สงครามพลิกจักรวาล

เตรียมใจเอาไว้!สิ่งที่ ทีมชาติไทย ต้องเจอแน่นัดบุกถ้ำเสือเหลือง
กรุงกัวลาลัมเปอร์ /  ช้างศึก / 

เหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ นัดเดียวเท่านั้น ก็จะรู้แล้วว่า ทีมชาติไทย สายเลือดใหม่ที่นำทัพโดย “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะสามารถมทวงความยิ่งใหญ่ในอาเซียนกลับมาให้คนไทยทั้งประเทศได้หรือไม่ ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพนัดชิงชนะเลิศนัดที่สองกับ มาเลเซีย ที่สนาม บูกิตจาลิล สังเวียนขนาดใหญ่ยักษ์ที่จุผู้ชมได้เหยียบแสนชีวิต โดยที่ทีมช้างศึกของเรามีความได้เปรียบที่เหนือกว่าคือการตุนสกอร์ 2-0 ไว้ก่อนในบ้าน ขอแค่เพียงไม่แพ้เกิน 3 ลูกอย่างไรซะแชมป์ก็อยู่ในมือของเรา แต่เชื่อว่ามันไม่ง่ายดายอย่างนั้นแน่นอน วันนี้ทีมงาน SportMThai จะมาวิเคราะห์สิ่งที่ ทีมชาติไทยต้องเจอแน่ๆในวันเสาร์นี้ และเตรียมตัวรับมือไว้ได้เลย กองเชียร์จอมโหด อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่า เจ้าบ้านในนัดที่สองได้ทำเรื่องโยกสนามแข่งขันไปใช้สนามบูกิต จาลิล ที่จุผู้ชมได้ถึง 90,000 หมื่นคนมากกว่าสนามราชมังคลากีฬาสถานของเราในวันที่เต็มความจุเกือบๆหนึ่งเท่า สำหรับคนที่ได้ไปยลบรรยากาศในสนามในวันนั้น คงจำได้ดีกว่าคนเยอะขนาดนั้นสร้างเปล่งเสียงเชียร์สะท้านโสตปราสาทได้มากขนาดไหน ก็เอาสองคูณเข้าไป นี่คือสิ่งที่นักเตะไทยจะต้องเตรียมตัวไปรับมือให้ดี แล้วยิ่งผลงานในนัดแรกที่ทำให้เจ้าบ้านต้องเป็นรองค่อนข้างเยอะเสียงเชียร์จากแฟนบอลเท่านั้นที่จะปลุกเร้านักเตะของตัวเองได้เชื่อว่า งานนี้กองเชียร์เสือเหลืองยัดกันเข้าไปล้นความจุแน่นอน ความกดดันจากฝั่งตัวเอง ทีมชาติชุดนี้ปลุกกระแสฟุตบอลไทยฟีเวอร์ขึ้นมาอีกครั้ง โดยค่อยๆไล่บันได ความคลั้งไคล้ของแฟนฟุตบอลในประเทศ มากตั้งแต่ช่วงเอเชี่ยนส์เกมส์ จนมาถึงรายการนี้ก็ค่อยๆ ไล่มาตั้งแต่รอบแรก เชื่อเลยว่าหลายคนเมื่อเห็นรายชื่อของนักเตะชุดนี้ที่ยังขาดนักเตะดีๆอีกหลายคน แม้แต่ทีมงานสต๊าฟยังไม่กล้ามองถึงแชมป์ ทำให้เล่นสบายๆไม่ค่อยกดดันจนมาถึงตอนนี้ ใครก็คงไม่คิดไม่ฝันว่าจะผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศได้สง่างามขนาดนี้  นอกจากนี้ส่วนตัวนักเตะเองเริ่มเป็นที่สนใจ ทุกคนกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์มีแฟนๆมารุมล้อมตั้งแต่ตอนฝึกซ้อม มีคนมารับมาส่งตอนขึ้นรถบัสมาสนาม มีคนสนใจถึงขนาดว่าใช้อะไรเซ็ตผมตอนลงไปแข่ง การขุดคุ้ยเล่นข่าวบนโลกโซเชียลทั้งการอวยต่างๆนาๆ แม้แต่ดาราบางคนยังมาขอโหนกระแสฟุตบอลไทยกับเค้าด้วย (หรืออ.บางคนสวนกระแสด้วยการด่าแบบไม่ค่อยมีเหตุผลซักเท่าไร) เหล่านี้คือแรงกดดันที่มาจากภายใน และความคาดหวังว่าทีมไทยต้องประสบความสำเร็จเท่านั้น  เกมส์เตะติดดาบจากฝ่ายตรงข้าม เป็นเรื่องน่าดีใจที่อายุเฉลี่ยของนักเตะชุดนี้ของเราอยู่ที่ประมาณ 24 ปีเท่านั้น เพราะแกนหลักมาจากชุดเอเชี่ยนส์เกมส์ที่อายุไม่เกิน 23 ปี ส่วนคู่แข่งของเราอย่างมาเลเซีย เป็นประเภทเสือเฒ่าอายุเฉลี่ยเหยียบๆ 30 ปี ถือว่าห่างกันเยอะพอสมควร นั้นทำให้พวกเขาได้เปรียบเรื่องความเก๋าเกมส์และประสบการณ์ที่มากกว่า ด้วยการใช้เกมส์หนักเตะติดดาบข่มขวัญนักเตะอายุและประสบการณ์น้อยของเรา อย่างที่เราเห็นในนัดแรก ขนาดเล่นในบ้านของเราเอง นักเตะตัวคล่องๆของเรายังกลิ้งเป็นลูกขนุน ขนาดนี้แล้วถ้าไปเยือนต่อหน้าแฟนบอลเกือบแสนชีวิต นักเตะไทยของเรายังต้องเจอบททดสอบอีกไม่น้อย การโหมบุกแบบพายุ แน่นอนว่าการตุนสกอร์ที่ได้เปรียบไว้ก่อนถึง 2 ลูกนั้นเป็นการกดดันให้ มาเลเซีย ต้องเล่นเกมส์รุกตั้งแต่นาทีแรกเพื่อทวงคืนประตูกลับมาให้ได้ ซึ่งเงื่อนไขคือต้องยิงประตูในบ้านให้ได้ก่อนอย่างน้อยสองประตูใน 90 นาทีหากหวังพลิกสถานการณ์เผด็จศึกไทย  เพราะฉะนั้นทางเดียวที่เจ้าบ้านมีคือการลุยเปิดเกมส์รุกใส่ตั้งแต่เสียงนกหวีดดัง และหากจะดูจากนัดแรกที่พบกัน พวกเขาค่อนข้างมั่นใจในแนวรุกของตัวเองพอสมควรด้วยการเปิดหน้าแลกเกมส์บุกกับไทยในครึ่งแรก หรือการที่บุกไปยิงเวียดนามถึงถิ่น 4 ประตูในรอบรองฯนัดที่ 2  เชื่อเลยว่า แนวรุกมาเลเซีย ภายใต้การนำทีมของ ดอลลาร์ ซาเล่ห์ ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตกองหน้าดาวดังของเสือเหลือง ที่เคยนำพวกมาคว่ำไทยในซีเกมส์เมื่อปี 1989 จนนักเตะชุดนั้นต้องยกพลไปสาบานกันที่วัดพระแก้วมาแล้ว จะทำให้แนวรับของไทยเจองานที่ยากที่สุดและจะประมาทไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

หนังเข้าใหม่ 18 ธ.ค. 57 มหากาพย์มาแล้ว!
Stonehearst Asylum /  The Hobbit: The Battle of the Five Armies / 

