สงครามอสูรเหล็ก

Empire of Lust /  kang ha neul / 

โด่งดังมาจากบทหนุ่มผู้แสนดี ในภาพยนตร์ซีรี่ย์สุดฮอต “The Heirs” สำหรับนักแสดงดาวรุ่ง “คัง ฮานึล” ล่าสุดเจ้าตัวขอสลัดมาดชายหนุ่มผู้อ่อนโยน มาสวมบทบาทเป็นองค์ชายจิน ผู้มัวเมาในกามารมณ์ ในภาพยนตร์ย้อนยุคสุดร้อนแรง Empire of Lust : คาฮี ปรารถนาโค่นบัลลังก์ งานนี้นอกจากนักแสดงหนุ่ม จะต้องเตรียมพร้อมในการฟิตร่างกายเพิ่มกล้ามเนื้อและฝึกทักษะการใช้อาวุธต่างๆ แล้ว เจ้าตัวยังต้องเล่นฉากเลิฟซีนสุดร้อนแรงกับนักแสดงสาวดาวรุ่งอย่าง “คัน ฮันนา” ผู้รับบทเป็น “คาฮี” หญิงสาวที่เป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องนี้อีกด้วย โดย “คัง ฮานึล” ได้เผยความรู้สึกถึงการพลิกบทบาทในเรื่องนี้ว่า “ในเรื่องรับบทเป็นองค์ชายจิน เป็นลูกชายของคิม มินแจที่ประพฤติตัวเหลวแหลกสุดๆ ซึ่งนับว่าแตกต่างจากบทที่ผมเคยเล่นมา ก็เป็นอะไรที่หนักใจและกดดันมาก ไม่เคยเล่นเลิฟซีนหนักๆ แบบนี้มาก่อน ค่อนข้างพลิกบทบาทของเราเลย เป็นงานที่ท้าทายที่สุดในชีวิต ต้องเตรียมตัวเยอะครับ ฉากที่ยากที่สุดในการแสดงหนังเรื่องนี้ เป็นฉากข่มขืน ฉากนั้นรุนแรงมากจนผมสงสารดาราหญิงในเรื่องแทน แม้แต่เพื่อนร่วมงานชายที่เข้าฉากด้วยกันก็รู้สึกแย่ไปด้วย แม้หลังจากถ่ายทำเสร็จ พวกเราไปกินข้าวด้วยกันเป็นการผ่อนคลาย ผมก็ยังจิตตกไม่หาย จริงๆผมมีวิธีการสวมบทบาทคือผมต้องเชื่อว่าการกระทำของตัวละครที่ผมสวมบทบาทนั้นมันถูกต้องเสมอ คนอื่นมองว่ามันชั่วร้ายแต่ผมจะไม่คิดเช่นนั้น ยังไงก็ฝากติดตามภาพยนตร์เรื่องนี้กันด้วยนะครับ” สำหรับภาพยนตร์ “Empire of Lust : คาฮี ปรารถนาโค่นบัลลังก์” นั้นเป็นผลงานการกำกับโดย อัน ซางฮุน นำแสดงโดย ชิน ฮาคยอน (จาก Sympathy for Mr.Vengence, Thirst),จางฮยอก (จาก Windstruck), คัง ฮานึล (จาก The Heirs TV Series)และนักแสดงสาวดาวรุ่ง คัง ฮันนา ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์เกาหลีในรัชสมัยราชวงศ์โชซอน เรื่องราวของ องค์ชาย อี บังวอน (จางฮยอก ) ที่มุ่งหมายจะช่วงชิงบัลลังก์จากพระราชาแทโจ  แม่ทัพ คิม มินแจ (ชิน ฮาคยอน) ผู้ซื่อสัตย์จึงประกาศทำสงครามกับองค์ชายบังวอน ขณะเดียวกันแม่ทัพมินแจ และ จิน (คัง ฮานึล) ลูกชาย ก็เกิดหลงเสน่ห์สาวงาม คาฮี (คัง ฮันนา) อย่างถอนตัวไม่ขึ้นจนไม่รู้ว่าเธอกำลังใช้เขาเป็นเครื่องมือแก้แค้น และแล้วแรงปรารถนาทั้งอำนาจและสตรีก็กำลังจะพาพวกเขาไปสู่ความวินาศ... ความทุ่มเทพลิกบทบาทครั้งสำคัญของหนุ่ม “คัง ฮานึล” จะรุนแรงขนาดไหน จนสามารถลบภาพหนุ่มแสนดีได้สำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามใน Empire of Lust คาฮี ปรารถนาโค่นบัลลังก์  23 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

เตรียมตัว! ขสมก. จัดรถเมล์ฟรีพาประชาชนไหว้พระ 30-31ก.ค. นี้
รถเมล์ฟรี /  วันอาสาฬหบูชา / 

ขสมก. จัดรถเมล์ฟรีพาประชาชนไหว้พระวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 30-31 ก.ค. นี้ วันนี้ (25 ก.ค. 58) กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กระทรวงคมนาคม แจ้งว่า ในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา นี้ ขสมก.ได้จัดเดินรถไหว้พระ 9วัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ในวันที่ 30-31 ก.ค. 58 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้จึงได้มีการจัดรถเมล์ฟรีให้บริการจำนวน 20 คัน โดยจะเริ่มวิ่งให้บริการตั้งแต่ เวลา 08.00- 17.00 น. โดยจุดรับ-ส่ง ผู้ใช้บริการจะตั้งอยู่ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (อู่หมอชิต 2 ) และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สำหรับรถเมล์ที่จัดให้บริการในครั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถสังเกตได้จากป้ายหน้ารถ จะมีข้อความ “รถเมล์ฟรีไหว้พระรอบเกาะรัตนโกสินทร์” โดยมีเส้นทางให้บริการผ่านวัดต่าง ๆ จำนวน  9 วัด ดังนี้ 1. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร 2. วัดสามพระยาวรวิหาร 3. วัดบวรนิเวศวรวิหาร 4. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร 5. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร 6. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) 7. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) 8. วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร 9. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นอกจากนี้ ขสมก. ยังได้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ และนายตรวจให้บริการผู้โดยสารตามจุดบริการ ณ วัดต่าง ๆ ในเส้นทางที่รถวิ่งผ่านและจัดตั้งศูนย์อำนวยการที่อู่หมอชิต2 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอีกด้วย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

สุดวิปริต หลักสูตรตัดหัวเชลยไอเอส ใช้ตุ๊กตาเป็นหนูทดลอง
กลุ่มไอเอส /  ฆ่าตัดคอ / 

กลุ่มรัฐอิสลาม ทางตอนเหนือของอิรัก จับเด็กชายจากชนกลุ่มน้อยยาซิดี มาฝึกหัดเป็นนักฆ่า พร้อมทั้งสอนวิชา "การสังหารสุดเหี้ยมโหด" วานนี้ (21 ก.ค.) สำนักข่าว 'เดลิ เมล์' รายงานข่าวกรณีที่กลุ่มรัฐอิสลามในอิรัก และซีเรีย หรือ 'กลุ่มไอเอส' ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธ ที่ขยายพื้นที่ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์ยาซิดี ชนกลุ่มน้อยชาวคริสเตียน จะเป็นเหยื่อที่ตกอยู่ในสงคราม โดยเด็กชายจากกลุ่มยาซิดี ซึ่งอาศัยอยู่ทางภาคเหนือของอิรัก ถูกจับมาเปลี่ยนศาสนา รวมถึงมอบชื่อใหม่ในภาษาอาหรับ พร้อมทั้งฝึกอบรมให้เป็นนักสู้ในกลุ่มสุดโต่ง โดยได้รับฉายาว่า นักสู้ 'ญิฮาด' ในขณะที่ชาวยาซิดี ในวัยกลางคน และเด็กผู้หญิงทั้งหมด จะถูกสังหารจนสิ้น นอกจากนี้ สตรี และเด็กหญิงบางส่วน จะถูกส่งไปขายตามชายแดนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มอีกทางหนึ่ง เนื่องจากกลุ่มไอเอส มีความเชื่อว่า ชาวยาซิดี เป็นกลุ่มคนนอกรีต ซึ่งพยานในฐานะนักรบฝึกหัดรายหนึ่ง ที่หลบหนีออกมาจากค่ายนรกดังกล่าว เปิดเผยว่า สมาชิกในกลุ่มไอเอส บีบบังคับให้นักรบวัยเยาว์เหล่านี้ ฝึกฝนให้กลายเป็นนักฆ่าต่อไป พร้อมทั้งล้างสมอง และวางตัวให้เป็นมือระเบิดฆ่าตัวตาย ซึ่งเด็กแต่ละคน จะถูกฝึกฝนให้เป็นตัวดำเนินการทำสงคราม และความรุนแรง รวมไปถึงการก่อการร้ายที่แตกต่างกันไป โดยเด็ก ๆ เหล่านี้ จะต้องใช้เวลา 10 ชั่วโมงต่อวัน ในการออกกำลังกาย ฝึกซ้อมอาวุธ และศึกษาคัมภีร์ รวมทั้งวิธีการสังหารเหยื่อด้วยการตัดคอ ทั้งการจับมีด และใช้ตุ๊กตาแทนเหยื่อ เพื่อฝึกซ้อมการสังหารให้ใกล้เคียงความสมจริงมากที่สุด MThai News ที่มา dailymail

Sniper: Ghost Warrior 3 เกมส์แอคชั่นซุ่มสังหาร สงครามสามฝ่าย
Sniper Ghost Warrior /  Sniper: Ghost Warrior 3 / 

