สงครามล้างพันธุ์อมตะ

ตะลุยเที่ยวฮานอย ชม 10 ที่เที่ยวที่คุณจะต้องไปให้ได้!
10ที่เที่ยวเวียดนาม /  เที่ยวฮานอย / 

ตะลุยเที่ยวฮานอย ชม 10 ที่เที่ยวที่คุณจะต้องไปให้ได้!                 ฮานอย เป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนาม ซึ่งประเทศเวียดนามนี้ ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวให้ชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัดที่เก่าแก่ พิพิธภัณฑ์ที่เล่าประวัติศาสตร์บ้านเมือง หรือจะเป็นการท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ประเทศเวียดนามก็สามารถตอบโจทย์ได้ดี สำหรับท่านที่ไม่ต้องการเดินทางไปเที่ยวไกลๆ และเชื่อว่าหากพูดถึงเวียดนาม ผู้คนส่วนมากก็จะนึกถึงฮานอย ซึ่งเป็นเมืองหลวง แต่ฮานอยจะมีสถานที่อะไรน่าสนใจบ้าง .. วันนี้อยากชวนให้มาตะลุยเมืองฮานอย ไปพร้อมกัน กับ 10 สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาดเลยเด็ดขาด และจริงๆมาเที่ยวฮานอย การเดินทางก็แสนจะสบาย นั่งเครื่องมาลงที่สนามบินโนยบ่าย (Noi Bai International Airport) ได้เลย เพราะเราไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนไกลอยู่แล้ว ^^ 1.ทะเลสาบคืนดาบ (ฮว่านเกี๋ยม, Hoan Kiem Lake) ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลที่สวยงามของฮานอย ซึ่งเป็นทะเลสาบใจกลางกรุงฮานอย ทะเลสาบคืนดาบมีชื่อเวียดนามว่า ฮว๋านเกี๋ยม ทะเลสาบแห่งนี้มีตำนานกล่าวว่า ในสมัยที่เวียดนามทำสงคราม สู้รบกับประเทศจีน กษัตริย์แห่งเวียดนามได้สงครามมาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่สามารถเอาชนะทหารจากจีนได้สักที ทำให้เกิดความท้อแท้พระทัย เมื่อได้มาล่องเรือที่ทะเลสาบแห่งนี้ ได้มีปฎิหารย์ เต่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งได้รับดาบวิเศษมาให้พระองค์ เพื่อทำสงครามกับประเทศจีน หลังจากที่พระองค์ได้รับดาบมานั้น พระองค์ได้กลับไปทำสงคราม อีกครั้ง และได้รับชัยชนะเหนือประเทศจีน ทำให้บ้านสงบสุข เมื่อเสร็จศึกสงครามแล้ว พระองค์ได้นำดาบมาคืน ณ ทะเลสาบแห่งนี้ ใครมาถึงฮานอยแล้ว ก็ไม่ควรพลาดที่จะไปชมชมบรรยากาศสักหน่อยเนอะ .. 2. สุสานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Mausoleum) สุสานโฮจิมินห์แห่งนี้ เป็นสถานที่เก็บศพของท่านโฮจิมินห์ (อดีตประธาน อันเป็นที่เคารพรักของชาวเวียดนาม) อาคารหินอ่อนและหินแกรนิตรวมถึงไม้เนื้อดีจากทั่วประเทศ เป็นอาคารที่โดดเด่นและสง่างามมาก ด้านในจะพบกับศพโฮจิมินห์ ซึ่งอาบน้ำยาอยู่ในโลงแก้วเพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาชมนั้นได้รู้จักกับผู้นำของประเทศเวียดนาม และข้างในสุสานยังมีทหารกองเกียรติยศในชุดเครื่องแบบเต็มยศสีขาวยืนถือดาบปลายปืนยืนรักษาการณ์อยู่ตลอดเวลา ด้านหลังมีสวนสาธารณะที่เงียบสงบร่มรื่นและมีสระน้ำเล็กๆ และบ้านที่สร้างบนเสาสูงซึ่งเชื่อกันว่าเคยเป็นที่อยู่ของโฮจิมินห์เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ .. 3.วิหารวรรณกรรม (Temple of Literature) วิหารวรรณกรรม หรือที่ชาวเวียดนามเรียกว่า วันเหมียว (VAN MIEU) วัดโบราณซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานนับร้อยปีและเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก อีกทั้งยังเป็นสถานที่ใช้สอบ จ้องวน ในสมัยโบราณ จากนั้นชม วัดเฉินก๊วก เป็นวัดจีนที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญกับประชาชนชาวเวียดนามเป็นอย่างมากตั้งอยู่ใจกลางเมืองและบริเวณ ทะเลสาบตะวันตก ทะเลสาบที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในเมืองฮานอย ภายในวัดมีต้นมหาโพธิ์ที่นำมา จากประเทศอินเดีย และเจดีย์หลายชั้นสำหรับไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอีกด้วย 4. โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St Joseph Cathedral) โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St. Joseph Cathedral) ตั้งอยู่บนถนนยาจุง (Nha Chung) ทางด้านเหนือของทะเลสาบคืนดาบ (ฮว่านเกี๋ยม) เมื่อจักรวรรดิฝรั่งเศสเข้าปกครองเวียดนามและได้จัดการเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ให้ทันสมัยได้ทำให้ความเชื่อและสิ่งก่อสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ได้ถูกทำลายทิ้งไปพอสมควร รวมถึงที่นี่ด้วยเพราะก่อนจะสร้างโบสถ์แห่งนี้ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์บ่าวเทียน (Bao Thien) และถูกทำลายลงตอนสร้างโบสถ์เซนต์โจเซฟ ทำให้ที่นี่เป็นโบสถ์เก่าที่สุดในฮานอย 5.วัดเจดีย์เสาเดียว (One Pillar Pagoda) วัดเจดีย์เสาเดียว วัดที่เก่าแก่ มีอายุมากกว่า 400 ปีเลยทีเดียว วัดรูปทรงดอกบัว ตั้งอยู่กลางสระบัว วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้แก่ เจ้าแม่กวนอิม โดยตำนานได้กล่าวว่า ได้มีกษัตริย์องค์หนึ่งอยากได้พระโอรสมากและรอมาเป็นเวลานานยังคงไม่สมหวังสักทีจนคืนหนึ่งได้สุบินเห็นพระโพธิสัตว์กวนอิมได้มาปรากฎที่สระดอกบัวและได้ประธานโอรสให้กับพระองค์ สมใจจึงได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นกลางสระบัวเพื่อเป็นการขอบคุณพระโพธิสัตว์กวนอิม 6.พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติเวียดนาม (Vietnam Fine Arts Museum) พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติเวียดนาม (Vietnam Fine Arts Museum) แหล่งรวบรวมงานศิลปะตั้งแต่ยุคเก่าจนมาถึงยุคใหม่ นั้นตั้งอยู่ที่กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทีชื่นชอบในงานศิลปะ ใครสนใจในงานศิลปะก็ลองแวะมาชมได้นะคะ 7.อ่าวฮาลองเบย์ (Ha Long Bay) อ่าวฮาลองเบย์ ชมความงามตามธรรมชาติ ที่สรรค์สร้างด้วยความงดงามดังภาพวาดโดยจิตกรเอก อ่าวฮาลอง ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 1969 เกาะ ได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลก” โดยองค์การยูเนสโก อ่าวแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาหินปูนมากมายได้บรรยากาศธรรมชาติสุดๆ 8.ถ้ำสวรรค์ หลังจากเที่ยวอ่าวฮาลอง สามารถล่องเรือชมถ้ำนางฟ้าหรือ ถ้ำสวรรค์ เป็นถ้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ด้านในมีการจัดแสงสี เพิ่มความน่าสนใจให้กับหินงอกหินย้อยต่างๆ พร้อมทั้งมีทางสำหรับการเดินชมไว้ให้ด้วย มีเสาค้ำฟ้าซึ่งเกิดจากหินงอกและหินย้อยมาบรรจบติดกันจนกลายเป็นเสา ซึ่งหินงอกหินย้อยแต่ละก้อนก็จะมีลักษณะรูปร่างแตกต่างกันออกไป ตามแต่จะจินตนาการ มีความงดงามอย่างมาก มาแล้วต้องลองไปสักครั้งนะคะ สวยงามจริงๆ 9.วัดหงอกเซิน (Ngoc Son) วัดหงอกเซิน (Ngoc Son) อยู่ริมทะเลสาบคืนดาบบนเกาะหยก ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ในทะเลสาบ มีสีแดงสดใส ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงฮานอยเลยค่ะ 10.เจดีย์เตริ่นกว๊อก (Chua Tran Quoc) เจดีย์เจิ่นกว๊อก (Chua Tran Quoc) เจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในเวียดนาม มีความสูงกว่า 10 ชั้น เป็นงานศิลปะผสมของจีน เวียดนามและญี่ปุ่น ทั่วบริเวณมีบรรยากาศที่ร่มรื่น และมีต้นไม้ดัดแคระในกระถางมากมาย มีแผ่นหินอายุตั้งแต่ปี ค.ศ.1639 นอกจากนี้ยังมีเจดีย์สีชมพู ไล่ระดับเป็นชั้นๆ ขึ้นไปประมาณ 10 ชั้น                 จริงๆแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศยังมีอีกมากมาย นอกจาก ทัวร์เวียดนาม แล้ว หรือลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ และข่าวสารของทัวร์อื่นๆ เช่น ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์เกาหลี ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์ไต้หวัน ทัวร์จีน ทัวร์มาเลเซีย ทัวร์กัมพูชา ทัวร์สิงคโปร์ ทัวร์พม่า ทัวร์ยุโรป ทัวร์อเมริกา ทัวร์รัสเซีย ทัวร์ลาว ทัวร์มัลดีฟส์ ทัวร์อินเดีย ทัวร์เนปาล ทัวร์ภูฎาน ทัวร์ศรีลังกา ทัวร์จอร์แดน ทัวร์อินโดนีเซีย ทัวร์ฟิลิปปินส์ ทัวร์ดูไบ ทัวร์บาหลี ทัวร์อียิปต์ ทัวร์บรูไน ทัวร์โครเอเชีย ทัวร์ตุรกี ทัวร์ออสเตรเลีย ทัวร์นิวซีแลนด์ และ ทัวร์แอฟริกาใต้  โอกาสหน้าจะมาแนะนำสถานที่ท่องและบทความที่หน้าสนใจอีกนะคะ

