สงครามล้างพันธุ์อมตะ

เซ็กส์บนชายหาด ไม่อายใคร คู่รักห้าวเป้งเริงรักกันร่วม 25 นาที
sex /  เซ็กส์ / 

เซ็กส์บนชายหาด ไม่อายใคร คู่รักห้าวเป้งเริงรักกันร่วม 25 นาที เซ็กส์บนชายหาด ถ้าในหนังโป๊ มันอาจจะดูเป็นอะไรที่น่าท้าทาย แต่ถ้ามาอยู่ในชีวิตจริง รับรองได้ว่า ถ้าใครทำตามหละก็ ทาง Men.MThai เราต้องขอบอกเลยว่าคุณอาจจะไปจบอยู่ในคุก แบบคู่รักห้าวเป้งที่ทะลึ่งไปมี เซ็กส์บนชายหาด โจ๋งครึ่มต่อหน้าเด็กและผู้ใหญ่อีกมากมาย จะเป็นอย่างไรทางเราก็ไม่พลาดที่จะนำข่าวและคลิปมานำเสนอเช่นเคย เรื่องนี้เกิดขึ้นบนหาดที่คอร์เทส (Cortez) รัฐฟลอริด้า (Florida) ครับในช่วงเวลาบ่ายๆของวันหนึ่งได้มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เพราะว่าคู่รักห้าวเป้งอย่าง โจส์ เบนนี่ คาบาเรโร่ (Jose "Benny" Caballero) หนุ่มวัย 39 ปี และ แอลลิซ่า อัลวาเรส (Elissa Alvarez) สาววัย 20 ปี ได้มี เซ็กส์บนชายหาด กันอย่างโจ๋งครึ่ม ไม่อยายผู้คนที่เดินผ่านไปมาบริเวณชายหาดเลยแม้แต่น้อย โดยพยานผู้ถ่ายคลิปวิดิโอได้ให้ความว่า พวกเขาทำเหมือนกับไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลยจริงๆ หรือไม่ก็ทำเหมือนกับว่าไม่มีใครมองพวกเขาอยู่ ซึ่งพวกเขาได้ร่วมรักมี เซ็กส์บนชายหาด เป็นเวลานานกว่า 25 นาที และเมื่อเสร็จกิจแล้วพวกเขาก็ลงไปล้างตัวในน้ำทะเล แล้วหลังจากนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็นอนพักหลับกันเป็นชั่วโมง และเมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมาพวกเขาก็มีเซ็กส์กันต่อแบบไม่สนใจใครเลย และหลังจากนั้นทางผุ้คนก็ได้ไปแจ้งตำรวจ จนได้เรื่องและทางตำรวจก็ได้เข้ามาทำหน้าที่จับกุมตัวพวกเขาไปดำเนินคดีตามระเบียบ แต่จะว่าไปแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ ที่ผู้คนจะโดนจับเพราะข้อหา เซ็กส์บนชายหาด ในรัฐฟลอริดา เพราะคดีแบบนี้เคยเกิดมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วนแล้วนั่นเอง

กกต.ฟันคดีอาญา ชูวิทย์ อดีต สส.อุบลฯเพื่อไทย
กกต /  ข่าววันนี้ / 

กกต.มีมติ ฟันชูวิทย์อดีตสส.อุบลฯพรรคเพื่อไทย เหตุผิดกฎหมายเลือกตั้งแจกข้าวระหว่างหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น พร้อมแจก 5 ใบแดง เลือกตั้งท้องถิ่น การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กตต. เพื่อพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่น และการเลือกตั้งส.ว. ในวันนี้ (24 ก.ค. 57) ที่ประชุมได้มีมติให้ใบแดงนายสุทธิชัย พันธุ์คำ ผู้สมัคร และให้ดำเนินคดีอาญากับนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีตส.ส.อุบลราชธานี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากมีส่วนร่วมในการแจกสิ่งของให้กับชาวบ้าน เพื่อหวังจูงใจให้ได้คะแนนเสียง โดยนายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เผยว่าขั้นตอนต่อจากนี้ กกต.จะส่งเรื่องดังกล่าวนี้ต่อศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อให้พิจารณาต่อไป ซึ่งหากเห็นว่าคำร้องมีมูล ก็จะสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญา ส่วนสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งอีกกว่า 400 เรื่องที่รอการพิจารณา ทางกกต. จะทยอยพิจารณาทุกสัปดาห์ต่อไป MThai news

มือบึ้มกลับใจนำจนท.ชี้จุดซุกระเบิดย่านนนท์
ซุกระเบิด /  ผู้ต้องหากลับใจ / 

ผู้ต้องหามือระเบิดกลับใจ นำเจ้าหน้าที่ชี้จุดซุกระเบิดในย่านเมืองนนทบุรี พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รอง ผบช.ภ.1.รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รรท.ผบช.ภ.1, พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อม พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผอ.ส่วนกฎหมาย กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัว นายอภิชาติ หรือ อัคคี พวงเพ็ชร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ในข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อนุญาต ไว้ในครอบครอง โดยฝ่าฝืนกฎหมาย และฝ่าฝืนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.” มาชี้จุดที่ผู้ต้องหาสารภาพว่าได้นำระเบิด RGD 5 มาซุกซ่อนไว้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 57 ที่ผ่านมา ล่าสุด นายอภิชาติ ผู้ต้องหาได้มีความสำนึกผิดกลับใจเผยสถานที่ที่นำระเบิดชนิดขว้าง RGD 5 จำนวน 2 ลูกที่ซุกซ่อนไว้ในย่าน จ.นนทบุรี จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาเดินทางมากลางดึกบริเวณซอยครัวมะรุม หรือซอย 13 เมษา หมู่ 3 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ด้านถนนสนามบินน้ำ พร้อมทั้งประสานชุดเก็บกู้ EOD ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังจากผู้ต้องหาได้ชี้จุดที่ทำการซุกซ่อนไว้ เจ้าหน้าที่ EOD จึงได้เข้าทำการตรวจสอบ ปรากฏว่าพบลูกระเบิด RGD 5 สภาพใหม่ จำนวน 2 ลูก ใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีแดง ซึ่งถูกซุกไว้ภายในโพรงหญ้าที่มีกิ่งไม้แห้งปกคลุม ทางเจ้าหน้าที่ EOD จึงได้ทำการเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัย จากนั้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายอภิชาติ ขึ้นรถกลับไปทันที

6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก
ความรู้รอบตัว /  ความรู้รอบโลก / 