CI Games ประกาศเปิดตัวเกมส์ Sniper: Ghost Warrior 3 เกมส์แอคชั่นซุ่มยิงภาคล่าสุด เผย รื้อเกมส์ทำใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ตั้งใจพัฒนาเกมส์ระดับเกรด AAA เตรียมวางขายครึ่งปีแรกปี 2016 บน PC, Xbox One และ PlayStation 4 เกมส์ Sniper: Ghost Warrior 3 กล่าวถึงเหตุการณ์โลกปัจจุบันระหว่างเกิดสงครามความขัดแย้งภายในยุโรปตะวันออก ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทเป็นพลซุ่มยิงที่อยู่ทามกลางสงคราม 3 ฝ่าย รับหน้าที่กำจัดเป้าหมายจากระยะใกล้และไกลด้วยอาวุธปืนซุ่มยิง และผู้เล่นจำต้องอาศัยความแม่นยำและการพรางตัวเพื่อบรรลุภารกิจครั้งนี้ให้ได้ จุดเด่นของเกมส์นี้อยู่ที่ ตัวเกมส์มีลักษณะ Open World สามารถเดินทางได้อย่างอิสระและฉากเกมส์มีขนาดใหญ่ สร้างความยืดหยุ่นต่อการเล่นภารกิจและกลับมาเล่นซ้ำใหม่อีกครั้งตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังมอบความท้าทายต่อการเล่นเชิงกลยุทธต่อการกำจัดเป้าหมายตามที่กำหนด ที่น่าสนใจคือ เกมส์ดังกล่าวได้ทีมงานมืออาชีพ ที่ฝากผลงานเกมส์ Sniper Elite V2 และอดีตสมาชิกนาวิกโยธินมาพัฒนาและให้คำปรึกษากับเกมส์นี้อีกด้วย เกมส์ Sniper: Ghost Warrior 3 วางขายครึ่งปีแรกปี 2016 บน PC, Xbox One และ PlayStation 4 ดูเพิ่มเติมที่ cigames.com - facebook.com/CIGamesOfficial

เปิดตัวเกม DOOM ภาคล่าสุด มันส์ดุเดือดกว่าเดิม
Doom /  Doom 4 / 

Bethesda ประกาศเปิดตัวเกมส์ DOOM เกมส์ซูตติ้งภาคใหม่ นำเสนอเนื้อหาตอนใหม่ บรรจุความรุนแรงยิ่งกว่า เตรียมวางขายฤดูใบไม้ผลิปี 2016 นี้ เกมส์ DOOM กล่าวถึงเหตุการณ์อนาคตในการผจญภัยสถานวิจัยขนาดใหญ่ภายนอกของดาวอังคาร ส่วนรูปแบบการเล่นให้ผู้เล่นถืออาวุธกระบอกโตเพื่อจัดการเหล่าอสูรกายและปีศาจที่ผุดขึ้นมาจากผืนต่างดาวครั้งนี้ และตัวเกมส์จะยังคงเป็นการเดินยิงตะลุยเหมือนกับภาคที่แล้วๆมา ด้านพลังชีวิตเกมส์จะไม่มีการ"ฟื้นพลัง" จะต้องอาศัยเก็บกล่องพยาบาลอย่างเดียว ด้านความรุนแรงเกมส์นี้ยังคงความดิบและเลือดสาดกระจุยเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นตัวศัตรูฉีกขาดขณะใช้ปืนลูกซองคู่ยิงแบบประชิดตัว, หรือใช้เลื่อยไฟฟ้าหั่นศัตรูแบบเลือดพุ่ง เป็นต้น ส่วนระบบ AI เกมส์นี้ค่อนข้างโหดอยู่ และบรรจุศัตรูที่แห่เข้ามาจำนวนหนึ่งเพื่อกดดันและยากต่อการรับมือ สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ของเกมส์ภาคล่าสุดคือ โหมดมัลติเพลเยอร์ สามารถเล่นแข่งขันระหว่างผู้เล่นบนออนไลน์ ตามด้วยระบบ Map Editor สามารถสร้างฉากเล่นเกมส์โดยเข้าถึงการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆได้โดยง่าย แถมนำฉากเกมส์ไปเผยแพร่ให้ผู้เล่นทั่วโลกได้สัมผัส ด้านเอนจิ้นเกมส์ภาคล่าสุด จะใช้ idTech 6 ซึ่งเป็นเอนจิ้นตัวล่าสุดเพื่อใช้พัฒนา รองรับภาพ 1080p และเฟรมเรต 60 เฟรมต่อวินาที นอกจากจะได้เห็นภาพที่คมชัดแล้ว เอฟเฟคเกมส์ยังจัดทำออกมาได้อย่างเสมือนจริงอีกด้วย ที่น่าสนใจคือ ยังเก็บรายละเอียดบนโมเดลตัวละครศัตรูขณะถูกโจมตี อย่างเช่นรอยกระสุนปืน หรือรอยเหยียบย่ำบนใบหน้าศัตรูหลังกระทืบแบบเกรี้ยวกราด เกมส์ DOOM อยู่ในระหว่างพัฒนา วางขายฤดูใบไม้ผลิปี 2016 บน PC, Xbox One และ PlayStation 4

ชมตัวอย่างจาก Monster Hunt หนังแฟนตาซีที่ทำรายได้ถล่มทลายที่จีน
Monster Hunt /  จิงป้อหลั่น / 

จัดได้ว่าถล่มทลายกันบ่อยจริงๆ สำหรับที่ประเทศจีน เพราะล่าสุดตัวหนังแฟนตาซีฟอร์มยักษ์เรื่องนี้เข้าฉาย มันก็สามารถทำลายสถิติบนบ็อกซ์ ออฟฟิศ ได้อีกแล้ว กับ Monster Hunt ของผกก. รามัน ฮุย ที่มีนักแสดงอย่าง ไป๋ไป่เหอ, จิงป้อหลั่น, เจิ้งจื่อเหว่ย, อู๋จวินหยู และ ถังเหว่ย แสดงนำ ซึ่งตอนนี้ทางค่าย Handmade ในบ้านเราก็ไม่รอช้า เตรียมนำหนังเข้ามาฉายในวันที่ 12 สิงหาคมต้อนรับวันแม่กันแล้วในชื่อไทยว่า 'ศึกถล่มฟ้า อสูรน้อยจอมซน' และในวันนี้เราก็มีตัวอย่างจากหนังมาให้ชมเรียกน้ำย่อยกันครับ ในโลกมนุษย์ สถานที่สงบสุขมีหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่าเซเรนิตี้ มีชายหนุ่มที่ชื่อว่า เที่ยนหยิน (จิงป้อหลั่น) เป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยผู้ที่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่แต่กลับถูกรั้งไว้ ด้วยความไม่มั่นใจของตัวเอง ในขณะเดียวกันที่โลกของปีศาจ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย เจ้าแห่งศาสตร์มืดกำลังวางแผนที่จะโค่นล้มกษัตริย์เพื่อยุติสายเลือดแห่งราชวงศ์ เขาจึงลอบฆ่าราชินีแห่งปีศาจที่กำลังตั้งครรภ์ นี่ถือเป็นข่าวใหญ่ของเหล่านักล่าปีศาจ ที่ต่างหลั่งไหลมาเพื่อตามล่าราชินี  รวมถึงนักล่าระดับสูงอย่าง ลั่ว กัน (เจียงหวู่) และ คู่หูสาว เชี่ยวหนาน (ไป๋ไป่เหอ) ที่มีเป้าหมายอย่างการจับทารกกษัตริย์ปีศาจ ดูเหมือนว่าเที่ยนหยินจะหลบอยู่ในหมู่บ้านแห่งสันติสุขนี้ตลอดกาล ในช่วงการล่าราชินีปีศาจที่ตั้งครรภ์ เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะตายราชินีปีศาจจึงปล่อยไข่ไว้ในปากของเที่ยนหยิน ซึ่งน่าจะเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับลูกของเธอ และใครจะไปคิดว่าผู้ชายอย่างเที่ยนหยินจะเป็นคนที่เหล่าปีศาจต้องการมากที่สุด ทั้งโลกมนุษย์และโลกปีศาจก็ต่างต้องการพวกเขาแบบตัวเป็นๆ ชะตากรรมของทั้งคู่ เที่ยนหยิน และ ทารกปีศาจเกือบจะไม่รอดถ้าโชคไม่ช่วย เพราะเชี่ยวหนานได้ช่วยเหลือทั้งคู่ไว้ เชี่ยวหนานเสนอตัวที่จะปกป้องเที่ยนหยิน ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าพอทารกเกิด พวกเขาจะขายแล้วแบ่งกัน ระหว่างถูกล่าจากทั้งสองฝ่ายเที่ยนหยินก็ฟักทารกออกมา เขาตั้งชื่อให้ปีศาจน้อยว่า วูบา ตามคำที่เขาตะโกนออกมาในตอนนั้น ทั้งเชี่ยวหนานและเที่ยนหยินต่างรักวูบาเหมือนกับลูกของตัวเอง เชี่ยวหนานตัดใจไม่ให้รักวูบา และทำตามวัตถุประสงค์แรกคือขาย ซึ่งเที่ยนหยินก็ไม่อาจจะทัดทานอะไรได้ จึงยอมให้เชี่ยวหนานขายวูบาไป แต่หลังจากขายไปแล้วทั้งคู่ก็เปลี่ยนใจ ซึ่งวูบาถูกขายให้ร้านอาหารระดับห้าดาวร้านอาหารนี้ขึ้นชื่อเรื่องการเอาสัตว์ประหลาดมาทำอาหารคุมกิจการโดย เกอ เควียนฮู (จง ฮั่นเหลียง) ที่แสนจะฉลาดแกมโกง เชี่ยวหนาน บาดเจ็บสาหัสระหว่างต่อสู้เพื่อช่วยวูบา และเมื่อกำลังจะหมดหวัง เที่ยนหยินก็พบความลับที่ครอบครัวปีศาจได้มอบให้กับเขา พลังที่ซ่อนอยู่ของเขาถูกปลอดปล่อย เขาต่อสู้เคียงข้างเชี่ยวหนาน ทั้งชะตาของวูบาและอนาคตของอาณาจักรปีศาจอยู่ในมือของพวกเขาแล้ว และ พวกเขาหารู้ไม่ว่านี่เป็นแค่บทเริ่มต้นของมหากาพย์แห่งการผจญภัย พร้อมพบกับเรื่องราวสุดมหัศจรรย์เหล่านี้ได้ 12 สิงหาคมนี้ครับ

