สงครามล้างพันธุ์อมตะ

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ตร.บุกเซฟเฮาส์พงศ์พัฒน์อีก3จุด รอเปิดตู้เซฟเร่งหาตร.เอี่ยว
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

โฆษก สตช. เผย เดินหน้าตรวจสอบทรัพย์สิน "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" อดีต ผบช.ก. และพวก อีก 2-3 จุด เจอตู้เซฟอีกหลายใบ ปัด ตำรวจเอี่ยวไม่เยอะ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ  ผช.ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ความคืบหน้าในการเดินหน้าตรวจสอบทรัพย์สินในคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และพวก ที่ต้องคดีร้ายแรงหลายคดี ล่าสุด ทางทีมสืบสวนสอบสวนได้บุกตรวจค้นเซฟเฮ้าส์ของ อดีต ผบช.ก. อีก 2-3 จุด เพิ่มเติม ซึ่งพบตู้เซฟเพิ่มเติมอีกหลายตู้ด้วยกัน บางส่วนสามารถเปิดออกดูได้แล้ว บางส่วนยังไม่สามารถเปิดได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนกรณีที่อาจมีนายตำรวจระดับสูงอีกไม่ ต่ำกว่า 30 นาย เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วยนั้น กรณีนี้ยืนยันว่าตำรวจที่เกี่ยวข้องมีจำนวนไม่ได้มากขนาดนั้น แต่ยอมรับว่ามีจริง ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ชัยนาท จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน
ชัยนาท /  สวนนกชัยนาท / 

ชัยนาท จังหวัดบนภาคกลางตอนบนที่มีความอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพราะเป็นเมืองหน้าด่านทางด้านใต้ และกลายมาเป็นเมืองหน้าด่านทางเหนือในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยในอดีตนั้นชัยนาทมีชื่อว่าเมืองแพรก จนกระทั่งในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นชัยนาท โดยตามตัวแล้วชัยนาทมีความหมายว่า ชัยชนะที่มีชื่อเสียงบันลือ เพราะในอดีตชัยนาทเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เคยใช้เป็นที่ตั้งรับศึกพม่าหลายครั้ง และมีชัยชนะทุกครั้งไป แต่ถึงแม้ชื่อจังหวัดจะดูดุดันห้าวหาญ แต่แท้จริงแล้วชัยนาทเป็นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว ผู้คนอบอุ่นเป็นมิตร และปลอดภัยจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว ชัยนาท จังหวัดเล็กๆ ที่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน เมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองสำคัญตั้งแต่สมัยสุโขทัย ทุกวันนี้จังหวัดชัยนาทจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นวัดพระบรมธาตุวรวิหาร พระอารามหลวง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น โดยในวันเพ็ญเดือน 6 จะมีเทศกาลสมโภชพระบรมธาตุเป็นประจำทุกปี อีกวัดที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือวัดหลวงปู่ศุข ที่ชาวบ้านต่างเลื่อมใสศรัทธาในด้านความศักดิ์สิทธิ์ของวิชาอาคม และเครื่องรางของขลัง วัดกรุณา อีกหนึ่งวัดสำคัญที่ชาวชัยนาทนับถือกันมาก เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาศิลา หรือหลวงพ่อหินใหญ่ ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปศิลาทรายที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด และอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ควรแวะไปเยี่ยมชมคือ เมืองอู่ตะเภา เมืองโบราณสมัยทวาราวดีที่มีอายุเก่แก่นับพันปี ปัจจุบันยังคงมีคันคูเมืองปรากฎให้เห็นเด่นชัด นอกจากจะเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแล้ว ปัจจุบันชัยนาทยังมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว สินค้าหัตถกรรม และการเกษตร ตามคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า “หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบือสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา” โดยเฉพาะกับสวนนกชัยนาท ที่นับเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของจังหวัด โดยบนพื้นที่ราว 248 ไร่นั้น สวนนกชัยนาทนั้นได้ชื่อว่าเป็นสวนนกที่มีกรงนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์นกที่หลากหลาย แถมยังมีอาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ศูนย์วิทยาศาสตร์ท้องฟ้าจำลอง และหุ่นฟางนกสวยงามอีกมากมาย และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมน้ำ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรแวะไปเยี่ยมชมคือ เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งนับเป็นเขื่อนขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศที่ให้เรือขนาดใหญ่ผ่านเข้าออกได้ ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนของทุกๆ ปี จะมีฝูงนกเป็ดน้ำเป็นจำนวนหมื่นๆ ตัว มาอาศัยหากินอยู่ในแม่น้ำบริเวณเหนือเขื่อน อีกแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่สวยงามไม่แพ้กันคือ บึงกระจับใหญ่ ที่มีเกาะเมืองท้าวอู่ทอง เกาะกลางน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางบึง โดยที่บึงแห่งนี้นับเป็นจุดชมนกเป็ดน้ำ และนกในตระกูลนกปากห่างที่สำคัญของประเทศ การได้นั่งเรือชมฝูงนกยามเย็นที่พระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้านั้น นับเป็นภาพแห่งความงดงามประทับใจที่หาดูไม่ได้ในจังหวัดอื่น อีกหนึ่งของดังของจังหวัดชัยนาทที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ ส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวา ส้มโอรสชาติดี มีผลกลม ผิวเรียบ เปลือกบาง รสหวานกรอบอมเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีรสขม ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนกันยายน  ซึ่งเป็นช่วงฤดูส้มโอ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมักจะมีกิจกรรมประกวดส้มโอ และการออกร้านจำหน่ายส้มโอจากเกษตรกรชาวชัยนาท ซึ่งหากใครต้องการชิมความอร่อยของส้มโอแล้ว ช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาห้ามพลาด และท้ายที่สุด ด้วยความที่จังหวัดชัยนาทนั้นเป็นเส้นทางผ่านสู่ภาคเหนือที่สำคัญ ทางจังหวัดจึงได้มีการจัดทำโครงการวัฒนธรรมความปลอดภัยให้กับชาวชัยนาท โดยเน้นย้ำ และรณรงค์เรื่องการขับขี่รถยนต์ด้วยความระมัดระวังและปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยว และผู้ใช้ทางได้เกิดสำนึกเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน รวมไปถึงน้ำใจไมตรีที่ควรหยิบยื่นให้กันเพื่อให้จังหวัดชัยนาทเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ดังนั้น ถึงแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่หากเรามองให้ลึกถึงรายละเอียดความเป็นมา รากเหง้าวัฒนธรรม และความห่วงใยที่จัหวัดชัยนาทมีให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ต้องนับว่าชัยนาทเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีหัวใจด้านการท่องเที่ยวอันยิ่งใหญ่ไม่แพ้จังหวัดใดในประเทศไทยเลยทีเดียว เรียบเรียงโดย : Travel MThai