ตั้งแต่เราเริ่มจำความได้เราทุกคนก็คงจะได้ยินเพลงชาติทุกวัน ซึ่ง เพลงชาติ เป็นบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้น เพื่อปลุกเร้าให้หวนระลึกถึงหรือสรรเสริญประวัติศาสตร์ชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ หรือการต่อสู้ของชนในชาติ โดยได้รับการยอมรับจากรัฐบาลของชาตินั้นๆ อย่างเป็นทางการ หรือความตกลงใจร่วมกันของประชาชนในชาติว่า เพลงดังกล่าวเป็นเพลงประจำชาติของตน และแน่นอนว่าเนื้อหาของเพลงนั้นก็เป็นเนื้อหาปลุกใจให้เรามีความรักชาติ บรรพบุรุษของเรา แล้ววันนี้ทีนเอ็มไทย มี 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก มาฝากกัน จะน่ากลัวยังไง? ตามไปดูกันเลย .. 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก ทีนเอ็มไทยลองให้เพื่อนๆ คิดกันเล่นๆ ก่อนว่า6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก นี้น่าจะมีประเทศไหนบ้าง .. ติ๊กต๊อก ๆๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ  ถ้าเพื่อนๆ คิดว่ามีประเทศ เกาหลีเหนือ, อีรัก, จีน, โซมาเลีย, ลิเบีย หรือประเทศที่ติดอันดับความอันตรายหล่ะ ไม่ใช่เลย! แล้วจะมีประเทศไหนหล่ะถ้าไม่ใช่ประเทศเหล่านี้ >,< 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 6 : Algeria - "Qassaman"/"We Pledge" ประเทศแอลจีเรีย (Algeria) ครั้งหนึ่งเคยอยู่การปกครองของฝรั่งเศส ซึ่งคนในประเทศไม่ชอบเท่าไหร่เลยทำสงครามกองโจรต่อต้านฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง จนฝรั่งเศสยอมถอนตัวจากแอลจีเรีย จากนั้นก็มีการปฏิวัติรัฐประหารอยู่บ่อย ๆ และประเทศยังมีคงปัญหาเรื่องเชื้อชาติเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน ส่วนเนื้อเพลง " Qassaman " แปลเป็นไทยว่า คำปฏิญาณ เขียนใน 1956  โดย Moufdi Zakaria  เป็นเพลงชาติที่ใช้มายาวนานมากกว่า 10 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญเพลงในประเทศมาช่วยกันออกความคิดเห็นช่วยกันแต่ง ซึ่งเนื้อหาของเพลงนั้นค่อนข้างออกมารุนแรงพิควรทีเดียว เกี่ยวกับการทำลาย การนองเลือด และยิงด้วยปืนกล และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ ดังนี้ “We swear by the lightning that destroys, By the streams of generous blood being shed" เราขอสาบานด้วยอำนาจการทำลายราวสายฟ้า ด้วยเลือดที่ไหลราวกับสายน้ำ "When we spoke, none listened to us, So we have taken the noise of gunpowder as our rhythm, And the sound of machine guns as our melody"เมื่อเราบอกกล่าว ถ้าไม่มีผู้ใดฟังเรา ดังนั้นเราจึงต้องใช้เสียงปืนเป็นจังหวะของชีวิตพวก และเสียงจากปืนคือเสียงดนตรีของพวกเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ  5. : Italy - "Il Canto degli Italiani"/"The Song of the Italians" ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของเพลงชาติเกี่ยวกับอิตาลี มักเศร้าระทมจนกระทั้ง จูเซปเป ฟอร์ตูนีโน ฟรันเชสโก แวร์ดี (Giuseppe Verdi) เป็นคีตกวีบทเพลงประกอบโอเปรา ชาวอิตาลี (ค.ศ. 1813 – 1901) ได้แต่งเพลงที่ชื่อ "Il Canto degli Italiani" แปลเป็นไทยคือ เราพร้อมเพื่อตาย! ซึ่งเขาแต่งในช่วงที่ในขณะที่นครมิลาน พ่ายแพ้และถูกจักรวรรดิออสเตรียเข้ายึดครอง แวร์ดีได้ประพันธ์โอเปร่าเรื่อง Il Corsaro ขึ้น เพื่อให้ปลุกใจให้อิตาลีเป็นอิสรภาพจากประเทศออสเตรียในปี พ.ศ. 2390 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติในปี พ.ศ. 2489  และพัฒนาเป็นเพลงชาติในที่สุด และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "Mercenary swords, they're feeble reeds. The Austrian eagle has already lost its plumes. The blood of Italy and the Polish blood it drank, along with the Cossack. But it burned its heart."ทหารรับจ้างจะทำงานเพื่อเงินและรางวัลเท่านั้น  เราอ่อนแอราวนกอินทรีย์ที่สูญสิ้นปีก ชาวคอซ-เซ็คชอบดื่มเลือดของอิตาลี่และโปแลนด์ มันทำให้เราแสบหัวใจ 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 4. : Hungary - "Himnusz/Hymn" แต่งโดย Kölcsey Ferenc ประเทศฮังการีนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีประวัติอย่างยาวนานมาตั้งแต่ในตอนศตวรรษที่ 9 และกล่าวจะมาเป็นประเทศ ฮังการีผ่านร้อนผ่านหวามมาเยอะเลยหล่ะ ทำสงครามโลก สงครามเย็น สงครามกลางเมืองที่แสนโหดร้าย ผู้บริสุทธิ์ถูกยิงไม่เว้นวัน เพลงสดุดีนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อให้พลเมืองของประเทศทั้งหลายจับอาวุธขึ้น ต่อสู้ต่อต้านการกดขี่, ละเมิด, หรืออะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคาม และเพลง Himnusz มันเหนือกว่านั้น!! และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ "No freedom's flowers return, from the spilt blood of the dead, and the tears of slavery burn, which the eyes of orphans shed."ไม่มีดอกไม่แห่งเสรีภาพหวนคืนมา จากเลือดที่สาดกระเด็นของเหล่าวายชน และหยาดน้ำตากลายเป็นทาสจากการเผาไหม้ ความเคียดแค้นที่สุมอกที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาของเหล่าเด็กกำพร้า 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 3. : Turkey - "stiklal Mar/Independence March" “stiklal Mar”แปลว่า อิสรภาพ เขียนโดย Osman Zeki Üngör  ใช้อย่างเป็นทางการทางการ 12 มีนาคม  1921  เป็นเพลงกระตุ้นสำหรับการต่อสู้ในสงครามของตุรกีเพื่อรับอิสรภาพและเป็นเพลงสดุดีกล้าหาญสำหรับสาธารณรัฐที่ตั้งขึ้นด้วย ความรักอิสรภาพ, ศรัทธา, บรรลุผล,  ความหวัง และการอุทิศตัวให้สูงศักดิ์ ซึ่งจากประวัติศาสตร์ตุรกีต้องเผชิญการรุกรานของยุโรปและการดูถูกดูแคลน ดังนั้นพวกเขาจึงได้ใส่เรื่องราวเหล่านั้นเขาไปในเพลงชาติ ที่แสดงให้เห็นว่าใครมาแหยมประเทศอั๊วมันต้องตาย และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ " I' m  like  the  roaring  flood;   powerful  and  independent,   I' ll  tear  apart  mountains,   exceed  the  heavens  and  still  gush  out! "ฉันเหมือนน้ำท่วม ที่มีเสียงคำราม ทรงพลัง และอิสระ ฉันจะฉีกภูเขาอย่างละส่วน กินท้องฟ้า และทะลักออกมา! " Render  your  chest  as  armor  and  your  body  as  trench! " "หน้าอกของฉันเป็นอาวุธ และร่างกายของคุณเป็นคู!" "For  only  then,   shall  my  fatigued  tombstone,   if  there  is  one,   prostrate  a  thousand  times  in  ecstasy,   and  tears  of  fiery  blood  shall flow  out  of  my  every  wound" สำหรับเวลาต่อมา ที่ศิลาหน้าหลุมฝังศพของฉัน  ถ้ามีสิ่งหนึ่งนอนคว่ำพันเวลาในความปีติยินดีอย่างเหลือล้น  และน้ำตาและเลือดซึ่งลุกเป็นไฟได้ไหลออกมาจากทุกบาดแผลของฉัน และร่างกายไม่มีชีวิตของฉันได้หายไปจากโลกเสมือนจิตใจเป็นสิ่งที่ชั่วนิรันดร" 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 2. : France - "Le Marseillaise"/"The Song of Marseille" ลามาร์แซแยส (La Marseillaise แปลตามตัวว่า เพลงแห่งเมืองมาร์เซย์) เป็นชื่อของเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย โคลด โจเซฟ รูเชต์ เดอ ลิสล์ (Claude - Joseph  Rouget) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1792 ที่เมืองสตราสบูร์ก ในแคว้นอัลซาส เดิมเพลงนี้มีชื่อว่า "Chant de guerre de l'Armée du Rhin" (แปลว่า "เพลงมาร์ชกองทัพลุ่มน้ำไรน์") เดอลิสล์ได้อุทิศเพลงนี้ให้แก่นายทหารชาวแคว้นบาวาเรีย (อยู่ในประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน) ซึ่งเกิดในประเทศฝรั่งเศสผู้หนึ่ง คือจอมพลนิโคลาส ลัคเนอร์ (Nicolas Luckner) เมื่อกองทหารจากเมืองมาร์เซย์ได้ขับร้องเพลงนี้ขณะเดินแถวทหารเข้ามายังกรุงปารีส ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และกลายเป็นเพลงปลุกใจในการร่วมปฏิวัติฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเพลงลามาร์แซแยสดังปรากฏอยู่ในปัจจุบันด้วย สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสได้ออกประกาศรับรองให้เพลงลามาร์แซแยสเป็นเพลงชาติฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2338 ต่อมาเพลงนี้ได้ถูกงดใช้ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 และมีการนำเพลงอื่นมาใช้เป็นเพลงชาติฝรั่งเศสแทนในระยเวลาดังกล่าวแทน หลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2373 เพลงนี้ก็ได้กลับมาใช้เป็นเพลงชาติในระยะสั้นๆ แต่ก็งดใช้อีกครั้งในสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ตราบจนกระทั่งฝรั่งเศสเข้าสู่สมัยสาธารณรัฐที่ 3 เพลงนี้จึงได้รับการรับรองให้เป็นเพลงชาติอย่างถาวรเมื่อ พ.ศ. 2422 และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (ปล เขาบอกว่ามันคล้ายเพลงไทยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าทำนอง หรือคำแปล) "Do you hear in the countryside, the roar of these savage soldiers, they come right into our arms, to cut the throats of your sons!" ทหารร้ายใจโจรตะโกนร้อง คำรามก้องในท้องทุ่งได้ยินไหม มันราญรุกบุกบ้านเพื่อเอาชัย ลูกเมียเรามันเชือดได้ให้ตายตาม” " Amour sacré de la patrie, Conduis, soutiens nos bras vengeurs ! Liberté, liberté chérie,Combats avec les défenseurs ! (bis)Sous nos drapeaux, que la victoireAccoure à tes males accents !Que les ennemis expirantsVoient ton triomphe et notre gloire !!" (ภาษาฝรั่งเศส) “เตรียมศาสตราอาวุธเร็วพี่น้อง รวมพลังเป็นหมู่กองให้เกรงขาม แล้วตบเท้าก้าวสู่แดนสงคราม ให้เลือดชั่วสาดตามรอยไถนา” Nous entrerons dans la carrière Quand nos aînés j’y seront plus ;Nous y trouverons leur poussière Et la trace de leurs vertus. (bis) Bien moins jaloux de leur survivre Que de partager leur cerceuil, Nous aurons le sublime orgueil De les venger ou de les suivre ! (ภาษาฝรั่งเศส) ความภูมิใจที่ได้รอดปลอดภัยอยู่ หรือจะสู้ได้ร่วมโลงเมื่อเป็นผี ได้แก้แค้น ได้ตายตาม เพื่อนโยธี คือศักดิ์ศรีทะนงไว้ในใจเรา 6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก อันดับ 1. : Vietnam - "Tien Quan Ca"/"Army March" ส่วนมากของเพลงสดุดีอื่นๆ บนอันดับนี้จะเน้นเรื่องสันติภาพ, ความภูมิใจแห่งชาติ หรืออะไรก็ตามอื่นๆ เลือด และไส้พุง แต่เพลงสดุดีของประเทศเวียดนามนั้นมันต่างกัน เพราะเน้นเรื่องสงครามทั้งหมด "Tien Quan Ca" แปลเป็นไทยคือ "มาร์ชทหารเวียดนาม" เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประพันธ์โดย เหงียน วัน คาวและใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามใน พ.ศ. 2488 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หลังจากการรวมประเทศในปี พ.ศ. 2519 โดยมีสองท่อน แต่ส่วนใหญ่จะร้องเฉพาะบท และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (เฉพาะท่อนแรก) “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า ! ด้วยใจเด็ดเดี่ยวในการพิทักษ์มาตุภูมิ เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าของเราดังก้องทั่วท้องถนนอันยาวไกลและทุรกันดาร จิตวิญญาณของชาตินั้นสถิตในธงแดง อาบเลือดแห่งชัยชนะ เสียงปืนกระหน่ำอันยาวนานสอดประสานไปกับเสียงเพลงเดินทัพ หนทางสู่ความรุ่งเรืองของเราทอดทับบนซากศพของเหล่าศัตรู มาฝ่าฟันความทุกข์ยากนานัปประการ แล้วร่วมสร้างที่มั่นต้านข้าศึกกัน จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” “ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า! ธงดาวทองโบกสะบัดพลิ้ว นำปวงชนพ้นจาก ความทุกข์ยากลำเค็ญ เรามาร่วมมุมานะต่อสู้เพื่อสร้างชีวิตใหม่ จงลุกขึ้นสู้และทำลายโซ่ตรวนทิ้ง เพราะเราต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความเคียดแค้นชิงชังมานานพอแล้ว จงเตรียมพร้อมต่อการเสียสละทุกสิ่ง เพื่อชีวิตอันรุ่งโรจน์ในภายหน้า จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์” เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณที่มา http://www.d-looks.com/showblog.php?Bid=168

