สงครามล้างพันธุ์อมตะ

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

เฒ่าวัย 68 เคราะห์ร้ายเชือกพันขาถูกวัวลากดับ
วัวลากเสียชีวิต /  เชือกพันขาเสียชีวิต / 

 เกิดเหตุชายวัย 68 ออกเลี้ยงวัว เชือกเกิดพันขา  โดนวัวลากจนเสียชีวิตคาคอก ร.ต.ต.สมยงค์ บานเย็น ร้อยเวรสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ภัยกุยบุรีว่า พบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในคอกวัว ในซอยท่าเฝือก1 ม.6 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จึงแจ้งให้ พ.ต.ท.คมสันต์ มาศิริ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี และรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่กว้างประมาณ 5 ไร่ ล้อมด้วยรั้วลวดหนาม เพื่อเป็นที่เลี้ยงวัว ภายในรั้วมีเพิงพักหนึ่งหลัง ห่างจากเพิงพักไป 20 เมตร พบร่างชายนอนอยู่ท่ามกลางแสงแดด ตามร่างกายมีรอยถลอกและบอบช้ำอย่างหนัก ตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อ นายเล็ก เครือแตง อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168 ม.6 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จากการสอบถามนางจิราพร ทับเนียม อายุ 35 ปี บุตรสาวของผู้ตาย ทราบว่าปกติบิดาของตนจะออกมาเลี้ยงวัวแต่เช้ามืด หรือบางวันก็จะนอนค้างคืนที่คอกวัว และพอสายก็จะกลับไปกินข้าวที่บ้านทุกวัน วันนี้เห็นว่านานผิดสังเกต ที่ไม่เห็นบิดาของตนมากินข้าว จึงได้ใช้หลานชายออกมาดู ก็พบว่าบิดานอนอยู่บนพื้นดินกลางคอกวัว โดยมีเชือกที่ล่ามวัวพันธุ์ไทยเพศเมีย อายุประมาณ 1 ปี สีน้ำตาลแดงพันอยู่ที่ขาและลำตัวของนายเล็ก หลานชายจึงรีบเข้าไปแก้เชือกออกจากร่าง และแจ้งไปยังญาติ พร้อมด้วยกู้ภัยกุยบุรี ทั้งนี้คาดว่า นายเล็กน่าจะกำลังนำวัวไปเลี้ยง แต่วัวอาจจะเกิดตกใจอะไรบางอย่างจนวิ่งเตลิด เชือกวัวเกิดพันขาจนและได้ลากร่างของนายเล็กไปบนพื้นดิน บวกกับนายเล็กมีอายุมากจึงไม่สามารถทานแรงดึงของวัวได้ จนโดนวัวลากจนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำร่างของนายเล็กส่งตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาลกุยบุรี เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูล : ข่าวสด

โซลวาซู เปิดตัว ลูมิเนเจอร์ เอสเซนเชียล ฟินิชเชอร์ ร่วมด้วย พลอย เฌอมาลย์ ปอย ตรีชฎา
ปอย-ตรีชฎา /  ผิวพรรณ / 

