สงครามพลิกจักรวาล

คลิปจริง! เตือนภัย ขับรถแล้วก้มเก็บของ ระวังเป็นแบบนี้
ขับรถแล้วก้มเก็บของ /  คลิป / 

คลิปเตือนภัย ขับรถแล้วก้มเก็บของ ระวังเป็นแบบนี้  คลิปอุบัติเหตุรถชน ซอยคู้บอน27แยก38 วันนี้(26 ส.ค.) สมาชิกเว็บไซต์ยูทูปarr zaa ได้เผยแพร่คลิปชื่อ คลิปอุบัติเหตุรถชน ซอยคู้บอน27แยก38 วันที่ 24/08/2557 เป็นเหตุการณ์กล้องติดรถยนต์บันทึกภาพรถของเจ้าของคลิปกำลังขับมาอยู่ดีๆ มีรถยนตร์อีกคันแล่นตรงเข้ามา เจ้าของคลิปจึงได้กดแตรเตือนแต่ปรากฎว่ารถคันดังกล่าวก็ยังไม่หลบและเมื่อเข้ามาใกล้ก็หักหลบไม่พ้นทำให้รถเสียหลักพลิกตะแคงจนได้รับความเสียหายในที่สุด ซึ่งเจ้าของคลิประบุรายละเอียดของเหตุการณ์ว่า "...ขับรถระวังกันหน่อยนะครับ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงทุกท่านนะครับ เกี่ยวกับการเก็บของที่ตกในช่วงขับรถนะ วินาทีเดียวที่คุณละสายตาจากถนน มันไวมากเลยนะ ในคลิปจะเห็นว่าผมหยุดรถ กดแตรเตือน แล้วแต่ไม่ทันจริงๆครับ จะหลบซ้ายก็ไม่ได้มีมอเตอร์ไซค์ขี่ขนานมากับผม วินาทีนั้น ผมตัดสินใจเลยครับว่า จับพวงมาลัยให้แน่น รัดเข็มขัดนิรภัยพร้อม รอการปะทะ ผลออกมาก็เป็นแบบนี้ คู่กรณีเจ็บพอประมาณเพราะเขาไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ยังไงฝากเตือนเพื่อนร่วมทางด้วยนะครับ ขนาดผมอีก1กิโลเมตรจะเข้าซอยหมู่บ้านแล้ว แถมยังขับแบบเต่าเรียกพี่ เรียกว่าเอาเซฟไว้ก่อน สุดท้ายก็ยังเกิดเหตุจนได้..." MThai News ขอบคุณคลิปจากสมาชิกเว็บไซต์ยูทูปarr zaa

ตูน บอดี้สแลม รับคำท้า ภารกิจ IceBucket
Bodyslam /  Ice Bucket / 

กำลังเป็นที่ถูกพูดถึงในขณะนี้ สำหรับแคมเปญการกุศล Ice Bucket Challenge ภารกิจพิชิตน้ำเย็นเฉียบ ที่ตอนนี้กลายเป็นเทรนด์ฮิตทั่วโลกไปแล้ว ล่าสุด ถึงคราวที่ ตูน บอดี้สแลม ถูกท้าทายบ้าง ซึ่งเจ้าตัวได้รับคำท้าร่วมภารกิจ Ice Bucket จาก ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์,ดร.เชษฐา ส่งทวีผล,โกะตี๋,เฟ็ดเฟ่,น้องต่อ Hormones โดยนอกจากจะร่วมบริจาคเข้ากองทุนสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส (ALS Association) พี่ตูน ยังขอบริจาคให้ น้องกอหญ้า(เลือดสุพรรณ) กองเชียร์ Suphanburi FC. ที่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดแดง เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอีกด้วย และขอท้าต่อ ป๋าเต็ด ยุทธนา,พี่นิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล บอสใหญ่ Genie Records และ พี่อ๊อฟ บิ๊กแอส เทรนด์ Ice Bucket กำลังมา ตามลิ้งค์ที่เกี่ยวข้องอีกเพียบ ไปดูกันเลย ชีวอน ร่วมสงครามน้ำแข็ง - ท้า ทงเฮ และ อึนฮยอก มาแจม! ชีวอน สมาชิกหนุ่มหล่อจากบอยแบนด์ K-POP วง Super Junior ร่วมสมรภูมิ Ice Bucket Challenge พร้อมทิ้งคำท้า ทงเฮ และ อึนฮยอก ร่วมแคมเปญสุดเปียกปอน! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ทั่วโลกสงสัย! ไอซิส ตัดหัวนักข่าวอเมริกัน อาจเป็นคนอังกฤษ
กลุ่มไอซิส /  ข่าววันนี้ / 

ชวนสงสัย! หาตรกรฆ่าตัดหัวนักข่าวอเมริกัน อาจเป็นคนอังกฤษ เหตุมีสำเนียงภาษาชัดเจน ด้านนายกฯ ผู้ดี เรียกประชุมด่วนตรวจสอบ ก่อนยอมรับมีคนอังกฤษเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิสจริง จากกรณีที่กลุ่มไอซิส ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอสุดโหด ฆ่าตัดหัว เจมส์ โฟลีย์ นักข่าวอเมริกันวัย 40 ปี ที่หายตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน ระหว่างเข้าไปทำข่าวสงครามกลางเมืองในซีเรีย เพื่อตอบโต้รัฐบาลสหรัฐฯที่ส่งทหารโจมตีกลุ่มของตนที่กำลังยึดครองเมืองต่างๆ ทางภาคเหนือของอิรัก เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีการตั้งข้อสงสัยว่ามือสังหารฆ่าตัดหัวนายเจมส์ โพลีย์ อาจเป็นคนอังกฤษ เพราะมีสำเนียงการใช้ภาษาอังกฤษที่ชัดเจนมาก ซึ่งจากข้อสงสัยนี้ทำให้นายเดวิด แคเมอรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ต้องยกเลิกการไปพักผ่อน กลับมาร่วมประชุมฉุกเฉินกับทีมเจ้าหน้าที่มหาดไทย และรมว.ต่างประเทศทันที เพื่อตรวจสอบว่าฆาตกรรายนี้เป็นคนอังกฤษจริงหรือไม่ โดยแคเมอรอน กล่าวว่า มีชาวอังกฤษจำนวนมากเดินทางเข้าไปร่วมกับกลุ่มไอซิส เพื่อร่วมสู้รบในซีเรียและอิรัก โดยขณะนี้รัฐบาลอังกฤษกำลังพยายายามอย่างเต็มที่ที่จะหยุดยั้งไม่ให้ชาวอังกฤษไปเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิส ทั้งนี้อังกฤษ ขอยืนยันชัดว่าจะไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามในอิรักอีก และจะไม่มีการส่งทหารเข้าไปร่วมต่อสู้ภาคพื้นดินในอิรัก และการต่อสู้กับกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง จำเป็นต้องแก้ไขและมีความอดทน จะไม่ตอบโต้กลุ่มติดอาวุธไอซิสอย่างทันทีทันใด อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศสหรัฐยังคงโจมตีทางอากาศครั้งใหม่อย่างน้อย 6 ครั้งต่อกลุ่มISIS บริเวณใกล้เขื่อนโมซุล ทางเหนือของอิรัก MThai news .............................................................................................. ข่าวที่เกี่ยวข้อง ช็อคโลก กลุ่มISISแพร่คลิปตัดหัวนักข่าวมะกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ISIS ได้โพสต์วิดีโอลงบนเว็บไซต์ยูทูบการตัดศีรษะนักข่าวอเมริกัน เพื่อแก้แค้นที่ถูกสหรัฐใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ

มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก
ตำนาน /  ต่างประเทศ / 

ไม่นานมานี้เพื่อนๆ หลายคนอาจจะได้ดูภาพยนตร์เรื่อง NOAH ที่เกี่ยวกับตำนานน้ำท่วมโลกที่ทำให้เกิดโดยพระเจ้าหรือเทพเจ้าเพื่อทำลายอารยธรรม โดยเป็นการตอบสนองผลกรรม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นที่แพร่หลายในตำนานกรีก และตำนานในวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องราวของโนอาห์และเรือของโนอาห์ในเจเนซิส, มัสยาวตาร ในคัมภีร์ปุราณะ ของฮินดู, ดูเคเลียน ในตำนานเทพเจ้ากรีก และ อุตนาปิชติม ในมหากาพย์กิลกาเมช เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานต่างๆที่เราคุ้นเคยกันดี และนี่คือ มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก ที่นักโบราณคดีหลายๆ คนบอกว่า มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์ ว่าบุคคลที่ถูกพูดถึงในนิยายเล่มนี้อาจจะเคยมีชีวิตอยู่จริงๆก็ได้!  มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก มหากาพย์กิลกาเมช (Gilgamesh) เป็นตำนานน้ำท่วมโลกที่เก่าแก่ที่สุดในยุคของเมโสโปเตเมียโบราณ และเป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมประเภทนิยายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย นักวิชาการเชื่อว่ามหากาพย์เรื่องนี้มีกำเนิดมาจากตำนานกษัตริย์สุเมเรียนและบทกวีเกี่ยวกับวีรบุรุษในตำนานที่ชื่อว่า กิลกาเมช ซึ่งถูกรวบรวมเอาไว้กับบรรดาบทกวีอัคคาเดียนในยุคต่อมา มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นเรื่องราวการผจญภัยของวีรบุรุษนามว่า กิลกาเมช (Gilgamesh) กษัตริย์ในตำนานแห่งนครอุรุค ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไทกริส-ยูเฟติส อารยธรรมเมโสโปเตเมีย (ประเทศอิรักปัจจุบัน) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกิลกาเมช กับเพื่อนของเขาชื่อ เอนกิดู เนื้อหาส่วนใหญ่ในมหากาพย์เน้นย้ำถึงความรู้สึกสูญเสียของกิลกาเมช หลังจากเอนกิดูเสียชีวิต และกล่าวถึงการกลับเป็นมนุษย์อีกครั้งพร้อมกับเน้นย้ำเรื่องความเป็นอมตะ มหากาพย์กิลกาเมช มหากาพย์ในต้นฉบับสุเมเรียนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุอยู่ในช่วงราชวงศ์ที่ 3 ของอูร์ (Ur) คือระหว่าง 2150-2000 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนฉบับอัคคาเดียนที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในช่วงต้นๆ ของสหัสวรรษที่ 2 มหากาพย์อัคคาเดียนฉบับ "มาตรฐาน" ประกอบด้วยแผ่นดินเหนียว 12 แผ่น ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่าง 1300-1000 ปีก่อนคริสตกาล ค้นพบอยู่ในหอจารึกของ Ashurbanipal ที่เมืองนีนะเวห์ (Nineveh) หอสมุดแห่งนี้ถูกพวกเปอร์เซียทำลายเมื่อ 612 ปีก่อนคริสตกาล และจารึกทั้งหมดก็พินาศไปด้วย มหากาพย์ชุดที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันปรากฏในแผ่นดินเหนียว 12 แท่งซึ่งเก็บรักษาไว้ที่หอเก็บจารึกของกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย เมื่อราวศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล มหากาพย์อัคคาเดียนนี้ ถูกจารึกระบุชื่อผู้แต่งไว้ด้วย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากในสมัยโบราณ แทบจะไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเรื่องใด ๆ (จารึกไทยในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาก็ไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเช่นกัน) ผู้แต่งจารึกนี้คือ ชิเนฆิอุนนินนิ (Shin-eqi-unninni) อาจกล่าวได้ว่า บุคคลผู้นี้เป็นนักเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกวรรณกรรม ที่เราสามารถระบุชื่อได้ มหากาพย์ มีชื่อดั้งเดิมว่า ผู้มองเห็นเบื้องลึก (He who Saw the Deep) หรือผู้ยิ่งใหญ่กว่าราชันทั้งปวง (Surpassing All Other Kings) มีการคาดเดาว่า  กิลกาเมชอาจจะเป็นผู้ปกครองที่มีตัวตนจริงในอดีตระหว่างราชวงศ์ที่ 2 ของยุคต้นของสุเมเรีย (ประมาณ 2,700 ปีก่อนคริสตกาล) การค้นพบวัตถุโบราณอายุประมาณ 2600 ปีก่อนคริสตกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับ Enmebaragesi แห่ง Kish ผู้ปรากฏชื่ออยู่ในตำนานว่าเป็นบิดาของศัตรูคนหนึ่งของกิลกาเมช ทำให้มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์มากขึ้น และช่วยยืนยันว่ากิลกาเมชน่าจะมีตัวตนจริง มหากาพย์กิลกาเมช หลงเหลืออยู่เป็นวรรณกรรมในหลายภาษา เช่น ของชาวอัคคาเดีย (ภาษาตระกูลเซมิติค ซึ่งมีความสัมพันธ์กับภาษาฮีบรู, เป็นภาษาที่พูดกันในอาณาจักรบาบิโลน) นอกจากนี้ยังมีปรากฏบนแผ่นจารึกดินเหนียว เป็นภาษาฮูร์เรียน และภาษาฮิตไตต์ (ภาษาหนึ่งในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน ซึ่งพูดกันในเขตรอยต่อยุโรปและเอเชีย นับเป็นหนึ่งในบรรดาภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก) ภาษาทั้งหมดที่พูดมานี้ จารด้วยอักษรลิ่ม หรือที่เราคุ้นเคยกันด้วยชื่อ คูเนฟอร์ม มหากาพย์กิลกาเมช ตามตำนานได้เล่าไว้ว่า ... กิลกาเมช เป็นษัตริย์แห่งนครอูรุก ซึ่งเป็นนครรัฐใหญ่ของชาวสุเมอร์เรียน พระองค์ทรงมีพระมารดาเป็นเทพและมีพระบิดาเป็นมนุษย์ ทำให้ทรงมีเลือดเทพอยู่ในวรกายครึ่งหนึ่ง กิลกาเมชเป็นกษัตริย์ที่มัวเมาในเรื่องของกามารมณ์เป็นอย่างมาก พระองค์ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการหาสาวงามมาสนองตัณหาของตัวเอง โดยไม่ละเว้นว่า หญิงสาวผู้นั้นจะเป็นสาวโสดหรือมีคู่ครองแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์มักจะไปปรากฏตัวในงานแต่งงานและเรียกร้องสิทธิในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรกของการสมรส ซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้พลเมืองชาวอูรุกพากันคับแค้นใจอย่างมาก แต่ก็มิอาจทำอะไรได้ เนื่องจากเกรงกลัวในอำนาจของกษัตริย์และสายเลือดแห่งเทพของกิลกาเมช ด้วยเหตุนี้เอง บรรดาปวงชนผู้ทุกข์ร้อนจึงพากันไปสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าให้ทรงจัดการกับกิลกาเมช และเมื่อเสียงสวดอ้อนวอนของประชาชนไปถึงสวรรค์ เหล่าเทพเจ้าจึงลงมติที่จะต้องจัดการกับมนุษย์ครึ่งเทพผู้นี้ โดยเหล่าเทพได้ให้เทพีอารารูปั้นดินเหนียวเป็นรูปบุรุษผู้หนึ่งและให้นามว่า เอ็นคิดู โดยเทพเจ้าได้นำความป่าเถื่อนของสัตว์ป่า 12 ชนิดใส่ลงไปในตัวของเขา เพื่อให้เขาทรงพลังพอที่จะจัดการกับกิลกาเมชได้ เอ็นคิดูมีร่างกายท่อนบนเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ขณะที่ขาทั้งสองข้างนั้นเป็นขาของวัวกระทิง ส่วนบนศีรษะยังมีเขากระทิงงอกออกมาอีกด้วย เหล่าเทพได้ส่งเอ็นคิดูลงมาอยู่กับบรรดาสัตว์ป่าในป่านอกเมืองอูรุก ซึ่งเอ็นคิดูได้ใช้พลังของตนปกป้องสัตว์เหล่านั้นจากสัตว์นักล่าและนายพราน บรรดานายพรานต่างไม่พอใจที่มีผู้มาขัดขวางการล่าสัตว์ ทว่าเมื่อพวกเขาได้พบกับเอ็นคิดูแล้ว ก็เกิดความพรั่นพรึงในตัวของมนุษย์ครึ่งกระทิงผู้นี้ พวกนายพรานจึงคิดหาวิธีจัดการกับเอ็นคิดู โดยพากันไปว่าจ้าง แซมฮัต ยอดหญิงนครโสเภณีประจำเทวาลัยแห่งอูรุก ให้ไปล่อลวงเอ็นคิดูออกมาจากป่าและทำให้พลังกับความป่าเถื่อนของมนุษย์ผู้นี้ลดน้อยลง แซมฮัตใช้มารยาหญิงยั่วยวนจนเอ็นคิดูหลงในบ่วงสวาทของเธอ ทั้งคู่อยู่ร่วมกันถึงเจ็ดราตรีและการที่เอ็นคิดูมาใช้ชีวิตอยู่กับนางได้ทำให้เหล่าสัตว์ป่าที่เคยแวดล้อมเขา พากันหนีหายไป อีกทั้งพลังของเอ็นคิดูเองก็ลดน้อยลงด้วย จากนั้นแซมฮัตก็ชักชวนเอ็นคิดูเข้าเมืองและนำเขาไปรู้จักการใช้ชีวิตแบบชาวเมืองจนในที่สุด เอ็นคิดูก็หมดสภาพความป่าเถื่อนและกลายเป็นชาวเมืองโดยสมบูรณ์ วันหนึ่งขณะที่เอ็นคิดูกับแซมฮัตพำนักอยู่ด้วยกันกับเหล่าคนเลี้ยงแกะ พวกเขาก็ได้ข่าวว่า ราชากิลกาเมชกำลังจะเสด็จไปที่งานแต่งงาน งานหนึ่งเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรก ซึ่งเมื่อเอ็นคิดูทราบเรื่องก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขารีบตรงดิ่งไปที่งานและเข้าขัดขวางกิลกาเมชไม่ให้กระทำการอันน่าบัดสีนั้น กษัตริย์หนุ่มทรงกริ้วที่มีผู้มาขัดขวาง พระองค์จึงเข้าต่อสู้กับเอ็นคิดูอย่างดุเดือดจนบ้านเรือนรอบข้างพังพินาศ ทว่าหลังจากทั้งสองขับเคี่ยวกันเป็นเวลานานต่างก็ไม่มีใครปราบใครลงได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กิลกาเมชทรงประทับใจในพละกำลังของอีกฝ่าย พระองค์จึงได้ยุติการต่อสู้และขอให้เอ็นคิดูมาอยู่กับพระองค์ในฐานะพระสหาย มิตรภาพทำให้กิลกาเมชเปลี่ยนไป กษัตริย์หนุ่มทรงเลิกพฤติกรรมร้ายกาจที่เคยทำจนหมดสิ้นและด้วยคำแนะนำของเอ็นคิดู พระองค์ได้หันมาใส่พระทัยกับการดูแลบ้านเมือง จนนครอูรุกเจริญรุ่งเรืองและประชาชนต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในคุณงามความดีของราชากิลกาเมช ทว่าในขณะที่ประชาชนทั่วทั้งนครพากันมีความสุขภายใต้การปกครองของราชาหนุ่ม กิลกาเมชกลับเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตที่สงบสุขนี้ พระองค์ปรารถนาที่จะแสวงหาความตื่นเต้นในชีวิต จึงได้ตรัสชวนเอ็นคิดูเดินทางไปยังป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตกเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา เมื่อได้ยินดังนั้น เอ็นคิดูก็ส่ายศีรษะอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของสหาย เขากล่าวเตือนกิลกาเมชว่า ”อสูรตนนี้สูงใหญ่เทียมฟ้า ลมหายใจของมันเป็นเปลวไฟที่นำมาซึ่งความตายอย่างน่าสยดสยอง อีกทั้งเทพเอนลิลยังประทานพละกำลังให้มันเพื่อเป็นผู้ปกป้องป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตก การเผชิญหน้ากับมันไม่ผิดอะไรกับการเดินเข้าหาความตาย” “หากข้าชนะ ข้าจะได้รับเกียรติอย่างยิ่งใหญ่หรือหากข้าตายในการต่อสู้ครั้งนี้ ข้าก็ยังได้รับชื่อเสียงว่า เป็นผู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับจอมอสูรฮูวาวา ซึ่งนั่นคือการตายที่มีศักดิ์ศรี” กิลกาเมชตรัส ก่อนจะตำหนิ เอ็นคิดูว่า ไม่มีความกล้าหาญที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งเมื่อถูกผู้เป็นสหายตำหนิดังนั้นแล้ว เอ็นคิดูจึงตัดสินใจที่จะร่วมเดินทางไปกับกิลกาเมชเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา ทั้งสองออกเดินจากนครอูรุกโยปราศจากผู้ติดตามและหลังจากเดินทางเป็นเวลานับเดือนก็มาถึงเขตป่าซีดาร์ยักษ์ของอสูรฮูวาวา หลังจากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันโค่นต้นซีดาร์ลงเพื่อท้าทายจอมอสูรให้ปรากฏตัว เมื่อฮูวาวารู้ว่ามีมนุษย์บุกเข้ามาโค้นต้นไม้ของมัน เจ้าอสูรก็ปรากฏกายขึ้นด้วยรูปร่างอันสูงใหญ่เทียมฟ้า เสียงคำรามของมันดังไปไกลทั่วผืนป่า ขณะที่ดวงตาแดงก่ำจ้องมองสองมนุษย์ผูอหังการ์ กิลกาเมชและเอ็นคิดูต่างรวมกำลังกันเข้าต่อสูกับฮูวาวาอย่างกล้าหาญ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและรุนแรง จนในที่สุด กิลกาเมชก็สามารถสังหารฮูวาวาลงได้ ด้วยการทิ่มดาบลงบนเท้าอันมหึมาของจอมอสูรจนมันถึงกับทรุดลง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบ่าและใช้ดาบตัดหัวของอสูรร้ายขาดกระเด็น ร่างมหึมาที่ไร้ศีรษะของฮูวาวาล้มครืนราวภูเขาถล่มทลาย เมื่อสังหารจอมอสูรลงได้แล้ว กิลกาเมชกับเอ็นคิดูก็ช่วยกันโค่นป่าซีดาร์จนราบเรียบ ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้ชื่อเสียงของทั้งคู่เลื่องลือระบือไกล จนแม้ทวยเทพบนสรวงสวรรค์ก็ยังรับรู้ ในยามนั้น เทพีอิชตาร์ เทพีแห่งความงาม ความรัก สงคราม และตัณหา ทรงได้ยินเรื่องราวของกิลกาเมช พระนางจึงเสด็จลงมาเพื่อทอดพระเนตรราชาหนุ่มและเมื่อได้เห็นแล้ว องค์เทพีก็บังเกิดความเสน่หาในตัวกิลกาเมช พระนางจึงมาปรากฏองค์ต่อหน้าเขาและขอให้เขาเสกสมรสกับพระนางโดยทรงยื่นข้อเสนอว่าจะมอบอำนาจอันยิ่งใหญ่ให้กับเขาเป็นการตอบแทน ทว่ากิลกาเมชกลับปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ทั้งยังตรัสกับเทพีด้วยว่า เขารู้ดีว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับอดีตคู่รักของพระนาง ยามเมื่อพระนางสิ้นรักแล้ว และเขาไม่ปรารถนาจะเป็นเช่นนั้น เทพีทรงโกรธและอับอายที่ถูกปฏิเสธซึ่งหน้า จึงเสด็จไปเข้าเฝ้าเทพอนู พระบิดาของพระนางเพื่อขอให้ลงโทษมนุษย์โอหังผู้นี้ “กิลกาเมชทำให้ข้าได้รับความอับอายยิ่งนัก ขอพระบิดาได้โปรดส่งกระทิงสวรรค์ไปสังหารมันและทำลายนครของมันให้พินาศสิ้นด้วยเถิด และหากพระบิดามิทรงยอมตามที่ลูกร้องขอ ลูกจะไปทลายประตูนรกเพื่อปลดปล่อยเหล่าผีร้ายให้ขึ้นมาย่ำยีมวลมนุษย์” เมื่อทรงได้ฟังคำขอของพระธิดาแล้ว เทพอนูจึงส่งกระทิงสวรรค์ลงมาเพื่อสังหารกิลกาเมชและทำลายนครอูรุก โดยในทันทีที่กระทิงสวรรค์เหยียบลงบนแผ่นดินอูรุก เพียงครั้งแรกที่มันพ่นลมหายใจออกมา ก็เกิดแผ่นดินแยกและสูบเอาทหารของกิลกาเมชลงไปถึง 100 คน และเมื่อมันพ่นลมหายใจครั้งที่สองก็ทำให้ทหารถูกสูบลงไปอีก 500 คน และในการพ่นลมหายใจครั้งที่สาม เอ็นคิดูก็พลัดตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดิน ทว่าชายหนุ่มสามารถปีนกลับขึ้นมาได้และพุ่งเข้าจับเขาของกระทิงสวรรค์เอาไว้ พร้อมกับร้องบอกให้กิลกาเมชใช้ดาบแทงเข้าไปยังจุดตายที่อยู่ระหว่างเขาและคอของมัน กษัตริย์หนุ่มใช้ดาบแทงเข้าไปตามที่สหายร้องบอกและกระทิงสวรรค์ก็สิ้นชีพลงในทันที ความอหังการ์ของสองสหาย ทำให้เหล่าเทพตัดสินใจให้บทเรียนที่สำคัญแก่กิลกาเมช โดยบันดาลให้เอ็นคิดูล้มป่วยและเสียชีวิตลง ความตายของสหายทำให้กิลกาเมชเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจมอยู่กับความทุกข์เป็นเวลานาน ทั้งยังเกิดความหวาดหวั่นสิ่งหนึ่งขึ้นภายในใจ นั่นคือ ความหวาดหวั่นว่า วันหนึ่ง พระองค์จะต้องสิ้นชีวิตลงเช่นเดียวกับสหาย ในที่สุด กิลกาเมชจึงตัดสินพระทัยหาวิธีที่จะทำให้พระองค์ไม่ต้องตาย โดยออกเดินทางไปยังต้นน้ำแห่งแม่น้ำทั้งมวลของโลก เพื่อค้นหา อุชนาปิชติม มนุษย์ผู้รอดตายจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ กิลกาเมชออกเดินทางเพียงลำพังและเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกประหลาดมากมาย เช่น มนุษย์แมงป่องยักษ์ที่น่ากลัวสองตนที่ทำหน้าที่เฝ้าหนทางสู่โลกใต้พิภพ มนุษย์แมงป่องทั้งสองรู้ว่า กิลกาเมชมีสายเลือดของเทพเจ้าอยู่ในตัวโดยกล่าวว่า “ท่านมีความเป็นเทพอยู่สองในสามส่วน มีความเป็นมนุษย์อยู่หนึ่งในสามส่วน” และเมื่อพวกมนุษย์แมงป่องรู้ถึงความตั้งใจของกิลกาเมช พวกนั้นก็เอ่ยเตือนเขาถึงอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาเดินทางต่อไป หลังเดินทางผ่านดินแดนแห่งความมืดแล้ว กิลกาเมชก็มาถึงหุบเขาแห่งแสงสว่างและสวนพฤกษาแห่งอัญมณีซึ่งต้นไม้ทุกต้นมีผลเป็นอัญมณีเลอค่า จากนั้นกิลกาเมชก็ไปถึงยังฝั่งทะเลแห่งมรณะและเมื่อข้ามพ้นทะเลแห่งนั้น เขาก็ได้พบกับอุชนาปิชติม ซึ่งอุชนาปิชติมบอกกับกิลกาเมชว่า “ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะเหล่าเทพเจ้ามีประสงค์ให้ชีวิตมนุษย์เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว” แต่กิลกาเมชก็ยังคงดึงดันที่จะเป็นอมตะ อุชาปิชติมจึงเล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและกล่าวถึงการที่เทพเจ้าสั่งให้ตนต่อเรือช่วยสิ่งมีชีวิตบนโลกให้รอดตาย จากนั้นจึงได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ อย่างไรก็ตาม ในที่สุด อุชนาปิชติมก็ทนการอ้อนวอนของกิลกาเมชไม่ไหว เขาจึงบอกให้กิลกาเมชดำน้ำลงไปต้นมหาสมุทร ณ จุดสิ้นสุดของโลก เพื่อนำเอาต้นไม้แห่งการกลับคืนสู่ความหนุ่มสาวขึ้นมา กิลกาเมชทำได้สำเร็จและดีใจมาก เขาตั้งใจจะนำต้นไม้นี้กลับไปทดลองกับคนชราที่เมืองอูรุก ทว่าระหว่างเดินทางกลับ งูตัวหนึ่งได้มาขโมยต้นไม้ต้นนั้นไป ทำให้เหล่างูทั้งหลายสามารถลอกคราบเพื่อกลับคืนสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้อีกครั้ง แม้กิลกาเมชจะผิดหวังกับความพยายามที่สุดท้ายก็สูญเปล่าของตน แต่ในที่สุด เขาก็ได้เข้าใจถึงสัจจะธรรมของชีวิตและยอมรับชะตากรรมของชีวิตโดยไม่คิดดิ้นรนเป็นอมตะอีกต่อไป จากนั้นกิลกาเมชก็สั่งให้ขุนนางจารึกเรื่องราวการเดินทางของพระองค์ไว้ที่ฐานของประตูเมืองและกลายเป็นตำนานที่เล่าขานมานานนับพันปี กล่าวขานสืบมาและเป็นอมตะในความทรงจำของคนรุ่นต่อมา สืบมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ขอบคุณข้อมูล wikipedia, komkid, earthunseen.blogspot, myfirstbrain เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