วนครบรอบมาถึงวันพฤหัสทั้งที อย่านิ่งเฉยกันไป เพราะวันพฤหัสที่ 18 ธ.ค. 57 นี้ คุณผู้ชมจะได้พบ หนังเข้าใหม่ ถึง 4 เรื่อง 4 รส และหนึ่งในนั้น คือมหากาพย์ที่คนทั้งโลกรอคอย พลาดแล้วจะเสียใจ! The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ภาคจบของไตรภาค เดอะฮอบบิท อบทสรุปการผจญภัยของ บิลโบ แบ๊กกินส์, ธอริน โอเคนชีลด์ และคณะคนแคระที่ทวงคืนบ้านเกิดของตนจากมังกรสม็อก ซึ่งเหล่าคณะได้ปลุกพลังอันชั่วร้ายขึ้นมา­โดยไม่ตั้งใจ สม็อกโกรธแค้นและได้พ่นไฟทำร้ายมนุษย์ทั้­งหญิงชายและเด็กๆ ที่ไม่มีทางสู้ในเมืองทะเลสาบด้วยความเดือ­ดแค้น ด้วยความต้องการที่อยากจะไปทวงคืนทรัพย์สมบัติ ธอรินยอมเสียสละมิตรภาพและเกียรติยศเพื่อใ­ส่ร้ายว่าเป็นแผนชั่วของบิลโบ เพื่อทำให้เขาเห็นเหตุผลที่ควรให้ฮอบบิทเด­ินหน้าต่อไปท่ามกลางภัยอันตร­าย แต่กลับมีอันตรายที่โหดร้ายกว่ารออยู่เบื้องหน้า ซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากพ่อมดแกนดัล์­ฟ ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่อย่าซอรอนได้เคลื่อนทัพไป­พร้อมกับกองทัพออร์คเพื่อแอบซุ่มโจมตีที่ห­ุบเขา อันนำไปสู่มหาสงคราม 5 ทัพอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมิดเดิ้ลเอิร์ธ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ได้ที่นี่เลย --------------------------------- Stonehearst Asylum สถานวิปลาส ดัดแปลงมาจาก The System of Doctor Tarr and Professor Fether เรื่องสั้นของสุดยอดนักเขียนแนวโกธิค เอ็ดการ์ อัลเลน โพ เรื่องราวของ เอลิซ่า (เคท เบคคินเซล) ที่ตกหลุมรักกับ เอ็ดเวิร์ด (จิม สเตอร์เจส) นักเรียนหมอจบใหม่จากฮาร์วาร์ด ที่เดินทางมาทำงานในสถาบันจิตเวช โดยที่เขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอก็เป็นคน­ไข้ของสถาบันจิตเวชแห่งนี้ ซึ่งถูกยึดครองโดยบรรดาคนไข้จิตป่วยไปแล้วหมดสิ้น คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Stonehearst Asylum ได้ที่นี่เลย ---------------------------------   The Possession of Michael King ดักวิญญาณดุ พ่อหม้ายหนุ่ม ไมเคิล คิง (เชน จอห์นสัน) ต้องการพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของวิญญาน และภูติ ผี ปีศาจทั้งหลาย ด้วยการท้าความตายกับกิจกรรมลองของแบบสุดสยองสารพัดวิธี แต่ยิ่งลองมากขึ้น เท่าไหร่ ไมเคิลก็เริ่มค้นพบความจริงที่แสนน่ากลัว เรื่องบางเรื่องควรถูกปล่อยให้เป็นปริศนา ไม่ควรหาคำตอบ!!! คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The Possession of Michael King ได้ที่นี่เลย --------------------------------- ปู่สมบูรณ์ สารคดี ปู่สมบูรณ์ บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของ ปู่สมบูรณ์ ฤกษ์กำยี และย่าละเมียด ภรรยาที่ป่วยเป็นโรคไต อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นพลังความรักที่ยิ่งใหญ่ของสามีต่อภรรยาที่เป็นมากกว่า คู่รัก ที่ไม่ว่าจะวันเวลา ความแร้นแค้นยากจน หรือความแก่เฒ่าโรยรา ก็หาใช่อุปสรรค และความรักที่ไม่มีวันหมดอายุครั้งนี้ จะได้รับการถ่ายทอดจนคุณไม่อาจจินตนาการได้ (ฉายจำกัดโรง) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ ปู่สมบูรณ์ ได้ที่นี่เลย -----------------------------

King of Tanks ส่งโหมดเกมส์ใหม่ รถถังเลเวล 3-5
King of Tanks /  เกมส์มือถือ

เกมส์มือถือ King of Tanks (tank.uqsoft.in.th) ทำการอัพเดตโหมดเกมส์ใหม่ รวมถึงรถถังคันใหม่ระดับเลเวล 3-5 อัพเดตแล้ววันนี้ 1. เพิ่มโหมดใหม่ เพื่อตอบสนองความมันส์ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเจอและไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อนกับ "โหมดชีวะ" ในทุกๆวันจะทำการเปิดโหมดชีวะตามช่วงเวลา 2. เพิ่มโหมดใหม่ PVE เพิ่มเติมเต็มคำเรียกร้องจากเหล่าผู้เล่นดังนั้นทางทีมงานภูมิใจนำเสนอกับ "โหมดสงครามประจัญบาน" , "โหมดต่อสู้กับ AI" และของรางวัลอีกมากมายหลังจบสงครามรถถัง! 3. อัพเดตเพิ่มรถถังใหม่ Lv.3-Lv.5 อีกมากมาย

เมนูเช้า พร้อมเสิร์ฟ หุ้นเด่น จานด่วน (19 ธค.)
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

เปิดเมนูหุ้นเด่น เอาใจขาหุ้น พร้อมเสิร์ฟทุกวัน ตัวไหนเด่น ตัวไหนแรง MThai News คัดหุ้นเด่น เพื่อนักลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ฟื้นตัวที่แนวรับใหญ่ 1,400 จุด ขึ้นมาปิดยืนในเขต 1,510-1,520 จุดได้ ความหวังต่อไปยืนเหนือระดับ 1,520 จุด รูปแบบแท่งเทียนช่วง 4 วัน ยืนยันสิ้นสุดแนวโน้มขาลง และตลาดมีแนวโน้มขึ้นระยะสั้น คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะผ่าน 1,520 จุด มีทิศทางขึ้นต่อไป รอจังหวะขายออกเมื่อถึงบริเวณแนวต้าน 1,550-1,560 จุด สำหรับวันนี้คาดว่าดัชนีฯจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,506-1,522 จุด AOT ราคายืนเหนือระดับ 270 บาท พลิกกลับมา แข็งแกร่งเป็นโอกาสซื้อ คาดว่าจะทะลุผ่าน 280 บาทมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ระดับ 298 บาท SEAFCO ฟื้นตัวต่อเนื่องคาดว่าจะผ่าน 9.00 บาท ขึ้นทำยอดสูงสุดใหม่ที่ 9.80 บาท TH ฟื้นตัวขึ้นมาปิดสูงกว่า 2.30 บาท จบการพักตัว คาดว่าจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 2.54 บาท มีเป้าหมายทำยอดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 2.76 บาท บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ NINE ราคาปิด 4.34 บาท ซื้อแนวรับ เก็งกำไรเร็ว แรงเหวี่ยง 4.60 บาท ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 4.28 บาท UV ราคาปิด 8.65 บาท ซื้อ เก็งกำไรเร็ว แรงเหวี่ยง 8.95 บาท ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 8.50 บาท WIIK ราคาปิด 2.50 บาท ซื้อ เก็งกำไรเร็ว แรงเหวี่ยง 2.70 บาท ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 2.46 บาท ตามข่าวสารการลงทุน ตลาดหุ้น คลิ๊กเลย>>>>>>> MThsi News

76ปีผ่านไป ชาตินิยมที่ยังหลงเหลือจากนโยบาย จอมพลป.
จอมพลป. /  จอมพลป. พิบูลสงคราม / 

