สงครามพลิกจักรวาล

หลอกกันเห็นๆ!! ส่องคลิปเบื้องหลังสุดอลัง จาก X-Men: Days of Future Past
VFX /  x-men / 

คงยังไม่มีใครจะลืมภาพยนตร์มหาสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ใน X-Men: Days of Future Past ที่สร้างปรากฏการณ์ ทั้งรายได้ เสียงชื่นชม และปลุกกระแสแฟนคลับให้ลุกโชนขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. ผ่านมา แต่คุณผู้ชมรู้ไหมครับ ว่าบรรดาฉากอลังการี่คุณเห็นในหนังนั้น ไม่ว่าจะเป็น แม็คนีโตโชว์โหดยกสนามกีฬา, มีสทีคแปลงร่าง หรือการพะบู๊กับหุ่นเซนติเทลจอมโฉด นั้น เขาไม่มีของจริงกันทั้งนั้น!! (อ้าว) ทั้งหมดเกิดจากการใช้ Vfx มากมายหลายต่อหลายขั้นตอน เห็นตัวหนังออกมาอลังการขนาดไหน เบื้องหลังนั้นก็อลังไม่แพ้กัน จะโหดขนาดไหน มาดูกัน   เห็นในหนังออกมา อลังการขนาดนี้ ส่วนอันนี้ของจริงตอนถ่ายทำนะ?!! -------------------------------------

10 สัตว์แปลกในตำนาน..ที่น่าเกลียดน่ากลัวที่สุด
10 อันดับ /  สัตว์ประหลาด / 

มาอีกแล้ว กับเรื่องแปลกๆ ของ 10 สัตว์แปลกในตำนาน..ที่น่าเกลียดน่ากลัวที่สุด กันค่ะ แต่สัตว์แปลกในตำนานที่เราจะนำมาเสนอในวันนี้ มีน้อยคนนักที่เคยได้ยินและรวมถึงเรื่องราวตำนานอันน่าสะพรึงมาให้ทุกคนได้อ่านกัน!!! จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลยค่ะ 10 สัตว์แปลกในตำนาน..ที่น่าเกลียดน่ากลัวที่สุด 1. Anthropophagi (อัน โธรโปฟากี) ในตำนานโบราณของอังกฤษเชื่อว่ามันคือเผ่ากินคน ที่ปรากฏในงานเขียนขอศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล ในเรื่อง The Histories และ ในบทประพันธ์ของวิลเลียม เชกส์เปียร์ ในศตวรรษที่ 17 จากเรื่อง Merry Wiver of Windsor และ Othello โดยเผ่านี้ที่มีลักษณะประหลาดคือมันไม่มีศีรษะบนบ่า แต่มีสมองอยู่ภายในร่างกาย มีตาอยู่ที่บ่าทั้งสองข้าง และมีปากระหว่างแผ่นอก อาศัยในเกาะทะเลดำ 2. Abatwa (อบัตวา) ในสมัยก่อนชาวแอฟริกันตอนใต้เชื่อว่า รังมดที่อยู่ใต้ดินนั้นไม่ได้เป็นที่อาศัยของมดอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมี “อบัตวา” ที่เป็นคนตัวจิ๋วเท่ามด และยังมีมดเป็นพาหนะ ที่มีลักษณะเหมือนคนแอฟริกาทุกอย่างยกเว้นขนาดของตัวเท่านั้น แต่คนที่จะพบเห็นชาวอบัตวาได้นี่ต้องเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบ พวกพ่อมดหมอผี และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ว่ากันว่าถ้าหญิงตั้งท้องได้ 7 เดือนเห็นอบัตวาไม่ว่าเพศไหนก็ตาม ลูกที่คลอดออกมาก็จะเป็นเพศนั้นด้วย 3. Heikegani หรือ ปูหน้าคน หลายคนคงจะเคยเห็นเจ้าปูชนิดนี้ เพราะมันมีอยู่จริงที่ญี่ปุ่น และยังมีตำนานเล่าต่อๆกันมาว่า ในสมัยก่อนเกิดสงครามระหว่างตระกูลซามูไร คือตระกูลไทระ(เฮกะ) กับตระกูลมินาโม(เกนจิ) จนมาถึงศึกสุดท้ายที่ไปสู้กันแถวหมู่บ้านติดชายทะเล ทำให้ตระกูลไทระสูญสิ้นหมดทั้งตระกูลไม่เหลือแม้กระทั่งเด็กหรือผู้หญิง แต่หลายคนเชื่อว่าดวงวิญญาณทั้งหมดไม่ได้ไปเกิด แต่ได้มาสิงอยู่ที่ปูทำให้ที่กระดองของปูเป็นรูปเหมือนหน้าซามูไรกำลังโกรธแค้น 4. Kapre หรือ ผียักษ์ต้นไม้สูบบุหรี่ เป็นปีศาจในตำนานของฟิลิปปินส์ ที่มีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ แต่สูงถึง 7- 9 ฟุต มีขน มีเคราเต็มตัว ที่สำคัญมันชอบสูบบุหรี่มาก และมักจะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ สวมผ้าเตี่ยวเหมือนคนพื้นเมืองไม่มีผิด ว่ากันว่าในมือมันจะถือหินสีขาวขนาดเล็กไว้ ซึ่งถ้าใครได้มาครอบครองจะสมปรารถนาในทุกๆเรื่อง ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูเหมือนจะโหดร้ายน่ากลัว แต่จริงๆแล้วมันเป็นมิตร บางคนถ้าโชคดี(หรอ) มันจะออกมาพูดคุยด้วยระหว่างเดินป่า จนอาจจะหลงป่าได้เลย ดังนั้นคนที่นี่เมื่อได้ยินเสียงกรอบแกรบทั้งๆ ที่ไม่มีลม ได้ยินเสียงหัวเราะดังจากต้นไม้ หรือมีควันออกจากด้านบนของต้นไม้ ก็รู้ๆกันว่าเกิดจากเจ้านี่ 5. Fenoderee (เฟ โนเดรี) อาศัยอยู่ในเกาะไอเซลส์ ออฟ แมน ที่อยู่ระหว่างไอร์แลนด์และอังกฤษ ตำนานบอกไว้ว่าเพราะมันไปล่วงเกินนางฟ้าก็เลยถูกสาปให้มีหน้าตาอัปลักษณ์ แถมยังปัญญาทึบอีกด้วย แต่เห็นหน้าตาหน้าเกลียดแบบนี้มันไม่ดุร้ายเลยสักนิด แถมยังช่วยงานเกษตรกรอย่างขันแข็ง ทั้งเก็บเกี่ยวพืช ล่าสัตว์ หรือเฝ้าฝูงแกะ แต่เมื่อไหร่ที่มีคนพยายามจะเอาเสื้อผ้าให้มันใส่ มันจะหนีไป เพราะเชื่อว่าเสื้อผ้าจะทำให้มันติดโรคร้ายที่อาจะถึงตายได้ ดังนั้นมันจึงใช้ชีวิตแบบเปลือยๆอยู่ตลอด 6. The Vegetable Lamb of Tartary หรือ ผักแกะแห่งตาร์ตาร์ ตำนานสุดตลกนี้ว่ากันว่าคนสมัยก่อนที่ไม่รู้จักฝ้าย เลยดันไปคิดว่าต้นฝ้ายนั้นคือ แกะ!! ด้วยความที่ขนแกะกะฝ้ายนั้นคล้ายกัน ทำให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่ ยิ่งพ่อค้าชาวตาร์ตาร์หรือพวกตาดที่เอาฝ้ายมาขายบอกว่าฝ้ายคือขนของ แกะ โดยลูกแกะของเขาสามารปลูกขึ้นในสวนไร่นาเหมือนกับผักอื่นๆ โดยมันสามารถออกลูกเป็นฝ้ายได้จนเกิดความเข้าใจผิดตามมาว่าแกะของตะวันออก เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง!! 7. Bishop-fish หรือ ปลาปิชอป ปลาขนาดยักษ์อาศัยอยู่ในย่านทะเลบอลติคของชาวยุโรป มีลักษณ์เหมือนพระสังฆราชของชาวคริสต์ ที่หัวล้านตรงกลางกระหม่อม และลำตัวเป็นปลาหมึกยักษ์ ว่ากันว่าในศตวรรษที่ 16 กษัตริย์โปแลนด์ได้รับปลาชนิดนี้จากชาวประมงที่นำมาถวาย ต่อมาพระองค์ก็ไปให้พระปิชอปคาทอลิกรูปหนึ่ง ที่โดนเจ้าปลานี้ส่งสายตาวิงวอนว่าให้ปล่อยมันไป? สุดท้ายเค้าก็ปล่อยมันลงทะเล ต่อมาในปี 1513 ก็มีคนจับปลาชนิดนี้ได้เหมือนกัน แต่มันไม่ยอมกินอะไรจึงตาย 8. Kludde เป็นตำนานความเชื่อของชาวฟรานเดอร์ ในเบลเยี่ยม ว่ามันเป็นวิญญาณแห่งสายน้ำที่ปรากฏในรูปของสุนัขตัวใหญ่สีดำทะมึน(บางตำนานเหมือน แมวใหญ่สีดำ หรือนกสีดำ) มีขนยาว เดินด้วยสองขาหลัง แต่ยังเดินได้คล่องแคล่ว ว่องไวเหมือนมนุษย์ มีปีกเหมือนนกอินทรี ที่ทำให้มันสามารถบินได้ ชอบซ่อนตัวอยู่ตามเส้นทางที่คนผ่านบริเวณลำห้วยหนองบึง และมักจะล่านักเดินทางเหล่านั้นตอนโพล้เพล้ 9. Kikimora (คิ คิโมรา) ปีศาจในตำนานของชาวสลาฟ ที่เชื่อว่าเป็นวิญญาณแม่ไก่ที่คอยสิงสู่อยู่ตามบ้านแถวชนบท มีลักษณะเหมือนเด็กสาวในชุดสาวบ้านนอก แต่มีคอเล็กเหมือนไก่ และแขนเป็นปีกและนิ้วมือเป็นเล็บสัตว์ และมีขาคล้ายไก่เช่นกัน ว่ากันว่าเธอเป็นภรรยาของโดโมวอย (Domovi) ผีบ้านผีเรือนที่คนแถวนั้นเชื่อถือ โดยเธอมักคอยกวดขันให้แม่บ้านดูแลงานบ้านให้เรียบร้อย เพราะไม่งั้นเธอจะสร้างความปั่นป่วนในบ้าน ที่สำคัญต้องดูแลเล้าไก่ ให้อาหารไก่เป็นอย่างดี ไม่งั้นมันอาจจะโกรธจนมาเอาชีวิตคุณก็ได้ 10. Shirime ผีประหลาดของญี่ปุ่น ที่มีตาขนาดใหญ่ตาเดียวแต่ดันอยู่ที่ทวารหนัก!! ในขณะที่ใบหน้านั้นไม่มีแม้กระทั่งตาจมูกและปาก โดยมักปรากฏตัวในตอนกลางคืน เพื่อที่จะหลอกนักเดินทาง โดยมีกวีคนหนึ่งได้เล้าเรื่องราวของมันไว้ว่า คืนนึงมีซามูไรเดินอยู่บนถนนตอนดึกๆ ดันไปพบชายลึกลับ เปลือยกายกำลังคลานเข้ามาหาเค้า จึงได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ และพอสังเกตดีๆ ก็พบว่ามันมีตาขนาดใหญ่อยู่ตรงทวาร!! ข้อมูล toptenthailand

