ศาลฏีกา

'จิตวิญญาณไม่ได้มีไว้ขาย' ซัด นสพ.พาดหัว ไร้จรรยาบรรณ
พาดหัวข่าว /  สะเทือนใจ / 

'จิตวิญญาณไม่ได้มีไว้ขาย' ซัด นสพ.อุบาทว์ พาดหัว ไร้จรรยาบรรณ วันนี้(20 ก.พ.) แฟนเพจ จริยธรรมวารสารศาสตร์ ได้เผยแพร่บทความของนายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประธานกรรมการวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เขียนถึงกรณีที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัด ลำปาง มีการ พาดหัวข่าวแบบไร้จรรยาบรรณ โดยระบุว่า เป็นพาดหัวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่ง ซึ่งยังไม่เห็น ‘โปรยข่าว’ (lead) และ ‘เนื้อข่าว’ (body) ว่าเสนออย่างไร แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากจาก ‘พาดหัว’ เพราะเป็นส่วนย่อที่สุดของข่าว มองการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนที่อาจอ้างได้ว่า 1) เป็นเรื่องที่ต้องถ่ายทอดให้สังคมได้รับรู้ จะได้ระมัดระวังดูแลลูกหลาน และ 2) พาดหัวด้วยผลจากการกระทำของผู้ต้องหา ก็เพื่อสื่อสารความผิดปกติที่ต่างไปจากคนทั่วไป อันเป็นภัยร้ายของสังคมปัจจุบันเป็นเหตุผลสองข้อที่ผู้รับผิดชอบสื่อชื่อฉบับนี้ อาจนำมาใช้ตอบสังคม อย่างไรก็ตามทุก ‘หน้าที่’ย่อมมี‘ความรับผิดชอบ’ควบคู่ไปด้วยเสมอไม่เว้น ‘สื่อมวลชน’ซึ่งเมื่อมองความรับผิดชอบแล้ว มีข้อพิจารณา ดังนี้ 1.) ‘ไอ้บ้ากาม’ที่สื่อความหมายถึงภาวะทางจิตของผู้ต้องหานั้น เมื่อเป็นข่าว ยังคงต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง แม้จะมีข้อถกเถียงกันบ่อยครั้งในหมู่นักวิชาการและนักวิชาชีพถึงการใช้ถ้อยคำบนพาดหัว ซึ่งฝ่ายวิชาชีพเห็นว่าควรยกไว้บ้าง เพราะเป็นส่วนที่เรียกความสนใจผู้อ่านเป้าหมายบนแผงหนังสือ ด้วยเหตุนี้ จึงมักพบพาดหัวเชิงตัดสินในสื่อกระแสหลัก เช่น ‘ไอ้หื่น’ ซึ่งหนังสือพิมพ์กระแสหลักฉบับหนึ่งเคยพาดหัวเรียกคนขับรถสามล้อเครื่อง (ตุ๊กตุ๊ก) ที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงด้วยคำว่า ‘ไอ้หื่น’ ซึ่งต่อมา พิสูจน์ได้ว่า ผู้ขับรถตุ๊กตุ๊กซึ่งถูกหนังสือพิมพ์พิพากษาไปแล้วนั้น ‘บริสุทธิ์’ แต่หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว มิได้มีคำขอโทษคนขับรถตุ๊กตุ๊กผู้นั้นแต่ประการใด ส่วนกรณีเด็กผู้เคราะห์ร้ายนี้ แม้ต่อไป กระบวนการยุติธรรมอาจพิพากษาผู้ต้องหาว่าผิดจริง กระนั้น การชิงตัดสินก่อนศาลก็เป็นปัญหาทั้งเชิงกฎหมายและเชิงจริยธรรม 2) ‘เด็กหญิง 3 ขวบ’ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ของสหประชาชาติ ที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันไว้เมื่อปี ๒๕๓๕ และออกกฎหมายรองรับ ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ด้วยเหตุนี้ การพาดหัวที่อธิบายรายละเอียดของเด็กที่ถูกกระทำ นอกจากหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายแล้ว ยังอ่อนไหวต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพในการเสนอข่าวหรือภาพใด ๆ หนังสือพิมพ์ต้องคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส และต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่เด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาสนั้น ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง (ข้อ 15ข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2541) 3. การพาดหัวด้วยถ้อยคำแสดงการกระทำต่อเด็กผู้เคราะห์ร้าย ยังขัดแย้งต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพที่ระบุว่า พาดหัวข่าว โปรยข่าว หรือการนำเสนอรายละเอียดของเนื้อหาข่าวผู้หญิงและเด็กที่ถูกละเมิดทางเพศ จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง ทั้งในเรื่องการใช้ภาษาและการคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และไม่ตอกย้ำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับทัศนคติเรื่องเพศอันเนื่องมาจากการละเมิดทางเพศนั้น (แนวปฏิบัติสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เรื่องการเสนอข่าวและภาพข่าวผู้หญิงและเด็กถูกละเมิดทางเพศ พ.ศ.2549) . 4. แม้อาจไม่ลงภาพเด็ก หรือลงแบบปิดหน้า แต่การลงภาพและชื่อนามสกุลตาของเด็กผู้เคราะห์ร้าย ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทราบว่า เด็กผู้เคราะห์ร้ายนั้นเป็นใคร ข้อนี้ก็เป็นเรื่องอ่อนไหวเชิงจริยธรรมเช่นกัน สรุปได้ว่า เป็นเจตนาขายข่าวที่หวังผลทางการตลาด โดยไม่คำนึงถึงวันหนึ่งข้างหน้าว่าข่าวนั้น จะกลับไปทำร้ายเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ในวิชาชีพหนังสือพิมพ์ เราขายข่าวก็จริง แต่เราจักไม่ยอมขาย ‘จิตวิญญาณ’ เป็นอันขาด บรรยงค์ สุวรรณผ่อง กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประธานกรรมการวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ที่มา  แฟนเพจ จริยธรรมวารสารศาสตร์ MThai News

ต่อเนื่อง! ตำรวจ แจงยิบแถลงโต้ ไม่ได้ยัดยานักข่าว
ตำรวจยัดยา /  พัทยา / 

ต่อเนื่อง! ตำรวจ ออกแถลงโต้ ไม่ได้ยัดยานักข่าว วันนี้(2 มี.ค.) แฟนเพจ Thailand Police Story ได้รายงานว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา กวดขันวินัยจราจรและเรียกตรวจรถมอเตอร์ไซค์หลายคันตามปกติ รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ของนายทิวากร กฤษมณี (นักข่าวพัทยา) ด้วยเช่นกัน แต่ปรากฎว่ามีถุงยาไอซ์อยู่บนพื้นถนนใกล้กับนายทิวากร อาสาสมัครพบเห็นจึงแจ้งกับตำรวจว่าสงสัยจะมีคนโยนทิ้งไว้เนื่องจากกลัวเมื่อเข้าด่าน ซึ่งการทำหน้าที่ตำรวจและอาสาก็มีสิทธิที่จะสงสัยหรือตรวจสอบบุคคลได้ เนื่องจากอยู่ใกล้กับนายทิวากร เพียงแต่อาสาสมัคร ด้วยวุฒิภาวะอาจจะใช้คำพูดไม่ถูก ฟังแล้วไม่เข้าหู ทำให้นายทิวากรรู้สึกโกรธและรู้สึกตนเองถูกใส่ร้าย ซึ่งตำรวจเองก็ไม่ได้เชื่อถือว่ายานั้นจะต้องเป็นของนายทิวากร การจะเอาผิดกับใครได้นั้น ต้องมีหลักฐานที่หนักแน่น ทั้งตรวจผลปัสสาวะร่วม ตรวจประวัติคดีย้อนหลัง และการวินิจฉัยของศาลด้วย ไม่ใช่คนบริสุทธิ์จะถูกยัดยาแล้วติดคุก และที่สำคัญตำรวจเองก็ไม่ได้เห็นว่าใครโยน ยังไงก็เอาผิดไม่ได้ "....ที่อธิบายมาเพราะ Admin เองก็เคยมีประสบการณ์บ่อยครั้ง ที่คนร้ายแอบโยนห่อยาเสพติดถุงเล็กๆทิ้ง ตอนที่กำลังเดินเข้าไปตรวจค้น ตำรวจต้องหูไวตาไว กรณีตำรวจพัทยานั้น ได้เรียกตรวจสอบรถมอเตอร์ไซค์หลายคัน ก็เป็นไปได้ที่จะมีคันหนึ่งกลัวการเข้าด่านแล้วแอบโยนทิ้ง โดยตำรวจไม่ทันเห็น ซึ่งเมื่อรถของนายทิวากรเข้ามาจอดเทียบพอดี ทำให้อาสาสมัครสงสัยในตัวทิวากรได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นของนายทิวากร..." MThai News