Ragnarok ปล่อยเซิฟเวอร์ใหม่  MAYA เน้นทำสงครามในเกมส์
Ragnarok /  Ragnarok Online / 

เกมส์ออนไลน์ Ragnarok (ragnarok.in.th) ทำการเปิดเซิฟเวอร์เกมส์ตัวใหม่ MAYA "วอร์กระหน่ำ มันส์กว่าเดิม" พร้อมเพิ่มระบบความปลอดภัยการใช้ @key ในการ Login เข้าเล่นเกมส์ เล่นจริง 26 สิงหาคม 2557 นี้ นอกจากจะเปิดเซิฟเวอร์เกมส์ตัวใหม่แล้ว ยังมีกิจกรรมต้อนรับเซิร์ฟเวอร์ MAYA นั้นจะมาพร้อมความมันส์แบบสุดติ่งด้วยการแข่ง Guild War ถึง 4 วันต่อ 1 สัปดาห์ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆวัน จันทร์ ,พุธ ,ศุกร์ และ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. - 21.00 น. นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมตอนรับเซิร์ฟเวอร์ MAYA ที่ทางทีมงานแจกให้แบบไม่อั้นถึง 3 กิจกรรมด้วยกันคือ - ทุก ID ที่ Login เข้าเซิร์ฟเวอร์มายานั้นจะได้รับ Wooden Treasure Chest เมื่อกดใช้งานเหล่าสาวก RO จะได้รับ Guyak Pudding 20 ea , Angeling Potion 10 ea , Fly Wing 10 ea 1และ Iron Treasure Chest 1 ea - ทุกๆเดือนทางทีมงานจะมอบ Costume Hat egg ให้กับทุกๆ ID ในเซิร์ฟเวอร์ - กิจกรรมสุดท้าย LV Get Item ทุกๆไอดีที่เล่นตัวละครถึงเลเวล 40 ,60 ,80 ,90 จะได้รับไอเทมจากทีมงานไปใช้ฟรีๆ สุดพิเศษสำหรับเซิร์ฟเวอร์ MAYA เท่านั้นเหล่าเกมเมอร์สามารถทำการ Reset ได้ตลอดเวลาจนกว่าจะเปลี่ยนเป็น Class 3 และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเล่นเซิร์ฟเวอร์ MAYA เหล่าเกมเมอร์สามารถสมัครใช้บริการ @key On Mobile ได้ที่: http://akey.asiasoft.co.th/mobile/ เตรียมมันส์กับ Ragnarok เซิร์ฟเวอร์ MAYA วอร์กระหน่ำ มันส์กว่าเดิม พร้อมกันในวันที่ 26 สิงหาคม 2557 ดูเพิ่มเติมของเกมส์ Ragnarok ได้ที่ ragnarok.playpark.com/th/

อาบน้ำด้วย สบู่เหลว ตายเร็วจริงหรือ?
SLS /  ตายเร็ว / 

หลังจากที่มีการแชร์บทความที่บอกว่า การอาบน้ำด้วย สบู่เหลว ทำให้ตายเร็ว ออกไปเป็นจำนวนมากในสังคมออนไลน์ ทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นจริงอย่างที่บทความนี้บอกหรือ โดยบทความที่แชร์กันออกไปนั้น มีข้อความดังนี้ ".....อาบน้ำด้วย สบู่เหลว ตายเร็ว!! ถ้าคุณชอบอาบน้ำด้วย สบู่เหลว ละก้อ ควรอ่านบทความนี้... เดี๋ยวนี้สบู่เหลวได้รับ ความนิยมยิ่งขึ้น ด้วยเหตุผลของความสะดวกสบาย เป็นสำคัญ แต่คุณรู้ไหมว่า สบู่เหลว ที่เราใช้กันอยู่นั้นไม่ใช่สบู่ แต่ เป็นสารเคมีล้วนๆ สบู่เหลวที่ดีจริงๆจะต้องมีส่วนผสมของเนื้อสบู่อย่างน้อย 25% แล้วที่เหลือเป็นน้ำ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่มีสบู่เหลวแบบนี้วางขายอยู่เลย เพราะผลิตภัณฑ์เกือบทุกชนิดที่วางขายอยู่นั้น เป็นแค่ใช้สารซักฟอกหรือดีเทอเจน ผสมกับสารเคมีสังเคราะห์ อื่นๆ แล้วทำให้อยู่ในรูปของเหลว ซึ่งสารซักฟอก หรือดีเทอเจนก็คือสารเคมีหลัก ที่ใช้ในการผลิตแชมพู น้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาดพื้น หรือแม้แต่น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำนั่นเอง จะผิดกันก็แต่ว่าความเข้มข้นของสารซักฟอก ที่ใช้ทำ สบู่เหลว มีความเจือจางกว่าเท่านั้น ผล กระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ สบู่เหลว คงไม่เกิดขึ้นในฉับพลันทันที แต่จะสะสมเป็นปัญหาในระยะยาวได้ เพราะสารเคมีเหล่านี้จะแทรกซึมลงไปในผิวหนัง อวัยวะ ภายใน และกระแสเลือดได้ทุกครั้งที่เราอาบน้ำ SLS หรือ โซเดียมลอริลซัลเฟต เป็นตัวอย่างหนึ่งของสารเคมีหลักที่มักใช้ในสบู่ คุณลองไปพลิกพวกผลิตภัณฑ์ซักล้างทุกอย่างดู จะเห็นส่วน ผสมนี้จริงๆ บางทีใช้ชื่อว่าลอริล) และเป็นสารเคมีอันตราย หลายประเทศในยุโรปและอเมริกามีกฏหมายห้ามใช้ แล้ว และบางประเทศก็จำกัด ให้มีการใช้น้อยลง แต่ในบ้านเรากลับใช้กัน อย่างแพร่หลาย ทั้งๆที่ SLS เป็นสารเคมีที่ดูดซึมผ่านผิวหนังได้ ง่ายและรวดเร็ว สามารถสะสมอยู่ในดวงตา สมอง หัวใจ ตับ และก่อปัญหาในระยะยาว หากยิ่งมีการใช้ร่วมกับ สารประกอบตระกูลอามีน ก็จะกลายเป็นสารก่อมะเร็งในที่สุด เพราะฉะนั้น เราอาจต้องถามตัวเองดูใหม่ ว่ามีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องใช้ สบู่เหลว ซึ่งจริงๆแล้วคือสารเคมีล้วนๆ แต่ถ้ายังคงต้องการที่จะใช้ การใช้ สบู่เหลว สำหรับเด็กก็จะดีกว่า ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย เพียงแต่มีสารเคมีเจือ จางกว่าเท่านั้น) แต่ถ้าจะให้ดี การกลับไปใช้สบู่ก้อนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด......" ซึ่งหลังจากที่ลองตรวจสอบที่มาของข้อมูลนี้นั้น กลับเป็นบทความเก่าที่เป็นฟอร์เวิร์ดเมลแบบผิดๆส่งต่อกันมาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว แต่กลับมามีคนเอามาแชร์ต่อเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้งในหมู่สังคมออนไลน์ ที่บางคนอาจจะยังไม่เคยเห็นข่าวนี้ วันนี้เราเลยจะมาตอบข้อสงสัยของทุกคนกันค่ะ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ออกมาให้ข้อมูลแก่ประชาชน ดังนี้ นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่าในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายชนิด เช่น แชมพูสระผม สบู่เหลว น้ำยาล้างจาน มีการใช้สารลดแรงตึงผิว ( Surfactant ) เป็นส่วนผสม ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ 1.  สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุลบ ( anionic surfactant ) มีคุณสมบัติทำความสะอาดได้ดี มีราคาถูก และมีความแรงมากกว่าชนิดอื่น จึงอาจทำให้เกิดการระคายต่อผิวได้มาก เช่น sodium lauryl sulfate ( SLS ) 2.  สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุบวก ( cationic surfactant ) มักใช้ร่วมกับชนิดประจุลบในการแก้ไขจุดบกพร่องของผลิตภัณฑ์ เช่น benzalkonium chioride 3.  สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุบวกและประจุลบ ( amphoteric surfactant ) เช่น cocamidopropyl betaine 4.  สารลดแรงตึงผิวชนิดมีประจุระคายเคืองต่อผิวหนังน้อย เช่น nonyl phenol groups ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กหรือ สบู่เหลว จึงมักใช้สารลดแรงตึงผิวประเภทที่ 3 และ 4 เป็นส่วนผสม เนื่องจากมีความอ่อนโยนกว่าประเภทอื่น        ส่วนกรณีที่มีการเสนอข่าวว่า หาก สบู่เหลว ซึ่งมีส่วนผสมของสารโซเดียมลอริลซัลเฟต( SLS ) ไปผสมกับสารประกอบตระกูลเอมิน ( amine ) แล้วจะกลายเป็นสารก่อมะเร็งนั้นจากข้อมูลทางวิชาการพบว่า สารโซเดียมลอริลซัลเฟตสามารถทำปฏิกิริยากับสารตระกูลเอมินแล้วเกิดเป็นสารไนโตรซามิน จะต้องมีองค์ประกอบหรือสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาในโตรเฟชั่น ( nitrofation ) เช่น ต้องมีอุณหภูมิที่สูงกว่า 100 C ทำให้มีโอกาสเกิดสารก่อมะเร็งได้น้อยมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบันพบว่ายังมีการนำสารโซเดียมลอริลซัลเฟตมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ประกอบการจะต้องมีการปรับสูตรให้เหมาะสมตามเกณฑ์มาตรฐานและความปลอดภัย รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีการติดตามตรวจสอบส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่าสำหรับ สบู่เหลว ทั่วไปและที่ใช้ในสปาไม่น่าจะมีอันตราย หากผลิตภัณฑ์มีการใช้สารลดแรงตึงผิวในปริมาณที่เหมาะสมและเลือกใช้ให้ถูกต้องตรงวัตถุประสงค์ของแต่ละสูตรตำรับ ซึ่งอาจมีการเติมสารอื่นๆ นั้น ไม่น่าจะเกิดอันตราย เพราะเป็นการเจือจาง สบู่เหลว เวลาใช้ อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เหมือนกันในแต่ละบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน อาจจะทำให้เกิดผิวหนังแห้งได้ ดังนั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นภายหลังการแช่น้ำด้วย และเนื่องจาก สบู่เหลว เป็นเครื่องสำอางทั่วไป กองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย จึงได้ตรวจสอบการปนเปื้อนของ เชื้อจุลินทรีย์และการระคายเคืองเบื้องต้น ซึ่งจากการตรวจตัวอย่างที่ผ่านมาไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐาน และเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค รวมทั้งไม่เกิดการระคายเคืองเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องหลายแห่งได้ร่วมกันติดตามข้อมูลต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ หากมีปัญหาหรือมีข้อมูลของความไม่ปลอดภัย ก็จะมีการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งเร่งดำเนินการตามกฎหมายและพิจารณายกเลิกห้ามใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน ขอบคุณที่มาจาก : webdb.dmsc.moph.go.th

