ศาลฏีกา

ชาวบ้านแฉ จนท.ลพบุรีทารุณลิงก่อนจับใส่กรง
จับลิงแบบรุนแรง /  นายธนาคม จงจิระ / 

มูลนิธิรักษ์ลิงลพบุรี โวยเทศบาลเมืองลพบุรีใช้วิธีรุนแรงจับลิง  ด้านผู้ว่ายันไม่มีการใช้วิธีรุนแรง ล่าสุดสั่งระงับจับลิง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. สพญ.จุฑามาศ สุพนาม สัตวแพทย์ประจำมูลนิธิรักษ์ลิง จ.ลพบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มีประชาชนร้องเรียนมาที่มูลนิธิรักษ์ลิงว่า ทางเทศบาลเมืองลพบุรีทำกรงดักจับลิง โดยหลังจากจับได้แล้วไม่มีใครรู้ว่าเอาลิงไปไว้ที่ไหน นอกจากนี้ขั้นตอนการจับก็ยังรุนแรง บางทีใช้ไม้กระแทกโดนตัวลูกลิง ลิงบางตัวก็ได้รับบาดเจ็บบางตัวโดนไม้กระแทกเข้าที่ลูกตา บางตัวก็คอพับไม่รู้เป็นหรือตายโดยชาวบ้านที่เห็นได้เอาโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเอาไว้ พอผู้ที่มาจับลิงเห็นชาวบ้านถ่าย ก็มาขู่แย่งเอาโทรศัพท์ไปลบทิ้ง ชาวบ้านจึงมาร้องเรียนที่มูลนิธิให้ช่วยตรวจสอบ  ลักษณะของการดักจะมีภาชนะใส่อาหารสำหรับให้ลิงเข้าไปกิน ภายหลังจากที่ลิงเข้าไปกินกันแล้ว ก็จะปิดกรงเพื่อจะจับลิงไป โดยที่ไม่ทราบว่านำไปไว้ที่ไหน ทางมูลนิธิได้ออกไปสำรวจจำนวนลิงที่ในตัวเมืองลพบุรี โดยเฉพาะที่พระปรางค์สามยอดและที่ศาล เจ้าพ่อพระกาฬ พบว่ามีลิงบางตาไปมากโดยเฉพาะลิงที่อาศัยตามตึก จากที่เคยไปรักษาเมื่อ 2 ปีก่อน มีประมาณ 400 ตัว กลับพบเหลืออยู่ประมาณไม่ถึง 50 ตัว ซึ่งทางมูลนิธิได้สอบถามไปทางรองผวจ.ลพบุรีก็บอกว่าเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนที่จะพูดคุยกันอยู่ว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร ยังไม่ได้ยุติว่าจะเอาลิงไปไว้ที่ไหน ได้ใจความว่าทางเทศบาลได้งบประมาณในการเคลื่อนย้ายลิงไปอยู่ที่แห่งใหม่หลาย สิบล้านแต่ก็ยังไม่เห็นมีทีท่าว่าจะมีสถานที่สำหรับลิงอยู่เลย พื้นที่เหล่านั้นยังเป็นท้องนายังปลูกข้าวกันอยู่ แล้วจะนำเอาลิงไปไว้ที่ไหน เท่าที่สังเกตดูลิงหายไปหลายร้อยตัว มีข่าวว่าจับลิงไปฝากไว้ที่สวนสัตว์ ที่ไปดูก็มีอยู่แค่เพียงไม่กี่สิบตัว ไม่ถึงร้อยตัวด้วยซ้ำไป แล้วที่เหลืออีกหลายร้อยตัวหายไปไหน เมื่อวันที่ 16 ก.ค.นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่าข่าวที่ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้จังหวัดลพบุรี ได้รับความเสียหาย ส่วนแหล่งข่าวที่ออกมาให้ข่าวว่าลิงหายไปจำนวนมากนั้น ตนถามไปตรงๆ ก็ยังตอบไม่ได้ว่าลพบุรีมีลิงกี่ตัว บางคนไปดูลิงในช่วงที่ลิงหลบไปพักผ่อน เราก็อาจจะมองไม่เห็นลิงมากเท่าที่ควร