ศาลฏีกา

ก.ต. ลงดาบผู้พิพากษา 3ราย ให้ออกราชการ
ข่าววันนี้ /  คดียาเสพติด / 

ที่ประชุม ก.ต.ลงมติให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ 3 ราย ออกจากราชการ เหตุให้ประกันตัวคดียาบ้าเกินกว่าระเบียบกำหนด ก่อนจำเลยหลบหนี สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้มีการตรวจสอบพบว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)มีมติให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ออกจากราชการ 3 คน ประกอบด้วย นายเอกวิโรจน์ มณีธนวรรณ อดีต หน.ศาลจังหวัดมีนบุรี นายประโลม คเชนทร์ อดีตผู้พิพากษาศาลจังหวัดมีนบุรี และนายชูวงศ์ ละอองศิริวงศ์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งสาเหตุที่มีคำสั่งให้ผู้พิพากษาทั้ง 3 รายออกจากราชการนั้น เป็นเพราะให้ประกันตัวจำเลยคดีมียาบ้าไว้ในครอบครอง และเพื่อจำหน่าย 2000 เม็ด ซึ่งเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด ขณะที่ผู้พิพากษาทั้งสามคนยังอยู่ศาล จ.มีนบุรี โดยนายชูวงศ์เป็นคนไต่สวน นายประโลมให้ประกัน ซึ่งจำเลยหลบหนี ข้อมูลข่าวจาก isranews.org

วารินธรรมภัณฑ์

ผู้จัดทำพระพุทธรูปและเหรียญ จำหน่าย เครื่องสังฆภัณฑ์ทุกชนิด เครื่องบวช / กฐิน โต๊ะหมู่บูชา พระประธาน ธรรมมาสน์ ตู้พระไตร ระฆัง หนังสือธรรมะ ลูกนิมิต เสมา เจ้าที่ ศาลพระภูมิ รับสั่งทำเหรียญพระต่าง ๆ-ของชำร่วย ของเบ็ดเตล็ด ปลีก-ส่ง ราคาถูก รับสั่งตัดผ้าไตร ถูกต้องตามระเบียบ ราคาย่อมเยา

ชายมะกันถูกศาลUSตั้งข้อหาพยายามสนับสนุนISIS
กลุ่มก่อการร้าย /  ผู้สนับสนุนกลุ่มไอเอส / 

ศาลสหรัฐตั้งข้อหาผู้สนับสนุนวางแผนช่วยเหลือกลุ่มก่อการร้าย ISIS สังหารทหารสหรัฐ สื่อต่างประเทศรายงาน มูฟิด อะ เอลฟกีห์ วัย30 ชาวเยเมนถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐจับกุมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายอย่างลับ ๆ โดยการสั่งซื้อปืนเพื่อใช้ในการสังหารมุสลิมชีอะฮ์และเจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันในตะวันออกกลาง อัยการสูงสูดของสหรัฐ กล่าวในที่แถลงข่าวว่า กรณีที่เป็นเกิดอยู่ขณะนี้ แสดงให้เห็นว่า ตัวแทนอัยการและอัยการ ใช้หลักฐานทั้งหมดที่คนร้ายสั่งซื้อทั้งหมดในการสอบสวนเพื่อทำลายแผนการก่อนที่คนร้ายจะนำไปปฏิบัติตามแผน

กรมการปกครองแจง !
กรมการปกครอง /  ข่าวลือ / 

กรมการปกครองชี้แจงผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารทะเบียนเกี่ยวกับเรื่องการแชร์นโยบายทะเบียนสมรสรายปีไม่เป็นความจริง ในกรณีที่ก่อนหน้านี้มีโพสกระทู้ทั้งในเว็บไซต์พันทิป และ แชร์ข้อความไปยังเฟซบุค ในช่วงเดือนเมษาที่ผ่านมา ความว่า "สำนักทะเบียนกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเสมอภาค และไม่ให้เป็นปัญหาภรรยาสร้างอิทธิพลเหนือสามี เป็นการกดขี่ข่มเหงรังแกเพศตรงกันข้ามกระทรวงมหาดไทยจึงให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศยกเลิกการจดทะเบียน สมรสแบบตลอดชีพ เป็นทะเบียนสมรสรายปี เช่นเดียวกับใบอนุญาตขับรถ หากคู่สมรสใดที่สมรสมาแล้วเกิน 1 ปี ให้ออกทะเบียนสมรสได้ครั้งหนึ่งไม่เกิน 5 ปีและจะต้องมีผลการประเมินการเป็นภรรยาประกอบการขอจดทะเบียนในครั้งต่อไปขณะนี้ให้โอกาสผู้ที่มีทะเบียนสมรสแบบตลอดชีพยื่นคำร้องขอเปลี่ยนเป็นรายปีได้ที่สำนักทะเบียนทั่วประเทศจนถึงสิ้นเดือนนี้" ล่าสุดมีผู้ได้ยื่นเรื่องสอบถามไปยัง สำนักงานบริหารทะเบียน กรมการปกครอง หัวข้อว่า"ยกเลิกการจดทะเบียนสมรสตลอดชีวิต เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า" ไปตั้งแต่วันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา โดยได้คำตอบจาก คุณเทิดบุญ ศิลารมณ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารทะเบียน ความว่า"การจดทะเบียนสมรสยังคงถือปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ทั้งนี้ การสมรสย่อมสิ้นสุดลงด้วยความตาย การหย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน"  เนื่องจากในขณะนี้ยังคงมีผู้แชร์ข้อความดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และทำให้เกิดความเข้าใจผิด และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายสุดแปลกนี้อย่างมาก ทางสำนักงานบริหารทะเบียนได้ชี้แจงแล้วว่าการสิ้นสุดการสมรส ต้องเป็นไปด้วยการหย่าร้าง การตาย หรือการถูกศาลสั่งให้เพิกถอนเท่านั้น ดังนั้นนี่เป็นการยืนยันว่าข่าวดังกล่าวที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด Mthai News ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://stat.bora.dopa.go.th/

กสท.ถกแก้ปมช่อง3หลังจอดำ22ก.ย.นี้
กสทช. /  ช่อง3 / 

กสท. เตรียมผ่าทางตันปมช่อง 3 หลังจอดำ ออกคู่ขนานดิจิตอลเพื่อเยียวยาคนดู หนุนเปลี่ยนผ่านราบรื่น 22 ก.ย. นาง สาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันจันทร์ที่ 22 ก.ย. นี้ ตนและ กสท. อีก 2 ท่าน ได้แก่ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และ พลโทพีระพงษ์ มานะกิจ เตรียมเสนอวาระแนวทางการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ ทีวีดิจิตอล ตามที่บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือพร้อมมีข้อเสนอแนะที่ยินดีจะออกอากาศช่อง 3 คู่ขนาน ทั้งระบบอนาล็อกและดิจิตอล แต่ขอมีข้อยกเว้น หรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมถึงข้อปัญหาที่ว่า ช่อง 3 อนาล็อก เป็นคนละนิติบุคคลกับช่อง 3 ดิจิตอล ซึ่งที่ ช่อง 3 อ้างมานั้น วันจันทร์นี้ กสท. จะเคลียร์ประเด็นนี้ให้ชัดเจนนางสาวสุภิญญา กล่าวว่า ได้เตรียมข้อเสนอทางออกภาพรวมต่อการเปลี่ยนผ่านเพื่อเยียวยาทุกช่องที่ออก คู่ขนาน 2 ระบบ และดูแลช่องใหม่อย่างเป็นธรรมด้วย ภายหลังหากได้ข้อสรุปแล้ว จะเชิญตัวแทนช่อง 3 ช่อง 7 และช่อง 9 รวมทั้งทุกช่องใหม่ดิจิตอล มาพบตามลำดับ เพื่อหาบทสรุปร่วมกัน พร้อมระบุจะแก้ปมปัญหาให้จบภายในสัปดาห์นี้ แต่หากสุดท้ายช่อง 3 ยังไม่ประสงค์จะร่วมมือเดินตามกติกา กสทช. คงต้องไปจบลงที่ศาล ส่วน ปัญหาโครงข่าย (MUX) โทรทัศน์ดิจิตอลของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ขัดข้องเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น ได้มีการนำวาระเรื่องนี้เข้าพิจารณาแก้ปัญหา รวมทั้งจะมีการหารือกับ 3 ช่องที่เป็นผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ MUX ขัดข้อง ในวันจันทร์นี้ช่วงบ่ายด้วย

