สงครามอสูรเหล็ก

เค เอส สแตนเลส สตีล (ห้างหุ้นส่วนจำกัด)

หจก.เคเอส.สแตนเลส สตีล รับทำและติดตั้ง ประตูสแตนเลส ช่องรั้ว ระเบียง ราวบันได สแตนเลสดัด มุ้งลวด หลังคาโพลีฯ หลังคาดีไลท์ หลังคาแมนทอลชีส ชุดรีโมทคอนโทรล งานเหล็ก งานสแตนเลสต่างๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ช่างนนท์ โทร 085-4428686,087-8309078 หรือที่ ks.stainless@gmail.com หรือติดต่อโดยตรงที่ ซอยโรงเรียนเซนปอลฯ ถ.เก้ากิโล ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110 สามารถดูผลงานเราได้ทาง http://www.ks-stainless.com ผลงานดี บริการเยี่ยม ราคาย่อมเยา

เดินทางผ่าน มิดเดิลเอิร์ธ เข้าสู่โลกเดอะฮอบบิท ก่อนไปดู The Hobbit: The Battle of the Five Armies
game /  Middle Earth / 

ปล่อยเกมสนุกๆมาให้ได้ลองเล่นกันแล้ว กับการเดินทางผ่าน  มิดเดิลเอิร์ธ เพื่อจะเข้าสู่โลกของ เดอะฮอบบิท  ก่อนที่จะไปชมภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies - เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ โดยคุณสามารถไปสำรวจ และรู้จักดินแดนมิดเดิ้ลเอิร์ธแบบถ้วนทั่วทุกอาณาจักรผ่านเว็บไซต์  www.thehobbit.com/middle-earth แบบสมจริงสุดอลังการ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ผลงานการกำกับของ ปีเตอร์ แจ็คสันที่จะเป็นการนำเสนอบทสรุปการผจญภัยของบิลโบ แบ๊กกินส์, ธอริน โอเคนชีลด์ และคณะคนแคระที่ทวงคืนบ้านเกิดของตนจากมังกรสมอว์ก เมื่อเหล่าคณะได้ปลุกพลังอันชั่วร้ายขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ สมอว์กโกรธแค้นและได้พ่นไฟทำร้ายมนุษย์ทั้งหญิงชายและเด็กๆ ที่ไม่มีทางสู้ในเมืองทะเลสาบด้วยความเดือดแค้นด้วยความต้องการที่อยากจะไปทวงคืนทรัพย์สมบัติ ธอรินยอมเสียสละมิตรภาพและเกียรติยศเพื่อใส่ร้ายว่าเป็นแผนชั่วของบิลโบ เพื่อทำให้เขาเห็นเหตุผลที่ควรให้ฮอบบิทเดินหน้าต่อไปท่ามกลางความรุนแรงและภัยอันตราย  แต่กลับมีอันตรายที่โหดร้ายกว่ารออยู่เบื้องหน้า ซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากพ่อมดแกนดัล์ฟ   ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ซอรอน ได้เคลื่อนทัพไปพร้อมกับกองทัพออร์คเพื่อแอบซุ่มโจมตีที่หุบเขาเดียวดาย บทสรุปแห่งมหาสงครามของ คนแคระ เอล์ฟ มนุษย์ และความชั่วร้าย จะเป็นเช่นไร ติดตามได้ศึกชี้ชะตามิดเดิ้ลเอิร์ธ ไปกับ The Hobbit: The Battle of the Five Armies - เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ในวันที่ 18 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ได้ที่นี่เลย ----------------------------

สกาล่า-ลิโด้ ถอด'ม็อกกิ้งเจย์1'ออกจากโรง-หวั่นกลุ่มต้านคสช.ชู3นิ้ว
The Hunger Game /  ชู3นิ้ว / 

สกาล่า-ลิโด้ ถอด 'ม็อกกิ้งเจย์1' ออกโรง-หวั่นกลุ่มต้านคสช.ชู3นิ้ว วันนี้(2 พ.ย.)จากกรณีที่ทีมข่าว MThai News นำเสนอข่าวแฟนเพจ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD) ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ต่อต้านรัฐประหาร ได้มีการเตรียมจัดกิจกรรม “ชูสามนิ้ว หิ้วป๊อบคอร์น เข้าโรงหนัง”ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ โดยการอิงกระแสภาพยนตร์ชื่อดัง The Hunger Game: Mockingjay Part1  ซึ่งกำลังจะเข้าฉายในวันนี้ที่โรงภาพยนตร์สกาล่า สยามสแควร์ โดยมีการเรียกร้องให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ติดแฮชแท็กเชิงสัญลักษณ์  #DistrictThaiและ #TheCapitolBKK ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าโรงภาพยนตร์ในเครือAPEX สยามสแควร์ [ลิโด้-สกาล่า] ได้ทำการยกเลิกฉายภาพยนตร์ The Hunger Game ภาคดังกล่าวทุกรอบฉายแล้ว โดยทางเจ้าของโรงภาพยนตร์ปัดที่จะให้ความเห็นและสาเหตุใดๆเกี่ยวกับการยกเลิกในครั้งนี้ ทั้งนี้ภาพยนตร์เรื่อง  The Hunger Game สร้างจากหนังสือชื่อดัง เสียดสีสังคม เขียนโดยซูซาน คอลลินส์ เนื้อเรื่องเล่าเกี่ยวกับ เหตุการณ์ในโลกอนาคตหลังสงคราม ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาถูกเปลี่ยนกลายเป็น”พาเน็ม” มีแคปปิตอลเป็นเมืองหลวง และแบ่งออกเป็น 12 เขตปกครอง โดยทั้ง 12 เขตอยู่ใต้การปกครองเผด็จการของแคปปิตอล ซึ่งกลุ่มต้านรัฐประหารได้โยงให้เข้ากับเหตุการณ์ปัญหาการเมืองไทย MThai News ชู 3 นิ้ว แท้จริงหมายความว่าอะไร? รู้ไว้ก่อนชม The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 “ม็อกกิ้งเจย์” สร้างแลนด์มาร์คสุดโดดเด่น ใจกลางกรุงเทพ และในอีกหลายเมือง เอส เอฟ ร่วมกับ โค้ก และ มงคลเมเจอร์ เอาใจสาวก Mockingjay แจกตั๋วหนังฟรี 10,000 ที่นั่ง พาเน็มจะมอดไหม้ ในตัวอย่างสุดท้ายอลังการ The Hunger Games: Mockingjay – Part 1

Kungfu Fighting ส่งเนื้อหาตอนใหม่ บทที่ 7
Kungfu Fighting /  เกมส์มือถือ

เกมส์มือถือ Kungfu Fighting (kf.in.th) ทำการอัพเดตเนื้อเรื่องตอนใหม่บทที่ 7 ฝ่าฟันให้ผ่านบทย่อยไปได้นั้น ต้องใช้ประสบการณ์ ปัญญา และไหวพริบ ท้าทายความสามารถอยู่ไม่น้อย อัพเดตแล้ววันนี้ บทที่ 1 สถานการณ์วุ่นวาย หากจอมยุทธ์ได้เข้าไปต่อสู้ในด่านนี้ จะมีโอกาสสุ่มได้รับ "คัมร์ภีพลังฝ่ามือเหล็ก" ในระดับทั่วไป โดยจะต้องฝ่าฟันกับคู่ต่อสู้ ทั้ง 9 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ต้องใช้จอมยุทธธาตุไม้เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 2 : ต่อสู้กับ หลวงจีน เลเวล 50 • Mission 3 : ต่อสู้กับ ศิษย์คุนลุ้น เลเวล 50 • Mission 4 : ต่อสู้กับ ศิษย์หัวซาน เลเวล 50 • Mission 5 : ใช้ "จิ้วจี้เยียก" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 6 : ต่อสู้กับ ศิษย์คุนลุ้น และศิษย์หัวซาน เลเวล 50 • Mission 7 : ใช้จอมยุทธธาตุน้ำเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 8 : ต่อสู้กับ ศิษย์ง้อไบ๊ เลเวล 50 • Mission 9 : ต่อสู้กับ แม่ชีมิกจ้อ เลเวล 50 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 1 สถานการณ์วุ่นวาย" จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100% บทที่ 2 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อจอมยุทธ์เดินทางมาถึง "บทที่ 2 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส" หลังจากผ่านด่านผู้เล่นจะมีโอกาสสุ่มได้ "คัมร์ภีพลังปัญญามังกรคชสาร" ในระดับทั่วไป โดยจะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ ทั้ง 11 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ใช้ "ย้งยี้" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 2 : ต่อสู้กับ หลวงจีน เลเวล 52 • Mission 3 : ต่อสู้กับ ศิษย์คุนลุ้น เลเวล 52 • Mission 4 : ใช้ "หมินหมิ่น" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 5 : ต่อสู้กับ สาวกพรรคตะวันจันทรา เลเวล 52 • Mission 6 : ต่อสู้กับ เอี้ยเซียว เลเวล 52 • Mission 7 : ใช้จอมยุทธธาตุดินเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 8 : ต่อสู้กับ ศิษย์ง้อไบ๊ เลเวล 52 • Mission 9 : ต่อสู้กับ ศิษย์หัวซาน เลเวล 52 • Mission 10 : ต่อสู้กับ ฮึงเทียเจี่ย เลเวล 52 • Mission 11 : ต่อสู้กับ แม่ชีมิกจ้อ เลเวล 52 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 2 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส" จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100% บทที่ 3 การตอบโต้ของเหล่านักรบ หลังจากจอมยุทธ์ได้เดินทางเข้ามาต่อสู้ใน "บทที่ 3 การตอบโต้ของเหล่านักรบ" จะมีโอกาสสุ่มได้ "คัมร์ภีเทียงกังกลางตะวัน" ในระดับทั่วไป โดยจะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ ทั้ง 11 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ใช้จอมยุทธธาตุทองเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 2 : ต่อสู้กับ ศิษย์คุนลุ้น เลเวล 54 • Mission 3 : ต่อสู้กับ หลวงจีน เลเวล 54 • Mission 4 : ต่อสู้กับ ศิษย์หัวซาน เลเวล 54 • Mission 5 : ใช้ "เอี้ยเซียว" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 6 : ต่อสู้กับ ศิษย์ง้อไบ๊ เลเวล 54 • Mission 7 : ใช้ "หมินหมิ่น" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 3 ครั้ง • Mission 8 : ต่อสู้กับ ไต้ซือคงซิ่ง เลเวล 54 • Mission 9 : ใช้จอมยุทธธาตุน้ำเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 10 : ต่อสู้กับ เสียนอวี่ตง เลเวล 54 • Mission 11 : ต่อสู้กับ แม่ชีมิกจ้อ เลเวล 54 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 3 การตอบโต้เหล่านักรบ" จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100% บทที่ 4 โจมตีเชิงเขา เมื่อเข้ามาสู่ "บทที่ 4 โจมตีเชิงเขา" จะเริ่มท้าทายความสามารถของเหล่าจอมยุทธ์มากขึ้น ทั้งยังมีโอกาสสุ่มได้ "คัมร์ภีฝ่ามือลี้ลับ" ในระดับทั่วไป แต่จะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ ทั้ง 11 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ต่อสู้กับ ทหารหยวน เลเวล 56 • Mission 2 : ต่อสู้กับ ทหารหยวน เลเวล 56 • Mission 3 : ใช้จอมยุทธธาตุดินเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 4 : ต่อสู้กับ องครักษ์จวนอ๋อง เลเวล 56 • Mission 5 : ต่อสู้กับ องครักษ์จวนอ๋อง เลเวล 56 • Mission 6 : ใช้ "หมินหมิ่น" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 7 : ใช้จอมยุทธธาตุทองเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 8 : ต่อสู้กับ องครักษ์ระดับสูง เลเวล 56 • Mission 9 : ต่อสู้กับ สองเฒ่าอเวจี เลเวล 54 • Mission 10 : ใช้ "เตียบ่อกี้" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 11 : ต่อสู้กับ สองเฒ่าอเวจี เลเวล 54 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 4 โจมตีเชิงเขา " จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100% บทที่ 5 วัดแห่งสันติ หากได้เดินทางเข้ามาต่อสู้ใน "บทที่ 5 วัดแห่งสันติ" นอกจากจะมีโอกาสสุ่มได้ "คัมร์ภีโยกดวงย้ายดาว" ในระดับทั่วไปแล้ว ยังได้พบกับสุดยอดฝีมือที่โด่งดังหลายคนอีกด้วย โดยมีคู่ต่อสู้ ทั้ง 11 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ใช้จอมยุทธธาตุดินเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 2 : ต่อสู้กับ ทหารหยวน เลเวล 59 • Mission 3 : ต่อสู้กับ ทหารหยวน เลเวล 59 • Mission 4 : ต่อสู้กับ คนสำนักวชิระ เลเวล 59 • Mission 5 : ใช้ "เตียบ่อกี้" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 6 : ต่อสู้กับ ภิกษุประจำวัด เลเวล 59 • Mission 7 : ต่อสู้กับ ภิกษุประจำวัด เลเวล 59 • Mission 8 : ใช้ "หมินหมิ่น" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 9 : ใช้ "เอี้ยเซียว" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 10 : ต่อสู้กับ ยอดฝีมือจวนอ๋อง เลเวล 59 • Mission 11 : ต่อสู้กับ หยวนเจิน เลเวล 59 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 5 วัดแห่งสันติ" จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100%

Ragnarok Online ไทย ครบรอบ 12 ปี ให้บริการ
Ragnarok Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