ซึ่งทางนายกเทศมนตรีเมืองลพบุรีเปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องจับลิงนั้น เป็นเพราะได้รับการรับร้องเรียนจากชาวบ้านว่าลิงไปรบกวนชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้า ในย่านตลาดสดสระแก้ว หน้าโรงพยาบาลลพบุรี อีกทั้งยังมีการทำลายข้าวของและกัดคนบ้าง ทางเทศบาลจึงต้องออกไปจับลิงมาใส่กรงไว้ ลักษณะของการไปจับ ก็มีการถ่ายรูป และเปิดเผยด้วย ไม่ได้ทารุณสัตว์อย่างที่เป็นข่าวเลย แต่สำหรับเรื่องการย้ายลิงนั้น ตอนนี้จังหวัดลพบุรี ก็ได้งบประมาณมาแล้ว ในการสร้างกรงลิงในที่แห่งใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 58 ปลายปี ปัญหาลิงรบกวนคงจะน้อยลงไปบ้าง แต่สำหรับลิงที่อยู่พระปรางค์สามยอด และที่ศาลเจ้าพ่อพระกาฬ ก็ยังคงอยู่เหมือนเช่นเดิม เราไม่ได้ย้ายไปไว้ที่ไหน เพราะเป็นสัญลักษณ์ของคนลพบุรี เมื่อใครมาเที่ยวแล้วจะได้เห็นลิงเหมือนเดิม ทางผู้ว่าฯ ยืนยันว่าไม่มีใครไปทำร้ายลิงอย่างที่เป็นข่าวทางสื่อออนไลน์ ขณะนี้ได้ให้ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี ลงไปตรวจสอบสุขภาพลิง และดำเนินการรักษาลิงที่ได้รับบาดเจ็บจากการที่ลิงกัดกันเอง และบางตัวที่ได้รับบาดเจ็บอาจถูกกระทบกระทั่งในการจับใส่กรง ด้าน นายสุจิน ไชยชุมศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี วันนี้นำคณะปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี เข้าไปที่สวนสัตว์สระแก้วลพบุรี ซึ่งนำลิงที่ถูกจับไปกว่า 80 ตัว เพื่อกักไว้ เพื่อนำแพทย์เข้าไปรักษาและตรวจสุขภาพลิงที่บาดเจ็บทั้งหมด และได้สั่งให้หยุดดำเนินการจับลิงอีก จนกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับลิง ก็อาจจะจับเฉพาะลิงที่เกเรจริงๆ เท่านั้น และจะแจ้งให้สื่อทราบว่าจะมีการจับลิงเหล่านี้อีก ล่าสุด สพ.ญ.จุฑามาศ กล่าวว่า วันนี้ตนได้ไปยืนหนังสือต่อนายชุติวัฒน์ ศรทอง ผู้อำนวยการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี เพื่อช่วยตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฝูงลิงแสม) จากตัวเมืองลพบุรี ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนมา ทำการดักจับ และทำร้ายลิง ทั้งบาดเจ็บ และเสียชีวิต  พร้อมภาพถ่ายที่ชาวบ้านนำมาให้ มีการใช้รถขนขนาดใหญ่ ไม่ใช่จับลิงเฉพาะตามที่ตลาดสดสระแก้ว หน้าโรงพยาบาลลพบุรี และ สี่แยกเอาราวัณแล้ว และใช้กรงขนาดใหญ่ดักลิงกลางใจเมืองลพบุรี ไหนผู้ว่าฯ บอกว่าจับเฉพาะลิงนอกเมือง ตามที่ผู้ว่าฯลพบุรี ให้สัมภาษณ์ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

จับได้แล้ว จนท.โรงพยาบาลหื่น ข่มขืนคนไข้วัย 70ปี
ข่มขืน /  ข่มขืนคนไข้ / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งสง จับได้แล้วเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลข่มขืนคนไข้วัย 70 ปี หลังหลบซ่อนตัวในบ้านพัก รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว หลังก่อเหตุข่มขืนคนไข้วัย 70 ปี ซึ่งพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ นายชัชริน ไกรวัฒนพงศ์ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ข่มขืนในห้องเอกซเรย์ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้ก่อนจะนำตัวมาแถลงข่าวในวันนี้ MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง จนท.เอกซเรย์ข่มขืนคนไข้วัย70ในร.พ.ทุ่งสง เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ ข่มขืนคนไข้วัย 70 ปี ใน ร.พ.ทุ่งสง ตร.ขอศาลออกหมายจับเร่งจับกุมแล้ว

ตำรวจทำลายแล้ว ปืนของกลางในคดีสิ้นสุด 34,350 กระบอก
ทำลายอาวุธปืน /  ปืน / 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำพิธีทำลายอาวุธปืนในคดีที่สุดแล้ว เล็งหารือแก้ระเบียบใหม่ให้มีการทำลายปีละครั้ง เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ทำพิธี ทำลายอาวุธปืนของกลางทั้งหมด 34,350 กระบอก ในคดีที่ศาลฯมีคำสั่งและคดีสิ้นสุดแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ 2543 ถึง พ.ศ. 2556 แล้ว ที่โรงงานหลอมเหล็ก กรุงเทพสตีล สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายอาวุธปืนครั้งใหญ่ในรอบ 13ปี ภาพจาก @Abhisuk Vevisid โดยพิธีดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดสดขั้นตอนการหลอมในเตาหลอมอุณหภูมิสูง ผ่านระบบจอภาพ ณ สถานที่จัดพิธีด้วย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหา นำอาวุธดังกล่าวเล็ดลอดถูกนำไปใช้ก่อเหตุที่ไม่พึงประสงค์ได้ ขณะที่กรรมการตำรวจเตรียมจะหารือเปลี่ยนแปลงระเบียบใหม่ให้มีการทำลายอาวุธของกลางปีต่อปีด้วย MThai news

ชูวิทย์ เหน็บ พระสุเทพบวชหนีคดี
ข่าววันนี้ /  ชูวิทย์ / 

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊ค เหน็บพระสุเทพ บวชได้อย่างไร ติดคดีเป็นหางว่าว ตั้งคำถามพระอุปัชฌาย์ ไม่ถามก่อนโกนหัวว่ามีคดีติดตัวหรือเปล่า วันนี้ (16 ก.ค) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คตั้งข้อสงสัยกรณีการบวชของพระ"ประภากะโร" หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเดินทางเข้าบวชที่ วัดท่าไทร จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนายชูวิทย์ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความบรรยายว่า "ผมเป็นเด็กวัดเก่า สุเทพบวชเป็นพระ แต่มีคดีเป็นหางว่าว พระอุปัชฌาย์ไม่ถามก่อนโกนหัวเลยหรือว่ามีคดีติดตัวหรือเปล่า ไม่ใช่คดีผ่าไฟแดงแต่เป็นคดีร้ายแรงถึงขึ้นกบฏ แล้วจะห่มผ้าเหลืองขึ้นศาล ยกมือสาบานได้หรือ? แต่นี่แหละประเทศไทย กฏมีไว้แหก ไม่เว้นแม้แต่พระ " การบวชในครั้งนี้ พระเทพพิพัฒนาภรณ์ เป็นผู้โกนผมให้ตั้งแต่เมื่อช่วงกลางคืนและนอนพักที่กุฏิเจ้าอาวาสกับญาติผู้น้อง กระทั่งได้ฤกษ์อุปสมบทเมื่อเวลา 09.09 น. วันที่ 15 กรกฎาคม มีผู้อยู่ในโบสถ์ประกอบพิธีกันเพียง 3 คนพระเทพพิพัฒนาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และให้ฉายาว่า "ประภากะโร" แปลว่าผู้กระทำซึ่งแสงสว่าง นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ความจริงแล้ว พระสุเทพ มีความประสงค์จะไปบวชที่วัดสวนโมกขพลาราม ใน อ.ไชยา แต่เนื่องจากเป็นช่วงเข้าพรรษาแล้วทางวัดสวนโมกข์ ไม่มีการบวชพระภิกษุสงฆ์ หลังเลยวันเริ่มต้นเข้าพรรษาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ภายหลังพิธีอุปสมบทเสร็จสิ้น ได้ประสานขอไปจำพรรษาที่วัดสวนโมกขพลารามทันที โดยคนใกล้ชิดไม่แน่ใจว่าจะเป็นการบวชตลอด 1 พรรษาหรือไม่ เนื่องจากพระสุเทพไม่เคยปรารภให้ใครทราบ MThai News

ใหม่-นิว-เดอะสตาร์ ซาบซึ้งใจ ได้ร่วมอนุรักษ์เชิดชูชาวนาใน แผลเก่า
ขวัญเรียม /  คลองแสนแสบ / 