ดิ้นอีกเฮือก! ฟีฟ่าเตรียมเรียก “บังยี” ให้การแก้ต่างหลังถูกระบุโทษแบน4ปี
บังยี /  ฟีฟ่า / 

ฟีฟ่าเตรียมเรียกอดีตนายกสมาคมฟุตบอลไทย เข้าให้การเพื่อโอกาสชี้เเจงสาเหตุต่างๆหลังถูกเเนะให้ระบุโทษแบนยาวเป็นเวลานานถึง 4 ปี สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เตรียมให้ นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลเเห่งประเทศไทยฯ เข้าชี้แจงพร้อมแสดงหลักฐานต่างๆ หลังถูกคณะสืบสวนของฟีฟ่าระบุโทษแนะให้ปรับเป็นเงิน 25,000 ฟรังก์สวิส และห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลเป็นเวลา 4 ปีครึ่ง โดยปัจจุบัน นายวรวีร์ พ้นโทษจากการถูกแบนก่อนหน้านี้เเล้ว ซึ่งในขั้นตอนนี้อดีตประมุขลูกหนังไทยสามารถเข้าชี้เเจงพร้อมเเสดงหลักฐานตามคำเชิญของ องค์คณะตัดสินแห่งคณะกรรมการอิสระด้านจริยธรรม สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เพื่อเป็นการล้างข้อกล่าวหาดังกล่าวได้

ออกรบ! ชบาแก้วประกาศแบโผ 23 แข้งป้องกันแชมป์อาเซียน
ชบาแก้ว /  ชิงแชมป์อาเซียน / 

ทัพชบาแก้วแบโผนักเตะทั้ง 23 รายเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว โดยเป็นชุดป้องกันแชมป์อาเซียน ที่ประเทศเมียนมา ระว่าง 24 ก.ค - 5 ส.ค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยรายชื่อฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดใหญ่ทั้งหมด 23 รายออกมาแล้ว ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมทำการแข่งขันฟุตบอลรายการ AFF Women’s Championship 2016 ระหว่างวันที่ 24กรกฎาคม ถึง วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2559 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ชบาแก้วในฐานะแชมป์เก่า อยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับ เวียดนาม , สิงคโปร์ และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งจะประเดิมสนามพบกับฟิลิปปินส์ วันที่ 26 กรกฎาคม โดยตัวหลักในชุดนี้ยังนำโดย สุนิสา สร้างไธสง , ศิลาวรรณ อินต๊ะมี , กาญจนา สังข์เงิน และ ธนีกานต์ แดงดา น้องสาวแท้ๆของ ธีรศิลป์ แดงดา รายชื่อทั้งหมด 23 รายมีดังนี้ 1. นางสาววราภรณ์ บุญสิงห์ 2. นางสาวญาดา เซ่งย่อง 3. นางสาวณัฐรุจา มุทนาเวช 4. นางสาวกาญจนาพร แสนคุณ 5. นางสาวณัฐกานต์ ชินวงษ์ 6. นางสาวดวงนภา ศรีตะลา 7. นางสาวอินทร์อร พันธุ์ชา 8. นางสาววารุณี เพ็ชรวิเศษ 9. นางสาวสุนิสา สร้างไธสง 10. นางสาวขวัญฤดี แสงจันทร์ 11. นางสาวอนุชศรา หมายเจริญ 12. นางสาวพิกุล เขื่อนเพ็ชร 13. นางสาวศิลาวรรณ อินต๊ะมี 14. นางสาวนภัทร สีเสริม 15. นางสาวรัตติกาล ทองสมบัติ 16. นางสาวนิภาวรรณ ปัญโญสุข 17. นางสาวกาญจนา สังข์เงิน 18. นางสาวอลิษา รักพินิจ 19. นางสาวอรทัย ศรีมะณี 20. นางสาวธนัสถา ชาวงษ์ 21. นางสาวธนีกานต์ แดงดา 22. นางสาวพิสมัย สอนไสย์ 23. นางสาวนิสา ร่มเย็น

เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป!
ที่เที่ยวหน้าฝน /  ที่เที่ยวเชียงใหม่ / 

เดินทางครั้งนี้ ฉบับเดิมเน้น eco trip มีตังค์เท่าไรเอาไปลงกับการเที่ยวและกิน การเดินทางช่างมัน เฮ่ยย ๕๕๕ สรุปเราเดินทางโดยการนั่งรถทัวร์ครับ ทั้งขาไปและขากลับ ก่อนเดินทางก็จัดแจงจับจองนัดแนะกับบริษัทเช่ารถครับ ผมจองรถกับบริษัทท้องถิ่นมั้งไม่รู้เค้าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า ครั้งนี้ผมใช้บริการร้าน "กินเที่ยว รถเช่า เชียงใหม่"  นัดแนะสถานที่รับรถและวันเวลาการรับรถคืนรถให้เรียบร้อยนะครับส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายนั้น เดี๋ยวมีแนบให้ท้ายรีวิวครับ เที่ยว 'เชียงใหม่' หน้าฝน จะไปต้องได้ไป! Day 0 นับเป็น วันที่ 0 แล้วกันครับ  เพราะว่าเป็นวันเริ่มเดินทาง ใช้บริการรถทัวร์ของบริษัทสีฟ้าๆ ๕๕๕ ช่างมัน บริษัทอะไรก็ตามแต่ มาขึ้นรถกันที่ หมอชิต ครับ รอบ 20.35 กะให้ถึงเชียงใหม่เช้า เข้าที่พัก รับรถที่จองไว้ แล้วเที่ยวเลย Day1 ถึงแล้วครับเชียงใหม่ ตามเวลาเป๊ะเลย ตีห้ากว่าๆ เกือบครึ่งได้  พอลงรถปุ๊ปป คณะรถแดงมาจากไหนไม่รู้ รถแดงก่อจ้าววววว ๕๕๕  รู้ตัวอีกทีเดินตามป้าอะไรก็ไม่รู้ไปละต้อยๆ ==*  และนี่คือโฉมหน้าผู้โชคดี ที่พวกเรา ตกลงปลงใจเหมารถแดงในราคา 250 บาท อาเขต-วัดเจ็ดยอด หลังจากที่ตกลงปลงใจ ต่อราคา(ไม่ได้) ก็พากันขึ้นรถมา โชคดีที่ทริปนี้ได้ที่พักฟรี ด้วยเส้นล้วนๆ ไม่มีความผสมอะไรทั้งสิ้น ส่วนเจ้าของเส้นนั้น ได้ไปบอกทางอยู่ข้างๆ คนขับรถ พอเก็บของอาบน้ำ นอนพักเอาแรงนิดหน่อย ท้องก็ร้อง บริษัทรถโทรมาขอเลื่อนเวลาส่งรถ เลยพากันออกมาเดินเล่นครับ ที่แรกที่ไปเยือนก็คือวัดเจ็ดยอดหน้าหอนี่เองครับผม  ไปเดินฆ่าเวลา รอรถที่ได้โทรจองไว้ เผื่อเวลากินข้าวด้วย หลังจากกินข้าวเสร็จเวลาก็ปาไป 9 โมงกว่าๆได้ครับ พากันกลับขึ้นที่พักเตรียมสัมภาระ รอรถมาส่ง พอได้รถมาก็ปาไปประมาณ 09.30 ได้ก็เริ่มออกเดินทาง จุดมุ่งหมายแรกที่เราได้ปักธงไว้เลยนั่นก็คือ ดอยอินทนนท์ ใช้เวลาในการเดินทางราวๆ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ได้ จากในตัวเมืองเชียงใหม่ครับ การเดินทางนี้ ไม่มีผู้ชำนาญเส้นทางแต่อย่างใด จึงได้อ้อนวอน ขอร้องผู้ช่วย ชื่อว่าคุณจีพีเอส ชื่อเล่น พี่จี แล้วกันเนาะ ตลอดการเดินทาง ไม่มีพี่จี พวกผมตายยย ๕๕๕ ถึงแล้ววววววววววว หลังจากที่หลงทางกันอย่างเมามัน โค้งผิดซอยบ้างอะไรบ้าง ๕๕๕ หากขาด พี่จี ไปนี่คงขับเลยไปอีกจังหวัดได้ละมั้ง T^T   พอมาถึง อช.ดอยอินทนนท์ ก่อนเข้าเค้าจะมีด่านเก็บค่าเข้านะครับ จอดรถข้างทางเลย พอลงจากรถปุ๊ป ก็มีป้าคนนึงมาบอกว่าเป็นนักศึกษาไปขอส่วนลดเลย เอาบัตรไปยื่นได้จาก 50 เหลือ 20 แล้วคุณป้าแกก็บอกว่า ช่วยซื้อพวกมาลัยป้าด้วย เดี๋ยวเอาไปไหว้ข้างบน ~   ครับคุณป้า ==* และนี่คือไอ่อ๊อด รถคู่ใจในทริปนี้ ๕๕๕ สมบุกสมบัน อาหารโปรดของไอ่อ๊อดคือ ไม้ไผ่ และท้ายรถตู้ ๕๕๕ ไม่ใช่ละๆ คันนี้เครื่อง 1500 พาขึ้นดอย 5 คน ได้รอดนะครับ สบายๆ เลย ระหว่างทางขึ้นก็มีละอองฝนปรอยๆ ขับไปได้สักครึ่งทางจะเห็นว่ามีหมอกบางๆ เป็นบางจุด และหนามากๆ จนไม่เห็นทางในหลายจุด ต้องระมัดระวังในการขับขี่นะครับสำหรับคนที่จะขับขึ้น ระหว่างทางก็จะเป็น หมอกบ้าง ละอองฝนบ้างครับ มีคนปั่นจักรยานขึ้น มีคนเดินขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่คนไทย ๕๕๕ คนนี้เจอโดยบังเอิญตอนลงถ่ายรูปครับ เขาบอกว่า ให้ช่วยถ่ายรูปให้ไหม แหม่ะ น้ำใจงามจริงๆ เลยชวนมาถ่ายภาพด้วยกันซะเลย แต่ไม่ได้ให้เขาติดรถขึ้นไปครับ เพราะในรถเต็มจริงๆ ไม่ได้แล้งน้ำใจน้า เกือบจะถึงยอดดอยแล้ววว แวะ กิ่วแม่ปาน สักหน่อย อากาศหนาวมากกกกกกกกกกก ยิ่งกว่าฤดูหนาวของ กทม. (ปล.ปิดให้ขึ้นชมตั้งแต่ มิ.ย.-ต.ค.) จุดนี้มีร้านอาหารด้วยนะครับ หมูปิ้ง คอหมูย่าง อะไรย่างมีหมดเลยครับ ปักหมุด ดอยอินทนนท์ ถึงสักที พอเปิดประตูรถเท่านั้นแหละ โอ้วววว หนาวจะอะไรจะขนาดนั้น หมอกลงแบบมองไม่เห็นทาง ๕๕๕ เหมือนจะมีฝนด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำค้างหรือเปล่า แต่เดินหัวเปียกกันทุกคนครับ แนะนำถ้าอยากฮิปส์เตอร์ให้ซื้อผ้ากันฝนสีๆ ไปถ่ายรูปด้วย ๕๕๕ เดินเล่นได้สักพักก็ทนความหนาวเหน็บไม่ได้ เอาดอกไม้ที่ซื้อมาไปไหว้ (ไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าอะไร) แล้วก็รีบขึ้นรถขับลงดอยกันครับ ระหว่างทางจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้แวะเที่ยว มีเยอะพอสมควรครับ วันนี้พวกเราแวะกัน 2 ที่ มี หมู่บ้านแม่กลางหลวงที่ข้าวเพิ่งจะปลูกไปเอง และน้ำตกวชิรธาร เที่ยวดอยอิทนนท์เพลิน เดินไปถ่ายรูปไป เวลาก็ล่วงเลยไปประมาณ 4 โมงกว่าได้ครับ เดิมแพลนวันนี้ จะไปแกรนด์แคนยอนต่อ เลยรีบกินข้าวกันที่น้ำตก แล้วรีบขับมุ่งหน้าไปยังแกรนด์แคนยอนครับ แต่... มีแต่ครับ ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ ได้กระหน่ำลงมาอย่างไม่เกรงใจพวกผมเลย ๕๕๕๕ พอเลี้ยวเข้าปากทางเข้าเท่านั้นแหละ ฝนกระหน่ำแบบ โอ๊ยยยย นี่ตั้งใจมามากนะเว้ยย แต่ด้วยฟ้าฝนไม่เอื้ออำนวย เลยตัดสินใจกลับเข้าเมืองครับ พอขับมาได้สัก 500 เมตร นั่นแหละ ฝนหยุดตกจ้า หึ่มมมม พรุ่งนี้ก็ได้ว้า ๕๕ เย็นนี้ไปพักใจกันที่ อ่างแก้ว มช. ก่อนก็ได้ นั่งกินลมชมวิวกันที่ อ่างแก้วแพรวพราวรื่นรมย์ เห็นเขาว่างั้น ๕๕๕๕ มานั่งได้สัก 10 นาที ฝนตกอีกแล้วครับท่านน T^T ตัดสินใจกลับที่พักมาชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนชุด  กินข้าวเย็นนนกันเถอ หิวแล้วว ปิดจ็อบ day 1 เย้ๆๆ หลังจากอกหักมาจากแกรนด์แคนยอน และอ่างแก้วเพราะฝนตก กลับที่พักไปนอนทำสมาธิ ๕๕ ได้ข้อสรุปว่าจะไปหาอะไรกินที่ กาดหน้ามอ Day2 ตื่นเช้าแต่ไก่โห่ รีบปลุกพี่จี แล้วเหยียบรถขึ้นมาข้าวปลาไม่ยอมกิน ๕๕๕๕ กลัวไม่ทันอากาศดีๆ ๕๕๕ ใช้เวลาเดินทางจากในเมืองถึงม่อนแจ่ม ก็ราวๆ 45 นาทีได้ครับ ขึ้นมาถึงถือว่าคุ้มมากก มีอากาศดีๆ มีหมอกบางๆ  มีดอกไม้หลายๆชนิด มีผีเสื้อ มีภูเขา สวยมากก ใช้เวลาถ่ายรูป เดินเล่นสักพักก็ท้องร้องจ๊อกๆๆ พากันลงไปกินข้าวคับ กับข้าวข้างบนก็มีนะ แต่นศ.อย่างพวกเราไม่สู้จริงๆ แวะกินข้าวกินน้ำเสร็จ ขับรถลงดอยมาอีกนิด ระหว่างทางจะเป็น สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่นี่ ไม่ไกลจากม่อนแจ่มมาก สวยดี มีพืชทุกชนิดก็ว่าได้ บางชนิดยังปิดปรับปรุงอยู่นะครับ  ช่วงนี้อันนี้เขาไปเดินลอยฟ้ากันก็ปิดปรับปรุงอยู่นะ หลังจากชมนกชมไม้นานาพันธุ์ ก็ตกลงกันว่าเมื่อวานเราขาดไปที่นึง เรายังไม่ได้ไปเยือนแกรนด์แคนยอนเลย วันนี้ต้องไปให้ได้ ก็เลยรีบออกเดินทาง ๕๕๕ ถึงแล้ววว แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่  ด้วยความคาดหวังว่าฝนจะไม่ตก มีลุ้นตลอดทาง มีครึ้มมาเล็กน้อย  แต่พอขับมาถึงโชคดีที่ฝนไม่ตก น่าเสียดายไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนโดดน้ำ ปล.ฝรั่งเยอะมากกก หลังจากที่กินลมชมฝรั่ง เอ้ยยย ชมวิวที่แกรนด์แคนยอนเสร็จ เส้นทางเดียวกันขับรถเลยมาอีกสักพัก จะเจอกับ กับบ กับบบบบบ จะตื่นเต้นทำไม ? บ้านเก๊าไม้รีสอร์ท แวะถ่ายรูปกันเถอะะ  ก่อนเข้าแจ้งยามเขาก่อนนะครับ ปล.รูปประวัติศาสตร์มีรูปเดียวเท่านั้น นอกนั้นเผ่นนนนน ปิดทริป day 2 ครับ ภาคกลางคืน ท้องเริ่มร้อง เริ่มขับรถหาร้านอาหารพื้นเมือง ตกลงกันอยู่นานได้ข้อสรุปว่า ไปกินกันที่นิมมานครับ อยากบอกว่า วนหาที่จอดรถนานมากกก ถ้าจะไป รีบไปตอนเย็นๆ ได้ร้านต๋องเต็มโต๊ะ  พิกัด นิมมาน ซ.13 รอคิวยิ่งกว่า บอนชอนนะครับบอกเลย อาหารที่นี่อร่อยดีครับ มากันหลายๆคนจ่ายไม่กี่บาทเอง พอกินของคาวเสร็จ ของหวานต้องมาสิครับแหม่ะ ๕๕๕๕ แยกกระเพาะได้ดีงามมาก ร้านต่อไปเป็นร้านอ้อนนมสด หลังมช. ครับ มีขนมปังปิ้ง นึ่ง เปียก แห้ง อะไรก็ว่ากันไป พออิ่มแล้วก็กลับไปนอนนนน Day 3 วันนี้วันสุดท้ายแล้วของทริปนี้ วันนี้มีนัดคืนรถกับทางร้านเวลา 11.20 ครับ เลทให้ 2 ชม. ใจดีมากกกกกกก วันนี้ก็ตื่นสายนิดนึงไม่ได้ไปไหนไกลแล้วครับ ชวนกันว่าจะไปกินปาท่องโก๋ ซื้อของฝากกันที่กาดหลวง ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ บลาๆ ๕๕๕ รสชาติเป็นอย่างไร ไปชิมเอาเอง ที่กาดหลวง มาถึงที่นี่แล้วก็เลยแวะซื้อของฝากกลับบ้านด้วยเลย เย่ๆ กลับจากตลาดก็ได้เวลา คืนรถครับผมมม จากนี้ไปรถแดงเท่านั้น  กราบลาพี่จี ๕๕๕ วันนี้ไม่มีอะไรมากครับ เน้นสายชิว กลับมาจากตลาด ซื้อของเสร็จก็นอนพักผ่อนเอาแรง คืนรถ รับเงินประกันคืนก็เที่ยงกว่าๆ พอดี นี่คือสภาพหลังคืนรถแล้วครับ สำหรับคนที่มาเที่ยวแบบนี้หลายๆ คน แนะนำเช่ารถครับ  คิดว่าน่าจะดีกว่าเพราะว่าไปไหนสะดวกกว่ามากครับ จุดมุ่งหมายเที่ยงนี้ของพวกเราเป็น ร้านข้าวซอยนิมมาน ซอย 7 และ ไอเบอรี่ ซอย 17 ครับผม วันนี้พวกเราเลือกปิดทริป ที่ วัดพระสิงห์ และวัดปราสาท เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน เย้ๆ ไหว้พระกันเสร็จก็เย็นแล้วครับ ออกเดินทางตามหารถแดงไปเมย่า (MAYA) ซื้อของฝากให้พี่ยามกับป้าแม่บ้านที่หอ เย็นนี้กลับไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านขายกับข้าวหน้าหอเลยครับ เสร็จก็เรียกรถแดงไปอาเขต กลับบ้านนนนนนน สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริปนี้ครับ ปิดทริป เชียงใหม่ (หน้าฝน) จะไปต้องได้ไป ในที่สุดทริปนี้ก็คลอดจนได้ กว่าจะได้มานี่ยากลำบากเหลือเกิน ๕๕๕๕ ลุ้นระทึกกับเคสบลาๆๆ แต่ช่างมันเถอะได้มาแล้วนี่นา ทริปนี้เรามาลุยกันที่เชียงใหม่ มาแบบงงๆ คิดแพลนก่อนมา 1 วัน กิกิ เค้าว่ากันว่าขึ้นดอยหน้าฝน ☔ เป็นอะไรที่ฟินมากๆ เลยอยากลองมาดูสักครั้ง ขอบคุณทุกคนน้าาา ที่มาด้วยกัน ขอบคุณที่ลุยไปด้วยกัน แม้บ้างที่มันลำบาก ๕๕๕ ไว้เราไปด้วยกันใหม่นะ C: #เชียงใหม่จะไปต้องได้ไป #ppnnfliveinchiangmai ขอบคุณรูปภาพ-ข้อมูล Facebook : Weerapon Baiya

ย้อนรอยหลากหนังสุดเจ๋งของ ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์
Everybody Wants Some /  ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์

โดย ดาวุธ ศาสนพิทักษ์ ส่วนหนึ่งจากบทความ "Boyhood กาลเวลา ความทรงจำ และการเติบโต" นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 151 (ส.ค. 2557) ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์ ได้ชื่อว่าเป็นคนทำหนังที่ชอบผลิตงานออกมาหลากแนว และผลักขอบเขตของตัวเองอยู่เสมอ และเพื่อต้อนรับผลงานล่าสุดของเขาซึ่งกำลังจะเข้าฉายในบ้านเราอย่าง Everybody Wants Some!! เรามาย้อนรอยดูเส้นทางผู้กำกับของเขา ด้วยเหล่าผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขากันดีกว่า! “เหตุการณ์ใหญ่โตเกิดขึ้น พวกเราส่วนใหญ่ก็ได้แต่เฝ้ามองมัน คนที่ทำให้สิ่งต่างๆ กระเพื่อมได้จริงๆ มีแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นแหละ” ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์ It’s Impossible to Learn to Plow by Reading Books (1988) It’s Impossible to Learn to Plow by Reading Books (1988) ผลงานชิ้นแรกที่เขาทั้งถ่าย (ด้วยกล้อง 8 มม.) ตัดต่อ และแสดงเอง หนังไม่มีพล็อตชัดเจน นอกจากถ่ายทอดให้เห็นเด็กมหาวิทยาลัยที่กำลังไปแฮงเอาต์กับเพื่อนในชนบท https://vimeo.com/70031451 Slacker (1991) ผลงานลำดับ 2 ที่ไม่มีพล็อตแน่ชัดอีกเช่นกัน ลิงค์เลเตอร์พาเราตามติดตัวละครที่เตร็ดเตร่ไปในออสตินอย่างไร้จุดหมาย เป็นอีกครั้งที่เขานำเสนอชีวิตสามัญธรรมดาให้คนดูมีส่วนร่วม จนมันกลายเป็นหนังอินดีที่แหวกเส้นทางในวงการให้ลิงเคลเตอร์ http://www.youtube.com/watch?v=r9f9M6UAYb0 Dazed and Confused (1993) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังวัยรุ่นที่จริงใจที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยหนังเล่าถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตในไฮสคูล โดยได้ดารา (ที่โด่งดังในเวลาต่อมา) มา แสดงได้ฮาสุดๆ ทั้ง แม็ตธิว แม็กคอนาเฮย์, เบน แอฟเฟล็ค, มิลา โจโววิช, พาร์คเกอร์ โพซีย์ โดยลิงเคลเตอร์กล่าวว่า Everybody Wants Some!! เปรียบได้ดังภาคต่อกลายๆ ของหนังเรื่องนี้ ที่เล่าถึงช่วงเวลา 3 วันสุดท้ายก่อนเปิดเทอมมหาวิทยาลัยวันแรกของกลุ่มเฟรซซี่ทีมเบสบอลมหาวิทยาลัย http://www.youtube.com/watch?v=3aQuvPlcB-8 Tape (2001) หนังดรามาถ่ายทำด้วยกล้องดิจิตอลซึ่งให้ภาพสุดดิบ เล่าถึงตัวละครแค่ 3 คนในห้องโรงแรมทั้งเรื่อง อีธาน ฮอว์ค กับ โรเบิร์ต ฌอน เลนเนิร์ด เล่นเป็นเพื่อนสมัยมัธยมที่มานัดเจอกัน หนังเต็มไปด้วยบทสนทนาและเริ่มมุ่งสู่ด้านมืดลึกลับเมื่อหญิงสาวที่ทั้งคู่เคยหมายปอง (อูมา เธอร์แมน) กลับมาอีกครั้ง http://www.youtube.com/watch?v=3AzZ6Fop4Eg Before Trilogy: โมงยามกับความรัก กาลเวลาเป็นสิ่งหนึ่งที่ลิงเคลเตอร์หมกมุ่นสำรวจ ว่ามันได้ผันผ่านและกร่อนเซาะการดำรงอยู่ของตัวเรากับความสัมพันธ์ของเราไปอย่างไรบ้าง ตัวอย่างสำคัญคือ ไตรภาค Before (Before Sunrise, Before Sunset, Before Midnight) ที่หยิบจับโมงยามในความสัมพันธ์ 18 ปีของเจสซีกับเซลีน (อีธาน ฮอว์ค กับ จูลี เดลพี ซึ่งนอกจากแสดงยังร่วมเขียนบทด้วยทุกครั้ง) มาเล่า ตั้งแต่ครั้งพวกเขาพบกันบนรถไฟและตกหลุมรัก กลับมาเจอกันอีกครั้งหลัง พลัดพราก และเผชิญกับความขัดแย้งหลังจากได้ครองคู่กันแล้ว โดยในขณะที่ตัวละครเติบโตไปตามวัย ลิงเคลเตอร์ ฮอว์ค เดลพี และตัวหนังเองก็เติบโตขึ้นเช่นกัน ไตรภาค Before ได้กลายมาเป็นเรื่องราวความรักที่จับใจนักดูหนังหลายคน จนเราอาจเผลอคิดว่าลิงเคลเตอร์ได้ไอเดียที่จะเล่นกับเวลาใน Boyhood (ซึ่ง ออกมาหลังจาก Before Midnight เพียงปีเดียว) มาจากไตรภาคนี้รึเปล่า? …อย่าลืมว่าเขาเริ่มถ่าย Boyhood ตั้งแต่ปี 2002 ส่วน Before Sunset ออกฉายปี 2004 ดังนั้น ถ้าพูดให้ถูกกว่าคือ Boyhood ต่างหากที่ทำให้เขากับฮอว์คปิ๊งไอเดียในการสานต่อเรื่องราวให้แก่คู่รักแห่ง Before Sunrise จนได้ภาคต่ออีก 2 ภาค Waking Life (2001) ลิงเคลเตอร์ดลองใช้เทคนิค Rotoscope (ถ่ายคนแสดง แล้วนำมาวาดภาพลอกลายทีละเฟรม) เป็นครั้งแรก เล่าความฝันของชายหนุ่มที่กลายเป็นการเดินทางเชิงปรัชญาอันเต็มไปด้วยบทสนทนาถกเถียงถึงความเป็นจริง ความหมายของการดำรงอยู่ ธรรมชาติของความสัมพันธ์ ฯลฯ http://www.youtube.com/watch?v=uk2DeTet98o School of Rock (2003) หนังแมสส์ที่สุดของเขาซึ่งประสบความสำเร็จในการผสมความเป็นหนังตลาดเข้ากับธีมเฉพาะตัว นั่นคือเรื่องของการเติบโตและ การยืนหยัดยอมรับตนเองท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของโลก ด้วยเรื่องของร็อคสตาร์วอนนาบีที่ผันตัวเองมาเป็นครู (แจ็ค แบล็ค) แล้วนำดนตรีร็อคเข้ามากอบกู้ชีวิตตนเองและเด็กๆ ในชั้น http://www.youtube.com/watch?v=5afGGGsxvEA Fast Food Nation (2006) เขาดัดแปลงหนังสือแฉอุตสาหกรรมฟาสต์ฟูดและวัฒนธรรมการกินของอเมริกันชนของ เอริค ชลอสเซอร์ (ซึ่งมาเขียนบท ด้วย) ให้กลายเป็นหนังที่เล่าหลายเส้นเรื่องจากตัวละครหลายตัว แม้จะสับสนยุ่งเหยิง แต่หนังก็สร้างความประทับใจด้วยฉากน่ารักๆ ก่อนที่จะพาไปตีแผ่ให้เราเห็นกระบวนการ "กว่าจะเป็นเบอร์เกอร์" ขันชวนขนลุกและหดหู่ในตอนท้ายเรื่อง (T T) http://www.youtube.com/watch?v=xqQ8o5iykoE A Scanner Darkly (2006) หนังการ์ตูนไซ-ไฟดัดแปลงจากนิยายของ ฟิลิป เค ดิก นักเขียนแนวไซ-ไฟชื่อดังด้วยเทคนิค Rotoscope เล่าเรื่องของตำรวจลับสืบคดีค้ายาที่กลับติดยาซะเอง (คีอานู รีฟส์) จนเขารับรู้ความเป็นจริงและตัวตนของเขาเองบิดเบือน http://www.youtube.com/watch?v=TY5PpGQ2OWY Bernie (2011) หนังดรามาคอมิดีสร้างจากเรื่องจริง เล่าความสัมพันธ์ประหลาดระหว่างสัปเหร่อผู้สุภาพอ่อนโยน (แจ็ค แบล็ค) กับแม่ม่ายสูงวัย (เชอร์ลีย์ แม็กเคลน) ที่นำไปสู่อาชญากรรมสุดสะเทือนขวัญ (ที่เซอร์ฯ มากคือ เบอร์นีตัวจริงถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการลดโทษเหลือ 15 ปี โดย หนึ่งในเงื่อนไขของศาลก็คือเมื่อออกมาเขาต้องไปอยู่บ้านลิงเคลเตอร์!) http://www.youtube.com/watch?v=d8SlvooqgAw Boyhood (2014) Boyhood เป็นหมุดหมายสำคัญที่สร้างความแปลกใหม่แก่วงการหนัง และเป็นอีกหนึ่งเพชรประดับยอดมงกุฎบนเส้นทางการเป็นผู้กำกับของลิงเคลเตอร์ ที่สามารถกุมบังเหียนโปรเจ็กต์ซึ่งกินเวลายาวนานโดยไล่ถ่ายทำไปปีละนิดละหน่อย (ปีหนึ่งๆ ออกกองกัน 3-4 วัน) ตั้งแต่ปี 2002 จนเพิ่งมาปิดกล้องกันเมื่อตุลาคม 2013 ลิงเคลเตอร์กล่าวว่า “เหตุการณ์ที่สำคัญจริงๆ มันเกิดรายล้อมเหตุการณ์ใหญ่ๆ เสมอ อย่างตอนผมเรียนจบ ช่วงสำคัญไม่ใช่ตอนขึ้นไปรับประกาศนียบัตรบนเวที แต่เป็นตอนที่นั่งอยู่ในรถกับคู่หูหลังจบพิธีนั่นไปแล้วต่างหาก ผมหลงใหลประวัติศาสตร์ในเวอร์ชันของคนตัวเล็กๆ มากกว่าของพวกคนตัวใหญ่ เหมือนที่ตอลสตอยเขียนถึงสงครามนโปเลียนโดยเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นรอบสงคราม เรื่องของปัจเจกบุคคลกับผลกระทบที่พวกเขาได้รับ เพราะนั่นไม่ใช่หรือ ที่คือวิถีชีวิตของเราในทุกเมื่อเชื่อวัน" http://www.youtube.com/watch?v=Y0oX0xiwOv8 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

