ศาลฏีกา

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ทําไมโลกนี้ ต้องมี 'เลือกตั้ง'
Footnote /  การเลือกตั้ง / 

อ้าว! ก็การเลือกตั้งมันเป็นการแสดงออกถึงสิทธิและหน้าที่ของเรานี่”, “เราจะได้ใช้สิทธิของเราเลือกคนดีมาแก้ปัญหาและบริหารประเทศไง”, “ไม่เห็นสําคัญเลย เลือกไม่เลือกก็เหมือนเดิม แย่หมด”, “ยกเลิกไปเถอะ มีรัฐบาลแต่งตั้งไปเลยดีกว่า” ฯลฯ ต่างคนต่างก็มีคําตอบของคําถามเดียวกัน แต่เราลองมาล้วงลึกลงอีกนิดไหม ...บางที ‘การเลือกตั้ง’ ที่ฟังเเล้วแสนน่าเบื่อนั้น อาจมีอะไรมากกว่าที่คิด จุดกำเนิด : ก่อเกิดการเลือกตั้ง การเลือกตั้งถือกํา เนิดตั้งแต่สมัยกรีก โดยบุคคลสําคัญซึ่งเป็นผู้ปูทางเอเธนส์สู่ระบอบประชาธิปไตยก็คือ โซลอน (Solon) ซึ่งเริ่มปฏิรูปกฎหมายในช่วงราว 590 ปีก่อนคริสตกาลและเริ่มมีการจัดตั้งศาลประชาชนที่มีผู้พิพากษามาจากการเลือกตั้ง แม้จะมาจากการจับฉลากก็ตาม แต่ก็ถือว่าพลเมืองมีสิทธิในการเลือกตั้ง แถมยังมีการสมัครรับเลือกตั้งเข้าไปเป็นผู้แทนเพื่อทํางานในสภาและเป็นฝ่ายบริหารโดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นลูกขุน ซึ่งการปฏิรูปของโซลอนนี้ถือเป็นการช่วยเปิดทางสู่ข้อเรียกร้องของชนชั้นล่างมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเรื่องของกฎหมายและการปกครองเป็นเรื่องของชนชั้นสูงมาโดยตลอด ดูเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของเอเธนส์ได้ในหนัง A Midsummer Night’s Dream (1935) ที่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากกฎหมายเอเธนส์ข้อหนึ่งซึ่งระบุไว้ว่า พ่อแม่สามารถบังคับให้ลูกสาวแต่งงานกับใครก็ได้และหากลูกสาวขัดขืนต่อการบังคับของพ่อแม่จะต้องถูกประหาร โดยหนังซ่อนนัยยะการกดขี่จากชนชั้นสูงต่อชนชั้นล่างผ่านตัวกฎหมายดังกล่าวนั่นเอง มองเลือกตั้งในเชิงกฎหมาย ในเชิงประวัติศาสตร์ การเลือกตั้งอาจเป็นสัญลักษณ์และเครื่องมือของการเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของชนชั้นล่าง แต่หากเราพิจารณาถึงการเลือกตั้งในเชิงกฎหมายแล้ว เดวิด บัตเลอร์ เขียนไว้ในหนังสือ Democracy ว่า เราสามารถพิจารณาและตีความการเลือกตั้งออกเป็น 3 แง่ คือ 1.การเลือกตั้ง = สิทธิ การเลือกตั้งถือเป็นสิทธิที่มีความสําคัญซึ่งรัฐต้องให้ความคุ้มครองและดูแลแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน เช่นในสารคดี Slacker Uprising (2007) ของ ไมเคิล มัวร์ เล่าความพยายามของมัวร์ที่ไปปราศรัยตามมหาวิทยาลัย เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงสิทธิของตัวเอง และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (โดยข้อเสนอที่แสบสุดๆ ตามสไตล์ก็คือ “ต้องไม่เลือกจอร์จ ดับเบิลยู บุช!”) 2.การเลือกตั้ง = อภิสิทธิ ในแง่นี้การเลือกตั้งคือ การที่ผู้ลงคะแนนเสียงมีอิสระที่จะเลือกทําสิ่งใดก็ได้ที่ได้รับการยอมรับจากกฎหมาย โดยปราศจากการแทรกแซงหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น  ลองดูตัวอย่างของพฤติกรรมที่เรียกว่าแทรกแซงการเลือกตั้งได้จาก All the President’s Men (1976) เรื่องของ 2 นักข่าวที่ช่วยกันขุดคุ้ยจนพบว่ามีการติดเครื่องดักฟังในที่ทํา การของพรรคเดโมแครตเพื่อลักลอบล้วงข้อมูลของคู่แข่ง หรือใน Election (1999) ที่ครูหนุ่มหมั่นไส้เด็กเรียนสุดเพอร์เฟ็คต์ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานนักเรียน เขาจึงหาทางแทรกแซงการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้ยัยเด็กนี่ได้เป็นผู้ชนะ 3.