ในปัจจุบัน คงมีหนังไม่กี่เรื่องแล้ว ที่จะมีภาพ การทำนา ให่เราได้เห็น และในภาพยนตร์ชีวิตรักอมตะ แผลเก่า ผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับชั้นครู หม่อมน้อย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล นี้ หลังจากที่ปักหลักถ่ายทำนานกว่า 4 เดือน ที่ทุ่งนา คลองบางแม่หม้าย อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นทุ่งบางกะปิ และคลองแสนแสบในอดีต งานนนี้ทำเอาเหล่านักแสดงนำทุกคน ต่างก็ซาบซึ้งใจ ที่ได้มาร่วมอนุรักษ์ และเชิดชูวิถีชาวนาที่กำลังจะถูกลืมเลือน ทั้งคู่พระนาง นิว ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ และบรรดานักแสดงจากเหล่าศิลปินเดอะสตาร์ทั้ง 9 คน ต่างก็ซาบซึ้งวิถีชีวิต และวัฒนธรรมการทำนาในอดีต ซึ่งกำลังสูญหายจากไทยไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งนี้ จากการที่นักแสดงทุกคน จำเป็นต้องศึกษาการทำนาอย่างละเอียดทุกขั้นตอนจากหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จ.สุพรรณบุรี ก่อนการถ่ายทำ และได้รับคำแนะนำจากชาวนาอาวุโสในขั้นตอนการถ่ายทำจริง เพื่อสวมวิญญาณชาวนายุค พ.ศ. 2479 ได้อย่างสมจริง โดย หม่อมน้อย ก็ได้เผยถึงการร่วมอนุรักษ์วิถีเก่าแก่นี้ ว่า "ผมรู้สึกประทับใจมาก ที่ทั้ง นิว และ ใหม่ รวมทั้งศิลปินเดอะสตาร์ทั้ง 9 คน เป็นเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่มีความมานะพยายามที่จะได้เรียนรู้ศิลปะการทำนาแบบเก่าอย่างเอาจริงเอาจัง จนทุกคนรู้สึกได้ว่ากว่าจะได้เมล็ดข้าวแต่ละเม็ด ชาวนาต้องเสียหยาดเหงื่อแรงงานมากขนาดไหน และในทุกขั้นตอนการทำนาไม่ว่าจะเป็นการไถ, หว่าน, ดำนา หรือการเกี่ยวข้าว ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ประณีต ไม่ต่างไปจากการทำงานศิลปะชั้นสูง ไม่ใช่ใครก็จะมาทำงานนี้ได้ นักแสดงทุกคนจึงต้องตระหนักถึงบุญคุณของชาวนาที่มีต่อคนไทยทั้งชาติ" ด้านพระเอกหนุ่ม นิว ชัยพล ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า "ก็เป็นกำไรอีกอย่างหนึ่งนะครับที่เราได้เรียนรู้ตรงนี้ ทั้งในเรื่องของการเกี่ยวข้าว ถามว่ารู้มั้ยว่าการทำนาคืออะไร ก็คือการไถนาเสร็จแล้วก็หว่านนา แล้วก็รอข้าวขึ้นแล้วก็เกี่ยวเนี่ยคือการทำนา แต่จริงๆ แล้ววิธีการทำมันเยอะกว่านั้นเยอะ บางทีพูดมาสี่ขั้นตอนจริงๆ อาจจะมีซักสิบ ไถนี่เสร็จปุ๊บต้องเกลี่ยหน้าดินอีก ต้องทำคูคลองอีก หว่านเสร็จปุ๊บมันมีดำนา รอเกี่ยว เกี่ยวเสร็จปุ๊บต้องฟาดข้าวให้เม็ดออกมา เก็บไปฝัดเพื่อให้พวกผงพวกเศษมันออกไป ได้ข้าวปุ๊บไปสีอีก คือขั้นตอนเนี่ยมหาศาล แค่นี้ก็เหมือนเราได้เรียนรู้ตรงนี้ได้เหมือนกัน ได้กำไร ได้ขี่ควายที่แบบคงไม่มีโอกาสได้ขี่ในชีวิตประจำวัน ก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ครับ" ร่วมติดตามชมวิถีชีวิต และวัฒนธรรมการทำนาอันเก่าแก่ของชาวไทยไปกับ แผลเก่า ได้ในวันที่ 12 ส.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ แผลเก่า ได้ที่นี่ ---------------------------------

ศาลสั่งคุก 1 ปี 10 เดือน แม็กก้า ชวนชื่น คดีค้ายาไอซ์
ข่าววันนี้ /  ข่าวแม็กก้า / 