ความพยายามสูง คลิปยัดโซฟาขนาดใหญ่ใส่ท้ายรถเก๋ง สำเร็จมั้ย ?
ขนโซฟาด้วยรถเก๋ง /  ยัดโซฟาใส่ท้ายรถเก๋ง / 

ความพยายามสูง คลิปยัดโซฟาขนาดใหญ่ใส่ท้ายรถเก๋ง ช่วยกันทั้งครอบครัว สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ วันนี้(20 ส.ค.) สำนักข่าวเดอะมิรเร่อร์ของอังกฤษ ได้เผยแพร่คลิปพฤติกรรมสุดฮาของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งพวกเขาพยายามจะยัดโซฟาขนาดใหญ่เข้าไปในท้ายรถเก๋ง โดยรายงานข่าวระบุว่า คลิปวิดีโอนี้มีผู้ใหญ่ 3 คนและเด็กอีก 2 คนช่วยกันแบกโซฟาใส่ท้ายรถเก๋ง ทั้งๆที่ดูแล้วมันไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยพวกเขาพยายามพลิกซ้ายตะแคงขวา พับเบาะนั่งของรถยนต์ แต่ก็ไม่สามารถเอาโซฟาขึ้นไปได้ รวมไปถึงรื้อเบาะที่นั่งของโซฟาออกให้เหลือแต่โครงเบาะแล้วพยายามยัดเข้าไปอีก แต่ก็ไม่เป็นผล ซึ่งพวกเขาใช้เวลานานกว่า 3 นาที แต่สุดท้ายก็ยัดไม่ได้จนต้องล้มเลิกความคิดที่จะเอาโซฟาใส่ท้ายรถเก๋ง โดยคลิปนี้ถ่ายโดยเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่บ้านฝั่งตรงข้าม เห็นเรื่องฮาๆ แบบนี้จึงถ่ายลงเฟซบุ๊ค ล่าสุดยอดแชร์ทะลุหลักแสนแล้ว MThai News

ภาพถ่ายแฟชั่น! เหยื่อ น้ำกรด ของสาวอินเดีย !!
น้ำกรด /  อินเดีย / 

ตากล้องมือโปร ร่วมมือ สาวอินเดีย เหยื่อ "น้ำกรด" ถ่ายภาพแฟชั่นเซตด้วยเสื้อผ้าที่ออกแบบด้วยฝีมือเหยื่อสาว เพื่อกระตุ้นให้คนทั่วโลก รณรงค์หยุดการทำร้ายผู้หญิงด้วย น้ำกรด  (Stop Acid Attack) เหยื่อผู้ถูกทำร้ายจาก น้ำกรดในประเทศอินเดีย ต้องทุกข์ทรมานจากการแอบซ่อน ไม่กล้าสู้หน้าคนอื่น และแม้แต่เดินในที่สาธารณะ  จึงทำให้ตากล้องปิ๊งไอเดีย พลิกสาวๆที่ไม่มั่นใจ เป็นสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ผ่านการถ่ายภาพแฟชั่นเซตขึ้นมา เพื่อให้คนอินเดียและทั่วโลก หันมาให้ความสนใจ   รูป้า เหยื่อน้ำกรด หนึ่งในนางแบบในแฟชั่นเซตนี้กล่าวว่า  " หลังจากวันที่ฉันถูกน้ำกรดสาด ฉันก็ไม่กล้าถ่ายรูป หรือแม้แต่มองกระจก ฉันอยากจะตายๆไปให้รู้แล้วรู้รอด " นาย Rahul Saharan ตากล้องมือโปรกล่าวว่า แม้ในอินเดียมีการใช้กฏหมายควบคุมการใช้ น้ำกรด ในปี 2013 แต่ในแง่การปฏิบัติใช้กลับไม่ได้ผลนัก น้ำกรด ยังหาซื้อได้ง่าย อีกทั้งคนเป็นเหยื่อก็กลัวจน ไม่กล้าสู้หน้ากับสังคม จึงทำให้ยังเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่ เขาจึงจัดแคมเปญถ่ายรูปสาวๆเหล่านี้ และให้รูป้าออกแบบเสื้อผ้า ให้กับนางแบบในแฟชั่นเซต และให้เธอเป็นแบบอย่างที่กระตุ้นให้กับคนทั่วโลกตระหนักถึงเรื่องนี้  โดยภาพได้ถูกเผยออกไปครั้งแรกใน facebook เพจ ชื่อว่า  Stop Acid Attacks ซึ่งได้รับกระแสที่ดีมาก " เมื่อรูปได้ถูกเผยแพร่ออกไป ผู้คนให้ความสนใจและโทรหาฉันเพื่อสืบหาความจริง ฉันรู้สึกดีสุดๆ และเริ่มกล้าเจอผู้คนมากกว่าเดิม" Rahul ยังพูดอีกว่า สังคมมักบอกอะไรกับผู้หญิงเสมอ เช่น ถ้าผู้หญิงไม่สวย ผิวไม่สวย เธอจะไม่ได้แต่งงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงไม่มีความมั่นใจไปโดยปริยาย ผมจึงอยากเปลี่ยน ความเข้าใจเรื่องความสวยแบบผิด ๆ ที่ว่าสวยต้องผิวดี ผิวสวย เหมือนสาวๆในปกนิตยสารที่หน้าตาดีไร้ที่ติด แต่คนเห็น เห็นแล้วก็ลืมมันไป แต่ภาพสาวๆเหล่านี้จะทำให้คุณหลงรัก อยากดูแล้วอยากดูอีก   แม้ภายใต้รอยยิ้มของสาว เหยื่อ น้ำกรด จะผ่านความเจ็บปวดและความโหดร้ายในอดีต แต่เธอเหล่านี้ก็สามารถก้าวผ่านมันมาได้อย่างอดทน และมีอนาคตได้ต่อไป  ใจที่เข้มแข็งนั้นจึงสำคัญนะคะสาวๆ แม้คุณจะเจอปัญหาหนักหนาแค่ไหน แต่ถ้าคุณมีใจที่เข้มแข็ง ปัญหาอะไรก็ทำร้ายคุณไม่ได้ค่ะ  ^^ เรียบเรียง Woman Mthai Team  ภาพโดย facebook.com/StopAcidAttacks

หวิดตายหมู่! รถบัสรับ-ส่ง พนง.พลิกคว่ำ กลางถนนท่าเรือ-ภาชี
รถบัสพลิกคว่ำ /  รถบัสรับส่งพนักงานพลิกคว่ำ

วันนี้(22 ส.ค.)เวลา 07.30 น. ร.ต.ท.พรหมศรันย์ แป้นจันทร์ ร้อยเวร สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบัสรับส่งพนักงานพลิกคว่ำ บนถนนสาย ท่าเรือ-ภาชี ม. 5 ต.ดอนหญ้านาง มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพบรับส่งพนักงานบริษัทฟูจิโกกิ นิคมอุตสาหกรรมหนองปลากระดี อ.หนองแค จ.สระบุรี หมายเลขทะเบียน 30-1181 ลพบุรี พลิกคว่ำตะแคงอยู่บนถนน มีผู้บาดเจ็บเป็นพนักงานโรงงานจำนวน 30 ราย เป็นชาย 4 ราย และหญิง 26 ราย จนท.ช่วยกันนำส่งรพ.ท่าเรือ 20 ราย และรพ.ภาชี 10 ราย ทั้งหมดอาการปลอดภัย ส่วนใหญ่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้เกือบทั้งหมด ภาพจาก NationWeekend พนักงานที่นั่งมากับรถ เผยว่าก่อนเกิดมีรถบัสอีกคันวิ่งแซงขึ้นมา คนขับน่าจะเกิดอาการตกใจหักพวงมาลัยจนรถเลี้ยวไปทางด้านซ้ายจนเกือบจะพุ่งลงไปข้างทาง ก่อนที่คนขับจึงหักพวงมาลัยกลับทำให้รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำทันที เนื่องจากถนนลื่นด้วย แต่โชคดีที่ตนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและไม่มีใครเสียชีวิต ด้าน ร.ต.ท.พรหมศรันย์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถคันดังกล่าวไปรับพนักงานที่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปยัง อ.ท่าเรือ ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก่อนหน้านั้นมีฝนตก ทำให้ถนนลื่น แล้วเกิดเสียหลักพลิกตะแคงกลางถนนมีผู้บาดเจ็บ อาการปลอดภัย ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเช่นกันอยู่ที่รพ.ท่าเรือ จะได้ดำเนินคดีในข้อหาขับรถประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บต่อไป MThai News

เร็วกว่าสายฟ้า ในคลิปโปรโมทใหม่จากซีรี่ย์ The Flash
arrow /  The Flash / 

สำหรับใครที่ทันเคยดูตอนที่มันหลุดออกมาตอนนึงแล้ว คงจะรู้ว่าซีรี่ย์เรื่องนี้มีบท และ โครงสร้างที่แข็งแรงแค่ไหน สำหรับ The Flash ที่หลังจากตอนแรกหลุดออกมา ก็มีหลายคนเก็งไว้เลยว่า นี่จะเป็นซีรี่ย์ที่สามารถชุบชีวิตให้ DC ได้อย่างแน่นอน ว่าแล้วก่อนที่ตอนแรกจะออนแอร์อย่างเป็นทางการจริงๆในเดือน ตุลาคม ทางช่อง CW ก็ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่สั้นๆออกมา ในตัวอย่างที่มีชื่อว่า In a Flash Trailer ซึ่งเผยถึงฟุตเทจใหม่ๆที่เราจะได้เห็นในซีรี่ย์นั่นเอง โดยนอกไปกว่านี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ในช่วงตอนกลางๆซีซั่นของ The Flash จะมีการเล่าเรื่องสลับข้ามไปมากับ Arrow เพื่อให้มันสอดคล้องเป็นจักรวาลเดียวกันอีกด้วย ว่าแล้วอย่างงี้แฟนๆ DC ก็จดตารางรอไว้เลย 7 ตุลาคมนี้ เขาจะวิ่งเร็วกว่าสายฟ้ามาออนแอร์เป็นตอนแรกครับ