โกยทรัพย์อื้อซ่า! เผยมูลค่าเบ็ดเสร็จ คล็อปป์ ล้างบางแข้งหงส์ฟันกำไรหลัก100ลป.
ข่าวลือซื้อขายนักเตะ /  ลิเวอร์พูล / 

ถือเป็นอีกหนึ่งกุนซือที่จัดว่าเขี้ยวลากดินในการขายนักเตะออกจากทีมพอสมควรเลยทีเดียว! สำหรับ เจอร์เกน คล็อปป์ ที่ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลจาก Metro มาว่า ช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล จะได้รับทรัพย์ในส่วนของการขายนักเตะออกไปจากทีมถึง 100 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว โดยปัจจุบัน "หงส์แดง" ยุคการทำทีมแบบเต็มตัวของ เจอร์เกน คล็อปป์ ขายนักเตะออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้ไปแล้วถึง 7 ราย ได้แก่ จอร์ดอน ไอบ์, โจ อัลเลน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เจอโรม ซินแคลร์, เซร์กี้ คานอส, จอร์แดน รอสซิเตอร์ และเจา คาลอส เตเซร่า (มูลค่ารวมทั้งหมด 40 ล้านปอนด์) บวกกับล่าสุดที่คาดว่าจะปล่อยไปแน่ๆคือศูนย์หน้าร่างโย่งอย่าง คริสติย็อง เบนเตเก้ ให้กับ คริสตัล พาเลซ ในราคา 30 ล้านปอนด์ และเจ้าหนู แบรด สมิธ ก็เป็นอีกคนที่กำลังจะมุ่งหน้ามาเปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่ของ บอร์นมัธ ที่ค่าตัว 6 ล้านปอนด์ (รวมของเก่าที่ขายไปแล้วจะเท่ากับ 76 ล้านปอนด์) ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะนอกเหนือจากทั้งหมดที่ว่ามา ลิเวอร์พูล ยังเหลือตัวที่ เจอร์เกน คล็อปป์ พร้อมเปิดทางในการย้ายทีมอีก 4 ราย ได้แก่ มาริโอ บาโลเตลลี่, ลาซาร์ มาร์โควิช, หลุยส์ อัลแบร์โต้ และ อังเดร วิสดอม ซึ่งคาดว่าทั้งหมดน่าจะได้ค่าตัวรวมกันแล้วใกล้เคียงหรือทะลุหลัก 30 ล้านปอนด์ ขึ้นไปค่อนข้างแน่ ทำให้คาดว่าตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์นี้ "หงส์แดง" จะปล่อยนักเตะออกไปจากทีมมากถึง 13 ราย พร้อมกับรับทรัพย์เข้ามาช็อปแข้งใหม่รวมแล้วถึง 100 ล้านปอนด์

ไม่พึงกระทำ! “บิ๊กอ๊อด” เตือนสติแข้งช้างศึกไม่ควรไร้มารยาทกับแฟนบอล
ทีมชาติไทย /  ธีราทร บุญมาทัน / 

ประมุขลูกหนังฟุตบอลไทย ออกโรงเตือนสติบรรดาแข้งทีมชาติไทยไม่ควรเเสดงกิริยาไร้มารยาทกับแฟนบอล หลังก่อนหน้านี้ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้สัมภาษณ์แนะนำบรรดานักเตะโดยเฉพาะผู้เล่นทีมชาติไทย ไม่ควรไร้มารยาทกับกองเชียร์เเม้จะอยู่ฝั่งตรงข้าม เเนะเป็นสิ่งที่ไม่พึ่งกระทำ เพราะก่อนหน้านี้ทีมชาติไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีเเละได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากนาๆชาติ โดยเกมบิ๊กเเมตช์ระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตกเป็นประเด็นอย่างหนักหลัง ธีราทร บุญมาทัน ที่ไปกระโดดดีใจใส่ต่อหน้าเเฟนบอลบุรีรัมย์พร้อมคำพูดที่คล้ายด่าหยาบคาย รวมถึงดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่ไปชูนิ้วกลางใส่แฟนบอลเจ้าถิ่นช่วงหลังจบการแข่งขัน จนกลายเป็นกระแสที่มีการวิภาควิจารณ์ในวงกว้าง “ผมอยากบอกให้น้องๆ หรือนักเตะที่ติดทีมชาติให้ระวังในการแสดงกิริยามารยาทไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกับกองเชียร์ไม่ควรไปทำกริยาไม่ดีใส่พวกเขารวมถึงกับนักเตะทีมตรงข้ามด้วย เพราะนั้นเป็นสิ่งไม่พึงกระทำ เพราะนักโดยเฉพาะผู้เล่นที่ติดทีมชาติไทยนั้นเคยได้รับคำชมจากหลายๆ ฝ่ายมาตลอดว่ามีมารยาทดี เเละเรียบร้อย ในช่วงฟุตบอลซูซูกิ คัพครั้งที่ผ่านมา” “บิ๊กอ๊อด” กล่าว

