ศาลฏีกา

'ธีรเดช' หนุน 'ประยุทธ์' นั่งนายกฯ มั่นใจแก้ปัญหาได้
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"พล.อ.ธีรเดช" ออกโรงหนุนแนวคิด กกต. ยัน "ประยุทธ์" เหมาะนั่ง "นายกฯ" ที่สุด มั่นใจการเดิน "โรดแม็ป" คสช. พร้อมแจงยิบปมขึ้นเบี้ยประชุมเหตุศาลรธน. ผู้ตรวจฯ พ้นผิด แต่กกต. กับ ป.ป.ช.ต้องลุยถึงชั้นฎีกา...-----------------------ขอบคุณข่าวจาก

เศร้า! นักท่อง วอนกู้ภัยร้องเพลงเดือนเพ็ญ อาลัยเพื่อนสาว
กู้ภัย /  ข่าววันนี้ / 

นักท่องเที่ยวสาว วอนกู้ภัยร้องเพลงเดือนเพ็ญ เพลงดังของวงคาราบาว เพื่อไว้อาลัยให้เพื่อน หลังถูกรถชนเสียชีวิตที่เชียงใหม่ รายงานข่าวแจ้งว่า ที่จ.เชียงใหม่ ได้เกิดเรื่องราวสุดสลดขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวสาวรายหนึ่ง ได้ขอร้องให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยร้องเพลงเดือนเพ็ญ เพลงดังของวงคาราบาว ให้กับเพื่อนที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิตที่บริเวณถ.ซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ - ลำปาง ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เนื่องจากเป็นเพลงโปรดของผู้ตาย และเป็นการส่งวิญญาณครั้งสุดท้าย ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นิโคล แสงสุรีย์ สร้างความโศกเศร้าที่อยู่บริเวรดังกล่าวเป็นอย่างมาก ทั้งนี้จากการสอบสวน นายรัตนพล บุญแรม เจ้าของรถยนต์คันที่ชนนักท่องเที่ยวสาว ได้ความว่า ขณะเกิดเหตุขับรถมาตามถนนซูเปอร์ไฮเวย์ด้วยความเร็ว เพื่อมุ่งหน้าไปสี่แยกศาลเด็ก แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงทางโค้ง เห็นเหมือนมีคน 2 คน กำลังปีนแบริเออร์กั้นทางตรงเกาะกลางถนน แต่ปรากฏว่าตนเหยียบเบรกไม่ทัน จึงชนหญิงสาวกระเด็นข้ามไปอีกฝั่งถนนและเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแก่ นายรัตนพล ฐานขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนจะนำศพส่งสถาบันนิติเวช เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตติดต่อขอรับศพต่อไป ภาพจาก ศูนย์กู้ภัยตำรวจทางหลวง จังหวัดเชียงใหม่ MThai news

หนุ่มสาวขี่จยย. บีบแตรให้ศาลเจ้า โจ๋เข้าใจผิดไล่ยิงเจ็บ
จังหวัดชลบุรี /  พัทยา / 

เกิดเหตุวัยรุ่นชาย-หญิง ถูกยิงบาดเจ็บที่จ.ชลบุรี หลังโจ๋เข้าใจผิดคิดว่าหาเรื่อง  เหตุบีบแตรเคารพศาลเจ้าที่ เว็บไซต์ pattayaupdatenews.com ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 57 ที่ผ่านมา สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ ขับรถจักรยานยนต์มาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ผู้บาดเจ็บเป็นชายไทย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายดำรงค์ศักดิ์ ศักดิ์แก้ว อายุ 27 ปี ถูกอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่บริเวณหัวไหล่ซ้าย 1 นัด และแขนซ้าย 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯ จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายนำส่ง รพ.บางละมุง น.ส.วราพร ฉัตรศรี อายุ 26 ปี แฟนสาวผู้รับบาดเจ็บที่ซ้อนท้ายรถจักยานยนต์มาด้วย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายดำรงค์ศักดิ์ขับรถจักรยานยนต์ไปรับจากบ้านพักย่านหนองจับเต่า พื้นที่อำเภอสัตหีบ เพื่อจะไปหาเพื่อนในพื้นที่เมืองพัทยา เมื่อมาถึงบริเวณศาลเจ้าพ่อเห่าดง แฟนหนุ่มที่ขับรถจักรยานยนต์ จึงบีบแตรให้ศาลดังกล่าว แต่ปรากฏว่าวัยรุ่นจำนวน 2 คัน เกิดเข้าใจผิดนึกว่าบีบแตรหาเรื่อง จึงขับรถประกบเข้าถามว่ามีอะไรหรือไม่ พร้อมทั้งมีรถเก๋ง สีขาว ไม่ทราบรุ่นยี่ห้อ คาดว่าน่าจะเป็นพวกเดียวกันก็รีบเข้ามาประกบอีกคัน เมื่อมาถึงบริเวณถนนเลียบทางรถไฟห้วยใหญ่ ชายขับรถเก๋ง ได้เปิดกระจกชักอาวุธปืนมาใส่แฟนหนุ่ม 2 นัด ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ก่อนแฟนหนุ่มจะได้หนีมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ไปตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุที่ยิงกัน พบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม. ตกอยู่จำนวน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตามจะได้สอบสวนว่าก่อนหน้านี้ เคยไปมีปัญหาหมาดหมางกับใครหรือไม่ ก่อนจะให้ชุดสืบสวนออกติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินตามกฎหมายต่อไป MThai news