ชาวปาเลสไตน์ฉลองยุติสงครามยิงโหดในกาซา
กลุ่มฮามาส /  กาซา / 

ชาวปาเลสไตน์ในเขตกาซาออกมาเฉลิมฉลองกันอย่างคึกคัก หลังอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระยะยาว ส่งผลให้การสู้รบในเขตกาซาที่ดำเนินมาเป็นกว่า 7 สัปดาห์ยุติลง ท่ามกลางความหวังของนานาชาติว่าจะนำไปสู่สันติภาพที่ถาวร ฝูงชนชาวปาเลสไตน์ และนักรบของกลุ่มฮามาสออกมาเฉลิมฉลองกันตามท้องถนนแสดงความยินดี หลังอิสราเอลกับกลุ่มอามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระยะยาวในเขตกาซา ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเย็นวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับ 23.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย โดยกลุ่มฮามาสประกาศว่าข้อตกหยุดยิงดังกล่าวเป็นข้อตกลงหยุดยิงถาวรและถือเป็นชัยชนะจากการยืนหยัดต่อสู้กับอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลระบุว่าเป็นข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่มีเงื่อนไขและไม่จำกัดระยะเวลาบังคับใช้ ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศสนับสนุนการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ขณะที่นายบัน คี มุน เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติแสดงความหวังว่าข้อตกลงหยุดยิงจะปูทางไปสู่การเจรจา เพื่อบรรลุผลข้อตกลงสันติภาพในที่สุด สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในครั้งนี้ไม่เหมือนกับข้อตกลงหยุดยิงที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีกำหนดเส้นตายการบังคับใช้ โดยการบรรลุข้อตกลงมีขึ้น หลังคณะผู้แทนของอิสราเอลยอมผ่อนคลายท่าทีในการเจรจากับผู้แทนของกลุ่มฮามาสในกรุงไคโรของอียิปต์ แม้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นที่เป็นปัญหากันมาเป็นเวลานาน แต่อิสราเอลก็ตกลงที่จะผ่อนคลายการปิดล้อมเขตกาซา รวมทั้งจะเปิดจุดข้ามแดนเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงเขตกาซามากขึ้นและยังจะขยายข้อจำกัดในการทำประมงนอกชายฝั่งของเขตเขตกาซาออกไปเป็น 9 กิโลเมตร นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะกลับมาเจรจากันอีกในกรุงไคโร โดยมีรายงานว่า การเจรจาทางอ้อมระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในประเด็นพิพาทอื่นๆ รวมทั้งข้อเรียกร้องของอิสราเอลที่ต้องการให้ปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธในเขตกาซาจะมีขึ้นภายใน 1 เดือน ขณะที่ในอิสราเอลไม่มีการเฉลิมฉลอง เนื่องประชาชนต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า หลังได้รับทราบข่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 2 คน จากกระสุนปืน ค.ของกลุ่มฮามาสที่ยิงเข้ามาตกในเมืองกิบบุตซ์ ทางภาคใต้ ก่อนที่จะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่มีรายงานว่าการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเขตกาซาในก่อนหน้านี้ ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน การโจมตีของอิสราเอลในเขตกาซาเริ่มขึ้น เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้กลุ่มฮามาสที่ยิงจรวดเข้าใส่ และดำเนินมาเป็นเวลากว่า 7 สัปดาห์ ทำให้ชาวปาเลสไตน์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเรือนเสียชีวิตไปถึง 2,143 คน และขณะที่อิสราเอลสูญเสียทหาร และพลเรือนไป 69 คน ที่มา ThaiPBS ภาพข่าว สำนักข่าวไทย

คิมฮยอนจุง ชาร์ตพลังรักจากแฟนคลับ 2014 เวิลด์ ทัวร์ อิน แบงคอก
2014 KIM HYUN JOONG WORLD TOUR IN THAILAND /  2014 คิมฮยอนจุง เวิลด์ ทัวร์ อิน ไทยแลนด์ / 