หากนึกถึงเกมส์ออนไลน์ตัวแรกของประเทศไทย ผู้เล่นเกมส์ทั้งหมดจะนึกถึงกับเกมส์ออนไลน์ Ragnarok Online (ragnarok.playpark.com) เป็นอันดับแรก จน ณ ปัจจุบัน เกมส์ MMORPG แฟนตาซีชื่อดังได้ก้าวสู่ ถึง 12 ปี นับตั้งแต่ให้บริการเมื่อช่วงปี 2545 และเป็นเกมส์ออนไลน์ในไทยที่ยืนหยัดมานานเกินหนึ่งทศวรรษ เกมส์ Ragnarok Online  เป็นเกมส์ MMORPG สัญชาติเกาหลี พัฒนาโดย Gravity เป็นเกมส์ที่สามารถสร้างตัวละครเกมส์และเลือกสายอาชีพเกมส์เพื่อเก็บเลเวลจากมอนสเตอร์พร้อมกับพบปะระหว่างผู้เล่นบนฉากเกมส์ได้หลายๆคน จุดเด่นของเกมส์ที่นอกจากเป็นการต่อสู้ระัหว่างผู้เล่นแบบ PvP จนถึงระดับกิลด์แล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมระหว่างผู้เล่นบนโลกออนไลน์ เปลี่ยนแปลงการพบปะผู้คนจากตัวต่อตัวบนโลกจริง มาสู่โลกเสมือนผ่านเกมส์ออนไลน์ที่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์้เน็ตขณะเข้าเล่น พร้อมนำเสนอตัวละครเกมส์และอีโมชั่นที่น่ารัก สามารถเข้าถึงผู้เล่นได้ทุกวัย ที่สำคัญ เกมส์นี้เป็นเกมส์แรกที่คิดค่าบริการรายเดือน บรรยากาศการทำกิจกรรมภายในเกมส์ Ragnarok Online สาเหตุที่เกมส์ Ragnarok Online  ยังคงยืนหยัดอย่างต่อเนื่อง เพราะด้วยตัวเกมส์ที่มีความขลังและเป็นต้นแบบของเกมส์ MMORPG ที่ให้บริการในไทย ซึ่งมีผู้เล่นใหม่เข้ามาเล่นเรื่อยๆ แม้กระทั่งกลุ่มผู้เล่นปัจจุบันที่เข้ามาแวะเวียนมาเล่น เพื่อเริ่มต้นสร้างสังคมผู้เล่นจากการดำเนินสงคราม Guild Wars และในทุกๆปีของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมแจกไอเทมเกมทั้งผู้เล่นใหม่และผู้เล่นเก่า เป็นการคืนสู่เหย้าระหว่างผู้เล่นกันอีกครั้งอีกด้วย ภาพเกมส์ Ragnarok Online TIMELINE การเปิดให้บริการเกมส์ Thai Ragnarok Online 2545 - ปฏิวัติโลกเกมส์ออนไลน์ไทย ถือกำเนิด Thai Ragnarok Online ในรูปแบบ Close Beta บนเซิฟเวอร์ Chaos, Loki และ Iris - เปิดตำนานเกมส์ Thai Ragnarok Online อย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบ Open Beta บน 6 เซิฟเวอร์หลัก Chaos, Loki, Iris, Lydia, Fenrir และ Sarah 2546 - เปิดตัวเซิฟเวอร์เกมต้นแบบ Sakray และขยายความมันส์เพิ่มจำนวนเซิฟเวอร์อีก 6 เซิฟเวอร์ 2547 - ตีบวกความสนุกอีก 6 เซิฟเวอร์ใหม่ 2548 - ตอบรับตามคำเรียกร้องเพิ่มเซิฟเวอร์เกมส์ใหม่ Mani 2549 - ตอกย้ำกระแสความแรง เพิ่ม 2 เซิฟเวอร์ใหม่ Valkyrie 1 และ Valkyrie 2 2550 - ปฏิวัติครั้งใหญ่ เปิดตัวเซิฟเวอร์เกมส์เล่นฟรี RO Freelife บน 3 เซิฟเวอร์ใหม่ 2555 - ฉลอง 10 ปี แชมป์เปี้ยนแห่งโลกเกมส์ออนไลน์ในไทย 2556 - เปิดตัวเซิฟเวอร์ใหม่ที่ใช้ชื่อว่าเป็นหนึ่งที่มีความสมดุลต่อการเล่นเกมส์กับ Angeling 2557 - ยืนยันความเป็นแชมป์เปี้ยนตลอดกาล เปิดตัวอีกหนึ่งเซิฟเวอร์ใหม่ Maya หวนรำลึกเกมส์ Ragnarok Online อีกครั้งได้ที่ ragnarok.playpark.com // Post by Mthai Games.

The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 : ตัวหมากบนกระดานโฆษณา
Hunger Games 3 /  The Hunger Games / 

เมื่อต้องนิยามคำว่า สงคราม หลายๆคนอาจนึกถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือเสียงตูมตามสั่นไหว แต่สิ่งเหล่านั้นมิใช่ส่วนสำคัญที่สุดใน The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 แต่อย่างใด ม็อคกิ้งเจย์ไม่ได้พาเราบินถลาออกสู่ไฟระเบิดกลางสมรภูมิกว้าง แต่หากบินเข้าหา และล้วงลึกไปถึงจิตใจที่เปราะบาง และโน้มน้าวให้ทำตามโดยไม่รู้ตัว อย่าปฏิเสธว่าเราเคยใจอ่อนต่อสิ่งยั่วเร้า อย่าปฏิเสธว่าคุณเคยเห็นอะไรดีงามไปตามคนส่วนใหญ่ และอย่าปฏิเสธว่าคุณล้วนเคยพ่ายต่อพลังของโฆษณา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการซื้อขนมสักถุง ไปจนถึงความเห็นที่เออออไปโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะเราก็ล้วนเคยเป็นตัวหมาก บนสมรภูมิของกระดานโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้นทั้งสิ้น The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ภาคที่ 3 ของจตุรภาค Hunger Games เรื่องราวหลังจาก แคทนิส เอเวอร์ดีน ถูกชิงตัวและช่วยเหลือมาจากแคปิตอล กลางเกมควอเตอร์เควลที่ถูกเธอทำลาย เธอฟื้นในเขต 13 อาณาเขตที่ป่าวประกาศว่าล่มสลายไปแล้ว พร้อมกับการต้องรับบทบาทใหม่ ในฐานะ ม็อคกิ้งเจย์  ศูนย์รวมความหวังของการลุกฮือปฏิวัติ ในขณะเดียวกัน แคปิตอลได้ทำการกวาดล้างผู้กระด้างกระเดื่องทุกพื้นที่ รวมถึง เขต 12 บ้านเกิดของเธอไปแล้วเรียบร้อย แค่นั้นยังไม่พอเธอพบว่า พีต้า ได้กลายเป็นกระบอกเสียง ของแคปิตอลไปเสียแล้ว ความร้อนรุ่ม สับสน และลังเล ที่เธอมีในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งจึงเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไร ตำแหน่งที่เธอเป็นนั้น ก็ไม่อาจทิ้งไปได้ และกำลังจะชี้เป็นชี้ตายให้ชาวพาเน็ม มีคำกล่าวว่า "ปากกา มีอานุภาพยิ่งกว่าศาสตราใดๆทั้งมวล" ฟังเพียงผิวเผินอาจดูขำสิ้นดี เหมือนเด็กตีกันในห้องเรียน แล้วเอาปากกามาไล่จิ้ม แต่หาไม่ ปากกาในมือของสื่อ ในมือของผู้ควบคุมทิศทางการนำเสนอข้อมูลนั้น อันตรายกว่าสิ่งใดจริง และ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ก็ทำให้คำกล่าวเพียงหนึ่งประโยคนั้น เป็นรูปธรรมให้เราเห็นบนจอภาพยนตร์ หนังภาค 3.1 นี้ ไม่ได้ประเคนฉากแอ็คชั่น หรือกลไกของเกม ให้ได้ประหลาดใจเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันเป็นดังปฐมบทของความวินาศสันตะโร ที่พร้อมจะตามมาในภาค 3.2 สิ้นปีหน้า ปฐมบทที่ไม่ได้บอกให้ไปรบ ให้ฮึกเหิม หรือลุกขึ้นไปต่อต้านอะไรที่ไม่พอใจ แต่มันกำลังเสียดสีสังคมมนุษย์ ที่ตกเป็นทาสของข้อมูลข่าวสารเสียจนไม่ลืมหูลืมตา และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แคปิตอล และ เขต 13 ขั้วตรงข้ามสลับสีขาวดำ ที่เห็นได้่ชัดเจนในหนัง ต่างฝ่ายต่างมีผู้นำ ที่มีตาหูจมูกมากพอ ที่จะรับรู้การกระทำของฝ่ายตรงข้าม และมีปากที่ใหญ่พอ ที่จะโห่ร้องชักชวนให้เหล่า ผู้ตาม คล้อยตามอย่างไม่มีเงื่อนไข ในขณะที่ เขต 13 ใช้แคทนิส แคปิตอลใช้ พีต้า ในการสร้างโฆษณาชวนเชื่อ โนมน้าวแนวคิดกลุ่มคนที่ตัวเองต้องการ กระบอกเสียงทั้งสอง ก็ไร้ซึ่งหนทางขัดขืน และจำยอมตกเป็นตัวหมาก ให้ อัลม่า คอยย์ และ สโนว์ จับเดินไปในทิศทางตามใจชอบบนเกมกระดานการเมืองที่ตัวเองอยากให้เป็น โดยตัวผู้เดินแทบไม่สนเลยว่าารเดินไปข้างหน้าครั้งนี้ ตัวหมากจะโดนกิน เขี่ยทิ้งจากกระดานหรือไม่ หากเกมทั้งกระดานตนเป็นผู้ชนะ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ต้องใช้หมากบางตัวมากเป็นพิเศษไปบ้าง หากมองในมุมของ แคทนิส เอเวอร์ดีน เธอกำลังตกเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบ ที่พร้อมจะโผล่หน้าสู่สาธารณชน และโดนไล่หาประโยชน์จากทุกสิ่งที่เธอทำ เจตนาทุกสิ่งถูกแปลงกลายเป็นความเชื่อ แปลงไปเป็นโฆษณา แปลงไปเป็นความดีงามทั้งที่เธอมิได้ต้องการสื่ออะไรเช่นนั้น ทั้งหมดเป็นไปตามปากกาที่ขีดเส้นนำให้เธอเดินตาม เสียจนสาวห้าวหาญนักรบผู้หยิ่งทระนงภายนอกนั้น ไม่อาจกลบความประหวั่นพรั่นพรึง และสภาพกลวงเปล่าภายในได้ แน่นอนซะยิ่งกว่าอะไร เมื่อทุกสิ่งที่เธอทำ ถูกนำไปใช้โน้มน้าวใจ ชาวพาเน็มก็พร้อมจะปฏิบัติตาม กลายเป็นกระแส กลายเป็นความเชื่อ กลายเป็นความมั่นใจลุ่มหลงในข้อมูลที่ตนได้รับ และคล้อยตามเส้นปากกาเส้นเดียวกันนั้นไปในที่สุด ในเมื่อพลังของมวลชนชาวพาเน็ม ขึ้นตรงอยู่กับข้อมูลจากจอโทรทัศน์เล็กๆ โดยไม่รู้่ตื้นลึกหนาบาง แม้กระทั่งความเป็นจริงที่อยู่เบื้องหลัง การอวยตัวเองสุดฤทธิ์ ถึงความดีงามของแคปิตอล หรือ การโยน แคทนิส เข้าสู่ถานที่่ที่่จะบีบเค้นจิตใจที่เปราะบางอยู่แล้ว ให้แตกสลายออกมาชัดเจน ผู้ชมชาวพาเน็มมิได้รู้เห็นสิ่งเหล่านั้น พวกเขารู้เพียงแค่แคปิตอล สามารถมอบความสงบสุขและช่วยปกป้อง เขต 13 สามารถช่วยล้มล้างความอยุติธรรมเฮงซวยที่เป็นอยู่ พวกเขารู้แค่นั้น แค่ฉากหน้าของการโฆษณาชวนเชื่อ และแทบไม่เหลือทางเลือกนัก ที่จะเลือกเดินไปตามทางไหน เพราะทั้งแคทนิส พีต้า และชาวพาเน็มทั้งมวล ต่างก็เป็นตัวหมากอยู่บนกระดาน และเดินไปตามเส้นทางที่ผู้นำโฆษณาว่าดีเท่านั้นเอง คุณผู้ชมล่ะครับ คุณกำลังเป็นหมากบนกระดานโฆษณาอยู่รึเปล่า? ... เรื่องนี้ให้ 9 /10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

13 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนไปโผบิน พร้อมปีกแห่งไฟ กับ The Hunger Games: Mockingjay Part 1
13 เรื่องควรรู้ /  Propaganda / 