AP Honda เปิดตัว All New Zoomer-X ดีไซน์ใหม่สไตล์ Real Naked
All New Zoomer-X /  bike / 

เอ.พี. ฮอนด้า เปิดตัว All New Zoomer-X รถเอ.ที.แบบเปลือยดีไซน์ใหม่ ที่ให้ทั้งความเท่และดิบยิ่งกว่าเดิมด้วยโครงสร้างเหล็กแบบทัฟเฟรมรอบคัน โชว์ความเปลือยของตัวถังแบบ Real Naked รับกับขนาดของพื้นที่ใต้เบาะขนาดใหญ่ที่ดีไซน์โปร่งรอบด้านอย่างลงตัว ไฟหน้าแบบใหม่ออกแบบให้มีความดุดันมากขึ้น ล้ำสมัยด้วยหน้าปัดเรือนไมล์แบบ Full Digital LCD รองรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยโช้กหัวกลับที่รองรับแรงกระแทกได้ดีกว่า ขับขี่สนุกเร้าใจและประหยัดขึ้นอีกระดับด้วย Honda Smart Technology เตรียมวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ 4 สิงหาคม 2558 ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศด้วยราคาแนะนำโดยประมาณที่ 55,300 บาท นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.  ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยเปิดเผยว่า “ฮอนด้าไม่เคยหยุดนิ่งในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือการนำเสนอไลฟ์สไตล์ใหม่ๆให้กับผู้ขับขี่ ดั่งที่เราได้เปิดตัวรถ Zoomer-X เจเนอเรชันแรกในปี 2012 จนได้รับการตอบรับอย่างเหนือความคาดหมายทันทีที่วางตลาด เพราะ Zoomer-X เป็นรถที่แตกต่างจากรถกระแสหลัก ก่อให้เกิดเทรนด์ใหม่ในกลุ่มคนที่ไม่อยากเหมือนใครได้มีโอกาสแสดงออกให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงผ่านการตกแต่ง Zoomer-X ในสไตล์ที่ชอบ” ในปี 2015 นี้ได้พัฒนา All New Zoomer-X ขึ้นใหม่ เป็นเจเนอร์เรชันที่ 2 ที่เหนือระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการออกแบบให้เป็นรถสำหรับผู้ใช้ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และกล้าที่จะคิดและทำอย่างแตกต่าง ดังนั้นดีไซน์ของรถจึงมีรูปแบบฟรีฟอร์ม ดูแข็งแกร่งมากขึ้น มีส่วนที่โปร่งหรือพื้นที่ว่างมากขึ้น ในขณะเดียวกันเรายังได้นำเทคโนโลยีชั้นสูงอย่าง Honda Smart Technology เข้ามาติดตั้งในรถรุ่นนี้เป็นครั้งแรก เพื่อความสมบูรณ์แบบและความลงตัวระหว่างดีไซน์ สมรรถนะ ความมั่นใจและความประหยัด สำหรับ All New Zoomer-X ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคันภายใต้คอนเซปต์ “Unblocker I AM” ให้อารมณ์ของความเท่และดิบยิ่งกว่าเดิมด้วยโครงสร้างเหล็กแบบทัฟเฟรม (Tough Frame) เน้นความโปร่งเป็นพิเศษในสไตล์เรียลเนคเกด (Real Naked) พื้นที่ Free Space ขนาดใหญ่ไซส์ XL ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ออกแบบให้มีความดุดันมากขึ้น เข้าชุดกับโช้กหัวกลับรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ทุกสภาพถนน แผงหน้าปัดสุดล้ำแบบ Full Digital LCD พร้อมล้อแม็กดีไซน์ใหม่และยางแบบจุ๊บเลส All New Zoomer-X ล้ำหน้าด้วย Honda Smart Technology ที่รวมที่สุดของ 3 เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบด้วยเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง eSP(Enhanced Smart Power) ขนาด110ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่มีระบบการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ สมรรถนะสูง แรงเสียดทานต่ำ ทำงานร่วมกับระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System จึงมีอัตราประหยัดน้ำมันที่สูงถึง 62.3 กิโลเมตร/ลิตร (วัดตามมาตรฐาน สมอ. ECE R40 Mode) และติดตั้งระบบกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง Combi Brake System เพื่อความมั่นใจ ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่าไอเสียที่สะอาดผ่านมาตรฐานระดับ 6 และรองรับน้ำมัน E20 เอ.พี. ฮอนด้าพร้อมวางจำหน่าย All New Zoomer-X พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำโดยประมาณที่ 55,300 บาท มีให้เลือกถึง 6 สีได้แก่สีดำออบซิเดียนแบล็ค, สีขาวไอคอนิคไวท์, สีแดงเลเซอร์เรด, สีเงินกรู๊ฟวี่ซิลเวอร์, สีน้ำเงินแมกเนติคบลู, และสีเหลืองซูพรีมเยลโลว์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนอกกรอบทางอินสตาแกรมและเฟซบุ๊คเพียงติดแฮชแท็ก #UNBLOCKERIAM

ละครนางร้ายที่รัก  , เรื่องย่อนางร้ายที่รัก
บอย ปกรณ์ นางร้ายที่รัก /  คิมเบอร์ลี่ นางร้ายที่รัก / 