โซลวาซู เปิดตัว ลูมิเนเจอร์ เอสเซนเชียล ฟินิชเชอร์ นวัตกรรมเซรั่มปรนนิบัติผิวพรรณขั้นตอนสุดท้ายชิ้นแรกและชิ้นเดียวของโลก ปฏิวัติวงการความงามเพื่อบทสรุปแห่งผิวหน้าเปล่งประกายได้ถึง 5 ผลลัพธ์ ซุปเปอร์สตาร์สาวชื่อดัง เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ บอกเล่าถึงประสบการณ์ประทับใจต่อ ลูมิเนเจอร์ เอสเซนเชียล ฟินิชเชอร์ ว่า “ระหว่างถ่ายละครในแต่ละวันผิวหน้าของพลอยต้องผจญกับทั้งแสงไฟ แดดจ้า ความร้อน หรือสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลภาวะ การที่ได้ผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและทำหน้าที่เป็นเกาะป้องกันผิวอีกชั้นหนึ่งทำให้พลอยมั่นใจมากขึ้นว่าผิวหน้าจะไม่ถูกทำลายง่ายๆ ใช้แล้วผิวหน้าดูสว่างสดใสขึ้น จุดด่างดำลดเลือนลง เพิ่มความมั่นใจได้มากเลยค่ะ นอกจากนี้ เทรนด์ความงามของโลกในปัจจุบันยังมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจมาอยู่ที่ความงามในสไตล์ตะวันออกที่ให้ความสำคัญกับความเปล่งประกายที่สมดุลและสมบูรณ์แบบของผิวภายในสู่ภายนอกซึ่งส่วนตัวติดตามเทรนด์ความงามโลกอยู่เสมอและชื่นชอบความสวยสง่างามของเหล่าดาราและเซเลบริตี้แถวหน้าจากประเทศเกาหลีอยู่แล้ว จึงถือเป็นโอกาสพิเศษที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานเปิดตัวนวัตกรรมเซรั่มชิ้นแรกและชิ้นเดียวของโลกอันน่าประทับใจในค่ำคืนนี้” นอกจาก ผลิตภัณฑ์ ลูมิเนเจอร์ เอสเซนเชียล ฟินิชเชอร์ แล้ว งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้ยังได้นำเสนอ เฟิร์สแคร์ แอกทิเวติ้ง เซรั่ม (First Care Activating Serum) เซรั่มสูตรเปี่ยมประสิทธิภาพสำหรับใช้เป็นตัวแรกหลังล้างหน้า ซึ่งจะช่วยปลุกสมดุลผิวภายในสู่มหัศจรรย์ผิวภายนอกที่สวยสมบูรณ์แบบครบทั้ง 5 ประการ ได้แก่ ผิวแลดูเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวา ผิวยืดหยุ่นยกกระชับ ผิวกระจ่างใสสมบูรณ์แบบทุกมิติ ริ้วรอยแลดูจางลงจนสัมผัสได้ถึงความอ่อนเยาว์ และสุขภาพผิวดี ทอประกายจากภายในสู่ภายนอก สุดท้าย คือ ผลิตภัณฑ์ โซลวาซู เอเวนท์แฟร์ เพอร์เฟ็คติ้ง คุชชั่น (Sulwhasoo Evenfair Perfecting Cushion) รองพื้นสูตรอัจฉริยะสู่ผลลัพธ์ผิวสวย เรียบเนียน สมบูรณ์แบบ ยาวนานตลอด 12 ชั่วโมง สำหรับการแต่งหน้าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผิวสวย เรียบเนียน และสมบูรณ์แบบยาวนานตลอดวัน ด้วยรองพื้นสูตรฟองน้ำ ได้ผลลัพธ์อันน่าประทับใจแห่งการปรนนิบัติผิวพรรณสู่ความงดงามลงตัวในแบบองค์รวมได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ กิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจภายในงาน ได้แก่ การสาธิตการแต่งหน้าพร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ โดย วินิจ บุญชัยศรี Celebrity Make Up Artist ชื่อดัง และ โยเกิร์ต-รวิวรรณ บุญประชม นางแบบสาวสวยอันดับหนึ่งของเมืองไทย ฉายวีดิทัศน์แห่งแรงบันดาลใจและการสรรสร้างผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีทรงประสิทธิภาพอันก้าวล้ำของโซลวาซู การแสดงแฟชั่นโชว์ โดยนางแบบกิตติมศักดิ์ ณิชาบูล นาคาสัย, ศีตลา วงษ์กระจ่าง, พลอยพยัพ ศรีกาญจนา และ เต็มฟ้า กฤษณายุทธ ดำเนินรายการโดยพิธีกรสาวสวยมากความสามารถ เจนสุดา ปานโต รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus

คลิปชายบราซิลแกล้งงูอนาคอนด้ายักษ์ที่เพิ่งกลืนเหยื่อลงท้อง
คลิปแกล้งงูอนาคอนด้า /  งูอนาคอนด้า / 

