สงครามพลิกจักรวาล

คิมเบอร์ลีย์ นำทีมเปิดตัวปราฏการณ์ภาพยนตร์แห่งปี รอบแรกเมืองไทย
The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 /  The Hunger Games: Mockingjay Part 1 Thailand Premiere / 

จุดกระแสปรากฏการณ์แห่งม็อกกิ้งเจย์สุดยิ่งใหญ่ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับงาน “The Hunger Games: Mockingjay Part 1 Thailand Premiere” เมื่อวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน 2557  ณ ชั้น 1 ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยการจับมือกันของ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท มงคลเมเจอร์ จำกัด และศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมพาผู้ชมกลุ่มแรกของเมืองไทยร่วมพิสูจน์ปรากฏการณ์ภาพยนตร์แห่งปีที่ทั้งโลกรอคอย โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ และ ศิลปินวัยรุ่น ของวงการมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปินจาก True AF 11 , นักแสดงจากซีรีส์ “ เกรียน เฮาส์ ” , นุช - นีรนาท วิคตอเรีย โคทส์, อนุสรณ์ มณีเทศ (โย่ง อาร์มแชร์) , สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม), โยชิ ซีควินท์, แบล็คแจ๊ค และกองทัพคนดังอีกมากมาย โดยบรรยากาศภายในงานได้นำไฮไลท์สำคัญต่าง ๆ ของภาพยนตร์ The Hunger Games: Mockingjay Part 1 มาถ่ายทอดเป็นการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ สร้างความฮือฮาจากแขกผู้ร่วมงานสมศักดิ์ศรีเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์แห่งปี เริ่มต้นด้วยโชว์ “ UNITY ” โดยทีม Swan Team ซึ่งได้เข้ารอบสุดท้ายของรายการ Thailand’s Got Talent ตามด้วยการขับร้องเพลง “ The Hanging Tree ” โดยคณะประสานเสียงจากโรงเรียนสารศาส์นวิทยา (เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากงาน Thailand Choral Festival 2014) ตามมาด้วยช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยกับการเผยโฉม “คิมเบอร์ลีย์ แอน เทียมศิริ” ในบทบาทของแคทนิส หรือม็อกกิ้งเจย์ เมืองไทยที่ปรากฏตัวออกมาอย่างสง่างาม ตามมาด้วยการโชว์พลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ “วี วิโอเลต วอเทียร์” ในบทเพลงประกอบภาพยนตร์ “Yellow Flicker Beat ” ซึ่งต่างก็สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าผู้ชม และสื่อมวลชนได้อย่างล้นหลามเลยทีเดียว ก่อนที่จะถึงไฮไลท์สำคัญของงานซึ่งเชิญผู้บริหารจากบริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด บริษัท มงคลเมเจอร์ จำกัด และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับนักแสดง ยิงธนูขึ้นสู่ฟ้าเป็นสัญญาณแห่งการเปิดตัวภาพยนตร์อย่างยิ่งใหญ่ ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันเป็นสัญญาณว่า “The Hunger Games : Mockingjay Part 1” พร้อมแล้วที่จะสร้างปรากฏการณ์ในประเทศไทยไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก นำโดย ( จากซ้าย ) คุณ วี วิโอเลต วอเทียร์ ตัวแทนพลังเสียงแห่งม็อกกิ้งเจย์ของเมืองไทย คุณ เรวดี ต้นตระสุวรรณ ผู้จัดการกลุ่มบริหารลูกค้ารายสำคัญ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด คุณ เตือนใจ  เตชะรัตนประเสริฐ รองประธาน บริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด คุณ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ตัวแทนม็อกกิ้งเจย์ของเมืองไทย คุณ สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คุณ จิราภา พีระศิริวัฒนา ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ คุณ อวิกา เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการสายงานการตลาด บริษัท มงคลเมเจอร์ จำกัด นอกจากนี้ “ The Hunger Games : Mockingjay Part 1 ” ยังกลายเป็นอีกหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับคำชมมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้จากสื่อต่างประเทศ ซึ่งก็แทบจะไม่แตกต่างกันเลยจากเสียงวิจารณ์ของสื่อชั้นนำและนักวิจารณ์ที่ได้ชมภาพยนตร์ในรอบนี้ เพราะทุกเสียงล้วนชื่นชมในตัวภาพยนตร์อย่างเป็นเอกฉันท์ สร้างกระแสทวีตสุดคึกคักจากเหล่าบล็อกเกอร์ และสื่อต่าง ๆ ในทันที 20 พฤศจิกายนนี้ ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนกล้า และพลิกโลกไปพร้อมกัน ! ใน "The Hunger Games: Mockingjay Part 1" ในระบบ 2 มิติ , 4DX และ Atmos ---------------------------------------

ไอเอส ใช้ภาพจากหนังผู้ใหญ่ หลอกล่อผู้ติดตาม
กลุ่มรัฐอิสลาม /  หนังผู้ใหญ่ / 

กลุ่มติดอาวุธไอเอส ใช้ภาพจากหนังผู้ใหญ่ฮังการี ประกอบการโฆษณาชวนเชื่อผ่านอินเตอร์เน็ต สำนักข่าวเดอะ อินดิเพนเดนท์ของสหราชอาณาจักร รายงานถ้อยแถลงจากกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ใจความว่า กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือกลุ่มไอเอส ที่ใช้ภาพจากภาพยนตร์ลามกอนาจารใส่ลงในโปสเตอร์ เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ ดึงดูดใจให้คนติดตาม ไม่ใช่ภาพที่ถ่ายจากเหตุการณ์จริงอย่างที่เข้าใจในครั้งแรกแต่อย่างใด จากรายงานระบุว่า ภาพดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในฉากของหนังผู้ใหญ่ ในประเทศฮังการี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีความเข้าใจผิดหลังจากการเผยแพร่โปรเตอร์นี้ผ่านสังคมออนไลน์ และเกิดกระแสคาดคะเนว่าภาพดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ของผู้หญิงที่ปรากฏอยู่ในภาพ กำลังถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยชายกลุ่มหนึ่งอยู่ ซึ่งกลุ่มไอเอสต้องการหลอกล่อ ให่ผู้คนเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น โดยสื่อนอกได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการตอบโต้ระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และกลุ่มรัฐอิสลามไอเอส ว่าเปรียบเหมือนกับ 'สงครามโฆษณาชวนเชื่อ' MThai News

เธอไม่ให้อภัย และ เธอจะไม่ลืม ในตย.ใหม่สยอง The Woman in Black: Angel of Death
Angel of Death /  The Woman in Black / 

เตรียมเข้าฉายให้เราได้หลอนสยองกันรับต้นปีเลยทีเดียว สำหรับ The Woman in Black: Angel of Death หนังภาคต่อที่ภาคแรกได้พ่อหนุ่ม แฮร์รี่ แดเนียล เรดคลิฟฟ์ มารับบทนำ ซึ่งในภาคต่อนี้ถึงแม้พระเอกของเราจะไม่กลับมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวหนังก็ยังน่าชมเหมือนเดิม โดยในเฉพาะตัวอย่างใหม่ และ ใบปิดที่เผยออกมานี่ ซึ่งหนังจะยังคงอยู่กับค่าย Hammer ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสยองจากฝั่งอังกฤษอยู่ เพราะฉะนั้นก็วางใจได้ในระดับนึงเลยครับ โดยหนังจะเล่า 40 ปีให้หลังจากภาคแรก เมื่อกลุ่มเด็กหลบภัยจากสงคราม ได้ใช้บ้านของ อีล มาร์ช แห่งนี้เป็นที่หลบภัย และพวกเขาได้ดันไปปลุกวิญญาณของเธอขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องสยองจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยภาคนี้หนังมี เจเรมี่ ไอวีน จาก War Horse และ The Railway Man มาแสดงนำ ในบ้านเรามีกำหนดฉายไล่เลี่ยกับอเมริกาช่วงต้นปีหน้า รอสยองกันได้แน่นอนครับ

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

หยามกันชัดๆ! ซาบี อลอนโซ่ หยามเรือ มีเงินใช่ว่าจะซื้อถ้วยแชมป์ UCL ได้
ซาบี อลอนโซ่ /  บาเยิร์น มิวนิค / 

ซาบี อลอนโซ่ กองกลาง บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงกลุ่มอีออกโรงเล่นสงครามประสาทกับคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้  บ๊วยของกลุ่มที่มีเพียง 2 คะแนนจาก 4 นัดว่าไม่สามารถซื้อความสำเร็จในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ด้วยเงินเท่านั้น โดยกองกลางดีกรีแชมป์ยุโรปสองสมัยกับสองสโมสรทั้ง ลิเวอร์พูล และ เรอัล มาดริด ได้ตอบคำถามที่นักข่าวถามถึงการใช้เงินซื้อความสำเร็จในการแถลงข่าวก่อนเกมส์ที่จะบุกไปเยือนรังเอติฮัดสเตเดี้ยมว่า “แน่นอนว่าฟุตบอลไม่ใช่คณิตศาสตร์ ที่จะตอบโจทย์ว่าเมื่อคุณจ่ายมากคุณก็จะชนะมาก” “คุณสามารถลองซื้อความสำเร็จได้ด้วยเงิน แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจในโลกของฟุตบอล คือแค่คุณทำสิ่งที่ถูกต้องแบบธรรมดาคุณก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้” “ถ้าคุณทำทีมได้อย่างลงตัว นั้นคือกุญแจไปสู่ความสำเร็จดูอย่างลิเวอร์พูลตอนที่เป็นแชมป์เมื่อปี 2005 สินั้นแหล่ะคือเรื่องน่าประหลาดใจที่เจ๋งที่สุด” “เราสนุกกับมันมากในตอนนั้น และมันแตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มันยากนะที่จะบอกจากมุมมองภายนอก หลายคนคาดหวังที่จะได้เห็น ซิตี้ทำผลงานที่ดีในฟุตบอลยุโรป แต่ว่าตอนนี้พวกเขายังทำมันไม่สำเร็จเลย” สำหรับ แมนฯซิตี้ ใช้จ่ายเงินในการซื้อนักเตะไปราว 1 พันล้านปอนด์ นับตั้งแต่ชีค มานซูร์ เทคโอเวอร์สโมสร แต่ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จในฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ โดยไปไกลที่สุดแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้วก่อนตกรอบด้วยน้ำมือของทีมแกร่งอย่าง บาร์เซโลน่า

