สงครามพลิกจักรวาล

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ 4 คืน 5 วัน โดยวันที่ 1-2 นั้น แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ , ดาลัด ส่วนวันที่ 3 นี้ เก็บกระเป๋าจะพาไป มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล กันค่ะ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) มา มา มา มาต่อเช้าวันที่ 3 กันค่ะ ที่มุยเน่ (ออกเสียงว่า หมุยแน้) ใช้เวลาเดินทางจากดาลัด - มุยเน่ ประมาณ 5 ชั่วโมง คือระหว่างทาง เราจะได้ยินเสียง ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ตลอด  ประสานเสียงให้ฟังกันทั้งคัน พี่เวียดเขาอ้วกพุ่งกันค่ะ คือเส้นทางค่อนข้างเป็นเขา โค้งไปโค้งมา ขนาดเรายังต้องดมยาดม ไม่งั้นอาจมีสิทธิ์ ขาก ตุ๋ย ขาก ตุ๋ย ได้ ^^ รถจะจอดรับคนตามทาง จนมีช่วงนึงรถจอดพักค่ะ เราก็ไม่รู้เรื่องว่าเขาจอดให้กินข้าว จนคนขับรถมาเรียกเราบอกว่า "เบรคฟัทๆ" อ่อดีเลย สวรรค์สิคะ รีบลงรถเพราะหิวมาก เขาพาเราไปในร้าน THIEN TRANG ขายพวกเฝอ พวกบุ๋น คือเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ไอเราก็สั่งไม่เป็นเลยใช้กูเกิ้ลทรานเสลดเลยค่ะ ห้าาา ได้ผล และที่สำคัญเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เราชี้ๆ ไปที่ชามที่เขาเอามาเสริฟ เขาบอกว่า "นัมเบอร์วันๆ" เรานี่ตาลุกเป็นประกาย เป็นเนื้อด้วย สั่งเลยจ้ะ 1 ชามโตๆ มันคือ Bun Bo Hue  (ภาพกลาง-บน) ขนมจีนใส่น้ำซุปใสของเนื้อวัวและขาหมู ใส่มะเขือเทศ น้ำซุปจะใส่ตระใคร้ สีแดงได้จากเม็ด Hột Điều Màu เป็นเครื่องเทศผัดน้ำมัน ส่วนเพื่อนเราสั่งเหมือนกันแต่เป็นหมู ได้มาเป็นขาหมูโตๆเลย (ภาพล่าง-กลาง) เค้าจะเอาผัก และน้ำชาทั้งร้อนทั้งเย็นมาเสริฟด้วยค่ะ อยากบอกว่านัมเบอร์วัน นี่นัมเบอร์โคตรๆ เด็ดอ่ะ ต้องมาลองนะคะ ตั้งแต่กินอาหารเวียดนามมาแต่ละอย่างแทบจะไม่ปรุงเลย ประทับใจมาก แต่ถ้าปรุงเรากินเค็มอ่ะ ต้องเพิ่มน้ำปลา และน้ำปลาเวียดนามนี่ตัวเด็ดเลยค่ะ เป็นน้ำปลาที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ เค็มๆ หวานๆ มาลองนะ 3 ชาม หมดไป 150.000 ดอง ถือว่าสมราคาค่ะ เราเดินทางต่อจนถึงใจกลางมุยเน่ รถพาเรามาปล่อยไว้กลางทางจ้าาา บอกว่าให้นั่งแท็กซี่เข้าไป ตายๆๆ นึกว่าจะส่งตรงหน้าร้าน Lam Tong เหมือนที่เขารีวิวกัน อื้ม...มองหาแท็กซี่ เจอของ MaiLinh คันเขียว เราเลยถามราคาเข้าบอกว่า 150.000 ดอง ตามมิเตอร์ ก็ตกลงไป เสี่ยงอีกละแท็กซี่ แต่พอเอาเข้าจริง 150.000 ดองเป๊ะค่ะ ปรบมือรัวๆ เลย สงสัยมาส่งนักท่องเที่ยวบ่อย และแน่นอนอิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา ^^ ลงรถเสร็จอยู่ดีๆ ก็มีคนอาสาพาไปที่พักบอกว่าที่พักนี้ราคาถูก ของเพื่อนเขา ใจง่ายอีกละไปสิคะ ห้าาาา  คือไปนั่งค้นนามบัตรจนเจอเมื่อกี้เองโชคดีมาก อยากแชร์ มาพักที่นี่เหอะ ถูก ดี พนง.น่ารัก ห้องกว้าง มีมอไซค์ให้เช่าด้วย ที่ "MINH HUNG" ด้านหน้าจะเป็นร้านแว่นตา แต่ด้านในซ่อนที่พักไว้ ราคาห้องละ 250.000 ดอง/คืน (แค่ 375 บาทเอง หาร 3 อีกต่างหาก รู้สึกภาคภูมิใจมากค่ะ ห้าา) เราให้ พนง.จองทัวร์นั่งจิ๊บไปทะเลทรายแบบมีหลังคานะไม่งั้นไหม้ ราคา 6 USD/คน เฮ้ยยยถูกอ่า ส่วนใหญ่เหรดอยู่ที่ 7 USD/คน นะ และเราก็ให้เขาจองรถกลับโฮจิมินห์พรุ่งนี้ด้วย 8 USD/คน ค่ะ ป๊ะ !! เก็บข้าวของไปกินข้าวกัน  จิ๊บจะมารับตอน 13.00 น. เราออกหากินอีกแล้วค่ะ ผู้หญิงอัลไร กิน กิน และกิน ^O^ รอบนี้หาอาหารพื้นมืองกินยากนะคะ ที่นี่มีแต่ฝรั่ง อาหารก็จะออกกลางๆ นี่สั่งข้าวผัด ข้าวหน้าหมูมากิน รสมันๆ เลี่ยนๆ ไม่ค่อยถูกปาก มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 110.000 ดอง ค่ะ กินข้าวเสร็จก็เดินกลับมาขึ้นรถ แวะซื้อน้ำซื้อขนมที่ร้านโชห่วยแบบเวียดนามสไตล์ค่ะ มาไกลถึงนี่ แต่ก็หนีไม่พ้นไทยแลนด์จริงๆ พบแผงขายแชมพู   ทั้งซัลซิล โดฟ รีจอยส์ เคลียร์ แพนทีน โหยยยกะขายทุกยี่ห้อเลยอ่า ห้าา รถมาแล้ว เงิบ..ทำไมเจอแต่เรื่องเงิบๆ จิ๊บเปิดประทุนจ๊ะ ตายๆ ไหนบอกมีหลังคาไง ดีนะทากันแดดกับใส่เสื้อแขนยาวมา ถึงว่าราคา 6  USD เองโปรแกรมวันนี้เราจอยกรุ๊ปกะฝรั่งอีก 4 คนค่ะ มีคู่หนุ่มสาว และคู่รุ่นตายาย(น่าร้ากกก) วันนี้เราจะไปที่... ซุยเตียน(Fairy Stream) หมู่บ้านชาวประมง(Fisherman Village) ทะเลทรายขาว(White Sand Dune) ทะเลทรายแดง(Red Sand dune) เดินทางไม่ไกล ก็ถึงซุยเตียน(Fairy Stream) หรือแกรนด์แคนยอนเวียดนาม เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม คล้ายๆกับแพะเมืองผีบ้านเราค่ะ จะมีลำธารเล็กๆ ระดับน้ำประมาณตาตุ่มด้วยค่ะ ซึ่งจะพัดพาตะกอนทรายสีแดงไหลออกไปสู่ทะเล คนขับรถให้เวลา 30 นาที (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เกือบทุกที่เลย เริ่มจากด้านหน้ารถจิ๊บจอดเต็มเลยค่ะ จิ๊บเขียวมะนาวคันนี้สีเจ็บมาก ชอบ เดินเข้ามาด้านในจะได้กลิ่นตุตุ เดาว่าน่าจะเป็นกลิ่นกะปิที่ชาวบ้านหมักไว้ในโอ่งมังกร ฝาปิดโอ่งเหมือนหมวกเวียดนามเลยอ่า ^^ ก่อนเดินลงไปตามพื้นทรายสีแดง จะมีกลุ่มเด็กเกรียนมาเรียกเก็บค่าเข้า 5.000 ดอง กรุ๊ปเราไม่จ่าย นำทีมโดยคู่คุณตาคุณยายชาวฝรั่ง ห้าา พอไม่จ่ายเท่านั้นแหนะ ฮีก็ด่าเรา  วดฟ. เราหาแคร์ไม่ ถอดรองเท้าหิ้วเดินชิวๆ ไปตามทางค่ะ ทรายนุ้มนุ่มอ่ะ ย่างไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นภาพนี้นะคะ นักท่องเที่ยวเดินเข้าออกสวนกันเยอะดี ซักพักจะเห็นเนินทรายอยู่ซ้ายมือ เราเคยอ่านเจอว่ามันเป็นทางขึ้นไปด้านบนแล้วจะเห็นเป็นท็อปวิวสวยๆ  พูดมาซะขนาดนี้ถามว่าได้ขึ้นไปมั้ย "ม่ายยยยย" เรายอมแพ้ค่ะ ทรายร้อนมาก ขืนไปเท้าคงสุกพอดี  ขึ้นไปนิดเดียวให้พอได้ภาพละกันน้อ ^^ เราเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยด้วย บางคนเพิ่งเดินเข้ามาครึ่งทางแล้วไกด์เรียกให้กลับ  ทำให้พลาด ไม่ได้เห็นมุมสวยๆ อีกมุมหนึ่งของซุยเตียน เสียดาย เสียดาย เสียดายแทน ยังไงถ้าใครมาที่นี่แล้วรีบเดินจ่ำอ้าวไปให้สุดทางเท่าที่จะทำได้นะคะ ซุยเตียนก็จะประมาณนี้ค่ะ สถานีต่อไป >> หมู่บ้านชาวประมง (Fisherman Village) เอาภาพระหว่างทางมาฝาก น้ำทะเลสีครามนวลๆ ^^ หมู่บ้านชาวประมงค่ะ(Fisherman Village) ที่นี่จะมีเรือหาปลานับร้อยลำที่พากันกลับเข้าฝั่งมาในตอนเย็นและยังมีเรือกระด้งลำกลมๆ  ซึ่งเป็นเรือประมงพื้นบ้านของชาวดาลัดอีกด้วยค่ะ แสงอาทิตย์ระยับระยิบส่องต้องผิวน้ำ ระรอกคลื่นที่ซัดโถมเข้าฝั่ง สวยจนต้องยอมถอดแว่นกันแดดมองเลยทีเดียว โว๊ะ โหะ โหะ ^O^ สถานีต่อไป >> ทะเลทรายขาว (White Sand Dune) เห็นทางเข้าทะเลทรายแล้วใจเต้น ได้ยินเสียงอะไรมั้ย... ได้ยินเสียงเพลงนั้นมั้ย... ทำนอง... จังหวะ... เริ่มดังอยู่ในโซนประสาทหูแล้วสิ ^^ ขบวนรถจิ๊บพานักท่องเที่ยวมุ่งสู่ทะเลทรายขาว แนะนำให้หา Mask มาใส่ด้วยนะคะ ฝุ่นเยอะมาก มองไปด้านซ้ายจะเห็นทะเลทรายอยู่ไกลๆ ตื่นเต้นๆ ก่อนเข้าไปด้านในจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10.000 