สงครามอสูรเหล็ก

The Voice Thailand จอห์น VS บาส ม้าเหล็ก 19 Oct 2014
The Voice Thailand /  จอห์น VS บาส / 

The Voice Thailand จอห์น VS บาส ม้าเหล็ก 19 Oct 2014

1/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
1/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)

1/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) เดอะกะตะรีสอร์ทThe Kata Resortตั้งอยู่ที่ 197/1 -197/2 Patak Rd Kata Beach Phuket, Thailand83100 Phone: +66 (0)76 330 730 Fax: +66 (0) 76 330 733 www.TheKataResort.com บรรยากาศ สุดยอดมาก ราคาก็ไม่แพง อย่างที่คิด ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

Saint Seiya: Legend of Sanctuary ระเบิดพลังคอสโม่ให้ถึงขีดสุด แล้วมาคุยกัน
Legend of Sanctuary /  Saint Seiya / 

เข้าฉายในไทยกันแล้ว สำหรับหนังดังที่หยิบเอาการ์ตูนมาโมใหม่กันอีกรอบ สำหรับ Saint Seiya: Legend of Sanctuary ตอนศึกปราสาท 12 ราศี ซึ่งได้รับความนิยมถึงขั้นสูงสุดทั้งในด้านความมันส์ และ วิชวลสุดอลังการ ยิ่งเมื่อเอามาทำใหม่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้แล้วด้วยหล่ะ เหล่า นักรบผู้ถูกขนานนามว่า “เซนต์” พวกเขาคือนักรบแห่งความหวังที่อยู่คู่โลกมานานนับตั้งแต่ยุคบรรพกาล พวกเขาจะปรากฏกายออกมาทุกครั้งเมื่อไหร่ก็ตามที่ปีศาจร้ายคุกคามโลก ในช่วงเวลาปัจจุบัน หลายปีหลังจากสงคราม “โฮลี่ วอร์” เราจะได้พบกับ ซาโอริ คิโดะ เด็กสาวผู้มีปัญหากับพลังพิเศษอันลึกลับของเธอ ซาโอริได้รับความช่วยเหลือจากเด็กหนุ่ม เซย์ย่า บรอนซ์ เซนต์ จากการถูกลอบโจมตีโดยนักฆ่าผู้หนึ่ง จากเหตุการณ์นี้ทำให้ซาโอริได้รู้ถึงพรหมลิขิตของตนเองและภารกิจที่ต้องทำ เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปปราสาท 12 ราศี กับเซย์ย่า และพรรคพวกบรอนซ์เซนต์ของเขาที่ปราสาท 12 ราศี พวกเขาได้เผชิญหน้ากับ “โป๊ป” และได้เกิดการต่อสู้กับบรรดาเซนต์ระดับสูงสุดด้วย ภาคนี้กำกับโดย เคอิชิ ซาโต้ จาก Tiger & Bunny ที่สร้างสรรค์ตัวละคร เซนต์เซยย่า ขึ้นมาให้ค่อนข้างทันสมัย ทั้งการออกแบบเสื้อผ้า หน้าผม และรวมถึงชุดเกราะที่ไม่ได้ก็อปปี้ตามแบบการ์ตูนมาเป๊ะๆเสียทีเดียว โดยเท่าที่จำความได้ส่วนตัวผมก็ค่อนข้างชอบ และ สนุกไปกับเซนต์เซยย่า เพียงแต่ว่าได้ดูถึงหลังจากจบภาค เทพเจ้าพลูโต เท่านั้น โดยจุดเด่นของการ์ตูน เซนต์เซยย่า สำหรับผมคงหนีไม่พ้นถึงการหยิบเอาเรื่องราวของ เทพเจ้า มาตีความ และ ใส่ฉากแอ็คชั่นโม้ๆ และ การโชว์พลังเท่ๆของแต่ละตัวละครเข้าไปให้คนดูรู้สึกมันส์ และ ตื่นเต้นทุกครั้งที่แต่ละตัวละครนั่นได้แสดงพลังธาตุแท้ของตนเองออกมา ซึ่งส่วนนึงใน Saint Seiya: Legend of Sanctuary ก็สามารถตอบโจทย์นั่นได้ในระดับนึงครับ ด้วยเนื้อเรื่องง่ายแสนง่ายอย่างการตะลุยด่าน 12 ปราสาท ทำให้ตัวหนังค่อนข้างมีอิสระในการถ่ายทอดฉากแอ็คชั่นขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งบางฉากก็มันส์บ้าง บางฉากก็แป็กบ้าง แต่ที่เสียดายที่สุด และ น่าจะทำร้ายจิตใจแฟนๆที่สุดคงหนีไม่พ้นถึงการยอมแพ้ และ ตายของแต่ละตัวละคร ที่ค่อนข้างง่าย จนเข้าขั้นสุกเอาเผากิน ซึ่งเรียกได้ว่าเสียดายค่าทำวิชวลขึ้นมาใหม่ ที่อลังการ แต่กลับไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการปูเรื่องราวของตัวละคร ที่ค่อนข้างมาไวไปไว จนเรียกได้ว่าถ้าคนที่ไม่เคยรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน เข้ามาดูอาจจะค่อนข้างงงถึงเรื่องมิตรภาพ และ ลักษณ์ของแต่ละตัวละครว่าแท้จริงพวกเขามีพื้นหลังเป็นเช่นไรกันแน่ จนรู้สึกว่าแท้จริงแล้วจุดประสงค์ และ ประโยชน์ของการสร้าง เซนต์เซยย่า ภาคนี้ขึ้นมาจริงๆคงเป็นการลองเทคโนโลยีสมัยนี้ ว่าจะสามารถสร้างท่าทางการโจมตีสุดเท่ห์ของตัวละครออกมาได้สวยขนาดไหนเสียมากกว่า ซึ่งข้อดีของมันก็คือสามารถสร้างกราฟฟิค ตัวละคร และ ท่าไม้ตายการต่อสู้ออกมาได้ไม่เสียดายค่าตั๋ว แต่ในแง่ของฉากแอ็คชั่นน่าจะสร้างสรรค์กว่านี้ และรวมถึงด้านเนื้อเรื่องที่ยังน่าจะปรับปรุงกันอีกยาวครับ เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

สงครามยังไม่จบ ? เปลวไฟลุก โชติช่วงในสงครามโคบานี
การโจมตีทางอากาศ /  ชายแดนซีเรีย-ตุรกี / 

สหรัฐฯ เดินทางโจมตีทางอากาศ กลุ่มรับอิสลาม หรือไอเอส ในเมืองโคบานี อย่างต่อเนื่อง วันนี้ (21ต.ค.) สำนักข่าว อัล-อาราบีญา เผยแพร่ภาพการโจมตีทางอากาศโดยกองบินรบของสหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นเปลวไฟลุก โชติช่วง ซึ่งบอกเป็นนัยว่าสงครามในพื้นที่นี้ยังไม่จบ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของกลุ่มไอเอส แน่นอนว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างมาก เพราะเป็นจุดสุดท้ายในแนวชายแดน ตุรกี-ซีเรีย ที่ไอเอสยังไม่สามารถยึดครองได้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า เหล่าบรรดาชาติพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อังกฤษ และ ชาติอาหรับอีกหลายประเทศ จะต้านทานการคุกคามของกลุ่มไอเอสได้หรือไม่ ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไอเอสเสียท่า นักรบเคิร์ดยึดคืนพื้นที่สำคัญในโคบานีสำเร็จ 'สงครามโลกครั้งที่ 3' จะมา ถ้าไอเอสยึดโคบานีสำเร็จ ? ระทึก ! คลิปสนามนรก ชัดๆ สงครามในอิรักและซีเรีย เปลือยชีวิตนักรบหญิงหัวใจเพชร ผู้นำทัพชาวเคิร์ด ต้านกลุ่มไอเอส(ชมคลิป) Mthai News

