สถานที่เที่ยวงานวันเด็ก

ซิโก้ โอดเสือเหลือง ให้ ช้างศึก ซ้อมสนามจริงน้อย
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ /  กาเซ็ม / 

ความเคลื่อนไหวของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่จะลงสนามศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมที่ 2 ด้วยการไปเยือน เสือเหลือง มาเลเซีย ในวันที่ 20 ธ.ค.57 เวลา 19.00 น. ณ สนามบูกิต จาร์ริล ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 ธ.ค.57 ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ได้นำลูกทีมมาลงฝึกซ้อมที่ สนามบูกิต จาร์ริล โดยหลังการฝึกซ้อม ซิโก้ เปิดใจว่า การฝึกซ้อมเวลาน้อยไปนิด เจ้าภาพให้เวลาแค่ 45 นาที แต่ไม่เป็นไร เนื่องจากมาเลเซีย ก็ได้เท่ากัน ส่วนพื้นสนาม มีทรายมาก หญ้าก็เป็นใบยาว ไม่ได้ใหญ่ ซึ่งก็เชื่อว่าเจ้าบ้านเอง ก็คงไม่ได้เปรียบเราเท่าไหร่ “คาดว่าเกมนี้เราจะสู้กันด้วยแทคติก ถามว่าพื้นสนามจะผลไหม ตนเองเชื่อว่า คงไม่มีปัญหาต่อการต่อบอล ที่เป็นจุดแข็งของแข้งไทย แต่คงส่งผลแค่การวิ่งเท่านั้น” ส่วนแผนการเล่น ซิโก้ เผยว่า ไม่ขอตอบดีกว่า เก็บไว้เป็นความลับ ส่วนเรื่องบรรยากาศคนดูแสนคน ที่จะเข้ามากดดันนักเตะ ตนเองเชื่อว่านักเตะคงชอบ เพราะดีกว่าเตะแล้วไม่มีคนดู ด้าน กาเซ็ม เกษม จริยวัฒนวงศ์ ผู้จัดการทีม เผยว่า เกมนี้เราคงต้องเปิดกมรุกสู้ เพราะคงไม่ให้มาเลเซีย บุกฝั่งเดียว แน่นอนพวกเขาต้องกลัว เสียประตู มั่นใจว่า งานไม่น่ายาก สำหรับ 11 ผู้เล่นตามคาดของ ช้างศึก ทีมชาติไทย น่าจะไม่ต่างจากเกมแรก เพราะ ชาริล ชัปปุยส์ ก็กลับมาซ้อมได้ปกติแล้ว โดย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ลงยืนเฝ้าเสา แผงหลัง 4 คน นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม, สุทธินันท์ พุกหอม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา 3 ประสานแดนกลาง สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ3 ขุนพลทะลวงฟัน มงคล ทศไกร, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, อดิศักดิ์ ไกรษร ขอบคุณภาพจาก : เฟซบุ๊ค บริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด

ตัวพ่อ VS ตัวแม่ กับฉากชี้ชะตา ที่แฟนๆ รอคอย ใน The Hobbit: The Battle of the Five Armies
The Hobbit 3 /  The Hobbit: The Battle of the Five Armies / 

ในภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies นอกจากจะมีนักแสดงจำนวนมากของไตรภาค The Hobbit แล้ว ยังรวมถึงนักแสดงคนสำคัญ ที่กลับมารับบทบาทเด่นของพวกเขาจากไตรภาค The Lord of the Rings อีกด้วย ซึ่งพวกเขาจะกลับมารวมตัวในฉากปะทะครั้งสำคัญของบรรดาตัวพ่อ-ตัวแม่ ผู้ทรงอิทธิพล ที่ส่งผลชี้ทิศทางของมิดเดิ้ลเอิร์ธเลยทีเดียว! ผู้กำกับ ปีเตอร์ แจ็คสัน กล่าวว่า "ตอนนี้ผ่านไป 10 ปีแล้วตั้งแต่ที่เราสร้างหนังภาคแรก  ภาพลักษณ์ของตัวละครต่างๆ ปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่ง เวลา เอียน แม็คเคลเลน เดินอยู่ในฉาก มันรู้สึกเหมือนเรากำลังเห็น "แกนดัล์ฟ" อีกครั้ง เส้นกั้นระหว่างตัวนักแสดงกับตัวละครมันบางมาก การมีจุดยืนถือเป็นแรงผลักดันและแรงบันดาลใจที่สำคัญในผลงานสองไตรภาคคือ แกนดัล์ฟ พ่อมดเทาที่รับบทโดย เอียน แม็คเคลเลน ตั้งแต่วินาทีที่ แม็คเคลเลน สวมหมวกพ่อมดแกนดัล์ฟครั้งแรก นักแสดงละครเวทีและนักแสดงภาพยนตร์ผู้มีชื่อเสียงที่กลายเป็นโฉมหน้าของพ่อมดเทาของแฟนๆ หลายรุ่น" ด้าน เอียน แม็คเคลเลน เผยว่า "การสร้างหนังเหล่านี้กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตผม เพราะด้วยระยะทางที่ผมต้องเดินทาง จำนวนเพื่อนที่ผมมี และการถ่ายทอดเรื่องราวอย่างงดงามที่ผมโชคดีที่มีโอกาสได้มีส่วนร่วม มันเป็นเรื่องน่ารักที่มีคนมาหาผมและบอกว่าแกนดัล์ฟมีความสำคัญต่อพวกเขาอย่างไร และตอนนี้ผมได้ยินจากเด็กๆ ที่ยังไม่เกิดมาในช่วงที่เราสร้างหนังเรื่อง Rings พวกเขาอดใจรอดูหนังเรื่อง Hobbit ภาคสุดท้ายไม่ไหว เราต้องยอมรับว่าแกนดัล์ฟมีตัวตนอย่างชัดเจนเหนือกว่าในหนังสือและภาพยนตร์ เขาเป็นจินตนาการหนึ่งที่มีตัวตนเหมือนคน" แต่ความฉลาด ความเห็นใจ ความซนของพ่อมดเทาในบางครั้งคือสิ่งที่ไม่อาจเลือนหายไปได้  เพราะการบุกไปอย่างโดดเดี่ยวเพื่อเผชิญหน้ากับ ซารอน ที่ถือกำเนิดใหม่ ปีศาจในอดีตที่ผู้คุ้มกันของเขาจากมิดเดิ้ลเอิร์ธไม่อาจล่วงรู้ได้ แกนดัล์ฟตกหลุมพรางของดาร์กลอร์คทันที และต้องพบกับความตายในสุสานของป้อมร้างแห่งโดลกุลดัวร์ แต่แกนดัล์ฟจะไม่เผชิญหน้ากับศัตรูในอดีตเพียงลำพัง เพื่อนผู้ทรงพลังและเป็นอมตะในสภาขาวอย่าง "ราชินีเอลฟ์ กาลาเดรียล" ที่รับบทอีกครั้งโดย เคท บลันเช็ตต์ ให้คำมั่นสัญญาว่าหากเขาต้องการความช่วยเหลือจากเธอ เธอจะมา แม็คเคลเลน กล่าวว่า "แกนดัล์ฟอยู่ในจุดที่ตกต่ำสุดของเขา เมื่อราชินีเอลฟ์ปรากฏตัวขึ้น นี่เป็นการแสดงหนึ่งของเคทที่มีความละเอียด แต่เธอแสดงได้อย่างสมจริงดีมาก กาลาเดรียลและแกนดัล์ฟต่างชอบกันมาก และนั่นสะท้อนว่าผมชอบเคทมากแค่ไหน" นักแสดงหญิงชื่อดังผู้รับบทท่านหญิงผู้เจิดจรัสแห่งล็อธลอเรน ในสองไตรภาคเล่าว่า มิตรภาพระหว่างกาลาเดรียลและแกนดัล์ฟมีความแน่นแฟ้นและสะเทือนใจที่สุดในมิดเดิ้ลเอิร์ธ "สิ่งที่ทำให้แกนดัล์ฟเป็นสุดยอดฮีโร่ในตำนานคือการพิทักษ์โลก เขาจะเข้าสู่ความชั่วร้ายในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็น เพราะมีการเดิมพันสูงมากสำหรับทุกคน กาลาเดรียลตั้งใจทุ่มเททั้งพลังเพื่อให้แน่ใจว่าความชั่วร้ายไม่สามารถเหนือกว่าได้ แต่เธอไปที่โดลกุลดัวร์ รู้ว่าเธออาจไม่ไปที่นั่นหากเธอไม่รักเขา ทุกตัวละครในหนังเรื่องนี้รวมถึงกาลาเดรียลต้องถูกทดสอบด้วยบางอย่าง ไม่ใช่แค่การเผชิญกับความชั่วร้าย แต่บ่อยครั้งต้องถูกทดสอบตัวเอง" บลันเช็ตต์ กล่าว นอกจากนี้ การเผชิญหน้าได้พา "เอลรอนด์" กษัติย์แห่งเอลฟ์สู่ ณ ที่นี้ด้วย ซึ่งรับบทโดย ฮิวโก้ วีฟวิ่ง ในภาพยนตร์ไตรภาค The Lord of the Rings พร้อมด้วย "พ่อมดขาว ซารูมาน" ผู้ทรงพลัง รับบทโดย คริสโตเฟอร์ ลี ที่มีความเป็นเอกลักษณ์บนจอภาพยนตร์ "เคทและฮิวโก้ได้กลับมารับบทที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา และเกิดความประทับใจที่ได้ถ่ายทอดพลังของตัวละคร และการแสดงของพวกเขาออกมาได้ในฉากเหล่านี้" ฟิลลิปป้า โบเยนส์ กล่าว "และคริสโตเฟอร์ ลี มีเซนส์ของโทลคีนเป็นพิเศษ เขามีความสุขที่ได้รับบทซารูแมนในการผจญภัยที่โหดร้ายขึ้นกว่าที่เคยผ่านมาในภาพยนตร์ไตรภาค The Lord of the Rings" แต่การเข้ามาก้าวก่ายของสภาขาวอาจสายเกินไป "เซารอน" ได้เริ่มแผนการปกคลุมมิดเดิ้ลเอิร์ธให้อยู่ภายใต้พลังอันมืดมิด เมื่อสังเกตตอนจบของภาพยนตร์ภาค 2 ศัตรูในอดีตปรากฏตัวขึ้นในฉากสุดท้ายรับบทโดย เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์ ด้วยบทบาทที่ 2 ของเขาในผลงานไตรภาค ฟราน วอลช์ เล่าว่า "ตอนที่คัมเบอร์แบตช์อ่านบทครั้งแรก เขารู้สึกประทับใจผู้สร้างฯ พร้อมให้สัญญาว่าจะแสดงบท เซารอนและมังกรสม็อกอย่างสุดชีวิต เขาอ่านทั้งสองบทและรู้สึกว่ามันยอดมาก เขาให้เสียงพากย์ตัวละครทั้งสองแตกต่างกันและฟังแล้วไม่เหมือนกันเลย"   "เซารอนก้ำกึ่งระหว่างสองสถานะ เขาไม่มีตัวตนชัดเจนและไม่ใช่วิญญาณอย่างเต็มตัวแม้แต่ในสภาพนี้เขามีพลังอย่างมาก แต่เป็นพลังด้านมืดไม่ใช่ด้านดีซะทีเดียว เขาชอบทำลายล้าง เห็นแก่ตัว และกระตุ้นความชั่วร้ายออกมา เขาจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครองโลก" คัมเบอร์แบตช์ ทิ้งท้าย ฉากชี้ชะตาที่ตัวพ่อ-ตัวแม่ มาปะทะกันนี้จะเป็นอย่างไร ใครจะมาดีหรือมาร้าย?! ติดตามได้ใน The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ได้ที่นี่เลย ------------------------