กฎหมายใหม่ คิดก่อนแชร์ ไม่งั้นเตรียมแห่เข้าคุก
เกร็ดความรู้ /  โซเชียล

ปัจจุบันโซเชี่ยลมีเดียมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนใช้ในทางที่ผิด บางคนใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ยิ่งในยุคของการแชร์ แย่งกันแบ่งปันข้อมูลด้วยความรวดเร็ว ขาดการกรอง จนเกิดความเสียหาย คุณไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ มาพูดคุยเพื่อเป็นความรู้ ในการใช้อินเตอร์เน็ตให้ถูกที่ถูกทาง รวมถึงกฎหมายใหม่ที่ครอบคลุม และเอาผิดกับคนที่ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวชาวบ้านได้มากขึ้น ฟังให้ดีนะวัยรุ่น! กฎหมายใหม่ คิดก่อนแชร์ ไม่งั้นเตรียมแห่เข้าคุก กฎหมายใหม่ คิดก่อนแชร์ ไม่งั้นเตรียมแห่เข้าคุก คุณไพบูลย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีคดีฟ้องร้อง พรบ.คอมพิวเตอร์ทุกวัน ร้อยกว่าคดีในแต่ละปี เป็นเพราะคนใช้โซเชี่ยลมีเดียไม่ระมัดระวัง ที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ facebook เพราะมีอยู่สองอย่างที่ทำให้เกิดปัญหา 1. คิดว่า facebook เป็นสื่อของโซเชี่ยลมีเดีย เราสามารถจะคอมเม้นท์ใคร ตัดต่อภาพอะไรก็ได้ ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะมีกฎหมายที่ดูแลกำกับอยู่ 2. ที่เป็นปัญหามากขึ้นคือ ทุกคนคิดว่าพอเราใช้ facebook หรือ twitter โดยการปลอมตัวเป็นคนอื่น ใช้เป็นเครื่องมือในการว่ากล่าวผู้อื่น หรือมีคลิปภาพตัดต่อ แล้วคิดว่าไม่สามารถจับตัวผู้กระทำความความผิดได้ ตรงนี้เป็นความเชื่อที่ผิด ที่จริงแล้วทุกครั้งที่ใช้อินเตอร์เน็ต มันจะปรากฏหมายเลขประจำตัวของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือหมายเลขประจำตัวเครือข่าย หรือที่เราเรียกว่า IP address ซึ่งทางตำรวจหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี สามารถเช็คได้ว่าเป็นใคร เพราะข้อมูลมันจะเก็บไว้ตรงที่เครื่องของผู้ใช้ แล้วก็ iAP ผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ส่วนการแชร์โดยไม่ได้เป็นคนต้นเรื่อง หรือเจ้าของภาพ จะมีส่วนผิดในการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โทษลักษณะนี้จะชัดเจนขึ้น เพราะว่า สนช. กำลังพิจารณากฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งสำคัญมาก เป็นร่าง พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นไปได้ว่าอาจผ่าน สนช. แล้วประกาศใช้ในปีนี้ ถ้าออกมาเมื่อไหร่ หมายความว่า ภาพในชีิวิตประจำวันของบุคคลอื่น ภาพศิลปิน ดารา ถ้าเราไปถ่ายแล้วนำมาแชร์ หรือนำมาออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็จะผิดกฎหมายฉบับนี้ หรือจะมีโทษปรับ และอาจจะมีโทษทางอาญาด้วย ต้องระวังกันมากขึ้น แต่อาจมีข้อยกเว้นในสื่อมวลชน เพราะต้องรายงานข่าว รายงานความเป็นไปของสังคม ซึ่งปกติจะมีข้อยกเว้นตรงนี้อยู่ แต่ร่าง พรบ.ฉบับล่าสุด ยังไม่เห็นในข้อนี้ก็ยังมีข้อกังวลกันอยู่ ซึ่งกฎหมายปัจจุบัน ยังทำได้ ถ้าแชร์แล้วไม่คอมเม้นท์ให้เขาเสียหาย แต่ถ้าแชร์และคอมเม้นให้เสียหาย ก็จะมีกฎหมายอาญากับ พรบ.ว่าด้วยการทำความผิดคอมพิวเตอร์มาเกี่ยวข้อง ครอบคลุมถึงสื่อเทคโนโลยีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น Line, whatapp, twitter, instagram โซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ยกตัวอย่าง กรณีที่ไปคอมเม้นท์ศิลปินดาราในกระทู้ดังอย่าง pantip แล้วลืมตัวคอมเม้นท์ค่อนข้างรุนแรง อาจมีโทษ และโทษค่อนข้างสูง จำคุกถึง 5 ปี ยอมความไม่ได้ หมายความว่าถ้าเป็นคดีขึ้นมาแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างถึงที่สุด คือศาลมีคำพิพากษา กรณีที่ถ่ายภาพเพื่อฟ้องสังคม เช่นจอดรถไม่ถูกกฎจราจร ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่นั้น โดยหลัก เป็นการละเมิดสิทธิ์ แต่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ ปัจจุบันยังทำได้ แต่ถ้ามี พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายใหม่ จะทำไม่ได้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิโดยชัดแจ้ง ตัวข้อมูลมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายได้ ทั้งนี้ พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายเร่งด่วนฉบับแรก เป็นกฎหมายที่น่าจับตามาก เพราะไม่ได้ใช้เฉพาะอินเตอร์เน็ตอย่างเดียว หมายความว่ารูปทั่วๆ ไป อย่างเช่นไปสมัครงานที่ใดที่หนึ่ง แล้วเขาเกิดไม่รับหรือว่าลาออกไปแล้ว เขาต้องทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ไม่สามารถเก็บรูปหรือข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ แล้วกรณีที่เจอกันทุกวัน อาทิ อยู่ดีๆ มีเครดิตแบงก์โทรมาเสนอประกัน จะทำไม่ได้เลย ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมา เพราะข้อมูลทุกอย่างจะต้องได้รับอนุญาตจากตัวเจ้าของก่อนจะไปเผยแพร่ ถ้าเจ้าของไม่ยินยอมก็ต้องมีการลบหรือทำลายทิ้ง ไม่สามารถแชร์ได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ก็คือผู้แอบถ่ายจะไม่สามารถทำได้ จะคุ้มครองมากกว่าเดิม เวลาไปต่างประเทศ ตรงไหนมีกล้อง cctv ก็ต้องติดว่า ระวังกล้อง cctv ตรงนี้ต้องติดไว้ให้ทราบ เพราะว่ากรณีที่ไม่ได้ติดไว้ ภาพต่างๆ ที่เอาไปใช้ในกล้อง cctv ถือว่าเป็นการละเมิดสิิทธิส่วนบุคคล เป็นต้น -ขอบคุณข้อมูล http://mcot-web.mcot.net/

Isola La Gaiola เกาะอาถรรพ์ของมหาเศรษฐี
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