เคล็ดไม่ลับ!! ทำความสะอาดห้องน้ำ ให้สวยฟรุ้งฟริ้ง
ทำความสะอาด /  ห้องน้ำ

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับ เคล็ดไม่ลับ!! ทำความสะอาดห้องน้ำ ให้สวยฟรุ้งฟริ้ง กันค่ะ ห้องน้ำมีความสำคัญ เป็นหน้าเป็นตาให้แก่เจ้าของบ้านอย่างมากเลยนะ เพราะแขกไปใครมาก็จะหนี้ไม่พ้นการขอเราเข้าห้องน้ำ ถ้าเรา ทำความสะอาดห้องน้ำ ให้ห้องน้ำสวยอยู่ตลอดเวลาเราก็ไม่ต้องกลัวใครมาว่ามานินทาเราลับหลังได้ว่าเราเป็นคนไม่สะอาดได้นะคะ เคล็ดไม่ลับ!! ทำความสะอาดห้องน้ำ ให้สวยฟรุ้งฟริ้ง ขอบคุณภาพ : decoist.com กำจัดเชื้อราในห้องน้ำให้หมดไป : สังเกตุจะเห็นเป็นจุดสีดำๆ ที่ฝังอยู่ตามซอกตามมุมของอ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ หรือม่านอาบน้ำ สามารถทำได้ง่ายๆ โดยนำน้ำยาซักผ้าขาวมาใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดพ่นไปทั่วบริเวณที่มีเชื้อรา ซึงน้ำยาซักผ้าขาวนี้มีส่วนประกอบของสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วกลับมาล้างคราบเชื้อราออกไป เช็ดทำความสะอาดผนังห้องน้ำ : ถ้าผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้อง การทำความสะอาดง่ายมาก เพียงใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดพื้น หรือน้ำยาดับกลิ่นฆ่าเชื้อ เช็ดผนังห้องน้ำให้ทั่ว โดยไม่จำเป็นต้องล้างน้ำออก แต่ถ้ามีคราบสกปรกมาก หรือฝังแน่น ให้ใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำยาล้างห้องน้ำสูตรขจัดคราบ(ที่มีส่วนผสมของกรด)เช็ด แล้วใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดซ้ำ หรือล้างน้ำออก ระวังอย่าใช้กับผนังหรือพื้นที่เป็นหินอ่อนเพราะจะทำลายพื้นผิวได้ค่ะ จากนั้นจึงใช้ผ้าแห้งสะอาดเช็ดอีกรอบ ขอบคุณภาพ : decoist.com ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ : เทน้ำยาล้างห้องน้ำสูตรขจัดคราบลงในโถ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วใช้แปรงขัดถูภายในโถสุขภัณฑ์ จากนั้นกดชักโครกเพื่อทำความสะอาด ส่วนด้านนอกก็ใช้แปรงขัดอีกอัน แล้วเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด หรือล้างด้วยน้ำ แล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด ทำความสะอาดอ่างล้างหน้า : ใช้แปรงสีฟันขัดบริเวณรอบก๊อกน้ำ และตามซอกที่มีเชื้อราหรือคราบสกปรก ถ้าคราบสกปรกฝังแน่นมาก ก็ใช้น้ำผสมน้ำยาล้างห้องน้ำสูตรขจัดคราบ คราบสกปรกและคราบตะกรันก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย เช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด หรือล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นเช็ดกระจกด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์กับน้ำยาเช็ดกระจกจนกระจกใสเงางาม ทำความสะอาดอ่างอาบน้ำและฝักบัว : ผสมน้ำกับน้ำยาล้างห้องน้ำ ใช้แปรงขัดทำความสะอาด อ่างอาบน้ำ หรือ กรอบประตูกระจก ถ้ามีคราบสกปรกฝังแน่นหรือตะกรันมาก ให้ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำสูตรขจัดคราบแทน ล้างน้ำออกให้สะอาด ถ้ามีผ้าม่านอาบน้ำ ควรถอดออกมาซักด้วยน้ำอุ่นผสมผงซักฟอกเล็กน้อย ขั้นตอนสุดท้ายทำความสะอาดพื้น ขอบคุณภาพ : decoist.com ถ้าพื้นไม่สกปรกมาก : ถูพื้นโดยใช้น้ำผสมน้ำยาถูพื้น หรือน้ำยาดับกลิ่นฆ่าเชื้อ ถ้าพื้นมีคราบสกปรกมาก ให้ล้างพื้นด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำสูตรขจัดคราบ โดยผสมน้ำยาตามสัดส่วนที่แนะนำ แล้วราดบนพื้นห้องน้ำ ทิ้งไว้ 5-10 นาที จากนั้นใช้แปรงขัดออก แล้วรีบล้างด้วยน้ำสะอาด เพื่อไม่ให้น้ำยากัดพื้นหรือยาแนวกระเบื้อง เช็ดพื้นให้แห้งด้วยม็อบรีดน้ำ หรือเป่าด้วยพัดลม เพื่อระบายอากาศและความชื้น ขอบคุณ : pp-infinite.com

ระย้า (raya(2524)).
หนังไทย

ผู้กำกับ เพิ่มพล เชยอรุณ นักแสดงนำ ฉัตรชัย เปล่งพานิช นิรุตติ์ ศิริ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ล้อต๊อก ประจวบ ฤกษ์ยามดี ไกรลาศ เกรียงไกร สุเชาว์ พงษ์วิไล เรื่องย่อ ระย้า คือเด็กที่เกิดขึ้นมาในสมัยญี่ปุ่นบุกเข้าเมืองไทย ทำงานต่อต้านญี่ปุ่นอยู่ลับๆ โดยร่วมมือกับหมวดโรมรัน และกลุ่มเสรีไทยขัดขวางการทำงานของนายพลทามุระทุกวิถีทาง เลยถูกหมายหัวจากทหารญี่ปุ่น ระย้ายังมีความแค้นที่จะต้องชำระกับขุนรอน เจ้าพ่อที่เอาเปรียบชาวบ้านในแถบเขาทะโมน และยังฆ่าพ่อของระย้าอีกด้วย ขุนรอนใช้ทหารญี่ปุ่นในการกำจัดระย้า ระย้าและหมวดโรมรันถูกทหารญี่ปุ่นจับตัวไป และกำลังถูกนำไปลงโทษ มีทหารญี่ปุ่นมาส่งข่าวให้นายพลญี่ปุ่นรู้ว่าพวกตนแพ้สงครามแล้ว ระย้าไปจับตัวขุนรอนที่บ้าน และระย้าก็ฆ่าขุนรอนได้สำเร็จ ที่มา : http://www.seeingmole.com/index.php/24334/raya/ 1/1 - http://video.mthai.com/general/player/1417152413.html

