ศาลฏีกา

แลนด์มาร์คในชีวิตจริงที่ปรากฏใน Your Name
Your Name /  มาโกโตะ ชินไก

ผู้กำกับและนักแอนิเมเตอร์อย่าง มาโกโตะ ชินไก เป็นผู้ที่ขึ้นชื่อว่าหลงใหลในการนำความสวยงามของสถานที่ที่มีอยู่จริง มาปรับใช้ในหนังของตนได้อย่างมีมนต์เสน่ห์ ซึ่งในผลงานล่าสุดที่ประสบความสำเร็จระดับปรากฏการณ์อย่าง Your Name (2016) ชินไกก็ไม่ลืมที่จะนำแลนด์มาร์คต่างๆ ในญี่ปุ่นมาเป็นเครื่องมือหรือแม้แต่สัญลักษณ์ในฉากสำคัญของเรื่องเช่นเคย และนี่คือแลนด์มาร์คสำคัญที่ปรากฏในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ 01. อาคารเอ็นทีทีโดโคโมโยะโยะงิ (NTT Docomo Yoyogi Building) แม้ชื่อของอาคารคือบริษัทโทรคมนาคมชื่อดังของญึ่ปุ่น แต่จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่สำนักงานใหญ่ของ NTT Docomo แต่เป็นตึกที่ตั้งอุปกรณ์ทางเทคนิคของบริษัท โดยตัวอาคารมีความสูงเป็นอันดับสามในโตเกียว และเมื่อทำการติดตั้งนาฬิกาบนส่วนบนสุดของอาคารในปี 2002 ก็ทำให้อาคารเอ็นทีทีโดโคโมโยะโยะงิกลายเป็นหอนาฬิกาที่สูงที่สุดในโลกทันที - โดยชินไกเคยใช้ตึกนี้เป็นฉากหลังใน The Garden of Words (2013) ผลงานเรื่องก่อนของเขาเองด้วย 02. สะพานคนเดินเท้าที่สถานีรถไฟชินะโนมาชิ (Pedestrian Bridge at Shinanomachi Station) สะพานนี้ห่างจากสถานีรถไฟชินะโนมาชิตั้งอยู่ในย่านชินชุกุเพียง 1 นาที เป็นฉากที่ชินไกใช้บ่อยครั้งในหนังเรื่องนี้ 03. ศาลเจ้าซึงะ (Suga Shrine) อีกหนึ่งในฉากสำคัญของเรื่องฉากหนึ่งที่กลายเป็นอีกภาพจำของหนังเพราะถูกใช้เป็นหนึ่งในแบบโปสเตอร์และภาพโปรโมทหนัง ศาลเจ้าซึงะอยู่ในย่านยตซึยะ โดยใช้เวลาเดินเท้าจาก สถานีรถไฟ JR ยตซึยะ ประมาณ 10 นาที ซึ่งด้วยการเดินทางที่สะดวกจึงทำให้ผู้คนที่รักหนังเรื่องนี้มาเยี่ยมเยื่อนที่นี่เป็นจำนวนมากเช่นกัน 04. สี่แยกไฟแดงด้านหลังสถานีตำรวจชินจูกุ  ในภาพคือแยกไฟแดงซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูงมากมาย ในภาพคือ ตึกชินชุกุเซ็นเตอร์ 05. หอศิลปะนานาชาติกรุงโตเกียว (The National Art Center, Tokyo) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ในย่านรปปงหงิ ซึ่งนอกจากจะมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว ในอาคารยังมีร้านอาหารชื่อดัง Brasserie Paul Bocuse Le Musée ให้บริการอยู่ด้วย ซึ่งใน Your Name ก็เป็นฉากที่ทากิ ออกเดตกับรุ่นพี่ในที่ทำงานพิเศษชื่อ มิกิ 06. เกาะอาโอกาชิมะ (Aogashima island) ต้นแบบของสถานที่ลึกลับ (อีกฉากสำคัญของเรื่อง) ในเมืองอิโตโมริ บ้านเกิดของนางเอก มิตซึฮะ โดยแท้จริงแล้ว เกาะอาโอกาชิมะ เป็นเกาะภูเขาไฟที่ตั้งห่างจากเมืองหลวงกรุงโตเกียวราว 358 กม. และยังอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงโตเกียว ทว่าบนเกาะนี้มีประชากรราว 160 คนเท่านั้น เป็นหมู่บ้านที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่นก็ว่าได้ โดยเกาะนี้เริ่มมีชื่อเสียงจากธรรมชาติอันสวยงาม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางเดียวที่จะเดินทางไปยังเกาะนี้ได้ คือต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปจ้า! 07. ศาลเจ้าฮิดะ-ซันโนะกุ ฮิเอะ จินจา (Hida-sannogu Hie-jinja Shrine) อีกหนึ่งสถานที่จริงซึ่งถูกดัดแปลงมาใช้เป็นสถานที่สมมติในหนัง โดยใน Your Name คือศาลเจ้ามิยามิซุ ศาลเจ้าประจำเมืองอิโตโมริ โดยที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง และขึ้นชื่อในการมาขอพรเพื่อให้ครอบครัวปลอดภัย โดยที่ศาลเจ้าฮิดะ เป็นสถานที่จัดเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของเมืองทาคายามะ 08. ทะเลสาบซึวะ (Lake Suwa) ทะเลสาบใจกลางหุบเขาคิโซะ ในเมืองนากาโนะ ซึ่งที่นี่มีชื่อเสียงจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า The God's Crossing อันเกิดจากกระแสน้ำอุ่นที่ไหลเวียนอยู่ใต้พื้นผิวน้ำแข็งในฤดูหนาว จนเกิดเป็นทางแตกของน้ำแข็งที่แปลกตา โดยใน Your Name ชินไกใช้ที่นี่เป็นต้นแบบของทะเลสาบซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองอิโตโมรินั่นเอง .... อ่านเรื่องราวของ Your Name และ มาโกโตะ ชินไก ได้ใน BIOSCOPE ฉบับ 177 สั่งซื้อได้ที่ mbookstore.com ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

Who Gets the Dog?
Alicia Silverstone /  Huck Botko / 

Who Gets the Dog? Who Gets the Dog? ว่าด้วยเรื่องราวหลังจากชีวิตแต่งงานมากว่า 6 ปี ของ โอลีฟ รับบทโดย อลิเซีย ซิลเวอร์สโตน (Alicia Silverstone) คุณหมอสาวสวยผู้ประสบความสำเร็จ และ เคลย์ รับบทโดย ไรอัน ควอนเตน (Ryan Kwanten) หนุ่มนักฮอกกี้ผู้สับสนในชีวิต เมื่อชีวิตคู่มาถึงทางตัน ทั้งสองจึงตัดสินใจจะเลิกลากัน แม้จะดูเหมือนเป็นการเลิกลาจากกันด้วยดี แต่มีเรื่องหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่ลงรอยกัน เพราะทั้งคู่ก็ต้องการเป็นผู้อุปการะ เวสลีย์ หมาที่รักของเขาทั้งสอง และเรื่องนี้ก็ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล และต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ว่าใครจะเป็นผู้มีสิทธิ์ได้น้องหมาไปเลี้ยง ทั้งสองคนจึงต่างหาทุกวิถีทางต่าง ๆ ในการชนะใจทั้งน้องหมา และต้องชนะความในศาลอีกด้วย และงานนี้ใครจะได้ เจ้าเวสลีย์ไปเลี้ยงดู?