การเลือกตั้ง = หน้าที่ การเลือกตั้งถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายโดยระบุไว้ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง หนังเรื่อง Homecoming (2005) ที่กํากับโดย โจ ดันเต สะท้อนแนวคิดดังกล่าวด้วยเรื่องของทหารผ่านศึกที่ตายแล้ว แต่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อไปเลือกตั้งและแสดงสิทธิของตนเอง มองเลือกตั้งให้เป็นปรัชญา นอกจากแง่มุมทางประวัติศาสตร์และกฎหมายแล้ว บัตเลอร์เสริมอีกว่าการเลือกตั้งยังสามารถเป็นตัวสะท้อนนัยยะของความคิดเชิงปรัชญาได้ใน 3 แง่ คือ 1.การเลือกตั้งที่มีสภาพเป็นสิทธิตามธรรมชาติ ถือเป็นสิทธิที่เกิดมากับบุคคลในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐ เพราะบุคคลย่อมเสมอภาคกัน หากบุคคลใดก็ตามที่บรรลุนิติภาวะและไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่นวิกลจริต, ต้องโทษ ฯลฯ ก็มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ ตัวอย่างกรณีเกิดขึ้นใน Milk (2008) ที่เล่าการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของชาวรักร่วมเพศ โดยมี ฮาร์วีย์ มิลค์ เป็นผู้เคลื่อนไหวคนสำคัญ จนส่งผลให้เขาเป็นชายที่ประกาศตัวว่าเป็นรักร่วมเพศคนแรกที่ได้รับคะแนนเสียงการเลือกตั้งให้เป็นเทศมนตรีของซานฟรานซิสโก และพิสูจน์ให้เห็นว่าทุกคนมีสิทธิและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน 2.การเลือกตั้งที่มีสภาพเป็นภารกิจสาธารณะ การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในกรณีนี้จะถูกจํา กัดให้แก่บุคคลที่เหมาะสมและปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเท่านั้น เพราะถือว่าสังคมจะก้าวหน้าได้ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างชาญฉลาดของคนในสังคม หากบุคคลใดประพฤติปฏิบัติตัวหรือมีลักษณะที่ไม่เหมาะสม เช่น เป็นอาชญากร, ต้องโทษ ฯลฯ ก็สามารถถูกตัดสิทธิในการลงคะแนนเสียง ดั่งเช่นในหนังดังที่เข้าชิงออสการ์อย่าง Selma (2014) ที่เล่าเหตุการณ์การรวมตัวเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของคนผิวสีในอเมริกาเมื่อปี 1965 โดยพวกเขาต้องปะทะกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและเผชิญกับความสูญเสียมากมาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นการขัดขวางภารกิจสาธารณะ ที่มาพร้อมนัยยะกีดกันและแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน 3.การเลือกตั้งที่มีสภาพเป็นสิทธิคัดค้าน การกระทําในแง่นี้มองว่า การเลือกตั้งคือเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อแสดงออกถึงการคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐหรือนโยบายของรัฐ ด้วยการลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม  ดูการใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือต่อต้านการแบ่งแยกและแสดงออกถึงการเรียกร้องสิทธิทางเชื้อชาติได้ในหนังตลกสุดเพี้ยน Napoleon Dynamite (2004) ผ่านตัวละคร เปโดร นักเรียนเชื้อสายเม็กซิกันที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นตัวประหลาด