สถานที่เที่ยวงานวันเด็ก

สงสัย!!! ชมพู่ ได้แต่งก่อนอั้ม-พลอย นั่งมองตาปริบๆ
ชมพู่ อารยา /  อั้ม พัชราภา / 

ไล่บี้ไล่เบียดกันมาตลอดสำหรับ 3 นางเอกตัวแม่ของวงการอย่าง อั้ม พัชราภา, ชมพู่ อารยา, พลอย เฌอมาลย์ ที่เรื่องชื่อเสียงและหน้าที่การงานในวงการบันเทิงของทั้ง 3 นางเอก ถือว่าสมบูรณ์แบบมาตลอด ตั้งแต่พวกเธอเริ่มเข้ามาทำงานในวงการ จนก้าวขึ้นมาเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องในชีวิตของความเป็นลูกผู้หญิง คือการแต่งงาน และมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ซึ่งตลอดระยะที่นางเอกทั้ง 3 คนมีความรัก พวกเธอก็มักจะถูกจับตามองเรื่องนี้มาโดยตลอดว่า นางเอกคนไหนจะสละโสดก่อนกัน ซึ่งถ้าให้พูดถึงกันในวินาทีนี้ ชมพู่ อารยา เธอน่าจะได้สุขสมหวังก่อนใครเพื่อน เพราะคาดว่าปีหน้าเธอคงจะเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ที่พร้อมจะสละโสดแล้ว ส่วนนางเอกเบอร์หนึ่งของวิกหมอชิตอย่าง อั้ม พัชราภา ก็มีวี่แววกระแสข่าวเรื่องของแต่งงานแทบจะทุกวัน แต่สุดท้ายก็มีข่าวช็อคส่งท้ายปีว่าเธอได้เลิกรากับหนุ่มแอมป์ ทำให้เรื่องการแต่งงานของสาวอั้มคงต้องเป็นแพลนชีวิตที่ยืดยาวออกไปอีก จนกว่าเธอจะเจอคนที่ใช่สำหรับเธอจริงๆ ส่วนนางเอกสาวมั่นอย่าง พลอย เฌอมาลย์ คาดว่ายังอีกนานแสนนาน หรืออาจจะไม่มีงานแต่งของเธอเลย เพราะสาวพลอยเธอประกาศตัวว่า เธอไม่ศรัทธาในเรื่องการแต่งงานสักเท่าไหร่ แต่เรื่องแบบนี้ก็ไม่แน่นอนเสมอไป สักวันเธออาจจะเปลี่ยนใจขึ้นมาก็ได้ ใครจะไปรู้ ชมพู่ อารยา อั้ม พัชราภา พลอย เฌอมาลย์

แม็คอิลรอย ตามหลังจ่าฝูงสโตรกเดียวสวิงลูกผสมออสซี่โอเพน
กอล์ฟ /  คอนราด ชินด์เลอร์ / 

การแข่งขันกอล์ฟ ทัวร์ลูกผสม ออสเตรเลียน ทัวร์ กับ วันเอเชีย ทัวร์ รายการ “เอมิเรตส์ ออสเตรเลียน โอเพน” ชิงเงินรางวัลรวม 1.25 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 36.2 ล้านบาท) ณ สนามดิ ออสเตรเลียน กอล์ฟ คลับ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 28 พ.ย.57 เป็นการดวลวงสวิงวันที่ 2 ปรากฏว่า เกร็ก ชาลเมอร์ส โปรออสซี่ หวด 5 อันเดอร์ สกอร์รวมอยู่ที่ 5 อันเดอร์พาร์ รั้งจ่าฝูงแต่เพียงผู้เดียว โดยมี รอรี แม็คอิลรอย โปรมือ 1 ของโลก, คอนราด ชินด์เลอร์, อดัม ครอว์ฟอร์ด และทอดด์ ซินน็อตต์ ตามมาเป็นที่ 2 ที่สกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ ตามหลังผู้นำสโตรกเดียว ด้านผลงานโปรกอล์ฟชาวไทย วิสุทธิ์ อรรจนาวัฒน์  หวดเกิน 2 โอเวอร์ ทำให้สกอร์ ไปอยู่ที่ 5 โอเวอร์พาร์ รั้งที่ 77 ร่วม และจิรัฎฐ์ จิรสุวรรณ สกอร์รวม 13 โอเวอร์พาร์ ไม่ผ่านการตัดตัวทั้งคู่

เด้ง3ผกก.ตร.น้ำเอี่ยวส่วยน้ำมันเถื่อนจ่อถอดยศพงศ์พัฒน์
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ 3 ผกก.ตร.น้ำ เอี่ยวส่วยน้ำมันเถื่อนมาปฏิบัติ ราชการที่ ศปก.ตร. - จ่อถอดยศ "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" กับพวก พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้กำกับการ 5/ พ.ต.อ.สมชาติ ศุภวุฒิ ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ และ พ.ต.อ.จักรพันธุ์ รัตนเทวมาตย์ ผู้บังคับการเรือจังหวัดชลบุรี ให้มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เนื่องจากสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบนน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ภาคใต้ และเพื่อให้การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นไปอย่างโปร่งใส พร้อมยอมรับว่า เตรียมพิจารณาถอดยศ พล.ต.ท.พงศพัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องและมีการจับกุมดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นสถาบัน และข้อหาอื่น ๆ อย่างน้อย 7 คน แต่ต้องรอพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเตรียมพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องและมีพฤติการณ์เดียวแก๊งทวงหนี้เดียวกับผู้ต้องหา 5 ราย ที่ถูกนำตัวฝากขังต่อศาลในวันนี้อีกอย่างน้อย 3 คน ซึ่งทั้งหมดมีพฤติกรรมควบคุมตัวผู้เสียหายไปไว้ย่านพุทธมณฑล เพื่อข่มขู่ทวงหนี้

