สงครามล้างพันธุ์อมตะ

ผู้นำเชียร์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ งานฟุตบอลประเพณี 71
งานฟุตบอลประเพณี 71 /  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / 

ถึงเวลาแล้วกับกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ 71 หลังจากได้เห็นโฉมหน้าคฑากรและผู้นำเชียร์กันไป คราวนี้เรามาดู 29 ผู้นำเชียร์ทั้งทางฝั่งของจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ กันต่อ ว่าจะสวยหล่อประชันกันขนาดไหน แล้วอย่าลืมตามไปเชียร์กันในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 ที่จะถึงนี้กันน้า^^ ผู้นำเชียร์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ งานฟุตบอลประเพณี 71 เริ่มจากฝั่งของ ผู้นำเชียร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาวณัฐนรี อนันต์ลักษณ์การ (มิลค์) คณะนิเทศศาสตร์ นางสาวอภัณตรี ธีรฉัตรพร (ปิง) คณะเศรษฐศาสตร์ นางสาวบูชิตา ปิตะกาศ (แพม) คณะเศรษฐศาสตร์ นางสาวพิลิปดา จรรยาประเสริฐ (เมตร) คณะทันตแพทยศาสตร์ นางสาวชนกานต์ ศาสตร์วัฒนโรจน์ (เกรซ) คณะนิเทศศาสตร์ นางสาวรวงวัชรี ควรทรงธรรม (จ๋า) คณะจิตวิทยา นางสาวอาภาสิริ กิจติถานนท์ (ไข่มุก) คณะนิเทศศาสตร์ นางสาวพิมพรรณ สุขุมวาท (พิม) คณะนิติศาสตร์ นายณัฐพัฒน์ สรงประเสริฐ (กาย) คณะ นิเทศศาสตร์ นายชญาวุฒ เลิศศิริสัมพันธ์ (อิงค์) คณะเศรษฐศาสตร์ นายศิฑา กาญจนอลงกรณ์ (พอร์ช) คณะทันตแพทยศาสตร์ นายกวินพัฒน์ ธนาหิรัญศิลป์ (โจ) คณะวิทยาศาสตร์ นายภาณุวัฒน์ มานะศิริมงคล (อู๋) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี นายปวีร์ สมประสงค์ (เคน) คณะนิเทศศาสตร์ ต่อด้วย ผู้นำเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เฟม - วรินทร์พร กังวาฬพรโรจน์ คณะนิติศาสตร์ ออย - พชร อตมศิริกุล คณะศิลปศาสตร์ BEC พริ้ง - กันต์สินี ตั้งสัตยานนท์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน BJM ปลื้ม - ณัฐรดา ธรรมปัญญา คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (BJM) ใหม่ - เจนจิรา ซื่อต่อศักดิ์ คณะนิติศาสตร์ บุษย์ - ภาตะวัน ภากรศิลป์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ อิน - ณัฐณี เลิศลักษมีพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมิว - สุวพัชร หงษ์หยก คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน BJM จิ - จิรภัทร เลิศเมธาตฤณชาติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เจอาร์ - วชิรธร โสมเขียว คณะสหเวชศาสตร์ โค้ช - พสุ สิงห์อุสาหะ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เดฟ - เอกณัฐ เศรษฐปิยานนท์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เล็ก - พิรพัฒน์ รัตนชัยวณิชกุล คณะรัฐศาสตร์ เบน - อัมรินทร์ เลาหจีรพันธุ์  คณะวิศวกรรมศาสตร์ กัง - กันต์พงษ์ กุลธนาเรืองนนท์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ขอบคุณรูปภาพข้อมูล TU Cheerleader FC, CU Cheerleader FC

ฟัง 'มีชัย' แจงรายละเอียด 'ร่างรธน.' ต่อที่ประชุม 3 ฝ่าย
ข่าวการเมือง /  มีชัย ฤชุพันธุ์ / 

ประธาน กรธ. ชี้แจง ร่างรัฐธรรมนูญ 3 ฝ่าย ย้ำ เลือกตั้งใบเดียว มุ่งแก้ปัญหาทุจริต ปัด เปิดช่องนายกรัฐมนตรีคนนอก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ต่อที่ประชุม 3 ฝ่าย ระหว่าง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยยืนยัน แม้ กรธ. จะทำงานโดยอิสระ แต่ก็ยึดตามกรอบในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อแก้วิกฤติบ้านเมือง ปราศจากปัญหาทุจริต จึงวางกลไกขจัดปัญหาในอดีตและปิดช่องว่างนี้ ทั้งนี้ พบว่าปัญหาในประเทศมี 3 ปัจจัยหลัก คือ เกิดการทุจริต การขาดวินัย และขาดการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญ จึงมุ่งแก้ใน 3 ประเด็น พร้อมย้ำระบบการเลือกตั้งโดยใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ประชาชนจะมีกำลังใจออกมาใช้เสียง และทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย ขณะเดียวกัน นายมีชัย กล่าวถึงกรณีกระแสวิจารณ์ว่า กรธ. เปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกได้นั้น ขอชี้แจงว่า เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะคัดสรรบุคคลที่มีความเหมาะสมเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคการเมืองสามารถ กำหนดข้อบังคับของพรรคได้เองว่า คนที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องเป็น ส.ส. ด้วยหรือไม่ นายมีชัย ยังกล่าวถึงเรื่องสิทธิ์ของประชาชน กรธ. เขียนให้ชัดเจนตามหลักสากล คือให้คนไทยมีสิทธิ์ทั้งปวง ที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งได้กำกับไว้ว่า การออกกฎหมายต่าง ๆ ของรัฐต้องคำนึงถึงสิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนด้วย ส่วนที่หลายฝ่ายวิจารณ์ กรธ. เพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้น มองว่าไม่ได้อ่านเนื้อหาสาระของร่างอย่างแท้จริง จึงขอยืนยันว่า อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมเพียงให้อำนาจในการหาวิธีการแก้วิกฤติบ้านเมือง และให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบจริยธรรมขององค์กรอิสระเท่านั้น ขณะเดียวกัน ย้ำว่า การเขียนบทเฉพาะกาลที่เขียนอำนาจหน้าที่ของแม่น้ำ 4 สาย เพื่อให้ทำหน้าที่ได้ต่อไปในระหว่างการเปลี่ยนถ่ายอำนาจไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้มีสิ่งอื่นแอบแฝง และจากนี้ไป กรธ. รับฟังความเห็นทุกช่องทาง เพื่อปรับแก้ให้เป็นไปตามความเหมาะสม สนช.สปท.ซักถามกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้เปิดให้ตัวแทนสมาชิก สนช. และ สปท. ซักถามประเด็นข้อสงสัยในร่างรัฐธรรมนูญต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เริ่มจาก สนช. สอบถามในประเด็นเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญที่มีการแยกหมวดศาลรัฐธรรมนูญออกจากหมวดศาลว่า มีเหตุผลอะไรในการแยกและการแยกออกมาจากหมวดศาลจะยังได้รับความคุ้มครอง การมีอิสระในการพิพากษาคดีหรือไม่ รวมทั้งการกำหนดอายุของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นการได้มาซึ่ง ส.ส. - ส.ว. ขณะที่ในส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีการตั้งประเด็นคำถามในหลากหลายประเด็น อาทิ ประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ประเด็นเกี่ยวกับการเมืองมีข้อซักถามทั้ง กระบวนการลงคะแนนบัตรใบเดียว การนับคะแนน การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ประเด็นนายกรัฐมนตรีคนนอก ประเด็นความผิดทางการเมือง ของ ส.ส. - ส.ว. ในการใช้งบประมาณแผ่นดิน ประเด็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และหลังจากนี้ กรธ. จะมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ สปท. อีกหรือไม่ ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ดับได้แล้ว ไฟไหม้ตึก 10 ชั้น ซอยนราธิวาส 18
ถ.นราธิวาสฯ ซอย18 /  ไฟไหม้นราธิวาส 18 / 