ไห้วศาลหลักเมืองกันเถอะ
ไห้วพระ /  กระบี่ / 

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคล

ศาลยกฟ้อง จนท.อุทยานแก่งกระจาน เอี่ยวบิลลี่หายตัว
ข่าววันนี้ /  ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร / 

ศาลเพชรบุรียกฟ้อง ชัยวัฒน์ จนท.อุทยานโยงบิลลี่หายตัวชี้ไม่มีหลักฐาน-ข้อเท็จเพียงพอ วันนี้ (17ก.ค.57) ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้ออกบัลลังค์พิจารณาในคดีที่คณะทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนได้ยื่นฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่ง กรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายบิลลี่ หรือนายพอละจี รักจงเจริญ อายุ 31 ปี ส.อบต.ห้วยแม่เพรียง แกนนำชาวกะหร่างบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน โดยศาลได้พิเคราะห์จากพยานและหลักฐานแล้ว ให้มีการยกฟ้องในคดีดังกล่าว เนื่องจากไม่มีหลักฐานและข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะระบุได้ว่านายบิลลี่ ถูกนายชัยวัฒน์และพวกควบคุมตัว เพราะผู้ถูกฟ้องได้มีการยืนยันชัดเจนว่ามีการจับกุมจริง และได้ปล่อยตัวไปแล้ว ด้านนางพรนภา ภรรยานายบิลลี่ ได้กล่าวสั้นๆ ว่าเสียใจกับคำตัดสินของศาล จากนี้จะกลับไปปรึกษากับคณะทนายความก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะที่นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับความเป็นธรรมจากศาล เพราะตนตกเป็นจำเลยสังคมมานานทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำผิด จากนี้ไปจะขอคัดคำเบิกความและคำสั่งศาลเพื่อร้องขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสื่อมวลชนด้วย MThai news

'ธีรเดช' หนุน 'ประยุทธ์' นั่งนายกฯ มั่นใจแก้ปัญหาได้
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"พล.อ.ธีรเดช" ออกโรงหนุนแนวคิด กกต. ยัน "ประยุทธ์" เหมาะนั่ง "นายกฯ" ที่สุด มั่นใจการเดิน "โรดแม็ป" คสช. พร้อมแจงยิบปมขึ้นเบี้ยประชุมเหตุศาลรธน. ผู้ตรวจฯ พ้นผิด แต่กกต. กับ ป.ป.ช.ต้องลุยถึงชั้นฎีกา...-----------------------ขอบคุณข่าวจาก

บก.ลายจุด เข้ารายงานตัวต่อศาลทหาร หลังครบกำหนดฝากขัง
ข่าววันนี้ /  บก.ลายจุด / 

บก.ลายจุด เข้ารายงานตัวต่อศาลทหาร หลังครบกำหนดฝากขัง ด้านเจ้าตัวขอยื่นประกันต่อ โดยศาลอนุญาตประกันได้อีก 12 วัน ขณะที่ทนายเผย เตรียมการต่อสู้คดี ยันเจตนาไม่ใช่การยุยงปลุกปั่น วันนี้ (17 ก.ค. 57) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ต้องหาคดีการเมือง ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง และต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลทหาร ภายหลังครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 2 ตามที่ศาลกำหนด  โดยนายสมบัติมีท่าทางร่าเริง ไม่มีความกังวลแต่อย่างใด พร้อมเผยว่า ขณะนี้ ได้กลับมาทำงานด้านองค์กรพัฒนาเอกชนเป็นหลักแล้ว ขณะที่ น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความของนายสมบัติ กล่าวว่า ในขั้นตอนวันนี้ เป็นเพียงการลงนามรับเอกสารและขอยื่นประกันตัว ตามกำหนดขอผลัดฝากขังตามปกติ โดยนายสมบัติจะต้องมารายงานตัวอีกครั้ง ในกำหนดขอฝากขังผลัดสุดท้าย วันอังคารที่ 29 ก.ค.นี้ ซึ่งหากอัยการไม่ส่งฟ้อง ก็ไม่ต้องขอยื่นประกันตัวอีก ส่วนการต่อสู้คดีนั้น น.ส.ภาวิณี เปิดเผยว่า จะเป็นการต่อสู้ในรายละเอียดถ้อยความที่นายสมบัติทำการโพสต์ และถูกกล่าวหาว่าเป็นการยุยงปลุกปั่น ซึ่งจากการตีความแล้ว ไม่ได้เป็นการยุยงปลุกปั่นด้วยเจตนาให้เกิดความวุ่นวายแต่อย่างใด นอกจากนี้ ทนายความของนายสมบัติ ยังเผยอีกว่า ในส่วนของคดีที่นายสมบัติถูกฟ้อง ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ จ.ร้อยเอ็ด นั้น จะมีการไปให้ปากคำต่อเจ้าพนักงานสืบสวนอีกครั้ง ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ซึ่งนายสมบัติกล่าวว่า จะขอให้เจ้าพนักงานนำตัวผู้แจ้งความ คือ บุคคลที่ใช้ชื่อในสื่อโซเชียลมีเดียว่า PAD มาให้ปากคำต่อเจ้าพนักงานด้วย ว่าตนมีการกล่าวถ้อยความที่เป็นการหมิ่นสถาบันอย่างไร MThai news

คสช. ชี้อยู่ที่ อัยการ-ศาล ให้ยิ่งลักษณ์ บินไปนอก
คสช. /  จำนำข้าว / 

คสช. ชี้อยู่ที่อัยการ-ศาล ให้ยิ่งลักษณ์ไปต่างประเทศ ลั่นจะไม่ยุ่ง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีรับจำนำข้าว เหตุคนละส่วนกัน รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (17 ก.ค. 57) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกของ คสช. ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ อนุญาตให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศได้ ว่า การเดินทางไปต่างประเทศของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เกี่ยวกับ คสช. แต่ขึ้นอยู่กับป.ป.ช. อัยการสูงสุด (อสส.) และศาลเป็นฝ่ายพิจารณา ทั้งนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำหนังสือถึง คสช. ขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของคสช.ที่พิจารณาว่าไม่มีอะไรที่ผิดเงื่อนไขด้านความมั่นคง และอยู่ในความประพฤติที่คสช.ได้ขอเอาไว้ ส่วนในเรื่องการชี้มูลความผิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ของป.ป.ช. ในคดีทุจริตจำนำข้าวนั้น ก็เป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการของป.ป.ช.ที่จะนำเรื่องส่งให้อัยการสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ภายใน 14วัน ก่อนที่อัยการสูงสุดจะรวบรวมข้อมูลฟ้องศาลภายใน 30วัน ซึ่ง คสช.ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเป็นคนละส่วนงานกัน MThai news .............................................................. ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มติ ป.ป.ช. เอกฉันท์ ส่งฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ปมทุจริตจำนำข้าว ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ส่งฟ้องยิ่งลักษณ์ ปมจำนำข้าว ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างร้ายแรง (อ่านต่อ . . .) ยิ่งลักษณ์ ขอคสช.บินไปยุโรป20วัน-ประยุทธ์ไฟเขียว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ให้ตัวแทนทีมงานยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อขออนุญาตเดินทางไปประเทศแถบยุโรป (อ่านต่อ . . .)

