ศาลฏีกา

ปล่อยตัวผู้ต้องหา 'ยูฟัน'รายที่21-บุกค้นคอนโดUDPBยึด50ล.
บริษัทUDPB /  ปคบ / 

ตำรวจปคบ.ให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดี 'ยูฟัน' รายที่ 21 วงเงิน 5 แสนบาท ห้ามออกนอกประเทศและยุ่งคดี พร้อมบุกค้นคอนโดหรูย่านรัชดาของปธ.ยูดีพีบี ยึดทรัพย์กว่า 50 ล้านส่งปปง. หลังจากวานนี้ (19 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายณัฐวรรธน์ บุญภา ผู้ต้องหารายที่ 21 ในคดีร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน บริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด พร้อมทำการสอบปากคำเพิ่มเติม หลังปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงของยูฟัน โดยผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในชั้นสอบสวน ล่าสุดวันนี้ (20 พ.ค.) พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) ได้พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยวงเงินประกัน 500,000 บาท เนื่องจากนายณัฐวรรธน์ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี รวมถึงให้ข้อมูลเครือข่ายสำคัญกับพนักงานสอบสวน และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยมีเงื่อนไขระหว่างประกันตัวห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี สำหรับคดีที่เกิดขึ้นพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยูฟันแล้วทั้งสิ้น 21 ราย โดยจับกุมแล้ว 13 ราย และยังเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 8 ราย ขณะที่พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำหมายศาลเข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดมิเนียมหรู ย่านรัชดาภิเษก หลังมีข้อมูลว่า นายเคลวิน ไลน์ ประธานกรรมการบริษัท ยูดีบีพี แมนเนจเมนท์ ไทยแลนด์ จำกัด เครือข่ายบริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด ที่ถูกจับกุม ได้ซื้อไว้จำนวน 12 ห้อง มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยพล.ต.ท.สุวิระ เปิดเผยว่า ตำรวจมีพยานยืนยันว่า ผู้บริหารของบริษัทยูฟัน เคยเข้ามาพักที่คอนโด จึงเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง จึงได้อายัดห้องพักทั้งหมด รวมถึงรถยนต์ของนายเคลวิน 3 คัน มูลค่า 15 ล้านบาท ส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบ และตำรวจได้รับหนังสือยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศว่านายเคลวิน ไม่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการฑูตตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งตำรวจจะตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายเคลวิน พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่ได้จากการฉ้อโกงเพิ่มต่อไป ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด MThai News

รวมเกล็ดความเชื่อ! เมื่อต้องตั้ง ศาลพระพรหม พระภูมิและเจ้าที่
ความเชื่อ /  พราหมณ์ / 

ความเชื่อกับคนไทยเป็นเรื่องที่อยู่คู่กันมานาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่ความเชื่อ ความศรัทธา ที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่เลือนหายไป โดยเฉพาะการตั้งศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม หรือศาลเจ้าที่ ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกที่ในเมืองไทย การตั้งศาลเหล่านี้เกิดจากหลายเหตุผล มีทั้งที่เชื่อด้วยตัวเองตั้งแต่แรก และบางท่านอาจจะมีปัญหาต่างๆรุมเร้า เช่นสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง ครอบครัวไม่มีความสุข มีแต่เรื่องทุกข์ใจ บ้านร้อนดั่งไฟ คนในบ้านทะเลาะกัน  หรือธุรกิจที่ทำอยู่กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ซึ่งไม่ว่าคุณจะมีจุดเริ่มต้นเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายต่างก็ต้องการที่พึ่งทางจิตใจเหมือนๆกัน การตั้งศาลจึงเป็นทางออกที่หลายท่านเลือกที่จะทำ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยพราหมณ์ที่มีความรู้ ความชำนาญอย่างแท้จริง เพื่อที่จะช่วยให้พิธีมีความศักดิ์สิทธิ์และเห็นผล! หลายท่านอาจยังไม่เคยทราบว่าใต้ฐานของ ศาลพระพรหม และพระภูมินั้น มีการนำไม้มงคล 9 อย่าง, แผ่นนาคเงิน นาคทอง และพลอยนพเก้าลงไปด้วย เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับเจ้าของบ้านและธุรกิจที่ทำอยู่ให้เจริญมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลย คือการหมั่นดูแลเอาใจใส่ เปลี่ยนน้ำ เปลี่ยนผลไม้ของไหว้ และรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เพราะหากต้องการให้ท่านมาปกป้องคุ้มครองคุณจะต้องไม่ลืมที่จะให้ความเคารพจากใจจริงเสียก่อน เปรียบเสมือนเราสร้างวิมานให้เทพอยู่ จึงต้องดูแลเป็นอย่างดี ข้อห้ามในการตั้งศาลนั้น ความจริงแล้วมีมากมายหลายสิบข้อ แต่ที่เป็นพื้นฐานหลักที่ไม่ควรทำคือ 1. ห้ามตั้งศาลไว้ทางทิศตะวันตก 2. การทำบันไดฐานให้ศาล จำนวนขั้นควรเป็นเลขคี่ 3. ห้ามตั้งวางศาลในพื้นที่ใต้คานหรือเสาเด็ดขาด เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ขอบคุณรูปภาพจาก : ร้านศาลพระภูมิ อินทรศิลป์