คิมฮยอนจุง มาไทยได้ชาร์ตพลังรักจากแฟนคลับเต็มเปี่ยม ทีกรุ๊ปฯ เนรมิตคอนเสิร์ต 2014 เวิลด์ ทัวร์ อิน แบงคอก ฟินสมใจ! คุ้มค่าการรอคอยนานนับสองปีเต็ม! สำหรับผลงานลำดับแรกซึ่งประสบความสำเร็จและแจ้งเกิด บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดงานเกาหลีอย่างเต็มตัว เพราะทุ่มทุนสร้างจัดเต็มอย่างถึงรสครบเครื่องทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะอลังการโปรดักชั่นที่ทุกคนต่างยกนิ้วให้เลยว่าเยี่ยมยอดจริงๆ กับทัวร์คอนเสิร์ตระดับเวิลด์คลาสที่สุดของหนุ่มหล่อเจ้าของรอยยิ้มละลายใจและซิกแพคสุดเฟิร์ม คิมฮยอนจุง (Kim Hyun Joong) ที่เดินหน้าตามตารางเวิลด์ทัวร์มาเกือบทั่วเอเชีย ซึ่งล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมาก็ถึงคิวของสาวๆ เฮเนเซียไทยแลนด์ (Henecia ชื่อเรียกแฟนคลับคิมฮยอนจุง) ได้ฟินกับผู้ชายกล้ามโตคนนี้กันบ้างในคอนเสิร์ต 2014 คิมฮยอนจุง เวิลด์ ทัวร์ อิน แบงคอก (2014 KIM HYUN JOONG WORLD TOUR IN BANGKOK) งานนี้สาวไทยหลายรุ่นยกโขยงกันไปรอต้อนรับคิมฮยอนจุงตั้งแต่เท้าแตะพื้นประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ 23 ส.ค. เวลาประมาณ 21:10 น. (เที่ยวบิน KE651) ต่อเนื่องจนถึงวันแสดงคอนเสิร์ต ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ซึ่งก็แห่กันไปรวมตัวตั้งแต่หัววันชนิดไม่หวั่นแดดเปรี้ยงกันเลย และเมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 18.00 ตรง ไฟในธันเดอร์โดมก็ดับลงเป็นเวลาที่บอกว่าความสนุกของคอนเสิร์ตนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกภายในไม่กี่อึดใจ วีทีอาร์เปิดตัวปรากฏขึ้นบนจอ LED ขนาดใหญ่ อลังการตระการตาไปด้วยกราฟฟิคที่เนรมิตจอ LED นี้ให้ประหนึ่งเป็นรูปปั้นเทพในปราสาท จากนั้นก็พังทลายลงมา กลายเป็นร่างของเจ้าชาย 4D คิมฮยอนจุง ซึ่งยืนปรากฏตัวอยู่กลางเวทีในชุดคลุมสีดำสุดเท่ เริ่มต้นกันที่ Let Me Go เป็นช่วงอินโทรอุ่นเครื่อง แล้วจึงเพิ่มดีกรีฮอตด้วยกราฟฟิคและท่าเต้นอันสุดแสนเซ็กซี่ในเพลง Unbreakable แต่ความร้อนแรงไหนๆ ก็ไม่เท่าดีกรีความรักที่เฮเนเซียชาวไทยมอบให้ ต่างพร้อมใจกันชูป้ายโปรเจ็กต์ที่เขียนว่า We'll never leave you เพื่อเป็นการบ่งบอกให้รู้ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะไม่ทิ้งคุณไปไหนและพร้อมจะอยู่เคียงข้างผู้ชายคนนี้เสมอ” จบเพลงที่สองไปด้วยความประทับใจ จากนั้นได้เวลาเต้นท่าเข้าเกียร์พร้อมกันในเพลง Break Down เต้นกันไม่หยุดแบบสามเพลงรวดไปแล้ว ด้วยความที่ไม่ได้เจอแฟนๆ ชาวไทยมากว่า 2 ปี ฮยอนจุงเลยขอพักทักทายแฟนๆ อย่างเป็นทางการกันก่อน “สวัสดีครับ คิมฮยอนจุงครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ได้มานานแต่ผมจำหน้าทุกคนได้นะ ถึงแม้ว่าไม่ได้มานานแต่ทุกคนก็ไม่ลืมผม ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ครับ และนี่เป็นประเทศแรกที่เสียงกรี๊ดดังขนาดนี้ อยากให้ทุกคนสนุกเต็มที่ เพราะผมก็จะเต็มที่เพื่อตอบแทนทุกคนเหมือนกัน พูดตรงๆ เลยนะ จริงๆ ผมไม่ได้เป็นคนร่าเริงในตอนเช้าๆ แต่จะบอกว่าผมน่ะ เป็นคนแอคทีฟมากตอนกลางคืน แล้วตอนนี้ประเทศไทยก็หกโมงเย็น ที่เกาหลีคือสองทุ่มแล้ว ผมจะแอคทีฟเต็มที่นะครับ” ช่วงต่อมาเป็นเพลงแดนซ์อิเลคทรอนิคส์ Yes I Will ซึ่งงานนี้ผู้จัดก็ลงทุนจัดหนักทั้งเลเซอร์และพลุเพื่อความอลังการทางโปรดักชั่นให้สมศักดิ์ศรีฮันรยูสตาร์หนุ่มหล่อคนนี้ ยังมีเพลงที่ คิมฮยอนจุง ขนมาให้แฟนๆ ได้โยกกันต่ออีกไม่ว่าจะเป็น Let's party และ Gentleman ขยับแข้งขยับขากันมาหลายเพลงต่อเนื่องแล้ว ต้องขอบอกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีที่ดีแค่การเต้นเท่านั้น แต่เพลงที่แสดงออกถึงความรู้สึกลึกๆ อย่างเพลงช้าซึ้งๆ เขาก็มีให้เราฟังเช่นกัน ปรับอารมณ์เข้าสู่โหมดเพลงช้ากันด้วยวีทีอาร์ที่แสดงให้เห็นว่า คิมฮยอนจุง กำลังพาพวกเราเข้าไปอยู่ในห้วงแห่งความฝัน จากนั้นสปอตไลท์ก็ส่องแสงไปยังกลางเวที จุงจ๋ามาพร้อมเพลงช้าๆ สุดซึ้งอย่าง When Today Passes ซึ่งเป็นเพลงประกอบละครเรื่อง Inspiring Generation ผลงานละครเรื่องล่าสุดของเขานั่นเอง เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ สนั่นธันเดอร์โดมกันอีกครั้งด้วยอีเว้นท์ที่ คิมฮยอนจุง เตรียมมาฝาก “ตอนนี้ผมเตรียมอีเว้นท์พิเศษมาให้ทุกคน รู้สึกมานานแล้วว่าแฟนชาวไทยมีคนสวยเยอะ ผมก็เลยต้องการหาคนสวยที่สุดของที่นี่” ว่าแล้วเขาก็กวาดสายตาไปรอบๆ ฮอลล์ และแล้วก็ไปหยุดอยู่ที่เฮเนเซียสาวน้อยผู้โชคดี อายุเพียงแค่ 6 ขวบ หนูน้อยที่ถูกรับเลือกให้เป็นสาวสวยผู้โชคดี Only One และ One & Only ซึ่งได้ขึ้นเวทีไปนั่งสบตาฟังเขาร้องเพลง I'm Your Man แต่แล้วจู่ๆ คดีก็พลิกเพราะสาวตัวน้อยกลับตื่นเวที ทำท่าจะร้องไห้ออกมา ฮยอนจุงเลยต้องเชิญคุณแม่ของสาวน้อยคนนี้ขึ้นมานั่งเป็นเพื่อนเธอด้วย แถมยังบอกอีกว่า “ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องร้องเพลงให้กับหญิงสาวถึงสองคนได้ฟังบนเวที” จบซีนประทับใจนี้ด้วยภาพของฮันรยูสตาร์มอบช่อดอกไม้และสวมกอดเด็กน้อยสุดอบอุ่น ทำเอาหญิงสาวที่อยู่ในฮอลล์วันนั้นหลายพันคนต้องอิจฉาตาร้อนสาวน้อย 6 ขวบคนนี้กันสุดๆ เจ้าชาย 4D คิมฮยอนจุง เลยต้องพักดับไฟในตาของสาวๆ ในฮอลล์ด้วยการหยอดคำหวานที่ว่า “คนไทยทุกคนยิ้มสวยมากเลยครับ รู้สึกว่าตอนนี้ได้รับความอบอุ่นของทุกคนมาแล้ว” แค่นี้สาวไทยก็เคลิ้มกันทั้งฮอลล์แล้ว เสิร์ฟต่อด้วย Words I Want To Say เพลงช้าที่รวบรวมถ้อยคำทุกๆ คำจากใจซึ่งเขาอยากจะกล่าวให้กับแฟนๆ เพิ่มลูกเล่นให้โชว์ในวันนี้ด้วยการคั่นวีทีอาร์ภาพจากหลังเวทีที่ถ่ายทอดออกมาประหนึ่งว่า ฮยอนจุงเป็นคนลงมือจับกล้องถ่ายด้วยตัวเอง แล้วค่อยเดินเต้นออกมาพร้อมๆ แดนเซอร์ จากนั้นก็ทำเก๋ด้วยซีนปรากฏตัวของพระเอกคนนี้ที่ด้านล่างของเวที พร้อมกับเพลง His Habit ราวกับว่าเขาเดินทะลุออกมาจากวีทีอาร์นั้นเลยทีเดียว ขยับบอดี้กันต่อเลยแบบไม่หยุดยั้งในเพลงใหม่ล่าสุดของเขากับ Beauty Beauty, Do You Like That โดยที่แฟนๆ ช่วยกันปรบมือเป็นจังหวะเพิ่มความสนุกให้มากยิ่งขึ้นอีก จบช่วงนี้ไปด้วย Lucky Guy กับเนื้อเพลงที่ว่า “Every Body, eh eh, Every Body Shake It, Shake It, Shake Shake It, Shake It.” ที่แฟนๆ ช่วยกันร้องกันเสียงดังก้องฮอลล์ ก่อนจะมาถึงช่วงไฮไลท์ที่เฮเนเซียทั้งหลายรอคอย จุงจ๋าขอจัดเพลงช้าอย่าง Your Story ให้ฟังกันก่อน จากนั้นถึงคิวโชว์ท่าเต้นอันเร่าร้อนพร้อมซิคแพ็คแบบครบหกห่อ แน่นทุกแพ็คในเพลง Please เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ในฮอลล์กันแบบทะลุขีดสุด! เพลงจบแต่เสียงกรี๊ดของแฟนๆ ยังไม่หยุด จนฮยอนจุงขอพูดเลยว่า “ผมรู้สึกว่าทุกคนชอบเพลงนี้กันมากนะครับ เห็นว่าวันนี้ไม่ใช่แค่แฟนๆ ชาวไทยเท่านั้น ยังมีแฟนสิงคโปร์ จีน ไต้หวัน มาเลเซียอีกด้วย ยินดีที่ได้เจอทุกๆ คนอีกครั้งนะ จะบอกว่าคอนเสิร์ตใกล้จะจบลงแล้ว ยังไงก็ขอเสียงกรี๊ดดังที่สุดหน่อยนะครับ!!!’ ว่ากันว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาได้เดินมาถึงช่วงท้ายของคอนเสิร์ตแล้ว เจ้าชาย 4D คนนี้เลยขอจัด พาเหรดเพลงยาวๆ ให้เราได้หายคิดถึงไม่ว่าจะเป็น Like Before และ If You're Like Me เพลงจังหวะช้าๆ ที่ผู้ชมก็ร่วมโบกแท่งไฟสีเขียวไปมา เกิดเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก ต่อด้วย I'm Yours เพลงที่ทำให้คิมฮยอนจุงจะต้องจดจำโมเมนต์นี้ไปอีกนานแสนนาน ด้วยเหตุที่เนื้อเพลงนั้นแปลตรงตัวว่า “ผมคือผู้ชายของคุณ” บวกเข้ากับอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ซึ่งเหล่าเฮเนเซียไทยแลนด์ตั้งใจบอกรักหนุ่มคนนี้ ด้วยการชูป้ายที่เขียนเป็นภาษาเกาหลีว่า ‘사랑해요’ (ซารางเฮโย) แปลว่า ‘ฉันรักคุณ’ กันพร้อมเพรียงกันทั้งฮอลล์ ทำเอาฮยอนจุงปลื้มจนยิ้มแก้มปริ และกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” เป็นภาษาไทยออกมาเลย นอกจากนี้ยังเป็นห่วงแฟนๆ อีกด้วยว่า “ตอนนี้ข้างนอกฝนตกหนัก ทุกคนเตรียมร่มกันมาใช่ไหมครับ? แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะหลังจากที่จบคอนเสิร์ตไป เรายังมีอีเวนท์ Hi Touch และ Group Photo กันต่อนะครับ” ทั้งหล่อและช่างเป็นห่วงเป็นใยแฟนคลับ แสนดีขนาดนี้จะไม่ให้แฟนๆ มอบความรักให้หมดทั้งใจได้อย่างไร? ก่อนที่มดจะขึ้นเพราะความหวานท่วมฮอลล์ ทุกคนก็ได้สนุกกันต่อในเพลงน่ารักๆ อย่าง Nothing On You และ Kiss Kiss ซึ่งมีลูกบอลขนาดใหญ่ให้แฟนๆ ได้เล่นกันรอบฮอลล์ ก่อนที่ไฟในฮอลล์จะดับและหนุ่มฮยอนจุงจะเดินหายวับกลับเข้าหลังเวทีไป ยังไม่จบเพียงแค่นี้ เพราะ คิมฮยอนจุง ไม่ยอมให้แฟนๆ ต้องบิวด์เรียกอังกอร์ด้วยตัวเอง ขึ้นชื่อว่า ผู้ชาย 4D แล้ว ธรรมดาและเหมือนใครไม่ได้! จัดวีทีอาร์บิวด์ให้แฟนๆ ตะโกนว่าเรียกร้องให้เขากลับมาอีกครั้ง แน่นอนว่าเฮเนเซียไทยก็จัดให้ ตะโกน Encore Encore Encore ดังสนั่นจนกลบเสียงฝนที่ตกกระหน่ำอยู่นอกฮอลล์เสียสนิท และเสียงร้องเรียกนั้นก็ดังพอที่จะเรียกฮยอนจุงให้กลับมาอีกครั้งพร้อมเสื้อทีเชิ้ตสีดำและหมวกสกรีนชื่อคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย พร้อมด้วย 3 เพลงฮิตไม่ว่าจะเป็น Your Story แถมด้วยเพลงที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ดังที่สุดในคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่าง Please กันอีกซักรอบ และตามติดมากับ Do you like that ในช่วงเวลาสุดท้ายเขาพยายามใกล้ชิดแฟนๆ ให้มากที่สุดโดยการเดินลงไปหาแฟนๆ ถึงด้านล่างเวที เรียกได้ว่าเพียงแค่เอื้อมมือก็สามารถสัมผัสเจ้าชาย 4D คนนี้ได้แล้ว จากนั้นถึงเวลาปิดท้ายคอนเสิร์ตกับเพลงที่แสดงให้เห็นว่ามีแฟนคลับมากมายที่รักและพร้อมสนับสนุนเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้ คิมฮยอนจุง คือ ผู้ชายที่โชคดี หรือ Lucky Guy ตามชื่อเพลงจริงๆ “ขอบคุณครับ (ภาษาไทย) สนุกไหมครับ? ผมก็มีความสุขกับทุกคนมากเลยครับ ขอบคุณมากๆ นะครับ วันนี้ผมต้องลาไปแล้ว” พร้อมให้สัญญา “เจอกันใหม่ครับ” เป็นภาษาไทย “ผมได้ความรักอันแสนอบอุ่นจากทุกคนกลับไปเกาหลี ขอบคุณมากๆ นะครับ ผมจะไม่ลืมความรักที่อบอุ่นของวันนี้เลย” แล้วจึงทิ้งท้ายด้วยคำบอกรักภาษาไทยของเขาที่กลั่นออกมาจากใจ ณ เวลานั้นว่า “ผมรักคุณ” และเพื่อเป็นการแน่ใจว่าเฮเนเชียทุกคนจะรักเขากลับ ฮยอนจุงขอให้แฟนๆ พูดตอบว่า “รักคุณเหมือนกัน” จากนั้นก็เดินขอบคุณแฟนๆ จนหายลับไปหลังเวที หลังจากที่ฟินไปกับคอนเสิร์ตแบบ 2 ชั่วโมงเต็มๆ แล้ว แฟนคลับผู้โชคดียังได้ร่วมกิจกรรม Hi Touch และ Group Photo กับ คิมฮยอนจุง แบบใกล้ชิดอีกด้วย นับว่าการมาเมืองไทยของ คิมฮยอนจุง ครั้งนี้เป็นการชาร์ตพลังความรักจากแฟนๆ ครั้งใหญ่ให้เขาได้พร้อมกลับไปสู้ทุกอุปสรรคที่กำลังรอเขาอยู่ในภายภาคหน้า เป็นการปิดฉากคอนเสิร์ตที่ไทยได้สุดแสนประทับใจ ** งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้แฟนคลับชาวไทยและผู้จัดใจดีอย่าง บริษัท ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ไปเลยเต็มๆ ** ติดตามเพิ่มเติมกับงานฟินครั้งต่อไป เรซ สตาร์ท ซีซั่น ทู อิน ไทยแลนด์ (RACE START Season2 in Thailand) เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งของชาวคณะรันนิ่งแมน ได้ทางออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/Tgroupthai ทวิตเตอร์ @tgroup_thai อินสตาแกรม @tgroupthai ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดีเจเผือก ประกาศสงคราม หลังถูกล้วงความลับแอบกิ๊กสาว Love On Air 2
Love On Air /  Love On Air 2 ถ้าบอกรัก...จะรักมั้ย? / 

เอาล่ะสิ ดีเจเผือก ประกาศสงคราม หลังถูกล้วงความลับแอบกิ๊กสาว Love On Air 2 ถ้าบอกรัก...จะรักมั้ย? ตอน แฉแต่เช้ายันเย็น เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เมื่อดีเจเผือกตัวแสบดันไปรู้ความลับสำคัญของเจ๊ไนซ์(ดีเจต้นหอม) ขนาดที่เจ๊ไนซ์ยอมทำตามคำสั่งของดีเจเผือกทุกอย่าง แต่แล้วเกมส์เกิดพลิกซะอย่างนั้น เมื่อเจ๊ไนซ์ไปรู้ความสัมพันธ์แบบลับสุดยอดของดีเจเผือกซะนี่!! ทำเอาสตูดิโอเอ-ไทม์ กลายเป็นสมรภูมิสงครามรบไปซะแล้ว การแก้แค้นเกิดขึ้นครั้งใหญ่ แถมกลิ่นความลับก็คละคลุ้ง งานนี้พูดเลยว่าไม่ใช่แค่ฮา แต่ได้ความสะใจไปเต็มๆอีกด้วย ติดตามความฮาได้ใน ซิทคอมดีเจ เลิฟ ออน แอร์ 2 ถ้าบอกรัก...จะรักมั๊ย? ตอน แฉแต่เช้ายันเย็น วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคมนี้ เวลา 15.00 น. ทางช่อง one และ วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคมนี้ เวลา 19.00 น. ทางช่อง กรีนแชนแนล ดูตัวอย่าง Love On Air 2 ถ้าบอกรัก...จะรักมั้ย? (EP.9) ตอน แฉแต่เช้ายันเย็น ติดตามซิทคอมสุดฮา ของเหล่าดีเจเอไทม์ ใน Love On Air 2 ถ้าบอกรัก…จะรักมั้ย? ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 15.00-16.00 น. ทางช่อง one และติดตามชมย้อนหลังทุกสัปดาห์ ได้ที่นี่ ซิทคอม Love On Air 2 ถ้าบอกรัก...จะรักมั้ย? กำกับการแสดงโดย วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย เขียนบทโดย ทีม อ.ต.ก. นำแสดงโดย ดีเจโบ ธนากร , ดีเจต้นหอม ศกุลตลา พร้อมเหล่าดีเจเอไทม์ ผู้อำนวยการผลิต วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย ผู้อำนวยการสร้าง สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา

ทองพูนโคกโพ ราษฎรเต็มขั้น (The Citizen(1977)) 3/4 (คลิปอื่นๆ ให้อ่านรายละเอียดคลิปแบบเต็มๆ)
หนังไทย

ทองพูน โคกโพ เป็นคนอีสานที่พาลูกชายวัย 5 ขวบ เดินทางจากอุดรเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ทองพูนขายที่นาและนำเงินที่ได้ไปซื้อรถแท็กซี่เป็นของตนเองมาขับเพื่อหาเงิน ต่อมาทองพูนถูกจี้ชิงรถไป เขาถูกหลอกเอารถไปขาย ทองพูนจึงสืบหารถของตัวเองจนรู้ว่าอยู่ที่อู่พรวัฒนา แม้จะตามไปที่อู่รับซื้อรถหลายครั้งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะสาครเจ้าของอู่รถเป็นผู้มีอิทธิพล ทองพูนไปขอรถคืนแต่ถูกทำร้าย ทองพูนจึงตัดสินใจไปเอารถคืนอีกครั้งซึ่งครั้งนี้ทองพูนฆ่าคนตายไปหลายคนแต่หารถตัวเองไม่เจอจึงยอมมอบตัวกับตำรวจ เรื่องราวของทองพูนเป็นส่วนหนึ่งของคนจนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยที่เขาพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมจากสังคมให้เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง ในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ให้กับระบบของสังคมที่ไม่ให้โอกาสคนจนต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง ทองพูนโคกโพ ราษฎรเต็มขั้น เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2520 สร้างโดยค่ายไฟว์สตาร์โปรดัคชั่น ร่วมกับ พร้อมมิตรภาพยนตร์ กำกับโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (ท่านมุ้ย) นำแสดงโดย จตุพล ภูอภิรมย์, วิยะดา อุมารินทร์ และ ภิญโญ ปานนุ้ย ซึ่งจตุพลรับบททองพูน โคกโพแทน สรพงษ์ ชาตรี ที่ติดคิวถ่ายจากภาพยนตร์เรื่องอื่น ภาพยนตร์ออกฉายเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงและภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับรางวัลพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) รวมทั้งหมด 4 สาขา ปัจจุบันเรื่องนี้เป็นหนึ่งใน 100 ภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู และทางบีเคพีและไฟว์สตาร์ นำมารีมาสเตอร์ใหม่ภายใต้โปรเจกต์ The Legend Collection ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นภาพยนตร์ในตำนานอีกเรื่องหนึ่งที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมเช่นกัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 หม่อมเจ้าชาตรี เฉลิมยุคลได้ทรงสร้างภาคต่อในชื่อ "อิสรภาพของทองพูน โคกโพ" นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี รับบทเป็น ทองพูน โคกโพ ร่วมด้วย วิชุดา มงคลเขตร์, สุเชาว์ พงษ์วิไล และ ไกรลาศ เกรียงไกร ออกฉายเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2527 แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าภาคแรก ต่อมาได้นำเป็นละครถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2529 ออกอากาศทาง ช่อง 7 นำแสดงโดย วีรยุทธ รสโอชา และ วิยะดา อุมารินทร์ ซึ่งได้กลับมาแสดงอีกครั้ง ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ละครชีวิตดีเด่น ปี 2529 ส่วนครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2544 ออกอากาศทาง ช่อง 3 นำแสดงโดย อำพล ลำพูน, ศิรประภา สุขดำรงค์, เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์, อุบลวรรณ บุญรอด, สุวัจนี ไชยมุสิก นักแสดง จตุพล ภูอภิรมย์ รับบท ทองพูน โคกโพ วิยะดา อุมารินทร์ รับบท แตง / แรมจันทร์ ภิญโญ ปานนุ้ย รับบท ผู้พิการข้างถนน บู๊ วิบูลย์นันท์ รับบท สาคร (เจ้าของอู่ซ่อมรถ พรวัฒนา) เบญจมินทร์ รับบท นักร้อง อ๊อด จินดานุช รับบท หำแหล่ (ลูกทองพูน) นพดล มงคลพันธุ์ รับบท แดงซ่า สมศักดิ์ ชัยสงคราม รับบท สามีเก่าแรมจันทร์ ผจญ ดวงขจร รับบท หัวหน้าคุมงานก่อสร้าง สานพิณ จินดานุช รับบท ผู้ขายรถแท็กซี่คันเเรกให้ ทองพูน จรัสศรี สายะศิลป์ รับบท ผู้ยืมเงิน 40 บาทจากทองพูน (ไม่มีเเบงค์ย่อยจ่ายค่าแท็กซี่) มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา รับบท เจ้าของบ้านเช่า ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/08/2520-master-dvd.html ทองพูนโคกโพ ราษฎรเต็มขั้น (The Citizen(1977)) 1/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408351765.html 2/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408352122.html 3/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408355142.html 4/4 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408354191.html อิสรภาพ ของ ทองพูน โคกโพ ( Citizen 2 (1984) ) 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408160665.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408161498.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1408163958.html

เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ
ที่สุดในโลก /  ประวัติคนดัง / 

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) บุคคลดังในประวัติศาสตร์โลกคนนี้ เพื่อนๆ จะรู้จักในฐานะ ผู้นำเผด็จการของเยอรมันนีผู้โหดเหี้ยม! (ปกครองแบบสังคมนิยม) ผู้สั่งสังหารชาวยิวกว่า 1.6 ล้านคน ณ ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ ( Auschitz Concentration Camp ) บางคนบอกว่า เขาโหดเหี้ยม เผด็จการ ไร้ความปราณี เกินไป แต่บางคนก็ชอบในความรักชาติ ทำให้ประเทศของตนเองฟื้นฟูขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง และกว่าฮิตเลอร์จะก้าวเข้ามาเป็นผู้มีอำนาจ ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนั้น จุดเริ่มต้นมาจากเขาชอบอ่นาหนังสือตั้งแต่เด็กๆ แล้วมันเกี่ยวโยงกันยังไง .. ตามทีนเอ็มไทยไปดูกันเลยคะ เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ >,< เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2432 ที่เมืองเบรานา (Braunau) ประเทศออสเตรีย เขาเป็นบุตรคนที่สี่จากทั้งหมดหกคน แต่พี่ทั้งสามคนของฮิตเลอร์ กุสตาฟ ไอดา และออทโท เสียชีวิตตั้งแต่เป็นทารก ซึ่งในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร บิดาเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย หาเงินมาไม่ค่อยพอใช้จ่ายในครอบครัว แม่ของฮิตเลอร์จึงค่อนขอดอยู่บ่อยๆ ว่า เป็นคนบ่จี๊  อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ >> ประวัติอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ << -  ฮิตเลอร์ได้ความฉลาดจากการอ่านหนังสือ ฮิตเลอร์เบื่อที่พ่อแม่ทะเลาะกันจึงหนีออกจากโลกแห่งความจริง ไปอยู่ในโลกจินตนาการผ่านการอ่านหนังสือ ทำให้ฮิตเลอร์เป็นหนอนหนังสือตัวยง โดยเฉพาะหนังสือที่เป็นวิชาการ และหนังสือเกี่ยวกับประวัติบุคคลสำคัญของโลกที่ส่งเสริมให้เกิดความรู้ความคิด จึงทำให้ฮิตเลอร์เป็นผู้ที่มีคารม คมคายเป็นนักพูดฝีปากกล้าคนหนึ่ง -  ช่วงฮิตเลอร์เติบโตเข้าวัยหนุ่ม ได้สมัครเป็นทหารไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้แสดงความห้าวหาญทำให้ได้รับเหรียญกล้าหาญถึง 2 ครั้ง ใคร ๆ เห็นฮิตเลอร์ต่างก็ไชโยโห่ร้องและยกย่องเยี่ยงวีระบุรุษ -  ฮิตเลอร์มีความักใหญ่ใฝ่สูง จากการที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือโดยเฉพาะประวัติบุคคลสำคัญของโลก ทำให้ฮิตเลอร์ทนไม่ได้ที่จะต้องเป็นลูกน้องคนอื่น เขาจึงตั้งพรรคนาซีขึ้น แล้วก็ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินสมใจ แผ่นดินเยอรมันจึงอยู่ภายใต้การปกครองของฮิตเลอร์  -  คติที่สำคัญของฮิตเลอร์ คือ “ผู้นำตายได้ เปลี่ยนแปลงได้ แต่พรรคนาซีจะต้องอยู่คู่ประเทศเยอรมัน” ความสำคัญของคติฮิตเลอร์คือ อย่าเห็นบุคคลสำคัญกว่าระบบ ระบบสำคัญกว่าทุกสิ่งในโลก  - เยอรมันเป็นเจ้าโลก เพราะไม่มีใครมีความสำคัญกว่าใคร ทุกอย่างเป็นไปตามระบบ สิ่งนี้จึงทำให้คนเยอรมันมีระเบียบวินัยสูงมาก ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ระบบมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด คนเราเกิดมาแล้วต้องตายไป แต่ถ้าสร้างระบบให้ดี แม้คนตายไป แต่ระบบก็ยังอยู่ มันยังเดินหน้าของมันไปได้คนนี้ตายไปคนใหม่ก็มาแทนงานไม่ได้เสียหายอะไร  -  การยึดถือระบบยังสำคัญอีกอย่างคือ ทำให้คนเคารพกติกาในการอยู่ร่วมกัน คนทุกคนล้วนมีความต้องการ และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เมื่อทุกคนมีความต้องการและทำอย่างนั้น คนเราก็ต้องขัดกัน จะต้องทะเลาะกัน เช่นนี้จึงต้องมีกฎหมายเพื่อให้คนมีกติกาเหมือนกัน ทำไปตามกติกาจึงไม่ขัดกัน ไม่ทะเลาะกัน อยู่รวมกันได้ ประเทศที่พลเมืองเคารพกฎหมาย ประเทศนั้นจึงเจริญ  -  ฮิตเลอร์ทำให้คนในชาติเห็นความสำคัญของระบบ จึงทำให้ประเทศเยอรมันในยามนั้นเข้มแข็ง ที่สุดท้ายฮิตเลอร์นำพาเยอรมันก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 และนั่นคือจุดจบของฮิตเลอร์ เยอมันแพ้สงครามต่อพันธมิตร ฮิตเลอร์ฆ่าตัวตาย แต่...เยอรมันก็ยังอยู่ต่อไป คนเยอรมันแม้พ่ายแพ้ สิ้นเนื้อประดาตัว แต่คนเยอรมันมีระเบียบวินัย ได้ระเบียบวินัยช่วยสร้างชาติขึ้นมาใหม่ ไม่กี่ปีผ่านไป เยอรมันก็กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม  อย่าไปรบในสมรภูมิที่ไม่มีวันชนะ -  ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้ฮิตเลอร์แพ้สงครามโลกครั้งที่สองก็คือ ไปรบในสมรภูมิที่ไม่มีวันชนะ โดยการเปิดแนวรบอีกด้านหนึ่งคือการรบกับโซเวียต ทำให้ฮิตเลอร์ต้องแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปรบกับโซเวียต ทำให้กำลังรบอีกด้านหนึ่งลดน้อยลง ฮิตเลอร์ไม่ยอมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ว่า การไปรบกับโซเวียตจะทำให้ฉิบหาย O,O!!  เพราะแผ่นดิน โซเวียตนั้นกว้างใหญ่ไพศาล อากาสก็หนาวเหน็บ และที่สำคัญคนโซเวียตเป็นคนที่สู้ยิบตา ไม่ยอมแพ้ ง่าย ๆ ทหารเยอรมันเกิดหนาวตายในสมรภูมิจึงมีมาก -  ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นแล้วคราวนโปเลียน นโปเลียนที่ล่มจมก็เพราะยกทัพไปรบกับโซเวียต ต้องผ่านอากาศหนาวทารุณของโซเวียต ทหารก็หนาวตายมาก การส่งกำลังเสบียงก็ทำไม่ได้เพราะติดหิมะ ผิดกับทหารโซเวียตที่รบอย่างสบายเพราะคุ้นเคยกับสภาพอากาศอันหนาวทารุณ จึงทำให้สุดท้ายทัพฝรั่งเศสต้องพ่ายแพ้ในที่สุด  -  การที่เราไปรบในสมรภูมิที่เราไม่มีวันชนะ จะทำให้เราเสียโอกาสไปรบสมรภูมิอื่น ที่สามารถเอาชนะได้ ทำให้เราได้รับความพ่ายแพ้แทนการได้รับชัยชนะ แถมยังอาจต้องเสียทุกสิ่งที่เรามี ทั้งเวลา ทั้งทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรวัตถุ และเสียกำลังใจ อย่างนี้เราจะทำไปทำไม  -  ดังนั้นเราต้องสู้ในสมรภูมิที่เราจะชนะได้ เมื่อชนะได้เราก็จะมีความมั่นใจ มีกำลังใจเพิ่มขึ้น ตัวเราจะมีสง่า เพราะผู้มีความมั่นใจในตัวเองมีความภาคภูมิใจในตัวเองจะเป็นผู้มีสง่าราศี  และการที่เราจะดูว่าสมรภูมิใดเราจะชนะได้หรือไม่ได้นั้น ก็ให้เราดูตัวเองให้ดี ให้เห็นความเป็นตัวที่เรามี ว่าเรามีดีอะไรบ้าง ขาดเหลืออะไรบ้าง แล้วดูน้ำหน้าศัตรูของเราว่ามันมีดีอะไรบ้าง ขาดเหลืออะไรบ้าง ดูสถานการณ์แวดล้อม ดูว่าเราจะมีแผนทำลายมันอย่างไรได้บ้าง แล้วมันจะทำลายเราอย่างไรได้บ้าง ถามว่า เราได้อะไรจากชีวิตฮิตเลอร์ และชีวิตของผู้ยิ่งใหญ่ของโลก เราไม่ได้ต้องการรู้ถึงการสู้รับ หรือความรุนแรง แต่คำตอบคือ เราได้พื้นฐานชีวิตของพวกเขา ที่ทุกคนล้วนรักการอ่านหนังสือ ถ้าหากพ่อแม่อยากให้ลูกได้ดี ยิ่งใหญ่ จะต้องปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านหนังสือ .. เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล baanjomyut