คลิปชายบราซิลแกล้งงูอนาคอนด้ายักษ์ที่เพิ่งกลืนเหยื่อลงท้อง ในเว็บไซต์ยูทูปได้มีการเผยแพร่คลิปชื่อ Brazilian Men Find Giant Snake In River  ซึ่งเป็นคลิปที่ชาวบราซิลกลุ่มหนึ่งนั่งเรือเข้าไปในแม่น้ำและพบว่ามีงูอนาคอนด้าเหลืองขนาดยักษ์กำลังกลืนกินเหยื่อลงไปในท้อง ซึ่งชายหนุ่มคในเรือได้ใช้ไม้พายเขี่ยงูอนาคอนด้า จนมันตกใจว่ายน้ำหนีไปในขณะที่ท้องมันยังมีเหยื่ออยู่ โดยชายบราซิลก็ยังไม่ลดละขับเรือตามมันไปจนกระทั่งงูอนาคอนด้าหนีเข้าฝั่ง ชายบนเรือจึงได้จับส่วนหางพร้อมให้เรือลากร่างงูอนาคอนด้าไปตามน้ำ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถต้านทานแรงของงูได้มันพยายามดิ้นจนหลุดและว่ายหนีไปได้ในที่สุด ทั้งนี้งูอนาคอนด้าเหลือง เป็นงูไม่มีพิษขนาดใหญ่มีความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 3 เมตรน้อยกว่างูอนาคอนดาเขียว พบกระจายพันธุ์ในแหล่งน้ำจืดและพื้นที่ชุ่มน้ำต่าง ๆ ของทวีปอเมริกาใต้ ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้มาก Mthai News

ชาวรัสเซียกว่าหมื่นคนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล
กรุงมอสโก /  ชาวรัสเซีย / 

ชาวรัสเซียจำนวนกว่า 1 หมื่นคน ออกมารวมตัวกันบริเวณใจกลางกรุงมอสโก ของรัสเซีย เพื่อจัดกิจกรรมเดินขบวนแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลรัสเซียที่นำโดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเป็นผู้ที่ทำให้เหตุความไม่สงบในยูเครนขยายตัวรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า มีนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านหลายคนเข้าร่วมการเดินขบวนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงต่างก็เดินและตะโกนนโยบายต่อต้านสงครามไปพร้อมกัน ทั้งนี้กลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซีย ได้ต่อสู้กับกองทัพยูเครนในดินแดนทางตะวันออกของยูเครนมาตั้งแต่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยทางองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น ก็รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวเกือบ 3,000 คนแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า มีกลุ่มชาวรัสเซียที่สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนในยูเครนบางส่วน มารวมตัวประท้วงกิจกรรมเดินขบวนที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้เช่นกัน ส่งผลให้ตำรวจต้องนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อคอยป้องกันกันไม่ให้เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย MThai News ขอบคุณ ภาพและข่าวจาก รายการ : Good morning Thailand ช่อง MONO 29

ผบ.ตร.ออสซี่ ประกาศล้างบางกลุ่ม
ISISในออสเตรเลีย /  กลุ่มก่อการร้ายไอซิส / 

ทางการออสเตรเลียประกาศมาตรการกลวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายในซิดนีย์ และอีกหลายเมือง มุ่งเป้าครอบครัวนับถือศาสนาอิสลาม วันนี้รายการ Around The world by CNN ทางช่อง Mono29 นำเสนอ ข่าวมาตรการใหม่ของออสเตรเลีย ส่งเจ้าหน้าที่กว่า 800 คนตรวจสอบพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวที่นับถือศาสนาอิสลาม พุ่งเป้าปราบปรามและกวาดล้างกลุ่มก่อการร้าย "ไอเอส" ในประเทศ ก่อนการประชุมเศรษฐกิจในกลุ่ม G20 ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ รักษาการผู้บรรชาการตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย แถลง การใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบกว่า 800 นาย พร้อมสุนัขตำรวจอรกหลายสิบตัว กระจายกำลังตรวจค้นสถานที่หลายแห่งทั่วนครซิดนีย์ และเมืองโลแกนในรัฐควีนส์แลนด์ ภายหลังจาก โทนี่ แอบบอตต์ นายกรัฐมนตรี ประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวังการก่อการร้ายในประเทศขั้นสูงสุดครั้งแรก จุดมุ่งหมายเพื่อกวาดล้างผู้ต้องสงสัย ที่อาจจะมีส่วนร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย โดยมุ่งเน้นตามชุมชนของชาวมุสลิม นครซิดนีย์ มี ประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามกว่า 5 แสนคน ซึ่งบ้านไหนที่ติดตั้งเคเบิ้ลเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม จะถูกจับตามองเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม กลุ่มไอเอสเกณฑ์ชาวตะวันตกจำนวนมากเข้าร่วมขบวนการ จากการคาดการของนักวิเคราะห์หลายฝ่ายให้ความเห็นว่า ชาวออสเตรเลีย มีประชากรที่เข้าร่วมกลุ่มไอเอสเป็นจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ Mthai News ขอบคุณข้อมูลจากรายการ Around The world by CNN ทางช่อง Mono29

