ศาลฏีกา

รัสเซียลงดาบ แก๊งค์สาวเต้นหน้าอนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 2
รัสเซีย /  สงครามโลกครั้งที่2 / 

กลุ่มนักเต้นสาว 6 ราย ถูกศาลรัสเซียตัดสินจำคุก หลังเต้นยั่วด้านหน้าอนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 2 โทษฐานไม่ให้เกียรติสถานที่และผู้เสียชีวิตในสงคราม วานนี้ (26 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว ศาลรัสเซีย พิพากษาจำคุกกลุ่มนักเต้นหญิง จำนวน 6 ราย หลังจากถ่ายทำคลิปวีดีโอ เพื่อโปรโมทสถานบันสอนเต้น พร้อมทั้งเผยแพร่เพื่อโปรโมท ผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ 'ยูทูป' ซึ่งจุดถ่ายทำ อยู่บริเวณด้านหน้าอนุสรณ์สถาน สงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ "มหาสงครามรักชาติ" ที่สหภาพโซเวียตหรือรัสเซียในปัจจุบันทำสงครามร่วมกับเยอรมันนาซีในช่วงปี 1941-1945 พร้อมกันนี้อัยการกล่าวว่า การแสดงดังกล่าวด้านหน้าสถานที่ที่มีความสำคุญทางประวัติศาสตร์ เป็นการหมิ่น และไม่ให้เกียรติสถานที่ และผู้เสียชีวิตในสมรภูมิสงครามในอดีต ทั้งยังแสดงท่าทางเสมือนการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศด้วยท่าเต้น  ทเวิร์ก (twerking) หรือท่าเต้นก้มโค้งที่มีท่าทางคล้ายการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ 'เหตุการณ์ดังกล่าว แสดงถึงความไม่เคารพสถานที่ ซึ่งเป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ ' อัยการกล่าว อย่างไรก็ตามท่าเต้น ทเวิร์กิ่ง  (twerking)  เป็นท่าเต้นที่โด่งดัง จนกระทั่ง คณะผู้จัดทำพจนานุกรมภาษาอังกฤษในสหรัฐฯ  'ออกซ์ฟอร์ด ดิกชนารี' เล็งเพิ่มศัพท์คำว่า “ทเวิร์ค” (twerk) ซึ่งผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ใช้เรียกท่าเต้นยั่วยวนของ 'ไมลีย์ ไซรัส'  นักร้องหญิงวัยรุ่นชื่อดังชาวอเมริกัน ที่แสดงบนเวทีประกาศรางวัลเอ็มทีวี ซึ่งจัดขึ้นที่นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เมื่อ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสร้อนแรงเพียงชั่วข้ามคืน MThai News ที่มา upi

ตร.อายัดทรัพย์'ยูฟัน'เพิ่ม40ล้าน-จ่อส่งปปง.สอบ
ข่าวล่าสุด /  คดียูฟัน / 

ตร.อายัดตู้เซฟ รถลัมโบร์กีนี ทรัพย์สินผู้ต้องหาเครือข่าย ยูฟัน เพิ่มมูลค่ารวมกว่า 40 ล้านบาท ขณะเตรียมส่ง ปปง. ตรวจสอบ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังพร้อมหมายศาล เข้าตรวจค้นห้องพักของ นายรัฐวิชญ์ ฐิติอรุณวัฒน์ ผู้ต้องหาร่วมกันกู้ยืมเงินเพื่อฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมระดับต้นของบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ที่ถูกดำเนินคดีและฝากขังศาลไปก่อนหน้านี้ ที่คอนโดหรู ชั้นที่ 54 ย่านเจริญนคร เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบรถลัมโบร์กีนี สีส้ม ป้ายแดง ทะเบียน ง 0158 กรุงเทพมหานคร ของ นายรัฐวิชญ์ จอดไว้ที่ลานจอด และภายในห้องพบตู้เซฟ และทรัพย์สินอื่นๆหลายรายการ ตำรวจจึงได้อายัดทรัพย์ทั้งหมดมูลค่ารวมกว่า 40 ล้านบาท ส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ดำเนินการ และขณะนี้ตำรวจได้ยึดทรัพย์สินในคดีบริษัทยูฟันฯ มูลค่ารวมกว่า 559 ล้านบาท และมีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความแล้ว 228 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 62 ล้านบาท

ตร.คุมตัวโจ๋มือตบดำเนินคดี-คลิปโผล่จากเฟสปลอม
คลิป /  ตบผู้หญิง / 

คืบหน้าล่าสุด หนุ่มในคลิปตบแฟนสาวยืนยันถูกสวมชื่อเปิดเฟสปลอมหลังจากปิดเฟสเดิม  เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจศาลเยาวชนฯ ควบคุมตัวโจ๋หนุ่มแล้ว เพื่อดำเนินคดีต่อไป กรณีที่ วานนี้ (1 พ.ค. 58) ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอในเฟสบุ๊ค ที่เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ โดยในคลิปเป็นภาพที่ชายหนุ่มนายเอลูกตำรวจ กำลังทำร้ายแฟนสาว อย่างทารุณ ทั้งถีบ บีบคอ ต่อยที่ใบหน้า ท่ามกลางเสียงพี่สาวฝ่ายหญิงร้องห้าม โดยคลิปดังกล่าวเมื่อถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชี่ยลต่างรุมโจมตีการกระทำของชายคนนี้อย่างหนัก ถึงขนาดนำภาพโปรไฟล์เฟสบุ๊คของผู้ก่อเหตุประจานให้รับรู้อีกด้วย หลังจากนั้นฝ่ายหญิงได้ออกมาเปิดเผยว่า ฝ่ายชายเป็นเพื่อนชายคนสนิทที่คบกันได้ 9 เดือน เรียนซ้ำชั้นอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนเดียวกัน โดยช่วงเกิดเหตุฝ่ายชายได้มาเรียกให้ตนออกไปด้วยกัน แต่ตนไม่ยอมไป จึงถูกทำร้ายร่างกายดังกล่าว โดยได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.วชิระ โลหะเวช รอง ผกก.สภ.หล่มสัก กล่าวว่านายเอ เป็นบุตรของนายตำรวจท่านหนึ่งยศ ร.ต.ท.ของ สภ.หล่มสักจริง โดยในเบื้องต้นได้แจ้งให้ไปตามบุตรชายมาให้ปากคำที่ สภ.หล่มสักหากมีความผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ล่าสุดจากกระแสบนโลกออนไลน์ ยังแสดงความไม่พอใจต่อโจ๋ในคลิปตบตีสาววัยรุ่น เนื่องจากยังมีเฟสบุ๊คที่อ้างชื่อโจ๋รายนี้โผล่โต้ตอบและท้าทายชาวเน็ตไม่หยุด แม้จะตกเป็นผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายแล้วก็ตาม เมื่อทำการตรวจสอบ ปรากฏว่าเฟสบุ๊คที่อ้างชื่อของโจ๋ดังกล่าวเป็นของปลอม โดยได้รับคำยืนยันจากนายเอว่า หลังมารดานำเข้ามอบตัวกับทางตำรวจ ก็หยุดโพสต์ข้อความและยังปิดเฟสบุ๊คส่วนตัวไปแล้ว ทั้งนี้ อาจมีผู้ไม่พอใจทำเฟสบุ๊คปลอมพร้อมอ้างชื่อ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว ทางด้านความคืบหน้าคดีพนักงานสอบสวนได้นำเยาวชนรายนี้ เดินทางมาขออำนาจควบคุมตัวจากศาลเยาวชนและครอบครัว จ.เพชรบูรณ์ โดยคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ทางตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชน จึงทำให้การสอบสวนค่อนข้างมีขั้นตอน MThai News