สตรีเหล็ก ตบโลกแตก ยกพลครบทีม ตะลุยลำปาง
กะเทย /  ตุ๊กกี้ ชิงร้อย / 

สตรีเหล็ก ตบโลกแตก ยกกองไปถ่ายทำต้อนรับลมหนาวกันถึงจังหวัดลำปางเมื่อวันก่อน แบบต้องแข่งกับวันและเวลาภายในระยะเวลา 2 วันเท่านั้น เนื่องจากคิวนักแสดงหลักๆแน่นเอี๊ยด หาเวลาได้ตรงกันยากเหลือเกิน และที่ทางทีมงานต้องเดินทางมาถ่ายทำกันไกลถึงที่นี้ สาเหตุเพราะเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นที่จังหวัดลำปางแห่งนี้ อย่าเพิ่งแอบอิจฉานักแสดงทั้งหลายที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสอากาศที่แสนจะเย็นสบายเพราะเมื่อทั้งหมดลงจากเครื่องปุ๊บก็แทบไม่ได้พักกันเลย ทีมงานทั้งหมดรวมถึงนักแสดงต้องตื่นกันตั้งแต่ตี3 เริ่มถ่ายกันตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำแทบไม่ได้หยุดพัก ประเดิมฉากแรกกันที่ สถานีรถไฟนครลำปาง เป็นฉากเล็กๆที่ จุง (วรชัย ศิริคงสุวรรณ) พา มุ้ย (รัฐภูมิ โตคงทรัพย์) และทีมสตรีเหล็กเดินทางมาหาครูบี๋ (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย) ที่ลำปาง เห็นฉากแล้วก็ไม่น่าจะยากหรือมีปัญหาที่ตรงไหน แต่ความยากมันอยู่ที่เรื่องของตารางเดินรถไฟที่จะมาจอดเทียบสถานี ทุกอย่างของจริงหมดไม่มีเซทอะไรใดๆทั้งสิ้น นักแสดงต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงบนขบวนรถอยู่หลายรอบเพื่อเก็บภาพทุกมุมทุกเหลี่ยมตามที่ผู้กำกับฯต้องการ ตุ๊กกี้ ชิงร้อย ในระหว่างการถ่ายทำก็จะมีเสียง พชร์ อภิรุจ พึมพำมาเบาๆกับตัวเองว่า...อย่าเพิ่งไปน้า(หมายถึงขบวนรถไฟที่จอดอยู่) ฉากนี้ต้องยกนิ้วให้บุคคลที่น่าสงสารที่สุด แทค ภรัณยู กับ แจ๊ส ชวนชื่น เพราะทั้ง 2 นางต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงด้วยรองเท้าส้นสูงขาพลิกไปพลิกมา กว่าจะจบเรื่องนี้ทั้งคู่น่าจะเดินกันได้คล่องแล้ว พชร์ อภิรุจ ต่อด้วยฉากนั่งรถม้าในเมืองลำปาง ด้วยความที่ทีมงานเร่งถ่ายกลัวแสงจะหมด ม้าคงจะเหนื่อยหอบวิ่งแล้ววิ่งอีก เกิดอาการพยศไม่ยอมไปต่อซะอย่างนั้น โชคดีที่นักแสดงของเราไม่ได้รับอันตรายอะไรแค่เพียงตกใจกัน ต้องยอมหยุดถ่ายเพราะสู้แรงพี่ม้าไม่ไหวจริงๆ ปิดฉากลำปางกันที่ โรงเรียน บุญวาทย์วิทยาลัย ที่เห็นภาพออกมาแล้วเหมือนจะง่าย แต่ละฉากก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้นนะจ๊ะ กว่าจะเคลียร์พื้นที่ถ่ายทำกันได้สำเร็จเหตุจากแฟนคลับที่โรงเรียนแห่งนี้หนาแน่นไปทุกพื้นที่การถ่ายทำ ฉากที่เก็บเสียงต้องอ้อนวอนแฟนคลับกันเลยทีเดียวกับเสียงกรี๊ดที่ดังสนั่นโรงเรียน ขอยกนิ้วให้กับทีมงานกองนี้จริงๆกว่าจะถ่ายทำกันได้แต่ละฉากแต่ละคัทนักแสดงและทีมทุกคนต่างก็ทุ่มเทและเต็มที่กับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างมาก การันตีผลงานเลยจ้า ว่าออกมาไม่ผิดหวังแน่นอน ร่วมเชียร์พวกเขา (เอ๊ะ!?...หรือเธอ) ให้กระหึ่มไปกับ สตรีเหล็ก ตบโลกแตก  31 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ สตรีเหล็ก ตบโลกแตก ได้ที่นี่เลย ---------------------------

13 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนไปโผบิน พร้อมปีกแห่งไฟ กับ The Hunger Games: Mockingjay Part 1
13 เรื่องควรรู้ /  Propaganda / 

