์ (พีเอสพี) ให้ได้รับหนังสือเดินทางภายใน 3 วันทำการ ทั้งนี้ ปณท คิดค่าบริการอัตรา 60 บาทต่อเล่ม เพิ่มขึ้น 20 บาทต่อเล่ม โดยบริการพีเอสพีจะให้บริการเฉพาะที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ คาดว่าจะขยายไปที่ให้บริการทั่วประเทศไม่เกินต้นปีหน้า ที่ผ่านมา ปณท รับส่งหนังสือเดินทางตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งยังไม่พบปัญหาการจัดส่ง โดยกรมการกงสุล มีจำนวนผู้ทำหนังสือเดินทางเฉลี่ยวันละ 7,000 เล่ม โดยยอดการจัดส่งบริการอีเอ็มเอสราคา 40 บาท ที่ให้บริการก่อนหน้านี้อยู่ที่กว่า 4,000 เล่ม ถือว่าเกินครึ่ง และหลังจากที่ไปรษณีย์ได้ทดลองนำจ่ายหนังสือเดินทางพีเอสพีช่วงกลางเดือนส.ค. 2557 มียอดผู้ใช้บริการวันละกว่า 400 เล่ม ขณะที่นายธงชัย ชาสวัสดิ์ อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนมาทำหนังสือเดินทางปีละประมาณ 1.5 ล้านเล่ม จากการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ฯลฯ การที่ประชาชนหันมาให้บริการของไปรษณีย์จะช่วยประหยัดเงินให้ประเทศปีละ 300-450 ล้านบาท โดยคำนวณในราคา 300 บาทต่อคน "จากการที่ไปรษณีย์ไทยได้นำส่งหนังสือเดินทางผ่านบริการอีเอ็มเอสให้กรมการกงสุลตั้งแต่ปี 2545 ไม่พบการสูญหายหรือชำรุดระหว่างการขนส่งแต่อย่างใด" MThai News