บุกสำนักขมังเวทย์! หลังโชว์ซากศพทำน้ำมันพรายผ่านเน็ต
ขมังเวทย์ /  คุณไสย / 

บุกสำนักจอมขมังเวทย์หลวงปู่ฤาษีตาไฟแล้ว หลังมีภาพโชว์ชิ้นส่วนศพเคี่ยวทำน้ำมันพรายผ่านโลกออนไลน์ แต่ไม่พบชิ้นส่วนคาดว่าไหวตัวทัน เจ้าหน้าที่พร้อมสอดส่องต่อไป เกิดกรณีสืบเนื่องมาจากที่พบศพเด็กถูกนำไปซ่อนไว้ใต้ฐานพระพรหม สุสานหายยา เจ้าหน้าที่ยังพบว่าในเชียงใหม่มีการรับซื้อชิ้นส่วนศพเพื่อไปประกอบพิธีทำน้ำมันพราย โดยทำการนำภาพชิ้นส่วนศพ อวัยวะเพศหญิงและชายนำไปเคี่ยว ขึ้นโฆษณาตามเว็บไซต์เฟซบุ๊ก พร้อมลงภาพขั้นตอนการทำพิธี เพื่อนำไปจำหน่ายอีกด้วย ล่าสุดวันนี้ (29 เม.ย. 58) เวลา 07.30 น. มีรายงานว่า ตำรวจภูธรภาค5 นำหมายค้นเข้าตรวจสอบ สำนักหลวงปู่ฤาษีตาไฟ ที่หมู่ 9 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง ซึ่งเป็นสำนักของเหล่าจอมขมังเวทย์ที่มีภาพปรากฏผ่านเน็ต โดยมีนายอิ่นคำ ปัญญาเรือง หรือ พ่อปู่ฤาษีนารายณ์ อายุ 59 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดเวียงชัย จ.เชียงราย รับเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้และเป็นเจ้าสำนักด้วย ทั้งนี้การบุกค้นสำนักพ่อปู่ฤาษี เนื่องด้วยมีโฆษณาจำหน่ายเครื่องรางผ่านเน็ต พร้อมลงภาพขณะต้มอวัยวะเพศชายและหญิง มดลูก สายรกทำน้ำมันพราย ซึ่งคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการซื้อขายชิ้นส่วนศพ จากการตรวจสอบพบเครื่องรางของขลัง ทั้งลูกกรอก นารีผล ตะกรุด น้ำมันเหลืองทองบรรจุขวดและสิ่งของทางไสยศาสตร์อีกจำนวนมาก แต่ไม่พบอวัยวะเพศหรือชิ้นส่วนศพตามภาพที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ คาดว่าคงไหวตัวทันและเก็บไปก่อนหน้านั้นแล้ว ด้าน นายอิ่นคำ ให้การว่า เคยบวชนานถึง 23 ปี ระหว่างนั้นได้ร่ำเรียนวิชาไสยศาสตร์ พร้อมกับเปิดสำนักพ่อปู่ฤาษีที่บ้านหลังนี้ไปพร้อมๆ กัน จนได้ลาสมณเพศ เพื่อมาปลุกเสกเครื่องรางของขลังและรับสักยันต์ที่สำนักพ่อปู่ฤาษี โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและสิงคโปร์ โดยนำลูกกรอกที่ปั้นจากปูนและมวลสารอื่น เช่น น้ำมันจันทร์ ว่าน เรื่องการซื้อซากศพและชิ้นส่วนศพตนไม่ทำและไม่รู้จักสัปเหร่อสุสานหายยาที่ถูกดำเนินคดีก่อนหน้าแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ คาดว่าสำนักแห่งนี้อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการซื้อขายศพและชิ้นส่วนศพ แต่เพราะรู้ล่วงหน้าทำให้ไม่พบหลักฐานใดเหมื่อนที่ปรากฎในเว็บไซต์ ซึ่งถูกปิดไปเมื่อเช้านี้ แม้จะไม่พบหลักฐาน แต่ได้สั่งให้ตำรวจ สภ.แม่แตง เชิญตัวนายอิ่นคำไปสอบถามปากคำและทำประวัติไว้ก่อน นอกจากนี้ทางตำรวจภาค 5 ได้ทำบัญชีรายชื่อพวกจอมขมังเวทย์เหล่านี้ไว้ในแฟ้มหมดแล้ว และเฝ้าสอดส่องพฤติกรรมกันต่อไป ขณะที่ความคืบหน้ากรณีนายสุทัศน์และนางสมบูรณ์ สามีสัปเหร่อสุสานหายยา หลังจากพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ นำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลแขวงเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ล่าสุดศาลสั่งให้คุมขังไว้ระหว่างพิจารณาคดี เนื่องจากทั้งสองไม่มีเงินประกันตัว จำนวน 2 หมื่นบาท โดยศาลนัดฟังการพิจารณาคดีในช่วงเช้าที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

เปิดคัมภีร์ ปีชง (ปีมะแม) 2558 โดยอาจารย์คฑา ชินบัญชร
ดูดวง /  ดูดวงปี2558 / 

 เปิดคัมภีร์ ปีชง (ปีมะแม) 2558 โดยอ.คฑา ชินบัญชร ปีชง ดี คือปีมะเมีย เป็นคู่มิตรกับปีมะแมซึ่งเป็นปีที่ดีและจะมีความโชคดี ควรหาโอกาสไปกราบขอพรที่ศาลเจ้าพ่อม้า ซึ่งจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง ปีเถาะ โดดเด่นในเรื่องของการงานและการเงิน จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการเริ่มต้นชีวิตใหม่ๆ เกิดขึ้น ควรหาโอกาสไปกราบขอพรกับองค์ไท้เอี้ยง (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) หรือดาวมงคลพระอาทิตย์ “ไท้หยาง” พร้อมกับท่องบทสวดโมรปริตร ก็จะมีความสว่างสดใสเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน ปีกุน ปีนี้มีเกณฑ์จะมีความโชคดีมากๆ ควรหาโอกาสไปกราบขอพรองค์ไท้เอี้ยง (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) พร้อมกับท่องบทสวดโมรปริตร ซึ่งจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่องได้ ปีมะแม เป็นปีที่องค์ไท้ส่วยเอี๊ยะประทับบนศีรษะไม่ถือว่าปะทะชน สิ่งที่ควรทำคือการอวยพรให้ผู้อื่น และเขาจะอวยพรเรากลับมาก็จะช่วยให้เฮงๆ รวย และโชคดี ปีปะทะชง ปีฉลู แนะนำให้ไปฝากดวงชะตากับไท้ส่วยและให้ไปกราบขอพรกับแชเล่งเอี๊ย (เทพมังกรเขียว) เพื่อขอบารมีให้ตัวเรานั้นประสบแต่ความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าและมั่นคง ปีจอ ต้องระมัดระวังเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพและอุบัติเหตุต้องดูแลตัวเองให้ดี แนะนำให้ไปกราบขอพรศาลเจ้ากวนอูซึ่งจะส่งผลให้คุณโชคดี พ้นจากภัยอันตราย ปีมะโรง ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับอารมณ์ทั้งของตัวเองและคนรอบข้าง เพราะฉะนั้นควรดูแลใส่ใจในตัวเองให้ดีและต้องใจเย็นๆ แนะนำให้ไปกราบขอพรกับแชเล่งเอี้ย (เทพมังกรเขียว) คือ เทพารักษ์ผู้รักษาบ่อน้ำทิพย์ วัดทิพยวารีวิหาร เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน จะอำนวยพรให้ผู้ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา ซึ่งทั้ง 3 ปีนั้น แนะนำให้ไปฝากดวงชะตากับเทพไท้ส่วนเอี๊ย ขอให้ช่วยคุ้มครอบดวงชะตาทั้ง 12 เดือน ที่วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่), วัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) จังหวัดฉะเชิงเทรา,วัดมังกรบุปผาราม (เล่งฮัวยี่) จังหวัดจันทบุรี, วัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี, วัดเทพพุทธาราม (เซียนฮุดยี่) จังหวัดชลบุรี, วัดทิพย์วารีวิหาร (กัมโลวยี่) กรุงเทพหานคร http://youtu.be/IfxIIUcKXX0 เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