ดอง เราซื้อน้ำเปล่าติดตัวไปด้วย กันลงแดงเพราะขาดน้ำ ที่นี่จะมีรถ ATV ให้เช่า ราคา 200.000 - 300.00 ดอง จำกัดเวลาด้วย แพงนะ เดินดีกว่าประหยัดและได้ออกกำลังกาย จะบอกว่าเราใส่หูคีบเพื่อนยากมาแหละ เวลาเดินก็ถอดออกให้เท้าได้สัมผัสกับทรายนุ่มๆ อุ่นๆ แต่แดดอ่าร้อนมาก !! แต่ก็คุ้มนะ ทะเลทรายที่ใกล้ประเทศไทยแบบนี้ควรมาค่ะ และที่นี่ก็เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องเราสองสามคน ที่เราเป็นนางเอก (แอร๊ยย ><) แต่เรื่องจริงเราทั้งหูไม่ดี ทั้งสายตาไม่ดีเลยนี่สิ ห้าา ฝรั่งคู่คุณตาคุณยายเดินเร็วมาก นำเราไปเรียบร้อย สงสัยเราขาสั้น เอิ๊กๆ หันหลังกลับไปจะได้วิวนี้ค่ะ สวยงาม เพื่อนเราโคตรเท่เลยรูปนี้ ผมยุ่งๆ ชอบอ่า >< ะเลทรายที่เวียดนามมีทะเลทรายขาวและทะเลทรายแดงอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ ซึ่งที่สุดท้ายเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่ทะเลทรายแดงกัน ใครไม่ได้เล่นสไลเดอร์เมื่อกี้ ที่นี่จะมีเด็กๆ คอยเดินตามตื้อให้ซื้อไปเล่นนะคะ รถจะจอดฝั่งที่ติดทะเล เราก็ข้ามมาอีกด้าน คราวนี้เดินไปไม่ไกลค่ะ ชิวๆ เราเดินทางกลับที่พักประมาณ 1 ทุ่มค่ะ โหยยเหนียวตัวมาก แดด ฝุ่น ทราย อาบน้ำด่วน แล้วเดินออกไปหาอะไรกินข้างนอกกัน สองข้างทางจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และโรมแรม เกสเฮ้าส์ เยอะค่ะ แต่ช่วงนั้น 3 ทุ่ม รู้สึกจะเริ่มเงียบ มาถึงมุยเน่ หลายรีวิวบอกว่าต้องมากินอาหารทะเลที่ร้าน Lam Tong ค่ะ  โดยเฉพาะล็อบสะเต้ออออ หาร้านอยู่นานในที่สุดก็เจอ เข้าไปด้านในเลือกที่นั่งติดระเบียงริมทะเล แต่รู้สึกเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งจะดังไป ราคาอาหารที่นี่ค่อนข้างแพง อย่างว่าย่านแหล่งท่องเที่ยว วิธีการสั่งถ้าเป็นอาหารทะเล เขาจะคิดเป็นกิโล ตักเอาสดๆ จากตู้เลย เห่อจะกินก็สงสาร ถ้ามัวแต่สงสารก็จะอดกิน สุดท้ายสั่งมา 3 อย่าง ล็อบสเตอร์ย่างได้มา 2 ตัว หอยนางรมอบชีส 4 ตัว และข้าวผัดซีฟู้ด 1 จานกลางๆ ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 1.305.000 ดอง หรือ 3 อย่าง 1,957 บาท แพงงงงงงงงงงอ่ะ แพงสุดเท่าที่กินมาละ กระเป๋านี่แห้งเลยค่ะ ที่อยากกินเพราะล็อบสเตอร์เลยย TT เราและเพื่อนสรุปกันว่าแพงไป และรสชาติก็งั้นๆ นะ ไปหาร้านอื่นเหอะ ใครมีร้านอร่อย ราคาโอเคกว่านี้ แนะนำมานะคะ วันที่ 3 ที่หมุยแน้ สนุก เหนื่อย แดด ลม ทราย แผดเผาร่าง คืนนี้ต้องพักฟื้นค่ะ เพื่อพรุ่งนี้ที่โฮจิมินห์ถิ่นลุงโฮ ราตรีสวัสดิ์ สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 "มุยเน่" ค่าใช้จ่ายรวม 2.157.000 VND + 42 USD = (2157 x 1.5) +  (42 x 32) = ประมาณ 4,579 บาท เฉลี่ยคนละ  4,579/3 = 1,526 บาทค่ะ ปล.ถ้าไม่เน้นกิน แนะนำกินอาหารข้างทาง บั๋นหมี่ก็มีค่ะ 20.000 ดองเอง ราคาแตนดาร์ด ประหยัดได้อีกเยอะ ^^ เช้าวันที่ 4 ก่อนไปโฮตอน 08.00 น. วันนี้เราตื่นกันเช้าค่ะ อยากไปเห็นแสงแรกที่ริมทะเล เกือบ 7 โมงได้ แต่ไม่ทันแสงแรกหรอก โน่น...แสงที่สอง สาม สี่ ห้า.... สว่างจ้าเลย แต่ก็ถือว่าได้ออกมารับอากาศตอนเช้าๆ ได้เห็นคนเอาเรือออกหาปลาด้วย น้องหมาก็ออกมาเดินเล่นนะคะ พอคลื่นซัดมาใกล้ๆ ก็วิ่งหนี มองดูแล้วอารมณ์ดีเลย ระหว่างไปหาของกิน ร้านไม่ค่อยเปิดเลย เงียบไปนะ เราเจอ "ฺBackpacker Village" คูลอ๊าาาา เจอรถเต่าด้วย หาเจอยากนะ >< ร้านอาหารที่นี่จะเปิด 07.00 น. แต่จะตั้งร้านไว้ก่อนหลอกล่อเรามาก เราตัดสินใจเดินไปร้านนึง หาพนง.นานอยู่ กว่าจะออกมา คือมื้อเช้านี่ต้องกินนะ ไม่งั้นหิวตาย กว่าจะถึงโฮจิมินห์ ก็ประมาณ 6 ชั่วโมง เราสั่งเบอร์เกอร์เวียดนาม ก๋วยเตี๋ยว(ได้เส้นมาม่าอีกละ U_U) และข้าว รสชาติก็งั้นๆ คือมุยเน่นี่ไม่มีอะไรอร่อยเลยหรอ ?! ค่าอาหารมื้อนี้ 215.000 ดองค่ะ อิ่มท้องแล้วจัดกระเป๋า โก ทู โฮจิมินห์ ค่ะ เราออกเดินทางจากมุยเน่ตอน 08.00 น. รถออกไปได้ซักพัก เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเพื่อนเราลืมมือถือ !!! ขณะรถจอดรับผู้โดยสาร เพื่อนเรารีบออกไปบอกคนขับว่าลืมของ นังรีบโดดออกจากรถซ้อนท้ายพี่วินกลับไปเอาของที่ที่พัก งานนี้เป็นใครก็ใจเต้นรัวๆ ดีนะที่เพิ่งออกมาได้ไม่ไกล ฝากถึงทุกท่านโปรดเช็คสิ่งของมีค่าก่อนออกจากที่พักทุกครั้งค่ะ รถจะแวะพักให้ทานมื้อเที่ยงด้วยนะคะ ไม่อดตายแล้วเรา ^^ เวลา 13.30 น. เราถึงโฮจิมินห์ ใช้เวลา 5.30 ชม. และเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวเวียดนาม  ตอนนี้เงินดองไม่พอต้องเดินหาที่แลกตังค่ะ จำได้ว่าจะมีธนาคาร Dong A Bank อยู่ตรงถนนฟามงูเหลา ก็เดินไปหาดูปรากฏว่าปิด ผ่านเวียตซีก็ปิด คือวันเสาร์ที่โฮจิมินห์ บริษัท ร้านค้าจะปิดให้บริการ เงียบเหงาเลย จริงๆ ควรจะเปิดนะ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดังนั้นใครมาเที่ยวแล้วเจอแบบนี้โคตร ซอ อัว ยอ ซวยยยย เราเลยเดินไปที่ตลาดเบนถันเพราะข้อมูลที่หามาบอกว่ามีร้านรับแลกอยู่ และก็มีจริงๆ ข้ามทางม้าลายไปจะเจออยู่ด้านซ้ายมือ มีอยู่สองร้านอยู่ข้างๆกัน เราเลือกร้านขวาเหรดแลกเงินไทยเป็นดองดีกว่า (แต่ทำไมบางบทความบอกว่าถ้าแลกเงินกับร้านเพชรร้านทองเวียดนามผิดกฏหมายนะ) แลกเงินแล้ว เข้าไปที่ตลาดเบนถันกันค่ะ คล้ายจัตุจักรบ้านเราเลย ที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ค่ะ สินค้าก็จะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง เป้ นาฬิกา ของที่ระลึก อาหาร เครื่องเทศ อาหารสด ดอกไม้ บลาๆ ของทีนี่ถูกนะ ต่อราคาดีๆ แต่ผลไม้แช่อิ่มแพงกว่าที่เราซื้อที่ดาลัด จะให้ดีกลับไปซื้อกินที่ไทยเหอะค่ะ ห้าา (ตลาดเบนถันจะเปิดตอนเช้าจนถึงบ่ายๆ นะคะ มาตอนเย็นกินแห้วแน่ ) จากนั้นเราก็เดินเที่ยวรอบเมืองค่ะ แน่นอนว่าตามสไตล์นักท่องเที่ยวก็ต้องหยิบแผนที่ออกมากาง แล้วคลำๆ ทางไปด้านหลังตลาดเบนถัน พร้อมถามทางคนไปเรื่อยๆ เจอร้านตัดผมอยู่ในซอกในช่องเล็กๆ ด้วย ชอบอ่า ช่างกำลังตัดผมให้เด็กน้อยอยู่ และแล้วเราก็มาถึงที่แรกค่ะ พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) คนต่อแถวซื้อบัตรเยอะเลย ค่าเข้า 15.000 ดอง ข้างในอาคารจะจัดแสดงเครื่องมือการรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ในสมัยสงครามเวียดนามมีทั้งของจีน เมกา พร้อมภาพถ่ายแนว Photo Essay ขอย้ำว่าฝีมือช่างภาพในสมัยนั้นเทพมาก โดยเฉพาะผลงานช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ใช้กล้อง Nikon ตัวสีดำ ภาพส่วนใหญ่เห็นแล้วสะเทือนใจค่ะ เราเห็นฝรั่งหลายคนยืนมองแล้วน้ำตาคลอ คงอินมาก เพราะแต่ละภาพถ่ายทอดความรู้สึกได้ดี สถานีต่อไป โบสถ์นอร์ทเธอดามค่ะ เก็บภาพระหว่างทางมาฝาก โบสถ์นอร์ทเธอดามสร้างขึ้นในสมัยเวียดนามอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส พ.