Pirate Force พร้อมเปิดให้บริการทางการ 29 ก.ค. 57
Pirate Force /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Pirate Force (prf.in.th) ประกาศเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 เวลา 15.00 น. ไม่จำเป็นต้องใช้ Beta Key เข้าร่วมทดสอบ สำหรับการอัพเดตเกมส์ Pirate Force ช่วง Open Beta จะขยายเลเวลสูงสุดระดับ 50 พร้อมกิจกรรมในเกมส์มากมาย และเดินทางไปยังพื้นที่ใหม่ๆมากขึ้น เกมส์ Pirate Force นำ เสนอเกมส์ประเภท Cute MMORPG โดยผู้พัฒนาจากไต้หวัน “Playcoo” ที่จะทำให้ผู้เล่นทุกท่านได้สวมบทบาทของ Pirate (โจรสลัด) และ Marine (ทหารเรือ) เพื่อผจญภัยไปในดินแดนต่างๆ ในทะเล และสถานที่ลึกลับต่างๆ ทั้งยังสนุกสนานกับระบบมินิเกมส์ การทำสงครามเรือ และสงครามระหว่างเหล่า Pirate และ Marine ด้านอาชีพภายในเกมส์ แบ่งออกเป็น 5 อาชีพ ได้แก่ แต่ละอาชีพจะมีสกิลเฉพาะของตัวเอง ผู้เล่นจะต้องเลือกอาชีพในการสร้างตัวละคร และยังสามารถเรียนอาชีพเสริม คือ เลือกอาชีพที่ต้องการ 1 อาชีพ เมื่อได้ดำรงตำแหน่งพิเศษแล้ว ตัวละครสามารถเรียนสกิลของอาชีพเสริมที่เลือกมาได้ ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นสามารถใช้สกิลของอาชีพเสริมได้เพียง 3 อย่างเท่านั้น จุดเด่นของเกมส์ Pirate Force อยู่ที่ระบบการผจญภัยเหนือน่านน้ำที่มีโอกาสพบกับมอนเตอร์ต่างๆในมหาสมุทร และขุมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงในแง่ของการพัฒนาสกิลการต่อสู้ สามารถเรียนสกิลของอาชีพอื่นๆเพื่อเสริมความแข๊งแกร่งของตัวเองได้