เขาซึ่งตัดสินใจลงสมัครชิงประธานนักเรียน แม้จะรู้ว่าตัวเองไม่มีทางชนะ แต่เขาก็ขอเพียงแค่การยอมรับจากคนอื่นเท่านั้น เหตุผล 4  ข้อที่ทำให้ตัดสินใจไม่ไปเลือกตั้ง แม้จะมีคนให้ความสําคัญกับการเลือกตั้งหรือตีความการเลือกตั้งไปในหลายแง่มุม แต่สิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้คือ มีคนจํานวนไม่น้อยที่ไม่สนใจการเลือกตั้งจนสุดท้ายก็พัฒนาไปสู่พฤติกรรมที่เรียกว่า "นอนหลับทับสิทธิ์" นักวิชาการในแวดวงรัฐศาสตร์พยายามศึกษาวิจัยหาเหตุผลของพฤติกรรมดังกล่าว จนได้ออกมาเป็น 4 ปัจจัย ตามที่ได้ระบุไว้ในหนังสือ Understanding Public Policy ของ โทมัส ดาย คือ 1.“มาอีกแล้วไอ้พวกขายฝัน” ประชาชน (บางส่วน) คิดเช่นนี้เพราะมีความเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ชูนโยบายที่ไม่สามารถทําได้จริง หรือถ้าทํา ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกตั้งกี่รอบๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ขึ้นมาหรอก ตัวอย่างเช่นในหนัง Man of the Year (2006) ที่ยั่วล้อกับแนวคิดดังกล่าว โดยเล่าเรื่องของพิธีกรล้อการเมืองชื่อดัง (นำแสดงโดย โรบิน วิลเลี่ยม ผู้ล่วงลับ) ที่เบื่อและรําคาญพวกผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีที่มีแต่นโยบายขายฝันไปวันๆ เขาเลยประกาศทีเล่นทีจริงในรายการว่าจะลงเลือกตั้งบ้าง และด้วยนโยบายที่โดนใจประชาชนงานนี้เลยกองเชียร์เพียบ สุดท้ายเขาก็ชนะการเลือกตั้ง แม้จะเป็นเพราะความผิดพลาดของเทคโนโลยีนับคะแนนก็ตาม 2.“กอบโกยกันเข้าไป!” แนวคิดของคนอีกแบบที่เห็นว่า นักการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลล้วนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน แสวงหาอํานาจ หรือหากทําโครงการใดขึ้นมาก็มุ่งหวังคะแนนนิยมเท่านั้นโดยไม่คํานึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แม้ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการทําประชาพิจารณ์ แต่การตัดสินใจสุดท้ายก็ยังเป็นอํานาจของรัฐบาลอยู่ดี แต่ในหนังอย่าง Mr. Smith Goes to Washington (1939) คงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังนี้สักเท่าไหร่ เพราะหนังบอกเราว่า นักการเมืองไม่ได้เห็นแก่ตัวไปหมด โดยเฉพาะ ส.ว.ป้ายแดงอย่าง เจฟเฟอร์สัน สมิธ ที่แม้จะต้องถูกรุมล้อมด้วยนักการเมืองรุ่นเก่าผู้จ้องแต่จะกอบโกยผลประโยชน์ เขาก็ยังฮึดสู้และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า นักการเมืองน้ําดีก็ยังมีอยู่จริง 3.“แหม! ชั่วได้ใจจริงๆ” ความเชื่อของบางคนตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า "นักการเมืองทุกคนเลว" เพราะฉะนั้นไม่ว่านักการเมืองคนไหนจะพูดอะไรก็จะถูกมองไปในลักษณะของคํา โกหกหรือเลวร้ายไปหมด จนอาจหมดความเชื่อถือศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย แต่ในหนัง Dave (1993) พลิกแพลงขยายมุมมองของแนวคิดนี้ ด้วยการเล่าเรื่องตัวละคร เดฟ โควิก ชายซึ่งบังเอิญหน้าเหมือนประธานาธิบดีที่กําลังป่วย เพราะดันแอบไปมีเซ็กซ์กับผู้ช่วยตัวเองจนเส้นเลือดในสมองแตก เดฟจึงอาศัยอํานาจจากตําแหน่งที่เขาสวมอยู่ทําเรื่องดีๆ ให้กับประชาชนและในที่สุดเขาก็ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างจริงจัง 4.