ศาลฏีกา

คุก 1 ปี! 'พร้อมพงศ์-เกียรติอุดม' ไม่รอลงอาญา
คดีหมิ่น /  พร้อมพงศ์ / 

ศาลฎีกายืนคุก 1 ปี 'พร้อมพงศ์-เกียรติอุดม' ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอาญา รัชดา อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานีพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 1 - 2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2553 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ร่วมกันแถลงข่าวว่านายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประพฤติตนไม่เหมาะสม ไม่น่าเชื่อถือ ขัดต่อจริยธรรมของตุลาการ ขาดความยุติธรรม และความเป็นกลาง เป็นเหตุให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทั้งนี้ ศาลชั้นต้น สั่งลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 2 คนละ 1 ปี ปรับ 5 หมื่นบาท โทษจำคุก ให้รอลงอาญา 2 ปี ขณะที่ศาลอุทธรณ์ สั่งแก้โทษ จำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา และไม่มีการปรับเงิน ซึ่งศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ล่าสุดวันนี้ (24ก.ค.58) เวลา 09.30 น. ศาลฎีกาฯ พิพากษายืนให้ นายพร้อมพงศ์ และนายเกียรติอุดม มีความผิด สั่งจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ขอบคุณข้อมูล/ภาพ voicetv ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ผบช.น. แถลงจับกุม หนุ่มขับเก๋งยาริสแดงจอมปาด
ขับซิ่ง /  ซิ่ง / 

ผบช.น. แถลงผลจับกุมตัว หนุ่มซิ่งเก๋งยาริสแดง แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถหวาดเสียวและไม่คำนึงความปลอดภัยของผู้อื่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดง หมายเลขทะเบียน 2กฌ1098 กทม. ขับขี่เปลี่ยนช่องทางไปมา บนถนนรามอินทราขาเข้า เป็นเหตุให้นายสำเริง กาพิมาย ผู้ขับขี่รถกระบะวีโก้ สีขาว เปลี่ยนช่องทางเดินรถ เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทั้งยังส่งผลให้รถจักรยานยนต์ที่ขับตามมาเสียหลักล้มลง วันนี้ (14 ก.ค. 58) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้แถลงผลจับกุมตัว นายชาตรี ลิ้มกุล อายุ 26 ปี คนขับรถยาริสสีแดงคันดังกล่าว ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ขับขี่รถในลักษณะหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับก่อนควบคุมตัว นายชาตรี ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ต่อมา เวลา 15.30 น. ศาลได้พิพากษาคดี ให้ลงโทษ นายชาตรี ในฐานความผิดดังกล่าว โดยให้ปรับเป็นเงินจำนวน 500 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ ศาลยังได้ปฏิเสธ กรณีที่ตำรวจได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ยึดรถของนายชาตรี ด้าน พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางชัน กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำ นายชาตรี เพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบสภาพรถว่ามีการดัดแปลงจากเดิมหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมต่อไป ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ขั้นตอนสุดท้าย!! เบนเตเก้ เตรียมตรวจร่างกายซบหงส์จันทร์นี้
คริสติย็อง เบนเตเก้ /  ลิเวอร์พูล / 

ใกล้ได้ข้อยุติกันสักที หลังจากปล่อยให้สาวก "เดอะค็อป" อดใจรอการเปิดตัวกันมาพักใหญ่ สำหรับดีลมหากาพย์ของ คริสติย็อง เบนเตเก้ ดาวยิงตัวเก่งของ แอสตัน วิลล่า ที่เตรียมเดินทางมาตรวจร่างกายกับ ลิเวอร์พูล ภายในวันจันทร์นี้ ตามรายงานจากสื่อเมืองผู้ดีอย่าง talkSPORT ดาวยิงดีกรีทีมชาติ เบลเยี่ยม วัย 24 ปี กำลังจะกลายเป็นแข้งตัวใหม่ของ "หงส์แดง" แบบ 100% ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังจาก ลิเวอร์พูล เตรียมจ่ายค่าฉีกสัญญาด้วยมูลค่า 32.5 ล้านปอนด์ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งปล่อยปีกตัวจี๊ดอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปอยู่ แมนฯซิตี้ แถมยังได้เม็ดเงินมาหาศาลถึง 49 ล้านปอนด์ มาเป็นค่าใช้จ่ายในดีลของ เบนเตเก้ อีกด้วย ทั้งนี้ฤดูกาลที่ผ่านมา (2014/15) คริสติย็อง เบนเตเก้ สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับ "สิงห์ผงาด" ด้วยการสังหารตาข่ายไป 15 ประตู จากการลงสนามทั้งหมด 33 นัด

แก้เผ็ด ปั้นหุ่นอาเบะยืนคำนับ ส่อขอโทษย่ำยีจีนสมัยสงครามโลก
ขอโทษ /  ชินโสะ อาเบะ / 

สุดแสบ จีนปั้่นหุ่นยนต์รูปชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น พร้อมทำท่าโค้งคำนับขอโทษกลางงานนิทรรศการในเซี่ยงไฮ้ สื่อนัยยะกดดันให้ญี่ปุ่นขอโทษ ปมความขัดแย้งในอดีต วันนี้ (16 ก.ค.) สำนักข่าว 'เซี่ยงไฮ้อิสต์' รายงานข่าวกรณีการผุดหุ่นยนต์ของนาย 'ชินโสะ อาเบะ' ผู้นำประเทศญี่ปุ่น เท่าขนาดจริง กำลังยืนโค้งคำนับตามธรรมเนียนของชาวแดนอาทิตย์อุทัย ตั้งอยู่ในงาน Ciros งานแสดงหุ่นยนต์นานาชาติ ที่จัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ สร้างความฮือฮาให้กับผู้เข้าชมนิทรรศการชาวจีนที่หลั่งไหลมากร่วมงานเป็นอย่างมาก ทั้งนี้มีผู้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวของจีน เป็นการส่อนัยยะความขัดแย้งของสองชาติที่มีในอดีต ที่ก่อตัวขึ้นนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเกิดขึ้นหลังจากที่สองไม้เบื่อไม้เมาเชื้อเฉือนกันในความไม่สงบที่เกิดขึ้น ประเด็นที่ครั้งหนึ่ง กองทัพญี่ปุ่นได้เดินทางลุกล้ำเข้ามาในประเทศจีน และย่ำยีคนในชาติจีน ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รวมทั้งเหตุการณ์ 'วิกฤตการณ์นานกิง' ซึ่งเป็นบาดแผลใหญ่ที่ชาวญี่ปุ่นฝากไว้ ในการสังหารหมู่ชาวจีน ทว่า เมื่อไม่นานมานี้ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น ได้สร้างความขุ่นเคืองแก่ชาวจีน รวมถึงชาวเกาหลีใต้ แลัสหรัฐฯ ด้วยการไม่เดินทางไปเยือนศาลเจ้าบรรพชนนักรบญี่ปุ่น 'ยาสุกุนิ' ด้วยตัวเอง แต่กลับส่งเครื่องสักการะชื่อ มาซากากิ (masakaki) หรือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่อศาลเจ้ายาสุคุนิไปแทน เนื่องจากศาลแห่งนี้ เป็นศาลที่ทั้งจีนและเกาหลีใต้เกลียดชัง ด้วยเหตุผลที่ทั้งสองประเทศมีประวัติศาสตร์การถูกข่มเหง กระทำชำเราร่วมโดยกองทัพญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกกำลังปะทุ ส่งผลให้ สองประเทศมองศาลเจ้ายาสุกุนิเป็นเสมือนสัญลักษณ์ “การยังคงอยู่ของลัทธิทหารนิยม” ในญี่ปุ่น พร้อมกันนี้ ประชาชนชาวจีน ต่างแสดงทัศนะ เกี่ยวกับหุ่นยนต์ผู้นำญี่ปุ่นแตกต่างกันออกไป ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา shanghaiist

ดราม่าลองวีคเอนท์ : ปิดคดีติ๊งต่างอยากให้ตายแต่ไม่ตาย, ตลกร้ายชีวิตพยาบาล ฯลฯ
ติ๊งต่าง /  น้องไอซ์ / 

ดราม่าลองวีคเอนท์ : สาวม.6 ส่งข้อสอบเปล่า, ตลกร้ายนี่แหละชีวิตพยาบาล, ปิดคดีติ๊งต่างอยากให้ตายแต่ไม่ตาย, หนังคนละม้วนแม่ลูกเดินเท้า และเผยโฉม! พริตตี้สาวพัวพันคดีเสี่ยชูวงษ์ ร้อนฉ่าเรียกดราม่าตั้งแต่ต้นจนถึงวันสุดท้ายของสัปดาห์ เพราะข่าวมากมายหลายอารมณ์ที่เข้ามาขย่มจิตเขย่าใจ จนทำคนออนไลน์พากันแชร์แสดงความเห็นมากมาย วันนี้ MThai News จึงได้รวบรวมกระแสข่าวเหล่านั้น มาให้ได้ย้อนรำลึกหวนให้อ่านกันอีกครั้ง ว่าคนไทยในสังคมออนไลน์ชอบแชร์ข่าวส่งคลิปอะไรบ้าง? 1. สาวม.6 ส่งข้อสอบเปล่า?  เริ่มกันที่ข่าวแรกกับข่าวนักเรียนสาวชั้น ม.6 ใจเด็ดกล้าส่งกระดาษคำตอบเปล่า ๆ ในข้อสอบวิชา "หน้าที่พลเมือง" ซึ่งเธอไม่ได้ปิดถึงสาเหตุ ว่าทำไมถึงคิดทำกล้าที่จะแตกต่างไม่เหมือนเพื่อนคนอื่นแบบนั้น อยากรู้ใช่ไหมว่าเพราะอะไร ? ไปติดตามได้จากข่าวนี้เลย (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่น ๆ **เนติวิทย์ ชื่นชมน้องไนซ์ หลังอารยะขัดขืนส่งข้อสอบเปล่า ** เปิดคำน้องไนซ์ เพราะ?อารยขัดขืน ส่งข้อสอบเปล่า’วิชาพลเมือง’ 2. ปิดคดีติ๊งต่าง อยากให้ตายแต่ไม่ตาย . . ข่าวที่ 2 มองไปที่บทสรุปของคดีดัง ที่ผู้ต้องหาชื่อติ๊งต่าง คนร้ายก่อเหตุโหดฆ่าข่มขืนเด็กหลายรายทั้งชาย-หญิง โดยคดีนี้สังคมต่างเทใจเรียกร้องให้ประหารเพราะเกินจะรับไหวในพฤติกรรม แต่แล้วกาลกลับพลิกผู้ต้องหาใจโหดกลับรอดแม้ศาลได้สั่งปลิดชีพ แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ต้องไปพบหน้าพญามัจจุราชแม้สังคมจะต้องการแบบนั้น ต้องไปอ่านต่อจากข่าวนี้แล้วละ (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่น ๆ ** ย้อนรอย! เจาะพฤติกรรม ‘ติ๊งต่าง’ ฆาตกรโหดฆ่าข่มขืนเด็ก 3. ตลกร้ายนี่แหละชีวิตพยาบาล ถูกส่งต่อและแชร์ว่อนเน็ต สำหรับความเป็นจริงในอาชีพพยาบาล ที่ตลกร้ายจนขำแทบไม่ออก เพราะต้องแกร่ง และทรหด หากคิดจะเดินบนเส้นทางสายนี้ บอกแบบนี้คงไม่เห็นภาพ ลองไปติดตามจากข่าวนี้แล้วคุณจะร้องอ๋อว่ามันใช่โดนใจจริง ๆ (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่น ๆ ** ชื่นชม พยาบาล ปันน้ำนมจากอก ให้ลูกคนไข้อาการสาหัส 4. หลังคนละม้วน ปมรันทดแม่ลูกเดินเท้าข้ามจังหวัด เป็นอีกข่าวสลดที่สุดแสนจะดราม่า หลังมีข่าวว่าแม่-ลูก รวม 3 คน ได้เดินเท้าจากสระบุรีไปเพชรบูรณ์ อ่านแว่บแรกดูแล้วเป็นเรื่องเศร้า แต่พออ่านจบพบว่าเรื่องกลับตาลปัตร พลิกมุมกลับมันหลังคนละม้วน อยากรู้ใช่ไหมเรื่องราวเป็นอย่างไร ไปติดตามอ่านต่อได้เลย (อ่านต่อ . . .) 5. เผยโฉม! พริตตี้สาว พัวพันคดีเสี่ยชูวงษ์ ข่าวท้ายสุดแต่ไม่สุดท้าย เป็นการเผยภาพ และเปิดประวัติของพริ๊ตตี้สาวที่เข้าไปพัวพันกับการเสียชีวิตของเสี่ยรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หลังพบเงื่อนงำมีการโอนหุ้นให้เธอกว่า 200 ล้านบาท งานนี้บอกเลยประเด็นไม่ได้อยู่ในรูปคดีที่ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่อะไรละที่ทำให้คนสนใจ จนเกิดเป็นกระแสดราม่าขึ้น อย่ารอช้าไปติดตามอ่านต่อจากข่าวนี้เลย (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่น ๆ ** สาวเอวบางร่างน้อย หน้าตาจิ้มลิ้ม แต่แฝงความเซ็กซี่ระดับไม่ธรรมดา เรื่องราวทั้งหมดเป็นข่าวเด่นประเด็นดัง ฮิตติดลมบนจนเป็นกระแสทอร์คออฟเดอะทาวน์ในช่วงสัปดาห์นี้ แล้วคุณละชอบข่าวไหนมากกว่ากัน???