ศาลสั่งคุก 1 ปี 10 เดือน แม็กก้า ชวนชื่น คดีค้ายาไอซ์ (เบื้องต้น) ศาลอาญาจำคุก "แม็กก้า ชวนชื่น" 1 ปี 10 เดือน 15 วัน ปรับ 1.5 แสนบาท-ไม่รอลงอาญา คดีค้ายาไอซ์ 2.2 กรัม ภาพจาก @lotviler MThai news

ศาลออกหมายจับ มือยิง M79 บิ๊กซี ราชดำริ เพิ่มอีก 7คน
M79 /  ระเบิดบิ๊กซีราชดำริ

ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 7 คนเอี่ยวยิงM79 บิ๊กซี ราชดำริ ด้านรองผบ.ตร. มั่นใจจับคนร้ายได้ทันทีเหตุส่งชุดตามประกบแล้ว วันนี้ (14 ก.ค. 57) ศาลได้มีการอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 7 คน ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนได้มีการยื่นคำร้องให้พิจารณาออกหมายจับ เนื่องจากมีหลักฐานชี้ชัดว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงระเบิด M79 หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย โดยในจำนวนนั้นมีเด็กรวมอยู่ด้วย 2 คน ด้านพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังศาลมีการอนุมัติหมายจับออกไป ทางเจ้าหน้าที่ว่าจะสามารถจับกุมได้ในทันที เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตามประกบผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว สำหรับผู้ต้องสงสัย 7รายที่ศาลได้อนุมัตหมายจับเพิ่ม ประกอบด้วย 1. นายทวีชัย วิชาคำ อายุ 39 ปี 2. นายสาทร ผิผ่วนนอก อายุ 49 ปี 3. นายสุขสันต์ ล้อมวงศ์ อายุ 32 ปี 4. นายสมศรี มาฤทธิ์ อายุ 40 ปี 5. นายชัชวาล ปราบบำรุง อายุ 45 ปี 6. นางกรรณิการ์ วงศ์ตัว อายุ 38 ปี 7. นายวิเชียร สุขภิรมณ์ อายุ 33 ปี MThai news

'สมยศ'สั่งตามจับตัวพ.อ.อภิวันท์ หลังศาลออกหมายจับ
คดีหมิ่นเบื้องสูง /  คสช. / 

รอง ผบ.ตร. สั่งการชุดสืบสวน ควานหาตัว พ.อ.อภิวันท์ หลังศาลออกหมายจับ คดีหมิ่นเบื้องสูงแล้ว พล.ต.อ.สม ยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม ว่า ล่าสุด ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบัน ตามประมวลอาญามาตรา 112 กรณีขึ้นปราศรัยเวที นปช.กล่าวพาดพิงสถาบันฯ ในท้องที่ สน.ชนะสงคราม อย่างไรก็ตาม หลังศาลออกหมายจับแล้วหลังจากนี้ ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามตัว พ.อ.อภิวันท์ มาดำเนินคดีโดยเร็วซึ่งเป็นกระบวนตามปกติที่ตำรวจจะต้องทำอยู่แล้ว โดยเฉพาะคดีหมิ่นสถาบันฯ ที่เราให้ความสำคัญ ทั้งนี้คิดว่า พ.อ.อภิวันท์ คงทราบอยู่แล้วว่า ศาลได้ออกหมายจับ ซึ่งหากไม่เข้ามอบตัว ตำรวจก็ต้องติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

เที่ยวมัสยิดสวยรอบโลก ต้อนรับแสวงบุญเดือนรอมฎอน
มรดกโลก /  เที่ยวมัสยิดสวยรอบโลก / 