14.10 น. ดับได้แล้ว ไฟไหม้ตึก 10 ชั้น ซอยนราธิวาส 18  ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้อาคารบริเวณถ.นราธิวาส ซอย 18 ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้วเมื่อเวลาประมาณ 13.20 น. ที่ผ่านมา หลังใช้เวลาไปกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งจากเหตุดังกล่าวพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 คน ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นมีจำนวนมาก ขณะที่สาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน คาดว่าน่าจะเกิดจากการไหว้เจ้าในช่วงตรุษจีน ขอบคุณภาพจาก @js100radio ด่วน! เกิดเหตุไฟไหม้อาคาร ถ.นราธิวาสฯ ซอย18 มีคนติดด้านใน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ วันนี้ (5 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.50 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคาร บริเวณ ถ.นราธิวาสฯ ซอย18 มีคนติดอยู่ด้านในตัวอาคาร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังดำเนินการฉีดน้ำดับไฟและเข้าช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ภายในอาคาร ทั้งนี้ทางทีมข่าว MThai News จะรายงานความคืบหน้าต่อไป ล่าสุดหลานเจ้าของคอนโดตกลงมาได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลแล้ว เริ่มกันคนออกห่าง และอพยพเด็กนักเรียนอนุบาลใกล้เคียงออกจากพื้นที่ เนื่องจาก ชั้น 7 ของอาคารถล่มลงมา เพราะทรุดตัว ไม่สามารถคุมเพลิงได้ 11.15 น. ขณะนี้ได้มีการประสานขอเฮลิคอปเตอร์กองบินตำรวจสนับสนุนช่วยเหลือผู้ติดค้างในอาคาร 11.17 น. ตาย 1 เจ็บ 1 ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ซ.นราธิวาส 18 มีคนติดภายใน คุมเพลิงไม่ได้ ขณะนี้สามารถช่วยคนที่ติดออกมาได้แล้ว จากการตรวจสอบด้านในชั้น 2-3-4 เพลิงสงบ ชั้น 5-6-7 มีแสงเพลิงบางจุด ส่วนชั้น 8 ยังคงมีแสงเพลิงมากอยู่ ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย แต่ยังไม่สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน อยู่ระหว่างการปฐมพยาบาล เนื่องจากมีอาการแน่นหน้าอก โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งคนเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม ว่ามีใครติดอยู่อีกหรือไม่ ด้าน ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ทวีตข้อความ โดยระบุว่า "ผมกำลังเข้าไปในที่เกิดเหตุเวลานี้ ขอให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงครับ นราธิวาส18 เขตยานนาวา" นายสุทัศน์ รุจิณรงค์ ผอ. เขตยานนาวา  เปิดเผยว่า  ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เพลิงยังคงลุกลามขึ้นไปด้านบนตั้งแต่ชั้น 6 -9 เป็นอาคารที่พักอาศัยรวม มีห้องอยู่ทั้งหมด 14 ห้อง ยังไม่พบเจ้าของอาคารด้วย เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานในส่วนของผู้สูญหาย จำนวนกี่ราย ในขณะนี้ได้ให้ที่พักสำหรับผู้ได้รับผลกระทบแล้วที่ วัดดอกไม้ 12.20 น. รร.อนุบาลมณีรัตน์ ใกล้เหตุเพลิงไหม้ในซ.นราธิวาส18 อพยพนักเรียน แจ้งผู้ปกครองรับกลับบ้านโดยใช้ทางเข้าซ.นราธิวาสฯ20 ขอบคุณภาพ/คลิป @js100radio / @BushidoFire MThai News RT@BushidoFire ภาพสดเหตุไฟไหม้ ถ.นราธิวาสฯ ภายในซอย18 เป็นอาคารที่พักอาศัก จนท.ดพ.กำลังดำเนินการpic.twitter.com/320LTkKu70 — JS100 (@js100radio) 5 กุมภาพันธ์ 2016

รัฐบาล-คสช.ผุดรายการ 'แกะกล่องรัฐธรรมนูญใหม่'
ข่าวการเมือง /  รธน. / 

รัฐบาล - คสช. ผุดรายการ "แกะกล่องรัฐธรรมนูญใหม่" ไขข้อสงสัยรัฐธรรมนูญ ฉบับ"มีชัย" ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ทุกวัน ประเดิมวันนี้ ตอนแรก  รัฐบาล และ คสช. ประเดิมออกรายการ "แกะกล่องรัฐธรรมนูญใหม่" ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยมี สถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบกช่อง 5 เป็นแม่ข่าย เพื่อเผยแพร่ให้กับประชาชน ภายหลัง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี นายมีชัยฤชุพันธุ์ เป็นประธาน เผยแพร่เนื้อหา ทั้ง 270 มาตรา และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย สำหรับรายการดังกล่าว มีกำหนดออกอากาศ ตั้งแต่วันที่ 3-15 กุมภาพันธ์ แบ่งการออกอากาศเป็น 2 ช่วง ในช่วงเวลา 08.00 น. ของทุกวัน และออกอากาศอีกครั้ง ในเวลา 18.00 น. ต่อจากรายการเดินหน้าประเทศไทย ยกเว้นวันศุกร์ ออกอากาศ เฉพาะเวลา 08.00 น. ตอนเดียวเท่านั้น