กลับมาอีกครั้งแล้ว สำหรับภาพยนตร์ที่คนทั้งโลกรอคอย กับ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 เกมล่าเกม ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 1 ที่จะพาคุณไปร่วมรบ และลุกฮือขึ้นต่อต้านแคปิตอล กับม็อกกิ้งเจย์ ผู้จุดประกายไฟให้โหมแรง แคทนิส เอเวอร์ดีน แต่ก่อนหน้านั้น เราขอนำคุณผู่ชมไปพบกับ 13 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนจะโผบินไปกับม็อคกิ้งเจย์ สำหรับคุณผู้ชมที่ไม่คุ้นเคย เราจะมาปูพื้นฐานให้  แต่ถ้าคุณคือแฟนแห่ง เกมล่าชีวิต ตัวจริงแล้วล่ะก็ พลาดเรื่องราวเหล่านี้ไปไม่ได้เด็ดขาด   1. ก่อนจะมาประกาศศักดาให้โลกสะเทือนในฉบับภาพยนตร์ The Hunger Games เป็นวรรณกรรมวัยรุ่น (ํYoung Adult) มาก่อน โดยเป็นผลงานจากปลายปากกาของ ซูซาน คอลลินส์ คุณแม่ลูกสอง ที่เติบโตมาในครอบครัวทหาร  โดยเธอได้แรงบันดาลใจของ The Hunger Games มาด้วยความบังเอิญ จากการดูโทรทัศน์รอบดึกในคืนหนึ่ง แล้วกดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ระหว่างช่องที่นำเสนอข่าวสงครามอิรัก กับเรียลลิตี้โชว์ ผนวกกับ ตำนานกรีกโบราณเรื่องราวของ เธซีอุสกับมิโนทอร์ และสปาร์ตาคัส ที่ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากการกดขี่ สิ่งเหลานี้ ได้กลายเป็นตัวละคร แคทนิส เอเวอร์ดีน ในเวลาต่อมา ซูซาน คอลลินส์ 2. หนังสือนวนิยาย The Hunger Games เป็นไตรภาคที่จบสมบูรณ์ใน 3 เล่ม คือ The Hunger Games, Catching Fire และ Mocking Jay แต่ฉบับภาพยนตร์ถูกแบ่งเป็น 4 ภาค โดยแบ่งครึ่งภาคสุดท้ายนี้ เป็น 2 ภาคย่อย ดังนั้นเรื่องราวที่คุณจะได้พบใน The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 จึงเป็นเพียงครึ่งเดียวของบทสรุปแห่งการปฏิวัติสุดเข้มข้นนี้เท่านั้น ซึ่ง Part 2 มีคิวฉายในวันที่ 20 พ.ย. ปี 2015 แฟนๆ ก็ต้องอดใจรอกันไปอีก 1 ปีเต็มๆ 3. ในเมื่อ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 คือการหั่นครึ่งของฉบับหนังสือ แฟนๆ จึงคาดเดากันไปต่างๆนานาว่าภาคนี้ มันจะจบลงตรงจุดไหนกันแน่ ความสงสัยที่ปะทุขึ้นนี้ทำให้มีคนแอบไปถาม เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนท์ ถึงตอนจบของหนังเรื่องนี้ แต่เธอดันตอบกลับมาว่า "มันเป็นตอนจบที่ยอดเยี่ยมมาก พวกคุณต้องปรี๊ดแตกแน่นอน!!!!" (อืม...ขอบคุณนะ ช่วยได้มากเลย) เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนท์ 4. โลกใน The Hunger Games ถูกเรียกว่า พาเน็ม ปกครองโดยศูนย์กลางที่เรียกว่า แคปิตอล ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสโนว์ และแบ่งพื้นที่ใต้ปกครองออกเป็นทั้งหมด 12 เขต (ในอดีต มี 13 เขต โดยป่าวประกาศว่าเขต 13 จมธรณีย่อยยับไปแล้ว จากการกระด้างกระเดื่องต่อแคปิตอล) โดยมีเงื่อนไขว่า แต่ละเขตต้องส่งผลผลิตที่แตกต่างกันให้แคปิตอล อันได้แก่ เขต 1 - เครื่องประดับ อัญมณีฟุ่มเฟื่อย / เขต 2 - อาวุธและอุปกรณ์จำเป็นของพีชคีปเปอร์ (ทหารของแคปิตอล) / เขต 3 - ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ / เขต 4 - สัตว์น้ำจากการประมง / เขต 5 - กระแสไฟฟ้า / เขต 6 - ยานพาหนะ / เขต 7 - ไม้ซุง จากการทำป่าไม้ / เขต 8 - เสื้อผ้าสิ่งทอ / เขต 9 - ข้าว / เขต 10 - ปศุสัตว์ / เขต 11 - ผลผลิตจากเกษตรกรรม  / เขต 12 - ถ่านหิน 5. ในแต่ละปี แคปิตอลจะมีพิธีกรรมสุดปวดร้าว อย่างการแข่งเกมล่าชีวิต โดยแต่ละเขตต้องส่งบรรณาการชาย-หญิง เขตละ 2 คนมาเข้าร่วม เพื่อเข่นฆ่าเอาชีวิตกันในเกมที่ชาวแคปิตอลเห็นเป็นเพียงเรื่องสนุก เหมือนดูเรียลลิตี้โชว์มันส์ๆ จนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งผู้ในชนะในภาคแรกคือ แคทนิส และ พีต้า ทำให้กฎแห่งเกมเปลี่ยน และจุดประกายการปฏิวัติ จึงบังเกิดเป็นการแข่งนัดรวมแชมป์ ควอเตอร์เควล ในภาคสอง นั่นเอง 6. ภาพเมืองย่อยยับ ไร้ชีวิต ของเขต 13 ในประกาศของแคปิตอลนั้น แท้จริงแล้วไม่เป็นความจริง เพราะชาวเขต 13 ได้อพยพย้ายไปอยู่ใต้ดินทั้งหมด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครอีกต่อไป อีกทั้งพวกเขายังทรงพลังยิ่งกว่าเขตใดๆ เพราะเป็นเขตอุตสาหกรรมนิวเคลียร์! ที่สำคัญ ประชาชนในเขตนี้ ยังมีอาชีพสุดคูล อย่าง ทหารกล้า พลขับยาน นักสร้างและทดสอบอาวุธ วิศวกรนิวเคลียร์ แฮคเกอร์ และสายลับ! 7. เขต 13 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีหญิงเหล็ก อัลมา คอยน์ (รับบทโดย จูลีแอนด์ มัวร์) มีการปกครองตนเองที่เข้มงวด ในรูปแบบสังคมทหาร มีกฎระเบียบเคร่งครัด มีฐานบัญชาการ ที่อยู่อาศัยทั้งหมดสลับซับซ้อนดังเขาวงกตอยู่ใต้ดิน การหลุดรอดจากหูตาของแคปิตอลนี้เอง ทำให้ อัลมา คอยน์  กุมอำนาจปกครองเบ็ดเสร็จ รวมไปถึงซุกเทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ของเขต 13 อีกอื้อซ่า ไว้อย่างมิดชิด เพื่อรอโอกาสเหมาะๆ ที่จะหลุดพ้นจากการกดขี่ของแคปิตอล และประธานาธิบดีสโนว์จอมโฉด จูลีแอนด์ มัวร์ 8. ถ้าคุณยังจำชุดสุดอลังการจัดหนัก แถมยังแต่งหน้าซะหนาเตอะ ชนิดไม่แคร์รันเวย์แฟชั่นที่ไหน ของ แอฟฟี่ ทรันเกต (รับบทโดย เอลิซาเบธ แบงส์) ได้ล่ะก็ ขอให้เตรียมเซอร์ไพรส์ได้เลย เพราะในภาคนี้ เธอจะมาในมาดใหม่ ในฐานะผู้บังเอิญได้มาอยู่ในเขต 13 อันแสนเข้มงวด ชนิดที่เห็นแว้บแรก ทำเอาแฟนๆ แทบจำไม่ได้ ส่วนจะเป็นแบบไหนนั้น ต้องไปพิสูจน์กันเอง แต่ก็อย่างว่า ความเป็นเจ้าแม่แฟชั่น มันก็ทิ้งยากนะเอ้อ! เอลิซาเบธ แบงส์ 9. คู่ชายหญิงที่ยืนขนาบข้างประธานาธิบดีสโนว์ ในสภาพขาววอก ในใบปิดและคลิปภาพลักษณ์ขาวสะอาดของแคปิตอล ไม่ใช่ใครที่ไหน ฝ่ายชายคือ พีต้า เมลลาร์ก ผู้ร่วมชนะเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 พร้อมแคทนิส เอเวอร์ดีน ส่วนฝ่ายหญิงคือ โจฮันนา เมสัน สาวแกร่งในการแข่งควอเตอร์เควล ทั้งสองผู้พิชิตถูกจับแคปิตอล จับตัวไปในภาค 2 แต่มาไหงมาญาติดีกับศัตรูในโปสเตอร์ภาค 3 นี้ก็ไม่รู้สินะ 10. นอกจากเหล่าทหาร นักรบผู้หยิบจับอาวุธแล้ว ยังมีอีกหนึ่งทีมสำคัญที่ขาดไม่ได้ของ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 เพราะพวกเขาคือ ทีมถ่ายทำโฆษณาชวนเชื่อ ที่หลบหนีจากแคปิตอล และเข้าร่วมกับเขต 13 อันได้แก่ ผู้กำกับสาวทรงผมสุดแนว เครสสิด้า, ผู้ช่วยผกก. เทสซัลล่า, ตากล้อง พอลลักซ์ และ ตากล้อง 2 แคสเตอร์ ทีมงานคุณภาพอีกแล้วครับท่านกลุ่มนี้ ดูเผินๆ อาจไม่เกี่ยวอะไรกับการปฏิวัติเลยสักกะนิด แต่กลุ่มนี้นี่แหละ คือผู้ควบคุมและสรรสร้างทิศทางแห่งสงครามครั้งนี้เลยทีเดียว และในขณะที่เขต 13 มีทีมงาน แคปิตอลก็ไม่ยอมน้อยหน้า เพราะเขามี ซีซาร์ ฟลิกเคอร์แมน พิธีกรฝีปากจัดจ้าน ผู้ไล่จี้คำถามใส่พีต้า แบบมืออาชีพสุดๆ เหมือนกัน 11. คงไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหน ขยันปล่อยไวรัล อย่างชาญฉลาด ไปกว่า The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 อีกแล้ว เพราะนอกจากสารพัดภาพ หรือคลิปคำแถลงการณ์ประธานาธิบดีสโนว์ ที่โดนแฮ็ค! หนังยังดึงโลกของเรากับโลกเสมือนแห่งพาเน็มให้เชื่อมเป็นหนึ่ง เริ่มจากฝ่ายแคปิตอล ได้สร้างเว็บไซต์ thecapitol.pn ที่โน้มน้าวให้เห็นความดีงาม และชักจูงผู้คนเข้าร่วมกับแคปิตอล ด้านฝ่ายเขต 13 ก็ได้สร้างเว็บไซต์ district13.co.in ที่เผยข้อมูลความโฉดของแคปิตอล และชักชวนให้ผู้คนลุกขึ้นต่อต้าน ภายใต้สัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติ ม็อคกิ้งเจย์ นี่มันสงครามสื่อชัดๆเลยนะนี่! (คลิกที่รูปลิงค์ตรงไปที่เว็บไซต์ได้เลย) 12. แคทนิส เอเวอร์ดีน นอกจากเธอจะเป็น ม็อคกิ้งเจย์ ศูนย์รวมใจของการปฏิวัติครั้งนี้แล้ว วี่แววความแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนน และกล้าที่จะแตกต่างของเธอก็แสดงออกมาตั้งแต่ภาคแรก ไม่เพียงเฉพาะในหนัง เท่านั้น แม้แต่โปสเตอร์ของเธอ ก็ฉีกแนวไม่เหมือนใครอื่น โปสเตอร์ภาคแรก ในขณะที่คนอื่นหันซ้าย - เธอหันขวา / เมื่อมาถึงภาค 2 คนอื่นๆ นั่งลงบนเก้าอี้ - เธอกลับเลือกที่จะยืน พร้อมแววตาเกรี้ยวกราด / และภาค 3 กับชุดพร้อมรบดำมืด ที่ทุกคนหันหน้า - เธอหันหลังปิดบังความลับบางอย่างเอาไว้ในความมืด The Hunger Games เอ๋ย นายยังซ่อนลูกเล่นอะไรไว้อีกไหมนะ? 13. The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 และ Part 2 คือผลงานภาพยนตร์ชิ้นสุดท้ายของ ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน ผู้รับบท พลูตาร์ค อดีตผู้ควบคุมเกมควอเตอร์เควล และหัวหอกสำคัญของการปฏิวัติ เขาเสียชีวิตเพราะเสพยาเกินขนาด ในขณะถ่ายทำหนังภาคสุดท้าย และยังเหลืออีก 2 ฉากี่เขายังไม่ได้ถ่าย ทีมงานทั้งหมดตกลงกันว่าจะปรับบทฉากที่เหลือนั้น และตัดตัวละคร พลูตาร์ค ออก แทนการใช้เทคนิคซีจีเข้าช่วย เพื่อความสมจริงและให้เกียรตินักแสดงคุณภาพคนนี้ แน่นอนเรื่องราวสงครามปฏิวัติในหนังย่อมต้องมีการสูญเสีย และสำหรับแฟนภาพยนตร์ เราก็สูญเสียนักแสดงผู้ทรงเกียรติไปอีกหนึ่งคนด้วยเช่นกัน และผลงานสุดท้ายของเขานี้ จะอยู่ในใจแฟนๆ ไปอีกตราบนานเท่านาน ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน เตรียมโหมไฟให้คุกรุ่น แลัวลุกฮือไปต่อสู้ไปพร้อมกับ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 เกมล่าเกม ม็อกกิ้งเจย์ พาร์ท 1  ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ได้ที่นี่เลย   --------------------------------

หมาป่าเจคอบ เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ แอ็คชั่นผาดโผน ในใบปิดแรกจาก Tracers
poster /  Tracers / 

นี่คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ของพระเอกหนุ่มสุดฮ็อตที่ครองใจสาวๆ มาแล้วทั่วโลกอย่าง เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์  ที่ในครั้งนี้เขาจะมาในมาดของหนุ่มสปอร์ต ซุปเปอร์สตาร์แอ็คชั่นในภาพยนตร์สุดมันส์ระห่ำเรื่องใหม่อย่าง  Tracers  ซึ่งถือเป็นการพลิกบทบาทจากหมาป่าเจคอบ หนุ่มสุดเท่ห์ใน The Twilight Saga พร้อมหันมาคืนฟอร์มอย่างเต็มตัวกับบทบาทแอ็คชั่นสุดกระหน่ำ หลังจากเรื่องล่าสุดที่เคยรับบทแสดงไปอย่าง Abduction ซึ่ง Tracers ได้ปล่อยใบปิดแรกมาเรียกน้ำย่อยกันแล้ว ใน Tracers เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ ต้องรับบทเป็น "แคม" แมสเซนเจอร์หนุ่มมาดเท่ ที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยจักรยานคู่ใจของเขา โชคร้ายที่แคมติดหนี้แกงค์มาฟียสุดโหดอยู่ ซึ่งทำให้เขาต้องดิ้นรนเพื่อหาทางชดใช้ให้ได้ แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตของชายหนุ่มคนนี้ก็ต้องพลิกผัน เมื่อเขาได้พบกับ "นิกกี้" (มารี แอฟเกอโรโปลัส) สาวสวยที่มาพร้อมกับบุคลิกสุดลึกลับ ซึ่งนอกจากจะใช้เสน่ห์ของเธอดึงดูดเขาอย่างยากจะถอนตัวได้แล้ว นิกกี้ยังชักนำให้แคมได้เข้าสู่โลกของกีฬาผาดโผนเสี่ยงตายอย่าง ปากัวร์ ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เลาท์เนอร์ ต้องทำการฝึกซ้อมร่างกายเป็นอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกฉากแอ็คชั่นสุดท้าทายที่เขาลงทุนเล่นเอง ไม่ว่าจะเป็นฉากต่อสู้ หรือฉากการโชว์ลีลาผาดโผนเสี่ยงตายด้วยสไตล์กีฬาเอ็กซ์ตรีมแนวใหม่สุดท้าทายอย่างปากัวร์ เช่น การกระโดดข้ามหลังคารถ เป็นต้น เตรียมตัวพบกับการกลับมาอย่างสุดระห่ำของ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ พร้อมกับบทบาทสุดหินที่เขาจะขอพิสูจน์ตัวเองในฐานะแอ็คชั่นสตาร์คนใหม่แห่งวงการฮอลลิวู้ด ไปกับ Tracers ในวันที่ 29 ม.ค. ปี 2015 แฟนๆ เจคอบห้ามพลาด! ----------------------------

The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 : ตัวหมากบนกระดานโฆษณา
Hunger Games 3 /  The Hunger Games / 