ศาลสูงอินเดีย ยืนกรานแขวนคอ มือระเบิดมุมไบ
ประหารชีวิต /  วางระเบิด / 

ศาลสูงสุดอินเดีย ปฏิเสธคำร้องขอลดโทษประหารชีวิตคนร้ายคดีวางระเบิดเมืองมุมไบ ปี 2536 โดยมีการประหารชีวิตปลายเดือนนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ศาลสูงสุดประเทศอินเดีย ปฏิเสธคำร้องขอลดหย่อนโทษครั้งสุดท้ายของ นายยาคุบ เมมอน ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดทางตะวันตกของเมืองมุมไบ ในปี 2536 โดย นายเมมอน จะเป็นนักโทษคนแรกที่จะถูกประหารชีวิตในอินเดีย ตั้งแต่ นายอัฟซัล กูรู ชาวแคชเมียร์ ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในปี 2556 ในข้อหาโจมตีรัฐสภาอินเดีย เมื่อปี 2544 ทั้งนี้ เหตุการณ์โจมตีเมืองมุมไบ เมืองหลวงทางการเงินของอินเดีย มีผู้เสียชีวิต 257 คน และบาดเจ็บ 713 คน ซึ่งการโจมตีครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นการวางแผนเพื่อแก้แค้นการสังหารชาวมุสลิมในเหตุการณ์จลาจล ในช่วง 2 - 3 เดือนก่อนหน้านั้น นายเมมอน มีกำหนดถูกประหารชีวิตในปลายเดือนนี้ ซึ่งก่อนการพิจารณาคดีของศาลสูงสุด รัฐบาลรัฐมหาราษฏระ ประกาศแผนการแขวนคอเขา ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ในปี 2550 ศาลพิเศษในเมืองมุมไบ ตัดสินประหารชีวิต นายเมมอน ในข้อหามีบทบาทสำคัญในการสมรู้ร่วมคิดวางระเบิดโจมตี ขณะนี้ นายเมมอน ถูกควบคุมตัวอยู่ในเมืองนักปุระ ทางตะวันตกของมุมไบ ส่วนสมาชิกทั้งหมด 8 คน ของครอบครัว นายเมมอน เบื้องต้นถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังการลอบวางระเบิด และให้เงินทุนสนับสนุนการการก่อเหตุร้ายดังกล่าว

ยกฟ้อง พระสุเทพ-อภิสิทธิ์-องอาจ คดีหมิ่น หมอพรหมมินทร์ ปี49
ศาลอาญา /  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ศาลฎีกา ยกฟ้องคดี พระสุเทพ-อภิสิทธิ์-องอาจ หมิ่น หมอพรหมมินทร์ ปมกล่าวหาจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง วันนี้( 24 ก.ค. 58) ที่ศาลอาญารัชดา ศาลฎีกาได้มีการพิจารณาคดีที่นายแพทย์พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยยื่นฟ้องฐานหมิ่นประมาท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี พระสุเทพ หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีที่จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันแถลงข่าว ที่พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในทำนองว่า พรรคไทยรักไทย ทุจริตการเลือกตั้ง โดยจ้างพรรคเล็กลงสมัคร เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2549 ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่พระสุเทพ จำเลยที่ 3 แถลงข่าวเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่ได้เสริมแต่งขึ้นเพื่อให้ร้ายโจทก์ จึงมีสิทธิชอบธรรมที่จะเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ อีกทั้งพยานที่ฝ่ายจำเลยกล่าวอ้างก็มีตัวตนจริง นายสุเทพ จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องพระสุเทพ ส่วนจำเลยอื่น ก็ถือว่าไม่มีความผิดพิพากษายืนยกฟ้อง สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ในส่วนพระสุเทพ ให้จำคุก 4 เดือน ปรับ 2 พันบาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

คุกตลอดชีวิต! ติ๊งต่าง ฆ่าขืนใจเด็กหญิง4ขวบจ.เลย
ขืนใจ /  ข่มขืน / 

ศาลพิพากษาสั่งประหารชีวิต "ติ๊งต่าง" ฆาตกรฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย4ขวบที่จ.เลย ให้การรับสารภาพลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต วันที่ 22 ก.ค. ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายติ๊งต่าง หรือหนุ่ย ไม่มีนามสกุล จำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาด้วยความโหดร้ายทารุณ จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2556 จำเลยได้ล่อลวงเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ที่พบภายในงานกาชาดดอกฝ้าย ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ว่าจะพาไปเดินเล่นและซื้อขนมให้ แต่กลับใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเรา แล้วใช้มือบีบคอจนเด็กขาดอากาศหายใจเสียชีวิต จากนั้นได้หลบหนีไป โดยศาลพิพากษาสั่งประหารชีวิตนายติ๊งต่าง แต่จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ จำคุกตลอดชีวิต สำหรับนายติ๊งต่าง ยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญาอีก 1 สำนวน คือคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดลักษณะเดียวกัน กรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2556 ที่จำเลยได้พรากตัวเด็กชายอายุ 7 ปี และกระทำชำเราเด็กชายแล้วบีบคอจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณวัดศรีอุดมวงษ์ อ.วังสะพุง จ.เลย โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 1 ต.ค.2558 เวลา 09.00 น. ขอบคุณภาพ posttoday ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

9 เหตุการณ์เขย่าขวัญที่เกิดขึ้นจริงทั่วโลก อ่านแล้วขนลุก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