เจ้าตูบแสนรู้! ช่วยเด็กกำลังจมน้ำ ว่ายน้ำเก่งนะเนี่ย
เจ้าตูบ /  สุนัข / 

เจ้าตูบแสนรู้! ช่วยเด็กกำลังจมน้ำ ว่ายน้ำเก่งนะเนี่ย

ละครเพลิงฉิมพลี , เรื่องย่อเพลิงฉิมพลี
อั้ม อธิชาติ /  เบลล่า ราณี / 

เพลิงฉิมพลีบทประพันธ์ : อุมาริการ์บทโทรทัศน์ : พัญสรกำกับการแสดง : นพพล โกมารชุน เมื่อรักดั่งเพลิง วิมานนี้ต้องมีเพียงเธอ... หนานไตร หรือ พ่อเลี้ยงณไตร มุ่งสู่ปางไม้หิมวัตเพื่อสืบทอดกิจการของครอบครัว หนานไตรปกปิดฐานะพ่อเลี้ยงเป็นเพียงผู้จัดการเพื่อเรียนรู้การทำงาน ในงานเลี้ยง เนื้อนาง หลานสาวควาญช้างอาวุโส หมื่นหล้า ถูกเลือกให้ฟ้อนแง้นต้อนรับผู้จัดการคนใหม่ ความงามพิสุทธิ์ของเนื้อนางสะกดสายตาและหัวใจของหนานไตรตั้งแต่แรกเห็น หนานไตรสนิทสนมกับเนื้อนางท่ามกลางความหึงหวงของ แสงคำ ควาญช้างที่หลงรักเนื้อนาง เรื่องเนื้อนางรู้ถึงหู แม่นายศรีวัลลา ที่ตั้งใจให้ลูกชายคนโตแต่งงานกับ แขไข ผู้หญิงที่เลือกให้ แขไขกับแม่นายตามมาราวีเนื้อนางถึงปาง ธรรพ์ น้องชายของณไตร กับ ดาวเด่น น้องสาวแขไขต้องคอยช่วยกันไม่ให้เกิดเรื่องวิวาทหลายครั้ง แม่นายใช้กลุ่มคนงานในปาง รัญจวน สร้อยฟ้า กำปุ้ง คอยกลั่นแกล้งใส่ความเนื้อนาง แต่เนื้อนางก็มี คำฝาย ม่อนดอย แสงคำที่ช่วยเนื้อนางให้รอดพ้นปัญหา ท่ามกลางความริษยาของแขไข ความรักของหนานไตรกับเนื้อนางงอกงามขึ้นทีละน้อยจากความใกล้ชิด หมื่นหล้ากลัวหลานสาวช้ำใจเหมือนแม่ที่รักคนเมืองต่างฐานะ แต่หนานไตรพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้จัดการจนชนะใจทุกคน หมื่นหล้ายอมยกเนื้อนางให้หนานไตร แม่นายกับแขไขตามมาทำลายความสุขเนื้อนางถึงเรือนหอ หัวใจเนื้อนางแตกสลายเมื่อรู้ความจริงว่า หนานไตรคือพ่อเลี้ยงณไตร หมื่นหล้าช้ำใจจนตาย เนื้อนางหมดสิ้นทุกอย่างเมื่อ จันตา คนของแม่นายหลอกว่า แขไขกำลังจะแต่งงานกับพ่อเลี้ยงณไตร เนื้อนางซัดเซมาเจอกับ เจ้าแสนพรหม ที่ยื่นมืออุปการะเนื้อนางทันทีเพราะหวังรวบหัวรวบหางเนื้อนางเป็นเมียเก็บอีกคน ณไตรออกตามหาเนื้อนาง แต่ บุญลือ คนของแม่นายสร้างเรื่องว่าเนื้อนางหนีไปอยู่กินกับแสงคำ ณไตรกับเนื้อนางมาเจอกันอีกครั้งที่คุ้ม เจ้าแสนพรหมทำให้ณไตรเข้าใจว่าเนื้อนางเป็นเมียเก็บ ณไตรกับเนื้อนางจึงมีแต่ความน้อยใจ ประชดประชันกัน จนเนื้อนางชวน ประกาย เมียเก็บอีกคนของเจ้าหนีออกจากคุ้ม แต่ณไตรวางแผนเอาตัวเนื้อนางคืนมาจากเจ้าแสนพรหมได้เสียก่อน ณไตรพาเนื้อนางเมียรักเข้าไปอยู่ในบ้านหิมวัต เกิดเรื่องขึ้นอีกเมื่อแขไขท้อง แม่นายถูก นายพลยศกร กับ คุณหญิงมาลัย เอาเรื่องจนล้มป่วยหนัก ณไตรจำใจแต่งงานกับแขไขเพื่อแก้ปัญหา เนื้อนางกล้ำกลืนความชอกช้ำที่แขไขกลายเป็นเมียแต่ง ทั้งเนื้อนางกับแขไขตั้งท้อง สองคนคลอดลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน ป้าวันดี ทำคลอดให้เนื้อนาง เนื้อนางใจสลายอีกครั้งเมื่อลูกไม่รอดชีวิต บ้านหิมวัตกลับลุกเป็นไฟเมื่อเนื้อนางพบความลับว่าพ่อของด.ช.อัศดายุ ลูกแขไขคือ ธรรพ์ ไม่ใช่ณไตร ก่อนจะบอกความจริงกับทุกคน แขไขถูกทำร้ายจนตาย หลักฐานชี้ว่าเนื้อนางคือฆาตกร และเธอคือคนที่ลักลอบมีชู้กับธรรพ์ ณไตรไล่เนื้อนางออกจากบ้านด้วยความปวดร้าวแสนสาหัสที่น้องชายกับเมียรักทรยศ เนื้อนาง คำฝาย ประกายต้องระหกระเหินไปทำงานในคณะรำวงของ บุญน่านกับ บัวตอง ณไตรตามมาพบเนื้อนางที่มีแสงคำข้างกาย ความรัก ความแค้นลุกโชนยิ่งกว่าไฟเผาทั้งป่า ขณะที่บ้านหิมวัตมีสมาชิกใหม่คือครูสาว อรองค์ ที่มาดูแลลูกของณไตรเนื้อนางย้อนมาที่บ้านหิมวัตเพราะคิดถึง ด.ช.อัศดายุ ธรรพ์หวาดหวั่นกลัวเนื้อนางพูดความลับเรื่องแขไข แม่นายจะจับเนื้อนางเข้าคุก เพราะคำประณามว่าเธอคือ กากี และแววตาชิงชังจากณไตร เนื้อนางตัดสินใจพิสูจน์ความจริงว่าเธอไม่ใช่คนฆ่าแขไข! วิมานฉิมพลีกลับกลายเป็นกองเพลิงเผาผลาญใจทุกดวงด้วยรักและริษยา เพราะรักและเสน่หาที่ไม่เคยแยกขาดของณไตรและเนื้อนางทำให้ทุกคนต้องพบกับโศกนาฎกรรมเกินคาดคิด ติดตามเรื่องราวความรัก ความผูกพันเป็นหนึ่งเดียวของณไตร และ เนื้อนางได้ใน เพลิงฉิมพลี รายชื่อนักแสดง อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบทเป็น หนานไตร/ณไตรเบลล่า ราณี แคมเปน รับบทเป็น เนื้อนางกมลเนตร เรืองศรี รับบทเป็น ดาวเด่น/อรองค์เด่นคุณ งามเนตร รับบทเป็น แสงคำคณิศ ปิยะปภากรกูล รับบทเป็น ธรรพ์ เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์ รับบทเป็น แขไขพัสกร พลบูรณ์ รับบทเป็น คำฝายวิรากานต์ เสณีตันติกุล รับบทเป็น ประกายกฤษฎี พวงประยงค์ รับบทเป็น ม่อนดอย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบทเป็น แม่นายศรีวัลลา