ข่มขืน /  ข่มขืนเด็ก / 

คุมตัว "ไอ้เกม" ทำพิธีขอขมาต่อหน้าแม่ พี่ชาย พี่สาว น้องแก้ม แม่ระบุจะได้ไม่ต้องมีเวรกรรมต่อกันอีก วานนี้ (22 ก.ค.) ที่ศาลจังหวัดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ศาลนัดพร้อมคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ไอ้เกม หรือ นายวันชัย  แสงขาว จำเลยคดีฆ่าข่มขืน น้องแก้ม ด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟตู้นอนแล้วโยนร่างทิ้งจนเสียชีวิต และฟ้องนายหนึ่ง หรือ ณัฐกร  ชำนาญ ฐานสมรู้ร่วมคิด โดยมีพยานที่จะเข้านำสืบทั้งสิ้น 38 ปาก จากนั้นศาลนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ในวันที่ 6 ส.ค. เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวนายวันชัย และนายณัฐกร ออกจากเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เดินทางมาขึ้นศาล ขณะเดียวกัน แม่ พี่ชาย และพี่สาวน้องแก้มต่างก็เดินทางมาศาลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้พ่อแม่และญาติของนายณัฐกร หรือหนึ่ง จำเลยร่วมในคดีด้วย ด้านแม่นายณัฐกรกล่าวว่า ขอความเป็นธรรมให้ลูกชายด้วย เชื่อว่าลูกชายไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับนายวันชัย หลังเสร็จสิ้นการพิจารณาแล้ว ศาลจัดเตรียมห้องสมานฉันท์ ก่อนให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายวันชัยทำพิธีขอขมาต่อหน้าภาพถ่ายน้องแก้ม และต่อหน้าแม่ พี่ชาย และพี่สาวน้องแก้ม โดยแม่น้องแก้มกล่าวว่าจะได้ไม่ต้องมีเวรกรรมต่อกัน และไม่ต้องมีสิ่งใดติดค้างกันอีก MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง พบแล้ว! ศพน้องแก้มด.ญ.13ปี พนง.รถไฟข่มขืนโยนทิ้งข้างทาง ผู้ชายถือป้าย “อยากให้คดีข่มขืนถูกประหาร” ดาบสองคม โทษประหาร!! เหมาะสมหรือไม่กับคนร้าย “ฆ่าข่มขืน” ย้อนรอย ‘พันธุ์-เดชา’ นักโทษข่มขืน2รายสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิต  

ศาลออกหมายจับ มือยิง M79 บิ๊กซี ราชดำริ เพิ่มอีก 7คน
M79 /  ระเบิดบิ๊กซีราชดำริ

ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 7 คนเอี่ยวยิงM79 บิ๊กซี ราชดำริ ด้านรองผบ.ตร. มั่นใจจับคนร้ายได้ทันทีเหตุส่งชุดตามประกบแล้ว วันนี้ (14 ก.ค. 57) ศาลได้มีการอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 7 คน ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนได้มีการยื่นคำร้องให้พิจารณาออกหมายจับ เนื่องจากมีหลักฐานชี้ชัดว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงระเบิด M79 หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย โดยในจำนวนนั้นมีเด็กรวมอยู่ด้วย 2 คน ด้านพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังศาลมีการอนุมัติหมายจับออกไป ทางเจ้าหน้าที่ว่าจะสามารถจับกุมได้ในทันที เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตามประกบผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว สำหรับผู้ต้องสงสัย 7รายที่ศาลได้อนุมัตหมายจับเพิ่ม ประกอบด้วย 1. นายทวีชัย วิชาคำ อายุ 39 ปี 2. นายสาทร ผิผ่วนนอก อายุ 49 ปี 3. นายสุขสันต์ ล้อมวงศ์ อายุ 32 ปี 4. นายสมศรี มาฤทธิ์ อายุ 40 ปี 5. นายชัชวาล ปราบบำรุง อายุ 45 ปี 6. นางกรรณิการ์ วงศ์ตัว อายุ 38 ปี 7. นายวิเชียร สุขภิรมณ์ อายุ 33 ปี MThai news