10 อันดับ วิดีโอเกมส์ยอดเยี่ยม ในปี 2000-2010
Battlefield /  Call of Duty / 

ช่วงเวลาปี 2543 - 2553 เป็นยุคทองของวิดีโอเกมส์ที่เปลี่ยนถ่ายจากเกมส์ 2.5 มิติ ให้กลายเป็นเกมส์ 3 มิติที่เต็มรูปแบบ อีกทั้งยังมาพร้อมกับฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์และเครื่องเกมส์คอนโซลที่ทันสมัย เพิ่มระดับความสนุกในการเล่นเกมส์อย่างเต็มเปี่ยมมากขึ้น เรามาดูกันว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราได้สัมผัสกับเกมส์ยอดเยี่ยมที่ได้รับความนิยมจากผู้เล่นทั่วประเทศและทั่วโลกอะไรมาแล้วบ้าง เกมส์ตระกูล Grand Theft Auto เกมส์แอคชั่นผจญภัยที่แหกกฏเกณฑ์เนื้อหาของเกมส์ที่จากเดิมสวมบทบาทเป็นผู้กล้าคอยกำราบศัตรู มารับบทเป็นผู้ร้ายที่ต้องต่อสู้กับพวกอำนาจมืด รวมถึงสร้างความรุนแรงในการเล่นจำลองผ่านวิดีโอเกมส์ ซึ่งเป็นจุดเด่นหลักของเกมส์ที่ถูกกล่าวขานและถูกเลียนแบบมาก่อการร้ายในชีวิตจริง เกมส์ตระกูล God of War เกมส์แอคชั่นผจญภัยที่บรรจุความรุนแรงชนิดแบบเต็มเปี่ยม ไร้ซึ่งปรานีทั้งผู้เป็นปกปักษ์และฝ่ายเดียวกัน ผู้เล่นจะได้เห็นกับฉากต่อสู้ที่เลือดกระเด็นเต็มหน้าจอขณะโจมตีกับศัตรูและอสูรกายในตำนาน และปลิดชีพแบบชนิดที่โหดดิบจนชนิดเสียวสันหลัง เกมส์ Demon Souls เกมส์ Action-RPG ที่ขึ้นชื่อและถูกกล่าวขานกันว่าเป็น"เกมส์ที่เล่นยากที่สุดในโลก" เพราะต้องใช้ความพยายามและความอดทนในการเล่นเป็นอย่างสูง ทุกจังหวะย่างก้าวที่เดินทางล้วนต้องระวังและผิดพลาดให้น้อยที่สุด ที่สำคัญ เกมส์นี้มีผู้เล่นจำนวนไม่น้อย"โมโห"ถึงขั้นขว้างจอยเกมส์ทิ้งกันเลยทีเดียว เกมส์ Fallout 3 เกมส์ Action-RPG ถ่ายทอดเหตุการณ์ล้างโลกได้อย่างหดหู่มากที่สุด นอกจากยังต้องดำรงอยู่รอดจากพื้นที่กัมมันตรังสีแถบทั่วบริเวณแล้ว ยังต้องจัดการกับกลุ่มประสงค์ร้ายที่ยังคงแสวงอำนาจในกรียุคนี้ โดยผู้เล่นจะต้องหาหนทางจัดการและเริ่มต้นเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่มากขึ้น เกมส์ตระกูล Call of Duty เกมส์ซูตติ้งสงครามที่ถ่ายทอดจากสงครามครั้งที่สองที่ตรึงใจ จนถึงสงครามในยุคปัจจุบันที่ถึงกับสั่นคลอนความมั่นคงของประเทศและของโลกใบนี้ จากการอิงประวัติศาสตร์ของความขัดแย้งระหว่างประเทศ มานำเสนอในรูปแบบวิดีโอเกมส์ที่ให้ผู้เล่นตื่นตาตื่นใจและมีส่วนร่วมที่จะเปลี่ยนแปลงภายในเกมส์ เกมส์ตระกูล Battlefield เกมส์ซูตติ้งสงครามที่ืก้าวล้ำเรื่องเทคโนโลยีในการเล่นเกมส์ทุกองค์ประกอบ รวมถึงเอฟเฟคเกมส์ที่บรรจุอย่างเต็มที่ เพื่อจำลองสงครามให้ออกมาอย่างตระกาลตามากที่สุด ที่สำคัญ เกมส์นี้ยังมีจุดเด่นอย่างระบบมัลติเพลเยอร์ที่รองรับผู้เล่นมากถึง 64 คน ทำสงครามขนาดใหญ่ได้ เกมส์ตระกูล Monster Hunter เกมส์ Action-RPG ล่ามอนสเตอร์ ที่อาศัยความร่วมมือระหว่างผู้เล่นด้วยกันในการโค่นล้มปีศาจอสูรกายขนาดยักษ์ และใช้ความสามัคคีในการเล่นเป็นอย่างสูงเพื่อบรรจุภารกิจเกมส์เพื่อรับของรางวัลพิเศษภายในเกมส์ เกมส์ตระกูล Need for Speed เกมส์แข่งรถที่มีธีมทะยานความเร็วในยามค่ำคืนที่สนุกที่สุด พร้อมทั้งปรับแต่งรถยนต์ทั้งสมรรถภาพการขับเคลื่อนและภายนอกตัวรถยนต์ให้มีความเท่ ตรงใจกับผู้เล่นอย่างมากที่สุด นอกจากจะเหยียบคันเร่งแข่งระหว่างคู่แข่งแล้ว ยังต้องหลบหนีจากจับกุมจากตำรวจที่ยกโขยงเพื่อตามจับเพียงคนๆเดียว เกมส์ตระกูล The Sims เกมส์จำลองชีวิตที่มีความคิดชีวิตจิตใจเสมืิอนกับมนุษย์มากที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในเกมส์ พร้อมกับสร้างบ้าน ตกแต่งภายใน และจัดวางเฟอร์นิเจอร์หลากหลายประเภท ตามที่ผู้เล่นต้องการ เกมส์ Minecraft เกมส์สร้างโลกในแบบฉบับ 8 บิต เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างอิฐบล๊อคจากลวดลายต่างๆให้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างตามความนึกคิดจินตนาการ

ชีวอน ร่วมสงครามน้ำแข็ง - ท้า ทงเฮ และ อึนฮยอก มาแจม!
Choi Siwon /  Siwon / 

ชีวอน สมาชิกหนุ่มหล่อจากบอยแบนด์ K-POP วง Super Junior ร่วมสมรภูมิ Ice Bucket Challenge พร้อมทิ้งคำท้า ทงเฮ และ อึนฮยอก ร่วมแคมเปญสุดเปียกปอน! กำลังฮิตกันสุดๆ สำหรับ Ice Bucket Challenge แคมเปญบอกบุญสุดเก๋ด้วยการราดตัวด้วยน้ำเย็นเฉียบ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวระวังโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ALS หรือ ALS Assocition ซึ่งตอนนี้คนดังทั่วโลกก็ต่างสนุกสนานไปกับแคมเปญกันถ้วนหน้า งานนี้นักร้องหนุ่มที่ทั้งหน้าหล่อและใจหล่อ อย่าง ชีวอน แห่งบอยแบนด์ Super Junior ก็ไม่รอช้า ร่วมแจมสมรภูมิ Ice Bucket Challenge ด้วยอีกคน โดย ชีวอน ได้อัพโหลดวิดีโอภาพบรรยากาศจากฮ่องกงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพของตัวเขาที่ถูกราดด้วยน้ำเย็น ท่ามกลางแฟนๆ ที่ส่งเสียงเชียร์อัพอย่างคึกคัก ชีวอน ได้เขียนข้อความไว้ว่า "สนุกมากจริงๆ ครับ และผมขอท้า ทงเฮ @leedonghae อึนฮยอก @eunhyukee44 และ ปาร์ค ซึงอิล โชคดีนะ D&E! :^)" ซึ่งล่าสุด ทงเฮ และ อึนฮยอก ก็ไม่รอช้า รับคำท้าของหนุ่ม ชีวอน คว้ากาละมังสาดน้ำให้เปียกแบบแพ็คคู่ และขอทิ้งคำท้าแก่เพื่อนร่วมวง อีทึก, ชินดง และ ฮีชอล ... ทำเอาเหล่าแฟนคลับต่างรอติดตามกันอย่างจดจ่อทีเดียว     [ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ] เทน้ำแข็งรดตัว ice bucket challenge เทรนด์บริจาคมูลนิธิ ALS ปลื้ม VRZO ท้า พล.อ.ประยุทธ์ ราดน้ำแข็ง #IceBucketChallengeTh‬ ice bucket challenge คืออะไร ? คนไอทีคนไหนทำแล้วบ้างมาดู! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ยักษ์ล้ม! นครปฐม เอาชนะ ชลบุรี2-1เกมคว้าแชมป์บาสลีก2014
mvp /  TBL / 

ผลการแข่งขันไทยแลนด์ บาสเกตบอลลีก 2014 (TBL) รอบชิงชนะเลิศ เกมที่ 3 วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 นครปฐม แมดโกท 68-64 ชลบุรี ไฮเทค การแข่งขันไทยแลนด์ บาสเกตบอลลีก 2014 (TBL) วันที่ 24 ส.ค.57 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) แพะบ้า นครปฐม แมดโกท ทีมอันดับที่ 1 ฤดูกาลปกติ พบ ฉลามแกร่ง ชลบุรี ไฮเทค แชมป์เก่า ซึ่ง 2 เกมที่ผ่านมาทั้ง 2 ทีมผลัดกันชนะ-แพ้กันมา เกมนี้จึงเป็นเกมสุดท้ายที่จะตัดสินหาผู้แชมป์ เริ่มเกมการแข่งขันควอเตอร์แรก เป็นทาง ฉลามแกร่ง ชลบุรี ไฮเทค ทำได้ดีกว่า ปิดควอเตอร์แรกด้วยการนำ แพะบ้า นครปฐม แมดโกท 19-16 คะแนน จากนั้นควอเตอร์ที่ 2 ทั้ง 2 ทีมสู้กันอย่างสนุกสูสีผลัดกันทำคะแนนอย่างสนุกก่อนที่จะเป็น ชลบุรี ไฮเทค ที่นำ 36-35 คะแนน มาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลัง ควอเตอร์ที่ 3 กลายเป็นทาง แพะบ้า นครปฐม แมดโกท ที่ทำได้ดีกว่าพลิกล้อกกลับมาขึ้นนำที่ 57-50 คะแนน ควอเตอร์สุดท้าย นครปฐม แมดโกท ลงมาเล่นอย่างรัดกุม และสุขุมมากเป็นฝ่ายประคองเกมเอาชนะไปได้ 68-64 คะแนน ส่งผลให้ แพะบ้า นครปฐม แมดโกท พลิกล็อกเอาชนะ แชมป์เก่า ชลบุรี ไฮเทค ไปได้ 2-1 เกม คว้าแชมป์ ไทยแลนด์บาสเกตบอลลีก 2014 (TBL) ไปครอง พร้อมกับรับเงินรางวัล 1,000,000 บาท ส่วน ฉลามแกร่ง ชลบุรี ไฮเทค ได้อันดับที่ 2 รับเงินรางวัล 500,000 บาท ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ ค้างคาวอมตะ โมโน แวมไพร์ รับรางวัล 250,000 บาท และอันดับที่ 4 เป็นของ อินทรีเมืองกรุง กทม.ไทยเครื่องสนาม รับรางวัล 125,000 บาท ด้านผู้เล่นยอดเยี่ยมแต่ละตำแหน่ง ผู้เล่นยอดเยี่ยม (MVP) ได้แก่ ไมเคิล เฟย์ จากนครปฐม แมดโกท, การ์ดยอดเยี่ยม ได้แก่ โสฬส สุนทรศิริ จากโมโน แวมไพร์, ชู้ตติ้งการ์ดยอดเยี่ยม ได้แก่ ณัฐกานต์ เมืองบุญ จากนครปฐม แมดโกท, ฟอร์เวิร์ดยอดเยี่ยม ได้แก่ วุฒิพงศ์ ดาโสม จากชลบุรี ไฮเทค, เพาเวอร์ฟอร์เวิร์ดยอดเยี่ยม ได้แก่ คริสเตียน ชาร์ล จากชลบุรี ไฮเทค, เซ็นเตอร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ แอนโทนี แม็คเคลน จากโมโน แวมไพร์