ฉลองใหญ่ 129 ปี อ.คฑา เดินขบวน เทศกาลกินเจ เมืองจันท์
กินเจ /  จันทบุรี / 

อ.คฑา เดินขบวนเทศกาลกินเจเมืองจันท์ ฉลองใหญ่ 129 ปี ประชาชนแห่ร่วมคึกคัก อ.คฑา ชินบัญชร ผู้นำแห่งจิตวิญญาณด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย - จีน นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายสมชาย วัฒนาศิริวัฒน์ ประธานบ้วนเฮงเจตั๊ว นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี นายชัยพร กิจตระกูลรัตน์ ประธานเม่งหงีเจตั๊วและกัลยาณมิตรผู้ร่วมบุญทุกภาคส่วนในจังหวัดจันทบุรี ร่วมเดินขบวนในเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2559 พร้อมทำพิธีรับเสด็จองค์ฮุกโจ้วมาประทับ ณ พระอุโบสถ วัดเขตร์นาบุญญาราม สำหรับเทศกาลถือศีลกินเจ เมืองจันท์ เป็นประเพณีโบราณที่ยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นปีที่ 129 โดยงานวันแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา คณะสงส์อนัมนิกาย วัดเขตร์นาบุญญาราม ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำพิธีอัญเชิญตะเกียงเทวดา ฟ้า ดิน ขึ้นสู่เสามังกร ประกาศเป็นวันเริ่มถือศีลกินเจ ต่อมาในวันที่ 30 กันยายน 2559 เป็นวันทำพิธีใหญ่เดินขบวนอัญเชิญและแห่องค์กิ๋วอ๊วงฮุกโจ้ว ณ ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิมฯ โดยมีคณะสงฆ์อนัมนิกายเข้าประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ อัญเชิญเทพยดามาเป็นทิพยพยาน เปิดพระคัมภีร์เบิกพระเนตร และแสดงการเชิดมังกร สิงโต เอ็งกอถวายองค์กิ๋วอ๊วงฮุกโจ้ว และอัญเชิญมาประทับที่พระอุโบสถวัดเขตร์นาบุญญาราม ตลอดเทศกาลถือศีลกินเจ เมืองจันท์ 9 วัน 9 คืน เพื่อให้ผู้ที่ศรัทธาเข้าบูชาขอพร ก่อนทำพิธีส่งเสด็จกลับในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ สำหรับผู้ที่เริ่มถือศีลกินเจ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมสืบสานประเพณีเก่าแก่ แม้จะไม่ใช่ประเพณีวัฒนธรรมของไทย แต่ก็เป็นวัฒนธรรมที่ดีของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย ที่ทำให้เรียนรู้ถึงการละเว้นการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ โดยยึดหลักการบริโภคอาหารประเภทผัก ละเว้นเนื้อสัตว์หรือของคาว รวมถึงของที่มีกลิ่นฉุนผสมทั้ง 5 อย่าง คือ กระเทียม (รวมถึงหัวกระเทียมและต้นกระเทียม) หัวหอม (รวมถึงต้นหอม หอมแดง หอมหัวใหญ่) หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) ใบยาสูบ (รวมถึงบุหรี่ ยาเส้น ของมึนเมา) และใบกุ่ยช่าย เพราะผักทั้ง 5 กลุ่นนี้ เป็นผักที่มีกลิ่นฉุนรุนแรง มีรสชาติที่หนัก สามารถทำลายระบบธาตุในร่างกายได้หากรับประทานเป็นจำนวนมากหรือเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ดังนั้น อาหารที่จะทดแทนสำหรับในช่วงเทศกาลกินเจนี้ จึงควรเน้นรับประทานอาหารทดแทนให้ครบทั้ง 5 หมู่ เช่น ถั่ว 5 สี เห็ด เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ โปรตีนเกษตร งา นมถั่วเหลืองและผักปลอดสารพิษ ประเพณีถือศีลกินเจ จึงเป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่จะทำให้ผู้ที่ถือปฏิบัตินั้นได้ทั้งอานิสงส์ในการทำความดีและการดูแลสุขภาพ เพราะการกินเจเป็นเสมือนการกินอาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารชีวจิต ที่จะช่วยปรับธาตุ ช่วยลดและขับของเสียต่างๆ ที่ตกค้างให้ออกจากร่างกาย ด้วยการกินติดต่อกัน 3 ถึง 5 วันขึ้นไป อีกประการหนึ่ง การกินเจก็ถือเป็นการแสดงจิตเมตตาด้วยการละเว้นชีวิต จึงถือเป็นการทำบุญให้ชีวิตละเว้นกรรม กรรมที่กระทำต่อผู้อื่น ต่อสิ่งมีชีวิตอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม เทศกาลถือศีลกินเจนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญเสริมดวง และดูแลสุขภาพจิต สุขภาพกายให้ดีสมบูรณ์ไปพร้อมๆ กัน เป็นการส่งท้ายปี 2559 และเตรียมพร้อมเริ่มต้นรับสิ่งดีๆ ในปี 2560 ที่จะมาถึงในอีก 3 เดือนนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีในเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2559 ผู้นำแห่งจิตวิญญานด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย – จีน กล่าว สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปร่วมทำบุญ ชมงานที่วัดเขตร์นาบุญญารามและโรงเจทั้งสองแห่ง คลิกที่รูปแผนที่ด้านล่าง เพื่อแสดงเส้นทางในการการเดินทาง ณ จุดที่คุณอยู่ไปจนถึงที่วัดเขตร์นาบุญญารามได้ เดือนตุลาคมนี้ ทางวัดเขตร์นาบุญญารามและโรงเจ จะมีพิธีตลอดทั้งสัปดาห์ ผู้ที่สนใจสามารถไปร่วมทำบุญไหว้เจ้าได้ทุกวัน และรับประทานอาหารเจจากร้านค้าต่างๆ มากมาย กำหนดการงาน วันที่ 1 ตุลาคม 2559 (วันชิวอิก) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน และพิธีไคกวง พระสงฆ์สวดมนต์อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 3 ตุลาคม 2559 (วันชิวซา) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว วันที่ 5 ตุลาคม 2559 (วันชิวโหงว) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน และทำพิธีเพ่งอังปวย เซียมซีเสี่ยงทายขอคำพยากรณ์ดวงชะตาบ้านเมือง วันที่ 6 ตุลาคม 2559 (วันชิวลัก) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว วันที่ 7 ตุลาคม 2559 (วันชิวเฉ็ก) เวลา 19.00 น. พิธีลอยกระทงปล่อยสัตว์ที่แม่น้ำจันทบุรี และเชิญดวงวิญญาณไร้ญาติ 36 จำพวก ไปรับอนุโมทนารับส่วนบุญพิธีไทยทานทิ้งกระจาดที่โรงเจเม่งหงีเจตั๊ว และบ้วนเฮงเจตั๊ว เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว วันที่ 8 ตุลาคม 2559 (วันชิวโป่ย) เวลา 13.00 น. พิธีซิโกวทิ้งกระจาด วันที่ 9 ตุลาคม 2559 (วันชิวเก้า) เวลา 20.00 น. พิธีเวียนเทียน คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บูชาองค์กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว เวลา 24.00 น. สวดมนต์ปิดพระคัมภีร์ เวลา 01.00 น. พิธีส่งเสด็จกิ่วอ๊วงฮุกโจ้วกลับสู่สวรรค์ทิพย์สถาน

ชมพู่ อารยา เป็นสาววินเทจฮิปสเตอร์สุดปังใน จำเนียร วิเวียน โตมร
จำเนียร /  จำเนียร วิเวียน โตมร / 

ชมพู่ อารยา เป็นสาววินเทจฮิปสเตอร์สุดปังใน จำเนียร วิเวียน โตมร นอกจาก ใหม่ ดาวิกา นางเอกแถวหน้าของเมืองไทยจะมาสร้างสีสันให้วงการภาพยนตร์ไทยในช่วงสิ้นปีแล้ว อีกหนึ่งนางเอกแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง ชมพู่ อารยา เอ.ฮาร์เก็ต ก็จะมาสร้างสีสันด้วยเหมือนกันในภาพยนตร์แอคชั่นคอเมดีเรื่อง จำเนียรวิเวียนโตมร ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ชมพู่ อารยา จะมารับบทบาทเป็นสาวลูกครึ่ง วิเวียน ที่มีความวินเทจฮิปสเตอร์อยู่ในตัวอย่างแรงกล้า โดยสาวชมพู่ได้เล่าถึงบทบาทที่ตัวเองได้รับให้ฟังว่า “ชมว่า วิเวียน ก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่อยากมีแฟน อยากมีคนรักที่เป็นคนดี จริงใจ แม้ว่าตัวละครนี้จะหน้าตาดี แต่เธอกลับขาดความมั่นใจอย่างแรง คอยแต่หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดูหมอ ไหว้พระขอพร..." "...จนมีเหตุให้เธอได้ไปขอพรเรื่องความรักจากศาลเจ้าที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ ปรากฏว่าเฮี้ยนมากค่ะ เข้ามาทีเดียวพร้อมกัน 2 คน (หัวเราะ) ซึ่งก็คือ จำเนียร รับบทโดย บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และ โตมร รับบทโดย อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอีนุงตุงนังที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเธอ แต่ก็อย่างที่บอก วิเวียน ไม่ได้เอาความรู้สึกหรือความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้งกลับเอาเรื่องสำคัญของชีวิตไปผูกกับปัจจัยภายนอก เธอจึงตัดสินใจเลือกไม่ได้..." "...ซึ่งชมต้องกลับไปทำการบ้านและตีความว่า คนที่มีแบ็กกราวนด์แบบนี้แล้วเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นในชีวิต เขาจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับไปอย่างไร สำหรับ จำเนียร วิเวียน โตมร ก็ถือเป็นการร่วมงานกันครั้งที่ 2 ของชมและพี่ยอร์ช ก็เริ่มเดาใจพี่ยอร์ชออกแล้วนะว่า จังหวะแบบไหนที่พี่ยอร์ชชอบ ซึ่งพี่ยอร์ชจะมีความสามารถพิเศษในการอธิบายความเวิ่นเว้อ โลเลของผู้หญิงที่บางทีเหมือนจะเข้าใจยาก แต่พี่ยอร์ชสามารถถ่ายทอดออกมาได้น่ารักมาก..." "...ส่วนการทำงานกับ บอย และ อาเล็ก ชมว่าพอทุกคนสวมบทบาทเป็นตัวละครของตัวเอง มันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากเลยนะ อย่าง อาเล็ก เคยเล่นหนังเล่นละครด้วยกันมาแล้ว ซึ่งอาเล็กในวันนี้เก่งขึ้นเยอะมาก ส่วน บอย ในที่สุดก็ได้ทำงานร่วมกันสักที ชมไม่รู้สึกว่าต้องปรับจูนหรือทลายกำแพงอะไรกับ 2 คนนี้เลย..." "...อยากจะบอกว่า หนังเรื่องนี้ทำให้ชมอยากตื่น 6 โมงเช้ามาทำงาน ได้มาเจอทีมงาน นักแสดง ผู้กำกับที่ทำงานด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ซึ่งเป้าหมายหลักของ จำเนียร วิเวียน โตมร คืออยากให้คนดูหัวเราะได้ ยิ้มได้ พาครอบครัวไปดูด้วยกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ และนอกจากจะมีความเป็นคอเมดีแล้ว ก็มีเรื่องแอคชั่นและเรื่องความรักด้วย ครบรสแน่ ๆ ค่ะ” จำเนียรวิเวียนโตมร มีกำหนดเข้าฉาย 29 ธันวาคมนี้

พร้อมหรือยัง ? ที่จะยิ้มรับลมหนาวไปกับ 3 หนังไทยสไตล์ฟีลกู๊ดประจำปลายปีนี้
20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น /  กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม / 

