ศาลฏีกา

ตามไปดู! ห้องขัง 'บิ๊กแจ๊ด' ที่ญี่ปุ่น น่าอยู่ไหม?
คำรณวิทย์ /  ญี่ปุ่น / 

โลกออนไลน์เผยภาพห้องขังในประเทศญี่ปุ่นที่'บิ๊กเเจ๊ด'ต้องไปพัก ระหว่างดำเนินคดี หลังตรวจพบอาวุธปืนที่สนามบินญี่ปุ่น จากกรณีที่สำนักข่าวเอฟเอ็นเอ็น เผยภาพเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นควบคุมตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ที่สนามบินนาริตะ หลังพล.ต.ท.คำรณวิทย์ กำลังจะบินกลับไทยแต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินเอ็กซเรย์กระเป๋าถือจนพบวัตถุต้องสงสัย ตรวจค้นเจออาวุธปืนพร้อมกระสุน จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้น กระแสในโลกออนไลน์ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวมาพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งชุดของบิ๊กแจ๊ดที่ใส่นั้นเป็นชุดอะไร จนต้องเฉลยกันว่าเป็นชุดผู้ต้องหา รวมถึงได้มีการนำภาพของบิ๊กแจ๊ด เปรียบเทียบกับการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง นินจาฮาโตริ อีกด้วย ล่าสุด ยังคงเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ครายหนึ่ง โพสต์ภาพห้องขังในประเทศญี่ปุ่น โดยระบุว่าเป็นภาพตัวอย่างห้องขังที่บิ๊กแจ๊ด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถูกจับกุมตัวไป ซึ่งในภาพเผยให้เห็นห้องสะอาดสะอ้าน โปร่ง น่าอยู่ แม้จะคับแคบไปหน่อย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ได้ถูกจับกุมตัวไปในฐานะผู้ต้องหา หลังจากนี้ต่อไปอีกราว 20 วัน รออัยการส่งฟ้องศาลตามกฎหมายต่อไป MThai News

ตร. เผย มือโพสต์ ปฏิวัติซ้อนเป็นเครือข่าย 'เอนก ซานฟราน'
ปฏัวัติซ้อน /  สังคมออนไน์ / 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวจับกุมสาวมือโพสต์ ปล่อยข่าวลือปฏิวัติซ้อน เบื้องต้นทราบว่าเป็นเครือข่ายของ 'เอนก ซานฟราน' วันนี้ 24 มิ.ย. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช. พร้อมเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. และทหาร แถลงข่าวจับกุม นางสาวชญาภา โชคพรบุศศรี อายุ 48 ปี หลังใช้ชื่อในเฟซบุ๊ก “ Chanisa B…” โพสต์ข้อความข่าวลือ เรื่อง การปฏิวัติซ้อน และข้อความหมิ่นสถาบัน พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบก.ปอท. พบว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน มีการส่งข้อความปฏิวัติซ้อน ซึ่งต้นตอคนแรกคือ ผู้ใช้เฟสบุ๊ก ชนิสา และพบว่า นางสาวชญาภา เป็นคนทำ โดยประสานทหาร พล.ร.2 ร่วมจับกุม จากการขยายผลยังพบว่า มีการโพสต์ข้อความพาดพิงสถาบัน จึงขอหมายจับศาลกรุงเทพ จับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการสืบสวนพบว่านางสาวชญาภา เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ผู้บงการ ปฏิบัติการ และแนวร่วม ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาติดต่อกับนายแจ๊ก หรือกฤตนัย เทพสาย ที่ออสเตรเลีย และเป็นคนรู้จักกับนายเอนก ซานฟราน หรือ มนูญ ชัยชนะ และถ้าพบคนอื่นอีกก็จะออกหมายจับเพิ่มหากหลักฐานชัดเจน ภายหลังการแถงข่าวเสร็จสิ้นผู้ต้องหามีอาการหมดแรงและเป็นลมจนเจ้าหน้าที่ต้องหามขึ้นเตียงนำส่งโรงพยาบาลทันที MThai News  ที่มา... มติชน

โดนเพิ่ม! อดีต ผบช.ก. ถูกอัยการฟ้องคดีรับของโจร
ความผิดฐานรับของโจร /  พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ / 

พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญายื่นฟ้อง พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบช.ก. ความผิดฐานรับของโจร 'รูปปั้นเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5' วันนี้ 30 มิ.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์  อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เป็นจำเลยในความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,357 โดยอัยการโจทก์ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 9 ต.ค. - 21 ธ.ค.2556 เวลากลางคืนหลังเที่ยงต่อเนื่องกัน ได้มีคนร้ายลักเอารูปปั้นเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 ขนาดครึ่งตัว สีเงิน จำนวน 7 องค์ ราคารวม 7 แสนบาท ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ต่อมาปรากฏว่าจำเลยได้รับรูปปั้นเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 จำนวน 1 องค์ของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักเอาไป และหลังจากนั้นจำเลยยังได้รับรูปปั้นเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 ไว้อีก 6 องค์ โดยรู้อยู่แล้วว่าทรัพย์ดังกล่าวได้มาจากการกระทำความผิด จึงเข้าข่ายความผิดรับของโจร ทั้งนี้ศาลได้ประทับรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2240/2558 และนัดสอบจำให้การจำเลยในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. MThai News ขอบคุณ เดลินิวส์

'หมอแอร์' ขึ้นศาลฟ้อง 'ไฮโซตั๋ม'หลังโพสต์หมิ่นต่อเนื่อง
ขึ้นศาล /  คดีหมิ่นประมาท / 

พ.ต.ท.พญ.อัญชุลี ขึ้นศาลเบิกความคดีฟ้อง ไฮโซตั๋ม หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังช่วงที่ผ่านมาคู่กรณีโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นต่อเนื่อง วันนี้ 29 มิ.ย. พ.ต.ท.พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือ หมอแอร์ จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมทนายความ เดินทางมาศาลอาญา ตามที่ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่ยื่นฟ้อง นางสาววิชชุดา ลีนุตพงษ์ หรือ ไฮโซตั๋ม ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นางสาววิชชุดา ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก และให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ กล่าวหาทำนองว่า หมอแอร์ เป็นมือที่สาม และเป็นสาเหตุให้ นางสาววิชชุดา กับแฟนหนุ่มเลิกรากัน ทางด้านหมอแอร์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำพยานซึ่งเป็นบุคคลที่อ่านข้อความจากเฟซบุ๊กของคู่กรณีมาเบิกความต่อศาล และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลังจากยื่นฟ้องคดีนี้ ก็ยังพบว่ามีการโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทตัวเองอย่างต่อเนื่อง MThai News

มือบอมบ์ 'บอสตัน มาราธอน' กล่าวขอโทษก่อนถูกประหารชีวิต
บอสตัน /  ประหารชีวิต / 

มือวางระเบิด 'บอสตัน มาราธอน' กล่าวขอโทษต่อเหยื่อผู้เสียชีวิตและญาติ ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2556 ระหว่างการพิจารณาคดีซึ่งศาลได้ตัดสินลงโทษประหารชีวิต วานนี้ (24 มิ.ย.) สำนักข่าว 'อินดิเพนเดนธ์' รายงานข่าวกรณีที่ นายโซการ์ ซาร์นาเยฟ (Dzhokar Tsarnaev) มือวางระเบิดระหว่างกิจกรรมการแข่งขันวิ่งทางไกล 'บอสตัน มาราธอน' ส่งผลให้มีผู้เคราะห์ร้าย ต้องมาสังเวยชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งสิ้น 3 ศพ และบาดเจ็บอีกเกือบ 300 คน เมื่อปี 2556 ซึ่งระหว่างการพิจารณาคดี เขาได้สร้างความประหลาดใจอย่างมาก ด้วยการกล่าวขอโทษต่อเหยื่อผู้เสียชีวิต และ บรรดาญาติๆ หลังจากที่ผลการตัดสินระบุว่า เขาได้ถูกตัดสินประหารชีวิตอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ทว่า นายซาร์นาเยฟ ชาวอเมริกันเชื้อสายเชชเนีย อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 21 ปี กล่าวขอโทษต่อเหยื่อและครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว ก่อเหตุวางระเบิดเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2013 ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับศาลและผู้คนที่มาร่วมฟังคำตัดสิน 'ผมขอโทษสำหรับทุกชีวิตที่สูญเสียไป รวมถึงความเจ็บปวดของบรรดาญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งผมไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว ผมภาวนาต่อองค์พระอัลเลาะห์ ขอพระองค์ให้ทรงเมตตาผู้เสียชีวิตเหล่านั้น ผมขอพระองค์ให้ทรงเมตตาผม พี่ชายของผมและครอบครัวของผม' อย่างไรก็ตาม การโจมตีงาน 'บอสตัน มาราธอน' เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2556 จากฝีมือของนายโจการ์ และ ทาเมอร์ลัน ซาร์นาเยฟ สองพี่น้อง ที่ร่วมมือกันวางระเบิดดัดแปลงจากหม้อต้มความดัน ไว้บริเวณเส้นชัยของการแข่งขัน จากนั้นทั้งคู่ได้หลบหนีจากที่เกิดเหตุ และสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ก่อนที่ทาเมอร์ลัน ผู้เป็นพี่ชายจะถูกยิงเสียชีวิตระหว่างยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนโจการ์ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ กระทั่งถูกต้อนจนมุมและถูกจับกุมใน 4 วันหลังจากนั้น บนเรือที่จัดอยู่ในสวนของบ้านหลังหนึ่ง โดยในเรือมีข้อความระบุว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นเป็นการแก้แค้นที่สหรัฐฯ ก่อสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน MThai News ที่มา independent

'นัชชา'โล่ง! หลัง ศาลทหาร ให้ประกันตัว ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.
ชาติชาย แกดำ /  ดาวดิน / 

'นัชชา' 1 ใน 13 นักศึกษา โล่ง หลัง ศาลทหาร ให้ประกันตัว พร้อม'ชาติชาย'อีดพิธีกร คปท. หลังฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และถูกจับหน้าหอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันที่ 29 มิ.ย.58 ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ ทางอัยการศาลทหารกรุงเทพได้นัดนายนัชชชา กองอุดม นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ถูกออกหมายจับในคดีขัดขืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 7/2557 กรณีฝ่าฝืนการห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ฟังคำสั่งอัยการศาลทหารกรุงเทพว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง โดยในวันนี้ ทางศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวนายนัชชชา และนายชาติชาย แกดำ อดีตพิธีกรเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ด้วยหลักทรัพย์คนละ 10,000 บาท โดยมีเงื่อนไขการประกันตัวคือห้ามร่วมชุมนุมทางการเมืองและยุยงปลุกปั่นให้คนอื่น ร่วมชุมนุมไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีใดทั้งทางตรงและทางอ้อม หากผิดเงื่อนไขสัญญาประกันตัวชั่วคราว ศาลทหารกรุงเทพจะใช้ดุลพินิจสั่งเพิกถอนการประกัน อย่างไรก็ตาม นายนัชชชา เปิดเผยว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจ และได้เตรียมใจไว้แล้ว หากอัยการศาลทหารกรุงเทพจะมีคำสั่งฟ้องตน พร้อมกับจะยื่นขอประกันตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ตนถูกออกหมายจับ ตนไม่ได้มาร่วมชุมนุมในวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงโดน ขอบคุณภาพ Voice tv MThai News

มวลชนรวมตัว หน้าเรือนจำกรุงเทพฯ ขอปล่อย14นศ.
14นศ. /  กลุ่มดาวดิน / 

มวลชน รวมตัวหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จุดเทียน-ปล่อยลูกโป่ง พร้อม เรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 นศ. กลุ่มดาวดิน วานนี้ (28มิ.ย.) ได้มีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง เดินทางมายังด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พร้อมกับชูป้าย จุดเทียนและตะโกนให้ปล่อยนักศึกษากลุ่มดาวดิน ทั้ง 14 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไปก่อนหน้านี้ ซึ่งกลุ่มมวลชนที่เดินทางมายังด้านหน้าเรือนจำฯ ได้ร่วมกันร้องเพลง บทเพลงสามัญชนตามสัญญา และมีการปล่อยลูกโป่งให้เพื่อนที่ถูกจับกุม พร้อมกับมีการอ่านแถลงการณ์ ที่ระบุว่า เพื่อนไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี มีการไต่สวน และฝากขังในเวลาที่ไม่ใช่เวลาทำการปกติ ศาลจึงไม่มีความจำเป็นต้องฝากขัง อย่างไรก็ตาม ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ จาก สน.ประชาชื่น มาดูแลความเรียบร้อยโดยรอบ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น ภาพ Cr. Twitter TLHR

ศาลให้ประกัน 'แอนนา รีส'หลังเข้ามอบตัวที่สน.ประเวศ
ชนตำรวจ /  นภาดล วงษ์บัณฑิต / 

ความคืบหน้าหลังจาก น.ส.แอนนา แฮมบาวรีส หรือ แอนนา รีส เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทรัพย์สินเสียหาย และข้อหาขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นแล้วหลบหนี พร้อมนำตัวมายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.-7 ก.ค.นี้ เพราะต้องสอบปากคำพยานอีกหลายปาก รอผลการตรวจประวัติอาชญากร และอื่นๆ โดยศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยตีราคาประกัน 1.2 แสนบาท .......................................................................... "แอนนา รีส" เข้ามอบตัวกับตำรวจสน.ประเวศ หลังขับรถชนรองสวป.เมืองสุพรรณดับ เผยผลตรวจไร้สารเสพติด-แอลกอฮอล์ ขณะภรรยาตำรวจมารับศพที่นิติเวช เผยลางร้ายก่อนสามีประสบอุบัติเหตุ วันที่ 26 มิ.ย. ความคืบหน้ากรณี น.ส.แอนนา แฮมบาวรีส หรือ แอนนา รีส อายุ 28 ปี ดารา-นางแบบ ขับรถเบนซ์ชนรถตำรวจ เป็นเหตุให้ ร.ต.ท.นภาดล วงษ์บัณฑิต อายุ 45 ปี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสุพรรณบุรีเสียชีวิต บริเวณคู่ขนานมอเตอร์เวย์ กโลเมตรที่ 1 ช่วงขอเข้ามุ่งหน้ารามคำแหงเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมานั้น ล่าสุด น.ส.แอนนา ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจที่สน.ประเวศแล้ว ด้วยใบหน้าซีดเซียวและร้องไห้เป็นระยะ ร่างกายมีบาดแผลที่แขนซ้าย โดยระบุว่าจากผลตรวจไม่มีสารเสพติด และไม่ได้ไม่ดื่มแอลกอฮอลล์ แต่ยอมรับว่าขับรถมาด้วยความเร็ว ประกอบกับถนนมืด และมีรถจยย.ตัดหน้าทำให้หักหลบและรถหมุนไปชนคู่กรณี ส่วนที่ไม่ได้เข้ามอบตัวตอนแรก เพราะทำอะไรไม่ถูก ป้ามารับกลับไปทำแผลและตั้งสติ จากนั้นจึงพามามอบตัวดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ดูแลน.ส.แอนนา เปิดเผยว่า จากภาพข่าวที่ออกมาดูเหมือนแอนนาเมาจนพูดจาไม่รู้เรื่อง น่าจะเป็นเพราะความตกใจ และควบคุมสติตัวเองไม่ได้ที่เห็นว่ามีคนเสียชีวิต เนื่องจากตอนแรกคิดว่าเป็นแค่การชนรถที่จอดข้างทางเฉยๆ ไม่คิดว่ามีคนอยู่ในรถด้วย เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย มีผู้ถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงในทันที ส่วนผลการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เจ้าหน้าที่ได้ส่งให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 7 วันถึงจะทราบผล ขณะเดียวกัน ครอบครัวของร.ต.ท.นภาดล วงษ์บัณฑิต ได้เดินทางมารับศพที่สถาบันนิติเวชด้วยความโศกเศร้า โดยนางวรรณา วงษ์บัณฑิต ภรรยา ร.ต.ท.นภาดล เปิดเผยว่า สามีเป็นคนดีรักครอบครัว เป็นที่รักใคร่ของญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง ทั้งยังเป็นเสาหลักของครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ก่อนที่สามีจะประสบอุบัติเหตุ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา สามีได้บอกกับตนเหมือนเป็นลางว่า ช่วงเย็นจะไปงานโดยไม่ได้บอกไปงานที่ไหน ขณะที่ตนต้องเข้าเวรพยาบาล สามีรู้สึกเป็นห่วงลูกกลัวจะไม่มีใครไปรับ-ไปส่งลูกที่โรงเรียน จึงบอกให้ตนดูแลลูกเป็นอย่างดีด้วย กระทั่งกลางดึกก็ได้รับแจ้งว่า สามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว นอกจากนี้ยังมีเพื่อนตำรวจที่ทำงานด้วยกันหลายคน เล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุ ร.ต.ท.นภาดล มีใบหน้าดำคล้ำเหมือนกำลังจะมีเคราะห์ ซึ่งปกติจะเป็นร่าเริงใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสตลอด สำหรับ ร.ต.ท.นภาดล จบจากนักเรียนพลตำรวจรุ่น 27 โรงเรียนพลตำรวจภูธรภาค 2 (นพต.27 รร.2)รับราชการชั้นประทวนตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 -2554 และสอบนายตำรวจได้ตั้งแต่ปี 2554-2558 กระทั่งเสียชีวิตรวมอายุราชการ 26 ปี มีบุตรสาว 2 คน คนโตอายุ 12 ปี คนเล็ก อายุ 9 ปี ทั้งนี้ญาติจะนำศพของร.ต.ท.นภาดล กลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดไผ่มุ้ง ต.วังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรีต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน,เดลินิวส์ ภาพจากทวิตเตอร์ @Hui_Nation,@TNAMCOT MThai News

เปิดภาพ! 2มือสังหาร 'เสี่ยสมยศ' ตร.จ่อหมายจับ
ภาพสเก็ตช์คนร้าย /  มือปืน / 

ตร.เผยนำภาพสเก็ตช์ 2 คนร้ายยิง "เสี่ยสมยศ" ระบุนำให้พยานชี้แล้ว อยู่ระหว่างขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ มุ่งประเด็นโกงหนี้พนันและวิ่งเต้นคดี วันที่ 1 ก.ค. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยความคืบหน้าการสอบสวนนางรัศมี สุธางค์กูร ภรรยาของ นายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต ภายในลานจอดรถร้านเฮงหูฉลาม เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้ทำการซักถามข้อมูลจากนางรัศมีแล้ว เหลือเพียงพนักงานสอบสวนที่จะสอบถามในประเด็นที่ยังมีข้อสังสัยอีกบางส่วน ข้อมูลที่ได้รับมีความชัดเจน ในเรื่องของมูลเหตุความขัดแย้งเรื่องหนี้การพนัน และการวิ่งเต้นคดีมากขึ้น ซึ่งทั้งสองปมนี้มีความเกี่ยวเนื่องกัน และมีตัวเร่งคือเงื่อนไขของเวลา ที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องเร่งสะสางให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 ก.ค. ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อเหตุ และทั้งสองประเด็นนี้มีความเชื่อมโยงกับ 4 บุคคลด้วย ขณะที่ภาพสเก็ตช์ของ 2 คนร้ายนั้น พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้นำไปให้พยาน ซึ่งเป็นพนักงานของร้านอาหารที่เกิดเหตุชี้รายละเอียดแล้ว โดยคนร้ายทั้ง 2 ราย เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปีเศษ ผิวคล้ำ ผมสั้น 1 คน ทำหน้าที่ขับขี่จักรยานยนต์ และอีกรายผมยาวสวมหมวกแก๊ปสีฟ้า ทำหน้าที่ก่อเหตุยิง ซึ่งมีประจักษ์พยานคือ พนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานภายในร้านที่เกิดเหตุยืนยันภาพตามสเก็ตช์ดังกล่าว เนื่องจากเห็นใบหน้าคนร้ายชัดเจน ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ทราบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ในวันก่อเหตุแล้ว โดยเป็นรถจักรยานยนต์สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ส่วนประเด็นการสังหารยังคงพุ่งไปที่ 3 ประเด็นหลัก คือ การโกงและบาดหมางกันเรื่องการพนันมียอดเงิน 4 ล้านบาท อ้างหรือพาดพิงถึงเรื่องการช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีวงเงินถึง 25 ล้านบาท และที่ดินแปลงหนึ่งย่านพระราม 9 ที่มีการให้เช่า ซึ่งตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ ภาพจากทวิตเตอร์  @fm91trafficpro MThai News

เตือน! สาวประเภทสอง ห้ามแต่งหญิงทำงานในแถบตะวันออกกลาง เพราะ..?
ประเทศตะวันออกกลาง /  สาวประเภทสอง / 

เตือนแรงงานไทยสาวประเภทสอง อย่าแต่งหญิงกลางที่สาธารณะในแถบประเทศตะวันออกกลาง โทษถึงประหารชีวิต วันนี้ (19 มิ.ย. 58) นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน เผยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายแรงงานไทย ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ว่า ขณะนี้มีแรงงานไทยซึ่งเป็นสาวประเภทสองถูกจับกุม 2 ราย เนื่องจากแต่งตัวเป็นผู้หญิงเข้าไปทำงานในร้านนวด โดยอยู่ระหว่างการดำเนินคดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงขอเตือนสาวประเภทสองว่า หากมีการชักชวนไปทำงานในประเทศยูเออี หรือ ประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางควรหลีกเลี่ยงและไม่ควรเปิดเผยตัวเองในที่สาธารณะ เพราะนอกจากถูกจำคุกพร้อมเนรเทศแล้ว ยังต้องถูกโบยตามจำนวนครั้งที่ศาลตัดสินอีกด้วย สำหรับการรักร่วมเพศ เป็นเรื่องต้องห้ามมีโทษทางอาญา จำคุก10 ปี และ โทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต ซึ่งปัจจุบันตลาดแรงงานท้องถิ่นมีความต้องการแรงงานสาวประเภทสองไปทำงานร้านนวดเพิ่มขึ้น โดยที่นายจ้างเองรู้ดีว่าผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากตลาดมีความต้องการ จึงมีการชักชวนแรงงานกลุ่มนี้เข้ามาทำงานโดยไม่บอกข้อมูลให้ทราบ ขอบคุณข้อมูล มติชน MThai News