เมื่อต้องนิยามคำว่า สงคราม หลายๆคนอาจนึกถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือเสียงตูมตามสั่นไหว แต่สิ่งเหล่านั้นมิใช่ส่วนสำคัญที่สุดใน The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 แต่อย่างใด ม็อคกิ้งเจย์ไม่ได้พาเราบินถลาออกสู่ไฟระเบิดกลางสมรภูมิกว้าง แต่หากบินเข้าหา และล้วงลึกไปถึงจิตใจที่เปราะบาง และโน้มน้าวให้ทำตามโดยไม่รู้ตัว อย่าปฏิเสธว่าเราเคยใจอ่อนต่อสิ่งยั่วเร้า อย่าปฏิเสธว่าคุณเคยเห็นอะไรดีงามไปตามคนส่วนใหญ่ และอย่าปฏิเสธว่าคุณล้วนเคยพ่ายต่อพลังของโฆษณา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างการซื้อขนมสักถุง ไปจนถึงความเห็นที่เออออไปโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะเราก็ล้วนเคยเป็นตัวหมาก บนสมรภูมิของกระดานโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้นทั้งสิ้น The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ภาคที่ 3 ของจตุรภาค Hunger Games เรื่องราวหลังจาก แคทนิส เอเวอร์ดีน ถูกชิงตัวและช่วยเหลือมาจากแคปิตอล กลางเกมควอเตอร์เควลที่ถูกเธอทำลาย เธอฟื้นในเขต 13 อาณาเขตที่ป่าวประกาศว่าล่มสลายไปแล้ว พร้อมกับการต้องรับบทบาทใหม่ ในฐานะ ม็อคกิ้งเจย์  ศูนย์รวมความหวังของการลุกฮือปฏิวัติ ในขณะเดียวกัน แคปิตอลได้ทำการกวาดล้างผู้กระด้างกระเดื่องทุกพื้นที่ รวมถึง เขต 12 บ้านเกิดของเธอไปแล้วเรียบร้อย แค่นั้นยังไม่พอเธอพบว่า พีต้า ได้กลายเป็นกระบอกเสียง ของแคปิตอลไปเสียแล้ว ความร้อนรุ่ม สับสน และลังเล ที่เธอมีในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งจึงเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไร ตำแหน่งที่เธอเป็นนั้น ก็ไม่อาจทิ้งไปได้ และกำลังจะชี้เป็นชี้ตายให้ชาวพาเน็ม มีคำกล่าวว่า "ปากกา มีอานุภาพยิ่งกว่าศาสตราใดๆทั้งมวล" ฟังเพียงผิวเผินอาจดูขำสิ้นดี เหมือนเด็กตีกันในห้องเรียน แล้วเอาปากกามาไล่จิ้ม แต่หาไม่ ปากกาในมือของสื่อ ในมือของผู้ควบคุมทิศทางการนำเสนอข้อมูลนั้น อันตรายกว่าสิ่งใดจริง และ The Hunger Games: Mockingjay - Part 1 ก็ทำให้คำกล่าวเพียงหนึ่งประโยคนั้น เป็นรูปธรรมให้เราเห็นบนจอภาพยนตร์ หนังภาค 3.1 นี้ ไม่ได้ประเคนฉากแอ็คชั่น หรือกลไกของเกม ให้ได้ประหลาดใจเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันเป็นดังปฐมบทของความวินาศสันตะโร ที่พร้อมจะตามมาในภาค 3.2 สิ้นปีหน้า ปฐมบทที่ไม่ได้บอกให้ไปรบ ให้ฮึกเหิม หรือลุกขึ้นไปต่อต้านอะไรที่ไม่พอใจ แต่มันกำลังเสียดสีสังคมมนุษย์ ที่ตกเป็นทาสของข้อมูลข่าวสารเสียจนไม่ลืมหูลืมตา และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แคปิตอล และ เขต 13 ขั้วตรงข้ามสลับสีขาวดำ ที่เห็นได้่ชัดเจนในหนัง ต่างฝ่ายต่างมีผู้นำ ที่มีตาหูจมูกมากพอ ที่จะรับรู้การกระทำของฝ่ายตรงข้าม และมีปากที่ใหญ่พอ ที่จะโห่ร้องชักชวนให้เหล่า ผู้ตาม คล้อยตามอย่างไม่มีเงื่อนไข ในขณะที่ เขต 13 ใช้แคทนิส แคปิตอลใช้ พีต้า ในการสร้างโฆษณาชวนเชื่อ โนมน้าวแนวคิดกลุ่มคนที่ตัวเองต้องการ กระบอกเสียงทั้งสอง ก็ไร้ซึ่งหนทางขัดขืน และจำยอมตกเป็นตัวหมาก ให้ อัลม่า คอยย์ และ สโนว์ จับเดินไปในทิศทางตามใจชอบบนเกมกระดานการเมืองที่ตัวเองอยากให้เป็น โดยตัวผู้เดินแทบไม่สนเลยว่าารเดินไปข้างหน้าครั้งนี้ ตัวหมากจะโดนกิน เขี่ยทิ้งจากกระดานหรือไม่ หากเกมทั้งกระดานตนเป็นผู้ชนะ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ต้องใช้หมากบางตัวมากเป็นพิเศษไปบ้าง หากมองในมุมของ แคทนิส เอเวอร์ดีน เธอกำลังตกเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบ ที่พร้อมจะโผล่หน้าสู่สาธารณชน และโดนไล่หาประโยชน์จากทุกสิ่งที่เธอทำ เจตนาทุกสิ่งถูกแปลงกลายเป็นความเชื่อ แปลงไปเป็นโฆษณา แปลงไปเป็นความดีงามทั้งที่เธอมิได้ต้องการสื่ออะไรเช่นนั้น ทั้งหมดเป็นไปตามปากกาที่ขีดเส้นนำให้เธอเดินตาม เสียจนสาวห้าวหาญนักรบผู้หยิ่งทระนงภายนอกนั้น ไม่อาจกลบความประหวั่นพรั่นพรึง และสภาพกลวงเปล่าภายในได้ แน่นอนซะยิ่งกว่าอะไร เมื่อทุกสิ่งที่เธอทำ ถูกนำไปใช้โน้มน้าวใจ ชาวพาเน็มก็พร้อมจะปฏิบัติตาม กลายเป็นกระแส กลายเป็นความเชื่อ กลายเป็นความมั่นใจลุ่มหลงในข้อมูลที่ตนได้รับ และคล้อยตามเส้นปากกาเส้นเดียวกันนั้นไปในที่สุด ในเมื่อพลังของมวลชนชาวพาเน็ม ขึ้นตรงอยู่กับข้อมูลจากจอโทรทัศน์เล็กๆ โดยไม่รู้่ตื้นลึกหนาบาง แม้กระทั่งความเป็นจริงที่อยู่เบื้องหลัง การอวยตัวเองสุดฤทธิ์ ถึงความดีงามของแคปิตอล หรือ การโยน แคทนิส เข้าสู่ถานที่่ที่่จะบีบเค้นจิตใจที่เปราะบางอยู่แล้ว ให้แตกสลายออกมาชัดเจน ผู้ชมชาวพาเน็มมิได้รู้เห็นสิ่งเหล่านั้น พวกเขารู้เพียงแค่แคปิตอล สามารถมอบความสงบสุขและช่วยปกป้อง เขต 13 สามารถช่วยล้มล้างความอยุติธรรมเฮงซวยที่เป็นอยู่ พวกเขารู้แค่นั้น แค่ฉากหน้าของการโฆษณาชวนเชื่อ และแทบไม่เหลือทางเลือกนัก ที่จะเลือกเดินไปตามทางไหน เพราะทั้งแคทนิส พีต้า และชาวพาเน็มทั้งมวล ต่างก็เป็นตัวหมากอยู่บนกระดาน และเดินไปตามเส้นทางที่ผู้นำโฆษณาว่าดีเท่านั้นเอง คุณผู้ชมล่ะครับ คุณกำลังเป็นหมากบนกระดานโฆษณาอยู่รึเปล่า? ... เรื่องนี้ให้ 9 /10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