ศ.2420 เป็นการจำลองมหาวิหาร Notre Dame กรุงปารีสมา มีหอคอยคู่ สูงๆ เป็นสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้แต่ไกล และยังเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดในเวียดนามใต้อีกด้วยค่ะ เดินมานิดเดียวก็เจออาคารสีเหลืองเข้มๆ ตั้งเด่นเป็นสง่า ภาพนี้เราถ่ายจากมือถือ ซัมซุงแกรนด์ 2 ไม่คิดว่าจะชัดขนาดนี้ ห้าาาา ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Central Post Office) เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยศิลปะโกธิคค่ะ สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เวียดนามยังอยู่ในการปกครองของฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้ออกแบบไปรษณีย์แห่งนี้คือ **Gustave Eiffel สถาปนิกระดับโลก ผู้ออกแบบหอไอเฟล ในตัวอาคาร    จะตกแต่งด้วยภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และมีภาพของอดีตผู้นำประเทศ "ลุงโฮ" นั่นเอง ใครจะส่งโปสการ์ดเชิญได้ที่นี่นะคะ เราจะใช้เวลาอยู่ในแต่ละที่ไม่นานมากค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกที่ เมื่อยมาก จนมาถึง Opera House หรือโรงละครยาฮดแถงห์โฝ (Nha hat Thanh Pho) สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2402 เพื่อใช้ในการแสดงต่างๆ เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาเเห่งชาติเวียดนามใต้ แต่ ณ บัดนาว เปิดใช้เป็นที่เเสดงเหมือนเดิมค่ะ สถานที่ต่อมา สภาประชาชน ตรงข้ามจะเป็นสวนที่เรียกว่า จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) มีอนุสาวรีย์ลุงโฮอยู่ด้วยนะคะ จุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของโฮจิมินห์ ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลักและจุดนัดพบเลยก็ว่าได้ ประเด็นฝั่งจัตุรัสโฮจิมินห์กำลังทำการปรับปรุงค่ะ โดนล้อมไว้หมดเลย มองไม่เห็นอะไรซักอย่าง TT ขณะนี้เวลา 18.30 น. รถเมล์สาย 152 ไปสนามบินหมดแล้ว เราอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าเพราะ เครื่องออก 21.35 น. ซึ่งเช็คอินในเว็บเรียบร้อยแล้ว  เลยว่าจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบินเอา ประมาณ 30 นาที ระหว่างนี้เพื่อรักษาเวลาเราไม่เดินละค่ะ นั่งแท็กซี่อย่างเดียว ไป ร้าน Quan an ngon ที่อยู่ 138 Nam KyKhoiNghia Street | District 1, Ho Chi Minh City, Vietnam ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ยิ่งเวลามีจำกัด อยากกินอาหารเวียดนามให้ครบต้องมาที่นี่เลย ทำกันให้ดูสดๆ ด้วยนะคะ เราสั่งอาหารมา 5 อย่าง จำชื่อไม่ได้ซักอย่าง ถามพนังงานให้แนะนำเมนูแบบเวียดนามสไตล์เอาค่ะ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง โหวตๆๆ ^^ หมายเลข 1 ข้าวผัดเวียดนามใส่หม้อดิน หมายเลข 2 เส้นขนมจีนเส้นแห้งกินกับปอเปี๊ยะทอดและหมูย่าง เด็ดมาก พูดเลย หมายเลข 3 คล้ายๆ สาคูไส้หมู แต่แป้งจะเหนียวๆ ใสๆ ข้างในใส่ไส้กุ้งหวานๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เปรี้ยวๆ ที่อยู่ในจาน ฟินมากก หมายเลข 4 ขนมเบื้องเวียดนามค่ะ อันใหญ่กว่าที่ไทยมาก แป้งจะกรอบ ข้างในเป็นถั่งงอก ผักต่างๆ และกุ้ง หมายเลข 5 ขนมหวานอันนี้คล้ายกล้วยบวชชีค่ะ ส่วนผสมมีกล้วยนึ่งฝานบางๆ สาคูเม็ดเล็ก เนื้อมะพร้าวอ่อน ราดด้วยกะทิแบบเจ้มจ้น และถั่วลิสง คือจานใหญ่มาก ดีนะสั่งมาแค่จานเดียว อิ่มอร่อยมากค่ะ ชอบ กลับบ้านต้องลองทำกินให้ได้ มื้อเย็นที่แสนอร่อยนี้ ราคาอยู่ที่ 1.907.000 ดอง หรือประมาณ 2,860 ค่ะ (แพงงงงงงงงอ่า แต่ไม่เป็นไรแลกกับเวลาที่ไม่ต้องไปเดินหาของกินแบบเวียดๆ แล้วยอมจ่าย) อิ่มกันแล้ว แต่เวลานี่ 2 ทุ่ม จวนจ้ำมาก เรานั่งแท็กซี่ให้ไปส่งที่ Night Market เพื่อเลือกซื้อของฝาก แบบเร่งๆ รีบๆ คราวนี้เวลาโคตรกระชั้น เราเลยเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน พอถึงสนามบินเราวิ่งไปที่ เคาเตอร์แอร์เอเชียแบบไม่คิดชีวิต แล้วยื่นเอกสารให้พนง. สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ จากที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก แต่วันนั้นฟังออกเต็มสองรูหู "ซอรี่" มาคำแรกและ "เลท" มาคำที่สอง "ทูม้อโร่ อะ เกน" คำที่สาม เราสองสามคมองหน้ากันทำตาปริบๆ โหยย ชีวิต ตกเครื่องข่าาาาา เราเสริจหาเที่ยวบินของวันนี้และวันพรุ่งนี้ในราคาที่ถูกที่สุด ได้ Vietjet Air ราคาดีสุดคือ 3,000 บาท รอบ 11.00 น. แต่เคาเตอร์ปิดแล้ว จองในเน็ตก็ไม่ได้ ตอนนั้นประมาณ 5 ทุ่มได้ เลยตัดสินใจเดินออกจากสนามบินไปหาที่พักใกล้ๆ แล้วค่อยมาจองตั๋ววันพรุ่งนี้ รุ่งขึ้นการซื้อตั๋วสำร็จไปด้วยดี แต่ของฝากเราไม่อยู่แล้ว เศร้า... แต่จะเศร้าทำไม ทำวิกฤตให้เป็นโอกาสสิ ไหน ๆ ก็มีเวลาอยู่ต่อแล้ว เลยนั่งรถเมล์สาย 152 กลับเข้าเมืองโฮจิมินห์อีกครั้ง และใช้เวลา 3 ชม. สุดท้ายให้คุ้มค่าที่สุด เราแวะตลาดเบนถันเพื่อซื้อของฝากใหม่ และหาของกินที่นี่เลย โชคดีก่อนกลับได้ลิ้มรสกาแฟและราเมงสูตรเวียดนามแสนอร่อย กาแฟรสเข้มมากและหวาน แต่มันกลมกล่อม อร่อยสุดๆ ราเมงเวียดนามนี่เด็ดมาก เส้นเด้ง น้ำซุปต้มยำ เเซ่บเวอร์  ต้องลองนะคะ !! ขากลับไปสนามบินให้ขึ้นรถเมล์ที่จุดเดิม แต่ให้ยืนรอที่ช่องรอรถด้านในนะคะ จะมีป้าย 152 บอกประจำจุดอยู่ค่ะ สาบานว่า จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ตกเครื่องซ้ำรอยอีก ต่อจากนี้เตรียมตัวกลับสู่ประเทศไทยและโลกแห่งความจริงของมนุษย์เงินเดือนต่อไป สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 3 และ 4 รวม 3.539.000 VND = 3539 x 1.5 ประมาณ 5,300 บาท/3คน เฉลี่ยคนละ 5,300/3 = 1,766 บาท ***สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน 4 - 8 มีนาคม 2558 ระยะเวลา 4 คืน 5 วัน*** ตั๋วเครืองบินไปกลับ 3,000 บาท วันที่ 1     : 1,056 บาท วันที่ 2     : 1,420 บาท วันที่ 3     : 1,526 บาท วันที่ 4-5   : 1,766 บาท รวม 8,768 บาทค่ะ ตีเป็นเลขกลมๆ สวยๆ ก็ 8,700 บาท (ขอไม่รวมค่าตั๋วที่ซื้อใหม่นะคะ) ถ้าไม่เน้นกิน เลือกแบบโลคอลตามข้างทาง และไม่ตกเครื่องเสียเงินนอนโรงแรมและค่าอื่นๆ เพิ่ม งบจะอยู่ที่ 7,500*** บาทค่ะ หากคุณต้องการเที่ยวแบบประหยัดในราคาสบายกระเป๋า การศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากค่ะ แล้วคุณจะไม่ถูกโกงงง !!!!  ^^ ปล.ใครอยากได้ข้อมูล หลังไมค์นะคะ มีแบบละเอียดค่ะ แต่ขอรวบรวมดีๆ แปรบบ สุดท้ายและท้ายสุดขอบคุณเพื่อนร่วมทริปเราสองสามคนที่ทำให้ทริปนี้มีสีสันและสนุกสุดเหวี่ยง ขอบคุณภาพสวยๆ จากกล้องอิดรูเพื่อนสาว ที่ทำให้ได้ภาพเพิ่มในหลายๆ มุม กระทู้มีสีสันขึ้นเยอะ สำคัญสุด ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบันทัดนี้ คือยาวมาก ทำเองยังเบื่อเลย คิดตลอดว่าเมื่อไหร่จะจบวะเนี้ย ห้าาาาา จบละนะ จบ. แต่ "เวียดนาม" พี่ไม่จบแน่ ต้องมีซ้ำ !!!! บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกดีใจสักเท่าไหร่ มากแค่ไหนก็ไม่รู้.... ^^ อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