“ไม่โดนสักคน” อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ชอบการเลือกตั้ง เพราะคิดว่าการเลือกตั้งไม่สามารถนํามาซึ่งตัวแทนตามความต้องการของตน และรู้สึกแปลกแยกต่อระบบการเมืองที่ตนดํารงอยู่ จนรู้สึกว่าตัวเองไร้อํานาจที่จะตัดสินใจทางการเมืองในบริบทของการเลือกตั้ง และขาดความเชื่อมั่นนักการเมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย ภาวะความแปลกแยกของประชาชนต่อระบบการเมืองถูกสะท้อนออกมาในหนังอิหร่านเรื่อง Secret Ballot (2001) ซึ่งเล่าเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสาวที่ต้องเดินทางมายังเกาะคิช เพื่อให้ชาวเกาะทั้งหลายมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งสําคัญของประเทศ แต่ชาวเกาะกลับไม่รู้จักผู้สมัครในรายชื่อสักคน แถมไม่เห็นประโยชน์ใดๆ ในการจะเลือกคนที่พวกเขาไม่รู้จักอีกด้วย **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ทําไมโลกนี้ ต้องมี 'เลือกตั้ง' โดย ภัคพล รังษีภัทร์ / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 115 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

NAGANO - นากาโน่ เมืองในฝันแห่งดินแดนปลาดิบ
Japan /  nagano / 

NAGANO CITY เมืองในฝันแห่งดินแดนปลาดิบ - นากาโน่ ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศญี่ปุ่นถูกล้อมไปด้Œวยภูเขาสูงทั้ง4 ด้Œานหลายคนจึงขนานนามให้นากาโน่เป็šนเสมือนหลังคาของประเทศญี่ปุ่นนอกจากพื้นที่ตั้งอันโดดเด่‹นแล้Œวนากาโน่‹ยังได้ชื่อว่าเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมชมได้ตลอดทุกฤดูกาล แล้วสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง มาสัมผัสกับมนต์เสน่ห์เหล่านี้ไปพร้อมๆ กัน... สมบัติของชาติวัดเซนโคจิ วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มีอายุกว่า 1,400 ปี เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์แรกในญี่ปุ่น โดยพระอุโบสถหลักนั้นได้ก่อสร้างมานานกว่า 300 ปีและได้ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติ รวมไปถึงตลอดทั้งปี ทางวัดยังมีพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายสำหรับผู้ที่มาแสวงบุญ วัดนี้จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวพุทธทุกนิกาย มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้หลายล้านคนต่อปี นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปและตัววัดแล้ว บริเวณรอบวัดก็นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะจากประตูทางเข้าโอนิมง มุ่งหน้าไปจนถึงประตูทางเข้าซันมง ที่ตลอดระยะทาง ทั้งสองฝั่งจะเรียงรายไปด้วยร้านขายของฝาก ของที่ระลึกต่างๆมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมได้ทั้งวัน แต่หากต้องการมาเยี่ยมชมวัดเซนโคจิในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุด ไม่ควรพลาดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะในระยะเวลานั้นวัดเซนโคจิจะประดับไฟอย่างสวยงาม ด้วยเฉดไฟ 5 สี เพื่อรำลึกถึงงานโอลิมปิคฤดูหนาวที่นากาโน่เคยเป็นเจ้าภาพจัดงาน จุดหมายแสวงบุญโทกะกุชิ ภูเขาแห่งเทพเจ้าอันเป็นจุดหมายของการแสวงบุญ ด้วยอากาศอันปลอดโปร่ง และความสวยงามสมบูรณ์ของธรรมชาติ โทกะกุชิจึงนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เพียบพร้อมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้ามากมายที่จะเติมเต็มความสงบภายในจิตใจพร้อมๆ ไปกับซึมซับความสวยงามของธรรมชาติ ย้อนอดีตสัมผัสประสบการณ์นินจา ถึงแม้จะผ่านมาแล้วหลายร้อยปีแต่วัฒนธรรมแบบนินจาคงหาชมได้ที่เมืองนากาโน่ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางความรุ่งเรืองในยุคนินจาอย่างคฤหาสน์ของซามูไรและนักรบหรือวัดเก่า และภาพเขียนโบราณ รวมไปถึงที่หมู่บ้านนินจาชิบิโกะ สวนสนุกธีมนินจาทที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถร่วมสนุกไปกับศิลปะการต่อสู้แบบนินจาได้ หรือที่โทกาคุเระ นินโป พิพิธภัณฑ์จำลองบ้านนินจา ที่จัดแสดงเสื้อผ้า และเครื่องใช้ในสมัยเอโดะ โซบะรสชาติยอดเยี่ยม สายนํ้าบริสุทธิ์ อากาศชั้นเลิศ และอุณหภูมิที่เหมาะสมคือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เมืองนากาโน่เป็นแหล่งผลิตเส้นโซบะระดับแนวหน้าของประเทศ โดยเส้นโทกะกุชิโซบะนั้นนับเป็นเส้นโซบะที่โดดเด่นเรื่องความเหนียวนุ่ม รสชาติดี และมีกลิ่นหอม กิจกรรมฤดูหนาว ถึงขนาดเคยเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวมาแล้ว นากาโน่ในช่วงที่หิมะปกคลุมจึงเต็มไปด้วยกิจกรรมฤดูหนาวมากมายให้เลือกสัมผัสไปพร้อมๆ กับทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์อันตระการตา โดยเฉพาะที่ลานสกีโทกะคุชิ หรือลานสกีอีซึนะโคเก็ง ที่มีกิจกรรมให้เลือกเล่นมากมาย หรือหากใครชอบเดินป่าก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมสำรวจต้นไม้ และตามหารอยเท้าสัตว์ได้เช่นกัน โมงยามซากุระบาน ถึงแม้จะเป็นเมืองที่มีภูเขาล้อมรอบ และมีอากาศเย็นเกือบตลอดปี แต่เมื่อยามไออุ่นเข้ามาแทนที่ ซากุระที่แย้มบานในนากาโน่นั้นก็สวยงามไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะที่ปราสาทมัตซึชิโร ที่มีต้นซากุระให้เดินชมมากกว่า 100 ต้น หรือตามสวนในวัดและศาลเจ้าทั่วเมืองนั้นก็จะงดงามไปด้วยทิวทัศน์ของซากุระบานสีชมพูสะพรั่ง เก็บแอปเปิลชิมแอปเปิล กิจกรรมการเก็บผลไม้ก็นับเป็นอีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดหากได้มาเยือนเมืองนากาโน่ โดยเฉพาะกับการเก็บแอปเปิล ผลไม้ขึ้นชื่อของเมืองในเดือนกันยายน - พฤศจิกายน ที่ผู้มาเยือนสามารถเก็บแอปเปิลพันธุ์ต่างๆ ได้จากต้น หรือจะเลือกซื้อเป็นนํ้าแอปเปิลสดที่มีความเข้มข้น และหอมหวานก็ได้เช่นกัน ผ่‹อนคลายกับออนเซ็น นากาโน่เองก็นับเป็นสวรรค์ของคนรักออนเซ็น ด้วยรอบๆ เมืองนั้นมีออนเซ็นให้เลือกแช่มากถึง 15 แห่ง โดยแต่ละแห่งก็มีแร่ธาตุและอุณหภูมิที่แตกต่างกันไป แต่ที่ 15 แห่งนั้นมีเหมือนกันคือความรู้สึกผ่อนคลาย และความสดชื่นที่ได้รับหลังการลงแช่นํ้าร้อน เครดิตจากนิตยสาร เที่ยวรอบโลก ฉบับเดือนเมษายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

รวมเกร็ดความเชื่อ! เมื่อต้องตั้ง ศาลพระพรหม พระภูมิและเจ้าที่
ความเชื่อ /  พราหมณ์ / 