บูชาพระพรหม แยกราชประสงค์อย่างไร ? ไม่ให้โดนหลอก
บูชาพระพรหม /  พระพรหม / 

บูชาพระพรหม ให้ได้บุญและไม่โดนหลอก เรื่องราว คำบอกเล่าของเหล่าผู้ศรัทธาที่ตกเป็นเหยื่อแม่ค้าขายพวงมาลัยหน้าศาลพระพรมหม เอราวัณ บริเวณแยกราชประสงค์ ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดนกันหมดทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งปกติราคาของพวงมาลัยดาวเรืองจะมีราคาอยู่ที่ไม่เกินพวงละ 50 บาท แต่เมื่อมาที่บริเวณหน้าศาลพระพรหมแห่งนี้ ราคาจะพุ่งสูงถึงหลักพัน บางคนโดนชุดใหญ่ไปที่ราคา 8,000 บาท และเมื่อมีการแย้งไปก็ได่รับการข่มขู่จนต้องจำยอมจ่ายเงินราคาแพงให้กับแม่ค้าหน้าเลือด ที่อาศัยหากินบนความศรัทธาของคน ซึ่งหากมองที่ป้ายราคาหน้าร้าน จะมีราคาพวงมาลัยแจ้งเอาไหว้ว่าพวงละ 50 บาท แต่เมื่อซื้อจริงกลับราคาไม่ตรง นอกจากนี้ส่วนใหญ่แม่ค้าจะจัดเป็นชุดไว้ให้ อ้างว่าพระพรหมมี 4 หน้า จึงจำเป็นต้องใช้พวงมาลัยและเครื่องไหว้บูชามากถึง 4 ชุด จึงทำให้ราคาที่แพงอยู่แล้ว ยิ่งแพงมากขึ้นไปอีก !! วันนี้แม่หมอจะมาแนะนำวิธีการกราบไหว้ บูชาพระพรหม ด้วยวิธีแบบประหยัด ถูกหลักการ และที่สำคัญอิ่มบุญ สบายใจ ไม่โดนหลอกแน่นอน มาฝากผู้อ่านทุกท่านค่ะ 1. เตรียมซื้อพวงมาลัยจากที่อื่นไปล่วงหน้า ไม่จำเป็นต้องครบ 4 พวงก็ได้ค่ะ ขอให้เป็นดอกไม้มีกลิ่นหอมก็เพียงพอ ซึ่งดอกไม้ก็มีให้เลือกเอาตามความสะดวก  เช่น ดอกมะลิ ดาวเรือง ดอกบัว ดอกโมก 2. กำยานหรือธูป สามารถใช้ได้ทุกกลิ่นไม่จำกัด จุดประสงค์ที่แท้จริงของการบูชาพระพรหมคือการส่งคำอธิฐานผ่านกลิ่นและควันเพื่อฝากไปถึงพระพรหม 3. สามารถถวายผลไม้ได้ทุกชนิด รวมถึงพืชผัก จะเป็นแบบสุกหรือไม่สุกก็ได้ 4. อาหารที่นำมาถวาย ควรเป็นขนมหวานปรุงรสอ่อนๆ ไม่รสจัดเข้มข้นจนเกินไป 5. ข้อห้ามในการถวาย คือ ห้ามเนื้อสัตว์ทุกชนิด !! บทสวดบูชาพระพรหม แบ่งออกเป็นแบบย่อ และแบบเต็ม สามารถเลือกสวดได้ทั้งสองแบบ 1. โอม พรหมมายะ นะมะห์ ( 4 จบ) 2. โอม ปะระเมศะ นะมัสสะการัม โองการะ นิสสะวะรัม พรหมเรสะยัม ภูปัสสะวา วิษณู ไวยะทานะโมโทติลูกะปัม ทะระมา ยิกยานัม ยะไวยะลา คะมุลัม สะทานันตะระ วิมุสะตินัม นะมัสเต นะมัสเต จะอะการัง ตะโถวาจะ เอตามาตาระยัต ตะมันตะรามา กัตถะนารัมลา จะสะระวะปะติตัม สัมโภพะกะละ ทิวะทิยัม มะตัมยะ (1 จบ) โอม จะตุระมุขายะ วิทมะเห หัมษา รุทายะ ธีมะหิ ตันโน พรหมมา ประโจทะยาต (1 จบ) การทำบุญ การกราบไหว้บูชา ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เกิดจากความศรัทธา ความเคารพ ซึ่งต้องมาจากความตั้งใจจริง เพียงเราตั้งจิตให้มั่น อธิฐานขอพรด้วยพื้นฐานของความเป็นจริง และใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาท เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เราพบเจอกับความสงบสุขในชีวิต การหลอกลวงหรือฉวยโอกาสจากความศรัทธาของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ นอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นแล้ว ยังเป็นการทำลายชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วยค่ะ อย่าหลงกล และอย่าสนับสนุนเด็ดขาดค่ะ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ประวุฒิ เผยรวบแล้ว 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับบึ้มสมุยเร่งล่าอีก 4
คาร์บอมบ์ /  คาร์บอมบ์สมุย / 

พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ ระบุรวบแล้ว 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับคาร์บอมบ์สมุย เร่งล่าอีก 4 พบเป็นกลุ่มที่ขับรถ 4 คันไปก่อเหตุ วันนี้ (28 เม.ย. 58) พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.ยะลา ในข้อหาร่วมกันวางระเบิดลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลฯ สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้ตำรวจติดตามจับกุม บังยี ได้ 1 ราย และจับเพิ่มอีก 1 ราย ยังเหลือ อีก 4 ราย ที่ยังเร่งติดตาม ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่ พบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับรถทั้ง 4 คน ตั้งแต่รถที่ซื้อมา และขับรถไปตามเส้นทาง โดยมีข้อมูลจากพยานยืนยันว่ารถดังกล่าวไปอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี และที่ เกาะสมุย ส่วนรถเก๋งต้องสงสัยที่พบว่า จอดทิ้งที่ไว้ จ.พัทลุง จากการตรวจสอบมีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เพราะอีก 3 คัน ที่เหลือเป็นรถนำติดตามคุ้มกันและไปรับคนร้าย นอกจากนี้ พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ ยังยืนยันว่า ในส่วนของกลุ่มผู้บงการยังเป็นกลุ่มเดิมที่มุ่งหวังดิสเครดิตรัฐบาล แต่พยานหลักฐานทางคดี ยังไม่สามารถที่จะขอศาลออกหมายจับได้

ป.ป.ช.รอหลักฐานเพิ่ม ก่อนส่งศาลฟัน มาร์ค-สุเทพ คดีสลาย53
ถวิล เปลี่ยนสี /  ถอดถอนอภิสิทธิ์ / 