เรื่องที่ทีนเอ็มไทยจะนำมาเล่าต่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านได้ฟังกันวันนี้เป็นเรื่องราวของ เกาะที่มีชื่อว่า "Isola La Gaiola" เป็นเกาะอาถรรพ์ของมหาเศรษฐี โดยถูกบอกเล่าต่อกันมา ล่ำลือถึงความลึกลับมากที่สุดในอิตาลี ตามทีนเอ็มไทยไปดูกันเลยนะคะ ^^ Isola La Gaiola เกาะอาถรรพ์ของมหาเศรษฐี  Isola La Gaiola เกาะอาถรรพ์ของมหาเศรษฐี  รอบๆ เมือง Naples มีอ่าว Posillipo เป็นหนึ่งในหลายอ่าวที่อยู่ด้านทิศใต้ของเมือง Naples ของอิตาลี พื้นที่ชายฝั่งแถบนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ที่งดงามสวยงามและหลักฐานโบราณคดีทางประวัติศาสตร์ ดังนั้นจึงมีการประกาศเขตคุ้มครองวนอุทยานโบราณคดีใต้ท้องทะเลในปี 2002 Gaiola Underwater Park ครอบคลุมพื้นที่ 42 เฮคตาร์ ในเขตพื้นที่แห่งนี้มีหนึ่งในเรื่องลึกลับมากที่สุดของอิตาลี เป็นเรื่องราวของเกาะขนาดเล็กที่เงียบสงบแต่น่าสะพึงกลัวอยู่ทางด้านทิศใต้ของอ่าว Posillipo การเดินทางไปเกาะนี้ง่ายมากเพราะอยู่ใกล้กับชายฝั่ง เกาะลูกหนึ่งมีบ้านพักตากอากาศหลังโดดเดี่ยว ส่วนเกาะอีกลูกหนึ่งเป็นที่อ้างว้างไร้สิ่งปลูกสร้าง มีสะพานหินเชื่อมระหว่างเกาะทั้งสองเข้าด้วยกัน ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก  สะพานแห่งนี้ค่อนข้างแคบทำให้ดูเหมือนว่า เป็นผลงานของธรรมชาติมากกว่าคนสร้างมันขึ้นมา เกาะเล็กแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่สักการะเทพเจ้า Venus ยังมีเศษซากปรักหักพังยุคโรมันหลงเหลืออยู่โดยรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใต้พื้นน้ำท้องทะเล  จะมีสิ่งก่อสร้างยุคโรมันจมน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบ้านพักของสัตว์โลกใต้น้ำ ชาวบ้านบางคนเล่าสืบตำนานว่า นักกวี Virgil หรือเป็นที่ยอมรับว่า เขาคือ ผู้มีเวทย์มนตร์คาถา ได้เสกเป่าให้สถานที่แห่งนี้พังพินาศลง แม้ว่าตอนนี้สถานที่แห่งนี้จะได้มีการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่แล้วก็ตาม เกาะแห่งนี้มีการเปลี่ยนมือเจ้าของมาหลายคน ในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 19 เกาะแห่งนี้เป็นของ นักพรตที่รู้จักกันในชื่อว่า "The Wizard"  ต่อมามีการสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมขึ้นบนเกาะจนเป็นแบบทุกวันนี้ ในครั้งหนึ่งยังเคยเป็นของ Norman Douglas นักเขียนนวนิยายเรื่อง Siren Land แต่ต่อ ๆ มาเจ้าของเกาะ Isola La Gaiola ต่างประสบกับหายนะที่มาในรูปแบบต่างๆ หลังจากเป็นเจ้าของเกาะแห่งนี้ แม้ว่าเกาะแห่งนี้จะมีสภาพดูสวยงดงามมาก อยู่ไม่ห่างจากชายฝั่ง Naples เพียง 30 หลา เกาะทั้งสองเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยสะพานหิน หมายเหตุ : ความเชื่อเก่าของคนไทยคนจีนบางกลุ่ม ห้ามปลูกบ้านทับที่วังเก่า วัดเก่า ศาลเจ้าเก่า ป่าช้าเก่า เพราะจะมีอาถรรพ์/เวทย์มนตร์แฝงเร้นอยู่ หมอผีหรือหมอพระจีนบางสำนัก/บางแห่ง มักจะให้ทำพิธีลุยไฟในพื้นที่บางแห่งเพื่อลบล้างอาถรรพ์/ไสยเวทย์ที่หลงเหลืออยู่ ดังจะเห็นได้จากบางสถานที่และบางแห่ง ที่เคยพบเห็นคือ ที่จะสร้างศาลเจ้าจีน/ตลาด/โรงแรม มีเหตุผลมากมายที่ยืนยันว่าเกาะนี้ต้องคำสาปเป็นเกาะอาถรรพ์  เพราะเจ้าของเดิมหลายรายต่างตายในที่นี่และประสบหายนะ เหตุการณ์ครั้งแรกเริ่มขึ้นในปี 1920 เจ้าของคนสวิส Hans Braun พบว่าถูกฆาตกรรมแล้วซ่อนไว้ในพรม ต่อมาภริยาของเขาจมน้ำตายในทะเล  ชะตากรรมที่ใกล้เคียงกันคือ นักธุรกิจอุตสาหกรรมยา Maurice-Yves Sandoz ได้ฆ่าตัวตายในโรงพยาบาลจิตเวชในสวิสเซอร์แลนด์ เจ้าของคนต่อมา คนเยอรมันนี Otto Grunback หัวใจวายตายตอนอยู่บนเกาะ เจ้าของรายต่อมาฆ่าตัวตาย เจ้าของรายต่อมา เจ้าของอุตสาหกรรมเหล็กเยอรมันนี Baron Karl Paul Langheim หมดตัวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย Gianni Agnelli เจ้าของรถยนต์ Fiat เป็นเจ้าของคนต่อมา ลูกชายของเขา Edorado Agnelli เครื่องบินตกตาย ส่วนภริยารถยนต์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในปีต่อมา ทำให้ Umberto Agnelli เป็นเด็กกำพร้าวัย 11 ขวบ เมื่อได้ครอบครองธุรกิจ Fiat แล้วเขามีบุตร 3 คน บุตรชายแฝดคนหนึ่งตายตอนวัยเด็ก แม้ว่า Agnelli ตั้งใจจะมอบให้ทายาทธุรกิจ Gionvanni Alberto Agnelli ลูกชายคนที่ 3 ของเขาบริหารกิจการ Fiat ต่อไปในภายหน้า แต่แล้ว Agnelli ตายกับโรคมะเร็งในปอดตอนวัย 33 ปี ก่อนที่ Umberto Agnelli จะตายเขาได้มอบหมายให้ลูกชายอีกคน ที่เกิดกับภริยาคนที่ 2 ชื่อ Andrea บริหารธุรกิจ Fiat ต่อไป เจ้าของรายต่อมามหาเศรษฐีอเมริกัน Paul Getty หลานชายถูกจับตัวเรียกค่าไถ่หลังจากซื้อเกาะแห่งนี้ เจ้าของเกาะรายสุดท้าย Gianpasquale Grappone ถูกตัดสินจำคุกหลังจากธุรกิจประกันชีวิตมีปัญหา โดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล http://pantip.com, http://www.amusingplanet.com/2013/09/the-cursed-island-of-gaiola.html,http://www.travelhunch.com/2012/11/discover-a-well-kept-italian-secret-the-islands-of-gaiola-4383/,http://www.viralnova.com/beautiful-but-cursed-island/