ภูเขาโปปา (Mount Popa) ที่สถิตของ มหาคีรีนัต แห่งพุกาม
ภูเขาโปปา /  มหาคีรีนัต / 

ภูเขาโปปา หรือเรียกว่า มหาคีรีนัต มีความสูงประมาณ 1,518 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ในอดีตเคยเป็นภูเขาไฟ แต่ปัจจุบันได้ดับไปแล้ว (ปะทุครั้งสุดท้ายเกือบ 2,500 ปี มาแล้ว) อยู่ห่างจากเมืองพุกามราว 50 กิโลเมตร ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เขาโปปา (Mount Popa) ชื่อนี้มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤตแปลว่าดอกจำปา เนื่องจากในอดีตบริเวณภูเขาลูกนี้ เคยมีต้นจำปาขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก หรือเรียกอีกชื่อว่า "ภูเขาดอกจำปา" ภูเขาโปปา (Mount Popa) ที่สถิตของ มหาคีรีนัต แห่งพุกาม ภูมิทัศน์โดยรอบภูเขาไฟโปปา เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุและลำธารเล็กๆ ราว 200 แห่ง ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวพม่าเชื่อกันว่าภูเขาลูกนี้เป็นภูเขา ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นสถานที่สิงสถิตของบรรดาเทวดาและนัตทั้งหลาย "นัต" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 2 ตนสิงสถิตอยู่ (นัตมีทั้งหมด 37 ตน) ภูเขาโปปา ถูกกล่าวถึงในบันทึกประวัติศาสตร์พม่าตั้งแต่ในยุคของ การเลือกตำแหน่งสร้างอาณาจักรพุกามว่า อดีตภูเขาไฟแห่งนี้เป็นเสมือน เขาพระสุเมรุศูนย์กลางแห่งจักรวาล และเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเหล่า “นัต” หรือที่คนพม่าเรียกว่า “มินนัต” คือ วิญญาณ ภูตผี จากผู้ที่เสียชีวิตด้วยการถูกฆ่า หรือถูกทรมานด้วยวิธีต่างๆ ดวงวิญญาณจึงไม่ไปสู่สุคติ มีทั้งคนธรรมดาและผู้ที่มียศศักดิ์ไปจนถึงกษัตริย์ บ่อยครั้งปรากฏกายแสดงอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ กลายเป็นที่เกรงกลัวของชาวบ้านจึงมีการตั้งศาล และนำรูปปั้นเหมือนจริงตั้งไว้ให้คนกราบไหว้บูชา โดยถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยปกป้องดูแลบ้านเมือง และยังสามารถขอในสิ่งที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งรูปปั้นนัตแต่ละตนจะสวมเสื้อผ้าสวยงาม บางตนนั่งอยู่บนสัตว์ต่างๆ เช่น เสือ หงส์ และม้า บางตนก็ถืออาวุธ แตกต่างกันไปตามเรื่องราวที่ได้รับการกล่าวขาน ตัวอย่างนัตซึ่งหลายคนนิยมกราบไหว้ คือ นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ เหมาะสำหรับคนใจร้อนอยากได้โชคลาภแบบทันใจ เป็นต้น เมื่อพระเจ้าอโนรธามังช่อ แห่งราชวงศ์พุกาม นำศาสนาพุทธนิกายเถรวาทจากมอญเข้าสู่พม่า ความเชื่อเรื่องนัตจึงถูกผสมผสานเข้ากับศาสนาพุทธ นัตจึงถูกยกระดับให้เป็นนัตหลวง โดยพระองค์ได้ทำการตั้งศาลนัตหลวงขึ้นที่เขาโปปา หรือเรียกว่ามหาคีรีนัต มีทั้งหมด 37 องค์ โดยองค์สำคัญคือ นัตตัจจาเมง (หรือนัตสักรา หรือพระอินทร์), นัตพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้, นัตโยนบะเยง (นัตพระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์) เป็นต้น บุคคลที่จะได้รับการรับถือเป็นนัตนั้น ต้องมาจากสาเหตุการตายที่ไม่ใช่การตายธรรมดา กล่าวโดยง่ายคือ ตายโหง เพราะเชื่อว่าจะมีฤทธานุภาพสูงกว่าผีทั่วๆ ไป กษัตริย์ในอดีตของพม่าจะต้องจัดงานเคารพบูชาผีนัตเป็นประจำทุกปี โดยชาวพม่าเชื่อว่าภูเขาแห่งนี้เป็นเสมือนบ้านของผีนัต มีการเฉลิมฉลองเพื่อความเคารพต่อผีนัตในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม และเดือนมิถุนายน นักแสวงบุญจำนวนมากจะพากันเดินทางขึ้นไปบนภูเขาโปปาเพื่อไปสักการ บูชาบรรดานัตทั้งหลายในช่วงคืนพระจันทร์เต็มดวง คือ ช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน และช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม ภูเขาไฟโปปา และวัดตวงคาลัต สามารถมองเห็นได้แต่ไกล แม้จะยืนอยู่บริเวณแม่น้ำอิรวดีที่อยู่ห่างออกไป 60 กม.ก็ยังสามารถเห็นได้ ด้วยรูปพรรณสัณฐานตามธรรมชาติที่สะดุดตา นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวต้องขึ้นบันได 777 ขั้น เพื่อไปยังวัดตวงคาลัตซึ่งอยู่บนยอดสุด โดยตลอดทางเต็มไปด้วยฝูงลิงกัง ซึ่งเป็นสัตว์ประจำท้องถิ่น ที่กลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว และเมื่อขึ้นไปถึงวัดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล มองเห็นเมืองพุกามได้ทั้งเมือง View Larger Map ข้อมูลและภาพ : wiki / นิตยสารธรรมลีลา / traveladventures.org / flickr.com เรียบเรียงโดย Travel MThai

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ตู้ เหวินเจ๋อ ฟิตปั๋ง! ขอไฟเขียวภรรยา มานัวเนียสาวเอวี!!  ใน ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว
anri okita /  Infernal Affairs / 