ความเชื่อกับคนไทยเป็นเรื่องที่อยู่คู่กันมานาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่ความเชื่อ ความศรัทธา ที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่เลือนหายไป โดยเฉพาะการตั้งศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม หรือศาลเจ้าที่ ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกที่ในเมืองไทย การตั้งศาลเหล่านี้เกิดจากหลายเหตุผล มีทั้งที่เชื่อด้วยตัวเองตั้งแต่แรก และบางท่านอาจจะมีปัญหาต่างๆรุมเร้า เช่นสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง ครอบครัวไม่มีความสุข มีแต่เรื่องทุกข์ใจ บ้านร้อนดั่งไฟ คนในบ้านทะเลาะกัน  หรือธุรกิจที่ทำอยู่กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ซึ่งไม่ว่าคุณจะมีจุดเริ่มต้นเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายต่างก็ต้องการที่พึ่งทางจิตใจเหมือนๆกัน การตั้งศาลจึงเป็นทางออกที่หลายท่านเลือกที่จะทำ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยพราหมณ์ที่มีความรู้ ความชำนาญอย่างแท้จริง เพื่อที่จะช่วยให้พิธีมีความศักดิ์สิทธิ์และเห็นผล! หลายท่านอาจยังไม่เคยทราบว่าใต้ฐานของ ศาลพระพรหม และพระภูมินั้น มีการนำไม้มงคล 9 อย่าง, แผ่นนาคเงิน นาคทอง และพลอยนพเก้าลงไปด้วย เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับเจ้าของบ้านและธุรกิจที่ทำอยู่ให้เจริญมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลย คือการหมั่นดูแลเอาใจใส่ เปลี่ยนน้ำ เปลี่ยนผลไม้ของไหว้ และรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เพราะหากต้องการให้ท่านมาปกป้องคุ้มครองคุณจะต้องไม่ลืมที่จะให้ความเคารพจากใจจริงเสียก่อน เปรียบเสมือนเราสร้างวิมานให้เทพอยู่ จึงต้องดูแลเป็นอย่างดี ข้อห้ามในการตั้งศาลนั้น ความจริงแล้วมีมากมายหลายสิบข้อ แต่ที่เป็นพื้นฐานหลักที่ไม่ควรทำคือ 1. ห้ามตั้งศาลไว้ทางทิศตะวันตก 2. การทำบันไดฐานให้ศาล จำนวนขั้นควรเป็นเลขคี่ 3. ห้ามตั้งวางศาลในพื้นที่ใต้คานหรือเสาเด็ดขาด เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ขอบคุณรูปภาพจาก : ร้านศาลพระภูมิ อินทรศิลป์

ทำบุญ ประจำเดือนพฤษภาคม 12 วัด 12 ราศี! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ทำบุญ /  ทำบุญวันวิสาขบูชา / 

ทำบุญวันวิสาขบูชา 12 วัด 12 ราศี เดือนพฤษภาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร  (วัดสามจีน) ไปกราบพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อทองคำ พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย มีความศักดิ์สิทธิ์มาก จากนั้นอย่าลืมไปกราบพระพุทธทศพลญาณ ประชาชนทั่วไปนิยมมาบนบานกันด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ ขอพรให้สำเร็จสมหวัง การเงินมีทรัพย์มาก ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) เคล็ดลับในการไหว้ ให้ท่านข้ามฝั่งไปธนบุรี โดยทางเรือ เพราะชื่อว่าการข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อที่จะไปกราบสักการะทำนุบำรุงพุทธศาสนานั้น จะทำให้ได้รับกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะถือว่ามีความเพียรพยายาม เมื่อไปถึงที่วัดแล้ว ให้ไปกราบสักการะพระประธานในอุโบสถ คือ "พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก" ภายในพระพุทธอาสน์บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ควรไปกราบสักการะองค์พระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ท่องนะโม  3 จบ และตามด้วยท่อง วาละลุกัง สังวาตังวา 9 จบ จึงอธิษฐานจิตขอบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ช่วยคุ้มครอง ให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) อุโบสถกลางน้ำ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) แนะนำให้ท่านไปกราบสักการะพระประธานในอุโบสถกลางน้ำ มรดกธรรมหลวงพ่อัปญญานันทภิกขุ ชื่อว่า พระยารัตนโกสินธ์ทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปปางปราบพระยาชมพูบดี มีความศักดิ์สิทธิ์สวยงามมาก และนอกจากนี้ยังสามารถชมจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามในอุโบสถ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) สักการะพระประธานทั้ง 3 องค์ หรือ "ซำป้อฮุกโจ้ว" ได้แก่ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ พระไภษัชยคุรุพุทธะ จากนั้นให้ท่านไปไหว้เทพเจ้า "ไท้ส่วยเอี้ยะ" เพื่อคุ้มครองดวงชะตาของท่านในปีนี้ และที่ต้องห้ามพลาดเลย คือการไหว้ขอพร เทพเจ้าแห่งโชคลาภ "ไฉ่ซิงเอี้ยะ" ขอพรให้ท่านกิจการรุ่งเรือง ร่ำรวย มั่นคง ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) วัดทิพยวารีวิหาร (วัดกัมโล่วยี่) วัดจีนเก่าแก่ สร้างตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ขอเชิญทุกท่านไปไหว้ขอพรเทพเจ้ามังกรเขียว หรือแชเล่งเอี้ยะ ปีนี้เป็นปีลิงในทางจีน ถือลิงกับมังกรเป็นมิตรคู่กัน คนจีนแต้จิ๋วนับถือกันมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพระาความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน มักอวยพรให้ผู้ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา ด้านการคุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ จากนั้นอย่าลืมไปไหว้เทพเจ้าอุ้มสม อธิษฐานจิตให้สมหวังในความรักและครอบครัวมีความสุข ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ไปสักการะพระนิรันตราย ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปที่รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น เหตุที่ทรงถวายพระนามนี้ เพราะมีพระราชดำริว่า พระพุทธรูปนี้เมื่อขุดได้ก็ไม่ถูกทำลาย และควรที่ผู้ร้ายจะลัก แต่ก็ไม่ลัก แคล้วคลาดไม่เป็นอันตรายถึงสองครั้ง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) วัดอินทารามวรวิหาร (บางยี่เรือ ฝั่งธนบุรี) เป็นวัดโบราณสมัยอยุธยา แนะนำให้ไปสักการะพระเจดีย์กู้ชาติ เจดีย์ที่บรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากนั้นถวายเครื่องสักการะ และขอพรให้มีปัญญาเฉียบแหลม ดุจคมคาย ทำการสิ่งใดก็สำเร็จทุกประการ ไม่มีอุปสรรคกีดขวาง ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร ไปไหว้พระประธานยิ้มรับฟ้าในพระอุโบสถ ให้ชีวิตสดใสราบรื่น จากนั้นไปกราบหลวงปู่โต หรือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พร้อมสวดคาถาชินบัญชร ขอให้ท่านปกปักคุ้มครอง คิดทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ ก่อนกลับบ้านแนะนำให้ไปรับพลังชีวิต จากสายน้ำที่ท่าน้ำวัดระฆัง ปล่อยปลาเป็นการทำบุญทำทานก่อนกลับบ้าน ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กราบสักการะขอพระพุทธรังสุโขทัยธรรมมาโมภาส ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาพระธรรมปัญญาบดี ใกล้กับวิหารพระนอน พระพุทธรูปที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 4 จากนั้นให้ไปกราบสักการะพระพุทธเทวปฏิมากร ขอพรให้สำเร็จดุจดังเทวดาสร้างสรรค์ทุกประการ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ควรไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อโต