ศาลอุทธรณ์ยืนคุก 11 ปี
การเมือง /  พิพากษา / 

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 11 ปี  "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" อดีตแกนนำกลุ่ม 24 มิ.ย. เพื่อประชาธิปไตย ตีพิมพ์บทความหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษา ในคดีที่ สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 จากกรณี นายสมยศ ซึ่งเป็นบรรณาธิการนิตยสาร วอยซ์ ออฟ ทักษิณ ได้จัดพิมพ์ จัดจำหน่ายนิตยสารซึ่งมีบทความที่ไม่เหมาะสมของผู้ใช้นามปากกาว่า จิตร พลจันทร์ เรื่องแผนนองเลือดกับยิงข้ามรุ่น เมื่อปี 2553 โดยศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่ นายสมยศ อุทธรณ์ต่อสู้ว่า พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 มีบทบัญญัติยกเลิก พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484 และในฐานะบรรณาธิการไม่ต้องรับผิดนั้น ศาลเห็นว่าการกระทำของ นายสมยศ เป็นความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ไม่ใช่เพียงการรับผิดในฐานะบรรณาธิการ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืน จำคุก 10 ปี พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีที่ นายสมยศ หมิ่นประมาท พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก 1 ปี รวมจำคุก 11 ปี ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายสมยศ ได้มีสีหน้าที่เคร่งเครียด พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า จะฎีกาสู้คดีต่อในประเด็นของข้อกฎหมาย ซึ่งตนเองถูกคุมขังมากว่า 3 ปี 6 เดือนแล้ว

กกต /  ข่าววันนี้ / 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมกฎหมาย เดินทางเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการไต่สวน กกต. กรณีถูกร้องให้ยุบพรรค        นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรณีที่ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีรู้เห็นเป็นใจให้สมาชิกและกรรมการบริหารพรรคไปขึ้นเวทีชุมนุมของกลุ่ม กปปส. หลังจากได้ทำหนังสือชี้แจงมายัง กกต. แล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ และ นายวิรัตน์ ได้เตรียมประเด็นชี้แจงคือ พรรคไม่ได้เป็นผู้จัดเวทีการชุมนุม แต่เป็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายถาวร เสนเนียม และแกนนำ กปปส. ที่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว และไปตั้งเวทีเรียกร้องและต่อสู้เพื่อความถูกต้องตามแนวทางประชาธิปไตย ซึ่งสังคมรู้แล้วว่าจุดยืนของพรรคสู้ในเรื่องนี้มาตลอด และศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่าการชุมนุมของ กปปส. เป็นสิทธิชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการชี้แจงต่อคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในครั้งนี้จะใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง MThai News

ตร.คุม 6 น.ศ.อุเทนถวาย ฝากขังศาลอาญาแล้ว
ข่าว /  ข่าวยิงนักศึกษา / 

ตำรวจหัวหมาก คุม 6 น.ศ.อุเทนถวาย ร่วมฆ่า น.ศ.เทคโนปทุวัน-เทคนิคกรุงเทพ ฝากขังศาลอาญาแล้ว พร้อมค้านประกัน หวั่นหลบหนี พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก คุมตัว นายกบินทร์ จิโรจน์มนตรี อายุ 20 ปี กับพวกรวม 6 คน นักศึกษามหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ผู้ต้องหาก่อเหตุยิง นายพลวัต จันทร์วิเศษ อายุ 21 ปี และ นายชิษณุพงษ์ ศรีคชา อายุ 18 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เสียชีวิตที่ ถ.เทอดดำริห์ ข้างสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา และร่วมกันก่อเหตุยิง นายพชร กัมพลาศิริ อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ เสียชีวิต บริเวณท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 1 กันยายน มาขออำนาจศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน ถึงวันที่ 29 กันยายนนี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งนี้ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยตัวไปผู้ต้องหาอาจหลบหนีได้ โดยศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่วันนี้มีกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ต้องหาเดินทางมาที่ศาลในวันนี้ด้วย ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน คือ นายคมสันต์ ชูศิลป์ ทำหน้าที่จัดหารถจักรยานยนต์ ที่ใช้ในการก่อเหตุ และถูกจับกุมเพิ่มเมื่อวานที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ได้คุมตัวมาขออำนาจศาลฝากขังเช่นกัน

เหลือเชื่อ! ศาลพระภูมิช่วยลดอาชญากรรม หลังถูกนำไปตั้งริมถนน
ข่าววันนี้ /  ข่าวสหรัฐ / 

อาชญากรรม ในเมืองเมืองโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ลดถึง 82 เปอร์เซ็นต์ หลังมีชาวบ้านนำ ศาลพระภูมิ ไปติดตั้งริมถนน ด้านตำรวจไม่ชัดถึงสาเหตุ สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ได้เกิดเรื่องสุดแปลกขึ้น ที่เมืองโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อพบว่าสถิติด้านอาชญากรรมของเมืองลดน้อยลงถึง 82% ภายหลังมีพลเมืองคนหนึ่ง นำศาลพระภูมิไปตั้งไว้ริมถนนในเขตอีสต์เลค โดยแดน สตีเวนสัน เผยว่าตอนแรกก็ไม่ได้หวังอะไรอีกทั้งไม่ได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แต่ชื่นชอบในลักษณะการออกแบบของศาลพระภูมิ จึงได้ซื้อชิ้นส่วนมาประกอบและนำไปติดตั้งตรงบริเวณดังกล่าว ซึ่งก็น่าแปลกว่าพอหลังมีศาลพระภูมิทำให้คนทิ้งขยะบนถนนน้อยลง วัยรุ่นหยุดพ่นสีตามกำแพง ปัญหายาเสพติดลด และโสเภณีที่เคยหาลูกค้าอยู่บริเวณนี้ก็ย้ายแหล่งหากินของพวกเธอออกไปที่อื่นแทน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็ไม่อาจบอกได้ว่าอะไรอยู่เบื้องหลังการลดฮวบของอาชญากรรมครั้งนี้ แต่ก็ดีไม่น้อยที่เมืองดังกล่าวได้กลับมาสงบอีกครั้ง สำหรับศาลพระภูมิหลังดังกล่าวถูกนำมาตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2012 โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาเคยมีคนความพยายามย้ายศาลพระภูมิมาถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ MThai news

เลือกทางไหน ?
กฎMustCarry /  กสท / 

นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ได้เผยแพร่บทความเรื่อง "ช่อง 3 กับ : ทางหลัก ทางเลี่ยง ทางรอด และทางล้ม" โดยเผยรายละเอียดกับทางเลือกของช่อง 3 ที่มีปัญหากับกสท.ในขณะนี้ช่อง 3 ไม่ได้เหลือหนทางอะไรมากนักในกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคทีวีดิจิทัลและนี่คือ ช่วงเวลา ที่ ช่อง 3 ต้องไปศึกษาหารือกันให้ดีว่าจะทำอย่างไร 1. ทางหลัก : เดินต่อไปอย่างโดดเดี่ยวออกอากาศ ช่อง 3 อะนาล็อกต่อไป จนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ปี 2563 ก็ต้องยอมกล้ำกลืน ออกอากาศระบบอะนาล็อกอย่างโดดเดี่ยว และไม่สามารถข้ามแพลทฟอร์มได้ และ ต้องทนกล้ำกลืนกับฐานผู้ชมอะนาล็อกที่น้อยเรี่ยติดเพดานดินไปเรื่อยๆ (มีคนดูฐานอะนาล็อก ที่ติดเสารับสัญญาณหนวดกุ้ง ก้างปลา เพียง 12-15% เท่านั้น) และต้องยอมรับความจริงเสียทีว่า ตนเองไม่มีสิทธิแน่นอนในการเอาสัญญาณอะนาล็อกไปออกอากาศในทีวีดาวเทียม หรือ เคเบิ้ลทีวีแน่ๆ เพราะเนื้อหาของกฎมัสแครี่ มีหลักการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกับฟรีทีวีทุกช่อง ให้ต้องยึดถือปฏิบัติตาม และช่อง 3 ก็ไม่มีข้อยกเว้น เนื้อหาของกฎมัสแคร์รี่ คือ ช่องฟรีทีวีเดิม สิ้นสุดความเป็นช่องฟรีทีวีไปทันที หลังจากทีวีดิจิทัลออกอากาศไปแล้ว 30 วัน, จึงจะไม่ได้ความคุ้มครองให้ออกอากาศในทุกแพลทฟอร์มอีกต่อไป ความเสี่ยงของการเลือกทางนี้ คือ ทำใจกับฐานคนดูอะนาล็อกที่จะน้อยลงไปเรื่อยๆ ช่อง 3 จะโดนโดดเดี่ยวจากวงการโทรทัศน์ จากผู้ผลิต และพัฒนารายการ ตลอดจนผู้พัฒนาระบบเทคโนโลยีอื่นๆ และที่สำคัญ ผู้ชมช่อง 3 ในระบบดิจิทัล จะเกิดความสงสัยทันทีว่า ทำไมช่อง 3 ดิจิทัล ทั้ง 3 ช่อง จึงมีคุณภาพไม่ดีทัดเทียมเท่ากับช่อง 3 อะนาล็อก และสงสัยว่า แล้วช่อง 3 จะประมูลทีวีดิจิทัลอีก 3 ช่องไปทำไม? 2. ทางเลี่ยง : ความยุ่งยากการเอาช่อง 3 อะนาล็อกมาออกในแพลทฟอร์มดาวเทียม/เคเบิ้ลทีวีให้ได้ เพื่อรักษาฐานผู้ชมช่อง 3 อย่างเหนียวแน่น เพราะเชื่อว่า มีฐานคนดูช่อง 3 อะนาล็อกสูงกว่า 60% ในแพลทฟอร์มนี้ หากไม่เอาช่อง 3 อะนาล็อกมาออก ต้องสูญเสียฐานผู้ชมกลุ่มนี้ไปแน่นอน (เพราะกสท. เอาจริง สั่งห้ามเคเบิ้ลทีวี ทีวีดาวเทียมว่า ห้ามเกี่ยวสัญญาณภาพช่อง 3 อะนาล็อกมาออกเด็ดขาดแล้ว) ต้องยอม (1) ซื้อใบอนุญาตประเภท เพย์ทีวี และ (2) ต้องยอมลดปริมาณการโฆษณาจากเดิมในระบบอะนาล็อก ใช้คลื่นความถี่ทรัพยากรสาธารณะ จาก 12 นาทีครึ่ง ลดลงมาเหลือ 6 นาที (เพราะระบบเพย์ทีวี ธุรกิจ กฎหมายกำหนให้มีโฆษณาได้เพียง 6 นาที/ชั่วโมงเท่านั้น) ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น คือ เม็ดเงินโฆษณาที่หายไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผลกระทบเสียหายต่อธุรกิจของชอง 3 แน่ๆแต่ความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้น คือ จะจัดสรรผลิตรายการอย่างไร (โฆษณาได้ 12 นาทีครึ่ง ในอะนาล็อก, โฆษณา 6 นาทีในเพย์ทีวี) ซึ่งก็ต้องทำรายการออกมาเป็น 2 เวอร์ชั่น ซึ่งก็จะทำได้ยาก และกฎหมาย ก็ไม่อนุญาตให้ทำอีก เพราะกสทช. ออกกฎ (มัสแครรี่) ว่าเนื้อหารายการโทรทัศน์ที่อยู่ในช่องหนึ่ง เมื่อมาออกในแพลทฟอร์มที่แตกต่างกัน ก็ต้องเหมือนกัน ห้ามดัดแปลง เพราะฉะนั้น ถ้าจะเลือกหนทางนี้ ก็ต้อง ทำรายการช่อง 3 อะนาล็อก กับ ช่อง 3 เพย์ทีวีให้ออกมาเหมือนกันเป๊ะๆ ซึ่งจะต้องโฆษณาเหลือเพียงแค่ 6 นาที/ชั่วโมงเท่านั้น!อย่างที่บอกว่า ความเสียหายเกิดขึ้นมากแน่ๆ เพราะเงินโฆษณาหายไปครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าทำแบบนี้ ช่อง 3 ก็จะสามารถ มีธุรกิจทีวี ได้ครบ 4 ช่องเหมือนเดิม คือ 3 อะนาล็อก (ออกอากาศผ่านอะนาล็อกเดิม) และ 3 อะนาล็อกที่ออกอากาศผ่านจานดาวเทียมและเคเบิ้ล (เพย์ทีวี) และช่อง 3 อีก 3 ช่องดิจิทัล (3 HD, 3SD, 3 FAMILY) ข้อดีของทางเลือกนี้ คือ รักษาฐานผู้ชมตนเองได้ครบถ้วนเหมือนเดิม, แถมยังรักษาจำนวนช่อง ได้เหมือนเดิม 4 ช่อง แต่สูญเสียอย่างเดียว คือ เม็ดเงินโฆษณาที่หายไปจากอะนาล็อกกว่าครึ่ง 3. ทางรอด : เดินอย่างมั่นคง ดีที่สุด คือ ยอมออกอากาศช่อง 3 อะนาล็อก คู่ขนานนับช่อง 3 HD ดิจิทัล นี่เป็นทางเลือกที่เกิดความเสียหายน้อยที่สุด แม้ช่อง 3 จะไม่อยากเลือกทางนี้เลยก็ตาม เพราะเท่ากับว่าอาจสูญเสียเม็ดเงินโฆษณาในระบบอะนาล็อกไป แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในระยะยาวอยู่ดี เพราะจะเท่ากับว่า เรตติ้งในดิจิทัล จะกระเตื้องขึ้นโดยรวม ส่งผลทั้งตลาด นั่นจะทำให้ ฐานผู้ชมทั้งระบบ ย้ายมาอยู่ที่ ทีวีดิจิทัลเร็วขึ้น เมื่อฐานคนดูมาเต็มๆ แล้ว การคำนวณค่าการรับชม ก็จะเป็นจริง และตัวเลขอัตราค่าโฆษณาในระบบดิจิทัลที่ต่ำ มากๆ ในตอนนี้ ก็จะสูงขึ้นทันทีทั้งระบบ) หนทางนี้ ต้องเอาสัญญาณ ช่อง 3 อะนาล็อก (ซึ่งเนื้อหาแข็งแรงที่สุด) มาลงในช่อง 3 HD ที่เป็นดิจิทัล ซึ่งคุ้มค่าที่สุด, ซึ่งคนดูทีวีดิจิทัล ที่เป็นแฟนช่อง 3 จะยิ่งชอบมาก เพราะได้ดูช่อง 3 แบบชัดๆ (ส่วนช่อง 3 อะนาล็อก ก็ยังดูได้เหมือนเดิมนะครับ จนจบสัญญา) โดยวิธีการ คือ นำเอาเนื้อหาจากอะนาล็อก (จากนิติบุคคล บริษัท บางออกเอ็นเตอร์เทนเม้น จำกัด) ทำสัญญาซื้อขายรายการ (ในราคามิตรภาพกันเอง) ขายให้ช่อง 3 ดิจิทัล (บริษัท บีอีซี-มัลติ มีเดีย จำกัด) สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ ก็เพราะช่อง 3 อะนาล็อกกับช่อง 3 ดิจิทัล เป็นคนละนิติบุคคลกัน และกฎหมายกำหนดว่า ผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องประกอบกิจการเอง ห้ามเอาไปอนุญาตไปให้คนอื่นๆ ทำ ฉะนั้นการที่ช่อง 3 ดิจิทัลจะเอาสัญญาณช่อง 3 อะนาล็อกไปออกอากาศในระบบดิจิทัล จึงต้องทำให้ถูกกฎหมาย (ซึ่งก็เหมือนกับที่สถานีโทรทัศน์ช่องดิจิทัลอื่นๆ ซื้อรายการจากต่างประเทศ หรือในประเทศมาออกอากาศในช่องตนเอง) ซึ่งว่าที่จริงแล้ว แทบไม่ได้แพงหรือมีงบประมาณภาระอะไรเลย ข้อดีของทางนี้คือ ช่อง 3 จะสามารถกวาดเอาฐานคนดูในอะนาล็อกเดิม มาประกันเอาไว้ในตลาดทีวีดิจิทัล และ ตนเอง ก็กลายมาเป็นผู้เลานเต็มตัวในเกมธุรกิจนี้จริงๆเลือกทางนี้ ช่อง 3 จะเหลือทีวี 4 ช่องเช่นเดิม แต่มีเนื้อหา เพียง 3 ช่อง เพราะ ช่อง 3 อะนาล็อก จะมีเนื้อหาเหมือนกันกับช่อง 3 HD 4. ทางล้ม : เกมอันตรายคือการดึงดัน เล่นเกมยื้อ พิพาทกับกสท. ต่อไป ทางนี้ มีแต่ล้มอย่างเดียว เพราะต้องยอมรับกันจริงๆ เสียทีว่า ผู้รับใบอนุญาต ไม่มีทางฝืนกระบวนการทางศาล ไปเอาชนะกฎมัสแคร์รี่ ครั้งนี้ไปได้ เพราะคราวนี้ กสท. ใช้กฎนี้อย่างมีมาตรฐานเท่าเทียมกับทุกๆ ช่องผลกระทบ และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้น มิใช่เฉพาะคู่กรณีอย่าง กรรมการกสท. และ ช่อง 3 อะลาล็อก แต่จะเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลทั้งระบบ (และส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ต่อธุรกิจสื่อ ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ด้วย) และอย่าลืมว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กสทช. ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาและกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อแก้ไขผลที่เกิดจากพฤติกรรมอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2557 สาระของมัน คือ "การกำจัดผู้มีอำนาจ หรือ ทำตัวมีอำนาจนอกเหนือระบบ" นั่นเองเพราะฉะนั้น หากเล่นเกมยื้อนี้ต่อไป คนที่จะล้ม คือใคร แต่ละฝ่าย ก็ต้องไปไตร่ตรอง ใคร่ครวญกันไว้ให้ดีๆเพราะกฎระเบียบต่างๆ ของกสท. นั้น เพื่อสร้างสภาวะการเปลี่ยนแปลงโดยรวมของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไปสู่การเป็นทีวีดิจิทัล – ไม่มีข้อยกเว้น เลือกทางไหนดี? ไม่ว่าจะเลือกหนทางไหน ทั้ง 4 ทางเลือกข้างต้น ย้ำว่า ช่อง 3 ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายเลย, มันคือการชั่งน้ำหนักระหว่าง “การคำนึง” ถึงผลกระทบต่อธุรกิจ ความสามารถตนเองในการแข่งขันได้ การรักษาแบรนด์ ภาพลักษณ์องค์กร กับ “การคำนวณ” ถึงผลประโยชน์กำไรมหาศาล เม็ดเงินโฆษณา ฐานผู้ชม อัตราค่าโฆษณา และอำนาจในการเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สามารถกำหนดตลาดได้ และสุดท้ายคือผลประโยชน์ของสังคมโดยรวม สุดท้ายผมอยากอธิบายว่า ภูมิทัศน์สื่อโทรทัศน์ในยุคใหม่นี้ คือ การทำลายระบบขั้วนายทุน สายสัมพันธ์ของนักการเมืองและอำนาจทุนอุปถัมภ์ สู่ระบบ การทำโทรทัศน์ผ่านระบบการออกใบอนุญาต ที่มีกลไกตลาดเสรี ที่ผู้เล่นทุกคนเท่าเทียมกัน เสมอภาคกัน ยักษ์ใหญ่ ในอดีต ต้องถูกกำกับโดยเจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรอิสระ นี่คือ กฎใหม่ กติกาใหม่ในโลกทุนนิยมเสรี การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ไม่มีทางหลบ หลีก เลี่ยงได้เลย! บทความโดย นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน

นักท่องเที่ยวมะกันถูกศาลโสมแดงสั่งจำคุก 6 ปีในค่ายแรงงาน
ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือและสหรัฐ /  ชาวสหรัฐในเกาหลีเหนือ / 

นักท่องเที่ยวชาวอเมริกาถูกศาลเกาหลีเหนือสั่งจำคุก 6 ปี อ้างข้อหาทำตัวเป็นศัตรูต่อทางการ วันนี้(14ก.ย.)เว็บไซต์บีบีซีรายงาน ความคืบชาวอเมริกันที่ถูกกักขังในเกาหลีเหนือ ล่าสุดหนึ่งในนั้น แมทธิว มิลเลอร์ ชาวอเมริกันวัย 24 ปีถูกศาลเกาหลีเหนือสั่งจำคุก ในค่ายแรงงานเป็นเวลา 6 ปี แมทธิว เดินทางไปยังเกาหลีเหนือในฐานะนักท่องเที่ยว และถูกจับกุมตั้งแต่เดือนเมษาที่ผ่านมา โดยทางการเกาหลีไม่ได้ระบุความผิดในการตัดสินจำคุกอย่างชัดเจน แต่มีรายงานว่า เขาฉีกวีซ่าทิ้งและประกาศ ขอลี้ภัยทางการเมือง ทั้งนี้ทางด้านสหรัฐฯได้แถลงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า เกาหลีเหนือใช้นายมิลเลอร์กับชาวอเมริกันที่ยังถูกควบคุมตัวอีกสองคนเป็นเครื่องต่อรองในทางการทูต ซึ่งที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอยู่ในสภาวะตึงเครียดมาโดยตลอด รวมทั้งชาวอเมริกันในเกาหลีเหนือหลายรายที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันในกรณีคล้ายกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง โดยที่ทุกๆครั้งจำเลยมักจะถูกตัดสินในข้อหาที่ไม่ชัดเจน หรือไม่มีการแจกแจงใดๆ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เชื่อว่านี่คือผลกระทบจากการเข้ามาแทรกแซงข้อพิพาทระหว่างเกาหลีและเกาหลีใต้ เนื่องจากสหรัฐร่วมซ้อมรบกับเกาหลีใต้ในทุกๆปี เพื่อเตรียมตัวรับมือกับเกาหลีเหนือ และทำให้เกาหลีเหนือแสดงความไม่พอใจตลอดมา Mthai News ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.bbc.com/

ปชป.ยันไม่เกี่ยวข้องกับกปปส. ไม่หวั่นถูกยื่นยุบพรรค
กปปส.สุเทพ เทือกสุบรรณ /  พรรคประชาธิปัตย์