ปั้นจั่น ฮอตไม่มาก แต่มีงานไม่ขาดนะจ๊ะ
ปั้นจั่น ปรมะ

ช่วงนี้ดูเหมือนว่าหนุ่มปั้นจั่น ปรมะ กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นจริงๆ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะมีผลงานหนังสยองขวัญเรื่อง The Eyes Diary ล่าสุดทราบมาว่ามีงานละครอีก 3 เรื่อง ขุ่นพระ!!! งานเยอะไม่เบาเลยนะคะเนี่ย ว่าแต่ทำงานแทบจะทุกวันอย่างนี้ ไม่รู้ว่าแฟนสาวนอกวงการมีอาการงอนบ้างอ๊ะเปล่าน้า... “ตอนนี้ก็มีผลงานละคร 3 เรื่อง ก็น่าจะได้เห็นปีหน้าเลย ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสเราได้เล่นหลายบทบาท ผมก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี เพื่อให้เราได้พัฒนาฝีมือมากขึ้น เรามาเดินทางสายการแสดงแล้วก็อยากจะทำให้มันดีที่สุด เรื่องความรักตอนนี้ก็ดีครับ เรื่อยๆ อาจจะไม่ค่อยเจอกัน ต่างคนก็ต่างทำงาน เขาเองก็ไม่งอนนะ คือเราโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ก็เข้าใจ แต่ก็อาจจะมีนัดกินข้าวด้วยกันบ้าง”แหมๆๆ ทำงานเยอะอย่างนี้ เตรียมเก็บเงินไปสู่ขอสาวรึเปล่าจ๊ะ ปั้นจั่น ปรมะ

พ่อจีนติดป้ายเชิญคนร่วมงานวันเกิดลูกชายทั่วเมือง
ข่าวจีน /  จีน / 

นึกว่าหาเสียง !! พ่อจีนทุ่มทุนติดป้ายกลางถนน เชิญคนทั้งเมือง ร่วมงานวันเกิดครบรอบ16ปีของลูกชาย ร่ำลือทั่วโลกออนไลน์ เมื่อครอบครัวตระกูลดังนามว่า 'ซื่อ' ทุ่มเงินจัดหนักติดป้ายตามถนนหลวงระยะทางกว่า 308 เมตร จำนวน 16 ป้าย ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนทั้งเมืองมาร่วมแสดงความยินดีแก่ลูกชายคนโต ในงานวันเกิดครบรอบ 16 ปี โดยมีการระบุข้อความประกอบว่า "ขอเชิญต้อนรับสู่งานเฉลิมฉลองครบรอบวันเกิด 16 ปีของผม! ทั้งนี้ได้เกิดการพุดถึงหัวข้อดังกล่าวอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ ทั้งยังเกิดความคิดในเรื่องดังกล่าวที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งฝ่ายหนึ่งมองว่าป็นธรรมเนียมปกติที่คนจีนจะจัดงานฉลองยิ่งใหญ่ให้แก่ลูกชายมีที่อายุครบ 16 ปี ส่วนคนที่มองต่าง กลับรู้สึกไม่เห็นด้วย และมองว่านี่เป็นการนำเงินมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยจนเกินไป ทางที่ดีควรนำเงินไปบริจาคให้ผู้ยากไร้จะดีกว่า MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