พระสุเทพเตรียมมาศาลตรวจพยานคดีสลายม็อบปี53
กปปส. /  พระสุุเทพ / 

ทนายความ ยัน พระสุเทพ เตรียมเดินทางมาศาลอาญา ตามนัดตรวจพยานหลักฐานคดีสั่งสลายการชุมนุม นปช. ปี 53 วันที่ 28 ก.ค.นี้ นาย สวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และอดีต ผอ.ศอฉ. ซึ่งขณะนี้บวชเป็นพระ ฉายา พระสุเทพ ปภากโร เป็นจำเลย ในคดีร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผล กรณีสั่งสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 2553 เปิดเผยว่า คดีนี้ ศาลอาญา ได้นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 28 ก.ค.นี้ โดยตนได้คุยกับ พระสุเทพ ปภากโร แล้วว่า ในวันดังกล่าวนั้น จะเดินทางมาศาลอาญาตามกำหนดนัดของศาล เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาญาที่มีโทษสูงกว่า 10 ปี จำเลยต้องมาศาลทุกนัด และไม่สามารถขอไต่สวนลับหลังได้ ทั้งนี้ ตนก็ยังไม่ทราบว่า พระสุเทพ จะลาสิกขา หรือจะมาทั้งในสมณเพศ ส่วนวันเดียวกันที่ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งที่ได้ร้องขอขยายวันยื่นคำให้การคดี ที่ พระสุเทพ ตกเป็นจำเลย กรณีที่ กระทรวงการคลัง ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำนวน 536,986 บาท จากการที่ พระสุเทพ นำมวลชน กปปส. เข้าไปในพื้นที่กระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ สำนักงบประมาณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และกรมบัญชีกลาง เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 56 พระสุเทพ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาฟังคำสั่งด้วยตัวเอง สามารถส่งผู้แทนไปร่วมฟังได้

บึ้มร้านสังฆภัณฑ์ในอ.วิเศษชัยชาญ อ่างทอง เจ็บสาหัส 16 ราย
ข่าวจังหวัดอ่างทอง /  ข่าวระเบิด / 

ร้านสังฆภัณฑ์ในอ่างทองระเบิด ทำคนเจ็บ 16ราย รวมเจ้าของ ไม่ชัดสาเหตุแต่เบื้องต้นพบเศษพลุเกลื่อนบริเวณ เมื่อเวลาประมาณ 08.45 น. วันนี้ (12 ก.ค.57) ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ร้าน อ.รุ่งโรจน์ เลขที่ 6/352 ม.7 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายของเบ็ดเตล็ด เครื่องสังฆภัณฑ์ โดยแรงระเบิดส่งผลให้อาคารพังเสียหายทั้งหลัง รวมไปถึงอาคาร ร้านค้าบริเวณใกล้เคียง ได้รับความเสียหายอีก 5 หลัง และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 ราย โดยในจำนวนนี้มีเจ้าของร้าน และญาติบาดเจ็บสาหัส 6 ราย ได้แก่นางอัจฉรา กิจเจริญรุ่งโรจน์ เจ้าของร้าน, น.ส.เพ็ชรลดา กิจเจริญรุ่งโรจน์ อายุ 35 ปี, ร.อ.จรรยา กิจเจริญรุ่งโรจน์ อายุ 36 ปี, น.ส.ฉวีวรรณ กิจเจริญรุ่งโรจน์, นายสันติ กิจเจริญรุ่งโรจน์ และนายพงษธร กิจเจริญรุ่งโรจน์ เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่ง รพ.วิเศษชัยชาญ เป็นการด่วน ทั้งนี้จากการตรวจสอบยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดแต่เบื้องต้นพบเศษพลุหล่นกระจายอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ MThai News

อภิสิทธิ์ แนะ คสช. ชี้แจง ม.44
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