รู้หรือไม่? โยเกิร์ต ช่วยให้อายุยืนนะ!
ข้อดีของโยเกิร์ต /  ประโยชน์ของโยเกิร์ต / 

โยเกิร์ต ทำมาจากนมที่หมักโดยการเติมเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดี ที่จัดอยู่ในจำพวก “โพรไบโอติก”  ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำตาลนม(แลคโตส) เป็นกรดแลคติก นมจึงเปลี่ยนสภาพเป็นกึ่งเหลวกึ่งข้น มีรสเปรี้ยวคล้ายนมบูด การกิน โยเกิร์ต มีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีให้ระบบลำไส้ได้ ระบบลำไส้ของคนเรามีเชื้อจุลินทรีย์อยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดดี และชนิดไม่ดี หากในลำไส้มีจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีเยอะ ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายจะมีปัญหา เช่น ท้องเสีย ท้องผูก อาหารไม่ย่อย แต่ถ้าเรามีจุลินทรีย์ชนิดดีอยู่ มันจะยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีและเพิ่มภูมิต้านทานให้ระบบย่อย จุลินทรีย์ชนิดดีสามารถย่อยน้ำตาลในนมได้ คนที่แพ้นมเพราะขาดเอนไซม์แลคโตสจึงหมดปัญหาท้องเสียหรือปวดท้องเมื่อกิน โยเกิร์ต เพราะน้ำตาลแลคโตสในนมถูกเชื้อแลคโตบาซิลัสเปลี่ยนเป็นกรดแลคติกที่ย่อยง่าย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยระบุว่า จุลินทรีย์ชนิดดีป้องกันการติดเชื้อ คนที่ถ่ายท้องจึงกิน โยเกิร์ต เพื่อช่วยลดอาการท้องเดินได้ 11 สารอาหารใน โยเกิร์ต การกิน โยเกิร์ต ให้โปรตีนและแคลเซียมปริมาณสูงกว่านม เพราะกรดแลคติกใน โยเกิร์ต จะย่อยแคลเซียมในนม ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ใน โยเกิร์ต ชนิดไขมันต่ำ 1 ถ้วย มีสารอาหารมากถึง 11 ชนิด ได้แก่ ไอโอดีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 โปรตีน วิตามิน บี 12 ทริปโทฟาน โปตัสเซียม โมลิปเดนัม สังกะสี วิตามิน บี 5  จึงไม่น่าแปลกใจที่ โยเกิร์ต จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชาวบัลแกเรียอายุยืน และจากผลวิจัยยังพบอีกว่า โยเกิร์ต มีประโยชน์ดังต่อไปนี้ โยเกิร์ต มีแคลเซียมสูง และแคลเซียมมีบทบาทในการป้องกันโรคกระดูกพรุน ความดันโลหิตสูง มะเร็งในลำไส้ใหญ่ ช่วยในการลดน้ำหนัก เพิ่มการเผาผลาญไขมัน เชื้อแลคโตแบซิลลัสใน โยเกิร์ต ช่วยลดการอักเสบของลำไส้และไขข้อ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีใน โยเกิร์ต ช่วยยับยั้งการเจริญของเชื้อ “เฮลิโคแบคเตอร์ เอชไพโลไร” ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ กรดไขมันคอนจูเกตเต็ดไลโนเลอิคใน โยเกิร์ต ป้องกันโรคหัวใจได้ งานวิจัยยังพบว่า โยเกิร์ต วันละ 2- 5 ถ้วย ช่วยลดระดับ “แกซไฮโดรเจนซัลไฟด์” ที่ทำให้ลมหายใจมีกลิ่น และลดความเสี่ยงโรคเหงือก โยเกิร์ต มีแบคทีเรียที่มีชีวิต ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินบี และวิตามินเคในลำไส้ จากงานวิจัยพบว่า การบริโภคโยเกิร์ตที่มีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้หญิงที่ติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอดบ่อยๆ เมื่อกินโยเกิร์ตวันละ 8 ออนซ์ เป็นเวลา 6 เดือน การติดเชื้อจะลดลงถึง 3 เท่า กินอย่างไรให้อายุยืน โยเกิร์ต รสชาติดั้งเดิมของชาวบัลแกเรียไม่ใส่น้ำตาล และมีรสชาติเปรี้ยว แต่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดจะมีรสหวาน เนื่องจากผสมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมลงไปด้วย ผู้ป่วยโรคเบาหวานแนะนำให้กินรสธรรมชาติ (ไม่มีน้ำตาล ผลไม้เชื่อมหรือน้ำเชื่อมผสม) กับผลไม้สด หรือนำโยเกิร์ตมาปั่นรวมกับผลไม้และนม จะได้อาหารที่มีพลังงานเพียงพอถึงเที่ยง และถ้านำมาดัดแปลงใช้แทนมายองเนสในการทำน้ำสลัดหรือผสมทำไส้แซนด์วิชจะได้อาหารที่ชูสุภาพทีเดียว ทำโยเกิร์ตด้วยตัวเอง นำนมสดรสจืด 1 ลิตร ต้มด้วยไฟปานกลาง (ในภาชนะที่ล้างสะอาดและเช็ดให้แห้ง) พอเดือดอ่อนๆ ทิ้งไว้จนนมลดอุณหภูมิลงเหลือประมาณ 40 องศาเซลเซียส เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป ประมาณ 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วเทแบ่งใส่ภาชนะที่มีฝาปิด วางทิ้งไว้นอกตู้เย็น 1 คืน ลองชิมดู ถ้ายังไม่เปรี้ยว อาจทิ้งไว้อีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนได้รสที่ต้องการ จึงนำเข้าแช่ตู้เย็น เวลาจะกินใส่ผลไม้ หรือธัญพืชที่ชอบลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน โยเกิร์ตนี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน และเก็บไว้เป็นหัวเชื้อในครั้งต่อไปได้ ขอบคุณที่มาจาก :  Health&Cuisine พฤศจิกายน, Issue 82