ป.ป.ช. รออนุพงษ์ - ถวิล ให้ข้อมูลเพิ่ม ก่อนฟันถอดถอนอภิสิทธิ์-สุเทพ สลายชุมนุมปี53 นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และพระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กรณีการสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ว่า ขณะนี้รอเพียงดูพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากทางนายถวิล เปลี่ยนสี อดีต เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ภายหลังนายอภิสิทธิ์ได้มีการอ้างชื่อของบุคคลทั้งสอง โดยเชื่อว่านายถวิล จะเดินทางเข้าให้ปากคำด้วยตนเอง ขณะที่พล.อนุพงษ์ จะส่งหนังสือมาเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่เพียงพอก็จะต้องขออนุญาตให้เดินทางมาเองอีกครั้งเช่นกัน จากนั้นค่อยส่งเอกสารให้ศาลพิจารณาตัดสิน พร้อมกันนี้นายวิชา ยังได้กล่าวถึงการแถลงเปิดคดีถอดถอนต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เมื่อวานนี้ ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในคดีทุจริตในโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ด้วยว่า ในส่วนของข้อมูลทั้งหมดที่ส่งไปว่ามีความสมบูรณ์ครบทวน และได้ทำงานตามหน้าที่ได้รับมอบหมายให้ดี MThai News

สัมผัสไอหนาวแห่ง วากายาม่า Wakayama อุ่นไอธรรมะกับวัด โคยะซัง
ญี่ปุ่น /  วากายาม่า / 

ช่วงฤดูร้อนที่สุดของไทยเราช่วงนี้ มันร้อนอก..ร้อนใจ Travel.mthai จึงต้องพาบินไปไกลถึงญี่ปุ่น เพื่อสัมผัสไอเย็นให้หายร้อน  แต่ว่าถ้าจะไปเมืองฟรุ้งฟิ้งแบบ โตเกียว โอซาก้า ก็จะธรรมดาเกินไป งานนี้ ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (Thai AirAsia X) และการท่องเที่ยวญี่ปุนจังหวัด วากายาม่า จึงพาเราไปพบประสบการณ์อันสุด Exclusive ให้ถึงแก่นแดนซากุระ ปลาดิบ และวิธีแห่งธรรมฉบับญี่ปุ่นแบบลึกซึ้งกันไปเลย สัมผัสไอหนาวแห่ง วากายาม่า ... อุ่นไอธรรมะกับวัด โคยะซัง หนีร้อนมาพึ่งเย็น!!! เราไม่อยากแค่ให้เย็นกาย แต่อยากให้เพื่อนๆ เย็นใจไปด้วย นี่เลย เมือง Wakayama ออกเสียงว่า วากายาม่า  หรือ วะกะยะมะ ก็แล้วแต่เลยครับ เมืองนี้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม สงบ ร่มเย็น และเป็นเมืองแห่งธรรมมะที่โคยะซัง ที่ใครมาแล้วรับรองว่าจะประทับใจในวิถีทางแบบญี่ปุ่นที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหลจริงๆ ไม่ได้โม้ นะเออ!!! ^^ จังหวัด วากายาม่า ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของโอซาก้า และถือเป็นพื้นที่บนเกาะฮอนชูที่อยู่ในละติจูดต่ำที่สุด บริเวณภูเขาเป็นพื้นที่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเส้นทางแสวงบุญเทือกเขาอิคิ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก จุดเริ่มต้นของการเดินทางคือการไปวัดในเมือง โคยะซัง Koyasan ซึ่งอยู่บนเทือกเขา โคยะซัง อันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่สวยงามจนได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งถูกค้นพบโดยพระญี่ปุ่นนามว่า โคโบไดชิ หรือ คูไค ผู้ก่อตั้งนิกายชิงกงเมื่อประมาณ 1,200 ปีก่อน มีนักท่องเที่ยวและ นักแสวงบุญหลากหลายนิกายทั่วโลกเดินทางมาเยี่ยมเยียนเป็นจำนวนมาก เส้นทางสู่วัดโคยะซังนั้น สวยงามเต็มไปด้วยธรรมชาติและไอหมอก ที่วันนี้อุณหภูมิ อยู่ที่ 5 องศา เย็นฉ่ำอุราสบายใจกันไปตลอดเส้นทาง โคยะซัง Koyasan วัดศักดิ์สิทธิ์ ของนักแสวงบุญ เมื่อฝ่าไอหมอกจนมาถึงประตูทางเข้าหลักซึ่งมีชื่อว่า ประตูไดมง Dimon Gate ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลักตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันตกของโคยะซัง ประตูไดมง ได้รับการบูรณะในปี ค.ศ. 1705 เนื่องจากประตูเก่าถูกทำลายด้วยไฟป่าและฟ้าผ่า ตัวประตูถูกสร้างจากแผ่นไม้ 2 ชั้น สูง 25.1 เมตร โดยมีเทพเจ้าผู้ปกครอง "คันโกะ ริคิชิ" ยืนอยู่ 2 ด้าน ซึ่งมีรูปปั้นเทพพิทักษ์  คันโกะ ริคิชิ เฝ้าประตูซ้ายขวา ถือเป็นประติมากรรมของเหล่านักบวชดังในสมัย เอโดะ (1608-1868) มีทางเดินขึ้นศาลเจ้า อยู่ทางด้านซ้ายของ ประตูไดมง Dimon เป็นจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะมายืนถ่ายรูป ณ จุดเริ่มต้น และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมาถึง และเมื่อเราเดินทางมาถึง วัดดันโจการัน  Danjo Garan ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่าน โคโบไดฉิ สร้างไว้เพื่อปฏิบัติธรรม ในบรรดาสิ่งก่อสร้างโดยรอบ เจย์ดีย์ คอมปองไดไท จัดเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุด หลังจากบูรณะขึ้นใหม่หลังถูกไฟไหม้ ในยุคก่อนไม่มีการติดตั้งสายล่อฟ้า อาคารส่วนใหญ่จึงถูกไฟไหม้เพราะฟ้าผ่า เจดีย์หลัก คอมปองไดไท  เป็นวิหารที่ใช้จัดพิธีกรรมสำคัญ และใช้วิปัสสนาธรรม (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า คมปงโดโจ) ถือเป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ และเป็นจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องถ่ายภาพเก็บไว้ เมื่อมาถึง วันนี้โชคดีที่เราได้เห็นการประกอบพิธีทางศาสนาของนิกายวัชรญาณ โคยะซัง จึงได้เห็นขบวนของนักบวช และสาวกในชุดจีวรที่งดงามตระการตาในแบบญี่ปุน เดินผ่านอาคารคองโด  เหล่านักบวชที่รุ่นเยาว์ มารอร่วมพิธี อยู่หน้าอาคาร ไดเอะโด วัดคองโกบุจิ Kongobu-ji Temple ในปี พ.ศ. 1593 ท่านโชกุนโตโยโตมิ ฮิเดโยชิสร้างวัด "เซเกงจิ" ขึ้นเพื่อเป็นการทำบุญให้แก่มารดาที่เสียชีวิตไปในปี ค.ศ. 1869 วัดนี้ได้รับการสถาปนาให้เป็นวัดหลักของ โคยะซัง และเปลี่ยนชื่อเป็น " วัดคองโกบุจิ " ในปัจจุบัน สถาปัตยกรรมภายนอกที่เห็นจะเป็นไม้แกะสลักอย่างงดงามของ วัดคองโกบุจิ เป็นวัดหลักของวัดในโคยะซัง เป็นวัดศูนย์กลางของนิกายวัชรยาน ที่มีสาขากว่า 3,600 สาขา ที่มีผู้ศรัทธากว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงปลาย(เมษายน)ของการเปลี่ยนฤดู แต่เราก็ยังพอสัมผัสได้ถึงความสวยของดอกซากุระ ที่กำลังจะร่วงหล่น ระหว่างทางที่เรากำลังเยี่ยมชมวัด ดอกซากุระริมทาง ทำให้เรารู้สึกถึงว่าเรามาญี่ปุ่นแล้วจริงๆ ฟินสุดๆ >.< และบรรยากาศแบบนี้ทำให้เราเจอมุมโรแมนติก ของหนุ่มสาวต่างชาติ ใต้ต้นซากุระ โอ๊ย! หนังรัก ญี่ปุ่น ชัดๆ ^^ โอคุโนะอิน Okunoin สุสานศักดิ์สิทธิ์ เส้นทางที่ยาวกว่า 1.9 กิโลเมตร จากสะพานอิชิโนะฮะฉิ สองข้างทางมีต้นสนใหญ่อายุหลายร้อยปี และสถูปของไดเมียว (เจ้าเมือง) ชื่อดังของญี่ปุ่นเรียงเป็นแนว ด้านในเป็สุสานของท่านโคโบไดฉิ จึงเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต้องมากราบไหว้บูชา ถ้าเป็นบ้านเราบอกว่าไปเที่ยวชม สุสาน กันไหม เราคงบรึ๋ย!!!! แต่สำหรับที่โคยะซัง ณ โอคุโนะอิน Okunoin สุสานอนุเสาวรีย์ของเหล่าบรรพชนชนชั้นสูง กลับดูสวยงามพิศวงชวนหลงใหล กับกว่า  200,000 สุสานภายใต้ทางเดินที่เต็มไปด้วยต้นสนสูงใหญ่ปกคลุม ทำให้เราเดินชมสุสานเหล่านี้ได้รื่นรมย์ และตื่นตาตื่นใจมาก   สุสานของผู้นำบริษัททำจรวด ก็มีนะเออ แปลกไหมล่ะ   บางสถูปก็จะมีข้าวของเครื่องใช้ของเด็ก บางสถูปก็เป็นปรติมากรรมสวยงาม ทำให้เดินได้เพลิดเพลิน ลืมไปเลยว่านี่คือสุสาน ชีวิตเรียบง่าย ในวัดโฮงกาคุอิน Hongakuin เมื่อกลับมาถึงที่พัก คือเราพักในวัด โฮงกาคุอิน ที่เปิดเป็น Temple Stay  เนื่องจากภายในโคยะซังมีวัดที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพัก ถึง 52 วัด ซึ่งแต่ละวัดมีบรรยากาศและการบริการที่แตกต่างกัน มีสวนสวย และอาหารมังสวิรัติ แบบโชจินเรียวจิ รับรองคุณจะรู้สึกถึงวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นเหมือนที่ดูการ์ตูน อิคคิวซัง แน่นอน *ข้อมูลเพิ่มเติม http://eng.shukubo.net/(EN) โชจินเรียวจิ หรือ การรับประทานอาหารมังสะวิรัติแบบนักบวชโคยะซัง ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ ปลา และผักที่มีกลิ่นฉุน อาหารประเภทนี้จะให้ความสำคัญกับวิธีการปรุงรส และความสมดุลแห่งสีสัน   ลองมาสัมผัสประสบการณ์พิเศษในการลิ้มรสเมนูที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น รับรองจะติดใจ   กินเสร็จ อาบน้ำแบบญี่ปุ่น ออนเซ็นห้องน้ำรวม การได้แช่น้ำอุ่นๆ จะทำให้ผ่อนคลายสบายตัวหลังจากที่เดินชมวัดมาทั้งวัน กับการนอนฟูกในชุดยูกาตะ นี่แหละถึงจะถือว่าได้เข้าถึงวิถีชีวิตญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ถือว่าการมาเที่ยว วากายาม่า ในวันนี้เต็มอิ่มกับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นพื้นเมืองจริงๆ ทุกสิ่งมีที่มาตามแนวคิด ความเชื่อ ทางศาสนากลมกลืนกับธรรมชาติ ใครชอบเที่ยวแนวนี้เชิญเลยนะครับ ตอนที่ 2 เที่ยว วากายาม่า นั่งรถไฟแมวทามะ ชมศิลปะการแล่ปลา อร่อยกับราเม็งอันดับ1 ใน วากายาม่า มีหลายกิจกรรมให้เราได้ลอง เมื่อมาถึงก็ต้องสัมผัสประสบการณ์ที่สุดของญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มนักท่องเที่ยว ... ...................................................................................................... ชมประสาทวากายาม่า วิวสวยๆ ถ้ำโจสลัด และออนเซ็นถ้ำโบกิโด อีกวันหนึ่งของการเที่ยวญี่ปุ่นเมือง วากายาม่า ที่ถึงแม้อากาศยังหนาวเย็นสบายอยู่ แต่ท้องฟ้าวันนี้สดใสกว่าทุกวัน ...................................................................................................... ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวเมืองวากายาม่า ประเทศญี่ปุ่น และสายการบิน ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์

รวบครูหื่นโรงเรียนดัง หลังข่มขืนเด็กนานหลายเดือน
ข่มขืน /  ครู / 

เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมครูผู้ช่วยโรงเรียนดังย่านศรีนครินทร์ หลังลวงเด็ก ป.5 ไปข่มขืนทำอนาจาร  นานถึง 4 เดือน รับเป็นบุคคลตามหมายจับ พร้อมให้การในชั้นศาลต่อไป วันนี้ (2 พ.ค. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ นำกำลังฝ่ายสืบสวนเข้าจับกุม นายอรุณ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ครูผู้ช่วยโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ บริเวณลานจอดรถหน้าแม็กซ์แวลู ถนนพัฒนาการ  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ 204/2558 ลงวันที่ 1 พ.ค. ข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการอนาจาร และพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการอนาจาร ก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาได้ข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.น้ำ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี นักเรียน ชั้นป. 5 โรงเรียนเดียวกัน ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.57 จนถึงวันที่ 4 เม.ย.58 โดยพฤติการณ์ นายอรุณจะชักชวนเด็กไปที่บ้านพักแล้วลงมือข่มขืน จากนั้นพาไปที่ห้างสรรพสินค้าให้คลายความกลัว บางครั้งก็ล่วงละเมิดทางเพศกระทำอนาจารบนรถยนต์ด้วย เบื้องต้นรับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่คำให้การอื่นขอไปให้ในชั้นศาลเท่านั้น จึงควบคุมตัวส่งเพื่อดำเนินคดีต่อไป ขอบคุณข้อมูล/ภาพ dailynews MThai News

ศาลสั่งรวม คดีไร่ส้ม เบี้ยวค่าโฆษณา อสมท.นัด8มิ.ย.
คดีไร่ส้ม /  คุยคุ้ยข่าว / 

ศาลสั่งรวมสำนวนฟ้อง "บ.ไร่ส้ม–สรยุทธ์" กับอดีต จนท.คิวโฆษณา อสมท. เบี้ยวจ่ายค่าโฆษณาส่วนเกินรายการ คุย คุ้ยข่าว ตามอัยการขอ เพื่อสะดวกพิจารณา นัดตรวจพยานอีกครั้ง 8 มิ.ย. วันนี้(27 เม.ย.)  นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดัง และกรรมการผู้จัดการบริษัท ไร่ส้ม กับตัวแทนบริษัทไร่ส้ม เดินทางมายังศาลอาญา ตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และ นางสาวมณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-3 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ, เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด จากกรณี เมื่อระหว่างวันที่ 4 ก.พ.-28 เม.ย 2549 พวกจำเลย มอบเช็คสั่งจ่ายเงิน จำนวน 658,996 บาท ให้นางพิชชาภา หรือนางชนาภา หรือนางสุภัสชา เอี่ยมสะอาด หรือบุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) เพื่อไม่ให้ไม่เรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลาของรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ทำให้ บมจ.อสมท. เสียหาย 138,790,000 บาท โดยวันนี้อัยการโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอรวมสำนวนคดีของบริษัทไร่ส้ม และสำนวนคดีของนางพิชชาภา เนื่องจากคดีมีพฤติการณ์เกี่ยวพันกัน และมีพยานหลักฐานชุดเดียวกัน ศาลเห็นว่าเพื่อสะดวกในการพิจารณาคดี จึงอนุญาตให้รวมสำนวน โดยให้นางพิชชาภา เป็นจำเลยที่ 1, บริษัทไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 2, นายสรยุทธ เป็นจำเลยที่ 3  และ นางสาวมณฑา เป็นจำเลยที่ 4 ขณะที่ทนายความจำเลยได้ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลเลื่อนนัดพร้อมประชุมคดีและตรวจพยานหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากติดว่าความคดีอื่น ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนประชุมคดีและตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งวันที่ 8 มิ.ยน. เวลา 13.30 น. โดยให้โอกาสคู่ความยื่นคำโต้แย้งเกี่ยวกับคดีโดยละเอียดภายใน 15 วัน ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์ MThai News

ศาลเจ้า กับวัดในญี่ปุ่น แตกต่างกันอย่างไร ? จะได้ไม่สับสน
ความเชื่อ /  ญี่ปุ่น / 

ศาลเจ้า กับวัดในญี่ปุ่นต่างกันยังไง ช่วงนี้ประเทศญี่ปุ่นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทย ตั้งแต่เริ่มมีการยกเว้นการทำวีซ่า หลายคนที่เดินทางไปเที่ยวในย่านต่างๆ ทั้งกินของอร่อยและช้อปปิ้งของฝาก แต่สิ่งหนึ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาด คือการไหว้พระ ขอพร จากวัดและ ศาลเจ้า ต่างๆในญี่ปุ่น ซึ่งความจริงแล้ว ศาลเจ้า และวัดในญี่ปุ่น มีความแตกต่างกันอยู่นะคะ แม่หมอ และ Horoscope.mthai.com จะมาแนะนำ หากว่ามีโอกาสได้เข้าไปจะได้ทำตัวเคอะเขินนะคะ จุดที่ 1   เริ่มจากทางเข้าถ้าเป็นตัว ศาลเจ้า ตรงทางเข้าจะซุ้มประตูโทริอิ “คอนนก” โดยส่วนใหญ่จะทาด้วยสีแดงสด เป็นเครื่องหมายแสดงเขตศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาออกจากอาณาเขตในทางโลก  ซึ่งถ้าเป็นวัดพุทธตรงประตูทางเข้าจะมีรูปปั้นเทพเจ้าหน้าตาถมึงทึงขนาบ อยู่ทั้งสองข้างเรียกว่า “นิโอ” คนไทยเรียกว่าทวารบาล จุดที่ 2   พอเข้าไปด้านใน ก่อนถึงหน้าตัววิหาร  ถ้าสถานที่นั้นมีกระถางธูปตั้งอยู่ ให้สามารถกราบไหว้ขอพรได้  แสดงว่าที่นั่นคือวัดพุทธ  ซึ่งถ้าเข้าไปด้านในแล้วไม่เจอกระถางแสดงว่านั่นคือ ศาลเจ้า จุดที่ 3  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านในตัววิหาร  สำหรับตัว ศาลเจ้า จะมีสิ่งแทนตัวเทพเจ้า เช่น ถาดที่ทำจากโลหะ หรือคันฉ่อง ส่วนวัดพุทธจะมีพระพุทธรูป หรือองค์เจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ด้านใน แค่ 3 ข้อคร่าว ๆ ก็สามารถแยกแยกออกแล้วว่าอะไรคืออะไร  แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือ ศาลเจ้า มีเหมือนกันคือกล่องบริจาค รับเงินทำบุญ ก็ตามกำลังศรัทธาของเราได้เลยค่ะ เผื่อจะได้มีโอกาสกลับมาอีกบ่อย ๆ ที่มาจาก :  www.marumura.com

ทหาร สอนมวย 'สรยุทธ' ม.44 ค้นได้ ไม่ต้องมีหมาย!
ที่ดินสรยุทธ /  พ.อ.สมหมาย บุษบา / 

'พ.อ.สมหมาย' สอนกลับ 'สรยุทธ' หากพื้นที่ใด ติดขัด งัด ม.44 เข้าตรวจค้นบ้านพักได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น   กรณีโครงการจัดสรรมูนแดนซ์ เนื้อที่ 284 ไร่ 115 แปลง ตั้งอยู่ริมถ.ธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพักบนเนื้อที่ 8 ไร่ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรดัง จนถูกตรวจสอบในเรื่องเอกสารโฉนดที่ดินว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่และการสร้างบ้านขวางลำรางสาธารณะ ขณะที่นายสรยุทธ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปตรวจค้น หากไม่มีหมายค้น ยกเว้น 3 กรณีเท่านั้น ความคืบหน้า วันที่วันที่ 24 เม.ย.58 พ.อ.สมหมาย บุษบา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 เผยว่า กรณีที่นายสรยุทธชี้แจงว่า ไปซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้องนั้น ถือเป็นข้อเท็จจริงในส่วนของผู้ครอบครองที่ดิน ซึ่งเราก็รับฟัง แต่ส่วนหน่วยงานราชการ ก็ต้องหาหลักฐานมาชี้แจง เพราะต้องตรวจสอบที่ดินทุกแปลงที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามา ส่วนการตรวจสอบพื้นที่บ้านพักของนายสรยุทธ ที่อ้างว่า จะต้องมีหมายค้นจากศาลนั้น คณะทำงานที่เข้าตรวจสอบที่ดินแต่ละแปลงนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยขออำนาจศาลออกหมายค้นแต่อย่างใด เพราะทุกแปลงให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม กรณีการบุกรุกป่าพื้นที่เขาใหญ่ซึ่งเป็นปัญหามายาวนาน เห็นว่าควรนำเอามาตรา 44 เข้ามาใช้กับกรณีที่มีปัญหาติดขัดใดๆ เช่น การเข้าตรวจสอบในพื้นที่ใด ๆ ที่อาจจะไม่สะดวก เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเดินหน้าด้วยความเรียบร้อยรวดเร็ว และเสร็จสมบูรณ์ด้วยดี ขอบคุณข้อมูล dailynews MThai News