อภิสิทธิ์ สงสัยมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว คสช.จะใช้ในกรณีใด จี้ชี้แจง เหตุหวั่นขัดต่อมาตรา 3 วันนี้ (23 ก.ค. 57) นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Abhisit Vejjajiva แสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองต่อเนื่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติไปแล้วรอบหนึ่งถึงการเข้ามายึดอำนาจครบ 2 เดือน ซึ่งวันนี้ นายอภสิทธิ์ ได้ให้ความเห็นถึงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่คณะรักษาความสงบอแห่งชาติได้ประกาศใช้บริหารประเทศไปวานนี้ โดยมีข้อสงสัยในบางมาตรา จึงเรียกร้องให้ คสช. ออกมาชี้แจง โดยเฉพาะมาตรา 44 เกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้าคสช. และคสช. เพราะอาจกับมาตรา 3 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้ สู่ระยะที่ ๒ ของคสช. : รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา ๔๔ เดิมตั้งใจจะเขียนถึงประเด็นการปฏิรูปด้านต่างๆ แต่เมื่อวานนี้ ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมได้อ่านรัฐธรรมนูญแล้วและไม่มีประเด็นอะไรที่เกี่ยวกับโครงสร้างของสภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูป และคณะรัฐมนตรี ที่อยู่เหนือความคาดหมายนัก ในส่วนของการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ต้องยอมรับว่ามาตรา ๓๕ ได้บัญญัติประเด็นของรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ที่จะแก้ปัญหาระบบการเมืองไว้ ค่อนข้างจะตรงประเด็น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น การที่นักการเมืองถูกครอบงำ หรือปัญหาของการที่หลักนิติธรรมนิติรัฐถูกทำลายในอดีต แต่มีบทบัญญัติมาตราหนึ่งที่อาจถูกมองว่าผิดปกติคือมาตรา๔๔ อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้าคสช. และคสช. ซึ่งเป็นอำนาจพิเศษ โดยเป็นการเขียนในลักษณะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขอทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า การตราธรรมนูญการปกครองก็ดี หรือรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็ดี โดยปกติเป็นการส่งมอบอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จที่คณะรัฐประหารใช้ กลับเข้าสู่การใช้อำนาจอธิปไตย โดยพระมหากษัตริย์ ผ่านสภานิติบัญญัติ คณะรัฐมนตรี และศาล การใช้อำนาจของคณะรัฐประหารจะมีการคงไว้อยู่บ้างในลักษณะของการบริหารเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องหรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงเช่น เมื่อปี ๒๕๔๙ ประธาน คมช. อาจขอให้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง คมช. กับครม. ได้ในปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ ในปี ๒๕๓๔ ประธาน รสช. โดยความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมระหว่างสภา รสช. กับนายกรัฐมนตรี อาจสั่งการหรือกระทำการใดๆ เพื่อป้องกันระงับหรือปราบปรามการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงได้ แม้แต่ในปีพ.ศ.๒๕๐๒ซึ่งสังคมไทยจะกล่าวถึงเสมอ คือมาตรา ๑๗ ที่ถือว่าเบ็ดเสร็จที่สุด ก็จะให้อำนาจนายกรัฐมนตรี ในการสั่งการหรือกระทำการเพื่อระงับหรือปราบปรามการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคง ความแตกต่างในครั้งนี้ คือ ในมาตรา ๔๔ อำนาจพิเศษนั้น เป็นของหัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบของคสช. โดยไม่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี และมาตรา ๔๔ ยังบัญญัติโดยชัดแจ้งว่า การใช้อำนาจนี้อาจมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ และทางตุลาการได้ โดยไม่มีกระบวนการที่จะโต้แย้งหรือตรวจสอบ นั่นหมายถึง ความสามารถที่จะออกกฎหมายและ/หรือการกลับคำพิพากษาได้ ขอบเขตของการใช้มาตรา ๔๔ นี้ ยังมิได้จำกัดอยู่เฉพาะการป้องกันระงับ หรือปราบปรามการกระทำที่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่สามารถใช้เหตุผลว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปหรือการส่งเสริมความสมานฉันท์ของคนในชาติได้ด้วย บทบัญญัติในมาตรานี้ทั้งหมดจึงอาจถูกมองได้ว่าไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรา ๓ ผมเชื่อว่าสังคมยอมรับสภาพการคงอำนาจพิเศษ ในกรณีที่จะเกิดปัญหาความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ของการขยายอำนาจพิเศษให้ครอบคลุมอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจตุลาการก็ดี หรือการอ้างอิงเหตุผลในการใช้อำนาจเพื่อผลักดันการปฏิรูปหรือการส่งเสริมความสมานฉันท์ก็ดีมีความจำเป็นอย่างไร เพราะโดยโครงสร้างสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาปฏิรูปก็มีที่มาจากคสช. อยู่แล้ว และการระงับการกระทำที่เป็นปัญหาต่อความมั่นคง ก็จะเป็นการใช้มาตรการทางบริหารเป็นหลัก ผมจึงหวังว่าหัวหน้า คสช. จะช่วยอธิบาย ถึงความจำเป็นและสิ่งที่ท่านคิดอยู่ในใจว่าจะใช้อำนาจในมาตรา ๔๔ นี้ ในกรณีไหนอย่างไรโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ MThai news

ศาลสั่งประหาร แก๊งขนยาบ้าเชียงใหม่-เชียงราย หลังถูกจับได้ปี 55
ข่าววันนี้ /  ประหารชีวิต / 