กลับมาอีกครั้งแล้ว สำหรับภาพยนตร์ที่คนทั้งโลกรอคอย กับ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 เกมล่าเกม ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 1 ที่จะพาคุณไปร่วมรบ และลุกฮือขึ้นต่อต้านแคปิตอล กับม็อกกิ้งเจย์ ผู้จุดประกายไฟให้โหมแรง แคทนิส เอเวอร์ดีน แต่ก่อนหน้านั้น เราขอนำคุณผู่ชมไปพบกับ 13 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนจะโผบินไปกับม็อคกิ้งเจย์ สำหรับคุณผู้ชมที่ไม่คุ้นเคย เราจะมาปูพื้นฐานให้  แต่ถ้าคุณคือแฟนแห่ง เกมล่าชีวิต ตัวจริงแล้วล่ะก็ พลาดเรื่องราวเหล่านี้ไปไม่ได้เด็ดขาด   1. ก่อนจะมาประกาศศักดาให้โลกสะเทือนในฉบับภาพยนตร์ The Hunger Games เป็นวรรณกรรมวัยรุ่น (ํYoung Adult) มาก่อน โดยเป็นผลงานจากปลายปากกาของ ซูซาน คอลลินส์ คุณแม่ลูกสอง ที่เติบโตมาในครอบครัวทหาร  โดยเธอได้แรงบันดาลใจของ The Hunger Games มาด้วยความบังเอิญ จากการดูโทรทัศน์รอบดึกในคืนหนึ่ง แล้วกดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ระหว่างช่องที่นำเสนอข่าวสงครามอิรัก กับเรียลลิตี้โชว์ ผนวกกับ ตำนานกรีกโบราณเรื่องราวของ เธซีอุสกับมิโนทอร์ และสปาร์ตาคัส ที่ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากการกดขี่ สิ่งเหลานี้ ได้กลายเป็นตัวละคร แคทนิส เอเวอร์ดีน ในเวลาต่อมา ซูซาน คอลลินส์ 2. หนังสือนวนิยาย The Hunger Games เป็นไตรภาคที่จบสมบูรณ์ใน 3 เล่ม คือ The Hunger Games, Catching Fire และ Mocking Jay แต่ฉบับภาพยนตร์ถูกแบ่งเป็น 4 ภาค โดยแบ่งครึ่งภาคสุดท้ายนี้ เป็น 2 ภาคย่อย ดังนั้นเรื่องราวที่คุณจะได้พบใน The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 จึงเป็นเพียงครึ่งเดียวของบทสรุปแห่งการปฏิวัติสุดเข้มข้นนี้เท่านั้น ซึ่ง Part 2 มีคิวฉายในวันที่ 20 พ.ย. ปี 2015 แฟนๆ ก็ต้องอดใจรอกันไปอีก 1 ปีเต็มๆ 3. ในเมื่อ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 คือการหั่นครึ่งของฉบับหนังสือ แฟนๆ จึงคาดเดากันไปต่างๆนานาว่าภาคนี้ มันจะจบลงตรงจุดไหนกันแน่ ความสงสัยที่ปะทุขึ้นนี้ทำให้มีคนแอบไปถาม เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนท์ ถึงตอนจบของหนังเรื่องนี้ แต่เธอดันตอบกลับมาว่า "มันเป็นตอนจบที่ยอดเยี่ยมมาก พวกคุณต้องปรี๊ดแตกแน่นอน!!!!" (อืม...ขอบคุณนะ ช่วยได้มากเลย) เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนท์ 4. โลกใน The Hunger Games ถูกเรียกว่า พาเน็ม ปกครองโดยศูนย์กลางที่เรียกว่า แคปิตอล ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสโนว์ และแบ่งพื้นที่ใต้ปกครองออกเป็นทั้งหมด 12 เขต (ในอดีต มี 13 เขต โดยป่าวประกาศว่าเขต 13 จมธรณีย่อยยับไปแล้ว จากการกระด้างกระเดื่องต่อแคปิตอล) โดยมีเงื่อนไขว่า แต่ละเขตต้องส่งผลผลิตที่แตกต่างกันให้แคปิตอล อันได้แก่ เขต 1 - เครื่องประดับ อัญมณีฟุ่มเฟื่อย / เขต 2 - อาวุธและอุปกรณ์จำเป็นของพีชคีปเปอร์ (ทหารของแคปิตอล) / เขต 3 - ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ / เขต 4 - สัตว์น้ำจากการประมง / เขต 5 - กระแสไฟฟ้า / เขต 6 - ยานพาหนะ / เขต 7 - ไม้ซุง จากการทำป่าไม้ / เขต 8 - เสื้อผ้าสิ่งทอ / เขต 9 - ข้าว / เขต 10 - ปศุสัตว์ / เขต 11 - ผลผลิตจากเกษตรกรรม  / เขต 12 - ถ่านหิน 5. ในแต่ละปี แคปิตอลจะมีพิธีกรรมสุดปวดร้าว อย่างการแข่งเกมล่าชีวิต โดยแต่ละเขตต้องส่งบรรณาการชาย-หญิง เขตละ 2 คนมาเข้าร่วม เพื่อเข่นฆ่าเอาชีวิตกันในเกมที่ชาวแคปิตอลเห็นเป็นเพียงเรื่องสนุก เหมือนดูเรียลลิตี้โชว์มันส์ๆ จนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งผู้ในชนะในภาคแรกคือ แคทนิส และ พีต้า ทำให้กฎแห่งเกมเปลี่ยน และจุดประกายการปฏิวัติ จึงบังเกิดเป็นการแข่งนัดรวมแชมป์ ควอเตอร์เควล ในภาคสอง นั่นเอง 6. ภาพเมืองย่อยยับ ไร้ชีวิต ของเขต 13 ในประกาศของแคปิตอลนั้น แท้จริงแล้วไม่เป็นความจริง เพราะชาวเขต 13 ได้อพยพย้ายไปอยู่ใต้ดินทั้งหมด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครอีกต่อไป อีกทั้งพวกเขายังทรงพลังยิ่งกว่าเขตใดๆ เพราะเป็นเขตอุตสาหกรรมนิวเคลียร์! ที่สำคัญ ประชาชนในเขตนี้ ยังมีอาชีพสุดคูล อย่าง ทหารกล้า พลขับยาน นักสร้างและทดสอบอาวุธ วิศวกรนิวเคลียร์ แฮคเกอร์ และสายลับ! 7. เขต 13 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีหญิงเหล็ก อัลมา คอยน์ (รับบทโดย จูลีแอนด์ มัวร์) มีการปกครองตนเองที่เข้มงวด ในรูปแบบสังคมทหาร มีกฎระเบียบเคร่งครัด มีฐานบัญชาการ ที่อยู่อาศัยทั้งหมดสลับซับซ้อนดังเขาวงกตอยู่ใต้ดิน การหลุดรอดจากหูตาของแคปิตอลนี้เอง ทำให้ อัลมา คอยน์  กุมอำนาจปกครองเบ็ดเสร็จ รวมไปถึงซุกเทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ของเขต 13 อีกอื้อซ่า ไว้อย่างมิดชิด เพื่อรอโอกาสเหมาะๆ ที่จะหลุดพ้นจากการกดขี่ของแคปิตอล และประธานาธิบดีสโนว์จอมโฉด จูลีแอนด์ มัวร์ 8. ถ้าคุณยังจำชุดสุดอลังการจัดหนัก แถมยังแต่งหน้าซะหนาเตอะ ชนิดไม่แคร์รันเวย์แฟชั่นที่ไหน ของ แอฟฟี่ ทรันเกต (รับบทโดย เอลิซาเบธ แบงส์) ได้ล่ะก็ ขอให้เตรียมเซอร์ไพรส์ได้เลย เพราะในภาคนี้ เธอจะมาในมาดใหม่ ในฐานะผู้บังเอิญได้มาอยู่ในเขต 13 อันแสนเข้มงวด ชนิดที่เห็นแว้บแรก ทำเอาแฟนๆ แทบจำไม่ได้ ส่วนจะเป็นแบบไหนนั้น ต้องไปพิสูจน์กันเอง แต่ก็อย่างว่า ความเป็นเจ้าแม่แฟชั่น มันก็ทิ้งยากนะเอ้อ! เอลิซาเบธ แบงส์ 9. คู่ชายหญิงที่ยืนขนาบข้างประธานาธิบดีสโนว์ ในสภาพขาววอก ในใบปิดและคลิปภาพลักษณ์ขาวสะอาดของแคปิตอล ไม่ใช่ใครที่ไหน ฝ่ายชายคือ พีต้า เมลลาร์ก ผู้ร่วมชนะเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 พร้อมแคทนิส เอเวอร์ดีน ส่วนฝ่ายหญิงคือ โจฮันนา เมสัน สาวแกร่งในการแข่งควอเตอร์เควล ทั้งสองผู้พิชิตถูกจับแคปิตอล จับตัวไปในภาค 2 แต่มาไหงมาญาติดีกับศัตรูในโปสเตอร์ภาค 3 นี้ก็ไม่รู้สินะ 10. นอกจากเหล่าทหาร นักรบผู้หยิบจับอาวุธแล้ว ยังมีอีกหนึ่งทีมสำคัญที่ขาดไม่ได้ของ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 เพราะพวกเขาคือ ทีมถ่ายทำโฆษณาชวนเชื่อ ที่หลบหนีจากแคปิตอล และเข้าร่วมกับเขต 13 อันได้แก่ ผู้กำกับสาวทรงผมสุดแนว เครสสิด้า, ผู้ช่วยผกก. เทสซัลล่า, ตากล้อง พอลลักซ์ และ ตากล้อง 2 แคสเตอร์ ทีมงานคุณภาพอีกแล้วครับท่านกลุ่มนี้ ดูเผินๆ อาจไม่เกี่ยวอะไรกับการปฏิวัติเลยสักกะนิด แต่กลุ่มนี้นี่แหละ คือผู้ควบคุมและสรรสร้างทิศทางแห่งสงครามครั้งนี้เลยทีเดียว และในขณะที่เขต 13 มีทีมงาน แคปิตอลก็ไม่ยอมน้อยหน้า เพราะเขามี ซีซาร์ ฟลิกเคอร์แมน พิธีกรฝีปากจัดจ้าน ผู้ไล่จี้คำถามใส่พีต้า แบบมืออาชีพสุดๆ เหมือนกัน 11. คงไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหน ขยันปล่อยไวรัล อย่างชาญฉลาด ไปกว่า The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 อีกแล้ว เพราะนอกจากสารพัดภาพ หรือคลิปคำแถลงการณ์ประธานาธิบดีสโนว์ ที่โดนแฮ็ค! หนังยังดึงโลกของเรากับโลกเสมือนแห่งพาเน็มให้เชื่อมเป็นหนึ่ง เริ่มจากฝ่ายแคปิตอล ได้สร้างเว็บไซต์ thecapitol.pn ที่โน้มน้าวให้เห็นความดีงาม และชักจูงผู้คนเข้าร่วมกับแคปิตอล ด้านฝ่ายเขต 13 ก็ได้สร้างเว็บไซต์ district13.co.in ที่เผยข้อมูลความโฉดของแคปิตอล และชักชวนให้ผู้คนลุกขึ้นต่อต้าน ภายใต้สัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติ ม็อคกิ้งเจย์ นี่มันสงครามสื่อชัดๆเลยนะนี่! (คลิกที่รูปลิงค์ตรงไปที่เว็บไซต์ได้เลย) 12. แคทนิส เอเวอร์ดีน นอกจากเธอจะเป็น ม็อคกิ้งเจย์ ศูนย์รวมใจของการปฏิวัติครั้งนี้แล้ว วี่แววความแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนน และกล้าที่จะแตกต่างของเธอก็แสดงออกมาตั้งแต่ภาคแรก ไม่เพียงเฉพาะในหนัง เท่านั้น แม้แต่โปสเตอร์ของเธอ ก็ฉีกแนวไม่เหมือนใครอื่น โปสเตอร์ภาคแรก ในขณะที่คนอื่นหันซ้าย - เธอหันขวา / เมื่อมาถึงภาค 2 คนอื่นๆ นั่งลงบนเก้าอี้ - เธอกลับเลือกที่จะยืน พร้อมแววตาเกรี้ยวกราด / และภาค 3 กับชุดพร้อมรบดำมืด ที่ทุกคนหันหน้า - เธอหันหลังปิดบังความลับบางอย่างเอาไว้ในความมืด The Hunger Games เอ๋ย นายยังซ่อนลูกเล่นอะไรไว้อีกไหมนะ? 13. The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 และ Part 2 คือผลงานภาพยนตร์ชิ้นสุดท้ายของ ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน ผู้รับบท พลูตาร์ค อดีตผู้ควบคุมเกมควอเตอร์เควล และหัวหอกสำคัญของการปฏิวัติ เขาเสียชีวิตเพราะเสพยาเกินขนาด ในขณะถ่ายทำหนังภาคสุดท้าย และยังเหลืออีก 2 ฉากี่เขายังไม่ได้ถ่าย ทีมงานทั้งหมดตกลงกันว่าจะปรับบทฉากที่เหลือนั้น และตัดตัวละคร พลูตาร์ค ออก แทนการใช้เทคนิคซีจีเข้าช่วย เพื่อความสมจริงและให้เกียรตินักแสดงคุณภาพคนนี้ แน่นอนเรื่องราวสงครามปฏิวัติในหนังย่อมต้องมีการสูญเสีย และสำหรับแฟนภาพยนตร์ เราก็สูญเสียนักแสดงผู้ทรงเกียรติไปอีกหนึ่งคนด้วยเช่นกัน และผลงานสุดท้ายของเขานี้ จะอยู่ในใจแฟนๆ ไปอีกตราบนานเท่านาน ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน เตรียมโหมไฟให้คุกรุ่น แลัวลุกฮือไปต่อสู้ไปพร้อมกับ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 เกมล่าเกม ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 1  ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ได้ที่นี่เลย   --------------------------------

สายป่าน ควง บัว อิสซาเบล่า ถอดรหัสรักสาววาย รอบปฐมทัศน์ 1448 รักเรา..ของใคร
1448 รักเรา..ของใคร /  ดาว สุกฤตตา / 

บริษัท สตาร์ลิง จํากัด, สหกรณ์ภาพยนตร์ฯ และ บริษัท ฟิล์มเวิร์ค บีจี จํากัด ร่วมกับ ภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร จัดงานรอบปฐมทัศน์ นำทีมโดย วรวิสุทธิ์ ชลาชีพ ผู้อำนวยการสร้าง, อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กำกับ ร่วมด้วยทีมนักแสดง สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข, บัว อิสซาเบล่า เลเต้, บุค ภูดิท ขุนชนะสงคราม และ เฟียต พัทธดนย์ จันทร์เงิน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นด้วยมินิคอนเสิร์ตเพลงรัก สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ชั้น8 เซ็นทรัลเวิล์ด เมื่อวันจันทร์ที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา เปิดงานด้วยมินิคอนเสิร์ตเพลงรักซึ้งๆ โดยนักร้องสาวเสียงดี ดาว สุกฤตตา จากนั้น วิฑูรย์ แนวพานิช ประธานสันนิบาตสหกรณ์ฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ก่อนเรียนเชิญ นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช, อัญชนา สุวรรณานนท์ และ อรุณศักดิ์ ผู้กำกับ ร่วมพูดคุยเสวนาพิเศษ "ถอดรหัสรัก 1448" รวมถึงความรักของ หญิง กับ หญิง สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข ปิดท้ายด้วยแก๊งนักแสดงวัยรุ่น นำโดย สายป่าน อภิญญา, บัว อิสซาเบล่า,บุค ภูดิท และ เฟียต พัทธดนย์ ขึ้นเวทีร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเบื้องหลังความสนุกสนานในการถ่ายทำภาพยนตร์ พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยเสียงเพลงเพราะๆของหนุ่ม บุค ภูดิท ที่ขอโชว์น้ำเสียงร้องเพลง รักเราของใคร เพลงประกอบภาพยนตร์ให้สาวๆในงานได้กรี๊ดกันลั่น บัว อิสซาเบล่า เลเต้ ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากเหล่าผู้บริหารพันธมิตรภาพยนตร์ อาทิ จิรัญ รัตนวิริยะชัย รองกรรมการผู้จัดการ บ.โมโน บรอดคาซท์ จก., สุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น, กรกฎ นรานิรัติศัย กรรมการผู้จัดการ บ.บูมเมอแรง ออนไลน์ จก. เป็นต้น ร่วมถ่ายภาพหมู่กับเหล่านักแสดง และทีมสร้างภาพยนตร์ เป็นที่ระลึก ก่อนเข้าชมภาพยนตร์ในครั้งนี้ พาหัวใจของคุณชัดเจนในรักแท้ ด้วยความรักของ เธอ กับ เธอ ไปกับ 1448 รักเรา..ของใคร ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย -----------------------------

ไม่แคร์! มิ้นท์ มณฑล เป็นผู้หญิงก็เที่ยวรอบโลก คนเดียวได้
I ROAM ALONE /  มิ้น มณฑล / 

      ผู้หญิงคนนี้จะเปิดโลกกว้างให้สาวๆ women mthai ทุกคนกล้าที่จะออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยเพื่อมาท่องเที่ยวบนโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ การไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวสำหรับผู้หญิงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยงและอันตรายมาก ผู้หญิงคนนี้กล้าที่จะทำตามความฝัน และก็มีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง เธอเดินทางมาแล้วรอบโลก ทั้งทวีปยุโรป แอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยาวจนถึง แอนตาร์กติกา จุดประกายการเดินทาง       ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล เจ้าของบล็อกที่ชื่อว่า I ROAM ALONE  อายุเพียง 26 ปี เริ่มเดินทางคนเดียวตั้งแต่อายุ 15 เพื่อไปเรียนต่างประเทศ หลังจากนั้นเธอได้เจอสาวญี่ปุ่นคนนึงบอกเธอว่า "ลองเที่ยวคนเดียวสักครั้งหนึ่งในชีวิต แล้วเธอก็จะรู้เอง โดยไม่ต้องมาถามฉัน" มันเป็นเหมือนจุดประกายความคิดให้เธออยากลองเที่ยวคนเดียวสักครั้งในชีวิต ตอนนั้นเธออายุ 22 ปี ทริปแรกที่ไปก็คือ Azores หมู่เกาะภูเขาไฟกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่โปรตุเกส มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆที่ต้องเดินทางคนเดียวเป็นครั้งแรก แต่เธอก็ผ่านอุปสรรคต่างๆมาได้ ทุกการเดินทาง ย่อมมีเป้าหมาย        เธอยังเขียนลิสต์สถานที่ที่อยากไปสักครั้งในชีวิตก่อนตาย! เธอไปเที่ยวมาแล้วทั้ง กระโดดร่มเหนือทะเลทรายนามิบ ,กระโดดสระน้ำปีศาจ ริมน้ำตกวิกตอเรีย,ดำน้ำในกรงกับฉลามขาวที่เคปทาวน์ ,นั่งบอลลูนยักษ์ที่คัปปาโดเกีย, ว่ายน้ำกับปลาโลมา และดูวาฬหลังค่อมที่หมู่เกาะ Azores, ไปเที่ยวมาชูปิชชู 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก , เหยียบหมู่เกาะกาลาปากอส, สัมผัสพีระมิด, ปีนกำแพงเมืองจีน, นั่งรถไฟสายทรานไซบีเรีย ตอนนี้เธอเที่ยวครบทั้ง 7 ทวีปแล้ว เงิน สิ่งสำคัญในการเดินทาง           คนที่ค่อยเป็นกำลังใจและกำลังทรัพย์ให้เธอก็คือ คุณแม่ ที่อยากให้ลูกสาวไปทำตามความฝัน เธอโชคดีที่มีแม่ที่เข้าใจเธอ บางคนอาจจะคิดว่าการเดินทางไปเที่ยวของเธอสวยหรู แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยเธอไม่เคยพักที่โรงแรมเพราะราคาที่แพง เธอจึงพักอยู่ที่โฮสเทลตลอด อาหารบางประเทศราคาแพงมาก เธอก็จะซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตมาทำอาหารเองเพื่อประหยัดเงินให้มากที่สุด เรียนรู้ชีวิตจากรอบโลก        ประสบการณ์จากการได้เดินทางคนเดียวทำให้ มิ้นท์ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย ทั้งการได้อยู่กับตัวเอง ดูแลตัวเอง และพึ่งพาตัวเอง ที่สำคัญคุณจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น เพราะทุกเส้นทางของการเดินทางย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นตลอดเวลา การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยใช้สติจึงเป็นสิ่งสำคัญ หลังจากนี้เมื่อมีปัญหาใดใดเข้ามาในชีวิตเธอก็จะตั้งสติในการแก้ปัญหาก่อนทุกครั้ง กฎเหล็ก 9 ข้อ ของผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว! 1.ห้ามเมาเละเทะ 2.ห้ามออกมาเที่ยวตอนกลาง 3.จงรู้จักการปฏิเสธคำชวน 4.จงฟังสัญชาตญาณตัวเอง 5.ห้ามบอกที่พักกับคนแปลกหน้า 6.ห้ามบอกกับใครว่ามาคนเดียว 7.จงมีสติ อย่ามัวแต่เดินฟังเพลง หรือถ่ายรูปจนเพลิน 8.อย่าไว้วางใจใคร แม้กระทั่งผู้หญิงด้วยกัน 9.อย่าใส่เครื่องประดับแพงๆ * ทั้ง 9 ข้อนี้คือสิ่งที่ มิ้นท์ มณฑล อยากจะแนะนำผู้หญิงทุกคนที่อยากท่องเที่ยวคนเดียวจดจำไว้ให้ขึ้นใจ ปัญหาที่หลายๆคนสงสัย คือ แล้วใครจะถ่ายรูปให้ล่ะ? ง่ายๆ เลยก็แค่เรียกให้ใครช่วยถ่ายรูปให้ก็เท่านั้นเอง การประสบความสำเร็จ เริ่มต้นจากการทำสิ่งที่เรารัก          จุดเริ่มต้นมาจากการเขียนบล็อกบอกเล่าประสบการณ์การเดินทาง จนมีคนสนใจติดตามเฟสบุคของเธอกว่า 45,000 ตอนนี้เธอโด่งดังจนมีพ็อกเก็ตบุคเป็นของตัวเองแล้วด้วย ล่าสุดเธอยังได้นางแบบถ่ายโฆษณาให้กับสินค้าชิ้นหนึ่ง คนเรามักคิดว่าต้องทำงานหนักถึงจะมีรายได้ แต่สาวคนนี้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าการทำในสิ่งที่เรารัก สุดท้ายมันจะนำพาทุกอย่างเข้ามาหาชีวิตเราเอง ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และความสุข          บางคนอาจจะละทิ้งโอกาสการท่องเที่ยวบนโลกใบนี้ เพราะว่า เพื่อนไม่ว่าง ไม่มีเพื่อนเที่ยว กลัวการเดินทางคนเดียว จุดหมายที่เที่ยวไม่เหมือนกัน และเรื่องเงิน เชื่อว่าทุกคนๆมีความฝัน เพียงแต่คุณกล้าที่จะไขว้ขว้าโอกาสหรือเปล่า ความกล้าอาจจจะเป็นเรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ทำได้!        ใครที่หลงรักเธอแล้ว สามารถเข้าไปอ่านเรื่องราวการท่องเที่ยวสนุก หรือ เคล็ดลับการเดินทางคนเดียวจากเธอได้ที่นี่เลย www.iroamalone.com และ Facebook/I Roam Alone  เรียบเรียงโดย Women mthai team ภาพจาก Facebook/I Roam Alone