Kingsglaive Final Fantasy XV รีวิวภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แบบไม่มีสปอย
Final Fantasy /  Final Fantasy XV / 

พลังแห่งราชานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าคนธรรมดาจะควบคุมได้ เจ้ารู้สึกแล้วใช่มั๊ย Kingsglaive Final Fantasy XV ภาพยนตร์ CG สุดยิ่งใหญ่ที่เหล่าเกมเมอร์สาวกไฟนอลต่างรอคอยหลังจากตามข่าวกันมาเป็นปีๆ ในที่สุดก็ได้ชมกันเสียที โดย NGIN ผนึกกําลังกับ PlayStation จัดรอบพิเศษให้แฟนๆ ได้ชมกันจนฟินไปทั่วหน้า Mthai Games จะขอเล่าประสบการณ์ความฟินให้แฟนๆ ที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์แบบไม่สปอยให้ฟัง (อ่่าน) แล้วกันนะครับ Kingsglaive Final Fantasy XV เป็นเรื่องราวคู่ขนานกับเกม FFXV ที่กำลังจะออกวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ (ล่าสุดเลื่อนออกไปแล้วเป็น 29 พฤศจิกายน 29) กล่าวถึงสงครามของ 2 อาณาจักรระหว่าง Lucis (ลูซิส) อาณาจักรแห่งเวทมนตร์และ Niflheim (นิฟเฟอไฮม์) อาณาจักรแห่งจักรกล ตัวหนังโฟกัสไปความสัมพันธ์ของ 3 ตัวละครหลักได้แก่ กษัตริย์ Regis (รีจิส) ในวัยชรา ผู้แบกรับภาระแห่งเชื้อสายราชา และภาระที่ว่าดูมีเงื่อนงำแถมยังไม่ได้เฉลยไว้ในหนังซะด้วย (ซึ่งถ้าอยากรู้ต้องไปตามเล่นเกมกันต่อ) Lunafreya (ลูน่าเฟรยา) เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์แห่งอาณาจักร Tenebrae (เทเนไบน์) ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองขึ้นของนิฟเฟอไฮม์ไปแล้ว และ Nyx (นิกซ์) นายทหารสุดเกรียนจากหน่วยทหารรักษาพระองค์ Kingsglaive ราชารีจิส กษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรลูซิส และผู้เป็นพ่อของ น็อคติส ตัวเอกของภาคเกม ลูน่าเฟรยา เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเทเนไบน์ นางเอกของภาคหนังและภาคเกม..(ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะ ^^) นิกซ์ นายทหารสุดเกรียนจากหน่วยทหารรักษาพระองค์ Kingsglaive พระเอกของภาคหนัง งานภาพ งามงดหยดย้อยสมการรอคอย CG รายละเอียดสูง ลื่นไหลไม่มีสะดุด เล่นมุมกล้องฉากแอ็คชั่นได้ดี แต่ก็มีเรื่องนึงที่คาใจคือหน้าของตัวละครบางตัวหน้าตาช่างละม้ายคล้ายกับนักแสดงบางคนจริงๆ เหมือนจะคิดว่าไปเอาหน้านักแสดงคนนั้นมาจริงๆ หรือเปล่ากันนะ แต่เหมือนใครกันบ้างไม่บอกหรอก เดี๋ยวจะหาว่าสปอย SFX ความอลังการ Square Enix ก็จัดให้เต็มๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเวอร์วังเหมือนเวลาเราเรียกมนต์อสูรมาแบบในเกมนะ เรียกว่าคุม Mood&Tone ให้เข้ากับหนังได้ดีมากกว่า เพราะถ้าจะเต็มกว่านี้อะไรที่มันพอดีแล้วมันจะล้นเกินไป นักพาทย์ และเสียงเพลงประกอบ ราชารีจิส ให้เสียงโดย Sean Bean (ฌอน บีน) นักแสดงรุ่นใหญ่ที่น่าจะคุ้นกันดีจากซีรีส์ Game of Throne ฟังเสียงราชารีจิสทีไรก็นึกถึง เน็ท สตาร์ค ทุกที หรืออาจเป็นเพราะตรงนี้ก็ได้ที่ทำให้ ฌอน ได้พาทย์เสียงนี้เพราะนี่คือเสียงของคนที่มีภาระจริงๆ ลูน่าเฟรย่า ให้เสียงโดย ลีน่า เลย์ดีย์ นักแสดงจาก Game of Throne เช่นกัน นึกไม่ถึงว่าป้าจะให้เสียงได้สาวขนาดนี้ ซึ่งฟังแล้วก็ให้ความรู้สึกของการเป็นเจ้าหญิงจริงๆ ไม่แน่ใจว่าจะได้ยินเสียงนี้ในเกมอีกหรือเปล่า ส่วนพระเอก นิกซ์ ให้เสียงโดย แอรอน พอล นักแสดงจากซีรีส์ Breaking Bad ก็ให้เสียงได้เกรียนสมคาแร็คเตอร์ ถ้าใครได้ดูแกเล่นซีรีส์ไว้จะทราบดีว่าแกเล่นไว้เกรียนขนาดไหน ไม่ถึงกับเด่นแต่ก็ไม่ด้อย มีเพลงที่เป็นเมนธีมของซีรีส์ไฟนอลให้ได้ยินตลอดเวลา จุดนี้เป็นเอกลักษณ์เลยนะ โน๊ตตัวเดิม เพิ่มเมโลดี้ใหม่ๆ เข้าไป ทำให้ฟังแล้วนึกถึงทันทีว่า นี่มันเพลงจากฉากนั้นฉากนี้ของในเกมนี่นา เนื่อเรื่อง หนัก! หนักเลยครับ ถ้าไม่รู้จักไฟนอลมาก่อนแล้วมานั่งดูนี่มีงงแน่นอน แต่ถ้าคุณเคยเล่นเกมนี้มาบ้างคุณจะรู้สึกว่าหนังสนุกทันที และยิ่งถ้าคุณเล่นเกมนี้มาหมดทุกภาค Kingsglaive จะทำให้คุณดำดิ่งลงไปในโลกของไฟนอลเสมือนว่าคุณคือประชากรของอาณาจักรลูซิสเลยก็ว่าได้ มอสเตอร์ทุกตัว เทคนิคการต่อสู้ของแต่ละคน การร่ายเวทย์ หรือแม้แต่มนต์อสูรที่แม้ว่าตัวหนังจะไม่ได้บอกว่านี่คืออะไร แต่คุณจะรู้ทันทีว่าเหตุการณ์คืออะไรในภาษาเกม แม้แต่บรรยากกาศในเมือง อาคารบ้านช่องต่างๆ ดูแล้วทำให้นึกถึงเกมภาคเก่าๆ ทันที แถมจะยังทำให้คิดได้อีกว่า เฮ้ย แบบนี้มันลงตัวเลยแฮะ แต่ก็นั่นละครับ มหากาพย์ระดับนี้ถูกยัดมาเป็นภาพยนตร์เวลา 110 นาที ก็ต้องลดทอนเรื่องอื่นๆ ไปอีกเยอะ มีบางมุมที่เรามองว่าน่าจะสามารถเล่าต่อได้อีกนิด ภาพรวม แฟนๆ ไฟนอลซีรีส์สมควรจะมีไว้ประดับบารมีเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเติมเต็มเนื้อเรื่องในส่วนที่เกมไม่ได้กล่าวถึง แน่นอนว่า Kingsglaive ไม่ใช่จานหลักนะครับ นี่แค่เรียกน้ำย่อยซึ่งก็พอจะเดาได้ว่าเราจะได้พบอะไรในอนาคตนอกจากเกม เพราะเท่านี้เห็นในหนังก็ tie in ไว้ค่อนข้างเยอะแล้ว สรุปคือถ้าคุณเป็นแฟนไฟนอล หามาดูให้ได้นะครับ ให้ความรู้สึกต่างจาก FFAC จริงๆ ขอไม่ให้คะแนนนะครับ เพราะไม่ได้เป็นนักวิจารณ์หนัง แค่พูดถึงหนังในฐานะเกมเมอร์เท่านั้น ^^ เกร็ดความรู้ คำว่า Glaive มาจากภาษาฝรั่งเศส หมายถึง ดาบ เมื่อนำมาเล่นคำจาก King's Glaive ที่หมายถึง ดาบของกษัตริย์ เป็น Kingsglavie ที่เป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ในหนังแล้วก็เหมาะสมดี แถมยังคล้องกันกับท่าการโจมตีสายเวทย์ของราชารีจิส โดยการเรียกดาบออกมาหลายๆ เล่มอีกด้วย ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้ด้วยการแชร์และคอมเม้นท์ที่โพสต์ของคุณครับ แถมท้ายด้วยคลิปสัมภาษณ์นักแสดงหลักผู้ให้เสียงตัวละครหลักทั้ง 3 คนจ้า ^^

กระแต – หวาย ประชันแดนซ์สุดแซ่บ! ในเอ็มวี เหวี่ยง (นวดให้นุ่ม)
กระแต /  กระแต อาร์สยาม / 

พลิกหน้าวงการเพลงให้สะเทือนอีกครั้ง เมื่อ ค่ายเยส!มิวสิก ท้าชน ค่ายเพลงอาร์สยาม ในเครือ บมจ.อาร์เอส ด้วยการจับ 2 สาวตัวแม่ขาเต้น อย่าง ราชินีแดนซ์ของเมืองไทย กระแต อาร์สยาม (นิภาพร บุญยะเลี้ยง) และสาวแสบแสนแซ่บ ไม่แคร์เวิลด์ หวาย ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์ มาประชันแดนซ์สุดสตรองแบบไม่แคร์ผู้ชายในซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด เหวี่ยง (นวดให้นุ่ม) เพลงแดนซ์สุดมันส์กลิ่น EDM งานนี้จัดเต็มกันมาทั้งเสื้อผ้าหน้าผม และลีลาของทั้งคู่ที่เผ็ดแซ่บแรงไม่แพ้กัน! [Official MV] เหวี่ยง (นวดให้นุ่ม) : กระแต - หวาย | Kratae Rsiam x Waii Yes! Music youtube channel : RsiamMusic : อาร์สยาม หวาย เผยว่า "เป็นโปรเจ็คที่เราสองคนรอคอยเลยค่ะ เพราะเป็นสายแดนซ์เหมือนกัน ชอบอะไรที่คล้ายๆ กัน เจอกันคงมันส์มากแน่ๆ คือปกติหวายจะเป็นแนวสตริง แต่พี่กระแตจะเป็นแนวลูกทุ่ง มีป็อบแดนซ์บ้าง พอมาเพลงนี้ก็เกิดการผสมผสานออกมาในแบบของเรา 2 คนค่ะ เป็นเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์จังหวะตื๊ดๆ มีกลิ่นของ EDM ผสมด้วย หวายว่ามันก็แปลกไปอีกแบบ ก็ภูมิใจมากที่ได้มาร่วมงานกับพี่กระแต เพราะพี่เขาเป็น Professional มาก จนหวายต้องซ้อมหนักซ้อมถี่จนปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่ก็สนุกค่ะ" ฟาก กระแต ก็ให้สัมภาษณ์ว่า "เป็นเพลงที่เต้นกระจายมากค่ะ มีกลิ่นอายความเป็นตัวเองของทั้งสองคน ซึ่งพอเอามาผสมผสานกันทำให้เกิดความแปลกใหม่ที่ลงตัวมากขึ้น ส่วนเนื้อหาเพลงก็เหวี่ยงตามชื่อเลยค่ะ เหมือนเราเริ่มทนไม่ไหวกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่ชอบมาเหวี่ยง มาวีน เอาแต่ใจตัวเอง เดี๋ยวเราจะเหวี่ยงกลับบ้าง ไม่ง้อไม่สนใจ อารมณ์แบบไม่แคร์ผู้ชาย ถ้ามาแข็งใส่เรามาก เราก็จะนวดให้มันนุ่มลง เป็นฟีลโดนใจวัยรุ่นที่กำลังมีความรักแต่ไม่ได้ดั่งใจ คิดว่าใครได้ฟังแล้วต้องอยากเหวี่ยงไปด้วยกันแน่นอน ซึ่งท่าเต้นก็เหวี่ยงมาก ยิ่งท่อนโชว์โซโล่ของแต่ละคนนี่ยากมากค่ะ เป็นแนวบอยแอนด์เกิร์ล แตจะเต้นเท่ๆ แมนๆ สไตล์ไมเคิล ส่วนหวายก็จะมาแนวเซ็กซี่ รวมถึงมีท่าโว๊ค(vogue) แว็กกิ้ง(wagging) แดนซ์ฮอลล์(Dancehall) ผสมในท่าเต้นด้วย สตรองมากค่ะ ฝากเป็นกำลังใจให้ กระแต และ หวาย ด้วยนะคะ เพราะต่างคนต่างสายแดนซ์มาเจอกัน ทั้งสนุก แปลกใหม่ และเซอร์ไพรส์แน่นอนค่ะ" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

Chrono Blade เกมใหม่จาก Netmarble เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วทั่วโลก
Chrono Blade /  Netmarble / 