The Hobbit: The Battle of the Five Armies ขึ้นปก Empire พร้อมตัวอย่างใหม่ฉบับควบรวม LOTR
empire /  Middle Earth / 

เตรียมเข้าสู่มหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะชี้ชะตาแห่งมิดเดิ้ลเอิร์ธ กับภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ปิดไตรภาคเดอะฮอบบิท ผลงานผู้กำกับ ปีเตอร์ แจ็คสัน โดยล่าสุด เดอะฮอบบิทภาคสุดท้ายนี้ ก็ได้ยกทัพพร้อมออกรบ ประกาศศักดาขึ้นปกเอ็มไพร์ นิตยสารหนังเนื้อหาเข้มข้น พ่วงมาด้วยตัวอย่างใหม่ ที่จะพาคุณไปดูเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในมัชฌิมโลก ตั้งแต่ฉบับหนัง The Lord of the Rings และย้อนเวลามาสู่มหาสงครามห้าทัพ อันเกิดขึ้นก่อนหน้า และแถมพิเศษด้วยคลิปรวมทีวีสปอตทั้งหมด ที่คุณผู้ชต้องจับตาดูให้ดีๆ เพราะมีฟุตเทจเด็ดๆ เผยมาเพียบ! ตัวอย่างฉบับย้อนดู The Lord of the Rings รวมมิตรทีวีสปอต สุดอลังการ ศึกครั้งนี้จะชี้ชะตาของทุกเผ่าพันธุ์ กับมหาสงคราม The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ประกาศศึกพร้อมกัน 18 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ได้ที่นี่เลย --------------------------------

จนท.สอบเครียด 5ผู้ต้องหาคดีพงศ์พัฒน์ เตรียมคุมตัวฝากขัง
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ศาลจังหวัดพระโขนง เข้ม ห้ามสื่อบันทึกภาพ หลังเตรียมนำ 5 ผู้ต้องหาเอี่ยวคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฝากขังบ่ายวันนี้ บรรยากาศ ความเคลื่อนไหวที่ศาลจังหวัดพระโขนง เป็นไปอย่างเรียบร้อย หลังเจ้าหน้าที่เตรียมควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ประกอบด้วย นายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา นายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา นายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ และ นายชากานต์ ภาคภูมิ หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก่อนจะควบคุมตัวมาขออำนาจศาลจังหวัดพระโขนง ฝากขัง ในเวลา 13.00 น. วันนี้ ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ พร้อมห้ามบันทึกภาพ รวมไปถึงคัดกรองบุคคลเข้าออกอย่างเข้มงวด