สยอง! จิตแพทย์สาวแกล้งบ้า ฆ่าหั่นศพสามี
ข่าวล่าสุด /  ฆ่าหั่นศพสามี / 

สะเทือนขวัญ!!  จิตแพทย์สาวแกล้งบ้า ฆ่าหั่นศพสามี เว็บไซต์ข่าวเดลีเมล์อังกฤษรายงานว่า  เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นที่เมืองแม็กซิโก เมื่อนาง มาเรีย อเลจานดรา ลาเฟนเต คาโซ จิตแพทย์หญิงหญิงวัย 40 ปี ก่อเหตุใช้เลื่อยไฟฟ้าฆ่าหั่นศพสามีหรือนาย'แอลลัน เคอเรอรา คิวเลอ'สามีวัย 41 ปี ก่อนจะนำชิ้นส่วนไปทิ้งตามที่ต่างๆเพื่อกลบเกลื่อนหลักฐาน รายงานระบุว่า ในวันเกิดเหตุนางมาเรียแอบใส่ยานอนหลับในเครื่องดื่มของสามี เมื่อยาออกฤทธิ์เธอได้ใช้เลื่อยไฟฟ้าหั่นศพสามีออกเป็นชิ้นๆ แล้วแบ่งใส่ถุงดำเพื่อนำไปทิ้ง โดยช่วงเวลาหลังเกิดเหตุนางมาเรียได้แสดงพฤติกรรมเหมือนสามียังมีชีวิต ด้วยการใช้มือถือของสามีส่งข้อความหาเพื่อนและครอบครัวของเขา พร้อมทั้งโกหกว่าสามีของเธอได้เดินทางไปทำงานต่างแดน แต่แล้วเรื่องดังกล่าวก็ได้รับการเปิดเผย เนื่องจากมีเด็กไปพบกับศรีษะของนายแอลลันอยู่ถังขยะในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมีผู้เห็นชิ้นส่วนอื่นๆในเวลาต่อมา และเมื่อทำการตรวจดีเอ็นเอก็ชี้ชัดว่าเป็นศพของนายแอลลัน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวน นางมาเรียก็แกล้งทำเป็นร้องให้อย่างหนัก แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้พบพบหลักฐานเป็นชิ้นส่วนเนื้อเยื้อของนายแอลลันในห้องน้ำที่บ้านซึ่งใช้ก่อเหตุ นางมาเรียก็ยังแสร้งทำทีท่าว่ามีอาการป่วยทางจิตเพื่อหลีกเลี่ยงโทษฆ่าคนตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำแพทย์ตรวจพิสูจน์ และพบว่านางมาเรียมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดี จสุดท้ายนางมาเรียก็ถูกนำตัวไปพิจารณาคดีข้อหาฆ่าคนตายตามกฎหมาย ทั้งนี้นางมาเรียได้ระบุสาเหตุที่ฆ่านายแอลลันผู้เป็นสามีว่า เป็นเพราะเก็บกดที่ถูกนายแอลลันมีพฤติกรรมชอบลงทำร้ายร่างกายเธอเป็นประจำ MThai News MThai News

ซุป’ตาร์...รักปิดไม่มิด ดูกันชัดๆ แฟน พอร์ช ศรัณย์
พอร์ช ศรัณย์ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

กลายเป็นพระเอกหัวใจไม่ว่างไปซะแล้ว สำหรับ พอร์ช ศรัณย์ ที่ช่วงนี้ไปไหนมาไหนก็ต้องอำพรางตัว ปกปิดหน้าตาหล่อๆ แต่ปาปารัซซี่ตาเหยี่ยวมือไวของเราก็ดันจำได้ แถมยังแชะภาพคู่กับสาวนิรนามเก็บไว้เป็นหลักฐานได้อยู่บ่อยๆ แต่พอนักข่าวไปสะกิดถามหนุ่มพอร์ชเรื่องนี้ พระเอกหนุ่มก็ได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่มบ่ายเบี่ยงแถไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเป็นเพื่อนในกลุ่ม เดี๋ยวเป็นน้องสาว เดี๋ยวเป็นน้องของเพื่อน เออ!!! เอาสิ จะให้เป็นน้องหรือเป็นเพื่อนของญาติฝ่ายไหนดีล่ะ แต่มารอบนี้ขอปิดจ๊อบ การันตีว่าหนุ่มพอร์ชไม่รอดเงื้อมมือไปได้อย่างแน่นอน ไอ้ปากแข็งๆ ที่บอกเป็นแค่น้องสาวนั่นโน่นนี่ พอสักทีเหอะ!!! งั้นลองมาดูนี่ซะก่อนว่าเป็นน้องสาวที่รู้จักกันแบบไหน เพราะงานนี้หลักฐานชัดเจนกับภาพในไอจีของสาวนิรนาม ที่สามารถจับโยงประติดประต่อเป็นเรื่องราวสตอรี่หวานๆ ของคู่นี้ได้ แถมภาพบางภาพก็ชัดเจนยากที่หนุ่มพอร์ชจะแก้ตัวดิ้นหลุดไปไหน พอสืบสาวราวเรื่องไปๆ มาๆ ก็ได้ความมาว่า สาวสวยนางนี้ She มีนามว่า เกรซ เป็นน้องสาวแท้ๆ ของดาราสาวร่วมวิกอย่าง กีฟ อรลีฬห์ แต่คู่นี้เขาจะสปาร์คบรื้นๆๆ กันตอนไหน คงต้องให้หนุ่มพอร์ชออกมาเปิดปากเองดีกว่า แล้วอีกหนึ่งประเด็นคือเรื่องของแฟนคลับ งานนี้จะแอ่นรับหรือแอนตี้ คงต้องรอดูกันต่อไปนะจ๊ะ พอร์ช ศรัณย์-แฟนสาว พอร์ช ศรัณย์-แฟนสาว พอร์ช ศรัณย์-แฟนสาว พอร์ช ศรัณย์-แฟนสาว พอร์ช ศรัณย์