เชื่อใครดี? 2โหร คิดต่าง ปม ตัวเงินตัวทองโผล่ทำเนียบ
ตัวเงินตัวทอง /  วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ / 

'โหรวารินทร์ 'แจง นกเอี้ยงไล่จิก ตัวเงินตัวทอง ที่ทำเนียบ แค่เรื่อง ธรรมชาติ ด้าน 'โหร รสช.' เผย เป็นลางร้าย แนะ 'บิ๊กตู่' บูชาพระราหู อาจอยุ่ยาวถึง 8ปี แบบป๋าเปรม วันที่ 21 พ.ค. 58 นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดังแห่ง เจ้าของฉายา “โหร คมช.” กล่าวถึงเหตุการณ์นกเอี้ยงจิกตัวเงินตัวทองบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าว่า ถือเป็นธรรมชาติของสัตว์เป็นเรื่องปกติ ไม่น่าจะเป็นลางร้ายบอกเหตุอะไรทั้งสิ้นเมื่อถามว่า ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ จะครบ 1 ปี ที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการบริหาร สถานการณ์หลังจากนี้ มีอะไรที่น่ากังวลหรือไม่ นายวารินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เร่งทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อว่าหลังจากนี้ทุกอย่างน่าจะดี เพียงแต่ต้องขยายเวลาออกไปจากโรดแม็พที่วางไว้ ตามที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ เพราะการทำงานกับคนหมู่มาก แก้ปัญหาที่มีมานานเป็นสิบ ๆ ปีต้องใช้เวลา เพราะถ้าปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังต่อไป ความสงบก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งเราไม่ควรคำนึงถึงเวลา ควรจะนึกถึงผลงานที่จะออกมาดีกว่า เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ มาคืนความสุขให้กับแผ่นดิน ด้านนายอรรถวิโรจน์ ศรีตุลา "โหร รสช." ทำนายว่า เป็นลางร้าย สื่อถึงผู้นำประเทศ อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีต่อบ้านเมือง ซึ่งคราวนี้รุนแรงแน่นอน ตัวเงินตัวทอง หมายถึงสิ่งอัปมงคลเป็นลางไม่ดีมากที่มาบอกให้ พล.อ.ประยุทธ์ ระวังตัว อย่าหูเบา เพราะจะเกิดปัญหาการบริหารบ้านเมืองที่มาจากคนรอบข้างเอง แต่ช่วงนี้นายกฯจะผ่านพ้นไปได้ด้วยมีบารมีของนายกฯ เองที่มีบริวารมาก เพราะมีนกเอี้ยงมาคอยไล่จิกตีให้ หมายถึงมีบริวารคอยช่วยได้บางครั้ง "ตัวเงินตัวทองเข้าตึกไทย หมายถึงที่ทำงานนายกฯ เป็นลางไม่ดีอย่างมาก พล.อ.ประยุทธ์ ควรหาเวลาไปไหว้สักการะศาลหลักเมือง พระสยามเทวธิราช และพระราหู ให้ช่วยปัดรังควานสิ่งชั่วร้ายออกไปจากบ้านเมือง แนะให้นายกฯ เคารพบูชาพระราหู จะทำให้เป็นนายกฯ อยู่ได้นานถึง 8 ปี เหมือน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ท่านรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว ทำให้ประเทศดีขึ้นทุกด้านอย่างแท้จริง นายอรรถวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังต้องระวังภัยพิบัติขนาดใหญ่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงวันที่ 11-22 ก.ค. จะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ และน้ำท่วมครั้งใหญ่ รวมทั้งนายกฯ ระวังตัวจากการถูกปองร้าย การสูญเสียบุคคลคนสำคัญ ปัญหาเศรษฐกิจตกหนักสาหัส ซึ่งประชาชนทั่วไปต้องระวังโจรผู้ร้ายจะชุกชุมมาก เพราะอิทธิพลของดาวมฤตยูย้ายราษีเมษทับดวงเมือง ดาวมฤตยูนี้ จะอยู่ 2-3 ปี เป็นดาวแรงมาก จะมีสิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้น จนถึงเดือน เม.ย.ปี59 ซึ่งนายกฯ เองต้องระวังให้มากในเรื่องคนข้างเคียง ในช่วงนี้อาจยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ เม.ย.ปีหน้า เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลายขั้วอาจเกิดสงครามกลางเมืองอีกรอบ MThai News