ศาลพิพากษา 'พงศ์พัฒน์'2คดีจำคุกเพิ่มอีก 15ปี
ซื้อขายตำแหน่ง /  พงศ์พัฒน์ / 

ศาลอาญาพิพากษา จำคุก 10 ปี "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" เรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่ง ส่วนพวกอีก 4 คน สารภาพลดโทษคงจำคุก 6 ปี  โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ในคดีเรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายนายตำรวจ โทษจำคุก 20ปี รับสารภาพลดโทษครึ่งหนึ่ง เหลือ 10 ปี ส่วน พล.ต.ต.โกวิทย์ กับ อดีตนายตำรวจ รวม 4 คน ศาลสั่งจำคุกคนละ 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือคนละ 6 ปี ส่วนคดีเรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน ศาลสั่งจำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ 10 ปี และพวกคนละ 10 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือคนละ 5 ปี แต่เฉพาะ พล.ต.ต.บุญสืบ ศาลลงโทษในข้อหาหมิ่นเบื้องสูงเพิ่ม สั่งจำคุก 5 ปี รวมเป็น 15 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือจำคุก 7 ปี 6 เดือน โดยขณะนี้รวมโทษจำคุกที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ถูกศาลพิพากษาลงโทษในทุกคดีจำนวน 31 ปี 9 เดือน แต่ตามกฎหมายกำหนดให้จำเลยรับโทษจำคุกรวมสูงสุดไม่เกิน 20 ปี ................................................................................................................................................................... ศาลอาญาอ่านคำพิพากษา 'พงศ์พัฒน์'กับพวก 2 คดี ฐานความผิดรับส่วยน้ำมันเถื่อนและเรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่ง เวลา 09.00 น. วันนี้ วันนี้ (26 ก.พ.) ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.โกวิทย์ วงค์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ และข้อหาหมิ่นเบื้องสูง จากกรณี เมื่อเดือน ก.ค. 2557 จำเลยได้ร่วมกัน เรียกรับเงินรายเดือนจากผู้ประกอบการหลายราย ที่ลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง บริเวณน่านน้ำไทย รวมเป็นเงิน 147.4 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่จับกุมผู้ประกอบการ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเงินส่วยที่เก็บไปนั้น เพื่อนำไปถวายให้กับองค์รัชทายาท โดยชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล จำเลยทั้ง3 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยศาลนัดอ่านคำพิพากษา ในวันนี้ เวลา 09.00 น. นอกจากนี้ ศาลยังนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ , พล.ต.ต.โกวิทย์, พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อดีต ผกก.4 ปคบ., ด.ต.สุรศักดิ์ จันเงา อดีต ผบ.หมู่ กก.2 ป. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือ จักรินทร์ เหล่าทอง อดีต ผบ.หมู่ ปพ.ป. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ, ร่วมกันเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น จากกรณีเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 53 - 11 พ.ย. 57 จำเลยทั้ง 5 ร่วมกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผู้กำกับการ 1 กองปราบปรามที่เสียชีวิตแล้ว ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ เรียกรับเงิน จากตำรวจหลายนาย เป็นค่าตอบแทนในการช่วยเหลือให้ได้รับคัดเลือกอยู่ในตำแหน่งสำคัญของ บช.ก. MThai News

น่าสนใจ! ไทม์ไลน์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง
นิยายต่างประเทศ /  แฮร์รี่ พอตเตอร์