'สมยศ'สั่งตามจับตัวพ.อ.อภิวันท์ หลังศาลออกหมายจับ
คดีหมิ่นเบื้องสูง /  คสช. / 

รอง ผบ.ตร. สั่งการชุดสืบสวน ควานหาตัว พ.อ.อภิวันท์ หลังศาลออกหมายจับ คดีหมิ่นเบื้องสูงแล้ว พล.ต.อ.สม ยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม ว่า ล่าสุด ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบัน ตามประมวลอาญามาตรา 112 กรณีขึ้นปราศรัยเวที นปช.กล่าวพาดพิงสถาบันฯ ในท้องที่ สน.ชนะสงคราม อย่างไรก็ตาม หลังศาลออกหมายจับแล้วหลังจากนี้ ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามตัว พ.อ.อภิวันท์ มาดำเนินคดีโดยเร็วซึ่งเป็นกระบวนตามปกติที่ตำรวจจะต้องทำอยู่แล้ว โดยเฉพาะคดีหมิ่นสถาบันฯ ที่เราให้ความสำคัญ ทั้งนี้คิดว่า พ.อ.อภิวันท์ คงทราบอยู่แล้วว่า ศาลได้ออกหมายจับ ซึ่งหากไม่เข้ามอบตัว ตำรวจก็ต้องติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

สบู่สมุนไพรมะรุม ทางออกของทุกปัญหาผิว
มะรุม /  สบู่ / 

         มะรุม เป็นสุดยอดสมุนไพร ซึ่งคุณสมบัติหลากหลายในการแก้ปัญหาผิว ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น อ่อนนุ่ม ไม่ให้หยาบกร้าน เพราะมีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม โพแทสเซียม และธาตุเหล็ก แพรอท เฮอร์เบิล จึงคัดสรรคุณค่าจากมะรุมและสมุนไพรนานาพันธุ์ มาเป็น  สบู่สมุนไพรมะรุม ที่สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย สบู่สมุนไพรมะรุม แพรอท เฮอร์เบิล ได้ผ่านการวิจัยแล้วว่า มีสารสกัดหลัก 2 ชนิด ที่ช่วยดูแลรักษาผิว อย่างมีประสิทธิภาพ  ได้แก่ 1.กรดอะมิโน (Amino acid) องค์ประกอบสำคัญของโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ช่วยปกป้องและฟื้นฟูเซลล์จากการถูกทำลาย  อนุพันธ์ของกรดอะมิโน คือ กลูต้าไธโอน ที่ช่วยปรับผิวขาว กระจ่างใส ดีท็อกซ์ผิว ไม่ให้คล้ำดำเสียจากแสงแดดและมลภาวะรอบตัว ทั้งยังช่วยในการสร้างเอ็นไซม์ต้านอนุมูลอิสระ โดยทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินซี ยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ไทซิเนส ไม่ให้สามารถเปลี่ยนเป็น โอปาควินโนน ซึ่งมีผลทำให้สร้างเม็ดสีน้อยลง จึงทำให้ผิวขาว  นอกจากนี้  กรดอะมิโนยังเป็นสารประกอบในการสร้างสารที่ให้ความชุ่มชื้นใต้ผิว ช่วยคงความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งเมื่อใช้แล้วจะไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังอาบน้ำ และยังคงไว้ซึ่งความชุ่มชื้นหลังการอาบน้ำ 2.ฟีโนลิค (Phenolics)  สารประกอบฟีนอลที่พบในธรรมชาติ  มีคุณประโยชน์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ  ยับยั้งการออกซิเดชั่นของคลอเรสเตอรอลชนิดเลว (LDL)  กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับกูลต้าไธโอน ได้แก่ glutathione peroxidase, glutathione reductase และ glutathione S-transferase ซึ่งมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระ และการกำจัดสารพิษในร่างกาย  ช่วยต้านการอักเสบ ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ลดการสร้างสารก่อเกิดการอักเสบ และปกป้องผิว โดยต้านอนุมูลอิสระที่ชั้นผิวหนังและปกป้องผิวจากรังสียูวี       โดยสารสกัดหลักทั้ง 2 ชนิดนี้ เมื่อมาอยู่ในรูปแบบของ สบู่สมุนไพรมะรุม จะยังคงประสิทธิภาพในการดูแลผิว คือ สารอะมิโนแอซิด ทำงานร่วมกับวิตามินเอและซี ปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำและลดปัญหา กระ ฝ้า จุดด่างดำ ให้แลดูกระจ่างใส และยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ  พร้อมคืนความกระจ่างใส  และ ฟีโนลิค ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย สาเหตุของสิวและกลิ่นตัว         สบู่สมุนไพรมะรุม สามารถนำไปใช้ได้ ทั้งผิวพรรณและใบหน้า ซึ่งจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง ประมาณ 1-2 เดือน เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง และ สบู่สมุนไพรมะรุม แพรอท เฮอร์เบิล ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาปัญหาผิวให้มากยิ่งขึ้น โดยรวมสารสกัดสมุนไพรนานาพันธุ์ 3 สูตร คือ สูตรผสมขมิ้น ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส สูตรผสมมังคุดและอโรเวล่า ช่วยเรื่องลดผิวและผดผื่น และสูตรผสมแบมบูชาโคลและกานพลู ช่วยเรื่องกลิ่นตัว โดยแต่ละสูตรก็มีคุณสมบัติ ดูแลแก้ไขปัญหาเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังให้ความหอมสดชื่นแบบสมุนไพรธรรมชาติอีกด้วย

คสช. นำชื่อ สนช. 200 คน ทูลเกล้าฯ แล้ว
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

คสช. นำชื่อ สนช. 200 คน ทูลเกล้าฯ แล้ว ทหารติดเพียบ ขณะที่ มีชัย หลุดโผ ด้าน พรเพชร-วิษณุ ตัวเต็งเป็นประธาน วันนี้ (28 ก.ค. 57) รายงานข่าวแจ้งว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้มีการนำรายชื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว 200 คน จากทั้งหมดที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้ 220 คน คาดว่าสัปดาห์นี้จะประกาศรายชื่อได้ โดยแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เผยว่าสมาชิก สนช. ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯไป ส่วนใหญ่เป็นนายทหารระดับสูง ในแต่ละเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการทหารสุงสุด และกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่ระดับคุมกำลัง คือแม่ทัพภาค ไปจนถึงฝ่ายเสนาธิการ และอดีตนายทหารที่เกษียณไปแล้ว แต่มีความสัมพันธ์อันดีกับสายของ คสช. รวมกันเกือบ 100 คน สัดส่วนรองลงมาจะเป็นนักวิชาการ โดยเฉพาะอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐชื่อดังหลายแห่ง แต่ทั้งนี้ในรายชื่อดังกล่าวไม่มีชื่อของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานสนช.ปี 2549 และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โดยแหล่งข่าวระบุว่า คสช. เตรียมวางนายบวรศักดิ์ ไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนสาเหตุที่ทูลเกล้าฯ ไปเพียง 200 รายชื่อนั้น เพื่อเปิดกว้างเอาไว้ให้สามารถแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปได้ภายหลัง สำหรับตำแหน่งประธาน สนช. นั้นยังไม่มีข้อสรุป แต่มีตัวเต็งอยู่ 2 ท่าน ก็คือนายพรเพชร วิชิตชลชัย ที่ปรึกษากฎหมายหัวหน้าคสช. กับ นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษากฎหมายคสช. MThai news

บิ๊กโสมแดงขู่โจมตีทำเนียบขาว-เพนตากอนUS
ทำเนียบขาว /  เกาหลีเหนือ / 

รองจอมพลเกาหลีเหนือขู่โจมตีทำเนียบขาวและกลาโหมสหรัฐด้วยอาวุธนิวเคลียร์หลังกล่าวหาสหรัฐ อยู่เบื้องหลังสร้างความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากคำกล่าวอ้างของ นาย ฮวาง เปียง โซ ผู้อำนวยการสำนักงานการเมืองใหญ่ทางทหารและรั้งตำแหน่งรองจอมพลในกองทัพของเกาหลีเหนือที่ได้กล่าวคำปราศรัยระหว่างการเดินสวนสนามของกองทัพในกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือเนื่องในโอกาสครบรอบการใช้สนธิสัญญาสงบศึกชั่วคราวเพื่อยุติสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493 -2496 ว่า หากจักรวรรดิสหรัฐคุกคามอธิปไตยและความอยู่รอดของเกาหลีเหนือแล้ว กองทัพเกาหลีเหนือจะยิงจรวดติดหัวรบนิวเคลียร์และใช้เรือบรรทุกเครื่องบินพลังนิวเคลียร์เข้าถล่มทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ซึ่งถือเป็นแหล่งของความชั่วร้ายทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะยิงถล่มกองกำลังใหญ่ๆของสหรัฐที่ประจำการอยู่ทั้งในและรอบๆบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้วย ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกาหลีเหนือใช้คำพูดข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีสหรัฐ รวมถึงฐานทัพของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิค ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่ายังคงใช้เวลาอีกนานกว่าที่เกาหลีเหนือจะพัฒนาขีปนาวุธติดหัวรบแบบข้ามทวีปได้

อ.จุฬาฯชี้อย่าตระหนกแมงมุม สงสัยหนุ่มแพร่อาจให้ข้อมูลไม่ครบ
ตัดขา /  ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ / 

ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ชี้อย่าตระหนกแมงมุม สงสัยหนุ่มแพร่ที่อ้างว่าถูก "แมงมุมแม่ม่ายน้ำตาล" กัด  อาจให้ข้อมูลไม่ครบ จากกรณีที่นายอุทัย เวียงคำ อายุ 46 ปี ชาวบ้าน จ.แพร่ อ้างว่าถูก "แมงมุมแม่ม่ายน้ำตาล" กัด จนเป็นเหตุให้จนล้มป่วยอาการสาหัส และต้องตัดขาข้างขวา ซึ่งเป็นข้างที่ถูกกัด ทำให้เกิดกระแสความหวาดกลัวแมงมุมในหมู่ประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ล่าสุด ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่าไปกลัวแมงมุมครับ เห็นหลายคนเริ่มเกิดอาการแตกตื่นกับแมงมุม จนไล่ฉีดยาฆ่าแมลง ไล่ทำลายรังแมงมุม แมงมุมเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมมาก และ ไม่ใช่สัตว์อันตรายที่จะต้องไปทำลายมันทิ้งนะครับ (ที่บ้านผมก็มีแมงมุมเยอะ ก็ไม่ได้จะไปฆ่าอะไรมัน) แมงมุมมีไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่พิษมันรุนแรงมาก ซึ่งที่บอกว่าแรงกี่เท่าๆ ของพิษงูเนี่ย มันหมายถึงในปริมาณของพิษที่เท่ากันด้วย (ปริมาณของพิษแมงมุมที่กัด มันออกมานิดเดียวเอง) เจ้าของภาพของแผลมือเหวอะหวะที่เห็นกันในข่าวนั้น ก็มาจากแมงมุมแม่ม่ายน้ำตาลในต่างประเทศ (Brown Recluse Spider) คนละพันธุ์กับในบ้านเรา แล้วปรกติแมงมุมมันก็ไม่มายุ่งกับเราอยู่แล้ว ขอเพียงแค่เราไม่ไปรบกวนมัน เราก็อยู่ร่วมกับมันได้ครับ" นอกจากนี้ อ.เจษฎา ยังได้อ้างข้อมูลจากผู้ใช้เฟสบุ๊ก "Chaowalit Songsangchote" ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมงมุม ซึ่งตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีของนายอุทัย ว่า "อาการของนายอุทัยนั้นผมก็ตั้งข้อสังเกตดังนี้ 1.นายอุทัยถูกแมงมุมชนิดเดียวกันกัดถึง 2 แห่ง คือ ที่หลังเท้า และที่ขา ทำไมจึงมีบาดแผลเฉพาะที่ขา แต่ที่หลังเท้าไม่มีบาดแผลที่เหวอะหวะแบบที่เกิดขึ้นที่ขาเลย 2.ตกลงแมงมุมที่กัดนายอุทัยเป็นชนิดใดกันแน่ เพราะถ้าดูจากแมงมุมในถุงตัวอย่างที่เก็บส่งแพทย์นั้น ผมก็สังเกตเห็นมีแมงมุมจำนวนประมาณ 7 ตัว มีทั้งแมงมุมหยากไย่ตามบ้าน (แทบไม่มีพิษเลย) แมงมุมพเนจร และมีแม้กระทั่งแมงโหย่ง(ที่ไม่มีพิษเลย และไม่ใช่แมงมุม) ทำไมญาติเก็บมาเยอะแบบนี้ไปหามันมาจากไหน โดยเฉพาะ แมงมุมหยากไย่ และแมงโหย่ง ไม่มีบนที่นอนอย่างแน่นอน และทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นแมงมุมชักใยบนที่สูงทั้งนั้น 3.บาดแผลที่บอกว่าหลังจากถูกกัดไปแล้ว 2 วันแล้วทำให้แผลฉีกขาดแบบนั้น จึงยากที่จะสรุปได้ว่าเกิดจากพิษแมงมุม และหากบาดแผลที่เกิดจากพิษแมงมุม จะต้องเกิดขึ้นทั้งสองตำแหน่งที่ถูกกัด สรุป คือ นายอุทัยพูดความจริงให้มากกว่านี้ เพราะจากหลักฐานที่ส่งมามันยากที่จะเชื่อจริงๆ ว่าเกิดจากแมงมุมกัด ทั้งนี้ โอกาสที่เราจะถูกแมงมุมกัดนั้นมีน้อยมากเพราะแมงมุมมันไม่ค่อยจะออกจากใยแล้วเดินเพ่นพ่าน ยกเว้นพวกแมงมุมพเนจรบ้าน หรือแมงมุมหมาป่า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมันเห็นคนเข้าใกล้หรือทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนก็ทำให้มันวิ่งหนีเตลิดไปเลย ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับแมงมุมกันก่อนนะครับ แมงมุมในโลกของเรามีอยู่ประมาณ 40,000 ชนิด แต่มีแค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่กัดและสามารถทำให้คนตายได้นั่นคือ แมงมุมแม่ม่ายดำ, brazilian wandering spider และ sydney funnel web spider เท่านั้น ที่มีพิษรุนแรงออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แผลจะไม่เหวอะหวะแบบที่เห็นในรูป แต่จะมีแมงมุมอีก 2 ชนิดมีพิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบเลือด และทำลายเนื้อเยื่อเมื่อถูกกัดแล้วจะทำให้มีอาการเนื้อตายและลุกลาม คือ brown recluse spider และ six eyed sand spider แต่อาการจะค่อยเป็นค่อยไป MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผู้ป่วยแมงมุมกัดหากเชื้อลุกลามอาจต้องตัดขา