Kungfu Fighting ส่งเนื้อหาตอนใหม่ บทที่ 7
Kungfu Fighting /  เกมส์มือถือ

เกมส์มือถือ Kungfu Fighting (kf.in.th) ทำการอัพเดตเนื้อเรื่องตอนใหม่บทที่ 7 ฝ่าฟันให้ผ่านบทย่อยไปได้นั้น ต้องใช้ประสบการณ์ ปัญญา และไหวพริบ ท้าทายความสามารถอยู่ไม่น้อย อัพเดตแล้ววันนี้ บทที่ 1 สถานการณ์วุ่นวาย หากจอมยุทธ์ได้เข้าไปต่อสู้ในด่านนี้ จะมีโอกาสสุ่มได้รับ "คัมร์ภีพลังฝ่ามือเหล็ก" ในระดับทั่วไป โดยจะต้องฝ่าฟันกับคู่ต่อสู้ ทั้ง 9 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ต้องใช้จอมยุทธธาตุไม้เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 2 : ต่อสู้กับ หลวงจีน เลเวล 50 • Mission 3 : ต่อสู้กับ ศิษย์คุนลุ้น เลเวล 50 • Mission 4 : ต่อสู้กับ ศิษย์หัวซาน เลเวล 50 • Mission 5 : ใช้ "จิ้วจี้เยียก" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 6 : ต่อสู้กับ ศิษย์คุนลุ้น และศิษย์หัวซาน เลเวล 50 • Mission 7 : ใช้จอมยุทธธาตุน้ำเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 8 : ต่อสู้กับ ศิษย์ง้อไบ๊ เลเวล 50 • Mission 9 : ต่อสู้กับ แม่ชีมิกจ้อ เลเวล 50 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 1 สถานการณ์วุ่นวาย" จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100% บทที่ 2 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อจอมยุทธ์เดินทางมาถึง "บทที่ 2 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส" หลังจากผ่านด่านผู้เล่นจะมีโอกาสสุ่มได้ "คัมร์ภีพลังปัญญามังกรคชสาร" ในระดับทั่วไป โดยจะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ ทั้ง 11 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ใช้ "ย้งยี้" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 2 : ต่อสู้กับ หลวงจีน เลเวล 52 • Mission 3 : ต่อสู้กับ ศิษย์คุนลุ้น เลเวล 52 • Mission 4 : ใช้ "หมินหมิ่น" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 5 : ต่อสู้กับ สาวกพรรคตะวันจันทรา เลเวล 52 • Mission 6 : ต่อสู้กับ เอี้ยเซียว เลเวล 52 • Mission 7 : ใช้จอมยุทธธาตุดินเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 8 : ต่อสู้กับ ศิษย์ง้อไบ๊ เลเวล 52 • Mission 9 : ต่อสู้กับ ศิษย์หัวซาน เลเวล 52 • Mission 10 : ต่อสู้กับ ฮึงเทียเจี่ย เลเวล 52 • Mission 11 : ต่อสู้กับ แม่ชีมิกจ้อ เลเวล 52 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 2 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส" จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100% บทที่ 3 การตอบโต้ของเหล่านักรบ หลังจากจอมยุทธ์ได้เดินทางเข้ามาต่อสู้ใน "บทที่ 3 การตอบโต้ของเหล่านักรบ" จะมีโอกาสสุ่มได้ "คัมร์ภีเทียงกังกลางตะวัน" ในระดับทั่วไป โดยจะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ ทั้ง 11 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ใช้จอมยุทธธาตุทองเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 2 : ต่อสู้กับ ศิษย์คุนลุ้น เลเวล 54 • Mission 3 : ต่อสู้กับ หลวงจีน เลเวล 54 • Mission 4 : ต่อสู้กับ ศิษย์หัวซาน เลเวล 54 • Mission 5 : ใช้ "เอี้ยเซียว" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 6 : ต่อสู้กับ ศิษย์ง้อไบ๊ เลเวล 54 • Mission 7 : ใช้ "หมินหมิ่น" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 3 ครั้ง • Mission 8 : ต่อสู้กับ ไต้ซือคงซิ่ง เลเวล 54 • Mission 9 : ใช้จอมยุทธธาตุน้ำเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 10 : ต่อสู้กับ เสียนอวี่ตง เลเวล 54 • Mission 11 : ต่อสู้กับ แม่ชีมิกจ้อ เลเวล 54 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 3 การตอบโต้เหล่านักรบ" จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100% บทที่ 4 โจมตีเชิงเขา เมื่อเข้ามาสู่ "บทที่ 4 โจมตีเชิงเขา" จะเริ่มท้าทายความสามารถของเหล่าจอมยุทธ์มากขึ้น ทั้งยังมีโอกาสสุ่มได้ "คัมร์ภีฝ่ามือลี้ลับ" ในระดับทั่วไป แต่จะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ ทั้ง 11 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ต่อสู้กับ ทหารหยวน เลเวล 56 • Mission 2 : ต่อสู้กับ ทหารหยวน เลเวล 56 • Mission 3 : ใช้จอมยุทธธาตุดินเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 4 : ต่อสู้กับ องครักษ์จวนอ๋อง เลเวล 56 • Mission 5 : ต่อสู้กับ องครักษ์จวนอ๋อง เลเวล 56 • Mission 6 : ใช้ "หมินหมิ่น" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 7 : ใช้จอมยุทธธาตุทองเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 8 : ต่อสู้กับ องครักษ์ระดับสูง เลเวล 56 • Mission 9 : ต่อสู้กับ สองเฒ่าอเวจี เลเวล 54 • Mission 10 : ใช้ "เตียบ่อกี้" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 11 : ต่อสู้กับ สองเฒ่าอเวจี เลเวล 54 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 4 โจมตีเชิงเขา " จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100% บทที่ 5 วัดแห่งสันติ หากได้เดินทางเข้ามาต่อสู้ใน "บทที่ 5 วัดแห่งสันติ" นอกจากจะมีโอกาสสุ่มได้ "คัมร์ภีโยกดวงย้ายดาว" ในระดับทั่วไปแล้ว ยังได้พบกับสุดยอดฝีมือที่โด่งดังหลายคนอีกด้วย โดยมีคู่ต่อสู้ ทั้ง 11 Mission ดังนี้... • Mission 1 : ใช้จอมยุทธธาตุดินเข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 2 : ต่อสู้กับ ทหารหยวน เลเวล 59 • Mission 3 : ต่อสู้กับ ทหารหยวน เลเวล 59 • Mission 4 : ต่อสู้กับ คนสำนักวชิระ เลเวล 59 • Mission 5 : ใช้ "เตียบ่อกี้" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 6 : ต่อสู้กับ ภิกษุประจำวัด เลเวล 59 • Mission 7 : ต่อสู้กับ ภิกษุประจำวัด เลเวล 59 • Mission 8 : ใช้ "หมินหมิ่น" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 9 : ใช้ "เอี้ยเซียว" เข้ากองทัพ ผ่านการต่อสู้ 1 ครั้ง • Mission 10 : ต่อสู้กับ ยอดฝีมือจวนอ๋อง เลเวล 59 • Mission 11 : ต่อสู้กับ หยวนเจิน เลเวล 59 เมื่อจบการต่อสู้ใน "บทที่ 5 วัดแห่งสันติ" จะได้ค่าประสบการณ์ครบ 100%

ชงโคสีม่วง ไล่เจ๊า อินทรีแดง ครองแชมป์จตุรมิตรร่วมกัน
กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย /  ชงโคสีม่วง / 

การฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 27 "50 ปี สี่พี่น้องต่างปองรักกัน" ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 22 พ.ย.57 ณ สนามศุภชลาศัย โดยรอบชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง เจ้าภาพ อินทรีแดง โรงเรียนอัสสัมชัญ พบกับ ชงโคสีม่วง กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย แชมป์ร่วมครั้งที่แล้ว เริ่มครึ่งแรกมา 25 นาที อัสสัมชัญ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ชินวัฒน์ วงศ์ไชย พลิกบอลจากแดนกลาง แทงออกทางซ้ายให้ ปฏิพัทธ์ คำสัตว์ ก่อนที่ปฏิพัทธ์ จะจ่ายเรียดเข้าเข้าเขตโทษให้ อำนวย เนื้ออ่อน วิ่งเข้ามาแปเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้จบครึ่งแรก อินทรีแดง นำ ชงโคสีม่วง 1-0 กลับมาฟัดกันต่อครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 59 ชงโคสีม่วง กรุงเทพคริสเตียน ก็มาได้ฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวา อรรถวิทย์ สุขช่วย เปิดลูกฟรีคิกเข้าเขตโทษ ปวีย์ ตัณฑะเตมีค์ โหม่งสบัดบอลย้ายเข้าไปที่เสาสอง กลายเป็นประตูตีเสมอ 1-1 ช่วงท้ายเกมทั้ง 2 ทีมเปิดเกมรุกแลกกันสนุก แต่ไม่มีฝั่งใดทำประตูชัยได้ จบเกมเสมอกันไป 1-1 ครองแชมป์ร่วมกัน ส่วนคู่ชิงอันดับ 3 โรงเรียนเทพศิรินทร์ เฉือนชนะ แชมป์ร่วมเก่า สวนกุหลาบวิทยาลัย 1-0

รู้มั้ย !? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?
ชูนิ้ว /  ชูนิ้วกลาง / 