Chrono Blade เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วทั่วโลก  ทีมผู้พัฒนาเดียวกับ GTA, Lemmings และ Diablo มาสู่เกมต่อสู้สุดยิ่งใหญ่กับเหล่าปีศาจ เน็ตมาร์เบิ้ลเกมคอร์ปซึ่งเป็นบริษัทเกมมือถือที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียได้ประกาศวันนี้ถึงการลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับเกม Chrono Blade ซึ่งเป็นเกมแนวแอคชั่น RPG ที่ดำเนินเกมแบบด้านข้างและมาพร้อมกับการต่อสู้สุดเร้าใจไปในโลกที่ผสมผสานระหว่างแฟนตาซีและความล้ำสมัย ผู้เล่นจะได้ร่วมต่อสู้ในฐานะสมาชิกของ The Pact ซึ่งเป็นการสะสมเหล่าฮีโร่จากหลายๆ โลกในเกมโคลโนเบลด เหล่าฮีโร่ได้ถูกเลือกเพื่อร่วมกันต่อสู้กับซึ่งคือกองกำลังปีศาจ Chronarchs ผู้เล่นจะถูกนำเข้าสู่สงครามมิติและได้รับพลังรวมถึงอาวุธตลอดจนทักษะต่างๆ เพื่อปราบกองกำลัง Chronarchs ให้สิ้นซาก ตัวเกมโครโนเบลดถูกออกแบบมาให้ควบคุมได้ง่ายและมุมกล้องที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเน้นไปที่การต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ ในแต่ละด่านนั้นจะมีระยะทางที่เหมาะสมไม่สั้นและไม่ยาวจนเกินไปเพื่อสร้าง ความตื่นเต้นให้แก่ผู้เล่น เกมโครโนเบลดนั้นมีทั้งโหมดผจญภัย, PvP และโหมดโคออพตลอดจน 4 ฮีโร่ระดับเทพและ 5 โลก ซึ่งถูกพัฒนาโดยทีม star game ซึ่งเป็นทีมที่เกม GTA, Lemmings และ Diablo Seungwon Lee, Chief Marketing Officer, Netmarble Games กล่าวว่า เกมโครโนเบลดจะนำเสนอการต่อสู้แบบสุดมันและประสบการณ์เกมที่ไม่เหมือนเกมไหนมาก่อนให้แก่ผู้เล่นทั่วโลก พวกเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เริ่มการลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับเกมรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานแนวแฟนตาซีและความล้ำสมัย ระบบเกมเพลย์และตัวละครเด่นๆ ในเกมโครโนเบลด เกมเพลย์เป็นแนวไฮบริด: ผู้เล่นจะสนุกไปกับการต่อสู้ RPG แบบด้านข้างซึ่งจะทำให้ผู้เล่นเน้นไปที่การร่วมกันเล่นหลายคนทั้งในโหมด PvP และโหมดช่วยกันเล่นอย่าง Co-op พื้นฐานสกิลและการต่อสู้ PvP: ผู้เล่นจะได้ใช้อาวุธหลากหลายประเภทเพื่อทำคอมโบใส่ศัตรูและบอสได้อย่างสุดมัน เนื้อเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์และความอลังการของภาพ: ผู้เล่นจะสนุกไปกับเนื้อเรื่องของเกมที่เกี่ยวกับโลกต่างๆโดยมีแก่นสำคัญคือเป็นแนวแฟนตาซีและความเป็นอนาคตผสมผสานเข้าด้วยกัน การต่อสู้ของโลกทั้งห้า: ผู้เล่นจะท้าทายไปกับการปราบกองทัพ Chronarchs ในโลกทั้งห้าที่มีความเฉพาะตัว ได้แก่ Empyra, ChronoPrime, Ragnarok, The Crossroards และ R’Abbalak เหล่าฮีโร่แห่งโครโนเบลด ฮีโร่ทั้ง 4 ร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องจักรวาลจากการรุกรานของเหล่า Chronarch ▼ Aurok เป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเขา อย่างไรก็ตาม พลังวิเศษของเขา ก็ทำให้ผู้คนกลัวและสงสัย ในตัวของเขาเองเช่นกัน ▼ Thera ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นผู้นำที่มีชื่อเสียงจากโลก Minova อย่างไรก็ตาม เธอได้อุทิศชีวิตเพื่อมองหาการแก้แค้นให้เหล่ามวลชนของเธอที่โดนกวาดล้างจาก เหล่ากองทัพ Chronarch ▼ Lucas ผู้ยิ่งใหญ่จากโลก Clockwork แห่ง Empyria และนำทักษะของเขาในฐานะนักดาบเพื่อปกป้องโลก ▼ Lophi ผู้รู้ความลี้ลับของจักรวาลดีกว่าใคร และเข้าร่วมทีม The Pact ของ Aurok เกมโครโนเบลดถูกพัฒนาโดย nWay ซึ่งเป็นสตูดิโอเกมที่รวมรวบนักพัฒนาระดับแนวหน้าและตั้งอยู่ที่รัฐซานฟรานซิสโก ตัวเกมจะเปิดให้บริการทั้งบน iOS และ Android แพลตฟอร์ม ลงทะเบียนล่วงหน้าและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของเกมได้ที่-->[www.chronoblade.com]

เอลลี โกลดิง ร้องเพลง Still Falling For You ให้หม่าม้ามือใหม่ใน Bridget Jones's Baby
Bridget Jones’s Baby /  Colin Firth / 

เอลลี โกลดิง ร้องเพลง Still Falling For You ให้หม่าม้ามือใหม่ใน Bridget Jones's Baby  เอลลี โกลดิง (Ellie Goulding) ร้องเพลงให้กับ บริดเจ็ต โจนส์ หม่าม้ามือใหม่ในภาพยนตร์ภาคต่อที่หลายคนรอคอย Bridget Jones’s Baby ในชื่อเพลงว่า Still Falling For You ซิงเกิลล่าสุดจากนักร้องสาวที่ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ หลังจากที่ออกอัลบั้มชุดที่สามที่ชื่อ Delirium ก็มีกระแสการตอบรับจากแฟนเพลงอย่างล้นหลาม ซึ่งเพลงประกอบภาพยนตร์เพลงนี้ก็มีจำหน่ายใน iTunes Store แล้วด้วยราคาเพียง 19 บาทเท่านั้น Bridget Jones’s Baby ว่าด้วยเรื่องราวต่อเนื่องจากภาคก่อนหน้าที่ บริดเจ็ต โจนส์ รับบทโดย เรเน่ เซลเวเกอร์ (Renee Zellweger) เลิกรากับหนุ่ม มาร์ก ดาร์ซี รับบทโดย โคลิน เฟิร์ธ (Colin Firth) ชีวิตของเธอก็ไม่ได้มีความสุขเหมือนที่วางแผนไว้ เธอกลับมาโสดอีกครั้งในวัยสี่สิบกว่า ๆ โดยหันมามุ่งมั่นกับการทำงานในตำแหน่งโปรดิวเซอร์รายการข่าว และใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนฝูงแทน แต่ชีวิตก็ต้องพลิกอีกครั้งเมื่อได้รู้จักกับ แจ็ค รับบทโดย แพทริก เดมป์ซีย์ (Patrick Dempsey) หนุ่มหล่อที่ต่างจากแฟนเก่าของเธอ ความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้น ประจวบเหมาะกับการท้องที่ช็อคชีวิตของเธออีกครั้ง โดยที่ไม่รู้ว่าใครคือพ่อของเด็กคนนี้

ที่หนึ่งสามสัปดาห์ซ้อน Suicide Squad พร้อมสามหนังใหม่ติดท็อปไฟว์บ็อกซ์ออฟฟิศ
Ben-Hur /  Kubo and the Two Strings / 

ที่หนึ่งสามสัปดาห์ซ้อน Suicide Squad พร้อมสามหนังใหม่ติดท็อปไฟว์บ็อกซ์ออฟฟิศ ถึงนักวิจารณ์หลายคน รวมไปถึงแฟน ๆ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่จะไม่ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากฝั่งดีซีอย่างเหล่ามหาวายร้ายที่ออกปฏิบัติภารกิจสุดระห่ำที่ไม่รู้ชะตาชีวิตข้างหน้าว่าจะเป็นหรือตายใน ทีมพลีชีพมหาวายร้าย Suicide Squad ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ในอันดับที่หนึ่งของบ็อกซ์ออฟฟิศได้ต่อเนื่อง ในขณะที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีภาพยนตร์เข้าใหม่ที่สามารถเข้ามาเบียดในตารางท็อปไฟว์ได้อย่างน่าสนใจถึง 3 เรื่องด้วยกัน เริ่มต้นด้วยอันดับที่หนึ่งของบ็อกซ์ออฟฟิศเป็นสัปดาห์ที่สามแล้ว สำหรับ Suicide Squad ทีมพลีชีพมหาวายร้าย ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะสวนกระแสของคนบางส่วนไปบ้างก็ตาม แม้รายได้จะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากสัปดาห์ก่อนหน้าครึ่งต่อครึ่งก็ตาม เมื่อดูจากรายได้และสัปดาห์ที่เข้าฉายแล้วคาดการณ์ได้ว่าสุดสัปดาห์หน้าภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้อาจจะต้องโบกมือลาจากอันดับที่หนึ่งอย่างแน่นอน และสัปดาห์นี้ทำรายได้เพิ่มอีก 20.7 ล้านเหรียญ แอนิเมชั่นที่หน้าหนังอาจจะทำให้รู้สึกหิว แต่เมื่อชมไปแล้วอาจจะทำใจกัดไส้กรอกในมือได้อย่างไม่สบายใจนักกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรต R เรื่องล่าสุด Sausage Party ที่วันแรกของการเปิดตัวก็สร้างสถิติใหม่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในกลุ่มภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรต R ด้วยกันไปแล้ว เมื่ออาหารสามารถพูดได้และมีทัศนคติที่คิดว่าการถูกเลือกโดยผู้บริโภคอย่างมนุษย์จะทำให้พวกมันได้ขึ้นสวรรค์ ความคิดที่ผิดพลาดนั้นสร้างความหฤหรรษ์ได้เป็นอย่างดี ทำรายได้เพิ่มในสัปดาห์ที่สองอีก 15.3 ล้านเหรียญ ภาพยนตร์เข้าใหม่อีก 3 เรื่องในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็สามารถเข้ามาแทรกอันดับที่ 3, 4 และ 5 ของบ็อกซ์ออฟฟิศทันที เริ่มจากภาพยนตร์ในอันดับที่สาม War Dogs ภาพยนตร์คอเมดีดราม่าสงครามว่าด้วยเรื่องราวของสองเพื่อซี้ผู้ค้าอาวุธสงครามที่กำลังเบนเข็มเข้าสู่ธุรกิจมืด เปิดตัวด้วยรายได้ 14.3 ล้านเหรียญ ต่อด้วยอันดับที่สี่ Kubo and the Two Strings ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องใหม่ที่ว่าด้วยการผจญภัยของเด็กหนุ่มที่ต้องเอาชนะวิญญาณอาฆาตพยาบาทในอดีต เปิดตัวด้วยรายได้ 12.6 ล้านเหรียญ และปิดท้ายในอันดับที่ห้า Ben-Hur ภาพยนตร์แนวย้อนยุคที่พี่น้องต่างชนชั้นจะต้องห้ำหั่นกัน เปิดตัวด้วยรายได้ 11.3 ล้านเหรียญ เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ภาพยนตร์ในสหรัฐฯ จะต้องแชร์รายได้กันไป เมื่อภาพยนตร์เข้าใหม่ทั้ว 3 เรื่อง อย่าง War Dogs, Kubo and the Two Strings และ Ben-Hur เป็นตัวเฉลี่ยรายได้ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ภาพยนตร์แต่ละเรื่องทำรายได้ไม่ค่อยสูงนัก ซึ่งน่าสนใจว่าภาพยนตร์ที่เข้าฉายก่อนหน้านี้อย่าง Suicide Squad และ Sausage Party ยังสามารถเป็นผู้นำกลุ่มได้ ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ถูกดันให้ตกจากท็อปไฟว์ของตารางในทันที

ประเดิมสวย! ชบาแก้วU16เฉือนจอร์แดนสุดมันศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก
ชบาแก้ว /  ชิงเเชมป์เอเชีย / 