อินทผลัม รสหวานฉ่ำพร้อมประโยชน์เพียบ!
ประโยชน์ของอินทผลัม /  อินทผลัม

อินทผลัม (Date Palm) พืชตระกูลปาล์มชนิดหนึ่ง สามารถเจริญเติบโตได้ในเขตที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งอย่างทะเลทราย ซึ่งผล มีลักษณะรีๆ เล็ก สีน้ำตาลเข้ม ออกเป็นช่อ มีความยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีรสหวานฉ่ำ สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก โดยผลอินทผลัมสดจะมีสีเหลืองจนถึงสีส้ม แต่เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม ซึ่งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ผลสามารถแบ่งได้ออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะผลดิบ, ระยะสมบูรณ์, ระยะสุกแก่ และระยะผลแห้ง ผลอินทผลัมสุกสามารถนำไปตากแห้ง และเก็บไว้รับประทานได้หลายปี มีรสชาติหวานจัด เหมือนนำไปเชื่อมด้วยน้ำตาล อินทผลัม เป็นผลไม้ที่ไม่มีคอเลสเตอรอลและไขมันต่ำ ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามิน A, วิตามิน B1, วิตามิน B2, วิตามิน B 6, วิตามิน K, แคลเซียม, ซัลเฟอร์, เหล็ก, โพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส, แมงกานิส, แมกนีเซียม น้ำมันโวลาไทล์ ไฟเบอร์ ที่ช่วยลดอาการท้องผูก รวมทั้งสารเบต้าแคโรทีน ซีแซนทีนและลูติน ซึ่งช่วยป้องกันมะเร็งภายในช่องท้อง บำรุงร่างกาย ป้องกันอาการวิงเวียนศีรษะ แก้กระหายและลดเสมหะในลำคอได้ อินทผลัม. ประโยชน์ของ อินทผลัม 1. บำรุงร่างกาย เพิ่มพละกำลัง แก้อาการอ่อนเพลียเมื่อยล้า ถ้ากินอินทผลัม ภายใน 30 นาที จะช่วยให้พละกำลังกลับมาเหมือนเดิม 2. บำรุงกระดูกและฟัน ให้แข็งแรง รวมทั้งยังสามารถป้องกันกระดูกพรุนได้ 3. บำรุงสายตา ป้องกันโรคตาบอดแสง รวมทั้งช่วยเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืนได้มากขึ้น 4. ลดโอกาสเสี่ยงโรคหลอดเลือดในสมองได้ 40% 5. ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และควบคุมภาวะความดันโลหิตสูง 6. รับประทานเพื่อเพิ่มน้ำหนักตัวสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักน้อยเกินไปได้ 7. บำรุงตับอ่อนและช่วยรักษาโรคเบาหวาน 8. บำรุงและควบคุมระบบประสาท 9. ป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ 10. ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารให้ดีขึ้นและดูดซึมสารอาหารได้เพียงพอ ขอบคุณที่มาจาก : แม่บ้าน