เคยพิูจน์ฝีมือกันมาแล้ว เมื่อ ตู้ เหวินเจ๋อ หรือ แชปเมน โต นักแสดงหนุ่มดาวตลก ที่เคยพลิกบทบาทรับบทดราม่า หนักเข้ม กับบท อาคัง ลูกน้องในแก๊งค์มาเฟียจากหนังดัง Infernal Affairs ทั้ง 3 ภาค และ Initial D ซึ่งโดดเด่นจนเป็นที่จดจำ และยังเข้าชิงรางวัลนักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม แต่ในการกลับมาใน Naked Ambition 3D  ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว ครั้งนี้ ตู้ เหวินเจ๋อ  ต้องเจองานใหญ่เข้าอย่างจัง!! แบบเสี่ยงสุดๆ ต่อคำอนุญาตจากภรรยา?! เพราะใน ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว เรื่องนี้ หนุ่ม ตู้ เหวินเจ๋อ ต้องรับบทนำเป็น พระเอกหนังโป๊ ที่ต้องเข้าฉากนัวเนียกับสาวๆ ดาราเอวีแถวหน้าของญี่ปุ่น อาทิ อันริ โอคิตะ, ยูอิ ทัซซึมิ และ นาโซมิ อาโซะ ทำเอาตื่นเต้นสุดๆ จนกังวลว่า เทียน เย่าหนี ภรรยาของเขา (ซึ่งเป็นนักแสดงชาวฮ่องกงเช่นเดียวกัน) จะไฟเขียวหรือไม่ แต่หลังจากผ่านการเจรจากับภรรยาสาวจนเข้าล็อค พ่อหนุ่มเอวีหน้าใหม่ ตู้ เหวินเจ๋อ ของเรา ก็เข้าออกยิมเป็นว่าเล่น ฟิตร่างกายให้พร้อมรับมือกับสาวๆ เอวีสุดฮอตจากญี่ปุ่น ที่หนุ่มๆ หลายคนต้องอิจฉาแน่นอน โดย ตู้ เหวินเจ๋อ ได้เล่าถึงการทำงานครั้งนี้ว่า "สำหรับการประชันบทบาทกับดาราเอวีในหนังครั้งนี้ หลังจากที่ผมได้รับอนุญาตจากภรรยาเป็นที่เรียบร้อย ผมก็มุ่งมั่นเข้ายิม ขอฟิตร่างกายให้พร้อม สำหรับบทบาทในหนัง Naked Ambition 3D ซึ่งจะเล่าถึงเรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายทำหนังโป๊ ของทีมงานจากฮ่องกง ใน ประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่าแม้มันจะเป็นหนังตลก แต่ยังไงผมก้ต้องฟิตให้ปั๋ง เพื่อไม่ให้สาวๆ ญี่ปุ่นผิดหวังละครับ" พระเอกของเรากล่าวอย่างอารมณ์ดี แต่นั่นยังไม่หมด เพราะดาวตลกชื่อดัง ตู้ เหวินเจ๋อ ยังคุยฟุ้งอีกว่าดาราสาวเซ็กซี่ชาวญี่ปุ่น อันริ โอคิตะ ที่เข้าฉากกับเขาในหนังเรื่องนี้ เป็นเจ้าของหน้าอกหน้าใจขนาด "คัพแอล" เลยทีเดียว  และ ตู้ เหวินเจ๋อ ยังยอมรับอีกว่า ร่างกายของเขานั้นมีปฏิกิริยาโต้ตอบ กับเรือนร่างสุดเซ็กซี่ของสาวๆ เอวี โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เพราะมันคือเรื่องธรรมชาติจริงๆ ซึ่งสาวๆ เอวีของญี่ปุ่นที่ร่วมงานกับเขา ก็เป็นมืออาชีพกันมาก พวกเธอไม่ถือสาเรื่องแบบนี้  และหาก ตู้ เหวินเจ๋อ ไม่รู้สึกรู้สา หรือไร้การตอบสนอง ใดๆ เลยนี่สิ พวกเธอคงเครียดน่าดู ก็เพราะว่าอาชีพของพวกเธอนั้นก็ทำ ผลงานมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ!! ตู้ เหวินเจ๋อ และ เทียน เย่าหนี และก่อนหน้านี้ เทียน เย่าหนี ภรรยาของเขาเคยบอกกับสื่อว่า เธอไม่ได้คิดอะไรมาก หากสามีจะต้องทำงานกับดาราหนังเอวี โดยเธอยังเอ่ยปากชื่นชมสาว ๆ เหล่านี้ด้วยซ้ำว่า เป็นนักแสดงมืออาชีพ "ฉันยกย่องดาราเอวีมากค่ะ พวกเธอถือว่าเป็นนักแสดงคนหนึ่งเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เขา (ตู้ เหวินเจ๋อ) ก็เคยเล่นฉากถึงเนื้อถึงตัวกับดาราหญิงคนอื่นมาแล้ว ทั้ง โจว ซิ่วนา หรือ ซิ ข่ายฉี เพราะฉะนั้น ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ค่ะ" ภรรยาของดาวตลกคนดังยังบอกอีกว่า สามีของเธอเองก็ยังให้เกียรติเธอมาก ด้วยการขอความเห็นก่อนที่จะรับเล่นหนังเรื่องนี้ ซึ่งเธอก็คิดว่าถ้าเขารู้สึกชอบในบทนี้ และคิดว่าตัวละครเหมาะสมกับตัวเอง ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธแต่อย่างใด Naked Ambition 3D ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว เรื่องนี้ เป็นภาคต่อของ Naked Ambition ที่เข้าฉายตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน โดยในหนังภาคแรกมี กู่ เทียนเล่อ และ เฉินอี้ซิน รับบทนำ ในเรื่องราวที่ว่าด้วยวงการหนังวับๆ แวมๆ เกรด 3 ของฮ่องกง และในภาคต่อนี้ ก็ยังได้ กู่ เทียนเล่อ กลับมารับบท พระเอกหนังโป๊ เจ้าปัญหาที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อลวน ล้นกองถ่าย จนทำให้ ตู้ เหวินเจ๋อ จับพลัดจับผลู มารับบท พระเอกหนังโป๊ เข้าให้ แต่ถึง ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวงการ "หนังโป๊" แต่อย่าเพิ่ง ฟันธงว่านี่คือ "หนังโป๊" อย่างที่คิด เพราะนี่คือ "หนังทะลึ่ง" ที่คุณต้องดูแห่งปี 2014 ชนิดพลาดแล้วจะเสียใจ ติดตามความฮากระจาย ติดเรท น.18 (ผู้ชมอายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำ) โดยทีมพากย์ พันธมิตร สุดทะลึ่งตึงตังแบบทะลุจอ!! ไปกับ  Naked Ambition 3D ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว ได้ในวันที่ 2 ต.ค. ทั้งในระบบ 2D และ 3D ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ซั่มกระฉูด ทะลุโตเกียว ได้ที่นี่เลย ---------------------------------------- มารู้จักนางเอกเอวี อันริ โอคิตะ กันซะหน่อย http://men.mthai.com/girl-interest/56717.html

หอการค้าเผย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย
ผลสำรวจ /  ม.หอการค้าไทย / 

ม.หอการค้าไทยเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2557 อยู่ที่ระดับ 79.2 ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นและเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง จากราคาผลผลิตการเกษตรที่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะยางพาราและข้าว แต่การที่รัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่ส่งผลให้การบริโภคของประชาชนในช่วงไตรมาส 4 เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาดีขึ้นได้ในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ หอการค้าไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าภาวะความเชื่อมั่นผู้บริโภคขาลงจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ แต่จะสามารถพลิกกลับมาฟื้นตัวเป็นขาขึ้นได้ในไตรมาส 4 แต่รัฐบาลจะต้องเร่งเบิกจ่ายเพื่อให้เงินถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 1.5-2 หากแต่การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี เอาจจะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 1.7-2 และจะเป็นแรงผลักดัน ในปีหน้าถึงร้อยละ 4 MThai News เปิดแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาล ประยุทธ์ 1   หอการค้าประเมินข้าวไทยช่วง 10 ปี ภาวะถดถอย   หอการค้าเผยใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 57 โต5.7%  

มะกันประเมินผิดนักรบไอเอส แข็งแกร่งกว่า ทหารอิรัก ?
กลุ่มติดอาวุธ /  กลุ่มไอเอส / 

ผู้นำสหรัฐฯออกมาพูดถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอส และศักยภาพในการร่วมมือปราบปรามกลุ่มติดอาวุธของรัฐบาลอิรัก วานนี้(28 ก.ย.)สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์จากสหรัฐรายงานเรื่องราวความเคลื่อนไหว ของกลุ่มรัฐอิสลาม โดยนาย บารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในอิรัก และซีเรีย ของกลุ่มรัฐอิสลามหรือที่รู้จักกันในนาม "ไอเอส" ทั้งนี้ โอบามาได้ให้ความเห็นว่าที่ผ่านมาหน่วยข่าวกรองประเมินศักยภาพของกลุ่มไอเอสต่ำกว่าความเป็นจริงมาก อย่างที่รู้กันดีว่าไอเอสเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งระบบ จำนวนคน และรายได้ที่มาจากการค้าน้ำมันและการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งความแยบยลของกลุ่มไอเอสคือ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือในการพีอาร์กลุ่ม รวมถึงการเชิญชวนให้ชาวตะวันตกเข้าร่วมกลุ่มไอเอส ซึ่งมันได้ผลดีทีเดียว เพราะมีชาวตะวันตกทั้งจากอังกฤษ ออสเตรเลีย และชาวยุโรปประเทศอื่นๆ เดินทางเข้ามาร่วมกลุ่มไอเอส ไม่เว้นทั้งหญิงและชาย อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ของทหารอิรัก ขาดแรงจุงใจในด้านความเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือจุดมุ่งหมายในการทำเพื่อกองทัพหรือเพื่อประเทศ หากแต่ทำไปเพื่อแลกเงิน และเพื่อความอยู่รอดกับปัจจัยในด้านปากท้อง จากหน่วยข่าวกรองรายงานว่า นับรบไอเอสแข็งแกร่งมากเพราะพวกเขาต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ซึ่งต่างจากทหารอิรักที่ขาดแรงจูงใจข้อนี้ โดยอาวุธส่วนใหญ่ที่นักรบไอเอสใช้ในการทำสงคราม มักได้มาจากทหารอิรักที่ยอมแพ้ในขณะต่อสู้และทิ้งอาวุธก่อนจะหนีไปอาวุธเหล่านี้ก็เป็นอาวุธที่มาจากสหรัฐนั่นเอง รวมถึงปัญหาของแรงผลักดันในด้านนิกาย ซึ่งทหารอิรักที่นับถือนิกายซุนนีเหมือนกันก็อาจจะไม่อยากสู้รบกับผู้ร่วมนิกายเดียวกันเป็นต้น โดยทหารส่วนใหญ่ที่กลับเข้ากองทัพไม่รู้ว่าจะประกอบอาชีพอะไร และพวกเขามาเพื่อหารายได้เท่านั้น แม้จะมีการฝึกซ้อมทางกองกำลังแต่ก็ดูเหมือนความแข่งแกร่งและจุดมุ่งหมายจะยังต่างกันมาก อย่างไรก็ตามโอบามาได้ทิ้งท้ายว่า การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดคือทางการอิรักและซีเรียจะต้องปฏิรูปโครงสร้างภายในประเทศตัวเองด้วย ทั้งในด้านการศึกษา และการทำงานโดยไม่แบ่งแยกแนวคิดทางศาสนาแม้จะมีนิกายที่แตกต่างกัน Mthai News

Detective couple 04-1
Detective /  couple

Vol.4 พลิกแผนฆ่าบัณฑิต วันหยุด "ซือถูคง" กับ "เสี่ยวเยี่ย" มาพักผ่อนกันที่โรงเตี๊ยมในไท่หยวน และ.ได้พบกับบัณฑิตหนุ่ม "หลิงยิ้วอัน" ซึ่งกำลังจะถูกไล่ออกจากโรงเตี๊ยมเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง ทั้งสองจึงให้ความช่วยเหลือ ละเมื่อ "หลิงยิ้วอัน" ได้รับการช่วยเหลือแล้วเขาจึงชวน "เหยียนอี้ซัน" เพื่อนบัณฑิตของเขาให้มาพักด้วยกัน แต่จากนั้นไม่นาน "เหยียนอี้ซัน" กลับถูกฆ่าตายปริศนา "ซือถูคง" กับ "หลี่เส้าเหว่ย" จึงเดินหน้าสืบคดีฆาตกรรมปริศนาอีกครั้ง