ชบาแก้วU16ปี ประเดิมสวยหลังเฉือนชนะสาวทีมชาติจอร์แดนไปอย่างสุดมันด้วยสกอร์ 2-0 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กลุ่มเอ นัดแรก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 18.30 น. ที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม การแข่งขันฟุตบอลหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กลุ่มเอ นัดแรก ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 16 ปี พบกับ ฟุตบอลหญิงทีมชาติจอร์แดน เริ่มเกมช่วง 15 นาทีแรกเป็นทีมไทยที่พับสนามบุกเหนือกว่าชัดเจนและมีโอกสลุ้นประตูสองหนจากจังหวะยิงของ เพ็ญพิชชา ไชยสีดา และ ทรินนิตี้ พาราสแคนโดลา แต่ยังไม่ผ่านมือ ซูซาน นายด่านจอร์แดน นาทีที่ 21 ชบาแก้วมาได้ประตูออกนำก่อน 1-0 จากจังหวะเตะมุมฝั่งขวาเข้ามาเสาแรก เพ็ญพิชชา ไชยสีดา จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนพลิกยิงด้วยซ้ายเข้าไป นาทีที่ 32 ทีมชาติไทยมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ผู้เล่นจอร์แดนทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษก่อนเป็น ณัฐณิชา กาฬสินธุ์ ซัดไม่พลาด จบครึ่งเวลากแรก ทีมชาติไทย ออกนำ จอร์แดน อยู่ 2-0 ลุยต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 60 ไทยน่าได้ประตูที่ 3 จากจังหวะต่อบอลฝั่งขวาให้ กชพร นิลละออ ปาดลึกไปเสาไกล นันท์ อุปชัย สอดมาแปเน้นๆข้ามคานไปนิดเดียว นาทีที่ 72 จอร์แดน มาได้ประตูตีตื้นเป็น 1-2 จากจังหวะหลุดไปยิงฝั่งขวาของ ลีน่า ทว่าไม่ทันจบเกม ทีมชาติไทย U-16 เอาชนะ จอร์แดน 2-1 สำหรับโปรแกรมในนัดถัดไปของทีมชาติไทยจะลงสนามพบกับ ทีมชาติลาว ในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 19.00 น. ทรู 4 ยู ถ่ายทอดสด รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม ทีมชาติไทย : พรพิมล เงินพล (ผู้รักษาประตู), กชพร นิลละออ, สุภาวดี คีรีวงศ์, ธาดารัตน์ ไทยทรงธรรม, ภัทรนันท์ อุปชัย, ธีราภรณ์ โป๊ะประนม, ธนกร พลคำ, ณัฐณิชา กาฬสินธุ์, เพ็ญพิชชา ไชยสีดา, ภรทิพย์ ทองวิจิตร, ทรินนิตี้ พาราสแคนโดลา ทีมชาติจอร์แดน : ซูซาน (ผู้รักษาประตู), นูร์, มาซา เซียด, ลูเญน โมฮัมหมัด, อลีน, มาซาร์ อัสฮัมนาห์, ทารา อัล บัคฮูธี่, ญานา อัล-อิซาวี่, ญัวอัด, อมาล, เอนาส

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla
Shin-Godzilla /  ก็อดซิลลา / 