เหมือนเป็นธรรมเนียมนิยมอย่างหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีที่ค่ายหนังต่าง ๆ มักจะพากันส่งหนังฟีลกู๊ดเข้าโรงฉายเพื่อให้ผู้ชมได้รู้สึกอิ่มเอมใจไปพร้อม ๆ กับลมหนาวและศักราชใหม่ที่กำลังจะมาเยือน และในปีนี้วงการภาพยนตร์ไทยบ้านเราก็ได้ส่งหนังฟีลกู๊ดเข้ามาสร้างพื้นที่ความสุขแก่หมู่มวลผู้ชมด้วยกัน 3 เรื่องจาก 3 ค่าย ได้แก่... 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ผู้กำกับ : อารยะ สุริหาร นักแสดง : ดาวิกา โฮร์เน่, สหรัถ สังคปรีชา, กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม เข้าฉาย : 24 พ.ย. 2559 เรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อคุณย่าวัยเจ็ดสิบที่กำลังจะถูกส่งไปอยู่บ้านพักคนชรา บังเอิญเกิดปาฏิหาริย์ได้ย้อนวัยกลับเป็นสาวอายุยี่สิบ เธอจึงออกเดินทางทำตามความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องอีกครั้งโดยการเข้าร่วมวงดนตรีของหลานชายตัวเอง และดูเหมือนว่าความรักครั้งใหม่จะเกิดขึ้นระหว่างเธอกับหนุ่มหล่อโปรดิวเซอร์รายการเพลง อ่านรีวิว : คลิก พรจากฟ้า ผู้กำกับ : จิระ มะลิกุล, นิธิวัฒน์ ธราธร, ชยนพ บุญประกอบ, เกรียงไกร วชิรธรรมพร นักแสดง : ณภัทร เสียงสมบุญ, วิโอเลต วอร์เทียร์, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ , นิษฐา จิรยั่งยืน, ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, หนึ่งธิดา โสภณ เข้าฉาย : 1 ธ.ค. 2559 หนังสั้น 3 เรื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น, Still on my Mind และพรปีใหม่ โดยร้อยเรียงชุดความสัมพันธ์ของชาย-หญิง 3 คู่ที่ดำเนินไปในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อ่านรีวิว : คลิก จำเนียรวิเวียนโตมร ผู้กำกับ : ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ นักแสดง : ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ธีรเดช เมธาวรายุทธ, อารยา เอ ฮาร์เก็ต เข้าฉาย : 29 ธ.ค. 2559 สาวสวยผู้เชื่อในโชคลางได้มาขอพรเรื่องความรักจากศาลเจ้าแห่งหนึ่ง และบุญพาวาสนาก็ส่งชายหนุ่มสุดหล่อตรงสเป๊กเข้ามาในชีวิตของเธอพร้อมกันถึง 2 คน ภารกิจแย่งกันจีบสาวจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับอันตรายที่ติดตามพวกเขาทั้งสองมาแบบเงาตามตัว งานนี้ใครจะอยู่ใครจะตาย...ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตนเอง

60 ปี ธนิตย์ จิตนุกูล กับ 4 หนังไทยระดับปรากฏการณ์ในอดีต
ซึมน้อยหน่อยกะล่อนมากหน่อย /  ธนิตย์ จิตนุกูล / 

แม้หลังจาก 'แก๊งค์ตบผี' ในปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา ธนิตย์ จิตนุกูล จะถอยตัวเองไปทำงานเป็นโปรดิวเซอร์อยู่เบื้องหลังคนทำหนังไทยรุ่นใหม่ๆ แทน (โดยมีโปรเจ็กต์ฟอร์มยักษ์ที่เปิดแถลงข่าวไปแล้วอย่าง 'มหาราช 2 แผ่นดิน' ค้างคาอยู่ และยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติม) แต่ถ้าพูดถึงในแง่ผลงานการกำกับภาพยนตร์แล้ว 23 ผลงานที่เขากำกับไว้ตลอดกว่า 30 ปีในวงการหนัง แม้คละเคล้าในแง่ผลตอบรับทางความสำเร็จ แต่ธนิตย์ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่อยู่ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญของวงการหนังไทย โดยเฉพาะการเป็นหนึ่งในผู้กำกับรุ่นใหม่ที่บุกเบิกยุคหนังวัยรุ่นให้เฟื่องฟูช่วงต้น พ.ศ. 2530 ที่ส่งผลและอิทธิพลมาถึงตลาดหนังไทยในยุคปัจจุบันอย่างยิ่งยวด ในโอกาสที่ ธนิตย์ จิตนุกูล จะฉลองครบรอบวันเกิดในวัย 60 ปี (วันที่ 24 พ.ย.) เราจึงขอผ่านไปย้อนดู 4 ผลงานเรื่องสำคัญที่ประสบความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ของวงการหนังไทย 'ซึมน้อยหน่อยกะล่อนมากหน่อย' (พ.ศ. 2528) / 'ปลื้ม' (พ.ศ. 2529) จากเงินหนึ่งล้านบาทที่ วิสูตร พูลวรลักษณ์ ในวัย 25 ปีหยิบยืมจากคุณพ่อ (และสมทบทุนอีก 5 แสนบาทจากคุณอา จรัล พูลวรลักษณ์) กลายเป็นทุนเริ่มต้นของ ไท เอ็นเตอร์เทนเม็นต์ ที่กลายมาเป็นหนึ่งในค่ายหนังสำคัญของวงการหนังไทยในเวลาต่อมา และหนังเรื่องแรกเปิดค่ายของบริษัทนี้ คือหนังตลกวัยรุ่นฝีมือการกำกับของสองนักเขียนใบปิดหนังอย่างธนิตย์ และ อดิเรก วัฏลีลา (ซึ่งเป็นผลงานเรื่องแรกของทั้งคู่เช่นกัน) 'ซึมน้อยหน่อยกะล่อนมากหน่อย' ออกฉายเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 และประสบความสำเร็จอย่างสูง ซึ่งเมื่อมองไปที่ช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งวงการหนังไทยยังเต็มไปด้วยหนังดราม่าหนักๆ แถม 'ซึมฯ' เองยังใช้นักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมดเป็นตัวนำ การกวาดรายได้ถึง 5 ล้านบาท กลายเป็นหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดในปีนั้น ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2529 ธนิตย์และอดิเรกจะสร้างภาคต่อที่เล่าเรื่องต่อจาก 'ซึมฯ' ออกมานั่นคือ 'ปลื้ม' โดยมาพร้อมนักแสดงชุดเดิม ผลปรากฏว่าหนังทำเงินไปถึงระดับสิบล้านบาท แล้วในช่วงเวลาเดียวกันยังมีหนังในแนววัยรุ่นสนุกสนานถูกสร้างและได้รับผลตอบรับที่ดี เช่น 'คู่วุ่นวัยหวาน' (บัณฑิต ฤทธิ์ถกล), 'เพื่อน' (อภิชาติ โพธิ์ไพโรจน์), 'รักกันเล่น ๆ ไม่เห็นเป็นไร' (ศุภักษร) จนกล่าวได้ว่านี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้ค่ายอื่นๆ หันมาสนใจทำหนังในแนวเดียวกันนี้มากขึ้นในเวลาต่อมา และเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการภาพยตร์ไทยจากยุคหนังชีวิตสะท้อนสังคมให้ก้าวเข้าสู่ยุคหนังวัยรุ่นอย่างเต็มตัว 'สยึ๋มกึ๋ย' (พ.ศ. 2534) หลังจากนั้น 'ซึมฯ' และ 'ปลื้ม' ธนิตย์และอดิเรกก็แยกย้ายไปทำหนังเดี่ยวๆ ของตน โดยอดิเรกไปทำหนังแอ็กชั่น-อาชญากรรมอย่าง 'ดีแตก' (พ.ศ. 2530) ก่อนจะประสบความสำเร็จกับหนังสุดดังอย่าง 'ฉลุย' (พ.ศ. 2531) ส่วนธนิตย์ก็มาทำหนังคอร์ทรูม ดราม่า (หรือหนังที่นำเสนอกระบวนการต่อสู้คดีในชั้นศาล) อย่าง 'อย่าบอกว่าเธอบาป' (พ.ศ. 2530) และหนังรัก (ที่ทำเสร็จแล้วแต่กลับไม่ได้ฉาย) อย่าง 'ทั้งดวงใจให้หมดเลย' (พ.ศ. 2531) ก่อนที่ ก่อนจะว่างเว้นไปอีก 3 ปี กับผลงานหนังแอ็กชั่น-แฟนตาซีที่อุดมไปด้วยสเปเซียลเอฟเฟ็กซ์เรื่องนี้ ในปีที่ ไท เอ็นเตอร์เทนเม็นต์ ประสบความสำเร็จระดับปรากฏการณ์กับ 'กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้' ก็ยังมีอีกเรื่องอย่าง 'สยึ๋มกึ๋ย' ที่ธนิตย์ได้ สุรศักดิ์ วงษ์ไทย (ที่ฮ็อตมากๆ ในช่วงเวลานั้น) มารับบทนำในหนังของตนอีกครั้งหลังจาก 'ซึมฯ' และ 'ปลื้ม' นอกจากเป็นหนังตลกที่ผสมแนวสยองขวัญเข้าไป จนทำให้หนังโดดเด่นเป็นพิเศษในช่วงเวลานั้น และทำรายได้ไปกว่า 18 ล้านบาท (อนึ่ง ปี พ.ศ. 2534 เป็นปีที่มีหนังไทยน่าสนใจอย่าง 'กะโหลกบางตายช้า กะโหลกหนาตายก่อน' หนังฟิล์มนัวร์ไทยของ มานพ อุดมเดช หรือ 'วิถีคนกล้า' หนังอีพิกฟอร์มยักษ์ของ ยุทธนา มุกดาสนิท ที่สร้างตำนานหลายอย่างให้วงการหนังไทยไว้ด้วย เป็นต้น) 'บางระจัน' (พ.ศ. 2543) หาก 'นางนาก' ในปี พ.ศ. 2542 คือคลื่นลูกแรกที่ทำให้หนังไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากภาวะซบเซาและมีจำนวนการสร้างน้อยลงจนน่าใจหาย 'สตรีเหล็ก' และ 'บางระจัน' คืออีกสองหนังเรื่องสำคัญที่พาหนังไทยไปแตะร้อยล้านให้วงการหนังกระแสหลักได้คึกคักอีกครั้ง โดย 'บางระจัน' เป็นช่วงเวลาที่ธนิตย์ได้เข้ามาทำหนังในสตูดิโอน้องใหม่ Film Bangkok (ในเครือ BEC-Tero อีกยักษ์ใหญ่วงการสื่อสารมวลชน) ภายใต้การดูแลของเพื่อนสนิทอย่าง อดิเรก วัฏลีลา โดยธนิตย์ทำการรีบูตหนังอีพิกสงครามย้อนยุคให้ดูสนุกและทันสมัยขึ้น ทั้งการสร้างคาร์แรกเตอร์ตัวละครที่น่าจดจำ ไปจนถึงสไตล์การตัดต่อที่ฉับไวและดนตรีประกอบอันชวนหึกเหิมแบบหนังแอ็กชัน จนทำให้ผู้ชมตอบรับอย่างล้นหลามทำรายได้ไปกว่า 150 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปฉายตามเทศกาลหนังอีกหลายแห่ง และถูกซื้อสิทธิ์ไปจัดจำหน่ายฉายในอเมริกาในอีกสี่ปีต่อมาอีกด้วย จนอาจกล่าวได้ว่า 'บางระจัน' เป็นจุดสูงสุดในชีวิตการทำหนังของธนิตย์ก็ว่าได้ ตัวอย่าง  เบื้องหลัง 'บางระจัน'  http://www.dailymotion.com/video/xsayan_behind-the-scenes-bang-rajan-%E0%B8%AA-%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93-%E0%B8%98%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B8%A2-%E0%B8%88-%E0%B8%95%E0%B8%99-%E0%B8%81-%E0%B8%A5-english-subs_shortfilms ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ละครพ่อครัวหัวป่าก์ , เรื่องย่อพ่อครัวหัวป่าก์
ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ /  เรื่องย่อละคร พ่อครัวหัวป่าก์

พ่อครัวหัวป่าก์ บทประพันธ์โดย : กนกเรขาบทโทรทัศน์โดย : เพ็ชรรุ่ง เกีรยติกมเลศกำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทาออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ "มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต" และชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด หนูเคยได้ยินคำว่าบุพเพสันนิวาสไหมลูก บุพเพสันนิวาสนั้นเกิดได้สองอย่าง คือเคยทำกรรมร่วมกันมาในชาติที่แล้วหนึ่ง กับเคยทำกรรมร่วมกันในชาตินี้หนึ่ง..แต่มันเดายากนะลูก" ทองตรา (รณิดา เตชสิทธิ์) เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโท มาจากอเมริกา กำลังนั่งฟังพ่อปาฐกถา เรื่องบุพเพสันนิวาส ที่เธอไม่ค่อยจะเชื่อถือสักเท่าไหร่ และผู้หญิงยุคใหม่อย่างทองตรา ที่เติบโตมาด้วยการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้คิดจะพึ่งพาใคร และให้ความสนใจเรื่องผู้ชายสักเท่าใดนัก ทองตรา ลูกสาวคนเล็กสุดรัก กับ ทองทิว (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) พี่ชายคนเดียวที่เฮี้ยวสุด ๆ และเป็นบุตรสุดรักของ พลตรีรามรณยุทธ (ทูน หิรัญทรัพย์) ข้าราชการบำนาญผู้ซื่อสัตย์ และรักศักดิ์ศรี ที่มีชื่อเสียงเรื่องการกลัวเมียอย่าง คุณนายทองม้วน (ดวงตา ตุงคะมณี) เป็นที่สุด ทองตรา ต้องปวดหัวกับความเค็ม และเขี้ยวตระหนี่ถี่เหนียวของคุณนายทองม้วน ที่ถึงแม้จะคุ้นชินมาตั้งแต่เด็กกับการที่ถูกแม่บังคับให้ประหยัดอดออม แต่ก็เริ่มที่จะรับไม่ได้ เมื่อกลับมาเห็นพ่อในสภาพอิดโรย และผอมโซ เพราะนโยบายรัดเข็มขัด และการประหยัดของแม่ที่บังคับให้พ่อเป็นแพะ กินแต่ผัก กินแต่มังสวิรัติเพื่อสุขภาพ ขนาดคนครัวยังทนไม่ไหว ต่างชิงกันขอลาออกไปเพราะทนพฤติกรรมของคุณนายทองม้วนที่ชอบจุกจิกจู้จี้ ไม่ไหว ทองตรากับทองทิว และพ่อได้แต่นิ่วหน้าเพราะต้องมานั่งปวดหัวกับการหาคนครัวคนใหม่ที่ยัง หาไม่ได้สักที เพราะ เด็กกำไล (ภัณฑิรา ฟูกลิ่น) คนใช้หนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ และทนมือทนเท้าคุณนายทองม้วนไหวก็ทำอะไรไม่ค่อยจะเป็น ดีแต่เกี่ยง และเถียงคำไม่ตกฟาก แต่ก็เป็นคนเดียวที่เอาคุณนายทองม้วนอยู่ ทองตราต้องรีบเคลียร์ปัญหาเรื่องหาคนครัวคนใหม่มาให้ไวที่สุด เพื่อที่เธอจะได้รีบออกไปหางานทำเสียที ขณะที่ทองทิวก็รับปากจะให้เพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงแรมช่วยหาคนครัวคนใหม่มาให้อีกแรง กมลชนก (หลุยส์ สก๊อต) หนุ่มหล่อหน้ารก มาดเซอร์ ลูกชายคุณกาญจนาเจ้าของโรงแรมใหญ่ มีผู้หญิงมากมายที่เสนอตัวมารุมล้อม แต่ทุกคนก็เป็นได้แค่ทางผ่าน เพราะเขาไม่คิดจะตกลงปลงใจกับใคร จนแม่ต้องขอร้องให้เขาเลิกเจ้าชู้ และอยู่ไปวัน ๆ ขอร้องให้ยอมไปดูตัวบรรดาลูกสาวผู้หลักผู้ใหญ่ ที่อยากจะมาเกี่ยวดองกับทายาทเจ้าของโรงแรมใหญ่แห่งนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครโดนใจสักคน จนวันหนึ่งกมลชนก ได้เห็นภาพถ่ายของทองตรา ที่ถูกลมพัดลอยออกมาจากกระเป๋าของทองทิว ปลิวมาแปะที่หน้ากมลชนก เขาจับภาพนั้นขึ้นมามอง และร้องบอกเพื่อนรักว่า คนนี้แหละใช่เลย และมั่นใจว่าเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้กมลชนก สตาร์ทรักทองตรา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม ทองทิวร้องจ๊าก!!! รีบออกโรงห้ามสุดฤทธิ์ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักเป็นคนไม่เอาไหน เป็นนิยามของคำว่าแย่ และไม่เป็นโล้เป็นพาย รักแต่ความสบายตลอดเวลาตามประสาคนรวย ขณะที่ทองตราเป็นคนรักใครรักจริง และหยิ่งในศักดิ์ศรี แถมยังรู้เท่าทันคน และฉลาดเป็นกรด ไม่ไช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมาหลอกใช้ มาลองใจกันได้ง่าย ๆ ถ้าถูกจับได้มีหวังได้ตายหมู่ เลยขอร้องกมลชนกไปเอากะชอนร่อนหาเนื้อคู่จากบรรดาผู้หญิงในสต๊อกเอาเอง อย่ามาดึงเอาเขาไปยุ่งด้วยโดยเด็ดขาด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ กมลชนกพยายามวิงวอนอ้อนสุดฤทธิ์ สัญญาว่าจะปรับจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อทองตรา ขอให้ทองทิวเปิดทางให้เขาได้ตามหารักแท้ และทั้งยืนยันนอนยันด้วยความมั่นใจ ว่าน้องสาวของเพื่อนซี้ คือว่าที่ภรรยาที่เขาตามหามานาน เพียงแต่ขอเวลาให้ได้ศึกษาดูใจกันสักนิด ขอร้องให้ทองทิวเห็นใจ เพราะเขารักน้องสาวของเพื่อนซี้คนนี้จริง ๆ ทองทิวใจอ่อนเพราะทนลูกอ้อนไม่ไหว ยอมให้กมลชนกเขยิบเข้ามาใกล้ และลองใจทองตรา ในขณะที่ทองตราไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายกับนายกมลชนกคนนี้เป็นเพื่อนซี้กัน และพี่ชายกำลังจะกลายเป็นผู้ผลักดันบุพเพสันนิวาส ให้มาอาละวาดกับเธอ กมลชนกได้รู้จากทองทิวว่าที่บ้านกำลังต้องการหาคนครัว เขากระดี๊กระด๊ารีบโทรศัพท์ไปหาคุณนายทองม้วน เพื่อสมัครงานในนาม น้องนก กะเทยสาวผู้มีจิตใจใฝ่การครัว แต่เพียงแค่ได้พูดคุยผ่านสายโทรศัพท์ ก็สัมผัสได้ถึงผลึกเกลือที่กระเด็นมาตามสาย ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความเค็มเขี้ยวเหนียวตึ๋งหนึดของคุณนาย จนต้องถอยออกมาตั้งหลัก และทำให้ได้รู้ว่าคุณนายทองม้วนก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ ที่เขาจะต้องฝ่ามันไป ให้ถึงทองตรา และแล้วบุพเพสันนิวาสก็เริ่มออกฤทธิ์ เมื่อจู่ ๆ ทองตรา ต้องขับรถมาส่งแม่ ที่โรงแรมหรู ถึงแม้คุณนายทองม้วน จะมีเชื้อเต่าล้านปีตัวสุดท้ายในโลกสิงสู่อยู่ในร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเค็มจะเขี้ยวไปซะทุกเรื่อง เพราะเป็นคนชอบเข้าสังคมชั้นสูง และเปิดโลกทัศน์ด้วยการอ่านหนังสือ เพราะรู้ว่ามันคือขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่จะทำให้มีเรื่องเล่าเม้าท์มอย ฉลาด ๆ ไปคุยกับกลุ่มก๊วนคุณหญิงคุณนาย เพื่อต่อยอดถางทางไว้ให้ลูก ได้มีที่ยืนในสังคมชั้นสูงได้อย่างสง่างาม และสำหรับเรื่องพวกนี้ คุณนายทองม้วนสู้ตาย เพราะรู้ดีว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน ถ้าจะทำให้ได้ทั้งเขยทั้งสะใภ้ที่ร่ำรวย ต่อให้จ่ายแพงแค่ไหนนางก็ยอม ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราต้องชะลอรถที่ขับมาให้ช้าลง เพราะรถคันยาวใหญ่ จอดขวางทางขึ้น-ลงหน้าโรงแรม จนรถคันอื่นไม่สามารถแทรกขึ้นไปได้ และแทนที่คนในรถจะรีบเปิดประตูก้าวลงมา กลับรอให้คนขับรถวิ่งมาเปิดประตูคอยอย่างอ่อนน้อม จนทองตราต้องหันไปมองอย่างหมั่นไส้ในความเว่อร์ทองตรามองอย่างแปลกใจ เพราะคนที่กำลังจะลงมาจากรถ แทนที่จะเป็นคุณหญิงคุณนาย กับรูปร่างประหนึ่งตุ่มสุโขทัยฝังเพชรแพรวพราว แต่กลับเป็นชายหนุ่มใส่กางเกงยีนส์สีซีด เสื้อเชิ้ตยับเยิน แม้จะเห็นเพียงด้านหลังก็ยังพอเดาได้ว่า เจ้าตัวคงเพิ่งกลับจากการแฮงเอาท์ และยังไม่สร่างเมาดีนัก เพราะท่าทีง่อกแง่กของฝรั่งยิปปี้ฟ้องอยู่ชัดๆ ทองตราย้อนกลับเข้าไปในโรงแรมเพียงก้าวแรก ภาพที่สะดุดตาคือฝรั่งยิปปี้ หน้าครึมไปด้วยไรหนวด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ยืนท้าวเคาน์เตอร์ ฟุดฟิดฟอไฟกับแหม่มสาวที่ทองตราลงความเห็นว่าเขาทั้งสกปรก และซกมกสุด ๆ แล้วทองตราก็เมินหน้าหนี และไม่ได้ให้ความสนใจอีกต่อไป ทองตราเดินไปนั่งที่โต๊ะ และเปิดเมนูอาหารที่มีแต่ภาษาอังกฤษก่อนถามบริกร โดยไม่ทันมองหน้าว่า "ที่นี่เมืองไทยทำไมไม่มีเมนูอาหารภาษาไทย" ก่อนหันไปเห็นนายหนวดสกปรก และไม่เข้าใจว่าบริกรที่นี่ทำไมถึงแต่งตัวอย่างนี้ กมลชนกอ้างไปว่า เพิ่งมารับหน้าที่ เลยยังไม่ทันเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ทองตรามองแปลกื ๆ ก่อนเลี่ยงไปสั่งอาหาร และถูกกมลชนกบริกรเจ้าของโรงแรมที่แฝงตัวมา ทำเอาทองตราแสบเข้าไส้กับเมนูอาหารที่ทองตราเห็นว่ามันไม่ใช่ สิ่งที่บริกรโรงแรมหรูจะนำเสนอสิ่งที่ไม่ดีให้แก่ลูกค้า จึงโวยวาย กมลชนกสร้างเรื่องราวให้ทองตราเข้าใจว่า การยียวนกวนประสาทใส่ลูกค้าคือพระเจ้าอย่างเธอ ทำให้กัปตันทำพิธีปัดรังควาน และไล่เขาออก แล้วยังจะส่งคนมาตามกระทืบ เพราะเขาเป็นคนทำให้ชื่อเสียงของโรงแรมหรูเสียหาย ทองตราเป็นคนทำให้กมลชนกต้องตกงานไร้ที่ซุกหัวนอน ทำให้ทองตรารู้สึกผิดในใจ ที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกไล่ออก แต่ทำได้แค่ยื่นเงินให้เพื่อช่วยเหลือ แล้วรีบเดินออกไปที่รถทันทีที่เธอไขกุญแจ นายหนวดก็พรวดขึ้นไปนั่งข้าง ๆ ก่อนส่งสายตาวิงวอน อ้อนขอนั่งไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และเลยเถิดถึงขั้นขอไปอยู่กับทองตราอย่างหน้าด้าน ๆ พร้อมพรีเซ้นต์ตัวเองว่าดียังไง ทำอะไรได้บ้าง ทั้งที่จริงแล้วเขาทำอะไรไม่เป็นเลย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ วันนี้ตามตำราโหร น่าจะมีดาวโคจรพิสดารกว่าที่เคย ที่ทำให้คนกะล่อนที่แอบรักทองตราอย่างกมลชนกจะได้มีโอกาสเข้าใกล้ทองตราได้เร็วกว่าที่คิด ในขณะที่ทองตราก็อยากจะแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตของบริกรจน ๆ ที่เธอเป็นคนทำให้เขาต้องตกงาน ถึงแม้นายคนนี้จะกวนไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ และที่สำคัญเค้ากมลชนกคงเดือดร้อนมาก ถึงขนาดไม่เรียกร้องเงินเดือนใด ๆ ให้เท่าไหร่ก็ได้ คงถูกใจคุณนายทองม้วน และมันก็เป็นเหมือนไฟท์บังคับ ที่ทำให้อยากรับเขาไว้ แต่คนตัดสินใจคือแม่เท่านั้นทันทีที่ทองตราพากมลชนกมาถึงบ้าน คุณนายทองม้วนก็เปิดบ้านให้กลายเป็นศาลไคฟง ซักฟอกชายแปลกหน้า ประหนึ่งว่าเป็นนักฆ่าร้อยศพ แต่กมลชนกก็แถไถไหลลื่นเอาตัวรอดไปได้ ส่วนเรื่องค่าจ้างนั้น คุณนายทองม้วนให้ผ่านตั้งแต่ด่านแรก ไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณนายทองม้วนลังเลใจได้ นอกจากความเป็นผู้ชายของนายมล กลัวจะมาเกาะแกะลูกสาวสุดหวง แต่ทองตรายืนยันให้แม่มั่นใจว่า ไม่มีวันที่เธอจะเอาพ่อครัวมาเป็นแฟนแน่นอน และเป็นไปตามคาด คุณนายทองม้วนยอมรับนายมล เพราะคิดและคำนวณแล้วว่าเป็นของถูกและดี และได้รับสมญานามใหม่ว่า นายมลคนครัว กับงานแรกที่ทองตรา ต้องรับหน้าที่พานายมลคนครัวไปจ่ายตลาด นายมลก็แสดงเป็นปราชญ์แสดงความชำนาญในการต่อรองราคา และซื้อหาอาหารอย่างคล่องแคล่ว จนแม่ค้าเข้าใจผิดคิดไปเอง และพูดออกมาให้ทองตราได้ยินว่า "เมียส๊วยสวย แต่ผัวดันเป็นกะเทยว่ะ" ทำเอาทองตราหน้าชา อยากจะชักขากลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น แต่กับนายมลเขาไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำครหาว่าเป็นกะเทยเลยสักนิด แต่กลับยิ่งทำท่าทางให้คนอื่นคิดว่าใช่หนักเข้าไปอีกทองตรากับนายมล ซื้อกุ้งหอยปูปลา มาทำอาหารวางเต็มโต๊ะ ทำเอาคุณพ่อนายพลยิ้มปลื้มตาลุกวาว รู้สึกประหนึ่งว่าได้ไปท่องใต้ท้องทะเลไทย หรือไม่ก็บึงฉวากในรอบหลายสิบปี ต่างจากคุณนายทองม้วนที่โมโหจนควันออกหู มองอาหารตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ชี้หน้าด่าทั้งตระกูล โดยเฉพาะนายมลคนครัวโดนหนักกว่าใคร คุณนายทองม้วนอ่านแถลงการณ์ประกาศไล่นายมลคนครัวออกอย่างเป็นทางการ เพราะทำงานนอกคำสั่ง แถมยังทำให้ทองตรากล้าละเมิดกฎของการประหยัด กล้ามาลองของใช้จ่ายเงินจนเกินงบตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน แล้ววันต่อไปจะเขียมได้ยังไง ทำให้เสียระบบ นายมลคนครัวทนไม่ไหวเถียงกันไปใส่กันไม่ยั้ง กับคุณนายทองม้วนอย่างลืมตัว และลืมไปว่าตอนนี้เป็นขี้ข้าคุณนาย และยังบังอาจสอนเรื่องการประหยัดอดออมจนเกินเหตุ ไม่รู้จะเก็บเงินไปทำไมกันนักหนา หรือจะห่อเอาไปใช้ในภพหน้า เพราะดูท่าน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ทำเอาคุณนายปรี๊ดปรอทแตกหาว่าแช่ง ชี้หน้าด่ากลับ และจะไล่ออกสถานเดียว ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่นายมลกลับได้ใจคุณพ่อนายพลไปเต็ม ๆ และรู้สึกเป็นพระคุณที่ทำให้ท่านได้รับประทานอาหารทะเลสด ๆ รอดพ้นจากการขาดสารไอโอดีน และรอดพ้นจากการเป็นคอหอยพอกได้อย่างหวุดหวิด ถึงขั้นออกตัวแรง กล้าขอร้องเมียรักไม่ให้ไล่นายมลออก เพราะถึงแม้จะเปิดประตูสู่อาเซียน ค่าแรงของนายมลก็ยังถูกกว่าค่าแรงของเขมรพม่า และลาวอยู่ดี นายมลคนครัวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เงาหัวตัวเองได้หายไป ทั้งที่ภารกิจพิชิตรักยังไม่ได้เริ่ม เลยรีบเสแสร้งแกล้งคุกเข่าด้วยท่าทีสงบ และท่าทางเคารพอย่างสูงสุด ก่อนจะนั่งพับเพียบแต้วิงวอนคุณนายแม่สุดฤทธิ์ แต่คุณนายทองม้วนไม่สน ทองตราออกหน้ารับผิดแทนนายมล ว่าเธอผิดเอง พยายามอ้างเหตุผลสารพัด และสุดท้ายก็มาจบลงตรงที่ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำวันละสามร้อย เอามาเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของนายมลที่ถูกมาก และหาไม่ได้อีกแล้วในสามภพ ทำให้สติของคุณนายพุ่งกลับเข้าร่าง ยอมให้จ้างนายมลคนครัวให้ทำงานต่อไป นายมล นึกสงสารในชะตากรรมของท่านนายพล ที่ต้องมาทนอด ทนอยาก เพราะความตระหนี่ตึ๋งหนืดของคุณนายทองม้วน เขาจัดการแอบโทรศัพท์สั่งอาหารที่โรงแรม ให้มาส่งที่บ้านทองตราทุกวัน โดยให้เงินปิดปากเด็กกำไล ให้เก็บเรื่องทุกอย่างไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราเริ่มสงสัย ไปถามแม่เรื่องเงินค่ากับข้าว ที่ให้นายมลไปในแต่ละวัน และได้รับการยืนยันว่าให้เท่าเดิม ไม่มีการเพิ่มให้เด็ดขาด แต่ทำไมถึงได้มีอาหารดี ๆ มาให้กินได้ทุกมื้อ แต่คุณนายทองม้วนกลับเห็นเป็นเรื่องดี ที่จ่ายแค่นี้ แต่ได้กินดีกว่าเดิม สั่งห้ามทองตราไม่ให้สงสัย ไม่ต้องรู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้น ทองตรา กับคุณนายทองม้วน แอบเห็นทองทิวกับนายมลคนครัว สนิทสนมกันจนเกินเหตุ แต่พอถามก็ถูกปฎิเสธว่า แค่เคยมาเสริฟ์เหล้าให้ ตอนไปปาร์ตี้กับเพื่อนที่โรงแรมก็เลยสนิทกัน ทองตราถูกแม่บังคับให้รับนัดเดทกับบรรดาชายหนุ่ม เพื่อดูตัวจนเบื่อเต็มทน แต่ก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจแม่ เพราะรู้ว่าแม่รัก และหวังดีกับเธอที่สุด และวันนี้ต้องจำใจไปพบ พูฒิพงศ์ หมอหนุ่มสุดสะอาด และกลัวเชื้อโรคในอากาศอย่างสุด ๆ ขนาดนัดมาเจอสาว ยังมีกะใจใส่หน้ากากอนามัยมาออกเดท ทำเอาทองตราหลงเข้าใจผิด คิดว่าเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ จนหมอหนุ่มยอมเปิดหน้ากากโชว์ความหล่อ และนัดครั้งหน้ากับ นายสุดประเสริฐ เลขาท่านทูต ที่คุณนายทองม้วนนัดให้มาทานอาหารค่ำที่บ้าน เพราะต้องการฝากงานให้ทองตรา และอยากได้สุดประเสริฐมาเป็นลูกเขย ทำเอาทองตราเซ็งมาก นายมลคนครัวจอมครีเอท ได้รับคำสั่งจากคุณนายทองม้วนให้จัดการเรื่องอาหารให้ดี อย่าให้เสียหน้า แต่จ่ายเงินเท่าเดิมเดี๊ยะ แต่นายมลก็ไม่บ่นอะไร เพราะรู้นิสัยว่าที่แม่ยายดี จึงสั่งพนักงานเข้ามาทำอาหารเพื่อรับรองแขก โดยอ้างว่าไหว้วานเพื่อน ๆ ให้มาช่วยทำ อาหารทุกอย่างออกมาหน้าตาดูดี สมกับความเจ้ายศเจ้าอย่างของเลขาท่านทูต ที่ทำตัวโอเวอร์คุยโวโอ้อวดตลอดเวลา ทำเอาท่านนายพลหมั่นไส้ และคอยเบรกจนหัวทิ่มไปหลายดอก จนโดนคุณนายทองม้วนส่งสายตาอำมหิตใส่ ส่วนนายมลก็อาสาเข้ามาเป็นบริกร เสิร์ฟอาหารให้อย่างใกล้ชิด นายมลมองนาฬิกา และรู้ว่าได้เวลาอาหารเป็นพิษแล้ว เมื่อเลขาท่านทูตเริ่มทนไม่ไหว จะตะกายไปเข้าห้องน้ำที่ถูกสั่งปิดตายอย่างไร้สาเหตุไปเสียทุกห้อง จนทำเอาท่านเลขาทูตต้องกลั้นกลืนฝืนของเสียเอาไว้ จนเกือบได้ตายคาบ้าน และต้องเรียกรถพยาบาลมาหามท่านเลขาออกไปในที่สุด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ นายมลคนครัวและผองเพื่อนต่างดีใจ ที่ไล่คู่แข่งจนกระเจิงกลับไป แต่สุดท้ายก็ถูกกรรมตามสนองในทันที เมื่อทองตรารู้ทัน และจัดการให้นายมลกินอาหารเหล่านั้นเข้าไป และไม่นานก็ถูกหามไปส่งโรงพยาบาล นอนเคียงข้างสุดประเสริฐเลขาท่านทูต ที่ต่างนอนอ่อนล้า มองตากันปริบ ๆ กมลชนกในนามนายมลคนครัว เอาใบสมัครงานที่โรงแรมของตัวเองมาให้ทองตรา อ้างว่า รู้มาจากเพื่อนว่าเขารับฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหวังดีอยากให้ทองตราลองไปสมัครงานดู ทองตราแปลกใจกับข้อความในใบสมัคร ที่มักจะถามแต่เรื่องส่วนตัว ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับงาน แต่นายมลก็หาเหตุผลมาอ้างว่ามันเป็นคำถามเชิงจิตวิทยา จนทองตราต้องจำใจเขียนแล้วส่งไปงั้น ๆ ท่านนายพลบ่นคุณนายทองม้วนเรื่องชอบยุ่งวุ่นวาย จนไปทำลายความเป็นส่วนตัวของทองตรา เพราะเขาโตแล้ว แต่คุณนายก็ไม่สนใจ เพราะกลัวบรรดาพวกผู้ชายที่ไม่เข้าตา จะมาแอบจีบลูกสาว ก่อนจะเปิดจดหมายฉบับล่าสุด แล้วตาโตวิ่งหน้าตื่นไปหาทองตรา ว่าถูกเรียกตัวให้ไปสัมภาษณ์ ทองตรา จำใจต้องไปสัมภาษณ์งานกับคุณนายทองม้วน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ทองตราไปคนเดียว และได้รู้ว่าโรงแรมนี้มีนายกมลชนก เพื่อนของทองทิวเป็นเจ้าของ และมอบหมายให้ คุณกาญจนา (สาวิตรี สามิภักดิ์) ผู้แป็นแม่มาสัมภาษณ์ทองตราแทน คุณกาญจนากับคุณนายทองม้วน แอบเม้าท์ลูกชายของตัวเองอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ และได้รู้ว่านายกมลชนกไม่รู้หายหัวไปไหนเป็นเดือน ได้แต่สั่งงานทางโทรศัพท์ คุณกาญจนาตกลงที่จะรับทองตราไว้ในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ และให้เงินเดือนอย่างงาม ทำเอาคุณทองม้วนดีใจสุด ๆ แต่ทองตราตรากลับสงสัยว่ามันทำไมง่ายดายนัก ความลับของนายมลคนครัวแตกดังโพละ เมื่อทองตราสงสัย และไล่ต้อนเด็กกำไล จนยอมเปิดปากว่า นายมลไม่เคยทำกับข้าวอะไร พอถึงเวลาก็มีรถคันใหญ่เอาอาหารมาส่งให้ และเขาเอาเงินปิดปาก แถมยังจ้างให้ถอนผมหงอกแบบเหมาจ่ายอีกต่างหาก นายมลคนครัวถูกทองตราไล่ออก เพราะไม่ยอมเปิดปากพูดความจริงในสิ่งที่ได้ทำ ท่ามกลางการคัดค้านของคุณนายทองม้วน ที่คราวนี้กลายมาเป็นโต้โผใหญ่ เพราะเสียดายอาหารดี ๆ ที่เคยได้กินฟรีจากนายมล แต่ก็เอาไม่อยู่ เพราะทองตราเอาจริง และไม่ชอบคนที่ไม่จริงใจ ทำอะไรไม่เคลียร์ ทั้งที่ลึก ๆ ก็แอบใจหาย กับความสุขเล็ก ๆ และเสียงหัวเราะที่กำลังจะหายไปจากบ้าน แต่ก็ต้องตัดใจ ทองตราไปทำงานวันแรก และได้พบกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ชื่อกมลชนก ที่มีแววตาคล้ายนายมลคนครัว แต่เขาดูเนี๊ยบ เฉียบ เท่ เหมือนหนุ่มเกาหลีที่แสนอบอุ่น ต่างจากนายมลคนครัวที่เธอรู้จัก กมลชนกรู้สึกพอใจที่ยอมเชื่อผู้ใหญ่อย่างแม่เป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้าแม่สั่งนักสั่งหนาว่า ให้ไปโกนหนวดโกนเครา ตัดผมเพ้าที่ยุ่งเหยิง แต่ก็ไม่เคยทำตามสักที จนมาเจอทองตรา แม่แค่บอกว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่คิดจะมารักกับลิงอุรังอุตังอย่างแก แค่นั้นมันก็รีบแจ้นไปทำหล่อเพื่อเปลี่ยนลุคส์ใหม่ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แขไขไฉไล (อัมราภัสร์ วรรธนะกุล) สาวไทยไซส์นอก อดีตหวานใจนายกมลชนก ที่เกือบจะได้ครองตำแหน่งมาดามเจ้าของโรงแรม แต่ดันไปปันใจให้ฝรั่งที่รวยมากกว่า แต่ก็ไปไม่รอดและซมซานกลับมาหาแฟนเก่า เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยความมั่นใจว่ายังไงกมลชนกคงไม่หนีไปไหน แต่มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เมื่อตอนนี้มี ยูริ (ภคภรณ์ เลิศช่ำชองกุล) สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นไซส์มินิ และคิกขุสุด ๆ กับนักท่องเที่ยวลูกค้าขาประจำ สาวมั่นชาวเกาหลี หน้าสวยผิวใสอย่าง อึนเฮ (รัดเกล้า แจ่มอุลิตรัตน์) ต่างเดินทางมาหากมลชนกอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมิได้นัดหมาย ทองตราถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่า จากตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์ให้มาเป็นเลขาหน้าห้องของกมลชนก มีหน้าที่หลัก คือคอยกีดกันบรรดาสาว ๆ โจทย์เก่าของเจ้านายไม่ให้มารบกวน เป็นภารกิจที่ทองตราไม่ชอบ แต่จำใจต้องทำตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย และเธอก็ทำได้ดี ทำหน้าที่ได้อย่างถึงกึ๋น ในการไล่กิ๊กสามสัญชาติของเจ้านาย แต่ก็ทำให้มีศัตรูเพิ่มได้อย่างไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้กมลชนกยิ่งหลงรักทองตราถึงขั้นคิดจริงจัง กมลชนกไปปรึกษาแม่ ให้ช่วยดูทองตรา ผู้หญิงคนแรก และคนเดียวที่เขาคิดจะจริงจัง แต่แม่ก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อถือ กมลชนกยืนยันว่าทองตราเป็นคนเดียวที่อยากให้แม่ช่วยดู และร่วมตัดสินใจ ขอให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาเลือกคนที่จะมาเป็นเมีย และเป็นแม่ของลูกได้ไม่ผิดพลาดอีกต่อไปเป็นครั้งแรกที่คุณกาญจนาเริ่มจะเชื่อน้ำยาลูกชาย เพราะเห็นความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองของกมลชนก ที่หันมาเอาการเอางาน และทำงานทุกอย่างได้ดีไม่มีที่ติ จึงยอมตกปากรับคำ กมลชนกต้องการจะลองใจทองตรา เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นคนแบบไหน ชอบคนที่เงิน หรือที่หน้าตา เพื่อหาบทพิสูจน์รักแท้ และหาสะใภ้คนดีมาให้แม่ได้ชื่นใจ คุณกาญจนาเรียกทองตราเข้าไปพบ เพื่อให้ช่วยดูแลงานของกมลชนก และเริ่มมอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้ จนเริ่มสนิทสนมคุ้นเคยกัน ทองตรามาบอกพ่อกับแม่ว่า กมลชนกนัดจะพาครอบครัวไปเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อขอบคุณที่ทองตราทำงานให้เขาได้เป็นอย่างดี ทำเอาคุณนายทองม้วนตาโต และแต่งตัวเต็มยศ ไม่ลืมที่จะบังคับให้ท่านนายพลใส่สูทอย่างดี เพื่อไปกินอาหารฟรีกับเศรษฐีเจ้าของโรงแรม และไม่ลืมเอาเด็กกำไลติดตามไปด้วย กมลชนกมาพร้อมกับรถหรู รับทุกคนออกไป แต่ไม่ใช่ร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารบุฟเฟ่รถเข็นริมน้ำ ที่มีเก้าอี้ แต่ไม่มีแอร์ ถ้าไม่มีคิว สั่งปุ๊บได้ปั๊บ ทำเอาคุณนายทองม้วนผิดหวังอย่างแรง ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาลบเหลี่ยมความเขี้ยวความเค็มเธอได้ แต่ลูกชายเศรษฐีคนนี้ ที่มีเงินตั้งมากมาย ทำไมใจแคบทำให้เสียอารมณ์ เพราะเริ่มร้อน และชุดเริ่มรัด จนทนไม่ไหว บ่นกับกำไลว่า ถ้ารู้ว่าจะมาที่นี่จะได้ใส่ผ้าถุงมา ขณะที่ทองตรา กับท่านนายพลกลับชอบใจในบรรยากาศสบาย ๆ ที่นี่ กมลชนกเห็นทองตราเหม่อมองชายหนุ่มที่ยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา ทำให้นึกถึงนายมลคนครัว ผู้ชายที่ทำให้ชีวิตของเธอมีสีสัน ถึงแม้จะเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เธอก็ยังไม่เคยลืมมัน จนกมลชนกร้องถามว่าเป็นอะไร ทองตราบอกไปตามความจริงว่า นึกถึงคนครัวที่เพิ่งลาออกไป ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทำเอาเขาแอบยิ้มกระหยิ่มในใจกมลชนกนัดทองทิวมาปรึกษาเรื่องปัญหาหัวใจ และให้มารับโอนผู้หญิงในสต๊อกไปให้ห่าง ๆ เพราะกลัวทองตราจะระอา และถอดใจไปจากเขา ทองทิวเตือนให้กมลชนกระวังตัวไว้ เพราะทองตราไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ใครมาทำอะไรให้เป็นเรื่องเล่น ถึงทองตราจะเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผล และมีความอดทนสูง แต่อย่าได้ทำให้เธอโกรธอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ว่าใครก็เอาเธอไว้ไม่อยู่ ถ้ากมลชนกไม่ได้คิดที่จะจริงจังจริงใจ ก็รีบถอยให้ไกลจากทองตรา แต่กมลชนกไม่ยอม และยืนยันว่ารักจริงหวังแต่งแน่นอน กมลชนกเริ่มเปิดใจ และแสดงท่าทีว่ามีใจให้กับทองตรา ก่อนจะพาทองตราไปที่บ้านหลังใหญ่ มีการจัดแสดงโชว์อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อลองใจทองตรา ก่อนจะพาไปเดินชมของมีค่า แต่ทองตราก็มีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการระริกระรี้เหมือนแขไขไฉไล ยิ่งทำให้กมลชนกไม่เข้าใจว่าทองตราคิดยังไง และคิดอะไรกับเขาอยู่ เพราะความเงียบเรียบเฉยของทองตรา เป็นสิ่งที่ยากต่อความเข้าใจของเขาเสมอ วันนี้ทองตราได้เห็นปราสาทหลังงามของแม่ วันหน้าเธอจะได้เห็นกระต๊อบของเขาแล้ววันนั้น มันจะเป็นบทพิสูจน์บทสุดท้ายว่า เขาและเธอจะเลือกเดินไปในทิศทางใด จะได้รักกัน หรือเลิกลากัน ก็สุดแล้วแต่บุพเพสันนิวาสจะพาไป ทองตราเริ่มต่อจิกซอร์แห่งความสงสัยในสมอง กับพฤติกรรม และความเชื่อมโยงกันของนายมลสองคน จนต้องกลับไปถามทองทิวอีกครั้ง เรื่องเพื่อนชื่อกมลชนก คนรวย กับนายมลคนจน ที่พี่ชายได้ไปรู้จักคนทั้งคู่ แต่ทองทิวก็แถไป เพื่อให้น้องสาวไม่สงสัยเพื่อนรัก ว่ามีเพื่อนชื่อมล สองมล ให้ตรงกันกับคำให้การของกมลชนก ที่เคยตอบคำถามนี้กับทองตรามาแล้ว แต่ในใจเธอก็ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี ทองตรารู้สึกได้ตามสัณชาตญาณ ว่าการกระทำของนายมลคนรวย ที่กำลังตามรุกเพื่อจะขอความรักไปพร้อม ๆ กับกำลังลองใจ และใช้วัตถุมาเป็นตัวล่อ คงคิดว่าผู้หญิงจะต้องเลือกที่จะเป็นฝ่ายวิ่งไปหาคนรวยสำหรับทองตรา เธอจะเป็นฝ่ายเลือก ไม่ยอมให้ใครมาเลือก เพื่อไปเป็นของเล่นคนรวยโดยเด็ดขาด และยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ว่าควรจะยอมเปิดรับนายกมลคนรวยให้เข้ามาปรับพื้นฐาน เพื่อปูทางที่จะลองคบหาดูใจกันไปดีหรือไม่ ถ้าดูจากฐานะ ผู้หญิงที่หวังความสุขสบาย ย่อมไม่รีรอกับเศรษฐีที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่ลึกลงไปในหัวใจของทองตรา มันเหมือนมีเส้นบาง ๆ มาขวางกั้นความรู้สึกของทองตรากับกมลชนกไว้ เพราะผู้ชายต่ำต้อยน้อยค่าอย่างนายมลคนครัว ที่ถึงแม้จะถูกไล่ออกไป แต่เขาก็คงมีน้ำใจ ยังโทรเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวเป็นระยะ ทองตราจอดรถหน้าซอยที่คับแคบ ลงไปถามหานายมลคนครัวตามที่อยู่ที่เขาเคยให้ไว้ว่าให้เดินตรงแหน่วไปจนกว่าจะผ่าน หมู่บ้านอึกทึกนิเวศน์ ที่มีเด็กวิ่งเล่นกันเกรียวกราว มีสุ่มเป็ด สุ่มไก่วางระเกะระกะเป็นระยะ แล้วเดินตรงไปจนสุดซอย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ สุสานนิเวศน์ ทองตรามองป้ายไม้กระดานที่เขียนด้วยถ่าน ที่นายมลตอกติดไว้ริมรั้ว ถัดไปมีกระดาษผูกเชือกเขียนไว้ว่า ห้ามรบกวน เจ้าของบ้านไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้จ้ะ ฯลฯ ทองตรามองเข้าไปในบ้านโกโรโกโสทาสีโอ๊ค แต่ไม่เห็นใคร เลยต้องเอาถุงขนมที่ซื้อมาฝากไปวางไว้ให้ในบ้าน และเขียนจดหมายฝากบอกนายมลไว้ ราชากับยาจก คำนี้ทองตราใช้เปรียบเทียบนายมลคนครัว กับนายมลคนรวย ที่ยังคงเป็นเรื่องค้างคาในใจ และทำให้สับสนได้ทุกเมื่อ ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ทั้งที่ในใจมันบอกว่าใช่ แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธง เลยต้องรอดูต่อไป กมลชนกขาดความมั่นใจ ไปปรึกษาจนแม่รำคาญ ด่าว่าจะหาเมียสักคนยังต้องมาถามแม่ แล้วต่อไปจะไปเป็นพ่อคนได้ยังไง ถ้าไม่แน่ใจในตัวผู้หญิงแสดงว่าโง่ แต่ถ้าไม่แน่ใจในตัวเองแสดงว่างั่ง ทำเอาเขารับไม่ได้ เถียงแม่กลับไปว่า เคยเป็นแต่พ่อครัว ไม่เคยเป็นพ่อคนแล้วจะรู้ได้ยังไง กมลชนกเลือดขึ้นที่โดนแม่บังเกิดเกล้าหยามศักดิ์ศรีชายชาตรีอย่างเขา จึงตัดสินใจโทรไปหาทองตรา อ่านแถลงการณ์รัก พร้อมกับขอแต่งงานอย่างเท่ ๆ แมน ๆ ทองตราด่ากลับ หาว่าบ้า และมีพฤติกรรมคุ้มดีคุ้มร้าย ชอบคิดอะไรทำอะไรแปลก ๆ แล้วจะมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าเอาไปทำพันธ์ กมลชนก ถูกทองตราปฏิเสธ จนหน้าหงายเงิบกลับไปอย่างไร้เยื่อใย และไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจได้ขนาดนี้ แต่เขาก็ยังพอใจ ที่ได้รู้ว่าทองตราไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงินขณะที่ทองตราก็หอบความเครียด และหอบความคานอันใหญ่ ไปเล่าให้พ่อฟัง ว่าได้ปฏิเสธการแต่งงานจากนายมลคนรวย เพราะคนรวยไม่จริงใจ ชอบลองใจ มันเหมือนดูถูกกันชอบคิดว่าเราโง่ พ่อสอนทองตราเรื่องความรัก บอกถึงความต่างของคนชื่อมลสองคน นายมลคนครัวเป็นคนที่มีความสุข มองคนทั้งโลกคือเพื่อน สรรพสิ่งในโลกเป็นของเล่นมีโลกอยู่ในกำมือ แต่นายมลคนรวย มีรถคันใหญ่ แต่งตัวโก้ ทำตัวหมุนไปตามโลกจนหัวปั่น หัวหมุน อยู่กับเกียรติยศเงินตรา สรรพสิ่งในโลกต้องไขว่คว้ามาให้ได้ เห็นคนทุกคนคือคู่แข่ง นี่คือสิ่งที่คนสองคนต่างกัน ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ในที่สุด ทองตราก็ได้ล่วงรู้ว่าที่แท้นายมลสองมลก็คือคน ๆ เดียวกัน ที่ทำเอาทั้งโมโห ทั้งเจ็บใจ เมื่อสิ่งที่คิดไว้มันเป็นเรื่องจริง แต่กลับถูกพี่ชา กับนายกมลชนกเพื่อนซี้หลอกเอา ทั้งที่เธอเฝ้าเพียรถามด้วยความสงสัยมาตลอด แต่ทองตราก็ยอมรับกับพ่อ และแม่ว่าชอบนายมล และอยากที่จะพิสูจน์กลับเขาบ้าง ด้วยการไม่ยอมติดต่อกลับไป และไม่ยอมให้พบหน้า ทำให้กมลชนกเครียด และคิดว่ารักครั้งนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำเอาเขากลายเป็นคนอกหัก จนกาญจนาเห็นใจในรักแท้ของลูกชายกมลชนกได้รับโทรศัพท์จากทองตรา ด้วยความดีใจ และมีความหมายสุด ๆ ทองตรานัดให้เขาไปที่บ้าน เพื่อรับประทานอาหารเย็น และได้เห็นทองตรายืนหน้ามั่นกมลชนกรีบปรี่เข้าไปหาทองตรา ขอคุยและเคลียร์เรื่องทุกอย่าง เพื่ออธิบายขอให้ทองตราได้เข้าใจ และให้ชอบแก่นแท้ แต่อย่าได้พาลไปเกลียดกระพี้ ซึ่งมันไม่ถูก เขาเกิดมารวยมันผิดตรงไหน เหตุผลที่ต้องลองใจ เพราะเขาเคยเจอแต่คนที่คิดจะมาปอกลอก มาเพื่อผลประโยชน์ และความสุขสบาย แต่สำหรับทองตราไม่ใช่ และไม่ว่าเขาจะเป็นนายมลคนไหน จะรวยหรือจนยังไง เขาก็มั่นใจว่าทองตราจะไม่มีวันทิ้งเขา ทั้งคู่ได้ทำความเข้าใจ และได้ตามหาหัวใจกันจนเจอ ทองตรากับกมลชนก เดินเคียงคู่วนอยู่รอบสนาม เพื่อทำความตกลงกันว่า รสแห่งชีวิตในกายภาคหน้าจะปรุงด้วยรสใดบ้าง เพราะการที่มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต บางคน...ต้องการความหวานเพิ่ม เพื่อให้ความแห้งแล้งในหัวใจมลายหายไป บางคน...ต้องการความเผ็ด เพื่อให้ชีวิตที่ชืดชา กลับมาผาดโผน บางคน...ต้องการความเค็ม เพื่อมิให้ความฟุ่มเฟือยพาความพินาศมาให้ อีกหลายคน...อยากเติมรสเปรี้ยว เพื่อรูปลักษณ์ที่ใหม่ขึ้นน่าดูขึ้น ชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ติดตามชมความสนุกสุดกวนของละครรักโรแมนติก และพบกับเรื่องราวเหล่านี้ ได้ในละคร พ่อครัวหัวป่าก์ ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2560 นักแสดงนำละคร พ่อครัวหัวป่าก์ หลุยส์ สก๊อต รับบท กมลชนกรณิดา เตชสิทธิ์ รับบท ทองตราสาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท กาญจนาทูน หิรัญทรัพย์ รับบท พลตรีรณยุทธดวงตา ตุงคะมณี รับบท คุณนายทองม้วนบรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ รับบท ทองทิวอนันท์ บุนนาค รับบท อาเทวาอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท แขไขไฉไล ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไววิทย์ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กำไลสวิส เตชภูวนนท์ รับบท เบสจิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร รับบท ลุงเชฟปราโมทย์ เทียนชัยเกิดศิลป์ รับบท แบมบี้นาตาชา จุลานนท์ รับบท มินนี่เกวิน ฌ็อง โดนาร์ท รับบท โอ๊ค

จินตหรา พูนลาภ รำบวงสรวงพญานาค ก่อนถ่ายMV ใจช้ำที่คำชะโนด ในสถานที่จริง
จินตหรา พูนลาภ /  จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม / 

    แม้จะเป็นเพียงตำนาน แต่ ป่าคำชะโนด ก็มีเรื่องราวเล่าขานตามความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ที่ชาวจังหวัดอุดรธานี และชาวอีสานต่างให้ความเคารพนับถือ ไม่เว้นแม้แต่ หมอลำสาวเสียงพิณ จินตหรา พูนลาภ อาร์สยาม ซึ่งมีความศรัทธาอยู่ไม่น้อย และเมื่อถึงเวลาที่ต้องถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลงใหม่สไตล์หมอลำ ใจช้ำที่คำชะโนด ในสถานที่จริง งานนี้ จึงต้องมีการบวงสรวง และรำถวายเพื่อบอกกล่าว และขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โดยสาวจินเปิดใจถึงเบื้องหลังการทำงานครั้งนี้ว่า     “เพื่อความสมจริง เราเลยตั้งใจไปถ่ายทำมิวสิควิดีโอกันที่ คำชะโนด จ.อุดรธานี เลยค่ะ โดยจะก่อนเริ่มงานก็จะรำบวงสรวงศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ ซึ่งทีมงานขอให้ จิน รำถวายด้วย ทั้งๆ ที่ จิน ไม่ได้ซ้อมมาก่อนเลย แต่ปรากฏว่า จิน กลับรำไปพร้อมขบวนได้แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว มือไม้ฟ้อนกวัดไกวในท่าเดียวกันกับน้องๆ นางรำได้จนจบ จิน มีความรู้สึกว่าเนื้อตัวเบาแปลกๆ ในใจคิดแค่ว่าอยากจะรำถวาย นาคาศรีสุทโธ-นาคีศรีปทุมมา เท่านั้น ส่วนเรื่องราวในมิวสิควิดีโอจะเล่าเกี่ยวกับพระเอกที่เคยให้คำมั่นสัญญากับนางเอกก่อนที่จะเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ แต่พอเขากลับมาในช่วงวันออกพรรษาเขากลับผิดคำมั่นสัญญาพาหญิงคนอื่นมาเย้ย ทำให้เกิดเหตุการณ์ลมพัดอย่างรุนแรง เหมือนเป็นการบ่งบอกให้รู้ว่าคนที่ผิดคำสัญญานั้น จะต้องได้รับการลงโทษ แต่สุดท้ายเรื่องราวจะคลี่คลายลงอย่างไร ฝากแฟนเพลงติดตามชมมิวสิควิดีโอ ใจช้ำที่คำชะโนด ได้ที่ช่อง สบายดี ทีวี และ YouTube Rsiammusic เด้อค่ะ ”

รวบแล้ว!! สาวแอบอ้างชื่อ หญิงแม้น เข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
หญิงแม้น /  แอบอ้างชื่อ หญิงแม้น

    หลังมีคนแอบอ้างใช้ชื่อของ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต ในการเข้าร่วมพระราชพิธี สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในสถานที่ที่กำหนดไว้ให้ราชนิกุล โดย ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ได้เข้าลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้นำตัว น.ส. อโนทยาพัฒน์ สิทธีรผล อายุ 27 ปี มาสอบปากคำ โดยเจ้าตัวได้สารภาพว่าแอบอ้างเป็น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต เข้าไปในพระราชพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และนำบุคคลอื่นเข้าไปอีก 12 คน จริง ขณะนี้อยู่ระหว่างขอศาลออกหมายจับ น.ส.อโนทยาพัฒน์ ในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @yingmann หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต   หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต   หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต   หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต