ศาลฏีกา

ไหว้พระเสริมมงคล 12 ราศี ประจำเดือนมิถุนายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ทำบุญ / 

ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) เคล็ดลับในการไหว้ ให้ท่านข้ามฝั่งไปธนบุรี โดยทางเรือ เพราะชื่อว่าการข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อที่จะไปกราบสักการะทำนุบำรุงพุทธศาสนา นั้น จะทำให้ได้รับกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะถือว่ามีความเพียรพยายาม เมื่อไปถึงที่วัดแล้ว ให้ไปกราบสักการะพระประธานในอุโบสถ คือ “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ภายในพระพุทธอาสน์บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ควรไปกราบสักการะองค์พระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ท่องนะโม  3 จบ และตามด้วยท่อง วาละลุกัง สังวาตังวา 9 จบ จึงอธิษฐานจิตขอบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ช่วยคุ้มครอง ให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) อุโบสถกลางน้ำ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) แนะนำให้ท่านไปกราบสักการะพระประธานในอุโบสถกลางน้ำ มรดกธรรมหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ชื่อว่า พระยารัตนโกสินธ์ทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปปางปราบพระยาชมพูบดี มีความศักดิ์สิทธิ์สวยงามมาก และนอกจากนี้ยังสามารถชมจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามในอุโบสถ ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) สักการะพระประธานทั้ง 3 องค์ หรือ “ซำป้อฮุกโจ้ว” ได้แก่ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ พระไภษัชยคุรุพุทธะ จากนั้นให้ท่านไปไหว้เทพเจ้า “ไท้ส่วยเอี้ยะ” เพื่อคุ้มครองดวงชะตาของท่านในปีนี้ และที่ต้องห้ามพลาดเลย คือการไหว้ขอพร เทพเจ้าแห่งโชคลาภ “ไฉ่ซิงเอี้ยะ” ขอพรให้ท่านกิจการรุ่งเรือง ร่ำรวย มั่นคง ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) วัดทิพยวารีวิหาร (วัดกัมโล่วยี่) วัดจีนเก่าแก่ สร้างตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ขอเชิญทุกท่านไปไหว้ขอพรเทพเจ้ามังกรเขียว หรือแชเล่งเอี้ยะ ปีนี้เป็นปีลิงในทางจีน ถือลิงกับมังกรเป็นมิตรคู่กัน คนจีนแต้จิ๋วนับถือกันมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพระาความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน มักอวยพรให้ผู้ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา ด้านการคุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ จากนั้นอย่าลืมไปไหว้เทพเจ้าอุ้มสม อธิษฐานจิตให้สมหวังในความรักและครอบครัวมีความสุข ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ไปสักการะพระนิรันตราย ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปที่รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น เหตุที่ทรงถวายพระนามนี้ เพราะมีพระราชดำริว่า พระพุทธรูปนี้เมื่อขุดได้ก็ไม่ถูกทำลาย และควรที่ผู้ร้ายจะลัก แต่ก็ไม่ลัก แคล้วคลาดไม่เป็นอันตรายถึงสองครั้ง ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) วัดอินทารามวรวิหาร (บางยี่เรือ ฝั่งธนบุรี) เป็นวัดโบราณสมัยอยุธยา แนะนำให้ไปสักการะพระเจดีย์กู้ชาติ เจดีย์ที่บรรจุพระบรมอัฐิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากนั้นถวายเครื่องสักการะ และขอพรให้มีปัญญาเฉียบแหลม ดุจคมคาย ทำการสิ่งใดก็สำเร็จทุกประการ ไม่มีอุปสรรคกีดขวาง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร ไปไหว้พระประธานยิ้มรับฟ้าในพระอุโบสถ ให้ชีวิตสดใสราบรื่น จากนั้นไปกราบหลวงปู่โต หรือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พร้อมสวดคาถาชินบัญชร ขอให้ท่านปกปักคุ้มครอง คิดทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ ก่อนกลับบ้านแนะนำให้ไปรับพลังชีวิต จากสายน้ำที่ท่าน้ำวัดระฆัง ปล่อยปลาเป็นการทำบุญทำทานก่อนกลับบ้าน ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กราบสักการะขอพระพุทธรังสุโขทัยธรรมมาโมภาส ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาพระธรรมปัญญาบดี ใกล้กับวิหารพระนอน พระพุทธรูปที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 4 จากนั้นให้ไปกราบสักการะพระพุทธเทวปฏิมากร ขอพรให้สำเร็จดุจดังเทวดาสร้างสรรค์ทุกประการ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ควรไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อโต หรือซำปอกง อธิษฐานจิตเรื่องธุรกิจ การค้า การเดินเรือ ทางอากาศ ขอให้เดินทางปลอดภัย เคล็ดลับคือห่มผ้าหลวงพ่อโต ขอพร และตีระฆัง ตีกลอง บอกฟ้าดินและหลวงพ่อ อย่างละ 3 ครั้ง ก่อนกลับบ้าน แนะนำให้ทุกท่านไปไหว้พระโพธิ์สัตว์กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลเจ้าเกียนอันเกง ที่อยู่คู่ชุมชนกุฎีจีนอันเก่าแก่กว่าร้อยปี ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) วัดบวรนิเวศน์ราชวรวิหาร สักการะพระบรมสารีริกธาตุ องค์พระไพรีพินาศ ให้ศัตรูผู้คิดไม่ดีแก่เรา แพ้พ่ายหรือกลับใจมาเป็นมิตรกับเรา ถือเป็นการอภัยสูงสุด ขอพรดังนี้จะยิ่งสัมฤทธิ์ผล ที่สำคัญน้ำมนต์ที่ฐานชุกชี ในพระอุโบสถ ให้นำมาประพรมให้กับตัวเองและครอบครัว ทั้งขลังและศักดิ์สิทธิ์ ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร  (วัดสามจีน) ไปกราบพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อทองคำ พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย มีความศักดิ์สิทธิ์มาก จากนั้นอย่าลืมไปกราบพระพุทธทศพลญาณ ประชาชนทั่วไปนิยมมาบนบานกันด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ ขอพรให้สำเร็จสมหวัง การเงินมีทรัพย์มาก รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เที่ยว Kawaguchiko ชมฟูจิ, เจดีย์แดง, กระเช้า kachi kachi Rope way และอื่นๆ ใน 2 วัน
ทะเลสาปคาวากูชิโกะ /  ฟุจิ / 

เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น หลังจากที่ใช้เวลาไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2559 ที่ผ่านมา ในระยะเวลา 9 วัน ซึ่งเป็นทริปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 แล้ว คราวก่อนไปไม่เห็นฟูจิเลย คราวนี้เลยแก้ตัว และก็ไม่พลาดที่จะมารีวิว แผนการเดินทาง ตั้งแต่เริ่มเดินทาง จากสนามบินนาริตะ ไปจนถึง Kawaguchiko เลยครับ เอาแบบว่า เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ต้องกลัวหลง พร้อมแนะนำ โรงแรม ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยว ที่ไปทะเลสาปคาวาแล้ว ไม่ควรพลาดครับ ติดตามได้เลย ซึ่งคราวนี้ จะพาไปชมทั้ง ทะเลสาป Kawaguchiko, เจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda), กระเช้าคาชิคาชิ (Kachi Kachi Ropeway), สถานีรถไฟ Kawaguchiko และอื่นๆ ตามสมควรครับ เริ่มต้นเดินทางจากสนามบิน นาริตะ - ชินจูกุ (Narita Airport --> Shunjuku) (วันแรก เราจะเดินทางจากนาริตะไปลงชินจูกุ แล้วต่อรถบัสจากชินจูกุ ไปลงคาวากูชิโกะ) วันที่ 1 (8/4/2559) ในทริปนี้ เราเดินทางเข้าเมืองโดย Airport Limousine Bus ซึ่งจะบอกว่า สะดวก สบายดีเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายๆ คน มีคนแก่และเด็ก ที่สำคัญ ถ้ามีกระเป๋าใบใหญ่หรือหลายใบ  เพราะการขึ้นรถไฟ ไม่ว่าจะเป็น NEX (Narita Express) หรือ จะสายอื่นๆ อย่าง Keisei Skyliner, Limited Express เราก็ต้องลากกระเป๋าขึ้นรถไฟเอง ส่วน Airport Limousine Bus เราแค่ไปรอขึ้นรถ กระเป๋าเดินทาง จะมีคนยกขึ้นยกลงให้เอง สบายๆ ครับ ไม่ต้องลากกระเป๋าเองให้เมื่่อยครับ (ราคา 3,100 เยน/คน ถ้าซื้อแบบ Package คู่กับ Subway เพื่อใช้กับรถไฟใต้ดิน ราคาอยู่ที่ 3,400 เยน คุ้มมากๆ ครับ) สำหรับการซื้อตั๋ว ก็ไม่ยาก หลังจากผ่าน ตม. เดินออกมาก็จะเจอ เคาเตอร์ Airport Limousine Bus แล้วครับ Limousine & Subway Pass ราคา 3400 เยน ซื้อที่เคาเตอร์ทางออกจากสนามบิน นาริตะ บัตร Subway เก็บไว้ใช้ได้ในโตเกียวทุกเส้นทางครับในเวลา 24 ชม. เริ่มคิดเมื่อใช้ครั้งแรก ที่ช่องเสียบตั๋วทางเข้า Subway เลย สะดวกดีมากๆ เวลาซื้อตั๋ว Limousine จะได้มาพร้อมกัน เก็บไว้ใช้ได้เลย คุ้มมากครับ ทั้ง Oeido Line, Ginza Line, Shibuya Line ได้หมดเลย ขึ้นลงกี่ครั้งก็ได้ ภายในรถบัส เที่ยว 9.xx น.  (ผมนั่ง AirAsia Flight 23.45 น. ถึงญี่ปุ่น ราวๆ 8.xx น. ครับ) คนไม่มาก นั่งหลับเข้าชินจูกุแบบสบายๆ ใช้เวลา ราว 70 นาที ถึงสถานีชินจูกุ West Exit รับกระเป๋า แล้ว เราจะลากกระเป๋า ไปต่อรถที่สถานีรถบัสไป Kawaguchiko แห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้ ได้ย้ายไปที่ฝั่งตรงข้าม South Exit ของสถานทีชินจูกุแล้วครับ   ทางขวามือ คือตึก Highway Bus Terminal แห่งใหม่ สถานีรถบัส (Highway Bus Terminal) แห่งใหม่ จะอยู่ตรงข้ามประตู South Exit หรือทาง Lumine 2 ที่เห็นในภาพนี้ทางขวามือ โดยจะอยู่ชั้น 4 (สังเกต NEWoMAN) ขึ้นลิฟท์ หรือ บันไดเลื่อนแล้วเดินไปทางที่เป็นตึกสูงๆ นั่นแหละ จะเป็น Ticket Office ของ Highway Bus ถือว่าเป็นท่ารถบัสของทุกๆ คันเลยนะครับ เคาเตอร์จำหน่ายบัตร ใน Ticket Office ของ Highway Bus Terminal แห่งใหม่ หลัง จากเข้าไปในสถานีแล้ว ก็ไปซื้อตั๋วที่นี่เลยครับ หรือถ้าใครจองออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์มาก่อน ก็เอาใบที่เราปริ้นท์จากเว็บ ไปยื่นจ่ายเงินที่นี่ได้เช่นกัน (ปกติจะเป็นเคาท์เตอร์ 4-8 นะครับ แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้) สำหรับใครที่ต้องการจองออนไลน์ก่อน เข้าไปจองได้ที่นี่ >> Highway bus to Kawaguchiko ภาพภายในสถานีรถบัสแห่งใหม่ (Highway Bus Terminal) ภาพภายในบัสที่ไป คาวากุชิโกะ ครับ จาก นั้นก็ออกเดินทางจากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) เพื่อไป คาวากูชิโกะ (Kawaguchiko) เป้าหมายของเรา บนรถบัส สามารถซื้ออาหารมาทานได้นะครับ แต่ห้ามคุยโทรศัพท์, ห้ามเสียงดังรบกวนคนอื่น ภาพภายในบริเวณสวนสนุก ฟูจิคิว (Fuji Q Highland) หลังจากรถบัสวิ่งมาได้ราวๆ 1 ชั่วโมง จุดแรกที่จอดใน Kawaguchiko ก็คือ Fuji Q Highland หรือสวนสนุก ฟูจิคิว ไฮแลนด์นั่นเอง แต่ทริปนี้ผมไม่ได้เล่นนะครับ มันเสียววว ฮ่าๆ ภาพสถานี Kawaguchiko Station ในวันที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิเต็มๆ ตา (ภาพนี้ผมถ่ายวันที่ 2 นะครับ วันแรกที่ไป ฟ้าครึ้มมองไม่เห็นฟูจิเลย) และสถานีปลายทางคือ Kawaguchiko Station ครับ พอลงจากรถบัส สิ่งแรกที่ทำก็คือ ติดต่อ Tourist Information เพื่อให้เขาติดต่อไปที่โรงแรม ให้รถของโรงแรมมารับครับ ง่ายๆ เพียงแค่จดเบอร์ให้เขา บอกว่าโรงแรมอะไร เราชื่ออะไร แล้วเขาก็จะบอกว่าให้ออกไปรอรถได้เลย ทางขวาของสถานี (เป็นจุดที่รถโรงแรมทุกที่จะมาจอดรับบริเวณนี้ ขึ้นให้ถูกคันก็ไปถึงโรงแรมแน่นอนครับ) หน้า โรงแรม Hotel New Century ในวันที่ฟ้าครึ้มๆ พักที่นี่ถ้าเป็นได้ ควรจองตึก B นะครับ จะใหม่กว่า และที่สำคัญ ระเบียงจะไม่มีผนังกั้น นอนมองฟูจิได้เต็มๆ ตากว่าตึก A ถึงแล้วโรงแรมที่เราจะพัก เป็นเวลา 2 คืน ที่นี่ Hotel New Century เป็นโรงแรมที่บรรยากาศใช้ได้ และที่สำคัญ มีต้นซากุระอยู่หน้าโรงแรม เพียงต้นเดียวที่กำลังบานในตอนนี้ (หลายๆ ต้นในละแวกนี้ ยังตูมๆ) ดังนั้น ต้นซากุระต้นนี้ถือว่าเป็นจุด Land mark ให้คนมาถ่ายรูปคู่กับภูเขาไฟฟูจิกันมากมาย (ไว้จะรีวิวโรงแรมอีกรอบนะครับ) เรามาถึงโรงแรมราวๆ บ่าย 3 โมงกว่าๆ และจอง Deluxe Dinner เอาไว้ 6.00 น. หลังจากเช็คอินแล้ว ก็มีเวลาเดินเล่นรอบๆ ทะเลสาปอีก ราวๆ 2 ชั่วโมงกว่า จุดนี้ มองจากหน้าต่าง ระเบียง ชั้น 2 ของโรงแรมโฮเทลนีวเซ็นจูรี่ จริงๆ แล้ว ต้องเห็นภูเขาไฟฟูจิแล้วนะครับ แต่วันนี้อากาศไม่ดี มีเมฆมาบัง มองไม่เห็น (ฝากไว้ก่อน พรุ่งนี้เช้าเจอกันแน่คุณฟูจิ) เดิน ชมทะเลสาป แบบฟ้าครึ้มๆ ตลอด แต่แปลกดี ฝนไม่ตกเลย อากาศเย็นสบาย เราก็เลยออกเดินไปเรื่อยๆ ย้อนไปทางที่รถมาส่งเรา มองๆ ดูก็ไม่ไกลมาก ก็เลยลองเดินดูวิว บรรยากาศแบบครึ้มๆ ไปเรื่อยๆ เดิน ลัดเลาะทะเลสาปไปเรื่อยๆ ห๊ะ นี่มันกระเช้านี่หว่า ก็แสดงว่า ตรงนี้ ถึงป้ายที่ 10 - 11 แล้วนี่หว่า ตรงนี้แหละ ที่เป็นจุดชมวิว นั่งกระเช้า Kachi Kachi Ropeway สรุปแล้ว จากโรงแรมซึ่งอยู่ป้าย 14 เดินมาที่กระเช้าก็ไม่ได้ไกลมากเดินเล่นสบายๆ แต่ใครไม่อยากเดิน ก็นั่ง Retro Bus กันได้เลยครับ แต่วันนี้เรายังไม่ขึ้น เพราะขึ้นไปก็ไม่เห็นฟูจิอยู่ดี ไว้พรุ่งนี้เราจะมาขึ้นกระเช้ากันครับ. เลยจุดป้ายรถบัสป้ายที่ 10 มานิดหนึ่ง จะมีร้าน Lawson หาซื้อของกินกักตุนกันได้เลย แล้วตรงนี้จะมีป้ายบอกชื่อทะเลสาป Lake Kawaguchiko ถือว่าเป็นจุด Land mark ของนักท่องเที่ยวเลย สามารถชมวิว ล่องเรือ หรือจะเช่าเรือถีบ เรือยนต์ ก็มีนะครับ นอก จากนี้ในบริเวณนี้ยังมีร้านขายของฝาก ไอศครีม, cake ให้เลือกซื้อกันได้ด้วยนะ แต่ร้านอาหารอาจจะหายากไปหน่อยครับ นอกจากซื้อของกินใน Lawson ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกัน หลังจากนั้น เราก็เดินกลับโรงแรม เพื่ออาบน้ำ และพักผ่อน ก่อนที่จะไปทานข้าวมื้อเย็นมื้อแรกของ โรงแรม Hotel New Century ครับ (สรุป แล้ว ตอนแรกกะว่าจะซื้อ R Coupon ซึ่งเป็นบัตรขึ้นรถ Kawaguchiko Sight Seeing ก็ไม่ได้ซื้อแล้ว เพราะคิดว่าไม่ได้เที่ยวป้ายอื่นๆ เลย ส่วนที่จะไปก็เดินเอาไม่ไกลมากครับ) Dinner เปิดเวลา 18.00 - 19.30 น. เท่านั้น และ แล้วก็ได้เวลาดินเนอร์ ในสไตล์ญี่ปุ่น ที่เราจองเอาไว้ อาหารของที่นี่ถือว่าใช้ได้ สำหรับคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น มีทั้งซูชิ ซาซิมิทุกมื้อ แต่จะคละสลับกัน เพื่อไม่ให้แขกเบื่อ และในแต่ละมื้อ แขกสามารถเลือก Main Dish ได้ครับ แต่ละคนจะเลือกเหมือนกัน หรือแยกกันก็ได้ หลักๆ ก็จะเป็น Lobster, ขาปู นอกนั้นก็จะเป็น สุกี้, ชาบู, สเต็กเนื้อ แล้วแต่เราจะเลือกครับ แต่ละอย่างก็อย่างละนิดละหน่อย กระจุ๋มกระจิ๋ม แต่มีหลายอย่าง อิ่มแปร้กันเลยทีเดียว หลังจาก Dinner เสร็จแล้ว ก็กลับห้องพัก ซึ่งที่นี่เราจองเป็นแบบ Japanese Style หรือแบบเรียวกังครับ คือไม่มีเตียง ปูที่นอนบนพื้นนอน ใส่ชุดยูกาตะ หมอน ผ้าห่ม แค่นั้น แต่ก็อบอุ่นใช้ได้เลย สำหรับโรงแรมนี้จะมีออนเซ็นด้วยนะ เพียงแต่เป็นแบบรวม แยกชาย-หญิง และจะมีเวลาให้ใช้ไม่ตรงกัน ก็เลือกไปใช้บริการกันได้ ส่วนผม ยังไม่ด้านพอครับ เลยยังไม่กล้าลงออนเซ็น (ฮ่าๆ) และแล้วก็ได้เวลาพักผ่อน เพื่อเที่ยวเต็มๆ ในวันรุ่งขึ้น ฝากไว้ก่อนฟูจิ พรุ่งนี้ เจอกัน.... ติดตาม ต่อได้ในสัปดาห์หน้าครับ เที่ยวญีปุ่นด้วยตัวเอง วันที่ 2 (ชมซากุระที่เจดีย์แดง, ขึ้นกระเช้าคาชิคาชิ, เดินตลาด Hand made ในงาน Cherry Blossom Festival) ก่อนจากกัน สำหรับบทความแรก ฝากไว้ก่อน 1 รูป ฟูจิมาทักทายตั้งแต่ ตี 4 ริมหน้าต่าง เบ้อเริ่มจนตะลึง มิน่า ใครๆ ก็อยากมาเห็น ฟูจิซัง ฉันรักเธอ วันที่ 2 (9/4/2559) หลัง จากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และเดินชมวิวรอบทะเลสาป ทานข้าวเย็นแล้ว กลางคืนอากาศเย็น เราไม่ได้ไปเดินไหนต่อเลยเข้านอนแต่หัวค่ำ (ราวๆ 3 ทุ่ม) ปกติเวลานี้ หลายๆ คนอาจจะรอไปออนเซ็นกัน เพราะยิ่งดึกๆ คนน้อย ความกล้าในการลงบ่อออนเซ็นก็มีจะมากขึ้น พอตื่นตอนตอนเช้า เรียกว่าก่อนไก่โห่เลยก็ว่าได้ เพราะตอนนั้นเป็นเวลา ตี 4 หลังจากลุกจากที่นอนมองไปนอกหน้าต่าง สิ่งที่เราเฝ้ารอก็ปรากฏโฉม สุดประทับใจ ใหญ่เบ้อเริ่ม สวยมากๆ ไม่ใช่ใคร เขาคือ "ฟูจิ" สิ่งที่นักท่องเที่ยวที่มา Kawaguchiko ต้องการพบเจอมากที่สุดกว่าใครเพื่อน ความประทับใจนี้ เรียกว่า หาอะไรมาเทียบไม่ได้เลยครับ ฟูจิเต็มๆ ตา ที่มองออกมาจากห้องนอน งดงามยิ่งนัก  เมื่อสว่างแล้ว จุดนี้ก็เป็นที่ๆ นักท่องเที่ยวหลายๆ คนต่างมาถ่ายภาพคู่กับต้นซากุระ ที่มีฟูจิเป็นฉากหลังอันงดงาม หลัง จากนั้น ก็ได้เวลา Breakfast อีกแล้ว ซึ่ง Package ที่ผมจาก เป็นแบบ Dinner Deluxe และมีอาหารเช้าเหมือนกัน แต่เป็น Set คล้ายกับช่วง Dinner มื้อ เช้าของที่นี่ (เปิดเวลา 7.00 น.) จะเห็นว่าคล้ายๆ กันกับมื้อเย็น แต่อาหารเปลี่ยนไป ของจะดูน้อยกว่า แต่ก็เติมข้าวต้ม, ซุป ได้ตลอด เมื่ออิ่มแล้ว ราวๆ 8.30 จะมีรถจากโรงแรม (มีส่งทุกๆ 30 นาที) ไปส่งที่สถานี Kawaguchiko Station เพื่อเดินทางไปเที่ยวจุดอื่นๆ กันต่อไป ซึ่งทริปของวันนี้ เรามี Plan เที่ยว 3 ที่หลักๆ ครับ คือ เจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda) ต้องนั่งรถไฟจาก Kawaguchiko Station ไปลงที่สถานี Shimoyoshida Station (ราคา 300 เยน/คน) (ควรมาช่วงเช้า เวลาถ่ายรูปจะไม่ย้อนแสง) ป้ายที่ 17-18 เพื่อดูเทศกาล Cherry Blossom Festival (จัดเฉพาะช่วงวันที่ 9-17 เมษายน เท่านั้น อาจจะเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาของซากุระบาน) ที่นี่จะมี Music Forest, Art Museum เป็นจุดไฮไลท์นะครับ ถ้ามานอกเทศกาลซากุระ กระเช้าคาชิคาชิ (Kachi Kachi Rope way) จุดที่หลายๆ คนชอบมาถ่ายคู่กับกระต่ายและตัวทานูกิ ที่มีฉากหลังเป็น ฟูจิ (ค่าขึ้นกระเช้า 800 เยน) / หรือใครชอบล่องเรือจุดนี้ก็สามารถซื้อตั๋วแบบคู่ผสม ขึ้นกระเช้า+ล่องเรือได้ในราคาประหยัดกว่า แต่เราไม่ล่องเรือครับ เลยนั่งกระเช้าอย่างเดียว เมื่อถึงสถานี Kawaguchiko Station แล้ว ที่นี่มีอีกจุดที่ต้องถ่ายรูปก็คือรถไฟเก่าๆ ที่จอดหน้าสถานี โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิครับ ว่าแล้วก็จัดสักหน่อย สถานีคาวากูชิโกะ สเตชั่น (Kawaguchiko Station) เป็นอีกหนึ่งที่ๆ คนนิยมถ่ายรูปที่มีฉากหลังเป็นฟูจิ หลัง จากเดินชมวิว ถ่ายรูปอีกนิดหน่อย เราก็ไปซื้อตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางจากสถานีคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Station) เพื่อไปลงสถานีชิโมโยชิดะ (Shimoyoshida Station) ซื้อ มาเรียบร้อย ค่าตั๋วคนละ 300 เยน เก็บตั๋วไว้ด้วยนะครับ ไปเช้าๆ ดีตรงที่ไม่ค่อยมีคนนี่แหละครับ ในตั๋วนี้เราขึ้นเวลาราวๆ 8.40 น. ของวันที่ 9/4/2016 รถไฟจะวิ่งราวๆ 15 นาทีจาก สถานีคาวากูชิโกะ เพื่อไปลงสถานทีชิโมโยชิดะ โดยจะผ่าน Fuji Q และจอดสถานทีต่างๆ เช่น สถานี Fuji Station แล้ววิ่งย้อนกลับไปทาง Shimoyoshida อีกทีนะครับ ตรงสถานที Fuji Station ถ้าโชคดีจะเจอรถไฟที่เป็นรูปฟูจิตัวการ์ตูนน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปด้วยนะ ไม่ ได้ขึ้น ได้ถ่ายรูปก็ยังดีนะครับ (สายนี้จะเป็นสาย Fuji ไปลง Otsuki นะครับ ซึ่งถ้าเช็คเวลาดีๆ บางทีอาจจะได้ขึ้นขบวนที่เป็นลายโทมัส ก็ได้นะ) นั่งแป็บเดียว ก็ถึงสถานี Shimoyoshida Station แล้ว พอออกจากสถานี ทางที่จะเดินไปเจดีย์แดง จะอยู่ทางขวามือนะครับ เดินไปตามธงที่ปักไว้ตลอดทางไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเห็นทางที่เดินไปสู่เจดีย์แดง 5 ชั้นแล้ว เดินไปตามธงสีชมพูแดงนี่ไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นทางขึ้นเจดีย์แดง 5 ชั้นแล้วครับ ระยะทางไม่ไกลมาก น่าจะราวๆ 700 เมตร จากสถานีรถไฟ ถึงแล้วจุดแรก ที่เป็นทางขึ้นไปเจดีย์แดง ซากุระที่นี่เริ่มบานแล้ว บางต้น (ณ 9/4/2559) เดินขึ้นไปอีกหน่อย ก็จะเจอเสาโทริอิ ที่แสดงให้รูว่า ที่นี่คือศาลเจ้า หรือเป็นเขตศาลเจ้านั่นเอง เลย เสาโทริอิ ไปนิดหนึ่งจะเป็นลาน ขายของทั้งไอศกรีม, เกี๊ยวซ่า, น้ำดื่ม อื่นๆ หลายอย่าง ส่วนทางซ้ายจะมีศาลเจ้าให้ไปไหว้ เคาะระฆัง ได้ตามศรัทธาครับ   จาก นั้นก็ได้เวลาฝึกความอดทนกันละครับ เดินขึ้นบันไดเพื่อไปสู่ชมเจดีย์แดง 5 ชั้น ด้านบน เขาบอกว่า ราวๆ 400 ขั้นนะ (เห็นว่ามีป้ายบอก 300 กว่าๆ แต่ลืมถ่ายรูปมา) ถึง แล้วเจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda) แต่จุดนี้ ยังไม่ใช่จุดที่คนนิยมถ่ายรูปนะครับ ต้องเดินขึ้นไปอีกนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านหลังเจดีย์นี้ครับ และแล้ว ก็ถึงจุดที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูป เจดีย์แดงที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ ภาพนี้มีเมฆบังนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าดีมากครับที่มีฟูจิให้เห็น หลายๆ คนจะเคยเห็นภาพนี้บ่อยๆ จากโฆษณาต่างๆ แค่นี้ก็เป็นบุญตาแล้ว ก่อน กลับเราแวะไปไหว้ศาลเจ้า Arakura Sengen ที่ลานที่เราผ่านช่วงแรก โดยทางซ้ายมือจะมีบ่อน้ำให้เราล้างมือบ้วนปากก่อนเข้าศาลเจ้า สามารถทำบุญใส่ตู้บริจาคแล้วเคาะระฆังได้ หรือจะไปไหว้เฉยๆ ก็ได้ครับ ลงมาจากเจีย์แดงแล้ว เราก็เดินกลับมาที่สถานีรถไฟ Shimoyoshida เพื่อนั่งรถไฟกลับไปที่ สถานี Kawaguchiko แต่ ระหว่างทางเราเดินชมบ้านเมืองเขา ไปซื้อของในร้านขายผัก ผลไม้ ที่อยู่ในหมู่บ้าน แล้วค่อยเดินไปสถานี ซึ่งเดินๆ ดูแบบนี้ ก็ดีเหมือนกัน เห็นวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นที่อยู่นอกเมือง ก็ดูดี คล้ายๆ บ้านเราเหมือนกันครับ ดีไปอีกแบบนะ เรา กลับมาถึงสถานี Kawaguchiko Station ราวๆ เที่ยง เริ่มหิวแล้ว ก็เลยเดินหาของกินแถวๆ นั้น หาร้านนั่งกินยากเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเป็นตึกต้องขึ้นไปกินชั้นบน ไม่ก็หาซื้อของกินในสถานี (มีร้านอาหารเหมือนกัน) แต่เราจะลองเดินหาร้านนอกสถานีกิน ก็ไปเจอร้าน Tempura Restaurant ลองแวะไปชิมดูก็ใช้ได้ เข้าไปเจอคนไทยหลายโต๊ะเลย (ทริปสงกรานต์ ไปทางไหนก็มักจะเจอคนไทย) ร้าน Tempura Restaurant อยู่ทางซ้ายของสถานี Kawaguchiko พอออกจากสถานี ให้เดินทางไปทางซ้าย ตามถนนไปเรื่อยๆ ผ่าน Lawson อีกนิดหน่อย ก็ถึงแล้วครับ เป้าหมายต่อไป เราจะเดินทางไปช้อปปิ้ง ที่ Cherry Blossom Festival เพราะเห็นเขาบอกว่า เทศกาลนี้จะมีเฉพาะช่วงซากุระบาน ริมทะเลสาปคาวากูชิโกะ ที่นี่จะมีของแฮนด์เมด, แฮนด์คราฟท์, สินค้าชาวบ้านมาวางขาย ขนมนมเนย, ของกินก็มีเหมือนกัน งานจะจัดขึ้นที่ป้าย 17 - 18 (แนะนำว่าลงสถานี 18 เลยจะใกล้กว่า แต่ลงสถานี 17 เดินนิดหน่อยก็ถึงนะ แถมด้วยวิวสวยๆ ริมทะเลสาปคาวาฯ ถ่ายรูปกับซากุระริมทะเลสาปสวยๆ ได้อีกเยอะแยะ) เริ่มต้นที่สถานี Kawaguchiko Station ด้วยรถบัส รถบัสที่นี่จะมีสองสายนะครับ คือ Red Line กับ Green Line และรถจะมี 2 แบบคือ Retro Bus กับ Evergreen Shuttle จริงๆ ก็ขึ้นได้ทั้งสอง แต่คนไทยนิยมขึ้น Retro Bus เพราะมันเก๋ไก๋สวยดีนะ ที่ต้องเลือกให้ดีก็คือ Red Line หรือ Green Line เพราะจะวิ่งไม่เหมือนกัน โดย Red Line จะวิ่ง Kawaguchiko Lake ส่วน Green Line จะวิ่ง Saiko Lake นะครับ ต้องดูดีๆ ปกติถ้าขึ้นที่สถานี ที่พื้นจะเขียนบอกว่าเป็น Red Line หรือ Green Line นะ (ถ้าขึ้นลงบ่อยๆ แนะนำให้ซื้อ Pass ดีกว่ามีพ่วงล่องเรือ+ขึ้นกระเช้าด้วย คุ้มกว่าครับ) รถบัสที่ Kawaguchiko Station ภาพบน Retro Bus ภาพล่าง Evergreen Shuttle และยังมีคันรูปแบบอื่นอีกนะ เพียงแต่ต้องดูว่า เป็น Red Line หรือ Green Line ให้ถูกก็พอ ส่วนใหญ่เราเที่ยวรอบ Kawaguchiko ก็จะนั่ง Red Line ครับ นั่งไปลงที่ป้าย 17 ซึ่งที่นี่จะมีที่เที่ยวหลักๆ คือ Music Forest ค่าเข้าแพงเราเลยไม่ได้เข้า และเราไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ที่เราสนตอนนี้คือ ช้อปปิ้ง ริมทะเลสาป ริมทะเลสาป จะมีต้นซากุระ ที่มีดอกย้อยลงมาให้ถ่ายรูปเป็นระยะๆ ครับ เสียดายเรารีบๆ เดินไปช้อปปิ้ง เลยไม่ค่อยได้เก็บภาพริมทะเลกันสักเท่าไหร่ ได้มาแบบมุมไม่ค่อยดี ภาพดูมืดๆ ไปหน่อย และแล้วก็มาถึงจุดที่จัดงาน Cherry Blossom Festival พอดีเรามาวันแรกของงาน และของยังมาวางไม่หมด เลยยังไม่ค่อยมีร้านน่าสนใจเท่าไหร่ครับ ของส่วนใหญ่เป็นของพื้นเมืองชาวแถวๆ นั้น ทำมือ แต่ก็ดูดี มีสไตล์ และเป็นสินค้าไอเดีย แบบชาวญี่ปุ่นพื้นเมืองแท้ๆ บางร้านมีเขียนภาษาไทยด้วย และบางร้าน เจ้าของเป็นฝรั่ง แต่พูดภาษาญี่ปุ่นปร๋อเลย เดินสักครึ่งชั่วโมงก็หมดแล้วครับ ไม่รู้จะดูอะไรต่อ ข้าวก็กินมาแล้ว จริงๆ แถวนี้มีร้านที่คนมาออกบูธขายอยู่นะ เสียดายที่เรากินเท็มปูระ มาซะอิ่มเลย เลยไม่ได้อุดหนุนร้านอาหารแถวนี้ เดินไปอีกนิดนึงก็เจอ Art Museum และ ละครลิงทางขวา ไม่ใช่แนวเรา ก็เลยตัดสินใจนั่ง Retro Bus เพื่อไปลงป้ายที่ 10 เพื่อไปขึ้นกระเช้า Kachi Kachi Rope way กันต่อดีกว่า นั่ง Retro Bus สุดประทับใจ โดยเฉพาะคนขับผู้หญิง พูดได้หลายภาษาทั้ง จีน, ญี่ปุ่น, อังกฤษ และที่สำคัญพูดเสียงดังมาก และพูดมากทีเดียว แหะๆ และแล้วก็ถึงทางขึ้นกระเช้า Kachi Kachi Rope way เดินขึ้นไปซื้อตั๋วชั้นบน ช่วงเวลา 4 โมงเย็น คนเยอะแล้ว เสียเวลาต่อแถวซื้อนิดหน่อย ถ้าใครมี Pass น่าจะขึ้นได้เลยนะครับ  ทางขึ้นไปซื้อตั๋ว ช่วงเย็นๆ คนเยอะเหมือนกันครับ แต่อย่าลืมว่า กระเช้าจะปิดบริการเวลา 17.30 น. นะครับ ถ้าจะขึ้นกระเช้าควรมาก่อนเวลาสักหน่อย ยิ่งเย็นคนก็เยอะด้วย ถึงยอดเขาข้างบนแล้ว ต้องไปถ่ายรูปคู่กับกระต่ายและตัวทานูกิ ในตำนานครับ กว่าจะว่างให้ถ่ายรูปก็รอนานเลยช่วงคนเยอะๆ อีกจุดหนึ่งที่คนนิยมถ่ายรูป ใครอ่านตำนานกระต่ายกับตัวทานูกิมา จะรู้ว่าทำไมกระต่ายต้องทำร้ายตัวทานูกิ ไว้ว่างๆ จะหามาให้อ่านนะครับ เป็นตำนานของญี่ปุ่นเกี่ยวกับเขา Kach Kachi เลยนะ เลยไปนิดหนึ่ง มีทางเดินสำหรับคนต้องการปีนเขานะ แต่เขาเตือนไว้แล้วว่า ระวังกันเอาเอง และควรกลับมาก่อนกระเช้าจะปิดบริการนะครับ ไม่งั้นได้เดินลงเขาเองแน่ อีกจุดหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ คนถ่ายรูปเยอะๆ ก็คือรูปกระต่ายคู่กับฟูจิ แต่มุมนี้ เสียดายมีจานดาวเทียมมาบังนะ แต่ถ้าเดินถ่ายหามุมดีๆ ก็น่าจะได้สวยๆ กว่านี้ แต่วันนี้คนเยอะครับ เลยขี้เกียจรอ ได้มาแบบนี้ก็โอเคล่ะ อีกมุมหนึ่งของร้านขายของที่ระลึก ร้านดังโหงะ อร่อยๆ (หรือเปล่า) ก็มีระฆังและรูปหัวใจให้ถ่ายมุมทะลุไปทางฟูจิได้ แต่คนเยอะ เลยถ่ายอีกมุมหนึ่งแทน ใครมีเวลาก็ไปถ่ายจุดนี้กันได้ครับ เย็นแล้ว ตอนนี้เวลาประมาณ 17.xx น. เราก็ลงมาแล้ว เก็บภาพบรรยากาศมุมสูงของ Lake Kawaguchiko กันแบบย้อนแสงมาฝาก ลงไปด้านล่าง เราก็แวะซื้อของกินที่ร้าน Lawson แล้วก็เดินกลับโรงแรม Hotel New Century อีกเช่นเคย เก็บภาพสวยๆ ริมทะเลสาป และต้นซากุระ ไปเรื่อยๆ กลับโรงแรมให้ทันเวลา Dinner แล้วก็พักผ่อน เตรียมตัวเดินทางกลับชินจูกุ เพื่อเที่ยวในแผนต่อไปคือ Gala Yuzawa, Nikko, Kamakura และ Yokohama โดยใช้ JR Tokyo Wide Pass ให้คุ้มค่ากัน รอติดตามชมรีวิวกันต่อนะครับ ขอบคุณครับ ปล. มีอะไรสงสัย คอมเม้นท์ถามได้นะครับ ยินดีตอบคำถามสำหรับคนที่ต้องการไปเที่ยวฟูจิ ตามทริปนี้ครับ

จากปากซุปตาร์!! หนิง ถาม อั้ม พัชราภา ว่าแก่หรือไม่แก่คำตอบที่ได้คือ..?
ข่าว อั้ม พัชราภา /  อั้ม พัชราภา / 

ยกขบวนเพื่อนชาวแก๊งไปทำบุญ พร้อมสักการะศาลหลักเมืองเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(6พ.ค.59) นำทีมโดยนางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา, เมย์ เฟื่องอารมย์, หนิง ปณิตา, ติ๊ก กัญญารัตน์ และกลุ่มเพื่อนสนิทอีกหลายคน เมื่อทำบุญเสร็จแล้วก็ถึงคราวที่นางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา พูดคุยเรื่องธรรมะจนเพื่อนๆ ยกให้เป็น แม่ชีอั้ม เทศนาสนทนาธรรมกันเลยทีเดียว โดยเพื่อนสาวคนสนิท หนิง ปณิตา ได้โพสต์คลิปในอินสตาแกรมส่วนตัวถึงความน่ารักของ อั้ม พัชราภา ขณะที่นางเอกซุปตาร์พูดคุยกับเพื่อนๆ “การไม่ยอมให้อภัยในชาติที่แล้ว แต่ในวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราเป็นสิ่งที่สมควร สมเหตุสมผล วิธีแก้นะ คือยอมรับความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราให้ได้ ปัญหาบางอย่างมันแก้ไม่ตก สลัดไม่ออก ไม่มีทางหลบหนีได้นะ มันเป็นสิ่งที่เราจะต้องรับไปตลอดชีวิตมีวิธีแก้แล้วคือการทำใจ” จนเพื่อนๆ ทุกคนพากันสาธุ แล้วปิดท้ายการเทศน์ของ แม่ชีอั้ม ด้วยประเด็นความแก่!! กันต่อ และเมื่อ หนิง ปณิตา ได้ถาม อั้ม พัชราภา ว่า “สรุปว่าตอนนี้แก่หรือว่าไม่แก่?” คำตอบที่ได้จากปาก อั้ม พัชราภา ก็คือ... "ไม่อยากแก่!!" ขอบคุณภาพจาก IG aum_patchrapa, ningpanita อั้ม พัชราภา ทำบุญกับเพื่อน อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา อั้ม พัชราภา

แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด'
ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ /  ท่องเที่ยวประจวบฯ / 