วันนี้ทีนเอ็มไทยนำ ไทม์ไลน์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง มาฝากให้เพื่อนๆ อ่านกันค่ะ ขอบอกเลยว่ามันน่าสนใจมาก โดยเนื้อหาไทม์ไลน์ทั้งหมดนี้ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่ปรากฏในงานเขียน เพิ่มเติมจากที่โรวลิ่งโพสต์ในเว็บไซต์ และจากการให้สัมภาษณ์หลายครั้งและจากสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ลองไปดูกันเลยดีกว่า ^^ น่าสนใจ! ไทม์ไลน์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง น่าสนใจ! ไทม์ไลน์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง ประเด็นหลักของเรื่องอยู่ที่ชุมชนผู้วิเศษ ซึ่งมีอยู่ในโลกเดียวกับมักเกิ้ล ชุมชนคู่ขนานเหล่านี้ก็มีสภาพทางภูมิศาสตร์และลำดับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เช่นเดียวกับชุมชนมักเกิ้ล แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกเวทมนตร์อาจเกิดขึ้นโดยอยู่นอกเหนือบันทึกประวัติศาสตร์ของโลก! ที่มาของไทม์ไลน์ - ลำดับเวลาได้ปรากฏถึงข้อบกพร่อง ซึ่งโรวลิ่งเองก็ได้ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เนื่องจากบางครั้งเหตุการณ์ในลำดับเวลาก็มีความขัดแย้งกันเอง หรือไม่เข้ากันได้กับวันที่ปรากฏในปฏิทินกับวันที่เหตุการณ์ระบุไว้ว่าเกิดขึ้น แต่ยังไงแล้วลำดับเวลานี้ก็ได้รับการยอมรับให้เป็นลำดับเวลาที่ใช้ในเนื้อเรื่อง ต่อมาในปี ค.ศ. 2002 โรวลิ่งได้ทบทวนและปรับปรุงแก้ไขหลายครั้งจนกระทั่งเธอเห็นควรให้ใช้เป็นลำดับเวลา "อย่างเป็นทางการ" 382 ปีก่อนคริสตกาล - พ่อมดรู้จักประดิษฐ์ไม้กายสิทธิ์ ตระกูลโอลิแวนเดอร์เป็นตระกูลแรกที่เริ่มกิจการประดิษฐ์ไม้กายสิทธิ์นับแต่นั้นมา ค.ศ. 962 - พ่อมดเริ่มประดิษฐ์ไม้กวาดในการเดินทางได้อย่างแม่นยำ คริสต์ศตวรรษที่ 9/10 - ฮอกวอตส์ได้รับการก่อตั้งขึ้นโดยพ่อมดแม่มดผู้ยิ่งใหญ่สี่คน ได้มีการคัดสรรนักเรียนเข้าโรงเรียน ซัลลาซาร์ สลิธีรินเสนอให้การศึกษาของฮอกวอตส์จำกัดแต่พวกเลือดบริสุทธิ์แต่ไม่สำเร็จ เขาจึงถอนตัวออกจากคณะผู้ก่อตั้ง แต่แอบสร้างห้องแห่งความลับเอาไว้ในโรงเรียนด้วย ช่วงศตวรรษที่ 9 - บารอนเลือด สุภาพสตรีสีเทา และผู้ก่อตั้งทั้งสี่เสียชีวิต ค.ศ. 1163 - ควิดดิชเริ่มแพร่หลาย ทีมพัดเดิล ยูไนเต็ตได้รับการก่อตั้ง ค.ศ. 1203 - ทีมโฮลีเฮด ฮาร์ปีส์ก่อตั้ง ค.ศ. 1296 - พบสัตว์ร้ายมันติคอร์ ภายหลังกระทรวงเวทมนตร์จัดให้เป็นสัตว์อันตราย คริสต์ศตวรรษที่ 13 - เริ่มมีการประลองเวทไตรภาคี ค.ศ. 1325 - นิโคลัส แฟลมเมล นักเล่นแร่แปรธาตุชื่อดังและผู้ประดิษฐ์ศิลาอาถรรพ์เกิด ค.ศ. 1362 - พ่อมดเริ่มเล่นควิดดิชในพื้นที่ที่มีมักเกิ้ลอาศัย สภาพ่อมดจึงสั่งห้ามการเล่นควิดดิชในบริเวณ 50 ไมล์จากชุมชนมักเกิ้ลใด ๆ ค.ศ. 1368 - สภาพ่อมดเพิ่มการสั่งห้ามการเล่นควิดดิชในบริเวณโดยรอบชุมชนมักเกิ้ลใด ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 100 ไมล์ ช่วงศตวรรษที่ 15 - บีเดิลยอดกวีแต่งนิทานเรื่องนิทานของบีเดิลยอดกวี ค.ศ. 1473 - มีการแข่งขันควิดดิชเวิร์ลคัพครั้งแรกในโลก ค.ศ. 1492 - เซอร์ นิโคลัส เดอมิมซี พอร์พิงตัน ถูกประหารชีวิต ในวันที่ 31 ตุลาคม (ผีประจำบ้าน) ค.ศ. 1692 - สหพันธ์พ่อมดนานาชาติจัดการประชุมขึ้นในปีนี้ และทำการตัดสินใจครั้งสำคัญในหลายประเด็น รวมไปถึงการให้สิทธิ์พ่อมดถือไม้กายสิทธิ์ได้ตลอดเวลา และตัดสินใจซ่อนวัตถุเวทมนตร์จากพวกมักเกิ้ล และเป็นปีที่โลกผู้วิเศษแยกตัวออกมาจากโลกของมักเกิ้ลอย่างสมบูรณ์ ค.ศ. 1717 - กระทรวงเวทมนตร์ออกกฎหมายห้ามพ่อมดเสกคาถาโทษผิดสถานเดียว ประกอบด้วย อะวาดา เคดาฟ-รา ครูซิโอ และอิมเปริโอ โดยมีบทลงโทษอย่างเข้มงวดอย่างยิ่ง ค.ศ. 1881 - อัลบัส ดัมเบิลดอร์เกิด ค.ศ. 1883 - เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์เกิด ค.ศ. 1884 - อาเบอร์ฟอร์ธ น้องชายดัมเบิลดอร์เกิด ค.ศ. 1885 - แอรีอานนา น้องสาวดัมเบิลดอร์เกิด ค.ศ. 1899 - เคนดรา แม่ดัมเบิลดอร์ และแอรีอานนาเสียชีวิต ค.ศ. 1907 - เมโรเพ ก็อนท์เกิด ค.ศ. 1925 - มาร์โวโล่และมอร์ฟินทำร้ายทอม ริดเดิ้ล ซีเนียร์ นำไปสู่การถูกจับกุมและการคุมขัง เมโรเพใช้ยาเสน่ห์กับทอม ริดเดิ้ลในระหว่างที่สมาชิกในครอบครัวคนอื่นถูกจำขังอยู่ ทั้งสองแต่งงานกันหนึ่งปีก่อนที่ลูกชายจะเกิด; ฟินิแอส ไนเจลลัสเสียชีวิต ค.ศ. 1926 - 31 ธันวาคม : ทอม มาร์โวโล่ ริดเดิ้ล เกิด เมโรเพ ก็อนท์เสียชีวิต ค.ศ. 1927 - นิวส์ สคาแมนเดอร์แต่งหนังสือสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ค.ศ. 1928 - 6 ธันวาคม: รูเบอัส แฮกริด เกิด ค.ศ. 1935 - 4 ตุลาคม: มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล เกิด ค.ศ. 1938 - อัลบัส ดัมเบิลดอร์ไปพบทอม ริดเดิ้ลในโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า และบอกเขาว่าเขาเป็นพ่อมด ค.ศ. 1942 - ทอม ริดเดิ้ลฆ่าครอบครัวฝ่ายพ่อของตน และขโมยแหวนแห่งสลิธีรินจากมอร์ฟีน ลุงของตน เพื่อทำฮอร์ครักซ์ ภายหลังมอร์ฟีนถูกจับและเสียชีวิตลงในคุกอัซคาบัน ค.ศ. 1943 - ห้องแห่งความลับถูกเปิดออกโดยทอม ริดเดิ้ล และปลดปล่อยสัตว์ร้ายที่ถูกขังอยู่ในนั้น เมอร์เทิลเสียชีวิต เขาป้ายความผิดให้แฮกริด ซึ่งทำให้แฮกริดถูกไล่ออกจากโรงเรียน แต่ทอม ริดเดิ้ลได้รับรางวัลเป็นการตอบแทน ค.ศ. 1945 - ดัมเบิลดอร์สามารถเอาชนะกรินเดลวัลต์ได้ในปีนั้น และเป็นเจ้าของไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ ค.ศ. 1947 - ริดเดิ้ลฆ่าเฮปซิบาห์ สมิธและขโมยล็อกเก็ตแห่งสลิธีรินและถ้วยของฮัฟเฟิลพัฟเพื่อทำฮอร์ครักซ์ ค.ศ. 1949 - มอลลี่ วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1950 - อาเธอร์ วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1951 - เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ เกิด ค.ศ. 1954 - ลูเซียส มัลฟอย เกิด ค.ศ. 1955 - นาร์ซิสซา มัลฟอย เกิด ค.ศ. 1956 - โวลเดอมอร์แต่งตั้งตนเป็นลอร์ดโวลเดอมอร์และครอบงำโลกผู้วิเศษ ค.ศ. 1960 - เจมส์ พอตเตอร์, ลิลี่ พอตเตอร์, รีมัส ลูปิน, ซีเรียส แบล็ก, ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ และเซเวอรัส สเนป เกิด ค.ศ. 1961 - เรกูลัส แบล็ก เกิด ค.ศ. 1962 - บาร์ทีเมียส เคร้าช์ จูเนียร์ เกิด ค.ศ. 1966 - กระทรวงเวทมนตร์เริ่มต่อต้านลอร์ดโวลเดอมอร์ ค.ศ. 1970 - บิล วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1972 - ชาลี วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1973 - นิมฟาดอร่า ท็องส์ เกิด ค.ศ. 1975 - สแตน ชันไพก์เกิด ค.ศ. 1976 - วิกเตอร์ ครัม และ โอลิเวอร์ วู้ด เกิด 22 สิงหาคม ค.ศ. 1976 - เพอร์ซี่ วีสลีย์ เกิด 1 เมษายน ค.ศ. 1978 - เฟร็ดและจอร์จ วีสลีย์ เกิด ค.ศ. 1979 - เรกูรัส แบล็กเสียชีวิตในถ้ำมรณะด้วยกับดักของโวลเดอมอร์และสลับเปลี่ยนล็อกเก็ตโดยของจริงเอาเก็บไว้กับครีเชอร์ ของปลอมถูกทิ้งไว้ที่ถ้ำมรณะ ค.ศ. 1979 - โวลเดอมอร์เรืองอำนาจอย่างยิ่งใหญ่และฆ่าพ่อมดแม่มดจำนวนมาก, เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์เกิด. ซีบิลล์ ทรีลอว์นีย์ทำนายผู้ที่จะปราบลอร์ดโวลเดอมอร์ ค.ศ.1980 รอน วีสลีย์ เกิดในวันที่ 1 มีนาคมเดรโก มัลฟอย เกิดในวันที่ 5 มิถุนายนเนวิลล์ ลองบัตท่อม เกิดในวันที่ 31 กรกฎาคมแฮร์รี่ พอตเตอร์ เกิดในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1981 - โวลเดอมอร์เรืองอำนาจและกำลังจะยึดครองโลกผู้วิเศษ โวลเดอมอร์หวาดระแวงคำทำนายของทรีลอว์นีย์และบุกไปบ้านของพวกพอตเตอร์ในวันที่ 31 ตุลาคม หลังจากฆ่าเจมส์และลิลี่ โวลเดอมอร์สูญเสียพลังอำนาจและสลายไป แฮร์รี่กลายเป็นฮอร์ครักซ์อีกชิ้น ดัมเบิลดอร์ฝากแฮร์รี่ไว้กับครอบครัวเดอร์สลีย์ จินนี่ วีสลีย์ เกิด ซิเรียส แบล็กถูกจับกุม ค.ศ. 1991 - แฮร์รี่เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ ค.ศ. 1992 - แฮร์รี่เผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์ และป้องกันศิลาอาถรรพ์ไว้ได้ ควีเรลล์และนิโคลัส แฟลมเมลเสียชีวิต ห้องแห่งความลับถูกเปิดออกอีกครั้ง และสัตว์ร้ายทำร้ายนักเรียนจำนวนมาก ค.ศ. 1993 - แฮร์รี่ปราบบาซิลิสก์สัตว์ร้ายในห้องแห่งความลับได้ และทำลายสมุดบันทึกของริดเดิ้ล ซิเรียส แบล็กหนีออกมาจากคุกอัซคาบัน ค.ศ. 1994 6 มิถุนายน - แฮร์รี่ช่วยซิเรียสจากผู้คุมวิญญาณ และให้ซิเรียสหนีไปลอร์ดโวลเดอมอร์ฆ่าเบอร์ธา จอร์กินส์ลอร์ดโวลเดอมอร์ฆ่าแฟรงค์ ไบรส์ฤดูร้อน - ไอร์แลนด์ชนะบัลแกเรียในการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพครั้งที่ 422 ผู้เสพความตายบุกที่เวิลด์คัพฤดูใบไม้ร่วง - โลกผู้วิเศษนำเอาการประลองเวทไตรภาคีกลับมาอีกครั้ง ฮอกวอตส์เป็นเจ้าภาพ10 ตุลาคม - แฮร์รี่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนโรงเรียนคู่กับเซดริก ดิกเกอรี่24 พฤศจิกายน - เผชิญหน้าภารกิจแรกการต่อสู้กับมังกร แฮร์รี่และครัมมีคะแนนเท่ากันคือ 40 คะแนนมาเป็นอันดับแรก ค.ศ. 1995 24 กุมภาพันธ์ - การประลองเวทไตรภาคีภารกิจที่สอง ต่อสู้ในทะเลสาบและช่วยตัวประกัน แฮร์รี่และเซดริกคะแนนเท่ากัน 85 คะแนน24 มิถุนายน - การประลองเวทไตรภาคีภารกิจที่สามเขาวงกต ครัมและเฟลอร์ถอนตัวเนื่องจากบาดเจ็บจากภารกิจ แฮร์รี่และเซดริกแตะถ้วยรางวัลพร้อมกัน แต่ถ้วยเป็นกุญแจนำทางทำให้ทั้งสองไปพบกับโวลเดอมอร์24 มิถุนายน - เพ็ตติกรูว์ฆ่าเซดริก โวลเดอมอร์กลับมาอีกครั้ง แฮร์รี่และโวลเดอมอร์สู้กัน จนกระทั่งแฮร์รี่แตะถ้วยรางวัลหนีไปพร้อมกับศพเซดริก25 มิถุนายน - ดัมเบิลดอร์เรียกสมาชิกภาคีนกฟีนิกซ์เพื่อรวมตัวอีกครั้ง เคร้าท์ จูเนียร์เสียชีวิต2 สิงหาคม - แฮร์รี่ทำผิดกฎหมายกระทรวงห้ามเสกเวทมนตร์นอกโรงเรียนเมื่ออายุยังไม่ถึง 17 ปี ซึ่งแฮร์รี่พบกับผู้คุมวิญญาณที่จะเข้ามาทำร้าย12 สิงหาคม - แฮร์รี่ขึ้นศาลวิเซนกาม็อตและพ้นข้อกล่าวหา5 ตุลาคม - เฮอร์ไมโอนี่รวบรวมกองทัพต่อต้านกระทรวงธันวาคม - ดัมเบิลดอร์เขียนความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานของบีเดิลยอดกวี ค.ศ. 1996 ปลายเดือนมิถุนายน - พวกแฮร์รี่บุกกระทรวงและเกิดสงครามที่กระทรวงระหว่างผู้เสพความตายและภาคีนกฟีนิกซ์ ซิเรียส แบล็กเสียชีวิต โวลเดอมอร์เปิดศึกกับดัมเบิลดอร์จนกระทรวงพังพินาศ แต่โวลเดอมอร์หนีไปได้ต้นเดือนกรกฎาคม - คอร์นีเลียส ฟัดจ์ถูกไล่ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ รูฟัส สคริมเจอร์ขึ้นแทน ค.ศ. 1997 ช่วงเมษายน-เดือนพฤษภาคม - ดัมเบิลดอร์และแฮร์รี่รู้ความลับเรื่องฮอร์ครักซ์กลางเดือนมิถุนายน - ดัมเบิลดอร์และแฮร์รี่บุกถ้ำมรณะ และต่อสู้กับกองทัพอินเฟอไร จนขโมยล็อกเก็ตที่เป็นฮอร์ครักซ์มาได้กลางเดือนมิถุนายน - แฮร์รี่และดัมเบิลดอร์เดินทางกลับโรงเรียน แต่ดัมเบิลดอร์ถูกสเนปฆ่า สเนปหนีไป และเกิดสงครามที่ฮอกวอตส์ แต่ผู้เสพความตายหนีไปได้ปลายเดือนมิถุนายน - งานศพดัมเบิลดอร์27 กรกฎาคม - แฮร์รี่หนีผู้เสพความตายที่กำลังจะบุกมาหาเขา ภายหลังพวกเขาพบกองทัพผู้เสพความตาย ทำให้เกิดสงครามกลางอากาศ ภายหลังแฮร์รี่พบกับโวลเดอมอร์แต่ไม้กายสิทธิ์ที่โวลเดอมอร์ยืมมาระเบิด แฮร์รี่สามารถหนีฝ่าวงล้อมออกมาได้ ภายหลังเฮ็ดวิกและมู้ดดี้เสียชีวิตจากสงครามบนอากาศ31 กรกฎาคม - แฮร์รี่บรรลุนิติภาวะ1 สิงหาคม - งานแต่งงานของบิลและเฟลอร์ ผู้เสพความตายบุกงานแต่งงานพวกแฮร์รี่ทั้งสามหนีมาได้1 สิงหาคม - โวลเดอมอร์ฆ่ารูฟัส สคริมเจอร์และยึดครองกระทรวงและโลกผู้วเศษได้ทั้งหมดปลายเดือนสิงหาคม - สเนปขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่คนใหม่ของฮอกวอตส์2 กันยายน - พวกแฮร์รี่บุกกระทรวงและขโมยล็อกเก็ตของจริงมาได้24 ธันวาคม - แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ไปที่ก็อดดริกส์ โฮลโล่แต่กลับเจอกับดักของโวลเดอมอร์ จนเกือบพลาดท่าแต่ก็หนีมาได้26 ธันวาคม - รอนกลับมาและทำลายล็อกเก็ตด้วยดาบของกริฟฟินดอร์28 ธันวาคม - พวกแฮร์รี่ไปที่บ้านเลิฟกู๊ด แต่ถูกผู้เสพความตายตามตัวเจอและต่อสู้จนบ้านพังทลาย พวกแฮร์รี่จึงหนีมาได้ ค.ศ. 1998 7 มีนาคม - แฮร์รี่และพวกถูกจับไปไว้ที่บ้านมัลฟอยจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ด็อบบี้มาช่วยไว้ได้ เพ็ตติกรูว์ตาย ภายหลังพวกเขาหนีมาได้แต่ด็อบบี้ก็ถูกมีดสั้นเสียบจนสิ้นใจตายภายหลัง2 พฤษภาคม - แฮร์รี่บุกกริงกอตส์ได้สำเร็จและขโมยถ้วยทองของฮัฟเฟิลพัฟมาได้ พวกแฮร์รี่ขี่มังกรไปหลบซ่อน แฮร์รี่รู้ภายหลังว่าฮอร์ครักซ์อีกชิ้นอยู่ที่ฮอกวอตส์ พวกเขาไปที่ฮอกวอตส์แต่ถูกผู้เสพความตายรู้ทัน พวกเขาหนีไปหลบซ่อนที่บ้านของน้องชายดัมเบิลดอร์และใช้ทางลับไปที่ฮอกวอตส์ได้ ที่โรงเรียนสเนปและมักกอนนากัลก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือดจนสเนปหนีไปได้ แฮร์รี่รู้ความลับเรื่องฮอร์ครักซ์อีกชิ้น เฮอร์ไมโอนี่สามารถทำลายถ้วยทองได้ แฮร์รี่เองก็ทำลายฮอร์ครักซ์อีกชิ้นได้เช่นกัน สงครามฮอกวอตส์เริ่มต้นขึ้นและมีคนตายมากมาย3 พฤษภาคม - โวลเดอมอร์ฆ่าสเนป พวกเขารู้ภายหลังว่าสเนปเป็นคนดี สงครามยังคนดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฮอกวอตส์ เนวิลล์สามารถฆ่านากินีได้ แฮร์รี่ต่อสู้กับโวลเดอมอร์จนกระทั่งโวลเดอมอร์ตาย สงครามยังไม่ยุติจนผู้เสพความตายตายบ้าง หนีไปบ้างและโดนจับบ้าง สงครามที่ยิ่งใหญ่จึงจบลงหลังจากสงคราม - แฮร์รี่และรอนเข้าทำงานในสำนักงานมือปราบมาร คิงส์ลีย์ ชักเคิลโบลต์เป็นรัฐมนตรีคนใหม่ ค.ศ. 2007 - แฮร์รี่เป็นหัวหน้าสำนักงานมือปราบมาร ที่มา http://th.wikipedia.org/

ช็อกวงการบันเทิงเกาหลี! คิมฮยอนจุง กำลังจะเป็นคุณพ่อ!!
Hyunjoong /  Kim Hyun Joong / 

คิมฮยอนจุง นักร้อง-นักแสดงหนุ่มชื่อดังของวงการบันเทิงเกาหลี ทำแฟนคลับตะลึง! หลังจากสื่อมวลชนเผยว่าเขากำลังจะกลายเป็นคุณพ่อในเดือนกันยายนนี้ - ฟากต้นสังกัดเตรียมแถลงการณ์ ตามรายงานข่าวของนิตยสาร Woman Sense ฉบับเดือนมีนาคม เปิดเผยว่า 'คิมฮยอนจุง ได้คืนดีกับแฟนเก่าซึ่งอายุมากกว่าเขา 2 ปี และทั้งคู่กำลังจะมีลูกด้วยกัน แฟนสาวของเขาไม่ใช่บุคคลในวงการบันเทิง และคือคนเดียวกับที่เคยตกเป็นข่าวว่าถูกทำร้ายร่างกายโดย คิมฮยอนจุง นั่นเอง" คิมฮยอนจุง ถูกฟ้องร้องโดยแฟนสาวของเขาในคดีทำร้ายร่างกายเมื่อเดือนสิงหาคม 2014 และศาลตัดสินให้เขาจ่ายค่าปรับจำนวน 5 ล้านวอน แหล่งข่าวใกล้ชิดของทั้งคู่ยังเปิดเผยด้วยว่า "คุณชเว(แฟนสาว) และ คิมฮยอนจุง กลับมาคืนดีกันด้วยดีครับ และขณะนี้คุณชเวตั้งครรภ์ได้ 10 สัปดาห์  โดยหลังจากทั้งคู่มีคดีความกัน คิมฮยอนจุง ก็ได้แสดงความจริงใจด้วยการมาขอโทษเธอ และทำให้ทั้งคู่ได้กลับมาคบหากันอีกครั้ง คิมฮยอนจุง ค่อนข้างกังวลเนื่องจากเขากำลังจะเข้ารับราชการทหาร รวมทั้งครอบครัวของทั้งสองฝ่ายก็กังวลและอยู่ในช่วงการตัดสินใจเกี่ยวกับการแต่งงานและวางแผนสำหรับลูกน้อยของทั้งคู่ครับ" ต้นสังกัดของ คิมฮยอนจุง จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ โดยโฆษกกล่าวว่า "เราทราบข้อมูลเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวแล้วครับ และเราจะรอการยืนยันอีกครั้ง" แปลและเรียบเรียงจาก naver และ newsen ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

คดีหมิ่นเบื้องสูง /  ซื้อที่ดิน / 

28 ก.พ.58 เวลา 15.30 น. จากกรณี ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัวนายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือป๋าชื่น กรรมการบริษัท บ้านชุมทอง จำกัด และบริษัท เขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขออำนาจศาลอาญา ฝากขังระหว่างการสอบสวนผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีสำคัญและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ล่าสุด  ลูกชายของ นายบุญธรรม ได้ยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเงินสดจำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจาก ผู้ต้องหาถูกจับตามหมายจับ อีกทั้ง พนักงานสอบสวน คัดค้านการประกันตัว และคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงและพฤติการณ์ทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อเข้าใจว่าการออกเอกสารสิทธิ์เชื่อมโยงกับองค์รัชทายาท หากปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนี ประกอบกับต้องสอบพยานอีกหลายปาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัว นายบุญธรรม ส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป  ตร.ควบคุมตัว 'ป๋าชื่น บุญธรรม' ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูงหลอกประชาชนซื้อที่ดิน ฝากขังที่ศาลอาญาผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกัน เกรงหลบหนี 28 ก.พ.58 ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัวนายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือป๋าชื่น กรรมการบริษัท บ้านชุมทอง จำกัด และบริษัท เขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาขออำนาจศาลอาญาฝากขังระหว่างการสอบสวนผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน โดยตำรวจคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีสำคัญและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี แต่ต้องรอคำสั่งศาล พิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่ จากการสืบสวน พบว่า นายบุญธรรม มีพฤติการณ์ แอบอ้างเบื้องสูงและหลอกลวงประชาชน เพื่อซื้อที่ดินนิคมสร้างตนเองลำตะคอง บริเวณเขาหนองเชื่อมกว่า 500 ไร่ ใน ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนายเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ น้องชายของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำหน้าที่เป็นนายหน้าคอยติดต่อขอซื้อที่ดินทั้งที่พื้นที่ดังกล่าว ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ขอบคุณภาพ krobkruakao MThai News 

แจ้ง 5 ข้อหา 'ถวิล พึ่งมา' เอี่ยวคดีโกงเงิน สจล.
กองปราบ /  ถวิล พึ่งมา / 

อดีตอธิการฯ สจล. เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบ ตามหมายเรียก พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหา เตรียมหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว ด้านตร.แจ้ง 5 ข้อหา เอี่ยวโกงเงินสจล. วันนี้ (24 ก.พ.) นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ตามหมายเรียก เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีการยักยอกเงิน สจล.กว่า 1.6 พันล้านบาท โดยนายถวิล เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่า ตนเดินทางมาตามหมายเรียกเท่านั้น และขอปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี และพร้อมที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาลจนถึงที่สุด โดยยังไม่ทราบว่า ตร.จะแจ้งข้อหากล่าวตนเองอะไรบ้าง แต่ยังยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ ไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมทนายพร้อมหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวไว้แล้ว ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้สจล.ได้มอบอำนาจให้ดำเนินการกับ 3 อดีตผู้บริหารสจล. ได้แก่ นายถวิล พึ่งมา, นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ และนายศรุต ราชบุรี โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายถวิล เดินทางมาให้ปากคำพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ทั้งหมด 5 ข้อหา คือ ร่วมกันลักทรัพย์, ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ดูแลทรัพย์เบียดเบียนทรัพย์เป็นของตนเอง, เป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามม.157 และร่วมกันฟอกเงิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จากการสอบปากคำนายถวิล เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง และจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นต์ชื่อไปตอนไหนบ้าง แต่จากพยานหลักฐานและพฤติกรรมพบพิรุธ เนื่องจากนายถวิลลงนามเปิดบัญชีสถาบัน ก่อนที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี รวมทั้งเป็นผู้ปิดบัญชี หลังจากหมดสถานภาพการเป็นอธิการบดีแล้ว และยังทำหนังสือถึงธนาคาร พร้อมระบุไม่อนุญาตให้ธนาคารตรวจสอบบัญชี หรือสถานะทางการเงินของสถาบัน นอกจากนี้ ยังพบว่านายถวิลมีความสนิทสนมกับนายทรงกลด ศรีประสงค์ หนึ่งในผู้ต้องหาเกินกว่าปกติ เนื่องจากเป็นผู้รับรองความประพฤติให้กับนายทรงกลด ขณะที่ทางธนาคารพบพิรุธในพฤติกรรมและเตรียมจะโยกย้ายนายทรงกลด ในส่วนของลายเซ็นต์ที่มีอำนาจในการโอนเงินของสถาบันนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน โดยอดีตผู้บริหารสจล.ทั้ง 3 รายนี้ น่าจะเป็นกลุ่มของบอสใหญ่ ที่คอยบงการการกระทำทุกอย่าง ทั้งนี้ เชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก แต่ไม่ใช่ระดับผู้บงการ อย่างไรก็ตาม ได้ประสานทางอัยการเพื่อติดตามจับกุมนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่เชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งหากจับกุมตัวได้ จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมด ทั้งนี้ ในส่วนของนายสรรพสิทธิ์ และนายศรุต พนักงานสอบสวนนัดหมายมาสอบปากคำในเวลา 10.00 น. แต่นายสรรพสิทธิ์ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนมาพบในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. ขอบคุณภาพจาก แนวหน้า MThai News

ตำรวจมัลดีฟส์ลากอดีตผู้นำขึ้นศาล
ก่อการร้าย /  ตำรวจ / 

วิจารณ์หนัก ตำรวจลากอดีตผู้นำมัลดีฟส์ขึ้นศาล ขณะให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ได้รับบาดเจ็บ วานนี้ (23 ก.พ.) สำนักข่าวบีบีซี รายงานข่าว 'นายโมฮาเหม็ด นาชีด' อดีตประธานาธิบดีของมัลดีฟส์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจลากตัวเข้าอาคารพิจารณาคดี หลังถูกศาลออกหมายจับ เนื่องจากกังวลว่าเขาจะเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ ทั้งนี้ รายงานระบุว่า นายนาชีดเดินทางมาขึ้นศาลในกรุงมาลี เพื่อฟังการไต่สวนข้อกล่าวหาก่อการร้าย และขณะที่เขากำลังจะให้สัมภาษณ์สื่อด้านนอกศาล ก็ถูกตำรวจเข้ามาลากตัวเขาเข้าไปในศาล ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอัยการสูงสุดได้ถอนฟ้องคดีเดิมที่ฟ้องนายนาชีด แต่ต่อมาวันอาทิตย์ได้ออกหมายจับคดีก่อการร้ายแทน จากการที่เขาออกคำสั่งจับกุมผู้พิพากษาเมื่อ 3 ปีก่อน ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมัลดีฟส์ โดยศาลมีกำหนดไต่สวนนัดแรกเมื่อวานนี้ และสั่งไม่ให้ประกันตัว และห้ามพบทนาย ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปไตยมัลดีฟส์ของนายนาชีด ออกแถลงการณ์ แสดงความเป็นห่วงว่าการกระทำของรัฐบาลมัลดีฟส์ อาจนำไปสู่สถานการณ์ความไม่สงบ และอาจเป็นมูลเหตุให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนน หลังจากตำรวจบุกจับกุมนายนาชีดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นสาเหตุให้เกิดเหตุการณ์การปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้สนับสนุนนายนาชีด นายนาชีดปัจจุบันเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดกฏหมายต่อต้านการก่อการร้าย โดยได้เคยออกคำสั่งโดยมิชอบ ให้จับกุมผู้พิพากษาระดับสูงผู้หนึ่งขณะที่อยู่ในตำแหน่ง MThai News ที่มา BBC

สาวประเภท2 ฟ้องสรยุทธ-เบนซ์พรชิตา เสนอข่าวหมิ่น
นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา /  พรชิตา หรือ เบนซ์ ณ สงขลา / 

ผู้จัดทำโครงการ “เรามีเรา” ฟ้อง "สรยุทธ์ - เบนซ์" หมิ่นประมาทด้วยการเสนอข่าวกล่าวหาแอบอ้างชื่อ "บุ๋ม ปนัดดา" ขอรับบริจาคเงิน 3.4 ล้านบาท วันนี้(27ก.พ.) นายดากานดา สอนประเสริฐ สาวประเภทสอง ผู้จัดทำโครงการ “เรามีเรา” เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง พร้อม นายสาคร ศิริชัย ทนายความเดินทางมา ยื่นฟ้อง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ซึ่งออกอากาศ ทางช่อง 3 และ น.ส.พรชิตา หรือ เบนซ์ ณ สงขลา นักแสดงและผู้ร่วมดำเนินรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณี เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2557 จำเลยทั้งสองร่วมกันกล่าวในรายการ ในทำนองว่า บุ๋ม ปนัดดา ถูกสาวประเภทสองชื่อ ดากานดา อ้างชื่อ บุ๋ม ปนัดดา ไปขอรับบริจาคเงิน เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน และข้อความอื่นๆ ซึ่งจำเลยทั้งสอง ได้สนทนากันในรายการว่า โจทก์มีพฤติการณ์แอบอ้างชื่อ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ไปขอรับบริจาคจากผู้มีชื่อต่างๆ เพื่อหาทุนให้มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยไปติดต่อดาราต่างๆ มาถ่ายภาพยนตร์ ถ่ายปฏิทินฟรี โดยไม่มีค่าตอบแทนอ้างว่าเป็นงานการกุศล และเงินบริจาคทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา รวม 3.4 ล้านบาท สถาบันมะเร็งฯ ก็ไม่เคยได้รับเลย ซึ่งการใส่ความดังกล่าว ทำให้ผู้ชมรายการ เข้าใจว่า สาวประเภทสอง คือ โจทก์ที่มีความประพฤติเป็นคนโกหก คดโกง หลอกลวง อาศัยชื่อบุคคลต่างๆ ที่มีชื่อเสียงไปขอรับเงินบริจาคเพื่อประโยชน์ของตนเอง โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย และให้จำเลยทั้งสองโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” หรือรายการอื่นที่ออกอากาศช่วงเวลาเดียวกัน ทางสถานีโทรทัศน์ฯ ช่อง 3 รวมทั้งลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน คม ชัด ลึก และข่าวสด เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน ทั้งนี้ ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบเพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

ศาลเกาหลีใต้ตัดสิน มีชู้ไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป
ชู้ /  ยกเลิกกฏหมาย / 

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ มีคำตัดสินให้ยกเลิกกฏหมายนอกใจคู่สมรส ไม่ใช่อาชญากรรมอีกต่อไป วันนี้(26ก.พ.) บีบีซีไทยรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำตัดสินให้ยกเลิกกฏหมายที่มีมาตั้งแต่ปี 1953 ที่กำหนดว่าการนอกใจคู่สมรสเป็นเรื่องผิดกฏหมาย และผู้กระทำผิดอาจต้องโทษจำคุกถึง 2 ปี ซึ่งประเทศเกาหลีใต้ถือเป็น 3 ประเทศของเอเชียที่มีกฏหมายดังกล่าว และมีประชาชนราวหนึ่งแสนคนเคยต้องโทษมาแล้ว ศาลระบุว่าสำหรับบุคคลที่ต้องโทษตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีการทบทวนกฏหมายนี้ สามารถขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ได้ ก่อนหน้านี้ได้มีการพิจราณาทบทวนกฎหมายดังกล่าวมาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเมื่อปี 2008 คณะผู้พิพากษา 5 คน มีความเห็นว่ากฎหมายนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการนอกใจคู่สมรสควรถูกประณามในด้านจริยธรรม ไม่ถือว่าเป็นอาชญากรรม MThai News

เอาฤกษ์เอาชัย!อำนาจขอพรพระแก้วมรกตก่อนลุยซู ซิ หมิง
IBF /  ซู ซิ หมิง / 

อำนาจ เกษตรพัฒนา แชมป์โลกรุ่นฟลายเวต ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ) พร้อมคณะเดินทางไปขอพรพระแก้วมรกต ที่วัดพระศรีรัตนสุดาราม (วัดพระแก้ว) และศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ จากนั้นได้เดินทางไปขอพร นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ผู้สนับสนุนที่บ้านพัก ซึ่งอดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้อวยพรทั้งสองให้ประสบชัยชนะ รวมทั้งตนเองจะบินไปร่วมเชียร์ถึงขอบเวทีด้วย ทางด้าน ดร.จิมมี่เอกรัฐ ไชยโชติช่วง ผู้จัดการแชมป์โลกชาวไทยเผยว่าป็นเรื่องยากที่ ซู ซิ หมิง จะชนะ อำนาจ ได้ เพราะอำนาจผ่านการเตรียมตัวฟิตซ้อมมาเป็นอย่างดีและอยู่ภายใต้การดูแลของ เสธ.วีป พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ อดีตนายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ที่มาช่วยวางแผนการซ้อมและการชกบนเวทีตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา โดยอำนาจ มีโปรแกรมป้องกันแชมป์กับ ซู ชิ หมิง ดาวดังของจีน เป็นคู่เอกในศึก โชว์ดาวน์ แอด แซนด์ส ที่สังเวียนโคไทอารีน่า เวเนเชี่ยนรีสอร์ท เขตปกครองพิเศษมาเก๊า,สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันเสาร์ที่ 7 มี.ค. 2558 ช่องโมโน 29 ถ่ายทอดสด เวลา 20.30-22.30 น.

สังหารหมู่มือปืนดับ 4 ศพ คาโรงเรียนเมืองคอน
ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช /  มือปืน

ยิงร่างพรุน 4 มือปืน ดับคาโรงเรียนดอนโตนด เมืองคอน คาดปมขัดแย้งธุรกิจซุ้มมือปืน - ของผิดกฎหมาย รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบภายในโรงเรียนบ้านดอนโตนด ม.1 ต.เสือหึง หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบคนถูกยิงตาย 4ศพ นอนอยู่ที่บริเวณถนนหน้าห้องประชุมเก่าภายในโรงเรียน ซึ่งจากการตรวจสอบพบปลอกกระสุนตกเกลื่อนเต็มบริเวณ ก่อนจะพบร่างผู้ตายทั้ง 4 ถูกยิงร่างพรุน ทราบชื่อต่อมา คือนายเกรียงไกร ชุมทอง, นายสมชาย หอมขาว, นายธวัช บัวทองคำ และ นายปรีชา เอียดแก้ว โดย 1 ใน 4 ผู้ตาย คือ นายเกรียงไกร ชุมทอง เป็นผู้ต้องหาในความผิดเป็นมือปืนรับจ้างสังหารครอบครัวของนายกเทศมนตรีตำบลเขาชุมทอง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 2 ปีก่อน และอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีชั้นศาล ขณะที่อีก 3 คนมีส่วนพัวพันกับซุ้มมือปืนรับจ้างในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และพัวพันธุรกิจต้องห้ามบางอย่าง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ฟันธงถึงสาเหตุ แต่คาดว่าน่าจะมาจากเรื่องผลประโยชน์ ตกลงปัญหาสิ่งผิดกฏหมายกันไม่ได้ หรืออาจจะหักกันเองในกลุ่ม หรืออาจเกิดความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มผู้ตายและกลุ่มผู้ก่อเหตุ จนถูกตามฆ่าล้างแค้น MThai News

สนช. เห็นชอบผ่านร่างกฎหมาย ศาลทหาร
ศาลทหาร /  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านร่างกฎหมายศาลทหาร ด้วยมติเอกฉันท์ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วานนี้ (19 ก.พ. 58) เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาให้เพิ่มอำนาจทหารควบคุมตัวพลเรือนได้นานสูงสุดถึง 84 วัน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอำนาจศาล และการมอบอำนาจให้ทหารควบคุมตัวพลเรือนโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ ที่ประชุม 179 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง ได้มีมติเห็นชอบกับหลักการดังกล่าว และมีมติเห็นชอบวาระ 3 เห็นควรประกาศใช้เป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป ด้าน พล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การควบคุมตัวพลเรือนตามร่างกฎหมายนี้ ศาลทหารจะควบคุมตัวเฉพาะความผิดเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง และคดีความมั่นคงเท่านั้น ส่วนคดีอื่นแม้จะเป็นพลเรือน ร่วมกระทำผิดกับทหาร ก็ไม่นำพลเรือนมาขึ้นศาลทหารแต่อย่างใด สำหรับเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ระบุว่า -ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีอำนาจออกข้อบังคับและระเบียบ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดให้ระเบียบราชการของศาลทหาร และอัยการทหาร ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้ตุลาการพระธรรมนูญ และอัยการทหาร ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบที่ กห.กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง -กำหนดให้คดีที่ต้องดำเนินในศาลเยาวชนและครอบครัวเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร -กำหนดให้ศาลจังหวัดทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาได้ทุกบทกฎหมาย เว้นแต่คดีที่จำเลยมียศทหารชั้นสัญญาบัตร -กำหนดให้ศาลทหารสูงสุดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาบรรดาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลทหารกลาง และคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทหารชั้นต้นโดยตรงไปยังศาลทหารสูงสุด -กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับเงินรางวัล ค่าตอบแทนค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง ค่าเช่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอย่างใด ๆ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา -กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาทหารมีอำนาจสั่งควบคุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารได้ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็น ให้ศาลทหารตั้งทนายให้แก่จำเลย และให้ศาลจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายที่ศาลตั้ง และการพิจารณาคดีของศาลทหารสอดคล้องกับมาตรา 192 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แก้ไขระยะเวลาอุทธรณ์และฎีกา -กำหนดหลักเกณฑ์การอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลทหารสูงสุด นอกจากนี้ยังแก้ไขการบังคับคดีในกรณีหญิงมีครรภ์ต้องคำพิพากษาให้ประหารชีวิต โดยกำหนดให้รอการประหารชีวิตไว้ก่อนจนกว่าจะพ้นกำหนดสามปีนับแต่คลอดบุตร แล้วให้ลดโทษประหารชีวิตลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับคดีในกรณีหญิงมีครรภ์ตามมาตรา 247 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา MThai News

ศาลฎีกายืนยกฟ้อง!รมว.คลังกับพวกสั่งพักงานมิชอบ
ทุจริตหน้าที่ /  ยกฟ้อง รมว.คลัง / 

ศาลฎีกาพิพากษา ยืนยกฟ้อง "สมหมาย" รมว.คลัง กับพวก รวม 5 คน สั่งพักงาน อดีตรอง ผอ.ไทยเดินเรือฯ ชี้ เป็นการทำตามหน้าที่ศาลอาญารัชดา นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่ นายทัศพงศ์ วิชชุประภา อดีตรองผู้อำนวยการ บริษัทไทยเดินเรือทะเล จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับพวก ซึ่งเป็น กรรมการบริษัทไทยเดินเรือฯ เป็นจำเลยในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอให้ลงโทษฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของเจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11 จากกรณีเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2547 จำเลยทั้งห้า ในขณะนั้น นายสมหมายเป็นปลัดกระทรวงการคลัง และจำเลยอีก 4 คน เป็นกรรมการบริษัทไทยเดินเรือฯ ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีมติให้พักงานโจทก์โดยการอาศัยบัตรสนเท่ห์กล่าวหาโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ ทั้งที่ยังอยู่ในขั้นตอนสอบข้อเท็จจริงจากบัตรสนเท่ห์ ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นว่า โจทก์มิได้ทุจริตเห็นควรยุติเรื่องโดยรายงานสรุปความเห็นให้จำเลยทราบ แต่พวกจำเลยกลับมิได้ดำเนินการอย่างไรกับโจทก์ที่ถูกสั่งพักงานไป ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องพักงานไปถึง 8 เดือน ทำให้ขาดรายได้ โดยศาลฎีกา พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน ขณะที่นายสมหมายกับพวก เดินหลบสื่อ ออกทางประตูด้านหลังศาลแล้วเดินทางกลับ

เปิดตำนาน
พระฉาว /  พระธัมมชโย / 

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา แต่ในอดีต กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระเกิดขึ้นมากมาย หลายกรณีก็เป็น เรื่องราวใหญ่โตตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างครึกโครม วันนี้จึงขอนำทุกท่านย้อนสู่ความทรงจำ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย เพื่อให้ทุกท่านได้ ฟื้นความทรงจำ อีกครั้ง…  พระนิกรอดีตพระนักเทศน์เสียงทอง  แอบทำสาวท้อง พระนิกร ซึ่งเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุคนั้น หลายคนคงจำชื่อ "พระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที" แห่งวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน นายนิกร เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น นายธรรมรัตน์ ยศคำจู เคยเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุค มีผู้คนแห่ไปฟังการเทศน์ไม่ขาดสาย แม้หนทางไปสู่วัดสันปง จะยากลำบากเพียงใด ไม่เคยเป็นปัญหาด้วยพลังศรัทธา จนถึงขั้นต้องเปิดสำนักปฏิบัติธรรมหลายสิบแห่งทั่วประเทศขึ้นเป็นสาขา เรื่องราวใหญ่โตได้เริ่มเมื่อ พ.ศ.2533 พระนิกรกำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ได้สร้างความปวดร้าวให้แก่ชาวพุทธ กลับมีข่าวฉาวกับนางอรปวีณา ที่ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับพระนิกรพร้อมด้วยทายาทในท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าว ว่ามีผู้อิจฉาในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ ได้พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหา ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยไม่เชื่อว่า พระที่ยึดมั่นในศีลธรรมและเทศน์ได้ไพเราะจับจิต จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น มีหลักฐานมากมายที่แสดงจนถึงขั้นปาราชิก แต่พระนิกร ยังไม่ยอมถอดผ้าเหลืองและยังมีคนอีกมากมายหลงศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แม้จะเต็มไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งในที่สุดศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่า เป็น "ปฐมปาราชิก" คือการเสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ แม้จะกลับมาบวชใหม่ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นสมณเพศได้ อดีตพระนิกร ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ที2557   พระยันตระ ช็อกครั้งใหญ่วงการผ้าเหลือง ช็อกครั้งใหญ่ อีกครั้ง สำหรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมากที่สุด เห็นจะเป็น ข่าวฉาวโฉ่ของ พระยันตระ อมโร หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ขณะนั้น ไม่ว่าพระยันตระ จะเดินทางไปแห่งหนไหน ผู้คนและฝูงชนแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศ  จนในปี พ.ศ. 2537 มีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "ยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย มติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ พ.ศ.2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว  จนล่าสุดเมื่อมีข่าวว่า "ยันตระ" กลับมาประเทศไทยแบบสบาย ๆ  โดยเจ้าตัวอ้างว่า คดีความทุกอย่างหมดอายุไปแล้ว. พระอิสระมุนี จบเกมส์เพราะ จดหมายเขียนถึง สีกา พระอิสระมุนีเป็นพระนักเทศน์ที่มีความสามารถ สั่งสอนธรรมะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม  พระอิสระมุนี หรือ พระพีระพล เตชะปัญโญ เดิมชื่อ นายบรรหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี (วัดร่วมใจพัฒนา-วัดป่าละอู) อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่นับถือเลื่อมใสจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา พจมาน ชินวัตรเป็นอย่างมาก กระทั่ง พระอิสระมุนีตกเป็นข่าวว่าต้องปาราชิก หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จากการสืบสวนของทีมงานรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีในขณะนั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม มีหลักฐานเป็นจดหมายเขียนถึงสีกาสาว 10 หน้ากระดาษและเทปสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งพระอิสระมุนีก็ได้สึกจากสมณเพศในทันที  ทำให้เจ้าตัวต้องเผ่นออกจากวัดป่าละอู แอบไปหนีสึกอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว ปิดฉากความเป็นอาจารย์ของตระกูล"ชินวัตร"ลงอย่างสิ้นเชิง คาวผ้าเหลือง “ภาวนาพุทโธ ขยี้กามเด็กสาวชาวเขา “พระภาวนาพุทโธ” หรือนายจำลอง คนซื่อ พระธุดงค์นักพัฒนาที่โด่งดังในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ใน จ.นครปฐม จะกลับกลายมาถูกดำเนินคดีข่มขืนบรรดาเด็กสาวชาวเขา ที่มาพักอาศัยภายในวัด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ต้นเดือน ส.ค.2538 เมื่อมีบรรดาญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกรมคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กรมประชาสงเคราะห์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากพบว่ากรณีมีเด็กหญิงชาวเขารวม 6 คน มาพักอาศัยอยู่วัดเพื่อหวังให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อสูง ๆ ตามคำชักชวนของภาวนาพุทโธ เมื่อครั้งออกธุดงค์ พฤติกรรมของอดีตพระภาวนาพุทโธนั้น ถูกระบุในคำพิพากษาว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2538 ต่อเนื่องกัน  ญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อของพระภาวนาพุทโธคนหนึ่ง ทราบพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเมื่อสื่อได้ข้อมูล-ข้อเท็จจริง ข่าวจึงถูกกระพือ ถัดจากนั้นมาอีก 9 ปีเต็ม ทั้งการดำเนินการในชั้นของพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 ศาลชั้นต้น จึงพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ หรืออดีตพระภาวนาพุทโธ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีและไม่เกิน 14 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลาถึง 160 ปี แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกจำเลยได้เพียง 50 ปีเท่านั้น โทษจึงคงเหลือจำคุก 50 ปี มีการสู้คดีกันต่อแต่ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังคงพิพากษายืน แม้ปัจจุบันนายจำลอง จะหมดสิ้นอิสรภาพ! แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ยังยึดมั่นในศรัทธา  เณรแอ จอมขมังเวทย์ หรือ จอมลวงโลก เณรแอ จอมขมังเวทย์ เป็นเจ้าของต้นตำรับ กุมารทอง ของขลัง รวมทั้งมนต์ดำเสน่ห์ยาแฝดที่ชื่อดัง บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี อยู่หลายปี แม้ว่าอายุจะถึงวัยที่ต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่เณรแอก็ไม่ยอมอุปสมบท แต่เลือกที่จะร่ำเรียนไสยศาสตร์มนต์ดำจากอาจารย์เขมร จนว่ากันว่ามีอาคมแก่กล้า ช่ำชองการทำเสน่ห์ยาแฝด การสะเดาะเคราะห์ และปลุกเสกของขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางไปให้ เณรแอ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้จำนวนมาก กระทั่งพ.ศ.2537 เณรแอ ใช้ใต้ถุนเมรุวัดหนองระกำทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ของขลังตามท้องเรื่องในวรรณคดีดัง ขุนช้างขุนแผน ที่เณรแอและผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ เชื่อกันว่า เป็นผีเด็ก ที่ใครมีไว้ในครอบครองแล้วจะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขายได้กำไรดี แต่พิธีกรรมปลุกเสก กุมารทอง ในครั้งนั้น ทำให้เณรแอต้องติดคุกอยู่ 1 ปีเต็ม พ.ศ.2538 เณรแอ ได้แต่งงานกับ นางชไมพร รักษาจิตร์ โดยยังคงยึดอาชีพหมอเสน่ห์ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องเลิกรากันไป โดยนางชไมพรอ้างว่าทนพฤติการณ์ของเณรแอไม่ไหว กรณีบังคับให้หลอกลวงหญิงสาวที่มีปัญหาครอบครัวให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ และได้ฟ้องหย่าต่อศาล ปัจจุบัน เณรแอ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากคำพิพากษาศาลอาญารัชดาฯคดีฉ้อโกง เป็นเวลา 100 ปี แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 75 ปี จากการสืบสวนของตำรวจ ปดส.ในครั้งนั้น พบว่ามีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ "เณรแอ" ทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนั้นมีดารา นักแสดง และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย  หลวงปู่เณรคำ พระไฮโซ คนดังโลกโซเชียล หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีนามเดิมว่า "วิรพล สุขผล มีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน  ท่านอายุเพียง 30 ปีเศษเท่านั้น แต่ที่ท่านเรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพราะรวมกับอายุในชาติที่แล้ว ท่านระลึกชาติได้หลายแสนชาติ เห็นนรก เห็นเทวดาและองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ชูสองนิ้วในศูนย์การค้า โดยภายในคลิปเป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูปนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว  หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าหลุยส์วิตตอง ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ "เณรคำ" จนมีลูกชายวัย 11 ขวบ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ  จึงมีมติให้ อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นี้ยังไม่นับรวมถึงความผิดในเรื่องอื่นๆ ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงินโดยเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคน มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรูซึ่งมีทั้งที่ซื้อใช้เอง และซื้อแจกพระผู้ใหญ่หลายรูป ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวิธีที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ก็มีคำถามของคนที่อยากรู้ตามมาว่า จริงๆ แล้วตอนนี้สมีคำอยู่ที่ไหนกันแน่ รอเวลาจนคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเมืองไทย...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คดีจะจบลงแบบไหน  พระธัมมชโย  ประมุขแห่ง ธรรมกาย พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่าไชยบูลย์ สุทธิผล เมื่อปี 2540 พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในประเด็นยักยอกทรัพย์ จากการบริหารเงินบริจาค การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก เกือบ 7 ปี ของการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2542-2549 เมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ดังนั้น มติ มส.ในขณะนั้นจึงไม่ได้ให้ปาราชิก และยังสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ และเป็นเรื่องดัง กรณีเงินบริจาคของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2556 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับการยืนยันว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระธัมมชโย และยังไม่ได้มีการพิจารณาด้วยว่าจะปาราชิกหรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการเข้าไปรับทราบและชี้แจงเท่านั้น  โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ทางมหาเถรสมาคม จะมีการประชุมพร้อมนำเรื่องการตั้งคณะทำงานชุดนี้เข้าหารือ เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่คือ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย ที่ข่าวดังไกลไปทั่วโลก  @คุณแร้ง MThai News 

ฝากขัง 'สรรพสิทธิ์'โกงเงินสจล. ค้านประกันตัว
กองปราบ /  ฝากขัง / 

ตำรวจกองปราบ คุมตัว "สรรพสิทธิ์" อดีตผู้ช่วยอธิการบดี สจล.ฝากขังศาลมีนบุรี พร้อมคัดค้านประกันตัว เจ้าตัวปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับคดี ด้านทนาย "ศรุต" เตรียมหลักทรัพย์ 6 ล้าน รอประกันตัว  วันนี้ (25 ก.พ.) พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ผู้ต้องหาอีก 1รายในคดียักยอกทรัพย์ของสจล. ไปฝากขังยังศาลจังหวัดมีนบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัว หลังใช้เวลานานกว่า 2 ช.ม.ในการสอบสวน โดยนายสรรพสิทธิ์ ยืนยันว่า ไม่รู้จักกับนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหารายสำคัญในคดีดังกล่าว พร้อมปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงิน โดยวันนี้เตรียมหลักทรัพย์มาใช้ในการยื่นประกันตัวต่อศาล ส่วนในการดำเนินคดีปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ส่วนนายศรุต ราชบุรี อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สจล. ผู้ต้องหาอีก 1 ราย ที่พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาและนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรีแล้วนั้น ทนายความเตรียมนำหลักฐานเป็นเงินสด 2 ล้านบาท และโฉนดที่ดินมูลค่า 4 ล้านบาท เพื่อใช้ในการประกันตัวในช่วงบ่ายวันนี้ MThai News

หัวขโมยตีเนียน ฝ่าวงล้อมงานบวช ฉกทองหนีลอยนวล
ขโมยทองงานบวช /  ข่าวจังหวัดนครราชสีมา / 

เตือนภัยระวังโจร หลังหัวขโมยแฝงตัวฉกพระ-ทอง กลางงานบวชหนีลอยนวล วานนี้ (23 ก.พ.)เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา รับแจ้งความจากนายสมภพ อสุวพงษ์พัฒนา อายุ 56 ปี เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ว่า มีคนร้ายแฝงตัวเข้าไปขโมยสร้อยทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 48 บาทหลบหนีไป นายสมภพ กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้จัดพิธีอุปสมบทให้นายพงษ์รัตน์ อสุวพงษ์พัฒนา อายุ 21 ปี บุตรชาย ที่อุโบสถวัดกระทุ่มโพรง ต.หนองกราด มีพิธีแห่นาค รอบอุโบสถโดยญาติสนิท มิตรสหาย ซึ่งมีความเชื่อว่าหากนำพระ และเครื่องลางของขลังใส่ในบาตรพระใหม่ที่เข้าพิธีอุปสมบท จะช่วยเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ จึงต่างพากันถอดสร้อยคอทองคำ และพระเครื่องสวมใส่ให้นาคไว้ และในช่วงเข้าพิธีอุปสมบทให้นำใส่บาตรเพื่อปลุกเสก จากนั้นเมื่อแห่นาค รอบพระอุโบสถครบ 3 รอบ ก่อนจะก้าวขาเข้าโบสถ์ นาคจึงถอดสร้อยคอทองคำของมีค่าทั้งหมด รวมน้ำหนักกว่า 48 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท ใส่ในบาตร และขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันอุ้มนาคแตะที่ขอบประตูอุโบสถ คนร้ายซึ่งเป็นหญิงสูงวัย รูปร่างท้วม ผิวคล้ำ ซึ่งไม่มีใครรู้จัก และไม่คุ้นหน้าได้ฝ่าวงล้อมญาติมิตรเข้ามายืนข้างนายสมภพ ไม่มีใครสงสัย กระทั่งนำนาคเข้าโบสถ์พบว่าสร้อยคอทองคำได้หายไปแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน เร่งไล่ล่าหาเบาะแสตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบให้แน่ชัด เบื้องต้นทราบว่าหญิงต้องสงสัยคือ นางชม อายุ 48 ปี ชาว อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ เมื่อสอบประวัติก็พบว่า เคยก่อเหตุล้วงกระเป๋าในเขตท้องที่ อ.ด่านขุนทด มาแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอหมายศาลเข้าจับกุมผู้ต้องหาอย่างเร่งด่วนต่อไป MThai News ภาพจากเดลินิวส์

มาเลย์ผวา ไอเอสแพร่คลิปขู่โจมตี (ชมคลิป)
กลุ่มไอเอส /  มาเลเซีย / 

 คนร้าย อ้างตัวเป็นกลุ่มเครือข่ายไอเอสแพร่คลิปขู่โจมตีศาลในประเทศมาเลเซีย วันนี้ (19 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว รัฐบาลมาเลเซียยอมรับว่า อยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบคลิปวิดีโอความยาว 1 นาที จากกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มไอเอสมาเลเซีย 69 (ISIS Malaysia 69) จำนวน 4 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นเครือข่ายสมาชิกกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือกลุ่มไอเอส ขู่จะโจมตีศาลในมาเลเซีย ในคืนก่อนวันปีใหม่จีน ซึ่งตรงกับวันนี้ พร้อมกับนำระเบิดเพลิงหลายขวด มาตั้งประกอบด้วย  แต่ในคลิปไม่ได้ระบุถึงสถานที่ ว่ามุ่งโจมตีศาลแห่งใด โดยในคลิประบุเพียงว่า กลุ่มชายสวมชุด-ผ้าคลุมหน้าสีดำ ปรากฏอยู่ในคลิป ไม่พอใจกระบวนการตัดสินของศาล พร้อมกันนี้ กลุ่มไอเอสมาเลเซีย 69 ยังปลุกระดมให้เยาวชนมาเลเซียลุกฮือประท้วง ก่อนหน้านี้โดยขณะนี้ ทางการมาเลเวียได้มีคำสั่งคุมเข้มในสถานที่ราชการ เพื่อป้องกันการก่อเหตุโจมตี MThai News ที่มา asianbuzz

สาวเขมรถูกผัวฝรั่งฆ่าตาย เหตุเพราะใจอ่อนเกินไป !!
กัมพูชา /  ฆาตกรรม / 

สลดใจ สาวชาวกัมพูชา ถูกสามี ชาวสหรัฐฯสังหารด้วยการบีบคอ ทั้งที่เธอได้ให้อภัย ในความผิดพยายามฆ่าเธอ ด้วยราดน้ำมันใส่ตัวหมายเผาทั้งเป็น วันนี้ (23 ก.พ.) เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวสุดสะเทือนใน จากโศกนาฏกรรมที่เกิดจากความรักบดบังตา เมื่อ'แอนเดรีย' สาวเชื้อสายกัมพูชา วัย 31 ปี ถูกนาย 'แม็ค เคเลบ' วัย 26 ปี สามีของเธอสังหารด้วยการรัดคอ ทั้งที่เธอให้อภัยต่อความผิดในโทษฐาน ที่เขาพยายามสังหารเธอ ด้วยการราดน้ำมันเพื่อมุ่งหวังจะจุดไฟเผาทั้งเป็นก่อนหน้านั้น ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน โดยหลังจากที่เคเลบ ขึ้นศาลในข้อหาก่อเหตุความรุนแรงในครอบครัว ด้วยการพยายามฆ่าภรรยา ขณะนั้น แอนเดรียเกิดใจอ่อน เธอไม่สามารถทำใจให้พ่อของลูกของเธอต้องรับโทษ ด้วยการถูกตัดสินจำคุกได้ จึงตัดสินใจจ่ายค่าชดเชยทั้งหมดให้เขา เพื่อให้เค้าพ้นความผิด และเดินทางกลับบ้านด้วยกัน เธอคาดหวังว่านี่เป็นวิธีที่จะทำให้ทั้งคู่สามารถเริ่มต้นชีวิตครอบครัวครั้งใหม่ได้ แต่เรื่องราวกลับไม่สวยงามดังคาดหวัง เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง เคเลบ ลงมือสังหารแอนเดรีย เป็นครั้งที่ 2 ด้วยการบีบคอ จนกระทั่งถึงเธอเสียชีวิต และนำศพของเธอไปโยนทิ้งลงแม่น้ำเพื่อทำลายหลักฐาน แต่โชคดีที่ชายคนหนึ่งพบศพของเธอโดยบังเอิญ ทำให้เขาจำนนต่อหลักฐาน และถูกจับกุม รวมทั้งรับสารภาพความผิดในที่สุด อย่างไรก็ตามญาติของแอนเดรียให้การว่า ทั้งคู่มีปมความขัดแย้งเรื่องเงินก่อนหน้านี้ MThai News ที่มา Mirror