เมนูอาหารเรียก น้ำนมแม่
น้ำนมแม่ /  บีบนม / 

เมนูอาหารเรียก น้ำนมแม่ ช่วงให้นมเป็นช่วงที่คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรง สุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณแม่ยุคใหม่รู้ดีว่า น้ำนมแม่เป็นอาหารจานด่วนที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับทารก และเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ทารก ดังนั้นคุณแม่ที่ให้นมลูกยังต้องเอาใจใส่เรื่องอาหารการกินต่อไป เพื่อให้น้ำนมแต่ละหยดทรงคุณค่าและให้พลังงานเต็มที่ กินอย่างไรได้น้ำนมคุณภาพ ขณะให้นมลูกสารอาหารที่แม่รับเข้าไปต้องแบ่งให้ลูกผ่านน้ำนมด้วย เรียกว่าต้องบำรุงทั้งคุณแม่คุณลูก ช่วงนี้คุณแม่จึงต้องเอาใจใส่กับอาหารการกินให้มากสักหน่อย เพียงแต่นึกไว้เสมอว่า คุณแม่กินอย่างไรลูกก็ได้กินอย่างนั้น โดยยึดหลักว่า อาหารสำหรับแม่ที่ให้นมลูกจะต้อง... (*) เริ่มที่กินอาหารธรรมดา ๆ แต่ขอให้อิ่มและครบคุณค่า (*) เลือกสรรอาหารสดใหม่ ปรุงสุก (*) พยายามหมุนเวียนและอย่าให้ซ้ำซากจำเจ (*) เน้นโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ แคลเซียม และธาตุเหล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะลดสารอาหารประเภทอื่น ๆ ลง (*) กินให้ครบทุกหมู่ เนื้อ นม ไข่ ผัก ผลไม้สด ห้ามขาด (*) มีคุณค่าสูง คืออาหารที่มีโปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม เกลือแร่และวิตามินต่าง ๆ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีอยู่มากในเนื้อสัตว์ ตับ เครื่องในสัตว์ นม ไข่ ถั่ว ผักและผลไม้ (*) ย่อยง่าย มีกากมาก เพื่อร่างกายจะได้เอาไปใช้ได้เต็มที่ และให้ขับถ่ายได้ง่ายเพราะในระยะหลังคลอดใหม่ ๆ ฮอร์โมนที่ทำให้ท้องผูกยังออกฤทธิ์อยู่ (*) รสไม่จัด เพราะอาหารรสจัดอาจทำให้คุณแม่ท้องเสียและลูกท้องเสียตามไปด้วย (*) มีน้ำมากเพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียออกไปเป็นน้ำนม นอกจากอาหารที่เป็นน้ำแล้ว ควรทานน้ำและนมให้มากด้วย อิ่ม หมายถึง กินปริมาณที่ให้พลังงานมากเพียงพอ ซึ่งแม่ให้นมลูกโดยทั่วไปต้องการพลังงานประมาณ 2,200 แคลอรีต่อวัน จึงจะทำให้มีน้ำนมมากพอแก่ความต้องการของลูกน้อยและการฟื้นตัวหลังคลอดของคุณแม่เอง ปริมาณน้ำนมที่ลูกต้องการในวันหนึ่งๆ ราว 600-1,000 มิลลิลิตร และนมแม่ 1,000 มิลลิลิตร ต้องใช้พลังงานในการผลิตประมาณ 1,000 แคลอรี พลังงานทั้งหมดที่แม่หลังคลอดใช้ไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว ส่วนหนึ่งถูกดึงมาจากไขมันที่เก็บสะสมไว้ระหว่างการตั้งครรภ์ด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อคุณแม่ให้นมลูกจะผอมลง ในขณะที่ลูกจะอ้วนเปล่งปลั่งขึ้น กินเพื่อสุขภาพช่วงให้นมแม่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว งา เนื้อปลา อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ เป็นอาหารที่ให้โปรตีนรวมถึงแร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียม ซึ่งสำคัญกับคุณแม่ช่วงนี้เป็นอย่างมาก เพราะปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมในร่างกายที่เพียงพอมีผลต่อกลไกน้ำนมให้นมไหลได้อย่างต่อเนื่องและมีปริมาณเยอะ ปริมาณแนะนำ เพิ่มปริมาณเนื้อสัตว์และอาหารที่ทดแทนเนื้อสัตว์จากเดิมวันละ 1.5 -2 ถ้วยตวง เป็น 2.5 ถ้วยตวง ไข่วันละ 1 ฟอง นมแบบไขมันต่ำ 3 ถ้วย ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต แป้งไม่ขัดสี เป็นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่จะให้ที่จะให้พลังงานกับร่างกาย ปริมาณแนะนำ สามารถกินได้มากเท่ากับช่วงตั้งครรภ์ ไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะคุณแม่ต้องใช้พลังงานในการเลี้ยงลูก หากกินน้อยคุณแม่อาจจะอ่อนเพลียได้ แต่ทางที่ดีควรแบ่งกินครั้งละน้อย ๆ จะช่วยให้ย่อยง่าย สบายท้องกว่า ปริมาณที่กินให้กินตามปกติ คือ 3-6 ถ้วยตวงต่อวัน ไม่ต้องเพิ่มปริมาณอีก เพราะอาจทำให้น้ำหนักของคุณแม่เพิ่มขึ้น ผักสดและผลไม้หลากสี เป็นอาหารที่ให้วิตามินและเกลือแร่สำคัญต่าง ๆ กับร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมากไปด้วยกากใย ช่วยให้ระบบย่อยและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างดี ปัญหาท้องผูกจะได้ไม่กวนใจ ปริมาณแนะนำ ให้เพิ่มปริมาณจากเดิมอีกเท่าตัว เป็นผักและผลไม้อย่างละ 2-3 ถ้วยตวงต่อวัน เนยและน้ำมัน ไขมันเป็นสารอาหารจำเป็นที่ให้พลังงานและช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามิน เพื่อสุขภาพที่ดีควรเลือกใช้ไขมันคุณภาพ เช่น ไขมันพืชแทนไขมันสัตว์ ปริมาณแนะนำ ไม่ต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้น โดยวันหนึ่งควรได้รับไขมันทั้งหมดวันละไม่เกิน 2.5 -3 ช้อนโต๊ะเท่านั้น น้ำสะอาด คุณแม่อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดไม่น้อยกว่า 8 แก้ว ยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นจะช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้น เพราะน้ำอุ่นจะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น เลือดไหลเวียนได้ดี เป็นการกระตุ้นให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้นอีกทางหนึ่ง และถ้าดื่มก่อนให้นมทุกครั้ง อาจจะเป็นการสร้างเงื่อนไขให้ร่างกาย ทำให้น้ำนมไหลดีขึ้นด้วย อาหารห้ามกินขณะให้นมแม่ คุณแม่ควรระวังอาหารที่คุณแม่แพ้ อาหารที่ใส่เครื่องเทศ เครื่องแกง อาหารรสจัด เพราะกลิ่นและรสสามารถส่งผ่านไปยังลูกได้ จึงควรงดอาหารเหล่านี้ไว้ก่อน เช่นเดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาดองเหล้า น้ำชา กาแฟ ยาบางชนิด (ควรปรึกษาแพทย์) เพราะลูกจะได้รับสารเหล่านี้ออกมาพร้อมน้ำนมได้ เด็กตัวนิดเดียวร่างกายยังไม่สามารถขับสารแปลกปลอมได้เร็วเท่าผู้ใหญ่ ถ้าได้รับสารนี้จนไปสะสมอยู่ในร่างกายมาก ๆ ลูกจะนอนไม่หลับ แขนขาจะสั่นอยู่ตลอดเวลา ระยะนี้คุณแม่จึงควรอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ตัวอย่างเมนูบำรุงน้ำนม เมนูแนะนำน่ากินสำหรับแม่ให้นม เช่น ดอกแคสอดไส้ทอด ข้าวยำใบแมงลัก ปลานึ่ง แกงจืดปลาหมึกสอดไส้ แกงเลียงผักเบญจพันธุ์ ผัดผักปวยเล้ง ข้าวหน้าตับ 1. แกงเลียงผักรวม ตำกุ้งแห้งให้ละเอียด แยกพักไว้ ตำพริกไทยกับหอมแดงและกะปิ (1ช้อน ชา) เข้าด้วยกันตามด้วยกุ้งแห้งป่น ต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องแกงลงไปคน ให้ละลาย ตามด้วยกุ้งสด และใส่ผัก (เห็ด ตำลึง ฟักทอง บวบ หัวปลี) ที่หั่นไว้ตามลงไป โดยเลือกใส่ผักที่สุกง่ายเป็นลำดับสุดท้าย ปรุงรสและโรยใบแมงลัก ก่อนยกขึ้น 2. น้ำขิง ซอยขิงสดเป็นแว่นบาง ๆ 1 หยิบมือ ชงกับน้ำร้อนเดือดจัด ๆ ปล่อยทิ้งไว้ ให้เย็น ผสมน้ำตาล 1-2 ช้อนชา ดื่มบ่อย ๆ 3. ไก่อบขิง หั่นขิงแก่หั่นเป็นแผ่นบาง ๆ ทุบให้แหลก ต้มในน้ำเดือด (น้ำไม่ต้องเยอะ) จนน้ำเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม เติมน้ำมัน 2-3 ช้อนโต๊ะผัดต่อสักครู่ ใส่ ไก่ลงไปคนให้เข้ากัน เติมเกลือแล้วปิดฝาทิ้งไว้ 20 นาที รอให้น้ำงวดแล้วยกลง ขอบคุณข้อมูลจาก... momypedia