เมื่อศิลปินไทย ทดลองเป็นนักร้องจีน
Ai Ching Bu Shi Yi Chie /  China Dolls / 

เพลงจีน เป็นอีกหนึ่งแนวเพลงยอดนิยม ที่แฟนเพลงชาวไทยต่างคุ้นหู ซึ่งก็ไม่ได้จะมีเฉพาะนักร้องเจ้าของภาษาที่ถ่ายทอดบทเพลงได้อย่างแจ่มแจ้งเท่านั้น ฟากศิลปินต่างชาติเองก็ยังหยิบเอาเพลงจีนมาร้องให้ฟังกันทั่วไป ด้านวงการเพลงไทยและนักร้องเเดนสยามเองก็ได้รับอิทธิพลจากท่วงทำนองเพลงจีนกันมาไม่น้อย... เนื่องในโอกาสตรุษจีนนี้ ทาง music.mthai.com เลยขอรวบรวมผลงานเพลงเพราะๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เพลงไทยที่มีกลิ่นอายความเป็นจีน และเมื่อศิลปินไทยทดลองเป็นนักร้องเพลงจีน จะเป็นอย่างไรก็บ้างนะ? แซซี้อ้ายลื่อเจ็กนั้ง, ม่วยช้ำ, ยิกเท้าโหละซัว, ม่วยหายช้ำ เพลงจากครูเพลง สุรพล สมบัติเจริญ และนักร้องหญิง ปัทมา ณ เวียงฟ้า ร้องแก้กันเป็นคอลเล็คชั่น 4 เพลง เมื่อหนุ่มตี๋ดอดไปจีบสาวไทยว่า "แซซี้อ้ายลื่อเจ็กนั้ง"(ชาตินี้เกิดมารักเธอเพียงคนเดียว ) ทำสาว 'ม่วย' ถึงกับชีช้ำเมื่อรู้ว่าเฮียของเธอปันใจให้หญิงอื่น ร้อนให้ชายหนุ่มต้องกลับมางอนง้อขอคืนดี ก่อนจะจบด้วยความแฮปปี้เอ็นดิ้ง เปาบุ้นจิ้น - ยอดรัก สลักใจ, ดอน สอนระเบียบ เมื่อละครโทรทัศน์เรื่อง เปาบุ้นจิ้น ได้รับความนิยมสุดๆ จึงไม่น่าแปลกที่นักร้องไทยหลายคนจะหยิบเอาท่วงทำนองจากเพลงฮิตที่ใช้ประกอบละครมาใส่เนื้อเพลงภาษาไทย ถ่ายทอดเรื่องราวของท่านเปาและศาลไคฟง แล้วสอดแทรกคติเรื่องความยุติธรรมและซื่อตรง ออกมาให้ฟังในหลากหลายเวอร์ชั่นทีเดียว เปาบุ้นจิ้นเผาศาล - เพลิน พรหมแดน ราชาเพลงพูด เพลิน พรหมแดน เจ้าของดีกรีศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยลูกทุ่ง) ก็ไม่ตกเทรนด์ สร้างรอยยิ้มให้แฟนเพลงด้วยการล้อเลียนเรื่องราวของละครเปาบุ้นจิ้น ออกมาเป็นเพลงพูดที่มีเรื่องราวสนุกสนานปนตลกร้ายที่ฟังเมื่อไหร่เป็นต้องหัวเราะ เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ - อิ๋ว พิมพ์โพยม เรืองโรจน์ เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ คืออีกหนึ่งละครฮิตอมตะนิรันดร์กาลจากเกาะฮ่องกงที่ถูกนำมารีเมคทั้งเวอร์ชั่นละครและภาพยนตร์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่เพียงเท่านั้น เพราะเพลงประกอบละครเองซึ่งเดิมขับร้องโดยนักร้องเสียงดี ฟรานซิส ยิป ก็ฮอตฮิตถึงขั้นที่นักร้องไทยยังต้องนำมาร้องใหม่หลายต่อหลายครั้ง เหล่าเจ็กหงี - ไก่ สมพล ดีเจคนดังสัญชาติไทยเชื้อสายจีน สมพล ปิยะพงศ์สิริ เคยผันตัวเป็นนักร้องและออกอัลบั้มอยู่พักใหญ่ หนึ่งในนั้นคืออัลบั้มและเพลง เหล่าเจ็กหงี ซึ่งเปรียบเสมือนเพลงที่แนะนำตัวและบอกเล่าเรื่องราวของเขาอย่างอารมณ์ดี หมวยนี่คะ - China Dolls เบลล์-หว่าหวา สองสาวนักแดนซ์แห่งวง China Dolls ที่เป็นเหมือนไอค่อนของสาวหมวย ปลุกกระแสให้สาวๆ ทั้งหมวยและไม่หมวยลุกขึ้นมามาดมั่น ร้องท่อนฮุคของเพลงฮิต "ก็หมวยนี่คะ (ไม่ได้ตั้งใจ) ก็หมวยนี่คะ (ไม่ได้ตั้งใจ) ไม่ชอบใช่ไหม ขออภัยถ้าไม่ดี ..." กันได้ทั้งบ้านทั้งเมือง ห้ามฟ้ามิอาจห้ามใจ (CHINA) - WORLD ALBUM ถ้าใครยังจำ WORLD ALBUM อัลบั้มคอนเซ็ปต์เก๋ๆ จากอาร์เอส ที่นำกลิ่นอายของสไตล์เพลงหลากหลายเชื้อชาติมาผสมผสานเข้ากับบทเพลงป๊อปแบบไทยๆ ได้ละก็ เชื่อว่าน่าจะเคยฟังเพลง ห้ามฟ้ามิอาจห้ามใจ หนึ่งผลงานเพลงในอัลบั้มกันได้ สมาคมตาชั้นเดียว(กากีนั้ง) - โจอี้ บอย ขวัญใจขาโย่วหน้าตี๋ โจอี้ บอย หรือ อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต สุดยอดแร็พเปอร์ที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการเพลงฮิพฮอพ จนสร้างปรากฎการณ์ยอดขายเทปทะลุ 1 ล้านตลับ ส่งเพลงเอาใจชายหนุ่มตาชั้นเดียว กากีนั้ง ให้กลายเป็นเพลงฮิตที่ทั้งติดหูและติดปาก ผ้าเช็ดหน้า - Triumphs Kingdom โบ - จ๊อยซ์ Triumphs Kingdom ดูโอสาวที่นอกจากจะเป็นแฟชั่นไอค่อนสร้างกระแสเกาะอก-สายเดี่ยวแล้ว ไม่ว่าจะปล่อยเพลงอะไรออกมา ก็ส่งให้เป็นเพลงฮิตซะเกือบทุกเพลง รวมทั้งเพลง ผ้าเช็ดหน้า ที่สองสาวแปลงโฉมเป็นหมวยซ่า นุ่งกี่เพ้าและโปรยผ้าเช็ดหน้าจนกลายเป็นท่าเต้นสุดฮิตมาจนถึงทุกวันนี้ อาม่าดุ - Mr.Sister พิ้งค์ และ ปุ๋ย สมาชิกของดูโอสุดสดใส Mr.Sister จากโดโจ ซิตี้ แจ้งเกิดด้วยเพลงฮิต อาม่าดุ (Amadoo aka agadou dou dou) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากทำนองเพลงสากลย้อนยุค agadou dou dou ชวนให้แฟนเพลงแดนซ์พร้อมๆ กับร้องท่อนฮุค "อาม่าดุ ดุ ดุ" อย่างสนุกสนาน Lao Shu Ai Da Mi - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ แม้จะต้องพักโปรเจ็คอัลบั้มเพลงจีนจนชะงักโครงการโกยเงินหยวนไป แต่ถ้าจะถามเรื่องทักษะการพูดและการร้องเพลงจีนของนักร้องหนุ่มเปียโนแมน โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ก็พูดได้เต็มปากว่ามีวิชาติดตัว การันตีได้จากการครวญเพลงอมตะความหมายดี Lao Shu Ai Da Mi ได้อย่างหวานซึ้งจริงๆ Ai Ching Bu Shi Yi Chie - ออกัส ประสบความสำเร็จอย่างสูงในหมู่แฟนเพลงชาวจีนไปแล้ว สำหรับหนุ่มๆ วงออกัส ดังนั้นพวกเขาเลยเสิร์ฟของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อเอาใจแฟนคลับแดนมังกรด้วย อย่างเพลง รักไม่ใช่ทุกอย่าง เวอร์ชั่นภาษาจีน หรือ Ai Ching Bu Shi Yi Chie นี้ ก็ทำเอาหลายคนแอบทึ่งกับการร้องเพลงภาษาจีนกลางของนักร้องหนุ่มหล่อ พิช ไปตามๆ กัน Why the tears? - เบิร์ด ธงไชย เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ นักร้องซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย เซอร์ไพรส์แฟนเพลงทั่วเอเชียด้วยการนำเพลงซึ้ง ร้องไห้ทำไม มาร้องใหม่ในเวอร์ชั่นภาษาจีนกลาง แถมในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ พี่เบิร์ด ยังดึงดาราดังทั้งจากเมืองไทยและเมืองจีนมาถ่ายทอดเรื่องราว ท่ามกลางบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ในเมืองไทยได้อย่างน่าติดตาม ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ตำนานความรัก 'กำไลมาศ' เรื่องจริงในสมัยรัชกาลที่ 5
กำไลมาศ /  ประวัติศาสตร์ไทย / 