ถึงเป็นแค่ครัวขนาดเล็ก แต่ก็สร้างความสุขได้...
ครัว /  คอนโดมิเนียม / 

ถึงเป็นแค่ครัวขนาดเล็ก แต่ก็สร้างความสุขได้... ในข้อจำกัดของพื้นที่การสร้างสรรค์มุมประกอบอาหารนั้น มีผลต่อการวางแผนในการจัดการพื้นที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การวางแผนให้เหมาะสมกับพื้นที่และพฤติกรรมการใช้งานจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้พื้นที่ขนาดเล็กสามารถตอบสนองและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดŒต่อผู้ใช้งาน ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ มีทางเลือกเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตมากขึ้น และหนึ่งในนั้นคือ ที่พักอาศัยขนาดเล็ก อย่างเช่นคอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด เป็นต้น จากลักษณะพื้นที่ที่จำกัดของคอนโดมิเนียมทำให้การเลือกใช้อุปกรณ์ รวมถึงความชัดเจนในการใช้งาน มีผลต่อการสร้างมุมประกอบอาหารในพื้นที่จำกัดอย่างมาก ซึ่งเราก็มีเกร็ดความรุ้เล็กๆ น้อยๆ มาฝากทุกคนกัน หากคุณชอบทำอาหารแต่ต้องอยู่ในพื่นที่จำกัด จะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง... รู้ทันพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง ตรงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ผู้ใช้งานต้องตั้งคำถามกับตัวเองก่อนที่จะเริ่มสร้างครัวขนาดเล็กขึ้นมาว่าครัวนี้ใช้งานสำหรับสมาชิกกี่คน ทั้งผู้ใช้งานหลักนั่นคือตัวเราเอง และผู้ใช้รอง เช่น แขกที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน เมนูที่ทำประจำเป็นเมนูประเภทใด ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง เพราะเราสามารถเห็นพื้นที่ใช้สอยที่มีความชัดเจนขึ้นจากขนาดและจำนวนของอุปกรณ์ต่างๆ เลือกที่ต้องใช้ หลายครั้งที่พื้นที่ใช้สอยที่มีไม่เพียงพอจากการเลือกใช้ภาชนะอุปกรณ์ที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เลือกใช้หม้อและกระทะเบอร์ใหญ่เกินความจำเป็น แถมยังใช้งานไม่บ่อย เราจึงเสียพื้นที่ไปเปล่าๆ ให้กับเรื่องเหล่านี้โดยไม่จำเป็น เราจึงควรเลือกใช้อุปกรณ์ทุกชนิดให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานและพื้นที่ เพราะอย่าลืมว่าเรามีพื้นที่จำกัด ไม่เหมาะกับการเผื่อทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป อเนกประสงค์ไอเดีย Multi Function จงมีคำว่า “อเนกประสงค์” เข้ามาในการจัดสรรพื้นที่ให้มากๆ เพราะจากพื้นที่หรือประโยชน์ใช้สอยที่เคยใช้งานได้เพียงเรื่องเดียว อาจกลายเป็นพื้นที่สารพัดประโยชน์มากขึ้น และสิ่งนี้จะช่วยซ่อนความใหญ่ของพื้นที่ที่หายไปเป็นคำว่าอเนกประสงค์ ในปัจจุบันอุปกรณ์ต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่มากมาย เช่น อุปกรณ์เข้ามุมที่จะทำให้มุมอับภายในเคานเตอร์ตามซอกต่างๆ สามารถใช้งานได้ไม่เป็นพื้นที่ไร้ประโยชน์อีกต่อไป หรือแผ่นพื้นสำหรับวางบนซิงก์ล้างจานเพื่อเพิ่มพื้นที่แนวราบบนเคานเตอร์เหนือหลุมล้างจาน รวมถึงอุปกรณ์ห้อยแขวนต่างๆ อีกมากมาย แนวทางต่างๆ เหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการวางแผนสร้างสรรค์พื้นที่ครัวที่ขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี ที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาน่าประทับใจจนได้มาซึ่งเมนูแสนอร่อยในทุกมื้ออาหารเลยทีเดียวแหละ เครดิตจาก นิตยสาร @Kitchen ฉบับเดือนกรกฎาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

เผยหมดเปลือก!!! ชีวิตส่วนตัว แอ๊ด คาราบาว ทำอะไรบ้าง?
คุยเพลินเมืองไทย /  ยืนยง โอภากุล / 

   ไปออกรายการ "คุยเพลินเมืองไทย” ทางช่อง 8 เลยโดนพิธีกร ล้วงลึกถึงชีวิตส่วนตัว ของขุนพลเพลงเพื่อชีวิตงานชุกอย่าง แอ๊ด คาราบาว หรือ ยืนยง โอภากุล ที่หลายคนอยากรู้ และเจ้าตัวเองก็ไม่ค่อยได้เปิดเผยที่ไหนมาก่อน กับเรื่องราวการทำงาน และงานดิเรกสุดรักอย่างเลี้ยงไก่ชน อีกทั้งยังออกแบบพระเพื่อถวายวัดด้วยความศรัทธา จะเป็นอย่างไร ลองไปฟังกัน    โดย แอ๊ด คาราบาว เผยว่า "จริงๆ แล้วไม่ค่อยได้ไปออกรายการที่ไหน นานๆ ไปทีครับ มีคอนเสิร์ตทุกคืนเลยครับ กลางวันแต่งเพลงแล้วก็รับจ้างแต่งเพลง งานอดิเรกนอกจากเลี้ยงไก่ชน แล้วก็สร้างพระ เมื่อไม่นานมานี้ผมไปรู้จักเพื่อนในวงการพระเครื่องเค้ามาให้ผมออกแบบ พอออกแบบมันสวย ก่อนจะไปออกแบบผมก็จะไปศึกษาประวัติศาสตร์มาก่อน ทำให้เราเอามาประดิษฐ์แล้วสนุก ผมก็ทำเองเลยแล้วเอาไปถวายวัด อย่างผมตั้งไว้ว่าวัดนี้ผมจะให้ล้านบาท ผมก็จะเอาไปทำพระแล้วเอาไปถวายท่าน ท่านไปจำหน่ายท่านก็จะได้มากกว่าล้านถือเป็นการทำบุญ ผมเป็นคนไม่มีวันพักผมไม่ชอบมันว่างแล้วไม่รู้จะทำอะไร มันเบื่อ ที่ผมทำไก่ชนก็อยู่ใกล้บ้านใช้พื้นที่ประมาณไร่กว่า ผมอยากทำให้มันเป็นกีฬา ไก่ชนเป็นต้นตอของไก่ทุกอย่างที่บ้านเรามี เป็นพ่อพันธุ์หลัก ไก่ที่แพงของผมก็ 2.5 ล้าน ชื่อทีเร็คครับชนะมา 12 ไฟท์ ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังก็ไปได้ดีครับ ก็ร่วมมือกับนักธุรกิจคุณเสถียรทำมา 10 กว่าปีแล้ว ผมเป็นคนที่นอนปุ๊บแล้วหลับได้เลย ผมฝึกมา อย่าไปคิดเรื่องที่มันไร้สาระแล้วจะหลับ ผมเพิ่งจะมีบัญชี และเอทีเอ็ม ของผมเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง เพราะจะมีของบริษัทและบัญชีส่วนตัว ก็จะมีภรรยาดูแล"

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี