ศาลฏีกา

ยูฟัน ขนเงินซุกมาเลย์ จ่อเรียกสอบ 'ดาราดัง'เอี่ยวลงทุน
ขนเงินออกประเทศ /  ดาราดัง / 

ผู้ช่วยผบ.ตร.เผย 4 ผู้ต้องหา 'ยูฟัน' ขนเงินออกนอกประเทศซุกซ่อนมาเลเซีย พบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 779 ล้านบาท ขณะเตรียมเรียกสอบปากคำเหล่าดาราดัง เอี่ยวชักชวนเหยื่อลงทุน จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด 4 ราย คือ น.ส.นิภาพร ละมี อายุ 36 ปี นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ อายุ 21ปี น.ส.ณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว อายุ 24 ปี และนายบุน เกียท ชู ชาวมาเลเซีย โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดาจ.สงขลา วานนี้ (21 พ.ค.) ล่าสุดวันนี้(21 พ.ค.) พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ผู้อำนวยการส่วนตรวจ 2 สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่าจากการสอบปากคำ นายบุน เกียท ชู ให้การรับสารภาพว่า เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากแม่ข่ายและกลุ่มสมาชิกยูฟัน โดยมีบัญชีธนาคารทั้งหมด 17 บัญชี ตำรวจตรวจสอบแล้ว 1 บัญชีพบเงินหมุนเวียน 157ล้านบาท ส่วนอีก 16 บัญชีตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเงินที่โอนเข้าบัญชีแต่ละครั้ง จะถอนเงินครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้แจงการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร และจะนำเงินสดซุกซ่อนออกไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากข้อมูลของตำรวจพบว่า นายบุน เกียท ชู มีการใช้ชื่อไทยปลอม และตำรวจตั้งข้อสังเกตว่ามีหน้าตาคล้าย นายอาทิตย์ ปานแก้ว ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ยังหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และจากการตรวจสอบบัญชีนายบุน เกียท ชู กับพวกผู้ต้องหาชาวไทยอีก 3 คนนั้น พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 779 ล้านบาท ส่วนที่พบบุคคลมีชื่อเสียงมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ยูฟันฯ นั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะทำการเชิญมาสอบปากคำเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีนั้น มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้อยู่ระหว่างการรวมรวบพยานหลักฐานในการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเครือข่ายยูฟัน ได้มีการหลอกหลวงประชาชนให้มาร่วมลงทุน รวมทั้งมีผู้ที่มีชื่อเสียงและศิลปินดาราดังหลงเชื่อเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับรายงานข่าวจากชุดสืบสวน ที่มีรายงานว่ามีเครือข่ายยูฟัน มีการชักชวนดารานักแสดง หรือผู้มีชื่อเสียง มาร่วมลงทุนเพื่อความน่าเชื่อถือในธุรกิจ โดยก่อนหน้านี้พบว่า มีรูปภาพระหว่าง นายณัฐวรรธน์ บุญภา ผู้ต้องหาที่ถูกจับ ถ่ายรูปร่วมกับนายมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ หรือ อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ และ นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ นอกจากนี้ยังพบรูปภาพดารานักแสดงคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมกับเครือข่ายยูฟัน อาทิ นายศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ หรือ แมน ดารานักแสดงชื่อดัง นายธีระชาติ ธีระวิทยากุล หรือ อู๊ด เป็นต่อ ศิลปินตลก รวมทั้ง น.ส.ขวัญนภา เรืองศรี หรือ ลาล่า โปงลางสะออน ซึ่งในส่วนของลาล่านั้น พบว่ามีการขึ้นเวทีพูดชักชวนแนะนำธุรกิจยูฟัน ที่โรงแรมการิน อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วย ทั้งนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 25 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 17 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 8 ราย MThai News

แม่ช็อก! หนุ่มหื่นลักลูกสาว4ขวบจากรพ. พบเปลือย-สะบักสะบอม
ลักพาตัว /  เด็ก 4 ขวบ / 

หญิงชาวเมียนมา โร่แจ้งความ หลังลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกลักพาตัวไปจากโรงพยาบาล ถูกพบเปลือยกาย ร้องไห้ แต่ไม่พบร่องรอยการถูกกระทำชำเรา วานนี้ (15 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว 'ข่าวสด' รายงานว่า เมื่อเวลา 23.50 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.สุคนธ์ รัสเอี่ยม พนักงานสอบสวนชำนาญการ สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากหญิงสาวชาวเมียนมา อายุ 33 ปีที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี ว่าลูกสาวคนกลางวัย 4 ขวบ ถูกคนร้ายลักพาตัวไปจากห้องพักอาคารพักญาติ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงไปที่โรงพยาบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.สุชาย เทศัชบุตร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.ยุทธชัย มีสายมงคล สว.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นจึงได้ขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณใกล้เคียง พบว่าลักษณะของคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น แต่ใบหน้าที่ปรากฏไม่ชัดเจน เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืน เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายมีอายุระหว่าง 25-30 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบทิศทางการหลบหนีของคนร้าย พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกค้นหากันตลอดทั้งคืนแต่ก็ไม่พบ ล่าสุด วันที่ 15 พ.ค. เวลาประมาณ 08.30 น.พ.ต.ต.สุคนธ์ ได้รับแจ้งจาก จ.ส.อ.บุญเลิศ ชูชื่น ตำแหน่งนายสิบสัตวบาล สังกัดกองการสัตว์และเกษตรกรมที่ 1 กรมการทหารบกว่า พบเด็กผู้หญิงเดินร้องไห้อยู่ตลอดเวลา โดยอยู่ในสภาพเปลือยกาย ที่บริเวณป่าละเมาะ ด้านหลังศาลเจ้าพ่อเขาตก ถนนสายกาญจนบุรี-ด่านมะขามเตี้ยหลังรับแจ้ง คณะเจ้าหน้าที่จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงรีบนำตัวเด็กหญิงคนดังกล่าว ส่งไปยังโรงพยาบาลพหลฯ เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีขนเพชร ติดอยู่กับกางเกงขาสั้น จึงรวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน และนำหลักฐานทั้งหมดส่งไปตรวจหาดีเอ็นเอ ที่สถาบันนิติเวชเบื้องต้นไม่มีร่องรอยจากการถูกกระทำชำเรา ขณะนี้เด็กอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร และยังไม่สามารถตามจับตัวมาได้ จึงต้องมีมาตรการในการป้องกันอย่างรัดกุม MThai News ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก ข่าวสด

ปคบ.รวบผู้ต้องหา 4 ราย รับโอนเงิน22 ล้านจากเครือข่าย 'ยูฟัน'
22 ล้านบาท /  ปคบ / 

ปคบ. ควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวมาเลเซียและไทยเพิ่มอีก 4 ราย หลังจากเป็นผู้รับโอนเงินจากเครือข่าย 'ยูฟัน' กว่า 22 ล้านบาท วันนี้ (20พ.ค.) สำนักข่าว 'มติชน' รายงานความคืบหน้าการดำเนินคดี 'บริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด' โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 ราย หลังพบการเปิดบัญชี รับโอนเงินจากเครือข่ายบริษัทยูฟัน กว่า 22 ล้านบาท โดยในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย ที่สามารถจับกุมตัวได้ที่ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ได้แก่ นายบุน เกียท ชู สัญชาติมาเลเซีย นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ นางนิภาพร ละมี และ นางสาวณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว ผู้รับโอนเงินจากเครือข่ายบริษัทยูฟันฯ และตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จากเครือข่ายบริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด มาสอบสวน ทั้งนี้ นายบุน เกียท ชู ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองทำธุรกิจขนส่งและร้านคาราโอเกะ ที่ปาดังเบซาร์ ซึ่งมีนายคร่อก สัญชาติมาเลเซีย เป็นลูกค้าประจำ มาขอใช้บัญชีตัวเอง และญาติ โอนเงินผ่านบัญชีมาให้อ้างว่าเป็นเงินใช้ซื้อสินค้า โดยไม่ทราบว่าเป็นสินค้าประเภทใด โดยในแต่ละครั้งยอดการโอนจะมีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทในระยะเวลา 4-5 เดือน พร้อมกันนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่รู้จักบริษัทยูฟันฯ มาก่อน ขณะที่ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า มีหลักฐานชี้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นเจ้าของบัญชี รับโอนเงินจากแม่ข่ายและสมาชิกบริษัทยูฟันฯ ก่อนทยอยกดเงินสด กว่า 22.7 ล้านบาท และมีการลำเลียงไปยังประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 25 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 17ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 8 ราย สนับสนุนข้อมูลโดย มติชน

จำคุก2ปี6เดือน น้องชาย'ธาริต' อ้างเบื้องสูงซื้อที่ดินโคราช
ที่ดินโคราช /  น้องชายธาริต / 

ศาลอาญาสั่งจำคุก5 ปี "เสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์" น้องชายธาริต  อ้างเบื้องสูงซื้อที่ดินโคราช สารภาพลดโทษเหลือ 2 ปี 6เดือนขณะ "ป๋าชื่น" ปฏิเสธสู้คดี วันที่14พ.ค. ศาลอาญารัชดา นัดสอบคำให้การจำเลยคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา9 เป็นโจทก์ฟ้องนายเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ อายุ 52ปี อาชีพนายหน้าค้าที่ดิน น้องชายนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายบุญธรรม หรือป๋าชื่น บุญเทพประทาน อายุ 65 ปี นักธุรกิจด้านที่ดิน ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 จากกรณีเมื่อระหว่างปี พ.ศ.2550-พ.ศ.2551 ที่ดินบริเวณเขาหนองเชื่อม ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีบางส่วนที่สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน บางส่วนเป็นเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับที่ดินที่ทางฝ่ายทหาร มีหนังสือขอใช้พื้นที่อย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2534 และบางส่วนเป็นพื้นที่ที่คณะกรรมการจัดสรรดินแห่งชาติกันไว้ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ทดแทนพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งไม่สามารถออกเป็นโฉนดที่ดินได้ ต่อมานายบุญธรรม ซึ่งเป็นเจ้าของและกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท บ้านชุมทอง จำกัด และบริษัท เขาใหญ่ เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจัดสรร และค้าขายที่ดิน มีความประสงค์ที่จะนำที่ดินบริเวณดังกล่าว มาขอออกโฉนดที่ดิน เพื่อจัดสรรจำหน่ายให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่ดินไปปลูกบ้านพักตากอากาศในราคาสูง เพื่อทำกำไร โดยนายบุญธรรมได้ร่วมมือกับนายเสฏฐวุฒิ ให้ไปดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าวเนื้อที่หลายร้อยไร่ ซึ่งนายบุญธรรม ระบุกับนายเสฏฐวุฒิ บางตอนว่า ตนมีความสนิทสนมกับ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. และ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบช.ก. ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของอดีตหม่อมศรีรัศมิ์ (ขณะเกิดเหตุ) หากนายเสฏฐวุฒิ มีปัญหา หรืออุปสรรคในขั้นตอนใดๆ ในการขอออกโฉนดที่ดินให้บอกได้ทันที ทั้งนี้ถ้อยคำดังกล่าวของนายบุญธรรมเป็นการแอบอ้าง จาบจ้วง ล่วงเกิน ใส่ร้าย ใส่ความดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เพื่อให้ตนเองสมประโยชน์ โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองฟังจนเข้าใจ แล้วสอบถามว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่า นายเสฏฐวุฒิ ให้การรับสารภาพ ส่วนนายบุญธรรม ให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี ศาลจึงพิพากษาเฉพาะในส่วนของนายเสฏฐวุฒิ ว่ากระทำผิดจริง กฎหมายอาญา มาตรา112 สั่งจำคุก 5 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกไว้ 2 ปี 6 เดือน ส่วนนายบุญธรรม ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว และให้พนักงานอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีนายบุญธรรม เข้ามาใหม่ภายใน7วันตามกฎหมาย ขอบคุณภาพจาก กลุ่มสายตรงภาคสนาม MThai News

ยิ่งลักษณ์ ปัดทุกข้อหา ศาลสั่งห้ามออกนอกประเทศ
ข่าวยิ่งลักษณ์ /  คดีข้าว / 

ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธทุกข้อหาคดีจำนำข้าว ขอแจงเอกสาร 3 ก.ค. ขณะศาลนัดตรวจหลักฐานวันที่ 21 และ28 ก.ค.นี้ พร้อมให้ประกันตัวชั่วคราว แต่ห้ามออกนอกประเทศ ทนายความยื่น30ล้านประกันตัว 10.00 น. หลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อสอบคำให้การ ในความผิดฐานละเลยและไม่ยับยั้งการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ล่าสุด ศาลฎีกาฯนักการเมือง ได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ฟัง โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอเข้าชี้แจงเอกสารฉบับสมบูรณ์ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ศาลจึงมีคำสั่งนัดตรวจพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายในวันที่ 21 ก.ค.และ 28 ก.ค.58  เวลา 9.30 น. หากไม่มาต้องยื่นคำร้องให้พิจารณาเป็นครั้งคราว พร้อมอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว แต่มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ศาลอนุญาต ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ เปิดเผยว่า ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว เป็นบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัว ทั้งนี้ มั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะดูจากสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบข้อพิรุธว่า พยานบางรายที่ถูกกล่าวอ้างถูกออกจากจากราชการและถูกออกหมายจับ ยืนยันวันที่ 21 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางมาศาลด้วยตนเองอย่างแน่นอน แต่หากไม่สามารถมาได้ ก็จะแจ้งข้อขัดข้องต่อศาล .......................................................................... กำลังใจเพียบ! 'ยิ่งลักษณ์' รอสอบคำให้การคดีจำนำข้าวศาลฎีกา พร้อมลุ้นประกันตัว  ลั่น สู้ทุกข้อกล่าวหา ยัน บริสุทธิ์ หวัง ความเป็นธรรม วันที่ 19 พ.ค.58 เวลา 08.30 น.ความเคลื่อนไหวที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในฐานความผิดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สร้างความเสียหายแก่รัฐ ตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ที่ละเลยไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวสร้างความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท โดยบรรยากาศ มีกลุ่มผู้สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมอดีตรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมมีมวลชนบางกลุ่มได้เข้า แลกบัตรเข้าร่วมฟังพิจารณาคดีในห้องแล้ว 100 คน ส่วนมาตรการการรักษาความปลอดภัย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจทั้ง จาก สถานีตำรวจนครบาล ทุ่งสองห้อง พื้นที่ใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่ อคฝ. จำนวนกว่า 500 นาย มาประจำจุดดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างเข้มงวด ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มเเย้ม พร้อมกล่าวว่า "วันนี้ก็เดินทางมาตามนัดของศาลเพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม และมั่นใจในความบริสุทธิ์ พร้อมขอความร่วมมือ อย่าวิพากษ์วิจารณ์คดี เพราะขณะนี้คดีอยู่ในขั้นการพิจารณาชั้นศาลแล้ว" ขอบคุณภาพ twitter nititorn for voicetv MThai News

กิตติศักดิ์ ปัดโกงเงินสจล. ตร.มั่นใจเป็น 'บอสใหญ่'
กิตติศักดิ์ มัทธุจัด /  มอบตัวสู้คดี / 

"กิตติศักดิ์ มัทธุจัด" ปัดยักยอกเงินสจล. เผยยืมเงินทรงกลดครั้งละ 200 ล้าน นาน 3 ปี ด้านตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ มั่นใจเป็น "บอสใหญ่" ผบ.ตร.ชี้ไม่ใช่การมอบตัว ความคืบหน้าการติดตามคดียักยอกทรัพย์ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กว่า 1.6 พันล้านบาท หลังนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหารายสำคัญติดต่อขอเข้ามอบตัว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวเดินทางมาแถลงข่าวยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว โดยมีพล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บังคับการกองปราบปรามร่วมแถลง ซึ่งผลจากการสอบสวนเบื้องต้นนายกิตติศักดิ์ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ระบุไม่รู้จักกับ นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดีสจล. เป็นการส่วนตัว แต่ยอมรับว่ารู้จักนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ ที่รู้จักกับน.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนการคลังของสจล.อีกทอดหนึ่ง โดยได้ยืมเงินนายทรงกลดมาลงทุน ซึ่งนายทรงกลดได้โอนเงินให้ครั้งละประมาณ 100-200 ล้านบาท เป็นจำนวนหลายสิบครั้งในระยะเวลา 3 ปี โดยไม่รู้แหล่งที่มาของเงินดังกล่าว ทั้งนี้พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ ส่วนการดำเนินการจับกุมในครั้งนี้ ยืนยันว่าได้จับกุมนายกิตติศักดิ์ไม่ใช่การมอบตัวซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปประสานความร่วมมือกับตำรวจอังกฤษ กดดันนายกิตติศักดิ์ จนเดินทางกลับประเทศไทย และจากการตรวจสอบพบนายทรงกลด โอนเงินให้นายกิตติศักดิ์ กว่าพันล้าน โดยมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการทำธุรกรรมการเงินชัดเจน และเชื่อว่ามีการเตรียมตัวปรึกษากับนักกฎหมายมาเป็นอย่างดี หลังจากนี้จะส่งตัวนายกิตติศักดิ์ให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม สอบปากคำต่อ พร้อมคัดค้านประกันตัวก่อนขออำนาจศาลฝากขังต่อไป ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า ทั้งนี้นอกจากนายกิตติศักดิ์แล้ว ไม่น่าจะมีผู้บงการใหญ่กว่านี้ เนื่องจากการสืบสวนของตำรวจ ไม่พบมีเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นอีก และจากการสอบปากคำนายกิตติศักดิ์ ให้การว่า น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดของลูกน้องเกี่ยวกับเรื่อง "บอสใหญ่" โดยตัวการใหญ่ของคดีนี้น่าจะเป็น นายกิตติศักดิ์ สำหรับคดีนี้ มีผู้ต้องหาทั้งหมด 14 คน ส่งฟ้องดำเนินคดีแล้ว 11 คน ประกอบด้วย นายทรงกลด ศรีประสงค์, น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์, นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์, นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการ, นางสมบัติ โสประดิษฐ์, น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์, นางระดม มัทธุจัด, นายภาดา บัวขาว, นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล., นายศรุต ราชบุรี และนายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดี สจล. และยังหลบหนีอีก 2 คน คือ นายสมพงษ์ สหพรอุดมการ และนายธวัชชัย ยิ้มเจริญ ข้อมูลจาก สวพ.FM91 .................................................. ตำรวจกองปราบคุมตัว กิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหารายสำคัญยักยอกเงิน สจล.กว่า 1.6 พันล้านคาสุวรรณภูมิ บินจากอังกฤษขอมอบตัวสู้คดี จ่อแถลง 10 โมงวันนี้ วันที่ 22 พ.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม เดินทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเข้าควบคุมตัว นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด หรือเป้ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ร่วมกันลักทรัพย์ ร่วมกันฟอกเงินของสถานบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หลังติดต่อขอมอบตัวเพื่อสู้คดี ทั้งนี้ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา และเป็นผู้ต้องหารายสำคัญซึ่งกุญแจสำคัญในการสาวไปถึงตัวบอสใหญ่ ในคดีร่วมกันลักทรัพย์เงินสจล.ไปกว่า 1.6 พันล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายกิตติศักดิ์ หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ส่วนรายละเอียดจะแถลงข่าวอีกครั้งที่กองบังคับการปราบปราม ในวลา 10.00 น.วันนี้ ขอบคุณภาพจาก VOICETV MThai News

วันเกิด 60ปี 'เจ๊แดง'คึก ปู-สมาชิกพท. แห่ร่วมแน่น
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร /  วันเกิดเจ๊แดง / 

'ยิ่งลักษณ์' ร่วมอวยพรวันเกิด 'เยาวภา' บรรยากาศชื่นมื่นท่ามกลางสมาชิกพรรคเพื่อไทยร่วมงานคับคั่ง ด้าน'สมชาย'แจงประชามติเป็นสิ่งดี วันที่ 15 พ.ค 58 บรรยากาศการงานวันคล้ายวันเกิดครอบรอบ 60 ปี ของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) มีแกนนำพรรคพท.เดินทางมาอวยพรอย่างคับคั่ง อาทิ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคพท. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีเป็นต้น. โดยนางเยาวภาได้ออกรับแขกพร้อมกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมชาย เปิดเผย ว่าการร่างรัฐธรรนูญขณะนี้คงต้องต่อแขนต่อขากันอีกสักหน่อย เท่าที่ติดตามผู้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถหลายคน จึงอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักสากลที่ต่างประเทศรับได้ ประชาชนรับได้ แต่เท่าที่ติดตามข่าวเห็นว่ามีคำท้วงติงจากสื่อ ประชาชน นักวิชาการ และนักการเมืองหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ถ้าเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ยังไงก็ต้องไม่พ้นเรื่องที่ประชาชนได้ตัดสินใจได้เลือกด้วยตัวของเขาเอง เป็นที่น่ายินดีที่หลายฝ่ายจะได้มีการแก้ไขปรับปรุง เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย ถ้าผู้ใหญ่รับฟังและปรับปรุงก็เป็นเรื่องที่น่าพอใจส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ ขณะเดียวกันได้กล่าวถึงการทำประชามติว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้มาจากประชาชน การทำประชามติจึงเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งต้องไปดูแนวทางอีกครั้งว่าหากทำประชามติแล้วไม่ผ่านจะทำอย่างไรต่อไป จะเอารัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้ ตนคิดว่าเป็นเรื่องดีที่รับฟังความเห็นนประชาชน แต่จะดีกว่านั้นถ้าทำให้เบ็ดเสร็จโดยถามประชาชนให้ชัดเจนว่าต้องการให้ทำอย่างไร อย่างไรก็ตามนายสมชาย กล่าวถึงกรณีการสู้คดีสลายการชุมนุม 2551ว่า คนที่ถูกฟ้องไม่ได้สบายใจ แต่ไม่ได้วิตกกังวลอะไรนัก เพราะสิ่งที่ทำไปนั้นทำไปโดยรอบคอบ ทั้งศาลปกครองก็เคยวินิจฉัยแล้วว่าจะไม่ฟ้องคดีนี้ และที่ประชุมร่วมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับอัยการสูงสุด (ออส.) ได้มีความเห็นว่าฟ้องไม่ได้ แต่ตนคงพูดอะไรมากไม่ได้เพราะเรื่องอยู่ในขั้นตอนนของศาลจึงต้องต่อสู้กันไปตามกระบวนการ นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงกรณีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ​ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดบ้านอวยพรวันเกิด กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต เป็นบุคคลที่ตนให้ความเคารพมาตลอด ตนอยากให้ท่านมีความสุข ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาคุ้มครองให้ท่านปราศจากภัยทั้งปวง เชื่อว่าพล.อ.ชวลิตมีความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองคิดว่าท่านจะไม่ทำให้เกิดปัญหาต่อบ้านเมืองอย่างแน่นอน ขอบคุณข้อมูล /ภาพ มติชน MThai News

ปล่อยตัวผู้ต้องหา 'ยูฟัน'รายที่21-บุกค้นคอนโดUDPBยึด50ล.
บริษัทUDPB /  ปคบ / 

ตำรวจปคบ.ให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดี 'ยูฟัน' รายที่ 21 วงเงิน 5 แสนบาท ห้ามออกนอกประเทศและยุ่งคดี พร้อมบุกค้นคอนโดหรูย่านรัชดาของปธ.ยูดีพีบี ยึดทรัพย์กว่า 50 ล้านส่งปปง. หลังจากวานนี้ (19 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายณัฐวรรธน์ บุญภา ผู้ต้องหารายที่ 21 ในคดีร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน บริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด พร้อมทำการสอบปากคำเพิ่มเติม หลังปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงของยูฟัน โดยผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในชั้นสอบสวน ล่าสุดวันนี้ (20 พ.ค.) พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) ได้พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยวงเงินประกัน 500,000 บาท เนื่องจากนายณัฐวรรธน์ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี รวมถึงให้ข้อมูลเครือข่ายสำคัญกับพนักงานสอบสวน และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยมีเงื่อนไขระหว่างประกันตัวห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี สำหรับคดีที่เกิดขึ้นพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยูฟันแล้วทั้งสิ้น 21 ราย โดยจับกุมแล้ว 13 ราย และยังเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 8 ราย ขณะที่พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำหมายศาลเข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดมิเนียมหรู ย่านรัชดาภิเษก หลังมีข้อมูลว่า นายเคลวิน ไลน์ ประธานกรรมการบริษัท ยูดีบีพี แมนเนจเมนท์ ไทยแลนด์ จำกัด เครือข่ายบริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด ที่ถูกจับกุม ได้ซื้อไว้จำนวน 12 ห้อง มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยพล.ต.ท.สุวิระ เปิดเผยว่า ตำรวจมีพยานยืนยันว่า ผู้บริหารของบริษัทยูฟัน เคยเข้ามาพักที่คอนโด จึงเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง จึงได้อายัดห้องพักทั้งหมด รวมถึงรถยนต์ของนายเคลวิน 3 คัน มูลค่า 15 ล้านบาท ส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบ และตำรวจได้รับหนังสือยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศว่านายเคลวิน ไม่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการฑูตตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งตำรวจจะตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายเคลวิน พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่ได้จากการฉ้อโกงเพิ่มต่อไป ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด MThai News

ตร.เตรียมแถลงคืบหน้าคดียูฟันหลังขนเงิน 700 ลบ. นอกปท.
คดียูฟัน /  ผู้ต้องหา / 

ตร.เตรียมแถลงควาบคืบหน้าคดีเครือข่ายแชร์ยูฟัน หลัง 4 ผู้ต้องหาสารภาพมีการขนเงินออกนอกประเทศกว่า 700 ล้านบาท ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ดร.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมทำการ แถลงข่าว การแกะรอยขุมทรัพย์เครือข่ายแชร์ยูฟัน พร้อมเปิดเผยความจริงต่อหน้าสื่อมวลชน ที่ ปคบ. ชั้น 4 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทั้งนี้หลังจากเมื่อวาน (20 พ.ค.) สามารถจับกุม 4 ผู้ต้องหา ได้ที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้แก่ นายบุน เกียท ชู สัญชาติมาเลเซีย นายธีรวัจน์ พัชรสุยะใหญ่ นางนิภาพร ละมี และ นางสาวณัฏฐ์วรัญช์ อุตมะแก้ว ผู้รับโอนเงินจากเครือข่ายบริษัทยูฟันฯ และตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ขนเงินออกนอกประเทศมากกว่า 700 ล้านบาท ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 25 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้ว 17ราย และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 8 ราย MThai News

จบชีวิตคู่! เสก-กานต์ นัดหย่าเดือน มิ.ย.นี้
เสก โลโซ /  กานต์ วิภากร / 

ในที่สุดก็ตกลงจบกันด้วยดีแล้ว สำหรับนักร้องขวัญใจชาวร็อก เสก โลโซ และศรีภรรยา กานต์ วิภากร โดยเมื่อวานนี้(19พ.ค.) ศาลมีนบุรีได้นัดทั้งสองฝ่ายมาเพื่อไกล่เกลี่ยคดีหย่ากันอีกครั้ง ซึ่งปรากฏว่าทั้งคู่สามารถไกล่เกลี่ยกันลงตัว และล่าสุด เสก-กานต์ ก็โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัว ว่าได้ฤกษ์ยุติบทบาทสามี-ภรรยาภายในวันที่ 12 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ซึ่งข้อความระบุไว้ดังนี้.. ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค : sek loso , wiphakorn karn ภาพIG เสก โลโซ ภาพIG กานต์ วิภากร เสก โลโซ กานต์ วิภากร เสก โลโซ-กานต์ วิภากร

พท.จี้ป.ป.ช.ฟัน ปชป.หากตัดสินรบ.ปู ผิดเยียวยาชุมนุม
ครมปู /  ป.ป.ช. / 

อนุสรณ์ โต้กลับ มติ ป.ป.ช. ถ้ารัฐบาล ยิ่งลักษณ์ เยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมือง รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ต้องผิดเหมือนกัน  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี อนุกรรมการไต่สวนป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี กรณีจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยไม่มีอำนาจและไม่มีกฎหมายรองรับว่า ไม่รู้ว่าตอนนายวิชามีมติออกมาอย่างนี้รู้สึกอย่างไรกับดวงวิญญาณวีรชน หรือญาติผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือไม่ ทั้งที่การให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองได้มีการดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง อาทิ เหตุการณ์ พ.ค. 2535, 7 ต.ค. 2551, 8-14 เม.ย. 2552 และก่อนที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองพ.ศ.2548-2553 นั้น ได้สอบถามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนดำเนินการ และก็จ่ายตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี คำณวนบนพื้นฐานผู้เสียชีวิตอายุเฉลี่ย 30 ปี ที่มีศักยภาพหารายได้ถึงอายุ 60 ปี ตัวเลขเลยออกมาอย่างนั้น ก็เหมือนกับความพยายามของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีการสั่งการให้ดำเนินการเยียวยาผู้ชุมนุมกปปส.ระหว่างปี 2556 ถึง 2557 รายละ 7.5 ล้านบาท ตามความเห็นของพระสุเทพ ปภาโร ที่มีหนังสือขอให้รัฐบาลเร่งรัดติดตามการจ่ายเงินเยียวยากปปส.อย่างเร่งด่วน ดังนั้นถ้าการจ่ายเงินเยียวยาของครม.ยิ่งลักษณ์ซึ่งดำเนินการตามเจตนารมณ์ แก้ไข ไม่แก้แค้น มุ่งลดความขัดแย้ง ไม่เลือกข้าง ไม่แบ่งสี ไม่มีการเอื้อพวกพ้องหรือหวังผลทางการเมือง จ่ายเยียวยาครอบคลุมทั้งหมดตั้งแต่ปี 2548-2553 นั้นผิด การจ่ายเงินเยียวยาก่อนหน้านี้ก็ต้องผิดด้วย และต่อไปประเทศนี้ก็ไม่ต้องเยียวยาใคร ส่วนที่แจ้งว่าการจ่ายเงินเยียวยานั้นไม่มีกฎหมายรองรับ อนุกรรมการไต่สวนป.ป.ช.มั่นใจหรือว่า ทุกการดำเนินการของป.ป.ช.มีกฎหมายรองรับ อย่างเช่น การว่าจ้างสภาทนายความแห่งประเทศไทยทำคดี เป็นสัญญาว่าจ้างชอบด้วยกฎหมายหรือไม่  แล้วบ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร ถ้าสังคมมีความคลางแคลงใจสงสัยว่ามีการเลือกปฏิบัติหรือสองมาตรฐานอยู่ร่ำไป การมีมติอย่างนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเอื้อประโยชน์ต่อคดีสลายการชุมปี 53 ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์หรือไม่ เพราะพยายามจะทำให้การชุมนุมครั้งนั้นมีชายชุดดำ มีผู้ก่อการร้าย รัฐบาลในขณะนั้นจึงต้องไม่ผิดเลยทำให้การจ่ายเงินเยียวยาผิดแทน โดยอนุชุดดังกล่าวไม่ได้นำคดีที่นายสาธิต ปิตุเตชะไปร้องศาลปกครองแล้วศาลยกฟ้องมาพิจารณาในสำนวนด้วย อย่างไรก็ตามขอเรียกให้ป.ป.ช.เปิดโอกาสให้ครม.ยิ่งลักษณ์ได้ต่อสู้เรื่องนี้อย่างเต็มที่ ขอบคุณข้อมูลข่าว/ภาพ พรรคเพื่อไทย MThai News

แร๊งส์!! บี ลั่น ไม่ใช่คนปัญญาอ่อน! เที่ยวระบายลง IG
บี น้ำทิพย์ /  โย ยศวดี / 

สาดกันไปสาดกันมาไม่รู้จบ!! หลังอีกฝ่ายโพสต์ระบายลงไอจีขอเป็นครั้งสุดท้ายที่จะพูด ฟากฝั่งสาว บี น้ำทิพย์ เลยขอชี้แจงบ้าง เจ้าตัวเผยสงสัยอากาศจะร้อนและเกิดอาการคันแนะนำให้อีกฝ่ายไปอาบน้ำเย็น เรื่องของการฟ้องร้อง ในเมื่อไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว ก็ยืนยันว่าจะฟ้องร้อง 100% โดยปล่อยให้ทนายเป็นคนจัดการทั้งหมด ไม่ใช่ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ลั่นไม่ใช่คนปัญญาอ่อนที่ต้องมาโพสต์ลงไอจี มีอะไรก็พูดไปเลย ให้ชัดเจน จะได้เคลียร์ให้จบ ย้ำเจอกันในศาลเท่านั้น!! "ที่ให้สัมภาษณ์ไปบีพูดในส่วนของบีเท่านั้นเอง เรื่องคดีบีก็อัพเดตในส่วนที่พูดได้ บีมอบหมายให้ทนายจัดการ จะฟ้องเมื่อไหร่ไม่รู้แต่ฟ้องแน่ ก็ไม่รู้เค้าจะอารมณ์เสียทำไม สงสัยอากาศจะร้อนมาก มันคงเกิดอาการร้อนและคัน แนะนำอาบน้ำเย็นค่ะ" "รู้สึกรำคาญนะที่เค้าโพสต์น่ะ มันเป็นสิทธิ์ของบีที่ออกมาสัมภาษณ์นะ ได้พูดในส่วนของบี ถ้าเค้าจะพูดหรือไม่พูด จะโพสต์ ไอจี เฟสบุ๊ค บีไม่ก้าวก่ายอยู่แล้ว เหมือนเค้าโยนขี้ให้บีอีกแล้วนะ ถ้าบีดีแต่พูดบีคงเงียบไปตั้งนานแล้ว" "เค้าบอกรอหมายศาล บีบอกชัดเจนอยู่แล้ว ฟ้องอยู่แล้วค่ะ แต่มันไกล่เกลี่ยไม่ได้ ถ้าเค้าฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดก็เรื่องของเค้า ไม่เจอกันแล้วค่ะเจอกันในศาลเท่านั้นค่ะ" "ข้อความที่ฝ่ายนั้นลงไอจีชวนสักฉากสองฉากไหม อะไรอ่ะตบหรอ? เรื่องของเค้าแหละค่ะ บีตรงๆออกสื่อ ไม่ต้องมาเขียนอะไรลง ไม่ได้มาแอ๊บว่าชั้นเป็นนางเอกนะ" "ขั้นตอนกฏหมายตอนนี้บอกได้แค่ถึงขั้นศาลแน่นอน 100% แต่เปิดเผยไม่ได้จริงๆ ระยะเวลาไม่ทราบเหมือนกันว่าจะนานแค่ไหน แค่ต้องการความถูกต้อง บีก็ไม่รู้จะยังไงมันเคลียร์กันไม่ได้ อย่ามามองบีไม่ยอมไปเคลียร์ พูดเลยอย่าดัดแปลง" "ประเด็นหลักไม่ได้เอาข้อหาหมิ่นประมาท เค้าจะฟ้องก็เรื่องของเค้า บีไม่กลัวค่ะ พูดเลยอย่ามาขู่ บีไม่ใช่เป็นคนปัญญาอ่อนที่ต้องมาโพสต์ลงไอจีนะ มีอะไรก็พูดไปเลย ให้ชัดเจนให้เป็นคลิป จะได้เคลียร์ไปเลยจบ" ขอขอบคุณภาพจาก IG @yoyossavadee บี ลั่น ไม่ใช่คนปัญญาอ่อน!! เที่ยวระบายลง IG บี ลั่น ไม่ใช่คนปัญญาอ่อน!! เที่ยวระบายลง IG ขอเป็นครั้งสุดท้าย!! โย ระบายลง IG จากใจจริง

สนช.ผ่านร่าง กม.สื่อลามกอนาจารเด็ก-เพิ่มโทษคุก10 ปี
กฏหมายสื่อลามกอนาจารเด็ก /  สนช. / 

สนช. ผ่านร่างกฏหมายสื่อลามกอนาจาร กำหนดความผิดผู้ค้า-ครอบครอง-ผลิตสื่อลามกอนาจารเด็ก เพิ่มโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี วันที่ 14 พ.ค.58 การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ(กมธ.)ได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการกำหนดความผิดเกี่ยวกับครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก ทั้งเพื่อการค้า แจกจ่าย การแสดงอวดแก่ประชาชน การผลิต ครอบครอง นำเข้าหรือส่งออกราชอาณาจักร ขณะที่ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานกมธ. ชี้แจง ได้แก้ไขคำนิยาม"สื่อลามากอนาจารเด็ก" เพื่อให้เกิดการตีความที่แคบลงในการใช้ดุลยพินิจของชั้นสอบสวนและชั้นศาล ให้เป็นแนวทางเดียวกัน จากเดิมที่ใช้คำจำกัดความจนเกิดการตีความที่กว้างเกินไป ทำให้กระบวนการทางคดีไม่ทันกับเหตุการณ์และเกิดผลร้ายกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ อันเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันกับการกำหนดคำนิยาม โดยให้ใช้คำที่ครอบคลุมสื่อลามกอนาจารเด็ก ทั้งในแง่ของวัตถุหรือสิ่งที่แสดงหรือสื่อไปในทางลามกอนาจาร นอกจากนี้ ยังเห็นชอบในการแก้ไขของคณะกรรมาธิการที่เพิ่มข้อความในมาตรา 287/1 การมีสื่อลามกอนาจารไว้ในครอบครอง และให้คงมาตรา 287/2 ไว้ตามร่างเดิมเกี่ยวกับการมีสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อการค้าการเผยแพร่ พร้อมทั้งแก้ไขเพิ่มโทษจำคุก จากไม่เกิน 7 ปี เป็นตั้งแต่ 3- 10 ปี และโทษปรับจากไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท เป็นหกหมื่น-สองแสนบาท และให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยหลังจากพิจารณาเรียงตามมาตราแล้ว ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไปด้วยเสียง 193 ต่อ 1 งดออกเสียง 2 MThai News

น้องโพสต์แฉ หลังพี่สาวถูก รปภ. คอนโดบุกห้อง
คอนโด /  ตึกคอนโด / 

เอพีโพสต์แจงกรณีรปภ.เข้าห้องลูกค้าคอนโดหรู อยู่ในรับผิดชอบของคณะนิติฯและบ.รักษาความปลอดภัย ทั้งน้องชายผู้เสียหายระบายลงโซเชียล จากกระแสในโลกออนไลน์ กรณีที่มีการแชร์เรื่องราว ผู้พักอาศัย คอนโดแห่งหนึ่ง ถูก รปภ.แอบไขกุญแจเข้าห้อง เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นที่ตื่นตัวและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชาวโซเชียล จากนั้นมีผู้ใช้งานพันทิปรายหนึ่งแจ้งข้อมูลว่า ทางเอพีฯ รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้วและได้ติดต่อหาลูกค้าทันทีที่ทราบเรื่อง ทั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการนิติบุคคลและบริษัทรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเอพีฯ ได้ส่งมอบส่วนกลางและการบริหารจัดการให้กับคณะกรรมการนิติบุคคลแล้ว ซึ่งคณะกรรมการนิติฯและเจ้าของร่วมได้คัดเลือกและจัดจ้าง บริษัท M Management ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกค้า นอกจากนี้ น้องชายเจ้าของห้องได้โพสต์เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว ระบุว่า เมื่อวานนี้ 21/5/2558 ทางคอนโดได้เชิญ ผู้ร้าย(รปภ.) และ ครอบครัวผม พร้อมกับลูกบ้านในคอนโด มาเล่าเรื่องราวให้ฟัง โดยพี่สาวคนโตเล่าให้ฟังว่ารปภ. คนนี้แอบอ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ และ เห็นคีย์การ์ดแม่บ้านวางอยู่จึงหยิบไป (Keycardแม่บ้านขึ้นได้ทุกชั้น) เพื่อต้องการไปยืมเงินเพื่อนที่ห้อง 458 ชั้น 42 (แต่ผมอยู่ห้อง 557 ชั้น 42) ซึ่งความจริงห้อง 458 นั้นอยู่ชั้น 36 พอเอา Keycard ไปตรวจสอบ ปรากฏว่าไม่ใช่ครับ มันคือ Keycard ที่เคยหายไปนานแล้วตอนที่ Condo มีการซ่อมแซม เขาเลยให้ Keycard กับช่างซ่อม Condo เพื่อไปซ่อมงานแต่มันได้หายไป1ใบ ซึ่งหายไปนานแล้ว ตอนที่เอาไปเช็ค Record การ์ดใบนี้ได้มีการใช้ขึ้นชั้น 42 เวลา ตี 4-5 และ หลังจากเกิดเรื่อง การ์ดใบนี้ถึงพึ่งโดน deactivate ให้ใช้การไม่ได้ ตอนนี้ทางเรากังวลเรื่องความปลอดภัยมากกว่าสิ่งใด ทั้ง 2 บริษัท โดย ได้ออกมาบอกขอแก้ตัว จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ให้คนอาศัยรู้สึกปลอดภัย พอถามว่าจะทำยังไง เค้าก็บอกจะเพิ่มยาม และ การตรวจอาคารต้องให้ช่างของนิติฯ(M-management)เดินประกบด้วยทุกครั้ง คือ ผมอยู่คอนโดนี้มานานพอสมควร ผมรู้ครับว่าเค้ารัดกุมเรื่องคนภายนอกที่จะเข้าออก แต่ปัญหามันอยู่ที่คนใน  ผมคงไม่สามารถมั่นใจได้ว่า การที่คุณมาเดินตรวจตรากับช่างของนิติฯ แล้วจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ซึ่ง ขนาดตอนเกิดเหตุ ช่างของนิติฯที่มีหน้าที่ต้องเฝ้าดูหน้าจอ Monitor ยังหายไปไหนไม่รู้ ผลที่ได้คือไม่มีการช่วยใดๆ ซ้ำร้ายยังถูกคนร้ายลวงให้ขึ้นไปดูอีกรอบ แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆจากฝ่ายนิติฯ แล้วถ้าสมมุติ เกิดฝ่าย รปภ. กับ ช่างของนิติฯ ร่วมมือกันละ? คุณคัดกรองคนที่สมัครเป็น รปภ.(G4S) เข้มงวดแค่ไหน? ส่วน รปภ.คนร้ายได้ถูกล๊อคตัวที่บ้าน และ พาไปหาตำรวจเพื่อมอบตัวที่ สน.มักกะสัน รวมทั้ง จะฝากขังในช่วงเย็นแต่ปรากฏว่าต้องได้หมายศาลจึงจะฝากขังได้เลยให้กลับมาก่อนพรุ่งนี้ค่อยพาไปใหม่ ตอนนี้เลยมีการควบคุมและเฝ้าไว้ที่นิติฯครับ สภาพจิตใจพี่สาวผมตกต่ำลงเรื่อยๆ พี่สาวผมสองคน จบจากอเมริกาทั้งคู่ ไม่ว่าจะ กฏหมาย หรือ การรับผิดชอบของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่นั้นต่างกับที่นี้ราวฟ้ากับดินครับ  พี่สาวผมทั้งสองคนอยู่ที่อเมริกามาตั้งแต่เด็ก กลับมาไทยเนื่องจากจะมาช่วยธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเปิดบริษัทใหม่ แต่ตอนนี้ต้องมาเสียทั้งงาน ทั้งเงิน ทั้งเวลา ไหนจะต้องมาระแวง ไม่กล้าไปไหน อยากถามตัวคนร้าย และ คนที่ช่วยเหลือคนร้าย(ไม่ว่าจะมีหรือไม่นะครับ) ว่าถ้าเรื่องนี้เกิดกับ พี่สาว น้องสาว แท้ๆ หรือ แม่ ของคุณ คุณจะทำยังไง แค่ตอนที่ผมรู้เรื่อง ตอนขับรถจากมหาลัยเอแบคไปคอนโด มือผมนี้เย็นและสั่นไปด้วยความโกรธ แต่ผมเคารพกฏหมายครับ ทุกอย่างต้องว่าตามด้วยเรื่องของกฏหมาย ขอบคุณข้อมูล pantip MThai News

ขอเป็นครั้งสุดท้าย!! โย ระบายลง IG จากใจจริง
โย บี ทะเลาะ /  โย ยศวดี / 

กลายเป็นสงครามธุรกิจนางแบบก้านยาวที่ดูเหมือนว่าจะไม่จบสักที!! ล่าสุดสาว โย ยศวดี ถึงกับระบายลง IG ส่วนตัว ขอเป็นครั้งสุดท้ายที่จะพูดในครั้งนี้ เพราะ เหนื่อยใจ เจอแต่คำถามเดิมๆ ไม่อยากสร้างข่าว โกหก หลอกลวง และพูดมั่วอีกต่อไปแล้ว โดยฝากบอกอีกฝ่าย ให้ละอายในสิ่งที่ทำลงไป หากยังไม่ได้ทำอย่างที่ออกข่าว รับรองถึงตาสาว โย เอาคืนแน่นอน ! "บอกกล่าวครั้งสุดท้ายและให้ตายเถอะค่ะพูดจากใจไม่อยากจะเอ่ยถึงเลยจริง ๆ แต่หงุดหงิดและเหนื่อยใจมาก ๆ งานการท่วมหัวทำหลายอย่างในตอนนี้ แต่ต้องมาเจอคำถามเดิม ๆ ตลอด เป็นคำถามที่ไม่รู้จะอธิบายยังไง! หน้าดิฉันก็ดูเป็นตัวร้ายอยู่แลัวไม่ต้องบอก" "ดิฉันไปทำงานเจอสื่อดิฉันเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องกรณีธุรกิจโยบี เพราะดิฉันไม่อยากโกหกไม่อยากพูดมั่ว ๆ สร้างข่าวไปเรื่อยและก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และก็ไม่อยากพูดตรง ๆ ด้วย เพราะกลัวเค้าขำฟังดูแล้วเหมือนเรื่องเด็กผู้หญิงกลั่นแกล้งอิจฉากันล้วน ๆ ประชาชนก็ด่าว่าพูดแต่เรื่องเดิม ๆ" "พอพูดแบบนี้สื่อก็เข้าใจทำข่าวดิฉันเรื่องอื่นได้ แต่กับคู่กรณีของดิฉัน เธอเลือกจะพูดโคมลอยตลอด พูดไปเรื่อยเหมือนผีเจาะปาก สาดมาให้ดิชั้นต้องกลับมายุ่งกับเรื่องนี้อยู่เรื่อย ๆ ไม่จบไม่สิ้น ทั้งที่จริง ๆ ควรจบไปแลัว ขอพูดผ่านทางนี้นะคะ อยากจะฟ้องก็รีบฟ้องเถอะค่ะ ข่าวที่คุณให้เมื่อวาน เอาจริง ๆ มันผ่านมา 7 เดือนแล้วอายุความมันมีนะคะ นับจากวันที่คิดว่าโดนโกงจริง! ปรึกษาใครมั้ยก่อนให้ข่าว!" "2 เดือนที่แล้วดิฉันเป็นคนเปิดทางให้เองเรื่องฟ้องร้อง เพราะก็รอไม่ไหวแล้วเหมือนกัน จี้จนคุณมาออกมาบอกข่าวว่าฟ้องแน่เอาแน่เอาให้ถึงที่สุด ดิฉันก็ดีใจ แต่ก็รออยู่ทุกวันนะคะ ตู้ไปรษณีย์ว่างเปล่า คุณมีที่อยู่ถูกต้องมั้ยค่ะ ไม่ถูกจะได้ไลน์บอก!" "คนฟ้องมันต้องเป็นคุณก็ถูกแล้วถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คิดอยู่มันถูกต้อง จัดขึ้นไปเลยนะอย่ามัวแต่ทำลายกันหน้าสื่อเลยค่ะ ดิฉันเลือกที่จะไม่ฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาท เพราะไม่อยากให้ผูกอาฆาตกันไปอยากให้จบดี ๆ นักข่าวเชื่อว่าตอนนี้เรื่องราวอยู่ในกระบวนศาลแล้ว ที่ไหนเมื่อไรคะ? ไม่ได้จะมาแหกหน้าคุณนะ" "แต่นี่คือคำถามที่โครตอยากรู้ ดิฉันติดต่อไปแล้วหลายครั้งผ่านทั้งทนายคุณและเพื่อนชายคุณ ว่าตัวเลขที่คุณเที่ยวไปบอกคนอื่นออกข่าวต่าง ๆ มามันผิดจากคนของคุณที่ส่งมาทำด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้คำตอบกลับใด ๆ ทั้งข้อความและแม้แต่รับโทรศัพท์" "ที่ผ่านมารู้แล้วว่าเป็นไง ไม่มีใครเขาด่านะถ้ามันเป็นการเข้าใจผิดของเรา 2 คน แต่มารับฟังหน่อยเถอะค่ะ จากปากของคุณเองที่ทำร้ายดิฉันไปครึ่งค่อนประเทศ แต่ดิฉันก็อดทนรอนะคะ เชื่อว่าวันนี้ต้องมี ดิฉันไม่เลือกวิธีทำหยาบ ๆ เหมือนคุณ ไม่ต้องรอให้สังคมมาตัดสินเรื่องนี้ ไม่แคร์พวกที่แปรพักตร์เพราะหูเบาใครทำแบบไหนได้แบบนั้น คนที่เชื่อเรื่องเน่า ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่มิตรแท้ก็แค่นั้นจริงๆ" "ขอให้คุณรู้สึกกระดากใจละอายใจบ้างในสิ่งที่ทำ ฉันก็อยากใช้เงินของฉันนะถ้าคุณไม่อยากก็บอกมาตรง ๆ เดี๋ยวบริจาคได้!! ถ้ายังทำไม่ได้อย่างที่ออกข่าว จะถึงตาดิฉันละนะ! เรื่องหอยมดอย่าขยายให้เป็นหอยช้างเลย" ขอขอบคุณภาพจาก IG @yoyossavadee ขอเป็นครั้งสุดท้าย!! โย ระบายลง IG จากใจจริง ขอเป็นครั้งสุดท้าย!! โย ระบายลง IG จากใจจริง ขอเป็นครั้งสุดท้าย!! โย ระบายลง IG จากใจจริง ขอเป็นครั้งสุดท้าย!! โย ระบายลง IG จากใจจริง

รวมเกล็ดความเชื่อ! เมื่อต้องตั้ง ศาลพระพรหม พระภูมิและเจ้าที่
ความเชื่อ /  พราหมณ์ / 

ความเชื่อกับคนไทยเป็นเรื่องที่อยู่คู่กันมานาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่ความเชื่อ ความศรัทธา ที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่เลือนหายไป โดยเฉพาะการตั้งศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม หรือศาลเจ้าที่ ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกที่ในเมืองไทย การตั้งศาลเหล่านี้เกิดจากหลายเหตุผล มีทั้งที่เชื่อด้วยตัวเองตั้งแต่แรก และบางท่านอาจจะมีปัญหาต่างๆรุมเร้า เช่นสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง ครอบครัวไม่มีความสุข มีแต่เรื่องทุกข์ใจ บ้านร้อนดั่งไฟ คนในบ้านทะเลาะกัน  หรือธุรกิจที่ทำอยู่กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ซึ่งไม่ว่าคุณจะมีจุดเริ่มต้นเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายต่างก็ต้องการที่พึ่งทางจิตใจเหมือนๆกัน การตั้งศาลจึงเป็นทางออกที่หลายท่านเลือกที่จะทำ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยพราหมณ์ที่มีความรู้ ความชำนาญอย่างแท้จริง เพื่อที่จะช่วยให้พิธีมีความศักดิ์สิทธิ์และเห็นผล! หลายท่านอาจยังไม่เคยทราบว่าใต้ฐานของ ศาลพระพรหม และพระภูมินั้น มีการนำไม้มงคล 9 อย่าง, แผ่นนาคเงิน นาคทอง และพลอยนพเก้าลงไปด้วย เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับเจ้าของบ้านและธุรกิจที่ทำอยู่ให้เจริญมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลย คือการหมั่นดูแลเอาใจใส่ เปลี่ยนน้ำ เปลี่ยนผลไม้ของไหว้ และรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เพราะหากต้องการให้ท่านมาปกป้องคุ้มครองคุณจะต้องไม่ลืมที่จะให้ความเคารพจากใจจริงเสียก่อน เปรียบเสมือนเราสร้างวิมานให้เทพอยู่ จึงต้องดูแลเป็นอย่างดี ข้อห้ามในการตั้งศาลนั้น ความจริงแล้วมีมากมายหลายสิบข้อ แต่ที่เป็นพื้นฐานหลักที่ไม่ควรทำคือ 1. ห้ามตั้งศาลไว้ทางทิศตะวันตก 2. การทำบันไดฐานให้ศาล จำนวนขั้นควรเป็นเลขคี่ 3. ห้ามตั้งวางศาลในพื้นที่ใต้คานหรือเสาเด็ดขาด เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ขอบคุณรูปภาพจาก : ร้านศาลพระภูมิ อินทรศิลป์

ผบช.น.ส่งสำนวนบึ้มศาลอาญาฟ้อง20ผู้ต้องหา
ระเบิด /  ระเบิดศาลอาญา / 

ผบช.น.ส่งสำนวนคดีปาระเบิดศาลอาญาให้อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 20 คน 10 ข้อหา ระบุมั่นใจในสำนวน เผยจับแล้ว 16 ยังหลบหนีอีก 4 วันที่ 19 พ.ค. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) นำสรุปสำนวนการสอบสวนคดีปาระเบิดศาลอาญา รัชดาภิเษก พร้อมคำร้องฝากขังศาลผลัด 6 ส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งคดี หลังพนักงานสอบสวนสน.โชคชัย และสน.พหลโยธิน มีความเห็นส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 20 คนในข้อหาต่างๆ 10 ข้อหา อาทิ ข้อหาร่วมก่อการร้าย ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น โดยมีนายพิบูลย์ จตุพัฒนกุล รองเลขานุการอัยการสูงสุด เป็นผู้รับมอบมอบสำนวนการสอบสวนจำนวน 2 แฟ้มกว่า 3,000 หน้าผ่านนายพิบูลย์ จตุพัฒนกุล รองเลขานุการอัยการสูงสุด โดยพล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุว่า มั่นใจในสำนวนคดี เนื่องจากอัยการสูงสุด ได้ส่งตัวแทนร่วมทำสำนวนอย่างละเอียด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลทหารว่า ยังมีข้อสงสัยใดในสำนวนหรือไม่ ด้านนายพิบูลย์ตัวแทนอัยการสูงสุด กล่าวว่า รับสำนวนและเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณา ก่อนจัดตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาสำนวน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนฝากขังผลัดสุดท้าย ซึ่งคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหารวม 20 คน จับกุมแล้ว 16 คน หลบหนี 4 คน ประกอบด้วย คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน นายวิระศักดิ์ โตวังจร นายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร และเยาวชนอายุ 17 ปี บุตรชายของนางสุภาพร มิตรอารักษ์ ผู้จ้างวาน ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @fm91trafficpro MThai News

5 สถานที่ท่องเที่ยวในปีนัง ที่คุณไม่ควรพลาด
เที่ยวปีนัง /  เที่ยวมาเลเซีย

วันนี้มัชรูมทราเวลก็มีบทความท่องเที่ยวดี ๆ มาฝากเช่นเคย ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พาทุกท่านไปทัวร์ดินแดนอาทิตย์อุทัยกันบ่อยครั้งแล้ว คราวนี้เราจะลองเปลี่ยนมาเที่ยวพื้นที่ใกล้ๆ บ้านเรากันบ้าง สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากด้ามขวานของเรานี่เองค่ะ ใช้เวลาบินไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว โดยปัจจุบันที่นี่ถูกเรียกขานว่าเป็นไข่มุกแห่งตะวันออกด้วยความโรแมนติกและความสวยงามของบ้านเรือนสิ่งก่อสร้าง ซึ่งที่นั่นก็คือ “ปีนัง” นั่นเอง 5 สถานที่ท่องเที่ยวในปีนัง ที่คุณไม่ควรพลาด โดยเกาะปีนังมีชื่อตามมาภาษามาเลย์เรียกว่าปูเลาปีนัง อีกทั้งยังมีสถานะเป็น 1 ใน 13 รัฐของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย และมีจอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐ ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่ปีนังคุณสามารถหาสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ได้มากมาย เนื่องจากที่ปีนังนั้นถือว่ามีความหลากหลายทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวทั้งจากแหล่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงสถานที่ช้อปปิ้งให้คุณได้เพลิดเพลินกับการจับจ่ายสินค้าคุณภาพดีแต่มีราคาที่ถูกเหลือเชื่อ ทั้งนี้หากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสมาเที่ยวปีนังสักครั้ง 5 สถานที่ดังต่อไปนี้ที่คุณไม่ควรพลาด มิฉะนั้นอาจเรียกว่ามาไม่ถึงปีนังก็ว่าได้ 1. วัดเก็กล๊อกซี วัดเก็กล๊อกซีเป็นวัดที่ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางเมืองปีนังที่เด่นสะดุดตาด้วยโคมไฟที่แขวนประดับไว้อยู่ทั่ววัด และจะส่องแสงสวยงามเป็นพิเศษในเวลาค่ำคืน โดยวัดแห่งนี้สร้างในแบบของสถาปัตยกรรมจีน มีจุดเด่นคือเจดีย์สูงซึ่งมีลิฟท์ให้บริการนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามรอบๆ เกาะบนชั้นบนสุดได้ ทำให้วัดเก็กล๊อกซีกลายเป็นวัดยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวเมืองปีนัง รวมถึงมาไหว้พระขอพรกับองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ได้ชื่อว่าเป็นรูปปั้นสีบรอนซ์ขนาดใหญ่ที่สวยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ว่าได้ นอกจากนั้นภายในรอบๆ บริเวณวัดยังมีร้านค้ามากมายที่ทางวัดจัดขึ้น โดยมีขายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับประเภทต่างๆ จากหยก เครื่องราง ตลอดจนของที่ระลึกอีกมากมายหลายอย่าง 2. จอร์จทาวน์ จอร์จทาวน์เป็นเมืองหลวงของรัฐปีนังแห่งมาเลเซีย ที่ได้รับการแต่งตั้งและยกย่องให้เป็น 1 ในมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ร่วมกับเมืองมะละกาในเดือนกรกฎาคม 2551เนื่องมาจากมีภูมิสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่งดงามทรงคุณค่ามากมายหลายแห่ง อย่างเช่น  คฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อ ป้อมปราการคอร์นเวลลิส และวัดเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น นอกจากนั้นภายในเมืองจอร์จทาวน์ยังมีการอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนหลายๆ แห่ง โดยเฉพาะอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ชิโน-โปรตุกีส สร้างบรรยากาศให้เมืองแห่งนี้มีความขลังในเสน่ห์ของเมืองเก่ามากยิ่งขึ้น 3. บาตูเฟอรินกิ บาตูเฟอรินกิคือชายหาดที่สวยงามจนได้รับความนิยมมากที่สุดในปีนัง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองจอร์จทาวน์ ซึ่งชายหาดแห่งนี้มีชื่อเสียงด้วยเรื่องของกิจกรรมบนชายหาดและทางทะเลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอาบแดด เล่นกระดานโต้คลื่น พายเรือแคนู พาราเซลลิง ฯลฯ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีรีสอร์ทที่มีมาตรฐานระดับโลกให้บริการอยู่หลายแห่งเรียงรายไปจนสุดชายหาด เรียกความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติปีละหลายแสนคน ทั้งนี้ในช่วงเย็นหลังพระอาทิตย์ตกดิน ชายหาดบาตูเฟอรินกิก็จะเต็มไปด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานครึกครื้นไปด้วยร้านขายสินค้ากลางแจ้งทุกชนิด ตั้งแต่ของที่ระลึกราคาถูก งานฝีมือ ไปจนถึงสินค้าหรูหราไฮโซเลยทีเดียว ซึ่งผิดกับตอนช่วงกลางวันที่มีบรรยากาศอันเงียบสงบยิ่งนัก 4. สวนผีเสื้อปีนัง และสวนพฤกษชาติปีนัง หลังจากเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในปีนังแล้ว ก็มาถึงคิวของสวนพฤกษศาสตร์ปีนัง ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองจอร์จทาวน์ ที่นี่เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง และเป็นที่รู้จักกันในนามของสวนน้ำตก เนื่องจากมีน้ำตกอยู่หลายแห่ง อีกทั้งยังเต็มไปด้วยภาพของเหล่าต้นไม้และดอกไม้หลากหลายพันธุ์และสีสันที่เหมาะสำหรับการเซลฟี่เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากที่นี่ยังมีสถานะเป็นศูนย์วิจัยเพื่อการเพาะปลูกพืชจากประเทศต่างๆ ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกแห่งภายในปีนัง นั่นก็คือสวนผีเสื้อปีนัง ที่มีผีเสื้อมากกว่า 4,000 ตัว แบ่งออกเป็นทั้งหมด 120 สายพันธุ์ด้วยกัน 5. วัดไชยมังคลาราม วัดไชยมังคลารามเป็นวัดไทยที่สำคัญและเก่าแก่ในเกาะปีนัง โดยตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดพม่าธรรมิการามซึ่งเป็นวัดพม่าที่มีชื่อเสียงเช่นเดียวกัน วัดไชยมังคลารามถือเป็นวัดที่เป็นดั่งศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและชาวพุทธมาเลเซียเชื้อสายไทยมาเป็นเวลากว่า 96 ปี ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลไหนๆ ของไทย ก็มักจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ที่วัดนี้เป็นประจำ ทั้งเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ เป็นต้น นอกจากนั้นสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดภายในวัดแห่งนี้ก็คือรูปปั้นพระพุทธไสยาสน์ที่ตั้งอยู่ในศาลหลักซึ่งมีความยาวถึง 33 เมตรนั่นเอง รวมถึงศิลปกรรมของวัดไชยมังคลารามที่สร้างโดยการผสมผสานกันระหว่างศิลปะแบบไทย พม่า และจีนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้ดูแปลกตากว่าวัดไทยทั่วๆ ไปเป็นอย่างมาก ถือเป็นอีกสถานที่ในปีนังที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เป็นอย่างไรบ้างคะคุณผู้อ่านสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 5 แห่งของเกาะปีนังที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากทุกท่านในครั้งนี้ หวังว่าคงจะน่าสนใจและกระตุ้นความอยากเที่ยวของทุกท่านไม่มากก็น้อยนะคะ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าท่านจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็แล้วแต่ และไม่ว่าจะเดินทางเที่ยวเองหรือไปกับทัวร์ก็ตาม ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยและมีความสุขไปกับทุกทริปนะคะ บทความจาก : มัชรูมทราเวล

บุกร้องบิ๊กตู่! จี้เอาผิดตร.กองปราบฉกเพชร6ล. แฉส่งไลน์ขู่ฆ่า
ขโมยเพชร /  ฉกเพชร / 

นักธุรกิจสาวบุกทำเนียบร้องบิ๊กตู่ จี้สอบวินัยตร.กองปราบ ฉกเพชร-ทองคำของกลาง17 รายการ มูลค่า 6ล้าน นาน2ปี แฉส่งภาพฆ่าหั่นศพข่มขู่ วันที่ 15 พ.ค. น.ส.จีระพันธ์ จุลพันธ์ เจ้าของธุรกิจค้าขายเพชร-ทองคำ เขตภาษีเจริญ พร้อมครอบครัว เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ช่วยติดตามทวงถามเพชรและทองคำของตัวเองจำนวน 17 รายการมูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท จากกองปราบปรามที่มีร.ต.ท.สมโชค ปานพิมพ์ พนักงานสอบสวนอายัดไว้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2556 ในคดียักยอกทรัพย์ จนขณะนี้ 2 ปีผ่านไป เพชรและทองคำจำนวนดังกล่าว ไม่มีการนำกลับเข้ามาสู่สำนวนคดีแต่อย่างใด โดยน.ส.จีระพันธ์ เปิดเผยว่า ตนสงสัยพฤติกรรมของร.ต.ท.สมโชคที่อายัดเพชรไว้ ที่โรงจำนำแห่งหนึ่งย่านบางแค และตนก็ได้โต้แย้งสิทธิ์ว่า นี่คือเพชรของตนและขอให้นำเพชรไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ และยังพบด้วยว่า มีการปลอมแปลงลายเซ็นต์ตน ทำการไถ่ถอนเพชรออกมาบางส่วน โดยอ้างว่าเพื่อประกอบคดีและได้ตัดต้นขั้วตั๋วจำนำเพชร 17 รายการทิ้ง แต่มีการทำรายการสิ่งของเพียง 15 รายการเท่านั้น จากนั้นมีการเปลี่ยนให้บุคคลนำเพชรที่ไถ่ถอนออกมากลับไปจำนำไว้คืน แล้วก็ปล่อยให้หลุดจำนำ จนมีการนำไปขายทอดตลาด นั่นเท่ากับว่าเพชรจำนวนดังกล่าว ไม่มีการนำกลับเข้ามาสู่สำนวนคดีแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับร.ต.ท.สมโชค ซึ่งคดีอยู่ในชั้นศาลแล้ว และศาลได้รับคำร้องเพราะคดีมีมูล นอกจากนี้ ตนยังได้ร้องเรียนและติดตามเรื่องที่กองปราบปรามเป็นระยะ แต่ก็ถูกขอร้องว่าอย่าแจ้งความ นอกจากนี้ ยังนายตำรวจคนดังกล่าวข่มขู่หลังจากได้ดำเนินคดี โดยส่งภาพการฆ่าหั่นศพมาหลายภาพมาในโทรศัพท์ผ่านไลน์ ทั้งนี้ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยติดตามเพชรจำนวน 17 รายการที่หายไป กลับเข้ามาสู่สำนวนการสอบสวนที่ตนถูกกล่าวหา และขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายตำรวจคนดังกล่าว ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

SM. ยัน คริส, ลู่หาน ยังอยู่ในสังกัด - ขู่ฟ้องเหล่านายจ้างที่ประเทศจีน
EXO /  EXO-M / 

SM Entertainment เผยแถลงการณ์ยืนยัน คริส และ ลู่หาน ยังถือเป็นศิลปินในสังกัด - ขู่! ฟ้องสองไอดอล EXO รวมทั้งบริษัทนายจ้างในประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ SM Entertainment ได้เผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ คริส และ ลู่หาน "ในฐานะต้นสังกัดของ คริส (อู๋อี้ฟาน) และ ลู่หาน สมาชิกของวง EXO ทางเราจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับ ลู่หาน และสองบริษัทผู้ว่าจ้างให้ลู่หานเป็นพรีเซ็นเตอร์ของผลิตภัณฑ์ โดยการดำเนินคดีของเราได้ผ่านการพิจารณาจากศาลในประเทศจีนแล้วและถือว่าเกี่ยวข้องกับคดีละเมิดสัญญา ซึ่งศาลประชาชนของปักกิ่งได้รับคำฟ้องอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา" SM Entertainment กล่าวต่ออีกว่า "สัญญาระหว่าง SM. กับ ลู่หาน และ คริส นั้นยังมีผลคงอยู่จนกว่าทางศาลจะพิจารณาตัดสินจนถึงที่สุด เพราะฉะนั้นการกระทำที่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาและการถ่ายทำภาพยนตร์นั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นการละเมิดสัญญาอย่างชัดเจน และเราก็วางแผนว่าพวกเขาจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวด้วย" อนึ่ง หลังจากยุติบทบาทในการเป็นสมาชิกของวง EXO ไปเมื่อปีที่แล้ว ทั้ง คริส และ ลู่หาน ก็ต่างยุ่งเหยิงกับการรับงานในวงการบันเทิงที่ประเทศจีนซึ่งเป็นบ้านเกิดของทั้งคู่ โดยเมื่อไม่กี่วันก่อน ทางศาลประเทศเกาหลีใต้ก็เพิ่งเผยแถลงการณ์ให้ทั้งสองไอดอลและ SM Entertainment หาทางออกของปัญหาร่วมกัน ก่อนที่จะต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย. ข้อมูลจาก enews ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com