ละครสามใบไม่เถา , เรื่องย่อสามใบไม่เถา
สมาร์ท กฤษฏา /  พรีม รณิดา / 

เรื่องย่อละคร “สามใบไม่เถา” บทประพันธ์ : อาริตาบทโทรทัศน์ : ชลนภัสส์/ตุณย์กำกับการแสดง : ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติวันเวลาออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องรักของสามสาวในครอบครัวคุณพ่อจอมหวง.. หนึ่ง.. คือรักมั่นคงของลูกสาวคนโต ที่พร้อมจะท้าทายกฏเหล็ก อีกหนึ่ง.. คือรักสุดห้าวลูกสาวคนกลาง ที่รู้แจ้งเรื่องผู้ชายจนยากจะหาใครดีพร้อมสำหรับตัวเอง และอีกหนึ่ง.. คือรักซ่อนรูปของน้องสาวคนสุดท้องอันยากจะหักห้าม กว่าจะได้มาซึ่งความรักที่มีอุปสรรคคือคุณพ่อขี้หวง พวกเธอยังต้องเอาชนะทั้งหัวใจตัวเองและคนที่เธอรัก ที่นำมาซึ่งรสชาติหลากหลายของสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อัษฎา มีลูกสาว 3 คน.. สวยล้ำทุกคน ผู้เป็นพ่อหวงลูกสาวเรียกว่าจงอางหวงไข่ยังน้อยไป อัษฎาเป็นเหมือนพญานาค 8 เศียรที่แผ่ทุกเศียรปกป้องลูกสาวจากบรรดาหนุ่มๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวอัษฎานับว่าแปลกทีเดียว อัษฎา กับ บราลี ภรรยา ต่างมีลูกติดและทั้งสองมีลูกของเรา อุรวสา คนโตเป็นลูกติดอัษฎาที่สนิทสนมกับแม่เลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่ค่อยกินเส้นกับพ่อแท้ๆ ตัวเอง อันตรา คนรองเป็นลูกติดบราลี แต่กลับเป็นคู่ซี้อัษฎาพ่อเลี้ยง ลุยไหนลุยกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง อินทุอร คนเล็กสนิทกับทั้งพ่อทั้งแม่ มีดีที่ลีลาออดอ้อนให้พ่อยอมทำตามทุกอย่างได้โดยดุษฏี สามศรีพี่น้องรักใคร่สามัคคีกันดี ต่างไม่คิดว่าเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่ เนื่องด้วยพ่อกับแม่รักลูกทุกคนเท่ากัน เมื่อต้นปี อุรวสา กลับจากอเมริกาหลังไปใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี หอบใบปริญญามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และดีกรีนักออกแบบมือรางวัลกลับมาให้พ่อแม่ภูมิใจ ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่รู้ก็คือ อุรวสาหอบสามีกลับมาด้วย... แสงฉาน แฟนหนุ่มจูงมืออุรวสาเข้าโบสถ์แต่งงานเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยามา 2 ปีแล้ว อุรวสาเป็นคนต้องการปิดเรื่องแต่งงาน เพราะพ่อคาดหวังกับลูกเขยคนโตไว้สูงลิบ ต้องเป็นคนดี เจ้าของกิจการใหญ่โต ฐานะมั่นคง แต่แสงฉานเป็นแค่เชฟจบใหม่ ไฟแรง จิตใจดี ดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งอุรวสาตั้งเงื่อนไขจะพาแสงฉานไปกราบพ่อในฐานะสามี ก็ต่อเมื่อแสงฉานสร้างเนื้อสร้างตัวทำตามฝันตัวเอง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยฟิวชั่นประยุกต์จนติดอันดับโลกได้ก่อน ฝ่ายแสงฉานได้แต่ยิ้มฟังตามประสาชายหนุ่มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ รู้ดีว่าเมื่อแฟนสาวคนเก่งแสดงเจตจำนงใด อีกฝ่ายห้ามต่อรอง อันตรา สาวห้าวคนรองเปิดธุรกิจฟิตเนส แต่ด้านหน้าแบ่งเป็นสำนักงานนักสืบ เธอเจริญรอยตามพ่อแท้ ๆ ที่เป็นตำรวจสายสืบซึ่งเสียชีวิตตอนสืบคดีๆ หนึ่ง อันตราได้รับการว่าจ้างให้สะกดรอยตาม เวสน์ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผู้ว่าจ้างสาวคนหนึ่งสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกหญิงอื่นไว้ เวสม์รู้ตัวว่าถูกตาม พยายามคาดคั้นอันตราว่าใครจ้าง แต่เธอไม่ยอมบอกเพราะผิดจรรยาบรรณนักสืบ อันตราสมเพชเวสน์ที่หน้าตาก็ดีไม่น่า... ขายตัว เวสม์อึ้งที่อันตราหาว่าเป็นแมงดา เขาขำแกมประทับใจในจินตนาการของสาวเจ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยโดนใครด่าว่าเป็นแมงดาแบบนี้...วสม์ไปสมัครเป็นสมาชิกฟิตเนสอันตรา อันตราประกาศไม่รับแมงดาเป็นสมาชิก แต่ลูกน้องดันรับเงินให้ใบเสร็จเวสน์ไปแล้ว จึงบังเกิดเรื่องโกลาหลอยู่เนืองๆ เมื่อเวสม์มาออกกำลังกาย ชายหนุ่มชอบยั่วให้อันตรายัวะแล้วเถียงกัน เวสม์สนุกเวลาต่อปากต่อคำกับอันตราสาวห้าวเป็นอย่างยิ่ง เขาพยายามเซ้าซี้ถามว่าใครจ้างตามสืบ.. แต่อันตรารูดซิปปากสนิท ซิปไม่มีแตกงานวันเกิดอัษฎาจัดขึ้นทุกปี ปีนี้พิเศษกว่าปีก่อนเพราะมีแขกพิเศษ ภิสิต เพิ่งเดินทางกลับจากฝรั่งเศสหลังไปทำงานเป็นผู้ช่วยทูตอยู่ 10 กว่าปี อินทุอรใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น...คุณอาสิต ย้อนไปเมื่ออินทุอร 7 ขวบ เด็กหญิงตัวน้อยไปงานเลี้ยงกับพ่อ พวกผู้ใหญ่ออกไปเต้นรำ เด็กหญิงอินทุอรเฝ้ามองผู้ใหญ่เต้นรำกอดกัน ประหนึ่งเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน เด็กหญิงอินทุอรฝัน จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาขอเต้นรำ อาสิตเดินมาหา โค้งให้เด็กหญิงตัวน้อย จูงมืออินทุอรออกไปเต้นรำโดยคุณอาสิตอุ้มอินทุอรตลอดเพลง ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงอินทุอรก็ติดคุณอาสิตแจ จนกระทั่งภิสิตถูกส่งไปประจำที่ฝรั่งเศสจึงห่างเหินกัน ผ่านมา 10 กว่าปีใครต่อใครคิดว่าอินทุอรลืมภิสิตแล้ว หากแต่ความจริง...ภิสิตเป็น...รักฝังใจอินทุอร รักฝังใจที่เป็นไปไม่ได้... เพราะภิสิตแต่งงานแล้วภิสิตสนิทสนมกับครอบครัวอัษฎามากพอจะเล่าเรื่องส่วนตัว เขามีชีวิตการแต่งงานล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อภิสิตพูดถึง บุษบาบัณ อินทุอรสังเกตเห็นนัยน์ตาเศร้า ๆ แล้วสงสารจับใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นคือ..จุดเริ่มต้นของ “ความรัก” ความที่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ภิสิตกับบุษบาบัณตกลงอยู่กันฉันท์สามีภรรยาแต่เพียงในนามมานานหลายปีแล้ว อัปสร ป้าของภิสิตรับรู้ความไม่ลงรอยในชีวิตคู่ของหลานชายคนเดียว เธอสงสารหลานมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว ภิสิตถูกพ่อจับแต่งงานกับบุษบาบัณเพราะความเหมาะสมทางสังคม เขาเป็นคนหนุ่มบ้างานมุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในกระทรวงฯ ตรงข้ามกับบุษบาบัณที่เป็นสาวเปรี้ยวเฉี่ยว ชอบสังคม รักการเที่ยวเตร่ ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่แต่งงานแล้ว.. ขณะอยู่ที่ฝรั่งเศสบุษบาบัณก็ยังไม่หยุดเที่ยว เธอควงชายหนุ่มไม่เลือกหน้าโดยไม่เกรงใจภิสิตผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดภิสิตทนไม่ได้ ตกลงต่างคนต่างอยู่ มีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งบุษบาบัณก็ไม่รู้สึกอะไร... ดีเสียอีกที่เธอจะได้สนุกกับชีวิตสาวโสดได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร ! เมื่อภิสิตกลับมาเมืองไทยแล้ว ป้าอัปสรอยากให้ภิสิตหย่าขาดให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา ผู้หญิงดีๆ มีออกถมเถ แต่ภิสิตไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น ด้วยเพราะภาระทางสังคมและเกียรติยศชื่อเสียงวงศ์ตระกูลระหว่างบุษบาบัณกับเขายังค้ำคออยู่ ในวันหยุดวันหนึ่ง.. ภิสิตเจออินทุอรที่บ้านป้าอัปสร จึงได้รู้ว่าอินทุอรเป็นเพื่อนต่างวัยของอัปสรเพราะชอบฟังเพลงลูกกรุงเหมือนๆ กัน อินทุอรมักจะจูงมืออัปสรไปดูคอนเสิร์ตชรินทร์ นันทนาคร อยู่บ่อยๆ เหตุที่อินทุอรชอบเพลงของชรินทร์ก็เพราะนั่นเป็นเพลงแรกที่ภิสิตเต้นรำกับอินทุอรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภิสิตกับอินทุอรจึงมีโอกาสพบกันอยู่บ่อยครั้ง อัปสรทำตนเป็นแม่สื่อชั้นดี ให้อินทุอรแสดงฝีมือทำกับข้าวให้ภิสิตกิน ให้อินทุอรถักเสื้อหนาวให้ภิสิตเผื่อภิสิตถูกส่งไปประจำเมืองหนาว หนำซ้ำอัปสรยังให้ภิสิตไปรับไปส่งอินทุอรที่บ้านอยู่บ่อยๆ ภิสิตรู้ทัน... อัปสรต้องการจับคู่เขากับอินทุอร ไม่ใช่อินทุอรคนเดียวที่จำงานเต้นรำคืนนั้นได้ ภิสิตเองก็จำภาพเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักแก้มแดงสุกปลั่งเป็นที่น่าเอ็นดู โตเป็นสาวอินทุอรยิ่งสวย สวยจนทำให้ภิสิตหวั่นไหวตั้งแต่วันที่เจอกันงานวันเกิดอัษฎา ภิสิตไม่กล้าแสดงออกด้วยเกรงใจอัษฎา ภาระทางสังคมอันยิ่งใหญ่...ทำให้ความรักระหว่างเขากับอินทุทรเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้... หากแต่ขณะนี้ความรักระหว่างอินทุอรกับภิสิตเกิดขึ้นแล้ว .. เขาและเธอต่างพึงใจซึ่งกันและกัน ก่อเกิดความผูกพันโดยทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย... อันตราขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามเวสม์ตามภารกิจนักสืบ แต่เวสม์จับได้จึงแกล้งสะกดรอยอันตรากลับ อันตรารู้ตัวตกใจจึงขี่รถหนีแต่ก็ไม่พ้น เธอชนรถของเวสม์อย่างจังจนสลบ ระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันตราบอกทุกคนว่าเวสม์จงใจขับรถชน เพราะเกลียดที่เธอตามสะกดรอยเขาที่กำลังติดพันกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเอง อัษฎาจะเอาผิดเวสม์ แต่อุรวสาห้ามไว้เพราะเธอทำธุรกิจกับเวสม์มานานและรู้นิสัยเวสม์ดี แต่ทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องตามประสาพ่อลูกที่ไม่มีใครยอมใครจากการแอบตามอันตราครั้งนั้นทำให้เวสม์รู้ว่าคนว่าจ้างคือ ศศิพิมล ศศิพิมลกลัวเวสม์มีผู้หญิงอื่นจึงจ้างนักสืบสะกดรอย เวสม์โกรธมากเพราะศศิพิมลไม่มีสิทธิ์ในตัวเขา ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากอดีตรักครั้งแรกที่ผ่านมานานแสนนาน เวสม์ขอให้ศศิพิมลออกไปจากชีวิตเพราะไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ศศิพิมลตื๊อไม่เลิก ร้องห่มร้องไห้ว่าโดน พงษ์ชัย สามีเจ้าพ่อทำร้ายจิตใจสารพัด ครั้งหลังสุดเธอโดนทุบตีบาดเจ็บเจียนตาย เวสน์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นอาการร้องไห้แบบไม่สมประดีของสาวที่เขาเคยพึงใจ.. เวสม์สงสารศศิพิมลในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงช่วยเหลือให้ที่เธอพักที่คอนโดฯ เก่าซึ่งเขาไม่ได้อยู่แล้วเพื่อหนีจากพงษ์ชัย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นยิ่งสร้างความหวังให้กับศศิพิมลมากขึ้นไปอีก เธอตั้งใจจะใช้จิตใจที่ดีงามของเวสม์...เป็นหนทางกลับเข้ามาสู่ชีวิตของชายหนุ่มอีกครั้ง เวสม์มาเยี่ยมอันตราทุกวัน เวลามาต้องคอยหลบอัษฎาที่มีสายตาไม่เป็นมิตร เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ชายไม่ดี อำพล เพื่อนหมอของเวสม์เป็นเจ้าของไข้อันตราช่วยดูต้นทางให้ อำพลดีใจที่เห็นเวสม์เริ่มหันมาสนใจรู้จักรักผู้หญิง เพราะหลังจากเวสม์อกหักช้ำรักจากศศิพิมลตอนวัยรุ่น เวสม์ก็เตลิดไปเมืองนอก มุหาเงินเพื่อชดเชยปมที่โดนศศิพิมลทิ้งเพราะจน เขาประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นข้ามชาติ ปัจจุบันเป็นนักการเงินชื่อดังหาตัวจับยาก แต่เวสม์เอาแต่หาเงินจนลืมหาแฟน อำพลเชียร์เวสม์กับอันตรา แต่ก่อนอื่นเวสม์ต้องทำให้อันตราเลิกเข้าใจผิดว่าเป็นไอ้ตัวซะก่อน เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล อันตราเห็นเวสม์ดูแลศศิพิมลในวันที่โดนสามีเจ้าพ่อทำร้าย บางวันศศิพิมลก็นอนค้างคอนโดเก่าของเวศม์ ยิ่งทำให้อันตราเข้าใจผิด ขยะแขยงคิดว่าเวสม์เกาะผู้หญิงมีสามี เวสม์แกล้งไม่อธิบายปล่อยให้อันตราเข้าใจผิด เพราะสนุกดีเวลายั่วให้สาวห้าวด่าเล่น อันตราถึงขนาดท้าเวสม์ลงนวมต่อยมวยที่ฟิตเนส เวสม์ออมมือปล่อยให้อันตราชนะไป สาวห้าวยิ่งเหลิงน่าดู ทำซ่า ท้าตีท้าต่อยเวสม์ประจำ แสงฉานซื้อร้านอาหารเก่าเล็กๆ มาปรับปรุงใหม่ เปิดเป็นร้านขายอาหารฝรั่งและไทยประยุกต์ โดยลงทุนจากเงินเก็บของตัวเอง ไม่ยอมใช้เงินของอุรวสาผู้เป็นภรรยา แม้ว่าอุรวสาจะไม่เห็นด้วยและพยายามผลักดันให้แสงฉานเปิดร้านใหญ่มากกว่านี้ก็ตาม แสงฉานต้องการตั้งตัวให้ได้ด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้อัษฎาเห็นว่าเขาเหมาะสมกับอุรวสา แสงฉานตั้งชื่อร้านว่า US Restaurant ตัว U มาจากชื่อ อุรวสา ส่วน S ก็คือชื่อ แสงฉาน ในวันเปิดร้าน อุรวสาพาอัษฎามา US Restaurant ด้วยหวังจะให้พ่อมองแสงฉานดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แสงฉานเคยเจออัษฎาว่าที่พ่อตา แต่อัษฎาไม่ชอบแสงฉาน เพราะคุณสมบัติแสงฉานไม่ผ่านมาตรฐานสุดเนี๊ยบ และเพื่อให้บรรยากาศราบรื่น อุรวสาพาอินทุอรน้องสาวคนเล็กขวัญใจพ่อมาอีกคนทว่างานนี้ 10 อินทุอรก็ช่วยไม่ได้ อัษฎาตำหนิแสงฉานไม่รู้จักคิดการใหญ่ ร้านเข้ามาในซอยลึกทำเลไม่ดี ไม่น่าจะเจริญไปได้ แต่แสงฉานมั่นใจรสชาติอาหารของตนจะสามารถดึงลูกค้าได้ วันเปิดร้านจึงเกิดบรรยากาศโกลาหลของความไม่ลงรอยกันระหว่างว่าที่พ่อตากับลูกสาวและลูกเขยจนร้านแทบแตก แสงฉานทำงานหนักเป็นสองเท่า คิดเมนูอาหารไทยประยุกต์แบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ติดป้ายทางเข้าร้าน ซึ่งก็ได้ผลลูกค้าเริ่มมา แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจอุรวสา อุรวสาต้องการให้ร้านเต็มทุกที่นั่ง แสงฉานอ่อนใจ บางครั้งมาตรฐานสูงลิบของอุรสาก็กดดันเขาอยู่ไม่น้อย คู่หนุ่มสาวทะเลาะกันบ่อยครั้ง การไม่ให้เกียรติสามีของอุรวสา ทำให้ความอดทนของแสงฉานหมดลงเรื่อย ๆ แสงฉานอาจไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งที่สุด... แต่ก็ไม่ได้โง่ ขนาดต้องให้เมียเข้ามาจัดการชีวิตทุกอย่าง อัษฎาชวนภิสิตมากินข้าวที่บ้าน อินทุอรดูแลปรนนิบัติภิสิตอย่างดีจนบราลีและอุรวสาอดที่จะร้อนใจไม่ได้ว่าอินทุอรข้ามเส้นคิดเกินเลยกับภิสิต ภิสิตเห็นสายตาของอินทุอรที่ชื่นชมก็ยิ่งทรมานใจและรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำอยู่ ขอตัวกลับ แต่อินทุอรเข้าใจผิดคิดว่าภิสิตโกรธ เมื่อเธอขอคำอธิบาย ภิสิตตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่อินทุอรคิด ทำให้อินทุอรช้ำใจกับความหมางเมินเหินห่าง บราลีกับอุรวสาแน่ใจว่าอินทุอรปักใจกับภิสิตแน่ๆ จึงตกลงกันว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้อัษฎารู้และรอดูท่าทีของภิสิต หากเขาแสดงออกว่าชอบอินทุอร อุรวสาและอันตราจะเป็นคนไปพูดกับภิสิตเอง อุรวสาต้องการเปิดสาขาร้าน แต่แสงฉานไม่เห็นด้วยอยากให้ร้านแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย อุรวสาไม่ฟัง ซื้อร้านเก่ามาตกแต่งใหม่ แสงฉานโมโหไม่ยอมไปเป็นเชฟให้ ด้วยความเจ้าอารมณ์อุรวสาเผลอต่อว่าแสงฉานว่าไม่มีหัวธุรกิจ ไม่มีความทะเยอทะยาน เธอไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้มาเป็นผู้นำครอบครัว แสงฉานเหมือนโดนตบหน้า... เมียปรามาสดูถูก แสงฉานขอเลิก ! อุรวสาโมโห เลิกก็เลิก ! แต่หลังเลิกรากันต่างฝ่ายต่างเสียใจ แสงฉานไม่มีจิตใจบริหารร้าน อุรวสาแทบไม่มีรอยยิ้มเพราะคนเดียวที่ทำให้อุรวสายิ้มได้... คือแสงฉาน บุษบาบัณมีโอกาสพบกับแสงฉานในงานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่ก๊วนแก๊งจัดที่ US Restaurant ทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความเป็นสาวเปรี้ยวเจ้าชู้.. บุษบาบัณถึงกับถูกใจในความหล่อเหลาของแสงฉานบุษบาบัณหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดแสงฉานอยู่ตลอดเวลา ใช้เล่ห์มารยาหญิงยั่วยวนแสงฉานแต่เขาไม่เล่นด้วย ผู้หญิงคนเดียวที่แสงฉานรักคือ...อุรวสาบุษบาบัณไม่ยอมแพ้วางแผนให้อุรวสาเข้าใจผิดว่าแสงฉานมีอะไรกับเธอ แต่อุรวสาไม่หลงกล...ตบหน้าบุษบาบัณฉาดใหญ่ ให้สาสมกับความหน้าไม่อายอยากจะแย่งผู้ชายที่เธอรัก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้อุรวสาตระหนักว่ารักแสงฉานมากแค่ไหน .. ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ในงานเลี้ยงเปิดงานโครงการก่อสร้างแห่งใหม่ของอัษฎา เวสม์ไปด้วยในฐานะนักการเงิน อัษฎาจึงชวนภิสิตไปร่วมงานเพื่อกันเวสม์จากอินทุอร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเวสม์ทำดีกับอันตราเพื่อจีบอินทุอร ยังไงเสียเขาก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอันขาด!! บุษบาบัณตามภิสิตมาด้วย เพราะเริ่มระแคะระคายคิดว่าภิสิตต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแน่นอน แม้เธอไม่ได้รักภิสิต... แต่บุษบาบัณต้องการความเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้ บุษบาบัณยอมไม่ได้ที่ภิสิตจะทิ้งเธอ.. เพื่อไปหาผู้หญิงคนใหม่ !! อินทุอรสลดไปเมื่อเห็นภิสิตมากับบุษบาบัณ เธอต้องเลี่ยงไปคุยกับเวสม์แทน เมื่อบุษบาบัณเห็นแววตาของอินทุอร เธอมั่นใจขึ้นทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ภิสิตแอบชอบอยู่ เธอยิ่งชิงชังอินทุอรมากขึ้นไปอีกอันตรากับอุรสาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของบุษบาบัณ รีบดึงอินทุอรออกมาเตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวเธอปล่อยใจให้ภิสิต อินทุอรจำต้องยอมรับกับพี่สาวทั้งสองคนว่าเธอชอบภิสิตเกินกว่าจะห้ามใจ อันตราและอุรสาเข้าใจน้องสาว.. และสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้อัษฎารู้ อินทุอรถูกโทรศัพท์ลึกลับตามรังควานและยังถูกบุษบาบัณใส่ร้ายว่าแย่งภิสิตผ่านหน้านิตยสาร ภิสิตทะเลาะกับบุษบาบัณอย่างรุนแรง ที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของอินทุอรแบบนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในสังคมรับรู้ว่าบุษบาบัณไม่เคยแยแสภิสิตแม้แต่นิดเดียว เมื่ออัปสรรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงนัดอัษฎามาคุยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แนะนำให้อัษฎายอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง เพราะความรักระหว่างภิสิตกับอินทุอรมีแต่ความสวยงามและอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด อัษฎาถึงกับอึ้งเมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด...ยากจะทำใจจริงๆ ที่ลูกสาวคนเล็กจะรักกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างภิสิต อุรสาช่วยย้ำให้อัษฎาเห็นว่าอินทุอรไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของภิสิตแตกแยก เธอเล่าเรื่องราวระหว่างเธอ บุษบาบัณ และ แสงฉาน ให้พ่อฟัง เพื่อตอกย้ำว่าบุษบาบัณทำตัวแย่เพียงใด ผู้หญิงอย่างบุษบาบัณไม่เคยซื่อสัตย์กับภิสิตเลยสักครั้ง..สถานการณ์เรื่องราวระหว่างอินทุอรกับภิสิตเบาบางลง .. แต่เรื่องราวการแอบแต่งงานกันระหว่างอุรสากับแสงฉานกลับถูกรับรู้โดยอัษฎา.. ระเบิดระหว่างพ่อกับลูกสาวคนโตในบ้านประทุอีกครั้ง !! ศศิพิมลขอหย่าพงษ์ชัยเพื่อเดินหน้าแย่งชิงเวสม์ แต่พงษ์ชัยไม่ยอมหย่า ตบตีและทำร้ายศศิพิมลจนเข้าโรงพยาบาล เวสม์ขู่จะแจ้งความหากพงษ์ชัยยังทำร้ายศศิพิมลอีก ในที่สุดศศิพิมลพ่ายแพ้ต่อความดีของเวสน์ในครั้งนี้ ศศิพิมลเรียกอันตราเข้ามาบอกความจริงและความดีของเวสน์ในอดีตทั้งหมด เล่าให้อันตราฟังว่าเวสน์รักอันตรามากแค่ไหน เหตุการณ์ครั้งนี้.. ทำให้อินตรารับรู้ความจริงว่าเวสม์เป็นผู้ชายแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษเพียงใด เป็นครั้งแรกที่สาวห้าว ยินดีเปิดใจรับชายหนุ่มอย่างเวสม์เข้ามาในหัวใจ คนในครอบครัวแปลกใจเมื่อเห็นอันตราใส่กระโปรง ตั้งแต่ใช้นางสาวนำหน้า สาวห้าวไม่เคยนุ่งกระโปรงอื่น.. นอกจากกระโปรงนักเรียน !! แม่พี่สาวน้องสาวถามไถ่ยกใหญ่ อะไรดลใจให้เปลี่ยนไป อันตราปิดปากเงียบแต่อัษฎารู้...ก็ไอ้แมงกะจั๊วหน้าหล่อนั่นไง ทำลูกสาวคนสนิทของเขากลายเป็นหญิงจ๋า อัษฎาบอกอันตรา...หัวเด็ดตีนขาด พ่อก็ไม่รับไอ้เจ้าเวสม์เป็นลูกเขย แม้ว่าอันตรากับบราลีผู้เป็นแม่.. จะอรรถาธิบายถึงเหตุผลความดีของเวสน์ยังไง คนหัวดื้ออย่างอัษฎาก็ไม่ยอมฟัง พงษ์ชัยสั่งให้ลูกน้องจับตัวเวสม์ไปซ้อมทำร้าย แล้วกลายเป็นอัษฎาที่เข้าไปช่วยเวสม์ออกมาจากเหล่าร้ายจนตัวเองเกือบโดนยิงตาย อัษฎายอมเสี่ยงตายเพื่อเวสม์เพราะรู้ว่าเวสม์เป็นผู้ชายที่อันตรารัก อัษฎารู้ว่าเวสม์ไม่ใช่แมงดา แต่ที่ไม่ยอมรับเพราะกลัวเวสม์แย่งลูกสาวไป เวสม์ตัดสินใจเข้าไปสู่ขออันตรา พร้อมๆ กับที่ภิสิตกับแสงฉานเอาธูปเทียนแพไปกราบขอขมาอัษฎา ที่ปิดปังความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับลูกสาวอีกสองคนของอัษฎามาโดยตลอด บราลีพยายามชี้ให้อัษฎาตระหนักรับรู้ถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคู่... อุรวสา อันตรา และ อินทุอร โตเป็นผู้ใหญ่... ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่อัษฎาเคยดูแลและปกป้อง อาจถึงเวลาที่สาวน้อยของพ่อต้องออกไปเผชิญโลกกว้างกับผู้ชายที่รักแล้ว ในที่สุดอัษฎาจึงเปลี่ยนความคิด ยอมรับความจริงข้อนี้ทั้งหมด.. อัษฎาปลื้มใจที่ลูกทั้งสามคน แม้ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่รักกันมาก เสียสละดูแลกันและกันตลอดเวลาในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนงานแต่งงานอย่างเป็นทางการระหว่างอุรวสากับแสงฉาน อัษฎาสอนอุรวสา...เป็นภรรยาไม่ควรข่มสามี ต้องให้เกียรติสามี เคารพสามี เพราะทั้งคู่เปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน อุรวสาพยักหน้ารับคำ...ก้มกราบพ่อ อันตราจะแต่งงานกับเวสม์เดือนหน้า...ส่วนอินทุอรมีแพลนจะแต่งกับภิสิตสิ้นปี ต้นปีหน้าภิสิตต้องจะต้องไปเป็นผู้ช่วยทูตที่ออสเตรียและจะพาอินทุอรไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยา อีกไม่นานบ้านหลังใหญ่ของอัษฎา ลูกๆ ก็จะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ไม่ว่าลูกของพ่อไปอยู่แห่งหนไหน สายใยรักของพ่อก็เชื่อมโยงถึงลูกเสมอ... รายชื่อนักแสดง กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ภิสิตรณิดา เตชสิทธิ์ รับบทเป็น อินทิราหลุยส์ สก๊อตต์ รับบทเป็น เวศม์อามีนา กูล รับบทเป็น อันตราอเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบทเป็น แสงฉานณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) รับบทเป็น อุรวสาทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบทเป็น อัษฎาอาภาศิริ นิติพน รับบทเป็น บราลีพิตต้า ณ พัทลุง รับบทเป็น บุษบาบัณอภิษฎา เครือคงคา รับบทเป็น ศศิพิมลอนันต์ บุนนาค รับบทเป็น สมศักดิ์ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น พงษ์ชัยณัฐฐา ลอยด์ รับบทเป็น ป้าอัปสรปรารถนา สัชฌุกร รับบทเป็น ป้าแต๋วปาริฉัตร ไพรหิรัญ รับบทเป็น ป้าต้อย