ทางเว็บไซต์ Skyscanner ได้รวบรวมมัสยิดสวย จากสถานที่ต่างๆ รอบโลก ไว้ให้นักเดินทางทั้งชาวไทยพุทธ ไทยคริสต์ ไทยอิสลามและทุกศาสนาความเชื่อที่รักการเดินทาง ไปแสวงหาความหมายของชีวิตในช่วงเทศกาลรอมฎอน เข้าร่วมงานประเพณีท้องถิ่นของเดือนรอมฎอนในประเทศต่างๆ และไปยลโฉมมัสยิดที่ขึ้นว่าเป็นมัสยิดที่สวยระดับโลก เที่ยวมัสยิดสวยรอบโลก ต้อนรับแสวงบุญเดือนรอมฎอน  เดือนรอมฎอน (Ramadan) หมายถึงอะไร? เดือนนี้มีที่มาว่าเป็นเดือนที่พระเจ้าของศาสนาอิสลาม ได้ประทานคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นหลักธรรมในการดำเนินชีวิตให้แก่ผู้มีศรัทธา คัมภีร์ที่ว่านั้นก็ คือ คัมภีร์อัลกุรอ่าน โดยมหาคัมภีร์เล่มนี้ได้รวบรวมเรื่องราวศาสตร์ในแขนงต่างๆ ที่โยงใยถึงความสัมพันธ์ของมนุษยชาติ กับพระเป็นเจ้าและทุกสรรพสิ่งในจักรวาลเข้าไว้ด้วยกัน และได้มีพะศาสดาเป็นตัวอย่างแห่งการปฏิบัติตน เพื่อประโยชน์สุขของมนุษย์โลกให้ชาวอิสลามได้ปฏิบัติตาม ซึ่งแน่นอนว่า การปฏิบัติตนในช่วงเดือนรอมฎอนนั้น ก็จะต้องมีความสอดคล้องกับหลักธรรมในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ โดยในปีนี้วันแรกเริ่มของการถือศีลอด คือ วันที่ 1 รอมฏอน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 29 มิถุนายน 2557 ซึ่งถือเป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลาม แต่การถือศีลอดนั้น ได้มียกเว้นเฉพาะสำหรับหญิงมีครรภ์ เด็ก คนเจ็บ คนแก่ และคนเดินทาง โดยในส่วนของคนเดินทางนั้นจะต้องถือศีลอดในช่วงเวลาอื่นเป็นการชดเชย การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน หลักการถือศีลอด คือ การงดรับประทานอาหารทุกชนิดในช่วงเวลากลางวัน ตั้งแต่รุ่งสางไปจนถึงตะวันลับขอบฟ้า และจะต้องคอยระมัดระวังมิให้มีสิ่งใดเข้าไปในเขตทวารต่างๆ ของร่างกาย อันได้แก่ ทวารหนัก ทวารเบา จมูก ปาก หู และตา และผู้ที่ถือศีลอดนั้นจะต้องปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ระงับความคิดฟุ้งซ่านที่ไม่ดีต่างๆ และในเขตทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีชุมชนอิสลามขนาดใหญ่อยู่นั้น ก็จะมีพิธีละหมาดร่วมกันในยามกลางคืนอีกด้วย การถือศีลอดนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวอิสลามได้ใคร่ครวญถึงการกระทำอันสมควรที่พระเป็นเจ้าได้สอนสั่ง และให้เกิดความเห็นอกเห็นใจแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อันจะน้อมนำมาซึ่งสันติสุข ความช่วยเหลือเกื้อกูลและภราดรภาพในโลกมนุษย์ มัสยิดศักดิ์สิทธิ์ที่งามวิจิตรที่สุดในโลก 10 แห่ง มัสยิดอากุงแห่งบันดาร์อาเจะห์ (Masjid Agung Baiturrahman-The Great Mosque) เมืองบันดาร์อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย  มัสยิดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 แต่ถูกไฟไหม้ใหญ่ในช่วงสงครามเมืองในอดีต และได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1879-1881 สถาปัตยกรรมการออกแบบ และตกแต่งของมัสยิดแห่งนี้ ได้อิทธิพลมาจากศิลปะโมกุลของชาวเปอร์เซีย และชาวตุรกีที่มีลักษณะโอ่อ่า มัสยิดแห่งนี้ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองอาเจะห์ และเป็นหนึ่งในมัสยิดที่สวยที่สุดของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย มัสยิดซีอาน (Great Mosque of Xi’an) เมืองซีอาน ประเทศจีน มัสยิดในเขตเอเชียอาคเนย์บนประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ที่มีอายุกว่า 1300 ปี ที่คาดว่าถูกสร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 742 ในช่วงของราชวงศ์ถัง