76ปีผ่านไป ชาตินิยม ที่ยังหลงเหลือจากนโยบาย จอมพลป. วันนี้ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 76 ปีที่แล้ว  ใครจะยังจำได้ว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยงแปลงครั้งใหญ่ที่สุดนับหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี2475   โดยชายที่ชื่อว่า แปลก ขีตตะสังคะ หรือ พันตรีหลวงพิบูลสงคราม ต่อมาคือ "จอมพล ป. พิบูลสงคราม" นายกรัฐมนตรีที่ได้รับการขนานนามว่า นายกฯตลอดกาล และจอมพลกระดูกเหล็ก วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ถือว่าเป็นวันที่จอมพล ป.ก้าวขึ้นสู่อำนาจนายกรัฐมนตรีคนที่ 3ของประเทศไทย และเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัยครั้งแรก 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 – 1 สิงหาคม พ.ศ. 2487 (5 ปี 228 วัน)และครั้งที่2 คือ 8 เมษายน พ.ศ. 2491 – 16 กันยายน พ.ศ. 2500 (9 ปี 161 วัน) ถือว่ายาวนานมาก เด็กรุ่นนี้คงจำภาพของท่านจอมพลป.ในแง่ของชาตินิยมและการปลุกระดมในการคลั่งชาติ แต่ลืมไปว่าอีกภาพหนึ่งของจอมพลป. พิบูลสงคราม คือผู้พลิกโฉมประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว MThai News ขอถือโอกาสนี้ยกเกร็ดประวัติศาสตร์การเมืองในอดีตเกี่ยวกับ รัฐนิยมของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน ให้คนรุ่นหลังได้ลองอ่านและเห็นถึงอีกมุมของคุณูปการของท่าน รวมไปถึงรู้ว่าแท้จริงวัฒนธรรมบางอย่างที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็เริ่มมาจาก จอมพลป. นายกฯคนนี้เอง  การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมดนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีผู้นำที่มาพร้อมกับนโยบายสร้างชาติเปลี่ยนวัฒนธรรม มุ่งส่งเสริมอัตลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในอารยประเทศ การเปลี่ยนแปลงนั้นรวมถึงวัฒนธรรมดนตรีที่ส่งผลกระทบต่อดนตรีไทยในปัจจุบัน มีแบบแผนให้มีการพัฒนาปรับปรุงทั้งระบบเสียงให้มีความเทียบเท่ากับดนตรีสากล ปรับปรุงมาตรฐานของนักดนตรีให้มีความสามารถตามที่กรมศิลปากรเป็นผู้กำหนด รวมถึงการบันทึกโน๊ตในรูปของบรรทัด 5 เส้น ​ โดยมีการตราเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดวัฒนธรรมทางศิลปกรรมเกี่ยวกับการบรรเลง การขับร้องและการพากย์ พุทธศักราช 2486 หากไม่ทำตามมีโทษตามกฎหมาย เหตุนี้สร้างความยุ่งยากจากเรื่องของดนตรีไทยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นข้อจำกัด ดังเช่นปรากฎในภาพยนตร์โหมโรง กลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดนตรีไทยในยุคนั้นมาถึงยุคปัจจุบันเสื่อมความนิยมลงไปเรื่อยๆ บวกกับกระแสวัฒนธรรมต่างชาติที่รุนแรงและแพร่หลายมากยิ่งขึ้น สวัสดี เป็นคำทักทายประจำชาติ สมัยของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กำหนดให้คนไทยใช้คำว่าสวัสดีเป็นคำทักทาย นอกจากนี้ยังมีการใช้การทักทายแบ่งตามช่วงเวลาเลียนแบบชาวตะวันตกด้วย เช่น ตอนเช้า "อรุณสวัสดิ์" มาจากคำว่า "good morning" "ทิวาสวัสดิ์" มาจากคำว่า "good afternoon" "สายัณห์สวัสดิ์" มาจากคำว่า "good evening" "ราตรีสวัสดิ์" มาจากคำว่า "Good Night" นอกจากนี้ยังมีการวางระเบียบการใช้คำแทนชื่อเป็นมาตรฐาน เช่น ฉัน, ท่าน, เรา เปลี่ยนจากสมัยก่อนที่ใช้ กู มึง เอ็ง ข้า ว่าด้วยรัฐนิยม [ชาตินิยม] รัฐนิยมเป็นประกาศ 12 ฉบับของจอมพลป. พิบูลสงคราม ลักษณะคล้ายกฎหมายบังคับใช้ทั่วไป มีจุดประสงค์เพื่อปลุกระดมให้รักชาติ โดยประกาศรัฐนิยม ฉบับที่ 1  คือการพลิกโฉมประเทศ เปลี่ยนชื่อจากสยามมาเป็น ประเทศไทย เรียกประชาชนในชาติว่า "คนไทย" "....รัฐนิยมฉบับที่ 1: เรื่อง การใช้ชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติ     โดยที่ชื่อของประเทศนี้ มีเรียกกันเป็นสองอย่าง คือ “ไทย” และ “สยาม” แต่ประชาชนนิยมเรียกว่า “ไทย” รัฐบาลเห็นสมควรถือเป็นรัฐนิยมใช้ชื่อประเทศให้ต้องตามชื่อเชื้อชาติและความ นิยมของประชาชนชาวไทย ดั่งต่อไปนี้ ก. ในภาษาไทย  ชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติให้ใช้ว่า “ไทย” ข. ในภาษาอังกฤษชื่อประเทศ ให้ใช้ว่า THAILAND ชื่อประชาชน และสัญชาติให้ใช้ว่า THAI..." ต่อมาก็มีนโยบายให้เรียกทุกคนว่าคนไทย แม้จะมีเชื้อสายอื่นก็ตาม ห้ามมิให้แบ่งแยก เพื่อส่งเสริมความเป็นปึกแผ่น [รัฐนิยมฉบับที่3] หลังจากเปลี่ยนชื่อประเทศก็มีรัฐนิยมอีกหลายฉบับที่ประกาศตามกันมา เช่น เรื่องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี การเคารพธงชาติ ที่ปัจจุบันกลายเป็นแบบแผน เคารพธงชาติเวลา 8.00น. และ 18.00น. ก่อนเข้าเรียนต้องมีการสวดมนต์ไหว้พระ "...เมื่อได้เห็นผู้ใดไม่แสดงความเคารพดังกล่าวพึงช่วยกันตักเตือนชี้แจงให้เห็นความสำคัญแห่งการเคารพธงชาติ เพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี..." คนไทยต้องอ่านออกเขียนได้ รัฐนิยมประกาศให้คนไทยต้องอ่านภาษาไทย เรียนภาษาไทย พูดภาษาไทย โดยระบุว่าเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่ดีประการที่หนึ่งนั้น คือ ศึกษาให้รู้หนังสือไทยอันเป็นภาษาของชาติ อย่างน้อยต้องให้อ่านออกเขียนได้ ประการที่สอง ชนชาติไทยจะต้องถือเป็นหน้าที่อันสำคัญในการช่วยเหลือสนับสนุนแนะนำชักจูง ให้พลเมืองที่ยังไม่รู้ภาษาไทย หรือยังไม่รู้หนังสือไทย ให้ได้รู้ภาษาไทย หรือให้รู้หนังสือไทยจนอ่านออกเขียนได้ โปรดช่วยเหลือเด็ก ผู้พิการและผู้สูงอายุ ในรัฐนิยมฉบับที่ 12 มีการประกาศว่า ในที่สาธารณสถานหรือในถนนหลวง ให้บุคคลทำการช่วยเหลือคุ้มครองโดยลักษณะที่จะยังความปลอดภัยให้แก่เด็ก คนชราหรือคนทุพพลภาพในการสัญจรไปมา หรือในการหลบหลีกภยันตรายผู้ใดสามารถกระทำการช่วยเหลือคุ้มครองดังกล่าวในข้อ 1 ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้มีวัฒนธรรม ควรได้รับความนับถือของชาวไทย รัฐนิยมในชีวิตประจำวัน ต่อมารัฐนิยมเริ่มก้าวล่วงเข้ามาถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนในยุคสมัยนั้น โดยมีการประกาศอย่างจริงจังในรัฐนิยม ฉบับที่10 11  โดยระบุว่า รัฐนิยม ฉบับที่ 10 เรื่องการแต่งกายของประชาชนชาวไทยและห้ามผิดเพศ ผู้ชายสวมหมวกใส่เสื้อชั้นนอกคอเปิดหรือปิด สวมกางเกงขายาวแบบสากล สวมรองเท้าหุ้มส้นและหรือหุ้มข้อ และถุงเท้า ส่วนผู้หญิงก็ต้อง สวมหมวก ใส่เสื้อนอกคลุมไหล่ สวมผ้าถุง ใส่รองเท้าหรือหุ้มส้นและถุงเท้า เป็นต้น พักกลางวันไม่เกิน1ชั่วโมง รัฐนิยม ฉบับที่ 11 เรื่องกิจประจำวันของคนไทย ( ประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2484 ) โดยชนชาติไทยพึงบริโภคอาหารให้ตรงเวลา ไม่เกินวันละ 4 มื้อ และนอนประมาณ 6-8 ชั่วโมงต้องมุ่งมั่นทำงาน พักกลางวันไม่เกิน 1 ชั่วโมง มีเวลาทำสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ ทั้งชำระร่างกายแล้วจึงรับประทานอาหารว่าง ในเวลากลางคืนก็ควรใช้ในการพบปะสนทนาในครอบครัว มิตรสหาย ทั้งใช้ศึกษาหาความรู้ หรือในการมหรสพ ส่วนวันหยุดก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อร่างกายและจิตใจ เล่นกีฬา พักผ่อน ทำบุญ ฟังเทศน์ เป็นต้น สาเหตุที่มีประกาศรัฐนิยมทั้ง2ฉบับ ต้องเข้าใจว่าสมัยก่อนคนไทยไม่ได้ใช้ชีวิตกันแบบนี้ บางกลุ่มเป็นคนป่า คนเรือแพ ใช้เวลาไปกับการทำไร่นา บางคนก็ปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ทำมาหากินเพราะถือว่ามีที่ดิน ข้าวปลาที่สมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว ค่อยทำเมื่อไหร่ก็ได้ การกำหนดแบบแผนนี้ ช่วยทำให้คนไทยขยันขึ้นมาบ้าง และเพื่อให้ใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์ รู้จักการจัดสรรเวลาที่ถูกต้อง ที่สำคัญคือรัฐนิยมที่ประกาศมาเกือบทุกฉบับส่งเสริมภาพลักษณ์ให้คนไทยดูดีขึ้นเปลี่ยนจากพวกบ้านป่าเมืองเถื่อนเป็นผู้ดีศิวิไลซ์  ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากรัฐนิยมข้างต้น ปัจจุบันก็ยังคงเป็นมรดกตกทอดมาสู่คนยุคหลังและกลายเป็นชีวิตประจำวัน เป็นแบบแผนที่บางคนเรียกมันว่ากรอบแห่งการดำเนินชีวิต ใครผิดแปลกจากนี้จะกลายเป็นคนนอกกรอบไปทันที ผิดกฎไปในทันที ซึ่งต่อมาแม้จะหมดยุคการบังคับใช้รัฐนิยมไปแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่า รัฐนิยมมันฝังลึกลงไปในวัฒนธรรมของคนไทยไปเป็นส่วนหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย เราประพฤติปฏิบัติตามโดยไม่ถือว่ามันเป็นข้อบังคับกันไปแล้ว By @Nookkill :P

นิว-ชัยพล นำทีม คนแคระ เอลฟ์ ออร์ค ร่วมปิดตำนานเดอะฮอบบิท ในงานตัว The Hobbit: The Battle of The Five Armies
The Battle of the Five Armies /  The Hobbit / 

เปิดตัวกันไปอย่างเป็นทางการแล้ว กับงานเปิดตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์สุดยิ่งใหญ่ The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ที่จัดขึ้นไปเมื่อค่ำวานนี้ ณ ลานอินฟินิซิตี้ ชั้น 5 พารากอนซีนีเพล็กซ์ งานนี้เหล่าสาวกฮอบบิทแห่ร่วมงานเพียบ งานนี้ได้รับเกียรติจาก Ms. Shannon Austin  อุปทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ได้มาร่วมแสดงความยินดีและ มายืนยันถึงความสวยงามและมนต์เสน่ห์ของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งงานเปิดตัวได้ เป็ก เปรมณัช สุวรรณานนท์มารับหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวที พร้อมกันนั้น ได้เชิญ คุณเฮนรี่ ทราน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วอร์เนอร์ บราเดอร์ส ฟาร์อีส อินคอร์ปอเรชั่น และ น้องพราว นรรธพร ถิรฐาพันธ์ สาวน้อยผู้เป็นตัวแทนของประเทศไทยหนึ่งเดียวที่ชนะการแข่งขัน Hobbit Fan Contest ซึ่งเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นทั่วโลกโดย Sir PeterJackson, Air New Zealand และ การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ เพื่อค้นหาแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์ฮอบบิท จากผู้เข้าแข่งขันกว่า140,000 คน เดินทางในการผจญสุดคลาสสิค ณ ประเทศ นิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังได้พระเอกสุดหล่อกล้ามแน่นๆ อย่าง นิว ชัยพล พูพาร์ท ขออาสาสวมบท "เลโกลัส" พร้อมทั้งเปิดใจถึงความประทับใจ ครั้งหนึ่งในชีวิตได้สวมบทบาทเป็น “เลโกลัส” ชายหนุ่มที่สาวๆ ต่างหลงใหลมากมาย ก่อนปิดท้ายมอบรางวัลให้แก่สื่อมวลชนที่มาร่วมงานและถ่ายภาพหมู่ก่อนขึ้นไปชมภาพยนตร์ที่หลายคนรอคอย กับบทสรุปการผจญภัยของบิลโบ แบ๊กกินส์, ธอริน โอเคนชีลด์และคณะคนแคระ The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ 18 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น -------------------------------- ชมภาพทั้งหมด ด้านล่างเลยครับ