ใหม่-นิว-เดอะสตาร์ ซาบซึ้งใจ ได้ร่วมอนุรักษ์เชิดชูชาวนาใน แผลเก่า
ขวัญเรียม /  คลองแสนแสบ / 

ในปัจจุบัน คงมีหนังไม่กี่เรื่องแล้ว ที่จะมีภาพ การทำนา ให่เราได้เห็น และในภาพยนตร์ชีวิตรักอมตะ แผลเก่า ผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับชั้นครู หม่อมน้อย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล นี้ หลังจากที่ปักหลักถ่ายทำนานกว่า 4 เดือน ที่ทุ่งนา คลองบางแม่หม้าย อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นทุ่งบางกะปิ และคลองแสนแสบในอดีต งานนนี้ทำเอาเหล่านักแสดงนำทุกคน ต่างก็ซาบซึ้งใจ ที่ได้มาร่วมอนุรักษ์ และเชิดชูวิถีชาวนาที่กำลังจะถูกลืมเลือน ทั้งคู่พระนาง นิว ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ และบรรดานักแสดงจากเหล่าศิลปินเดอะสตาร์ทั้ง 9 คน ต่างก็ซาบซึ้งวิถีชีวิต และวัฒนธรรมการทำนาในอดีต ซึ่งกำลังสูญหายจากไทยไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งนี้ จากการที่นักแสดงทุกคน จำเป็นต้องศึกษาการทำนาอย่างละเอียดทุกขั้นตอนจากหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จ.สุพรรณบุรี ก่อนการถ่ายทำ และได้รับคำแนะนำจากชาวนาอาวุโสในขั้นตอนการถ่ายทำจริง เพื่อสวมวิญญาณชาวนายุค พ.ศ. 2479 ได้อย่างสมจริง โดย หม่อมน้อย ก็ได้เผยถึงการร่วมอนุรักษ์วิถีเก่าแก่นี้ ว่า "ผมรู้สึกประทับใจมาก ที่ทั้ง นิว และ ใหม่ รวมทั้งศิลปินเดอะสตาร์ทั้ง 9 คน เป็นเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่มีความมานะพยายามที่จะได้เรียนรู้ศิลปะการทำนาแบบเก่าอย่างเอาจริงเอาจัง จนทุกคนรู้สึกได้ว่ากว่าจะได้เมล็ดข้าวแต่ละเม็ด ชาวนาต้องเสียหยาดเหงื่อแรงงานมากขนาดไหน และในทุกขั้นตอนการทำนาไม่ว่าจะเป็นการไถ, หว่าน, ดำนา หรือการเกี่ยวข้าว ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ประณีต ไม่ต่างไปจากการทำงานศิลปะชั้นสูง ไม่ใช่ใครก็จะมาทำงานนี้ได้ นักแสดงทุกคนจึงต้องตระหนักถึงบุญคุณของชาวนาที่มีต่อคนไทยทั้งชาติ" ด้านพระเอกหนุ่ม นิว ชัยพล ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า "ก็เป็นกำไรอีกอย่างหนึ่งนะครับที่เราได้เรียนรู้ตรงนี้ ทั้งในเรื่องของการเกี่ยวข้าว ถามว่ารู้มั้ยว่าการทำนาคืออะไร ก็คือการไถนาเสร็จแล้วก็หว่านนา แล้วก็รอข้าวขึ้นแล้วก็เกี่ยวเนี่ยคือการทำนา แต่จริงๆ แล้ววิธีการทำมันเยอะกว่านั้นเยอะ บางทีพูดมาสี่ขั้นตอนจริงๆ อาจจะมีซักสิบ ไถนี่เสร็จปุ๊บต้องเกลี่ยหน้าดินอีก ต้องทำคูคลองอีก หว่านเสร็จปุ๊บมันมีดำนา รอเกี่ยว เกี่ยวเสร็จปุ๊บต้องฟาดข้าวให้เม็ดออกมา เก็บไปฝัดเพื่อให้พวกผงพวกเศษมันออกไป ได้ข้าวปุ๊บไปสีอีก คือขั้นตอนเนี่ยมหาศาล แค่นี้ก็เหมือนเราได้เรียนรู้ตรงนี้ได้เหมือนกัน ได้กำไร ได้ขี่ควายที่แบบคงไม่มีโอกาสได้ขี่ในชีวิตประจำวัน ก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ครับ" ร่วมติดตามชมวิถีชีวิต และวัฒนธรรมการทำนาอันเก่าแก่ของชาวไทยไปกับ แผลเก่า ได้ในวันที่ 12 ส.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ แผลเก่า ได้ที่นี่ ---------------------------------

อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร (2543) 1/2 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

ในปี 2480 ได้มีกลุ่มอิทธิพลชาวจีนที่เรียกตัวเองว่า อั้งยี่ รวมตัวกันก่อตั้งเป็นสมาคมลับ เพื่อปกครองชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สมาคมลับอั้งยี่มีอิทธิพลมากและเป็นที่รู้จักกันดี ในเวลานั้นมีอยู่ 2 สมาคม คือ สมาคมตั้งกงสีและสมาคมซาเตี้ยม ซึ่งต่างมีความขัดแย้งกันตลอดมา และมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ จนกลายเป็นศัตรูกันในที่สุด วันหนึ่ง เล้ง ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้คุ้มกฎของพรรคซาเตี้ยม ถูกส่งมาสังหารสมาชิกคนสำคัญของตั้งกงสีถึงถิ่น โดยการปลอมตัวมากับคณะงิ้วที่มาแสดงในงานฉลองประจำปี เล้งฆ่าพัดกระดาษขาวของพรรคตั้งกงสีได้สำเร็จ แต่ตนเองบาดเจ็บสาหัส เง็กหงส์ สาวจีนที่เห็นเหตุการณ์และประทับใจในความสามารถ ได้พาเล้งไปพักรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งอาศัยอยู่กับอาม่าและอาโฮ่ว พี่ชายของเง็กหงส์ อาโฮ่วเกรงว่าจะมีปัญหากับพรรคตั้งกงสีที่ให้ความช่วยเหลือศัตรู จึงสั่งให้ไล่เล้งออกจากบ้าน แต่อาม่ากับเง็กหงส์ได้ขอร้องให้เล้งพักรักษาตัวจนแข็งแรงก่อน อาโฮ่วจึงต้องยอมและปกปิดความจริงกับเพื่อนสนิทที่อยู่ในพรรคตั้งกงสีอย่างไม่มีทางเลือก เล้งพักรักษาตัวอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งหาย จึงลาจากไป เง็กหงส์แอบมาหาเล้งในเขตของซาเตี้ยม ตั่วเท้า ผู้มีตำแหน่งพัดกระดาษขาวของซาเตี้ยมเห็นเข้า และต้องการจับตัวเง็กหงส์ ซึ่งเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ไปให้ ซานจู๊ หัวหน้าพรรค แต่ถูกอาม่าขัดขวาง เขาจึงฆ่าอาม่าและฉุดตัวเง็กหงส์ แต่ก่อนที่เง็กหงส์จะเสียตัว เล้งได้มาช่วยเง็กหงส์ทันเวลา เล้งมาขอไหว้ศพอาม่า แต่ถูกอาโฮ่วทำร้าย เพราะเล้งเป็นพวกซาเตี้ยมที่ฆ่าอาม่า เล้งยอมให้อาโฮ่วทุบตีโดยไม่ตอบโต้ ทั้งที่มีฝีมือเหนือชั้นกว่า เพราะเขาต้องการตอบแทนบุญคุณอาม่าที่เคยช่วยชีวิต อาโฮ่วจึงแสดงความเป็นลูกผู้ชายด้วยการปล่อยเล้งกลับไป อาโฮ่วตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกอั้งยี่พรรคตั้งกงสี เพื่อล้างแค้นให้อาม่า อาโฮ่วกับเพื่อนในพรรคพากันบุกทลายบ่อน โรงสูบฝิ่น และธุรกิจการค้าของซาเตี้ยมจนเสียหายอย่างหนัก ซานจู๊สั่งให้เล้งนำพรรคพวกบุกไปทลายตั้งกงสีบ้าง อาโฮ่วต่อสู้กับเล้งจนพลาดท่า แต่เล้งยอมปล่อยตัวอาโฮ่วไป เพื่อตอบแทนที่อาโฮ่วเคยไว้ชีวิตเมื่อคราวก่อน ตั่วเท้ากลับมาฟ้องซานจู๊ที่เล้งไว้ชีวิตศัตรู ซานจู๊ซึ่งหาโอกาสกำจัดเล้งอยู่แล้ว จึงสั่งประหารเล้งตามกฎ แต่สมาชิกคนอื่นพากันขอร้องไว้และยอมตายหากเล้งถูกประหาร เล้งยอมแทงตัวเองเพื่อชดใช้ความผิด ซานจู๊ยอมยกโทษให้เล้งเพื่อตบตาทุกคน แต่สั่งตั่วเท้าและสมุนให้ลอบสังหารเล้งภายหลัง เล้งหนีการตามล่าและได้รับบาดเจ็บสาหัสตกน้ำจมหายไป เวลาผ่านไปราว 1 เดือน อาโฮ่วมาพบกับเล้งในสภาพที่อดโซเหมือนขอทาน จึงชวนเล้งให้เป็นสมาชิกพรรคตั้งกงสี แต่เล้งไม่อาจทรยศต่อพรรคพวกในพรรคซาเตี้ยมได้ หากกำจัดคนที่ต้องการแก้แค้นได้แล้ว เขาจะไปตามทางของเขาเอง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร ภาพยนตร์แอ็คชั่นทุ่มทุนสร้างระหว่างไทย - ไต้หวัน พ.ศ. 2543 เรื่อง อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร นำแสดงโดย อำพล ลำพูน , หลินจื้ออิง , ฌัชชา รุจินานนท์ , เมธี อมรวุฒิกุล , อู๋เฉินจวิน , อภิชาติ ชูสกุล , ทองขาว ภัทรโชคชัย กำกับโดย นพพร วาทิน ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2543-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279358.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1406279887.html