ศาลฏีกา

จำคุก 6 ปี!!! มิตร มิตรชัย คดีโกงเงินแฟนสาว ชดใช้เงินอีก 27 ล้าน
มิตร มิตรชัย

   เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายคีรีรัก สมณะบารมี หรือมิตร มิตรชัย น้องชายพระเอกลิเกชื่อดังอย่างไชยา มิตรชัย ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกงยังศาลจังหวัดธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมกับทนายความ โดยมีโจทย์คือนางสาวรัญชิตา สิทธาเตชานนท์ หรือปุ้ย อดีตแฟนสาวที่มาร่วมฟังคำพิจารณาในครั้งนี้ด้วย    โดยศาลจังหวัดธัญบุรี ได้มีคำสั่งให้จำคุก มิตร มิตรชัยเป็นเวลา 6 ปี พร้อมทั้งชดใช้เงินให้กับอดีตแฟนสาวเป็นเงินจำนวน 27 ล้านบาท โดยไม่รอลงอาญา ด้วยหลักฐานต่างๆ ให้การสนับสนุนว่าเป็นการฉ้อโกงผู้อื่น และเงินที่ได้มาเป็นการเงินที่ใช้ในการลงทุนร่วมกัน ไม่ได้ให้โดยเสน่หา ทั้งนี้ มิตร มิตรชัย ได้ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 ซึ่งเจ้าตัวได้ยื่นขอประกันตัวเป็นโฉนดที่ดินจำนวน 2,000,000 บาท ทั้งนี้ต้องรอศาลพิจารณาว่าต้องใช้หลังทรัพย์เท่าใด จึงจะทราบว่าจะได้ประกันตัวหรือไม่    ด้านนางสาวรัญชิตา สิทธาเตชานนท์ หรือปุ้ย อดีตแฟนสาวนายคีรีรัก หรือมิตร มิตรชัย กล่าวภายหลังฟังคำพิพากษาของศาลธัญบุรี ว่าตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ทุกอย่างจบลงแล้ว โดยศาลพิพากษาให้นายคีรีรัก จำคุก 6 ปี พร้อมกับชดใช้เงินอีกจำนวน 27 ล้าน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 1 ปีเต็ม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการที่ตนได้ช่วยเหลือคนรัก ไม่ได้ให้เพราะเสน่หา และเรื่องทั้งหมดก็ไม่ได้เกี่ยวกับ ไชยยา มิตรชัย และอยากจะขอโทษ พ.ต.อ.ปจภณ รอดโพธิ์ทอง ที่ทำให้ต้องเสียชื่อเสียงมาโดยตลอด    สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องมากจากอดีตแฟนสาวปุ้ย รัญชิตา ได้ออกมาแฉว่ามิตร มิตรชัยได้มีการหลอกลวงให้ตนคบหา และให้ร่วมออกเงินลงทุนในหลายๆ อย่าง อาทิเช่น การทำคณะลิเก การทำลิเกออนไลน์ การทำมิวสิกวีดิโอ ซึ่งทั้งหมดมีมูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่า 35 ล้านบาท โดยแฟนสาวได้ยืนยันว่าเงินทั้งหมดที่ให้ไปเป็นการลงทุนร่วมกัน มิได้ให้เพราะความเสน่หา จึงได้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฏหมาย

ประกาศผล : แจกของรางวัล! เสื้อพรีเมียม
mthai movie /  สหมงคลฟิล์ม / 

แจกของรางวัล! เสื้อพรีเมียม "อาม่า" จากภาพยนตร์ไทยเรื่องอาม่า สหมงคลฟิล์ม ร่วมกับ MThai Movie จัดกิจกรรมแจกของรางวัลจากภาพยนตร์เรื่อง อาม่า โดยมี เสื้อยืดอาม่า ทั้งหมด 10 รางวัล ประกาศรายชื่อผู้โชคดี  รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับของรางวัลเสื้อยืดอาม่าจากภาพยนตร์เรื่อง อาม่า ทั้งหมด 10 รางวัล มีรายชื่อดังต่อไปนี้ อัญญาอร ติญญนนท์  ลัญฉน์ศักดิ์ อรรฆยากร  ทีปรัตน์ วรวัฒนธรรม  เชิดพันธุ์ โกกิละนันทน์  ชมดาว ฤกษ์ธนกิจ  เสาวนีย์ เกษมชาญ  พรทิพา คำสุวรรณ  วรพรรณ อิศวรเวทวุฒิ  มาริษ เตธวัช  บวร กิติไพศาลนนท์  การรับของรางวัล เจ้าหน้าจะจัดส่งของรางวัลทางไปรษณีย์ให้กับผู้โชคดีตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ในการตอบคำถาม

เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก
ที่เที่ยวตาก /  ที่เที่ยวพบพระ / 

การไปเที่ยว จังหวัดตาก ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรก(อีกแล้ว) สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเรา 555 หลายคนตั้งคำถามว่า ที่ตากมีอะไร? ที่ไหนน่าเที่ยว? เราบอกเลยว่ามีหลายที่เลยค่ะ ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา จังหวัดตากนี่แหละอุดมสมบูรณ์สุดๆ ตามมาๆ เราจะพาไปเที่ยวตากแบบชิลๆ สโลว์ไลฟ์ กัน เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก เป็นครั้งแรกอีกแล้วของเราที่ได้มาเที่ยวเมืองป่าฝน ใครที่ชอบความเงียบสงบแบบสโลว์ไลฟ์ เราแนะนำที่นี่แหละมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่ง ได้ฟีลธรรมชาติของจริง อีกทั้งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับแต่สมัยกรุงสุโขทัยอีกด้วย ก่อนอื่นเพลนของเราคือเที่ยว 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก, อำเภอพบพระ และอำเภอแม่สอด ค่ะ ไปดูกันว่า 4 วัน 3 คืน เที่ยวแบบชิลๆ เราจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ^^ การเดินทางของเรานั้นไปกับแก๊งค์สาวๆ ค่ะ นั่งรถตู้ไปกัน 1 คัน โดยล้อหมุนออกจากกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า พอขึ้นรถปุ๊บปุ่ม sleep ก็ทำงานปั๊บ ตื่นมาอีกที โอ้วว! ถึงตัวเมืองพอดีก็เกือบเที่ยงแล้ว ก่อนลุยเที่ยวขอแวะหาข้าวกินก่อน (เรื่องกินที่ 1 นะบอกเลย) ที่ "ร้านอาหารปิงวิว" ร้านอาหารใหญ่ กว้างขวางมากค่ะ แถมนั่งกินอาหารติดริมแม่น้ำด้วย วิวดีไปอี๊กกกก !! อาหารที่สั่งมาก็มี กุ้งผัดซอสมะขาม, ผัดฉ่าปลา, ผัดต้นอ่อนทานตะวัน, กุ้งกระเบื้องสาหร่าย, เปาะเปี้ยทอด อาหารอร่อยค่ะ ถ้าถามว่าอิ่มไหม .. เอาเป็นว่าหายใจแทบไม่ออก 555 หลังจากท้องตึง หนังตาหย่อนไม่ได้!! เดินทางไปสักการะ "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน" กันค่ะ กลางวันแสกๆ ถามว่าร้อนไหม ยิ้มสวยๆ แล้วบอกว่า ร้อนมาก! แต่ยังดีที่มีลมเย็นตลอด >,< ศาลนี้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเมืองไทยด้วย บริเวณรอบๆ เป็นลานกว้าง มีต้นไม้สวยงาม เมื่อมองไปทางด้านหลังของ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็จะเห็นเป็นลานกว้างที่มีคนนำหุ่นปั้นรูปทหาร สัตว์ต่างๆ มาถวาย สักการะเพื่อเป็นศิริมลคลแล้ว เราก็เดินทางไป "หมู่บ้านหัตถกรรม บ้านปากร้องห้วยจี้" ที่ขึ้นชื่อของ จ.ตาก กันค่ะ เมื่อไปถึงเราก็ได้เจอกับ ป้าทองคำ เป็นอดีตสมาชิก อบต. และอดีตผู้ใหญ่บ้าน ป้าเป็นคนดูแลและต่อยอดกิจการ OTOP ทำหมวกสานจากใบลาน ซึ่งหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านปากร้องห้วยจี้ ได้ไปออกงานใหญ่ๆ ระดับประเทศทุกปี แถมการันตีคุณภาพ 3-4 ดาวเชียวนะ คนนี้ไง.. ป้าทองคำ และนี่คือใบลานที่ตากแห้งแล้ว เราก็ไปนั่งฟัง นั่งคุยกับป้า ดูป็นป้าสอนวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เก็บใบลาน เอาใบลานไปตากแดดอย่างน้อย 3 แดดจนแห้ง รีดใบออก นำมาถักเป็นเปีย ก่อนนำไปเย็บทำเป็นหมวกหรือของที่ระลึก สุดยอดไปเลยค่ะ หลังจากบ้ายบายคุณป้า คุณยาย เราก็ออกเดินทางไปไหว้พระที่ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” กันต่อค่ะ เป็นวัดขึ้นชื่อของเมืองตากอีกที่นึง เป็นเจดีย์ใหญ่สีทอง ล้อมรอบไปด้วยเจดีย์เล็ก คล้ายเจดีย์ขเวดากอง บรรจุพระเกษาธาตุและพระบนมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียค่ะ พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม อีกทั้งยังมี "หลวงพ่อทันใจ" ที่สร้างเสร็จภายในวันเดียว มีผู้คนมากราบไว้กันเยอะมากๆ (สาระล้วนๆ อิอิ) ไหว้พระกันเสร็จแล้ว เดินมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุ ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยก่อนไว้พอสมควรค่ะ เส้นทาง อำเภอบ้านตาก-สามเงา นี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายที่เลยค่ะ อาทิ วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน ที่มีความยาวสูงที่สุดในโลก, ผาสามเงา หน้าผาเจาะเป็นช่องลึกพร้อมพระพุทธรูปสามองค์เรียงกัน, วัดชลประทานรังสรรค์ เป็นต้น สายบุญผ่านไป สายเที่ยวกันต่อ! เรามุ่งหน้าไปยัง "เขื่อนภูมิพล" ตั้งอยู่อำเภอสามเงา ที่นี่เป็นเขื่อนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง และสูงเป็นอันดับ 27 ของโลก เดิมชื่อ เขื่อนยันฮี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 เมื่อมาถึง สิ่งแรกคือดีใจ! เพราะคนไม่เยอะ 5555 ไม่ใช่ละ >,< คือวิวสวยมากๆ มองจากตัวเขื่อนออกไปก็เจอภูเขาและทะเลล้อมรอบ วิวไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบาย ลมเย็น เดินเล่นชมวิวได้ชิลๆ เลย ประทับใจสุดๆ ^^ ระหว่างทางออกจากเขื่อนภูมิพล ก็ผ่านร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนึง แวะสิคะ .. รออะไร! ร้านชื่อ "Bed Bar Caffe" ร้านกาแฟสด&เบเกอรี่ แถมด้านหลังร้านยังเป็นที่พักเปิดให้บริการด้วยค่ะ เขาใจดีให้เก็บภาพได้ เลยเอามาฝาก ^^ เบอร์ติดต่อทางร้านค่ะ 091-551-1451 ภายในร้าน ร้านน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ภาพห้องพักค่ะ ตอนแรกเราตัดสินใจที่จะชมพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนภูมิพล แต่เปลี่ยนใจมาชมวิวที่ "สะพานแขวน" แทน ชื่อเต็มๆ ก็คือ "สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200" แลนด์มาร์กของเมืองตากก็ว่าได้ค่ะ เป็นจุดโรแมนติกยามเย็นของคนเมืองตากด้วย ใกล้ๆ กันก็มีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬา และตลาดนัด ผู้คนขวักไขว่ มีทั้งวัยรุ่น เล่นสเก็ต นั่งเม้ามอย มีวัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่ ออกมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด .. แอบเห็นไล่จับมม่อน ปาบอลกันใหญ่เลย 555555 เอาล่ะๆ ไฮไลท์ของเราก็คือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน คืออยากจะบอกว่าสวยมากๆๆ ฟีลลิ่งมาเต็ม วิวภูเขา ท้องฟ้าสีส้มๆ ฟ้าๆ ก้อนเมฆ (วันนี้เมฆแอบแน่นไป บังพระอาทิตย์ตกไปอีก!) สะพานแขวนทอดยาวข้ามแม่น้ำปิง (เฮ้ย! นี่มันซานฟรานเมืองไทยนิหน่า) ชมพระอาทิตย์ตก ระฆังดังกริีง! ได้เวลากินอีกแล้ว .. รีบวิ่งขึ้นรถเดินทางมา "ร้านไอยราวดี" ร้านอาหารสไตล์ล้านนา เรือนไม้ ติดริมแม่น้ำปิง อยู่ไม่ห่างจากสะพานแขวนและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมากนัก มื้อนี้ก็อร่อยเหมือนเดิม มีทั้ง ไส้กรอกถั่ว เมนูนี้เป็นออเดิร์ฟทีเจ้าของร้านเอามาให้เรากินกันก่อนที่จะวางขาย รสชาติก็.. ถั่วนั่นแหละ 55 หวานๆ หอมกลิ่นสมุนไพร ยัดในไส้หมู เหมือนไส้กรอกปลาแนมหรือไส้อั่ว (เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักล่ะสิ >,<) ย่างเตาถ่าน ไส้กรอกถั่ว และ ยำข้าวเกรียบ นอกจากนี้ก็มีเมนู ยำข้าวเกรียบ แกงคั่วหอยขม เห็ดหอมทอดเกลือ ขาหมู โอ้ยยย! อิ่มแปร้ ที่อยู่ร้าน : 4/4 หมู่ 7 ต.