The Hobbit: The Battle of the Five Armies เปิดศึกมหาสงครามแล้วมาคุยกัน
3D /  5 กองทัพ / 

เข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ไม่ต้องมีภาค 1-2 แยกให้วุ่นวาย สำหรับอภิมหาสงครามตำนานการตามทวงบ้านเกิดของเหล่าคนแคระใน The Hobbit: The Battle of the Five Armies ที่ภาคนี้ยังกลับมาพร้อมกับเทคนิค และ นักแสดงชุดเดิมเช่นเคยครับ ภาคจบของหนังชุด นี้เป็นการนำเสนอบทสรุปการผจญภัยของบิลโบ แบ๊กกินส์, ธอริน โอเคนชีลด์และคณะคนแคระที่ทวงคืนบ้านเกิดของตนจากมังกรสมอว์ก ซึ่งเหล่าคณะได้ปลุกพลังอันชั่วร้ายขึ้นมา­โดยไม่ตั้งใจ สมอว์กโกรธแค้นและได้พ่นไฟทำร้ายมนุษย์ทั้­งหญิงชายและเด็กๆ ที่ไม่มีทางสู้ในเมืองทะเลสาบด้วยความเดือ­ดแค้น ด้วยความต้องการที่อยากจะไปทวงคืนทรัพย์สมบัติ ธอรินยอมเสียสละมิตรภาพและเกียรติยศ แต่กลับมีอันตรายที่โหดร้ายกว่ารออยู่เบื้­องหน้า ซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากพ่อมดแกนดัล์­ฟ ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่อย่าซอรอนได้เคลื่อนทัพไป­พร้อมกับกองทัพออร์คเพื่อแอบซุ่มโจมตีที่ห­ุบเขา การต่อสู้ของพวกเขาทวีความรุนแรงมากขึ้นเร­ื่อยๆ คณะคนแคระ พวกเอล์ฟและมนุษญ์ต้องเลือกว่าจะร่วมมือ หรือยอมถูกทำร้าย หนังยังคงกำกับโดย ปีเตอร์ แจ็คสัน ผู้ให้กำเนิด The Lord of the Rings และ The Hobbit จาก 2 ภาคแรก ซึ่งเอาเข้าจริงๆเลยต้องขอออกตัวก่อนว่า เป็นคนนึงที่ชื่นชอบ Lord of the Rings มาก แต่กลับไม่ชอบ The Hobbit เลยสักภาค ตั้งแต่ภาคแรก และ ภาค 2 ที่ค่อนข้างเห็นว่ามันเป็นหนังที่ค่อนข้างยืดเยื้อจากการแปลงหนังสือ 1 เล่ม ให้กลายเป็นหนัง 3 ภาคมากเกินไปเสียหน่อยนัก ซึ่งสำหรับในภาค 3 ที่เห็นเป็นภาคจบนี่ ก่อนดูก็ได้แต่ภาวนาว่ามันจะข้ามเนื้อเรื่องที่เหลือเพียงหางอึ่งของมันไป เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปที่ฉากสงครามที่เป็นฉากขายของมันให้เร็วที่สุด และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเอาเข้าจริงๆเลยใครที่เป็นแฟนของ เดอะ ฮอบบิท หรือเป็นขาจรที่หวังจะเข้ามาดู The Hobbit แบบภาคก่อนๆ อาจจะต้องสาปแช่งให้ภาคนี้จมดินไปเลยก็ได้ เพราะในด้านของตัวบทในภาคนี้จัดได้ว่าเป็นภาคที่แย่ที่สุด ด้วยการที่เนื้อเรื่องของมันนั่นแทบไม่เหลือเนื้อเรื่องให้เล่าจนสามารถแยกออกมาได้เป็นอีกภาคแล้ว แต่ก็ยังจะดื้อดึงตามออกมา จนทำให้หลายคนคงบ่นอุบอิบว่า แบบนี้สร้างรวมให้เหลือแค่ 2 ภาค และตัดความเวิ่นเว้อออกไปหน่อยก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันสำหรับตัวผมแล้ว ในฐานะที่ไม่ค่อยเชื่อถือ และ ชื่นชอบ ในเนื้อเรื่องของ The Hobbit เป็นทุนเดิม การมาของภาค 3 ที่มุ่งเน้นขายฉากแอ็คชั่นแบบบ้าคลั่ง นับได้ว่าเป็น ข้อดี ที่เต็มไปด้วยข้อเสียอย่างแท้จริง เพราะเอาเข้าจริงๆถึงแม้หลายองค์ประกอบมันจะแย่จนไม่สามารถเรียกว่าเป็นหนังภาคนึงได้ (ด้วยการที่เนื้อเรื่องมันเปรียบเสมือนภาคเสริมเสียมากกว่า) แต่ในขณะเดียวกัน ด้านงานของฉากแอ็คชั่นในภาคนี้ก็ต้องขอชมว่าดีกว่า 2 ภาคแรกจริงๆเสียอีก โดยเฉพาะในงานตัดต่อสลับหลายเหตุการณ์ ในขณะสงคราม 5 ทัพ ที่ทำออกมาได้น่าตื่นเต้น และ ยิ่งใหญ่ ดีกว่าการเผชิญมังกร และ ตัดสลับฉากในเมืองภาค 2 อย่างไม่เห็นฝุ่น ซึ่งถึงแม้มันอาจจะไม่สามารถเอาไปเทียบกับฉากสงครามใน The Lord of the Rings 3 ได้ แต่ผมก็กล้าพูดว่า The Hobbit 3 เป็นภาคที่ทำออกมาตอบสนองความบันเทิงได้ดีที่สุด สำหรับใครต้องการดูแอ็คชั่นเพียวๆ โดยที่ไม่คิดอะไรมาก (ที่ต้องขอย้ำว่า เพียวจริงๆ) ในขณะเดียวกัน ระบบ IMAX 3D ซึ่งคือระบบที่ผมได้ไปชม ก็นับว่าเป็นความดีงามอีกภาคที่ช่วยส่งเสริมให้เหล่าฉากตระการตาดูยิ่งใหญ่ ด้วยระบบภาพ และ เสียงที่ดีมากกว่าในระบบปกติครับ เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

เคท เบคคินเซล นำทัพนักแสดง ประชันบทหลอนระทึก ใน Stonehearst Asylum
Stonehearst Asylum /  จิม สเตอร์เจส / 

พบกับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ ของนักแสดงมากฝีมือ เคท เบคคินเซล ที่ขอถอดชุดแวมไพร์สาวจาก Underworld มาสวมบทบาทของผู้ป่วยจากสถาบันจิตเวชใน Stonehearst Asylum สถานวิปลาส โดยประชันฝีมือสุดเข้มข้นกับ จิม สเตอร์เจส จาก Upside Down, One Day ร่วมด้วยนักแสดงคุณภาพระดับตำนานอย่าง ไมเคิล เคน จาก Inception, The Dark Knight และ เบน คิงสลีย์ จาก Iron Man 3, Shutter Island ที่จะมารับบทเป็นนายแพทย์ สองตัวละครสำคัญที่สามารถสร้างความเคลือบแคลงให้กับคนดู และจะทำให้คุณต้องลุ้นและหลอนไปพร้อมๆ กัน   เคท เบคคินเซล ภาพยนตร์ Stonehearst Asylum  ที่ดัดแปลงมากจากเรื่องสั้น The System of Doctor Tarr and Professor Fether  ของสุดยอดนักเขียนแนวโกธิค เอ็ดการ์ อัลเลน โพ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับ แบรด แอนเดอร์สัน ที่มีผลงานกำกับจากภาพยนตร์เกี่ยวกับสถาบันจิตเวชมาก่อนแล้วในเรื่อง Session 9 จิม สเตอร์เจส Stonehearst Asylum เป็นเรื่องราวของ เอลิซ่า (เคท เบคคินเซล) คนไข้ของสถาบันจิตเวชสโตนเฮิร์ส ที่ตกหลุมรักกับ เอ็ดเวิร์ด (จิม สเตอร์เจส) นักเรียนแพทย์จบใหม่จากฮาร์วาร์ด ที่เดินทางมาทำงานในสถานที่แห่งนี้ แต่ยิ่งเขาได้ทำความรู้จักกับคณะแพทย์และกลุ่มคนไข้มากเท่าไหร่ เขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าฝั่งไหนที่เป็นหมอ ฝั่งไหนที่เป็นคนไข้กันแน่ เตรียมหลอนระทึก ไปกับภาพยนตร์ที่รวมทุกเรื่องราว ความรัก ความน่ากลัว การสืบสวนสอบสวน รวมถึงเรื่องจิตวิทยาที่ทดสอบสภาพจิตใจ สร้างความเคลือบแคลงและลังเลให้คนดูจนไม่สามารถเชื่อใจในสิ่งที่เห็นได้ อะไรคือเส้นแบ่งที่จะช่วยให้คุณตัดสินว่าใครบ้า? หรือใครสติดี?  มาร่วมค้นหาคำตอบได้ในภาพยนตร์ทริลเลอร์เรื่องเยี่ยมส่งท้ายปี ค้นหาความจริงสุดผวา ไปกับ Stonehearst Asylum สถานวิปลาส ในวันที่ 18 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Stonehearst Asylum ได้ที่นี่เลย ----------------------------------