รู้มั้ย!? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?  รู้ไว้จะได้ไม่ไปยก ซุ่มสี่ซุ่มห้า เพราะบางทีคุณอาจจะงานเข้าไม่รู้ตัว กระแสการชู 3 นิ้ว ที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว หลังจากภาพยนตร์ชุด The Hunger Games ออกฉาย ซึ่งมีการนำไปตีความ  และใช้สื่อความหมายมากมาย นัยหนึ่งก็แสดงออกซึ่งความกระด้างกระเดื่อง ต่อต้าน และไม่เห็นด้วยกับการปกครอง วันนี้ก็เลย  ไปหาข้อมูล เกี่ยวกับ "สัญลักษณ์นิ้ว" มาบอกเล่าสู่กันฟังครับ ชูนิ้วโป้ง 1 นิ้ว : ทั่วไปก็คือ Thumbs up ยกย่อง-เยี่ยมไปเลย ยิ่งยกหัวแม่โป้ง 2 ข้าง Two Thumbs up ก็ยิ่งเยี่ยมเข้าไปใหญ่ บ้านเรากับอีกหลายๆ ประเทศ นิ้วโป้งหมายถึง "สุดยอด" หรือ "นายแน่มาก" แต่ถ้าไปเผลอยกใส่ใครในญี่ปุ่น นิ้วนี้จะถูกลดความหมายไปทันทีแปลว่า นายก็เป็นได้แค่ที่ 5 เท่านั้นเอง!! เพราะเวลาที่คนญี่ปุ่นเขานับนิ้ว เขจะเริ่มนับกันที่นิ้วชี้ก่อน ตามด้วยนิ้วกลาง นาง ก้อย แล้วปิดท้ายด้วยนิ้วโป้ง ส่วนถ้าไปที่ออสเตรเลีย การชูนิ้วโป้งนี่อันตรายมาก เพราะมันมีความหมายหยาบคายทำนอง "Kiss My Ass" เทียบแล้วก็คือท่าชูนิ้วกลางในบ้านเราขืนไปชมใครด้วยนิ้วนี้ อาจได้รองเท้า (พร้อมเท้า) เป็นรางวัล ชูนิ้วกลาง 1 นิ้ว : เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่าหมายถึงการให้ของลับของเพศชาย ที่มาของท่าคลาสสิคนี้เกิดขึ้นในสมัยโบราณ ตอนนั้นชาวโรมันเชื่อกันว่าองคชาติของผู้ชายเป็นเครื่องรางที่ใช้สู้กับคำสาปชั่วร้ายได้เวลาชูนิ้วกลางใส่ใครจึงเป็นการข่มขู่คู่ต่อสู้ว่า "มนต์ดำของแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า" แต่ต่อมาเกิดการเพี้ยนขั้นรุนแรง เลยลืมเรื่องมนต์ดำกันไป กลายเป็นคำด่าล้วนๆ นอกจากนี้ท่าชูนิ้วกลางนี่ยังได้เกิดในวงการมายาด้วย เมื่อ 423 ปีก่อนคริสตศักราช ละครเวทีเรื่อง "The Cloulds" ของ ?อริสโตฟาเนส' ได้เอาท่านี้ขึ้นไปเล่นกันบนเวที แต่เรียกมันว่าท่า "ดิจิตุส อินฟามุส" มีความหมายประมาณว่าเป็นนิ้วทุเรศ หรือนิ้วทะลึ่ง จากนั้นความหมายของนิ้วกลางก็เลยยิ่งแพร่หลายไปในทำนองหยาบคายมากขึ้นไปอีกหลายประเทศถือว่า การแสดงท่านี้ มีความผิดทางกฎหมาย ด้วย ชูนิ้วชี้ ความหมายทั่วๆไปมักจะเป็นการบอกจำนวน หรือมีนัยยะว่า ชั้นน่ะคือที่ 1  (ใช้เพื่อข่มคู่ต่อสู้) ในการแข่งขันบางประเทศในประเทศสหรัฐอเมริกาการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวเป็นการบอกว่าชั้นนี่แหละที่ 1 และการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวไปยังคนที่ต้องการจะสื่อสารด้วย มักจะเป็นการสั่ง หรือเป็นการเตือนว่าพอได้แล้ว (อาจจะมีเรื่องกันได้) แต่ถ้าไปทำท่านี้ในประเทศแถบอาหรับหรือแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะมีความหมายเท่ากับการชูนิ้วกลางนิ้วเดียวให้อีกฝ่าย  ชูนิ้วนาง การชูนิ้วนาง (เฉพาะด้านซ้าย) มักจะเป็นการชูเพื่อให้คนรัก หรือคู่หมั้นใส่แหวนหมั้นในพิธีหมั้นหมายนั่นเอง  ชูนิ้วนิ้วก้อย การชูนิ้วก้อยมักจะมีความหมายไปทาง "ขอคืนดี ดีกันนะ"  มักจะสื่อไปทางความหมายที่ดีแบบอมยิ้ม ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว  การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (แบบหงายฝ่ามือออก) เรียกว่า " V (Victory) Sign " หรือ สัญลักษณ์แหงชัยชนะ เรื่องมันก็มีอยู่ ครั้งหนึ่งในสงคราม อังกฤษ - ฝรั่งเศส โดยนักแม่นธนูชาวอังกฤษถูกทหารฝรั่งเศสจับตัวและถูกทหารฝรั่งเศสตัดนิ้วชี้และนิ้วกลางที่ใช้ในการยิงธนูทิ้ง ทหารอังกฤษทุกคนจึงร่วมชูนิ้วชี้และนิ้วกลางเพื่อเป็นการยกย่องวีรบุรุษพลธนูคนนั้น อีกนัยยะนึงอาจจะหมายความว่า "สู้โว๊ย" เพื่อต่อต้านการรุกรานของฝรั่งเศส ก็เป็นได้ คนที่เอาการชูสองนิ้วมาใช้ในความหมายแสดงชัยชนะจริงๆ คือ "วินสตัน เซอซิล" เค้าเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่มักจะกล่าวคำปราศรัยพร้อมทั้งชู 2 นิ้วประกาศชัยชนะสงครามโลกอยู่หลายครั้ง แต่การชู 2 นิ้วในประเทศญี่ปุ่น จะหมายความว่า "เราต้องการสันติภาพ" (หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2) แต่ในประเทศไทย มีการชูนิ้วชี้และนิ้วกลางไว้เพื่อการถ่ายรูป เพื่อเพิ่มความแอ๊บแบ๊วขึ้นเท่านั้นเอง การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (เอาหลังมือแบออก) มีความหมายหลายระดับ  (มักจะออกไปทางไม่ดี) -ระดับเด็กๆ มักจะหมายความว่า "อยากจะมีเซ็กส์กับฉันไหม" -ระดับหนัก ถ้าใช้กับคนแปลกหน้าก็จะหมายความพอๆกับการชูนิ้วกลางดีๆนี่เอง และถ้าเพิ่มนิ้วโป้งเข้ามาอีกนิ้วนะ จะหยาบคายสุดๆ แต่ทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับว่าภาษากายเราแสดงออกมาประกอบการเข้าใจมากกว่านะครับ ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว : แบบเอาหลังมือออก แบบที่ผมเห็นแม่ค้าชาวไทยทำให้ฝรั่งดูนั่นแหละครับ ความหมายมีหลายระดับ ออกไปทางไม่ดีทั้งนั้น - อย่างดีกรีอ่อน จะหมายถึง "อยากมีเซ็กส์กับฉันไหม" (สังเกตรูปนิ้วแล้วจินตนาการความหมายเอาละกัน) หญิงบริการ ที่ไปยืนรอรับกลาสีเรือขึ้นบก มักใช้สัญลักษณ์นี้สือความหมายว่า "ขายนะจ๊ะ" หรือ เอาไว้ใช้ล้อ แซว เพื่อน ประมาณว่า ไอ้หน้า... ก็ได้ - อย่างดีกรีแรง ถ้าใช้กับคนแปลกหน้า ก็คือคำด่า ประมาณเดียวกับ ชูนิ้วกลาง นั่นเอง ถือเป็น คำหยาบรุนแรง ที่เอาไว้ใช้ด่ากันโดยเฉพาะ ถ้าเพิ่ม นิ้วโป้ง แทรกเข้ามา ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ยิ่งหยาบหนักเข้าไปอีก คงไม่ต้องอธิบาย อิ อิ ฝรั่ง ก็คงพอเข้าใจว่า การชู 2 นิ้วแบบนี้ ไม่ได้หมายถึง อะไรอย่างที่ว่านั่น เป็นการไม่เข้าใจความหมายที่แท้ เฉย ๆ* ชูมือ 2 นิ้ว ทั้งสองข้าง : แบบเอามาแนบหู คล้าย ๆ หูกระต่าย ฝรั่งเรียกท่านี้ว่า Bunny Finger ไม่ได้มีเอาไว้ ต่อหู ต่อเขา ให้เพื่อน แบบคนไทยเวลาถ่ายรูปหมู่ แต่หมายถึง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ชัด ครับ ชูนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วก้อย  ที่รู้จักกันว่า  I love you แต่ถ้าไปเมืองฝรั่ง แล้วเผลอ ลืมยกนิ้วโป้งขึ้นมาด้วย แบบนี้ อาจมีปัญหา เพราะการชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย หมายถึง สัญลักษณ์ซาตาน ครับ  ชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย : มันคือ Devil Horn บ่งบอกว่าเป็น "เขา" ของซาตาน ในสมัยโบราณ การแสดงท่านี้ คือสัญลักษณ์แสดงการ ไม่นับถือพระเจ้า ของพวกนอกรีต บูชาซาตาน แต่ในปัจจุบัน พวกวงดนตรีร็อค แนวเฮฟวี่เมทัล หลายวง ใช้สัญลักษณ์นี้ แสดงถึงความรุนแรงทางดนตรี ประมาณว่า ดนตรีที่ซาตานประทานมาให้ นะแหละ ในการไปชมคอนเสิร์ตเฮฟวี่เมทัล แฟน ๆ ที่ชูนิ้วท่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นพวกนอกรีต แต่อย่างใด  แต่อย่าเผลอ เอามาทำนอกเวทีคอนเสิร์ตก็แล้วกัน คนจะเข้าใจผิด จรดนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นวงกลม หรือ โอเค แม้วัฒนธรรมอเมริกันที่แพร่หลาย จะทำให้การเอาปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาชนกัน  จนเกิดวงกลม และปล่อยสามนิ้วที่เหลือให้กางออกจะแปลว่าโอเค ตกลง หรือดี แต่สำหรับบางประเทศการทำมือแบบนี้มีความหมายอื่นค่ะ เช่น บางประเทศในทวีปยุโรปแปลว่าเลข 3 ส่วนในจีนแปลว่าเลข 7 ส่วนที่ประเทศบราซิลและประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะเป็นคำด่าเทียบเท่ากับ Asshole (เพราะมองว่าวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของทวารหนัก) ในเยอรมนีหลายคนใช้แปลว่าเกย์ และยังมีอีกหลายประเทศในแถบยุโรปตะวันออกที่ใช้ด่าว่าคนนั้นไม่มีค่า (เป็นศูนย์) หรือด่าตรงๆ เลยว่าอ้วน ตัวกลมไปหมด ฉะนั้นจะโอเคกันง่ายๆ เหมือนปกติไม่ได้แล้วนะคะ "โอเคนะ" หรือ "ตกลง" แต่ก็ยังอุตส่าห์มีการยกเว้นจนได้สำหรับประเทศผ่าเหล่าผ่ากออย่างอิตาลี ใครไปเยือนประเทศนี้ต้องเก็บท่าโอเคนะให้ดีเลย เพราะคนที่นั่นเขาถือว่ามันเป็นการด่ากันแบบไม่ออกเสียงว่า "ไอ้หน้า..." (โปรดเติมคำในช่องว่างเอาเอง) แทนที่ทุกอย่างจะโอเค มันจะกลายเป็นโนเคไปน่ะสิ ชูนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง (รวม 3 นิ้ว) จะหมายถึง ถ้าในวงการลูกเสือสามัญ การชู นิ้วชี้นิ้วกลางและนิ้วนาง (ด้านขวา) เค้าหมายถึง การทำความเคารพ (วันธยาหัตถ์) และการชูสัญลักษณ์ประเภทนี้ ในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Hunger Games  มักจะมีนัยยะในด้านการเมือง ทั้งนี้ เหตุการณ์รัฐประหาร โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ทางกลุ่มมวลชนซึ่งไม่เห็นด้วยกับการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้เดินทางมารวมกันตามสถานที่ที่นัดหมาย ทั้งหน้าทางเดินสกายวอล์กสนามกีฬาแห่งชาติ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล 21  แยกอโศก, ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  รวมถึงห้างสรรพสินค้าห้างเมยา ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อประท้วงเชิงสัญลักษณ์ไม่เอารัฐประหาร โดยการประท้วงดังกล่าว ผู้ชุมนุมได้ใช้วิธีชูนิ้ว 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง พร้อมกับเอามือปิดปาก ส่วนบางคนก็นำสีสเปรย์มาพ่นคำว่า "NO COUP" และ "ปล้นประชาธิปไตย" ในหลายพื้นที่ และตะโกนเรียกร้องประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง การกางเฉพาะนิ้วโป้งและนิ้วชี้เหมือนตัว L จะให้นิ้วโป้งอยู่แนวนอนเหมือนตัว L หรือนิ้วโป้งอยู่แนวตั้งแบบ “ถูกต้องนะคร้าบ” ก็ได้ บ้านเราใช้เวลาชี้บางอย่าง หรือบางทีอาจจะทำมือแบบนี้แล้วคว่ำมือลงเพื่อถ่ายรูปให้ดูฮิพฮอพก็ได้ แต่ในสหรัฐอเมริกาและประเทศที่ได้รับอิทธิพลอเมริกันจะมองว่า L มาจาก Loser (คนแพ้) และใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าขี้แพ้ ส่วนในจีนหมายถึงเลข 8 และในประเทศเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์จะแปลว่าเลข 2 (ทีนี้คงนับเลขกันมึนเลย) สำหรับความหมายแง่ลบของการทำมือแบบนี้พบในประเทศอิตาลีและพื้นที่ข้างเคียง แปลว่าไม่ดี หรือแย่มากค่ะ การหงายฝ่ามือและกระดิกนิ้วชี้เรียก เรามักเห็นในภาพยนตร์ฝรั่งว่าถ้าสาวสวยกระดิกนิ้ว                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               เรียกในลักษณะนี้แล้วมักเป็นการเชิญชวนและยั่วยวนอีกฝ่ายให้ตามไป หรือเป็นการส่งสัญญาณให้เข้ามาใกล้ๆ เพื่อกระซิบบอกความลับบางอย่าง แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์นั้น ท่าทางนี้ใช้เรียกน้องหมาเท่านั้นค่ะ ฉะนั้นถ้าเผลอไปทำใส่ใครจะเหมือนไปว่าเขาเป็นสุนัข และอีกฝ่ายอาจจะโกรธถึงขั้นหักนิ้วชี้เราได้เลยค่ะ โหดแฮะ การแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาทแล้วใช่มั้ยคะ แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ ทีนี้น้องๆ ก็พอรู้กันแล้วนะคะว่าภาษาท่าทางที่ใช้มือเป็นสำคัญนั้นมีหลายความหมายแตกต่างกันไปทั่วโลก จริงๆ มีอีกหลายแบบเลยนะคะ รวมไปถึงการแสดงออกทางสีหน้าและแววตาด้วยที่ให้ความหมายต่างกัน ฉะนั้นก่อนจะเดินทางไปประเทศใดให้หาข้อมูลเรื่องพวกนี้ดีๆ ค่ะ ใครจะรู้ว่าการยิ้มสวยๆ ของเราที่ดูเป็นสิ่งที่ดีนั้น อาจแปลว่าเรากำลังท้าทายคนบางประเทศอยู่ก็ได้ น้องๆ คนไหนที่มีประสบการณ์เรื่องภาษามือที่ความหมายต่างกัน สามารถแบ่งปันเรื่องราวได้ด้านล่างเลยค่ะการแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาท  แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ Snap การดีดนิ้ว การดีดนิ้วดังเป๊าะนั้น ถ้าดีด 1 ครั้งคนอเมริกาและอังกฤษจะสื่อว่านึกอะไรออกแล้ว หรือมีไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาในหัว ส่วนการดีดเรื่อยๆ ไปมาหมายถึงกำลังพยายามนึกถึงบางอย่างให้ออกอยู่ แต่สำหรับประเทศแถบละตินอเมริกานั้นหมายความว่า ให้คนข้างหน้าช่วยรีบเดิน เร็วๆ หน่อย แต่ 10 ภาษากายที่มีความหมายต่างกันทั่วโลกสำหรับประเทศส่วนใหญ่ในโลก การดีดนิ้วใส่หน้าคนอื่นเป็นกิริยาที่หยาบคายมาก(แต่บางประเทศก็หมายถึงดึงความสนใจอีกฝ่ายให้กลับมา)  Sign of the Cross เครื่องหมายกางเขน เป็นสัญลักษณ์ของการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาคริสต์ เป็นการให้ศีลให้พร จะทำโดยการเคลื่อนมือเป็นรูปกากบาทในอากาศ ตามร่างกายของตัวเอง ด้วยมือข้างขวามักจะมาพร้อมด้วยการบรรยาย พูดหรือสวดมนต์ เป็นการสะท้อนรูปแบบของการเล่าเรื่องของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ให้นึกถึงพระเยซูที่ถูกตรึงไม้กางเขน มีสองรูปแบบและถูกใช้เฉพาะในคริสตจักรภาคตะวันออกดั้งเดิมและพิธีกรรมทางทิศตะวันออกของโบสถ์คาทอลิกเท่านั้น  Fig sign / Dulya การมีเพศสัมพันธ์  เป็นท่าทางแสดงความลามกอนาจารอย่างอ่อนโยน ที่ใช้ในวัฒนธรรมตุรกีและสลาฟ และในบางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ใช้นิ้วหัวแม่มือสอดเข้าไประหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ตำแหน่งนิ้วเป็นตัวแทนของอวัยวะเพศชาย(นิ้วโป้ง)ที่กำลังสอดเข้าๆ ไปในช่องคลอด (ช่องระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง) ท่าทางนี้เป็นที่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน  Shocker สิ่งที่เลวทราม   สัญลักษณ์นี้เป็นที่รู้จักในนามว่า “two in the pink, one in the stink” เกี่ยวกับสองสิ่งที่ห่วยแตกหรือมีกลิ่นเหม็น เป็นท่าทางมือที่มีความหมายทางเพศ นิ้วนางและนิ้วหัวแม่มือจะขดหรืองอลงในขณะที่นิ้วอื่นๆ จะขยาย นิ้วโป่งกับนิ้วนางจะถูกเก็บอยู่ด้วยกัน และด้านหลังของมือที่ใบหน้าออกไปด้านนอก ท่าทางนี้หมายถึงการกระทำของการสอดใส่นิ้วกลางเข้าไปในช่องคลอดและนิ้วก้อยเข้าไปในทวารหนักของผู้หญิงจึง มีการห้ามประชาชนใช้สัญลักษณ์นี้ เพราะเป็นท่าทางที่เสื่อมและเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งบางประเทศนั้นสัญลักษณ์นี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย Three-finger salute (Serbian) แสดงความยินดี เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดี ซึ่งคาดว่าเริ่มมาจากชาวเซอร์เบีย เป็นการการชูนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ด้วยมือข้างใดข้างนึง ซึ่งสัญลักษณ์นี้ยังมีความหมายอื่นๆ ของการแสดงความยินดี และยังถูกใช้โดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลเซอร์เบีย โดยนาย Srdjan Srećković รองนายกรัฐมนตรีของเซอร์เบียในช่วงเวลานั้นกล่าวในการสัมภาษณ์กับKurir สำนักข่าวของประเทศเซอร์เบีย ว่าสัญลักษณ์นี้ยังสามารถเป็นสัญลักษณ์แทนบุคคลสำคัญทั้งสามของเซอร์เบีย นั่นก็คือ Sveti Sava , Njegoš, และ Karađorđe ซึ่งในช่วงเวลาของสงครามยูโกสลาเวียสัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดีเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