นิตยสาร  EDGE เผย เกมส์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2014 ผลออกมาหักมุมสุดๆ
เกมส์ยอดเยี่ยม /  เกมส์ยอดเยี่ยมปี 2014

นิตยสารเกมส์ EDGE ได้ประกาศ 10 อันดับ เกมส์ยอดเยี่ยม 2014 ที่จัดทำผลสำรวจจากผู้อ่านและทีมงาน ผลปรากฏว่าเกมส์ Bayonetta 2 ติดอันดับหนึ่งเกมส์ยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งผิดคาดกับสำนักอื่นๆที่ส่วนใหญ่จะมอบให้กับเกมส์ยอดเยี่ยมบนเครื่องเกมส์รุ่นใหม่หรือภาพเกมส์กราฟิกสวยๆ และยิ่งแปลกไปกว่านั้นคือ เกมส์ชื่อดังระดับต้นๆอย่าง Call of Duty: Advance Warfare, TitanFall หรือ Destiny กลับไม่ติดอันดับเกมส์ยอดเยี่ยมจากนิตยสารเกมส์ EDGE ใดๆเลย 10 อันดับเกมส์ยอดเยี่ยมแห่งปีจากนิตยสารเกมส์ EDGE 1. Bayonetta 2 2. Dark Souls 2 3. Mario Kart 8 4. Hearthstone: Heroes of Warcraft 5. Nidhogg 6. Metal Gear 5: Ground Zeroes 7. Ultra StreetFighter 4 8. Far Cry 4 9. This War of Mine 10. Little Big Planet 3 เกมส์ Bayonetta 2 เกมส์ Dark Souls 2 Mario Kart 8

มาดามแป้ง สั่งลุยศึกษาเกมส์คู่แข่งขัน เน้นซ้อมลงสนามหญ้าเทียม
FIFA Women’s World 2015 /  ช้างศึกขนตางอน / 

มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันภัย ในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย กล่าวว่า ตอนนี้น้องๆ นักกีฬาที่เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ที่จังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางกลับเข้าแคมป์เตรียมทีมครบเรียบร้อยทุกคนแล้ว และได้สั่งให้ทีมงานช่วยตรวจสอบสภาพร่างกายทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อเช็คว่ามีใครบาดเจ็บหรือมีอาการผิดปกติตรงส่วนไหนบ้าง เพื่อจะได้ส่งเข้าสู่กระบวนการดูแล รักษา ฟื้นฟูเร่งด่วน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีนักเตะอาการบาดเจ็บหนักแต่อย่างใด ต้องขอชื่นชมที่นักกีฬาทุกคนดูแลตนเองเป็นอย่างดี "จากการติดตามความเคลื่อนไหวของนักกีฬาทั้ง 32 คน ที่เข้ามาเตรียมทีมสำหรับการแข่งขัน FIFA Women’s World 2015 ที่ประเทศแคนาดา ตนรู้สึกพอใจอย่างมากกับพัฒนาการด้านสมรรถภาพร่างกายและจิตใจที่ดีมากขึ้น นักกีฬามีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง และแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เราจัดทดสอบเป็นระยะๆ ประกอบกับความอดทน และความเร็วในการวิ่ง แต่อย่างไรก็ตามโปรแกรมด้านฟิตเนส และการวิ่ง ประกอบกับโปรแกรมด้านโภชนาการและจิตวิทยายังคงต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ภายในสัปดาห์หน้าทีมงานจะนำส่งรายงานผลการทดสอบและพัฒนาการของนักกีฬาแต่ละคน ซึ่งหากใครที่ยังไม่ถึงเกณฑ์หรือเป้าหมายที่กำหนด คงต้องแก้ไข ปรับปรุงตนเองโดยด่วน เพราะตนกำชับแล้วว่า ทุกคนคือทีมชาติ มีโอกาสเท่ากันทุกๆ คน ถ้าใครที่ไม่มีพัฒนาการตามเป้าหมาย ก็คงต้องเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน ซึ่งน้องๆ นักกีฬาทุกคนเข้าใจดี" มาดามแป้ง เปิดเผยต่อว่า ตอนนี้นอกเหนือจากความแข็งแกร่งด้านร่างกายและจิตใจแล้ว ตนได้กำชับทีมงานผู้ฝึกสอนให้เริ่มโปรแกรมด้านเทคนิคและทักษะด้านฟุตบอลแก่นักกีฬาทันที พร้อมกับการลงสนามหญ้าเทียม ซึ่งคงต้องพิจารณาสนามที่เหมาะสม และมีความพร้อมสำหรับนักกีฬา เพราะเชื่อว่าต้องใช้เวลาในการฝึกฝนสักระยะ เพื่อให้คุ้นเคยกับสนาม และไม่เกิดการบาดเจ็บระยะฝึกซ้อม ซึ่งก็จะดีและทันต่อการเตรียมตัวที่จะเดินทางไปเก็บตัวและลงเกมส์ในต่างประเทศ สิ่งสำคัญตอนนี้คือ ได้กำชับให้ทีมงานผู้ฝึกสอนเร่งศึกษาเกมส์การเล่นของคู่แข่งในสายเดียวกันทั้งเยอรมัน นอร์เวย์ และไอเวอรี่โคสต์ หรือโกตดิวัวร์ โดยด่วนที่สุด เพื่อทำแผนรับมือได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้มอบหมายให้ทีมงานผู้ฝึกสอนนำเสนอแผนการเตรียมทีมที่ปรับปรุงใหม่ต่อตนภายในสัปดาห์หน่า และให้เริ่มโปรแกรมการฝึกซ้อมใหม่หลังปีใหม่ทันที