10 นิสัยจำเป็น ที่ทำให้คนรักอยู่กันยืด
ความรัก /  ความรักวัยรุ่น

กว่าจะได้มาซึ่งความรักของคนสองคน หรือกว่าจะคบหากัน ว่ายากแล้ว แต่การจะประคองความรักให้ยาวนานตลอดรอดฝั่งนั้น ยากยิ่งกว่า!!! ถูกต้องไหมคะ 1 วัน หรือ 1 นาที ก็สามารถผิดใจกันได้ ยิ่งถ้าใจใครที่กำลังหวั่นไหว ก็คงต้องจบลงด้วยการเลิกรา แต่ถ้าเรามีความหนักแน่นกันจริงละก็ หนักนิดเบาหน่อยก็ต้องหันหน้าคุยกัน ตกลงทำความเข้าใจกันเสียใหม่ ไม่เสียหาย ดังนั้นวันนี้เรามี 10 นิสัยจำเป็น ที่ทำให้คนรักอยู่กันยืด มาฝากให้คู่รักได้เสริมใยเหล็กของหัวใจให้แข็งแรงยิ่งขึ้น 10 นิสัยจำเป็น ที่ทำให้คนรักอยู่กันยืด 1.มีสิ่งที่สนใจเหมือนๆ กันอย่างต่อเนื่อง และหาเรื่องใหม่ๆ ที่ทั้งคู่สนใจร่วมกันอยู่ตลอด สิ่งที่คนสองคนสนใจเหมือนกัน คือสิ่งที่นำเขาทั้งคู่มาพบกันในตอนแรก และมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้คน 2 คนอยู่กันยืดอีกด้วย เพราะการที่คนสองคนอยู่ด้วยกัน และทำสิ่งที่ทั้งคู่สนใจ มันทำให้เวลาที่อยู่ด้วยกันสนุก มีค่า แต่ในปัจจุบัน หลายๆ คนอาจลืมไปแล้วว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาคบกันได้ และไม่มองหาสิ่งใหม่ๆ ที่จะเชื่อมคนทั้งคู่ให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม 2.เข้านอนพร้อมกัน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่า ช่วงเวลาก่อนนอนคือช่วงเวลาที่สำคัญมากในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก ในขณะที่หลายๆ คู่ในปัจจุบัน มีเวลาที่ไม่ตรงกัน เข้านอนไม่ตรงกัน อีกคนนอน อีกคนยังทำงานอยู่ ทำให้ช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งคู่ตรงนี้หายไป และเป็นเรื่องที่อันตรายต่อความรักอย่างมาก 3.ไม่เข้านอน ทั้งๆ ที่ยังโกรธกันอยู่ จากการสัมภาษณ์คู่รักวัย 50-60 ปีนั้น เขาบอกว่า การที่คนทั้งคู่ทะเลาะกัน โกรธกัน และไม่เคลียร์ให้จบก่อนนอน จะทำให้เกิดปัญหาตามมา เพราะปัญหาที่ยังไม่จบ จะสร้างความรู้สึกขุ่นเคืองในใจ ที่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นๆ ในอนาคต เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุยให้จบ อย่างน้อยก็ให้คนที่คุณรักรู้ว่า ถึงจะมีบางเรื่องที่คุณเห็นไม่ตรงกัน แต่คุณก็ยังรักเขาอยู่ 4.กอดกันและจูบกัน ทั้งตอนเริ่มของวัน และก่อนนอน นักจิตวิทยาบอกว่า การกอดจะเป็นการสร้างพลังบวกที่ดี และทำให้สุขภาพดีอีกด้วย เพราะการกอด จะมีการหลั่งฮอร์โมนออกซีโตซิน ที่ทำให้คุณรู้สึกรัก รู้สึกอยากอยู่ใกล้ รู้สึกมั่นใจคนคนนั้น นั่นเอง 5.ไว้ใจคู่รักของคุณ ความไว้ใจ คือสิ่งที่สำคัญมากๆ ในความสัมพันธ์ของคู่รัก เพราะมันทำให้ เมื่อคุณเจอปัญหาอะไรก็ตาม จะทะเลาะกันไม่ว่าเรื่องอะไร มันคือสิ่งที่จะทำให้คุณก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นไปได้ 6.พูดคำว่าขอบคุณ แทนคำว่า ขอโทษ คู่รักที่อยู่กันยืด จะพลิกมุมมอง จากเรื่องที่ควรเป็นแง่ลบ ให้กลายเป็นแง่บวก พวกเขาเลือกที่จะขอบคุณคู่รักของเขา ที่ทนเขาได้ในสิ่งที่เขาทำแล้วผิด แทนที่จะขอโทษ ทุกวันนี้หลายๆ คู่ ชี้ข้อผิดของคู่รักของตน ในขณะเดียวกัน กลับลืมว่าตัวเราเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน 7.ฉลองเมื่อคนรักประสบความสำเร็จในแต่ละเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ไม่ว่าจะเล็ก หรือจะใหญ่ ความสำเร็จเหล่านั้น ทำให้อีกฝ่าย ภูมิใจในตัวของอีกฝ่าย และพวกเขาจะให้กำลังใจ สนับสนุน ผลักดัน คนรักในการทำสิ่งต่างๆ อีกด้วย และนี่คือสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่ง 8.พวกเขาทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่กันเสมอ ในคู่รักที่ประสบความสำเร็จ การกระทำเพียงเล็กน้อย มันคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่เสมอ มันอาจเล็กน้อยอย่างเช่น การบอกรัก การพาหมาไปเดินเล่นแทน เพราะคู่รักของคุณเหนื่อยเกินไป แต่วันนี้ หลายๆ คู่กลับลืมว่า การให้ ไม่จำเป็นต้องเท่ากับการรับเสมอไป บางทีเราต้องให้โดยที่ไม่นึกถึงผลที่เราจะได้บ้าง และนั่นแหละคือ ความรัก ของจริงนั่นเอง 9.ใส่ใจความรู้สึกของอีกฝ่าย คู่รักที่มีความสุข ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันในทุกเรื่อง แต่ที่สำคัญคือ ต้องเข้าใจ และใส่ใจว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร ลองนำไปใช้ดูสิ ถ้าคุณเข้าใจความรู้สึกของคนรักของคุณ เวลาทะเลาะกัน ปัญหาจะแก้ง่ายกว่าเดิมหลายเท่าเลยล่ะ 10.ต้องมีอารมณ์ขันบ้าง คุณไม่รู้ว่าชีวิตในวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร มันอาจจะไม่สวยรู้ มันอาจจะไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่คุณต้องรู้จัก “สร้างเสียงหัวเราะ” ให้มันช่วยให้สถานการณ์ที่พวกคุณเจอมันเลวร้ายน้อยลง และทำให้คุณทั้งคู่พร้อมที่จะแก้ปัญหาร่วมกันนั่นเอง ข้อมูล : Lifehack, kiitdoo