ป่ามะม่วง อ.เมือง จ.ตาก โทร. 096-636-4542, 094-242-6441 คืนนี้เรามาเอนกายนอนกันที่ "Soho Boutique Hotel" อยู่ในซอยมหาดไทยบำรุง อ.เมืองตาก ค่ะห้องพักเรียบง่าย กว้างขวาง เตียงนุ่มนอนสบาย ^^ วันนี้แอบเสียดายไม่ได้เดินชม "ตรอกบ้านจีน" ไฮไลท์เมืองตากอีกที่หนึ่งเป็นชุมชนโบราณ อายุกว่า 100 ปี ลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงไทยปั้นหยา มีลวดลายแกะสลัก แต่ไม่เป็นไรคราวหน้าเราจะกลับมาแน่นอน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ .. ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เก็บกระเป๋า เตรียมมุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอดกัน จะมีอะไรให้ดู อะไรน่าเที่ยว ต้องติดตาม! แต่เดี๋ยวก่อน .. กองทัพเดินด้วยท้อง มากินอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อน มีให้เลือกหลายอย่างค่ะ เราก็กินรองท้องเบาๆ ^^ กินเสร็จก็ยังเหลือเวลาอยู่นิดหน่อย เจ้าของโรงแรมใจดี พาเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของตึก ข้างบนเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวเมืองตากแบบ 360 องศาเลย! คือล้อมรอบไปด้วยภูเขา เจ้าของบอกว่าถ้าขึ้นมาตอนพระอาทิตย์ขึ้น วิวจะสวยมากๆ เสียดายจัง >,< หลังจากเก็บกระเป่าขึ้นรถเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกันต่อ ผ่านแยกรมณี ถ.ตากสิน รถก็สต็อป! หันไปทางขวามือ มีร้านเล็กๆ อยู่ร้านนึงคนมุงกันใหญ่ เพื่อนๆ ลงรถเราก็ลงด้วยสิค่ะ ร้านนั้นคือ "ร้านขนมถั่วแปบแป้งสดหนูนาง" เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่อร่อยที่สุดในเมืองตาก อร่อยถึงขั้นคนสั่งวันนึงเป็นสิบกล่องร้อยกล่อง เปิดขายตอนเช้าหมดตอนเที่ยง แม่ค้ามือแทบหงิกเลยเอาจริง มี 3 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง-ฟักทอง, สีม่วง-อัญชัน, สีเขียว-ใบเตย ค่ะ ไอ้เราก็ชอบของหวานๆ อยู่แล้วจะพลาดได้ไง พี่ค่ะ! จัดใส่จานให้ด้วยค่ะ ^^ แม่ค้าบอกว่าขนมถั่วแปบของเขาสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นทานได้ 2-3 วัน โดยที่แป้งยังนุ่มอร่อยอยู่ เราก็เลยลองซื้อมาชุดนึงเอาไว้กินเล่นตอนเย็น เดี๋ยวมาบอกจะจริงสมคำร่ำลือหรือไม่! 55 ร้านอยู่ติดกับทางเข้าวัดโบสถ์มณีศรีบุญเรืองค่ะ กินพอหวานปากได้แป๊บนึง ก็เลยเดินมาชมความงามของ วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ซะหน่อย เป็นเจดีย์ทรงมอญ บนยอดฉัตรบรรจุพระธาตุเอาไว้ค่ะ สวยงามตามท้องเรื่อง ขับไปสักพักรถหยุดอีกแล้ว! แวะ "ร้านเมี่ยงจอมพล" (เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก) เจอป้าแป้วเจ้าของร้าน ป้าบอกว่าเปิดขายมานาน ตัวป้าเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โอ้วมายก็อซ! เมี่ยงมี 2 แบบคือ ใช้ใบเมี่ยง กับ ข้าวแคบ (สีขาวขุ่น แป้งแข็งๆ เหนียวๆ หน่อย) เครื่องเคียงก็ทั่วไป แต่สูตรเด็ดของร้านป้าคือ เต้าเจี้ยว ใส่แทนน้ำเมี่ยงหวานๆ อร่อยไปอีกแบบ ^^ ร้านตั้งอยู่ตรง 3 แยก ถ.รามคำแหง ทางไปสำนักงานเทศบบาลตำบลไม้งาม คราวนี้เดินทางยาวๆ ละ เราเดินทางมา "วัดโพธิคุณ" วัดป่าสายอรัญวาสี มีจุดเด่นตรงพระอุโบสถ ฐานแอ่นโค้งแบบฐานสำเภาค่ะ ร่มเย็น เงียบสงบมากๆ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขาเขียวขจี ด้านในอุโบสถ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นบนขึ้นไปถึงกับร้องว้าว! ทั้งอุโบสถเป็นสีทองอร่ามทั้งหมด สวยงามมากๆ ค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมี ศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, ลานธรรมจักร มีที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ มองนาฬิกา เอ๊ะ.. บ่ายแล้ว! ต้องทำอะไรก็ต้องกินสิค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยว ส้มตำไก่ย่าง เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ สถานีต่อไปคือ ฮักนะแม่กาษา "หมู่บ้านโพธิ์ทอง" ต.แม่กาษา ที่นี่มีคนแก่คนเฒ่า (แต่แข็งแรงเว่อร์!) รวมตัวกันอยู่ ทอผ้า ส่งออกขาย คุณป้าก็เล่าให้ฟังถึงวิธีการตั้งแต่ปลูกฝ้าย ปั่นเอาเม็ดออก กกด้าย จนมาถึงการทอให้เป็นผืนสวยงามอย่างที่เห็นนี่เลย สายตาเหลือบไปเห็น ไม้กวาดรูปร่างประหลาด เหมือนไม้กวาดแม่มดเด๊ะอ่ะ! ก็เลยถามคุณป้ามันคืออะไรคะ? คุณป้าบอกว่ามันคือไม่กวาดสมัยโบราณที่เขาใช้กัน เอ้อ..