หรือซำปอกง อธิษฐานจิตเรื่องธุรกิจ การค้า การเดินเรือ ทางอากาศ ขอให้เดินทางปลอดภัย เคล็ดลับคือห่มผ้าหลวงพ่อโต ขอพร และตีระฆัง ตีกลอง บอกฟ้าดินและหลวงพ่อ อย่างละ 3 ครั้ง ก่อนกลับบ้าน แนะนำให้ทุกท่านไปไหว้พระโพธิ์สัตว์กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลเจ้าเกียนอันเกง ที่อยู่คู่ชุมชนกุฎีจีนอันเก่าแก่กว่าร้อยปี ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) วัดบวรนิเวศน์ราชวรวิหาร สักการะพระบรมสารีริกธาตุ องค์พระไพรีพินาศ ให้ศัตรูผู้คิดไม่ดีแก่เรา แพ้พ่ายหรือกลับใจมาเป็นมิตรกับเรา ถือเป็นการอภัยสูงสุด ขอพรดังนี้จะยิ่งสัมฤทธิ์ผล ที่สำคัญน้ำมนต์ที่ฐานชุกชี ในพระอุโบสถ ให้นำมาประพรมให้กับตัวเองและครอบครัว ทั้งขลังและศักดิ์สิทธิ์ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

จองก่อนได้ก่อน! สหมงคลแจกเหรียญ “เสมาหลวงปูทวด” รุ่น “ขุนพันธ์ 59”
กฤษดา ศุโกศล แคลปป์ /  ก้องเกียรติ โขมศิริ / 

จองก่อนได้ก่อน! สหมงคลแจกเหรียญ “เสมาหลวงปูทวด” รุ่น “ขุนพันธ์ 59” ต้อนรับการมาถึงของภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์แห่งปี 2559 เรื่อง ขุนพันธ์ ที่ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง ก้องเกียรติ โขมศิริ และได้นักแสดงจ้างหมื่นเล่นแสนแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง อนันดา เอเวอริ่งแฮม และ กฤษดา ศุโกศล แคลปป์ เพื่อประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ของ ขุนพันธรักษ์ราชเดช ตำรวจผู้ศรัทธาในความดีมีคาถาอาคมติดตัวใช้ปราบโจรผู้ร้ายอย่างไม่กลัวเกรง ในครั้งนี้ สหมงคลฟิล์ม ได้จัดทำเหรียญเสมาหลวงปู่ทวด รุ่นขุนพันธ์ 59 สำหรับลูกค้าที่ซื่อบัตรชมภาพยนตร์ล่วงหน้าเรื่อง ขุนพันธ์ ทุก 2 ที่นั่ง จะได้รับเหรียญเสมาหลวงปู่ทวด รุ่นขุนพันธ์ 59 จำนวน 1 เหรียญ และขอสงวนสิทธิ์เฉพาะการซื้อตั๋วที่หน้าโรงภาพยนตร์เท่านั้น (ยกเว้นการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์) เริ่มเปิดขายวันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์ ทุกสาขา ทั่วประเทศ จำกัดจำนวนเพียง 10,000 ชุดเท่านั้น ไม่มีการวางจำหน่ายที่ใดทั้งสิ้น มาก่อนมีสิทธิ์ก่อน รายละเอียดเกี่ยวกับเหรียญเสมาหลวงปู่ทวด รุ่นขุนพันธ์ 59 เหรียญเสมาหลวงปู่ทวด รุ่นขุนพันธ์ ปี 59 พิเศษนี้จัดทำเพื่อผู้ชมที่ตั้งตารอภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์แห่งปี ขุนพันธ์ โดยจัดพิธีพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งด้านหน้าของเหรียญเป็นรูปพระอริยสงฆ์ที่คนไทยต่างศรัทธา “หลวงปู่ทวด” ส่วนด้านหลังเป็นรูปของ “ขุนพันธ์” ตำรวจมือปราบผู้ผดุงคุณธรรมและศรัทธาในความดี เหรียญฯ มีพิธีพุทธาภิเษกแล้วถึง 3 วาระ ครั้งแรกที่ศาลพระเสื้อเมืองพระทรงเมือง จ.นครศรีธรรมราช ดินแดนบ้านเกิดของขุนพันธรักษ์ราชเดช ครั้งที่ 2 ทำพิธีปลุกเสกแบบโบราณ 8 ทิศ ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช โดยคณาจารย์สายเขาอ้อและภาคใต้ และครั้งที่ 3 นับเป็นการพุทธาภิเษกครั้งสุดท้าย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่วัดลาดปลาดุก โดยมีพระอาจารย์ร่วมนั่งปรกเจริญพระพุทธมนต์รวม 19 รูป

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์