พิสูจน์ไฟปริศนา ลวงโลก หรือ จำเลยสังคม
พัทลุง /  ไฟไหม้ / 

เรื่องราวความเชื่อ ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน กรณีเหตุการณ์ปริศนา ไฟลุกไหม้ทั่วบริเวณบ้านหลังหนึ่งกว่า 200 ครั้ง ใน ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง  ที่กรณีนี้ หลายฝ่ายเชื่อว่า เป็นฝีมือของมนุษย์ ข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่น่าไหม้ไฟได้ กลับไหม้อย่างเหลือเชื่อ แต่เจ้าของบ้านเองก็ยังคงยืนยันว่า ไม่ได้จุดขึนมาเองแน่นอน เกิดคำถามตามมาว่า แท้จริงไฟลุกไหม้ปริศนาเกิดจากฝีมือมนุษย์จริงหรือไม่ ชนวนไฟปริศนา ลุกโชนขึ้นมาครั้งแรกเมื่อ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดไฟไหม้ขึ้นแทบทุกวัน ไม่หยุด สร้างความหวาดผวาให้กับเจ้าของบ้านและ ชาวบ้านใกล้เคียง เมื่อหาตัวมือเผาไม่ได้ ก็ต่างเล่าลือกันไปต่างๆนานา ถึงสิ่งลี้ลับที่เกิดขึ้น  เจ้าของบ้านยังระบุว่า ลูกสาววัย 2 ขวบของเจ้าของบ้าน ที่เหมือนมีพรายกระซิบ มาบอกเหตุล่วงหน้าทุกครั้งชวนขนลุก วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีการพิสูจน์ แต่กลับไปพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์ ครอบครัวนี้ได้เชิญร่างทรงมาทำพิธี ขณะที่ทำพิธีอยู่ ไฟได้ลุกไหม้บริเวณฐานพระพุทธรูปบนหิ้งพระในบ้าน สร้างความแตกตื่น ร่างทรงแนะให้ขยับที่ตั้งศาลพระภูมิใหม่ เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกปักรักษา  แถมยังมีหญิงคนหนึ่งจาก จ.นครศรีธรรมราช อ้างเป็นร่างทรงเจ้าแม่กาลี  บอกว่าน้องปลายฟ้าเป็นเทพ สามารถรู้และเห็นในสิ่งลี้ลับและบอกเหตุแก่คนในครอบครัวได้ ต่อไปให้เรียกน้องปลายฟ้าว่า"โมลานา" ทางพิสูจน์ที่จะชี้ชัดว่า ไฟลุกไหม้ได้อย่างไร เหตุไฉนจึงไม่ลองติดกล้องทั่วทุกมุมบ้าน เพื่อหาตัวการของเพลิงปริศนา   แต่แล้วกลายเป็นข่าวดังขึ้นมา ที่มีการะยืนยันด้วยคลิปของ รายการข่าวช่อง 8 ที่ติดตั้งกล้อง แอบติดตามพฤติกรรม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่า มีหญิงรายหนึ่ง ทำท่าจุดไฟ จนเป็นคลิปยืนยันว่า ไฟปริศนานั้นเกิดจากฝีมือมนุษย์ สอดตล้องกับข้อมูลของนักวิชาการนิติวิทยาศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ฟันธงว่า หลังจากที่ได้ส่งนิสิตเกษตรลงพื้นที่ไปพิสูจน์เหตุไฟไหม้ปริศนาในบ้าน ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ   แม้ว่าจะมีหลักฐานออกมาให้เห็น บรรดาชาวเน็ตต่างก็ต้องแปลกใจอีกระลอก เมื่อญาติและชาวบ้าน ต่างไม่พอใจที่สื่อนำเสนอข่าว ยืนยันว่า เหตุไฟไหม้ปริศนาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นฝีมือคนในบ้านอย่างแน่นอน  ยังคงปักใจเชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องลี้ลับ ขณะที่บางคนเริ่มสับสนว่า เหตุไฟไหม้เกิดจากอะไรกันแน่ หรือไฟที่ลุกไหม้ไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์ ? มีการทดสอบให้คนในครอบครัวทุกคนออกไปนอกบ้านเพื่อคลายข้อสงสัย รวมทั้งแม่เด็กหญิงที่ถูกกล่าวหา แต่ปรากฏว่ายังเกิดไฟไหม้อีก 2 ครั้ง ... เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ใครจะยอมเผาบ้านตัวเอง เผาทรัพย์สินตัวเองให้เกิดความเสียหายหลายๆ ครั้ง นี่คือสิ่งที่เจ้าของบ้านยืนยัน หลังจากที่ตกเป็นจำเลยว่า "ลวงโลก" พร้อมให้พิสูจน์และขอความเป็นธรรม แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีผู้ที่ก่อเหตุเพียงคนเดียวหรือไม่ หากหญิงในคลิปจุดไฟคนเดียว เธออาจเข้าข่ายป่วยทางจิต แต่หากร่วมกันทำหลายคน ตำรวจต้องสืบหาแรงจูงใจของการกระทำว่า ทำไปเพื่ออะไรกันแน่ บ้างก็ว่า ต้องการสร้างกระแสให้เกิดแรงศรัทธาในตัวเด็ก ที่มองเห็นเหตุการณ์ได้ล่วงหน้าหรือ มีจุดประสงค์แฝงบางอย่าง เพื่อเป็นการยืนยันพิสูจน์ให้แน่ชัด ทางมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลาและวิทยาเขตพัทลุง จะนำกล้องวงจรปิดเข้าไปติดในบ้านหลังดังกล่าวโดยรอบ เพื่อพิสูจน์ความจริงกรณีไฟไหม้ปริศนาว่าเกิดจากการกระทำของคนในบ้าน หรือเกิดขึ้นเอง การพิสูจน์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางฟิสิกส์ และกระบวนการทางเคมี  เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตามถือว่ากรณีนี้ หากพบว่าเป็นฝีมือมนุษย์ เป็นการกระทำผิดฐานหลอกลวงประชาชน มีโทษหนัก จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นคดียอมความไม่ได้ เพชรพิริยะ MThai News

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เสริมมงคล อิ่มบุญอิ่มใจ รับวันหยุดยาว
ทำบุญ /  วัด / 

ไหว้พระ 12 วัด 12 ราศี เห็นว่าจะใกล้วันหยุดยาวกันอีกแล้ว แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยมาแนะนำสถานที่ทำบุญของแต่ละราศีมาฝาก เผื่อว่าใครยังไม่มีโปรแกรมไปที่ไหนในช่วงวันหยุด จะได้พาครอบครัวและคนรักมา ไหว้พระ ทำบุญ แล้วแวะเที่ยวไปในตัว ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2558 นี้ อ.คฑา ชินบัญชร แนะนำวัดสำหรับไหว้พระเสริมมงคลไว้ครบทั้ง 12 ราศี ส่วนจะมีวัดไหนบ้าง ลองอ่านกันดูจ้า ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าวาสุกรี สามเสน ปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นวัดแรกที่ถือกำเนิดคณะสงฆ์ธรรยุติกนิกาย เมื่อไปวัดนี้แนะนำให้กราบสักการะพระสัมพุทธวัฒโนภาส ที่ประดิษฐานอยู่ในห้องหลังสุดของอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร ภายในพระวิหารประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลนคร ที่ศักดิ์สิทธิ์มากอีกองค์หนึ่งของประเทศ แนะนำให้ถือโอกาสมานั่งสมาธิอธิฐานจิต จะเป็นสิริมงคลกับชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) วัดทิพยวารีวิหาร หรือวัดกัมโล่วยี่ กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตรีเพชร สร้างในสมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ.2319 รัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เหตุที่ให้ชื่อวัดเป็นเช่นนี้เพราะที่วัดแห่งนี้ มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ บ่อน้ำทิพย์ นอกจานี้ยังมีเทพมังกรเขียว เป็นเทพารักษ์ประจำบ่อน้ำ จนมีการตั้งศาลเทพเจ้ามังกรเขียวขึ้นมา และถือเป็นวัดที่คนจีนนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่ง ท่านมักอวยพรให้ผู้ที่ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนา คุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี และโชคลาภ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ต้องไปกราบไหว้หลวงพ่อทองคำ หรือพระสุโขทัยไตรมิตร พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยที่มีความศักดิ์มาก เป็นที่เคารพและศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวจีน ขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ นามว่า พระอจนะ หมายถึง ความไม่หวั่นไหว ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก แนะนำให้สวดมนต์เสร็จแล้วนั่งสมาธิ ถวายบุญกุศลแก่เทวดารักษาตัว และเจ้ากรรมนายเวรจะส่งผลดีกับชีวิตค่ะ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรุงเทพ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ใกล้กับเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี มีการบูรณะวัดจนส่งผลให้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากยูเนสโก ถือเป้นความภูมิของคนไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยากให้ทุกคนไปบูชา คือพระบรมสารีริกธาตุที่พระบรมธาตุมหาเจดีย์ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำภู ควรไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ องค์พระไพรีพินาศ ให้ศัตรูผู้คิดไม่ดีกับตัวเราแพ้พ่าย หรือกลับใจมาเป็นมิตรกับเรา เป็นการอภัยทานขั้นสูงสุด และกราบพระประธานในพระอุโบสถ คือพระโต และพระพุทธชินสีห์ ให้ประสบแต่ความสุขยิ่งๆขึ้นไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) วัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี เป็นวัดอนัมนิกาย หรือวัดญวณ เป็นวัดเก่าแก่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เมื่อปี พ.ศ.2377 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี เป็นศูนย์รวมพุธศาสนิกชนฝ่ายมหายานทั้งใกล้และไกล พระประธานในวัดทั้ง 3 องค์มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ภายในวัดมีอาคารโรงเจเพื่อรองรับผู้ที่มาถือศีลกินเจ เป็นเวลายาวนานกว่าร้อยปีมาแล้ว ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงที่มีประวัติมายาวนาน มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำเปากง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ชื่อเสียงของหลวงพ่อซำเปากงโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่องของการค้าขาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองหากใครมีอาชีพค้าขายจะยิ่งเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดมุ่งหมายในการสร้างวัดแห่งนี้ คือการรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธาร จากการถูกบุกรุกทำลาย ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี" ที่สร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จรพะเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระ ชนมพรรษาครบ 7 รอบ โดยมีความยาวกว่า 20 เมตร และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 6 ปี  นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วยค่ะ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

บุญทรง-ภูมิ-มนัส เบี้ยวตอบคำถาม สนช.กรณีทุจริตขายข้าวจีทูจี
ถอดถอน /  ทุจริตขายข้าว / 

บุญทรง-ภูมิ-มนัส ส่งหนังสือปฎิเสธ เข้าตอบข้อซักถาม สนช. อ้างเกรงกระทบรูปคดี ขณะเดียวกัน มติที่ประชุมกำหมด 7 พ.ค. แถลงปิดคดี และลงมติถอดถอน 8 พ.ค.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าประชุม สนช.พิจารณา ถอดถอน “บุญทรง-ภูมิ-มนัส” กรณีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ จีทูจี ว่า ได้เริ่มกระบวนการซักถามเมื่อเวลา 09.15 น.โดยทางฝ่าย ปปช. มีนาย วิชา มหาคุณ ตัวแทนปปช.มาเป็นผู้ตอบข้อซักถาม ส่วนผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามได้ทำหนังสือปฎิเสธต่อสนช.ในการเข้าตอบข้อซักถาม เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับรูปคดีที่ค้างอยู่ในศาล ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช.ในฐานะกรรมาธิการซักถาม กล่าวว่า ผลการตัดสินใจลงมติว่าจะถอดถอดหรือไม่เป็นสิทธิ์ของสมาชิก และ ไม่ได้เป็นการแทรกแซงอำนาจศาล ตามที่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาได้อภิปรายไว้ในวันแถลงเปิดคดี จากนั้นได้เริ่มการซักถาม ซึ่งคณะกรรมาธิการซักถามได้ถามฝ่ายปปช. ในฐานะผู้กล่าวหาเกี่ยวกับอำนาจถอนถอนนายมนัส ในฐานะอดีตข้าราชการไม่ใช่นักการเมือง จะสามารถทำได้หรือไม่ และตามที่ ปปช.ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่านายบุญทรงและนายภูมิ มีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญาเป็นความผิดจากสาเหตุใด ขณะที่ นายวิชา ระบุว่าเป็นความผิดฐานฮั้วประมูลจากการร่วมมือสามฝ่าย ได้แก่นักการเมือง ข้าราชการ และเอกชน โดยการผูกขาดให้บริษัทสยามอินดิก้าผู้ร่วมกระทำผิด เข้ามาซื้อขายข้าวแต่เพียงผู้เดียว ไม่ได้เปิดให้มีการประมูลอย่างเป็นธรรม ส่วนกรณี นายมนัส นั้น สนช.มีอำนาจพิจารณาถอดถอนเพื่อตัดสิทธิ์การดำรงตำแหน่งทางการเมืองและตำแหน่งระดับสูงอื่นๆได้ เนื่องจากนายมนัส เป็นข้าราชการระดับสูง ที่กระทำผิดหลักจริยธรรม ซึ่งเป็นไปตามม. 4 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สำหรับการซักถามผู้ถูกกล่าวหาคือนายบุญทรงพร้อมพวกนั้น เป็นการซักถาม โดยไม่มีการตอบคำถาม ซึ่ง เกี่ยวกับการการทำสัญญาซื้อขายข้าวของรัฐบาลไทย กับบริษัทกวางตุ้งและบริษัทไห่หนาน อย่างไรก็ตาม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. ในฐานะประธานการประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ฝ่ายปปช. ยื่นหนังสือขอแถลงปิดคดีด้วยวาจา ส่วนนายมนัส ขอแถลงปิดคดีด้วยหนังสือ และได้นัดที่ประชุมกำหนดวันแถลงปิดคดีในวันที่ 7 พฤษภาคม 2558 เพื่อที่จะลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 ทั้งนี้ นายบุญทรง และ นายภูมิ แจ้งความประสงค์จะแถลงปิดสำนวนคดีด้วยตนเอง ส่วนนายมนัส ทำหนังสือแถลงปิดสำนวนเป็นลายลักษณ์อักษร MThai News

ยกฟ้อง! มัลลิกา หมิ่นยิ่งลักษณ์ ว.5โฟร์ซีซั่น
มัลลิกา /  ยิ่งลักษณ์ / 

ศาลอาญา พิพากษายกฟ้อง 'มัลลิกา' คดีหมิ่นประมาท 'ยิ่งลักษณ' ปมว.5 โฟร์ซีซั่น ชี้หลักฐานไม่เพียงพอ วันนี้(27 เม.ย.) ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการและนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นางมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จำเลยฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา จากกรณีเมื่อวันที่ 19-20 ก.พ.2555 นางมัลลิกา ได้แถลงข่าวหมิ่นประมาท นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นว่ามีพฤติการณ์ และความประพฤติผิดจริยธรรม กรณีประชุมร่วมนักธุรกิจ ว.5 โรงแรมโฟร์ซีชั่น โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้นำนักธุรกิจ ที่เข้าร่วมประชุมมาเบิกความเป็นพยาน ยังมีข้อสงสัยว่าเข้าประชุมจริงหรือไม่ และไม่ได้แจ้งกำหนดการประชุมให้สื่อมวลชนทราบ ยังเป็นที่สงสัยแห่งสาธารณชน ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ได้ออกมาชี้แจงหรือแถลงข่าว นางมัลลิกา จำเลย ในฐานะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ แถลงข่าวติชมด้วยความเป็นธรรม จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ พิพากษายกฟ้อง ภายหลังฟังคำพิพากษานางมัลลิกา ระบุว่า ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม และตนในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ จะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารต่อไป MThai News

ผู้ถือหุ้นเนชั่น เล็งฟ้องศาล หลังถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมประชุม
NMG /  กลต. ตลท. / 

'มีสิทธิโมฆะ' ผู้ถือหุ้นเนชั่น เตรียมฟ้องศาลเพื่อขอความเป็นธรรม หลังโดนกีดกันไม่ให้เข้าประชุม นายภูวนารถ ณ สงขลา ประธานชมรมอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เปิดเผยว่า จากกรณีความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ในการประชุมผู้ถือหุ้น NMG นั้น  คาดว่าจะมี ผู้ถือหุ้นและผู้ได้รับมอบฉันทะบางส่วน ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม จะรวมตัวกันไปฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นและผู้สังเกตการณ์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีทางออก 2 ทาง คือ ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียที่ถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมการประชุม NMG สามารถไปยื่นคัดค้านการประชุมในวันนี้ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) รวมถึง กระทรวงพาณิชย์ได้ โดยหากทางการเห็นว่าไม่เป็นธรรม ก็อาจสั่งให้มีการจัดประชุมใหม่ แต่หากไม่เห็นด้วยถือว่าการประชุมครั้งนี้ดำเนินการต่อไปได้ MThai News ที่มา www.efinancethai.com