รู้มั้ย !? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?
ชูนิ้ว /  ชูนิ้วกลาง / 

รู้มั้ย!? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?  รู้ไว้จะได้ไม่ไปยก ซุ่มสี่ซุ่มห้า เพราะบางทีคุณอาจจะงานเข้าไม่รู้ตัว กระแสการชู 3 นิ้ว ที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว หลังจากภาพยนตร์ชุด The Hunger Games ออกฉาย ซึ่งมีการนำไปตีความ  และใช้สื่อความหมายมากมาย นัยหนึ่งก็แสดงออกซึ่งความกระด้างกระเดื่อง ต่อต้าน และไม่เห็นด้วยกับการปกครอง วันนี้ก็เลย  ไปหาข้อมูล เกี่ยวกับ "สัญลักษณ์นิ้ว" มาบอกเล่าสู่กันฟังครับ ชูนิ้วโป้ง 1 นิ้ว : ทั่วไปก็คือ Thumbs up ยกย่อง-เยี่ยมไปเลย ยิ่งยกหัวแม่โป้ง 2 ข้าง Two Thumbs up ก็ยิ่งเยี่ยมเข้าไปใหญ่ บ้านเรากับอีกหลายๆ ประเทศ นิ้วโป้งหมายถึง "สุดยอด" หรือ "นายแน่มาก" แต่ถ้าไปเผลอยกใส่ใครในญี่ปุ่น นิ้วนี้จะถูกลดความหมายไปทันทีแปลว่า นายก็เป็นได้แค่ที่ 5 เท่านั้นเอง!! เพราะเวลาที่คนญี่ปุ่นเขานับนิ้ว เขจะเริ่มนับกันที่นิ้วชี้ก่อน ตามด้วยนิ้วกลาง นาง ก้อย แล้วปิดท้ายด้วยนิ้วโป้ง ส่วนถ้าไปที่ออสเตรเลีย การชูนิ้วโป้งนี่อันตรายมาก เพราะมันมีความหมายหยาบคายทำนอง "Kiss My Ass" เทียบแล้วก็คือท่าชูนิ้วกลางในบ้านเราขืนไปชมใครด้วยนิ้วนี้ อาจได้รองเท้า (พร้อมเท้า) เป็นรางวัล ชูนิ้วกลาง 1 นิ้ว : เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่าหมายถึงการให้ของลับของเพศชาย ที่มาของท่าคลาสสิคนี้เกิดขึ้นในสมัยโบราณ ตอนนั้นชาวโรมันเชื่อกันว่าองคชาติของผู้ชายเป็นเครื่องรางที่ใช้สู้กับคำสาปชั่วร้ายได้เวลาชูนิ้วกลางใส่ใครจึงเป็นการข่มขู่คู่ต่อสู้ว่า "มนต์ดำของแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า" แต่ต่อมาเกิดการเพี้ยนขั้นรุนแรง เลยลืมเรื่องมนต์ดำกันไป กลายเป็นคำด่าล้วนๆ นอกจากนี้ท่าชูนิ้วกลางนี่ยังได้เกิดในวงการมายาด้วย เมื่อ 423 ปีก่อนคริสตศักราช ละครเวทีเรื่อง "The Cloulds" ของ ?อริสโตฟาเนส' ได้เอาท่านี้ขึ้นไปเล่นกันบนเวที แต่เรียกมันว่าท่า "ดิจิตุส อินฟามุส" มีความหมายประมาณว่าเป็นนิ้วทุเรศ หรือนิ้วทะลึ่ง จากนั้นความหมายของนิ้วกลางก็เลยยิ่งแพร่หลายไปในทำนองหยาบคายมากขึ้นไปอีกหลายประเทศถือว่า การแสดงท่านี้ มีความผิดทางกฎหมาย ด้วย ชูนิ้วชี้ ความหมายทั่วๆไปมักจะเป็นการบอกจำนวน หรือมีนัยยะว่า ชั้นน่ะคือที่ 1  (ใช้เพื่อข่มคู่ต่อสู้) ในการแข่งขันบางประเทศในประเทศสหรัฐอเมริกาการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวเป็นการบอกว่าชั้นนี่แหละที่ 1 และการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวไปยังคนที่ต้องการจะสื่อสารด้วย มักจะเป็นการสั่ง หรือเป็นการเตือนว่าพอได้แล้ว (อาจจะมีเรื่องกันได้) แต่ถ้าไปทำท่านี้ในประเทศแถบอาหรับหรือแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะมีความหมายเท่ากับการชูนิ้วกลางนิ้วเดียวให้อีกฝ่าย  ชูนิ้วนาง การชูนิ้วนาง (เฉพาะด้านซ้าย) มักจะเป็นการชูเพื่อให้คนรัก หรือคู่หมั้นใส่แหวนหมั้นในพิธีหมั้นหมายนั่นเอง  ชูนิ้วนิ้วก้อย การชูนิ้วก้อยมักจะมีความหมายไปทาง "ขอคืนดี ดีกันนะ"  มักจะสื่อไปทางความหมายที่ดีแบบอมยิ้ม ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว  การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (แบบหงายฝ่ามือออก) เรียกว่า " V (Victory) Sign " หรือ สัญลักษณ์แหงชัยชนะ เรื่องมันก็มีอยู่ ครั้งหนึ่งในสงคราม อังกฤษ - ฝรั่งเศส โดยนักแม่นธนูชาวอังกฤษถูกทหารฝรั่งเศสจับตัวและถูกทหารฝรั่งเศสตัดนิ้วชี้และนิ้วกลางที่ใช้ในการยิงธนูทิ้ง ทหารอังกฤษทุกคนจึงร่วมชูนิ้วชี้และนิ้วกลางเพื่อเป็นการยกย่องวีรบุรุษพลธนูคนนั้น อีกนัยยะนึงอาจจะหมายความว่า "สู้โว๊ย" เพื่อต่อต้านการรุกรานของฝรั่งเศส ก็เป็นได้ คนที่เอาการชูสองนิ้วมาใช้ในความหมายแสดงชัยชนะจริงๆ คือ "วินสตัน เซอซิล" เค้าเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่มักจะกล่าวคำปราศรัยพร้อมทั้งชู 2 นิ้วประกาศชัยชนะสงครามโลกอยู่หลายครั้ง แต่การชู 2 นิ้วในประเทศญี่ปุ่น จะหมายความว่า "เราต้องการสันติภาพ" (หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2) แต่ในประเทศไทย มีการชูนิ้วชี้และนิ้วกลางไว้เพื่อการถ่ายรูป เพื่อเพิ่มความแอ๊บแบ๊วขึ้นเท่านั้นเอง การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (เอาหลังมือแบออก) มีความหมายหลายระดับ  (มักจะออกไปทางไม่ดี) -ระดับเด็กๆ มักจะหมายความว่า "อยากจะมีเซ็กส์กับฉันไหม" -ระดับหนัก ถ้าใช้กับคนแปลกหน้าก็จะหมายความพอๆกับการชูนิ้วกลางดีๆนี่เอง และถ้าเพิ่มนิ้วโป้งเข้ามาอีกนิ้วนะ จะหยาบคายสุดๆ แต่ทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับว่าภาษากายเราแสดงออกมาประกอบการเข้าใจมากกว่านะครับ ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว : แบบเอาหลังมือออก แบบที่ผมเห็นแม่ค้าชาวไทยทำให้ฝรั่งดูนั่นแหละครับ ความหมายมีหลายระดับ ออกไปทางไม่ดีทั้งนั้น - อย่างดีกรีอ่อน จะหมายถึง "อยากมีเซ็กส์กับฉันไหม" (สังเกตรูปนิ้วแล้วจินตนาการความหมายเอาละกัน) หญิงบริการ ที่ไปยืนรอรับกลาสีเรือขึ้นบก มักใช้สัญลักษณ์นี้สือความหมายว่า "ขายนะจ๊ะ" หรือ เอาไว้ใช้ล้อ แซว เพื่อน ประมาณว่า ไอ้หน้า... ก็ได้ - อย่างดีกรีแรง ถ้าใช้กับคนแปลกหน้า ก็คือคำด่า ประมาณเดียวกับ ชูนิ้วกลาง นั่นเอง ถือเป็น คำหยาบรุนแรง ที่เอาไว้ใช้ด่ากันโดยเฉพาะ ถ้าเพิ่ม นิ้วโป้ง แทรกเข้ามา ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ยิ่งหยาบหนักเข้าไปอีก คงไม่ต้องอธิบาย อิ อิ ฝรั่ง ก็คงพอเข้าใจว่า การชู 2 นิ้วแบบนี้ ไม่ได้หมายถึง อะไรอย่างที่ว่านั่น เป็นการไม่เข้าใจความหมายที่แท้ เฉย ๆ* ชูมือ 2 นิ้ว ทั้งสองข้าง : แบบเอามาแนบหู คล้าย ๆ หูกระต่าย ฝรั่งเรียกท่านี้ว่า Bunny Finger ไม่ได้มีเอาไว้ ต่อหู ต่อเขา ให้เพื่อน แบบคนไทยเวลาถ่ายรูปหมู่ แต่หมายถึง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ชัด ครับ ชูนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วก้อย  ที่รู้จักกันว่า  I love you แต่ถ้าไปเมืองฝรั่ง แล้วเผลอ ลืมยกนิ้วโป้งขึ้นมาด้วย แบบนี้ อาจมีปัญหา เพราะการชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย หมายถึง สัญลักษณ์ซาตาน ครับ  ชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย : มันคือ Devil Horn บ่งบอกว่าเป็น "เขา" ของซาตาน ในสมัยโบราณ การแสดงท่านี้ คือสัญลักษณ์แสดงการ ไม่นับถือพระเจ้า ของพวกนอกรีต บูชาซาตาน แต่ในปัจจุบัน พวกวงดนตรีร็อค แนวเฮฟวี่เมทัล หลายวง ใช้สัญลักษณ์นี้ แสดงถึงความรุนแรงทางดนตรี ประมาณว่า ดนตรีที่ซาตานประทานมาให้ นะแหละ ในการไปชมคอนเสิร์ตเฮฟวี่เมทัล แฟน ๆ ที่ชูนิ้วท่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นพวกนอกรีต แต่อย่างใด  แต่อย่าเผลอ เอามาทำนอกเวทีคอนเสิร์ตก็แล้วกัน คนจะเข้าใจผิด จรดนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นวงกลม หรือ โอเค แม้วัฒนธรรมอเมริกันที่แพร่หลาย จะทำให้การเอาปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาชนกัน  จนเกิดวงกลม และปล่อยสามนิ้วที่เหลือให้กางออกจะแปลว่าโอเค ตกลง หรือดี แต่สำหรับบางประเทศการทำมือแบบนี้มีความหมายอื่นค่ะ เช่น บางประเทศในทวีปยุโรปแปลว่าเลข 3 ส่วนในจีนแปลว่าเลข 7 ส่วนที่ประเทศบราซิลและประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะเป็นคำด่าเทียบเท่ากับ Asshole (เพราะมองว่าวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของทวารหนัก) ในเยอรมนีหลายคนใช้แปลว่าเกย์ และยังมีอีกหลายประเทศในแถบยุโรปตะวันออกที่ใช้ด่าว่าคนนั้นไม่มีค่า (เป็นศูนย์) หรือด่าตรงๆ เลยว่าอ้วน ตัวกลมไปหมด ฉะนั้นจะโอเคกันง่ายๆ เหมือนปกติไม่ได้แล้วนะคะ "โอเคนะ" หรือ "ตกลง" แต่ก็ยังอุตส่าห์มีการยกเว้นจนได้สำหรับประเทศผ่าเหล่าผ่ากออย่างอิตาลี ใครไปเยือนประเทศนี้ต้องเก็บท่าโอเคนะให้ดีเลย เพราะคนที่นั่นเขาถือว่ามันเป็นการด่ากันแบบไม่ออกเสียงว่า "ไอ้หน้า..." (โปรดเติมคำในช่องว่างเอาเอง) แทนที่ทุกอย่างจะโอเค มันจะกลายเป็นโนเคไปน่ะสิ ชูนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง (รวม 3 นิ้ว) จะหมายถึง ถ้าในวงการลูกเสือสามัญ การชู นิ้วชี้นิ้วกลางและนิ้วนาง (ด้านขวา) เค้าหมายถึง การทำความเคารพ (วันธยาหัตถ์) และการชูสัญลักษณ์ประเภทนี้ ในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Hunger Games  มักจะมีนัยยะในด้านการเมือง ทั้งนี้ เหตุการณ์รัฐประหาร โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ทางกลุ่มมวลชนซึ่งไม่เห็นด้วยกับการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้เดินทางมารวมกันตามสถานที่ที่นัดหมาย ทั้งหน้าทางเดินสกายวอล์กสนามกีฬาแห่งชาติ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล 21  แยกอโศก, ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  รวมถึงห้างสรรพสินค้าห้างเมยา ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อประท้วงเชิงสัญลักษณ์ไม่เอารัฐประหาร โดยการประท้วงดังกล่าว ผู้ชุมนุมได้ใช้วิธีชูนิ้ว 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง พร้อมกับเอามือปิดปาก ส่วนบางคนก็นำสีสเปรย์มาพ่นคำว่า "NO COUP" และ "ปล้นประชาธิปไตย" ในหลายพื้นที่ และตะโกนเรียกร้องประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง การกางเฉพาะนิ้วโป้งและนิ้วชี้เหมือนตัว L จะให้นิ้วโป้งอยู่แนวนอนเหมือนตัว L หรือนิ้วโป้งอยู่แนวตั้งแบบ “ถูกต้องนะคร้าบ” ก็ได้ บ้านเราใช้เวลาชี้บางอย่าง หรือบางทีอาจจะทำมือแบบนี้แล้วคว่ำมือลงเพื่อถ่ายรูปให้ดูฮิพฮอพก็ได้ แต่ในสหรัฐอเมริกาและประเทศที่ได้รับอิทธิพลอเมริกันจะมองว่า L มาจาก Loser (คนแพ้) และใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าขี้แพ้ ส่วนในจีนหมายถึงเลข 8 และในประเทศเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์จะแปลว่าเลข 2 (ทีนี้คงนับเลขกันมึนเลย) สำหรับความหมายแง่ลบของการทำมือแบบนี้พบในประเทศอิตาลีและพื้นที่ข้างเคียง แปลว่าไม่ดี หรือแย่มากค่ะ การหงายฝ่ามือและกระดิกนิ้วชี้เรียก เรามักเห็นในภาพยนตร์ฝรั่งว่าถ้าสาวสวยกระดิกนิ้ว                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               เรียกในลักษณะนี้แล้วมักเป็นการเชิญชวนและยั่วยวนอีกฝ่ายให้ตามไป หรือเป็นการส่งสัญญาณให้เข้ามาใกล้ๆ เพื่อกระซิบบอกความลับบางอย่าง แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์นั้น ท่าทางนี้ใช้เรียกน้องหมาเท่านั้นค่ะ ฉะนั้นถ้าเผลอไปทำใส่ใครจะเหมือนไปว่าเขาเป็นสุนัข และอีกฝ่ายอาจจะโกรธถึงขั้นหักนิ้วชี้เราได้เลยค่ะ โหดแฮะ การแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาทแล้วใช่มั้ยคะ แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ ทีนี้น้องๆ ก็พอรู้กันแล้วนะคะว่าภาษาท่าทางที่ใช้มือเป็นสำคัญนั้นมีหลายความหมายแตกต่างกันไปทั่วโลก จริงๆ มีอีกหลายแบบเลยนะคะ รวมไปถึงการแสดงออกทางสีหน้าและแววตาด้วยที่ให้ความหมายต่างกัน ฉะนั้นก่อนจะเดินทางไปประเทศใดให้หาข้อมูลเรื่องพวกนี้ดีๆ ค่ะ ใครจะรู้ว่าการยิ้มสวยๆ ของเราที่ดูเป็นสิ่งที่ดีนั้น อาจแปลว่าเรากำลังท้าทายคนบางประเทศอยู่ก็ได้ น้องๆ คนไหนที่มีประสบการณ์เรื่องภาษามือที่ความหมายต่างกัน สามารถแบ่งปันเรื่องราวได้ด้านล่างเลยค่ะการแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาท  แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ Snap การดีดนิ้ว การดีดนิ้วดังเป๊าะนั้น ถ้าดีด 1 ครั้งคนอเมริกาและอังกฤษจะสื่อว่านึกอะไรออกแล้ว หรือมีไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาในหัว ส่วนการดีดเรื่อยๆ ไปมาหมายถึงกำลังพยายามนึกถึงบางอย่างให้ออกอยู่ แต่สำหรับประเทศแถบละตินอเมริกานั้นหมายความว่า ให้คนข้างหน้าช่วยรีบเดิน เร็วๆ หน่อย แต่ 10 ภาษากายที่มีความหมายต่างกันทั่วโลกสำหรับประเทศส่วนใหญ่ในโลก การดีดนิ้วใส่หน้าคนอื่นเป็นกิริยาที่หยาบคายมาก(แต่บางประเทศก็หมายถึงดึงความสนใจอีกฝ่ายให้กลับมา)  Sign of the Cross เครื่องหมายกางเขน เป็นสัญลักษณ์ของการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาคริสต์ เป็นการให้ศีลให้พร จะทำโดยการเคลื่อนมือเป็นรูปกากบาทในอากาศ ตามร่างกายของตัวเอง ด้วยมือข้างขวามักจะมาพร้อมด้วยการบรรยาย พูดหรือสวดมนต์ เป็นการสะท้อนรูปแบบของการเล่าเรื่องของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ให้นึกถึงพระเยซูที่ถูกตรึงไม้กางเขน มีสองรูปแบบและถูกใช้เฉพาะในคริสตจักรภาคตะวันออกดั้งเดิมและพิธีกรรมทางทิศตะวันออกของโบสถ์คาทอลิกเท่านั้น  Fig sign / Dulya การมีเพศสัมพันธ์  เป็นท่าทางแสดงความลามกอนาจารอย่างอ่อนโยน ที่ใช้ในวัฒนธรรมตุรกีและสลาฟ และในบางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ใช้นิ้วหัวแม่มือสอดเข้าไประหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ตำแหน่งนิ้วเป็นตัวแทนของอวัยวะเพศชาย(นิ้วโป้ง)ที่กำลังสอดเข้าๆ ไปในช่องคลอด (ช่องระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง) ท่าทางนี้เป็นที่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน  Shocker สิ่งที่เลวทราม   สัญลักษณ์นี้เป็นที่รู้จักในนามว่า “two in the pink, one in the stink” เกี่ยวกับสองสิ่งที่ห่วยแตกหรือมีกลิ่นเหม็น เป็นท่าทางมือที่มีความหมายทางเพศ นิ้วนางและนิ้วหัวแม่มือจะขดหรืองอลงในขณะที่นิ้วอื่นๆ จะขยาย นิ้วโป่งกับนิ้วนางจะถูกเก็บอยู่ด้วยกัน และด้านหลังของมือที่ใบหน้าออกไปด้านนอก ท่าทางนี้หมายถึงการกระทำของการสอดใส่นิ้วกลางเข้าไปในช่องคลอดและนิ้วก้อยเข้าไปในทวารหนักของผู้หญิงจึง มีการห้ามประชาชนใช้สัญลักษณ์นี้ เพราะเป็นท่าทางที่เสื่อมและเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งบางประเทศนั้นสัญลักษณ์นี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย Three-finger salute (Serbian) แสดงความยินดี เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดี ซึ่งคาดว่าเริ่มมาจากชาวเซอร์เบีย เป็นการการชูนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ด้วยมือข้างใดข้างนึง ซึ่งสัญลักษณ์นี้ยังมีความหมายอื่นๆ ของการแสดงความยินดี และยังถูกใช้โดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลเซอร์เบีย โดยนาย Srdjan Srećković รองนายกรัฐมนตรีของเซอร์เบียในช่วงเวลานั้นกล่าวในการสัมภาษณ์กับKurir สำนักข่าวของประเทศเซอร์เบีย ว่าสัญลักษณ์นี้ยังสามารถเป็นสัญลักษณ์แทนบุคคลสำคัญทั้งสามของเซอร์เบีย นั่นก็คือ Sveti Sava , Njegoš, และ Karađorđe ซึ่งในช่วงเวลาของสงครามยูโกสลาเวียสัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดีเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