คลิปเพลงเด็กเอ่ย เด็กดี
ค่านิยม 12ประการ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ศธ.จัดค่านิยม 12ประการ เป็นบทกลอนอาขยาน ตามเเนวคิด พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา http://news.mthai.com/headline-news/383805.html

10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย
TripAdvisor /  ทริปแอดไวเซอร์ / 

หลายคนอาจจะอยากรู้ว่า สถานที่ท่องเที่ยวในไทยในมุมของ พิพิธภัณฑ์ ที่คนนิยมไปเที่ยวนั้นมีที่ไหนบ้าง ลองมาดู ที่ ทริปแอดไวเซอร์ ได้ประกาศรางวัล ทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส (Traveller's Choice Awards) สำหรับพิพิธภัณฑ์ โดยเผยพิพิธภัณฑ์ยอดนิยมสูงสุด 25 อันดับในโลก พร้อมจำแนกรายนามพิพิธภัณฑ์เด่นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ เอเชียแปซิฟิก สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย จาก Traveller's Choice Award 1.    พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด จังหวัดกาญจนบุรี (678 รีวิว) 2.    พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) จังหวัดกรุงเทพฯ (151 รีวิว) 3.    พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ จังหวัดเชียงใหม่ (107 รีวิว) 4.    พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จังหวัดกรุงเทพฯ (201 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 5.    หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย (236 รีวิว) ภาพจาก : http://travel.mthai.com 6.    อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน) พัทยา จังหวัดชลบุรี (74 รีวิว) ภาพจาก : www.tlcthai.com 7.    พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช จังหวัดกรุงเทพฯ (159 รีวิว) ภาพจาก : www.vcharkarn.com 8.    พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดกรุงเทพฯ (207 รีวิว) ภาพจาก : www.prachachat.net 9.    พิพิธภัณฑ์บ้านดำ จังหวัดเชียงราย (296 รีวิว) ภาพจาก : www.manager.co.th 10.    พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด จังหวัดกรุงเทพฯ (77 รีวิว) ภาพจาก : mblog.manager.co.th ทริปแอดไวเซอร์ คือ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดในโลก ที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวและได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ทริปแอดไวเซอร์ยังเสนอคำแนะนำที่น่าเชื่อถือจากนักเดินทางจริง และเสนอทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายเพื่อช่วยในการวางแผนการท่องเที่ยว สามารถดูรายละเอียดพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ทั้งหมด 509 แห่ง พร้อมรูปภาพจริงของนักท่องเที่ยวได้ที่ http://th.tripadvisor.com/TravellersChoice-Attractions-cMuseums บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในเอเชีย : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำระดับโลก!! : 10 อันดับ พิพิธภัณฑ์แนะนำในประเทศไทย