เบื้องหลังงานสร้าง หนังรถถังจากสงครามโลก Fury วันปฐพีเดือด
Fury /  รถถัง / 

“ไม่มียศหรือตำแหน่งในรถถัง" นี่คือคำขวัญของหน่วยรถถังของกองทัพสหรัฐ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และรถถังก็กลายเป็นตัวละครหลักในหนังที่สร้างจากเรื่องจริงโดยฝีมือของผู้กำกับและเขียนบท เดวิด เอเยอร์ นำแสดงโดย แบรด พิตต์, ไชอา เลอเบิฟ, โลแกน เลอร์แมน, ไมเคิล เพน่า และ จอห์น เบิร์นธัล ที่เล่าเรื่องราวของ 5 ทหารกล้าประจำรถถังเชอร์แมน ที่ต้องต่อสู้เอาชีวิตรอดในเยอรมันในโค้งสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง เดวิด เอเยอร์ ที่เขียนบทให้หนังออสการ์ Training Day และมีผลงานการกำกับเรื่อง End of Watch ก็เคยเป็นนาวิกโยธินของสหรัฐมาก่อน และนี่ก็ถือเป็นโปรเจ็คในฝันของเขา "คุณปู่และคุณตาของผมเคยร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง คนหนึ่งต่อสู้ในแปซิฟิก อีกคนต่อสู้ในยุโรป ผมเติบโตขึ้นมาด้วยการฟังเรื่องราวผ่านประสบการณ์ของพวกเขา นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อกอบกู้โลก แต่มันเป็นการต่อสู้ที่ส่งผลกระทบไปถึงทุกคน ทั้งความเจ็บปวดและการสูญเสีย มันไม่ใช่แค่การต่อสู้กับข้าศึกที่อยู่ตรงหน้า แต่มันยังหมายถึงการต่อสู้กับสภาพจิตใจของตัวเองอีกด้วย" เพื่อความยิ่งใหญ่สมกับสเกล เอเยอร์ ได้รับอนุมัติทุนสร้างกว่า 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อที่จะทำทุกอย่างที่ฝันไว้เป็นความจริง ซึ่งก็รวมถึงตัวละครที่สำคัญที่สุดอย่าง "ฟิวรี่" ชื่อของรถถังเชอร์แมนที่หน่วยของพระเอกใช้ในหนัง โดยทีมงานก็ได้ยืมมาจากของส่วนตัวของนักสะสม รวมถึงยอมจากพิพิธภัณฑ์รถถังที่โบวิงตัน โดย เดวิด เอเยอร์ ก็กล่าวถึงการใช้รถถังโบราณเพื่อถ่ายทำว่า "มันเยี่ยมที่สุดที่เราได้รถถังจากสงครามโลกจริงๆมาใช้ เรานำรถถังมาจากทั่วทั้งยุโรป โดยเฉพาะรถถัง “ไทเกอร์ II” ของเยอรมันที่ยังใช้งานได้จริงและเหลืออยู่คันเดียวในโลก การได้เห็นรถถังเชอร์แมนกับรถถังไทเกอร์ต่อสู้กันอย่างดุเดือด มันเหมือนฝันที่เป็นจริงสำหรับผม" สำหรับนักแสดงนำอย่าง แบรด พิตต์ ที่เข้ามารับบทเป็นนายทหารที่มีฉายาว่า "วอร์แดดดี้" ก็ถือเป็นนักแสดงคนแรกที่ตกลงเข้ามาแสดงในหนังเรื่องนี้ โดยเขาก็พูดถึงบทภาพยนตร์ที่เขาคิดว่าทรงพลังว่า "ผมอ่านมันจบภายในทีเดียวและก็ชอบที่ตัวละครทั้ง 5 คนต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง พวกเขาไม่ใช่คนที่ทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป แต่เมื่อได้ทำความรู้จักกับพวกเขา คุณก็จะเข้าใจถึงแรงกดดัน ความเหงา และความคิดถึงบ้าน ในขณะเดียวกันคุณก็สามารถถูกฆ่าได้ทุกเสี้ยวนาที สิ่งเดียวที่คุณพึ่งพาได้ก็คือเพื่อนอีก 4 คนที่อยู่ในรถถัง ผมคิดว่านี่คือหนังสงครามที่เข้มข้นที่สุด" แบรด พิตต์ ยังพูดถึงประสบการณ์ในการเข้าแค้มป์ทหารเป็นเวลาหนึ่งเดือน ร่วมกับนักแสดง 4 คนที่รับบทเป็นลูกทีมของเขาในเรื่อง "มันคือค่ายทหารจริงๆเลย ตั้งแต่วันแรกพวกเราก็ต้องทิ้งโทรศัทพ์มือถือไว้หน้าประตู และชีวิตของคุณนับตั้งแต่วินาทีนั้นตลอด 24 ชั่วโมง คุณก็จะกลายเป็นทหารจริงๆ มันไม่มีคำว่าอาวุโสหรืออีโก้ และนี่ก็ไม่ใช่แค่การฝึกเป็นทหารเท่านั้น แต่มันหมายถึงการทำให้พวกเราเป็นพี่น้องและเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งมันก็สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเป็นทหารหน่วยรถถัง" สำหรับการเข้าแค้มป์ทหาร เดวิด เอเยอร์ เผยว่านอกจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้ว มันคือการฝึกให้นักแสดงทั้ง 5 คนสามารถออกรบได้เลย "เพราะผมเคยเป็ฯนาวิโยธินมาก่อน ผมเชื่อว่าถ้าคุณอยากสนิทกับใครสักคน คุณก็ต้องร่วมออกรบกับเขา พวกเราได้ให้นักแสดงทั้งห้าคนได้ร่วมกันฝึกใช้อาวุธสงคราม รวมถึงการฝึกใช้รถถังจริงๆ ผมไม่ต้องการให้พวกเขาทำเป็นเหมือนขับรถถังเป็น แต่อยากให้พวกเขาได้สัมผัสถึงความรู้สึก สภาพแวดล้อม และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริง" สำหรับการถ่ายทำภายในรถถัง ก็มีการสร้างรถถังใหม่ขึ้นมาที่สามารถถอดประกอบชิ้นส่วนต่างๆได้ง่าย เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับกล้องเข้าไปจับภาพนักแสดงแต่ละคน ในขณะเดียวกันทีมงานก็ได้เดินทางไปถ่ายทำฉากสงครามขนาดใหญ่ในชนบทของสหราชอาณาจักร ที่ยังคงบรรยากาศในยุคสมัยเก่าเอาไว้ โดยเพื่อให้สมกับสเกลที่ยิ่งใหญ่ หนังก็ยังมีนักแสดงสมทบในฉากการเผชิญหน้ากันของสหรัฐและเยอรมันกว่าพันคน รวมถึงรถถังที่มาเข้าฉากกว่า 60 คัน ------------------- ดูวีดีโอ เบื้องหลังงานสร้าง

นักศึกษาเจ๋ง! ทำโปรเจค
God Left Me /  ข่าวสังคมเกมส์

เว็บไซต์ต่างประเทศ นำเสนอข่าวกรณีนักศึกษาจากสถาบัน National Animation and Design Center ในรัฐมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ได้โพสต์ภาพเกมส์ที่กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนา ซึ่งเป็นโปรเจคจบของทางสถาบัน และใช้เวลาพัฒนาเพียง 7 สัปดาห์ ถ่ายทอดบรรยากาศและองค์ประกอบเกมส์ด้วยเอนจิ้น Unreal Engine 4 อย่างเสมือนจริง PatrickAnim เปิดเผยผ่านทางเว็บบอร์ดว่า ตนและเพื่อนนักเรียนทั้ง 6 คน ได้เริ่มทำโปรเจคของทางสถาบันในการออกแบบฉาก โมเดล และระบบการเล่นเกมส์เบื้องต้น โดยมีเวลาผลิตและพัฒนาเพียง 7 สัปดาห์เท่านั้น ตนได้เริ่มต้นริเริ่มไอเดียและจัดทำเกมส์สั้นๆยาว 3 นาทีที่ชื่อว่า God Left Me มีเนื้อหาเกี่ยวกับบาทหลวงท่านหนึ่งพยายามหลบหนีจากอสูรกายร้ายและพยายามซ่อนตัวอยู่ในโบสถ์หลังหนึ่ง ผู้เล่นจะได้รับความตื่นเต้นในการหลบหนีจากปีศาจร้าย พร้อมกับวัตถุที่ตกลงมาตรงหน้า และความตื่นตากับเอฟเฟคเกมส์ ระหว่างการพัฒนา"วิดีโอเกมส์สั้น" กลุ่มเพื่อนได้เริ่มต้นออกแบบด้วยเอนจิ้นเกมส์ Unreal Engine 4 ซึ่งเป็นชุดพัฒนากราฟิกเกมส์ตัวล่าสุด เริ่มสร้างสถาปัตยกรรมภายในโบสถ์ พร้อมออกแบบแสง-เงาภายในโบสถ์ รวมถึงแวดล้อม ดูมีความขลังและสมจริง หลังจากที่วิดีโอและภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกอินเตอร์เน็ต กลุ่มผู้พัฒนาเกมส์และผู้เล่นเกมส์ต่างแสดงความคิดเห็นในทิศทางบวก และไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถออกแบบ"วิดีโอเกมส์สั้นๆ"ที่แสดงสถาปัตยกรรมภายในเกมส์ได้ออกมาสวยงามในเวลาอันสั้น และมีผู้เล่นเกมส์จำนวนหนึ่งประสงค์การสัมผัสกับเกมส์ดังกล่าว ทั้งๆที่โปรเจคนี้เป็นงานของทางมหาวิทยาลัย

The Voice ซีซั่น 3 ประเดิมรอบแบทเทิล เข้มข้น
Battle /  Steal / 

The Voice ซีซั่น 3 เดินทางมาถึงสัปดาห์แรกของการแข่งขัน ในรอบ Battle แล้ว แค่เทปแรก ก็เข้มข้นเกินคาด เพราะ 4 โค้ช ที่โชว์พลังทุ่ม “ติวเทคนิค” มากับมือ แต่สุดท้ายต้องกลายเป็นคน “ตัดเชือก!” เลือกลูกทีมออกด้วยตัวเอง ด้วยความลำบากใจ รักพี่ เสียดายน้อง ต้องวิงวอนเพื่อนโค้ชช่วย Steal กลับไป เดอะวอยซ์ เสียงจริง ตัวจริง ซีซั่น 3 Presented by TrueMove H สัปดาห์แรกของ รอบแบทเทิล (Battle) หลังจากที่สู้กันด้วยเสียงร้อง จากรอบ Blind Audition จนชนะใจ 4 โค้ช มาแล้ว ในรอบแบทเทิลสัปดาห์นี้แต่ละโค้ช นำโดย โค้ชก้อง สหรัถ, โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม, โค้ชโจอี้ บอย และ โค้ชแสตมป์ อภิวัชร์ ก็งัดวิชามาติวเข้มลูกทีมเต็มเหนี่ยว ดึงศักยภาพการร้องเพลงและถ่ายทอดเทคนิคลีลา เพื่อให้ลูกทีมมาปะทะกันอย่างสมศักดิ์ศรี ใครดีกว่า เจ๋งกว่า โค้ชเท่านั้นเป็นผู้ตัดสินให้อยู่ต่อ!! ยังดีที่มียาสมานแผล จากกติกาการ Steal มาช่วยให้ “ตัวจริง” ที่แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายในเกมยังมีพื้นที่ยืนในรายการได้ต่อไป ประเดิมรอบแบทเทิลสัปดาห์นี้ก็สร้างความหนักใจให้กับโค้ชอย่างหนัก จับตาดูไฮไลท์ที่ทุกคนแทบหยุดหายใจ เมื่อ โค้ชโจอี้ บอย คว้า จิมมี่-สุรชัย หนุ่มมุกดาหารที่มีเสียงสูงเป็นอาวุธ จับคู่ปะทะเดือดกับสาวไทยหน้าฝรั่งพลังสูง อิงกฤต วิทซานี่ ในเพลง “สุดใจ” ที่ทั้งคู่ต่างงัดกลเม็ดทางน้ำเสียง มาร่วมกันโชว์จนแทบอยากให้เจ้าของเพลงอย่าง “พี่ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์” มานั่งดูด้วยตัวเองให้เห็นกะตา!! ส่วนศิษย์ “โค้ชแสตมป์” หนุ่มอาร์แอนด์บีจากสกลนคร ฟาร์ม ปณิธาน และ โอม นวพล มาดวลกันในเพลง “รักแรกพบ” งานนี้ หนุ่มฟาร์ม เอ่ยปากถามโค้ชซื่อๆ ระหว่างซ้อมว่า “ผมต้องสู้เหรอครับ” เห็นทีต้องโด้บกำลังใจอย่างด่วน!!! และเมื่อผลการตัดสินออกมา ยิ่งเร้าใจ...โค้ชจะอาลัยอาวรณ์ ผู้พ่ายเกมแค่ไหน และที่สำคัญจะโดน Steal หรือไม่?? The Voice Thailand รอบ Battle - เอ้ VS พัด จากทีม โค้ชแสตมป์ เพลง ไม่รักดี ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ เอ้ The Voice Thailand รอบ Battle - เบียร์ VS บอส จากทีม โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง เธอ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ บอส และจากการกด Steal โดย โค้ช โจอี้ บอย ทำให้ เบียร์ ผ่านเข้ารอบ Knock Out The Voice Thailand รอบ Battle - เคท VS จอห์นนิเฟอร์ จากทีม โค้ชโจอี้ บอย เพลง Love Never Felt So Good ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ จอห์นนิเฟอร์ The Voice Thailand รอบ Battle - ฟาร์ม VS โอม จากทีม โค้ชแสตมป์ เพลง รักแรกพบ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ ฟาร์ม The Voice Thailand รอบ Battle - จอห์น VS บาส จากทีม โค้ชก้อง เพลง ม้าเหล็ก ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ จอห์น The Voice Thailand รอบ Battle - จิมมี่ VS อิงกฤต จากทีม โค้ชโจอี้ บอย เพลง สุดใจ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ อิงกฤต และจากการกด Steal โดย โค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม ทำให้ จิมมี่ ผ่านเข้ารอบ Knock Out สรุปการแข่งขัน สัปดาห์แรกของรอบ Battle โค้ชก้อง : จอห์น โค้ชโจอี้ บอย : จอห์นนิเฟอร์,อิงกฤต,เบียร์ (Steal) โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม : บอส,จิมมี่ (Steal) โค้ชแสตมป์ : เอ้,ฟาร์ม ติดตามชม เดอะวอยซ์ เสียงจริง ตัวจริง ซีซั่น 3 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.15 น. ทางช่อง 3 และช่อง 3 HD (ช่อง 33 และ ช่อง 43) และสามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ทางช่อง True Music ทุกวันอังคารเวลา 20.00 น.

ฆ่าคน ฆ่าสัตว์ กรรมแค่ไหนถึงพอ
กรรม /  ฆ่าคน / 

เพื่อนๆ ชาว Horoscope.Mthai.com ครับ การฆ่าคน นอกจากจะติดคุกแล้ว กรรม ที่เขาได้รับละ เพียงพอแล้วหรือยัง ถ้าเพื่อนๆเลือกได้อยากให้เขารับผล กรรม แบบไหนมากที่สุด จากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือตามทีวีต่างๆที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการฆ่าคนหรือสัตว์ มีออกมาแทบทุกวีทุกวัน จนทุกวันนี้สังคมไทยดูน่ากลัวและอันตรายมากขึ้น ไม่เหมือนแต่ก่อน ซึ่งปัจจุบันเวลาเดินทางไปไหนมาไหนต้องคอยระวังอันตรายที่มีอยู่รอบด้าน เพียงแค่มองหน้ากันก็ถึงกับฆ่ากันได้แล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งครอบครัวเดียวกัน วันนี้ Horoscope.Mthai.com จึงอยากที่จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับผล กรรม จากการฆ่าคน หรือ เบียดเบียนสัตว์ มาให้พวกคุณได้ศึกษาเพื่อเป็นความรู้กันครับ และก็ยังหวังว่าจะลดปัญหาเหตุการณ์เหล่านี้ให้หมดไปจากสังคมไทยอีกด้วย สำหรับคนที่ทำดีอยู่แล้ว ทาง Horoscope.Mthai.com ก็ขอสงเสริมให้พวกคุณทำดีต่อไปนะครับ ส่วนใครที่ทำไม่ดีก็อยากให้กลับตัว เพื่อที่สังคมไทยของเราจะได้น่าอยู่ยิ่งขึ้นครับ เมื่อชีวิตเป็นสิ่งที่รักและหวงแหนมากที่สุด เพียงแค่คิดฆ่าเขาให้ตาย ก็จะมีโรคภัยติดตัว มีศัตรูคู่เวรติดตามแล้ว กรรม จากการฆ่าตัวตาย ผล กรรม ที่ตามมา  ชีวิตหลังความตายของคนที่ ฆ่าตัวตายทุกคน คือ เกิดในนรกสถานเดียว ไม่มีข้อยกเว้น เพราะตายด้วยโทสะและโมหะที่มีความรุนแรงเข้มข้นและวิบากกรรมเก่าที่มาจากการ ฆ่าสัตว์ยังไม่หมด จึงต้องมาจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย ทั้งๆที่ชีวิตเป็นสิ่งที่เรารักมากที่สุด แต่ยังกล้าฆ่าได้ กรรม จากการฆ่าด้วยยาพิษ ผู้ที่ลอบวางยาเบื่อมีพิษใส่ปนลงไปในอาหาร เครื่องดื่ม หรือผสมลงไปในยา แล้วเป็นเหตุทำให้คนตายหรือสัตว์ตาย หรือใช้ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช หรือสารเคมีที่มีพิษร้ายชนิดใดชนิดหนึ่ง โปรย ราดรด พ่น หรือฉีดเพื่อกำจัดสัตว์เล็กสัตว์น้อยหรือพวกแมลงต่าง เช่น เห็บ เรือด ไร เพลี้ย ยุง แมลงสาป มด ปลวก หนู ปู เป็นต้น ผล กรรม ตามมา สำหรับใช้ยาพิษฆ่าคนตาย คนที่ทำนั้นก็จะฆ่าตัวตายหรือถูกวางยาพิษตายเช่นกัน ถ้าทำกับสัตว์ จะเป็นโรคภูมิแพ้ต่างๆ แพ้ผงชักผ้า แพ้ละอองเกสรดอกไม้ แพ้ฝุ่น แพ้ขนสัตว์ แพ้อากาศ แพ้น้ำหอมเกือบทุกชนิด ผิวหนังไวต่อการแพ้และติดเชื้อ เป็นโรคริดสีดวงจมูก ไซนัด หรือ มีปัญหาทางเดินหายใจ หลอดลม ปอด เมื่อมีการเดินทางไกลจะทำให้เมารถ เมาเรือ เมาอากาศ ปวดหัว วิงเวียนศีรษะหน้ามืดเป็นลมง่าย จะมีเหตุปัจจัยทำให้ได้รับความเจ็บปวดบริเวณท้อง หรือลำไส้ ทำให้ท้องเสียบ่อย เป็นโรคกระเพาะ เป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือด หรือ เลือดเป็นพิษ กรรม จากการฆ่าด้วยไฟ ผู้ที่ฆ่าด้วยการใช้ไฟเผา ใช้ไฟฟ้าช๊อต เช่น จุดไฟเผาบ้านเรือนแต่เป็นเหตุให้คนตายหรือตั้งใจจุดไฟเผาทั้งเป็น ใช้ไฟฟ้าช๊อตปลา  จุดไฟเผามด เผาแมลง หรือ ผึ้ง ต่อ แตน ผล กรรม ที่รุนแรง จะตายหรือ ถูกฆ่าตายด้วยของร้อน เช่น ไฟ หรือ ไฟฟ้า  หรือถูกฟ้าผ่าตาย ถ้าหากเจ้าตัวยังไม่เป็นอะไร ลูก หลานมักจะขี้โรค เจ็บป่วย ไม่สบาย มีโรคประจำตัวรักษาไม่หาย ผล กรรม ที่เบาบาง จะได้รับอุบัติเหตุหรือบาด เจ็บด้วยไฟ เช่น ไฟลวก ไฟไหม้  หรือถูกช๊อตด้วยไฟฟ้า บ้านหรือสิ่งของมีค่าถูกไฟไหม้ มักจะเป็นตุ้ม ผด ผื่นคันตามแขนขาหรือตามลำตัว  มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย มีเหตุต้องย้ายที่อยู่บ่อย เดือดร้อนที่อยู่อาศัย  มด ปลวกหรือแมลงจะขึ้นบ้าน โดนผึ้ง ต่อ แตนต่อย หรือไปตั้งแคมป์ ตั้งเต้น ปักกรดที่ไหน มักจะมีปัญหาเรื่องมด แมลงก่อกวน กรรม จากการฆ่าด้วยน้ำ ผู้ที่ฆ่าคนด้วยกดให้จมน้ำ ผลักให้ตกไปในน้ำ ต้มปลา กุ้ง หอย เต่าทั้งเป็นในน้ำเดือดๆ ทอดปลาเล็กปลาน้อย หรือกุ้งในกระทะน้ำมันกำลังเดือด หรือใช้น้ำร้อนลวกมด ปลวกหรือแมลงต่างๆ ผล กรรม ที่รุนแรง จะตายหรือถูกฆ่าตายด้วยน้ำ เช่น ถูกผลักให้ตกลงไปในน้ำ แล้วจมน้ำตาย โดนน้ำท่วมตาย ได้รับอุบัติเหตุทางน้ำจนเสียชีวิต น้ำท่วมปอด ส่วนผล กรรม ที่เบาบาง จะทำให้ได้รับอุบัติเหตุเกี่ยวกับน้ำ เช่น เมื่อไปว่ายน้ำ จะมีเหตุทำให้สำลักน้ำบ่อย โดนน้ำร้อนน้ำมันเดือดๆลวก เป็นโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับเรื่องอากาศ หรือแม้โดนละอองฝนนิดหน่อยก็ทำให้เป็นหวัด ไม่สบาย กรรม จากการฆ่าด้วยการทุบ/ตี ผู้ที่ฆ่าคน หรือสัตว์ เช่น หมู วัว ควาย ปลา/กบ/เขียดโดยการใช้ท่อนไม้ ท่อนเหล็ก สันมีดหรืออาวุธอย่างใดอย่างหนึ่งทุบหรือตีที่บริเวณศีรษะหรืออวัยวะส่วนหัว ผล กรรม ที่รุนแรง จะตายหรือถูกฆ่าตายด้วยการทุบตี อาจจะเป็นบริเวณศีรษะหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ต้นไม้ล้มทับ ดินถล่มทับตาย หรือวัสดุของแข็งหล่นมาทับ ตกจากที่สูงตาย ผล กรรม ที่เบาบาง จะถูกทำให้บอบช้ำหรือเป็นแผลจากการทุบ หรือตี หรือทำให้ได้รับการเจ็บปวดจากการสะดุดตอ โดนลูกหลงจากการขว้างปาด้วยก้อนหิน เศษอิฐ ท่อนไม้ เศษไม้ วัตถุของแข็งอย่างใดอย่างหนึ่ง มักจะมีเหตุมีเรื่องที่ทำให้คิดมาก นอนไม่หลับ นอนหลับยาก แล้วทำให้เกิดอาการปวดบริเวณศีรษะ ปวดหนึบๆ  เป็นโรคปวดหัวข้างเดียว เป็นเนื้องอก หรือ มะเร็งที่สมอง กรรม จากการฆ่าด้วยบีบคอ ผล กรรม ที่รุนแรง จะมีเหตุทำให้ตายด้วยการถูกบีบคอ หรือหายใจไม่ทัน หยุดหายใจ หัวใจวายตาย นอนหลับตาย(เป็นโรคไหลตาย) ผล กรรม ที่เบาบาง จะทำให้ ได้รับอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บบริเวณลำคอ เป็นโรคหลอดลมอักเสบหรือเป็นโรคอย่างใดอย่างหนึ่งที่บริเวณลำคอ เป็นหอบหืด เป็นโรคลมชัก เป็นลมหน้ามืด วิงเวียนศีรษะบ่อย หายใจไม่ทั่วท้อง เหนื่อยง่าย หายใจไม่ออกเนื่องจากเป็นหวัดคัดจมูกน้ำมูกไหล กรรม จากการฆ่าด้วยอาวุธ ผู้ที่ใช้อาวุธฆ่าคนหรือสัตว์โดยใช้ปืนยิง ใช้มีดแทง ผล กรรม ที่รุนแรง จะตายหรือถูกฆ่าตายด้วยอาวุธปืน หรือมีด ของมีคมต่างๆ ผล กรรม ที่เบาบาง จะถูกทำให้ได้รับบาดเจ็บ หรือเป็นแผลด้วยกระสุนหรือของมีแหลมคมทุกชนิด กรรม จากการฆ่าด้วยการขุดหลุมพราง ผล กรรม ที่รุนแรง จะตายหรือได้รับอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิตด้วยตกลงไปในหลุม หรือบ่อ ถูกทับด้วยหิน หรือ ดิน ถูกแทงด้วยของ แหลมคม ผล กรรม ที่เบาบาง จะให้ได้รับอุบัติเหตุจากหลุมหรือบ่อ ทำให้เกิดบาดแผล หรือมีปัญหาเรื่องเท้า ข้อเท้าบ่อย เป็นโรคกระเพาะ หรือ โดนกักขังบริเวณ กรรม จากการฆ่าด้วยใช้เครื่องดัก ผู้ที่ใช้เครื่องดักจับสัตว์หรือเป็นเหตุทำให้สัตว์ตาย เช่น กับดัก แร้ว บ่วงดักจับนก กระต่าย หรือใช้กาวสำหรับดักจักหนู  แมลงวัน ผล กรรม ที่รุนแรง จะตายหรือถึงแก่ชีวิตด้วยกับดัก หรือ ระเบิด ผล กรรม ที่เบาบาง จะถูกวางกับดัก หรือถูกกักขังบริเวณ เข้าคุกตาราง จะให้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโรคภูมิแพ้ เกี่ยวกับผิวหนัง มักเป็นตุ่ม ผดผืนคันบริเวณผิวหนัง มีปัญหาเรื่องตา ตาอักเสบ เจ็บตา ผงหรือขนตาเข้าตาบ่อย กรรม จากการฆ่าด้วยการเชือดคอ ผู้ที่ฆ่าสัตว์เป็ด ไก่ หมู หรือวัวควายด้วยการเชือดที่คอ ผล กรรม ตามมา เมื่อ กรรม ส่งผล จะมีปัญหาบริเวณลำคอ เช่น เจ็บคอบ่อย คออักเสบ ต่อมทอลซิลอักเสบ ทำให้เป็นหวัดง่าย และเป็นไอรื้อรัง มีเหตุต้องเข้าผ่าตัดที่บริเวณคอ เป็นโรคคอพอก หลอดเสียง หลอดลมมีปัญหา เสียงไม่ดี แหบแห้ง กรรม จากการฆ่าด้วยการผ่าท้องสัตว์ ผู้ที่ฆ่าสัตว์ด้วยการชำแหละ หรือผ่าท้องปลา หรือ ขับรถเยียบหมา แมว งู กระรอก เป็นต้นที่บริเวณลำตัวหรือช่วงท้อง หรือ บางคนใช้สวิงไปช้อนลูกอ๊อดกบ/เขียดมาแล้ว ก่อนจะนำไปปรุงเป็นอาหารต้องบีบท้องเอาขี้มันออกเสียก่อน ผล กรรม ที่ตามมา  มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเรื่องอวัยวะภายใน เช่น โรคกระเพาะอาหาร เจ็บท้องบ่อย ล้ำไส้อักเสบ ท้องเสียเนื่องจากอาหารเป็นพิษ อาหารที่ทานเข้าไปไม่ย่อยทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อเหรอเปรี้ยว  เป็นเนื้องอกในช่องท้อง หรือ มดลูกต้องเข้ารับการผ่าตัด มดลูกอ่อนแอ ไม่แข็งแรงไม่สามารถมีลูกได้หรือทำให้เกิดการแท้งลูกได้ง่าย การฆ่าสัตว์ในแต่ละครั้ง ถ้าหากผู้ฆ่ารู้ว่า สัตว์นั้นยังมีชีวิต แม้ตัวเองก็คิดฆ่า มีความเพียรพยายามที่จะฆ่า และสัตว์นั้นต้องมาตายด้วยการกระทำของเรา ถ้าหากเราพิจารณาโดยละเอียดมองกระบวนการก่อนฆ่า ขณะฆ่าและหลังฆ่าแล้ว ยิ่งทำให้รู้ว่า ก่อนที่สัตว์จะถูกฆ่า จะต้องมีความสะดุ้งกลัวตกใจ ร้องไห้ เศร้าโศกเสียใจที่ต้องมาตายก่อนอายุขัย ในขณะฆ่าจะต้องได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากพิษบาดแผลหรือคมศัตราอาวุธ และหลังจากถูกฆ่าต้องทำให้ครอบครัวพ่อแม่ ลูกหรือเพื่อนๆของเขาต้องมาสูญเสียพลัดพรากจากผู้ที่ตัวเองรักก่อนเวลาอัน สมควร ผู้ฆ่าจะมีบาปมาก ยิ่ง ถ้าไปฆ่าจิ้งจก ตุ๊กแก งู กิ้งก่า ปู ปลา หนู เป็ด ไก่ วัว หรือ ควายเป็นต้นที่เป็นแม่ลูกอ่อนหรือกำลังมีลูกเล็กๆต้องเลี้ยงดูอยู่อีกหลาย ตัว ยิ่งจะบาปมากเพราะไม่ใช่ฆ่าตัวแม่เท่านั้น แต่ยังฆ่าลูกอ่อนๆที่อยู่ในท้องอีกและพวกลูกน้อยที่ขาดแม่ ไม่ได้กินนมหรือได้รับการปกป้องคุ้มครองจากแม่ก็ต้องมาตายตามไปด้วย ฉะนั้น การฆ่า คือ กรรม เมื่อสร้างเหตุปัจจัยไว้อย่างไร ผลของการฆ่า หรือ กฎแห่งการสะท้อนกลับ จะต้องเป็นไปเช่นเดียวกันกับเหตุที่ทำเอาไว้ กล่าวคือ เมื่อถึงเวลาที่บาปกรรมนั้นส่งผล ตัวผู้ฆ่า จะต้องได้รับผลร้าย ประสพกับความลำบากเดือดร้อน เจอความวิบัติอุปัทวันตรายต่างๆ โรคภัยเบียดเบียน สูญเสียหรือพลัดพรากจากคนผู้เป็นที่รักทั้งหลายหรือ ทำให้อายุสั้นตายก่อนวัยสมควรเหมือนกัน ฉันนั้น การเชื่อและเข้าใจกฎแห่งกรรมอย่างถูกต้องชัดเจน ย่อมมีคุณประโยชน์มากมายมหาศาล มีค่ามากกว่าเงินทองหลายพันล้าน เพราะจะทำให้ชีวิตเราปลอดภัยจากเวรภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและวิเคราะห์ด้วยนะครับ ภาพประกอบทุกภาพมาจากภาพยนตร์ (ขอบคุณข้อมูลจาก www.baansuanpyramid.com) (ขอบคุณภาพจาก movie.mthai,nanatakara.blogspot)

  มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
mono29 /  พระนครศรีอยุธยา / 

มีดอรัญญิก เดิมเป็นของชาวเวียงจันทร์และได้อพยพเข้ามาพร้อมกับนำความรู้และเทคนิกการทำเครื่องมือที่ใช้จากเหล็กหรือที่เรียกกันว่า "การตีมีด" และส่วนหนึ่งเป็นช่างทองรูปพรรณ โดยลักษณะของมีดมีขนาดเหมาะมือและสวยงามมาก  ฝักและด้ามประดับด้วยทองคำสลักลายนูน เฉพาะด้ามที่จับถักหุ้มด้วยลวดเงิน ทำให้เกิดผิวสากจับได้กระชับมือ ไม่ลื่นไถล สัญนิษฐานว่าการตีมีดดาบอรัญญิกในสมัยก่อน ทำขึ้นเพื่อใช้งานและใช้เพื่อแสดงตำแหน่งยศด้วย ชาวเวียงจันทร์ได้อพยพเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2365 สาเหตุเนื่องจากเวียงจันทร์ขณะนั้นเกิดการทำมาหากินอัตคัดขาดแคลน จนโจรผู้ร้ายชุกชุมนั่นเอง   มีดอรัญญิกที่คมที่สุด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะเด่นของมีดอรัญญิก มีดอรัญญิกมีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีดมีความเป็นเลิศ มีความทนทานใช้การได้นานนับเป็นปี ๆ บางชนิดใช้งานได้ตลอดชีวิตของผู้ใช้ และมีความสวยงามประณีต มีรอบตีทำให้เหล็กแน่นแข็งแรง ตัวมีดคมบางใช้เหล็กอย่างดี ทำให้คมมีดไม่แตกหรือบิ่น ด้ามมีดแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน ด้ามไม้ใช้ไม้อย่างดี บางด้ามมีการฝังมุกให้สวยงาม ที่สำคัญคือ ตราที่ประทับบนตัวมีดแสดงให้เห็นว่าเป็นมีดอรัญญิกแท้ ปัจจุบันนี้ มีดที่ใช้เครื่องมือไฟฟ้า จะทำให้มีดมีความประณีตมาก ตกแต่งลวดลายได้สวยงามดี บางรายมีแท่นปั้นรูปมีดจะทำให้รูปมีดมีขนาดเท่า ๆ กัน และเหมือนกัน  ในสมัยก่อน การทำมีดต้องอาศัยคนงานหลายคน เช่น คนตีพะเนิน จะต้องฝึกหัดกันมาเป็นอย่างดี จะต้องรู้ว่ามีดรูปไหนควรตีตรงไหน และจะต้องคอยฟังสัญญาณการใช้เสียงของผู้จับเหล็กนี้ ตามภาษาชาวบ้านเรียกว่า “หน้าเตา” ซึ่งจะต้องเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับการทำมีดเป็นอย่างดีเยี่ยม สถานที่ใช้ในการทำงานบริเวณหมู่บ้านตีมีดเกือบทั้งตำบลท่าช้างจะมีลักษณะการตั้งบ้านเรือนอยู่แบบขนานไปกับสองฟากฝั่งของแม่น้ำป่าสัก แต่ละหลังจะปลูกบ้านแบบใต้ถุนสูง เพื่อป้องกันน้ำที่อาจจะเอ่อล้นสองฟากฝั่งแม่น้ำขึ้นมาท่วมบ้านเรือนได้ การตีมีดของชาวบ้านส่วนใหญ่จะใช้บริเวณใต้ถุนบ้านเป็นที่ประกอบการทำมีด ตั้งแต่การปัดมีดคม ไล่มีด การลับมีด ยกเว้นการเผาเหล็กให้ร้อนแดง ส่วนมากชาวบ้านจะสร้างเป็นโรงเรือนเล็ก ๆ ต่างหาก เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่จะเกิดขึ้นมาได้ ถึงแม้บริเวณใต้ถุนของชาวบ้านจะสูงโปร่งก็ตามแต่ลักษณะของงานที่ต้องใกล้กับความร้อนจากเตาเผาเหล็ก ขั้นตอนการผลิตมีด เตรียมการตีมีด มีปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการ คือ เตรียมคน : ต้องใช้คน 3-4 คนขึ้นไป โดยเฉพาะ การตีมีดในขั้นตอนที่ 1 (การหลาบ) ต้องใช้คนที่มีพละกำลัง ร่างกายแข็งแกร่ง ตลอดจนต้องมีความสามัคคี และประสบการณ์ เป็นอย่างมาก เตรียมอุปกรณ์ : เป็นอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ สำหรับช่างตีเหล็ก หรือช่างตีมีดโดยเฉพาะ เช่น ทั่ง ค้อน พะเนิน คีม สูบลม เตาเผาเหล็ก ตะไบ เหล็กขูด เหล็กไช รางน้ำชุบมีด เขื่อนตัดเหล็ก ขอไฟ หินหยาบ-ละเอียด ทั่งขอ เถาวัลย์เปรียง หลักสี่ (ปากกา) กบ และเลื่อย เป็นต้น เตรียมวัตถุดิบ : วัสดุที่สำคัญในการตีมีดเป็นอันดับแรกได้แก่ เหล็กกล้า ที่ต้องใช้ความชำนาญในการดูสีของเหล็กขณะชุบ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งสำหรับช่างตีมีดอันดับต่อไปคือ ถ่านไม้ไผ่ ซึ่งจะเป็นถ่านที่มีประสิทธิภาพสูงในการเผาเหล็ก ต่างจากถ่านจากไม้ทั่ว ๆ ไป และอันดับสุดท้ายคือ ไม้ที่ใช้ทำด้ามมีด ซึ่งวัสดุดังกล่าวข้างต้น จะมีผู้นำมาจำหน่ายในชุมชนแหล่งผลิตมีดเลย การดำเนินการผลิต มีดอรัญญิก จะมีขั้นตอนในการทำโดยสรุป 10 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ตัดเหล็กให้ได้ขนาดตามความต้องการ เผาไฟให้แดงแล้วนำออกมาจากเตาให้คนสามคนใช้พะเนินตีจนได้รูปหุ่น หรือกูน(ชาวบ้านเรียกว่าการ “ หลาบ” เหล็ก) ขั้นตอนที่ 2 เมื่อได้หุ่นหรือกูนมีดแล้ว นำเอาเข้าเตาเผาไฟอีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้คน คนเดียวตีด้วยค้อนเพื่อขึ้นรูปมีดให้ได้ตามความต้องการ (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ซ้ำ” ) ขั้นตอนที่ 3 เมื่อซ้ำได้รูปมีดแล้ว ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วใช้ค้อนตีจนเนื้อเหล็กเรียบเป็นมันเพื่อให้เนื้อเหล็กเหนียวแน่น คมบาง ตัวมีดตรง (ชาวบ้านเรียกว่าการ “ ลำเรียบ หรือ ไห่” ขั้นตอนที่ 4 เมื่อไห่ได้รูปมีดพอสมควรแล้ว นำมาแต่งด้วยตะไบ เพื่อให้ได้รูปเล่มสวยงามขึ้น (เรียกว่าการ “แต่ง” ) ขั้นตอนที่ 5 เมื่อแต่งด้วยตะไบได้รูปแล้ว นำมาขูดคมให้บางโดยใช้เหล็กขูด เพื่อทำให้ตัวมีดขาวและบาง (เรียกว่าการ “ขูด” ) ขั้นตอนที่ 6 เมื่อขูดได้คมบางพอสมควรแล้ว ใช้ตะไบหยาบและตะไบละเอียดโสกตามตัวมีด เพื่อให้ตัวมีดขาวเรียบร้อย และคมจะบางยิ่งขึ้น (เรียกว่าการ “ โสก” ) ขั้นตอนที่ 7 เมื่อโสกเรียบร้อยแล้วนำมาพานคม โดยใช้ตะไบละเอียดพานขวางของคมมีดเพื่อให้คมมีดบางเฉียบ (เรียกว่าการ “ พานคมมีด” ) ขั้นตอนที่ 8 เมื่อพานคมแล้วก็นามาชุบ “การชุบ” เป็นเรื่องสำคัญมาก ช่างต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ โดยนำเข้าเผาไฟในเตาเพื่อให้คมแดงตามความต้องการว่าเผาขนาดไหนจึงจะเหมาะสมกับความกล้า แล้วชุบกับน้ำ คมของมีดจะกล้าแข็งไม่อ่อนและไม่บิ่น ขั้นตอนที่ 9 เมื่อชุบแล้วนำมา ฝน หรือลับ โดยใช้หินหยาบ และหินละเอียด ให้คมได้ที่สมัยนี้ใช้หินกากเพ็ชร์ (เรียกว่าการ “ลับคม” ) ขั้นตอนที่ 10 เมื่อฝนหรือลับคมได้ที่แล้ว จึงนำมาเข้าด้ามมีด แล้วใช้น้ำมันทาตัวมีดเพื่อกันสนิม เป็นเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำมีด รับชมคลิป รายการไทยท้าทาย ขอบคุณภาพและข้อมูล fieldtrip.ipst.ac.th / wangnoibeverage.co.th / yutthayastudies.aru.ac.th

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

วิธีแก้ชง ปี 2558 พร้อมสถานที่และการเดินทาง
ดวง 2558 /  ดวงปีชง 2558 / 

บางคนถามว่าปี 2558 เป็นปีที่ตนเองชง สำหรับวิธีแก้ชงควรทำอย่างไร และสถานที่ไหนที่น่าสนใจและเหมาะกับการไปแก้ชง ปี 2558 มากที่สุด Horoscope.Mthai.com ไม่รอช้าครับ เพราะเรานำ วิธีแก้ชง ปี 2558 พร้อมสถานที่และการเดินทางมาฝากกันแล้วครับ วิธีแก้ชง ปี 2558 การกราบไหว้สักการะเทพเจ้าและสิ่งมงคลทั้งหลายที่จะให้ช่วยปกป้องคุ้มครองช่วยเหลือ เพื่อคุ้มครองและปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เพราะหากใครที่เป็นปีชง จะทำให้เกิดอุปสรรคและปัญหาในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงิน ความรัก ที่จะได้รับผลกระทบหนัก 1. ตามความเชื่อของคนจีน การไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมได้ โดยในประเทศไทยสามารถไหว้ได้ที่วัดจีนทั่วไป เช่น วัดเล่งเน่ยยี่ (หรือวัดมังกรกมลาวาส) เป็นต้น 2. เนื่องจากดาวพฤหัสบดี เป็นดาวแห่งความดีงามและผู้ใหญ่ การทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ต่างๆ เช่นการไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยนกปล่อยปลา การบริจาคโลหิต ฯลฯ ก็จะเป็นการช่วยส่งเสริมดาวพฤหัสให้มีพลังมากขึ้น 3. การไหว้พระ 9 วัด ช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิต สถานที่แนะนำให้ไปไหว้พระ 9 วัด เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล  1. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร (เวลาเปิด-ปิด 05.30 – 19.30 น.) ไปสักการะ “เทพารักษ์ทั้ง 5″ คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อ “ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี” ไหว้ เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย สถานที่ตั้ง อยู่บริเวณหัวมุมสวนหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 64, 80, 82, 91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 503,508, 512 2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.30 – 16.00 น.) ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาไทย – ลาว เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี” ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่ สถานที่ตั้ง อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 53, 59, 64, 80, 82,91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 501, 503, 508, 512 3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) นมัสการพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ (ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุก ลวดลายภาพมงคล 108 ประการ) เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ ร่มเย็นเป็นสุข อยู่ดีกินดีตลอดปี” ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น สถานที่ตั้ง หลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 43, 44, 47, 53, 60, 82, 91, 123,รถปรับอากาศ สาย 501, 508 4. ศาลเจ้าพ่อเสือ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไปสักการะ เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ฯลฯ เพื่อเสริม “อำนาจบารมี” ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง “ศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋า” หนึ่งในสามมหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล “เสริมอำนาจบารมี” สถานที่ตั้ง ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 19, 35, 42, 56, 96 5. วัดสุทัศน์เทพวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไหว้พระองค์ประธาน (พระศรีศากยมุณี) ที่เก่าแก่ ซึ่งอดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป” ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกบัวหรือพวงมาลัย สถานที่ตั้ง บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12 6. วัดชนะสงคราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ต้องไปสักการะ “พระประธาน” ในพระอุโบสถ และ “สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)” ผู้นับถือความซื่อสัตย์ ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า “จะมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง” “ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้” สถานที่ตั้ง ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 3, 6, 9, 15, 30, 32, 33, 43, 53, 64, 65, 82, 123 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 6, 509 7. วัดระฆังโฆษิตาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระประธานที่วัดระฆัง อ่านคาถาชินบัญชร เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 19, 57, 83 ท่าเรือ เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่ารถไฟหรือท่าวังหลังก็ได้ หรือลงเรือข้ามฟากจากท่าช้างไปท่าวัดระฆัง 8. วัดอรุณราชวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไหว้พระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน” ต้องไปสักการะ “พระประธาน” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ “พระปรางค์” อีก 3 รอบ เพื่อ “ชีวิตรุ่งโรจน์” สถานที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทางสาย 19, 57, 83 ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าเตียนขึ้นที่ท่าวัดอรุณ 9. วัดกัลยาณมิตร (เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 16.00 น.) ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) พระโตริมน้ำตามตำนาน กรุงศรีอยุธยา ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล “ไหว้หลวงพ่อซำปอกง โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ สถานที่ตั้ง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 3, 4, 7, 7ก, 9, 21, 37, 56, 82 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 7, 21, 82 (นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจากโรงเรียนศึกษานารี เข้ามาที่วัดเพราะรถ ประจำทางเข้าไม่ถึง) ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าปากคลองตลาดขึ้นท่าวัดกัลยาณมิตร เพื่อความสะดวกควรเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง หรือบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำกัดมาก ขอบคุณภาพจาก www.horolive.com www.lesla.com

เดือด! พระตีกันกลางลานวัด ลูกศิษย์ส่งเสียงเชียร์
ข่าววันนี้ /  บุรีรัมย์ / 

วงการสงฆ์เสื่อมอีก หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิป พระตีกัน ปรากฎภาพของพระสองรูป เปิดศึกต่อยกันกลางลานวัด โดยมีลูกศิษย์ยางส่วนส่งเสียงเชียร์ เหตุการณ์พระตีกัน เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่ง ใน ต.โคกมะขาม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ โดยรายงานระบุว่า พระ 2- 3 รูป และคนงานก่อสร้าง กำลังตัดเหล็ก ก็มีพระรูปหนึ่งเดินเข้ามา แล้วพูดว่า ผมเฉยแล้ว แต่ว่าท่าน คำพูดของท่าน เนี่ย แล้วมาถือมีดในบริเวณวัด จู่ๆ พระรูปหนึ่งก็ตรงเข้าไปออกหมัดใส่พระที่มายืนพูด โดยมีลูกศิษย์ส่งเสียงเชียร์ "เอาเลยอาจารย์ๆ" ก่อนจะมีการแยกทั้งสองฝ่ายออก โดยที่มีผู้บันทึกคลิปเหตุการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด เมื่อคิปเผยแพร่ออกไป เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างยิ่งถึงพฤติกรรมของพระสงฆ์ ที่บอกว่า ไม่ว่าจะมีใครถูกหรือผิด ก็ไม่ควรใช้กำลังตัดสินปัญหาให้ศาสนามัวหมองเช่นนี้ MThai News

North South King อัพเดตแพทซ์ใหม่ 2.26
North South King /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ North South King (gg.nsk.lemongame.net) ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่เวอร์ชั่น 2.26 กับพ็คศึกชิงจ้าวยุทธภพ ออนไลน์ให้สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปกับฮีโร่มังกรหยก ในฮีโร่มังกรหยก ใช้ตาเหยี่ยวตรวจดูสมบัติที่อินทรีย์นำมา ใช้หอกเหล็กรับอัญมณีล้ำค่า ตาเหยี่ยวบวกกับหอกเหล็กสามารถรับไอเทมตามใจหวังได้ รีเฟรชได้ฟรีไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในเกมส์ คุณเล่นจะได้รับ Silver จำนวนมาก อาทิ ปราณ อัญมณีขั้นสูง ตำราลับวรยุทธขั้นสูงสุด แล้วยังมีโอกาสรับไอเทมเพื่อแลกจอมยุทธสีส้มขั้นสุดยอด แท้•อึ้งย้ง,แท้•ก๊วยเจ๋ง ตลอดจนฉายาเฉพาะฮีโร่มังกรหยก (จำกัดเวลา) ขณะเดียวกันในแพ็คนี้ ยังสามารถใช้ฟังก์ชั่นขั้นสูง“ยิง5ครั้ง”ได้โดยไม่จำกัด VIP เลเวล

3/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
3/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)

3/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) เดอะกะตะรีสอร์ทThe Kata Resortตั้งอยู่ที่ 197/1 -197/2 Patak Rd Kata Beach Phuket, Thailand83100 Phone: +66 (0)76 330 730 Fax: +66 (0) 76 330 733 www.TheKataResort.com บรรยากาศ สุดยอดมาก ราคาก็ไม่แพง อย่างที่คิด ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

ระบบ หลังคาตราช้าง ขั้นสุดแห่งนวัตกรรมหลังคาทั้งระบบ
กระเบื้องตราช้าง /  หลังคา

กันไว้ดีกว่า... เชื่อว่าทุกคนคงจะเติมคําในประโยคข้างต้นได้เป็นอย่างดี แต่บ่อยครั้งเรามักลืมให้ความสําคัญกับสิ่งที่เรียกว่าพื้นฐาน และเมื่อถึงวันที่มีปัญหาเกิดขึ้นมา เราก็ต้องคอยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราสามารถสร้างพื้นฐานที่ดีได้ตั้งแต่เริ่ม ? ระบบ หลังคาตราช้าง ขั้นสุดแห่งนวัตกรรมหลังคาทั้งระบบ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี ระบบ หลังคาตราช้าง ขั้นสุดแห่งนวัตกรรมหลังคาทั้งระบบ ระบบหลังคาตราช้าง เพราะหลังคาบ้านที่ดี แค่สวยอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องมีพื้นฐานที่สําคัญทั้งอุปกรณ์และโครงสร้างที่แข็งแรงได้มาตรฐาน ระบบหลังคาตรงช้าง (Trachang Roof System) เท่านั้น ที่ตอบทุกโจทย์เรื่องหลังคาให้คุณได้อย่างหมดห่วง เพราะนี่คือขั้นสุดแห่งนวัตกรรมหลังคาทั้งระบบ โครงหลังคาสําเร็จรูป ตราช้าง – โครงหลังคาสําเร็จรูป ตราช้าง ผลิตจากเหล็กกําลังดึงสูงเคลือบโลหะป้องกันสนิม แข็งแรงทนทาน ออกแบบด้วยโปรแกรมวิศกรรมขั้นสูงให้เข้ากับบ้านคุณ โดยเฉพาะใช้ระบบโครงถักที่สามารถรับน้ําหนักได้อย่างเต็มที่อีกทั้งการยืดด้วยระบบสกูรทั้งหมดทําให้บ้านคุณปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดสนิมบริเวณรอยเชื่อมได้และที่สําคัญยังไม่ต้องเสี่ยงเรื่องการติดตั้งที่อาจไม่ได้มาตรฐานเพราะเรามีทีมบริการติดตั้งที่ได้มาตรฐานจาก SCG พร้อมรับประกันการติดตั้ง 5 ปี อุปกรณ์หลังคา – อุปกรณ์หลังคา ตราช้าง มั่นใจรอบด้านทั่วผืนหลังคา ด้วยอุปกรณ์คุณภาพสูงที่ถูกคิดค้นและคํานวณทุกจุด ทุกองศาเพื่อป้องกันได้ครอบคลุมทุกปัญหา ทั้งเรื่องความร้อน การรั่วซึมและความปลอดภัย รวมถึงเพิ่มอรรถประโยชน์ให้ผืนหลังคา หลังคา ตราช้าง – กระเบื้องหลังคา ตราช้าง ที่มอบความสวยผสานนวัตกรรมขั้นสูง ด้วยการออกแบบอย่างพิถีพิถันทั้งเรื่องดีไซน์ และการผลิตด้วยกรรมวิธีการเคลือบสีระบบพิเศษเพื่อสีสวยติดทนนาน มีหลายเฉดสีหลากสไตล์ให้คุณเลือกได้ตามความต้องการ คุณเองก็สร้างพื้นฐานหลังคาให้ดีตั้งแต่เริ่มได้ แค่เลือกใช้ระบบหลังคาที่สมบูรณ์แบบ เลือกทั้งระบบ มั่นใจ อยู่สบายเลือกชมข้อมูลสินค้าและบริการต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://www.trachang.co.th ขอบคุณ : SCG กระเบื้องหลังคาตราช้าง

เธอยังไม่จากไปไหน ในตย.เต็มจาก The Woman in Black: Angel of Death
Angel of Death /  The Woman in Black / 

จัดได้ว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ยังคงมาแรง แม้ในภาคต่อนี้จะไม่มีพระเอกจากภาคแรกอย่าง แดเนียล เรดคลิฟฟ์ แล้วก็ตาม สำหรับ The Woman in Black: Angel of Death ที่คราวนี้ได้หนุ่มอังกฤษคนใหม่อย่าง เจเรมี่ ไอวีน มารับบทนำแทน และตย.ฉบับเต็มที่ยังคงได้อารมณ์หนังสยองขวัญยุคเก่าก็ปล่อยออกมาให้ดูแล้ว น่าจะเป็นภาคต่อที่สูสีกับภาคแรกในแง่ของการสร้างบรรยากาศ และรวมถึงฉากสะดุ้งตามสไตล์อังกฤษนั่นเองครับ โดยหนังจะเล่า 40 ปีให้หลังจากภาคแรก เมื่อกลุ่มเด็กหลบภัยจากสงคราม ได้ใช้บ้านของ อีล มาร์ช แห่งนี้เป็นที่หลบภัย และพวกเขาได้ดันไปปลุกวิญญาณของเธอขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องสยองจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ในบ้านเรามีกำหนดฉายไล่เลี่ยกับอเมริกาช่วงต้นปีหน้า รอสยองกันได้แน่นอนครับ

ปานเทพ ยัน สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ดอดพบทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ที่ญี่ปุ่น
ข่าววันนี้ /  ทักษิณไปญี่ปุ่น / 

ปานเทพ แจง ยัน สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ดอดพบ ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ที่ ญี่ปุ่น บอกไปรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ เหตุถูกลอบยิงด้วยอาวุธสงครามเมื่อหลายปีก่อน จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางไปเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เป็นการเดินทางไปเพื่อพบปะพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากมีการเดินทางไปในช่วงเวลาเดียวกันนั้น นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นักวิชาการอิสระ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่น 2 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงการเดินทางไปญี่ปุ่นของนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยยืนยันว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ได้มีการแอบไปพบกับพ.ท.ทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่มีกระแสข่าวออกมาแต่อย่างใด เรื่องการเดินทางไปญี่ปุ่นของ สนธิ ลิ้มทองกุล คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำครับ โดยเฉพาะในช่วงหลังเหตุการณ์ที่รอดชีวิตจากการถูกรุมยิงด้วยอาวุธสงครามใจกลางพระนคร ก็ได้รับผลกระทบทำให้ปวดต่อการยืนและนั่ง และต้องรักษาจากแพทย์หลายแขนง ทั้งการนวดจากแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน และแพทย์แผนปัจจุบัน บ่อยครั้งเวลาผมมาที่บ้านพระอาทิตย์ ก็จะเห็นคุณสนธิต้องรักษาตัวอยู่กับแพทย์แผนไทยเป็นประจำ และหลายครั้งคุณสนธิต้องเดินทางไปรักษาตัวกับแพทย์ที่ประเทศจีน รวมถึงไปรักษาตัวโดยการแช่น้ำร้อนที่ญี่ปุ่น จนเป็นเรื่องปกติของบ้านพระอาทิตย์ไปแล้ว และเพื่อให้ทราบเป็นข้อมูลว่าคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ใช้เงินส่วนตัวในการเดินทาง ไม่ใช่เอาเงินบริษัทหรือเงินบริจาคมาใช้เดินทาง เพราะเงินบริษัทที่จะจ่ายเงินเดือนยังล่าช้าอยู่เลย ในทางตรงกันข้ามทุกวันนี้ครอบครัวลิ้มทองกุลยังต้องวิ่งหาเงินแลกเช็ค กู้หนี้ยืมสินมาประคับประคองสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม นิวส์ วันอยู่เลยครับ (ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้) จากเหตุผลดังกล่าวการใส่ร้ายคุณสนธิ ลิ้มทองกุล (อีกครั้งหนึ่ง) จึงเป็นการมโนไปเต้าข่าวว่าเพื่อเดินทางไปเจรจากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้น จึงเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น หลายครั้งยุทธวิธีนี้ยังคงใช้เพื่อเป้าประสงค์เดิมจากผู้ที่มีอำนาจหรืออิจฉาจุดยืนที่ฝ่ายตัวเองทำไม่ได้ จึงคิดแต่ทำลายความน่าเชื่อถือสิ่งที่คุณสนธิได้ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมาในทุกรัฐบาล แต่ผมรู้ว่า คนอย่างคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่มานั่งเสียเวลาอธิบายเรื่องไร้สาระเช่นนี้หรอกครับ เพราะเวลาผ่านมาหลายปี เราถูกใส่ร้ายมามาก ตั้งแต่ การใส่ร้ายว่าสนธิรับเงินทักษิณ, การใส่ร้ายว่า ASTV จะขายให้ทักษิณให้แกนนำเสื้อแดงมาจัดรายการ, ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องเท็จที่ใส่ร้ายโดยไม่เคยมีการรับผิดชอบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี แล้วมาทบทวนดูว่าสิ่งที่คุณสนธิพูดและแสดงความเห็นนั้น "ถูกหรือผิด" วิญญูชนเท่านั้นที่จะเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ ให้เสียเวลา News 1 หรือ ASTV เดิม ก็ยังคงจุดยืนเดิมในการทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อประชาชนที่สนับสนุนเรามาเป็นปีที่ 10 แล้ว และหลายครั้งก็ทำหน้าที่ไปจนถึงเป็นผู้นำมวลชนเสียเอง วันนี้เรายังคงเป็นสถานีโทรทัศน์เล็ก ๆ ที่ยังยากจนอยู่ ถ้าเราหวังจะได้ร่ำรวยจากทุนและอำนาจจากข้างใดข้างหนึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็คงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่เราต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ "ทุกรัฐบาล" เพื่อประโยชน์ของประชาชนเหมือนทุกวันนี้ จริงไหมครับ ? และถ้าเราจะยอมสยบกับกลุ่มทุนทุกขั้วอำนาจที่ต่างมีกลุ่มทุนพลังงานหนุนหลังอยู่ เราคงไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในด้านการปฏิรูปพลังงานมากเช่นนี้ และลองดูสิครับว่ามีสื่อมวลชนกี่แห่งที่ยังช่วยและสนับสนุนในการปฏิรูปพลังงานของภาคประชาชนมากเช่นนี้ และถ้าเราเป็นสื่อมวลชนที่ขายตัวเพื่อความร่ำรวย ป่านนี้เราคงไม่ต้องเป็นห่วงการจ่ายเงินเดือนล่าช้าของพนักงานที่นี่ เราคงไม่ต้องทุ่มเทออกมาขายสินค้าต่าง ๆ เพื่อรักษาทีวี พนักงานหลายคนที่มีทีวีดิจิตอลมาดึงตัวไปก็คงไม่ยืนหยัดอยู่ที่นี่ ตัวผมเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำงานอยู่ที่นี่ แม้แต่ลุงจำลอง ศรีเมือง ก็คงไม่เป็นผู้นำจัดกิจกรรมหารายได้มาสนับสนุนทีวีแห่งนี้อยู่จนถึงทุกวันนี้ จริงไหมครับ ? มีบางท่านเป็นห่วงใยว่าเรามีพวกและเพื่อนน้อย มีศัตรูมาก เพราะวิพากษ์วิจารณ์ทุกฝ่าย จึงจะอยู่รอดได้ยากในทางธุรกิจเพราะขาดการสนับสนุนจากกลุ่มทุนใด หรือแม้แต่อาจจะต้องสูญเสียประชาชนที่ยังหลงรักหรือสนับสนุนขั้วอำนาจทางการเมืองของตัวเองด้วยซ้ำไป เราขอขอบคุณความห่วงใยนั้น และผมก็เชื่อว่าเราทุกคนรับทราบและตระหนักกับความเสี่ยงเหล่านั้นดีอยู่แล้ว แต่ผมกลับเห็นด้วยกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ว่า "เราเป็นสื่อมวลชน" และสื่อมวลชนแห่งนี้มีศรัทธาจากประชาชนกำเนิดขึ้นเพราะจุดยืนที่ยืนหยัดอยู่ข้าง "ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่" ไม่ใช่ผลประโยชน์ของขั้วอำนาจใดอำนาจหนึ่งเป็นใหญ่ เมื่อรากฐานและวัฒนธรรมองค์กรถูกหล่อหลอมมาด้วย "ศรัทธา" ที่มาพร้อมกับ "การเสียสละ" เงินทอง หยาดเหงื่อ และแม้แต่ชีวิตของพี่น้องประชาชนเช่นนี้ เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไปให้ดีที่สุด ถ้าวันหนึ่งมันมีความเจริญก้าวหน้าก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ขรุขระกันบ้างก็ช่วยกันฝ่าฟันไป แต่ถ้ามันมีความจำเป็นต้องดับไปเพราะรักษาจุดยืนที่เรากำเนิดมาก็ถือว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้ม หน้าไม่อายดิน MThai news