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง
Haha /  Jee Seok Jin / 

ที่สุดแห่งความฮา! รันนิ่งแมน บุกไทยสาดมุกไม่ยั้งร่วม 3 ชั่วโมง ทีกรุ๊ปฯ จัดงานสุดเยี่ยม Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand ขอมอบเหรียญทองรางวัลชนะเลิศให้ไปเลย! สำหรับงาน Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งของเหล่าพิธีกรรายการ รันนิ่งแมน ซึ่งประเดิมเปิดฉากในไทยเป็นพิกัดแรกของตารางทัวร์กันไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายน สร้างสรรค์และจัดงานโดย บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จับมือกับ Urban Works Media & Entertainment ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีสปอนเซอร์ใหญ่ใจดี ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ช่วยผลักดันให้งานนี้สำเร็จลุล่วง เติมฝันครั้งหนึ่งในชีวิตของรันเนอร์ชาวไทย (Runner ชื่อเรียกแฟนคลับ Running Man) ให้ได้เจอตัวเป็นๆ ของห้าสมาชิกตัวท็อปแห่งวาไรตี้เกมโชว์อันดับหนึ่งแดนกิมจิ รันนิ่งแมน ที่ยกโขยงกันมาปล่อยมุกสดๆ โชว์เพลงเด็ดๆ แจกลายเซ็นตัวต่อตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เจองานนี้เข้าไปขาประจำงานเกาหลีต่างก็ยกนิ้วให้และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือที่สุดแล้วของความฮาและฟิน! ทั้งขำกลิ้ง ทั้งดูเพลินยิ่งกว่างานไหนๆ ที่เคยจัดมา เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นชาวคณะรันนิ่งแมนทั้งที กองกำลังหลักอย่าง จีซอกจิน (Jee Seok Jin), คิมจงกุก (Kim Jong Kook), ซงจีฮโย (Song Ji Hyo), อีกวางซู (Lee Kwang Soo) และ ฮ่าฮ่า (HaHa) ก็ขนความบันเทิงชนิดนับมุกไม่ถ้วนมาเอ็นเตอร์เทนแฟนๆ ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นเวทีคอนเสิร์ตที่คัดเลือกเพลงมาให้กรี๊ดและฮาเฮกันชุดใหญ่ พร้อมด้วยพลังไฮเปอร์ควบทักษะการแข่งขันเกมสุดมันที่เราเคยประจักษ์กันมาแล้วจากเวอร์ชั่นรายการโทรทัศน์ ซึ่งเมื่อพระอาทิตย์ตกดินก็ได้เวลา Race Start! เริ่มต้นเกมการแข่งขันอีกรูปแบบของชาวคณะรันนิ่งแมน เปิดฉากเรียกเสียงหัวเราะปนเสียงกรี๊ดจากชาวรันเนอร์ไทยแลนด์กันก่อนเลยกับวีทีอาร์เปิดตัวเหล่าสมาชิกในเพลง Destiny ซาวด์แทรคประกอบละครซีรีส์ยอดฮิตเรื่อง You Who Came From The Stars (ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว) จบเพลงแรกพักเบรคพูดคุยทักทายชาวรันเนอร์ที่มาให้กำลังใจกันเนืองแน่นห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยเดินทางมาไทยก่อนหน้านี้เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ชั้นเชิงพูดไทยของแต่ละคนนั้นเรียกได้ว่าระดับเทพ พี่จมูกโต จีซอกจิน เปิดก่อนใครว่า “สวัสดีครับ จีซอกจินครับ เป็นยังไงบ้างครับ” ด้วยสำเนียงเป๊ะสุดๆ ส่วนสปาต้ากุก คิมจงกุก ก็บอกว่า “สวัสดีครับ คิมจงกุกครับ ผมคิดถึงทุกๆ คนครับ” ตามด้วยแม่ทัพหญิง ซงจีฮโย “สวัสดีค่ะ ซงจีฮโย ยินดีที่พบกันนะคะ” จากนั้นถึงคิวพ่อยีราฟประจำรายการอย่าง อีกวางซู “สวัสดีครับ กวางซูครับ ไทยแลนด์รักนะจุ๊บๆ” ปิดท้ายที่ ฮ่าฮ่า แร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง “สวัสดีครับฮ่าฮ่าครับ ทุกคนเซ็กซี่สุดๆ” นอกจากนี้เขายังออกปากชมแฟนชาวไทยอีกด้วยว่า เป็นแฟนคลับที่น่ารักสุด เพราะเมื่อครั้งมาถ่ายทำรายการที่ไทย แฟนๆ ที่ตามไปดูก็ให้เกียรติทีมงานอย่างมาก ยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ทำให้พวกเขาถ่ายรายการอย่างไม่มีอุปสรรคเลย ในฐานะที่เป็นงานแฟนมีตติ้งของเดอะแกงค์รันนิ่งแมน งานนี้ก็ต้องขอให้พวกเขาโชว์ทักษะและลีลาการแข่งขันเกมให้ชมหน่อยกับธีมเกมเศรษฐี ซึ่งเหล่าสมาชิกรันนิ่งแมนจะต้องทอยลูกเต๋า หากลูกเต๋าสุ่มลงที่ช่องไหนก็จะต้องเล่นเกมหรือถูกลงโทษตามนั้น พี่ใหญ่ ซอกจิน อาสาทอยลูกเต๋าเป็นคนแรก ตกที่พิกัด เกมรีลเลย์ โดยในเกมนี้จะมี 5 เกมย่อย แบ่งผู้โชคดี 10 คนออกเป็น 2 ทีม A และ B โดยมี พี่เสือจงกุก รับหน้าที่เล่น เกมตะเกียบคีบถั่วใส่จาน เป็นเกมแรก จากนั้นก็แตะมือให้ มงจี หรือ จีฮโย หญิงสาวหนึ่งเดียวของทีมที่เจองานหินต้อง ซิทอัพ 50 ครั้ง ซอกจินได้งานถนัดคือเล่น เกมตั๊กจี ให้ผ่าน แล้วจึงแปะมือน้องชายร่างโย่ง กวางซู ที่เจองานง่ายแค่ เกมทำลูกโป่งให้แตก ท้ายสุด ฮ่าฮ่า ต้อง เดาะลูกบอลพู่สีเงินให้ได้ครบ 10 ครั้ง จึงจะสำเร็จภารกิจ ทีมไหนที่ทำเวลาได้น้อยกว่าก็เป็นผู้ชนะไป บรรยากาศบนเวทีตอนเล่นเกมเต็มไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน ผู้ชนะในเกมนี้ก็รับไปเลยของที่ระลึกแบบส่วนตั๊วส่วนตัวที่ชาวรันนิ่งแมนแต่ละคนเตรียมมาให้แฟนๆ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ยังได้ถ่ายรูปโพราลอยด์แบบแนบชิดกับทีมพิธีกรรันนิ่งแมนอีกด้วย เข้าสู่เกมที่ 2 กวางซู รับหน้าที่ทอยลูกเต๋าในเกมนี้ เรียกได้ว่าคนนี้มือดีสุดๆ เพราะทอยลูกเต๋าครั้งแรกก็เจอบทลงโทษเลย! เป็นภารกิจ การอุ้มแฟนคลับลุกนั่งเป็นจำนวน 5 ครั้ง ถึงแม้ว่าจะเป็นบทลงโทษของกวางซู แต่ดูเหมือนว่าน้องนางผู้โชคดีที่โดนอุ้มนั้นจะฟินสุดๆ ไปเลย   เกมต่อมาคือ เกมลูกจุดโทษท้าทาย มีผู้โชคดีอีก 5 ท่านได้ขึ้นมาร่วมสนุก ครั้นจะเตะลูกบอลเข้าประตูเฉยๆ ก็ดูจะธรรมดาไปนิด พี่ๆ เขาเลยจัดอุปกรณ์เสริมทั้งรองเท้าส้นสูง, ผ้าปิดตา, ตีนกบ, ผ้าผูกขา, แว่นตาเลนส์หนาเตอะ แต่ละสิ่งล้วนเป็นตัวช่วยป่วนให้ลำบากขึ้นทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าวันนี้ กวางซู จะโชคร้ายโดนบทลงโทษนำร่องไปก่อนแล้ว ในความโชคร้ายยังพอมีโชคดีเข้าข้างอยู่บ้าง พ่อยีราฟเกิดเป่ายิ้งฉุบชนะจึงผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปแบบสบายๆ ก่อนทอยลูกเต๋าเล่นเกมกันต่อ และแล้วลูกเต๋าก็สุ่มลงที่ Gold Key งานนี้ส้มหล่นใส่แฟนคลับเพราะมีผู้โชคดีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะได้ถ่ายรูปพร้อมสมาชิกทั้ง 5 คน แล้วไปต่อกันที่ เกมฝาหม้อวัดดวง กติกาการเล่นก็ง่ายสุดๆ มีหม้อทั้งหมด 5 ใบ แต่จะมีเพียงใบเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถดึงฝาหม้อขึ้นได้ คนที่เจอแจ็คพอตเป็นหม้อใบนั้นจะต้องโดนแฟนๆ ผู้โชคดีทั้งหมดบนเวทีรุมตีหัวเป็นการลงโทษ หลังจากโชคดีในเกมจุดโทษมาแล้ว กวางซู กลับโดนราหูอมอีกครั้ง เมื่อฝาหม้อของเขาไม่สามารถเปิดได้ งานนี้เลยโดนแฟนๆ รุมตีหัวไปตามระเบียบ หัวเราะท้องแข็งไม่ได้หยุดหย่อนกับเกมต่างๆ ไปขนานใหญ่แล้ว ชาวคณะรันนิ่งแมนขอบอกว่า พวกเขาไม่ได้มีดีเพียงแค่นี้! เอ็นเตอร์เทนเนอร์ตัวกลั่นทั้งห้ายังมีโชว์พิเศษมาเซอร์วิสกันต่อ เริ่มต้นที่พี่ใหญ่ จีซอกจิน ขอเปลี่ยนคอสตูมให้ดูเท่กระชากวัยเพื่อแมทช์กับเพลงชื่อ We Are Young ตามติดด้วยสาวสวยมึนอึด ซงจีฮโย ที่ขอพลิกคอนเซ็ปท์ไปโชว์เสียงหวานๆ กันบ้างในเพลง Scent Of A Flower ประกอบละครเรื่อง Emergency Man and Women (คู่รักห้องฉุกเฉิน) ซึ่งเธอรับบทนางเอก จากนั้นยกเวทีให้ Prince of Asia อีกวางซู ที่ขอสลัดคราบตลก ลุกมาโชว์เดี่ยวเปียโนในเพลงสุดเพราะ I Miss You ทำเอาแฟนๆ ในฮอลล์กรี๊ดสลบ แถมชมไม่ขาดปากว่าพ่อยีราฟดูหล่อสุดๆ ไปเลย แต่ไม่ทันขาดคำ เจ้าชายของเราก็เก๊กแตก กลายร่างกลับไปเป็นดาวตลกอีกครั้ง เรียกเสียงฮาจากแฟนๆ ได้สนั่นด้วยลีลาผาดโผน ยืนกลับหลังและตะแคงกายเล่นเปียโน ก่อนจบเพลงถือดอกกุหลาบเดินไปแจกให้แฟนคลับแถวหน้าได้ฟินกันอีกยก จากนั้นผู้ชายเสียงยุง คิมจงกุก ขึ้นเวทีมาในเพลงซึ้งๆ ของตัวเอง A Man และเพลงสากลของ Maroon 5 อย่าง Sunday Morning ปิดท้ายกับแร็พเพอร์พ่อลูกหนึ่ง ฮ่าฮ่า ซึ่งขอเคลียร์เวทีให้เป็นคอนเสิร์ตย่อมๆ ในเมดเล่ย์สุดมัน 3 เพลงรวด ประกอบด้วยเพลงดังของเขาเองอย่าง You Are My Destiny, Rosa และ Super Weeds Man ทำเอารันเนอร์ไทยอดใจไม่ไหว ลุกขึ้นโดดกันลืมเหนื่อยเลยทีเดียว เหล่าสมาชิกกลับออกมาอีกครั้งในช่วงแจมที่พวกเขาร่วมกันทำให้ความสนุกเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นเวทีแก้คิดถึง คู่รักวันจันทร์ โดย จีฮโย หยิบเพลงของ แกรี่ อย่าง Turned Of The TV มาร้องโชว์ ซึ่งแม้ว่าแกรี่จะติดภารกิจไม่ได้มาด้วยในครั้งนี้ แต่เรามีตัวแทนเฉพาะกิจอย่าง จงกุก และ ฮ่าฮ่า สวมหน้ากากแกรี่ ออกมาร่วมร้องร่วมโยกสุดน่ารัก ถึงคิวเซอร์ไพรส์สุดกู่กับคู่หู Easy Brother ซอกจิน และ กวางซู ที่โผล่มาในเพลง Trouble Maker ชนิดสเต็ปท่าเต้นเป๊ะประหนึ่งว่า ฮยอนซึง และ ฮยอนอา มาเอง! งานนี้กวางซูลงทุนแต่งหญิงกระชากต่อมฮาสนั่นฮอลล์ได้อีกซีนใหญ่ สลับคิวไปให้ จงกุก ได้หยิบผลงานเก่าของเขาสมัยที่ยังเป็นสมาชิกวง Turbo อย่างเพลง December มาโชว์ร่วมกับน้องชายสุดซี้ ฮ่าฮ่า ได้ฟีลสนุกไปอีกรสชาติ และแล้วเวลาก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของงานแฟนมีตติ้ง หลังจากที่ได้หัวร่องอหายกันไปแล้วร่วม 3 ชั่วโมง แฟนๆ ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาทำซึ้ง สารภาพความในใจผ่านวีทีอาร์พิเศษให้สมาชิกรันนิ่งแมนทั้งห้าได้ชม ก่อนหันกลับมาเจอเซอร์ไพรส์ของรันเนอร์ไทยที่พร้อมใจกันทำโปรเจ็กต์ชูป้ายข้อความว่า Keep On RUNNING I’ll be with you จุดนี้ จีฮโย และ กวางซู ถึงกับน้ำตาซึม เอ่ยปากว่า We Love Thailand.. รักเมืองไทยมาก (ภาษาไทย) กันเลย จากนั้นพวกเขาขอเก็บภาพความประทับใจในวันนี้โดยการถ่ายรูปกับแฟนๆ ทั้งฮอลล์ ทิ้งท้ายงานแฟนมีตติ้งด้วยคำสัญญาว่าทีมรันนิ่งแมนจะกลับมาเมืองไทยอีกแน่นอน และพวกเขาทั้ง 5 ก็ขอกลบความซึ้งด้วย 2 เพลงสนุกอย่าง Lovely และเพลงชวนเที่ยวเมืองปูซาน Busan Vacance เป็นการอำลาเวที แต่แน่นอนว่าพวกเขายังกลับไปขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ต้องออกมาอังกอร์ตามเสียงเรียกร้องก่อน ด้วยเพลง Hand up ของ 2PM ปิดฉาก Yayoi Presents RACE START Season2 in Thailand แล้วทีมรันนิ่งแมนทั้งหมดก็โค้งตัวและก้มลงกับพื้นแสดงความขอบคุณต่อแฟนชาวไทย เป็นภาพความประทับใจที่เหล่ารันเนอร์และชาวคณะรันนิ่งแมนต้องจดจำขึ้นใจอย่างมิรู้ลืม! เรียกว่าสอบผ่านฉลุยไปอีกหนึ่งผลงานของผู้จัดไฟแรงแจ้งเกิดเรียบร้อยนาทีนี้ บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ชมภาพความประทับใจเพิ่มเติม และติดตามงานสนุก-งานดีครั้งต่อไปได้ทาง www.tgroupthai.com หรือออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/Tgroupthai ทวิตเตอร์ @tgroup_thai อินสตาแกรม @tgroupthai ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เขาคือผู้เปลี่ยนโลก ในตัวอย่างใหม่แบบซับไทยจาก The Giver
Taylor Swift /  The Giver / 