ตอนนี้ละครเรื่อง "กำไลมาศ" กำลังเข้มข้นสนุกเลยทีเดียว ซึ่งละครเรื่องนี้สร้างมาจากนิยายของพงศกร นักเขียนนิยายชื่อดัง และเพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า? "กำไลมาศ" คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ สมัยรัชกาลที่ 5 กำไลชิ้นนี้เป็นของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เจ้าจอมพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงโปรดและรักมาก และเป็นเจ้าจอมคนสุดท้ายของราชวงศ์จักรีที่ยังดำรงชีพและถึงแก่อนิจกรรมในรัชกาลปัจจุบัน ไปติดตามตำนานความรักอันแสนเศร้านี้พร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ ตำนานความรัก 'กำไลมาศ' เรื่องจริงในสมัยรัชกาลที่ 5 ตำนานความรัก 'กำไลมาศ' เรื่องจริงในสมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นจริงของ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาท่านขึ้นเป็นเจ้าจอมพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นคนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดและรักมาก นั่นทำให้ท่านเป็นที่ริษยาของเจ้าจอมคนอื่นๆ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2433 เป็นธิดาในหม่อมเจ้าเพิ่ม ลดาวัลย์ กับหม่อมช้อย ลดาวัลย์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม นครานนท์) เมื่ออายุได้ 11 ปี ได้เข้าถวายตัวเป็นข้าหลวง เมื่อท่านมีอายุได้ 11 ปี หม่อมยายได้พาท่านไปถวายตัวเป็นข้าหลวงในตำหนักพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งพระองค์ได้ทรงอบรมเลี้ยงดูหม่อมราชวงศ์สดับในฐานะพระญาติ และยังโปรดให้เรียนหนังสือทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ รวมทั้งหัดงานฝีมือ ตลอดจนการอาหารคาวหวานจนเชี่ยวชาญ นอกจากความอัจฉริยภาพและความงามแล้ว เสียงอันไพเราะของท่าน ยังเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นอีกด้วย เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ ได้รับพระราชทาน "กำไลมาศ" เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2449 หม่อมราชวงศ์สดับได้เข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันนี้ท่านได้รับพระราชทาน "กำไลมาศ" จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กำไลมาศ เป็นกำไลทองคำแท้จากบางสะพาน หนักสี่บาท ทำเป็นรูปตาปูโบราณสองดอกไขว้กัน ปลายตาปูเป็นดอกเดียวกัน ถ้ามองตรงๆ เป็นอักษร S (มาจากชื่อย่อของเจ้าจอมสดับ) หากพลิกข้อมือเพียงเล็กน้อยมองอีกด้านหนึ่งจะกลับเป็นอักษร C (จุฬาลงกรณ์) สิ่งที่ทำให้กำไลทองวงนี้มีชื่อมากที่สุดในบรรดาเครื่องประดับสูงค่าของรัตนโกสินทร์ไม่ใช่ราคา หรือการออกแบบ แต่เป็นตัวอักษรซึ่งเป็นบทกลอนพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสลักไว้บริเวณด้านบนของกำไลว่า กำไลมาศชาตินพคุณแท้ ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นยั่งยืนสี เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที จะร้ายดีขอให้เห็นเช่นเสี่ยงทาย ตาปูทองสองดอกตอกสลัก ตรึงความรักรัดไว้อย่าให้หาย แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย คราวที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่นี้ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับได้บันทึกไว้ว่า "ในวันเฉลิมพระที่นั่งนี้ทรงพระมหากรุณาสวมกำไลทองรูปตาปูพระราชทานข้าพเจ้า ทรงสวมโดยไม่มีเครื่องมือ บีบด้วยพระหัตถ์ รุ่งขึ้นจึงต้องรับสั่งให้กรมหลวงสรรพศาสตร์พาช่างทองแกรเลิตฝรั่งชาติเยอรมันนำเครื่องมือมาบีบให้เรียบร้อย" วันที่สุขที่สุด! วันที่ท่านได้รับพระราชทาน "กำไลมาศ" ถือว่าเป็นวันที่ท่านมีความสุขมากที่สุด และทั้งตลอดชีวิตของท่าน เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับมิได้ถอดออกจากข้อมือเลย จวบจนชีวิตท่านหาไม่แล้ว หม่อมหลวงพูนแสง สูตะบุตร ผู้เป็นหลานสาวจึงเป็นผู้ที่ถอดออกให้ และได้ถวาย "กำไลมาศ" แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในงานพระราชทานเพลิงศพของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับนั้นเอง ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เก็บไว้ที่พระที่นั่งวิมานเมฆ สถานที่ที่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับได้เคยถวายการรับใช้เบื้องพระยุคลบาท เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ได้รับพระราชทานเครื่องยศ ประกอบด้วย หีบหมากทองคำลงยาราชาวดี พานทอง เป็นพานหมากมีเครื่องในทองคำกับกระโถนทองคำ และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายใน ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้าฝ่ายใน ซึ่งเป็นเครื่องยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นพระสนมเอก ท่านจึงเป็น พระสนมเอก ท่านสุดท้ายในรัชกาล วันที่ทุกข์ที่สุด!  วันที่หม่อมราชวงศ์ได้เล่าว่าเป็นวันที่ทุกข์ที่สุดก็คือ วันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประพาสยุโรป เมื่อปี พ.ศ. 2450 เนื่องจากก่อนรัชกาลที่ 5 จะเสด็จพระราชดำเนินนั้น มีพระราชดำริที่จะให้เจ้าจอมสดับตามเสด็จไปยุโรปด้วย ในฐานะข้าหลวงในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตตินารี ถึงกับสอนภาษาอังกฤษพระราชทานเองก่อนเสวยพระกระยาหารทุกคืน แต่มีเหตุขัดข้อง จึงมิอาจเป็นไปตามพระราชดำรินั้นได้ แม้กระนั้น พระองค์ก็มิได้ทรงเพิกเฉย เมื่อเสด็จออกนอกอ่าวไทยจนไปถึงในหลายๆ ประเทศ ทรงมีพระราชนิพนธ์กลอนด้วยลายพระหัตถ์รำพึงถึงความในพระราชหฤทัยมาถึงเจ้าจอมสดับทุกสัปดาห์ เมื่อได้รับลายพระราชหัตถเลขาแล้ว ท่านก็แสดงอาการดีใจออกมาทุกครั้ง แต่อาการนั้นทำให้เกิดความรู้สึกริษยาจากคนรอบข้างโดยที่ท่านไม่รู้ตัว ทำให้พระวิมาดาเธอฯ ในฐานะผู้ปกครองจึงทรงต้องเข้มงวดกวดขันกิริยาอาการ ตลอดไปถึงข้อความในจดหมาย ด้วยเกรงว่าจะเขียนกราบทูลในเรื่องไม่สมควรไป ความรัก บ่อเกิดแห่งความริษยา ครั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับถึงพระนคร ก็ทรงซื้อเครื่องเพชรมาพระราชทาน โปรดให้แต่งเครื่องเพชรแล้วให้ช่างถ่ายรูปชาวต่างชาติมาถ่ายรูป โดยทรงพระกรุณาจัดท่าพระราชทาน และโปรดพระราชทานตู้ที่ระลึก ยังทรงจัดของตั้งแต่งในตู้นั้นอีกด้วย อีกทั้งยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาท่านขึ้นเป็นพระสนมเอก อันเป็นตำแหน่งที่แม้เจ้าจอมมารดาบางท่านรับราชการมาช้านานยังไม่ได้รับพระราชทาน แต่ท่านซึ่งเป็นเพียงเด็กสาวรุ่น และเพิ่งเข้ามารับราชการไม่นานนักกลับได้รับพระเมตตาไว้ในตำแหน่งที่สูงถึงเพียงนี้ ยิ่งก่อให้เกิดความริษยาจากคนรอบข้าง ด้วยวัยเพียง 17 ปี ท่านจึงได้เล่าถึงความรู้สึกครั้งนั้นว่า "เหลียวไปพบแต่ศัตรู คุณจอมนั้นส่อเสียดว่าอย่างนั้น คุณจอมนี้ว่าอย่างนี้ ตรองดูทีหรือข้าพเจ้าจะย่อยยับแค่ไหน" ด้วยความอายุยังน้อย ขาดความยั้งคิด ท่านจึงตัดสินใจทำลายชีวิตตนเองด้วยการดื่ม น้ำยาล้างรูป! แต่ว่าแพทย์ประจำพระองค์ช่วยชีวิตไว้ทัน เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ คนสุดท้ายที่ได้ร้องเพลง 'นางร้องไห้' ครั้นเมื่อท่านมีอายุได้ 20 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ท่านมีความทุกข์ และเศร้าโศกอย่างยิ่ง และนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าจอมสดับได้มีโอกาสสนองพระเดชพระคุณคือ การเป็นต้นเสียงนางร้องไห้ หน้าพระบรมศพ ท่านได้กล่าวไว้ว่า "ใจคิดจะเสียสละได้ทุกอย่าง จะอวัยวะหรือเลือดเนื้อ หรือชีวิตถ้าเสด็จกลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นใจที่คิดแน่วแน่ว่าตายแทนได้ไม่ใช่แค่พูดเพราะๆ คุณจอมเชื้อเอาผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งมาให้ข้าพเจ้า บอกว่าท่านได้ประทานไว้ซับพระบาท ข้าพเจ้าจึงเอาผ้าที่ซับพระบาทนั้นแล้วพันมวยผมไว้ แล้วก็นั่งร้องไห้กันต่อไปอีก ..." 'ความรักยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใด' ในปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตนั้น เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับมีอายุเพียง 20 ปี ทำให้ท่านเป็นที่จับตามองจากคนรอบข้างว่าจะสามารถครองตัวครองใจเป็นหม้ายได้ต่อไปตลอดหรือไม่ แต่นับตั้งแต่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ท่านยังจงรักภักดีครองตัวรักษาพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงสถานะพระสนมเอกอย่างงดงาม เจ้าจอมท่านยังคงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณลูบคลำกำไลทองแห่งความรักที่สวมใส่ไม่เคยถอดวาง ตามคำกลอน พระราชนิพนธ์ที่พระราชทานกำชับไว้ตราบจนวันสุดท้ายแห่งชีวิต หลังจากนั้นอีกไม่นาน ท่านได้ถวายคืนเครื่องเพชรทั้งหลายที่ได้รับพระราชทานมาแด่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จนหมดสิ้น เหลือเพียงกำไลมาศซึ่งเจ้าจอมสดับได้สวมติดข้อมือตั้งแต่วันแรกที่ทรงสวม สมเด็จฯ ก็ได้ทรงรับไว้แล้วโปรดเกล้าฯ ให้นำไปขายที่ยุโรป แล้วนำเงินมาสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทั้งสิ้น นอกจากนั้นท่านยังหันไปยึดมั่นในพระพุทธศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอีกด้วย ท่านเจ้าจอมในวัยชรา จนเมื่อท่านเจ้าจอมนั้นมีวัยชราแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ให้ท่านกลับเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเวลานี้นี่เอง ที่ท่านได้มีโอกาสทำคุณประโยชน์อีกครั้ง โดยการถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้แก่ชนรุ่นหลัง เช่น วิธีถักตาชุนหรือ ถักสไบ ที่เรียกกันว่า กรองทอง วิธีทำน้ำอบ น้ำปรุง ยาดมส้มโอมือ ฯลฯ ตลอดจนถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆในพระราชสำนักเมื่อครั้งกระนั้น ให้ชนรุ่นหลังได้ฟังและจดบันทึกไว้ นับเป็นประโยชน์มาก เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2526 สิริรวมอายุได้ 93 ปี ขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org, www.bloggang.com ขอบคุณรูปภาพประกอบ topicstock.pantip.com

ไอเดียเจ๋ง! เปลี่ยนขี้หมูเป็นไฟฟ้า ประหยัด 6 หมื่น
ขี้หมู /  พังงา / 

กำนันตำบลโคกกลอย พังงา เปลี่ยนมลภาวะขี้หมูเป็นไฟฟ้า ลดต้นทุนกว่า 60,000 บาทต่อเดือน ที่ฟาร์มหมูบุญรัตน์ ม.12 ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายสืบศักดิ์ จินดาพล กำนันตำบลโคกกลอย ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2558 สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย นำผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมการเลี้ยงหมูด้วยระบบที่สะอาดและทันสมัย มีการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ด้วยระบบอุโมงค์ลม และทุกวันจะมีน้ำเสียจากการล้างคอกหมูและขี้หมู ซึ่งได้กลายเป็นสมบัติอันล้ำค่าของฟาร์ม ด้วยการนำสิ่งปฏิกูลจากการเลี้ยงหมูทั้งหมดมาผลิตก๊าซชีวภาพ เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองภายในฟาร์ม เป็นการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ปัจจุบันในฟาร์มมีเลี้ยงหมูขุนกว่า 3,000 ตัว สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้ประมาณ 30 กิโลวัตต์ และผลิตได้สูงสุดถึง 60 กิโลวัตต์ สามารถลดต้นทุนในเรื่องค่าไฟฟ้าได้เดือนละกว่า 60,000 บาท นอกจากนี้การบริหารจัดการฟาร์มแบบนี้สามารถลดปัญหาในเรื่องกลิ่นไปรบกวนชุมชนใกล้เคียง น้ำส่วนที่เหลือจากการหมักก๊าซสามารถนำไปเป็นปุ๋ยน้ำอย่างดี ในส่วนตะกอนนั้นจะถูกส่งไปที่บ่อตากตะกอนเพื่อทำปุ๋ยไว้ใช้ในสวนเกษตรอีกด้วย

ผจญสงครามทวยเทพ และ อภิมหาอสุรกาย ในตัวอย่างซูเปอร์โบลว์จาก Gods of Egypt
Gods of Egypt /  I Robot / 

เป็นหนังที่เตรียมทำเงินถล่มทะลายรับต้นปีของค่าย ไลอ้อนเกตส์ ได้เลย สำหรับสงครามทวยเทพแห่งอียิปต์อย่าง Gods of Egypt ของผกก. อเล็กซ์ โพรยาส จาก I,Robot ที่ล่าสุดได้ปล่อยตัวอย่างรับเทศกาล ซูเปอร์โบล์ว ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยในตัวอย่างใหม่ความยาวนาทีกว่าๆเผยทั้งฟุตเทจใหม่จากฉากแอ็คชั่น และรวมไปถึงเหล่าอสุรกายที่จะมาปรากฏกายเป็นคู่ปรับให้แก่พระเอกในเรื่องนี้ด้วย ตัวหนังมีพระเอกหนุ่มอย่าง เจอราร์ด บัตเลอร์ รับบทนำในบท เทพเจ้าเซ็ธ ตัวร้าย ร่วมด้วย นิโคไล คอสเตอร์ วัลดาอู จาก Game of Thrones และ เบรนตัน ทเวทส์ ในบทมนุษย์ธรรมดา ที่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาสงครามเทพเจ้านี้ Gods of Egypt ถ่ายทอดเหตุการณ์ในโลกมนุษย์เมื่อ ปีศาจ มนตรา และความชั่วร้ายจากลุ่มแม่น้ำไนล์ได้เข้าครอบครองโลก “เซธ” (เจอราร์ด บัตเลอร์) เทพเจ้าแห่งความมืดซึ่งเป็นที่กล่าวขานว่าชั่วร้ายและเหี้ยมโหดที่สุด กลายเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด ส่งผลให้โลกทั้งใบตกอยู่ภายใต้ความวุ่นวายและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง “ฮอรัส” เทพเจ้าแห่งแสงสว่าง (นิโคไล คอสเตอร์ วัลดาอู) จึงส่งเด็กหนุ่มผู้กล้าหาญ เบค (เบรนตัน ทเวทส์) เป็นตัวแทนเพื่อโค่นอำนาจของเซธลงให้ได้ แต่ศึกครั้งนี้หาใช่เรื่องง่าย เมื่อเบคต้องผ่านการทดสอบทั้งความกล้าหาญความทุ่มเทเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาแกร่งพอกับการรับหน้าที่เป็นเป็นวีรบุรุษผู้เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียว ของมนุษยชาติ ตัวหนังมีคิวเข้าฉายในไทย 25 กุมภาพันธ์นี้ครับ

ค้างคาวคืนฟอร์มโหด!! โมโน แวมไพร์ เปิดรังฝังเขี้ยว เอ็มเอ็กซ์ ทรีคิงส์ ทะลุร้อยแต้ม
ค้างคาวอมตะ /  ผลบาสABL / 

ศึกบาสเกตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2015/16 หรือ ABL กลับมาลงสนามดวลความแม่นกันอีกครั้ง โดยเป็นคิวของตัวแทนจากประเทศไทยอย่าง โมโน แวมไพร์ ที่ได้เล่นในบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ฟิลิปินาส เอ็มเอ็กซ์ ทรีคิงส์ ก่อนที่ "ค้างคาวอมตะ" จะเป็นฝ่ายเก็บชัยไปด้วยสกอร์ที่ท้วมท้นถึง 101-82 [ควอเตอร์ที่ 1] เปิดฉากขึ้นมาเป็นทาง โมโน แวมไพร์ ที่เครื่องร้อนตั้งแต่เริ่มจัมพ์บอลกลางสนาม อาศัยจังหวะเบียดเข้าไปทำแต้มวงในได้หลายต่อหลายครั้ง จนทางผู้มาเยือนเปิดตำรารับแทบไม่ทัน สุดท้ายต้องขอเวลานอก และกลับลงมาสถานการณ์ของ ฟิลิปินาส เอ็มเอ็กซ์ ทรีคิงส์ ยังไม่ดีขึ้น สุดท้ายผ่าน 10 นาทีแรก "ค้างคาวอมตะ" เป็นฝ่ายขึ้นนำที่สกอร์ 27-17 [ควอเตอร์ที่ 2] หลังจากได้พักให้เทรนเนอร์ทั้งสองทีมได้ปรับแท็คติก กลับลงมาสู้กันใหม่ถือว่ารูปเกมค่อนข้างสูสี ผลัดกันทำแต้มได้แบบคุณทีผมที โดยคะแนนส่วนใหญ่จะมาจากจังหวะการเล่นวงใน ซึ่งวันนี้ถือว่าการยิง 3 แต้มสวยๆยังมีให้เห็นกันค่อนข้างน้อย จบครึ่งทางของเกม โมโน แวมไพร์ ยังคงเป็นฝ่ายนำ ฟิลิปินาส เอ็มเอ็กซ์ ทรีคิงส์ ด้วยคะแนน 49-40 [ควอเตอร์ที่ 3] เริ่มครึ่งหลังของเกม ถึงตรงนี้ถือว่าเป็นการดวลความแม่นของผู้เล่นวงนอกทั้งสองทีมอย่างชัดเจน และเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่น โมโน แวมไพร์ ที่ทำได้ดีกว่า อาศัยความมั่นใจขึ้นชู้ตโกยแต้มได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้จบควอเตอร์ที่ 3 "ค้างคาวอมตะ" ยังคงควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไว้ได้ในกำมือ พร้อมกับสกอร์ที่ขึ้นนำ 70-58 [ควอเตอร์ที่ 4] สิบนาทีสุดท้ายของเกม โมโน แวมไพร์ ยังคงเป็นฝ่ายที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ โดยเฉพาะ เมลวิน คลีฟแลนด์ เซ็นเตอร์ตัวใหม่แกะกล่องของ "ค้างคาวอมตะ" จัมพ์ยิงสามคะแนนแบบติดต่อกันได้หลายครั้งจนทำให้ระยะห่างของคะแนนเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้าย ฟิลิปินาส เอ็มเอ็กซ์ ทรีคิงส์ ไม่สามารถไล่ตาม โมโน แวมไพร์ ได้ทัน ก่อนจะพ่ายด้วยสกอร์ 101-82 ทั้งนี้ศึกนัดถัดไปของ โมโน แวมไพร์ มีคิวเปิดสนาม มหาวิทยาลัย ศรีปทุม ต้อนรับการมาเยือนของ สิงคโปร์ สลิงเกอร์ส ในวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ แฟนๆบาสเกตบอลสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับศึก ABL พร้อมกับรับชมเกมการแข่งขันแบบสดๆได้ที่ >>> คลิก!!

  เปิดม่านความสำเร็จ  เวที Miss Gossip Girls  แจ้งเกิดสาวสวยประดับวงการ
กิ๊ก กรกมล /  น้ำเพชร สุกัณณิการ์ / 

ถือเป็นเวทีแจ้งเกิดดาราน้องใหม่หลายคนเลยทีเดียวสำหรับเวทีการประกวด Gossip Girls แต่ละปีมีสาวสวยพกพาความมั่นใจมาร่วมประชันความสามารถกันอย่างคับคั่ง ไปส่องดูว่าแต่ละปีที่ผ่านมามีดาราคนไหนที่เคยผ่านการประกวดจากเวที Gossip Girls มาแล้วบ้างไปติดตามดูกันเลย กิ๊ก กรกมล 1. กิ๊ก กรกมล เจริญชัย สาวสวยจากจังหวัดขอนแก่นที่ตัดสินใจลองขึ้นประกวดเป็นเวที Miss Gossip Girls 2010 เป็นครั้งแรก และสามารถชนะใจกรรมการ จนคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองสำหรับ กิ๊ก กรกมล เจริญชัย ที่มีผลงานเด่นๆ อาทิ ภาพยนตร์ Art Idol อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์, หอแต๋วแตกแหกนะคะ และซีรีส์ ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ทางช่อง MONO29 วิว ณัฐริกา 2.วิว ณัฐริกา เฝ้าด่าน พอได้ตำแหน่ง Miss Gossip Girls 2013 ก็ได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกซีรีส์เรื่อง อรุณสวัสดิ์ ของทางช่อง MONO29 สำหรับ วิว ณัฐริกา เฝ้าด่าน สาวสวยจากโคราช ล่าสุดก็เพิ่งจะฟิตติ้งละครเรื่องใหม่ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรเดอะซีรีส์ ในบท เลอขิ่น งานนี้ได้ยิงธนู บู๊กระจาย แบบไม่เหลือเค้าความเป็น Miss Gossip Girls ถุงแป้ง ภัทรวดี 3.ถุงแป้ง ภัทรวดี เหลาสา ใกล้จะได้อำลาตำแหน่งสำหรับ Miss Gossip Girls 2014 อย่าง ถุงแป้ง ภัทรวดี เหลาสา ที่กำลังจะมีผลงานละครเรื่องแรกอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรเดอะซีรีส์ ทางช่อง MONO29 ในบท วิไลกัลยา ที่เพิ่งจะผ่านการฟิตติ้งไป ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เธอก็ฟิตซ้อมเรียนการแสดงอย่างหนักสำหรับผลงานประวัติศาสตร์เรื่องนี้ มิ้นท์ บารมิตา ซูกัส อรวีณ์ 4.มิ้นท์ บารมิตา-ซูกัส อรวีณ์ G20 สองสาวศิลปินจากวง G20 มิ้นท์ บารมิตา สาครจันทร์ และ ซูกัส อรวีณ์ เหลืองวิบูลย์พร ก็ติดเป็น 1 ใน 20 สาวสวย บนเวที Miss Gossip Girls 2010 ซึ่งสาวมิ้นท์สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 ไปครอง ส่วนสาวซูกัสแม้จะไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลย แต่เพื่อนๆ ทุกคนที่ร่วมประกวด ก็ยกให้เธอเป็นตัวแม่ในเรื่องการแดนซ์ จนทำให้ค่าย MONO MUSIC ดึงทั้ง 2 สาวเข้าร่วมวง G20 หญิงแย้ นนทพร 5.หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข เน็ตไอดอลรั่วตัวแม่ของวงการอย่าง หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข ก็เคยมาประกวดบนเวที Miss Gossip Girls 2008 รุ่นเดียวกับสาวดาร์ลิ่ง และสามารถเข้ารอบ 1 ใน 20 คนสุดท้าย แต่ถึงสุดท้ายเธอจะไม่ได้ตำแหน่งอะไรติดไม้ติดมือก็ตาม แต่ทุกวันนี้หญิงแย้ก็แจ้งเกิดสุดๆ กับการเป็นเจ้าแม่รีวิว เน็ตไอดอล พิธีกร นักแสดง รวมไปถึงกูรูด้านศัลยกรรม เบญ เรวิญานันท์ 6.เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด เปรี้ยงปร้างสุดๆ กับบทนางงามร้ายลึก ลูกโซ่ ในละครเรื่อง สงครามนางงาม ทำให้สาวสวยจาก จ.ลำพูน แจ้งเกิดเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการทันที สำหรับ เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด นักแสดงในสังกัดค่ายเอ็กแซ็กท์ ที่ครั้งหนึ่งเธอก็เคยมาประกวดเวที Miss Gossip Girls 2011 และคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเวทีนี้ไปครอง ดาร์ลิ่ง อารดา 7. ดาร์ลิ่ง อารดา อารยวุฒิ เน็ตไอดอลสายแบ๊ว และอดีตศิลปินสมาชิกวง ชูการ์ อายส์ อย่าง ดาร์ลิ่ง อารดา อารยวุฒิ ที่เวลานี้กำลังได้ดิบได้ดีกับการเป็นนักแสดงของทางช่อง 3 ซึ่งเมื่อปี 2008 เวที Miss Gossip Girls ก็เลือกให้เธอเข้ารอบเป็น 1 ใน 20 สาวสวยสุดมั่น ซึ่งสาวดาร์ลิ่งก็โชว์ความสามารถในการร้องเพลงสากลที่เธอถนัด และแม้ว่าเธอจะไม่ได้ตำแหน่งอะไรก็ตาม แต่ปัจจุบันผลงานของเธอทุกชิ้นก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เฟิร์น ฐิตินันท์ 8.เฟิร์น ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร นักแสดงสาวสวยจากวิกหมอชิตอย่าง เฟิร์น ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร ก็เคยแจ้งเกิดด้วยการคว้าตำแหน่งชนะเลิศจากการประกวดบนเวที Miss Gossip Girls 2005 จากนั้นเธอก็ได้มีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับทางช่อง 7 จนมีผลงานละครที่โดดเด่นออกมากมาย และทุกวันนี้สาวเฟิร์นก็ยังคงมีผลงานกับทางช่อง 7 ออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิหวา ปรียากานต์ 9.ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ กำลังจะเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของทางช่อง 3 สำหรับ ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ ที่เคยมาคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเวที Miss Gossip Girls 2012 และเร็วๆ นี้ เธอกำลังจะมีผลงานละครเรื่อง ประทีปรักแห่งใจ ละครชุด แม่ของแผ่นดิน ในฐานะนางเอกเต็มตัวประกบคู่กับพระเอกดาวรุ่งอย่าง อาโป ณัฐวิญญ์ ที่แจ้งเกิดจากบท ธนา ในละครเรื่อง สุดแค้น แสนรัก น้ำเพชร สุณัณณิการ์ 10.น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ มาแรงแซงทางโค้งคนอื่นๆ สำหรับนางงามสุดแซบ น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ ก็เคยมาโชว์ความสามารถรำไทยบนเวที Miss Gossip Girls 2012 ซึ่งเธอก็ติดเข้ารอบ 1 ใน 20 สาวสวย และร่วมเก็บตัวจนเสร็จสิ้นภารกิจแบบไร้ปัญหา และมีชื่อเดิมในการประกวดว่า เอมี่ เอมิกานต์ รัชตะจิราโชติ์

5 ประโยชน์ ของ น้ำมันมะพร้าว ที่คุณอาจไม่เคยรู้
ดีต่อสุขภาพ /  น้ำมันมะพร้าว / 

มาดูประโยชน์ ของ น้ำมันมะพร้าว ที่ดีต่อสุขภาพ ว่ามีอะไรบ้างกันค่ะ 1.ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน มีปัญหาเรื่องความอ้วนและไขมันส่วนเกินใช่ไหม ใช้ น้ำมันมะพร้าว ให้เป็นประโยชน์สิคะ ไขมันอีกชนิดในน้ำมันมะพร้าวจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในส่วนท้องของคุณ จากผลการศึกษาพบว่าการทานน้ำมันมะพร้าวประมาณ 30 มิลลิลิตรต่อวันจะช่วยลดชั้นไขมันได้ 2.ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง กรดไขมันสายกลาง (medium chain fatty acid) ในน้ำมันมะพร้าวช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและกระบวนการรับรู้ของมนุษย์ นอกจากนี้ผลการศึกษายังบอกด้วยว่ากรดไขมันสายกลาง ในน้ำมันมะพร้าวยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ด้วย 3. ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของน้ำมันมะพร้าวคือ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก การทาน น้ำมันมะพร้าว เป็นประจำเป็นการเพิ่มแคลเซียมและแมกนีเซียมให้กับกระดูก ทำให้กระดูกเจริญเติบโตได้ดีและแข็งแรง 4.ช่วยให้ผมสวย ลองชโลมน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แล้วค่อยสระผมล้างออก จะช่วยให้ผมของคุณมีน้ำหนักเงางามขึ้น 5.ช่วยรักษาอาการผิดปกติทางผิวหนัง ผลการศึกษามากมายพบว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยรักษาอาการผิดปกติทางผิวหนัง เช่น โรคเรื้อน สิว โรคสะกิดเงิน นอกจากนี้หากใช้เป็นประจำน้ำมันมะพร้าวยังช่วยสมานแผลต่างๆ ด้วย ที่มาเนื้อหาจาก http://th.theasianparent.com/

รู้เท่าทัน 'โรคซิกา'
ซิกา /  เจาะลึก / 

ขณะนี้ ไวรัสซิกา ได้ระบาดในหลายประเทศ ในแถบอเมริกากลางและใต้ ซึ่งองค์กรอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณะสุขระหว่างประเทศ หลังจากที่ไวรัสดังกล่าว ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเชื้อที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค และสามารถแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางทีมข่าว MThai ได้มีโอกาสพูดคุยกับว่าที่ 'คุณหมอหิมะ' เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว ว่าขณะนี้ไวรัสซิกา กำลังระบาดในบราซิลอย่างหนัก และความร้ายแรงของเชื้อชนิดนี้คือทำให้เด็กที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ มีภาวะ microcephaly ในเด็กแรกเกิดคือเด็กจะมีรอบหัวน้อยกว่าเด็กทั่วไป ไม่เพียงเท่านั้น เชื้อดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสมองทำให้สมองบางส่วนผิดปกติได้ โดยขณะนี้มีงานวิจัยบ่งชี้ถึง ความเกี่ยวข้องของการระบาดของเชื้อไวรัสซิกา กับภาวะ microcephaly ทั้งนี้ในประเทศไทยเคยมีผู้ป่วยโรคไวรัสซิกา เป็น นักท่องเที่ยวหญิงชาวแคนาดา ในปี 2556 ในความเป็นจริงแล้ว โรคนี้มีอาการคล้ายกับโรคกลุ่มไข้เลือดออก Dengue และ chikungunya ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่ม flavi virus เช่นกัน โดยทั้งสามโรคนี้มีพาหะเป็น ยุงลายเช่นกันค่ะ เมื่อถามถึงสถานการณ์ในไทยมีความน่ากังวลแค่ไหน โรคไวรัสซิกา เป็นโรคที่ระบาดมากในแถบอเมริกาใต้ เกิดจากไวรัสกลุ่ม Flavivirus และ มีพาหะสำคัญคือ ยุงลาย (Aedes species) เช่นเดียวกับ ไข้เลือดออกเด็งกี่ และ ไข้ Chikungunya เรื่องความร้ายแรงของโรคนั้น โรคไวรัสซิกา นั้นสำหรับบุคคลทั่วไป จากผู้ติดเชื้อจำนวน 5 คน จะมีคนป่วยเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น อาการของโรคจะเริ่มแสดงขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปไม่เกิน 1 สัปดาห์ โดยอาการของโรคมีดังนี้ เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามข้อ ร่วมกับมีผื่น และ เยื่อตาอักเสบ อาจจะมีปวดศีรษะและอาการปวดเมื่อกล้ามเนื้อร่วมด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้จะคล้ายกับ ไข้เลือดออกเด็งกี่ และ ไข้ Chikungunya ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย การจะแยก 3 โรคนี้ได้อย่างชัดเจนนั้นจะต้องอาศัยการสังเกตอาการอย่างละเอียด และ มีผลทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วย โรคไวรัสซิกา แม้ไม่มียารักษาโดยตรง แต่โดยทั่วไปสามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ มีน้อยมากที่จะรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต สาเหตุที่เชื้อไวรัสซิกา เป็นไวรัสที่ทั่วโลกจับตามองไม่ใช่เพราะเป็นโรคที่รุนแรงถึงแก่ความตาย แต่เพราะว่า ถ้าหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสตัวนี้ จะก่อให้เกิดภาวะ Microcephaly ต่อเด็กในครรภ์ ซึ่งเป็นภาวะเด็กทารกมีรอบหัวเล็กกว่ากำหนดอย่างมีนัยยะสำคัญ อาจมีอาการร่วมกับความพิการทางสมอง เช่น สติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์ อาการชัก เป็นต้น ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งเคยมีประวัติพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2556 แล้ว แต่ยังสามารถควบคุมการระบาดได้ รวมถึงปัจจุบันนี้ทางกรมควบคุมโรคก็ยังคงให้ความสำคัญกับการระบาดของโรคนี้ เพราะประเทศไทยมียุงลายซึ่งเป็นพาหะสำคัญของโรคไวรัสซิกา ทำให้ต้องระวังมากขึ้น ส่วนผลกระทบจากโรคดังกล่าวที่มีต่อสังคมไทย ในด้านอื่น ๆนั้น หากมีการควบคุมการระบาดได้คงไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเท่าใดนัก พร้อมกันนี้การรับมือต่อปัญหาดังกล่าว กรมควบคุมโรค ประกาศให้โรคซิกาเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2523 หากพบผู้ป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทันที รวมทั้งยังมีการคัดกรอง ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในสหรัฐฯ มีการติดเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนวิธีการรับมือ หรือป้องกันอย่างไร และมีความเหมือน หรือแตกต่างกับการ ติดต่อผ่านยุงเป็นพาหะอย่างไรคือ หากยุงเป็นพาหะเราสามารถเลี่ยงด้วยการไม่ให้ถูกยุงกัดและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือ งดการมีเพศสัมพันธ์ แต่ถ้าหากจะมีเพศสัมพันธ์ต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com