ปชป.ยันไม่เกี่ยวกับกปปส. ไม่หวั่นถูกยื่นยุบพรรค นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ แกนนำนปช. และคณะ ร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากรู้เห็นเป็นใจให้สมาชิกและกรรมการบริหารพรรค ไปขึ้นเวทีชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ว่า เราเตรียมการชี้แจงตามข้อเท็จจริงคือ 1. พรรคไม่ได้เป็นผู้จัดเวทีการชุมนุม แต่เป็นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายถาวร เสนเนียม และแกนนำกปปส.ที่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว และไปชุมนุมเรียกร้อง 2. ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่าเป็นสิทธิที่สามารถชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การกระทำของอดีตส.ส.นั้น ไม่ใช่มติของพรรค ดังนั้นจึงต้องแยกแยะ ซึ่งการชุมนุมของกปปส.ก็มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญรองรับว่าสามารถกระทำได้ตามสิทธิ อีกทั้งไม่ได้กระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศที่ไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางตามรัฐธรรมนูญในระบบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นใครทำผิดอะไรก็ว่าไปตามฐานความผิดของแต่ละบุคคล ไม่เกี่ยวกับพรรค ส่วนการกระทำใดๆ ที่ผู้ร่วมชุมนุมได้กระทำผิดในกฎหมายอื่นๆอาทิ ปิดถนน ผิดพ.ร.บ.ความสะอาดก็ว่ากันไปตามกฎหมายแล้วแต่กรณี ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรณีที่ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีรู้เห็นเป็นใจให้สมาชิกและกรรมการบริหารพรรคไปขึ้นเวทีชุมนุมของกลุ่ม กปปส. หลังจากได้ทำหนังสือชี้แจงมายัง กกต. แล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ และ นายวิรัตน์ ได้เตรียมประเด็นชี้แจงคือ พรรคไม่ได้เป็นผู้จัดเวทีการชุมนุม แต่เป็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายถาวร เสนเนียม และแกนนำ กปปส. ที่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว และไปตั้งเวทีเรียกร้องและต่อสู้เพื่อความถูกต้องตามแนวทางประชาธิปไตย ซึ่งสังคมรู้แล้วว่าจุดยืนของพรรคสู้ในเรื่องนี้มาตลอด และศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่าการชุมนุมของ กปปส. เป็นสิทธิชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการชี้แจงต่อคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในครั้งนี้จะใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง MThai News

อาจารย์เทพ เวสสุวรรณโน

โหรและหมอดู ดูดวงชื่อนก 12 ตัว ไม่แม่นยินดีคืนเงิน ต่อชะตาคนดวงตก สะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา บูชาเทียน รับแก้-ถอนคุณไสย รับตั้งศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม ศาลเทพทุกชนิด สักยันต์โดยน้ำมันจางลงอาคม หรือสักยันต์แบบห้าแถว

เทศกาลกินเจ
กินเจ /  กินเจปี57 / 

ใกล้ถึงช่วงถือศีลกินเจกันแล้ว หรือที่เรียกว่า เทศกาลกินเจ นั่นเอง ทั้งนี้เราควรจะมีการเตรียมตัวกันอย่างไร Horoscope.mthai ไม่รอช้าที่จะนำข้อมูลดีๆมาฝากเพื่อนๆกันครับ ทั้งนี้บางคนอาจกินเจล่วงหน้า 1 วัน หรือที่เรียกว่า "ล้างท้อง"การ บูชาจะกำหนดในวันขึ้น 1 ค่ำ ขึ้น 3 ค่ำ ขึ้น 6 ค่ำ และขึ้น 9 ค่ำ ซึ่งชาวจีนจะนุ่งห่มชุดขาวไปไหว้พระ ไหว้เจ้าตามวัดหรือศาลเจ้า และถือศีล 5 บางคนเคร่งขนาดถือศีล 8 ก็มี ในช่วงท้ายของ เทศกาลกินเจ ก็จะมีการลอยประทีปที่คำจีนเรียกว่าปั่งจุ้ยเต็ง ลักษณะคล้ายกับลอยกระทงของไทยเรา และพิธีจะจบด้วยการส่งเทพเจ้าในวันขึ้น 10 ค่ำ  ดังนั้นสีเหลืองจึงเป็นสีของพุทธศาสนา หรือผู้ทรงศีล บนธงจะเขียนตัวอักษรสีแดง อ่านว่า "ไจ" หรือ "เจ" มีความหมายว่า "ของไม่มีคาว" เหตุที่ใช้สีแดง เพราะชาวจีนเชื่อว่า เป็นสีมงคล สร้างความเจริญให้แก่ชีวิต ธงเจนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้พุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตนถือศีลกินเจได้ตระหนักถึงการไม่ เบียดเบียนชีวิตสัตว์ และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วงระยะเวลา 9 วัน 9 คืน ช่วงเวลา 9 วันที่กินเจนั้น ผู้ที่ต้องการเป็นผู้ถือศีลกินเจอย่างครบสมบูรณ์ตามประเพณี ต้องปฏิบัติตัวดังนี้ 1.    งดเว้นเนื้อสัตว์ และทำอันตรายต่อสัตว์ 2.    งดนม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์ 3.    งดอาหารรสจัด ทั้งอาหารเผ็ด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด 4.    งดผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เช่น ผักชี กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว กุยช่าย รวมทั้งใบยาสูบ 5.    รักษาศีลห้า  รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ 6.    ทำบุญทำทาน สำหรับคนที่เคร่งครัดจะนุ่งขาวห่มขาว 7.    สำหรับผู้ที่เคร่งครัดมากๆ แยกภาชนะสำหรับใส่เนื้อสัตว์ออก เพื่อปรุงอาหารเจ โดยไม่ปล่อยให้ดับ เพื่อเป็นพุทธบูชา และรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินเกิด อย่างไรก็ดี หยุดกินคือหยุดฆ่า กรรมที่สร้างนี้ จักติดตามสนองเราในไม่ช้า ทำให้สุขภาพร่างกาย อายุขัยของเราสั้นลง เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ จากเวรกรรมซึ่งรักษาได้ยากและเรื้อรังด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน ชีวิตบั้นปลายจะไม่มีความสุข เพราะมีแต่โรคภัยไข้เจ็บ ขอบคุณข้อมูลจากบทความ อ .ตั้ม  ศรีนเรศพยากรณ์

นิพิฏฐ์ จี้เปิดชื่อรายชื่อ สปช. สรรหา เพื่อความโปร่งใส
ข่าววันนี้ /  นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ / 

รองหัวหน้า ปชป. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จี้เปิดเผยชื่อ สปช. สรรหาแต่ละจังหัด หากไม่อยากให้เกิดข้อครหาล็อคสเป็ค ผลัดกันเกาหลัง ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการแต่งตั้งรายชื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. เพื่อนำมาซึ่งการปฏิรูปประเทศ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ หลังคณะกรรมการคัดเลือกแต่ละด้านได้เลือกสรร พร้อมทั้งส่งรายชื่อไปถึงมือ คสช.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กระนั้นการคัดสรรดังกล่าวก็ทำให้มีกระแสข่าวออกมาหนาหูว่ามีการล็อคสเปคคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่โดยเฉพาะการสรรหา สปช.ของแต่ละจังหวัด ล่าสุดวานนี้ (21 ก.ค. 57) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า ทางที่ดีกรรมการ 5 ฝ่ายที่ทำหน้าที่คัดเลือก สปช. ประจำจังหวัด ตั้งแต่ผู้ว่าฯ, หัวหน้าศาล, ประธาน กกต.จังหวัด, นายก อบจ. และตัวแทนองค์กรเอกชน ควรประกาศให้สังคมรับรู้ได้แล้วว่า สปช. ที่คัดเลือกมาเป็นใครบ้าง เพื่อจะได้ให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม และตรวจสอบได้ ว่าเขาเป็นคนดีมีความสามารถตามที่กำหนดหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดข้อครหาว่ากรรมการแต่ละฝ่ายเลือกบุคคลหรือกลุ่มตนเข้ามาทำหน้าที่ได้ "การสรรหาที่ระบุให้เป็นความลับนี้ ก็ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องลับแทนที่จะให้ประชาชนแต่ละจังหวัดตรวจสอบว่าตรงใจเขาหรือไม่ มันออกจะแปลกประหลาด ที่คระกรรมการไม่กล้าประกาศให้สังคมรู้ชื่อทั้ง 15 คนว่ากรรมการแต่ละคนเสนอชื่อใครมาและเลือกเหลือ 5 คนเป็นใครบ้าง เมื่อตรวจสอบก็จะรู้ว่าผลัดกันเกาหลังจริงหรือไม่" MThai news