ไอเอส ใช้ภาพจากหนังผู้ใหญ่ หลอกล่อผู้ติดตาม
กลุ่มรัฐอิสลาม /  หนังผู้ใหญ่ / 

กลุ่มติดอาวุธไอเอส ใช้ภาพจากหนังผู้ใหญ่ฮังการี ประกอบการโฆษณาชวนเชื่อผ่านอินเตอร์เน็ต สำนักข่าวเดอะ อินดิเพนเดนท์ของสหราชอาณาจักร รายงานถ้อยแถลงจากกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ใจความว่า กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือกลุ่มไอเอส ที่ใช้ภาพจากภาพยนตร์ลามกอนาจารใส่ลงในโปสเตอร์ เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ ดึงดูดใจให้คนติดตาม ไม่ใช่ภาพที่ถ่ายจากเหตุการณ์จริงอย่างที่เข้าใจในครั้งแรกแต่อย่างใด จากรายงานระบุว่า ภาพดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในฉากของหนังผู้ใหญ่ ในประเทศฮังการี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีความเข้าใจผิดหลังจากการเผยแพร่โปรเตอร์นี้ผ่านสังคมออนไลน์ และเกิดกระแสคาดคะเนว่าภาพดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ของผู้หญิงที่ปรากฏอยู่ในภาพ กำลังถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยชายกลุ่มหนึ่งอยู่ ซึ่งกลุ่มไอเอสต้องการหลอกล่อ ให่ผู้คนเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น โดยสื่อนอกได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการตอบโต้ระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และกลุ่มรัฐอิสลามไอเอส ว่าเปรียบเหมือนกับ 'สงครามโฆษณาชวนเชื่อ' MThai News

ตร.เตรียมคุมตัว'พงศ์พัฒน์'และพวกฝากขังศาลอาญา
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

พนักงานสอบสวน เตรียมคุมตัว "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กับพวก ฝากขังศาลอาญา เช้าวันนี้ - สื่อเฝ้าติดตาม บรรยากาศที่ศาลอาญา รัชดา ในช่วงเช้าวันนี้ (07.30 น.) มีผู้สื่อข่าว ทั้งสื่อไทยและสื่อต่างชาติจำนวนมาก เฝ้าติดตามสถานการณ์การควบคุมตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อม พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กับพวก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวม 8 ราย หลัง ศาลอาญา อนุมัติหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือน รวม 10 ราย ในความผิด 5 ข้อหา คือ หมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับและจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ฯ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ ทั้งนี้ มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด โดยแยกควบคุมตัวไว้ตามสถานีตำรวจต่าง ๆ ใกล้ศาลอาญา โดยพนักงานสอบสวนเตรียมนำตัวมาขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก ในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาลอาญา พร้อมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำแผงเหล็กมาวางกั้นบริเวณทางเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหา ใต้ถุนศาลอาญา

สตรีเหล็ก ตบโลกแตก ยกพลครบทีม ตะลุยลำปาง
กะเทย /  ตุ๊กกี้ ชิงร้อย / 

สตรีเหล็ก ตบโลกแตก ยกกองไปถ่ายทำต้อนรับลมหนาวกันถึงจังหวัดลำปางเมื่อวันก่อน แบบต้องแข่งกับวันและเวลาภายในระยะเวลา 2 วันเท่านั้น เนื่องจากคิวนักแสดงหลักๆแน่นเอี๊ยด หาเวลาได้ตรงกันยากเหลือเกิน และที่ทางทีมงานต้องเดินทางมาถ่ายทำกันไกลถึงที่นี้ สาเหตุเพราะเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นที่จังหวัดลำปางแห่งนี้ อย่าเพิ่งแอบอิจฉานักแสดงทั้งหลายที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสอากาศที่แสนจะเย็นสบายเพราะเมื่อทั้งหมดลงจากเครื่องปุ๊บก็แทบไม่ได้พักกันเลย ทีมงานทั้งหมดรวมถึงนักแสดงต้องตื่นกันตั้งแต่ตี3 เริ่มถ่ายกันตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำแทบไม่ได้หยุดพัก ประเดิมฉากแรกกันที่ สถานีรถไฟนครลำปาง เป็นฉากเล็กๆที่ จุง (วรชัย ศิริคงสุวรรณ) พา มุ้ย (รัฐภูมิ โตคงทรัพย์) และทีมสตรีเหล็กเดินทางมาหาครูบี๋ (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย) ที่ลำปาง เห็นฉากแล้วก็ไม่น่าจะยากหรือมีปัญหาที่ตรงไหน แต่ความยากมันอยู่ที่เรื่องของตารางเดินรถไฟที่จะมาจอดเทียบสถานี ทุกอย่างของจริงหมดไม่มีเซทอะไรใดๆทั้งสิ้น นักแสดงต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงบนขบวนรถอยู่หลายรอบเพื่อเก็บภาพทุกมุมทุกเหลี่ยมตามที่ผู้กำกับฯต้องการ ตุ๊กกี้ ชิงร้อย ในระหว่างการถ่ายทำก็จะมีเสียง พชร์ อภิรุจ พึมพำมาเบาๆกับตัวเองว่า...อย่าเพิ่งไปน้า(หมายถึงขบวนรถไฟที่จอดอยู่) ฉากนี้ต้องยกนิ้วให้บุคคลที่น่าสงสารที่สุด แทค ภรัณยู กับ แจ๊ส ชวนชื่น เพราะทั้ง 2 นางต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงด้วยรองเท้าส้นสูงขาพลิกไปพลิกมา กว่าจะจบเรื่องนี้ทั้งคู่น่าจะเดินกันได้คล่องแล้ว พชร์ อภิรุจ ต่อด้วยฉากนั่งรถม้าในเมืองลำปาง ด้วยความที่ทีมงานเร่งถ่ายกลัวแสงจะหมด ม้าคงจะเหนื่อยหอบวิ่งแล้ววิ่งอีก เกิดอาการพยศไม่ยอมไปต่อซะอย่างนั้น โชคดีที่นักแสดงของเราไม่ได้รับอันตรายอะไรแค่เพียงตกใจกัน ต้องยอมหยุดถ่ายเพราะสู้แรงพี่ม้าไม่ไหวจริงๆ ปิดฉากลำปางกันที่ โรงเรียน บุญวาทย์วิทยาลัย ที่เห็นภาพออกมาแล้วเหมือนจะง่าย แต่ละฉากก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้นนะจ๊ะ กว่าจะเคลียร์พื้นที่ถ่ายทำกันได้สำเร็จเหตุจากแฟนคลับที่โรงเรียนแห่งนี้หนาแน่นไปทุกพื้นที่การถ่ายทำ ฉากที่เก็บเสียงต้องอ้อนวอนแฟนคลับกันเลยทีเดียวกับเสียงกรี๊ดที่ดังสนั่นโรงเรียน ขอยกนิ้วให้กับทีมงานกองนี้จริงๆกว่าจะถ่ายทำกันได้แต่ละฉากแต่ละคัทนักแสดงและทีมทุกคนต่างก็ทุ่มเทและเต็มที่กับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างมาก การันตีผลงานเลยจ้า ว่าออกมาไม่ผิดหวังแน่นอน ร่วมเชียร์พวกเขา (เอ๊ะ!?...หรือเธอ) ให้กระหึ่มไปกับ สตรีเหล็ก ตบโลกแตก  31 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ สตรีเหล็ก ตบโลกแตก ได้ที่นี่เลย ---------------------------