นางร้ายที่รัก บทประพันธ์โดย : ดวงมาลย์บทโทรทัศน์โดย : ชลนภัสส์ จันทรังษี, จีรนุช ณ น่าน, วรรณพร รัฐพิทักษ์สันติกำกับการแสดงโดย : สำรวย รักชาติ ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 พิมพ์ชนก (คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ) ดารานางร้ายสุดฮอตในวงการบันเทิง ได้รับมรดก มหาศาลในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ทรัพย์ไพศาลอนันต์ หลังจากสูญเสีย พรรณราย (อรสา พรหมประทาน) แม่ที่เลี้ยงเธอมาอย่างเอาอกเอาใจราวกับเธอเป็นราชินีองค์น้อย ๆ ทำให้เธอ เติบโตมาอย่างหรูหรา หยิ่งทะนง เหวี่ยงวีนไม่ไว้หน้าใคร และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด พิมพ์ชนกก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการทาบทามของ ชาร์ลี แมวมองหน้าใหม่หัวใจสีม่วง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี ชาร์ลีหวังปั้นให้พิมพ์ชนกเป็นนางเอกดาวรุ่งดวงใหม่ แต่ด้วยความ ปราดเปรียว สวยเฉี่ยว มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ทำให้พิมพ์ชนกโด่งดังและมีชื่อเสียงจากการพลิกบทบาทเป็นนางร้ายในละครโทรทัศน์มากกว่า แท้จริงแล้ว พิมพ์ชนกไม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อชื่อเสียง แต่เพราะเธอต้องการแสดง ตัวตนให้ใครคนหนึ่งได้รับรู้ ใครคนที่เธอรอคอยจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง พิมพ์ชนกใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หรูตามลำพังคนเดียว โดยให้ ป้าศัลย์ (ดีใจ ดีดีดี) แม่บ้าน เก่าแก่ และสาวใช้คนอื่นแยกออกไปอยู่เรือนเล็กหลังคฤหาสน์ เพราะไม่ต้องการเห็นใครเข้ามาเดิน วุ่นวายให้รำคาญตาเวลาเธออยู่บ้าน แม่บ้านและสาวใช้จึงต้องเตรียมทำอาหารเช้าไว้ให้พิมพ์ชนก ก่อนตื่นนอน จัดการงานบ้านและเตรียมอาหารเย็นก่อนพิมพ์ชนกกลับจากเลิกงาน หลายคืนติดต่อกัน พิมพ์ชนกฝันกึงผู้หญิงคนหนึ่งในบึงใหญ่ เวิ้งว้าง เสียงเรียกของเธอเต็มไป ด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน พิมพ์ชนกพยายามเพ่งมองใบหน้าหญิงสาวคนนั้น แต่ก็ถูกม่าน หมอกบดบังให้มองไม่เห็นทุกที... ชาร์ลีบอกว่าพิมพ์ชนกเครียดกับละครผีเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิด กล้อง จึงทำให้เก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ แต่พิมพ์ชนกกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เสียงเรียกของผู้หญิงคนนั้น ยังดังแว่วในความคิดตลอดเวลา นางร้ายที่รัก นที สิงห์หฤทธิ์ (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ผู้กองหนุ่มฝีมือดีจากกองปราบ กับ ศาตรา (จิตรกาณุ กลมแก้ว) ตำรวจลูกพี่ลูกน้องของเขา ได้รับคำลังให้นำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ มาดูแลความเรียบร้อยในงานประกาศรางวัล มาลาทองคำ ที่จัดขึ้นสำหรับดารานักแสดง โดยมีภรรยาท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในงาน และแขกผู้มีชื่อเสียงทางธุรกิจและวงการบันเทิงมา ร่วมงานอย่างดับคั่ง นทีเบื่อหน่ายงานโชว์หรู ที่ต้องปั้นหน้าแสแสร้งเข้าหากันอย่างนี้มาก ผิดกับศาตราที่ดูจะมี ความสุขกับการมองดาราสาวสวยแต่งชุดหวือหวาประชันความสวย เดินกรดกรายมาบนพรมแดง พิมพ์ชนกเข้างานมาดุจนางพญาหงส์ในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงยาวกรอมพื้น กลบรัศมี ดาราคนอื่นจนหมดสิน แสงแฟลชวูบวาบจากนักข่าวทุกคนพุ่งความสนใจไปเธอเพียงคนเดียว แล้ว สายตาคมกริบของนที ก็ชะงักค้าง ในความงดงามและมีเสน่ห์ของพิมพ์ชนก จนศาตราออกปากแซวว่าอินทรีหนุ่มต้องมนต์สะกดนางพญาหงส์เข้าแล้ว พิมพ์ชนกได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี ตามที่สื่อบันเทิงหลายสำนัก คาดการณ์ไว้ เนตรกมล (หยาดทิพย์ ราชปาล) นางเอกแสนหวานผู้ร่วมวงการฯ แสดงความยินดีกับ พิมพ์ชนกอย่างชื่นชม ต่างจาก ดวงแข (ธนิดี กาญจนวัฒน์) และ พิไล (เวธกา ศิริวัฒนา) สองเพื่อนซี้ นางร้ายในวงการรุ่นเก่า ที่ถูกรัศมีของพิมพ์ชนกเขี่ยจนเกือบตกกระป๋อง ได้แต่เฝ้ามองพิมพ์ชนกด้วย ความอิจฉาตาร้อน คิดหาทางเขี่ยพิมพ์ชนกกระเด็นออกจากวงการไปให้ได้ นางร้ายที่รัก ผู้หญิงในบึงใหญ่ยังคงร้องเรียกพิมพ์ชนกในฝัน คราวนี้พิมพ์ชนกกำลังจะได้เห็นใบหน้าที่ ชัดเจนของเธอ ถ้าไม่ถูกชาร์ลีปลุกขึ้นมาดูพาดหัวข่าวบันเทิงทุกฉบับ ที่มีรูปพิมพ์ชนกสวยเด่นเป็นสง่าขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรติ พิมพ์ชนกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ต้องสะดุดตากับข่าวกรอบเล็กมีรูปพบศพผู้หญิงในบึงร้างแห่งหนึ่งแถวรังสิต ระบุชื่อ นางสาวสายธาร ประเสริฐวรกาญจน์ จมน้ำเสียชีวิตไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ พิมพ์ชนกมองรูปและชื่อในข่าวนั้นด้วยความตกใจสุดขีด พิมพ์ชนกหยิบกล่องลายลูกไม้เก่าที่เก็บซ่อนในตู้เสื้อผ้าชั้นบนสุดลงมา เปิดกล่องดูรูปถ่ายสี ซีดจางขึ้นมาดูอย่างใจหาย เห็นเด็กหญิงตัวเล็กวัย 7 ขวบที่มีแววตาเศร้า ถ่ายรูปคู่กับเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ยิ้มร่าเริงสดใส ด้านหลังรูปถ่ายเขียนชื่อด้วยลายมือเด็ก พี่พิมกับน้องน้ำ ภาพในวันเด็กของพิมพ์ชนกย้อนกลับมาในความคิด พิมพ์ชนกกับ สายธาร (นันทิกานต์ สิงหา) คือพี่น้องต่างสายเลือดร่วมสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านแสงประทีป ทั้งสองผูกพันกันมาก พิมพ์ชนกรักและปกป้องสายธารดุจพี่น้องแท้ ๆ แต่ทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกันเพราะมีพ่อแม่ใหม่มารับ อุปการะสายธารไปก่อน จากนั้นไม่นาน พรรณราย หญิงหม้ายเศรษฐีนีผู้ไม่มีทายาทสืบสกล ก็มาขอรับพิมพ์ชนกไปเป็นบุตรบุญธรรม ความลับในวัยเด็กของพิมพ์ชนก มีเพียงชาร์ลีกับปาศัลย์เท่านั้นที่รู้ ใครคนนั้นที่พิมพ์ชนกหวังจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง คงไม่มีวันเป็นจริง... เมื่อสายธาร น้องสาวที่เธอให้ชาร์ลีจ้างนักสืบเอกชน ตามหามานาน ได้เสียชีวิตแล้ว!! สายธารกับชาร์ลีไปงานศพสายธารในคืนสุดท้าย แอบเฝ้ามองบรรยากาศงานศพอยู่ในรถเพราะไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ จนแขกเหรอทยอยกลับจนหมด พิมพ์ชนกจึงเข้าไปเคารพสายธาร ด้วยหัวใจแหลกสลาย ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเจอกมลเนตรกับ พิพัฒน์ (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) น้องชายเนตรกมล ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของสายธาร หลังกลับจากงานศพสายธาร พิมพ์ชนกร้องไห้จนหลับไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะมีมือเย็นเฉียบแตะขาเธอ พิมพ์ชนกเห็นร่างสายธารร้องไห้อยู่ปลายเตียงของเธอ เธอไม่ได้ฝัน เธอเห็นสายธารอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เสียงโทรศัพท์ของพิพัฒน์ปลุกพิมพ์ชนกให้ตื่นจากภวังค์สายธารหายไปแล้ว พิพัฒน์นัดเจอพิมพ์ชนกบอกความจริงเรื่องสายธารเป็นผู้หญิงไซด์ไลน์ ตอนแรกพิพัฒน์เจ็บปวดและรับไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ให้อภัยเพราะความรักที่เขามีต่อสายธาร และวางแผนที่จะแต่งงาน กันแต่ ดนัย (กรุณพล เทียนสุวรรณ) กับ สมภพ (วริษฐ์ ทิพโกมุท) สองพี่น้องนายทุนและเจ้าพ่อแห่งวงการบันเทิง ที่เคยใช้บริการสายธารบ่อย ๆ ไม่ยอมเลิกกับสายธาร ทั้งสองขู่เอาชีวิตสายธาร ทำให้สายธารหวาดกลัวและอัดคลิปเสียงขู่ฆ่า และคลิปเสียงของดนัยที่โทรนัดให้สายธารไปพบที่บึงร้าง ไม่งั้นจะแฉรูปโป๊ของสายธารที่แอบถ่ายเอาไว้ สายธารจึงขู่กลับว่าจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดกับสื่อฯ หลังจากสายธารตาย มือถือของเธอก็หายไป พิพัฒน์มั่นใจว่าดนัยกับสมภพร่วมมือกันฆ่าปิดปาก สายธาร พิมพ์ชนกหดหู่กับเรื่องของสายธารที่เธอได้รับรู้ ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจของพี่สาวต่างสายเลือด ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...