กีฬาน่ารู้ : ที่มาและความหมายรอยสัก ชาริล ชัปปุยส์
กีฬาน่ารู้ /  ชัปปุยส์ / 

หล่อๆๆๆ อยากจะเติมไม้ยมกอีก 100 ตัวกับขวัญใจแฟนบอลชาวไทย ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางโคตรหล่อที่ไม่ได้มีแค่รูปร่างหน้าตาที่หล่อจนสาวๆกรี๊ดกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว ชัปปุยส์ ยังมีฝีเท้าและทักษะการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมเพราะมีดีกรีเคยคว้าแชมป์โลกชุดเยาวชน ชุดอายุไม่เกิน 17 ปี ในนามทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ มาแล้ว ซึ่งในตอนนั้น ชัปปุยส์ เล่นในตำแหน่งกองหลัง ก่อนที่ปรับเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองกลางจอมทัพและจะตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติไทยด้วยเหตุผลที่ว่า "อยากทดแทนบุญคุณแผ่นดินแม่" กองกลางหมายเลข 7 มีชื่อเสียงเรียงนามแบบเต็มๆว่า ชาริล ยานนิส ชัปปุยส์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม ปี 1992 (อายุ 22 ปี)เป็นลูกครึ่งสวิส-ไทย โดยคุณพ่อ (ดาเนียล) เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งนับว่าเป็นโค้ชคนแรกในชีวิตของเขา ส่วนคุณแม่ (ไพลิน) เป็นชาวเชียงใหม่ เติบโตที่เมืองเล็กๆชื่อว่า โคลเท่น ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และปัจจุบัน ชาริล เป็นนักฟุตบอลตำแหน่งกองกลางของสโมสรฟุตบอลจังหวัดสุพรรณบุรี และเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติไทยชุดลุยศึกซูซูกิคัพ 2014 ชาริล ชัปปุยส์ ก้าวเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพด้วยการเล่นให้กับ FC Kloten ซึ่งเป็นทีมบ้านเกิดก่อนที่จะย้ายมาอยู่สโมสร SC Young Fellows Juventus และสโมสร Grasshopper ในระดับ Swiss Super League ตามลำดับ พอปี 2009 เขาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสวิสฯรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีและสามารถคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศในรายการ U-17 World Cup ของฟีฟ่าโดยการล้มไนจีเรียเจ้าภาพไปได้ 1-0 ต่อมาในปี 2011 ชาริล ได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ FC Locarno ของสวิตเซอร์แลนด์จากนั้นก็ย้ายมาเล่นให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นเวลาที่ ชัปปุยส์ ตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตเมื่อเขาเลือกที่จะเล่นให้ทีมชาติไทย และด้วยฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมก็ถูก โค้ชซิโก้ เกียรติศักด์ เสนาเมือง เรียกติดทีมชาติชุด ซีเกมส์ ที่พม่าและ เอเชียนเกมส์ ที่เกาหลีใต้ ตามลำดับ นอกจากฝีเท้าการเตะบอลในสนามอันน่าทึ่งของ ชาริล แล้ว ความโดดเด่นที่ไม่อาจมองข้ามได้คงเป็นใบหน้าอันหล่อเหลาและด้วยบุคลิกที่เป็นคนยิ้มเก่ง อัธยาศัยดี สุภาพและมารยาทงาม จึงทำให้เกิดกระแสคลั่งใคล้ในหมู่แฟนๆชาวไทยขึ้น ขณะที่เอกลักษณ์อีกอย่างของ ชาริล ที่สะดุดตาเหล่าผู้ชมหรือบรรดาแฟนๆก็คือ รอยสัก ที่แขนซ้ายของ ชัปปุยส์ โดยรอยสักรอยแรกเกิดขึ้นหลังจากที่ ชัปปุยส์ ได้แชมป์เยาวชนโลกกับสวิสฯนับเป็นความภูมิใจของ ชาริล เขาจึงขออนุญาตคุณพ่อสักซึ่งตัวคุณพ่อเองเห็นว่าลูกชายประสบความสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง คุณพ่อจึงอนุญาต โดยชาริลได้เลือกสักเป็นรูป วันเดือนปีที่เขาคว้าแชมป์ ส่วนตัวเลขเวลาคือเวลาที่เขาเกิด นอกจากนี้ยังมีรอยสักเล็กๆน่ารักบริเวณใต้ตาตุ่มเท้าซ้ายที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกตเห็น ส่วนลวดลายบริเวณแขนส่วนใหญ่เป็นสไตล์ Modern Tribal Tattoos และสไตล์ Old school ลาย เอดโพแดง และดอกกุหลาบ นอกจากนี้คุณแม่ไพรินยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่า “ชาริลเป็นลูกชายเพียงคนเดียว และถูกเลี้ยงดูมาแบบไทยปนฝรั่ง ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวเพราะคุณแม่เชื่อว่าการเป็นนักกีฬาทำให้ลูกได้ฝึกวินัย อยู่แล้ว คุณแม่จึงไม่ต้องห่วงอะไรมากมาย ส่วนชาริลเองก็ไม่เคยทำให้แม่เสียใจหรือกังวลใจ การส่งเสริมให้เด็กรักกีฬาเป็นเกราะอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาจดจ่อตั้งใจและมี ความมุ่งมั่น อีกทั้งเขายังมีคุณพ่อช่วยดูแลเขาด้วยอีกคนหนึ่ง” เครดิต : issue247.com , แฟนเพจ Charyl Chappuis fanclub