สะเทือนใจ คุณยาย รักมั่น 77 ปี ค้นหา สามีเก่า พบเพียง...
รักแรก /  สามีเก่า / 

นี่คือเรื่องราวของคุณยายชาวจีนวัย 93 ผู้เพิ่งจะได้พบกับ สามีเก่า ผู้เป็นรักแรกของเธออีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปถึง 77 ปีให้หลัง หากที่เธอได้พบไม่ใช่ร่างของเขา แต่เป็นเพียงชื่อบนแท่นป้ายวิญญาณเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารชาวจีนผู้เสียสละชีพในหน้าที่ ระหว่างเข้าร่วมรบในสงครามจีน - ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ย้อนกลับไปเมื่อ 79 ปีที่แล้ว คุณยาย จาง ชู่หยิง ได้พบกับพลทหาร จ่ง ฉงซิน ครั้งแรกด้วยการนัดบอดที่เมือง ฟูโจว ในขณะที่เธอมีอายุเพียง 14 ปี ทั้งคู่ต่างตกหลุมรักกันในทันที และแต่งงานกันในเวลาต่อมา หลังจากแต่งงานมาได้ 2 ปีในปี 1937 กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาสู้รบในจีน ทำให้พลทหาร จ่ง ฉงซิน ถูกเรียกตัวเข้าเซี่ยงไฮ้เพื่อรับใช้ชาติ คุณยายจางเล่าว่า "เราร่ำลากัน เขาร้องไห้ ขณะที่โอบกอดฉันจากด้านหลัง พร้อมกับให้สัญญาว่าเขาจะกลับมา และฉันทำได้เพียงเฝ้ารอด้วยความกังวล" หลังจากนั้น คุณยายจางก็ได้รับสายโทรศัพท์จากสามีเพียงแค่ครั้งเดียว นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คุณยายจางก็ไม่เคยได้ยินเสียงของสามีอีกเลย 7 ปีผ่านไป ในปี 1944 คุณยายจึงได้ทราบข่าวจากเพื่อนทหารของสามีว่า พลทหาร จ่ง ฉงซิน ได้เสียชีวิตในระหว่างการสู้รบแล้ว ในปี 1949 คุณยายจางแต่งงานใหม่อีกครั้ง โดยได้ให้กำเนิดลูกๆ ถึง 3 คน แต่คุณยายก็ไม่เคยลืมรักแรกของคุณยายได้เลย ในปี 1988 คุณยายจางจึงเล่าเรื่องสามีคนแรกของคุณยายให้ลูกๆ ได้ฟัง ลูกๆ ต่างซาบซึ้งใจในเรื่องราวความรักของแม่ จึงช่วยกันตามหาหลุมศพของพลทหาร จ่ง ฉงซิน อย่างไม่ย่อท้อ จนได้มาพบแท่นป้ายวิญญาณ ในไทเป วันที่ 22 พ.ย. 2014 คุณยายจางได้เดินทางสู่ไทเปเพื่อมาหาชื่อรักแรกของเธอบนแท่นป้ายวิญญาณ คุณยายใช้เวลาอยู่ในไทเป 7 วัน และมาเยี่ยมป้ายวิญญาณสามีเก่าถึง 3 ครั้ง "ตลอดชีวิตฉันร้องไห้เพียงแค่ 3 ครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อได้รู้ว่า เขาตายแล้ว ครั้งที่ 2 คือ 70 ปีให้หลัง ฉันได้รับรูปถ่ายของฉันที่มีหยดน้ำของสามีคนก่อน และครั้งที่ 3 เมื่อฉันมองชื่อเขาบนป้ายวิญญาณ เราจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว " คุณยายกล่าว เรื่องราวช่างเหมือนนิยาย แต่ใครล่ะจะลืมรักแรกได้ลง แล้วสำหรับคุณล่ะคะ คิดว่าต้องใช้เวลาสักกี่ปี ถึงจะลืมรักครั้งแรก ที่มาจาก shanghaiist เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ขึ้นเลย!สื่อมาเลตี ซิโก้ ไม่รวมแถลงความพร้อม หยิ่งหรือขี้ขลาดกันแน่?
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ /  กุนซือทีมชาติไทย / 

กลายเป็นสงครามประสาทนอกสนามไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อสื่อมาเลเซีย ตั้งคำถามว่า ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย หยิ่ง หรือขี้ขลาดกันแน่ ? หลังไม่เข้าแถลงข่าวความพร้อมเอง โดยก่อนเกมการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 จะฟาดแข้งกัน 1 วันจะต้องมีงานแถลงข่าวความพร้อม ซึ่งเมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.57) ก็ได้มีการแถลงข่าวความพร้อมของ ทีมชาติไทย ที่จะลงสนามรอบชิงชนะเลิศ เกมแรก พบกับ มาเลเซีย ซึ่งในการแถลงข่าวนั้น ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้ส่ง โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เข้าแถลงข่าวแทน ทำให้ผู้สื่อข่าวมาเลเซีย ตั้งข้อคำถามกับ โชคทวี พรหมรัตน์ ว่าเพราะอะไร ซิโก้ ถึงไม่เข้าแถลงข่าวเอง ซึ่ง โชคทวี ได้ตอบเพียงว่า “เราทำงานกันเป็นทีม ทุกคนมีหน้าที่ทำงาน และรับฟังคำสั่งของหัวหน้าโค้ช เพื่อเป็นการช่วยเหลืองานกัน โค้ชเองมีหน้าที่คุมทีม ส่วนสต๊าฟฟ์เองก็มีหน้าที่ช่วยงานโค้ช และรับคำสั่งมาปฏิบัติตาม” จากข้อคำถสมนี้สื่อมาเลเซีย ได้นำไปตีข่าว และพาดหัวข่าวว่า กุนซือทีมชาติไทย “Graeme arrogance or cowardice?” (หยิ่ง หรือ ขี้ขลาดกันแน่?) ที่ไม่ยอมออกมาแถลงข่าวในครั้งนี้ ทั้งนี้ตั้งแต่รอบแรกที่ผ่านมา ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้มอบหมายให้ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เป็นคนเข้าร่วมงานแถลงความพร้อมแทนทุกครั้ง จนถึงเกมรอบชิงชนะเลิศนี้ แต่การให้สัมภาษณ์หลังเกม ซิโก้ จะเป็นคนเข้าให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเองตลอดเช่นกัน สำหรับเกมนัดชิงชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมาเลเซีย จะมีขึ้นวันที่ 17 ธ.ค.57 เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สี

ตัวพ่อ VS ตัวแม่ กับฉากชี้ชะตา ที่แฟนๆ รอคอย ใน The Hobbit: The Battle of the Five Armies
The Hobbit 3 /  The Hobbit: The Battle of the Five Armies / 

ในภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies นอกจากจะมีนักแสดงจำนวนมากของไตรภาค The Hobbit แล้ว ยังรวมถึงนักแสดงคนสำคัญ ที่กลับมารับบทบาทเด่นของพวกเขาจากไตรภาค The Lord of the Rings อีกด้วย ซึ่งพวกเขาจะกลับมารวมตัวในฉากปะทะครั้งสำคัญของบรรดาตัวพ่อ-ตัวแม่ ผู้ทรงอิทธิพล ที่ส่งผลชี้ทิศทางของมิดเดิ้ลเอิร์ธเลยทีเดียว! ผู้กำกับ ปีเตอร์ แจ็คสัน กล่าวว่า "ตอนนี้ผ่านไป 10 ปีแล้วตั้งแต่ที่เราสร้างหนังภาคแรก  ภาพลักษณ์ของตัวละครต่างๆ ปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่ง เวลา เอียน แม็คเคลเลน เดินอยู่ในฉาก มันรู้สึกเหมือนเรากำลังเห็น "แกนดัล์ฟ" อีกครั้ง เส้นกั้นระหว่างตัวนักแสดงกับตัวละครมันบางมาก การมีจุดยืนถือเป็นแรงผลักดันและแรงบันดาลใจที่สำคัญในผลงานสองไตรภาคคือ แกนดัล์ฟ พ่อมดเทาที่รับบทโดย เอียน แม็คเคลเลน ตั้งแต่วินาทีที่ แม็คเคลเลน สวมหมวกพ่อมดแกนดัล์ฟครั้งแรก นักแสดงละครเวทีและนักแสดงภาพยนตร์ผู้มีชื่อเสียงที่กลายเป็นโฉมหน้าของพ่อมดเทาของแฟนๆ หลายรุ่น" ด้าน เอียน แม็คเคลเลน เผยว่า "การสร้างหนังเหล่านี้กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตผม เพราะด้วยระยะทางที่ผมต้องเดินทาง จำนวนเพื่อนที่ผมมี และการถ่ายทอดเรื่องราวอย่างงดงามที่ผมโชคดีที่มีโอกาสได้มีส่วนร่วม มันเป็นเรื่องน่ารักที่มีคนมาหาผมและบอกว่าแกนดัล์ฟมีความสำคัญต่อพวกเขาอย่างไร และตอนนี้ผมได้ยินจากเด็กๆ ที่ยังไม่เกิดมาในช่วงที่เราสร้างหนังเรื่อง Rings พวกเขาอดใจรอดูหนังเรื่อง Hobbit ภาคสุดท้ายไม่ไหว เราต้องยอมรับว่าแกนดัล์ฟมีตัวตนอย่างชัดเจนเหนือกว่าในหนังสือและภาพยนตร์ เขาเป็นจินตนาการหนึ่งที่มีตัวตนเหมือนคน" แต่ความฉลาด ความเห็นใจ ความซนของพ่อมดเทาในบางครั้งคือสิ่งที่ไม่อาจเลือนหายไปได้  เพราะการบุกไปอย่างโดดเดี่ยวเพื่อเผชิญหน้ากับ ซารอน ที่ถือกำเนิดใหม่ ปีศาจในอดีตที่ผู้คุ้มกันของเขาจากมิดเดิ้ลเอิร์ธไม่อาจล่วงรู้ได้ แกนดัล์ฟตกหลุมพรางของดาร์กลอร์คทันที และต้องพบกับความตายในสุสานของป้อมร้างแห่งโดลกุลดัวร์ แต่แกนดัล์ฟจะไม่เผชิญหน้ากับศัตรูในอดีตเพียงลำพัง เพื่อนผู้ทรงพลังและเป็นอมตะในสภาขาวอย่าง "ราชินีเอลฟ์ กาลาเดรียล" ที่รับบทอีกครั้งโดย เคท บลันเช็ตต์ ให้คำมั่นสัญญาว่าหากเขาต้องการความช่วยเหลือจากเธอ เธอจะมา แม็คเคลเลน กล่าวว่า "แกนดัล์ฟอยู่ในจุดที่ตกต่ำสุดของเขา เมื่อราชินีเอลฟ์ปรากฏตัวขึ้น นี่เป็นการแสดงหนึ่งของเคทที่มีความละเอียด แต่เธอแสดงได้อย่างสมจริงดีมาก กาลาเดรียลและแกนดัล์ฟต่างชอบกันมาก และนั่นสะท้อนว่าผมชอบเคทมากแค่ไหน" นักแสดงหญิงชื่อดังผู้รับบทท่านหญิงผู้เจิดจรัสแห่งล็อธลอเรน ในสองไตรภาคเล่าว่า มิตรภาพระหว่างกาลาเดรียลและแกนดัล์ฟมีความแน่นแฟ้นและสะเทือนใจที่สุดในมิดเดิ้ลเอิร์ธ "สิ่งที่ทำให้แกนดัล์ฟเป็นสุดยอดฮีโร่ในตำนานคือการพิทักษ์โลก เขาจะเข้าสู่ความชั่วร้ายในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็น เพราะมีการเดิมพันสูงมากสำหรับทุกคน กาลาเดรียลตั้งใจทุ่มเททั้งพลังเพื่อให้แน่ใจว่าความชั่วร้ายไม่สามารถเหนือกว่าได้ แต่เธอไปที่โดลกุลดัวร์ รู้ว่าเธออาจไม่ไปที่นั่นหากเธอไม่รักเขา ทุกตัวละครในหนังเรื่องนี้รวมถึงกาลาเดรียลต้องถูกทดสอบด้วยบางอย่าง ไม่ใช่แค่การเผชิญกับความชั่วร้าย แต่บ่อยครั้งต้องถูกทดสอบตัวเอง" บลันเช็ตต์ กล่าว นอกจากนี้ การเผชิญหน้าได้พา "เอลรอนด์" กษัติย์แห่งเอลฟ์สู่ ณ ที่นี้ด้วย ซึ่งรับบทโดย ฮิวโก้ วีฟวิ่ง ในภาพยนตร์ไตรภาค The Lord of the Rings พร้อมด้วย "พ่อมดขาว ซารูมาน" ผู้ทรงพลัง รับบทโดย คริสโตเฟอร์ ลี ที่มีความเป็นเอกลักษณ์บนจอภาพยนตร์ "เคทและฮิวโก้ได้กลับมารับบทที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา และเกิดความประทับใจที่ได้ถ่ายทอดพลังของตัวละคร และการแสดงของพวกเขาออกมาได้ในฉากเหล่านี้" ฟิลลิปป้า โบเยนส์ กล่าว "และคริสโตเฟอร์ ลี มีเซนส์ของโทลคีนเป็นพิเศษ เขามีความสุขที่ได้รับบทซารูแมนในการผจญภัยที่โหดร้ายขึ้นกว่าที่เคยผ่านมาในภาพยนตร์ไตรภาค The Lord of the Rings" แต่การเข้ามาก้าวก่ายของสภาขาวอาจสายเกินไป "เซารอน" ได้เริ่มแผนการปกคลุมมิดเดิ้ลเอิร์ธให้อยู่ภายใต้พลังอันมืดมิด เมื่อสังเกตตอนจบของภาพยนตร์ภาค 2 ศัตรูในอดีตปรากฏตัวขึ้นในฉากสุดท้ายรับบทโดย เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์ ด้วยบทบาทที่ 2 ของเขาในผลงานไตรภาค ฟราน วอลช์ เล่าว่า "ตอนที่คัมเบอร์แบตช์อ่านบทครั้งแรก เขารู้สึกประทับใจผู้สร้างฯ พร้อมให้สัญญาว่าจะแสดงบท เซารอนและมังกรสม็อกอย่างสุดชีวิต เขาอ่านทั้งสองบทและรู้สึกว่ามันยอดมาก เขาให้เสียงพากย์ตัวละครทั้งสองแตกต่างกันและฟังแล้วไม่เหมือนกันเลย"   "เซารอนก้ำกึ่งระหว่างสองสถานะ เขาไม่มีตัวตนชัดเจนและไม่ใช่วิญญาณอย่างเต็มตัวแม้แต่ในสภาพนี้เขามีพลังอย่างมาก แต่เป็นพลังด้านมืดไม่ใช่ด้านดีซะทีเดียว เขาชอบทำลายล้าง เห็นแก่ตัว และกระตุ้นความชั่วร้ายออกมา เขาจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครองโลก" คัมเบอร์แบตช์ ทิ้งท้าย ฉากชี้ชะตาที่ตัวพ่อ-ตัวแม่ มาปะทะกันนี้จะเป็นอย่างไร ใครจะมาดีหรือมาร้าย?! ติดตามได้ใน The Hobbit: The Battle of the Five Armies เดอะ ฮอบบิท: สงคราม 5 ทัพ ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ได้ที่นี่เลย ------------------------