บางครั้งการที่เราออกไปเที่ยวคนเดียวไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม สิ่งนั้นยิ่งทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แต่ก่อนที่เราจะเก็ยกระเป๋าก้าวออกจากบ้าน สิ่งที่เราต้องมีก็คือ "ความกล้า" เช่นครั้งหนึ่งเพจ LIFE IS A JOURNEY แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายที่เลย อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี้เอง ตามไปดูกันเลย ^^ แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหกปีที่แล้ว ช่วงปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ไม่มีอะไรทำ นอนดูทีวีอยู่หอ พอดีเปิดไปเจอรายการท่องเที่ยวของช่อง 5 รายการอะไรจำชื่อไม่ได้ล่ะ จำได้แค่ว่า เค้าพาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนยอดเขา เป็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเล!!! เห็นเท่านั้นล่ะ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดขึ้นมาทันใด (รู้สึกเหมือนตอนต้องออกไปยืนพูดหน้าเสาธงเป็นครั้งแรก) ดูจนจบเลยรู้ว่าไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นเอง ด้วยความว้าวุ่น ว่าง เปลี่ยว และเหงา!!! ก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แค่รู้ว่าอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไร จะไปยังไงได้บ้าง ส่วนที่พักหน่ะหรอ ไม่ต้องจองล่วงหน้า Agoda ก็ยังไม่รู้จัก เพราะมีเต้นท์และถุงนอนส่วนตัวจะไปกลัวอะไร ไปตายเอาดาบหน้าละกัน จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าในคืนนั้น แล้วออกเดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเอาของไปเท่าที่จำเป็น และของสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง นั่นก็คือ "ความกล้า" "สูดหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน" แผนการผจญภัยคร่าวๆ ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี เดินทางด้วยรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหัวหิน ต่อรถไฟฟรีไปลงสถานีสามร้อยยอด นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเดินเล่นทุ่งสามร้อยยอด กางเต็นท์นอนค้างคืนริมชายหาดสามพระยา เดินขึ้นเขาตอนตีห้า พระอาทิตย์มาตอนหกโมง เดินข้ามเขา มุดเข้าถ้ำพระยานคร ยืนดูดาวตอนกลางวันในถ้ำแก้ว เพื่อนร่วมเดินทาง กระเป๋า 1 ใบ ข้างในมีเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าผ้าใบ อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ กระเป๋าคาดหน้าอก 1 ใบ เอาไว้ใส่เงิน โทรศัพท์ กล้อง ฯลฯ ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ขวดน้ำดื่ม เต้นท์ ขนาด 2 คนนอน 1 หลัง และถุงนอน 1 ใบ กล้องคอมแพค 1 ตัว 07.00 AM : ออกจากหอไปขึ้นรถตู้ กรุงเทพ-หัวหิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางถึงหัวหินประมาณ 10 โมง แวะกินข้าวฟรีที่บ้านลุง กินอิ่มก็ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่สถานีหัวหิน ขบวนที่ 255 หรือใครอยากนั่งรถไฟฟรีมาจากกรุงเทพก็ได้นะ สถานีต้นทาง ธนบุรี ออกเวลา 07.30 สิ้นสุดที่สถานีหลังสวน 01.30 PM : รถไฟ รถไฟมา มาช้าหน่อยแต่ก็มา ตามประสารถไฟไทย รถไฟมาก็รีบกระโดดขึ้นไปหาที่นั่ง ขบวนนี้เบาะนุ่มสบายก้นมาก แนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ควรมีกระเป๋าคาดหน้าอกแบบในรูปไว้สักใบ เอาไว้ใส่เงิน ใส่โทรศัพท์ ใส่กล้อง ฯลฯ หยิบใช้ง่าย สะดวกมากๆ นั่งมาสักพักก็ได้พบกับนวัตกรรมที่น่าทึงของแม่ค้าไทย นั่นคืออุปกรณ์สำหรับแขวนของมาขายบนรถไฟ มีทั้งอาหารสด อาหารแห่ง และเครื่องดื่ม เวลาจะขายก็แค่เอาตะขอไปแขวนไว้กับชั้นวางของด้านบน 02.00 PM : รถไฟมาถึงสถานีสามร้อยยอด  ที่นี่สถานีสามร้อยยอด แดดร้อนมาก แผนที่จุดหมายของการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ 1) สถานีรถไฟสามร้อยยอด 2) ทุ่งสามร้อยยอด (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บึงบัว) 3) ที่ทำการ อช.เขาสามร้อยยอด (Khao Sam Roi Yot National park) 4) หาดสามพระยา (Sam Phraya Beach) 5) จุดชมวิวเขาแดง (Khao Daeng View Point 6) ถ้ำพระยานคร (Phraya Nakhon Cave) 7) ถ้ำแก้ว (Kaeo Cave) หลังจากลงจากรถไฟ ก็เดินหาของกินรองท้อง และเตรียมเผื่อสำหรับมือเย็นที่ตลาดใกล้ๆสถานีรถไฟ เดินเลือกหาของกินอยู่สักพัก ก็มีเสียงทักเบาๆมาจากข้างหลังว่า "ไอ้หนู สะพายกระเป๋าพะรุงพะรังจะไปไหนเนี่ย" หันไปดูก็เห็นเป็นคุณป้าร้านขายลูกชิ้นกับข้าวเหนียวมะม่วง ดูท่าทางใจดี ก็เลยบอกป้าว่าจะไปทุ่งสามร้อยยอด ป้าก็ถามว่าแล้วจะไปยังไงล่ะ ไม่มีรถเข้าไปมันไกลนะ จึงบอกป้าไปว่าจะเดินเข้าไป หรือไม่ก็หาโบกรถเข้าไป ป้าก็อมยิ้ม แล้วบอกว่าจะไปส่ง แต่เราก็เกรงใจเพราะเห็นป้ากำลังตั้งร้านยังไม่เสร็จ ก็เลยปฏิเสธป้าไป แล้วก็ได้ยืนคุยกันอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ ป้าใจดีให้ลูกชิ้นมา 4 ไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงมา 1 ถุง 03.00 PM : ออกเดินทางไปยังทุ่งสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดอยู่ห่างจากตลาดที่เราอยู่ประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้น วิธีการที่เราเลือกใช้คือ "โบกรถ" ก็เลยเดินไปที่ปากทางเข้าเพื่อรอโบกรถ เดินไปสักระยะก็เจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน พร้อมมอเตอร์ไซด์กำลังจับกลุ่มคุยกัน กลุ่มวัยรุ่นเห็นเราเดินผ่านมาก็เลยตะโกนถามว่า "พี่จะไปไหนครับ" ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือโดนปล้น ก็เลยบอกไปว่า "จะไปบ้านญาติที่อยู่ข้างใน" กลุ่มวัยรุ่นก็เลยบอกว่า "ให้ผมไปส่งไหมพี่" เราก็รีบปฏิเสธทันใดว่า "อยู่ใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวก็ถึง" จากนั้นก็รีบเดินห่างออกมาอย่างรวดเร็ว เดินมาได้สักพัก ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์และเสียงพูดตามหลังว่า "มาๆ เดี๋ยวผมไปส่ง" เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นที่ขับมอเตอร์ไซด์มาคนเดียว ไอ้เราก็กลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการขัดศรัทธา ก็เลยยอมนั่งไปด้วย และบอกว่าจะแวะไปที่ทุ่งสามร้อยยอดก่อน น้องเค้าก็มาส่งให้อย่างปลอดภัย แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มองน้องเขาในทางไม่ดีในตอนแรก แต่การเดินทางเพียงลำพัง บางครั้งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรคิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คิดหาวิธีการป้องกัน แต่ก็อย่าแสดงออกให้เค้ารู้ถึงความคิดนั้น เพราะผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องดี 03.15 PM : ซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มาลงที่หน้าทางเข้าทุ่งสามร้อยยอด บรรยากาศตรงหน้าคือทุ่งน้ำอันกว้างใหญ่ กลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะมีสายลมแรงพัดมากระทบใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าไปเดินเล่น ได้แวะเข้าไปที่สำนักงาน เพื่อดูว่ามีใครอยู่รึเปล่า ขากลับจะได้ขอเค้าติดรถออกมาข้างนอกด้วย เพราะตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร และต้องอ้อมเขาที่เห็นในภาพไปอีกด้านหนึ่ง ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน แล้วจะออกมาข้างนอกตอน 4 โมงครึ่งหลังเลิกงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน ไม่งั้นต้องได้นอนอยู่ที่นี่แน่ๆ 04.30 PM : เดินสำรวจทุ่งกว้างบนเส้นทางที่ทอดยาว หลังจากสบายใจเรื่องการเดินทางกลับออกไปด้านนอก ก็ถึงเวลาเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ผ่านทุ่งดอกบัวที่กำลังเก็บตัว เพื่อรอวันอวดโฉมความสวยงามในปีหน้า ผ่านทุ่งหญ้า(กก) ที่พลิ้วไหวเอนไปตามสายลมครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้ากำลังเต้นระบำ โดยมีสายลมเป็นเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางจะมีศาลาให้หลบแดดอยู่เป็นระยะ ให้เราได้นั่งพักชมบรรยากาศแบบพาโรนามา มีพื้นหลังของทุ่งหญ้าเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางสายแดดอ่อนๆ มีเวิ้งน้ำน้อยใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด เหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องนกเป็นอย่างมาก มุมที่เราถ่ายออกมาอาจจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ถ่ายยังไง ถ่ายเท่าไหร่ ก็ถ่ายไม่เบื่อ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความสงบท่ามกลางธรรมชาติเป็นเช่นไร 05.30 PM : ที่พักสุดหรูริมชายหาดสามพระยา ลาจากทุ่งสามร้อยยอดที่แสนสงบ แล้วออกเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่มาลงที่ปากทางริมถนนเพชรเกษม จากนั้นต่อรถทัวร์ขาลองใต้มาลงที่ปากทางเข้าที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโล ดักรอโบกรถเข้าไปข้างในอีกประมาณ 14 กิโล โบกไปโบกมา ผ่านหน้าไปประมาณ 5 คัน ก็มีรถกระบะสีแดงจอดรับ เลยรีบวิ่งไปสวัสดี แล้วขอติดรถไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งด้านหลังรถมีถังใส่กุ้งพร้อมออกซิเจน เราก็เลยได้นั่งหน้าข้างรถขับ แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะบ้านพี่เค้าถึงก่อนจุดหมายของเราประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ เลยมายืนโบกต่อหน้าบ้านพี่เค้า ไม่ทันไรก็มีรถมอเตอร์ไซด์จอดรับ จึงรีบกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายยังไงยังงั้น นั่งมาใกล้จะถึงที่ทำการอุทยานเจอลิงเยอะมาก พี่คนขับเลยบอกว่าอย่านอนที่นี่เลย ลิงเยอะ เดี๋ยวลิงจะมารื้อของซะก่อน ก็เลยแนะนำให้เราไปนอนที่หาดสามพระยา ซึ่งอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานไปอีกประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เพราะลิงเยอะมากจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงจุดหมาย หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่บริเวณป้อมด้านหน้าหาด เพื่อเข้าไปสอบถามว่าถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาแดงตอนตีห้า จะไปยังไงได้บ้าง เพราะไม่มีรถประจำทาง พี่เค้าก็เลยอาสาจะช่วยไปส่งให้ตรงทางขึ้นเขา เจอกันตีห้าที่หน้าป้อม จากนั้นก็รีบไปหาที่ซุกหัวนอน ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งมาพักอยู่แถวนั้น 1 คน แต่สุดท้ายฝรั่งก็ออกไป หาดเลยตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว จนได้จุดยุทธศาสตร์ในการกางเต้นท์เป็นศาลาริมชายหาด เดินลงจากศาลาเท้าก็เหยียบหาดทรายพอดี หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวริมทะเลอีกนะ หลังจากเตรียมที่หลับที่นอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงออกไปเดินเล่นริมชายหาดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า แสงยามเย็นตกมากระทบกับผืนโคลนปนทรายเป็นสีส้มอมทอง สำหรับเราแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เป็นแสงที่มีเสน่ห์ที่สุด เดินเล่นจนแสงใกล้จะหมด จึงรีบกลับมาอาบน้ำ ห้องอาบน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อาบน้ำเสร็จก็กลับมาที่เต้นท์ เต้นท์ปลิวครับท่านผู้ชม ปลิวไปติดอยู่มุมเสาของศาลา เพราะเวลาฟ้ามืดลมทะเลจะแรงมากๆ เราจึงไปหาก้อนหินมาทับมุมเต้นท์ไว้ทั้งสี่ด้านถึงเอาอยู่ 05.00 AM : ออกไปแตะขอบ(ทะเล)ฟ้า เสียงปุกของนาฬิกาบ่งบอกว่าได้เวลาออกไปตามหาพระอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า ไม่ใช่สิ!!! ต้องบอกว่าขอบทะเลถึงจะถูก จึงไม่รอช้ารีบเก็บของ เก็บเต้นท์ น้ำไม่อาบ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง แล้วรีบวิ่งไปหาพี่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมตามที่นัดหมาย เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผ่านความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากรถเป็นเครื่องนำทางมาลงที่ปากทางขึ้นจุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 300 เมตร หลังจากแสงไฟจากรถค่อยๆหายลับไป แสงของไฟฉายดวงน้อยๆก็สว่างขึ้นมาแทน ทำให้เส้นทางข้างหน้าที่จะต้องก้าวต่อไป มีขนาดเพียงแค่ลำแสงของไฟฉายที่สามารถฉายไปถึงเท่านั้น จึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วออกเดินไปตามเส้นทางลูกรัง ฉายไฟไปเจอศาลหลังเล็กๆ บริเวณใกล้ๆตีนเขา ขนทุกเส้นที่มีบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจหวิวๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ความกล้าที่มีในตอนแรกหายไปจนหมด เรายืนหยุดนิ่งพร้อมกับในใจก็ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีจะหันหลังกลับดีไหม แต่พอเริ่มมีสติก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วความกลัวนั้นเกิดมาจากภายในจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เราเห็นภายนอก ไม่ได้มาทำอะไรเราเลย มีแค่เราเท่านั้นที่คิดไปเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะหยุดความกลัวนั้นจากข้างใน ไม่ใช่ให้ความกลัวมาหยุดสิ่งที่เราตั้งใจ จึงเริ่มเดินต่อไปจนถึงบริเวณตีนเขา พร้อมกับมองหาเส้นทางเดินขึ้นไป แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะเป็นภูเขาหินปูนที่ไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น หาอยู่สักพักก็ยังหาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังที่ทำการอุทยานเพื่อสอบถามเส้นทาง พอมาถึงก็พยายามมองหาเจ้าหน้าที่จนไปเจออยู่คนหนึ่งกำลังนอนอยู่ในเปล " พี่ครับๆ พี่ครับๆ" พี่เค้าตกใจตื่นเพราะเสียงและแสงไฟของเรา จึงรบกวนให้พี่เค้าช่วยแนะนำและชี้เส้นทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเขาแดง พี่เค้าก็พาเราเดินกลับไปชี้จุดเริ่มต้นของทางเดินขึ้นเขา โดยตามเส้นทางจะมีป้ายไม้บอกทางเป็นลูกศรสีเหลืองพื้นหลังสีน้ำตาล ซึ่งเล็กมากๆ ฝังติดอยู่ตามก้อนหิน ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอ หลังจากนั้นพี่เค้าก็กลับไปนอนต่อ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่อด้วยตัวเอง โดยระหว่างทางต้องพยายามคอยมองหาป้าย และหลบคมหนามของต้นกระบอกเพชรที่มีอยู่มากมายรายทาง สุดท้ายอุปสรรคก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราไปจนถึงจุดหมายได้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น รางวัลที่ได้รับคือวิวแบบพาโรนามา พร้อมกับสายลมเย็นๆที่สูดเข้าไปแล้วทำให้หายเหนื่อยได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า "สามร้อยยอด" ก็เป็นได้ ด้านซ้ายและขวาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนด้านหน้าเป็นพระอาทิตย์และท้องทะเล และในที่สุดพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราได้พิชิตด้วยสายตาของตนเองจนสำเร็จ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 08.00 AM : การขึ้นภูเขาไม่เหนื่อยเท่าลงจากภูเขา หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวจนแสงแดดอุ่นๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อน ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นก็คือ "ถ้ำพระยานคร" และ "ถ้ำแก้ว" โดยปกติการเดินขึ้นภูเขามักจะเหนื่อยมากกว่าการลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สำหรับเราการเดินขึ้นภูเขาเหนื่อยน้อยกว่าการเดินลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกถูกกำจัดหมดไปด้วยความตั้งใจที่แนวแน่และมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย ระหว่างทางที่กลับลงมาจากภูเขา ได้เจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาหากินในตอนเช้า ห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้อยู่เป็นระยะ บ้างก็อยู่โดดเดียว บ้างก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หน้าตาน่ารักและช่างสงสัย ลักษณะของป้ายบอกทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนจะยากต่อการมองเห็นสักหน่อย ระยะทางอาจจะดูไม่ไกล ถ้าหากไม่มั่นใจโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่านะ ภูเขาหินปูนจะไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น และเป็นหินที่มีความแหลมคม จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบเดินขึ้นไปจะดีที่สุด จุดชมวิวเขาแดงอยู่บนยอดของภูเขา ซึ่งอยู่ด้านหลังของภูเขาลูกที่เห็นอยู่นี้ หลังจากลงมาถึงพื้นราบแล้ว ได้แวะเข้าไปหาข้าวเช้ากินเพื่อเติมพลัง ภายในที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกล 09.00 AM : มุ่งหน้าไปยังถ้ำพระยานคร นั่งกินข้าวเช้าในที่ทำการอุทยาน พร้อมชมโชว์กายกรรมห้อยโหนไปมาของลิงแสมอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถ้ำพระยานคร ซึ่งอยู่ห่างจากออกไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่เราเลือกใช้ก็ยังคงเป็นวิธีการเดิม นั่นก็คือ "การโบกรถ" โดยไปยืนดักรอโบกรถอยู่ข้างหน้าที่ทำการอุทยาน ซึ่งเวลานั้นไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปกับรถของการไฟฟ้า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นข้างหลังไปนั่งรวมอยู่กับเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ นั่งมาลงบริเวณสามแยกทางไปถ้ำพระยานคร เพราะพี่เค้าต้องตรงไป ส่วนเราต้องเลี้ยวไปทางขวา จากจุดที่ลงรถต้องเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโล จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร เราเดินเข้าไปได้สักระยะ ผ่านรถสิบล้อที่อยู่ไกลๆในรูป เจอชาวบ้านกำลังนั่งคัดแยกกุ้งกันอยู่ เห็นเราเดินตากแดดมาคนเดียว ก็เลยแซวและถามว่าจะไปไหน พร้อมกับชวนให้ไปกินน้ำเย็นๆในกระติก เดินต่อไปกลางแดดจ้า บนถนนราดยางที่เริ่มจะร้อนระอุ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับมาจอดอยู่ข้างๆ แล้วเปิดกระจกออกมาถามว่าจะเดินไปไหน พอดีไปทางเดียวกันก็เลยชวนเราติดรถไปด้วย พี่ๆ บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ มากันสามคน เห็นเราแบกกระเป๋าเดินตากแดดคนเดียวแล้วรู้สึกสงสารเลยตัดสินใจแวะรับมาด้วย หลังจากมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก็ได้แยกกับพี่ๆทั้งสามคน เพราะการเดินทางไปยังถ้ำนั้น สามารถทำได้สองวิธี คือ นั่งเรืออ้อมภูเขาไปลงหน้าชายหาดทางเข้าถ้ำ กับเดินข้ามภูเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลไปยังปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้แค่แรงกายและใจเท่านั้น เราเลือกที่จะเดินข้ามภูเขาไปตามทางเดินที่เป็นบันไดหินซึ่งไม่ราบเรียบเพียงลำพัง ส่วนพี่ๆ นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หน้าหาดซึ่งเร็วกว่ามาก หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทะเลสีฟ้าใสได้ตลอดทาง ช่วยทำให้ความเหนื่อยลดลงไปได้เยอะ เดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทางกว่าๆก็จะสามารถมองเห็นชายหาดขาวสะอาดที่เรือมาจอดส่งนักท่องเที่ยว ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทางข้ามภูเขา มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น 11.00 AM : สำรวจถ้ำพระยานคร ลงจากเขามาล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่ และฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อเข้าไปข้างในถ้ำอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านบ่อพระยานคร ซึ่งตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า "บ่อพระยานคร" เส้นทางเดินเป็นบันไดโขดหินตะปุ่มตะป่ำค่อนข้างเดินลำบากสักเล็กน้อย หลังจากเดินขึ้นมาได้สักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ และจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ภายในถ้ำจะมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีปล่องอากาศขนาดเล็ก และใหญ่ที่มีแสงแดดส่องลงมาถึงด้านล่างอยู่หลายจุด " พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง   หลังจากเดินสำรวจภายในถ้ำจนครบถ้วนและหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย นั้นก็คือ "ถ้ำแก้ว" 01.00 PM : จุดหมายสุดท้าย เมื่อออกมาจากถ้ำพระยานครก็กลับไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเดินกลับด้วยวิธีการเดิม และแวะกินข้าวเที่ยงบริเวณตีนเขา ล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่แล้วเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของชาวบ้านมาลงที่ปากทางไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงถ้ำพระยานครในตอนแรก เดินต่อไปตามทางลูกรังสีแดงอีกประมาณ 1 กิโล ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมาคอยให้บริการเช่าไฟฉาย เพราะข้างในไม่มีแสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายเข้าไปด้วยทุกครั้ง แต่เราเตรียมไฟฉายมาเอง เลยไม่ต้องเสียตังค์เช่า ข้างในมีระยะทางประมาณ 128 เมตร ซึ่งตอนที่เราไปไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน เหงาเลยเรา ข้างในถ้ำมืดมากๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กใหญ่สลับกันไปตลอดทาง บางจุดต้องก้ม ต้องมุดผ่านหินงอกขนาดใหญ่ บางจุดต้องเดินผ่านช่องหินเล็กๆ บางจุดต้องเดินขึ้นสะพาน ลงสะพาน ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึกๆมึดๆ ที่ส่องไฟไปได้ไม่สุด ดินสำรวจไปได้ครึ่งทาง ไฟฉายคู่ใจที่พกมาด้วยแสงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ฉายไปแทบจะไม่เห็นทางข้างหน้า เราพยายามเคาะขั้วถ่าน หมุนให้เน้นอยู่สักพักก็ไม่สำเร็จ ติดๆดับๆ สุดท้ายก็ดับสนิทนิ่งไปในทันใด เรายืนซ่อมไฟฉายท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่สามารถเดินขยับไปไหนได้เลย เพราะรอบตัวมีแต่หินงอกหินย้อย ยืนอยู่ที่เดิมประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็น 15 นาทีที่รู้สึกนานมากๆ กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในถ้ำ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาเที่ยว แต่สุดท้ายก็มีแสงสว่างแห่งความหวังส่องเข้ามา ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูก เป็นแสงไฟฉายของนักท่องเที่ยวสองคนสามีภรรยา ที่ฉายมาเจอเรายืนอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เค้าก็ตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ เราก็เลยเล่าให้เค้าฟังแล้วขอเดินตามเค้าออกไปด้วย เดินตามพี่เค้ามาเรื่อยๆก็มาเจอกับจุดที่ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของถ้ำนี้ ซึ่งเมื่อเราฉายไฟไปที่ผนังถ้ำ ก็จะมีแสงระยิบระยับสะท้อนกลับมาเป็นเหมือนเศษแก้วเล็กๆประดับอยู่อย่างสวยงาม ความรู้สึกเหมือนได้ยืนดูดาวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำยังไงยังงั้น สุดท้ายเราก็ออกมาจากถ้ำจนได้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มาเจอกัน เกือบปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนอนในถ้ำแก้วซะแล้วเชียว จริงๆมีอีกที่ที่อยากไปคือ "ถ้ำไทร" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ตอนนั้นใกล้จะเย็นแล้วน่าจะไปไม่ทัน จึงตัดออกไปแล้วเดินทางกลับ เดินออกจากถ้ำไปสามแยกที่มาลงในตอนแรกอีกประมาณกิโลกว่าๆ เพื่อมายืนรอโบกรถกลับออกไปที่ถนนเพชรเกษม และได้ไปกับรถกระบะขนโต๊ะจีนเพื่อไปจัดงานแต่ง โดยยืนเกาะหลังคารถเอาหน้าโต้ลมสนุกมากๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่หมาย เพราะบ้านงานอยู่ถึงก่อน เลยโบกรถต่ออีกรอบ และไปได้กับรถกระบะของตายายใจดีไปลงถึงปากทางเข้าอุทยานริมถนนเพชรเกษม แล้วต่อรถทัวร์ไปยังอ.เมืองประจวบฯ ก็เป็นอันจบทริปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งความจริงแล้วการตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวครั้งแรกนั้นมันยากมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จึงคิดและจินตนาการไปก่อนว่ามันน่าจะเหงา ลำบาก และอันตราย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเสมือนกำแพงที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเราให้ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ทำให้เราไม่ได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างนอกกำแพงนั้นเสียที แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถทลายกำแพงนั้นก็ได้คือ "ความกล้า" กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้ กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถทำและยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้มันจะคุ้มค่ามากๆ เพราะสิ่งรอเราอยู่หลังกำแพงนั้นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัว ได้รู้จักและเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเราสามารถก้าวผ่านครั้งแรกไปได้แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน " A journey of a thousand miles must begin with a single step." – Lao Tzu " การเดินทางนับพันไมล์ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook LIFE IS A JOURNEY ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  https://th.readme.me/id/lifeisajourney, https://www.facebook.com/LifeIsAJourneyThailand, https://www.instagram.com/lifeisajourneythailand/

พลอย รู้สึกเหมือนโดนเผาไล่ที่ หลัง ปีเตอร์ ประกาศขายบ้าน ทำลูกเดือดร้อน!!
พลอย พลอยพรรณ /  ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล / 

        หลังคุณพ่อลูกสอง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ออกมาประกาศว่ากำลังทำเรื่องหย่ากับภรรยาสาว พลอย พลอยพรรณ และยืนยันที่จะขายบ้านที่ลูกอยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิด เพราะมองว่าบ้านหลังใหญ่เกินไปและเป็นชื่อของญาติ โดยเจ้าตัวตั้งใจจะนำเงินมาซื้อบ้านหลังใหม่ที่เล็กกว่าเดิมให้แทน ล่าสุดเจอ สาวพลอย ในงาน "ไส้กรอกซีพี เปิดบ้าน มั่นใจ ปลอดภัย 100%" เจ้าตัวเปิดใจการเรื่องหย่าว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้า ยอมรับเสียความรู้สึกเหมือนถูกเผาไล่ที่ หลังฝ่ายชายประกาศขายบ้านทั้งที่ยังไม่ได้ตกลงกัน ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนต้องหาที่อยู่ใหม่ และลูกชายก็คงต้องย้ายโรงเรียนใหม่ด้วย ขอร้องหากไม่ได้ช่วยดูแลลูก แต่อย่างน้อยช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องความเป็นอยู่ของลูกก็ยังดี เผยใจตนอยากซื้อบ้านต่อเอง แต่ไม่รู้อีกฝ่ายจะขายเอากำไรแพงหรือเปล่า!!!             "เรื่องหย่ายังไม่ได้คุยอะไรเลยค่ะ ยังไม่ได้หย่าเลย ยังไม่มีคืบหน้าอะไรเลย ยังถือว่าเป็นเมียอยู่เลยค่ะ (หัวเราะ) เค้าได้ยื่นข้อเสนอมาอย่างที่ทราบ แต่ข้อเสนอของเรายังไม่ได้ยื่นค่ะ เพราะรอทางฝั่งเค้าคุยกับทนายออกมาก่อนว่าเรารับได้มั้ย ถ้าเราโอเคกับที่เค้าเสนอมาก็จะได้ไม่ต้องวุ่นวายมาก เรื่องคาราคาซังแบบนี้มันไม่รบกวนจิตใจค่ะ แต่มันรบกวนกับการใช้ชีวิตมากกว่า อย่างเรื่องสัญชาติลูกที่ยังไม่ได้ทำ ลูกก็ยังออกนอกประเทศไม่ได้ ก็ยังเป็นปัญหา แต่เรื่องจิตใจพลอยเฉยๆ แล้ว"             "ปัญหาตรงนี้ก็พูดกับเค้าหลายรอบแล้วค่ะ พูดลอยๆ ไปคนเดียว เค้าคงทราบแต่คงไม่มีเวลา จริงๆ ก็อยากให้มาทำเอกสารของลูกให้เรียบร้อยดีกว่าค่ะ ของพลอยเองก็ไม่ได้ติดปัญหาอะไร เพราะพลอยก็ไม่ได้ไปมีสามีใหม่ พลอยก็เฉยๆ เรื่องนี้ค่ะ แต่เรื่องลูกสำคัญมาก ก็อยากนัดจริงจังแต่เค้าไม่มา"             "เรื่องฟ้องหย่า ถ้ามันทิ้งเวลามากก็อาจจะต้องทำค่ะ และเรื่องฟ้องคนทำเพจด้วย ก็พยายามกระตุ้นให้เค้าออกมาจัดการอยู่ แต่เห็นเค้าบอกว่าจะผลักมาให้พลอยทำคนเดียว จริงๆ ในความเป็นพ่อของเค้า พลอยก็อยากจะให้เค้ากลับมาปกป้องลูก ลูกโดนคนอื่นว่าก็อยากให้กลับมาช่วยกัน ที่เค้าไม่ค่อยจัดการอะไร พลอยว่ามันก็คงมีส่วนว่าไม่อยากให้มีเอฟเฟ็คกับการทำงานของเค้า แต่พลอยก็อยากให้เค้าโชว์ให้เห็นว่าเรื่องงานกับลูก อะไรสำคัญกว่ากันค่ะ เรื่องฟ้องหย่าก็มีปรึกษาทนายไว้บ้างค่ะ การที่จะฟ้องหย่ากัน ศาลก็ต้องให้ไกล่เกลี่ย การไกล่เกลี่ยถ้าเราคุยกันดีๆ ง่ายกว่า จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินจ้างทนายขึ้นศาลด้วย สำหรับพลอยขอประหยัดดีกว่า เรื่องหย่าก็ติดที่เค้า พลอยก็รอมานานแล้วค่ะ"              "เรื่องบ้าน เค้าประกาศขายไปแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจ อาจเพราะราคาบ้านมันสูงด้วย ตอนนี้พลอยกับลูกก็ยังไม่ได้ย้ายออก แต่มีการไปดูบ้านใหม่บ้างแล้ว คือเรายังไม่ได้ตกลงอะไรกันเลย แต่เค้าไปประกาศขายบ้านแล้ว ก็รู้สึกเหมือนโดนเผาไล่ที่นิดหน่อย ตอนนี้พลอยอยากทราบสัดส่วนชัดเจนว่าถ้าขายแล้วจะเป็นยังไง เพราะเค้าบอกว่าถ้าขายแล้ว เค้าอยากได้บ้านหลังเล็กๆ งั้นเอาบ้านหลังใหญ่ให้พลอยก็ได้ ถ้าขายได้เงินเยอะก็ให้เค้าเอาเงินส่วนน้อยไปซื้อบ้านหลังเล็ก"             "ที่พลอยอยากอยู่บ้านหลังเดิมเพราะมันสะดวกมากค่ะ ทั้งโรงเรียนลูก คือพลอยมองลูกเป็นสำคัญ บางวันพลอยขี่จักรยานไปส่งลูก พี่เลี้ยงก็ทำแบบนี้ได้ แต่ถ้าเกิดเราย้ายบ้านไปอยู่ที่ไกลโรงเรียน ก็ต้องจ้างคนขับรถ แล้วคนขับรถจะเชื่อใจได้มั้ย ซึ่งคนขับรถคนเก่าพี่เตอร์ก็ดึงกลับไปแล้ว ตอนนี้พลอยก็ให้แม่บ้านขี่จักรยานไปรับไปส่งลูก การหาบ้านอยู่ใหม่ไม่ลำบากนะคะถ้าเรามีเงินเยอะ (หัวเราะ) ที่เค้าบอกว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปหาบ้านเล็กๆ สักสองหลัง ถ้าสำหรับเค้าคนเดียว หรือเค้ากับคนอื่น มันพออยู่แล้ว แต่สำหรับพลอยกับลูกชาย 2 คนที่เป็นลูกเสี้ยวเดนมาร์กที่วันนึงโตแล้วตัวใหญ่แบบเค้า อยู่กัน 3 คน บ้านเล็กมันเอาไม่อยู่"                  "ถ้าย้ายบ้าน ลูกก็ต้องย้ายโรงเรียนตามอยู่แล้วค่ะ นึกถึงตอนพลอยเด็กๆ ต้องตื่นตี 4 ครึ่งไปโรงเรียนทุกวัน พลอยไม่อยากให้ลูกต้องมาเจอสภาพเดียวกัน รถติดไปกลับ ก็ต้องย้ายโรงเรียน ย้ายทุกอย่าง ผลกระทบมันโดนกับลูกเต็มๆ อยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าให้พลอยบอกว่าไม่ให้ขาย มันก็ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะบ้านเป็นชื่อของคุณอาคุณน้าเค้า เคยมีคอมเม้นท์บอกว่า พลอยหน้าด้านอยู่ จริงๆ ไม่ควรอยู่แล้วด้วย เลิกแล้วก็ควรออกจากบ้านไป อย่างน้อยที่เค้าไม่ได้มาช่วยดูแลลูก ก็อยากให้เค้าช่วยอำนวยความสะดวกตรงนี้ให้หน่อย จริงๆ พลอยก็อยากจะซื้อบ้านหลังนี้ต่อ แต่ไม่รู้เค้าจะเอากำไรเยอะหรือเปล่านะ"             "บ้านที่ประกาศขาย มีคนส่งรูปมาให้ดูว่าตั้งแต่ที่คุยกัน เค้าก็ประกาศขายเลย เค้าดูใจร้ายมั้ยเหรอ ในส่วนของพลอยแล้วแต่จะคิดดีกว่า พลอยไม่อยากไปว่าใคร ไม่อยากทะเลาะกันออกสื่อ ตอนนี้พลอยถือว่าพลอยตัวคนเดียว พลอยพยายามทำทุกอย่างให้เต็มที่ พลอยไม่หวังหรอกว่าเค้าจะมาช่วย ตอนนี้ทำอะไรได้เองก็ทำหมดเลย ไม่แคร์แล้ว การมีอุปสรรคนิดหน่อยอาจจะทำให้เราเก่งขึ้น ก็ไม่เป็นไรค่ะ"             "ที่เค้าบอกจะส่งเงินค่าเลี้ยงลูกมาให้ เค้าคงรอขายบ้านได้ก่อนมั้งคะ ไม่ทราบเหมือนกัน เท่าที่ทราบยังไม่มีนะคะ ทุกวันนี้พลอยรู้สึกภูมิใจ พลอยทำงานหนักมากได้เงินเยอะ บินเยอะมากนอนไม่พอ มีทำร้านพิซซ่า ขายคอลลาเจน ขายขนมนำเข้ามาจากอเมริกา มีขายของจุกจิกอีกเยอะมาก คือทำงานตลอดเวลา คุยโทรศัพท์ตลอด พลอยไม่มองว่าเหนื่อยเพื่อลูกอยู่คนเดียว ไม่มองข้อด้อยตรงนี้ แต่พลอยมองด้านบวกมากกว่าว่า ขอบคุณที่มีลูกทำให้ความสามารถของเรามันขึ้นมาได้ขนาดนี้ พลอยเชื่อว่าถ้าเราไม่มีปัญหาคงไม่ทำให้ความสามารถของเราออกมาได้ขนาดนี้ เวลามีปัญหาอย่าไปโทษนู่นนี่ ให้มองว่าทำให้เราเป็นคนเก่งและอดทนขึ้นมาได้ค่ะ" พลอย กล่าว     พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พลอย พลอยพรรณ   พูม่า-พลอย-แพนเตอร์  

รวมเด็ด 12 สถานที่ขอหวย! ใกล้ที่ไหนรีบไปที่นั่นเลยจ้าาาาา
ขอหวย /  สถานที่ขอหวย / 

“หวย” หนึ่งในกิจกรรมเสี่ยงโชคยอดฮิตของคนไทย จนในแต่ละเดือนจะเกิดเงินหมุนเวียนทางด้านหวยเป็นหลักหลายล้านบาท เหล่าผู้คนต่างใช้สารพัดวิธีในการหาตัวเลขนำโชคจากรอบกายเพื่อให้ได้เลขเด็ดๆ ทั้งเลขจากอาจารย์ชื่อดัง การตีเลขจากความฝันหรือจากเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่การไปขอเลขจากสถานที่ที่มีคนไทยจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในวันนี้เราจะยกมาทั้งหมด 12 สถานที่ขอหวย แสนศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าให้เลขเด็ดแม่นสุดๆ 1. หลวงพ่อเหลือ – วัดสร้อยทอง สะพานพระราม 7 กรุงเทพฯ วัดสร้อยทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2394 ปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองที่เหลือจากการสร้างพระประธานในปี พ.ศ.2445 มีนามว่า “หลวงพ่อเหลือ” มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาขอโชคลาภกันอย่างไม่ขาดสาย และหลังจากได้รับประทานพรแล้วสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนคือ ดอกไม้ธูปเทียนและอาหารคาวหวานต่างๆ คาถาบูชาหลวงพ่อเหลือ กล่าวนะโม 3 จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย 2. ศาลตายาย – สนามบินเล็ก ถนนเดชะตุงคะ ดอนเมือง กรุงเทพฯ ศาลตายายเป็นศาลที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับสนามบินเล็ก แถบดอนเมือง ถึงศาลตายายจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ในวัดอันใหญ่โต แต่ผู้ที่ศรัทธาในปฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสมหวังก็มีอยู่นับไม่ถ้วน การขอเลขเด็ดจากศาลเจ้าตายายครั้งในอดีตเคยใช้วิธีรอให้ตากับยายมาเข้าฝัน หรือสังเกตการคดงอของก้านธูปว่าเป็นเลขอะไร แต่ในปัจจุบันชาวบ้านนิยมการใช้การเขย่าเซียมซีแทน มีการเล่าขายกันมาว่าอาหารที่ตากับยายชื่นชอบมากคือ หัวหมู ไก่ต้ม ไข่ต้ม ของหวานเป็นทองหยิบ ทองหยอด ยาเส้นหรือหมากพลู   3. ศาลแม่นาคพระโขนง – วัดมหาบุศย์ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ประวัติความเป็นมาของแม่นาคพระโขนงคิดว่าคงเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยดี เพราะได้มีการนำเรื่องราวมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครมากมาย แถมตัวศาลแม่นาคพระโขนงยังเป็นสถานที่ยอดนิยมติดอันดับต้นๆที่ผู้คนนิยมเดินทางไปขอเลขเด็ด วิธีขอเลขจากศาลเม่นาคพระโขนง ใช้วิธีเสี่ยงดวงเขย่าเซียมซีและขูดหาเลขจากซากต้นตะเคียนข้างศาล ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำของหวาน เสื้อผ้าผู้ใหญ่ และของเล่นเด็กมาแก้บนแม่นาคในศาล โดยตัววัดมหาบุศย์ ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช7 เขตพระโขนง กรุงเทพ   4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม – สนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ สร้างเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2541 โดยพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากเรื่องการขอหวยแล้ว ชาวบ้านยังนิยมมาบนบานศาลกล่าวให้ช่วยเหลือเรื่องต่างๆนับไม่ถ้วน หากสมหวังแล้วผู้คนนิยมใช้ดอกดาวเรืองและผลไม้สดสำหรับการแก้บน ศาลประดิษฐานอยู่ที่มุมท้องสนามหลวงด้านทิศตะวันออกฉียงเหนือ ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร คาถาพระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่องนะโม 3 จบ ตัสสา เกสีสะโต ยะถาคงคา โสตัง ปะวันตันติ มาระเสนา ปะฎิฐาตุง อาสักโถนโต ปะลายิงสุปาริมานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเวนติ อะเสสะโต   5. ศาลขุนด่านเจ้าพ่อเสือ – บางเขน กรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ ไม่มีปรากฏประวัติความเป็นแม่อันแท้จริง มีแต่ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาปากต่อปากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อเจ้าพ่อเสือเสื่อมคลายลง ในทุกๆวันมักจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าพ่อเสือกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล มีเรื่องให้ช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขอเลขเด็ดก็ตาม โดยจะนิยมกราบไหว้ด้วย เนื้อสด, ผลไม้สด, ไข่ไก่ต้ม, ดอกดาวเรือง, ชุดหมาก, น้ำเปล่า   6. ศาลหลวงปู่เหมือน นนทฺสร – วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อำเภอเมือง จ.ปทุมธานี หลวงปู่เหมือน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์อีกรูปหนึ่งในยุคสมัยนั้น มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมากมาย เป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านในละแวกวัดนาวงและเมืองเอก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงข้าราชการระดับสูง แม้ในปัจจุบันหลวงปู่จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้เลือนหายไปไหน ทำให้ยังคงมีผู้คนแวะเวียนมาที่ศาลหลวงปู่เหมือนกันอย่างต่อเนื่อง โดยรูปปั้นหลวงปู่เหมือน นนทฺสร จะประดิษฐานอยู่ที่ วัดนาวง (วัดโรงหีบเดิม) อ.เมือง จ.ปทุมธานี   7. ศาลองค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) – ศาลข้างวัดสุทัศนฯ และใกล้ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร องค์เทพพระวิษณุ (พระนารายณ์) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นของลัทธิฮินดู ที่ได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลข้างวัดสุทัศนฯ ใกล้กับศาลาว่ากลางกรุงเทพมหานคร ถนนอุณากรรณ เสาชิงช้า กรุงเทพ เหล่าผู้นับถือนิยมใช้ดอกดาวเรือง, นมสด, ธูป, สับปะรด, กล้วยน้ำว้าสุก เป็นเครื่องสำหรับสักการะบูชา คำอธิษฐานขอพรพระวิษณุ (พระนารายณ์) โอม สะศางขะจักรัม สะกิริฏะกุณตะลัม สะปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกะษะณัม สะหาระวักษะสะถะละ เกาสะตุภะ ศะริยัม นะมานิวิษณุม ศิระสา จะคุระภุชัม (ท่อง1จบ หรือ 3 จบ หรือ 12จบ) 8. ศาลเจ้าแม่ต้นไทร – ถนนมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามถนนที่ทอดตัวยาว เรามักจะได้พบกับศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ อยู่ตามริมทางเสมอ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะมีองค์เทพารักษ์ หรือนางไม้ประทับอยู่ เช่นเดียวกับเจ้าแม่ต้นไทรที่มีอายุกว่าร้อยปี ยืนต้นสูงตระหง่านพร้อมผ้าแพรบาง 7 สีผูกอยู่โดยรอบ รอยแป้งสีขาวที่เกิดจากการขูดหาเลขกระจัดกระจายตามลำต้น เครื่องสักการะบูชาวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าแม่ต้นไทรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   9. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วัดหนองผักชี) – ตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ มีความเชื่อกันว่า นางฟ้าจากสวรรค์จุติลงมาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความทุกข์ โดยนางฟ้าเหล่านั้นจะสถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน จึงได้ตั้งชื่อว่าเจ้าแม่นางตะเคียนนับตั้งแต่ตอนนั้นเป้นต้นมา และที่วัดหนองฝักชีก็มีต้นตะเคียนทองที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้ชุดไทยโบราณ, เครื่องแป้ง, กระจกเงา, ดอกไม้สด ในการแก้บนเจ้าแม่ตะเคียนทอง คาถาขอพรเจ้าแม่ตะเคียนทอง ตั้งนะโม 3 จบ สัมปะจิตฉามิ นาสังสีฆ พรหมมา จะ มะหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ พรหมมา จะ มะหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม มะหาปุญโญ มะหาลาโภ ภะวันตุเม มิเตพาหุหะติ พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาวส วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม สัมปะติจฉามิ เพ็ง เพ็ง พา พา หา หา ฤาฤา 10. ศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น – เส้นทางไปอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หากเดินทางไปบนสายที่จะมุ่งหน้าเข้าอำเภอทองผาภูมิ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี บางครั้งจะเห็นว่าเหล่ารถราที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้นมักจะบีบแตรเพื่อให้สัญญาณแสดงความเคารพต่อเจ้าพ่อ และขอคำอวยพรเพื่อให้เจ้าพ่อเขาสามชั้นคุ้มครองให้เดินทางรอดปลอดภัยตลอดทาง นอกจากเรื่องคุ้มครองภัยแล้ว ชาวบ้านยังว่ากันว่าเจ้าพ่อเขาสามชั้นให้หวยแม่นมาก มีชาวบ้านที่ได้รับโชคลาภไปนับไม่ถ้วน หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถวนั้น อย่าลืมแวะจอดรถไปกราบไหว้ขอพรจากศาลเจ้าพ่อเขาสามชั้น ไม่แน่บางทีอาจจะได้รับลาภลอยเข้ามาโดยไม่รู้ตัว   11. ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ – ตรงข้ามกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ ศาลอนุสาวรีย์เจ้าแม่หมูทองคำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อนุสาวรีย์สหชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 ในแต่ละวันมีผู้คนที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอเลขเด็ดเพื่อไปเสี่ยงโชคหรือเรื่องหน้าที่การงานก็ดี ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือและสมหวังกันไปถ้วนหน้า ก่อนเดินทางไปไหว้เจ้าแม่หมูทองคำ อย่าลืมเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เป็นผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นมังคุด ติดไม้ติดมือไปด้วย บทสวดบูชา สวดนะโม 3 จบ โอมพระปิยะมะหาราชินี สัพพะโสตถี ภะวันตุเม สัพพะลาภา สัพพะยศา สุขิตา โหติ สัพพะทุกขะ สัพพะภะยะ วินัสสันติ พระปิยะมะหาราชินี ปิยังมะมา 12. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์) – สวนวังสราญรมย์ ใกล้วัดโพธิ์-วัดพระแก้วมรกต ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง (วังสราญรมย์ ประดิษฐานอยู่ในสวนวังสราญรมย์ ก็เป็นอีกแห่งที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในบรรดานักเสี่ยงโชคกันอย่างหนาหู ผู้คนนิยมเดินทางมาขอโชคลาภด้วยวิธี 3 แบบคือ จุดธูปอธิษฐานให้เจ้าแม่ตะเคียนทองมาเข้าฝันเพื่อบอกเลข การเสี่ยงเซียมซี หรือขูดซากตอตะเขียนเพื่อหาเลข หลายคนที่มีแรงศรัทธาแรงกล้าก็ได้รับการช่วยเหลือให้สมหวังไปตามๆกัน    ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ : เคล็ดลับขอหวย ๑๒ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

จบดราม่าแย่งที่จอดฟิตเนส เจนี่ ยอมจ่าย 3 ล้านให้ บุ๋ม ปนัดดา ย้ายออก!!
เจนี่ บุ๋ม แย่งที่จอดฟิตเนส /  ข่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ / 

เป็นอันแยกย้าย... นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจ้าของฟิสเนส 911 by JT ควงทนายออกมาชี้แจงปมดราม่าแย่งที่จอดรถกันกับ สแมชยิม ฟิตเนสของ บุ๋ม ปนัดดา โดยสาวเจนี่ยอมจ่าย 3 ล้านตามที่สาวบุ๋มยื่นข้อเสนอมา พร้อมเผยรู้สึกลำบากใจที่จะทำธุรกิจร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่ระบุว่าทางสาวบุ๋มจะต้องออกจากที่นี่เมื่อไหร่ แต่โดยส่วนตัวเธอบอกยังเคารพดารารุ่นพี่เหมือนเดิม ตอนนี้มีวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นคือเช่าพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น บอกทั้งหมดมีปัญหาเรื่องที่จอดรถแค่ 1 ชม. ต่อวัน ไม่ได้มีปัญหาตลอด 24 ชม. พื้นที่ที่ซื้อมายังไม่รู้จะทำอะไรต่อ นอกจากนั้น สาวเจนี่ยังบอกอีกว่า ทางฝั่งของสาวบุ๋มทำธุรกิจทับซ้อน มีการเปิดขายอาหารคลีน ขายน้ำ เปิดคลาสโยคะเพิ่ม ซึ่งทับซ้อนกับของเธอ เปรยเรื่องการฟ้องร้องเป็นเรื่องในอนาคต ไม่เน้นดำเนินคดี จะคุยกันก่อน ทนายได้มีการคุยทางโทรศัพท์แล้ว ยังไงก็ตามสาวเจนี่บอกไม่อยากให้มาทะเลาะกันเอง อยากให้สิ่งที่เธอพูดในวันนี้เป็นข้อมูลให้อีกฝั่งนึง พูดข้อเท็จจริงอีกฝั่งนึง ขอให้คุณผู้ชมตัดสินเอง ตอนนี้เลยจุดที่จะนัดคุยกันแล้ว ต่อจากนี้เข็ดกับการทำธุรกิจร่วมกับคนอื่น แพลนไว้ว่าที่ตรงนั้นอาจจะทำยิมต่อ หรือเป็นศูนย์อาหารก็ได้ โดยทั้งหมดเป็นเรื่องในอนาคตอีกที... รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ เจนี่ “เข้าเรื่องปัญหาหลักกันเลยดีกว่าคือเรื่องที่จอดรถ ตัวเจนี่ และ 911 เราพยายามแก้ไขมาโดยตลอด เราหาทางออกด้วยการไปเช่าที่ข้างๆ แต่ต้องบอกว่าคลาสที่มีปัญหาคือคลาสซุมบ้า ใน 1 อาทิตย์มีคลาสซุมบ้า 4 คลาส คลาสละ 1 ชั่วโมง แล้วของพี่บุ๋มเองเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนถึง 5 ทุ่ม คลาสที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถคือคลาสของซุมบ้า ในชั่วโมงอื่นๆ สามารถจอดรถได้ตามปกติ แล้วเจนี่ไม่ได้มีนโยบายกันที่ไว้ แต่ยังไงตัวเจนี่ก็ขอโทษลูกค้า สแมชยิม ทุกๆ คนด้วยที่ทำให้เกิดปัญหานี้ เจนี่เชื่อว่าเป็นปัญหาที่เกิดกับทุกๆ คนและทุกๆ ที่คือปัญหาที่จอดรถ ส่วนประเด็นที่ 2 คือเรื่องสัญญาเช่า” ทนาย “เรื่องสัญญาเช่าระหว่างคุณอาทิตย์กับคุณเจนี่เป็นสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อต่อเติมสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำสถานที่ออกกำลัง ในการประกอบธุรกิจทางเจนี่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้เช่ากับคุณอาทิตย์หรือหุ้นส่วนของคุณบุ๋มได้ใช้พื้นที่แล้วโดยการต่อเติมตกแต่งสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา ในระยะเวลาที่มีการตกแต่งต่อเติมอาคารทางคุณเจนี่เองก็ไม่ได้เก็บค่าเช่า สัญญาเช่ามีข้อตกลงกันว่าจะเริ่มเก็บเมื่อพร้อมที่จะเปิดธุรกิจ ในระยะเวลที่ผ่านมามีการวางบิลเรียกเก็บเงินมาตั้งแต่เดือนมีนา-มิถุนา แต่ก็ยังไม่มีการชำระทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบริการจากฝั่งของสแมชยิม ในสัญญาเช่าหลักกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากมีหากมีการผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า 2 งวดฝ่ายของผู้ให้เช่าสามารถยกเลิกสัญญาได้ 2. ทั้งสองฝ่ายจะไม่ทำให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเสียชื่อเสียง ถ้ามีฝ่ายใดทำให้เสียชื่อเสียง อีกฝ่ายสามารถขอยกเลิกสัญญาเช่าได้ และ ข้อ 3. คือบุ๋มได้มีการประกอบธุรกิจอื่นนอกเหนือฟิตเนส” เจนี่ “เจนี่ขอขยายความเองแล้วกันค่ะว่าเจนี่เป็นเจ้าบ้านซึ่งมีลูกบ้านหลายคน แต่ละบ้านจะทำธุรกิจไม่เหมือนกัน ส่วนธุรกิจหลักของสแมชยิมคือการยกเวทจะไม่มีการทำอย่างอื่น ล่าสุดตัวพี่บุ๋มมีการทำคลาสเต้นขึ้นมามันตรงกับคลาสซุมบ้าของเจนี่ เจนี่มีอยู่ใน 911 อยู่แล้ว แล้วก็ยังมีโยคะ ซึ่ง 911 ก็มี อีกเรื่องเลยคือเรื่องของอาหารคลีนและเครื่องดื่ม ในตัว 911 ก็มีขายอาหารคลีน แล้วตอนนี้พี่บุ๋มก็มีขายน้ำและอาหารคลีนด้วยเหมือนกัน” ทนาย “ระหว่างที่เจนี่เงียบหายไปเขาได้มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว ขอตกลงหลักๆ คือจบแล้วว่าลำบากใจที่จะทำธุรกิจร่วมกัน ก็อาจจะมีการยกเลิกสัญญาเช่า อาจจะมีการชดเชยในส่วนที่คุณบุ๋มก่อสร้างไปตามที่บุ๋มได้เสนอมาก่อนหน้านี้ เจนี่ตัดสินใจจะยุติปัญหาไม่อยากให้ลำบากใจทั้งสองฝ่าย คุณเจนี่เลยตอบตกลงคุณบุ๋มไปว่าจะซื้ออาคารทั้งหมดในราคา 3 ล้านบาทตามที่เสนอมา” แล้วบุ๋มต้องย้ายออกเมื่อไหร่? ทนาย “อันนั้นเป็นข้อปลีกย่อยที่ยังไม่สรุปกัน” บุ๋มบอกรอเคลียร์สัญญาเลยยังไม่ได้จ่ายเงินค่าเช่า? ทนาย “ต้องบอกว่าสัญญาหลักยังมีอยู่ มันไม่ได้ตกเป็นโมฆะ สัญญาหลักจะตกเป็นโมฆะได้ก็ต่อเมื่อเซ็นชัดแจ้งด้วยกฎหมายของระหว่างผู้เช่ากับผู้เช่าถึงจะสมบูรณ์ ฉะนั้นสัญญาเช่าหลักที่เซ็นกันไว้สามารถนำไปใช้ประกอบบัญชีในการวางบิลสั่งจ่ายชำระค่าเช่าได้ครับ” อันนี้เป็นการตกลงกันแล้วหรือเป็นว่าเราตัดสินใจคนเดียว? ทนาย “มีการคุยกันเบื้องต้นแล้ว จบหมดแล้ว เหลือแค่รายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้นว่าจะย้ายกันยังไงเมื่อไหร่เท่านั้นเอง” เหมือนเขายื่นขอเสนออยู่ต่อ 6 เดือน? ทนาย “ผมขอไม่พูดดีกว่าครับ อันนี้เป็นรายละเอียดไปแล้ว หลักๆ คือลำบากใจที่จะอยู่ด้วยกันแล้ว” ในเรื่องมิตรภาพที่มีต่อกัน? เจนี่ “เจนี่ยังเคารพพี่บุ๋มเป็นพี่คนนึง ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของธุรกิจระหว่าง 911 กับ สแมชยิม ตัวเจนี่ยังเคารพพี่บุ๋มเป็นพี่สาวคนนึง พร้อมขอโทษลูกค้าสแมชยิมจริงๆ ที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ต่อไปนี้เจนี่จะจัดการให้ดีขึ้น จะหาคนมาช่วยดูที่จอดรถเพิ่มขึ้นด้วย” ทนาย “ตัวคุณเจนี่เองพยายามแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว พยายามจ้างคน เช่าพื้นที่จอดรถมากขึ้น เรื่องเช่าพื้นที่จอดรถทางคุณเจนี่เช่ามาก่อนหน้านี้แล้ว” เจนี่ “มันมีปัญหาแค่ 1 ชั่วโมงใน 4 วัน ไม่ใช่เป็นปัญหา 24 ชั่วโมง หรือช่วงระหว่างเปิดยิมตั้งแต่เช้าจรดเย็น ต้องบอกว่าคลาสที่ฮอตฮิตจริงๆ คือคลาสของครูหนุ่ม มี 4 วันใน 1 อาทิตย์ 1 วันก็จะมีปัญหาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง” หลังจากได้พื้นที่แล้วจะเอาไปทำอะไรต่อ? เจนี่ “ยังไม่ได้คิดค่ะ” มีการแจ้งความเรื่องภาพวงจรปิดที่มีคลิปออกมา? ทนาย “ต้องเรียนก่อนว่าน้องที่เขาไปโพสต์คลิปไม่เกี่ยวกับ 911 อันนั้นคือเรื่องส่วนตัวของเขา น้องแนตเขาเป็นคนที่ทำงานอยู่ที่นี่อยู่แล้ว เขาจะไปดูกล้องวงจรปิดตอนไหนเขาก็ไปดูได้ เท่าที่ทราบเขาไปถ่ายจากจอมอนิเตอร์อีกทีนึง” เจนี่ “ซึ่งกล้องวงจรปิดไม่มีเสียงนะคะ” จะเอาเรื่องเขาไหมเขาทำให้เราเสียชื่อเสียง? เจนี่ “เป็นเรื่องที่เราไปตกลงกันเองได้ วันนี้ขอพูดเรื่องหลักๆ ดีกว่า” ในส่วนของการทำธุรกิจทับซ้อนกันตรงนี้ได้คุยกันบ้าง? เจนี่ “พี่เขาได้พูดค่ะว่าจะเป็นคลาสแต่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตัวเจนี่ไม่ขอเป็นคนตัดสินแล้วกัน ให้ทุกคนตัดสินว่าถ้าเห็นคลาสแบบนี้อยู่ด้วยกันจะคิดว่าเป็นคลาสเดียวกันไหม คลาสพี่บุ๋มเขียนโยคะ ของเจนี่ก็มีเขียนโยคะ จริงๆ การทำธุรกิจอยู่ในบ้านเดียวกันโดยพื้นฐานก็น่าจะรู้ว่าไม่ควรทำอะไรเป็นคู่แข่งกัน อยู่ในบ้านเดียวกันต้องช่วยเหลือกันและกัน ช่วยกันทำคลาสที่มันแตกต่างกัน แต่ที่ชัดเจนก็คืออาหารคลีนที่มีอยู่ เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อเดือนที่แล้ว เจนี่ก็มีลูกบ้านของเจนี่ด้วยก็ไม่อยากให้เขารู้สึกว่ามาอยู่บ้านเจนี่แล้วเขาลำบากใจ เจนี่ก็เพิ่งเห็นในไอจีเหมือนกันว่ามีอาหารคลีนด้วย มีลูกค้าฝั่งเราไปซื้ออาหารคลีนฝั่งนั้น เลยรู้สึกว่าเราไม่อยากให้คนที่เขามาเช่าพื้นที่เราเขาไม่สบายใจว่ามีของเหมือนกันแต่มาขายในราคาที่ต่างกัน” สามารถเจรจาได้ไหมหรือจะไม่ทำร่วมกันเลย? เจนี่ “สิ่งที่วันนี้เกิดขึ้นคือสิ่งที่เจนี่ได้ตัดสินใจแล้ว ถ้าไม่ตัดสินใจคงไม่มาพูดวันนี้ เจนี่ไม่รู้หรอกว่าข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่เจนี่อยากให้คนที่อยู่ในบ้าน 911 มีความสุข ทำธุรกิจแล้วยิ้มไปด้วยกัน” คิดว่าจะเจรจาลงตัวไหมกลัวจะถึงขั้นฟ้องร้องไหม? ทนาย “ในแนวดำเนินคดีของผมไม่แนะนำให้ฟ้องร้องคดี จะให้คุยกันมากกว่า คนฟ้องกันเขาไม่คุยกันเท่านั้นเอง จะเอาเวลาไปรบกวนศาลผมว่าคงไม่จำเป็น” ที่เจรจานี่คือเจนี่เจรจาด้วยตัวเอง? ทนาย “ผมเป็นคนคุยครับ” บุ๋มเขาบอกว่าเราพยายามติดต่อเจรจาเรื่องสัญญากับเรามาโดยตลอด? เจนี่ “เขาไม่ได้ติดต่อเจนี่ส่วนตัวค่ะแต่ติดต่อทีมงาน ตัวพี่บุ๋มไม่เคยมาเล่าด้วยตัวพี่บุ๋มเองให้เจนี่ฟัง แต่เจนี่เคยคุยกับคุณเอก เจนี่รับรู้เรื่องที่จอดเจนี่เลยไปแก้ปัญหาไปเช่าที่จอดข้างๆ แต่มันก็แค่ชั่วโมงเดียวไงค่ะ แล้วเช่าที่เพิ่มให้ที่จอดรถเจนี่ไม่ได้เช่าให้แค่ลูกค้าของเจนี่แต่เจนี่ทำเพื่อทุกๆ คน” มีข่าวลือว่าคนรถเราเลือกปฎิบัติแต่กับ 911 เท่านั้น? เจนี่ “ต้องบอกว่าเจนี่ไม่ได้อยู่ 911 ทุกวัน เจนี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ทุกๆ เรื่อง เจนี่เข้ามา 911 เดือนละ 2 ครั้งฉะนั้นปัญหามันจะไม่ได้เข้ามาถึงตัวเจนี่ ทางเราแก้ปัญหาให้ดีที่สุดด้วยการจ้างคนเพิ่มขึ้นและเช่าพื้นที่เพิ่ม” บุ๋มย้ำตลอดว่ารอสัญญาจากเจนี่? “เรื่องสัญญาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มันเป็นธุรกิจแรกในชีวิตของเจนี่ จะให้เจนี่ทำสัญญาขึ้นมาใหม่เจนี่ต้องดูอย่างละเอียดรอบคอบ เจนี่เพิ่งเปิดยิมได้ 2 เดือนกว่า สัญญามันเลยเหมือนชีวิตของเจนี่ทั้งชีวิต แล้วตัวเจนี่ได้คุยกับพี่ทนายว่าสัญญาก็น่าจะมีผลอยู่ไม่ได้เป็นโมฆะ พอจะมาเริ่มทำสัญญาใหม่ เจนี่มาเห็นคลาสที่ตรงกัน หรือเห็นที่เราวางบิลไปแล้วแต่ยังไม่ได้จ่าย ฉะนั้นถ้าจะให้เจนี่เขียนสัญญาใหม่เจนี่ต้องคิดทบทวนให้ดี มันต้องมีเยอะขึ้น ไม่ใช่ว่าทวงวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะให้เลย มันก็คือชีวิตเจนี่ด้วยเหมือนกัน อยากให้ทุกคนได้รู้ในข้อทุกคนไม่ได้รู้” แต่หลายคนก็มองว่าเหมือนเราสองคนเริ่มต้นด้วยกันมาตั้งแต่แรก? เจนี่ “เจนี่มาทีหลังค่ะ แต่ด้วยอะไรก็แล้วแต่กลับกลายเป็นว่าเจนี่มาเช่าพื้นที่ตรงนี้คนเดียว 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพี่บุ๋มก็เป็นผู้เช่า ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น” รู้สึกผิดหวังไหมที่ได้มาทำธุรกิจร่วมกัน? เจนี่ “ไม่ค่ะ เพราะเจนี่ก็คิดที่จะทำต่อไป มันคือสิ่งที่เจนี่รัก และมันคือความฝันของเจนี่ เนื่องจากเจนี่เป็นคนชอบออกกำลังกาย” กระแสข่าวที่ออกมากระทบกับภาพลักษณ์ของธุรกิจเราไหม? เจนี่ “ย่อมมีค่ะ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องแก้ไข เพราะธุรกิจทุกอย่างมันก็มีปัญหาเป็นรายวัน ดังนั้นเราก็ต้องแก้ปัญหาเป็นรายวันไป” ที่เราบอกว่าได้วางบิลไปแล้ว เดือนแรกเขาไม่จ่าย เดือนที่สองเราได้มีการทวงถามไหม? ทนาย “อันนี้เป็นในส่วนของออฟฟิศนะครับ ออฟฟิศจะเป็นคนติดตามทวงถาม” เจนี่สามารถยืนยันได้ไหมว่าเราไม่ได้ให้พนักงานกั้นที่จอดรถสำหรับลูกค้าเราโดยเฉพาะ? เจนี่ “ไม่มีค่ะ” เครียดไหมเกิดปัญหาแบบนี้? เจนี่ “ก็ต้องเครียดเป็นปกติค่ะ ยิ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแรกของเจนี่ด้วย” เราอยากให้เรื่องนี้จบยังไง? เจนี่ “ไม่อยากให้ทะเลาะกันเอง และเจนี่ก็จะไม่ตัดสินอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เจนี่พูดวันนี้เป็นเพียงข้อมูลนึง นอกเหนือจากที่พี่บุ๋มได้พูดในส่วนของพี่บุ๋ม ดังนั้นเจนี่ก็ต้องพูดในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงของฝั่งเจนี่ด้วย เพื่อให้คนที่ติดตามข่าวได้ตัดสินดีกว่ามาบอกว่าอันไหนถูกอันไหนผิด” ตั้งใจจะนัดคุยกันเลยไหมเพื่อให้ปัญหามันจบ? เจนี่ “เจนี่คิดว่ามันเลยจุดนั้นมาแล้วค่ะ และอีกอย่างเจนี่ก็ได้ให้พี่ทนายเข้าไปคุยแล้วด้วยค่ะ” คิดว่าหลังจากนี้จะยังอยากทำธุรกิจร่วมกับใครอีกไหม? เจนี่ “ไม่ค่ะ ต่อจากนี้ขอทำธุรกิจคนเดียวดีกว่า” ถ้าหากพี่บุ๋มย้ายออกแล้วเราจะทำยิมต่อไปไหม? เจนี่ “ทำค่ะ แต่ส่วนรายละเอียดขอไม่ตอบดีกว่า เพราะเอาจริงๆ เจนี่ก็ยังไม่ได้คิดด้วยว่าจะทำอะไร” ทนาย “จากที่ได้คุยกับน้องเขาก็อาจจะปล่อยให้เช่าต่อ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะมาเช่า หรือไม่แน่ก็อาจจะทำเป็นศูนย์อาหารก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วมันก็เป็นเรื่องในอนาคต” ถามย้อนกลับไป เรื่องที่เราบอกว่ามีการทำธุรกิจทับซ้อน จริงๆ ฝั่งพี่บุ๋มออกมาพูดว่ามีการทวงถามไปแล้วว่าเราจะทำอะไรบ้าง จะได้ไม่มีการทำทับซ้อนกัน? เจนี่ “ไม่มีค่ะ คือตอนแรกพี่บุ๋มบอกว่าจะมีห้องเทควันโด เนื่องจากหุ้นส่วนเก่าของเจนี่ เขาเป็นครูเทควันโด และเจนี่มาทีหลัง ซึ่งตอนนั้นเจนี่มีแพลนเอาไว้ด้วยว่าจะทำคลาสเต้นซุมบ้า” เรามองไหมว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะคนกลางที่พี่บุ๋มติดต่อมา แต่เขาไม่เคยนำเรื่องมาถึงเรา มันถึงได้กลายเป็นปัญหา? เจนี่ “ก็อาจจะด้วยค่ะ” คิดว่าจากนี้จะมีการเปลี่ยนอะไรกับคนกลางที่ว่าไหมเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต? เจนี่ “เรื่องอนาคตเจนี่ขอไม่ตอบนะคะ เพราะมันยังไม่ได้เกิดขึ้น เจนี่ขอตอบเรื่องในวันนี้ก่อนแล้วกัน” มีอะไรอยากฝากถึงพี่บุ๋มไหม? เจนี่ “ไม่มีค่ะ” เราเห็นหรือยังที่พี่เขามาโพสต์ไอค่อนชูสองนิ้วในไอจีเรา? เจนี่ “เห็นแล้วค่ะ จริงๆ มันก็เป็นรูปปกตินะคะ เพราะส่วนตัวเจนี่ก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรืออะไร” ยังสามารถคุยกับพี่บุ๋มได้เหมือนเดิมไหม? เจนี่ “พี่บุ๋มยังเป็นพี่ของเจนี่อยู่ค่ะ ต้องแยกนะคะเรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว ปัญหาธุรกิจคือปัญหาธุรกิจ และวันนี้เจนี่ก็มาในฐานะตัวแทนของ 911 ค่ะ” เจนี่ - ทนาย เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ แถลงปมแย่งที่จอดรถฟิตเนส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ บุ๋ม - เอก

ด่วน!!! จีนสั่ง Apple ห้ามจำหน่าย iPhone 6 ในปักกิ่งฐานละเมิดสิทธิบัตร
Baili 100C /  iPhone 6 / 

เป็นเรื่องแล้วนะครับเมื่อล่าสุดทาง สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มีคำสั่งให้ Apple ระงับการจำหน่าย iPhone 6 และ 6 Plus หลังตรวจสอบพบว่ามีการดีไซน์ที่เลียนแบบ โทรศัพท์รุ่น 100C ของ Baili  โดยจากการตรวจสอบของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของกรุงปักกิ่งพบว่า โทรศัพท์รุ่น 100C และ iPhone 6 มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยจึงอาจทำให้เกิดความสับสนแก่ผู้บริโภคได้ จึงมีคำสั่งให้ระงับการจำหน่าย iPhone 6, 6 Plus ไว้ก่อน ซึ่งทาง Apple ได้ทำการยื่นเรื่องไปยังศาลด้านทรัพย์สินทางปัญญาในกรุงปักกิ่งแล้วเพื่อให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว แต่หากศาลยังยืนตามคำสั่งของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา iPhone 6 และ 6 Plus จะต้องถูกแบนในกรุงปักกิ่งและเมืองใกล้เคียงทันที 100C ของ Baili iPhone 6 ที่มา www.china.org.cn

10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย
วัด /  วัดสวย / 

เที่ยว นั่น นี่ โน่น มาก็มาก แต่จะว่าไปเรายังไม่ค่อยได้พาไปเที่ยววัดกันสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่เมืองไทยเป็น “เมืองพุทธ” วันนี้เราจะพาเที่ยววัดธรรมดาทั่วไปก็ใช่ที่ งานนี้ขอคัดมาแบบเน้นๆ เอาที่สวย เริ่ด เจิดสุดรับรองว่า งานนี้ตื่นตากับความงาม ถึงขนาดที่ว่าถ้าได้ไปจนครบ คุณต้องรักการเข้าวัดและลืมที่เที่ยวแบบอื่นๆไปเลยทีเดียว 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย 1. วัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน จังหวัดราชบุรี ชมความงามวัด Unseen ที่แรกกันที่ ราชบุรี กับ อุโบสถทองคำร้อยล้าน วัดพระศรีอารย์  ความสวยงามของวัดแห่งนี้ อยู่ที่ตัวโบสถ์ ซึ่งเป็นพระอุโบสถตกแต่งด้วยงานปูนปั้นสีทองทั้งหลัง เหลืองอร่ามมองเห็นได้แต่ไกล  สวยงามด้วยศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นจิตรกรรมเรื่องพระมหาชนก ทศชาติพระเจ้าห้าพระองค์  ตัวอุโบสถทองคำหลังนี้ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 37 ปี  ด้วยแรงศรัทธาจากชาวบ้านล้วนๆ โดยมีมูลค่าในการจัดสร้างรวมกว่า  “ร้อยล้านบาท” ประกอบกับตัวโบสถ์สีทองทำให้ใครๆ พากันเรียกขานโบสถ์แห่งนี้ว่า  “อุโบสถทองคำร้อยล้าน” ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานปางมารวิชัย ศิลปะพม่า สร้างด้วยหยกขาวทั้งองค์ที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศพม่า นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปคู่วัด คือ พระศรีอารย์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่พิมพ์พระศรีอารย์ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ มีตาลปัตรอยู่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป จีวรจับกลีบคล้ายพระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพกราบไหว้ นอกจากนี้ที่ประตูโบสถ์ก็ทำมาจากไม้ยมหอมทั้งต้น แกะสลักลวดลายพุทธประวัติ ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ และสวยงามมาก ที่ตั้ง : หมู่ 6 บ้านเลือก ตำบล บ้านเลือก อำเภอ โพธาราม จังหวัด ราชบุรี 70120 การเดินทาง : ใช้ถนนเพชรเกษมประมาณ กม. ที่ 74 บริเวณบ้านเลือกมีทางแยกขวามือ (ถ้ามาจากราชบุรีทางแยกอยู่ซ้ายมือ เลยแยกบางแพไปประมาณ 500 เมตร)  2. วัดถ้ำเขาวง วัดไม้เก่าแก่ท่ามกลางภูเขาหินปูน จังหวัดอุทัยธานี วัดสวย แปลกตา ลำดับถัดไป ที่เราอยากให้คุณหาโอกาสไปเยี่ยมชมให้ได้ คือ "วัดถ้ำเขาวง" หากมองจากภาพถ่ายเชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า เป็นรีสอร์ทสวยๆ ที่ไหนสักแห่ง แต่ความจริงแล้วที่นี่คือ “วัด” โดยวัดแห่งนี้เป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบลักษณะเรือนไทย ยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ , ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร , ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และ ชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์สร้างด้วยไม้สัก และไม้มะค่า มีความงดงามมาก บริเวณโดยรอบก็มีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงาม ร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน บริเวณด้านหน้ามีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำซึ่งมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปทางด้านหลังจะมีถ้ำอยู่ประมาณ 7-8 ถ้ำ บางถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางถ้ำเป็นถ้ำค้างคาว และบางถ้ำก็มีหินงอกหินย้อยให้ชมกัน ระหว่างทางเดินที่จะขึ้นไปชมถ้ำ จะผ่านน้ำตกเทียมที่ดูเข้ากับบรรยากาศ เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้ จะรู้สึกปลอดโปร่ง ทั้งจากใจที่สงบจากการทำบุญ และจากกายที่ได้พักผ่อนเหมือนมาตากอากาศในรีสอร์ท ที่ตั้ง : เชิงเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี การเดินทาง : จากตัวเมืองอุทัยธานี มุ่งหน้าสู่ตำบลบ้านไร่ ห่างจากอำเภอไปราว 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3011 ผ่านทางโค้งศาลเจ้าพ่อเขารักแล้วมาตัดกับสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวง ประมาณ 8 กิโลเมตรถึงทางแยกเข้าไปอีก 300 เมตร ทางค่อนข้างจะลาดชันขึ้นทีละน้อย เส้นทางอ้อมโค้งเป็นหน้าผาต้องไต่ไปตามซอกเขา 3. วัดสันป่ายางหลวง วัดสวยล้านนากลางป่าคอนกรีต จังหวัดลำพูน ถัดมาเราไปดูวัดสวยสไตล์ล้านนาท่ามกลางป่าคอนกรีต ของจังหวัดลำพูนกันบ้าง โดยไปกันที่วัด “สันป่ายางหลวง” วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยเชื่อกันว่าเป็นวัดแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา ด้วยสาเหตุนี้ ทำให้ภายในวัด มีสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ศิลปะทางล้านนามากมาย ไม่ว่าจะเป็น “วิหารพระโขงเขียว” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระหยกเขียวซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง หรือจะเป็น “พระวิหารพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย” มณฑปทรงล้านนา ที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธเมตไตรจำลองจากพุทธคยา ฯลฯ การตกแต่งนอกจากจะใช้ศิลปะสไตล์ล้านนาแล้ว ยังมีการสอดแทรกคติความเชื่อทางศาสนาลงไปในการก่อสร้างอีกด้วย นอกจากการก่อสร้างที่มีความสวยงามแปลกตาในสไตล์ล้านนาแล้ว ความงามของพระพุทธรูปหินหยกขาวปางปรินิพพาน, มณฑปพระเขี้ยวแก้วซึ้งเป็นพระเขี้ยวแก้วของพระมหาสารีบุตร, พระเขียวโขง, พระพุทธรูปแก้วขาวของเก่าเมืองลำพูน รวมทั้งพระเครื่องสกุลหริภุญชัยซึ่งอยู่ภายในวัดแห่งนี้ ก็เป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพากันมาสักการะ และเยี่ยมชมไม่อย่างขาดสาย ที่ตั้ง :  หมู่บ้านสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน การเดินทาง :  จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านดอนเมือง รังสิต แยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 32 ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท เข้าจังหวัดนครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 11 เข้าจังหวัดลำพูน รวมระยะทาง 670 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง 4. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดสวยเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด ความสวยแปลกตาของพระมหาเจดีย์แห่งนี้ คือ การผสมผสานระหว่างองค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะของภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะของภาคอีสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จากภายนอกตัวอาคารเป็นพื้นสีขาวตกแต่งลวดลายด้วยสีทองเหลืองอร่าม ดูวิจิตรตระการตา บริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ภายในองค์พระมหาเจดีย์ ตกแต่งอย่างสวยงามเหมือนอยู่บนวิมานแดนสวรรค์ มีรูปปั้นเทพ และเทพธิดา ไปจนสวนสวยอยู่โดยรอบ ใช้งบประมาณในการสร้างรวมแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท ที่ตั้ง : ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด การเดินทาง : จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ใช้เส้นทาง ร้อยเอ็ด - โพนทอง – หนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงอำเภอหนองพอกต่อไปยังบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวไปอีก 5 กม. ก็จะถึงวัดเจดีย์ชัยมงคลสถานที่ตั้งของ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล 5. วัดถ้ำเสือ ชมความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุด จังหวัดกาญจนบุรี วัดสวย แปลกตา ลำดับถัดไป เราไปกันที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กับวัดสวยขนาดใหญ่ “วัดถ้ำเสือ” ความสวยงามสะดุดตาของวัดนี้ เริ่มกันตั้งแต่ องค์พระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาดเท่านั้น ความสวยงามขององค์พระที่ประดับตกแต่งด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนพากันหลั่งไหลเข้ามาชื่นชมความงามไม่ขาดสาย และเมื่อเดินเข้าไปภายในวัดจะพบกับความวิจิตรของศิลปะแบบไทยๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุโบสถวัด ทรงจตุรมุข มีซุ้มเสมารอบ 8 ทิศ, ลวดลายปูนปั้นพระพุทธประวัติสวยงามทุกด้านของผนังภายในอุโบสถ, พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท เจดีย์ทรงสวย รูปร่างแปลกตา ภายในมีทั้งสิ้น 9 ชั้น ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้หากมองลงมาจากบริเวณด้านบนในช่วงหน้าทำนา จะมองเห็นทุ่งนาข้าวสวยงามสุดลูกหูลูกตาอีกด้วย ที่ตั้ง : ต.ม่วงชุม อำเภอท่าม่วง กาญจนบุรี การเดินทาง : วัดถ้ำเสืออยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลองประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลองแล้วจะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 200 เมตร 6. วัดป่าสว่างบุญ เจดีย์ทองคำ 500 ยอด จังหวัดสระบุรี ลำดับถัดไปเราไปชมความงามของมหาเจดีย์ราย 500 ยอดที่ วัดป่าสว่างบุญ จ.สระบุรี ที่วัดนี้นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องของความสงบ ทำให้มีผู้คนมาปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมากแล้ว ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมที่สวยงามก็เป็นอีกหนึ่งที่ทำให้ชื่อเสียงขจรขจายไปไกลอีกด้วย โดยความเด่นเรื่องความงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่ พระมหาเจดีย์ 500 ยอด มีชื่อเต็มว่า "พระมหารัตนโลหะเจดีย์ศรีศาสนโพธิสัตว์สว่างบุญ" ซึ่งประกอบไปด้วย “เจดีย์ประธานองค์ใหญ่” อยู่ตรงกลาง และมีองค์เจดีย์รายองค์เล็กตั้งลดหลั่นกันลงมาอยู่รอบๆทิศ ตัวองค์เจดีย์เป็นปูนปั้นเคลือบสีทองทั้งหมดทุกองค์ ด้านในประดับกระจกทับทิม และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศเนปาล, อินเดีย และศรีลังกา มาบรรจุในพระมหาเจดีย์ครบทั้ง 500 ยอด รวมทั้งได้นำพระบรมสารีริกธาตุ และวัตถุมงคลของมีค่ามาบรรจุอยู่ในพระเจดีย์องค์ประธานอีกด้วย ที่ตั้ง : หมู่ 7 บ้านคลองไผ่ ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี การเดินทาง : ใช้เส้นทาง สระบุรี-นครนายก จาก อ.แก่งคอย ไปประมาณ 15 กิโลเมตร พอถึงตำบลชะอม เลี้ยวซ้ายไปเส้นทางเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก ตรง เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ทางขวามือ มีป้ายบอกชัดเจน 7. วัดท่าซุง ชมความงามวิหารแก้วอันเลื่องชื่อ จังหวัดอุทัยธานี   วัดท่าซุง วัดขึ้นชื่อเรื่องความงามของจังหวัดอุทัยธานี แม้วัดแห่งนี้จะเป็นวัดเก่า แต่ก็ได้มีการบูรณะเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มีการสร้างอาคารต่างๆ เพิ่มขึ้นจากในอดีตมากมาย เช่น พระอุโบสถใหม่ ภายในประดับ และ ตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่าง และประตูด้านในเขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว มีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑป และพระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย ไฮไลท์ความงามของที่นี่ต้องยกให้วิหารแก้ว ซึ่งสร้างด้วยโมเสกสีขาวใส มองดูเหมือนแก้ววาววับอยุ่ภายในสวยแปลกตา นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปพระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งมีความงดงามเป็นพระประทานในวิหารอีกด้วย ที่ตั้ง : เลขที่ 60 หมู่ 1 บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี การเดินทาง : จากกรุงเทพเข้าสู่ป้ายต้อนรับจังหวัดอุทัยธานี วิ่งตรงตามถนนเข้าเมืองมาจนสุดทาง ก็จะเจอสามแยกมีป้ายแหล่ง ท่องเที่ยวที่ชี้บอกทางไปวัดท่าซุงเอาไว้ให้็เลี้ยวซ้ายเข้ามาตามทางหลวงสาย 3265 ถึงแยกไฟแดง ถัดมาก็เลี้ยว ขวาตามป้ายอำเภอ มโนรมย์ขับตามป้ายบอกทางไปวัดท่าซุงซึ่งจะมีบอกอยู่เป็นระยะ 8. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ พุทธคยาจำลอง จังหวัดนครสวรรค์     วัดสวยแปลกตา ลำดับถัดไปเราไปกันที่ จังหวัดนครสวรรค์ กับ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ซึ่งเป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ความสวยงามแปลกตาของวัดแห่งนี้ คือการสร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา ซึ่งสื่อความหมายถึง พาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส ภายในวัดประดิษฐานเจดีย์ศรีพุทธคยา ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาจากประเทศอินเดีย ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ซึ่งมีความสวยงามดูแปลกตา บริเวณรอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืน และประทับนั่งอยู่ทั่วไป บริเวณชั้นบนสุดยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งก่อสร้างที่มีความหมายเป็นมงคลอีกหลายอย่าง อาทิ มณฑปเรือนแก้ว สถาปัตยกรรมประยุกต์ไทยอินเดีย มุงและกั้นด้วยกระจกสีชาทั้งหมด เป็นที่ประดิษฐานพระประวัติศาสตร์ ห้องพระไตรปิฎก ชั้นบนสุดประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ฯลฯ ที่ตั้ง : บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก นครสวรรค์ การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางมุ่งหน้า อ.ตาคลี นครสวรรค์ ถึงกองบินสี่ เจอแยกไปหัวหวาย (ทางหลวงแผ่นดิน 3329) เลี้ยวซ้าย ขับรถไปเรื่อย ๆ จะเจอสี่แยกตัดกันกับเส้นตากฟ้า-ท่าตะโก ให้ตรงเข้าไป ขับรถผ่านหมู่บ้านทาง รพช. มีป้ายบอกตลอดทางจะเห็นภูเขาอยู่ด้านหน้าประมาณห้า กม.จากแยกก็จะถึงวัด 9. วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร วัดแบบโบสถ์คริสถ์หนึ่งเดียวในไทย จังหวัดอยุธยา เคยเห็นวัดสร้างสไตล์โบสถ์คริสต์กันมั้ย  ถ้ายังไม่เคยเห็นเราจะพาไปชมกันได้ที่ “วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร” จ.อยุธยา วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเป็นศิลปะแบบโกธิค (Gothic) ภายในประดิษฐาน "พระพุทธนฤมลธรรโมภาส" เป็นพระประธานออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญชน นอกจากนี้ บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์ และฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ ๕ ที่ประดับด้วยกระจกสี มองดูมีความสวยงามแปลกตามาก ที่ตั้ง : เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน ตำบลบ้านเลน  อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา การเดินทาง : ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้คนละฝั่งกับพระราชวังบางปะอิน มาจากกรุงเทพฯ ตามถนนพหลโยธิน จะมีทางแยกซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 ไปพระราชวังบางปะอินเป็นระยะทางอีก 7 กิโลเมตร 10. วัดเกริ่นกฐิน วัดสวยจากศรัธาประชาชน จังหวัดลพบุรี วัดสวยแปลกตาในเมืองไทย ลำดับสุดท้ายที่เราจะพาคุณๆไปชมในวันนี้ ไปกันที่  “วัดเกริ่นกฐิน” จังหวัดลพบุรี วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดเก่าคู่บ้านคู่เมืองลพบุรีมาช้านาน แต่เดิมชื่อเสียงของที่นี่เป็นวัดที่จำพรรษาของเกจิอาจารย์ชื่อดัง “หลวงพ่อเพี้ยน” ต่อมาผู้คนที่นับถือองค์หลวงพ่อก็ได้เข้ามาช่วยกันทำบุญและบูรณะวัดให้มีความสวยงาม จนชื่อเสียงเรื่องความงามเริ่มเป็นที่ประจักษ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิหารหลวงพ่อปาน วิหารแก้วที่มีความวิจิตรสวยงามภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อปาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด, เจดีย์สำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระสังฆราชประทานให้ไว้ ตัววิหารออกแบบสวยงามมีการประดับตกแต่งทั้งภายในและภายนอก พร้อมทั้งมีการยกฉัตรทองคำอีกด้วย ที่ตั้ง : บ้านเกริ่นกฐิน ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี การเดินทาง : เส้นทาง ถนน สายบางงา บ้านหมี่ (ทางหลวงหมายเลข 3028) กม ที่ 8(ข้าง ร.ร.บ้านชีวิทยา) มีทางแยกเข้า ระยะทางประมาณ 5 กม. กมที่ 11(ตรงข้าม อบต.บ้านชี) มีทางเข้าระยะทาง 3 กม. เส้นทางเลียบคลองส่งน้ำ ชัยนาท- ป่าสัก แยกริมคลองส่งน้ำ ขวา 16 (R16) (ใกล้หมู่บ้านหนองทรายขาว) ตรงไป 7 กม ก็จะเห็นวัดเกริ่นกฐิน ขอบคุณภาพจาก  prame9  http://picpost.mthai.com/view/76192 ที่มา  http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/001523/lang/th/

เช็คเลย! โรงแรมสุนัข และที่รับฝากเลี้ยงสุนัข ในกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด
ที่รับฝากเลี้ยงสุนัข /  โรงแรมสัตว์

บ้านไหนที่เลี้ยงน้องหมา เวลาจะไปไหนมาไหนทีก็ต้องคอยเป็นห่วงหรือกังวลว่า น้องหมาจะอยู่ยังไง? เพราะไม่มีใครดูแล ยิ่งไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศที่ใช้เวลาหลายวัน งานนี้แย่แน่ๆ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะเรานำ โรงแรมสุนัข และที่รับฝากเลี้ยงสุนัข มาให้ได้ดูกัน ใครใกล้ที่ไหน ไปที่นั่นเลยจ้า .. เช็คเลย! โรงแรมสุนัข และที่รับฝากเลี้ยงสุนัข หลายคนยังไม่รู้ว่า ข้อดีของการฝากสุนัขไว้กับโรงแรมหรือสถานที่รับฝากสุนัขโดยเฉพาะคืออะไร ? หากทริปของคุณเป็นทริปที่การเดินทางค่อนข้างลำบาก ออกแนวแบคแพคเกอร์ ค่ำไหนนอนนั่น แน่นอนว่าการฝากสุนัขไว้กับผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงสุนัข ย่อมดีกว่าที่จะพาน้องหมาไปตกระกำลำบากกับเราจริงไหมคะ? และยิ่งการเดินทางนั้นใช้ระยะเวลานาน  สุนัขอาจเสี่ยงกับการได้รับอันตรายและบาดเจ็บได้ง่ายอีกด้วย ยิ่งตอนนี้ *โรงแรมสุนัขบาง แห่ง สามารถที่จะดูถ่ายทอดสดสุนัขของเราจากกล้องวงจรปิดผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือ facebook หรือที่เก๋ไปกว่านั้น บางที่ยังมีบริการ facetime ให้คุณและสุนัขได้เซย์ฮัลโหลกันตลอดทริปอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ดูแลสุนัข 24 ชม.  เรียกได้ว่าวางใจหายห่วงได้เลยละคะ  (*ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่) กรุงเทพฯ และปริมณฑล Pilot Dog Home เว็บไซต์  :  http://www.facebook.com/pages/Pilot-Dog-Home/311257008997731 ที่ตั้ง       :  55/243 หมู่บ้านวิสต้าวิลล์ ลำลูกกาคลอง3 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปธุมธานี โทรศัพท์ :  085-1311287 , 091-3307734 อีเมล      :  max_huey53@hotmail.com Happy Dogky ***มีบริการฝึกสุนัขให้ฟรี*** เว็บไซต์  :  http://www.facebook.com/happy.dogky ที่ตั้ง       :  แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบรี โทรศัพท์ :  083-2767622,080-0815595 (กรุณาโทรนัดล่วงหน้า) อีเมล      :  - Pet Paradise Park ***ปิดบริการวันจันทร์*** เว็บไซต์  :  http://www.petparadisepark.com http://www.facebook.com/petparadise2004 ที่ตั้ง       :  5/5 หมู่ 18 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170 โทรศัพท์ :  02-448 1282 , 089 111 6541 อีเมล      :  petparadisepark2004@yahoo.com Happy & Richy Dog Home เว็บไซต์  :  https://www.facebook.com/happyrichydoghome ที่ตั้ง       :  ม.ภัสสร 1 รังสิต-นครนายก คลอง 3 (ใกล้ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต , ดรีมเวิลด์) โทรศัพท์ :  088-0125459 อีเมล      :  happyrichydoghome@gmail.com Pet box Dog Hotel - เพ็ท บ็อกซ์ เว็บไซต์  :  http://www.facebook.com/PetboxDogHotel http://shop.dogilike.com/petbox/ ที่ตั้ง       :  อยู่หลังป้ายรถเมล์ ถนนนวมินทร์ (สุขาภิบาล1) ซอย 64/2 โทรศัพท์ :  087-685-4603 อีเมล      :  petboxdoghotel@hotmail.com บ้านแทนใจ เว็บไซต์  :  http://bantantan.siam2web.com/ http://shop.dogilike.com/portan/product/?id=1047 ที่ตั้ง       :  ถนนบางนา-ตราด กม. 10 สมุทรปราการ โทรศัพท์ :  091-003-6637 อีเมล      :  tanlove6@gmail.com โรงเรียน สอนตัดขนสุนัข Perfectdogs *รับสอนตัดขน ,ตัดขน-อาบน้ำ,ฝากเลี้ยงสุนัขแบบ ไม่ขัง เว็บไซต์   :  http://www.perfectdogsthailand.com ที่ตั้ง        :  1707 (ตึกหน้า Lotus บางปะกอก) ถ.สุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ โทรศัพท์  :  02-428-9442 , 02-872-2022 , 089-074-2999 , 081-497-7774 อีเมล       :  perfectdogsthailand@hotmail.com milehighpetcarespa  (ไมล์ไฮเพ็ทแคร์แอนด์สปา) เว็บไซต์  :  http://www.milehighpetcarespa.com ที่ตั้ง       :  358/21 ซอยร่วมน้ำใจ แยก 2  ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนเอกมัย - รามอินทรา) กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ :  02-538-3555 , 089-772-0031 อีเมล      :  milehighpet@gmail.com โรงแรมสุนัข Luigi Planet (ลุยจิ แพลเน็ท)   เว็บไซต์  :  http://www.luigiplanet.com/ ที่ตั้ง       :  905/2 ซอยประชาชื่นนนทบุรี 4 และซอยงามวงศ์วาน 27อำเภอเมือง  นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ :  089-001-2300 , 089-442-9529 อีเมล     :  luigiplanet.bkk@gmail.com Dog United (ด็อก ยูไนเต็ด) เว็บไซต์  :  http://www.dog-united.com/ ที่ตั้ง       :  31/1 หมู่ 4 ถนนบ้านกล้วย - ไทรน้อย อำเภอไทรน้อย นนทบุรี 11150 โทรศัพท์ :  085-113-3883 อีเมล      :  admin@dog-united.com Doggie Doo  (ด็อกกี้ดู) เว็บไซต์  :  http://www.doggiedoo.net ที่ตั้ง       :  สาขา เย็นอากาศ : 71 ซอย เย็นอากาศ ถนนนางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ  10500 โทรศัพท์ :  02-286-6849, 081-828-5710, 086-898-2828 ที่ตั้ง       :  สาขารังสิต : 185 ซอยรังสิต นครนายก 19 ตำบลประชาธิปัติย์ อำเภอธัญญบุรี    ปทุมธานี 12310 โทร       :  081-828-5710 , 089-126-7477 , 086-898-2828 อีเมล     :   puppojang@gmail.com BowWow Pet Center (บาววาว เพ็ท เซนเตอร์) เว็บไซต์  :  http://www.bowwowcenter.com/ ที่ตั้ง       :  11/2 รังสิต คลอง 3 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี   ปทุมธานี 12130 โทรศัพท์ :  081-409-9494, 081-834-8086, 02-549-8241-2 Sa-By-Jai (สระ-บาย-ใจ) เว็บไซต์  :  http://www.sa-by-jai.com/ ที่ตั้ง       :  รามอินทรา 39 แยก 26 หรือ รามอินทรา 39 แยก 28 กรุงเทพฯ โทรศัพท์ :  081-632-3335, 081-496-5995, 02-973-0655 อีเมล      :  sa-by-jai@hotmail.com Yumi Petshop (ยูมิ เพ็ทช็อป) เว็บไซต์   :  http:www.yumipetshop.com ที่ตั้ง        :  ซอยเพชรเกษม 81 ถนนบางบอน 5 เขตบางบอน  กรุงเทพฯ โทรศัพท์  :  0854403223 Home Sweet Home (โฮมสวีทโฮม) เว็บไซต์  :  http://www.homesweethomebkk.com/Service.html ที่ตั้ง       :  เลขที่ 81/11 ซ.ชัยพฤกษ์ 16 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 โทรศัพท์ :  081-926-2818 อีเมล      :  homesweethomebkk@hotmail.com Dogsportclub ( สโมสรกีฬาสุนัข) เว็บไซต์  :  http://www.dogsportclub.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=322129 ที่ตั้ง       :  หมู่ 11 ซ.นวลจันทร์ 36 ถนนนวลจันทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทรศัพท์ :  02-519-3737 , 086-909-4477 Thedoghotellunla (เดอะด็อกโฮเทลลั้ลล้า) เว็บไซต์  : http://www.thedoghotellunla.com/ ที่ตั้ง       : เลขที่ 76/480 หมู่บ้านบัวทอง4 (บ้านแฝด) ถ.บ้านกล้วย-ไทรน้อย ตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี 11110 โทรศัพท์  :  086-5439555, 089-9231177 อีเมล    :  thedoghotellunla@gmail.com ภาคตะวันออก (ชลบุรี , พัทยา) Dogs & Cats Park (โรงแรมหมาหมา แมวแมว) เว็บไซต์  :  http://www.facebook.com/dogcatpark ที่ตั้ง       :  ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โทรศัพท์ :  081-864-5371 อีเมล      :  dogsandcats_park@hotmail.com หมาบ้านไร่ พัทยา Dog Hotel & Training เว็บไซต์  :  mahbaanrai.com ที่ตั้ง       :  57/1 ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 ซอยเนินพลับหวาน(พัทยากลาง) ถนน หนองไม้ แก่นซอย17 (ใกล้เทศบาลเมืองหนองปรือ) โทรศัพท์ :  084-945-2448 อีเมล      :  mahbaanrai@hotmail.com BorderJack Dog Resort เว็บไซต์  :  http://www.bjdogresort.com/ ที่ตั้ง       :  88/3 หมู่2 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 โทรศัพท์ :  081-295-1863 , 081-861-3779 อีเมล      :  bj-dogresort@hotmail.com Dogbarber เว็บไซต์  :  http://www.facebook.com/dogbarbersriracha ที่ตั้ง       :  บ้านศรีราชา ชลบุรี 20110 โทรศัพท์ :  085-114-0683 , 086-345-0712 , 038-311-995 , 038-313404 อีเมล      :  dogbarbershopsriracha@hotmail.com Thai Pet Care เว็บไซต์  :  http://www.thaipetcare.com/dog-hotel.php ที่ตั้ง       :  เลขที่ 4/3  หมู่ 2  ต.ตะเคียนเตี้ย  อ.บางละมุง  ชลบุรี  20150 โทรศัพท์ :  086-140-7896 , 038-241686 อีเมล      :  - ชุมสายด็อกแคร์ เว็บไซต์  :  http://www.thaipetcare.com/ ที่ตั้ง       :  เลขที่ 4/3  หมู่ 2  ต.ตะเคียนเตี้ย  อ.บางละมุง  ชลบุรี  20150 โทรศัพท์ :  038-241686 , 086-140-7896 ภาคตะวันตก (หัวหิน , ประจวบคีรีขันธ์) Huahin Pet Homestay (หัวหินเพ็ทโฮมสเตย์) เว็บไซต์  :  http://www.facebook.com/HHPetHomeStay ที่ตั้ง       :  อยู่บริเวณหัวหินเมาเทนวิล โทรศัพท์ :  082-292-0923 อีเมล      :  huahin.pethomestay@gmail.com คลินิก บ้านสัตว์เลี้ยง หัวหิน เว็บไซต์  :  - ที่ตั้ง       :  4/80 เพชรเกษม ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110 โทรศัพท์ :  03-2520762 , 03-2522923 , 03-2547401 อีเมล      :  - Dog Training HUA HIN,CHA-AM เว็บไซต์  :  - ที่ตั้ง       :  1/1 ถ.เพชรเกษม ต.หัวหิน อ.หัวหิน โทรศัพท์ :  086-044-0471 อีเมล      :  nuyk@hotmail.com ภาคใต้ (สงขลา , ภูเก็ต) Phuket Dog Park เว็บไซต์  :  http://www.facebook.com/phuketdogpark http://kerocha.blog107.fc2.com/ ที่ตั้ง       :  54/21 หมู่6 ซอยวัดหลวงปู่สุภา ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83130 โทรศัพท์ :  076-390 815 , 081-710-0454 อีเมล      :  - ศูนย์ฝึกสุนัขนานาชาติภูเก็ต เว็บไซต์  :  http://www.phuketdogschool.com/ ที่ตั้ง       :  6/6 หมู่ 1 ถ. เทพประทาน ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต (แหลมหงา  เกาะสิเหร่) 83000 โทรศัพท์ :  076-216336 , 081-956-1564 และ 081-537-6965 อีเมล      :  tchidchio@hotmail.com , tchidchio@gmail.com โกลมี่เพ็ท กรูมมิ่ง แอนด์ สปา เว็บไซต์  :  http://www.hatyaidog.com/ ที่ตั้ง       :  อยู่หลัง Big C Extra 23/75 ถ.คลองเตย (ซอยข้างศาลเจ้าจีน) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โทรศัพท์ :  081-542-3199 , 074-555099 อีเมล      :  - ภาคเหนือ (เชียงใหม่) The Animals Grooming & Pet Shop (ร้านดิแอนนิมอล กรูมมิ่ง & เพทช๊อป) ***มีบริการรับ-ส่งฟรี ระยะทางไม่เกิน 2 กิโลเมตร จากร้าน*** เว็บไซต์  :  http://www.chiangmaidogs.com/forum/dogs/cats,2-11-20311/ http://www.facebook.com/profile.php?id=100004087360625 ที่ตั้ง       :  1/3 หมู่ 2 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (อาคารพาณิชย์เลียบริมแม่น้ำปิง ทางเข้าหมู่บ้านในฝัน ติดร้านข้าวมันไก่กาดก้อม ห่างจากโรงเรียนพิมานเด็ก ประมาณ 500 เมตร) โทรศัพท์ :  081-1117208 , 082-9099782 , 053-284094 (คุณวาด-คุณแพร) อีเมล      :  - LuckyDogs-TH เว็บไซต์  :  http://www.luckydogs.info/index_th.html ที่ตั้ง       :  53/2 หมู่ 7 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 50220 ประเทศไทย โทรศัพท์ :  089-997-8146 อีเมล      :  info@luckydogs.info , lucky4paws@yahoo.com บ้านเจ้าตูบ ควอลิตี้ เว็บไซต์  :  http://banjowtoob.siam2web.com/ ที่ตั้ง       :  ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย เข้าทางหมู่บ้านคุรุสภา เข้ามา 100 เมตร อยู่ด้านขวามือ โทรศัพท์ :  083-573-7394 , 053-344682 อีเมล      :  Banjowtoob@hotmail.com BOKK MAOW PET HOTEL (โรงแรมสัตว์เลี้ยง "บ๊อค-มาว") เว็บไซต์  :  http://www.facebook.com/bokkmaowpethotel ที่ตั้ง       :  99/3 หมู่ 1 ต.ชมภู อ.สารภี ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ขาออก เชียงใหม่ 50140 โทรศัพท์ :  087-510-1876 อีเมล      :  bokk_maow_pethotel@hotmail.co.th ภาคอีสาน (นครราชสีมา , ขอนแก่น , อุดรธานี) Ban Dr.Ton Pet Hospital (โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมอต้น) ***รักษาโรคทั่วไป,โรงแรมสัตว์ (ฝากเลี้ยง),Pet Shop*** เว็บไซต์  :  http://www.facebook.com/pages/โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมอต้นBan-DrTon-Pet-Hospital/286167984750260 ที่ตั้ง       :  1143/47 ถ.สุรนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โทรศัพท์ :  044-341252 อีเมล      :  Bandoctorton@hotmail.com โรงพยาบาลสัตว์นครราชสีมา(สาขาสืบศิริ) เว็บไซต์  :  - ที่ตั้ง       :  ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา นครราชสีมา 30000 โทรศัพท์ :  044-277384 อีเมล      :  supissar_su@yahoo.co.th โรงพยาบาลสัตว์นครราชสีมา(สาขาการเคหะ) เว็บไซต์  :  - ที่ตั้ง       :  ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา นครราชสีมา 30000 โทรศัพท์ :  044-277384 อีเมล      :  supissar_su@yahoo.co.th โรงเรียนฝึกสุนัขอุดรธานี เว็บไซต์  :  www.udondogschool.com http://www.facebook.com/udondogschool ที่ตั้ง       :  - โทรศัพท์ :  082-852-3186 , 042-110470 (จ่าโน้ต) อีเมล      :  notebravo@hotmail.com โรงพยาบาลสัตว์ อุดร เว็บไซต์  :  http://udonpet.siam2web.com/?cid=252247 http://www.facebook.com/pages/โรงพยาบาลสัตว์อุดร-UDON-ANIMAL-HOSPITAL/132684876782318 ที่ตั้ง       :  458/6-7 ถ.รอบเมือง (เยื้อง รร.ประจักษ์ฯ)ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ :  042-222467 , 084-117-3359 อีเมล      :  udpet@sanook.com มือใหม่หัดฝาก ฟังทางนี้ !  สุนัขประเภทไหนถึงจะฝากเลี้ยงได้นะ ? แล้วต้องเตรียมอะไรไปบ้าง   คุณสมบัติของสุนัขที่จะเข้าพักในโรงแรมสุนัข แต่ละแห่งอาจจะแตกต่างกันออกไปบ้างแต่ข้อที่สำคัญที่เหมือนกันทุกที่ มีดังนี้ค่ะ สุนัขของเราจะต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่อยู่ในช่วงเจ็บป่วยหรือเป็นโรคผิวหนัง เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อรวมไปถึงแพร่เชื้อด้วย ต้องได้รับวัคซีนครบถ้วน สุนัขห้ามมีเห็บ หมัด เด็ดขาด สุนัขต้อง สุขภาพจิตดี  ไม่ดุ และต้องไม่มีพฤติกรรมทำร้ายคนหรือสุนัขตัวอื่นๆ สุนัขตัวเมีย ต้องไม่อยู่ในช่วงมีฮีท หรือ มีประจำเดือน ต้องเตรียมอะไรไปบ้างนะ ? อาหาร ที่สุนัขกินเป็นประจำ ควรนำไปด้วยในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสุนัขท้องเสียจากการเปลี่ยนอาหารกระทันหันด้วยนะคะ เบาะ นอน , ของเล่น เสื้อผ้าของสุนัข หรือเสื้อผ้าของคุณเจ้าของเอง นำติดไปด้วยจะช่วยในเรื่องของด้านจิตวิทยาได้มากเลยค่ะ น้องหมาที่ติดผ้าห่ม ติดเจ้าของ เมื่อมีกลิ่นที่คุ้นเคยใกล้ๆ จะช่วยลดอาการเครียดได้อีกทางหนึ่งค่ะ ปลอกคอและ Tag  ชื่อและเบอร์โทร เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินในกรณีสุนัขหลุดหรือผิดตัว กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ ในกรณีที่ฝากเป็นเวลานาน และมีการใช้บริการการอาบน้ำให้สุนัข ควรพกแชมพูที่ใช้เป็นประจำไว้ให้ทางโรงแรมด้วย เพื่อป้องกันการแพ้ค่ะ ขอบคุณข้อมูลโดย Dogilike.com

ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ไปกับมาเฟียฟู้ด บุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี
ชลบุรี /  บ้านสุขาวดี / 

สวัสดีครับ วันนี้ Food MThai ได้รับภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกับมาเฟีย พูดถึงเรื่องกินแบบนี้ จะเป็นมาเฟียไหนไปได้นอกจาก พี่ มาเฟียฟู้ด ของเรานี่เอง ซึ่งวันนี้เราก็ได้รับภาระกิจตามติด มาเฟียฟู้ด ไปบุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี กัน ถ้ามากันครบแล้วก็ไม่ต้องรออะไรแล้วล่ะครับ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า  !!! First Trip with Mafia food in Chonburi การเดินทางในวันนี้ เราใช้ถนนบางนาตราด (ถนนสุขุมวิท) ไปยังชลบุรี วิ่งบนทางด่วนบูรพาวิถี จากบางนา ตรงไปยังจุดหมายแรกของเรา ตั้งพิกัดจีพีเอสไปที่ หาดบางแสน จาก กทม มาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึงจุดหมายแรกของเรา และเริ่มภาระกิจแรก หาของอร่อย ๆ นั่งฟินริมหาดบางแสน แต่เหมือนธรรมชาติกลั่นแกล้ง วันที่เราไปเกิดปรากฏการณ์ แพลงก์ต้อนบลูม ขึ้นที่หาดบางแสนพอดี ทำให้ไม่สามารถนั่งชิวริมหาดได้ หันไปมองหน้าพี่มาเฟียฟู้ด พี่มาเฟียบอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดให้ แล้วก็บึ่งรถหนีหาดบางแสนไปอย่างไว และแล้ว พี่มาเฟียฟู้ดก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวังกับเรื่องกินจริงๆ เมื่อเรามาถึง ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี ร้านแรก กับร้าน ยำแม่ริ้ว ที่ย้ายมาจาก ริมหาดบางแสน (แต่วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ก็ยังมีออกไปตั้งร้านริมหาดบางแสนอยู่ ) มาเปิดเป็นร้านอาหาร ที่ถนนเทศบาลสาย 1 หลังโรงแรมเดอะ เซส ซึ่งบอกเลยว่า ร้านนี้ เปิดขายมาแล้วกว่า 40 ปี จนตอนนี้ เป็นรุ่นที่ 3 แล้วที่มาดูแลกิจการแต่ การันตี โดยพี่มาเฟียฟู้ดแล้วว่ารสชาติไม่มีเปลี่ยนแปลง อร่อยยังไงอย่างนั้นเลย  เมนูเด็ดของร้าน ยำแม่ริ้ว ก็จะเป็นเมนู อาหารทะเล พื้นบ้าน ที่บางอย่างหาทานได้ยาก แต่บอกได้เลยว่า ลองมากับตัวแล้ว ฟินทุกเมนู ถ้าอยากรู้ว่าเด็ดขนาดไหน ตามไปดูกันเลย เมนูแรก ยำสามไข่ ไข่ปลาเรียวเซียว ไข่ปู ไข่แมงดา ตักเข้าปากแต่ละคำ กรุปๆ ด้วยบรรดาไข่ ทั้งสามสหาย ที่รวมมาอยู่ในจานเดียว รสชาติเปรี้ยว เผ็ด ซี๊ดซ๊าด มีความกรุบๆ ของไข่แมงดา ไข่ปู และไข่ปลาเรียวเซียว มาเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งๆขึ้นไปอีก ใครชอบรสจัด ต้องไปลองครับ ยำปลากุแลดิบ จานต่อมากับอาหารที่หาทานยาก กับยำปลากุแล ดิบ น้ำยำรสชาติ ซี๊ดซ๊าดถึงใจ ยำมาอย่างเข้าเนื้อเข้ารสกับ ปลากุแลดิบ ตักเข้าปากทุกคำ ร้อนแรงทุกคำ ฟินจนหมดจาน ยำปูม้า ปูม้าสดมากๆ หวาน อร่อย เนื้อแน่น ๆ คลุกเคล้ามากับน้ำยำรสแซ่บ จนเข้าเนื้อ อร่อยลืม ดูดเนื้อปูกันหน้าฟินเลยทีเดียว กุ้งแช่น้ำปลาดิบ อีกหนึ่งเมนูรสแซ่บ กับกุ้งแช่น้ำปลา เนื้อกุ้งสดๆ  หวานกรอบ เสิร์ฟมาพร้อม มะระ กระเทียม ใบโหระพา คลุกเคล้ามาอย่างแซ่บ แถมยังมีผักเคียง และ หอมเจียว กรอบๆ กินคู่กันคำโตๆ หมดจานไปอย่างรวดเร็ว ต้มหมึกน้ำดำ เจอแต่เมนู ร้อนแรง จนต้องตบท้ายด้วยเมนู ประจำท้องถิ่น อย่าง ต้มหมึกน้ำดำ หมึกกะตอยสดๆ ต้มจนน้ำดำ หวานหอม เมนูนี้มาช่วยตัดรสเผ็ด ของ เมนูอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี อิ่มอร่อยสบายท้องกับมื้อแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บอกได้เลยว่า มาพี่เฟียฟู้ดไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ กับร้าน ยำแม่ริ้ว พี่มาเฟียฟู้ดบึ่งรถต่อไป ภาระกิจที่ สองทันทีกับการเยี่ยมชมความงดงามสุดอลังการของคฤหาสน์ ในพื้นที่ 85  ไร่ ในเมือง พัทยา กับ บ้านสุขาวดี ที่บอกเลยว่างดงาม ยิ่งใหญ่ อลังการ สุดๆ ซึ่ง ประวัติของบ้านสุขาวดี นั้น ก็เกิดมาจากสติปัญญาและการทำงานเป็นทีม ของผู้คนบนพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี จึงทำให้งานที่ออกมามีคุณค่า สง่างามและมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ประกอบด้วยอาคารหลัก ๆ ดังนี้ 1.อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy) 
                                                                    2.อาคารโดมพระ (Buddha tower) 
3.ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine)                                     
4.ความลับสวรรค (Yin – Yang Zone) 
                                                                                                         5.อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall)  
                                                                          6.โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop )                                    7.สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station)                                                                                                   8.จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant)                                                         9.อาคารสโมสร (Club House)                                                                                                                  10.อาคารสัจธรรม (Hall of Truth) ตลึงกับความงดงาม และ ยิ่งใหญ่แบบเดินทั้งวันยังไงก็ไม่ทั่ว เพราะตลอดสองข้างทาง มีทั้งศิลปะ และ ปริศนาธรรม ทิ้งแง่คิดไว้ให้คิดอยู่โดยตลอด FoodMThai กำลังเดิน ชมความงามเพลินๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า เอ้า จะค่ำแล้ว พอหลุดจากความเพลิดเพลินในบ้านสุขาวดี ท้องก็เริ่มหิวอีกแล้ว พี่มาเฟียฟู้ด ยืนยิ้มแล้วบอกให้ตามมา จะพาไปกินของอร่อยๆ เลยโดดขึ้นรถกอล์ฟ ตามพี่เค้าไปอย่างใจง่าย รถกอล์ฟแล่นมาได้ซักหน่อย เราก็ได้มาเจอกับ อาคารที่จัดไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีอาหารบุฟเฟต์ ให้บริการซึ่งเดินดูคร่าว ๆ บอกเลยว่าไลน์อาหาร มีแต่ของน่าทานทั้งนั้น กำลังเพลินกับการสำรวจไลน์อาหาร ก็หันไปเห็น บนเวที มีโชว์ สุดอลังการ ให้ชมระหว่างกินข้าวด้วย คิดในใจฟินแน่นอนครับมื้อนี้ !!! อาหารในไลน์ บุฟเฟต์นั้น ก็ไม่ใช่อื่นไกล ทุกอย่างมาจาก เครือ สหฟาร์ม นั่นเอง จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่า อาหาร สด สะอาดและ อร่อยทุกอย่างแน่นอน เมนูที่เป็นไฮไลท์ของ ที่นี่ ก็เห็นจะเป็น ปลาดุกทอดกรอบที่ กรอบนอกนุ่มในออกมากี่รอบๆ ก็มีคนต่อแถวรอกันตลอด ทานกันจนหนำใจ แล้วก็ เข้าที่พัก พักผ่อน เป็นอันจบ ภาระกิจของวันนี้ ซึ่งมากับ มาเฟียฟู้ด ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว กินแบบวีไอพีแล้ว ยัง นอนแบบวีไอพีสุด ๆ วันนี้ ทางบ้านสุขาวดี ได้ดูแลเรื่องที่พักให้ ที่ในบ้านเลย ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย ครับ เช้าวันที่สอง ของภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ตื่นเช้ามา พี่มาเฟียฟู้ด ยังติดใจไม่หาย ขอจัดหนักอีกรอบกับอาหาร บุฟเฟต์ ของบ้านสุขาวดี นั่ง กินไป พร้อมกับดูโชว์ฟินๆ ไปช่างเป็นเช้าที่มีความสุข อะไรอย่างนี้ เมื่อทานเสร็จ ภาระกิจต่อไปก็ยังอยู่ที่ การทัวร์บ้านสุขาวดีกันต่อ วันนี้ เราจะพาทุกท่านไปชม อาคารโดมพระ (Buddha tower) สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน กัน ชมความงดงามสุด อลังการ กันจนเพลิน มองดูนาฬิกา ก็บ่ายแก่ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาต้อง กลับกันแล้ว ระหว่างขับรถกลับ กทม พี่มาเฟียฟู้ดก็ ไม่พลาดที่จะพาแวะชิมอีก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี อีกหนึ่งร้าน กับร้าน เกษมโภชนา ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นยาจีนเจ้าแรก ลงรถปุ๊บ พี่มาเฟีย ก็จัดมาให้อีก 1 ชุดใหญ่ ทั้ง เนื้อเป็ดสับ และ สมองเป็ด เมนูสุดพิเศษ สมองเป็ด และ เนื้อเป็ด เป็นครั้งแรกของ ใครที่ชื่นชอบ เมนูที่ทำจากเป็ดจานนี้ ต้องมาลองชิมกันให้ได้ครับ ด้วยความหอมนุ่ม ถึงเครื่อง เนื้อเป็ดนุ่ม ๆ ฟินทุกชิ้นที่คีบเข้าปาก กินกับสมองเป็ด รสชาติดี ทำให้เสิร์ฟมาแป๊บเดียว เกลี้ยงจานอย่างไว เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน สูตรต้นตำหรับ เก่าแก่ ที่ใครผ่านไปแถวนั้นก็ต้องแวะ อิ่มอร่อยกับ เมนูต้นตำหรับเมนูนี้ กับเนื้อเป็ดแน่น ๆ ชิ้นโตๆ ตุ๋นยาจีน จนเนื้อ นุ่มอร่อย หอมเครื่องยาจีน ใครชอบทานเป็ด แนะนำให้มาลองด่วนเลยครับ ขนมจีบ ตบท้ายความอร่อย ของทริปนี้ กับขนมจีบสูตรพิเศษของทางร้าน ที่แป้งบางห่อกับหมูนุ่มๆ หวานอร่อย ในขนาดพอดีคำ กินเพลิน ๆรู้ตัวอีกทีหมดจานอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่ออิ่มอร่อย กันเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว เป็นอันจบภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ทริปแรก ก็ถึงเวลาที่เราต้อง กลับกันแล้ว น่าเสียดายที่เวลาจำกัด เพราะยังมีอีกหลายร้าน ที่น่าไปลอง เอาเป็นว่าต้องมีครั้งหน้าอีกแน่นอน ส่วนเราจะไปที่ไหน จะพาไปชิมร้านไหน ก็ต้องคอยติดตามกันให้ดีนะครับ สำหรับวันนี้ ขออนุญาติ ขับรถกลับ กรุงเทพก่อนนะครับ สวัสดีคร้าบบ !!!

เจ้าแม่ไทรงาม ชุมชนเคหะหลักสี่! มอบโชคให้หลายงวดติด
ขอหวย /  ความเชื่อ / 

เมื่อไม่นานมานี้ ชุมชนชาวเคหะ หลักสี่ เป็นต้องทึ่ง ตื่นตะลึงกับการค้นพบของ เจ้าแม่ไทรงาม ที่มาพร้อมกับเลขเด็ด จนทำให้ชาวบ้านชุมชนแห่งนี้ถูกรางวัลกันมานักต่อนัก ย้อนกลับไปเมื่อปลายปีทีแล้ว ผู้ที่อาศัยอยู่ตึก 11 ในชุมชนเคหะ ถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 4 ซึ่งมีคนฝันว่ากิ่งต้นไทรหัก และมีคนกำลังจะลากไปทิ้ง อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงมาจากกิ่งต้นไทรว่า "อย่าลากฉันไปเลย ฉันอยากอยู่ที่นี่ ขอลิปสติกสีแดงสักแท่งก็พอ" เมื่อตื่นจากความฝัน ผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ตึกนี้ก็เดินหาต้นไทรที่ฝันถึง พี่หม่อม ผู้ที่อาศัยอยู่ตึก 11 มานาน เล่าให้ฟังว่า อยู่ๆ ก็มีเด็กเดินมาเล่าความฝันให้ฟัง และถามว่าแถวนี้มีต้นไทรไหม พี่ก็บอกไปว่าไม่มี เพราะอยู่ที่นี่มานานแต่ก็ไม่เคยสังเกต และต้นไทรต้นนี้ก็มีขนาดเล็ก ทำให้คิดมาตลอดว่าเป็นต้นเชอร์รี่ แต่เด็กก็ยังยืนยันว่าในความฝัน ต้นไทรนั้นอยู่ตรงข้ามกับตึก 11 จึงพากันเดินมาดู ปรากฎว่าเป็นต้นไทรจริงๆ ก็ประหลาดใจ เลยลองถูเลขขอหวย งวดนั้นพวกพี่ก็ถูกรางวัลกันทุกคน และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ตั้งแต่นั้นมาพี่ก็ถูกมา 11 งวดแล้ว ป้าจัน ผู้ที่ดูแลทำความสะอาดศาลเจ้าแม่ไทรงามแห่งนี้ เล่าว่าหลังจากที่คนในชุมชนถูกหวยติดๆ กันหลายงวด คนก็เริ่มมาไหว้กันเยอะขึ้น กลายเป็นสมาคมขนาดย่อมๆ ที่มีผู้คนเข้ามาพูดคุยและได้รู้จักกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น นับว่าเป็นผลพลอยได้จาก เจ้าแม่ไทรงาม ที่ทำให้พวกเราได้มารู้จักกัน และป้าก็ต้องดูแลรักษาความสะอาดให้เรียบร้อย เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนกลาง หากเกิดความสกปรกไม่เรียบร้อย  เจ้าหน้าที่อาจจะต้องทำการรื้อพื้นที่ตรงนี้ทันที เมื่อมีการนำของไหว้และชุดไทยมากขึ้น พวกเราก็ต้องเอาไปบริจาคให้โรงเรียนต่างๆ ถือเป็นการทำบุญด้วย "ถึงแม้เงินรางวัลของแต่ละคนที่ได้จากการขอโชคลาภจาก เจ้าแม่ไทรงาม จะไม่มากนัก แต่ก็สามารถทำให้คนที่นี่พอลืมตาอ้าปากได้เหมือนกัน นอกจากนี้ เมื่อคนมารวมตัวกัน จากที่ต่างคนต่างอยู่ ก็ได้มารู้จักกัน ทำให้ชุมชนเกิดความสามัคคี ช่วยเหลือกัน และพึ่งพาอาศัยกันได้" ป้าจันกล่าวทิ้งท้าย รูปประกอบและที่มาจาก : lotto.mthai.com

อาจารย์ คฑา แนะวิธีเสริมดวงแก้เคล็ด
ความเชื่อ /  ดูดวง2559 / 

เสริมมงคล แก้เคล็ด ปีชง 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ปีมะโรง การงานดีมาก ผู้ใหญ่ช่วยเหลือส่งเสริม ปีชวด โชคดีตลอดปี แนะนำขอพรเจ้าแม่กวนอิม สวดพระคาถาพระอวโลกิเตศวร ปีมะเส็ง เพื่อนช่วยสนับสนุนมาก มีโอกาสตั้งตัว ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ปีกุน ระวังสุขภาพกล้ามเนื้อกระดูก หัวใจ ความดัน และสายตา ให้ดูแลเป็นพิเศษ แต่คนเกิด พ.ศ.2514 และ 2526 จะมีสิ่งดีๆเข้ามา การงานสำเร็จผู้ใหญ่ส่งเสริม เป็นปีที่เสน่ห์แรงมีเกณฑ์แต่งงาน แนะนำขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ เทพเจ้าตั่วเหล่าเอี๊ย และไต่เสี่ย ปีขาล ระวังเรื่องเอกสาร คดีความ และอุบัติเหตุ ในเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม แต่คนเกิด พ.ศ. 2529 เป็นปีคู่ธาตุ แม้จะปะทะชนแต่ก็มีสิ่งดีเข้ามา แนะนำให้ไปไหว้ขอพรศาลเจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อม้า ปีวอก ถือว่าเป็นปีที่ดี องค์ไท้ส่วยเอี้ยเทพเจ้าประจำปีวอก ปกปักรักษา ควรแต่งกายให้มีสีสันสดใส พูดจาด้วยคำพูดที่ดี อวยพรให้ผู้อื่นเสมอ ทิศมงคล ทิศเหนือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เสริมมงคล อิ่มบุญอิ่มใจ รับวันหยุดยาว
ทำบุญ /  วัด / 

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เห็นว่าจะใกล้วันหยุดยาวกันอีกแล้ว แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยมาแนะนำสถานที่ทำบุญของแต่ละราศีมาฝาก เผื่อว่าใครยังไม่มีโปรแกรมไปที่ไหนในช่วงวันหยุด จะได้พาครอบครัวและคนรักมา ไหว้พระ ทำบุญ แล้วแวะเที่ยวไปในตัว ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2559 นี้ อ.คฑา ชินบัญชร แนะนำวัดสำหรับไหว้พระเสริมมงคลไว้ครบทั้ง 12 ราศี ส่วนจะมีวัดไหนบ้าง ลองอ่านกันดูจ้า ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าวาสุกรี สามเสน ปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นวัดแรกที่ถือกำเนิดคณะสงฆ์ธรรยุติกนิกาย เมื่อไปวัดนี้แนะนำให้กราบสักการะพระสัมพุทธวัฒโนภาส ที่ประดิษฐานอยู่ในห้องหลังสุดของอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร ภายในพระวิหารประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลนคร ที่ศักดิ์สิทธิ์มากอีกองค์หนึ่งของประเทศ แนะนำให้ถือโอกาสมานั่งสมาธิอธิฐานจิต จะเป็นสิริมงคลกับชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) วัดทิพยวารีวิหาร หรือวัดกัมโล่วยี่ กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตรีเพชร สร้างในสมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ.2319 รัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เหตุที่ให้ชื่อวัดเป็นเช่นนี้เพราะที่วัดแห่งนี้ มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ บ่อน้ำทิพย์ นอกจานี้ยังมีเทพมังกรเขียว เป็นเทพารักษ์ประจำบ่อน้ำ จนมีการตั้งศาลเทพเจ้ามังกรเขียวขึ้นมา และถือเป็นวัดที่คนจีนนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่ง ท่านมักอวยพรให้ผู้ที่ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา คุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ต้องไปกราบไหว้หลวงพ่อทองคำ หรือพระสุโขทัยไตรมิตร พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยที่มีความศักดิ์มาก เป็นที่เคารพและศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวจีน ขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ นามว่า พระอจนะ หมายถึง ความไม่หวั่นไหว ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก แนะนำให้สวดมนต์เสร็จแล้วนั่งสมาธิ ถวายบุญกุศลแก่เทวดารักษาตัว และเจ้ากรรมนายเวรจะส่งผลดีกับชีวิตค่ะ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรุงเทพ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ใกล้กับเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี มีการบูรณะวัดจนส่งผลให้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากยูเนสโก ถือเป้นความภูมิของคนไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยากให้ทุกคนไปบูชา คือพระบรมสารีริกธาตุที่พระบรมธาตุมหาเจดีย์ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำภู ควรไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ องค์พระไพรีพินาศ ให้ศัตรูผู้คิดไม่ดีกับตัวเราแพ้พ่าย หรือกลับใจมาเป็นมิตรกับเรา เป็นการอภัยทานขั้นสูงสุด และกราบพระประธานในพระอุโบสถ คือพระโต และพระพุทธชินสีห์ ให้ประสบแต่ความสุขยิ่งๆขึ้นไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) วัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี เป็นวัดอนัมนิกาย หรือวัดญวณ เป็นวัดเก่าแก่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เมื่อปี พ.ศ.2377 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี เป็นศูนย์รวมพุธศาสนิกชนฝ่ายมหายานทั้งใกล้และไกล พระประธานในวัดทั้ง 3 องค์มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ภายในวัดมีอาคารโรงเจเพื่อรองรับผู้ที่มาถือศีลกินเจ เป็นเวลายาวนานกว่าร้อยปีมาแล้ว ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระ ชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

โทษหนัก! ฝ่ายจัดฯเเบนหัวหิน 2 ปี ปรับเงิน-ตกชั้นเหตุถอนทีม
ดิวิชั่น /  พักทีม / 

ฝ่ายจัดการเเข่งขันลีกภูมิภาคออกบทลงโทษ หัวหิน ซิตี้ ที่ถอนทีมกลางคันโดยการแบนห้ามส่งทีมเป็นเวลา 2 ปี พร้อมปรับเงิน 1 แสนบาทและลดชั้น 1 ระดับ บริษัท ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 จำกัด แถลงบทลงโทษสโมสร วานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ทีมในโซนภาคตะวันตก หลังจากส่งหนังสือถึงฝ่ายจัดการแข่งขันยืนยันการขอพักทีมในฤดูกาล 2016 ที่กำลังแข่งขันอยู่ ด้วยการสั่งห้ามเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยจัดขึ้นทุกประเภทเป็นเวลา 2 ปี และหลังจากนั้นจะต้องลดดิวิชั่นไป 1 ระดับ พร้อมปรับเงินอีก 1 แสนบาท โดยแถลงการณ์จากลีกภูมิภาค ระบุว่า "หลังจากสโมสรวานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ได้ประกาศขอพักทีมและได้ทำการส่งหนังสือแจ้งความจำนงค์มายังฝ่ายจัดแล้วนั้น ทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้ทำหนังสือแจ้งสโมสร ว่าด้วยระเบียบการลงโทษกรณีถอนทีมระหว่างแข่งขัน” "ตามที่ได้มีหนังสือ เลขที่ 2559/095 ลงวันที่ 26 เมษายน 2559 จากสโมสรฟุตบอลวานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ถึงคณะกรรมการจัดการแข่งขันเพื่อขอพักทีมในการเข้าร่วมการแข่งขันลีกดิวิชั่น 2 ฤดูกาล2016 นั้น" "คณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงขอแจ้งให้สโมสรฯ ทราบถึงระเบียบว่าด้วยการลงโทษกรณีที่ท่านถอนทีม ระหว่างการแข่งขันตามระเบียบว่า ด้วยการลงโทษ มารยาท วินัย และ ข้อประท้วง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ใน พระบรมราชูปถัมภ์บทที่ 3 ข้อที่ 3 ว่าด้วยการลงโทษสำหรับการแข่งขันกีฬาฟตุบอลลีกอาชีพและรายการอื่นๆเกี่ยวกับทีม โดยมีรายละเอียด ดังนี้” “3.13 การถอนทีมระหว่างการแข่งขันหรือถูก “สมาคม” ลงโทษถอนทีมก่อนออกจากการแข่งขันกลางคัน หรือล้มละลาย หรือถูกศาลตัดสิน ให้หมดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน หรือลงทำการแข่งขันจะถูก ปรับเงิน 100,000บาท และห้ามไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลที่ “สมาคม” จัดขึ้นทุกประเภทเป็นเวลา 2 ปี การเข้าร่วมการแข่งขันใหม่ต้องลดดิวิชั่นลงไป 1 ระดับ และต้องส่งเงินสนับสนุน ทีมที่ได้รับไปแล้วทั้งหมดคืน และให้ยกเลิกผลการแข่งขันของทีมทั้งสิ้น ยกเว้นโทษที่เกิดจากการตัดสิน” "ทั้งนี้ขอให้ท่านดำเนินการตามระเบียบว่า ด้วยการลงโทษมารยาทวินัย และข้อประท้วงสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ต่อไป"

ขึ้นศาล!? ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เป็นพยานในคดีหมิ่นประมาทจากหนัง Wolf of Wall Street
Lawsuit /  Leonardo DiCaprio / 

ขึ้นศาล!? ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เป็นพยานในคดีหมิ่นประมาทจากหนัง Wolf of Wall Street ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio) ถูกเรียกขึ้นศาลเพื่อให้การเป็นพยานในคดีหมิ่นประมาทในภาพยนตร์คอเมดีปี 2013 เรื่อง The Wolf of Wall Street โดยโจทก์ก็คือผู้บริหารบริษัทตัวแทนค้าหลักทรัพย์ แอนดริว กรีน (Andrew Greene) ได้อ้างถึงหนึ่งในตัวละครของเรื่องที่มีชื่อว่า Nicky Koskoff รับบทโดย PJ Bryne เจ้าตัวอ้างว่าตัละครนี้อ้างอิงมาจากตัวของเขา ซึ่งเขาอ้างว่าตัวละครตัวนี้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงในประเด็นที่ตัวละครเป็นอาชญากรและมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ดูบทความต้นฉบับ : Judge orders Leonardo DiCaprio to testify in 'Wolf of Wall Street' lawsuit