แม่ช็อก! หนุ่มหื่นลักลูกสาว4ขวบจากรพ. พบเปลือย-สะบักสะบอม
ลักพาตัว /  เด็ก 4 ขวบ / 

หญิงชาวเมียนมา โร่แจ้งความ หลังลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกลักพาตัวไปจากโรงพยาบาล ถูกพบเปลือยกาย ร้องไห้ แต่ไม่พบร่องรอยการถูกกระทำชำเรา วานนี้ (15 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว 'ข่าวสด' รายงานว่า เมื่อเวลา 23.50 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.สุคนธ์ รัสเอี่ยม พนักงานสอบสวนชำนาญการ สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากหญิงสาวชาวเมียนมา อายุ 33 ปีที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี ว่าลูกสาวคนกลางวัย 4 ขวบ ถูกคนร้ายลักพาตัวไปจากห้องพักอาคารพักญาติ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงไปที่โรงพยาบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.สุชาย เทศัชบุตร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.ยุทธชัย มีสายมงคล สว.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นจึงได้ขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณใกล้เคียง พบว่าลักษณะของคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น แต่ใบหน้าที่ปรากฏไม่ชัดเจน เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืน เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายมีอายุระหว่าง 25-30 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบทิศทางการหลบหนีของคนร้าย พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกค้นหากันตลอดทั้งคืนแต่ก็ไม่พบ ล่าสุด วันที่ 15 พ.ค. เวลาประมาณ 08.30 น.พ.ต.ต.สุคนธ์ ได้รับแจ้งจาก จ.ส.อ.บุญเลิศ ชูชื่น ตำแหน่งนายสิบสัตวบาล สังกัดกองการสัตว์และเกษตรกรมที่ 1 กรมการทหารบกว่า พบเด็กผู้หญิงเดินร้องไห้อยู่ตลอดเวลา โดยอยู่ในสภาพเปลือยกาย ที่บริเวณป่าละเมาะ ด้านหลังศาลเจ้าพ่อเขาตก ถนนสายกาญจนบุรี-ด่านมะขามเตี้ยหลังรับแจ้ง คณะเจ้าหน้าที่จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงรีบนำตัวเด็กหญิงคนดังกล่าว ส่งไปยังโรงพยาบาลพหลฯ เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีขนเพชร ติดอยู่กับกางเกงขาสั้น จึงรวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน และนำหลักฐานทั้งหมดส่งไปตรวจหาดีเอ็นเอ ที่สถาบันนิติเวชเบื้องต้นไม่มีร่องรอยจากการถูกกระทำชำเรา ขณะนี้เด็กอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร และยังไม่สามารถตามจับตัวมาได้ จึงต้องมีมาตรการในการป้องกันอย่างรัดกุม MThai News ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก ข่าวสด