สายธารก็คงไม่มีชะตากรรมแบบนี้ เพราะเธอไปอ้อนวอนขอร้องให้สามีภรรยาคู่นั้นรับสายธารไปอยู่ด้วย สามีภรรยาครอบครัวประเสริฐวรกาญจน์ถูกใจและเลือกรับอุปการะพิมพ์ชนก แต่พิมพ์ชนกอยากให้สายธารได้อยู่สุขสบายมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงเสียสละโอกาสนั้นให้น้อง โดยหารู้ไม่ว่า เธอได้ส่งสายธารไปสู่เงื้อมือพญามัจจุราช ครอบครัววรกาญจน์ย้ายที่อยู่ทันทีที่ได้ตัวสายธารไป ทำให้บ้านแสงประทีปติดต่อไม่ได้ พิมพ์ชนกขาดการติดต่อกับสายธารทั้งที่ทั้งสองสัญญาจะไม่ทิ้งกัน นางรายที่รัก สายธารถูกเลียงให้เติบโตมาอย่างดี และถูกพ่อแม่ใจยักษ์บังคับให้สายธารขายตัวกับเสี่ยกระเป๋าหนักมากหน้าหลายตา โดยที่เธอไม่อาจขัดขืนได้ หลังจากพ่อแม่สายธารติดหนีพนัน จึงพากันหลบหนีไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สายธารหลุดพ้นจากวังวนอุบาทว์ คิดเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพิพัฒน์ แต่ต้องมาเจอเวรกรรมเก่าจากดนัยและสมภพตามหลอกหลอนไม่หยุด พิมพ์ชนกคิดแก้แค้นแทนสายธาร เพื่อกระชากหน้ากากนายทุนชั่วในวงการบันเทิงของดนัยกับสมภพให้สาสมกับที่สายธารถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เสียงลมหวีดหวิวและเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายธารเตือนพิมพ์ชนกว่า อันตราย แต่พี่สาวผู้รักน้องสุดหัวใจ มุ่งมั่นจะทวงความยุติธรรมให้สายธาร โดยไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น พิมพ์ชนกก็ได้รับจดหมายลึกลับขู่เอาชีวิต ให้พิมพ์ชนกเลิกตามสืบเรื่องสายธาร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพิมพ์ชนกในกองถ่ายและระหว่างทางกลับบ้านหลายครั้ง พิมพ์ชนกคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากดวงแขกับพิไล ศัตรูคู่แค้นในวงการ แต่ชาร์ลีมั่นใจว่าเหตุรุนแรงหลายครั้งเป็นฝีมือฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของสายธาร ชาลีติดต่อกองปราบขอตำรวจมือดีมาช่วยคุ้มกันพิมพ์ชนก สารวัตรชินกริช (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) จึงมอบหมายให้ นทีผู้กองหนุ่มนักบู๊ไปเป็นเป็นบอดีการ์ดดูแลความบัลอดภัย และสืบเรื่องคนที่ส่งจดหมายขู่ทำร้ายพิมพ์ชนก นทีเดือดดาลไม่พอใจ เพราะฝีมือระดับอินทรีเหล็กอย่างเขาควรได้รับมอบหมายงานที่เสี่ยง อันตรายและได้ออกแรง มากกว่าการเฝ้าติดตามดาราไฮโชอารมณ์ร้ายอย่างพิมพ์ชนก แต่เขาก็ จำเป็นต้องทำตามคำลังเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางร้ายที่รัก มธุรส (กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) บุกมาอาละวาดพิมพ์ชนกถึงกองถ่ายละคร เพราะรู้ข่าวว่า พิมพ์ชนกนัดพบดนัยสามีของเธอบ่อย ๆ เพื่อพูดคุยเรื่องงานที่ดนัยเป็นนายทุนใหญ่ผลิตละครและรายการโทรทัศน์ เนตรกมลเข้ามาช่วยอธิบาย ก็ถูกมธุรสตบจนเสียหลัก เคราะห์ดีที่นทีเข้ามารับตัวเนตรกมลไว้ทัน นทีประกาศตัวเป็นบอดีการ์ดดูแลพิมพ์ชนก และขัดขวางมธุรสไม่ให้ทำร้ายพิมพ์ชนกกับเนตรกมลจนมธุรสต้องล่าถอยไป พิมพ์ชนกโวยวายชาร์ลี ไม่ยอมรับนทีเป็นบอดี้การ์ด เพราะต้องการเข้าถึงตัวดนัยกับสมภพโดยไม่มีใครล่วงรู้แผนของเธอ แต่ชฺาร์ลียื่นคำขาดให้พิมพ์ชนกมีบอดีการ์ดเพื่อความปลอดภัย ถ้าคิดจะหาหลักฐานเล่นงานตัวฆาตกร โดยจะมีเพียงพิมพ์ชนกชาร์ลี และพิพัฒน์เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ พิมพ์ชนกแกล้งรับปากชาร์ลี แต่ในใจคิดหาวิธีที่จะให้นทีทนเธอไม่ได้จนลาออกไปเอง ชาร์ลีให้นทีย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของพิมพ์ชนก และพักห้องนอนติดกันพับพิมพ์ชนกสร้างความเหวี่ยงวีนให้กับพิมพ์ชนกที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตน ชาร์ลีเกลียกล่อมและย้ำเรื่องข้อตกลงของเขากับพิมพ์ชนก จนพิมพ์ชนกค้านไม่ได้ นทีแอบสงสัยว่าชาร์ลีกับพิมพ์ชนกมีข้อตกลงอะไรที่เขาไม่รู้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีที่เค้ารับหน้าที่ตามสืบด้วย พิมพ์ชนกฝันเห็นสายธารถูกใครคนหนึ่งซึงมองไม่ขัด จับเธอกดน้ำในบึง สายธารตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับกดน้ำไปด้วย เธอเริ่มสำลัก และหายใจไม่ออก ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียง... จนสะดุ้งตื่น พิมพ์ชนกทบทวนความฝันร้องไห้รู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้ชะตากรรมของสายธารเป็นแบบนี้ เธอคร่ำครวญโทษตัวเอง นทีได้ยินเสียงพิมพ์ชนกร้องไห้คิดว่าพิมพ์ชนกตกอยู่ในอันตราย จึงรีบเข้าไปช่วย เป็นครั้งแรกที่นทีได้เห็นน้ำตาของนางพญาหงส์ พิมพ์ชนกอ้างว่าร้องไห้คิดถึงแม่ ไล่ให้นทีออกไปจากพื้นที่หวงห้ามในห้องนอน และไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง นทีตามมาเฝ้าพิมพ์ชนกที่ห้องถ่ายรายการสดตอนเช้า มีมอเตอร์ไซค์ลึกลับตั้งใจพุ่งมาชนมาชนพิมพ์ชนกขณะเดินเข้าห้องถ่ายรายการ นทีเล่นงานคนร้าย และช่วยพิมพ์ชนกไว้ได้ แต่จับตัวคนร้ายไว้ไม่ทัน พิมพ์ชนกตื่นตระหนกและพยายามกลบความรู้สึกกลัวเอาไว้ ก่อนเริ่มถ่ายรายการ อาจารย์พิมาน (ฝันเด่น จรรยาธนากร) ญาณสัมผัส ถูกเชิญเข้ามาทำพิธีบรวงสรวงให้ทีมงานในกองถ่าย ได้ทักพิมพ์ชนกให้ระวังอันตรายบางอย่างที่คิดจะทำ พิมพ์ชนกปฏิเสธไม่เข้าใจเพราะไม่อยากให้นทีหรือคนอื่นรู้เรื่องขณะให้สัมภาษณ์รายการสดกับพิธีกรหน้าใหม่สองคน พิมพ์ชนกเห็นใบหน้าพิธีกรคนหนึ่งเหมือนสายธาร ถึงกับอึงไป พิมพ์ชนกจึงหันความสนใจมาคุยกับพิธีกรคนแรกคนเดียว ไม่ว่าพิธีกรสาวอีกคนจะถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ ไม่มองหน้า จนจบรายการก็หนีเข้าห้องแต่งตัวไป พิธีกรหน้าคล้ายสายธารถึงกับร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าพิมพ์ชนกเกลียดอะไรตน ทีมงานพากันซุบซิบนินทาถึงความร้ายกาจของพิมพ์ชนกให้นทีได้ยิน นทีตามพิมพ์ชนกเข้าไปในห้องแต่งตัว ทันเห็นเห็นพิมพ์ชนกปาดนาตาแวบหนึ่ง แต่กลับหันหน้าสวยเชิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาสั่งนทีว่าจะเดินทางไปทำสปาต่อ เพื่อเตรียมตัวถ่ายโฆษณาตัวใหม่ในวันรุ่งขึ้น ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งแอบส่งข่าวไปบอกดวงแขกับพิไลทันที ดวงแขสบโอกาส คิดหาทางแก้แค้นพิมพ์ชนกที่แย่งโฆษณาชิ้นนี้ไปจากตน ดวงแขกับพิไลทำทีมาทำสปาก่อนพิมพ์ชนกจะมาถึง และแอบใส่ครีมกำจัดขนลงในครีมบำรุงคิว พิมพ์ชนกเดินทางมาถึงปะทะคารมกับดวงแขคู่อริ นทีคอยสังเกตพิรุธของดวงแขกับพิไล ว่าอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยขู่ทำร้ายพิมพ์ชนกรึเปล่า มยุรี (สุวรัฎฐิภา โยคะกุล) เจ้าของสปาชื่อดัง ขอร้องให้ทั้งสามอย่ามีเรื่องกัน เพราะมีนักข่าวเป็นลูกค้าในร้าน ไม่อยากให้เป็นข่าวดังตามหน้าสื่อบันเทิงก่อนกลับดวงแขชื่นชมครีมบำรุงคิ้วตัวใหม่ของมยุรี ทำให้พิมพ์ชนกสนใจอยากลองบ้าง ศาตราโทรบอกนทีเรื่องทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์คนร้ายเป็นทะเบียนปลอม ทำให้ติดตามตัวคนร้ายยาก และจดหมายขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกิตรวจไม่พบรอยนิ้วมือ ตัวหนังสือก็ใช้พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ นางร้ายที่รัก อิงอร (ปารีณา บุศยศิริ) ลูกสาวสารวัตรชินกริช ส่งข้อความและโทรจิกนที จนนทีจำต้องรับสายและหลอกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจในซ่องโสเภณี ทำให้อิงอรโวยวายไม่พอใจมาก นทีรู้จักอีกแง่มุมดี ๆ ของพิมพ์ชนกจากป้าศัลย์ หรือป้าศรี แม่บ้านวัย 40 ที่ถูกสามีทำร้ายจนเสียโฉม พิมพ์ชนกจึงออกเงินให้ป้าศัลย์ไปทำศัลยกรรมจนหน้าสวย และช่วยป้าศัลย์ให้รอดพ้นจากสามีใจร้าย นทีสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างพิมพ์ชนกกับดนัย ที่ทำให้มธุรสหึงหวงจนต้องตามมาอาละวาดบ่อย ๆ พิมพ์ชนกโกรธนทีเพราะคิดว่าเขากำลังดูถูกเธอว่าใช้ร่างกายเป็นสะพานให้ได้งานจากดนัย แต่เธอไม่ยอมอธิบายว่าทำไมต้องหาโอกาสเข้าใกล้ดนัยบ่อยครั้ง กลางดึก...