หนุ่มขอเลิกกับแฟนแต่ไม่สำเร็จเหตุเซ็กส์ดีเกินไป
ขอเลิกกับแฟน /  ข่าวล่าสุด / 

หนุ่มใหญ่วัย 50 ฟ้องศาลครอบครัวให้ช่วย หลังต้องการเลิกกับแฟนสาวแต่ไม่สำเร็จ เพราะเซ็กส์เธอดี เมื่อวันที่ 27 พ.ย เว็บไซต์ข่าวอังกฤษ “เดลิเมล” รายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานว่า  นายแบรด ซิปเปอร์ วัย 50 ปี เศรษฐีที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับหุ้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ "วอลสตรีท" ได้ยื่นฟ้องศาลครอบครัวในย่านแมนฮัตตัน ให้ออกคำสั่งห้ามคู่กรณีเข้าใกล้ ห้ามติดต่อไม่ว่าด้วยวิธีใดทั้งสิ้น และห้ามมาดักรอ ห้ามโทรศัพท์มาหา เหตุแห่งการฟ้องร้องครั้งนี้เกิดจาก นายซิปเปอร์ ต้องการจะแยกทางกับ นางสาวนิโคล รีฟ วัย 28 ปี แฟนสาวหลายครั้ง แต่การเลิกกันของทั้งคู่กับไม่สำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว เนื่องจากทุกครั้งที่พวกเขาพยายามจะแยกทางกัน ทั้งคู่มักจบลงด้วยการมีเพศสัมพันธ์ และในความคิดของนายซิปเปอร์ แฟนสาวดูจะเป็นคนที่มีเพศสัมพันธ์ในแบบที่เขาพึงพอใจที่สุด ส่วนสาเหตุหลักที่นายซิปเปอร์ต้องการแยกทางกับแฟนสาว เกิดจากเธอชอบก่อเรื่องวุ่นวาย ขับรถหรูของเขาไปชน บางครั้ง  ขว้างขวดไวน์ใส่หน้าเขาในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง และทิ้งทรัพย์สินมีค่าของเขาบางอย่างลงไปในสระน้ำจนเสียหาย ด้านนางสาวรีฟกล่าวว่า เธอรู้สึกช็อคกับการกระทำของนายซิปเปอร์ เนื่องจากเมื่อเขาฟ้องร้องเธอเช่นนี้ เธอก็ต้องย้ายออกจากอพาร์ทเม้นต์ของเขาในนิวยอร์ก อยู่ในสภาพถังแตก ไม่มีบ้านและต้องจำนำแหวนเพชรเพื่อจ่ายค่าทนาย MThai News

หมาก-คิม หวานเว่อร์ แฟนคลับหวั่น จะเลิกกันเหมือน พีค-เต๋อ
หมาก ปริญ /  คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส / 

เห็นคู่รักที่รักกันหวานปานจะกลืนกินเหมือน เต๋อ ฉันทวิชช์ กับ พีค ภัทรศยา ที่เพิ่งจะเลิกรากันไปหมาดๆ ทั้งๆ ที่ต้นปีหน้าทั้งคู่จะแต่งงานกันแล้วแท้ๆ งานนี้บรรดาแฟนคลับของหนุ่ม หมาก ปริญ กับสาว คิมเบอร์ลี่ รู้สึกหวั่นๆ กลัวว่าคู่จิ้นคู่หวานของวงการอย่างหมาก-คิมจะมีชะตากรรมเหมือนกัน เพราะทั้งคู่ก็หวานออกสื่อไม่ต่างกัน แถมพักหลังๆ มานี้ สาวคิมก็ดั๊นมีข่าวกับหนุ่มสุดเซอร์อย่างอนันดา เพราะทั้งคู่ได้ร่วมงานกัน ส่วนหนุ่มหมากก็มักจะมีข่าวคราวกับบรรดาสาวๆ ไม่ซ้ำหน้าเช่นกัน โถๆๆ แต่งานนี้บรรดาแฟนคลับทั้งหลายไม่ต้องกลัวว่าหมากกับคิมจะเลิกรากันในเวลานี้หรอกจ้า เพราะยังไงช่วงนี้ก็ยังเป็นช่วงที่กอบโกย แพ็คคู่แล้วได้เงินเยอะกว่าออกงานเดี่ยวเป็นไหนๆ ยิ่งตอนนี้ทั้งคู่มีผู้จัดการคนเดียวกันแล้วด้วย เรื่องเลิกกันนั้นลืมไปได้เลยค้า หมาก ปริญ-คิมเบอร์ลี่ หมาก ปริญ-คิมเบอร์ลี่ หมาก ปริญ-คิมเบอร์ลี่ หมาก ปริญ-คิมเบอร์ลี่