โกโต้งไม่เครียด นอนคุกคืนแรก-คุมสอบต่อวันนี้
ค้ามนุษย์ /  สงขลา / 

รอง ผบ.ตร. ยันปิดเส้นทางเข้า-ออกชายแดนป้องกันปัญหาโรฮีนจาได้ ขณะที่ 'โกโต้ง' ไม่เครียด หลังนอนคุกคืนแรก ไร้ญาติมาเยี่ยม วันนี้เตรียมคุมสอบต่อ ฝากขังศาลพรุ่งนี้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ว่า ล่าสุด นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง ผู้ต้องหาคนสำคัญ ได้ถูกควบคุมตัวไปยัง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลาแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนการควบคุมนั้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ภายใน 48 ช.ม. ก่อนจะดำเนินการขออำนาจศาลฝากขังตามขั้นตอน พร้อมปฏิเสธคัดค้านการประกันตัว นอกจากนี้ยังยืนยันอีกว่าไม่หนักใจที่ โกโต้ง ให้การปฏิเสธตลอดข้อหล่าวหา เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีหลักฐานพยานชัดเจน ไม่เช่นนั้นศาลคงไม่อนุมัติหมายจับ ส่วนนโยบายการปิดเส้นทางเข้า-ออกการค้าโรฮีนจา บริเวณชายแดนนั้น มั่นใจสามารถปราบปรามปัญหาการลักลอบค้ามนุษย์โรฮีนจาผ่านประเทศไทยได้ผลอย่างแน่นอน โกโต้ง นอนคุกคืนแรกสีหน้าเรียบเฉย คุมสอบต่อ ฝากขังศาลพรุ่งนี้ พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ตามที่ โกโต้ง หรือนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮินจา ที่เข้ามอบตัวตำรวจเมื่อวานนี้ และถูกควบคุมตัวมาที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นั้น โดยตลอดคืนที่ผ่านมา ทางโกโต้ง ถูกกักขังในห้องขังของ สภ.หาดใหญ่ โดยมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ร้องขอสิ่งของใดๆ เพิ่มเติม และไม่มีอาการเครียดให้เห็น ซึ่งยังไม่ปรากฎว่ามีผู้ใดหรือญาติมาเยี่ยมแต่อย่างใด ซึ่งในวันนี้จะนำตัวโกโต้งมาสอบสวนขยายผลต่ออีก 1 วัน และในวันพรุ่งนี้ เมื่อครบการควบคุมตัว 48 ชม. จะนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนาทวี จ.สงขลา โดย พงส. จะทำการคัดค้านการประกันตัว MThai News

ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง แจงไม่เกี่ยวข้องคดียูฟัน
คดียูฟัน /  ตำรวจ / 

ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เข้าให้ปากคำ ตร. คดีแชร์ลูกโซ่ ยันไม่เกี่ยวข้อง บ.ยูฟันฯ แค่ถูกว่าจ้างไปให้เป็นพิธีกร วันนี้ 24 พ.ค. ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ล่าสุด นายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการโทรทัศน์ เข้าพบ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อชี้แจงกรณีถูกว่าจ้างให้เป็นพิธีกรในงานต่าง ๆ ของ บริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด นายสุผจญ ยืนยันว่าได้รับการว่าจ้างจากบริษัทออแกไนเซอร์ จำนวน 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างเฉลี่ยครั้งละ 6 หมื่นบาท ให้เป็นพิธีกรภายในงาน และไม่ทราบรายละเอียดของบริษัทดังกล่าวว่ามีการทำธุรกิจด้านใด แต่พบว่าภายในงานมีชาวต่างชาติจำนวนมาก บางงานยังพบนักแสดงและบุคคลมีชื่อเสียงเข้าร่วมงานหลายคน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายชื่อพร้อมนำหลักฐานเป็นสคริปต์พิธีกรที่ใช้ภายในงานมอบให้ตำรวจด้วย ด้าน พล.ต.ท.สุวิระ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าการจัดงานของบริษัทยูฟันฯ ทั้ง 3 งาน เป็นการจัดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทยูฟันฯ ว่ามั่นคงและน่าร่วมลงทุน หากพบหลักฐานผู้กระทำผิดจะขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่ามีเชื้อพระวงศ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์เข้าร่วมงานจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการแอบอ้าง อย่างไรก็ตามวันพรุ่งนี้ นายศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ หรือ แมน นักแสดงชื่อดัง จะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ หลังปรากฏภาพเข้าร่วมงานของบริษัทยูฟันฯ นอกจากนี้ ทางตำรวจได้จัดตั้งคณะทำงานรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งอัยการพิจารณาเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ภายในสัปดาห์หน้า MThai News

สั่งขัง5เดือน! หนุ่มเมาอาละวาด ต่อยตำรวจศาลอาญา
ด่าตำรวจ /  ต่อยตำรวจ / 

ศาลสั่งจำคุก 5 เดือน หนุ่มเมาอาละวาดต่อยตำรวจประจำศาลอาญา ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย จ่อแจ้งความคดีทำร้ายร่างกาย-พกกระสุนปืนเพิ่ม ความคืบหน้ากรณีนายกษิดิศ มนตรีพาณิชย์ ญาติของหนึ่งในจำเลยคดียาเสพติด ที่เดินทางมาฟังการพิจารณาคดีที่ศาลอาญา เมาอาละวาดต่อยตำรวจศาลอาญา เนื่องจากไม่พอใจหลังถูกไล่ออกจากห้องพิจารณาคดีเมื่อช่วงเช้านั้น ล่าสุด นายสุนันท์ จาคะ หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ ผู้กล่าวหา นายกษิดิศ ฐานละเมิดอำนาจศาล โดยรายงานถึงพฤติการณ์ของนายกษิดิศ ว่ามีอาการมึนเมา เอะอะโวยวายในห้องพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลเข้าห้ามปราม แต่ไม่เป็นผล และชกใบหน้า ร.ต.ต.สงกรานต์ นอกจากนี้ยังพกเครื่องกระสุนปืนมายังศาล ซึ่งศาลได้สอบถามนายกษิดิศแล้ว โดยให้การยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายกษิดิศทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานตำรวจประจำศาลอาญา และนำกระสุนปืนเข้ามาในบริเวณศาล อันเป็นการขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาล ศาลจึงมีคำสั่งให้จำคุกนายกษิดิศ เป็นเวลา 5 เดือน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ สำหรับกระสุนปืนของกลางให้ยึดไว้ และให้ผู้อำนวยการประจำศาลอาญา หรือผู้แทนของผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี กับนายกษิดิศ ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และความผิดต่อ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ต่อพนักงานสอบสวนต่อไป โดยให้ส่งมอบของกลางดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานแล้ว ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน .................................................................................... หนุ่มเมาอาละวาดต่อยหน้าตำรวจศาลอาญา หลังฉุนถูกไล่ออกจากห้องพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่ไล่จับวุ่น ค้นตัวพบกระสุนปืน 11 มม. คาดโทษละเมิดอำนาจศาล วันที่ 20 พ.ค. เจ้าหน้าที่ประจำศาลอาญารัชดา พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้ควบคุมตัว นายกษิดิศ มนตรีพาณิชย์ ญาติของหนึ่งในจำเลยคดียาเสพติด ที่มาฟังการพิจารณาคดี ห้อง 808 มาควบคุมตัวภายในห้องขัง เพื่อรอการพิจารณาลงโทษ หลังก่อเหตุเมาสุราและอาละวาดในห้องพิจารณาคดี โดยก่อนเกิดเหตุ นายกษิดิศได้เดินทางมาศาลพร้อมเพื่อนอีก 2 คน เพื่อฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ในคดีของน้องชาย แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสังเกตเห็นว่าบุคคลทั้ง 3 มีลักษณะมึนเมา จึงแจ้งตำรวจประจำศาล ให้ควบคุมตัวออกจากห้องพิจารณาคดี แต่นายกษิดิศไม่พอใจ จึงตะโกนด่าทอและลงมือทำร้ายร่างกาย ร.ต.ต.สงกรานต์ ศรีสุข ด้วยการชกเข้าที่กรามด้านซ้ายหนึ่งหมัด ก่อนวิ่งลงจากห้องพิจารณาคดี จากนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้พยายามวิทยุเพื่อสกัดจับ กระทั่งทั้ง 3 คน ออกมาถึงบริเวณด้านหน้าศาล ก็ยังคงมีการด่าทอเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด ซึ่งทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์พยายามเกลี้ยงกล่อมให้สงบสติอารมณ์ แต่นาย กษิดิศไม่หยุดการกระทำ และพยายามวิ่งหนีออกนอกพื้นที่ศาล เจ้าหน้าที่ประจำศาลพร้อมตำรวจ จึงวิ่งตามไปเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ก่อนจับตัวได้ที่หน้าศาลแขวงพระนครเหนือ ทั้งนี้ จากการตรวจค้นตัวนายกษิดิศ พบกระสุนปืน ขนาด 11 มิลลิเมตร ในกระเป๋ากางเกง ขณะที่เพื่อนอีก 2 คนที่มาด้วยกัน ได้หลบหนีออกไปทางด้านหลัง เบื้องต้นตำรวจยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ แต่เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ศาล ซึ่งเป็นการละเมิดอำนาจศาลอย่างชัดเจน ศาลสามารถดำเนินการพิจารณาลงโทษได้ทันที ส่วนผู้ที่หลบหนีตำรวจจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป MThai News