ปรมาจารย์กังฟูแดนมังกร โชว์ใช้ดุ้นสวรรค์ ยกก้อนอิฐหนัก 80 โล
จีน /  อวัยวะเพศชาย / 

ปรมาจารย์กังฟู วัย 70 ปี โชว์วิชาหายากและฝึกยากที่สุดของสำนัก “เส้าหลิน” โดยการใช้เจ้าโลกยกก้อนอิฐหนัก 80 กิโล สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายจ้าว เจิ้นหัว ปรมาจารย์กังฟู วัย 70 ปี ชาวจีน โชว์ใช้อวัยวะเพศของเขา ผูกติดกับก้อนอิฐขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักถึง 80 กิโลกรัม ยกขึ้นแกว่งไปมา เป็นเวลานานถึง 10 นาที นายจ้าว แกว่งก้อนอิฐดังกล่าวไป-มามากถึง 320 ครั้งก่อนจะวางมันลง พร้อมกล่าวว่า การฝึกด้วยวิธีนี้สามารถทำให้สุขภาพของเขาแข็งแรงและยกระดับคุณภาพชีวิตได้ อย่างไรก็ตามนายจางเผยว่า ได้เริ่มฝึกวิชา “เจ้าโลกเหล็ก” ซึ่งเป็นวิชาหายากและฝึกยากที่สุดของสำนัก “เส้าหลิน”ซึ่งเป็นสำนักกังฟูชื่อดังของจีน เนื่องจากเขาได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า เป็นโรคตับแข็งจึงต้องการทำให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้เขายังสอนวิชาดังกล่าวให้กับบุคคลทั่วไปในสวนสาธารณะเพื่อแบ่งปันวิชาดังกล่าวอีกด้วย โดยเมื่อปี 2555 ได้มีรายงานข่าวชาย 3 คนในมหานครไทเป ซึ่งเป็นเมืองเอกของไตหวัน ใช้อวัยวะเพศของพวกเขา ลากรถที่บรรทุกผู้โดยสารเต็มคัน ซึ่งความแข็งแรงของอวัยวะเพศของพวกเขา เกิดจากการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ซึ่งการฝึกเช่นนี้ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นเท่าไหร่ในปัจจุบัน แต่สาเหตุที่ยังคงมีการฝึกเช่นนี้อยู่มาจากเหตุผล 2 ประการ คือกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ยังต้องการรักษาวิชานี้ และประการที่สองคือความเชื่อว่าเป็นการสร้างความแข็งแรงให้อวัยวะสืบพันธ์ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างสรรพคุณของวิชาดังกล่าวแบบครอบจักรวาลว่า เป็นการชะลอวัย เพิ่มพลัง สร้างความแข็งแรงให้กร้ามเนื้อ ลดการอุดตันของหลอดเลือดระดับคอเลสเตอรอล โรคเบาหวาน และโรคภูมิแพ้ นอกจากนี้แน่นอนมันมากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ ด้วยการเพิ่มจำนวนอสุจิและเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ MThai News

แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด
ความรักวัยรุ่น /  สมหวัง / 

หนุ่มๆ เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า? ทำไมเราแห้วรับประทานอยู่บ่อยๆ จีบผู้หญิงคนไหนก็ไม่ติด บางทีเราลองย้อนกลับมาสำรวจตัวเองกันก่อนดีกว่าว่า เรามีสิ่งไหนใน 7 ข้อนี้ที่เราเป็นอยู่ ลองเริ่มต้นปรับตัวเองใหม่แล้วลุยจีบเธออีกครั้ง .. แต่ถ้าเริ่มอีกครั้งแล้วยังแห้วอีก คราวนี้ก็เป็นเรื่องของใจแล้วแหละ เคยได้ยินไหมว่า คนไม่ชอบทำยังไงก็ไม่ชอบ แต่บางคนยังไม่ทำอะไรเขาก็ชอบได้ แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด อันดับ 1  เลือกมวยไม่ถูกคู่ ถ้าคุณน้ำหนักตัวไม่ถึง หรือโหมเพิ่มน้ำหนักตัวแบบไม่ถูกวิธี ซึ่งตัวคุณเองก็ย่อมจะรู้ดีในตัวคู่ชกอยู่เนิ่นๆ บ้างแล้ว จากผลวิจัยด้วยเหตุผลหนึ่ง ที่ฝ่ายชายล้มเหลวในการจีบสาว ก็คือ "จ้องแต่จะเด็ดดอกฟ้า และมองสาวที่แลดูธรรมดาว่าไม่น่าสนใจ" เพราะเพศชายมักถูกกระตุ้นทางเพศผ่านทางสายตา ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่า สาวสวยก็ย่อมมีหนุ่มจดๆ จ้องๆ และเป็นที่หมายปองของบรรดากระทาชายทั้งหลาย แต่ถ้าคุณลองส่องกระจกใหม่ และขึ้นชกกับคู่ชกที่น้ำหนักเท่ากัน คุณก็ย่อมมีโอกาสชนะมากกว่าการชกข้ามรุ่น แต่ถ้าเมื่อไหร่คุณโหยหา "ยุทธการเด็ดดอกฟ้า" หวังเป็นนักล่ารางวัล เพราะคิดว่ามันช่างคุ้มค่าและดูท้าทาย อันนี้ก็คงโทษใครไม่ได้ เพราะเปอร์เซ็นต์การพ่ายแพ้ก็ย่อมมีมากตามไปด้วย... อันดับ 2 เข้าหาผิดวิธี คุณจะเป็นคนรักในชีวิตของเธอ หรือเป็นแค่คนที่เธอพบเพื่อเพียงผ่าน ก็ขึ้นอยู่กับว่าวิธีทำความรู้จักที่คุณเลือกใช้นั้น ได้ผลกับหญิงสาวคนนั้นไหม เพราะเธอก็ต่างนิสัย ต่างรสนิยม ต่างพื้นฐานด้านครอบครัว ไม่ว่าคุณจะชอบเซ็ตผมปิดหน้าผาก แบบหนุ่มเกาหลี หรือชื่นชอบรอยสัก แต่หากผู้หญิงที่คุณชอบ แอนตี้ในสิ่งเหล่านี้อยู่เป็นทุน ด้วยเธออาจมีอคติ หรือตั้งธงไว้ในใจอยู่ก่อนแล้ว ก็คงต้องทำใจ หรือคุณอาจเลือกส่งเพลงรักให้เธอฟังก่อนนอนทุกคืน หรือพร้อมคำทักทายเธอว่า "สบายดีไหม ทำอะไรอยู่" คุณอาจรู้สึกดีว่าทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่ดีแล้ว แต่นั่นมันก็อาจเป็นเรื่องเดิมๆ หรือสิ่งที่เธอเจออยู่ซ้ำๆ หรือเธออาจให้น้ำหนักคนที่กล้าคุยกับเธอตรงๆ มากกว่าคุยผ่านสื่อออนไลน์ก็ได้ เป็นต้น อันดับ 3  ยังโทษตัวเองไม่เลิก "คนไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่" หรือไม่ หนุ่มหลายคนก็ยังโทษความรวย ความจนกันอยู่เลย ถือเป็นในข้ออ้างยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ทำนองว่า "ก็เพราะว่าเราจน เขาถึงไม่สนใจ" หรือ "เราอ้วน เขาคงไม่มองหรอก" ถ้าคุณเป็นอย่างนั้นจริง ก็แค่เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในวันนี้และในอนาคต แต่ถ้ายังขืนทำตัวในแบบเดิม ติดอยู่กับอดีต แล้วผลลัพธ์จะหนีไปจากเดิมได้อย่างไร สมมุติว่า คุณมองเธอเป็นหนึ่ง แต่ให้คะแนนตัวคุณเองเป็นศูนย์ เมื่อ 1+0 ก็ย่อมเท่ากับ 1 อยู่วันยังค่ำ อันดับ 4  เยอะ ข้อนี้แทบไม่ต้องอธิบายอะไร ไว้ให้ "บุคคลที่สาม" บอกคุณเองจะเข้าใจได้ง่ายกว่าคำปฏิเสธจากเธอ เอาเป็นว่าชายในข่ายนี้ มักเรื่องมาก อาจแต่งตัวเก่ง วิจารณ์ขาด ปากแมว แนวมีเรื่องเยอะ ขี้นินทา เวิ่นเว้อ พูดเยอะกว่าทำ ฟังคนอื่นไม่เป็น ไม่นิ่งในจังหวะที่ควรนิ่ง ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ดูไม่แมน ขอให้จำไว้ว่า ผู้หญิงอยากได้แฟนเป็นผู้ชาย ไม่ใช่อยากได้เพื่อนสาว อันดับ 5 อยู่กับที่ ผู้หญิงอาจเข้ามาส่องดูเฟซบุ๊กคุณอยู่เรื่อยๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว แต่ในความเคลื่อนไหวนั้น กลับมีอะไรบางอย่างที่ "หยุดนิ่ง" เช่นว่า คุณยังติดเหล้าเหมือนเดิม คุณยังด่าเพื่อนร่วมงานลับหลังเหมือนเดิม คุณยังเจ้าชู้เหมือนเดิม จะหยอดหรือแหย่ก็แค่พอเป็นกระษัย คล้ายจะจีบแต่เหมือนมาแค่ครึ่งใบ และไม่ได้คิดพัฒนาความสัมพันธ์ไปไหน แค่พอทำให้ตัวเองรู้สึกดี เน้นการหว่านแห แต่ไม่เน้นพัฒนาความสัมพันธ์ อันดับ 6  มีโลกส่วนตัวสูง การมีความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี การทุ่มเท ตั้งใจ และมีสมาธิเป็นสิ่งที่ดี แต่การมีโลกส่วนตัวสูง คงไม่ดีกับชีวิตคู่แน่ๆ เพราะคุณย่อมต้องแชร์ความรู้สึก หรือสิ่งที่คุณคิดว่ามันสร้างสรรค์ออกมาให้คนที่คุณชอบได้รับรู้ด้วย เพราะความรักยังไงๆ ก็ต้องการการแสดงออก แม้คุณจะชอบเธอเต็มร้อย แต่พูดและแสดงออกได้แค่สี่สิบเปอร์เซนต์ นี่ก็เท่ากับว่าสอบตก และถ้าคุณยิ่งคิดเองเออเองคนเดียว แล้วจะต่างอะไรกับการพูดคุยกับตุ๊กตาในโลกของเด็กที่อยู่ในวัยจินตนาการ ความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องอาศัย "การสื่อสาร" กับบุคคลภายนอก ไม่ใช่สื่อสารภายในตัวเอง อันดับ 7 เริ่มต้นตะกุกตะกัก และมักคิดว่าผู้หญิงชอบคนเลว เพราะเท่าที่เคยเห็นก็มีแต่ บิวตี้แอนด์เดอะบีสต์ หรือ “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” จนเป็นภาพติดตา ว่าผู้หญิงสวยชอบผู้ชายแย่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความประทับใจแรกก็มีส่วนสำคัญ ลองยกตัวอย่างง่ายๆ มีชายหนุ่มเนิร์ด เสพติดเทคโนโลยีสักคน พูดจาสับสน ตะกุกตะกัก แลดูไม่มั่นใจ กับอีกหนึ่งหนุ่มพกมั่นใจ บุคลิกภายนอกไม่เท่าไหร่ แต่พูดจาลื่นไหล ฟังดูเข้าทีในตอนที่เข้ามาจีบเธอแรกๆ ลองสมมุติว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิง คุณจะเลือกใคร? แน่นอนความสัมพันธ์ก็ต้องวัดกันยาวๆ แต่รางวัลของการเข้าหาในตอนเริ่มต้น ก็มักเป็นรางวัลใหญ่เสมอ ขอบคุณข้อมูล http://pantip.com/,fhm.in.th

บ้านต้นไม้ บ้านที่มีบันไดทางขึ้นบนหลังคาลานจอดรถ
บ้านต้นไม้ /  บ้านแปลก

วันนี้ Decor.Mthai นำไอเดียแบบ บ้านต้นไม้ บ้านที่มีบันไดทางขึ้นบนหลังคาลานจอดรถ มาฝากเพื่อนๆ กันอีกแล้วค่ะ บ้านต้นไม้ หลังนี้อยู่บนต้นโอ๊กที่สูงถึง 11 เมตร สร้างขึ้นที่เยอรมัน โครงสร้างเกาะอยู่ด้านบนของต้นโอ๊ก มีทางเดินขึ้นเป็นบันไดวนจากหลังคาลานจอดโรงรถไปยังบ้านต้นไม้ บ้านต้นไม้ บ้านที่มีบันไดทางขึ้นบนหลังคาลานจอดรถ บ้านต้นไม้หลังคาทรงโค้ง มีหน้าต่างบานใหญ่รับวิวภายนอกได้เป็นอย่างดี มีพื้นที่หน้าบ้านปกคุมด้วยใบไม้สีเขียว มีเก้าอีกอยู่ด้านนอกไว้นั่งชมวิวธรรมชาติสุดสดชื่น ทางขึ้นบ้านต้นไม้หลังนี้อยู่บริเวณหลังคาลานจอดรถ ทางขึ้นเป็นบันไดวน โครงสร้างทำจากเหล็ก บ้านหลังนี้ยังมีพื้นที่บริเวณ ชานหน้าบ้าน ที่ปกคลุมไปด้วยร่มไม้ เสริมโต๊ะและเก้าอี้เป็นที่นั่งเล็กๆ สำหรับนั่งเล่น รับวิวธรรมชาติที่สวยงาม ภายในบ้าน ภายในบ้านมีเตียงนอน ล้อมรอบด้วยกระจก สามารถมองวิวด้านนอกได้รอบทิศทาง นอกจากเตียงนอนแล้ว ภายในยังมีตู้ และเบาะนั่งสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน เรียกได้ว่าเป็นไอเดียที่สุเเจ๋งเลยทีเดียวนะคะ สำหรับบ้านต้นไม้หลังนี้ หากบ้านของเพื่อนๆ มีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่บนที่ดินของเพื่อนๆ ก็ลองนำไอเดียนี้ไปสร้างบ้านบนต้นไม้ดูนะคะ ขอบคุณ : design-milk.com

ชม MV เพลง The Last Goodbye ปิดไตรภาค The Hobbit: The Battle of the Five Armies
3D /  5 กองทัพ / 

หลังจากในภาค 2 เคยส่ง I See Fire มาจนทำให้แฟนๆได้ร้องน้ำตาคลอกันแล้ว การปิดตำนานไตรภาคแน่นอนว่าต้องยิ่งใหญ่ เช่นกันกับเพลงอย่าง The Last Goodbye ของ บิลลี่ บอยด์ ที่ The Hobbit เลือกมาปิดไตรภาคในคราวนี้ก็ได้ปล่อย MV ออกมาแล้ว ซึ่งเป็นเพลงแนวเดียวกับ I See Fire ที่บ่งบอกถึงการจากลา และพร้อมจะเตรียมรับสงครามครั้งใหญ่ของเหล่า ฮอบบิท ซึ่งนอกจากนั้นยังมีแบนเนอร์ใหม่ภาษาไทยของหนังออกมาให้ชมกันด้วย บ้านเรากาปฏิทินรอได้เลย 18 ธันวาคมนี้ ในระบบ HFR 3D และปกติครับ