10 ชุด ลอนดอนแฟชั่นวีค ที่อย่าใส่จะดีกว่า!
ลอนดอนแฟชั่นวีค /  แฟชั่น

 วันนี้เรามี 10 ชุด  ในงาน ลอนดอนแฟชั่นวีค ที่ใส่ยังไง๊ยังไงก็ไม่เกิด มาให้สาวๆ ช่วยกันชม ใครกล้าใส่ชุดไหนบ้าง มาเลือกเร้วววว ..  1. ก็เข้าใจนะว่า เป็น Old Fashion แต่ถ้าถึงขั้นต้องเอา ผ้าอนามัยแบบสอดมาเป็น ตุ้มหู ละมีคราบเลือดด้วย  บายค่ะ! 2.เสื้อกันหนาวลาย Kanye west และสาว Kim เอาจริงดิ?   3. อย่าใส่อะไรที่มีคำว่า Ass จะดีกว่านะจ๊ะ เสี่ยงเปล่าๆ 4. อย่าใส่เลยจะดีกว่ามั้ยนะ ?  5. อื่ม ?  6. ใส่รองเท้า แล้วใส่ถุงน่องทับ ? ไม่ไหวมั้งคะ เพลียจริงๆ  7. ผลงานจากนักศึกษา แรงบันดาลใจจาก กุ้งลอปสเตอร์ และ นักมวยปล้ำ หืมม? 8. ลายประต่ายฟรุ้งฟริ้ง แล้วให้ผู้ชายล่ำๆใส่?   9. ถ้าจะรุ่ยร่ายขนาดนี้ ขึ้นบันไดเลื่อนไม่ได้เลยนะจ๊ะ  มีหวังโดนเกี่ยวแน่นอน 10. สรุปจะเป็นส้นสูง บูท ผ้าใบ หรืออะไร ?        เรียบเรียงโดย  Women Mthai Team ที่มา fashion.telegraph.co.uk/

โปรดเกล้าฯ
คนที่ 10 /  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / 

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "พล.ต.อ.สมยศ" ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 10  มีผล 1 ตุลาคม 2557         ประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 131 ตอนพิเศษ 183 ลงวันที่ 17 กันยายน 2557 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี            พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2497 เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 31 ชีวิตครอบครัว สมรสกับนางพจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง มีบุตรสาว 1 คน คือ ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง หรือ เอ๋ย การศึกษา เคยศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนิตยานุกูล จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้นได้มาเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.รุ่นที่15) และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.รุ่น 31) ตามลำดับ นอกจากนี้ พล.ต.อ. สมยศ ยังได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยปูน่า ประเทศอินเดีย, ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต, หลักสูตร การบริหารงานตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 18, หลักสูตร การป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่นที่ 17 และหลักสูตร การป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (วปอ.) รุ่นที่ 47 ชีวิตการทำงาน ในฐานะข้าราชการตำรวจนั้น พล.ต.อ. สมยศ เคยได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านความมั่นคง โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมานั้น พล.ต.อ. สมยศ  สามารถดำเนินการจับอาวุธสงครามและติดตามจับผู้ต้องหาที่ขัดคำสั่ง คสช. ได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้  พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 10 MThai News

ชำนาญ อลูมิเนียม

อลูมิเนียม จำหน่าย ติดตั้ง งานอลูมิเนียม กระจก บานเลื่อน บานสวิง มุ้งลวด ฝ้าทีบาร์ ฝ้าฉาบเรียบ บานเกร็ด ด้วยประสบการณ์งานด้านกระจกอลูมิเนียม ไม่น้อยกว่า 20 ปี ราคาเป็นกันเอง บริการทั่วไป

พิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก
ภูเขาไฟ /  ภูเขาไฟโบรโม่ / 

หากพูดถึงภูเขาไฟ แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็คงจินตนาการถึงความน่าเกรงขาม และความน่ากลัวเมื่อภูเขาไฟเกิดการระเบิดและพ่นลาวาสูงเฉียดฟ้า ทั้งๆ ที่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ภูเขาไฟถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าพิศวงด้วยมีทัศนียภาพที่สวยงามซับซ้อน ดูน่าค้นหายิ่งนัก เพราะฉะนั้นวันนี้มัชรูมทราเวล จึงจะพาทุกท่านเดินทางสู่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อไปยังภูเขาไฟโบรโม่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีบนมงกุฎของชวาตะวันออก อีกทั้งที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยภูเขาไฟโบรโม่คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิทจาภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร ซึ่งเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ครั้งล่าสุดที่ภูเขาไฟโบรโม่เกิดการระเบิดก็คือเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 ที่ผ่านมา นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 10 แห่งอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอีกด้วย .. เปิดประตูสู่ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ พิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก บนเนินเขาสูงกว่า 40 กิโลเมตร บนชายฝั่งทางตอนเหนือของหมู่เกาะชวาตะวันออก เมื่อนักเดินทางเพื่อมุ่งสู่ภูเขาไฟโบรโม่ จำเป็นที่จะต้องผ่านหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านและหมอกควันจากภูเขาในแถบนี้ ที่ไม่ใช่แค่จากบรูโม่เท่านั้น เพราะภายในแถบนี้ยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับอยู่อีก 2 ลูกด้วยกัน และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปชมความงามอันน่ามหัศจรรย์ของภูเขาไฟโบรโม่ ส่วนใหญ่จะรีบเดินทางมาให้ถึงที่หมายก่อนฟ้าสาง เพื่อให้ทันเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะสาดแสงแห่งความสว่างไสวไปทั่วพื้นพิภพนั่นเอง และสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายที่จะพิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ เส้นทางยอดนิยมก็คือการเดินทางจากสุราบายาสู่ เมืองโปรโบลิงโก้ แล้วไปต่อที่หมู่บ้านเซโมโร ลาวัง จากนั้นจึงพักค้างแรมที่นี่หนึ่งคืน เพื่อให้ทันกับการไปชมพระอาทิตย์ในช่วงเช้านั่นเอง รวมถึงการชมปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ด้วย โดยเซโมโร ลาวังเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร มีอุณหภูมิหนาวเย็นในช่วงเวลากลางคืนและช่วงเช้ามืด ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจำเป็นจะต้องพกพาเสื้อหนาวหรือกางเกงขายาวมาด้วยเป็นอย่างน้อย นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการปีนเขาหรือการเดินเท้าในระยะไกลๆ Getting there เส้นทางการเดินทางสู่ภูเขาไฟโบรโม่ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางยอดนิยมของนักเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของนักเรียนมัธยมในพื้นที่ ที่ใช้เส้นทางนี้ในการเข้าค่ายสันทนาการ นอกจากนั้นก็ยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผู้ที่รักการผจญภัยเช่นเดียวกัน โดยนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมายังภูเขาไฟโบรโม่ หากไม่เลือกซื้อทัวร์ก็สามารถเดินทางมาด้วยตัวเองได้หลากหลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่ Juanda International Airport เมืองสุราบายาซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟโบรโม่มากที่สุดนั่นเอง 1. นั่งแอร์พอร์ตบัสจาก Juanda International Airport ไปยังสถานีขนส่ง Bungur Asih เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองโปรโบลิงโก้ ก่อนจะต่อรถไปยังหมู่บ้านเซโมโร ลาวังที่ตั้งอยู่บริเวณขอบปากของแอ่งภูเขาไฟซึ่งเป็นหนทางสู่ภูเขาไฟโบรโม่ ทั้งนี้ค่าโดยสารสำหรับรสบัสด่วนปรับอากาศนั้นอยู่ที่ราคาประมาณ 25,000 รูเปียต่อคน ส่วนรถบัสธรรมดาราคาอยู่ที่ 14,000 รูเปียต่อคน และใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง 2. เมื่อเดินทางถึงเมืองโปรโบลิงโก้ นักท่องเที่ยวต้องต่อรถมินิบัสสีเขียวเพื่อไปยังหมู่บ้านเซโมโร ลาวัง ในราคาค่าโดยสารประมาณ 250,000-300,000 รูปเปียต่อคน (ขึ้นอยู่กับการต่อรอง) โดยมินิบัสนี้จะมีทั้งหมด 10 ที่นั่ง และรถจะออกเดินทางทันทีเมื่อมีผู้โดยสารขึ้นเต็มรถบัส ซึ่งบางครั้งอาจต้องรอนานถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว ดังนั้นหากนักท่องเที่ยวเดินทางถึงเมืองโปรโบลิงโก้หลังเวลา 16.00 น. ควรจะหาที่พักค้างแรมภายในเมืองและเดินทางในตอนเช้าจะดีกว่า เนื่องจากในช่วงเย็นนั้นเป็นไปได้ยากที่จะมีผู้โดยสารเต็มคันรถ ส่วนการเดินทางเพื่อขึ้นไปชมปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ นักท่องเที่ยวจำเป็นจะต้องขี่ม้าหรือเดินขึ้นไป แต่ม้าจะสามารถไปส่งถึงเพียงแค่ไหล่เขาเท่านั้น ช่วงถัดไปนักท่องเที่ยวจะต้องเดินตามขั้นบันไดขึ้นไปด้วยตัวเอง ในระยะทางประมาณ 200 เมตร โดยในระหว่างทางจะมีที่พักให้ได้นั่งพักเหนื่อยเป็นจุดๆ ซึ่ง กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมและชื่นชอบมากที่สุดเมื่อเดินทางถึงยอดภูเขาไฟโบรโม่ ก็คือ การเดินบนขอบปากปล่องภูเขาไฟนั่นเอง โดยเส้นทางจะมีลักษณะเป็นสันกว้าง นักท่องเที่ยวสามารถเดินได้โดยรอบ แต่อาจต้องใช้ความระมัดระวังมากสักหน่อยเนื่องจากขอบปากปล่องภูเขาไฟนั้นเป็นสันทรายที่ค่อนข้างลื่น นอกจากนั้นยังมีความเชื่ออีกหนึ่งอย่างก็คือ การซื้อดอกไม้จากชาวบ้านที่นำขึ้นมาขายแล้วอธิษฐานถึงสิ่งที่ต้องการแล้วโยนลงไปในปากป่องภูเขาไฟ อันเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากคู่รักหนุ่มสาวที่เดินทางมาเยือนที่นี่ที่ต่างขอให้ความรักของตนสมหวังและครองรักกันตราบชั่วนิรันด์นั่นเอง ที่มา มัชรูมทราเวล พิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก ดูคลิป ยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก หรือคลิกดูที่ http://video.mthai.com/channel/TravelMthai/player/1411009502.html