ยูฟัน ขนเงินซุกมาเลย์ จ่อเรียกสอบ 'ดาราดัง'เอี่ยวลงทุน
ขนเงินออกประเทศ /  ดาราดัง / 

ผู้ช่วยผบ.ตร.เผย 4 ผู้ต้องหา 'ยูฟัน' ขนเงินออกนอกประเทศซุกซ่อนมาเลเซีย พบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 779 ล้านบาท ขณะเตรียมเรียกสอบปากคำเหล่าดาราดัง เอี่ยวชักชวนเหยื่อลงทุน จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด 4 ราย คือ น.ส.นิภาพร ละมี อายุ 36 ปี นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ อายุ 21ปี น.ส.ณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว อายุ 24 ปี และนายบุน เกียท ชู ชาวมาเลเซีย โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดาจ.สงขลา วานนี้ (21 พ.ค.) ล่าสุดวันนี้(21 พ.ค.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ผู้อำนวยการส่วนตรวจ 2 สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่าจากการสอบปากคำ นายบุน เกียท ชู ให้การรับสารภาพว่า เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากแม่ข่ายและกลุ่มสมาชิกยูฟัน โดยมีบัญชีธนาคารทั้งหมด 17 บัญชี ตำรวจตรวจสอบแล้ว 1 บัญชีพบเงินหมุนเวียน 157ล้านบาท ส่วนอีก 16 บัญชีตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเงินที่โอนเข้าบัญชีแต่ละครั้ง จะถอนเงินครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้แจงการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร และจะนำเงินสดซุกซ่อนออกไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากข้อมูลของตำรวจพบว่า นายบุน เกียท ชู มีการใช้ชื่อไทยปลอม และตำรวจตั้งข้อสังเกตว่ามีหน้าตาคล้าย นายอาทิตย์ ปานแก้ว ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ยังหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และจากการตรวจสอบบัญชีนายบุน เกียท ชู กับพวกผู้ต้องหาชาวไทยอีก 3 คนนั้น พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 779 ล้านบาท ส่วนที่พบบุคคลมีชื่อเสียงมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ยูฟันฯ นั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะทำการเชิญมาสอบปากคำเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีนั้น มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้อยู่ระหว่างการรวมรวบพยานหลักฐานในการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเครือข่ายยูฟัน ได้มีการหลอกหลวงประชาชนให้มาร่วมลงทุน รวมทั้งมีผู้ที่มีชื่อเสียงและศิลปินดาราดังหลงเชื่อเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับรายงานข่าวจากชุดสืบสวน ที่มีรายงานว่ามีเครือข่ายยูฟัน มีการชักชวนดารานักแสดง หรือผู้มีชื่อเสียง มาร่วมลงทุนเพื่อความน่าเชื่อถือในธุรกิจ โดยก่อนหน้านี้พบว่า มีรูปภาพระหว่าง นายณัฐวรรธน์ บุญภา ผู้ต้องหาที่ถูกจับ ถ่ายรูปร่วมกับนายมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ หรือ อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ และ นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ นอกจากนี้ยังพบรูปภาพดารานักแสดงคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมกับเครือข่ายยูฟัน อาทิ นายศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ หรือ แมน ดารานักแสดงชื่อดัง นายธีระชาติ ธีระวิทยากุล หรือ อู๊ด เป็นต่อ ศิลปินตลก รวมทั้ง น.ส.ขวัญนภา เรืองศรี หรือ ลาล่า โปงลางสะออน ซึ่งในส่วนของลาล่านั้น พบว่ามีการขึ้นเวทีพูดชักชวนแนะนำธุรกิจยูฟัน ที่โรงแรมการิน อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วย ทั้งนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 25 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 17 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 8 ราย MThai News

ผบช.น.ส่งสำนวนบึ้มศาลอาญาฟ้อง20ผู้ต้องหา
ระเบิด /  ระเบิดศาลอาญา / 

ผบช.น.ส่งสำนวนคดีปาระเบิดศาลอาญาให้อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 20 คน 10 ข้อหา ระบุมั่นใจในสำนวน เผยจับแล้ว 16 ยังหลบหนีอีก 4 วันที่ 19 พ.ค. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) นำสรุปสำนวนการสอบสวนคดีปาระเบิดศาลอาญา รัชดาภิเษก พร้อมคำร้องฝากขังศาลผลัด 6 ส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งคดี หลังพนักงานสอบสวนสน.โชคชัย และสน.พหลโยธิน มีความเห็นส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 20 คนในข้อหาต่างๆ 10 ข้อหา อาทิ ข้อหาร่วมก่อการร้าย ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น โดยมีนายพิบูลย์ จตุพัฒนกุล รองเลขานุการอัยการสูงสุด เป็นผู้รับมอบมอบสำนวนการสอบสวนจำนวน 2 แฟ้มกว่า 3,000 หน้าผ่านนายพิบูลย์ จตุพัฒนกุล รองเลขานุการอัยการสูงสุด โดยพล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุว่า มั่นใจในสำนวนคดี เนื่องจากอัยการสูงสุด ได้ส่งตัวแทนร่วมทำสำนวนอย่างละเอียด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลทหารว่า ยังมีข้อสงสัยใดในสำนวนหรือไม่ ด้านนายพิบูลย์ตัวแทนอัยการสูงสุด กล่าวว่า รับสำนวนและเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณา ก่อนจัดตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาสำนวน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนฝากขังผลัดสุดท้าย ซึ่งคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหารวม 20 คน จับกุมแล้ว 16 คน หลบหนี 4 คน ประกอบด้วย คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน นายวิระศักดิ์ โตวังจร นายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร และเยาวชนอายุ 17 ปี บุตรชายของนางสุภาพร มิตรอารักษ์ ผู้จ้างวาน ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @fm91trafficpro MThai News

สุดทน! เว็บข่าวดังรวมตัวฟ้อง 'Ohozaa' ละเมิดลิขสิทธิ์
ฟ้อง Ohozaa /  ฟ้อง Ohozaa TV HD / 

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ยื่นฟ้องเว็บไซต์ Ohozaa และแอพฯ Ohozaa TV HD ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญา ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 28 ก.ย.นี้ วันที่ 15 พ.ค.58 เว็บไซต์สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ รายงานข่าวกรณีสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ยื่นฟ้องเว็บไซต์ Ohozaa และแอพลิเคชั่น Ohozaa TV HD ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญา จากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ นำเอาข้อมูล บทความ งานภาพถ่าย ฯลฯ อันมีลิขสิทธิ์ไปให้บริการในเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยทางเว็บไซต์สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ได้รายงานว่า บริษัท เทรนด์ วีจี 3 จำกัด, บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ไทยรัฐออนไลน์และไทยรัฐทีวี) บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (พีพีทีวี) บริษัท เดลินิวส์ เว็บ จำกัด (เดลินิวส์ ออนไลน์) บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด (เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์) และบริษัท สปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (สำนักข่าวสปริงนิวส์) ได้ยื่นฟ้องบริษัท ทัน สปิริต จำกัด (ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่น Ohozaa TV HD), นายณัฐวุฒิ บำรุงสรณ์ (ผู้ดูแลเว็บไซต์ Ohozaa.com) และกรรมการ กรณีที่ Ohozaa ได้นำเอาข้อมูลบทความ บทวิเคราะห์ งานภาพถ่าย และงานแพร่เสียงแพร่ภาพอันมีลิขสิทธิ์ไปให้บริการในเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.754/2558 ในข้อหาร่วมกันกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม งานศิลปกรรม งานรวบรวม และงานแพร่เสียงแพร่ภาพ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และใช้ชื่อหรือรูปรอยประดิษฐ์ของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา โดย Ohozaa ได้นำเอาบทความ บทวิเคราะห์ ภาพถ่าย และรายการโทรทัศน์ของสำนักข่าวต่างๆ ดังกล่าวไปให้บริการในเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของตนเองเพื่อเพิ่มเรตติ้งให้เว็บไซต์และได้ประโยชน์จากการเรียกเก็บค่าโฆษณาจากสินค้าและบริการต่างๆ ในเว็บไซต์ Ohozaa และแอพพลิเคชั่น ศาลได้กำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 28 ก.ย. 2558 โดยภายหลังจากการฟ้องคดีนี้ สำนักข่าวต่างๆ อาจพิจารณาฟ้องร้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจากการละเมิด หรือฟ้องคดีอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุน Ohozaa เพิ่มเติม หากตรวจสอบ พบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการกระทำความผิดของ Ohozaa หรือกระทำการใดๆที่ทำให้สำนักข่าวต่างๆ ได้รับความเสียหาย รวมถึงบรรดาเว็บไซต์อื่นๆ และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่มีการนำบทความ บทวิเคราะห์ ภาพถ่าย และงานแพร่เสียงแพร่ภาพของสำนักข่าวต่างๆ ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ที่ปรึกษากฎหมายของสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ยังได้ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตและผู้ลงโฆษณาสินค้าหรือบริการเว็บไซต์ Ohozaa.com และแอพพลิเคชั่น Ohozaa TV HD ให้ยุติการใช้บริการหรือสนับสนุนการดำเนินธุรกิจดังกล่าว มิฉะนั้นทางสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์มีความจำเป็นต้องดำเนินคดีฐานเป็นผู้สนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้ากับบุคคลข้างต้น และจากการตรวจสอบข้อมูลการดำเนินการของเว็บไซต์ www.ohozaa.com และแอพพลิเคชั่น Ohozaa TV HD พบว่าเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นดังกล่าว มีการใช้ช่องทางละเมิดลิขสิทธิ์ในการสร้างเรตติ้งเข้าชมที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังพบว่า มีเว็บไซต์อื่นๆ โดยเฉพาะเว็บท่า (web portal) มีการกระผิดลักษณะดังกล่าว ซึ่งสมาคมฯ จะพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณข้อมูล เว็บไซต์สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ MThai News