ทริปสวีทถี่! ปู-โน้ต ควงเที่ยวมัลดีฟส์
ปู ไปรยา สวนดอกไม้ /  ปู โน้ต / 

เป็นอีกคู่รักหนึ่งที่หมั่นคอยเติมความหวานให้กันอยู่ตลอด! สำหรับคู่ของนางเอกสาว ปู ไปรยา และแฟนหนุ่มไฮโซ โน้ต วิเศษ ที่ล่าสุดได้ควงคู่กันบินไปเที่ยวพักผ่อนแบบชิลๆ บนเกาะมัลดีฟส์ แถมยังชวนกันปั่นจักรยานชมทะเลใสๆ แม้งานนี้จะไม่ค่อยมีภาพคู่อวดดีกรีความหวานออกให้เห็นสักเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าทริปนี้ ปู-โน้ต คงสวีทไม่แพ้ทริปอื่นๆ เป็นแน่.. ชิมิ!! ขอบคุณภาพจากIG : prayalundberg , notevises ปู-โน้ต ควงสวีทมัลดีฟส์ ปู-โน้ต ควงสวีทมัลดีฟส์ ปู-โน้ต ควงสวีทมัลดีฟส์ ปู-โน้ต ควงสวีทมัลดีฟส์ ปู-โน้ต ควงสวีทมัลดีฟส์ ปู-โน้ต ควงสวีทมัลดีฟส์

กรมการขนส่งฯ ชี้ Uber Taxi ผิดกฎหมาย เตรียมสั่งจับปรับ
Uber Taxi /  กรมการขนส่งทางบก / 

กรมการขนส่งฯ ลั่น Uber Taxi ผิดกฎหมาย เตรียมสั่งจับปรับ นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏว่ามีผู้ให้บริการรถรับส่งผู้โดยสารในลักษณะรถแท็กซี่ผ่าน Application ด้วยรถยนต์บริการ (ป้ายเขียว) และ รถยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ) โดยอัตราค่าโดยสารไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดนั้น ล่าสุดกรมการขนส่งทางบก ได้เชิญประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาก่อนจะสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้างในอนาคต เช่น ปัญหาเรื่องการใช้บัตรเครดิต ปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการใช้บริการ โดยในเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าการให้บริการรับส่งผู้โดยสารในลักษณะรถแท็กซี่ผ่าน Application ด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์บริการดังกล่าว ถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ฐานใช้รถยนต์ผิดประเภทจากที่จดทะเบียนไว้นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานไม่ใช้มาตรค่าโดยสารตามที่ทางราชการกำหนดผู้ขับรถไม่มีใบขับขี่สาธารณะและไม่เข้าสู่ระบบทะเบียนของศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะนอกจากนี้การชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตอาจส่งผลต่อความปลอดภัยด้านธุรกรรมของผู้ใช้บริการในอนาคต หากตรวจพบกรมการขนส่งทางบกจะเปรียบเทียบปรับสูงสุดทุกราย ได้แก่ ความผิดฐานใช้รถผิดประเภท โทษปรับสูงสุด 2,000 บาท ไม่ใช้มาตรค่าโดยสารตามที่ทางราชการกำหนด โทษปรับสูงสุด 1,000 บาท ไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะปรับสูงสุด 1,000 บาท ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการ และอย่าหลงเชื่อการสร้างแรงจูงใจด้วยเหตุผลต่าง ๆ เนื่องจากหากคำนวณค่าโดยสารแล้วจะพบว่ามีการแฝงค่าใช้จ่ายต่อระยะทางและเวลา รวมทั้งมีการประกันค่าโดยสารขั้นต่ำ ซึ่งเมื่อเทียบกับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์ในปัจจุบันแล้ว พบว่า Uber Taxi จะมีราคาที่สูงกว่าและข้อสำคัญ ผู้โดยสารอาจไม่ได้รับความปลอดภัยเนื่องจากรถดังกล่าวไม่เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลในการตรวจสอบรถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตซึ่งอาจมีมาตรฐานความปลอดภัยไม่เพียงพอ ประชาชนที่สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในท้ายที่สุด ข่าวจากกรมขนส่งทางบก