กนอ.ยันนิคมฯภาคใต้ไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม
กนอ. /  นิคมอุตสาหกรรม / 

กนอ. ยันนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม พร้อมเปิดศูนย์วอร์รูมช่วยเหลือประชาชน มอบถุงยังชีพ นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ครอบคลุมพื้นที่ของตำบลฉลุง ประมาณร้อยละ 60 ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่นิคมฯ ไม่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในส่วนพื้นที่การประกอบกิจการ มีเพียงบริเวณเส้นทางเข้าออกนิคมฯ มีน้ำท่วม ระดับประมาณ 30 ซม. รถยนต์สามารถสัญจรเข้า-ออกได้ สำหรับพื้นที่ชุมชนโดยรอบนิคมฯ ได้รับผลกระทบ จำนวนประมาณ 2,200 ครัวเรือน ซึ่งล่าสุดได้ให้เจ้าหน้าที่ กนอ. ประจำพื้นที่เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบนิคมที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเร่งดำเนินการเปิดวอร์รูม (warroom) เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการในนิคมฯ และชุมชน และจัดเตรียมถุงยังชีพเพื่อให้การช่วยเหลือ พร้อมประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ในการจัดตั้งศูนย์พักพิง เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ กนอ. ได้กำชับไปยังนิคมฯ ภาคใต้ดำเนินการตามแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีเกิดอุทกภัย และได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแผนดำเนินการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมภายในนิคมฯ เบื้องต้น ได้ดำเนินการรื้อแนวคันดิน เพื่อเปิดช่องทางระบายน้ำให้เกิดความคล่องตัวไหลผ่านออกสู่พื้นที่เฟสที่ 3 ของนิคมฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เปล่าอยู่ระหว่างการพัฒนา จะไหลผ่านออกสู่คลองวาดต่อไป พร้อมกำชับให้นิคมฯ ภาคใต้ ทำแผนสรุปแนวทางการเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อม จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเฝ้าระวังระดับน้ำโดยรอบพื้นที่ ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนป้องกันอุทกภัย