อยากให้ทุกคนได้เห็นก็อดซิลลา! เปิดใจ 3 นักแสดงนำใน Shin Godzilla สามนักแสดงนำจากภาพยนตร์สัตว์ประหลาดแห่งปี Shin Godzilla เริ่มต้นด้วยนักแสดงหนุ่ม ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ รับบทเป็น รันโด ยางุจิ รองหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ยูทากะ ทาเคโนอุจิ รับบทเป็น ฮิเดกิ อาคาซากะ ที่ปรึกษาพิเศษของนายกรัฐมนตรี และสาวน่ารัก ซาโตมิ อิชิฮาระ รับบทเป็น เจ้าหน้าที่ทางการจากสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยทั้งสามนักแสดงได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ และความรู้สึกที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายไว้ดังต่อไปนี้ ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ (ซ้ายมือ) ฮิโรกิ ฮาเซกาวะ (ตรงกลาง) ซาโตมิ อิชิฮาระ (ขวามือ) ช่วยเล่าความรู้สึกเมื่อภาพยนตร์ถ่ายทำอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทาเคโนะอุจิ : การที่ผมได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ก็อดซิลลา ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับยอดฝีมือขนาดนี้ คงจะเป็นความรู้สึกที่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิต ผมคิดว่าคงไม่สามารถแสดงความประทับใจออกมาได้หมดในระยะเวลาอันสั้นนะครับ ผมคงพูดได้เพียงแค่ว่า มันเป็นหนังที่ดูแล้วเกิดความรู้สึกฮึกเหิมมาก ทั้งที่มันเป็นหนังที่เต็มไปด้วย CG แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่ามันเป็นหนังไซไฟเลยแม้แต่นิดเดียว หนังนั้นเปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลาและยุคสมัย ซึ่งหนังสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นในอดีต พูดได้เลยว่า มันก็ไม่ได้สมจริงสักเท่าไร แต่เราก็ไม่ถือสาเพราะคิดว่ามันก็คือหนัง ตอนที่ผมได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ บทหนามากครับ ตัวหนังสือเต็มพรืดไปหมด จนผมจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะออกมาอย่างไร แม้กระทั่งตอนระหว่างถ่ายทำ แต่ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่ในหัวผู้กำกับทั้งหมดเลย ผมเองก็ต้องปรับเพื่อให้เข้ากับความคิดผู้กำกับ ให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุด พอหนังเสร็จแล้ว ตอนได้ดูก็รู้สึกภูมิใจมาก หลัก ๆ เพราะหนังมันสนุกน่ะครับ และดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ฮาเซกาวะ : รู้สึกปลื้มสุด ๆ เลยครับ เพราะนี่เป็นภาพยนตร์ก็อดซิลลาแนวใหม่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ แถมยังอัดแน่นด้วยความบันเทิง ผมเคยดูวีดิโอเมื่อตอนเด็ก ๆ ผมกลัวมันมากตอนนั้น แต่มันทำให้ผมรู้ว่าหนังญี่ปุ่นมันน่าทึ่งขนาดไหน และคิดว่าอยากจะให้ทุกคน ๆ ได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ไว ๆ ครับ อิชิฮาระ : ฉันว่าพวกเขาต้องกล้ามากที่ทำหนังแบบนี้ออกมาในตอนนั้น มันยอดมากที่เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ เป็นหนังแฟรนไชส์ที่ยาวนานมาถึง 60 ปี ซึ่งฉันเองก็เพิ่งจะได้ดูไปเมื่อวันก่อนนี้ค่ะ รู้สึกกลัวจนตัวสั่นเลย แม้ว่าญี่ปุ่นในตอนนี้จะไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์การแพ้สงครามแล้วก็ตาม แต่ลึก ๆ แล้วเราก็สามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ เมื่อหลายวันก่อน ท่านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้มาเยี่ยมเยียนพร้อมให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยที่จังหวัดฮิโรชิมา โดยมีการคำนึงถึงโทษของระเบิดปรมาณู และสารกัมมันตรังสี ซึ่งฉันอยากจะให้ทุกคนได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้และไตร่ตรองดูกันนะคะ ช่วยเล่าบทบาทของแต่ละคน คุณฮาเซกาวะ : บทบาทของผมคือเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นบทที่ต้องเผชิญหน้ากับก็อดซิลลาโดยตรง ยางูจิ เป็นวีรบุรุษบูชิโดแบบดั้งเดิม ต้องฝึกให้ตัวเองฮึกเหิม ให้กลายเป็นผู้นำให้ได้ เขาแสดงความเป็นผู้นำภายในองค์กร และช่วยกระชับความสามัคคีความแข็งแกร่ง เป็นคนที่เป็นความหวังของอนาคตญี่ปุ่น โจทย์ของผมก็คือ ผมจะทำแบบไหนให้กลายเป็นนักการเมืองที่ทุกคนเชื่อ เป็นชายอายุ 30 กว่า ๆ ได้เป็นเลขาฯ คณะรัฐมนตรี ผมพยายามเล่นให้มันดูมีตัวตนจริง ๆ คิดว่าตัวละครต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง มันก็มีปัญหามากมายเกิดขึ้น ทั้งในองค์กร ทั้งประเทศ อยากที่จะปกป้องพลเมืองในประเทศ และนั่นแหละพอคิดแบบนี้ ตัวละครมันก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเอง ส่วนอื่น ๆ ผมก็จะถามผู้กำกับอันโนะเอา เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ ทาเคโนะอุจิ : ผมได้รับบทเป็นนักการเมืองครับ ผมไม่เคยเล่นบททำนองนี้มาก่อนเลย ปกติผมก็จะเห็นนักการเมืองจากในทีวี ครั้งนี้ต้องมาเล่นเอง มันตรงกันข้ามกับบุคลิกของผมเลย ผมไม่รู้จะแสดงยังไง พออยู่ในกองถ่าย พอไม่เข้าใจอะไรก็ถามผู้กำกับก่อน ก็ได้รับคำแนะนำอย่างดี ความคิดของผู้กำกับนั้นสุดยอดจริง ๆ เขารู้ลึก รู้ไปหมด นี่คือสิ่งที่ผมประทับใจตอนถ่ายทำกับคุณอันโนะ บทของคุณฮาเซกาวะเป็นนักการเมืองที่อ่อนหัด เขาจะตะโกนออกคำสั่งตลอดเวลาว่า “ยางุจิ อย่าทำแบบนั้น อันนั้นถูกแล้ว อันนั้นไม่ได้” เพื่อให้คุณฮาเซกาวะเล่นได้เข้าบทบาท ซึ่งมันตรงกับบทบาทของผมเลย บทของผมตรงกันข้ามกับบท ยางุจิมาก ๆ เลย ผมไม่รู้ว่า บุคลิก 2 แบบที่แตกต่างกันนี้ จะอยู่ในหัวของผู้กำกับคนเดียวได้อย่างไร อิชิฮาระ : บทที่ฉันได้รับคือ คายาโกะ แอน แพตเตอร์สัน เป็นคนอเมริกันที่เป็นผู้ติดตามพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พ่อของเธอมีอำนาจมันทำให้เธอโตมาเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง แต่คำพูดของยางูชิทำให้เธอได้นึกถึงรากเหง้าความเป็นญี่ปุ่นในตัวเธอ นอกจากเรื่องอสูรกายมันยังเป็นเรื่องราวการเติบโตของผู้หญิงคนหนึ่งด้วย ตอนที่ฉันสวมบท มันมีบางช่วงที่ฉันรู้สึกเหมือนตอนญี่ปุ่นถูกคลื่นสึนามิถล่มเมื่อปี 2011 “มันเป็นเรื่องที่พวกเราไม่สามารถมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ระเบิดปรมาณู ฉันคิดว่าฉันต้องเรียนรู้ว่าควรศรัทธาในอะไร ถึงแม้ว่าจะมีความแคลงใจอยู่บ้าง ก็อดซิลลาช่วยให้ฉันเติบโตขึ้นมาก การทำงานในกองถ่ายของคุณเป็นอย่างไรบ้าง อิชิฮาระ : ในช่วงระหว่างถ่ายทำ ฉันปวดท้องเพราะโรคกระเพาะกำเริบทุกวันเลยค่ะ จึงทำให้รู้สึกเคว้งมาก ทั้งยังรู้สึกกดดันสูงมากด้วย ตอนเริ่มถ่ายซีนแรก ๆ ฉันเครียดมาก ฉันไม่เข้าใจ เวลาถ่ายฉากที่ต้องมองก็อดซิลลา (ต้องมองอากาศไปก่อนเพราะต้องไปทำ CG เพิ่มทีหลัง) ฉันต้องทำแบบไหนนะ ต้องมองยังไง ฉันเริ่มรู้สึกท้อแท้ ก็เลยบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าอย่ายอมแพ้นะ ด้วยบทบาทในเรื่อง ฉันต้องเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์เก่งเสียด้วยสิ แล้วพอถ่ายไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนซีนไปเรื่อย ๆ ก็ค่อย ๆ เล่นได้ ความรู้สึกเคว้งก็ค่อย ๆ หายไป ค่อย ๆ ปรับตัวได้ Shin Godzilla มีกำหนดฉายทั่วโลก 100 ประเทศ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รู้สึกอย่างไรที่ได้รับความสนใจขนาดนี้ แล้วนี่ก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์หนังก็อดซิลลาในบรรดาก็อดซิลลาเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจมากขนาดนี้ ฮาเซกาวะ:เยี่ยมไปเลยครับ ก็อดซิลลาถือเป็นคาแรกเตอร์สัตว์ประหลาดที่คนรู้จักและให้ความสนใจกันทั่วโลก แน่นอนว่า ด้วยชื่อเสียงของคุณผู้กำกับอันโนะ ทำให้มันสร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมขึ้นไปอีก แล้วก็ดีใจมากครับที่หนังได้ฉายในหลาย ๆ ประเทศ สมมติว่าเวลาผมไปทำงานในต่างประเทศ คนก็จะถามว่า คุณคือนักแสดงเรื่องก็อดซิลลาใช่ไหม แล้วการที่ก็อดซิลล่าไปฉายในเมืองนอก อาจจะทำรายได้ของหนังเพิ่มขึ้นด้วย(หัวเราะ)ผมดีใจมากครับ ทาเคโนะอุจิ:ก็รู้สึกดีใจจริง ๆ เพราะตอนแรกผมก็เหมือนกับคุณผู้กำกับอันโนะครับ ว่าเราจะรับงานนี้ดีไหมนะ แต่ว่าพอตอนนี้หนังมันเสร็จแล้ว ก็รู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ดีมาก ๆ เลย ดูจบแล้วมีความฮึกเหิมสุด ๆ และหนังยังมีความบันเทิงมากด้วย แถมก็อดซิลลาในครั้งนี้ มันก็มีความใหญ่ตั้ง 118.5 เมตร ความใหญ่ของมัน ก็รู้สึกไม่ได้อยากให้แค่คนญี่ปุ่นได้เห็นน่ะครับ แต่ผมก็อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นเหมือน ๆ กัน ที่สำคัญ ผมก็อยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นที่มีต่อหนัง และนั่นก็คือสิ่งที่รู้สึกดีใจ เวลาที่มีคนพูดถึงงานของเรา อิชิฮาระ:เป็นเวลา 60 ปีแล้วที่โตโฮสร้างก็อดซิลลามาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นใคร เกิดในช่วงเวลาไหน ก็ต้องรู้จักก็อดซิลลากันหมด การได้ไปฉาย 100 ประเทศก็สุดยอดมาก ๆ เลย จนถึงตอนนี้ แม้จะอยู่มา 60 ปีแล้ว ก็อยากให้มันมีไปเรื่อย ๆ อยากให้ทั่วโลกได้เห็น ก็ถือว่าสุดยอดมากค่ะ การถ่ายทำช่วงไหนที่คิดว่ายากที่สุด ฮาเซกาวะ:ผมคิดว่าแสดงบทบาทการเมืองให้ดูสมจริงนั้น ค่อนข้างยากลำบาก บทบาทของผมก็จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองครับ ถ้าพูดถึงนักการเมืองละก็ ผมก็เห็นทั่วไปตามสื่อโทรทัศน์แค่นั้นครับ ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง อย่างเช่น เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ก็จะมีกล้องถ่ายล้อมรอบพร้อมกับการถูกรุมถาม เป็นสิ่งที่ทำได้ยากลำบากมาก ๆ ครับเพื่อให้ดูสมจริง แม้ว่าผมจะถามคนรู้จักที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็คงต้องลองสัมผัสดูเอาเองนะครับ ทุกครั้งที่เล่นก็ปรึกษาคุณผู้กำกับอันโนะไปด้วยครับ ทาเคโนะอุจิ:ขณะถ่ายทำฉาก CG นั้นเนื่องจากข้างหลังเป็นฉากสีเขียว พอมองไปยังจอมอนิเตอร์ จึงทำได้เพียงจินตนาการภาพเอาเองครับ ซึ่งเมื่อก็อดซิลลาปรากฏตัว ก็จำเป็นต้องแสดงท่าทางตกใจพร้อมกับพูดคำว่าว่า โอ้ว ซึ่งผมไม่อยากแสดงออกมาให้มันดูไม่สมจริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดว่าจะต้องแสดงในลักษณะไหนดี ซึ่งนั้นแหละครับเป็นสิ่งที่ยากสำหรับผม Shin Godzilla ที่สร้างมาเพื่อปรับเปลี่ยนเสน่ห์ก็อดซิลลาในแบบเดิม ๆ หนังจะให้ภาพการสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง  ซึ่งผมดูแล้วก็รู้สึกตื่นตะลึงตามไปด้วย บท ยางุจิ ซึ่งแสดงนำโดยคุณฮาเซกาวะนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยสีหน้าที่แสดงออกมาในช่วงที่ถูกต้อนจนมุมในยามคับขันนั้นมันรู้สึกตราตรึงใจผมเป็นอย่างมากเลยครับ และนี่ก็เป็นครั้งแรกในบทบาทของนักการเมือง ซึ่งผมก็อยากจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด อีกทั้งยังได้รับคำแนะนำมากมายจากคุณผู้กำกับอันโนะ อิชิฮาระ:ช่วงก่อนที่จะถ่ายทำค่อนข้างลำบากค่ะ ตอนที่ได้รับบทภาพยนตร์มานั้น มีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมดแถมยังเป็นคำที่เข้าใจยากอีกด้วย ศัพท์เกี่ยวกับข่าวอะไรทำนองนั้นค่ะ ซึ่งมันยากต่อการเข้าใจ มีส่วนที่ไม่เข้าใจเยอะมาก จึงจำเป็นที่จะต้องหาความหมายเพิ่มเติม และค่อย ๆ จดบันทึกค่ะ อารมณ์แบบอ่านไปด้วยบันทึกไปด้วย อ่านครั้งเดียวไม่เข้าใจค่ะ ต้องอ่านหลาย ๆ รอบ พอยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับบทบาทค่ะ เริ่มรู้สึกกลัวและกดดันที่ตัวเองต้องมาร่วมงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันเป็นบทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ ตอนอ่านฉันก็ไม่อยากให้มีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น อ่านไปฉันจึงรู้สึกกลัวจนตัวสั่นไปด้วยตลอด อยากฝากอะไรทิ้งท้าย อิชิฮาระ : ฉันได้ข้อคิดว่า ทุกการกระทำนั้นส่งผลต่อเนื่องอะไรบ้าง นั่นทำให้ฉันคิดว่าต่อไปนี้ ฉันก็จะใช้ชีวิตโดยการคำนึงถึงอนาคตเป็นหลัก ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ 10 ปีก็จะไม่มีวันลืมเลยค่ะ ฝากถึงท่านผู้ชมว่าถ้าชอบส่วนไหน มีความรู้สึกยังไง มีประสบการณ์ระหว่างชมอย่างไร ตอนดูจบก็ช่วยกันแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะคะ ทาเคโนะอุจิ:Shin Godzilla สร้างโดยจินตนาการของคุณอันโนะ (ผู้กำกับ) โดยทำให้ก็อดซิลลามีตัวตนในประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผมกลับคิดว่ามันไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยอยากให้ทุกคนทั่วโลกได้รับชมและแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ๆ นะครับ ฮาเซกาวะ:ในระหว่างการถ่ายทำนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งผมก็ได้สัมผัสมันมาแล้ว ทั้งทำงานหามรุ่งหามค่ำ การต้องเสี่ยงอันตราย แต่ก็ดีใจที่ได้ร่วมชะตากรรมพร้อมกับทีมงานทั้งหมด 328 คน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ “ญี่ปุ่นยังคงมีอยู่” พวกเราจะได้เห็นการทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดีตามวิถีของคนญี่ปุ่น การให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาร่วมกัน มันเป็นประเด็นที่ดีมาก ๆ นะครับ ผมจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยนะครับ

ไปดูอะไรดี ใน
2559 /  เทศกาลหนังสั้น

ใน Thai Short Film & Video Festival หรือ เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 20 โดยความร่วมมือของ มูลนิธิหนังไทย และ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 28 สิงหาคม มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจทั้งภาพยนตร์ขนาดสั้นจากไทยและต่างประเทศ ไปจนถึงหนังขนาดยาวที่ได้รับเลือกมาฉายโชว์ในเทศกาลนี้ เราจึงขอหยิบหนังที่น่าสนใจในแต่ละวันมาแนะนำให้ชมกัน แนะนำหนัง เทศกาลหนังสั้น ครั้งที่ 20 วันที่ 21 - 24 สิงหาคม โปรแกรมฉายในเทศกาลหนังสั้น 20 โดยแบ่งเป็น 20-21 ส.ค. ที่ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และ 23-28 ส.ค. ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ยังคงมีหนังสั้นอาเซียนให้ชมอีก 2 โปรแกรม ได้แก่ S-Express Indonesia 2016 กับ 4 ผลงานหนังสั้นจากอินโดนีเชียซึ่งมีทั้งหนังสารคดีและหนังเล่าเรื่อง และ S-Express Malaysia 2016 รวมหนังสั้นจากมาเลเซียซึ่งคัดเลือกโดย เฉิน ชุ่ยเหมย (Tan Chui Mui) ผู้กำกับหญิงและโปรดิวเซอร์ชาวมาเลเซีย S-Express Indonesia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25 ฉาย เวลา 17.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 14.00 น. ณ ห้องฉาย 501) S-Express Malaysia 2016 วันพฤหัสบดีที่ 25  ฉาย เวลา 13.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 / (ซ้ำ - เสาร์ที่ 27 สิงหาคม , 16.30 น. ณ ห้องฉาย 501) สาย ‘รางวัลดุ๊ก’ ส่วนหนังสั้นในสายประกวดเริ่มต้นด้วยสาย ‘รางวัลดุ๊ก’ หรือสายสารคดี ซึ่งยังมีฉายอีก 2 โปรแกรม วันพฤหัสบดีที่ 25 เริ่มในช่วง 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 กับ ในชุดที่สอง ฉายทั้งสิ้น 4 เรื่องได้แก่ 'การตายของหิ่งห้อย' โดย จิรัฐติกาล พระสนชุ่ม และ พสิษฐ์ ตันเดชานุรัตน์ (ยาว 20.40 นาที), Anonymous in Bangkok โดย สินีนาฎ คะมะคต (24.17 นาที), 'ม้าทรง' โดย อภิชน รัตนาภายน และ วัชรี รัตนะกรี (22.29 นาที) และ 'แปะอิ่น' โดย พริมริน พัวรัตน์ (19.19 นาที) และในชุดที่ 3 วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม เริ่มเวลา 15.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 เช่นกัน กับอีกสามเรื่องชวนชม ทั้ง Ghost โดย วรพจน์ อินเหลา (21.29 นาที), The Rebirth โดย ธีรยุทธ วีระคำ (24.17 นาที) และ 'คนหมายเลขศูนย์' Mr.Zero โดย นัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์ (41.10 นาที) สาย ‘รางวัลช้างเผือก’ กลายเป็นสายที่รวมคนทำหนังเลือดใหม่น่าจับตาไปแล้วในปีหลังๆ สำหรับ ‘รางวัลช้างเผือก’ หรือ หนังสั้นประเภทนักศึกษา ซึ่งในปีนี้หลายเรื่องได้ถูกฉายในงานที่ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ ๆด้จัดขึ้นเพื่อโชว์ผลงานของนักศึกษาในสาขาภาพยนตร์ของตนกัน ซึ่งในรอบสุดท้ายของสายนี้ก็มีหนังสั้นที่น่าสนใจและน่าจับตาผ่านเข้ารอบมาอย่างอบอุ่น ทั้งจาก 'วัฏจักรวาล' และ 'เมื่อปูนฝัน' หนังสั้นที่โดดเด่นในด้านสไตล์จาก มศว, 'Remark ไม่ได้เป็นอะไรกัน' และ Anatomy of Her สองหนังสั้นที่เล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจจาก ICT ศิลปากร, Lost in the Universe หนังสั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากหลากผลงานของ เป็นเอก รัตนเรื่อง โดย พชร พิทักษ์จำนงค์ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล หรือแม้แต่ผลงานจบการศึกษาของ วิโอเลต วอเทียร์ อย่าง Glitter and Smoke ที่หลายๆ คนอยากชม เช็คโปรแกรมฉายสาย ‘รางวัลช้างเผือก’ แต่ละเรื่องได้ที่นี่ Digital Forum 2016 มาที่หนังซึ่งยาวเกิน 30 นาที แม้จะไม่เข้าเกณฑ์การประกวดแต่ก็ถูกคัดเลือกมาฉายโชว์ในสายนี้ โดยปีนี้มีทั้งหนังจากนักศึกษาที่น่าสนใจ ไปจนถึงหนังจากคนทำหนังที่เราคุ้นหน้ามาร่วมฉายด้วย ทั้ง Klose โดย อสมาภรณ์ สมัครพันธ์ ที่ถูกพูดถึงอย่างมากจากงาน 'กางจอ' (งานฉายผลงานของ คณะนิเทศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาภาพยนตร์และภาพนิ่ง) ครั้งล่าสุด มาจนถึงรอบปฐมทัศน์ของโปรเจ็กต์รวมหนังสั้น Bangkok Stories ของ 6 ผกก. หนังอิสระชื่อดัง ที่ต่างก็มาถ่ายทอดเรื่องของ "กรุงเทพฯ" ในมุมมองของตนเอง ได้แก่ โสรยา นาคะสุวรรณ (ตอน 'พาหุรัด'), อโนชา สุวิชากรพงศ์ ('Oh, Jean!'), สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข ('เยาวราช'), วิชชานนท์ สมอุ่มจารย์ ('Morchit, Almost Love Story'), บิลลี่ วรกร ฤทัยวานิชกุล ('When smoke collides') และ อาทิตย์ อัสสรัตน์ ('Hero') ซึ่งจะฉายใน วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม (19.00 น) ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 พร้อมพูดคุยกับผู้กำกับอีกด้วย (โดยหนังจะเข้าฉายจริงในปลายปีนี้) ติดตามข่าวสารของโปรเจ็กต์ Bangkok Stories Film ได้ที่นี่ สาย ‘รัตน์ เปสตันยี’ ปิดท้ายด้วยสายประกวดหนังสั้นประเภทบุคคลทั่วไป หรือรางวัล 'รัตน์ เปสตันยี' แม้ในปีนี้จะมีผลงานที่ส่งเข้ามาน้อยลงกว่าปีก่อน แต่ก็ยังคงมีผลงานของผู้กำกับที่เราคุ้นเคยเข้ามาในรอบสุดท้ายนี้ด้วย ทั้งหนังที่ BIOSCOPE มีส่วนร่วมเองอย่าง 'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า' โดย ชาคร ไชยปรีชา และ อภิญญา สกุลเจริญสุข, 'ไกลลิบนานเหลือ' ของ ศิวโรจณ์ คงสกุล ('ที่รัก', Distance) ผู้มีผลงานหนังสั้นเป็นประจำทุกปี , 'รักษาดินแดน' (Fat Boy Never Slim) ของ สรยศ ประภาพันธ์ อีกคนทำหนังรุ่นใหม่ที่มีผลงานหนังสั้นสม่ำเสมอ, 'ศูนย์กลางของจักรวาล' (Center of the Universe) ของ ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล ผู้กำกับหนังสารคดีที่ปีนี้มาส่งสายเล่าเรื่องบ้าง หรือแม้แต่อีกผลงานในปีนี้ของ ใหม่-อโนชา สุวิชากรพงศ์ อย่าง Nightfall หนังสั้นซึ่งกำกับร่วมกับ ตุลพบ แสนเจริญ เป็นต้น ในสาย  'รัตน์ เปสตันยี' จะฉายใน วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม ณ ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 ทั้งหมด สามารถเช็คโปรแกรมแต่ละเรื่องได้ที่นี่ และปิดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม กับพิธีปิดและประกาศผลรางวัลในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 นี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป .... ติดตามข่าวสารและข้อมูลเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 20 ได้ที่นี่ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

แชร์วนไปค่ะ!คลิป ศุภวุฒิ วอลเลย์แสกหน้าอิหร่านสุดงาม
ทีมชาติไทย /  ฟุตซอล / 

"เจ้าอาร์ม" ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ยอดนักฟุตซอลทีมชาติไทย โชว์ฟอร์มเด็ดดวงด้วยการระเบิดแฮตทริกใส่ อิหร่านทีมเบอร์ 5 ของโลกและนี่คือประตูสุดสวยช่วยให้ไทยเอาชนะไป 7-5ศึกฟุตซอล 4 เส้านานาชาติ ''ไทยแลนด์ ไฟว์ 2016 พรีเซ็นต์เต็ด บาย พีทีที กรุ๊ป" ที่บางกอก อารีน่า ทีมโต๊ะเล็กไทยที่ลงสนามเตรียมความพร้อมเพื่อไปแข่งขันฟุตซอลโลก 2016 ที่ประเทศโคลัมเบีย โชว์ฟอร์มสุดยอดเมื่อพลิกสถานการณ์ที่ตามหลัง อิหร่าน ทีมเบอร์ 5 ของโลกกลับมาเอาชนะ ไปได้อย่างสุดมันส์ โดยเฉพาะ "เจ้าอาร์ม" ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ยอดนักฟุตซอลทีมชาติไทย  เจ้าของรางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำศึกฟุตซอลโลก 2012 ก็ได้ยิงประตูสุดสวยปิดท้ายให้ไทยเอาชนะอิหร่านไปได้อย่างสุดมันส์ 7-5

พรีวิว: หงส์ไม่น่าพลาด! เบอร์ตัน - ลิเวอร์พูล (อีเอฟแอล คัพ)
พรีวิวบอล /  ลิเวอร์พูล / 

ฟุตบอล อีเอฟแอล คัพ รอบสาม ระหว่าง เบอร์ตัน อัลเบี้ยน ทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งโชว์ฟอร์มสุดบู่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เรามาดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันดีกว่า... ฟุตบอล อีเอฟแอล คัพ วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2016 (เช้าวันพุธ) เบอร์ตัน อัลเบี้ยน - ลิเวอร์พูล เวลา: 01.45 น. สนาม: พิเรลลี สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: MCOT HD (ช่อง 30) ความพร้อมของทั้งสองทีม เบอร์ตัน อัลเบี้ยน เจ้าบ้านจะไม่มี จอห์น มูซินโญ่ ปราการการหลังตัวหลักที่มีอาการบาดเจ็บแฮมสตริง ในขณะที่กองหลังอีกรายอย่าง จอห์น เบรย์ฟอร์ด ติดคัพ-ไท หมดสิทธิ์ลงสนามเช่นกัน แต่เบอร์ตันจะได้ ไคล์ แม็คฟาดเซียน และ ทอม ฟลานาแกน 2 ปราการหลังที่ฟิตทันลงสนามในเกมนี้ ลิเวอร์พูล ทางฝั่งผู้มาเยือน ลิเวอร์พูล น่าจะใช้ ดิว็อก โอริกี ยืนค้ำเป็นศูนย์หน้าในเกมวันนี้ เช่นเดียวกับ โจเอล มาติป, มาร์โก้ กรูยิช และ เอ็มเร่ ชาน ก็น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกมแรกในฤดูกาลนี้ โดยน่าจะให้โอกาสผู้เล่นอย่าง ลาซาร์ มาร์โควิช และ แดนนี่ อิงส์ ลงมาประสานงานในเกมรุกร่วมกับ โอริกี ในเกมนี้ เฮดทูเฮด ทั้งสองทีมยังไม่เคยพบกันมาก่อน โดยสถิติก่อนหน้านี้ 12 เกมหลังสุด ลิเวอร์พูลไม่เคยแพ้ในเกมลีก คัพให้กับทีมที่อยู่ดิวิชั่นต่ำกว่าพวกเขาเลย ในขณะที่ เบอร์ตัน อัลเบี้ยน เคยพบกับทีมจากพรีเมียร์ ลีก 2 ครั้ง จาก 3 เกมหลังสุด โดยเป็นการเอาชนะควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส ในฤดูกาล 2014/15 และแพ้ ฟูแล่ม ในฤดูกาล 2013/14 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม เบอร์ตัน อัลเบี้ยน (3-5-2): จอน แม็คลาฟลิน; ทอม ฟลานาแกน, ไคล์ แม็คฟาดเซียน, เบน เทอร์เนอร์; ลูคัส เอกิ้นส์, ทอม เนย์ดลอร์, แมทธิว พัลเมอร์, แจ็คสัน เออร์ไวน์, ลอยด์ ดายเออร์; สจ๊วร์ต บีวอน, คริส โอ'เกรดี้ ลิเวอร์พูล (4-3-3): อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์; นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, โจเอล มาติป, อัลแบร์โต้ โมเรโน่; เอ็มเร่ ชาน, มาร์โก้ กรูยิช, ลาซาร์ มาร์โควิช, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดนนี่ อิงส์; ดิว็อก โอริกี รูปเกมที่คาด ลิเวอร์พูลที่เพิ่งโชว์ฟอร์มห่วยในเกมที่ผ่านมา น่าจะงัดฟอร์มเก่งในเกมนี้ออกมาได้ แต่ปัญหาหลักของลิเวอร์พูลในเวลานี้คือการครองเกมเหนือกว่าชาวบ้าน แต่ไม่สามารถหาช่องจบสกอร์แบบจะๆ ได้เลย เช่นเกมที่แพ้เบิร์นลีย์ 2-0 พวกเขามีโอกาสยิงเกิน 20 ครั้ง แต่ล้วนเป็นการส่องจากระยะไกลเป็นหลัก ส่วนเบอร์ตันน่าจะเล่นด้วยความแน่นอน ด้วยการอาศัยจังหวะสวนกลับ บวกกับลูกกล้าได้กล้าเสีย และความไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีทีมเยือน บางทีเกมอาจจะพลิกล็อกอีกครั้งก็เป็นได้ ฟันธง ลิเวอร์พูลน่าจะเอาตัวรอดในเกมนี้ไปได้ด้วยชัยชนะ 2-1