พิมพ์ชนกกรีดร้องลั่นคฤหาสน์ เมื่อพบว่าขนคิ้วของเธอร่วงจนหมด สร้างความขำระคนปวดหัวให้นที ที่ต้องหาทางแก้ปัญหาให้พิมพ์ชนกโดยด่วน นทีตัดผมหน้าม้าปิดบังคิ้วให้พิมพ์ชนก เป็นทรงที่แปลกตาแตกน่ารักดีสำหรับเธอ แนะนำให้พิมพ์ชนกสั่งชาร์ลีแทรกคิวแอนนาช่างแต่งหน้าเทพจอมวีนด่วน แม้จะยากลำบากแค่ไหน ชาร์ลีก็ต้องได้คิวแต่งหน้าของแอนนามาให้ได้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านไปด้วยดี งานถ่ายโฆษณาราบรื่น พิมพ์ชนกอารมณ์ดีและรู้สึก ดีกับนทีจนชาร์ลีผิดสังเกต ที่ผู้กองขี้เก๊กกับคุณนายเอาแต่ใจญาติดีกันได้ ศาตราตามชาร์ลีไปหาหลักฐานและตรวจสิ่งผิดปกติที่สปาของมยุรี เพื่อหาว่าใครกลั่นแกล้งพิมพ์ชนก จึงรู้ว่ามยุรีกำลังถูกลูกค้าหลายคนรุมเอาเรื่องเพราะขนคิ้วร่วงเหมือนพิมพ์ชนก แต่ดวงแขและพิไลกลับไม่เป็นอะไร ทิ้งที่เริ่มใช้ครีมยี่ห้อนี้เป็นสองคนแรก พิมพ์ชนกมั่นใจว่าดวงแขกลั่นแกล้งเธอ จึงคิดเอาคืนด้วยการติดต่อขอพบดนัย เพื่อใช้เสน่ห์อ้อนขอเสียบงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้เพราะไม่อยากให้พิมพ์ชนกสร้างศัตรูและไม่อยากให้พิมพ์ชนกเปลืองตัวแต่พิมพ์ชนกมั่นใจว่ามีนทีคอยปกป้องแล้วจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ทำให้นทีรู้สึกหวั่นไหวกับความไว้วางใจของพิมพ์ชนก ดนัยยอมให้พิมพ์ชนกมาทำงานพิธีกรแทนดวงแข นทีไม่พอใจที่พิมพ์ชนกแต่งตัวยั่วยวนดนัยจนเกินงาม จึงมีปากเสียงกันหลังจากกลับถึงคฤหาสน์ ทั้งสองพ่อแง่แม่งอนกัน และต่างคนต่างหนีเข้าห้องของตัวเอง มธุรสอาละวาดดนัยทันทีที่กลับถึงบ้าน เพราะรู้ว่าดนัยแอบนัดเจอกับพิมพ์ชนก ดนัยจึงออกไปดื่มเหล้าและปรับทุกข์กับสมภพน้องชาย ดนัยพูดเป็นนัยว่ารักพิมพ์ชนกจริง และสั่งห้ามสมภพยุ่งวุ่นวายกับพิมพ์ชนกเด็ดขาด แม้สองพี่น้องจะผลัดเปลี่ยนกันเชยชมผู้หญิงคนเดียวกันมาตลอด แต่สำหรับพิมพ์ชนกคือข้อยกเว้น ดวงแขถูกสื่อบ้านเทิงเล่นงานอย่างหนักจนถูกถอดจากงานละครและงานพิธีกร ดวงแขวางแผนกับพิไล หาทางแก้แค้นพิมพ์ชนก พิมพ์ชนกแนะนำเนตรกมลให้รู้จักนทีบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ที่กองถ่ายละครเรื่องใหม่ เนตรกมลถูกใจนทีตั้งแต่ที่เคยช่วยเธอคราวก่อน จึงชวนนทีพูดคุยด้วย แต่นทีกลับพูดถึงแต่พิมพ์ชนกในแง่มุมที่คนอื่นไม่เคยรู้ เพราะเขาอยู่ใกล้ชิดกับพิมพ์ชนกมาหลายอาทิตย์ ดวงแขกับพิไลเป็นแค่ นักแสดงรับเชิญ เห็นบอดีการ์ดอย่างนทีคุยอยู่กับกมลเนตร จึงยิ้มร้ายสบโอกาส พิมพ์ชนกอยู่ในห้องเก็บของที่ใช้เป็นห้องแต่งตัวชั่วคราว ในห้องทึบและอับแทบไม่มีอากาศหายใจเสียงสายธารแว่วเตือนพิมพ์ชนกพร้อมเสียงลมหวีดหวิวให้ระวังตัวจู่ ๆ ก็มีมือลึกลับล็อกประตูห้องแต่งตัวจากด้านนอก พิมพ์ชนกตกใจทุบประตูเรียกก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะทีมงานคนอื่นวุ่นวายกับการเซ็ตฉาก เซ็ตไฟ แต่งหน้าแต่งตัวนักแสดงคนอื่น นทีตามหาพิมพ์ชนก ก่อนจะพังประดูห้องแต่งตัวเข้าไปพบว่าพิมพ์ชนกเป็นลมอยู่ในนั้น ชาร์ลีกับเนตรกมลเอายาดมและพัดให้พิมพ์ชนกจนฟื้นคืนสติ ทีมงานต่างโจษจันกันว่าพิมพ์ชนกโดนอาถรรพ์จากละครผีเรื่องนี้ จากการปล่อยข่าวของดวงแขกับพิไล พิมพ์ชนกมั่นใจว่าเป็นฝีมือดวงแขกับพิไล แต่ทั้งสองปฏิเสธแกล้งบีบน้ำตาดราม่าว่าชีวิตกำลังย่ำแย่ ยังจะถูกพิมพ์ชนกกล่าวหาอีก นทีเห็นมธุรสแอบชุ่มดูพิมพ์ชนกมุมหนึ่งด้วยแววตาร้าย มธุรสรบหนีไปทันทีที่ตกเป็นเป้าสายตานที ทำให้นทีสงสัยว่า ดวงแข หรือ มธุรส ที่เป็นคนขู่เอาชีวิตพิมพ์ชนกกันแน่ นางร้ายที่รัก ชาร์ลีพาพิมพ์ชนกมาหาอาจารย์พิมาน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับวิญญาณของสายธารมีจริงหรือเปล่า อาจารย์พิมานพูดแต่เรื่องเวรกรรมที่ต้องชดใช้ ทำให้พิมพ์ชนกปักใจว่าเธอต้องชดใช้หนี้ชีวิตของสายธารให้ได้ นทีเฝ้ารออยู่นอกบ้านอาจารย์พิมานอย่างเอือมระอา เพราะไม่เชื่อเรื่องงมงายแบบนี้ พิพัฒน์หลบเนตรกมลมาหาพิมพ์ชนกที่กองถ่าย บอกว่าแอบเข้าไปค้นมือถือสายธารในบ้านดนัยกับสมภพไม่สำเร็จ อยากให้พิมพ์ชนกหาทางเข้าไปหาหลักฐานที่ห้องทำงานดนัยกับสมภพในบริษัท ลมกรรโชกแรง...พิมพ์ชนกไดยินเสียงสายธารชัดเจนว่า อันตราย พิมพ์ชนกเข้าใจว่าสายธารต้องการมาเตือนเรื่องที่เธอกำลังสืบ ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอมุ่งมั่นจะจับตัวดนัยเข้าคุกให้ได้ นทีสงสัยว่าพิพัฒน์กับพิมพ์ชนกมีลับลมคมในอะไรกัน ทำไมน้องชายถึงไม่ไปหาเนตรกมลพี่สาว แต่กลับมาคุยกับพิมพ์ชนกแทน พิมพ์ชนกแก้ตัวว่าพิพัฒน์เป็นแฟนคลับละคร แต่นทีไม่เชื่อ เนตรกมลรักน้องชายมาก จึงเตือนพิพัฒน์เรื่องชอบพิมพ์ชนก เพราะไม่อยากให้พิพัฒน์เสียใจ เพราะคนอย่างพิมพ์ชนกอยู่สูงเกินกว่าที่จะมองพิพัฒน์ พิพัฒน์ปฏิเสธหาว่าเนตรกมลเล่นละครมากเกินไปจนผูกเรื่องเองคิดไปเอง ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไร ดนัยกับสมภพแจงรายละเอียดงานพิธีกรเทปแรก พิมพ์ชนกตกใจมากเมื่อรู้ว่าจะต้องไปเป็นพิธีกรถ่ายทำรายการที่ บ้านแสงประทีป อดีตที่พิมพ์ชนกพยายามลืมมาสิบกว่าปี สมภพแอบลอบมองความสวยสง่าของพิมพ์ชนกอย่างน่าชื่นชม อย่างนี้นี่เอง...พี่ชายของเขาถึงกับหวงแหนและอยากจะครอบครองพิมพ์ชนกไว้คนเดียว ดนัยเห็นสายตากรุ้มกรมของสมภพ เริ่มไม่ไว้ใจ พิมพ์ชนกยังโดนลอบทำร้ายอยู่ตลอด แม้นทีจะช่วยเธอรอดพ้นอันตราย แต่ก็ไม่สามารถสืบหาได้ว่าใครเป็นจอมบงการและฆาตกรที่แท้จริง แต่พิมพ์ชนกก็ยังดือที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตลอด สุดท้ายใครคือฆาตรกรที่ฆ่าสายธาร และบงการฆ่าพิมพ์ชนก ก็ต้องติดตามชมใน ละครนางร้ายที่รัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนัแสดง นางร้ายที่รัก คิมเบอร์ลี แอน เทียมคิริ รับบท พิมพ์ชนก ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท นที หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท เนตรกมล จิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ศาสตรา วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท ชาร์ลี ปารีณา บุศยศิริ รับบท อิงอร โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ รับบท พิพัฒน์ กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ดนัย วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท สมภพ ธนิดี กาญจนวัฒน์ รับบท ดวงแข เวธกา คิริวัฒนา รับบท พิไล กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท มธุรส