สาวๆมาออกกำลังกายลด ปวดประจำเดือน กันเถอะ
ประจำเดือน /  ปวดท้องเมนส์ / 

อาการปวดเมื่อยขณะมีประจำเดือนนั้น จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น เพราะร่างกายจะหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมามากขึ้น มีชื่อเรียกว่าโพรสตาแกลนดิน เป็นสารที่สั่งให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัวเพื่อขับประจำเดือนออกมา เมื่อมดลูกหดรัดตัวอย่างรุนแรงก็ทำให้เราปวดท้อง และสารตัวเดียวกันนี้เองก็เป็นสารที่คล้ายสารสื่อประสาท สั่งให้เรารู้สึกเจ็บปวดได้ด้วย อาการ ปวดประจำเดือน อาจเพิ่มทวีขึ้นได้ หากกล้ามเนื้อรอบมดลูกมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ในระหว่างมีหรือก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเกิดได้จากหลายกรณี เช่น เป็นโรคโลหิตจาง การใส่กางเกงชั้นในที่รัดแน่นเกินไป สำหรับคนที่เคยออกกำลังกายเป็นประจำ อาการ ปวดประจำเดือน ในรอบเดือนนั้นจะลดน้อยลง เพราะเมื่อคุณขยับกล้ามเนื้อมากขึ้น ระบบไหลเวียนโลหิตที่กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานจะทำงานได้ดีขึ้น จึงนำพาออกซิเจนไปให้เซลล์เนื้อเยื่อได้มากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งขับเลือดประจำเดือนได้เป็นปกติ การที่ระบบไหลเวียนโลหิตคล่องตัวขึ้น จะช่วยให้สารน้ำที่คั่งอยู่ตามเซลล์กล้ามเนื้อในระยะก่อนมีประจำเดือนไหลออกมากับกระแสโลหิตได้ดีขึ้น เป็นเหมือนการชำระล้างสิ่งตกค้างรอบเซลล์กล้ามเนื้อให้สะอาดขึ้น เพราะสารน้ำเหล่านี้เองที่เป็นตัวการกดทับมดลูกทำให้เกิดการคั่งของเลือด กล้ามเนื้อมดลูกจึงยิ่งต้องทำงานหนักในการขับเลือดประจำเดือนออกมา การเร่งกำจัดสารน้ำจึงเท่ากับเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของกล้ามเนื้อมดลูกให้ดีขึ้นและลดอาการปวดลงนั่นเอง สำหรับที่มาของท่าออกกำลังกายเพื่อลดอาการ ปวดประจำเดือน ที่เราจะนำเสนอ ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากโยคะ ใช้เวลาปฏิบัติ 1 สัปดาห์ก่อนมีรอบเดือน และนี่คือข้อควรรู้ก่อนเริ่มฝึกท่าออกกำลังกายค่ะ ทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน (หรืออย่างน้อยวันเว้นวัน) ครั้งละ 10-15 นาที และควรทำในช่วงเวลาเดียวกันของทุกวัน โปรดจำไว้ว่าการลงมือทำทุกวัน วันละนิดหน่อยได้ดีผลกว่าการใช้เวลาอย่างหนักแต่ทำเพียงวันเดียวต่อสัปดาห์ ควรฝึกในขณะที่ท้องว่าง หรือเกือบว่าง(ไม่ใช่ทันทีหลังรับประทานอาหารแล้ว) ถ่ายปัสสาวะให้เรียบร้อยเสียก่อน และใส่เสื้อผ้าหลวมๆ เพื่อให้สบายตัวและสามารถหายใจได้สะดวก ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนเริ่มท่าออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ควรมีพรม หรือแผ่นยางสำหรับทำโยคะ รองพื้นสักผืน เพื่อความสะดวกและป้องกันการบาดเจ็บ อย่ากลั้นหายใจขณะปฏิบัติ พยายามหายใจให้เข้ากับจังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อปฏิบัติท่าต่างๆได้คล่องดีแล้ว ควรเพิ่มเวลาการออกกำลังกายให้นานขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนเริ่มออกกำลังกาย 1. ผีเสื้อ ท่าเตรียม : นั่งขัดสมาธิแบบใช้ฝ่าเท้าทั้งสองข้างประกบกันหลังตรง  พยายามใช้มือทั้งสองรวบปลายเท้าให้เข้ามาชิดตัวมากที่สุด ท่าปฏิบัติ : โยกหัวเข่าทั้งสองข้างขึ้น-ลงช้าๆและเบาๆ ลักษณะคล้ายผีเสื้อกำลังกระพือปีก ระวังว่าอย่ากลั้นหายใจหายใจเข้า-ออก ให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว ปฏิบัติท่านี้จนเริ่มรู้สึกเหนื่อย จากนั้นปล่อยมือทั้งสองไปท้าวด้านหลังลำตัว พยุงตัวไว้เอนหลังไปนิดหน่อย ยืดขาทั้งสองข้างไปข้างหน้าเพื่อเตรียมปฏิบัติท่าต่อไป 2. ท่าหมุนข้อเท้า ท่าเตรียม : นั่งหลังตรง จากท่าเหยียดขา ให้งอเข่าข้างซ้ายเข้ามา ใช้แขนซ้ายประคองใต้ข้อเข่า โดยให้ข้อศอกรองใต้ข้อเข่าพอดี ยกให้เท้าลอยขึ้นจากพื้น มือขวาท้าวพื้นพยุงตัวไว้ ท่าปฏิบัติ : หมุนข้อเท้าในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ทำช้าๆและสม่ำเสมอ 5 ครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นหมุนทวนเข็มนาฬิกา 5 ครั้ง จากนั้นเปลี่ยนเป็นขาข้างขวาทำเช่นเดียวกัน 3. ท่าเอียงเชิงกราน ท่าเตรียม : ก้มตัวลงในท่าคลาน มือและเข่าวางในแนวเสมอกัน ลักษณะเหมือนโต๊ะที่ตั้งอยู่บนขาทั้งสี่ ท่าปฏิบัติ : หายใจออก พร้อมทั้งโก่งหลังขึ้น กดสะโพกลงต่ำ ยืดแขนทั้งสองข้างให้ตึง ก้มศีรษะลงให้คางชิดอก ค้างอยู่ในท่านี้จนเมื่อหายใจออกจนสุดแล้ว ให้หายใจเข้าพร้อมกับผ่อนร่างกายจนกลับไปอยู่ในท่าเตรียม ปฏิบัติซ้ำในท่านี้อีก 5 ครั้ง 4. ท่ากดหัวเข่า ท่าเตรียม : นอนหงายกับพื้น ขาทั้งสองเหยียดตรงสบายๆ ท่าปฏิบัติ : หายใจออกพร้อมๆกับงอเข่าข้างซ้ายขึ้นมาจนชิดหน้าอก ใช้มือทั้งสองรวบข้อเข่าไว้ นับในใจช้าๆ 1-3 จากนั้นหายใจเข้าพร้อมกับผ่อนขากลับไปในท่าเตรียม สลับทำกับขาข้างขวา ให้ได้ข้างละ 3 ครั้ง 5. ท่านอนบิดตัว ท่าเตรียม : จากท่านอนหงาย  นำมือทั้งสองมาหนุนใต้ศีรษะ ทำเป็นหมอนหนุน เวลาปฏิบัติท่านี้ พยายามให้ข้อศอกอยู่ติดพื้นตลอดเวลา เพื่อตรึงให้ไหล่อยู่กับที่ งอเข่าทั้งสองตั้งขึ้น แล้วยกขึ้นมาทีละข้างให้เข่าทั้งสองเกือบชิดอก ท่าปฏิบัติ : หายใจออกพร้อมกับเอียงเข่าทั้งสองไปทางซ้ายของลำตัว หายใจเข้าพร้อมกับดึงเข่ากลับมาอยู่ในท่าเตรียม ปฏิบัติซ้ำอีกครั้งโดยเปลี่ยนเป็นเอียงเข่าไปทางขวาของลำตัว ทำซ้ำให้ได้ด้านละ 5 ครั้ง ท่าออกกำลังกายเพื่อลดอาการ ปวดประจำเดือน 1. ท่ารูปดวงดาว ท่าเตรียม : นั่งขัดสมาธิแบบใช้ฝ่าเท้าทั้งสองข้างประกบกันหลังตรง พยายามใช้มือทั้งสองรวบปลายเท้าให้เข้ามาชิดตัวมากที่สุด (แบบท่าผีเสื้อ) ตรึงเท้าไว้ไม่ให้ขยับ ท่าปฏิบัติ - ผ่อนลมหายใจออก โน้มลำตัวลงด้านหน้า ระวังอย่าให้หลังงอ (งอข้อต่อสะโพกเท่านั้นไม่ใช่ที่เอว) โดยให้โน้มลงไปมากที่สุด - หยุดค้างไว้แล้วหายใจเข้า-ออก ปกติ นับในใจ 1-6 ช้าๆ - สูดหายใจเข้าแล้วกลับมาอยู่ในท่าเตรียม 2. ท่ายืดขากว้าง ท่าเตรียม :จากท่าดวงดาว ให้แยกขาทั้งสองข้างกางออกไปด้านข้าง(กว้างเท่าที่ทำได้) ในท่าเหยียดขาตรง วางมือทั้งสองลงบนขาแต่ละข้างให้ฝ่ามือคว่ำลง ท่าปฏิบัติ - ผ่อนลมหายใจออก โน้มลำตัวลงด้านหน้า ระวังอย่าให้หลังงอ (เหมือนท่าดวงดาว) และเลื่อนมือทั้งสอง  ลงไปแตะเท้า - โน้มตัวลงไปให้มากที่สุด แล้วหยุดค้างไว้ หายใจเข้า - ออกปกติ นับในใจ 1-6 ช้าๆ - สูดหายใจเข้าแล้วกลับมาอยู่ในท่าเตรียม 3. ท่ายืดอุ้งเชิงกราน ท่าเตรียม : นั่งคุกเข่าโดยให้หลังเท้านาบติดพื้น(ท่านั่งคุกเข่าแบบญี่ปุ่น)  ก้นอยู่บนส้นเท้า เอนหลังเล็กน้อย ใช้มือทั้งสองท้าวไปด้านหลัง พยุงตัวไว้ (ให้นิ้วหัวแม่มือชี้ออกด้านนอก)ให้อยู่ในท่าสบายๆ ท่าปฏิบัติ - หายใจเข้า พร้อมกับค่อยๆแหงนหน้าขึ้นฟ้า และมองเลยไปด้านหลัง ยกก้นขึ้น - หยุดค้างไว้ หายใจเข้า - ออก ปกติ นับในใจ 1-6 ช้าๆ - สูดหายใจเข้าแล้วกลับมาอยู่ในท่าเตรียม 4. ท่ายกอุ้งเชิงกราน ท่าเตรียม : นอนหงาย งอเข่าตั้งขึ้นในท่าสบายๆ  วางแขนราบกับพื้น ให้ขนานลำตัวโดยคว่ำฝ่ามือลงพื้น ท่าปฏิบัติ - สูดลมหายใจเข้าพร้อมกับยกก้นและหลังขึ้นจากพื้น  ให้แขนและหลังส่วนบนรับน้ำหนักไว้ - หยุดค้างไว้ หายใจเข้า - ออก ปกติ นับในใจ 1-6 ช้าๆ - สูดหายใจเข้าแล้วกลับมาอยู่ในท่าเตรียม ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine ตุลาคม, Issue 57