ศาลารอรถ กลายเป็นศาลกุมารทอง  ชาวบ้านเห็นเด็กมารำไทยหน้าศาล
ศาลกุมารทอง /  ศาลารอรถกลายเป็นศาลกุมาร / 

ศาลารอรถ กลายเป็นศาลกุมารทอง  ชาวบ้านเห็นเด็กมารำไทยหน้าศาล เชื่อเป็นวิญญาณกุมาร วันนี้(15 ก.ย.) แฟนเพจ ทีวีชุมชน ข่าวสารออนไลน์ จ. เพชรบุรี และ ประจวบฯ  ได้เผยแพร่เรื่องราว เมื่อศาลารอรถผู้โดยสารกลับกลายเป็นศาลของกุมารทอง โดยได้เปิดเผยว่า บริเวณถนนสายเพชรบุรี-หาดเจ้าสำราญ ใกล้ปากทางเข้าวัดดอนบ้านใหม่ หมู่ 4 ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี จะมีศาลารอรถโดยสารซึ่งมีขวดน้ำแดงตั้งเรียงรายอยู่บนศาลา มีชุดไทยและของเล่นนานาชนิดตั้งอยู่ด้วย ซึ่งศาลารอรถแห่งนี้จากเดิมชำรุดทรุดโทรมและเสาได้ผุพังลง ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันซ่อมแซมโดยไปขอไม้มาจากที่วัดดอนบ้านใหม่ ซึ่งพระครูใบฏีกาแย้ม เจ้าอาวาส ได้ให้ไม้มาเปลี่ยนเสาโดยมีไม้ท่อนหนึ่งเป็นไม้ตะเคียนทองสูงประมาณ 50 ซม. ที่ถูกนำมาทำเป็นโคนเสาด้านหน้าของตัวศาลา โดยหลังจากซ่อมแซมเสร็จจนสมบูรณ์อยู่มาวันหนึ่งมีชาวบ้านผ่านมาช่วงกลางดึกเกิดเห็นเด็กสวมชุดไทยยืนร่ายรำอยู่บนศาลารอรถอย่างสวยงาม สร้างความตกใจเป็นอย่างมาก โดยเรื่องดังกล่าวได้ร่ำลือกันต่อๆมาซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นกุมารทองที่อยู่ในท่อนไม้ตะเคียนทองอย่างแน่นอน หลังจากนั้นจึงมีชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศมากราบไหว้ขอโชคขอลาภ โดยเฉพาะในช่วงคืนวันก่อนหวยออกจะมีชาวบ้านนับร้อยเดินทางมาเพื่อขอหวยที่ศาลารอรถดังกล่าว โดยคนที่ขอแล้วสมหวังก็จะนำของเซ่นไหว้ที่เห็นมาถวายจนขณะนี้ที่ศาลารอรถแห่งนี้กลายเป็นศาลของกุมารทองไปแล้ว ขอบคุณภาพและข่าวจาก แฟนเพจ ทีวีชุมชน ข่าวสารออนไลน์ จ. เพชรบุรี และ ประจวบฯ,เพชรบุรีโพสต์

นักธุรกิจจีนบริจาค30ล.สร้างเจดีย์หลวงปู่เทสก์
นักธุรกิจจีนบริจาค30ล้าน /  นักธุรกิจชาวจีน / 

นักธุรกิจชาวจีนเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาบริจาคเงินให้วัดสร้างเจดีย์หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่ภูเก็ต 30 ล้าน พระอาจารย์จำรัส จันทโชโต เจ้าอาวาส พร้อมด้วย นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และคณะกรรมการวัด ร่วมต้อนรับคณะพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศมาเลเซีย ที่เดินทางมาร่วมทำบุญทอดผ้าป่าการกุศลนานาชาติ ที่ วัดเจริญสมณกิจ หรือ วัดหลังศาล อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื่องจาก นายจางเจี้ยน หรือมีชื่อไทย ว่า นายศุภชัย รุจาธร นักธุรกิจเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ หรือ เว็บไซต์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ที่วัดดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ได้มอบเงิน จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนสร้างเจดีย์ และเสนาสนะต่าง ๆ ในวัดเจริญสมณกิจ และก่อนหน้านี้ นายจางเจี้ยน มอบเงินเพื่อจัดซื้อที่ดินบริเวณด้านข้างวัด จำนวน 6 ไร่ มูลค่า 4,000,000 บาท ให้แก่ทางวัดด้วย เจ้าอาวาสวัดเจริญสมณกิจ กล่าวว่า นายจางเจี้ยน และคณะพุทธศาสนิกชนนานาชาติ มีจิตศรัทธาที่แรงกล้า และเดินทางมาร่วมทำบุญที่วัดนี้อย่างต่อเนื่อง และเขาได้ตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา และได้ฉายาว่า “พระสุคโต” ในขณะนี้ ยังไม่มีกำหนดวันสึกแต่อย่างใด

จุดกำเนิดสาวตาโต ในตัวอย่างแรก Big Eyes จาก ทิม เบอร์ตั้น
Big Eyes /  Tim Burton / 

ปล่อยตัวอย่างแรกกันออกมาแล้ว สำหรับหนังเรื่องใหม่ของผกก.สุดเซอร์อย่าง ทิม เบอร์ตั้น ที่คราวนี้แกขอกลับมาทำหนังแนวย้อนยุค โดยที่ไม่ต้องมีแฟนตาซี แต่ยังขอจัดเต็มด้านของงานศิลป์เช่นเคย ใน Big Eyes หนังที่หลายคนเก็งกันไว้ว่า เอมี่ อดัมส์ อาจจะได้ชิงออสการ์อีกครั้งจากบทนี้ โดยตัวอย่างแรกที่เผยออกมาก็ถือว่าเข้าท่ามากทีเดียว เรายังได้เห็นตัวละครของ คริสตอฟ วอลซ์ ที่ดูแล้วทรงพลัง จนรู้สึกว่าทั้งคู่เหมาะกับบทสามี ภรรยา ในเรื่องจริงๆ เรื่องราวชีวประวัติของ มาร์กาเร็ต คีน (เอมี อดัมส์) ศิลปินที่โด่งดังเป็นอย่างมากใน ยุค’50 จากผลงานภาพวาดคาแร็กเตอร์ เด็กหญิงตาโต อันเป็นเอกลักษณ์ จนวันหนึ่งก็บังเกิดเรื่อง เมื่อ วอลเตอร์ (คริสตอฟ วอลซ์ ) อดีตคนรักของเธอ ได้ยื่นฟ้องศาลว่าตนเองต่างหากคือเจ้าสิทธิ์อันชอบธรรม และเป็นคนวาดภาพเด็กหญิงตาโตเหล่านี้ จนเกิดเป็นการต่อสู้ในชั้นศาลเป็นเวลานาน ก็จะนำไปสู่การตัดสินที่ฮาร์ดคอร์แบบให่ต่างคนต่างวาดภาพขึ้นมาใหม่ ใครวาดเหมือนของเก่ากว่า ก็ชนะคดีไปนั่นเอง ตอนนี้หนังยังไม่มีกำหนดฉายในไทย ต้องรอดูกันไปยาวๆจ้า