10 อันดับคนดัง ที่ตัวตาย แต่สร้างรายได้มหาศาล
10 อันดับคนดัง /  ข่าว / 

MThai News รวบรวม 10 อันดับคนดัง คนเก่งหลากหลายวงการ ที่แม้เค้า และเธอเหล่านั้น จะไม่มีลมหายใจหลงเหลืออยู่ แต่ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลอยู่ในปัจจุบัน มหาเศรษฐีในโลกนี้ล้วนแล้วแต่จะต้องเป็นคนเก่ง คนดัง หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่มีบทบาทต่อสังคมเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่ามูลค่า หรือรายได้ที่เค้าได้รับต่อปีนั้นมหาศาล แต่มหาเศรษฐีอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ที่ไม่ใช่คนดัง คนเก่ง หรือคนมีอิทธิพล แต่กลับเป็น 'คนตาย' ที่แม้ตัวตนจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ชื่อเสียง และความสามารถในขณะมีลมหายใจ ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลในปัจจุบัน เค้าและเธอเหล่านั้นจะเป็นใครกันบ้าง และแต่ละคนสร้างรายได้มหาศาลขนาดไหน ไปเริ่มกันเลยครับ อันดับที่ 10 บรู๊ซ ลี เสียชีวิตเมื่อ 7 กค. 2516 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 290 ล้านบาท บรูซ ลี หรือ หลี่ เสี่ยวหลง เกิดที่ซานฟรานซิสโก เป็นดาราจีนที่โด่งดังระดับฮอลลีวูด ด้วยความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แบบจีทคุนโด้ แถมยังสามารถสามารถพูดอังกฤษ จีน ญี่ปุ่นได้ และยังเป็นแชมเปี้ยนเต้นชะชะช่า ในปี 1997 โดยที่นิตยสารเอ็มไพร์จัดอันดับให้เขาเป็นหนึ่งใน 100 ดารานำตลอดกาล ซึ่งปัจจุบันเขายังคงสร้างรายได้จากภาพยนตร์ รวมถึงคาแรคเตอร์ในเกมส์อีกด้วย อันดับที่ 9 ธีโอดอร์ ซัส กีเซล เสียชีวิตเมื่อ24 กย. 2534 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท ด็อกเตอร์ ซุส หรือ ธีโอดอร์ ซัส กีเซล นับเป็นนักเขียนหนังสือเด็กชาวอเมริกันที่คนไทยหลายคนรู้จักกันดี เพราะมีผลงานดัง ๆ หลายเรื่อง เช่น Green Eggs and Ham, The Cat in the Hat และ How the Grinch Stole Christmas ผลงานของเขาได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับตัวเขาเอง ที่ถือเป็นแบบอย่างของนักอ่านนักเรียนรู้ที่ดีมาก ๆ ถึงขนาดที่สหรัฐอเมริกาได้จัดให้ทุกวันที่ 2 มีนาคม หรือวันเกิดของ ด็อกเตอร์ ซุส เป็นวันอ่านหนังสือของชาติเลยทีเดียว อันดับที่ 8 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมย. 2498 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 350 ล้านบาท อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีสัญชาติสวิส และอเมริกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 โดยปัจจุบันเขายังสามารถสร้างรายได้จากผลงานวิทยาศาตร์ที่คิดค้นขึ้นมากว่า 300 ชิ้น อันดับที่ 7 จอห์น เลนนอน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ธค. 2523 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน หรือจอห์น เลนนอน ที่เราคุ้นเคย มือกีต้าร์แห่งวงสี่เต่าทอง เดอะบีทเทิลส์ ซึ่งเนื้อเพลงของเขาจะมีลักษณะที่เต็มไปด้วยความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด เลนอนเกิดที่เมืองลิเวอร์พูล ในปี พ.ศ. 2483 ได้แต่งงานครั้งแรกกับ ซินเทีย โพวเวลล์ 23 สค. พ.ศ. 2505 และแต่งงานครั้งที่สองกับนักร้องชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอโน่ เมื่อวันที่ 20 มีค. พ.ศ. 2512 เลนนอนถูกฆาตกรรมในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่เขายังสามารถมร้างรายได้จากบทเพลงที่เขาแต่งขึ้นมากกว่า 100 เพลง อันดับที่ 6 มาริลิน มอนโร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 สค. 2505 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท มาริลิน มอนโร เดิมชื่อ นอร์มา จีน มอร์เทนสัน นักแสดง นักร้อง นางแบบชื่อดัง ชาวอเมริกัน โดยภาพยนตร์เรื่อง The Seven Year Itch (1955) มีฉากที่เป็นอมตะของเธอที่ถูกลมพัดจนกระโปรงขึ้นมา เธอเสียชีวิตที่ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยแม่บ้านเป็นผู้พบเธอนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงในห้องของเธอ เนื่องจากการใช้ยาเกินขนาด ซึ่งยังมีผู้พบเห็นวิญญาณของเธออยู่บ่อยครั้ง อันดับที่ 5 บ๊อบ มาร์เลย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พค. 2524 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 660 ล้านบาท โรเบิร์ต บ็อบ เนสตา มาร์เลย์ หรือบ๊อบ มาร์เลย์ นักร้องเร็กเก้ชาวจาเมกาที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงสูงสุดในโลกคนหนึ่ง เริ่มมีผลงานในปีค.ศ. 1963 กับกลุ่มเวลเลอร์ (The Wallers) และเขายังได้รับให้เป็นศิลปินที่ขายดีที่สุดทั้งอัลบั้ม และซิงเกิลกว่า 75 ล้านก๊อปปี้ และเป็นต้นตำหรับคำว่า Rastafari และการร้องผสมผสานดนตรีของเขากับที่มีความรู้สึกถึงจิตวิญญาณอย่างแท้จริง อันดับที่ 4 อลิซาเบธ เทย์เลอร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 มีค. 2554 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 725 ล้านบาท นักแสดงอังกฤษ-อเมริกัน ที่เกิดในอังกฤษ เป็นที่รู้จักในด้านบทบาทการแสดงอันจัดจ้าน และความงาม เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตแบบฮอลลีวูด เธอแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง เธอได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม 2 ครั้ง รางวัลออสการ์เกียรติคุณ 1 ครั้ง รางวัลลูกโลกทองคำ 2 ครั้ง เธอเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อันดับที่ 3 ชาร์ล ชูลต์ส เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 กพ. 2543 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,320 ล้านบาท นักเขียนการ์ตูนชื่อดังเรื่อง 'พีนัทส์' (Peanuts) หรือ สนู้ปปี้กับแก๊งเพื่อน โดยเขามีผลงานการ์ตูนที่ลงตีพิมพ์ไปยังประเทศต่างๆ 77 ประเทศ หนังสือพิมพ์อีก 2,600 ฉบับ ซึ่งการ์ตูนต้นฉบับของเขาตอนสุดท้ายก็ถูกเผยแพร่ออกมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปี 2000 ซึ่งออกมาหลังจากที่เขาเสียชีวิตแค่คืนเดียวเท่านั้นเอง อันดับที่ 2 เอลวิส เพรสลีย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 สค. 2520 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,800 ล้านบาท นักดนตรี และนักแสดงชาวอเมริกัน เขาถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ทั้งเป็นที่รู้จักในฉายา 'ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์' หรือเรียกสั้น ๆ ว่า 'เดอะคิง' เขาถือเป็นนักร้องแนวป๊อปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง โดยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ 14 ครั้ง ซึ่งเขาได้รับ 3 ครั้ง และเขายังมีชื่ออยู่ในหอเกียรติยศ 4 ครั้ง อันดับที่ 1 ไมเคิล แจ๊กสัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มิย. 2552 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 4,620 ล้านบาท ราชาเพลงป็อป ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในระดับอาชีพด้านดนตรีตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเดอะแจ็กสันไฟฟ์ ในปี 1969 และเริ่มมีผลงานเดี่ยวในปี 1971 ในปี 1982 มีผลงานอัลบั้มที่ชื่อ Thriller ซึ่งถือเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล[4] และสี่อัลบั้มเดี่ยวที่เหลือก็ยังถือว่าเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดอัลบั้มหนึ่ง ติดตามอ่าน สกู๊ปข่าวทั้งหมด คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