ปล่อยกันออกมาแล้ว สำหรับหนังไซไฟสุดล้ำ เมื่อโลกของเราถูกบางอย่างปิดกั้นไม่ให้รับรู้ สำหรับ The Giver ที่สร้างมาจากนวนิยายขายดี ที่ตัวหนังมีกำหนดฉายในไทย 23 ตุลาคมนี้ และตอนนี้ตัวอย่างใหม่แบบซับไทยก็ได้เผยออกมาให้ชมกันแล้ว เรื่องราวของ โจนาส (เบรนตัน ทเวทส์) เด็กหนุ่มผู้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ และเต็มไปด้วยความมีระเบียบและความสุขแม้จะไร้ซึ่งสีสัน แต่เมื่อเขาเริ่มใช้เวลาอยู่กับ ผู้ให้ (เจฟฟ์ บริดเจส) ผู้เก็บรักษาความทรงจำทั้งมวลของชุมชนแห่งนี้ โจนาส ก็กลับเริ่มค้นพบความจริงที่สุดแสนจะอันตรายและมืดหม่นในอดีตที่ลึกลับของ เมืองแห่งนี้ ด้วยพลังจากสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ ซึ่งเขาก็ตระหนักว่าความเสี่ยงนั้นมากกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้เสียอีก เพราะมันเป็นเรื่องความเป็นความตายสำหรับตัวเขาเองและคนที่เขารักมากที่สุด แม้จะมีโอกาสน้อยเพียงไหนแต่โจนาสก็รู้ว่าเขาจะทำทุกวิถีทางถึงต้องหลบหนี ออกจากโลกใบนี้ให้ได้ ซึ่งมันเป็นความท้าทายที่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อนเลย ภาพยนตร์ THE GIVER  เดอะ กิฟเวอร์ พลังพลิกโลก‏ สร้างจากนิยายสำหรับเยาวชนชื่อเดียวกันโดยโลอิส โลว์รี ซึ่งได้รับรางวัลนิวเบรี มีดัลปี 1994 และขายได้กว่า 10 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก นำแสดงโดย เมอริล สตรีพ , เจฟฟ์ บริดเจส, เบรนตัน ทเวทส์, เคที โฮล์มส์ และนักร้องสาว ‘เทย์เลอร์ สวิฟท์’ ที่กลับมาหวนสู่จอภาพยนตร์อีกครั้งด้วย

จ๊ะ อาร์สยาม เลิก
จ๊ะ อาร์สยาม /  คันหู / 

จ๊ะ อาร์สยาม เลิก"คันหู"พลิกแนวถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ครั้งแรกใน RUSH Magazine

ไลน์หลุด! รองผกก.ฉุนทหารบุกค้นบ้าน
ซ่อนอาวุธ /  ตำรวจไม่พอใจทหาร / 

นายตำรวจระดับรองผู้กำกับ แชตไลน์แสดงความไม่พอใจเจ้าหน้าที่ทหาร หลังเข้าตรวจค้นบ้าน เหตุต้องสงสัยซ่อนอาวุธสงคราม สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เปิดเผยข้อความการสนทนาทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ของนายตำรวจระดับ รองผู้กำกับนายหนึ่ง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธครบมือ ประมาณ 20 กว่านาย บุกเข้าค้นบ้านพัก ในจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากต้องสงสัยว่าซุกซ่อนอาวุธสงคราม โดยนายตำรวจดังกล่าว แสดงความไม่พอใจที่ทหารไม่มีการแสดงตน อีกทั้งมีทหารนายหนึ่งสวมใส่รองเท้าเข้าไปในบ้านและห้องนอน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 57 ที่ผ่านมา ข้อความส่วนหนึ่งในไลน์ "ขณะนี้บ้านเมืองปกครองด้วยทหาร หลังจากการตรวจค้นบ้านผมแล้ว มันเอาบันทึกมาให้ผมเซ็น วันที่ 24 ก.ย. 57 เวลา 02.00 น. อ่านดูในบันทึกการตรวจค้นระบุไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ในบันทึกระบุว่าได้แสดงตนแล้วในการตรวจค้น ผมจึงพูดว่าไม่เห็นคุณแสดงตน ผมรู้เลย อ้ายตำรวจที่มาให้ผมเซ็นยิ้มแล้วยิ่งเฉย ผมจึงบอกว่าจะทำอะไรคราวหน้าสืบให้แน่ชัดก่อนน่ะ" "โอ้โห ดูในบันทึกการตรวจค้น นายพลตำรวจ-ทหารเป็นแถวยาวเยียด มีชื่อผู้การเหลิม แต่ไม่เจอตัว ถ้ามาก็ดีซิ จะได้ให้ค้นแบบไม่ตกใจ เพราะเคยเป็นผู้บังคับบัญชา" MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก : แนวหน้า

