ศาลฏีกา

ตรวจสอบแล้ว! ภาพสาวโพสต์ท่าสยิวริมถนนลำปาง ที่แท้..
ตาก /  ถ่ายภาพริมถนน / 

นายอำเภอแม่พริก ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่สาวชุดแดงโพสต์ท่าถ่ายภาพหวิวริมถนนลำปาง-ตาก พบเป็นภาพเก่า คาดเป็นคนต่างถิ่น วอนปชช.แจ้งเบาะแส  วันที่ 26 ก.ค. จากกรณีสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพของหญิงสาวชุดแดงรายหนึ่ง ที่โพสต์ท่าเปิดกระโปรงโชว์ท่อนล่าง กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาตัว เนื่องจากไปโพสต์ท่าถ่ายภาพริมถนนสายเอเชียลำปาง-ตาก ขาเข้าเขต อ.แม่พริก จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมนั้น ความคืบหน้า ล่าสุด นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายอำเภอแม่พริก จ.ลำปาง เดินทางไปตรวจสอบจุดที่มีการถ่ายภาพดังกล่าว ร่วมกับ พ.ต.ท. สุทิน แก้วบุญเรือง รอง ผกก.สส.สภ.แม่พริก โดยมีการแบ่งออกเป็น 2 จุด เริ่มจากหลักกิโลเมตรที่ปรากฏในภาพ พบว่าบริเวณริมหลักกิโลเมตรดังกล่าว ไม่มีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ แต่ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านขายปูนปั้น-ศาลพระภูมิ และ รพ.สต.บ้านปากทางเขื่อน เขต อ.สามเงา จ.ตาก จากการสอบถามเจ้าของร้านค้าดังกล่าวไม่พบเห็นว่ามีการถ่ายรูปในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนจุดที่ 2 ในภาพถ่ายเป็นป้ายบอกทางว่า อ.เถิน จ.ลำปาง 34 กิโลเมตร และ จ.ลำปาง 122 กิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่บ้านแม่เชียงรายบน หมู่ 4 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง ดำเนินการตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าป้ายบอกระยะทางดังกล่าวที่อยู่ในภาพไม่มีอยู่แล้ว เหลือแต่ต้นเสาหักลงมา เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุทางถนน เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา คาดว่ารูปหญิงสาวที่ปรากฏดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายก่อนหน้านี้ และได้สอบถามชาวบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ไม่มีใครทราบ และไม่มีใครพบเห็นหญิงคนดังกล่าวเช่นกัน นอกจากนี้เมื่อตรวจเทียบจากภาพเก่าพบว่าหญ้าริมถนนแห้งมาก ส่วนปัจจุบันพบว่าหญ้าริมถนนเขียวขจี คาดว่าภาพหญิงสาวที่ถ่ายน่าจะถ่ายในช่วงแล้งปีที่ผ่านมา ก่อนจะถูกนำมาโพสต์ อย่างไรก็ตาม นายอำเภอแม่พริกกล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อำเภอ และตำรวจ สภ.แม่พริกไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งหาข้อมูลเพิ่มเติม เบื้องต้นหญิงดังกล่าวน่าจะมีอายุ 25-30 ปี และคาดว่าไม่ใช่คนในพื้นที่อย่างแน่นอน น่าจะเป็นคนต่างพื้นที่ที่เกิดความคึกคะนอง ซึ่งหากใครทราบเบาะแสว่าหญิงในภาพเป็นใครสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ตำรวจสภ.แม่พริก จ.ลำปาง หรือทางนายอำเภอแม่พริก จ.ลำปาง เพื่อจะได้นำตัวมาทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ที่มา เดลินิวส์ MThai News

ประกัน 1 แสน! ศาลปล่อยตัวสาวใหญ่โพสต์หมิ่น 'บิ๊กตู่'
บิ๊กตู่ /  ปล่อยตัวชั่วคราว / 

ศาลทหารกรุงเทพมีคำสั่งให้ประกันตัว สาวใหญ่ผู้ต้องหาโพสต์ข้อความกล่าวหา "บิ๊กตู่" โอนเงินหมื่นล้านซุกสิงคโปร์ ระบุปล่อยตัวค่ำนี้ วันที่ 13 ก.ค. น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อมนุษยชน ได้เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนปล่อยตัวชั่วคราวนางรินดา ปฤชาบุตร หรือหลิน อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาโพสต์ข้อความกล่าวหาว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โอนเงินกว่าหมื่นล้านบาทไปยังประเทศสิงคโปร์ โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 116 ทำให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และมาตรา 348 ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ ทั้งนี้ ทางทนายความได้นำหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1 แสนบาท ยื่นขอประกันตัว โดยศาลทหารกรุงเทพ ได้พิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวนางรินดาชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง และห้ามยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในสังคม รวมถึงห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยจะมีการปล่อยตัวนางรินดาออกจากทัณฑสถานหญิงกลาง ประมาณช่วงค่ำของวันนี้ (13 ก.ค.) ขอบคุณภาพ ข่าวสด ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ออกหมายจับ 'มือบึ้มปาดังเบซาร์' พบเคยก่อเหตุเมื่อปี 57
มือบึ้ม /  สงขลา / 

ออกหมายจับ 1 ในคนร้ายก่อเหตุวางระเบิดหน้าร้านคาราโอเกะ เมืองปาดังเบซาร์ พบเคยก่อเหตุมาแล้วเมื่อปี 57 จากกรณีที่เกิดเหตุลอบวางระเบิด บริเวณหน้าร้านครกทองคาราโอเกะ เขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และได้บาดเจ็บอีก 3 ราย นั้น ล่าสุดวานนี้ (18 ก.ค. 58) พนักงานสอบสวน สภ.ปาดังเบซาร์ ได้ขออนุมัติศาล จ.นาทวี ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 1 ราย คือ นายสุไลมาน สาเมาะ อายุ 33 ปี ชาว ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ทั้งนี้ได้ตั้ง 5 ข้อหาหนัก ได้แก่ ร่วมกันก่อการร้าย , ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ , ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่โรงเรือนและมีผู้ถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ และร่วมกันใช้ วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ พยานซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บชี้ตัวยืนยันว่า นายสุไลมาน คือผู้ที่ขี่รถจยย. บอมบ์เข้ามาจอดในที่เกิดเหตุ โดยจากการตรวจสอบ คนร้ายยังเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถยนต์คาร์บอมบ์เข้าไปวางระเบิดภายใน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 57 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าตำรวจกำลังเร่งไล่ล่าจับกุมตัว นายสุไลมาน สาเมาะ มาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เดลินิวส์ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ศาลสูงอินเดีย ยืนกรานแขวนคอ มือระเบิดมุมไบ
ประหารชีวิต /  วางระเบิด / 

ศาลสูงสุดอินเดีย ปฏิเสธคำร้องขอลดโทษประหารชีวิตคนร้ายคดีวางระเบิดเมืองมุมไบ ปี 2536 โดยมีการประหารชีวิตปลายเดือนนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ศาลสูงสุดประเทศอินเดีย ปฏิเสธคำร้องขอลดหย่อนโทษครั้งสุดท้ายของ นายยาคุบ เมมอน ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดทางตะวันตกของเมืองมุมไบ ในปี 2536 โดย นายเมมอน จะเป็นนักโทษคนแรกที่จะถูกประหารชีวิตในอินเดีย ตั้งแต่ นายอัฟซัล กูรู ชาวแคชเมียร์ ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในปี 2556 ในข้อหาโจมตีรัฐสภาอินเดีย เมื่อปี 2544 ทั้งนี้ เหตุการณ์โจมตีเมืองมุมไบ เมืองหลวงทางการเงินของอินเดีย มีผู้เสียชีวิต 257 คน และบาดเจ็บ 713 คน ซึ่งการโจมตีครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นการวางแผนเพื่อแก้แค้นการสังหารชาวมุสลิมในเหตุการณ์จลาจล ในช่วง 2 - 3 เดือนก่อนหน้านั้น นายเมมอน มีกำหนดถูกประหารชีวิตในปลายเดือนนี้ ซึ่งก่อนการพิจารณาคดีของศาลสูงสุด รัฐบาลรัฐมหาราษฏระ ประกาศแผนการแขวนคอเขา ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ในปี 2550 ศาลพิเศษในเมืองมุมไบ ตัดสินประหารชีวิต นายเมมอน ในข้อหามีบทบาทสำคัญในการสมรู้ร่วมคิดวางระเบิดโจมตี ขณะนี้ นายเมมอน ถูกควบคุมตัวอยู่ในเมืองนักปุระ ทางตะวันตกของมุมไบ ส่วนสมาชิกทั้งหมด 8 คน ของครอบครัว นายเมมอน เบื้องต้นถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังการลอบวางระเบิด และให้เงินทุนสนับสนุนการการก่อเหตุร้ายดังกล่าว

ดราม่าลองวีคเอนท์ : ปิดคดีติ๊งต่างอยากให้ตายแต่ไม่ตาย, ตลกร้ายชีวิตพยาบาล ฯลฯ
ติ๊งต่าง /  น้องไอซ์ / 

ดราม่าลองวีคเอนท์ : สาวม.6 ส่งข้อสอบเปล่า, ตลกร้ายนี่แหละชีวิตพยาบาล, ปิดคดีติ๊งต่างอยากให้ตายแต่ไม่ตาย, หนังคนละม้วนแม่ลูกเดินเท้า และเผยโฉม! พริตตี้สาวพัวพันคดีเสี่ยชูวงษ์ ร้อนฉ่าเรียกดราม่าตั้งแต่ต้นจนถึงวันสุดท้ายของสัปดาห์ เพราะข่าวมากมายหลายอารมณ์ที่เข้ามาขย่มจิตเขย่าใจ จนทำคนออนไลน์พากันแชร์แสดงความเห็นมากมาย วันนี้ MThai News จึงได้รวบรวมกระแสข่าวเหล่านั้น มาให้ได้ย้อนรำลึกหวนให้อ่านกันอีกครั้ง ว่าคนไทยในสังคมออนไลน์ชอบแชร์ข่าวส่งคลิปอะไรบ้าง? 1. สาวม.6 ส่งข้อสอบเปล่า?  เริ่มกันที่ข่าวแรกกับข่าวนักเรียนสาวชั้น ม.6 ใจเด็ดกล้าส่งกระดาษคำตอบเปล่า ๆ ในข้อสอบวิชา "หน้าที่พลเมือง" ซึ่งเธอไม่ได้ปิดถึงสาเหตุ ว่าทำไมถึงคิดทำกล้าที่จะแตกต่างไม่เหมือนเพื่อนคนอื่นแบบนั้น อยากรู้ใช่ไหมว่าเพราะอะไร ? ไปติดตามได้จากข่าวนี้เลย (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่น ๆ **เนติวิทย์ ชื่นชมน้องไนซ์ หลังอารยะขัดขืนส่งข้อสอบเปล่า ** เปิดคำน้องไนซ์ เพราะ?อารยขัดขืน ส่งข้อสอบเปล่า’วิชาพลเมือง’ 2. ปิดคดีติ๊งต่าง อยากให้ตายแต่ไม่ตาย . . ข่าวที่ 2 มองไปที่บทสรุปของคดีดัง ที่ผู้ต้องหาชื่อติ๊งต่าง คนร้ายก่อเหตุโหดฆ่าข่มขืนเด็กหลายรายทั้งชาย-หญิง โดยคดีนี้สังคมต่างเทใจเรียกร้องให้ประหารเพราะเกินจะรับไหวในพฤติกรรม แต่แล้วกาลกลับพลิกผู้ต้องหาใจโหดกลับรอดแม้ศาลได้สั่งปลิดชีพ แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ต้องไปพบหน้าพญามัจจุราชแม้สังคมจะต้องการแบบนั้น ต้องไปอ่านต่อจากข่าวนี้แล้วละ (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่น ๆ ** ย้อนรอย! เจาะพฤติกรรม ‘ติ๊งต่าง’ ฆาตกรโหดฆ่าข่มขืนเด็ก 3. ตลกร้ายนี่แหละชีวิตพยาบาล ถูกส่งต่อและแชร์ว่อนเน็ต สำหรับความเป็นจริงในอาชีพพยาบาล ที่ตลกร้ายจนขำแทบไม่ออก เพราะต้องแกร่ง และทรหด หากคิดจะเดินบนเส้นทางสายนี้ บอกแบบนี้คงไม่เห็นภาพ ลองไปติดตามจากข่าวนี้แล้วคุณจะร้องอ๋อว่ามันใช่โดนใจจริง ๆ (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่น ๆ ** ชื่นชม พยาบาล ปันน้ำนมจากอก ให้ลูกคนไข้อาการสาหัส 4. หลังคนละม้วน ปมรันทดแม่ลูกเดินเท้าข้ามจังหวัด เป็นอีกข่าวสลดที่สุดแสนจะดราม่า หลังมีข่าวว่าแม่-ลูก รวม 3 คน ได้เดินเท้าจากสระบุรีไปเพชรบูรณ์ อ่านแว่บแรกดูแล้วเป็นเรื่องเศร้า แต่พออ่านจบพบว่าเรื่องกลับตาลปัตร พลิกมุมกลับมันหลังคนละม้วน อยากรู้ใช่ไหมเรื่องราวเป็นอย่างไร ไปติดตามอ่านต่อได้เลย (อ่านต่อ . . .) 5. เผยโฉม! พริตตี้สาว พัวพันคดีเสี่ยชูวงษ์ ข่าวท้ายสุดแต่ไม่สุดท้าย เป็นการเผยภาพ และเปิดประวัติของพริ๊ตตี้สาวที่เข้าไปพัวพันกับการเสียชีวิตของเสี่ยรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หลังพบเงื่อนงำมีการโอนหุ้นให้เธอกว่า 200 ล้านบาท งานนี้บอกเลยประเด็นไม่ได้อยู่ในรูปคดีที่ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่อะไรละที่ทำให้คนสนใจ จนเกิดเป็นกระแสดราม่าขึ้น อย่ารอช้าไปติดตามอ่านต่อจากข่าวนี้เลย (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่น ๆ ** สาวเอวบางร่างน้อย หน้าตาจิ้มลิ้ม แต่แฝงความเซ็กซี่ระดับไม่ธรรมดา เรื่องราวทั้งหมดเป็นข่าวเด่นประเด็นดัง ฮิตติดลมบนจนเป็นกระแสทอร์คออฟเดอะทาวน์ในช่วงสัปดาห์นี้ แล้วคุณละชอบข่าวไหนมากกว่ากัน???

ผบช.น. แถลงจับกุม หนุ่มขับเก๋งยาริสแดงจอมปาด
ขับซิ่ง /  ซิ่ง / 

ผบช.น. แถลงผลจับกุมตัว หนุ่มซิ่งเก๋งยาริสแดง แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถหวาดเสียวและไม่คำนึงความปลอดภัยของผู้อื่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดง หมายเลขทะเบียน 2กฌ1098 กทม. ขับขี่เปลี่ยนช่องทางไปมา บนถนนรามอินทราขาเข้า เป็นเหตุให้นายสำเริง กาพิมาย ผู้ขับขี่รถกระบะวีโก้ สีขาว เปลี่ยนช่องทางเดินรถ เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทั้งยังส่งผลให้รถจักรยานยนต์ที่ขับตามมาเสียหลักล้มลง วันนี้ (14 ก.ค. 58) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้แถลงผลจับกุมตัว นายชาตรี ลิ้มกุล อายุ 26 ปี คนขับรถยาริสสีแดงคันดังกล่าว ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ขับขี่รถในลักษณะหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับก่อนควบคุมตัว นายชาตรี ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ต่อมา เวลา 15.30 น. ศาลได้พิพากษาคดี ให้ลงโทษ นายชาตรี ในฐานความผิดดังกล่าว โดยให้ปรับเป็นเงินจำนวน 500 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ ศาลยังได้ปฏิเสธ กรณีที่ตำรวจได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ยึดรถของนายชาตรี ด้าน พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางชัน กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำ นายชาตรี เพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบสภาพรถว่ามีการดัดแปลงจากเดิมหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมต่อไป ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

หวังพลังโซเชียล! ช่วยครูเกษียณถูกนายทุนปิดทางเข้า-ออกบ้าน
ข้าราชการเกษียณ /  คุณครู / 

แชร์เรื่องราวของคุณครูวัยเกษียณ ถูกนายทุนต้องการที่ดิน ปิดทางเข้า-ออกบ้าน อีกทั้งใครช่วยเหลือจ่อฟ้องกลับ วอนช่วยก่อนขึ้นศาล20 ก.ค.นี้ วันนี้ (16 ก.ค. 58) ชาวโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ พร้อมเรื่องราวของครอบครัวข้าราชการครูเกษียณท่านหนึ่ง ซึ่งมีกันอยู่แค่ 3 คน เป็นผู้สูงอายุทั้งหมด แต่กลับถูกนายทุนกลั่นแกล้ง โดยปิดตายทางเข้า-ออกบ้าน หวังจะได้ที่ดินนำไปปลูกสร้าง ทั้งที่คุณครูเข้าออกทางนี้มา 70 ปีแล้ว โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่านพภาณุ ชุติมาเมธี ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าว ระบุว่า " อ่านให้จบแล้วช่วยแชร์ให้ด้วยนะครับ จิตใจมนุษย์ความโลภอยากได้ที่ดิน รังแกผู้สูงอายุอยู่บ้าน 3 คน อายุ 65 ปี, อายุ 70 ปี ต้องดูแลพ่อ อายุ 97 ปี และที่สำคัญท่านทั้ง 2 เป็นข้าราชการครูเกษียณ ทำความดีมาตลอด อยู่บ้านหลังนี้มากว่า 70 ปี โดนปิดทางเข้า-ออก ไม่ให้ใครเข้าออกได้ ทั้งที่แกเข้าออกทางนี้มา 70 ปีแล้ว หลังจากเจ้าของที่เก่าบริเวณทางเข้าออกตาย นายทุนใหม่มาซื้อต่อเลยกลั้นแกล้ง ปิดตายเอาปูน สังกะสี มาปิดทางเข้าออก 4 ครั้งแล้ว บางครั้งแกก็ทนไม่บอกใคร ทั้งทีมีลูกศิษย์มากมาย กลัวบอกแล้วลูกศิษย์จะเดือดร้อน เสียการงานมาดู ฟ้องศาลสู้กันมาจนถึงศาลฎีกาก็แพ้ เมื่อถูกปิดตาย ท่านก็ทนอยู่ในสวนบ้านท่าน 20 กว่าวัน เก็บผักผลไม้กินประทังชีวิต ยังดีที่มีข้าวสารเต็มถัง มีเพื่อนบ้านที่ดั้งเดิมมาส่งข้าวอาหารให้ก็โดนขู่ไปตาม ๆ กัน จนวันที่ 20 กว่า ๆ ที่โดนขัง คุณตาอายุ 97 ร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้ว ยาที่กินหมด ท่านเลยโทรไป สน.ท่าพระ ให้ตำรวจมาช่วยเปิดทางให้ จากนั้น ตำรวจก็มาเปิดให้ เชื่อไหมครับ สุดท้ายตำรวจ 2 นายที่มาเปิดให้กับครูผม 2 คน โดนฟ้องทำลายทรัพย์สินกับบุกรุกอีก ตรวจสอบเรื่องได้ครับที่ สน.ท่าพระ ทำไมถึงต้องฟ้องทางตำรวจด้วย เพราะหวังว่าคราวหลังจะได้ไม่มีใครกล้ามาช่วย ถ้าใครมาช่วยก็จะโดนฟ้องหมด จะให้พวกท่านตายเลยหรือครับ เพราะอะไรถึงแพ้ ก็รู้กันอยู่ทำไมถึงแพ้นายทุน ถามใคร ๆ ก็บอกชนะอยู่แล้ว เข้าออกทางนี้มานาน แต่ในความเป็นจริงเขาจะให้เข้าออกทางคูน้ำ ซึ่งเป็นทางสาธารณะจริง ที่ไม่ได้ใช้งาน คนแก่ 3 คนจะเดินออกยังไง ใจลึก ๆ อยากให้นายทุนมาเดินให้ดูก่อนว่าเดินไม่ได้จริง ๆ วันนี้ผมในฐานะลูกศิษย์มาทำสะพานปูนให้ท่านใหม่ แทนสะพานไม้ที่เริ่มผุพังกลัวจะหักเวลาท่านเดิน พวกนายทุนก็มาถ่ายรูปคงเตรียมไว้ฟ้องอีกตามเคย ทั้งที่ทำในเขตบ้านท่านไม่ได้รุกล้ำในเขตของนายทุนเลยสักนิด ร้องทุกข์หลายที่แล้วก็เงียบครับ ศูนย์ดำรงธรรม คสช. เรื่องราวมันเยอะเกินบรรยาย สุดท้ายคงพึ่งได้แต่พลังโซเชียล พลังสื่อมวลชน อยากให้คนใหญ่โตในบ้านเมืองไทยเมตตาท่านเหลียวแลให้ความเป็นธรรมกับท่านบ้าง แม่พิมพ์ของชาติผู้เสียสละอย่างแท้จริง บ้านท่านอยู่ในซอยเพชรเกษม 15 แยก 5 บ้านท่านเป็นสวนกว้าง 4 ไร่เศษ เป็นปอดของกรุงเทพฯ อีกแห่งกลางใจเมือง จะให้แปรเป็นคอนโดหรืออะไรก็ตาม เพราะเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน ท่านคงสู้ตายนะผืนแผ่นดินที่ท่านเกิดและพ่อแม่อยู่มาแต่โบราณ ซึ่งผมคงเห็นท่านสู้จนตายไม่ได้ ช่วยทุกอย่างทุกทาง ยังมองไม่เห็นทาง เลยมาลงเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องจริงและหวังว่าคงช่วยกันแชร์ เผื่อมีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยท่านทันเวลา ก่อนขึ้นศาลอาญาวันที่ 20 ก.ค.นี้นะครับ  ป.ล. ข้อความทั้งหมดคือเรื่องจริง ผมขอเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก ถ้าช่วยท่านได้ตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณดั่งพ่อแม่จริง ๆ อีกคน " หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกตีเผยแพร่ออกไป ล่าสุดผู้โพสต์ได้อัพเดทภาพพร้อมข้อความว่า ได้พาสื่อมวลชนเดินเลาะ เพื่อดูทางคูน้ำเข้าบ้านครูว่าเป็นอย่างไรนั้น นายทุนที่ถูกกล่าวอ้างได้สั่งให้ลูกน้องทำการปิดกั้นทางอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้ทางนายทุนที่ถูกกล่าวอ้าง ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ขอบคุณข้อมูล/ภาพ นพภาณุ ชุติมาเมธี ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

โดนเข้าให้! ศาลพิพากษา จำคุก บังยี 1ปี4เดือนแพ้คดีปลอมเอกสารเลือกตั้ง
ตัดสินจำคุกบังยี /  บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก / 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ ตัดสินจำคุก บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบิ๊กเปี๊ยก องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ฐานปลอมแปลงเอกสารการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ครั้งที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ก.ค.58 ณ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ผู้พิพากษา ได้ลงบัลลังก์ตัดสินคดี ที่ บ.สโมสรฟุตบอลพัทยา เอฟซี เป็นฝ่ายชนะคดี ที่ฟ้องร้อง บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบิ๊กเปี๊ยก องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ฐานปลอมแปลงเอกสารการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งศาลฯ สั่งจำเลยทั้งสองมีความผิดให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 6,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยกระทำผิดให้ลดโทษ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา ด้าน บังยี วรวีร์ มะกูดี ได้ออกมาเปิดเผยว่า เรายังมีสิทธิ์ที่จะอุทธรณ์ได้ เจตนาที่เราดำเนินการไปเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ เราก็ทำไปตามหน้าที่ ผมทำไปตามหน้าที่ มีมติที่ประชุมอย่างไรเราก็ดำเนินการไปตามนั้น ผมยืนยันว่าเราเจตนาบริสุทธิ์เราทำในนามองค์กรไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว

ศาลสั่ง!จำคุก5ปี เครือข่าย'บรรพต' ผิด ม.112
คดี ม.112 /  บรรพต / 

ศาลทหารพิพากษาจำคุก เครือข่าย'บรรพต' หมิ่นเบื้องสูง "หัสดิน" กับพวก 7 คน 5 ปี ส่วนอีก 2 คงจำคุก 3 ปี - ปฏิเสธคำร้องรอลงอาญา เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ เบิกตัว 10 ผู้ต้องหา เครือข่ายบรรพต ที่มี นายหัสดิน อุไรไพรวัน เจ้าของนามแฝง "บรรพต" จำเลยที่ 7 เป็นหัวหน้าเครือข่าย พร้อมพวกที่ถูกจับกุมได้ ในฐานความผิดหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มายังศาลทหาร กรมพระธรรมนูญ เพื่อฟังคำพิพากษา หลังอัยการศาลทหารเป็นโจทก์ยื่นฟ้องในฐานความผิดดังกล่าว จากกรณีร่วมกันมีพฤติกรรม ใช้สื่อสังคมออนไลน์กระทำความผิดกฎหมาย ผลิตสื่อในรูปแบบซีดี คลิปเสียง และบทความออกมาเผยแพร่ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ในลักษณะหมิ่นสถาบันเบื้องสูง โดย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่1, 2 และ 7-12 มีความผิดจริง พิพากษา จำคุก 10 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษ กึ่งหนึ่งคงจำคุก 5 ปี จำเลยที่ 5 และ 6 ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน พิพากษา จำคุก 6 ปี รับสารภาพคงจำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 และ 4 ศาลให้จำหน่ายคดี เนื่องจากจำเลยให้การปฏิเสธ โดยให้อัยการยื่นคำฟ้องใหม่ภายใน 15 วัน นอกจากนี้ จำเลยที่ 5 และ 6 ยังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรอลงอาญา โดยศาลปฏิเสธคำร้องดังกล่าว ก่อนควบคุมตัวจำเลยทั้งหมดกลับไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ว่อนเน็ต! เชิญชวนเรียกร้องความเป็นธรรมให้สุนัข 'เจ้าโจโก้'
กินเนื้อสุนัข /  ชำแหละเนื้อ / 

ชาวเน็ตชวนเรียกร้องความเป็นธรรมให้เจ้าโจโก้ สุนัขไซบีเรียน อายุ 5 เดือน หลังถูกฆ่าที่สกลนคร บริเวณหน้าอาคารมาลีนนท์ จากกรณีที่นางสุนีย์ แสนพันนา อายุ 53 ปี ชาวบ้านดงน้อย ต.วาริชภูมิ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร  เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายมณีวรรณ บุญล้ำ หรือผู้ใหญ่ดำ ข้อหากระทำการทารุณสัตว์ ทำให้เสียทรัพย์ และเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังจากที่ นายมณีวรรณ ฆ่า "เจ้าโจโก้" สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ อายุ 5 เดือน เนื่องจากเจ้าโจโก้ เข้าไปกัดเป็ดของชาวบ้านตาย ทั้งยังชำแหละเนื้อเจ้าโจโก้แจกจ่ายชาวบ้านไปรับประทาน ตามที่เคยเป็นข่าวเมื่อก่อนหน้านี้ ต่อมาทางผู้ใหญ่บ้านได้เข้าชี้แจงกับเจ้าหน้าที่แล้ว หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วาริชภูมิ แจ้งข้อหาผู้ใหญ่ดำ ก็ได้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ใหญ่ดำเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง และไม่มีพฤติกรรมจะหลบหนี มีหน้าที่การงานและที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก The Voice (เสียงจากเรา) ได้โพสต์เชิญชวนไปเข้าร่วม "เรียกร้องความเป็นธรรมให้ใจโก้" สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ อายุ 5 เดือน ซึ่งถูกฆ่าตายที่สกลนคร วันนี้ เวลา 15.00 น. หน้าอาคารมาลีนนท์ (พระราม 4) พร้อมระบุจุดประสงค์ในการรวมตัวครั้งนี้ว่า "ขอศาลท่านได้โปรดคืนความเป็นธรรม ตัดสินด้วยความเมตตาต่อสรรพสัตว์ โดยใช้ดุลยพินิจที่ถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐด้วยแล้ว ทำผิดกฎหมาย จิตใจโหดเหี้ยมเสียเอง ควรโดนโทษหนักกว่าประชาชนทั่วไป" หลังจากนั้นชาวโซเชียลต่างเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีแสดงความคิดเห็นเชิญชวนเพื่อน ๆ ในเฟซบุ๊คเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ อย่างน้อยช่วยทางตรงไม่ได้ก็ช่วยทางอ้อมอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการแสดงพลังของชาวโซเชียล โดยร่วมลงชื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ'โจโก้' ด้วยบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดสำหรับผู้ทารุณกรรมสัตว์  ในเว็บไซต์ www.change.org ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com ขอบคุณภาพ เพจ The Voice (เสียงจากเรา) MThai News