กิ๊บเก๋ยูเรก้า เดินทางเที่ยวต่อ "อาบน้ำแร่ โป่งคำราม" กันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนแม่กาษา ไหลตลอดทั้งปี ซึ่งเจ้าของบอกว่าค่าบริการอาบน้ำแร่ แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ โอ้โห.. ดีไปอี๊กก! บริการอาบน้ำแร่ของที่นี่มีแบบ แช่ทั้งตัวกับแช่เท้า ถ้าจะแช่น้ำร้อนให้ได้ผลดี ครั้งนึงไม่ควรเกิน 20 นาที นะจ๊ะ ที่นี่คนจะเยอะช่วงเสาร์-อาทิตย์  และหน้าหนาว ดูวิวสิ นอนแช่น้ำแร่ มองวิวทุ่งนา มันได้ฟีลจริงๆ (แต่เราไม่ได้แช่นะ เขิล 5555) มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เลือกซื้อกันด้วย เช่น สบู่โคลนธรรมชาติ, สบู่ข้าวน้ำแร่ เรามาสามารถใช้ได้ขณะแช่น้ำแร่นะ ใกล้ๆ กัน ก็จะมีทางเดินไปดู กาน้ำผุด ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าตากาน้ำผุดนี่แหละ ไม่ไกลกันมากก็จะมาถึง "บ่อนำพุร้อนแม่กาษา" ได้นั่งแช่เท้าพอคลายเมื่อย ต้มไข่กันไหมจ๊ะ? เวลาเย็นแล้ว เราเดินทางเข้าที่พัก เก็บกระเป๋ากันก่อน แล้วออกเดินทางไป กิน กิน กิน! กัน ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อมากๆ ในแม่สอด ใครมาแล้สไม่กินร้านนี้ พลาดมากบอกเลย! "ร้านข้าวเม่า ข้าวฟาง" ร้านตกแต่งเหมือนเราอยู่ในป่าแบบนั้นเลยค่ะ เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำตก ธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศดีเว่อร์ ชอบมาก!! เดินถ่ายรูปร้านเพลินเลย ^^ เมนูของเราเย็นนี้ คือ ยำดอกสลิดกุ้งสด, ซูกินี่ผัดไข่, แกงคั่วเห้ดเผาะ, ฉู่ฉี่ปลาดุกฟู, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม รสชาติอาหารให้มี 10 ให้ 100 รสชาติอร่อย ไม่จัดมากแต่เข้มข้น ส่วนของหวานนำเสนอ กล้วยหอมทอด แป้งไม่หนากรอบ หอมกลิ่นงาขาว กล้วยนิ่มรสหวานค่ะ และ ข้าวเม่าเสวย เป็นสาคูน้ำกะทิ ใส่ผลไม้แคนตาลูป ลำไยข้างในด้วย รสชาติอร่อย ^^ พอกินเสร็จ อ.พนัส รามสูต หนึ่งในหุ้นส่วนร้านก็นั่งเล่าความเป็นมาของร้านนี้ให้ฟัง แล้วก็เล่าเรื่องการเดินป่าให้ฟังด้วย สนุกมากกกก ฟังเพลินจนดึกดื่นเลยทีเดียว เอาไว้เดี๋ยวเขียนรีวิวเสร็จจะเอามาเปะให้อ่านกันนะคะ ^^ คืนนี้เรามาพักกันที่ โรงแรม J2 Hotel ห้องที่เราพักแบบนอน 3 คนค่ะ กว้างขวาง ห้องอาบน้ำใหญ่ แต่เสียดายปลั๊กไฟน้อยไปหน่อย ^^ ชาร์ตไม่พอ 555 ตืนมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง อิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมร่างกาย สัมภาระออกเดินทางไป อำเภอพบพระ กันค่ะ ที่แรกที่ไปคือ "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ" เราไปถึงก็สายๆ บรรยากาศดี อากาศเย็นสบายมากๆๆๆ น้ำตกที่นี่มีชั้นน้ำตกลดหลั่น 97 ชั้น ระหว่างทางเดินไปน้ำตก ก็ได้ชมความงามของ ดอกกระเจียวสีส้ม (พันธุ์ฉัตรทอง) จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่เลย เราไปเป็นช่วงฤดูฝน มิ.ย.-ก.ย. ของทุกปี ก็จะเห็นความสวยงามแบบนี้ ^^ ขับรถถัดมาอีกสักระยะก็มาถึง "น้ำตกป่าวหวาย" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก แต่ตอนที่เราไปนั้นทางยังเป็นผืนป่า-ธรรมชาติล้วนๆ อยู่เลย มีน้ำไหลตลอดทั้งปีไปลุยๆ ตามสไตล์สาวถึกและบึกบึนแบบเรา 555 ที่ได้ชื่อว่า น้ำตกป่าวหวาย ก็เพราะ เป็นน้ำตกกลางป่าใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยไม้หวายจำนวนมาก ทางเข้าจากถนนหลักจะอยู่ตรงหลักกิโลเมตร 43 เส้นทางสาย แม่สอด-อุ้มผาง อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ชมธรรมชาติตอนเช้าเสร็จแล้ว ไปไร่ส้มกันเถอะ! "สวนร่มเกล้า" ที่นี่เน้นปลูกส้มหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลูกอะโวคาโด ที่ตอนนี้มีกว่า 40 สายพันธุ์เลยทีเดียว แล้วก็ปลูกต้นแมคคาเดเมียด้วย ของชอบเก๊าเลย! >,< กะว่าจะมาเก็บส้มที่นี่ซะหน่อย ฝนดันกระหน่ำตกลงมาซะนี่! ลูกอะโวคาโดจากต้น ออกลูกเยอะยิ่งกว่าต้นมะม่วงซะอีก 55 อันนี้ของโปรด.. แมคคาเดเมีย เป็นลูกสดๆ จากต้น แต่กว่าจะกินได้ของผ่านการทุบ!! ทุบประมาณสองชั้น ต้องออกแรงพอควรเพราะเปลือกหนามาก พอกินสดๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ คล้ายๆ มะพร้าวรสชาติมันๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้แปรรูป สดๆ จากไร่ มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น น้ำมัลเบอร์รี่, น้ำนมแมคคาเดเมีย, น้ำอะโวคาโดน้ำเสาวรส เป็นต้น ส่วนตัวเราชอบทุกรสเลยรสชาติเข้มข้น ทานแล้วสดชื่นมากๆ ค่ะ ใครสนใจสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 088-699-6978 ค่ะ หรืออยากสั่งอะโวคาโดก็มีนะ Facebook : อะโวคาโด จากสวน ปลีก- ส่ง Avocado Retail - Wholesale  กก.ละ 60 บาท (ขั้นต่ำ 3 กก. ส่งถึงบ้านทั่วประเทศ) เราเดินทางไปหาของกินกันดีกว่า ^^ ที่ "ร้านชาวหลังสวน" (Chao Langsuan) เป็นร้านไม้เรือนกระจกเล็กๆ น่ารักดีค่ะ เมนูเที่ยงนี้คือ ใบเหลียงผัดไข่, ยำตะไคร้, แกงเหลือง แล้วก็ไข่เจียว เครื่องดื่มของเรา น้ำแตงโมปั่น มาเป็นลูกเลยจ้า ... ร้านนี้เป็นฟาร์มออแกนิคด้วยนะ ใบเหลียงที่เราสั่งที่นี่ก็ปลูกเอง สะอาดปลอดภัย ร้านตั้งอยู่ที่ 90 หมู่ 15 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ โทรสอบถาม. 