สมยศ'โชว์ชื่อตำรวจพัวพันส่วยน้ำมันเถื่อนจี้สอบ
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โชว์รายชื่อ ตร.พันส่วยน้ำมันเถื่อน มี DSI สั่งสอบ พบจ่ายส่วยสูงถึง 12 ล้าน ยันเอาผิด ด้าน ปปง. พร้อมเร่งสืบกรณีนี้โดยเร็ว พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำเอกสารบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจ/ หน่วยงาน/ กลุ่มบุคคล จำนวน 2 เล่ม มีความหนากว่า 100 หน้า ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจากการเรียกรับผลประโยชน์จากการค้าน้ำมันเถื่อน จังหวัดภาคใต้ ที่ยึดได้จากบ้านพักของ นายสหชัย เจียรเสริมศิลป์ หรือ เสี่ยโจ้ ผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในภาคใต้ และเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีอยู่ในขณะนี้ โดยในเอกสารมีรายชื่อทั้งชื่อจริงและชื่อย่อ รวมถึงการแจกแจงรายละเอียดการจ่ายเงินให้กับบุคคลและหน่วยงาน ระบุ เช่น ผอ.ปราบปรามทางทะเล/ ผกก.โย๊ะ/ รอง ผกก.โส ตลอดจนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เป็นต้น ทั้งนี้ ผบ.ตร. ยืนยันว่า จะตรวจสอบในส่วนของข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าอยู่ในสังกัดกองบังคับการตำรวจน้ำ มีการจ่ายส่วยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มียอดเงินที่เรียกเก็บสูงสุดถึงครั้งละ 12 ล้านบาท นอกจากนี้ ผบ.ตร. ระบุ จะสั่งการให้ตรวจสอบย้อนหลังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หากพบว่ามีผู้บังคับบัญชาคนก่อนหน้านี้เกี่ยวข้อง จะดำเนินการทางวินัยและอาญา ส่วนเอกสารบัญชีรายชื่อจะสำเนาเพิ่ม 2 ชุด เพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล สรุปสำนวนคดี และกองบังคับการปราบปราบ เพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป ส่วน กรณีที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เคยขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการสืบสวนการค้าน้ำมันเถื่อนที่เกิดความล่าช้า ยืนยันว่า จะเร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว พร้อมให้รายงานผลให้ทราบทุก 15 วัน

กล้ามาก! คู่รัก ยอมขายทุกอย่างทิ้ง เที่ยวรอบโลก เห็นแล้วจะอิจฉา
คู่รัก /  เที่ยวรอบโลก

    คู่รัก จาก ซานฟานซิสโก จะพาคุณตะลุยโลกกว้าง      คริส หนุ่มกราฟฟิคดีไซน์เนอร์และพัฒนาเว็บไซด์ ส่วนฝ่ายหญิง ดานิก้า เป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาด ของโรงแรม ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้สัมผัส กับวัฒนธรรมใหม่ๆ และได้พบเจอสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขาอยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวบ่อยๆ แต่ในหนึ่งปีมีวันพักร้อนแค่ 2 สัปดาห์  มันน่าเศร้า...ที่เราไม่ได้ไปทุกสถานที่ที่เราอยากจะไป      พวกเขาตัดสินใจลาอออกจากงานประจำ เพื่อเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเป็นเวลา 6 เดือน แต่เมื่อพวกเขาเริ่มลิสรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปจนยาวเยียด ทั้งคู่ก็เริ่มรู้แล้วว่าแค่เวลา 6 เดือนคงไม่พอแน่นอน หลังจากนั้นหนุ่มคริสไปเจอตั๋วเครื่องบินไปกรุงโรม ราคาถูกแบบไม่น่าเชื่อ เพียง 300 ดอลล่าร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,000 บาท และแล้วจุดเริ่มต้นของการเดินทางจึงเกิดขึ้น...    ทั้งคู่ตะลุยเที่ยวรอบโลก ทั้ง กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี, กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย , เบลเยียม , ฝรั่งเศส, อิตาลี, ฮาลองเบย์ เวียดนาม, เกาะบาหลี, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย และอีกมากมาย ตอนนี้พวกเขาใช้เวลาท่องเที่ยวเกือบปีหนึ่งแล้ว และก็ยังไม่มีแผนที่จะบินกลับไปสหรัฐอเมริกาเร็วๆนี้  ใครที่อยากเข้าไปชมภาพวิวสวยๆจาก คู่รักคู่นี้ตามไปดูได่ที่นี่เลย Instagram nodestinations และ เว็บไซต์ nodestinations.com แล้วคุณจะอิจฉา คู่รัก คู่นี้แบบสุดๆ จนอยากออกไปเที่ยวรอบโลกเลยล่ะ การเดินทางไปเที่ยวกับคนรักมันฟินอย่างนี้นี่เอง! 10 ข้อคิดคีๆ จาก คู่รัก นักเดินทาง 1. ขายทุกสิ่งทุกอย่าง และ เปิดบ้านให้เช่าซะเลย พวกเขาขายข้าวของทั้งหมดในบ้าน ทั้งเฟอร์นิเจอร์และของใช้ทุกอย่าง 2. เดินทาง แต่ก็ยังมี รายได้นะ!    ไม่ต้องเสียเวลาเก็บเงินมากมายมาท่องเที่ยว แค่ทำงานฟรีแลนซ์ ก็มีรายได้เขามาอยู่ตลอดเวลา คริส ทำงานให้กับบริษัทเทคโนโลยี ส่วนดานิก้า ทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย และมีลูกค้าจากทางออนไลน์ 3.เปลี่ยนตารางเวลาการทำงานให้พอดี กับ ตารางการเดินทาง 4.ท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายยังถูกกว่า ตอนทำงานซะอีก         ทั้งคู่มีรายได้ประมาณ 40% จากรายได้เดิม ซึ่งถือว่าไม่เลว เพราะค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวแต่ละสถานที่ ถูกกว่าการใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่ ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ซะอีก... 5.ประหยัดเงินง่ายๆ! เช่าอพาร์ทเมนต์ ถูกกว่า นอนโรงแรมตั้งเยอะ 6.พึ่งพาแอปพลิเคชัน ฟรี!     ถ้าเดินทางแล้วกลัวหลงก็ไม่เห็นยาก โหลดแอปซิจ๊ะ เราสามารถตรวจสอบจากแผนที่ได้เลยว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวตรงไหนบ้าง 7.เสียค่าโทรศัพท์ระหว่างประเทศไปทำไม? 8.หมั่นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก 9.ใช้ชีวิตอยู่บนถนนอย่างมีความสุข 10.ได้เรียนรู้ว่าเวลามีค่ามากกว่าเงิน คนส่วนใหญ่มักถามว่า มีเงินเท่าไรถึงจะเที่ยวได้? 5,000 หรือ 50,000 ดอลล่าร์ก็ได้ สุดท้ายก็แล้วแต่คุณเลย มีเงินเท่าไรก็ลุยได้ เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก instagram nodestinations

อะไรนะ!ซิโก้ เตรียมวาง กีรติ-สมปอง พา ช้างศึก ล่าตาข่ายหม่อง
กีรติ เขียวสมบัติ /  ชนินทร์ แซ่เอียะ / 

ความเคลื่อนไหวของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เตรียมตัวจะลงทำศึกนัดส่งท้ายรอบแรก กลุ่มบี พบ หม่อง เมียนมาร์ ในวันที่ 29 พ.ย.57 เวลา 19.00 น. ณ สนามเจลัน บาซาร์ สเตเดี้ยม โดยความพร้อมของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เปิดเผยว่า แม้จะเข้ารอบไปแล้ว และเล่นเพียงแค่เสมอก็จะเข้าที่ 1 แต่เราต้องการแสดงให้เห็นว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดในอาเซียน ดังนั้นจะต้องเอาชนะ เมียนมาร์ ให้ได้ โดยเกมนี้จะเปลี่ยนมาเล่นระบบ 4-2-3-1 สำหรับ 11 ผู้เล่นทีมชาติไทย ที่คาดว่าจะถูกลงสนาม ระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ชนินทร์ แซ่เอียะ (ผู้รักษาประตู), อาทิตย์ ดาวสว่าง, สุทธินันท์ พุกหอม, ประวีณวัช บุญยงค์, ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา, อดุล หละโสะ, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สมปอง สอเหลบ, ชัยณรงค์ ทาทอง, ประกิต ดีพร้อม, กีรติ เขียวสมบัติ ทั้งนี้มีการรายงานว่า สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ได้แจ้งว่าหากในวันที่ 29 พ.ย.เกิดฝนตก และมีสัญญาเตือนประจุไฟฟ้าหรือ “ฟ้าผ่า” ที่สนามจาลัน เบซาร์ แจ้งทำงาน เกมจะเลื่อนจากเวลา 19.00 น.ไปเตะเวลา 20.30 น. (ตามเวลาไทย) แต่ถ้ายังแข่งขันไม่ได้จะเลื่อนไปเตะในวันที่ 30 พ.ย. เวลา 18.30 น. (ตามเวลาไทย) ขอบคุณภาพจาก : เฟซบุ๊ค บริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

งานเนี๊ยบมาอีกแล้ว พายและชา Cover เพลงใหม่
พายและชา /  Cover

สุดยอดนัก Cover เพลงในโลกโซเชียลแถวหน้าของเมืองไทยคงต้องยกให้คู่หูดูโอ พายและชา ที่กำลังฮิตในหมู่ขาโจ๋ไปดูกันว่าจะน่ารักขนาดไหน

งานเข้า!!! คู่จิ้น ไวท์-กัปตัน โดนเม้าท์…ดังแล้วโคตรหยิ่ง
กัปตัน ชลธร /  ไวท์ ณวัชร์ / 

อยู่ๆ ก็ดังแบบไม่ทันตั้งตัว สำหรับสองหนุ่มคู่จิ้น กัปตัน ชลธร และ ไวท์ ณวัชร์ ที่ตอนนี้ไปไหนมาไหนก็จะมีแฟนคลับตามติดไปทุกหนทุกแห่ง ตะโกนแหกปากเรียก ปุณณ์-โน่ แบบไม่แคร์สายตาใคร ซึ่งหลายๆ คนยังสงสัยว่าสองหนุ่มเขาโด่งดังมาจากไหน แต่ถ้าถามวัยรุ่นสายพันธุ์วาย ที่ชอบแนวความรักแบบผู้ชายกับผู้ชาย ก็จะบอกว่าสองคนนี้โด่งดังมากจากซีรี่ส์วัยรุ่นเอาใจชาววายอย่าง Love Sick The Series รักวุ่น...วัยรุ่นแสบ แต่ล่าสุดดูเหมือนความดังจะเป็นอุปสรรคกับสองหนุ่ม กัปตัน-ไวท์ ซะแล้ว เพราะกำลังโดนเม้าท์ว่า หลงแสงสีเสียง และมีพฤติกรรมดังแล้วหยิ่งอีกด้วย ซึ่งหนุ่มกัปตันเผยว่า “บางทีอาจจะเป็นอารมณ์ของแฟนคลับที่เข้าถึงพวกเราไม่ได้ เพราะแฟนคลับมีเยอะมาก บางครั้งเราอาจจะทักทายไม่ทั่วถึง อันนี้ผมก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ ข่าวนี้ทำให้ผมกับพี่ไวท์ค่อนข้างคิดมากพอสมควร ไม่อยากให้ทุกคนมองเราสองคนหยิ่ง อย่างเวลาไปงานไหน ผมก็จะพยายามมองหาทุกๆ คนอยู่แล้ว แต่อาจจะมีจังหวะที่เราไม่ได้มอง เขาพยายามทักเรา แต่เราไม่เห็น ก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ” ต้องบอกว่าคู่นี้แฟนคลับเขาเยอะจริงอะไรจริง ถ้าเขาทักทายแฟนๆ คนไหนไม่ทั่วถึง ก็ใจเย็นนิดนึงนะจ๊ะ อย่ามโนไปเองว่าเขาหยิ่งยโส โอกาสที่จะได้เจอเขามีอีกตั้งเยอะตั้งแยะเนอะ กัปตัน ชลธร - ไวท์ ณวัชร์ กัปตัน ชลธร - ไวท์ ณวัชร์ กัปตัน ชลธร - ไวท์ ณวัชร์

เต้ย-อเล็กซ์ คู่รักตัวอย่าง ทำตัวดี ไร้ข่าวฉาวโฉ่
เต้ย จรินทร์พร /  อเล็กซ์ เรนเดล / 

เป็นคู่รักวัยรุ่นที่น่ายกย่องจริงๆ สำหรับสาวร่างเล็กอย่าง เต้ย จรินทร์พร และหนุ่มหล่อนิสัยดีอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ ที่คบกันมา 2 ปีไม่เคยมีข่าวฉาวออกมาให้เม้าท์มอยเลยสักนิด ผิดกับคู่รักวัยรุ่นสมัยนี้ ที่มีแต่เรื่องชู้สาวออกมาประจานอยู่บ่อยๆ นอกจากจะไม่มีเรื่องเสียหายแล้ว ยังควงแขนกันทำบุญอยู่ตลอด ถึงขนาดใจป้ำยอมควักกระเป๋าทุ่มเงินไถ่ชีวิตช้าง เพื่อไปเลี้ยงดูอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเขาใหญ่ อ๊ะๆๆ ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่แค่ใช้เงินไถ่ชีวิตอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ แต่ทั้งสองยังรักและเอ็นดู เจ้าช้างพลาย มาก เหมือนลูกในไส้เลยทีเดียว เพราะจากที่ลองเข้าไปส่องในไอจีของทั้งคู่ จะเห็นได้ว่าทั้งสาวเต้ยและอเล็กซ์มักจะชวนกันไปเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมใครๆ ถึงยกให้เป็น คู่รักนักบุญ ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุนี้ด้วยรึเปล่า ถึงทำให้ความรักของ She & He ราบรื่น ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังแฮปปี้ สวีทหวานกันอยู่เรื่อยๆ สงสัยคงเป็นอานิสงส์ของบุญกรรมที่สร้างกันมา เลยส่งผลให้ทั้งคู่อินเลิฟมาได้จนถึงทุกวันนี้ งานนี้บรรดาหนุ่มๆ คงได้แต่มองตาละห้อย แอบอิจฉาหนุ่มอเล็กซ์กันเป็นแถว เพราะนอกจากจะได้แฟนใจบุญแล้ว ความสวยของเธอยังไม่เป็นสองรองใคร เรียกว่าสวยน่ารักระดับเน็ตไอดอลของเมืองไทยในยุคแรกๆ เลยทีเดียว เอาเป็นว่าทางเราก็ขอเอาใจช่วยให้ทั้งคู่รักกันแบบนี้ไปยาวๆ แล้วกันเนอะ เต้ย จรินทร์พร-อเล็กซ์ เรนเดลล์ เต้ย จรินทร์พร-อเล็กซ์ เรนเดลล์ เต้ย จรินทร์พร-อเล็กซ์ เรนเดลล์ เต้ย จรินทร์พร-อเล็กซ์ เรนเดลล์

จ๋า ควง พิชญ์ เดินร่อน สวีทไม่แคร์สื่อ
พิชญ์ กาไชย /  จ๋า วรัลชญาน์ / 

ตายแล้วววว…มีภาพชวนสงสัยมาให้คิดอีกแล้วค่า ล่าสุดปาปารัซซี่แชะภาพหนุ่ม พิชญ์ กาไชย กำลังเดินกะหนุง กระหนิงอยู่กับวีเจสาวสวย จ๋า วรัลชญาน์ แต่ดูท่าทางทั้งคู่จะสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ทั้งหยอกล้อกัน แถมยังมีโอบไหล่กันอีกต่างหาก งานนี้สงสัยว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างที่รอเวลาเปิดเผยอย่างแน่นอน ว่าแต่ไม่รู้ว่าหนุ่มพิชญ์กับสาวจ๋าไปสนิทสนมกันตอน เห็นทีคราวนี้คงจะดิ้นไม่หลุด เพราะภาพมันฟ้องซะขนาดนี้ ไม่แน่ทั้งคู่อาจจะกำลังเหงา เมื่อต่างคนต่างไม่มีใคร บวกกับหนุ่มหล่อสาวสวยเดินทางมาป๊ะกัน ก็อาจจะสปาร์ครักกันโดยไม่รู้ตัว แหม...จะว่าไปแล้วเรื่องความรักนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เอาเป็นว่าหนุ่มพิชญ์จะใช่คนรู้ใจคนใหม่ของสาวจ๋ารึเปล่า คงต้องติดตามดูกันต่อไปจ้า... พิชญ์ กาไชย - จ๋า วรัลชญาน์ พิชญ์ กาไชย - จ๋า วรัลชญาน์ พิชญ์ กาไชย - จ๋า วรัลชญาน์