บนโลกเรานั้นบางครั้งก็เกิดเหตุการณ์แบบที่เราไม่คาดฝันขึ้น บางเรื่องก็หาข้อพิสูจน์ไม่ได้ มันชวนพิศวงซะเหลือเกิน! วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ 9 เหตุการณ์เขย่าขวัญที่เกิดขึ้นจริงทั่วโลก อ่านแล้วขนลุก! มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ (บอกก่อนว่าเนื้อหาจัดเต็มมาก!) ซึ่งบางเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้จนปัจจุบัน บางเรื่องถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ บางเรื่องก็เป็นอาถรรพ์สะพรึงสุดๆ บางเรื่องก็ชวนให้หลอนกันเลยทีเดียว.. เอาหล่ะรอช้าทำไม หาเวลาว่างแล้วนั่งอ่านกันยาวๆ เลย >,< 9 เหตุการณ์เขย่าขวัญที่เกิดขึ้นจริงทั่วโลก อ่านแล้วขนลุก! 9. Vatican City Disappearances : คดีการหายตัวไปอย่างลึกลับที่นครวาติกัน เรามักจะคิดว่านครวาติกันกับมหาวิหารหรูหราและประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานที่ที่ไม่น่าจะเกิดเรื่องชั่วร้ายขึ้นมาได้ แต่ทว่าในปี 1983 สิ่งที่น่ากลัวก็ได้ก่อกำเนิดขึ้น เมื่อเกิดคดี Emanuela Orlandi ขึ้นที่นี่ Emanuela Orlandi (เกิด 14 มกราคม 1968) เป็นพลเมืองของนครวาติกันที่หายไปอย่างลึกลับในวันที่ 22 มิถุนายน 1983 ซึ่งเหตุการณ์ของ Emanuela ทำให้เกิดปรากฏการณ์มากมายที่กระทบกับนครวาติกัน เพราะคดีนี้ยังคงลึกลับและไม่มีใครหาคำตอบได้จนถึงปัจจุบัน Orlandi ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในปีที่สองที่ scientifico liceo (โรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์) ในกรุงโรม และเธอยังเป็นส่วนหนึ่งของคณะนักร้องประสานเสียงของโบสถ์เซนต์แอนน์ Orlandi เป็นลูกสาวของพนักงานธนาคารวาติกันที่อาศัยอยู่กับครอบครัวของเธอในนครวาติกัน เธอมักจะเดินทางโดยรถบัสไปยังโรงเรียนดนตรี ในวันที่ 22 มิถุนายน 1983 เธอก็สาย เพราะเธอกำลังวุ่นอยู่กับการโทรไปน้องสาวของเธอโดยมีเหตุผลว่าเธอกำลังมีข้อเสนองานจากตัวแทนของเครื่องสำอางเอวอน ไม่นานหลังจากจบคลาสเรียน ก็มีผู้อ้างว่าเห็นเธอได้พูดคุยกับตัวแทนเอวอนบริเวณป้ายรถเมล์ จากนั้นเธอก็ขึ้นรถ BMW คันใหญ่หายตัวไป หลังจากนั้นเธอก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย และอีกสองวันถัดมาเธอก็ถูกประกาศให้เป็นบุคคลที่หายสาบสูญบนหน้าหนังสือพิมพ์ ร่องรอยการพบเจอเธอนั้นได้รับการกล่าวอ้างจากผู้คนมากมายแต่ก็ยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะทำให้ตามหาตัวเธอได้ หลักฐานที่สำคัญที่สุดก็เห็นจะเป็น กรณีที่ครอบครัว Orlandi ได้รับโทรศัพท์ที่ไม่ระบุชื่อ กล่าวอ้างว่า เธอน่าจะถูกกลุ่มก่อการร้ายจับตัวไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียกร้องความเป็นอิสระของเมห์เม็ตอาลี Ağca ชายตุรกีที่ยิงสมเด็จพระสันตะปาปาในเซนต์ปีเตอร์สแควร์เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1981 6 กรกฏาคม 1983 มีคนแจ้งสำนักข่าว ANSA โดยแจ้งความต้องการสำหรับการแลกเปลี่ยนตัวเธอกับชายตุรกีภายใน 20 วันและพวกเขาจะแสดงให้เห็นว่าได้จับตัวเธอไปจริงๆ โดยการวางตะกร้าในจัตุรัสสาธารณะใกล้กับรัฐสภา โดยภายในจะมีหลักฐานที่บ่งถึงตัวเธอรวมทั้งใบเสร็จที่เขียนด้วยลายมือเธอเอง แต่ผู้พิพากษาที่ดูแลคดี Orlandi กลับไม่ได้เชื่อว่า มันมีการเชื่อมต่อที่มีความน่าเชื่อถือระหว่างการลักพาตัว Orlandi และคนร้ายของสมเด็จพระสันตะปาปา 8 กรกฏาคม 1983 คนที่มีสำเนียงตะวันออกกลางได้โทรไปยังหนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นของ Orlandi ว่า Orlandi อยู่ในมือของเขาและบอกว่าพวกเขามีเวลา 20 วันที่จะทำให้การแลกเปลี่ยนตัวประกันโดยการโทรมาจากตู้โทรศัพท์ที่แตกต่างกันมากกว่า 16 ครั้งและหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเจอเธออีกเลยเป็นเวลากว่า 20 ปี! แต่แล้วในเช้าวันที่ 14 พฤษภาคม 2001 ก็มีการค้นพบกะโหลกศีรษะของมนุษย์ที่มีขนาดเล็กในสภาพขากรรไกรขาดบรรจุอยู่ในถุง แล้วยังมีภาพของบาทหลวง Padre Pio อยู่อีกด้วย...แต่มันก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะเป็นกะโหลกศีรษะของ Orlandi และพ่อของ Emanuela เสียชีวิตในปี 2004 หนึ่งเดือนหลังจากที่ให้สัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของเขา ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2010, เมห์เม็ตอาลี Ağca ถูกสอบปากคำโดยโทรทัศน์ของรัฐในตุรกี โดยเขากล่าวอ้างว่า Orlandi ถูกเก็บไว้เป็นนักโทษโดยวาติกัน (สำหรับAğca) แล้วอาศัยอยู่ในประเทศยุโรปกลางเป็นแม่ชีในวัดคาทอลิก เขาเสริมว่าครอบครัวของ Orlandi จะได้เห็นลูกสาวของพวกเขาเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาต้องการ แต่เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากวัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีผู้กล่าวอ้างว่า เธอ และยังมีหญิงสาวอีกรายที่หายตัวไปนามว่า Mirella Gregori ทั้งสองคนหายไปในปี 1983 อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีอื้อฉาวทางเพศที่เกิดขึ้นภายในนครศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จนถึงบัดนี้คดีนี้ก็ยังคงความลึกลับจนถึงปัจจุบัน 8. Villisca Axe Murders : คดีนักฆ่าขวานโหดแห่ง Villisca วันที่ 9 มิถุนายน 1912 สมาชิกครอบครัวตระกูลมัวร์ 6 คนและ เพื่อนของลูกสาวตระกูลมัวร์ 2 คนได้เข้าร่วมโปรแกรมของเด็กที่คริสตจักรเพรสไบทีของพวกเขา แต่หลังจากที่พวกเขากลับไปยังบ้านที่ไอโอวาในเย็นวันนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ออกมาจากบ้านอีกเลย จนในเช้าวันรุ่งเพื่อนบ้านเข้าไปในบ้านและพบว่าทั้งหมดแปดคนนอนอยู่บนเตียงในสภาพถูกฟันจนขาดเป็นชิ้นๆด้วยขวานขนาดใหญ่ จากการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยหลายๆราย ที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจรวมทั้งฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้ แต่ก็ไม่สามารถเอาผิดกับใครๆได้ จากการสอบสวนประจักษ์พยานรอบด้านต่างก็ให้การตรงกันว่า คนที่ฆ่าไม่น่าจะเป็นมนุษย์ และเป็นอสุรกายร่างใหญ่ มันถือขวานเดินไปมารอบบ้าน พร้อมกับทิ้งรอยเท้าไว้เต็มบ้านอย่างน่าขนลุกขนพอง จนถึงปัจจุบันคดีนี้ก็ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย จนกระทั่งบ้านถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำรัฐไปซะงั้น โดยตั้งชื่อซะหรูว่า "Axeman of New Orleans" ซึ่งใครก็ตามที่ไปเยือน ก็ยังอ้างว่าได้ยินเสียงร้องโหยหวนของผู้ตายดังออกมาจากตัวบ้านอย่างน่าสยดสยอง 7. The Red Book : หนังสือปกแดง หนังสือปกแดง หรือที่เรียกว่า Liber Novus ซึ่งเป็นภาษาละตินเป็นต้นฉบับที่มี 205 หน้า เขียนโดยจิตแพทย์ชาวสวิส นามว่า คาร์ล กุสตาฟ จุง ในช่วงระหว่างประมาณ ปี 1914 ถึง 1930 คาร์ลเป็นจิตแพทย์ที่มีอิทธิพลโดยเป็นผู้ก่อตั้งของจิตวิทยาวิเคราะห์ เขาทำงานร่วมกับ ซิกมันท์ ฟลอย ในผู้ป่วยจิตเภท ในปี 1913 ความสัมพันธ์ของเขาก็เริ่มแตกแยก คาร์ลเริ่มมีปัญหากับประสาทของเขาอย่างรุนแรง เขายังยอมรับว่าได้เห็นภาพหลอนต่างๆมากมาย ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้เขียนหนังสือที่ชื่อ Liber Novus โดยภายในประกอปไปด้วยรูปปีศาจที่วาดขึ้นด้วยมือ, การสนทนากับเทพเทวดาต่างๆ ที่เด่นชัดที่สุดเห็นจะเป็นภาพของการร่วมประเวณีระหว่างพี่น้อง และการเดินทางผ่านขุมนรก เขาเขียนไปถึงระดับที่เรียกว่า "ปัญญาไม่มีที่สิ้นสุด" และเล่าเรื่องของสภาวะโรคจิตต่างๆ ทั้งยังมีภาพน่าฉงนงงงวยมากมายที่ยังตีความไม่ออก...เขาหมกหมุ่นอยู่กับหนังสือเป็นเวลากว่า 16 ปี จนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 1961 หลังจากการตายของครอบครัว Jung ได้มีการล็อกหนังสือปกแดงไปเกือบ 50 ปี เป็นหนังสือแห่งความลึกลับในเนื้อหาที่คลุมเคลือ เพียงไม่กี่คนที่เคยเห็นมัน จนมันได้รับการตีพิมพ์ในเดือนตุลาคมของปี 2009 และได้ถูกแสดงในของพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งแมนฮัตตัน จนบัดนี้ยังไม่มีใครตีความได้ว่า สิ่งที่เขาเขียนไว้ในหนังสือ มีนัยยะอะไร หมายถึงอะไร และมันคืออะไร มันยังคงความลึกลับที่แฝงไว้ภายใต้หนังสือปกแดงที่ได้ตายหายไปพร้อมกับเขาจนถีงปัจจุบันนี้ 6. The Smiley Face Murder Theory : ปริศนาแห่งทฤษฎีการฆาตรกรรมใบหน้ายิ้ม ทฤษฎีการฆาตกรรมใบหน้ายิ้ม เป็นทฤษฎีขั้นสูงซึ่งตั้งขึ้นโดยสองนักสืบวัยเกษียน  เควิน แกนนอน และ แอนโทนี่ อาร์เต แห่งกรมตำรวจ  New York City (NYPD) พวกเขาได้กล่าวว่าจำนวนของคนหนุ่มสาวที่พบว่าเป็นศพใน แหล่งน้ำหลายรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาไม่ได้เกิดขึ้นจากการจมน้ำเองแต่อย่างใด แต่พวกเขาตกเป็นเหยื่อของฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่ง หรือ ที่พวกเขาตั้งชื่อว่า "นักฆ่าใบหน้ายิ้ม" เพราะหลังจากที่เกิดเหตุการค้นพบศพ ไม่นานนักมันก็จะปรากฏรูปสัญญาลักษณ์ที่ถูกทำขึ้นมาตามจุดต่างๆใกล้กับที่เกิดเหตุ เป็นรูปหน้าการ์ตูนกำลังยิ้ม ในปี 2008 แกนนอนและอาร์เตตรวจสอบพบหลักฐาน ที่นำกลับไปยังปลายปี 1990 ที่พวกเขาเชื่อว่า เป็นการเชื่อมต่อการตายของ 40 ศพหรือมากกว่าของ เด็กหนุ่มวิทยาลัย ที่พบว่าเป็นศพถูกพบในน้ำในจากทั้ง 11 รัฐ ซึ่งส่วนใหญ่พวกเขามักจะตายหลังจากออกจากงานปาร์ตี้ หรือหลังจากที่พวกเขาไปฉลองจนเมามาย ตามที่นักสืบสืบสวนนั้น ส่วนใหญ่พวกเหยื่อมักจะเป็นนักเรียนที่เป็นที่นิยม, แข็งแรง, และมีอนาคตที่ดีและส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว แต่ที่ทำให้นักสืบต้องตกตะลึงก็คือ หลังจากที่พวกเขาค้นพบศพ มันก็จะพบว่า หลังจากนั้นก็จะมีรูปการ์ตูนคนยิ้มอยู่ในบริเวณใกล้ๆกันเกินกว่าโหล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจากการสืบสวน ตำรวจสถานีอื่นๆก็มักแย้งว่ามันคือเหตุบังเอิญมากกว่าที่จะเป็นการกระทำจากฆาตรกร และสรุปผลการตายของหลายๆคดีว่า มาจากอุบัติเหตุทั้งหมด โดยพวกเขาเพียงแค่เมา และจมน้ำเสียชีวิตเอง ถึงขั้นมีการนำทฤษฐีนี้ไปล้อเลียน และพนันกันว่า ถ้าเกิดมีคนเมาตกน้ำตายก็ให้ปิดบริเวณค้นหารูปภาพหน้ายิ้มกันได้เลย ที่สุดแล้วทฤษฐีนี้กลับได้รับความสนใจจาก FBI เพราะเหตุเด็กวัยรุ่นชายหายสาบสูญ จนกระทั่งพบว่าพวกเขากลายเป็นศพนั้นก็ยังเกิดขึ้นต่อมาเรื่อยๆ...และทั้งสองนักสืบก็ได้รับการสนับสนุนให้ทำการสืบสวนกันต่อไปจนถึงปัจจุบัน 5. Atuk Curse : คำสาปแห่ง Atuk ATUK เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงตามนวนิยายในปี 1963 โดยผู้เขียนเป็นคนแคนาดา เป็นหนังเกี่ยวกับความภาคภูมิใจของนักล่าเอสกิโมผู้ยิ่งใหญ่ที่พยายามจะปรับตัวเข้ากับชีวิตในเมืองใหญ่ โดยในหนังมีองค์ประกอบเหน็บแนมชนชาติ วัตถุนิยมและวัฒนธรรมที่เป็นที่นิยม บทภาพยนตร์ได้รับการดัดแปลงตั้งแต่ต้นปี 1980 และแม้ว่าหลายสตูดิโอฮอลลีวู้ดภาพยนตร์ได้แสดงความสนใจในการผลิตภาพยนตร์ แต่มันก็กลับไม่ได้รับการสร้าง เนื่องจากเรื่องราวความเฮี้ยนของมันนั่นเอง เกือบ 30 ปี ที่ผู้กำกับคนแล้วคนเล่าลังเลที่จะสร้างหนังเรื่องนี้  ว่ากันว่าหนังเรื่องนี้ถูกสาบ ให้คนที่แสดงเป็นตัวเอกของเรื่องต้องตายลูกเดียว เริ่มจาก จอห์น เบลุชิ ดารานำของเรื่อง ตายด้วยการกินยาเกินขนาด ในปี 1982 ซึ่งเมื่อนายจอห์นตายทำให้ดาราตลกอย่าง แซม คินิสัน มาแสดงแทน จากนั้นก็มีปัญหา มากมายตามมา จนทำให้หนังถูกแบ่งเป็น Re-written แต่พอปีผ่านมานิดหน่อย เขาก็ตายเพราะรถชนอีก ทำให้บทส่งต่อมาที่ จอห์น แคนดี้ แต่หลังจากรับบทก็หัวใจวายตายทันที ทำให้หนังเรื่องถ่ายไม่เสร็จและตัวตลกอ้วนทั้งหลายสาบานว่าจะอยู่ห่างจากบทหนัง เรื่องนี้ตลอดกาล และแล้ว ในปี 1997 ดาราชื่อ คริว ฟาร์ลีย์ คิดจะลองดูโดยไม่เชื่อคำสาป ผลคือเขากินยาเกินขนาดตายในปีนั้น!! และล่าสุดมีการทาบให้ Jack Black มาเล่นในปี 2008 แต่ Black ปฎิเสธและยอมรับอย่างลูกผู้ชาย ว่าผมกลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับผม  ซึ่งเขาคิดถูกแล้วล่ะ ไม่งั้น เราคงไม่เห็นเขายังคงโลดแล่นในหนังตลกจนถึงยุคปัจจุบัน 4. The Bunny Man : มนุษย์กระต่าย มนุษย์กระต่ายเป็นตำนานประจำเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์สองเหตุการณ์ในเคาน์ตี้แฟร์เวอร์จิเนียในปี 1970 แต่ได้รับการแพร่กระจายไปทั่วพื้นที่กรุงวอชิงตันดีซี มีเรื่องเล่าในหลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งสวมชุดกระต่าย และเขาได้ทำการโจมตีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายด้วยขวานอันคมกริบ ซึ่งหลายเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นบริเวณสะพานลอยในโคลเชสเตอร์ หรือสะพานลอยทางรถไฟสายใต้ที่ทอดผ่านถนนโคลเชสเตอร์ใกล้กับคลิฟตัน โดยที่สุดแล้วปัจจุบันนี้สะพานลอยโคลเชสเตอร์ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเรียกว่าเป็น "สะพานมนุษย์กระต่าย" ไปแทนซะงั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกที่มีรายงานก็คือ ในตอนเย็นของวันที่ 19 ตุลาคม 1970 เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นกับนายร้อยบ๊อบ เบนเน็ตต์ ซึ่งเป็นนักเรียนของกองทัพอากาศสหรัฐและคู่หมั้นของเขา ประมาณเที่ยงคืนขณะที่พวกเขากลับมาจากเกมฟุตบอล บนถนนนิวกินีในเบิร์ค ขณะที่พวกเขานั่งอยู่ในที่นั่งด้านหน้าในรถที่กำลังวิ่งอยู่ พวกเขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างข้างนอกหน้าต่างด้านหลังสีขาวๆ ครู่ต่อมาหน้าต่างผู้โดยสารด้านหน้าก็ถูกทุบและปรากฏชายในชุดขาวยืนอยู่ตรงหน้าต่างที่แตกสลาย เบนเน็ตต์รีบหักพวงมาลัยหันรถหลบออกไป จนกระทั่งเหตุการณ์สงบลง