086-366-4067 Facebook : ไร่ชาวหลังสวน - CHAO Langsuan กินข้าวอิ่มก็ต้องตามด้วยของหวานถึงจะถูก >,< เราจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยัง "ROCHA CAFE'" (โรชาคาเฟ่) โอ้ยแก .. บอกเลยว่าปริ่ม! ระหว่างทางขับรถเข้ามาก็เห็นวิวนี้ เป็นโรงนาแบบเมืองนอกตั้งอยู่บนยอดดอยท่ามกลางไร่ ธรรมชาติแบบนี้ มันเก๋กู๊ดมาก! เราเชื่อว่าใครมาที่นี่ต้องประทับใจ และได้รูปสวยๆ กลับบ้านเป็นร้อยเหมือนเรา 5555 พอเข้าไปข้างในก็เลิฟไปอีก ตกแต่งสไตล์วินเทจ โมเดิร์นหน่อยๆ เน้นใช้วัสดุไม้ มีที่นั่งสองชั้นค่ะ ที่นี่มีบริการกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เปิดตั้งแต่ 09.00 - 19.00 น. มาดูหน้าตาของหวานที่เราสั่งกัน Lemon Tea และ Vanilla Coffeeeee ~ ที่อยู่ : 511 ตำบล ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก 63160 โทร. 091-8437173, 086-1998644 Line : rochacafe หรือ https://m.facebook.com/RochaCafe หลังจากกินของหวานชื่นใจ ตาแข็งกันไปแล้ว 555 ตกเย็นสาวๆ แบบเราไปนวดตัวกันหน่อยดีกว่า ผ่อนคลายจากการเดินทางมา 3 วัน ^^ ที่ "ธารา สปา แม่สอด" (Tara Spa) ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการนวดตัว ขัดตัว พอกตัว ทำสปาผิว เราก็จัดไปคอสนึง โดยคอสที่เราทำนั้น จะขัดตัวก่อนด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน นวดต่อด้วยน้ำมัน และขั้นตอนสุดท้ายคือบำรุงผิว หลังจากนวดเสร็จรู้สึกผิวเนียน ขาวใสขึ้นมาหน่อย แถมได้ผ่อนคลายจากการนวดด้วย ฟิน! ใครเดินทางเที่ยวแถวแม่สอด สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์นี้ค่ะ 089-434-9530, 080-121-5727 หรือ Facebook : Tara Spa Maesot ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฝ้าง ที่เรากินกันเมื่อคืนเลย ^^ และค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยร้านอาหารทะเล "บ.กุ้งเผาแม่สอด" กุ้งแม้น้ำมาจากฝั่งพม่านะฮะ เขาบอกมา >,< ใครมาแม่สอดถ้าอยากกินอาหารทะเลต้องร้านนี้ อ่ะๆ นี่เมนูของเรา ผัดฉ่าปลากะพง, หอยหวาน, กุ้งแม่น้ำเผา, หอยเชลล์อบกระเทียม, ต้มยำกุ้ง, ปลาหมึกผัดไข่เค็ม , กรรเชียงปู, ผัดผักยอดฟักแม้ว รสชาติเข้มข้น อร่อยค่ะ (อร่อยทุกอย่างอะแกร..) อิ่มท้องก็กลับที่พัก นอนค่ะ! ตื่นมาพรุ่งนี้ต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านกันแล้ว .. เช้านี้ตื่นเร็าว่าทุกๆ วัน เพราะเราเดินทางไปกิน "โรตีโอ่ง" เจ้าแรกของประเทศไทยกัน ตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นโรตีโอ่งเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไปสิ คุณลุงก็ตีแป้ง นวดแป้งไป ไอเราก็อยากจะถ่ายโรตีที่อยู่ในโอ่ง ร้อนใช้ได้ 55555 ผู้คนออกมาทานกันเยอะมากๆ ค่ะ อถมที่นี่ไม่มีสั่งกลับบ้านด้วยนะ ถ้าอยากกิน มากินที่ร้านเท่านั้นจ้า .. ครั้งแรกที่เคยกิน โรตีโอ่ง ส่วนเราชอบนะ ไม่เลี่ยนเหมือนแบบทอด กลิ่นหอม แต่ก็ต้องกินร้อนๆ ถึงจะอร่อย กรอบนุ่ม จิ้มกับนมข้นหวานหรือแกงถั่วของทางร้าน กินเล่นได้เรื่อยๆ เพลินไปสิ! ทานคู่กับชา กาแฟ โอวัลตินร้อนๆ รู้สึกดีมากๆ เราเดินทางออกจากแม่สอดกันแล้ว! ไป ตลาดริมเมย แวะซื้อของฝากกันนิดหน่อย ที่นี่มีของขายตั้งแต่ขนม เสื้อผ้า เครื่องปนะดับ บลาๆ เต็มไปหมด อีกทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่นของเมียนม่าด้วย เส้นทางลงจากแม่สอด เราก็จะผ่าน "ศาลเจ้าพ่อพะวอ" ผู้คนที่ผ่านไปมาจะแวะกราบไหว้ขอให้เดินทางปลอดภัยกันค่ะ และระหว่างที่รถวิ่งผ่านไปมาก็จะบีบแตรกันตลอด ดังยาวๆ ไปเลยจ้า! บริเวณใกล้กันก็จะมี พระพุทธโคดม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางนาคปรก ตั้งอยู่อย่างสง่าด้วย บรรยากาศดีขนาดไหนคิดดู หมอกฟุ้งเชียว ... ที่สุดท้ายที่เราแวะก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ยาวๆ เส้นทางขาลงอำเภอแม่สอด ก็คือ "ตลาดมูเซอ" ตลาดเล็กขนาดสินค้าพื้นเมือง อาหาร ผัก ปลา ของฝาก หมอกมาอีกแล้ว!! อากาศเย็นสบาย จบทริปเที่ยวตากชิลๆ ของเรากันไปแล้ว วังว่ามีข้อมูลที่เป้นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ (เม้ามอยซะเยอะเชียว >,<) เรายังมีที่เที่ยวในเมืองไทยอีกหลายที่ที่อยกให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสดูกันสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยมีดีกว่าที่คิดนะ ครั้งหน้าเราจะพาไปไหนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ ไปก่อนแล้วบ้าย บาย ... ขอบคุณการเดินทางสนุกๆ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก

จั๊กกะบุ๋ม งัดหลักฐาน 3,000 แผ่นเตรียมฟ้อง อึ้ง! ศร - สาวแบงค์ คู่กรณีโผล่งานแถลง!!
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม /  ศร อิจฉา / 

คู่กรณีโผล่!! งานแถลง โดยช่วงบ่ายวันนี้(24 ส.ค.) ทางตลกชื่อดัง จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ได้หอบหลักฐานกว่า 3,000 แผ่นตั้งโต๊ะชี้แจงกรณีที่ตนมีปัญหากับอดีตนักร้อง ศร อิจฉา หรือ ศร ศรศักดิ์ จากที่วันก่อนอีกฝ่ายได้ออกมาอ้างว่าถูกทางจั๊กกะบุ๋มขมขู่ และถ้าทางฝั่งตลกดังแถลงตนก็จะขอมาแจมด้วย ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากคำพูด เพราะทาง ศร อิจฉา โผล่มาร่วมวงแถลงด้วยจริงๆ บอกถ้าอีกฝ่ายไม่ท้าก็ไม่มีการวางมวยกันเกิดขึ้น ไม่เท่านั้นทางภรรยาของหนุ่มศร ยังพา ออม สาวแบงค์ คู่กรณีอีกคนหนึ่งของตลกจั๊กกะบุ๋ม ที่เคยไปแจ้งความดำเนินคดีกับอีกฝ่ายเนื่องจากตลกดังยืมเงินไป 50,000 บาทแล้วไม่คืนนั่นเอง... โดยตลกดัง จั๊กกะบุ๋ม เผยตนขอติดตามอดีตนักร้องไปต่างประเทศจริง หวังหาเงินมาใช้หนี้ แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดจึงไปทำงานกับอีกเจ้าหนึ่ง ซึ่งได้มีการขออนุญาติทางเจ้าของงานแล้ว และได้มีการไปขอโทษทางอดีตนักร้องแล้วเช่นกัน แต่กลับโดนโพสต์ใส่ร้ายในโซเชียลต่างๆ นาๆ แถมอีกฝ่ายยังโทรไปล้างสมองภรรยาของตน โดยได้มีการอัดคลิปเสียงไว้ จั๊กกะบุ๋ม กล่าวอีกว่า ตนถูกอดีตนักร้องคุกคาม ขุดขุ้ยประวัติต่างๆ เป็นหนี้ใครบ้าง และอีกฝ่ายยังมีการพาดพิงถึงบุพการีเรื่องเคยติดคุก ด้วยเหตุนี้ตนจึงต้องอัดคลิปข่มขู่อีกฝ่าย บอกใครกันแน่ที่ต้องการเกาะกระแส จากนี้ให้ศาลตัดสิน รับเป็นหนี้ ออม สาวแบงค์ จริงแต่จ่ายล่าช้า เนื่องจากอีกฝ่ายไปแจ้งความทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็ต้องใช้กฏหมายคุยกัน บอกตนเป็นคนเชิญมาฟังแถลงเอง ส่วนกับนักร้องรุ่นพี่ถ้าตนทำอะไรให้ไม่พอใจก็ขอโทษ แต่เรื่องกราบขอโทษไม่ทำเพราะตนไม่ผิด ไปเจอกันที่ศาล ไม่กลัวอีกฝ่ายแถลงกลับอีกรอบ พร้อมยืนยันจะหาเงินมาใช้หนี้กับเจ้าหนี้ทุกคน... รายละเอียดมีดังนี้ “จากกรณีที่คลิปที่ผมแสดงความไม่สุภาพออกไป ขอกราบอภัยด้วย แต่สาเหตุเพราะถูกกดดันต้องออกมาทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องแม่ แม่ถูกเหยียดหยาม ดูถูก ใช้คำพูดไม่สุภาพ เอาอดีตของแม่มาประจาน คงไม่ผิดที่ผมออกมาปกป้องบุพการี ผมต้องทำครับแม้ผมจะเรียนน้อย แต่ครอบครัวผมสอนว่าไม่ให้เอาประวัติใครมาเหยียบย่ำก่อน” “แต่สิ่งที่ผมเจอและเกิดขึ้นเกิดจากสิ่งที่เขาเหยียดหยามจนผมทนไม่ไหวแล้ว เรื่องเกิดขึ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปสวิสเซอร์แลนด์ เจอนักร้องที่สนิทกัน เขาจะไปสวิสเหมือนกัน ผมยอมรับว่าขอเขาไปสวิสด้วยในฐานะพี่น้อง จากนั้น 2-3 วันเขาบอกว่าเจ้าภาพที่นั่นยินดีให้ผมไปแสดงด้วย เพราะผมประสบปัญหาการเงินจากธุรกิจที่หัวหิน ต้องมีเงิน 400,000 บาททุกเดือนเพื่อเป็นการหมุน ค่าเช่าร้าน เงินเดือนพนักงาน 10 คน ค่าวัตถุดิบ คือทั้งร้านกาแฟและร้านสเต็ก มีค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าส่งเสียครอบครัว ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องไปกู้เงืนเพื่อนๆ มาและที่อยากไปสวิสเพราะต้องการเอาเงินมาปลดหนี้ที่มีและได้บอกเจ้าหนี้ทุกคนแล้วว่าหลังกลับจากสวิส 15 วันจะเอาเงินกลับมาใช้หนี้ มั่นใจว่าใช้หนี้ได้แน่นอน” “แต่ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะค่าเครื่องบินออกเอง ทำงานจริง 6 วัน ได้ค่าตอบแทนเป็นเงินไทย 15,000 บาท ว่างงานอยู่ 7 วัน แต่โชคดีที่ได้รับความเมตตากับคนไทยที่นั่น ได้คุยกันทางไลน์ เป็นพี่สาวที่น่ารักคนหนึ่ง พี่สาวคนนี้เลยชักชวนและแนะนำว่าถ้าหางานให้เล่นจะมีปัญหากับเจ้าของงานมั้ย ผมก็ขออนุญาติเจ้าของงานแล้ว และพี่สาวคนนั้นก็ไปขอด้วย” “แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือได้มีการติดตามเฟสบุ๊คของนักร้องที่ผมตามเขาไปสวิส เห็นเขาโพสต์แปลกๆ ผมก็ไม่สบายใจ เขาบอกว่าพาไปต่างแดนแต่กลับมาเนรคุณ นั่นหมายถึงคือผมนะ ผมก็ปรึกษาคนอื่น ก็บอกว่ารอให้ใจเย็นๆ ค่อยเข้าไปขอโทษ” “ตอนนั้นผมกับพี่นักร้องคนนั้นอยู่คนละบ้านแล้วตอนอยู่สวิส และผมก็เข้าไปขอโทษพี่เขาแล้ว จากนั้นไม่ถึง 5 นาทีผมก็เห็นที่เขาโพสต์” “นี่คือสิ่งที่คุณได้รับคำขอโทษจากผมแล้วมาโพสต์ ผมไม่โกรธ แต่ไม่เข้าใจ อีกเรื่องคือหายไป 3 วัน จะติดต่อครอบครัวได้เจอคำด่าจากครอบครัวหาว่าขายตัว มั่วผู้หญิง ไม่กลับบ้าน แต่โชคดีได้พิสูจน์ตัวเองจากที่สวิส วีดีโอคอลบอกว่าตอนนี้ผมทำอะไรอยู่ที่ไหน แต่ขณะนั้นมีสายเข้ามาที่บ้าน บอกว่าตอนนี้มันไปอยู่กับผู้หญิงแล้ว สบายไปแล้ว ไม่ต้องไปสนใจมัน” “ครอบครัวผมบอกแบบนั้น ผมถึงต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น และอัดเสียงว่าผมทำจริงหรือเปล่า ก็เลยเกิดคลิปเสียงขึ้น” (เปิดคลิปเสียงภรรยาตัวเองกับภรรยานักร้องที่มีปัญหาคุยกัน) “ผมมีเอกสารทุกอย่างที่เขาส่งมาล้างสมองแฟนผมว่าผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่แฟนผมก็อัดเสียงไว้ แล้วเอามาหักล้างกับสิ่งที่ผมมีทุกอย่างจนแฟนผมเข้าใจ หลังจากนั้นเขาก็ทวงเงินผมตลอด ขู่ผมว่าจะเอาผมให้ตาย ผมไม่ได้ติดเงินเขาด้วย แต่เขามาทวงแทนคนอื่นทำไม ผมไม่ได้ติดหนี้สินอะไรกับเขาเลย แต่เขาอาสามาทวงหนี้แทน แต่วิธีของเขามันเกินไปมาแอบถามจากภรรยาผม บอกเล่าเรื่องราวใส่ข้อมูลกับภรรยาผม ภรรยาผมถึงได้หลงบอกว่าผมเป็นหนี้ใครอะไรยังไงบ้าง” “หลังจากนั้นเขาจึงขุดผมทุกอย่างว่าผมเป็นหนี้ใคร ทำธุรกิจอะไรเจ๊งมาบ้างแล้วก็ยังมาโพสต์อะไรต่ออะไรอีกเยอะแยะ รู้ทุกอย่างว่าผมทำอะไรอยู่ที่ไหน รู้บ้าน รู้ทุกอย่าง เขาคุกคามผมมาก ตอนก่อนไปสวิสไม่เคยมีปัญหากันเลย แทบจะจูบปากกัน เขาเคยโพสต์ว่าเปิดบริษัทรับทวงหนี้ทั่วราชอาณาจักร แต่ลบไปแล้ว แบบนี้ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ เตรียมยื่นเรื่องทางกฎหมายต่อไป”(เปิดคลิปเสียงจั๊กกะบุ๋มคุยกับศร) “ที่ผมข่มขู่ เพราะเขามาพาดพิงว่าแม่ผมเคยติดคุกคดียาเสพติด ผมผิดมั้ยที่ออกมาปกป้องแม่ รู้เหรอว่าแม่ติดคุกเรื่องอะไร รู้เหรอว่าแม่เจ็บช้ำน้ำใจจากการถูกยัดข้อหา ติดคุก 2 ปี เขาช้ำขนาดไหน” “การที่ผมออกมาปกป้องบุพการีใช้คำไม่สุภาพ ผมกราบขออภัย คุณทำเพื่อจะโปรโมทอะไรหรือเปล่า อย่าทำเลย เขาบอกผมมาเกาะเขาดัง ผมเองมีงานมาตลอดนะ ทำงานมาตลอด 11 ปี แต่เขามีอะไร เขาหายจากจอทีวีมานานมาก ใครเกาะกระแสใครกันแน่” “ดำเนินการทางกฎหมายแน่นอน เอกสารมีมากกว่า 3,000 แผ่น จะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย จะฟ้องหมด พรบ.คอมฯ หมิ่นประมาท ขู่กรรโชก ข่มขู่คุกคาม ไม่ต้องแจ้งความแล้ว เข้าฟ้องศาลเลยฝ่ายโน้นบอกให้กราบเท้าขอขมา ผมถามหน่อย ผมผิดอะไร ถ้าผมผิดจริงผมพร้อมกราบต่อหน้านักข่าวเลย ไปเคลียร์กันที่ศาลเลย พูดไปก็เป็นการกล่าวโทษพาดพิง ไปศาลเลยดีกว่า ที่เขามาวันนี้มาทำไม ไม่ได้เชิญ เอาคนชื่อออมที่ว่าผมเป็นหนี้มาด้วย ผมเป็นคนเชิญมาเอง อยากให้มาคุยต่อหน้านักข่าว ยอมรับยืมเงินออมมาจริง แต่มีการจ่ายล่าช้า” “ตอนแรกคุยกันเองว่าจะจ่าย แต่พอดีเขาไปแจ้งความ หลังจากนี้ก็คงต้องใช้กฎหมายคุยกันจะฟ้องทุกเรื่องภายในอาทิตย์นี้ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไร เพียงแต่จะให้คนรู้ว่าผมเป็นยังไง สมาคมตลกไม่มีเรียกไปคุย มองเป็นตัวบุคคลดีกว่า อย่าไปพาดพิงถึงองค์กร ไม่มีองค์กรไหนสอนให้คนทำผิดพลาด ผมกราบขออภัยสมาคมตลกด้วย องค์กรก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง แต่นามสกุลเชิญยิ้มก็อาจจะทำให้มีผลบ้าง แต่ขอให้ผมได้ชี้แจงก่อนจะใช้หนี้ทุกคนแน่นอน มีการพูดคุยกับเจ้าหนี้ทุกคนตลอด จำนวนเงินติดหนี้ทั้งหมดประมาณ 120,000 บาท แต่เขาทำเป็นเรื่องใหญ่ ไปบอกผู้จัดว่าอย่าจ้างงาน แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้” “ถ้าเขาออกมาแถลงโต้ผมไม่ซีเรียส ผมทำมาหากิน ให้โอกาสผมเถอะ ผมใช้หนี้ทุกคนแน่นอน สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่มีการโพสต์พาดพิงถึงเขาอีก แต่ถ้าเขาโพสต์ถึงผมขอให้ทุกคนคิดเอาเองว่าใครกันที่ไม่จบ ฝากถึงเขาในฐานะที่ผมเป็นน้อง ถ้ามีสิ่งใดที่ผมทำให้พี่ไม่พอใจ ผมขอโทษ ทุกเรื่องทุกสิ่งผมพยายามบอกให้พี่หยุด ผมไม่โกรธ เพราะผมเข้าใจว่าพี่ทำเพราะอะไร แต่ผมขอให้ศาลเป็นคนดำเนินการแทน ผมขอโทษแล้วกัน ถ้าพี่คิดได้พี่ก็หยุดเถอะ ไม่นานคนไทยก็ลืม อย่าดื้อดึงเลย” จั๊กกะบุ๋ม กล่าว จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม - คุณแม่ ศร อิจฉา ภรรยาของศร ภรรยาศร - ออม สาวแบงค์ จั๊กกะบุ๋ม และภรรยา ออม สาวแบงค์ มาทวงเงินจั๊กกะบุ๋มหลังแถลง ออม สาวแบงค์

บ้านอยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วจน มีลักษณะเป็นอย่างไร
บ้านอยู่แล้วไม่รวย /  ปลูกบ้านตามหลังฮวงจุ้ย / 

บ้านแบบไหนอยู่แล้วดี หรือห้ามสร้างหรือมีสิ่งของเหล่านี้อยู่ในบ้าน ถ้ามีจะทำให้ บ้านอยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วไม่รวย เพื่อนๆ ควรนำข้อห้ามเหล่านี้ไปพิจารณา หรือข้อควรระวัง ตามหลักของฮวงจุ้ย มีด้วยกันมากมายหลายประการ ซึ่งเพื่อนๆ เองก็ไม่ควรที่จะมองข้ามนะคะ บ้านอยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วไม่รวย มีลักษณะเป็นอย่างไร รั้วบ้าน : รั้วทำหน้าที่ช่วยกักเก็บพลังมิให้รั่วไหล และยังช่วยคุ้มครองป้องกันภัยมิให้ถูกบุคคลภายนอกรุกล้ำ การไม่มีรั้วบ้าน หรือรั้วบ้านโปร่ง เตี้ย มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน หรือสูงมากเกินไป จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีฐานะตกต่ำยากจน ความสูงของประตูรั้ว ประตูรั้วจะต้องมีความสูงเสมอกับขอบกำแพง จะสูงกว่ากำแพงไม่ได้ เพราะมิฉะนั้นจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีการทำมาหากินที่ฝืดเคือง เงินทองร่อยหรอ รั้วบ้านมีช่องเปิด : ช่องเปิดที่ผนังรั้วจะทำให้พลังในพื้นที่บ้านรั่วไหล มีผลให้ทุกด้านของชีวิตอ่อนแอลงไป และถ้าฮวงจุ้ยอื่นๆ ของบ้านไม่ค่อยจะดีด้วยแล้วก็จะมีผลกระทบต่อฐานะทางการเงินทำให้จนเร็วขึ้น สีของกำแพงบ้าน : รั้วที่ดีต้องทาสีให้ดูสวยงามจึงจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้กับผู้อยู่อาศัย การไม่ทาสีให้กำแพงรั้ว หรือปล่อยให้สีที่ทาหลุดร่อน หรือเก่าทรุดโทรม จะทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่มีโชคลาภ และการทำมาหากินตกต่ำเสื่อมถอย สีเข้มโดยเฉพาะสีดำ สีน้ำเงิน หรือสีฟ้า เป็นสีต้องห้ามที่ไม่ให้ใช้เป็นสีกำแพง เพราะเป็นอัปมงคลที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความเสียหาย การเงินมีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้ และเงินทองรั่วไหล กำแพงรั้วมีความขรุขระ มีส่วนแหลมคมเป็นปุ่มปมตะปุ่มตะปั่ม : จะทำลายพลังที่ผ่านเข้าบ้านเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคในการทำมาหากิน มีรายได้น้อย มีรายจ่ายมากและยากจน บนกำแพงรั้วมีเหล็กดัดปลายแหลมหันแทงเข้าในบ้าน : จะทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดเรื่องเดือดร้อนและเสียเงินเสียทองอยู่บ่อยๆ หรือรั้วมีลวดลายที่เป็นอัปมงคล เช่น เป็นลวดลายแหลมคมหรือเป็นลายเครื่องหมายคูณ จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีปัญหาทางการเงินและยากจน พื้นที่บ้านมีความสูงกว่าถนนนอกบ้านมากเกินไป : จะทำให้พลังจากถนนนอกบ้านเคลื่อนตัวเข้าสู่ในเขตบ้านได้ลำบาก เป็นเหตุให้บ้านขาดพลัง ผู้อาศัยในบ้านลักษณะเช่นนี้จะพบกับความสำเร็จในชีวิตและการงานได้ยาก และขัดสนเรื่องเงินทอง ถนนในบ้านที่ต่อจากประตูมีความขรุขระตะปุ่มตะปั่มไม่ราบเรียบ หรือมีลวดลาย :  โดยเฉพาะเป็นลายที่มีความแหลมคมหรือเป็นรูปกากบาท จะทำให้พลังเคลื่อนผ่านเข้าบ้านได้ยาก พลังเสียหายและติดขัด ผู้อยู่อาศัยจะพบกับปัญหาและอุปสรรคนานาประการในชีวิต การทำมาหากินฝืดเคือง ธุรกิจการงานตกต่ำเสียหาย และสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ศาลพระภูมิตั้งอยู่ชิดประตูรั้ว : ตามปกติการตั้งศาลพระภูมิที่ถูกต้อง ควรตั้งอยู่ทางด้านฝั่งขวามือของพื้นที่บ้าน (เมื่อยืนหันออกไปหน้าบ้าน) แต่มีข้อห้ามในการตั้งคือ ห้ามตั้งศาลพระภูมิใกล้ชิดติดกับประตูรั้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ติดชิดกับขอบถนนที่ต่อจากประตูรั้วเข้าบ้าน เพราะในวิชาฮวงจุ้ยถือว่าศาลพระภูมิเป็นธาตุไฟ ที่จะทำให้พลังที่ผ่านเข้ามา ทางประตูรั้วถูกทำลาย เป็นเหตุให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านขาดพลังทำให้ชีวิตตกต่ำ มีอุปสรรคและปัญหา เกิดความเดือดร้อนวุ่นวาย และการเงินเสียหาย ข้างประตูรั้ว ข้างประตูหน้า หรือริมขอบถนนที่จะเดินเข้าประตูบ้าน :  ไม่ควรปลูกต้นจั๋ง พืชตระกูลปาล์ม ต้นหมาก หรือต้นไม้ที่มีหนามแหลมคม เพราะต้นไม้เหล่านี้เป็นพิฆาตต่อพลังที่ผ่านเข้ามาในบ้าน ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีฐานะไม่ดี การเงินรั่วไหล ประตูรั้วบ้านตั้งตรงและประจันกับประตูรั้วของเพื่อนบ้าน : จะทำให้การทำมาหากินมีรายได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น และถ้าประตูรั้วของเพื่อนบ้านมีขนาดที่ใหญ่กว่าประตูรั้วของเรา หรือประตูรั้วทั้งสองตั้งตรงกัน แต่ขอบประตูหรือเสาประตูตั้งขบกัน จะยิ่งส่งผลให้เกิดปัญหา มีรายได้น้อยมากยิ่งขึ้น รวมถึงคนในบ้านจะเจ็บป่วย และประสบอุบัติเหตุบ่อย ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : thaihomeonline.com - บ้านอยู่แล้วรวย อยู่แล้วดี มีลักษณะเป็นอย่างไร - ฮวงจุ้ยบ้าน 10 ลักษณะ บ้านแบบไหนอยู่แล้วจน - ฮวงจุ้ย ปรับบ้านให้เฮงกับ อ.คฑา ชินบัญชร

เรื่องใหญ่ !
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

เรื่องใหญ่ ! "ท่านมุ้ย - หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล" ถูกศาลสั่งล้มละลาย เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เปิดเผยประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง คำพิพากษาให้ล้มละลายและกำหนดนัดไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผย โดยเนื้อความได้ระบุว่า ท่านมุ้ย หรือ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้รับการพิพากษาจากศาลให้เป็นบุคคลล้มละลายตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 พร้อมกำหนดนัดไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผย ณ ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคาร A ชั้น 2-4 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา เวลา 9.30 น. โดยเจ้าหนี้ที่ยื่นคําขอรับชําระหนี้แลว มีสิทธิไปฟงการไตสวนและซักถามลูกหนี้ที่ศาลได หรือมอบฉันทะเปนหนังสือใหผูหนึ่งผูใดไปแทนได ต้นฉบับ ราชกิจจานุเบกษา