เพราะถังไจ่ฮ่องเต้นั้นทรงมีจิตเมตตากุศล เปิดรับทุกศาสนา โดยศาสนาอิสลามนั้นได้รับการเผยแพร่เข้ามาจากพ่อค้าชาวเปอร์เซีย ที่เข้ามาตั้งรกรานบนแผ่นดินจีน มัสยิดแห่งนี้มีงานสถาปัตยกรรมและประติมากรรมศิลปะจีนผสมอาหรับ โดยลักษณะตัวอาคารจะคล้ายๆ กับวัดจีนทั่วไป แต่ลวดลายการตกแต่งตามผนังภายในจะเป็นงานศิลปะของตะวันออกกลาง ถือเป็นมัสยิดที่ทั้งเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ และยังมีความงามของศิลปะจากสองทวีปที่ผสมผสานกันได้อย่างสวยงาม โดดเด่นมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มัสยิดสุลต่านโอมาร์อาลี (Sultan Omar Ali Saifuddin Mosque) เมืองบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน มัสยิดหินอ่อนอันโอ่อ่าของกษัตริย์บรูไน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในมัสยิดที่สวยที่สุดในเขตเอเชียแปซิฟิก วัสดุก่อสร้างหลักของมัสยิดได้ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศโดยตรง เช่น หินอ่อนจากอิตาลี หินแกรนิตจากเซี่ยงไฮ้ และโคมไฟระย้าจากอังกฤษ บริเวณยอดโดมนั้นก็ประดับด้วยแผ่นทองคำแท้ถึง 3.3 ล้านแผ่น มัสยิดแห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของบรูไนอีกด้วย มัสยิดไบตุล มุคคาร์ราม (Baitul Mukarram Mosque) เมืองธากา ประเทศบังกลาเทศ มัสยิดประจำชาติของชาวบังกลาเทศ ที่เริ่มสร้างในช่วงต้นของปีทศวรรษ 1960 และเสร็จสิ้นการก่อสร้างในปี ค.ศ. 1968 โดยได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง อับดุลฮุสเซน (T Abdul Hussain Thariani) โดยรูปแบบสถาปัตยกรรมนั้นได้ทำการจำลองแบบมาจากมัสยิดล้อมอัลละฮอมแห่งเมืองมักกะห์ และการตกแต่งนั้นได้รับอิทธิพลทั้งจากศิลปะอินเดียและเปอร์เซีย มัสยิดแห่งนี้ได้รับการขยายพื้นที่ในภายหลัง เพื่อรองรับจำนวนคนที่เข้ามาสวดมนต์เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลก มัสยิดตาจอุล (Taj'ul Mosque) เมืองโภปาล ประเทศอินเดีย มัสยิดหินอ่อน ที่มีงานสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกที่สวยงาม มีจิตรกรรมและประติมากรรมเพดานที่หรูหรา มีงานสถาปัตยกรรมผสมของศิลปะโมกุลอันสวยงาม มีความโดดเด่นด้วยโดมหินอ่อนสูง 18 ชั้น จำนวน 3 โดม ตัวอาคารสีชมพูตามความนิยมของชาวอินเดีย ซุ้มและโถงทางเดินที่โอ่โถง มัสยิดแห่งนี้นอกจากจะใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ยังเป็นโรงเรียนอิสลามประจำเมืองอีกด้วย มัสยิดสีฟ้าแห่งมาซาร์ อี ชารีฟ (Blue Mosque/ Shrine of Ali) เมืองมาซาร์-อี-ชาริฟ ประเทศอัฟกานิสถาน มัสยิดสีฟ้าครามอันสวยงามวิจิตร กระเบื้องทุกแผ่นที่ใช้ในการตกแต่งมัสยิดนี้ ได้รับการทำลวดลายดอกไม้จากการตัดกระเบื้องสีชิ้นเล็กๆ แล้วมาประกอบกันเป็นลายดอกไม้บนกระเบื้องแผ่นใหญ่ มัสยิดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานของอาลี ผู้ซึ่งเป็นลูกเขยของพระศาสดาโมฮัมหมัด ผู้นำแห่งศาสนาอิสลาม ตามความเชื่อของชาวเมืองแห่งนี้เล่ากันว่าร่างของท่าอาลีที่ถูกซ่อนมาบนหลังของอูฐ เพื่อหลบหนีข้าศึกนั้นได้ถูกฝังลงในแผ่นดินแห่งนี้ แต่ไม่สามารถหาพิกัดได้ และท่านอาลีได้มาเข้าฝันชาวเมืองถึงสถานที่ฝังร่างของท่าน หลังจากนั้นจึงได้มีการขุดค้นพบสุสานของท่านและได้สร้างมัสยิดครอบสุสานขึ้น เพื่อระลึกถึงและเป็นเกียรติให้แก่ผู้นำอิสลามแห่งอัฟกานิสถานท่านนี้ ในบริเวณมัสยิดยังมีต้นไม้ที่ประดับด้วยนกพิราบสีขาว ตามความเชื่อของชาวพื้นเมืองว่ามัสยิดแห่งนี้ เป็นสัญลักษณ์ถึงสันติภาพ และความสงบสุขอีกด้วย มัสยิดเชค ซาเยด (Sheikh Zayed