ผบ.ตร.ยินดีรับฟังสื่อตั้งฉายา'ผบ.ขายฝัน'
ฉายาตำรวจ /  ผบ.ขายฝัน / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยินดีรับฟัง สื่อตั้งฉายา "ผบ.ขายฝัน" ชี้การทำงานบางเรื่องต้องใช้เวลา พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงฉายา "ผบ.ขายฝัน" ว่า ยินดีรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ติติง ถือว่าเป็นเสียงสะท้อนที่คอยเตือนว่าเคยพูดอะไรไว้จะได้เป็นข้อเตือนใจว่าต้องทำอะไรให้กับเพื่อนข้าราชการตำรวจ แต่ทุกสิ่งไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และรวดเร็วได้ เพราะบางเรื่องต้องใช้เวลา บางเรื่องติดขัดด้วยกฎระเบียบ ข้อบังคับหรือกฎหมาย ตลอดจนงบประมาณ ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาไม่ได้มีการจัดทำไว้ และตนเองก็เพิ่งทำงานผ่านไปได้แค่สามเดือน คงไม่สามารถพลิกฟ้าด้วยฝ่ามือหรือทำเรื่องที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านอื่นเคยพยายามทำมาแล้วด้วยเวลาอันยาวนานแต่ก็ยังไม่เคยสำเร็จ แต่ตนก็ได้เริ่มทำแล้วในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องความเชื่อมั่น ความศรัทธาจากประชาชนความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและความผาสุขของพี่น้องประชาชน ตลอดจนความผาสุขของข้าราชตำรวจควบคู่กันไป ตนคงต้องขอเวลาบ้าง และถ้าเป็นแนวความคิดที่ดี เชื่อว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านต่อไปคงเอาไปสานต่อให้ดีขึ้น ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าวันนั้นข้าราชการตำรวจคงมีความอยู่ดีกินดีและมีความผาสุขเพิ่มมากขึ้นตามสมควร พร้อมระบุว่า สิ่งต่างๆ ที่ดำเนินการคงประสบความสำเร็จไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือช่วยเหลือและสนับสนุนจากเพื่อนข้าราชการข้าราชการตำรวจ

Infestation แถลงความสำเร็จยอดผู้เล่นทะลุ ส่งท้ายสิ้นปี 57
Infestation /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Infestation (infest.in.th) ออกมาแถลงการณ์ถึงความสำเร็จในการให้บริการเกมส์แอคชั่นซอมบี้เอาตัวรอด หลังมีผู้เล่นมากกว่า 2 หมื่นคนเข้าเล่นเกมส์ ล่าสุด เตรียมรองรับเซิฟเวอร์เกมส์ทั้งหมด 2 พันเซิฟเวอร์ ครอบคลุมผู้เล่นเกมส์ทั่วประเทศ Electronics Extreme ผู้ให้บริการเกมส์ Infestation ประกาศจุดยืนถึงการต่อยอดวิสัยทัศน์จากการเป็นเกมเมอร์ จึงมุ่งเน้นการให้บริการดูแลเกมแบบ "รู้ใจ" เกมเมอร์ด้วยกัน สร้างความเร้าใจของเกมส์ที่เล่นแบบเน้นเอาตัวรอด ได้อารมณ์ผจญภัยทั้งในแบบ FPS, TPS ผสม RPG ที่ไม่ซ้ำกับเกมส์ไหนๆ นอกจากนี้ระบบไอเทมมอลล์ได้มีการปรับแต่งราคาให้ถูก เริ่มต้นเพียงหลักสตางค์เท่านั้น เพื่อความเหมาะสมกับเกมและคนเล่นในประเทศไทย ทั้งนี้ เกมส์ Infestation ยังมีแผนจัดการแข่งขันเกมส์ในรูปแบบ eSport สามารถออกแบบการแข่งขันได้อิสระมากขึ้น ทำให้ผู้เล่นจะได้เห็นความแปลกใหม่ชนิดพลิกวงการ ทั้งในเรื่องของจำนวนนักกีฬา, กติกาการตัดสิน, ปัจจัยที่ต้องนำมาวางแผนกลยุทธ์ รวมทั้งกลเม็ดเด็ดพรายอีกมากมาย และที่สำคัญ เกมส์ดังกล่าวยังให้ใจกับร้านอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ มอบสิทธิประโยชน์พิเศษที่เตรียมไว้ให้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งร้าน, เซิร์ฟเวอร์เช่า, IPBonus คูณค่าประสบการณ์ อัตราการดรอป ฯลฯ, สนับสนุนไอเทมพิเศษทุกเดือน, สนับสนุนรางวัลกิจกรรม เป็นต้น

แบรดลี่ย์ คูเปอร์ เป็นพลแม่นปืนมหากาฬ ในตัวอย่างใหม่จาก American Sniper
American Sniper /  คริส ไคล์ / 

