ศาลฏีกา

พลอย รู้สึกเหมือนโดนเผาไล่ที่ หลัง ปีเตอร์ ประกาศขายบ้าน ทำลูกเดือดร้อน!!
พลอย พลอยพรรณ /  ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล / 

        หลังคุณพ่อลูกสอง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ออกมาประกาศว่ากำลังทำเรื่องหย่ากับภรรยาสาว พลอย พลอยพรรณ และยืนยันที่จะขายบ้านที่ลูกอยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิด เพราะมองว่าบ้านหลังใหญ่เกินไปและเป็นชื่อของญาติ โดยเจ้าตัวตั้งใจจะนำเงินมาซื้อบ้านหลังใหม่ที่เล็กกว่าเดิมให้แทน ล่าสุดเจอ สาวพลอย ในงาน "ไส้กรอกซีพี เปิดบ้าน มั่นใจ ปลอดภัย 100%" เจ้าตัวเปิดใจการเรื่องหย่าว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้า ยอมรับเสียความรู้สึกเหมือนถูกเผาไล่ที่ หลังฝ่ายชายประกาศขายบ้านทั้งที่ยังไม่ได้ตกลงกัน ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนต้องหาที่อยู่ใหม่ และลูกชายก็คงต้องย้ายโรงเรียนใหม่ด้วย ขอร้องหากไม่ได้ช่วยดูแลลูก แต่อย่างน้อยช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องความเป็นอยู่ของลูกก็ยังดี เผยใจตนอยากซื้อบ้านต่อเอง แต่ไม่รู้อีกฝ่ายจะขายเอากำไรแพงหรือเปล่า!!!             "เรื่องหย่ายังไม่ได้คุยอะไรเลยค่ะ ยังไม่ได้หย่าเลย ยังไม่มีคืบหน้าอะไรเลย ยังถือว่าเป็นเมียอยู่เลยค่ะ (หัวเราะ) เค้าได้ยื่นข้อเสนอมาอย่างที่ทราบ แต่ข้อเสนอของเรายังไม่ได้ยื่นค่ะ เพราะรอทางฝั่งเค้าคุยกับทนายออกมาก่อนว่าเรารับได้มั้ย ถ้าเราโอเคกับที่เค้าเสนอมาก็จะได้ไม่ต้องวุ่นวายมาก เรื่องคาราคาซังแบบนี้มันไม่รบกวนจิตใจค่ะ แต่มันรบกวนกับการใช้ชีวิตมากกว่า อย่างเรื่องสัญชาติลูกที่ยังไม่ได้ทำ ลูกก็ยังออกนอกประเทศไม่ได้ ก็ยังเป็นปัญหา แต่เรื่องจิตใจพลอยเฉยๆ แล้ว"             "ปัญหาตรงนี้ก็พูดกับเค้าหลายรอบแล้วค่ะ พูดลอยๆ ไปคนเดียว เค้าคงทราบแต่คงไม่มีเวลา จริงๆ ก็อยากให้มาทำเอกสารของลูกให้เรียบร้อยดีกว่าค่ะ ของพลอยเองก็ไม่ได้ติดปัญหาอะไร เพราะพลอยก็ไม่ได้ไปมีสามีใหม่ พลอยก็เฉยๆ เรื่องนี้ค่ะ แต่เรื่องลูกสำคัญมาก ก็อยากนัดจริงจังแต่เค้าไม่มา"             "เรื่องฟ้องหย่า ถ้ามันทิ้งเวลามากก็อาจจะต้องทำค่ะ และเรื่องฟ้องคนทำเพจด้วย ก็พยายามกระตุ้นให้เค้าออกมาจัดการอยู่ แต่เห็นเค้าบอกว่าจะผลักมาให้พลอยทำคนเดียว จริงๆ ในความเป็นพ่อของเค้า พลอยก็อยากจะให้เค้ากลับมาปกป้องลูก ลูกโดนคนอื่นว่าก็อยากให้กลับมาช่วยกัน ที่เค้าไม่ค่อยจัดการอะไร พลอยว่ามันก็คงมีส่วนว่าไม่อยากให้มีเอฟเฟ็คกับการทำงานของเค้า แต่พลอยก็อยากให้เค้าโชว์ให้เห็นว่าเรื่องงานกับลูก อะไรสำคัญกว่ากันค่ะ เรื่องฟ้องหย่าก็มีปรึกษาทนายไว้บ้างค่ะ การที่จะฟ้องหย่ากัน ศาลก็ต้องให้ไกล่เกลี่ย การไกล่เกลี่ยถ้าเราคุยกันดีๆ ง่ายกว่า จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินจ้างทนายขึ้นศาลด้วย สำหรับพลอยขอประหยัดดีกว่า เรื่องหย่าก็ติดที่เค้า พลอยก็รอมานานแล้วค่ะ"              "เรื่องบ้าน เค้าประกาศขายไปแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจ อาจเพราะราคาบ้านมันสูงด้วย ตอนนี้พลอยกับลูกก็ยังไม่ได้ย้ายออก แต่มีการไปดูบ้านใหม่บ้างแล้ว คือเรายังไม่ได้ตกลงอะไรกันเลย แต่เค้าไปประกาศขายบ้านแล้ว ก็รู้สึกเหมือนโดนเผาไล่ที่นิดหน่อย ตอนนี้พลอยอยากทราบสัดส่วนชัดเจนว่าถ้าขายแล้วจะเป็นยังไง เพราะเค้าบอกว่าถ้าขายแล้ว เค้าอยากได้บ้านหลังเล็กๆ งั้นเอาบ้านหลังใหญ่ให้พลอยก็ได้ ถ้าขายได้เงินเยอะก็ให้เค้าเอาเงินส่วนน้อยไปซื้อบ้านหลังเล็ก"             "ที่พลอยอยากอยู่บ้านหลังเดิมเพราะมันสะดวกมากค่ะ ทั้งโรงเรียนลูก คือพลอยมองลูกเป็นสำคัญ บางวันพลอยขี่จักรยานไปส่งลูก พี่เลี้ยงก็ทำแบบนี้ได้ แต่ถ้าเกิดเราย้ายบ้านไปอยู่ที่ไกลโรงเรียน ก็ต้องจ้างคนขับรถ แล้วคนขับรถจะเชื่อใจได้มั้ย ซึ่งคนขับรถคนเก่าพี่เตอร์ก็ดึงกลับไปแล้ว ตอนนี้พลอยก็ให้แม่บ้านขี่จักรยานไปรับไปส่งลูก การหาบ้านอยู่ใหม่ไม่ลำบากนะคะถ้าเรามีเงินเยอะ (หัวเราะ) ที่เค้าบอกว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปหาบ้านเล็กๆ สักสองหลัง ถ้าสำหรับเค้าคนเดียว หรือเค้ากับคนอื่น มันพออยู่แล้ว แต่สำหรับพลอยกับลูกชาย 2 คนที่เป็นลูกเสี้ยวเดนมาร์กที่วันนึงโตแล้วตัวใหญ่แบบเค้า อยู่กัน 3 คน บ้านเล็กมันเอาไม่อยู่"                  "ถ้าย้ายบ้าน ลูกก็ต้องย้ายโรงเรียนตามอยู่แล้วค่ะ นึกถึงตอนพลอยเด็กๆ ต้องตื่นตี 4 ครึ่งไปโรงเรียนทุกวัน พลอยไม่อยากให้ลูกต้องมาเจอสภาพเดียวกัน รถติดไปกลับ ก็ต้องย้ายโรงเรียน ย้ายทุกอย่าง ผลกระทบมันโดนกับลูกเต็มๆ อยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าให้พลอยบอกว่าไม่ให้ขาย มันก็ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะบ้านเป็นชื่อของคุณอาคุณน้าเค้า เคยมีคอมเม้นท์บอกว่า พลอยหน้าด้านอยู่ จริงๆ ไม่ควรอยู่แล้วด้วย เลิกแล้วก็ควรออกจากบ้านไป อย่างน้อยที่เค้าไม่ได้มาช่วยดูแลลูก ก็อยากให้เค้าช่วยอำนวยความสะดวกตรงนี้ให้หน่อย จริงๆ พลอยก็อยากจะซื้อบ้านหลังนี้ต่อ แต่ไม่รู้เค้าจะเอากำไรเยอะหรือเปล่านะ"             "บ้านที่ประกาศขาย มีคนส่งรูปมาให้ดูว่าตั้งแต่ที่คุยกัน เค้าก็ประกาศขายเลย เค้าดูใจร้ายมั้ยเหรอ ในส่วนของพลอยแล้วแต่จะคิดดีกว่า พลอยไม่อยากไปว่าใคร ไม่อยากทะเลาะกันออกสื่อ ตอนนี้พลอยถือว่าพลอยตัวคนเดียว พลอยพยายามทำทุกอย่างให้เต็มที่ พลอยไม่หวังหรอกว่าเค้าจะมาช่วย ตอนนี้ทำอะไรได้เองก็ทำหมดเลย ไม่แคร์แล้ว การมีอุปสรรคนิดหน่อยอาจจะทำให้เราเก่งขึ้น ก็ไม่เป็นไรค่ะ"             "ที่เค้าบอกจะส่งเงินค่าเลี้ยงลูกมาให้ เค้าคงรอขายบ้านได้ก่อนมั้งคะ ไม่ทราบเหมือนกัน เท่าที่ทราบยังไม่มีนะคะ ทุกวันนี้พลอยรู้สึกภูมิใจ พลอยทำงานหนักมากได้เงินเยอะ บินเยอะมากนอนไม่พอ มีทำร้านพิซซ่า ขายคอลลาเจน ขายขนมนำเข้ามาจากอเมริกา มีขายของจุกจิกอีกเยอะมาก คือทำงานตลอดเวลา คุยโทรศัพท์ตลอด พลอยไม่มองว่าเหนื่อยเพื่อลูกอยู่คนเดียว ไม่มองข้อด้อยตรงนี้ แต่พลอยมองด้านบวกมากกว่าว่า ขอบคุณที่มีลูกทำให้ความสามารถของเรามันขึ้นมาได้ขนาดนี้ พลอยเชื่อว่าถ้าเราไม่มีปัญหาคงไม่ทำให้ความสามารถของเราออกมาได้ขนาดนี้ เวลามีปัญหาอย่าไปโทษนู่นนี่ ให้มองว่าทำให้เราเป็นคนเก่งและอดทนขึ้นมาได้ค่ะ" พลอย กล่าว     พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พูม่า-พลอย-แพนเตอร์  

10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย
วัด /  วัดสวย / 

เที่ยว นั่น นี่ โน่น มาก็มาก แต่จะว่าไปเรายังไม่ค่อยได้พาไปเที่ยววัดกันสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่เมืองไทยเป็น “เมืองพุทธ” วันนี้เราจะพาเที่ยววัดธรรมดาทั่วไปก็ใช่ที่ งานนี้ขอคัดมาแบบเน้นๆ เอาที่สวย เริ่ด เจิดสุดรับรองว่า งานนี้ตื่นตากับความงาม ถึงขนาดที่ว่าถ้าได้ไปจนครบ คุณต้องรักการเข้าวัดและลืมที่เที่ยวแบบอื่นๆไปเลยทีเดียว 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย 1. วัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน จังหวัดราชบุรี ชมความงามวัด Unseen ที่แรกกันที่ ราชบุรี กับ อุโบสถทองคำร้อยล้าน วัดพระศรีอารย์  ความสวยงามของวัดแห่งนี้ อยู่ที่ตัวโบสถ์ ซึ่งเป็นพระอุโบสถตกแต่งด้วยงานปูนปั้นสีทองทั้งหลัง เหลืองอร่ามมองเห็นได้แต่ไกล  สวยงามด้วยศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นจิตรกรรมเรื่องพระมหาชนก ทศชาติพระเจ้าห้าพระองค์  ตัวอุโบสถทองคำหลังนี้ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 37 ปี  ด้วยแรงศรัทธาจากชาวบ้านล้วนๆ โดยมีมูลค่าในการจัดสร้างรวมกว่า  “ร้อยล้านบาท” ประกอบกับตัวโบสถ์สีทองทำให้ใครๆ พากันเรียกขานโบสถ์แห่งนี้ว่า  “อุโบสถทองคำร้อยล้าน” ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานปางมารวิชัย ศิลปะพม่า สร้างด้วยหยกขาวทั้งองค์ที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศพม่า นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปคู่วัด คือ พระศรีอารย์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่พิมพ์พระศรีอารย์ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ มีตาลปัตรอยู่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป จีวรจับกลีบคล้ายพระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพกราบไหว้ นอกจากนี้ที่ประตูโบสถ์ก็ทำมาจากไม้ยมหอมทั้งต้น แกะสลักลวดลายพุทธประวัติ ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ และสวยงามมาก ที่ตั้ง : หมู่ 6 บ้านเลือก ตำบล บ้านเลือก อำเภอ โพธาราม จังหวัด ราชบุรี 70120 การเดินทาง : ใช้ถนนเพชรเกษมประมาณ กม. ที่ 74 บริเวณบ้านเลือกมีทางแยกขวามือ (ถ้ามาจากราชบุรีทางแยกอยู่ซ้ายมือ เลยแยกบางแพไปประมาณ 500 เมตร)  2. วัดถ้ำเขาวง วัดไม้เก่าแก่ท่ามกลางภูเขาหินปูน จังหวัดอุทัยธานี วัดสวย แปลกตา ลำดับถัดไป ที่เราอยากให้คุณหาโอกาสไปเยี่ยมชมให้ได้ คือ "วัดถ้ำเขาวง" หากมองจากภาพถ่ายเชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า เป็นรีสอร์ทสวยๆ ที่ไหนสักแห่ง แต่ความจริงแล้วที่นี่คือ “วัด” โดยวัดแห่งนี้เป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบลักษณะเรือนไทย ยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ , ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร , ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และ ชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์สร้างด้วยไม้สัก และไม้มะค่า มีความงดงามมาก บริเวณโดยรอบก็มีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงาม ร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน บริเวณด้านหน้ามีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำซึ่งมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปทางด้านหลังจะมีถ้ำอยู่ประมาณ 7-8 ถ้ำ บางถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางถ้ำเป็นถ้ำค้างคาว และบางถ้ำก็มีหินงอกหินย้อยให้ชมกัน ระหว่างทางเดินที่จะขึ้นไปชมถ้ำ จะผ่านน้ำตกเทียมที่ดูเข้ากับบรรยากาศ เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้ จะรู้สึกปลอดโปร่ง ทั้งจากใจที่สงบจากการทำบุญ และจากกายที่ได้พักผ่อนเหมือนมาตากอากาศในรีสอร์ท ที่ตั้ง : เชิงเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี การเดินทาง : จากตัวเมืองอุทัยธานี มุ่งหน้าสู่ตำบลบ้านไร่ ห่างจากอำเภอไปราว 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3011 ผ่านทางโค้งศาลเจ้าพ่อเขารักแล้วมาตัดกับสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวง ประมาณ 8 กิโลเมตรถึงทางแยกเข้าไปอีก 300 เมตร ทางค่อนข้างจะลาดชันขึ้นทีละน้อย เส้นทางอ้อมโค้งเป็นหน้าผาต้องไต่ไปตามซอกเขา 3. วัดสันป่ายางหลวง วัดสวยล้านนากลางป่าคอนกรีต จังหวัดลำพูน ถัดมาเราไปดูวัดสวยสไตล์ล้านนาท่ามกลางป่าคอนกรีต ของจังหวัดลำพูนกันบ้าง โดยไปกันที่วัด “สันป่ายางหลวง” วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยเชื่อกันว่าเป็นวัดแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา ด้วยสาเหตุนี้ ทำให้ภายในวัด มีสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ศิลปะทางล้านนามากมาย ไม่ว่าจะเป็น “วิหารพระโขงเขียว” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระหยกเขียวซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง หรือจะเป็น “พระวิหารพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย” มณฑปทรงล้านนา ที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธเมตไตรจำลองจากพุทธคยา ฯลฯ การตกแต่งนอกจากจะใช้ศิลปะสไตล์ล้านนาแล้ว ยังมีการสอดแทรกคติความเชื่อทางศาสนาลงไปในการก่อสร้างอีกด้วย นอกจากการก่อสร้างที่มีความสวยงามแปลกตาในสไตล์ล้านนาแล้ว ความงามของพระพุทธรูปหินหยกขาวปางปรินิพพาน, มณฑปพระเขี้ยวแก้วซึ้งเป็นพระเขี้ยวแก้วของพระมหาสารีบุตร, พระเขียวโขง, พระพุทธรูปแก้วขาวของเก่าเมืองลำพูน รวมทั้งพระเครื่องสกุลหริภุญชัยซึ่งอยู่ภายในวัดแห่งนี้ ก็เป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพากันมาสักการะ และเยี่ยมชมไม่อย่างขาดสาย ที่ตั้ง :  หมู่บ้านสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน การเดินทาง :  จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านดอนเมือง รังสิต แยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 32 ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท เข้าจังหวัดนครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 11 เข้าจังหวัดลำพูน รวมระยะทาง 670 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง 4. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดสวยเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด ความสวยแปลกตาของพระมหาเจดีย์แห่งนี้ คือ การผสมผสานระหว่างองค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะของภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะของภาคอีสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จากภายนอกตัวอาคารเป็นพื้นสีขาวตกแต่งลวดลายด้วยสีทองเหลืองอร่าม ดูวิจิตรตระการตา บริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ภายในองค์พระมหาเจดีย์ ตกแต่งอย่างสวยงามเหมือนอยู่บนวิมานแดนสวรรค์ มีรูปปั้นเทพ และเทพธิดา ไปจนสวนสวยอยู่โดยรอบ ใช้งบประมาณในการสร้างรวมแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท ที่ตั้ง : ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด การเดินทาง : จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ใช้เส้นทาง ร้อยเอ็ด - โพนทอง – หนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงอำเภอหนองพอกต่อไปยังบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวไปอีก 5 กม. ก็จะถึงวัดเจดีย์ชัยมงคลสถานที่ตั้งของ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล 5. วัดถ้ำเสือ ชมความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุด จังหวัดกาญจนบุรี วัดสวย แปลกตา ลำดับถัดไป เราไปกันที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กับวัดสวยขนาดใหญ่ “วัดถ้ำเสือ” ความสวยงามสะดุดตาของวัดนี้ เริ่มกันตั้งแต่ องค์พระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาดเท่านั้น ความสวยงามขององค์พระที่ประดับตกแต่งด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนพากันหลั่งไหลเข้ามาชื่นชมความงามไม่ขาดสาย และเมื่อเดินเข้าไปภายในวัดจะพบกับความวิจิตรของศิลปะแบบไทยๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุโบสถวัด ทรงจตุรมุข มีซุ้มเสมารอบ 8 ทิศ, ลวดลายปูนปั้นพระพุทธประวัติสวยงามทุกด้านของผนังภายในอุโบสถ, พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท เจดีย์ทรงสวย รูปร่างแปลกตา ภายในมีทั้งสิ้น 9 ชั้น ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้หากมองลงมาจากบริเวณด้านบนในช่วงหน้าทำนา จะมองเห็นทุ่งนาข้าวสวยงามสุดลูกหูลูกตาอีกด้วย ที่ตั้ง : ต.ม่วงชุม อำเภอท่าม่วง กาญจนบุรี การเดินทาง : วัดถ้ำเสืออยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลองประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลองแล้วจะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 200 เมตร 6. วัดป่าสว่างบุญ เจดีย์ทองคำ 500 ยอด จังหวัดสระบุรี ลำดับถัดไปเราไปชมความงามของมหาเจดีย์ราย 500 ยอดที่ วัดป่าสว่างบุญ จ.สระบุรี ที่วัดนี้นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องของความสงบ ทำให้มีผู้คนมาปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมากแล้ว ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมที่สวยงามก็เป็นอีกหนึ่งที่ทำให้ชื่อเสียงขจรขจายไปไกลอีกด้วย โดยความเด่นเรื่องความงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่ พระมหาเจดีย์ 500 ยอด มีชื่อเต็มว่า "พระมหารัตนโลหะเจดีย์ศรีศาสนโพธิสัตว์สว่างบุญ" ซึ่งประกอบไปด้วย “เจดีย์ประธานองค์ใหญ่” อยู่ตรงกลาง และมีองค์เจดีย์รายองค์เล็กตั้งลดหลั่นกันลงมาอยู่รอบๆทิศ ตัวองค์เจดีย์เป็นปูนปั้นเคลือบสีทองทั้งหมดทุกองค์ ด้านในประดับกระจกทับทิม และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศเนปาล, อินเดีย และศรีลังกา มาบรรจุในพระมหาเจดีย์ครบทั้ง 500 ยอด รวมทั้งได้นำพระบรมสารีริกธาตุ และวัตถุมงคลของมีค่ามาบรรจุอยู่ในพระเจดีย์องค์ประธานอีกด้วย ที่ตั้ง : หมู่ 7 บ้านคลองไผ่ ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี การเดินทาง : ใช้เส้นทาง สระบุรี-นครนายก จาก อ.แก่งคอย ไปประมาณ 15 กิโลเมตร พอถึงตำบลชะอม เลี้ยวซ้ายไปเส้นทางเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก ตรง เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ทางขวามือ มีป้ายบอกชัดเจน 7. วัดท่าซุง ชมความงามวิหารแก้วอันเลื่องชื่อ จังหวัดอุทัยธานี   วัดท่าซุง วัดขึ้นชื่อเรื่องความงามของจังหวัดอุทัยธานี แม้วัดแห่งนี้จะเป็นวัดเก่า แต่ก็ได้มีการบูรณะเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มีการสร้างอาคารต่างๆ เพิ่มขึ้นจากในอดีตมากมาย เช่น พระอุโบสถใหม่ ภายในประดับ และ ตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่าง และประตูด้านในเขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว มีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑป และพระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย ไฮไลท์ความงามของที่นี่ต้องยกให้วิหารแก้ว ซึ่งสร้างด้วยโมเสกสีขาวใส มองดูเหมือนแก้ววาววับอยุ่ภายในสวยแปลกตา นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปพระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งมีความงดงามเป็นพระประทานในวิหารอีกด้วย ที่ตั้ง : เลขที่ 60 หมู่ 1 บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี การเดินทาง : จากกรุงเทพเข้าสู่ป้ายต้อนรับจังหวัดอุทัยธานี วิ่งตรงตามถนนเข้าเมืองมาจนสุดทาง ก็จะเจอสามแยกมีป้ายแหล่ง ท่องเที่ยวที่ชี้บอกทางไปวัดท่าซุงเอาไว้ให้็เลี้ยวซ้ายเข้ามาตามทางหลวงสาย 3265 ถึงแยกไฟแดง ถัดมาก็เลี้ยว ขวาตามป้ายอำเภอ มโนรมย์ขับตามป้ายบอกทางไปวัดท่าซุงซึ่งจะมีบอกอยู่เป็นระยะ 8. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ พุทธคยาจำลอง จังหวัดนครสวรรค์     วัดสวยแปลกตา ลำดับถัดไปเราไปกันที่ จังหวัดนครสวรรค์ กับ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ซึ่งเป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ความสวยงามแปลกตาของวัดแห่งนี้ คือการสร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา ซึ่งสื่อความหมายถึง พาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส ภายในวัดประดิษฐานเจดีย์ศรีพุทธคยา ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาจากประเทศอินเดีย ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ซึ่งมีความสวยงามดูแปลกตา บริเวณรอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืน และประทับนั่งอยู่ทั่วไป บริเวณชั้นบนสุดยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งก่อสร้างที่มีความหมายเป็นมงคลอีกหลายอย่าง อาทิ มณฑปเรือนแก้ว สถาปัตยกรรมประยุกต์ไทยอินเดีย มุงและกั้นด้วยกระจกสีชาทั้งหมด เป็นที่ประดิษฐานพระประวัติศาสตร์ ห้องพระไตรปิฎก ชั้นบนสุดประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ฯลฯ ที่ตั้ง : บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก นครสวรรค์ การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางมุ่งหน้า อ.ตาคลี นครสวรรค์ ถึงกองบินสี่ เจอแยกไปหัวหวาย (ทางหลวงแผ่นดิน 3329) เลี้ยวซ้าย ขับรถไปเรื่อย ๆ จะเจอสี่แยกตัดกันกับเส้นตากฟ้า-ท่าตะโก ให้ตรงเข้าไป ขับรถผ่านหมู่บ้านทาง รพช. มีป้ายบอกตลอดทางจะเห็นภูเขาอยู่ด้านหน้าประมาณห้า กม.จากแยกก็จะถึงวัด 9. วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร วัดแบบโบสถ์คริสถ์หนึ่งเดียวในไทย จังหวัดอยุธยา เคยเห็นวัดสร้างสไตล์โบสถ์คริสต์กันมั้ย  ถ้ายังไม่เคยเห็นเราจะพาไปชมกันได้ที่ “วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร” จ.อยุธยา วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเป็นศิลปะแบบโกธิค (Gothic) ภายในประดิษฐาน "พระพุทธนฤมลธรรโมภาส" เป็นพระประธานออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญชน นอกจากนี้ บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์ และฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ ๕ ที่ประดับด้วยกระจกสี มองดูมีความสวยงามแปลกตามาก ที่ตั้ง : เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน ตำบลบ้านเลน  อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา การเดินทาง : ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้คนละฝั่งกับพระราชวังบางปะอิน มาจากกรุงเทพฯ ตามถนนพหลโยธิน จะมีทางแยกซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 ไปพระราชวังบางปะอินเป็นระยะทางอีก 7 กิโลเมตร 10. วัดเกริ่นกฐิน วัดสวยจากศรัธาประชาชน จังหวัดลพบุรี วัดสวยแปลกตาในเมืองไทย ลำดับสุดท้ายที่เราจะพาคุณๆไปชมในวันนี้ ไปกันที่  “วัดเกริ่นกฐิน” จังหวัดลพบุรี วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดเก่าคู่บ้านคู่เมืองลพบุรีมาช้านาน แต่เดิมชื่อเสียงของที่นี่เป็นวัดที่จำพรรษาของเกจิอาจารย์ชื่อดัง “หลวงพ่อเพี้ยน” ต่อมาผู้คนที่นับถือองค์หลวงพ่อก็ได้เข้ามาช่วยกันทำบุญและบูรณะวัดให้มีความสวยงาม จนชื่อเสียงเรื่องความงามเริ่มเป็นที่ประจักษ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิหารหลวงพ่อปาน วิหารแก้วที่มีความวิจิตรสวยงามภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อปาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด, เจดีย์สำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระสังฆราชประทานให้ไว้ ตัววิหารออกแบบสวยงามมีการประดับตกแต่งทั้งภายในและภายนอก พร้อมทั้งมีการยกฉัตรทองคำอีกด้วย ที่ตั้ง : บ้านเกริ่นกฐิน ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี การเดินทาง : เส้นทาง ถนน สายบางงา บ้านหมี่ (ทางหลวงหมายเลข 3028) กม ที่ 8(ข้าง ร.ร.บ้านชีวิทยา) มีทางแยกเข้า ระยะทางประมาณ 5 กม. กมที่ 11(ตรงข้าม อบต.บ้านชี) มีทางเข้าระยะทาง 3 กม. เส้นทางเลียบคลองส่งน้ำ ชัยนาท- ป่าสัก แยกริมคลองส่งน้ำ ขวา 16 (R16) (ใกล้หมู่บ้านหนองทรายขาว) ตรงไป 7 กม ก็จะเห็นวัดเกริ่นกฐิน ขอบคุณภาพจาก  prame9  http://picpost.mthai.com/view/76192 ที่มา  http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/001523/lang/th/

ด่วน!! พลอย หอบหลักฐานโต้กลับ! นายหน้าขายบ้าน!!
ข่าว พลอย ปีเตอร์ /  พลอย พลอยพรรณ / 

     จากกรณีที่วานนี้(15 มิ.ย.) คุณวันวิสาข์ ปัญจรงคะ เจ้าของเว็บไซต์นายหน้าขายบ้าน ได้ออกมาเปิดเผยว่าสาว พลอย พลอยพรรณ เป็นคนติดต่อฝากขายบ้านกับทางบริษัทของตน ตั้งแต่ช่วงปี 2557 และไม่ได้มีการยกเลิกหรือติดต่อใดๆ กลับมาอีก ทางบริษัทจึงต้องประกาศขายตามหน้าที่ แต่ในเวลาต่อมาทางด้าน ปีเตอร์ คอร์ป ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางบริษัทโดยอ้างว่าบริษัทประกาศขายบ้านโดยไม่รับอนุญาต ทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัท และทางบริษัทจึงต้องเตรียมทนายเอาไว้ดำเนินคดีกับสาวพลอยนั่นเอง      ล่าสุดวันนี้ ทาง พลอย พลอยพรรณ ได้ออกมาโต้กลับแบบด่วน!! ในรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ที่สตูดิโอ 2 อสมท. พระราม 9 เนื่องจากได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของเธอ แถมยังโดนสังคมต่อว่าเสียๆ หายๆ โดยสาวพลอยเผยอยากให้ทางนายหน้าออกมาชี้แจงอีกครั้ง เพราะ 2 ปีก่อนเธอกับสามีได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะขายบ้านหลังดังกล่าว และได้ติดต่อนายหน้าขายบ้านเอาไว้หลายที่ ส่วนถ้าจะมีการรีโพสต์ขายบ้านอีกทำไมไม่มีการติดต่อมาสอบถามกันก่อนเช่นเดียวกับนายหน้าเจ้าอื่นๆ ซึ่งเธอขอประกาศ ณ วันนี้เลยว่าขอยุติการขายบ้านด้วยตัวเธอกับทุกๆ บริษัทที่เคยติดต่อไว้... มีรายละเอียดดังนี้    "โดนด่าว่าเชอร์รี่ ตอแ-ล จนตอนนี้หนูก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าอะไรคือEเชอร์รี่ ก็ต้องมานั่งถามคนอื่น เพราะว่าคำด่าสมัยนี้มันพัฒนามาก(หัวเราะ) หนูจะบอกเลยว่าการใช้ชีวิตของหนูในหนึ่งอาทิตย์มีอะไรบ้าง มีบิน มีทำงานข้างนอก มีเลี้ยงลูก ถ้าเผื่อจะถามว่าหนูเอาเวลาไหนไปคิดไม่ดี หรือคิดที่จะตอแ-ลกับคนอื่น หนูเอาเวลาไปทำงานหาเงินดีกว่า เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าหนูเป็นคนที่มีหน้ากับหลังไม่เหมือนกันเนี่ย เอาไว้ลองให้คนที่รู้จักพลอยหรือคนที่ติดตามกันมาตั้งนานแล้วจะรู้เลยว่าการใช้ชีวิตพลอยมันค่อนข้างแน่นมาก ไม่มีเวลาไปเล่นสนุก ไปหาเรื่องใส่คนอื่นมันไม่ได้อยู่ในสารระบบพลอยเลย ตลอดเวลาคิดแต่เรื่องลูกกับเรื่องงานตลอดค่ะ"    "ที่บอกจะไม่พูดถึงปีเตอร์อีก เพราะที่ผ่านมาพลอยต้องบอกเลยว่าพลอยเหนื่อยมาก เหนื่อยกับการที่มันมีปัญหาต่อเนื่องมานานและไม่ได้รับการมาคุยสักที มันเลยทำให้พลอยรู้สึกอึดอัด และบางทีการให้ข่าวกับสื่อมันเป็นความรู้สึกอึดอัดที่มันอยู่ในใจ ที่บางทีมันเก็บไม่ไหวแล้ว ก็เลยออกมาพูดบ้าง แต่ว่าพอในจุดหนึ่งพลอยได้คุยกับรุ่นพี่ เขาก็บอกว่าพลอยคิดอะไรตอบดีๆ ที่ผ่านมาตอบดีมาตลอด ใช้สติมาตลอด แต่หลังๆ มันหายไปไหน หนูก็เลยมานั่งคิดว่ามันก็จริงว่าคนนั้นมันหายไปไหน คนที่จะทำเพื่อลูกมันหายไปไหน ตอนนี้มันครอบงำด้วยความเหนื่อย ความเครียดมาตลอด ทำให้บางทีหนูพูดอะไรอาจจะคิดน้อยเกินไป หรือการที่หนูบอกว่าพี่เตอร์จะขายบ้าน อันนั้นหนูต้องขอโทษพี่เตอร์ ณ ตรงนี้เลยนะคะ เพราะพี่เตอร์มีความคิดที่จะขายบ้าน อันนี้เราเคยคุยกันเองค่ะ และพอมาเห็นข่าวว่ามีการประกาศขายบ้าน หนูจะไปคิดว่าคนอื่นจะมาขายบ้านหลังนี้ไม่ได้นอกจากเจ้าของบ้านเขาเอง อันนี้มันเป็นความผิดของหนูเองที่ไม่ได้ดูให้เรียบร้อยว่าตรงนี้มันมาจากใคร"    "ปีเตอร์เข้าใจผิดเลยไปแจ้งความ สรุปใครประกาศขายบ้าน คือต้องขอเกริ่นเรื่องไปตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วนะคะ ตั้งแต่พลอยยังท้องลูกคนแรกอยู่ วันนี้พลอยก็ทำการบ้าน นำหลักฐานมาเยอะมาก(ยิ้ม) คือเมื่อวานนี้ที่พลอยยังเงียบอยู่ เพราะว่าพลอยต้องการว่าสิ่งที่พลอยจะมาออกวันนี้ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และเป็นข้อมูลที่จะมาอธิบายให้ทุกคนฟังได้ดีที่สุดเลยเงียบไป เมื่อวานทุกคนเลยแค่พอเห็นหัวข้อข่าวก็จู่โจมเข้ามาเลย เราอ่านเสร็จก็อึกอักๆ แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมานั่งเศร้าหรือมีเอฟเฟคกับข้อความที่มีคนด่าว่าเรา พลอยก็ใช้เวลาตรงนี้ในการหาข้อมูลเลย"     "ก่อนอื่นพลอยต้องบอกก่อนว่าพลอยอยากจะคุยกับคนที่เขาลงประกาศตรงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้พลอยควรทำ แต่พลอยไม่ได้ทำ อันนี้ก็เป็นความผิดของพลอยด้วย และเมื่อวันก่อนพลอยเห็นคุณปีเตอร์ไปฟ้อง พลอยก็เลยสงสัยว่าคือใคร และคุ้นๆ ว่ารูปนี้เป็นรูปที่หนูเคยใช้ เป็นรูปที่หนูถ่ายเอง ฉะนั้นรูปตรงนี้ต้องมาจากหนูแน่ๆ หนูก็เลยลองโทรไปถามนายหน้าท่านนี้ คือเรื่องมันเกิดตั้งแต่ปี 57 ตอนที่พลอยกำลังตั้งท้องลูกคนแรก ตอนที่ยังอยากมีครอบครัวที่ดีกันอยู่ บ้านหลังนี้เป็นบ้าน 5 ชั้น  ขึ้นเดินลงบันไดมันยากมากสำหรับคนท้อง ฉะนั้นพลอยกับพี่เตอร์เลยมีความเห็นว่าบ้านหลังนี้ควรจะขาย ไม่ใช่ความคิดของพลอยคนเดียวนะคะ พี่เตอร์ก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยว่าจะขาย ซึ่งมูลค่าบ้านคือ 23.5 ล้าน"    "เราขายผ่านนายหน้าหลายที่มาก และพลอยได้ลงประกาศในเว็บบางเว็บเองด้วยนะคะ คือมีช่องทางไหนที่ประกาศขายได้เราก็ไปโพสต์ไว้หมด คือพลอยไปฝากประกาศขายจริง แต่มันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไม่ใช่ล่าสุด แต่เป็น 2 ปีที่แล้วที่ไม่ได้คุยกับนายหน้าคนนี้ แต่ที่เขาเอามาโพสต์ใหม่เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว โดยที่เขาบอกว่าเขาติดต่อพลอยแล้ว แต่ติดต่อพลอยไม่ได้ โดยที่เขายังไม่ทราบเลยว่า บ้านหลังนี้ยังอยู่หรือขายไปหรือยัง ซึ่งตอนนี้มันอาจจะเป็นเจ้าของใหม่ไปแล้วก็ได้ ถ้าให้มองในมุมเขา เขาอาจจะบอกว่า เขาไม่รู้หนิว่าพลอยเป็นใคร ซึ่งมันก็อาจจะเป็นไปได้"     "แต่การที่เขาติดต่อพลอยไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าบ้านหลังนี้ คุณยังขายได้อยู่(หยิบหลักฐานไลน์ที่คุยกับนายหน้าคนอื่นมาโชว์) อันนี้เป็นตัวอย่างที่พลอยคุยกับนายหน้าที่พลอยคุยอยู่ด้วยตลอด เขามาอัพเดทตลอด ว่าคุณพลอยสวัสดี ยังสนใจขายบ้านอยู่มั้ยครับ ซึ่งอันนี้ไม่ใช่เจ้าที่มีปัญหา แต่เป็นตัวอย่างของการติดต่อขายบ้านที่ถูกต้อง พลอยก็จะบอกว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกเลยค่ะ ยังไม่ได้บ้านใหม่ อันนี้คือตัวอย่าง พอเดือนเมษายน เขาก็มาถามพลอยอีกว่า มีลูกค้าสนใจนะครับ ซึ่งพลอยก็บอกไปว่า พลอยยังรอคำตอบจากสามีอยู่เลยค่ะ เพราะเขาย้ายออกไปแล้ว ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา จนมาครั้งสุดท้ายเขาก็มาถามพลอยอีกว่า ยังสนใจจะขายบ้านอยู่มั้ยครับ มีลูกค้าติดต่อมาอีกแล้วนะครับ พลอยก็บอกว่ายังค่ะ ยังตกลงกับสามีไม่ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่นายหน้าปกติต้องทำกัน"    "ทุกๆ นายหน้าที่พลอยไปติดต่อไว้ตอนนั้น เขาจะถามอัพเดทตลอด ถูกต้องค่ะ วันนี้ถ้ามีเวลาพลอยจะมีตัวอย่างบริษัทขายบ้านว่า วิธีที่ทำกันอย่างถูกต้องคือยังไง วันนี้พลอยจะมาบอกว่า ปีเตอร์ไม่ได้ประกาศขายบ้าน และพลอยก็ไม่ได้เป็นคนประกาศขายบ้านครั้งนี้เหมือนกัน ถูกต้องค่ะ อันนี้เป็นความตั้งใจที่จะขายบ้านเมื่อ 2 ปีที่แล้ว"     "แต่ว่า เมื่อไม่นานมานี้ พี่เตอร์เองก็ออกมาบอกว่า เขาอยากจะขายบ้าน อันนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่พลอยไม่ขอโทษใครเลย พลอยต้องโทษตัวเองก่อนเลยที่เราไม่ได้เช็คข้อมูล และไปพูดพาดพิงพี่ปีเตอร์ออกสื่อด้วย มันไม่ใช่สิ่งที่พลอยควรจะทำเลย ในการไปว่าเขาก่อนที่พลอยจะเช็คข้อมูลให้เรียบร้อย แต่พอมานั่งดูตรงนี้แล้ว ถามทางนายหน้าเอง เขาทำถูกต้องตามหลักวิธีที่ถูกต้องมั้ย ต้องบอกว่า มันยังไม่ใช่"     "หลังกระแสข่าวพลอยออกไป มีดราม่ามากมาก ว่าเกมพลิกบ้าง จิตตกมั้ย จิตตกมาก แต่ถามว่าร้องไห้มั้ย ไม่ร้องไห้นะ ถามว่าหนูเศร้ามั้ย หนูเหนื่อยมาก หลังๆ คือหนูบินเยอะมาก เดือนที่แล้วหนูบิน 5 วันติด 7 วันติด เพราะรายได้ของพลอยส่วนหนึ่งมาจากการเป็นแอร์โฮสเตส แต่หลักๆ หนูมีขายคอลลาเจน มียาดม ยาหม่อง ที่สกัดมาจากใบหญ้านาง ขายเค้กนำเข้าจากอเมริกา มีทำร้านพิซซ่า ลองดูว่าด้วยเวลาทั้งหมด หนูจะเอาเวลามานั่งหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้มั้ย หนูทำงานไปออกรายการ ออกอีเว้นท์ ถ่ายโน่น ถ่ายนี่ตลอดเวลา"     "มีคำถามเข้ามาว่า พลอยประกาศขายบ้านตอนปี 57 จริง หรือเปล่า ต้องมาดูรูปตรงนี้นะคะ(ยกหลังฐานรูปอีเมล์ที่คุยกับนายหน้า) มันบอกว่า ปี 57 เดือนตุลาคม ซึ่งทางนายหน้าด้านโน้นก็มีแบบนี้ เป็นแบบเดียวกันเหมือนกัน ตอนนั้นที่ประกาศขายเพราะพลอยยังอยู่กับพี่เตอร์ และอยากจะเปลี่ยนบ้าน ถ้าเขาจะบอกว่า เขาติดต่อพลอยทางโทรศัพท์ไม่ได้ เลยโพสต์ไป มันไม่ใช่ เพราะเขาติดต่อกับพลอยผ่านอีเมล์ตลอด ให้ติดต่อมาทางอีเมล์ที่คุยกับพลอยสิคะ และพลอยเคยประกาศขายไว้ในเว็บไซต์ ทรีจีไฮโซ ด้วย ซึ่งเขา(นายหน้า) ได้เข้ามาเจอพลอยในนี้ แสดงว่าเขาต้องรู้วิธีการติดต่อกับพลอย เขาต้องรู้อยู่แล้วว่ามันมีเฟซบุ๊ก อาจจะไม่รู้ว่าพลอยคือใคร แต่เขาต้องรู้ว่าเฟซบุ๊กนี้สามารถติดต่อกับพลอยได้ ทำไมไม่ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก"    "เขาออกจดหมายมาและขอโทษที่เข้าใจผิด และเอาประกาศขายลงเรียบร้อยแล้ว ถูกต้องค่ะ เรียกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งปีเตอร์ พลอย และนายหน้า ความเจ้าใจผิดมันเป็นได้ แต่ความรับผิดชอบต่อความเข้าใจผิดที่ทำ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ อันนี้มีผลกระทบหลายฝั่ง สมมุติพลอยเข้าใจผิดว่าพี่เตอร์เป็นคนขาย พลอยออกมายอมรับความผิด และพลอยขอโทษ แต่ว่าการที่เขาออกมาพูดตรงนี้ แล้วไม่ได้มีความรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย"      "ถ้าจะถามว่ารับผิดชอบมั้ย อาจจะไม่ได้รับผิดชอบก็ได้ เพราะมันยังไม่มีใครเสียหายเท่าไหร่ แต่ว่าการที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดเยอะ ทำให้ภาพลักษณ์ของหนูเสียหาย เพราะหนูทำงานต้องเจอคนบนเครื่องบิน ไม่ต้องมาบอกว่าหนูเป็นคนก็ได้ เพราะหนูไม่ไช่ ไม่จำเป็นเลย ถ้ามีคนมีคนมาว่าหนูว่าตอแ-ล หนูจะตอบผู้โดยสารว่ายังไง ที่สำคัญหนูทำธุรกิจ ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ ซึ่งที่หนูต้องรีบออกมาพูดวันนี้ เพราะหนูกลัวว่าประเด็นมันจะจบแล้วทุกคนจะมีภาพจำของหนูแบบนั้น ติดตาครั้งสุดท้ายไป"    "ชีวิตตอนนี้ หนูอยากจะบอกว่า หนูเหนื่อยมาก ตอนที่หนูยังไม่ได้บิน หนูยังมีเวลาเลี้ยงลูก อยู่กับลูกมากขึ้น ตอนนี้ลูกก็อยู่กับพี่เลี้ยง เพราะพอหนูกลับมาบิน ธุรกิจส่วนตัวกับการเลี้ยงลูกยังต้องมีอยู่ ก่อนหน้านี้หนูเป็นคนที่ยังไม่ต้องมาทำงานเยอะขนาดนี้ แต่ปรากฏว่าพอมันมีลูก 2 คนที่หนูต้องรับผิดชอบ หนูต้องทำงานให้เยอะขึ้นสมกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น"    "ถามว่าบ้านที่อยู่ในเมืองจำเป็นกับหนูมั้ย ไม่จำเป็น เพราะหนูเป็นคนทำงานนอกเมืองอยู่แล้ว หนูสามารถอยู่ที่อื่นได้ แต่ในแง่ของลูก โรงเรียนอนุบาลของลูกที่ดีๆ หนูอยากให้โรงเรียนอยู่ใกล้บ้านลูก เพราะเมื่อตอนเด็กๆ หนูต้องตื่นตี 4 ไปโรงเรียนทุกวัน หนูต้องนอนในรถตลอด บางทีกว่าจะกลับ ถึงบ้านใช้เวลา 3 ชม. หนูไม่อยากให้ลูกมาเจอสภาพเดียวกัน บ้านหลังนี้อาจจะเผื่อให้ลูกเรียนไปอีกสักพักหนึ่ง ถ้าเผื่อว่ามีโรงเรียนที่เหมาะสม เราค่อยว่ากันอีกที ถ้าเขาให้อยู่ก็ขออยู่แล้วกัน"    "ถ้าพี่(ปีเตอร์)ขายต่อหนูในราคาที่พี่เอากำไรมั้ยคะ(หัวเราะ) ถ้าเผื่อพี่ไม่เอากำไรมาก หนูซื้อต่อพี่ ถามว่ามีกำลังซื้อมั้ย หนูก็คงต้องผ่อนและทำงานหนัก แต่ตรงจุดนี้หนูยังคิดว่าบ้านจำเป็นสำหรับชีวิตลูกอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ลำบากก็ตาม ลูกหนูขาสั้นแค่เนี้ย ต้องเดินขึ้นบันได 5 ชั้นไปนอนทุกวัน แต่มันก็ยังดีกว่า ให้ลูกอยู่ใช้ชีวิตอยู่บนรถติด 3 ชม.ไปโรงเรียนทุกวัน อันนั้นไม่ไหว ให้ปีเตอร์ขายในราคาถูกให้พลอย อันนี้ไม่ใช่ไอเดียหนูนะ เป็นพี่ถามหนู(หัวเราะ) ก็ถ้าอยู่ได้ก็อยู่ ถ้าเผื่อว่าเขายกเป็นสมบัติให้ลูกก็ถือว่าเป็นพระคุณของลูกที่จะได้ตรงนี้"    "แม่เลี้ยงเดี่ยว ตัวพลอยเองคิดว่าเลี้ยงคนเดียวไม่ได้แน่นอน เรื่องการที่จะต้องทำงานด้วย บินด้วย ให้เวลาลูกด้วย ในส่วนตัวพลอยคนเดียว พลอยรับไม่ได้ แต่พลอยมีเพื่อนที่ดี มีคุณแม่ มีน้องสาว มีพี่สาว สามีพี่สาว ทุกคนรักหลานเหมือนเป็นลูกของตัวเอง ต้องขอบคุณตรงนี้ด้วยและขอบคุณแฟนคลับของเด็กๆ ส่วนของพลอยจะเป็นผู้ติดตามที่คอยแชร์เรื่องดีๆ ให้ฟังว่าเราควรทำอะไรยังไง เลี้ยงลูกแบบไหน เวลาไปบินหลานวัน ที่บ้านจะมีกล้องวงจรปิดอยู่ที่บ้าน เราก็จะดูว่าลูกทำอะไรอยู่ บางทีก็จะไลน์คุยกัน แต่พอไลน์คุยกัน พูม่าเขาจะถามหาแม่ เขาเห็นแม่ เขาก็จะร้องไห้ เลยพยายามที่จะไม่ไลน์หา"    "พูดอะไรกับพี่ปีเตอร์ หนูอยากจะบอกว่า ทุกอย่างเป็นเวรกรรมร่วมกันนะพี่ ในการที่หนูจะต้องมานั่งเจออะไรที่มันผิดหวังเสียใจ ทางด้านพี่เตอร์เขาอาจจะเจออะไรที่ไม่ถูกใจกับหนู มันเป็นเวรกรรม ก็ขอให้เราได้ใช้กรรมซึ่งกันและกัน และทางฝั่งเขาทำบุญ ทางฝั่งหนูทำบุญให้กัน และอโหสิกรรมให้กันไป ในทางด้านลูก หนูไม่เคยกีดกันไม่ให้พ่อเจอลูก เด็กจะยังคงเรียกพ่อว่าปะป๊า รู้ว่าใครคือพ่อของเขา ยังไงก็อยากจะให้ทางสามีกลับมาเคลียร์กับพลอยให้เร็วที่สุดนะคะ เรื่องนี้มันจะได้จบ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นว่าทางพี่ปีเตอร์ไปออกงานที่ไหน ก็จะโดนสัมภาษณ์ ทางพลอยก็จะโดนสัมภาษณ์เรื่องครอบครัว ซึ่งมันไม่จบ คนฟังก็เบื่อ คนพูดก็เบื่อ ถ้าเกิดว่าเคลียร์จบเมื่อไหร่ พลอยเชื่อว่า ชีวิตเราจะได้เดินต่อไปในทางที่มันดีขึ้น ก็ฝากตรงนี้นะคะว่าพี่เตอร์ยังเป็นพ่อของลูกอยู่ค่ะ หลายคนมองว่าสุดท้ายจะไปจบลงที่ศาล พลอยหวังว่ามันจะไม่ถึงตรงนั้น ถ้าเราได้คุยอะไรกันลงตัว ที่ได้เคยคุยกันมาก็เป็นเรื่องราวดีๆ ยังไงขอดูเรื่องการกระทำอีกทีนึง"    "เมื่อวานในโลกโซเชียลได้พูดถึงพลอยเยอะมาก ก็เสียใจเหมือนกันค่ะ พลอยเหนื่อยมาก พลอยเหนื่อยกับการเลี้ยงลูก เหนื่อยกับการทำงาน เหนื่อยกับการที่เราทำอะไรที่เราสมควรทำ พอเรื่องอะไรแบบนี้มันออกมา พลอยน้อมรับนะกับคำด่าคำว่า เพราะส่วนหนึ่งพลอยยอมรับว่าพลอยผิดที่พูดเร็วเกินไป โดยที่ไม่หาหลักฐานหรือเหตุผลอะไรให้มันเรียบร้อยก่อน ก็อาจจะทำให้พี่เตอร์ดูไม่ดีไป คือมันเหนื่อยจริงๆ ค่ะกับการที่ต้องทำอะไรทุกอย่างคนเดียวตรงนี้นะคะ"    "กับคู่กรณี ถ้าพูดถึงในเรื่องขอโทษ พลอยอยากจะให้เขาลองนั่งคิดดีๆ พลอยไม่ได้บอกให้เขาขอโทษ พลอยต้องการที่จะให้เขาชี้แจงในส่วนที่มันถูกต้อง คือพลอยยังได้คุยไลน์กับเขา แต่วันนี้พลอยไม่ได้เอามาให้ดู พลอยผิด พลอยขอโทษ พลอยยอมรับ แต่ว่าทางบางส่วนจิตใจในใต้สำนึกของคุณ คุณก็ต้องรู้ด้วยว่าคุณทำผิดตรงไหน วันนี้ที่พลอยจะพานายหน้าของอีกบริษัทหนึ่งมาคุย เพื่อให้รู้ว่าการทำที่ถูกต้องมันเป็นยังไงบ้าง พลอยไม่อยากจะไปเหมานะคะว่าเขาทำผิดทำถูกยังไง สิ่งที่ควรทำคือยังไง อยากจะให้มาชี้แจงตรงนี้ ในส่วนของคำขอโทษ ไม่ได้หลุดออกมาจากปากพลอยนะคะ พลอยแค่บอกว่าอยากให้มาชี้แจง ถ้าเกิดจะขอโทษจริงๆ ให้ไปขอโทษคุณปีเตอร์เจ้าของบ้านดีกว่า ที่ทำให้คุณปีเตอร์ต้องมาลงบันทึกประจำวันกับทางเขา ไม่เกี่ยวกับพลอยนะคะ"    "ถ้าเขาจะเสียหาย เขาเสียหายมาจากทางคุณปีเตอร์ ซึ่งมีการออกข่าวและแจ้งบอกว่าคนนี้ ส่วนของพลอย พลอยไม่ได้เอ่ยชื่อใครว่าใครเป็นคนทำ ไม่เคยมาออกสื่อว่านายหน้าชื่ออะไร บริษัทชื่ออะไร เพราะฉะนั้นถ้าจะฟ้องคงไม่ได้มาจากทางพลอย ยกเว้นว่าพลอยจะไปฟ้องทางเขาหรือเปล่า เพราะเขาเป็นคนเอาชื่อพลอยมาออกสื่อ ทำให้พลอยเสียหายเสียชื่อเสียงอันนี้ก็อีกเรื่องนึง"    "ใช้สื่อกดดันปีเตอร์ สื่อมวลชนจะไม่จำเป็นถ้าเรื่องจบไปนานแล้วค่ะ แต่ถามว่าพลอยใช้กดดันไหม เวลาพลอยออกมาให้ข่าว พลอยพยายามพูดถึงเรื่องอะไรที่พลอยเป็นอยู่ ธุรกิจอะไรที่พลอยทำ เรื่องพูดถึงคุณปีเตอร์ พลอยก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องอะไรอย่างที่เคยบอกแต่แรก ทุกอย่างที่พลอยพูดหรือพลอยทำทุกวันนี้ ลูกมาอ่านลูกมาเห็น ผลกระทบจะเป็นเด็กๆ ไม่ใช่พ่อแม่ เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันนี้ที่บอกไปคือพลอยจะไม่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคุณปีเตอร์อีกแล้วนะคะ ถ้าเกิดคนที่ยังเข้าใจผิด ถ้าจะอยากจะทราบเกี่ยวกับพลอย อย่ากล่าวหาโดยที่ไม่รู้จักกันเลย พลอยเป็นคนโอเพ่นมาก งานทุกอย่างที่พลอยทำ พลอยตอบไลน์เองทุกคน พลอยขายของเองตลอด ถ้ามีเวลาว่างหรือไม่เข้าใจ ไลน์มาคุยกันเองดีกว่า"    "ขอโทษปีเตอร์ ไม่ได้โทรขอโทษนะคะ ขอโทษผ่านสื่อนะคะ อย่างที่พี่เขาบอกว่าเขาไม่กล้าโทรมา กลัวพลอยไม่เข้าใจ พลอยก็กลัวไม่เข้าใจเหมือนกัน พลอยขอโทษตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ" พลอย กล่าว  พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ พลอย พลอยพรรณ   พลอย กับคุณแม่   ชี้แจง พลอย เป็นคนฝากขายบ้าน ปีเตอร์  

5 วิธีโกงข้อสอบยอดฮิต ของนักศึกษาอินเดีย
ทุจริตการสอบ /  นักศึกษาอินเดีย / 

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยเห็นภาพข่าวที่มีคนอินเดียจำนวนนึง ปืนหน้าต่างเกาะกำแพงห้องสอบ เพื่อส่งโพยคำตอบให้แก่ลูกหลาน นั่นเอง ซึ่งในประเทศอินเดียเขาก็ยังมี 5 วิธีโกงข้อสอบยอดฮิตที่มักใช้กันบ่อยๆ โดยการรวบรวมของสำนักข่าวบีบีซี งั้นเราไปติดตามพร้อมกันคะว่า จะมีวิธีไหนบ้าง และมีความเหมือนหรือต่างจากบ้านเรายังไง แต่ข้อเตือนน้องๆ ไว้ว่า การทุจริตการสอบด้วยวิธีเหล่านี้ไม่ดีเลยนะคะ อย่าเอาเป็นแบบอย่างกันนะ 5 วิธีโกงข้อสอบยอดฮิต ของนักศึกษาอินเดีย 1. การใช้เทคโนโลยีทันสมัยแบบสายลับเจมส์ บอนด์ เป็นวิธีการที่ผู้เข้าสอบหลักสูตรเตรียมแพทยศาสตร์ที่เพิ่งถูกศาลสั่งให้เข้าสอบใหม่นิยมใช้มากที่สุด โดยกลโกงรูปแบบนี้ผู้เข้าสอบมักลักลอบนำอุปกรณ์บลูทูธขนาดเล็ก และซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือเข้าไปในห้องสอบด้วยการเย็บอุปกรณ์เหล่านี้ติดไว้ที่เสื้อผ้า นอกจากนี้ยังมีการใช้หูฟังขนาดเล็ก และกล้องแอบถ่ายที่เย็บติดไว้กับรูกระดุมเสื้อ รวมทั้งปากกาที่สามารถสแกนคำถามและส่งภาพออกไป ให้คนบอกข้อสอบที่อยู่ด้านนอก ส่งคำตอบกลับเข้าไปให้ผู้เข้าสอบ อุปกรณ์หล่านี้ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เข้าสอบ และมีขายทั่วไปทางอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้เจ้าหน้าที่คุมสอบต้องพยายามตามให้ทันเทคโนโลยีการโกงรูปแบบใหม่ ๆ และกวาดล้างสินค้าเหล่านี้ 2. การใช้โพยลอกข้อสอบ โดยนักเรียนจะแอบเอาโพยคำตอบ หรือหนังสือเข้าไปในห้องสอบแม้จะมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันภาพข่าวที่ปรากฎออกมาเผยให้เห็นผู้ปกครองจำนวนมากกำลังปีนขึ้นหน้าต่างห้องสอบเพื่อส่งโพยคำตอบให้แก่ลูกหลาน แม้ในแต่ละปีจะมีนักเรียนถูกจับได้เป็นจำนวนมาก แต่ทางการอินเดียยังไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนในการรับมือกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น 3. การจ้างคนบอกข้อสอบ  เป็นวิธีที่พบเห็นไม่บ่อยนัก แต่การที่ตำแหน่งงานราชการในอินเดียมีอยู่อย่างจำกัดและมีการแข่งขันสูง ทำให้ผู้เข้าสอบบางคนลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญมาบอกข้อสอบ ซึ่งเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อน โดยคนบอกข้อสอบจะสมัครเข้าสอบพร้อมผู้ว่าจ้าง และจัดการให้ได้นั่งสอบใกล้กัน เพื่อให้สามารถสลับกระดาษคำตอบกันได้ง่าย ส่วนอีกวิธีจะเป็นการรับจ้างทำข้อสอบโดยปลอมแปลงบัตรประจำตัวแล้วเข้าไปนั่งสอบแทนลูกค้า 4. การติดสินบนคนตรวจข้อสอบและผู้ประเมินผลสอบ พบเห็นได้มากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีผู้เข้าสอบมากขึ้นและผู้ใช้บริการมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยจากการตรวจสอบของบีบีซีพบว่า ในรัฐอุตตรประเทศมีนักเรียนติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างแพร่หลาย 5. การใช้โซเชียลมีเดีย  เป็นกลยุทธ์การโกงข้อสอบใหม่ล่าสุด โดยผู้ที่ลักลอบเข้าไปในศูนย์เก็บข้อสอบจะถ่ายภาพกระดาษคำถามแล้วนำไปเผยแพร่ตามสื่อโซเชียลมีเดีย โดยทางการอินเดียได้สั่งให้การสอบแห่งหนึ่งในรัฐอุตตรประเทศที่มีผู้เข้าสอบกว่า 450,000 คนเป็นโมฆะเพราะจับได้ว่าข้อสอบรั่ว หลังมีคนเผยแพร่กระดาษคำถามผ่านแอปพลิเคชั่นวอทส์แอพพ์ นอกจากนี้ยังพบกรณีคล้ายกันในการสอบของมหาวิทยาลัยเดลี สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ ขณะที่การเจาะอีเมลเพื่อเข้าถึงกระดาษข้อสอบก็เป็นปัญหาที่ทางการอินเดียต้องทุ่มงบประมาณในการรักษาข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นความลับ ข้อมูลและภาพจาก prachachat, BBC

สุดจะทน! Jaguar และ Land Rover ฟ้อง Automake จากจีน ฐานลอกเลียนแบบ
Automake /  Copycat / 

Jaguar และ Land Rover (JLR) เตรียมฟ้อง Automake บริษัทผลิตรถยนต์จากจีน ที่ลอกเลียนแบบ Range Rover Evoque นี่ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ใหม่สำรับวงการยานยนต์จากจีนที่ทำการลอกเลียนแบบรถยนต์จากฝั่งตะวันตก ที่ในช่วงแรกๆนั้นอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องตลกขำขัน แต่หลังๆมามันชักจะเตลิดไปกันใหญ่และเริ่มอยู่นอกเหนือการควบคุมแล้ว และเรื่องแบบนี้มันก็ควรจะสิ้นสุดได้สักที หลังจากที่ Automake บริษัทผลิตรถยนต์จากจีนได้ทำการผลิตรถยนต์ลอกเลียนแบบ Range Rover Evoque มันก็คงเป็นเรื่องสุดจะทานทนจริงๆสำหรับเรื่องนี้ โดยรถที่ Automake ผลิตออกมานั้นใช้ชื่อยี่ห้อว่า Landwind รุ่น X7 ถือเป็นรถ SUV ในแบบฉบับของ Range Rover รุ่นแรกของสายพานการผลิตจากจีน และพึ่งออกขายในประเทศเมื่อสิ้นปีที่แล้วนี่เอง ที่ดูจากภายนอกแล้วถ้าไม่เห็นยี่ห้อนี่ หลายๆคนคงจะคิดเหมือนกันเลยว่านี่มัน Range Rover Evoque  ชัดๆ แต่ดูแล้วหากเกิดการฟ้องร้องขึ้นจริงทางฝ่าย JLR คงยากที่จะชนะคดีนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกที่จะประสบความสำเร็จกับการฟ้องร้องในศาลจีนเกี่ยวกับเรื่องคดีพิภาทที่เกี่ยวกับแบรนด์ในประเทศนี้ แต่ถ้าหากทาง JLR เกิดชนะขึ้นมานี่ก็อาจจะเป็นการเปิดทางให้แบรนด์สินค้าแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ ที่เคยถูกบริษัทในจีนลอกเลียนแบบสินค้าลุกขึ้นมาเรียกร้องเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์กันอีกหลายคดีเป็นแน่ ก็คงต้องติดตามกันยาวๆนะครับสำหรับเรื่องนี้ว่าสุดท้ายแล้วนั้น JLR จะวินหรือไม่ ขอบคุณ carbuzz , doingxpedition , autocar , autoevolution

5 สถานที่ท่องเที่ยวในปีนัง ที่คุณไม่ควรพลาด
เที่ยวปีนัง /  เที่ยวมาเลเซีย

วันนี้มัชรูมทราเวลก็มีบทความท่องเที่ยวดี ๆ มาฝากเช่นเคย ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พาทุกท่านไปทัวร์ดินแดนอาทิตย์อุทัยกันบ่อยครั้งแล้ว คราวนี้เราจะลองเปลี่ยนมาเที่ยวพื้นที่ใกล้ๆ บ้านเรากันบ้าง สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากด้ามขวานของเรานี่เองค่ะ ใช้เวลาบินไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว โดยปัจจุบันที่นี่ถูกเรียกขานว่าเป็นไข่มุกแห่งตะวันออกด้วยความโรแมนติกและความสวยงามของบ้านเรือนสิ่งก่อสร้าง ซึ่งที่นั่นก็คือ “ปีนัง” นั่นเอง 5 สถานที่ท่องเที่ยวในปีนัง ที่คุณไม่ควรพลาด โดยเกาะปีนังมีชื่อตามมาภาษามาเลย์เรียกว่าปูเลาปีนัง อีกทั้งยังมีสถานะเป็น 1 ใน 13 รัฐของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย และมีจอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐ ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ปีนังคุณสามารถหาสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ได้มากมาย เนื่องจากที่ปีนังนั้นถือว่ามีความหลากหลายทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวทั้งจากแหล่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงสถานที่ช้อปปิ้งให้คุณได้เพลิดเพลินกับการจับจ่ายสินค้าคุณภาพดีแต่มีราคาที่ถูกเหลือเชื่อ ทั้งนี้หากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสมาเที่ยวปีนังสักครั้ง 5 สถานที่ดังต่อไปนี้ที่คุณไม่ควรพลาด มิฉะนั้นอาจเรียกว่ามาไม่ถึงปีนังก็ว่าได้ 1. วัดเก็กล๊อกซี วัดเก็กล๊อกซีเป็นวัดที่ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางเมืองปีนังที่เด่นสะดุดตาด้วยโคมไฟที่แขวนประดับไว้อยู่ทั่ววัด และจะส่องแสงสวยงามเป็นพิเศษในเวลาค่ำคืน โดยวัดแห่งนี้สร้างในแบบของสถาปัตยกรรมจีน มีจุดเด่นคือเจดีย์สูงซึ่งมีลิฟท์ให้บริการนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามรอบๆ เกาะบนชั้นบนสุดได้ ทำให้วัดเก็กล๊อกซีกลายเป็นวัดยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวเมืองปีนัง รวมถึงมาไหว้พระขอพรกับองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ได้ชื่อว่าเป็นรูปปั้นสีบรอนซ์ขนาดใหญ่ที่สวยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ว่าได้ นอกจากนั้นภายในรอบๆ บริเวณวัดยังมีร้านค้ามากมายที่ทางวัดจัดขึ้น โดยมีขายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับประเภทต่างๆ จากหยก เครื่องราง ตลอดจนของที่ระลึกอีกมากมายหลายอย่าง 2. จอร์จทาวน์ จอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐปีนังแห่งมาเลเซีย ที่ได้รับการแต่งตั้งและยกย่องให้เป็น 1 ในมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ร่วมกับเมืองมะละกาในเดือนกรกฎาคม 2551เนื่องมาจากมีภูมิสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่งดงามทรงคุณค่ามากมายหลายแห่ง อย่างเช่น  คฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อ ป้อมปราการคอร์นเวลลิส และวัดเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น นอกจากนั้นภายในเมืองจอร์จทาวน์ยังมีการอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนหลายๆ แห่ง โดยเฉพาะอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ชิโน-โปรตุกีส สร้างบรรยากาศให้เมืองแห่งนี้มีความขลังในเสน่ห์ของเมืองเก่ามากยิ่งขึ้น 3. บาตูเฟอรินกิ บาตูเฟอรินกิคือชายหาดที่สวยงามจนได้รับความนิยมมากที่สุดในปีนัง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองจอร์จทาวน์ ซึ่งชายหาดแห่งนี้มีชื่อเสียงด้วยเรื่องของกิจกรรมบนชายหาดและทางทะเลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอาบแดด เล่นกระดานโต้คลื่น พายเรือแคนู พาราเซลลิง ฯลฯ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีรีสอร์ทที่มีมาตรฐานระดับโลกให้บริการอยู่หลายแห่งเรียงรายไปจนสุดชายหาด เรียกความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติปีละหลายแสนคน ทั้งนี้ในช่วงเย็นหลังพระอาทิตย์ตกดิน ชายหาดบาตูเฟอรินกิก็จะเต็มไปด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานครึกครื้นไปด้วยร้านขายสินค้ากลางแจ้งทุกชนิด ตั้งแต่ของที่ระลึกราคาถูก งานฝีมือ ไปจนถึงสินค้าหรูหราไฮโซเลยทีเดียว ซึ่งผิดกับตอนช่วงกลางวันที่มีบรรยากาศอันเงียบสงบยิ่งนัก 4. สวนผีเสื้อปีนัง และสวนพฤกษชาติปีนัง หลังจากเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในปีนังแล้ว ก็มาถึงคิวของสวนพฤกษศาสตร์ปีนัง ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองจอร์จทาวน์ ที่นี่เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง และเป็นที่รู้จักกันในนามของสวนน้ำตก เนื่องจากมีน้ำตกอยู่หลายแห่ง อีกทั้งยังเต็มไปด้วยภาพของเหล่าต้นไม้และดอกไม้หลากหลายพันธุ์และสีสันที่เหมาะสำหรับการเซลฟี่เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากที่นี่ยังมีสถานะเป็นศูนย์วิจัยเพื่อการเพาะปลูกพืชจากประเทศต่างๆ ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกแห่งภายในปีนัง นั่นก็คือสวนผีเสื้อปีนัง ที่มีผีเสื้อมากกว่า 4,000 ตัว แบ่งออกเป็นทั้งหมด 120 สายพันธุ์ด้วยกัน 5. วัดไชยมังคลาราม วัดไชยมังคลารามเป็นวัดไทยที่สำคัญและเก่าแก่ในเกาะปีนัง โดยตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดพม่าธรรมิการามซึ่งเป็นวัดพม่าที่มีชื่อเสียงเช่นเดียวกัน วัดไชยมังคลารามถือเป็นวัดที่เป็นดั่งศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและชาวพุทธมาเลเซียเชื้อสายไทยมาเป็นเวลากว่า 96 ปี ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลไหนๆ ของไทย ก็มักจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ที่วัดนี้เป็นประจำ ทั้งเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ เป็นต้น นอกจากนั้นสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดภายในวัดแห่งนี้ก็คือรูปปั้นพระพุทธไสยาสน์ที่ตั้งอยู่ในศาลหลักซึ่งมีความยาวถึง 33 เมตรนั่นเอง รวมถึงศิลปกรรมของวัดไชยมังคลารามที่สร้างโดยการผสมผสานกันระหว่างศิลปะแบบไทย พม่า และจีนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้ดูแปลกตากว่าวัดไทยทั่วๆ ไปเป็นอย่างมาก ถือเป็นอีกสถานที่ในปีนังที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เป็นอย่างไรบ้างคะคุณผู้อ่านสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 5 แห่งของเกาะปีนังที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากทุกท่านในครั้งนี้ หวังว่าคงจะน่าสนใจและกระตุ้นความอยากเที่ยวของทุกท่านไม่มากก็น้อยนะคะ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าท่านจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็แล้วแต่ และไม่ว่าจะเดินทางเที่ยวเองหรือไปกับทัวร์ก็ตาม ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยและมีความสุขไปกับทุกทริปนะคะ บทความจาก : มัชรูมทราเวล