Mosque) เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  มัสยิดของสุลต่านที่หรูหราอลังการอีกแห่งหนึ่ง แม้ว่ามัสยิดแห่งนี้จะมีอายุเพียงแค่ 7 ปีเท่านั้นแต่ก็ได้ไต่อันดับขึ้นเป็นแลนด์มาร์คสำคัญอันดับ 2 ของโลกในปีนี้ จากนักท่องเที่ยวรอบโลก ตัวอาคารของมัสยิดนั้นสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหมด และส่วนของสีทองประดับนั้นก็ชุบด้วยทองคำแท้ พื้นที่ของมัสยิดทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 30 เอเคอร์ (ราว 75.87 ไร่) และใช้เวลาการก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 – ค.ศ. 2007 จึงจะแล้วเสร็จ นอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญของประเทศแล้ว ยังมีส่วนของห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวมความรู้ของศาสตร์ด้านต่างๆ ไว้มากมาย ในหลากหลายภาษา และเอกสารสำคัญๆ ในอดีตที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปีอีกด้วย มัสยิดนาบาวี หรือ มัสยิดแห่งมาดีนะห์ (Al-Masjid al-Nabawi/ Prophet’s Mosque) เมืองมาดีนะห์ ใกล้กับสนามบินเมืองเจดดะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ 622 ปีก่อนคริสตกาล มัสยิดแห่งนี้ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวอิสลาม ที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 ของโลก รู้จักกันในนามว่า “มัสยิดของท่านศาสดา” เพราะสร้างขึ้นโดยพระศาสดาของศาสนาอิสลาม “มูฮัมหมัด” โดยแต่เดิมนั้นมัสยิดแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่เชื่อมต่อกับบ้านของท่าน ว่ากันว่าการตกแต่งภายในของมัสยิดแห่งนี้เต็มไปด้วยปริศนาโค้ดลับของศาสนาอิสลามอยู่ตามลวดลายกำแพงและผนังเสาต่างๆ และรหัสลับเหล่านี้ก็สานต่อเรื่องราวของศาสนาอิสลามและคำสอนได้อย่างฉลาดและแยบยล มัสยิดแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญทางศาสนา ที่ทำการศาล ที่ทำการสมาคมท้องถิ่นและโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามอีกด้วย มัสยิดล้อมอัลละฮอม (Al-Masjid Al-Haram) เมืองมักกะห์ ใกล้กับสนามบินเมืองเจดดะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย  ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ 636 ปีก่อนคริสตกาล เป็นมัสยิดที่มีความสำคัญที่สุดของโลกและถือเป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถจุคนได้ถึง 4 ล้านคน มัสยิดแห่งนี้ยังรู้จักกันในนาม “แกรนด์มัสยิด” (Grand Mosque) อีกด้วย ในแต่ละปีจะมีชาวอิสลามจากทั่วทุกมุมโลกแห่แหนไปแสวงบุญและสักการะมัสยิดศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ในช่วงเวลาของการประกอบพิธีฮัจญ์หรือฮัจย์ (Haj) เพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต มัสยิดฮัซซัน 2 (The Hassan II Mosque or Grande Mosquée Hassan II) เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก มัสยิดที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ของโลกและใหญ่ที่สุดในประเทศโมร็อกโกและในเขตอาฟริกา สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1993 โดยภายในอาคารสามารถจุคนได้ถึง 25000 คน และในบริเวณลานอเนกประสงค์ภายนอกนั้น สามารถจุคนได้มากกว่า 80000 คน กองทุนในการสร้างมัสยิดแห่งนี้ มาจากผู้มีจิตศรัทธามากมายจากทั้งประชาชนในประเทศและชาวอิสลามจากทั่วทุกมุมโลก การตกแต่งมีความโอ่อ่าและสวยงามตามลักษณะผสมของศิลปะอิสลาม ศิลปะมัวร์ และงานฝีมือพื้นบ้านของโมร็อกโก ในบริเวณด้านนอกของมัสยิดนั้น ก็มีน้ำพุประดับถึง 40 แห่งอีกด้วย ข้อมูลและภาพจาก skyscanner.co.th