ปล่อยตัวอย่างใหม่กันออกมาอีกแล้ว สำหรับหนังเรื่องใหม่ที่ดูเหมือนจะมีลุ้นออสการ์ด้วยเหมือนกันของผกก. คลินท์ อีสต์วู้ด ใน American Sniper ที่คราวนี้เขาหันกลับมาทำหนังแนวดราม่า แอ็คชั่น ทริลเลอร์ ซึ่งจับเอาพระเอกหนุ่มอย่าง แบรดลี่ย์ คูเปอร์ มาปั้นกล้ามให้ใหญ่บึก พร้อมรับบท พลแม่นปืน ที่สังหารคนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกามาเล่าเรื่องนั่นเอง และในตัวอย่างใหม่ที่เผยออกมาพร้อมกับใบปิด ก็แสดงให้เห็นว่าตัวหนังนอกจากจะเข้มข้นด้านดราม่า น่าจะมีฉากแอ็คชั่นที่ระทึกได้ดีไม่แพ้กันครับ American Sniper เป็นเรื่องราวของ สไนเปอร์โคตรพระกาฬแห่งหน่วยซีลของกองทัพส­หรัฐฯ คริส ไคล์ ถูกส่งตัวไปที่อิรักพร้อมภารกิจปกป้องเหล่­าพี่น้องทหาร ความแม่นยำของเขาได้ช่วยชีวิตในสมรภูมิรบม­าแล้วอย่างนับไม่ถ้วน และเมื่อเรื่องราวความกล้าหาญของเขาแพร่สะ­พัดออกไป เขาได้รับการยกย่องให้เป็น “ตำนาน” แต่อย่างไรก็ตามชื่อเสียงของเขาก็เป็นที่ก­ล่าวขานกันในหมู่ศัตรูเช่นกัน ทำให้เขามีค่าหัวและกลายเป็นเป้าหมายหลักส­ำคัญของพวกกบฎ นอกจากอันตรายและความเสี่ยงของสมาชิกภายใน­บ้านแล้ว คริสได้ปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตาย 4 ครั้งที่อิรัก จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของหน่วย SEAL “อย่าทิ้งใครไว้เบื้องหลัง” แต่ในระหว่างเขากลับบ้าน คริสพบว่าสงครามต่างหากคือสิ่งที่เขาทิ้งไ­ปไม่ได้ American Sniper เข้าฉายบ้านเราต้นปี 2015 ในวันที่ 15 มกราคมนี้ครับ

ดราม่า ฟุตบอลไทย ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม แต่………
aff suzuki cup 2014 /  กรุงเทพฯ / 

ดราม่า ฟุตบอลไทย ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม แต่……… ขยับเข้าไปใกล้แชมป์ที่คนไทยทั้งประเทศตั้งตารอคอยและมีอารมณ์ร่วมมากที่สุดถ้วยหนึ่งในประวัติศาสตร์แล้ว สำหรับ ทีมชาติไทย หลังจากที่เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถานคว่ำ เสือเหลือง มาเลเซียไปได้แบบสุดมันส์ 2-0  ในฟุตบอลเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ นัดชิงชนะเลิศนัดแรก นัดนี้ก็เป็นอีกนัดที่ผมได้ตีตั๋วเข้าไปชมเกมส์ในฐานะแฟนบอลคนหนึ่ง ที่โซน N ที่เดิม (เพราะติดใจบรรยากาศการเชียร์จากลุ่มเชียร์ไทยเพาเวอร์ที่มันส์สะเด่ามากตลอดทั้งเกมส์) ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมฝ่ายจัดการแข่งขันที่ยอมเปิดช่องทางให้แฟนบอลเข้าสู่สนามทั้งสองประตู เลยไม่ทำให้แฟนบอลมาติดกันอยู่ตรงหน้าประตู ตอนตรวจหาพลุแฟลร์ ก่อนเข้าสนาม ย้อนไปก่อนเกมส์เรื่องตั๋วการแข่งขัน นัดที่แล้วกับฟิลิปปินส์ว่าฟีเวอร์แล้ว นัดนี้ฟีเวอร์ยิ่งกว่า ไม่น่าเชื่อว่าตั๋ว 5 หมื่นใบจะถูกจองหมดไปในเวลาแค่ 1 ชั่วโมงเศษๆในทุกช่องทาง และแน่นอนว่า มีตั๋วผีออกมาอาละวาดจนแฟนบอลทนไม่ไหวต้องสร้างเพจขึ้นมาต่อต้านเป็นเรื่องเป็นราว นัดนี้เลยได้เห็นความตื่นตัวในการไล่จับพวกชาวนาที่ชอบทำนาบนหลังคน หากินกับความศรัทธาของฟุตบอลไทย มันน่าจับมาตีก้นซะให้เข็ดหลาบ นอกจากนี้แล้วเสื้อบอลทีมชาติไทยของแกรนด์สปอร์ตก็ได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆเพราะ เพียงวันเดียวเสื้อ 8,000 ตัวถูกขายจนเกลี้ยงสต็อกไปเลย มาว่ากันต่อที่เกมส์ในสนาม วันนี้ โค้ชซิโก้ มีการปรับเปลี่ยนแท็คติกด้วยการส่งศูนย์หน้าอาชีพอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร ลงมาเล่นหน้าแทนที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แล้วโยกประกิต ดีพร้อม ลงไปเป็นตัวสำรอง  ส่วนคนอื่นๆเหมือนเดิม เริ่มต้นเกมส์ต้องยอมรับว่ารูปเกมส์ของเราค่อนข้างดีกว่า แต่ก็อึดอัด เพราะดูเหมือนนักเตะบางคนที่โดดเด่นในนัดที่แล้วอย่าง มงคล ทศไกร และ  เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ไม่ได้พกฟอร์มของนัดที่แล้วลงสนามไปด้วยในช่วงแรก แถมตัวทีเด็ดจาก “เมสซี่เจ” ยังโดนลูกหนักของทีมเยือนไล่ตามเตะจนทำอะไรไม่ถนัด จบครึ่งแรกสกอร์เลยออกมาแบบไข่ไม่แตก กลับมาครึ่งหลังดูทางฝั่งมาเลเซีย จะมั่นใจมากขึ้น เพราะไม่เสียประตูในครึ่งแรก เลยเดินหน้าบุกมาขึ้น แต่ก็มาเสียจุดโทษให้ไทยและเป็น ชาริล ชัปปุยส์ ขวัญใจของสาวไทยทั้งประเทศสังหารเข้าไป เหมือนประตูปลดเปลื้องพันธนาการให้ช้างศึกกลับมาเป็นช้างศึกตกมันตัวเดิม จากนั้นประตูที่สองกับการเล่นแบบพระเอกโคตรๆของ เมสซี่เจ ที่ลากไปจ่ายถวายพานแบบลืมคำว่าเห็นแก่ตัวไปได้เลย ให้เจ้าก้อง ซัดประตูที่ 3 ในรอบ 2 นัดเข้าไปให้ทีมไทยอุ่นใจยิ่งกว่าใส่สองชั้น กับการเยือนบูกิตจาริล สังเวียนแข้งที่มีกองเชียร์เสือเหลืองเกือบ 1 แสนชีวิตรอกดดันอยู่ แถมช่วงท้ายกองเชียร์ชาวไทยยังได้รับการตบโบนัสด้วยการเคาะบอลสวยๆถึง 27 ครั้งเข้าไปทำประตู แต่เสียดายนิดเดียวไม่ได้ประตู ไม่อย่างนั้นจะเป็นอะไรที่เฟอร์เฟ็คและต้องพูดถึงไปอีกเยอะ ขนาดไม่ได้ประตูคลิปการเล่นบอลจังหวะนี้ก็ลามไปด้วยโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วแซงหน้า 13 คลิปน้องผมแดง (อุ๊ย) ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับนักเตะของเราวันนี้ทุกๆคนต้องขอชื่นชมเป็นพิเศษคือการควบคุมอารมณ์ แม้หลายคนจะมาจากชุดเอเชี่ยนส์เกมส์ ที่อายุไม่เกิน 23 ปีถึง 9 จากทั้ง 11 คนแต่ทุกคนมีการควบคุมอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมแม้จะเจอความกดดัน ที่ต้องรอถึง 70 นาทีประตูแรกถึงจะมา และที่สำคัญคือการเตะแบบติดดาบของเสือเหลืองที่ไม่ค่อยจะโดนใบเหลือง ทุกคนไม่ตอบโต้โดยตรงแต่ตอบโต้ด้วยการเอาชนะด้วยการเล่นแทน ทุกคนคงทราบกันดีว่าทีมชาติไทยเราเข้าชิงชนะเลิศรายการนี้ 3 ครั้งหลังสุดจาก 4 สมัยอกหักเป็นได้เพียงแค่ รองแชมป์โดยเสียทีให้กับ เวียดนามไปหนึ่งครั้ง และ สิงคโปร์ 2 ครั้ง ซึ่งทุกนัดสกอร์รวมจบลงที่ไทยแพ้ไป 3-2 ทั้งนั้น ที่บอกไม่ใช่ว่าจะพูดเป็นลาง แต่ต้องการย้ำให้นักเตะและแฟนบอลไม่ประมาทยังเหลืออีก 90 นาทีให้ต่อสู้อย่างที่เห็นว่า อย่างน้อยมาเลเซียชุดนี้ก็ไม่ใช่พวกที่จะตายได้ง่ายๆ เพราะสามารถเอาชนะ สิงคโปร์ เจ้าภาพผ่านเข้ารอบแรกมาในนัดสุดท้ายก็ว่าพลิกล็อคแล้วยังบุกไปถล่มพี่เหงียน 4-2 ในรอบรองชนะเลิศพลิกเข้ามาชิงฯอย่างเหลือเชื่อทั้งๆที่แพ้คาบ้านมาก่อน 1-2 แต่เอาเป็นว่า ขอแค่นักเตะชุดนี้ รักษามาตรฐานการเล่นที่ทำมาได้ตลอดทั้งทัวร์นาเม้นท์ออกไปอีกแค่นัดเดียว รับรองว่าถ้วยแชมป์สมัยที่ 4 ที่เรารอคอยกันมาถึง 12 ปีจะไม่ไปไหนอย่างแน่นอน อย่าลืมนะครับวันที่ 20 ธันวาคมนี้เวลา 19.00 น.  พวกเขายังต้องการแรงใจจากพวกคุณทุกคนอยู่ อย่าลืมส่งแรงใจไปด้วย