Ragnarok Online ไทย ครบรอบ 12 ปี ให้บริการ
Ragnarok Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

หากนึกถึงเกมส์ออนไลน์ตัวแรกของประเทศไทย ผู้เล่นเกมส์ทั้งหมดจะนึกถึงกับเกมส์ออนไลน์ Ragnarok Online (ragnarok.playpark.com) เป็นอันดับแรก จน ณ ปัจจุบัน เกมส์ MMORPG แฟนตาซีชื่อดังได้ก้าวสู่ ถึง 12 ปี นับตั้งแต่ให้บริการเมื่อช่วงปี 2545 และเป็นเกมส์ออนไลน์ในไทยที่ยืนหยัดมานานเกินหนึ่งทศวรรษ เกมส์ Ragnarok Online  เป็นเกมส์ MMORPG สัญชาติเกาหลี พัฒนาโดย Gravity เป็นเกมส์ที่สามารถสร้างตัวละครเกมส์และเลือกสายอาชีพเกมส์เพื่อเก็บเลเวลจากมอนสเตอร์พร้อมกับพบปะระหว่างผู้เล่นบนฉากเกมส์ได้หลายๆคน จุดเด่นของเกมส์ที่นอกจากเป็นการต่อสู้ระัหว่างผู้เล่นแบบ PvP จนถึงระดับกิลด์แล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมระหว่างผู้เล่นบนโลกออนไลน์ เปลี่ยนแปลงการพบปะผู้คนจากตัวต่อตัวบนโลกจริง มาสู่โลกเสมือนผ่านเกมส์ออนไลน์ที่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์้เน็ตขณะเข้าเล่น พร้อมนำเสนอตัวละครเกมส์และอีโมชั่นที่น่ารัก สามารถเข้าถึงผู้เล่นได้ทุกวัย ที่สำคัญ เกมส์นี้เป็นเกมส์แรกที่คิดค่าบริการรายเดือน บรรยากาศการทำกิจกรรมภายในเกมส์ Ragnarok Online สาเหตุที่เกมส์ Ragnarok Online  ยังคงยืนหยัดอย่างต่อเนื่อง เพราะด้วยตัวเกมส์ที่มีความขลังและเป็นต้นแบบของเกมส์ MMORPG ที่ให้บริการในไทย ซึ่งมีผู้เล่นใหม่เข้ามาเล่นเรื่อยๆ แม้กระทั่งกลุ่มผู้เล่นปัจจุบันที่เข้ามาแวะเวียนมาเล่น เพื่อเริ่มต้นสร้างสังคมผู้เล่นจากการดำเนินสงคราม Guild Wars และในทุกๆปีของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมแจกไอเทมเกมทั้งผู้เล่นใหม่และผู้เล่นเก่า เป็นการคืนสู่เหย้าระหว่างผู้เล่นกันอีกครั้งอีกด้วย ภาพเกมส์ Ragnarok Online TIMELINE การเปิดให้บริการเกมส์ Thai Ragnarok Online 2545 - ปฏิวัติโลกเกมส์ออนไลน์ไทย ถือกำเนิด Thai Ragnarok Online ในรูปแบบ Close Beta บนเซิฟเวอร์ Chaos, Loki และ Iris - เปิดตำนานเกมส์ Thai Ragnarok Online อย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบ Open Beta บน 6 เซิฟเวอร์หลัก Chaos, Loki, Iris, Lydia, Fenrir และ Sarah 2546 - เปิดตัวเซิฟเวอร์เกมต้นแบบ Sakray และขยายความมันส์เพิ่มจำนวนเซิฟเวอร์อีก 6 เซิฟเวอร์ 2547 - ตีบวกความสนุกอีก 6 เซิฟเวอร์ใหม่ 2548 - ตอบรับตามคำเรียกร้องเพิ่มเซิฟเวอร์เกมส์ใหม่ Mani 2549 - ตอกย้ำกระแสความแรง เพิ่ม 2 เซิฟเวอร์ใหม่ Valkyrie 1 และ Valkyrie 2 2550 - ปฏิวัติครั้งใหญ่ เปิดตัวเซิฟเวอร์เกมส์เล่นฟรี RO Freelife บน 3 เซิฟเวอร์ใหม่ 2555 - ฉลอง 10 ปี แชมป์เปี้ยนแห่งโลกเกมส์ออนไลน์ในไทย 2556 - เปิดตัวเซิฟเวอร์ใหม่ที่ใช้ชื่อว่าเป็นหนึ่งที่มีความสมดุลต่อการเล่นเกมส์กับ Angeling 2557 - ยืนยันความเป็นแชมป์เปี้ยนตลอดกาล เปิดตัวอีกหนึ่งเซิฟเวอร์ใหม่ Maya หวนรำลึกเกมส์ Ragnarok Online อีกครั้งได้ที่ ragnarok.playpark.com // Post by Mthai Games.

เกมปลุกผี
Ghost Coins /  ตำนานลี้ลับ / 

ต้น (ธามไท แพลงศิลป์) กับแจ็ค (ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล) เป็น 2 นักเรียนสุดแสบที่โด่งดังมาจากการทำคลิปลบหลู่สิ่งต่างๆ และยิ่งพวกเขาได้รับการยอมรับมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งทำคลิปที่รุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ความสนุกและความคะนองทำให้ทั้งคู่คิดที่จะจับตัวของต่อ (ฟลุท ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร) ซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ของต้นเข้าไปในป่าช้า เพราะต้องการล้างแค้นในสิ่งที่ต่อทำไว้กับบี (พิม หทัยชัช เอื้อกิตติโรจน์) หญิงสาวที่แจ็คแอบหลงรัก ต่อโดนต้นและแจ็คจับตัวไป พวกเขาต้องการแกล้งต่อโดยการล็อคกุญแจมือต่อให้ติดกับศพในป่าช้า แต่เมื่อขุดจนพบศพที่แห้งกรัง ต้นเห็นเหรียญประหลาดวาบวับที่อยู่ในปากของศพ ด้วยความโลภทำให้ต้นดึงเหรียญนั้นออกจากปากของศพ และทันใดนั้นศพที่แห้งกรังนั้นกลับเหมือนมีชีวิต ต้นผวาจนเกิดอาการขาพลิก ขณะที่ต่อกำลังจะหนี ต้นก็คว้ากุญแจมือของต่อมาล็อคกับข้อมือของตนเอง ทำให้ทั้งคู่ต้องหนีผีไปด้วยกัน ทั้งหมดวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนกไร้ทิศทางจนพลัดหลงกับแจ๊ค เหลือเพียง ต้น ต่อ และบี ที่หนีจนพบกับ ผา เมฆ และบัว ความน่ากลัวที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!! อยากเล่น ต้องแลก!! 24 ธันวาคมนี้ ---------------------------------------------------------------------------------- ภาพยนตร์ เกมส์ปลุกผี Ghost Coins กำกับโดย ทิวา เมยไธสง ทีมนักแสดง หญิง รฐา โพธิ์งาม, กระดุม ธนายง ว่องตระกูล, นะโม ทองกำเหนิด, พิม หทัยชัช เอื้อกิตติโรจน์, ธามไท แพลงศิลป์, ฟลุท ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร, ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล วางคิวฉายไว้ 24 ธันวาคม 2557 นี้สยอง

NCsoft ส่ง Aion Legions เกมส์มือถือ RPG ตัวใหม่
Aion /  Aion Legions / 

NCSoft ประกาศเปิดตัวเกมส์ออนไลน์มือถือ Aion Legions เกมส์แนว MMORPG แฟนตาซี เตรียมเปิดให้เล่นที่เกาหลีเป็นประเทศแรก เกมส์ Aion Legions พาผู้เล่นไปยังโลกแฟนตาซีเหนือจินตนาการของ Abyss หลังเกิดเหตุการณ์สงครามสองฝ่ายระหว่าง Elyos กับ Asmodian ผู้เล่นจะต้องเริ่มต้นผจญภัยต่อสู้เหล่าศัตรูและบอสเกมส์ จากการอาศัยกลยุทธและยุทธวิธีทำศึก พร้อม Raid บอสเกมส์อันสุดท้าทาย เกมส์ Aion Legions เปิดให้เล่นที่เกาหลีเป็นประเทศแรก