ศาลพิพากษาประหารชีวิต 2 ใน 4 แก๊งขนยาบ้าเชียงใหม่-เชียงราย มูลค่ากว่า 60ล้านบาท  หลังถูกจับดำเนินคดีตั้งแต่ปี 55 ขณะที่อีก 2 ให้จำคุกตลอดชีวิต หลังพบทำเป็นขบวนการ ข้ออ้างไม่สามารถหักล้างหลักฐานฝ่ายโจทย์ได้ รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (16 ก.ค. 57) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดา ผู้พิพากษาได้มีการพิจารณาในคดีที่อัยการฝ่ายคดียาเสพติด เป็นโจทก์ฟ้องนายสำราญ แสนหลวง อายุ 49 ปี ,นายพงศภัค เรืองกิจสุวรรณ อายุ 43 ปี ,นายสมยศ เล่าหมี่ อายุ 44 ปี และนายนพพร พนาศรีสมบูรณ์ อายุ 24 ปี ในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, สมคบกันกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ฯ หลังถูกจับกุมระหว่างขนส่งยาบ้ามูลค่า 60 ล้านบาทในพื้นที่เชียงใหม่ - เชียงราย ระหว่างวันที่ 10 -13 ก.ย. 55 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการพิเคราะห์จากพยานและหลักฐาน จำเลยทั้งหมดทำงานเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นตอน เพื่อให้พ้นการจับกุม ผู้พิพากษาจึงได้มีคำสั่งตัดสินประหารชีวิตจำเลยที่ 1-2 เพราะข้ออ้างของจำเลยไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ส่วนจำเลยที่ 3-4 ให้จำคุกตลอดชีวิตเนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี MThai news

แม่ด.ญ.13ปียืนยัน'วันชัย'ต้องขอขมาผู้ตาย
ข่าวฆ่าข่มขืนน้องแก้ม /  ข่าวน้องแก้มโดนข่มขืน / 

แม่เด็กหญิงวัย 13 ปี พร้อมญาติ เดินทางมาศาลจังหวัดหัวหิน ฟังคดี "วันชัย แสงขาว" ฆ่าข่มขืน ยืนยัน ต้องการให้จำเลยขอขมาผู้ตาย มารดาของเด็กหญิง วัย 13 ปี พร้อมพี่ชายและพี่สาวของเด็กหญิง เดินทางมายังศาลจังหวัดหัวหิน เพื่อร่วมฟังการพิจารณาคดี ที่ศาลนัดพร้อมคู่ความในคดีที่อัยการจังหวัดหัวหิน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวันชัย แสงขาว เป็นจำเลยในความผิด ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ และข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และ นายณัฐกร หรือ หนึ่ง ชำนาญ สนับสนุนผู้ต้องหาที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดย มารดาของเด็กหญิงวัย 13 ปี ได้นำภาพของผู้ตายมายังศาลด้วย พร้อมกับกล่าวว่า อยากจะให้ นายวันชัย และ นายณัฐกร ขอขมาผู้ตาย แต่ทั้งนี้ ต้องให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขออนุญาตว่า ศาลจะอนุญาตหรือไม่ ขณะที่ นายวันชัย และ นายณัฐกร จำเลยในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัว มาจากเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ข่าวที่เกี่ยวข้อง แฉประภัสร์ โบ้ย ฆาตกรเป็นพนง.เอกชน พบแล้ว! ศพน้องแก้มด.ญ.13ปี พนง.รถไฟข่มขืนโยนทิ้งข้างทาง ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผู้ชายถือป้าย “อยากให้คดีข่มขืนถูกประหาร” ดาบสองคม โทษประหาร!! เหมาะสมหรือไม่กับคนร้าย “ฆ่าข่มขืน” ย้อนรอย ‘พันธุ์-เดชา’ นักโทษข่มขืน2รายสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิต ป้องกันจากภัยการโดนข่มขืน รู้ไว้ก่อนจะสาย

ศาลยกฟ้อง คดีชาวนานครปฐม เรียกค่าเสียหายรัฐบาลทำน้ำท่วมปี 54
ข่าววันนี้ /  นครปฐม / 

ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกฟ้องในคดีที่ชาวบ้านในจังหวัดนครปฐมได้ยื่นฟ้องรัฐบาล และผู้เกี่ยวข้องจากกรณีผันน้ำจนส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 บอกเป็นการทำไปตามระบบ แต่น้ำมากเกินไปยากที่จะควบคุม ผู้เดือดร้อนได้รับการเยียวยาแล้ว วันนี้ (16 ก.ค. 57) ศาลปกครองกลางได้มีการพิจารณาในคดี ที่นางสุทธิรักษ์ ทองวานิช พร้อมพวกชาวบ้านในจังหวัดนครปฐมรวม 10 ราย ก่อนจะเหลือเพียง 8 คน หลังอีก 2 คนขอถอนตัว ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (ดำรงตำแหน่งขณะนั้น) , ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย , การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย , กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร , รมว.เกษตรฯ , กรมชลประทาน , กระทรวงหมาดไทย , กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย , ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม , ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯ และ กระทรวงการคลัง ภายหลังมีการผันน้ำผิดพลาดจนส่งผลทำใหเกิดน้ำท่วมใหญ่ในจ.นครปฐม เมื่อปี 2554 สร้างความเสียหายให้กับฝ่ายโจทย์ พร้อมขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหาย จำนวนกว่า 3.7 ล้านบาท และจัดทำแผนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งจากการพิจารณาจากหลักฐานที่ปรากฎ ศาลได้พิเคราะห์ว่า การกระทำของผู้ถูกฟ้องมีความพยายามในการระบายน้ำอย่างเหมาะสม เป็นไปตามระบบ ป้องกันผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ แต่มวลน้ำมีปริมาณมากจึงไม่สามารถทำให้ควบคุมได้ ขณะเดียวกันผู้ถูกฟ้องก็ได้ดำเนินการมาตรการเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบแล้ว จึงไม่เห็นว่าการกระทำของผู้ถูกฟ้องเป็นการละเมิดกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 และไม่เป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามและไม่มีรวมถึงไม่เห็นเหตุต้องชดใช้ค่าเสียหาย จึงพิพากษายกฟ้องในคดีดังกล่าว ด้านชาวนานครปฐม ผู้ฟ้องร้องเตรียมปรึกษาทนายเพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ต่อไป MThai news

ศาลปค.กลาง ยกฟ้อง ยิ่งลักษณ์ บริหารผิดพลาด ทำน้ำท่วมปี54
น้ำท่วม2554 /  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร / 

ศาลปกครองกลาง ยกฟ้อง ยิ่งลักษณ์ บริหารงานผิดพลาด ทำน้ำท่วมปี54 บอกผู้ฟ้องไม่ได้รับความเดือดร้อนจากผู้ถูกฟ้อง แต่เกิดจากภัยธรรมชาติ วันนี้ (24 ก.ค. 57) ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีที่นางสาวจรุงทิพย์ หล่อรุ่งโรจน์ พร้อมพวกรวม 10 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 10 คน ประกอบด้วย ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.), กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, รมว.เกษตรและสหกรณ์, กรมชลประทาน, กระทรวงมหาดไทย, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ผู้ว่าฯ กทม. และกระทรวงการคลัง กรณีบริหารงานผิดพลาดจนส่งผลให้เกิดอุทกภัยเมื่อช่วงปลายปี 2554 จึงฟ้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย และจัดทำแผนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งจากการพิจารณาพยาน และหลักฐาน จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องในคดีดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าผู้ฟ้องทั้ง 10 ไม่ได้เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหายจากการดำเนินการของผู้ถูกฟ้อง ประกอบกับการบ้านเรือนของผู้ถูกฟ้องทั้งสิบถูกน้ำท่วมเนื่องจากเหตุภัยธรรมชาติร้ายแรงที่ไม่อาจป้องกันได้ จึงไม่มีกรณีที่ผู้ถูกฟ้องทั้งสิบต้องรับผิดชอบอย่างอื่นกับผู้ฟ้องคดีทั้งสิบตามพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย MThai news

'ธีรเดช' หนุน 'ประยุทธ์' นั่งนายกฯ มั่นใจแก้ปัญหาได้
ข่าว /  ข่าวด่วน / 

"พล.อ.ธีรเดช" ออกโรงหนุนแนวคิด กกต. ยัน "ประยุทธ์" เหมาะนั่ง "นายกฯ" ที่สุด มั่นใจการเดิน "โรดแม็ป" คสช. พร้อมแจงยิบปมขึ้นเบี้ยประชุมเหตุศาลรธน. ผู้ตรวจฯ พ้นผิด แต่กกต. กับ ป.ป.ช.ต้องลุยถึงชั้นฎีกา...-----------------------ขอบคุณข่าวจาก