7 ข้อของ ครีมนวดผม ที่สาวๆยังไม่รู้ !
ครีมนวดผม /  สระผม / 

ครีมนวดที่สาวๆใช้อยู่ทุกวัน สาวๆเคยรู้บ้างมั้ยคะว่า ครีมนวดมีประโยชน์อื่นๆที่น่าสนใจด้วยนะคะ  เรามี 7 ข้อของ ครีมนวดผม ที่อยากให้สาวๆได้รู้ไว้ใช่ว่า จะได้ ใช้ประโยชน์จากครีมนวดผมได้ดีที่สุดกันค่ะ 1. ครีมนวดผม แบบ Leave in ใช้จัดทรงได้ Leave-in conditioner สามารถจัดทรงให้ผมคุณเป็นคลื่นสวยได้ เพียงแค่ชโลม Leave-in conditioner ให้ทั่วผมที่หมาดๆ แล้วหวี 2. ให้ความชุ่มชื้นกับรูขุมขนบนหนังศีรษะ  ในช่วงอากาศหนาว ผมของสาวๆจะแห้งมาก ควรใช้ครีมนวดผมแบบ  deep conditioning mask เดือนละครั้ง รังแค และ หนังศีรษะที่แห้งก็จะหายไปค่ะ ทำให้ผมของสาวๆนุ่มชุ่มชื้น  (แต่ต้องนานๆทำทีในช่วงอากาศหนาวนะคะ) 3.ใส่ ครีมนวดผม ก่อนแชมพูได้นะ  ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ครีมนวดผมมักจะถูกล้างออกไม่หมด  และครีมนวดผมจะทำให้ผมของคุณยิ่งมีน้ำหนัก แต่ถ้าใครที่ไม่อยากให้ผมฟูฟ่อง เราแนะนำให้ใช้ครีมนวดก่อนแชมพูค่ะ 4.เลือกครีมนวดผมให้เหมาะกับเส้นผมจึงจะได้ผล ถ้าคุณผมเส้นเล็กบาง ให้ใช้ครีมนวดผมที่เพิ่มน้ำหนักให้เส้นผม แต่ถ้าเป็นสาวผมหนา ให้ใช้ครีมนวดผมที่มีส่วนผสมที่มีน้ำมันน้อยๆ เพื่อลดความมัน 5.ห้ามชโลม ครีมนวด ลงบนรากผม  ควรชโลมเพียงปลายผม ถึง กลางผมเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนที่เส้นผมต้องการ ที่โคนผมไม่จำเป็นนะคะ  6.ผมทำสีต้องการการดูแลที่แตกต่าง สาวๆที่มีผมทำสี ต้องใช้ครีมนวดผมแบบ Deep conditioning เพราะจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมที่ถูกทำร้าย และ ทำให้สีผมติดยาวนานยิ่งขึ้น และดูแลเปลือกชั้นนอกของเส้นผม 7.ครีมนวด บางประเภทก็ทำร้ายผมของคุณได้ ครีมนวดมักจะใส่แร่ธาตุต่างๆที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม โดยใช้ซิลิโคนลงในผลิตภัณฑ์ ถ้าคุณอยากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารซิลิโคน ให้ดูที่ผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า"silicone-free" ที่ไม่ทำร้ายเส้นผม เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  ที่มาจาก womenshealthmag.com

'สมยศ'ส่งอีก200มือสอบลงพื้นที่ล่าคนฆ่าฝรั่ง
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า /  ฆ่า / 

"พล.ต.อ.สมยศ" ระบุ ไม่ได้ วัดผลการตรวจ DNA เท่านั้น ชี้ นายกฯ กำชับ ให้เร่งติดตามคนร้าย เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในไทย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ คนร้ายฆ่าโหด 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า อ.พะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ที่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายเพื่อมาดำเนินคดีได้นั้น โดยความคืบหน้า ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่พยายามเร่งสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาให้ได้โดยเร็ว ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับไว้เป็นพิเศษ เพื่อเป็นการเรียกภาพลักษณ์ในการท่องเที่ยวของประเทศไทย ให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด สำหรับ กรณีการตรวจ DNA ผู้ต้องสงสัย ทั้ง 30 คน ที่ไม่ตรงกับ DNA บนวัตถุพยาน และ DNA บนร่างของผู้เสียชีวิตนั้น ทางตำรวจไม่ได้วัดผลจากการตรวจ DNA เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยต้องอาศัยหลักฐานและพยานวัตถุอื่น ๆ เข้ามาประกอบกับในการสืบสวนด้วย ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้ายังที่ยังไม่มุ่งไปกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ หากสงสัยผู้ใดก็จะทำการตรวจ DNA ผู้นั้นทันที ซึ่งแนวทางปฏิบัติ ในการจับกุมคนร้ายนั้น ล่าสุดได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ชำนาญการในพื้นที่กว่า 200 นาย ลงตรวจพื้นที่และสอบปากคำของประชาชนโดยอุปสรรคที่สำคัญนั้น ยังคงมาจากการที่พบศพของผู้เสียชีวิตที่ได้รับแจ้งช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็นทำให้เกิดผลกระทบต่อการตามหาคนร้าย เพราะเกาะเต่า เป็นเกาะเปิดที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามหาคนร้ายโดยไม่ลดละความพยายาม สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในพื้นที่ไม่มีความเป็นกังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ขอโทษ /  ชาวอุตรดิตถ์ / 

“ธงชัย ประสงค์สันติ″ พร้อมทีมงาน ร่วมกันทำพิธีขอขมา “พระยาพิชัยดาบหัก” และ ขอโทษชาวอุตรดิตถ์ที่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก กรณีกลุ่มมวลชนและชาว จ.อุตรดิตถ์ ออกมาเรียกร้องให้ นายธงชัย ประสงค์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พอดีคำ เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้กำกับการแสดงละครเรื่อง “ลูกผู้ชายพันธุ์ดี” ตอน “ร่างทรง” ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 6 และ 7 กันยายนที่ผ่านมา ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยมองว่าเนื้อหาของละครมีบางช่วง แสดงออกมาในเชิงลบหลู่เกียรติของ “พระยาพิชัยดาบหัก” พร้อมทั้งให้ผู้เกี่ยวข้องมาทำพิธีขอขมาและขอโทษชาวอุตรดิตถ์ ที่หน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก หน้าอาคารศูนย์ราชการ จ.อุตรดิตถ์ ล่าสุดวันนี้ ที่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก หน้าศูนย์ราชการ จ.อุตรดิตถ์ นายธงชัย ประสงค์สันติ พร้อมทีมงาน สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ราว 7 คน และนายสุชาติ ธีระวงษ์พิทักษ์ ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้นำบายสี เครื่องเซ่นไหว้ อาทิ เหล้าแดง หัวหมู 1 หัว เป็ด ไก่ 1 ตัว กุ้ง 2 จาน กล้วย 1 หวี และผลไม้รวม 2 ถาด พร้อมจุดธูป 9 ดอก ทำพิธีขอขมาดวงวิญญาณพระยาพิชัยดาบหัก และขอโทษชาว จ.อุตรดิตถ์ ที่ได้ลบหลู่วีรบุรุษของบ้านเมืองและชาวอุตรดิตถ์ โดยนายธงชัย กล่าวว่า ได้ประสานงานผ่านมาทาง นายชัช กิตตินภดล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อขอมาทำพิธีขอโทษและขอขมาพระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งวันนี้นำคณะมาทำพิธีขอโทษและขอขมาแล้ว ยอมรับผิดจริง และ ขอน้อมรับความผิดไว้แต่เพียงผู้เดียวในฐานะที่จัดละครเรื่องดังกล่าว จะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีกกับ บริษัท พอดีคำ อย่างเด็ดขาด หากจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอรับไว้แต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน หลังเกิดเหตุขึ้นก็นอนไม่หลับ และวันนี้ได้ทำพิธีขอขมาแล้วก็รู้สึกสบายใจ ต่อไปจะสร้างละครที่จรรโลงคุณธรรมจริยธรรมสังคมไทยต่อไป MThai News ขอบคุณภาพจาก : บ้านเมือง