ชำแหละฉากหลังเครดิตของ Ant-Man มีความหมายอย่างไรต่อจักรวาล มาร์เวล
Ant Man /  Captain America: Civil War / 

เชื่อว่าใครหลายคนคงได้รับชมมนุษย์มด ฮีโร่เรื่องล่าสุดจาก มาร์เวล อย่าง Ant-Man กันไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสำหรับแฟนมาร์เวลก็แน่นอนว่าคงจะรอดูจนเอ็นเครดิต จบ แล้วก็ต้องกรี๊ดกร๊าดกับฉากหลังเหล่านั้นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนหนังมาร์เวลก็อาจจะมีคำถามในหัวเต็มไปหมดว่าท้ายสุดแล้ว มันคืออะไรกันแน่ ซึ่งวันนี้เราก็เลยอยากจะมาชำแหละถึงฉากหลังเครดิตเล็กๆน้อยๆ ถึงเกร็ดของมัน และมันมีความหมายอย่างไรต่อ จักรวาลหนังมาร์เวล ในอนาคต แน่นอนครับว่าบทความนี้มีสปอยล์ ใครยังไม่ได้ดูสามารถข้ามไปก่อนได้เลย ฉากหลังเครดิตตัวที่ 1 : เป็นฉากที่ตัวหนังเฉลยไว้ว่า แท้จริงแล้ว แฮงค์ พิมพ์ แอบสร้างอีกชุดนึงไว้ให้ลูกสาวของเธออย่าง โฮ้ป เช่นกัน ซึ่งชุดนั้นเรียกว่า เดอะ วาร์ป โดยเป็นชุดที่เขาและภรรยาอย่าง เจเน็ท แอบสร้างไว้อย่างลับๆนานแล้ว ก่อนที่ ภรรยา ของเขาจะจากไป เขาเก็บชุดนี้ไว้จนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสม ซึ่งถ้าหากเป็นตามในคอมมิคส์แล้ว ตัวละครของ โฮ้ป ที่จริงจะมีออกมาเพียงเพื่อเป็นตัวร้ายอย่าง The Red Queen และแท้จริงแล้ว ตัวละคร เจเน็ท ภรรยาของ แฮงค์ พิมพ์ คือ เดอะ วาร์ป แต่ในเมื่อตัวหนังเลือกที่จะเปลี่ยนเส้นเรื่องอย่างที่เห็น เราจึงหมุดหมายได้ว่าตัวหนังคงจะเปลี่ยนตัวละคร เดอะ วาร์ป มาเป็น โฮ้ป ลูกของ แฮงค์ พิมพ์ แทน ซึ่งถึงแม้ในตอนนี้ทางตัว อีวานเจลลีน ลิลลี่ นักแสดงผู้รับบทดังกล่าวจะเซ็นสัญญากับ มาร์เวล แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว แต่เดี๋ยวในอนาคตอันใกล้เธอก็คงจะถูกมาร์เวลเรียกไปอย่างกระชั้นชิดเช่นเดียวกับนักแสดงคนอื่นๆแน่นอน และนั่นหมายความว่าเธอน่าจะมีส่วนร่วมในหนังอย่าง Avengers 3 และ Captain America: Civil Wars ด้วยเช่นกัน เพราะตามคอมมิคส์แล้ว ตัวละคร เดอะ วาร์ป ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฮีโร่ในทีม อเวนเจอร์ส อีกด้วยครับ เดอะ วาร์ป ในฉบับคอมมิค ฉากหลังเครดิตตัวที่ 2 : เป็นฉากที่ตัวละคร กัปตัน อเมริกา และ ฟัลค่อน ได้พบเพื่อนเก่า/ศัตรู อย่าง บัคกี้ บาร์นส หรือ วินเทอร์ โซลเยอร์ ตัวร้ายใน Captain America: The Winter Soldier ที่แต่ก่อนเป็นเพื่อนรักของกัปตัน แต่ถูกพวกไฮดร้า จับตัวไปล้างสมอง ซึ่งการตามหา บัคกี้ บาร์นส ของทั้ง 2 คน แท้จริงแล้วยังคงดำเนินงานอยู่เรื่อยๆ อย่างเช่นใน Avengers: Age of Ultron ก็จะมีฉากจำพวกที่กัปตันยังคอยสอดส่องหาเพื่อนรักคนเก่าของเขาอยู่ด้วย แต่แน่นอนว่าในเมื่อตัวของ บัคกี้ เอง เคยกลายเป็นวินเทอร์ โซลเยอร์ และถล่มฐานทัพของชีลด์เสียราบคาบ จึงทำให้ทั้ง กัปตัน และ ฟัลค่อน ไม่สามารถโทรเรียกให้กับ อเวนเจอร์ส คนอื่นรับรู้ได้เลย และนั่นก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิด Civil War ด้วย ก่อนที่จะปิดท้ายตัวเครดิตที่ ฟัลค่อน กล่าวว่า 'ฉันรู้จักผู้ชายคนนึง' ซึ่งนั่นหมายถึง แอนท์ แมน ที่จะไปร่วมจอใน Civil War นั่นเอง โดยตัวเครดิตฉากที่ 2 นี่กล่าวง่ายๆเลยคือ เป็นฉากที่จะนำไปสู่หนังเรื่องต่อไปของมาร์เวลอย่าง Captain America: Civil War ซึ่งเป็นการต่อสู้กันเพราะเนื่องด้วยความต่างอุดมการณ์ของเหล่าฮีโร่ โดยแบ่งเป็นทีม ไอร่อนแมน และ กัปตัน อเมริกา ซึ่งฉากดังกล่าวทางตัวผู้บริหารของมาร์เวลอย่าง เควิน ไฟกี ยืนยันว่าเราจะได้เห็นฉากท้ายเครดิตตัวนี้อีกครั้งในหนัง Civil War แต่อาจจะต่างมุมกล้องกัน เพราะเนื่องด้วยฉากดังกล่าวน่าจะเป็นช่วงกลางๆซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ โทนี่ และ กัปตัน ต้องมาเดือดใส่กันจนก่อเกิดเป็นสงครามครั้งใหญ่นั่นเอง เพราะฉะนั้นเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไรต่อไป เราก็ต้องรอชมกันใน Civil War กันแล้วหละครับ ส่วนใครที่กลัวว่า Ant-Man จะมาอยู่กับเราแค่ Civil War เป็นเรื่องต่อไป ก็ไม่ต้องห่วงเลย เพราะ พอล รัดด์ ยืนยันแล้วว่า ฮีโร่ตัวเล็กตัวนี้ จะยังมาร่วมแจมใน Avengers 3 อีกด้วย เพราะฉะนั้นเราคงได้เห็นมนุษย์มดย่อหด ต่อสู้ร่วมกับเหล่า อเวนเจอร์ส กันอีกนานแน่นอน

นิทานไก่แก้วหอมชู เรื่องราวที่นายบอยจ๊อดจะพาเราไปสืบค้น
Mystery Unsolved /  นิทานพื้นบ้าน / 

นิทานพื้นบ้านบางเรื่องก็มาจากจินตนาการล้วนๆ ไม่มีอะไรยืนยัน แต่นิทานบางเรื่องกลับมีสถานที่จริง และหลักฐานอ้างอิงประกอบจนน่าฉงน เหมือนกับเรื่องราวต่อไปนี้ ที่นายบอยจ๊อดนักสืบหน้าหนวดจะพาเราไปทำความรู้จักกับนิทานพื้นบ้านซึ่งมีสถานที่จริงระบุให้เราต้องสืบค้น และนั่นก็คือเรื่องราวของ นิทานไก่แก้วหอมชู นายบอยจ๊อด พร้อมที่จะพาเราไปพิสูจน์แล้ว นายบอยจ๊อดหน้าหนวดได้พาเรามายัง ปรางค์บ้านสีดาหรือปรางค์สีดา ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดพระปรางค์สีดา ตำบลสีดา อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา เป็นอาคารที่ใช้หินศิลาแลง และอิฐเป็นโครงสร้างหลัก ลักษณะเป็นปราสาทหลังเดี่ยวทรงวิมาน - ศิขร (ะ) (ลดหลั่นขึ้นไป) แผนผังจัตุรมุข มีมุขซุ้มประตูสั้นๆ ปิดทึบด้วยประตูหลอกทั้งสี่ด้าน มีกำแพงศิลาแลง และคูน้ำล้อมรอบ ลักษณะเป็นปราสาทแบบ “สรุก” หรือศาสนสถานตามคติความเชื่อแบบฮินดู (Hinduism) ประจำชุมชนโบราณ ที่มักจะมีบาราย (สระน้ำขนาดใหญ่) อยู่ทางด้านหน้าทิศตะวันออก ฐานไพทีของตัวปราสาทเป็นชั้นบัวลูกฟักศิลาแลงเพิ่มมุม (หยักที่มุม) ที่ชั้นฐานของตัวเรือนธาตุปราสาทก่อด้วยศิลาแลงขึ้นไปถึงชั้นเหนือประตู เหนือขึ้นไปก่อด้วยอิฐ ฉาบปูนและปั้นปูนขาวฉาบประดับทั้งองค์ปราสาท วัดพระปรางค์สีดา ที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งรูปปั้นนางสีดา กับท้าวกำพร้า สภาพของปราสาทปรางค์บ้านสีดา ตามภาพถ่ายเก่าเมื่อปี 2504 ชั้นเรือนยอดที่ก่อด้วยอิฐน่าจะพังทลายลงมาทั้งหมดในยุคก่อนหน้า คงเหลือเพียงชั้นของเรือนธาตุกับปูนปั้นประดับกลุ่มบัวเชิงธาตุและปูนปั้นหัวเสาติดอยู่กับตัวอาคารเรือนธาตุที่แตกร่วงหล่นกระจัดกระจาย ส่วนที่คงเหลืออยู่เห็นเป็นเด่นชัดเป็นภาพปูนปั้นประดับบนส่วนของทับหลังและหน้าบันทางฝั่งทิศตะวันตก ที่เป็นภาพของนางอัปสรา 7 นางกำลังร่ายรำ และภาพของกลุ่มบุคคลรายล้อมเทพเจ้าสำคัญ ที่ประทับอยู่บนดอกบัวตรงกลางภาพหน้าบัน จากร่องรอยหลักฐานที่เหลืออยู่ของซากปราสาทปรางค์บ้านปรางค์ ฐานบัวเชิงเรือนธาตุที่เหลืออยู่มีลักษณะยกชั้นสูงกว่าชั้นลวดบัวเชิงเสาประดับผนัง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมในยุคปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นสถานที่ทีเต็มไปด้วยรูปปั้นที่สื่อถึงนรกกับสวรรค์ ประกอบกับภาพลวดลายปูนปั้นบนทับหลังหรือหน้าบัน ที่มีลักษณะเป็นเรื่องราวของภาพบุคคลโดด ๆ ไม่มีลายหน้ากาลเกียรติมุข หรือลายพรรณพฤกษามาประกอบ เป็นความนิยมทางศิลปะในช่วงหลังต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งก็หมายความว่า ปรางค์บ้านสีดาอาจกำหนดอายุการก่อสร้างได้ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ถึงลักษณะของบุคคล รวมทั้งลวดลายเครื่องแต่งกายของภาพปูนปั้นที่มีอยู่นั้นมีความโดดเด่นแบบศิลปะขอม – เขมรโบราณ แต่ก็ยังมีความเป็น “ท้องถิ่น” ผสมผสานอยู่มาก ซึ่งก็อาจจะเป็นภาพปูนปั้นที่เพิ่งปั้นแต่ง เพิ่มเติมเข้าไปในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ในช่วงซ่อมแซมปราสาทครั้งใดครั้งหนึ่งก็เป็นได้ บ่อที่ถูกอ้างอิงว่าเป็นบ่อไก่แก้วตามตำนาน "ไก่แก้วหอมชู" ชื่อของ “ปรางค์บ้านสีดา” นั้น อาจมาจากชื่อ“นางสีดา” นางเอกสำคัญในวรรณกรรมรามเกียรติ์ และยังปรากฏอยู่ ในนิทานพื้นบ้านลาว เรื่อง "ไก่แก้วหอมชู" ซึ่งเล่าต่อกันในท้องถิ่นว่านางสีดาเป็นพระธิดาของท้าวกะโยงคำพญานาคเจ้าเมืองบาดาล วันหนึ่งแอบขึ้นมาเที่ยวบนโลกมนุษย์ โดยเนรมิตกายให้เป็น “ไก่แก้ว” (ไก่เผือก) ท้าวกำพร้า (ผู้มีวิชาต่อไก่ บุตรของผัวเมียกำพร้า) ได้มาพบไก่แก้ว จึงเข้าต่อไก่ไล่จับ คว้าไว้ได้แต่เพียงปลายหางเส้นหนึ่งของไก่แก้ว แต่นางสีดา (ไก่แก้วจำแลง)ก็สามารถหนีลง “รู” กลับไปเมืองบาดาลได้ ปลายขนหางไก่แก้วที่ท้าวกำพร้านำกลับมา ได้ส่งกลิ่นหอมชูฟุ้งไปทั่วเขตคราม หอมโชยไปจนถึงวังของพญาจาตูม (พญากุญชโร) พระองค์จึงมีรับสั่งให้ออกตามหาที่มาของกลิ่นหอมชู เมื่อทราบความแน่แล้วจึงให้ทหารขุดรูลงไปหาไก่แก้ว แต่จะขุดลึกลงไปมากเท่าใดก็ยังไม่ถึงเมืองบาดาล แม้จะเอาด้ายหย่อนลงไปก็ไม่ถึง พญาจาตูมจึงให้นายช่างหลวงทำสายยนต์เป็นเชือกโซ่เหล็ก ใช้เวลาตีสายเชือกยนต์เจ็ดปีเจ็ดเดือนจนมีความยาวมากพอ แต่ก็ไม่มีใครอาสาลงรูไปตามไก่แก้ว พญาจาตูมจึงขอให้ท้าวกำพร้า เป็นผู้ลงไปตามหาไก่แก้ว โดยสัญญาว่า จะดูแลมารดาของท้าวกำพร้าไว้ให้ (บ่อที่ขุดตามรูก็เรียกว่า "บ่อไก่แก้ว" ช่องหินศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยม (ที่ปักเสาจารึกแบบเขมรโบราณ) ในวัดบ่อไก่แก้ว ที่จะมีงานประจำปีทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี) หน้าปราสาทที่ว่ากันว่า พญาจาตูมสร้างให้แก่นางสีดา ด้านหน้าจะมีรูปปั้นนางสีดาอยู่ เมื่อตั้งหลักยนต์ไว้ข้างบ่อแล้วจึงผูกสายยนต์หย่อนลงไป ให้ท้าวกำพร้าอยู่ในยนต์ โดยแจ้งสัญญาณว่าถ้าต้องการขึ้นมา จะให้ดึงขึ้น ก็ขอให้กระตุกสายยนต์ เมื่อหย่อนลงไปถึงเมืองบาดาล ท้าวกำพร้าก็ได้พบนางสีดา (ไก่แก้วจำแลง) ซึ่งเป็นพระธิดาพญานาค แต่ด้วยเพราะอดีตชาติเป็นคู่ตุนาหงัน ทั้งสองจึงตกลงปลงใจแต่งงานกัน ต่อมาท้าวกำพร้าคิดถึงมารดาที่ฝากพญาจาตูมดูแลไว้ จึงขอพญานาคเจ้าเมืองบาดาลเดินทางกลับขึ้นมาพร้อมกับนางสีดาแต่เมื่อมาจะขึ้นยนต์ นางสีดาลืมของใช้ จึงขอให้ท้าวกำพร้ากลับไปเอามาให้ ท้าวกำพร้าสั่งกำชับนางสีดาว่า ห้ามถูกต้องสายเชือกยนต์โดยเด็ดขาด แต่นางสีดาก็เผลอขึ้นไปนั่งบนยนต์ ทำให้สายเชือกยนต์กระตุก ทหารข้างบนจึงชักสายยนต์ขึ้น ท้าวกำพร้าวิ่งกลับมาไม่ทันจึงขึ้นมาไม่ได้ และต้องย้อนกลับไปยังเมืองบาดาล เพื่อขอให้เจ้าเมืองบาดาลหาหนทางช่วยให้กลับขึ้นมาเบื้องบนเมื่อนางสีดาถูกยนต์ชักขึ้นมาแล้ว พวกทหารที่เฝ้ายนต์ จึงนำตัวนางไปถวายพญาจาตูม พญาจาตูมทรงโปรดและหลงรักนางสีดา หวังจะอภิเษกให้เป็นมเหสีด้วย แต่ด้วยเพราะพญาจาตูมไม่ใช่เนื้อคู่จึงไม่อาจเข้าใกล้ตัวนางสีดาและหากเข้าใกล้ถูกเนื้อต้องตัวนางสีดาก็จะลุกร้อนเป็นไฟ ด้านหน้าของตัวปราสาท "ปรางค์บ้านสีดา" นางสีดาขอเวลา 3 ปี รอให้ท้าวกำพร้ากลับมา ถ้าท้าวกำพร้าไม่กลับ ก็จะยอมเป็นมเหสีของพญาจาตูม แต่ขอให้สร้างปราสาทแยกให้ไปประทับอยู่ห่างๆพญาจาตูมจึงทำตามที่นางสีดาขอ โดยสร้างปราสาทให้นางสีดา (ปรางค์บ้านสีดา) หลังหนึ่ง และเมื่อท้าวกำพร้าสามารถเดินทางกลับขึ้นมาจากบาดาลจนได้มาพบกับนางสีดาและกลับมาอยู่ด้วยกัน เมื่อพญาจาตูมรู้เข้าจึงส่งคนมารับนางกลับไป แต่ท้าวกำพร้าไม่ให้ เพราะพญาจาตูมผิดคำสัญญาที่จะดูแลมารดาให้ดี แต่กลับปล่อยปะละเลยจนเสียชีวิต เกิดการรบพุ่งกันระหว่างพญาจาตูมกับท้าวกำพร้า ท้าวกำพร้าเสกให้พญาจาตูมตัวแข็งเป็นหิน เสกให้น้ำท่วมเมือง จนพ่ายแพ้ พญาจาตูมยอมรับผิด ยกบ้านเมืองให้ท้าวกำพร้าครอบครอง แต่ท้าวกำพร้าปฏิเสธ จึงยกเมืองคืนให้กับพญาจาตูม ครอบครองดังเดิม พร้อมกับสั่งสอนให้ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม ส่องใหญ่เลยนะนายบอยจ๊อด ประตูทิศใต้ ที่มีเรื่องเล่าแตกต่างกันมากมาย เกี่ยวกับปรางค์บ้านสีดา ถูใหญ่เลยนะหนวด นอกจากซากของปราสาทร้างในยุควัฒนธรรมเขมรที่บ้านสีดาแล้ว โดยรอบของชุมชนยังปรากฏร่องรอยของเนินเมืองที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ คูน้ำคันเมืองรูปวงกลมและวัตถุโบราณในวัฒนธรรมแบบทวารวดี (ใบเสมาหินแบบทวารวดี) ที่บ้านโนนเมือง (ทางทิศเหนือของปรางค์บ้านสีดา)แสดงให้เห็น”ร่องรอยหลักฐาน” ของพัฒนาการผู้คน – วัฒนธรรมที่ทับซ้อน ต่างกาลเวลากันมายาวนานจากชุมชนยุคเหล็กมาถึงวัฒนธรรมทวารวดีกลายมาเป็นชุมชนเขมรตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมาได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีสถานที่อ้างอิงจริง แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรื่องเล่านิทานนี้จะเคยเกิดขึ้นจริงด้วย และถึงแม้ว่ามันจะเป็นอย่างนั้น นายบอยจ๊อดก็ยังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ชัดเจนต่อไป เอาน่ะ อย่าเพิ่งไปคิดมากเลยพ่อหนวด.. Did you know - ประเพณีแห่ช้างบ่อไก่แก้วเมืองสีดาใช้ช้างแห่จำนวน ๙ เชือกในช่วงตรุษสงกรานต์ โดยมีความเชื่อว่าเมื่อท้าวกำพร้ารบชนะพระยาจาตูม และชิงตัวนาง - ชาวบ้านมีความเชื่อว่าตรงบริเวณบ่อไก่แก้วมี “รู” หรือ “ทางน้ำ” ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ - ปูนปั้นในวัดบ่อไก่แก้วเป็นศิลปะแบบขอม – เขมรโบราณ ระบุว่าเป็นปูนปั้นประดับปราสาทก่ออิฐหลังหนึ่งในจังหวัดโคราช เรียกว่า “กู่สีดา” หรือ “ปรางค์บ้านสีดา” - ที่บ้านโนนเมือง (ทางทิศเหนือของปรางค์บ้านสีดา) แสดงให้เห็น”ร่องรอยหลักฐาน” ของพัฒนาการผู้คน – วัฒนธรรมที่ทับซ้อน ต่างกาลเวลากันมายาวนานจากชุมชนยุคเหล็กมาถึงวัฒนธรรมทวารวดีกลายมาเป็นชุมชนเขมรตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#64 Dec