17 กิจกรรมของคนโสด มันดีอย่างนี้นี่เอง
คนโสด /  ความรัก

เอาใจคนโสดกันบ้าง หลังจากทำร้ายคนโสดมาเยอะ อิอิ กับ 17 กิจกรรมของคนโสด มันดีอย่างนี้นี่เอง เชื่อว่าถ้าคนโสดแท้ๆ จะชายหรือหญิงก็แล้วแต่ ถ้าได้มาอ่านเนี่ย รับรองจะรู้เลยว่ามันเป๊ะเว่อร์ เนี่ยแหละฉัน เพราะฉันโสด ฉันทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ไม่ต้องแคร์ใคร ถูกม่ะ 17 กิจกรรมของคนโสด มันดีอย่างนี้นี่เอง 1. คุณจะอยากใส่เสื้อผ้าแค่ชิ้นเดียวเดินร่อนไปทั่วบ้าน (เฉพาะชิ้นที่อยู่สูงกว่าเอวเท่านั้นด้วยนะ) 2. ที่ไหนๆก็เป็นห้องครัวได้ 3. โยนเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไว้ตรงไหนก็ได้แล้วแต่อารมณ์ (จะงีบซักหน่อยก็แค่เขยิบเสื้อผ้าไปข้างๆ) 4. อยากจะเปิดเพลงแปลกๆแล้วเต้นแร้งเต้นกาตอนไหนก็ทำได้ 5. ชอบจะเปิดหนังดูเงียบๆ คนเดียวมากกว่าจะออกไปคุยกับคนอื่น 6. เวลาอาบน้ำก็หลอนตลอดว่าจะมีใครแอบเข้ามาฆาตกรรมรึเปล่า (ก็เป็นลูกผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียว ดูแลตัวเองคนเดียว ก็ต้องระแวงบ้างเป้นธรรมดา) 7. หันไปมองอ่างล้างจานทีไรตกใจทุกที (มีของต้องล้างเยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อหร่ายยย) 8. ไม่ต้องอั้นตด อยากจะตดตอนไหนก็ปลดปล่อยมันออกไปเลยยย (ตดเองดมเองอีก จาอ้วกกกก) 9. จะเข้าห้องน้ำจะทำอะไร ก็เปิดประตูไว้อาซ่าอย่างนั้นแหละ (ก็คนมันอยู่คนเดียวเนอะ) 10. ไม่ต้องกลัวว่าจะทำเสียงดังๆปลุกคนตื่นในตอนกลางคืน 11. เปิดหนังผู้ใหญ่เสียงดังได้แบบสบายใจเฉิบ 12. พาสาวมาห้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรูมเมต 13. บางทีก็เหงาขนาดพูดคนเดียว (แล้วมาคิดที่หลังว่านี่เราบ้าเปล่าวะ) 14. หาทางมาหยิบเอาแมลงน่ากลัวๆ ออกไปจากบ้านได้แบบครีเอทสุดๆ 15. ใส่ชุดเดิมซ้ำกันสามวันก็ไม่มีใครรู้ อิอิ (แต่ต้องอัดน้ำหอมแน่น นิสนึง) 16. เวลาคุยโทรศัพท์ทีไรก็เดินมันไปทั่วบ้านนั่นแหละ 17. ดูรายการทีวีแบบปัญญาอ่อนโดยที่ไม่ต้องแคร์ว่าภาพพจน์จะเสีย ข้อมูล kumarnthongclub

ผู้ว่าฯสตูลสั่งกำชับตรวจเข้มขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน
ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน /  ข่าวล่าสุด / 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สั่งกำชับตรวจเข้มขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ลั่นหากพบจัดการเด็ดขาด หลังจากที่ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมกับพวกปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบตามกฎหมายและการหลีกเลี่ยงภาษีเกี่ยวข้องกับกลุ่มค้าน้ำมันเถื่อน นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.สตูล ได้มีการเข้มงวดกวดขันในเรื่องของการปฏิบัติการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านตามนโยบายของ คสช. อย่างเคร่งครัด โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานได้สกัดกั้นไม่ให้มีการลักลอบนำน้ำมันเข้าในพื้นที่ จ.สตูล รวมถึงจะนำไปสู่จังหวัดอื่น ๆ หรือจังหวัดใกล้เคียงก็ตาม ทั้งด่านวังประจัน อ.ควนโดน และด่านตำมะลัง อ.เมืองสตูล ขณะนี้ยังไม่พบเจ้าหน้าที่หน่วยงานไหนว่าจะมีการเกี่ยวข้องหรือการพบเจ้าหน้าที่หากพบและจับกุมได้จะดำเนินคดีตามกฎหมายไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น

'สมยศ' เปิดกรุ พงศ์พัฒน์ โชว์พระทอง รถหรู จ่อชงปปง.สอบ
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำสื่อเปิดกรุทรัพย์สินจำนวนมากที่ยึดได้จาก อดีต ผบช.ก.ระบุ ส่วนคำให้การไม่สามารถเปิดเผยได้ ด้าน ตร.ปทส.นำผู้ต้องหาร่วมฝากขังศาลอาญา ขณะมีคำสั่งให้ 'พล.ต.ต.ชัยทัต'ช่วยงานสง.นรป. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำคณะสื่อมวลชนเปิดทรัพย์สินของกลางที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ภายหลังการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมพวก ผู้ต้องหาในฐานความผิดตามมาตรา 112 เรียกรับผลประโยชน์และผิด พ.ร.บ.ฟอกเงิน ที่มีจำนวนมหาศาล ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพที่สถานที่แห่งหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ของกลางที่ได้มานี้เป็นการร่วมกันจับกุมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร และทรัพย์ที่เปิดให้สื่อมวลชนบันทึกภาพนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทรัพย์ที่ ยึดมาได้ อาทิ พระพุทธรูปโบราณ ทองคำแท้ 24 แท่ง กรอบพระเหลี่ยมทอง 225 กรอบ สร้อยคอทองคำ 224 เส้น ทองคำขาว 180 กก. โฉนดที่ดินมูลค่า 418 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งของกลางประเภทวัตถุโบราณได้มอบให้กรมศิลปากรตรวจสอบ สำหรับ ทรัพย์สินอื่น ๆ จะส่งให้ ปปง. ตรวจสอบ และเพื่อให้สำนวนคดีมีหลักฐานแน่นหนาและรัดกุมได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร ร่วมตรวจสอบโดยการเก็บดีเอ็นเอพิมพ์ลายนิ้วมือหลักฐานต่างและของกลางที่ เกี่ยวข้องว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ใดบ้างส่วนการให้การของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั้น เป็นเรื่องในสำนวนและอาจเกี่ยวข้องกับคนอื่น ๆ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ นอก จากนี้ ยังมีของกลางอื่น ๆ ที่เคลื่อนย้ายลำบาก อาทิ ไม้สัก ไม้ยาง ไม้มะค่า และไม้หายากที่ต้องใช้รถบรรทุกขนย้ายกว่า 80 คัน ซึ่งจะส่งให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ ออป. ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการเก็บรักษาของกลางทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ทหาร ซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและปลอดภัย

อึ้ง! เปิดคำสารภาพ พล.ต.ต.บุญสืบ ยอมรับส่วยน้ำมันเถื่อน เอี่ยวโจรใต้
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

พล.ต.ต.บุญสืบ ยอมรับเก็บส่วยน้ำมันเถื่อนเดือนละ 1-2 ล้านบาท รับมีการเกี่ยวโยงกับผู้ก่อความไม่สงบ3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความคืบหน้ากรณีที่มีการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง รับส่วยรวมถึงการฟอกเงิน จากนั้นมีการสืบสาวจนถึงเครือข่ายที่มีนายตำรวจและพลเรือนร่วมกันกระทำผิดด้วย โดย พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผบก.รน กองบังคับการตำรวจน้ำ หนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุม ยอมเปิดปากรับสารภาพในเรื่องของการรับส่วยน้ำมันเถื่อนว่า มีการเกี่ยวโยงกับผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เงินสนับสนุนผู้แบ่งแยกดินแดน โดยการแอบอ้างเบื้องสูง ทั้งนี้ พล.ต.ต.บุญสืบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจน้ำ ช่วงวันที่ 28 ธ.ค.54 - 18 ก.ค.57 ถูกระบุมีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากผู้ค้าน้ำมันเถื่อนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกเก็บเงินค่าส่วยน้ำมันเดือนละ 1-2 ล้านบาท จากนั้นได้ดำเนินการส่งเงินให้กับ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ปีละ 35 ล้านบาทและส่งเงินให้กับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รวมเป็นเงิน 118 ล้านบาท สอดคล้องกับข้อมูลของกองทัพภาคที่ 4 ที่เมื่อไปค้นบ้านของ เสี่ยโจ้ พบเงินหมุนเวียนในธุรกิจน้ำมันเถื่อน รถบรรทุกดัดแปลงขนน้ำมันและบัญชีจ่ายส่วยให้หน่วยงานต่างๆในพื้นที่กว่า 10 หน่วยงาน เพื่อเปิดทางให้มีการค้าน้ำมันเถื่อน ซึ่งเป็นการตรวจสอบตั้งแต่ปี 2555 จนกระทั่ง เสี่ยโจ้ ถูกดำเนินคดีในที่สุด MThai News

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

อิวาตะ หวังซิวบัลลังก์ไทยแลนด์กอล์ฟแชมเปี้ยนชิพ
ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว /  ญี่ปุ่น / 

ฮิโรชิ อิวาตะ โปรกอล์ฟฟอร์มแรงจากญี่ปุ่น ขอลบล้างความผิดหวังจากการพลาดโทรฟี่ในศึกเวิลด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ-เอชเอสบีซี แชมเปี้ยนส์ ที่นครเซี่ยงไฮ้ ไปอย่างหวุดหวิด ด้วยการมาคว้าชัยในศึกไทยแลนด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ 2014 ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 11-14 ธ.ค.นี้ ณ สนามอมตะ สปริง จังหวัดชลบุรี โดย อิวาตะ โปรกอล์ฟวัย 33 กล่าวว่า ผมรู้สึกเซ็งหลังชวดแชมป์ดับเบิลยูจีซี-เอชเอสบีซี และบอกกับตัวเองว่าต้องแก้มือที่ประเทศไทยให้ได้ ไทยแลนด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ เป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ และเป็นก้าวสำคัญสำหรับผม หากผมทำผลงานได้ดี ก็จะขยับอันดับโลกขึ้นไปยังตำแหน่งที่ผมต้องการได้ เพื่อโอกาสร่วมประชันฝีมือกับโปรกอล์ฟที่ดีที่สุดของโลกอย่างสม่ำเสมอ สำหรับการแข่งขันไทยแลนด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกจากเป็นรายการก่อนทัวร์นาเมนต์สุดท้ายในโปรแกรมเอเชียน ทัวร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลุ้นอันดับทำเงินรางวัลสะสม หรือออร์เดอร์ ออฟ เมอริต รายการนี้ยังได้รับการบรรจุให้เป็นหนึ่งใน ดิ โอเพ่น ควอลิฟายอิง ซีรีส์ เพื่อชิงสิทธิ์เข้าไปเล่นในรายการเมเจอร์ ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามเซนต์ แอนดรูว์ส ในปีหน้า โดยมีโควตาให้ 4 ที่จากรายการนี้

ออสการ์ ไอแซ็ค เป็น อะโพคาลิพส์ ตัวร้ายหลักของ X-Men: Apocalypse
Days of the Future Past /  Mutants / 

หนัง X-Men: Apocalypse ภาคต่อของ X-Men: Days of Future Past ได้ตัวผู้รับบทอะโพคาลิพส์ ตัวร้ายหลักประจำภาคนี้แล้วครับ และเป็นตัวเลือกที่ดูดีมากๆ ด้วย นั่นก็คือออสการ์ ไอแซ็ค จาก Inside Llewyn Davis ครับ วาไรตี้รายงาน ว่าไอแซ็คได้ตกลงเซ็นสัญญาเพื่อรับบทมนุษย์กลายพันธุ์คนแรกของโลกแล้ว และจะมาสมทบให้ทีมนักแสดงของหนังยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ที่มีไมเคิล ฟาสเบอร์เดอร์, เจมส์ แม็คเอวอย, ฮิวจ์ แจ็คแมน, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และ นิโคลัส โฮลท์ เป็นนักแสดงจากชุดเดิมที่เป็นตัวยืนไว้ก่อนแล้ว ในรายงานบอกว่าผู้กำกับไบรอัน ซิงเกอร์ ได้พบปะนักแสดงหลายคนในสัปดาห์ที่ผ่านมา และมาลงเอยที่ไอแซ็คที่ซิงเกอร์เห็นว่าเหมาะสมกับบทมากที่สุด หลังจากฉายแววเด่นจาก Inside Llewyn Davis ไอแซ็คก็มีงานหนังใหญ่เข้ามาทาบทามหลายเรื่อง รวมถึง Star Wars: The Force Awakens ที่เขาได้บทเด่น และจะออกฉายปลายปีหน้าด้วย สำหรับ X-Men: Apocalypse ซิงเกอร์เคยให้สัมภาษณ์ว่า “จะมีฉากหายนะทำลายล้างมากกว่าหนัง X-Men ทุกภาคที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ เรามีตัวละครและมีเรื่องพอที่จะใส่ฉากอันน่าตื่นตาแบบนั้นได้แล้ว“ อะโพคาลิพส์เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่ถือกำเนิดในยุคอียิปต์โบราณ มีพลังในการควบคุมอะตอม สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังที่ต่างๆ ได้ในพริบตา มีพลังในการรักษาตัวเอง ทำให้มีร่างกายเป็นอมตะ และยังถือว่าตัวเองเป็นพระเจ้าด้วย เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีพลังยิ่งใหญ่แบบที่ซาเวียร์กับแม็กนีโตจะต้องร่วม มือกันถึงจะรับมือได้ X-Men: Apocalypse จะออกฉายพฤษภาคม 2016 ครับ ขอบคุณข้อมูลจาก Jediyuth.wordpress.com ครับ

เด้ง3ผกก.ตร.น้ำเอี่ยวส่วยน้ำมันเถื่อนจ่อถอดยศพงศ์พัฒน์
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ 3 ผกก.ตร.น้ำ เอี่ยวส่วยน้ำมันเถื่อนมาปฏิบัติ ราชการที่ ศปก.ตร. - จ่อถอดยศ "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" กับพวก พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้กำกับการ 5/ พ.ต.อ.สมชาติ ศุภวุฒิ ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ และ พ.ต.อ.จักรพันธุ์ รัตนเทวมาตย์ ผู้บังคับการเรือจังหวัดชลบุรี ให้มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เนื่องจากสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบนน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ภาคใต้ และเพื่อให้การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นไปอย่างโปร่งใส พร้อมยอมรับว่า เตรียมพิจารณาถอดยศ พล.ต.ท.พงศพัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องและมีการจับกุมดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นสถาบัน และข้อหาอื่น ๆ อย่างน้อย 7 คน แต่ต้องรอพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเตรียมพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องและมีพฤติการณ์เดียวแก๊งทวงหนี้เดียวกับผู้ต้องหา 5 ราย ที่ถูกนำตัวฝากขังต่อศาลในวันนี้อีกอย่างน้อย 3 คน ซึ่งทั้งหมดมีพฤติกรรมควบคุมตัวผู้เสียหายไปไว้ย่านพุทธมณฑล เพื่อข่มขู่ทวงหนี้