สกัดต่อมฉาว!!!ณเดชน์-ญาญ่า ทำบุญหน่อยไหม??!!?
ญาญ่า อุรัสยา /  ณเดชน์ คูกิมิยะ

ยังคงเป็นคู่จิ้นที่หลายๆ คนฟินแบบต่อเนื่อง สำหรับหนุ่มหล่อคางยาว ณเดชน์ คูกิมิยะ กับสาวสวยแบ๊วเว่อร์ ญาญ่า อุรัสยา เวลานี้แม้จะสนิทชิดเชื้อประดุจคบกันฉันแฟน แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าเรียกอีกฝ่ายว่าคนรัก อ๊ะๆๆ จุดนี้อย่าได้แคร์ เพราะมองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่าไม่ใช่แค่คู่จิ้นในจอ ซึ่งก็คงสมใจบรรดาติ่งทั้งหลายที่ลุ้นและเชียร์ให้คู่นี้เลิฟๆ ไปชั่วนิรันดร์ งานนี้ไม่รู้จะรักกันชั่วนิรันดร์แบบที่แฟนคลับหวังไว้ได้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ข่าวฉาวพุ่งเข้าชีวิตเป็นระลอกๆ เลยทีเดียว ล่าสุดควงคู่ถ่ายแฟชั่นไกลถึงมัลดีฟส์ แต่ดั๊น..มีประเด็นมือไม้พ่อหนุ่มสุดหล่อไปโดนหน่ม...น้ม...ของแม่สาวสุดสวยซะงั้น โธ่ๆๆ แม้หลายคนจะมองว่าเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว แต่ก็จัดว่าเป็นเรื่องเป็นราวในทางลบของซุป’ตาร์นะจ๊ะๆ ไหนจะกระแสเบื่อหน่ายข่าวโน่นนี่นั่นอีกมากมายที่โหมเข้ามาสะกิดต่อมเซ็งอีก จุดนี้เห็นทีต้องโร่ทำบุญแบบถี่ๆ ซะแล้วละมั้ง เพราะแม้จะเป็นซุป’ตาร์คู่จิ้นที่โดดเด่นเรื่องควงกันทำบุญ แต่หลังๆ ห่างหายจากการสร้างกุศลผลบุญหรือเปล่าไม่รู้ ข่าวฉาวๆ เลยมะรุมมะตุ้มออกจะบ่อย เอ้า!!! ประคับประคองสถานะกันให้ดี ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันให้ถี่เหมือนแต่ก่อนก็จะเริ่ดนะจ๊ะๆ บุญจะได้นำพาวาสนาจะได้ส่งให้เป็นคู่ชีวิตในภายภาคหน้า เกิดดวงไม่นำพา พลัดพรากจากกันขึ้นมา สาวก NY ช็อกแย่เลยยยย...หุหุ ญาญ่า-ณเดชน์ ญาญ่า-ณเดชน์ ญาญ่า-ณเดชน์

หม่อมอุ๋ย เผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีไทย-จีน
การค้า /  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล / 

"หม่อมอุ๋ย " เผย แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ไทย-จีน การค้าขยายตัวปีละ 20% ท่องเที่ยว 20% การลงทุนเพิ่ม 15% - ชวนนักธุรกิจจีนร่วมลงทุนอุตสาหกรรมโพแตซ ตั้งโรงงานผลิตสินค้าในไทย  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ในงาน China-Thailand Business Forum and Luncheon ว่า ไทยมีความผูกพันกับประเทศจีนมายาวนาน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม โดยรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญด้านการพัฒนา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงการท่องเที่ยว ซึ่งแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ฉบับที่ 1 ปี 2550-2554 ได้บรรลุเป้าหมาย มีนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาไทยเพิ่มมากขึ้น การค้าขายแลกเปลี่ยนเติบโตขึ้น ขณะที่ด้านการส่งออกของไทย ไปยังประเทศจีน ปัจจุบันขยายตัวมากกว่าร้อยละ 12 ของการส่งออกไปยังทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ที่มีเพียงร้อยละ 2 ซึ่งแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ฉบับปัจจุบัน ระหว่างปี 2555-2559 ได้ตั้งเป้าหมายให้เกิดการค้าระหว่างไทย-จีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ต่อปี เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ต่อปี และการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งมั่นใจว่าจะบรรลุตามเป้า เนื่องจากนักธุรกิจจีนและไทย มีความกระตือรือร้น ร่วมธุรกิจเป็นอย่างดี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยังกล่าวว่า จีนเป็นต้นแบบที่ดีในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางแบบครบวงจร โดยไทยจะยึดจีนเป็นแบบอย่างในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางของไทย ซึ่งนอกจากความร่วมมือการค้ายางพาราระหว่างไทย-จีน รัฐบาลจะชักชวนนักธุรกิจจีนให้ความช่วยเหลือพัฒนาอุตสาหกรรมยาง โดยพบว่ามีนักธุรกิจจีนสนใจที่จะลงทุนใช้ไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อส่งสินค้าขายในตลาดอาเซียน โดนเฉพาะ สินค้ายางล้อรถยนต์ ซึ่งนอกจากไทยจะเป็นแหล่งวัตถุดิบยางธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ไทยยังมีความต้องการใช้ยางล้อรถยนต์จำนวนมาก จึงเป็นโอกาสที่จะสามารถขายสินค้าและทำให้แบรนด์ยางล้อรถยนต์ของจีนเป็นที่รู้จักมากขึ้น สามารถส่งออกขายในประเทศข้างเคียง นอกจากนี้ สินค้าที่สามารถแข่งขันด้านคุณภาพ และราคา อาทิ ด้านโซลาร์เซลล์ จีนสามารถใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเข้าสู่ตลาดอาเซียนได้ เพราะไทยมีต้นทุนการกระจายสินค้าที่ต่ำ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศ มาเลเซีย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม นอกจากนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้กล่าวชักชวนให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรมโพแตช ตั้งโรงงานผลิตสินค้าปุ๋ย ยา เคมีภัณฑ์ในไทย ซึ่งรัฐบาลจะเริ่มเปิดอนุมัติอุตสาหกรรมโพแตซภายในเดือนมกราคม 2558 ซึ่งไทยยินดีที่จะต้อนรับนักธุรกิจจากประเทศจีน