ชีวิตอมตะของนิโคลัส เฟลมเมล ตำนานเลื่องชื่อในประวัติศาสตร์
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

นิโคลัส เฟลมเมล ชื่อนี้เพื่อนๆ พอจะคุ้นกันบ้างรึเปล่า? ใช่แล้วคะ นิโคลัส เฟลมเมล ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง ฟังดูแล้วเขาเป็นคนสำคัญในประวัติศาสตร์ไม่น้อยทีเดียว วันนี้ทีนเอ็มไทยจึงนำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับชายผู้นี้ว่า เขาคือใคร ตำนาน เรื่องราวของเขาที่เล่าขานต่อกันมาจะเป็นยังไง มาฝากเพื่อนๆ กันคะ ตามมาดูกันเลย ^^ ชีวิตอมตะของนิโคลัส เฟลมเมล ตำนานเลื่องชื่อในประวัติศาสตร์  นิโคลัส เฟลมเมล ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ (Harry Potter and the Sorcerer's Stone) ศิลาอาถรรพ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยชายที่ชื่อนิโคลัส เฟลมเมล,  Davinci Code ก็มีการเอ่ยถึงนิโคลัส เฟลมเมลว่าเป็น Grand Master of the Priory of Sion (ประมุขของไพรเออรี่ออฟไซออน), เรื่อง Indiana Jone's ก็มีเรื่องของนิโคลัส เฟลมเมลด้วยเช่นกัน ในตอน Indiana Jones and the Philosopher's Stone อีกทั้งล่าสุดในภาพยนตร์  "As above, So below" ที่เข้าฉายในบ้านเรา เป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งต้องการสืบหาความจริงในประวัติศาสตร์มีเรื่องของ นิโคลัส เฟลมเมล กับชีวิตอมตะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com  ชีวิตอมตะของนิโคลัส เฟลมเมล ตำนานเลื่องชื่อในประวัติศาสตร์  ว่ากันว่า นิโคลัส เฟลมเมล (Nicolas Flamel) ชาวฝรั่งเศสมีชื่อเสียงในฐานะเป็น "นักเล่นแร่แปรธาตุ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด" จากผลงานของเขา "ศิลานักปราชญ์" หรือที่หลายคนๆ เรียกกันในชื่อ หินอาถรรพ์ ที่ทำให้เป็นอมตะ ซึ่งเรื่องราวของเขาปรากฏในศตวรรษที่ 16 นิโคลัส เฟลมเมล (Nicolas Flamel; 28 กันยายน ค.ศ. 1330 - ค.ศ. 1418) ตามตำนานเรื่องเล่ากว่าสองร้อยปี เกี่ยวกับ นิโคลัส เฟลมเมล เขาเป็นอาลักษณ์และผู้ขายเอกสารตัวเขียนชาวฝรั่งเศสที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงหลังเสียชีวิตแล้วว่าเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ จากงานอันมีชื่อเสียงของเขาในศิลานักปราชญ์ เซึ่งขาได้เรียนรู้ เคล็ดลับ เล่นแร่แปรธาตุ จากชาวยิวคนหนึ่งชื่อ converso - นิโคลัส เฟลมเมล อาศัยอยู่ในกรุงปารีสในศตวรรษที่ 14-15 - เขาขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เกี่ยยวกับการเล่นแร่แปรธาตุในยุคกลาง - นิโคลัส เฟลมเมล แต่งงานกับ เพอรีเนล (Perenelle) ในปี 1368 ทั้งคู่ร่ำรวย เป็นเจ้าของอสังหาฯ มีทรัพย์สินมากมาย และนำเงินบางส่วนไปสร้างโบสถ์ สร้างงานประติมากรรมต่างๆ ขึ้นด้วย ทำให้หลายคนสงสัยถึงความร่ำรวยและความใจบุญของทั้งคู่ - เขาเคยทำงานอาชีพต่าง ๆ มาก่อน เช่น กวี จิตรกร นักเขียน ก่อนที่จะมาศึกษาดาราศาสตร์อย่างจริงจัง - มีหลักฐานว่าแฟลมเมล อาศัยอยู่ในช่วงยุค 80 ในปี 1410 แฟลมเมลได้ออกแบบหลุมฝังศพของเขาเอง ซึ่งได้รับการแกะสลักโดยพระคริสต์ เซนต์ปีเตอร์และเซนต์พอล หลุมฝังศพเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงปารีส มีบันทึกแสดงให้เห็นว่าแฟลมเมลเสียชีวิตในปี 1418 หลังจากเพอรีเนลภรรยาของเขาเสียชีวิตไม่นานนัก เขาได้สร้างบ้านหลายหลังให้กับผู้ที่ยากจน หนึ่งในนั้นยังคงอยู่ และกลายมาเป็นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปารีส ถูกใช้เป็นสถานที่ที่ผู้คน สามารถรับประทานอาหารฟรีได้ และสามารถอยู่ค้างคืนได้หนึ่งคืน โดยที่พวกเขาต้องแลกเปลี่ยนกับการสวดมนต์ เพื่อดวงวิญญาณของนิโคลัส แฟลมเมล มันเด็ดตรงนี้! ในคืนหนึ่ง เฟลมเมลได้ฝันว่าเขาจะได้รับหนังสือเล่มหนึ่งเป็นหนังสือที่เขาสามารถเข้าใจมันได้มากที่สุด ในขณะที่คนอื่นไม่สามารถเข้าใจมันได้ เขาจะได้เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น วันรุ่งขึ้น เฟลมเมลได้กับพบหนังสือเล่มนั้น และเขาได้ซื้อมันมา เฟลมเมลได้เดินทางไปหาผู้ที่อ่านหนังสือเล่มนี้ออก เฟลมเมลได้พบกับนักปราชญ์คนหนึ่งที่สามารถอ่านออกข้อความในหนังสือเป็นภาษา ฮิบรู ความลับของการเปลี่ยนโลหะให้เป็นทองนั้นจำเป็นต้องใช้ส่วนผสมของ ศิลาอาถรรพ์ และในที่สุดเขาก็ค้นพบสสารลึกลับนี้ เฟลมเมลได้บันทึกไว้ และบอกว่า ศิลาอาถรรพ์มีกลิ่นรุนแรงมาก นักเล่นแร่แปรธาตุคนอื่นๆ เชื่อว่ามันคือ กำมะถัน แต่ไม่มีใครรู้วิธีแปรธาตุของมัน ต่อมาหลังจากที่เฟลมเมลเสียชีวิตในปี 1410  บรรดาลูกศิษย์ของเฟลมเมลเชื่อว่า เขาไม่เพียงแต่จะสามารถแปรธาตุอื่นให้กลายเป็นทองคำได้เพียงอย่างเดียวแต่เขายัง สามารถปรุงน้ำที่เป็นอมฤตได้ ด้วยซึ่งสามารถเป็นยาชุบชีวิตให้เป็นอมตะได้ หลายร้อยปีต่อมาเรื่องของ แฟลมเมล และหนังสือของเขาได้ถูกผู้คนพูดถึงกัน และได้มีผู้คนไปขุดหลุมศพของแฟลมเมล ที่น่าแปลกใจก็คือพวกเขาพบแต่ความว่างเปล่าหรือว่า นิโคลัส แฟลมเมล จะสามารถที่จะสร้างหินแปรธาตุได้จริงหรือ เขาค้นพบความเป็นอมตะได้จริงหรือเปล่า ชองค์ดูเบียส เขาเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุยุคใหม่ ที่ศึกษาเรื่องราวของนิโคลัส แฟลมแมล มาเป็นเวลา 50 ปี หลังจากหลายปีที่ลองทดลอง ดูเบียส ก็เชื่อว่า นิโคลัส แฟลมเมล สามารถค้นพบความลับที่แท้จริงของก้อนหิน การเล่นแร่แปรธาตุนี้ถูกเข้าใจผิดมันไม่ใช่การเปลี่ยนโลหะให้กลายเป็นทอง แต่ที่จริงแล้ว การเล่นแร่แปรธาตุคือการหาตัวตนที่แท้จริง ของตัวเองตั้งหาก ตามการนำสู่ผลงานของเขาและรายละเอียดเพิ่มเติมที่เพิ่มขึ้นนับแต่การตีพิมพ์ เฟลมเมลเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุชาวยุโรปที่ประสบความสำเรจที่สุด การกล่าวยืนยันสมัยใหม่ว่า การอ้างถึงเขาและงานเขียนของเขาปรากฏในตำราเล่นแร่แปรธาตุในคริสต์ศตวรรษที่ 16 อย่างไรก็ดี ไม่ได้เชื่อมโยงกับแหล่งไหนเป็นพิเศษ แก่นชื่อเสียงของเขาคือ เขาประสบความสำเร็จในเป้าหมายเวทมนตร์สองประการของการเล่นแร่แปรธาตุ คือ เขาสามารถประดิษฐ์ศิลานักปราชญ์ ซึ่งเปลี่ยนตะกั่วให้เป็นทอง และว่าเขากับภรรยา เพอรีแนล บรรลุความเป็นอมตะโดยการดื่มยาอายุวัฒนะ มารู้จักกับ วิชาเล่นแร่แปรธาตุ  เป็นปฐมบทของวิชาเคมีในปัจจุบันทีเดียว เรียกว่ากำเนิดจากไสยศาสตร์มาเป็นรากฐานวิทยาศาสตร์(ชั้นสูง) ในยุคสมัยเก่า การเล่นแร่แปรธาตุหรือ รสายนเวท เป็นศาสตร์ที่มีมาแต่โบราณ ที่จะมีเรื่องของศาสนาและจิตวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  ศาสตร์นี้ได้รับการกล่าวถึงตั้งแต่สมัยกรีกโบราณโดยอริสโตเติล ซึ่งวางรากฐานจำนวนมากของศาสตร์นี้ นักเล่นแร่แปรธาตุเชื่อว่า ทุกอย่างในโลกประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ หากเปลี่ยนแปลงปริมาณของสี่ธาตุในวัตถุหนึ่งได้แล้ว ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุนั้นได้ (เช่น เปลี่ยนตะกั่วเป็นทองคำ) สิ่งที่นักเล่นแร่แปรธาตุต้องการค้นพบ คือ อลิเซีย วิตา หรือยาอายุวัฒนะที่จะช่วยให้มีอายุยืนนาน และ ศิลานักปราชญ์ ซึ่งจะเปลี่ยนสสารใดๆให้กลายเป็นทองคำได้ รวมถึงการสร้างมนุษย์เทียมในหลอดแก้ว การเล่นแร่แปรธาตุแม้จะล้มเหลวแต่ก็เป็นรากฐานสำคัญให้วิทยาศาตร์หลายสาขาในกาลปัจจุบัน ธาตุที่เกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุ  1.ศิลานักปราชญ์  เป็นสสารทางการเล่นแร่แปรธาตุอันเป็นตำนานซึ่งกล่าวกันว่าสามารถเปลี่ยนโลหะฐาน (เช่น ตะกั่ว) ให้เป็นทองคำหรือเงินได้ นอกจากนี้ บางครั้งยังเชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะด้วย มีประโยชน์ทำให้กลับเป็นวัยหนุ่มสาว (rejuvenation) และอาจถึงขั้นบรรลุความเป็นอมตะ เป็นเวลาหลายศตวรรษ ที่มันเป็นเป้าหมายการแสวงหามากที่สุดในการเล่นแร่แปรธาตุตะวันตก ศิลานักปราชญ์เป็นสัญลักษณ์ใจกลางของการเล่นแร่แปรธาตุ โดยเป็นสัญลักษณ์แสดงความสมบูรณ์แบบที่ความดีเลิศที่สุด การเห็นแจ้งและความสุขสำราญปานสวรรค์ (ในศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู จินดามณีเป็นวัตถุที่เทียบเท่ากับศิลานักปราชญ์) เชื่อกันว่าศิลานักปราชญ์มีคุณสมบัติทางเวทมนตร์หลายอย่าง คุณสมบัติที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางที่สุด คือ ความสามารถในการเปลี่ยนโลหะฐานให้เป็นทองคำหรือเงิน และความสามารถในการรักษาความเจ็บป่วยทุกประเภท และการต่อชีวิตให้ยืนยาวของผู้ใดที่บริโภคศิลานักปราชญ์ส่วนหนึ่ง คุณสมบัติอื่นที่กล่าวถึงได้แก่ การสร้างตะเกียงที่ลุกไหม้ชั่วกัลปาวสาน การเปลี่ยนผลึกธรรมดาให้เป็นอัญมณีมีค่าและเพชร ชุบชีวิตพืชที่ตายแล้ว การสร้างแก้วที่ยืดหยุ่นหรือนำมาตีเป็นแผ่นได้ หรือการสร้างโคลนหรือโกเลม คำบรรยายลักษณะของศิลานักปราชญ์นั้นมีมากหลากหลาย ตามตำราเล่นแร่แปรธาตุ ศิลานักปราชญ์มีสองประเภท ซึ่งเตรียมได้โดยวิธีการเกือบเหมือนกัน คือ สีขาว (สำหรับทำเงิน) และสีแดง (สำหรับทำทอง) ศิลาสีขาวเป็นรุ่นที่เสร็จสมบูรณ์น้อยกว่าศิลาสีแดง ตำราเล่นแร่แปรธาตุโบราณและสมัยกลางบางเล่มทิ้งคำใบ้ถึงรูปลักษณ์ทางการภาพที่ควรเป็นของศิลานักปราชญ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลาสีแดง ศิลานักปราชญ์มักกล่าวขานกันบ่อยครั้งว่า จะมีสีส้ม (สีหญ้าฝรั่น) หรือแดงเมื่อบดให้เป็นผง หรือในรูปของแข็ง สีกลางระหว่างแดงกับม่วงแดง โปร่งใส คล้ายแก้ว เชื่อกันว่าศิลานักปราชญ์นั้นหนักกว่าทอง และเชื่อกันว่าละลายได้ในของเหลวทุกชนิด แต่ไม่เผาไหม้กับไฟ นักประพันธ์เล่นแร่แปรธาตุบางครั้งเสนอว่า การบ่งชี้ของศิลานั้นเป็นการอุปมา แม้ถูกเรียกว่าศิลา แต่มิใช่เพราะมันดูเหมือนศิลา 2.ยาแก้สรรพโรค หรือ panchrest เป็นยาที่เชื่อกันว่าจะสามารถรักษาโรคภัยทั้งปวงได้ และยืดอายุของผู้รับประทานออกไปอย่างไม่รู้จบ ชื่อในภาษาอังกฤษ "panacea" มาจากชื่อของเทพีแพเนเซีย เจ้าแห่งการบำบัดรักษาในเทพปรกณัมกรีก ยาแก้สรรพโรคนี้เคยเป็นที่ต้องการและควานค้นหาอย่างบ้าคลั่งของลัทธิรสายนเวทอยู่พักใหญ่ และมีความเกี่ยวโยงกับความเชื่อเรื่องน้ำอมฤต และศิลาอาถรรพณ์อันเป็นวัตถุที่เชื่อกันว่าสามารถใช้แปรธาตุสามัญให้กลายเป็นทองคำได้ ในบางแขนงของแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เช่น เคมี ชีวโมเลกุล ชีวเคมี ชีวฟิสิกส์ พันธุศาสตร์ และวิทยาภูมิคุ้มกัน ยังมีการค้นหาอย่างต่อเนื่องซึ่งยาแก้สรรพโรคและน้ำอมฤต ปัจจุบันดูเหมือนว่ากำลังเพ่งเล็งไปยังเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน บทบาทของยีนส์ กับทั้งความสัมพันธ์กันระหว่างกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม โดยมีความต้องการของมนุษย์ที่จะสามารถ "แก้สรรพโรค" และหยุดกระบวนการแก่เจ็บตายเป็นแรงขับเคลื่อนอันแรงกล้า คำว่า "ยาแก้สรรพโรค" เป็นศัพท์ทางวิชาการ แต่ในภาษาไทยก็มีคำพ้องความหมายอยู่หลายคำ เช่น ยาระงับสรรพโรค, ยาอายุวัฒนะ, ยาครอบจักรวาล ฯลฯ เขาได้สร้างบ้านหลายหลังให้กับผู้ที่ยากจน หนึ่งในนั้นยังคงอยู่ และกลายมาเป็นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปารีส ถูกใช้เป็นสถานที่ที่ผู้คน สามารถรับประทานอาหารฟรีได้ และสามารถอยู่ค้างคืนได้หนึ่งคืน โดยที่พวกเขาต้องแลกเปลี่ยนกับการสวดมนต์ เพื่อดวงวิญญาณของนิโคลัส แฟลมเมล เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล : kayasit.com, wikipedia.org/wiki/Alchemy,wikipedia.org/wiki/Nicolas_Flamel, wikipedia.org/wiki/The_Secrets_of_the_Immortal_Nicholas_Flamel, personalworld.exteen.com