พวกเขาก็พบขวานตกอยู่ที่พื้น เมื่อตำรวจถามหาคำอธิบายของคนร้าย บ๊อบยืนยันว่าเขาได้รับการโจมตีจากคนที่สวมใส่ชุดสูทสีขาวที่มีหูกระต่ายยาว พวกเขาทั้งสองจำได้และเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยความมืดมันจึงทำให้พวกเขาจำหน้าตาคนๆนั้นไม่ได้ จากนั้นตำรวจก็พบขวานหลังจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เบนเน็ตต์รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเขากลับไปวิทยาลัยกองทัพอากาศในทันทีหลังจากนั้น รายงานการพบเห็นที่สองที่เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 29 ตุลาคม 1970 เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยการก่อสร้าง พอล ฟิลลิป เดินไปยังด้านตะวันตกบนถนนนิวกินี ฟิลลิปกล่าวว่าเขาพบคนที่สวมใส่ในชุดสีเทา, สีดำ, และสีขาวเป็นชุดกระต่ายและอายุประมาณ 20 ปี สูงประมาณ 5 ฟุต 8 นิ้ว (1.73 เมตร) เขาได้ถือขวานที่มีด้ามยาว และตะโกนว่า "ทุกคนที่บุกรุกที่นี่ หากพวกเมิงยังไม่ออกไปจากที่นี่ ข้าจะเอาขวานจามหน้าอกและหัวของพวกเมิงให้เละหมดทุกคน!!" ใครจะอยู่ล่ะ โกยแน่บ ต่อมาตำรวจของเคาน์ตี้แฟร์ที่เข้ามาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถหาหลักฐานเพิ่มเติมได้ ทั้งสองคดีจึงถูกปิดในที่สุดเพราะขาดหลักฐาน แต่ในหลายสัปดาห์ต่อมา ก็ได้เกิดอุบัติเหตุมากกว่า 50 ราย และทุกๆรายก็ติดต่อแจ้งความไปยังตำรวจอ้างว่าได้เห็น "มนุษย์กระต่าย" กันแทบทุกคน หลังจากนั้นเป็นต้นมา ตำนานแห่งมนุษย์กระต่ายก็ได้ถูกเล่าในรูปแบบที่ต่างกันออกไป รวมทั้งการอ้างถึงนักโทษคดีร้ายแรงที่ได้หลบหนีออกจากคุกและได้ไปแฝงตัวอยู่ที่นั่น และในทุกๆวันฮัลโลวีนก็มักจะมีผู้คนที่ชื่นชอบเรื่องลึกลับและท้าทายไปลองของกันที่ใต้สะพานแห่งนี้กันเสมอมา โดยที่ในปัจจุบันนี้ ความลึกลับของเจ้ามนุษย์กระต่ายก็ยังไม่ได้รับการคลี่คลายลงแต่อย่างใด 3. The Original Spanish Kitchen : ตำนานร้างร้านอาหารสเปน ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่เปิดขึ้นในปี 1932 และกลายเป็นที่ชื่นชอบของดาราฮอลลีวู้ด เช่น บ๊อบ โฮป ลินดา ดาร์เนล และจอห์น แบรี่มอร์ แต่แล้วมันก็ถูกปิดลงในคืนหนึ่งในปี 1961 โดยที่ภายในร้านยังถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบราวกับมีคนมาใช้บริการ แต่ที่หน้าร้านกลับแขวนป้ายว่า หยุดในวันหยุด และมันก็ไม่เคยเปิดบริการขึ้นมาอีกเลยนับตั้งแต่วินาทีนั้น มีเรื่องราวได้ถูกเล่าต่อๆกันมาว่า ผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของร้านอาหาร เพิร์ล คาร์เร็ตโต้ และสามีของเธอ จอห์นนี่ ได้เปิดร้านในปี 1932 และมันก็กลายเป็นที่ชื่นชอบของดารามากมายหลายหน้า จากนั้นสามีของเธอก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคพาร์กินสัน จอห์นนี่ เมื่อโรคพาร์กินสันบังคับให้เขาต้องเข้าไปในบ้านพักฟื้น ในที่สุดเพิร์ลก็จำใจปิดร้านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และพวกเขาก็ยังได้อยู่อาศัยบนชั้นสองเรื่อยมา เธอมั่นใจว่าจอห์นนี่จะฟื้นตัวแน่ และเขาจะกลับไปที่ร้านอาหารที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง แต่เขาก็ไม่ได้ฟื้นคืนมาอีกเลย และเพิร์ลก็ได้เก็บสามีของเํธอไว้ในที่ที่แห่งหนึ่งในนั้น จนในที่สุดสามีของเธอก็ได้ตายลงในปี 1967 หลังจากนั้น เธอก็ไม่สามารถทำใจได้ และเธอก็ไม่อาจจะปล่อยร้านอันเป็นที่รักของสามีและเธอที่ร่วมสร้างกันขึ้นมาไปให้ใคร เพิร์ล ได้ตายลงในที่สุดและครอบครัวของพวกเขาก็ขายทรัพย์สินไปในปลายปี 1990 แต่ความลึกลับของร้านอาหารยังคงอยู่ ซึ่งเล่ากันว่า ทั้งคู่ ยังคงอาศัยอยู่ด้วยกันตลอดมาบนห้องพักบนชั้นสอง!!!! บางตำนานยังเล่าว่า พวกเขาได้ถูกฆ่าอำพรางศพอยู่ภายในร้านจวบจนถึงปัจจุบัน 2. The Changeling : ปมปริศนาการลักพาตัวกระฉ่อนโลก และนี่คือเรื่องจริงที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ระดับโลก ใน ค.ศ. 1926 แซนฟอร์ด เวสลีย์ คลาร์ค เด็กหนุ่มวัยรุ่นชาวรัสเซีย ได้ย้ายบ้านจากรัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา มาอยู่กับลุงของเขาชื่อ กอร์ดอน สจ๊วต นอร์ทคอตต์ ที่ฟาร์มปศุสัตว์ในไวน์วิลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ปรากฏว่า แซนฟอร์ด พบว่า กอร์ดอน ซึ่งในภาพยนตร์นี้มีภาพลักษณ์เป็นฆาตกรโหด สังหารเด็กต่อเนื่อง 20 คน แต่ในความเป็นจริง กอร์ดอนเบี่ยงเบนทางเพศ และมีความกระสันสูง มักจะลักพาตัวเด็กชายจากพื้นที่ห่างไกลมากระทำชำเรา กักขังหน่วงเหนี่ยวอยู่จนพอใจ และจะขับรถพาเด็กกลับไปส่งคืนที่พื้นที่ในรัศมีใกล้บ้าน แล้วตระเวนหาเด็กรายต่อไป โดยอาศัยความที่เด็กจะไม่สามารถจำสถานที่และไม่สามารถชี้ตัวได้ กอร์ดอนจึงรอดมาได้ตลอด และกอร์ดอนได้ข่มขู่กักขังแซนฟอร์ดไว้ไม่ให้บอกความจริงนี้แก่ใคร ในวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1928 กอร์ดอนได้ลักพาตัว วอลเตอร์ เจมส์ คอลลินส์ จูเนียร์ ไปข่มขืนกระทำชำเราเหมือนเด็กชายรายอื่นๆ แต่หลังจากกักขังวอลเตอร์ได้ไม่กี่วัน มารดาของกอร์ดอน ชื่อ ซาราห์ หลุยส์ นอร์ทคอตต์ ได้มาเยี่ยมกอร์ดอนที่ฟาร์มปศุสัตว์ ได้พบวอลเตอร์ เธอจำวอลเตอร์ได้ เพราะเห็นวอลเตอร์และคริสตินชอบไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าที่กอร์ดอนเคยทำงานบ่อยๆ จนวอลเตอร์จำหน้าของกอร์ดอนได้แล้ว และได้ทราบว่ากอร์ดอนทำอะไรลงไปบ้าง ก็โกรธกอร์ดอนมาก แต่ด้วยวิสัยของแม่ จึงมีอารมณ์ชั่ววูบที่อยากช่วยให้ลูกไม่มีความผิด จึงด่ากอร์ดอนไปว่า กอร์ดอนใช้อะไรคิดถึงไปลักพาตัวเด็กทีจำหน้ากอร์ดอนได้มาข่มขืน? เมื่อคิดอยู่สักพัก กอร์ดอนจึงฆ่าวอลเตอร์ โดยใช้ขวานจามจนวอลเตอร์เสียชีวิต ส่วนคริสติน ผู้ซึ่งเป็นแม่ของวอลเตอร์ได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจลอสแอนเจลิสว่าลูกชายเธอหายตัวไป ซึ่งในช่วงแรก กรมตำรวจได้ช่วยกันตามหาลูกชายของเธอเป็นอย่างดี ในขณะที่คริสตินเองก็โทรศัพท์ไปยังกรมตำรวจทุกมลรัฐ สำนักงานนายอำเภอ สำนักงานนักสืบ และทำทุกอย่างที่เธอสามารถทำได้ เพื่อหาวอลเตอร์ จนกระทั่งเธอเป็นที่สนใจของสังคมและสื่อมวลชน จนกระทั่งหลายเดือนต่อมา กรมตำรวจก็ได้รับรายงานว่าพบเด็กชายที่ได้บอกว่า ตนเองคือวอลเตอร์ คอลลินส์แล้ว กรมตำรวจลอสแอนเจลิสไม่ได้ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ส่งเด็กชายคนนั้นกลับไปหาคริสตินทันที ปรากฏว่าเด็กชายผู้นั้นไม่ใช่วอลเตอร์ คอลลินส์ ทำให้คริสตินได้ไปแจ้งกรมตำรวจว่าเด็กคนดังกล่าวไม่ใช่ลูกของเธอ แต่แทนที่กรมตำรวจจะยอมรับความผิดพลาด แล้วตามหาลูกชายของเธอต่อ กลับพยายามยัดเยียดให้คริสตินเชื่อว่าเด็กคนนั้นคือลูกชายของเธอ โดยอ้างว่า คริสตินไม่ได้อยู่กับลูกชายเธอมานานแล้ว เด็กจึงมีพัฒนาการทางร่างกาย แต่คริสตินก็ยืนกรานไม่เชื่อ กรมตำรวจก็ปล่อยข่าวเท็จเพื่อทำลายภาพพจน์ของเธอ ให้สังคมคิดว่าเธอวิตกจริต คริสตินจึงไปหาหลักฐานและพยานมาช่วยยืนยัน แต่ก่อนที่เธอจะได้เปิดเผยหลักฐานแก่สื่อมวลชน กรมตำรวจได้จับตัวเธอเข้าโรงพยาบาลบำบัดสุขภาพจิตของตำรวจโดยอ้างว่าเธอวิกลจริตไปแล้ว ในโรงพยาบาล เธอได้เห็น(และถูก)แพทย์และพยาบาลละเมิดสิทธิผู้ป่วยอย่างร้ายกาจ แต่ต่อมาจึงได้มีผู้เคลื่อนไหวช่วยเหลือเธอเป็นจำนวนมาก ทั้งนักบวช และมวลชนลอสแอนเจลิส ช่วยเธอ จนเธอได้รับการปล่อยตัวจากโรงพยาบาล หลังจากนั้น กอร์ดอนก็เปลี่ยนความกระสันของตน จากความกระสันทางเพศกับเด็กชาย เป็นความกระสันในการสังหารเด็กชาย ในระหว่างที่คริสตินได้รับลูกชายผิดคน และต่อสู้จนได้รับความทุกข์ทรมานจากการกลั่นแกล้งอย่างร้ายกาจของตำรวจหน่วย LAPD (ซึ่งภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นมาในส่วนของการกลั่นแกล้งจากตำรวจ LAPD นั้นไม่ต่างจากความจริงที่คริสตินได้รับ) กอร์ดอนก็ก่อคดีต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะที่ตำรวจกำลังพุ่งความสนใจไปที่การโจมตีคริสติน ทำให้วอลเตอร์ไม่ใช่เหยื่อรายสุดท้าย ในช่วงระหว่างการต่อสู้ของคริสติน ตำรวจ LAPD ปิดหูปิดตาประชาชนจากความจริง ด้วยความที่ปล่อยข่าวทำลายภาพพจน์ของเธอ ทำให้ประชาชนจึงเชื่อตำรวจ มากกว่าเชื่อผู้หญิงตัวคนเดียว แต่ในความมืดแปดด้าน มีผู้ยื่นมือเข้าให้ความช่วยเหลือแก่เธอ หลักๆ คือ นายแพทย์ สาธุคุณ กุสตาฟ บรีกเล็บ ได้ช่วยจัดหาทนายเก่งๆ ช่วยคริสตินยื่นฟ้องหน่วย LAPD และได้จัดรายการวิทยุที่เปิดเผยความจริงของคริสตินให้ประชาชนรับรู้ ต่อมา แซนฟอร์ดจะสบจังหวะตอนกอร์ดอนเผลอเข้าให้ข้อมูลกับองค์กรนักสืบ และกว่าที่องค์กรนักสืบที่ดำเนินการจนนำไปสู่การจับกุมกอร์ดอน ก็มีเหยื่อเด็กชายเสียชีวิตด้วยย้ำมือกอร์ดอนไปแล้ว 17 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 14 คน สภาพศพเกินความสามารถของทีมสืบสวนที่จะสามารถพิสูจน์ศพได้ ซึ่งจำนวนดังกล่าวนี้จะสามารถน้อยลงได้หากตำรวจ LAPD พุ่งความสนใจไปที่การยอมรับความผิดพลาด แล้วประสานงานไปยังหน่วยต้นสังกัด ไม่ใช่พุ่งความสนใจไปที่การเล่นงานคริสติน... จากการจับกุมกอร์ดอน ความจริงดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชน เป็นรอยด่างพร้อยขนาดใหญ่ในประวัต์ศาตร์วงการตำรวจจนถึงปัจจุบัน และศาลได้ตัดสินว่า LAPD มีความผิดจริง และต้องจ่ายเงินค่าปรับให้แก่คริสตินเป็นจำนวน 10,800 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 136,889 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.4 ล้านบาทไทยในปัจจุบัน) แต่จนถึงปัจจุบันนี้ LAPD ก็ยังไม่ได้จ่าย หลังจากการจับกุมกอร์ดอนและซาราห์ (มารดาของกอร์ดอน) ซาราห์ก็ได้ยอมรับผิดว่า มีส่วนร่วมในการสังหารวอลเตอร์ และได้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในปี ค.ศ. 1928 และในระหว่างการถูกจำคุก เธอได้บอกความจริงว่า เธอเป็นทั้ง แม่ และ ยาย ของกอร์ดอน เพราะกอร์ดอน เกิดมาจากการร่วมเพศกันระหว่างสามีของเธอ กับลูกสาวในไส้ และหลังจากเกิดมา กอร์ดอนถูกล่วงละเมิดทางเพศจากสมาชิดในครอบครัวนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้กอร์ดอนเบี่ยงเบนทางเพศไป และนำไปสู่คดีฆาตกรรมสยองขวัญในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นที่ชัดเจนว่า วอลเตอร์เสียชีวิตไปแล้ว แต่ใน ค.ศ. 1935 มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่ปี 1928 ได้ปรากฏตัว และเข้าให้การกับตำรวจว่า เขาคือหนึ่งในเหยื่อของผู้รอดชีวิตจากกอร์ดอน เขาต้องหลบซ่อนตัวอยู่นานเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยที่จะเปิดเผยตัว เขาบอกว่า เขาหลบหนีออกมาจากฟาร์มกอร์ดอนพร้อมกับวอลเตอร์ แต่ได้พลัดหลงกันในความมืด ดังนั้น วอลเตอร์อาจยังมีชีวิตอยู่ แต่หลบซ่อนอยู่ด้วยความกลัวเหมือนเขาก็ได้ และผลการชันสูตรศพอาจผิดพลาด หลังจากนั้น คริสติน ก็ไม่เคยสิ้นหวัง เธอยังคิดอยู่เสมอว่าลูกชายของเธออาจยังมีชีวิต และตามหาลูกอย่างไม่ลดละ แต่ก็ไม่เคยได้พบลูกชายของเธออีกเลย จนกระทั่งเธอเสียชีวิตใน ค.ศ. 1964 1. Mister X : ปริศนานักโทษลึกลับแห่งอิสราเอล มิสเตอร์เอ็กซ์ มิสเตอร์เอ็กซ์ หรือ บางคนเรียกว่า "ชายในหน้ากากเหล็ก" เขาคือชายปริศนาที่ไม่เคยมีใครรู้จักตัวตน และเขาได้ถูกคุมขังแยกเดี่ยวอยู่ในคุกลับของอิสราเอลในปี 2010 เป็นต้นมา เรื่องราวเกี่ยวกับมิสเตอร์เอ็กซ์ได้ถูกเปิดเผยขึ้นในปี 2010 เมื่อปรากฏว่ามีการจับตัวชายคนหนึ่งมาขังเดี่ยวไว้ในคุกลับของอิสราเอล โดยมีข้อห้ามแม้กระทั่ง ผู้คุมยังไม่มีสิทธิ์เห็นหน้า รวมทั้งรู้จักชื่อของเขา ห้ามมีใครสื่อสารติดต่อกับเขาตลอดการถูกคุมขังในคุกลับ ก็ไม่มีใครติดต่อมาหาเขาเลย เสมือนว่าเขาคือบุคคลไร้ตัวตนที่ถูกขังลืมไปตลอดกาลจากรัฐบาลอิสราเอล เหล่าผู้คุมยังสงสัยในตัวมิสเตอร์เอ็กซ์ว่าเขากระทำความผิดร้ายแรงอะไรมาถึงได้ถูกกระทำเช่นนั้น เพราะมันดูลึกลับเกินไป ไม่เหมือนนักโทษคนอิ่นๆที่ถึงแม้จะทำความผิดร้ายแรงมาก็ยังได้รับการเปิดเผย แต่สำหรับมิสเตอร์เอ็กซ์ทุกอย่างดูเหมือนจะคงไว้ซึ่งความลับดำมืดไปซะหมด เคยมีนักข่าวถามถึงมิสเตอร์เอ็กซ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็กลับได้รับการตอบรับมาว่า พวกเขาไม่มีอำนาจพอที่จะเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับนายคนนี้ เพราะมันอาจจะกระทบต่อความมั่นคงของชาติ หลายคนจึงตั้งข้อสังเกตว่าเขาอาจจะเป็นสายลับระดับพระกาฬที่บังเอิญไปล่วงรู้อะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆ ซึ่งหากมันถูกเปิดเผยไป อาจจะทำให้อิสราเอลล่มสลายลงไปเลยทีเดียว จนกระทั่งเมือปีที่แล้ว 2013 ก็มีคนออกมาเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับมิสเตอร์เอ็กซ์ว่าเขาคือ อดีตสายลับชาวออสเตรเลีย นามว่า Ben Zygier ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจารกรรมข้อมูลลับมากมายในตะวันออกกลาง รวมทั้งปฏิบัติการในอิหร่านและซีเรีย และเขาก็ได้เสียชีวิตลงไปแล้วตั้งแต่ปี 2010 โดยการแขวนคอด้วยผ้าปูที่นอนของเขาเองภายในคุกลับแห่งนั้น และเมื่อมีการพิสูจณ์หลักฐาน กลับมีการพบว่า ภายในตัวของเขาเต็มไปด้วยสารพิษบางอย่างกระจายไปทั่วทั้งร่างกาย และ หลายคนยังคงไม่ปักใจเชื่อในถ้อยแถลงการณ์เปิดเผยตัวมิสเตอร์เอ็กซ์ของอิสราเอล ว่าไม่แน่ว่าเขาอาจจะยังไม่ตาย หรือ ถ้านี่คือตัวจริง เขาคือใคร มาจากไหน และทำไม อิสราเอลถึงต้องกระทำการซ่อนตัวเขาไว้จนแน่นหนา ลึกลับซับซ้อน และกว่า 3 ปีหลังจากเขาตายถึงได้มาเปิดเผย มิสเตอร์เอ็กซ์ก็ยังคงเป็นบุคคลปริศนาต่อไป พร้อมกับความลับดำมืดที่หายไปพร้อมกับการตายของเขาตลอดกาล ขอบคุณข้อมูล สมาชิกหมายเลข 796356  http://pantip.com/topic/32399292

แพทย์จุฬาฯ เตือนระวัง หากคิดใช้ทุเรียนเทศรักษามะเร็ง
ทุเรียนเทศ /  ทุเรียนเทศรักษามะเร็ง / 

แพทย์จุฬาฯ เตือนคนไทยอย่าเชื่อ แม้ทุเรียนเทศจะยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่มีผลข้างเคียงส่งผลต่อตับ - ไต ทำให้เสียชีวิตได้  จากกรณีที่มีการส่งต่อแชร์ว่อนในโลกอินเตอร์เน็ต ภายหลังมีบทความระบุว่าใบทุเรียนเทศสามารถแก้โรคมะเร็งได้นั้น วันนี้ (21 ก.ค. 58) นพ.เพชร อลิสานันท์ หน่วยรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา แผนกรังสีวิทยา รพ.จุฬา ได้ออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงในบทความดังกล่าว โดยยืนยันว่า แม้ใบทุเรียนเทศสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลวิจัย แต่ตัวมันเองมีสารที่เป็นอันตรายต่อตับ-ไต จนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคตับและไตแทนที่จะเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ขณะเดียวกันการทดลองที่ระบุในบทความ เป็นเพียงงานทดลองในหลอดแก้ว ยังไม่ได้นำมาทำการทดลองในมนุษย์แต่อย่างใด จึงทำให้เชื่อได้ว่าใบทุเรียนเทศยังไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ แม้จะยับยั้งเซลล์ได้ก็ตาม ดังนั้นหากจะนำใบทุเรียนเทศมาทำการรักษาจริง ๆ ก็ควรศึกษาพัฒนาค้นคว้าสกัดเอาสารที่เป็นอันตรายออกไป และเหลือไว้ซึ่งสารที่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งเพื่อนำมาทำการรักษาต่อไป นอกจากนี้ นพ.เพชร ยังได้กล่าวต่ออีกว่า แม้ในเมืองไทยยังไม่มีการร้องทุกข์เอาผิดกับคนขายใบทุเรียนเทศ แต่เชื่อว่าในเร็ว ๆ นี้คงเกิดขึ้นแน่นอน เพราะในต่างประเทศได้มีคดีตัวอย่างเกี่ยวกับการขายใบทุเรียนเทศแล้ว โดยศาลสั่งตัดสินปรับ 350 ปอนด์ และให้รายงานตัวทุก 2 ปี กับคนขายใบทุเรียนเทศ เนื่องจากเห็นว่ามีความผิดฐานโฆษณาเกินจริง เพราะคนขายมักจะให้คนไข้หยุดกินยาตามแพทย์สั่ง แล้วหันมาดื่มน้ำต้มจากใบทุเรียนเทศแทน สำหรับใบทุเรียนเทศ เป็นพืชที่พบได้ในภูมิภาคป่าฝน เช่น แอฟริกา อเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีชื่อที่หลากหลายในแต่ละภูมิภาค ในหลาย ๆ พื้นที่ได้ใช้พืชชนิดนี้รักษาโรคติดเชื้อ และในหลายประเทศก็มี "ความเชื่อ" ว่าใช้รักษามะเร็งได้ โดยที่ไม่มีหลักฐานหรือผลงานวิจัยรองรับแต่อย่างใด ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ศาลอินโด สั่งจำคุก6ปี 3 อุยกูร์ ร่วมกลุ่มหัวรุนแรง
ชาวอุยกูร์ /  สั่งจำคุก / 

ศาลอินโดนีเซีย ตัดสินจำคุก ชาวอุยกูร์จากจีน 3 ราย ข้อหาสมคบกลุ่มหัวรุนแรง คนละ 6 ปี  สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า คณะผู้พิพากษาศาลแขวงจาการ์ตาเหนือ ประเทศอินโดนีเซีย ได้อ่านคำพิพากษาให้จำคุก 6 ปี จำเลย 3 คน ซึ่งเป็นชาวอุยกูร์ชนกลุ่มน้อยจากประเทศจีน ประกอบด้วย นายอาห์เมต มาห์มูด วัย 20 ปี นายอับดุลบาซิต ตูเซอร์ วัย 24 ปี และ นายอับดุลลาห์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า อัลตินซี บัยยรัม วัย 28 ปี ตามความผิดข้อหาละเมิดกฎหมาย ต่อต้านก่อการร้ายและกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ในคำพิพากษาระบุด้วยว่า จำเลยเหล่านี้ ได้ร่วมกระทำความผิดสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มติดอาวุธ ในประเทศอินโดนีเซีย จำเลยทั้ง 3 คนนี้ถูกจับกุมตัวไว้ได้เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว พร้อมกับชาวอุยกูร์ อีก 1 คน และชาวอินโดนีเซีย อีก 3 คน ขณะพยายามเข้าพบกับหัวหน้ากลุ่มติดอาวุธคนสำคัญของอินโดนีเซีย และทางการต้องการตัวมากที่สุด คือ นายอาบู วาร์ดะห์ ซันโตโซ ที่จังหวัดเซ็นทรัล สุลาเวสี นายอาบูวาร์ดะห์ ซันโตโซ เป็นหัวหน้ากลุ่มหัวรุนแรงที่เรียกตัวเองว่า อีสต์ อินโดนีเซีย มูจาฮีดิน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกกล่าวหาว่าสังหารตำรวจอินโดนีเซียไปหลายคนแล้ว และยังประกาศเข้าร่วมต่อกลุ่มไอเอสอีกด้วย

โสดไม่ได้ผิด! แต่ถ้าโสดตลอดปีตลอดชาติ แก้ได้อย่างไร?
ความรัก /  ดวงความรัก / 

โสด สำหรับสมัยนี้เป็นเรื่องที่ธรรมดามากกกกกก โดยเฉพาะคุณผู้หญิง ที่เดี๋ยวนี้ความรู้ความสามารถ เก่งกาจเทียบชั้นกับผู้ชายได้แบบสบาย หลายคนที่โสดเห็นพ้องต้องกันว่าถ้าเกิดหาแฟนดีไม่ได้ ก็ไม่ต้องมีแฟนเลยดีกว่า แต่ แต่ แต่ !!! อย่าลืมค่ะ บนโลกนี้ไม่ใช่ว่าทุกจะอยากเกิดมาโสด บางคนก็อยากจะมีคู่ชีวิต อยากจะร่วมกันแชร์เรื่องราวดีๆ ด้วยกัน สวีทหวานแหววให้คนอื่นอิจฉาเล่น แต่ทำไม๊ ทำไม โชคชะตาต้องทำให้มานั่งเหงาหงอยอยู่คนเดียวอย่างนี้ เอาเป็นว่าไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ สำหรับสาวๆ ที่โสดแต่ดั๊นอยากมีแฟน วันนี้แม่หมอจัดให้ !!   1. ตระเวนขอพร ตามสถานที่ขึ้นชื่อเรื่องความรัก - พระตรีมูรติ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สมกับที่เป็นเทพแห่งความรักจริงๆเพราะไม่ว่าใครที่ต้องการจะสมหวังในเรื่องของความรักต่างก็ไปขอพรพระตรีมูรติกันทั้งนั้น ซึ่งในการไหว้นั้นของที่ใช้จะเป็นสีแดงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบสีแดง ธูปสีแดง เทียนสีแดง และถ้าจะให้พรที่ขอนี้เป็นจริงต้องไปไหว้ในวันพฤหัสบดี ไหว้ตอนเวลาประมาณ 9.30 น.และ 21.30 น.เค้าว่ากันว่ารักนี้จะสมหวังชัวร์ๆ - พระแม่อุมาเทวี วัดแขก เป็นเทพอีกองค์หนึ่งที่สมหวังในความรักกับรักแท้ที่บริสุทธิ์ ซึ่งการไหว้บูชาพระแม่อุมาเทวีจะเน้นในเรื่องของอาหารค่ะเพราะจะถวายแต่ผลไม้เท่านั้น เนื่องจากท่านเป็นโยคินีจะไม่ทานเนื้อสัตว์ส่วนดอกไม้ก็จะเน้นเป็นดอกดาวเรือง ดอกล้วยไม้และก็ดอกกุหลาบเท่านั้น - เจ้าแม่เขาสามมุข จังหวัดชลบุรี อีกหนึ่งตำนานเกี่ยวกับความรักที่ซาบซึ้งกัดกินใจ แต่ตำนานนี้อาจะไม่แฮปปี้ เอ็นดิ้งเหมือนกับตำนานอื่นเค้า เพราะท้ายที่สุดไม่มีความสมหวังใดๆจะมีเหลือก็เพียงแต่ความซาบซึ้งในรักแท้ของคนสองคนเท่านั้นใครอยากจะลองเดินทางไปขอพรที่นี้ก็เชิญได้เลยนะ - ศาลแม่นาคพระโขนง ซอยสุขุมวิท 77 หากใครจะย่นระยะทางให้ใกล้สักหน่อย การมาขอพรความรักที่ศาลแม่นาคพระโขนง ( วัดมหาบุศย์ )ก็เป็นทางเลือกนึงที่ดีไม่น้อยค่ะ คนไหนที่มั่นคงในรักแท้แบบนี้อยากจะไปขอพรจากแม่นาคก็ไปได้แม่นาคท่านอาจจะเห็นใจช่วยให้เราสมหวังก็ได้ - พระลักษมี เกษรพลาซ่า สถานที่ขอพรอีกแห่งในย่านกรุงเทพฯ คือพระลักษมี บริเวณศูนย์การค้าเกษรพลาซ่าค่ะ ซึ่งเหตุบางคนเลือกมาขอพรที่นี้เพราะในตำนานกล่าวถึงพระลักษมีว่าเป็นที่รักยิ่งขอพระสวามีเลยทีเดียว ทำให้ใครต่อใครต่างเลือกมาไหว้พระลักษมีเพราะอยากสมหวังในรักและเป็นที่รักของคนรักนั่นเอง 2. เดินทางหรือลงหลักปักฐานกับทิศนำพาความรัก ประจำปีเกิดของคุณ เรื่องของทิศก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะบางทีตำแหน่งที่เราอยู่ อาจจะไม่ใช่ตำแหน่งที่จะเจอเนื้อคู่ เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ พยายามเดินทางท่องเที่ยวหรือย้านถิ่นฐานไปอยู่ในทิศให้โชค ด้านความรัก ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยค่ะ ส่วนทิศที่แต่ละนักษัตรถูกโฉลกด้วยนั้น มีดังนี้ค่ะ ปีชวด ทิศใต้ ปีฉลู ทิศตะวันตก ปีขาล ทิศตะวันออก ปีเถาะ ทิศเหนือ ปีมะโรง ทิศตะวันตก ปีมะเส็ง ทิศใต้ ปีมะเมีย ทิศตำวันออก ปีมะแม ทิศเหนือ ปีวอก ทิศตะวันตก ปีระกา ทิศใต้ ปีจอ ทิศตะวันออก ปีกุน ทิศเหนือ 3. คาถาขอพรความรัก ท่านอาจารย์เมืองคำ ปภากโร ผู้แก่กล้าในญาณแห่งวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ ได้บอกว่า ใครอยากจะรู้ว่า คู่วาสนาของตนจะมีหรือไม่ ให้ท่อง คาถาขอความรัก ดังนี้ ปุพเพวะ สันนิวา เสนะ ปัจจะบันนะ หิเตนะ วา เอวันตัง ชะยะเต เปมัง อุปะลัง วะ ยะโส ธะเก ฯ จุดธูปเทียน(เทียน 2 เล่ม ธูป 3 ดอก) ให้ทำในวันพระขึ้น 15 ค่ำยิ่งดี ให้ตั้งน้ำสะอาด 1 ขัน แล้วสวดคาถานี้เท่าอายุ เช่น อายุ 30 ปี ก็สวด 30 จบ แล้วนำน้ำนั้นมาล้างหน้า แล้วเข้านอน ท่านว่ากลางคืนจะฝันถึงคู่ครองของตน 4. หลีกหนีผู้ชายที่มีโหงวเฮ้งเจ้าชู้ อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คุณผู้หญิงหลายคนต้องอกหักอยู่บ่อยครั้ง เพราะพลาดไปคบกับชายเจ้าชู้ตัวพ่อ แล้วก็ต้องมานั่งเสียน้ำตาเป็นลิตรให้กับคนประเภทนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทางที่ดีก่อนจะตกลงคบหาดูใจใคร ก็ดูลักษณะโหงวเฮ้งไว้หน่อยก็ดีนะคะ เลี่ยงได้ก็เลี่ยง ตัวอย่างเช่น ผู้ชายที่คิ้วขนดกหนา ไรขนบริเวณหัวคิ้วชิดติดกัน , มีริมฝีปากบนที่หนาจนเห็นชัด , ผู้ชายที่คางยาว และบุ๋มลึก , ผู้ชายที่เปลือกตาหนา ดวงตาลึก เห็นชัดเป็นสีคล้ำ แม้ไม่ได้นอนดึก , ผู้ชายที่มีจมูกใหญ่ , ผู้ชายที่มีขนอ่อนที่บริเวณใบหน้าและแขนจำนวนมาก ผู้ชายที่มีลักษณะเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเจ้าชู้ เปลี่ยนคู่นอนอยู่บ่อยครั้ง บ้ามกาม และเล่ห์เหลี่ยมเแพรวพราว 5. วิธีแก้เคล็ดอาภัพคู่รัก ในทางโหราศาสตร์ มองว่าคนที่อาภัพคู่ครองคนรัก หรือผิดหวังกับความรักอยู่บ่อยครั้ง ในอดีตชาติได้ทำกรรมด้วยการขัดขวาง พรากคู่รักคนอื่นให้ต้องเสียใจ ทุกข์ทรมาน ในชาตินี้จึงจำเป็นต้องทำบุญให้มาก ด้วยถวายสิ่งของเป็นคู่ที่วัด เช่น แจกันคู่ เชิงเทียน เทียนคู่ (9 คู่) ธงคู่ ผ้าคู่ หมอนคู่ เป็นต้น หรือบริจาคของเป็นคู่แก่คนอื่น หรือจะร่วมเป็นเจ้าภาพทำบุญเลี้ยงพระให้คู่บ่าวสาวในวันแต่งงาน ร่วมพิธีเลี้ยงพระตอนเช้า นอกจากนี้ควรถวายพวงมาลัยดอกรัก และดอกมะลิ ไหว้พระบูชาพระทุกสัปดาห์เป็นประจำ ก็จะช่วยเสริมดวงความรักให้ดีขึ้นค่ะ   รูปประกอบและเรียบเรียงโดย  : Horoscope.Mthai.com

ละครเลือดมังกร ตอนหงส์  , เรื่องย่อเลือดมังกร ตอนหงส์
เจนี่ เลือดมังกร ตอนหงส์ /  บอย ปกรณ์ เลือดมังกร ตอนหงส์ / 

เลือดมังกร ตอนหงส์ บทประพันธ์ Shaynaบทโทรทัศน์ สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์กำกับการแสดง พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง “หงส์ สัญลักษณ์ของความงาม ความงามเสมอด้วยเมตตาไม่มี.” หงส์ ลูกสาวคนเล็กของเถ้าแก่สุง หัวหน้าแก๊งหงส์ดำ และเจ้าของคณะงิ้วเฟิ่งหวง คณะงิ้วเก่าแก่ของเยาวราช ซึ่งเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวจีนในแถบเยาวราชเนื่องจากเป็นคนใจคอกว้างขวาง จนได้รับตำแหน่งนายกสมคมเลือดมังกร เถ้าแก่สุงมีพี่น้องร่วมสาบานเถ้าแก่ไช้ และเถ้าแก่เต็ก ทั้งสามร่วมดื่มน้ำสาบานว่าเป็นพี่น้องกันในนามของแก๊งสามวิหค คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซินแสง้วงทำนายดวงชะตาบอกว่าเป็นนัยว่าดวงชะตาหงส์เป็นต้นเหตุทำให้คน3คนพบกับจุดจบแต่ก็จะเป็นใหญ่ประดุจหงส์ที่อยู่เหนือพญามังก ร เถ้าแก่สุงตีความว่าหงส์เป็นตัวซวยเพราะเกิดมาก็เป็นสาเหตุทำให้ดวงตาภรรยาร่วมทุกข์ร่วมสุขของเขาต้องตาย เถ้าแก่สุงรับอาหลงเข้ามาเป็นคนงานในโรงงิ้ว โดยหารู้ไม่ว่าอาหลงปลอมตัวเข้ามาเพื่อหาโอกาสแก้แค้นเถ้าแก่สุงเนื่องจากถูกเสี่ยเล้งป้ายสีว่าเถ้าแก่สุงเป็นคนฆ่าอาเหมยคนรักของเขา ทำให้ได้รู้จักกับหงส์ ความงามต้องตา และความฉลาดหลักแหลมของหงส์เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้อาหลง และหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เข้ามาติดพันเช่นเดียวกับเสี่ยเกา หัวหน้าแก๊งค้างคาว อากุ่ย นักแสดงงิ้ว และตี๋เล็ก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเถ้าแก่เต็ก แต่หงส์ไม่ได้สนใจใคร ตี๋เล็กอ้อนวอนขอให้เถ้าแก่เต็กมาทาบทามสู่ขอหงส์ เถ้าแก่เต็กเห็นดีด้วยเพราะหากตี๋เล็กได้แต่งงานกับหงส์ก็เท่ากับจะได้ครอบครองทำเลโรงงิ้วเฟิ่งหวงโดยปริยาย เถ้าแก่สุงปฏิเสธไมตรีที่จะยกลูกสาวให้ถึงแม้จะเป็นพี่น้องร่วมน้ำสาบานกันเนื่องจากตี๋เล็กเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ มิหนำซ้ำยังนิสัยอันธพาล ทำให้เถ้าแก่เต็กรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย ณ งานเทศกาลประจำปีที่ศาลเจ้าพ่อเสือ เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันของนักเลงแก๊งอื่นที่โรงงิ้ว (เป็นเหตุการณ์ร่วมกันทั้ง 5 เรื่อง) ขณะที่งิ้วกำลังแสดงตอน “ขุนศึกตระกูลหยาง” อยู่นั้น ได้เกิดการยิงกันสนั่นหวั่นไหวขึ้น ห่ากระสุนถูกสาดมาจากทั่วทิศจนโรงงิ้วเกิดความโกลาหล หงส์ตกอยู่ในอันตรายแต่อาฉางพี่ชายซึ่งกำลังแสดงงิ้วรับบทเป็น“หยางจงเป่า” ได้เอาตัวเองบังกระสุนปืนเอาไว้ เพื่อปกป้องอาหงส์น้องสาวจนเสียชีวิต เถ้าแก่สุงร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด ความหวังที่ตนวาดหวังไว้ดับวูบลงทันที กลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ปล่อยคณะงิ้วไปตามยถากรรม ภายหลังการตายของอาฉาง เถ้าแก่สุงที่วันๆเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่หน้าป้ายบรรพชน นึกถึงคำพูดของซินแสง้วงที่ว่าหงส์เป็นสาเหตุที่ทำให้คนต้องพบจุดจบถึง 3 คน และอาฉางก็เป็นศพที่ 2 ดังคำทำนายหงส์เข้ามาบอกกับเถ้าแก่สุงว่าจะเป็นพระเอกงิ้วแทนพี่ชาย รับสืบทอดคณะงิ้วเฟิ่งหวงแทนพี่ชาย แต่เถ้าแก่สุงกลับโมโห ไล่ตะเพิดหงส์ออกไป และกล่าวสบประมาทว่าหงส์ไม่มีวันเป็นได้อย่างที่อาฉางเป็น หงส์น้ำตาตกใน ตั้งใจว่าจะต้องพิสูจน์ให้พ่อเห็นให้ได้ว่าตนมีความสามารถที่จะสืบทอดคณะงิ้วเฟิ่งหวงแทนพี่ชายผู้ล่วงลับให้จงได้ตี๋เล็กอ้อนวอนขอให้เถ้าแก่สุงยกหงส์ให้ตน แต่เถ้าแก่สุงก็ยืนยันเป็นกระต่ายขาเดียว และสอนตามประสาญาติผู้ใหญ่ให้ตี๋เล็กไปทำมาหากิน สร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้เสียก่อน ตี๋เล็กแค้นใจที่ถูกเถ้าแก่สุงสั่งสอน ด้วยความโกรธจนขาดสติจึงพลั้งมือฆ่าเถ้าแก่สุงแล้วรีบหลบหนีไป ก่อนขาดใจตายเถ้าแก่สุงรู้แล้วว่าคนที่ต้องพบจุดจบเป็นรายที่ 3 ตามคำทำนายของซินแสง้วงก็คือตัวเขาเอง ! หงส์เข้ามาเห็นร่างเถ้าแก่สุงนอนจมกองเลือดขาดใจตายก็เข่าอ่อน กอดศพบิดาร่ำไห้ คนในคณะงิ้วเข้าใจผิดคิดว่าอาหลงเป็นคนยิงเถ้าแก่สุงตาย หงส์แค้นจนอกแทบจะระเบิด แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าอาหลงจะสังหารบิดาตัวเองได้ลงคอ เถ้าแก่เต็กช่วยให้ตี๋เล็ก ลูกชายของตนลอยนวล ไม่ต้องติดคุก สองพ่อลูกจึงร่วมมือกับเสี่ยเกา และเสี่ยเล้งเพื่อหาทางขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งหงส์ดำ และครอบครองพื้นที่โรงงิ้วใจกลางเยาวราชแทนเถ้าแก่สุง การตายของเถ้าแก่สุงทำให้ต้องคัดเลือกประมุขแก๊งหงส์ดำและนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่ เถ้าแก่เต็กมั่นใจว่าตนจะต้องได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขแก๊งหงส์ดำแน่นอน แต่ปรากฏว่าพี่น้องต่างลงคะแนนเสียงให้หงส์ ลูกสาวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเถ้าแก่สุงขึ้นเป็นประมุขแก๊งหงส์ดำสร้างความขัดเคืองให้กับเถ้าแก่เต็กและตี๋เล็กอย่างมาก หงส์ขึ้นรับตำแหน่งประมุขแก๊งหงส์ดำท่ามกลางความแตกแยกภายในแก๊งสามวิหคต้องแบกรับภารกิจใหญ่หลวงทั้งสืบทอดโรงงิ้วเฟิ่งหวงของผู้เป็นบิดาและตามหาคนร้ายตัวจริงที่ฆ่าเถ้าแก่สุงมาลงโทษให้จงได้เพื่อช่วยล้างมลทินให้อาหลงคนรักหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาโดยมีพี่ชายทั้งสี่ ธาม ทรงกลด ภรพและคณินคอยยื่นมือช่วยเหลืออยู่ห่างๆ รายชื่อนักแสดง เลือดมังกร ตอนหงส์เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รับบท หงส์ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท อาหลงเจสัน ยัง รับบท อาฉางนพพล โกมารชุน รับบท เถ้าแก่สุง คณะเฟิ่งหวงสุเทพ ประยูรพิทักษ์ รับบท เฮียใช้แก๊งค์ไก่ฟ้าญาณี ตราโมทย์ รับบท เฮียเต็ก แก๊งกะเรียนโทนี่ รากแก่น รับบท กุ่ยพิมดาว พานิชสมัย รับบท หมวยภรัณญู ประชากฤช รับบท ตี๋เล็กพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ซินแสง้วงการัญชิดา คุ้มสุวรรณ รับบท เหมยวิศรุต หิรัญบุศย์ รับบท ตี๋เพ้งชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ รับบท เล้งอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม รับบท ภรพเจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท ทรงกลดธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท ธามแอนดริว เกร้กสัน รับบท คณิน

บิ๊กแจ๊ด พบภาค1ปมพกปืนเข้าญี่ปุ่น ปัดเป็นเจ้าของ
คำรณวิทย์ /  ญี่ปุ่น / 

"พล.ต.ท.คำรณวิทย์" พบ ผบช.ภ.1 แจงกรณีพกปืนที่ญี่ปุ่น ยืนยันไม่ใช่เจ้าของปืน ด้าน อัยการ เตรียมเรียกสอบอีกครั้ง วันที่ 27 ก.ค. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางเข้าให้ข้อมูลตามคำเชิญของ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ถ.วิภาวดี-รังสิต กรณีถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุม ข้อหาพกพาอาวุธปืนขึ้นเครื่องบิน ที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ซึ่งอัยการญี่ปุ่นไม่สั่งฟ้องก่อนปล่อยตัวเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่14 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเมื่อเดินทางมาถึงกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เข้ากราบสักการะศาลพระภูมิบริเวณด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก่อนเดินขึ้นตึกบัญชาการ ซึ่งระหว่างทางเดินได้มีข้าราชการตำรวจ แม่บ้านตำรวจมารอให้กำลังใจพร้อมมอบดอกไม้เต็มพื้นที่ โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ก็ได้พูดคุยทักทายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นทุกครั้ง ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามที่จะสอบถามถึงกรณีดังกล่าว แต่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ ด้านพล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่าได้ประสานไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้ดำเนินการขอสำนวนคำให้การของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว เพื่อมาประกอบสำนวนการสอบสวนของไทย เบื้องต้นทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ให้ข้อมูลบางส่วนแล้ว แต่ถึงอย่างไรต้องรอสำนวนคดีจากทางการญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้พอใจพนักงานสอบสวนทำงานได้รวดเร็ว สอบพยานไปแล้วกว่า 17 ปาก ด้านข้อมูลที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ให้กับทางพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยข้อมูลของปืนนั้นยังรอการตรวจสอบว่ามีทะเบียนหรือไม่ แต่เบื้องต้นทราบว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีปืนแค่ 3 กระบอก ซึ่งกระบอกที่พบนั้นไม่ได้เป็น 1 ใน 3 กระบอกนั้น พร้อมยืนยันปืนกระบอกที่พบไม่ใช่ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์แน่นอน หลังจากนี้ เมื่ออัยการมีการพิจารณาที่แน่ชัดแล้ว จะได้เชิญ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง ขอบคุณภาพ @AkaravutTv9 ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

หวังพลังโซเชียล! ช่วยครูเกษียณถูกนายทุนปิดทางเข้า-ออกบ้าน
ข้าราชการเกษียณ /  คุณครู / 

แชร์เรื่องราวของคุณครูวัยเกษียณ ถูกนายทุนต้องการที่ดิน ปิดทางเข้า-ออกบ้าน อีกทั้งใครช่วยเหลือจ่อฟ้องกลับ วอนช่วยก่อนขึ้นศาล20 ก.ค.นี้ วันนี้ (16 ก.ค. 58) ชาวโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ พร้อมเรื่องราวของครอบครัวข้าราชการครูเกษียณท่านหนึ่ง ซึ่งมีกันอยู่แค่ 3 คน เป็นผู้สูงอายุทั้งหมด แต่กลับถูกนายทุนกลั่นแกล้ง โดยปิดตายทางเข้า-ออกบ้าน หวังจะได้ที่ดินนำไปปลูกสร้าง ทั้งที่คุณครูเข้าออกทางนี้มา 70 ปีแล้ว โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่านพภาณุ ชุติมาเมธี ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าว ระบุว่า " อ่านให้จบแล้วช่วยแชร์ให้ด้วยนะครับ จิตใจมนุษย์ความโลภอยากได้ที่ดิน รังแกผู้สูงอายุอยู่บ้าน 3 คน อายุ 65 ปี, อายุ 70 ปี ต้องดูแลพ่อ อายุ 97 ปี และที่สำคัญท่านทั้ง 2 เป็นข้าราชการครูเกษียณ ทำความดีมาตลอด อยู่บ้านหลังนี้มากว่า 70 ปี โดนปิดทางเข้า-ออก ไม่ให้ใครเข้าออกได้ ทั้งที่แกเข้าออกทางนี้มา 70 ปีแล้ว หลังจากเจ้าของที่เก่าบริเวณทางเข้าออกตาย นายทุนใหม่มาซื้อต่อเลยกลั้นแกล้ง ปิดตายเอาปูน สังกะสี มาปิดทางเข้าออก 4 ครั้งแล้ว บางครั้งแกก็ทนไม่บอกใคร ทั้งทีมีลูกศิษย์มากมาย กลัวบอกแล้วลูกศิษย์จะเดือดร้อน เสียการงานมาดู ฟ้องศาลสู้กันมาจนถึงศาลฎีกาก็แพ้ เมื่อถูกปิดตาย ท่านก็ทนอยู่ในสวนบ้านท่าน 20 กว่าวัน เก็บผักผลไม้กินประทังชีวิต ยังดีที่มีข้าวสารเต็มถัง มีเพื่อนบ้านที่ดั้งเดิมมาส่งข้าวอาหารให้ก็โดนขู่ไปตาม ๆ กัน จนวันที่ 20 กว่า ๆ ที่โดนขัง คุณตาอายุ 97 ร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้ว ยาที่กินหมด ท่านเลยโทรไป สน.ท่าพระ ให้ตำรวจมาช่วยเปิดทางให้ จากนั้น ตำรวจก็มาเปิดให้ เชื่อไหมครับ สุดท้ายตำรวจ 2 นายที่มาเปิดให้กับครูผม 2 คน โดนฟ้องทำลายทรัพย์สินกับบุกรุกอีก ตรวจสอบเรื่องได้ครับที่ สน.ท่าพระ ทำไมถึงต้องฟ้องทางตำรวจด้วย เพราะหวังว่าคราวหลังจะได้ไม่มีใครกล้ามาช่วย ถ้าใครมาช่วยก็จะโดนฟ้องหมด จะให้พวกท่านตายเลยหรือครับ เพราะอะไรถึงแพ้ ก็รู้กันอยู่ทำไมถึงแพ้นายทุน ถามใคร ๆ ก็บอกชนะอยู่แล้ว เข้าออกทางนี้มานาน แต่ในความเป็นจริงเขาจะให้เข้าออกทางคูน้ำ ซึ่งเป็นทางสาธารณะจริง ที่ไม่ได้ใช้งาน คนแก่ 3 คนจะเดินออกยังไง ใจลึก ๆ อยากให้นายทุนมาเดินให้ดูก่อนว่าเดินไม่ได้จริง ๆ วันนี้ผมในฐานะลูกศิษย์มาทำสะพานปูนให้ท่านใหม่ แทนสะพานไม้ที่เริ่มผุพังกลัวจะหักเวลาท่านเดิน พวกนายทุนก็มาถ่ายรูปคงเตรียมไว้ฟ้องอีกตามเคย ทั้งที่ทำในเขตบ้านท่านไม่ได้รุกล้ำในเขตของนายทุนเลยสักนิด ร้องทุกข์หลายที่แล้วก็เงียบครับ ศูนย์ดำรงธรรม คสช. เรื่องราวมันเยอะเกินบรรยาย สุดท้ายคงพึ่งได้แต่พลังโซเชียล พลังสื่อมวลชน อยากให้คนใหญ่โตในบ้านเมืองไทยเมตตาท่านเหลียวแลให้ความเป็นธรรมกับท่านบ้าง แม่พิมพ์ของชาติผู้เสียสละอย่างแท้จริง บ้านท่านอยู่ในซอยเพชรเกษม 15 แยก 5 บ้านท่านเป็นสวนกว้าง 4 ไร่เศษ เป็นปอดของกรุงเทพฯ อีกแห่งกลางใจเมือง จะให้แปรเป็นคอนโดหรืออะไรก็ตาม เพราะเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน ท่านคงสู้ตายนะผืนแผ่นดินที่ท่านเกิดและพ่อแม่อยู่มาแต่โบราณ ซึ่งผมคงเห็นท่านสู้จนตายไม่ได้ ช่วยทุกอย่างทุกทาง ยังมองไม่เห็นทาง เลยมาลงเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องจริงและหวังว่าคงช่วยกันแชร์ เผื่อมีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยท่านทันเวลา ก่อนขึ้นศาลอาญาวันที่ 20 ก.ค.นี้นะครับ  ป.ล. ข้อความทั้งหมดคือเรื่องจริง ผมขอเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก ถ้าช่วยท่านได้ตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณดั่งพ่อแม่จริง ๆ อีกคน " หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกตีเผยแพร่ออกไป ล่าสุดผู้โพสต์ได้อัพเดทภาพพร้อมข้อความว่า ได้พาสื่อมวลชนเดินเลาะ เพื่อดูทางคูน้ำเข้าบ้านครูว่าเป็นอย่างไรนั้น นายทุนที่ถูกกล่าวอ้างได้สั่งให้ลูกน้องทำการปิดกั้นทางอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้ทางนายทุนที่ถูกกล่าวอ้าง ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ขอบคุณข้อมูล/ภาพ นพภาณุ ชุติมาเมธี ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ไม่รอลงอาญา! จำคุก1ปี มือพ่นสีป้ายศาลอาญา
ป้ายศาลอาญา /  พ่นสีสเปรย์ / 

ศาลสั่งจำคุก มือพ่นสีสเปรย์ป้ายศาลอาญา 2 ปี สารภาพลดเหลือ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ตามพ.ร.บ.ความสะอาด วันที่ 14 ก.ค. ศาลอาญา นัดสอบคำให้การจำเลย คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายณัฐพล เข็มเงิน หรือ เจเจ อายุ 22 ปี จำเลยในความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ขูด ขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใด ซึ่งความเสียหายแก่สาธารณประโยชน์ จากกรณีเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา จำเลยบังอาจใช้สีสเปรย์สีดำพ่นสัญลักษณ์เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ (A) มีวงกลมล้อมรอบ ลงบนป้ายหน้าสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลอาญา 2 แห่ง เป็นเหตุให้ป้ายข้อความ ที่ส่วนราชการได้จัดทำไว้ เพื่อสาธารณประโยชน์เกิดความเสียหาย และเสื่อมค่า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ,พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ต่อมาวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน สามารถติดตามจับกุมจำเลยได้ และให้การรับสารภาพโดยตลอด ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง เป็นความผิดกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ ฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์นั้นมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ อันเป็นบทหนักสุด จำคุก 2 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพไม่ขอต่อสู้คดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา นายณัฐพลได้ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล โดยให้รอลงอาญา 1 ปี จากกรณีพ่นสีป้ายศาลอาญาเช่นเดียวกัน ภาพจากทวิตเตอร์ @AkaravutTv9 ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

แองจี้ ยอมรับ! คลิปเสียงหลุด ทะเลาะผจก...?? (มีคลิป)
แองจี้ เฮสติ้ง /  คลิปเสียง แองจี้ / 

แชร์ว่อนโซเชียล!! สำหรับคลิปเสียงหลุดที่ระบุว่าเป็น "นางเอกดังทะเลาะกับผู้จัดการส่วนตัวเรื่องเงิน" ซึ่งหลายคนคาดเดาว่าเจ้าของเสียงในคลิปคือดาราสาว แองจี้ เฮสติ้ง ล่าสุดเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ทางไกลจากประเทศคูเวตกับทีมข่าวบันเทิงช่อง 2 ยอมรับ! ว่าเป็นเจ้าของเสียงในคลิปจริง ส่วนคู่กรณีไม่ใช่ผู้จัดการแต่เป็นลูกจ้างที่มาช่วยดูแล ซึ่งทำงานไม่ดีจึงต้องเชิญออก พร้อมฝากถึงคู่กรณีถ้าอยากให้ฟ้องก็ยินดีขึ้นศาล!! "เรื่องนี้มันก็นานแล้วนะคะ ทะเลาะกันนานแล้ว คือเราทำงานด้วยกัน เค้าไม่ได้เป็นผู้จัดการนะคะ เป็นผู้ช่วยที่จ้างมาเพราะว่างานค่อนข้างเยอะ อยากให้เค้าเข้ามาช่วยดูแลเรื่องคิวละคร เรื่องคิวถ่ายรายการนิดหน่อยก็เท่านั้น พอเค้าทำงานไม่ถึงไม่เต็มที่ก็ต้องปล่อยไป ก็ทะเลาะกันนิดหน่อย เค้ามาทวงค่าจ้างก็ปกติอยู่แล้ว อันนี้ก็โอนให้เรียบร้อย ก็จ่ายเงินเดือนให้เค้าทุกเดือนอยู่แล้วไม่เคยขาด แต่พอทำงานมา 3 เดือนแรกก็รู้แล้วว่ามันไปกันไม่รอด ก็ให้เค้ามาทำเรื่อยๆ ก็ไม่อยากปล่อยเค้าไป แต่พอมันถึงที่สุดแล้วมันทำไม่ได้ ทำไม่เต็มที่เราก็ต้องปล่อยเค้าไป ก็เท่านี้แหละค่ะ" "จี้ก็ไม่รู้นะคะว่าจะปล่อยคลิปออกมาทำงาน มาโปรโมทร้าน อันนี้เอาไว้คิดแล้วกัน แต่คือเราทำงานด้วยกันไม่ได้ก็ต้องปล่อย ถ้าเราทำงานไม่เต็มที่ ทำบ้างไม่ทำบ้าง ไปๆ มาๆ มันไม่ถูก ก็ทนไม่ได้ จี้ต้องทำงานทุกวัน ตื่นตี 5 กลับบ้านเที่ยงคืน โดยอีกฝ่ายนึงเค้าทำงานไม่เต็มที่ มา 10 โมงกลับบ้านบ่ายโมง จี้ว่ามันไม่ถูกแล้ว เลยอยู่ด้วยกันไม่ได้ จี้อยากทำงาน จี้รักอาชีพตัวเอง จี้ให้เต็มร้อย" "เราทำงานเค้าก็ต้องมารับงานด้วยใช่ไหมคะ ให้เกียรติคนที่จ้างเรา จี้ไม่เคยมาสาย พอมันมีกรณีแบบนี้เค้ามาสายบ้าง ป่วยบ้าง คือบ่อยมาก จนวันสุดท้ายนี่คือมันเต็มที่แล้ว แล้วเค้ารับงานทางรายการด้วย คือเค้าบอกให้มาช่วยดูแลเสื้อผ้าหน่อย พอเค้าไม่มาทำงาน เสื้อผ้าพิธีกรก็ไม่ได้ใส่ มันก็เสียงาน พอมันเสียงาน จี้ก็โดนด้วยเพราะว่าเป็นเด็กของเรา ซึ่งถ้าจะมาทำงานจริงๆ มาสายเราก็ให้อภัย แล้วให้อภัยบ่อยมาก" "เรื่องคนปล่อยคลิป อันนี้จี้ขอไม่เอ่ยดีกว่านะคะ รู้กันอยู่ว่าใครเป็นคนปล่อย ทำอะไรมันก็ต้องคิดบ้าง มันเป็นประเด็น แล้วทุกคนก็เสีย แองจี้ก็เสีย เค้าก็เสียด้วย คนที่อยู่รอบข้างก็เสียด้วย ถูกไหมคะ มันก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น" "ตอนนี้จี้คุยกับทนายเรียบร้อยแล้วค่ะ เพราะว่าจี้ก็ไม่ยอมเหมือนกันนะคะ แต่ว่าก็ให้อภัยอยู่แล้ว บางทีคนเราทำอะไรก็ไม่ได้คิด อันนี้คิดว่าน่าจะเป็นกระแสที่ดีสำหรับเค้าหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้ ยังไม่อยากให้ทุกอย่างมันไปถึงขั้นฟ้องร้อง จี้คือใจเย็นมาก เป็นคนให้อภัยให้โอกาส เป็นคนให้โอกาสจริงๆ ค่ะ ถ้าน้องเค้ามีงานอื่นก็ดีใจด้วย แล้วก็ขอให้เค้าตั้งใจทำงาน อย่าทำให้ผู้จ้างเสียหายด้วย แค่นั้นเอง ขอให้โชคดี ถ้าจะให้ถึงฟ้องร้องกันก็ได้ ยินดีขึ้นศาล จะมาทะเลาะกันเรื่องอะไรไร้สาระมากเลยเราก็โอนเงินแล้ว จี้ก็มีหลักฐานทุกอย่างเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นไลน์" "เรื่องเงินคือเคลียร์แล้วเรียบร้อยค่ะ จี้ให้เงินเดือนเค้าเดือนละ 25,000 ทำงานแค่อาทิตละ 2 วัน วันนึงมาทำงานแค่ 3 ชั่วโมง วันที่เค้าไม่ได้มาทำงาน จี้ก็ไม่ได้หักนะคะ ให้หมด 25,000 ทุกเดือนค่ะ ขอให้ทำงานให้เต็มที่ รักงาน แล้วก็อย่าทำให้จี้ต้องเสียหายในการทำงานแค่นี้ แองจี้ก็แฮปปี้แล้ว ถ้าใครทำงานให้แองจี้ จี้จะดูแลเต็มที่ แต่จะมาทำแบบนี้มันทำให้เราเสียใจแล้วก็เสียความรู้สึกมากๆ ฝากอะไรถึงคนที่ปล่อยคลิปเหรอ การที่ทำกระแสแบบนี้มันไม่ถูกต้องกับทั้ง 2 ฝ่าย จี้รู้ว่าเขาทำงาน แล้วคนที่จ้างเค้าก็มีชื่อเสียงด้วย" แองจี้ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @angiehastings และคลิปเสียงจาก thaihothit.com แองจี้ เฮสติ้ง แองจี้ เฮสติ้ง แองจี้ เฮสติ้ง แองจี้ เฮสติ้ง

ปิดคดีไอ้หนุ่ยติ๊งต่าง รับสารภาพเป็นประโยชน์ รอดพ้นประหารชีวิต
คดีข่มขืน /  ฆาตรกร / 

ย้อนรอยคดีสะเทือนขวัญ ผลงานของ ไอ้หนุ่ย หรือ  ติ๊งต่าง ฆาตกรฆ่าข่มขืนน้องการ์ตูน เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ที่หายตัวไป โดยออกอุบายว่า จะพาไปซื้อขนม แต่แล้วกลับใช้กำลังบีบคอจนเสียชีวิต ก่อนที่จะข่มขืนที่ปากซอยลาซาล ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง โดยเมื่อปี 2556 ไอ้หนุ่ย ติ๊งต่าง ลวงเด็กหญิง 4 ขวบที่ไปงานกาชาดดอกฝ้าย จ.เลย ออกอุบายซื้อขนมให้ จากนั้นใช้กำลังประทุษร้าย ข่มขืนแล้วบีบคอเด็กจนเสียชีวิต จากนั้นไม่นาน ย่ามใจ ก่อเหตุซ้ำต่อเนื่อง ที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย พฤติการณ์คล้ายคลึงกัน  คราวนี้เป็นเด็กชายวัย 7 ขวบ ลวนลามและบีบคอเสียชีวิต ภายหลังถูกตำรวจจับกุม นายติ๊งต่างได้ให้การรับสารภาพ และยอมรับว่า ได้ก่อเหตุกระทำอนาจารเหยื่อมาแล้วนับ 10 ราย และฆ่าตายมาแล้ว 4 ศพ เริ่มตั้งแต่ปี 2551 หลังพ้นโทษในคดีพรากผู้เยาว์ มาเป็นเวลา 3 ปี โดยน้องการ์ตูนเป็นศพสุดท้าย เสียงสะท้อนจากสังคม เรียกร้องให้มีการประหารชีวิต เพื่อเป็นหนึ่งตัวอย่างของความโหดเหี้ยม ยากที่จะให้อภัยได้ แม้กระทั่งอดีตเมียยังขอให้ประหารชีวิตไปเลยให้จบสิ้น เพราะไม่เหลือความเป็นคน  มีอารมณ์ดุร้าย มักหายตัวไป กลับมาบ้านอีกทีในช่วงเย็นเป็นประจำทุกวัน แถมยังมีพฤติกรรมแปลก ชอบมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ภายในหมู่บ้านบ่อยๆ จนกระทั่งทราบข่าวร้ายที่คาดไม่ถึง แน่นอนว่า เป็นใครก็สะเทือนใจกับผู้ที่สูญเสีย ทั้งชีวิตของน้องการ์ตูน และเหยื่อรายอื่นๆ โดยเฉพาะพ่อแม่ ญาติพี่น้อง นี่คือฝันร้ายที่หวังว่า สุดท้ายจะได้รับฟังคำตัดสินที่สาสม วันนี้ (22ก.ค.) ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต หนุ่ย ติ๊งต่าง ฆาตกรต่อเนื่อง สำนวนที่ 2 คดีล่วงละเมิดทางเพศและฆ่าเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ที่จังหวัดเลย แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุกตลอดชีวิต สุดท้ายแล้ว จุดจบไอ้หนุ่ย ติ๊งต่าง ก็ไม่ได้รับโทษประหารชีวิต อย่างไรก็ตามก็หวังว่า จะไม่มีการลดโทษและพ้นโทษออกมาอีก ไม่ว่าจะระยะเวลานานเท่าใดก็ตาม เพราะเหตุอาชญากรรมฆ่าข่มขืนเด็ก...เป็นความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในสังคม เพชรพิริยะ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News