รวมภาพ ศัลยกรรมแปลก ๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่าทำไปได้!
บาร์บี้ /  ศัลยกรรม / 

การศัลยกรรมอาจไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายนัก เช่น ทำจมูกนิด ปากหน่อย แต่ยังมีคนจำนวนหนึ่ง ที่เลือกจะทำการศัลยกรรมพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ !! วันนี้ Women Mthai รวบรวม สาวๆและหนุ่มๆที่ตัดสินใจศัลยกรรมสุดแปลก ที่พลิกโฉมหน้าตาตัวเองอย่างสิ้นเชิง จนแทบจะจำไม่ได้มาฝากกันค่ะ ! 1. Valeria Lukyanova  หรือชื่อ Human Barbie บาร์บี้ในร่างมนุษย์ ! 2. Alina Kovalevskaya กับศัลยกรรมพลาสติคที่แปลงร่างให้เธอเป็น  มนุษย์บาร์บี้คนที่ 2 3. Lolita Richi สาวน้อยอายุ 16 ปี  ที่บอกว่า ไม่ได้ศัลยกรรมเลยสักนิดเดียวววววว (หรอ... ) 4. Victoria Wild นางแบบอายุ 25 ปี ทุ่มเงินกว่า $38,823 เพิ่มขนาดหน้าอก ปาก ขนตา เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นตุ๊กตาเซ็กส์ทอย 5. หนุ่ม Justin Jedlica ผ่านมีดหมอกว่า 140 ครั้งและยอมจ่ายเงินกว่า $150,000 ให้ตัวเองเป็น Human Ken เคนในร่างมนุษย์  ซึ่งเคน คือ แฟนหนุ่มของตุ๊กตาบาร์บี้นั่นเอง   6. Celso Santebanes  หนุ่มน้อยอายุ  20 ปี ทุ่มเงิน $20,000 เพื่อกลายเป็น Human Ken คนที่ 2 7. Krystina Butel อายุ 30 ปี  ทุ่มทุน $150,000 ให้ตัวเองเหมือนการ์ตูนล้อเลียนที่ช่างวาดให้ พร้อมศัลยกรรมหัวนมเป็นรูปหัวใจด้วย และ เมื่อบาร์บี้และเคน ในร่างมนุษย์ มาเจอกัน ... จะเป็นยังไง !!  เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Cosmopolitan ดูสาวๆที่เคยผ่านมีดหมอมาแล้ว ได้ข้างล่างนี้เลย ! สาวอังกฤษใจกล้า ศัลยกรรม หัวนม เป็นรูปหัวใจ! สาวอังกฤษ อายุ 30 ปี ยอมทุ่มเงิน 130,000 ดอลล่าห์ ศัลยกรรม และเปลี่ยนหัวนมของเธอ เป็น รูปหัวใจ   บาร์บี้ คนใหม่ล่าสุด! Lolita Richie สวยใสไร้ศัลยกรรม จริงหร๊อ ใบหน้าราวกับบาร์บี้และหน้าอกอึ๋มของเธอ เป็นของแท้ล้วนๆ ไม่ได้ศัลยกรรมมาเลยสักนิด    

Detective couple 04-4
Detective /  couple

Vol.4 พลิกแผนฆ่าบัณฑิต วันหยุด "ซือถูคง" กับ "เสี่ยวเยี่ย" มาพักผ่อนกันที่โรงเตี๊ยมในไท่หยวน และ.ได้พบกับบัณฑิตหนุ่ม "หลิงยิ้วอัน" ซึ่งกำลังจะถูกไล่ออกจากโรงเตี๊ยมเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง ทั้งสองจึงให้ความช่วยเหลือ ละเมื่อ "หลิงยิ้วอัน" ได้รับการช่วยเหลือแล้วเขาจึงชวน "เหยียนอี้ซัน" เพื่อนบัณฑิตของเขาให้มาพักด้วยกัน แต่จากนั้นไม่นาน "เหยียนอี้ซัน" กลับถูกฆ่าตายปริศนา "ซือถูคง" กับ "หลี่เส้าเหว่ย" จึงเดินหน้าสืบคดีฆาตกรรมปริศนาอีกครั้ง

การ์ตูน ดิสนีย์ ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเมื่อไหร่ หาคำตอบได้ตามเวลาจริงในประวัติศาสตร์!!
Timeline /  การ์ตูน / 

คุณผู้ชมเหล่าสาวกผู้หลงใหลการ์ตูนแห่งปราสาท วอลท์ ดิสนีย์ เคยสงสัยกันไหมครับ ว่าบรรดาเหตุการณ์เกิดขึ้นในเรื่องนั้น ไล่มาตั้งแต่ฝูงไดโนเสาร์อพยพ, เทพเฮอร์คิวลิสที่ต้องกลายเป็นคน, สงครามระหว่างจีนและมองโกลในมู่หลาน, ไก่ตัวน้อยที่กลัวว่าโลกจะแตก ไปจนถึงการค้นพบดาวมหาสมบัติแห่งจักรวาล เรื่องราวหลากหลายช่วงเวลาเหล่านี้ ไม่ได้คิดขึ้นมาลอยๆ หากแต่สามารถอิงกับช่วงเวลาในประวัตฺศาสตร์ของโลกใบนี้จริงๆ ได้ซะด้วย ถ้าอ่านแล้ว ดูเป็นเรื่องใหญ่โตเกินเข้าใจล่ะก็ลองไปชมผลงานของ Disneysnewgroove  ที่สรุปมาเราเสร็จสรรพว่าเรื่องราวเหล่านั้น เกิดขึ้นในยุคสมัยใดบ้าง แบบเข้าใจง่ายสุดๆ ที่มา: Disneysnewgroove.tumblr -------------------------------------

ผกก. The Conjuring  พร้อมทีม รับประกัน Annabelle หลอนกระตุกขวัญเกินหยั่งถึง!!
Annabelle /  The Conjuring / 

หลังปรากฏกายเพียงน้อยนิด แต่แย่งซีนเสียสะพรึงใน The Conjuring ของผู้กำกับ เจมส์ วาน มาแล้ว ครั้งนี้ตุ๊กตา แอนนาเบลล์ หน้าตาน่าเกลียดในคดีสำคัญของเอ็ดและลอร์เรน วอร์เรน จะกลับมาแบบเต็มๆ ในภาพยนตร์ Annabelle ตุ๊กตาผี  ที่มีจุดเริ่มต้นจากการที่ เจมส์ วาน และ ปีเตอร์ ซาฟราน ผู้อำนวยการสร้างฯ ได้เกิดไอเดียสนุกๆ ขึ้นมาว่า ตุ๊กตาร้ายเดียงสาตัวนี้จะต้องมีหนังเป็นของตัวเองสักเรื่อง   ตุ๊กตา แอนนาเบลล์ โดย เจมส์ วาน ที่มีความหลงใหลในเรื่องราวคดีของ แอนนาเบลล์ เสมอมา เล่าว่า "เรารู้ถึงความเลวร้ายของเธอ แม้เรื่องราวจะผ่านไปแล้ว เธอก็ยังถูกขังเก็บไว้อยู่ แต่เธอตกอยู่ในสภาพนั้นได้อย่างไร?" ซึ่ง ซาฟราน ได้เล่าเสริมอีกว่า "สิ่งที่ดูน่ารัก อ่อนหวาน กลับกลายเป็นบ่อกำเนิดความชั่วร้ายและการทำลายล้างได้อย่างไร?" เจมส์ วาน, จอห์น อาร์. ลีโอเน็ตติ และ ปีเตอร์ ซาฟราน ทั้งคู่ได้ขอให้ จอห์น อาร์. ลีโอเน็ตติ ผู้กำกับภาพที่ร่วมงานกับ วาน มานาน ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับฯ เรื่องนี้ โดย วาน ได้ยืนยันว่า "ผมโชคดีมากที่ได้ จอห์น มาอยู่ข้างๆ ผม ในการถ่ายทำหนังหลายเรื่องส่วนใหญ่ ฉะนั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติมากสำหรับจอห์น ในการกำกับ Annabelle สไตล์ภาพของเขา ความหลงใหลในเรื่องราวที่เขามี และพรสวรรค์ในการเข้าถึงนักแสดง และทีมงานถือเป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์ เราโชคดีมากครับที่มเขามาร่วมงานในหนังเรื่องนี้" โดยก่อนหน้านี้ ลีโอเน็ตติ เคยสร้างฉากความหลอนให้ วาน ในเรื่อง The Conjuring และ Insidious รวมถึงเรื่องอื่นๆ เขาเกิดความสนใจในลางบอกเหตุร้ายของตุ๊กตาในช่วงแรก และการได้มาตีความเรื่องราวสู่จอภาพยนตร์ครั้งนี้ในฐานะของผู้กำกับ โดย ลีโอเน็ตติ ได้กล่าวว่า "ผมเป็นคอหนังสยองขวัญเลยครับ และผมชอบการร่วมงานกับ เจมส์ และ ปีเตอร์ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่พวกเขาเชื่อมือผมให้มาควบคุมหนัง ผมอดใจรอถ่ายทอดประสบการณ์ที่ผมเคยถ่ายทำร่วมกับ เจมส์ ซึ่งเป็นผู้ชำนาญแห่งความหลอนสู่โปรเจ็กต์นี้ไม่ไหวแล้ว" ซาฟราน เล่าว่า "จอห์น และ เจมส์เคยร่วมงานกันมาหลายผลงาน พวกเขาเลยอ่านใจกันออก และพวกเรา 3 คนร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดในเรื่อง The Conjuring จึงมีความไว้ใจกันในฐานะทีมผู้สร้างสรรค์ พวกเขาร่วมมือกันในการทำงานเป็นอย่างดีมาก" โดย ลีโอเน็ตติ ตอบรับบทของผู้เขียนฯ แกรี่ ดาวเบอร์แมน ที่พลิกความใสซื่อของตุ๊กตาทันที "แกรี่ ปูทางทุกอย่างไว้อย่างดีเยี่ยม เรื่องราวมีการชวนติดตามและมีการเล่นกับเรื่องทางจิตวิทยาอย่างสนุกสนาน" เขากล่าว ดาวเบอร์แมน ก็ตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับทีมที่สร้างความสยองไว้ให้เขาจากหนังเรื่องก่อนๆ โดยกล่าวว่า "ผมอดใจรอที่จะได้ลงสนามกับพวกเขาแทบไม่ไหว ทุกคนรักความหวาดกลัว และนั่นคือความตั้งใจของเราที่สำคัญสุด" ลีโอเน็ตติ กล่าวเสริมว่า " แอนนาเบลล์ สร้างความผวาได้ง่ายขึ้นเพราะเธอมีตัวตนจริง ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านั้นอีกแล้ว" แอนนาเบลล์ วอลลิส และ วอร์ด ฮอร์ตัน ด้าน แอนนาเบลล์ วอลลิส นักแสดงในเรื่อง ที่รับบทภรรยาตั้งครรภ์ เธอต้องอยู่ในบ้านและชอบสะสมตุ๊กตา ได้เล่าว่า "ทุกคนต้องมีของเล่นที่ตัวเองคิดว่าจะมีชีวิตช่วงค่ำคืน มันทำให้นึกถึงตัวเองเลยค่ะ และฉันคิดว่าคนอื่นจะนึกถึงเหมือนกันด้วย" และ วอร์ด ฮอร์ตัน ที่ต้องมารับบทคู่กับ วอลลิส ซึ่งได้เผยถึงความประทับใจมากๆ ครั้งนี้ว่า"ผมชอบบทภาพยนตร์มากครับ มันทำให้ผมผวาถึงที่สุด ขณะเดียวกันก็ทำให้ผมสนใจตัวละครต่างๆ ด้วย" ส่วนทาง อัลเฟร วูดาร์ด ผู้ไม่เคยร่วมงานในหนังระทึกขวัญเหนือธรรมชาติมาก่อน ได้เผยว่า "มันต้องสนุกแน่ ขอบอกความจริงว่าหนังเรื่องนี้ทำให้ผมหลอนได้จริงๆ เพราะมันสร้างขึ้นเหมือนเป็นเรื่องจริงที่มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติต่างๆ เกิดขึ้น" "มีหลายอย่างที่เกินกว่าเราจะความรู้สึกเราจะเข้าใจได้ มันมีเรื่องจริงที่เรายากจะหยั่งถึง ตำนานภูติผีปีศาจเรียกความสนใจจากผู้คนได้เสมอและคอยวนเวียนอยู่ในหัวพวกเขา โดยเฉพาะตุ๊กตาผีสิงที่ทั้งน่ารักและหลอนในเวลาเดียวกัน เราสนุกกับมันมากครับ" จอห์น อาร์. ลีโอเน็ตติ ผู้กำกับ Annabelle  เล่าปิดท้าย เตรียมของคุณให้พร้อม แล้วไปหลอนสะพรึงกับตุ๊กตาผีสิงที่โด่งดังที่สุดในโลก ใน Annabelle ตุ๊กตาผี ในวันที่ 2 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Annabelle ได้ที่นี่ -----------------------------------